Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
07 March 2026, 19:26:40

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
29,262 Posts in 14,502 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  Recent Posts

Recent Posts

Pages: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
51
หลวงพ่อทองคำวัดไตรมิตร พระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก


หลวงพ่อทองคำวัดไตรมิตร พระพุทธรูปทองคำที่ใหญ่ที่สุดในโลก

#หลวงพ่อทองคำ  #วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร  #พระพุทธรูปทองคำ

ใครจะรู้ว่า พระอิฐพระปูน ที่ประดิษฐานอยู่หลายร้อยปี วันหนึ่งจะเป็นพระพุทธรูปทองคำล้ำค่า!!

15 ตุลาคม 2565 (10:16)
โพสท์โดย อับดุลเลาะห์



"ใครจะรู้ว่า พระอิฐพระปูน ที่ประดิษฐานอยู่หลายร้อยปี วันหนึ่งจะเป็นพระพุทธรูปทองคำล้ำค่า”
"พระพุทธรูปที่เห็นในภาพเป็นพระพุทธรูปทองคำวัดไตรมิตร



สมัยที่ยังประดิษฐานอยู่ในวิหารวัดพระยาไกร(อิสต์เอเชียทุกวันนี้) ซึ่งในภาพฝรั่งใช้เป็นห้องทำงาน
โดยไม่ได้ให้ความสนใจกับพระอิฐพระปูนองค์นี้เลย" พระพุทธรูปที่สร้างจากวัตถุมีค่า เช่นทองคำ ก็จะเอาปูนโบกปิดซ่อนไว้ให้ดูเป็นของไม่มีราคา แต่ก็มีค่าทางจิตใจเหมือนเดิม แต่เมื่อคนที่ซ่อนไว้ตายไปไม่มีใครรู้เห็น พระพุทธรูปที่ถูกซ่อนจึงเป็นความลับอยู่ตลอด จนกว่าจะถูกพบโดยบังเอิญ ซึ่งก็มีการพบแล้วหลายองค์



พระพุทธรูปที่ถูกซ่อนไว้และถูกค้นพบเป็นข่าวเกรียวกราวที่สุดในยุคนี้ คงไม่มีองค์ไหนที่สร้างความตื่นเต้นได้เท่า พระพุทธรูปทองคำวัดไตรมิตร ซึ่งพบเมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๘ พระพุทธรูปทองคำวัดไตรมิตรเป็นองค์ใหญ่ที่สุด หนักถึง ๕ ตัน และเป็นทองคำบริสุทธิ์ที่สุด จนกินเนสบุ๊คต้องบันทึก

ตามประวัติที่สำนักนายกรัฐมนตรีพิมพ์แจกในงานทอดกฐินพระราชทาน ณ วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๑๔ กล่าวไว้ว่า

“เดิมพระพุทธรูปทององค์นี้ ประดิษฐานอยู่ที่พระวิหารหลวง วัดมหาธาตุ กรุงสุโขทัย แต่แล้วหายสาบสูญไปเพราะมีผู้เอาปูนปั้นหุ้มไว้ ต้นเหตุของการเอาปูนหุ้มสันนิษฐานได้ ๓ ประการ ประการที่ ๑ หุ้มตั้งแต่สมเด็จพระบรมราชาธิราช (ขุนหลวงพะงั่ว) เสด็จขึ้นไปตีอาณาจักรสุโขทัย ชาวสุโขทัยกลัวจะอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำลงมา จึงปั้นปูนหุ้มไว้ ประการที่ ๒ หุ้มเพราะครั้งนั้นข้าศึกจะมาทำลายหรือเอาไฟสำรอกเอาทองออก ครั้งกรุงศรีอยุธยาแตกเมื่อพุทธศักราช ๒๓๑๐ เพราะครั้งนั้นข้าศึกได้เอาไฟเที่ยวสุมสำรอกเอาทองคำเสียอเนกอนันต์ เช่นพระพุทธศรีสรรเพชญ์ ก็ถูกข้าศึกเอาไฟสุมละลายลงมาทั้งองค์ ประการที่ ๓ ขุนนางผู้ใหญ่คนใดคนหนึ่งคงจะขึ้นไปพบเห็นเข้า เมื่อปรากฏว่ามีพระพุทธลักษณะงดงามมาก ก็ใคร่จะอัญเชิญมาประทับประดิษฐานที่วัดแห่งสกุลของตน หรือครั้งนั้นอาจไม่ทราบว่าเป็นพระพุทธรูปทองก็ได้ เพราะเอาปูนปั้นหุ้มไว้หนามาก แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏหลักฐานว่า เท่าที่อยู่วัดโชตินาราม (วัดพระยาไกรฯ)นั้น คงมาเมื่อรัชกาลที่ ๓ นี่เอง”



วัดโชตินาราม เป็นวัดที่พระยาไกรโกษา (บุญมา) กรมพระคลังวังหน้า ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว สร้างมาตั้งแต่ยังเป็นพระยาโชฎึกราชเศรษฐีในรัชกาลที่ ๓ แต่พอสมัยรัชกาลที่ ๕ ย่านบางคอแหลมริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นทำเลที่บริษัทฝรั่งเข้ามาเช่าทำท่าเรือกันมาก วัดพระยาไกรก็เลยถูกบุกรุกแคบลงทุกทีจนกลายเป็นวัดร้าง บริษัทอิสเอเชียติก จำกัดได้ขอเช่าเป็นที่ทำการของบริษัท เมื่อได้รับอนุญาตแล้วก็ได้รื้อถอนเสนาสนะสงฆ์ที่หักพังจนหมดสิ้น เหลือเพียงพระอุโบสถที่มีพระพุทธรูปปูนปั้นและพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่เท่ากันเพียง ๒ องค์ ซึ่งยากต่อการขนย้าย ส่วนพระขนาดย่อมถูกอัญเชิญไปไว้ตามวัดต่างๆหมดแล้ว ในปี ๒๔๗๘ ทางคณะสงฆ์จึงมีเถระบัญชาให้วัดไตรมิตรวิทยาราม กับวัดไผ่เงินโชตนาราม ไปอัญเชิญพระพุทธรูป ๒ องค์นี้ไปเก็บรักษาไว้ ทางวัดไผ่เงินโชตนารามไปก่อน จึงเชิญพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ซึ่งอยู่ด้านหน้าไป วัดไตรมิตรจึงอัญเชิญพระพุทธรูปปูนปั้นที่เหลืออยู่มา

ความใหญ่โตขององค์พระเมื่ออัญเชิญขึ้นประทับบนรถบรรทุกที่บริษัทอิสเอเชียติกส่งมาช่วยขนย้ายนั้น ปรากฏว่าองค์พระยิ่งสูงขึ้นไปมาก ต้องคอยเอาไม้ค้ำสายไฟ สายโทรศัพท์ และสายไฟรถรางให้พ้นพระเกตุมาลามาตลอดทางจนถึงวัดไตรมิตร ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำ ส่วนโบสถ์วิหารของวัดไตรมิตรก็เก่าเต็มทนใกล้พังเต็มที บริเวณวัดมีสภาพเป็นที่ลุ่ม มีสระคูคลอง น้ำท่วมขังเกือบทั่วบริเวณวัด ยังหาที่เหมาะสมให้ไม่ได้ จึงสร้างแค่เพิงสังกะสีกันแดดกันฝนให้อยู่ข้างพระเจดีย์หน้าโบสถ์ไปก่อน แล้วบอกกล่าวทั่วไปว่าใครอยากได้ก็จะยกให้ มีหลายวัดต้องการนำไปเป็นพระประธาน แต่ก็ขาดแคลนพาหนะที่จะขนไปได้ บางรายก็ติดขัดที่เส้นทางรถเข้าไม่ถึง จนรายสุดท้ายขอไปเป็นพระประธานที่วัดบ้านบึงบวรสถิตย์ ชลบุรี แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ ว่าไม่งามสมกับที่จะเป็นพระประธาน

จนในปี ๒๔๙๘ มีการเตรียมงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษในปี ๒๕๐๐ วัดไตรมิตรเกิดความสงสารพระพุทธรูปที่ไม่มีใครเหลียวแล จึงสร้างวิหารให้เป็นที่ประดิษฐาน แต่ขณะขนย้ายเข้าวิหารในวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๙๘ เชือกที่สอดใต้องค์พระขึ้นเกี่ยวกับกว้านยก ทานน้ำหนักไม่ได้เกิดขาด ทำให้องค์พระหล่นลงกระแทกพื้นคอนกรีต ปูนที่พอกกะเทาะออก เห็นเนื้อในเป็นทองคำสุกปลั่ง จึงจัดการกะเทาะออกทั้งองค์ พบว่าไม่มีรอยบุบสลาย แต่ก็เก็บเป็นความลับไว้ จนมาเป็นข่าวเกรียวกราวในปลายปี ๒๔๙๙

