User Info
Welcome,
Guest
. Please
login
or
register
.
02 November 2026, 19:07:30
1 Hour
1 Day
1 Week
1 Month
Forever
Login with username, password and session length
Search:
Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ
http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,712
Posts in
15,718
Topics by
70
Members
Latest Member:
KAN
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
|
หมวดหมู่ทั่วไป
|
ศาลาพักใจ
|
รายการโทรทัศน์ที่น่าดูมาก
|
เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ (thairath.co.th)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
« previous
next »
Pages:
[
1
]
Author
Topic: เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ (thairath.co.th) (Read 95 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 14,523
เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ (thairath.co.th)
«
on:
24 October 2026, 20:56:02 »
เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ (thairath.co.th)
สายลับจับแอ๊บ
แนว: ดราม่า-โรแมนติก-คอมเมดี้
บทประพันธ์โดย: หัสวีร์ / เพฑูรย์ / พิมาลินย์
บทโทรทัศน์โดย: มานะ สติ
กำกับการแสดงโดย: สมจริง ศรีสุภาพ
ผลิตโดย: บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัด
ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
นักแสดงนำ: ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์,แพทรีเซีย ธัญชนก กู๊ด ,
เรื่องย่อละคร
“จี-สแกน” บริษัทสืบเกย์ความหวังสุดท้ายของสาวๆในยุคผู้ชายกลายพันธุ์ ที่เกิดจาการรวมตัวกันแบบไม่ตั้งใจของสามสาวเพื่อนรัก นำทีมโดย พรนางฟ้า (แพทริเซีย ธัญชนก กู๊ด) สาวสวยหุ่นเป๊ะแต่สมองโก๊ะผู้โดนเกย์หนุ่มหักอกเป็นอาจิณ เลยทำให้เธอเชี่ยวชาญในการสแกนเกย์ ผลงานการสแกนเกย์ที่ดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศคือการที่เธอแอบตามแฟนหนุ่มที่นอกใจหนีไปเที่ยวกับเจ้านายเกย์ของเธอ เมื่อความลับถูกเปิดเผย พรนางฟ้าจัดการเจ้านายไม่ยั้ง ทำให้เจ้านายไล่เธอออกและขัดขวางการสมัครงานทุกที่จนเธอกลายเป็นคนว่างงาน ความแค้นนี้ทำให้พรนางฟ้าโพสต์เรื่องราวของตัวเองแฉลงในพันทิป และด้วยกระแสของกระทู้นี้เองทำให้ ชลลัมภีร์ (มาวิน เจริญผล) เจ้าของนิตยสารกรี๊ดบันเทิงจ้างให้เธอสืบคดีคู่จิ้น วงบลูปรินซ์ บอยแบนด์ที่ดังสุดในประเทศไทย
แต่ยังไม่ทันสืบคดีแรกคดีที่สองก็ตามมาติดๆ เมื่อเธอได้รับว่าจ้างให้สืบเกย์ผู้กำกับหล่อเซอร์ชื่อดัง พรนางฟ้าจึงไปชักชวนผู้ร่วมทีมคนที่สองคือ บัวบุหงา (ปัณณ์ญาณัช จิรโรจน์ธนเกษม) สาวเก่งมาดแมนซึ่งกำลังมีปัญหารุมเร้าทั้งเรื่องหนี้สินที่บ้าน เหตุเกิดจาก พ่อเต่า (จาตุรงค์ มกจ๊ก) พ่อที่เป็นเกย์ของเธอกู้เงินมาทำร้านอาหารอิตาลีก่อนร้านจะเจ๊งไม่เป็นท่า แถมงานถ่ายแบบนิตยสารแนวผู้ชายเซ็กซี่ของเธอดันโดนเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงเข้ามาแทนที่ บัวบุหงาจึงตัดสินใจร่วมทีมกับพรนางฟ้าเพื่อนำเงินมาใช้หนี้ ทั้งสองคนกำลังจะเริ่มสืบคดี แต่ก็ดันมีคดีที่สามเข้ามาเพิ่ม! ซึ่งคนที่มาว่าจ้างกลับไม่ใช่คนอื่นไกลแต่เป็น แพรพิณ (ภัสธรากรณ์ บุษราคัมวดี) เพื่อนรักสาวสวยฟอร์มจัดของพวกเธอที่สงสัยว่าคู่หมั้นของหลานสาวตัวเองจะเป็นเกย์ เมื่อ 3 คดีทับถมเข้ามาพรนางฟ้าจึงตัดสินใจให้แพรพิณเข้าร่วมเป็น 1 ในจีสแกนเพื่อสืบคดีหลานสาวซะเลย! งานนี้สามสาวต้องช่วยกันสืบคดีทั้งสามคดีที่รับมาให้สำเร็จ!
พรนางฟ้าเริ่มสืบข้อมูลวงบลูปรินซ์จาก อันนา (อารดา อารยวุฒิ) น้องสาวของแพรพิณซึ่งเป็นแฟนคลับตัวแม่ของวงนี้
บลูปรินซ์ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คนคือ เควิน (ภูวดล เวชวงศา) คฑา (ณัฐพล วงศาวณิชชากร) ไลออน (จักริน ภูริพัฒน์) และจุงเบ (สุทธิรักษ์ ตั้งสุทธิชัย) โดยมีโปรดิวเซอร์สุดโหดอย่าง พาที (ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์) คอยดูแลวงอย่างใกล้ชิด พรนางฟ้าพบว่าคู่จิ้นที่คนเชียร์มากที่สุดของวงคือ เควินและไลออน และเร็วๆ นี้บลูปรินซ์จะจัดงาน fan meeting พรนางฟ้าจึงจะใช้โอกาสนี้ในการเข้าไปสแกนบลูปรินซ์ แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้างเมื่องานนี้อนุญาตให้คนที่มีบัตรเข้าเท่านั้น! พรนางฟ้า บัวบุหงาและแพรพิณจึงหาใช้ทั้งเล่ห์กลมารยาหาบัตรเข้างานไปได้อย่างทุลักทุเล โดยมี ต้อย (ประภาพรรณ สุธิราวุธ) และติ่ง (ดารินา บุญชู) หัวหน้าแฟนคลับคอยแสกนคนตลอดเวลาด้วย และในงานนั้นเองทำให้พรนางฟ้าได้เจอกับพาที ผู้ชายที่พรนางฟ้าเคยเจอที่สนามบินและคิดว่าเขาเป็นการ์ด ทั้งคู่ไม่ชอบหน้ากันทันที พรนางฟ้าพยายามโกหกพาทีว่าเธอเป็นญาติเควิน พาทีซึ่งรู้เรื่องบลูปรินซ์ดีที่สุดโมโหมาก สั่งให้บอดี้การ์ดลากพรนางฟ้าออกไป พรนางฟ้ารู้ตัวว่าจะทำงานยากขึ้นจึงปลอมตัวเป็นแองจี้ หลานสาวชลลัมภีร์เพื่อเข้าไปสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์ โดยอ้างว่าจะตีพิมพ์เรื่องทั้งหมดลงนิตยสารที่ประเทศเกาหลี
การเข้าไปของพรนางฟ้าทำให้วงบลูปรินซ์ประทับใจเพราะเธอเป็นหญิงสาวสวย ฉลาด มากความสามารถ และแก้ปัญหาให้บลูปรินซ์ได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคู่เต้นในโชว์ลีลาศของเควินที่ไม่มาซ้อม พรนางฟ้าก็มาช่วยซ้อมแทนเพราะเต้นลีลาศเป็น หรือเรื่องที่แฟนคลับบุกร้านอาหารในระหว่างการให้สัมภาษณ์ของบลูปรินซ์ พรนางฟ้าก็สามารถหาทางลัดพาทั้งสี่หนุ่มหนีรอดมาได้ ทั้งสี่คนจึงเริ่มให้ความไว้วางใจในตัวเธอ แต่นั่นก็ไม่ช่วยให้เธอสแกนเกย์บลูปรินซ์ได้มากขึ้น! เธอจึงหาหนทางเข้าไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับสี่หนุ่มบลูปรินซ์เพื่อสแกนแบบเข้มข้น และโชคก็เข้าข้างเมื่อ นาเดียร์ (กรวีร์ พิมสุข) เลขาของพาทีและผู้ช่วยผู้จัดการวงมีเรื่องกับคฑาจนโดนไล่ออก เควินกับไลออนเลยเสนอให้พรนางฟ้าเข้ามาทำหน้าที่แทน ทุกคนที่เหลือในวงเห็นด้วย พาทีจึงต้องยอมรับพรนางฟ้าเข้ามาทำงานอย่างไม่เต็มใจนัก
ทางด้านบัวบุหงาถูกพรนางฟ้าทิ้งให้สืบคดีจับ พันธิตร (ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์) ผู้กำกับหน้าใหม่ที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกสดๆร้อนๆ บัวบุหงานัดเจอ อรนาฏ (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) แม่ของพันธิตรเพื่อรับคดี อรนาฏยื่นซองเงิน 100,000 บาทเพื่อเป็นค่าดำเนินการและบอกว่าทางที่ง่ายที่สุดในการสืบเกย์ลูกชายตัวเองคือแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ ที่พันธิตรเป็นโปรดิวเซอร์ บัวบุหงาหาหนทางแฝงตัวเข้าไปในกองถ่ายอย่างง่ายดายเพราะรู้จักกับ โดม ประทายซึ่งเป็นช่างแต่งหน้าของภาพยนตร์เรื่องนี้ และเป็นเพื่อนสนิทของพ่อบัวบุหงา โดยมี ตรีชวา (วรณัน นลัทวรสกุล) นางเอกของเรื่องใช้เส้นสายช่วยให้บัวบุหงาได้เข้าไปเป็นตากล้องภาพนิ่งในกองถ่าย พันธิตรเพียงเห็นหน้าบัวบุหงาก็ไม่พอใจเพราะไม่เชื่อมั่นในความสามารถของตากล้องผู้หญิง คอยเป็นไม้เบื่อไม้เมาลับฝีปากดูถูกความสามารถเธอเสมอ ทำให้บัวบุหงาแค้นและอยากหาหลักฐานมัดตัวพันธิตรให้ได้โดยเร็ว เธอตามสืบพันธิตรทุกฝีก้าวและเจอว่าพันธิตรชอบแตะเนื้อต้องตัวผู้ชายในกอง ชอบด่าดาราสาวสวยที่เล่นไม่ดี และเมื่อบัวบุหงาแอบเปิดไลน์ของพันธิตรก็เจอว่าเขาคุยกับ วทันยู เพื่อนผู้ชายที่อยู่ต่างประเทศทุกวัน เธอจึง caption หน้าจอให้อรนาฏดู อรนาฏแทบเป็นลม เธอกลัวลูกชายคนเดียวจะเป็นเกย์เหมือนพ่อของเขาที่ทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา อรนาฏจึงจ้างบัวบุหงาต่อให้ช่วยกีดกันพันธิตร ออกจากผู้ชายทุกคน และถ้าสามารถทำให้เขาเปลี่ยนใจมาชอบผู้หญิงได้จะมีโบนัสพิเศษ! บัวบุหงาเริ่มมีความหวังในชีวิตทันที บัวบุหงาพยายามหาสาวๆ มายั่วยวนพันธิตรแต่ไม่สำเร็จ จึงลงทุนเปลี่ยนโฉมมาดแมนกลายเป็นสาวสวยเปรี้ยวเพื่อกระชากใจพันธิตรเพราะคิดว่าเขาคงชอบของแปลก และของแปลกตัวจริงต้องเป็นเธอเท่านั้น! พันธิตรรู้สึกดีกับบัวบุหงามากขึ้น แต่ก็ยังวางฟอร์มและปั่นหัวบัวบุหงาเล่นไม่เลิก
ทางด้านแพรพิณหลังจากที่ตกลงกับเพื่อนๆว่าจะสืบคดี คุณชายหมอไทย (กฤตฎ์ อมรชัยฤกษ์) คุณชายหมอลูกแหง่แห่งวังมัจฉา ด้วยตัวเอง จากที่ผ่านมาเธอจะมีช่องว่างไม่ค่อยก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของหมอไทย แพรพิณเริ่มเข้าไปแทรกตัวในทุกๆ กิจกรรมของหมอไทยเพื่อสืบอย่างใกล้ชิด และเจอกับ ชยุต (รังสิต ศิรนานนท์) เพื่อนสนิทของหมอไทยที่มาหาหมอไทยทุกเย็นเพื่อจะไปเล่นกีฬาด้วยกัน แพรพิณสังเกตว่าหมอไทยจะดีใจทุกครั้งที่ชยุตมาหา ทำให้เธอสงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองคน แพรพิณจึงลงทุนตามหมอไทยและชยุตไปฟิตเนสทุกวัน หมอไทยชอบเล่นกล้ามแต่ชยุตชอบเล่นโยคะและแบดมินตันเหมือนแพรพิณ
แพรพิณเล่นโยคะฟลายกับชยุตแต่ด้วยความโก๊ะก็พลาดท่าตกลงมาและชยุตรับไว้ได้ แค่สบตาชยุตแพรพิณก็หัวใจเต้นแรง หมอไทยมาเห็นเข้าก็รีบมาดูอาการของชยุต แพรพิณยิ่งสงสัยมากขึ้นจึงหาทางตามทั้งสองคนไปสนามฟุตบอลกับพรนางฟ้าและบัวบุหงา เธอเห็นชยุตและหมอไทยมักจะเตะเนื้อต้องตัวกันจึงหาทางเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งคู่เสมอ จนกระทั่งวันหนึ่งพรนางฟ้าไปซาวน์น่าและเจอชยุตกับหมอไทยเข้าไปด้วยกัน แพรพิณรีบตามมาจับผิดและเห็นทั้งสองคนออกมาด้วยกันอย่างเหนื่อยอ่อน แพรพิณเสียใจมากและเริ่มปักใจเชื่อว่าหมอไทยเป็นเกย์ และรู้สึกเสียใจขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าชยุตก็น่าจะเป็นเกย์เช่นกัน เธอเริ่มสับสนในตัวเองว่าเธอจะคิดถึงชยุตทำไม
วันหนึ่งในงานเลี้ยง 80 ปี ของ คุณย่านวล (ศันสนีย์ สมานวรวงศ์) แห่งวังมัจฉา มีแขกคุณหญิงคุณท่านมากมาย แพรพิณชวนบัวบุหงา พรนางฟ้าไปร่วมงานเพื่อช่วยหาหลักฐานยืนยันว่าหมอไทยกับชยุตรักกัน พรนางฟ้าแอบเอาไลออนซึ่งตกหลุมรักพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย โดยปลอมเป็นแขกในงานอย่างแนบเนียน และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อคุณย่านวลจันทร์ประกาศกลางงานเลี้ยงว่า อันนาหลานสาวของแพรพิณกับหมอไทยจะมีพิธีหมั้นภายในสัปดาห์หน้า! หมอไทยตกใจและโกรธมาก แพรพิณเมื่อรู้ว่าหมอไทยโกรธก็ยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นว่าหมอไทยกับชยุตรักกัน ไลออนที่ไม่ได้แตะแอลกอฮอล์นานเมาจนเผลอประกาศตัวว่าเขาคือไลออนแห่งบลูปรินซ์และจับหมอไทยที่ยืนใกล้ๆ มาจูบ สร้างความฮือฮาในงานและมีนักข่าวถ่ายภาพนี้ได้ โชคดีที่พรนางฟ้าขอร้องให้ชลลัมภีร์ช่วยปิดข่าวนี้ไว้ โดยอ้างว่าถ้าไม่ช่วยปิดข่าวก็จะไม่สืบเกย์วงบลูปรินซ์ต่อ ชลลัมภีร์ตกลง งานนี้พรนางฟ้าเรียกคะแนนความมั่นใจจากลูปรินซ์ได้อีกครั้ง แต่พาทีจอมเฮี๊ยบก็ยังไม่ไว้วางใจเธอ
วันรุ่งขึ้นเป็นงานเปิดกล้องภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ของสี่หนุ่มบลูปรินซ์พร้อมดาราคับคั่ง พรนางฟ้าที่ต้องตามมาด้วยในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการวงพบกับตรีชวานางเอกของเรื่อง เธอแทบช็อกเพราะตรีชวาคือรักแรกของเธอสมัยประถมที่ตอนนี้สวยแซงหน้าเธอไปแล้ว! ทั้งสองคนทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอหน้ากัน และเมื่อเปิดปากพูดก็เริ่มทะเลาะกันถึงเรื่องในอดีตร่ำไป!
ในงานเปิดตัว นักข่าวรุมล้อมขอสัมภาษณ์ไลออนแต่เขายังเมาค้างและตอบอะไรผิดๆ ถูกๆ พันธิตรเซ็งกับความไม่รับผิดชอบของไลออนจึงเปลี่ยนตัวพระเอกกะทันหันเป็นคฑา เรด้าร์สแกนเกย์ของบัวบุหงาทำงานทันที เธอเห็นสายตาแปลกๆ ของพันธิตรที่มีให้คฑามาโดยตลอด นั่นทำให้เธอยิ่งเชื่อว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องทำเพื่อคฑาอย่างแน่นอน! บัวบุหงากับพันธิตรยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมาไม่เลิกรา
ทั้งสามกลับมารายงานความเคลื่อนไหวของแต่ละคน ทุกคนดูเริ่มจะได้ข้อมูลมากขึ้น มีแพรพิณที่ยิ่งรู้ข้อมูลมากเท่าไหร่ก็ยิ่งช้ำใจมากเท่านั้นเพราะเธอรู้สึกหึงชยุต! แล้วก็มีเรื่องแซบมาตอกย้ำความเศร้าของแพรพิณเมื่อบัวบุหงาเห็น หมอไทยกับชยุต ฟอลโล่อินสตาแกรมรูปผู้ชายโป๊ แพรพิณเสียใจจนไม่เป็นอันทำอะไร บัวบุหงา พรนางฟ้าทนไม่ไหวในนิสัยขี้แยของแพรพิณจึงวางแผนสืบหาความจริงเรื่องหมอไทยกับชยุตเอง โดยวางแผนให้ทั้งสองคนมาถ่ายรูปเซ็กซี่เพื่อใช้โฆษณาคลินิคเสริมความงามของหมอไทย แล้วเอาผู้ชายหล่อ 3-4 คนที่เธอจ้างไว้มาช่วยหลอกล่อให้หมอไทยกับชยุตแต๋วแตก แต่แล้วกลับเป็นผู้ชายเหล่านั้นที่แต๋วแตกแพ้ความขี้เล่นเป็นกันเองของชยุตจนหมอไทย ทุกอย่างกำลังไปได้สวยแต่เรื่องราวกลับใหญ่โตเมื่อแพรพิณที่เอาของมาคืนบัวบุหงาเห็นภาพที่กลุ่มผู้ชายมารุมล้อมกอดชยุตก็อาละวาดตบตีจนผู้ชายทุกคนหนีกลับบ้าน หมอไทย ชยุต พรนางฟ้า และบัวบุหงามองแพรพิณอย่างไม่เข้าใจว่าเธอไล่ผู้ชายทุกคนทำไม แพรพิณที่กลัวทุกคนจับได้ว่าเธอเริ่มชอบ
ชยุตวิ่งหนีกลับบ้านและเรียก ญี่ปุ่น(พงศธร ศรีปินตา) กุ๊กกิ๊ก (สุวภัทร เตชะวิริยะวงศ์) จิ๋วจิ๋ว (สุทินา เหล่าอำนวยชัย) นักเรียนของแพรพิณที่เธอสนิทมากมาปรึกษาปัญหาหัวใจ เด็กๆรู้ทันทีว่าครูแพรพิณชอบชยุตและสัญญาว่าจะช่วยสืบเรื่องนี้ให้ได้ จะได้รู้กันไปเลยว่าหมอไทยกับชยุตเป็นคู่เกย์หรือเป็นแค่คู่จิ้นที่แพรพิณคิดไปเอง!
ด้านบัวบุหงาที่พยายามกีดกันพันธิตรออกจากผู้ชายทุกคนได้ใกล้ชิดพันธิตรก็เริ่มหวั่นไหว เริ่มตั้งคำถามว่าตัวเองชอบเกย์รึเปล่า เธอพยายามห้ามใจแต่ยิ่งห้ามเท่าไหร่ก็ห้ามไม่อยู่ ด้านพรนางฟ้าที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับพาทีและวงบลูปรินซ์มากขึ้นเริ่มรู้สึกถึงพลังเกย์อะไรบางอย่าง จากตอนแรกที่คิดว่า ไลออนกับเควินจะเป็นคู่จิ้นเกย์กัน แต่กลับเห็นโมเม้นพ่อแง่แม่งอนของเควินกับพาทีตลอดเวลา เธอเริ่มสืบพาทีมากขึ้น จนพาทีเริ่มสงสัย
ด้านพาทีเองก็แอบจับตาพรนางฟ้าทุกฝีก้าว แล้วใช้โอกาสที่จะมีงานปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จบลูปรินซ์เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพรนางฟ้าโดยเขาและพรนางฟ้าจะเป็นผู้จัดงานแค่สองคน ในงานนี้มีผู้เกี่ยวข้องมาร่วมงานด้วยทั้งหมดไม่เว้นแม้กระทั่งพันธิตร บัวบุหงาและแพรพิณ รวมถึงสปอนเซอร์ของวงอย่างคลินิกเสริมความงามของคุณชายหมอไทย แม้กระทั่งพ่อเต่าก็ขอแอบตามเข้ามาด้วย งานนี้ ตรีชวา รับหน้าที่พิธีกรและประกาศว่าจะมีโชว์เรียกเสียงกรี๊ดโดยจะจับทุกคนแต่งตัวเพื่อขึ้นเดินแฟชั่นโชว์สลับเพศ พาทีแต่งเป็นเซเลอร์มูน คู่กับ พรนางฟ้าที่เป็นดราก้อนบอล พันธิตรกลายร่างเป็นซินเดอเรลล่าคู่กับบัวบุหงาที่แต่งเป็นเจ้าชาย คุณชายหมอไทยมาในลุคนางเงือกและแพรพิณอยู่ในชุดพระอภัยมณี ส่วนชยุตที่ตามมาด้วยแต่งเป็นนางพันธุรัตน์ ทางด้านบลูปรินซ์แต่งเป็นสาวสวยวงเกาหลีโชว์นี้เป็นที่เรียกเสียงกรี๊ดได้อย่างดีและช่วยให้พรนางฟ้าเห็นพิรุธเกย์บางอย่างจากจุงเบ และคฑา!
