91
ผนังเก่าเล่าเรื่อง / พระชัยวัฒน์ รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
« Last post by ppsan on 17 February 2026, 10:36:27 »พระชัยวัฒน์ รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
พระชัยวัฒน์ รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕

.
Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
4 มกราคม
·
พระชัยวัฒน์
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระราชทานให้พระเจ้าลูกยาเธอและพระเจ้าลูกเธอ (สมบัติของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางเดชาวุธ กรมขุนนครราชสีมา)
______________
เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระชัย ๒ องค์ องค์หนึ่งมีขนาดเล็กเรียกว่า ‘พระชัยหลังช้าง’ สันนิษฐานว่าสร้างครั้งยังไม่เสวยราชสมบัติ สำหรับขึ้นหลังช้างไปทำสงคราม “...อันการไปทัพจับศึกจะต้องมีพระชัยไปเปนเครื่องราง ใคร ๆ ซึ่งมีหน้าที่ไปทัพก็มีพระชัยกันทังนั้น ดังเช่นฉันเคยเล่าให้ท่านฟังว่า เอาพระชัยห่อผ้าขาวม้าผูกคอทนายนำไป..” อีกองค์หนึ่งมีขนาดใหญ่เรียกว่า ‘พระชัยประจำรัชกาล’ องค์เป็นเงินฐานเป็นทองทั้งสององค์
ในรัชกาลที่ ๒ มีการสร้างพระชัยองค์หนึ่ง มีขนาดใหญ่กว่ารัชกาลก่อน อันเป็นพระชัยประจำรัชกาล บางครั้งเรียกว่าพระชัยวัฒน์ ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ ได้สร้างพระชัยประจำรัชกาล ซึ่งทำผ้าห่มลงยาและมีขนาดเล็กลงจากเดิมมาก
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงตั้งข้อสังเกตไว้ว่า “...ทีหลังได้ไปเหนในหอพระสุลาลัยพิมาน (หรือที่เรียกกันโดยสามัญว่าหอพระเจ้า) มีพระชัยขนาดเดียวกันอยู่มาก ทำต่าง ๆ กัน เปนเงินก็มี เปนทองก็มี เปนไม้ก็มี ทำไว้ทำไมมากมายก็ไม่ทราบ ...เรียกว่าพระชัยนั้นก็คิดว่าพระมารวิชัยนั่นเอง แต่ทำพระหัตถ์ซ้ายซึ่งเปนอาการทรงสมาธิให้ตะแคงเป็นถือตาลปัตร ถือทำไมไม่ทราบ ตาลปัตรนั้นก็เปนยศด้วย ถ้าเปนพระหลวงแล้วถือพัดแฉก”
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีการสร้างพระชัยประจำรัชกาลที่มีขนาดเล็กลงกว่ารัชกาลที่ ๓ ซึ่งมีฐานต่างจากเดิมและจารึกอักษร โดยพระองค์เจ้าประดิษฐวรการได้สร้างจากแนวคิดหน้าตัก ๕ นิ้ว ตามลำดับของวันพฤหัสบดีอันเป็นวันประสูติ
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระชัยประจำรัชกาลตามแบบรัชกาลที่ ๔ แต่ทรงพระราชปรารภว่าพระองค์ประสูติวันอังคาร มีขนาดหน้าตัก ๓ นิ้ว จะมีขนาดเล็กเกินไป จึงสร้างให้มีขนาดหน้าตัก ๘ นิ้ว เท่ากับกำลังวันอังคาร และมีขนาดใหญ่เท่ากับครั้งรัชกาลที่ ๑-๒
ทั้งนี้ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ยังมีการสร้างพระชัยวัฒน์ขนาดเล็กอีกหลายครั้ง แต่จำนวนไม่มากนัก เมื่อจุลศักราช ๑๒๔๖ (พ.ศ.๒๔๒๘) มีการตั้งโรงพิธีหล่อหน้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม สำหรับเททองคำหล่อพระชัยวัฒน์ ๕๕ องค์ และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตลับทองคำลงยารูปดวงตราประทุมพร้อมกับสร้อยพระศอ พระราชทานให้พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ พระองค์เจ้าประวิชวัฒโนดม และพระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช ซึ่งจะเสด็จไปเรียนศิลปศาสตร์ ณ ประเทศยุโรปเป็นครั้งแรก
