Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
07 March 2026, 17:47:17

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
29,262 Posts in 14,502 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  Recent Posts

Recent Posts

Pages: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
61

ความคิดเห็นที่ 2

รักแรกพบ

เรื่องราวความรักของทั้งสองพระองค์ โดยมากเป็นการเปิดเผยผ่านคำบอกเล่าและบันทึกของราชวงศ์ บุคคลสำคัญ และข้าราชบริพารที่ถวายงานรับใช้ใกล้ชิด ทั้งหมดมีมุมน่ารักที่ทำให้อดยิ้มตามไม่ได้

วันหนึ่งในปีพ.ศ. ๒๔๘๙ วันที่ทรงแรกพบ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งประทับอยู่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เสด็จฯ ไปยังประเทศฝรั่งเศส เพื่อทอดพระเนตรรถยนต์พระที่นั่งแทนคันเดิมซึ่งทรงใช้มานาน โปรดเกล้าฯ ให้ม.จ.นักขัตรมงคล กิติยากร เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีสพร้อมครอบครัวเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

วันนี้เองที่ทรงพบกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาของ ม.จ.นักขัตรมงคล และ ม.ล.บัว กิติยากร ที่มารับเสด็จ โดยวันนั้น ม.ร.ว.สิริกิติ์แต่งตัว เรียบร้อย สวมสูทสีเนื้อ ไว้หางเปียยาวถึงหลัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาถึงช้ากว่ากำหนด ทราบสาเหตุภายหลังว่าเนื่องจากรถยนต์พระที่นั่งเกิดเสียและน้ำมันหมด ตรัสว่าทรงจำได้ดีถึงสีหน้าของ ม.ร.ว.สิริกิติ์ที่ทั้งหิวและรอนาน

เมื่อเสด็จฯ มาถึงราชเลขาฯ ได้เชิญแต่ผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะเสวย แล้วให้เด็กไปรับประทานอาหารจีนอีกที่ จึงทำให้ ม.ร.ว.สิริกิติ์เคืองอยู่นิดๆ เมื่อตรัสถึงเรื่องนี้ทั้งสองพระองค์จะทรงพระสรวล โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงล้อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ว่า

"...เดินตุปัดตุเป๋ หน้างอ คอยถอนสายบัว..."

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงกราบบังคมทูลตอบว่า...

"...ที่หน้างอ เพราะให้แต่ผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะเสวย เด็กกลับไล่ไปกินที่อื่น..."

ก่อนทรงได้พบกับม.ร.ว.สิริกิติ์ ทรงทราบถึงความน่ารักจากสมเด็จพระราชชนนีมาก่อนแล้ว ในการเสด็จเยือนปารีสครั้งแรก สมเด็จพระราชชนนีรับสั่งเป็นพิเศษว่าให้ไปทอดพระเนตรลูกสาว ของม.จ.นักขัตรมงคลว่าจะสวย น่ารักไหม ทรงกำชับว่าเมื่อถึงปารีสแล้วให้โทร.บอกแม่ด้วย

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ถึงก็ทรงโทรศัพท์หาและตรัสว่า

"...เห็นแล้ว น่ารักมาก..."

เนื่องจากเวลาเสด็จฯ ยังกรุงปารีส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวประทับที่สถานทูตไทย ทำให้ครอบครัวม.จ.นักขัตรมงคลซึ่งรวมถึงม.ร.ว.สิริกิติ์เป็นที่คุ้นเคยเบื้องพระยุคลบาท ความที่ได้พบพระพักตร์บ่อยครั้ง ทั้งยังมีความชอบในสิ่งเดียวกันโดยเฉพาะการดนตรี ประกอบกับนิสัยร่าเริง สุภาพอ่อนน้อม และขี้อายในบางครั้ง ทำให้ยิ่งประทับพระราชหฤทัย โดยมีความสวยงามของเมืองโลซานเป็นฉากหลังที่โรแมนติกและมีความหมายยิ่งต่อทั้งสองพระองค์

ข่าวใหญ่ที่ทำให้ประชาชนชาวไทยตกใจเป็นอย่างมากในเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ คือข่าวพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์นอกเมืองโลซาน ระหว่างที่ประทับรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลในตำบลเมอร์เซสนั้น รับสั่งให้ราชองครักษ์ ติดต่อไปยังม.จ.นักขัตรมงคล ให้ม.ล.บัว กิติยากร พาธิดาทั้งสองคือม.ร.ว.สิริกิติ์และม.ร.ว.บุษบาเข้าเฝ้าฯ เยี่ยมพระอาการที่ โรงพยาบาลเป็นประจำทุกวัน

มีพระราชกระแสรับสั่งว่า เมื่อทรงฟื้นคืนพระสติครั้งแรก ทรงระลึกถึงบุคคลเพียง ๒ คน คือสมเด็จพระราชชนนีและม.ร.ว.สิริกิติ์

เรื่องนี้ ท่านผู้หญิงเกนหลง สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ได้กล่าวว่าสิ่งแรกเมื่อรู้สึกพระองค์คือทรงหยิบรูป ม.ร.ว.สิริกิติ์ออกจากพระกระเป๋า ส่งถวายสมเด็จพระราชชนนี พร้อมกับรับสั่งว่า ...

"...แม่ เรียกสิริมาที..."

ท่านผู้หญิงเกนหลงกล่าวว่ารูปม.ร.ว.สิริกิติ์รูปนั้นเป็นรูปแรกที่ทรงถ่าย เป็นรูปหมู่ที่ถ่ายตอนบุคคลเข้าเฝ้าฯ ณ สถานทูต ม.ร.ว.สิริกิติ์อยู่เป็นคนสุดท้าย เห็นหน้าไม่ชัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า

"...ยู้ฮู คนข้างหลังโผล่หน้ามาหน่อยสิ.."

รูปนั้นทรงตัดเฉพาะหน้าม.ร.ว.สิริกิติ์ไว้ในพระกระเป๋า

ในปีพุทธศักราช ๒๕๒๑ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานสัมภาษณ์ ในภาพยนตร์สารคดี เรื่อง "ขวัญของชาติ" ออกเผยแพร่ ทางสถานีโทรทัศน์ บีบีซี กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ พระราชทานสัมภาษณ์ถึง รักแรกพบ มีความตอนหนึ่งว่า ....

"...สำหรับข้าพเจ้าเป็นการเกลียดแรกพบ มากกว่ารักแรกพบ เนื่องเพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่าจะเสด็จถึงเวลาบ่าย ๔ โมง แต่จริงแล้วเสด็จมาถึง ๑ ทุ่ม ช้ากว่านัดหมาย ตั้ง ๓ ชั่วโมง ทรงทำให้ข้าพเจ้าต้องซ้อมถอนสายบัว อยู่จนแล้วจนเล่า จึงเป็นการเกลียดเมื่อแรกพบ มากกว่ารักเมื่อแรกพบ

ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนว่า พระองค์ท่าน ทรงรักข้าพเจ้า เพราะเวลานั้นอายุเพิ่งย่าง ๑๕ ปี ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นนักเปียโน เป็นนักเปียโนที่แสดงในงานคอนเสิร์ต ตอนพระองค์ท่านประทับที่โรงพยาบาล หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ มีพระอาการหนักมาก ตำรวจเขาโทรศัพท์ไปกราบบังคมทูลสมเด็จพระราชชนนี

พระองค์ท่านรีบเสด็จไปทันที แต่แทนที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะมีพระราชปฏิสันถารกับพระองค์ ท่านกลับทรงหยิบรูปข้าพเจ้าออกมาจากกระเป๋าโดยที่ข้าพเจ้าไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่า พระองค์ทรงมีรูปของข้าพเจ้าอยู่

แล้วพระองค์ก็ตรัสให้นำตัวข้าพเจ้าเข้าเฝ้า พระองค์ทรงรักข้าพเจ้า ตอนนั้นข้าพเจ้า คิดถึงแต่เรื่องที่จะอยู่กับคนที่ ข้าพเจ้ารักเท่านั้น ไม่ได้นึกไปไกลถึงหน้าที่ และ ภารกิจของพระราชินีเลย ..."

