Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
07 March 2026, 16:09:19

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
29,262 Posts in 14,502 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  Recent Posts

Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1

The Earth
 ·
30 มีนาคม 2023
 ·

องค์ “หลวงพ่อโสธร” บูรณะเสร็จแล้ว งดงามเปี่ยมศรัทธา ทางวัดพร้อมเปิดให้เข้าสักการะ

สำหรับ “หลวงพ่อโสธร” หรือ “พระพุทธโสธร” เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่ชาวไทยให้ความเคารพศรัทธากันเป็นจำนวนมาก

ประวัติของหลวงพ่อโสธรนั้น หลังจากที่ลอยน้ำมาถึงบริเวณหน้าวัดโสธร ชาวบ้านจำนวนมากมาช่วยกันฉุดองค์พระขึ้นฝั่ง แต่ก็ไม่สำเร็จ ต่อมาจึงมีผู้รู้คนหนึ่งได้ทำพิธีบวงสรวง กล่าวคำอัญเชิญ และใช้สายสิญจน์คล้องที่พระหัตถ์ก่อนจะฉุดขึ้นมาบนฝั่ง พระพุทธรูปองค์นี้จึงเสด็จขึ้นมาอยู่บนฝั่งได้ และชาวบ้านจึงพร้อมใจกันอัญเชิญมาประดิษฐานที่พระวิหารในวัดโสธร

องค์หลวงพ่อโสธร ปัจจุบัน ประดิษฐานเป็นพระประธานอยู่ภายในพระอุโบสถหินอ่อน “วัดโสธร วรารามวรวิหาร” อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ท่ามกลางพระพุทธรูปบริวาร 17 องค์

ปัจจุบันหลวงพ่อโสธรมีอายุ 253 ปี ซึ่ง ทางวัดโสธรฯ ได้กำหนดจัดพิธีสมโภชพระพุทธโสธร ในวันที่ 2-6 เม.ย. 2566 นี้ ภายในงานนอกจากการสมโภชฉลองพระพุทธโสธร 253 ปี หลังการบูรณะอย่างยิ่งใหญ่ แล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์คือ การแสดงโขน จาก “สำนักการสังคีต กรมศิลปากร” ซึ่งเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมฟรี

ชมฟรีการแสดงโขนในงานสมโภชหลวงพ่อโสธร
สำนักการสังคีต กรมศิลปากร
ขอเชิญชม
รายการแสดงเนื่องในงานสมโภชหลวงพ่อโสธร
ระหว่างวันที่ ๒ - ๖ เมษายน ๒๕๖๖
เวลา ๑๙.๐๐ น.
ณ วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา

วันอาทิตย์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๖
การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดรามราชจักรี
วันจันทร์ที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๖
การบรรเลงและขับร้องวงดนตรีสากล
วันอังคารที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๖
การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดสามอสุรีพ่าย
วันพุธที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๖
การแสดงละคร เรื่องไกรทอง ตอนไกรทองปราบชาลวัน
วันพฤหัสบดีที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๖
การบรรเลงและขับร้องวงดนตรีสากล
การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดราพณ์ร้ายรอนราม
นำแสดงโดย ศิลปินสำนักการสังคีต
อำนวยการแสดงโดย ลสิต อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักการสังคีต
* ชมฟรี *

(ภาพจาก : เพจ วัดโสธรวราราม วรวิหาร)
.








.

.

ที่มา : หลวงพ่อโสธร

https://www.facebook.com/profile.php?id=100086383039831

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0133Ft18UVwdCqBMAxU8tGg4jtYBuR5j87Wv8egJS5Ua582gxqYQwQWq1YcJX1MXLl&id=100086383039831

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02KKMp4UxAcGBcVHNegiSzhbm4umMAmhPRAvoDeEvJUxTiC2YrYmqhdxuvfg65ypRXl&id=100086383039831

.




