Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ... | Recent Posts
91
« Last post by ppsan on 24 October 2026, 20:58:12 »
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep3/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 3
เจ๊โดมคิดแผนวิธีทำให้พันธิตยอมรับบัวบุหงาทำงานในกองถ่ายต่อ...หลังเลิกกอง ทุกคนปรบมือเฮแยกย้ายกันเก็บของ ทันใดมีเสียงฉิ่งฉาบกลองดังขึ้น เจ๊โดมนำทีมกะเทยช่างแต่งหน้าและคอสตูม ห่มสไบ รำเข้ามาอย่างสวยงาม ตามด้วยบัวบุหงาถือพานธูปเทียนมาวางหน้าพันธิต เธอกล่าวขอขมาที่ต่อยเขา ขอโอกาสกลับเข้ามาทำงานหน้าที่เดิม ทุกคนเชียร์ให้พันธิตยกโทษให้ เขารับพานแล้วแกล้งให้บัวบุหงาพูดคำขอโทษหวานๆ ดังๆหลายรอบ ผู้กำกับเข้ามาตบไหล่พันธิตเบาๆ “คุณพันธิตนี่เป็นผู้อำนวยการสร้างที่สนิทกับพวกเรามากที่สุด ตั้งแต่เคยมีมาเลย”
พันธิตหัวเราะรับแล้วเดินออกไป บัวบุหงาเจ็บใจที่โดนแกล้งไม่เลิก เจ๊โดมสะกิดเตือนว่าง้อเขาอยู่อย่าทำปากดี เธอจึงฮึดฮัดเข่นเขี้ยวจะเอาคืนให้ได้...พอออกมาที่รถ เห็นพันธิตยืนพูดโทรศัพท์ แล้วสตาร์ตรถแต่ไม่ติด ออกมาก้มๆเงยๆที่หน้ากระโปรงรถ จึงเข้ามาถามว่า รถเป็นอะไร เขาตอบกวนๆ บอกไปก็ซ่อมไม่ได้ หญิงสาวหมั่นไส้จึงเดินกลับไม่สนใจ
พันธิตเห็นเธอมีมอเตอร์ไซค์จึงขอให้ไปส่งที่สนามบิน บัวบุหงาชั่งใจก่อนจะหยิบหมวกกันน็อกใต้เบาะ ส่งให้ พันธิตจดๆจ้องๆคิดถึงวัยเด็กที่เคยหล่นจากรถมอเตอร์ไซค์ของพ่อ แถมเพื่อนเกย์ของพ่อหัวเราะชอบใจ ทำให้ทั้งเจ็บและอายฝังใจ...บัวบุหงาเห็นท่าทางเขากลัวๆ ก็สบโอกาสเอาคืน แกล้งขี่รถเร็วจนเขากอดเอวเอาหน้าแนบแผ่นหลังเธอแน่น จนถึงจุดหมายเขาก็ยังนิ่งเหมือนคนหลับ เธอหยิกที่มือเขา ชายหนุ่มสะดุ้งลงจากรถ ปัดทรงผมให้เข้าที่กล่าวตำหนิ
“ขอบใจ...ทีหลังเรียกดีๆก็ได้ยัยทอม”
“นายว่าใครทอม กลับมานี่เลยนะ” บัวบุหงาโกรธจอดรถวิ่งตามเขาไปจะเอาเรื่อง แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นเขากอดกับชายคนหนึ่งแนบแน่น บัวบุหงารีบบันทึกภาพนั้นไว้ ในใจรู้สึกหวิวๆ ถอยกลับไปขึ้นรถตัวเองแล้วขี่ออกไป
วทันยูเพื่อนสนิทที่พันธิตมารับกอดกันพูดคุยหยอกล้ออย่างสนิทสนมพักใหญ่ พันธิตบอกตนมารับแล้ว แต่เขาต้องนั่งแท็กซี่กลับเพราะรถตนเสีย ตนให้ลูกน้องขี่มอเตอร์ไซค์พามาคงต้องกลับกับลูกน้อง แต่พอหันมา บัวบุหงาหายไปแล้ว วทันยูมองตามอย่างงงๆ
บัวบุหงาขี่รถมาจอดแถวสวนสาธารณะ รู้สึกหงุดหงิดใจชอบกล พูดกับตัวเองว่าได้หลักฐานแน่ชัดอีกแล้ว ว่าแล้วก็ส่งรูปเข้าไลน์กรุ๊ป แคปชั่นว่า หลักฐานเพิ่ม รับรองตนชนะแน่ พลันมือถือดังขึ้นเป็นชื่อพันธิตโทร.เข้ามา เธอกดตัดสายบ่นเชิญอยู่กันสองคน ไม่อยากเป็นก้าง
พันธิตพาวทันยูมาที่บ้าน วทันยูชื่นชมอรนาฏที่ช่วยลูกชายให้สัมภาษณ์รายการ พันธิตว่านั่นเป็นการสร้างภาพ...อรนาฏเดินลงมาเห็นวทันยูก็ชะงัก ทักทายเหน็บเล็กๆ ไม่เจอกันตั้งนานเรียนจบแล้วหรือ กลับมาทั้งทีน่าจะไปให้พ่อแม่พบเจอบ้าง พันธิตตอบแทนว่าพ่อแม่เขาไม่อยู่ไปยุโรป จึงมาพักที่นี่ก่อนจนกว่าจะกลับ แล้วแกล้งโอบกอดเรียกที่รักพาขึ้นชั้นบนยั่วอรนาฏ
ooooooo
เช้าวันใหม่ พรนางฟ้าลุกขึ้นแต่งตัวแต่งหน้า นึกถึงเรื่องเมื่อวาน ที่พาทีเรียกให้ตามเขาออกไป เขาพาเธอมาบนสะพานข้ามแม่น้ำ ท่าทางเขาเครียดและเสียใจมากที่โดนคนที่ไว้ใจหักหลัง จู่ๆก็ร้องตะโกนลั่นก่อนจะหันมาสวมกอดเธอ พรนางฟ้าอึ้งแต่ก็รับรู้ถึงความเสียใจของเขา สติเขากลับมา เอ่ยถามว่าเขาไว้ใจเธอได้ไหม พาทีผละจากหญิงสาวแล้วยืนนิ่งด้วยมาดนิ่งแบบเดิม เมื่อเธอตอบว่าไว้ใจได้ เขาก็ขอให้เธอเป็นผู้จัดการวงแทนนาเดียร์ พรนางฟ้าแทบไม่เชื่อหูตัวเองเพราะนี่เป็นโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดวงบลูปรินซ์
ขณะกำลังบรรจงทาปาก เสียงปันปันร้องกรี๊ดจนสะดุ้งลิปสติกเกินปากออกไปแทบหัก พรนางฟ้ารีบวิ่งออกจากห้องมาดูน้อง เธอเอาแต่ร้องกรี๊ดๆ สะเทือนใจอย่างมาก ชี้ให้พี่สาวดูเพจในคอม พรนางฟ้ากำลังอ่าน พาทีโทร.เข้ามาย้ำ บททดสอบของเธอกำลังมาถึง
พรนางฟ้าวางสายแล้วถามปันปันว่าเพจนี้หมายความว่าอะไรสรุปให้ฟังที ปันปันอ่านด้วยน้ำเสียงสะอื้น...เขาบอกว่าจุงเบเป็นชาวเขาลืมบ้านเกิด เป็นม้งทิ้งครอบครัว บอกว่าคฑาเป็นผู้ดีลาวตกอับ เคยทำงานในผับใช้หนี้ แล้วยังบอกว่าในวงนี้มีอีแอบอยู่ด้วย ระหว่างที่สองพี่น้องกำลังช็อก ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วซึ่งอยู่ในสภาพบอบช้ำจากการโดนเหล่าแฟนคลับบลูปรินซ์ทำร้ายเมื่อวาน เห็นเพจนี้ก็รีบประชุมกันหาทางช่วย
พรนางฟ้าขับรถมาถึงบ้านพักบลูปรินซ์ เพื่อทำหน้าที่ผู้จัดการวงในนามแองจี้ เห็นทุกคนเครียดจึงปลอบใจให้ทุกคนรับมือกับปัญหานี้ด้วยสติและแบบที่เป็นตัวเรามากที่สุด ทั้งสี่คนไม่เข้าใจว่าทำอย่างไร แองจี้เริ่มด้วยการขอถามทุกคนก่อนว่าตามเพจที่เขาเขียนมาเป็นความจริงหรือไม่ พาทีตอบแทนทุกคนว่า...จริง แองจี้ถามอีก เรื่องอีแอบจริงไหม คราวนี้ทุกคนนิ่งเงียบ...
ในขณะที่นาเดียร์ต้องกลับมาอยู่ห้องเช่าเล็กเท่ารูหนู ท่าทางเธอเครียดตาขวาง นั่งหน้าคอมบ่นว่าใครที่ทำกับบลูปรินซ์เจ้าชายของตน สักพักก็ยิ้มสมน้ำหน้า ในเมื่อตนถูกไล่ออกก็จะแฉความลับทั้งหมดให้ชาวโลกรู้ ทันใดเห็นมีเมนต์ของแอ็กเคาต์เพจบลูปรินซ์ ก็รีบกดอ่าน
“ถึงคุณ น. ถ้ากล้าพอที่จะมาคุยกันตรงๆ พรุ่งนี้ขอเชิญที่รายการเรื่องเล่าเช้านี้ คนที่อยากรู้ความจริงห้ามพลาด #เดอะฮอนเนสตี้ออฟบลูปรินซ์”
นาเดียร์ยิ้มหยัน เมื่ออยากเล่นแบบนี้ตนก็จะเหยียบให้ทุกคนจมดินลึกยิ่งกว่าบัวใต้ตม...
ด้านบลูปรินซ์หวั่นใจว่านาเดียร์จะยอมไปออกรายการหรือไม่ แองจี้บอกว่าจะไปหรือไม่ไปไม่ใช่ปัญหา พาทีเห็นด้วย ถ้าไปทุกอย่างก็คงสนุกขึ้น แต่ถ้าไม่ไป พวกเราก็ยังได้พูดความจริง ไม่ทันไรก็มีเพจตอบกลับจากนาเดียร์มาว่า...เจอกันพรุ่งนี้ในรายการ
พวกบลูปรินซ์ชักกังวลไม่กล้าพูดความจริง พาทีย้อนถามเพียงคำเดียวว่าต้องการยุบวงไหม คฑาไม่ค่อยพอใจหาว่าแองจี้เกี่ยวอะไรมาเสนอแนะ พาทีบอกว่าแองจี้อยู่ในฐานะผู้ช่วยตน คฑาสวนผู้ช่วยหรือว่าเมีย ไลออนพุ่งเข้าต่อยคฑาทันที เกิดความวุ่นวาย พาทีนั่งนิ่ง แองจี้โมโหตะโกนล้มเลิกไม่ต้องออกรายการและเลิกเป็นศิลปินไปเลย ตนสละสิทธิ์ไม่ขอเป็นผู้จัดการวง
ooooooo
สุดท้ายบลูปรินซ์ทุกคนก็ยอมให้พาทีพามาออกรายการ เผชิญหน้ากับนาเดียร์ พรนางฟ้าคาดไม่ถึงนั่งมองรายการในทีวีอย่างอึ้งๆกับปันปันน้องสาว ส่วนบัวบุหงาอยู่ที่กองถ่ายกับเจ๊โดม แพรพิณทานอาหารเช้าอยู่กับอันนา ทุกคนต่างตะลึงนั่งฟังการสนทนาของเรื่องเล่าเช้านี้
รวมไปถึงญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว หมอไทยและชยุต ทุกคนต่างตั้งใจดูรายการนี้...เปิดฉากกลุ่มบลูปรินซ์กล่าวกับนาเดียร์ว่าเสียใจที่เธอทำแบบนี้ นาเดียร์ยังเชิดใส่อย่างเป็นต่อ จุงเบที่ขี้แยสุดกลับฮึดขึ้นก่อน ยอมรับว่าตนมีเชื้อสายม้ง แม่เป็นม้ง พ่อบุญธรรมชาวอังกฤษรับไปอุปการะ พอพ่อเสียจึงกลับมาอยู่กับครอบครัวแม่ที่เมืองไทย และเดินตามความฝันของตัวเอง ก่อนหน้านี้ตนไม่ได้พูดถึงเพราะคิดว่าใครๆอาจจะรับไม่ได้ แต่ตนก็ภูมิใจในชาติกำเนิด
นาเดียร์แทรกอย่าไปเชื่อหน้าตาใสซื่อแบบนี้เด็ดขาด พิธีกรถามคฑามีอะไรอยากพูด คฑายืดอกกล่าวเป็นภาษาอีสานว่าต้นตระกูลมีเชื้อสายขุนนางลาวจริง แต่เวลาผ่านไปครอบครัวตนย้ายมาตั้งรกรากที่ขอนแก่น ตนเกิดและโตที่นั่น ครอบครัวตนขยันขันแข็งจนร่ำรวย ต่อมาพ่อแพ้พนันหมดตัว เศรษฐกิจย่ำแย่ไม่อำนวยให้ฟื้นฟูธุรกิจ ตนจึงออกมาทำงานตามผับเป็นบาร์เทนเดอร์ เพราะถือว่าเป็นงานสุจริต จนตนได้เข้าสู่วงการ ช่วยเหลือครอบครัวได้ ตนภูมิใจมาก
ทุกคนในห้องส่งปรบมือให้ นาเดียร์หัวเราะ “ถ้าทุกคนให้อภัยเด็กพวกนี้เพราะว่าหล่อ หน้าตาดี ก็อย่าลืมด้วยแล้วกันนะคะว่าพวกเขาเหล่านี้โกหกคุณเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตัวเองมานานขนาดไหนแล้ว”
พิธีกรถามคำถามสุดท้ายที่ทุกคนอยากรู้ ในวงนี้มีอีแอบหรือไม่ คนดูลุ้นรอฟัง...ไลออนตอบเองว่าไม่มี
นาเดียร์ไม่เชื่อ อ้างว่าเธออยู่ร่วมชายคากับบลูปรินซ์มาก่อน ตนยืนยันว่ามี เควินถามหาหลักฐาน นาเดียร์อ้างคำให้การของผู้จัดการวง แต่พิธีกรสรุปว่าคำยืนยันของเธอเป็นหลักฐานไม่ได้ ไม่น่าเชื่อถือ นาเดียร์ย้ำว่าเธอมีหลักฐาน ทุกคนตั้งใจดู พิธีกรตัดพักโฆษณา...
เย็นวันนั้นพรนางฟ้า แพรพิณและบัวบุหงามาเต้นออกกำลังด้วยกันที่สวนสาธารณะ ทั้งสามคุยกันอย่างสมน้ำหน้าที่หลักฐานของนาเดียร์ไม่น่าเชื่อถือ แค่ภาพถ่ายของสี่หนุ่มที่มีความสนิทสนมกัน แต่ทุกคนกลับเห็นเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กหนุ่ม ที่เกาหลีแนบชิดกันมากกว่านี้ บัวบุหงาฟันธงว่าจากนี้บลูปรินซ์จะมีงานพรีเซ็นเตอร์เข้ามาหลายตัว พวกกาแฟดอย สินเชื่อธนาคารและชื่นชมพรนางฟ้าที่แก้วิกฤติให้เป็นโอกาสได้ สมเป็นเออีมือฉมังระดับประเทศจริงๆ
ระหว่างสามสาวเม้าท์กันอยู่ ปันปันโทร.เข้ามาบอกพี่สาวว่าพาทีมานั่งรอที่คอนโด พรนางฟ้าแทบช็อกกำชับน้องสาวห้ามพูดห้ามตอบคำถามใดๆ รอจนกว่าตนจะกลับไปถึง
พรนางฟ้ากลับมาถึงห้อง พาทีทักทายทันทีว่าตนนึกว่ามาผิดบ้าน เพราะน้องสาวเธอบอกว่าไม่มีคนชื่อแองจี้ แล้วเหน็บว่าน้องสาวเธอเป็นคนไม่ค่อยพูด
ปันปันนั่งนิ่งยิ้มแหยๆ พรนางฟ้าถามเขาได้ที่อยู่ตนมาอย่างไร เขาตอบยิ้มๆว่าทางลุงของเธอ เธอยิ่งตกใจ
“คุณได้คุยกับลุงชลลัมภีร์ของฉันเหรอคะ!”
“เปล่าครับ เลขาผมจัดการคุยให้”
พรนางฟ้าโล่งอกถามเขามาทำไม พาทีทวงถามเรื่องที่เธอจะทำงานเป็นผู้จัดการวง ไม่ทันที่พรนางฟ้าจะตอบ ปันปันร้องกรี๊ดขึ้นด้วยความดีใจ ตอบรับแทนพี่สาวทุกอย่าง ไม่มีข้อแม้ใดๆ พรนางฟ้าปรามให้น้องเงียบก็ไม่เป็นผล พาทีรวบรัดให้เธอไปเก็บของ เขายื่นหน้ามาดมที่ตัวเธอแล้วบอกว่า “อาบน้ำด้วยนะ หึ่งเชียว”
พรนางฟ้าหน้าเหวอ ทั้งโกรธทั้งอาย รีบวิ่งเข้าห้องในทันที...พาทีนั่งรออยู่พักใหญ่ ทนไม่ไหวเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน เห็นเธอกำลังเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าแต่ดูทุลักทุเลวุ่นวาย จึงเข้าไปจัดการพับเสื้อผ้าแล้วจัดวางลงกระเป๋าให้อย่างเป็นระเบียบ แถมเหลือที่ว่างไว้ให้เธอจัดวางชุดชั้นในเอง หญิงสาวถึงกับยืนอึ้ง ไม่คิดว่าผู้ชายอย่างเขาจะทำอะไรเป็นระเบียบขนาดนี้
ปันปันหอบถุงใส่ของออกมาจากห้องตัวเอง ฝากพี่สาวไปให้ศิลปินในดวงใจของเธอ แถมแจกแจงว่าอันนี้ให้บลูปรินซ์เซ็นให้ อันนี้ของฝาก พาทีรับถุงไว้แทน แต่พอออกมาพ้นห้องก็โยนให้พรนางฟ้าเป็นคนถือ เพราะเห็นเป็นของไร้สาระ หญิงสาวเหน็บ
“โอ้โห นี่ขนาดผู้จัดการยังต้องสร้างภาพกับแฟนคลับเหรอ...โอ้มายก้อด...”
มาถึงบ้านพัก พรนางฟ้าต้องลากกระเป๋าและถือถุงของปันปันมาอย่างทุลักทุเล แปลกใจที่บ้านเงียบ พาทีบอกว่าพวกบลูปรินซ์ไปถ่ายโฆษณากาแฟดอยที่เชียงใหม่ ตนให้คนที่จีพีเรกคอร์ดไปดูแล หญิงสาวแอบขำนึกถึงคำพูดของบัวบุหงา...พลันเควินโทร.เข้ามา เสียงพาทีคุยทำนองต้องแต่งเพลงประกอบโฆษณาให้ พอวางสายเขาก็บ่นกับเธอ ตนคงต้องคุยเรื่องสัญญากับเอเจนซี่ใหม่ ชอบขอเพิ่มโน่นนี่กะทันหัน
ในคืนนั้นพรนางฟ้าเห็นพาทีนั่งคร่ำเคร่งแต่งเพลง จึงออกไปซื้อกาแฟมาให้ แต่เขากลับบอกว่าไม่ดื่มตอนกลางคืน ทีหลังถามก่อนที่จะซื้ออะไร แล้วเขาให้เธอช่วยฟังเพลงที่แต่งว่าใช้ได้หรือยัง หญิงสาวฟังแล้วช่วยแก้ไขบางจุดให้อย่างมืออาชีพ เขาทึ่งที่เธอรอบรู้หลายอย่าง
ระหว่างนั้นเฌอเบลล์เที่ยวกับเพื่อนๆ มีหนุ่มๆ ตามจีบแต่เธอไม่สนใจ เพื่อนๆแปลกใจที่หนุ่มนั้นไฮโซโปรไฟล์ดี เธอยิ้มๆ บอกเพื่อนๆว่า ผู้ชายที่ตนสนใจ มีดีกว่านี้เยอะ...พอมาฝึกร้องเพลงที่บริษัท เจอกับท่านประธาน จึงเอ่ยถามถึงพาทีแล้วเลยได้รู้ว่าเขากำลังวุ่นกับผู้จัดการวงคนใหม่ หญิงสาวฉุกคิดแผนการบางอย่าง ขอร้องให้ท่านประธานช่วย
ทางด้านนาเดียร์ยังเจ็บใจเคียดแค้นไม่หาย หันมาหาเพื่อนสาวสองคนที่ต่างมีปมเจ็บฝังใจกับบลูปรินซ์ สามสาวร่วมมือกันจะทำให้พวกบลูปรินซ์ไม่มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้อีก
ooooooo
เช้าวันใหม่อันนาได้รับโทรศัพท์จากหม่อม ราชวงศ์นวลมณี มัจฉาตระกูล คุณหญิงย่าของหมอไทย โทร.มาเตือนกึ่งต่อว่าว่าตนบ่มเพาะเลี้ยงดูหลานมาเป็นอย่างดี เธอไม่ควรคิดจะมาชุบตัวเป็นผู้ดีด้วยการเกาะหลานชายตน ตนไม่มีวันรับเธอเป็นหลานสะใภ้แน่
อันนาอึ้งพยายามตั้งสติ ตอบอย่างเข้มแข็งว่าจะทำให้ท่านเข้าใจเอง แล้วขอตัววางสาย แพรพิณเห็นสีหน้าหลานสาวรีบถามว่ามีอะไร อันนาจะร้องไห้เดินหนี แพรพิณ ขวางและเตือน
“น้าขอพูดกับหนูตรงๆเลยนะ น้าไม่ได้อยากยุ่งเรื่องชีวิตรักของหนูหรอก แต่น้าไม่อยากให้หนูโดนเกย์หลอกเหมือนที่เพื่อนน้าโดน น้าหาหลักฐานมาพิสูจน์ได้จริงๆนะว่าคุณหมอไทยเขาเป็นเกย์”
อันนายิ่งเจ็บปวดเสียใจ เสียงเข้มกับน้าสาวว่าตนไม่เชื่อ เรามาพิสูจน์กันดีกว่า แพรพิณยินดีอย่างยิ่งเพราะมั่นใจ...อันนาพาแพรพิณมาที่สนามบอลที่หมอไทยมาเตะบอลกับชยุตเป็นประจำ มีหนุ่มๆมากมายเหงื่อไหล ไคลย้อยจากการเล่น ทำให้แพรพิณได้กลิ่นวิงเวียนจะเป็นลม
อันนาบอกน้าสาวว่าคนเป็นเกย์จะไม่มาเตะบอล ชยุตเห็นแพรพิณมาก็โบกมือให้ แพรพิณเห็นถึงความเท่ของเขาเกิดใจสั่น แต่ฝืนทำเป็นไม่สนใจ
หลังเล่นบอลเสร็จ หมอไทยกับชยุตเดินกอดคอกันออกจากสนาม แพรพิณรีบชี้ให้หลานสาวดู อันนาไม่ติดใจเพราะรู้ว่าสองคนนี้หยอกกันแรงๆประจำ...ชยุตยิ้มแต้เข้ามาแหย่แพรพิณทันที แกล้งเบ่งกล้ามให้เธอดูความฟิตปึ๋งของตัวเอง อันนาเอ่ยปากขอคุยกับหมอไทยลำพัง แพรพิณจะเดินตาม ชยุตเข้ามาขวางเตือนว่าอันนาไม่ได้เอ่ยชื่อเธอ แพรพิณจึงได้แต่ชะเง้อมอง
อันนาบอกหมอไทยเรื่องที่คุณหญิงย่าเขาโทร.มา หมอไทยรีบขอโทษแทนแล้วบอกว่าจะกลับไปเคลียร์กับท่าน แล้วจะพาเธอไปกราบด้วย...แพรพิณเห็นทั้งสองกุมมือกันก็รู้ว่าอันนาเชื่อหมอไทย จึงเอ่ยปากชวนทุกคนไปทานข้าวเย็นกัน หมอไทยกลับบอกว่าตนนัดกับชยุตจะไปออนเซน แพรพิณยิ่งตะลึงเพราะรู้ว่าออนเซนคือการแก้ผ้าอาบน้ำร่วมกัน
แพรพิณชวนอันนาตามไปแอบดูให้รู้แจ้ง แต่แล้วสองสาวก็เข้าไม่ถึง เพราะสถานที่นั้นสำหรับผู้ชายเท่านั้น แต่แพรพิณไม่ยอมแพ้ เผอิญมีเสียงชายคนหนึ่งร้องเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาดูว่าข้างในมีถุงยางอนามัย ใครเอามาใช้น่าเกลียดมากๆ แพรพิณฉวยโอกาสดึงอันนาตามเจ้าหน้าที่เข้าไปด้วย ผู้ชายทุกคนในนั้นนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวยืนมุงกันอยู่
เจ้าหน้าที่ถามใครที่มาเป็นคู่เข้ามาทำบัดสีในสถานที่นี้ ทุกคนมองไปยังหมอไทยและชยุตเพราะทั้งสองมาด้วยกัน อันนาน้ำตาคลอมองหมอไทยด้วยความผิดหวัง หมอไทยกับชยุตปฏิเสธอย่างไรไม่มีใครเชื่อ อันนาวิ่งหนีออกไป หมอไทยตกใจรีบวิ่งตามทั้งที่มีผ้าขนหนูพันกายผืนเดียว อันนาวิ่งออกมาข้างนอกโบกเรียกรถแท็กซี่ร้องให้คนช่วยว่าถูกโรคจิตไล่ตาม หมอไทยเสียใจไม่คิดว่าอันนาจะเชื่อตามคนอื่น
ชยุตโกรธแพรพิณ ดึงเธอไปอีกทาง ต่อว่าทำถูกแล้วหรือที่ให้คนรักกันต้องเลิกกัน เธอต้องการอะไร แพรพิณสะบัดมือออกตอกกลับว่าไม่ต้องการให้หลานสาวถูกเกย์หลอก ตนรู้ว่าเขากับหมอไทยเป็นคู่เกย์กัน ชยุตตะลึงโมโหแพรพิณมากอยากพิสูจน์ให้เธอรู้ว่าตนเป็นชายแท้
ชยุตดึงแพรพิณเข้ามากอดจูบ หญิงสาวสัมผัสแผ่นอกเปลือยเปล่าของชายหนุ่ม ใจเต้นระส่ำเผลอเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้น ชยุตดันเธอออกกล่าวนิ่งๆ “ผมไม่ได้เป็นเกย์ แค่นี้คุณคงพิสูจน์ได้แล้วนะ แต่ถ้าคุณยังไม่เชื่อใจผม หรือไปยุให้หมอไทยกับอันนาเลิกกันอีก ผมว่าคุณก็เป็นพวกไม่มีหัวใจแล้วล่ะ”
แพรพิณยืนสับสนทำอะไรไม่ถูก มองชยุตที่เดินจากไปอย่างไม่ใยดี...แพรพิณกลับมาขึ้นรถ ปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง พยายามโทร.หาอันนาเท่าไหร่เธอก็ไม่รับสาย ด้วยความเครียด เห็นร้านอีสานคาราโอเกะข้างทาง จึงแวะเข้าไปนั่งซดยาดองคนเดียวจนเมามาย ป้ากับลุงเจ้าของร้านนั่งมองอย่างห่วงๆที่เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว
สุดท้ายบัวบุหงาต้องเป็นคนมาพาตัวแพรพิณกลับไปส่งบ้าน นภิสพี่สาวและเป็นแม่ของอันนาซึ่งเป็นหมอ แปลกใจที่น้องสาวเพ้อเรียกตุ๊ดมาว่าเธอไม่มีหัวใจ จึงให้นอนที่โซฟาไปก่อน
ooooooo
รุ่งเช้าหมอไทยกับชยุตมาที่บ้าน นภิสเป็นหมอรุ่นพี่ของหมอไทย เธอยินดีที่จะได้เขาเป็นลูกเขย จึงเปิดโอกาสให้เข้าไปง้อลูกสาว โดยไม่ซักถามว่าทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร
ชยุตเห็นสภาพแพรพิณที่นอนอยู่ข้างล่าง ยังเพ้อเรื่องเมื่อวานก็แอบขำ เขาช่วยนภิสอุ้มแพรพิณขึ้นไปนอนต่อบนห้อง เธอยังหลับแต่เอื้อมมือมากอดคอเขาแน่น หน้าชยุตอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ เขายิ้มๆอย่างรู้สึกดี จู่ๆ เธอก็เพ้อออกมาว่า...ฉันเกลียดนาย เขาตอบขำๆว่ารู้แล้ว
ชยุตจัดแจงให้แพรพิณนอนสบายๆ แล้วเดินมองรูปถ่ายในห้องเธอ จนมาเห็นหนังสือคู่มือเกย์และเอกสารในแฟ้มบริษัทจีสแกน เขาแปลกใจกำลังจะเปิดดู พอดีนภิสเข้ามาขอบคุณเขาแล้วบอกว่าจะจัดการน้องสาวเอง ชยุตจึงเดินลงมาข้างล่างอย่างเสียดาย
หมอไทยเห็นอันนานั่งร้องไห้อยู่หลังบ้านก็เข้ามาพยายามอธิบาย แต่เธอกลับบอกว่าเชื่อในสิ่งที่เห็น เขารู้สึกเสียใจที่เธอไม่เชื่อในตัวเขา...หมอไทยจึงเอาคลิปจากกล้องวงจรปิดที่เซฟลงมือถือมาเปิดให้อันนาดูว่ามีคู่เกย์ที่กอดจูบกันก่อนจะเข้าไปออนเซนก่อนหน้าตนไปถึง และตนก็เดินสวนกับทั้งสองเข้าไปพร้อมผู้ชายอีกสองคน ซึ่งแสดงว่าตนเข้าไปสี่คนคงไม่มีโอกาสทำอะไรบัดสีได้ อันนาอึ้งรู้สึกเสียใจที่เข้าใจผิด
“ช่างมันเถอะค่ะ...พี่ว่าพี่ต้องแสดงให้น้องอันเห็นสักทีว่าพี่จริงใจ พี่จะไปคุยกับคุณย่าเรื่องขอหมั้นน้องอัน เย็นนี้เลย”...อันนาตาโพลงไม่คิดว่าเขาจะเอาจริงขนาดนี้
ด้านพรนางฟ้ามาทดสอบงานกับพาที ในขณะที่พวกบลูปรินซ์ยังไม่กลับจากเชียงใหม่ เขาให้เธอทำงานสารพัด หัดทำของกินที่เป็นของโปรดของแต่ละคน ทำหลายครั้งจนกว่ารสชาติจะถูกปาก หญิงสาวแอบบ่นไอ้หน้าหนวด นี่ตนมาทดสอบเป็นผู้จัดการหรือเป็นแม่ครัวกันแน่ พาทีแอบขำ แล้วสอนให้เธอทำสปาเกตตีทำอยู่หลายรอบกว่าจะสำเร็จ
จนบ่าย พาทีนั่งดูข่าวอย่างสบายใจ ในขณะที่พรนางฟ้าต้องกวาดบ้านถูบ้าน แอบบ่นว่าเขาก็ได้ยินทุกครั้ง พอเสร็จงานในบ้านเขาก็ให้เธอไปกวาดใบไม้ที่สนามอีก เธอเดินบ่นกะปอดกะแปดออกมาแต่แล้วพอเห็นโต๊ะอาหารที่จัดไว้สองที่ จุดเทียนอย่างสวยงามก็ยืนมองอย่างชื่นชม พาทีเข้ามากระแอม เธอสะดุ้งจะรีบเดินไปทำงานเขาดึงแขนเธอไว้ พาไปนั่งอย่างอ่อนโยน
“ทานสิ เธอยังเหลือการทดสอบอีกสองวันนะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้วไม่ใช่เหรอ”
พาทีลงมือกินก่อน พรนางฟ้ามองอย่างงงก่อนจะยิ้มแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย...เช้าวันใหม่ พรนางฟ้านอนสีหน้ามีความสุข ครู่เดียวก็มีเสียงนาฬิกาปลุกดังมาก เธอสะดุ้งตื่นมองหาต้นเสียงเห็นพาทียืนกอดอกถือมือถือในมือก็โวยวายว่าเขาเข้ามาได้อย่างไร คิดจะทำมิดีมิร้ายตนหรือ
พาทีถอนใจบอกถ้าคิดจะลักหลับแล้วจะปลุกเธอขึ้นมาทำไม ตัดบทสั่งการให้เวลาครึ่งชั่วโมงกับการอาบน้ำแต่งตัวเก็บเสื้อผ้าไปค้างต่างจังหวัดหนึ่งคืน โดยไม่บอกว่าไปไหน นี่คือการรับมือการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เป็นอีกคุณสมบัติของผู้จัดการวงที่ดี ถ้าเธอทำไม่ได้ตนคงต้องหาผู้จัดการวงใหม่ พรนางฟ้าเข่นเขี้ยวแต่ก็รีบลุกขึ้นไปปฏิบัติ
พรนางฟ้าทำเวลาได้ทันท่วงที ไม่เพียงเท่านั้น พาทียังให้เธอเป็นคนขับรถโดยเขาเป็นคนบอกเส้นทาง...