พระพุทธรูปองค์นี้หน้าตักกว้าง ๓.๑๐ เมตร สูงจากฐานถึงยอดพระเกตุมาลา ๓.๙๔ เมตร ถอดออกได้เป็น ๙ ชิ้น มีความบริสุทธิ์ของเนื้อทองจากฐานขององค์พระ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่อยขึ้นไปถึงพระพักตร์มีความบริสุทธิ์ของทอง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนยอดเป็นทองคำเนื้อแท้ ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ และมีน้ำหนักเฉพาะส่วนยอดนี้ ๔๕ กิโลกรัม

ใน พ.ศ.๒๕๓๓ กินเนสบุ๊คได้บันทึกไว้ว่า พระพุทธรูปทองคำวัดไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปทองคำใหญ่ที่สุดในโลก และตีราคาไว้ ๒๘.๕ ล้านปอนด์ เมื่อเทียบกับราคาทองคำในปัจจุบันคงต้องเปลี่ยนตัวเลขนี้อีกมาก

ใน พ.ศ.๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานนามพระพุทธรูปทองคำของวัดไตรมิตรนี้ มีนามทางราชการว่า “พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร” เพื่อเป็นสรรพสิริสวัสดิ์พิพัฒน์มงคลสืบไป

ใน พ.ศ. ๒๕๔๙ วัดไตรมิตรวิทยารามเห็นว่าวิหารหลังเก่าของหลวงพ่อทองคำซึ่งสร้างมาแต่ พ.ศ.๒๔๙๘ อยู่ในสภาพทรุดโทรมและคับแคบ ไม่สะดวกแก่การรับนักท่องเที่ยวหลายชาติหลายศาสนาที่มาชม และเป็นโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชครบ ๖๐ ปี และเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษาใน พ.ศ. ๒๕๕๐ จึงได้จัดโครงการสร้างมหามณฑปหลังใหญ่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร โดยมีประชาคมนักธุรกิจเขตสัมพันธวงศ์ ชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนร่วมสมทบ มีงบประมาณการก่อสร้าง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลตั้งงบประมาณสนับสนุน ๒๕๐ ล้านบาท เริ่มลงมือก่อสร้างมาตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๔๙ เป็นอาคารหินอ่อนทรงไทย ๓ ชั้น ปิดทองในส่วนที่เป็นลวดลาย และเนื่องจากมีพื้นที่ก่อสร้างแคบ จึงเป็นอาคารทรงสูง ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับศาสนสถานอื่นๆ ชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อทองคำ อีก ๒ ชั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ชุมชนบอกเล่าความเป็นมาของย่านเยาวราช

ยังมีอีกหลายวัดที่พบพระพุทธรูปทองคำแบบนี้ ทั้งเปิดเผยและไม่ยอมเปิดเผย เชื่อกันว่ายังมีพระพุทธรูปทองคำถูกซุกซ่อนอยู่ในรูปแบบนี้อีกโดยยังไม่มีใครรู้ความลับ #ล้ำสมัยผัดไทยบางขนุน นนทบุรี ขอบคุณค่ะ

โพสท์โดย: พระบิดา
อ้างอิงจาก: Google และวิกิพีเดีย

.

ที่มา : ใครจะรู้ว่า พระอิฐพระปูน ที่ประดิษฐานอยู่หลายร้อยปี วันหนึ่งจะเป็นพระพุทธรูปทองคำล้ำค่า!!
https://board.postjung.com/1428448
.




52
กษัตริย์จิกมี-พระราชินีเจตซุน แห่งภูฏาน เสด็จฯ มาทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”


กษัตริย์จิกมี-พระราชินีเจตซุน แห่งภูฏาน เสด็จฯ มาทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”







สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก มาทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะหน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย ถวายความอาลัย

อีกทั้งทรงมีกำหนดจะทรงเข้าร่วมพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในช่วงค่ำของวันนี้

















“ในหลวง-พระราชินี” พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ “พระพันปีหลวง” วันที่ 4...

วันนี้ (29 ตุลาคม 2568) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เป็นคืนที่ 4 โอกาสนี้พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จในการนี้ด้วย

เมื่อเวลา 19.21 น. วันที่ 29 ต.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และเจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย

ในโอกาสนี้ท่านผู้หญิงพลอยไพลิน เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง





















สมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง...

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2568 เวลา 10.00 น. สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก มาทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะหน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย และพระนามาภิไธย ถวายความอาลัย

อีกทั้งทรงมีกำหนดจะทรงเข้าร่วมพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในช่วงค่ำของวันนี้

ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ทรงมีความผูกพันแนบแน่นกับพระราชวงศ์ไทย ทรงเคารพรักและเทิดทูนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นอย่างยิ่ง

ขณะเดียวกันปวงชนชาวไทยต่างเคารพรักสมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เช่นกัน และรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่เสด็จพระราชดำเนินมาถวายความอาลัยในครั้งนี้

.
สมาชิกหมายเลข 4962221
29 ตุลาคม 2568 เวลา 23:42 น.
.

........................

ความคิดเห็นที่ 1









.
สมาชิกหมายเลข 4962221
29 ตุลาคม 2568 เวลา 23:43 น.
.

........................

ความคิดเห็นที่ 2



น้ำพระทัยพระราชวงศ์ภูฏาน
เสด็จฯ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพ ร.๙
และสมเด็จพระพันปีหลวง

เมื่อ ๙ ปีที่แล้ว ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๙
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
แห่งราชอาณาจักรภูฎาน เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย
สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก ทรงวางพวงมาลา
ถวายราชสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙
ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๘ เสด็จฯ อีกครั้งในพระราชพิธี
พระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

.
สมาชิกหมายเลข 4962221
29 ตุลาคม 2568 เวลา 23:47 น.
.

........................

ความคิดเห็นที่ 3



ผ้าคาตะ คือผ้าคล้องคอของชาวภูฏานและทิเบต
เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ นิยมใช้มอบให้กัน
ในโอกาสสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการต้อนรับ การแสดง
ความเคารพ การขอพร หรือการอวยพรให้โชคดี

และนำมาใช้ในพิธีต่างๆ เช่น พิธีแต่งงาน พิธีศพ
หรือมอบให้ผู้ใหญ่เพื่อแสดงความนอบน้อม
และความเป็นมิตร

มีหลายสี แต่นิยมใช้สีขาว เพราะสีขาวสื่อถึง
ความบริสุทธิ์ ความจริงใจ และมิตรภาพ
และมักจะมีสัญลักษณ์มงคล ๘ อย่างอยู่บนผ้าด้วย

๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๑๐ น.
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนิน
พร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา นัมเกล วังชุก

ทรงวางพวงมาลาส่วนพระองค์ และถวายราชสักการะ
พระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

.
สมาชิกหมายเลข 4962221
29 ตุลาคม 2568 เวลา 23:47 น.
.

.......................

ความคิดเห็นที่ 4

รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของกษัตริย์และพระราชินีแห่งภูฏาน ที่เสด็จฯ มาถวายความอาลัย แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองราชวงศ์

.
สมาชิกหมายเลข 1961706
30 ตุลาคม 2568 เวลา 00:06 น.
.

.......................

ความคิดเห็นที่ 5

ตอนท่านอยู่ภูฏานก็จุดตะเกียงเนยพันดวงเพื่อไว้อาลัยด้วย

.
zodiac28
30 ตุลาคม 2568 เวลา 03:26 น.
.

........................

ความคิดเห็นที่ 6

สมเด็จพระราชาธิบดี ทรงผูกพันกับพระชนกาธิเบศรฯ กับพระพันปีหลวงมากทีเดียว ทรงดำเนินรอยตามแนวพระราชดำริของทั้งสองพระองค์ในหลายเรื่อง เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จสวรรคต สมเด็จพระราชาธิบดีคงเสียพระทัยมาก เห็นแล้วซาบซึ้งครับ

.
มาวิน
30 ตุลาคม 2568 เวลา 06:21 น.
.

........................

ความคิดเห็นที่ 8

กษัตริย์จิกมี-พระราชินีเจตซุน แห่งภูฏาน
ทรงเป็นพระสหายที่แท้จริง ที่ให้ความสำคัญกับประเทศไทยมากๆ

.
ไตรตรา 
30 ตุลาคม 2568 เวลา 12:43 น.
.