2
“หลวงพ่อโสธร” หรือ “พระพุทธโสธร” วัดโสธร วรารามวรวิหาร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา


The Earth
 ·
8 พฤศจิกายน 2022
 ·

หลวงพ่อโสธร
ถูกลอกทองออก เห็นเนื้อในองค์จริงครั้งแรกรอบ 34 ปี
#หลวงพ่อโสธร
ถูกลอกทองออกทั้งหมด เห็นเนื้อในองค์จริง ครั้งแรกในรอบ 34 ปี โดยบูรณะพร้อมพระพุทธรูป 12 องค์ หลังมีรอยกะเทาะแตกออก สาเหตุการเสื่อมสภาพแตกร่อน
โดยวัดโสธร​ว​รา​ราม​วรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ทำการบูรณะปิดทองหลวงพ่อโสธร พร้อมพระหมู่บริวาร นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ.2531 ซึ่งมีการก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่

อย่างไรก็ตาม 14 มกราคม 2564 พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี และกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี ได้ดำเนินการสำรวจสภาพองค์หลวงพ่อโสธร และพระพุทธรูป ของวัดโสธรวรารามวรวิหาร พบว่า พระพุทธรูปมีรอยกะเทาะแตกออก จนเห็นเนื้อใน สาเหตุการเสื่อมสภาพแตกร่อน เกิดจากการพอกทาสีด้วยวัสดุสมัยใหม่ (สีอะคริลิก) และไม่ประสานกับวัสดุดั้งเดิม และแตกร่อนออกมา และอาจมีปัญหาของความชื้นภายในร่วมด้วย

สำหรับหลวงพ่อพุทธ​โสธร วัดโสธร​ว​รา​ราม​วรวิหาร เป็นหนึ่งใน​ห้า​พระพุทธ​ปฏิมา​ที่​ขึ้นชื่อ​ใน​เรื่องความ​ศักดิ์​สิทธิ์​มี​ปาฏิหาริย์​สัมฤทธิ์ผล​ ดุจ​เทพ​บันดาล​ มีเทพยาดาอารักษ์​เฝ้าสถิตรักษา​จำนวนมาก​ เป็นพระพุทธรูปศักดิ์​สิทธิ์​คู่​บ้าน​คู่​เมือง​ของชาว​จังหวัดฉะเชิงเทรา​ และใกล้เคียงมาช้านาน​ ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา

ข้อมูลจากกรมศิลปากร พบว่า หลวงพ่อโสธรประกอบขึ้นจากหินทรายแปดชิ้น แล้วพอกปูนทับเป็นองค์​ จากวัสดุที่ใช้ และพุทธศิลป์ พบว่าเป็นศิลปะอยุธยาตอนต้น เป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน หลายคนที่มาบนบานต่างสมปรารถนามาแล้วจำนวนมาก
.




.
.




3

พระระเบียงและจิตรกรรมรามเกียรติ์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม


.
.

ยักษ์ 6 คู่

รูปยักษ์ 6 คู่ หรือ 12 ตน อยู่ภายในวงพระระเบียง โดยตั้งอยู่สองข้างประตูทางเข้าประตูละ 1 คู่ ประตูด้านทิศตะวันออก 2 คู่ คือ รูปสุริยาภพและอินทรชิต อยู่ริมประตูพระระเบียงตรงบันไดขึ้นฐานไพที รูปมังกรกัณฐ์และวิรุฬหก อยู่ริมประตูพระระเบียงด้านหน้าพระอุโบสถ ประตูด้านทิศตะวันตก 3 คู่ เรียงจากเหนือไปใต้ คือ รูปวิรุณจำบังและไมยราพณ์ อยู่ริมประตูที่เข้ามาจากสนามหน้าศาลาสหทัยสมาคม รูปทศกัณฐ์และสหัสเดชะ อยู่ริมประตูที่เข้ามาจากพลับพลาเปลื้องเครื่องข้างศาลาสหทัยสมาคม รูปจักรวรรดิและอัศกรรณมาราสูร อยู่ริมประตูพระระเบียงด้านหลังพระอุโบสถ ประตูด้านทิศใต้ ใกล้มุมพระระเบียงด้านหลังพระอุโบสถ ซึ่งเป็นประตูผ่านเข้าไปสู่บริเวณพระบรมมหาราชวังชั้นกลาง มี 1 คู่ คือ ทศคีรีธรและทศคีรีวัน

ยักษ์ทวารบาล 6 คู่นี้ ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัด สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 จำนวน 4 คู่ และสร้างเพิ่มเติมในสมัยรัชกาลที่ 5 อีก 2 คู่ ยักษ์ทวารบาลทั้งหมดได้รับการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่เมื่อคราวฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เมื่อ พ.ศ. 2525

.


