Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
22 June 2026, 14:10:11

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
30,321 Posts in 14,937 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  Recent Posts

Recent Posts

Pages: 1 2 3 [4] 5 6 ... 10
31

ภพรัก ตอนที่ 5
https://mgronline.com/drama/detail/9570000134596
.

ภพรัก ตอนที่ 5
เผยแพร่: 22 พ.ย. 2557 01:15   โดย: MGR Online
.





ภพรัก ตอนที่ 5

ธาราที่อาการดีขึ้นมากแล้ว พยายามเล่าเรื่องให้ภพธรฟัง

“อาบอกแล้วไงว่าวันนั้นอาได้ยินเสียงน้ำริน น้ำอาจจะมาหาอาก็ได้”
ภพธรพูดอย่างใจเย็น “ผมให้คนตรวจดูกล้องวงจรปิดทั้งโรงพยาบาลแล้วนะครับ ไม่มีใครเห็นน้องน้ำเลย”
“หาแล้วก็หาอีกสิ หาจนกว่าจะเจอ “
นับดาวที่ยืนอยู่ข้างๆ ด้วย รีบพูดเสริม “ดาวว่าคุณอานอนพักก่อนเถอะนะคะ เรื่องของน้ำ ดาวจะรีบตามให้อีกแรง”
พลางยื่นถ้วยชาร้อนให้ธารา “นี่ค่ะ ชามะลิที่คุณอาชอบ ดาวให้แม่บ้านที่บ้านเตรียมมาให้ค่ะ”
“วางไว้ก่อน”

นับดาวขบกรามอดกลั้นอารมณ์แล้ววางถ้วยชาตรงหน้าธารา
“จะยืนกันอยู่ทำไม ออกไปตามเรื่องของน้ำสิ”
ภพธรรับคำ แล้วเดินออกจากห้องพร้อมกับนับดาว ที่เหลือบมองที่แก้วน้ำชาและโถใส่น้ำชา
ธาราปล่อยน้ำตาที่กลั้นไว้ให้ไหลออกมาด้วยใจที่ คิดถึงลูก

ภพธรจะเดินไป แต่นับดาวยึดแขนภพธรไว้
“ดาวอยากรอดูว่าคุณอาดื่มชารึเปล่า ?”
ภพธรมองนับดาวอย่างสงสัย “ทำไมต้องอยากดู”
นับดาวยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วย้อนนึกถึงตอนที่แอบเทผงสีขาวผสมในกล่องใส่ใบชายี่ห้อโปรดของธารา
ภพธรมองนับดาวอย่างไม่พอใจ
“ทำบ้าอะไรเนี่ย รู้ตัวรึเปล่า”
ภพธรจะเปิดประตูห้องธาราเพื่อจะไปเอาถ้วยน้ำชาจากธารา นับดาวรีบพูดขึ้น
“ถ้าพี่ธรไปเอาชาคืน ชาตินี้พี่ธรจะไม่ได้อะไรของพ่อคืน”
ภพธรชะงักมือทันที แล้วหันมามองนับดาวด้วยสายตาไม่พอใจ
“ขอโทษค่ะที่ต้องพูดถึงพ่อ แต่ดาวต้องการเตือนสติ รู้ไหมว่าตอนนี้ภัยกำลังใกล้ตัวเราขึ้นทุกที
หลังจากพี่สั่งให้ไอ้คงคาเก็บนังแก้วตาไอ้จ่าพ่อของนกยูงมันก็ตามสืบคดีต่อไม่เลิก เราต้องเร่งให้ทุกอย่างเป็นของพี่ให้เร็วขึ้น โดยหลีกเลี่ยงใช้ไอ้คงคาแบบเดิม”

“เธอคิดว่ายาพิษของเธอ จะไม่มีหลักฐานให้ใครจับได้รึไง”

นับดาวยิ้มร้าย “ ถ้ามีหลักฐานก็ไม่ใช่นับดาวสิคะ”



สงครามเดินถือช่อดอกแก้วเข้ามาในโรงพยาบาล มา พลางมองอย่างลังเล แล้วตัดสินใจเก็บไว้ในกระเป๋าสูท จากนั้นก็เดินไปห้องธารา คลาดกับภพพรกับนับดาวไปเพียงนิดเดียว

ธารานั่งร้องไห้คิดถึงน้ำริน พลางเหลือบมองไปทางถ้วยน้ำชาดอกมะลิ แล้วย้อนนึกถึงตอนที่ตัวเองนั่งทำงานหน้าเครียดอยู่ที่บ้าน

น้ำรินที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกแอบย่องมาโอบกอดแม่จากด้านหลัง ธาราเบี่ยงตัวออก แล้วมองลูกสาวยิ้มๆ
“แม่เหงื่อเต็มไปหมดเลยลูก”
“น้ำแค่กอดให้หายคิดถึง คิดถึงแม่จังเลยค่ะ”
“กลับจากอังกฤษตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่เห็นมีใครบอกแม่”
“บอกก็ไม่เซอร์ไพร์สสิคะ กลับมาตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ”
ธาราหอมแก้มน้ำรินด้วยความรัก
“เซอร์ไพร์สอะไร ไปเรียนแค่ไม่กี่ปี ปกติก็โทรคุยกันทุกวัน กลับมาก็ดี จะได้มาช่วยแม่ดูงานบ้าง ลำพังภพธรคนเดียวคงเอาไม่อยู่”
“แม่คะ น้ำมีอะไรจะให้แม่ด้วย”
น้ำรินเดินไปยกถาดใส่แก้วน้ำชาและเหยือกน้ำชาเข้ามาวางให้
“ชาดอกมะลิค่ะ”
ธารารินน้ำชาลงแก้ว แล้วยกขึ้นมาดม
“หาซื้อที่ไหนไม่ได้นะคะ เพื่อนน้ำที่เรียนด้วยกันพ่อเขาเป็นเจ้าของไร่ชา น้ำสั่งเป็นพิเศษให้แม่เลย ความหอมของชาดอกมะลิจะทำให้ผ่อนคลายและหายเครียดนะคะ”
“แค่เห็นหน้าลูกสาวคนเดียวของแม่ แม่ก็หายเครียดไปเยอะแล้วล่ะลูก”
ธารากอดน้ำรินด้วยความรัก

ธาราค่อยๆยกถ้วยชาขึ้นมาจะดื่ม หวังจะช่วยให้คลายคิดถึงลูก ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ธาราชะงักมือที่ยกถ้วยชาขึ้นดื่ม พลางมองสงครามที่เดินเข้ามาในห้องอย่างแปลกใจ
สงครามถึงกับชะงัก ที่เห็นว่าธารารู้สึกตัวแล้ว
ธาราเองก็น้ำตาไหลพรากเมื่อเห็นหน้าสงคราม พลางวางถ้วยน้ำชา แล้วใช้มือปิดหน้าตัวเองที่กำลังร้องไห้สะอื้น สงครามตกใจ รีบวิ่งเข้ามาใกล้ แล้วเอื้อมมือไปเผลอกอดธารา
“คุณเป็นอะไร ?”
“ฉันคิดถึงลูก”
ธาราน้ำตาคลอ คิดถึงน้ำรินอย่างที่สุด
“ฉันอยากกอดน้ำริน อยากบอกรักเขายังไม่สายเกินไปใช้ไหมที่ฉันจะทำแบบนั้นกับลูก ยังไม่สายไปใช่ไหมถ้าฉันจะเริ่มทำอะไรด้วยความ รู้สึกมากกว่าเหตุผล”

สงครามกอดธาราไว้แน่น ธาราซบตรงกับช่อดอกแก้วที่สงครามเก็บช่อนไว้



ภพธรยืนตรงกระจกห้องทำงาน ในมือถือมือถือที่สลักอักษร PN สีหน้าครุ่นคิด นับดาวยืนกอดอกมองอาการอยู่ด้านหลัง

“อย่าบอกนะคะว่าพี่กำลังลังเลจะไม่จัดการคุณอา”
“กลับไปทำงานได้แล้ว พี่บอกให้ออกไปไง”
“ก็ได้ค่ะ แต่ดาวอยากให้พี่ธรรู้ไว้ดาวทำทุกอย่างเพื่อพี่ธร”
นับดาวเดินออกไป ภพธรนั่งนิ่งเหมือนกำลังใช้ความคิดแบบเครียดๆ

สงครามถือถ้วยน้ำชาที่ถูกดื่มจนหมดเกลี้ยงมาวางที่โต๊ะ
“น้ำเคยบอกว่ากลิ่นของชาดอกมะลิจะทำให้หายเครียด”
“คุณเพิ่งฟื้น อย่าเพิ่งดื่มชาหรือกาแฟเลย”
ธารามองสงครามอย่างรู้สึกละอายใจบางอย่าง “ขอบคุณ ที่คุณมาเยี่ยมฉันทุกวัน”
สงครามชะงักเอื้อมมือไปแตะตรงที่ตัวเองเก็บช่อดอกแก้วไว้ แล้วค่อยๆ เดินออกจากห้องไป
ธารามองตามสงครามด้วยสายตารู้สึกผิด คิดว่าที่เขาไม่อยากอยู่คุยเพราะยังไม่ลืมบาดแผลที่เธอเคยทำไว้
สงครามยืนพิงประตูห้องพักธาราแล้วเอามือจับหัวใจสงครามหยิบช่อดอกแก้วออกจากกระเป๋าเสื้อออกมาดู พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ ฉับพลันก็มีอาการเหมือนๆ จะหน้ามืด ตัวซวนเซต้องประคองตัวเองเดินไปนั่งที่เก้าอี้

ภพธรนั่งลงที่เก้าอี้อย่างเครียดๆ แล้วมองไปที่รูปที่ธาราถ่ายรูปถ่ายคู่กับเขาในวันรับปริญญา พลางย้อนนึกถึงตอนที่เขาอายุ 12 ขวบ
ในความทรงจำนั้น ภพธรเห็นภาพเหตุการณ์ความวุ่นวาย มีไทยมุงมากมายล้อมรอบร่างที่นอนคว่ำจมกองเลือด ขณะที่ตำรวจวุ่นวายกับการหาหลักฐาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยค่อยๆช่วยกันพลิกร่างที่นอนคว่ำให้หงายหน้าขึ้นมา
ภพธรมองหน้าของร่างนั้นแล้วแทบจะล้มทั้งยืน
“พ่อ”
พลางโผเข้าไปกอดร่างที่เต็มไปด้วยเลือดเหมือนหัวใจจะสลาย ก่อนที่จะได้ยินตำรวจ 2 นายคุยกัน “ผู้ตายชื่อนุติ กระโดดตึกลงมาเอง เราพบจดหมายฉบับนี้ในศพของผู้ตาย”
ภพธรหันไปทันที

ภพธรมองจดหมายด้วยความโกรธแค้น ข้อความในจดหมายเขียนว่า “มันโกงเรา พ่อขอโทษ”



หมอเช็คความดันให้สงคราม แล้วหันมาบอก

“ความดันโลหิตต่ำมาก ระยะนี้เครียดและอดนอนหรือเปล่าครับ”
“ก็มีบ้างครับ แต่ปกติผมไม่เคยเป็นแบบนี้เลย”
“ผมจะจัดยาให้ ถ้าสองสามวันแล้วอาการไม่ดีขึ้น กลับมาหาผมอีกครั้งนะครับ”
สงครามนึกสงสัยว่าตัวเองเป็นอะไร

เหยี่ยวขี่จักรยานพาน้ำรินมาที่ริมบึงที่เคยพบกัน
“แถวนี้อาจจะมีหลักฐานบางอย่างหลงเหลืออยู่ ที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณก็ได้ หลักฐานอะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับคุณ กระเป๋าสตางค์ แหวน กำไล”
จากนั้นทั้งคู่ก็แยกย้ายกันหา

น้ำรินเดินออกตามหาหลักฐาน ห่างออกมาจากเหยี่ยว แล้วก็นึกถึงสร้อย PN ขึ้นมาได้
“บางทีสร้อยคออาจจะตกอยู่แถวนี้”
น้ำรินมองรอบๆบริเวณแล้วมองไปทางร่องรอยของการเกิดอุบัติเหตุที่ยังมีสเปรย์สีขาวฉีดทำ สัญลักษณ์ของรถที่เกิดอุบัติเหตุ แล้วเดินเรื่อยไปจนกระทั่งเหลือบไปเห็นสเปรย์สีแดง ที่วาดเป็นรูปร่างคน “หมายความว่ายังไง”
ชลชาติโผล่มาพูดด้วยเสียงเกรี้ยวกราด “ก็แปลว่ามีคนตายไง ! แล้วคนๆ นั้นก็คือกู”

น้ำรินมองชลชาติอย่างตกใจ พลางจะวิ่งหนี แต่กลับถูกชลชาติกระชากแขนไว้ แล้วทำท่าจะดูดวิญญาณ น้ำรินโดนชลชาติบีบคอไว้จนพูดอะไรไม่ออก มองหาเหยี่ยวก็ไม่เห็นแล้ว
“ช่วยด้วย”
น้ำรินร้องเสียงแผ่ว เหยี่ยวหาหลักฐานอยู่ที่อีกมุมหนึ่งที่ไกลออกไป จึงไม่ได้ยินเสียงร้อง
ชลชาติกำลังบีบคอน้ำริน ที่พยายามดิ้นรนตะเกียกตะกาย
“ รู้ไหมว่ามึงทำอะไรกับชีวิตกู กูต้องตายเพราะความประมาทของมึง มึงทำให้กูต้องตาย กูไม่ปล่อยให้มึงทำภารกิจสำเร็จหรอก มึงต้องอยู่กับกูที่นี่ เป็นสัมภเวสี..เป็นผีเร่ร่อนเหมือนกู รอจนกว่าจะมีคนมาตายแทน “
ชลชาติบีบคอแน่น แล้วจะดูดวิญญาณน้ำริน
ไอสีขาวเหมือนหมอกออกจากร่างของน้ำริน เหมือนวิญญาณกำลังจะโดนดูด เหยี่ยวเดินเข้ามาเห็น
น้ำรินยืนดิ้นอยู่คนเดียว โดยไม่เห็นชลชาติ
“ช่วยฉันด้วย ไอ้ผีคลั่งมันจะดูดดวงจิตฉัน”
เหยี่ยวตกใจ “มันอยู่ไหน ?”
“มันล็อกคอฉันอยู่นี่ไง ทำอะไรสักอย่างสิ มันกำลังดูดวิญญาณฉันแล้ว ทีนี้ฉันก็จะกลายเป็นผีเร่ร่อน”
“ผมมองไม่เห็น”
น้ำรินพยายามจะชี้ “มันอยู่ตรงนี้ไง”
เหยี่ยวนิ่งคิด แล้วคลำไปที่สร้อยพระที่ยายนวลให้แขวนติดตัวไว้ จากนั้นก็รีบถอดสร้อยพระยื่นไปตรงหน้าน้ำริน
แสงสีทองเปล่งประกายส่องไปทางชลชาติ จนรู้สึกร้อน และต้องรีบถอยห่างจากน้ำริน
“ไปเร็วคุณ เราต้องออกไปจากที่นี่”
เหยี่ยวให้น้ำรินวิ่งนำไป ส่วนเขาถือพระส่องไปที่ชลชาติแล้ววิ่งตามหลัง
ชลชาติเห็นเหยี่ยวกับน้ำรินวิ่งหนี จึงรีบวิ่งตาม จนเกือบจะถึง ทันใดนั้นร่างของมันก็กระเด็นเหมือนกับวิ่งชนกำแพงอากาศบานใหญ่ ซึ่งเป็นกำแพงกั้นขอบเขตที่ชลชาติจะอยู่ได้

น้ำรินหันไปมองชลชาติชลชาติพยายามจะวิ่งชนกำแพงใสให้ได้ แต่วิ่งไม่ผ่าน
“ไปเร็ว”

น้ำรินวิ่งตามเหยี่ยวไป
.

อ่านต่อหน้า 2



ภพรัก ตอนที่ 5 (ต่อ)

เหยี่ยวจูงจักรยานเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน น้ำรินตามเข้ามาอย่างเหนื่อยล้า

“นี่มันเรื่องอะไรกัน”
น้ำรินส่ายหน้า “ฉันก็ไม่รู้ ไอ้ผีบ้านั่นมันหาว่าฉันฆ่ามัน “
“ตอนที่เจอไอ้ผีบ้านั่น คุณกำลังทำอะไรอยู่”
“ฉันกำลังหาสร้อย บางทีสร้อยของฉันอาจจะตกอยู่แถวนั้น”
เหยี่ยวฉุกคิด “สร้อยที่ตกอยู่...?” พลางล้วงสร้อย P Nออกจากกระเป๋า “เส้นนี้ใช่ไหม ?”
น้ำรินมองสร้อย แล้วยิ้มดีใจ “ใช่ สร้อยเส้นนี้”
แต่พอจะคว้าสร้อย แต่มือทะลุผ่านไปอีก
“คุณเอาสร้อยเส้นนี้มาจากไหน”
เหยี่ยวนึกถึงตอนเจอสร้อยของน้ำรินในที่เกิดเหตุแล้วเอาใส่กระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตไว้ โดยไม่รู้ตัว
“ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน ทำไมความทรงจำของผมถึงหายไป ผมลืมไปเลยว่าเคยเจอสร้อยเส้นนี้ที่ริมบึง แล้วเก็บใส่ไว้ในแจ็กเก็ตตัวนี้”

“สร้อยเส้นนี้อยู่ในเสื้อตัวนี้ตลอดเวลาเหรอ ถ้าอย่างนั้นการที่ฉันติดอยู่กับคุณตลอด อาจเป็นเพราะสร้อยเส้นนี้อยู่ติดกับตัวคุณ”
เหยี่ยวกับน้ำรินมองที่สร้อยอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“ไอ้ผีบ้านั่นมันหาว่าฉันฆ่าฉันตาย จะบ้าเหรอ คนอย่างฉันเนี่ยนะจะไปฆ่าใคร”
น้ำรินรำพึงกับตัวเอง ทันใดนั้นเสียงรถเบรกดังลั่นจากหน้าบ้านเหยี่ยว ตามด้วยเสียงบีบแตรดังลั่นน้ำรินกับเหยี่ยวตกใจหันไปมองตามเสียง น้ำรินได้ยินเสียงเบรคนั้นแล้ว ก็เห็นภาพตอนที่เกิดอุบัติเหตุ แล้วก็ตกใจ อึ้ง ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะเป็นฆาตกรฆ่าชลชาติจริงๆ จากนั้นภาพของยอดชัด นกยูง

ชลชาติ ก็กรูกันเข้ามาตอกย้ำความชั่วร้ายที่น้ำรินทำไว้กับคนมากมาย



น้ำรินช็อกจนน้ำตาร่วง เหยี่ยวมองน้ำรินที่ร้องไห้แล้วเผลอเอื้อมมือจะไปแตะไหล่ปลอบ แต่มือกลับทะลุร่างของน้ำริน เขามองตัวเองแล้วรู้สึกใจหายที่ตัวเองช่วยและปลอบใจเธอไม่ได้

น้ำรินรีบหลับตาลงเหมือนจะลืมภาพเหตุการณ์ต่างๆ จากนั้นก็ค่อยๆลืมตามองเหยี่ยวด้วยสายตาเจ็บปวด
“บางที ฉันอาจจะฆ่าเค้าจริงๆ”
เหยี่ยวเห็นแววตาเจ็บปวดในดวงตาของน้ำริน
“นี่คุณผมเป็นตำรวจ มองออกว่าใครเป็นฆาตกรได้หรือไม่ได้ อย่างคุณนะ แค่ให้ฆ่าแมลงสาบ คุณยังวิ่งหนีเลย”
น้ำรินมองหน้าเหยี่ยว แล้วนึกถึงภาพตอนคุยกับยอดชัด
ภาพตอนไล่นกยูงออกจากร้าน
จากนั้นก็น้ำตาไหล
“แต่ถ้าฉันไม่ดีอย่างที่คุณคิด ทำร้ายใครต่อใครหลายคน ถ้าฉันกลับเข้าร่างได้ คุณจะเกลียดฉัน จะตามจับฉันมั้ย?”
เหยี่ยวมองน้ำรินนิ่งๆไม่มีคำตอบ

เหยี่ยวนั่งมองน้ำรินที่นอนหลับอยู่ แล้วนึกถึงคำถามของน้ำริน ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงเธอละเมอ
“อย่า อย่าทำฉัน แม่ แม่ช่วยน้ำด้วย”
เหยี่ยวเอื้อมมือจะจับมือน้ำริน แต่จับไม่ได้
น้ำรินนอนถอนใจแล้วหลับสงบอีกครั้ง
เหยี่ยวมองไล่ทั่วตัวของน้ำริน แล้วเผลอยิ้มกับตัวเอง

“คุณทำร้ายใครไม่ได้หรอก ผมรู้”



“Where there is love there is life.”
“ที่ใดมีความรัก ที่นั่นมีชีวิต”
มหาตมะ คานธี วีรบุรุษแห่งอินเดีย

รถตู้วีไอพีจอดเทียบที่บริเวณหน้าบ้าน ก่อนที่รถข็นจะนำธาราลงมาจากรถตู้
ภพธรกับนับดาวเดินเข้ามาดูแล กำลังจะเข็นรถเข้าไปในบ้าน ธารามองไปรอบๆ บ้าน
“ไปอยู่โรงพยาบาลซะหลายวัน คิดถึงบ้านจริงๆ”
ภพธรรีบพูดเอาใจ “โชคดีที่ห้องนอนคุณอาอยู่ชั้นล่างพอดี เลยสะดวกไม่ต้องขึ้นลงบันได นับดาวจัดพยาบาลพิเศษไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเป็นกังวลนะครับ”
ธาราหันไปพูดกับนับดาว “ขอบใจ แต่ฉันไม่ได้กังวล ยังดูแลตัวเองได้”
“เอ้อ หนูก็แค่อยากให้คุณอาสะดวกสบายก็เท่านั้นค่ะ”
“ที่นี่เป็นบ้านฉัน ยังไงก็ต้องสบายกว่าที่อื่นแน่”
ธารามองด้วยสายตาเย็นชา แล้วจึงกดรถเข็นอัตโนมัติเคลื่อนที่เข้าไปโดยไม่สนใจนับดาวเลยแม้แต่น้อย

นับดาวหันมามองหน้ากับภพธร ด้วยแววตาไม่พอใจ



ธารานั่งมองบรรยากาศของห้องโถงที่ยังมีรูปน้ำรินอยู่หลายรูป พลางหันไปมองหน้าภพธรด้วยสายตาตำหนิ

“เกือบเดือนแล้วนะ ที่ยังไม่ได้ข่าวน้ำริน”
“ผมพยายามอย่างดีที่สุดแล้วครับ แต่ยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย” ภพธรหลบสายตา
“นั่นเพราะเธอยังทำไม่ดีพอ”
นับดาวที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ กำลังชงชาจากกล่องชาที่ตัวเองแอบใส่สารพิษลงไป เหลือบมองด้วยแววตาไม่พอใจ จากนั้นก็ถือถ้วยชามายื่นให้ธารา
“ดื่มชาร้อนก่อนนะคะคุณอา”
ธารารับมาจิบ นับดาวแอบยิ้มพอใจ
“งานที่โรงแรมเป็นยังไงบ้าง”
“ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ พี่ธรจัดการเรียบร้อยทุกอย่าง คุณอาพักผ่อนได้อย่างสบายใจเลยค่ะ”
ธาราถอนหายใจ
“คงไม่มีวันสบายใจไปได้หรอก เพราะฉันเป็นประธานฯ ครั้นจะพักผ่อนก็ยังหาตัวลูกสาวไม่เจอ”
พลางหันไปมองรูปน้ำริน พร้อมกับจิบน้ำชา ภพธรเอ่ยปากอาสากับธาราว่าจะเป็นประธานในงานวันครอบครัวต้านภัยยาเสพติด ที่ทางโรงแรมฯ จัดร่วมกับสำนักงานสืบสวนฯ แต่ธาราแย้งขึ้นมา
“อาจะไปเอง ให้ได้ทำอะไรบ้างเถอะ อย่างน้อยมันอาจจะทำให้เลิกคิดเรื่องน้ำรินไปได้บ้าง”
นับดาวแอบหันมามองสบตากับภพธร

เหยี่ยวตื่นนอน พลางหันมามองน้ำริน ที่นอนกระสับกระส่ายเพราะฝันร้าย
ในฝันนั้น น้ำรินเห็นตัวเองนั่งอยู่เพียงลำพังในภัตตาคารหรูในโรงแรม รอบตัวไม่เห็นใครเลย
ครู่หนึ่งไฟในภัตตาคารดับลง น้ำรินตกใจ ลุกขึ้นยืน หันไปมองรอบๆ ไฟที่เชิงเทียนที่วางบนโต๊ะค่อยๆ ติดทีละเล่ม
ไฟในห้องอาหารค่อยๆ ติดไล่ไปเรื่อยๆ แบบสลัวๆ รวมทั้งไฟที่แชนเดอเรีย ได้บรรยากาศที่โรแมนติก
มือหนึ่งอ้อมมาจากด้านหลัง ชูสร้อยที่มีอักษร PN อยู่ตรงระดับสายตา
“น้ำ สุขสันต์วันครบรอบที่เรารู้ใจกันจ้ะ”
ภพธรบรรจงสวมสร้อยลงที่คอ น้ำรินจับมือภพธร แล้วค่อยๆ หันหลังกลับมาช้าๆ
“พี่ธร”

เสียงนาฬิกาปลุกของเหยี่ยวดังขึ้น น้ำรินค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น พลางทอดสายตาด้วยสีหน้าเหม่อๆ พอหันมา ก็เห็นเหยี่ยวมองเธออยู่
“ฉันฝันถึงเรื่องในอดีตด้วย”
“แน่ใจนะว่าเป็นภาพในความทรงจำ ไม่ได้คิดไปเอง”
“ฉันรู้สึกได้ว่ามันเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริง ฉันอยู่กับคนรัก”
เหยี่ยวคว้าเสื้อมาใส่ ขณะที่น้ำรินยังเพ้อๆ คิดถึงเรื่องที่ฝัน
“จริงๆ นะ ฉันอยู่ในภัตตาคารโรแมนติก อยู่ๆ ไฟก็ดับลง แล้วก็มีผู้ชายเอาสร้อยที่มีตัวอักษร PN มาใส่ให้ เนื่องในโอกาสครบรอบวันที่รู้ใจกัน ฉันมั่นใจว่า ผู้ชายคนนั้นคือแฟน ฉันเรียกเค้าว่าพี่ธร”
พอได้ยินว่ามีแฟนแล้ว เหยี่ยวก็แอบอึ้งไปเล็กน้อย
“พี่ธร พี่ธรเป็นแฟนฉันแน่นอน”

น้ำรินยิ้มอวดอย่างภูมิใจที่ได้ความทรงจำนี้กลับคืนมา เหยี่ยวหน้าเสียโดยไม่รู้ตัว
.

อ่านต่อหน้า 3



ภพรัก ตอนที่ 5 (ต่อ)

ธารากำลังคนชาในถ้วย ก่อนที่จะวางช้อนลงข้างๆ แล้วยกถ้วยชาขึ้นมาจิบ พลางหันมามองเก้าอี้ว่างข้างๆ แล้วนึกถึงภาพ ที่น้ำรินนั่งดื่มกาแฟเป็นเพื่อน

ธาราหน้าสลด น้ำตาเอ่อคลอ
“น้ำ แม่คิดถึงลูก”
จากนั้นพยาบาลก็เข้ามาเตือนว่าใกล้เวลางานเริ่ม ก่อนที่จะเดินเข้ามาเลื่อนรถเข็น จะพาธาราออกไปหน้าบ้าน
“ฉันจะไปที่ห้องก่อน ฉันลืมของ”
ธารากดรถวีลแชร์อัตโนมัติ เลื่อนออกไปเอง พยาบาลเดินตาม

เหยี่ยวเดินออกจากประตูบ้านไปตรงจุดที่จอดจักรยาน น้ำรินเดินตามมา พลางออกปากถามถึงเสื้อที่เหยี่ยวใส่เพราะไม่เคยเห็น
“เท่ดีเหมือนกัน ใครซื้อให้เหรอ”
เหยี่ยว ไม่ตอบ แต่หันไปเล่าเรื่องงานสัมมนาสำนักงานสืบฯ ที่โรงแรม แล้วย้ำว่าน้ำรินต้องไปด้วยกัน“แหม แต่วันนี้ฉันอยากให้คุณช่วยหาพี่ธรให้”
“ยังจำหน้าแฟนไม่ได้ไม่ใช่เหรอ”
น้ำรินยิ้มๆ “ถึงจำไม่ได้ แต่ถ้าเจอตัวจริง ด้วยความผูกพันทางจิตใจ ฉันต้องรู้แน่ๆ ว่าเค้าเป็นพี่ธร”
“อย่าเพิ่งฟุ้งไปถึงเจอตัวเลย ขอชื่อก่อนได้มั้ย”
น้ำรินนิ่งคิด “แฟนฉันชื่อเล่นชื่อธร ชื่อจริงน่าจะชื่ออาทร กำธร หรือธราธร”
เหยี่ยวพูดล้อๆ ว่าอาจจะชื่อ “ภูธร”
“P แอนด์ N ก็ นายภูธร กับ นางสาวน้ำเน่า สร้อยแห่งความรักผูกพันนายภูธรกับน้องน้ำเน่าไว้ด้วยกัน เอาเถอะ เสร็จงานสัมมนาวันนี้แล้วค่อยว่ากันอีกที ผมจะตามตัวคุณชายธราธรของคุณให้เจอเอง”

เหยี่ยวพูดนิ่งๆ พยายามไม่ออกอาการหึง แล้วเดินนำออกไป น้ำรินครุ่นคิดถึงชื่อที่มีว่าธร



ธารากดปุ่มอัตโนมัติเคลื่อนวิลล์แชร์ไปยังโต๊ะเครื่องแป้งในห้องนอน พลางหยิบกุญแจขึ้นมาไขลิ้นชัก หยิบนาฬิกาข้อมือที้หยุดเดินแล้วขึ้นมา แล้วมองด้วยสายตาผูกพันอย่างที่สุด

พยาบาลที่เดินตามเข้ามา รีบบอก “นาฬิกาเรือนนี้หยุดเดินแล้วนะคะ”
“ฉันรู้แต่นี่เป็นนาฬิกาเรือนที่น้ำรินซื้อให้ฉันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนหายตัวไป ฉันอยากใส่ ฉันคิดถึงลูก”
ธาราลูบนิ้วไปที่หน้าปัดของนาฬิกา ที่บอกเวลาเดียวกับตอนที่น้ำรินประสบอุบัติเหตุ !!!

เหยี่ยวพาน้ำรินเข้ามาในบริเวณโรงแรมรินธารา น้ำรินมองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกคุ้นเคย
ที่เวทีมีป้ายชื่องาน “เยียวยาจิตใจ.. ครอบครัวไทยต้านภัยยาเสพติด” รอบๆ งานมีบอร์ดให้ความรู้เกี่ยวกับภัยยาเสพติด ข้างๆ จัดเป็นมุมอาหารว่าง
นกน้อยกำลังดูแลบอร์ดความรู้ในงานที่จัดตั้งกระจายๆ ไว้ พบบอร์ดที่เขียนว่า “ยาเสพติด..ทำลายคนที่เรารัก” ใต้ภาพมีรูปพ่อกอดลูกสาวที่อยู่ในสภาพอิดโรยเพราะเสพยา นกน้อยสะเทือนใจ จนน้ำตาคลอ พยายามตัดใจด้วยการบ่ายหน้าตัวเองออกไปจากบอร์ด แล้วยกมือขึ้นมาเช็ดน้ำตา
ทันใดนั้น นกน้อยได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆมาจากอีกฝั่งของบอร์ด จึงรีบเดินอ้อมบอร์ดไปดู
นับดาวร้องไห้สะอื้นเบาๆอย่างน่าสงสาร พอหันมาเห็นนกน้อยก็ตกใจ รีบใช้หลังมือเช็ดน้ำตา
นกน้อย ส่งผ้าเช็ดหน้า นับดาวยิ้มเขินๆ
“ขอบคุณค่ะ”
นับดาวพนมมือไหว้แล้วรับมาซับน้ำตา ก่อนจะส่งคืนให้
“จ่านกน้อยใช่มั้ยคะ”
“ใช่ครับ”
“นับดาวค่ะ เป็นหัวหน้าทีมที่จัดงานวันนี้”
นับดาวยิ้มให้นกน้อยอย่างเป็นมิตร จากนั้นก็ชวนนกน้อยมานั่งจิบน้ำชา สร้างความคุ้นเคยเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง โดยทำทีเป็นเห็นใจเรื่องที่ลูกสาวของนกน้อยตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ายา
“ประสบการณ์ชีวิตของคุณจ่า ก็ไม่ต่างจากดาวนักหรอกค่ะ”
นับดาวเริ่มบีบน้ำตาโกหก
“ดาวมีน้องสาว ตั้งแต่คุณพ่อคุณแม่เสีย ดาวต้องเป็นคนส่งเสียน้องให้เรียน เราสองคนไม่เข้าใจกันนักหรอกค่ะ ดาวเอาแต่ทำงาน น้องสาวดาวขาดความอบอุ่น สุดท้ายเธอต้องตายเพราะเสพยาเกินขนาด”
นับดาวแสร้งทำเป็นร้องไห้น้ำตาไหล นกน้อยเชื่อสนิท
“คุณนับดาว คุณไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิดเรื่องแบบนั้นหรอก วันนี้คุณกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง จัดงานเพื่อ
ไม่ให้ครอบครัวอื่นเจอปัญหาเหมือนกับเรา ทำใจให้สบายเถอะนะครับ”
นับดาวทำทีเป็นพยายามจะตัดใจ หยุดร้องไห้
“ได้คุยกับคุณจ่าแล้วดาวสบายใจ เหมือนได้ปรึกษากับคนที่ผ่านความเลวร้ายมาเหมือนๆ กัน”
พลางเอื้อมมือไปจับมือจ่านกน้อยที่เริ่มทำตัวไม่ค่อยถูก จากนั้นก็หยิบนามบัตรยื่นส่งให้
“ถ้าคุณจ่ามีเรื่องที่ต้องการให้โรงแรมสนับสนุน ดาวยินดีช่วยทุกอย่างนะคะ ถือว่าช่วยสังคมให้ดีขึ้น”
“ขอบคุณครับ”

นับดาวแอบมองนกน้อยด้วยสีหน้าแววตาไม่น่าไว้ใจนัก อีกมุมหนึ่ง ภพธรแอบมองอยู่ห่างๆ จากนั้นนับดาว ก็เดินเข้ามารายงานว่าแผนการตีสนิทกับนกน้อย เพื่อจะสืบคดีของยอดชัดผ่านไปได้ด้วยดี



น้ำรินเดินตามเหยี่ยวมาในห้องจัดงาน นกน้อยรีบเดินเข้ามาทัก พลางพูดแซวเรื่องเสื้อ

“อ๊ะๆ จำได้แล้ว เสื้อตัวนี้ไม่ธรรมดา หมวดแนนซื้อให้ตอนวันเกิดปีก่อนนี่หว่า อ๊ะๆ ไม่เท่าไหร่กลับมาหวานกันอีกแล้วเหรอ”
พอรู้ว่าเป็นของแนน สีหน้าของน้ำรินก็เผลอแสดงอารมณ์หึงขึ้นมานิดๆ โดยไม่รู้ตัว
แนนเดินเข้ามาใส่เสื้อเชิ้ตลายเดียวกับเสื้อของเหยี่ยวโดยบังเอิญ นกน้อยหันไปเห็นแซวต่อ
“ใจตรงกัน ใส่เหมือนกัน เป็นเรื่องแล้วเว้ย”
น้ำรินทำหน้าบูดบึ้งยิ่งกว่าเก่า แนนเดินเข้ามา พลางหันไปมองเหยี่ยว แล้วยิ้มเขินๆ
“บังเอิญน่ะจ่า มานานแล้วเหรอคะเหยี่ยว มา เราจัดเสื้อให้ นึกไม่ถึงเลยนะว่าเหยี่ยวจะยัง
เก็บเสื้อตัวนี้ไว้”
น้ำรินชักสีหน้า เท้าเอวอย่างไม่สบอารมณ์

ธาราลงจากรถ มองไปที่โรงแรมของตัวเอง พยาบาลกำลังจะเข็นรถวีลแชร์เข้าไปด้านใน แต่สงครามเข้ามาพอดี พลางอาสาเป็นคนเข็นรถเข้าไปให้ ธาราอึกอัก เพราะยังไม่ค่อยอยากจะแสดงความสนิทสนมกับสงครามออกหน้าออกตานัก
“เราจัดงานนี้ร่วมกัน ผมกับคุณควรจะเข้าไปในงานพร้อมกัน”

เหยี่ยวกับแนนช่วยกันทำหน้าที่พาครอบครัวประชาชนที่มาร่วมงานเข้าประจำที่นั่ง และแจกเอกสารการสัมมนา ขณะที่น้ำรินคอยเกะกะแทรกกลางอยู่ตลอดเวลา จนเหยี่ยวชักหงุดหงิด
ครู่หนึ่งก็มีครอบครัวหนึ่งที่ใส่เสื้อเหมือนกันทั้งพ่อแม่ลูกเดินเข้ามา เด็กผู้ชายมองเสื้อเหยี่ยวกับแนนแล้วถามอย่างสงสัย
“ลูกของพี่ไปไหนครับ”
เหยี่ยวงง “ลูก?? ลูกของพี่เนี่ยนะ”
แม่เด็กรีบอธิบาย
“น้องปอนด์เห็นคุณตำรวจใส่เสื้อเหมือนกัน เลยเข้าใจว่าเป็นครอบครัวมีลูกเหมือนเรา”
เหยี่ยวกับแนนปฏิเสธพร้อมกันอย่างเขินๆจนน้ำรินหมั่นไส้ พอลับหลังแนน ก็รีบอธิบายให้เหยี่ยวฟัง“เดี๋ยวนี้เค้าฮิตเสื้อคู่รัก หมวดแนนจงใจซื้อเสื้อเหมือนคุณเพราะอยากเป็นแฟนคุณ หายงงยัง”
เหยี่ยวส่ายหน้า “ยัง ผมกับจ่านกน้อยเคยมีเสื้อเหมือนกัน งี้ผมไม่ต้องเป็นแฟนกับจ่าเหรอ”
น้ำรินถอนหายใจยาวอย่างอ่อนใจในความไม่โรแมนติกของเหยี่ยว ครู่หนึ่งแนนก็เดินกลับมาพร้อม
จานใส่ขนม และถ้วยกาแฟ 2 ชุด เหยี่ยวเลยแกล้งน้ำรินด้วยการหันไปทำเสียงออดอ้อนแนน
“มือเราสกปรก แนนป้อนหน่อยสิ”
แนนอมยิ้มเขินๆ แล้วหยิบขนมป้อนเหยี่ยว น้ำรินหมั่นไส้ ใช้มือ ปัดขนมในมือของแนนไปโดนเสื้อเหยี่ยวเปื้อน แนนตกใจ
น้ำรินอึ้งๆ ยกมือตัวเองขึ้นมาดู แปลกใจที่ทำได้อีกแล้ว เหยี่ยวรู้ว่าน้ำรินทำเพราะหึง ก็แอบขำ
“เดี๋ยวเราไปซักในห้องน้ำดีกว่า เสื้อตัวนี้สำคัญกับเรามาก ไม่อยากให้เป็นรอย”

เหยี่ยวแกล้งย้ำให้น้ำรินหึง แล้วเดินไป แนนยิ้มอย่างมีความสุข



เหยี่ยวเดินมาถึงหน้าห้องน้ำ น้ำรินโผล่มาดักหน้า

“ซักเสื้อเสร็จแล้วไปหาพี่ธรกันนะ ฉันมีความรู้สึกว่าพี่ธรต้องอยู่แถวๆนี้”
เหยี่ยวพยักหน้าส่งๆ อย่างตัดรำคาญ แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ น้ำรินยืนรออยู่หน้าห้องน้ำ
สงครามเข็นรถของธารา มีพยาบาลเดินตามหลัง ผ่านหน้าน้ำริน ทันใดนั้น ทุกอย่างหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงนาฬิกา ที่เริ่มเดิน
น้ำรินเงยหน้าขึ้นมามองนาฬิกาข้อมือของธารา เหมือนจะนึกออกลางๆ
“นาฬิกา ผู้หญิงคนนี้”

น้ำรินเหมือนโดนพลังลึกลับที่มองไม่เห็นดึงดูดเข้าไปที่นาฬิกา นั่นคือสายสัมพันธ์ระหว่างกัน เพราะ ธาราก็รู้สึกเช่นกัน
“เดี๋ยวค่ะ”
สงครามหยุดรถ ธารารู้สึกใจเต้นถี่ขึ้นมาอย่างประหลาด
น้ำรินก้าวเข้ามาหาช้าๆ ดวงตาจับจ้องที่นาฬิกาข้อมือของธารา แต่มือของสงครามเข้ามาวางบนแขนธารา ทับบนนาฬิกาพอดี
“เป็นอะไรรึเปล่าคุณ”
“เปล่าค่ะ ไปเถอะค่ะ”
สงครามเข็นรถพาธาราไป น้ำรินมองตามอย่างข้องใจ
“ผู้หญิงคนนี้? นาฬิกาเรือนนั้น?”

เหยี่ยวกำลังใช้กระดาษเช็ดมือซับน้ำออกจากเสื้อ พลันก็มีได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นจากในห้องน้ำที่ปิดประตูอยู่
“พี่ธรพูดครับ”
เหยี่ยวตาโตเมื่อได้ยินคำว่าพี่ธร รีบวิ่งออกไปหน้าห้องน้ำแล้วกวักมือเรียกน้ำริน
“พี่ธร”
“พี่ธรอยู่ในนั้นเหรอ”
เหยี่ยวทำมือทำไม้บอกให้น้ำรินฟังเสียงในห้องน้ำ
“พี่ธรมางานที่โรงแรมครับ”
น้ำรินตื่นเต้น “พี่ธรจริงๆด้วย เค้าหน้าตาเป็นยังไง คุณเห็นรึยัง”
“ยัง คุณเข้าไปดูสิ”
พลันประตูห้องน้ำก็เปิดออกพอดี น้ำรินกับเหยี่ยวหันไปมองประตูห้องน้ำพร้อมกันอย่างตื่นเต้น
ภาพตรงหน้าคืออาเสี่ยพุงพลุ้ยฟันทอง ใส่ทองเต็มตัวคุยโทรศัพท์ต่อเนื่อง
“เสร็จธุระแล้วพี่กำธรจะรีบไปหาน้องหนูเลยนะจ๊ะ เลิฟยู”
น้ำรินทำหน้าขยะแขยง รับไม่ได้
“ไม่ใช่อ่ะ พี่ธรของฉันต้องไม่ใช่คนนี้ “
จู่ๆน้ำรินก็รู้สึกปวดแปลบที่หัวใจขึ้นมาอีก เหยี่ยวตกใจ

“คุณเป็นอะไร”
.

อ่านต่อหน้า 4



ภพรัก ตอนที่ 5 (ต่อ)

ช่วงเวลาเดียวกันนั้น ธาราก็ยกมือกุมหัวใจตัวเอง นั่งตัวงออยู่บนรถเข็น เหงื่อเต็มใบหน้า หายใจติดๆขัดๆ

สงครามกับพยาบาลมองธาราอย่างเป็นห่วง ธาราพยายามสูดหายใจลึกๆ ภพธรกับนับดาวมองดูธารา ทำราวกับว่าเป็นห่วงมาก
“คุณอากลับไปพักดีมั้ยครับ”
“ให้พี่ธรเป็นตัวแทนคุณอาเป็นประธานเปิดงานก็ได้นะคะ”
“ไม่ต้อง อายังไม่ตาย ไม่จำเป็นต้องให้ใครแทน”
ธาราพูดอย่างเข้มแข็ง ภพธรกับนับดาวหันมาสบตากัน แล้วแอบยิ้มร้าย

น้ำรินเดินเร็วเข้ามาในห้อง กวาดตามองหาไปรอบๆ เหยี่ยวเดินตามมาอย่างไม่เข้าใจ
“ฉันว่าต้องเป็นเพราะพี่ธรอยู่แถวๆนี้ สายใยแห่งความผูกพันถึงได้ขมวดเกลียวรัดเราเข้าหากัน ฉันก็เลยเกิดอาการจี๊ดใจ”
น้ำรินเดินหาไปรอบๆ ผ่านหน้าภพธรที่กำลังเดินไปทางประตูห้องบอลรูม
บนเวที นับดาวเป็นพิธีกรขึ้นไปกล่าวเปิดงาน
“สวัสดีค่ะท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมงานงานสัมมนา “เยียวยาจิตใจ ครอบครัวไทยต้านภัยยาเสพติด” ดิฉันขอเรียนเชิญ คุณธารา ประธานกรรมการเครือโรงแรมรินธารา กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดการสัมมนาครั้งนี้ค่ะ”
ธาราเลื่อนรถเข็นของตัวเองไปที่โพรเดี่ยม
“สวัสดีแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ดิฉันมีความยินดีที่มีส่วนร่วมในการจัดงานสัมมนาครั้งนี้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

ร่างธารากระตุกเกร็ง เหมือนลมตีขึ้นจนจุกอก พลางหายใจติดๆขัดๆ หัวใจเต้นแรงผิดปกติ



แขกทุกคนหันมามอง ซุบซิบกันว่าเกิดอะไรขึ้น สงครามเอะใจในอาการผิดปกติ ธาราค่อยๆ เซ ก่อนจะหมดสติแล้วตกจากรถเข็นลงมากับพื้น นับดาวตกใจ เผลอเรียกชื่อภพธรออกมา

“พี่ธร”
น้ำรินได้ยินเสียงเรียกพี่ธร ก็มองไปมองตามสายตาของนับดาวไปจนเกือบถึงตัวภพธรที่ยืนอยู่ด้านหลัง แขกเหรื่อลุกพรึ่บขึ้นด้วยความตกใจ
น้ำรินมองไม่เห็นภพธร เพราะทุกคนฮือกันเข้ามาจนบังภพธรมิด

ธารานอนหลับตาอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ค่อยๆลืมตาขึ้น สงคราม ภพธร และนับดาว ที่นั่งรอดูอาการอยู่ก็ผุดลุกขึ้น สงครามรีบปราดเข้าไปหา
“เป็นไงบ้าง”
ธาราหันมาพูดกับภพธรและนับดาว
“เธอสองคนกลับไปได้แล้ว ธร ฝากขอโทษผู้หลักผู้ใหญ่ในงานด้วยล่ะ”
ภพธรรับคำ พลางหันมาไหว้สงครามแล้วเดินออกไปพร้อมกับนับดาว แต่ยังไม่ทันออกประตู ก็ได้ยินธารพูดกับสงคราม
“ฉันนอนน้อย ไม่ได้ทานอะไรนอกจากชามะลิถ้วยเดียว”
ภพธรรู้สึกกังวลขึ้นมา นับดาวสังเกตเห็นก็เอื้อมมือไปบีบต้นแขนแล้วพยักหน้าให้ภพธรออกไป
สงครามนึกถึงชามะลิแล้วเอะใจขึ้นมา พลางมองธาราที่มีท่าทีเหนื่อยอ่อนอย่างสงสัย

“ธาราอาการผิดปกติ เหมือนคนโดนวางยา”
สงครามตั้งข้อสังเกตกับสมเดช ขณะที่เดินคุยกันมาตามทางในโรงพยาบาล
“แต่หมอไม่พบสารพิษในร่างกายเลยนะครับ หมอบอกว่าคุณธาราเครียดอดนอนก็เลยเป็นแบบนี้”
สงครามหน้าเครียด “วันนั้นผมดื่มชาดอกมะลิของเค้า แล้วมีอาการเหมือนกัน”
“บังเอิญรึเปล่าครับ”
“ความบังเอิญไม่น่าจะเกิดขึ้นถึงสองครั้ง”

สงครามครุ่นคิดอย่างจริงจัง



ภพธรเดินเข้ามาในคอนโดพร้อมกับนับดาว ด้วยท่าทีกังวลใจ

“ทำใจให้สบายเถอะค่ะ หมอไม่มีทางตรวจเจอสารพิษของดาวหรอกอีกไม่นาน พี่จะล้างแค้นให้พ่อสำเร็จ”
นับดาวพูดปลอบใจ แต่ภพธรยังไม่ค่อยจะวางใจนัก

สงครามกดวางสายโทรศัพท์มือถือแล้วหันมาบอกสมเดช
“แม่บ้านบอกว่ามีคนเอากล่องชาที่ธาราดื่มประจำไปทิ้ง เพราะมันขึ้นรา”
“จะเอายังไงครับ ขืนรอให้โดนวางยาอีกครั้ง คุณธาราอาจจะไม่รอด”

น้ำรินเดินเข้ามาจากหน้าบ้านอย่างหงอยๆ ยายนวลที่นั่งฟังผลล็อตเตอรี่อยู่กับปลาทู ปูอัด รีบหันมาถาม
“หนูน้ำ เย็นนี้กินอะไรดี ยายถูกล็อตเตอรี่”
ปลาทูกับปูอัดมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“ยายถามใคร” ปลาทูถามอย่างหวาดๆ
“หนูน้ำไง”
ปูอัดขนลุกซุ่ “น้ำอีกแล้ว ยายทำน้ำในเขื่อนฉันจะแตกทุกที”

จากนั้นทั้งคู่ก็รีบลายายนวลออกไปด้วยความกลัว



เหยี่ยวหยิบสร้อยของน้ำรินที่มีสัญลักษณ์ PN ขึ้นมาดู พยายามเทียบกับลายสร้อยของร้านต่างๆ ในอินเตอร์เน็ต ครุ่หนึ่งโทรศัพท์มือถือดังขึ้น

“ดิอาร์ตออฟเจมส์ใช่มั้ยครับ เรื่องจี้ที่ส่งภาพไปให้ดูเป็นยังไงบ้าง ทางร้านไม่เคยทำจี้ลายแบบนี้เหรอครับ ครับ ขอบคุณนะครับ”
เหยี่ยววางสร้อยน้ำรินลงที่โต๊ะ
“ดวงจะไม่เจอ มันก็ไม่เจอ”
เหยี่ยวตกใจ หันมาเห็นน้ำรินนั่งอยู่ข้างๆ
“บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าอย่ามาแบบนี้”
“เหอะน่า ทนอีกไม่นานฉันก็จะเจอพี่ธรแล้วเสียดายจริงๆเลย ได้ยินชื่ออยู่ชัดๆ ดันคลาดกันได้”
“เค้าไม่ใช่คู่แท้ของคุณมั้ง”
น้ำรินหน้าเศร้า “ทำไมจะไม่ใช่ ตอนที่อยู่โรงแรม ฉันรู้สึกถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้นอย่างบอกไม่ถูก มันต้องเป็นความรักของฉันกับพี่ธรแน่ๆ”
เหยี่ยวฟังแล้วเริ่มหึง
“คุณผูกพันกับพี่ธรเพราะเป็นคู่แท้ แล้วคุณผูกพันกับผมเพราะอะไร”
น้ำรินคิด “เพราะ เพราะสร้อยมั้ง”
เหยี่ยวพูดประชด “ก็ดี ถ้าไม่มีสร้อย ผมก็ไม่ต้องกระเตงคุณไปไหนๆแล้วสิ”
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เหยี่ยวกดรับสาย
“เจอแล้วเหรอจ่า ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
จากนั้นก็กดวางสาย แล้วรีบลุกขึ้น น้ำรินลุกตาม
“ไหนบอกว่าเสร็จงานสัมมนาแล้วจะพาฉันไปหาพี่ธรไง”
“ผมต้องไปทำงาน”
น้ำรินทำหน้าอ้อน “ไปหาพี่ธรให้ฉันก่อนไม่งั้น ฉันจะก่อกวนคุณจนทำงานไม่ได้”
“อ๋อเหรอ คุณติดผมเพราะสร้อยนี่ใช่มั้ย”
พูดพลางเปิดลิ้นชักโต๊ะแล้วโยนสร้อยลงไป “งั้นก็อยู่ที่นี่ ไม่ต้องตามไปแล้วกัน”
เหยี่ยวปิดลิ้นชักโต๊ะอย่างแรง แล้วเดินออกไป น้ำรินจะเดินตามแต่ชะงัก ไม่กล้าเดินทะลุประตู

เหยี่ยวกับนกน้อยกำลังจ้องจอคอมพิวเตอร์ที่มีรูปภาพหน้าผู้ชายสลับเร็วๆ จนดูแทบไม่ทัน
“พอรูปสเก็ตช์คนร้ายจากพยานแถวอพาร์ตเมนท์ของเจ๊แดงเสร็จ ผมก็ส่งไปให้ทุกสน.แล้วก็ส่งเข้าเครื่องสืบค้นประวัติอาชญากร”
เครื่องคอมพิวเตอร์ส่งเสียงร้อง ภาพแสดงผลรูปสเก็ตช์กับรูปคงคา มีตัวหนังสือกระพริบ “match”
“นายคงคา” เหยี่ยวรีบหันไปบอกนกน้อย “ส่งรูปไปให้ทุกท้องที่และด่านสกัดจับ เอ้อ เอารถสำนักงานสืบฯ ออกด้วย”

สั่งเสร็จก็รีบวิ่งออกไป
.