พาทีพาเธอมาที่บ้านเด็กกำพร้า แจกอาหารและขนมเด็กๆ เขาบอกเธอว่านี่เป็นการทำบุญช่วยเหลือสังคม เป็นหนึ่งในหน้าที่ของศิลปินที่ดีและเอาไว้ตอบคำถามนักข่าว หญิงสาวเบ้หน้าคิดว่าคงเป็นการสร้างภาพอีกอย่าง ขากลับพาทีเป็นคนขับเองเพราะหาว่าเธอขับช้า
ถึงที่หมายหน้าโรงแรมที่พัก พาทีปลุกพรนางฟ้าให้ตื่น เขาติงที่เธอหลับมาตลอดทาง การเป็นผู้จัดการที่ดีต้องดูแลศิลปินไม่ใช่นอนหลับสบายแบบนี้...จากนั้นพาทีพาพรนางฟ้าเดินเล่นริมหาด เขาหยิบถุงดำที่พก ออกมากางเก็บขยะตามชายหาด หญิงสาวทึ่งแต่คิดว่าเขาคงสร้างภาพอีก เขากลับบอกว่านี่เป็นนิสัยส่วนตัว เพราะถ้ามีแต่คนทิ้งขยะไม่มีคนเก็บ แล้วชายหาดจะสวยงามได้อย่างไร ทันใดมีเสียงหญิงสาวเรียกพาที ทั้งสองหันมอง
เฌอเบลล์วิ่งเข้ามาทักทาย พอเห็นหน้าพรนางฟ้าก็ชะงัก พรนางฟ้าเองก็มีท่าทางไม่สบอารมณ์ พาทีเห็นท่าทีรีบขอตัวดึงเธอออกมาคุยห่างจากเฌอเบลล์ แล้วบอกเธอว่ารู้หรือไม่ว่าเฌอเบลล์เป็นใคร พรนางฟ้าไม่อยากรู้
แต่พาทีเน้นว่าเป็นหลานสาวประธานจีพีเรคคอร์ด ที่สามารถทำให้เธอตกงานได้ หญิงสาวกลืนน้ำลายเอื๊อก รู้แก่ใจว่าต้องทำตัวดีๆกับเฌอเบลล์
แต่เฌอเบลล์กลับทำทีว่าไม่รู้จักพรนางฟ้ามาก่อน พาทีจึงแนะนำว่าแองจี้เป็นผู้จัดการวงบลูปรินซ์ เฌอเบลล์มองเหยียดๆ ดึงพาทีไปรู้จักกับเพื่อนๆเธอ เขาสบตาแองจี้ทำนองให้ช่วย
พรนางฟ้าเบ้หน้ากลับมาพักผ่อนในห้องอย่างสบายใจ ไม่ทันไรพาทีมาเคาะประตูเรียก เธอทำหน้าเซ็งบ่น “ยัยระฆังนั่นยอมปล่อยตัวคุณมาแล้วเหรอ ฉันนึกว่าจะกลับพรุ่งนี้เช้าซะแล้ว”
พาทีขำการตั้งชื่อของแองจี้ แล้วถามทานอะไร หรือยัง ไม่ทันตอบเสียงท้องร้องดังแทน หญิงสาวทำหน้างอน เขาชูถุงอาหารที่ซื้อมาฝาก แซวอาการนี้โมโหหิวหรือโมโหหึง เธอสะอึกโวยว่าเขาหลงตัวเอง เขายิ่งขำกับท่าทางเธอ ยื่นหน้าไปย้ำ อย่าหลงเสน่ห์ตนอีกคนแล้วกัน...แล้วบอกให้ทานเสียเสร็จแล้วจะกลับกรุงเทพฯ เธอยิ่งงงเพิ่งมาถึงไม่ทันได้เหยียบทะเลจะกลับแล้ว
“ถ้าไม่กลับคืนนี้ รับรองพรุ่งนี้คุณเฌอเบลล์ต้องมาลากผมไปอยู่กับเขาทั้งวันแน่”
พรนางฟ้าถามไม่กลัวเฌอเบลล์โกรธหรือ พาทียักไหล่ไม่สนแล้วยกมือห้ามไม่ต้องถามอีก ถ้าถามจะถือว่าหึงตน หญิงสาวหน้าหงิกก้มหน้าก้มตากินๆๆ
ooooooo
หมอไทยมากราบเรียนคุณหญิงย่านวลมณีว่าต้องการหมั้นกับอันนา แม้คุณหญิงย่าไม่ค่อยพอใจแต่ไม่อยากขัดใจหลานชาย...ไม่นาน หมอไทยพาคุณหญิงย่ามาบ้านอันนา ชยุตขับรถหรูตามมาด้วย แพรพิณไม่รู้ว่าใครจะมาจึงยังอยู่ในสภาพชุดนอนหัวฟูออกมาเปิดประตูรับ
คุณหญิงย่ามองเธอหัวจดเท้าตำหนิเป็นผู้หญิงประสาอะไร แพรพิณสวน ก็ประสาตนนี่แหละ เห็นว่าอยู่บ้านตัวเองเลยทำตัวตามสบายไม่ต้องเกรงใจใคร พอดีเป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่คนมาเยี่ยม หมอไทยรีบห้ามศึกแนะนำคุณหญิงย่าว่าเธอเป็นน้าของอันนา แพรพิณถามมาทำไม ไม่วายโดนเหน็บอีกว่าสมบัติผู้ดีมีบ้างไหมถึงมาแทรกถาม หญิงสาวสวนอีกครั้ง
“อ๋อ สมบัติบ้านนี้เก็บในธนาคารหมดเลยค่ะ ไม่ได้เอาใส่ไหฝังดินแบบ...คนโบราณ”
“นี่หล่อน! นี่ขนาดคนในบ้านยังปากคอเราะร้ายขนาดนี้ เด็กอันนากำพืดเดียวกันจะร้ายขนาดไหน ตาหมอกลับ...ฉันไม่ให้หมั้นกับลูกบ้านนี้”
แพรพิณได้ยินคำว่าหมั้นยิ่งไม่พอใจ พอดีนภิสกับอันนาเดินออกมารีบเชื้อเชิญทั้งสามเข้าบ้าน หมอไทยใช้จังหวะชุลมุนดันคุณหญิงย่าให้เดินเข้าไป ชยุตเดินผ่านแพรพิณแกล้งดีดจมูกเธอด้วยความหมั่นเขี้ยว หญิงสาวโกรธทำท่าปาดคอใส่ให้เตรียมตัวไว้
อันนายกน้ำลอยดอกมะลิมาเสิร์ฟ คุณหญิงย่ามองออกว่ากิริยามารยาทต่างจากน้าสาว แต่ยังมีทิฐิไว้ตัว เหน็บว่ากิริยามารยาทใช้ได้ไม่กะเล่อกะล่าเหมือนคนในบ้านบางคน แพรพิณเคืองจะเปิดศึก หมอไทยรีบตัดบทเริ่มธุระที่มาเพื่อจะทาบทามขอหมั้นอันนา แพรพิณแย้งว่าหลานยังเรียนไม่จบ คุณหญิงย่าเสียงเข้ม ยังไม่ได้ยอมรับที่มาแค่ขอดูตัว หมอไทยยืนกรานว่าจะหมั้นกับคนนี้เท่านั้น นภิสไกล่เกลี่ยให้เลื่อนไปคุยวันหลัง คุณหญิงย่าไม่ยอม
“ฉันมีหลานอยู่คนเดียว ถ้าหลานฉันยืนยันจะหมั้นกับหล่อนขนาดนี้ ฉันก็คงขัดอะไรไม่ได้ แต่ยังไงๆฉันก็ยังไม่อนุญาตให้ทั้งสองคนหมั้นกันเร็วๆนี้แน่...สัปดาห์หน้าเป็นวันเกิดฉัน หล่อนต้องพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าหล่อน สามารถดูแลงานใหญ่ๆได้ ด้วยการจัดงานเลี้ยงแซยิดให้ฉัน และหลังจากนี้หล่อนต้องเข้าวังไปเรียนรู้งานต่างๆทุกสัปดาห์ จนกว่าฉันจะเห็นว่าหล่อนเหมาะสมกับสมบัติของฉัน” พูดจบนวลมณีลุกเดินออกไป หมอไทยหันมายิ้มดีใจกับอันนา
ด้านบัวบุหงารู้สึกหงุดหงิดหัวใจอย่างบอกไม่ถูก พ่อเต่าทำของโปรดมาให้กินหวังว่าลูกสาวจะแสดงความดีใจเข้ามากอดหอมเหมือนเคย กลับนิ่งเฉยไม่ยินดียินร้าย ก็รู้สึกว่าลูกคงมีเรื่องรบกวนจิตใจ น่าจะเกี่ยวกับความรัก บัวบุหงาปฏิเสธไม่จริงเพราะเขาเป็นเกย์ พ่อเต่าให้แง่คิด ถ้าเราอยากรู้ว่าอาหารอร่อยหรือไม่ ควรทำอย่างไร เธอบอกว่าต้องชิม
“นั่นแหละ ความรักก็เหมือนกัน ถ้าอยากรู้ว่าเขาเป็นเกย์จริงไหม ก็ต้องลองกินกัน หมายถึงลองคบกันดูก่อน จะเจ็บก็ให้มันรู้ไป...พ่อพูดจริงนะ ของแบบนี้มันต้องลอง ก่อนที่พ่อจะมาเป็นแบบนี้ก็ต้องผ่านการลองมาก่อนแล้วทั้งนั้นแหละ ไม่งั้นจะมีแกหลุดออกมาท้าทายโลกแบบนี้รึไง” บัวบุหงาบ่นว่าโลกนี้ช่างอยู่ยากจริงๆ พ่อเต่าโวยนี่ตนเป็นพ่อนะ เธอรีบยิ้มแหยๆ
คำพูดของพ่อทำให้บัวบุหงาฮึดสู้ พอขี่รถมาถึงกองถ่าย เห็นพันธิตเพิ่งมาถึงพอดี เขาทักเธอว่ามาทำงานสาย เธอจึงสวนว่าเขาก็สาย เขาย้อนตนเป็นเจ้านาย เขาเห็นหญิงสาวไม่ค่อยคุยก็แปลกใจตามมาแตะหน้าผากว่าป่วยหรือ แล้วเอาหน้าผากตัวเองแนบหน้าผากเธอ หญิงสาวใจสั่นก่อนที่เขาจะบอกว่าตัวไม่ร้อนแล้วทำไมหน้าซีด หรือว่าสำออย
“จะบ้าเหรอ ใครจะมานั่งสำออยให้คนอย่างนายวะ” บัวบุหงาตีแขนเขากลบเกลื่อน
พันธิตชวนให้เธอขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวกันถือว่าไปฝึกถ่ายภาพนอกสถานที่ บัวบุหงาแปลกใจเขาไม่กลัวแล้วหรือ เขาบอกต้องทำให้ชินว่าแล้วก็ขึ้นนั่งซ้อนกอดเอวเธอแน่น
บัวบุหงาสังเกตเห็นพันธิตชอบถ่ายภาพท้องฟ้า เขาบอกว่าการถ่ายภาพเป็นวิธีเดียวที่จะมีคนรับฟังเขา บัวบุหงาแปลกใจแต่ก็ยอมรับว่าเขาถ่ายภาพได้สวย เขายิ้มๆตอกกลับ ตนถึงบอกว่าเธอถ่ายไม่สวย หญิงสาวโวยเรามีแนวทางคนละแบบกัน ไม่ควรว่ากัน เขาถามงอนหรือ เธอไม่ยอมรับ เขาจึงขยี้หัวเธออย่างเอ็นดู แล้วให้เธอฟอลโล่ไอจีของเขา
พันธิตถือโอกาสเข้าไปดูในไอจีของเธอ เห็นในอินสตาแกรมของเธอส่วนใหญ่เป็นภาพนายแบบเซ็กซี่ จึงแหย่จะให้เธอถ่ายเขาบ้าง แล้วเขาก็ใช้มือถือถ่ายเซลฟี่กับเธออย่างสนุกสนาน
เมื่อกลับมาถึงกองถ่าย วทันยูเข้ามาโวยพันธิตว่าหายไปไหนตั้งนาน คนตามกันทั้งกอง บัวบุหงารู้สึกเป็นส่วนเกินรีบขอตัวแยกไปทำงาน เธอรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างประหลาด เจ๊โดมเห็นอาการถามประชดเมนส์มาหรืออย่างไร พันธิตเดินตามบัวบุหงามาไม่ทันจะคุย เสียงผู้กำกับเอ็ดตะโรใส่โอ๊ตนักแสดงที่แสดงไม่ผ่านเสียที
วทันยูจึงเข้าไปไกล่เกลี่ย ผู้กำกับขอให้เขาแสดงบทอ้อนซบไหล่คนรักคู่กับพันธิตให้เป็นตัวอย่าง
บัวบุหงาเห็นภาพนั้นยิ่งขุ่นเคืองใจ คว้ากระเป๋าขอตัวกลับ เจ๊โดมงง พอพันธิตกลับมาแปลกใจว่าบัวบุหงาทำไมรีบกลับจึงฝากเจ๊โดมบอกเธอด้วยว่าตนเป็นห่วง เจ๊โดมหูผึ่งในทันที
ooooooo
เช้าวันใหม่ พาทีเข้ามาในห้องนอนแองจี้ แต่คราวนี้ไม่คิดปลุก กลับมองใบหน้าหลับพริ้มน้ำลายยืดอย่างขำๆ แล้วพูดเบาๆว่าวันนี้ให้พัก ตนต้องมีงานข้างนอก...พอเขาออกไปจากห้อง แองจี้หรือพรนางฟ้าก็กระเด้งตัวลุกขึ้น เธอยิ้มหยัน
“นายหน้าหนวดจอมบงการ คิดว่าแค่ทำดีกับฉันหน่อยแล้วฉันจะใจอ่อนให้รึไง เหอะ”
พอเห็นว่าพาทีขี่บิ๊กไบค์ออกไปแล้ว พรนางฟ้าก็รีบเข้าไปค้นห้อง เริ่มด้วยห้องคฑากับเควินก่อน แค่เพียงเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นเกย์โชยมา เธอลงมือค้นหาหลักฐานบ่งบอกว่าใครเป็นเกย์ แล้วเธอก็เจอภาพถ่ายใต้เตียงเควิน เป็นชายวัยรุ่นสองคนในชุดกีฬากอดคอกันแต่ถ่ายถึงแค่คอไม่เห็นหน้า ข้างหลังภาพมีข้อความเขียนว่า...ผมรักคุณนะ
พรนางฟ้ารีบเอามือถือออกมาจะถ่ายเก็บเป็นหลักฐาน ทันใดได้ยินเสียงพาทีกลับเข้ามาเพราะลืมของ เธอตกใจลนลานเก็บภาพถ่ายไว้ แล้วแอบมองว่าพาทีกลับมาจะเข้าห้องไหน...พาทีหยิบของที่ลืมแล้วนึกห่วงแองจี้จึงแวะไปดูที่ห้อง พอไม่เจอก็เดินหาทุกห้อง จนมาถึงห้องเควินกับคฑา หญิงสาวแก้สถานการณ์ด้วยการคว้าตุ๊กตามากอดเดินละเมอ พาทีเห็นแล้วขำกึ่งไม่อยากเชื่อ แต่พอเห็นเธอเดินชนประตูที่เขาเปิดไว้ครึ่งเดียวหงายหลังก็หัวเราะก๊าก
พรนางฟ้าเจ็บทำทีสะดุ้งตื่นไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วเขินอายวิ่งหนีกลับห้อง เธอยิ้มอย่างผู้ชนะ ไลน์บอกเพื่อนๆว่าคืนนี้กลับไปประชุมที่คอนโด บัวบุหงาไลน์กลับมาว่าดี อยากเจอเหมือนกัน แพรพิณอ่านไลน์แล้วเป็นห่วงบัวบุหงารีบถามมีปัญหาอะไร เธอบอกคืนนี้จะอัพเดตให้ฟัง แพรพิณไม่มีแก่ใจสอนต่อ เด็กๆบ่นพวกตนจะเอาอะไรไปสอบกันล่ะเนี่ย คืนนั้นสามสาวเอาหลักฐานที่หาได้ลงบอร์ด
บัวบุหงาเห็นหลักฐานของพรนางฟ้าก็ยอมรับว่าชัดเจนมาก แต่ที่ได้ยินมาคนที่เป็นคู่จิ้นกันคือไลออนกับเควิน ไม่ใช่คฑา พรนางฟ้าเชื่อว่าไลออนไม่ได้เป็นเกย์ เพราะตนสัมผัสถึงความเป็นชายของเขาได้แต่ไม่กล้าเล่าให้เพื่อนฟัง
ด้านบัวบุหงาขอเวลารวบรวมหลักฐานอีกสักนิด เพราะพันธิตยังดูไม่ค่อยออกว่าเป็นเกย์ พรนางฟ้าตบไหล่เพื่อนเบาๆ “ฉันเข้าใจ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือหน้าที่นะ พวกเราเป็นนักสืบ ห้ามเอาความรู้สึกของตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานเด็ดขาด”
ส่วนแพรพิณทำอะไรต่อไม่ถูกเพราะหลานสาวกำลังจะหมั้นหมายกับคนที่ตนตามสืบ สองเพื่อนจึงให้กำลังใจและคิดว่าคงต้องช่วยเหลือ ในคืนนั้นแพรพิณกลับมาบ้านเห็นอันนาตื่นเต้นเลือกเฟ้นชุดที่จะใส่เข้าวังไปเรียนงานกับคุณหญิงย่าของหมอไทย เธอยอมไม่ได้จึงตามไปด้วย
คุณหญิงย่าเห็นแพรพิณมาร่วมด้วยก็คิดจะขัดเกลามารยาทให้ใหม่ แต่ก็มีเรื่องถกเถียงกันตลอด เพราะแพรพิณจะหาข้อแก้ตัวในสิ่งที่ทำไม่ได้ทุกครั้ง...คุณหญิงย่าให้อันนาซ้อมรำคู่กับหมอไทยเป็นการเปิดตัวในงาน โดยมีชยุตเป็นคนเป่าขลุ่ย เขาเป่าได้เก่งจนแพรพิณทึ่งถึงกับเคลิ้ม หญิงสาวไม่ยอมต้องการมีส่วนร่วมด้วย จึงหยิบฉิ่งที่อยู่ข้างๆขึ้นมาตี แต่มันผิดจังหวะจนคุณหญิงย่าเอ็ดใส่ แล้วให้เปลี่ยนมากรองมาลัยแทน พรุ่งนี้ค่อยซ้อมรำใหม่
ชยุตคอยกระเซ้าเย้าแหย่แพรพิณเมื่อมีโอกาส จนเธออายลุกหนี เขาทั้งขำทั้งชอบใจ...ทั้งสี่คนต้องมานั่งพับเพียบร้อยมาลัยกรองมาลัย อันนาตั้งใจเรียนรู้ ส่วนแพรพิณทำไม่ค่อยได้หงุดหงิดหันไปแขวะหมอไทย ร้อยมาลัยเก่งกว่าผู้หญิงอีก คุณหญิงย่าสวนว่าแน่นอน หลานตน ตนสอนมากับมือ ทำได้ทั้งอาหารคาวหวานด้วย อันนาหน้าเสียรู้ว่าน้าสาวพยายามจับผิด
ชยุตแก้เกมของแพรพิณด้วยการสำทับว่า หมอไทยไม่เพียงเก่งงานฝีมือ แต่กีฬาแมนๆแบบมวยไทย ฟันดาบ ก็ทำได้อย่างเทพจนสาวๆตามกรี๊ด ยังเคยมีป้าแก่ๆพวกมนุษย์ป้ากรี๊ดสลบ แพรพิณรู้ว่าหมายถึงตนก็โมโหจนเข็มตำมือเลือดกระฉูด พอเห็นเลือดตัวเองถึงกับเป็นลมพับไป
ชยุตปฐมพยาบาลจนแพรพิณฟื้น เธอตกใจเมื่อลืมตามาเห็นหน้าเขารีบลุกพรวดขึ้น ชยุตจึงต่อว่าว่าเธอจงเกลียดจงชังอะไรเพื่อนของตนนักถึงคอยกีดกันความรักของเขา หญิงสาวโพล่งออกไปว่าหมอไทยเป็นคู่เกย์กับเขา ชยุตหมั่นเขี้ยวแกล้งยื่นหน้าไปประชิด หญิงสาวกลัวโดนจูบแบบคราวก่อนขยับหนีใจเต้นรัว อันนาเดินเข้ามากับหมอไทยพอดี ชวนแพรพิณกลับ
สองสาวมาลาคุณหญิงย่า ท่านแจกแจงว่าวันนี้ยังทำได้ไม่ดี หวังว่าคราวหน้าจะพัฒนาขึ้น แพรพิณฉุนเล็กๆแต่เถียงไม่ออกเพราะยังมึนอยู่...ระหว่างขับรถกลับ แพรพิณจึงบอกว่าทำไมถึงอยากหมั้นกับคนที่เขาดูถูกเรา อันนาตอบว่าตนพอใจที่จะเป็นแบบนี้ แม้จะว่าตนไม่มีสติแต่ตนขอบอกว่าตนมีสติ ขอตนเป็นคนเลือกคู่เอง เวลาน้าเจอคนที่ใช่มากๆน้าจะเข้าใจตน แพรพิณอึ้ง
ooooooo
.
----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep4/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 4
พาทีมางานเลี้ยงกับท่านประธาน เหลือบไปเห็นอรนาฏให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่ก็ทำทีเข้าไปทักเสียงดัง...น้าหญิงครับ น้าหญิง...อรนาฏสะดุ้งหน้าเสีย เขารีบบอกว่าขอโทษจำคนผิด
นักข่าวมองอย่างอยากรู้ อรนาฏกลบเกลื่อน คนเราทักผิดกันได้ นักข่าวหันมาถามถึงวงบลูปรินซ์ พาทียิ้มแย้มขอให้นักข่าวช่วยเขียนเชียร์น้องๆด้วย มีอะไรอัพเดตตนจะให้ข่าวทันที พอนักข่าวเดินไป อรนาฏก็เสียงเขียวใส่พาที “แกคิดจะมาหาเรื่องอะไรฉัน!”