สุริยาภพ


.


อินทรชิต


.


มังกรกัณฐ์


.


วิรุฬหก


.


ทศคีรีธร


.


ทศคีรีวัน


.


จักรวรรดิ


.


อัศกรรณมาราสูร


.


ทศกัณฐ์


.


สหัสเดชะ


.


ไมยราพณ์


.


วิรุณจำบัง


.


พิพิธภัณฑ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม


.

.

ที่มา : วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1

.




4

รูปภาพสิ่งก่อสร้างบนฐานไพที

รูปสัตว์หิมพานต์ เทพปักษี

เทพปักษี บนฐานไพทีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
.


รูปสัตว์หิมพานต์ เทพนรสิงห์

เทพนรสิงห์ บนฐานไพทีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
.


รูปสัตว์หิมพานต์ สิงหพานร

สิงหพานร บนฐานไพทีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
.


รูปสัตว์หิมพานต์ อสุรปักษี

อสุรปักษี บนฐานไพทีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
.


รูปสัตว์หิมพานต์ กินนร

กินนร บนฐานไพทีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
.


รูปสัตว์หิมพานต์ อสุรวายุภักษ์

อสุรวายุภักษ์ บนฐานไพทีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
.


รูปสัตว์หิมพานต์ อัปสรสีห์

อัปสรสีห์ บนฐานไพทีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
.
.

กลุ่มอาคารประกอบ

พระอัษฎามหาเจดีย์ หรือ พระปรางค์ 8 องค์ ตั้งเรียงรายกันทางทิศตะว้นออกด้านหน้าวัด

ริมกำแพง นอกวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง
.


พระสัมมาสัมพุทธมหาเจดีย์


.


พระสัทธรรมปริยัติวรมหาเจดีย์


.


พระอริยสงฆ์สาวกมหาเจดีย์


.


พระอริยสาวิกาภิกษุสังฆมหาเจดีย์


.


พระปัจเจกโพธิสัมพุทธมหาเจดีย์


.


พระบรมจักรวรรดิราชามหาเจดีย์


.


พระโพธิสัตว์กฤษฎามหาเจดีย์


.


พระศรีอริยเมตตะมหาเจดีย์


.
.


หอพระนาก


.


พระวิหารยอด


.


หอพระมณเฑียรธรรม


.
.




5

อาคารต่าง ๆ แบ่งตามกลุ่ม

กลุ่มพระอุโบสถ


พระอุโบสถ


.

หน้าบันพระอุโบสถ



.

ฐานปัทม์ประดับครุฑยุดนาคหล่อด้วยโลหะปิดทอง



.

.
พระพุทธรูปสำคัญภายในพระอุโบสถ
.

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ในเครื่องทรงฤดูร้อน


พระแก้วมรกตเครื่องทรงฤดูร้อน
.


พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ในเครื่องทรงฤดูฝน


พระแก้วมรกตเครื่องทรงฤดูฝน
.


พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ในเครื่องทรงฤดูหนาว


พระแก้วมรกตเครื่องทรงฤดูหนาว
.


พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์


พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกวัดพระแก้ว
.


พระพุทธเลิศหล้านภาไลย


พระพุทธเลิศหล้านภาลัยวัดพระแก้ว
.


พระแก้ววังหน้า ประดิษฐานที่ฐานด้านหน้าพระแก้วมรกต



.
.


หอระฆังวัดพระแก้ว



.
.

กลุ่มฐานไพที

กลุ่มอาคารบนฐานไพที วัดพระศรีรัตนศาสดาราม



.


พระศรีรัตนเจดีย์



.


พระมณฑป วัดพระศรีรัตนศาสดาราม



.


ปราสาทพระเทพบิดร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม



.


พระสุวรรณเจดีย์



.


พระเจดีย์ทรงเครื่อง



.


