Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
06 May 2026, 09:53:36

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
29,914 Posts in 14,763 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  Recent Posts

Recent Posts

Pages: 1 ... 8 9 [10]
91

โพรไฟล์ไม่ธรรมดา! เปิดบุคคลต้นแบบ “ปริศนา” หญิงสาวผู้มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์
19 ธ.ค. 68 (10:23 น.)
.





นิยายอมตะอย่าง “ปริศนา” ไม่ได้ตราตรึงใจผู้อ่านเพียงเพราะเรื่องราวความรักอันละเมียดละไม หากแต่ยังทิ้งคำถามสำคัญไว้ในหน้าประวัติศาสตร์วรรณกรรมไทยว่า หญิงสาวผู้เพียบพร้อม งดงามทั้งกายและใจคนนี้ มีตัวตนจริงหรือไม่?

คำตอบคือ “ปริศนา” ไม่ได้ถือกำเนิดจากจินตนาการล้วนๆ หากมีต้นเค้ามาจากหญิงสาวจริงผู้มีชีวิตอยู่ในยุคเดียวกับผู้ประพันธ์ และได้รับการเอ่ยถึงอย่างชัดเจนในคำนำของหนังสือ นั่นคือ คุณวาสนา กระแสสินธุ์ หญิงสาวผู้สะท้อนภาพของสตรีชั้นสูงไทยในสังคมโลกตะวันตกอย่างสง่างาม

จากภาพถ่ายที่กรุงโคเปนเฮเกน สู่การได้รับเลือกให้เป็นแบบของนางเอกในนิยายระดับตำนาน บทความนี้จะพาย้อนรอยเรื่องราวเบื้องหลัง “ปริศนา” พร้อมเปิดหน้าประวัติศาสตร์ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า ตัวละครในวรรณกรรมเล่มหนึ่งนั้น เคยมีลมหายใจ มีตัวตน และมีชีวิตจริงอยู่ในโลกใบนี้





ภาพประวัติศาสตร์ ณ กรุงโคเปนเฮเกน

ภาพถ่ายสำคัญภาพหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงบ่อย คือภาพของคุณวาสนา กระแสสินธุ์ ถ่ายร่วมกับบิดาและมารดา ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ในช่วงเวลาที่ ขุนพิพิธวิรัชชการ (วงศ์ กระแสสินธุ์) ผู้เป็นบิดา ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโคเปนเฮเกน

ขุนพิพิธวิรัชชการ เป็นบุตรของ นายวอน กระแสสินธุ์ ชาวหัวหินดั้งเดิม ส่วนมารดาคือ คุณลำจวน อยู่อำไพ ชาวศรีราชา ภาพถ่ายดังกล่าวสะท้อนชีวิตของครอบครัวข้าราชการการทูตไทยในต่างแดน และเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เชื่อมโยงไปสู่วงการวรรณกรรมไทย





การพบกันที่กลายเป็นตำนาน

ในช่วงที่ประทับอยู่ ณ เดนมาร์ก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ได้เสด็จไปพบครอบครัวกระแสสินธุ์ด้วยพระองค์เอง และทรงขอให้คุณวาสนา กระแสสินธุ์ เป็นแบบถ่ายภาพสำหรับใช้นำเสนอเป็น “ปริศนา” ในฉบับตีพิมพ์เล่มแรกของนวนิยาย

การตัดสินใจครั้งนั้นไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ หากแต่เป็นเพราะผู้ประพันธ์ทรงเห็นว่า คุณวาสนามีลักษณะตรงกับภาพหญิงสาวที่ทรงสร้างไว้ในจินตนาการอย่างชัดเจน





คำยืนยันจากผู้ประพันธ์

ในคำนำของหนังสือ ปริศนา ผู้ประพันธ์ซึ่งใช้นามปากกา “ว. ณ ประมวญมารค” ได้ทรงเล่าถึงที่มาของภาพปริศนาไว้ด้วยพระองค์เอง โดยระบุว่า ได้เชิญ หม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ และ หม่อมเจ้าถกลไกวัล รพีพัฒน์ มาร่วมถ่ายภาพคุณวาสนา กระแสสินธุ์ เนื่องจากทรงเห็นว่าเธอมีลักยิ้ม หน้าตา และรูปร่าง ใกล้เคียงกับตัวละคร “ปริศนา” ตามที่บรรยายไว้ในเรื่อง

ถ้อยคำดังกล่าวนับเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันว่า ตัวละครเอกหญิงในนิยายเรื่องนี้ มีรากฐานจากบุคคลจริง มิใช่การสมมุติขึ้นลอยๆ





ว. ณ ประมวญมารค กับความหมายของนามปากกา

นามปากกา ว. ณ ประมวญมารค เป็นพระนามแฝงของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต พระนามเดิมคือ หม่อมเจ้าวิภาวดี รัชนี ซึ่งตำหนักเดิมตั้งอยู่บนถนนประมวญ จึงทรงเลือกใช้นามปากกาที่สื่อถึงสถานที่ประทับเดิมของพระองค์





กำเนิดนิยายอมตะ

นิยายเรื่อง “ปริศนา” ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ เดลิเมล์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2494 และถือเป็นหนึ่งในไตรภาคสำคัญ ร่วมกับเรื่อง “เจ้าสาวของอานนท์” และ “รัตนาวดี” ซึ่งล้วนสะท้อนภาพสังคมและบทบาทสตรีไทยในยุคเปลี่ยนผ่านได้อย่างลึกซึ้ง

แม้กาลเวลาจะผ่านไปยาวนาน แต่เรื่องราวของ “ปริศนา” และหญิงสาวผู้เป็นต้นแบบในชีวิตจริง ยังคงถูกกล่าวถึงในฐานะสัญลักษณ์ของความงาม ความคิด และศักดิ์ศรีของสตรีไทยที่ไม่เคยเลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์วรรณกรรม




.


ที่มา : โพรไฟล์ไม่ธรรมดา! เปิดบุคคลต้นแบบ “ปริศนา” หญิงสาวผู้มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์
https://www.sanook.com/news/9863298/

.