.....

ที่มา : กษัตริย์จิกมี-พระราชินีเจตซุน แห่งภูฏาน เสด็จฯ มาทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”
https://pantip.com/topic/43813100




53
ที่มาของพระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เบื้องหน้าพระโกศทองใหญ่ ในพระราชพิธีพระบรมศพ


ที่มาของพระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เบื้องหน้าพระโกศทองใหญ่ ในพระราชพิธีพระบรมศพ



พระบรมฉายาลักษณ์คู่ ซึ่งฉายในงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง





พระบรมฉายาลักษณ์คู่ ซึ่งฉายในงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง



พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งฉายในงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๑ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง





พระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งฉายในงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง



พระบรมฉายาลักษณ์หมู่ ซึ่งฉายในงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง



พระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประดิษฐานในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท



พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หน้าพระโกศพระบรมศพ ซึ่งประดิษฐานในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท



พระโกศทองใหญ่ทรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประดิษฐานในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท



พระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หน้าพระโกศพระบรมศพ ซึ่งประดิษฐานในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท



พระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หน้าพระโกศพระบรมศพ ซึ่งประดิษฐานในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

.

.

พระบรมฉายาลักษณ์คู่ ซึ่งฉายในงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง

ในหลวง ร.๑๐ ทรงเลือกภาพที่ในหลวง ร.๙
และพระพันปีหลวงในวาระที่ทรงใช้เวลาร่วมกัน
แสดงถึงความใส่ใจในรายละเอียดเป็นอย่างยิ่ง

พระบรมฉายาลักษณ์ชุดดังกล่าวทรงฉาย
เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๕ ณ พระที่นั่งภัทรบิฐ
ภายในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง

และขณะนั้น สมเด็จพระพันปีหลวง
มีพระชนมพรรษา ๖๐ พรรษา

โดยมีการปรับแต่งหรือ ไดคัท เฉพาะพระฉายาลักษณ์
ของสมเด็จพระพันปีหลวง เพื่อใช้ประดิษฐาน
เบื้องหน้าพระโกศทองใหญ่ในพระราชพิธีพระบรมศพ

พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ฉายในงานพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา  วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง

เผยแพร่เป็นวิทยาทานโดย #พิกุลบรรณศาลา

.
สมาชิกหมายเลข 4962221
27 ตุลาคม 2568 เวลา 23:50 น.
.

........................

ความคิดเห็นที่ 1





พระบรมฉายาลักษณ์เมื่อ ๓๘ ปีที่แล้ว

ทรงฉายเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐
ภายหลังเสร็จสิ้นการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
ทักษิณานุปทานเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล
เฉลิมพระชนมพรรษา รัชกาลที่ ๙ ครบ ๕ รอบ (๖๐ พรรษา)

.
สมาชิกหมายเลข 4962221
28 ตุลาคม 2568 เวลา 00:46 น.
.

.....

ที่มา : ที่มาของพระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” เบื้องหน้าพระโกศทองใหญ่ ในพระราชพิธีพระบรมศพ
https://pantip.com/topic/43808827

.



54
10 เรื่องเล่าสุดน่ารักเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ของในหลวงรัชกาลที่ 10


10 เรื่องเล่าสุดน่ารักเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ของในหลวงรัชกาลที่ 10





10 เรื่องเล่าสุดน่ารักเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ของในหลวงรัชกาลที่ 10

ร่วมรำลึก 10 เรื่องราวสุดประทับใจเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ของในหลวง รัชกาลที่ 10  ที่แสดงให้เห็นถึงพระราชจริยวัตรอันงดงามและพระอุปนิสัยที่น่ารักมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์
.



ผู้ชาย :

เช้าวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม 2495 วิทยุกระจายเสียงแจ้งข่าวการประสูติของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี (พระราชอิสริยยศขณะนั้น) ทำให้ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศต่างตั้งตารอคอย ณ เวลานั้น สมเด็จพระบรมราชินีขณะทรงพระครรภ์ ทรงมีพระสิริโฉมงดงามยิ่ง จึงมีการคาดเดาจากพสกนิกรว่าทารกในพระครรภ์ น่าจะเป็นองค์หญิงตามความเชื่อโบราณ แต่แล้วเมื่อเวลา 17.45 น. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงให้ประสูติทารกน้อยเพศชาย ด้วยความตื่นเต้นของหมอทำคลอดจึงกล่าวออกมาว่า “ผู้ชาย” แทนคำว่า “พระราชโอรส” นั่นเอง
.




ครั้งแรกที่คนไทยได้ยินเสียง :

วันที่ 15 กันยายน 2495 เป็นวันสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือพิธีการรับขวัญให้กับพระราชโอรส/พระราชธิดาที่ประสูติใหม่ตามโบราณราชประเพณี ซึ่งมีการปรับให้เข้ากับยุคสมัย โดยการถ่ายทอดผ่านวิทยุกระจายเสียงให้ประชาชนได้ทราบทุกช่วงระยะ ขณะประกอบพิธีอยู่นั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกันแสง (ร้องไห้) ดังไปทั่วทั้งพิธี  เล่ากันว่าพระสุรเสียงดังกังวานมาก จนเข้าไปในเสียงการถ่ายทอดวิทยุด้วย นับเป็นครั้งแรกที่พระองค์แสดงตัวต่อประชาชน (ด้วยเสียง) ก็ว่าได้
.




ผู้ไม่มีชื่อเล่น  :

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงไม่มีพระนามลำลอง เหมือนพี่น้องคนอื่นๆ เนื่องจากทรงเป็นพระราชโอรส เพียงพระองค์เดียว จึงใช้คำว่า “ชาย” เป็นทั้งคำเรียกและคำแทนพระองค์ กับพระราชบิดา พระราชชนนี และพระญาติที่สนิทใกล้ชิด
.




นักเรียนชายหมายเลข 9 ผู้ไม่ยอมเขียนชื่อ :

วันที่ 10 มกราคม 2499 เป็นวันแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าเรียนชั้นอนุบาล ณ โรงเรียนจิตรลดา และมีเลขประจำพระองค์หมายเลข 9 ขณะนั้นทรงโปรดของเล่นแบบงานแกะสลักหรืองานปั้น เมื่อปั้นเสร็จแล้วจะลงชื่อว่า “วก.” และบางครั้งในกระดาษข้อสอบก็มักจะไม่ลงพระนาม แต่จะลงชื่อแค่ว่า “วก.” เท่านั้น เนื่องจากทรงมีพระนามที่ยาว จึงไม่โปรดที่จะเขียนพระนามจริงของพระองค์
.




ทรงเป็นยักษ์ทศกัณฐ์ :

เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ผู้ถวายงานใกล้ชิดต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพระองค์ทรงโปรดการทำกิจกรรมมากกว่าการเรียน ทรงโปรดนาฏศิลป์ กีฬาและเครื่องยนต์กลไก ขนาดในหลวงรัชกาลที่ 9 ยังเคยตรัสว่า "ลูกชายไม่ค่อยชอบการเรียนนัก แต่ก็พยายามได้ดี" ครั้งหนึ่งในงานเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขึ้นแสดงโขนออกโรง ให้ประชาชนได้ชมเป็นครั้งแรก หลังการแสดงเสร็จสิ้น ทรงถอดหัวเครื่องออก ผู้ชมถึงได้รู้ว่า ทศกัณฐ์ที่มีท่าทีขึงขังสวยงามนั้น คือ ทูลกระหม่อมฟ้าชายนี่เอง (พระราชอิสริยยศขณะนั้น)
.




สมาคมผีดิบ :

เนื่องด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียว แต่พระองค์ก็ทรงรักและกลัวพี่สาวมาก (ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ) เพราะพี่สาวเก่งและเจ้าระเบียบ อีกทั้งพระองค์ยังมีนิสัยชอบแหย่น้องสาวทั้งสอง (กรมสมเด็จพระเทพฯ และ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ) จนถูกพระราชบิดา พระราชมารดา และพี่สาว ทรงเอ็ดอยู่บ่อยครั้ง ประกอบกับทรงมีนิสัยอันชาญฉลาด ช่างเจรจา มีความคิดเป็นของตนเอง จึงทรงแสดงความเป็นผู้ชาย โดยการก่อตั้ง “สมาคมผีดิบ” ขึ้น เพื่อต่อต้าน แต่ก็ถูกเบรกไว้ เพราะคำสอนของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่ทรงสอนให้รู้จักการวางกิริยาและให้เกียรติผู้หญิง
.




