21
หนังสือดี ที่น่าอ่านยิ่ง / Re: เมื่อคุณตา คุณยายยังเด็ก - ทิพย์วาณี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ประพันธ์ / เครดิต เทาช
« Last post by ppsan on 04 March 2026, 19:52:33 »สวัสดีทุกๆท่านค่ะ
daylife
สวัสดีครับ
ผมเป็นแอดมินเพจชื่อ ยอดมนุษย์..คนธรรมดา ครับ
เนื่องจากพวกผมได้ทำบทความเกี่ยวกับคุณทิพย์วาณี สนิทวงศ์ฯ พร้อมกับนำเรื่องเมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก ตอนแรกกับตอนสุดท้ายที่ตีพิมพ์ในนิตยสารสตรีสารมานำเสนอ
ก็เลยอยากขออนุญาตนำมาประชาสัมพันธ์ในเว็บบอร์ดเรือนไทยครับ
https://www.facebook.com/THENORMALHERO/posts/1967085646711350
ต้องขออภัยด้วยนะครับ หากเราขุดกระทู้ที่เก่ามากขึ้นมา แต่คิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้สนใจ
ขอบคุณครับมากครับ
.
เทาชมพู
ยินดีค่ะ ที่นำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังอีก
หาอ่านตอนแรกกับตอนสุดท้ายได้ที่ไหนคะ ดิฉันหาไม่เจอ
อยากนำมาลงในกระทู้นี้ ไว้สำหรับผู้สนใจได้หาอ่านได้ต่อไป
.
daylife
เรียนอาจารย์ครับ
เนื้อหาทั้งสองตอนอยู่ในภาพประกอบ 2 รูปหลังครับ
สำหรับบทความ ผมขออนุญาตแปะลิงก์ประกอบแทนการคัดลอกเรื่องมาลง เนื่องจากได้ขออนุญาตครอบครัวของคุณทิพย์วาณี เพื่อนำมาใช้เผยแพร่ผ่านทาง Facebook อย่างเดียว
ต้องขออภัยด้วยนะครับ
ตอนแรก : เผาศพ
https://www.facebook.com/THENORMALHERO/photos/pcb.1967085646711350/1967083046711610
ตอนสุดท้าย : ผมเปีย
https://www.facebook.com/THENORMALHERO/photos/pcb.1967085646711350/1967083026711612
.
.
azante
ร้านผดุงชีพ ปัจจุบันยังมีอยู่หรือไม่ครับ
ท่านใดเคย เห็น หรือมีรูปอยู่บ้างครับ
.
เพ็ญชมพู
ร้านผดุงชีพเป็นร้านค้าไม้สองคูหาสองชั้นอยู่เยื้องกับวัดชนะสงคราม คุณทิพย์วาณีตั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ปีเดียว แต่เดิมเป็นร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ต่อมาเริ่มทำยาสมุนไพร และสั่งซื้องานฝีมือมาขายด้วย ร้านผดุงชีพเป็นร้านขายสินค้าหัตถกรรมและของเล่นแห่งแรก ๆ ของกรุงเทพฯ สินค้าภายในร้านได้ดี มีของไทย ๆ หลากอย่าง ทั้งยาแผนโบราณ ยาตราแม่โพสพ ยาปลูกผมปลูกหนวด (เป็นน้ำมันงาเคี่ยวเองที่ร้าน ขายดีมากจนต้องเคี่ยวแทบไม่ได้หยุด จนคนเคี่ยวมีขนขึ้นหนาดกดำที่มือ ต้องโกนทิ้งอยู่เรื่อย) เครื่องดนตรี หัวโขน หัวรูปสัตว์ต่าง ๆ อย่างที่เด็กอนุบาลสวมหัวแสดงระบำสัตว์ ผลไม้จำลอง ตุ๊กตาดินเผา หม้อข้าวหม้อแกง ปลาตะเพียนใบลาน หมูกระดาษออมสิน ซึ่งของส่วนใหญ่ทำจากกระดาษ (เปเปอร์มาเช่) ของเด็กเล่น เช่น งู ตะขาบ และสัตว์เลื้อยคลานทำจากไม้ระกำ รอยควั่นบนไม้ที่ทำเป็นข้อปล้องเมื่อนำมาถือเล่นมันจะเคลื่อนไหวส่ายไปมาคล้ายการเลื้อยคลานของสัตว์
ร้านนี้เป็นมรดกตกทอดมาถึงลูกสาวคนโต ต่อมาเลิกกิจการและถูกรื้อทิ้งไป ภายหลังลูกหลานสร้างอาคารคอนกรีตขึ้นใหม่ในที่เดิม และนำป้ายร้านผดุงชีพมาติดไว้เป็นอนุสรณ์ตรงมุมหนึ่งของอาคาร
ข้อมูลจาก http://oknation.nationtv.tv/blog/r-dote/2009/10/14/entry-1
ภาพจาก หนังสือวรรณกรรม ๕๐ เล่มที่ต้องอ่านก่อนโต หน้า ๓๘
.