ในคืนนั้นเองพาทีมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับพรนางฟ้าตลอดการจัดงานทำให้ทั้งคู่เริ่มหวั่นไหวและเริ่มมีความรู้สึกดีๆให้กัน โดยทั้งหมดอยู่ในสายตาของไลออน ไลออนที่แอบชอบพรนางฟ้าจึงถือโอกาสดึงพรนางฟ้ามาสารภาพรักและขอพรนางฟ้าเป็นแฟนเพื่อตัดหน้า พรนางฟ้าอึ้งทำตัวไม่ถูกไลออนจึงจับจูบทันทีโดยไม่รู้ว่ามีปาปารัสซี่แอบถ่ายภาพไปแล้ว! ซึ่งในภาพเห็นแต่ไลออนไม่เห็นพรนางฟ้า พรนางฟ้าสับสนแต่ก็ใช้ไหวพริบถ่วงเวลาโดยการยื่นข้อเสนอให้ไลออนช่วยสืบเกย์ในวงให้หน่อย ถ้าไลออนสืบได้พรนางฟ้าจะยอมตกลงเป็นแฟน ไลออนจึงตอบตกลง
ด้านแพรพิณที่ติดอยู่ในห้องน้ำด้วยความซุ่มซ่ามพยายามร้องให้คนช่วยจนหมดแรง ชยุตมาได้ยินก็รีบผลักประตูห้องน้ำไปช่วยเธอ แพรพิณเห็นชยุตก็ดีใจมาก ทั้งสองคนชวนกันหนีออกไปจากงานเนื่องจากทั้งคู่ไม่ชอบงานปาร์ตี้เสียงดัง คืนนั้นทั้งคู่มาเดินเล่นชมแสงไฟยามค่ำคืน ชยุตที่รู้สึกดีกับแพรพิณมานานพยายามซ่อนความรู้สึกไว้และเตือนตัวเองว่านี่คือแฟนเพื่อน ส่วนแพรพิณก็พยายามตอกย้ำตัวเองว่าชยุตเป็นเกย์เพื่อไม่ให้ชอบเขาไปมากกว่านี้
ภายในงานพ่อเต่าเมามากและไล่กอดผู้ชายไปทั่วงาน บัวบุหงาโมโหพ่อที่ทำให้อับอายขายหน้ารีบลากพ่อกลับบ้านโดยมีพันธิตรขับรถไปส่ง ระหว่างทางเธอด่าพ่อที่ทำตัวเละเทะด้วยความเสียใจแต่พ่อก็เมาไม่รู้เรื่อง เมื่อพันธิตรมาที่บ้านบัวบุหงาก็รู้ว่าพ่อเต่าพยายามช่วยหาเงินด้วยการเปิดร้านอาหารตามสั่งเล็กๆ และหาของมาขายเรื่อยๆ แต่เนื่องจากพ่อไม่ค่อยแข็งแรงบัวบุหงาต้องทำงานในบ้านทุกอย่างตั้งแต่กวาดบ้านยันซ่อมไฟ พันธิตรรู้สึกศรัทธาในตัวบัวบุหงามากขึ้น บัวบุหงาชวนพันธิตรดื่มเบียร์หลังจากจัดการธุระเสร็จและระบายความรู้สึกทั้งหมดให้ฟัง พันธิตรจึงเล่าเรื่องตัวเองที่พ่อของเขาทิ้งครอบครัวหนีไปแต่งงานกับผู้ชายที่อเมริกา เขาก็โดนเพื่อนล้อมาตลอด แถมยังโดนแม่คอยจับผิดทุกฝีก้าวทำให้เขาอึดอัดไม่เชื่อฟังแม่ แต่พ่อเต่าแม้จะเป็นกะเทยแต่ก็ยังรักแม่และซื่อสัตย์ต่อแม่ของบัวบุหงา แถมดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี ให้อิสระแก่ชีวิตบัวบุหงาทุกอย่าง บัวบุหงาได้ฟังก็ร้องไห้และกอดพันธิตรแน่น ทั้งสองคนรู้สึกดีต่อกันอย่างมาก ทั้งสองมองตาและพร้อมใจกันจูบอย่างไม่มีใครให้สัญญาณ
ทางด้านพรนางฟ้าหลังจากปาปารัซซี่แอบถ่ายภาพเธอกับไลออนจูบกันทำให้บลูปรินซ์โดนกระแสข่าวดังจนเธอทะเลาะกับพาทีอย่างหนัก แม้ในรูปข่าวจะดูไม่รู้ว่าสาวปริศนาเป็นใครทำให้พรนางฟ้าพอใช้ชีวิตในสังคมได้บ้าง
ไลออนแม้จะเป็นข่าวดังแต่ก็รู้สึกดีเมื่อเห็นพาทีกับพรนางฟ้าทะเลาะกันหนัก เพราะมันทำให้เขามีโอกาสในตัวพรนางฟ้ามากยิ่งขึ้น ไลออนรีบทำคะแนนพิชิตหัวใจเธอด้วยการตามสืบเควินกับจุงเบ เพราะเขาสงสัยมานานว่าทั้งสองคนเป็นแฟนกัน จนวันหนึ่งที่คฑาขอกลับบ้าน ไลออนแสร้งออกไปข้างนอกและแอบกลับเข้ามา เขาย่องไปที่ห้องนอนของจุงเบเจอเควินกับจุงเบจูบกัน ไลออนถ่ายรูปไว้และรีบส่งให้พรนางฟ้า พรนางฟ้าช็อกมากรีบส่งรูปไปในกรุ๊ปไลน์จีสแกนทันที
พรนางฟ้าทะเลาะกับพาทีอย่างหนักจนโดนพาทีลากขึ้นรถไปทะเลกลางดึก พาทีพาพรนางฟ้ากลับมาที่หมู่บ้านชาวประมงซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา ที่นั่นพรนางฟ้าพบ ลุงจบ ลุงของพาทีและรู้ความจริงว่าพาทีเป็นพี่ของเควิน ทั้งสองคนเคยเป็นเด็กชาวประมงที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้ได้เข้าสู่วงการเพลง ลุงจบเล่าให้ฟังว่าพาทีรักน้องมาก ทำเพื่อน้องได้ทุกอย่าง แถมเงินที่ทั้งสองคนได้มาก็มาช่วยเหลือญาติๆทุกคนในหมู่บ้านเพราะยากจน พรนางฟ้ารู้สึกรักและศรัทธาในตัวพาทีมากขึ้นและตัดสินใจจะไม่แฉเรื่องเกย์ของเควินกับจุงเบเพราะอยากให้วง บลูปรินซ์ดังต่อไป
ในขณะที่กองถ่ายภาพยนตร์ทะเลลาแวนเดอร์ก็เกิดปัญหาอีกเมื่อพันธิตรยกกองถ่ายไปถ่ายคาบาเรต์โชว์ แล้วบัวบุหงาเจอพ่อเต่าเต้นโชว์อยู่บนเวทีพร้อมเพื่อนเก่าที่นั่นเพื่อช่วยลูกหาเงินใช้หนี้ บัวบุหงาเสียใจในตัวพ่อมากที่เคยสัญญาว่าไม่แต่งหญิงและพังงานโชว์ทั้งหมดจนกองถ่ายมีปัญหา อรนาฏที่อยู่ในกองถ่ายด่าบัวบุหงาและเผลอเปิดเผยเรื่องที่จ้างบัวบุหงามาสืบเรื่องพันธิตรออกมา พันธิตรเสียใจมากและไล่บัวบุหงาออกจากกองถ่าย พันธิตรทะเลาะกับอรนาฏจนอรนาฏเลิกสัญญาว่าจ้างทั้งหมดกับบัวบุหงาเช่นกัน บัวบุหงาเสียใจมาก ร้องไห้กลับมาที่บ้านเพราะไม่มีงานและไม่มีเงิน เมื่อมาถึงก็เจอใบแจ้งหนี้จะยึดบ้านเพราะเธอค้างชำระมาหลายงวด บัวบุหงาทรุดนั่งร้องไห้ที่หน้าบ้าน พ่อเต่าที่ตามกลับมาเห็นบัวบุหงาก็รู้สึกน้อยใจที่ลูกต่อว่าตนเองต่อหน้าคนดู พ่อเต่าอธิบายให้บัวบุหงาฟังว่าการได้เป็นนักแสดงคาบาเรต์โชว์เป็นความฝันของพ่อเต่า และมันจะช่วยให้ที่บ้านหมดหนี้ได้ แต่ถ้าบัวบุหงาไม่พอใจมากขนาดนี้ เขาก็จะทิ้งความฝันและอยู่อย่างไม่มีความสุขเพื่อลูก พ่อเต่าเดินร้องไห้ขึ้นไป บัวบุหงาเสียใจมาก
บัวบุหงาร้องไห้เปิดมือถือจะโทรหาเพื่อนแต่เห็นพรนางฟ้าส่งอะไรบางอย่างมากรุ๊ปไลน์จึงเปิดดู เมื่อเห็นเป็นรูปเควินกับจุงเบจูบกันก็ดีใจที่ได้หลักฐานชิ้นสำคัญมาจึงรีบส่งให้ชลลัมภีร์โดยพลการเพราะบัวบุหงาอยากได้เงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุด
รุ่งขึ้นข่าวฉาวของเควินและจุงเบแห่งวงบลูปรินซ์เป็นคู่รักกันดังไปทั่วประเทศ ทำให้วงบลูปรินซ์ถูกยกเลิกงานพรีเซ็นเตอร์โฆษณา ยกเลิกคอนเสิร์ต และภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิตรถูกเลื่อนฉายไปก่อน พันธิตรบุกไปชกหน้าเควินและจุงเบถึงบ้านของบลูปรินซ์ จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต โหมข่าวบลูปรินซ์ให้ลุกเป็นไฟกว่าเดิม
บัวบุหงารู้เรื่องทั้งหมดก็รู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำ สิ่งที่เธอทำทำให้คนอื่นพังพินาศ แต่เธอก็ยังอยากได้เงินเพื่อช่วยที่บ้าน เมื่อเธอไปทวงเงินจากชลลัมภีร์กลับโดนชลลัมภีร์หักหลัง ไม่ยอมจ่ายเงินและปิดเครื่องหนี บัวบุหงาเครียดมากจนแทบอยากฆ่าตัวตาย พรนางฟ้ามาที่บ้านเพื่อจะต่อว่าแต่พอเห็นเพื่อนคิดสั้น ก็รีบเข้ามากอดและบอกว่าตอนนี้ทุกคนต่างมีปัญหา เรามาช่วยแก้ปัญหาไปทีละอย่างดีกว่า ก่อนจะยื่นเงินของเธอให้บัวบุหงาจ่ายเป็นค่าบ้าน บัวบุหงากอดเพื่อนร้องไห้จนหมดแรง
ทั้งสองคนรวมหัวกันเล่นงานชลลัมภีร์ที่หลอกใช้ตัวเองเป็นอันดับแรก โดยเอาหลักฐานการว่าจ้างทำคดีซึ่งพรนางฟ้าอัดคลิปเสียงไว้และคลิปเสียงการพบกันทั้งหมดแฉไปตามนิตยสารบันเทิงและโซเชียลมีเดียทำให้นิตยสารในเครือชลลัมภีร์โดนแบนทั้งหมดเนื่องจากไม่มีจรรยาบรรณในการหาข่าว มีคนเริ่มเห็นใจบลูปรินซ์มากขึ้น แต่การแฉตัวเองลงนิตยสารทำให้พาทีรู้เช่นกันว่าพรนางฟ้าไม่จริงใจจึงไล่พรนางฟ้าออกจากตำแหน่งผู้จัดการอย่างไม่ใยดี พรนางฟ้าไม่ตอบโต้ยอมรับความผิดแต่โดยดี
ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋วโทรให้แพรพิณรีบมาหาที่คอนโดของชยุตด่วน เด็กทั้งสามคนแอบสะกดรอยตามหมอไทยจากคลินิคและเห็นหมอไทยประคองชยุตที่ดูเหมือนหมดสติขึ้นไปบนคอนโดของหมอไทย แพรพิณใจสั่นมาก เมื่อไปถึงคอนโดแพรพิณที่มีกุญแจอยู่แล้วค่อยๆไขประตูเข้าไป พรนางฟ้าผู้หัวไวรีบถ่ายคลิปเอาไว้ตั้งแต่หน้าประตู แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องโอละพ่อเข้าใจผิดไม่มีอะไรในก่อไผ่ทั้งคู่ไม่ได้เป็นเกย์
ด้านบัวบุหงายินดีกับคดีของแพรพิณที่ลุล่วงไปได้ด้วยดี มีแต่คดีตนเองที่จะพังย่อยยับไม่เป็นท่า เธอรู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นงานเปิดตัวภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ แต่เธอก็ไปไม่ได้เพราะเชื่อว่าพันธิตรเกลียดเธอ ภายในงานเปิดตัวเงียบกริบ มีเพียงนักข่าวไม่กี่สำนัก แต่แล้วคนที่มาร่วมงานคือ อรนาฏ นักแสดงนำ เดินขึ้นเวทีประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น พันธิตรร้องไห้ว่าสุดท้ายคนที่รักเขามากที่สุดคือแม่นั้นเอง ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน พันธิตรแอบเห็นบัวบุหงาก็อยู่ในงานเดินหลบๆซ่อนๆ พันธิตรเข้าไปขอโทษบัวบุหงาและสารภาพรักเธอ ก่อนจะยืนยันว่าตัวเองเป็นผู้ชายทั้งแท่ง บัวบุหงาเผลอเขินและดีใจออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นอันว่าภารกิจบัวบุหงาจบลงอย่างสวยหรู
พรนางฟ้าที่ภารกิจแฉบลูปรินซ์เสร็จสิ้น แต่ภารกิจหัวใจพังทลายตั้งใจจะหนีหายไปอย่างเงียบๆ แม้จะรู้ว่าคอนเสิร์ตใหญ่ของวงบลูปรินซ์ที่เธออยากให้เกิดขึ้นโดนระงับ อันนาพาเพื่อนๆ แฟนคลับหลายคนมาขอร้องให้พรนางฟ้าช่วยรวมบลูปรินซ์กลับมาอีกครั้ง ตอนแรกเธอยังลังเล แต่บัวบุหงากับแพรพิณจะช่วยอีกแรงและบอกว่า ถือเป็นการขอโทษในความผิดที่ผ่านมา อยากให้พรนางฟ้าคิดซะว่าทำเพื่อบลูปรินซ์และแฟนคลับทุกคน พรนางฟ้าตกปากรับคำและหาวิธีรวมทุกคนอย่างเงียบๆ โดยมีญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว พ่อเต่า และตรีชวาคอยช่วยเหลือเต็มที่ จนกระทั่ง ไลออน คฑา จุงเบ กลับมา เหลือแต่พาทีกับเควิน พรนางฟ้ารู้ว่าน่าจะหลบตัวอยู่ที่หมู่บ้านชาวประมง พรนางฟ้าบุกไปตามพาทีและเควินกลับมาจนสำเร็จ ทั้งสี่มาเจอกันและปรับความเข้าใจกันในที่สุด
ในที่สุดคอนเสิร์ตบลูปรินซ์ก็ได้จัดขึ้น แฟนคลับยังต้อนรับอย่างดี แม้พวกเขาจะเป็นอะไรเพศไหนสุดท้ายทุกคนก็ยังรักและศรัทธาในเพลงของพวกเขา ในงานคอนเสิร์ต แพรพิณ ชยุต บัวบุหงา พันธิตร และพรนางฟ้าไปร่วมงานด้วย บลูปรินซ์เซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยเพลงขอบคุณและโชว์ประทับใจมากมาย และก่อนปิดคอนเสิร์ตเปิดตัวพาที ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จบลูปรินซ์มาตลอด พาทีขึ้นมาร้องเพลง และเล่นใหญ่ด้วยการร้องเพลงสารภาพรักพรนางฟ้าจนทุกคนในฮอลล์ฮือฮา พาทีขอโทษพานางฟ้าขอให้พรนางฟ้ายกโทษให้... พรนางฟ้ายิ้มเบาๆ เหมือนจะเฉยชาไม่น้อมรับคำขอโทษ แล้วก็วิ่งพรวดจากแถวหลังสุดของที่นั่งจนถึงเวทีก่อนจะกระชากพาทีมาจูบต่อหน้าทุกคน แฟนคลับกรี๊ดปรบมือดีใจและตะโกนคำว่า แต่งเลย! ดังทั้งฮอล์
สุดท้ายทุกคู่ต่างสมหวังในความรัก พวกเธอได้เรียนรู้ว่าความเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญในความรัก และความรักก็ไม่เคยแบ่งเพศเช่นกัน...บ๊ายบายบริษัทจี-แสกน ไม่มีสายลับจับแอ๊บอีกต่อไปแล้วจ้า...ติดตามชมได้ทางช่อง 3 และหาอ่านได้ในนสพ.ไทยรัฐทุกวัน
.
ที่มา : เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ (thairath.co.th)
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ (thairath.co.th)
«
Reply #1 on:
24 October 2026, 20:57:04 »
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep1/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 1
เสียงเพลงในผับดังสนั่น หญิงสาวคนหนึ่งยืนมองป้ายชื่อผับด้วยสีหน้าเอาเรื่อง ภายในผับนักเที่ยวส่วนใหญ่เป็นกะเทยและชายรักชาย กอดหอมกันไม่อายสายตาใคร...หญิงสาวมีนามว่าพรนางฟ้า หยิบมือถือออกมาเปิดดูอินสตาแกรมของเอแฟนหนุ่ม เป็นภาพต้อมอยู่ในผับแห่งนี้
ไม่ทันไรแพรพิณโทร.เข้ามารายงาน “มันยังอยู่ รถเลขทะเบียนตามที่แกบอกมาชัวร์ แถมในรถมีถุงยางที่ใช้แล้วด้วย อี๋...ฉันรับไม่ได้ อุ๊ย! แต่ใจเย็นนะแก เขาอาจจะซื้อมาผิดคิดว่าเป็นหมากฝรั่งก็ได้นะ เดี๋ยวนี้กล่องมันคล้ายๆ กันเน๊อะ”
มีสายซ้อนจากบัวบุหงาโทร.เข้ามา เสียงดังมากจนพรนางฟ้าต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างหู เธอตะโกนว่า “ไอ้พี่เอมันเดินเข้าไปกับผู้ชายคนนึงแล้ว...เผลอแป๊บเดียวเดินเกาะแขนกันเข้าไปละ อ้าวเฮ้ย! หายไปไหนแล้วล่ะ...โอ๊ย อีพี่ยามนี่พูดมาก ฉันมองไม่ทันเลยเนี่ย”
เสียงยามที่เปิดภาพจากกล้องวงจรปิดให้บัวบุหงาดู พูดแทรกให้พอ เชิญเธอออกไป พอได้ยินเธอพูดไม่ดีก็ไม่พอใจ “อ้าวน้อง พูดงี้ก็สวยสิ ผมอุตส่าห์ให้ดู”
“พี่เงียบเลย! หนูจ่ายเงินให้พี่แล้วนะ ถ้าหนูช่วยเพื่อนจับแอ๊บผู้ชายไม่ได้ พี่เละแน่”
ด้านพรนางฟ้าแค้นใจจนทนไม่ไหวกรี๊ดดังลั่นจนเหล่ากะเทยเก้งกวางตกใจหันมองทำนองอีชะนีนี่เป็นบ้าอะไร เธอไม่สนใจเดินผ่านทุกคนไปอย่างเคียดแค้น แพรพิณกับบัวบุหงาตามมาสมทบ ช่วยกันมองผู้คนที่เต้นเบียดเสียดกัน เมื่อไม่เห็นก็เบนสายตาไปทางห้องน้ำ
แพรพิณจะอ่อนแอกว่าเพื่อนๆ ต่างกับบัวบุหงาที่มีลักษณะเหมือนทอมกล้าแกร่ง เธอจึงเริ่มมึนกับกลิ่นเหล้า กลิ่นบุหรี่ทำให้พานจะเป็นลมชวนเพื่อนๆกลับ แต่พรนางฟ้าเชื่อว่าต้องเจอเอกับต้อมในห้องน้ำแน่ แพรพิณ จำต้องช่วยเพื่อนให้ถึงที่สุด เข้าไปสำรวจตามห้องน้ำพบว่ามีสองห้องที่ล็อกอยู่ บัวบุหงาไม่รอช้าเข้าไปถีบประตูห้องหนึ่ง จังหวะนั้นประตูเปิดพอดี เธอจึงถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดชายคนหนึ่ง
“ว้าย! เอ่อ เป็นอะไรรึเปล่าครับ ห้องน้ำผู้หญิงอยู่ฝั่งโน้นครับ” แม้หลุดแต๋วแต่กลับตัวทัน
“ไม่ต้องแอ๊บกับพี่ก็ได้ค่ะน้อง ดูสิเกร็งไปจนถึงกล้ามเนื้อหัวใจแล้ว”
เกย์หล่อพยายามวางมาดปฏิเสธไม่ได้แอ๊บ แล้วรีบเดินหนีออกไป แพรพิณมองตามอย่างเสียดาย เหลือห้องน้ำอีกห้องจึงต้องเช็กให้แน่ใจด้วยการก้มดูใต้ประตู แพรพิณก้มดูแล้วบอกเพื่อนๆว่ามีสี่ขา พรนางฟ้ารีบก้มดูตาม เห็นรองเท้าคู่หนึ่งจำได้ว่าเหมือนรองเท้าที่เจ้านายใส่
พรนางฟ้านึกถึงเมื่อสองชั่วโมงก่อนหน้านี้ เลิกงานแล้วต้อมเดินมาสั่งงานให้เธอช่วยทำ อ้างว่าพรุ่งนี้ต้องใช้เข้าที่ประชุม เธอมองการแต่งตัวของเขาหัวจดเท้า พอเขาเดินไป เธอก็จับเวลาสาม...สอง...หนึ่ง เป็นดังคาด
เสียงไลน์ดังขึ้นจากเอแฟนหนุ่ม บอกว่ามารับไม่ได้ไปทานข้าวกับแม่ พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน เธอกำมือถือแน่นก่อนจะคว้ากระเป๋าออกมาที่ผับแห่งนี้
บัวบุหงาเอ่ยถามจะเอาอย่างไร พรนางฟ้าพยักหน้า เธอจึงถีบประตูโครม เห็นเกย์สองคนกำลังจูบกันนัวหันมาร้องวี้ดว้าย คว้าเสื้อวิ่งหนีออกไปด้วยความอายระคนตกใจ
พรนางฟ้าเริ่มท้อจะเอาอย่างไรต่อไป แพรพิณเสนอให้กลับ พรนางฟ้าหันมาต้องตะลึงเมื่อเห็นภาพบนเวที สองเพื่อนมองตาม เห็นต้อมกับเอถอดเสื้อเต้นนัวเนียกอดจูบกันอย่างเมามัน
ขณะเดียวกันภายในร้าน พาทีโปรดิวเซอร์หนุ่มมาดขรึมนั่งคุยอยู่กับสองเกย์ซึ่งเป็นโครีโอกราฟเฟอร์กับซาวด์เอ็นจิเนียร์อยู่ข้างเวที เขากำลังมองชาวเกย์ด้วยความเพลิดเพลินที่เต้นกันดูมีความสุข ปลดปล่อยเป็นอิสระมาก พร้อมกับอธิบายความต้องการ
“เพลงใหม่ของบลูปรินซ์ ผมอยากได้มู้ดแอนด์โทนประมาณนี้ สนุกเป็นอิสระ ปลดปล่อยได้เป็นตัวของตัวเอง...บีตกระแทกใจ”
“งั้นท่าเต้นจะดูเหมือนฟรีสไตล์ แต่มีลูกเล่นหน่อยดีไหมฮะ” พาทีพยักหน้า “คุณพาทีนี่เป็นศิลปินตัวจริงเลยนะครับ จะทำเพลงสักเพลงก็ลงรีเสิร์ชข้อมูลด้วยตัวเองเลย”
ระหว่างนั้นพรนางฟ้าเดินไม่เห็นหัวใคร ชนเก้าอี้พาทีแล้วไม่สนใจ พอเขาตั้งตัวได้ก็โดนบัวบุหงากับแพรพิณชนซ้ำเข้าอีกจนโมโหร้องเห้ย...แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นสามสาวเดินอาดๆขึ้นเวทีท่ามกลางไฟสลัว
เสียงแพรพิณปรามเพื่อนๆ อย่าใช้กำลัง แต่พรนางฟ้าคว้าแก้วเหล้าของใครไม่รู้แถวนั้นขึ้นไปสาดใส่ต้อมก่อนจะหันมาตบหน้าเออย่างแรง
“ว้าย! พรนางฟ้า!...ฟ้า! เธอมาทำอะไรที่นี่” ทั้งต้อมและเอตกใจ
“หนูต่างหากที่ต้องถามว่าพี่ต้อมมาทำอะไรที่นี่กับแฟนของหนู”
เอตั้งสติได้ชวนกลับไปคุยที่คอนโด แต่พรนางฟ้าไม่ยอม ประชดถามไหนแม่ที่ว่าต้องไปกินข้าวด้วย มีแต่ตัวแม่ ยานแม่ที่ยืนกันพรึบ ต้อมไม่พอใจที่โดนลูกน้องด่าปรี่เข้าจะตบ เอขวางอ้างว่าอายคนอื่น อย่ามีเรื่องกัน หญิงสาวยิ่งโมโหกระแทกแดกดัน
“ทีเมื่อกี้ยังเต้นยั่วจูบกับอีอ้วนช้างน้ำนี่ต่อหน้าประชาชีได้เลย ตอนนี้ทำไมเกิดอายขึ้นมาล่ะ...นี่อีช้าง แอบมาเที่ยวบาร์เกย์แบบนี้ลูกเมียรู้เรื่องไหม ห๊ะ ทำเป็นแอ๊บแมนหลอกคนทั้งบริษัท เป็นเกย์ก็ยอมรับสิว่าเป็น”
ต้อมเปลี่ยนจากอยากตบมาแฉ “นี่อีชะนีซาตาน มาถึงก็เอาเหล้ามาราดใส่ฉัน แล้วก็ชี้หน้าด่าฉอดๆ ฉันจะเป็นเกย์หรือจะเป็นอะไรมันก็เรื่องของฉัน ส่วนผัวแก...เป็นเมียฉันตั้งนานแล้ว”
ทุกคนตกตะลึง พรนางฟ้าสุดทนปรี่เข้าจิกหัวต้อมตะลุมบอน แพรพิณพยายามดึงเพื่อนออก ต่างจากบัวบุหงาที่ช่วยพรนางฟ้าทุบตีต้อม เอโดนลูกหลงไปหลายตุ้บ สุดท้ายพรนางฟ้ากระชากวิกผมต้อมติดมือออกมาเผยให้เห็นหัวล้านเลี่ยน ต้อมร้องกรี๊ด...เธอหัวเราะสะใจ
“คอยดูนะ เกย์ไม่มีจรรยาบรรณที่เที่ยวหลอกผู้หญิงไปทั่วอย่างแกน่ะ ทั้งชีวิตจะเจอแต่เรื่องเน่าๆ ต่อให้แกไหว้ของดำหมื่นอย่าง ชีวิตแกก็ไม่ดีขึ้นหรอก...”