“...เรื่องเดิมของพระไชยวัฒนทองคำองค์เล็กนี้ เดิมจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้พระเจ้าลูกเธอ ๔ พระองค์ เสด็จออกไปเรียนวิชาในเมืองอังกฤษ ซึ่งเปนหนทางไกลนั้น ที่เนื่องในพระพุทธสาสนาให้ทรงไว้เปนเครื่องรฦกบูชา ในเวลาที่ต้องเสดจไปจากสยามประเทศช้านาน ครั้นจะโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระพุทธรูปฤาสิ่งใดที่มีอยู่แล้ว ในหอหลวงก็ล้วนแต่เปนของโตใหญ่เปนการลำบากที่นำไปนำมาทุกสิ่งทุกอย่าง จึ่งทรงพระราชดำริห์ที่จะทรงหล่อพระพุทธรูป อย่างที่เรียกว่าพระไชยวัฒนองค์หนึ่ง ทองคำหนัก ๑ เฟื้อง...”
ภายหลังได้พระราชทานพระชัยวัฒน์ทองคำขนาดเล็ก จำนวน ๕๕ องค์นั้น ให้พระราชโอรสและพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ทั้งนี้ยังมีข้อกำหนดคล้ายคลึงกับการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หากบุคคลนั้นเสียชีวิตจะต้องส่งคืนกลับไป
“...บันดาผู้ที่ได้รับพระราชทานไชยวัฒนไปแล้วนี้ ถ้าไม่มีตัวลงแล้ว ถ้ามีบุตรที่สมควรจะรักษาได้ก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เปนที่รฦกบูชาสืบไป แต่ต้องนำกลับมาทูลเกล้าฯ ถวายให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรมราโชวาท แลพระราชทานต่อพระหัถด้วย ...เมื่อผู้ใดได้รับพระราชทานพระไชยวัฒนแล้ว ก็ได้รับพระราชทานตลับแลสายสร้อยด้วย”
เว้นแต่กรณีมีบุตร/ทายาทที่เห็นสมควรได้รับพระราชทานสืบต่อจากบิดา อาทิ เมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์สิ้นพระชนม์แล้วนั้น ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแด่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงษ์ ไว้เป็นที่ระลึกต่อไป ด้วยข้อจำกัดนี้ทำให้ไม่ปรากฏพระชัยวัฒน์ทองคำดังกล่าวให้เห็น
เมื่อวันที่ ๑๙-๒๓ สิงหาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๒ (พ.ศ.๒๕๓๖) มีการสร้างพระชัยวัฒน์ขนาดเล็กอีกครั้ง โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระราชพิธีหล่อพระชัยวัฒน์ ณ วัดนิเวศธรรมประวัติ ครั้งนั้นได้เททองหล่อ “...พระไชยเนาวโลหองค์ใหญ่ ๑ พระไชยเนาวโลหองค์เล็ก ๑ ไชยวัฒน์องค์เล็กหล่อด้วย ๒๕ องค์ พระพุทธรูปประจำพระชนม์พรรษาปีนี้องค์ ๑” ถือเป็นพระพุทธรูปขนาดเล็กหล่อจากเนื้อเนาวโลหะ มีความแตกต่างจากครั้งก่อนหน้าที่หล่อจากทองคำ
ครั้นวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๓ (พ.ศ.๒๕๓๗) โปรดเกล้าฯ ให้จัดการฉลองพระชัยวัฒน์ ๒๖ องค์ ที่ได้หล่อขึ้นยังพระราชวังบางปะอินนั้น ภายในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย โดยมีพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส พร้อมกับพระสงฆ์ ๒๖ รูป เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้น “...แล้วพระราชทานพระไชยวัฒน์แก่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ แลพระเจ้าลูกเธอพระองค์ละองค์”
เข้าใจว่าพระชัยวัฒน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางเดชาวุธ กรมขุนนครราชสีมา ซึ่งเก็บไว้ในห้องมหัคฆภัณฑ์ (ห้องนิรภัย) ภายในคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คงได้รับพระราชทานมาในครั้งนี้ด้วย
โดยมีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระรัศมีทรงกรวย ไม่มีอุษณีษะ พระเกศาเป็นวงกลม พระพักตร์กลม พระขนงโก่ง พระนาสิกเป็นสัน พระเนตรเหลือบต่ำ แย้มพระโอษฐ์ ครองจีวรห่มเฉียงตามแบบพระราชนิยม พระหัตถ์ขวาวางคว่ำเหนือพระชานุ พระหัตถ์ซ้ายถือพัดยศแบบพัดแฉกยอดแหลมลงยาประดับเพชร ประทับขัดสมาธิเพชรบนฐานบัวรองรับด้วยฐานหน้ากระดานแปดเหลี่ยม พร้อมกับฉัตรทองคำดุนลายประจำยามห้าชั้น (สามารถแยกได้ ๓ ส่วน คือ องค์พระ ตาลปัตร และฉัตรทองคำ)
ทั้งนี้มีหลักฐานในราชกิจจานุเบกษาเรื่องการสมโภชพระชัยวัฒน์องค์นี้เป็นครั้งที่สอง ด้วยเหตุบางประการ เมื่อวันที่ ๗-๘ มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๗ (พ.ศ.๒๔๕๑) “...สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครราชสีมา จะได้ทรงบำเพ็ญพระกุศลสมโภชพระไชยเนาวโลหองค์เล็ก ที่ได้รับพระราชทานไว้สำหรับพระองค์ ซึ่งต้องเพลิงไหม้ไม่เปนอันตราย ที่พระตำหนักที่ประทับสวนกุหลาบวังสวนดุสิต”
การนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมกับพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จไปในการสมโภชพระชัยวัฒน์เนาวโลหะองค์เล็กด้วย โดยมีพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวชิรญาณวโรรสเป็นประธาน พร้อมพระสงฆ์ ๗ รูป เจริญพระพุทธมนต์ “เมื่อเสร็จการเสวยแล้วประทับทอดพระเนตรลครของพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงษ์ ซึ่งหามาเล่นในวันนั้น...” และ “รุ่งขึ้นวันที่ ๘ มีนาคม เวลาเช้า ...เจ้าพนักงานได้ตั้งบายศรี แก้ว เงิน ทอง เวียนเทียนสมโภชพระไชยเนาวโลห มีประโคมแตรสังข์กลองแขกพิณพาทย์ตามธรรมเนียม...”
ด้วยเหตุนี้ “พระชัยวัฒน์เนาวโลหะ”นี้ จึงเป็นโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและขนาดของพระชัยวัฒน์ในรัชกาลที่ ๕ พร้อมกับข้อพิสูจน์ถึงพุทธานุภาพที่ “ต้องเพลิงไหม้ไม่เปนอันตราย” นับว่าเป็นสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลยิ่ง
.
.
*** พระชัยวัฒน์นั้น เดิมเรียกว่า "พระไชย" มีความหมายคือชัยชนะ ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินไปในสถานที่ต่างๆ ภายหลังคำเรียกเปลี่ยนเป็น “พระชัยวัฒน์” สื่อถึงมีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป
.
เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุธศักราช ๒๕๖๙ #มะเมียนักษัตร ขออำนาจคุณพระศร๊รัตนตรัยบันดาลพรให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัย และมีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป
.
อ้างอิง #พระชัยนวโลหะ
นริศรานุวัดติวงศ์, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา, และ อนุมานราชธน (ยง), พระยา. บันทึกความรู้ต่างๆ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช. ๒๕๐๖.
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. จดหมายเหตุพระราชกิจรายวันในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาค ๑๙. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์พระจันทร์. ๒๔๘๔.