92

ภาพเก่าในอดีต  ·
Teeradon Ch
 ·
14 กุมภาพันธ์ 2025
 ·

ปริศนาตัวจริง!! "วาสนา กระแสสินธุ์" ต้นแบบจากนิยาย "ปริศนา" ในภาพสมมุติของ "พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต" ที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน

ในโลกของนักอ่าน นวนิยายเรื่อง ปริศนา ถือเป็นนวนิยายอันดับต้นๆ ที่นักอ่านหลายคนต้องเคยอ่าน นวนิยายเรื่องปริศนานี้ เป็นนวนิยายประพันธ์โดย ว. ณ ประมวญมารค (นามปากกาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต) จับใจความช่วงยุคปลายรัชกาลที่ ๘ ถึงต้นรัชกาลที่ ๙ โดยนิยายในชุดมีอีก ๒ เรื่องที่เนื้อหาเกี่ยวเนื่องกัน คือ เจ้าสาวของอานนท์ และรัตนาวดี แต่หลายคนยังไม่เคยรู้มาก่อนว่า ต้นแบบของนวนิยายอันโด่งดังเรื่องนี้ มีต้นแบบมาจาก "ลูกหลานชาวหัวหิน"

หญิงสาว ซึ่งเป็นลูกหลานชาวหัวหิน ต้นแบบของนวนิยาย "ปริศนา" อันโด่งดัง ของท่านผู้แต่ง ว. ณ ประมวญมารค (นามปากกาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต) นวนิยายที่ดังที่สุดในอดีตที่ทีวีหลายช่องนำมาทำเป็นละครหลายครั้ง

ภาพนี้เป็นภาพของคุณ "วาสนา กระแสสินธุ์" (ซ้ายสุด) ถ่ายถาพคู่กับ คุณพ่อคือขุนพิพิธวิรัชชการ (วงศ์ กระแสสินธุ์ ลูกของนาย วอน กระแสสินธ์ุ ชาวหัวหินดั้งเดิม) และคุณแม่คือคุณ ลำจวน นามสกุลเดิม อยู่อำไพ ชาวศรีราชา ถ่ายที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ขณะที่ขุนพิพิธวิรัชชการ (ชาวหัวหิน) รับตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโคเปนเฮเกน ที่ซึ่ง ท่าน ว ณ ประมวญมารค ได้ทรงไปพบด้วยพระองค์เองและทรงขอให้คุณ วาสนา กระแสสินธุ์เป็นแบบในหนังสือนวนิยายปริศนาเป็นเล่มแรก ถือเป็นเรื่องที่น่าปลื้มใจของชาวหัวหินอีกเรื่องนึงเลยทีเดียว

จากภาพชุดดังกล่าวในหนังสือนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ผู้ประพันธ์ เจ้าของนามปากกา "ว.ณ. ประมวญมารค" เล่าในคำนำว่า...

" รูปที่สมมุติว่าเป็นรูปปริศนาในหนังสือเล่มนี้ ข้าพเจ้าได้เชิญเสด็จหม่อมเจ้ายาใจ จิตรพงศ์ และหม่อมเจ้าถกลไกวัล รพีพัฒน์ มาถ่ายคุณวาสนา กระแสสินธุ์ เพราะว่าคุณวาสนาเป็นผู้ที่ข้าพเจ้าเห็นว่ามีลักยิ้มและหน้าตา รูปร่าง คล้ายคลึงกับ "ปริศนา" ซึ่งบรรยายไว้ในหนังสือเรื่องนี้ ข้าพเจ้าขอบพระทัยท่านทั้ง ๒ และคุณวาสนาไว้ ณ ที่นี้ด้วย"
                                                                                                                                                                             ว.ณ.ประมวญมารค
                                                                                                                                                                             ๒๐/๑๑/๒๔๙๕

สำหรับนวนิยายเรื่อง "ปริศนา" เป็นนวนิยายประพันธ์โดย ว. ณ ประมวญมารค (นามปากกาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต) จับใจความช่วงยุคปลายรัชกาลที่ ๘ ถึงต้นรัชกาลที่ ๙ โดยนิยายในชุดมีอีก ๒ เรื่องที่เนื้อหาเกี่ยวเนื่องกัน คือ เจ้าสาวของอานนท์ และรัตนาวดี
.

ขอบคุณข้อมูลจาก
เพจ ณ หัวหิน เครดิตภาพและเรื่องราว : จากการสัมภาษณ์คุณ โอวาท พรหมรัตนพงศ์ ลูกชายของคุณวาสนา (กระแสสินธุ์)

.













.


ที่มา : ปริศนาตัวจริง!! "วาสนา กระแสสินธุ์"
https://www.facebook.com/groups/weloveoldphoto/posts/3882544258741731/

.




93
คุณวาสนา กระแสสินธุ์-ปริศนาตัวจริง จากนิยายเรื่อง "ปริศนา" ในภาพสมมุติของ "พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต"


กลุ่มภาพเก่าในอดีต  ·
Yoong Ja
 ·
 ·

คุณวาสนา กระแสสินธุ์ (พ.ศ. ๒๔๗๓–๒๕๓๘) เป็นธิดาของขุนพิพิธวิรัชชการ (วงศ์ กระแสสินธุ์) อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคเปนเฮเกน เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงและเป็นแบบถ่ายภาพให้กับนวนิยายเรื่อง "ปริศนา" พระนิพนธ์ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต โดยทรงเห็นว่าคุณวาสนาตรงตามลักษณะของตัวละครหลัก

ทรงบรรยายในคำนำของหนังสือว่า คุณวาสนาเป็นผู้ที่มีลักยิ้ม หน้าตา และรูปร่างคล้ายคลึงกับ "ปริศนา" ที่อยู่ในจินตนาการ

ในโลกของนักอ่าน นวนิยายเรื่อง ปริศนา ถือเป็นนวนิยายอันดับต้นๆ ที่นักอ่านหลายคนต้องเคยอ่าน นวนิยายเรื่องปริศนานี้ เป็นนวนิยายประพันธ์โดย ว. ณ ประมวญมารคนามปากกาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต จับใจความช่วงยุคปลายรัชกาลที่ ๘ ถึงต้นรัชกาลที่ ๙ โดยนิยายในชุดมีอีก ๒ เรื่องที่เนื้อหาเกี่ยวเนื่องกัน คือ เจ้าสาวของอานนท์ และรัตนาวดี แต่หลายคนยังไม่เคยรู้มาก่อนว่า ต้นแบบของนวนิยายอันโด่งดังเรื่องนี้ มีต้นแบบมาจาก "ลูกหลานชาวหัวหิน" หญิงสาว ซึ่งเป็นลูกหลานชาวหัวหิน ต้นแบบของนวนิยาย "ปริศนา" อันโด่งดัง ของท่านผู้แต่ง ว. ณ ประมวญมารคนวนิยายที่ดังที่สุดในอดีตที่ทีวีหลายช่องนำมาทำเป็นละครหลายครั้ง

ขอขอบพระคุณภาพ / ข้อมูล
Cr. หนังสือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ผู้ประพันธ์ เจ้าของนามปากกา "ว.ณ. ประมวญมารค"
Cr. เพจศักดิ์สิทธิ์
เรียบเรียงโดย : Yoong Ja
: ย้อนอดีต
: กลุ่มภาพเก่าในอดีต
: ค้นหาอดีต

.



.


ที่มา : คุณวาสนา กระแสสินธุ์
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1328163312569929&set=gm.2086029015592313&idorvanity=766069734254921

.




94

Herbie Fully Loaded (2005) เฮอร์บี้รถมหาสนุก (2548)





https://www.bilibili.tv/th/video/4794631042895872

Herbie Fully Loaded (2005) เฮอร์บี้รถมหาสนุก (2548)

.