“เปล่านี่ครับ ผมเห็นแวบๆเลยนึกว่าคุณอรนาฏเป็นน้าสมหญิงที่ผมเคยรู้จัก”
“ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก...” อรนาฏ จ้องหน้าจะเอาเรื่อง
“ก็แน่สิครับ คนที่สามารถลืมอดีตตัวเองได้ทุกอย่าง จะมาสนใจอะไร แต่คนที่เป็นฝ่ายถูกทิ้งยังไงมันก็ไม่มีวันลืมได้หรอกนะครับ อ้อ ผมได้ดูรายการที่คุณให้สัมภาษณ์เรื่องเด็กกำพร้า ซาบซึ้งมากเลยนะครับ สงสารเด็กที่ถูกพ่อแม่ทิ้งจริงๆว่าไหมครับคุณอรนาฏ” พูดจบพาทีเดินไป
อรนาฏมองตามด้วยแววตาโกรธ ไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด...กลับมาบ้าน เปิดประตูห้องเข้ามาเจอพันธิตนั่งชิดใกล้อยู่กับวทันยู สวมกางเกงบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียวทั้งคู่ พันธิตเย้า แม่ไม่อยากเห็นทำไมไม่เคาะประตูก่อน เธอโวยวายว่าตนเป็นแม่จะทำอย่างไรก็ได้ แล้วพาลไล่วทันยูกลับ พันธิตโกรธแต่วทันยูไม่อยากให้ถกเถียงกัน ยอมกลับแต่โดยดี
เช้ามืดวันต่อมา พาทีนัดให้แองจี้มาเจอบนสะพานที่เขาชอบมาปล่อยอารมณ์ เพื่อบอกว่าเขารับเธอเข้าทำงานเป็นผู้จัดการวงบลูปรินซ์ แล้วขอให้เลิกทำงานกับชลลัมภีร์ เขายังเข้าใจว่าแองจี้เป็นนักข่าวให้หนังสือของชลลัมภีร์ พาทีพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพขอให้ตนไว้ใจเธอได้ แต่เสียงแตรรถดังกลบทำให้เธอไม่ได้ยิน เขาจึงดึงเธอมากระซิบข้างหู หญิงสาวหน้าแดงกับความใกล้ชิดแต่ก็ดีใจรับคำ พาทีจูงมือเธอเดินลงจากสะพานเพื่อกลับบ้านพัก
พอพรนางฟ้าหรือในนามแองจี้ เดินเข้ามาในบ้านก็ต้องตกใจ ที่เควิน ไลออน คฑาและจุงเบกลับจากเชียงใหม่ ทั้งสี่ดึงพลุกระดาษต้อนรับ ทุกคนทักทายใกล้ชิดอย่างเป็นกันเองทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นปลื้มปริ่มที่ได้อยู่ท่ามกลางหนุ่มหล่อแถมเป็นศิลปินดัง
ค่ำนั้นพาทีถือกระปุกมาส์กและครีมบำรุงผิวหน้ามาให้แองจี้ใช้ บอกว่าครีมทั้งหมดมาจากหมอไทย บลูปรินซ์ใช้บำรุงหน้า เธอต้องใช้ด้วยเพื่อไม่ให้เสียชื่อผู้จัดการวงเพราะขอบตาดำ
กลางดึกพรนางฟ้าต้องตกใจเมื่อเสียงไลน์ดังรัว บัวบุหงาซึ่งหลับอยู่สะดุ้งตื่นเช่นกัน เมื่อแพรพิณไลน์เข้ามาบ่นเรื่องอันนากำลังจะหมั้นกับเกย์อย่างหมอไทย ในอีกสามวันจะมีงานแซยิดของคุณหญิงย่าของเขา เป็นการดูตัวทั้งสองคน ตนอยากล้มงานนี้ให้เพื่อนทั้งสองช่วย
พรนางฟ้าคิดแผนการให้แพรพิณค้นห้องหมอไทยหาหลักฐานการเป็นเกย์มาให้ได้ก่อนวันงาน ฉะนั้นในคืนนั้นแพรพิณในชุดดำมันสไตล์นักสืบรัดรูปย่องเข้าวังมัจฉา บัวบุหงาทำหน้าที่ดูต้นทางหน้าประตูให้...แพรพิณทำท่ากระโดดหลบแสงเลเซอร์แบบในหนังเข้าไป บัวบุหงาเห็นแล้วส่ายหน้า ไม่ทันไรมีมอเตอร์ไซค์ตำรวจขี่ผ่านมา เธอจึงทำทีคุยโทรศัพท์กับคุณหญิงนวลจันทร์ทำนองขอโทษที่มาถึงดึก แต่ตำรวจไม่เชื่อ จับตัวเธอไปโรงพัก
ด้านแพรพิณด้วยความซุ่มซ่ามชนแจกันตกแตก สาวใช้เข้ามาดู เธอรีบวิ่งหนีขึ้นไปชั้นบนแล้วหลบเข้าไปในห้องห้องหนึ่งที่ไม่ได้ล็อกประตู ปรากฏเป็นห้องหมอไทยที่กำลังนอนหลับ
ขณะเดียวกันที่บ้านบลูปรินซ์ พรนางฟ้าเดินลงมาข้างล่าง แต่แล้วได้ยินเสียงคนครางกระเส่าและเสียงเนื้อผ้าเสียดสีกัน ทำให้ต้องย่องไปดู เห็นเงาคนสองคนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันนัว จึงพยายามชะเง้อมอง ทันใดมือถือตัวเองดังขึ้น เธอสะดุ้งรีบปิดแต่ดูเหมือนสองคนจะรู้ตัวต่างหลบไปอีกด้านของตัวบ้าน หญิงสาวหงุดหงิดจะตาม พลันไฟสว่างจ้าขึ้น เธอสะดุ้งหันมองเป็นพาทีที่เดินลงมา เขาถามอย่างสงสัยว่าเธอมาทำอะไร ข้างล่างมืดๆ
หญิงสาวอ้างว่าลงมาทานน้ำ เขาเสียงอ่อนลงบอกทีหลังให้เปิดไฟ เดินมืดๆมันอันตราย เธอยิ้มขอบคุณ อยากจะบอกเรื่องเงาคนแต่ชะงักเปลี่ยนเป็นบอกให้เขาฝันดี พอพาทีกลับขึ้นไปพรนางฟ้าจะเดินไปในครัวแต่แล้วต้องชะงักเมื่อเหยียบหมวกใบหนึ่ง หยิบขึ้นมาดูมีชื่อปักว่า...คฑา เธอยิ้มย่องเก็บไว้เป็นหลักฐานอีกชิ้นทันที
พอจะย่องออกจากบ้าน พรนางฟ้าส่งไลน์ให้ แพรพิณส่งโลเกชั่นวังมัจฉาให้ ทันใดเธอชนเข้ากับจุงเบ เขายืนยิ้มล้อจะหนีเที่ยวหรือ หญิงสาวอึกอัก เขาใช้สองนิ้วแตะปากตัวเองแล้วส่งจูบให้บอก จะไม่บอกใครแต่ให้รีบกลับ อย่าเมามาก เธอถอนใจโล่งอกยิ้มรับคำ
ด้านบัวบุหงาถูกขังที่สถานีตำรวจ หงุดหงิดที่โทร.หาเพื่อนไม่ได้สักคน...ส่วนแพรพิณต้องสะดุ้งเมื่อพรนางนางฟ้าส่งไลน์เข้ามา เธอรีบหาที่ซ่อนตัวเกรงหมอไทยจะตื่น แล้วเขาก็ตื่นขึ้นมาจริงๆ ลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ จึงรีบวิ่งไปหลบที่ระเบียงห้อง คิดว่าจะรอดกลับลำบากขึ้นไปอีก เมื่อสาวใช้มาเคาะประตูเรียกหมอไทยเพื่อบอกว่ามีโจรขึ้นบ้าน แล้วเอาเศษแจกันที่แตกให้เขาดู เขาจึงลงไปสำรวจข้างล่าง แพรพิณรีบส่งไลน์บอกเพื่อนๆให้มาช่วย
บัวบุหงาส่งรูปตัวเองอยู่ในห้องขังกลับมา ส่วนพรนางฟ้ารู้สถานการณ์ของเพื่อนจึงวางแผนทำทีมาขออนุญาตมาดูสถานที่เพราะเป็นฝ่ายจัดงาน ที่ต้องมาเช้าตรู่เพราะต้องไปทำงานต่อ แล้วช่วยวิเคราะห์จากหลักฐานแค่เศษแจกันแตก อาจเป็นแมวมากกว่าโจร แพรพิณใช้โอกาสนี้หนีออกมาได้สำเร็จ ส่วนบัวบุหงาได้พ่อเต่ามาช่วยประกันตัว
ooooooo
สามสาวนัดประชุมกันในตอนสาย เพื่อวางแผนล้มงานแซยิด แพรพิณวาดแปลนวังมัจฉา แต่มีเพียงชั้นล่างกับห้องหมอไทยเท่านั้นออกมาวางให้พรนางฟ้าส่ายหน้าแค่นี้จะทำอะไรได้ ว่าแล้วก็เอาแปลนทั้งวังออกมาวาง สองเพื่อนแปลกใจทำไมถึงมี
พรนางฟ้ายิ้มๆเฉลยว่า ขอมาจากหมอไทยเพราะตนเป็นฝ่ายจัดสถานที่จำต้องมีแปลน แพรพิณโวยทันทีแล้วให้ตนเสี่ยงชีวิตเข้าไปทำไม พรนางฟ้าสวนถ้าไม่เข้าไปจะรู้ไหมว่าหมอไทยอยู่ห้องไหน บัวบุหงาปรามให้หยุดเถียงกันแล้วหันมาวางแผน
พรนางฟ้ากลับเข้าบ้านทำทีไปวิ่งออกกำลังมา เห็นพาทีกับเควินกอดลูบหลังลูบไหล่กันก็ชะงักมองอย่างสงสัย พาทีหันมาเห็นเปรยว่าเควินมีปัญหานิดหน่อย แล้วบอกงานวันนี้ ให้เธอออกไปประชุมกับเขา มีบริษัทหนังจ้างบลูปรินซ์ไปแสดง เราต้องตรวจดูบทก่อน
มาถึงที่ประชุม พาทีกับพรนางฟ้าได้รับบทให้นั่งอ่าน ระหว่างนั้นเห็นพันธิตเดินมากับวทันยูแล้วกอดลากันอย่างสนิทสนม พรนางฟ้าตะลึงมอง ส่วนพาทีมีแววตาโกรธ จนเธอสงสัย
เสร็จการประชุม พาทีมีท่าทีตึงเครียดไม่พูดคุยอย่างเคยจนกลับถึงบ้าน พวกบลูปรินซ์กลับจากงานอัดรายการ เควินเล่ารายละเอียดให้ฟังว่าเรียบร้อยไม่มีปัญหา พรนางฟ้าสังเกตว่าสองคนนี้มีความสนิทสนมห่วงใยกัน...พาทีหันมาบอกว่าวันนี้หมดคิวงานของบลูปรินซ์ พรุ่งนี้เป็นวันหยุดพวกเขา ให้แองจี้พักได้ เธอจึงขอลาไปทำธุระ ไลออนแอบได้ยินยิ้มอย่างมีเลศนัย
รุ่งเช้าเป็นวันงาน ที่วังมัจฉามีอันนาและนภิสเป็นโต้โผดูแลความเรียบร้อย คุณหญิงย่าแอบดูอมยิ้มน้อยๆ หมอไทยเห็นเข้ามากระซิบถามพอใจหลานสะใภ้ใช่ไหม ท่านหญิงเชิดหน้าไม่ยอมรับ...เสียงนภิสตำหนิพวกแพรพิณที่ยังมาไม่ถึง อันนาคิดว่าเดี๋ยวคงมา
พรนางฟ้าสะพายกระเป๋าใบโตเดินลงมาข้างล่าง ทันใดไลออนโผล่พรวดออกมาให้ตกใจ เขาขอเธอไปด้วยอ้างไม่อยากอยู่บ้าน อยากออกไปพักผ่อนบ้าง หญิงสาวบอกตนต้องไปงานวันเกิดคุณหญิงนวลจันทร์ เขาอาสาไปเป็นเพื่อนจะไม่รบกวน เธอสบตาเขาแล้วใจอ่อน
ระหว่างนั่งมาในรถ ไลออนทำตัวอ้อนเป็นเด็กๆ จนพรนางฟ้าใจวาบหวิวเล็กน้อย พอมาถึงวังมัจฉา เขาขอนอนในรถสักพัก เธอจึงเอาเสื้อมีฮูดสวมใส่ให้เขา กำชับว่าต้องพรางตัว
ในช่วงเช้าเป็นการทำบุญเลี้ยงพระ หลังจากนั้นรองานเลี้ยงช่วงเย็น นภิสเรียกสามสาวประชุมแจกแจงงานแต่ละฝ่ายให้ดูแล โดยให้พรนางฟ้าเป็นพิธีกร บัวบุหงาคอยเก็บภาพบรรยากาศงาน ส่วนแพรพิณให้จัดคิวการแสดงหลังเวที สามสาวหน้าเจื่อนเพราะแผนพวกตนต้องล้มเหลว พรนางฟ้าตัดบทรับคำแล้วดึงเพื่อนๆมาวางแผนกันใหม่
ตกเย็นคุณหญิงย่ายืนรับแขกหน้างาน ไลออนเข้ามายืนข้างพรนางฟ้า เธอจึงเรียนท่านหญิงว่าเขาเป็นคนขับรถของตน พอดีมีสองคุณนายมาร่วมงาน แต่กลับนินทาเจ้าของงานต่อหน้า
“อุ๊ยคุณพี่ พวกเรามาแสดงความยินดีที่คุณพี่ทนอยู่มาได้ตั้ง 60 ปี อุ๊ยขำๆนะคะ”
“นั่นสิคะ แต่ก็ว่าไม่ได้นะคะคุณพี่ เขาว่ายิ่งแก่ยิ่งรวย ดูสิคะคุณพี่ใส่ซะจนไม่มีพื้นที่ว่างให้รูขุมขนเลย น้องนึกว่าตู้เพชรเคลื่อนที่ อุ๊ยขำๆนะคะขำๆ” สองคุณนายหัวร่อต่อกระซิกกัน
แพรพิณกับเพื่อนยืนอยู่ไม่ห่างได้ยิน แพรพิณทนไม่ไหวเอ่ยขึ้นว่า “โอ้โห...บัว แกตั้งกระบังซู้งสูง อย่างกะเนตวอลเลย์บอลเลยนะคะ”
“จริงด้วยแล้วดูสิ ใส่เพชรใส่พลอยเต็มตัว เห็นมาแต่ไกลคิดว่าร้านค้าสำเพ็งเคลื่อนที่” พรนางฟ้ารับมุก สองคุณนายโวยหาว่าด่าพวกเธอ
แพรพิณแก้ตัว “ใช่ที่ไหนล่ะคะ หนูว่าเพื่อนขำๆนะคะ แต่ถ้าใครอยากรับแทนก็รับไป เข้างานกันก่อนดีกว่าค่ะ อยู่แถวนี้นานๆมันร้อนอะ กระบังมันบังลม ขอตัวนะคะคุณหญิงย่า”
“อืมไปนั่งแถวๆโต๊ะฉันก็ได้นะ แถวนั้นน่ะเย็นสบาย ไม่ค่อยมีพวกอิจฉาตาร้อน”
สามสาวหัวเราะพรืด คุณหญิงย่าส่งยิ้มให้แพรพิณเป็นครั้งแรก ก่อนจะเดินไปรับแขกคนอื่น ทิ้งสองคุณนายยืนฮึดฮัดอยากกรี๊ดอยู่ตรงนั้น...พรนางฟ้ากำชับเพื่อนๆแผนเราเริ่มทุ่มครึ่ง ที่หน้าวังมัจฉา พ่อเต่า เจ๊โดม กุ๊กกิ๊ก ญี่ปุ่นและจิ๋วจิ๋วพากันเดินเข้างาน เพื่อมาช่วยสามสาว เสียงพร–นางฟ้าขึ้นกล่าวเปิดงานบนเวที คิวแรกของการแสดงคือการรำอวยพรของหมอไทยกับอันนา...ระหว่างนั้นไลออนสวมเสื้อคลุมฮูดบังหน้ายืนดื่มแถวบาร์ค็อกเทล จ้องมองแองจี้หรือพรนางฟ้าตาไม่กะพริบ
ลงจากเวทีมาพรนางฟ้ารีบบอกนภิสขอไปเข้าห้องน้ำ ชยุตจับตามองสามสาวอย่างสงสัย แพรพิณย่องมาทางหลังบ้านเพื่อหาทางขึ้นไปบนห้องหมอไทย แต่พอขึ้นอีกทางเธอก็งงจำไม่ได้ว่าห้องหมอไทยห้องไหน ทั้งสามใส่บลูทูธเพื่อติดต่อกัน แพรพิณเข้าห้องผิด
พรนางฟ้าได้ยินติงเพื่อนหันหน้าให้ถูกทิศก่อนแล้วจะรู้ว่าห้องเขาอยู่ทางไหน พอเข้ามาในห้องได้ แพรพิณแทบช็อกเมื่อเจอชยุตยืนรออยู่ เธอจะหนีแต่ถูกเขารวบตัวซักไซ้ อีกสองสาวได้ยินการสนทนาตกใจที่เพื่อนโดนจับได้ พยายามหาทางช่วย
เมื่อพิธีกรไม่มารับช่วงต่อจากหมอไทยกับอันนาที่รำเสร็จก็เกิดความวุ่นวาย นภิสกวักมือเรียกบัวบุหงามาถามหาพรนางฟ้า กลับโดนหงุดหงิดใส่ว่าเป็นเพราะพี่ที่รันคิวใหม่ทำให้รวนไปหมด นภิสงง บัวบุหงารู้สึกตัวรีบขอโทษแล้วแนะให้เอารายการถัดไปขึ้นมาก่อนโดยไม่รู้ว่าคิวต่อไปคือการให้คุณหญิงย่าขึ้นมากล่าวขอบคุณ เธอหน้าเจื่อนร้อนใจจะทำอย่างไรดี
บัวบุหงาเกรงคุณหญิงย่าจะประกาศตัวว่าที่หลานสะใภ้ จึงขอให้พ่อเต่าพาทีมขึ้นไปร้องเต้นทำนองเพลงโจ๊ะๆคั่นไว้ก่อน คุณหญิงย่าไม่พอใจ อันนาหน้าเสีย
ด้านแพรพิณแก้ตัวกับชยุตแต่ฟังไม่ขึ้น จึงถูกเขาปล้ำจูบจนช็อกยืนนิ่ง มาสะดุ้งรู้สึกตัวเมื่อพรนางฟ้าเคาะประตูเรียก ทั้งพรนางฟ้าและบัวบุหงาต่างได้ยินเสียงผ่านบลูทูธ พอจะเดาออกว่าเพื่อนกำลังเผชิญกับอะไร แอบหัวเราะคิกคัก พรนางฟ้าถอยออกมาให้ชยุตออกจากห้องหมอไทยก่อน แต่เขากลับลากตัวแพรพิณไปด้วย หลังจากนั้นพรนางฟ้าก็เข้าไปค้นในห้องหมอไทย
ทางหน้าเวที คุณหญิงย่าโกรธมากโทษอันนาทำให้งานตนพัง ไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆ ไลออนดื่มจนเมา เห็นคนมุงหน้าเวทีก็เบียดตัวขึ้นไปกล่าวอวยพรวันเกิด แล้วหันไปคว้าตัวหมอไทยมาจูบทันที ทุกคนตกตะลึง มีคนถ่ายคลิปไว้ได้ บัวบุหงากางแขนขวางห้ามถ่าย
พรนางฟ้าที่กำลังค้นห้องหมอไทย เจออุปกรณ์เซ็กซ์ทอยและเจลหล่อลื่นกับกางเกงในจีสตริงก็รวบไว้เป็นหลักฐาน พลันได้ยินเสียงเอะอะผ่านบลูทูธ ก็ตกใจรีบวิ่งกลับมาที่เวที ถลาเข้าไปดึงตัวไลออนออกมา ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วช่วยเปิดทางให้เธอพาไลออนหนีออกไปได้สำเร็จ
ระหว่างความวุ่นวาย สองคุณนายที่กระแนะกระแหน คุณหญิงนวลจันทร์หัวเราะชอบใจเพราะถ่ายคลิปไว้ได้ จะส่งแฉให้ฉาวกันไปเลย ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วพร้อมทั้งบัวบุหงาได้ยิน ต่างช่วยกันแกล้งชนสองคุณนายจนมือถือหล่นกระจายพังเสียหาย ไม่อาจกู้กลับมาได้
จากนั้นบัวบุหงาโทร.ถามพรนางฟ้าเป็นอย่างไรบ้าง เธอจึงให้ช่วยโทร.หาเควินเพื่อให้ทำอะไรบางอย่าง... ในคืนนั้นภาพไลออนจูบหมอไทยถูกแพร่ไปทั่วโลกโซเชียล ทุกคนที่เห็นต่างตะลึงงันที่ศิลปินของพวกเขาเป็นเกย์ ส่วนพรนางฟ้าจำต้องพาไลออนที่เมามายกลับมาคอนโด เพราะคิดว่านักข่าวคงรอที่หน้าบ้าน ปันปันกรี๊ดกร๊าดเมื่อเห็นไลออน ช่วยพี่สาวพาเขาเข้าห้อง
ooooooo
เช้าตรู่พาทีถูกกรณ์ประธานบริษัทจีพีเรคคอร์ดโทร.ปลุกเรื่องคลิปไลออน พาทีรีบเปิดข่าวในไอแพด เห็นภาพไลออนจูบกับผู้ชายก็ตกใจ พยายามติดต่อพรนางฟ้าแต่ไม่สำเร็จ
ในโลกโซเชียลมีทั้งให้กำลังใจไลออนว่าแค่คนหน้าเหมือน ทั้งต่อว่าด่าทอ ผิดหวังเสียใจ ในขณะที่ชลลัมภีร์ได้รับการติดต่อจากพรนางฟ้าให้ช่วยปิดข่าวไม่ให้แพร่ออกไปอีก ส่วนที่กระจายไปแล้วเธอต้องตามแก้ไขเอง ฉะนั้นในทีวีและหน้าหนังสือพิมพ์จึงไม่มีข่าวนี้
ขณะเดียวกันชลลัมภีร์เห็นเพจมุมสีดำของเจ้าชายสีน้ำเงิน...ที่นาเดียร์ชักชวน อนาสตาเซียกับลิเดียเข้ามาร่วมกันทำข่าวปลอมใส่ร้ายบลูปรินซ์ ช่วงนี้ไม่มีคนไลค์ อัพอะไรก็ไม่มีใครสนใจ เขายิ้มเจ้าเล่ห์คิดบางอย่างได้
ด้านพรนางฟ้าจะเช็ดตัวให้ไลออนที่ยังหลับ มือสั่นเมื่อปลดกระดุมเสื้อเขาเพื่อที่จะเช็ดตัว ทันใดเขาเกิดละเมอดึงเธอเข้ามากอดแนบอกแล้วหลับต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอดิ้นขลุกขลักๆแต่เขารัดแน่นขึ้น จึงยอมนอนนิ่งด้วยใจสั่นๆ
สักพักต้องสะดุ้งเมื่อพาทีโทร.เข้ามา เธอลุกพรวดจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ก่อนจะกดรับโทรศัพท์ เธอเล่ารายละเอียดให้พาทีฟัง สาเหตุที่ต้องพาไลออนมาที่คอนโด พาทีห่วงเรื่องข่าวมากกว่า หญิงสาวกลับบอกไม่ต้องห่วง ฝากเขาดูแลบลูปรินซ์ที่เหลือแทนตนไปก่อน
“เรื่องข่าวทีวีไม่ต้องห่วงนะคะ แองจี้ให้คุณลุงชลลัมภีร์ช่วยปิดข่าวให้แล้ว”
“เธอปิดโลกโซเชียลไม่ได้หรอก”
“คุณพาทีไม่ต้องห่วงนะคะ แองจี้เตรียมการทุกอย่างไว้หมดแล้ว” พรนางฟ้ามั่นใจมาก
ข่าวไลออนที่กลุ่มแฟนคลับตามดู รวมทั้งกลุ่มญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว ต้องตื่นตะลึงอีกครั้ง ที่เช้านี้เห็นไอจีของเควินลงรูปเมื่อคืนตอนห้าทุ่ม เป็นรูปไลออนนอนหลับพิงเบาะรถ แคปชั่นว่า...ดูสิ สิงห์น้อยหลับปุ๋ยเลย... แสดงให้เห็นว่าเมื่อคืนไลออนอยู่กับเควินในเวลาเกิดเหตุ ฉะนั้นภาพไลออนจูบผู้ชายจึงเป็นเพียงคนหน้าเหมือน
กลุ่มแฟนคลับที่รักไลออนพากันลงกดดันให้คนที่ด่าว่าไลออนจงลงขอโทษเขาด้วย นาเดียร์แทบกรี๊ดเมื่อข่าวพลิกล็อกไปแบบนี้ อนาสตาเซียกับลิเดียอยากขอถอนตัว แต่ก็โดนกล่อมจนถอนตัวไม่ได้ ทันใดชลลัมภีร์โทร.เข้ามา นาเดียร์รีบเปิดเสียงให้สองสาวฟังด้วย
“ผมแค่อยากถามว่า อยากร่วมมือกันทำให้บลูปรินซ์ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดตลอดไปไหม”
“เดี๋ยวนะคะ ได้ข่าวว่าหลานสาวของคุณเข้าไปเป็นผู้จัดการวงแทนฉันไม่ใช่เหรอ”
ชลลัมภีร์เผยความจริงว่าเป็นหลานปลอม แองจี้เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของตนที่จะช่วยล้มบลูปรินซ์ ถ้าเธอร่วมมือจะได้ทั้งแก้แค้นและเงินค่าจ้าง นาเดียร์ยิ้มกริ่มไม่มีอะไรต้องเสีย
บ่ายวันนั้น ไลออนตื่นขึ้นมาเห็นแองจี้ถือข้าวต้มเข้ามาให้ เขาทำท่าอ้อนให้ป้อนแบบเด็กๆ พอเธอป้อนเขาก็ทำหน้าว่าร้อน เธอตกใจวางชามข้าวเอามือจับหน้าเขาปลอบอย่างห่วงใย เขายิ้มแฉ่งชอบใจจับมือเธอดึงเข้ามาใกล้ หญิงสาวใจสั่นหลบตาบอกเขาทำแบบนี้ไม่เหมาะสม
“งี้ก็หมายความว่า ถ้าเราเป็นแค่ไลออนธรรมดา เธอจะชอบเราได้ใช่ไหม” แองจี้เหวอ “ถ้างั้นเราจะอยู่ที่นี่ เราจะไม่กลับไปบ้านบลูปรินซ์อีกแล้ว”
แองจี้ติงว่าเขาทำตัวเป็นเด็ก ไลออนไม่พอใจที่ใครๆ ชอบหาว่าเป็นเด็กไม่น่าเชื่อถือ เธอจะป้อนข้าวเขาต่อ เขาต่อรองให้หอมแก้มก่อนแล้วจะกิน หญิงสาวหน้าแดงเขิน ระฆังช่วยเมื่อมีเสียงเคาะประตูขัดจังหวะ เสียงพาทีบอกให้เปิดประตู
พอประตูเปิด ปันปันเห็นซิกซ์แพ็กไลออนที่สวมเสื้อแต่ไม่ได้ติดกระดุมก็ตื่นเต้นจนเป็นลม พาทีประคองเธอไว้ทัน สั่งไลออนให้แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วออกไปนั่งรอ เขากลับย้อนว่าขี้เกียจ แต่พอพาทีสวน “งั้นไม่ต้อง ไปอัดเพลงพรุ่งนี้ ถือว่าเพลงใหม่ไม่ต้องมีนายก็แล้วกัน”
ไลออนหน้าเสียจำต้องทำตามคำสั่งพาที แล้วพาที สั่งแองจี้ให้เช็ดตัวปันปัน ท่าทางตัวร้อนมีไข้ แล้วขอบคุณที่เธอช่วยจัดการข่าวไลออนให้ เธอแย็บถามไม่โกรธหรือ
“โกรธสิ แต่จะโกรธกว่านี้ถ้าเธอสองคนยังอยู่ที่นี่ต่อ”
พาทีบอกตนไล่นักข่าวไปจากหน้าบ้านหมดแล้ว เพื่อความสบายใจของเธอ หญิงสาวชะงักกับคำตอบของพาที
เผอิญกรณ์โทร.เข้ามาเรียกพาทีไปพบเดี๋ยวนี้ แองจี้รู้สึกผิดที่พาไลออนออกไปให้เกิดเหตุ แต่ด้วยหน้าที่จำต้องบอกพาทีให้พาไลออนกลับไปก่อน อ้างปันปันป่วยตนต้องอยู่ดูแลน้องแล้วจะตามกลับไป ไลออน ไม่ค่อยพอใจที่พาทีมาขัดจังหวะตนกับแองจี้
ที่จริงแล้วแองจี้หรือพรนางฟ้ากลัวพาทีกับไลออน จะเห็นถุงเจลหล่อลื่นที่เจอในห้องหมอไทยหล่นอยู่ในห้องเธอ จึงต้องการจะเก็บให้เรียบร้อยและสรุปงานกับเพื่อนๆก่อน
พาทีมาถึงตึกจีพีเรคคอร์ด เจออรนาฏสวมแว่นดำ ดักรออยู่ก็แปลกใจ เธอมาเพื่อสั่งให้เขาปฏิเสธการให้วงบลูปรินซ์เล่นหนังของพันธิต พาทีแย็บกลัวตนจะหลุดพูดอะไรกับน้อง...เอ่อ...พันธิตหรือ อรนาฏยิ่งโกรธ ขู่ถ้าทำอะไรลงไปเจอดีแน่ พาทียั่วกลัวแล้วอย่าขู่กันเลย
เฌอเบลล์แอบมองสองคนคุยกันท่าทางเครียดๆด้วยความสงสัยอยากรู้ พอพาทีเดินเข้ามาจึงรี่เข้าไปทักทายแย็บถามคุยกับใครอยู่จึงไม่กล้าเข้าไปทัก เขาไม่ตอบแถมเปลี่ยนเรื่องเธอรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ข้อมูล จึงบอกว่าอยากเริ่มทำเพลงกับเขาแล้ว พาทีบอกไม่ต้องใจร้อนตนไม่หนีไปไหน แล้วขอตัวไปพบท่านประธาน เธอดักคอว่าเรื่องข่าวบลูปรินซ์ใช่ไหม
เฌอเบลล์เสนอตัวเข้าไปด้วยเพื่อกรณ์จะได้ไม่กล้าโกรธมาก โดยมีข้อแลกเปลี่ยนให้เลี้ยงข้าวเย็น พาทีครุ่นคิดสักพักจึงยอม
บ่ายวันนั้นที่กองถ่าย พันธิตเห็นคลิปไม่ได้สนใจว่าใครจูบใครกลับหัวเราะขำคนที่กางแขนตะโกนห้ามใครถ่ายรูปมากกว่า บัวบุหงาเดินมาเห็นโวยวายให้เขาปิด แต่เขากลับล้อจนเธออายยื้อแย่งมือถือ เจ๊โดมยืนมองแซวดังๆว่าหยอกล้อกันมุ้งมิ้งน่าเอ็นดู...วทันยูถือถุง อาหารเข้ามาเต็มมือ ร้องบอกทุกคนให้มาทาน บัวบุหงา ถือโอกาสเดินหนี พันธิตตามเธอไปถามทำไมต้องหลบหน้า ตนทำอะไรผิด วันก่อนเรายังสนุกด้วยกันอยู่เลย
“สนุก...ใช่สิ คุณมันก็คิดได้แค่นี้แหละ ความสนุกที่เกิดจากความรู้สึกของฉัน เอาเป็นว่าคุณเลิกยุ่งกับฉันเหอะ ฉันเริ่มไม่สนุกที่จะอยู่ข้างๆคุณแล้ว”
“เฮ้ย ไม่เอาดิ คุณต้องบอกผมมาก่อนว่าคุณเป็นอะไร ผมไปทำอะไรให้คุณไม่สบายใจ”
บัวบุหงาไม่ตอบขอตัวเดินหนีไปดื้อๆ พันธิตยืนงง ไม่เข้าใจว่านั่นคือความในใจของเธอ พอดีพรนางฟ้าโทร. ตามบัวบุหงาไปประชุม เธอจึงบอกลางานกับเจ๊โดมแล้วผลุนผลันออกไป
สามสาวเจอกันร้านอาหารเจ้าประจำ แพรพิณมาในสภาพชุดคืนวันงานแซยิด พรนางฟ้ากับบัวบุหงา แปลกใจซักไซ้ สรุปชยุตไม่ได้เป็นเกย์ใช่ไหม แพรพิณ ตอบไม่ถูกบอกแค่ว่าไม่ได้มีอะไรกัน เขาแค่พยายามบังคับให้ตนสารภาพว่าเข้าไปค้นอะไรในห้องหมอไทย และทำไมถึงกีดกันไม่ให้หมอไทยเป็นแฟนกับอันนา พอเธอบอกว่าเขากับหมอไทยเป็นคู่เกย์กันมาหลอกอันนา จึงโดนเขาจูบจนเธอร้องไห้ เขาจึงอ่อนโยนลงและปลอบจนเธอรู้สึกวาบหวิว
“วู้ว...คุณป้าแพรพิณของเรามีรักที่ร้อนแรงเซ็กซี่สิ้นดี” พรนางฟ้าแซว
“ทีนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วสิว่าคุณชยุตไม่ได้เป็นเกย์ ยังงี้หมอไทยก็ไม่ได้เป็นเกย์ด้วยใช่ไหม”
แต่พรนางฟ้ามีหลักฐานมาแย้งคำพูดของบัวบุหงา ว่าผู้ชายดีๆจะมีของแบบนี้เพื่ออะไร สองสาวอึ้งเรื่องหมอไทยเป็นเกย์ยังไม่ตกไป แม้คำพูดของชยุตยังก้องในหูแพรพิณให้สับสน
“เล่นเป็นนักสืบ แล้วก็หาเรื่องที่คิดเอง พูดเองมาใส่ร้ายให้คนรักกันเขาเลิกกัน ถามจริงๆคุณตัดสินคนจากแค่ของที่คุณเห็น หลักฐานที่คุณเจอเหรอ”...
พรนางฟ้าลุกมาเข้าห้องน้ำ ชนเข้ากับพาทีโดยบังเอิญ เธอรีบแก้ตัวว่าออกมาซื้อข้าวไปให้ปันปัน และก็ถือโอกาสทานข้าวกับเพื่อนๆ พาทีไม่ติดใจเท่าไหร่ กลับขอให้เธอช่วยให้หลุดจากเฌอเบลล์ที...พอพาทีกลับมาที่โต๊ะเฌอเบลล์ เธอชวนเขาไปหาร้านดื่มต่อ เขาอึกอัก ทันใดพรนางฟ้ากับเพื่อนโผล่เข้ามาทักทาย แล้วแพรพิณก็เกิดอาการแพ้อาหารหายใจไม่ออกพาทีจึงต้องช่วยอุ้มพาส่งโรงพยาบาล เฌอเบลล์เจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้
ooooooo
เช้าวันใหม่ บัวบุหงามาที่กองถ่าย พันธิตเห็นเธอมึนตึงจึงอยากรู้ว่าเป็นอะไร พอดีทีมงานมารายงานว่าฝ่ายอาร์ตท้องเสียตามๆกัน เพราะกินส้มตำของวทันยู พี่คิดผู้กำกับบอกคงต้องยกกอง พันธิตตัดสินใจออกไปหาซื้อของมาทำพร็อพแทน โดยให้บัวบุหงากับวทันยูไปช่วย
ขณะถือของกันพะรุงพะรัง พันธิตโดนกระชากกระเป๋า เขาโกรธวิ่งไล่กวดคนร้าย บัวบุหงาเป็นห่วงจึงทิ้งของให้วทันยูทั้งหมด แล้ววิ่งตามไป พันธิตต่อสู้กับคนร้ายโดนมีดปาดแขนเลือดซึม บัวบุหงากระโจนเข้ามาทุ่มคนร้ายล้มไม่เป็นท่า คนร้ายวิ่งหนีทิ้งกระเป๋าไว้ พันธิตตะลึงกับความเก่งกล้าของเธอ ไม่ทันไรคนร้ายกลับมาพร้อมพวกอีกหกคน พันธิตรีบดึงบัวบุหงาวิ่งหนี จนเขาอ่อนแรงเจ็บแผลดันให้เธอหนีไปก่อนแต่เธอไม่ยอม พยายามดึงเขาวิ่งไปด้วยกัน
โจรคนหนึ่งยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ให้ทั้งสองหยุดหนี แต่พันธิตก็หาทางพาบัวบุหงาหนีอีก โชคดีที่เจอตำรวจสายตรวจขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา พวกโจรจึงพากันหนีเตลิด บัวบุหงาจะพาพันธิตไปทำแผลที่โรงพยาบาล แต่เขา ไม่ยอมไป เธอตัดสินใจซื้อยาฆ่าเชื้อและปลาสเตอร์มาทำแผลให้เขา และแกล้งทำรุนแรงจนเขาทนไม่ไหวต้องทำแผลเอง วทันยูตามมาถึงถลาเข้าแทรกกลางช่วยทำแผลให้เพื่อนในทันที บัวบุหงามองอึ้งๆ ยิ่งมั่นใจว่าสองคนเป็นคู่เกย์กัน
พี่คิดโทร.มาตาม วทันยูจึงต้องรีบเอาของกลับไปกองถ่ายก่อน ให้พันธิตกับบัวบุหงาไปซื้อดอกไม้ที่ใช้เข้าฉากเพิ่ม หญิงสาวอิดออดไม่อยากอยู่กับพันธิต พอถึงปากคลองตลาดจึงทำเป็นไม่ค่อยสบายขอตัวกลับ แต่พันธิตไม่ยอมกระชากตัวเธอกลับมา แทนที่จะล้มเข้ามาในอ้อมกอด กลายเป็นหงายล้มก้นจ้ำเบ้า เขาตกใจเป็นห่วงแต่อดกวนประสาทไม่ได้
“เธอนี่ซุ่มซ่ามไม่ระวังเล้ย จะให้ฉันห่วงเธอไปถึงไหน ฮะ”
บัวบุหงาเหมือนจะเคลิ้มกับความห่วงใยของเขาต้องหน้างอด้วยความโกรธแทน พันธิตแอบซื้อดอกกุหลาบสีโอลด์โรสให้เธอดอกหนึ่ง โดยไม่พูดอะไรหวานๆ หญิงสาวไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง พาลจะทิ้งดอกไม้แต่ก็ลังเล สุดท้ายเก็บใส่กระเป๋าไว้ทำเป็นไม่สนใจ
กลับมาถึงกองถ่าย ทั้งพี่คิดและเจ๊โดมต่างสงสัยในท่าทีของพันธิตกับบัวบุหงา จึงแกล้งล้อจนหญิงสาวอาย กระทั่งเลิกกอง พี่คิดกล่าวขอบคุณพันธิต บัวบุหงาและวทันยู ที่ทำให้งานวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี วทันยูเข้าไปกอดพันธิต บัวบุหงามองอึ้งๆยกกล้องขึ้นบันทึกภาพไว้
พันธิตพาทีมงานมากินข้าวต้มโต้รุ่ง รวมทั้งบัวบุหงาและเจ๊โดมด้วย ทุกคนฟังเรื่องร้ายที่พันธิตกับบัวบุหงาไปประสบมา วทันยูแกล้งโกรธหาว่าทั้งสองทิ้งเขาให้หอบของพะรุงพะรังเดินตามหาอย่างเป็นห่วง พันธิตแกล้งเข้าไปกราบแนบอกเพื่อน ทุกคนหัวเราะครืน ยกเว้นบัวบุหงาที่รู้สึกเจ็บจี๊ดในใจ เหลือบมองดอกกุหลาบใน กระเป๋าตัวเอง เจ๊โดมสังเกตเห็นเงียบๆ
หลังกินกันเสร็จ วทันยูกลับรถพี่คิด พันธิตจะไปส่งบัวบุหงา แต่เธอปฏิเสธ เจ๊โดมช่วยพูดว่าขี่มอเตอร์ไซค์กลับค่ำมืดมันอันตราย ให้กลับรถพันธิต ตนจะเอารถกลับให้เอง
ระหว่างนั่งมาในรถ พันธิตมองดอกไม้ในกระเป๋าบัวบุหงาแล้วเอ่ยถามเธอไม่ชอบดอกไม้หรือเห็นอยากจะทิ้ง วันนี้ถ้าตนทำอะไรให้โกรธก็ขอโทษด้วย หญิงสาวตอบนิ่งๆ
“ฉันจะไปโกรธอะไรนายได้ นายช่วยชีวิตฉันจากพวกโจรนี่”
“ช่วยก็ส่วนช่วย โกรธก็ส่วนโกรธ มันหักลบกันไม่ได้หรอก ถึงฉันจะไม่รู้ว่าเธอโกรธฉันเรื่องอะไรก็เถอะนะ”
บัวบุหงาพยายามข่มใจไม่คิดถึงเรื่องวทันยูกับเขา กล่าวขอบคุณสำหรับวันนี้ พันธิตแกล้งไม่ได้ยินให้พูดดังๆ เธอจึงตะโกนข้างหูดังลั่น เขาโวยเดี๋ยวแผลเปิดพอดี ผู้หญิงอะไรเสียงอย่างกับผู้ชาย หญิงสาวโกรธตีแขนเขา เพียะ เขาร้องลั่นเพราะโดนแผล เธอตกใจหน้าเสียรีบเปิดแขนเสื้อเขาดูแผล พันธิตเห็นใบหน้าหญิงสาวอยู่ใกล้ชิด ก็โน้มหน้าจะจูบ เธอสบตาเขาใจเต้นรัว
ooooooo
ข่าวไลออนเงียบลง ทุกคนสบายใจ ในวันหยุดจึงสนุกครึกครื้น พาทีรู้สึกคิดถึงแองจี้ ทำทีโทร.ไปต่อว่าเมื่อไหร่จะกลับ เธออ้างว่าน้องยังไม่หายป่วย และเห็นว่าบลูปรินซ์ยังได้หยุดอีกสองวัน พาทีอยากหาเรื่องคุยด้วยนานๆ แต่คิดไม่ออก จึงสั่งไปว่าพรุ่งนี้ให้กลับ มีงานด่วน
ด้านพันธิตโดนอรนาฏต่อว่า เกิดเรื่องร้ายไม่เล่าให้ฟัง ต้องไปรู้จากคนอื่น ทีหลังถ้าโจรอยากได้อะไรก็ให้มันไปอย่าเอาชีวิตไปเสี่ยง พันธิตรู้ว่าแม่เป็นห่วงแต่อดกวนกลับไม่ได้ ยิ่งพอแม่ว่าไปถึงบัวบุหงาเป็นผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า จะไปเจ็บตัวแทนทำไม เขาหน้าตึงทันที
“ทำไมคุณชอบดูถูกคนอื่นอย่างนี้ล่ะครับ ถึงเขาจะเป็นลูกเต้าเหล่าใครมันสำคัญด้วยเหรอ ถ้าไม่ได้ผู้หญิงคนนั้นช่วยไว้ ผมคงโดนกระทืบตายไปแล้วด้วยซ้ำ”
“ฉันก็แค่ไม่อยากให้แกไปคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนมาทำเมียก็เท่านั้น”
“เฮ้อ...พอผมอยู่กับผู้ชายคุณก็คิดว่าผมเป็นเกย์ พอผมไปอยู่กับผู้หญิงคุณก็ไม่พอใจอีก ตกลงจะเอายังไงกับผมกันแน่” พันธิตส่ายหน้าเดินหนี ปล่อยให้อรนาฏยืนไม่สบายใจต่อไป
ส่วนหมอไทยเคืองคุณหญิงย่าที่ไล่อันนาเมื่อคืนวันงาน จึงไม่พูดคุยกับท่าน ทำให้ท่านยิ่งไม่พอใจหาว่าเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าย่าที่เลี้ยงเขามาแต่เล็กแต่น้อย...