ความที่ ม.ร.ว.สิริกิติ์ เข้าเฝ้าฯ และถวายการพยาบาลอย่างใกล้ชิด ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ม.จ.นักขัตรมงคลเข้าเฝ้าฯ ที่นครโลซาน ทรงมอบหมายให้ม.จ.จักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ เป็นผู้ทูลเกริ่นทาบทามเรื่องที่จะทรงขอหมั้นก่อน ขณะที่พระองค์เองมีพระราชดำรัสเป็นการส่วนพระองค์กับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ล่วงหน้าแล้ว

พระราชพิธีทรงหมั้นจัดขึ้นเป็นการภายใน ณ โรงแรมวินด์เซอร์ เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๔๙๒ โดยค่ำวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๔๙๒ มีงานเลี้ยงที่สถานทูตไทยในกรุงลอนดอน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศข่าวทรงหมั้นให้คนไทยทราบ โดยจอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเป็นผู้ประกาศ ข่าวที่เผยแพร่ออกไปนำมาซึ่งความดีใจแก่ประชาชนไทยเป็นอย่างยิ่ง สื่อ มวลชนหลายสำนักทั่วโลกต่างนำเสนอข่าวนี้

หลังพระราชพิธีหมั้นผ่านไป ๗ เดือน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จนิวัติประเทศไทยทางชลมารค โดยมีม.ร.ว.สิริกิติ์และครอบครัว รวมถึงข้าราชบริพารตามเสด็จ
หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ประมาณ ๑ เดือน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสขึ้นในวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๔๙๓ ณ วังสระปทุม และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์อ่านสถาปนา ม.ร.ว.สิริกิติ์เป็นสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ พระราชทานเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ ซึ่งเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดแก่สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์

วันต่อมาเสด็จฯ ไปประทับพักผ่อนพระอิริยาบถและฮันนีมูนที่พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นเวลา ๓ วัน พร้อมด้วยคณะผู้ตามเสด็จโดยรถไฟ ตลอดเส้นทางที่เสด็จฯ นั้นมีประชาชนมาเฝ้าฯ รับเสด็จเนืองแน่น ส่วนหนึ่งต้องการยลพระสิริโฉมของพระราชินีนั่นเอง

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงปฏิบัติหน้าที่ภรรยาโดยไม่ขาดตกบกพร่อง โดยเสด็จฯ เคียงคู่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอยู่เสมอ ทั้งในและต่างประเทศและในถิ่นทุรกันดาร ทรงเป็นตัวอย่างของคำว่า "คู่ทุกข์คู่ยาก"

จากความรักแบบหนุ่มสาว เมื่อทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดา ทรงทุ่มเทความรัก ทรงอบรมพระราชโอรส-ธิดาของพระองค์เป็นคนดี และรับผิดชอบต่อประชาชนและบ้านเมือง

เอกสารประกอบเรื่อง/อ้างอิง
- หนังสือพิมพ์ข่าวสด หน้าสตรี ๑๐ ก.พ. ๒๕๕๕
- ภาพยนตร์สารคดี เรื่อง "ขวัญของชาติ"

.
อยากให้ทุกคนมีความสุข
16 ตุลาคม 2559 เวลา 13:57 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 3

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวทีน่าประทับใจนะคะอ่านไปน้ำตาไหลไป (เกลียดแรกพบจบด้วยรักนิรันดร์)

.
สมาชิกหมายเลข 2736491
16 ตุลาคม 2559 เวลา 15:01 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 4

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ในฐานะกษัตริย์ก็ทรงเป็นมหาราช King of King ในฐานะผู้ชายคนหนึ่งก็ทรงเป็นผู้ชายที่เฟอร์เฟคในทุกด้านจริงๆ รูปลักษณ์ ลักษณะนิสัย ความฉลาด ความสามารถด้านการทำงาน ความสามรถด้านกีฬา ความสามารถด้านดนตรี มีคบถ้วนในคนเดียว แล้วยังทรงรักเดียวใจเดียวกับผู้หญิงคนแรกที่เป็นรักแรกพบ

ไหนใครที่ว่าเจ้าชายในเทพนิยายกับพระเอกในนิยายที่แสนจะเฟอร์เฟคไม่มีอยู่จริง ในหลวงของประชาชนคนไทยนี่ไง

.
สมาชิกหมายเลข 1364184
16 ตุลาคม 2559 เวลา 16:35 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 5
love at first sight & true love



.
Fiona_Scarlett 
16 ตุลาคม 2559 เวลา 16:52 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 7

ดูแล้วน้ำตาไหล

ทั้งสองพระองค์ทรงเป็นคู่บุญบารมีอย่างแท้จริง
ขอบคุณจขกท นำภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยมาให้ชื่นชมพระบารมี
ขอบคุณมากๆค่ะ

.
shuangxi
16 ตุลาคม 2559 เวลา 18:08 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 8

ทั้ง 2 พระองค์ทรงมีรักเมื่อแรกพบ และทรงรักกันไปจนวันสุดท้าย
รู้สึกซาบซึ้งในความรักของทั้ง 2 พระองค์มากมาย
พระองค์ทรงเป็นคู่บุญ คู่บารมีกันอย่างแท้จริงเลย













.
Flair 
16 ตุลาคม 2559 เวลา 19:08 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 9

ร้องไห้ ทำไมน้ำตามันไหลเรื่อยๆยังงี้นะ



ส่วนตัวเราชอบรูปด้านบนนี้
ดูสิว่าด้วยพระเนตรประสานกันแบบนี้
มันมากมายเกินกว่าจะอธิบายใดๆอีกแล้ว

.
Are you for real ? 
16 ตุลาคม 2559 เวลา 19:35 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 19

เรามานั่งคิด จะหาใครperfect ได้เท่าท่านมีอีกไหม ทรงงานเก่ง บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้คนในชาติ สร้างสรรค์ผลงานมากมาย  กีฬาเด่น การแข่งเรือใบ ท่านได้รางวัล(จำไม่ได้จริงๆว่ารางวัลอะไร ขออภัยด้วยค่ะ) การดนตรีไม่เป็นรองใคร ทรงเครื่องดนตรีได้  แต่งเพลงได้ไพเราะเสนาะหู  สไตล์ท่านสมัยหนุ่มๆ ไม่เป็นรองใคร ทรงพระเท่มาก สำหรับเราที่สำคัญที่สุดคือ ท่านทรงมีทุกอย่าง สั่งได้ดั่งที่ต้องการ แต่ยังเลือกที่จะรักเพียงพระราชินีเพียงพระองค์เดียวตลอดชีวิตของท่าน สำหรับเราซาบซึ้งและอิ่มหัวใจในความรักนี้มาก  เพราะ ความรักที่ท่านมีให้กันและกันเช่นนี้ ทำให้เราเริ่มเชื่อแล้วว่า

"รักแท้ มีจริง" 









.
สีดารักได้แค่พระราม
17 ตุลาคม 2559 เวลา 15:24 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 22

เรื่องราวความรักของทั้งสองพระองค์เป็นเรื่องราวที่เราอ่านแล้วยิ้มตาม
ในหลวงเป็นต้นแบบหลายอย่างกระทั่งต้นแบบเรื่องความรัก ทรงชัดเจนมั่นคงในความรู้สึกตัวเองมาก
แล้วก็ทรงน่ารักกับพระราชินีที่สุด ตั้งแต่ตอนพบ เริ่มรักจนกระทั่งวันนี้
ทั้งสองพระองค์ทรงงดงามอย่างที่สุดในหัวใจของเรา
ทุกเรื่องราวของพระองค์อ่านแล้วก็ยิ้มตาม ซาบซึ้งและก็รักพระองค์มากขึ้นไปอีก

ดีใจที่มีหนังสือดีๆซื้อมาอ่านในวันข้างหน้าบางเล่มอาจจะไม่ตีพิมพ์อีกแล้วก็ได้
หนังสือหลายเล่มที่เราเคยซื้อเก็บไว้อ่านเพราะเราเป็นคนชอบอ่านประวัติศาสตร์
ไม่ได้คิดถึงคืนวันแบบนี้ว่าจะเป็นยังไง ตอนนั้นที่ซื้อเพราะชอบอยากเก็บไว้อ่านก็แค่นั้น
ทำให้ตอนนี้ทุกๆเล่มมีค่าจนไม่อาจประเมินได้ ในเวลาที่ซื้อตอนนั้นคืออ่านเรื่องราวอดีตของปัจจุบัน
แต่อนาคตมันจะเป็นเรื่องราวอดีตเพียงอย่างเดียว





.
โอ ติ๊ง ต่อง
17 ตุลาคม 2559 เวลา 16:44 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 23

เมื่อครั้งเสด็จ ฯ เยือนสหรัฐอเมริกา ในปี ๒๕๐๓ นักข่าวต่างประเทศกราบบังคมทูลถามว่า "เหตุใดพระมหากษัตริย์ไทยจึงไม่ค่อยยิ้ม" พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงผายพระหัตถ์ไปทางสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ แล้วตรัสสั้น ๆ ว่า "She is my smile"

ตอนที่ผมได้อ่านบทความนี้ครั้งแรก ความรู้สึกของผมคือ เป็นคำตอบที่เท่และมีเสน่ห์มาก และทุกๆ ภาพในกระทู้นี้เป็นสิ่งที่ยืนยันพระราชดำรัสของพระองค์ได้เป็นอย่างดี