เพ็ญชมพู
ขออนุญาตแก้ไข
อ้างจาก: เพ็ญชมพู
(ร้านผดุงชีพเป็นร้านค้าไม้สองคูหาสองชั้นอยู่เยื้องกับวัดชนะสงคราม คุณทิพย์วาณีตั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ปีเดียว)
.
แก้เป็น คุณแม่ของคุณทิพย์วาณี (หม่อมหลวงฟ่อน สนิทวงศ์) ตั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ปีเดียว
.
เพ็ญชมพู
อ้างจาก: ประกอบ ที่ 28 ม.ค. 19, 08:47
(คืออ่านเมื่อคุณตาคุณยายยังเด็กมานานแล้ว จากเรื่องราวต่าง ๆ ทั้งคุณตาคุณยายท่านผู้เขียน น่าจะมาจากสกุลขุนนางหรือเจ้านายที่ใหญ่พอสมควร เลยแปลกใจว่าท่านทั้งสองคือใคร มาจากสายสกุลไหน ท่านใดทราบบ้างครับ เพราะบันทึกชื่อแม่ของท่านผู้เขียน มีแค่ มล.ฟ่อน ไม่ระบุนามสกุล)
.
ตุณตาคุณยายในที่นี้ มิได้หมายความถึงคุณตาคุณยายของคุณทิพย์วาณี แต่หมายถึงคุณตาคุณยายของลูกชายลูกสาวของคุณทิพย์วาณี ซึ่งนอกจากจะหมายถึงคุณพ่อคุณแม่ของคุณทิพย์วาณีแล้ว ยังรวมถึง คุณป้า คุณลุง คุณอา อีกด้วย
จากเฟซบุ๊ก ยอดมนุษย์..คนธรรมดา ของคุณ daylife เล่าว่า
นอกจากคลังหนังสือที่เธอมีเต็มตู้แล้ว แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ก็มาจากความทรงจำในวัยเยาว์นั่นเอง เพราะสมัยก่อนตอนเด็ก ๆ เธออาศัยอยู่ที่บ้านของเจ้าคุณปู่ เจ้าพระยาวงษานุประพัทธ์ บริเวณถนนบรรทัดทอง แล้วด้วยความครอบครัวใหญ่มาก เวลานอน เด็ก ๆ จึงรวมกันหน้าเตียงของคุณป้า
“คุณป้าท่านชอบเล่าเรื่องเก่า ๆ ให้ฟังก่อนนอนแทบทุกคืน แล้วตอนเด็ก ๆ ดิฉันเป็นคนช่างซักถาม และคุณป้าผู้นี้เป็นคนใจดี เราซักมากท่านก็ไม่รำคาญ ท่านมีอาชีพรับจ้างทำอาหารตามงานเลี้ยง ได้เห็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ จึงรู้เรื่องนำมาถ่ายทอดให้ฟัง
“บางเรื่องก็สอบถามจากบุคคลใกล้ชิดต่าง ๆ คุณแม่บ้าง คุณลุงบ้าง คุณลุงนี่ชอบเล่าเรื่องสมัยยังหนุ่ม คุยแล้วรู้สึกปลื้มใจ แล้วก็มีคุณอาคนเล็กอีกคน เจอหน้ากันต้องมานั่งเท้าความเรื่องเก่า ๆ สมัยเด็ก ๆ เพราะท่านวัยไล่เรี่ยกัน คอยท้วงติงว่าเขียนอะไรตกหล่นหรือคอยเสริมให้..