นครวัดจำลอง



.


พระบุษบก รอบพระมณฑป



.
.




6
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)


วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว เป็นวัดภายในพระบรมมหาราชวัง ลักษณะเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ในพระราชวังโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยา ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักพระราชวัง ผ่านสำนักงานวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่เปลี่ยนชื่อจากสำนักงานพระคลังข้างที่ หลังจากโอนกิจการที่เกี่ยวกับทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ไปยังสำนักงานพระคลังข้างที่แล้ว

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามขึ้นพร้อมกับการสร้างพระบรมมหาราชวัง และการสถาปนาอาณาจักรรัตนโกสินทร์ เมื่อปี พ.ศ. 2325 ด้วยมีพระราชประสงค์ให้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร รวมถึงเป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในโอกาสต่าง ๆ วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา เนื่องจากมีเฉพาะส่วนพุทธาวาส ไม่มีส่วนสังฆาวาส

ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดารามมีอาคารสำคัญและอาคารประกอบแบ่งกลุ่มอาคารออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มพระอุโบสถ เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญสูงสุด อาคารประธานของกลุ่มอาคารนี้ คือ พระอุโบสถ เป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ล้อมรอบด้วยศาลาราย พระโพธิธาตุพิมาน หอพระราชพงศานุสรณ์ หอพระราชกรมานุสรณ์ หอระฆัง และหอพระคันธารราษฎร์ ส่วนกลุ่มที่สองคือ กลุ่มฐานไพที เป็นกลุ่มอาคารที่ประดิษฐานบนฐานยกพื้นขนาดใหญ่บริเวณลานด้านทิศเหนือของกลุ่มพระอุโบสถ รองรับปูชนียสถานและปูชนียวัตถุสำคัญ เช่น พระมณฑป พระศรีรัตนเจดีย์ ปราสาทพระเทพบิดร พระสุวรรณเจดีย์ และพระบรมราชานุสาวรีย์ กลุ่มที่สามคือกลุ่มอาคารประกอบ ประกอบด้วย หอพระนาก พระเศวตกุฏาคารวิหารยอด หอมณเฑียรธรรม พระอัษฎามหาเจดีย์ ยักษ์ทวารบาล และจิตรกรรมฝาผนังที่พระระเบียงซึ่งมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังจำนวน 178 ห้อง เรียงต่อกันยาวตลอดฝาผนังทั้ง 4 ทิศ มีเนื้อหาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์


นาม
คำว่า "พระศรีรัตนศาสดาราม" เป็นการสมาสสนธิระหว่างคำ คือ "ศรีรัตนศาสดา" กับ "อาราม" โดยคำว่าศรีรัตนศาสดา หมายถึงฉายาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นนามที่ใช้เรียกแทนพระองค์ว่าเป็นศาสดาที่เปรียบเป็นพระผู้ประเสริฐ เป็นศรีรัตน เปรียบได้กับแก้วอันประเสริฐ ซึ่งกล่าวว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเอกแห่งรัตนตรัย ซึ่งคือ แก้ว 3 ประการ ได้แก่ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

คำว่า อาราม คือ วัด ดังนั้น "พระศรีรัตนศาสดาราม" หมายถึง วัดสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือพระอารามซึ่งประดิษฐานแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

.

.



.



.


บุษบกที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร


.


ภาพสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ


.


หอระฆังที่ได้มีการรื้อของเดิมที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 และสร้างใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 4 ในที่ตั้งเดิม


.


พระอุโบสถในสมัยรัชกาลที่ 5


.


ปราสาทพระเทพบิดร


.


จิตรกรรมฝาผนังที่พระระเบียง


.


ทัศนียภาพวัดพระศรีรัตนศาสดารามจากท้องสนามหลวง


.


แผนผังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
1.พระอุโบสถ 2.หอราชกรมานุสรณ์ 3.พระโพธิ์ธาตุพิมาน 4.หอราชพงศานุสรณ์ 5.ศาลารายรอบพระอุโบสถ 6.เจ้าแม่กวนอิม 7.พระฤๅษีชีวกโกมารภัจจ์ 8.ฐานไพที 9.ปราสาทพระเทพบิดร 10.พระมณฑป 11.พระศรีรัตนเจดีย์ 12.พระสุวรรณเจดีย์ 13.บนพระบุษบกองค์ตะวันตกเฉียงเหนือ 14.บนพระบุษบกองค์ตะวันตกเฉียงใต้ 15.บนพระบุษบกองค์ตะวันออกเฉียงใต้ 16.บนพระบุษบกองค์ตะวันออกเฉียงเหนือ 17.พระเจดีย์ทรงเครื่อง 18.นครวัดจำลอง 19.รูปปั้นสัตว์หิมพานต์ 20.ประตูทิศใต้ 21.ประตูทิศตะวันตก 22.วิหารยอด พระเศวตกุฏาคารวิหารยอด 23.หอพระคันธารราษฎร์ 24.พระมณฑปยอดปรางค์ 25.หอระฆัง 26.หอพระนาก 27.หอมณเฑียรธรรม 28.พระอัษฎามหาเจดีย์ 29.พระระเบียง 30.ประตูเกยเสด็จ (หน้า) 31.ประตูหน้าวัว 32.ประตูศรีรัตนศาสดาราม 33.ประตูพระฤๅษี 34.ประตูเกยเสด็จ (หลัง) 35.ประตูสนามไชย 36.ประตูวหิรยอด
A. สุริยาภพ B. อินทรชิต D. วิรุฬหก E. ทศคีรีธร F. ทศคีรีวัน G. จักรวรรดิ H. อัศกรรณมาลาสูร J. สหัสเดชะ K. ไมยราพ L. วิรุณจำบัง



.
.




7

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย ปัจจุบันประดิษฐานในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (หรือวัดพระแก้ว) ในพระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร

พระแก้วมรกตเป็นพระพุทธรูปที่แกะสลักจากหยกอ่อนเนไฟรต์สีเขียวดั่งมรกต เป็นพระพุทธรูปสกุลศิลปะก่อนเชียงแสนถึงศิลปะเชียงแสน หลักฐานที่ตรงกันระบุว่าพบครั้งแรก ประดิษฐานอยู่ในเจดีย์วัดป่าญะ ตำบลเวียง เมืองเชียงราย (ปัจจุบันคือ วัดพระแก้ว อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย) ในพุทธศักราช 1977 องค์พระเจดีย์เกิดพังทลาย จึงพบพระพุทธรูปพอกปูนลงรักปิดทอง จึงอัญเชิญไว้ในวิหาร ต่อมาปูนบางส่วนเกิดกะเทาะออก เห็นเป็นเนื้อรัตนมณี จึงกะเทาะปูนออกทั้งองค์ เห็นเป็นเนื้อหยกสีมรกตทั้งองค์

พญาสามฝั่งแกนแห่งเชียงใหม่ทราบข่าวการค้นพบพระแก้วจึงเชิญมาประดิษฐานที่เชียงใหม่ ตำนานหลายแห่งระบุตรงกันว่าช้างทรงพระแก้วมรกตไม่ยอมเดินสู่เชียงใหม่ แต่ในรายละเอียดกลับระบุไม่ตรงกัน บ้างก็ว่าหลังจากนั้นจับฉลากได้ชื่อเมืองลำปาง บ้างก็ว่าช้างวิ่งไปทางลำปางทุกครั้งเมื่อถึงทางแยก แต่ท้ายที่สุด พระแก้วมรกตถูกประดิษฐานไว้ที่วัดพระแก้วดอนเต้า

พุทธศักราช 2025 พระเจ้าติโลกราชอัญเชิญพระแก้วมรกตมาไว้เชียงใหม่ ประดิษฐานที่โลหะปราสาทและวัดเจดีย์หลวงตามลำดับ ต่อมาพุทธศักราช 2091 พระเจ้าไชยเชษฐา อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญของเชียงใหม่ไปยังหลวงพระบาง รวมถึงพระแก้วมรกต

พุทธศักราช 2103 พระเจ้าไชยเชษฐาย้ายเมืองหลวงมายังเวียงจันทน์ และเชิญพระแก้วมรกตมาด้วย ประดิษฐานที่หอพระแก้วเวียงจันทน์ ต่อมาพุทธศักราช 2322 เวียงจันทน์เสียเมืองแก่กองทัพธนบุรี พระแก้วมรกตและพระบางจึงถูกเชิญมากรุงธนบุรี ครั้งนั้นประดิษฐานไว้ที่วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ต่อมาในสมัยรัชกาลที่หนึ่ง พระแก้วมรกตถูกอัญเชิญข้ามฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยามาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามจนถึงปัจจุบัน
.