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔ ตอนที่ ๒๓ หน้า ๑๘๒ เรื่อง ข่าวพระราชทานพระไชยวัฒนทองคำองค์เล็ก [ในการฉลองพระประจำพระชนม์พรรษา] วันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ.๒๔๓๐.
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐ ตอนที่ ๒๒ หน้า ๒๕๕ เรื่อง การพระราชพิธีหล่อพระไชยวัฒน์ วันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๓๖.
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๒๕ ตอนที่ ๒๕ หน้า ๑๔๕๙ เรื่อง ข่าวเสด็จพระราชดำเนินในการสมโภชพระไชยเนาวโลหองค์เล็กของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครราชสีมา วันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๑.
.
.
พระชัยวัฒน์ รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕

.
.
Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราโชวาทแก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานพระชัยวัฒน์ ๓ ข้อ “...(๑) หนึ่งว่าให้ตั้งพระทัยคิดที่จะทำนุบำรุงพระพุทธสาศนาให้ถาวรเป็นนิจกาลและให้ยิ่งขึ้นไป (๒) ข้อหนึ่งว่าให้ตั้งพระทัยซื่อสัตย์สุจริตต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทพระเจ้าอยู่หัวโดยความสวามิภักดิ์ (๓) ข้อหนึ่งให้ตั้งพระทัยทำนุบำรุงรักษาพระราชอาณาจักร์และราษฎรในบ้านเมืองของตนให้เจริญยิ่งขึ้นไป"

.
.
ที่มา : พระชัยวัฒน์ รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
https://www.facebook.com/photo?fbid=1307987068031273&set=a.305048988325091&locale=th_TH
Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
https://www.facebook.com/centralstorageofnationalmuseums?locale=th_TH
.
พระชัยวัฒน์ รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕

.
Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
4 มกราคม
·
พระชัยวัฒน์
รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระราชทานให้พระเจ้าลูกยาเธอและพระเจ้าลูกเธอ (สมบัติของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางเดชาวุธ กรมขุนนครราชสีมา)
______________
เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระชัย ๒ องค์ องค์หนึ่งมีขนาดเล็กเรียกว่า ‘พระชัยหลังช้าง’ สันนิษฐานว่าสร้างครั้งยังไม่เสวยราชสมบัติ สำหรับขึ้นหลังช้างไปทำสงคราม “...อันการไปทัพจับศึกจะต้องมีพระชัยไปเปนเครื่องราง ใคร ๆ ซึ่งมีหน้าที่ไปทัพก็มีพระชัยกันทังนั้น ดังเช่นฉันเคยเล่าให้ท่านฟังว่า เอาพระชัยห่อผ้าขาวม้าผูกคอทนายนำไป..” อีกองค์หนึ่งมีขนาดใหญ่เรียกว่า ‘พระชัยประจำรัชกาล’ องค์เป็นเงินฐานเป็นทองทั้งสององค์