“เพราะฉะนั้นตัว ‘คุณตา คุณยาย’ ก็คือบุคคลเหล่านี้เองปะปนกันออกมา” ทิพย์วาณี เฉลยความหมายที่แท้จริงของชื่อคอลัมน์ ‘เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก’
สำหรับคุณตาคุณยายของคุณทิพย์วาณีคือ หม่อมราชวงศ์สุวพันธุ์ สนิทวงศ์ และ เจริญ บุนนาค (ซึ่งเป็นบิดามารดาของหม่อมหลวงรวง สนิทวงศ์ และหม่อมหลวงฟ่อน สนิทวงศ์ ภรรยาทั้งสองของหม่อมหลวงจรูญ สนิทวงศ์) คุณตาสุวพันธุ์เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๖ ก่อนการประกาศใช้วันที่ ๑ เมษายน ใน พ.ศ. ๒๔๓๒ เป็นเวลาหลายปี คงไม่มีประสบการณ์ในวันปีใหม่ ๑ เมษายนเป็นแน่
.
เทาชมพู
ดิฉันคิดว่าคุณdaylife เข้าใจผิด "คุณตาคุณยายในวัยเด็ก" ไม่ใช่คุณพ่อคุณแม่ของคุณทิพย์วาณี แต่หมายถึงตัวเธอเองค่ะ,
.
(อ้างจาก: เพ็ญชมพู
วันที่ ๑ เมษายน
แต่ก่อนวันปีใหม่ทางราชการของไทยเรานั้น นับวันที่ ๑ เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่ เพราะวันปีใหม่ของไทยเราถือวันสงกรานต์เป็นวันปีใหม่ แต่เป็นการนับทางจันทรคติจึงมีวันที่ไม่แน่นอนนัก จนกระทั่งปี ๒๔๘๕ ทางราชการได้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ให้ตรงกับสากลเป็นวันที่ ๑ มกราคม
เมื่อครั้งคุณตาคุณยายยังเป็นเด็ก ๆ อยู่นั้น ยังใช้วันที่ ๑ เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่อยู่ มีเพลงร้องด้วยว่า "วันที่ ๑ เมษายน วันขึ้นปีใหม่แสงสว่างกระจ่างจ้า..." แล้ว ก็มีสร้อยว่า "ยิ้มเถิดยิ้มเถิดนะยิ้ม ยิ้มแย้มแจ่มใส สุขสำราญบานใจ ขอให้สวัสดี" ซึ่งสร้อยนี้ คุณตาและคุณยายจำขึ้นใจอยู่ตลอดมา เพราะเด็ก ๆ ต่างก็ตั้งหน้านับวันรอวันนี้ คือวันที่ ๓๑ มีนาคมและวันที่ ๑ เมษายน
วันนี้ที่ในกรุงเทพฯ จัดให้มีงานใหญ่ที่ท้องสนามหลวงเป็นประจำทุกปี มีงานตั้งแต่คืนวันที่ ๓๑ มีนาคม อากาศดีไม่หนาว ไม่มีน้ำค้าง ไม่มีฝน ผู้คนหลั่งไหลมากันแน่นหลายทาง ด้วยรถราง รถเจ็ก รถยนต์ จากท่าพระจันทร์ ท่าเตียน และเดินมา นั่งรถไฟจากต่างจังหวัดก็มีไม่น้อย มีการออกร้านขายของเล่นของใช้อาหารต่าง ๆ มีการแสดงมหรสพต่าง ๆ มีโขน ลิเก หุ่นกระบอก ลำตัด หนังกลางแปลง ของทางราชการและของเอกชนที่จัดมาแสดงเก็บเงิน