อ่านต่อตอนที่ 6

.



32

ภพรัก ตอนที่ 4
https://mgronline.com/drama/detail/9570000133688
.

ภพรัก ตอนที่ 4
เผยแพร่: 20 พ.ย. 2557 09:17   โดย: MGR Online
.





ภพรัก ตอนที่ 4

น้ำรินเดินออกมาจากริมหน้าต่าง ทิ้งตัวลงนั่งแล้วครุ่นคิดต่อ

“ความผิดเหล่านั้นที่ก่อไว้ นอกจากเรื่องนกยูงเรายังเคยทำผิดเรื่องอื่นๆ อีกมั้ย?”
พลันก็หวนคิดถึงภาพสร้อย P N
“ฉันเคยมีสร้อยตัวอักษร P N ?”
โทรศัพท์มือถือของภพธรที่คว่ำอยู่ เห็นรอยแกะสลักรูป P N ภพธรนั่งอ่านแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ
พลางปรายตาเห็นอักษร P N บนโทรศัพท์มือถือ ทำให้คิดถึงน้ำริน เขาถอนหายใจยาววางปากกาในมือลงและเปิดลิ้นชักออกมา หยิบรูปน้ำรินขึ้นมาดูมองรูปด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะผูกพัน แต่ก็สับสนกับการกระทำของตัวเอง

ภพธรนึกถึงภาพตัวเองขณะกำลังนั่งคุยอยู่กับธาราในบ้าน
“สำหรับอา ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าคำว่า “ครอบครัว” หรอกนะธร”
ภพธรมองธาราที่แววตาดุอย่างสงสัย
“อาเลี้ยงธรมากี่ปีแล้ว”
“สิบกว่าปีครับ”
“ไม่น่าเชื่อว่าเด็กหนุ่มเมื่อสิบกว่าปีก่อน จะก้าวมาทำงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่เครือโรงแรมอันดับหนึ่งของเมืองไทยได้”
ภพธรยิ้ม “ถ้าไม่ได้คุณอา ผมคงไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้”
“คนฉลาดอย่างธรน่าจะรู้ว่าควรจะทำตัวยังไง ชีวิตของอาห่วงแต่น้ำรินคนเดียว อยากให้มีคนที่อาไว้ใจดูแลลูกสาวไปตลอดชีวิต ธรควรจะเป็นมากกว่าพี่ชายของน้ำริน อาต้องการให้ธรแต่งงานกับน้ำริน น้องโตพอที่จะมีครอบครัวได้แล้ว”
พลันเสียงของน้ำรินก็ดังแทรกเข้ามา
“คุยอะไรกันอยู่คะ ท่าทางซีเรียสจัง”
ทั้งสองคนหันไปมอง เห็นน้ำรินเดินเข้ามาพร้อมกับถุงข้าวของแบรนด์เนมที่เพิ่งไปช้อปปิ้งมาเต็มไปหมด
“พี่ธรมาก็ดีแล้ว วันนี้ไปปาร์ตี้กับน้ำหน่อยนะคะ กำลังต้องการคู่ควงหนุ่มหล่ออยู่พอดีเลย”

น้ำรินหน้ายิ้มแย้มไม่สนใจว่าทั้งคู่กำลังคุยอะไรกันอยู่ ห่วงแต่เรื่องเที่ยวของตัวเอง



ภพธรจ้องรูปน้ำรินแล้วครุ่นคิดในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ พอนับดาวเปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง เขาก็รีบหย่อนรูปลงลิ้นชักแล้วปิด

“ซ่อนอะไรดาวคะ”
ภพธรท่าทางมีพิรุธ “เปล่า”
นับดาวรี่เดินตรงเข้ามา ชักลิ้นชักโต๊ะทำงานของภพธรออกมา
“เอารูปน้ำรินขึ้นมาดูทำไมคะ คิดถึงมันมากเหรอ”
“เปล่า แค่คิดว่าจะทำยังไงกับแม่เค้าต่างหาก”
นับดาวนั่งลงบนตักภพธรท่าทางยั่วยวน
“ไม่เห็นจะต้องคิดมาก ตอนนี้ก็เหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว”
พลางหยิบช้อนกาแฟที่วางบนจานรอง มาคนในถ้วยกาแฟ
“ปล่อยให้ตายช้าๆ อย่างทรมานดีกว่า”

“สร้อยที่มีอักษรย่อ P กับ N ยังงั้นเหรอ บางทีอาจจะเป็นชื่อจริงกับนามสกุลจริงของคุณ”
เหยี่ยวครุ่นคิด พลางลองกดคอมพิวเตอร์คีย์หาข้อมูลคนหาย ชื่อขึ้นต้นด้วยอักษร P นามสกุลขึ้นต้นด้วยอักษร N แต่กลับมีรายชื่อเป็นพัน

“คุณเคยบอกว่ารถเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ดวงจิตคุณออกจากร่างใช่มั้ย”
น้ำรินพยักหน้า “ใช่ แต่คุณเคยตรวจสอบจากฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์แล้ว ไม่มีเคสของผู้ประสบอุบัติเหตุโรงพยาบาลไหน ที่ใกล้กับชื่อฉันเลย”
“ผมมีวิธีที่ดีกว่าตรวจจากคอมพิวเตอร์”
เหยี่ยวเดินตรงไปที่ตู้เอกสารด้านหนึ่ง หยิบแฟ้มมาสี่ห้าแฟ้มกองลงที่โต๊ะด้านข้าง แล้วหยิบแฟ้มมาเปิดดูทีละหน้าๆ น้ำรินมองอย่างหงุดหงิด เพราะคิดว่าหาจากคอมฯ น่าจะเร็วกว่า พลางพยายามวางนิ้วและพิมพ์ลงบนแป้นพิมพ์ ปรากฏว่านิ้วทะลุแป้นพิมพ์ไปหมด เพราะหยิบจับอะไรไม่ได้ ที่สุดก็เผลอตัวยกขึ้นทั้งสิบนิ้ว แล้ววางฟาดลงบนคีย์บอร์ดอย่างแรง หน้าจอคอมฯ ของเหยี่ยวดับวูบทันที
น้ำรินยกมือขึ้นมาดู สีหน้าดีใจที่จู่ๆ ก็สามารถหยิบจับอะไรได้แล้ว
“คุณ ฉันทำได้แล้ว ฉันจับของได้แล้ว”
เหยี่ยวย่อตัวนั่งลงแล้วลองกดเปิดเครื่องใหม่ แต่เปิดเท่าไหร่ก็ไม่ติด น้ำรินหน้าจ๋อยๆ แต่แล้วจู่ๆ เครื่องก็ติดขึ้นมา

เหยี่ยวมองน้ำรินแบบไม่ค่อยสบอารมณ์ แล้วเดินไปเปิดแฟ้มเอกสารต่อ



ภพธรนั่งเซ็นเอกสารอยู่ในห้อง นับดาวเดินเปิดประตูเข้ามาทันทีพร้อมกับเอกสารฉบับหนึ่ง ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ภพธรเงยหน้าขึ้นมาด้วยแววตาไม่พอใจ ที่เธอเข้ามาโดยไม่เคาะประตู

“ระหว่างเรายังมีเรื่องอะไรต้องปิดปังกันอีกเหรอคะ”
ภพธรถอนหายใจอย่างอึดอัด นับดาววางเอกสารลงบนโต๊ะ แล้วจ้องหน้าแบบค้นหาความจริง
“เมื่อเดือนที่แล้วพี่ธรโอนเงินหลายแสน ไปที่ชลบุรี? โอนไปทำไม?”

ภพธรทำหน้าเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา “เพื่อนเก่าเดือดร้อน ขอความช่วยเหลือ”
“ดาวถามไปที่แบงค์แล้ว พี่ธรโอนไปที่โรงพยาบาล ดาวไม่เคยได้ยินว่าพี่ธรมีเพื่อนที่ชลบุรี”
ภพธรส่ายหน้า
“เธอต้องรู้จักเพื่อนพี่ทุกคนเหรอ ทำไม คิดว่าอะไร นับดาว เธอต้องรู้จักให้เกียรติกันมากกว่านี้นะ ถ้าต้องการจะคบกันต่อไป”
นับดาวจ้องภพธรอย่างจับผิด

น้ำรินขมวดคิ้วนั่งเท้าคางจ้องเหยี่ยวที่หาเอกสารทีจะใบในแฟ้มเอกสารปึกใหญ่ แล้วจดลงในสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ
“พบชื่อที่มีตัวย่อ P หรือ N บ้างมั้ย”
“ในเขตปริมณฑล ผมได้รายชื่อผู้ประสบอุบัติเหตุที่เป็นผู้หญิงมา 3 ราย อยู่ในจังหวัดจันทบุรี, ระยอง และชลบุรี ผมโทรเช็คกับโรงพยาบาลทั้งสามแห่งแล้ว ผู้ป่วยทั้งสามรายยังไม่ฟื้น”
“ขอให้เค้าส่งประวัติมาให้เราสิ จะได้เห็นหน้าผู้ป่วย”
เหยี่ยวถอนหายใจ “มันไม่ง่ายอย่างนั้น ระบบราชการมีระบบอำนาจดำเนินการ ยศแค่ผมทำไม่ได้”
จากนั้นก็เสนอว่าให้ตามไปดูให้เห็นกับตาที่โรงพยาบาลเลย
“หมายความว่าวันนี้ฉันจะได้เจอร่างตัวเอง เข้าร่างได้แล้วใช่มั้ย ไชโย”
น้ำรินดีใจมากกระโดดกอดเหยี่ยวอย่างลืมตัว ปรากฏว่าทะลุร่างไป ทั้งคู่ชะงัก เขิน แล้วรีบทำเป็นวางฟอร์มใส่กัน
“ไปกันเถอะ”

เหยี่ยวเดินนำออกไป น้ำรินยิ้มดีใจ รีบเดินตามออกไป



น้ำรินเดินออกมากับเหยี่ยวมาตามทางเดินในลานจอดรถ นกน้อยเดินออกมาจากอาคารสำนักงาน เอาพวงกุญแจใส่ที่นิ้วชี้แล้วเหวี่ยงเล่นระหว่างเดินมา

“เรียบร้อยหมวด รถว่างพอดีเลย คราวนี้ทำไมหมวดกล้านั่งรถไปไกลๆ ล่ะ”

เหยี่ยวสีหน้าเปลี่ยนไป ความจริงก็หวาดๆ อยู่เหมือนกัน นกน้อยหันไปแล้วนึกรู้ทันทีว่าอาการที่กลัวการนั่งรถยนต์ยังคงมีอยู่
“น่า อย่าวิตกไปเลย เดี๋ยวผมขับให้เรียบนิ่งสุดฤทธิ์เลย ไปไกลแค่ไหนหมวดก็ไม่รู้สึกอึดอัดหรอก เชื่อผมเหอะ”
นกน้อยเดินนำไปที่รถของสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวมองตามไปที่รถด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ น้ำรินมองอาการ ก็พอเดาออกว่าเขากำลังรู้สึกอะไรอยู่

เหยี่ยวนั่งหลับตาพยายามทำสมาธิไม่ให้คิดอะไรเรื่องที่ต้องนั่งรถทางไกล น้ำรินนั่งอยู่ที่เบาะหลัง ชะโงกมามองด้วยสายตาเป็นห่วง
เหยี่ยวส่งเอกสารที่จดรายชื่อโรงพยาบาลและชื่อผู้ป่วยให้นกน้อย
“ไปโรงพยาบาลตามรายชื่อ เริ่มจากไกลที่สุดก่อน”
นกน้อยรับเอกสารมาอ่าน
“จันทบุรี โอ้โฮ ไกลโขอยู่นะหมวด คราวที่แล้วไปทำคดีแค่นครปฐม หมวดยังเครียดจนอ้วกแล้วอ้วกอีก“เอาน่า ผมกำลังตามหาผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ ผมรับปากกับเค้าไว้แล้ว ต้องทำให้สำเร็จ”
น้ำรินรู้สึกดีกับเหยี่ยวที่ตั้งใจจะช่วยเธอ

รถขับผ่านทางเข้าจังหวัดจันทบุรี เหยี่ยวชะโงกศีรษะออกมาจากรถ เหมือนๆ จะอาเจียน น้ำรินเห็นอาการแล้วสงสาร
เหยี่ยวนั่งหลับตา นิ่วเหน้าเหมือนกำลังอยู่ในความเครียด คิดถึงเหตุการณ์ในอดีต ตอนที่รถประสบอุบัติเหตุ และพ่อกับแม่เขาเสียชีวิตคาที่ เขาผวาลืมตาขึ้นทันที พลางหอบหายใจถี่ๆ

“เที่ยวนี้เราเดินทางไกลมากไปหน่อย ใกล้จะถึงแล้ว อดทนอีกนิดนะหมวด ผู้หญิงคนนั้นคงสำคัญกับหมวดมากสินะ ถึงต้องยอมทนถึงขนาดนี้น่ะ”
“มันเป็น “สัญญา” ฉันต้องทำตามสัญญา”

น้ำรินมองมาที่เหยี่ยวอย่างซึ้งใจ
.

อ่านต่อหน้า 2



ภพรัก ตอนที่ 4 (ต่อ)

เหยี่ยวกับนกน้อยยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์โรงพยาบาล กำลังรอพยาบาลที่ค้นข้อมูลให้อยู่ แต่พยาบาลแจ้งว่าคนไข้ ที่ชื่อ “ปวีณานัฐสิริกร” ถูกรับตัวไปแล้ว

น้ำรินท่าทางผิดหวังไม่ต่างไปจากเหยี่ยว
“ถ้าเค้าฟื้นแล้ว งั้นก็ไม่ใช่ฉัน”
“ยังเหลืออีกสองราย” เหยี่ยวพูดอย่างมีความหวัง
“ไม่ตามไปที่บ้านคนไข้เหรอ เผื่อจะใช่ผู้หญิงคนที่หมวดตามหา” นกน้อยหันมาถาม
“ไม่ใช่หรอก รีบไประยองกันดีกว่าจ่า ผมไม่อยากให้ติดเที่ยง”
เหยี่ยวเดินนำออกไป น้ำรินทำหน้าเหมือนคิดอะไรได้
“เดี๋ยวก่อนค่ะ หมวดน่าจะขอตัวช่วยจากนางพยาบาลก่อนดีกว่าค่ะ”
เหยี่ยวทำหน้าสงสัยว่าน้ำรินหมายถึงอะไร

รถแล่นไปตามทาง เหยี่ยวดมยาดมที่ขอมาจากพยาบาลของโรงพยาบาล น้ำรินอมยิ้มภูมิใจในความคิดของตัวเอง ครู่เดียวเหยี่ยวก็ออกอาการพะอืดพะอมอีกครั้ง แต่ยังคงทนได้อยู่

พยาบาลกำลังพาเหยี่ยวกับนกน้อยเดินมาที่ห้องผู้ป่วยรวม น้ำรินเดินตามมาอย่างลุ้นๆ
“หวังว่าคราวนี้คงจะเป็นร่างของฉันนะ”
ผู้ป่วยที่นอนอยู่ ท่าทางเป็นเหมือนทอม กำลังหัวเราะกับญาติแบบสนิทสนม เพราะฟื้นแล้ว
น้ำรินกับเหยี่ยวหันมามองหน้ากันอย่างผิดหวัง

จากนั้นทั้งหมดก็ตามมาถึงที่โรงพยาบาลชลบุรี พยาบาลรีบบอก
“ผู้ป่วยยังไม่ฟื้นค่ะ หมดสติไปตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ”
น้ำรินกับเหยี่ยวมองหน้ากันอย่างมีความหวัง
“ขอเราเยี่ยมผู้ป่วยหน่อยได้มั้ยครับ”
“ญาติเพิ่งขอย้ายผู้ป่วยเข้ากรุงเทพฯ ไปเมื่อเช้าค่ะ”
“ย้ายไปที่โรงพยาบาลไหนครับ” เหยี่ยวถามอย่างร้อนรน
พยาบาลค้นเอกสารครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามาบอกชื่อโรงพยาบาล

เหยี่ยวเดินนำนกน้อยออกมาอย่างมีความหวัง น้ำรินยิ้มยินดี คิดว่าน่าจะพบกับร่างของตัวเองซะที



สงครามมาเยี่ยมธาราที่ยังคงไม่ฟื้น พลางวางดอกแก้วลงที่โต๊ะข้างเตียง ภาพความรักครั้งเก่าผ่านเข้ามาในความทรงจำ

สงครามในชุดนักเรียนนายร้อยปี 1 กำลังเดินมาส่งธาราในชุดนักศึกษากลับบ้าน ทั้งสองยิ้มแย้มกันเหมือนเป็นคู่รัก
ธาราเดินมองไปที่ด้านหน้าเห็นต้นแก้วอยู่ข้างทาง ก็ยิ้มแล้วหันมาบอกสงคราม
“รอแป๊บนึงนะคะ”
พลางเดินตรงไปที่ต้นแก้ว แล้วชะเง้อมองไปที่ดอกแก้วที่อยู่สูง พยายามเขย่งจะเก็บให้ได้ สงครามเดินตามมามอง เห็นดอกแก้วช่ออื่นที่อยู่ใกล้มือ แต่ธารากลับไม่เด็ด
“ดอกแก้วตรงนี้ก็มี”
ธาราส่ายหน้า “มันไม่เหมือนกัน เพราะดอกตรงนี้มันช้ำ ส่วนช่อนั้นใบแหว่งไม่สวย แต่ช่อโน้น ดอกไม่ช้ำ ใบไม่แหว่ง ช่อกำลังสวย เป็นช่อที่ดีที่สุด”
สงครามจึงพยายามเอื้อมมือไปเด็ดช่อดอกแก้วนั้นมาให้
“ถ้าผมไม่เด็ดให้ คุณจะเอื้อมไปเก็บ จนกว่าจะได้เหรอ ?”
ธารามองดอกแก้วอย่างมีความสุขแล้วมองสงคราม
“ถ้าเราเด็ดด้วยตัวเองไม่ได้ เราก็ต้องหาวิธีจนกว่าจะได้”
ธาราก้มมองดอกแก้วอย่างชื่มชม สงครามมองที่ดอกแก้วในมือธารา

“ทำไมคุณต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับการจับพวกค้ายาบ้าๆนั่นด้วย”
สงครามนอนอยู่บนเตียงคนไข้ สีหน้าเพลียเพราะเสียเลือดมาก มีแผลโดนยิงที่หัวไหล่ มีผ้าก็อตปิดอยู่ มีสายน้ำเกลือและถุงเลือดห้อยระโยงระยาง ธารายืนอยู่ข้างเตียง กำลังจ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง
“มันเป็นหน้าที่ที่ผมภูมิใจ”
สงครามมองหน้าธาราอย่างมีความหมาย แล้วเอื้อมมือจับมือเธอ
“คุณรู้ไหม เมื่อเช้าท่านผู้การมาเยี่ยมท่านบอกว่าจะเลื่อนขั้นให้ผม อีกไม่นานผมจะได้เป็นรองสารวัตร เงินเดือนผมจะมากพอที่จะเลี้ยงคุณได้ เราแต่งงานกันนะ”
ธารามองสงครามนิ่ง ไม่มีท่าทางตื่นเต้นหรือดีใจ จากนั้นก็ค่อยๆดึงมือตัวเองออกมา
“ฉันรอไม่ได้ สำหรับคนอื่น ชีวิตอาจอยู่ได้ด้วยความหวัง แต่สำหรับฉัน มีชีวิตอยู่บนความจริง”
สงครามมองธาราด้วยสายตาสับสน “คุณกำลังพูดอะไร ?”
“วันนี้ ฉันจะมาลา”
สงครามเผลอลุกขึ้น แล้วเจ็บที่แผล แต่ยังใช้แขนตัวเองยันตัวให้ลุกขึ้น แล้วเอื้อมมือไปจับมือธาราไว้
“สงคราม คุณเป็นคนดี ดีมาก แต่ยังไม่ดีที่สุด”
พลางดึงมือของสงครามออก “ฉันขอโทษ” แล้วก็เดินออกจากห้องไปทันที
สงครามมองธาราด้วยความไม่เข้าใจ ตกใจ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็ว พลางจะลุกจากเตียงเพื่อไปตามธารา แต่เจ็บแผลจนเซล้มไปชนโต๊ะข้างเตียง ทำให้แจกันที่ใส่ช่อดอกแก้วล้ม แล้วค่อยๆ กลิ้งตกจากโต๊ะ

แจกันตกแตกกระจาย ดอกแก้วกระเด็นเกลื่อน



สงครามยืนมองหน้าธาราอยู่อย่างนั้นด้วยความรู้สึกผูกพัน แววตาบ่งบอกว่ายังคงรักและห่วงใยผู้หญิงคนนี้

ธาราคล้ายๆ ใกล้จะรู้สึกตัวตื่น สงครามเห็นจึงค่อยๆ เดินออกจากห้องไป

เหยี่ยวเดินเข้ามา คลาดกับสงครามไปเพียงนิดเดียว น้ำรินเดินตรงเข้าไปคุยกับเหยี่ยว ส่วนนกน้อยเดินนำออกไปจึงไม่ได้ยินสิ่งที่ทั้งสองคนกำลังพูดกัน
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อฉัน”
เหยี่ยวหันมามองหน้าน้ำริน ด้วยแววตาซึ้ง
“ผมทำด้วยความเต็มใจ”
ทั้งสองคนมองหน้ากันด้วยความรู้สึกผูกพันอย่างบอกไม่ถูก

ธารารู้สึกตัวแล้ว แต่ยังนอนสะลึมสะลือครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่บนเตียง ท่าทางอ่อนเพลียอยู่ไม่น้อย
พยาบาลกำลังวัดความดันและเช็คน้ำเกลือ
ธาราหันไปมองที่หัวเตียง เห็นดอกแก้ววางอยู่
“ดอกแก้ว?”
“เพื่อนคุณที่เป็นตำรวจเอามาให้ค่ะ ท่านผู้การมาเยี่ยมคุณทุกวันเลยนะคะ เมื่อกี้ก็เพิ่งกลับออกไป ก่อนที่คุณจะตื่นไม่นาน”
พยาบาลเตรียมจะเข็นเตียงออกไปจากห้องพักผู้ป่วย ธารายังคงสะลึมสะลือครึ่งหลับครึ่งตื่น
“อาจารย์หมอขอเอ็กซเรย์สมองอีกครั้งนะคะ ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติ อีกสองสามวัน คุณน่าจะกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้”

ธาราพยักหน้ารับรู้ แต่สายตายังมองที่ดอกแก้วซึ่งวางอยู่ที่โต๊ะข้างเตียง แล้วก็คิดถึงสงคราม



เหยี่ยวกับนกน้อยรอหมออยู่ที่บริเวณเคาน์เตอร์ น้ำรินยืนอยู่ข้างๆ พลางลุ้นว่าจะเจอร่างของตัวเองหรือไม่ ครู่หนึ่งหมอก็เดินออกมา

“หมวดเหยี่ยวที่โทรมาถามเรื่องคนไข้ที่เพิ่งย้ายมาจากชลบุรีใช่มั้”
“ใช่ครับคุณหมอ คนไข้อาการเป็นยังไงบ้างครับ”
“ยังสลบไม่ได้สติ คนไข้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ สมองกระทบกระเทือนอย่างแรง นอนไม่ได้สติมาสองสัปดาห์แล้ว”
น้ำรินดีใจหันไปบอกเหยี่ยว “ต้องเป็นฉันแน่ๆ เลยค่ะ”
“ขออนุญาตให้ผมพบคนไข้หน่อยได้มั้ยครับ”
หมอมีท่าทางอึกอัก เหยี่ยวรีบพูดต่อทันที
“เป็นเรื่องสำคัญมากครับหมอ ขอแค่ให้ผมเห็นหน้าคนไข้เท่านั้นก็พอ”
หมอมีท่าทางครุ่นคิดนิดหนึ่ง น้ำรินกับเหยี่ยวเฝ้ารอคำตอบลุ้นๆ

หมอพาเหยี่ยวกับพวกเดินมาตามทางเดินในโรงพยาบาล กำลังจะไปห้องไอซียูที่ร่างผู้ป่วยคนนั้นพักฟื้นอยู่
“ผมอนุญาตให้เป็นกรณีพิเศษ แต่ไม่เกินห้านาทีนะครับ”
“ไม่มีปัญหาครับ แค่ผมพบคนไข้ เท่านั้นก็พอ”
อีกด้านหนึ่งของทางเดิน พยาบาลกำลังเข็นเตียงจะพาธาราไปเอ็กซเรย์สมอง เหยี่ยวกับนกน้อยเดินนำไปแล้ว น้ำรินเดินผ่านเตียงที่กำลังเข็นธารา ก็ชะงัก หยุดยืนมองเตียงที่ถูกเข็นออกไป แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวหนึ่งของใบหน้า แต่รู้สึกได้ถึงความผูกพันบางอย่างระหว่างกัน
น้ำรินเดินแยกกับกลุ่มเหยี่ยว เดินตามธาราไปโดยไม่รู้ตัว

พยาบาลเข็นเตียงของธาราเข้ามารอในห้องเอ็กซเรย์สมอง ธาราหลับตาท่าทางอ่อนเพลีย สะลืม
สะลือ ยังไม่ได้สติเท่าไรนัก
พยาบาลรูดม่านปิดเตียง แล้วเดินออกไป
น้ำรินเดินเข้ามาที่เห็นร่างธาราที่ยังคงหลับตาผ่านผ้าม่านที่บังอยู่ จากนั้นก็ตัดสินใจจะเดินเข้าไปมองหน้าชัดๆ ด้วยความรู้สึกผูกพันอย่างไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
“คุณเป็นใครคะ? ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ารู้จักกับคุณ”
ธาราคล้ายได้ยินเสียงน้ำริน กำลังจะเหลียวมามอง
“ขอโทษที่ทำให้รอนะครับ”
เจ้าหน้าที่เดินมาพอดี เข็นเตียงธาราไปที่อุปกรณ์เอ็กซเรย์สมอง ทำให้ทั้งคู่คลาดกันอีกครั้ง

น้ำรินมองตามธาราไป นึกสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกคุ้นเคยกับผู้หญิงคนนี้
.

อ่านต่อหน้า 3



ภพรัก ตอนที่ 4 (ต่อ)

หมอเดินพาเหยี่ยวกับนกน้อยมาจนถึงที่หน้าห้องไอซียู น้ำรินเดินตามมาทันพอดี พลางรีบบอก

“ฉันเจอผู้หญิงคนหนึ่ง ยังไม่ทันเห็นหน้า ฉันรู้สึกแปลกๆ “
ก่อนจะทั้งคู่จะพูดอะไรต่อไป พยาบาลรีบเดินออกมาจากห้องไอซียู ท่าทางร้อนรน
“คุณหมอคะ คนไข้ชักค่ะ”
หมอหันมาหาเหยี่ยวกับนกน้อย “พวกคุณรออยู่ที่นี่ ผมขอตัวก่อนนะ”
หมอรีบเข้าไปในห้องไอซียูทันที นกน้อยเดินไปมองที่กระจกด้วยความสนใจ น้ำรินรีบหันมาคุยกับเหยี่ยว สีหน้าตกใจ
“เป็นไปได้มั้ย พอดวงจิตของฉันมาอยู่ใกล้กับร่าง ก็เลยเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง ร่างอาจกำลังเรียกให้ฉันกลับเข้าไปก็ได้”
“ถ้าอย่างนั้นจะรออะไรอยู่ล่ะ รีบเข้าไปเลยสิ”
“งั้นฉันเข้าไปก่อน เดี๋ยวเจอกันนะหมวดเหยี่ยว”
น้ำรินกำลังจะเดินทะลุประตูเข้าไป แต่เหยี่ยวเรียกไว้
“ถ้าดวงจิตกลับเข้าร่างได้ แล้วคุณฟื้น ผมจะได้เจอคุณในร่างมนุษย์ใช่มั้ย”
น้ำรินยิ้ม “ก็ใช่น่ะสิ”
“คุณต้องฟื้นนะ”
“ฟื้นสิ ยังไงฉันก็ต้องตามมาขอบคุณหมวดแน่ ไม่ต้องห่วงหรอก”

เหยี่ยวมองยิ้มๆ น้ำรินยิ้มตอบ แล้วเดินทะลุเข้าประตูไป



น้ำรินเข้ามาในห้องไอซียู เห็นหมอกับพยาบาลกำลังรุมกันอยู่ที่เตียงคนไข้ ที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤต “หัวใจหยุดเต้น เตรียมปั๊มหัวใจ”

น้ำรินเอามือกุมหน้าอกตัวเอง ด้วยความตกใจกลัวว่าตัวเองจะตาย เพราะเข้าสู่ร่างไม่ทัน พลางรีบเดินไปตรงเตียงที่หมอกำลังปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิตคนไข้
ร่างคนไข้กระตุกไปตามจังหวะการช็อตไฟฟ้าของหมอ
“อาการไม่ดีขึ้นเลยค่ะหมอ”
น้ำรินน้ำตาคลอ กลัวตัวเองตาย รีบเข้าไปใกล้ที่เตียงคนไข้ ชีพจรคนไข้หยุดเต้น ปั๊มยังไงก็ไม่ขึ้น
น้ำรินเสียงแผ่ว “ไม่จริง”
แสงสว่างวาบขึ้นมาในห้องไอซียู
“เค้ามารับวิญญาณของฉันแล้วเหรอ?”
น้ำรินหลับตา กลั้นใจจะเดินเข้าไปหาแสงสว่างนั้น ทันใดนั้นมีร่างอีกร่างปรากฏขึ้น เป็นร่างของหญิงสาวคนไข้ผมยาวคนนั้น คล้ายน้ำรินมากแต่ไม่ใช่
หญิงสาวคนนั้นหันมายิ้มให้น้ำริน แล้วสลายร่างไปกับแสงสว่างที่อยู่โดยรอบห้องไอซียูนั้น
น้ำรินมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง

เหยี่ยวยืนอยู่หน้าห้องไอซียูสีหน้ากังวลใจ นกน้อยกำลังรับโทรศัพท์มือถือพูดอยู่อีกมุมไกลออกไป ประตูห้องไอซียูเปิดออก หมอเดินออกมาด้วยท่าทางขรึมๆ เหยี่ยวรีบเดินเข้ามาถามอาการคนไข้ที่ตัวเองคิดว่าเป็นน้ำริน
“หมอเสียใจด้วย คนไข้หัวใจหยุดเต้นแล้ว”
เหยี่ยวตะลึงตกใจ ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น จนหมอเดินออกไป
จู่ๆ น้ำตาก็เอ่อล้น เพราะความผูกพันที่ตัวเองคิดไม่ถึง “น้ำ คุณตายแล้ว?”
พลางมองไปที่ห้องไอซียู แล้วค่อยๆ ทรุดลงนั่งที่เก้าอี้หน้าห้อง ความรู้สึกเหมือนกำลังสูญเสีย
จากนั้นก็เอนหลังพิงพนักอย่างพยายามระงับความรู้สึก แล้วค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ
“เป็นอะไรหมวด ง่วงเหรอ?”
เหยี่ยวลืมตาขึ้น เห็นน้ำรินยังคงยืนอยู่ตรงหน้า
“คุณยังอยู่ ดวงจิตของคุณไม่ได้สลายไปพร้อมกับร่างนั้นเหรอ”
“นั่นไม่ใช่ร่างฉัน”
เหยี่ยวยิ้มทั้งน้ำตา “คุณรู้มั้ยว่าผมดีใจมากแค่ไหน ที่คุณยังอยู่แบบนี้”
จากนั้นก็เดินเข้ามาหาน้ำรินแล้วเผลอกอด แต่ก็สัมผัสกันได้เพียงแผ่วๆ
“ผมดีใจที่ได้พบคุณอีก”
น้ำรินน้ำตาคลอ “ขอบคุณนะที่ทำเพื่อฉัน ขอบคุณจริงๆ”
เหยี่ยวกับน้ำรินซึ้งกันอยู่ครู่หนึ่งก็เริ่มเขินกัน ทั้งสองเลยค่อยๆ ผละออกจากกัน
“หมวดเหยี่ยว”
เหยี่ยวเก้อๆ หันมามองนกน้อยแล้วยิ้มเก้อๆ
“ยืนยิ้มอะไรคนเดียวครับ”
“ปละ...เปล่า ไม่มีอะไร”
“ตกลงผู้หญิงคนนั้นรอดมั้ย แล้วใช่คนที่หมวดตามหารึเปล่า”
เหยี่ยวส่ายหน้า “ไม่รอด แต่ไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น”
“งั้นเรากลับกันเถอะ ผมหิวข้าวแล้ว”
นกน้อยเดินนำออกไป เหยี่ยวเหลียวมองหาน้ำริน
“กลับบ้านกันเถอะ ฉันเหนื่อยเหลือเกิน”
เหยี่ยวยิ้มๆ “ดวงจิตอย่างคุณ เหนื่อยเป็นด้วยเหรอ ขอโทษนะที่วันนี้ช่วยอะไรคุณไม่ได้ พยายามแทบตาย สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว”
“เอาน่า อย่างน้อยฉันก็รู้ว่ามีคนเป็นห่วงฉันเพิ่มอีกคนหนึ่งแล้ว”

น้ำรินมองไปที่เหยี่ยวแล้วอมยิ้ม แล้วก็เดินออกไป เหยี่ยวมองตาม แล้วเดินตามน้ำรินออกไปด้วยความรู้สึกดีๆ ต่อกัน



เหยี่ยวนั่งอยู่ข้างๆ นกน้อย ที่ทำหน้าที่เป็นคนขับ น้ำรินนั่งด้านหลัง แอบมองเสี้ยวหน้าเหยี่ยว โดยคิดว่าเขาคงไม่รู้ว่าถูกแอบมอง

ในขณะที่เหยี่ยวที่ทำเป็นนั่งหน้าตรง เหมือนตามองไปข้างหน้า แต่สายตาเหลือบมอง ผ่านกระจกส่องหลัง โดยที่น้ำรินไม่รู้ตัวว่าเหยี่ยวเห็นทุกอย่างที่เธอทำ
นกน้อยเหลือบมองเหยี่ยวที่ชอบมองกระจกส่องหลัง แล้วนึกสงสัย
“มีอะไรข้างหลังเหรอครับหมวด ? ทำไมมองกระจกหลังบ่อยๆ”
เหยี่ยวสะดุ้งเล็กน้อย น้ำรินเหลือบมองกระจกส่องหลังตามที่นกน้อยบอก พลางสบตากับเหยี่ยวที่มองมา แล้วก็ชะงัก เมื่อรู้ตัวว่าโดนเหยี่ยวมองอยู่
เหยี่ยวพูดยิ้มๆ “ไม่มีอะไรจ่า ผมแค่รู้สึกว่าโดนแอบมอง”
น้ำรินยิ่งสะดุ้งเขินที่เหยี่ยวเห็นที่เธอแอบมองเขาอยู่
นกน้อยมองกระจกส่องหลัง แต่ไม่เห็นใคร แล้วมองรถทางซ้ายทางขวา
“ใครแอบมองเรา รึเป็นพวกค้ายา”
เหยี่ยวทำหน้ากรุ้มกริ่ม “ไม่ใช่พวกยาเสพติดหรอก แต่อาจจะเป็นพวกยาใจ”
น้ำรินทำท่าจะอ้วกขึ้นมาทันที
“เมารถเหรอ”
นกน้อยนึกว่าเหยี่ยวพูดกับตัวเอง “เปล่าครับ”
เหยี่ยวมองนกน้อยเซ็งๆแล้วเหลือบมองน้ำรินผ่านกระจกส่องหลัง
“เอียนพวกหลงตัวเอง ฉันมองคุณเพราะจะดูว่าคุณจะอ้วกรึเปล่า”
เหยี่ยวมองไปข้างหน้ารถแล้วเริ่มรู้สึกมีอาการอึดอัดอีกครั้ง
“โธ่ จะพูดอีกทำไม ผมอุตส่าห์พยายามไม่คิดถึงมัน
นกน้อยยิ่งงง น้ำรินเห็นอาการก็เป็นห่วง พยายามหาทางช่วย แกล้งชวนคุยเรื่องอื่น

เหยี่ยวเดินจูงจักรยานเข้าบ้านมาพร้อมกับน้ำริน แนนเดินออกมาพอดี
“กลับมาแล้วเหรอเหยี่ยว”
น้ำรินมองแนน แล้วรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา หาเรื่องพูดกระทบแนน แต่เหยี่ยวก็นึกรู้ จากนั้นก็รีบพูดตัดบท แล้วเดินโอบไหล่แนนเดินเข้าบ้าน โดยไม่คิดอะไร

แนนแอบมองมือเหยี่ยวที่โอบไหล่ตัวเองแล้วแอบยิ้ม น้ำรินรู้ว่าแนนรู้สึกดีที่เหยี่ยวโอบไหล่ ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด



เหยี่ยวโอบแนนเข้าบ้านมา น้ำรินเดินตามแล้วมองตาเขียว เห็นยายนวลนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอย่างเอร็ดอร่อย เหยี่ยวรีบหันไปบอกแนน

“ขอชามนึงสิ เหมือนเดิมนะ ขอชามโตๆเลย หิวมาก”
แนนยิ้มรับ แล้วรีบเดินเข้าห้องครัว แล้วเผลอเอามือจับไหล่ตัวเองที่เหยี่ยวโอบอย่างมีความสุข
น้ำรินเห็นอาการของแนน แล้วหันไปพูดเหน็บเหยี่ยว
“เข้าใจนะว่ารักกัน แต่ช่วยแสดงความรักในที่ลับหน่อย ไม่ใช่แสดงต่อหน้าคนอื่นแบบนี้”
ยายนวลชะงักมือที่ตักก๋วยเตี๋ยวแล้วเอียงหูฟังน้ำรินพูด พลางถามอย่างสงสัยว่าทั้งคู่มีอะไรขัดใจกันรึเปล่า เหยี่ยวรีบปฏิเสธ
“ไม่มีอะไรหรอกยาย ผมก็แค่เดินโอบไหล่แนนเข้าบ้านมา คนสนิทกันเดินโอบกันไม่ใช่เรื่องแปลกหรือคุณไม่ชอบ”
“ไม่ใช่ แต่ผู้หญิงเขาเสียหาย”
ยายนวลฟังที่น้ำรินพูดแล้วนิ่งเหมือนคิดบางอย่าง เหยี่ยวดูอาการก็รู้ว่าน้ำรินคิดยังไง แต่แกล้งทำหน้าจริงจัง
“จริงด้วย ผมลืมคิดเรื่องนี้ไปเลย งั้นผมต้องไปขอโทษแนนแล้วล่ะ ผู้หญิงอย่างแนน ผมต้องให้เกียรติมากกว่านี้ เนอะ ?”
พลางมองน้ำรินยิ้มๆ สนุกที่ได้พูดยียวนกวนอารมณ์ แล้วเดินเข้าครัวไป น้ำรินมองเหยี่ยวอย่างหงุดหงิด ยายนวลฟังคำพูดน้ำรินและคำพูดเหยี่ยวแล้วคิดจริงจัง
“หนูน้ำ ยายถามตรงๆนะ หนูเห็นหนูแนนกับเหยี่ยวสนิทกัน แล้วหนูรู้สึก...”
น้ำรินตกใจกับคำถามของยายนวล จึงรีบพูดแก้ตัว
“หนูไม่ได้รู้สึกหึงหมวดเหยี่ยวกับหมวดแนนเลยนะคะ”
“ยายก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่จะถามว่ามันดูไม่เหมาะสมจริงๆใช่ไหม”
น้ำรินได้ที รีบฟ้อง “ใช่ค่ะ ไม่เหมาะสมเลย ถึงจะสนิทกันแบบเพื่อน แต่ยังไงหมวดเหยี่ยวก็เป็นผู้ชาย หมวดแนนมาบ้านบ่อยๆแบบนี้ มันดูไม่ดีค่ะ”
“ งั้นยายต้องจัดการอะไรสักอย่างแล้ว”

น้ำรินมองยายนวลแล้วมองไปที่ครัวด้วยใบหน้าอมยิ้มคิดว่ายายนวลต้องห้ามแนนมาบ้านแน่
.

อ่านต่อหน้า 4



ภพรัก ตอนที่ 4 (ต่อ)

เหยี่ยว ยายนวล น้ำรินเดินออกมาส่งแนนที่หน้าบ้าน แนนไม่กล้าสบตาเหยี่ยว เพราะกลัวเขาเห็นอาการเขิน จึงหันไปพูดกับยายนวลแทน

“แนนกลับก่อนนะคะยาย อ้อ พรุ่งนี้ตอนบ่าย ยายมีนัดกับหมอตรวจเบาหวานนะคะ”
“เอ้อ จริงด้วย ขอบใจนะที่เตือน”
น้ำรินมองแนนที่ดูเอาใจยายนวล แล้วยิ้มๆ พลางคิดว่าอีกหน่อย ยายนวลก็ห้ามมายุ่งแบบนี้แล้ว
แนนหันมาพูดกับเหยี่ยว “เรากลับก่อนนะ”
เหยี่ยวเอื้อมมือแตะไหล่แนนเหมือนห่วงใย “ขี่รถดีๆ ถึงบ้านแล้วโทร.หาเราด้วย”
แนนยิ้มให้แล้วปั่นจักรยานออกไป เหยี่ยวจะเดินเข้าบ้าน แต่ยายนวลรีบเรียกไว้ แล้วตัดสินใจพูด
“เหยี่ยวกับหนูแนนคบกันมานาน ตั้งแต่ก่อนหนูแนนไปเมืองนอก หนูแนนเข้าออกบ้านเราจนเป็นเรื่องธรรมดาแต่สำหรับคนอื่น หนูแนนอาจดูไม่ดี”
น้ำรินมองยายนวลแล้วแอบยิ้ม
“งั้นผมจะบอกแนนไม่ให้มาบ้านเราบ่อยๆ”
“ยายไม่ได้หมายความอย่างนั้น ที่พูดยายหมายถึงเหยี่ยวควรทำอะไรให้มันถูกต้อง ที่ถูกที่ควร ไม่ให้หนูแนนเสียหาย”
เหยี่ยวแกล้งพูดเล่น “แหม งั้นผมขอแนนแต่งงานซะเลยดีมั้ย จะได้อยู่ด้วยกันเลย”
ยายนวลยิ้มกว้าง “ต้องให้บอกกันตรงๆ อย่างนั้นเลยเหรอ”

น้ำรินตกใจ หันขวับมองหน้ายายนวล



แนนปั่นจักรยานวนกลับมาบ้านเหยี่ยว แล้วนึกขึ้นได้ว่าเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ จึงย้อนจะกลับไปบอก พอย้อนกลับมาจอดจักรยานแล้วกำลังจะเปิดประตูรั้ว ก็ได้ยินเสียงยายนวลคุยกับเหยี่ยว

“ความจริงเรากับหนูแนนก็คบกันมาหลายปี ถ้าจะพูดจะคิดเรื่องสร้างอนาคตร่วมกัน อย่างจัดงานแต่งงาน มันก็ไม่เห็นจะแปลก”
แนนชะงักมือที่เปิดประตูทันที แล้วยืนชะงักนิ่งด้วยความรู้สึกตกใจ ตื่นเต้น หัวใจเต้นรัวรอฟังคำพูดของเหยี่ยว เช่นเดียวกับน้ำรินที่รอฟังเหมือนกัน แต่เหยี่ยวกลับเลี่ยงไปหน้าตาเฉย
“ผมง่วงแล้ว ไว้ค่อยคุยกันนะครับ”
พลางจะเดินเข้าบ้าน แต่กลับโดนยายนวลดึงมือไว้
“แล้วเมื่อไหร่จะคุย เราควรจะคิดถึงเรื่องอนาคตได้แล้ว อย่างน้อยก็ควรนึกถึงจิตใจของหนูแนนบ้าง”
เหยี่ยวมองยายนวล แล้วมองน้ำรินที่มองหน้าตัวเอง เลยตอบส่งๆ พอให้พ้นตัว
“อือ ๆ “ แล้วก็เดินเข้าบ้านทันที
น้ำรินยืนชะงัก ไม่เข้าใจความหมาย ยายนวลเองก็งง
ขณะที่แนนอมยิ้มปั่นจักรยานกลับบ้านไปอย่างมีความสุข

เหยี่ยวเดินเข้าห้องมาด้วยท่าทางเหนื่อยๆแล้วล้มตัวลงนอน น้ำรินเดินตามเข้ามามองด้วยสายตาเหวี่ยงๆ แล้วหาเรื่องบ่นนั่นนี่ไปเรื่อย
“หัดทำตัวให้เป็นระเบียบหน่อย กำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝาอยู่แล้ว”
เหยี่ยวมองน้ำรินด้วยสายตากรุ่มกริ่ม
“อาการอย่างนี้ เหน็บแหนมใช่ไหม ? หึง?”
“บ้าเหรอ คนอย่างฉันไม่มีวันหึงคุณหรอก “
เหยี่ยวยิ้มยั่ว น้ำรินหงุดหงิดแล้วสะบัดหน้าเดินทะลุประตูออกไป

เหยี่ยวมองน้ำริน แล้วก็ยิ้มกรุ่มกริ่ม อาการแบบนี้ไม่น่าผิดไปจากสิ่งที่เขาคิด



น้ำรินท่าทางหงุดหงิด เดินออกมาที่บริเวณสนามข้างบ้าน ครู่หนึ่งผียายปริกก็ขี่จักรยานเข้ามาด้วยท่าทางยิ้มแย้ม พุดยั่วให้น้ำรินหายหงุดหงิด

“ปริกมาก็ดีแล้ว ฉันมีเรื่องจะปรึกษา”
“มีอะไรจะปรึกกับปริกก็ว่ามา”

น้ำรินเล่าเรื่องที่สามารถฟาดคีย์บอร์ดให้ฟัง
“หล่อนต้องระลึกความรู้สึกที่ฟาดคีย์บอร์ดกระจายให้ได้ ตอนนั้นมุ่งมั่นจิตใจแน่วแน่อยู่กับอะไร ต้องเอามาใช้กับการจับตุ๊กตาตัวนี้”
ผียายปริกพูดพลางจ้องไปที่ตุ๊กตา แล้วหยิบติดมือขึ้นมา ก่อนจะวางลงแล้วให้น้ำรินลองทำดู
น้ำรินจ้องไปที่ตุ๊กตา รวบรวมจิตใจแน่วแน่แล้วจับเข้าที่ตุ๊กตา
“สำเร็จแล้ว”
พอน้ำรินตะโกนลั่น ตุ๊กตาก็ร่วงหล่นทันที
“มือใหม่หัดทำก็เงี้ยะแหละ ถ้าง่ายๆ ผีก็ทำได้ทุกตัวดิ มีเคล็ดลับอยู่ที่ว่า ต้องเริ่มจากของเล็กๆ ก่อน อย่าใจร้อน”
“ฉันต้องทำให้ได้ ปริกคอยดูก็แล้วกัน” น้ำรินพูดอย่างมั่นใจ

ผียายปริกเดินมากับน้ำรินที่จักรยานที่จอดไว้ที่หน้าบ้านเหยี่ยว
“ถ้าหล่อนเซ็งๆ อีตาหมวดเก๊ก สองสามวันนี้ไปเที่ยวป่าหิมพานต์กับฉันมั้ยล่ะ
พอน้ำรินทำท่าสนใจ ผียายปริกก็หัวเราะร่า
“ทำไมปริกชอบหลอกฉันนะ”
“อ้าว ก็เพราะหล่อนหลอกง่ายไง นอกจากจะให้คนอื่นหลอกได้แล้ว ยังชอบหลอกตัวเองอีก ว่าไม่มีความรู้สึก ไม่ได้ผูกพัน ไม่ได้สนใจผู้ชายคนนั้น
“ปริกหมายถึงใคร? “ น้ำรินย้อนถาม
“นั่นสิ ฉันหมายถึงใครหว่า ฮิๆๆ ว่าไง จะไปป่าหิมพานต์กันมั้ย”
น้ำรินส่ายหน้า “คราวนี้ฉันไม่เชื่อปริกหรอก อย่ามาหลอกฉันเลย”
“อ้าว อะไรที่เป็นเรื่องจริงดันหาว่าหลอก อะไรที่หลอกดันคิดว่าจริง มนุษย์หนอมนุษย์ ชอบหลอกตัวเอง ชีวิตง่ายๆ ก็ทำให้วุ่นวายซะงั้น”
น้ำรินมองด้วยสายตาแปลกๆ ไม่เข้าใจที่ผียายปริกพูดนัก ครู่หนึ่งผียายปริกก็ขอตัวกลับ พลางบอกว่าจะอีก 3 วันค่อยเจอกันใหม่ จากนั้นก็ปั่นหายออกไป น้ำรินมองไปทางหน้าต่างห้องนอนเหยี่ยว แล้วรำพึงกับตัวเอง

“ใครหลอกตัวเอง ไม่มีใครหลอกตัวเองสักหน่อย”



เหยี่ยวที่นอนหลับอยู่ ค่อยๆลืมตาตื่น เห็นหน้าน้ำรินจ้องอยู่เหนือหน้าตัวเอง ห่างกันไม่ถึงคืบ ก็ถึงกับสะดุ้ง

“คุณจะทำอะไรผม”
“รีบไปหาประวัติฉันเดี๋ยวนี้ เวลาฉันเหลือน้อยแล้ว เพราะคุณกำลังจะแต่งงานไง แต่งงานแล้วคุณก็ต้องเอาเวลาทั้งหมดไปให้เมียต้องพากันไปฮันนีมูน มีลูก สร้างประชากรเพิ่มมารกโลก ต่อไปคุณก็ไม่มีเวลามาช่วยฉันแล้ว”
เหยี่ยวมองน้ำรินแล้วหัวเราะ
“โธ่คุณ ยายผมก็พูดไปงั้นแหละ ไม่จริงจังอะไรหรอก”

เช้ารุ่งขึ้น ยายนวลหกลับเข้ามาบ้าน แล้วรีบบอกเหยี่ยว ที่กำลังจะออกจากบ้านด้วยน้ำเสียงดีใจว่าหลวงตาเคี้ยงให้ฤกษ์แต่งงานมาแล้ว
เหยี่ยวกับน้ำรินถึงกับชะงัก
“สิ้นปีนี้ ฉันได้ตัดชุดไปงานแต่งงานเอ็งแล้วไอ้เหยี่ยว”
เหยี่ยวมองยายนวลอึ้งๆ ไม่คิดว่าจะจริงจังขนาดนี้ น้ำรินมองอึ้งๆ เจ็บหัวใจบอกไม่ถูก

น้ำรินเดินนำหน้าเหยี่ยวออกจากบ้านด้วยอารมณ์แอบฉุนเฉียว
“เอาน่า ยายหาฤกษ์ไปก็เท่านั้น เพราะยังไงแนนก็ไม่แต่งกับผมหรอก”
“น้อยไปสิ ยายอยากให้คุณแต่งงานเร็วเท่าไร แฟนคุณยิ่งติดเทอร์โบ อยากแต่งงานเร็วยิ่งกว่า สายตาหมวดแนนหวานเยิ้มขนาดนั้นเด็กอนุบาลยังดูออกเลยว่าเขารักคุณ”
เหยี่ยวอมยิ้ม “พูดเบาๆก็ได้ ผมรู้ว่าคุณอยู่ในอารมณ์หึงผม”
“ไม่ได้หึง แต่ฉันเครียด “
น้ำรินพูดกับเหยี่ยวหน้าตาจริงจังจนแทบจะร้องไห้
“สำหรับคุณ มันอาจเป็นเรื่องสนุกที่ได้แกล้งผีอย่างฉัน แต่ฉันไม่สนุกด้วยที่ต้องมายืนดูคุณกับเมียคุณจู๋จี๋กัน ฉันอยากจะหนีไปไหนก็ไปไม่ได้ เพราะต้องมาติดกับคุณ จะขอให้คนอื่นช่วย ก็ไม่มีใครเห็นฉัน นอกจากคุณ”
เหยี่ยวเห็นน้ำรินเครียด ก็รู้สึกผิด รีบพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ผมสัญญา ยังไงผมก็จะไม่ทิ้งคุณ”
“ถึงเวลาคุณก็ลืม”
“ ใครจะไปลืมว่าตัวเองเห็นผี เรื่องอย่างนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนนะ มันน่าจะมีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ทำให้คนที่ไม่เคยเห็นผีอย่างผม กลับมาเห็นคุณคนเดียว”
น้ำรินมองสบตากับเหยี่ยวแล้วรู้สึกหวิวๆ แปลกๆ ผูกพันกันอย่างบอกไม่ถูก
“เพื่อยืนยันคำพูดของผม วันนี้ผมอุทิศให้กับการหาร่างคุณทั้งวัน เราจะเริ่มจากที่ๆ เราเจอกันครั้งแรกดีกว่า”

น้ำรินนิ่งคิดตามคำพูดของเหยี่ยว “บึงน้ำ ?”
.