ตำนานพระแก้วมรกต

ตำนานพระแก้วมรกตเดิมระบุว่าสร้างเมื่อพุทธศักราช 500 สร้างโดยเทวดาในแผ่นดินอินเดียโบราณ แต่ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงค้นคว้าตำนานหลายฉบับและเขียนเป็นพระนิพนธ์ลงความเห็นว่า น่าจะสร้างโดยสกุลช่างโยนก ไม่ใช่สร้างในอินเดีย ส่วนที่น่าเชื่อถือคือประวัติตั้งแต่นับแต่การค้นพบที่เชียงรายเป็นต้นไป เพราะดูจากพุทธศิลป์แล้ว เป็นแบบเบ้าของล้านนาเสียทั้งสิ้น อีกทั้งตำนานก่อนการค้นพบมีข้อมูลซึ่งขัดแย้งกันเองมากมาย น่าจะเป็นเรื่องแต่งทั้งหมด ตำนานที่ว่ามีดังนี้

พระแก้วมรกตสร้างขึ้นในพุทธศักราช 500 โดยพระนาคเสนเถระ วัดอโศการาม กรุงปัฏนา ในแผ่นดินพระเจ้ามิลินท์ (เมนันเดอร์) พระอินทร์พร้อมกับพระวิศวกรรมได้นำแก้วโลกาทิพยรัตตนายก อันมีรัตนายกดิลกเฉลิม 1000 ดวง สีเขียวทึบ (หยกอ่อน) นำมาจำหลักเป็นพระพุทธรูปถวายให้พระนาคเสน ถวายพระนามว่า พระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต พระนาคเสนจึงได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุลงไปในพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต 7 พระองค์ คือพระโมลี พระนลาฏ พระนาภี พระหัตถ์ซ้าย-ขวา และพระเพลาซ้าย-ขวา แต่เมื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุแล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐานแล้วนั้น เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวขึ้น พระนาคเสนได้พยากรณ์ว่า พระแก้วองค์นี้ จะเสด็จไปโปรดสรรพสัตว์ในเบญจประเทศ คือ ศรีลังกา กัมโพชะศรีอโยธยา โยนะวิสัย ปะมะหละวิสัย และ สุวรรณภูมิ

พุทธศักราช 800 โดยประมาณในแผ่นดินพระเจ้าศิริกิตติกุมาร พระเชษฐราชโอรสในพระเจ้าตักละราช ขึ้นครองราชสมบัติเมืองปาฏลีบุตร เป็นช่วงที่เมืองปาฏลีบุตรเกิดมหากลียุค ทั้งมีการจลาจลภายในและข้าศึกภายนอก ผู้คนในปาฏลีบุตรที่เคารพนับถือพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต ลงสู่สำเภาแล้วเดินทางลี้ภัยไปยังลังกาทวีป เมื่อถึงลังกาทวีปพระเจ้าแผ่นดินลังกาทวีปในสมัยนั้น (ไม่ได้ระบุพระนาม) ทรงรับรักษาพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตเป็นอย่างดียิ่ง และทรงอุปถัมภ์ค้ำชูชาวปาฏลีบุตรเป็นอย่างดีสมควรตามความดีความชอบ​