ความอ่อนหวานกับผู้เป็นแม่ :

จากคำบอกเล่าของพระพี่เลี้ยงถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่าว่า พระองค์ที่ปกติจะร่าเริง ขึงขัง และชอบแหย่น้องสาว แต่จะมีพระนิสัยอ่อนหวานเป็นพิเศษกับสมเด็จพระบรมราชชนนี (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ) เวลาเข้าเฝ้าฯ มักกราบทูลด้วยวาจาที่อ่อนหวานเสมอว่า “ชายตามกลิ่นน้ำอบแม่ได้เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ไหน” พร้อมทั้งทรงจูบพระหัตถ์อย่างนุ่มนวล
.




ค่าย 4 ชาย :

เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปทรงพักผ่อน ที่พระราชวังไกลกังวล ครั้งหนึ่งทรงเห็นศูนย์ฝึกค่ายธนะรัชต์ มีงานออกร้าน สร้างร้านเป็นรูปแบบค่าย จึงทรงทูลขอสมเด็จพระบรมราชชนนี (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ) สร้างค่ายในสนามที่วังสวนจิตรลดา มีการสมมุติจุดเพลิงเผาค่าย และทรงทำการดับเพลิงอย่างขมักเขม้นกับกรมวัง 1 คน และอีก 2 คน จึงกลายเป็นที่มาของ “ค่ายสี่ชาย” นั่นเอง
.




เสด็จฯ ออกงานเองครั้งแรก :

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2505 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พิธีเปิดป้ายสมาคมราชกุมารแพทย์ ณ โรงพยาบาลเด็ก แม้ขณะนั้นจะทรงมีพระชนมายุ เพียง 12 พรรษา และเป็นการเสด็จฯ โดยพระองค์เดียวเป็นครั้งแรก แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงงามสง่าด้วยกิริยา ท่าทางที่สำรวม ประกอบพระราชพิธีได้ดังผู้ใหญ่ และทรงมีพระราชดำรัสโต้ตอบ โดยไม่มีท่าทีประหม่าแม้แต่น้อย นำมาซึ่งความภาคภูมิใจต่อผู้ร่วมงานอย่างยิ่ง
.




ทรงลาชาวไทยไปศึกษา ณ ต่างประเทศ :

“วันที่ 7 มกราคมนี้ ข้าพเจ้าจะจากพระนครไปประเทศอังกฤษแล้ว จึงขอถือโอกาสนี้ กล่าวคำลา ท่านทั้งหลายโดยทั่วกัน ข้าพเจ้ามีใจผูกพันอยู่กับประเทศชาติ และกับท่านทั้งหลายมาก เพราะข้าพเจ้าเป็นพลเมืองไทยคนหนึ่ง และท่านทั้งหลายต่างได้แสดงน้ำใจไมตรีต่อข้าพเจ้าตลอดมา ข้าพเจ้าจึงตระหนักว่า ในกาลข้างหน้า ข้าพเจ้าจะมีหน้าที่และจะต้องทำงานให้เป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองและประชาชนให้จงได้ โอกาสที่ข้าพเจ้าจะออกไปศึกษา ณ ต่างประเทศนี้ ข้าพเจ้าจึงตั้งใจไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะพยายามศึกษาเล่าเรียนโดยเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้เกิดความรู้และสติปัญญา นำมาใช้ในการทำนุบำรุงประเทศชาติ ให้เจริญก้าวหน้าและรุ่งเรืองไพบูลย์ยิ่งขึ้นไป ข้าพเจ้าขอกล่าวอำลาท่านอีกครั้งหนึ่ง ขอท่านทั้งหลายได้เอาใจช่วยข้าพเจ้าให้เกิดกำลังใจที่จะเล่าเรียนได้สำเร็จสมความตั้งใจโดยตลอดด้วย” ...

พระราชดำรัสเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ต้องบอกลาประชาชนเพื่อไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ เมื่อปีพ.ศ. 2509

..

#ในหลวง #รัชกาลที่10 #ทรงพระเจริญ #เรื่องเล่าในวัยเยาว์ #TV5HD #TV5HDONLINE

.

ที่มา facebook: TV5HD Online



.
.
สมาชิกหมายเลข 4962221
10 มกราคม เวลา 23:53 น.
.
.

ที่มา : 10 เรื่องเล่าสุดน่ารักเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ของในหลวงรัชกาลที่ 10
https://pantip.com/topic/43937266

.




55

Princess Galayani





















.

.


King & Queen




















1




.

.


สมเด็จพระเทพฯ Princess Maha Chakri Sirindhorn































.

.




56

จดหมาย ร.8 และ ร.9 ชมไปรษณียบัตรลายพระราชหัตถ์ของในหลวง รัชกาลที่ 8 และรัชกาลที่ 9
ถึงสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จย่าของพระองค์















รัชกาลที่8และรัชกาลที่ 9ขณะทรงพระเยาว์













.

พระบรมฉายาลักษณ์
๑. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕
๒. พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖
๓. พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗
๔. พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ ๘
๕. พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙
๖. พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ์ฯ



..




57
รวมภาพพระราชวงศ์ไทย รัชกาลที่ 8 - รัชกาลที่ 9


ภาพครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือน สหรัฐอเมริกา แคนาดา และอังกฤษ เมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๐ สมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา เสด็จมาส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สนามบิน Heathrow กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ภาพที่เรามักจะเข้าใจกันคลาดเคลื่อน คือภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอำลาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอก่อนเสด็จขึ้นเครื่องบินพระที่นั่ง เพื่อเสด็จนิวัติกรุงเทพมหานคร .......................ท ร ง พ ร ะ เ จ ริ ญ ยิ่ ง ยื น น า น

.





.

.




58

.....

ความคิดเห็นที่ 51

ราชินีเป็นตัวอย่างของผู้หญิงที่เป็นศรีภรรยา อย่างที่สาวๆสมัยนี้ควรดูไว้เป็นแบบอย่าง
ท่านแต่งงานตั้งแต่อายุน้อยมาก เรียกได้ว่า ยังไม่พ้นจากวัยรุ่นดี ก็ต้องรับภาระของการเป็นภรรยา
มิหนำซ้ำยังต้องแบกรับราชินีของประเทศอีกด้วย

แต่ทุกรูปทุกภาพที่เห็น นอกจากท่านทรงออกปฏิบัติภารกิจที่ยากลำบากในถิ่นกันดารร่วมพระสวามี
ท่านยังคงดูแลปรนนิบัตในหลวงอยู่ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน
และที่สำคัญ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และแววตาที่เปี่ยมด้วยความรักตลอดเวลา

แล้วดูสิว่าสิ่งที่ท่านได้รับกลับมาคืออะไร
สีหน้าที่เปี่ยมด้วยความสุขและแววตารักใคร่จากพระสวามีของท่าน เวลากว่าหกสิบปีนั้น ไม่เปลี่ยนไปเลย

.
Oscar Wyne
21 ตุลาคม 2559 เวลา 18:34 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 59
(ภาพขวามือเป็นภาพที่เรามักเข้าใจกันคลาดเคลื่อน ว่าเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ แต่จริง ๆ เป็นสมเด็จพระพี่นางฯ)

https://www.pinterest.com/pin/296252481717342773/
ภาพครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือน สหรัฐอเมริกา แคนาดา และอังกฤษ เมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๐ สมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา เสด็จมาส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สนามบิน Heathrow กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ภาพที่เรามักจะเข้าใจกันคลาดเคลื่อน คือภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอำลาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอก่อนเสด็จขึ้นเครื่องบินพระที่นั่ง เพื่อเสด็จนิวัติกรุงเทพมหานคร .......................ท ร ง พ ร ะ เ จ ริ ญ ยิ่ ง ยื น น า น





.
Flair 
22 ตุลาคม 2559 เวลา 00:38 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 60

มาอ่านเรื่องที่พระราชินีทรงเล่าว่า "สงสารในหลวงจนไม่กล้ามองพระพักตร์" หลังถูกชาวออสเตรเลียโห่

คนไทยต้องภูมิใจให้มากๆที่เรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีความฉลาดทางอารมณ์สูงมาก มีความอดทนอดกลั้นอย่างที่สุด และรักษาศักดิ์ศรีความเป็นชาติไทยเต็มเปี่ยม





.
ผึ้งน้อยพเนจร
22 ตุลาคม 2559 เวลา 03:40 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 65