“แต่ก็ยังมีอีชะนีอย่างแก ที่มารักเกย์อย่างพวกฉันไง อีโง่!” ต้อมสวนหัวเราะดังกว่า
พรนางฟ้าตั้งสติยืดอก บอกตนไม่ได้โง่ เขาเรียกว่าใจบุญ ที่ผ่านมาถือว่าทำทาน แล้วรู้ไว้ด้วย คนอย่างตนไม่มีวันเสียน้ำตาให้เกย์เด็ดขาด...แพรพิณดึงพรนางฟ้าลงจากเวที สองเกย์ที่คุยกับพาทีชื่นชมที่ชะนีเอาคืนได้สะใจแต่ก็น่าสงสาร พาทีกลับรู้สึกสมเพชมากกว่า
ooooooo
กลับมาที่บ้านบัวบุหงา พรนางฟ้าร้องไห้เสียใจกับชะตากรรมของตัวเอง หวนคิดถึงสมัยประถมรักแรกกับตรีวิชเพื่อนชายที่แก้มปลั่งดั่งลูกชมพู่ ความรักเป็นสีชมพูจนกลายเป็นประเด็นไปทั้งชั้นเรียน สุดท้ายรักแรกก็จบลงเมื่อต้องย้ายโรงเรียน แต่ความรักยังฝังใจเสมอมา
จนมาถึงระดับมัธยม พรนางฟ้าต้องมาเจอว่าพี่อ๊อฟแฟนหนุ่ม กำลังนัวเนียกับกะเทยต่างโรงเรียนในห้องน้ำ ทั้งสองตกใจที่เธอจับได้ พรนางฟ้ามองหน้ากะเทยวิชชี่ด้วยคุ้นๆหน้า และแล้วต่างคนต่างจำกันได้ เธอคือเตวิชแฟนคนแรกสมัยประถมสองนั่นเอง
เรื่องยังไม่จบแค่นั้น พอมาอยู่มหาวิทยาลัย พรนางฟ้ามีแฟนเป็นรุ่นพี่ที่คุมการเต้นหลีดคณะ สาวๆ พากันอิจฉา แต่แล้วบ่ายวันหนึ่ง ต้องมาเห็นพี่เอกสวมชุดหลีดของผู้หญิงเต้นอย่างเพลิดเพลิน พอหันมาเจอเธอยืนตะลึงก็ละล่ำละลักแก้ตัวว่า ลองชุดว่าตะเข็บแข็งแรงดีไหม
แพรพิณปลอบใจ ให้มองมุมกลับว่าได้เจอเพื่อนเก้งหลายคน พ่อเต่า...พ่อของบัวบุหงาซึ่งเป็นกะเทยจริง ด้วยเหตุนี้ถึงทำให้เธอมีท่าทีเหมือนทอม พ่อเต่ายกของว่างและน้ำมาให้ พรนางฟ้าฟูมฟายปรับทุกข์กับพ่อเต่าว่าตนโดนเกย์หลอกอีกแล้ว พ่อเต่าทำทีตกใจปลอบขำๆ
“อีกแล้วเหรอลูก โถมาๆๆ ลูกสาวทำไมโง่อย่างนี้ โอ๋...ล้อเล่นค่ะ ชาวบ้านชาวช่องเขาไม่เคยโดนเกย์หลอกเกินสองหนกันหรอก หนูโดนตั้งสี่หน แสดงว่าหนูต้องพิเศษไม่เหมือนใคร”
บัวบุหงาติงแบบนี้เพื่อนควรจะรู้สึกดีขึ้นไหม พ่อเต่ากลับบอกให้ดูแพรพิณที่โดนหลอกแค่หนเดียวก็เข็ดหลาบ แพรพิณสะดุ้งเมื่อโดนพาดพิง หวนคิดถึงอดีตอันรันทด กลางงานแต่งที่เธอโดนนัทชายหนุ่มมาประกาศกลางงานว่าเธอแย่งผัวเขา...แพรพิณร้องไห้โฮออกมา พ่อเต่าต้องเข้ากอดปลอบ กลายเป็นปลอบสองสาวในเวลาเดียวกัน
“เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังไงเราก็ต้องดำรงชีวิตอยู่อย่างสตรองต่อไปค่ะ โอ๋ๆๆๆ”
วันต่อมา แพรพิณมาโรงเรียนสอนภาษาของเธอเอง มีนักเรียนอยู่สามคน กุ๊กกิ๊ก จิ๋วจิ๋ว และญี่ปุ่น ระหว่างสอนมีเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นแทรกเข้ามา แพรพิณต้องเข้าไปกระซิบพรนางฟ้าที่นั่งร้องไห้รบกวน แล้วขอให้ไปอยู่กับบัวบุหงาก่อน
พรนางฟ้ามานั่งร้องไห้ที่สตูดิโอที่บัวบุหงาทำงาน เธอเป็นช่างภาพกำลังถ่ายนายแบบเซ็กซี่อย่างเอาจริงเอาจัง น้อยหน่าเกย์รุ่นใหญ่ฝ่ายประสานงานรำคาญเข้ามาขอให้พรนางฟ้าออกไปรอข้างนอก เธอรีบบอกว่าเป็นเพื่อนบัวบุหงามานั่งรอ ทันใดมือพรนางฟ้าปัดโดนแก้วน้ำส้มหกใส่กางเกงในของนายแบบที่วางอยู่ นายแบบหันมาเห็นโวยวายใหญ่มาก
“กรี๊ด...นี่หล่อนรู้ไหมว่ากางเกงในตัวนี้มันแพงมาก” บัวบุหงารีบไกล่เกลี่ยว่าเพื่อนตนไม่ได้ตั้งใจ นายแบบแหวใส่ “แล้วจะชดใช้ยังไงหะ...ทอม ซื้อใหม่ให้ไหมล่ะ”
“อ้าว...อีตุ๊ดนี่ เมื่อกี้แกด่าใครทอม”
“ด่าแกไงอีทอม เพราะแกคนเดียวเลย เอาชะนีที่ไหนก็ไม่รู้มาเพ่นพ่านในกอง...”
บัวบุหงาโกรธชกหน้านายแบบล้มคว่ำ ประกาศว่าชะนีที่เขาว่าเป็นเพื่อนรักตน...จบลงด้วยบัวบุหงาพาพรนางฟ้ากลับบ้าน ไม่ทันคลายเศร้า ต้อมส่งรูปนอนกับเอบนเตียงเปลือยท่อนบนมาเยาะเย้ย พร้อมข้อความแทงใจ
“ขอบใจนะพรนางฟ้า ผู้ชายของเธออร่อยมาก โอ๊ะ! ไม่ใช่สิ ตอนนี้เป็นผู้ชายของฉันแล้ว และอีกอย่าง นอกจากเธอจะต้องหาผู้ชายคนใหม่แล้ว เธอยังจะต้องหางานใหม่ด้วยนะจ๊ะ บาย”
ด้วยเหตุนี้ทำให้พรนางฟ้ายิ่งแค้นใจ แฉความชั่วของต้อมลงพันทิปเป็นการเอาคืน...พอต้อมเห็นกระทู้มีภาพโป๊ของตนลงแบบเซ็นเซอร์คาดตาเล็กๆ พร้อมข้อความ...กระชากหน้ากากเกย์แอ๊บแมน หลอกให้เป็นแฟนจนเกือบแต่งงาน...ผู้คนคอมเมนต์กันเข้ามามากมายว่าใช่พี่ต้อม GMD หรือไม่ ทำให้ต้อมโกรธปามือถือทิ้ง เข่นเขี้ยวแค้นพรนางฟ้าอย่างมาก
ooooooo
แพรพิณมีหลานสาวอายุไล่เลี่ยกันชื่ออันนา เรียนมหาวิทยาลัยปีสาม เป็นประธานชมรม และยังทำหน้าที่ในสภามหาวิทยาลัยอีก ก็เป็นห่วงกลัวจะเรียนไม่จบ แต่อันนากลับบอกว่าสบายมาก แพรพิณเห็นรูปหลานโอบกับผู้ชายหน้าจอมือถือท่าทางเหมือนเกย์ ก็รีบซักไซ้
อันนาบ่นว่าตนเรียนมหาวิทยาลัยแล้วดูแลตัวเองได้อย่าห่วงเลย แต่แพรพิณยังหวั่นใจ ไลน์ปรึกษาเพื่อนๆ ทันที พรนางฟ้าไลน์ตอบมาว่า หลานอยู่มหาวิทยาลัยปีสามเข้าไปแล้ว มีแฟนไม่ใช่เรื่องแปลก น้องสาวตนเพิ่งมอหกยังเป็นติ่งนักร้องบอยแบนด์ ไม่อ่านหนังสือ น่าเป็นห่วงกว่า บัวบุหงาไลน์แทรกถามอาการติ่งของน้องเป็นอย่างไร
พรนางฟ้าเล่าว่า ภายในห้องปันปันมีแต่รูปโปสเตอร์วงบลูปรินซ์ ของใช้ในห้องก็เป็นรูปนักร้องบลูปรินซ์ แถมยังหัดเต้นท่าพวกเขาอีก แพรพิณกับบัวบุหงาไลน์หัวเราะห้าห้าห้ากลับมา พรนางฟ้าเคือง แต่พอแพรพิณเปลี่ยนมาถามเรื่องหางานใหม่ ก็ชะงักเคร่งเครียดจริงจัง
“ไม่รู้แหละ พี่ต้อมมันหยามฉันขนาดนี้ ยังไงฉันต้องได้งานระดับสี่ดาวบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ของประเทศเท่านั้น” ว่าแล้วเลิกคุยไลน์หันมาเปิดคอมฯเสิร์ชกูเกิลสมัครงานเอ็กซ์คลูซีฟ
ระหว่างรอโหลดก็เปิดกระทู้พันทิปดูแล้วต้องตกใจเมื่อเห็นคนแชร์เรื่องที่ตนลงกันมาก แถมมีกระทู้แนะนำให้ตบเลย บ้างก็ให้ช่วยสืบสามีให้ จ้างสืบลูกชายว่าเป็นเกย์หรือไม่ก็มี พรนางฟ้าส่ายหน้าเรียกสติกลับมาสนใจเรื่องสมัครงานของตัวเอง
วันต่อมา บัวบุหงามาทำงานที่สตูดิโอตามปกติ เซตไฟหน้างานเสร็จ กำลังถ่ายนายแบบ จู่ๆมีตากล้องชายมายืนถ่ายข้างๆ จึงโวยห้ามถ่าย ตากล้องบอกเขามาทำงานแล้วตั้งหน้าตั้งตาถ่ายต่อ บัวบุหงาโกรธผลักเขาเซไป น้อยหน่ารีบวิ่งมาห้ามอธิบายว่าทางบอกอระบุมาให้เฮนรี่เป็นคนถ่ายเซตนี้ บัวบุหงาไม่พอใจที่เพิ่งมาบอก ตากล้องดันให้เธอหลบ เธอโกรธผลักเขาล้มลง เขาโวยวายว่าเลนส์กล้องแพงถ้าพังใครจะรับผิดชอบ
ด้วยความโกรธจนหน้ามืด บัวบุหงาควักเงินในกระเป๋าโยนใส่หน้าตากล้อง แล้วหันมาต่อว่าน้อยหน่า คราวหน้าจะจ้างตนอย่าให้เจอแบบนี้อีก น้อยหน่ายิ้มแหยๆก่อนจะบอกว่าทางผู้ใหญ่สั่งมาไม่ให้จ้างเธออีก บัวบุหงาหน้าเจื่อนทั้งโกรธทั้งอาย
ด้านพรนางฟ้า ไปสมัครงานที่ไหนก็เจอฤทธิ์สกัดดาวรุ่งของต้อม ไม่ให้รับตนเข้าทำงาน จนมารู้ความจริงบริษัทที่สาม ได้ยินพนักงานซุบซิบว่าตนคือคนที่ประธานบริษัท GMD บอกว่าโกงเงินบริษัทไปเกือบล้าน เธอถึงกับอึ้ง ไม่ทันไรต้อมโทร.เข้ามาเยาะเย้ย
“ฉันบอกแกแล้วไงว่าฉันจะทำให้แกไม่ได้เกิดในวงการโฆษณาอีก แกก็คงรู้ว่าฉันไม่เคยผิดคำพูด”
“แก! อีเก้งสารพัดพิษ อี...” ต้อมชิงตัดสายพรนางฟ้ากำมือถือแน่นด้วยความแค้น
ในเวลานั้น พาทีกับนาเดียร์มาคุยงานที่บริษัท GMD ทั้งสองกำลังรอลิฟต์ นาเดียร์บอกพาทีว่าทาง GMD กระซิบว่าโฆษณาตัวใหม่ของบลูปรินซ์ ฝั่งเราเรียกค่าตัวได้ไม่อั้นเพราะลูกค้าทุ่มงบเต็มที่ แต่พาทีไม่เห็นด้วยให้เรียกเรตปกติ ไม่อยากดิสเครดิตตัวเอง
ลิฟต์มาถึง ทั้งสองเดินเข้าไป ประตูกำลังจะปิดก็มีคนกดให้เปิดแล้วพุ่งเข้ามายืนเบียดแทบจะซบอกพาทีอย่างไม่สนใจ พอถึงชั้นที่ต้องการก็เดินออกด้วยท่าทางเอาเรื่อง นาเดียร์บ่นว่าช่างไม่มีมารยาทเสียเลย พาทีกับนาเดียร์เดินออกมาด้วยแล้วรู้ตัวว่าผิดชั้นจึงหันกลับไปกดลิฟต์รอใหม่ ทันใดได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากห้องต้อม นาเดียร์อยากรู้อยากเห็นแต่พาทีปรามไว้
พรนางฟ้าเอาน้ำมาสาดใส่หน้าต้อม เขาคิดว่าเป็นน้ำกรดจึงร้องโวยวายลั่น แต่พอรู้ว่าเป็นน้ำธรรมดาก็ชี้หน้าด่าหาว่ามาตามล่าผู้ชายที่เขาไม่ต้องการตัว แถมเงินจะเปย์ผู้ชายยังไม่มี
“โอ๊ะๆคุณต้อมคะ ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ว่าคุณจะดิสเครดิตฉันแค่ไหน ฉันก็ไม่สะทกสะท้านหรอกค่ะ ไว้ฉันจะหาเงินล้านมาฟาดหน้าคุณต้อมให้ได้ภายในสามเดือนนี้นะคะ สวัสดีค่ะ”
พรนางฟ้าเดินอาดๆอย่างผู้ชนะตรงไปยังลิฟต์ พาทีกับนาเดียร์กำลังจะเข้าลิฟต์รีบหลีกทางให้ พรนางฟ้าเข้ามาก็ทรุดลงนั่งร้องไห้ พาทีรู้สึกคุ้นหน้าเธอมองอย่างสงสาร จึงบอกนาเดียร์ให้ไปก่อนเดี๋ยวตนตามไป แล้วหันมาถามพรนางฟ้ามีอะไรให้ช่วยไหม เธอเงยหน้ามองเขาน้ำตากลบตา เขาช่วยประคองเธอเดินออกจากลิฟต์ เธอกล่าวขอบใจแล้วเดินจากไปไม่พูดไม่จา
พอขึ้นรถได้พรนางฟ้าเช็ดน้ำตาพยายามไล่ความ เครียดทั้งหมดออกไป หายใจเข้าลึกๆ “แกต้องทำได้ หาเงินล้านในสามเดือน” ว่าแล้วก็ตบปากตัวเอง “อีปากพาซวย อีปากไม่มีหูรูด อีปากไร้ความคิด อีปากพาถังแตก โอ๊ย...มันต้องมีงานอะไรสักอย่างที่แกทำได้ มันมีแน่”
ทันใดฉุกคิดถึงข้อความในพันทิปที่มีคนจ้างให้สืบเกย์มากมาย จึงสูดหายใจเข้าตัดสินใจในเมื่อโดนเก้งกวางหลอกทำร้ายมามาก ได้เวลาที่ตนจะหากินจากความจริงของพวกเขาบ้าง
ooooooo
วันต่อมาประธานบริษัทจีพีเรคคอร์ดเรียกพาทีมาพบเพื่อขอให้ปั้นลูกสาวเพื่อนเป็นนักร้อง เธอระบุมาต้องเป็นเขา และเพื่อนคนนี้มีบุญคุณช่วยเหลือเกื้อกูลตอนเริ่มก่อตั้งบริษัท ด้วยเหตุนี้ทำให้พาทีหมดทางบ่ายเบี่ยง
ในขณะเดียวกัน ราณีกับเฌอเบลล์สองแม่ลูกนั่งมาในรถหรู ทั้งสองดูนิตยสารที่พาทีให้สัมภาษณ์ เฌอเบลล์บอกแม่ว่าคนนี้คือคนที่ตนอยากให้ทำเพลงให้ ตนตามงานเขามานาน ทั้งเก่งทั้งหล่อ ตอนนี้กำลังปั้นวงบอยแบนด์จนดังมาก ราณีเบ้หน้าเพราะเห็นนามสกุลแล้วไม่โด่งดัง
พอเฌอเบลล์มาถึงตั้งใจโปรยเสน่ห์หมายให้พาทีหลง แต่เขากลับหน้านิ่งไม่ยินดียินร้าย บอกให้เธอลองร้องเพลงให้ฟัง ท่านประธานเคลิ้ม แต่พาทีกลับติงว่าเสียงมีเอกลักษณ์ แต่โน้ตบางตัวยังเพี้ยน เสียงไม่มีพลังเพราะขาดการออกกำลังกาย ต้องพัฒนาอีกมาก เฌอเบลล์หน้าเสีย ท่านประธานรีบออกตัวแทนว่า พาทีเป็นคนทำงานจริงจัง
พาทีตั้งข้อแม้ “ท่านอยากให้ผมช่วยดันหลานท่านให้เป็นศิลปินแถวหน้า แต่ผมมีข้อแม้ คุณเฌอเบลล์ต้องทำตามที่ผมบอก ถ้าทำไม่ได้ ผมจะถือว่าหลานท่านไม่พร้อมเอง”
เฌอเบลล์มองอย่างท้าทายถามข้อแม้มีอะไรบ้าง เขาเน้นต้องตรงเวลา มีวินัย ห้ามใช้อำนาจท่านประธานมาบังคับเรื่องงานในส่วนของตน หญิงสาวอึ้งแต่ด้วยความอยากเอาชนะ จึงยิ้มรับ พาทีขอตัวกลับ เฌอเบลล์ถามลุงว่าเขาเป็นอะไรมากไหม ท่านประธานพยักหน้ารับ
“คนหนุ่มไฟแรง มีความสามารถก็อย่างนี้แหละ หนูเบลล์มีปัญหาอะไรรึเปล่า”
หญิงสาวตอบว่าไม่มีแล้วขอตัวกลับอ้างว่ามีธุระ แต่ที่แท้จะรีบตามพาทีเพื่ออ่อยให้เขาไปส่งโดยบอกว่าไม่คิดว่าคุยเสร็จเร็ว จึงยังไม่ได้เรียกคนรถมารับ พาทีชี้ไปที่ร้านกาแฟให้เธอนั่งรอแล้วเดินคุยโทรศัพท์ไปอย่างไม่ไยดี หญิงสาวมองตามเข่นเขี้ยวหยิ่งใส่แบบนี้ต้องเห็นดีกัน
บังเอิญที่โรงเรียนของแพรพิณอยู่ติดกับคลินิกของหมอไทย สายวันนั้นเธอเห็นเหล่านักเรียนยืนกรี๊ดกร๊าดอยู่ด้านหน้าจึงออกมาตาม ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วส่งสัญญาณให้เธอมาดูหมอไทยกับชยุตยืนกอดกันหน้าร้าน แพรพิณจะเป็นลมเมื่อเห็นหน้าหมอไทยคือแฟนอันนาเหล่านักเรียนร้องกรี๊ดทำให้สองหนุ่มหันมามอง พอเห็นคนจะเป็นลมก็เข้าช่วย แพรพิณตั้งสติได้ผลักอกชยุตออกอย่างรังเกียจ ขอตัวกลับเข้าโรงเรียน
ด้านบัวบุหงาเห็นใบทวงหนี้ค่าบ้านก็เครียด โกรธตัวเองไม่น่าโยนเงินใส่ตากล้องเฮนรี่เลยเพราะนั่นคือค่าบ้าน ทันใดได้ยินเสียงหัวเราะเฮฮาดังมาจากห้องนั่งเล่น จึงเดินไปดู เห็นพ่อเต่าแต่งเป็นหญิงถือขวดน้ำแทนไมค์สะบัดผมร้องเพลง โดยมีเจ๊โดมปรบมือเชียร์ ก็ตำหนิว่าน่าเกลียด พ่อเต่าสะอึกรู้ว่าลูกรับไม่ได้ แต่เจ๊โดมเถียงแทนจะอายทำไมในเมื่อเป็นอาชีพสุจริต บัวบุหงาแก้ตัวไม่ถูกเดินหนีไปอย่างไม่สบอารมณ์ พ่อเต่ามองอย่างตัดสินใจ
ooooooo
วันต่อมาเหล่านักเรียน ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วเล่าให้แพรพิณฟังว่า พวกเขาลองไปใช้บริการที่คลินิกหมอไทยหมายจะจับผิดว่าหมอไทยเป็นเกย์หรือไม่ แต่ไม่พบ จึงค้นโปรแกรมแจ๊คดีซึ่งเป็นโปรแกรมที่ลงรูปชาวเกย์ แล้วพวกเขาต้องตกใจเมื่อเห็นรูปชยุตอยู่ในนั้นด้วย
แพรพิณจึงฟันธง ในเมื่อชยุตเป็นเกย์ หมอไทยก็ต้องเป็นเช่นกัน ตนยอมไม่ได้ที่จะมาหลอกหลานสาว
ระหว่างที่เพื่อนๆมีปัญหา พรนางฟ้าตัดสินใจทำงานสืบเกย์ จึงมุ่งมั่นอ่านวิธีสังเกตเกย์ บัวบุหงาอารมณ์เสียโผล่เข้ามาบ่นเรื่องที่โดนแย่งงานแถมโยนเงินใส่หน้าเขาไป พรนางฟ้าอยากด่าเพื่อนแต่ทำไม่ลง ไม่ทันไรแพรพิณหน้างอเข้ามาอีกคน เล่าเรื่องหมอไทยให้ทั้งสองฟัง