95
ย้อนรอย เฮอร์บี้ (Herbie) รถเต่าในตำนาน


เจาะเวลาหาอดีต

 ·

ย้อนรอย เฮอร์บี้ (Herbie) รถเต่าในตำนาน

ถ้าพูดถึง “รถมีชีวิต” ในโลกภาพยนตร์ ชื่อของ เฮอร์บี้ (Herbie) ย่อมเป็นหนึ่งในตำนานที่ผู้ชมหลายยุคจดจำได้ทันที รถเต่าคันเล็กที่ไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ แต่มี “หัวใจ” และ “บุคลิก” เป็นของตัวเอง กลายเป็นสัญลักษณ์ของความฝัน ความดื้อรั้น และชัยชนะของคนตัวเล็กเหนือโลกที่ใหญ่กว่า

จุดเริ่มต้นของตำนานเฮอร์บี้

เฮอร์บี้ปรากฏตัวครั้งแรกในภาพยนตร์ The Love Bug เมื่อปี ค.ศ. 1968 ผลงานของบริษัทวอลต์ ดิสนีย์ โดยใช้รถ Volkswagen Beetle รุ่นปี ค.ศ. 1963 เป็นตัวแสดงหลัก
ในยุคนั้น รถโฟล์คสวาเกน บีทเทิล ถือเป็นรถยนต์ขนาดเล็กจากเยอรมนีที่มีภาพลักษณ์เรียบง่าย ตรงกันข้ามกับรถอเมริกันขนาดใหญ่ที่ครองถนนอยู่ในเวลานั้น การเลือก “รถเต่า” มาเป็นพระเอกจึงเป็นการพลิกภาพจำ และสร้างเสน่ห์ให้ตัวละครทันที

เฮอร์บี้ถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์ชัดเจนด้วยแถบสีแดง-ขาว-น้ำเงินพาดยาว และหมายเลข 53 บนตัวรถ ซึ่งไม่ได้ถูกเลือกแบบสุ่ม แต่มีที่มาโดยตรงจาก ดอน ดรายส์เดล (Don Drysdale) นักเบสบอลชื่อดังของทีมลอสแอนเจลิส ดอดเจอร์ส ในยุค 1950–1960 ที่โปรดิวเซอร์ บิล วอลช์ (Bill Walsh) ชื่นชอบ

รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ซ่อนความหมาย

อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจคือป้ายทะเบียน “OFP 857” ซึ่งย่อมาจาก “Our First Production, August 1957” อันเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือครั้งแรกระหว่างผู้กำกับ โรเบิร์ต สตีเวนสัน (Robert Stevenson) กับดิสนีย์

นอกจากนี้ ในภาพยนตร์ยุคแรก เฮอร์บี้ยังไม่มีโลโก้ Volkswagen บนฝากระโปรงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงภาพลักษณ์การโฆษณาสินค้าโดยตรง ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ละเอียดอ่อนมากในยุคสมัยนั้น

รถที่มีชีวิต…และจิตวิญญาณ

สิ่งที่ทำให้เฮอร์บี้แตกต่างจากรถทั่วไปในภาพยนตร์ คือ “บุคลิก” ของมัน

เฮอร์บี้ไม่ใช่เพียงยานพาหนะ แต่เป็นตัวละครเต็มรูปแบบขี้เล่น ดื้อเล็กน้อย มีอารมณ์ และจงรักภักดีต่อเจ้าของอย่างยิ่ง

ในเรื่องแรก เจ้าของคือ จิม ดักลาส (Jim Douglas) นักแข่งรถผู้ตกอับที่ได้พบกับเฮอร์บี้โดยบังเอิญ ก่อนที่ทั้งคู่จะร่วมกันพิสูจน์ว่า “หัวใจ” สำคัญกว่ากำลังเครื่องยนต์

ความสำเร็จของ The Love Bug ทำให้เฮอร์บี้กลายเป็นแฟรนไชส์ภาพยนตร์ยาวนาน มีภาคต่อหลายเรื่องตลอดช่วงทศวรรษ 1970–1980 และกลับมาอีกครั้งในยุคใหม่


การกลับมาของเฮอร์บี้ในศตวรรษใหม่

ในปี ค.ศ. 2005 เฮอร์บี้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในภาพยนตร์ Herbie: Fully Loaded โดยคราวนี้ได้พบกับเจ้าของคนใหม่ แม็กกี้ เพย์ตัน (Maggie Peyton) รับบทโดย ลินด์ซีย์ โลแฮน (Lindsay Lohan)

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อเฮอร์บี้ถูกทิ้งในโรงรถร้าง ก่อนจะถูกส่งไปยังลานรถเก่าและเกือบถูกทำลาย แต่แม็กกี้ได้ซื้อมันไว้ และค้นพบว่ารถคันนี้ยังคงมีชีวิต

เธอปรับปรุงเครื่องยนต์ และพาเฮอร์บี้เข้าสู่สนามแข่งระดับสูง จนสามารถก้าวเข้าสู่การแข่งขัน NASCAR ได้สำเร็จ

ที่น่าสนใจคือ ในภาคนี้ยังมีการเปิดเผยว่า “เฮอร์บี้ไม่ใช่รถมีชีวิตเพียงคันเดียว” เมื่อมีรถเต่ารุ่นใหม่ปรากฏขึ้นในฐานะคู่รักของมัน


เบื้องหลังการถ่ายทำ

ในการถ่ายทำภาพยนตร์แต่ละภาค มีการใช้รถโฟล์คสวาเกนหลายคัน โดยดัดแปลงให้เหมาะกับฉากต่าง ๆ เช่น คันสำหรับฉากแข่ง คันสำหรับฉากผาดโผน และคันสำหรับถ่ายระยะใกล้

เครื่องยนต์ ช่วงล่าง และโครงสร้างถูกปรับแต่งให้แข็งแรงกว่ารถปกติ เพื่อรองรับการแสดงผาดโผนที่กลายเป็นเอกลักษณ์ของเฮอร์บี้

ปัจจุบัน เฮอร์บี้ยังคงเป็นหนึ่งใน “รถยนต์ในภาพยนตร์” ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก และเป็นสัญลักษณ์ของยุคทองแห่งภาพยนตร์ครอบครัวของดิสนีย์

รถต้นแบบบางคันถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์และคอลเลกชันส่วนตัว ขณะที่แฟน ๆ ทั่วโลกยังคงสร้าง “เฮอร์บี้จำลอง” ขึ้นมาใหม่ โดยยึดตามดีไซน์คลาสสิกหมายเลข 53
เกร็ดน่าสนใจ

หมายเลข 53 กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แฟนภาพยนตร์จดจำได้ทันที แม้ไม่ต้องเห็นชื่อเฮอร์บี้

เฮอร์บี้ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างแรก ๆ ของ “ตัวละครที่ไม่ใช่มนุษย์แต่มีบุคลิกชัดเจน” ในภาพยนตร์กระแสหลัก

ความสำเร็จของเฮอร์บี้ช่วยให้รถ Volkswagen Beetle กลายเป็นไอคอนวัฒนธรรมป๊อประดับโลก

.
เจาะเวลาหาอดีต
แหล่งอ้างอิง
ข้อมูลภาพยนตร์จาก Walt Disney Productions
ประวัติรถ Volkswagen Beetle และวัฒนธรรมยานยนต์
บทสัมภาษณ์ทีมผู้สร้าง The Love Bug (1968)
ข้อมูลภาพยนตร์ Herbie: Fully Loaded (2005)

.