เราไม่เคยเข้าใจว่ารักนั้นคืออะไร เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยรักใครได้อย่างสุดใจจริงๆ
ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้ที่เอาเนื้อหาและภาพมาลง
ทำให้เราได้เข้าใจ คำว่ารักแท้ รักที่ร่วมทุกข์ร่วมสุข รักที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร
เมื่อก่อนเข้าใจผ่านๆ ไม่ได้อยู่ในห้วงสำนึกเท่าไหร่
พอมาเจอรักที่เป็นของจริงจากกระทู้นี้ ที่เค้าบอกว่ารักเป็นสิ่งที่มีค่า เราเพิ่งเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งก็วันนี้
ขอบคุณที่ได้เปิดทัศนคติให้เรา
เราขอเก็บไว้เป็นประทู้โปรดนะคะ เวลาเจออะไรท้อแท้ เปิดมามองกระทู้นี้ แล้วเหมือนมีพลังขึ้น

เราไม่รู้ทำไมเราอ่านไปร้องไห้ไป มันซึ้งมันมีความสุข มันเศร้าด้วยที่ในหลวงไม่อยู่ มันหน่วง มีสารพัดความรู้สึก
แต่ในหลวงจะอยู่ในใจของลูกตลอดไป

.
patek_philippe
22 ตุลาคม 2559 เวลา 21:03 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 68





































.
สมาชิกหมายเลข 1282426
23 ตุลาคม 2559 เวลา 12:22 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 73

เป็นกระทู้ที่อ่านแล้วอบอุ่นมากๆค่ะ แอบน้ำตาไหลเลย การที่จะมีคู่ชีวิตดีๆสักคน. จับมือฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันในทุกๆเรื่อง จนแก่เฒ่า มองเผินๆมันก็เปนเรื่องธรรมดาที่ยิ่งใหญ่มากก

ชอบรูปที่จับมือกัน .. มันอบอุ่น อุ่นใจ ปลอดภัย สบายใจ มันให้ความรู้สึกหลากหลายมาก แค่ดูแล้วยังมีความสุขเลยค่ะ

พระองค์ท่านเป็นต้นแบบ เป็นแบบอย่างได้ทุกเรื่องจริงๆ แม้กระทั่งเรื่องของชีวิตคู่

.
bOrEd 
24 ตุลาคม 2559 เวลา 02:15 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 75

เราดูคลิปนี้..ยิ้มทั้งน้ำตา..
พระองค์น่ารักและหวานมากๆทั้งคู่เลยค่ะ...
เพิ่งเคยเห็น

https://www.youtube.com/watch?v=op8VF5qbI9s

ตำนานรัก ในหลวง ร.9 - พระพันปี เกลียดแรกพบ สู่ พระบรมราชินีนาถคู่พระทัย I Explainer EP.48:MatichonTV
matichon tv

https://youtu.be/op8VF5qbI9s?si=M50xwfjCFyqQAkBx

..

Nov 2, 2025  EXPLAINER
Explainer EP. นี้ จะขอพาทุกคนย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของเส้นทางรักในประวัติศาสตร์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง  ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบกัน ณ กรุงปารีส จนถึงวันที่ทรงได้รับการเทิดพระเกียรติยศสูงสุดในฐานะ ‘พระพันปีหลวง’ นี่จึงไม่ใช่แค่ตำนานรักส่วนพระองค์ แต่คือเรื่องราวการอุทิศพระวรกายและการทำงานเคียงคู่กัน เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทยอย่างแท้จริง

#explainerss2  #สมเด็จพระพันปี  #MatichonTV

.
ณ ดาวพริบพรี 
24 ตุลาคม 2559 เวลา 20:33 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 77

ขอไม่ใช้ราชาศัพท์นะคะ

จากหลายๆรูป หลายๆวัย จนถึงอายุที่มากขึ้นของพระราชินี แต่ท่านดูเหมือนจะซุกซน และร่าเริงมากๆเลยค่ะ
หลายวันก่อน เราอ่านเรื่อง "จากพี่ชายถึงน้อง" ที่เจ้าฟ้าชายเขียนถึงพระเทพ และบอกว่าพระเทพซนมาตั้งแต่เด็กๆ เหมือนไฮเปอร์

พอเรามาดูรูปอิริยาบทต่างๆของพระราชินีแล้ว เราว่าพระเทพได้นิสัยส่วนนั้นมาจากแม่แน่ๆ เพราะร่าเริง อารมณ์ขันและน่ารักมากๆ
คือถึงจะอายุมากขนาดไหน แต่ทรงน่ารักตลอด

ที่อยากพูดให้คนยุคนี้ (วัยรุ่นหรือคนที่ชอบแต่งกายแปลกๆ) ควรเอาอย่างท่าน อีกแง่หนึ่งก็คือ....พระราชินี ท่านแต่งกายงดงามและดูดีมากๆ
ไม่เวอร์วัง ไม่ล้ำสมัย แต่ไม่ตกยุค ควรเอาเป็นแบบอย่างที่ดีได้เลยค่ะ

สุดท้าย....เราสงสารพระราชินีมากตอนนี้ เพราะคู่ชีวิตซึ่งอยู่กันมานานเพิ่งจากไป ไม่รู้ท่านจะเหงา จะว้าเหว่อย่างไรบ้าง

เพราะพ่อเราเองเพิ่งเสียไปไม่นานเหมือนกัน ตอนนั้นเราก็สงสารแม่เรามากเนื่องจากแต่งงานกันตั้งแต่อายุน้อยๆ (แม่ 16 พ่อ 24)
อยู่ครองคู่กับพ่อเรามานานมาก พอพ่อเราเสีย แม่เราเงียบจนลูกหลานกลัว ต้องคอยเฝ้า คอยดูแลกันเป็นพิเศษ แม่จะนั่งดูรูปพ่อตลอด
ที่นอน ซึ่งเคยนอนคู่กัน แม่ก็ยังปัดปูไว้ให้พ่ออย่างเดิม เราเห็นแล้วก็ร้องไห้

ยิ่งมาเห็นภาพในหลวงและพระราชินีตอนนี้ เรายิ่งร้องไห้หนักขึ้น สงสารพระราชินีมากๆ

.
badoo 
25 ตุลาคม 2559 เวลา 02:01 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 84





จากหนังสือรักแรกมหาราช
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ

.
SENSEBIORA
25 ตุลาคม 2559 เวลา 22:13 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 87

ขอเล่าในฐานะที่พ่อของอิฉันเคยตามเสด็จท่านกับสมเด็จพระราชินีค่ะ เล่ามาจากคุณพ่อเอง

ตอนนั้นพ่ออิฉันอายุ 25 บรรจุข้าราชการใหม่ๆ เลย ในหลวงท่านน่าจะพระชนม์ชันษามากกว่า 20 ปี ก็น่าจะทรงชันษา 40 กว่าๆ เป็นช่วงรับเสด็จท่านที่ป่าไม้ ห้วยฮ่องไคร้ เชียงใหม่

คุณพ่อยืนรอรับเสด็จท่านที่มาถึงปากทางขึ้นเขา ในหลวงท่านมาถึงก่อน แต่ทรงยืนรอสมเด็จพระราชินี กับเหล่านางสนองพระโอษฐ์ ซึ่งอาจจะทรงเสด็จช้า แลดูไม่ทันพระทัยไฮเปอร์ของในหลวงท่าน ท่านก็ก้าวพระบาทจะเสด็จไปก่อน แล้วทรงรับสั่งกับเหล่าข้าราชการชายที่รอรับเสด็จ ซึ่งคุณพ่อได้ว่า

"ไปๆ ไม่ต้องไปรอพวกผีดิบแล้ว"

แล้วก็ทรงเสด็จไปเอง ทำเอาคุณพ่อกับเพื่อนๆข้าราชการติดสตั้นซ์ งงกันไปทั้งขบวนรับเสด็จ

...ต่อมาถึงได้ทราบว่า ในหลวงทรงแซวสมเด็จพระราชินีกับเหล่านางสนองพระโอษฐ์ที่ว่าเป็นผีดิบ เพราะสมเด็จท่านทรงเข้าบรรทมดึกแทบทุกวัน เหมือนผีดิบก็ไม่ปาน

.
สาวเหนือเซาะกิ๋น 
26 ตุลาคม 2559 เวลา 13:04 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 93

กระทู้ของคุณทำเราน้ำตาไหล ทั้งที่คิดว่าก่อนหน้านี้จะเข้ามาอ่านแล้วยิ้มตามมากกว่าเพราะเป็นกระทู้ที่อบอวลไปด้วยความรักของสองพระองค์ คิดถึงในหลวงเหลือเกิน แต่เชื่อว่าท่านจะทอดพระเนตรมองพวกเราจากด้านบนแน่นอนค่ะ พระองค์จะสถิตอยู่ในใจคนไทยตลอดไป 