ระหว่างนั้นมีคนโทร.เข้ามาที่พรนางฟ้า “สวัสดีค่ะ ใช่ค่ะ ฟ้าพูด จีสแกนรับสืบเกย์ ใช่ค่ะ คุณอะไรนะคะ อ้อ คุณชลลัมภีร์ อืม...ถ้ายังไงเดี๋ยวทางเราติดต่อไปอีกทีนะคะ ขอบคุณค่ะ”
สองเพื่อนสาวทำหน้างงๆ จีสแกนคืออะไร พรนางฟ้าอธิบายว่าเป็นบริษัทใหม่ที่ตนตั้งขึ้น แล้วเอาแฟ้มลูกค้าที่แจ้งความจำนงมาวางให้เพื่อนๆดู ทั้งสองทึ่งในวันเดียวมีลูกค้าถึงสิบคดี บัวบุหงาส่ายหน้าแบบนี้จะมีผู้ชายเหลือในโลกอีกหรือ
“ฉันยังไม่รับทั้งหมดหรอก ว่าจะรับคดีที่มันง่ายๆได้เงินเยอะก่อน เพราะเราก็ไม่ใช่นักสืบมืออาชีพถูกมะ แค่สกิลแอ็กติ้งกับสกิลเผือกเป็นเลิศเท่านั้น”
แพรพิณไม่เห็นด้วยอยากให้ทำงานอื่น กลัวโดนฟ้องหมิ่นประมาท พรนางฟ้าส่ายหน้าตนจะต้องหาเงินล้านไปฟาดหน้าอีพี่ต้อมให้ได้ภายในสามเดือน แล้วขอร้องให้เพื่อนๆร่วมมือ โดยสัญญาจะสืบเรื่องหมอไทยให้แพรพิณฟรีๆ สองสาวจ้องหน้ากันนิ่งก่อนจะตอบปฏิเสธ
พรนางฟ้าถอนใจที่ต้องทำงานคนเดียว แต่ก็ฮึดสู้ ออกมาพบชลลัมภีร์เพื่อรับงาน เขาบอกเธอว่าเห็นกระทู้จับแอ๊บของเธอ ก็รู้ว่าเธอมีปมกับเรื่องเกย์เยอะ จึงสนใจอยากว่าจ้าง แล้วยื่นรูปถ่ายให้ดู “ผมอยากให้คุณช่วยสืบอะไรเล็กๆน้อยๆ แค่...จับแอ๊บบอยแบนด์ชื่อดัง วงบลูปรินซ์”
พรนางฟ้าฉุกคิดถึงความดังของวงนี้ ชลลัมภีร์สาธยายต่อ ทีมงานของตนเชื่อว่ามีคนใดคนหนึ่งในวงนี้เป็นเกย์ เขาต้องการหลักฐานยืนยันให้ได้ภายในสามเดือน ก่อนที่จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ หญิงสาวถามลองใจ งานใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่จ้างนักสืบมืออาชีพ เขาบอกต้องการคนโนเนมไม่เหมือนนักสืบและจากประวัติชีวิตเธอ โดนเกย์หลอกมาอย่างโชกโชน จึงเชื่อในประสบการณ์ตรงของเธอ
พรนางฟ้าอึ้งที่เขารู้ลึก แต่งานนี้ไม่ง่ายเลยที่จะเข้าถึงตัวศิลปินเพราะบรรดาแฟนคลับคงปกป้องอย่างถวายหัว ชลลัมภีร์โพล่งขึ้นว่าค่าจ้างสองล้านถ้างานสำเร็จ แต่ถ้าผิดพลาดอย่าคิดซัดทอด เพราะเขาสามารถทำให้เธอเป็นคนผิดได้อย่างง่ายดาย หญิงสาวอ้าปากค้างตั้งแต่สนนราคา
ooooooo
คอนเสิร์ตเล็กๆของวงบลูปรินซ์ที่โตเกียวเพิ่งเสร็จสิ้นลง พาทีอัดเสียงสรุปผลงานขณะนั่งเครื่องกลับว่ากระแสตอบรับดีมาก ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วจาระไนตัวบุคคลแต่ละคน
จุงเบ...เสียงร้องคงที่แล้ว แต่ไลน์เต้นยังไม่แข็งแรง ลุคยังไม่น่าจับตามองควรเปลี่ยนสีผม คฑา...ทำการแสดงได้ดี คงโปรแกรมฝึกให้ต่อเนื่องไว้ เควิน...พลังเสียงตกช่วงกลางคอนเสิร์ต ต้องเพิ่มโปรแกรมออกกำลังและอาหารเสริมอีก 15% ส่วนไลออน...ในฐานะหัวหน้าวงนำและรักษามวลของคนดูได้ดี แต่ติดบางช่วงดูไม่ธรรมชาติ ควรเพิ่มให้สมาชิกทุกคนดูมีความสัมพันธ์น่ารักๆเพิ่มขึ้นอีกเพื่อกระตุ้นกระแสและเสียงกรี๊ด...
เมื่อรับงานแล้ว พรนางฟ้าค้นข้อมูลวงบลูปรินซ์ ทำบันทึกว่าคดีแรกของบริษัทจีสแกนจับแอ๊บวงบอยแบนด์ชื่อดังบลูปรินซ์ ผู้ว่าจ้าง คุณชลลัมภีร์เจ้าของนิตยสารกรี๊ดบันเทิง ค่าจ้างสืบคดี สองล้านบาท...อดภูมิใจไม่ได้ว่าเงินล้านใครว่าหายาก อีพี่ต้อมเตรียมหน้าแหกไว้เลย
พรนางฟ้าครุ่นคิดหาทางเข้าถึงตัวนักร้องให้มากที่สุด เพื่อจับตาดูปฏิกิริยาทั่วไปและปฏิกิริยาต่อแฟนคลับ จึงโทร.หาปันปัน ได้ยินเสียงจ๊อกแจ๊กจากปลายสายจึงรู้ว่าเธออยู่สนามบิน ก็รีบเปิดกระทู้ดูเห็นข่าววงบลูปรินซ์กลับมาวันนี้ พรนางฟ้ารีบคว้ากระเป๋าออกไปอย่างวุ่นวาย
ที่สนามบิน นาเดียร์เอาเชือกกั้นทางเดินไว้ให้วงบลูปรินซ์เดินออกมา ต้อยกับติ่งหัวหน้าแฟนคลับรีบเอาป้ายไฟนำทีมมาชูรอรับส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด...พรนางฟ้ามาถึงได้ยินเสียงกรี๊ดบรรดาแฟนคลับก็วิ่งมาเขย่งมองอย่างยากลำบาก พอเห็นช่องว่างก็แทรกไปยืนชิดเชือก กลุ่มบอยแบนด์เดินออกมาทีละคน เธอถึงกับเคลิ้มไปกับความหล่อเหลาของพวกเขา ไลออนเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกมาและมองหน้าพรนางฟ้า
พรนางฟ้าฉวยโอกาสมุดเชือกจะตามแต่กลับชนกับใครคนหนึ่ง พอเงยมองเป็นพาทีสวมแว่นดำเหมือนบอดี้การ์ด เธอรีบทำเนียนล้วงพวงกุญแจนางฟ้าในกระเป๋าออกมาอ้างว่าเก็บของหล่นได้ คงเป็นของนักร้องคนสุดท้ายที่เดินไป พาทีถอดแว่นออกยื่นหน้ามาจ้องตาจับพิรุธและว่าเธอโกหก พรนางฟ้าทำทีไม่พอใจ หาว่าเขาเป็นแค่บอดี้การ์ด ทำแบบนี้กับตนได้อย่างไร
พาทีคว้าพวงกุญแจแล้วบอกถ้าอยากให้ของไลออนก็บอกดีๆ แต่ไลออนไม่ชอบของกุ๊กกิ๊กแบบนี้
พรนางฟ้ายืนอึ้งครุ่นคิดหาทางใหม่ ไม่ทันไรก็โดนคลื่นแฟนคลับวิ่งผ่านอย่างวุ่นวาย กว่าจะรู้ตัวอีกทีตัวเองทรุดนั่งหัวฟูอยู่กับพื้น มีใบปลิวปลิวว่อนเต็มหัว “พัง!...”
ooooooo
บัวบุหงาเครียดที่โดนยกเลิกงานหลายจ๊อบ จนอารมณ์เสียเผลอโยนเงินใส่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่คิดค่าโดยสารแพงโลด พอรู้สึกตัวก็เสียใจตีมือตัวเองที่ชอบโยนเงินจนเป็นเรื่อง ก่อนจะหอบอุปกรณ์ถ่ายภาพพะรุงพะรังมาที่โรงเรียนแพรพิณ แต่ไม่เห็นใครก็แปลกใจ
สักพักได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากห้องน้ำ จึงเคาะประตูเรียก แพรพิณออกมาด้วยใบหน้าแดงก่ำตาบวมปูดจากการร้องไห้ ต่างระบายความทุกข์และปลอบใจกัน พอเห็นมือเพื่อนแดง
“บัว ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้ ทุกอย่างมันมีทางออก”
“แกไม่มีสิทธิ์มาด่าฉันนะ ตัวแกเองยังหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้เลย”
ระหว่างปลอบใจกันมีเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังขึ้น แพรพิณถามได้ยินไหม บัวบุหงาพยักหน้าก่อนจะหยิบมือถือตัวเองออกมา เป็นเสียงริงโทนของเธอเอง
“โว้ย...อีบัว อีโรคจิต!” แพรพิณตีแขนบัวบุหงาก่อนจะพากันหัวเราะออกมา
พรนางฟ้าโทร.เรียกเพื่อนทั้งสองมาพบที่คอนโด เกลี้ยกล่อมให้ช่วยงานจับแอ๊บ ไม่ทันที่ทั้งสองจะรับปากจริงจัง ลูกค้าชื่ออรนาฏโทร.เข้ามาเสนอจ่ายก่อนห้าแสนเพื่อให้รับงาน สองสาวอ้าปากค้าง พอวางสาย ทั้งสองตกลงร่วมงานทันที แต่ยังไม่อยากบอกเหตุผลแก่พรนางฟ้า...
อรนาฏเป็นดาราสาวสองพันปี เป็นคนคิดมากขี้กังวลและห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองมาก ในคืนนี้เธอต้องให้สัมภาษณ์เรื่องการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์โครงการระดมทุนช่วยเหลือเด็กกำพร้า เธอมองภาพครอบครัวของตัวเองในมือถือที่ถ่ายคู่กับวีระสามีและพันธิตลูกชาย ด้วยแววตาเศร้าๆก่อนจะออกมาให้สัมภาษณ์
ขณะเดียวกัน พาทีเดินเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำในห้องนอน ต้องหยุดชะงักมองรายการสัมภาษณ์ของอรนาฏ เธอให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกเป็นเกียรติที่มีส่วนร่วมช่วยเหลือเด็กกำพร้า เด็กทุกคนควรได้รับความรักจากผู้ใหญ่ ได้รับการดูแลและการศึกษา ตนสะเทือนใจมากที่เห็นว่ามีเด็กมากมายถูกทอดทิ้งตั้งแต่ยังเป็นทารก การกระทำแบบนี้เป็นการกระทำของมนุษย์ที่ขาดความรับผิดชอบอย่างมาก...พาทีกดปิดทีวีด้วยแววตาโกรธ ยืนทำใจให้ลืมอดีตอันเจ็บปวด
ooooooo
ห้องคอนโดของพรนางฟ้ากลายเป็นที่ทำการ สามสาวช่วยกันหาข้อมูลวงบลูปรินซ์ จนรู้ว่าอีกสองวันจะมีงานมีตติ้งที่โรงแรมหรูริมแม่น้ำ ปัญหาของพวกเธอคือต้องหาบัตรเข้างาน
แพรพิณไปเข้าแถวซื้อจากบูธไทยทิคเก็ตเมเจอร์แต่บัตรหมดภายในห้านาที เธอลงทุนร้องไห้คร่ำครวญก็ไม่เป็นผลกลับโดนเรียกว่ามนุษย์ป้าแล้วลากตัวออกมาจนหัวฟูยุ่งเหยิง ด้านบัวบุหงาลงทุนซื้อบัตรจากพวกที่เอามาขายต่อ แต่ก็โดนเชิดเงินไปดื้อๆ
พรนางฟ้าโวยลั่น “ฉันต้องด่าแกที่สุดเลยอีบัว โอนเงินก่อนได้ของ แกเอาสมองส่วนไหนคิด โลกโซเชียลสมัยนี้มันไว้ใจได้ที่ไหน เสียเงินไปเท่าไหร่”
บัวบุหงาตอบเสียงอ่อยว่าหกพัน พรนางฟ้าอยากจะโกรธที่เสียเงินฟรีๆ แพรพิณปลอบให้ใจเย็น พรนางฟ้ากลับยื่นภาพในมือถือให้ดู “แพรจ๊ะ เราเป็นนักสืบ เราต้องทำตัวให้เล็ก ทำให้เงียบเข้าไว้อย่าให้ใครรู้จักเรา แล้วนี่อะไร”
แพรพิณตกใจมากไม่คิดว่ามีคนถ่ายภาพตอนโดนลากออกจากบูธขายบัตร...ไม่เพียงเท่านั้นลูกศิษย์เห็นภาพยังสงสัยว่าหน้าเหมือนครู เธอต้องหัวเราะกลบเกลื่อนทำนองคนอะไรช่างหน้าเหมือน แต่พอรู้ว่าพวกลูกศิษย์ซื้อบัตรได้ก็ลืมตัวจับตัวจิ๋วจิ๋วเขย่าๆขอบัตร แต่พวกเขาไม่ให้
ค่ำนั้นแพรพิณนั่งร้องไห้คร่ำครวญที่คอนโด พรนางฟ้า ว่าหมดสิ้นภาพลักษณ์คุณครูแสนดีที่สร้างมา
บัวบุหงาบ่นไม่คิดว่าบัตรจะหายากขนาดนี้ บอกพรนางฟ้าให้ทำคลิปกราบขอโทษอีพี่ต้อมไปเสียดีกว่า พรนางฟ้าไม่ยอมเชื่อว่าต้องมีทาง พอดีปันปันกลับจากโรงเรียนเดินร้องเพลงวงบลูปรินซ์เข้ามา จึงนึกได้ว่าน้องสาวต้องมีบัตร ร้องเรียกปันปันดังลั่น
ปันปันปฏิเสธไม่ยอมให้บัตรแก่พี่ๆแต่ให้เบอร์คนที่ติดต่อขอซื้อบัตรได้ พรนางฟ้ารีบติดต่อไปทันที ตกลงราคาค่าบัตรแพงโลดถึงหกพันห้า...ติ่งสาวคนที่มาส่งบัตรมีท่าทางลับๆล่อๆไม่ให้พรนางฟ้ามองเธอตรงๆ ให้ยื่นเงินมาแล้วส่งบัตรไปพร้อมบอกเจอกันในงาน
พอพรนางฟ้าเอาบัตรกลับมาที่คอนโด แพรพิณกับบัวบุหงาบ่นเสียดายเงินที่เสียไป ไม่ทันจะบ่นต่อ ปันปันแทรกขึ้นมาว่า บัตรของพี่ทำไมจางกว่าของตน สามสาวรีบมารุมดูพิจารณาแล้วจึงรู้ว่าเป็นบัตรปลอม พรนางฟ้าแทบลมจับพยายามตั้งสติ ยืนยันจะต้องเข้างานนี้ให้ได้
ในบ้านพักวงบลูปรินซ์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมสรรพ นาเดียร์ดูจะตื่นเต้นอย่างมากที่ได้พักบ้านหลังนี้ด้วยในฐานะผู้จัดการวง...พาทีควบคุมการซ้อมร้องเต้นของทุกคนอยู่ในห้องซ้อม สังเกตเห็นจุงเบมีท่าทางไม่ค่อยดีจึงเอ่ยถามว่าไหวไหม เขาทำท่าสดชื่นบอกว่าไหว เควินท้วงเห็นเขาหายใจแรงตั้งแต่ครึ่งเพลงแรก แต่จุงเบยืนยันว่าไหว พาทีจึงให้ซ้อมต่อ
จู่ๆไลออนเดินออกจากกลุ่ม พาทีเอ็ดให้กลับเข้ามาซ้อมยังไม่ให้พัก เขาโวยทันทีแค่จะกินน้ำจะอะไรกันนักหนา พาทีเสียงเข้ม “ถ้าสมาชิกคนอื่นยังไม่พักเป็นลีดเดอร์ของวงควรพักไหม”
“แล้วเป็นโปรดิวเซอร์ทำไมต้องยุ่งทุกเรื่องด้วย” ไลออนย้อน เควินปรามบอกพาทีทำตามหน้าที่ ไลออนไม่สำนึก “งั้นคุณพาทีหยุดพักสักวันไหมครับ ผมกลัวคุณเหนื่อย”
คฑาแทรกทันที ถ้าไลออนเหนื่อยมาก งานมีตติ้งรอบนี้ตนจะเป็นลีดเดอร์แทน ไลออนโกรธที่คฑาคอยแต่จะเสียบ จึงข่มว่าแม้เขาอยากเสียบแทนจนตัวสั่นแต่ขอโทษที่ตนป๊อปสุดในวง ทันใดจุงเบเกิดอาการหอบรุนแรงล้มลง พาทีพุ่งเข้าช่วยทันที คฑายืนมองเฉยๆ
ราวเป็นเรื่องปกติ ในขณะที่ไลออนตกใจ พาทีสั่งนาเดียร์ไปเอายาพ่นมา และให้เควินช่วยประคองศีรษะจุงเบให้สูงไว้ คฑากลับโพล่งขึ้นว่า ไอ้ม้งนี่ตัวปัญหา เควินโกรธแทนตรงเข้าชกหน้าคฑาทันที
นาเดียร์กลับเข้ามาพร้อมยาพ่นให้จุงเบ สักครู่อาการดีขึ้น จุงเบรีบขอโทษทุกคนที่บอกว่าไหวทั้งที่ตัวเองไม่ไหว พาทีจึงย้ำกับทั้งสี่คนว่า สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง ถ้าร่างกายไม่พร้อมงานทุกอย่างที่รับไว้ก็จะเสีย...พาทีให้ทุกคนพูดออกมาว่าใครทำผิดพลาดอะไรบ้าง
เควินขอโทษที่ใจร้อนจนเป็นเรื่อง คฑาบอกตนไม่ผิดอะไรแต่ก็ขอโทษ มีเพียงไลออนที่เสียงแข็ง “ผมไม่มีอะไรต้องขอโทษ คนที่ควรขอโทษที่สุดคือพี่นั่นแหละที่ทำให้พวกผมเหมือนตกนรกทุกวันแบบนี้”
พาทีสวนถ้าทรมานมากก็ออกไปจากวงได้ไม่เคยห้าม ไลออนโกรธฮึดฮัด เควินกับคฑาช่วยกันห้าม พาทีกล่าวนิ่งๆก่อนจะเดินไป “ฝึกตัวเองให้ใจเย็นๆหน่อยก็ดีนะไลออน เด็กๆทั่วประเทศเขามองเราเป็นแบบอย่างอยู่ หันกลับมาดูตัวเองบ้างว่าเป็นแบบอย่างที่ดีให้เขาได้รึเปล่า”
นาเดียร์พยายามแก้บรรยากาศที่มาคุ บอกทุกคนขึ้นไปพักผ่อนและควรอาบน้ำก่อนนอนด้วย...คฑาเดินเข้าไปกระซิบไลออนว่าหมั่นมีปัญหากับโปรดิวเซอร์ ระวังจะหลุดจากตำแหน่งหัวหน้าวง ไลออนมองหน้าและว่าคืนนี้ไม่มีอารมณ์จะทะเลาะด้วย คฑาจึงยั่วโมโหอีก
“งั้นงานแฟนมีตวันมะรืน ก็อย่าสร้างปัญหาอะไรอีกละกันนะ เดี๋ยวตำแหน่งหลุด”
ไลออนถามต้องการอะไร คฑายิ้มสะใจที่ยั่วโมโหได้เดินยิ้มกริ่มจากไป...ในขณะที่พาทีเข้ามานั่งเครียดในห้องทำงาน สักพักเควินถือเครื่องดื่มเย็นๆมาให้อย่างเอาใจ ทั้งสองดูสนิทสนมกันมากจนน่าสงสัย พาทีขอให้เควินคอยดูแลอย่าให้ข่าวเกาเหลาในวงแพร่งพรายออกไปสู่พวกนักข่าว ไม่อย่างนั้นเราได้กลับไปเล่นดนตรีข้างถนนอย่างแต่ก่อนแน่ เควินยิ้มรับ...