หมอไทยกลัดกลุ้มเพราะอันนาไม่ยอมให้พบ ไม่ยอมรับสาย ชยุตปลอบใจแล้วเล่าถึงกลุ่มจีสแกนของสามสาวที่สืบว่าพวกเราเป็นเกย์ วันงานสามสาวแอบเข้าไปค้นห้องหาหลักฐาน...ชยุตเล่าถึงวันที่เขาพาตัวแพรพิณออกมาจากงาน เธอหลับในรถ เขาจึงแอบเอามือถือเธอมากดดูไลน์สนทนาจนได้รู้แผนการ
อันนายังเสียใจที่โดนคุณหญิงย่าไล่ และที่ไลออนดึงหมอไทยไปจูบ แพรพิณย้ำตนเตือนแล้วว่าหมอไทยเป็นเกย์ แถมเปิดรูปหลักฐานที่ค้นเจอในห้องเขาให้ดู อันนาช็อกทรุดนั่ง
ทางด้านกองถ่าย บัวบุหงาเดินถ่ายภาพเบื้องหลังตามปกติ แต่ก็คอยเลี่ยงเผชิญหน้าพันธิต เจ๊โดมสังเกตเห็นทนไม่ไหว ดึงหลานสาวมาซักถามหน้าห้องน้ำ ว่าเมื่อคืนไปกินกันมาหรือเปล่า บัวบุหงาปฏิเสธเขินๆ เล่าเหตุการณ์เมื่อคืนในรถให้ฟัง
เมื่อพันธิตยื่นหน้ามาจะจูบ บัวบุหงาชิงเปิดประตูลงจากรถมายืนกอดกระเป๋าปิดหน้าอกไว้ พันธิตขำหาว่าทำเหมือนนางเอกในละคร หญิงสาวเขินขู่ถ้าเขาเข้ามาใกล้จะฆ่าเขา พันธิตยิ่งหัวเราะก๊าก สัญญาจะไม่ทำอะไร ให้เธอกลับมาขึ้นรถแล้วพาไปส่งบ้าน
เจ๊โดมฟังแล้วเอามือตบหน้าผากตัวเอง “โอ๊ยชีวิตกะเทยมีผัวผัวก็หลอก มีหลานหลานก็ง่าวจ๊าดนัก ผู้ชายมาให้กินถึงที่ยังปล่อยให้หลุดมือ แกเกิดจะบ้าหวงตัวขึ้นมาอะไรตอนนี้นังบัว”
“อ้าว ก็เจ๊กับพ่อเต่านั่นแหละที่สอนให้ฉันรักนวลสงวนตัว ตอนแรกก็เคลิ้มๆ แต่สักพักเห็นหน้าเจ๊กับพ่อเต่าลอยมา สะดุ้งโหยง หนีออกมานอกรถนั่นแหละ”
เจ๊โดมควักยาดมมาสูดเต็มแรง “คุณพระคุณเจ้าช่วย กูควรดีใจใช่ไหมที่หลานมันเห็นหน้ากูตอนจะจูบกับผู้ชายแล้วสะดุ้งหนีออกมาเนี่ย...จริงๆเลยนังบัว แล้วงี้คุณพันธิตเขาไม่หัวเราะแกตายเรอะ”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะเจ๊ ฉันจะเข้าหน้าเขาต่อไปได้ยังไงก็ยังไม่รู้เลย”
ฉับพลันได้ยินเสียงกดชักโครกดังขึ้นแล้วตามด้วยพันธิตเดินออกจากห้องน้ำ หันมายักคิ้วล้อเชิงว่าได้ยินหมดแล้วก่อนจะเดินไป เจ๊โดมตาโพลงสูดดมยาหนักขึ้น บัวบุหงาทรุดฮวบเรียกหายาดมอีกคน หน้าแหกอีกครั้งไม่รู้จะทำอย่างไร เจ๊โดมบอกถ้าเป็นตนคงลาออกหนีอาย
ooooooo
เย็นวันนั้น บัวบุหงามาคร่ำครวญกับเพื่อนๆ ว่าตนอายแทบแทรกแผ่นดิน ไม่รู้จะมีหน้าไปสู้กับพันธิตอย่างไร ส่วนแพรพิณก็ซึมกระทืออย่างเห็นได้ชัด พรนางฟ้าจำต้องเตือนสติเพื่อนๆ อย่าลืมว่าเราเป็นนักสืบ มีหน้าที่หาความจริง อย่าเผลอใจหลงรักเหยื่อของตัวเอง
ระหว่างนั่งรอเพื่อนเล่นฟิตเนส บัวบุหงาอ่านไลน์ กลุ่มกองถ่ายทะเลลาเวนเดอร์ พี่คิดคุยกับพันธิตและวทันยู ว่าทางบลูปรินซ์ปฏิเสธไม่รับงานเพราะติดซ้อมเล่นคอนเสิร์ต และที่สำคัญทางนั้นไม่อยากให้มีข่าวบลูปรินซ์เป็นเกย์ออกมาอีก ดูท่าพันธิตจะโกรธและผิดหวังมาก
บัวบุหงาไม่อยากให้พันธิตผิดหวังเสียใจกับงานที่เขาตั้งใจทำ จึงขอร้องพรนางฟ้าช่วยเคลียร์คิวบลูปรินซ์ ให้มีเวลาแสดงหนังของพันธิต พรนางฟ้าหนักใจครุ่นคิด
สุดท้ายพรนางฟ้าก็ต้องช่วยเพื่อน จัดแจงโทร.ไปขอเลื่อนคิวของบลูปรินซ์ให้ว่างทั้งเดือนเพื่อสะดวกในการแสดงหนัง...พอพาทีเห็นคิวงานเว้นว่างยาวนานก็แปลกใจโทร.ไปถามแองจี้ พรนางฟ้าหรือในนามแองจี้พยายามอธิบายสุดฤทธิ์ อ้างข้อดีต่างๆ ว่าบลูปรินซ์ควรแสดงหนังทะเลลาเวนเดอร์ เพราะช่วงเวลาฉายตรงกับเวลาที่ออกซิงเกิ้ลใหม่ ถือเป็นการโปรโมต
พาทีหวั่นข่าวคู่เกย์จะออกมาอีก เขาอุตส่าห์สร้างภาพลักษณ์บลูปรินซ์มาอย่างดี แองจี้สาธยายว่าเธอได้ดูในทวิตเตอร์แล้ว แฟนคลับของบลูปรินซ์ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ แต่กลับชื่นชอบเวลาที่มีรูปคู่ของศิลปินของพวกเขา ไม่มีอะไรที่ออกมาเป็นกระแสลบเลย กลับจะทำให้ดังขึ้น พาทีเปิดทวิตเตอร์อ่าน เห็นจริงอย่างที่แองจี้พูด แต่แอบเครียดต้องเจอปัญหากับอรนาฏเป็นแน่
พาทีวางสายเดินมาเห็นเควินกำลังอ่านนิตยสารบทสัมภาษณ์อรนาฏ จึงเข้าไปดึงหนังสือออกมา ย้ำอย่าไปสนใจพวกดาราสร้างภาพ เควินบอกถ้าเราร่วมงานทะเลลาเวนเดอร์ คงได้เจอเธอ ตนปลื้มเธอมาก พาทีกลับบอกว่าอย่าเจอกันเลยดีกว่า เควินจ๋อย พาทีสงสารปลอบใจว่า อาจจะเจอกันวันเปิดกล้อง เท่านั้นเควินก็ยิ้มหน้าบานวิ่งกลับไปซ้อมเต้นต่อ
พาทียอมโทร.ไปบอกพันธิตว่ายินดีรับงาน เขาดีใจมาก บัวบุหงาเห็นความดีใจของพันธิตแล้วยกกล้องมาเก็บภาพไว้ด้วยความดีใจไปด้วย...จากนั้นเธอก็มานั่งดูภาพ พันธิตผ่านมาเห็นเธอดูรูปเขาก็หยอกเย้า หยิกแก้มเธออย่างเอ็นดู แล้วแท็กเข้ามาในไอจีบัวบุหงา พอเธอเปิดดู เห็นภาพกล้องตัวเองเป็นภาพขาวดำ มีแคปชั่นว่า “กล้องรุ่นที่เราไม่เคยคิดว่ามันดี พอลองได้สัมผัสได้ลองใช้ดูจริงๆ มันอาจเป็นกล้องที่ดีที่สุดที่เราเคยมีก็ได้”
บัวบุหงาเห็นแล้วหนักใจ...ด้านอรนาฏเห็นอินสตาแกรมของลูกชาย ลงรูปกล้องและแคปชั่นนี้ ก็ไลน์หาบัวบุหงาเพื่อตอกย้ำ “ฉันเห็นโพสต์แล้ว เธอเก่งมาก ใช้ความสนิทของเธอกันผู้ชายออกไปจากชีวิตลูกฉันได้ ขอบใจจริงๆ”
หนุ่มๆบลูปรินซ์ลงคลิปให้เหล่าแฟนคลับรู้ว่าจะได้เจอพวกเขาเล่นภาพยนตร์เร็วๆนี้ คิวถ่ายเริ่มอาทิตย์หน้า ...ต้อยกับติ่งหัวโจกรีบแจ้งพรรคพวกเตรียมอุปกรณ์และวางแผนตามเชียร์
ooooooo
.
92
« Last post by ppsan on 24 October 2026, 20:57:04 »
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep1/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 1
เสียงเพลงในผับดังสนั่น หญิงสาวคนหนึ่งยืนมองป้ายชื่อผับด้วยสีหน้าเอาเรื่อง ภายในผับนักเที่ยวส่วนใหญ่เป็นกะเทยและชายรักชาย กอดหอมกันไม่อายสายตาใคร...หญิงสาวมีนามว่าพรนางฟ้า หยิบมือถือออกมาเปิดดูอินสตาแกรมของเอแฟนหนุ่ม เป็นภาพต้อมอยู่ในผับแห่งนี้ ไม่ทันไรแพรพิณโทร.เข้ามารายงาน “มันยังอยู่ รถเลขทะเบียนตามที่แกบอกมาชัวร์ แถมในรถมีถุงยางที่ใช้แล้วด้วย อี๋...ฉันรับไม่ได้ อุ๊ย! แต่ใจเย็นนะแก เขาอาจจะซื้อมาผิดคิดว่าเป็นหมากฝรั่งก็ได้นะ เดี๋ยวนี้กล่องมันคล้ายๆ กันเน๊อะ”
มีสายซ้อนจากบัวบุหงาโทร.เข้ามา เสียงดังมากจนพรนางฟ้าต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างหู เธอตะโกนว่า “ไอ้พี่เอมันเดินเข้าไปกับผู้ชายคนนึงแล้ว...เผลอแป๊บเดียวเดินเกาะแขนกันเข้าไปละ อ้าวเฮ้ย! หายไปไหนแล้วล่ะ...โอ๊ย อีพี่ยามนี่พูดมาก ฉันมองไม่ทันเลยเนี่ย”
เสียงยามที่เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้บัวบุหงาดู พูดแทรกให้พอ เชิญเธอออกไป พอได้ยินเธอพูดไม่ดีก็ไม่พอใจ “อ้าวน้อง พูดงี้ก็สวยสิ ผมอุตส่าห์ให้ดู” “พี่เงียบเลย! หนูจ่ายเงินให้พี่แล้วนะ ถ้าหนูช่วยเพื่อนจับแอ๊บผู้ชายไม่ได้ พี่เละแน่”
ด้านพรนางฟ้าแค้นใจจนทนไม่ไหวกรี๊ดดังลั่นจนเหล่ากะเทยเก้งกวางตกใจหันมองทำนองอีชะนีนี่เป็นบ้าอะไร เธอไม่สนใจเดินผ่านทุกคนไปอย่างเคียดแค้น แพรพิณกับบัวบุหงาตามมาสมทบ ช่วยกันมองผู้คนที่เต้นเบียดเสียดกัน เมื่อไม่เห็นก็เบนสายตาไปทางห้องน้ำ
แพรพิณจะอ่อนแอกว่าเพื่อนๆ ต่างกับบัวบุหงาที่มีลักษณะเหมือนทอมกล้าแกร่ง เธอจึงเริ่มมึนกับกลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่ทำให้พานจะเป็นลมชวนเพื่อนๆกลับ แต่พรนางฟ้าเชื่อว่าต้องเจอเอกับต้อมในห้องน้ำแน่ แพรพิณ จำต้องช่วยเพื่อนให้ถึงที่สุด เข้าไปสำรวจตามห้องน้ำพบว่ามีสองห้องที่ล็อกอยู่ บัวบุหงาไม่รอช้าเข้าไปถีบประตูห้องหนึ่ง จังหวะนั้นประตูเปิดพอดี เธอจึงถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดชายคนหนึ่ง
“ว้าย! เอ่อ เป็นอะไรรึเปล่าครับ ห้องน้ำผู้หญิงอยู่ฝั่งโน้นครับ” แม้หลุดแต๋วแต่กลับตัวทัน “ไม่ต้องแอ๊บกับพี่ก็ได้ค่ะน้อง ดูสิเกร็งไปจนถึงกล้ามเนื้อหัวใจแล้ว” เกย์หล่อพยายามวางมาดปฏิเสธไม่ได้แอ๊บ แล้วรีบเดินหนีออกไป แพรพิณมองตามอย่างเสียดาย เหลือห้องน้ำอีกห้องจึงต้องเช็กให้แน่ใจด้วยการก้มดูใต้ประตู แพรพิณก้มดูแล้วบอกเพื่อนๆว่ามีสี่ขา พรนางฟ้ารีบก้มดูตาม เห็นรองเท้าคู่หนึ่งจำได้ว่าเหมือนรองเท้าที่เจ้านายใส่
พรนางฟ้านึกถึงเมื่อสองชั่วโมงก่อนหน้านี้ เลิกงานแล้วต้อมเดินมาสั่งงานให้เธอช่วยทำ อ้างว่าพรุ่งนี้ต้องใช้เข้าที่ประชุม เธอมองการแต่งตัวของเขาหัวจดเท้า พอเขาเดินไป เธอก็จับเวลาสาม...สอง...หนึ่ง เป็นดังคาด
เสียงไลน์ดังขึ้นจากเอแฟนหนุ่ม บอกว่ามารับไม่ได้ไปทานข้าวกับแม่ พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน เธอกำมือถือแน่นก่อนจะคว้ากระเป๋าออกมาที่ผับแห่งนี้ บัวบุหงาเอ่ยถามจะเอาอย่างไร พรนางฟ้าพยักหน้า เธอจึงถีบประตูโครม เห็นเกย์สองคนกำลังจูบกันนัวหันมาร้องวี้ดว้าย คว้าเสื้อวิ่งหนีออกไปด้วยความอายระคนตกใจ
พรนางฟ้าเริ่มท้อจะเอาอย่างไรต่อไป แพรพิณเสนอให้กลับ พรนางฟ้าหันมาต้องตะลึงเมื่อเห็นภาพบนเวที สองเพื่อนมองตาม เห็นต้อมกับเอถอดเสื้อเต้นนัวเนียกอดจูบกันอย่างเมามัน
ขณะเดียวกันภายในร้าน พาทีโปรดิวเซอร์หนุ่มมาดขรึมนั่งคุยอยู่กับสองเกย์ซึ่งเป็นโครีโอกราฟเฟอร์กับซาวด์เอ็นจิเนียร์อยู่ข้างเวที เขากำลังมองชาวเกย์ด้วยความเพลิดเพลินที่เต้นกันดูมีความสุข ปลดปล่อยเป็นอิสระมาก พร้อมกับอธิบายความต้องการ
“เพลงใหม่ของบลูปรินซ์ ผมอยากได้มู้ดแอนด์โทนประมาณนี้ สนุกเป็นอิสระ ปลดปล่อยได้เป็นตัวของตัวเอง...บีตกระแทกใจ” “งั้นท่าเต้นจะดูเหมือนฟรีสไตล์ แต่มีลูกเล่นหน่อยดีไหมฮะ” พาทีพยักหน้า “คุณพาทีนี่เป็นศิลปินตัวจริงเลยนะครับ จะทำเพลงสักเพลงก็ลงรีเสิร์ชข้อมูลด้วยตัวเองเลย”
ระหว่างนั้นพรนางฟ้าเดินไม่เห็นหัวใคร ชนเก้าอี้พาทีแล้วไม่สนใจ พอเขาตั้งตัวได้ก็โดนบัวบุหงากับแพรพิณชนซ้ำเข้าอีกจนโมโหร้องเห้ย...แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นสามสาวเดินอาดๆขึ้นเวทีท่ามกลางไฟสลัว
เสียงแพรพิณปรามเพื่อนๆ อย่าใช้กำลัง แต่พรนางฟ้าคว้าแก้วเหล้าของใครไม่รู้แถวนั้นขึ้นไปสาดใส่ต้อมก่อนจะหันมาตบหน้าเออย่างแรง
“ว้าย! พรนางฟ้า!...ฟ้า! เธอมาทำอะไรที่นี่” ทั้งต้อมและเอตกใจ “หนูต่างหากที่ต้องถามว่าพี่ต้อมมาทำอะไรที่นี่กับแฟนของหนู” เอตั้งสติได้ชวนกลับไปคุยที่คอนโด แต่พรนางฟ้าไม่ยอม ประชดถามไหนแม่ที่ว่าต้องไปกินข้าวด้วย มีแต่ตัวแม่ ยานแม่ที่ยืนกันพรึบ ต้อมไม่พอใจที่โดนลูกน้องด่าปรี่เข้าจะตบ เอขวางอ้างว่าอายคนอื่น อย่ามีเรื่องกัน หญิงสาวยิ่งโมโหกระแทกแดกดัน
“ทีเมื่อกี้ยังเต้นยั่วจูบกับอีอ้วนช้างน้ำนี่ต่อหน้าประชาชีได้เลย ตอนนี้ทำไมเกิดอายขึ้นมาล่ะ...นี่อีช้าง แอบมาเที่ยวบาร์เกย์แบบนี้ลูกเมียรู้เรื่องไหม ห๊ะ ทำเป็นแอ๊บแมนหลอกคนทั้งบริษัท เป็นเกย์ก็ยอมรับสิว่าเป็น”
ต้อมเปลี่ยนจากอยากตบมาแฉ “นี่อีชะนีซาตาน มาถึงก็เอาเหล้ามาราดใส่ฉัน แล้วก็ชี้หน้าด่าฉอดๆ ฉันจะเป็นเกย์หรือจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของฉัน ส่วนผัวแก...เป็นเมียฉันตั้งนานแล้ว”
ทุกคนตกตะลึง พรนางฟ้าสุดทนปรี่เข้าจิกหัวต้อมตะลุมบอน แพรพิณพยายามดึงเพื่อนออก ต่างจากบัวบุหงาที่ช่วยพรนางฟ้าทุบตีต้อม เอโดนลูกหลงไปหลายตุ้บ สุดท้ายพรนางฟ้ากระชากวิกผมต้อมติดมือออกมาเผยให้เห็นหัวล้านเลี่ยน ต้อมร้องกรี๊ด...เธอหัวเราะสะใจ
“คอยดูนะ เกย์ไม่มีจรรยาบรรณที่เที่ยวหลอกผู้หญิงไปทั่วอย่างแกน่ะ ทั้งชีวิตจะเจอแต่เรื่องเน่าๆ ต่อให้แกไหว้ของดำหมื่นอย่าง ชีวิตแกก็ไม่ดีขึ้นหรอก...” “แต่ก็ยังมีอีชะนีอย่างแก ที่มารักเกย์อย่างพวกฉันไง อีโง่!” ต้อมสวนหัวเราะดังกว่า
พรนางฟ้าตั้งสติยืดอก บอกตนไม่ได้โง่ เขาเรียกว่าใจบุญ ที่ผ่านมาถือว่าทำทาน แล้วรู้ไว้ด้วย คนอย่างตนไม่มีวันเสียน้ำตาให้เกย์เด็ดขาด...แพรพิณดึงพรนางฟ้าลงจากเวที สองเกย์ที่คุยกับพาทีชื่นชมที่ชะนีเอาคืนได้สะใจแต่ก็น่าสงสาร พาทีกลับรู้สึกสมเพชมากกว่า
ooooooo
กลับมาที่บ้านบัวบุหงา พรนางฟ้าร้องไห้เสียใจกับชะตากรรมของตัวเอง หวนคิดถึงสมัยประถมรักแรกกับตรีวิชเพื่อนชายที่แก้มปลั่งดั่งลูกชมพู่ ความรักเป็นสีชมพูจนกลายเป็นประเด็นไปทั้งชั้นเรียน สุดท้ายรักแรกก็จบลงเมื่อต้องย้ายโรงเรียน แต่ความรักยังฝังใจเสมอมา
จนมาถึงระดับมัธยม พรนางฟ้าต้องมาเจอว่าพี่อ๊อฟแฟนหนุ่ม กำลังนัวเนียกับกะเทยต่างโรงเรียนในห้องน้ำ ทั้งสองตกใจที่เธอจับได้ พรนางฟ้ามองหน้ากะเทยวิชชี่ด้วยคุ้นๆหน้า และแล้วต่างคนต่างจำกันได้ เธอคือเตวิชแฟนคนแรกสมัยประถมสองนั่นเอง
เรื่องยังไม่จบแค่นั้น พอมาอยู่มหาวิทยาลัย พรนางฟ้ามีแฟนเป็นรุ่นพี่ที่คุมการเต้นหลีดคณะ สาวๆ พากันอิจฉา แต่แล้วบ่ายวันหนึ่ง ต้องมาเห็นพี่เอกสวมชุดหลีดของผู้หญิงเต้นอย่างเพลิดเพลิน พอหันมาเจอเธอยืนตะลึงก็ละล่ำละลักแก้ตัวว่า ลองชุดว่าตะเข็บแข็งแรงดีไหม
แพรพิณปลอบใจ ให้มองมุมกลับว่าได้เจอเพื่อนเก้งหลายคน พ่อเต่า...พ่อของบัวบุหงาซึ่งเป็นกะเทยจริง ด้วยเหตุนี้ถึงทำให้เธอมีท่าทีเหมือนทอม พ่อเต่ายกของว่างและน้ำมาให้ พรนางฟ้าฟูมฟายปรับทุกข์กับพ่อเต่าว่าตนโดนเกย์หลอกอีกแล้ว พ่อเต่าทำทีตกใจปลอบขำๆ
“อีกแล้วเหรอลูก โถมาๆๆ ลูกสาวทำไมโง่อย่างนี้ โอ๋...ล้อเล่นค่ะ ชาวบ้านชาวช่องเขาไม่เคยโดนเกย์หลอกเกินสองหนกันหรอก หนูโดนตั้งสี่หน แสดงว่าหนูต้องพิเศษไม่เหมือนใคร”
บัวบุหงาติงแบบนี้เพื่อนควรจะรู้สึกดีขึ้นไหม พ่อเต่ากลับบอกให้ดูแพรพิณที่โดนหลอกแค่หนเดียวก็เข็ดหลาบ แพรพิณสะดุ้งเมื่อโดนพาดพิง หวนคิดถึงอดีตอันรันทด กลางงานแต่งที่เธอโดนนัทชายหนุ่มมาประกาศกลางงานว่าเธอแย่งผัวเขา...แพรพิณร้องไห้โฮออกมา พ่อเต่าต้องเข้ากอดปลอบ กลายเป็นปลอบสองสาวในเวลาเดียวกัน
“เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไงเราก็ต้องดำรงชีวิตอยู่อย่างสตรองต่อไปค่ะ โอ๋ๆๆๆ”
วันต่อมา แพรพิณมาโรงเรียนสอนภาษาของเธอเอง มีนักเรียนอยู่สามคน กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว และญี่ปุ่น ระหว่างสอนมีเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นแทรกเข้ามา แพรพิณต้องเข้าไปกระซิบพรนางฟ้าที่นั่งร้องไห้รบกวน แล้วขอให้ไปอยู่กับบัวบุหงาก่อน
พรนางฟ้ามานั่งร้องไห้ที่สตูดิโอที่บัวบุหงาทำงาน เธอเป็นช่างภาพกำลังถ่ายนายแบบเซ็กซี่อย่างเอาจริงเอาจัง น้อยหน่าเกย์รุ่นใหญ่ฝ่ายประสานงานรำคาญเข้ามาขอให้พรนางฟ้าออกไปรอข้างนอก เธอรีบบอกว่าเป็นเพื่อนบัวบุหงามานั่งรอ ทันใดมือพรนางฟ้าปัดโดนแก้วน้ำส้มหกใส่กางเกงในของนายแบบที่วางอยู่ นายแบบหันมาเห็นโวยวายใหญ่มาก
“กรี๊ด...นี่หล่อนรู้ไหมว่ากางเกงในตัวนี้มันแพงมาก” บัวบุหงารีบไกล่เกลี่ยว่าเพื่อนตนไม่ได้ตั้งใจ นายแบบแหวใส่ “แล้วจะชดใช้ยังไงหะ...ทอม ซื้อใหม่ให้ไหมล่ะ” “อ้าว...อีตุ๊ดนี่ เมื่อกี้แกด่าใครทอม” “ด่าแกไงอีทอม เพราะแกคนเดียวเลย เอาชะนีที่ไหนก็ไม่รู้มาเพ่นพ่านในกอง...”