ความรักของทั้งสองพระองค์เป็นแบบอย่างที่ดีในการครองเรือนมาก เวลาในหลวงทอดพระเนตรมาที่พระราชินี เรารู้สึกได้ว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก เราดูภาพแล้วอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก ทำให้เราอยากรักใครสักคนให้ได้แบบนี้ คงมีความสุขไม่น้อยเลยค่ะ

เราโชคดีเหลือเกินที่ได้เกิดมาบนแผ่นดินไทย เป็นคนไทยในรัชกาลที่9 เรามีพระมหากษัตริย์ที่เป็นเลิศในทุกๆด้าน ท่านทรงงานหนักเพื่อประชาชนคนไทยมาโดยตลอด นี่คงถึงเวลาแล้วที่เทวดาจะกลับสู่สรวงสวรรค์ที่ท่านได้จากมา

ปล.เคยอ่านวิกิพีเดียเกี่ยวกับพระราชินี ในนั้นมีบอกด้วยค่ะว่าพระสวามีจะทรงเรียกพระราชินีว่า "แม่สิริ" ไม่ทราบว่าจริงเท็จประการใด แต่เราอ่านถึงประโยคนี้แล้วยิ้มตามไม่หยุดเลย

.
สมาชิกหมายเลข 1357619
27 ตุลาคม 2559 เวลา 04:35 น.

.....
ความคิดเห็นที่ 93-1

ทรงเรียก พระราชินีว่า สิริ ค่ะ เคยอ่านเจอ ตอนที่ในหลวงทรงประสบอุบัติเหตุ ทรงหยิบรูปพระราชินีออกมาแล้วบอกสมเด็จย่าว่า  เรียกสิริมาหาที

.
lovekawee 
1 พฤศจิกายน 2559 เวลา 17:03 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 100

มาเจิมให้ครบ 100 ค่ะ
เรารักกระทู้นี้มากๆ มาเม้นท์ไปรอบนึงแล้ว
ก็ยังจะเข้ามาเม้นท์มาชมเพิ่มเติมอีก
ตอนนี้ตามเก็บตามอ่านเรื่องของทั้งสองพระองค์ท่าน
ไม่มีเบื่อเลยค่ะ

.
Are you for real ? 
30 ตุลาคม 2559 เวลา 22:18 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 101

พูดแบบภาษาชาวบ้านนะคะ
ทรงเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบมากค่ะ
หล่อ รวย นิสัยดี รักเดียวใจเดียวและติดดิน
พูดแล้วน้ำตาไหล  T_T  เทิดทูนท่านเป็นที่สุด

.
ให้ไว
1 พฤศจิกายน 2559 เวลา 11:06 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 104

คิดถึงพ่อเหลือเกิน
ตามอ่านแต่เรื่องของพ่อ
อ่านทีไรก็ร้องไห้ทุกที
แต่ก็ยังตามอ่านซ้ำไปซ้ำมา
ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวดี ๆ นะคะ

.
สมาชิกหมายเลข 737576
3 พฤศจิกายน 2559 เวลา 10:55 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 108

ขอบคุณ จขกท ด้วยนะคะ หารูปสวยๆมาให้ดู ทำให้คิดถึง พ่อหลวง จนสุดหัวใจ

จะไม่ได้เห็นภาพแบบนี้อีกแล้ว ใจหายจนบอกไม่ถูก



.
สมาชิกหมายเลข 784973
10 พฤศจิกายน 2559 เวลา 15:41 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 121

อ่านกระทู้นี้ทำให้เข้าใจเลย คำว่า รักที่แท้จริง เป็นอย่างไร

ท่านทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในการครองเรือนมาก ๆ

รักแท้ รักเดียว รักนิรันดร์

.
TRouBlEMakeR_NB 
30 ตุลาคม 2560 เวลา 11:15 น.

.....

.....

https://pantip.com/topic/35257369

พระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงขณะทรงรถเวสป้า



เนื่องในโอกาสมหามงคล ๗๐ ปีแห่งการครองราชย์
ที่ผ่านๆมาผมเห็นหลายท่านตั้งกระทู้หา พระบรมฉายาลักษณ์  "ในหลวงทรงรถเวสป้า" ขนาดใหญ่
ผมขอแบ่งปัน พระบรมฉายาลักษณ์ "ในหลวงทรงรถเวสป้า"  ที่ผมได้ตกแต่งไว้
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระพลานามัยแข็งแรง เป็นมิ่งขวัญของปวงชนตลอดไป


ภาพขนาดใหญ่
https://www.img.in.th/images/cfabba96ac94bad273e4c7f98ce827a1.jpg

.
สมาชิกหมายเลข 1909343 
10 มิถุนายน 2559 เวลา 22:11 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 15



....ชอบภาพนี้ครับ..

.
somoil88
13 มิถุนายน 2559 เวลา 13:09 น.

.....




59

.....

ความคิดเห็นที่ 17

ขอพระบรมราชานุญาต ใช้ศัพท์สามัญ จากหัวใจของคนไทยที่รักสองพระองค์อย่างที่สุดนะครับ

"วันนั้นแม่มีพ่อเสมอ  แต่วันนี้พ่อไม่อยู่แล้ว
แม่ต้องดูแลตัวเองด้วยนะครับ"





.

"แต่ก่อนเคยคลอเคียงกัน  ทุกวันคืนชื่นอุรา
ต้องอยู่เดียวเปลี่ยนวิญญาณ์    เหมือนดังนภาไร้ทินกร
แดดรอนรอน  หากทินกรจะลาโลกไปไกล
ความรักเราคงอยู่คู่กันไป    ในหัวใจคงอยู่คู่เชยชม











.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 16:46 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 18

ฟังเพลงนี้แล้ว...คิดถึง "แม่หลวง" จับขั้วหัวใจ

ยามเย็น (YARM YEN)
Love at Sundown

ทำนอง : พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
คำร้อง : พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ

..แดดรอนรอน 
เมื่อทินกรจะลับเหลี่ยมเมฆา
ทอแสงเรืองอร่าม ช่างงามตา
ในนภาสลับ จับอัมพร

..แดดรอนรอน   
เมื่อทินกรจะลาโลกไปไกล
ยามนี้จำต้องพรากจากดวงใจ
ไกลแสนไกลสุดห่วงยอดดวงตา

..แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน
ทุกวันคืนรี่นอุรา
ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญา
เหมือนดังนภาไร้ทินกร

แดดรอนรอน   
หากทินกรจะลาโลกไป ไกล
ความรักเราคงอยู่คู่กันไป 
ในหัวใจคงอยู่คู่เชยชม

แดดรอนรอน
หมู่มวลภมรบินลอยล่องตามลม
คลอเคล้าพฤกษาชาติชื่นเชยชม
ชมสมตามอารมณ์ล่องเลยไป

ลิ่วลมโชย
กลิ่นพรรณไม้โปรยโรยร่วงห่วงอาลัย
ยามสายัณห์พลันพรากจากดวงใจ
คอยแสงทองวันใหม่กลับคืนมา

แต่ก่อนเคยคลอเคลียกัน
ทุกวันคืนชื่นอุรา
ต้องอยู่เดียวเปลี่ยววิญญาณ์
เหมือนดังนภาไร้ทินกร

โอ้ยามเย็น
จวบยามนี้เป็นเวลาสุดอาวรณ์
ยามไร้ความสว่างห่างทินกร
ยามรักจำจะจรจากกันไป

.
.

https://www.youtube.com/watch?v=UnV1xhM18_4


'วี วิโอเลต' โชว์พลังเสียงเพลงยามเย็น เพราะแค่ไหนไปฟัง | พรจากฟ้า | Netflix
Netflix Thailand

https://youtu.be/UnV1xhM18_4?si=Hs3-S2JRpCIz08C7

..



.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 16:58 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 20

"หลังจากพบกันครั้งแรก  แล้วครั้งที่สองล่ะพระเจ้าค่ะ"
ผู้สัมภาษณ์ นายเดวิด โลแมกซ์ แห่งบีบีซี ทรงทูลถาม



https://www.youtube.com/watch?v=j8MQBpQCc6M&t=2s

Private Interview: Thailand's Queen Sirikit Talks "First Love" with King Bhumibol ❤️
SiamUpdates.com

https://youtu.be/j8MQBpQCc6M?si=qjH89RvybR0HT2Oa

..

Private interview with HM Queen Sirikit of Thailand in 1979. The Queen talks about her love with HM King Bhumibol Adulyadej of Thailand. King Bhumibol Adulyadej has just died on October 13, 2016 at the age of 88.