ที่นี่เองเด็ก ๆ อย่างคุณตาและคุณยายพากันตั้งตารอ เพราะจะได้รับเงินแจกให้ไปเที่ยวซื้อของตามใจชอบ คุณยายได้ ๕๐ สตางค์ ส่วนคุณตานั้นได้ ๑ บาท ซึ่งนับว่าเป็นเงินก้อนใหญ่ที่สุดในปีหนึ่ง ๆ ที่เด็ก ๆ จะมีปัญญามีได้ จึงต้องวาดโครงการไว้ก่อนว่าจะซื้ออะไรกันบ้าง
กลางคืนที่ ๓๑ มีนาคม มีงานจนดึก พอสองยามก็จะมีเสียงเพลงวันที่ ๑ เมษายน ดังลั่นไปทั่วท้องสนามหลวงด้วยลำโพง ๔ ทิศ ดอกไม้ไฟ พลุต่าง ๆ ก็พากันจุดพร้อม ๆ กัน มีไฟพะเนียง กังหัน ช้างร้อง แล้วก็พลุสีต่าง ๆ สว่างไสวทั่วท้องสนามหลวง แสดงว่าเปลี่ยนศักราชใหม่แล้ว คุณตาและคุณยายพยายามข่มใจถ่างตาไว้ไม่ให้หลับ ถึงจะง่วงยังไงก็ไม่ยอมให้หลับ เพราะต้องการจะดูดอกไม้ไฟและพลุสวย ๆ ให้ได้ ดูเสร็จแล้วจึงจะกลับไปนอน ตื่นมาใหม่ตอนเช้า
เมื่อตอนกลางคืนคุณยายยังไม่ได้รับสตางค์แจก จึงเพียงแต่ดูของต่าง ๆ หมายตาเอาไว้เท่านั้น วันที่ ๑ ตอนเช้าไปรับแจกเงิน ก็รีบมาซื้อของที่อยากได้ไว้เมื่อตอนกลางคืน ส่วนคุณตานั้นได้รับเงินแจกตั้งแต่วันสิ้นปีแล้ว จึงรู้สึกเสียใจ มักจะเอาของที่ซื้อไว้บอกขายต่อกับพี่ ๆ น้อง ๆ เพื่อจะเอาเงินไปซื้อของที่อยากได้
คุณยายเป็นเด็กผู้หญิงก็ซื้อของเล่นตามประสาเด็กผู้หญิง มีปิ่นโตเถาเล็ก ๆ น่ารัก พัดขนนกจากอยุธยา นางในหอย เป็นตุ๊กตาชาววังนอนในหอยตลับ กระเป๋าถือใบเล็ก ๆ ชุดหม้อข้าวหม้อแกงจัดเป็นตะกร้า อยู่ในตะกร้าลวดถัก ๆ มีเขียง มีมีด และกระต่ายขูดมะพร้าว กระชอนเล็ก ๆ เข้าชุดกัน ตุ๊กตา เตียงนอน โต๊ะเครื่องแป้ง แต่ที่ขาดไม่ได้ทุกปีก็คือดูละครลิงของคณะ "ปรีดาวานร" ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ถึงแม้ว่าจะซ้ำกันแทบทุกปี คุณยายก็ยังดูได้ ค่าดู ผู้ใหญ่ ๓ สตางค์ เด็ก ๒ สตางค์เท่านั้น)
.