บัวบุหงาโกรธชกหน้านายแบบล้มคว่ำ ประกาศว่าชะนีที่เขาว่าเป็นเพื่อนรักตน...จบลงด้วยบัวบุหงาพาพรนางฟ้ากลับบ้าน ไม่ทันคลายเศร้า ต้อมส่งรูปนอนกับเอบนเตียงเปลือยท่อนบนมาเยาะเย้ย พร้อมข้อความแทงใจ
“ขอบใจนะพรนางฟ้า ผู้ชายของเธออร่อยมาก โอ๊ะ! ไม่ใช่สิ ตอนนี้เป็นผู้ชายของฉันแล้ว และอีกอย่าง นอกจากเธอจะต้องหาผู้ชายคนใหม่แล้ว เธอยังจะต้องหางานใหม่ด้วยนะจ๊ะ บาย”
ด้วยเหตุนี้ทำให้พรนางฟ้ายิ่งแค้นใจ แฉความชั่วของต้อมลงพันทิปเป็นการเอาคืน...พอต้อมเห็นกระทู้มีภาพโป๊ของตนลงแบบเซ็นเซอร์คาดตาเล็กๆ พร้อมข้อความ...กระชากหน้ากากเกย์แอ๊บแมน หลอกให้เป็นแฟนจนเกือบแต่งงาน...ผู้คนคอมเมนต์กันเข้ามามากมายว่าใช่พี่ต้อม GMD หรือไม่ ทำให้ต้อมโกรธปามือถือทิ้ง เข่นเขี้ยวแค้นพรนางฟ้าอย่างมาก
ooooooo
แพรพิณมีหลานสาวอายุไล่เลี่ยกันชื่ออันนา เรียนมหาวิทยาลัยปีสาม เป็นประธานชมรม และยังทำหน้าที่ในสภามหาวิทยาลัยอีก ก็เป็นห่วงกลัวจะเรียนไม่จบ แต่อันนากลับบอกว่าสบายมาก แพรพิณเห็นรูปหลานโอบกับผู้ชายหน้าจอมือถือท่าทางเหมือนเกย์ ก็รีบซักไซ้
อันนาบ่นว่าตนเรียนมหาวิทยาลัยแล้วดูแลตัวเองได้อย่าห่วงเลย แต่แพรพิณยังหวั่นใจ ไลน์ปรึกษาเพื่อนๆ ทันที พรนางฟ้าไลน์ตอบมาว่า หลานอยู่มหาวิทยาลัยปีสามเข้าไปแล้ว มีแฟนไม่ใช่เรื่องแปลก น้องสาวตนเพิ่งมอหกยังเป็นติ่งนักร้องบอยแบนด์ ไม่อ่านหนังสือ น่าเป็นห่วงกว่า บัวบุหงาไลน์แทรกถามอาการติ่งของน้องเป็นอย่างไร
พรนางฟ้าเล่าว่า ภายในห้องปันปันมีแต่รูปโปสเตอร์วงบลูปรินซ์ ของใช้ในห้องก็เป็นรูปนักร้องบลูปรินซ์ แถมยังหัดเต้นท่าพวกเขาอีก แพรพิณกับบัวบุหงาไลน์หัวเราะห้าห้าห้ากลับมา พรนางฟ้าเคือง แต่พอแพรพิณเปลี่ยนมาถามเรื่องหางานใหม่ ก็ชะงักเคร่งเครียดจริงจัง
“ไม่รู้แหละ พี่ต้อมมันหยามฉันขนาดนี้ ยังไงฉันต้องได้งานระดับสี่ดาวบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ของประเทศเท่านั้น” ว่าแล้วเลิกคุยไลน์หันมาเปิดคอมฯเสิร์ชกูเกิลสมัครงานเอ็กซ์คลูซีฟ
ระหว่างรอโหลดก็เปิดกระทู้พันทิปดูแล้วต้องตกใจเมื่อเห็นคนแชร์เรื่องที่ตนลงกันมาก แถมมีกระทู้แนะนำให้ตบเลย บ้างก็ให้ช่วยสืบสามีให้ จ้างสืบลูกชายว่าเป็นเกย์หรือไม่ก็มี พรนางฟ้าส่ายหน้าเรียกสติกลับมาสนใจเรื่องสมัครงานของตัวเอง
วันต่อมา บัวบุหงามาทำงานที่สตูดิโอตามปกติ เซตไฟหน้างานเสร็จ กำลังถ่ายนายแบบ จู่ๆมีตากล้องชายมายืนถ่ายข้างๆ จึงโวยห้ามถ่าย ตากล้องบอกเขามาทำงานแล้วตั้งหน้าตั้งตาถ่ายต่อ บัวบุหงาโกรธผลักเขาเซไป น้อยหน่ารีบวิ่งมาห้ามอธิบายว่าทางบอกอระบุมาให้เฮนรี่เป็นคนถ่ายเซตนี้ บัวบุหงาไม่พอใจที่เพิ่งมาบอก ตากล้องดันให้เธอหลบ เธอโกรธผลักเขาล้มลง เขาโวยวายว่าเลนส์กล้องแพงถ้าพังใครจะรับผิดชอบ
ด้วยความโกรธจนหน้ามืด บัวบุหงาควักเงินในกระเป๋าโยนใส่หน้าตากล้อง แล้วหันมาต่อว่าน้อยหน่า คราวหน้าจะจ้างตนอย่าให้เจอแบบนี้อีก น้อยหน่ายิ้มแหยๆก่อนจะบอกว่าทางผู้ใหญ่สั่งมาไม่ให้จ้างเธออีก บัวบุหงาหน้าเจื่อนทั้งโกรธทั้งอาย
ด้านพรนางฟ้า ไปสมัครงานที่ไหนก็เจอฤทธิ์สกัดดาวรุ่งของต้อม ไม่ให้รับตนเข้าทำงาน จนมารู้ความจริงบริษัทที่สาม ได้ยินพนักงานซุบซิบว่าตนคือคนที่ประธานบริษัท GMD บอกว่าโกงเงินบริษัทไปเกือบล้าน เธอถึงกับอึ้ง ไม่ทันไรต้อมโทร.เข้ามาเยาะเย้ย
“ฉันบอกแกแล้วไงว่าฉันจะทำให้แกไม่ได้เกิดในวงการโฆษณาอีก แกก็คงรู้ว่าฉันไม่เคยผิดคำพูด” “แก! อีเก้งสารพัดพิษ อี...” ต้อมชิงตัดสายพรนางฟ้ากำมือถือแน่นด้วยความแค้น
ในเวลานั้น พาทีกับนาเดียร์มาคุยงานที่บริษัท GMD ทั้งสองกำลังรอลิฟต์ นาเดียร์บอกพาทีว่าทาง GMD กระซิบว่าโฆษณาตัวใหม่ของบลูปรินซ์ ฝั่งเราเรียกค่าตัวได้ไม่อั้นเพราะลูกค้าทุ่มงบเต็มที่ แต่พาทีไม่เห็นด้วยให้เรียกเรตปกติ ไม่อยากดิสเครดิตตัวเอง
ลิฟต์มาถึง ทั้งสองเดินเข้าไป ประตูกำลังจะปิดก็มีคนกดให้เปิดแล้วพุ่งเข้ามายืนเบียดแทบจะซบอกพาทีอย่างไม่สนใจ พอถึงชั้นที่ต้องการก็เดินออกด้วยท่าทางเอาเรื่อง นาเดียร์บ่นว่าช่างไม่มีมารยาทเสียเลย พาทีกับนาเดียร์เดินออกมาด้วยแล้วรู้ตัวว่าผิดชั้นจึงหันกลับไปกดลิฟต์รอใหม่ ทันใดได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากห้องต้อม นาเดียร์อยากรู้อยากเห็นแต่พาทีปรามไว้
พรนางฟ้าเอาน้ำมาสาดใส่หน้าต้อม เขาคิดว่าเป็นน้ำกรดจึงร้องโวยวายลั่น แต่พอรู้ว่าเป็นน้ำธรรมดาก็ชี้หน้าด่าหาว่ามาตามล่าผู้ชายที่เขาไม่ต้องการตัว แถมเงินจะเปย์ผู้ชายยังไม่มี
“โอ๊ะๆคุณต้อมคะ ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ว่าคุณจะดิสเครดิตฉันแค่ไหน ฉันก็ไม่สะทกสะท้านหรอกค่ะ ไว้ฉันจะหาเงินล้านมาฟาดหน้าคุณต้อมให้ได้ภายในสามเดือนนี้นะคะ สวัสดีค่ะ”
พรนางฟ้าเดินอาดๆอย่างผู้ชนะตรงไปยังลิฟต์ พาทีกับนาเดียร์กำลังจะเข้าลิฟต์รีบหลีกทางให้ พรนางฟ้าเข้ามาก็ทรุดลงนั่งร้องไห้ พาทีรู้สึกคุ้นหน้าเธอมองอย่างสงสาร จึงบอกนาเดียร์ให้ไปก่อนเดี๋ยวตนตามไป แล้วหันมาถามพรนางฟ้ามีอะไรให้ช่วยไหม เธอเงยหน้ามองเขาน้ำตากลบตา เขาช่วยประคองเธอเดินออกจากลิฟต์ เธอกล่าวขอบใจแล้วเดินจากไปไม่พูดไม่จา
พอขึ้นรถได้พรนางฟ้าเช็ดน้ำตาพยายามไล่ความ เครียดทั้งหมดออกไป หายใจเข้าลึกๆ “แกต้องทำได้ หาเงินล้านในสามเดือน” ว่าแล้วก็ตบปากตัวเอง “อีปากพาซวย อีปากไม่มีหูรูด อีปากไร้ความคิด อีปากพาถังแตก โอ๊ย...มันต้องมีงานอะไรสักอย่างที่แกทำได้ มันมีแน่”
ทันใดฉุกคิดถึงข้อความในพันทิปที่มีคนจ้างให้สืบเกย์มากมาย จึงสูดหายใจเข้าตัดสินใจในเมื่อโดนเก้งกวางหลอกทำร้ายมามาก ได้เวลาที่ตนจะหากินจากความจริงของพวกเขาบ้าง
ooooooo
วันต่อมาประธานบริษัทจีพีเรคคอร์ดเรียกพาทีมาพบเพื่อขอให้ปั้นลูกสาวเพื่อนเป็นนักร้อง เธอระบุมาต้องเป็นเขา และเพื่อนคนนี้มีบุญคุณช่วยเหลือเกื้อกูลตอนเริ่มก่อตั้งบริษัท ด้วยเหตุนี้ทำให้พาทีหมดทางบ่ายเบี่ยง
ในขณะเดียวกัน ราณีกับเฌอเบลล์สองแม่ลูกนั่งมาในรถหรู ทั้งสองดูนิตยสารที่พาทีให้สัมภาษณ์ เฌอเบลล์บอกแม่ว่าคนนี้คือคนที่ตนอยากให้ทำเพลงให้ ตนตามงานเขามานาน ทั้งเก่งทั้งหล่อ ตอนนี้กำลังปั้นวงบอยแบนด์จนดังมาก ราณีเบ้หน้าเพราะเห็นนามสกุลแล้วไม่โด่งดัง
พอเฌอเบลล์มาถึงตั้งใจโปรยเสน่ห์หมายให้พาทีหลง แต่เขากลับหน้านิ่งไม่ยินดียินร้าย บอกให้เธอลองร้องเพลงให้ฟัง ท่านประธานเคลิ้ม แต่พาทีกลับติงว่าเสียงมีเอกลักษณ์ แต่โน้ตบางตัวยังเพี้ยน เสียงไม่มีพลังเพราะขาดการออกกำลังกาย ต้องพัฒนาอีกมาก เฌอเบลล์หน้าเสีย ท่านประธานรีบออกตัวแทนว่า พาทีเป็นคนทำงานจริงจัง
พาทีตั้งข้อแม้ “ท่านอยากให้ผมช่วยดันหลานท่านให้เป็นศิลปินแถวหน้า แต่ผมมีข้อแม้ คุณเฌอเบลล์ต้องทำตามที่ผมบอก ถ้าทำไม่ได้ ผมจะถือว่าหลานท่านไม่พร้อมเอง”
เฌอเบลล์มองอย่างท้าทายถามข้อแม้มีอะไรบ้าง เขาเน้นต้องตรงเวลา มีวินัย ห้ามใช้อำนาจท่านประธานมาบังคับเรื่องงานในส่วนของตน หญิงสาวอึ้งแต่ด้วยความอยากเอาชนะ จึงยิ้มรับ พาทีขอตัวกลับ เฌอเบลล์ถามลุงว่าเขาเป็นอะไรมากไหม ท่านประธานพยักหน้ารับ
“คนหนุ่มไฟแรง มีความสามารถก็อย่างนี้แหละ หนูเบลล์มีปัญหาอะไรรึเปล่า”
หญิงสาวตอบว่าไม่มีแล้วขอตัวกลับอ้างว่ามีธุระ แต่ที่แท้จะรีบตามพาทีเพื่ออ่อยให้เขาไปส่งโดยบอกว่าไม่คิดว่าคุยเสร็จเร็ว จึงยังไม่ได้เรียกคนรถมารับ พาทีชี้ไปที่ร้านกาแฟให้เธอนั่งรอแล้วเดินคุยโทรศัพท์ไปอย่างไม่ไยดี หญิงสาวมองตามเข่นเขี้ยวหยิ่งใส่แบบนี้ต้องเห็นดีกัน
บังเอิญที่โรงเรียนของแพรพิณอยู่ติดกับคลินิกของหมอไทย สายวันนั้นเธอเห็นเหล่านักเรียนยืนกรี๊ดกร๊าดอยู่ด้านหน้าจึงออกมาตาม ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วส่งสัญญาณให้เธอมาดูหมอไทยกับชยุตยืนกอดกันหน้าร้าน แพรพิณจะเป็นลมเมื่อเห็นหน้าหมอไทยคือแฟนอันนาเหล่านักเรียนร้องกรี๊ดทำให้สองหนุ่มหันมามอง พอเห็นคนจะเป็นลมก็เข้าช่วย แพรพิณตั้งสติได้ผลักอกชยุตออกอย่างรังเกียจ ขอตัวกลับเข้าโรงเรียน
ด้านบัวบุหงาเห็นใบทวงหนี้ค่าบ้านก็เครียด โกรธตัวเองไม่น่าโยนเงินใส่ตากล้องเฮนรี่เลยเพราะนั่นคือค่าบ้าน ทันใดได้ยินเสียงหัวเราะเฮฮาดังมาจากห้องนั่งเล่น จึงเดินไปดู เห็นพ่อเต่าแต่งเป็นหญิงถือขวดน้ำแทนไมค์สะบัดผมร้องเพลง โดยมีเจ๊โดมปรบมือเชียร์ ก็ตำหนิว่าน่าเกลียด พ่อเต่าสะอึกรู้ว่าลูกรับไม่ได้ แต่เจ๊โดมเถียงแทนจะอายทำไมในเมื่อเป็นอาชีพสุจริต บัวบุหงาแก้ตัวไม่ถูกเดินหนีไปอย่างไม่สบอารมณ์ พ่อเต่ามองอย่างตัดสินใจ
ooooooo
วันต่อมาเหล่านักเรียน ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วเล่าให้แพรพิณฟังว่า พวกเขาลองไปใช้บริการที่คลินิกหมอไทยหมายจะจับผิดว่าหมอไทยเป็นเกย์หรือไม่ แต่ไม่พบ จึงค้นโปรแกรมแจ๊คดีซึ่งเป็นโปรแกรมที่ลงรูปชาวเกย์ แล้วพวกเขาต้องตกใจเมื่อเห็นรูปชยุตอยู่ในนั้นด้วย
แพรพิณจึงฟันธง ในเมื่อชยุตเป็นเกย์ หมอไทยก็ต้องเป็นเช่นกัน ตนยอมไม่ได้ที่จะมาหลอกหลานสาว
ระหว่างที่เพื่อนๆมีปัญหา พรนางฟ้าตัดสินใจทำงานสืบเกย์ จึงมุ่งมั่นอ่านวิธีสังเกตเกย์ บัวบุหงาอารมณ์เสียโผล่เข้ามาบ่นเรื่องที่โดนแย่งงานแถมโยนเงินใส่หน้าเขาไป พรนางฟ้าอยากด่าเพื่อนแต่ทำไม่ลง ไม่ทันไรแพรพิณหน้างอเข้ามาอีกคน เล่าเรื่องหมอไทยให้ทั้งสองฟัง
ระหว่างนั้นมีคนโทร.เข้ามาที่พรนางฟ้า “สวัสดีค่ะ ใช่ค่ะ ฟ้าพูด จีสแกนรับสืบเกย์ ใช่ค่ะ คุณอะไรนะคะ อ้อ คุณชลลัมภีร์ อืม...ถ้ายังไงเดี๋ยวทางเราติดต่อไปอีกทีนะคะ ขอบคุณค่ะ”
สองเพื่อนสาวทำหน้างงๆ จีสแกนคืออะไร พรนางฟ้าอธิบายว่าเป็นบริษัทใหม่ที่ตนตั้งขึ้น แล้วเอาแฟ้มลูกค้าที่แจ้งความจำนงมาวางให้เพื่อนๆดู ทั้งสองทึ่งในวันเดียวมีลูกค้าถึงสิบคดี บัวบุหงาส่ายหน้าแบบนี้จะมีผู้ชายเหลือในโลกอีกหรือ
“ฉันยังไม่รับทั้งหมดหรอก ว่าจะรับคดีที่มันง่ายๆได้เงินเยอะก่อน เพราะเราก็ไม่ใช่นักสืบมืออาชีพถูกมะ แค่สกิลแอ็กติ้งกับสกิลเผือกเป็นเลิศเท่านั้น” แพรพิณไม่เห็นด้วยอยากให้ทำงานอื่น กลัวโดนฟ้องหมิ่นประมาท พรนางฟ้าส่ายหน้าตนจะต้องหาเงินล้านไปฟาดหน้าอีพี่ต้อมให้ได้ภายในสามเดือน แล้วขอร้องให้เพื่อนๆร่วมมือ โดยสัญญาจะสืบเรื่องหมอไทยให้แพรพิณฟรีๆ สองสาวจ้องหน้ากันนิ่งก่อนจะตอบปฏิเสธ
พรนางฟ้าถอนใจที่ต้องทำงานคนเดียว แต่ก็ฮึดสู้ ออกมาพบชลลัมภีร์เพื่อรับงาน เขาบอกเธอว่าเห็นกระทู้จับแอ๊บของเธอ ก็รู้ว่าเธอมีปมกับเรื่องเกย์เยอะ จึงสนใจอยากว่าจ้าง แล้วยื่นรูปถ่ายให้ดู “ผมอยากให้คุณช่วยสืบอะไรเล็กๆน้อยๆ แค่...จับแอ๊บบอยแบนด์ชื่อดัง วงบลูปรินซ์”
พรนางฟ้าฉุกคิดถึงความดังของวงนี้ ชลลัมภีร์สาธยายต่อ ทีมงานของตนเชื่อว่ามีคนใดคนหนึ่งในวงนี้เป็นเกย์ เขาต้องการหลักฐานยืนยันให้ได้ภายในสามเดือน ก่อนที่จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ หญิงสาวถามลองใจ งานใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่จ้างนักสืบมืออาชีพ เขาบอกต้องการคนโนเนมไม่เหมือนนักสืบและจากประวัติชีวิตเธอ โดนเกย์หลอกมาอย่างโชกโชน จึงเชื่อในประสบการณ์ตรงของเธอ
พรนางฟ้าอึ้งที่เขารู้ลึก แต่งานนี้ไม่ง่ายเลยที่จะเข้าถึงตัวศิลปินเพราะบรรดาแฟนคลับคงปกป้องอย่างถวายหัว ชลลัมภีร์โพล่งขึ้นว่าค่าจ้างสองล้านถ้างานสำเร็จ แต่ถ้าผิดพลาดอย่าคิดซัดทอด เพราะเขาสามารถทำให้เธอเป็นคนผิดได้อย่างง่ายดาย หญิงสาวอ้าปากค้างตั้งแต่สนนราคา
ooooooo
คอนเสิร์ตเล็กๆของวงบลูปรินซ์ที่โตเกียวเพิ่งเสร็จสิ้นลง พาทีอัดเสียงสรุปผลงานขณะนั่งเครื่องกลับว่ากระแสตอบรับดีมาก ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วจาระไนตัวบุคคลแต่ละคน
จุงเบ...เสียงร้องคงที่แล้ว แต่ไลน์เต้นยังไม่แข็งแรง ลุคยังไม่น่าจับตามองควรเปลี่ยนสีผม คฑา...ทำการแสดงได้ดี คงโปรแกรมฝึกให้ต่อเนื่องไว้ เควิน...พลังเสียงตกช่วงกลางคอนเสิร์ต ต้องเพิ่มโปรแกรมออกกำลังและอาหารเสริมอีก 15% ส่วนไลออน...ในฐานะหัวหน้าวงนำและรักษามวลของคนดูได้ดี แต่ติดบางช่วงดูไม่ธรรมชาติ ควรเพิ่มให้สมาชิกทุกคนดูมีความสัมพันธ์น่ารักๆเพิ่มขึ้นอีกเพื่อกระตุ้นกระแสและเสียงกรี๊ด...
เมื่อรับงานแล้ว พรนางฟ้าค้นข้อมูลวงบลูปรินซ์ ทำบันทึกว่าคดีแรกของบริษัทจีสแกนจับแอ๊บวงบอยแบนด์ชื่อดังบลูปรินซ์ ผู้ว่าจ้าง คุณชลลัมภีร์เจ้าของนิตยสารกรี๊ดบันเทิง ค่าจ้างสืบคดี สองล้านบาท...อดภูมิใจไม่ได้ว่าเงินล้านใครว่าหายาก อีพี่ต้อมเตรียมหน้าแหกไว้เลย
พรนางฟ้าครุ่นคิดหาทางเข้าถึงตัวนักร้องให้มากที่สุด เพื่อจับตาดูปฏิกิริยาทั่วไปและปฏิกิริยาต่อแฟนคลับ จึงโทร.หาปันปัน ได้ยินเสียงจ๊อกแจ๊กจากปลายสายจึงรู้ว่าเธออยู่สนามบิน ก็รีบเปิดกระทู้ดูเห็นข่าววงบลูปรินซ์กลับมาวันนี้ พรนางฟ้ารีบคว้ากระเป๋าออกไปอย่างวุ่นวาย
ที่สนามบิน นาเดียร์เอาเชือกกั้นทางเดินไว้ให้วงบลูปรินซ์เดินออกมา ต้อยกับติ่งหัวหน้าแฟนคลับรีบเอาป้ายไฟนำทีมมาชูรอรับส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด...พรนางฟ้ามาถึงได้ยินเสียงกรี๊ดบรรดาแฟนคลับก็วิ่งมาเขย่งมองอย่างยากลำบาก พอเห็นช่องว่างก็แทรกไปยืนชิดเชือก กลุ่มบอยแบนด์เดินออกมาทีละคน เธอถึงกับเคลิ้มไปกับความหล่อเหลาของพวกเขา ไลออนเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกมาและมองหน้าพรนางฟ้า
พรนางฟ้าฉวยโอกาสมุดเชือกจะตามแต่กลับชนกับใครคนหนึ่ง พอเงยมองเป็นพาทีสวมแว่นดำเหมือนบอดี้การ์ด เธอรีบทำเนียนล้วงพวงกุญแจนางฟ้าในกระเป๋าออกมาอ้างว่าเก็บของหล่นได้ คงเป็นของนักร้องคนสุดท้ายที่เดินไป พาทีถอดแว่นออกยื่นหน้ามาจ้องตาจับพิรุธและว่าเธอโกหก พรนางฟ้าทำทีไม่พอใจ หาว่าเขาเป็นแค่บอดี้การ์ด ทำแบบนี้กับตนได้อย่างไร
พาทีคว้าพวงกุญแจแล้วบอกถ้าอยากให้ของไลออนก็บอกดีๆ แต่ไลออนไม่ชอบของกุ๊กกิ๊กแบบนี้
พรนางฟ้ายืนอึ้งครุ่นคิดหาทางใหม่ ไม่ทันไรก็โดนคลื่นแฟนคลับวิ่งผ่านอย่างวุ่นวาย กว่าจะรู้ตัวอีกทีตัวเองทรุดนั่งหัวฟูอยู่กับพื้น มีใบปลิวปลิวว่อนเต็มหัว “พัง!...”
ooooooo
บัวบุหงาเครียดที่โดนยกเลิกงานหลายจ๊อบ จนอารมณ์เสียเผลอโยนเงินใส่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่คิดค่าโดยสารแพงโลด พอรู้สึกตัวก็เสียใจตีมือตัวเองที่ชอบโยนเงินจนเป็นเรื่อง ก่อนจะหอบอุปกรณ์ถ่ายภาพพะรุงพะรังมาที่โรงเรียนแพรพิณ แต่ไม่เห็นใครก็แปลกใจ
สักพักได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากห้องน้ำ จึงเคาะประตูเรียก แพรพิณออกมาด้วยใบหน้าแดงก่ำตาบวมปูดจากการร้องไห้ ต่างระบายความทุกข์และปลอบใจกัน พอเห็นมือเพื่อนแดง
“บัว ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้ ทุกอย่างมันมีทางออก”
“แกไม่มีสิทธิ์มาด่าฉันนะ ตัวแกเองยังหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้เลย”
ระหว่างปลอบใจกันมีเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังขึ้น แพรพิณถามได้ยินไหม บัวบุหงาพยักหน้าก่อนจะหยิบมือถือตัวเองออกมา เป็นเสียงริงโทนของเธอเอง
“โว้ย...อีบัว อีโรคจิต!” แพรพิณตีแขนบัวบุหงาก่อนจะพากันหัวเราะออกมา
พรนางฟ้าโทร.เรียกเพื่อนทั้งสองมาพบที่คอนโด เกลี้ยกล่อมให้ช่วยงานจับแอ๊บ ไม่ทันที่ทั้งสองจะรับปากจริงจัง ลูกค้าชื่ออรนาฏโทร.เข้ามาเสนอจ่ายก่อนห้าแสนเพื่อให้รับงาน สองสาวอ้าปากค้าง พอวางสาย ทั้งสองตกลงร่วมงานทันที แต่ยังไม่อยากบอกเหตุผลแก่พรนางฟ้า...
อรนาฏเป็นดาราสาวสองพันปี เป็นคนคิดมากขี้กังวลและห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองมาก ในคืนนี้เธอต้องให้สัมภาษณ์เรื่องการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์โครงการระดมทุนช่วยเหลือเด็กกำพร้า เธอมองภาพครอบครัวของตัวเองในมือถือที่ถ่ายคู่กับวีระสามีและพันธิตลูกชาย ด้วยแววตาเศร้าๆก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์
ขณะเดียวกัน พาทีเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำในห้องนอน ต้องหยุดชะงักมองรายการสัมภาษณ์ของอรนาฏ เธอให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกเป็นเกียรติที่มีส่วนร่วมช่วยเหลือเด็กกำพร้า เด็กทุกคนควรได้รับความรักจากผู้ใหญ่ ได้รับการดูแลและการศึกษา ตนสะเทือนใจมากที่เห็นว่ามีเด็กมากมายถูกทอดทิ้งตั้งแต่ยังเป็นทารก การกระทำแบบนี้เป็นการกระทำของมนุษย์ที่ขาดความรับผิดชอบอย่างมาก...พาทีกดปิดทีวีด้วยแววตาโกรธ ยืนทำใจให้ลืมอดีตอันเจ็บปวด
ooooooo
ห้องคอนโดของพรนางฟ้ากลายเป็นที่ทำการ สามสาวช่วยกันหาข้อมูลวงบลูปรินซ์ จนรู้ว่าอีกสองวันจะมีงานมีตติ้งที่โรงแรมหรูริมแม่น้ำ ปัญหาของพวกเธอคือต้องหาบัตรเข้างาน
แพรพิณไปเข้าแถวซื้อจากบูธไทยทิคเก็ตเมเจอร์แต่บัตรหมดภายในห้านาที เธอลงทุนร้องไห้คร่ำครวญก็ไม่เป็นผลกลับโดนเรียกว่ามนุษย์ป้าแล้วลากตัวออกมาจนหัวฟูยุ่งเหยิง ด้านบัวบุหงาลงทุนซื้อบัตรจากพวกที่เอามาขายต่อ แต่ก็โดนเชิดเงินไปดื้อๆ
พรนางฟ้าโวยลั่น “ฉันต้องด่าแกที่สุดเลยอีบัว โอนเงินก่อนได้ของ แกเอาสมองส่วนไหนคิด โลกโซเชียลสมัยนี้มันไว้ใจได้ที่ไหน เสียเงินไปเท่าไหร่”
บัวบุหงาตอบเสียงอ่อยว่าหกพัน พรนางฟ้าอยากจะโกรธที่เสียเงินฟรีๆ แพรพิณปลอบให้ใจเย็น พรนางฟ้ากลับยื่นภาพในมือถือให้ดู “แพรจ๊ะ เราเป็นนักสืบ เราต้องทำตัวให้เล็ก ทำให้เงียบเข้าไว้อย่าให้ใครรู้จักเรา แล้วนี่อะไร”
แพรพิณตกใจมากไม่คิดว่ามีคนถ่ายภาพตอนโดนลากออกจากบูธขายบัตร...ไม่เพียงเท่านั้นลูกศิษย์เห็นภาพยังสงสัยว่าหน้าเหมือนครู เธอต้องหัวเราะกลบเกลื่อนทำนองคนอะไรช่างหน้าเหมือน แต่พอรู้ว่าพวกลูกศิษย์ซื้อบัตรได้ก็ลืมตัวจับตัวจิ๋วจิ๋วเขย่าๆขอบัตร แต่พวกเขาไม่ให้
ค่ำนั้นแพรพิณนั่งร้องไห้คร่ำครวญที่คอนโด พรนางฟ้า ว่าหมดสิ้นภาพลักษณ์คุณครูแสนดีที่สร้างมา
บัวบุหงาบ่นไม่คิดว่าบัตรจะหายากขนาดนี้ บอกพรนางฟ้าให้ทำคลิปกราบขอโทษอีพี่ต้อมไปเสียดีกว่า พรนางฟ้าไม่ยอมเชื่อว่าต้องมีทาง พอดีปันปันกลับจากโรงเรียนเดินร้องเพลงวงบลูปรินซ์เข้ามา จึงนึกได้ว่าน้องสาวต้องมีบัตร ร้องเรียกปันปันดังลั่น
ปันปันปฏิเสธไม่ยอมให้บัตรแก่พี่ๆแต่ให้เบอร์คนที่ติดต่อขอซื้อบัตรได้ พรนางฟ้ารีบติดต่อไปทันที ตกลงราคาค่าบัตรแพงโลดถึงหกพันห้า...ติ่งสาวคนที่มาส่งบัตรมีท่าทางลับๆล่อๆไม่ให้พรนางฟ้ามองเธอตรงๆ ให้ยื่นเงินมาแล้วส่งบัตรไปพร้อมบอกเจอกันในงาน
พอพรนางฟ้าเอาบัตรกลับมาที่คอนโด แพรพิณกับบัวบุหงาบ่นเสียดายเงินที่เสียไป ไม่ทันจะบ่นต่อ ปันปันแทรกขึ้นมาว่า บัตรของพี่ทำไมจางกว่าของตน สามสาวรีบมารุมดูพิจารณาแล้วจึงรู้ว่าเป็นบัตรปลอม พรนางฟ้าแทบลมจับพยายามตั้งสติ ยืนยันจะต้องเข้างานนี้ให้ได้
ในบ้านพักวงบลูปรินซ์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ นาเดียร์ดูจะตื่นเต้นอย่างมากที่ได้พักบ้านหลังนี้ด้วยในฐานะผู้จัดการวง...พาทีควบคุมการซ้อมร้องเต้นของทุกคนอยู่ในห้องซ้อม สังเกตเห็นจุงเบมีท่าทางไม่ค่อยดีจึงเอ่ยถามว่าไหวไหม เขาทำท่าสดชื่นบอกว่าไหว เควินท้วงเห็นเขาหายใจแรงตั้งแต่ครึ่งเพลงแรก แต่จุงเบยืนยันว่าไหว พาทีจึงให้ซ้อมต่อ
จู่ๆไลออนเดินออกจากกลุ่ม พาทีเอ็ดให้กลับเข้ามาซ้อมยังไม่ให้พัก เขาโวยทันทีแค่จะกินน้ำจะอะไรกันนักหนา พาทีเสียงเข้ม “ถ้าสมาชิกคนอื่นยังไม่พักเป็นลีดเดอร์ของวงควรพักไหม”
“แล้วเป็นโปรดิวเซอร์ทำไมต้องยุ่งทุกเรื่องด้วย” ไลออนย้อน เควินปรามบอกพาทีทำตามหน้าที่ ไลออนไม่สำนึก “งั้นคุณพาทีหยุดพักสักวันไหมครับ ผมกลัวคุณเหนื่อย”
คฑาแทรกทันที ถ้าไลออนเหนื่อยมาก งานมีตติ้งรอบนี้ตนจะเป็นลีดเดอร์แทน ไลออนโกรธที่คฑาคอยแต่จะเสียบ จึงข่มว่าแม้เขาอยากเสียบแทนจนตัวสั่นแต่ขอโทษที่ตนป๊อปสุดในวง ทันใดจุงเบเกิดอาการหอบรุนแรงล้มลง พาทีพุ่งเข้าช่วยทันที คฑายืนมองเฉยๆ
ราวเป็นเรื่องปกติ ในขณะที่ไลออนตกใจ พาทีสั่งนาเดียร์ไปเอายาพ่นมา และให้เควินช่วยประคองศีรษะจุงเบให้สูงไว้ คฑากลับโพล่งขึ้นว่า ไอ้ม้งนี่ตัวปัญหา เควินโกรธแทนตรงเข้าชกหน้าคฑาทันที
นาเดียร์กลับเข้ามาพร้อมยาพ่นให้จุงเบ สักครู่อาการดีขึ้น จุงเบรีบขอโทษทุกคนที่บอกว่าไหวทั้งที่ตัวเองไม่ไหว พาทีจึงย้ำกับทั้งสี่คนว่า สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง ถ้าร่างกายไม่พร้อมงานทุกอย่างที่รับไว้ก็จะเสีย...พาทีให้ทุกคนพูดออกมาว่าใครทำผิดพลาดอะไรบ้าง
เควินขอโทษที่ใจร้อนจนเป็นเรื่อง คฑาบอกตนไม่ผิดอะไรแต่ก็ขอโทษ มีเพียงไลออนที่เสียงแข็ง “ผมไม่มีอะไรต้องขอโทษ คนที่ควรขอโทษที่สุดคือพี่นั่นแหละที่ทำให้พวกผมเหมือนตกนรกทุกวันแบบนี้”
พาทีสวนถ้าทรมานมากก็ออกไปจากวงได้ไม่เคยห้าม ไลออนโกรธฮึดฮัด เควินกับคฑาช่วยกันห้าม พาทีกล่าวนิ่งๆก่อนจะเดินไป “ฝึกตัวเองให้ใจเย็นๆหน่อยก็ดีนะไลออน เด็กๆทั่วประเทศเขามองเราเป็นแบบอย่างอยู่ หันกลับมาดูตัวเองบ้างว่าเป็นแบบอย่างที่ดีให้เขาได้รึเปล่า”
นาเดียร์พยายามแก้บรรยากาศที่มาคุ บอกทุกคนขึ้นไปพักผ่อนและควรอาบน้ำก่อนนอนด้วย...คฑาเดินเข้าไปกระซิบไลออนว่าหมั่นมีปัญหากับโปรดิวเซอร์ ระวังจะหลุดจากตำแหน่งหัวหน้าวง ไลออนมองหน้าและว่าคืนนี้ไม่มีอารมณ์จะทะเลาะด้วย คฑาจึงยั่วโมโหอีก
“งั้นงานแฟนมีตวันมะรืน ก็อย่าสร้างปัญหาอะไรอีกละกันนะ เดี๋ยวตำแหน่งหลุด”
ไลออนถามต้องการอะไร คฑายิ้มสะใจที่ยั่วโมโหได้เดินยิ้มกริ่มจากไป...ในขณะที่พาทีเข้ามานั่งเครียดในห้องทำงาน สักพักเควินถือเครื่องดื่มเย็นๆมาให้อย่างเอาใจ ทั้งสองดูสนิทสนมกันมากจนน่าสงสัย พาทีขอให้เควินคอยดูแลอย่าให้ข่าวเกาเหลาในวงแพร่งพรายออกไปสู่พวกนักข่าว ไม่อย่างนั้นเราได้กลับไปเล่นดนตรีข้างถนนอย่างแต่ก่อนแน่ เควินยิ้มรับ...