.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 17:19 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 30

ผมไปเจอภาพหายากอีกครับ

พระราชินีทรงดูแลพระสวามีตลอด



.

ที่กันดารแค่ไหนก็ทรงอยู่ด้วยกัน



.

เพราะต้องเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยมาก
ในยุคคอมมิวนิสต์  ในหลวงจึงต้องทรงฝึกยิงปืน
และพระราชินีก็ทรงฝึกฝนด้วย ไม่แพ้กัน













.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 21:32 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 32

เจออีกเยอะเลยครับ

วอนเพื่อนๆผู้รู้  ช่วยบอกทีเถิดว่านี่คือพระราชินีของเราใช่หรือไม่ครับ
ถ้าใช่  ก็เป็นภาพหาดูยากที่โรแมนติกจับใจ



.

แม้แต่ยามแก่เฒ่าก็ยังทรงหวานกันอยู่









.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 22:50 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 32-1

ภาพบนที่เอาแก้มชนกัน น่าจะเป็นพระพี่นางนะคะ
.
wispybaby
21 ตุลาคม 2559 เวลา 18:40 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 32-2

https://www.pinterest.com/pin/296252481717342773/

ภาพครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือน สหรัฐอเมริกา แคนาดา และอังกฤษ เมื่อปีพ.ศ.๒๕๑๐ สมเด็จเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา เสด็จมาส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สนามบิน Heathrow กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ภาพที่เรามักจะเข้าใจกันคลาดเคลื่อน คือภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอำลาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอก่อนเสด็จขึ้นเครื่องบินพระที่นั่ง เพื่อเสด็จนิวัติกรุงเทพมหานคร .......................ท ร ง พ ร ะ เ จ ริ ญ ยิ่ ง ยื น น า น





.
Flair 
22 ตุลาคม 2559 เวลา 00:17 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 33

ภาพนี้ เพื่อนๆพอทราบมั้ยครับว่าเป็นช่วงปีไหน



.

เท่าที่ผมสังเกตจากการเก็บรูปมาตลอดวันนี้ทั้งวัน
รูปจับพระหัตถ์  คล้องพระกร ของสองพระองค์ท่าน มีเยอะกว่าที่คิดเลยครับ



.

ภาพแนบชิดใกล้ ก็มีเยอะมากๆ

วันนั้นยังชิดใกล้อย่างไร



.

ยามทรงชราก็ยังใกล้ชิด ไม่ต่างกัน



.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 23:00 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 34

สายพระเนตร หวานน่ารัก



.

"ฉันมีแต่สายตาเพื่อเธอเท่านั้น"





















.
หวังว่าเพื่อนๆจะยังไม่เบื่อนะครับ

ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 23:11 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 35

คู่พระบารมี
เคยชม ร่วมภิรมย์ใจ
ด้วยความรักจริงยิ่งใหญ่   
ผูกพันหัวใจเรามั่น
รักเอย เคยอยู่เคียงกัน
ร่มเย็นมิเว้นวายวัน
ด้วยความสัมพันธ์ยืนยง



.

ร้างกัน  วันห่างไปไกล
มืดมนหมองมัวปานใด   
เยือกเย็นเข็ญใจรัญจวน
ไกลกัน  พาพรั่นใจครวญ
ร่างกายทรุดโทรมทุกส่วน   
จิตใจร้อนรวนแรงอ่อน



.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 23:13 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 43



ขอแบ่งปันภาพนี้ค่ะ เป็นภาพที่เราประทับใจมากๆ

.
Falada
21 ตุลาคม 2559 เวลา 10:55 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 49

รวมภาพฝีพระหัตถ์ในหลวงทรงถ่ายพระราชนีนะครับ

หมวดขาวดำ
ทรงถ่ายที่สหรัฐ ตอนเสด็จเยือนนานาประเทศ




.

ภาพนี้ที่ไหนไม่ทราบจริงๆครับ  ขออภัย

















.

ส่วนชุดนี้เห็นกันเยอะแล้ว





..............

หมวดสี

ชื่อภาพ เย็นนี้ที่ดอยปุย



ที่พระตำหนักภูพิงค์จะมีแสงดี ทิวทัศน์สวยงาม จึงทรงถ่ายมากเป็นพิเศษ
นางแบบมิใช่อื่นไกล  "คู่ชีวิต" ของพระองค์ท่านนั่นเอง









วัดทรายทอง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส  แสงมืดมากแล้ว ช่างภาพต่างๆถ่ายไม่ได้
แต่พระองค์ทรงถ่ายย้อนแสงได้

.
ผึ้งน้อยพเนจร
21 ตุลาคม 2559 เวลา 15:08 น.

.....




60
รวมภาพและเรื่องราว "รักแท้ของในหลวงและราชินี" ภาพความรักของสองพระองค์ที่คนไทยจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว


รวมภาพและเรื่องราว "รักแท้ของในหลวงและราชินี" ภาพความรักของสองพระองค์ที่คนไทยจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว

ตลอด 70 ปีที่ครองราชย์ เราคนไทยซาบซึ้งตื้นตัวในพระมหากรุณาธิคุณของทั้งสองพระองค์ยิ่งนัก
แต่พวกเรากลับไม่ค่อยสังเกตเห็น ความรักที่ทั้งสองพระองค์มีต่อกันมากนัก
จนกระทั่งยามที่พวกเราสิ้นในหลวง ภาพความรักของสองพระองค์จึงปรากฏออกมาให้เราซาบซึ้งประทับใจ
ผมจึงขอรวบรวมภาพความรัก ความใกล้ชิด และหลายๆครั้งก็โรแมนติกเหลือเชื่อของทั้งสองพระองค์ นำมามอบแก่คนไทยทุกคนในที่นี้นะครับ



.

คนไทยไม่เคยรู้ว่า "ผู้ชายเงียบๆ นิ่งๆ พูดน้อย" แต่เมื่อพูดความรู้สึกออกมาแล้ว กลับกินใจเหลือจะกล่าวได้

"เธอคือรอยยิ้มของฉัน"



คู่ชีวิตที่เคียงข้างกัน แก่เฒ่าไปด้วยกัน  ในวัย 70 กว่า แล้วยังมีภาพที่เป็นพยานความรัก 60 ปี ออกมาให้เห็นได้
จะมีสักกี่คู่









.

สายพระเนตรต่อกันในวันนั้น



.

กับสายพระเนตรต่อกันในวันนี้



.

"เธอคือรอยยิ้มของฉัน"



.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 14:12 น.

........................

ความคิดเห็นที่ 1

28 เมษายน พุทธศักราช 2493 เป็นวันประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม
ในหลวงทรงมีพระชนมายุ 23 พรรษา ราชินีทรงมีพระชนมายุ 18 พรรษา





.

สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ผู้ทรงเก็บพระองค์เงียบๆไม่ออกงาน
เพราะพระทัยแตกสลายจากการสูญเสียผู้เป็นที่รักมาตลอดชีวิต
แต่ทรงออกงานเป็นครั้งแรก เพื่อทรงเจิมพระนลาศของบ่าวสาว





.

ปี ๒๕๒๑ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระราชทานสัมภาษณ์แก่สถานีโทรทัศน์ บีบีซี ว่า มันไม่ใช่ Love at first sight  แต่เป็น Hate at first sight
"สำหรับข้าพเจ้า เป็นการเกลียด แรกพบ มากกว่า รักแรกพบ เนื่องเพราะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งว่า จะเสด็จถึงเวลาบ่าย ๔ โมง แต่จริงแล้ว เสด็จมาถึง ๑ ทุ่ม ช้ากว่านัดหมาย ตั้ง ๓ ชั่วโมง ทรงทำให้ข้าพเจ้า ต้องซ้อมถอนสายบัว อยู่จนแล้วจนเล่า จึงเป็นการเกลียด เมื่อแรกพบ มากกว่า รักเมื่อแรกพบ"

แต่ที่คุณหญิงไม่เคยรู้ คือว่าที่พระองค์ทรงสาย ก็เพราะรถพระที่นั่งประสบปัญหา
(ธรรมดาโลกจริงๆครับ  พวกเราเจอกันทุกคน  คือ ผู้หญิงเคืองไปแล้ว แต่ผู้ชาย'สายเงียบ' ก็ไม่ได้อธิบาย)


มีการถ่ายรูปหมู่  ในหลวงทรงเป็นผู้อยู่หลังกล้อง มรว.สิริกิตต์หลบไปอยู่หลังกลุ่ม  ในหลวงต้องทรงบอกว่า "ยู้ฮู คนข้างหลังน่ะ มาข้างหน้าหน่อย"
.....และรูปนั้นเอง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตัดรูปคนอื่นออก เหลือแต่มรว.สิริกิตต์ ใส่กระเป๋าไว้ตลอด

...ตามเคยของพระเอกสายขรึม  นางเอกไม่เคยรู้ครับ!

”ตอนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประสบอุบัติเหตุ ก็มีรับสังให้ครอบครัวเราเข้าเฝ้า เพราะทรงได้รับบาดเจ็บที่พระเนตรและพระเศียร คุณแม่ก็เข้าไปก่อน ตอนเข้าเฝ้าฯ ก็ให้จับพระหัตถ์ท่านแล้วบอกชื่อ พอถึงสมเด็จฯ ท่านก็ทูลว่า หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เพคะ พระเจ้าอยู่หัวท่านทรงจับมืออยู่นานพอสมควรเลย ”   ท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงษ์ เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นในหนังสือ “ ด้วยพลังแห่งรัก ”

สมเด็จพระนางเจ้าทรงพระราชทานสัมภาษณ์ BBC ว่า
"ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนว่า พระองค์ท่าน ทรงรักข้าพเจ้า เพราะเวลานั้น อายุเพิ่งย่าง ๑๕ ปี ตั้งใจไว้ว่าจะเป็นนักเปียโน เป็นนักเปียโนที่แสดงในงานคอนเสิร์ต ตอนพระองค์ท่านประทับที่โรงพยาบาล หลังประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ มีพระอาการหนักมาก ตำรวจเขาโทรศัพท์ไปกราบบังคมทูลสมเด็จพระราชชนนี

พระองค์ท่านรีบเสด็จไปทันที แต่แทนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะมีพระราชปฏิสันถารกับ พระองค์(สมเด็จย่า) ท่านกลับทรงหยิบรูปข้าพเจ้าออกมาจากกระเป๋าโดยที่ข้าพเจ้า ไม่เคยทราบ มาก่อนเลยว่า พระองค์ทรง มีรูปของข้าพเจ้าอยู่แล้ว พระองค์ก็ตรัสให้นำตัวข้าพเจ้าเข้าเฝ้า พระองค์ทรงรักข้าพเจ้า...

ตอนนั้นข้าพเจ้าคิดถึงแต่เรื่องที่จะอยู่กับคนที่ข้าพเจ้ารักเท่านั้น ไม่ได้นึกไปไกลถึงหน้าที่และ ภารกิจของพระราชินีเลย ....."



.

คลิปพระราชทานสัมภาษณ์บีบีซี ตัดตอนมาเฉพาะตอนนี้



https://www.youtube.com/watch?v=j8MQBpQCc6M

Private Interview: Thailand's Queen Sirikit Talks "First Love" with King Bhumibol
SiamUpdates.com

https://youtu.be/j8MQBpQCc6M?si=PeKLddw6hlCEZeZ-

..

Oct 16, 2016
Private interview with HM Queen Sirikit of Thailand in 1979. The Queen talks about her love with HM King Bhumibol Adulyadej of Thailand. King Bhumibol Adulyadej has just died on October 13, 2016 at the age of 88.

.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 14:25 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 2

วันที่เสด็จพระราชดำเนินไปที่รพ.ศิริราช วันสิ้นสมเด็จย่า





.

วันกาญจนาภิเษก 2549  หลังราชาภิเษกสมรสมาแล้ว 56 ปี









.

ทรงพระดำเนินขึ้นบันไดเลื่อน ก็ทรงจับพระหัตถ์
และจากคลิปวิดิโอ  ...เป็นในหลวงของเราเองที่ทรงขอพระหัตถ์สมเด็จพระนางเจ้าฯมาจับไว้









.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 14:33 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 3

ทรงเคียงคู่กันตลอด
ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด











.

ปี 2493



.

ปี 2549



.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 14:40 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 4

TRUE LOVE NEVER DIES

วันนั้น



.

วันนี้



..


วันนั้น



วันนี้



..


วันนั้น



วันนี้



..


วันนั้น



วันนี้



..

ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 14:49 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 5
กาลเวลาไม่เคยเปลี่ยน
พระราชินีจะทรงชี้ชวนในหลวงทอดพระเนตรสิ่งต่างๆเสมอ







.

เราจะแก่เฒ่าไปด้วยกัน





.

และเราจะหัวเราะให้กันเสมอ





.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 14:53 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 8

"เราจะเดินเคียงข้างด้วยกันตลอดไป...
แม้วันที่เธอเดินไม่ได้แล้ว ฉันก็จะอยู่เคียงข้างเธอ"

วันนั้น







.

วันนี้







.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 15:04 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 9

"เราจะสนุกด้วยกันตลอดไปนะ"

















.
edit  เพิ่มรูปสองพระองค์ทรง "เล่นน้ำทะเลด้วยกัน"
โดยส่วนตัวผมว่าเป็นภาพหายากยิ่ง ช่วงเวลาแห่งความสุขของสองพระองค์
แต่ผมไม่แน่ใจว่าเหมาะสมไหม  จึงใส่แบบซ่อนสปอยล์ไว้นะครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 15:09 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 10

"สายตาของฉันนั้นจะมองแต่เธอ"













.

คาดว่ารูปเหล่านี้ในหลวงทรงฉายนะครับ







.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 15:12 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 11

"แม้เวลาจะผ่านไปนานกี่สิบปีก็ตาม เราก็ยังนั่งเคียงข้างกัน"













.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 15:22 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 12

"เราจะมีช่วงเวลาดีๆร่วมกันเสมอใช่มั้ย"

















.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 15:36 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 13

เมื่อวานฉันคล้องแขนเธอ



.

แล้วเธอก็คล้องแขนฉันบ้าง







.

วันนั้นฉันยืนเคียงข้างเธอ





.

วันนี้เธอก็ยังยืนเคียงข้างฉัน



.
.

วันนั้น



.

วันนี้



.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 15:44 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 14

"ฉันไปกับเธอทุกที่  ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหนก็ตาม"



.

เหมืองแร่ดีบุกเจ้าฟ้า ภูเก็ต



.

เสด็จเยี่ยมชาวเขา





.

ดินแดนสีแดงคอมมิวนิสต์





.

เยี่ยมราษฏรห่างไกล



.

น้ำท่วม เราก็ยังออกไปด้วยกัน





.
ผึ้งน้อยพเนจร
20 ตุลาคม 2559 เวลา 15:50 น.

.....

ความคิดเห็นที่ 15

ความรักของทั้งสองพระองค์เป็นสิ่งที่ย้ำเตือนถึงความรักแท้อย่างแท้จริง
ท่านร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอดช่วงชีวิต ท่านผ่านอะไรด้วยกันมามากมาย
แต่สุดท้ายพระหัตถ์ก็ไม่เคยทอดทิ้งกัน
พระเนตรก็ไม่เคยละจากกัน
พระสรวลก็ยังคงแบ่งปันให้แก่กัน...จนวันสุดท้าย
อยากจะบอกว่า ช่างแตกต่างจากความรักของคนสมัยนี้
ที่นิยมมีสามเรามากกว่ามีแค่สองเรา บางคู่รู้ดีว่าไม่ซื่อสัตย์ต่อกัน ก็ยังจะเลือกไม่ซื่อสัตย์ต่อไป
บางคู่คบไม่นานก็ไม่หวานเหมือนเดิม ขาดความอดทน ขาดความเข้าใจกัน
ชีวิตคู่มันเหมือนจะง่ายในสายตาคนนอก แต่คนในย่อมรุ้ดีว่าการประคับประคองมันยากแค่ไหน
เราอยากจะให้ลองดูในหลวงกับราชินีว่ากว่าจะฝ่าฟันอะไรกันมาได้ ย่อมไม่ธรรมดา
เรียกได้ว่าเป็นคู่ทุกข์คู่ยาก เมื่อคนหนึ่งล้ม อีกคนจะเป็นที่พึ่งพิง
เมื่อคนหนึ่งงานหนัก อีกคนจะช่วยซัพพอร์ตให้กำลังใจหรือแบ่งเบาบรรเทาเท่าที่จะทำได้
คนเราทุกคนอยากจะแก่ไปพร้อมๆกันคนที่เรารักกันทั้งนั้น
เพราะฉะนั้น ให้ท่านทั้งสองเป็นต้นแบบให้ความรักของเราๆยั่งยืนแบบนี้เถิด
แก้ไขข้อความเมื่อ 20 ตุลาคม 2559 เวลา 16:17 น.

.
Are you for real ? 
20 ตุลาคม 2559 เวลา 16:15 น.

.....




Pages: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.081 seconds with 12 queries.