คิดถึงพระองค์ครับ

.
สมาชิกหมายเลข 2908294
17 ตุลาคม 2559 เวลา 18:23 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 24

ยิ้มทั้งน้ำตา!! เผยพระราชกระแสครั้งประวัติศาสตร์!! "ราชินี" ทรงเล่าเรื่อง เกี่ยวกับ ในหลวง รัชกาลที่ 9

เมื่อ 16.30 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2523 สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นักข่าวหญิงจากสโมสรนักข่าวหญิงแห่งประเทศไทยจำนวน 29 คนเข้าเฝ้าฯรับพระราชกระแส ณ พระตำหนักจิตรดารโหฐาน และ ในโอกาสนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลี้ยงน้ำชาแก่คณะที่มาเข้าเฝ้าฯด้วย ซึ่งนับเป็นเกียรติประวัติและเป็นวันประวัติศาสตร์ของวิชาชีพสื่อสารมวลชนไทยวันหนึ่ง


ในการนี้ทรงมีพระราชกระแสเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่นักข่าวหญิงบางคนบันทึกไว้มีข้อที่น่าสนใจ ดังนี้

(ทูลถาม)          ในฐานะที่ทรงเป็นแม่บ้าน ทรงดูแล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างไรบ้าง

(ทรงตอบ)         ต้องดูแล เพราะว่าบางครั้งท่านเพลินกับงาน กว่าจะออกมาเสวยก็ช้า ต้องคอยเคาะประตูคอยเข้าไปเฝ้าฯ แล้วก็เวลาหลังจากที่ประชวรเป็นปอดบวมเลยคอยห่วง ตอนนี้ท่านก็ย่างพระชนม์มากขึ้น ยิ่งทำงานหนักใหญ่

เมื่อครั้งพระเจ้าอยู่หัวประชวร (ต้นพุทธศักราช ๒๕๑๘) ตอนนั้นหมอที่รักษาร้องไห้ พี่ชายฉัน (นายแพทย์ ม.ร.ว.กัลยาณกิติ์ กิติยากร) ก็เป็นหมออยู่ด้วย หน้าเขียวไม่นอนทั้งคืน เขาบอกว่ารู้สึกว่าเรากำลังจะเสียท่านไป เพราะว่าหมอให้ยาเท่าไหร่ๆไข้ไม่ลงเลย ท่านแบบคล้ายๆเพ้อๆ คือ ปอดทั้งสองข้างนี่บวม แล้วสุดปรอทอยู่ได้ตั้งเกือบ ๑๐ วัน จนหมอบอกว่า นี่ถ้าเป็นคนหัวใจไม่ดี ก็หัวใจวายแล้ว สมเด็จพระศรีฯ (สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี) ท่านไปดูเองเลย พระอาจารย์ต่างๆฉันต้องเรียกว่า พระอริยเจ้า เพราะว่าท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ที่ไปกราบท่านอาจารย์ฝั้น ท่านอาจารย์บัว ท่านอาจารย์วัน คือท่านก็ล้วนแต่บอกกับฉันทั้งนั้นว่า เสด็จฯไหนนี่ไม่ต้องกลัวหรอก เพราะพระบารมีของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว



ท่านอาจารย์วันนี่ กล่าวออกมาเลยว่า เมืองไทยนี่จะอยู่ได้ ถ้าพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้อยู่ในประเทศ อย่าให้ท่านออกนอกประเทศ ถ้าท่านออกนอกประเทศไม่รับรอง    เคยกราบเรียนถามลูกศิษย์หลวงปู่ขาวว่า ทำไมเมืองลาว เมืองเขมรก็เป็นเมืองพุทธศาสนา ทำไมถึงล่มได้ พระท่านบอกว่า มหาบพิตรคิดดูซิ มีไฟนี่ แต่เราไม่เปิดไฟ ก็สักแต่ว่ามีไฟ เราไม่เสียบปลั๊ก ไม่เปิดไฟ ไฟก็ไม่มี มันต่อกันไม่ได้ แม้ว่าเป็นเมืองพุทธศาสนา แต่คนที่ประพฤติธรรมน้อย ก็ช่วยไม่ได้ บารมีของพระพุทธองค์ก็ช่วยไม่ได้ ต้องมีคนที่ประพฤติธรรม โดยเฉพาะพระประมุข ผู้บริหารประเทศนี่ ต้องอยู่ในธรรม ก็เลยเข้าใจว่าทำไมพระเจ้าอยู่หัวปฏิบัติ

ฉันเอง แปลกใจ อันนี้ คุณหญิงสมสุข (คุณหญิงสมสุข ศรีวิสารวาจา  นางสนองพระโอษฐ์) ไม่อยู่เป็นพยาน ไม่ทราบใครในห้องนี้เป็นพยานมั่ง ที่เสด็จฯแล้วเห็นกับตาเลยว่า ทางนี้ (ทรงชี้ซ้าย) ฟ้าผ่า ทางนี้ (ทรงชี้ขวา) พายุมืด แล้วนั่งเฮลิคอปเตอร์ ฟ้าผ่า แปร๊บๆ  เห็นเชียวว่าครืนๆ แล้วเฮลิคอปเตอร์นี่กำลังอยู่ในอากาศ ฝนตกแปลกมากเลย ฝนตกเป็นม่านหนักเชียว แต่มาหยุดก่อนที่จะถึงเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์นี่ เปิดเป็นทางแนวเดียวตรงที่เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งอยู่นี่สว่าง ไม่มีอะไร ฝนก็ไม่สาดถึง เห็นแล้วก็มองตากัน นักบินก็มองกัน ทางด้านหนึ่งเป็นฟ้าแลบแปร๊บๆ อีกทางหนึ่งเป็นฝน แต่หยุดตรงหน้า (ทรงชี้ลงหน้าพระพักตร์) อย่างนี้ก็อธิบายไม่ได้ว่าเพราะอะไร



(นักข่าวกราบบังคมทูล)       เพราะพระบารมีของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพคะ
     
(รับสั่งถาม)                      คุณทราบไหมว่า บารมีนี่แปลว่าอะไร เพราะบางคนเขาหมั่นไส้ “พระบารมีปกเกล้า” พระท่านบอกว่า บารมี หมายความว่า ความดีที่สะสมเอาไว้ สะสมไว้ตลอด ท่านบอกว่า สะสมแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่ปางบรรพ์ถึงชาตินี้ สั่งสมไว้มาก นั่นถึงเรียกว่า คนที่มีความดีไว้ในตัว อย่างท่านอาจารย์ฝั้นนี่ ท่านมีบารมีสูงกว่าพวกเราๆ ถึงไปกราบท่าน ท่านสั่งสมไว้มาก

(ทูลถาม)                        จริงหรือเปล่าเพคะที่มีคนเขาว่า ท่านอาจารย์ฝั้นบอกกับคนอื่นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี่คือรัชกาลที่ ๔ มาเกิด

(ทรงตอบ)                      อ้อ ถ้าเผื่อท่านอาจารย์ฝั้นกล่าวก็อาจจะเข้าเค้า ฉันไม่ทราบ เพราะไม่เคยกล่าวกับฉัน ทราบแต่ว่า ท่านบอกว่า พระเจ้าอยู่หัวองค์นี้มีบุญมาก เพราะว่าทำแต่ความดี แล้วก็มุ่งมั่นแต่ความดี ที่หลวงปู่โต๊ะท่านบอกว่า คนโง่ ถึงจะไม่รู้ว่า พระมหากษัตริย์พระองค์นี้เป็นอย่างไร คนโง่เท่านั้นที่จะด่าว่า แล้วท่านบอกว่า ไม่เป็นมงคลเลยกับตัวเขาเอง บอกว่าถึงเขาจะห้อยพระ ถึงเขาจะมีของดีอะไรก็ตาม ท่านบอก ถ้าไม่มีความดีเป็นรากฐานแล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนจะคุ้มครองได้ บอกคนนี้ต้องมีความดีอยู่ในตัว



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดมหาสมณกิจภาวนา อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร และทรงเยี่ยมราษฎรที่มาคอยเข้าเฝ้าฯ ณ บริเวณวัด เมื่อวันที่ ๑๗ พ.ย.๒๕๒๓

(จิราภา อ่อนเรือง ทูลถาม)       เวลานี้มีคนเล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านทรงอุเบกขามากเหลือเกินและในวังเรียกท่านว่า “พระปัจเจกพุทธเจ้า” ไม่ทราบว่าเป็นจริงประการใด