อ่านต่อตอนที่ 5

.



33

ภพรัก ตอนที่ 3
https://mgronline.com/drama/detail/9570000132710
.

ภพรัก ตอนที่ 3
เผยแพร่: 18 พ.ย. 2557 09:35   โดย: MGR Online
.





ภพรัก ตอนที่ 3

ที่โต๊ะหนังสือในห้องนอนของนกยูง มีกรอบรูปนกยูงถ่ายคู่กับนกน้อยหลายรูป แต่ทุกรูปนั้น ทั้งคู่ดูไม่มีท่าทีสนิทสนมกันระหว่างพ่อ-ลูก เลยจากกรอบรูปไป มีโกศใส่กระดูกที่มีมาลัยสดใหม่เหมือนเพิ่งถูกเปลี่ยนวางอยู่

นกน้อยเดินนำทุกคนเข้ามาในห้อง พลางมองไปที่ตู้หนังสือที่เก็บมือถือนกยูง หัวใจเต้นรัวว่ามือถือของนกยูงโทรหาตัวเองได้ยังไง
ปลาทูยืนถือมือถือของนกยูงโทรหานกน้อยอยู่ พอหันมาเห็นทุกคนเข้ามาในห้อง ก็ชูสองนิ้วหน้าชื่นบาน
น้ำรินมองเหยี่ยวที่ดูโมโหอย่างสงสัย แนนโวยวาย
“ทำบ้าอะไรเนี่ยปลาทู”

“ก็ให้ของขวัญวันเกิดจ่านกน้อยไงพี่แนน ฉันว่าจ่าคงคิดถึงนกยูง ก็เลยใช้เบอร์นกยูงโทรไปอวยพรจ่าความคิดฉันเจ๋งไหม ?”
เหยี่ยวกับแนนมองปลาทูที่ยิ้มซื่อๆแล้วด่าไม่ออก นกน้อยเดินไปดึงมือถือจากปลาทู จากนั้นก็กดปิดเครื่องแล้วกำมือถือแน่น
น้ำรินมองอาการนกน้อย แล้วเหลือบมองรูปของนกยูงที่อยู่ในห้อง จากนั้นก็เหลือบไปเห็นโกศใส่กระดูก แล้วก็ถึงกับชะงัก
นกน้อยพยายามออกปากให้ทุกคนกลับไป แต่ปลาทูชิงพูดอวยพรวันเกิดให้ นกน้อยทนไม่ไหว
“วันนี้ไม่ใช่วันเกิดฉัน แต่เป็นวันเกิดนกยูง”
ทุกนชะงักอึ้ง
“ตอนนกยูงอยู่ ฉันไม่มีเวลาเป่าเค้กวันเกิดกับลูก แต่ตอนนี้ฉันอยากอยู่กับลูกร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้ลูกขอฉันอยู่กับลูกตามลำพังเถอะ”
น้ำรินฟังนกน้อยพูดแล้วสะเทือนใจ มองไปทางเหยี่ยวอย่างรู้สึกผิดที่ตัวเองไม่รู้เรื่องอะไร แต่กลับสร้างปัญหา

นกน้อยหน้าเครียด น้ำตาคลอเหมือนกำลังพยายามระงับความเศร้าในจิตใจ



ยายนวลเปิดประตูเดินเข้าบ้าน น้ำรินเดินตามหลังด้วยสีหน้าจ๋อยๆ พลางหันไปมองที่ประตูรั้วบ้าน

ครู่หนึ่งเหยี่ยวก็เปิดประตูรั้วแล้วจูงจักรยานเมาเทนไบค์เข้ามาจอด โดยไม่พูดอะไรกับน้ำรินสักคำ

น้ำรินทนไม่ไหว “ ฉันขอโทษ ตอนนั้นฉันได้ยินจ่านกน้อยบอกจะกลับไปจัดงานวันเกิดกับครอบครัว ฉันก็เลยคิดว่าเป็นวันเกิดของจ่าน่ะสิ”
เหยี่ยวชะงักเท้าแล้วหันมามอง พอเห็นอาการของน้ำรินแล้วนึกสงสาร โกรธไม่ลง
“บอกแล้วใช่มั้ย ว่าเรื่องมันซับซ้อนกว่าที่เห็น”
“ใครจะไปรู้ว่ามันซับซ้อนอย่างนี้ล่ะ ฉันก็คิดว่าที่คุณไม่อยากชวนคนอื่น เพราะจะแอบไปสวีทกับเพื่อนเลิฟกันสองคน”
เหยี่ยวฟังน้ำรินพูด พลางจ้องหน้าเหมือนพยายามหาความผิดปกติอะไรสักอย่าง
“อย่าบอกนะว่าพายายไปเพื่อไปขวาง ไม่ให้ผมกับแนนพลอดรักกัน คุณหึงผมเหรอ?”
น้ำรินหน้าเหวอ “จะบ้าเหรอ ?!!ใครจะไปหึงคุณ ที่ฉันทำก็เพราะจะแก้แค้น ที่คุณไม่ยอมสืบประวัติฉันต่างหาก ฉันไม่มีวันหึงคนอย่างคุณหรอก”
เหยี่ยวมองน้ำรินด้วยสายตายิ้มๆ น้ำรินรู้สึกวาบๆอย่างบอกไม่ถูก จึงพูดเปลี่ยนเรื่อง
“แล้วลูกสาวจ่านกน้อยตายได้ยังไง ?”
เหยี่ยวชะงักกึก พลางคิดถึงเรื่องในอดีตที่เจ็บปวดของนกน้อย ซึ่งเขาเองก็รู้สึกเจ็บไปด้วยเช่นกัน
“เพราะยาเสพติด”
น้ำรินอึ้งไปทันที

นกน้อยกำลังจุดเทียนทีละเล่มๆ อยู่กลางห้องนอนนกยูง ทำเหมือนว่าลูกอยู่ในห้องนั้น จากนั้นก็เป่าเค้ก แล้ววางลงบนโต๊ะ แล้วก็ยกกล่องของขวัญขึ้นมาโชว์กับรูปของนกยูง ก่อนที่จะแกะห่อของขวัญเพื่อให้ลูกเห็นว่าพ่อซื้ออะไรให้

“เมียของจ่าเสียไปเพราะอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อน จ่านกน้อยเลี้ยงลูกสาวตามลำพัง จ่ารักนกยูงมาก ไปไหนมาไหนก็พาไปด้วยตลอด
เหยี่ยวเริ่มต้นเล่าให้น้ำรินฟัง
“แต่พอนกยูงโตขึ้น เรียนสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายก็เยอะขึ้นตามมา นกยูงอยากเป็นหมอ จ่าเลยต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อหาเงินส่งนกยูงเรียนพิเศษจะได้สอบหมอได้อย่างที่ตั้งใจ”

นกน้อยแกะห่อของขวัญเสร็จ แล้วหยิบหูฟังที่หมอใช้ฟังเสียงหัวใจออกจากกล่องขึ้นมาโชว์ที่รูปของนกยูง



เหยี่ยวเล่าต่อ

“การที่จ่าทำงานหนักทำให้ไม่มีเวลาดูแลลูกสาวเหมือนแต่ก่อนนกยูงเลยไปติดเพื่อน สุดท้ายนกยูงสอบหมอไม่ได้ ไปลงเรียนมหาวิทยาลัยเปิด แต่สุดท้ายก็เรียนไม่จบ นกยูงติดยาและเสพยาเกินขนาดจนตาย”

นกน้อยเอาหูฟังไปวางพาดที่โกศใส่กระดูกของนกยูง แล้วค่อยๆเอามือลูบโกศของนกยูงด้วยความโหยหาอาลัย พลางมองไปทางมือถือของนกยูงที่ถูกปิดเครื่องวางอยู่ที่ตู้หนังสืออย่างลังเล สุดท้ายก็เดินไปหยิบมือถือมากดเปิดแล้วคลิกดูรูปของนกยูงอย่างคิดถึงจนต้องร้องไห้ออกมา
ทันใดนั้นนกน้อยเห็นความผิดปกติบางอย่างในรูป

น้ำรินฟังเหยี่ยวเล่า แล้วพลอยเศร้าไปด้วย
“หลังจากลูกสาวตาย จ่านกน้อยโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุทำให้นกยูงติดยา จ่ากลายเป็นคนชอบอยู่บ้าน เหมือนชดเชยจะเวลาให้ลูก พอวันเกิดของนกยูง จ่าก็จะจัดงานให้ เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นอกจากผมกับแนนเพราะเราทำคดีนี้ แนนถึงเลือกตุ๊กตาสีชมพู ไม่ใช่โมเดลรถ”
น้ำรินมองเหยี่ยวอย่างรู้สึกผิด แต่ยังไม่ยอมรับผิดซะทีเดียว
“ก็ถ้าฉันรู้ว่าคุณจะซื้อของขวัญให้ลูกสาวจ่า ฉันก็เลือกตุ๊กตาสีชมพูเหมือนกันนั่นแหละ”
“อ้าว ไหนบอกว่าใครๆ ก็ชอบสีฟ้ามากกว่าสีชมพูไง”
น้ำรินชะงัก นึกได้ว่าตัวเองพูดไปแบบนั้น “ใช่ไง แต่ผู้หญิงก็ชอบสีชมพูเหมือนกัน”
“เอ้า ตกลงผู้หญิงชอบสีชมพูเหรอ”
พูดพลางก็หยิบกระเป๋าเป้มาเปิดแล้วหยิบตุ๊กตาสีฟ้าตัวเดียวกับที่น้ำรินบอกให้เหยี่ยวเลือกขึ้นมา
“งั้นตุ๊กตาตัวนี้ผมก็ต้องเอาไปให้คนอื่นแทนล่ะสิ”
น้ำรินมองตุ๊กตาสีฟ้าอย่างอึ้งๆ ไม่คาดคิดว่าเหยี่ยวจะซื้อมาให้
“คุณซื้อมาให้ฉันเหรอ ?”
เหยี่ยวส่ายหน้ายิ้มๆ “เปล่า ผมไม่ได้ซื้อมาให้คุณ แต่ผมซื้อให้คนที่ชอบสีฟ้า”
“ ก็ฉันนี่ไง เอ๊ะ ! ฉันจำได้อีกอย่างแล้วว่าฉันชอบสีฟ้า แต่สีฟ้าจะไปช่วยสืบอะไรเกี่ยวกับประวัติฉันได้”
“ได้สิ อย่างน้อยเราก็ใช้หลักจิตวิทยามาช่วยวิเคราะห์ได้ว่าทำไมถึงชอบสีฟ้าเช่น บางคนชอบสีฟ้าเพราะเกิดวันศุกร์ หรือบางคนชอบสีฟ้า เพราะชอบทะเล หรือบางคนชอบสีฟ้าเพราะชีวิตผูกพันกับน้ำ”
น้ำรินยิ้ม “งั้นคุณก็รีบไปวิเคราะห์สิ ฉันจะได้กลับร่างซะที”
เหยี่ยวรับคำ น้ำรินเอื้อมมือไปคว้าตุ๊กตา แต่ไม่สามารถแตะต้องตุ๊กตาได้
“ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมเอาตุ๊กตาไปเก็บในห้องก่อนก็ได้แล้ววันนึงที่คุณกลับเข้าร่างได้ คุณค่อยมาเอา”
พูดพลางใจหายแปลกๆ เมื่อพูดถึงน้ำรินกลับเข้าร่างได้ รู้สึกเหมือนน้ำรินจะจากเขาไป ก่อนที่จะรีบสะบัดความรู้สึกนั้นทิ้ง แล้วถือตุ๊กตาเดินเข้าบ้านไป
น้ำรินมองตาม ด้วยสีหน้าและแววตามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

“Love is something eternal; the aspect may change, but not the essence.”
“ความรักคือสิ่งที่ไม่มีวันดับสูญ แม้รูปกายภายนอกจะเปลี่ยน แต่หัวใจสำคัญไม่เคยสลาย”

วินเซนต์ แวนโก๊ะห์ จิตรกรเอกของโลก



ขณะที่เหยี่ยวกำลังจะเดินเข้าไปในบ้าน พลันเสียงมือถือก็ดังขึ้น

“ว่ายังไงจ่า ได้ เดี๋ยวเจอกัน”
พูดจบรีบกดวางสาย แล้วเอาตุ๊กตาวางที่โต๊ะกลางสนามหญ้าตรงหน้าน้ำริน
“ผมมีเรื่องด่วนต้องรีบไป คุณอยู่กับตุ๊กตาของคุณที่นี่แหละไม่ต้องตามไปนะ”
จากนั้นก็รีบคว้าจักรยานออกไป น้ำรินมองตามอย่างสงสัย

นกน้อยเดินไปเดินมาอยู่หน้าโต๊ะทำงานเหยี่ยวด้วยความกระวนกระวาย ขณะที่ในมือกำมือถือของนกยูงไว้แน่น ครู่หนึ่งเหยี่ยวก็วิ่งเข้ามาหา นกน้อยสูดลมหายใจตั้งสติ แล้วรีบบอก
“ตอนที่ลูกตาย ผมยังทำใจไม่ได้ เลยปิดห้อง เก็บของทุกอย่างของนกยูงไว้ ไม่อยากเห็น ไม่อยากเจออะไรเกี่ยวกับนกยูง รวมทั้งมือถือเครื่องนี้ด้วย”
พูดพลางยื่นมือถือของนกยูงให้เหยี่ยวดู
“แต่วันนี้ผมตัดสินใจเปิดเครื่องดูรูปลูกสาวในมือถือ แล้วผมก็เจอรูปนี้”
เหยี่ยวมองเห็นรูปของนกยูงที่ถ่ายเล่นขณะทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟเบียร์ คู่กับเด็กสาวอีกคนหนึ่งวัยไล่เลี่ยกัน ด้านหลังนกยูงเป็นภาพผู้ชายนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานมุมหนึ่งของห้องหันหน้าด้านข้างมาเพียงเสี้ยวของใบหน้า
“ยอดชัด”
นกน้อยพยักหน้า “ยอดชัดมันไปนั่งในสำนักงานร้านอาหารที่นกยูงไปทำงานได้ยังไง หรือว่าไอ้ยอดชัดจะอยู่เบื้องหลังความตายของลูกสาวผม”
นกน้อยหน้าเครียด

น้ำรินนั่งเท้าคางอยู่ที่โต๊ะกลางสนามหญ้า มองตุ๊กตาสีฟ้า แล้วครุ่นคิดถึงเหตุผลว่าทำไมเธอถึงชอบสีฟ้า แต่ก็คิดไม่ออก พยายามจะจับตุ๊กตาก็จับไม่ได้
.

อ่านต่อหน้า 2



ภพรัก ตอนที่ 3 (ต่อ)

น้ำรินนั่งเท้าคางอยู่ที่โต๊ะกลางสนามหญ้า มองตุ๊กตาสีฟ้า แล้วครุ่นคิดถึงเหตุผลว่าทำไมเธอถึงชอบสีฟ้า แต่ก็คิดไม่ออก พยายามจะจับตุ๊กตาก็จับไม่ได้

“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมีเหตุผลในตัวเอง”
น้ำรินสะดุ้งเฮือกรีบหันไปมอง พอเห็นผียายปริกยืนอยู่ข้างหลัง ก็รีบถอยห่างด้วยความกลัว
“หล่อนจะกลัวฉันทำไม บอกไปแล้วไม่ใช่เรอะว่าฉันไม่ทำร้ายหล่อนหรอก”
พลางเอามือปาดใบไม้ที่ตกอยู่บนเก้าอี้ ใบไม้ร่วงกระจาย แล้วตบเก้าอี้ให้น้ำรินมานั่ง
“ฉันชื่อปริกบีเวอร์”
น้ำรินมองมือปริกที่ปาดและฉีกใบไม้ได้โดยที่มือไม่ผ่านทะลุอย่างอึ้งๆ แล้วลองทำดูบ้าง แต่ก็ทำไม่ได้
“มือไม่ทะลุใบไม้เหรอ”
“ถ้าอยากให้ทะลุก็ทะลุได้”
ผียายปริกโชว์เอามือทะลุใบไม้ที่เก้าอี้โชว์ น้ำรินถึงกับอึ้ง จากนั้นก็อุ้มตุ๊กตามากอด น้ำรินรีบถามว่าทำได้ยังไง
”ที่ฉันจับของได้เพราะวันนี้วันพระ จำไว้นะ วันโกนและวันพระคือวันที่ประตูผีเปิด ผีทุกตนจะมีพลัง
เพิ่มขึ้น สังเกตสิคนมักเห็นผีวันพระ เพราะวิญญาณจะมีพลังมากพอที่จะทำให้คนเห็น”
น้ำรินฟังอย่างตื่นเต้น “จริงเหรอ”
“ถ้าหมายเรื่องวันพระคือวันปล่อยผีล่ะก็เรื่องจริง ส่วนเรื่องผีจับของได้ในวันพระ ไม่จริง ที่สำคัญ วันนี้วันโกนย่ะพรุ่งนี้ถึงจะเป็นวันพระ หล่อนนี่หลอกง่ายจริงๆ”
น้ำรินหงุดหงิดจะเดินเข้าบ้าน ผียายปริกโผล่หน้าทะลุประตูบ้านมาประจัญหน้า น้ำรินสะดุ้งโหยง
“กาลเวลาเปลี่ยนแปลงผู้คนก็เปลี่ยนไป คนสมัยนี้ใจร้อนเหลือเกิน หล่อนฟังฉันก่อนสิ ที่หล่อนถาม แต่ฉันไม่ตอบ เพราะพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ของแบบนี้มันต้องทำเลย”

น้ำรินตื่นเต้นแล้วมองไปทางตุ๊กตาสีฟ้า ตั้งใจว่าจะต้องจับตุ๊กตาสีฟ้าให้ได้



น้ำรินตื่นเต้นแล้วมองไปทางตุ๊กตาสีฟ้า ตั้งใจว่าจะต้องจับตุ๊กตาสีฟ้าให้ได้

“ใครๆ ก็เป็นผีได้ แต่ให้เป็นผีคุณภาพนั้น. มันไม่ง่าย ถ้าหล่อนอยากมีอิทธิฤทธิ์อย่างฉัน หล่อนต้องฝึกตั้งสมาธิ”
“แต่ฉันนั่งสมาธิไม่ได้ นั่งแล้วหลับทุกที”
ผียายปริกส่ายหน้าระอา
“แล้วฉันบอกให้นั่งสมาธิเมื่อไหร่ การทำสมาธิไม่จำเป็นต้องนั่ง แต่เป็นการกำหนดจิตใจให้อยู่กับสิ่งที่จะทำ”
พูดพลางทำท่าจ้องไปที่ตุ๊กตาสีฟ้า
“เอาเป็นว่าหล่อนแค่กำหนดจิตให้แน่วแน่”
“แล้วถ้าฉันทำไม่ได้ล่ะคะ"
ทันใดนั้นมีลมพายุพัดออกจากตัวผียายปริกอย่างแรง ต้นไม้พัดโยบกสะบัด ใบไม้ที่พิ้นปลิวว่อน หน้าตาผียายปริกโกรธเกรี้ยว เสียงตวาดกึกก้อง ราวฟ้าผ่า
“ยังไมได้ทำก็บอกทำไม่ได้ หล่อนก็ไม่ต้องทำ”
“ฉันขอโทษ ป้าอย่าโกรธฉันเลยนะ”
ลมพายุหยุดพัด “ ฉันไม่ได้โกรธ แค่สาธิต ถ้าตั้งจิตเป็นสมาธิ เราจะเคลื่อนย้ายได้ทั้งลมและสิ่งของ”
พูดพลางหยิบตุ๊กตาสีฟ้ามาวางไว้ตรงหน้าเหมือนเป็นเรื่องง่าย น้ำรินตาโต แล้วถูมือสองข้างด้วยกัน สีหน้าตั้งใจสุดๆ

น้ำรินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วหยิบตุ๊กตาแบบใส่พลังเต็มที่แต่มือก็ยังทะลุอยู่ดี
"ใจหล่อนต้องอยู่ที่ใจไม่ใช่ที่ตุ๊กตา หล่อนต้องไม่ยึดมั่นถือมั่น โลกนี้ไม่มีอะไรยั่งยืน แม้แต่ตัวหล่อนเอง ทุกสิ่งคือการปรุงแต่ง คิดง่ายๆ ทุกสิ่งเป็นสมมติ ตุ๊กตานี่ก็ไม่มี ใจหล่อนก็ไม่มี ไม่มีอะไรเป็นตัวตน รู้สึกทุกอย่างด้วยจิตใจ”
พูดจบผียายปริก ก็หยิบตุ๊กตาฟ้าขึ้นมาหน้าตาเลย แล้วก็หัวเราะคิกคักชอบใจ จากนั้นก็ให้น้ำรินลองทำดู แต่กHยังทำไม่ได้อยู่นั่นเอง
น้ำรินรู้สึกว่ามีคนแอบมองอยู่ จึงหันไปมอง คนแอบดูรีบหลบหลังกำแพง
น้ำรินมองไม่เห็นใครจึงหันมาฝึกต่อพยายามจะจับตุ๊กตาต่อ คนแอบดูชะโงกหน้ามาดู อย่างจงใจมาแอบดูน้ำรินโดยเฉพาะ
ในที่สุดน้ำรินก็ทำสำเร็จ คนที่แอบดูอยู่ เดินเข้าใกล้น้ำรินมาเรื่อยๆ จนกระทั่งยืนอยู่ด้านหลังในระยะประชิด

น้ำรินรู้สึกเหมือนมีใครมายืนอยู่ด้านหลัง พลางกำลังจะหันไปมองว่าใครยืนอยู่ข้างหลัง ทันใดนั้นก็โดนจิกหัวขึ้นมา แล้วเอาหัวกระแทกเข้ากับม้าหินหน้าบ้านอย่าแรง น้ำรินร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด



เหยี่ยวนั่งเอนเก้าอี้หลับพับอยู่ เพราะทำงานมาโดยไม่ได้นอนมาทั้งคืน ครู่หนึ่งก็สะดุ้งตื่นจากฝันร้าย จนตกเก้าอี้

"ฝันนี่หว่าแค่ความฝัน ทำไมต้องห่วงยายผีเยอะนั่นด้วยวะ"
ทันใดนั้นนกน้อยวิ่งพรวดพราดเข้ามาหาเหยี่ยว
"หมวด ได้เรื่องแล้วครับ ผมรู้แล้วครับว่าเด็กสาวที่ถ่ายรูปกับนกยูงเป็นใคร"

น้ำรินยังคงฝึกตั้งจิตแน่วแน่ ยืนจ้องตุ๊กตาสีฟ้าอยู่ พลางก็รู้สึกเหมือนมีใครมายืนอยู่ด้านหลัง พอหันกลับไป ก็เห็นยายนวลเดินถือถาดใส่โถข้าวสุกหุงใหม่กับอาหารกระป๋องอีก 4-5 กระป๋องเพื่อมาใส่บาตร
"ยายนั่นเอง อ้าว ปริกไปไหนแล้ว"
ยายนวลมองน้ำรินงงๆ "ปริกไหน ?
น้ำรินชะงักแล้วรีบเปลี่ยนเรื่อง "ยายตื่นเช้าจังนะคะ"
ยายนวลบอกว่าวันนี้เป็นวันพระ พลางถามหาเหยี่ยว
"ออกไปทำงานตั้งแต่เมื่อคืน ยังไม่กลับบ้านเลยค่ะ ไม่รู้ไปทำงาน หรือไปที่ไหนกันแน่"
ยายนวลเดินนำน้ำรินไปหน้าบ้าน โดยที่คนที่แอบดู ก็ยังคงเฝ้ามองดูอยู่น้ำรินไม่รู้ตัว

นกน้อยเปิดรูปในมือถือของนกยูงให้เจ๊แดงดู เหยี่ยวยืนมองปฏิกริยาอยู่ข้างๆ
"นังแก้วตา มันพักอยู่ที่นี่ห้อง 403"
เหยี่ยวกับนกน้อยจะขึ้นบันไดไปหาแก้วตา
"แต่มันไม่อยู่แล้ว มันตายไปแล้ว"
เหยี่ยวกับนกน้อยตกใจ พลางหันมามองหน้ากันว่าเอายังไงต่อดี

เหยี่ยวกับนกน้อยเดินมาที่รถของนกน้อย ด้วยสีหน้าเครียด
"ถ้าแก้วตาตายแล้ว ทำไมในประวัติไม่บันทึกว่าเสียชีวิต รีบกลับไปเช็คข้อมูลดูอีกทีดีกว่า"
พูดพลางเหยี่ยวก็เดินนำมาขึ้นรถ ระหว่างนั้นนกน้อยตบกระเป๋าเสื้อตัวเองเพื่อจะลูบมือถือนกยูง แต่ปรากฏไม่เจอมือถือ

"มือถือนกยูงหายครับ"



มือถือของนกยูงวางอยู่บนโต๊ะม้าหินตัวเดิม เจ๊แดงยืนคุยกับแก้วตาอยู่มุมหนึ่ง ห่างจากโต๊ะไปทางซ้าย

แก้วตายื่นแบงค์พันให้เจ๊แดง
"ขอบใจเจ๊มากที่ช่วยโกหกตำรวจให้ฉัน"
นกน้อยเดินนำเหยี่ยวกลับมามาที่โต๊ะ พลางมองมือถือของนกยูงวางอยู่ที่โต๊ะด้วยความสงสัย
"มันอยู่ตรงนี้ได้ยังไง ? ผมจำได้ว่าผมเก็บใส่กระเป๋าแล้วนะ"
"เจอก็ดีแล้ว รีบไปเถอะจ่า"
เหยี่ยวกับนกน้อยจะออกไปโดยไม่ทันเห็นแก้วตา ทันใดนั้นเสียงผู้หญิงพูดเสียงดังขึ้น
"เดี๋ยวก่อน"
ทั้งคู่หันมองไปทางต้นเสียง เห็นผู้หญิงคนนึงกำลังยืนตะโกนบอกทิศทางให้สามีขับรถจอดริมถนนหน้าอพาร์ทเมนท์
เหยี่ยวกับนกน้อยรู้สึกว่าไม่เกี่ยวกับตัวเอง จึงจะเดินไป ผู้หญิงตะโกนเหมือนพูดกับทั้งคู่
"จะรีบไปไหน บอกให้มองทางซ้ายก่อนไง"
เมื่อเหยี่ยวกับนกน้อยเผลอมองทางซ้ายตามที่ผู้หญิงตะโกนเหมือนมีบางอย่างดลใจ แก้วตาเห็นทั้งคู่มองมา ที่รีบวิ่งหนีไป ทั้งคู่รีบวิ่งตาม

ยายนวลเอาของใส่บาตรหลวงตาเคี้ยงเสร็จแล้วนั่งยองๆพนมมือรับพร พลางหันมาพูดกับน้ำริน "เวลาใส่บาตรอย่ายืนนะต้องนั่งลง"
น้ำรินนั่งลง หลวงตาเคี้ยงกับเด็กวัดคิดว่ายายนวลพูดด้วย
"ขอบใจนะที่ชวนให้นั่ง แต่อาตมายืนให้พรจะเหมาะกว่า"
"ฉันไม่ได้พูดกับหลวงตา"
หลวงตาเคี้ยงชะงัก แล้วมองหาว่ายายนวลพูดกับใคร จากนั้นก็สวดมนต์ให้พรต่อ
น้ำรินพนมมือฟังบทสวด เหมือนเสียงบทสวดของหลวงตาก้องกังวาลมาจากที่ไกลๆ จิตใจของเธอคล้ายจะคิดถึงเสียงสวดนี้ว่าเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่ง แต่ก็จำไม่ได้
ทันใดนั้นบังเกิดลมพัดผ่านน้ำรินเหมือนบทสวดให้พรเป็นพลังให้ความร่มเย็นใจ
หลวงตาเคี้ยงกับเด็กวัด รู้สึกเหมือนว่ายายนวลนั่งคุยอยู่คนเดียว ก็ตกใจกลัว รีบวิ่งหนีไป ยายนวลที่นั่งยองๆอยู่จะลุกขึ้น แต่ลุกไม่ไหว น้ำรินเผลอรีบเข้าไปจะพยุง
"หนูช่วยค่ะ"
แต่มือน้ำรินทะลุงผ่านตัวของยายนวล พลางพยายามตั้งสมาธิอย่างที่ผียายปริกบอก แล้วพยายามจะจับแขนยายนวลให้ได้ แต่ยังไงก็ทำไม่ได้ ทันใดนั้นมือของแนนยื่นเข้ามาพยุงตัวยายนวลไว้ได้ก่อนจะล้ม
พอแนนบอกยายนวลว่าซื้อโจ๊กมาฝากยายนวลกัลบเหยี่ยว น้ำรินก็มองอย่างหมั่นไส้ โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังหึงแนนอยู่ในที

แก้วตาวิ่งหนี เหยี่ยวกับนกน้อยวิ่งตาม ข้ามถนนตัดหน้ารถยนต์ เสียงแตรรถดังสนั่น

รถคันหนึ่งพุ่งตรงเข้ามาอย่างเร็ว !
.

อ่านต่อหน้า 3



ภพรัก ตอนที่ 3 (ต่อ)

แก้วตาเหลียวหลังไปมอง แต่ไม่เห็นเหยี่ยวกับนกน้อยตามมาแล้ว ก็ผ่อนความเร็วลงจากวิ่งเป็นเดินอย่างเหน็ดเหนื่อยมาถึงมุมตึก ทันใดนั้นนกน้อยกับเหยี่ยวโผล่จากมุมตึกมาล็อกตัวไว้

"ไหนบอกว่าตายแล้วไง"
แก้วตาพยายามดิ้น "ปล่อยนะหนูไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น อย่ามายุ่งกับหนูเลย"
เหยี่ยวรีบสั่ง "พาตัวไปจ่า"
คงคาออกมาจากที่ซ่อน แอบมองตามไป

น้ำรินกำลังยืนจ้องตุ๊กตาสีฟ้าที่ยังวางอยู่ที่โต๊ะหน้าบ้านเหมือนเดิม เหมือนพยายามส่งกระแสจิตผ่านไปถึงเหยี่ยว
"นายเก็ก คุณหายไปนานแล้วนะ ได้ยินฉันมั้ย คุณซื้อตุ๊กตานี่ให้ฉัน มันน่าจะสื่อถึงคุณได้ นายเก็ก เรียกฉันไปหาคุณเดี๋ยวนี้ ฉันอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เกี่ยวกับยอดชัดรึเปล่า?"
น้ำรินคิดถึงหน้ายอดชัดแล้วทบทวนว่าตัวเองรู้จักยอดชัดได้ยังไง แล้วอยู่ๆก็นึกถึงหน้านกยูง
"ยอดชัดค้ายา นกยูงเสพยาเกินขนาดตาย ยอดชัดค้ายา โดนวางยาตาย"
ทันใดนั้นน้ำรินก็รู้สึกเห็นภาพในอดีต

น้ำรินเห็นภาพตัวเอง นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่ตรงหน้านกยูง ที่กำลังร้องไห้เสียใจอยู่ในร้านขายของตกแต่งบ้าน
เธอถึงกับตกใจเมื่อจำเรื่องในอดีตได้ขึ้นมาลางเลือน

"ฉันเคยรู้จักนกยูง?"



เหยี่ยวกับนกน้อยกำลังจะสอบปากคำแก้วตา ที่นั่งอยู่ในห้องสอบสวนสำนักงานสืบฯ

"จับหนูมาทำไม หนูไม่ได้ทำอะไรผิดหนูไม่รู้อะไรทั้งนั้น"
"ถ้าไม่รู้ ทำไมต้องโกหกว่าตาย"
นกน้อยย้อนกลับ แก้วตาชะงักพูดไม่ออก เหยี่ยวพยายามพูดปลอบ
"ไม่ต้องกลัว พี่รับรองความปลอดภัยของน้องเองแค่ตอบคำถามตรงๆ น้องรู้จักนกยูงรึเปล่า ?"
"ไม่รู้จัก"
นกน้อยหยิบมือถือของนกยูงออกมาเปิดภาพถ่ายให้แก้วตาดู
"ไม่รู้จักแล้วถ่ายรูปกับนกยูงได้ยังไง"
แก้วตามองรูปถ่ายในมือถืออย่างอึ้งตกใจ จากนั้นก็น้ำตาไหลมันเหมือนรูปภาพความสนิทสนมมันกระทบกระทือนความรู้สึกบางอย่าง
"บอกลุงซิ เกิดอะไรกับลูกสาวลุงกันแน่"
"ลุงคือพ่อที่เป็นตำรวจของนกยูงเหรอ ?"
นกน้อยพยักหน้าเศร้าๆ "ใช่ บอกความจริงกับลุงเกิดอะไรขึ้นกับนกยูง ?"
แก้วตามองรูปภาพในมือถือแล้วมองหน้าเหยี่ยวกับนกน้อย
"หนูรู้จักกับนกยูง ตอนทำงานที่ร้านขายของตกแต่งบ้านของไฮโซคนนึง"

ในที่สุดน้ำรินรำลึกถึงเรื่องราวในอดีตระหว่างตัวเองกับนกยูงได้
"รู้ไหมว่าราคาแจกันนี่ใบละเท่าไร เงินเดือนเธอทั้งปียังซื้อไม่ได้เลย"
น้ำรินเห็นภาพตัวเองกำลังตวาดใส่หน้านกยูง
"หนูขอโทษค่ะ"
"ออกไป ฉันไล่เธอออก"

"หลังจากโดนยายใจดำนั่นไล่ออกนกยูงก็หางานใหม่ แต่เด็กที่มีข้อจำกัดว่ากลางวันเรียน ทำงานได้แค่หกโมงเย็นถึงสี่ทุ่มกับเสาร์อาทิตย์มันไม่ได้หางานได้ง่ายๆ"
แก้วตาเล่าให้เหยี่ยวกับนกน้อยฟังด้วยสีหน้าเศร้าๆ
"ทำไมนกยูงต้องหางานทำด้วย ลุงก็ให้เงินตลอด"
"นกยูงบอกว่า…"
แก้วตานึกถึงตอนที่นั่งคุยกับนกยูงที่ป้ายรถเมล์
"เราอยากเก็บเงินเรียนพิเศษปีนี้เราเอ็นฯไม่ติด แต่ปีหน้าจะสอบหมอให้ได้"
"ขอเงินพ่อเรียนสิพ่อแกเป็นตำรวจไม่ใช่เหรอ"
นกยูงส่ายหน้า "เป็นตำรวจก็ไม่ได้รวยอะไรนะ เงินที่พ่อเอามาจ่ายค่าเรียน พ่อไปกู้เค้ามาทั้งนั้น เราอยากช่วยพ่อ"
"เรามีงานหนึ่งเสี่ยงหน่อย แกสนใจไหม ?"

นกยูงมองแก้วตาอย่างสงสัย "งานอะไร ?"



นกยูงในชุดเด็กเชียร์เบียร์กำลังเสิร์ฟเบียร์ให้ลูกค้าในร้านอาหารอยู่ แก้วตาเดินถือเบียร์สวนมา

"ขอบใจนะที่ฝากงานนี้ให้ฉัน"
แก้วตายิ้มให้ "ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันเอาเบียร์ไปเสิร์ฟเจ๊ก่อน"
"ฉันเอาไปเสิร์ฟให้ไหม"
แก้วตารีบพูด "ไม่ต้อง โต๊ะนี้เจ๊ไม่ให้ใครเสิร์ฟนอกจากฉัน"
แก้วตาเดินจากนกยูงมาที่โต๊ะหนึ่ง ซึ่งยอดชัดนั่งคุยกับเจ๊หวานอย่างโมโห
"เด็กแกโดนตำรวจซิวอีกแล้วเรอะ ฉันสูญเงินไปเท่าไหร่รู้มั้ย"
"ขอโทษค่ะเสี่ย เด็กมันหน้าเดิมๆ ตำรวจเลยจับทางได้"
"หาเด็กหน้าใหม่ๆไปส่งของได้แล้ว"
"ฉันเล็งไว้แล้วค่ะเสี่ย"
เจ๊หวานมองไปทางนกยูง ยอดชัดมองตาม

แก้วตายื่นห่อกระดาษให้นกยูง
"เอาห่อนี่ไปให้ผู้ชายตามแผนที่แล้วนายจะให้ค่าส่งสามพัน"
นกยูงตาโต "สามพัน!ทำไมเยอะจัง ในห่อนี่มีอะไรเหรอ"
"ไม่รู้ รู้แต่ว่าได้เงินเยอะ แกไม่อยากได้เงินรึไง"
นกยูงมองห่ออย่างลังเล

นกยูงพุ่งพรวดเข้าห้องพักของแก้วตา แล้วรีบปิดประตูด้วยอาการลนลาน
"ฉันรู้แล้วว่าของในห่อนั้นคืออะไร ? ฉันแอบเปิดดู แล้วฉันก็ถ่ายรูปไว้ในกล้องนี้"
พลางหยิบกล้องถ่ายรูปเล็กๆมาเปิดโชว์ โดยไม่รู้ว่าแก้วตารู้เรื่องอยู่แล้ว
"เมื่อกี้ฉันแอบไปที่ร้าน เห็นนายยอดชัดกำลังคุยเรื่องส่งยากับคนที่เรียกกันว่า “บอส”ฉันเลยแอบถ่ายรูปมาด้วย"
"ทำอย่างนี้ทำไม"
"ลูกตำรวจไม่มีวันทรยศศักดิ์ศรีของพ่อด้วยการทำผิดกฏหมายซะเอง ฉันจะเอาหลักฐานไปให้ตำรวจ"
นกยูงจะเดินไป แก้วตารีบดึงกล้องจากมือไว้
"ฉันเอาไปให้เองดีกว่า ขืนแกเอาไปให้ เดี๋ยวเจ้านายพ่อแกจะจะสงสัยว่าพ่อแกค้ายาซะเอง เพราะยาอยู่ที่แก"

นกยูงนิ่งคิดอย่างสับสน



แก้วตาเล่าพลางร้องไห้ไปด้วย

"คืนนั้นหนูไปบอกเจ๊หวานว่านกยูงทรยศ คิดแค่อยากจะเอาหน้าเฉยๆ แต่ไม่คิดว่าจะทำให้นกยูงถูกฆ่าตาย"
นกน้อยมองแก้วตาด้วยแววตาเจ็บปวด
"แปลว่านกยูงไม่ได้ตายเพราะเสพยาเกินขนาด"
"นกยูงไม่เคยแตะต้องยาเลยค่ะ"
"ถ้าอย่างนั้นคนที่ทำให้นกยูงตายก็คือไอ้ยอดชัด นกยูงลูกพ่อ"
นกน้อยร้องไห้โฮ เหยี่ยวต้องตบบ่าปลอบใจ แล้วหันมาถามแก้วตา
"กล้องที่ถ่ายเห็นหน้าบอส ยังอยู่ที่เรารึเปล่า"

"ไม่มีใครรู้ว่ามีกล้องตัวนั้น หนูซ่อนไว้ที่ห้องค่ะ"
"งั้นรีบกลับไปเอาเราต้องไม่ปล่อยให้การตายของนกยูงเสียเปล่า นายใหญ่ของไอ้ยอดชัดจะต้องถูกจับมาลงโทษ"
ทั้งหมดรีบออกไปจากห้อง

น้ำรินเดินไปเดินมาอย่างใช้ความคิดเครียดๆ
"ฉันไล่ลูกจ่านกน้อยออกไปจากร้าน นกยูงต้องตายเพราะฉัน"
"กูต่างหากที่ต้องตายเพราะมึง"
น้ำรินหันขวับไปตามเสียง เห็นชลชาติโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ด้านหนึ่ง แล้วตรงเข้ามากระชากร่างเธอลากออกไปตามพื้นอย่างรวดเร็ว น้ำรินร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด

น้ำรินที่โดนชลชาติฉุดกระชากออกไปตามสวนหลังบ้าน พยายามต่อสู้ดึงมือชลชาติออกจากคอตัวเอง แต่ดึงไม่ออก
"ใครก็ได้ ช่วยด้วย"
น้ำรินฮึดถีบชลชาติกระเด็น แล้วรีบลุกขึ้นแล้วจะวิ่งหนีออกไปจากตรงนั้น ชลชาติพุ่งเข้ามารวบขาไว้ได้ น้ำรินล้มลง แล้วใช้มือทุบชลชาติเพื่อให้ปล่อยขาตัวเอง
"ปล่อยฉันนะ แกเป็นใคร มายุ่งกับฉันทำไม ปล่อย"
"กูจะเอาวิญญาณมึงไป มึงฆ่ากู"
น้ำรินตกใจ ชลชาติอ้าปากกว้างมาก เหมือนกำลังจะกลืนกินวิญญาณของน้ำริน
"บังอาจมายุ่งกับเพื่อนฉันเหรอ ?"
ชลชาติที่กำลังจะดูดวิญญาณน้ำริน หันขวับไป ผียายปริกกระโดดถีบเต็มแรง จนร่างชลชาติลอยหวือออกไป
"กูจะสลายวิญญาณมัน มันเป็นคนฆ่ากู"
"จะสลายวิญญาณเพื่อนฉันเหรอ แกนั่นแหละโดนฉันสลายก่อน"

ชลชาติง้างหมัดต่อยหน้าผียายปริก จนลอยหวือกระเด็นออกไปอีกด้านหนึ่ง จากนั้นก็หันมากระชากร่างน้ำรินออกไปอีกทาง
.

อ่านต่อหน้า 4



ภพรัก ตอนที่ 3 (ต่อ)

ชลชาติกำลังดูดวิญญาณน้ำรินอีกครั้ง ผียายปริกโผล่ออกมาอีกด้าน ถีบชลชาติล้มไป จากนั้นก็ดีดนิ้วเสกสายสิญจ์อาคมลอยขึ้นมา พุ่งเข้าไปหมุนวนกับร่างชลชาติ แล้วก็เลือนหายไปทันที สายสิญจ์อาคมร่วงหล่นลงพื้น

ผียายปริกหายวับไปตาม น้ำรินมองตามทั้งคู่ที่หายตัวไปอย่างมึนงง

เหยี่ยวกับนกน้อยเดินมากับแก้วตา ถึงบริเวณบันไดทางขึ้นอพาร์ทเม้นท์
"ลุงจ่ารอหนูตรงนี้แป๊บเดียวค่ะ เดี๋ยวหนูขึ้นไปเอากล้องมาให้"

แก้วตาเดินเข้ามาหยิบกล้องที่ซ่อนไว้ที่ใต้เตียง เปิดกล้องแล้วดูภาพในกล้อง ด้วยความรู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองเคยทำไว้กับเพื่อน
"นกยูง ฉันขอโทษ แกต้องตายเพราะฉัน คนบงการฆ่าแกจะต้องได้รับโทษ ไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้วนะนกยูง"
แก้วตาลุกขึ้นจากเตียง กำลังจะเดินไปที่ประตู แต่เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อน พอเดินไปเปิดประตู ก็ต้องตาลุกวาวด้วยความกลัว เพราะไม่ใช่เหยี่ยวกับนกน้อยที่เป็นคนเคาะประตู
ร่างของแก้วตาโดนตบมากองที่อยู่ที่พื้น กล้องกลิ้งกระเด็นไถลไปอยู่ที่ใต้เตียง
แก้วตาร้องขอชีวิตด้วยความเจ็บปวด "อย่าทำหนู อย่าทำหนูเลย"

เหยี่ยวกับนกน้อยยืนรออยู่ด้านล่าง ได้ยินเสียงกรีดร้องจากด้านบน ก็รีบตามขึ้นไป
เจ๊แดงกรีดร้องด้วยความตกใจ เหยี่ยวกับนกน้อยวิ่งมาตามเสียง เห็นแก้วตานอนตาเหลือก โดยในมือมีเข็มฉีดยาคาอยู่
เหยี่ยวรีบหันมาถามเจ๊แดง "เห็นใครแปลกหน้ามั้ย"
"ฉันเห็นผู้ชายผมสั้นๆ ใส่ชุดดำ แว่นตาดำ เดินลงบันไดหนีไฟไป"

เหยี่ยวกับนกน้อยรีบวิ่งพุ่งออกไปทันที เห็นชายชุดดำเดินเลี้ยวมุมตึกไปก็รีบวิ่งตาม



ชายชุดดำรีบวิ่งหนีกระโดดขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซต์ สตาร์ทรถและเข้าเกียร์บิดคันเร่ง จะขี่หนีออกไป

เหยี่ยวยันตัวขึ้นกำแพง แล้วใช้แรงถีบกำแพงพุ่งไปถีบชายชุดดำที่ขี่มอเตอร์ไซต์กระเด็นลอยลงมาล้มกลิ้งอยู่กลางถนน
เหยี่ยวปราดเข้ามาเอาเข่ากดที่หลังของชายชุดดำ แล้วจัดการล็อกแขนไว้
"ผมยอมแล้ว อย่าทำอะไรผมเลย ผมจะไม่ยุ่งกับเมียพี่อีกแล้ว"
"เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ"
"ผมขอโทษที่เป็นชู้กับเมียพี่ครับ"
"ชู้?" เหยี่ยวขมวดคิ้วงงๆ
รถแวนสีดำขับผ่านหลังเหยี่ยวกับนกน้อยไป ใครบางคนในรถมองมาผ่านฟิล์มสีดำมาทางทั้งคู่อย่างเยาะหยัน

เหยี่ยว นกน้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนหนึ่ง กำลังตรวจดูที่เกิดเหตุ ร่างแก้วตายังอยู่ในห้อง
"สั่งให้ทุกคนตรวจพื้นที่ให้ละเอียด เก็บหลักฐานทุกชิ้นอย่าให้อะไรหลุดรอดไปได้"
เหยี่ยวก้มลงไปใต้เตียง มองเห็นกล้องของนกยูงที่ตกอยู่ที่ใต้เตียง นกน้อยหันมาเห็น
"กล้องของลูกสาวผมครับ หมวดรีบเปิดดูรูปเลย แก้วตาบอกว่านกยูงถ่ายรูปบอสของพวกมันไว้ได้"
เหยี่ยวรีบเปิดดูรูป แต่กลับไม่มีรูปอยู่ในกล้องเลย รรวมถึงเมมโมรีการ์ดก็หายไปด้วย

คงคาหักเมโมรีการ์ดในมือ แล้วก็คุยมือถือด้วยสีหน้าพอใจ
"ไม่มีใครเห็นบอสแน่นอนครับ"

ภพธรปิดโทรศัพท์มือถือแล้วค่อยๆ ลดมือลง

ที่แท้เป็นเขาเอง ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด !!