พุทธศักราช 1000 โดยประมาณในแผ่นดินศรีเกษตรพุกามประเทศ พระมหากษัตริย์ผู้ครองนครขณะนั้นคือพระเจ้าอโนรธามังช่อ(ภาษาบาลี) หรือ มังมหาอโนรธาช่อ(ภาษามอญ) พระองค์เป็นกษัตริย์ที่มีพระอานุภาพมาก บริบูรณ์ด้วยพลช้างพลม้าและทหารมากมาย แต่พระองค์ก็เป็นกษัตริย์ที่ตั้งมั่นอยู่ในสัมมาทิฐิ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างดียิ่ง มีพระราชโองการ ให้ส่งพระราชสาส์นและเครื่องมงคลบรรณาการ ไปยังลังกาทวีป เพื่อขอคัดลอกพระไตรปิฎกและขอพระแก้วมรกตกลับมาด้วย แต่เรือที่บรรทุกพระแก้วมรกตถูกพายุพัด พลัดเข้าไปทางอ่าวไทยแทน พระเจ้านารายณ์ราชสุริยวงศ์ เจ้ากรุงอินทปัตถ์มหานคร กัมพูชา สั่งให้อำมาตย์คุมสำเภากลับไปถวายคืนแก่พระเจ้าอนุรุทธ แต่ส่งกลับไปเพียงพระไตรปิฎกเท่านั้น มิได้ส่งพระพุทธรัตนพรรณมณีมรกตไปด้วย

หลังจากที่พระแก้วมรกตได้ประดิษฐานอยู่กรุงอินทปัตถ์นานพอสมควร ในแผ่นดินพระเจ้าเสน่ห์ราช เกิดพายุฝนขนาดใหญ่ตกเป็นนิจกาลยาวนานหลายเดือน พระเจ้าเสน่ห์ราชก็สวรรคตด้วยอุทกภัยนั้น พระมหาเถระ (ไม่ปรากฏพระนาม) ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตขึ้นสำเภาหนีไปยังที่ดอน พระเจ้าอติตะราช (อาทิตยราช) เจ้าครองนครอโยธยา(หมายถึงอโยธยาโบราณ) ทราบเรื่องจึงเสด็จกระบวนพยุหยาตรา ไปอัญเชิญพระแก้วมรกตมาไว้ในที่ปลอดภัย โดยทรงอัญเชิญพระแก้วมรกตประดิษฐานในพระมหาเวชยันตปราสาท และได้ประดิษฐานในนครอโยธยาอีกหลายรัชสมัย

ต่อมาเจ้าเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นพระบรมญาติกับกษัตริย์อโยธยาสมัยนั้น จึงทูลขอนำพระแก้วมรกตขึ้นไป ประดิษฐานที่เมืองกำแพงเพชรอีกหลายรัชสมัย ซึ่งปัจจุบันก็คือวัดพระแก้วกำแพงเพชร ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ต่อมา เจ้ามหาพรหมพระอนุชาของพระเจ้ากือนา เจ้าผู้ครองหัวเมืองฝ่ายเหนือสามหัวเมือง คือเชียงราย เชียงแสน และเมืองฝางได้ลี้ภัยจากศึกสงครามกับเมืองเชียงใหม่ ไปอาศัยอยู่กับพระยาญานดิส เจ้าเมืองกำแพงเพชร ต่อมาเมื่อจะกลับไปเมืองเชียงราย ก็ได้ทูลขอพระแก้วมรกตต่อพระเจ้ากำแพงเพชร พระเจ้ากำแพงเพชรจึงได้ถวายให้เจ้ามหาพรหม

เมื่อเจ้ามหาพรหมชราภาพลง ด้วยความเป็นห่วงในพระแก้วมรกต จึงได้ทำการพอกปูนจนทึบและลงรักปิดทองเสมือนพระพุทธรูปสามัญทั่วไป แล้วบรรจุเก็บไว้ในเจดีย์วัดป่าญะในเมืองเชียงรายโดยไม่มีใครรู้ จนกระทั่งเกิดอัสนีบาตลงเจดีย์ตามที่ปรากฏในพงศาวดารของล้านนา