(ทรงตอบ)                            อุ๊ย ไม่ถึงกับอย่างนั้น คือว่า เมื่อ ๒-๓ วันนี่ ท่านอาจารย์หลวงปู่โต๊ะ อายุ ๙๔เห็นพระทุกองค์นี่กราบหมด ไม่ว่าจะเป็นพระสมเด็จชั้นไหนก็กราบหมด ท่านอยู่วัดประดู่ฉิมพลี ท่านอาพาธมาอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ก็ไปจัดที่บูชา ตั้งโต๊ะหมู่บูชาถวาย ช่วยกันกับคุณหญิงสุวรีจัดดอกบัวสัตตบงกชไปถวายที่หน้าโต๊ะหมู่บูชา แล้วก็คลานออกมากราบท่าน ท่านก็สอนให้

ท่านสอนว่า มหาบพิตร ไม่มีอะไรแน่หรอกในโลกนี้ อย่าไปถือว่า มีอะไรแน่นอน ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน ยึดไม่ได้ อย่าไปยึด อย่าไปถือ แต่ความดีความชั่วนี่ถือได้ มันติดอยู่กับตัวเรา แหม ๙๔ แล้ว สมองท่านยังดีเยี่ยม ท่านบอกว่า มหาบพิตร แผ่เมตตาไปเรื่อยๆทำแต่ความดีเข้า ใครเขาจะว่าอะไร เมตตาเขาไป เขาไม่รู้ความจริง เขาถึงได้ว่า บอกว่า อย่าไปเคืองแค้น แผ่ไป เมตตา แล้วท่านก็กล่าวถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า คนที่เขาตำหนิติเตียน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นี่ เขาต้องเป็นคนที่ไม่มี...เป็นคนไม่ฉลาด บอกว่า ต้องดูซิว่า ทำไมท่านถึงได้มาเกิดที่นี่ แล้วก็ต้องดูต่อว่า ทำไมเวลาท่านเกิดที่นี่ ท่านมีแต่ให้ ให้บ้านให้เมือง ท่านไม่มีเอาเลย ทำไมท่านถึงทำอย่างนั้นเสมอต้นเสมอปลายก็ต้องแสดงว่า ท่านเป็นผู้ที่จิตชำระสะอาดมาก แล้วดูซิว่า ท่านเอาไหม บอกถ้าคนฉลาด เขาจะคิดอย่างนี้ ถ้าคนไม่ฉลาดก็อย่าไปเคืองแค้นเลย เพราะว่าเขาคิดได้แค่นั้นเอง ท่านสอนโดยไม่ได้ถามท่านเลย

พระเจ้าอยู่หัวนี่ แม้แต่อยู่ลำพัง ไม่เคยเห็นท่านเคยรับสั่งอะไรที่ไม่ควร ไม่เคยโปรดเลยที่จะว่าใคร นินทาใคร ท่านไม่มีเลย ท่านไม่ชอบวิพากษ์วิจารณ์ใครเลย แม้แต่อยู่ลำพังนี่ ท่านก็จะพูดสิ่งที่สร้างสรรค์ทั้งนั้น ท่านจะสนุก อย่างเรื่องดนตรี เรื่องเรือใบ ตอนนี้ท่านก็สนุกกับการพัฒนา ท่านก็พูดแต่พัฒนาแผนที่ของท่าน ท่านไม่รับสั่งเรื่องที่ไปกระทบหรือไปใส่ร้ายหรืออะไรกับใคร ต้องคนอยู่ใกล้พระองค์นี่ถึงจะเห็น แล้วท่านทำอะไร ท่านก็ทำเองหมดเลย อย่างจะเสด็จฯภาคใต้นี่ ท่านก็แพ็คของเอง ในการแต่งพระองค์ก็ไม่สนพระทัยเลย ขำ เมื่อตอนท่านหนุ่มๆบอกว่าท่านดัดผม (ทรงพระสรวล) ในหลวงดัดผม ที่แท้แม้แต่จะส่องกระจกนานๆก็ไม่ส่อง ไม่สนพระทัย แล้วก็อย่างกระดุม กระดุมของรัชกาลที่ ๕ ที่ทรงใส่ ๕ เม็ดนี่ สวย เป็นไพลิน งามๆทั้งนั้น ฉันเอามาให้ท่านไว้ใส่ ท่านก็ไม่ชอบใช้ นาฬิกา ซื้อถวายเมื่อวันเฉลิมฯ ซื้อเป็นเรือนทอง ท่านก็ไม่ชอบ เพราะท่านบอกว่า “ต้องแกะเข้าแกะออก ฉันไม่ชอบ ชอบเวลาล้างมืออะไรมันได้ทั้งนั้น” ตกลงเสด็จฯออกสเตทวิสิท (การเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ) ก็นาฬิกาเหล็กนั่น เสด็จฯลงเรือใบก็นาฬิกาเหล็กเรือนนั้น


ที่แปลก คือเรื่องเสวยนี่ จะเย็นจะร้อน ท่านไม่สนพระทัยเลย เอามาตั้งนี่ ไม่เคยขอเลย เติมน้ำปลา ไม่เคยเลย นี่มหาดเล็กที่อยู่นี่ทราบเป็นพยานได้เลย ท่านไม่เอา ไม่สนพระทัยเลย



.
อยากให้ทุกคนมีความสุข
17 ตุลาคม 2559 เวลา 22:17 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 26

ขออนุญาตใช้ศัพท์พื้น ๆ เลยนะคะ

คือ ในหลวงท่านเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ และน่าค้นหามากเลยค่ะ ในขณะที่รอยยิ้มของพระราชินี ที่มองแล้วทำให้รู้สึกว่าโลกนี้สดใสน่าอยู่ ดีใจมากค่ะ ที่มีโอกาสได้เห็นภาพเหล่านี้  อันที่จริงก็ตั้งแต่กระทู้ฉลององค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ แล้วค่ะ เห็นแล้วปลาบปลื้ม และชื่นนน...น..น.น..ใจเป็นที่สุด

.
ปล.ตะกี้ตอนดูรูป ตอนตอบเม้นท์ ยังยิ้มอารมณ์ดีอยู่เลย แต่พอนึกย้อนไปถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันมานี้ รู้สึกเศร้าขึ้นมาทันทีเลยค่ะ คิดถึงในหลวง จากนี้ต่อไปเรื่องราวต่าง ๆ รวมถึงรัชสมัยของรัชกาลที่ 9 ก็คงกลายเป็นเพียงอดีตเหมือนรูปในกระทู้นี้ ที่เด็กรุ่นใหม่ ๆ จะสัมผัสได้จากในตำราวิชาสังคม และประวัติศาสตร์ แต่สำหรับในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมถึงพระราชกรณียกิจของพระองค์ จะอยู่ในความทรงจำของหนูตลอดไปค่ะ และก็จะจดจำไว้ด้วยว่า หนูมีพระราชินี ที่ทั้งสวยและสง่างามมาก ^^ (พิมพ์ถึงตรงนี้ ยิ้มออกแล้วค่ะ พอได้นึกถึงรอยยิ้มนั้นแล้ว รู้สึกว่าโลกสดใสขึ้นมาทันทีเลยค่ะ จริง ๆ นะ)

ปล.ดูแต่รูปค่ะ ยังอ่านไม่ละเอียด ไว้จะกลับมาทันต่อทีหลังค่ะ ^^
แก้ไขข้อความเมื่อ 18 ตุลาคม 2559 เวลา 02:45 น.

.
สมาชิกหมายเลข 1144227
18 ตุลาคม 2559 เวลา 02:06 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 30

ขอบคุณเพื่อนๆ สมาชิกมากๆเลยค่ะ ที่เป็นกำลังใจให้

               วันนี้คงเป็นกระทู้สุดท้ายที่โพสแล้วค่ะ เราเป็นสมาชิก pantip มานานหลายปี ได้แต่อ่านอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยเพื่อนๆ สมาชิก แบ่งปันข้อมูลเลย ช่วงนี้เราพอมีเวลาเลยรวบรวม บทความที่น่าสนใจ อ่านแล้วเห็นว่าสนุกดี ก็คิดว่าเพื่อนๆ น่าจะชอบกัน ถ้ายังไงไม่ถูกใจเพื่อน สมาชิกบางท่านก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ เราก็ขอกลับเป็นผู้อ่านอย่างเดิม ก็ขอบคุณนำ้ใจของเพื่อนๆ สมาชิก หลายๆ ท่านที่ช่วยกดแนะนำ และแชร์ให้ ที่เราตั้งกระทู้นี่ก็ ไม่ได้หวังอะไร ไม่เคยได้ผลตอบแทนอะไร สิ่งที่หวังก็อยากให้เพื่อนๆ ได้อ่านบทความที่สนุก น่าสนใจ มาแบ่งปันกัน สุดท้ายนี้ก็ขอบคุณ pantip.com ที่เปิดโลกกว้างให้กับเราตั้งแต่สมัยเรียน ได้รู้อะไรที่ไม่เคยรู้ ขอบคุณมากๆค่ะ

   นับถือ ................... ยิ้มแล้วโลกสดใส

.
ยิ้มแล้วโลกสดใส 
18 ตุลาคม 2559 เวลา 12:34 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 47

ทั้งสองพระองค์ได้พบกันแล้ว



.
บทเพลงกลางเมฆา 
25 ตุลาคม 2568 เวลา 08:37 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 58





.
สมาชิกหมายเลข 4962221
30 ตุลาคม 2568 เวลา 05:40 น.