“Only a life lived for others is a life worthwhile.”
“มีเพียงชีวิตเพื่อผู้อื่นเท่านั้นที่มีคุณค่าแก่การมีชีวิต”
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก

นกน้อยยืนตรงหน้าเจดีย์บรรจุกระดูกของเมียและลูก พลางวางหูฟังหมอไว้ตรงหน้ารูปของนกยูงที่ติดกับเจดีย์ แล้วยิ้มเศร้าๆ
“นกยูง พ่อรู้แล้วว่าลูกไม่ได้ตายเพราะหลงผิดคิดเสพยา หนูตายเพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีของลูกตำรวจ พ่อภูมิใจในตัวลูกนะ”
นกน้อยซบหน้าร้องไห้กับเจดีย์ของเมียและลูกอย่างโหยหา

เหยี่ยวเดินหาวถือถังสังฆทานมากับน้ำริน ที่พูดย้ำว่าให้เขากรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวรของเธอด้วย
“กรวดยังไง? ชื่อจริงคุณผมยังไม่รู้เลย รู้แต่ชื่อน้ำ”
“อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรของคนชื่อน้ำก็ได้”
เหยี่ยวส่ายหน้า “คนชื่อน้ำมีเป็นล้านๆ แล้วบุญแค่นี้จะถึงคุณเหรอ”
“ถ้างั้นคุณก็ต้องสืบประวัติให้รู้ซะทีว่าฉันเป็นใคร”
“แน่นอน ผมก็อยากรู้ไม่น้อยไปกว่าคุณหรอก ว่าไอ้ยอดชัดเจ้าพ่อยาเสพติด มันไปเกี่ยวข้องกับคุณได้ยังไง”
น้ำรินนิ่งคิด “นั่นสิ ฉันก็อยากรู้ว่าตัวเองเป็นใครกันแน่ ? ทำไมถึงได้พัวพันทั้งกับยอดชัด ทั้งนกยูง”
“นกยูง? คุณรู้จักนกยูงด้วยเหรอ มีอะไรที่ไม่ได้บอกผมรึเปล่า ?”
“เปล่า รีบเอาของไปถวายพระเถอะ ฉันรอตรงนี้นะ”

เหยี่ยวเดินออกไป น้ำรินมองตามเหยี่ยวแล้วคิดถึงเรื่องตัวเอง จากนั้นก็เดินต่อไปยังศาลาริมน้ำ



น้ำรินมานั่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำ คิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นกับเธอเมื่อวันก่อน ตอนที่วิญญาณชลชาติมาทำร้ายเธอ

“ผีตัวนั้นเป็นใคร ฉันไปทำอะไรให้”
ผียายปริกยืนกอดอกอยู่ข้างหลังน้ำริน
“หล่อนมีส่วนทำให้มันตาย”
น้ำรินชะงักตกใจ “ปริก ปริกล้อฉันเล่นใช่ไหม ?”
ผียายปริกมองน้ำริน แล้วหัวเราะเสียงดัง น้ำรินโล่งใจ ทันใดนั้นก็หยุดหัวเราะแล้วทำหน้าจริงจัง
“ฉันพูดจริง”
“ฉันไปทำอะไรให้เค้า ไหนปริกเล่าให้ฉันฟังหน่อยสิ”
ผียายปริกสั่นหัว “หล่อนยังจำเรื่องตัวเองไม่ได้ แล้วฉันจะไปรู้เรื่องหล่อนเรอะ ฉันพูดไปตามสัจธรรม กรรมเป็นผลของการกระทำ “ผล” ทุกอย่างย่อมมาจากเหตุทั้งสิ้น มันเป็นเหมือนบ่วงที่ต้องแก้ไข”
“แล้วมันจะจองเวรจองกรรมกับฉันเรื่อยไปแบบนี้เหรอ”
ผียายปริกส่ายหน้า “มันเป็นสัมภเวสี ไปไหนมาไหนไม่สะดวกนักหรอก ยกเว้นวันพระและวันโกน”
“ถ้าปริกบอกว่าทุกสิ่งเป็นกรรมที่ฉันเคยทำ เป็นเหมือนบ่วงที่ต้องแก้ไข งั้นฉันคงเคยทำกรรมอะไรไว้กับนกยูงและยอดชัดใช่มั้ย”
“เอาน่า วันหนึ่งหล่อนจะรู้ด้วยตัวเอง อีกไม่นาน”
น้ำรินมองไปที่สายน้ำเบื้องหน้า ยังคงงงกับเรื่องที่ผียายปริกพูดอยู่ไม่น้อย

เหยี่ยวนอนหลับอยู่บนเตียง น้ำรินยืนเหม่ออยู่ตรงหน้าต่าง สีหน้าไม่สบายใจเพราะรู้สึกผิดกับนกยูง
“ชีวิตของเราในอดีต ทำกรรมไว้กับนกยูง เราถึงต้องชดใช้กับจ่านกน้อย ทำให้จ่านกน้อยเข้าใจลูกสาว หมดทุกข์เรื่องในอดีต?”
พลันก็มีลมพัดโกรกเบาๆ เข้ามาทางหน้าต่าง น้ำรินยกมือขึ้นมาป้องหน้า เสียงบทกรวดน้ำลอยมากับสายลมค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ
ความทรงจำในอดีตกลับมาอีกครั้ง
“น้ำรินมองเห็นภาพตัวเองนั่งอยู่ในห้องพระในบ้าน กำลังวางชุดกรวดน้ำตรงหน้า ก่อนจะยกมือประณมขึ้นอธิษฐาน

“ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมกับผู้ที่ข้าพเจ้าได้ล่วงเกินโดยตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี หากมีโอกาส ขอให้ข้าพเจ้าได้ชำระล้างความผิดเหล่านั้น ที่ข้าพเจ้าก่อไว้ด้วยเถิด”
.

อ่านต่อตอนที่ 4

.



34


ภพรัก ตอนที่ 2
https://mgronline.com/drama/detail/9570000131878
.

ภพรัก ตอนที่ 2
เผยแพร่: 16 พ.ย. 2557 08:55   โดย: MGR Online
.





ภพรัก ตอนที่ 2

ที่หน้าเดอะชลาธาร เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเคลียร์สถานที่ และคร่ำเคร่งกับการสอบปากคำลูกค้า อินทรีทองยืนให้ปากคำกับตำรวจอยู่ไม่ไกลจากประตู

เหยี่ยวกับนกน้อยควบคุมตัวยอดชัดกับมังกรดำ ที่ถูกจับใส่กุญแจมือทั้งคู่ออกมา ยอดชัดมองอินทรีทองอย่างโกรธจัด ครู่หนึ่งหงส์ขาวก็เดินออกมา นกน้อยเห็นเข้า ก็พูดล้อๆ

“อุ้ยตาย คนคุ้นเคยเค้าเจอกัน คนนอกอย่างเรา ไปดีกว่า”
จากนั้นก็เดินผ่านร่างน้ำรินไป น้ำรินสะดุ้ง หันไปมองแนน หรือหงส์ขาว แล้วรำพึงกับตัวเอง
“คนคุ้นเคย ? ไม่น่าเชื่อว่าผู้ชายเถื่อนดิบอย่างคุณ จะมีผู้หญิงมาเป็นคนคุ้นเคย”
เหยี่ยวทำเป็นไม่ได้ยินเสียงพูดล้อๆของน้ำริน
“ขอแสดงความยินดีที่จับคนร้ายได้นะคะ หมวดคนเก่ง”
เหยี่ยวยิ้มให้ “แนน กลับมาทำคดีนี้ทำไมไม่บอกสักคำ”
“เป็นห่วงเราเหรอ ?”
เหยี่ยวนิ่งๆ ไม่ตอบ ในใจคิดเป็นห่วงแนนแค่ในฐานะเพื่อน น้ำรินสะบัดหน้าเดินเชิดออกไปตามทางนกน้อย เหยี่ยวหันไปเห็นก็เผลอเรียกเสียงดัง จนแนนสงสัยว่าเรียกใคร
“เอ้อ เรียกจ่านกน้อย พอดียังคุยเรื่องงานไม่เสร็จ วันหลังจะไปทำคดีอะไร บอกเราด้วยนะ”
แนนพยักหน้ายิ้มๆ “ต่อไปเหยี่ยวต้องรู้อยู่แล้ว เพราะเราจะกลับมาทำงานที่กองสืบฯ คงได้ร่วมงานกันเหมือนเมื่อก่อน เราดีใจนะ ที่เหยี่ยวยังทำงานอยู่ที่นี่”
“ แล้วเจอกันนะ ขอเราไปเคลียร์ด้านโน้นแป๊บนึง”
เหยี่ยวรีบเดินเลี่ยงตามนกน้อยไป แต่ความจริงคือเดินไปตามน้ำริน

นกน้อยเดินผละไปคุยกับตำรวจอีกคนหนึ่ง ทิ้งให้ตำรวจอีกคนคุมตัวยอดชัดไว้ ยอดชัดเดินเข้ามาใกล้ๆ พลางจ้องหน้าอินทรีทองอย่างโกรธแค้น แล้วกระซิบเบาๆ
“มึงคงลืมไปสินะ พวกกูรู้ว่าลูกเมียมึงอยู่ที่ไหน”
อินทรีทองหน้าถอดสี ยอดชัดเดินต่อไปให้นกน้อยควบคุมตัว โดยไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น
เหยี่ยวเดินสวนกับยอดชัด ที่มองเขาอย่างโกรธแค้น แต่เหยี่ยวไม่สนใจเดินเข้าไปหาน้ำริน
“คุณ”
ทันใดนั้นน้ำรินรู้สึกวูบขึ้นมาอีก พลางจับที่หน้าอกด้านซ้าย “โอ๊ย”
เหยี่ยวรีบถามอย่างเป็นห่วง “เป็นอะไร ?”
น้ำรินหน้าเครียด งงกับอาการตัวเอง

“ไม่รู้ อยู่ๆฉันก็วูบเหมือนตอนนั้นอีกแล้ว”



สงครามเดินเข้ามาในโรงพยาบาลด้วยท่าทางร้อนรนไม่สบายใจเพราะเพิ่งรู้เรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับธารา พยาบาลสาวกุลีกุจอมาต้อนรับ แล้วพามาที่ห้องพัก

ธารานอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงคนไข้ มีอุปกรณ์ช่วยชีวิตยังระโยงระยางอยู่เต็มไปหมด โดยมีภพธรยืนเฝ้าอาการของอยู่

“เกิดเรื่องร้ายขนาดนี้ ทำไมธรไม่บอกลุง”สงครามพูดเชิงตำหนิ
“เอ้อ ผมเกรงใจคุณลุง”
“เกรงใจอะไร พูดเหมือนเราเป็นคนอื่นคนไกลกัน เธอก็รู้ว่าอาธารากับลุงสนิทกัน”
สงครามเห็นสภาพของธาราแล้ว น้ำตาคลอด้วยความสงสาร
“อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ยังไง”
“คุณอาธาราจะไปประชุมที่พัทยา ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุรถวิ่งเข้าชน นายสนคนขับรถตายคาที่ ส่วนคุณอา.. “
ภพธรนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนพรั่งพรูพูดออกมาพร้อมน้ำตาซึม
“สมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างแรงกระดูกสันหลังเคลื่อน คุณหมอบอกว่ามีโอกาสเป็นอัมพาตตั้งแต่เอวลงไป อาจจะเดินไม่ได้”
สงครามกุมมือของธารา น้ำตาเอ่อคลอ
“โธ่ ธารา ลูกสาวหายตัวไปก็ยังหาตัวไปพบ ยังจะมาเกิดเรื่องแบบนี้กับคุณอีกเวรกรรมอะไรกันนะ”
จากนั้นก็คุยกับภพธรว่ายังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการหายตัวไปของน้ำริน ภพธรนิ่งฟังอย่างเดาความรู้สึกไม่ออก

ทางด้านน้ำริน ก็เอ่ยปากบอกกับเหยี่ยวว่าเธอรู้สึกว่าอยากร้องไห้ โดยไม่รู้สาเหตุ
“ฉันรู้สึก ว่าต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคนที่ฉันรักที่สุดแน่ๆ คุณต้องรีบสืบประวัติให้ฉัน”
เหยี่ยวรับคำ “ได้ แต่ขอผมไปแถลงข่าวเรื่องการจับกุมวันนี้ก่อนนะ แถลงข่าวเสร็จแล้วผมจะหาทางช่วย”
จากนั้นก็จะเดินเลี่ยงไป น้ำรินรีบมาขวางไว้
“ไม่เชื่อ ฉันขอประกาศไว้เลยนะถ้าคุณไม่ช่วยฉันเดี๋ยวนี้ ฉันจะจองล้างจองผลาญ ป่วนให้ถึงที่สุด”
“ผมสัญญาว่าจะช่วยก็แปลว่าช่วย แต่ตอนนี้ขอไปทำธุระสำคัญก่อน”
เหยี่ยวเดินทะลุร่างน้ำรินออกไปเลย นกน้อยเดินออกมาจากห้องแถลงข่าว เข้ามาบอกเหยี่ยวที่เดินเข้ามาพอดี
“หมวดรีบเข้าไปเถอะ สำนักประชาสัมพันธ์จะเตี๊ยมเรื่องข่าวที่จะแถลง”

น้ำรินมองมือตัวเองที่ยังมีคราบน้ำตาอย่างร้อนใจ แล้วมองไปทาง พลางคิดว่ายังไงต้องทำให้เหยี่ยวมาสืบเรื่องของเธอให้ได้



ขณะที่เหยี่ยวกำลังยืนคุยงานกับทีมงานที่เตรียมจะแถลงข่าว น้ำรินก็โผล่มาแกล้งร้องเพลงยั่วข้างๆ หู จนเขาฟังรายละเอียดงานไม่รู้เรื่อง

เหยี่ยวรำคาญจนทนไม่ไหว รีบพาเจ้าหน้าที่หญิงเดินหนีไปที่หน้าเวที น้ำรินรีบเดินตามอย่างไม่ลดละ คราวนี้เดินมายืนที่ข้างเจ้าหน้าที่หญิง แล้วแกล้งป่วนต่อ จนเหยี่ยวฉุน ชี้ไปที่น้ำรินที่ยืนข้างเจ้าหน้าที่หญิง
“พอเหอะ รำคาญ”
เจ้าหน้าที่งง “รำคาญฉัน?”
เหยี่ยวรีบปฏิเสธ แต่น้ำรินก็ยังไม่เลิกเซ้าซี้
“เลิกวุ่นวายซะทีออกไปได้แล้ว นี่คือคำสั่ง”
น้ำรินคล้ายโดนพลังงานบางอย่างดูดออกไป พร้อมๆ กับเจ้าหน้าที่เดินออกไปอย่างหวาดๆ เพราะนึกว่าโดนเหยี่ยวไล่ตะเพิด

ขณะที่นักข่าวกำลังทยอยเดินเข้าไปในห้อง น้ำรินมาที่นั่งจ๋องที่เก้าอี้หน้าห้องแถลงข่าว พลางมองไปรอบๆ ตัวด้วยสีหน้าเครียดๆ แล้วก็ชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นอินทรีทองกำลังคุยมือถืออยู่ที่มุมหนึ่งท่าทางไม่ค่อยน่าไว้ใจ
“อย่าทำอะไรลูกเมียผมเลย ผมยอมทำตามทุกอย่าง”
จากนั้นก็วางสาย แล้วเดินออกไปด้วยท่าทีร้อนรน น้ำรินเดินตามไปอย่างสงสัย

เหยี่ยวกำลังแถลงการจับกุมและสรุปผลการจับกุมให้สื่อมวลชนฟัง โดยด้านหนึ่งมีสงคราม สมเดช และยอดชัดที่ถูกจับกุมอยู่ที่โต๊ะแถลงข่าว

“วันนี้ถือเป็นการจับกุมครั้งสำคัญ เพราะยอดชัดเป็นหนึ่งในเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่”
นักข่าวสาวยกมือถาม
“คุณยอดชัดเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ มีหลักฐานอะไร ถึงมั่นใจว่าเค้าอยู่เบื้องหลังการค้ายา”
“เรามีฮาร์ดดิสก์ภาพวิดีโอวงจรปิด ขณะที่กำลังซื้อขายยาในเดอะชลาธาร”
สงครามเอียงหน้ามากระซิบคุยกับสมเดช สีหน้าเครียด
“เรามีหลักฐานแค่ฮาร์ดดิสก์เพียงอย่างเดียวใช่มั้ย”
“ใช่ครับ”
“ดูแลให้ดี อย่าให้เกิดอะไรขึ้น”
ยอดชัดยิ้มร้าย เหมือนกำลังเตรียมการอะไรบางอย่าง

ที่หน้าห้องเก็บหลักฐานของสำนักงานสืบฯ เจ้าหน้าที่เฝ้าอยู่เพียงคนเดียว อินทรีทองเดินเข้ามาทักทายอย่างคุ้นเคย ก่อนที่จะฉวยจังหวะปราดเข้าไปล็อกจนสลบเหมือด แล้วดึงบัตรสแกนออกไปจากคอ ก่อนที่จะรุดบัตรเข้าไปในห้อง

น้ำรินเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก็รีบตัดสินใจรวบรวมความกล้าเดินทะลุประตูเข้าไป



น้ำรินเห็นอินทรีทองพยายามไล่ค้นหาฮาร์ดดิสก์ตามชั้นเก็บหลักฐาน แต่ยังหาไม่เจอเพราะมีหลักฐานอยู่หลายชิ้น พลันเสียงมือถือก็ดังขึ้น

“ยังหาไม่เจอ หลักฐานมีอยู่เต็มห้อง คงไม่เจอง่ายๆ หรอก”

“คิดว่ามีผู้มีอิทธิพลคนอื่น เกี่ยวข้องอีกใช่มั้ยคะ”
นักข่าวถามต่อ เหยี่ยวรีบอธิบาย
“สำนักงานสืบของเราจะขยายผลการสอบสวนต่อไปครับ”
อีกคนถามเพิ่ม “หมวดเหยี่ยวเคยมีประวัติซ้อมผู้ต้องหา มั่นใจได้ยังไงว่าคุณยอดชัดจะไม่โดนซ้อม
จนต้องรับสารภาพ”
เหยี่ยวมองหน้าคนถามอย่างไม่พอใจ “คิดว่าคำถามนี้สร้างสรรค์ที่สุดแล้วใช่มั้ย”
“ไม่ได้ถามหมวด ผมถาม ผบ.สงคราม”
สงครามพยายามระงับอารมณ์ แล้วตอบแบบขรึมๆ “ขอให้มั่นใจ ผมไม่ปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกแน่”
เหยี่ยวย้อนถามกลับ
“ผมถามกลับบ้างนะ จะมั่นใจได้ยังไงว่าสื่อไม่ได้ถูกพ่อค้ายาซื้อตัวเพื่อมาถามคำถามโง่ๆ ทำให้ยอดชัดพ้นผิด”
“พูดแบบนี้ผมฟ้องหมวดได้นะ”
สงครามหันไปมองสมเดชเหมือนจะให้เตือนเหยี่ยว น้ำรินโผล่เข้ามาในห้องท่าทางตกใจ
“หมวดเหยี่ยว แย่แล้ว”
เหยี่ยวหันขวับไปทางน้ำริน พลางถลึงตาเหมือนจะเตือนว่าเข้ามาทำไม คนในห้องสงสัยว่าเหยี่ยวหันมาดุใคร น้ำรินไม่สนใจ รีบบอกทันที
“อินทรีทองบุกเข้าไปในห้องเก็บหลักฐานกำลังจะขโมยฮาร์ดดิสก์ภาพวงจรปิดที่ใช้เล่นงานนายยอดชัด”
เหยี่ยวตกใจร้องเสียงหลง แล้วรีบบอก “ขอจบการแถลงข่าวเพียงแค่นี้ก่อนครับ”
จากนั้นก็กระซิบกับสงคราม “ขออนุญาตครับ ผบ..มีคนบุกเข้าไปในห้องเก็บหลักฐาน กำลังจะขโมย หลักฐานชิ้นสำคัญของคดีนี้ไป”
เหยี่ยวรีบพุ่งออกไปทันที ยอดชัดหน้าเสียเมื่อรู้ว่าตำรวจไหวตัวแล้ว

เหยี่ยวรีบวิ่งมาที่หน้าห้องเก็บหลักฐาน เห็นเจ้าหน้าที่ซึ่งสลบหมดสติอยู่ ก็รีบรูดการ์ดเข้าไปภายในห้องเก็บหลักฐาน นกน้อยกับเจ้าหน้าที่วิ่งตามมา น้ำรินตามมาด้วยใกล้ๆ กัน
เหยี่ยวออกมาจากห้องเก็บหลักฐานด้วยท่าทางร้อนรน “อินทรีทองได้ฮาร์ดิสก์ไปแล้ว”
น้ำรินที่มองๆ ไปที่กระจกด้านหนึ่งเห็นอินทรีทองกำลังเดินออกไปจากสำนักงานสืบฯ ผ่านกระจก
“กำลังจะหนีออกไปทางด้านหลังสำนักงานค่ะหมวด”
เหยี่ยวหันขวับมาทันที แล้วหันไปร้องสั่งนกน้อย
“มันหนีไปทางด้านหลัง ตามไป”

เหยี่ยววิ่งนำออกไปทันที นกน้อยมองตามอย่างงงๆ
.

อ่านต่อหน้า 2



ภพรัก ตอนที่ 2 (ต่อ)

อินทรีทองรีบถือฮาร์ดดิสก์อออกมาตามถนนเปลี่ยว เหยี่ยววิ่งตามมา แล้วกระโจนเข้าใส่จนล้มไปด้วยกัน

“ไอ้ทรยศ”
“ผมจำเป็นต้องทำแบบนี้”
ทั้งสองต่อสู้ด้วยมือเปล่าไปพักหนึ่ง ในที่สุดเหยี่ยวเล่นงานอินทรีทองจนล้มคว่ำไปกับพื้น แล้วจับใส่กุญแจมือ และยึดฮาร์ดดิสก์กลับมาได้
นกน้อยกับเจ้าหน้าที่ฯ ตามมาพอดี เหยี่ยวส่งฮาร์ดดิสก์ไปให้นกน้อยถือไว้
น้ำรินลอยหน้าลอยตาพูดแบบน่ารัก
“หมวดเก๊กเก่งจริงๆ แต่จะเก่งยังไงก็เป็นหนี้บุญคุณฉัน เสร็จงานนี้ ต้องจัดการสืบประวัติให้ฉันจริงๆจังๆสักทีนะเก๊ก”

เหยี่ยวกำลังคุยงานกับสงครามและสมเดชอยู่ในห้องประชุม โดยมีนกน้อยและเจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งร่วมประชุมอยู่ด้วย น้ำรินนั่งข้างเหยี่ยว
ภาพบนจอที่ผนังเป็นภาพผู้หญิงคนหนึ่งกับเด็กหญิงตัวเล็ก กำลังถ่ายรูปคู่อยู่กับอินทรีทอง นกน้อยรีบรายงาน
“อินทรีทองสารภาพว่าที่ทำไปเพราะเมียกับลูกโดนข่มขู่จากลูกน้องของยอดชัด”
เหยี่ยวพูดเสริม “ผมส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือลูกเมียของอินทรีทองไว้ได้แล้วครับ”
“ยอดชัดจะต้องไม่ได้ทำงานคนเดียวแน่ๆ” สงครามคาดการณ์
ภาพบนจอเปลี่ยนไปเป็นภาพยอดชัดอยู่ตรงกลาง ล้อมรอบด้วยบุคคลต่างๆ โดยรอบ เหยี่ยวอธิบายเพิ่ม“จากการสืบข้อมูลในทางลึก เดอะชลาธารและธุรกิจนอกกฏหมายอื่นๆ ใช้เงินลงทุนมากกว่าที่จะสามารถทำเพียงคนเดียว”
“คงต้องนำสืบต่อไปว่าใครร่วมมือกับมันบ้าง”
สมเดชสั่งการ พร้อมๆ กับที่น้ำรินจ้องไปที่จอมองยอดชัด ทันใดนั้นเธอเห็นรอยสักที่หลังมือ รอยสักนั้นทำให้มีภาพอดีตผ่านเข้ามาในสมอง
ภาพในความทรงจำของน้ำริน คือภาพยอดชัด ที่กำลังเอามือเสยผมเห็นรอยสักที่หลังมือ แล้วหันกลับมามองผู้หญิงคนหนึ่ง แต่น้ำรินเห็นเพียงด้านหลัง จึงไม่รู้ว่าเป็นใคร
น้ำรินเดินลงบันได อดชัดหันมายิ้มให้
“หนูน้ำใช่มั้ย ได้ยินชื่ออยู่บ่อยๆ ไม่นึกว่าตัวจริงจะเป็นสาวแล้ว”
น้ำรินยิ้มให้ตามมารยาท พลางยกมือไหว้ยอดชัด

ภาพนั้นเดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่าง ในความรู้สึกของน้ำริน ณ เวลานี้



เหยี่ยวที่ยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าห้องประชุม แล้วหันมามองน้ำริน เหมือนกำลังรอ ๆ เธออยู่

น้ำรินยังคงต้องไปที่ภาพบนจอที่เป็นหน้าของยอดชัด ด้วยความรู้สึกตกใจกับข้อมูลที่เพิ่งระลึกและจำได้
“จู่ๆ ฉันก็รู้สึกคุ้นหน้าคนๆ นี้ เหมือนฉันจะเคยรู้จักมาก่อน”
“ยอดชัดมันค้ายา คุณจะไปเกี่ยวอะไรกับพวกค้ายา”
น้ำรินจ้องไปที่หน้ายอดชัดบนจอภาพ แววตาครุ่นคิด

ยอดชัดกำลังคุยกับทนายในห้องควบคุมตัวด้วยท่าทางเอาเรื่อง
“ถ้าพัง ก็พังไปด้วยกันทั้งหมด ไปบอกมัน ฉันไม่ยอมพังแทนใคร มันต้องช่วยฉันออกไปจากที่นี่...
ออกไปอย่างสง่าผ่าเผย”
แววตายอดชัดแข็งกร้าว

คงคาเดินเปิดประตูเข้ามา มองซ้ายมองขวา เห็นในห้องไม่มีใครอยู่ เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น มันจึงรีบเดินเข้าไปรับสาย
“ครับบอส”
“จัดการมันซะ” ปลายสายสั่งการเสียงเข้ม
คงคาหันไปมองที่ข้างโทรศัพท์ เห็นมีขวดยาพิษวางอยู่
“แต่ยอดชัดทำงานกับเรามานานนะครับบอส”
คงคาฟังเสียงทางปลายสาย พลางถอนหายใจยาว แล้วจำต้องทำตามคำสั่ง

เหยี่ยวขี่จักรยานมาจอดที่บริเวณบ้าน จากนั้นก็จะเดินเข้าบ้าน น้ำรินรีบเดินตาม พลางย้ำเรื่องให้ช่วยเธอแบบจริงๆ จังๆ เหยี่ยวรีบรับคำ แนนเดินออกจากบ้านมาเห็นเหยี่ยวยืนพูดคนเดียว ก็มองอย่างงงๆ
เหยี่ยวกับน้ำรินหันมามองแนนอย่างแปลกใจ
“อ้าว มาได้ยังไงเนี่ย”
ยายนวลเดินตามออกมา แนนรีบไปพยุง
“ก็มาเก็บกวาดซักเสื้อผ้าให้เอ็งน่ะสิ นี่ถ้าไม่ได้หนูแนน บ้านคงรกเป็นรังหมาไปแล้ว มาๆ มากินข้าวกัน หนูแนนทำกับข้าวไว้เพียบเลย”

น้ำรินมองแนนที่ดูสนิทกับยายนวล แล้วเหลือบมองเหยี่ยวอย่างแอบหมั่นไส้ จากนั้นก็สะบัดหน้าเดินเชิดออกรั้วบ้านไป



เหยี่ยวกับแนนช่วยกันเดินพยุงยายนวลเข้าบ้าน แนนมองอาการเหยี่ยวที่คอยเหลียวไปมองหน้าบ้านอย่างสงสัย

“มีอะไรรึเปล่าเหยี่ยว”
เหยี่ยวรีบตอบ “ไม่มีอะไร”
ยายนวลพูดลอยๆ “คงกลัวรถไฟชนกันล่ะสิ”
แนนกับเหยี่ยวหันมามอง ยายแนนรีบตัดบท
“หนูแนนเข้าไปเตรียมเครื่องแกงจืดให้ยายหน่อยนะ ยายอยากกินแกงจืดตำลึง เดี๋ยวยายไปเก็บยอดตำลึงข้างบ้านก่อน”
แนนรับคำ แล้วเดินเข้าบ้านไป ยายนวลหันมาตวาดใส่เหยี่ยว
“เอ็งนี่มันน่าเขกกบาลจริงๆ หนูแนนหายไปเรียนต่อยายก็คิดว่าเอ็งกับหนูแนนเคลียร์กันแล้ว ถึงได้พาผู้หญิงคนใหม่เข้าบ้าน แต่ที่ไหนได้ เอ็งคิดจะควงควบเหรอไอ้เหยี่ยว”
เหยี่ยมองยายอย่างงงๆ “ยายพูดเรื่องอะไรเนี่ย”
“ไม่ต้องมาดัดจริตทำเสียงไร้เดียงสา ยายเคยเจอหนูน้ำแล้ว รู้ด้วยว่าวันก่อนเราสองคนนอนห้องเดียวกัน”
เหยี่ยวรีบปฏิเสธ “แต่มันไม่ใช่อย่างที่ยายคิดนะ” จากนั้นก็แก้ตัวไปว่า “น้ำเค้าเป็นพยานในคดีร้ายแรงคดีหนึ่งครับ ผมจำเป็นต้องให้เค้ามาอาศัยที่นี่ เป็นเซฟเฮ้าส์”
“แล้วทำไมต้องนอนห้องเดียวกัน” ยายนวลซักต่อ
“เพื่อความปลอดภัยขั้นสูงสุดครับ”
“จริงเหรอ แล้วตอนนี้หนูน้ำไปไหน ? ไม่อยู่ในบ้าน เดี๋ยวก็เป็นอันตรายหรอก”
เหยี่ยวมองไปทางหน้าบ้าน นึกเป็นห่วงอย่าเหมือนกัน ว่าน้ำรินหายไปไหน

เหยี่ยวพายายนวลเดินเข้าบ้านมาที่โต๊ะกินข้าว พอเห็นน้ำรินนั่งหน้าหงิกเซ็งอยู่ ก็แอบยิ้มทะเล้นที่เธอไม่หายไปไหน น้ำรินนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเหยี่ยว
แนนเดินออกจากในครัว แล้วมองที่มือยายนวล แต่ไม่เห็นตำลึงอย่างที่บอก
“อ้าว ไหนยายบอกจะไปเก็บตำลึงยังไงล่ะคะ”
ยายนวลรีบหาข้ออ้าง “ตำลึงมีแต่ยอดแก่ๆ ยายไม่อยากกินแล้ว กับข้าวที่หนูแนนทำ ก็เยอะแยะแล้ว ขอยายไปเข้าห้องน้ำแป๊บ ถ้าหิวก็ทานกันไปก่อนได้เลยนะลูก”
ยายนวลเดินออกไป เหยี่ยวนั่งทางซ้าย แนนนั่งเก้าอี้ทางขวา ซ้อนทับร่างของน้ำรินที่มองอย่างไม่พอใจ
จากนั้นจึงลุกขึ้นไปนั่งเก้าอี้อีกตัวด้วยความหงุดหงิด

น้ำรินมองแนนที่ปรนนิบัติยายนวล และตักอาหารให้เหยี่ยว ด้วยความรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินอย่างบอกไม่ถูก



เหยี่ยวเดินมาส่งแนนที่หน้าบ้าน แล้วพูดยิ้มๆ

“ขอบใจนะที่มาทำความสะอาดบ้านให้เรา”
“ไม่เป็นไร เราอยากช่วยยาย”
น้ำรินที่แอบฟังอยู่นานแล้วโผล่พรวดออกมา “อยากช่วยยายหรือเอาใจผู้ชายกันแน่ ?”
เหยี่ยวหันมาดุ “นี่แอบฟังคนอื่นคุยกันเหรอ ?”
แนนมองอย่างแปลกใจ เหยี่ยวรีบแก้ตัว
“ คนข้างบ้านไง ชอบแอบฟังคนอื่นคุยกัน แล้วไปเม้าท์คนพวกนี้นิสัยแย่ ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น
พวกปากปลาร้า”
เหยี่ยวจงใจพูดเหน็บน้ำริน แล้วหันมายิ้มให้แนน
“ รีบกลับเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกัน”
“เราดีใจนะ ที่ได้กลับมาทำงานร่วมทีมเดียวกับเหยี่ยว เหมือนเมื่อก่อน”
แนนเอามือแตะไหล่เขาอย่างแผ่วเบา เหยี่ยวชะงักมองมือเธอ
น้ำรินเห็นอาการที่ทั้งสองถูกเนื้อต้องตัวกันได้ แล้วก็สลด แนนเดินออกไปแล้ว น้ำรินมองเหยี่ยวอย่างหมั่นไส้ ยายนวลตะโกนออกมาจากในบ้าน
“ไอ้เหยี่ยว พาหนูน้ำมานอนได้แล้ว ดึกดื่นค่ำคืน อันตราย”
เหยี่ยวเดินหัวเราะทะเล้นเข้าบ้านไป น้ำรินรีบเดินตาม

ยายนวลเป็นคนจัดการคุมให้เหยี่ยวกั้นห้องนอนใหม่ มีตู้ไซด์บอร์ดเล็กๆ มาขวางกั้นกลางระหว่าง
ห้องแบ่งเป็น 2 ด้าน ด้านหนึ่งเป็นเบาะที่วางปูไว้สำหรับเหยี่ยว อีกด้านหนึ่งเป็นเตียงเหยี่ยวเดิมที่จะให้น้ำรินนอน
“เหยี่ยว เราไม่ได้หลอกยายเรื่องหนูน้ำใช่มั้ย”
เหยี่ยวอึกอักนิดหนึ่ง
“ผมจะหลอกยายไปทำไมครับ น้ำต้องมาอยู่กับเราเพราะไม่มีที่ไป ไม่มีเรื่องเสื่อมเสียแน่นอน”
ยายนวลเอามือลูบหัวเหยี่ยวด้วยความรัก
“ยายเชื่อเหยี่ยว เรามีกันอยู่สองคน หลานยายไม่ใช่คนเหลวใหล เมตตาหนูน้ำให้มากๆ นะเหยี่ยว ยายรู้สึกถูกชะตากับเด็กผู้หญิงคนนี้”
เหยี่ยวพยักหน้ายิ้มๆ “ครับ ยายรีบเข้านอนเถอะครับคืนนี้ เผื่อจะฝันเห็นเป็นตัวเลข”

เหยี่ยวเดินกลับมาที่ห้อง ขณะที่น้ำรินกำลังเดินสำรวจไปทั่วทั้งห้อง
“ฉันเพิ่งสังเกตอย่างจริงๆ จังๆ ห้องคุณเนี่ย รกยิ่งกว่ากองขยะอีก ขนาดหนูแนนสุดสวยมาทำความสะอาดแล้วนะเนี่ย”
จากนั้นก็บ่นนั่นบ่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย จนเหยี่ยวรำคาญ
“พอเหอะแม่นางเยอะ วิญญาณอะไรแพ้อากาศ”
เมื่อได้ยินคำว่าวิญญาณน้ำรินก็สลดลงเมื่อระลึกได้ว่าเธอเป็นเพียงดวงจิตเท่านั้น
“จริงสินะ ฉันมันก็แค่ “ดวงจิต” ไม่มีร่างกาย ไม่มีชีวิต”
เหยี่ยวยิ้มปลอบใจน้ำริน
“คืนนี้คุณนอนหลับให้สบาย พรุ่งนี้เรายังมีเรื่องต้องช่วยกันทำอีกหลายอย่าง”
เหยี่ยวล้มตัวลงนอนแล้วหลับตาน้ำรินมองเหยี่ยว แล้วลองนอนแล้วหลับตาดูบ้าง

เหยี่ยวแอบลืมตาแล้วมองไปทางน้ำรินที่นอนหลับตาแล้วยิ้ม น้ำรินลืมตาแล้วมองไปทางเหยี่ยวที่นอน แล้วแอบยิ้ม รู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ใกล้เหยี่ยวอย่างบอกไม่ถูก
.

อ่านต่อหน้า 3



ภพรัก ตอนที่ 2 (ต่อ)

น้ำรินนอนลืมตาอยู่บนเตียงอีกฟากหนึ่งของห้อง ภาพในความทรงจำระหว่างตัวเองกับยอดชัดกลับเข้ามาอีกครั้ง

“หนูน้ำใช่มั้ย ได้ยินชื่ออยู่บ่อยๆ ไม่นึกว่าตัวจริงจะเป็นสาวแล้ว”
น้ำรินยิ้มให้ตามมารยาท พลางยกมือไหว้ “สวัสดีค่ะ คุณ.....”
ยอดชัดยื่นนามบัตรให้
“อาชื่อยอดชัด กำลังจะทำธุรกิจร่วมกับคุณแม่ของน้ำ อาจะเปิดเดอะชลาธาร ถ้าว่างลองแวะไปสิ วัยรุ่นอย่างน้ำน่าจะชอบ”

น้ำรินนอนกระสับกระส่าย จนเหยี่ยวรู้สึกตัวชะโงกหน้ามอง น้ำรินรีบล้มตัวนอนเหมือนไม่มีอะไร แต่ในใจยังคงตกใจกับภาพระลึกได้ถึงอดีตตัวเองที่เคยรู้จักกับยอดชัด
เหยี่ยวลืมตาแอบเหลือบมองน้ำรินหน้าตาเคร่งเครียด
รุ่งเช้าขณะที่เหยี่ยวพาน้ำรินมาทำบุญที่วัด เธอก็รีบบอกว่า
“เมื่อคืนฉันรู้เรื่องของตัวเองเพิ่มมาอีกอย่างแล้ว นายยอดชัดทำธุรกิจร่วมกับแม่ของฉัน นี่แม่ฉันเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเหรอ? “
เหยี่ยวเห็นอาการของน้ำริน ก็นึกรู้ว่าเธอกำลังไม่สบายใจเรื่องนี้
“อย่าเพิ่งฟุ้งซ่าน ไปทำบุญให้สบายใจก่อนดีกว่า”
เหยี่ยวพาน้ำรินเดินมาถึงประตูหน้าวัด
“ลืมไป คุณเป็นวิญญาณจะเข้าวัดได้เหรอ ไม่กลัวร้อนรึไง”
“ดูหนังมากไปแล้วหมวด ถึงเป็นวิญญาณ ฉันก็เป็นดวงจิตที่ดี ตั้งใจจะมาทำบุญทำกุศลในวัด แล้วทำไมดวงวิญญาณดีๆ จะเข้าวัดไม่ได้”
น้ำรินยิ้มหวานพลางยักคิ้วให้เหยี่ยวแล้วเดินนำเข้าวัดไปหน้าตาเฉย

พอเดินมาถึงที่หน้ากุฏิหลวงตาเคี้ยง เหยี่ยวนึกขึ้นมาได้รีบหันไปบอกน้ำริน
“อย่าขึ้นไปบนกุฏิเลย ถ้าหลวงตาเคี้ยงรู้ว่าคุณมากับผม กุฏิกระเจิงแน่”
“พระกลัวผี?”
“เอาน่า เดินเล่นแถวนี้ไปก่อน”
น้ำรินมองค้อน “ก็ได้ อย่านานนะ ฉันกลัวผีในวัด”
“ฮ่าๆ ผีกลัวผีได้ไง”
เหยี่ยวเดินขึ้นไปบนกุฎิ น้ำรินมองซ้ายมองขวาชื่นชมกับบรรยากาศที่ร่มรื่น แล้วจึงเดินออกไปทางหนึ่ง

หลวงตาเคี้ยงรับของที่เหยี่ยวประเคนมาให้ พลางมองไปรอบๆ ด้วยสายตาระแวดระวัง เหยี่ยวรีบออกตัวว่าให้รออยู่ข้างล่าง
“เธอบอกว่าติดต่อกับผมได้อยู่คนเดียว ตามติดผมไปทุกที่ จนบางทีผมอึดอัดเลยนะครับ”
“คงจะเคยทำบุญสร้างกุศลร่วมกันมาก หมวดอาจจะเป็นคนเดียวที่ปลดห่วงเค้าได้”
“แล้วเมื่อไหร่เธอถึงจะไปล่ะครับ” เหยี่ยวถามอย่างเป็นกังวล

“เมื่อภารกิจสำคัญสำเร็จเสร็จสิ้นไป”



น้ำรินเดินเรื่อยมาจนมาถึงเมรุเผาศพ ที่มีการเก็บกระดูกที่เพิ่งเผาศพไปเมื่อวานนี้ พ่อกับแม่ยืนล้อมรอบกระดูกเด็กหญิง แล้วร้องไห้อย่างอาลัย ข้างๆ มีรูปถ่ายเด็กหญิงน่ารักอยู่ด้วย

น้ำรินมองเห็นด้วยความสะเทือนใจ เมื่อหันไปมองข้างๆ เมรุ ก็ต้องนิ่วหน้าเพราะเห็นวิญญาณเด็กหญิงน่ารักยืนอยู่ข้างพ่อแม่ที่กำลังร้องไห้อยู่ เมื่อพระมาสวดที่หน้ากระดูก และพ่อกับแม่โปรยดอกไม้ บังเกิดแสงสว่างเรืองรองบนท้องฟ้าพุ่งเข้ามาที่เด็กหญิง คล้ายกำลังมารับวิญญาณนั้น เด็กหญิงยิ้มให้พ่อกับแม่ แล้วยกมือไหว้
“หนูลาค่ะพ่อ แม่”
น้ำรินเห็นภาพนี้แล้วน้ำตาคลอด้วยความสะเทือนใจ วิญญาณเด็กหญิงสลายรวมไปกับแสงสว่างเรืองรองนั้น แล้วค่อยๆ พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า

น้ำรินเดินมาถึงที่ศาลาริมน้ำในวัดบรรยากาศร่มรื่น เห็นยายปริก นั่งเหงาๆ อยู่ที่ริมน้ำ เหม่อมองไปที่แม่น้ำ ก็รีบเดินมานั่งที่ข้างๆ แล้วชวนคุย
“อากาศดีเนอะป้า ฉันอิจฉาป้าจังเลยที่ยังมีชีวิต มีเลือด มีเนื้อ มีความรู้สึก มีโอกาสรับลมที่มาปะทะใบหน้า รับบรรยากาศดีๆ แบบนี้ ป้า อีกนานแค่ไหน ฉันถึงจะได้กลับไปเป็นคน”
ยายปริกนิ่งเฉยเหมือนไม่ได้ยิน น้ำรินรำพันต่อ
“ชีวิตคืออะไร? เราเกิดมาพบกัน เพื่อรอเวลาที่จะลาจาก ผูกพันเพื่อจะเสียใจ เวลาที่ต้องจากลาอย่างไม่มีวันกลับเหรอ”
น้ำรินมองไปที่แม่น้ำอย่างปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายในใจ ยายปริกพุดเสียงเข้มอย่างไม่พอใจ โดยที่มองหน้าน้ำริน
“มึงเป็นใคร เข้ามาที่ของกูได้ยังไง”
“ป้า ป้าได้ยินฉัน”
“กูจะทำลายวิญญาณทุกตนที่เข้ามาบุกรุก ออกไปเดี๋ยวนี้”
พลันก็บังเกิดลมพายุกระหน่ำรอบบริเวณศาลา พัดวนจนข้าวของแถวนั้นล้มระเนระนาด
ฟ้าผ่าลงไปที่ต้นไม้ริมศาลาเปรี้ยง.. !!!