คุณทิพย์วาณีเกิดเมื่อพ.ศ. 2475 ข้อความข้างบนนี้เล่าว่าตอนเธอเด็กๆ ปีใหม่ยังเป็น 1 เมษายนอยู่ มาเปลี่ยนในปี 2485 คือเมื่ออายุ 10 ขวบ
บรรยากาศปีใหม่ 1 เมษายน ที่บรรยายไว้ข้างบนนี้ คือบรรยากาศในช่วง 2475-2484 คุณหนูทิพย์วาณีเที่ยวงานปีใหม่ด้วยความสนุกสนานประสาเด็ก ซื้อของเล่นเล็กๆน้อยๆ ดูหนังกลางแปลง เดินกลับมาที่รถยนต์ซึ่งจอดอยู่ฯลฯ
บรรยากาศทั้งหมดที่ว่านี้ ยังมีมาจนถึงยุคของดิฉัน เพราะสมัยโน้นโลกหมุนช้ากว่าสมัยนี้มาก โดยเฉพาะของเล่นในยุค 2480s ยังมีให้เห็นหลังจากนั้นอีกเป็นสิบๆปี
แต่บรรยากาศเหล่านั้นไม่ใช่ยุคสมัยของหลวงจรูญสนิทวงศ์(หม่อมหลวงจรูญ สนิทวงศ์)บิดาของคุณทิพย์วาณียังเด็กอยู่แน่นอน
คุณหลวงท่านเกิดปี 2438 สมัยคุณหลวงยังเด็ก ประมาณว่า 2438-2448 กรุงเทพยังไม่มีหนังกลางแปลง ไม่มีครีมโซดาขาย รถยนต์ส่วนตัวของประชาชนยังไม่มีค่ะ
มีรถยนต์พระที่นั่งคันแรก ชื่อรถแก้วจักรพรรดิ ส่งมาถึงสยามประมาณปี 2448 ค่ะ
.
azante
จากที่อ่านมาตั้งแต่เด็กๆ นึกเสมอเลยว่า คุณตาคุณยายในหนังสือ จะเทียบเคียงกับรุ่น ปู่ย่าตายาย
ในปลาย รัชกาลที่ 5 ไม่คิดเลยว่า จะเป็นเรื่องของ รุ่น พ่อ แม่ ในสมัย รัชกาลที่ 7 และ 8 ซึ่งกรุงเทพ
มีการเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว
.
เทาชมพู
จะยกตัวอย่างให้คุณ Azante เห็น ว่าไม่ใช่เรื่องสมัยรัชกาลที่ 5 เอาจากในกระทู้นี่ก็พอนะคะ
อ้างจาก: เทาชมพู
(เศษผ้าทุกชิ้นคุณแม่เก็บไว้หมด เอาไว้ซ่อมแซมเสื้อผ้า บางทีเราอาจทำขาดหรือมีอุบัติเหตุ เราจะได้มีผ้าที่มีสีดอกเหมือนกันซ่อมได้ แล้วมองไม่เห็นรอยผ้า ก่อนจะเอาเสื้อผ้าที่ขาดไปเป็นผ้าเช็ดชาม ผ้าถูเรือน คุณแม่ก็ต้องให้ลูกตัดเอากิ๊บ กระดุมที่ยังดีๆอยู่เก็บไว้หมดเอาไว้ซ่อมตัวอื่นได้ ทั้งเวลาใช้ถูเรือนก็ไม่ขูดกระดาน" ว่าแล้วก็ไปหยิบกระปุกไม้กลึงที่มีกระดุมสารพัดสีสารพัดขนาดออกมาให้ดู)
.