ถึงวันงานมีตติ้งบลูปรินซ์ พรนางฟ้า บัวบุหงาและแพรพิณแต่งตัวเป็นแฟนคลับเต็มที่ ยืนมองเหล่าแฟนคลับที่มากมาย ภาวนาขอให้พวกตนมั่วใช้บัตรปลอมเข้าไปในงานกันได้ พรนางฟ้าเห็นอีกทางที่อาจเข้าได้ คือทางที่พวกสตาฟฟ์ใช้เข้าออกเพียงแค่แขวนป้ายออลแอเรีย พลันเสียงแฟนคลับตะโกนว่าประตูเปิดแล้ว สิ้นเสียงผู้คนก็กรูกันไปที่ทางเข้า พรนางฟ้ากับเพื่อนๆมองหน้ากันแล้วพยักหน้าเป็นที่รู้กันว่าพร้อม จึงเดินตรงรี่เข้าไปเบียดเสียดกับแฟนคลับ...
ooooooo
.
----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep2/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 2
พรนางฟ้า แพรพิณและบัวบุหงาต่างลุ้นว่าจะผ่านประตูเข้างานมีตติ้งบลูปรินซ์ได้หรือไม่ รปภ.รับบัตรพวกเธอเตรียมจะเจาะรู พอลูบหลังบัตรก็ชะงักแล้วบอกว่าบัตรปลอม เหล่าแฟนคลับมองพวกเธอเป็นตาเดียว แพรพิณแก้สถานการณ์ด้วยการแกล้งเป็นลมให้เกิดความวุ่นวาย
พรนางฟ้าฉวยโอกาสแย่งบัตรปลอมคืนมาแล้วดึงสองเพื่อนวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น แต่ก็ยังไม่ยอมกลับจะต้องเข้าไปในงานให้ได้ พอดีลุงอินเดินงกๆเงิ่นๆ
ในชุดชาวบ้านกางเกงเลถือบัตรเข้ามาถามทางเข้างาน แล้วโชว์ว่ามีบัตร พรนางฟ้าแปลกใจที่บัตรลุงเป็นแบบแฟมิลี่ ลุงอินบอกว่ามีญาติทำงานที่นี่ให้มา เธอฉุกคิดต่อรองจะช่วยพาไปแต่ขอให้พวกตนเข้าไปในงานด้วย
ลุงอินรู้สึกกระชุ่มกระชวยที่จะมีสาวๆให้ควงจึงตกลง สามสาวดีใจ พรนางฟ้ากระซิบเพื่อนๆว่าเข้าทางเดิมไม่ได้เพราะ รปภ.คงจำพวกเราได้ จึงพาไปเข้าทางที่พวกสตาฟฟ์ใช้ ยามที่เฝ้าไม่ให้เข้า มองลุงอินที่สภาพปอนๆหัวจดเท้า พอดีมีเสียงวิทยุสื่อสารเข้ามาว่าใครเจอคุณลุงตัวเล็กๆ ท่าทางบ้านๆ ผมหงอกๆ ให้เข้ามาได้ แกจะถือบัตรแฟมิลี่ ยามมองลุงอินอีกครั้งก่อนจะถามว่าสามสาวเป็นใคร ลุงอินบอกว่าเป็นหลานๆ เขาจึงยอมปล่อยให้ผ่านเข้าไปได้
สามสาวดีใจสำเร็จไปหนึ่งขั้น พรนางฟ้าให้สองเพื่อนพาลุงอินไปหาที่นั่ง ตัวเธอจะหาวิธีใกล้ชิดวงบลูปรินซ์ ด้วยการแอบไปด้านหลังเวที เผอิญเห็นบัตรออลแอเรียของใครไม่รู้วางทิ้งไว้ จึงหยิบมาคล้องคอทำเนียนเป็นสตาฟฟ์ ไม่ทันไรต้องสะดุ้งเมื่อเจอนาเดียร์ถามว่าเป็นใคร
พรนางฟ้าจำที่ค้นข้อมูลได้ว่า เธอคือนาเดียร์ผู้จัดการวงจึงรีบสมอ้าง “หนูเป็นเพื่อนเควินค่ะ เขาบอกให้มารอที่นี่ เควินยังพูดเลยนะคะว่าลืมบอกพี่นาเดียร์ไว้ เขาก็เลยให้บัตรอันนี้มาอ่ะค่ะ งั้นเดี๋ยวหนูนั่งรอแถวนี้แล้วกันนะคะ”
พรนางฟ้าจะหาที่นั่ง นาเดียร์ตวาดให้หยุดแล้วขู่จะออกไปดีๆหรือให้เรียก รปภ. เธอคงไม่รู้ว่าบัตรที่ศิลปินจะให้ใครได้ต้องเป็นบัตรแฟมิลี่ไม่ใช่ออลแอเรีย ว่าแล้วก็เรียก รปภ.ลั่น พรนางฟ้าสะดุ้งวิ่งหนี แต่ชนเข้ากับพาทีที่เดินเข้ามา เขาจำเธอได้จึงรวบตัวไว้ พรนางฟ้าคิดว่าเขาเป็นบอดี้การ์ดจึงขอร้องให้ปล่อย พลันนึกได้ว่าหน้าตาแบบนี้ มีหนวดแบบนี้คือโปรดิวเซอร์
นาเดียร์แหวใส่หาว่าเมายามั่วนิ่มเป็นเพื่อนเควินยังไม่พอ ยังมาหาว่าพาทีเป็นบอดี้การ์ดอีก พรนางฟ้าเถียงไม่ทัน ทีมงานเข้ามาจับเธอ ระหว่างนั้นไลออนเข้ามาจะเปลี่ยนเสื้อผ้า สบตาเธอจนเธอถูกลากไปลับสายตา พาทีขังพรนางฟ้าไว้ในห้องเก็บของเพราะคิดว่าถ้าปล่อยไปต้องหาทางกลับมาก่อความวุ่นวายอีก ให้อยู่ในสายตาจนกว่างานจะเลิกดีกว่า แล้วหันมาถามนาเดียร์เจอลุงของตนหรือยัง เธอนึกได้ว่าลืมจึงรีบวิ่งออกไป เขาส่ายหน้ากับความไม่รอบคอบของเธอ
เมื่อถูกขัง พรนางฟ้าพยายามโทร.หาเพื่อนๆ แต่ด้วยความดังของดนตรีทำให้ทั้งแพรพิณและบัวบุหงาไม่ได้ยิน สองสาวพยายามจับผิดนักร้องบนเวที ไม่ได้สนใจลุงอินที่นั่งน้ำตาไหลมองเควินร้องเพลง พึมพำว่า “ไอ้พล...เอ็งเก่งมาก”
ระหว่างนั้น ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว เต้นกินพื้นที่มาชนแพรพิณซึ่งกำลังเริ่มวิงเวียน ทั้งสามตื่นเต้นที่เจอครูสอนพิเศษของพวกเขาจึงดึงเธอเข้าไปเต้นหน้าเวที บัวบุหงาหันมาเห็นลุงอินร้องไห้ก็ตกใจ ลุงอินอ้างว่า
มึนหัวอยากกลับ ให้ช่วยไปส่งที่หมอชิต บัวบุหงาหาแพรพิณไม่เจอ ด้วยความเป็นห่วงลุงอินจึงพาไปทันที ส่วนแพรพิณเต้นกับลูกศิษย์สักพักก็เป็นลมพับไป
งานเลิก พาทีไขกุญแจห้องที่ขังพรนางฟ้า เห็นเธอนั่งหลับพิงกำแพงอยู่ ก็เข้าไปนั่งมองหน้า หญิงสาวหลับอ้าปากหวอ เขาจึงแกล้งเอานิ้วแหย่เข้าปาก เธอสะดุ้งงับนิ้วเขาจนร้องลั่น พาทีลุกพรวดด้วยความโมโห พรนางฟ้ารวบรวมสติหยิบมือถือมาดู เห็นมิสคอลจากสองเพื่อนเป็นสิบก็ตกใจ พาทีบอกว่างานเลิกแล้ว เธอยิ่งเสียดายโอกาสลุกขึ้นโวยวายว่าเพราะเขาที่ทำให้ไม่ได้เจอวงบลูปรินซ์ และเรียกเขา...นายพาทีภาระ
พาทีโกรธหาว่าเธอเป็นพวกสต๊อกเกอร์ พวกคลั่งดารามากจนต้องตามไปทุกแห่ง หญิงสาวเชิดใส่คนอย่างตนไม่มีทางเป็นแบบนั้น แล้วจะเดินหนี แต่พาทีขวางไม่ให้ไปไหนจนกว่าจะบอกว่าต้องการอะไร เธอปฏิเสธ เขากอดอกจ้องรอให้สารภาพ เธอโกรธยกเท้าจะกระทืบเท้าเขา แต่เขารู้ทันล็อกตัวเธอดันติดกำแพง เธอหาทางสู้โน้มคอเขาลงมา เขาจึงเอามือดันปากเธอไว้ เธอส่งเสียงอู้อี้ๆหายใจไม่ออก พอเขาเอามือออก เธอหน้าทิ่มโวยวายว่าจะฆ่ากันหรือก่อนจะจ้ำหนี
พาทีตะโกนไล่หลังอย่ามาสต๊อกใครแถวนี้อีก ว่าแล้วก็มองมือตัวเองที่เธอประทับริมฝีปากไว้อย่างรู้สึกแปลกๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลืมเรื่องลุง เขารีบโทร.ถามนาเดียร์ พอรู้ว่าเธอยังไม่เจอ ก็รีบวิ่งออกมามองหาที่ด้านนอก แล้วโทรศัพท์หาจึงรู้ว่าลุงอินกำลังจะขึ้นรถที่หมอชิต พาทีขอโทษที่ไม่มีเวลาดูแล ลุงอินตอบกลับมาด้วยความเข้าใจ
“อย่าคิดมากน่าที แค่ลุงเห็นเอ็งกับไอ้พลมาไกลขนาดนี้ ลุงก็ภูมิใจแล้ว”
“ขอบคุณครับลุง พวกผมมีวันนี้ได้ก็เพราะลุง ถ้าไม่ได้ลุงดูแลพวกผมหลังพ่อตาย ป่านนี้ผมจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” ลุงอินตัดบทว่ารถจะออก พาทีจึงรีบถามว่าเงินที่ส่งให้ทุกเดือนพอใช้ไหม ลุงอินตอบอย่างซาบซึ้งใจว่ายิ่งกว่าพอ พาทีรู้สึกเสียใจที่ไม่มีโอกาสเจอลุงอิน
ooooooo
เช้าวันใหม่ พรนางฟ้า แพรพิณและบัวบุหงากำลังกินข้าวต้มด้วยสีหน้าอิดโรย เห็นข่าวอรนาฏกับพันธิต ลูกชายที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกทางทีวี แถลงข่าวกับสื่อมวลชน ฝากฝังลูกชายที่กลับมาสานต่องานของพ่อ เป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ที่ใกล้จะเปิดกล้องเร็วๆนี้
สามสาวมองพันธิตผ่านจอทีวี นี่หรือที่อรนาฏจ้างให้จับแอ๊บลูกชาย...พรนางฟ้าเอ่ยขึ้นว่าตนบอกปัดงานนี้ไปก่อน อยากทุ่มเวลาให้คดีบลูปรินซ์ แล้วถามเพื่อนทั้งสองว่าเมื่อคืนได้อะไรกันบ้าง บัวบุหงาย้อนถามว่าตัวเธอได้อะไรบ้าง หายไปหลังเวทีตลอดงาน พรนางฟ้าไม่อยากเล่าบอกเพียงว่ายังไม่รู้ตัวเลยว่ากลับมาห้องได้อย่างไร บัวบุหงาสรุปไม่มีใครได้อะไร
แพรพิณอยู่ในสภาพจะหลับคาช้อน เพื่อนๆจึงเรียกจนสะดุ้งหลุดปากชื่อจุงเบออกมา ก่อนจะขยายความว่าเมื่อคืนโดนลูกศิษย์ลากออกไปเต้นหน้าเวที ตนจึงถ่ายคลิปไว้ได้นิดหน่อย เป็นภาพไลออนกับเควินกระจุ๋งกระจิ๋งกันบนเวที ไม่เพียงแค่นั้น ไลออนยังมักหันไปยิ้มกับคฑา และสายตาคฑาที่มองไลออนก็ดูหยาดเยิ้ม มีการซบไหล่กันบ้างระหว่างทำการแสดง
พรนางฟ้ายิ้มอย่างพอใจ คิดแผนการโทร.ขอให้ชลลัมภีร์รับรองตนเป็นหลานสาวชื่อแองจี้ เพิ่งกลับจากเรียนเมืองนอก จากนั้นก็ติดต่อนาเดียร์ขอสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์
พาทีรีบมาที่ตึกจีพีเรคคอร์ด ไม่วายเจอเฌอเบลล์เข้ามาพยายามโปรยเสน่ห์เต็มที่ แต่เขาไม่เคลิ้มเดินหนี นาเดียร์เดินรี่เข้ามารายงานพาทีว่ามีหลานของชลลัมภีร์เพิ่งกลับจากเมืองนอก จะเอาบทสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์ไปลงนิตยสารที่เกาหลี ตนเห็นว่าเป็นงานพีอาร์ฟรีจึงรับไว้
พาทีรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจ พอมาพบพรนางฟ้าที่วางมาดเป็นนักเรียนนอก จึงต่อว่าถ้าเป็นหลานชลลัมภีร์จริง ทำไมวันก่อนต้องทำตัวเป็นพวกสต๊อกเกอร์ หญิงสาวค้อนเล็กๆสะบัดเสียงว่าตนไม่ใช่ พาทีให้เธอนัดวันกับนาเดียร์ นาเดียร์ขอตัวอย่างคำถามเพื่อพิจารณาก่อน แต่พรนางฟ้าไม่ยอมจะสัมภาษณ์วันนี้เท่านั้น พาทีไม่พอใจ ระหว่างนั้นอรนาฏโทร.เข้ามาบอกพรนางฟ้าว่า ให้ไปรับบรีฟงานภายในหนึ่งชั่วโมง จะจ่ายก่อนห้าแสน เธอตาโพลงครุ่นคิดตัดสินใจ...
บัวบุหงาตกอับไม่มีงานถ่ายภาพ จำต้องรับงานอีเวนต์แต่งตัวเป็นถังขยะ รณรงค์ให้คนทิ้งขยะให้ถูกที่ พอได้รับโทรศัพท์จากพรนางฟ้าให้ไปพบอรนาฏแทนก็อึ้งทำอะไรแทบไม่ถูก
สี่หนุ่มวงบลูปรินซ์มาให้แองจี้สัมภาษณ์ พาทียืนคุมเชิง เธอเปิดเครื่องอัดเสียงยิงคำถามที่พุ่งประเด็นไปยังความสนิทสนมเป็นพิเศษระหว่างไลออนกับคฑา ไลออนมักจะสบตาพาทีก่อนตอบ คฑาอ้างว่าเพราะตนกับไลออนอายุเท่ากันจึงคุยกันถูกคอ แองจี้เจาะจงถามไลออนว่าเป็นคนชอบดูแลคนแล้วดูแลใครเป็นพิเศษ พาทีชักไม่พอใจสั่งหยุดการสัมภาษณ์อ้างว่าคำถามของเธอทำให้นักร้องของตนไม่สบายใจ แล้วผายมือเชิญเธอกลับ
“ไม่เป็นไรค่ะ เท่านี้ฉันก็ได้บทสัมภาษณ์ที่เพียงพอ ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ” พรนางฟ้ามองเครื่องอัดเสียง สีหน้ายิ้มกริ่มจนพาทีสงสัยไม่ไว้ใจ
ด้านบัวบุหงารีบมาพบอรนาฏทั้งชุดที่เพิ่งทำงาน จึงดูมอมแมม อรนาฏมองอย่างไม่เชื่อถือ บัวบุหงาจึงอ้างว่าปลอมตัวไปสืบคดีอื่นมา อรนาฏค่อยโล่งใจ มอบเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับพันธิตลูกชาย และเล่าว่าพ่อของลูกคือวีระพระเอกดังในอดีต
“ลูกเพิ่งกลับจากนิวยอร์ก ฉันกลัวว่าเขาจะเป็นอย่างพ่อเขา ยิ่งตอนนี้รูมเมทของเขาที่ชื่อวทันยูตามกลับมาไทยด้วย ฉันยิ่งไม่ไว้ใจ เธอสืบให้ฉันได้ไหม” เห็นสีหน้าบัวบุหงาลังเล “เรื่องเงินน่ะไม่ต้องห่วง ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ขอแค่ให้มีหลักฐานมายืนยันว่าลูกฉันแอ๊บหรือไม่แอ๊บ” อรนาฏวางเช็คห้าแสนให้ และว่าเสร็จงานจะให้อีกห้าแสน
บัวบุหงาตาโพลงตอบตกลงทันที...กลับมาบ้าน บัวบุหงาจัดการลงข้อมูลในคอมพ์แบบที่พรนางฟ้าลง ว่าเป็นคดีที่สองของบริษัทจีสแกน ทันใดมีเสียงร้องเพลงสำเนียงแปร่งๆแบบคนดัดเสียงดังกระแทกหูจนทนไม่ไหวต้องเดินไปดู เห็นพ่อเต่ากับเจ๊โดมเต้นรูดเสาร้องประสานเสียงกัน จึงโวยให้เบาเสียงด้วยความไม่ชอบที่พ่อเป็นแบบนี้ เจ๊โดมเอ็ดแทนอย่าทำตัวเป็นแม่ เธอจึงสำนึกเสียงอ่อนลงบ่นว่าตนรับงานใหม่มาต้องสืบว่าพันธิตลูกชายอรนาฏเป็นเกย์หรือไม่
“ต๊าย! รับจ๊อบสืบลูกเจ๊วีเหรอเนี่ย อะไรมันจะโลกกลมขนาดนี้” เจ๊โดมกรี๊ดกร๊าด
บัวบุหงางงเจ๊วีคือใคร พ่อเต่าขยายความ “ก็คุณวีระพระเอกละครไทยไง สมัยวัยรุ่นนี่แก๊งแฮงก์เอาต์ด้วยกันเลยล่ะ ตอนแกเด็กๆแกยังเคยถ่ายรูปกับเขาเลยนะ ฮึฮึ”
เจ๊โดมเสริมอยากรู้อะไรเดี๋ยวสืบให้เพราะหนังที่พันธิตกำลังจะเปิดกล้อง ตนเป็นช่างแต่งหน้าในกอง บัวบุหงาดีใจขอร่วมทีมเข้าไปด้วย เป็นตากล้องถ่ายภาพนิ่งก็ได้
ooooooo
ห้องจัดแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง...ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิต เขาบรรยายว่าภาพยนตร์ของเขาเป็นเรื่องเกี่ยวกับตุ๊ด กะเทย เกย์ ทอม ดี้ เลสเบียน เป็นเรื่องของความรักที่คนทั่วไปยังไม่เข้าใจ เรื่องนี้จะทำให้สังคมเข้าใจคนกลุ่มนี้มากขึ้น
ระหว่างการแถลงข่าว อรนาฏเดินเข้ามามอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับลูก พันธิตมองแม่อย่างเซ็งๆ อรนาฏกล่าวฝากสื่อมวลชนให้สนับสนุนหนังของลูกชาย พันธิตจึงลุกขึ้นบอกมีอะไรให้สัมภาษณ์คุณอรนาฏต่อได้เลย นักข่าวขอถ่ายภาพคู่ อรนาฏคล้องแขนพันธิตมายืนโพสท่า
หลังแถลงข่าว อรนาฏต่อว่าพันธิตทำไมต้องฉีกหน้าตลอด เขากวนกลับว่าตนไม่ใช่หมอศัลยกรรมจะฉีกจะดึงหน้าได้อย่างไร เธอเอ็ดให้หยุดพูดแบบนี้ แค่ไม่เรียกแม่ต่อหน้าใครก็เสียหน้ามากพอแล้ว เป็นลูกประสาอะไร เขาสวนแล้วคุณเป็นแม่ประสาอะไรก่อนจะเดินไป
วันต่อมาเป็นวันฟิตติ้ง เจ๊โดมพาบัวบุหงามาฝากเจ๊นุชสาวใหญ่โปรดิวเซอร์ให้เป็นตากล้องถ่ายภาพนิ่งที่กำลังหา เจ๊นุชเห็นว่าปูที่จะเป็นคนบอกว่าถ่ายอะไรบ้างยังไม่มา จึงให้ถ่ายๆอะไรไปก่อน บัวบุหงาถ่ายผู้คนแถวนั้นไปเรื่อย มองผ่านเลนส์มาหยุดที่ชายคนหนึ่งในชุดสูทหล่อเข้ม ดวงตาคมชวนมอง ในสมองรายงานว่าคือพันธิตลูกชายอรนาฏที่จ้างให้สืบแอ๊บ
บัวบุหงาไม่เห็นความเป็นแต๋วอย่างที่อรนาฏบอกสักนิด มองเคลิ้มจนมือไปโดนแฟลชวาบขึ้น พันธิตหันมาโวย เจ๊นุชรีบวิ่งมาบอกว่าเธอคือตากล้องคนใหม่ถ่ายภาพนิ่งให้ฝ่ายพีอาร์ พันธิตตำหนิว่าถ่ายรูปเปิดแฟลชในกองถ่ายได้อย่างไร ถ้าเขากำลังถ่ายฟิตติ้งกันอยู่ แสงแฟลชจะรบกวนไหม เป็นตากล้องจริงหรือใช้กล้องก็โบราณตกรุ่น ถ้าไม่ถนัดก็ไปทำคอสตูมแทน บัวบุหงาหน้าตึงเกลียดขี้หน้าเขาขึ้นมาในทันที
เจ๊นุชพยายามพูดให้จนพันธิตยอมให้บัวบุหงาทำงานต่อได้ เจ๊โดมเข้ามาเตือนอย่าก่อเรื่องให้ต้องตกงาน หญิงสาวบ่นอย่างหงุดหงิดว่าพันธิตทำเป็นรู้ดีกว่าตน ค่าแสงในที่นี้เปิดแฟลชได้ และเรื่องกล้องของตนก็ไม่รู้บ้างเลยหรือว่ามันเป็นรุ่นคลาสสิกที่หายาก ทันใดเห็นพันธิตรับไหว้นักแสดงหนุ่ม ลูบหลังลูบไหล่อย่างน่าสงสัย จึงกดชัตเตอร์จับภาพไว้ทันที
ooooooo
แพรพิณมารับอันนาที่เรียนพิเศษ แต่อันนากลับบอกว่ามีนัดกินข้าวกับเพื่อนได้ไลน์บอกไว้แล้วให้กลับไปก่อน แพรพิณฉุกคิดว่าต้องนัดกับหมอไทยแน่ๆ จึงสะกดรอยตาม แล้วเธอก็โก๊ะทำเสียงดังจนอันนาหันมาจับได้ ต้องอ้างว่าแวะมาทานข้าว หมอไทยเห็นหน้าเธอก็จำได้
อันนาแปลกใจที่หมอไทยรู้จักแพรพิณ เขาบอกว่าคลินิกตนอยู่ติดกับโรงเรียนสอนพิเศษของเธอจึงเคยเจอกันบ้าง พลันชยุตโทร.เข้ามา หมอไทยจึงแยกไปรับสาย อันนาต่อว่าแพรพิณที่แอบตามตนมา แพรพิณเตือนว่าหมอไทยเป็นเกย์กับชยุต แต่อันนาไม่เชื่อแถมโกรธ
พอทานอาหารเสร็จ หมอไทยขอตัวไปคุยงานกับชยุตหัวหน้าฝ่ายมาร์เกตติ้งของคลินิกไปส่งไม่ได้
อันนานึกถึงที่แพรพิณเตือน ส่วนแพรพิณยังแอบซุ่มอยู่แถวนั้น แค้นใจแทนหลาน จะไม่ยอมให้เกย์มาหลอกคนในครอบครัวได้อีก
บ่ายวันนั้นอรนาฏมาต่อว่าพันธิตถึงบ้าน ที่สร้างหนังแนวตุ๊ดเกย์ไม่บอกกันก่อน เขาจึงย้อนว่าถ้าบอกแล้วแม่จะช่วยโปรโมตหรือ อรนาฏโวยวายไม่รู้จักอายแค่มีพ่อเป็นเกย์ยังขายหน้าไม่พออีกหรือ พันธิตนิ่ง
สักพักก่อนจะพูดอย่างจริงจังว่า พ่อจะเป็นอย่างไรก็เป็นพ่อของตน แม่ต่างหากที่ไม่ยอมรับความจริง ทั้งที่เรื่องก็ผ่านมานมนาน แม้ผู้เป็นแม่จะโต้ว่าไม่ลองมาเป็นเธอ ที่วันหนึ่งตื่นมาสามีกลายเป็นเมียคนอื่น จะทำใจได้ไหม เขาย้ำว่าให้แม่รู้จักปล่อยวางจะหมดทุกข์
เสียงโทรศัพท์ดังขัดขึ้น พันธิตเห็นชื่อวทันยู ก็รับสายแล้วแกล้งยั่วแม่ “ว่าไงจ๊ะที่รัก คิดถึงจังเลย...” อรนาฏตาเบิกโพลงอย่างไม่พอใจ มองลูกชายที่เดินแยกไปคุยอย่างหงุดหงิด
ด้านแพรพิณสะกดรอยตามหมอไทยไปจนถึงร้านหนังสือ เห็นเขาอ่านหนังสือประเภทสุขภาพชาย หน้าปกเป็นผู้ชายถอดเสื้อโชว์กล้าม ก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็นเกย์แน่ จะถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่ทันกดชัตเตอร์ ชยุตมายืนขวางถามจะทำอะไร แพรพิณหน้าเจื่อนเดินจ้ำหนีไป
กลับบ้าน แพรพิณเจออันนานั่งรอเพื่อต่อว่าเรื่องที่เธอไปแอบถ่ายรูปหมอไทย แล้วกำชับหนักแน่น ห้ามมายุ่งกับตนและหมอไทยอีก ตนเชื่อว่าเขาเป็นชายแท้ อย่าทำอะไรน่าเกลียดอีก
ระหว่างนั้นพรนางฟ้ากำลังทำงานอยู่ที่คอนโด บัวบุหงาไลน์เข้ามาบอกเรื่องเงินค่าจ้างจากอรนาฏ
พรนางฟ้าให้โอนเข้าบัญชีตนไว้เป็นเงินทุนบริษัทเอาไว้จับแอ๊บทุกคดี ไม่ทันไรแพรพิณไลน์มาปรึกษาเรื่องหมอไทยเป็นเกย์ จะจ้างบริษัทเราสืบ พรนางฟ้าไลน์กลับไปว่าไม่ต้องจ้างทำให้ฟรี แพรพิณซาบซึ้งใจ บันทึกข้อมูลคดีที่สามของบริษัทจีสแกน จับแอ๊บหมอไทย ค่าจ้างฟรี...แล้วมุ่งมั่นต้องสืบให้สำเร็จ เพื่อหลานสาว
วันต่อมา แพรพิณตามดูหมอไทยกับชยุต ทั้งสองเข้าฟิตเนสด้วยกัน เธอนึกถึงสิ่งที่พรนางฟ้าแนะนำ อันดับแรกต้องรู้ให้ได้ว่าคนที่ตามสืบเป็นใคร นิสัยอย่างไร ชอบไปที่ไหน มีกิจกรรมอะไรที่ดูแล้วเข้าข่าย แพรพิณนึกได้ว่าหมอไทยชอบลงเฟซบุ๊กรูปตัวเองในฟิตเนส
ขณะตามดู ยามเข้ามาสะกิดเตือนถ้าไม่ใช่สมาชิกเข้าไม่ได้ เธอพยายามเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวถึงสามครั้งก็ไม่รอดพ้นสายตายาม จึงจำต้องสมัครสมาชิก โดนฟันเงินไปถึงหมื่นแปด เพื่อเข้ามาเดินมองหาหมอไทยกับชยุต และแล้วก็เห็นทั้งสองเดินไปทางห้องเซาน่าด้วยกัน จึงรีบไลน์ไปถามความเห็นเพื่อนๆ บัวบุหงาให้ตามเข้าไปดูให้รู้แน่ แต่พรนางฟ้าคิดว่า การเข้าห้องเซาน่าด้วยกันมันก็ชัดแล้วว่าใช่ แพรพิณอ่านไลน์แล้วอยากเป็นลม
แพรพิณสวมเสื้อมีฮู้ดคลุมหัวให้ดูเหมือนผู้ชาย ตามเข้าไปในโซนแต่งตัวชาย เห็นสองหนุ่มมีผ้าขนหนูพันช่วงล่าง ช่วงบนโชว์หุ่นฟิตเฟิร์ม ทำให้เธอมือไม้สั่นไม่กล้ามอง แต่ก็ถ่ายภาพและแอบอัดเสียงสนทนาของทั้งคู่
ชยุตบ่นตั้งแต่เอาวงบลูปรินซ์มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ที่ร้าน ทำให้พวกเรายุ่งจนไม่มีเวลาให้กัน แล้วยิ่งหมอไทยมีแฟนเด็กอันนายิ่งไม่เหลือเวลาอีกเลย หมอไทยแซวแค่นี้มีงอนด้วยหรือ แพรพิณฟังอย่างขยะแขยงเผลอทำ มือถือหล่น สองหนุ่มหันมองทำให้เธอต้องหลบหน้า ทั้งสองพากันเดินเข้าห้องอบแห้ง หญิงสาวพนมมือขอคุณพระเป็นกำลังใจให้ตนสู้ แล้วหันกลับมาเดินตามสองหนุ่มแต่เข้าผิดห้อง เข้าไปในห้องเซาน่าทั้งชุดที่สวมใส่