ลมพายุกระชากแรง ต้นไม้บริเวณนั้นปลิวว่อน ผู้คนต่างตกใจไปตามๆ กัน
“ผียายปริกเฮี้ยนออกฤทธิ์อีกแล้ว” จากนั้นก็วิ่งหนีกันจ้าละหวั่น

ผียายปริกอาละวาด ผลักน้ำรินจนล้มคว่ำ
“ออกไป ศาลานี้เป็นของกู กูอยู่มาเป็นร้อยปี”
ลมพัดเข้ามาปะทะเต็มแรง จนวิญญาณน้ำรินลอยหวือออกไปจากศาลา ไปกองอยู่แทบพื้นด้านนอก ผียายปริกยืนตระหง่านท่าทางน่ากลัว

เหยี่ยวกำลังเก็บที่กรวดน้ำทองเหลืองที่ไว้ใส่น้ำเพื่อกรวดน้ำเก็บเข้าที่ ชาวบ้านวิ่งแตกตื่นขึ้นมาบนกุฏิ แล้วกรูมานั่งข้างๆหลวงตาเคี้ยง
“ผีนังปริกมันอาละวาดอีกแล้ว”
ขาดคำหน้าต่างกุฏิก็โดนลมกระโชกปิดดังปัง หลวงตาเคี้ยง เหยี่ยว ชาวบ้านสะดุ้งโหยง
“ผีนังปริก ผีเจ้าถิ่นในตำนานของวัดนี้ ยังไม่ไปผุดไปเกิดอีกเหรอครับหลวงตา” เหยี่ยวหันมาถามด้วยสีหน้าตระหนก
“ยัง มันเหมือนกำลังรออะไรสักอย่างอยู่ แต่ไม่เฮี้ยนแบบนี้มานานแล้ว”
“แล้วทำไมวันนี้ถึงอาละวาดล่ะครับ”
“คงมีใครแหยมเข้าไปในที่ของมันน่ะสิ”
เหยี่ยวสังหรณ์ใจถึงน้ำริน

น้ำรินวิ่งหนีผียายปริกด้วยท่าทางหวาดกลัว เสียงลมพัดกระโชกดังมาจากศาลาวัดริมน้ำ พุ่มใบไม้บนต้นไม้โดนลมกระโชกต่อๆกันเป็นทอดๆมาจากทางศาลาวัดริมน้ำ จนมาถึงต้นไม้ที่อยู่ใกล้ตัวน้ำริน
“จะหนีไปไหน”

เสียงผียายปริกฟังดูน่ากลัว น้ำรินรีบวิ่งต่อทันที



เหยี่ยวเดินลงมาจากกุฏิด้วยความรีบร้อนเป็นห่วง น้ำรินวิ่งผ่านหน้าไป เหยี่ยวรีบตะโกนตาม ทันใดนั้นร่างน้ำรินที่วิ่งไปไกล เหมือนโดนพลังบางอย่างดูดกลับมายืนตัวติดกับเหยี่ยว

“จะมาเรียกฉันอะไรตอนนี้ ผีมาแล้ว วิ่งหนีเร็ว”
เหยี่ยวหันไปมองตามทางที่น้ำรินชี้ “ผมไม่เห็นใครเลย”
น้ำรินมองไป เห็นผียายปริกกำลังเดินเข้ามา “หล่อนหนีฉันไม่พ้นหรอก”
น้ำรินตกใจกลัว “คุณเห็นหรือไม่เห็นก็ช่าง ตอนนี้วิ่งก่อน”
“คุณเห็นผี คุณก็วิ่งสิ”
น้ำรินรีบบอก “ฉันวิ่งไปไหนไม่ได้ตัวฉันติดกับคุณเนี่ย วิ่งเร็ว”
“แล้วคุณจะให้ผมวิ่งไปทางไหน”
น้ำรินมองผียายปริกที่เดินเข้ามาใกล้มากขึ้นด้วยความกลัว
“จะไปทางไหนก็วิ่งสักทางเถอะ”
เหยี่ยวมองซ้ายมองขวา แล้วตัดสินใจวิ่งไปทางที่ผียายปริกเดินมา
“เฮ้ย จะวิ่งเข้าไปหาผีทำไมเล่า”
เหยี่ยวชะงัก “เอ้า ก็ผมไม่เห็นผีนี่ คุณเห็น คุณก็บอกสิว่าจะให้วิ่งไปทางไหน”
น้ำรินชี้ไปทางออกจากวัด “ทางโน้น”
เหยี่ยวรีบวิ่งไปทางออกวัด น้ำรินวิ่งตามไป ผียายปริกเดินเข้ามามองตาม แล้วก็ชะงักเมื่อเห็นหน้า น้ำรินชัดๆ
“หล่อนหนีฉันไม่พ้นหรอก”

เหยี่ยววิ่งออกมาจากวัด โดยมีน้ำรินวิ่งตาม ท่าทางเหนื่อยหอบทั้งคู่ เมื่อเห็นว่าผียายปริกไม่ตามมาแล้ว จึงหยุดวิ่ง
“ไปทำอีท่าไหนให้ผีมันวิ่งไล่” เหยี่ยวหันมาถาม
“จะไปรู้เหรอ ฉันคุยโน่นคุยนี่อยู่ดีๆ ใครจะไปรู้ว่าในโลกนี้จะมีผีหวงอาณาเขตด้วย เพราะคุณนั่นแหละ ฉันถึงต้องเจอแบบนี้”
เหยี่ยวรีบโวยวายกลับ
“เฮ้ย มาโทษอะไรผมไม่ได้จุดธูปให้ผีมาหลอกคุณสักหน่อย เออ วันหลังถ้าคุณเยอะกับผม ผมจุดธูปเรียกผีมาหลอกดีกว่า มีเรื่องสนุกให้ทำแล้วเว้ย”
น้ำรินไม่ตลกด้วย “รู้ไหมว่าฉันกลัวขนาดไหน ถ้าฉันเป็นคน ก็ยังพอมีคนอื่นมาช่วยได้ แต่นี่ฉันเป็นดวงจิตแถมยังมีคุณคนเดียวที่มองเห็น ถ้าฉันเป็นอะไรไป ใครจะรับผิดชอบ”
น้ำรินพูดเสียงเครือๆ พลางคิดถึงภาพเหตุการณ์ที่เมรุเผาศพ
“บางทีพ่อแม่ฉันอาจจะรอให้ฉันฟื้นอยู่ก็ได้ ฉันยังไม่อยากเป็นอะไรโดยที่ไม่ได้ลาพ่อแม่นะ”
เหยี่ยวชะงักรู้สึกผิดที่ตัวเองเอาแต่พูดเล่นมากไปจนลืมความทุกข์ร้อนของน้ำริน
พลันมือถือของเหยี่ยวก็ดัง
“ว่ายังไงจ่า ยอดชัดมันไม่ยอมให้การอะไรสักอย่าง”
น้ำรินคิดนิดหนึ่ง แล้วรีบบอก
“ถ้าความฝันเมื่อคืนเป็นความจริง ยอดชัดเป็นหุ้นส่วนกับแม่ของฉัน ยอดชัดต้องรู้แน่ๆ ว่าฉันเป็นใคร คุณรีบไปสอบสวนมันสิ”

เหยี่ยวนิ่งคิดตามคำพูดของน้ำริน



เหยี่ยวกำลังสอบสวนยอดชัดอยู่ น้ำรินยืนอยู่ข้างๆ พลางพยายามจ้องมองรอยสักที่มือของยอดชัดให้มากกว่าที่เคยเห็นแต่กลับคิดไม่ออก

“ฉันรู้ว่าเดอะชลาธารยังมีหุ้นส่วนสำคัญอีกคนหนึ่ง ใคร?”
ยอดชัดปฏิเสธเสียงแข็ง “หุ้นส่วนที่ไหน ไม่มี”
เหยี่ยวพยายามระงับอารมณ์ ในขณะที่น้ำรินจ้องเขม็งรอคำตอบ
“ก็หุ้นส่วนคนที่มีลูกสาวชื่อ “น้ำ” ยังไงล่ะ”
ยอดชัดชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ยังทำเป็นใจดีสู้เสืออยู่
“ผมหิว เวลาหิวสมองไม่ทำงาน ขอกินของเยี่ยมก่อน”
เหยี่ยวจ้องหน้ายอดชัดอย่างหงุดหงิด ยอดชัดหยิบแก้วเครื่องดื่มมาดูดน้ำยั่วอารมณ์ เหยี่ยวแทบจะพุ่งเข้าไปกระชากตัว แต่นกน้อยขวางไว้
“ใจเย็นๆหมวด เดี๋ยวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย”
น้ำรินหันไปมองยอดชัด แล้วหันไปบอกเหยี่ยวด้วยความตกใจ
“แย่แล้ว...”
เหยี่ยวหันขวับไป เห็นยอดชัดนอนดิ้นอยู่กับพื้น น้ำลายฟูมปาก เอามือจับคอตัวเองทุรนทุราย
“ชะ ชะ ช่วย”
ยอดชัดยังพูดไม่ทันจบ มือที่เอื้อมขอความช่วยเหลือร่วงตกพื้น ตาเหลือกโพลง
เหยี่ยวกับนกน้อยรีบเข้าไปดูอาการ แล้วกันช่วยกันจับชีพจรและปั้มหัวใจทำการช่วยชีวิตเบื้องต้น
ทันใดนั้นน้ำรินเห็นพื้นห้องเป็นรอยแตกข้างๆร่างของยอดชัดพื้นธรณีแยกออกควันดำพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับแสงส้มราวกับลาวาเดือด มีมือมากมายโผล่พ้นขึ้นมาจากบ่อลาวาเหมือนคนกำลังแย่งกันตะเกียกตะกายขึ้นมาจากความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน รุมตะปบร่างของยอดชัดจนวิญญาณของมันออกจากร่าง
กลุ่มมือแย่งกันฉุดกระชากวิญญาณยอดชัดจนฉีกขาดเป็นชิ้นๆ จากนั้นก็ค่อยๆเลื่อนลงกลับสู่อเวจี พื้นธรณีเลื่อนปิดดั่งเดิมเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
น้ำรินมองภาพนั้นอย่างหวาดกลัว
“พามันส่งโรงพยาบาล”
น้ำรินรีบพูดด้วยอาการยังช็อกกับภาพที่เห็น “ไม่ทันแล้วล่ะคุณ ฉันเห็นยอดชัดโดนฉีกวิญญาณลงนรกไปแล้ว”
เหยี่ยวมองน้ำรินอึ้งๆ พลางมองเห็นเครื่องดื่มไหลคาปากยอดชัด แล้วมองไปที่แก้วเครื่องดื่ม
“ใครเป็นคนส่งอาหารนี้”

บุรุษพยาบาลคนหนึ่งซึ่งกำลังคุยมือถืออยู่
“จัดการไอ้ยอดชัดเรียบร้อย กำลังจัดการรายต่อไป”
พยาบาลวิ่งตามมาเรียก “มารับคนไข้ทางนี้หน่อยค่ะ”
บุรุษพยาบาลหันหน้าที่สวมหน้ากากปิดปากและจมูกกลับมา ที่แท้มันคือคงคานั่นเอง
“มีคนไข้ที่ต้องไปรับอยู่แล้ว”
คงคาในคราบบุรุษพยาบาลพูดจบ ก็เดินออกไปทันที พลางมองตรงไปข้างหน้าด้วยแววตาเหี้ยม

คงคาในคราบบุรุษพยาบาลเดินมาถึงหน้าห้องธารา เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร ก็ล้วงกระเป๋าเสื้อ แล้วเปิดประตูเข้าห้องไป ขณะที่สงครามกำลังเดินมาเยี่ยมธาราพอดี

คงคาในคราบบุรุษพยาบาลยืนอยู่ข้างเตียง พลางล้วงกระเป๋าเสื้อแล้วหยิบเข็มฉีดยาที่มียาพิษบรรจุอยู่เต็มหลอดขึ้นมา จากนั้นก็เอื้อมมือไปจับขวดน้ำเกลือ แล้วจ่อเข็มฉีดยาจะเจาะขวดน้ำเกลือเพื่อฉีดยาพิษใส่
ทันใดนั้นได้ยินเสียงเคาะประตู คงคาชะงักหันขวับไป พยาบาลเปิดประตูเข้ามาตรวจเช็คความเรียบร้อยของธารา เมื่อเห็นว่ายังหลับปกติ จึงเดินออกไป
คงคาเดินออกจากห้องน้ำแล้วมองไปที่ประตูห้อง เห็นพยาบาลปิดประตูห้องแล้ว ก็เดินกลับมาข้างเตียงธาราอีกครั้ง ขณะกำลังจะกดฉีดยาพิษใส่น้ำเกลือ ก็ได้ยินเสียงพยาบาลพูดอยู่หน้าห้อง
“สวัสดีค่ะท่านผู้การ”

คงคาตกใจรีบร้อนจะฉีดยาพิษใส่น้ำเกลือ แต่พลาดทำกระบอกฉีดยาตกพื้นกระเด็นเข้าไปอยู่ใต้เตียง จึงรีบก้มจะเก็บ
.

อ่านต่อหน้า 4



ภพรัก ตอนที่ 2 (ต่อ)

สงครามเปิดประตูเข้าห้องมาแล้วมองไปทางธาราที่นอนหลับสนิทอยู่ลำพัง เท้าของสงครามยืนอยู่ไม่ห่างจากเข็มฉีดยาที่ตกอยู่ใต้เตียง

สงครามล้วงจะหยิบของจากกระเป๋าด้านในของเสื้อสูท แต่มือไปโดนปากกาที่เหน็บอยู่ที่กระเป๋าเสื้อเชิ้ตตกพื้น ใกล้ๆกับเข็มฉีดยา
ขณะกำลังจะก้มลงเก็บปากกา พลันก็ได้ยินเสียงของในห้องน้ำตกพื้น สงครามชะงักแล้วหันหน้ามองไป ก่อนที่ตจะลุกเดินไป เห็นประตูห้องน้ำปิดอยู่ จึงใช้มือผลักประตูเปิดออก เดินเข้าไปดูในห้องน้ำ
คงคาเดินเข้ามาจากระเบียงห้องรีบวิ่งไปไปเก็บเข็มฉีดยาที่อยู่ใต้เตียงเปิดประตูออกไป
สงครามออกจากห้องน้ำเฉียดฉิวกับที่คงคาเปิดประตูห้องออกไป เดินกลับที่เตียงของธารา แล้วก้มลงเก็บปากกาตัวเองที่ตกใต้เตียงซึ่งไม่มีเข็มฉีดยาอีกแล้ว

คงคาในคราบบุรุษพยาบาลกำลังเดินห่างจากห้องพักของธาราพร้อมคุยมือถือด้วยเสียงหวั่นกลัว
“ขอโทษครับนาย คราวหน้าผมไม่พลาดแน่ครับ”

สงครามเอาปากกาเก็บใส่กระเป๋าเสื้อเชิ้ต แล้วค่อยๆเลื่อนมือไปที่กระเป๋าด้านในเสื้อสูท แล้วหยิบดอกแก้วออกมา จากนั้นก็ค่อยๆยื่นช่อดอกแก้วจะไปไว้ในมือธารา แต่แล้วก็กลับเปลี่ยนใจโยนช่อดอกแก้วใส่ถังขยะแทนแล้วหันหลังเดินออกจากห้องพักอย่างพยายามตัดใจ พร้อมๆ กับสียงมือถือดังขึ้น
“ว่ายังไงนะ”

สงครามกลับมาที่ห้องทำงาน พลางสอบถามเหยี่ยวกับนกน้อย แล้วเจ้าหน้าที่ทุกคน ด้วยสีหน้าเครียด
“ใครเป็นคนเอาอาหารให้ยอดชัด”
นกน้อยยอมรับเสียงสั่น “ผมครับ เป็นของเยี่ยมที่มาจากคนที่อ้างว่าเป็นญาติ”
สมเดชรีบถามทันที “ตรวจสอบก่อนรึเปล่า”
“ผมคิดว่าจ่าพนาตรวจแล้วครับ ผมเลยไม่ได้ตรวจ”
สงครามตบโต๊ะดัง ด้วยความโมโห “คุณใช้คำว่า “คิดว่า” เหรอ”
เหยี่ยวรู้ว่านกน้อยกลัวสงคราม จึงรีบออกรับแทน
“เป็นความผิดของผมเอง ถ้าผมตรวจสอบละเอียดกว่านี้คงไม่เกิดเรื่อง ท่านลงโทษตามวินัยได้เลยครับ”
“นี่ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมาแสดงตัวเป็นพระเอก ทุกคนจะต้องถูกตั้งกรรมการสอบสวนทั้งหมด รู้มั้ยว่าความมักง่ายแค่ไม่กี่วินาที ทำให้พวกค้ายานรกยังลอยนวล หรือต้องให้ญาติพี่น้องลูกเมียของคุณเจอภัยจากยา
เสพติดก่อน คุณถึงจะใส่ใจงานนี้มากขึ้น”
เหยี่ยวรีบหันไปมองนกน้อยอย่างห่วงใย เพราะรู้ว่าคำพูดของสงครามไปกระทบปมในใจบางอย่าง“ ท่านไม่พูดเกินไปหน่อยเหรอครับ ท่านคงลืมไปแล้วว่าพวกผมเสี่ยงลูกปืนไปจับไอ้ยอดชัดมา
พวกผมคงไม่บ้าอยากให้มันตายไปต่อหน้าต่อตาหรอก คิดว่าท่านทุกข์ร้อนกับเรื่องที่เกิดขึ้นคนเดียวเหรอ ยังมีคนอื่นที่เป็นทุกข์ ยิ่งกว่าท่านท่านแค่เสียผลงาน แต่คนอื่นเขาเสีย….”
นกน้อยทนไม่ไหวพูดเสียงดังขึ้นมา “ผมบอกให้พอไงครับหมวด”

เหยี่ยวชะงัก น้ำรินมองอย่างตกใจ ไม่คิดว่าคนขี้เล่นอย่างนกน้อยจะเสียงดังได้น่ากลัวอย่างนี้




นกน้อยเดินนำออกจากห้องทำงานของสงคราม เหยี่ยวกับน้ำรินเดินตามมา นกน้อยเดินหนี เพราะรู้ว่าเหยี่ยวไม่พอใจที่เขายอมรับผิด เหยี่ยวรีบเรียกไว้ นกน้อยหยุดเดิน แล้วหันมาฝืนพูดยิ้มๆ

“ขอโทษด้วยนะหมวดที่ผมเสียงดังใส่ ผมไม่อยากให้หมวดมีเรื่องกับ ผบ.สงคราม
เหยี่ยวมองอย่างรู้ทันว่านกน้อยไม่ได้ยิ้มแย้มจริง
“จ่า ผมรู้นะว่าจ่าไม่โอเค”
“ผมโอเค. ปั๊ดโธ่ หมวดทำอย่างกับผมไม่เคยโดนผู้การด่า ทำงานมาเกือบจะ20ปีแล้ว โดนแค่นี้จิ๊บๆ ไปก่อนนะหมวด ต้องรีบกลับไปจัดงานวันเกิดกับครอบครัว”
นกน้อยรีบเดินออกไป เหยี่ยวรีบเรียกไว้ น้ำรินมายืนตรงหน้า มองเหยี่ยวอย่างไม่เข้าใจ
“คุณจะต่อล้อความยาวสาวความยืดไปทำไม จ่าเค้าจะกลับไปจัดงานวันเกิดกับครอบครัว ปล่อยเค้าไปเถอะ”
“คุณไม่เข้าใจหรอกน่า”
พูดจบ เหยี่ยวก็เดินออกไป น้ำรินเดินตาม จังหวะเดียวกับที่แนนเดินเข้ามาด้วยท่าทางร้อนใจ
“เหยี่ยว เรารู้เรื่องทั้งหมดจากจ่าพนาแล้ว จ่านกน้อยเป็นยังไงบ้าง ?”
น้ำรินมองแนนอย่างรำคาญๆ
“กลับบ้านไปจัดงานวันเกิดแล้ว”
แนนที่รู้เรื่องประวัตินกน้อยเป็นอย่างดี มีสีหน้าเป็นห่วง
“จะปล่อยให้จ่าไปคนเดียวเหรอ งั้นเราไปหาจ่านกน้อยด้วยกันนะเหยี่ยว”
น้ำรินมองอย่างไม่เข้าใจ เหยี่ยวพยักหน้า
“ได้ แนนไปรอที่รถก่อนเดี๋ยวเราตามไป”
เหยี่ยวเห็นแนนเดินไปแล้ว จึงหันมามองน้ำริน
“ขอร้องละ เรื่องบางเรื่องซับซ้อนกว่าที่คุณเห็น”
น้ำรินมองเหยี่ยวอย่างหมั่นไส้ “ไม่เห็นจะซับซ้อน ก็แค่ข้ออ้างของผู้ชายที่จะไปพรอดรักกับผู้หญิง”
เหยี่ยวเอื้อมมือเหมือนจะไปบีบคอแล้วเขย่าน้ำรินให้หายหงุดหงิด แต่ทำไม่ได้ สุดท้ายต้องหันมา
บีบคอตัวเองเป็นการระบายความเครียด แล้วรีบเดินออกไป น้ำรินรีบเดินตาม

เหยี่ยวเดินมาที่รถจักรยานเมาเทนไบค์ น้ำรินเดินตามมา
“แล้วคุณจะไปกันยังไงสองคน อย่าบอกนะว่าคุณจะปั่นจักรยานให้สุดที่รักซ้อนไป”
น้ำรินนึกถึงภาพแนนนั่งซ้อนจักรยานด้านหน้า โดยเหยี่ยวใช้มือจับแฮนด์ทำให้แนนนั่งกลางอ้อมกอดของเหยี่ยว แล้วก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาฉับพลัน
“ไปกันรึยังคะเหยี่ยว”
น้ำรินหันไปมองเห็นแนนเดินจูงจักรยานเมาเทนไบค์แบบเดียวกับเหยี่ยวเข้ามา
“ไปแวะซื้อของขวัญก่อนดีกว่า”
น้ำรินมองเหยี่ยวกับแนนพยักหน้ากันไปมาอย่างไม่เข้าใจว่าสื่ออะไรกัน แล้วมองจักรยานของทั้งคู่อย่างหมั่นไส้
เหยี่ยวกับแนนขี่จักรยานออกไปพร้อมกัน
น้ำรินมองทั้งคู่ขี่จักรยานคู่กันห่างออกไป แล้วมองตัวเองที่ยืนอยู่คนเดียว ด้วยความรู้สึกวูบๆ ในใจใจมันวูบแปลกๆ

น้ำรินเดินตามหลังเหยี่ยวกับแนน ที่ชี้ชวนกันดูของด้วยท่าทางที่สนิทสนมอย่างหมั่นไส้



เหยี่ยวเดินอย่างเร็วตามนิสัยคนใจร้อนเข้ามาในร้านกิ๊ฟช็อป น้ำรินรีบเดินตามมาแล้วบ่นอย่างเหนื่อยๆ ว่าเดินตามแทบไม่ทัน

เหยี่ยวส่ายหน้าเซ็งๆ “ในโลกนี้ จะมีใครเยอะเท่าคุณอีกไหม?”
แนนเดินตามเข้ามามีท่าทางเหนื่อยหอบเช่นกัน
“อยู่นี่เอง เดินช้าๆหน่อยสิ เราตามไม่ทัน”
น้ำรินยิ้มเยาะ “นี่ไง พูดเหมือนฉันเป๊ะ บ่นเขาสิ”
แนนจับที่หลังเท้า “พอดีวันที่ปลอมตัวเป็นหงส์ขาว เราโดนรองเท้าส้นสูงกัดเลยเดินไม่ค่อยถนัด”
เหยี่ยวกระซิบพูดย้อนน้ำริน “คนเจ็บขาไม่เรียกว่าเยอะ แต่เรียกว่ามีเหตุผล”
น้ำรินหมั่นไส้ที่เหยี่ยวเข้าข้างแนน
แนนเดินนำเหยี่ยวไปที่ชั้นวางตุ๊กตาหลายชนิด น้ำรินมองตามแล้วเบ้ปาก
“ผู้หญิงของคุณท่าทางจะรสนิยมบกพร่อง จ่านกน้อยเป็นผู้ชายไม่เล่นตุ๊กตาหรอก”
จากนั้นก็หันไปชี้ร้านนาฬิกาหรูที่อยู่ตรงข้าม “ไปซื้อนาฬิกาดีกว่าเหมาะกว่าเยอะ”
เหยี่ยวมองตามแล้วส่ายหน้า “ท่าทางจะแพง”
แนนมองป้ายราคาของตุ๊กตาแล้วหันมาบอก “450 บาท ไม่แพงนะเหยี่ยว”
เหยี่ยวรีบแก้ตัว “อ๋อ เออ ไม่แพง แนนว่าตุ๊กตานี่น่ารักเหรอ ?”
แนนพยักหน้ายิ้มๆ น้ำรินหมั่นไส้ แล้วแกล้งมองหาของอย่างอื่นมาเกทับ แต่สุดท้ายเหยี่ยวก็ซื้อของตามที่แนนเลือก
แนนถือตุ๊กตาสีชมพู ที่ตัวเองเลือกเดินผ่านร่างของน้ำรินไป น้ำรินพาลที่แพ้จึงรู้สึกว่าแนนเดินผ่านตัวเองเหมือนเดินเย้ยหยาม
“ฉันอยากกลับบ้าน ฉันอยากกลับบ้าน สั่งฉันให้ไปที่บ้านเดี๋ยวนี้”

เหยี่ยวมองน้ำรินที่เจ้าอารมณ์อย่างเซ็งๆ



น้ำรินเดินเข้าประตูรั้วบ้านเหยี่ยวเข้ามาด้วยอารมณ์หงุดหงิด จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

“ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนมีเหตุผล”
น้ำรินชะงักว่าเสียงใคร พลางรู้สึกเหมือนมีใครยืนอยู่ข้างหลัง จึงค่อยๆหันหน้าไปมอง ผียายปริกพยายามยิ้มให้น้ำริน แต่ดูเหมือนแยกเขี้ยวขู่มากกว่า
“คิดถึงฉันมั้ย ?”
น้ำรินตกใจรีบถอยห่าง “อย่าทำอะไรฉันเลยนะ วันนั้นฉันไม่ได้ตั้งใจจะเข้าไปเขตของป้านะคะ”
“เรื่องวันนั้นฉันไม่โกรธหรอก แต่จะโกรธก็ตอนหล่อนเรียกว่าป้านี่แหละ ป้าที่ไหนจะหน้าเด้งเป็นก้นเด็กแบบนี้”
น้ำรินไม่รอช้า จะหนีเข้าบ้าน ทันใดนั้นผียายปริกก็เดินผ่านประตูบ้านออกมายืนดักตรงหน้า น้ำรินรีบวิ่งไปปิดประตูรั้วบ้านเพื่อจะหนี แต่ปิดเท่าไรก็ปิดไม่ได้
ผียายปริกนั่งเก้าอี้ไขว่ห้างใช้พัดขนนกนั่งเป็นคุณหญิงดักหน้าอยู่หน้าบ้าน น้ำรินจะวิ่งหนีเข้าบ้านอีกรอบ ผียายปริกใช้พัดขนนกขวางทางไว้
"หยุดหนีฉันได้แล้ว ฉันอุตส่าห์ทำตัวติงต๊องเอาฮา อยากให้หล่อนขำแล้วนะ”
“เจอผีตามแบบนี้ ใครจะไม่เครียด ขอร้องล่ะ อย่าตามฉันเลยนะ”
ผียายปริกส่ายหน้า แล้วหัวเราะ “ไม่ได้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนมีเหตุผล”
“แต่ฉันไม่มีเหตุผลที่จะเจอป้า”
“ป้าอีกแล้ว!! เดี๊ยะๆๆ “ ผียายปริกโวยวาย
“แล้วจะให้เรียกว่าอะไร เรียกน้องรึไง”
“เอาวะ ป้าก็ป้า หล่อนไม่อยากเจอฉันก็ไม่เป็นไร แค่ฉันอยากเจอหล่อนก็พอ”
น้ำรินมองอย่างงงๆ “จะอยากเจอฉันทำไม ?”
ผียายปริกมองน้ำรินอย่างจริงจัง
“แม้กายจะดับสูญแต่ความรักในหัวใจไม่เคยสลาย”
น้ำรินยิ่งงงหนัก จู่ๆ ผียายปริกก็ผละไป แล้วจู่ๆ ก็กลับมาอีก
“ที่มาก็เพื่อจะให้รู้ว่าฉันไม่ได้คิดจะทำร้ายหล่อน ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผลในตัวของมันเอง หล่อนกับฉันผูกพันกัน หล่อนหนีฉันไม่พ้นหรอก เพราะฉะนั้นเลิกกลัวฉันได้แล้ว”
ผียายปริกเอื้อมมือไปเด็ดดอกไม้ที่ต้นไม้ด้านข้างส่งให้ น้ำรินเห็นแล้วตกใจมาก
“คราวนี้ไปจริงละ บ๊ายบาย”
พลางหย่อนดอกไม้ลงในมือน้ำริน ตอนแรกน้ำรินก็รับดอกไม้นั้นได้ แต่เมื่อผียายปริกออกไปไกลและหายไปจากบริเวณนั้น ดอกไม้ในมือก็กลับร่วงลงพื้น...
น้ำรินมองภาพนั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

“เหยี่ยวไปงานวันเกิดของไอ้จ่า ? จ่านกน้อยเกิดวันนี้เหรอ ?ทำไมเหยี่ยวไม่บอกยาย”
ยายนวลพูดกับน้ำรินหลังจากรู้แล้วว่าเหยี่ยวจะไปงานวันเกิด
น้ำรินพึมพำเบาๆ “คงกลัวต้องดูแลยายจนไม่มีเวลาจู๋จี๋น่ะสิ เป็นหลานที่ดีต้องดูแลยายถึงจะถูก ยายอยากไปงานมั้ยเดี๋ยวหนูพาไป”
“อย่าเลย ยายไม่อยากไปเป็นภาระ”
“ภาระอะไรที่ไหนล่ะคะ ผู้หมวดพูดกับหนูตลอดเวลาว่าการดูแลยาย คือความสุข”
ยายนวลยิ้มแป้น “เออ ไอ้หลานคนนี้ มันปากหวานจริงๆ”
จากนั้นน้ำรินก็เซ้าซี้จนยายนวลยอมไปจนได้
“แต่หนูรบกวนนิดนึง หนูไปไหนไม่ได้ถ้าหมวดไม่เรียกไป ยายโทรบอกให้หมวดเรียกหนูไปงานหน่อย
สิคะ”
น้ำรินยิ้มมีความสุขที่จะได้เอายายนวลไปขวางเหยี่ยวกับแนน พลันปลาทูกับปูอัดเปิดประตูเข้าบ้านมา แล้วถามหาข้าวกิน น้ำรินได้ทีรีบบอกให้ยายนวลชวนทั้งคู่ไปงานด้วย
ปลาทูกับปูอัดคึกคักรีบจูงยายนวลเดินออกจากบ้าน น้ำรินมองตามแล้วยิ้มสนุก
“หมวดเก๊ก อย่าหวังจะหาความสุขได้เลย ชิ”

จ่านกน้อยกำลังติดสายรุ้งในบ้านด้วยสีหน้ามีความสุข
“แก่อีกปีแล้วนะแต่การแก่ไม่ใช่เรื่องผิด เหมือนอย่างขิงไง ยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดร้อน”
ปูอัด ปลาทู เดินร้องเพลงเข้ามา น้ำรินเดินตามยายนวลมาติดๆ
“สุขสันต์วันเกิด จ่านกน้อย”
นกน้อยยืนมองทุกคนอึ้งๆ “มากันได้ยังไง”
ปลาทูกับปูอัดซุบซิบอะไรบางอย่าง จากนั้นก็ค่อยๆย่องผ่านหลังนกน้อยขึ้นบันไดไปชั้น 2 ยายนวลรีบบอก
“วันเกิดแกทั้งทีจะไม่มาอวยพรได้ยังไง”
“ยายรู้มาจากไหน ?”
“ก็รู้จากยายหนูนี่ไง”
พูดพร้อมกับชี้ไปทางน้ำริน นกน้อยมองไป แล้วก็งงว่ายายนวลชี้ใคร
เหยี่ยวกับแนนถือกล่องของขวัญเข้ามา พอเห็นน้ำรินยืนยิ้มอยู่ข้างๆยายนวลแล้วชะงัก
“มากันได้ยังไง”
“ยายโทรบอกเหยี่ยวแล้วไง เหยี่ยวยังบอกโอเค..โอเค”
เหยี่ยวงง “ผมไปบอกตอนไหน”
น้ำรินยิ้มเย้ยๆ “ก็บอกตอน…”
พลางย้อนเล่าถึงตอนที่เหยี่ยวยืนคุยมือถือกับยายนวล
“จะพาเยอะไปงานวันเกิดใครนะครับ ฮัลโหล..ยายผมไม่ค่อยได้ยินฮัลโหล เอาอย่างนี้ ตามใจยายแล้วกัน ผมยอมให้เยอะไปกับยายด้วย”
เหยี่ยวฟังน้ำรินเล่า แล้วชักสีหน้าไม่พอใจ
“เฮ้ย ก็ตอนนั้นมือถือมันไม่มีสัญญาณ ลักไก่นี่หว่า”
ยายนวลโวยกลับ “แกกล้าว่ายายรึไอ้เหยี่ยว”
เหยี่ยวส่ายหน้า “เปล่านะยาย แต่ถ้ารู้ว่าจะมางานนี้ ผมไม่ให้มาเด็ดขาด”
น้ำรินเบ้ปาก “อกตัญญู กลัวยายจะมาเป็นก้างขวางคอไอ้หลานเห็นแก่ตัว”
ทันใดนั้นเสียงมือถือของนกน้อยดังขึ้น พอเห็นชื่อเบอร์ ที่โทรเข้ามา ก็ถึงกับช็อก
“เป็นอะไรจ่า ?” แนนถามอย่างสงสัย
“นกยูงโทรมา”
เหยี่ยว แนน ยายนวล ตกใจหันมามองหน้ากัน น้ำรินมองอย่างงงๆ

“ใครคือนกยูง ?”
.

อ่านต่อตอนที่ 3

.



35
อ่านละครเรื่อง ภพรัก (mgronline.com)


ละครเรื่อง ภพรัก ตอนที่ 1 (mgronline.com)
https://mgronline.com/drama/detail/9570000131243
.

ภพรัก ตอนที่ 1
เผยแพร่: 14 พ.ย. 2557 08:55   โดย: MGR Online
.





ภพรัก  ตอนที่ 1

“Love is composed of a single soul inhibiting two bodies”
“ความรักคือหนึ่งวิญญาณที่แบ่งอยู่ในสองร่าง”
อริสโตเติล นักปราชญ์ชาวกรีก


น้ำริน หญิงสาวผู้โฉบเฉี่ยว กำลังนั่งให้ช่างแต่งหน้าบรรจงแต่งแต้มสีสันในใบหน้าอยู่ในห้องแต่งตัวภายในเวดดิ้งสตูดิโอ

น้ำรินโพสต์ท่าถ่ายรูปชุดแต่งงานสวยงาม พลางยิ้มแย้มให้กับผู้เป็นมารดา
“ชุดนี้ผ่านมั้ยคะคุณแม่”

ธาราที่กำลังคุยกับลุกสาวผ่านทางเฟซไทม์ตอบกลับมา “แม่ว่ามันโป๊ไปหน่อยนะ”
“แหม ไม่หรอกค่ะ พี่ธรน่าจะชอบชุดนี้”
“ลองเปลี่ยนเป็นอีกชุดดีกว่า ขอแบบที่มันดูหวานๆ กว่านี้สักหน่อยแบบนี้เปรี้ยวเกินไปนิด”
น้ำรินพยักหน้ายิ้มๆ “ก็ได้ค่ะ น้ำยอมเพราะเป็นคุณแม่นะคะ”
จากนั้นก็เดินออกมาจากมุมถ่ายภาพ พร้อมกับหันไปบอกช่างเสื้อ
“ขอลองชุดที่เลือกไว้แบบที่สาม คุณแม่ยังเหลือเวลาคอมเม้นท์ชุดให้น้ำอยู่รึเปล่าคะ”
ในจอของคอมพิวเตอร์ iMac ขนาดใหญ่ ธารากำลังหันไปเซ็นเอกสารสำคัญอยู่
“หมดเวลาแล้วจ้ะ ต้องรีบเข้าประชุมเรื่องสาขาสมุยแล้ว”
น้ำรินทำน้ำเสียงออดอ้อน “แหม คุณแม่ ดูให้น้ำอีกสักชุดไม่ได้เหรอคะ นะคะ.. นะคะ อีกแป๊บเดียว”
“ไม่ได้จริงๆ จ้ะ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวน้ำเอารูปมาให้แม่ดูตอนเช้าวันพรุ่งนี้ ตกลงมั้ย”
น้ำรินถอนหายใจ “คุณแม่สัญญาแล้วนะคะว่าจะช่วยน้ำเลือก อย่าผิดสัญญานะคะ”
“แม่สัญญา ปล่อยให้แม่ไปประชุมได้รึยัง”
น้ำรินทำหน้างอน “ก็ได้ค่ะ น้ำรักแม่นะคะ”
จากนั้นน้ำรินก็เดินมาปิดหน้าจอคอมฯ แล้วเดินออกไป อีกด้านหนึ่งธาราก็ปิดหน้าจอคอมฯ ของตัวเอง แล้วเดินออกไปจากห้องทำงานเช่นเดียวกัน

CUT /
ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ ธารานั่งอยู่บริเวณหัวโต๊ะ ด้วยท่าทางมีอำนาจ ภพธรกับนับดาวนั่งอยู่ข้างๆ กัน ธาราหันมามองภพธรด้วยสายตาตำหนิ
“ทำไมวันนี้ไม่ไปลองชุดแต่งงานกับน้ำริน เธอเป็นเจ้าบ่าวนะภพธร”
ภพธรหน้าเจื่อน
“โรงแรมเรามีปัญหานิดหน่อยเกี่ยวกับที่ดินของชาวบ้าน ข้างรินธารารีสอร์ทที่สมุยครับ”
“ปัญหาอะไร บอกแล้วไงว่าถ้าชาวบ้านคนไหนมีปัญหา ก็ให้ใช้เงินซื้อไป”
นับดาวช่วยพูดแก้แทน
“พี่ธรติดต้องตรวจเอกสารเข้าประชุมวันนี้ด้วยค่ะ กลัวว่าเจ้าหน้าที่จะเตรียมไม่เรียบร้อย”
ธารามองนับดาวอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์
“เธอก็เหมือนกัน แทนที่จะไปกับเพื่อน ปล่อยให้น้ำรินไปคนเดียวได้ยังไง”
นับดาวก้มหน้าไม่กล้าเถียง ธาราหันมาพูดกับภพธร
“เดี๋ยวช่วงพักการประชุมออกไปโทรหาน้ำรินด้วย น้องจะได้ไม่คิดมาก”
“ครับคุณอา”
“แล้วค่ำนี้ไปเลือกดูชุดแต่งงานกับน้ำริน”
ภพธรรับคำ จากนั้นธาราก็เริ่มประชุม
“เรื่องสาขาที่สมุย ฉันต้องการเปิดให้ทันปลายปีนี้”
ภพธรทำหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก

ขณะที่น้ำรินยังคงโพสต์ท่าถ่ายรูปในชุดแต่งงานอย่างคล่องแคล่ว ครู่หนึ่งก็เงยหน้ามาบอกช่างภาพ
“เร่งมือหน่อยนะคะ น้ำมีนัดทานข้าวเย็นกับเจ้าบ่าวตอน 6 โมงเย็น”
“ทันแน่นอนค่ะ”
“รับปากกับน้ำแล้วนะ พี่ต้องรับผิดชอบถ้าน้ำไปไม่ทันนัด”
น้ำรินพูดด้วยน้ำเหมือนทีเล่น แต่แววตาเอาจริง

เส่งที่นั่งอยู่กลางห้องสอบสวน จ้องหน้าไปที่เหยี่ยวอย่างไม่กลัวเกรง
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้ทำ ฟังภาษาคนไม่ออกเหรอ”
“งั้นอธิบายให้ฟังหน่อย”
เหยี่ยวพูดพลางโยนท้อปบู้ตโครมลงที่โต๊ะ เศษทรายเศษดินกระจาย
“เศษทรายกับดินที่ติดอยู่ใต้ท้อปบู้ตของแกเนี่ย มันมาจากไหน”
“เดินไปที่ไหนก็ติดมา แปลกตรงไหน”
เหยี่ยวจ้องหน้าอย่างเอาเรื่อง
“ตรงที่ตรวจสอบแล้ว มีสารเคมีตั้งต้นของการทำยาเสพติดชนิดร้ายแรงที่เราเพิ่งยึดมาได้จากโกดังริมน้ำ”
เส่งหน้าจ๋อย แต่ยังปากแข็ง “ยังไงกูก็ไม่ยอมรับ มีปัญญาก็ฟ้องไปสิ”
เหยี่ยวเหลืออด กระชากตัวเส่งขึ้นมาจ้องหน้า
“มีหลักฐานขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมรับ มึงอยากลองของใช่มั้ย เลือกเอา รับสารภาพ หรือตายคาตีน”
ที่มุมหนึ่งของห้องมีกระเป๋าเอกสารของทนายวางอยู่ กระเป๋าใบนั้นมีกล้องขนาดเล็ก ที่กำลังแอบถ่ายเหยี่ยวอยู่ โดยที่เขาไม่รู้ตัว

เหยี่ยวเดินเข้ามาตามทางเดินยาวในสำนักงานสืบฯ จ่านกน้อยเดินเข้าประกบแบบคุ้นเคย
“แหมๆ ระรื่นชื่นใจแบบนี้ ดีใจล่ะสิที่ทำให้ไอ้เส่งรับสารภาพได้”
“มันอึดน้อยกว่าที่คิด “
นกน้อยตกใจ “อย่าบอกนะว่าหมวดใช้วิธีเดิม”
เหยี่ยวไม่ตอบ แต่ยิ้มเหี้ยมๆ แบบมีเลศนัย
“แต่ผู้การเคยเตือนไว้แล้วนะหมวด”
“ไม่มีพยานหลักฐาน ใครจะรู้”
เหยี่ยวยักไหล่อย่างไม่แคร์ แล้วก็เดินออกไป นกน้อยส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น น้ำรินที่ถ่ายชุดสุดท้ายเสร็จพอดี รีบรับสาย ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“เรียบร้อยแล้วค่ะ เปลี่ยนชุดแล้วจะรีบออกไปเลย ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ”

น้ำรินกดวางสาย จากนั้นก็เดินออกไป



สงครามหมุนตัวมาชี้หน้าเหยี่ยวด้วยความไม่พอใจ

“เตือนแล้วใช่มั้ยว่าอย่าใช้กำลัง”
“ท่านสั่งปล่อยตัวไอ้เส่งได้ยังไง”
สงครามไม่ตอบ แต่กลับกดปุ่มโน้ตบุ๊คตรงหน้า แล้วหมุนหน้าจอให้เหยี่ยวดู ในจอเป็นภาพที่เหยี่ยวกำลังซ้อมผู้ต้องหา ซึ่งถูกโพสต์ไว้ในโซเซียลเน็ตเวิร์ค พร้อมข้อความ “ซ้อมผู้ต้องหา”
“ภาพนี้กระจายไปทั่วโซเซียลเน็ตเวิร์คเมื่อชั่วโมงที่แล้ว”
เหยี่ยวฉุกคิดนิดหนึ่ง “ต้องเป็นไอ้ทนายแน่ๆ มันซ่อนกล้องไว้ในห้องสอบสวน”
สงครามชี้หน้าเหยี่ยว แล้วสั่ง “พักงานสองอาทิตย์ คุณถูกถอนออกจากคดีนี้”
“แต่ว่า”
“ไม่มีคำว่าแต่ กี่คดีมาแล้วที่ต้องล้มเพราะความระห่ำของคุณ “
เหยี่ยวหน้าสลดลงนิดหนึ่ง
“จะทำอะไรคิดถึงพ่อตัวเองบ้าง วิหคจะเสียใจแค่ไหนถ้ารู้ว่ามีลูกชายไม่ได้เรื่องแบบนี้”
เหยี่ยวเครียดขึ้นทันทีเมื่อสงครามพูดถึงพ่อ

ขณะที่เหยี่ยวเดินอยู่บนทางเดินในสำนักงานสืบฯ ก็หันไปเห็นข่าวโทรทัศน์ปรากฏภาพข่าวอุบัติเหตุรถยนต์น่าสยดสยอง มีเจ้าหน้าที่ฯ หลายคนกำลังมุงดูข่าวอยู่
“รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้โดยสารบนรถเสียชีวิตทั้งคู่ นับเป็นข่าวอุบัติเหตุจากความประมาทอีกครั้งบนถนนหลวงสายนี้”
เหยี่ยวเมินหน้าไม่อยากดู แล้วหยิบรีโมทที่วางอยู่ใต้โทรทัศน์ปิดหน้าตาเฉย เจ้าหน้าที่ ที่ล้อมวงดูอยู่ต่างหันมามองหน้าอย่างไม่พอใจ เหยี่ยวทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วก็เดินออกไปจากตรงนั้นทันที เจ้าหน้าที่หันมาคุยกัน
“ปมชีวิตเค้า ปิดทุกครั้งที่มีข่าวรถชน”

เหยี่ยวนั่งอยู่ในห้อวงทำงาน พลางมองภาพถ่ายครอบครัวพ่อแม่ลูกในวัยเด็กบนโต๊ะ ในภาพวิหคบิดาของเหยี่ยวแต่งเครื่องแบบตำรวจยศพลตำรวจเอก นกน้อยเดินเข้ามาตบไหล่ปลอบใจ
“แฮททริก หมวดทำเจ๊งสามคดีรวด นับถือๆ”
เหยี่ยวเหลือบสายตามองดุๆ นกน้อยยังระรื่นตามสไตล์
“จะเครียดไปทำไม ถือว่าได้พักร้อนน่า ยังไงซะผู้การสงครามก็ฟันหมวดไม่ลงหรอก เพราะหมวดเป็นลูกชายเพื่อนซี้”
เหยี่ยวไม่พูดด้วย ผลุนผลันลุกขึ้นจากเก้าอี้คว้าแจ็กเก็ตมาสวมแล้วเดินออกไปด้วยแววตาเครียด

น้ำรินเลือกแบบชุดใหม่เรียบร้อยดูสวยงาม กำลังสะพายกระเป๋าจะเดินออกไป ช่างเสื้อรีบบอก
“พี่จะสั่งผ้าที่ดีที่สุดจากอิตาลี่ แล้วจะโทรบอกให้มาเลือกดูอีกทีนะคะ”
“ดีที่สุดนะคะ อย่าทำให้น้ำผิดหวัง”
ช่างเสื้อแอบเซ็ง แต่ปั้นหน้ายิ้มไว้
น้ำรินเชิ่ดหน้าเดินออกไป ช่างเสื้อเดินไปส่ง ช่างแต่งหน้ารีบเดินออกมา
“คุณน้ำ ลืมสร้อยค่ะ”
น้ำรินรับสร้อยล็อกเก็ตสัญญลักษณ์ P&N อันหมายถึงภพธร&น้ำริน มาสวมที่คอ พร้อมๆ กับที่เสียงมือถือดังขึ้น
“ค่ะคุณแม่ เรียบร้อยแล้วค่ะ แบบดอกไม้ห้องจัดเลี้ยงที่คุณแม่ส่งมาให้ถูกใจน้ำมาก เหมือนขนดอกกุหลาบขาวมาทั้งสวนเลย คงมีแต่แม่กับพี่ธรเท่านั้นที่รู้ใจน้ำที่สุด”
น้ำรินพูดมือถือพร้อมเดินเชิดหน้าออกไปด้วยท่าทางหยิ่งๆ และมั่นใจในตัวเอง

น้ำรินเดินมาขึ้นรถสปอร์ตที่จอดอยู่หน้าสตูดิโอ พร้อมกับก้าวเข้าไปยังที่นั่งคนขับ กำลังจะขับออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอีก
“ขาพี่ธร น่ารักจังเลยอุตส่าห์โทรมาเตือนให้ทานยา เกือบลืมแล้วนะคะเนี่ย ขอบคุณค่ะ รักนะคะ”
น้ำรินกดวางสาย ก่อนจะหยิบยาที่อยู่ในรถมาทาน แล้วจึงขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

เหยี่ยวเดินมาที่จักรยานเมาเทนไบค์ของตัวเอง จากนั้นก็หยิบหมวกมาใส่ กำลังจะขี่รถออกไป
นกน้อยเดินตามเข้ามาหา
“เอาน่าหมวด คิดซะว่าได้พักไปหาแฟน”
“หามาทำไมให้ปวดหัว ทุกวันนี้มีปัญหาน้อยไปเหรอ”
นกย้อยยิ้มขำ “เผื่อความรักจะทำให้หมวดใจเย็นลง จิตใจอ่อนโยนขึ้นไง”
เหยี่ยวส่ายหน้าช้าๆ “ความรักคือภาระ แฟนคือตัวถ่วง”
“อย่าพูดอย่างนั้น ทำยังกับไม่เคยรักใคร ลืมหมวดแนนไปแล้วเหรอ”
เหยี่ยวมองหน้านกน้อย แล้วจูงจักรยานกำลังจะขี่ออกไป นกน้อยมองจักรยาน แล้วอดถามไม่ได้
“หมวด เมื่อไหร่จะกล้าขับรถซะที มันเร็วกว่าจักรยานเยอะเลยนะ”
เหยี่ยวเงยหน้ามองนกน้อยด้วยแววตาดุๆ
“ฝากบอกยายนวลว่าคืนนี้มีนัดที่เดิมนะหมวด ที่เดิม จุดเริ่มต้นของความรวย”

เหยี่ยวส่ายศีรษะเบื่อหน่ายในความไร้สาระของนกน้อย จากนั้นก็ขี่จักรยานออกไป



น้ำรินขับรถมาตามถนนสวยในบรรยากาศใกล้ค่ำ พร้อมกับเปิดวิทยุเสียงดัง ครู่หนึ่งก็มีเสียงเรียกเข้าของเฟซไทม์เข้ามา

น้ำรินกดรับ เมื่อเห็นจอภาพในมือถือที่ติดไว้ในรถเป็นภพธรนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ก็ยิ้มอย่างอามรมณ์ดี
“ว่าไงคะ มีอะไรอีกคะ”
ภพธร ที่นั่งคุยอยู่ที่โต๊ะทำงาน ย้อนถามกลับมา “ถึงไหนแล้วจ๊ะ”
“ถนนวงแหวนรอบนอก อีกไม่เกินครึ่งชั่วโมงเจอกันค่ะ”
“มาเร็วๆ นะ พี่คิดถึง”
น้ำรินยิ้มเขินๆ ยังไม่ทันตอบอะไร ก็ต้องเหยียบเบรกกะทันหัน จนหน้าแทบคะมำ เพราะจู่ๆ ก็มีรถสปอร์ตอีกคันหนึ่งแล่นเข้ามาปาดหน้าหน้า
“เกิดอะไรขึ้น”
“ไม่มีอะไรค่ะ เดี๋ยวเจอกันค่ะพี่ธร”
น้ำรินกดปิดเฟซไทม์ พร้อมกับมองไปทางเบื้องหน้าด้วยแววตาไม่พอใจ
“ท้าแข่งเหรอ?”
พูดพลางตบเกียร์ เหยียบคันเร่งเครื่องยนต์เต็มแรง พุ่งเข้าใส่รถสปอร์ตข้างหน้าแบบไม่ยอมแพ้ ต่างคนต่างปาดกันไปมาแบบไม่ยอมกัน

เหยี่ยวขี่จักรยานเมาเท่นไบค์มาตามถนนฝ่าการจราจรที่ติดขัด ด้วยอารมณ์เหงาๆ พอเห็นพ่อแม่ลูกขี่จักรยานไปพร้อมๆกัน สวนมา ก็มองตามอย่างคนที่โหยหาความอบอุ่นนั้น
เหยี่ยวขับผ่านแผงป้ายคัทเอาท์รณรงค์เมาไม่ขับ เห็นเป็นภาพรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุน่าหวาดเสียว
ก็เมินหน้าหนี พยายามลืมความหลังในวัยเด็ก แล้วขี่จักรยานต่อไปตามทาง

น้ำรินขับรถด้วยท่าทีที่ทะมัดทะแมงเอาเรื่อง ชลชาติที่ขับรถอีกคันอยู่ พยายามขับปาดไปมาอย่างไม่ยอมแพ้
น้ำรินตบเกียร์อย่างรวดเร็ว รถพุ่งทะยานแซงขึ้นไปหน้าคู่กรณี แล้วปาดหน้าไป พร้อมกับหัวเราะสะใจ ชลชาติหัวเสียรีบตบเกียร์ เหยียบคันเร่งไล่ตามแบบไม่ยอมกัน

น้ำรินปาดขึ้นหน้ารถชลชาติได้ แล้วแกล้งเหยียบเบรกเต็มแรง ชลชาติตกใจรีบหักพวงมาลัยหลบ รถเสยเข้ากับราวกั้นบึงน้ำขนาดใหญ่
น้ำรินหันขวับไปมองด้วยสีหน้าตกใจ ที่เห็นรถสปอร์ตของชลชาติลอยคว้างกลางอากาศ แล้วพุ่งตรงตกลงไปยังบึงน้ำ
ชลชาติหลุดออกมาจากรถที่ตกไปในบึงตายคาที่ น้ำรินตกใจ แต่พอเธอหันหน้ากลับมาก็ยิ่งตกใจมากกว่า
“ว้าย”

เหยี่ยวขี่จักรยานมาตามถนน จู่ๆ ก็มีความรู้สึกวูบจี๊ดเข้าไปในหัวใจโดยไม่รู้สาเหตุ พลางเอามือจับที่หน้าอกตัวเองไว้ พร้อมๆ กับที่เสียงวิทยุสื่อสารที่เหน็บอยู่บนแฮนด์จักรยานดังขึ้น
“ศูนย์วิทยุรับแจ้งเหตุ เกิดอุบัติเหตุรถตกบึง บริเวณ... แจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบ”
เหยี่ยวหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจกลับรถจักรยาน แล้วขี่ออกไปในบริเวณที่รับแจ้งเพราะอยู่ใกล้กับพื้นที่ตัวเอง

ตำรวจและกองพิสูจน์ฯ กำลังลากรถชลชาติที่ตกน้ำขึ้นมา มีคนมุงดูอยู่เต็มไปหมด
เหยี่ยวกำลังตรวจดูเหตุการณ์อยู่กับเจ้าหน้าที่และตำรวจ พลางหันไปสั่งตำรวจด้านข้าง
“เก็บหลักฐานให้ครบนะ”
“ครับหมวด”
“เจ้าของรถเป็นยังไงบ้าง”
เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ช่วยกันอุ้มร่างของชลชาติที่ถูกห่อผ้าขาวผูกมัดปิดสนิทผ่านเหยี่ยวและเจ้าหน้าที่
“ตายคาที่ครับ”
เหยี่ยวพยักหน้ารับรู้ เดินไปตรวจดูที่ริมบึงน้ำขนาดใหญ่ มองไปรอบๆ เหมือนกำลังเก็บหลักฐาน