.


ที่มา : ย้อนรอย เฮอร์บี้ (Herbie) รถเต่าในตำนาน
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0XpYL2J2nwrWaXKFzhvPJ2Qqbb6mfenvAxUtL9w5iFJWNs4Ft86EVK3yCE9jm51iCl&id=100044739000097

.




96

เอมมานูเอล (Emmanuelle)









.

Emmanuelle 4 (1984) (Isis Taylor, Mia Nygren, Sylvia Kristel)

https://www.tnaflix.com/th/vintage-sex/Emmanuelle-4-%281984%29/video5233304

.

.




https://www.youtube.com/watch?v=8mwkExlZVCA

Emmanuelle (1974) MV 4K & HQ Sound - Pierre Bachelet - Emmanuelle

https://youtu.be/8mwkExlZVCA?si=vgw7uVZj6hHRxzzI

..




https://www.youtube.com/watch?v=pIFBY1UcoXs

Emmanuelle - Sylvia Kristel ( Pierre Bachelet & Hervé Roy )

https://youtu.be/pIFBY1UcoXs?si=GQcvAv1MZ1Y6Jd4O

.

.

https://www.tnaflix.com/th/profile/sylvia-kristel-24668

วิดีโอล่าสุดจาก Sylvia Kristel

.




97
เอ็มมานูแอล (Emmanuelle)


เอ็มมานูแอล (Emmanuelle)

เจาะเวลาหาอดีต

 ·

ในโลกวรรณกรรมร่วมสมัย มีหนังสือเพียงไม่กี่เล่มที่สามารถเขย่าทั้งศีลธรรม สังคม และวัฒนธรรมได้ในคราวเดียว Emmanuelle คือหนึ่งในนั้น ผลงานที่ไม่เพียงแต่เล่าถึงความปรารถนา หากยังสะท้อนยุคสมัยที่โลกตะวันตกเริ่มตั้งคำถามกับกรอบศีลธรรมแบบเดิมอย่างจริงจัง

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากหญิงสาววัย 19 ปี ผู้ใช้ชีวิตในฐานะภรรยาของวิศวกรชาวฝรั่งเศส เธอออกเดินทางจากฝรั่งเศสสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อไปใช้ชีวิตร่วมกับสามี แต่การเดินทางครั้งนี้ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบตัวตนในมิติที่ลึกและซับซ้อนกว่าที่เธอเคยรู้จัก

ระหว่างทาง และหลังจากมาถึงเมืองหลวงของไทย เอ็มมานูแอลได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับกลุ่มชาวตะวันตกที่ใช้ชีวิตอย่างเสรี ท่ามกลางบรรยากาศของกรุงเทพฯ ที่ถูกถ่ายทอดผ่านสายตาของชาวต่างชาติในยุคนั้นว่าเป็น “เมืองแห่งความลุ่มหลง” เต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่และขอบเขตที่เลือนรางระหว่างความรัก ความใคร่ และเสรีภาพส่วนบุคคล

เธอได้รู้จักกับผู้คนหลากหลาย ทั้งเพื่อนหญิงที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเกินกว่ามิตรภาพ และบุคคลที่มีแนวคิดเกี่ยวกับ “อิสรภาพทางกายและใจ” ซึ่งท้าทายความเชื่อเดิมของเธออย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะแนวคิดที่ว่า ความปรารถนาไม่จำเป็นต้องผูกติดกับความรัก มุมมองที่กลายเป็นแก่นสำคัญของเรื่อง

นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นในรูปแบบบุรุษที่หนึ่ง ทำให้ผู้อ่านสัมผัสทุกเหตุการณ์ผ่านสายตาและความรู้สึกของตัวเอกโดยตรง ส่งผลให้เนื้อหามีความเข้มข้นทั้งทางอารมณ์และความคิด แม้หลายฉากจะถูกพูดถึงอย่างอื้อฉาวในยุคนั้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันก็สะท้อนการตั้งคำถามต่อกรอบศีลธรรมของสังคมตะวันตกในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองได้อย่างชัดเจน
เบื้องหลังนามปากกา “เอ็มมานูแอล อาร์ซอง (Emmanuelle Arsan)” คือ มารยาท โรลเลต์-อองเดรียน (Marayat Rollet-Andriane) หรือที่คนไทยรู้จักในชื่ิอ มารยาท กระแสสินธุ์

มารยาท กระแสสินธุ์ แต่งงานกับ"หลุยส์-จาร์ค โรเล่ต์ แอนเดรียน (Louis-Jacque Rollet-Andriane)"นักการฑูดประเทศฝรั่งเศสประจำประเทศไทยแต่ต่อมาเธอได้โยกย้ายดามสามีนักการฑูดฝรั่งเศสไปตามประเทศต่างๆในเอเชีย แล้วสุดท้ายได้พำนักอาศัยถาวรในประเทศฝรั่งเศส

"มารยาท กระแสสินธุ์ มีอาชีพเป็นนักประพันธ์สาว เขียนนวนิยายแนวใหม่ในยุคนั้น คือเรื่องโป๊-เปลือย (Erotic) ถ่ายทอดประสบการณ์ทางเพศของภรรยานักการทูตชาวฝรั่งเศสที่ตระเวนไปปฏิบัติหน้าที่ในประเทศต่างๆทั่วทวีปเอเชียและในหมู่เกาะทะเลใต้

"มารยาท กระแสสินธุ์"เขียนนวนิยายด้วยภาษาฝรั่งเศสใช้นามปากกาว่า "เอมมานูเอล อาซอง (Emmanuelle Arsan)" นวนิยายแนวเปลือยชีวิดทางเพศนานาชาติของสาวสังคมชั้นสูงในช่วงปี 1947 นี้ เธอเขียนเป็นชุดเกือบ ๑๐ เรื่องในชื่อชุดเรื่องว่า "เอมมานูเอล (Emmanuelle)"

เมื่อนามปากกาของผู้เขียนและนางเอกที่เปลือยถ่ายทอดชีวิตชื่อเดียวกันกับผู้ประพันธ์ ผู้อ่านในยุคสมัยนั้นจึงเชื่อว่าเป็นนวนิยายถ่ายทอดจากเรื่องราวชีวิตจริงของผู้ประพันธ์อันเป็นกลวิธีการเขียนชั้นสูงพิศดารที่ไม่มีใครเคยใช้เขียนกันในยุคสมัยนั้น

จนถึงทุกวันนี้บทประพันธ์เรื่อง"เอมมานูเอล (Emmanuelle)"ทุกๆ ตอน ได้นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ออกฉายไปแล้วทั่วโลกร่วม ๑๐ เรื่อง จะแพ้ก็แต่บทประพันธ์ชุดเจมส์ บอนด์ ๐๐๗ ที่"เอียน เฟรมมิ่ง"เขียน ที่ได้นำมาสร้างหนังกันเกือบ ๓๐ ตอน

"Emmanuelle"เด่นดังจนเสี่ย "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" ยังนำเอา ชื่อ"เอมมานูเอล (Emmanuelle)"ไปตั้งเป็นชื่อของสถานอาบ-อบ-นวดของตัวเองที่ ถ.รัชดาถิเษก เลยครับ!