ในสมัยรัชกาลที่ 5 แม่บ้านยังห่มผ้าแถบอยู่กับบ้าน ลูกสาวเล็กๆก็ยังสวมเสื้อคอกระเช้า ตัวหลวมๆ สีขาว ผ้าดอกที่เอามาตัดเสื้อ ผ่าหน้าผ่าหลังติดกิ๊บ หรือกระดุมสีต่างๆแบบต่างๆนั้น เป็นการแต่งกายในรัชกาลที่ 6 แพร่หลายในช่วงปลายรัชกาล เรื่อยมาจนถึงรัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 8 ค่ะ
.
เพ็ญชมพู
อ้างจาก: เพ็ญชมพู
(ฉะนั้นประชาชนจึงต้องอาศัยน้ำจากแม่ธรณีบีบมวยผมที่สมเด็จพระพันปีหลวงสร้างไว้เป็นทานแก่ประชาชนที่หิวน้ำกันเป็นส่วนใหญ่)
แม่พระธรณีบีบมวยผมนี้ ประกอบพิธีเปิดเมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๔๖๐ ในรัชกาลที่ ๖ อันเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ดังที่ทรงมีพระราชหัตถเลขาถึงเจ้าพระยายมราช(ปั้น สุขุม) เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๔๖๐ ความว่า
"พรุ่งนี้ฉันจะทำบุญวันเกิดที่นี่ตามคตินิยม ให้คุณจัดเปิดรูปนางพระธรณีท่ออุทกทาน ซึ่งฉันได้ออกทรัพย์ให้หล่อขึ้นสำเร็จตั้งไว้ ณ เชิงสะพานผ่านพิภพลีลา และขออุทิศท่ออุทกทานนี้ให้เป็นสาธารณทานแก่ประชาชนผู้เพื่อนแผ่นดินใช้กินบำบัดร้อนและกระหาย เป็นความสบายตามปรารถนาทั่วกันเทอญ"
ฉะนั้นเหตุการณ์ในเรื่อง "๑ เมษายน" จึงควรเกิดหลัง พ.ศ. ๒๔๖๐ คุณตาในเรื่องตอนนี้อาจเป็นคุณอาคนเล็กที่คุณทิพย์วาณีกล่าวถึงก็เป็นได้
ปัจจุบันรูปปั้นแม่พระธรณีบีบมวยผมแปรเปลี่ยนจุดประสงค์การใช้ กลายเป็นรูปเคารพไปเสียแล้ว
.
เพ็ญชมพู
ในหนังสือ ตรุษสงกรานต์ ประมวลความเป็นมาของปีใหม่ไทยในสมัยต่าง ๆ ของ ส.พลายน้อย บทที่ ๗ ปีใหม่ตามแบบสากล กล่าวว่า งานฉลองวันปีใหม่ที่สนามหลวงจัดครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑ เมษายน ๒๔๗๗
ดังนั้นเหตุการณ์ในตอน "๑ เมษายน" จึงต้องเปลี่ยนไปเป็นหลัง พ.ศ. ๒๔๗๗
.
เพ็ญชมพู
อ้างจาก: เพ็ญชมพู
(เมื่อครั้งคุณตาคุณยายยังเป็นเด็ก ๆ อยู่นั้น ยังใช้วันที่ ๑ เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่อยู่ มีเพลงร้องด้วยว่า "วันที่ ๑ เมษายน วันขึ้นปีใหม่แสงสว่างกระจ่างจ้า..." แล้ว ก็มีสร้อยว่า "ยิ้มเถิดยิ้มเถิดนะยิ้ม ยิ้มแย้มแจ่มใส สุขสำราญบานใจ ขอให้สวัสดี" ซึ่งสร้อยนี้ คุณตาและคุณยายจำขึ้นใจอยู่ตลอดมา)
...
https://www.youtube.com/watch?v=nN9KyG6xBTg
เถลิงศก 2477
https://youtu.be/nN9KyG6xBTg?si=uqC9RM7CQUT68mWQ
...