น้ำรินเดินเข้ามาด้วยท่าทางงงๆ พลางมองไปที่รถคันที่จมน้ำ ท่าทางเธองงๆ เหมือนจำอะไรไม่ได้
“คุณคะ ที่นี่ที่ไหนคะ”
ทว่าไม่มีใครตอบ ทุกคนทำเหมือนมองไม่เห็นเธอ น้ำรินหันไปถามตำรวจที่กำลังกางเส้นเหลืองอยู่
“คุณตำรวจคะ เกิดอะไรขึ้น”
ตำรวจไม่ตอบ น้ำรินตัดสินใจเดินผ่านแนวกั้นเข้าไปที่รถคันที่จมน้ำนั้น สีหน้าและท่าทางเธอดูงงๆ เหมือนจะจำอะไรไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง
เหยี่ยวเดินเข้ามาเห็นด้านหลังของน้ำรินที่ยืนละล้าละลังอยู่
“มีอะไรให้ช่วยมั้ยคุณ”
น้ำรินหันมา แล้วรีบถาม“เอ้อ คุณตำรวจคะ ที่นี่ที่ไหนคะ”
เหยี่ยวตอบสถานที่ แล้วย้อนถามต่อ “คุณไม่รู้แล้วมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง”
ตำรวจคนหนึ่งหันมา โดยไม่รู้ว่าเหยี่ยวกำลังคุยอยู่กับน้ำริน
“หมวดครับ เชิญทางนี้หน่อยครับ”
เหยี่ยวหันไปทางตำรวจแล้วหันมาสั่งน้ำริน “คุณทะเล่อทะล่าเข้ามาในนี้ไม่ได้นะ”
“ทำไมล่ะคะ”
“ก็ตรงนี้มันเขตปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ”
ไทยมุงและตำรวจที่อยู่ห่างออกมาหันไปมอง แล้วงก็ทำหน้าเหวอที่เหมือนเหยี่ยวกำลังพูดกับใครก็ไม่รู้
“ออกไปก่อน”
เหยี่ยวกับน้ำรินสบตากันชั่วขณะ เหมือนเวลารอบตัวหยุดไปความรู้สึกบางอย่างมันผุดขึ้นอย่างไม่เข้าใจ มันเหมือนดีใจ อิ่มใจ ปลื้มใจที่ได้เจอคนคุ้นเคย ทั้งๆที่ไม่เคยเจอกัน
“ออกไป อยู่ตรงหลังแนวต้นไม้นั่น อย่าเข้ามาจุ้นจ้าน”
เหยี่ยวเดินนำน้ำริน ที่เดินตามแบบงงๆ ให้ออกไปอีกทางหนึ่ง
ไทยมุงและตำรวจ เห็นเหยี่ยวเดินคนเดียว แต่ทำท่าเหมือนกำลังเดินนำใครออกไป

เหยี่ยวเดินนำน้ำรินออกมาในบริเวณที่จอดรถจักรยานของตัวเอง
“ออกมาตรงนี้เลย แล้วอย่าเข้าไปยุ่งตรงนั้นอีก”
พูดจบก็เดินออกไป น้ำรินมองตาม

เหยี่ยวเดินกลับเข้ามากำชับกับตำรวจและเจ้าหน้าที่
“ดูแลอย่าให้ใครเข้ามาในเขตนี้ เดี๋ยวจะเป็นการทำลายหลักฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนั้น ท่าทางไม่ค่อยน่าไว้ใจ”
เหยี่ยวพูดพลางหันไปชี้ให้ตำรวจดู แต่ไม่เห็นอะไรแล้ว
“อ้าว หายไปไหน เมื่อกี้ยังยืนอยู่ตรงนั้นอยู่เลย”
“แต่ผมไม่เห็นใครมาตั้งแต่ต้นแล้วนะครับหมวด”
เหยี่ยวนิ่วหน้ามองหา แต่เมื่อมองไม่เห็นก็ไม่ติดใจอะไร เดินกำชับตำรวจตรวจดูหลักฐานต่อไป

ภพธรกำลังหยิบรูปถ่ายคู่ระหว่างตัวเองกับน้ำรินขึ้นมาดู สีหน้าและแววตานิ่งเรียบ พลันเสียงโทรศัพท์ มือถือก็ดังขึ้น
“ทุกอย่างเรียบร้อยใช่มั้ย ดีแล้ว ขอบใจมาก”
ภพธรหันไปกดโทรศัพท์บนโต๊ะทำงาน แล้วสั่งการ
“เร่งงานสร้างรินธารารีสอร์ทที่สมุยให้เร็วที่สุด ผมต้องการเปิดให้ได้ภายในไตรมาสแรกของปีนี้”
ภพธรวางหูโทรศัพท์ แล้วหยิบภาพถ่ายคู่ระหว่างตัวเองกับน้ำรินที่เหลือเก็บลงในโต๊ะทำงาน จากนั้นก็ลุกขึ้น แล้วเดินออกไปทางห้องนั่งเล่นที่อยู่ติดกัน แล้วก็ถึงกับชะงักเมื่อเห็นจานใส่อาหารเย็นแบบง่ายๆ พร้อมแกงจืดและน้ำวางเตรียมไว้ให้อย่างสวยงาม
นับดาวยิ้มแย้มเดินเข้ามาหา ด้วยท่าทางสนิทสนม
“เห็นว่าค่ำมากแล้ว เลยเตรียมอาหารค่ำไว้ให้พี่ธร”
ภพธรส่ายหน้ายิ้มๆ “ขอบคุณมาก แต่พี่ยังไม่หิว”
“ทำไมดูพี่ธรไม่สบายใจเลย”
“มีเรื่องให้คิดนิดหน่อย”
นับดาวเดินไปแตะตัวภพธรอย่างคนคุ้นเคย
“มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะคะ ดาวยินดีช่วยทุกอย่าง คนใกล้แต่งงานก็แบบนี้แหละ ทำใจให้สบายเถอะค่ะ ในฐานะเลขา ดาวไม่อยากให้เจ้านายเครียดเกินไปนะคะ”
ภพธรที่ท่าทางยังคงเครียดอยู่ ถอนหายใจออกมาเบาๆ
“เชื่อดาวเถอะค่ะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น จะต้องเป็นเรื่องดีเสมอ”
นับดาวพูดพลางจับมือภพธรไว้

“ยิ้มไว้สิคะพี่ธร พี่ธรต้องยิ้มนะคะ”



เหยี่ยวเดินกลับมาที่จักรยาน หยิบหมวกขึ้นมาใส่ แต่แล้วกลับมองเห็นสร้อยเส้นหนึ่งตกลงบนพื้นข้างจักรยานที่จอดอยู่ พลางหยิบขึ้นมาจ้องดู เห็นสร้อยสัญญลักษณ์ P&N

เขาชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วจึงเอาสร้อยล็อกเก็ตใส่กระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตติดไปด้วยโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่จะขี่จักรยานออกไปจากบริเวณนั้น
คล้อยหลังที่เหยี่ยวขี่จักรยานออกไป พลันบังเกิดลมพัดพลิ้วเข้ามาหอบใหญ่ ใบไม้ปลิวกระจาย

ยายนวลนั่งอยู่ท่ามกลางนกน้อย , ปลาทู, ปูอัด และชาวบ้านอีกสองสามคน ทั้งหมดกำลังลุ้นกับการขูดต้นกล้วยหาหวยอยู่ในดง ท่ามกลางบรรยากาศวังเวง จู่ๆ ก็มีเสียงหมาหอน ลมพัดแรง
ปูอัดมองซ้ายมองขวาชักกลัว “ทำไมต้องมาขูดที่หลังป่าช้าด้วยวะ”
ลมพัดแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงหมาหอนดังประสานเสียงกันมากขึ้น ยายนวลชักหวั่น
“จะไหวมั้ยไอ้นกน้อย เพื่อนเอ็งร้องทักใหญ่แล้วนะ”
“พี่จ่า จริงรึเปล่าที่เค้าบอกว่าหมาหอนเพราะมันเห็นผี”
ปลาทูหันมาถาม ปูอัดรีบพูดต่อทันที
“แล้วถ้าหมาหอนมากๆ เพราะมันเห็นผีตายโหงหลายตัว”
นกน้อยเผลอตัวตอบว่าจริง แล้วก็นึกได้
“เฮ้ย ! ไม่ใช่ พวกมึงอย่าทักดิวะ กูยิ่งหวาดๆ อยู่ มันจะหอนหาบิดาอะไรนักหนาวะ”
หมาหยุดหอนทันที พร้อมๆ กับที่ตุ๊กแกตัวหนึ่งตกลงมาที่กลางวง ทั้งหมดตื่นตกใจผวา จากนั้นก็ตกตามกันลงมาที่กลางวงอีกระนาวเป็นสิบตัว ทั้งหมดร้องลั่นด้วยความตกใจและกลัว
ทั้งหมดแตกกระเจิงกันออกไป ไม่เว้นแม้แต่ยายนวล กระทั่งมาถึงทางเปลี่ยวหลังป่าช้า ที่วังเวงเป็นอย่างยิ่ง นกน้อยประคองยายนวลที่หอบเหนื่อยวิ่งตามมาทางด้านหลัง โดยมีปลาทูกับปูอัดวิ่งนำหน้ามาก่อน ทันใดนั้นเสียงหมาหอนระงมอีกครั้ง ทั้งหมดสะดุ้งกันอีกหน มองซ้ายมองขวาแบบหวาดๆ
ยายนวลทำจมูกฟุตฟิตๆ
“ข้าได้กลิ่นแปลกๆ เหมือนกลิ่นดอกมะลิ กลิ่นธูป มาทางขวานี่แหละ”
พูดพลางชี้มือไปทางขวา ทุกคนหันหน้าไปมอง ก็เห็นเงาทอดยาวมาบนทางเดินดูน่ากลัว เสียงหมาหอนประสานกันระงม
“เฮ้ย ! ผีหลอก !”
ทุกคนวิ่งหนีผีออกไปคนละทิศละทาง เหลือแต่ยายนวลที่เก้ๆ กังๆ ไปไม่ถูกว่าจะไปทางไหน จู่ๆ ก็มีมือมาจับ ยายนวลร้องลั่น
“เย้ย อย่าทำอะไรข้าเลย ไปผุดไปเกิดเถอะไอ้ผี จะมาหลอกข้าทำไม เอ็งจะแหกหูแหกตา แหวะไส้ แหกพุง ทำยังไงข้าก็มองไม่เห็น”
เหยี่ยวรีบบอกทันที
“อะไรยาย ผมยังไม่ตาย จะไล่ให้ไปเกิดแล้วเรอะ รู้งี้ไม่เดินมาตามหรอก”
ยายนวลคลำๆ ที่มือที่มาจับที่มือเหยี่ยว ที่ถือถุงใส่พวงมาลัยจะเอามาถวายพระ จนคลำไปไปที่หน้าแล้วถอนหายใจโล่งอก
“ไอ้เหยี่ยว ไอ้เวร”
เหยี่ยวมองยายนวลอย่างอารมณ์ดี

บ้านไม้ของเหยี่ยวอยู่ภายในสวนร่มรื่นและเงียบสงบหลังวัด ยายนวลเดินฉับๆ นำเหยี่ยวเข้ามาตามทางเดินในสวน ด้วยความคุ้นชิน ราวกับกับไม่ใช่คนตาบอด
ลมพัดโชยตามเหยี่ยวมาโดยเขาไม่รู้ตัว ปรากฏเป็นรอยใบไม้ปลิวไหวกรุยมาเป็นทาง
“ทีอย่างนี้เดินฉับๆ ไม่รอกันเลยนะ”
ยายนวลหัวเราะร่า “อ๊ะ แถวนี้ถิ่นข้าโว๊ย หลับตาเดินยังได้เลย”
“ฮึๆ อย่างยายเนี่ย หลับตาเดินกับเปิดตาเดินมันต่างกันยังไงเหรอ”
“ไอ้เวร ไอ้หลานตะไล ล้อเรื่องตายายบอด นรกจะกินกบาล”
เหยี่ยวรีบพูดประจบ
“ยายก็รู้ว่าที่ผมล้อเพราะไม่อยากให้ยายเครียด ความจริงยายมีอะไรดีกว่าคนตาดีอีก”
ยายนวลก้มลงหยิบก้อนหินแล้วปาโดนเหยี่ยวอย่างจัง
“โอ๊ย เจ็บนะยาย”
ยายนวลเปิดประตูบ้าน ปากก็ร้องสั่งเหยี่ยว
“นี่ไง ถึงตาไม่เห็นแต่สัมผัสตรงเผงยิ่งกว่าจิตสัมผัสโว๊ย รีบๆ เข้าบ้านเดี๋ยวยุงเข้า”
เหยี่ยวขยับกำลังจะเดินเข้ามา ยายนวลหันมายิ้มๆ แล้วชี้ไปทางด้านหลังเหยี่ยว
“แอบพาสาวมาบ้าน ชิชะ ถึงข้าจะมองไม่เห็น แต่ข้ารู้นะโว๊ยไอ้เหยี่ยว”
พูดจบก็เดินนำเข้าไปในบ้าน เหยี่ยวถึงกับเหวอ พลางมองซ้ายมองขวาไม่มีสาวสักคน จากนั้นก็เดินตามยายนวลเข้าไปในบ้าน
ด้านหลังเหยี่ยวมีลมพัดใบไม้แหวกเป็นทางตามเข้าไป

ยายนวลเดินไปเปิดไฟ หยิบข้าวของอย่างคล่องแคล่วไม่ผิดกับคนตาดี จากนั้นก็หยิบขวดน้ำมาวาง พร้อมแก้วน้ำใบหนึ่ง
“หาน้ำหาท่าให้แม่หนูเค้ากินซะสิ”
เหยี่ยวยิ่งเหวอเข้าไปใหญ่ “ยายพูดถึงใคร”
“ไม่ต้องมาทำเป็นฟอร์ม ยายรู้ทันเอ็งหรอกน่า ไม่ต้องเขิน กินน้ำกินท่าก่อนกลับก็ได้นะแม่หนู ไม่ต้องเกรงใจยายหรอก”
พูดจบก็เดินหลบหายเข้าไปในห้องตัวเอง

เหยี่ยวมองซ้ายมองขวา ด้วยสีหน้างงๆ
.

อ่านต่อหน้า 2



ภพรัก  ตอนที่ 1 (ต่อ)

นกน้อย ปลาทู ปูอัด เดินชะเง้ออยู่ที่นอกรั้วบ้านเหยี่ยว พลางมองเข้ามาด้านในเพราะเป็นห่วงยายนวล

ขณะที่เหยี่ยวกำลังเดินตรวจความเรียบร้อยรอบๆ บ้านบริเวณสนาม รอยเท้าจางๆ ปรากฏตามไปตามทางเดินที่เปื้อนฝุ่น เห็นชัดเจน
นกน้อยมองเห็นก็ตกใจ “เฮ้ย เอ็งเห็นเหมือนข้ามั้ย”
ปูอัดตาลุก “ใครเดินตามหมวดเหยี่ยว”
เหยี่ยวเดินไปอีกมุม ลมพัดตามหลัง ใบไม้ปลิวกระจายเหมือนมีคนเดินตาม ทั้งสามคนตาลุกด้วยความตกใจ แล้วรีบวิ่งหนีกันไปคนละทิศละทาง
เหยี่ยวได้ยินเสียงผิดปกติ เดินหันมามองอย่างงงๆ แต่ไม่เห็นอะไรแล้ว

นกน้อยวิ่งตื้อเข้ามาในบ้าน รีบปิดประตูลงกลอนโดดขึ้นเตียงคลุมโปง ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวผี
“โอย พุทโธ ธัมโม สังโฆ ผี.. ผีอยู่กับหมวดเหยี่ยว สยองกึ๋น”

ภาพในอดีตขณะที่เหยี่ยวมีอายุได้ 7 ขวบ
รถยนต์ของวิหคแล่นมาตามถนนในต่างจังหวัด เสียงร้องเพลงของสามคนพ่อแม่ลูกดังเข้ามา เป็นบรรยากาศครอบครัวอบอุ่น
วิหคกับสกุณาพากันร้องเพลงอย่างสนุกสนานอยู่ที่ด้านหน้า เหยี่ยววัยเด็กนั่งอยู่บนคาร์ซีทที่เบาะหลัง
วิหคหันไปร้องเพลงกับสกุณา แล้วหันไปยิ้มแย้มเล่นกับลูกชาย ครั้นหันหน้ากลับมาที่ด้านหน้ารถ ก็ต้องตกใจสุดขีด
เหยี่ยววัยเด็กที่นั่งเบาะหลัง เห็นรถบรรทุกคันหนึ่งวิ่งตรงเข้าชนด้านหน้ารถอย่างจัง กระจกรถแตกละเอียด

ยายนวลจูงมือเหยี่ยวในวัยเด็กที่น้ำตาคลอ สะพายกระเป๋าเป้ใบเล็กที่ด้านหลัง เดินเข้ามาในบ้าน
พลางนั่งลงกอดหลานชายตัวเล็กไว้ น้ำตาคลอสะเทือนใจไม่น้อยไปกว่ากัน
“เหยี่ยว ยายจะดูแลเหยี่ยวให้ดีที่สุด เราเหลือกันแค่สองคนแล้วนะลูก”

เหยี่ยวกระสับกระส่ายนอนอยู่บนเตียง พลันก็ลืมตาขึ้นตื่นจากความฝัน แล้วรีบลุกขึ้นด้วยท่าทาง
หอบเหนื่อย ปมเรื่องอุบัติเหตุยังคงเป็นเรื่องที่สะเทือนใจเขามาจนถึงปัจจุบัน
เหยี่ยวลุกขึ้นมาหยิบรูปถ่ายรูปถ่ายสามคนพ่อแม่ลูก ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เอามือแตะที่รูปพ่อและแม่อย่างผูกพัน
เสียงสะอื้นดังแว่วเข้ามา สายลมพัดเข้ามาปะทะใบหน้า เหยี่ยวนิ่วหน้าด้วยความสงสัย ก่อนที่จะตัดสินใจเดินออกไปตามเสียงสะอื้นที่ได้ยิน จนเมื่อเดินเข้ามาบริเวณสวนหลังบ้าน ก็เห็นน้ำรินนั่งก้มหน้าร้องไห้น่าสงสารอยู่ที่ใต้ต้นไม้ เขาจึงรีบเดินเข้าไปหา
“คุณ เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม”
น้ำรินเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความแปลกใจและดีใจที่มีคนมองเห็นเธอ
“คุณมองเห็นฉัน”
เหยี่ยวเห็นหน้าน้ำริน ก็จำได้ “ผมจำคุณได้แล้ว คุณไปมุงรถตกน้ำที่บึงเมื่อตอนหัวค่ำ คุณตามผมมาทำไม”
“ฉันไม่ได้ตาม”
“ถ้าไม่ตามแล้วมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
น้ำรินหน้าเศร้าดูน่าสงสาร น้ำตายังไหลไม่หยุด
“ฉันไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ตรงนี้แล้ว เออ คุณเป็นตำรวจนี่ช่วยฉันหน่อยสิ”
“ให้ช่วยอะไร จะให้พากลับบ้านเหรอ”
น้ำรินพยักหน้า “เออใช่ ช่วยพาฉันกลับบ้านหน่อย ตั้งแต่หัวค่ำฉันขอให้ใครช่วย ก็ไม่มีใครเห็นฉันสักคน ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันไปหมด”
“บ้านคุณอยู่ไหน”
น้ำรินนิ่งไปเหมือนกำลังใช้ความคิด “ฉันจำไม่ได้”
“งั้นคุณชื่ออะไร”
น้ำรินอึ้งไป พยายามใช้ความคิดแต่ก็คิดไม่ออก “ฉัน ฉันไม่รู้ คุณต้องช่วยฉันหาบ้านให้เจอ หาชื่อฉันให้ได้ ฉันไม่มีใครอีกแล้วนอกจากคุณ ฉันอยากกลับบ้าน ฮือๆ”
เหยี่ยวเห็นน้ำตาของน้ำรินไหลอาบแก้ม ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาเองก็ ไม่เข้าใจ แต่ที่แน่ๆ มันทำให้ใจที่แข็งกลับอ่อนลง
มือของเหยี่ยวค่อยๆจะยื่นไปเช็ดน้ำตาน้ำรินตามความรู้สึก เขามองมือตัวเองอย่างไม่เข้าใจ แล้วรีบเก็บมือตัวเองไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะคุมตัวเองไม่อยู่ หากเสียงสะอื้นของน้ำรินทำให้หัวใจเหยี่ยวหวิว รู้สึกว่าเขาจะทิ้งผู้หญิงคนนี้ไปไม่ได้ !

ธารายืนละล้าละลังอยู่ในห้องโถงในคฤหาสน์หลังใหญ่ สีหน้าดูเป็นกังวลเป็นอย่างมาก
ภพธรกับนับดาวเดินเข้ามา ธาราหันมามองอย่างมีความหวัง
“เป็นยังไง ได้ข่าวน้องมั้ย”
ภพธรถอนหายใจ “ตามไปที่บ้านเพื่อนของน้ำทุกที่ แต่น้ำไม่ได้ไปหาใครเลยครับ”
“เพื่อนดาวที่เป็นตำรวจกำลังช่วยตามหาอีกทางค่ะ”
“รึว่าจะเกิดอุบัติเหตุ” ธาราสังหรณ์ใจ
“ไม่น่าจะเป็นไปได้ ศูนย์รับแจ้งเหตุฯ ไม่มีรายงานอุบัติเหตุกับรถของน้ำเลยค่ะ”
ธาราครุ่นคิดอย่างกังวล ภพธรรีบบอก
“เมื่อตอนเย็นพอลองชุดแต่งงานเสร็จ น้ำบอกว่าจะมาหาผม แต่ก็หายไปเลย”
ธาราเป็นห่วงลูกสาวมาก นับดาวเดินมาจับมือ ด้วยความเห็นใจ
“นับดาว อาสังหรณ์ใจยังไงไม่รู้ น้ำไม่เคยหายตัวไปอย่างนี้เลย”
“ทำใจดีๆ ไว้นะคะ น้ำรินเป็นเพื่อนรักของดาว ยังไงซะดาวต้องช่วยตามน้ำกลับมาให้ได้”
นับดาวประคองพาธารามานั่งตรงโซฟา ภพธรมองธาราเหมือนตัวเองกำลังรู้สึกผิด พลางมองไปที่รูปน้ำรินที่ถ่ายคู่กับธาราที่ห้องโถง

เหยี่ยวเดินพาน้ำรินเข้ามาในบ้าน เธอเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ด้านหนึ่ง ขณะที่ยังคงร้องไห้ไม่หยุด
เหยี่ยวไม่รู้จะปลอบใจยังไงให้น้ำรินหายเศร้า ใจมันระส่ำระส่ายเป็นทุกข์ไปด้วย
“เอาอย่างนี้ คุณใจเย็นๆก่อน ค่อยๆ คิด ถ้าจำไม่ได้ว่าเป็นใคร งั้นพยายามนึกสิว่าคุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
น้ำรินพยายามคิด
“ฉัน ฉันนึกไม่ออก ฉันจำไม่ได้”
“อย่าร้องไห้เสียงดัง เดี๋ยวยายผมตื่น คิดว่าผมเอาผู้หญิงมาปล้ำ”
น้ำรินพยายามระงับ แต่ยังสะอื้นไห้อยู่ ครู่หนึ่งก็พยายามสงบลง สูดลมหายใจเข้า แล้วลุกขึ้นเดินไปมองรอบๆเหมือนเรียกสติ แล้วมองไปรอบๆ เห็นบนโต๊ะข้าว มีจานข้าว 2 ที่ เห็นรูปเหยี่ยวกับยายนวลตั้งแต่เด็กไล่ลำดับไปจนมัธยม จนจบตำรวจ ประดับยศ
“อยู่สองคนกับยายเหรอ”
“ใช่”
น้ำรินมองไปรอบๆ บ้านแล้วยังไม่วายออกอาการคุณหนูตามสัญชาติญาณเดิม ทั้งที่ยังจำอะไรไม่ได้
“บ้านรกมาก อยู่เข้าไปได้ยังไง อี๋ ทั้งฝุ่นทั้งหยากไย่หนาเป็นนิ้ว คุณเป็นหลานที่ไม่ได้เรื่องเลยนะ ทำไมไม่ช่วยยายทำความสะอาดบ้าง”
เหยี่ยวส่ายหัว หยิบน้ำมารินใส่แก้ว แล้วส่งแก้วให้น้ำรินแบบรำคาญๆ
“กินน้ำซะจะได้หายบ้า รีบๆ จำตัวเองให้ได้ซะที ฉันจะได้ไปส่งบ้าน”

น้ำรินรับแก้วน้ำจากเหยี่ยว แต่แก้วกลับทะลุผ่านมือไปตกที่พื้น



น้ำรินยกมือตัวเองขึ้นมาดูด้วยความตกใจ เหยี่ยวที่เห็นภาพนี้เต็มตา ตกใจไม่น้อยไปกว่ากัน

“คุณเป็นใครกันแน่”
เหยี่ยวเอื้อมมือไปจะจับแขนน้ำริน แต่จับเท่าไรก็จับไม่ติด เหมือนกำลังสัมผัสอากาศธาตุ น้ำรินตกใจมาก เธอหันไปมองกระจกบานใหญ่ที่วางอยู่ในห้อง แล้วยิ่งตกใจสุดขีด เมื่อไม่ปรากฏเงาของเธอในกระจก
เหยี่ยวตกใจ “คุณไม่ใช่คน”
“ไม่ใช่คน? หมายความว่าฉัน ฉันตายแล้ว?”
น้ำรินครุ่นคิดถึงภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมา
เธอเห็นรถสปอร์ตคู่กรณีลอยคว้างกลางอากาศ แล้วพุ่งตรงตกลงไปยังบึงน้ำ แต่พอเธอหันหน้ากลับมาก็ยิ่งต้องตาเบิกโพลงด้วยความตกใจเป็นอย่างยิ่ง
รถน้ำรินเสยเข้ากับด้านข้างถนน ลอยคว้างหมุนคว่ำเข้าไปที่ข้างทาง

น้ำรินน้ำตาคลออย่างยอมรับความจริงไม่ได้ เหยี่ยวเองก็ตะลึงตกใจไม่น้อยไปกว่ากัน
“ฉันตายไปแล้ว ไม่จริง ไม่จริง”
พลางร้องไห้อย่างน่าเวทนา เหยี่ยวลืมตาขึ้นมามองด้วยความสงสาร ก่อนที่ร่างของเธอค่อยๆ จางไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหายไปในที่สุด
เหยี่ยวตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า

เช้าวันรุ่งขึ้น
ธาราเอาเก้าอี้มานั่งตรงประตูทางเข้า สายตามองไปยังประตูเบื้องหน้ารอการกลับมาของลูกสาว โดยไม่ได้นอนมาทั้งคืน
“น้ำริน ลูกไปอยู่ที่ไหน?”
ธาราเดินเข้ามาหยุดมองดูรูปถ่ายคู่ระหว่างเธอกับน้ำรินที่ติดอยู่กลางโถง พลางร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ก่อนที่จะทรุดตัวลงนั่งกับพื้นที่กลางโถงคฤหาสน์นั้น

ยายนวลกับเหยี่ยวกำลังช่วยกันจัดของใส่บาตรที่โต๊ะตัวหนึ่ง
“เออ สาวคนที่มากับเราเมื่อคืน กลับบ้านไปแล้วเรอะ”
เหยี่ยวอึกอัก “ เอ้อ คือ”
“ลูกเต้าเหล่าใคร ไม่คิดจะแนะนำให้ยายรู้จักบ้างเหรอ ยังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร แต่อย่าทำอะไรที่ไม่งามเหมือนวัยรุ่นสมัยนี้นะลูก เออ แล้วทำไมวันนี้คิดอยากจะทำบุญล่ะ”
เหยี่ยวถอนหายใจด้วยความเป็นห่วง
“ผมอยากจะอุทิศส่วนกุศลให้วิญญาณพเนจรน่ะครับ”
“เกิดอะไรขึ้นล่ะ เมื่อคืนฝันเห็นผีเหรอ”
เหยี่ยวชะงักไปนิดหนึ่ง “เอ้อ เปล่าครับ”
“เรียบร้อยแล้ว ยายขอตัวก่อนนะ”
หลวงตาเคี้ยงกำลังเดินบิณฑบาตรใกล้เข้ามา เหยี่ยวรีบหันมาถามยายนวล
“อ้าว ไม่ใส่บาตรด้วยกันเหรอครับ หลวงตามาโน่นแล้ว”
“ไม่เอาละ วันนี้วันหวยออกไม่อยากทะเลาะกับหลวงตาเคี้ยง เดี๋ยวโดนบ่นเรื่องเล่นหวยอีก”
ยายนวลพูดจบก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน หลวงตาเคี้ยงเดินเข้ามาพอดี เหยี่ยวยกมือไหว้
“นิมนต์รับหลวงตา”
เหยี่ยวใส่บาตรให้หลวงตา และกำลังจะเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฟัง
ที่มุมหนึ่งไกลออกไป เส่งยืนแอบมองเหยี่ยวอยู่กับลูกน้องสองคนด้วยท่าทางโกรธแค้น

หลวงตาเคี้ยงให้ศีลเสร็จ ก็พูดกับเหยี่ยวต่อด้วยแววตาอ่อนโยน
“เท่าที่โยมเล่าให้ฟัง ผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงล่องลอยไม่มีที่พึ่ง”
“แล้วทำไมผมถึงเห็นเธออยู่คนเดียวล่ะครับ”
“อาจจะเป็นเพราะบุญกรรมที่เคยผูกพันกันมาแต่ชาติก่อน”
เหยี่ยวขมวดคิ้วครุ่นคิด“น่าแปลกที่เธอเหมือนจะจำอะไรไม่ได้สักอย่าง”
“น่าจะเป็นเพราะภาวะความสับสนในดวงจิต หรืออาจจะเป็นเพราะกรรมบางอย่างที่ผู้หญิงคนนี้เคยสร้างมา”
เหยี่ยวนิ่งคิดนิดหนึ่ง “กรรมเก่าเหรอครับ”
หลวงตาเคี้ยงพยักหน้ายิ้มๆ
“ใส่บาตรทำบุญให้เค้าแบบนี้แหละดีแล้ว กุศลจะทำให้เค้าไปในที่ชอบ”
จู่ๆ ก็มีลมพัดวูบเข้าที่หน้าเหยี่ยวรู้สึกแปลกๆ จึงรีบหันขวับไปมอง เห็นน้ำรินกำลังพนมมือไหว้หลวงตาเคี้ยง เหมือนกำลังรับคำแผ่เมตตา
“เธอ”
หลวงตาเคี้ยงสะดุ้งเฮือก หันมามองข้างๆ เหยี่ยวแต่ไม่เห็นอะไร
“ใครมาเหรอโยม”
“ผู้หญิงคนที่ผมเล่าให้ฟังยังไงครับ”
หลวงตาเคี้ยงมองซ้ายมองขวาอย่างกลัวๆ
“อย่าล้ออาตมาเล่นนะโยม”
“นี่ไง เธอยืนอยู่ข้างๆ ผมนี่ไงครับ หลวงตาเห็นมั้ย กำลังพนมมือ รับพรจากหลวงตาอยู่เลยครับ”
หลวงตาเคี้ยงหันไปทางที่เหยี่ยวชี้
“สาธุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิดนะ กู๊ดมอนิ่งนะคุณโยม อาตมาไปก่อนละ”
พูดจบก็จ้ำอ้าวๆ ออกไปทันที น้ำรินเงยหน้าจากการพนมมือ หันมามองเหยี่ยวด้วยสายตาเศร้าๆ
“คุณ ทำไมคุณยังไม่ไป”
“ฉันไม่รู้จะไปไหน ช่วยฉันด้วยนะคะ มีแต่คุณเท่านั้นที่ช่วยฉันได้ค่ะ”

เหยี่ยวมองน้ำรินอย่างอึ้งๆ ใจหนึ่งก็กลัวผี แต่อีกใจหนึ่งมีความรู้สึกห่วงอย่างที่ไม่เข้าใจตัวเอง



เหยี่ยวเดินเลี่ยงออกมา ทั้งที่ยังคุยกันไม่ทันรู้เรื่อง น้ำรินเดินตามมาติดๆ

“จะไปไหนก็ไปเถอะนะ อย่าเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย”
“ฉันไม่มีที่ไป”
น้ำรินพูดพลางมาดักหน้า “ ไม่ได้มาเบียดเบียน แต่มาขอให้คุณช่วย”
เหยี่ยวหลับตาไม่ยอมมอง “ก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แล้ว พอเหอะนะ”
พลางขยับจะเดินหนีไป น้ำรินปราดไปขวางไว้ อ้าแขนไม่ยอมให้ไปไหน
“ลองคิดดูดีๆ นะคะ คุณเป็นคนเดียวที่จะช่วยฉันได้ ฉันไม่เหลือใครแล้วจริงๆ”
เหยี่ยวทำหน้าเหมือนคิดตาม แต่แล้วก็ตัดใจ เดินเลี่ยงออกไป น้ำรินรีบปราดเข้ามาขวางเหยี่ยวอีกครั้ง “คุณผีสาวครับ ต่างคนต่างอยู่เถอะ ขอร้องละ”
“ไม่ได้ คุณต้องรับปากช่วยฉันก่อน”
“จะช่วยอะไรอีก “คน” กับ “ผี” สะกดก็ต่างกันแล้ว เราอยู่คนละภพกัน”
เหยี่ยวขยับจะเดินหนี น้ำรินทำท่าขู่
“อย่าเดินหนีฉันอีกนะ ไม่งั้นเจอดีแน่ ฉันจะหักคอคุณจิ้มน้ำพริกเลย”
“ไม่ได้ผล มุกโบราณมากเกินกลัว”
เหยี่ยวเดินเลี่ยงไปอีกครั้ง น้ำรินมองตามแบบไม่พอใจ แต่ยังไม่วายเดินตาม เหยี่ยวหยุดเดินนิ่งๆ เหมือนกำลังพยายามทำสมาธิตั้งสติให้ตัวเอง แล้วหลับตาพูดกับตัวเอง
“ไม่เห็น ไม่รู้สึก จิตเราคิดไปเอง”
“อย่าหลอกตัวเองเลย ยังไงคุณก็รู้ว่ามีฉันอยู่”
เหยี่ยวลืมตาขึ้นมาแบบทนไม่ได้ “จะทำยังไง คุณถึงจะไปเนี่ย”
“ถ้ามีที่ไป ฉันก็ไม่อยากอยู่ตรงนี้นักหรอก จะให้ฉันไปไหน นอกจากคุณก็ไม่มีใครเห็นฉันสักคน เป็นตำรวจต้องช่วยเหลือประชาชนสิ ไม่ใช่ทอดทิ้ง”
เหยี่ยวมองน้ำรินแล้วถอนหายใจ
“ผมเป็นตำรวจไม่ใช่หมอผี ตำรวจมีหน้าที่ช่วยเหลือคนเดือดร้อน ไม่ใช่ช่วยปลดปล่อยวิญญาณเร่ร่อน”
เหยี่ยวพูดจบก็เดินหนีเข้าไปในบ้าน น้ำรินโวยวายตาม
“ฉันไม่ใช่ผี มาหาว่าฉันเป็นวิญญาณเร่ร่อนได้ไง จะไปไหน กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน”

ยายนวลกำลังหยิบหูฟังมาใส่ครอบหูฟังเพลงฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี ในมือกำลังล้างถ้วยชามและเครื่องครัว เลยไม่ได้ยินที่เหยี่ยวกับน้ำรินกำลังเถียงกันขณะเดินเข้ามาในบ้าน
“จริงๆ ฉันน่าจะยังไม่ตาย แค่ประสบอุบัติเหตุกำลังนอนโคม่าอยู่ในโรงพยาบาลแล้ววิญญาณฉันก็ดันหลุดออกจากร่าง คุณต้องช่วยสืบหาร่างของฉัน ฉันจะได้กลับเข้าร่างอย่างปลอดภัย ฉันไม่ใช่ผี”
เหยี่ยวรีบพูดย้ำ
“ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าผีกับวิญญาณที่ออกจากร่างมาเร่ร่อนอย่างคุณเนี่ย มันเหมือนกันรึเปล่า แต่ที่แน่ๆคุณไม่ใช่คน”
“พูดอย่างนี้คุณจะไม่ช่วยฉันเหรอ ? ถ้าคุณไม่ช่วย ฉันจะตามหลอกหลอนคุณ หลอกให้เป็นบ้าไปเลย”
เหยี่ยวหัวเราะ “ฝันไปเถอะ ถ้าผมกลัวคุณ ผมไม่ยืนคุยกับคุณอย่างนี้หรอก คุณเห็นไหม บ้านผมอยู่ใกล้วัด ถัดไปหน่อยก็ป่าช้า เห็นศพเห็นกระดูกกระดุ๊กกระดิ๊กมาจนชินแล้ว คุณไปที่ชอบๆ เถอะ ผมจะกรวดน้ำไปให้”
พูดจบเหยี่ยวก็เดินเข้ามาในห้อง หยิบเสื้อผ้าและผ้าเช็ดตัวกำลังจะเดินเข้าไปในห้องน้ำภายในห้องนอน
น้ำรินเดินตามเข้าประตูมา ท่าทางอ้อนวอนมากกว่าเดิม แต่เหยี่ยวไม่สนใจ เดินเข้าห้องน้ำ แล้วปิดประตูใส่หน้าน้ำริน
น้ำรินจ้องไปที่ประตูด้วยสายตาไม่พอใจ
“ในชีวิตฉัน ไม่เคยมีใครปิดประตูใส่หน้าฉันแบบนี้”
ชะงักนิดแล้วบ่นกับตัวเอง “อ้าว จำเรื่องนี้ได้ไง ออกมานะ เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”
น้ำรินจะเปิดลูกบิดประตู แต่มือทะลุผ่าน เธอพยายามจะเปิดอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไร้ผล ครู่หนึ่งก็เหมือนนึกอะไรได้ จึงกัดฟันรวบรวมความกล้าเดินทะลุประตูเข้าไปในห้องน้ำ พอหันมาเห็นเหยี่ยวกำลังนุ่งผ้าเช็ดตัวพอดี
ทั้งคู่ตาเหลือกจ้องมองกัน แล้วก็ตะโกนลั่น
น้ำรินรีบเอามือข้างหนึ่งปิดตา มืออีกข้างพยายามควานหาประตูเพื่อจะออกไป
“ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ไอ้ผู้หมวดวิตถาร แก้ผ้าให้ฉันดูทำไม”
“เฮ้ย ห้องนี้มันห้องอะไร”
น้ำรินหน้าจ๋อย “ห้องน้ำ”
“ห้องน้ำเค้าไว้ทำไม”
“อาบน้ำ”
เหยี่ยวส่ายหน้าเซ็งๆ “ถ้ารู้ว่าอาบน้ำอยู่ แล้วจะเข้ามาทำไม”
“ก็ใครจะนึกล่ะว่าคุณจะล่อนจ้อนอล่างฉ่าง อุจาดตา อี๋ รีบแต่งตัวเร็วๆ”
เหยี่ยวขยับจะเอาผ้าขนหนูที่ปิดออก น้ำรินหลับตาปี๋รีบระล่ำระลัก
“ฉันไปรอข้างนอกก็ได้ แต่เรามีเรื่องต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”
เหยี่ยวมองตามน้ำรินออกไป แล้วอมยิ้ม
“อะไรวะ นี่ขนาดยังไม่เห็นพญาเหยี่ยว ถึงกับแหกปากร้องลั่นเลยเหรอ”

เหยี่ยวแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ใส่เสื้อคลุมตัวที่เขาเคยเอาสร้อยล็อกเก็ตของน้ำรินใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อ
กำลังจะไปเคลียร์งานที่สำนักงานสืบฯ
“สรุปก็คือ คุณต้องการให้ผมช่วยสืบว่าตัวเองเป็นใคร ร่างอยู่ที่ไหน จะได้กลับไปเข้าร่าง?”
น้ำรินพยักหน้า “ช่วยฉันหน่อยนะ ฉันยังไม่ตายหรอก ฉันมั่นใจ”
“งั้นเอางี้ วันนี้ผมต้องไปเคลียร์งานเพราะโดนพัก อ้อ ผมจะลาพักร้อน 2 อาทิตย์ เพื่อตามหาร่างให้คุณ ตกลงมั้ย”
น้ำรินยิ้มแป้น “ตกลง ขอบคุณค่ะ”
“วันนี้ล่องลอยอยู่แถวนี้ไปก่อน อย่าทะเล่อทะล่าโผล่ไปไหนเดี๋ยวมีใครเห็นเข้า เค้าจะจับไข้หัวโกร๋น
เข้าใจมั้ย?”

ยายนวลที่ถอดหูฟังเฮดโฟนไว้ที่คอ กำลังจัดข้าวของเข้าที่บนโต๊ะอาหารกลางบ้าน เหยี่ยวเดินลงมาจากด้านบน
“เหยี่ยว เมื่อกี้ยายได้ยินเสียงโวยวายอะไร ตกใจหมดเลย”
เหยี่ยวรีบแก้ตัวว่าเจอแมลงสาป ยายนวลนิ่งคิดแล้วตีเป็นตัวเลขทันที
เหยี่ยวหอมแก้มยายนวลฟอดหนึ่ง ยายหอมคืน
“ผมไปทำงานนะครับ”
“ขี่รถดีๆ ล่ะหลานยาย”
เหยี่ยวเดินออกประตูไป ยายนวลคลำทางไปคิดเรื่องเลขไป

เหยี่ยวขี่เมาเท่นไบค์ปีนฟุตบาทซ้ายป่ายลงมาทางถนนทางขวา เพื่อเลี่ยงรถติด

เส่งกับลูกน้องขี่มอเตอร์ไซค์ตามมาสามคันโดยที่เหยี่ยวไม่รู้ตัว



เหยี่ยวขี่จักรยานมาติดอยู่ตรงไฟแดง มอเตอร์ไซค์เส่งปราดเข้ามาด้านข้าง โดยมีรถแท็กซี่จอดประกบจักรยานเหยี่ยวอยู่ซ้ายขวา เขาจึงยังไม่รู้ตัวว่าโดนตาม ลูกน้องอีกสองคนประกบอยู่อีกด้านหนึ่งไกลออกไป

เส่งกระชากปืนออกมา เหยียดแขนตรงกำลังจะยิงใส่เหยี่ยวที่เอาแต่มองสัญญาณไฟ เส่งลั่นไกออกไป กระสุนค่อยๆ พุ่งมาหา พร้อมๆ กับเสียงน้ำรินดังแว่วมา
“หมวดเหยี่ยวระวังทางขวา”
เหยี่ยวสะดุ้งหันเบี่ยงตัวซ้ายกระสุนพุ่งเฉียดแก้มไปทะลุกระจกรถอีกคันแตกกระจาย
เส่งกับลูกน้องกระหน่ำยิงต่อ เหยี่ยวรีบปั่นจักรยานแหกสี่แยกออกไป เสียงรถกดแตรลั่น เบรคกันระนาว

เหยี่ยวปั่นจักรยานหนีพวกเส่งออกมา พร้อมๆ กับเหลียวไปทางด้านหลัง
“ตามมาทำไม บอกว่าไม่ให้ตาม”
น้ำรินโผล่ออกมาตรงด้านหลัง ในลักษณะเหมือนซ้อนท้ายเกาะหลังเหยี่ยวอยู่
“ไม่ได้ตาม มาเองบังคับไม่ได้”
เหยี่ยวเหลียวมองไปทางด้านหลัง เห็นมอเตอร์ไซค์ของเส่งและลูกน้องไล่ตามมาสามคัน เขาตัดสินใจกระชากปืนออกมา เหยียดแขนตรงยิงเข้าใส่มอเตอร์ไซค์ทั้งสามคัน
กระสุนนัดหนึ่งโดนลูกน้องเส่งคันหนึ่งแม่นราวจับวาง รถมอเตอร์ไซค์ล้มคว่ำไป
เหยี่ยวปั่นจักรยานหนีต่อไป เส่งกับลูกน้องอีกคนขี่มอเตอร์ไซค์ตาม พร้อมกับระดมยิงไม่ยั้ง
น้ำรินร้องตกใจตามเสียงปืนที่ยิงมา “ว้าย ว้าย ว้าย”
“จะร้องทำไมหนวกหู”
“ฉันกลัว”
เหยี่ยวส่ายหน้า “ผีอะไรวะกลัวโดนยิง ?”
พลางเหลียวหลังกลับไปยิงเข้าใส่เส่งกับลูกน้องอีกครั้ง คราวนี้กระสุนโดนล้อรถลูกน้องเส่งล้มคว่ำไป
จากนั้นก็ยิงอีกนัด เส่งหักรถหลบ จนรถเสียหลัก
เหยี่ยวปั่นจักรยานหนีออกไป เส่งตั้งหลักได้ บิดมอเตอร์ไซค์ตามไปน้ำรินมองไปด้านหน้า แล้วรีบบอก “แยกมุมตึกซ้ายเป็นทางตัน อย่าเลี้ยวเข้าไปนะ”
“รู้ได้ไง เคยมาแถวนี้เหรอ”
“เออ นั่นสิ ฉันรู้ได้ไง?”
เหยี่ยวฟังแล้วเหมือนคิดอะไรได้ รีบหักเลี้ยวจักรยานกะทันหันเลี้ยวเข้าไปยังมุมตึกที่น้ำรินบอกว่าตัน
เส่งขี่มอเตอร์ไซค์ตามมา เห็นเหยี่ยวเลี้ยวเข้าไปในซอกตึก ก็รีบบิดเครื่องยนต์ทะยานตามไปอย่างรวดเร็ว แต่พอเข้ามาก็เห็นเป็นทางตัน
เหยี่ยวจอดรถจักรยานขวางกำแพงตึกอยู่ ยืนนิ่งอยู่ตรงกลางทาง เส่งบิดมอเตอร์ไซค์เต็มแรงจะเสยเข้าใส่เเหยี่ยวกระชากปืนในมือออกมายิงเข้าใส่เส่ง ที่ยังคงบิดรถใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เหยี่ยวยกปืนในมือเล็งยิงไปยังด้านบนตึก แผงป้ายโฆษณาขนาดย่อมๆ โดนกระสุนหล่นลงมาโดนร่างเส่งล้มคว่ำลงไปพร้อมรถ

สงครามทุบโต๊ะอย่างบันดาลโทสะ เหยี่ยวนั่งอยู่ด้านหน้า ด้วยสีหน้านิ่งๆ เหมือนไม่ค่อยเกรงกลัวนัก
“ผมเพิ่งสั่งพักงาน สั่งให้คุณถอนตัวจากคดีไอ้เส่ง ยังไม่ทันข้ามวันคุณก็ก่อเรื่องอีกแล้ว ไปไล่ยิงกันกลางชุมชน ถ้าโดนคนอื่นจะทำยังไง”
เหยี่ยวจ้องหน้าสงคราม
“แต่มันก็ไม่เกิดอะไรขึ้น หนำซ้ำเรายังได้ยาบ้าของกลางในตัวไอ้เส่งอีกมันไม่มีทางรอด เราปิดคดีได้แน่ๆ”
สงครามชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อคิดตามที่เหยี่ยวพูด
“ความจริงผมควรจะได้รับคำชมเชย และถอนคำสั่งพักงานมากกว่าจะโดนตำหนินะครับท่านผู้การ”
เหยี่ยวเงยหน้าจ้องสงครามที่ยืนอยู่ ด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรต่อกันนัก

เหยี่ยวเดินมาตามทางเดิน นกน้อยกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ดึงพลุกระดาษฉลองปรบมือยินดี
“ผมไม่เข้าใจจริงๆ นะ ผู้การเป็นเพื่อนกับพ่อหมวดแท้ๆ แต่ทำไมจ้องจับผิดตลอดทำเหมือนหมวดเป็นศัตรู”
นกน้อยถามอย่างแปลกใจ เหยี่ยวทำหน้านิ่งเหมือนไม่สนใจ นกน้อยเดินนำเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ออกไปอย่างเก้อๆ เหยี่ยวส่ายหัวมองตามแบบไม่ค่อยสบอารมณ์ พลางเหลียวมองหาน้ำริน
“เธอ ตกลงตามมารึเปล่าเนี่ย”
เหยี่ยวมองหาไม่เจอ ก็เดินออกไป

ธารานั่งอยู่บนเตียงของน้ำริน พลางใช้มือลูบผ้าห่ม ลูบหมอนที่ลูกเคยนอน แล้วหยิบตุ๊กตาที่ลูกเคยกอดมากอดอย่างโหยหา
“น้ำ ลูกอยู่ไหน”
จากนั้นก็เหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือตัวเอง แล้วคิดถึงเหตุการณ์ในงานวันเกิดของเธอ ที่จัดขึ้นในโรงแรมหรู และน้ำรินมอบนาฬิกาข้อมือให้เป็นของขวัญวันเกิด
“นาฬิกาฝาแฝด น้ำก็มีแบบนี้เรือนนึง แม่ลูกสุดที่รักไว้ใส่คู่กันนะคะแม่”

ธารามองนาฬิกาที่ข้อมือ ซึ่งหยุดเดินแล้วนิ่วหน้าแปลกใจ ยิ่งมองก็ยิ่งเจ็บปวด จึงถอดนาฬิกาแล้วใส่ลิ้นชักที่โต๊ะข้างเตียงของน้ำริน
ภพธรเคาะประตูแล้วจึงเปิดประตูเข้ามา
“จนป่านนี้ยังไม่ได้ข่าวยายน้ำเลย เราคงต้องทำอะไรสักอย่าง อาจะไปหาสงคราม”
ภพธรถึงกับชะงัก “จะเหมาะเหรอครับ คุณอาเคยบอกว่าไม่อยากพบกับผู้การสงครามอีกแล้ว”
ธาราท่าทางกระอักกระอ่วนใจ เพราะมีความหลังกับสงคราม
“แต่นี่มันเรื่องของน้ำริน อาจะลองเข้าไปขอความช่วยเหลือเค้า”
“ถ้างั้นผมจะลองตามไปที่โรงพยาบาลอีกครั้งนะ อาจจะได้เบาะแสอะไรบ้าง”

เหยี่ยวนั่งเคลียร์งานอยู่ในห้อง ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พลางถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“ถอนหายใจทำไม”
น้ำรินชะโงกหน้ามาหา ด้วยสีหน้ายิ้มๆ
“ทำไมต้องตกใจเหมือนเจอผี ไหนว่าไม่กลัวผีไง แหม หลอกฉันว่าลาพักร้อน ที่แท้ก็โดนสั่งพักงาน”
“แอบไปนั่งฟังผู้การคุยกับผมใช่มั้ย”
น้ำรินส่ายหน้าล้อๆ
“ไม่ได้แอบ ฉันยืนอยู่ข้างหลังคุณเลยล่ะ เห็นคุณโดนด่าไฟแลบเลยไม่อยากให้คุณเห็น กลัวคุณอาย”
เหยี่ยวนึกขึ้นมาได้ “ตามมาทำไม”
“ไม่ได้ตาม แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างดึงดูดให้ฉันต้องตามคุณไปทุกที่”
เหยี่ยวส่ายหน้าอย่างเบื่อๆ “คุณคงเป็นเจ้ากรรมนายเวรของผมมั้ง”
“ไม่คิดจะขอบคุณสักคำเลยรึ รอดตายก็เพราะฉัน จับผู้ร้ายได้ก็เพราะฉัน”
เหยี่ยวมองหน้าน้ำรินอย่าไว้ฟอร์ม
“ขอบคุณ”
“เย็นชามาก น่าปล่อยให้โดนยิงตายซะก็ดีจะได้กลายเป็นผีมาอยู่เป็นเพื่อนกัน”
เหยี่ยวถอนหายใจ “ถ้าไปไหนไม่ได้ก็อยู่เฉยๆ อย่าทำเสียสมาธิ ดูปากนะ ผม-จะ-ทำ-งาน”
น้ำรินแกล้งถอนสายบัว แล้วมองซ้ายมองขวาหาที่นั่ง ก่อนจะเดินตรงไปนั่งที่โซฟา แล้วนอนแอ็คท่าเหมือนนางแบบกำลังถ่ายแบบส่งสายตาเซ็กซี่แกล้งกวนประสาท

เหยี่ยวส่ายหัว แล้วหันไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ ตั้งใจทำงานต่อ
.