นอกจากเขียนนวนิยายแนวอีโรติค (Erotic)แล้ว ในปี ๒๕๐๙ "มารยาท กระแสสินธุ์" (เธอใช้ชื่อจริงในการแสดงว่า "Marayat Andriane") ยังร่วมแสดงภาพยนต์ฮอลลี่วู้ดเรื่อง"The Sand Pebbles"คู่กับดาราดัง"สตีฟ แม็คควีน-ริชาร์ด เอทเทนโบโรต์-ริชาร์ด เครนนา"และ"แคนดิซ เบอร์เจน"นำแสดง โดย"โรเบิร์ต ไวด์"กำกับการแสดง

ในช่วงปลายทศวรรษ 1950 ต้นฉบับของ Emmanuelle ถูกตีพิมพ์อย่างลับ ๆ ในฝรั่งเศสโดยไม่ระบุชื่อผู้เขียน ก่อนจะได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และถูกนำมาตีพิมพ์ใหม่อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1967 ต่อมาถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1971 และขยายอิทธิพลไปทั่วโลก

ความสำเร็จของนิยายเล่มนี้นำไปสู่การดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ Emmanuelle ในปี ค.ศ. 1974 ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่มีอิทธิพลสูงในแนวอีโรติกยุคใหม่ และจุดประกายให้เกิดภาคต่อและผลงานในจักรวาลเดียวกันอีกจำนวนมาก

ในเชิงประวัติศาสตร์ Emmanuelle ไม่ได้เป็นเพียงนิยายอีโรติก หากแต่เป็นหลักฐานของยุคสมัย ยุคที่ผู้คนเริ่มตั้งคำถามกับขอบเขตของศีลธรรม เสรีภาพ และตัวตนของมนุษย์อย่างเปิดเผยมากขึ้น

มารยาท โรลเลต์-อองเดรียน ใช้ชีวิตช่วงบั้นปลายในฝรั่งเศส ก่อนจะเสียชีวิตในปี ค.ศ. 2005 ทิ้งไว้เพียงผลงานที่ยังคงถูกพูดถึง ทั้งในฐานะวรรณกรรมที่ท้าทาย และหน้าต่างบานหนึ่งที่เปิดให้เห็นโลกอีกมุม โลกที่ความปรารถนาและอิสรภาพเดินเคียงข้างกันอย่างซับซ้อน


แหล่งอ้างอิง
วิกิพีเดีย
งานเขียน บางส่วน Soothorn Petchged (สุนทร เพชรเกตุ) สองพี่น้องกระแสสินธ์
– ข้อมูลชีวประวัติจากงานวิจัยเกี่ยวกับ Emmanuelle Arsan
– บันทึกการตีพิมพ์นิยายในฝรั่งเศสและฉบับภาษาอังกฤษ
– ข้อมูลภาพยนตร์ Emmanuelle และอิทธิพลทางวัฒนธรรม

.





มารยาท กระแสสินธุ์ เขียนนวนิยายด้วยภาษาฝรั่งเศสใช้นามปากกาว่า เอมมานูเอล อาซอง (Emmanuelle Arsan)



Emmanuelle แสดงโดย ซิลเวีย คริสเตล ชาวดัตช์

.


ที่มา : เอมมานูเอล (Emmanuelle)
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid03McQjL4ewkwGhPtGQHatkeaU9BeHWjPemD1NT7QDSEcz7UXTbTA7YFQCCucXW4Jkl&id=100044739000097

.




98

ชอุ่ม ปัญจพรรค์ หรือ ชอุ่ม แย้มงาม





















































ทัดดาวบุษยา

.

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/weloveoldphoto/posts/4073778019618353/

.




99

ครูชอุ่ม ปัญจพรรค์
.

เจาะเวลาหาอดีต
14 มีนาคม 2024
 ·

ครูชอุ่ม ปัญจพรรค์

ชอุ่มเกิดที่อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรสาวคนโตของขุนปัญจพรรค์พิบูล อดีตข้าหลวงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดนครปฐม กับกระแส ปัญจพรรค์ (สกุลเดิม โกมารทัต) เป็นพี่สาวของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ (ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2534)

จบการศึกษาชั้นต้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี และนครปฐม ศึกษาชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่นที่ 1 เลขประจำตัวที่ 1  แล้วเข้าศึกษาต่อในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นอักษรศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 11

รับราชการที่กรมโฆษณาการ ทำงานในแผนกและกองต่างๆ เช่น กองกระจายเสียงวิทยุแห่งประเทศไทย แผนกนิตยสารและห้องสมุด, บรรณาธิการหนังสือโฆษณาสาร, หัวหน้าคณะละครวิทยุ คณะโฆษณาสาร และคณะวัฒนธรรมบันเทิง รวมทั้งแต่งบทละครและเพลงประกอบเรื่องให้คณะสุนทราภรณ์

เขียนเรื่องสั้นเป็นงานอดิเรกขณะทำงานอยู่ที่กองกระจายเสียงวิทยุแห่งประเทศไทย จำนง รังสิกุล ซึ่งทำงานอยู่อีกแผนกหนึ่งได้พบเรื่องสั้นที่เขียนเก็บใส่แฟ้มไว้ จึงได้นำผลงานเรื่องสั้นชื่อ “ฉันกับกามเทพ” ส่งให้ นิลวรรณ ปิ่นทอง บรรณาธิการนิตยสารสตรีสารอ่าน ปรากฏว่าได้ลงตีพิมพ์เป็นเรื่องแรกในชีวิตและเริ่มงานเขียนเป็นอาชีพตั้งแต่นั้น

ละครวิทยุ ละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ที่สร้างจากผลงานเขียน/นวนิยายที่มีชื่อเสียง เช่น "ทัดดาวบุษยา" "บ้านนอกเข้ากรุง" "เมียนอกกฎหมาย" "มารพิศมัย" "สร้อยฟ้าขายตัว" นอกจากนี้ยังมีผลงานคำร้อง เพลงข้องจิต หนึ่งในดวงใจ ช่อรักซ้อน วิมานใยบัว รักเอาบุญ ดอกพุดตาน สำคัญที่ใจ ฝากลมวอน เกิดเป็นคน แผ่นดินทอง หน้าที่ของเด็ก (เด็กเอ๋ยเด็กดี) เป็นต้น

ชอุ่มสมรสกับจำโนทย์ แย้มงาม ไม่มีบุตรด้วยกัน

ชอุ่มถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เมื่อเวลาประมาณ 1 นาฬิกา ของวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556 สิริอายุ 91 ปี โดยหน้าที่สุดท้ายคือทำงานที่ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เป็นกรรมการเซ็นเซอร์ของสถานี

นิยายของชอุ่ม ปัญจพรรค์โดยส่วนใหญ่ไม่ได้ลงหนังสือ เธอจะเขียนเป็นบทละครวิทยุก่อน เพื่อนำไปเผยแพร่ออกอากาศทางสถานีวิทยุกรมโฆษณาการ(กรมประชาสัมพันธ์ในปัจจุบัน)ที่เธอทำงาน ซึ่งละครวิทยุแต่ละเรื่องของเธอดังมาก จนคนติดกันงอมแงม “ป้าชอุ่ม”ขยายความให้ฟังว่า....