.....




62
33 ภาพเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และเรื่องราวความรักของ “ในหลวงและพระราชินี” (รัชกาลที่ 9)


33 ภาพเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และเรื่องราวความรักของ “ในหลวงและพระราชินี” (รัชกาลที่ 9)

..

ชมภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์

.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชหรือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2470 และเสด็จขึ้นครองราชย์ ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2489





พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2492







ต่อมาในวันที่ 28 เมษายน 2493 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ณ พระตำหนักสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า







ทั้งสองพระองค์ทรงพบกันครั้งแรก ณ กรุงปารีส โดยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ทรงพระราชทานสัมภาษณ์แก่สถานีโทรทัศน์ BBC ว่าการพบกันครั้งแรกนั้นเหมือนเป็นการ “เกลียดแรกพบ” เสียมากกว่า





ขณะที่ในหลวงภูมิพลได้ทรงโทรศัพท์ถึงสมเด็จพระราชชนนีเพื่อทูลว่าได้เสด็จฯถึงปารีสแล้ว สมเด็จพระราชชนนีท่านก็ทรงถามถึงธิดาของหม่อมเจ้านักขัตรมงคลว่า “สวยน่ารักไหม” ในหลวงภูมิพลท่านก็ทรงทูลตอบทันทีว่า “เห็นแล้ว น่ารักมาก”







ทางด้านสมเด็จพระราชินีทรงพระราชทานสัมภาษณ์ว่า



“สำหรับข้าพเจ้า เป็นการเกลียดแรกพบ มากกว่า รักแรกพบ เนื่องเพราะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่า จะเสด็จถึงเวลาบ่าย 4 โมง แต่จริงแล้ว เสด็จมาถึง 1 ทุ่ม ช้ากว่านัดหมาย ตั้ง 3 ชั่วโมง ทรงทำให้ข้าพเจ้าต้องซ้อมถอนสายบัวอยู่จนแล้วจนเล่า จึงเป็นการเกลียดเมื่อแรกพบ มากกว่า รักเมื่อแรกพบ…”







“ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนว่าพระองค์ท่านทรงรักข้าพเจ้า เพราะเวลานั้นอายุเพิ่งย่างเข้า 15 ปี ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นนักเปียโน แต่หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุ สมเด็จพระราชชนนีก็รีบเสด็จไปเยี่ยมทันที “แต่แทนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีพระปฏิสันถารกับพระองค์ ท่านกลับทรงหยิบรูปข้าพเจ้าออกมาจากกระเป๋า โดยที่ข้าพเจ้าไม่เคยทราบมาก่อนเลยว่าพระองค์ทรงมีรูปของข้าพเจ้าอยู่แล้ว และพระองค์ก็ตรัสให้นำตัวข้าพเจ้าเข้าเฝ้า”







“พระองค์ทรงรักข้าพเจ้า ตอนนั้นข้าพเจ้าคิดถึงแต่เรื่องที่จะอยู่กับคนที่ข้าพเจ้ารักเท่านั้น ไม่ได้นึกไปไกลถึงหน้าที่และภารกิจของพระราชินีเลย…”







หลังจากที่ในหลวงภูมิพลท่านได้ทรงขออนุญาตหม่อมเจ้านักขัตรมงคล บิดาของหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เพื่อขอให้มาเฝ้าถวายการดูแลพระอาการเป็นกรณีพิเศษ โดยให้อยู่ในความดูแลของสมเด็จพระราชชนนี ก็ได้ทำให้ความสัมพันธ์ที่มีมาตั้งแต่เดิมกระชับแน่นยิ่งขึ้นจนกลายเป็นความรัก







ต่อมาภายหลังหม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร ก็ทรงย้ายไปดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน ทำให้ในหลวงภูมิพลท่านต้องทรงเดินทางกว่า 600 กิโล กว่าที่จะได้ทรงพบกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ในแต่ละครั้ง





วันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2492 ในงานฉลองวันคล้ายวันเกิดครบ 17 ปี ของหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ ณ สถานทูตไทยในกรุงลอนดอน “ในหลวงภูมิพลท่านทรงได้พระราชทานแหวนซึ่งเป็นวงเดียวกับที่สมเด็จพระบรมราชชนก เคยประทานให้แก่สมเด็จพระบรมราชชนนีในครั้งอดีตให้แก่หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์”





และได้มีพระราชกระแสรับสั่งในขณะที่ทรงมอบว่า “สิ่งนี้เป็นของสำคัญยิ่งและเป็นที่ระลึกด้วย”





ครั้งหนึ่งนักข่าวต่างประเทศเคยกราบบังคมทูลถามว่า… เพราะเหตุใดพระมหากษัตริย์ไทยจึงไม่ค่อยยิ้ม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงผายพระหัตถุ์ไปทางสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ แล้วตรัสว่า “She is my smile.”



.

ที่มา: vintag.es, เฟซบุ๊ก ArOoy Kw, Information Division of OHM
บทความจาก meekhao.com/history/chinese-concubines

ยิ้มแล้วโลกสดใส 
16 ตุลาคม 2559 เวลา 12:51 น.

.
.

ที่มา : 33 ภาพเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และเรื่องราวความรักของ “ในหลวงและพระราชินี” (รัชกาลที่ 9)
https://pantip.com/topic/35704263

.




63
"️พระพิฆเนศ" แห่งพรัมบานัน ความงามเหนือกาลเวลาจากศตวรรษที่ 9


The Earth

 ·
"️พระพิฆเนศ" แห่งพรัมบานัน ความงามเหนือกาลเวลาจากศตวรรษที่ 9
◇◇◇หนึ่งในพระพิฆเนศหินแกะสลักที่สวยที่สุดในโลก◇◇◇

รูปปั้นพระพิฆเนศนี้เป็นหนึ่งในประติมากรรมที่สำคัญและงดงามที่สุดชิ้นหนึ่งในหมู่เทวาลัย พรัมบานัน (Prambanan) มรดกโลกในประเทศอินโดนีเซีย

โดยประดิษฐานอยู่ในห้องทางทิศตะวันตกของอาคารหลักคือ เทวาลัยพระศิวะ

รูปปั้นนี้สะท้อนถึงยุคทองของศิลปะฮินดู-ชวา (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-15) ซึ่งมีความแตกต่างจากศิลปะอินเดียตรงที่มีความ อวบอิ่ม ดูมีน้ำมีนวล และให้ความรู้สึกที่สงบแต่ทรงพลัง

พระพิฆเนศประทับนั่งในท่า "อรรธปรยงกาสนะ" โดยให้ฝ่าเท้าทั้งสองข้างจรดกัน ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะที่พบมากในงานประติมากรรมชวา

​ตามคติความเชื่อของไศวนิกายในชวา พระพิฆเนศจะประดิษฐานอยู่ทาง ทิศตะวันตก ของเทวาลัยพระศิวะ
ก่อนจะเข้าไปสักการะพระศิวะ (ผู้เป็นบิดา) จะต้องผ่านการสักการะพระพิฆเนศก่อน
เทพแห่งปัญญา คอยปกปักษ์รักษาความรู้และวิชาการ

เกร็ดน่ารู้
รูปปั้นนี้รอดพ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2006 มาได้ แม้ตัวเทวาลัยจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่พระองค์ยังคงประดิษฐานอยู่ที่เดิมอย่างมั่นคง
.

The Earth
​#Prambanan #PrambananTemple #พรัมบานัน #วัดพรัมบานัน
​#Ganesha #LordGanesha #พระพิฆเนศ #องค์พระพิฆเนศ #พระพิฆเนศปางอินโดนีเซีย
​#Yogyakarta #Java #Indonesia #ยอกยาการ์ตา #อินโดนีเซีย #เที่ยวอินโดนีเซีย
.



.



.

.

ที่มา : "️พระพิฆเนศ" แห่งพรัมบานัน ความงามเหนือกาลเวลาจากศตวรรษที่ 9
https://www.facebook.com/profile.php?id=100086383039831
The Earth
.
https://www.facebook.com/photo?fbid=915004021389024&set=a.109079235314844

.