ในรัชกาลที่ ๒ มีการสร้างพระชัยองค์หนึ่ง มีขนาดใหญ่กว่ารัชกาลก่อน อันเป็นพระชัยประจำรัชกาล บางครั้งเรียกว่าพระชัยวัฒน์ ต่อมาในรัชกาลที่ ๓ ได้สร้างพระชัยประจำรัชกาล ซึ่งทำผ้าห่มลงยาและมีขนาดเล็กลงจากเดิมมาก
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงตั้งข้อสังเกตไว้ว่า “...ทีหลังได้ไปเหนในหอพระสุลาลัยพิมาน (หรือที่เรียกกันโดยสามัญว่าหอพระเจ้า) มีพระชัยขนาดเดียวกันอยู่มาก ทำต่าง ๆ กัน เปนเงินก็มี เปนทองก็มี เปนไม้ก็มี ทำไว้ทำไมมากมายก็ไม่ทราบ ...เรียกว่าพระชัยนั้นก็คิดว่าพระมารวิชัยนั่นเอง แต่ทำพระหัตถ์ซ้ายซึ่งเปนอาการทรงสมาธิให้ตะแคงเป็นถือตาลปัตร ถือทำไมไม่ทราบ ตาลปัตรนั้นก็เปนยศด้วย ถ้าเปนพระหลวงแล้วถือพัดแฉก”
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีการสร้างพระชัยประจำรัชกาลที่มีขนาดเล็กลงกว่ารัชกาลที่ ๓ ซึ่งมีฐานต่างจากเดิมและจารึกอักษร โดยพระองค์เจ้าประดิษฐวรการได้สร้างจากแนวคิดหน้าตัก ๕ นิ้ว ตามลำดับของวันพฤหัสบดีอันเป็นวันประสูติ
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสร้างพระชัยประจำรัชกาลตามแบบรัชกาลที่ ๔ แต่ทรงพระราชปรารภว่าพระองค์ประสูติวันอังคาร มีขนาดหน้าตัก ๓ นิ้ว จะมีขนาดเล็กเกินไป จึงสร้างให้มีขนาดหน้าตัก ๘ นิ้ว เท่ากับกำลังวันอังคาร และมีขนาดใหญ่เท่ากับครั้งรัชกาลที่ ๑-๒
ทั้งนี้ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ยังมีการสร้างพระชัยวัฒน์ขนาดเล็กอีกหลายครั้ง แต่จำนวนไม่มากนัก เมื่อจุลศักราช ๑๒๔๖ (พ.ศ.๒๔๒๘) มีการตั้งโรงพิธีหล่อหน้าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม สำหรับเททองคำหล่อพระชัยวัฒน์ ๕๕ องค์ และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตลับทองคำลงยารูปดวงตราประทุมพร้อมกับสร้อยพระศอ พระราชทานให้พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ พระองค์เจ้าประวิชวัฒโนดม และพระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช ซึ่งจะเสด็จไปเรียนศิลปศาสตร์ ณ ประเทศยุโรปเป็นครั้งแรก
“...เรื่องเดิมของพระไชยวัฒนทองคำองค์เล็กนี้ เดิมจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้พระเจ้าลูกเธอ ๔ พระองค์ เสด็จออกไปเรียนวิชาในเมืองอังกฤษ ซึ่งเปนหนทางไกลนั้น ที่เนื่องในพระพุทธสาสนาให้ทรงไว้เปนเครื่องรฦกบูชา ในเวลาที่ต้องเสดจไปจากสยามประเทศช้านาน ครั้นจะโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระพุทธรูปฤาสิ่งใดที่มีอยู่แล้ว ในหอหลวงก็ล้วนแต่เปนของโตใหญ่เปนการลำบากที่นำไปนำมาทุกสิ่งทุกอย่าง จึ่งทรงพระราชดำริห์ที่จะทรงหล่อพระพุทธรูป อย่างที่เรียกว่าพระไชยวัฒนองค์หนึ่ง ทองคำหนัก ๑ เฟื้อง...”