“เรื่องของป้าส่วนใหญ่จะเขียนเป็นบทละครวิทยุก่อน  พอเป็นละครวิทยุจบแล้วจึงนำมาเขียนเป็นนวนิยายภายหลัง  เรื่อง “ดอกฟ้าร่วง” เป็นเรื่องแรกที่เป็นบทละครวิทยุ  ดังมาก  เรื่องดัง ๆ  หลายเรื่องจะเป็นละครวิทยุก่อน อย่าง ทัดดาว  บุษยา” อาจินต์ ปัญจพรรค์ นักเขียนชุดเหมือนแร่ อันเกรียวกราวและศิลปินแห่งชาติ ซึ่งเป็นน้องชายของชอุ่ม ปัญจพรรค์เคยพูดถึงพี่สาวให้ฟังผมด้วยความชื่นชมว่า

“สมัยนั้นพี่สาวผมเป็นนักประพันธ์ใหญ่ ดังมาก  ได้ลงหนังสือหลายเล่ม  เขามาซื้อเรื่องเรื่องของพี่อุ่มไปทำเป็นละครวิทยุเยอะเหลือเกิน แกทำไม่ไหว ก็ให้ผมเขียนบทละครวิทยุช่วย  ผมสตาร์ทเขียนบทละครวิทยุเรื่องเรื่อง“ดอกฟ้าร่วง” นี่แหละ  ยาวประมาณคร่าว ๆ ว่า 6 หน้ากระดาษพิมพ์  เขาจ่ายให้ 40 บาทต่อตอน”

นั่นเมื่อสมัย  60-70  ปีก่อน สมัยนั้นชอุ่ม ปัญจพรรค์เป็นนักเขียนหญิงที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ผมรู้จักชื่อนักเขียนผู้นี้ตอนชั้นมัธยมจากพี่สาวคนโตว่านวนิยายเรื่อง “สร้อยฟ้าขายตัว”กับ “เมียสั่งทางพ.ก.ง.”ที่เธอเขียนดังมาก  ยุคนั้นผมยังเด็กมาก ไม่ได้อ่านนวนิยายของเธอหรอก  รุ่นพี่สาวของผมยังทันยุคของชอุ่ม   ปัญจพรรค์ การที่ ชอุ่ม ปัญจพรรค์ รักการเขียน ก็เหมือนกับนักเขียนคนอื่นคือ ชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก เธอย้อนรำลึกวัยเยาว์ให้ฟังว่า...

“เป็นคนชอบอ่านหนังสืออ่านเล่นแต่เล็ก แปดขวบก็ไปเช่านิยายมาอ่านแล้ว เล่มละสตางค์หรือสองสตางค์นี่แหละ หนังสือไทยเขษมก็อ่านจนติด อ่านมากจนมันอั้นไว้เต็มที่ จนระเบิด ก็เลยอยากเขียนบ้าง  อยากเขียนอย่างที่ตัวเองอยากอ่าน”

เธอเล่าต่อว่า เธอต้องการเขียนเรื่องอ่านเล่นให้ตอนจบมีสุขอย่างที่ตัวเองอยากอ่าน ไม่ชอบจบแบบทุกข์โศก ถ้าเรื่องไหนตอนจบเศร้า เธอจะเขียนตอนจบใหม่...

“ เรื่อง “คู่กรรม” ของทมยันตี ตอนจบให้โกโบริตาย ไม่ชอบ ก็เอามาเขียนใหม่ไว้อ่านเอง ไม่ให้โกโบริตาย ทุกเรื่องฝันเอาหมด ไม่มีเค้าจริงหรอก  อย่างนั่งรถรางกลับบ้าน เห็นผู้ชายตัวสูง ๆ ยืนสูบไปน์อยู่แค่นั้นแหละ  กลับบ้านก็เอามาแต่งได้เรื่องหนึ่งแล้ว ให้เขาเป็นพระเอก” นวนิยายทุกเรื่องของนักเขียนพาฝันผู้นี้  เธอบอกว่าเป็นจินตนาการล้วน ๆ  ไม่มีเค้ามาจากชีวิตจริงแม้แต่น้อยเหมือนนักเขียนคนอื่น

ขอย้อนไปในอดีตครั้งวัยเยาว์ของของชอุ่ม ปัญจพรรค์สักเล็กน้อย เธอเกิดที่ตำบลโคกขาม อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี หลังจากจบการศึกษาขั้นต้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีและนครปฐม ได้เข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเบญจมราชาลัยจนจบชั้นมัธยมปีที่ 6  แล้วไปเรียนต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษารุ่นแรก เลขประจำตัว 1หลังจากเรียนจบ จึงเข้าศึกษาต่อคณะอักษรศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ขณะที่เรียนอยู่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เขียนเรื่องสั้นไว้อ่านเอง ด้วยความสุข เธอบอกเล่าถึงความรู้สึกนี้ให้ฟังว่า...

“เขียนเรื่องสั้นให้เพื่อน ๆ อ่านเยอะมาก  เพื่อน ๆ  บอกว่าเขียนดี  แต่ไม่กล้าส่งไปที่ไหน  ตัวเองเป็นเด็กบ้านนอกมาเรียนที่กรุงเทพฯ  ตอนนั้นขี้ขลาดจะตาย”

จนกระทั่งเรียนจบ ไปทำงานเป็นเสมียนที่กรมโฆษณาการ  ช่วงนี้เองที่ได้รู้จักจำนง   รังสิกุล ซึ่งในขณะนั้นเป็นหัวหน้าแผนกเผยแพร่ จนกระทั่ง... “วันหนึ่ง  คุณจำนง เดินมาที่โต๊ะเห็นเรื่องสั้นในแฟ้มที่เขียนไว้  เลยเอาไปอ่านแล้วส่งเรื่อง “ฉันกับกามเทพ” ไปที่สตรีสารให้อาจารย์นิลวรรณ   ปิ่นทอง(บรรณาธิการสตรีสาร) ก็ได้ลงเป็นเรื่องแรก ได้ค่าเรื่องมายี่สิบบาท ดีใจมาก เพราะแค่เรื่องได้ลงก็ดีใจแล้ว”