64
"น้ำตกมัลทโนมาห์" (Multnomah Falls) น้ำตกที่สูงที่สุดในรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา หนึ่งในน้ำตกที่สวยงามที่สุด


The Earth
21 พฤศจิกายน 2024
 ·
"น้ำตกมัลทโนมาห์" (Multnomah Falls) น้ำตกที่สูงที่สุดในรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา หนึ่งในน้ำตกที่สวยงามที่สุด

#น้ำตกมัลทโนมาห์
 * ความสูง: น้ำตกมัลทโนมาห์มีความสูงถึง 186 เมตร (611 ฟุต) แบ่งเป็น 2 ชั้น ทำให้เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในรัฐโอเรกอน และเป็นหนึ่งในน้ำตกที่สูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา
 * สะพาน: มีสะพานโค้งสวยงามทอดข้ามกลางน้ำตก ทำให้ผู้ชมสามารถมองเห็นน้ำตกได้จากมุมที่แตกต่างกัน และเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม
 * ธรรมชาติ: รายล้อมไปด้วยป่าไม้เขียวขจี และในฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้จะเปลี่ยนสีเป็นสีส้ม สีแดง และสีเหลือง ทำให้ทิวทัศน์โดยรอบสวยงามมากยิ่งขึ้น
 * ความง่ายในการเข้าถึง: น้ำตกมัลทโนมาห์ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองพอร์ตแลนด์ ทำให้สามารถเดินทางไปเที่ยวชมได้สะดวก

..

น้ำตกมัลทโนมาห์ (Multnomah Falls) เป็นน้ำตกสองชั้นที่สูงที่สุดในรัฐโอเรกอน (Oregon) ประเทศสหรัฐอเมริกา มีความสูงรวมกว่า 100 เมตร ตั้งอยู่ใกล้เมืองพอร์ตแลนด์ (Portland) บริเวณช่องแม่น้ำโคลัมเบีย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมที่มีจุดเด่นคือสะพานเบนสัน (Benson Bridge) ที่พาดผ่านน้ำตก ทิวทัศน์สวยงาม เดินทางเข้าถึงได้ง่าย

ข้อมูลสำคัญของน้ำตก Multnomah Falls:
ที่ตั้ง: รัฐโอเรกอน (Oregon), สหรัฐอเมริกา ใกล้เมืองพอร์ตแลนด์ (Portland).
ความสูง: น้ำตกสองชั้น สูงกว่า 100 เมตร.
จุดเด่น: สะพานเบนสัน (Benson Bridge) เป็นมุมถ่ายภาพยอดนิยม.
การเดินทาง: สามารถเข้าถึงได้ง่ายทางถนน มีที่จอดรถ และมีเส้นทางเดินป่า (Hiking).
ฤดูกาล: สามารถมาเที่ยวได้ตลอดปี รวมทั้งช่วงฤดูหนาวที่คนนิยมมาเดินป่า.

น้ำตกนี้ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่นและสวยงามที่สุดในภูมิภาคนี้ของสหรัฐอเมริกา
.
.



.
.

หมายเหตุ : น้ำตกมัลทโนมาห์ (Multnomah Falls) เป็นน้ำตกสองชั้นที่สูงที่สุดในรัฐโอเรกอน (Oregon)
สูงเป็นอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา (อันดับ 1 คือ Yosemite Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในอุทยานโยเซมิตี, สหรัฐอเมริกา)

.

ที่มา : น้ำตกมัลทโนมาห์ (Multnomah Falls)
https://www.facebook.com/profile.php?id=100086383039831
The Earth
https://www.facebook.com/100086383039831/posts/น้ำตกมัลทโนมาห์-multnomah-falls-น้ำตกที่สูงที่สุดในรัฐโอเรกอน-สหรัฐอเมริกา-หนึ่ง/559554830267280/

.




65
น้ำตกมัลท์โนมาห์ (Multnomah Falls) น้ำตกที่มีความสูงเป็นอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา


น้ำตกมัลท์โนมาห์ (Multnomah Falls) เป็นน้ำตกที่มีความสูงเป็นอันดับ 2 ในสหรัฐอเมริกา

น้ำตก Multnomah, Columbia River Gorge, รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา

น้ำตก Multnomah falls in Oregon, USA

น้ำตกมัลท์โนมาห์ (Multnomah Falls) ตั้งอยู่ในช่องเขาแม่น้ำโคลัมเบีย รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา

เป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงและเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในสหรัฐอเมริกา
จุดเด่นคือสะพานเบนสัน (Benson Bridge) ที่พาดผ่านชั้นน้ำตก
น้ำตกแห่งนี้มีความสูงเป็นอันดับสองในสหรัฐอเมริกาที่ไหลตลอดทั้งปี
.
.




















10




















.

.

ที่มา : น้ำตกมัลท์โนมาห์ (Multnomah Falls) ตั้งอยู่ในช่องเขาแม่น้ำโคลัมเบีย รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา
https://www.pexels.com/th-th/photo/358457/

.




66
อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemite National Park)


https://th.trip.com/moments/detail/mariposa-county-34514-135932071/?locale=th-TH&curr=THB

อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemite National Park)

ที่นี่คือสวรรค์ของนักเดินทาง ผู้หลงใหลในภูเขาหินแกรนิต น้ำตกสูงตระหง่าน และทะเลสาบใสสะท้อนเงาภูเขาอย่าง Mirror Lake 
ไม่ว่าจะเป็นการเดินป่าเบา ๆ หรือปีนเขาท้าทาย Half Dome—ทุกก้าวคือการเชื่อมโยงกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง

สูดอากาศบริสุทธิ์ใต้ร่มเงาต้นสน
ฟังเสียงน้ำตก Yosemite Falls กระทบโขดหิน
เดินเล่นริมแม่น้ำ Merced ที่ไหลผ่านหุบเขา
ถ่ายภาพวิว Tunnel View ที่สวยราวภาพวาด
นั่งชมพระอาทิตย์ตกที่ Glacier Point พร้อมวิวพาโนรามา

ไม่ว่าคุณจะมาเดี่ยว มาเป็นคู่ หรือมาเป็นแก๊ง—โยเซมิตีจะทำให้คุณตกหลุมรักธรรมชาติอีกครั้ง
.
#yosemitenationalpark #natureescape #californiadreaming #เที่ยวอเมริกา #อุทยานแห่งชาติ #สายธรรมชาติต้องมา #วิวหลักล้าน #เดินป่าชิลๆ #yosemitefalls #halfdome #mirrorlake #tunnelview #glacierpoint
.









..


https://th.trip.com/moments/detail/yosemite-national-park-35159-136825600/?locale=th-TH&curr=THB
.





















.

.

ที่มา : อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemite National Park)
https://th.trip.com/moments/detail/mariposa-county-34514-135932071/?locale=th-TH&curr=THB

.




67
"น้ำตกแสงจันทร์" (Yosemite Falls)แห่งโยเซมิตี


https://www.facebook.com/100086383039831/posts/น้ำตกแสงจันทร์-yosemite-fallsแห่งโยเซมิตีน้ำตกโยเซมิตี-yosemite-falls-เป็นน้ำตกท/602793142610115/

The Earth
20 มกราคม 2025
 ·
"น้ำตกแสงจันทร์" (Yosemite Falls)แห่งโยเซมิตี

#น้ำตกโยเซมิตี (Yosemite Falls) เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในอเมริกาเหนือ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

ด้วยความสูงกว่า 739 เมตร น้ำตกแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติ และผู้ที่ต้องการสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

ด้วยความสูงกว่า 739 เมตร น้ำตกโยเซมิตีจึงเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในอเมริกาเหนือ และเป็นหนึ่งในน้ำตกที่สูงที่สุดในโลก

ในช่วงฤดูหนาว เมื่ออุณหภูมิต่ำลง น้ำตกจะกลายเป็นน้ำแข็ง และเมื่อแสงจันทร์ส่องกระทบกับผืนน้ำแข็ง จะเกิดประกายระยิบระยับสวยงามราวกับคริสตัล สร้างภาพที่น่าอัศจรรย์ใจให้กับผู้พบเห็น

อุทยานแห่งชาติโยเซมิตีเป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าไม้ หินผา และสัตว์ป่า ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
The Earth
The Earthv.2
.



.

.

ที่มา : "น้ำตกแสงจันทร์" (Yosemite Falls)แห่งโยเซมิตี
https://www.facebook.com/100086383039831/posts/น้ำตกแสงจันทร์-yosemite-fallsแห่งโยเซมิตีน้ำตกโยเซมิตี-yosemite-falls-เป็นน้ำตกท/602793142610115/
https://www.facebook.com/100086383039831/posts/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C-yosemite-falls%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B5-yosemite-falls-%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%97/602793142610115/

.