ภายหลังได้พระราชทานพระชัยวัฒน์ทองคำขนาดเล็ก จำนวน ๕๕ องค์นั้น ให้พระราชโอรสและพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ทั้งนี้ยังมีข้อกำหนดคล้ายคลึงกับการได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หากบุคคลนั้นเสียชีวิตจะต้องส่งคืนกลับไป
“...บันดาผู้ที่ได้รับพระราชทานไชยวัฒนไปแล้วนี้ ถ้าไม่มีตัวลงแล้ว ถ้ามีบุตรที่สมควรจะรักษาได้ก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้เปนที่รฦกบูชาสืบไป แต่ต้องนำกลับมาทูลเกล้าฯ ถวายให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรมราโชวาท แลพระราชทานต่อพระหัถด้วย ...เมื่อผู้ใดได้รับพระราชทานพระไชยวัฒนแล้ว ก็ได้รับพระราชทานตลับแลสายสร้อยด้วย”
เว้นแต่กรณีมีบุตร/ทายาทที่เห็นสมควรได้รับพระราชทานสืบต่อจากบิดา อาทิ เมื่อสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมสมเด็จพระบำราบปรปักษ์สิ้นพระชนม์แล้วนั้น ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแด่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าขจรจรัสวงษ์ ไว้เป็นที่ระลึกต่อไป ด้วยข้อจำกัดนี้ทำให้ไม่ปรากฏพระชัยวัฒน์ทองคำดังกล่าวให้เห็น
เมื่อวันที่ ๑๙-๒๓ สิงหาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๒ (พ.ศ.๒๕๓๖) มีการสร้างพระชัยวัฒน์ขนาดเล็กอีกครั้ง โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระราชพิธีหล่อพระชัยวัฒน์ ณ วัดนิเวศธรรมประวัติ ครั้งนั้นได้เททองหล่อ “...พระไชยเนาวโลหองค์ใหญ่ ๑ พระไชยเนาวโลหองค์เล็ก ๑ ไชยวัฒน์องค์เล็กหล่อด้วย ๒๕ องค์ พระพุทธรูปประจำพระชนม์พรรษาปีนี้องค์ ๑” ถือเป็นพระพุทธรูปขนาดเล็กหล่อจากเนื้อเนาวโลหะ มีความแตกต่างจากครั้งก่อนหน้าที่หล่อจากทองคำ
ครั้นวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน รัตนโกสินทร์ศก ๑๑๓ (พ.ศ.๒๕๓๗) โปรดเกล้าฯ ให้จัดการฉลองพระชัยวัฒน์ ๒๖ องค์ ที่ได้หล่อขึ้นยังพระราชวังบางปะอินนั้น ภายในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย โดยมีพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส พร้อมกับพระสงฆ์ ๒๖ รูป เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้น “...แล้วพระราชทานพระไชยวัฒน์แก่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ แลพระเจ้าลูกเธอพระองค์ละองค์”
เข้าใจว่าพระชัยวัฒน์ของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าอัษฎางเดชาวุธ กรมขุนนครราชสีมา ซึ่งเก็บไว้ในห้องมหัคฆภัณฑ์ (ห้องนิรภัย) ภายในคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ คงได้รับพระราชทานมาในครั้งนี้ด้วย
โดยมีลักษณะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย พระรัศมีทรงกรวย ไม่มีอุษณีษะ พระเกศาเป็นวงกลม พระพักตร์กลม พระขนงโก่ง พระนาสิกเป็นสัน พระเนตรเหลือบต่ำ แย้มพระโอษฐ์ ครองจีวรห่มเฉียงตามแบบพระราชนิยม พระหัตถ์ขวาวางคว่ำเหนือพระชานุ พระหัตถ์ซ้ายถือพัดยศแบบพัดแฉกยอดแหลมลงยาประดับเพชร ประทับขัดสมาธิเพชรบนฐานบัวรองรับด้วยฐานหน้ากระดานแปดเหลี่ยม พร้อมกับฉัตรทองคำดุนลายประจำยามห้าชั้น (สามารถแยกได้ ๓ ส่วน คือ องค์พระ ตาลปัตร และฉัตรทองคำ)
ทั้งนี้มีหลักฐานในราชกิจจานุเบกษาเรื่องการสมโภชพระชัยวัฒน์องค์นี้เป็นครั้งที่สอง ด้วยเหตุบางประการ เมื่อวันที่ ๗-๘ มีนาคม รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๗ (พ.ศ.๒๔๕๑) “...สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครราชสีมา จะได้ทรงบำเพ็ญพระกุศลสมโภชพระไชยเนาวโลหองค์เล็ก ที่ได้รับพระราชทานไว้สำหรับพระองค์ ซึ่งต้องเพลิงไหม้ไม่เปนอันตราย ที่พระตำหนักที่ประทับสวนกุหลาบวังสวนดุสิต”
การนี้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมกับพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จไปในการสมโภชพระชัยวัฒน์เนาวโลหะองค์เล็กด้วย โดยมีพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวชิรญาณวโรรสเป็นประธาน พร้อมพระสงฆ์ ๗ รูป เจริญพระพุทธมนต์ “เมื่อเสร็จการเสวยแล้วประทับทอดพระเนตรลครของพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงษ์ ซึ่งหามาเล่นในวันนั้น...” และ “รุ่งขึ้นวันที่ ๘ มีนาคม เวลาเช้า ...เจ้าพนักงานได้ตั้งบายศรี แก้ว เงิน ทอง เวียนเทียนสมโภชพระไชยเนาวโลห มีประโคมแตรสังข์กลองแขกพิณพาทย์ตามธรรมเนียม...”