นักเขียนสมัยก่อน ขอแค่ผลงานของตัวเองได้ลง ไม่ได้ค่าเรื่อง ก็ดีใจมากแล้ว ซ้ำยังซื้อหนังสือที่มีเรื่องของตัวเองแจกคนอื่นด้วยความภูมิใจ  ปัจจุบันโลกวรรณกรรมหมุนกลับ ในยุคโซเชียล เน็ตเวิร์ค ผลงานได้ลงในเว็บไซต์  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้นหรือนวนิยาย ไม่ได้ลงในนิตยสาร เพราะไม่มีนิตยสารให้ลงอีกแล้วและไม่ได้ค่าเรื่อง ก็ต้องยอมรับสภาพที่เกิดขึ้น ส่วนเรื่องดีใจและภูมิใจแค่ไหน คงเป็นความรู้สึกส่วนบุคคล เพราะมันแตกต่างจากยุคก่อนและยุคหนังสือเฟื่องฟู

หลังจากนั้นเรื่องสั้นเรื่องต่อ ๆ มาของชอุ่ม ปัญจพรรค์ก็ทยอยลงในสตรีสารเรื่อยมา จนกระทั่งบรรณาธิการสตรีสารเปิดโอกาสให้เธอเขียนนวนิยาย  นวนิยายเรื่องแรกเรื่อง“สร้อยฟ้าขายตัว”ประเดิมในสตรีสารเมื่ออายุ 20 กว่าปี  ได้รับความนิยมจากผู้อ่านสูงมาก ชื่อเสียงของชอุ่ม  ปัญจพรรค์ดังกระหึ่มขึ้นมาทันที

นักเขียนในโลกสีชมพูผู้นี้เคยได้ค่าเรื่องนวนิยายสูงสุดถึงตอนละ 80 บาท  นั่นเป็น 60-70  ปีก่อน ถือว่ารายได้ดีมาก ซึ่งสมัยนั้นนวนิยายพาฝันได้รับความนิยมสุดขีด “ป้าชอุ่ม”บอกเล่าอย่างตรงไปตรงมาด้วยโวหารที่ไพเราะชวนฟังว่า...

“เขียนเรื่องหนักไม่เป็น  ไม่เคยเขียน เขียนเป็นแต่เรื่องโรมานซ์  ตอนนี้อายุ 82 แล้ว ก็ยังเขียนเรื่องโรมานซ์ได้ เพราะหัวใจยังเยาว์”

ด้วยเหตุนี้นวนิยายของชอุ่ม ปัญจพรรค์จึงได้รับความนิยมมาก เรียกได้ว่าหนังสือเกือบทุกฉบับที่มีอยู่ในตอนนั้นต้องมีนวนิยายของชอุ่ม   ปัญจพรรค์ ความนิยมในชื่อเสียงของนักเขียนหญิงผู้นี้อีกอย่างก็คือ...

“เขาให้ป้าเป็นนางแบบขึ้นปกสตรีสารและศรีสัปดาห์ ป้าเองก็ยังแปลกใจตัวเอง เพราะป้ารู้ตัวเองว่าไม่ใช่คนสวย”

ชอุ่ม ปัญจพรรค์พูดถึงการเขียนนวนิยายสมัยก่อนให้ฟังว่า จะเขียนตามใจผู้เขียนเหมือนสมัยนี้ไม่ได้ นวนิยายทุกเรื่องต้องอยู่ในกรอบของวัฒนธรรมอันดีงามของไทย เพราะสมัยก่อนเคร่งเรื่องวัฒนธรรมมาก ซึ่งเรื่องที่เล่าให้ฟังช่างเหลือเชื่อ แต่มันเป็นความจริงของยุคสมัย...

“ตอนเรียนที่จุฬาฯ ผู้หญิงกับผู้ชายเดินสวนกัน ต้องวางเฉย  ถ้าหยุดคุยกัน  อาจารย์เห็นจะถูกเรียกไปพบ  เขียนนวนิยายทุกเรื่องก็ต้องไม่ให้ผิดวัฒนธรรมด้วย  จับมือถือแขนกันก็ไม่มี  ถ้ายังไม่แต่งงาน  ยกเว้นตัวผู้ร้าย ขนาดนอนเตียงเดียวกัน ยังต้องเอาหมอนข้างคั่น  ทั้งคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”

ชอุ่ม  ปัญจพรรค์เขียนนวนิยายไว้ประมาณ 40  เรื่องได้แก่ ทัดดาว บุษยา สร้อยฟ้าขายตัว เมียสั่งทางพ.ก.ง. โศรดาพลัดถิ่น  เมียนอกกฎหมาย  ทรายหลงศร  สู่ปฐพี  มารพิสมัย  มัสลินยอดรัก  เกสรบัวหลวง  เมียบำเรอ  เมียมืด  เมียขายฝาก  ตะวันรอน  บ้านนอกเข้ากรุง  บ้านบุษยา  ดอกแก้วไพรำ  หลานสาวนายพล  สาวใช้คนสวย  ป่านสวาท  หัวใจหิน  กลีบกุหลาบ  เป็นต้น

นวนิยายแทบทุกเรื่องล้วนได้รับความนิยม ดังมากน้อยต่างกันไป ส่วนเรื่อง “หัวใจหิน”กับ “กลีบกุหลาบ”  ไม่ได้พิมพ์รวมเล่ม “ป้าชอุ่ม”บอกว่าเรื่องแรกยาวมาก ยาวถึง 90  ตอน แต่เป็นเรื่องที่ชอบมาก ส่วนรวมเรื่องสั้นมี 2 เล่มคือ ช่อฟ้ากับมณีหยาดฟ้า

นวนิยายที่ ชอุ่ม   ปัญจพรรค์ชอบมากที่สุดคือเรื่อง “ทรายหลงศร” เหตุที่ชอบมากเป็นพิเศษ เธอบอกด้วยความภาคภูมิใจว่า... “นวนิยายของป้าเป็นแบบพ่อแง่แม่งอนทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้มันหวาน กุ๊กกิ๊กกว่าทุกเรื่อง  ถูกใจคนเขียน” สำหรับครูทางการประพันธ์ที่ชอุ่ม ปัญจพรรค์ให้ความเคารพและถือว่าเป็นปูชนียบุคคล รวมทั้งครูผู้ให้โอกาสก็คือ...               