68
มหัศจรรย์ น้ำตกเพลิง อุทยานแห่งชาติ Yosemite สหรัฐอเมริกา


https://travel.mthai.com/world-travel/29805.html

มหัศจรรย์ น้ำตกเพลิง อุทยานแห่งชาติ Yosemite สหรัฐอเมริกา

น้ำตก จากสถานที่ท่องเที่ยวงดงามหลายแห่ง ว่าสวยแล้ว มาเจอ น้ำตกเพลิง Firefall ณ อุทยานแห่งชาติ Yosemite สหรัฐอเมริกา ช่างมหัศจรรย์เสียยิ่งกว่า!!

น้ำตกเพลิง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Horsetail Fall น้ำตกหางม้า เป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ และเป็นความงดงามอันแสนจะหาดูได้ยาก เพราะจะปรากฏให้เห็นเพียงปีละครั้ง ประมาณ 2 สัปดาห์ กลางเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่แสงอาทิตย์ตกกระทบ สาดส่อง น้ำตก พอเหมาะพอดี เกิดเป็นสายลาวา ลู่ลงเบื้อล่างเหมือนหางม้าอันงามสง่า นั่นคือที่มาของ น้ำตกเพลิง สุดอลังการธรรมชาติ



น้ำตกเพลิง อุทยานแห่งชาติ Yosemite













.

.

https://www.reddit.com/r/Yosemite/comments/1ix7pgr/firefall_horsetail_falls_on_el_capitan_yosemite/?tl=th

น้ำตกไฟ (น้ำตกหางม้าบนหน้าผาเอล Capitan), อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemiti)



.

.

https://travel.kapook.com/view228937.html

มหัศจรรย์ธรรมชาติ ! ปรากฏการณ์น้ำตกเพลิงแห่งโยเซมิตี 1 ปีมีครั้ง



ชมภาพปรากฏการณ์สุดมหัศจรรย์ น้ำตกเพลิง (Firefall) ที่อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ เมื่อแสงอาทิตย์ส่องกระทบน้ำตกเป็นสายน้ำสีเพลิงสวย



ปรากฏการณ์ดังกล่าวเกิดในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เพราะเป็นช่วงที่ขณะดวงอาทิตย์ตกดินจะอยู่ในองศาที่ส่องแสงตกกระทบน้ำตกฮอร์สเทล ซึ่งมีความสูงกว่า 480 เมตร แบบพอดิบพอดี เมื่อสายน้ำตกถูกแสงทองส่องกระทบ ก็เกิดเป็นสีทองอร่ามเรืองขึ้นมาคล้ายกับเป็นสายลาวาหรือเพลิงอันร้อนระอุไหลลงมาเบื้องล่าง จึงถูกขนานนามว่า "น้ำตกเพลิง" (Firefall)



ทั้งนี้ปรากฏการณ์ น้ำตกเพลิง จะมีให้ชมเพียงปีละประมาณ 10 วันเท่านั้น และภาพอันตื่นตานี้จะปรากฏให้เห็นกินระยะเวลาประมาณ 10 นาที











.

.

ที่มา : มหัศจรรย์ธรรมชาติ ! ปรากฏการณ์น้ำตกเพลิงแห่งโยเซมิตี 1 ปีมีครั้ง
https://travel.kapook.com/view228937.html

https://travel.mthai.com/world-travel/29805.html

.




69
Horsetail Fall น้ำตกที่เปลี่ยนเป็นเปลวไฟในอุทยานโยเซมิตี, สหรัฐอเมริกา


Horsetail Fall น้ำตกที่เปลี่ยนเป็นเปลวไฟในอุทยานโยเซมิตี, สหรัฐอเมริกา

.



อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemite National Park) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โด่งดังที่สุดในสหรัฐอเมริกา มีทั้งภูเขาสูง หน้าผาหินแกรนิต น้ำตกที่สวยงาม และทิวทัศน์ที่น่าทึ่ง หนึ่งในความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยี่ยมชมในช่วงปลายฤดูหนาวก็คือปรากฏการณ์ “Horsetail Fall” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “น้ำตกไฟ” (Firefall) ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี
.
สารบัญเนื้อหา
Horsetail Fall คืออะไร?
ปรากฏการณ์น้ำตกไฟ (Firefall) เกิดขึ้นได้อย่างไร?
ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการชม Horsetail Fall
วิธีการเดินทางไปชม Horsetail Fall
เคล็ดลับสำหรับการถ่ายภาพน้ำตกไฟ
บทสรุป
.
.
Horsetail Fall คืออะไร?

Horsetail Fall เป็นน้ำตกตามฤดูกาลที่ไหลลงมาจากหน้าผา El Capitan ซึ่งเป็นหน้าผาหินแกรนิตสูงชันในอุทยานโยเซมิตี น้ำตกนี้สูงถึงประมาณ 1,570 ฟุต (ประมาณ 478 เมตร) แต่จะไหลเฉพาะในช่วงฤดูหนาวและต้นฤดูใบไม้ผลิเมื่อน้ำแข็งและหิมะบนภูเขาละลาย

ในช่วงเวลาที่เหมาะสมของปี ประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ น้ำตกจะกลายเป็นที่รู้จักในฐานะ “Firefall” ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากการที่แสงแดดตกกระทบกับน้ำตกในมุมที่เฉพาะเจาะจง ทำให้แสงที่สะท้อนกลับมามีสีส้มแดงเหมือนเปลวไฟ ราวกับว่าน้ำที่ไหลลงมากลายเป็นเปลวไฟที่กำลังลุกโชติช่วง ภาพนี้เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจและสร้างความประทับใจให้กับนักถ่ายภาพและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก



.
ปรากฏการณ์น้ำตกไฟ (Firefall) เกิดขึ้นได้อย่างไร?

การเกิดปรากฏการณ์ “น้ำตกไฟ” (Firefall) ที่น้ำตกนี้ ในอุทยานแห่งชาติโยเซมิตีไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย และต้องอาศัยเงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบหลายประการจึงจะทำให้เกิดภาพที่งดงามเหมือนน้ำตกที่กลายเป็นเปลวไฟได้ เงื่อนไขเหล่านี้รวมถึงปัจจัยจากแสง อุณหภูมิ และสภาพภูมิอากาศ ทำให้ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลาสั้น ๆ ในปีเท่านั้น

การเกิดปรากฏการณ์นี้เกิดจากเงื่อนไขธรรมชาติหลายประการดังต่อไปนี้:

1. มุมและทิศทางของแสงอาทิตย์ที่เหมาะสม

ปัจจัยสำคัญที่สุดในการเกิดน้ำตกไฟคือ มุมของแสงอาทิตย์ ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ดวงอาทิตย์ตกในมุมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการสะท้อนแสงไปยังน้ำตกซึ่งอยู่บนหน้าผา El Capitan การที่แสงอาทิตย์ตกในมุมที่เฉพาะเจาะจงนี้จะทำให้น้ำที่ไหลลงมาจากน้ำตกกลายเป็นสีส้มแดง เหมือนกับว่ากำลังลุกเป็นไฟ

เวลาที่แสงอาทิตย์ตกในมุมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยทั่วไปจะเกิดในช่วงเวลาประมาณ 17:30 – 18:30 น. ซึ่งเป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์อยู่ต่ำพอที่จะส่งแสงตรงไปยังน้ำตก แต่ละปีมุมและช่วงเวลาของแสงอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ดังนั้นผู้ที่ต้องการชมปรากฏการณ์นี้ควรตรวจสอบเวลาพระอาทิตย์ตกล่วงหน้า

2. สภาพอากาศที่ปลอดโปร่ง

การเกิดน้ำตกไฟยังขึ้นอยู่กับ สภาพอากาศ ที่ต้องใสสะอาด ปราศจากเมฆหมอกหรือฝนที่อาจขวางแสงจากดวงอาทิตย์ หากท้องฟ้ามีเมฆปกคลุมหรือมีหมอกในพื้นที่ ภาพที่เห็นจากน้ำตกจะไม่เป็นสีส้มแดง หรืออาจไม่เห็นน้ำตกไฟเลย

ดังนั้น การชมปรากฏการณ์นี้จึงเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนในแต่ละปี แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ควรจะเกิดปรากฏการณ์ แต่ถ้าสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย โอกาสที่จะได้เห็นน้ำตกไฟก็อาจลดลงไปอย่างมาก

3. น้ำที่ไหลลงจาก Horsetail Fall

ปริมาณน้ำในน้ำตก เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ น้ำตกนี้ เป็นน้ำตกตามฤดูกาล ซึ่งหมายความว่าจะมีน้ำไหลเฉพาะช่วงเวลาที่หิมะและน้ำแข็งละลายบนยอดเขาในฤดูหนาวหรือฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น หากปีไหนอุณหภูมิไม่เหมาะสม หรือหิมะละลายไม่มากพอ น้ำที่ไหลจากน้ำตกจะมีน้อยและอาจไม่เกิดภาพที่น่าตื่นตาเหมือนปีที่น้ำมีปริมาณมาก