ถึงวันงานมีตติ้งบลูปรินซ์ พรนางฟ้า บัวบุหงาและแพรพิณแต่งตัวเป็นแฟนคลับเต็มที่ ยืนมองเหล่าแฟนคลับที่มากมาย ภาวนาขอให้พวกตนมั่วใช้บัตรปลอมเข้าไปในงานกันได้ พรนางฟ้าเห็นอีกทางที่อาจเข้าได้ คือทางที่พวกสตาฟฟ์ใช้เข้าออกเพียงแค่แขวนป้ายออลแอเรีย พลันเสียงแฟนคลับตะโกนว่าประตูเปิดแล้ว สิ้นเสียงผู้คนก็กรูกันไปที่ทางเข้า พรนางฟ้ากับเพื่อนๆมองหน้ากันแล้วพยักหน้าเป็นที่รู้กันว่าพร้อม จึงเดินตรงรี่เข้าไปเบียดเสียดกับแฟนคลับ...
ooooooo
.
----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep2/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 2
พรนางฟ้า แพรพิณและบัวบุหงาต่างลุ้นว่าจะผ่านประตูเข้างานมีตติ้งบลูปรินซ์ได้หรือไม่ รปภ.รับบัตรพวกเธอเตรียมจะเจาะรู พอลูบหลังบัตรก็ชะงักแล้วบอกว่าบัตรปลอม เหล่าแฟนคลับมองพวกเธอเป็นตาเดียว แพรพิณแก้สถานการณ์ด้วยการแกล้งเป็นลมให้เกิดความวุ่นวาย
พรนางฟ้าฉวยโอกาสแย่งบัตรปลอมคืนมาแล้วดึงสองเพื่อนวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น แต่ก็ยังไม่ยอมกลับจะต้องเข้าไปในงานให้ได้ พอดีลุงอินเดินงกๆเงิ่นๆ
ในชุดชาวบ้านกางเกงเลถือบัตรเข้ามาถามทางเข้างาน แล้วโชว์ว่ามีบัตร พรนางฟ้าแปลกใจที่บัตรลุงเป็นแบบแฟมิลี่ ลุงอินบอกว่ามีญาติทำงานที่นี่ให้มา เธอฉุกคิดต่อรองจะช่วยพาไปแต่ขอให้พวกตนเข้าไปในงานด้วย
ลุงอินรู้สึกกระชุ่มกระชวยที่จะมีสาวๆให้ควงจึงตกลง สามสาวดีใจ พรนางฟ้ากระซิบเพื่อนๆว่าเข้าทางเดิมไม่ได้เพราะ รปภ.คงจำพวกเราได้ จึงพาไปเข้าทางที่พวกสตาฟฟ์ใช้ ยามที่เฝ้าไม่ให้เข้า มองลุงอินที่สภาพปอนๆหัวจดเท้า พอดีมีเสียงวิทยุสื่อสารเข้ามาว่าใครเจอคุณลุงตัวเล็กๆ ท่าทางบ้านๆ ผมหงอกๆ ให้เข้ามาได้ แกจะถือบัตรแฟมิลี่ ยามมองลุงอินอีกครั้งก่อนจะถามว่าสามสาวเป็นใคร ลุงอินบอกว่าเป็นหลานๆ เขาจึงยอมปล่อยให้ผ่านเข้าไปได้
สามสาวดีใจสำเร็จไปหนึ่งขั้น พรนางฟ้าให้สองเพื่อนพาลุงอินไปหาที่นั่ง ตัวเธอจะหาวิธีใกล้ชิดวงบลูปรินซ์ ด้วยการแอบไปด้านหลังเวที เผอิญเห็นบัตรออลแอเรียของใครไม่รู้วางทิ้งไว้ จึงหยิบมาคล้องคอทำเนียนเป็นสตาฟฟ์ ไม่ทันไรต้องสะดุ้งเมื่อเจอนาเดียร์ถามว่าเป็นใคร
พรนางฟ้าจำที่ค้นข้อมูลได้ว่า เธอคือนาเดียร์ผู้จัดการวงจึงรีบสมอ้าง “หนูเป็นเพื่อนเควินค่ะ เขาบอกให้มารอที่นี่ เควินยังพูดเลยนะคะว่าลืมบอกพี่นาเดียร์ไว้ เขาก็เลยให้บัตรอันนี้มาอ่ะค่ะ งั้นเดี๋ยวหนูนั่งรอแถวนี้แล้วกันนะคะ”
พรนางฟ้าจะหาที่นั่ง นาเดียร์ตวาดให้หยุดแล้วขู่จะออกไปดีๆหรือให้เรียก รปภ. เธอคงไม่รู้ว่าบัตรที่ศิลปินจะให้ใครได้ต้องเป็นบัตรแฟมิลี่ไม่ใช่ออลแอเรีย ว่าแล้วก็เรียก รปภ.ลั่น พรนางฟ้าสะดุ้งวิ่งหนี แต่ชนเข้ากับพาทีที่เดินเข้ามา เขาจำเธอได้จึงรวบตัวไว้ พรนางฟ้าคิดว่าเขาเป็นบอดี้การ์ดจึงขอร้องให้ปล่อย พลันนึกได้ว่าหน้าตาแบบนี้ มีหนวดแบบนี้คือโปรดิวเซอร์
นาเดียร์แหวใส่หาว่าเมายามั่วนิ่มเป็นเพื่อนเควินยังไม่พอ ยังมาหาว่าพาทีเป็นบอดี้การ์ดอีก พรนางฟ้าเถียงไม่ทัน ทีมงานเข้ามาจับเธอ ระหว่างนั้นไลออนเข้ามาจะเปลี่ยนเสื้อผ้า สบตาเธอจนเธอถูกลากไปลับสายตา พาทีขังพรนางฟ้าไว้ในห้องเก็บของเพราะคิดว่าถ้าปล่อยไปต้องหาทางกลับมาก่อความวุ่นวายอีก ให้อยู่ในสายตาจนกว่างานจะเลิกดีกว่า แล้วหันมาถามนาเดียร์เจอลุงของตนหรือยัง เธอนึกได้ว่าลืมจึงรีบวิ่งออกไป เขาส่ายหน้ากับความไม่รอบคอบของเธอ
เมื่อถูกขัง พรนางฟ้าพยายามโทร.หาเพื่อนๆ แต่ด้วยความดังของดนตรีทำให้ทั้งแพรพิณและบัวบุหงาไม่ได้ยิน สองสาวพยายามจับผิดนักร้องบนเวที ไม่ได้สนใจลุงอินที่นั่งน้ำตาไหลมองเควินร้องเพลง พึมพำว่า “ไอ้พล...เอ็งเก่งมาก”
ระหว่างนั้น ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว เต้นกินพื้นที่มาชนแพรพิณซึ่งกำลังเริ่มวิงเวียน ทั้งสามตื่นเต้นที่เจอครูสอนพิเศษของพวกเขาจึงดึงเธอเข้าไปเต้นหน้าเวที บัวบุหงาหันมาเห็นลุงอินร้องไห้ก็ตกใจ ลุงอินอ้างว่า
มึนหัวอยากกลับ ให้ช่วยไปส่งที่หมอชิต บัวบุหงาหาแพรพิณไม่เจอ ด้วยความเป็นห่วงลุงอินจึงพาไปทันที ส่วนแพรพิณเต้นกับลูกศิษย์สักพักก็เป็นลมพับไป
งานเลิก พาทีไขกุญแจห้องที่ขังพรนางฟ้า เห็นเธอนั่งหลับพิงกำแพงอยู่ ก็เข้าไปนั่งมองหน้า หญิงสาวหลับอ้าปากหวอ เขาจึงแกล้งเอานิ้วแหย่เข้าปาก เธอสะดุ้งงับนิ้วเขาจนร้องลั่น พาทีลุกพรวดด้วยความโมโห พรนางฟ้ารวบรวมสติหยิบมือถือมาดู เห็นมิสคอลจากสองเพื่อนเป็นสิบก็ตกใจ พาทีบอกว่างานเลิกแล้ว เธอยิ่งเสียดายโอกาสลุกขึ้นโวยวายว่าเพราะเขาที่ทำให้ไม่ได้เจอวงบลูปรินซ์ และเรียกเขา...นายพาทีภาระ
พาทีโกรธหาว่าเธอเป็นพวกสต๊อกเกอร์ พวกคลั่งดารามากจนต้องตามไปทุกแห่ง หญิงสาวเชิดใส่คนอย่างตนไม่มีทางเป็นแบบนั้น แล้วจะเดินหนี แต่พาทีขวางไม่ให้ไปไหนจนกว่าจะบอกว่าต้องการอะไร เธอปฏิเสธ เขากอดอกจ้องรอให้สารภาพ เธอโกรธยกเท้าจะกระทืบเท้าเขา แต่เขารู้ทันล็อกตัวเธอดันติดกำแพง เธอหาทางสู้โน้มคอเขาลงมา เขาจึงเอามือดันปากเธอไว้ เธอส่งเสียงอู้อี้ๆหายใจไม่ออก พอเขาเอามือออก เธอหน้าทิ่มโวยวายว่าจะฆ่ากันหรือก่อนจะจ้ำหนี
พาทีตะโกนไล่หลังอย่ามาสต๊อกใครแถวนี้อีก ว่าแล้วก็มองมือตัวเองที่เธอประทับริมฝีปากไว้อย่างรู้สึกแปลกๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าลืมเรื่องลุง เขารีบโทร.ถามนาเดียร์ พอรู้ว่าเธอยังไม่เจอ ก็รีบวิ่งออกมามองหาที่ด้านนอก แล้วโทรศัพท์หาจึงรู้ว่าลุงอินกำลังจะขึ้นรถที่หมอชิต พาทีขอโทษที่ไม่มีเวลาดูแล ลุงอินตอบกลับมาด้วยความเข้าใจ
“อย่าคิดมากน่าที แค่ลุงเห็นเอ็งกับไอ้พลมาไกลขนาดนี้ ลุงก็ภูมิใจแล้ว”
“ขอบคุณครับลุง พวกผมมีวันนี้ได้ก็เพราะลุง ถ้าไม่ได้ลุงดูแลพวกผมหลังพ่อตาย ป่านนี้ผมจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้” ลุงอินตัดบทว่ารถจะออก พาทีจึงรีบถามว่าเงินที่ส่งให้ทุกเดือนพอใช้ไหม ลุงอินตอบอย่างซาบซึ้งใจว่ายิ่งกว่าพอ พาทีรู้สึกเสียใจที่ไม่มีโอกาสเจอลุงอิน
ooooooo
เช้าวันใหม่ พรนางฟ้า แพรพิณและบัวบุหงากำลังกินข้าวต้มด้วยสีหน้าอิดโรย เห็นข่าวอรนาฏกับพันธิต ลูกชายที่เพิ่งกลับจากเมืองนอกทางทีวี แถลงข่าวกับสื่อมวลชน ฝากฝังลูกชายที่กลับมาสานต่องานของพ่อ เป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ที่ใกล้จะเปิดกล้องเร็วๆนี้
สามสาวมองพันธิตผ่านจอทีวี นี่หรือที่อรนาฏจ้างให้จับแอ๊บลูกชาย...พรนางฟ้าเอ่ยขึ้นว่าตนบอกปัดงานนี้ไปก่อน อยากทุ่มเวลาให้คดีบลูปรินซ์ แล้วถามเพื่อนทั้งสองว่าเมื่อคืนได้อะไรกันบ้าง บัวบุหงาย้อนถามว่าตัวเธอได้อะไรบ้าง หายไปหลังเวทีตลอดงาน พรนางฟ้าไม่อยากเล่าบอกเพียงว่ายังไม่รู้ตัวเลยว่ากลับมาห้องได้อย่างไร บัวบุหงาสรุปไม่มีใครได้อะไร
แพรพิณอยู่ในสภาพจะหลับคาช้อน เพื่อนๆจึงเรียกจนสะดุ้งหลุดปากชื่อจุงเบออกมา ก่อนจะขยายความว่าเมื่อคืนโดนลูกศิษย์ลากออกไปเต้นหน้าเวที ตนจึงถ่ายคลิปไว้ได้นิดหน่อย เป็นภาพไลออนกับเควินกระจุ๋งกระจิ๋งกันบนเวที ไม่เพียงแค่นั้น ไลออนยังมักหันไปยิ้มกับคฑา และสายตาคฑาที่มองไลออนก็ดูหยาดเยิ้ม มีการซบไหล่กันบ้างระหว่างทำการแสดง
พรนางฟ้ายิ้มอย่างพอใจ คิดแผนการโทร.ขอให้ชลลัมภีร์รับรองตนเป็นหลานสาวชื่อแองจี้ เพิ่งกลับจากเรียนเมืองนอก จากนั้นก็ติดต่อนาเดียร์ขอสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์
พาทีรีบมาที่ตึกจีพีเรคคอร์ด ไม่วายเจอเฌอเบลล์เข้ามาพยายามโปรยเสน่ห์เต็มที่ แต่เขาไม่เคลิ้มเดินหนี นาเดียร์เดินรี่เข้ามารายงานพาทีว่ามีหลานของชลลัมภีร์เพิ่งกลับจากเมืองนอก จะเอาบทสัมภาษณ์วงบลูปรินซ์ไปลงนิตยสารที่เกาหลี ตนเห็นว่าเป็นงานพีอาร์ฟรีจึงรับไว้
พาทีรู้สึกไม่ค่อยไว้ใจ พอมาพบพรนางฟ้าที่วางมาดเป็นนักเรียนนอก จึงต่อว่าถ้าเป็นหลานชลลัมภีร์จริง ทำไมวันก่อนต้องทำตัวเป็นพวกสต๊อกเกอร์ หญิงสาวค้อนเล็กๆสะบัดเสียงว่าตนไม่ใช่ พาทีให้เธอนัดวันกับนาเดียร์ นาเดียร์ขอตัวอย่างคำถามเพื่อพิจารณาก่อน แต่พรนางฟ้าไม่ยอมจะสัมภาษณ์วันนี้เท่านั้น พาทีไม่พอใจ ระหว่างนั้นอรนาฏโทร.เข้ามาบอกพรนางฟ้าว่า ให้ไปรับบรีฟงานภายในหนึ่งชั่วโมง จะจ่ายก่อนห้าแสน เธอตาโพลงครุ่นคิดตัดสินใจ...