“อรวรรณกับน้อยชลานุเคราะห์ ถือว่าเป็นครูทางการประพันธ์  ท่านเป็นนักเขียน ที่เป็นแบบอย่างที่ดี  ทำให้ได้เป็นนักเขียน ส่วนผู้ที่ให้โอกาสคือ อาจารย์คุณนิลวรรณ ปิ่นทองกับคุณจำนง  รังสิกุล ยังคิดถึงและเคารพเสมอ”

นอกจากความสามารถในการเขียนหนังสือแล้ว ชอุ่ม ปัญจพรรค์ ยังมีความสามารถในการแต่งเพลงไว้มากมายเกือบ 300 เพลง จึงได้รับยกย่องว่าเป็น “คีตกวี” ได้แก่ ข้องจิต รักเอาบุญ สำคัญที่ใจ หนึ่งในดวงใจ รักเพียงใจ  ฝากลมจูบ หน้าที่เด็ก ฯลฯ สำหรับเพลง “ปิ่นหทัย”เป็นเพลงประจำโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

เกียรติคุณที่ชอุ่ม ปัญจพรรค์ได้รับเป็นบำเหน็จชีวิตของการเป็นนักเขียนก็คือ ได้รับรางวัลนราธิป จากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย ซึ่งตั้งรางวัลนี้ขึ้นเป็นปีที่ 2 เพื่อเป็นการยกย่องและเชิดชู เมื่อปี 2546

ราชินีเรื่องโรมานซ์ในอดีต-ชอุ่ม ปัญจพรรค์ จากไปเมื่อปี 2556 ด้วยโรคชราด้วยวัย 91 ปี 9 เดือน ฝากผลงานนวนิยายเรื่องสุดท้าย“คุณนายภูธร”ลงพิมพ์ในนิตยสารกุลสตรีเมื่อกลางปี 2545  ซึ่งเป็นเรื่องสมจริงเรื่องแรก เป็นชีวิตของแม่ที่ได้พบกับพ่อจนได้แต่งงานกัน ไม่ใช่เรื่องพาฝันเหมือนที่ผ่านมา

ชอุ่ม  ปัญจพรรค์เขียนนวนิยายไว้ประมาณ 40  เรื่องได้แก่ ทัดดาว บุษยา สร้อยฟ้าขายตัว เมียสั่งทางพ.ก.ง. โศรดาพลัดถิ่น  เมียนอกกฎหมาย  ทรายหลงศร  สู่ปฐพี  มารพิสมัย  มัสลินยอดรัก  เกสรบัวหลวง  เมียบำเรอ  เมียมืด  เมียขายฝาก  ตะวันรอน  บ้านนอกเข้ากรุง  บ้านบุษยา  ดอกแก้วไพรำ  หลานสาวนายพล  สาวใช้คนสวย  ป่านสวาท  หัวใจหิน  กลีบกุหลาบ  เป็นต้น
 
นวนิยายแทบทุกเรื่องล้วนได้รับความนิยม ดังมากน้อยต่างกันไป ส่วนเรื่อง “หัวใจหิน”กับ “กลีบกุหลาบ”  ไม่ได้พิมพ์รวมเล่ม “ป้าชอุ่ม”บอกว่าเรื่องแรกยาวมาก ยาวถึง 90  ตอน แต่เป็นเรื่องที่ชอบมาก ส่วนรวมเรื่องสั้นมี 2 เล่มคือ ช่อฟ้ากับมณีหยาดฟ้า

.




.


ที่มา : ครูชอุ่ม ปัญจพรรค์
https://www.facebook.com/100044739000097/posts/ครูชอุ่ม-ปัญจพรรค์ชอุ่มเกิดที่อำเภอบางปลาม้า-จังหวัดสุพรรณบุรี-เป็นบุตรสาวคนโตขอ/948028640031761/

.




100
ครูชอุ่ม ปัญจพรรค์


ชอุ่ม ปัญจพรรค์ หรือ ชอุ่ม แย้มงาม (10 ธันวาคม พ.ศ. 2464 - 28 กันยายน พ.ศ. 2556) นักเขียน นักแต่งเพลงชาวไทย ได้รับการเชิดชูเกียรติรางวัลนราธิป ประจำปี 2546


ชีวิตตอนต้น

ชอุ่มเกิดที่ อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรสาวคนโตของขุนปัญจพรรค์พิบูล อดีตข้าหลวงจังหวัด (ผู้ว่าราชการ) จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดนครปฐม จังหวัดพังงาและจังหวัดตราด กับกระแส ปัญจพรรค์ (สกุลเดิม โกมารทัต) เป็นพี่สาวของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ (ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2534) โดยมีพี่น้องร่วมท้อง 4 คน ได้แก่

ชลอ ปัญจพรรค์
ลัดดา ปัญจพรรค์
อาจินต์ ปัญจพรรค์
วัฒนา คชรัตน์

จบการศึกษาชั้นต้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี และนครปฐม ศึกษาชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่นที่ 1 เลขประจำตัวที่ 1 แล้วเข้าศึกษาต่อในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นอักษรศาสตรบัณฑิต รุ่นที่ 11


การทำงาน

รับราชการที่กรมโฆษณาการ ทำงานในแผนกและกองต่าง ๆ เช่น กองกระจายเสียงวิทยุแห่งประเทศไทย แผนกนิตยสารและห้องสมุด, บรรณาธิการหนังสือโฆษณาสาร, หัวหน้าคณะละครวิทยุ คณะโฆษณาสาร และคณะวัฒนธรรมบันเทิง รวมทั้งแต่งบทละครและเพลงประกอบเรื่องให้คณะสุนทราภรณ์

เขียนเรื่องสั้นเป็นงานอดิเรกขณะทำงานอยู่ที่กองกระจายเสียงวิทยุแห่งประเทศไทย จำนง รังสิกุล ซึ่งทำงานอยู่อีกแผนกหนึ่งได้พบเรื่องสั้นที่เขียนเก็บใส่แฟ้มไว้ จึงได้นำผลงานเรื่องสั้นชื่อ “ฉันกับกามเทพ” ส่งให้ นิลวรรณ ปิ่นทอง บรรณาธิการนิตยสารสตรีสารอ่าน ปรากฏว่าได้ลงตีพิมพ์เป็นเรื่องแรกในชีวิตและเริ่มงานเขียนเป็นอาชีพตั้งแต่นั้น

ละครวิทยุ ละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ที่สร้างจากผลงานเขียน/นวนิยายที่มีชื่อเสียง เช่น "ทัดดาวบุษยา" "บ้านนอกเข้ากรุง" "เมียนอกกฎหมาย" "มารพิศมัย" "สร้อยฟ้าขายตัว" นอกจากนี้ยังมีผลงานคำร้อง เพลงข้องจิต หนึ่งในดวงใจ ช่อรักซ้อน วิมานใยบัว รักเอาบุญ ดอกพุดตาน สำคัญที่ใจ ฝากลมวอน เกิดเป็นคน แผ่นดินทอง หน้าที่ของเด็ก (เด็กเอ๋ยเด็กดี) เป็นต้น


ชีวิตส่วนตัว

ชอุ่มสมรสกับจำโนทย์ แย้มงาม ไม่มีบุตรด้วยกัน

ชอุ่มถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา เมื่อเวลาประมาณ 1 นาฬิกา ของวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556 สิริอายุ 91 ปี โดยหน้าที่สุดท้ายคือทำงานที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เป็นกรรมการเซ็นเซอร์ของสถานี


ความภูมิใจ

การยกย่องเชิดชูเกียรติ จากสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย รับรางวัลนราธิป ประจำปี 2546


เกร็ด

นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่นที่ 1 เลขประจำตัว 1

ผู้ประพันธ์เพลงปิ่นหทัย เพลงประจำโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา

.


ที่มา : ชอุ่ม ปัญจพรรค์
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B9%88%E0%B8%A1_%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B9%8C

.




Pages: 1 ... 8 9 [10]
SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.05 seconds with 12 queries.