ด้วยเหตุนี้ “พระชัยวัฒน์เนาวโลหะ”นี้ จึงเป็นโบราณวัตถุชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบและขนาดของพระชัยวัฒน์ในรัชกาลที่ ๕ พร้อมกับข้อพิสูจน์ถึงพุทธานุภาพที่ “ต้องเพลิงไหม้ไม่เปนอันตราย” นับว่าเป็นสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลยิ่ง
.
.
*** พระชัยวัฒน์นั้น เดิมเรียกว่า "พระไชย" มีความหมายคือชัยชนะ ใช้ในการเสด็จพระราชดำเนินไปในสถานที่ต่างๆ ภายหลังคำเรียกเปลี่ยนเป็น “พระชัยวัฒน์” สื่อถึงมีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป
.
เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พุธศักราช ๒๕๖๙ #มะเมียนักษัตร ขออำนาจคุณพระศร๊รัตนตรัยบันดาลพรให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย มีสุขภาพแข็งแรง ปราศจากโรคภัย และมีความเจริญรุ่งเรืองสืบไป
.
อ้างอิง #พระชัยนวโลหะ
นริศรานุวัดติวงศ์, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา, และ อนุมานราชธน (ยง), พระยา. บันทึกความรู้ต่างๆ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช. ๒๕๐๖.
จุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. จดหมายเหตุพระราชกิจรายวันในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาค ๑๙. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์พระจันทร์. ๒๔๘๔.
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๔ ตอนที่ ๒๓ หน้า ๑๘๒ เรื่อง ข่าวพระราชทานพระไชยวัฒนทองคำองค์เล็ก [ในการฉลองพระประจำพระชนม์พรรษา] วันที่ ๑๕ กันยายน พ.ศ.๒๔๓๐.
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐ ตอนที่ ๒๒ หน้า ๒๕๕ เรื่อง การพระราชพิธีหล่อพระไชยวัฒน์ วันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๓๖.
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๒๕ ตอนที่ ๒๕ หน้า ๑๔๕๙ เรื่อง ข่าวเสด็จพระราชดำเนินในการสมโภชพระไชยเนาวโลหองค์เล็กของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนครราชสีมา วันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ.๒๔๕๑.
.
.
พระชัยวัฒน์ รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕

.
.
Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราโชวาทแก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานพระชัยวัฒน์ ๓ ข้อ “...(๑) หนึ่งว่าให้ตั้งพระทัยคิดที่จะทำนุบำรุงพระพุทธสาศนาให้ถาวรเป็นนิจกาลและให้ยิ่งขึ้นไป (๒) ข้อหนึ่งว่าให้ตั้งพระทัยซื่อสัตย์สุจริตต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทพระเจ้าอยู่หัวโดยความสวามิภักดิ์ (๓) ข้อหนึ่งให้ตั้งพระทัยทำนุบำรุงรักษาพระราชอาณาจักร์และราษฎรในบ้านเมืองของตนให้เจริญยิ่งขึ้นไป"

.
.
ที่มา : พระชัยวัฒน์ รัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
https://www.facebook.com/photo?fbid=1307987068031273&set=a.305048988325091&locale=th_TH
Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
https://www.facebook.com/centralstorageofnationalmuseums?locale=th_TH
.






Recent Posts


























































