บัวบุหงาตกอับไม่มีงานถ่ายภาพ จำต้องรับงานอีเวนต์แต่งตัวเป็นถังขยะ รณรงค์ให้คนทิ้งขยะให้ถูกที่ พอได้รับโทรศัพท์จากพรนางฟ้าให้ไปพบอรนาฏแทนก็อึ้งทำอะไรแทบไม่ถูก
สี่หนุ่มวงบลูปรินซ์มาให้แองจี้สัมภาษณ์ พาทียืนคุมเชิง เธอเปิดเครื่องอัดเสียงยิงคำถามที่พุ่งประเด็นไปยังความสนิทสนมเป็นพิเศษระหว่างไลออนกับคฑา ไลออนมักจะสบตาพาทีก่อนตอบ คฑาอ้างว่าเพราะตนกับไลออนอายุเท่ากันจึงคุยกันถูกคอ แองจี้เจาะจงถามไลออนว่าเป็นคนชอบดูแลคนแล้วดูแลใครเป็นพิเศษ พาทีชักไม่พอใจสั่งหยุดการสัมภาษณ์อ้างว่าคำถามของเธอทำให้นักร้องของตนไม่สบายใจ แล้วผายมือเชิญเธอกลับ
“ไม่เป็นไรค่ะ เท่านี้ฉันก็ได้บทสัมภาษณ์ที่เพียงพอ ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ” พรนางฟ้ามองเครื่องอัดเสียง สีหน้ายิ้มกริ่มจนพาทีสงสัยไม่ไว้ใจ
ด้านบัวบุหงารีบมาพบอรนาฏทั้งชุดที่เพิ่งทำงาน จึงดูมอมแมม อรนาฏมองอย่างไม่เชื่อถือ บัวบุหงาจึงอ้างว่าปลอมตัวไปสืบคดีอื่นมา อรนาฏค่อยโล่งใจ มอบเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับพันธิตลูกชาย และเล่าว่าพ่อของลูกคือวีระพระเอกดังในอดีต
“ลูกเพิ่งกลับจากนิวยอร์ก ฉันกลัวว่าเขาจะเป็นอย่างพ่อเขา ยิ่งตอนนี้รูมเมทของเขาที่ชื่อวทันยูตามกลับมาไทยด้วย ฉันยิ่งไม่ไว้ใจ เธอสืบให้ฉันได้ไหม” เห็นสีหน้าบัวบุหงาลังเล “เรื่องเงินน่ะไม่ต้องห่วง ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ขอแค่ให้มีหลักฐานมายืนยันว่าลูกฉันแอ๊บหรือไม่แอ๊บ” อรนาฏวางเช็คห้าแสนให้ และว่าเสร็จงานจะให้อีกห้าแสน
บัวบุหงาตาโพลงตอบตกลงทันที...กลับมาบ้าน บัวบุหงาจัดการลงข้อมูลในคอมพ์แบบที่พรนางฟ้าลง ว่าเป็นคดีที่สองของบริษัทจีสแกน ทันใดมีเสียงร้องเพลงสำเนียงแปร่งๆแบบคนดัดเสียงดังกระแทกหูจนทนไม่ไหวต้องเดินไปดู เห็นพ่อเต่ากับเจ๊โดมเต้นรูดเสาร้องประสานเสียงกัน จึงโวยให้เบาเสียงด้วยความไม่ชอบที่พ่อเป็นแบบนี้ เจ๊โดมเอ็ดแทนอย่าทำตัวเป็นแม่ เธอจึงสำนึกเสียงอ่อนลงบ่นว่าตนรับงานใหม่มาต้องสืบว่าพันธิตลูกชายอรนาฏเป็นเกย์หรือไม่
“ต๊าย! รับจ๊อบสืบลูกเจ๊วีเหรอเนี่ย อะไรมันจะโลกกลมขนาดนี้” เจ๊โดมกรี๊ดกร๊าด
บัวบุหงางงเจ๊วีคือใคร พ่อเต่าขยายความ “ก็คุณวีระพระเอกละครไทยไง สมัยวัยรุ่นนี่แก๊งแฮงก์เอาต์ด้วยกันเลยล่ะ ตอนแกเด็กๆแกยังเคยถ่ายรูปกับเขาเลยนะ ฮึฮึ”
เจ๊โดมเสริมอยากรู้อะไรเดี๋ยวสืบให้เพราะหนังที่พันธิตกำลังจะเปิดกล้อง ตนเป็นช่างแต่งหน้าในกอง บัวบุหงาดีใจขอร่วมทีมเข้าไปด้วย เป็นตากล้องถ่ายภาพนิ่งก็ได้
ooooooo
ห้องจัดแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง...ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิต เขาบรรยายว่าภาพยนตร์ของเขาเป็นเรื่องเกี่ยวกับตุ๊ด กะเทย เกย์ ทอม ดี้ เลสเบียน เป็นเรื่องของความรักที่คนทั่วไปยังไม่เข้าใจ เรื่องนี้จะทำให้สังคมเข้าใจคนกลุ่มนี้มากขึ้น
ระหว่างการแถลงข่าว อรนาฏเดินเข้ามามอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีกับลูก พันธิตมองแม่อย่างเซ็งๆ อรนาฏกล่าวฝากสื่อมวลชนให้สนับสนุนหนังของลูกชาย พันธิตจึงลุกขึ้นบอกมีอะไรให้สัมภาษณ์คุณอรนาฏต่อได้เลย นักข่าวขอถ่ายภาพคู่ อรนาฏคล้องแขนพันธิตมายืนโพสท่า
หลังแถลงข่าว อรนาฏต่อว่าพันธิตทำไมต้องฉีกหน้าตลอด เขากวนกลับว่าตนไม่ใช่หมอศัลยกรรมจะฉีกจะดึงหน้าได้อย่างไร เธอเอ็ดให้หยุดพูดแบบนี้ แค่ไม่เรียกแม่ต่อหน้าใครก็เสียหน้ามากพอแล้ว เป็นลูกประสาอะไร เขาสวนแล้วคุณเป็นแม่ประสาอะไรก่อนจะเดินไป
วันต่อมาเป็นวันฟิตติ้ง เจ๊โดมพาบัวบุหงามาฝากเจ๊นุชสาวใหญ่โปรดิวเซอร์ให้เป็นตากล้องถ่ายภาพนิ่งที่กำลังหา เจ๊นุชเห็นว่าปูที่จะเป็นคนบอกว่าถ่ายอะไรบ้างยังไม่มา จึงให้ถ่ายๆอะไรไปก่อน บัวบุหงาถ่ายผู้คนแถวนั้นไปเรื่อย มองผ่านเลนส์มาหยุดที่ชายคนหนึ่งในชุดสูทหล่อเข้ม ดวงตาคมชวนมอง ในสมองรายงานว่าคือพันธิตลูกชายอรนาฏที่จ้างให้สืบแอ๊บ
บัวบุหงาไม่เห็นความเป็นแต๋วอย่างที่อรนาฏบอกสักนิด มองเคลิ้มจนมือไปโดนแฟลชวาบขึ้น พันธิตหันมาโวย เจ๊นุชรีบวิ่งมาบอกว่าเธอคือตากล้องคนใหม่ถ่ายภาพนิ่งให้ฝ่ายพีอาร์ พันธิตตำหนิว่าถ่ายรูปเปิดแฟลชในกองถ่ายได้อย่างไร ถ้าเขากำลังถ่ายฟิตติ้งกันอยู่ แสงแฟลชจะรบกวนไหม เป็นตากล้องจริงหรือใช้กล้องก็โบราณตกรุ่น ถ้าไม่ถนัดก็ไปทำคอสตูมแทน บัวบุหงาหน้าตึงเกลียดขี้หน้าเขาขึ้นมาในทันที
เจ๊นุชพยายามพูดให้จนพันธิตยอมให้บัวบุหงาทำงานต่อได้ เจ๊โดมเข้ามาเตือนอย่าก่อเรื่องให้ต้องตกงาน หญิงสาวบ่นอย่างหงุดหงิดว่าพันธิตทำเป็นรู้ดีกว่าตน ค่าแสงในที่นี้เปิดแฟลชได้ และเรื่องกล้องของตนก็ไม่รู้บ้างเลยหรือว่ามันเป็นรุ่นคลาสสิกที่หายาก ทันใดเห็นพันธิตรับไหว้นักแสดงหนุ่ม ลูบหลังลูบไหล่อย่างน่าสงสัย จึงกดชัตเตอร์จับภาพไว้ทันที
ooooooo
แพรพิณมารับอันนาที่เรียนพิเศษ แต่อันนากลับบอกว่ามีนัดกินข้าวกับเพื่อนได้ไลน์บอกไว้แล้วให้กลับไปก่อน แพรพิณฉุกคิดว่าต้องนัดกับหมอไทยแน่ๆ จึงสะกดรอยตาม แล้วเธอก็โก๊ะทำเสียงดังจนอันนาหันมาจับได้ ต้องอ้างว่าแวะมาทานข้าว หมอไทยเห็นหน้าเธอก็จำได้
อันนาแปลกใจที่หมอไทยรู้จักแพรพิณ เขาบอกว่าคลินิกตนอยู่ติดกับโรงเรียนสอนพิเศษของเธอจึงเคยเจอกันบ้าง พลันชยุตโทร.เข้ามา หมอไทยจึงแยกไปรับสาย อันนาต่อว่าแพรพิณที่แอบตามตนมา แพรพิณเตือนว่าหมอไทยเป็นเกย์กับชยุต แต่อันนาไม่เชื่อแถมโกรธ
พอทานอาหารเสร็จ หมอไทยขอตัวไปคุยงานกับชยุตหัวหน้าฝ่ายมาร์เกตติ้งของคลินิกไปส่งไม่ได้
อันนานึกถึงที่แพรพิณเตือน ส่วนแพรพิณยังแอบซุ่มอยู่แถวนั้น แค้นใจแทนหลาน จะไม่ยอมให้เกย์มาหลอกคนในครอบครัวได้อีก
บ่ายวันนั้นอรนาฏมาต่อว่าพันธิตถึงบ้าน ที่สร้างหนังแนวตุ๊ดเกย์ไม่บอกกันก่อน เขาจึงย้อนว่าถ้าบอกแล้วแม่จะช่วยโปรโมตหรือ อรนาฏโวยวายไม่รู้จักอายแค่มีพ่อเป็นเกย์ยังขายหน้าไม่พออีกหรือ พันธิตนิ่ง
สักพักก่อนจะพูดอย่างจริงจังว่า พ่อจะเป็นอย่างไรก็เป็นพ่อของตน แม่ต่างหากที่ไม่ยอมรับความจริง ทั้งที่เรื่องก็ผ่านมานมนาน แม้ผู้เป็นแม่จะโต้ว่าไม่ลองมาเป็นเธอ ที่วันหนึ่งตื่นมาสามีกลายเป็นเมียคนอื่น จะทำใจได้ไหม เขาย้ำว่าให้แม่รู้จักปล่อยวางจะหมดทุกข์
เสียงโทรศัพท์ดังขัดขึ้น พันธิตเห็นชื่อวทันยู ก็รับสายแล้วแกล้งยั่วแม่ “ว่าไงจ๊ะที่รัก คิดถึงจังเลย...” อรนาฏตาเบิกโพลงอย่างไม่พอใจ มองลูกชายที่เดินแยกไปคุยอย่างหงุดหงิด
ด้านแพรพิณสะกดรอยตามหมอไทยไปจนถึงร้านหนังสือ เห็นเขาอ่านหนังสือประเภทสุขภาพชาย หน้าปกเป็นผู้ชายถอดเสื้อโชว์กล้าม ก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็นเกย์แน่ จะถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่ทันกดชัตเตอร์ ชยุตมายืนขวางถามจะทำอะไร แพรพิณหน้าเจื่อนเดินจ้ำหนีไป
กลับบ้าน แพรพิณเจออันนานั่งรอเพื่อต่อว่าเรื่องที่เธอไปแอบถ่ายรูปหมอไทย แล้วกำชับหนักแน่น ห้ามมายุ่งกับตนและหมอไทยอีก ตนเชื่อว่าเขาเป็นชายแท้ อย่าทำอะไรน่าเกลียดอีก
ระหว่างนั้นพรนางฟ้ากำลังทำงานอยู่ที่คอนโด บัวบุหงาไลน์เข้ามาบอกเรื่องเงินค่าจ้างจากอรนาฏ
พรนางฟ้าให้โอนเข้าบัญชีตนไว้เป็นเงินทุนบริษัทเอาไว้จับแอ๊บทุกคดี ไม่ทันไรแพรพิณไลน์มาปรึกษาเรื่องหมอไทยเป็นเกย์ จะจ้างบริษัทเราสืบ พรนางฟ้าไลน์กลับไปว่าไม่ต้องจ้างทำให้ฟรี แพรพิณซาบซึ้งใจ บันทึกข้อมูลคดีที่สามของบริษัทจีสแกน จับแอ๊บหมอไทย ค่าจ้างฟรี...แล้วมุ่งมั่นต้องสืบให้สำเร็จ เพื่อหลานสาว
วันต่อมา แพรพิณตามดูหมอไทยกับชยุต ทั้งสองเข้าฟิตเนสด้วยกัน เธอนึกถึงสิ่งที่พรนางฟ้าแนะนำ อันดับแรกต้องรู้ให้ได้ว่าคนที่ตามสืบเป็นใคร นิสัยอย่างไร ชอบไปที่ไหน มีกิจกรรมอะไรที่ดูแล้วเข้าข่าย แพรพิณนึกได้ว่าหมอไทยชอบลงเฟซบุ๊กรูปตัวเองในฟิตเนส
ขณะตามดู ยามเข้ามาสะกิดเตือนถ้าไม่ใช่สมาชิกเข้าไม่ได้ เธอพยายามเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวถึงสามครั้งก็ไม่รอดพ้นสายตายาม จึงจำต้องสมัครสมาชิก โดนฟันเงินไปถึงหมื่นแปด เพื่อเข้ามาเดินมองหาหมอไทยกับชยุต และแล้วก็เห็นทั้งสองเดินไปทางห้องเซาน่าด้วยกัน จึงรีบไลน์ไปถามความเห็นเพื่อนๆ บัวบุหงาให้ตามเข้าไปดูให้รู้แน่ แต่พรนางฟ้าคิดว่า การเข้าห้องเซาน่าด้วยกันมันก็ชัดแล้วว่าใช่ แพรพิณอ่านไลน์แล้วอยากเป็นลม
แพรพิณสวมเสื้อมีฮู้ดคลุมหัวให้ดูเหมือนผู้ชาย ตามเข้าไปในโซนแต่งตัวชาย เห็นสองหนุ่มมีผ้าขนหนูพันช่วงล่าง ช่วงบนโชว์หุ่นฟิตเฟิร์ม ทำให้เธอมือไม้สั่นไม่กล้ามอง แต่ก็ถ่ายภาพและแอบอัดเสียงสนทนาของทั้งคู่
ชยุตบ่นตั้งแต่เอาวงบลูปรินซ์มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ที่ร้าน ทำให้พวกเรายุ่งจนไม่มีเวลาให้กัน แล้วยิ่งหมอไทยมีแฟนเด็กอันนายิ่งไม่เหลือเวลาอีกเลย หมอไทยแซวแค่นี้มีงอนด้วยหรือ แพรพิณฟังอย่างขยะแขยงเผลอทำ มือถือหล่น สองหนุ่มหันมองทำให้เธอต้องหลบหน้า ทั้งสองพากันเดินเข้าห้องอบแห้ง หญิงสาวพนมมือขอคุณพระเป็นกำลังใจให้ตนสู้ แล้วหันกลับมาเดินตามสองหนุ่มแต่เข้าผิดห้อง เข้าไปในห้องเซาน่าทั้งชุดที่สวมใส่
นั่งรออยู่ชั่วครู่แพรพิณเริ่มร้อนมึนหัวทนไม่ไหวเดินโซซัดโซเซออกมาผมเผ้ายุ่งเหยิง ล้มพับเป็นลมไปต่อหน้าหมอไทยกับชยุตที่ออกมาจากห้องอบแห้ง ทั้งสองจำแพรพิณได้จึงช่วยกันปฐมพยาบาล เธอฟื้นขึ้นมาเห็นหน้าหมอไทยกับชยุตก็ตกใจลุกพรวดขึ้น ชยุตถามเธอเข้าไปทำอะไรในห้องเซาน่าจนเป็นลม ตนต้องอุ้มมานอนที่นี่ หญิงสาวทำหน้าไม่ถูกเมื่อรู้ว่าโดนอุ้ม หมอไทยยินดีที่น้าของแฟนเป็นสมาชิกที่นี่ จะได้เจอกันบ่อยๆ แพรพิณรีบขอตัวกลับ
ooooooo
สรุปพรนางฟ้าต้องช่วยแพรพิณสืบ ส่วนบัวบุหงาเก่งพอจะลุยเดี่ยว...มีข่าววงบลูปรินซ์จะมีคอนเสิร์ตใหญ่อีกสามเดือนข้างหน้า ปันปันร้องกรี๊ดด้วยความดีใจ พรนางฟ้าตกใจวิ่งมาดูน้อง แต่เธอไม่ได้สนใจ กลับโทร.หาเพื่อนๆให้รีบจองตั๋ว พรนางฟ้าครุ่นคิดเป็นโอกาสอีกครั้ง
หลายวันต่อมา พรนางฟ้ามาดูการซ้อมของบลูปรินซ์ในนามแองจี้ อ้างว่าจะเก็บภาพไปโปรโมต พาทีเหน็บงานแค่นี้ไม่เห็นต้องมาเอง ให้ลูกน้องมาถ่ายแทนก็ได้ หญิงสาวสวนว่าตนชอบทำงานเองไม่ชอบนั่งเทียนเขียนข่าว ปั้นความรู้สึกเอง พาทีเบ้หน้าประชดให้เก็บภาพตามสบาย แล้วเรียกนาเดียร์มาสั่งให้คอยประกบแองจี้ไว้
“คุณพาทีนี่ จริงจังมากเลยนะคะ” พรนางฟ้าอยากด่ามากกว่านี้
“แน่นอนค่ะ ไม่งั้นบลูปรินซ์ก็คงไม่สามารถขึ้น มาเป็นบอยแบนด์อันดับหนึ่งของประเทศได้หรอก”
นาเดียร์เย้ยพรนางฟ้าสังเกตเห็นจุงเบหงุดหงิดเวลาเต้นไม่ได้ นาเดียร์เริ่มเบื่อถอยมานั่งเล่นมือถือ พรนางฟ้าถ่ายภาพจุงเบไว้ เขารู้สึกตัวจึงหันมองทักทาย แล้วมองหาขวดน้ำของตัวเอง พรนางฟ้าเห็นวางอยู่ที่เก้าอี้จึงหยิบไปส่งให้จุงเบรับมือสัมผัสกัน นาเดียร์เงยหน้ามาเห็นกระแอมขัดเตือน ไม่ควรทำอะไรตามใจ พรนางฟ้างงแค่หยิบน้ำให้มีอะไรผิด นาเดียร์หาว่าให้ท่าศิลปิน
“ขอโทษนะคะ ฉันว่ามีแต่คนที่อยากได้ศิลปินจนตัวสั่นเท่านั้นแหละ ถึงจะคิดได้ว่าการช่วยหยิบของให้ศิลปินคือการให้ท่า” นาเดียร์จะเถียง แต่พรนางฟ้าชิงเดินหนีไปถ่ายอีกมุม
“เรื่องความดังของบลูปรินซ์ไม่ใช่สิ่งที่ผมห่วง หรอกครับ เพราะผมทำให้พวกเขามีชื่อเสียงขนาดนี้ได้ด้วยตัวผมเองมาตลอด ผมห่วงว่าจะมีใครคิดไม่ดีกับเด็กๆของผมมากกว่า ขอตัวนะ”
พรนางฟ้าเริ่มรู้สึกกังวลใจว่างานนี้จะยากกว่าที่คิด แต่ไม่ย่อท้อรีบเดินตามพาทีออกไป พาทีเห็นแองจี้เดินตามมาก็บอกว่าถ้าต้องการอะไรให้บอกนาเดียร์ได้ แต่เธอดึงมือเขาให้หยุด กล่าวขอโทษถ้าตนทำตัวไม่ดีเพราะ ติดนิสัยทำตัวเหนือใครมาจากตอนเรียนเมืองนอก ที่โน่นถ้าเราไม่เหนือกว่าก็จะไม่มีตัวตนในสายตาใคร พาทียิ้มๆ บอกไม่ต้องขอโทษเพราะเราคงไม่ได้ร่วมงานกันบ่อย พรนางฟ้ารีบย้ำเพื่อให้เขาใจอ่อน
“แต่แองจี้เชื่อว่าเราจะได้ทำงานด้วยกันอีกค่ะ แองจี้อยากให้เป็นอย่างนั้น”
พาทีนิ่งเงียบไม่แสดงว่าใจอ่อนลง ขอตัวเดินไป พรนางฟ้ารู้ว่าตัวเองเจอหินเข้าแล้ว...ด้วยความเซ็งพรนางฟ้าเดินลงมาซื้อกาแฟ เห็นเฌอเบลล์ทำโน้ตเพลงหล่นแผ่นหนึ่ง จึงเก็บแล้ววิ่งตามไปคืนให้ เธอมองอย่างเหยียดๆ ดึงโน้ตกลับมาแล้วเดินไป พรนางฟ้าไม่พอใจ ตามไปดึงโน้ตกลับมาโยนลงพื้นแล้วว่า ถ้าไม่รู้จักขอบคุณคนอื่นก็จงเก็บเอง เฌอเบลล์จะโวยแต่ไม่ทัน
ooooooo
วันนี้เป็นวันแรกของการถ่ายทำภาพยนตร์ ทะเลลาเวนเดอร์ของพันธิต บัวบุหงามาทำหน้าที่เก็บภาพเบื้องหลัง แล้วเธอก็เห็นพันธิตเดินลูบหลังไหล่นักแสดงชื่อโอ๊ตออกไปนอกกอง จึงคว้ากล้องวิ่งตามไปแอบถ่าย เห็นทั้งสองคุยกันหัวเราะคิกคัก เจ้ากรรมลืมปิดแฟลชอีกแสงแฟลชทำให้พันธิตรู้ตัว เดินมามองที่พุ่มไม้ที่บัวบุหงาพยายามหลบซ่อนตัวสุดฤทธิ์ แล้วเขาก็เจอฝากล้องตกอยู่ เป็นฝากล้องรุ่นคลาสสิกปีสองพัน...พอกลับเข้ามาในกองถ่าย เห็นบัวบุหงานั่งกินข้าวอยู่ ก็เข้ามามองกล้องเธอแล้วถามว่าฝากล้องไปไหน บัวบุหงาเพิ่งรู้ตัวว่าหายคิดหาทางแก้ตัว ว่าลืมว่าหายไปตั้งแต่วันก่อน พันธิตวางฝากล้องลงบนโต๊ะ เจ๊โดมต้องช่วยเสริมว่าเห็นบัวบุหงาร้องไห้บ่นว่าของหายเมื่อวาน เขาจึงดักคอ
“ทีหลังเวลาทำงานก็เก็บฝากล้องให้ดีหน่อยนะ เดี๋ยวคนโดนแอบถ่ายเขาจะรู้ตัว”
เจ๊โดมลากบัวบุหงาหลบมาต่อว่า อย่าทำอะไรผิดพลาดอีก บัวบุหงาเปิดภาพที่สองหนุ่มหัวร่อต่อกระซิกกัน ให้ดู เจ๊โดมเห็นแล้วเสียดายพันธิตไม่น่าเป็นเกย์
ด้านพรนางฟ้า ถ่ายภาพบลูปรินซ์ซ้อมร้องเต้นบนเวที ระหว่างนั้นถอยหลังมาชนไลออนที่เพิ่งเข้ามา ต่างคนต่างหลบให้กันแต่หลบทางเดียวกันจึงหัวเราะ ไลออนดึงเธอเข้ามาใกล้ถามใส่คอนแทคเลนส์หรือ เธอส่ายหน้า เขาชมว่าดวงตาสวย เธอเผลอยิ้มมองเขาเดินขึ้นเวทีอย่างเท่
“มองส่วนไหนอยู่เหรอครับ หน้าแดงเชียว” พาทีจับตามองอยู่เข้ามาแขวะ หญิงสาวสะดุ้งปัดว่ามองไปทั่ว พาทีประชด “แล้วได้ภาพตามที่ต้องการรึเปล่าครับ คุณหลานเจ้าของเว็บไซต์บันเทิงที่มีอิทธิพลที่สุดในประเทศไทย”
พรนางฟ้าไม่พอใจที่พาทีกวน เขายังแกล้งยื่นมือมาใกล้หน้าอกเธอ พอเธอคว้ามือเขาไว้ เขาก็บอกว่าแค่จะขอดูรูปที่ถ่าย หญิงสาวไม่ให้ เขายืนกรานว่าต้องตรวจสอบก่อนที่เธอจะนำไปลงข่าว ไลออนเห็นสองคนยืนเถียงกันจึงลงจากเวทีมาต่อว่าพาที ว่าแองจี้เป็นแขก ไปขึ้นเสียงใส่เธอได้อย่างไร พาทีสั่งให้กลับไปซ้อม ไลออนไม่ยอมกลับเข้ามาจ้องหน้าพาที พรนางฟ้าเห็นท่าไม่ดีขอตัวกลับแต่พาทีขวางไม่ให้ไป ไลออนช่วยดึงเธอให้เดินไป
พาทีไม่พอใจ เดินตามพรนางฟ้าไปอีก เห็นเธอสะดุดหกล้มก็ยืนมองเฉย หญิงสาวแก้เขินด้วยการทำท่าบัลเล่ต์ลุกขึ้น แล้วรีบเดินหนีมาถึงลิฟต์ พาทีตามมาเอามือค้ำประตู พรนางฟ้ายืนหลังพิงประตู เขายืนยันจะขอดูภาพ ทันใดประตูลิฟต์เปิด พรนางฟ้าหงายหลังล้มเข้าไปในลิฟต์ พาทีล้มตามคร่อมบนร่างเธอ ต่างตะลึง มองตากันอึ้งๆ