ปรากฏการณ์น้ำตกไฟจะเกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลาที่มีปริมาณน้ำเพียงพอไหลลงมาตามน้ำตก การที่หิมะละลายจึงเป็นตัวกำหนดว่าปรากฏการณ์จะเกิดขึ้นหรือไม่ หากปริมาณหิมะไม่เพียงพอ น้ำตกก็อาจไม่ไหลหรือน้ำอาจไหลน้อยเกินไปจนไม่สามารถเห็นภาพน้ำตกไฟที่สมบูรณ์ได้

4. มุมมองที่ถูกต้อง

แม้ว่าคุณจะไปถึงอุทยานแห่งชาติโยเซมิตีในช่วงเวลาที่แสงอาทิตย์ตกในมุมที่ถูกต้อง มีน้ำไหล และท้องฟ้าปลอดโปร่ง แต่การหามุมที่เหมาะสมเพื่อชมปรากฏการณ์น้ำตกไฟก็ยังคงเป็นเรื่องสำคัญ สถานที่ชมวิวที่ดีที่สุดคือ บริเวณฝั่งตะวันออกของ El Capitan บริเวณ Northside Drive และ Southside Drive เป็นจุดชมวิวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวมักมาชุมนุมกันเพื่อชมและถ่ายภาพปรากฏการณ์นี้

การหามุมที่เหมาะสมในการชมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก Horsetail Fall อยู่บนหน้าผาสูง และแสงอาทิตย์จะสะท้อนน้ำตกในช่วงสั้น ๆ เท่านั้น ดังนั้นการไปถึงจุดชมวิวล่วงหน้าจะช่วยให้คุณสามารถหามุมที่ดีที่สุดได้โดยไม่มีสิ่งกีดขวาง

5. ช่วงเวลาที่เหมาะสมในแต่ละปี

แม้ว่าปรากฏการณ์น้ำตกไฟจะสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงฤดูหนาวถึงต้นฤดูใบไม้ผลิ แต่ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ มักเป็นช่วงเวลาที่เงื่อนไขธรรมชาติสมบูรณ์แบบที่สุดในการเกิดภาพน้ำตกไฟที่สวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 10-14 วันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกในมุมที่ดีที่สุด นักท่องเที่ยวที่ต้องการชมภาพนี้จึงมักเดินทางไปยังอุทยานโยเซมิตีในช่วงนี้ของปี

การที่เงื่อนไขทั้งสามนี้เกิดขึ้นพร้อมกันไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นปรากฏการณ์นี้จึงมีความเป็นเอกลักษณ์และเป็นที่ต้องการสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติอย่างแท้จริง



.
ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการชม Horsetail Fall

หากคุณต้องการเยี่ยมชมและชมปรากฏการณ์น้ำตกไฟ คุณควรไปในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากแสงอาทิตย์และสภาพอากาศในช่วงเวลานี้มีโอกาสมากที่สุดที่จะทำให้เห็นปรากฏการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีการรับประกันว่าน้ำตกไฟจะเกิดขึ้นทุกปี เพราะขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ น้ำที่ไหลลงมาตามน้ำตก และปัจจัยอื่นๆ

เวลาที่ดีที่สุดสำหรับการชมปรากฏการณ์นี้คือช่วงเย็น ประมาณเวลา 17.30 ถึง 18.30 น. ขึ้นอยู่กับวันที่และมุมของดวงอาทิตย์ ดังนั้นการตรวจสอบสภาพอากาศและตารางการขึ้นหรือตกของดวงอาทิตย์ล่วงหน้าจะช่วยให้คุณวางแผนการเดินทางได้ดีขึ้น
.

วิธีการเดินทางไปชม Horsetail Fall

ในการเยี่ยมชมคุณสามารถเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติโยเซมิตีได้โดยรถยนต์หรือบริการขนส่งสาธารณะ อุทยานมีเส้นทางที่หลากหลายสำหรับนักเดินป่าและจุดชมวิวที่ออกแบบมาให้คุณสามารถชมความงดงามของน้ำตกได้

จุดชมวิวยอดนิยมสำหรับการชมปรากฏการณ์น้ำตกไฟคือที่บริเวณ El Capitan Picnic Area และ Northside Drive โดยคุณควรมาถึงบริเวณจุดชมวิวล่วงหน้าเพื่อหาที่จอดรถและเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายภาพ
.

เคล็ดลับสำหรับการถ่ายภาพน้ำตกไฟ

หากคุณเป็นนักถ่ายภาพหรือผู้ที่สนใจจะเก็บภาพความมหัศจรรย์ของน้ำตกไฟ มีเคล็ดลับเล็กๆ ที่จะช่วยให้คุณได้ภาพที่ดีที่สุด:

1. ใช้ขาตั้งกล้อง: เนื่องจากการถ่ายภาพในช่วงเวลาที่แสงเริ่มหรี่ลง คุณควรใช้ขาตั้งกล้องเพื่อช่วยให้ภาพมีความคมชัด และลดการสั่นไหวของกล้อง
2. ตั้งค่ากล้องให้เหมาะสม: ใช้ค่า ISO ต่ำเพื่อให้ภาพมีความละเอียดสูงและไม่มีสัญญาณรบกวนมาก ตั้งค่าความเร็วชัตเตอร์ช้าเพื่อให้ได้ภาพน้ำตกที่ไหลลื่น และปรับค่ารูรับแสงให้เหมาะสมกับแสงที่มีในขณะนั้น
3. เตรียมตัวให้พร้อมล่วงหน้า: เนื่องจากปรากฏการณ์น้ำตกไฟมีช่วงเวลาสั้นๆ คุณควรหาที่ชมวิวและตั้งกล้องให้พร้อมก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตกลง


.

บทสรุป

Horsetail Fall เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หาชมได้ยาก และเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกเฝ้ารอในทุกปี การได้เห็นน้ำตกที่แปรเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชติช่วงเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืม หากคุณเป็นคนรักธรรมชาติและต้องการเห็นภาพนี้ด้วยตาของคุณเอง การวางแผนการเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติโยเซมิตีในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์จะทำให้คุณมีโอกาสสัมผัสกับความงดงามของปรากฏการณ์น้ำตกไฟที่น่าทึ่ง
.

.

ที่มา : Horsetail Fall น้ำตกที่เปลี่ยนเป็นเปลวไฟในอุทยานโยเซมิตี
https://www.patourlogy.com/horsetail-fall-the-waterfall-turns-into-flames/

.




70
Yosemite Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในอุทยานโยเซมิตี, สหรัฐอเมริกา


..
น้ำตกที่สูงที่สุดในสหรัฐอเมริกา
..

Yosemite Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในอุทยานโยเซมิตี, สหรัฐอเมริกา
..


FollowMe : Yosemite Fall น้ำตกที่สูงที่สุด !!
เป็นอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemite National Park) สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ใครชอบเที่ยวแนวธรรมชาติต้องมาสักครั้ง! ... ที่เด่นๆคือน้ำตกโยเซมิตี (Yosemite Falls) เป็นน้ำตกที่สวยเห็นโดดเด่นแต่ไกล เป็นน้ำตกที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเหนือ
.
.
น้ำตกที่สูงที่สุดในสหรัฐอเมริกาคือ น้ำตกโยเซมิตี (Yosemite Falls) ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี รัฐแคลิฟอร์เนีย
มีความสูงรวมถึง 739 เมตร (ประมาณ 2,425 ฟุต) เป็นน้ำตกแบบ 3 ชั้นที่สวยงามและโด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกาเหนือ
โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชมคือฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน-มิถุนายน) ที่มีหิมะละลาย
.

ข้อมูลที่น่าสนใจของน้ำตกโยเซมิตี (Yosemite Falls):

ความสูง: 739 เมตร (2,425 ฟุต)
ที่ตั้ง: อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemite National Park), รัฐแคลิฟอร์เนีย
ลักษณะ: แบ่งเป็น 3 ชั้น (Upper Yosemite Fall, Middle Cascades, และ Lower Yosemite Fall)
ช่วงเวลาแนะนำ: ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกรกฎาคม โดยเฉพาะเดือนพฤษภาคมจะมีปริมาณน้ำมากที่สุด

น้ำตกแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของอุทยานแห่งชาติโยเซมิตีและเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาชมความอลังการของธรรมชาติในสหรัฐอเมริกา

.

ที่มา : Yosemite Falls น้ำตกที่สูงที่สุดในอุทยานโยเซมิตี, สหรัฐอเมริกา
https://www.facebook.com/followmetv34
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=383098925923741&id=304203760479925&set=a.304636090436692

.





Pages: 1 ... 5 6 [7] 8 9 10
SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.06 seconds with 12 queries.