นั่งรออยู่ชั่วครู่แพรพิณเริ่มร้อนมึนหัวทนไม่ไหวเดินโซซัดโซเซออกมาผมเผ้ายุ่งเหยิง ล้มพับเป็นลมไปต่อหน้าหมอไทยกับชยุตที่ออกมาจากห้องอบแห้ง ทั้งสองจำแพรพิณได้จึงช่วยกันปฐมพยาบาล เธอฟื้นขึ้นมาเห็นหน้าหมอไทยกับชยุตก็ตกใจลุกพรวดขึ้น ชยุตถามเธอเข้าไปทำอะไรในห้องเซาน่าจนเป็นลม ตนต้องอุ้มมานอนที่นี่ หญิงสาวทำหน้าไม่ถูกเมื่อรู้ว่าโดนอุ้ม หมอไทยยินดีที่น้าของแฟนเป็นสมาชิกที่นี่ จะได้เจอกันบ่อยๆ แพรพิณรีบขอตัวกลับ
ooooooo
สรุปพรนางฟ้าต้องช่วยแพรพิณสืบ ส่วนบัวบุหงาเก่งพอจะลุยเดี่ยว...มีข่าววงบลูปรินซ์จะมีคอนเสิร์ตใหญ่อีกสามเดือนข้างหน้า ปันปันร้องกรี๊ดด้วยความดีใจ พรนางฟ้าตกใจวิ่งมาดูน้อง แต่เธอไม่ได้สนใจ กลับโทร.หาเพื่อนๆให้รีบจองตั๋ว พรนางฟ้าครุ่นคิดเป็นโอกาสอีกครั้ง
หลายวันต่อมา พรนางฟ้ามาดูการซ้อมของบลูปรินซ์ในนามแองจี้ อ้างว่าจะเก็บภาพไปโปรโมต พาทีเหน็บงานแค่นี้ไม่เห็นต้องมาเอง ให้ลูกน้องมาถ่ายแทนก็ได้ หญิงสาวสวนว่าตนชอบทำงานเองไม่ชอบนั่งเทียนเขียนข่าว ปั้นความรู้สึกเอง พาทีเบ้หน้าประชดให้เก็บภาพตามสบาย แล้วเรียกนาเดียร์มาสั่งให้คอยประกบแองจี้ไว้
“คุณพาทีนี่ จริงจังมากเลยนะคะ” พรนางฟ้าอยากด่ามากกว่านี้
“แน่นอนค่ะ ไม่งั้นบลูปรินซ์ก็คงไม่สามารถขึ้น มาเป็นบอยแบนด์อันดับหนึ่งของประเทศได้หรอก”
นาเดียร์เย้ยพรนางฟ้าสังเกตเห็นจุงเบหงุดหงิดเวลาเต้นไม่ได้ นาเดียร์เริ่มเบื่อถอยมานั่งเล่นมือถือ พรนางฟ้าถ่ายภาพจุงเบไว้ เขารู้สึกตัวจึงหันมองทักทาย แล้วมองหาขวดน้ำของตัวเอง พรนางฟ้าเห็นวางอยู่ที่เก้าอี้จึงหยิบไปส่งให้จุงเบรับมือสัมผัสกัน นาเดียร์เงยหน้ามาเห็นกระแอมขัดเตือน ไม่ควรทำอะไรตามใจ พรนางฟ้างงแค่หยิบน้ำให้มีอะไรผิด นาเดียร์หาว่าให้ท่าศิลปิน
“ขอโทษนะคะ ฉันว่ามีแต่คนที่อยากได้ศิลปินจนตัวสั่นเท่านั้นแหละ ถึงจะคิดได้ว่าการช่วยหยิบของให้ศิลปินคือการให้ท่า” นาเดียร์จะเถียง แต่พรนางฟ้าชิงเดินหนีไปถ่ายอีกมุม
“เรื่องความดังของบลูปรินซ์ไม่ใช่สิ่งที่ผมห่วง หรอกครับ เพราะผมทำให้พวกเขามีชื่อเสียงขนาดนี้ได้ด้วยตัวผมเองมาตลอด ผมห่วงว่าจะมีใครคิดไม่ดีกับเด็กๆของผมมากกว่า ขอตัวนะ”
พรนางฟ้าเริ่มรู้สึกกังวลใจว่างานนี้จะยากกว่าที่คิด แต่ไม่ย่อท้อรีบเดินตามพาทีออกไป พาทีเห็นแองจี้เดินตามมาก็บอกว่าถ้าต้องการอะไรให้บอกนาเดียร์ได้ แต่เธอดึงมือเขาให้หยุด กล่าวขอโทษถ้าตนทำตัวไม่ดีเพราะ ติดนิสัยทำตัวเหนือใครมาจากตอนเรียนเมืองนอก ที่โน่นถ้าเราไม่เหนือกว่าก็จะไม่มีตัวตนในสายตาใคร พาทียิ้มๆ บอกไม่ต้องขอโทษเพราะเราคงไม่ได้ร่วมงานกันบ่อย พรนางฟ้ารีบย้ำเพื่อให้เขาใจอ่อน
“แต่แองจี้เชื่อว่าเราจะได้ทำงานด้วยกันอีกค่ะ แองจี้อยากให้เป็นอย่างนั้น”
พาทีนิ่งเงียบไม่แสดงว่าใจอ่อนลง ขอตัวเดินไป พรนางฟ้ารู้ว่าตัวเองเจอหินเข้าแล้ว...ด้วยความเซ็งพรนางฟ้าเดินลงมาซื้อกาแฟ เห็นเฌอเบลล์ทำโน้ตเพลงหล่นแผ่นหนึ่ง จึงเก็บแล้ววิ่งตามไปคืนให้ เธอมองอย่างเหยียดๆ ดึงโน้ตกลับมาแล้วเดินไป พรนางฟ้าไม่พอใจ ตามไปดึงโน้ตกลับมาโยนลงพื้นแล้วว่า ถ้าไม่รู้จักขอบคุณคนอื่นก็จงเก็บเอง เฌอเบลล์จะโวยแต่ไม่ทัน
ooooooo
วันนี้เป็นวันแรกของการถ่ายทำภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิต บัวบุหงามาทำหน้าที่เก็บภาพเบื้องหลัง แล้วเธอก็เห็นพันธิตเดินลูบหลังไหล่นักแสดงชื่อโอ๊ตออกไปนอกกอง จึงคว้ากล้องวิ่งตามไปแอบถ่าย เห็นทั้งสองคุยกันหัวเราะคิกคัก เจ้ากรรมลืมปิดแฟลชอีกแสงแฟลชทำให้พันธิตรู้ตัว เดินมามองที่พุ่มไม้ที่บัวบุหงาพยายามหลบซ่อนตัวสุดฤทธิ์ แล้วเขาก็เจอฝากล้องตกอยู่ เป็นฝากล้องรุ่นคลาสสิกปีสองพัน...พอกลับเข้ามาในกองถ่าย เห็นบัวบุหงานั่งกินข้าวอยู่ ก็เข้ามามองกล้องเธอแล้วถามว่าฝากล้องไปไหน บัวบุหงาเพิ่งรู้ตัวว่าหายคิดหาทางแก้ตัว ว่าลืมว่าหายไปตั้งแต่วันก่อน พันธิตวางฝากล้องลงบนโต๊ะ เจ๊โดมต้องช่วยเสริมว่าเห็นบัวบุหงาร้องไห้บ่นว่าของหายเมื่อวาน เขาจึงดักคอ
“ทีหลังเวลาทำงานก็เก็บฝากล้องให้ดีหน่อยนะ เดี๋ยวคนโดนแอบถ่ายเขาจะรู้ตัว”
เจ๊โดมลากบัวบุหงาหลบมาต่อว่า อย่าทำอะไรผิดพลาดอีก บัวบุหงาเปิดภาพที่สองหนุ่มหัวร่อต่อกระซิกกัน ให้ดู เจ๊โดมเห็นแล้วเสียดายพันธิตไม่น่าเป็นเกย์
ด้านพรนางฟ้า ถ่ายภาพบลูปรินซ์ซ้อมร้องเต้นบนเวที ระหว่างนั้นถอยหลังมาชนไลออนที่เพิ่งเข้ามา ต่างคนต่างหลบให้กันแต่หลบทางเดียวกันจึงหัวเราะ ไลออนดึงเธอเข้ามาใกล้ถามใส่คอนแทคเลนส์หรือ เธอส่ายหน้า เขาชมว่าดวงตาสวย เธอเผลอยิ้มมองเขาเดินขึ้นเวทีอย่างเท่
“มองส่วนไหนอยู่เหรอครับ หน้าแดงเชียว” พาทีจับตามองอยู่เข้ามาแขวะ หญิงสาวสะดุ้งปัดว่ามองไปทั่ว พาทีประชด “แล้วได้ภาพตามที่ต้องการรึเปล่าครับ คุณหลานเจ้าของเว็บไซต์บันเทิงที่มีอิทธิพลที่สุดในประเทศไทย”
พรนางฟ้าไม่พอใจที่พาทีกวน เขายังแกล้งยื่นมือมาใกล้หน้าอกเธอ พอเธอคว้ามือเขาไว้ เขาก็บอกว่าแค่จะขอดูรูปที่ถ่าย หญิงสาวไม่ให้ เขายืนกรานว่าต้องตรวจสอบก่อนที่เธอจะนำไปลงข่าว ไลออนเห็นสองคนยืนเถียงกันจึงลงจากเวทีมาต่อว่าพาที ว่าแองจี้เป็นแขก ไปขึ้นเสียงใส่เธอได้อย่างไร พาทีสั่งให้กลับไปซ้อม ไลออนไม่ยอมกลับเข้ามาจ้องหน้าพาที พรนางฟ้าเห็นท่าไม่ดีขอตัวกลับแต่พาทีขวางไม่ให้ไป ไลออนช่วยดึงเธอให้เดินไป
พาทีไม่พอใจ เดินตามพรนางฟ้าไปอีก เห็นเธอสะดุดหกล้มก็ยืนมองเฉย หญิงสาวแก้เขินด้วยการทำท่าบัลเล่ต์ลุกขึ้น แล้วรีบเดินหนีมาถึงลิฟต์ พาทีตามมาเอามือค้ำประตู พรนางฟ้ายืนหลังพิงประตู เขายืนยันจะขอดูภาพ ทันใดประตูลิฟต์เปิด พรนางฟ้าหงายหลังล้มเข้าไปในลิฟต์ พาทีล้มตามคร่อมบนร่างเธอ ต่างตะลึง มองตากันอึ้งๆ
มนุษย์ป้านางหนึ่งเดินมาเห็น กระแอมให้รู้ตัว แล้วสั่งสอนว่าการกระทำแบบนี้น่าอาย สถานที่ก็แคบแถม เป็นที่สาธารณะ พาทีรีบลุกขึ้นชี้หน้าพรนางฟ้าทำนอง ฝากไว้ก่อนแล้วเดินไป หญิงสาวขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางยืนก้มหน้าอายๆ มนุษย์ป้ากดปิดลิฟต์ไม่วาย มองเธอเหยียดๆ
บ่ายวันเดียวกัน แพรพิณได้ยินลูกศิษย์คุยกันว่า ถ้าเราอยากรู้เรื่องอะไร ก็ต้องตามดูให้รู้ เธอจึงตัดสินใจเข้าไปสมัครคอร์สเสริมความงามคลีนิกหมอไทย โดยระบุว่าจะทำกับหมอไทย ราคาที่ทำกับหมอจึงสูงกว่าปกติแพรพิณจำต้องจ่ายไปอีกสี่หมื่น...ระหว่างที่หมอไทยดูแลใบหน้าให้ ชยุตโทร.เข้ามานัดทานข้าว แพรพิณหูผึ่งเตรียมสะกดรอยตามไปเก็บภาพ
เสร็จจากทำหน้า แพรพิณแอบตามหมอไทยมาถึงร้านอาหาร แต่ด้วยไม่ได้จองโต๊ะไว้ก่อนจึงไปนั่งโต๊ะที่มีคนจอง พอเขามาก็เกิดการต่อว่าเสียงดัง หมอไทยกับชยุตหันมาเห็นเป็นแพรพิณก็ชวนมานั่งร่วมโต๊ะ หญิงสาวทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำตัวไม่ถูก ชยุตแกล้งแหย่ หมู่นี้เราเจอกันทุกวันสงสัยเธอจะชอบหมอไทยหรือชอบตน หญิงสาวสำลักน้ำไอแคกๆ ปฏิเสธพัลวัน หมอไทยปรามชยุตให้เลิกแกล้งแพรพิณ
เสร็จจากทานอาหาร หมอไทยให้ชยุตไปส่งแพรพิณ ชยุตขอเวลาเก็บของในรถที่รกๆไปไว้ท้ายรถ ให้เธอเข้าไปนั่งเบาะหน้าและให้ช่วยเก็บกล่องแว่นใส่ลิ้นชัก ทำให้เธอเห็นถุงยางอนามัยและเควาย เจลหล่อลื่นในนั้น เธอแทบช็อกเอามือถือมาเก็บภาพไว้อย่างขยะแขยง
ooooooo
สามสาวสรุปผลงานที่สืบงานของตัวแต่ละงาน ต่างเอาหลักฐานที่ได้ลงชาร์ตว่าใครหาหลักฐานได้มากกว่ากัน คดีใครจะสำเร็จก่อนกันเป็นผู้ชนะ พรนางฟ้าไม่ยอมแพ้ รุ่งเช้าไปที่จีพีเรคคอร์ดอีก นั่งดูการซ้อมของวงบลูปรินซ์ นาเดียร์แขวะมาบ่อยเหลือเกิน
พาทีให้เควินซ้อมท่อนโซโล่ แล้วให้นาเดียร์เรียกคู่ลีลาศมาซ้อมบล็อกกิ้ง นาเดียร์นึกได้ว่าเธอลาป่วยและลืมหาคนมาแทน พาทีเซ็ง ไลออนแนะนำให้นัดแยกซ้อมลีลาศ คฑาสวนว่าเรายังมีเวลาว่างอีกหรือ ทั้งสองเถียงกัน จุงเบกระซิบเตือนว่ามีแขก ทั้งสองจึงกอดคอกันทำทีสนิทสนมรักใคร่กันดี พรนางฟ้าเห็นช่องทางตีสนิท อาสาเป็นคู่เต้นลีลาศให้ เพราะมีความรู้อยู่บ้าง
เควินได้ทีโบ้ยให้พาทีเป็นคู่เต้นกับแองจี้ ตัวเขาจะซ้อมร้องเพราะยังจำท่าเต้นไม่ค่อยได้ พาทีจำต้องเต้นลีลาศกับแองจี้ ทั้งสองเต้นอย่างพลิ้วไหวเข้าขากันดี นาเดียร์มองอย่างหมั่นไส้ เผอิญเฌอเบลล์แวะมาเห็นพาทีเต้นรำกับแองจี้ก็ไม่พอใจ พาทีทึ่งกับความสามารถของแองจี้ยอมเอ่ยปากขอบใจเธอ...บ่ายวันนั้นเขาจึงให้เธอซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ไปส่งที่โรงเรียนแพรพิณ
ด้านบัวบุหงาถ่ายภาพเบื้องหลังกองถ่ายอย่างมืออาชีพ เผอิญถอยหลังมาชนพันธิตที่นั่งอยู่ เขาโวยวายว่าดารายังแต่งตัวไม่เสร็จแล้วเธอเที่ยวไปถ่ายภาพเขา เป็นพวกปาปารัสซี่หรือเปล่า จะแย่งกล้องมาตรวจรูป หญิงสาวไม่ให้ ยื้อกันจนแฟลชกล้องตกแตก บัวบุหงาโกรธมาก ตรงเข้าชกหน้าพันธิต ทุกคนในกองตกใจ
เจ๊โดมรีบเข้ามาไกล่เกลี่ยขอร้องอย่าไล่บัวบุหงาออกเพราะเธอเป็นตากล้องมือหนึ่งของนิตยสารชายที่ฮอตที่สุด ภาพยนตร์เราเป็นเรื่องเกี่ยวกับชายรักชาย ภาพถ่ายต้องดึงความรู้สึกนั้นออกมา พันธิตหงุดหงิดแดกดันให้บอกตากล้องของเจ๊ด้วยว่า ทำงานให้เป็นมืออาชีพ ไม่ใช่แอบถ่ายแบบไร้มารยาท บัวบุหงาน้ำตาคลอหยิบแฟลชที่แตกขึ้นมา มองพันธิตอย่างแค้นเคือง
ในขณะที่พรนางฟ้าลงรถพาทีที่หน้าโรงเรียนแพรพิณ พาทีเห็นคลินิกหมอไทยอยู่ข้างๆก็แปลกใจ บอกว่าเขาเป็นคนดูแลผิวให้ศิลปินในค่าย พรนางฟ้าจะเดินไป พาทีเตือนให้คืนหมวกกันน็อก เธอจึงโยนให้ เขาติงน่าจะส่งให้ดีๆ เพื่อเธอจะได้ดูน่ารักขึ้นมาบ้าง หญิงสาวหน้าชา
พรนางฟ้าเข้ามาในโรงเรียนเห็นนักเรียนมุงดูไอแพด เป็นข่าวจากคุณนิรนามศูนย์ข่าวบีพีอายส์ ส่งมาว่า ขณะนี้วงบลูปรินซ์กำลังจะไปกินข้าวที่สยามสแคว์วัน แพรพิณไม่อยู่เด็กๆจึงจะไปตามดูนักร้องวงโปรด พรนางฟ้าแปลกใจรีบขอไปด้วย แล้วโทรศัพท์หาพาทีในทันที
ในรถตู้ที่วงบลูปรินซ์นั่งมา นาเดียร์นั่งกลับที่พักด้วย ไลออนกับคฑาเป็นคนเริ่มอยากแวะกินอะไรที่สยามสแควร์วัน จุงเบกับเควินค้านกลัวแฟนคลับรู้จะเกิดความวุ่นวาย นาเดียร์ไม่คิดปรามกลับสนับสนุนอีกต่างหาก คนขับรถจึงพาไปส่งลงแล้ววกรถไปหาที่จอด นาเดียร์ไม่ลงไปด้วย ท่าทีเธอมีพิรุธบางอย่าง
ทั้งสี่คนเลือกร้านส้มตำสะเดิดโดยไม่รู้เลยว่าข่าวพวกเขามาแวะที่นี่แพร่กระจายออกไป เหล่าแฟนคลับ กำลังเดินทางมา...พาทีได้รับโทรศัพท์จากแองจี้ก็ตกใจรู้ในทันทีว่าต้องเกิดความวุ่นวายแน่ เขารีบบอกให้แองจี้ช่วยถ่วงเวลาเหล่าแฟนคลับไว้ อย่าให้เข้าถึงตัวพวกบลูปรินซ์
ไลออน คฑา เควินและจุงเบกำลังกินส้มตำ น้ำตกอย่างเอร็ดอร่อย เจ้าของร้านและเด็กในร้านต่างตื่นเต้นถ่ายภาพกันใหญ่ ไม่ทันไรได้ยินเสียงกรี๊ดดังเข้ามา ทั้งสี่ เห็นเหล่าแฟนคลับกำลังวิ่งกรูมาก็ตกใจ ไลออนรีบไป กดล็อกประตูร้าน แล้วพากันวิ่งไปหลังร้าน ปรากฏมีแฟนคลับออกันอยู่ประมาณยี่สิบคนทำให้ออกไปไม่ได้เช่นกัน
ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว วิ่งมาถึงหลังร้านพร้อมพรนางฟ้า เธอโทร.รายงานสถานการณ์กับพาทีแล้วเหลือบไปเห็นร้านขายวิกผม จึงคิดแผนการได้ แต่ต้องขอให้เด็กทั้งสามร่วมมือ ด้วยการสัญญาจะให้รางวัลให้ทั้งสามได้ทานข้าวกับบลูปรินซ์ตัวเป็นๆแบบส่วนตัว ทั้งสามยอมช่วยสุดตัว...พรนางฟ้าเข้าไปซื้อวิกผมและของที่ใช้พรางตัวได้มา เด็กทั้งสามต้องทำทีคุยกันเสียงดัง ต่อว่าศิลปินบลูปรินซ์ให้เหล่าแฟนคลับได้ยิน จากนั้นทั้งสามต้องวิ่งหนีการถูกรุมสกรัม
พรนางฟ้ารีบเคาะประตูหลังร้านบอกว่าตนแองจี้มาช่วย พอเข้าไปได้ เธอก็ให้ทุกคนสวมวิกใส่หนวด สวมเสื้อคลุมมีฮู้ด แล้วโทร.บอกพาที พาทีติดต่อนาเดียร์ไม่ได้ เพราะเธอเสียบหูฟังเพลงนอนสบายในรถ เขาเปิดประตูรถพรวดเข้ามาต่อว่า แล้วสั่งคนรถให้อ้อมไปรับศิลปินหลังร้าน พรนางฟ้าพาทุกคนออกมารีบวิ่งไปขึ้นรถ ทันใดไลออนรู้ตัวว่าสร้อยคอหล่นหาย จึงวิ่งกลับไปค้นหาในร้าน ทุกคนตกใจ พรนางฟ้าต้องตามไปช่วย พอหาสร้อยเจอ ทั้งสองจะกลับมาขึ้นรถ ต้องซ่อนตัวเบียดแนบชิดกันแอบแฟนคลับให้วิ่งผ่านไปก่อน ทั้งสองสบตากันรู้สึกหวั่นไหวนิดๆ
กลับมาถึงที่พัก พาทีสั่งลงโทษกักบริเวณทั้งสี่คนเป็นเวลาหนึ่งเดือน คฑาโวยไลออนเป็นคนชวนทำให้ทุกคนซวยไปหมด เควินพยายามไกล่เกลี่ยไม่ให้ทะเลาะกัน พาทีเสียงเข้มบอกไม่ได้ต้องการคนผิด แต่ต้องการรู้ว่าแฟนคลับรู้ได้อย่างไร ทุกคนมองไปที่แองจี้
พรนางฟ้ารีบเปิดลิงค์บีพีอายส์ให้พาทีดู ว่ารู้ข่าวมาจากทวีตนี้ และว่ามีคนจงใจปล่อยข่าว นาเดียร์ปรักปรำว่า เป็นแองจี้ เธอจึงต้องเอาตัวรอดด้วยการสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนอยู่กับพาที เขาไปส่งตน ทุกคนแปลกใจมากเพราะรู้ดีว่า พาทีไม่เคยให้ใครซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ของเขา นาเดียร์ออกตัวว่าตนก็ไม่เกี่ยวเพราะนั่งอยู่แต่ในรถ ทันใดมือถือเธอดังขึ้น เธอรีบกดตัดสาย พาทีมองอย่างไม่ไว้ใจจึงแย่งมือถือมากดโทร.ออกและเปิดสปีกเกอร์ โฟน เสียงปลายสายคล้ายตุ๊ด
“พี่นาเดียร์คะ หนูขอเงินค่าข่าวของพวกหนูคืนด้วยค่ะ พวกเราไม่มีใครได้สัมผัสตัวบีพีเลยแม้แต่คนเดียว ฮัลโหลๆ อีเจ๊...มึงจะโกงเงินพวกกูเหรอ อี...” แองจี้ชิงตัดสาย
นาเดียร์หน้าซีดจำนนต่อหลักฐาน ทรุดลงขอโทษ ไลออนโวยเพราะเธอทำให้ตนเกือบเสียสร้อยคอไป พาทีโพล่งขึ้นว่าไล่เธอออกเพราะไม่อาจทำงานกับคนที่ไม่ไว้ใจได้ ว่าแล้วเรียกแองจี้ให้ตามเขาออกไป
ในกองถ่ายบัวบุหงาเห็นพันธิตกำลังหยิบของในรถที่จอดห่างจากกอง จึงตามมากระชากเขาให้หันมาเพื่อถามคิดจะชดใช้ที่ทำแฟลชตกแตกบ้างไหม พันธิตสะบัดตัวออกย้อนถามจะเอาเท่าไหร่ หญิงสาวโกรธ หาว่าเขาเป็นพวกคนรวยที่ชอบใช้เงินฟาดหัว ไม่คิดถึงจิตใจใคร พันธิตยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะบอกว่าจะพาเธอไปซื้อแฟลชตัวใหม่เพราะไม่ไว้ใจกลัวเธอโกงราคา
พันธิตพาบัวบุหงามาร้านขายอุปกรณ์กล้องที่ซื้อประจำ บอกเจ้าของร้านให้เอาแฟลชของแท้มาตัวหนึ่ง หญิงสาวแทรกเอาของจีนก็ได้ แต่เขาไม่ยอมให้เธอใช้ของดีๆเพื่อคุณภาพของงาน แต่เธอก็ค้านว่างานจะดีอยู่ที่ฝีมือไม่ใช่อุปกรณ์ เขาไม่สนใจรับของมายัดใส่มือเธอแล้วเดินออกจากร้าน บัวบุหงาจำต้องวิ่งตาม เขาเลี้ยวเข้าร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ ไม่สนใจว่าเธอจะอยากทานหรือไม่ บัวบุหงาวางท่าปั้นปึ่งแต่สุดท้ายกลับทานเก่งกว่าเขาจนท้องแทบแตก
พอกลับมาถึงกองถ่าย เจ๊โดมเห็นหลานลงจากรถเจ้านายก็แปลกใจ พันธิตหันมาบอกบัวบุหงาว่าไม่ต้องกลับเข้ากองถ่ายแล้ว เพราะตนไล่เธอออก ที่ทานอาหารนั่นเป็นการเลี้ยงส่ง บัวบุหงาช็อกยืนอึ้งกอดถุงแฟลชน้ำตาไหล พันธิตเดินไป เจ๊โดมวิ่งเข้ามาคิดว่าหลานสาวเสียทีเขาเสียแล้ว บัวบุหงารีบบอกว่าไม่ใช่ แต่ตนโดนไล่ออกอย่าง เลือดเย็น ตนจะทำอย่างไรต่อไปดี...
ooooooo
.
93
« Last post by ppsan on 24 October 2026, 20:56:02 »
เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ (thairath.co.th)
สายลับจับแอ๊บ

แนว: ดราม่า-โรแมนติก-คอมเมดี้ บทประพันธ์โดย: หัสวีร์ / เพฑูรย์ / พิมาลินย์ บทโทรทัศน์โดย: มานะ สติ กำกับการแสดงโดย: สมจริง ศรีสุภาพ ผลิตโดย: บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัด ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 นักแสดงนำ: ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์,แพทรีเซีย ธัญชนก กู๊ด ,
เรื่องย่อละคร
“จี-สแกน” บริษัทสืบเกย์ความหวังสุดท้ายของสาวๆในยุคผู้ชายกลายพันธุ์ ที่เกิดจาการรวมตัวกันแบบไม่ตั้งใจของสามสาวเพื่อนรัก นำทีมโดย พรนางฟ้า (แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด) สาวสวยหุ่นเป๊ะแต่สมองโก๊ะผู้โดนเกย์หนุ่มหักอกเป็นอาจิณ เลยทำให้เธอเชี่ยวชาญในการสแกนเกย์ ผลงานการสแกนเกย์ที่ดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศคือการที่เธอแอบตามแฟนหนุ่มที่นอกใจหนีไปเที่ยวกับเจ้านายเกย์ของเธอ เมื่อความลับถูกเปิดเผย พรนางฟ้าจัดการเจ้านายไม่ยั้ง ทำให้เจ้านายไล่เธอออกและขัดขวางการสมัครงานทุกที่จนเธอกลายเป็นคนว่างงาน ความแค้นนี้ทำให้พรนางฟ้าโพสต์เรื่องราวของตัวเองแฉลงในพันทิป และด้วยกระแสของกระทู้นี้เองทำให้ ชลลัมภีร์ (มาวิน เจริญผล) เจ้าของนิตยสารกรี๊ดบันเทิงจ้างให้เธอสืบคดีคู่จิ้น วงบลูปรินซ์ บอยแบนด์ที่ดังสุดในประเทศไทย
แต่ยังไม่ทันสืบคดีแรกคดีที่สองก็ตามมาติดๆ เมื่อเธอได้รับว่าจ้างให้สืบเกย์ผู้กำกับหล่อเซอร์ชื่อดัง พรนางฟ้าจึงไปชักชวนผู้ร่วมทีมคนที่สองคือ บัวบุหงา (ปัณณ์ญาณัช จิรโรจน์ธนเกษม) สาวเก่งมาดแมนซึ่งกำลังมีปัญหารุมเร้าทั้งเรื่องหนี้สินที่บ้าน เหตุเกิดจาก พ่อเต่า (จาตุรงค์ มกจ๊ก) พ่อที่เป็นเกย์ของเธอกู้เงินมาทำร้านอาหารอิตาลีก่อนร้านจะเจ๊งไม่เป็นท่า แถมงานถ่ายแบบนิตยสารแนวผู้ชายเซ็กซี่ของเธอดันโดนเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงเข้ามาแทนที่ บัวบุหงาจึงตัดสินใจร่วมทีมกับพรนางฟ้าเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ ทั้งสองคนกำลังจะเริ่มสืบคดี แต่ก็ดันมีคดีที่สามเข้ามาเพิ่ม! ซึ่งคนที่มาว่าจ้างกลับไม่ใช่คนอื่นไกลแต่เป็น แพรพิณ (ภัสธรากรณ์ บุษราคัมวดี) เพื่อนรักสาวสวยฟอร์มจัดของพวกเธอที่สงสัยว่าคู่หมั้นของหลานสาวตัวเองจะเป็นเกย์ เมื่อ 3 คดีทับถมเข้ามาพรนางฟ้าจึงตัดสินใจให้แพรพิณเข้าร่วมเป็น 1 ในจีสแกนเพื่อสืบคดีหลานสาวซะเลย! งานนี้สามสาวต้องช่วยกันสืบคดีทั้งสามคดีที่รับมาให้สำเร็จ!