มนุษย์ป้านางหนึ่งเดินมาเห็น กระแอมให้รู้ตัว แล้วสั่งสอนว่าการกระทำแบบนี้น่าอาย สถานที่ก็แคบแถม เป็นที่สาธารณะ พาทีรีบลุกขึ้นชี้หน้าพรนางฟ้าทำนอง ฝากไว้ก่อนแล้วเดินไป หญิงสาวขยับเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางยืนก้มหน้าอายๆ มนุษย์ป้ากดปิดลิฟต์ไม่วาย มองเธอเหยียดๆ
บ่ายวันเดียวกัน แพรพิณได้ยินลูกศิษย์คุยกันว่า ถ้าเราอยากรู้เรื่องอะไร ก็ต้องตามดูให้รู้ เธอจึงตัดสินใจเข้าไปสมัครคอร์สเสริมความงามคลีนิกหมอไทย โดยระบุว่าจะทำกับหมอไทย ราคาที่ทำกับหมอจึงสูงกว่าปกติแพรพิณจำต้องจ่ายไปอีกสี่หมื่น...ระหว่างที่หมอไทยดูแลใบหน้าให้ ชยุตโทร.เข้ามานัดทานข้าว แพรพิณหูผึ่งเตรียมสะกดรอยตามไปเก็บภาพ
เสร็จจากทำหน้า แพรพิณแอบตามหมอไทยมาถึงร้านอาหาร แต่ด้วยไม่ได้จองโต๊ะไว้ก่อนจึงไปนั่งโต๊ะที่มีคนจอง พอเขามาก็เกิดการต่อว่าเสียงดัง หมอไทยกับชยุตหันมาเห็นเป็นแพรพิณก็ชวนมานั่งร่วมโต๊ะ หญิงสาวทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทำตัวไม่ถูก ชยุตแกล้งแหย่ หมู่นี้เราเจอกันทุกวันสงสัยเธอจะชอบหมอไทยหรือชอบตน หญิงสาวสำลักน้ำไอแคกๆ ปฏิเสธพัลวัน หมอไทยปรามชยุตให้เลิกแกล้งแพรพิณ
เสร็จจากทานอาหาร หมอไทยให้ชยุตไปส่งแพรพิณ ชยุตขอเวลาเก็บของในรถที่รกๆไปไว้ท้ายรถ ให้เธอเข้าไปนั่งเบาะหน้าและให้ช่วยเก็บกล่องแว่นใส่ลิ้นชัก ทำให้เธอเห็นถุงยางอนามัยและเควาย เจลหล่อลื่นในนั้น เธอแทบช็อกเอามือถือมาเก็บภาพไว้อย่างขยะแขยง
ooooooo
สามสาวสรุปผลงานที่สืบงานของตัวแต่ละงาน ต่างเอาหลักฐานที่ได้ลงชาร์ตว่าใครหาหลักฐานได้มากกว่ากัน คดีใครจะสำเร็จก่อนกันเป็นผู้ชนะ พรนางฟ้าไม่ยอมแพ้ รุ่งเช้าไปที่จีพีเรคคอร์ดอีก นั่งดูการซ้อมของวงบลูปรินซ์ นาเดียร์แขวะมาบ่อยเหลือเกิน
พาทีให้เควินซ้อมท่อนโซโล่ แล้วให้นาเดียร์เรียกคู่ลีลาศมาซ้อมบล็อกกิ้ง นาเดียร์นึกได้ว่าเธอลาป่วยและลืมหาคนมาแทน พาทีเซ็ง ไลออนแนะนำให้นัดแยกซ้อมลีลาศ คฑาสวนว่าเรายังมีเวลาว่างอีกหรือ ทั้งสองเถียงกัน จุงเบกระซิบเตือนว่ามีแขก ทั้งสองจึงกอดคอกันทำทีสนิทสนมรักใคร่กันดี พรนางฟ้าเห็นช่องทางตีสนิท อาสาเป็นคู่เต้นลีลาศให้ เพราะมีความรู้อยู่บ้าง
เควินได้ทีโบ้ยให้พาทีเป็นคู่เต้นกับแองจี้ ตัวเขาจะซ้อมร้องเพราะยังจำท่าเต้นไม่ค่อยได้ พาทีจำต้องเต้นลีลาศกับแองจี้ ทั้งสองเต้นอย่างพลิ้วไหวเข้าขากันดี นาเดียร์มองอย่างหมั่นไส้ เผอิญเฌอเบลล์แวะมาเห็นพาทีเต้นรำกับแองจี้ก็ไม่พอใจ พาทีทึ่งกับความสามารถของแองจี้ยอมเอ่ยปากขอบใจเธอ...บ่ายวันนั้นเขาจึงให้เธอซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ไปส่งที่โรงเรียนแพรพิณ
ด้านบัวบุหงาถ่ายภาพเบื้องหลังกองถ่ายอย่างมืออาชีพ เผอิญถอยหลังมาชนพันธิตที่นั่งอยู่ เขาโวยวายว่าดารายังแต่งตัวไม่เสร็จแล้วเธอเที่ยวไปถ่ายภาพเขา เป็นพวกปาปารัสซี่หรือเปล่า จะแย่งกล้องมาตรวจรูป หญิงสาวไม่ให้ ยื้อกันจนแฟลชกล้องตกแตก บัวบุหงาโกรธมาก ตรงเข้าชกหน้าพันธิต ทุกคนในกองตกใจ
เจ๊โดมรีบเข้ามาไกล่เกลี่ยขอร้องอย่าไล่บัวบุหงาออกเพราะเธอเป็นตากล้องมือหนึ่งของนิตยสารชายที่ฮอตที่สุด ภาพยนตร์เราเป็นเรื่องเกี่ยวกับชายรักชาย ภาพถ่ายต้องดึงความรู้สึกนั้นออกมา พันธิตหงุดหงิดแดกดันให้บอกตากล้องของเจ๊ด้วยว่า ทำงานให้เป็นมืออาชีพ ไม่ใช่แอบถ่ายแบบไร้มารยาท บัวบุหงาน้ำตาคลอหยิบแฟลชที่แตกขึ้นมา มองพันธิตอย่างแค้นเคือง
ในขณะที่พรนางฟ้าลงรถพาทีที่หน้าโรงเรียนแพรพิณ พาทีเห็นคลินิกหมอไทยอยู่ข้างๆก็แปลกใจ บอกว่าเขาเป็นคนดูแลผิวให้ศิลปินในค่าย พรนางฟ้าจะเดินไป พาทีเตือนให้คืนหมวกกันน็อก เธอจึงโยนให้ เขาติงน่าจะส่งให้ดีๆ เพื่อเธอจะได้ดูน่ารักขึ้นมาบ้าง หญิงสาวหน้าชา
พรนางฟ้าเข้ามาในโรงเรียนเห็นนักเรียนมุงดูไอแพด เป็นข่าวจากคุณนิรนามศูนย์ข่าวบีพีอายส์ ส่งมาว่า ขณะนี้วงบลูปรินซ์กำลังจะไปกินข้าวที่สยามสแคว์วัน แพรพิณไม่อยู่เด็กๆจึงจะไปตามดูนักร้องวงโปรด พรนางฟ้าแปลกใจรีบขอไปด้วย แล้วโทรศัพท์หาพาทีในทันที
ในรถตู้ที่วงบลูปรินซ์นั่งมา นาเดียร์นั่งกลับที่พักด้วย ไลออนกับคฑาเป็นคนเริ่มอยากแวะกินอะไรที่สยามสแควร์วัน จุงเบกับเควินค้านกลัวแฟนคลับรู้จะเกิดความวุ่นวาย นาเดียร์ไม่คิดปรามกลับสนับสนุนอีกต่างหาก คนขับรถจึงพาไปส่งลงแล้ววกรถไปหาที่จอด นาเดียร์ไม่ลงไปด้วย ท่าทีเธอมีพิรุธบางอย่าง
ทั้งสี่คนเลือกร้านส้มตำสะเดิดโดยไม่รู้เลยว่าข่าวพวกเขามาแวะที่นี่แพร่กระจายออกไป เหล่าแฟนคลับ กำลังเดินทางมา...พาทีได้รับโทรศัพท์จากแองจี้ก็ตกใจรู้ในทันทีว่าต้องเกิดความวุ่นวายแน่ เขารีบบอกให้แองจี้ช่วยถ่วงเวลาเหล่าแฟนคลับไว้ อย่าให้เข้าถึงตัวพวกบลูปรินซ์
ไลออน คฑา เควินและจุงเบกำลังกินส้มตำ น้ำตกอย่างเอร็ดอร่อย เจ้าของร้านและเด็กในร้านต่างตื่นเต้นถ่ายภาพกันใหญ่ ไม่ทันไรได้ยินเสียงกรี๊ดดังเข้ามา ทั้งสี่ เห็นเหล่าแฟนคลับกำลังวิ่งกรูมาก็ตกใจ ไลออนรีบไป กดล็อกประตูร้าน แล้วพากันวิ่งไปหลังร้าน ปรากฏมีแฟนคลับออกันอยู่ประมาณยี่สิบคนทำให้ออกไปไม่ได้เช่นกัน
ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว วิ่งมาถึงหลังร้านพร้อมพรนางฟ้า เธอโทร.รายงานสถานการณ์กับพาทีแล้วเหลือบไปเห็นร้านขายวิกผม จึงคิดแผนการได้ แต่ต้องขอให้เด็กทั้งสามร่วมมือ ด้วยการสัญญาจะให้รางวัลให้ทั้งสามได้ทานข้าวกับบลูปรินซ์ตัวเป็นๆแบบส่วนตัว ทั้งสามยอมช่วยสุดตัว...พรนางฟ้าเข้าไปซื้อวิกผมและของที่ใช้พรางตัวได้มา เด็กทั้งสามต้องทำทีคุยกันเสียงดัง ต่อว่าศิลปินบลูปรินซ์ให้เหล่าแฟนคลับได้ยิน จากนั้นทั้งสามต้องวิ่งหนีการถูกรุมสกรัม
พรนางฟ้ารีบเคาะประตูหลังร้านบอกว่าตนแองจี้มาช่วย พอเข้าไปได้ เธอก็ให้ทุกคนสวมวิกใส่หนวด สวมเสื้อคลุมมีฮู้ด แล้วโทร.บอกพาที พาทีติดต่อนาเดียร์ไม่ได้ เพราะเธอเสียบหูฟังเพลงนอนสบายในรถ เขาเปิดประตูรถพรวดเข้ามาต่อว่า แล้วสั่งคนรถให้อ้อมไปรับศิลปินหลังร้าน พรนางฟ้าพาทุกคนออกมารีบวิ่งไปขึ้นรถ ทันใดไลออนรู้ตัวว่าสร้อยคอหล่นหาย จึงวิ่งกลับไปค้นหาในร้าน ทุกคนตกใจ พรนางฟ้าต้องตามไปช่วย พอหาสร้อยเจอ ทั้งสองจะกลับมาขึ้นรถ ต้องซ่อนตัวเบียดแนบชิดกันแอบแฟนคลับให้วิ่งผ่านไปก่อน ทั้งสองสบตากันรู้สึกหวั่นไหวนิดๆ
กลับมาถึงที่พัก พาทีสั่งลงโทษกักบริเวณทั้งสี่คนเป็นเวลาหนึ่งเดือน คฑาโวยไลออนเป็นคนชวนทำให้ทุกคนซวยไปหมด เควินพยายามไกล่เกลี่ยไม่ให้ทะเลาะกัน พาทีเสียงเข้มบอกไม่ได้ต้องการคนผิด แต่ต้องการรู้ว่าแฟนคลับรู้ได้อย่างไร ทุกคนมองไปที่แองจี้
พรนางฟ้ารีบเปิดลิงค์บีพีอายส์ให้พาทีดู ว่ารู้ข่าวมาจากทวีตนี้ และว่ามีคนจงใจปล่อยข่าว นาเดียร์ปรักปรำว่า เป็นแองจี้ เธอจึงต้องเอาตัวรอดด้วยการสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ตนอยู่กับพาที เขาไปส่งตน ทุกคนแปลกใจมากเพราะรู้ดีว่า พาทีไม่เคยให้ใครซ้อนท้ายบิ๊กไบค์ของเขา นาเดียร์ออกตัวว่าตนก็ไม่เกี่ยวเพราะนั่งอยู่แต่ในรถ ทันใดมือถือเธอดังขึ้น เธอรีบกดตัดสาย พาทีมองอย่างไม่ไว้ใจจึงแย่งมือถือมากดโทร.ออกและเปิดสปีกเกอร์ โฟน เสียงปลายสายคล้ายตุ๊ด
“พี่นาเดียร์คะ หนูขอเงินค่าข่าวของพวกหนูคืนด้วยค่ะ พวกเราไม่มีใครได้สัมผัสตัวบีพีเลยแม้แต่คนเดียว ฮัลโหลๆ อีเจ๊...มึงจะโกงเงินพวกกูเหรอ อี...” แองจี้ชิงตัดสาย
นาเดียร์หน้าซีดจำนนต่อหลักฐาน ทรุดลงขอโทษ ไลออนโวยเพราะเธอทำให้ตนเกือบเสียสร้อยคอไป พาทีโพล่งขึ้นว่าไล่เธอออกเพราะไม่อาจทำงานกับคนที่ไม่ไว้ใจได้ ว่าแล้วเรียกแองจี้ให้ตามเขาออกไป
ในกองถ่ายบัวบุหงาเห็นพันธิตกำลังหยิบของในรถที่จอดห่างจากกอง จึงตามมากระชากเขาให้หันมาเพื่อถามคิดจะชดใช้ที่ทำแฟลชตกแตกบ้างไหม พันธิตสะบัดตัวออกย้อนถามจะเอาเท่าไหร่ หญิงสาวโกรธ หาว่าเขาเป็นพวกคนรวยที่ชอบใช้เงินฟาดหัว ไม่คิดถึงจิตใจใคร พันธิตยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะบอกว่าจะพาเธอไปซื้อแฟลชตัวใหม่เพราะไม่ไว้ใจกลัวเธอโกงราคา
พันธิตพาบัวบุหงามาร้านขายอุปกรณ์กล้องที่ซื้อประจำ บอกเจ้าของร้านให้เอาแฟลชของแท้มาตัวหนึ่ง หญิงสาวแทรกเอาของจีนก็ได้ แต่เขาไม่ยอมให้เธอใช้ของดีๆเพื่อคุณภาพของงาน แต่เธอก็ค้านว่างานจะดีอยู่ที่ฝีมือไม่ใช่อุปกรณ์ เขาไม่สนใจรับของมายัดใส่มือเธอแล้วเดินออกจากร้าน บัวบุหงาจำต้องวิ่งตาม เขาเลี้ยวเข้าร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ ไม่สนใจว่าเธอจะอยากทานหรือไม่ บัวบุหงาวางท่าปั้นปึ่งแต่สุดท้ายกลับทานเก่งกว่าเขาจนท้องแทบแตก
พอกลับมาถึงกองถ่าย เจ๊โดมเห็นหลานลงจากรถเจ้านายก็แปลกใจ พันธิตหันมาบอกบัวบุหงาว่าไม่ต้องกลับเข้ากองถ่ายแล้ว เพราะตนไล่เธอออก ที่ทานอาหารนั่นเป็นการเลี้ยงส่ง บัวบุหงาช็อกยืนอึ้งกอดถุงแฟลชน้ำตาไหล พันธิตเดินไป เจ๊โดมวิ่งเข้ามาคิดว่าหลานสาวเสียทีเขาเสียแล้ว บัวบุหงารีบบอกว่าไม่ใช่ แต่ตนโดนไล่ออกอย่าง เลือดเย็น ตนจะทำอย่างไรต่อไปดี...
ooooooo
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ (thairath.co.th)
«
Reply #2 on:
24 October 2026, 20:58:12 »
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep3/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 3
เจ๊โดมคิดแผนวิธีทำให้พันธิตยอมรับบัวบุหงาทำงานในกองถ่ายต่อ...หลังเลิกกอง ทุกคนปรบมือเฮแยกย้ายกันเก็บของ ทันใดมีเสียงฉิ่งฉาบกลองดังขึ้น เจ๊โดมนำทีมกะเทยช่างแต่งหน้าและคอสตูม ห่มสไบ รำเข้ามาอย่างสวยงาม ตามด้วยบัวบุหงาถือพานธูปเทียนมาวางหน้าพันธิต เธอกล่าวขอขมาที่ต่อยเขา ขอโอกาสกลับเข้ามาทำงานหน้าที่เดิม ทุกคนเชียร์ให้พันธิตยกโทษให้ เขารับพานแล้วแกล้งให้บัวบุหงาพูดคำขอโทษหวานๆ ดังๆหลายรอบ ผู้กำกับเข้ามาตบไหล่พันธิตเบาๆ “คุณพันธิตนี่เป็นผู้อำนวยการสร้างที่สนิทกับพวกเรามากที่สุด ตั้งแต่เคยมีมาเลย”
พันธิตหัวเราะรับแล้วเดินออกไป บัวบุหงาเจ็บใจที่โดนแกล้งไม่เลิก เจ๊โดมสะกิดเตือนว่าง้อเขาอยู่อย่าทำปากดี เธอจึงฮึดฮัดเข่นเขี้ยวจะเอาคืนให้ได้...พอออกมาที่รถ เห็นพันธิตยืนพูดโทรศัพท์ แล้วสตาร์ตรถแต่ไม่ติด ออกมาก้มๆเงยๆที่หน้ากระโปรงรถ จึงเข้ามาถามว่า รถเป็นอะไร เขาตอบกวนๆ บอกไปก็ซ่อมไม่ได้ หญิงสาวหมั่นไส้จึงเดินกลับไม่สนใจ
พันธิตเห็นเธอมีมอเตอร์ไซค์จึงขอให้ไปส่งที่สนามบิน บัวบุหงาชั่งใจก่อนจะหยิบหมวกกันน็อกใต้เบาะ ส่งให้ พันธิตจดๆจ้องๆคิดถึงวัยเด็กที่เคยหล่นจากรถมอเตอร์ไซค์ของพ่อ แถมเพื่อนเกย์ของพ่อหัวเราะชอบใจ ทำให้ทั้งเจ็บและอายฝังใจ...บัวบุหงาเห็นท่าทางเขากลัวๆ ก็สบโอกาสเอาคืน แกล้งขี่รถเร็วจนเขากอดเอวเอาหน้าแนบแผ่นหลังเธอแน่น จนถึงจุดหมายเขาก็ยังนิ่งเหมือนคนหลับ เธอหยิกที่มือเขา ชายหนุ่มสะดุ้งลงจากรถ ปัดทรงผมให้เข้าที่กล่าวตำหนิ
“ขอบใจ...ทีหลังเรียกดีๆก็ได้ยัยทอม”
“นายว่าใครทอม กลับมานี่เลยนะ” บัวบุหงาโกรธจอดรถวิ่งตามเขาไปจะเอาเรื่อง แต่แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นเขากอดกับชายคนหนึ่งแนบแน่น บัวบุหงารีบบันทึกภาพนั้นไว้ ในใจรู้สึกหวิวๆ ถอยกลับไปขึ้นรถตัวเองแล้วขี่ออกไป
วทันยูเพื่อนสนิทที่พันธิตมารับกอดกันพูดคุยหยอกล้ออย่างสนิทสนมพักใหญ่ พันธิตบอกตนมารับแล้ว แต่เขาต้องนั่งแท็กซี่กลับเพราะรถตนเสีย ตนให้ลูกน้องขี่มอเตอร์ไซค์พามาคงต้องกลับกับลูกน้อง แต่พอหันมา บัวบุหงาหายไปแล้ว วทันยูมองตามอย่างงงๆ
บัวบุหงาขี่รถมาจอดแถวสวนสาธารณะ รู้สึกหงุดหงิดใจชอบกล พูดกับตัวเองว่าได้หลักฐานแน่ชัดอีกแล้ว ว่าแล้วก็ส่งรูปเข้าไลน์กรุ๊ป แคปชั่นว่า หลักฐานเพิ่ม รับรองตนชนะแน่ พลันมือถือดังขึ้นเป็นชื่อพันธิตโทร.เข้ามา เธอกดตัดสายบ่นเชิญอยู่กันสองคน ไม่อยากเป็นก้าง
พันธิตพาวทันยูมาที่บ้าน วทันยูชื่นชมอรนาฏที่ช่วยลูกชายให้สัมภาษณ์รายการ พันธิตว่านั่นเป็นการสร้างภาพ...อรนาฏเดินลงมาเห็นวทันยูก็ชะงัก ทักทายเหน็บเล็กๆ ไม่เจอกันตั้งนานเรียนจบแล้วหรือ กลับมาทั้งทีน่าจะไปให้พ่อแม่พบเจอบ้าง พันธิตตอบแทนว่าพ่อแม่เขาไม่อยู่ไปยุโรป จึงมาพักที่นี่ก่อนจนกว่าจะกลับ แล้วแกล้งโอบกอดเรียกที่รักพาขึ้นชั้นบนยั่วอรนาฏ
ooooooo
เช้าวันใหม่ พรนางฟ้าลุกขึ้นแต่งตัวแต่งหน้า นึกถึงเรื่องเมื่อวาน ที่พาทีเรียกให้ตามเขาออกไป เขาพาเธอมาบนสะพานข้ามแม่น้ำ ท่าทางเขาเครียดและเสียใจมากที่โดนคนที่ไว้ใจหักหลัง จู่ๆก็ร้องตะโกนลั่นก่อนจะหันมาสวมกอดเธอ พรนางฟ้าอึ้งแต่ก็รับรู้ถึงความเสียใจของเขา สติเขากลับมา เอ่ยถามว่าเขาไว้ใจเธอได้ไหม พาทีผละจากหญิงสาวแล้วยืนนิ่งด้วยมาดนิ่งแบบเดิม เมื่อเธอตอบว่าไว้ใจได้ เขาก็ขอให้เธอเป็นผู้จัดการวงแทนนาเดียร์ พรนางฟ้าแทบไม่เชื่อหูตัวเองเพราะนี่เป็นโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดวงบลูปรินซ์
ขณะกำลังบรรจงทาปาก เสียงปันปันร้องกรี๊ดจนสะดุ้งลิปสติกเกินปากออกไปแทบหัก พรนางฟ้ารีบวิ่งออกจากห้องมาดูน้อง เธอเอาแต่ร้องกรี๊ดๆ สะเทือนใจอย่างมาก ชี้ให้พี่สาวดูเพจในคอม พรนางฟ้ากำลังอ่าน พาทีโทร.เข้ามาย้ำ บททดสอบของเธอกำลังมาถึง
พรนางฟ้าวางสายแล้วถามปันปันว่าเพจนี้หมายความว่าอะไรสรุปให้ฟังที ปันปันอ่านด้วยน้ำเสียงสะอื้น...เขาบอกว่าจุงเบเป็นชาวเขาลืมบ้านเกิด เป็นม้งทิ้งครอบครัว บอกว่าคฑาเป็นผู้ดีลาวตกอับ เคยทำงานในผับใช้หนี้ แล้วยังบอกว่าในวงนี้มีอีแอบอยู่ด้วย ระหว่างที่สองพี่น้องกำลังช็อก ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วซึ่งอยู่ในสภาพบอบช้ำจากการโดนเหล่าแฟนคลับบลูปรินซ์ทำร้ายเมื่อวาน เห็นเพจนี้ก็รีบประชุมกันหาทางช่วย
พรนางฟ้าขับรถมาถึงบ้านพักบลูปรินซ์ เพื่อทำหน้าที่ผู้จัดการวงในนามแองจี้ เห็นทุกคนเครียดจึงปลอบใจให้ทุกคนรับมือกับปัญหานี้ด้วยสติและแบบที่เป็นตัวเรามากที่สุด ทั้งสี่คนไม่เข้าใจว่าทำอย่างไร แองจี้เริ่มด้วยการขอถามทุกคนก่อนว่าตามเพจที่เขาเขียนมาเป็นความจริงหรือไม่ พาทีตอบแทนทุกคนว่า...จริง แองจี้ถามอีก เรื่องอีแอบจริงไหม คราวนี้ทุกคนนิ่งเงียบ...
ในขณะที่นาเดียร์ต้องกลับมาอยู่ห้องเช่าเล็กเท่ารูหนู ท่าทางเธอเครียดตาขวาง นั่งหน้าคอมบ่นว่าใครที่ทำกับบลูปรินซ์เจ้าชายของตน สักพักก็ยิ้มสมน้ำหน้า ในเมื่อตนถูกไล่ออกก็จะแฉความลับทั้งหมดให้ชาวโลกรู้ ทันใดเห็นมีเมนต์ของแอ็กเคาต์เพจบลูปรินซ์ ก็รีบกดอ่าน
“ถึงคุณ น. ถ้ากล้าพอที่จะมาคุยกันตรงๆ พรุ่งนี้ขอเชิญที่รายการเรื่องเล่าเช้านี้ คนที่อยากรู้ความจริงห้ามพลาด #เดอะฮอนเนสตี้ออฟบลูปรินซ์”
นาเดียร์ยิ้มหยัน เมื่ออยากเล่นแบบนี้ตนก็จะเหยียบให้ทุกคนจมดินลึกยิ่งกว่าบัวใต้ตม...