ตามประวัติที่ได้คือ วันที่ 1 เมษายน 2477 และมาเปลี่ยนเป็นวันที่ 1 มกราคมเมื่อปี พ.ศ.2484 ครับ แต่ไม่ทราบนามผู้แต่งและผู้ขับร้อง
...
เพลงนี้ใช้ร้องเพียง ๕-๖ ปีเท่านั้น เหตุการณ์ในตอน "๑ เมษายน" จึงควรเกิดระหว่าง พ.ศ. ๒๔๗๗ - ๒๔๘๓
.
เทาชมพู
แสดงว่าคุณเพ็ญชมพูเห็นด้วย ว่าเรื่องราวอยู่ในยุคคุณทิพย์วาณียังเด็ก ไม่ใช่ยุคคุณพ่อของเธอ
.
เพ็ญชมพู
เฉพาะตอนนี้ก็ควรเป็นดังที่คุณเทาชมพูว่า
.
เทาชมพู
แล้วตอนไหนที่แสดงว่า คุณตาคุณยาย(วัยเด็ก)อยู่ในยุคอื่นล่ะคะ
.
daylife
เท่าที่ลองย้อนกลับไปอ่านหนังสือ ผมคิดว่าหากระบุว่าใครคือคุณตาคุณยาย ก็คงหมายถึงตัวของคุณทิพย์วาณีเองครับ
แต่ที่ผู้เขียนให้สัมภาษณ์ในสตรีสารว่า "เพราะฉะนั้นคุณตา คุณยายก็คือบุคคลเหล่านี้เองปะปนกันออกมา"
ผมคาดว่า คุณทิพย์วาณีน่าจะหมายถึงแหล่งข้อมูลที่นำมาใช้เล่าเรื่องนั้นมาจากการผสมผสานเรื่องเล่าของญาติใกล้ชิด ทั้งคุณป้า คุณแม่ คุณลุง คุณอาคนเล็ก หรือแม้แต่ตัวผู้เขียนเอง ซึ่งถูกนำมาเล่าใหม่ภายใต้กรอบของคำว่าคุณตาคุณยายอีกทีครับ
.
เพ็ญชมพู
คุณยายในเรื่อง "เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก" ก็คือตัวคุณทิพย์วาณีเองอย่างที่คุณเทาชมพูและคุณ daylife ว่า เรื่องเล่าในตอนต่าง ๆ ส่วนมากก็เป็นเรื่องราวของคุณทิพย์วาณีตอนเด็ก แต่มีหลายตอนที่เป็นเรื่องในอดีตก่อนหน้านั้นซึ่งถ่ายทอดมาจากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่เช่นคุณน้าในเรื่อง "หัวอีตู้"
คำบอกเล่าของคุณลุงในเรื่อง "เพชฌฆาตมือสอง" และ คำบอกเล่าของคุณยาย (ซึ่งไม่ใช่คุณทิพย์วาณี) ในเรื่อง "เข้าวัง"
.
azante
คุณทิพย์วาณี เล่าเรื่องของตัวเอง แต่อาจจะมี ตัวละครอื่นเสริม จากความเป็นจริง เลยอ่านแล้วสับสนว่า
ใครคือคุณตา คุณยาย คุณทิพย์วาณี เป็นลูกคนสุดท้อง คุณอา คงไม่ได้หมายถึง น้องชายเธอแน่ๆ
อย่างไรคุณอา ต้องเป็นน้องพ่อแน่ๆ
การเข้าวังหลวงเฝ้าเจ้านาย ในสมัยปลายๆรัชกาลที่ 7 เจ้านายฝ่ายในเจ้าของตำหนักต่างๆ น่าจะเหลือน้อยมาก
ถ้าพระองค์เจ้า ชั้น 4 ก็ทรงพระชรามากแล้ว พระองค์เจ้า ชั้น 5 ก็ออกไปมีตำหนักสวนนอกเกือบหมด วังสวนสุนันทาเอง
เจ้านายก็ไม่ประทับแล้ว หรือถ้ามีทายาทเฝ้าตำหนักในวังหลวงก็คงเป็น หม่อมเจ้า ซึ่งพิธีรีตองคงไม่มากนัก
จากที่คุณเพ็ญชมพู กล่าวว่า คำบอกเล่าของคุณยาย (ซึ่งไม่ใช่คุณทิพย์วาณี)
ก็เลยคิดไปว่า คุณยายไม่ใช่คุณทิพย์วาณี ในบางเรื่องบางตอน
.