พรนางฟ้าเริ่มสืบข้อมูลวงบลูปรินซ์จาก อันนา (อารดา อารยวุฒิ) น้องสาวของแพรพิณซึ่งเป็นแฟนคลับตัวแม่ของวงนี้
บลูปรินซ์ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คนคือ เควิน (ภูวดล เวชวงศา) คฑา (ณัฐพล วงศาวณิชชากร) ไลออน (จักริน ภูริพัฒน์) และจุงเบ (สุทธิรักษ์ ตั้งสุทธิชัย) โดยมีโปรดิวเซอร์สุดโหดอย่าง พาที (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) คอยดูแลวงอย่างใกล้ชิด พรนางฟ้าพบว่าคู่จิ้นที่คนเชียร์มากที่สุดของวงคือ เควินและไลออน และเร็วๆ นี้บลูปรินซ์จะจัดงาน fan meeting พรนางฟ้าจึงจะใช้โอกาสนี้ในการเข้าไปสแกนบลูปรินซ์ แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้างเมื่องานนี้อนุญาตให้คนที่มีบัตรเข้าเท่านั้น! พรนางฟ้า บัวบุหงาและแพรพิณจึงหาใช้ทั้งเล่ห์กลมารยาหาบัตรเข้างานไปได้อย่างทุลักทุเล โดยมี ต้อย (ประภาพรรณ สุธิราวุธ) และติ่ง (ดารินา บุญชู) หัวหน้าแฟนคลับคอยแสกนคนตลอดเวลาด้วย และในงานนั้นเองทำให้พรนางฟ้าได้เจอกับพาที ผู้ชายที่พรนางฟ้าเคยเจอที่สนามบินและคิดว่าเขาเป็นการ์ด ทั้งคู่ไม่ชอบหน้ากันทันที พรนางฟ้าพยายามโกหกพาทีว่าเธอเป็นญาติเควิน พาทีซึ่งรู้เรื่องบลูปรินซ์ดีที่สุดโมโหมาก สั่งให้บอดี้การ์ดลากพรนางฟ้าออกไป พรนางฟ้ารู้ตัวว่าจะทำงานยากขึ้นจึงปลอมตัวเป็นแองจี้ หลานสาวชลลัมภีร์เพื่อเข้าไปสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์ โดยอ้างว่าจะตีพิมพ์เรื่องทั้งหมดลงนิตยสารที่ประเทศเกาหลี
การเข้าไปของพรนางฟ้าทำให้วงบลูปรินซ์ประทับใจเพราะเธอเป็นหญิงสาวสวย ฉลาด มากความสามารถ และแก้ปัญหาให้บลูปรินซ์ได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคู่เต้นในโชว์ลีลาศของเควินที่ไม่มาซ้อม พรนางฟ้าก็มาช่วยซ้อมแทนเพราะเต้นลีลาศเป็น หรือเรื่องที่แฟนคลับบุกร้านอาหารในระหว่างการให้สัมภาษณ์ของบลูปรินซ์ พรนางฟ้าก็สามารถหาทางลัดพาทั้งสี่หนุ่มหนีรอดมาได้ ทั้งสี่คนจึงเริ่มให้ความไว้วางใจในตัวเธอ แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้เธอสแกนเกย์บลูปรินซ์ได้มากขึ้น! เธอจึงหาหนทางเข้าไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับสี่หนุ่มบลูปรินซ์เพื่อสแกนแบบเข้มข้น และโชคก็เข้าข้างเมื่อ นาเดียร์ (กรวีร์ พิมสุข) เลขาของพาทีและผู้ช่วยผู้จัดการวงมีเรื่องกับคฑาจนโดนไล่ออก เควินกับไลออนเลยเสนอให้พรนางฟ้าเข้ามาทำหน้าที่แทน ทุกคนที่เหลือในวงเห็นด้วย พาทีจึงต้องยอมรับพรนางฟ้าเข้ามาทำงานอย่างไม่เต็มใจนัก
ทางด้านบัวบุหงาถูกพรนางฟ้าทิ้งให้สืบคดีจับ พันธิตร (ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์) ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกสดๆร้อนๆ บัวบุหงานัดเจอ อรนาฏ (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) แม่ของพันธิตรเพื่อรับคดี อรนาฏยื่นซองเงิน 100,000 บาทเพื่อเป็นค่าดำเนินการและบอกว่าทางที่ง่ายที่สุดในการสืบเกย์ลูกชายตัวเองคือแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ ที่พันธิตรเป็นโปรดิวเซอร์ บัวบุหงาหาหนทางแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายอย่างง่ายดายเพราะรู้จักกับ โดม ประทายซึ่งเป็นช่างแต่งหน้าของภาพยนตร์เรื่องนี้ และเป็นเพื่อนสนิทของพ่อบัวบุหงา โดยมี ตรีชวา (วรณัน นลัทวรสกุล) นางเอกของเรื่องใช้เส้นสายช่วยให้บัวบุหงาได้เข้าไปเป็นตากล้องภาพนิ่งในกองถ่าย พันธิตรเพียงเห็นหน้าบัวบุหงาก็ไม่พอใจเพราะไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตากล้องผู้หญิง คอยเป็นไม้เบื่อไม้เมาลับฝีปากดูถูกความสามารถเธอเสมอ ทำให้บัวบุหงาแค้นและอยากหาหลักฐานมัดตัวพันธิตรให้ได้โดยเร็ว เธอตามสืบพันธิตรทุกฝีก้าวและเจอว่าพันธิตรชอบแตะเนื้อต้องตัวผู้ชายในกอง ชอบด่าดาราสาวสวยที่เล่นไม่ดี และเมื่อบัวบุหงาแอบเปิดไลน์ของพันธิตรก็เจอว่าเขาคุยกับ วทันยู เพื่อนผู้ชายที่อยู่ต่างประเทศทุกวัน เธอจึง caption หน้าจอให้อรนาฏดู อรนาฏแทบเป็นลม เธอกลัวลูกชายคนเดียวจะเป็นเกย์เหมือนพ่อของเขาที่ทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา อรนาฏจึงจ้างบัวบุหงาต่อให้ช่วยกีดกันพันธิตร ออกจากผู้ชายทุกคน และถ้าสามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจมาชอบผู้หญิงได้จะมีโบนัสพิเศษ! บัวบุหงาเริ่มมีความหวังในชีวิตทันที บัวบุหงาพยายามหาสาวๆ มายั่วยวนพันธิตรแต่ไม่สำเร็จ จึงลงทุนเปลี่ยนโฉมมาดแมนกลายเป็นสาวสวยเปรี้ยวเพื่อกระชากใจพันธิตรเพราะคิดว่าเขาคงชอบของแปลก และของแปลกตัวจริงต้องเป็นเธอเท่านั้น! พันธิตรรู้สึกดีกับบัวบุหงามากขึ้น แต่ก็ยังวางฟอร์มและปั่นหัวบัวบุหงาเล่นไม่เลิก
ทางด้านแพรพิณหลังจากที่ตกลงกับเพื่อนๆว่าจะสืบคดี คุณชายหมอไทย (กฤตฎ์ อมรชัยฤกษ์) คุณชายหมอลูกแหง่แห่งวังมัจฉา ด้วยตัวเอง จากที่ผ่านมาเธอจะมีช่องว่างไม่ค่อยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของหมอไทย แพรพิณเริ่มเข้าไปแทรกตัวในทุกๆ กิจกรรมของหมอไทยเพื่อสืบอย่างใกล้ชิด และเจอกับ ชยุต (รังสิต ศิรนานนท์) เพื่อนสนิทของหมอไทยที่มาหาหมอไทยทุกเย็นเพื่อจะไปเล่นกีฬาด้วยกัน แพรพิณสังเกตว่าหมอไทยจะดีใจทุกครั้งที่ชยุตมาหา ทำให้เธอสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แพรพิณจึงลงทุนตามหมอไทยและชยุตไปฟิตเนสทุกวัน หมอไทยชอบเล่นกล้ามแต่ชยุตชอบเล่นโยคะและแบดมินตันเหมือนแพรพิณ
แพรพิณเล่นโยคะฟลายกับชยุตแต่ด้วยความโก๊ะก็พลาดท่าตกลงมาและชยุตรับไว้ได้ แค่สบตาชยุตแพรพิณก็หัวใจเต้นแรง หมอไทยมาเห็นเข้าก็รีบมาดูอาการของชยุต แพรพิณยิ่งสงสัยมากขึ้นจึงหาทางตามทั้งสองคนไปสนามฟุตบอลกับพรนางฟ้าและบัวบุหงา เธอเห็นชยุตและหมอไทยมักจะเตะเนื้อต้องตัวกันจึงหาทางเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งคู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งพรนางฟ้าไปซาวน์น่าและเจอชยุตกับหมอไทยเข้าไปด้วยกัน แพรพิณรีบตามมาจับผิดและเห็นทั้งสองคนออกมาด้วยกันอย่างเหนื่อยอ่อน แพรพิณเสียใจมากและเริ่มปักใจเชื่อว่าหมอไทยเป็นเกย์ และรู้สึกเสียใจขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าชยุตก็น่าจะเป็นเกย์เช่นกัน เธอเริ่มสับสนในตัวเองว่าเธอจะคิดถึงชยุตทำไม
วันหนึ่งในงานเลี้ยง 80 ปี ของ คุณย่านวล (ศันสนีย์ สมานวรวงศ์) แห่งวังมัจฉา มีแขกคุณหญิงคุณท่านมากมาย แพรพิณชวนบัวบุหงา พรนางฟ้าไปร่วมงานเพื่อช่วยหาหลักฐานยืนยันว่าหมอไทยกับชยุตรักกัน พรนางฟ้าแอบเอาไลออนซึ่งตกหลุมรักพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย โดยปลอมเป็นแขกในงานอย่างแนบเนียน และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อคุณย่านวลจันทร์ประกาศกลางงานเลี้ยงว่า อันนาหลานสาวของแพรพิณกับหมอไทยจะมีพิธีหมั้นภายในสัปดาห์หน้า! หมอไทยตกใจและโกรธมาก แพรพิณเมื่อรู้ว่าหมอไทยโกรธก็ยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นว่าหมอไทยกับชยุตรักกัน ไลออนที่ไม่ได้แตะแอลกอฮอล์นานเมาจนเผลอประกาศตัวว่าเขาคือไลออนแห่งบลูปรินซ์และจับหมอไทยที่ยืนใกล้ๆ มาจูบ สร้างความฮือฮาในงานและมีนักข่าวถ่ายภาพนี้ได้ โชคดีที่พรนางฟ้าขอร้องให้ชลลัมภีร์ช่วยปิดข่าวนี้ไว้ โดยอ้างว่าถ้าไม่ช่วยปิดข่าวก็จะไม่สืบเกย์วงบลูปรินซ์ต่อ ชลลัมภีร์ตกลง งานนี้พรนางฟ้าเรียกคะแนนความมั่นใจจากลูปรินซ์ได้อีกครั้ง แต่พาทีจอมเฮี๊ยบก็ยังไม่ไว้วางใจเธอ
วันรุ่งขึ้นเป็นงานเปิดกล้องภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ของสี่หนุ่มบลูปรินซ์พร้อมดาราคับคั่ง พรนางฟ้าที่ต้องตามมาด้วยในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการวงพบกับตรีชวานางเอกของเรื่อง เธอแทบช็อกเพราะตรีชวาคือรักแรกของเธอสมัยประถมที่ตอนนี้สวยแซงหน้าเธอไปแล้ว! ทั้งสองคนทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอหน้ากัน และเมื่อเปิดปากพูดก็เริ่มทะเลาะกันถึงเรื่องในอดีตร่ำไป!
ในงานเปิดตัว นักข่าวรุมล้อมขอสัมภาษณ์ไลออนแต่เขายังเมาค้างและตอบอะไรผิดๆ ถูกๆ พันธิตรเซ็งกับความไม่รับผิดชอบของไลออนจึงเปลี่ยนตัวพระเอกกะทันหันเป็นคฑา เรด้าร์สแกนเกย์ของบัวบุหงาทำงานทันที เธอเห็นสายตาแปลกๆ ของพันธิตรที่มีให้คฑามาโดยตลอด นั่นทำให้เธอยิ่งเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องทำเพื่อคฑาอย่างแน่นอน! บัวบุหงากับพันธิตรยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมาไม่เลิกรา
ทั้งสามกลับมารายงานความเคลื่อนไหวของแต่ละคน ทุกคนดูเริ่มจะได้ข้อมูลมากขึ้น มีแพรพิณที่ยิ่งรู้ข้อมูลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งช้ำใจมากเท่านั้นเพราะเธอรู้สึกหึงชยุต! แล้วก็มีเรื่องแซบมาตอกย้ำความเศร้าของแพรพิณเมื่อบัวบุหงาเห็น หมอไทยกับชยุต ฟอลโล่อินสตาแกรมรูปผู้ชายโป๊ แพรพิณเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร บัวบุหงา พรนางฟ้าทนไม่ไหวในนิสัยขี้แยของแพรพิณจึงวางแผนสืบหาความจริงเรื่องหมอไทยกับชยุตเอง โดยวางแผนให้ทั้งสองคนมาถ่ายรูปเซ็กซี่เพื่อใช้โฆษณาคลินิคเสริมความงามของหมอไทย แล้วเอาผู้ชายหล่อ 3-4 คนที่เธอจ้างไว้มาช่วยหลอกล่อให้หมอไทยกับชยุตแต๋วแตก แต่แล้วกลับเป็นผู้ชายเหล่านั้นที่แต๋วแตกแพ้ความขี้เล่นเป็นกันเองของชยุตจนหมอไทย ทุกอย่างกำลังไปได้สวยแต่เรื่องราวกลับใหญ่โตเมื่อแพรพิณที่เอาของมาคืนบัวบุหงาเห็นภาพที่กลุ่มผู้ชายมารุมล้อมกอดชยุตก็อาละวาดตบตีจนผู้ชายทุกคนหนีกลับบ้าน หมอไทย ชยุต พรนางฟ้า และบัวบุหงามองแพรพิณอย่างไม่เข้าใจว่าเธอไล่ผู้ชายทุกคนทำไม แพรพิณที่กลัวทุกคนจับได้ว่าเธอเริ่มชอบ
ชยุตวิ่งหนีกลับบ้านและเรียก ญี่ปุ่น(พงศธร ศรีปินตา) กุ๊กกิ๊ก (สุวภัทร เตชะวิริยะวงศ์) จิ๋วจิ๋ว (สุทินา เหล่าอำนวยชัย) นักเรียนของแพรพิณที่เธอสนิทมากมาปรึกษาปัญหาหัวใจ เด็กๆรู้ทันทีว่าครูแพรพิณชอบชยุตและสัญญาว่าจะช่วยสืบเรื่องนี้ให้ได้ จะได้รู้กันไปเลยว่าหมอไทยกับชยุตเป็นคู่เกย์หรือเป็นแค่คู่จิ้นที่แพรพิณคิดไปเอง!
ด้านบัวบุหงาที่พยายามกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคนได้ใกล้ชิดพันธิตรก็เริ่มหวั่นไหว เริ่มตั้งคำถามว่าตัวเองชอบเกย์รึเปล่า เธอพยายามห้ามใจแต่ยิ่งห้ามเท่าไหร่ก็ห้ามไม่อยู่ ด้านพรนางฟ้าที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับพาทีและวงบลูปรินซ์มากขึ้นเริ่มรู้สึกถึงพลังเกย์อะไรบางอย่าง จากตอนแรกที่คิดว่า ไลออนกับเควินจะเป็นคู่จิ้นเกย์กัน แต่กลับเห็นโมเม้นพ่อแง่แม่งอนของเควินกับพาทีตลอดเวลา เธอเริ่มสืบพาทีมากขึ้น จนพาทีเริ่มสงสัย
ด้านพาทีเองก็แอบจับตาพรนางฟ้าทุกฝีก้าว แล้วใช้โอกาสที่จะมีงานปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จบลูปรินซ์เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพรนางฟ้าโดยเขาและพรนางฟ้าจะเป็นผู้จัดงานแค่สองคน ในงานนี้มีผู้เกี่ยวข้องมาร่วมงานด้วยทั้งหมดไม่เว้นแม้กระทั่งพันธิตร บัวบุหงาและแพรพิณ รวมถึงสปอนเซอร์ของวงอย่างคลินิกเสริมความงามของคุณชายหมอไทย แม้กระทั่งพ่อเต่าก็ขอแอบตามเข้ามาด้วย งานนี้ ตรีชวา รับหน้าที่พิธีกรและประกาศว่าจะมีโชว์เรียกเสียงกรี๊ดโดยจะจับทุกคนแต่งตัวเพื่อขึ้นเดินแฟชั่นโชว์สลับเพศ พาทีแต่งเป็นเซเลอร์มูน คู่กับ พรนางฟ้าที่เป็นดราก้อนบอล พันธิตรกลายร่างเป็นซินเดอเรลล่าคู่กับบัวบุหงาที่แต่งเป็นเจ้าชาย คุณชายหมอไทยมาในลุคนางเงือกและแพรพิณอยู่ในชุดพระอภัยมณี ส่วนชยุตที่ตามมาด้วยแต่งเป็นนางพันธุรัตน์ ทางด้านบลูปรินซ์แต่งเป็นสาวสวยวงเกาหลีโชว์นี้เป็นที่เรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างดีและช่วยให้พรนางฟ้าเห็นพิรุธเกย์บางอย่างจากจุงเบ และคฑา!
ในคืนนั้นเองพาทีมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพรนางฟ้าตลอดการจัดงานทำให้ทั้งคู่เริ่มหวั่นไหวและเริ่มมีความรู้สึกดีๆให้กัน โดยทั้งหมดอยู่ในสายตาของไลออน ไลออนที่แอบชอบพรนางฟ้าจึงถือโอกาสดึงพรนางฟ้ามาสารภาพรักและขอพรนางฟ้าเป็นแฟนเพื่อตัดหน้า พรนางฟ้าอึ้งทำตัวไม่ถูกไลออนจึงจับจูบทันทีโดยไม่รู้ว่ามีปาปารัสซี่แอบถ่ายภาพไปแล้ว! ซึ่งในภาพเห็นแต่ไลออนไม่เห็นพรนางฟ้า พรนางฟ้าสับสนแต่ก็ใช้ไหวพริบถ่วงเวลาโดยการยื่นข้อเสนอให้ไลออนช่วยสืบเกย์ในวงให้หน่อย ถ้าไลออนสืบได้พรนางฟ้าจะยอมตกลงเป็นแฟน ไลออนจึงตอบตกลง
ด้านแพรพิณที่ติดอยู่ในห้องน้ำด้วยความซุ่มซ่ามพยายามร้องให้คนช่วยจนหมดแรง ชยุตมาได้ยินก็รีบผลักประตูห้องน้ำไปช่วยเธอ แพรพิณเห็นชยุตก็ดีใจมาก ทั้งสองคนชวนกันหนีออกไปจากงานเนื่องจากทั้งคู่ไม่ชอบงานปาร์ตี้เสียงดัง คืนนั้นทั้งคู่มาเดินเล่นชมแสงไฟยามค่ำคืน ชยุตที่รู้สึกดีกับแพรพิณมานานพยายามซ่อนความรู้สึกไว้และเตือนตัวเองว่านี่คือแฟนเพื่อน ส่วนแพรพิณก็พยายามตอกย้ำตัวเองว่าชยุตเป็นเกย์เพื่อไม่ให้ชอบเขาไปมากกว่านี้
ภายในงานพ่อเต่าเมามากและไล่กอดผู้ชายไปทั่วงาน บัวบุหงาโมโหพ่อที่ทำให้อับอายขายหน้ารีบลากพ่อกลับบ้านโดยมีพันธิตรขับรถไปส่ง ระหว่างทางเธอด่าพ่อที่ทำตัวเละเทะด้วยความเสียใจแต่พ่อก็เมาไม่รู้เรื่อง เมื่อพันธิตรมาที่บ้านบัวบุหงาก็รู้ว่าพ่อเต่าพยายามช่วยหาเงินด้วยการเปิดร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ และหาของมาขายเรื่อยๆ แต่เนื่องจากพ่อไม่ค่อยแข็งแรงบัวบุหงาต้องทำงานในบ้านทุกอย่างตั้งแต่กวาดบ้านยันซ่อมไฟ พันธิตรรู้สึกศรัทธาในตัวบัวบุหงามากขึ้น บัวบุหงาชวนพันธิตรดื่มเบียร์หลังจากจัดการธุระเสร็จและระบายความรู้สึกทั้งหมดให้ฟัง พันธิตรจึงเล่าเรื่องตัวเองที่พ่อของเขาทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา เขาก็โดนเพื่อนล้อมาตลอด แถมยังโดนแม่คอยจับผิดทุกฝีก้าวทำให้เขาอึดอัดไม่เชื่อฟังแม่ แต่พ่อเต่าแม้จะเป็นกะเทยแต่ก็ยังรักแม่และซื่อสัตย์ต่อแม่ของบัวบุหงา แถมดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี ให้อิสระแก่ชีวิตบัวบุหงาทุกอย่าง บัวบุหงาได้ฟังก็ร้องไห้และกอดพันธิตรแน่น ทั้งสองคนรู้สึกดีต่อกันอย่างมาก ทั้งสองมองตาและพร้อมใจกันจูบอย่างไม่มีใครให้สัญญาณ
ทางด้านพรนางฟ้าหลังจากปาปารัซซี่แอบถ่ายภาพเธอกับไลออนจูบกันทำให้บลูปรินซ์โดนกระแสข่าวดังจนเธอทะเลาะกับพาทีอย่างหนัก แม้ในรูปข่าวจะดูไม่รู้ว่าสาวปริศนาเป็นใครทำให้พรนางฟ้าพอใช้ชีวิตในสังคมได้บ้าง
ไลออนแม้จะเป็นข่าวดังแต่ก็รู้สึกดีเมื่อเห็นพาทีกับพรนางฟ้าทะเลาะกันหนัก เพราะมันทำให้เขามีโอกาสในตัวพรนางฟ้ามากยิ่งขึ้น ไลออนรีบทำคะแนนพิชิตหัวใจเธอด้วยการตามสืบเควินกับจุงเบ เพราะเขาสงสัยมานานว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน จนวันหนึ่งที่คฑาขอกลับบ้าน ไลออนแสร้งออกไปข้างนอกและแอบกลับเข้ามา เขาย่องไปที่ห้องนอนของจุงเบเจอเควินกับจุงเบจูบกัน ไลออนถ่ายรูปไว้และรีบส่งให้พรนางฟ้า พรนางฟ้าช็อกมากรีบส่งรูปไปในกรุ๊ปไลน์จีสแกนทันที
พรนางฟ้าทะเลาะกับพาทีอย่างหนักจนโดนพาทีลากขึ้นรถไปทะเลกลางดึก พาทีพาพรนางฟ้ากลับมาที่หมู่บ้านชาวประมงซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ที่นั่นพรนางฟ้าพบ ลุงจบ ลุงของพาทีและรู้ความจริงว่าพาทีเป็นพี่ของเควิน ทั้งสองคนเคยเป็นเด็กชาวประมงที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้ได้เข้าสู่วงการเพลง ลุงจบเล่าให้ฟังว่าพาทีรักน้องมาก ทำเพื่อน้องได้ทุกอย่าง แถมเงินที่ทั้งสองคนได้มาก็มาช่วยเหลือญาติๆทุกคนในหมู่บ้านเพราะยากจน พรนางฟ้ารู้สึกรักและศรัทธาในตัวพาทีมากขึ้นและตัดสินใจจะไม่แฉเรื่องเกย์ของเควินกับจุงเบเพราะอยากให้วง บลูปรินซ์ดังต่อไป
ในขณะที่กองถ่ายภาพยนตร์ทะเลลาแวนเดอร์ก็เกิดปัญหาอีกเมื่อพันธิตรยกกองถ่ายไปถ่ายคาบาเรต์โชว์ แล้วบัวบุหงาเจอพ่อเต่าเต้นโชว์อยู่บนเวทีพร้อมเพื่อนเก่าที่นั่นเพื่อช่วยลูกหาเงินใช้หนี้ บัวบุหงาเสียใจในตัวพ่อมากที่เคยสัญญาว่าไม่แต่งหญิงและพังงานโชว์ทั้งหมดจนกองถ่ายมีปัญหา อรนาฏที่อยู่ในกองถ่ายด่าบัวบุหงาและเผลอเปิดเผยเรื่องที่จ้างบัวบุหงามาสืบเรื่องพันธิตรออกมา พันธิตรเสียใจมากและไล่บัวบุหงาออกจากกองถ่าย พันธิตรทะเลาะกับอรนาฏจนอรนาฏเลิกสัญญาว่าจ้างทั้งหมดกับบัวบุหงาเช่นกัน บัวบุหงาเสียใจมาก ร้องไห้กลับมาที่บ้านเพราะไม่มีงานและไม่มีเงิน เมื่อมาถึงก็เจอใบแจ้งหนี้จะยึดบ้านเพราะเธอค้างชำระมาหลายงวด บัวบุหงาทรุดนั่งร้องไห้ที่หน้าบ้าน พ่อเต่าที่ตามกลับมาเห็นบัวบุหงาก็รู้สึกน้อยใจที่ลูกต่อว่าตนเองต่อหน้าคนดู พ่อเต่าอธิบายให้บัวบุหงาฟังว่าการได้เป็นนักแสดงคาบาเรต์โชว์เป็นความฝันของพ่อเต่า และมันจะช่วยให้ที่บ้านหมดหนี้ได้ แต่ถ้าบัวบุหงาไม่พอใจมากขนาดนี้ เขาก็จะทิ้งความฝันและอยู่อย่างไม่มีความสุขเพื่อลูก พ่อเต่าเดินร้องไห้ขึ้นไป บัวบุหงาเสียใจมาก
บัวบุหงาร้องไห้เปิดมือถือจะโทรหาเพื่อนแต่เห็นพรนางฟ้าส่งอะไรบางอย่างมากรุ๊ปไลน์จึงเปิดดู เมื่อเห็นเป็นรูปเควินกับจุงเบจูบกันก็ดีใจที่ได้หลักฐานชิ้นสำคัญมาจึงรีบส่งให้ชลลัมภีร์โดยพลการเพราะบัวบุหงาอยากได้เงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุด
รุ่งขึ้นข่าวฉาวของเควินและจุงเบแห่งวงบลูปรินซ์เป็นคู่รักกันดังไปทั่วประเทศ ทำให้วงบลูปรินซ์ถูกยกเลิกงานพรีเซ็นเตอร์โฆษณา ยกเลิกคอนเสิร์ต และภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิตรถูกเลื่อนฉายไปก่อน พันธิตรบุกไปชกหน้าเควินและจุงเบถึงบ้านของบลูปรินซ์ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต โหมข่าวบลูปรินซ์ให้ลุกเป็นไฟกว่าเดิม
บัวบุหงารู้เรื่องทั้งหมดก็รู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ สิ่งที่เธอทำทำให้คนอื่นพังพินาศ แต่เธอก็ยังอยากได้เงินเพื่อช่วยที่บ้าน เมื่อเธอไปทวงเงินจากชลลัมภีร์กลับโดนชลลัมภีร์หักหลัง ไม่ยอมจ่ายเงินและปิดเครื่องหนี บัวบุหงาเครียดมากจนแทบอยากฆ่าตัวตาย พรนางฟ้ามาที่บ้านเพื่อจะต่อว่าแต่พอเห็นเพื่อนคิดสั้น ก็รีบเข้ามากอดและบอกว่าตอนนี้ทุกคนต่างมีปัญหา เรามาช่วยแก้ปัญหาไปทีละอย่างดีกว่า ก่อนจะยื่นเงินของเธอให้บัวบุหงาจ่ายเป็นค่าบ้าน บัวบุหงากอดเพื่อนร้องไห้จนหมดแรง
ทั้งสองคนรวมหัวกันเล่นงานชลลัมภีร์ที่หลอกใช้ตัวเองเป็นอันดับแรก โดยเอาหลักฐานการว่าจ้างทำคดีซึ่งพรนางฟ้าอัดคลิปเสียงไว้และคลิปเสียงการพบกันทั้งหมดแฉไปตามนิตยสารบันเทิงและโซเชียลมีเดียทำให้นิตยสารในเครือชลลัมภีร์โดนแบนทั้งหมดเนื่องจากไม่มีจรรยาบรรณในการหาข่าว มีคนเริ่มเห็นใจบลูปรินซ์มากขึ้น แต่การแฉตัวเองลงนิตยสารทำให้พาทีรู้เช่นกันว่าพรนางฟ้าไม่จริงใจจึงไล่พรนางฟ้าออกจากตำแหน่งผู้จัดการอย่างไม่ใยดี พรนางฟ้าไม่ตอบโต้ยอมรับความผิดแต่โดยดี
ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋วโทรให้แพรพิณรีบมาหาที่คอนโดของชยุตด่วน เด็กทั้งสามคนแอบสะกดรอยตามหมอไทยจากคลินิคและเห็นหมอไทยประคองชยุตที่ดูเหมือนหมดสติขึ้นไปบนคอนโดของหมอไทย แพรพิณใจสั่นมาก เมื่อไปถึงคอนโดแพรพิณที่มีกุญแจอยู่แล้วค่อยๆไขประตูเข้าไป พรนางฟ้าผู้หัวไวรีบถ่ายคลิปเอาไว้ตั้งแต่หน้าประตู แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องโอละพ่อเข้าใจผิดไม่มีอะไรในก่อไผ่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นเกย์
ด้านบัวบุหงายินดีกับคดีของแพรพิณที่ลุล่วงไปได้ด้วยดี มีแต่คดีตนเองที่จะพังย่อยยับไม่เป็นท่า เธอรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นงานเปิดตัวภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ แต่เธอก็ไปไม่ได้เพราะเชื่อว่าพันธิตรเกลียดเธอ ภายในงานเปิดตัวเงียบกริบ มีเพียงนักข่าวไม่กี่สำนัก แต่แล้วคนที่มาร่วมงานคือ อรนาฏ นักแสดงนำ เดินขึ้นเวทีประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น พันธิตรร้องไห้ว่าสุดท้ายคนที่รักเขามากที่สุดคือแม่นั้นเอง ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน พันธิตรแอบเห็นบัวบุหงาก็อยู่ในงานเดินหลบๆซ่อนๆ พันธิตรเข้าไปขอโทษบัวบุหงาและสารภาพรักเธอ ก่อนจะยืนยันว่าตัวเองเป็นผู้ชายทั้งแท่ง บัวบุหงาเผลอเขินและดีใจออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นอันว่าภารกิจบัวบุหงาจบลงอย่างสวยหรู
พรนางฟ้าที่ภารกิจแฉบลูปรินซ์เสร็จสิ้น แต่ภารกิจหัวใจพังทลายตั้งใจจะหนีหายไปอย่างเงียบๆ แม้จะรู้ว่าคอนเสิร์ตใหญ่ของวงบลูปรินซ์ที่เธออยากให้เกิดขึ้นโดนระงับ อันนาพาเพื่อนๆ แฟนคลับหลายคนมาขอร้องให้พรนางฟ้าช่วยรวมบลูปรินซ์กลับมาอีกครั้ง ตอนแรกเธอยังลังเล แต่บัวบุหงากับแพรพิณจะช่วยอีกแรงและบอกว่า ถือเป็นการขอโทษในความผิดที่ผ่านมา อยากให้พรนางฟ้าคิดซะว่าทำเพื่อบลูปรินซ์และแฟนคลับทุกคน พรนางฟ้าตกปากรับคำและหาวิธีรวมทุกคนอย่างเงียบๆ โดยมีญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว พ่อเต่า และตรีชวาคอยช่วยเหลือเต็มที่ จนกระทั่ง ไลออน คฑา จุงเบ กลับมา เหลือแต่พาทีกับเควิน พรนางฟ้ารู้ว่าน่าจะหลบตัวอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมง พรนางฟ้าบุกไปตามพาทีและเควินกลับมาจนสำเร็จ ทั้งสี่มาเจอกันและปรับความเข้าใจกันในที่สุด
ในที่สุดคอนเสิร์ตบลูปรินซ์ก็ได้จัดขึ้น แฟนคลับยังต้อนรับอย่างดี แม้พวกเขาจะเป็นอะไรเพศไหนสุดท้ายทุกคนก็ยังรักและศรัทธาในเพลงของพวกเขา ในงานคอนเสิร์ต แพรพิณ ชยุต บัวบุหงา พันธิตร และพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย บลูปรินซ์เซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยเพลงขอบคุณและโชว์ประทับใจมากมาย และก่อนปิดคอนเสิร์ตเปิดตัวพาที ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จบลูปรินซ์มาตลอด พาทีขึ้นมาร้องเพลง และเล่นใหญ่ด้วยการร้องเพลงสารภาพรักพรนางฟ้าจนทุกคนในฮอลล์ฮือฮา พาทีขอโทษพานางฟ้าขอให้พรนางฟ้ายกโทษให้... พรนางฟ้ายิ้มเบาๆ เหมือนจะเฉยชาไม่น้อมรับคำขอโทษ แล้วก็วิ่งพรวดจากแถวหลังสุดของที่นั่งจนถึงเวทีก่อนจะกระชากพาทีมาจูบต่อหน้าทุกคน แฟนคลับกรี๊ดปรบมือดีใจและตะโกนคำว่า แต่งเลย! ดังทั้งฮอล์
สุดท้ายทุกคู่ต่างสมหวังในความรัก พวกเธอได้เรียนรู้ว่าความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญในความรัก และความรักก็ไม่เคยแบ่งเพศเช่นกัน...บ๊ายบายบริษัทจี-แสกน ไม่มีสายลับจับแอ๊บอีกต่อไปแล้วจ้า...ติดตามชมได้ทางช่อง 3 และหาอ่านได้ในนสพ.ไทยรัฐทุกวัน
.
ที่มา : เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ (thairath.co.th) https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap
.
97
« Last post by ppsan on 24 October 2026, 20:52:13 »
***เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 6-7 ไม่มี***
|