อ่านต่อหน้า 3



ภพรัก  ตอนที่ 1 (ต่อ)

รถยุโรปคันหรู แล่นเข้ามาจอดที่หน้าสำนักงานสืบสวนคดีพิเศษ สน รีบลงมาเปิดประตูให้ธาราที่สวมแว่นดำ ก้าวลงจากรถอย่างสง่างาม พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทร.ออก

“สวัสดีค่ะผู้การ ฉันมาถึงแล้วค่ะ”

เหยี่ยวนั่งกินกระเพราไก่ไข่ดาวอยู่ น้ำรินนอนเซ็งๆ อยู่บนโซฟา ทำเป็นพูดลอยๆ แต่แอบวีนเล็กๆ
“เคลียร์งานเสร็จก็พักกินข้าว พอกินข้าวเสร็จก็เคลียร์งานต่อ แล้วเมื่อไหร่จะช่วยสืบหาร่างให้ฉันซะทีล่ะคะผู้หมวด”
เหยี่ยวเหลือบตามามอง เหมือนไม่สนใจ
“ใช่สิ ฉันมันผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ ญาติก็ไม่ใช่ ต้องใส่ใจทำไม”
เหยี่ยวปล่อยช้อนลงมากระแทกจานอย่างไม่สบอารมณ์
“นี่ เอาเวลาประชดมาช่วยคิดดีมั้ยว่าจะหาร่างยังไง ขนาดชื่อตัวเองยังจำไม่ได้แล้วจะให้เริ่มสืบหาร่างจากไหน”
“จากหน้าฉันไง ถ่ายรูปฉันแล้วโพสต์ลงเฟสบุ๊คทวิตเตอร์ ประกาศคนหาย มีใครรู้จักผู้หญิงคนนี้มั้ย จับสลากมาเป็นตำรวจรึไง เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้”
เหยี่ยวหยิบมือถือขึ้นมากดถ่ายรูป แต่ถ่ายไม่ติด
“อ้าว ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ ในหนังชัตเตอร์ยังกดติดวิญญาณได้เลย”
เหยี่ยวส่ายหน้าอย่างระอา
“ดูหนังดูละครมากไปนะ ขอพูดอีกครั้ง อย่ารบกวนสมาธิ ถ้าวันนี้เคลียร์งานไม่เสร็จ ผมจะไม่ช่วยตามหาร่างคุณเด็ดขาด”
“เอางี้ ระหว่างนี้ฉันจะออกไปเดินเล่นนอกห้องก็ได้ จะได้ไม่รกหูรกตาคุณ”
พูดจบก็รีบเดินออกไป ขณะที่ธาราเดินเข้ามาพอดี น้ำรินทันเห็นแต่ด้านหลัง แต่ก็ยังคงรู้สึกแปลกๆ
“ผู้หญิงคนนั้น?”
น้ำรินรู้สึกแปลกๆกับธารา แต่ไม่รู้ว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร ?
จากนั้นก็รีบเดินย้อนกลับมาบอกเหยี่ยว
“คุณๆ ตะกี้ฉันเจอผู้หญิงคนหนึ่ง น่าเสียดายไม่เห็นหน้าชัดๆ ถ้าเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นชัดๆ บางทีเธออาจจะรู้จักฉันก็ได้นะ”
เหยี่ยวส่ายหัว “ชีวิตมันไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอก ผมขอร้องล่ะ กลับบ้านไปก่อน กลับบ้าน กลับไปบ้าน นี่คือคำสั่ง”
เหยี่ยวที่กำลังเครียดเรื่องงานเผลอออกำสั่งเสียงดัง ประโยค ‘นี่คือคำสั่ง!’ ดังก้องอยู่ในหัวของน้ำริน
“เฮ้ยๆๆ ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย”
น้ำรินรู้สึกทุกอย่างหมุนติ้ว เหยี่ยวเห็นน้ำรินเดินเซไปมา แล้วจู่ๆ ก็หายไปทันที
ร่างน้ำรินค่อยๆ โผล่มานอนหมดสติอยู่ที่กลางบ้านเหยี่ยว โดยที่เธอยังคงไม่รู้สึกตัว

สงครามมองธาราด้วยความสงสาร แววตาบ่งบอกว่าเคยมีความหลังฝังใจระหว่างกัน
“ทำไมไม่รีบมาบอกผม”
“ฉันไม่อยากรบกวน”
สงครามจ้องหน้าธารา “ระหว่างเราไม่น่าจะมีคำว่า “รบกวน” อีกแล้วนะ”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น สมเดชตำรวจคนสนิทเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสาร เป็นรูปถ่ายรถที่ตกน้ำ และรูปถ่ายที่เกิดเหตุ พลางวางแฟ้มนั้นลงบนโต๊ะสงคราม
“ตรวจสอบกับทุกหน่วยแล้ว ไม่มีรายงานอุบัติเหตุเกิดขึ้นกับรถลูกสาวคุณธาราเลยครับ”
สงครามหยิบแฟ้มมาดู “แล้วนี่อะไร”
“อุบัติเหตุรถตกน้ำเป็นคดีเดียวที่เกิดขึ้นในรอบ 24 ชั่วโมง คนแถวนั้นให้การว่า ก่อนเกิดเหตุรถคันที่ตกน้ำมีเรื่องกับรถสปอร์ตคันหนึ่ง ทั้งสีและยี่ห้อเหมือนกับรถของคุณน้ำริน”
ธารารีบถามทันที “มีใครเห็นรถของน้ำรินหลังจากนั้นมั้ยคะ”
สมเดชส่ายหน้า “ไม่มีครับ”
“ยายน้ำไปอยู่ที่ไหน? ฉันเป็นห่วงลูก ช่วยฉันด้วยนะคะท่านผู้การ”
ธาราน้ำตาคลอด้วยความเป็นห่วงลูกสาวคนเดียว สงครามเหลือบมอง แล้วเมินหน้าไปทางอื่นเหมือนเย็นชา แต่ความจริงคือไม่อยากเห็นน้ำตาของธารา

น้ำรินยังคงสลบไม่ได้สติอยู่ที่กลางบ้านเหยี่ยว ภาพในอดีตผุดขึ้นมา ขณะที่ภพธรวัยเด็กกำลังให้น้ำรินวัยเด็กขี่คอเดินเล่นข้ามท้องร่องในสวน แต่แล้วก็เหนื่อยขาอ่อนล้มลงไปตรงข้างท้องร่องด้านหนึ่ง น้ำรินล้มลงไปด้วยกันภพธรตกใจหันขวับไปมอง
“น้ำ น้ำเป็นไงบ้าง น้ำ”

น้ำรินที่ค่อยๆ ฟื้นคืนสติ เห็นภาพจางๆ คล้ายเป็นหน้าธารากำลังเรียกเธออยู่
“น้ำ ตื่นเถอะลูก น้ำ”
น้ำรินขยับตัวหันมามองตามเสียงเรียก
“หนู เป็นอะไร ทำไมมานอนตรงนี้ หนู”
ภาพเบื้องหน้าน้ำรินชัดขึ้น เห็นเป็นยายนวลกำลังยืนอยู่ที่ข้างตัวเธอ
“ยาย ยายมองเห็นหนูเหรอคะ” น้ำรินถามอย่างสงสัย
“ฮึๆ ไม่เห็นหรอก ยายมองใครไม่เห็นทั้งนั้นแหละ”
“ยายตาบอด?”
“ตาบอดแต่ก็รู้สึกได้ว่ามีคนอยู่ หนูใช่มั้ยที่เมื่อวานเจ้าเหยี่ยวพามาที่บ้าน”
น้ำรินยังคาใจ “มองไม่เห็น แต่ยายได้ยินเสียงหนูเหรอคะ”
“ได้ยินสิ หูยายไม่หนวกนี่ พูดแล้วจะหาว่าคุย ยายเป็นพวกหูทิพย์”
น้ำรินคิดตาม ขณะที่ยายนวลยิ้มแป้น บรรยายสรรพคุณตัวเองอย่างอารมณ์ดี
“ขนาดเสียงพรายกระซิบ เสียงผีสางนางไม้ ยายยังได้ยินอยู่บ่อยๆ”
ยายนวลพูดพลางได้ยินเสียงพวกปลาทู ปูอัด มาเรียกอยู่หน้าบ้าน
“ชาวคณะมาแล้ว ตามสบายนะหนู ขอออกไประทึกใจก่อน”
น้ำรินงงๆ “ระทึกใจ?”
“อ๊ะ..ถ้าอยากรู้ต้องตามไปลุ้นด้วยกันที่ศาลา”
ยายนวลรีบเดินออกไปหาพลพรรค

น้ำรินมองตามออกไป นึกสงสัยเรื่องที่ยายนวลได้ยินเสียงเธอ



สงครามเดินออกมาส่งธาราที่หน้าสำนักงานสืบฯ โดยมีสมเดชเดินมาด้วย พลางพูดปลอบใจธารา

“ทำใจให้สบาย ตราบใดที่ยังหารถของน้ำรินไม่พบ เรายังมีความหวังว่าเธอจะปลอดภัย”
“ฉันฝากผู้การด้วยนะคะ ชีวิตของยายน้ำอยู่ในมือของคุณ”
ทั้งสองคนมองหน้ากัน อย่างคนที่เคยมีอดีตต่อกัน
มือปืนที่ชื่อคงคาที่อยู่บนรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดซุ่มอยู่ กำลังส่องกล้องติดตามตัวธาราด้วยท่าทางมีพิรุธ จากนั้นก็รีบรายงานผ่านบลูทูธที่ติดอยู่
“พบเป้าหมายแล้ว”
คงคาดึงปืนพกออกมา กระชากลูกเลื่อนเตรียมพร้อม
ผู้ชายทางปลายสาย ใช้สองนิ้วเคาะโต๊ะ เหมือนกำลังใช้สมองตัดสินใจ คงคารายงานต่อ
“เป้าหมายกำลังเดินทางออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังตามไป”

รถของธาราแล่นไปตามถนนโดยไม่รู้ว่ามีคนตาม คงคาขี่รถตามมาเตรียมพร้อมจะเทียบรถไปยิง พลันรถสายตรวจแล่นมาจอดติดไฟแดงที่ด้านข้างรถธาราอีกข้างหนึ่งพอดิบพอดี
คงคาชะงักไปทันที รีบเก็บปืนพกเพราะกลัวตำรวจในรถสายตรวจจะเห็น
“ขอยกเลิกภารกิจ มีรถสายตรวจครับ”
ปลายสายส่ายหน้าอย่างหัวเสีย

ยายนวลนั่งอยู่บนตั่งรับแขกที่ศาลาในสวน กลุ่มชาวบ้านนั่งล้อมวิทยุอยู่ รวมทั้งปลาทูกับปูอัดด้วย
น้ำรินนั่งอยู่บนตั้งข้างๆ ยายนวล ทุกคนกำลังลุ้นผลหวยทางวิทยุอยู่ ครู่หนึ่งนกน้อยก็วิ่งเข้า
“ฉันมาแล้วๆ”
เสียงวิทยุประกาศรางวัล ชาวบ้านที่ถูกส่งเสียงเฮดีใจ คนที่ไม่ถูกก็เสียดายกันไป
“โหย พลาดไปนิดเดียวเอง”
ยายนวลบ่นอุบ น้ำรินชะโงกหน้าดูเลขที่ยายนวลทายไว้ คือ 446
“ต่อไปเป็นรางวัลเลขท้ายสองตัว เลขที่ออก ...”
ยายนวลภาวนาลุ้น “46 46 46 …”
น้ำรินเอียงหน้ามากระซิบข้างหู “หนูว่าออก 64”
“เอ๊ะ! แม่หนูนี่ ปากเสีย”
ชาวบ้านหันไปมองยายนวล แล้วทำหน้าเหวอ เพราะบนตั่งไม้มียายนวลนั่งอยู่คน
เสียงวิทยุประกาศ “ 6 4 “
ชาวบ้านที่แทงถูกร้องดีใจ ยายนวลโมโหตีตักตัวเอง
“เห็นมั้ยยาย หนูว่าแล้ว ยายลืมกลับเลขล่ะสิ”
ยายนวลหันไปต่อว่าน้ำรินเสียงดัง “ไม่ต้องมาพูดดีเลย รู้แล้วทำไมไม่รีบบอกซะตั้งแต่เนิ่นๆ”
ทุกคนเงียบเสียง หันไปมองว่ายายนวลคุยกับใคร ปลาทูที่นั่งอยู่ใกล้น้ำริน นึกว่ายายนวลว่าตัวเอง
“ไม่ใช่นะยาย เลขนี้พรายกระซิบผีเฮี้ยนให้นะ ไม่ใช่ฉัน”
ยายนวลหันมามองหน้า
“ข้าไม่ได้คุยกับเอ็งซะหน่อย ข้าคุยกับแม่หนูนี้ แฟนไอ้เหยี่ยวมันต่างหาก”
พวกชาวบ้านตกใจ ค่อยๆ หันมองหน้ากันเอง
“ไม่ใช่นะยาย ฉันไม่ใช่แฟนหมวดเก็กนั่น” น้ำรินรีบปฏิเสธ
“ไม่ใช่แฟนแล้วขึ้นไปอยู่บนห้องด้วยกันได้ไงแถมเมื่อเช้ายังร้องซะเสียงดัง อย่านึกนะว่ายายไม่รู้ ยายตาบอดแต่ไม่ได้หูหนวกนะ”
ชาวบ้านกลืนน้ำอึกใหญ่ ปลาทูหันไปหาปูอัด
“งวดก่อนโน้นก็บอกว่ามีเด็กมานั่งข้างๆ ใช่มั้ยวะ”
ปูอัดหันไปมองนกน้อย ที่พยักหน้าหงึก “ใช่ คราวที่แล้วกุมารทอง”
ยายนวลหันมาคุยกับน้ำริน “เออ ข้าก็ลืมแนะนำไป” พลางหันไปหาชาวบ้าน
“นี่ทุกคน แม่หนูคนนี้แฟนไอ้เหยี่ยวคนต่างถิ่นมาอยู่ใหม่ ยังไงก็ต้อนรับสมาชิกใหม่กันหน่อยนะ”
น้ำรินหันมามองทุกคน ชาวบ้านตัวแข็งเกร็งเพราะกลัว
“หนู เดี๋ยวเราจะปาร์ตี้วันหวยออกอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนนะ ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ ใช่มั้ยพวกเรา”
ชาวบ้านเงียบกันหมด แล้วทยอยออกปากปฏิเสธ จากนั้นก็รีบโกยอ้าวหนีออกไปจนเกลี้ยงศาลา
“อ้าวๆ ทำไมรีบกันขนาดนั้น ทำยังกับเห็นผี จะบ้าเรอะพวกเอ็งนี่”
น้ำรินกระอักกระอ่วนเมื่อยายนวลพูดถึงผี
“ยังไงหนูก็อยู่ก่อนนะ รอจนกว่าเหยี่ยวมันจะกลับมา เออ แล้วตกลงหนูชื่ออะไร คุยกันมาตั้งนาน ไม่ได้ถามชื่อ”
น้ำรินนิ่งนึกว่าตัวเองชื่ออะไร พลางเห็นภาพลางๆ คล้ายธารากำลังเรียกเธออยู่
“น้ำ น้ำ ตื่นเถอะลูก”
น้ำรินหันไปตอบยายนวล “น้ำค่ะ หนูชื่อน้ำ”

พลางยิ้มเจื่อนๆ อย่างไม่ค่อยมั่นใจว่าตกลงตัวเองชื่อน้ำแน่หรือเปล่า



นับดาวพาธารามานั่งตรงกลางเก้าอี้ตัวยาวของชุดรับแขก โดยมีภพธรเดินตามเข้ามา ธาราพูดพร้อมน้ำตาคลอ

“ผู้การสงครามบอกว่ามีอุบัติเหตุรถตกน้ำ แต่รถของคู่กรณีหายไป รถที่หายไปเหมือนกับรถยายน้ำมาก”
“หมายความว่าน้องน้ำอาจจะหนีคดี เพราะกลัวความผิดงั้นเหรอครับ”
นับดาวครุ่นคิด “แต่น้ำไม่เคยหนีปัญหา ถ้ามีอะไรก็น่าจะติดต่อบอกเรา”
“ถ้าอย่างนั้นน้ำหายไปไหน?” ธาราพูดด้วยสีหน้ากังวล
“ทำใจดีๆ ไว้ก่อนนะครับคุณอา บางทีน้ำอาจจะกำลังพยายามหาทางติดต่อเราอยู่ก็ได้”
ธาราชักสีหน้าไม่พอใจ
“ ธร อาก็ได้แต่หวัง แต่คนที่จะต้องทำให้เป็นความจริงน่าจะเป็นเธอ เธอเป็นถึงคู่หมั้นน้ำริน ควรจะทำอะไรให้ดีกว่าให้กำลังใจอาไปเรื่อยๆ ตามหาน้ำรินให้เจอ นี่คือคำสั่ง”
ธาราพูดพลางมองไปที่รูปถ่ายของน้ำรินกับเธอที่ติดอยู่ในห้องโถง ด้วยแววตาเป็นห่วงลูกสาว

ยายนวลนอนหลับสบายอยู่บนตั่งไม้ เหยี่ยวไขประตูเข้ามา พอหันมาอีกที น้ำรินก็ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าประตูแล้ว
“ยังอยู่อีกเหรอ นึกว่าจะไปเกิดใหม่ซะแล้ว จู่ๆ ก็หายไปต่อหน้าต่อตา”
“เออจริง ทำไมฉันกลับมาอยู่ที่บ้านนี้ได้ อ๋อ นึกออกแล้ว ต้องเป็นเพราะคำสั่งเด็ดขาดของคุณแน่ๆ เอแล้วทำไมฉันต้องทำตามล่ะ หรือว่าระหว่างเราอาจจะมีพันธะบางอย่า ที่เป็นบ่วงผูกติดกันอยู่ แต่แบบนี้มันไม่แฟร์เลยนะ ทำไมฉันต้องทำตามคำสั่งคุณด้วยล่ะ”
เหยี่ยวส่ายหัว “ทำตามจริงเรอะ ไม่ทุกเรื่องมั้ง ไม่งั้นสั่งให้ไปเกิดใหม่ก็ต้องไปแล้วสิ”
พูดพลางก็เดินหนีไป กำลังจะเดินเข้าไปในห้องของตัวเอง
“เก่งจริงสั่งให้ฉันกลับไปเข้าร่างสิ ฉันจะได้ฟื้นขึ้นมากลายเป็นสาวสวยแบบเดิม ไม่ต้องมาทนง้อผู้หมวดขี้เก็ก “
เหยี่ยวหันมา “คุณ “ผีเยอะอย่าง” ผมล่ะเหนื่อยกับคุณจริงๆ ขอไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
เหยี่ยวเดินเข้าห้องมาเหนื่อยๆ มานั่งที่เก้าอี้แล้วถอนใจ จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบกล่องใส่ชิ้นจิ๊กซอว์ และถาดที่มีรูปจิ๊กซอว์ต่อได้แล้วครึ่งหนึ่งออกมาจากใต้เตียง แล้วนั่งต่อจิ๊กซอว์ อย่างมีสมาธิและมีความสุขที่ได้อยู่กับโลกของตัวเอง ครู่หนึ่งก็รู้สึกเหมือนเย็นหลังวูบๆ จึงหันไปมอง พอหันหน้ากลับมาอีกที ก็เห็นน้ำรินยื่นหน้ามาแหย่ แต่เหยี่ยวเฉยๆ เหมือนไม่ตกใจ
“ต่อรูปอะไรเหรอ ?”
เหยี่ยวถอนหายใจเซ็งๆ “ผมจะอยู่เงียบๆคนเดียวไม่ได้เลยใช่ไหม”
พูดพลางเก็บจิ๊กซอว์ไว้ใต้เตียงเหมือนเดิม แล้วถอดเสื้อแจ็กเก็ตออก เหลือเสื้อตัวข้างใน จากนั้นก็ทิ้งตัวนอนบนเตียง
“อ้าวนี่คุณจะนอนเลยเหรอ อี๋ น้ำก็ไม่อาบ สกปรก นี่ถ้าเป็นพี่ธร ไม่มีวันทำอย่างนี้เด็ดขาด”
เหยี่ยวชะงัก “พี่ธรไหน ?”
“ไม่รู้ อยู่ๆมันก็พูดออกมา”
“โอเค. มีข้อมูลเพิ่มมาอีกหนึ่ง คุณรู้จักคนชื่อพี่ธร ผมนอนก่อนนะ ตาจะปิดอยู่แล้ว”
น้ำรินรีบยื้อไว้
“แต่ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอก มันสำคัญพอๆกับที่ฉันเผลอพูดชื่อพี่ธร ตื่นสิ”
เหยี่ยวนอนหลับตาไปเลย น้ำรินยืนมองที่ข้างเตียง พลางอมยิ้มจะแกล้ง
“จะนอนเหรอ งั้นฉันช่วยร้องเพลงกล่อม ฉันร้องเพลงเพราะน้า”
เหยี่ยวทนไม่ไหวสะบัดหมอนออก พร้อมๆ กับหันขวับมาทางน้ำรินที่จ้องหน้าเขาอยู่ ทั้งสองคนจ้องหน้าสบตากัน ด้วยอาการเหมือนตกอยู่ในภวังค์
เหยี่ยวรู้สึกตัวลุกขึ้นมาทันที แล้วรีบพูดกลบเกลื่อน
“ไม่นอนก็ได้ มีอะไรก็ว่ามา คุณมีเรื่องสำคัญอะไรจะบอกผม”
น้ำรินรู้สึกตัวรีบลุกขึ้นมายืนที่ข้างเตียงเหมือนกัน สีหน้าอึกอักเล็กน้อย

เหยี่ยวกำลังเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยน้ำรินกำกับอยู่ข้างๆ

“ฉันรู้แล้วว่า ฉันชื่ออะไร ฉันชื่อ “น้ำ” คุณช่วยฉันตามหาร่างได้แล้ว คีย์ชื่อ ‘น้ำ’ ลงไปในทะเบียนบุคคล
เท่านี้ก็จะรู้แล้วว่าฉันเป็นใคร นามสกุลอะไร เป็นลูกเต้าเหล่าใคร บ้านอยู่ที่ไหน”
เหยี่ยวถอนหายใจ
“จะให้ตามหาด้วยการค้นคนที่มีชื่อว่า “น้ำ” งั้นเรอะ คุณผีเยอะอย่าง คนชื่อน้ำในประเทศนี้มีเกินล้าน มีวิธีอะไรที่สร้างสรรค์กว่านี้อีกมั้ย”
“ก็ลองหาชื่อน้ำที่รู้จักพี่ธรสิ อาจจะเจอก็ได้”
เหยี่ยวหัวเราะก๊าก น้ำรินคิดว่าเหยี่ยวชื่นชมในความคิดของตัวเอง ก็หัวเราะตาม
“คุณจะบ้าเหรอ จะให้ผมหาข้อมูลคนชื่อน้ำที่รู้จักพี่ธรยังไง”
น้ำรินพยายามช่วยคิด
“ก็ลอง Search ใน Google ดูสิ”
เหยี่ยวถอนใจเซ็งๆ “ผมบอกให้นะ ข้อมูลแค่นี้ ไม่มีทางเจอ เสียเวลานอน”
พูดพลางก็ปิดคอมฯ แล้วชี้หน้า “แล้วไม่ต้องมาวุ่นวายอีกนะ ไม่งั้นเรียกหมอผีแน่”
เหยี่ยวจะนอน แต่ในใจก็อดห่วงความรู้สึกน้ำรินไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่มันรบกวนจิตใจของเขาให้หงุดหงิด
“จะไปสนใจอะไรนักหนาวะ”
จากนั้นก็หันไปพูดไล่ เพราะคิดว่าถ้าน้ำรินไปไกลๆ จิตใจตัวเองคงกลับมาปกติ
“ถ้าไม่มีอะไรทำ ออกไปล่องลอยใบ้หวยที่หลังป่าช้าไป ขอให้ใช้ชีวิตผีอย่างมีความสุขนะจ๊ะ คุณผีเยอะอย่าง กู๊ดไนท์”
น้ำรินหงุดหงิดที่โดนเสือกไสเหมือนเป็นตัวน่ารำคาญ จึงออกจากห้องไป
“คิดว่าฉันอยากง้อคนอย่างคุณนักเหรอ”
น้ำรินจะหยิบก้อนหินมาปาระบายอารมณ์ แต่ก็หยิบไม่ได้ พยายามจะเตะ ก็ทำไม่ได้ จนตัวเองล้มลงกับพื้นแล้วร้องไห้เหมือนเขื่อนแตก
“ฉันเป็นอะไรกันแน่ ถ้าตายแล้วก็เอาฉันไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ก็ได้ จะมาร่อนเร่ไปเพื่ออะไร จำก็จำอะไรไม่ได้ จะนอนก็ไม่รู้จะนอนยังไง จะกินก็ไม่รู้จะกินได้รึเปล่า..ต้องมาตามง้อใครก็ไม่รู้ให้ช่วย แล้วโดนเค้าไล่ยังกับหมูกับหมา ฉันอยากกลับบ้าน”

เหยี่ยวที่ยืนมองอยู่ที่ริมหน้าต่าง มองน้ำรินที่นั่งกอดเข่าร้องไห้ด้วยความสงสาร



ภพธรนั่งจิบกาแฟ เปิดไอแพดดูข่าวอุบัติเหตุทางอินเตอร์เน็ต เห็นพาดหัวในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ว่า

“รถยนต์เกิดอุบัติเหตุ พบปมฆ่ามีเงื่อนงำ”
เขารีบกดเปิดดูทันทีคล้ายเป็นห่วง จากนั้นก็ถอนหายใจยาวเมื่อพบว่าไม่ใช่คดีน้ำริน
“ไม่ใช่น้ำริน”
ภพธรคิดถึงเรื่องราวของตัวเองด้วยใบหน้าเย็นชา
ภาพเหตุการณ์ในวัยเด็ก ขณะที่เขาเพิ่งเข้ามาอยู่ในบ้านธารา เด็กชายกำลังนั่งดูรูปถ่ายของพ่ออยู่ แล้วก็น้ำตาคลอด้วยความคิดถึงพ่อ
ธาราเดินเข้ามาเห็นเด็กชายร้องไห้ ก็พูดด้วยแต่น้ำเสียงเรียบเย็นชา
“อ่อนแออีกแล้วนะภพธร”
เด็กชายผวาเข้ามาจะกอด ธาราก้มลงนั่งแต่ไม่ยอมกอด แค่จับไหล่ทั้งสองของเด็กชายไว้
“พ่อนุติคงไม่สบายใจ ถ้าเห็นลูกชายคนเดียวอ่อนแอ จำไว้นะภพธร โลกนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับคนอ่อนแอ เมื่อไม่มีพ่อ เธอต้องอยู่ด้วยตัวเองพึ่งตัวเองให้ได้ ไม่มีใครรักเราเท่ากับตัวเราเองแล้ว”
เด็กชายฟังแล้วคิดตามที่ธาราสอน ดวงตาที่อ่อนโยน เริ่มแข็งกร้าวขึ้น
พลันเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ภพธรรู้สึกตัวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แล้วก็นิ่วหน้าเมื่อเห็นว่ามาจาก
นับดาว
“ว่าไง ดาว”
นับดาวท่าทางร้อนรน ในมือถือแฟ้มเอกสารเตรียมเข้าประชุม
“ยังไม่เข้ามาที่ออฟฟิศอีกเหรอคะ คุณอาเรียกประชุมบอร์ดโรงแรมด่วน นอกวาระที่กำหนดไว้เดิมค่ะ”
ภพธรตกใจนิดๆ “รู้มั้ยว่าเรื่องอะไร?”
“น่าจะเป็นเรื่องรินธารารีสอร์ทที่สมุย พี่ธรรีบเข้ามาดีกว่า เดี๋ยวคุณอาธาราจะตัดสินใจผิดพลาด พักนี้ยิ่งไม่ค่อยมีสมาธิ”
“จะรีบไปเดี๋ยวนี้”

แสงแดดลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาภายในห้อง เหยี่ยวที่กำลังนอนหลับเริ่มรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมา เมื่อหันมองที่ด้านข้าง ก็ต้องสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ เมื่อเห็นน้ำรินนั่งกับพื้นข้างเตียงด้านติดกับเขา พร้อมกับส่งสายตาจ้องเขม็งมา
“อย่ามาไล่ฉันนะ ถึงคุณไล่ยังไงฉันก็ไม่ไปเพราะฉันไม่มีที่ไป”
เหยี่ยวนึกถึงภาพน้ำรินร้องไห้เมื่อคืน ก็รู้สึกไม่ยากไล่
“ทำไมถึงไม่นอน มานั่งจ้องผมทำไม”
น้ำรินทำหน้าเศร้า “เป็นผีต้องนอนด้วยเหรอ”
เหยี่ยวเห็นแล้วสงสาร ก็เลยหาทางพูดยั่วให้ลืมๆ เรื่องที่เธอเศร้าอยู่
“อ้าว ก็ไหนคุณบอกว่าคุณไม่ใช่ผีไง อ่ะ อ่ะ เถียงไม่ออก เฮ้ย!แปดโมงเช้า”
พูดจบก็รีบวิ่งไปหยิบผ้าเช็ดตัว กำลังจะเข้าไปในห้องน้ำแต่แล้วเหมือนกับฉุกคิดบางอย่างได้ รีบบอกให้น้ำรินออกไปรอด้านนอก พลางทำท่าจะถอดกางเกงที่ใส่อยู่ น้ำรินตกใจ ตาโตรีบหันหน้าหนีเอามือปิดตา แล้ววิ่งทะลุประตูออกไปทันที
เหยี่ยวยืนยิ้มอย่างมีความสุขที่ได้แกล้งน้ำริน

เหยี่ยวปั่นเมาเทนไบค์ไปยังที่เกิดเหตุ จู่ๆ น้ำรินก็โผล่ออกมา ชะโงกหน้ามาถาม
“ทำไมคุณไม่ขับรถ”
เหยี่ยวตกใจจนเมาเทนไบค์เซ แต่ยังดีที่ทรงตัวกลับมาได้อยู่ จากนั้นก็หยุดรถทันที แล้วหันมาคุยกับ
น้ำริน
“โผล่มาพิศดารแบบนี้ ผมตกใจโดนรถทับตาย ใครจะช่วยคุณ”
“เออ นั่นสิ คุณยังไม่ตอบเลย ทำไมถึงชอบขี่จักรยาน ไม่ยอมขับรถ”
“ผมมีความทรงจำที่ไม่ดีเกี่ยวกับรถ ครอบครัวประสบอุบัติเหตุมีเพียงผมคนเดียวที่รอด”
น้ำรินหน้าเศร้า “เสียใจกับคุณด้วยนะ ฉันไม่น่าถามเลย”
“เอาเถอะ ต่อให้ถาม พ่อแม่ผมก็ไม่ฟื้นคืนมาหรอก ไม่ต้องโผล่มาแล้วนะ จะรีบไปสำนักงานสืบฯ จะลองหาร่างให้”

ในห้องประชุมของโรงแรมรินธารา ธารากำลังประชุมสำคัญเกี่ยวกับการเปิดสาขาที่หัวหินอยู่
“การแต่งตั้งผู้จัดการทั่วไปของรินธารารีสอร์ทสมุย ขอให้เลื่อนไปก่อน”
ภพธรรีบแย้งทันที “โรงแรมจะเปิดไตรมาสสอง ถ้าช้าไปกว่านี้ผมเกรงว่า...”
“เลื่อนไปก่อน ฉันต้องการให้น้ำรินดูแลโครงการนี้”
ธาราสั่งด้วยน้ำเสียงกร้าว แววตายังคงไม่สบายใจเรื่องลูกสาวคนเดียว
“การตัดสินใจของฉันถือเป็นเด็ดขาด ปิดประชุมได้”
ภพธรรีบพูด “คุณอาครับ ยังมีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับรีสอร์ทที่ต้องตัดสินใจทันทีนะครับ”
“อายังไม่พร้อมจะตัดสินใจตอนนี้ ต่อไปอย่าขัดอาในที่ประชุมอีก ถึงอาจะไว้ใจให้เธอเป็นกรรมการผู้จัดการ แต่ตำแหน่งประธานยังคงเป็นอา เข้าใจมั้ย”
พูดจบธาราก็เดินออกไปทันที

ภพธรหน้าเครียดหันไปมองหน้านับดาว ที่ชักสีหน้าอย่างไม่พอใจ
.

อ่านต่อหน้า 4



ภพรัก  ตอนที่ 1 (ต่อ)

นับดาวเดินตามหลังภพธรเข้ามาตามทางเดินโรงแรม ด้วยท่าทางไม่พอใจ

“คุณอาทำแบบนี้ไม่ถูกจะมัวรอน้ำรินอยู่ได้ยังไง ตำแหน่งผู้จัดการที่สมุยควรจะแต่งตั้งได้แล้ว”
ภพธรทำหน้าดุใส่นับดาว
“พี่รู้ว่าเธอต้องการตำแหน่งนี้ แต่พูดเบาๆได้ไหมดาว คุณอาคงยังมีความหวังว่าน้ำรินจะกลับมา”
นับดาวจะพูดว่าน้ำรินตายแล้วแต่มองซ้าย มองขวาเห็นพนักงานเดินผ่านไปมา จึงชะงักไว้
“แต่ตอนนี้ลูกสาวคนเดียวจะเป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้ อาธาราควรจะฟังพี่ธรบ้างไม่ใช่ตัดสินใจไม่เห็นหัวกันแบบนี้”
ภพธรหยุดเดินหันมามองนับดาวด้วยแววตาไม่พอใจ นับดาวสลดไปเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเขา

เหยี่ยวกำลังค้นข้อมูลของน้ำรินในหน้าจอคอมพิวเตอร์ คีย์คำว่า “น้ำ” ลงไปในรายชื่อบุคคลหายสาปสูญ ปรากฏชื่อออกมาเต็มไปหมด
น้ำรินชะโงกหน้ามาช่วยเหยี่ยวดู แต่ก็ผิดหวังไม่แพ้กันเพราะไม่มีอะไรคืบหน้า
เหยี่ยวกดหาข้อมูลอุบัติเหตุในรอบสัปดาห์ ปรากฏเป็นรายละเอียดภาพและหน้าผู้ประสบอุบัติเหตุ แต่ไม่มีหน้าคล้ายน้ำรินเลยแม้แต่คนเดียว
น้ำรินนั่งหน้าจ๋อย หมดแรงจะช่วยเหยี่ยวหาข้อมูลแล้ว

ภพธรเดินมาหยุดยืนอยู่ที่ริมระเบียง พลางมองไปยังเบื้องล่างด้านหน้าโรงแรม เห็นธารากำลังเดินไปขึ้นรถ
ภพธรมองรถของธาราที่ขับออกไปจากโรงแรมด้วยสายตาเครียด

ธาราที่นั่งอยู่ที่นั่งด้านหลัง กำลังเปิดเอกสารงานอ่านจากไอแพด สนหันมาถาม
“ไปที่พัทยาเลยใช่มั้ยครับ”
ธารายกนาฬิกาขึ้นดู “ไปให้ทันสี่โมงเย็น ฉันมีประชุมกับสมาคมท่องเที่ยวที่นั่น”

นกน้อยเดินมากำลังจะเคาะประตู ได้ยินเสียงเหยี่ยวคุยกับน้ำรินแปลกใจว่าเหยี่ยวคุยกับใคร “แค่นี้ก็ทำผิดกฏมากเกินไปแล้ว ถ้าผู้ใหญ่ถามจะให้ตอบว่าไงบอกว่ามีวิญญาณหลุดออกจากร่างมาขอให้ช่วยยังงั้นเหรอ”
พอได้ยินคำว่าวิญญาณ นกน้อยก็ตกใจรีบเปิดประตูเข้าไปดู เหยี่ยวตกใจสะดุ้ง
“ทำไมไม่เคาะประตูก่อน”
“ก็ผมได้ยินหมวดคุยอยู่กับใครก็ไม่รู้ พูดเรื่องวิญญาณกันด้วย ไม่มีใครอยู่ในห้องนี้สักคน อย่าบอกนะว่าหมวด หมวดเลี้ยงกุมารทอง อั๊ยยะ พุทโธ ธัมโม สังโฆ”
เหยี่ยวส่ายหัวแล้วหัวเราะเบาๆ
“ใช่ผมจำได้แล้ว คืนวันก่อนผมเห็นรอยเท้าคนเดินตามหลังหมวดที่บ้าน ไอ้ปลาทูปูอัดมันก็เห็น”
“บ้าเหรอจ่า” เหยี่ยวรีบตัดบท “มาหาผมมีธุระอะไร”
“ ผบ.สงครามเรียกประชุมด่วน คดีไอ้เส่ง. รีบไปกันเถอะจวนได้เวลาแล้ว”
นกน้อยเดินนำออกไป เหยี่ยวกำลังจะเดินออกไป น้ำรินรีบถลามากั้นหน้าไว้
“จะไปไหนหมวดยังตามหาร่างฉันไม่เจอนะ”
“ขอทำงานก่อน ไม่ต้องตามไป อยู่ตรงนี้ เดี๋ยวจะกลับมาช่วยหาต่อ”
น้ำรินไม่พอใจแต่จำต้องทำตามที่เหยี่ยวสั่ง ทันใดนั้นน้ำรินก็รู้สึกวูบ ถึงกับเดินเซแทบล้ม เหยี่ยวมองอย่างตกใจ
“เป็นอะไร ?”
“ไม่รู้ ฉันรู้สึกอยู่ๆก็รู้สึกวูบ ความรู้สึกเหมือนอะไรสักอย่างจะเกิดขึ้น บางอย่างที่ทำให้ฉันอยากร้องไห้ ฉันไม่รู้ว่า มันคืออะไร”
เหยี่ยวมองอย่างงงๆว่าอาการของน้ำรินมันคืออะไร

สนขับรถมองไปด้านหน้ากำลังจะวิ่งผ่านตรงสี่แยกหนึ่ง รถกระบะคันหนึ่งพุ่งเข้ามา ธาราเงยหน้า ขึ้นมาจากการอ่านเอกสาร ด้วยสีหน้าตกใจเป็นอย่างมาก
รถกระบะพุ่งเข้าชนกับรถธาราอย่างจัง

สมเดชยืนอยู่ที่หน้าจอภาพ ที่กำลังฉายรูปของเส่งอยู่ โดยมีสงครามนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะประชุมเป็นประธาน เหยี่ยว นกน้อย และเจ้าหน้าที่อื่นๆ กำลังประชุมร่วมกัน
“หลังจากที่จับไอ้เส่งได้ ทีมสืบสวนทำการขยายผลจนทำให้ไอ้เส่งซัดทอดเอเย่นต์ใหญ่เครือข่ายค้ายาเสพติดคนสำคัญ”
“ใครครับ” เหยี่ยวรีบถามทันที
“นายยอดชัด เศรษฐีเจ้าของธุรกิจบันเทิงครบวงจรหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือเดอะชลาธาร”
ภาพที่จอเปลี่ยนเป็นหน้ายอดชัด หนุ่มใหญ่ดูภูมิฐาน ขนาบคู่ด้วยสถานบันเทิงขนาดใหญ่
“เราพบว่าเดอะชลาธารไม่ได้เป็นแค่สถานบันเทิง แต่มีธุรกิจเบื้องหลังผิดกฏหมายมากมาย ทั้งบ่อน ผู้หญิง และแหล่งค้ายา เพื่อความมั่นใจในการเข้าจับกุม เราส่งสายสืบ 3 คนเข้าไปในนั้นหลายสัปดาห์แล้ว”

ภาพตรงจอภาพเปลี่ยนไปเป็นสายสืบทั้ง 3 คนที่มีบุคลิกต่างกันออกไป



ชายคนหนึ่งกำลังนั่งจิบบรั่นดีอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ มีสาวสวมชุดเซ็กซี่ยืนรายล้อมชายคนนี้ ที่กำลังส่งสายตามองไปทั่วเหมือนกำลังสำรวจ

สมเดชพูดต่อ
“โค้ดเนม มังกรดำ เจ้าเสน่ห์ .เป็นมิตรกับคนทุกคน จึงสามารถสืบข้อมูลจากคนรอบข้างได้ง่ายที่สุด”

สาวคนหนึ่งดูเซ็กซี่นั่งอยู่ที่โต๊ะในบ่อนเถื่อน ไขว่ห้างกำลังเปิดไพ่ลุ้นอยู่
“โค้ดเนม หงส์ขาว สวย มีเสน่ห์ เซ็กซี่ เล่นพนันทุกครั้ง ชนะทุกครั้ง พร้อมจะใช้ความหญิงบริหารเสน่ห์เพื่อให้ได้มาซึ่งข่าวสาร”
สมเดชบรรยายสรรพคุณของสายสืบคนที่ 2

ชายอีกคนหนึ่งเป็นหนุ่มแว่น เนิร์ด รูปร่างสูง กำลังยืนเล็งลูกสนุกเกอร์แล้วแทงลงหลุมอย่างมหัศจรรย์
สมเดชอธิบายต่อ
“โค้ดเนม อินทรีทอง เล่นสนุ้กแม่นราวจับวาง ช่างสังเกต มีความละเอียดมากที่สุด”
พอสมเดชพูดจบ เหยี่ยวก็ถามแทรกขึ้นมาทันที
“หงส์ขาว เอ้อ หมวดแนนกลับมาแล้วเหรอครับ”
“ใช่ เพิ่งกลับมารับหน้าที่สายสืบอีกครั้ง”
สงครามกับสมเดชมองหน้าเหยี่ยวอย่างพอจะรู้ว่ารู้สึกยังไง เพราะเขาเคยมีความสัมพันธ์กับแนนมาก่อน
“ถ้าต้องทำงานกับหมวดแนน หมวดคงไม่มีปัญหาใช่มั้ย”
“เอ้อ ไม่มีครับ”
สมเดชรีบร่ายงานต่อ “สายของเราเพิ่งแจ้งเข้ามา คืนนี้ยอดชัดจะส่งมอบยาเสพติดล็อตใหญ่”
สงครามหันมาสั่งเหยี่ยว
“หมวดเหยี่ยวนำกองกำลังไปที่นั่น ทันทีที่มีการส่งมอบยา สายของเราจะส่งสัญญาณให้เข้าจับกุมทันที จำไว้ว่าอย่าบ้าระห่ำ รอจนกว่าสายจะส่งสัญญาณให้จับกุม เราจะพลาดไม่ได้ ยอดชัดเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่
มาแรง ถ้าหลักฐานไม่รัดกุม เราโดนผู้ใหญ่เล่นงานแน่”
เหยี่ยวรับคำด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนัก เหมือนมีเรื่องต้องกังวลใจบางอย่าง

เจ้าหน้าที่สำนักงานสืบต่างรีบขึ้นรถที่จอดเรียงอยู่ แล้วรีบขับออกไปปฏิบัติการ
เหยี่ยวกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ขณะที่ยืนอยู่ที่หน้ารถของสำนักงานสืบฯ คันสุดท้าย ด้วยสีหน้าหน้ากระอักกระอ่วนใจ
นกน้อยเห็นก็อดถามไม่ได้ “เป็นอะไรหมวด”
“เปล่า”
นกน้อยตบไหล่ แล้วพาเดินไปที่รถ
“ขึ้นรถสิหมวด พวกเราล่วงหน้าไปกันหมดแล้ว”
เหยี่ยวยังคงจ้องอยู่ที่รถสำนักงานสืบที่จอดอยู่ นกน้อยขมวดคิ้วสงสัย
“อย่าบอกนะว่าจะขี่เมาเทนไบค์ไป ผมไม่ใช่หมวดแนนนะ ถึงจะยอมขี่เมาเทนไบค์สมบุกสมบันไปกับหมวดทุกที่น่ะ”
เหยี่ยวหงุดหงิด “ไปได้แล้ว”
พูดพลางหันไปมองเมาเทนไบค์อย่างลังเล ก่อนจะกัดฟันตามขึ้นรถไป โดยนกน้อยเป็นคนขับ

นกน้อยขับรถไปตามทางอย่างรวดเร็ว เหยี่ยวนั่งหลับตานิ่ง น้ำรินนั่งหน้านิ่วกอดอกอยู่ที่เบาะหลัง ชะโงกหน้าออกมาคุยกับเหยี่ยวด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ขี้เก๊ก ทิ้งฉันอีกแล้วนะ ไหนบอกว่าจะกลับไปช่วย”
เหยี่ยวไม่ตอบ เอาแต่นั่งหลับตานิ่ง
“จะอ้างว่าต้องทำงานด่วนใช่มั้ย ไม่สงสารฉันแล้วเหรอ เป็นอะไรหมวดหมวด พูดอะไรบ้างดิ นี่กลัวรถมากมายขนาดนี้เลยเหรอเก๊ก”
เหยี่ยวเผลอตอบรำคาญๆ “เออ”
นกน้อยหันมามองด้วยแววตาแปลกใจ แต่ยังฮัมเพลงต่อ น้ำรินพูดจากซ้าซี้ต่อ จนเหยี่ยวทนไม่ไหว ตะคอกกลับไป
“หุบปากนะ คุณผีเยอะอย่าง”
นกน้อยเบรครถเต็มแรง เหยี่ยวถึงกับถลาไปทางด้านหน้า
“ผี หมวดพูดกับผี”
เหยี่ยวอึกอัก “เปล่า ผมพูดกับ เอ้อ จะบ้าเหรอ ผมก็พูดกับจ่านั่นแหละ “
“แต่เมื่อกี้หมวดบอกว่าผีเยอะอย่าง”
เหยี่ยวรีบหาข้อแก้ตัว “ผมละเมอ ผมหลับตาแล้วงีบไป เลยละเมอ เอาเหอะน่า เลิกสงสัยรีบไปกันได้แล้ว เดี๋ยวก็ไม่ทัน ไปซิ”
นกน้อยจำต้องเคลื่อนรถออกไปทั้งที่ยังไม่ค่อยไว้ใจนัก พลางเหลือบมองเบาะหลังทางกระจกส่องหลังไปมา

เหยี่ยวชำเลืองมองไปที่เบาะหลัง น้ำรินยิ้มจ๋อยๆ เอามือทำเป็นรูดซิปปาก



สายสืบแยกย้ายกันประจำการอยู่ในเดอะชลาธาร ชมังกรดำอยู่ที่บาร์เหล้า, หงส์ขาวอยู่ที่โต๊ะไพ่, อินทรีทองอยู่ที่โต๊ะสนุกเกอร์

ที่เพดานของแต่ละห้อง ติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณเล็กๆ ปรากฏไฟสว่างกระพริบถี่ๆขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สำนักงานสืบฯ ก็กระจายกำลังออกล้อมภายนอกอาคาร พร้อมจะบุกเข้าไปทันทีที่ได้รับสัญญาณจากสายสืบ
เหยี่ยวซุ่มอยู่กับนกน้อย โดยน้ำรินอยู่ข้างๆ เหยี่ยวมีสีหน้าไม่ค่อยดีเมื่อยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เพราะไม่มีสัญญาณ
“เอาไงดีล่ะหมวด สายของเราจะส่งสัญญาณมาให้เราได้ยังไง” นกน้อยถามเชิงปรึกษา
“ถ้าส่งสัญญาณมาให้ไม่ได้ เราก็ต้องเข้าไปรับสัญญาณเอง”
“แต่ผู้การสั่งให้เรารอ”
“จ่ารออยู่ตรงนี้ จนกว่าผมจะวิทยุสั่งให้บุกเข้าไป”
ขาดคำ ก็พุ่งตัวไปทันที โดยไม่รอให้นกน้อยพูดต่อ น้ำรินรีบวิ่งตามไป

หนุ่มไฮโซคนหนึ่งเดินลงมาจากรถสปอร์ตหรู เหยี่ยวมองแล้วยิ้มๆ เหมือนคิดอะไรบางอย่างได้
รถสปอร์ตคันนั้นแล่นเข้ามาจอดที่หน้าเดอะชลาธาร เหยี่ยวเดินลงมาในชุดของหนุ่มวีไอพีคนนั้น
พนักงานเข้ามารับรถด้วยท่าทางนอบน้อม น้ำรินตามเข้าไปด้วย
ทางด้านหนุ่มวีไอพี ที่โดนเปลี่ยนชุดใส่เสื้อยืดขาวกางเกงขาสั้น ทำสีหน้าไม่พอใจอยู่กับนกน้อย

เหยี่ยวเข้ามาในเดอะชลาธาร ท่าทางเหมือนนักเที่ยวโดยทั่วไป น้ำรินเดินตามมา
“คนเยอะแบบนี้ จะหาสายทั้งสามคนเจอได้ยังไง”
เหยี่ยวหยิบโทรศัพท์มาเปิดภาพมังกรดำให้น้ำรินดู “ไปช่วยหาผู้ชายคนนี้”
“ฉันเนี่ยนะ”
เหยี่ยวพยักหน้า “เออสิ ไหนๆ มาแล้วก็ทำตัวให้เป็นประโยชน์ ผมจะไปหาหงส์ขาว อีกสิบนาทีเจอกันตรงหน้าทางเข้าโซนสนุกเกอร์”
พูดจบเหยี่ยวก็เดินออกไปเลย ทิ้งให้น้ำรินเหวที่โดนสั่งให้ทำงานโดยไม่ตั้งตัว

น้ำรินเดินอ้อมๆ ตัวคนในผับที่กำลังเต้นกันอยู่ ทำเหมือนไม่อยากจะแทรกตัวเข้าไป จากนั้นก็ตัดสินใจปีนขึ้นไปบนบาร์ ที่สาวๆ กำลังวาดลวดลายเต้นโคโยตี้
มังกรดำกำลังนั่งอยู่ที่โซฟา มีสาวๆ สวมชุดเซ็กซี่ 2-3 คนรายล้อม
น้ำรินนิ่วหน้า มั่นใจว่าเจอมังกรดำแล้ว

เหยี่ยวเดินจะเข้าไปที่โซนบ่อนพนัน แต่การ์ดหน้าโซนกั้นเขาไว้
“เข้าได้เฉพาะแขกวีไอพี”
เหยี่ยวหยิบเงินออกมาจากเสื้อสูท เป็นแบงค์พันปึกใหญ่ การ์ดยิ้มพอใจ เปิดทางให้เหยี่ยวเดินเข้าไป

หงส์ขาวที่ท่าทางเซ็กซี่ชนะพนันได้เงินเป็นจำนวนมาก เหยี่ยวเดินเข้าไปหาพลางยิ้มให้
“โชคดีจังนะครับ”
หงส์ขาวหันมามองเหยี่ยว แล้วยิ้มยั่วแสดงตามบทบาท “สนใจจะเสี่ยงโชคด้วยกันมั้ยคะ”
เหยี่ยวพึมพำเบาๆ “เสร็จงานแล้วเราต้องเคลียร์กัน”
ก่อนจะพูดเสียงดังปกติ “ไม่ดีกว่า ผมไม่ค่อยมีโชคเรื่องการพนัน”
“ไม่มีโชคเรื่องการพนัน งั้นคงมีโชคเรื่องความรัก”
เหยี่ยวชะงักไปนิดหนึ่ง แล้วเล่นละครต่อ “คิดว่าคงไม่ ขึ้นอยู่คู่กรณีมากกว่า”
“ฮึๆ ตอบถูกใจ ฝากเงินไปแลกชิปมาเล่นเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ”
หงส์ขาวหยิบเงินในกระเป๋าให้ปึกหนึ่ง เหยี่ยวทำเป็นชะงัก
“ถือเป็นโชคดีแรกของคุณในคืนนี้ไง”
เหยี่ยวรับเงินมา พลางกรีดแบงค์แล้วอมยิ้ม

เหยี่ยวเดินมาเข้าห้องน้ำมองซ้ายขวาด้วยแววตาระแวดระวัง แล้วจึงเดินเข้าไปในห้องน้ำด้านในสุด
ปิดประตูล็อกกลอน ก่อนที่จะหยิบแบงค์ที่ได้มาจากหงส์ขาวออกมา เห็นข้อความเขียนอยู่ตรงสันปึกกระดาษ
“นัดส่งยาที่รังอินทรี”

น้ำรินยืนรีๆ รอๆ เหยี่ยวอยู่ที่หน้าโซนสนุกเกอร์ ยอดชัดเดินผ่านหน้าไป ลูกน้องวิ่งออกมารับ โดยที่
น้ำรินไม่รู้เรื่อง
“ลูกค้ามาถึงแล้วครับ”
“ดี”
ยอดชัดเดินเข้าไปในโซนสนุกเกอร์ โดยมีลูกน้องที่เดินตาม ถือกระเป๋าสีดำมาด้วย
เหยี่ยวเดินเข้ามาหาน้ำรินพอดี แต่ไม่ทันเห็นยอดชัด “เจอมังกรดำมั้ย”
“อยู่ที่บาร์ เดี๋ยวฉันพาไป”
“ไม่จำเป็นต้องใช้มังกรดำแล้ว พวกมันจะส่งยากันที่โซนสนุกเกอร์”
น้ำรินรีบบอก “วิทยุเรียกพวกคุณให้เข้ามาจับเลยสิ”
“ยังไม่ถึงเวลา เราต้องมั่นใจมากกว่านี้”
เหยี่ยวเดินนำเข้าไปในโซนสนุกเกอร์ น้ำรินเดินตามเข้าไปด้วยความไม่เข้าใจ
มังกรดำมองเห็นเหยี่ยวเดินเข้าไปในโซนสนุกเกอร์ พลางหันไปมองคนที่ยืนอยู่แถวนั้นเหมือนกำลังส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง

เหยี่ยวเดินเข้าไปในโซนสนุกเกอร์ ที่มีโต๊ะสนุ้กขนาดใหญ่วางเรียงรายอยู่หลายตัว รอบๆ โซนมีห้องวีไอพีอยู่หลายห้อง พลางพยายามมองหายอดชัด แต่ไม่เห็นว่าอยู่ตรงไหน จากนั้นก็หันไปที่โต๊ะตัวหนึ่ง เห็นหนุ่มร่างสูงกำลังแทงสนุ้กอยู่
เหยี่ยวรำพึงเบาๆ “ อินทรีทอง”
พลางเดินเข้าไปดู อินทรีทองเห็นหน้าเหยี่ยวก็ยิ้มให้ จากนั้นก็ส่งสายตาให้มองที่ลูกสนุกเกอร์ที่ตนกำลังจะแทง เหมือนส่งสัญญาณ
อินทรีทองแทงลูกสนุ้ก จงใจให้ลูกขาวพลาดไปชนลูกสีแล้วตกหลุมขวา ผู้คนที่มุงดูอยู่ต่างส่งเสียงเสียดาย
เหยี่ยวมองแล้วคิดตาม ทำหน้าเหมือนคิดอะไรได้ แล้วพูดเบาๆ กับน้ำริน
“อินทรีทองตั้งใจแทงพลาด ลูกขาวตกลงหลุมที่ตรงกับตำแหน่งทางออกฉุกเฉินนั้น”
ลูกขาววิ่งไปลงหลุมในตำแหน่งตรงทางด้านหลังร้าน
“ไอ้ยอดชัดอยู่หลังร้านไปดูหลังร้านให้ผมหน่อย”
“ฉันอีกแล้วเหรอ?”