เพ็ญชมพู
ลองอ่านตอน "เข้าวัง" แล้ว บรรยากาศคล้ายกับสี่แผ่นดินตอนพลอยถวายตัว
.
azante
จากที่ คุณเพ็ญชมพู ยกมาให้อ่าน
ยิ่งคิดได้เลยว่า คุณยาย ไม่ใช่คุณทิพย์วาณี ต้องเป็น รุ่น คุณแม่ ขึ้นไป
เพราะบรรยากาศ คือ สมัยรัชกาลที่ 5 เลยทีเดียว
.
เทาชมพู
น่าจะเป็นอย่างนี้มากกว่าค่ะ
คุณทิพย์วาณีเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีตหลายสมัยด้วยกัน ถ้าเป็นช่วงชีวิตที่เธอประสบเอง อยู่ในรัชกาลที่ 7
แต่ก็มีบางตอนที่ย้อนไปถึงรัชกาลที่ 5 หรือรัชกาลที่ 6 เป็นเรื่องที่ถ่ายทอดจากผู้ใหญ่รุ่นพ่อแม่ หรือลุงป้าน้าอา แต่เธอนำมาเป็นประสบการณ์ของ "คุณตาคุณยาย" เช่นกัน
บางครั้งเธอก็เจาะจงลงไปว่า เป็นเรื่องของ คุณลุงของคุณยาย คุณอาของคุณยาย ฯลฯ แต่บางครั้งเธอก็เล่าเหมือนเป็นประสบการณ์ของคุณตาคุณยายเจ้าของเรื่องเอง
.
SILA
1)
ข่าวเกี่ยวเนื่องจากฟบ.คุณเอนก นาวิกมูล ครับ
.
2)
เพิ่มเติมรูปจากบทสนทนา ครับ
.
3)
เครื่องพิมพ์ดีดพิมพ์ต้นฉบับและร้านผดุงชีพปีพ.ศ. ๒๕๓๔
ชื่อร้านนี้แผลงมาจากนามสกุลผดุงชีวิต ของสามีซึ่งเป็นบุตรของหมอโป๊
ร้านนี้เอง ที่นายเอนกเคยเดินผ่าน เมื่อยุค 2520 และเห็น สุภาพสตรีคนหนึ่งนั่งเฝ้าร้านอยู่
ขณะนั้นในร้านมีทั้งตุ๊กตาชาววัง งูไม้ระกำ ปลาตะเพียนสานสำหรับแขวนเหนือเปลเด็ก ยาแก้เด็กจู้จี้ และอื่นๆ...
ตั้งเรียงห้อยแขวนเต็มไปหมด
หารู้ไม่ว่า เจ้าของร้าน คือคุณทิพย์วาณี สนิทวงศ์ ผู้เขียนเรื่องเมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก
.
SILA
งานเสวนา "เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก” วรรณกรรมอมตะ
วันเสาร์ที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๕.๓๐ น. ณ บ้านพิพิธภัณฑ์ 2 งิ้วราย อ.นครชัยศรี นครปฐม
https://www.facebook.com/share/v/19pLaUpHE6/
.
เพ็ญชมพู
งานเสวนา "เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก"
.
.
เรื่องจาก..เมื่อคุณตา คุณยายยังเด็ก
https://www.reurnthai.com/index.php?topic=5510.0
.






Recent Posts