ปัญหาการตีความทางประวัติศาสตร์

พระแก้วมรกต พระบาง และพระพุทธรูปหลายองค์ มักมีตำนานเกี่ยวเนื่องกัน ว่าสร้างในกรุงปาฏลีบุตรบ้าง สร้างในกรุงราชคฤห์บ้าง ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างเพื่อทำให้ดูศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้น เพราะเมื่อพิจารณาจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์แล้ว ทำให้เชื่อได้ว่าตำนานนั้นเป็นเรื่องที่แต่งเติมขึ้น ในกรณีของพระแก้วฯ นั้น ตำนานระบุว่าสร้างในเมืองปาฏลีบุตร ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าเป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ, ประเทศอินเดีย โดยปี พ.ศ. 500 ที่ตำนานอ้างถึงนั้น อาณาจักรมคธ อยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์กานวะ ส่วนพระนาคเสน และพระเจ้ามิลินท์ (ชื่อตามประวัติศาสตร์คือ พระเจ้าเมนันเดอร์ที่ 1) ที่กล่าวอ้างไว้ ครองราชย์ระหว่างพ.ศ. 378 - พ.ศ. 413 อยู่ที่กรุงสาคละ (อยู่ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือหลายพันกิโลเมตร) ซึ่งไม่ตรงกันทั้งช่วงเวลาและสถานที่ อีกทั้ง ช่วงพ.ศ. 800 ที่ตำนานกล่าวถึงอีกครั้ง ในขณะนั้นแคว้นมคธได้ล่มสลายไปแล้ว อยู่ในช่วงต้นของอาณาจักรคุปตะ จึงเป็นที่เชื่อได้ว่าตำนานช่วงต้นนั้นเห็นจะเป็นเรื่องแต่งขึ้นมา
.
101
พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต
.

พระแก้วมรกตเครื่องทรงฤดูฝน


.

พระอุโบสถที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2566


.

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เครื่องทรงฤดูฝน ถ่ายจากด้านนอกพระอุโบสถ


.

เจดีย์วัดป่าเยียะหรือวัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย สันนิษฐานถูกอสนีบาตค้นพบพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร


.

พระแก้วมรกตเครื่องทรงฤดูร้อน


.

พระแก้วมรกตเครื่องทรงฤดูฝน


.

พระแก้วมรกตเครื่องทรงฤดูหนาว


.

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ขณะมิได้ประดับเครื่องทรง ในสมัยรัชกาลที่ 7


.

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ในสมัยรัชกาลที่ 6


.

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร


.

เครื่องทรงฤดูฝนของพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร


.

เครื่องทรงฤดูหนาวของพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร



.


พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เครื่องทรงฤดูฝน


.

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เครื่องทรงฤดูร้อน


.

.

ที่มา : พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
https://th.wikipedia.org/wiki/พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

.




8

Gary Niblett "Stranger on the Rio Grande" Cowboy Artists of America
Western Cowboy Artists of America horses
.







.




9

Gary Niblett  b. 1943



Tranquil Evening (East of Pecos) - oil on canvas board
.



New Mexico Autumn - oil on canvas board
.



Last Hurrah - oil on canvas board
.



Village Road - oil on canvas board
.



Winter Grey - oil on canvas board
.



Evening on the Prairie - oil on canvas
.



Mountain Village (Truchas, NM)
.



Rabbit Hole
.



Golondrinas Sunrise
.



Canyon Walls
.



The Sun Sets on the Sangres
.



Utitled (At the Pueblo)
.



Flowers for Sonya
.



Lake Valley
.



Ocotlan Market Day
.

.

ที่มา : Gary Niblett  b. 1943
https://www.matteucci.com/gary-niblett

.




10

Gary Niblett: His Life & Art



The Life and Art of Gary Niblett
Carlsbad Museum unveils a retrospective of artist Gary Niblett’s depictions of Western life, past and present.

Nov. 02, 2022
By Maria Manuela

.

https://www.carlsbadmuseum.org/gary-niblett-his-life-and-art


Gary Niblett: His Life & Art



.



Escape to the Badlands.
.



Sweatin Bullets - Oil on Canvas.
.



The Hay Barn.
.



Warsaw Coachmen.
.



Pre Dawn Rendezvous - Oil on Canvas.
.



Village Traders - Oil on Canvas.
.

.

ที่มา : Gary Niblett: His Life & Art
https://www.carlsbadmuseum.org/gary-niblett-his-life-and-art

.




Pages: [1] 2 3 ... 10
SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.107 seconds with 17 queries.