น้ำรินหน้าเหวอ



ถัดมาน้ำรินกำลังเดินตรงไปที่หน้าประตูทางออก เตรียมจะเข้าไปด้านใน เหยี่ยวรีบพยักหน้าให้เธอเดินเข้าไป พร้อมๆ กับวิทยุออกไปด้านนอกบอกจ่านกน้อย

“จ่าเตรียมพร้อม รอคำสั่ง”
น้ำรินกัดฟันเคลื่อนตัวแทรกประตูเข้าไปด้านในห้องวีไอพี พลางกวาดตามองไปทั่ว เห็นชายหนุ่มแต่งตัวภูมิฐานถือกระเป๋าสีดำมาหนึ่งใบ
“เตรียมเงินมาพร้อมแล้วใช่มั้ย” ยอดชัดถามเสียงเข้ม
“ใช่ แล้วของ?”
กระเป๋าสองใบจากลูกค้าและจากลูกน้องยอดชัด ที่วางไว้คู่กัน ถูกเปิดออกพร้อมๆ กัน มีเงินเต็มกระเป๋าใบหนึ่ง และอีกใบเป็นยาเสพติดจำนวนเต็มกระเป๋าเช่นกัน
น้ำรินตาลุกวาวด้วยความตกใจ เมื่อเห็นภาพตรงหน้า

นกน้อยส่งสัญญาณเตรียมพร้อมบุกเข้าไปภายในเดอะชลาธาร เจ้าหน้าที่เตรียมพร้อม
ขณะที่เหยี่ยวจ้องเขม็งไปที่ทางหลังร้านรอให้น้ำรินออกมายืนยันการส่งยา เพื่อจะได้สั่งให้บุกเข้ามา
แต่เขากลับโดนชนจากทางด้านหลังจนเสียหลักแทบจะล้มไป เมื่อหันไปมองคนที่ชน ก็เห็นว่าเป็นหงส์ขาวที่หันมามองเขา แล้วรีบเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
เหยี่ยวเฉลียวใจหันไปมองที่พื้น เห็นหงส์ขาวทิ้งไพ่ใบหนึ่งตกอยู่ด้านหน้าเขา เมื่อหยิบขึ้นมาดู ก็เห็นข้อความอยู่
“มังกรดำทรยศ”
ทันใดนั้นก็มีมือหนึ่งแย่งไพ่จากมือเหยี่ยวไป
“กว่าจะรู้ตัว มันก็สายไปแล้วล่ะหมวด”
เหยี่ยวหันไปรอบตัวพบว่าคนของยอดชัดล้อมไว้หมดแล้ว พร้อมๆ กับที่น้ำรินพุ่งออกมาจากประตูทางออกหลังร้าน
“หมวดเก๊ก พวกมันส่งยากันจริงๆ” แต่กลับเห็นว่าเหยี่ยวโดนล้อมอยู่ “อ้าว ซวยแล้วไง”
เหยี่ยวทำเป็นยกมือคล้ายยอมจำนนน แต่กลับแอบกดปุ่มติดต่อวิทยุออกไปด้านนอก เพื่อให้เสียงพูดถูกส่งออกไป
“นึกไม่ถึงว่าจะกล้าค้ายากลางเดอะชลาธาร”
ยอดชัดที่ถือกระเป๋าออกมาจากห้องพร้อมกับลูกค้า จ่อปืนไปที่เหยี่ยว “มึงเป็นใคร?”
น้ำรินอยู่ข้างๆ พยายามจะช่วย ด้วยการทั้งปัดปืน ทั้งบีบคอยอดชัด แต่ตัวก็ทะลุ ทำอะไรไม่ได้
“มึงเป็นสายตำรวจใช่มั้ย”
“ไม่ใช่สายตำรวจ เพราะกูเป็นตำรวจ”
เหยี่ยวตรงเข้าไปปะทะกับยอดชัดอย่างรวดเร็ว คว้าข้อมือบิดจนปืนหลุดจากมือ
สมุนของยอดชัดกับมังกรดำตรงเข้ามารุม เหยี่ยวต่อสู้กับเหล่าสมุนอย่างคล่องแคล่ว น้ำรินตกใจรีบหลบไปอีกทาง

ตำรวจกระจายกำลังคลุมพื้นที่ ยึดโซนบาร์เหล้าไว้ได้แล้ว นกน้อยมองไปโดยรอบ
“คนร้ายอยู่ที่โซนสนุกเกอร์ ทางโน้น”
จากนั้นก็รีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ตรงไปทันที

เหยี่ยวจัดการยอดชัดและลูกน้องจนล้มคว่ำไป กระเป๋ายาเสพติดวางอยู่ที่พื้น ยอดชัดหันไปมอง
นกน้อยนำกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่บุกเข้ามาพอดี ยอดชัดชะงักเหมือนหมดทางต่อสู้แล้ว
“ป่วยการสู้ ยอมมอบตัวซะดีกว่า”
ยอดชัดตัดสินใจหยิบรีโมทคอนโทรลขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าแล้วกดปุ่ม ทันใดนั้นกระเป๋ายาเสพติดก็เกิดไฟลุกพรึ่บ ของกลางถูกทำลายเพราะระเบิดขนาดเล็กที่ซ่อนไว้
เหยี่ยวรีบเข้าไปดูกระเป๋าพบว่าไฟไหม้จนแทบจะไม่เหลือซาก
ยอดชัดลุกขึ้นมา พลางวางท่าอย่างเป็นต่อ
“ไม่ได้ทำอะไรผิด จู่ๆ บุกเข้ามาได้ยังไง ถ้าจะยัดข้อหาค้ายาฯ ไหนล่ะหลักฐาน?”
เหยี่ยวชักสีหน้าไม่พอใจ นกน้อยและเหล่าเจ้าหน้าที่ฯ ต่างชะงักไปตามๆ กัน ยอดชัดหัวเราะชอบใจ“พวกมึงโดนย้ายแน่ กูจะฟ้องให้หมดตัวทุกคน”
นกน้อยรีบเข้ามากระซิบกับเหยี่ยวที่ท่าทางเครียด กำลังใช้สมองหาทางออก
“เอาไงดีหมวด หลักฐานโดนไฟไหม้ไปหมดแล้ว”
ยอดชัดหันไปสั่งลูกน้อง “ติดต่อสื่อทุกสื่อ เดอะชลาธารจะแถลงข่าวเจ้าหน้าที่รังแกประชาชนผู้บริสุทธิ์”
น้ำรินที่อยู่ในเหตุการณ์นิ่งมองเหยี่ยวด้วยแววตาสงสาร พยายามหาทางออกเพื่อช่วยเหยี่ยว จากนั้นก็ย้อนนึกถึงตอนที่ยอดชัดกับลูกค้ากำลังเปิดประเป๋าสองใบ เห็นยากับเงินบรรจุอยู่เต็มกระเป๋าแต่ละใบ และเมื่อเธอเงยหน้าไปมองที่ด้านบนตึก ก็เห็นกล้องวงจรปิดตั้งอยู่เหนือตึกอีกด้านหนึ่ง โดยมุมกล้องจับอยู่ที่กลุ่มของยอดชัดกับลูกค้าชัดเจน
“หมวดเก๊ก ฉันมีทางช่วยคุณ”
เหยี่ยวเผลอตัวถามกลับไป “ยังไง”
นกน้อยหันมามองว่าเหยี่ยวกำลังพูดอยู่กับใคร น้ำรินกระซิบที่ข้างหู เหยี่ยวเริ่มยิ้มออกเดินตรงเข้าไปที่ทางออกหลังร้าน ชะโงกหน้าขึ้นไปมองเห็นกล้องวงจรปิดอย่างที่น้ำรินบอกไว้จริงๆ
“จับตัวไว้ ทุกคนเป็นผู้ต้องหา มีข้อหาร่วมกันค้ายาเสพติด”
พูดพลางตรงเข้าไปสับกุญแจมือเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างของยอดชัด แล้วจ้องหน้าแบบไม่กลัวเกรง
“หลักฐานน่ะมีแน่ ส่งคนไปขอฮาร์ดดิสก์ที่บันทึกภาพกล้องวงจรปิดที่ตึกข้างๆมาตรวจสอบ ของกลางและเงินอยู่ในวิดีโอที่บันทึกไว้แน่นอน แกเสร็จฉันแน่ ไอ้สวะสังคม”
เหยี่ยวหันมามองน้ำรินด้วยแววตายิ้มๆ เหมือนขอบใจ หงส์ขาวคิดว่าเหยี่ยวหันมายิ้มขอบใจตัวเอง ก็ยิ้มกลับ นกน้อยมองเหยี่ยวที่หันไปยิ้มให้หงส์ขาวอย่างล้อๆ
น้ำรินหันไปเห็นอาการของนกน้อยแล้วหันไปมองข้างหลังตัวเอง เห็นหงส์ขาวยิ้มให้เหยี่ยว ก็เริ่มสับสนว่าตกลงเหยี่ยวยิ้มให้ตัวเองหรือหงส์ขาว

เหยี่ยวยิ้มเหวอๆ เพราะความจริงยิ้มให้น้ำริน แต่รอยยิ้มดันทะลุผ่านร่างน้ำรินไปที่หงส์ขาว

อ่านต่อตอนที่ 2

.



36

ภพรัก EP.11

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.11
https://www.bilibili.tv/th/video/4797830182475776?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all




เรื่องย่อ ภพรัก ตอนที่ 11





แนนพากำลังตำรวจ มาจับนับดาวทันที หลังจากที่เธอฆ่าหมอที่ดูแลน้ำรินจนตาย ส่วนภพธร ก็พาธารา และสงคราม มาที่บ้านพัก ของน้ำริน ทำให้น้ำรินรู้ว่า ทุกอย่างคือแผนการที่ภพธรวางไว้ และโยนความผิดให้กับเธอทั้งหมด ยังไม่ทันที่ธารา จะได้เห็นหน้าน้ำริน เหยี่ยวก็ขับรถของนับดาวที่จอดไว้ เอาร่างของน้ำรินหนีไป น้ำรินดีใจมากที่ได้เห็นร่างตัวเอง ปริกให้เหยี่ยว ขับรถพาร่างของน้ำริน ไปที่จุดเกิดเหตุ ตรงบ่อน้ำ ที่วิญญาณของน้ำรินหลุดออกจากร่าง เพื่อให้น้ำรินกลับเข้าร่างอีกครั้ง

ชลชาติไม่ยอมให้น้ำรินเข้าร่าง จึงเกิดการต่อสู้กัน ปริกเข้าช่วยน้ำรินอีกแรง บอกวิธี จนน้ำรินสามารถเข้าร่างได้ แต่ชลชาติก็ทำร้าย จนเหยี่ยว กระเด็นตกน้ำไป ไม่ได้สติอีกเลย ปริกลากวิญญาณ ชลชาติ ให้กลับไปอยู่อีกภพด้วยกัน

น้ำริน และเหยี่ยว ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลพร้อม ๆ กัน ธารา มาขอบคุณยายนวล ที่เหยี่ยว ช่วยชีวิตลูกสาวไว้ ยายนวลถึงกับตกใจ เมื่อธาราบอกว่า ลูกสาวของตนชื่อน้ำริน เมื่อน้ำรินฟื้นขึ้น จึงสวมกอดกับธารา ร้องไห้ด้วยกันทั้งคู่ เพราะความคิดถึง น้ำรินอาการดีขึ้นเรื่อย ๆ พร้อม ๆ กับที่เหยี่ยวก็ฟื้นแล้ว ทั้งยายนวลและแนนดีใจมาก ยายบอก จะรีบจัดงานแต่งงานระหว่างเหยี่ยวกับแนนให้เร็วที่สุด น้ำรินขอธารา ไปเยี่ยมเหยี่ยว ก่อนออกจากโรงพยาบาล น้ำรินดีใจมากที่ได้เห็นหน้าเหยี่ยวอีกครั้ง แต่หัวใจของเธอแทบสลาย เมื่อเหยี่ยวจำเธอไม่ได้ ความทรงจำของเหยี่ยวหายไป นับตั้งแต่วันที่เหยี่ยว เข้าไปตรวจในที่เกิดเหตุ วันที่วิญญาณของน้ำรินหลุดออกจากร่างนั่นเอง
.

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.11
https://www.bilibili.tv/th/video/4797830182475776?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all

.

.


ภพรัก EP.12 ตอนจบ

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.12
https://www.bilibili.tv/th/video/4797830202136576?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all




เรื่องย่อ ภพรัก ตอนที่ 12 (อวสาน)





นับดาวถูกจับติดคุก ภพธรส่งทนายมา เพราะกลัวนับดาวจะเปิดเผยความลับของตน นับดาวรู้ว่าภพธรหักหลังตน ส่วนธารา กับน้ำริน ก็มาเยี่ยมนับดาว สองแม่ลูกให้อภัยน้ำรินทุกอย่าง แต่นับดาวกลับไม่คิดกลับตัว ผูกใจเจ็บภพธรไม่เลิก

เหยี่ยวหายป่วย กลับไปทำงานเหมือนเดิม แต่ความทรงจำยังไม่กลับคืน แนนเฝ้าดูแลไม่ห่าง น้ำริน หาโอกาสพบกับเหยี่ยว แต่เหยี่ยวก็ยังจำเธอไม่ได้ น้ำรินจึงไปปรึกษา หลวงตาเคี้ยง และพบกับปลาทูกับปูอัด สองคนคิดว่าเจอผี วิ่งหนีกันใหญ่ กว่าจะคุยกันเข้าใจ ทำเอาน้ำรินเหนื่อย น้ำรินมาหาเหยี่ยวที่บ้าน พยายามรื้อฟื้นความทรงจำของเหยี่ยว จนเหยี่ยวเริ่มจำความได้ แนนบังเอิญได้ยิน จึงรู้ว่า น้ำริน คือผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างเหยี่ยวมาตลอด แนนยอมรับความจริง ขอถอนหมั้นกับเหยี่ยวในที่สุด และจะกลับไปเรียนต่อเมืองนอก แนนมาพบน้ำริน ฝากให้น้ำริน ดูแลเหยี่ยวด้วย ยายนวลร้องไห้ เสียใจไปกับแนน แล้วให้เหยี่ยวไปตามหาหัวใจของตัวเอง ที่ผูกพันกับน้ำรินตลอดมา

นับดาวทั้งรักทั้งแค้นภพธร จึงตัดสินใจ ยิงภพธรด้วยตัวเอง จนภพธรจบชีวิตลง ส่วนนับดาวก็ต้องใช้กรรมในทุก นธารา ก็กลับมาเดินได้ดังเดิม โดยมีสงคราม เป็นเพื่อนที่ดี คอยดูแลอย่างใกล้ชิด น้ำรินพยายามรื้อฟื้นความทรงจำให้เหยี่ยว จนเหยี่ยวสามารถจดจำเรื่องราวในอดีตได้ สุดท้ายเหยี่ยวกับน้ำริน จึงได้ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในที่สุด
.

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.12
https://www.bilibili.tv/th/video/4797830202136576?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all

.



.



37

ภพรัก EP.9

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.9
https://www.bilibili.tv/th/video/4797830143940096?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all



ภพรัก เรื่องย่อ ตอนที่ 9
https://www.sanook.com/movie/45773/
.






เรื่องย่อ ภพรัก ตอนที่ 9
 
ธาราไม่อนุมัติให้ภพธร เปิดสถานบันเทิงครบวงจร แต่ภพธรกับนับดาวไม่ฟัง ยังคงนัด มิสเตอร์หลิว มาคุยเรื่องงานเดินหน้าต่อไป เหยี่ยวเองก็ปลอมตัวเข้ามาสืบเรื่องสถานบันเทิง ที่แอบค้ายาและผู้หญิงแห่งนี้อีกด้วย เหยี่ยวได้พบกับภพธรที่นั่น ส่วนปริกก็พาน้ำริน มาที่งานเหมือนกัน

เหยี่ยว ต่อสู้กับคนร้าย จนรอดออกมาได้ ภพธร กับนับดาว รู้ว่าตำรวจแทรกตัวเข้ามาในงาน จึงหาทางรอด ระหว่างที่เหตุการณ์ชุลมุน เหยี่ยวต่อสู้กับคนร้าย จนได้กระเป๋าที่ใส่ยาเสพติดมา และส่งมอบให้กับดารณี หัวหน้า กลับมาอีกที มิสเตอร์หลิวก็ตายแล้ว ภพธรกับนับดาว บอกว่า เขาฉีดยาแก้เบาหวานจนเกินเหตุ ทำให้ช็อคตาย

เหยี่ยวกับดารณียังไม่วางใจ ระหว่างที่น้ำรินเดินตามหาเหยี่ยว เธอเดินสวนกับภพธร ความทรงจำเริ่มกลับคืน ยิ่งเมื่อได้ยิน นับดาวเรียกชื่อ พี่ธร จึงทำให้นึกเรื่องราวทุกอย่างได้ น้ำรินบอกกับเหยี่ยวว่า ภพธรคือพี่ธร คู่หมั้นของตนเอง เพราะฉะนั้น เธอก็คือลูกสาวของธารา

น้ำรินดีใจมากที่จะได้พบกับแม่ เหยี่ยวเองก็พลอยดีใจไปด้วย แต่ปริกบอกกับน้ำรินว่า เหลือเวลาอีกแค่ 4 วันพระเท่านั้น หากน้ำรินยังหาร่างตัวเองไม่เจอ วิญญาณก็จะแตกสลายไป ไม่มีโอกาสได้กลับเข้าร่างอีก เหยี่ยวเริ่มประติดประต่อทุกเรื่องราว พาสงครามไปดูจุดเกิดเหตุ ที่น้ำรินขับรถตกไปในน้ำ และได้พบกับวิญญาณชลชาติ

ชลชาติเข้าสิงร่าง ชายจรจัด เข้ามาบีบคอสงคราม และเหยี่ยว จนสงครามต้องใช้พระเป็นเครื่องป้องกันตัว ทำให้ชลชาติต้องหนีไป จิตที่ผูกพัน นำพาให้น้ำริน กลับมาที่บ้าน และได้พบกับธารา ทั้งคู่ต่างร้องไห้คิดถึงกัน แต่ไม่สามารถเห็นกันได้ น้ำรินร้องไห้เสียใจหนัก จนวิญญาณกลับไปที่บ้านเหยี่ยว เธอกลับไปร้องไห้กับเหยี่ยวอีกครั้ง เพราะอยากกลับไปอยู่กับแม่

เหยี่ยวพาน้ำรินไปหาธารา แต่ธาราไม่เชื่อ หาว่าเหยี่ยวโกหก ไล่เหยี่ยวออกจากบ้าน เหยี่ยวกับนกน้อย สะกดรอยตามภพธร แต่คลาดกันไปได้ ภพธรมาเยี่ยมร่างที่ไร้วิญญาณของน้ำริน ซึ่งอยู่ที่โรงพยาบาล
 
ภพธรอยากฆ่าน้ำรินให้ตาย ไม่ได้เกลียด แต่ไม่อยากให้น้ำรินเป็นลูกธารา คนที่ได้ชื่อว่าเป็นสาเหตุการตายของนุติ พ่อของเขาภพธรร้องไห้เสียใจ ทำไมน้ำรินถึงไม่ตายเสียตั้งแต่วันเกิดอุบัติเหตุ น้ำรินตามนับดาวไป เห็นนับดาวไปที่คอนโดภพธรจึงสงสัยตามไปดู เมื่อภพธรกลับมา จึงเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกัน น้ำรินช็อค สองคนแอบมีความสัมพันธ์กัน นับดาวเห็นบิลค่าใช้จ่ายที่โรงพยาบาล จึงรู้ว่าน้ำรินยังไม่ตาย แค้นที่ภพธร ไม่ยอมบอกตน ทั้งคู่จึงทะเลาะกัน
.

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.9
https://www.bilibili.tv/th/video/4797830143940096?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all

.

.


ภพรัก EP.10

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.10
https://www.bilibili.tv/th/video/4797830169499136?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all




ภพรัก เรื่องย่อ ตอนที่ 10
https://www.sanook.com/movie/45821/
.






เรื่องย่อ ภพรัก ตอนที่ 10

นับดาวตามหาจนเจอร่างของน้ำริน แค้นใจจัด จุดไฟเผาแล้วหนีไป แต่บังเอิญ ภพธรมาช่วยไว้ทัน ร่างของน้ำริน จึงปลอดภัย ภพธร เริ่มรู้แล้วว่า ไม่ควรไว้ใจนับดาว ทั้งภพธร และนับดาว ต่างก็ระแวงกันเอง

น้ำรินคิดถึงแม่ ยิ่งเมื่อตอนที่ร่างโดนไฟไหม้ เธอรู้สึกเหมือนโดนไฟเผา จนสลบไป เหยี่ยวเป็นห่วงน้ำรินมาก เมื่อร่างของน้ำรินปลอดภัย เธอฟื้นขึ้นมา เหยี่ยวจึงรีบสารภาพรักกับน้ำริน และรับปาก จะหาร่างน้ำรินให้เจอเพื่อจะได้ใช้ชีวิตร่วมกัน

สงคราม เหยี่ยว แนน จ่านกน้อย ไปจับพ่อค้าส่งยาเสพติด ที่มีการนัดหมายกันครั้งใหญ่ น้ำรินเห็นหน้าภพธร จึงรีบบอกให้เหยี่ยวตามไป เหยี่ยวกับภพธร ยิงใส่กัน เหยี่ยวไม่ทันได้เห็นหน้าชัดๆ นับดาวก็มาช่วยภพธรหนีไปก่อน

ภพธร หาทางกำจัดนับดาว ด้วยการเปิดเผยบัญชีที่นับดาวทุจริต กับทางบริษัทให้ธารารับรู้ เขาเริ่มป้ายความผิดทั้งหมดให้กับนับดาว นับดาวถูกพักงาน และตั้งกรรมการตรวจสอบ ภพธรแอบไปดูแลร่างของน้ำริน ที่ภพธร แอบไว้ที่บ้านเก่าของพ่อเขานั่นเอง

เหยี่ยวตามสืบจนรู้ที่อยู่ ร่างของน้ำริน และเหยี่ยวได้เห็นร่างของน้ำริน ที่ยังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง เขาดีใจมาก ส่วนภพธร ก็สารภาพกับธารา ว่าเอาร่างของน้ำรินไปซ่อนจริง ๆ แต่โยนความผิด ว่านับดาวเป็นผู้ทำทั้งหมด นับดาวไปพบเหยี่ยว กำลังจะนำร่างของน้ำรินหนีไป จึงเกิดการต่อสู้กัน ระหว่างนับดาวและเหยี่ยว
.

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.10
https://www.bilibili.tv/th/video/4797830169499136?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all

.



38

ภพรัก EP.7

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.7
https://www.bilibili.tv/th/video/4797826969376768?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all




ภพรัก เรื่องย่อ ตอนที่ 7
https://www.sanook.com/movie/45469/
.






เรื่องย่อ ภพรัก ตอนที่ 7
 
ภพธรกับ การนับดาว แกล้งสร้างสถานการ์ณ ทำทีว่าคนร้ายจะมายิงธารา แล้วให้ภพธรช่วยไว้ เพื่อเป็นการสร้างภาพ ภพธรถูกยิงไปแบบฉิวเฉียด ทำให้ธาราเชื่อใจภพธรมากยิ่งขึ้น ตัดสินใจตามภพธรไปอยู่บ้าน สร้างความเสียใจให้สงครามมาก

น้ำรินกลับไปที่โรงพยาบาล เห็นความรักความห่วงใย ที่เหยี่ยวมีต่อแนน จึงน้อยใจ ตัดสินใจไปจากเหยี่ยว เพราะรู้ดีว่าไม่อาจใช้ชีวิตร่วมกันได้ เธอหนีไปร้องไห้เสียใจอยู่กับปริก เมื่อเหยี่ยวพาแนนกลับบ้าน ก็เริ่มนึกถึงน้ำรินขึ้นมาได้ เขาเรียกเธอเท่าไหร่ น้ำรินก็ไม่กลับมาหา จึงตัดสินใจปั่นจักรยาน ไปหาน้ำรินที่ท่าน้ำ

เหยี่ยวไปตามหาน้ำริน ที่วัดของหลวงตาเคี้ยง แต่ก็ไม่เจอ น้ำรินพยายามหลบหน้า เพราะไม่อยากให้ใจผูกพันกับเหยี่ยวไปมากกว่านี้ แต่ก็ต้องมานั่งเสียใจ ปรับทุกข์อยู่กับป้าปริก แนนหายดี กลับไปทำงานกับเหยี่ยวเหมือนเดิม ทั้งคู่ไปสืบคดีที่สปาแห่งหนึ่ง ที่มีเบื้องหลัง ทั้งการขายบริการและค้ายาเสพติด โดยมีภพธร เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง และบุษบัน เป็นผู้บริหาร

น้ำรินตามมาเจอ ความทรงจำของเธอกลับคืนเป็นห้วง ๆ เธอจำได้ว่า เคยให้เงินบุษบัน ไปเปิดสปานั่นเอง แนนปลอมตัวเข้าไปทำงานที่สปาแห่งนี้ เกือบได้พบกับภพธร คลาดกันไปนิดเดียว พอดีมีการส่งยากันเกิดขึ้น เธอเกือบพลาดท่า ถูกส่งตัวไปให้บริการกับชายคนหนึ่ง ดีที่เอาตัวรอดมาได้ แต่ก็ถูกบุษบัน จับได้ในที่สุด

บุษบันยิงแนน แต่น้ำรินเข้าช่วยไว้ แนนไม่เป็นอะไร แต่น้ำรินถูกยิง เหยี่ยวเข้ามาช่วย แต่ไม่เห็นน้ำริน และไม่รู้ว่าน้ำรินได้ช่วยชีวิตแนนเอาไว้ บุษบันก็ตกตึกตายในที่สุด เหยี่ยวฝันว่าน้ำรินมาหา และเอาลูกปืนมาให้ เมื่อตื่นมาก็มีลูกปืนซ่อนอยู่ใต้หมอน

เมื่อเหยี่ยวได้คุยกับแนน แนนบอกว่าเธอถูกบุษบันยิง แต่รอดมาได้ เหยี่ยวสงสัย ว่าน้ำรินจะช่วยแนน จึงเอากระสุนไปพิสูจน์ ว่าเป็นของบุษบันหรือไม่ สงครามยังคงไปดูแลธารา เขายังคงรักธาราเหมือนเดิม ถึงแม้ธาราจะเย็นชาใส่ ธาราเองก็เห็นใจสงครามไม่น้อย ที่ต้องมาคอยดูแลเธอตลอดเวลา

เหยี่ยวได้เจอน้ำรินในที่สุด เขาหลอกว่ายายเหงา คิดถึงน้ำริน น้ำรินเป็นห่วง จึงรีบกลับบ้านทันที เหยี่ยวแอบดีใจมาก ธาราไม่ยอมเซ็นต์เอกสาร การก่อสร้างตึกให้กับภพธร เพราะดูแล้วว่า งานยังไม่ได้มาตรฐาน ภพธรแค้น นับดาวหาทางกำจัดสงครามก่อน เพื่อจะได้จัดการกับธาราง่ายขึ้น

วันนั้น สงครามถูกคนร้ายตามประกบยิงที่รถ แต่บังเอิญมีเหยี่ยวนั่งมาด้วย เหยี่ยวกับสงครามสู้กับคนร้าย และกระโดดลงสะพาน เพื่อหนี หลังจากถูกล้อมยิง รอดอย่างหวุดหวิด
.

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.7
https://www.bilibili.tv/th/video/4797826969376768?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all

.

.


ภพรัก EP.8

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.8
https://www.bilibili.tv/th/video/4797826999785472?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all




ภพรัก เรื่องย่อ ตอนที่ 8
https://www.sanook.com/movie/45505/
.






เรื่องย่อ ภพรัก ตอนที่ 8

คนร้ายยังตามสงครามกับเหยี่ยวไม่เลิก สงครามถูกยิง เมื่อธารารู้ถึงกับร้องไห้เสียใจ สงครามรีบกลับมาหาธารา เพราะรู้ว่าธาราเป็นห่วง ธาราเริ่มใจอ่อน รักสงครามมากยิ่งขึ้น น้ำรินกลับมาอยู่ที่บ้านพร้อมกับเหยี่ยว ยายนวลไม่สบายใจ รู้ว่าเหยี่ยวรักน้ำริน จึงไม่ยอมแต่งงานกับแนน คิดหาทางแก้ไข

น้ำรินเหงา เหยี่ยวจึงให้น้ำริน ช่วยต่อรูปจิ๊กซอว์ให้ เป็นภาพวิว ครั้งสุดท้าย ที่เหยี่ยวได้อยู่กับพ่อแม่ ก่อนที่ทั้งสองจะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และเป็นครั้งแรกที่เหยี่ยว ได้พบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในวัยเด็ก ซึ่งก็คือน้ำรินนั่นเองทั้งคู่ช่วยกันต่อจิ๊กซอว์จนสำเร็จ

เหยี่ยวกับน้ำริน ต่างแน่ใจว่า ทั้งสองมีใจตรงกัน เหยี่ยวพาน้ำรินไปทำบุญที่วัดหลวงตาเคี้ยง เพื่อมอบชุดใหม่ให้กับน้ำริน แล้วพาน้ำรินไปเที่ยวเดินดูตลาดน้ำ วิถีแบบชาวบ้าน ที่น้ำรินไม่เคยเห็นมาก่อน

นับดาวคิดถึงอดีต สมัยเรียน ที่ตนเองยากจน ต้องพึ่งบารมี ทั้งข้าวของเงินทองจากน้ำริน ยิ่งแค้นใจ กลายเป็นปมด้อยเรื่อยมา อีกทั้งยังแอบรักภพธรมาตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา ถึงวันนี้ยังถูกธาราเหน็บแนมอีก เพราะธาราดูออกว่านับดาวแอบรักภพธร นับดาวจึงคิดหาทางกำจัดธาราโดยเร็ว

ระหว่างที่เหยี่ยวพาแนนเดินเที่ยว ผีชลชาติก็โผล่มา ลากน้ำรินตกลงไปในน้ำ ชลชาติจะฆ่าทั้งน้ำรินและเหยี่ยว แต่เสียงสวดมนต์ของธาราดังแว่วมา ทำให้ทั้งคู่รอดได้อย่างหวุดหวิด ร่างของน้ำรินกำลังจะแตกสลาย เหยี่ยวกอดไว้ไม่ยอมปล่อย สุดท้ายความรักของทั้งสอง ทำให้วิญญาณของชลชาติ หลุดลอยไป

ทั้งเหยี่ยวและน้ำริน รักและผูกพันกันมากยิ่งขึ้น แต่ยายนวล ก็จัดงานหมั้นให้เหยี่ยวเสียก่อน เพื่อตัดไฟแต่ต้นลม แนนดีใจมาก ผิดกับเหยี่ยวที่ไม่สบายใจที่ถูกยายบังคับ น้ำรินเสียใจมาก เดินหนีไป

ธาราไม่อนุมัติให้ภพธร เปิดสถานบันเทิงครบวงจร แต่ภพธรกับนับดาวไม่ฟัง ยังคงนัด มิสเตอร์หลิว มาคุยเรื่องงานเดินหน้าต่อไป เหยี่ยวเองก็ปลอมตัวเข้ามาสืบเรื่องสถานบันเทิง ที่แอบค้ายาและผู้หญิงแห่งนี้อีกด้วย เหยี่ยวได้พบกับภพธรที่นั่น ส่วนปริกก็พาน้ำริน มาที่งานเหมือนกัน เหยี่ยวมาทันได้ช่วยเหยี่ยว ต่อสู้กับคนร้าย จนรอดออกมาได้
.

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.8
https://www.bilibili.tv/th/video/4797826999785472?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all

.



39

ภพรัก EP.5

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.5
https://www.bilibili.tv/th/video/4797826920880128?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all




ภพรัก เรื่องย่อ ตอนที่ 5
https://www.sanook.com/movie/45221/
.






เรื่องย่อ ภพรัก ตอนที่ 5

สงครามสงสัยว่ามีคนคิดร้ายกับธารา จึงพาไปซ่อนตัวที่เซฟเฮ้าส์ ต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง โดยให้เหยี่ยวตามไปคุ้มกัน มีน้ำรินที่ติดตามเหยี่ยวไปด้วย ทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้น ทำให้เหยี่ยวเริ่มรู้ตัวว่า ได้หลงรักผีสาวน้ำรินเข้าให้แล้ว น้ำรินเอง ก็เฝ้าแต่คิดถึงแม่ ส่วนธาราก็พูดเพ้อถึงแต่ลูกสาวที่หายไป โดยที่ไม่รู้เลยว่า ทั้งสองอยู่ใกล้กันนิดเดียว

เหยี่ยวเล่าเรื่องในวันที่ตนเองเป็นเด็ก แล้วนั่งรถไปกับพ่อแม่ แต่ทั้งพ่อและแม่ของตนเสียชีวิตทั้งคู่ ทิ้งให้เหยี่ยวอยู่อย่างโดดเดี่ยวมาแต่เด็ก ทำให้น้ำรินรู้สึกสงสารเหยี่ยวมาก เหยี่ยวยังเล่าเรื่องอดีตที่เคยเจอกับเด็กชื่อน้ำรินตอนเด็ก แต่ต่างคนไม่รู้ว่า คือตัวเอง ทั้งสองเริ่มพูดคุยเปิดใจ เดินเล่นริมทะเลด้วยกัน ช่วยกันจ่ายตลาด ซื้อกับข้าวด้วยกัน

น้ำรินร้องไห้เสียใจ กลัวเหยี่ยวแต่งงานกับหมวดแนนแล้วจะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีก เหยี่ยวจึงถามน้ำริน ว่ารักเขาหรือเปล่า ทำให้น้ำรินอึ้งไป สงครามแอบมาเยี่ยมธาราที่เซฟเฮ้าส์ เขาพยายามดูแลธาราอย่างดี และสารภาพว่ายังคงรักธาราไม่เปลี่ยนแปลง แต่ธาราปฎิเสธ ทำให้เขาเสียใจมาก
.

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.5
https://www.bilibili.tv/th/video/4797826920880128?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all

.

.


ภพรัก EP.6

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.6
https://www.bilibili.tv/th/video/4797826996115456?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all




ภพรัก เรื่องย่อ ตอนที่ 6
https://www.sanook.com/movie/45261/
.






เรื่องย่อ ภพรัก ตอนที่ 6

วิญญาณป้าปริก ตามมาเที่ยวทะเลด้วย น้ำรินดีใจมากที่มีเพื่อนคุยเป็นเพื่อนอีกคน น้ำรินกับเหยี่ยวรักกันมากขึ้น เหยี่ยวพยายามจะกอดน้ำริน แต่ไม่สามารถสัมผัสซึ่งกันและกันได้ แล้วแนนก็ปรากฏตัวขึ้นที่เซฟเฮ้าส์ริมทะเล น้ำรินใจคอไม่ดี เพราะรู้ว่าแนนรักเหยี่ยว แนนบอกจะมาอยู่ช่วยเหยี่ยวดูแลธาราที่กรุงเทพฯ ภพธร กับนับดาว ไม่พอใจที่ไม่รู้ว่าธาราไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน

ภพธร พยายามจะกุมอำนาจบริหารงานบริษัทในเครือของธาราทั้งหมด แต่ธารา ประชุมกับหุ้นส่วนด้วยวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ทำให้ภพธรไม่พอใจ นับดาวพยายามจับสัญญาณภาพ ว่าธาราอยู่ที่ไหน
     
วิญญาณของชลชาติ ตามรถของนกน้อยมาที่เซฟเฮ้าส์ด้วย ชลชาติตั้งใจจะดูดวิญญาณของน้ำรินไป แต่ปริกเข้ามาช่วยไว้ก่อน ซึ่งขณะนั้นก็มีคนร้าย บุกเข้ามาที่เซฟเฮ้าส์ แนนกับเหยี่ยว ก็พยายามช่วยธารา จากคนร้าย เกิดการยิงกันที่บ้านพักอย่างโกลาหล ธาราปลอดภัย เหยี่ยวกำลังจะถูกยิง น้ำรินเอาร่างตนเองเข้ากำบัง ขณะเดียวกันที่แนนก็เข้ามาขวาง กระสุนผ่านร่างน้ำริน ไปโดนเข้ากับแนน เหยี่ยวตกใจมาก คนร้ายหนีไป แนนอาการบาดเจ็บสาหัส
       
วิญญาณชลชาติ ยังตามราวีน้ำรินไม่เลิก ซ้ำร้ายยังจะเข้าไปกระชากวิญญาณของแนนที่กำลังอ่อนแรงอย่างสุดขีด น้ำรินเห็นความห่วงใยที่เหยี่ยวมีต่อแนน กลัวเหยี่ยวจะเสียใจหากแนนจบชีวิตลง จึงขอแลกชีวิตตนเองกับชลชาติ ทำให้เธอโดนชลชาติทำร้ายอีกครั้ง แต่ชลชาติกับถูกผ้ายัณต์ของหลวงพ่อทำร้ายจนทำให้น้ำรินรอดไปได้อย่างหวุดหวิด
       
แนนฟื้นขึ้นมาท่ามกลางความดีใจของเหยี่ยว ยายนวล ปลาทู ปูอัดก็มาเยี่ยมด้วย ยายนวลบอกให้เหยี่ยวแต่งงานกับแนน หลังจากที่แนนหายเป็นปรกติแล้ว เหยี่ยวนึกถึงน้ำรินขึ้นมาได้ในทันที
       
ภพธรทำทีมาเยี่ยมธารา เขาแกล้งทำดีกับธารา จนธาราเริ่มลังเล ว่าภพธร เป็นคนดี หรือคนร้ายกันแน่
.

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.6
https://www.bilibili.tv/th/video/4797826996115456?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all

.



40

ภพรัก EP.3

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.3
https://www.bilibili.tv/th/video/4797818947246080?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all




ภพรัก เรื่องย่อ ตอนที่ 3
https://www.sanook.com/movie/45021/
.






เรื่องย่อ ภพรัก ตอนที่ 3

คงคาตามมาฆ่าปิดปากธาราที่โรงพยาบาลอีกคน โชคดี สงครามมาเยี่ยมธาราเสียก่อน คงคาเลยรีบหนีไป สงครามโกรธที่ยอดชัด ตายไปเสียก่อน จึงไม่สามารถสืบเรื่องราวของผู้บงการในการค้ายาเสพติดได้ 

แนนกับเหยี่ยวไปซื้อของขวัญวันเกิดให้กับนกยูง ลูกของจ่านกน้อย  น้ำริน ชวน ยายนวล ปลาทู ปูอัด ไปร่วมงานด้วย ทำให้รู้ว่า ลูกของจ่านกน้อย ตายเพราะคดียาเสพติด   ทำเอาทุกคนเศร้าไปพร้อม ๆ กัน

ปริกมาหาน้ำรินที่บ้านเหยี่ยว สอนให้น้ำริน ใช้ดวงจิต จับสิ่งของได้ พอดีวิญญาณชลชาติ จะมาทำร้ายน้ำริน ปริกจึงช่วยน้ำรินไว้

ส่วนจ่านกน้อย กับเหยี่ยว ไปตามสืบเรื่องการตายของนกยูง หลังจากที่จ่านกน้อย เปิดโทรศัพท์ ดูรูปลูกของตนเอง แล้วเห็นยอดชัดอยู่ในภาพ เหยี่ยวกับนกน้อยเจอกับแก้วตา เพื่อนของนกยูง เธอสารภาพว่าหลอกให้นกยูงไปส่งยาเสพติด ตามคำสั่งของยอดชัด เมื่อนกยูงรู้เข้าว่าเป็นยาเสพติด จึงไม่ยอมทำงานให้อีก ซ้ำยังจะไปแจ้งตำรวจ เลยถูกคงคาฆ่าปิดปาก เมื่อคงคารู้ว่าแก้วตาถูกตำรวจสอบปากคำ กลัวเรื่องจะสาวถึงภพธร  จึงฆ่าปิดปากแก้วตาอีกคน  เหยี่ยวกับนกน้อยเสียใจที่ไม่อาจสาวถึงตัวการใหญ่คดียาเสพติดได้

น้ำรินเริ่มจำความได้ว่าตนเอง รู้จักกับชลชาติและนกยูง กลัวว่าตนเอง จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนชั่ว เริ่มกังวล เหยี่ยวจึงช่วยน้ำรินตามหาร่างตนเอง ด้วยการตระเวนไปตามโรงพยาบาลต่าง ๆ ที่มีคนป่วยประสบอุบัติเหตุแล้วยังไม่ฟื้น เหยี่ยวต้องทนทุกข์กับการนั่งรถ  เพราะเขากลัว น้ำรินสงสารที่เหยี่ยวต้องมาลำบากเพราะตน นกน้อยขับรถไปให้ แต่ตระเวนหาเท่าไร่ ก็ไม่พบร่างของน้ำริน

ในขณะที่ธารากำลังจะฟื้น เหยี่ยวกับน้ำรินเดินเข้าไป น้ำรินรู้สึกผูกพันกับธารา โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นแม่ของตนเอง ธารารู้สึกตัวเหมือนน้ำรินมาหา เมื่อตื่นขึ้นมาจึงเล่าให้ภพธรกับนับดาวฟัง
.

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.3
https://www.bilibili.tv/th/video/4797818947246080?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all

.

.


ภพรัก EP.4

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.4
https://www.bilibili.tv/th/video/4797818959304704?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all




ภพรัก เรื่องย่อ ตอนที่ 4
https://www.sanook.com/movie/45041/
.






เรื่องย่อ ภพรัก ตอนที่ 4

เมื่อกลับถึงบ้าน เหยี่ยว พบ แนน มารออยู่แล้ว ยายนวลจึงถือโอกาสบอกให้เหยี่ยวรีบแต่งงานกับแนน น้ำรินฟังแล้วใจหาย ถ้าเหยี่ยวแต่งงานไปแล้ว คงไม่มีใครอยู่เคียงข้าง คอยช่วยเหลือเธออีก

สงครามมาเยี่ยมธาราที่โรงพยาบาล เผลอกินน้ำชาใส่ยาพิษที่นับดาวใส่ให้ธารากิน เขาถึงกับเป็นลมหมดสติไป ภพธรเริ่มกังวล ว่าเขาเองได้ทำผิดกับน้ำรินไป จนนับดาวเริ่มออกอาการหึง และตั้งใจจะกำจัดธาราให้ได้ นับดาวกับภพธรมาส่งธาราที่บ้านหลังกลับจากรพ. ธาราทำทีไม่สนใจทั้งสองคน ยิ่งทำให้นับดาวไม่ชอบใจ แอบใส่ยาพิษให้ธาราดื่มอีก

น้ำรินฝันถึงภพธร เริ่มจำความได้ จึงบอกกับเหยี่ยวว่าตนเองมีแฟนแล้ว ทำให้เหยี่ยวแอบเสียใจ น้ำรินตามเหยี่ยวไปงานสัมมนาที่สำนักงานสืบ น้ำรินเห็นหน้าธารา รู้สึกคุ้นๆ ซ้ำยังเห็นนาฬิกาที่ธาราใส่ เหมือนที่ตนเคยซื้อให้แม่ ส่วนนับดาวก็พยายามเข้ามาตีสนิทกับนกน้อย เพื่อวางแผนสืบเรื่องของตำรวจ ที่มีส่วนเข้ามาพัวพันกับธารา

ธาราเป็นลมหมดสติบนเวที  เพราะฤทธิ์ของยาที่นับดาวให้กิน  สงครามรีบเข้าไปช่วยเหลือ แล้วส่งโรงพยาบาลทันที เหยี่ยวกับนกน้อยไปจับคงคา ที่ฆ่าลูกจ่านกน้อยตาย เกิดการยิงปะทะกัน  จนคงคาพลาดท่าตกแม่น้ำหายไป  คงคาหนีไปหาภพธร สุดท้ายภพธรจึงฆ่าคงคาเพื่อปิดปาก

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.4
https://www.bilibili.tv/th/video/4797818959304704?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all

.



Pages: 1 2 3 [4] 5 6 ... 10
SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.18 seconds with 12 queries.