ด้านบลูปรินซ์หวั่นใจว่านาเดียร์จะยอมไปออกรายการหรือไม่ แองจี้บอกว่าจะไปหรือไม่ไปไม่ใช่ปัญหา พาทีเห็นด้วย ถ้าไปทุกอย่างก็คงสนุกขึ้น แต่ถ้าไม่ไป พวกเราก็ยังได้พูดความจริง ไม่ทันไรก็มีเพจตอบกลับจากนาเดียร์มาว่า...เจอกันพรุ่งนี้ในรายการ
พวกบลูปรินซ์ชักกังวลไม่กล้าพูดความจริง พาทีย้อนถามเพียงคำเดียวว่าต้องการยุบวงไหม คฑาไม่ค่อยพอใจหาว่าแองจี้เกี่ยวอะไรมาเสนอแนะ พาทีบอกว่าแองจี้อยู่ในฐานะผู้ช่วยตน คฑาสวนผู้ช่วยหรือว่าเมีย ไลออนพุ่งเข้าต่อยคฑาทันที เกิดความวุ่นวาย พาทีนั่งนิ่ง แองจี้โมโหตะโกนล้มเลิกไม่ต้องออกรายการและเลิกเป็นศิลปินไปเลย ตนสละสิทธิ์ไม่ขอเป็นผู้จัดการวง
ooooooo
สุดท้ายบลูปรินซ์ทุกคนก็ยอมให้พาทีพามาออกรายการ เผชิญหน้ากับนาเดียร์ พรนางฟ้าคาดไม่ถึงนั่งมองรายการในทีวีอย่างอึ้งๆกับปันปันน้องสาว ส่วนบัวบุหงาอยู่ที่กองถ่ายกับเจ๊โดม แพรพิณทานอาหารเช้าอยู่กับอันนา ทุกคนต่างตะลึงนั่งฟังการสนทนาของเรื่องเล่าเช้านี้
รวมไปถึงญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว หมอไทยและชยุต ทุกคนต่างตั้งใจดูรายการนี้...เปิดฉากกลุ่มบลูปรินซ์กล่าวกับนาเดียร์ว่าเสียใจที่เธอทำแบบนี้ นาเดียร์ยังเชิดใส่อย่างเป็นต่อ จุงเบที่ขี้แยสุดกลับฮึดขึ้นก่อน ยอมรับว่าตนมีเชื้อสายม้ง แม่เป็นม้ง พ่อบุญธรรมชาวอังกฤษรับไปอุปการะ พอพ่อเสียจึงกลับมาอยู่กับครอบครัวแม่ที่เมืองไทย และเดินตามความฝันของตัวเอง ก่อนหน้านี้ตนไม่ได้พูดถึงเพราะคิดว่าใครๆอาจจะรับไม่ได้ แต่ตนก็ภูมิใจในชาติกำเนิด
นาเดียร์แทรกอย่าไปเชื่อหน้าตาใสซื่อแบบนี้เด็ดขาด พิธีกรถามคฑามีอะไรอยากพูด คฑายืดอกกล่าวเป็นภาษาอีสานว่าต้นตระกูลมีเชื้อสายขุนนางลาวจริง แต่เวลาผ่านไปครอบครัวตนย้ายมาตั้งรกรากที่ขอนแก่น ตนเกิดและโตที่นั่น ครอบครัวตนขยันขันแข็งจนร่ำรวย ต่อมาพ่อแพ้พนันหมดตัว เศรษฐกิจย่ำแย่ไม่อำนวยให้ฟื้นฟูธุรกิจ ตนจึงออกมาทำงานตามผับเป็นบาร์เทนเดอร์ เพราะถือว่าเป็นงานสุจริต จนตนได้เข้าสู่วงการ ช่วยเหลือครอบครัวได้ ตนภูมิใจมาก
ทุกคนในห้องส่งปรบมือให้ นาเดียร์หัวเราะ “ถ้าทุกคนให้อภัยเด็กพวกนี้เพราะว่าหล่อ หน้าตาดี ก็อย่าลืมด้วยแล้วกันนะคะว่าพวกเขาเหล่านี้โกหกคุณเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตัวเองมานานขนาดไหนแล้ว”
พิธีกรถามคำถามสุดท้ายที่ทุกคนอยากรู้ ในวงนี้มีอีแอบหรือไม่ คนดูลุ้นรอฟัง...ไลออนตอบเองว่าไม่มี
นาเดียร์ไม่เชื่อ อ้างว่าเธออยู่ร่วมชายคากับบลูปรินซ์มาก่อน ตนยืนยันว่ามี เควินถามหาหลักฐาน นาเดียร์อ้างคำให้การของผู้จัดการวง แต่พิธีกรสรุปว่าคำยืนยันของเธอเป็นหลักฐานไม่ได้ ไม่น่าเชื่อถือ นาเดียร์ย้ำว่าเธอมีหลักฐาน ทุกคนตั้งใจดู พิธีกรตัดพักโฆษณา...
เย็นวันนั้นพรนางฟ้า แพรพิณและบัวบุหงามาเต้นออกกำลังด้วยกันที่สวนสาธารณะ ทั้งสามคุยกันอย่างสมน้ำหน้าที่หลักฐานของนาเดียร์ไม่น่าเชื่อถือ แค่ภาพถ่ายของสี่หนุ่มที่มีความสนิทสนมกัน แต่ทุกคนกลับเห็นเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กหนุ่ม ที่เกาหลีแนบชิดกันมากกว่านี้ บัวบุหงาฟันธงว่าจากนี้บลูปรินซ์จะมีงานพรีเซ็นเตอร์เข้ามาหลายตัว พวกกาแฟดอย สินเชื่อธนาคารและชื่นชมพรนางฟ้าที่แก้วิกฤติให้เป็นโอกาสได้ สมเป็นเออีมือฉมังระดับประเทศจริงๆ
ระหว่างสามสาวเม้าท์กันอยู่ ปันปันโทร.เข้ามาบอกพี่สาวว่าพาทีมานั่งรอที่คอนโด พรนางฟ้าแทบช็อกกำชับน้องสาวห้ามพูดห้ามตอบคำถามใดๆ รอจนกว่าตนจะกลับไปถึง
พรนางฟ้ากลับมาถึงห้อง พาทีทักทายทันทีว่าตนนึกว่ามาผิดบ้าน เพราะน้องสาวเธอบอกว่าไม่มีคนชื่อแองจี้ แล้วเหน็บว่าน้องสาวเธอเป็นคนไม่ค่อยพูด
ปันปันนั่งนิ่งยิ้มแหยๆ พรนางฟ้าถามเขาได้ที่อยู่ตนมาอย่างไร เขาตอบยิ้มๆว่าทางลุงของเธอ เธอยิ่งตกใจ
“คุณได้คุยกับลุงชลลัมภีร์ของฉันเหรอคะ!”
“เปล่าครับ เลขาผมจัดการคุยให้”
พรนางฟ้าโล่งอกถามเขามาทำไม พาทีทวงถามเรื่องที่เธอจะทำงานเป็นผู้จัดการวง ไม่ทันที่พรนางฟ้าจะตอบ ปันปันร้องกรี๊ดขึ้นด้วยความดีใจ ตอบรับแทนพี่สาวทุกอย่าง ไม่มีข้อแม้ใดๆ พรนางฟ้าปรามให้น้องเงียบก็ไม่เป็นผล พาทีรวบรัดให้เธอไปเก็บของ เขายื่นหน้ามาดมที่ตัวเธอแล้วบอกว่า “อาบน้ำด้วยนะ หึ่งเชียว”
พรนางฟ้าหน้าเหวอ ทั้งโกรธทั้งอาย รีบวิ่งเข้าห้องในทันที...พาทีนั่งรออยู่พักใหญ่ ทนไม่ไหวเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน เห็นเธอกำลังเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าแต่ดูทุลักทุเลวุ่นวาย จึงเข้าไปจัดการพับเสื้อผ้าแล้วจัดวางลงกระเป๋าให้อย่างเป็นระเบียบ แถมเหลือที่ว่างไว้ให้เธอจัดวางชุดชั้นในเอง หญิงสาวถึงกับยืนอึ้ง ไม่คิดว่าผู้ชายอย่างเขาจะทำอะไรเป็นระเบียบขนาดนี้
ปันปันหอบถุงใส่ของออกมาจากห้องตัวเอง ฝากพี่สาวไปให้ศิลปินในดวงใจของเธอ แถมแจกแจงว่าอันนี้ให้บลูปรินซ์เซ็นให้ อันนี้ของฝาก พาทีรับถุงไว้แทน แต่พอออกมาพ้นห้องก็โยนให้พรนางฟ้าเป็นคนถือ เพราะเห็นเป็นของไร้สาระ หญิงสาวเหน็บ
“โอ้โห นี่ขนาดผู้จัดการยังต้องสร้างภาพกับแฟนคลับเหรอ...โอ้มายก้อด...”
มาถึงบ้านพัก พรนางฟ้าต้องลากกระเป๋าและถือถุงของปันปันมาอย่างทุลักทุเล แปลกใจที่บ้านเงียบ พาทีบอกว่าพวกบลูปรินซ์ไปถ่ายโฆษณากาแฟดอยที่เชียงใหม่ ตนให้คนที่จีพีเรกคอร์ดไปดูแล หญิงสาวแอบขำนึกถึงคำพูดของบัวบุหงา...พลันเควินโทร.เข้ามา เสียงพาทีคุยทำนองต้องแต่งเพลงประกอบโฆษณาให้ พอวางสายเขาก็บ่นกับเธอ ตนคงต้องคุยเรื่องสัญญากับเอเจนซี่ใหม่ ชอบขอเพิ่มโน่นนี่กะทันหัน
ในคืนนั้นพรนางฟ้าเห็นพาทีนั่งคร่ำเคร่งแต่งเพลง จึงออกไปซื้อกาแฟมาให้ แต่เขากลับบอกว่าไม่ดื่มตอนกลางคืน ทีหลังถามก่อนที่จะซื้ออะไร แล้วเขาให้เธอช่วยฟังเพลงที่แต่งว่าใช้ได้หรือยัง หญิงสาวฟังแล้วช่วยแก้ไขบางจุดให้อย่างมืออาชีพ เขาทึ่งที่เธอรอบรู้หลายอย่าง
ระหว่างนั้นเฌอเบลล์เที่ยวกับเพื่อนๆ มีหนุ่มๆ ตามจีบแต่เธอไม่สนใจ เพื่อนๆแปลกใจที่หนุ่มนั้นไฮโซโปรไฟล์ดี เธอยิ้มๆ บอกเพื่อนๆว่า ผู้ชายที่ตนสนใจ มีดีกว่านี้เยอะ...พอมาฝึกร้องเพลงที่บริษัท เจอกับท่านประธาน จึงเอ่ยถามถึงพาทีแล้วเลยได้รู้ว่าเขากำลังวุ่นกับผู้จัดการวงคนใหม่ หญิงสาวฉุกคิดแผนการบางอย่าง ขอร้องให้ท่านประธานช่วย
ทางด้านนาเดียร์ยังเจ็บใจเคียดแค้นไม่หาย หันมาหาเพื่อนสาวสองคนที่ต่างมีปมเจ็บฝังใจกับบลูปรินซ์ สามสาวร่วมมือกันจะทำให้พวกบลูปรินซ์ไม่มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้อีก
ooooooo
เช้าวันใหม่อันนาได้รับโทรศัพท์จากหม่อม ราชวงศ์นวลมณี มัจฉาตระกูล คุณหญิงย่าของหมอไทย โทร.มาเตือนกึ่งต่อว่าว่าตนบ่มเพาะเลี้ยงดูหลานมาเป็นอย่างดี เธอไม่ควรคิดจะมาชุบตัวเป็นผู้ดีด้วยการเกาะหลานชายตน ตนไม่มีวันรับเธอเป็นหลานสะใภ้แน่
อันนาอึ้งพยายามตั้งสติ ตอบอย่างเข้มแข็งว่าจะทำให้ท่านเข้าใจเอง แล้วขอตัววางสาย แพรพิณเห็นสีหน้าหลานสาวรีบถามว่ามีอะไร อันนาจะร้องไห้เดินหนี แพรพิณ ขวางและเตือน
“น้าขอพูดกับหนูตรงๆเลยนะ น้าไม่ได้อยากยุ่งเรื่องชีวิตรักของหนูหรอก แต่น้าไม่อยากให้หนูโดนเกย์หลอกเหมือนที่เพื่อนน้าโดน น้าหาหลักฐานมาพิสูจน์ได้จริงๆนะว่าคุณหมอไทยเขาเป็นเกย์”
อันนายิ่งเจ็บปวดเสียใจ เสียงเข้มกับน้าสาวว่าตนไม่เชื่อ เรามาพิสูจน์กันดีกว่า แพรพิณยินดีอย่างยิ่งเพราะมั่นใจ...อันนาพาแพรพิณมาที่สนามบอลที่หมอไทยมาเตะบอลกับชยุตเป็นประจำ มีหนุ่มๆมากมายเหงื่อไหล ไคลย้อยจากการเล่น ทำให้แพรพิณได้กลิ่นวิงเวียนจะเป็นลม
อันนาบอกน้าสาวว่าคนเป็นเกย์จะไม่มาเตะบอล ชยุตเห็นแพรพิณมาก็โบกมือให้ แพรพิณเห็นถึงความเท่ของเขาเกิดใจสั่น แต่ฝืนทำเป็นไม่สนใจ
หลังเล่นบอลเสร็จ หมอไทยกับชยุตเดินกอดคอกันออกจากสนาม แพรพิณรีบชี้ให้หลานสาวดู อันนาไม่ติดใจเพราะรู้ว่าสองคนนี้หยอกกันแรงๆประจำ...ชยุตยิ้มแต้เข้ามาแหย่แพรพิณทันที แกล้งเบ่งกล้ามให้เธอดูความฟิตปึ๋งของตัวเอง อันนาเอ่ยปากขอคุยกับหมอไทยลำพัง แพรพิณจะเดินตาม ชยุตเข้ามาขวางเตือนว่าอันนาไม่ได้เอ่ยชื่อเธอ แพรพิณจึงได้แต่ชะเง้อมอง
อันนาบอกหมอไทยเรื่องที่คุณหญิงย่าเขาโทร.มา หมอไทยรีบขอโทษแทนแล้วบอกว่าจะกลับไปเคลียร์กับท่าน แล้วจะพาเธอไปกราบด้วย...แพรพิณเห็นทั้งสองกุมมือกันก็รู้ว่าอันนาเชื่อหมอไทย จึงเอ่ยปากชวนทุกคนไปทานข้าวเย็นกัน หมอไทยกลับบอกว่าตนนัดกับชยุตจะไปออนเซน แพรพิณยิ่งตะลึงเพราะรู้ว่าออนเซนคือการแก้ผ้าอาบน้ำร่วมกัน
แพรพิณชวนอันนาตามไปแอบดูให้รู้แจ้ง แต่แล้วสองสาวก็เข้าไม่ถึง เพราะสถานที่นั้นสำหรับผู้ชายเท่านั้น แต่แพรพิณไม่ยอมแพ้ เผอิญมีเสียงชายคนหนึ่งร้องเรียกเจ้าหน้าที่ให้มาดูว่าข้างในมีถุงยางอนามัย ใครเอามาใช้น่าเกลียดมากๆ แพรพิณฉวยโอกาสดึงอันนาตามเจ้าหน้าที่เข้าไปด้วย ผู้ชายทุกคนในนั้นนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวยืนมุงกันอยู่
เจ้าหน้าที่ถามใครที่มาเป็นคู่เข้ามาทำบัดสีในสถานที่นี้ ทุกคนมองไปยังหมอไทยและชยุตเพราะทั้งสองมาด้วยกัน อันนาน้ำตาคลอมองหมอไทยด้วยความผิดหวัง หมอไทยกับชยุตปฏิเสธอย่างไรไม่มีใครเชื่อ อันนาวิ่งหนีออกไป หมอไทยตกใจรีบวิ่งตามทั้งที่มีผ้าขนหนูพันกายผืนเดียว อันนาวิ่งออกมาข้างนอกโบกเรียกรถแท็กซี่ร้องให้คนช่วยว่าถูกโรคจิตไล่ตาม หมอไทยเสียใจไม่คิดว่าอันนาจะเชื่อตามคนอื่น
ชยุตโกรธแพรพิณ ดึงเธอไปอีกทาง ต่อว่าทำถูกแล้วหรือที่ให้คนรักกันต้องเลิกกัน เธอต้องการอะไร แพรพิณสะบัดมือออกตอกกลับว่าไม่ต้องการให้หลานสาวถูกเกย์หลอก ตนรู้ว่าเขากับหมอไทยเป็นคู่เกย์กัน ชยุตตะลึงโมโหแพรพิณมากอยากพิสูจน์ให้เธอรู้ว่าตนเป็นชายแท้
ชยุตดึงแพรพิณเข้ามากอดจูบ หญิงสาวสัมผัสแผ่นอกเปลือยเปล่าของชายหนุ่ม ใจเต้นระส่ำเผลอเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้น ชยุตดันเธอออกกล่าวนิ่งๆ “ผมไม่ได้เป็นเกย์ แค่นี้คุณคงพิสูจน์ได้แล้วนะ แต่ถ้าคุณยังไม่เชื่อใจผม หรือไปยุให้หมอไทยกับอันนาเลิกกันอีก ผมว่าคุณก็เป็นพวกไม่มีหัวใจแล้วล่ะ”
แพรพิณยืนสับสนทำอะไรไม่ถูก มองชยุตที่เดินจากไปอย่างไม่ใยดี...แพรพิณกลับมาขึ้นรถ ปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง พยายามโทร.หาอันนาเท่าไหร่เธอก็ไม่รับสาย ด้วยความเครียด เห็นร้านอีสานคาราโอเกะข้างทาง จึงแวะเข้าไปนั่งซดยาดองคนเดียวจนเมามาย ป้ากับลุงเจ้าของร้านนั่งมองอย่างห่วงๆที่เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว
สุดท้ายบัวบุหงาต้องเป็นคนมาพาตัวแพรพิณกลับไปส่งบ้าน นภิสพี่สาวและเป็นแม่ของอันนาซึ่งเป็นหมอ แปลกใจที่น้องสาวเพ้อเรียกตุ๊ดมาว่าเธอไม่มีหัวใจ จึงให้นอนที่โซฟาไปก่อน
ooooooo
รุ่งเช้าหมอไทยกับชยุตมาที่บ้าน นภิสเป็นหมอรุ่นพี่ของหมอไทย เธอยินดีที่จะได้เขาเป็นลูกเขย จึงเปิดโอกาสให้เข้าไปง้อลูกสาว โดยไม่ซักถามว่าทะเลาะกันด้วยเรื่องอะไร
ชยุตเห็นสภาพแพรพิณที่นอนอยู่ข้างล่าง ยังเพ้อเรื่องเมื่อวานก็แอบขำ เขาช่วยนภิสอุ้มแพรพิณขึ้นไปนอนต่อบนห้อง เธอยังหลับแต่เอื้อมมือมากอดคอเขาแน่น หน้าชยุตอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ เขายิ้มๆอย่างรู้สึกดี จู่ๆ เธอก็เพ้อออกมาว่า...ฉันเกลียดนาย เขาตอบขำๆว่ารู้แล้ว
ชยุตจัดแจงให้แพรพิณนอนสบายๆ แล้วเดินมองรูปถ่ายในห้องเธอ จนมาเห็นหนังสือคู่มือเกย์และเอกสารในแฟ้มบริษัทจีสแกน เขาแปลกใจกำลังจะเปิดดู พอดีนภิสเข้ามาขอบคุณเขาแล้วบอกว่าจะจัดการน้องสาวเอง ชยุตจึงเดินลงมาข้างล่างอย่างเสียดาย
หมอไทยเห็นอันนานั่งร้องไห้อยู่หลังบ้านก็เข้ามาพยายามอธิบาย แต่เธอกลับบอกว่าเชื่อในสิ่งที่เห็น เขารู้สึกเสียใจที่เธอไม่เชื่อในตัวเขา...หมอไทยจึงเอาคลิปจากกล้องวงจรปิดที่เซฟลงมือถือมาเปิดให้อันนาดูว่ามีคู่เกย์ที่กอดจูบกันก่อนจะเข้าไปออนเซนก่อนหน้าตนไปถึง และตนก็เดินสวนกับทั้งสองเข้าไปพร้อมผู้ชายอีกสองคน ซึ่งแสดงว่าตนเข้าไปสี่คนคงไม่มีโอกาสทำอะไรบัดสีได้ อันนาอึ้งรู้สึกเสียใจที่เข้าใจผิด
“ช่างมันเถอะค่ะ...พี่ว่าพี่ต้องแสดงให้น้องอันเห็นสักทีว่าพี่จริงใจ พี่จะไปคุยกับคุณย่าเรื่องขอหมั้นน้องอัน เย็นนี้เลย”...อันนาตาโพลงไม่คิดว่าเขาจะเอาจริงขนาดนี้
ด้านพรนางฟ้ามาทดสอบงานกับพาที ในขณะที่พวกบลูปรินซ์ยังไม่กลับจากเชียงใหม่ เขาให้เธอทำงานสารพัด หัดทำของกินที่เป็นของโปรดของแต่ละคน ทำหลายครั้งจนกว่ารสชาติจะถูกปาก หญิงสาวแอบบ่นไอ้หน้าหนวด นี่ตนมาทดสอบเป็นผู้จัดการหรือเป็นแม่ครัวกันแน่ พาทีแอบขำ แล้วสอนให้เธอทำสปาเกตตีทำอยู่หลายรอบกว่าจะสำเร็จ
จนบ่าย พาทีนั่งดูข่าวอย่างสบายใจ ในขณะที่พรนางฟ้าต้องกวาดบ้านถูบ้าน แอบบ่นว่าเขาก็ได้ยินทุกครั้ง พอเสร็จงานในบ้านเขาก็ให้เธอไปกวาดใบไม้ที่สนามอีก เธอเดินบ่นกะปอดกะแปดออกมาแต่แล้วพอเห็นโต๊ะอาหารที่จัดไว้สองที่ จุดเทียนอย่างสวยงามก็ยืนมองอย่างชื่นชม พาทีเข้ามากระแอม เธอสะดุ้งจะรีบเดินไปทำงานเขาดึงแขนเธอไว้ พาไปนั่งอย่างอ่อนโยน
“ทานสิ เธอยังเหลือการทดสอบอีกสองวันนะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้วไม่ใช่เหรอ”
พาทีลงมือกินก่อน พรนางฟ้ามองอย่างงงก่อนจะยิ้มแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย...เช้าวันใหม่ พรนางฟ้านอนสีหน้ามีความสุข ครู่เดียวก็มีเสียงนาฬิกาปลุกดังมาก เธอสะดุ้งตื่นมองหาต้นเสียงเห็นพาทียืนกอดอกถือมือถือในมือก็โวยวายว่าเขาเข้ามาได้อย่างไร คิดจะทำมิดีมิร้ายตนหรือ
พาทีถอนใจบอกถ้าคิดจะลักหลับแล้วจะปลุกเธอขึ้นมาทำไม ตัดบทสั่งการให้เวลาครึ่งชั่วโมงกับการอาบน้ำแต่งตัวเก็บเสื้อผ้าไปค้างต่างจังหวัดหนึ่งคืน โดยไม่บอกว่าไปไหน นี่คือการรับมือการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน เป็นอีกคุณสมบัติของผู้จัดการวงที่ดี ถ้าเธอทำไม่ได้ตนคงต้องหาผู้จัดการวงใหม่ พรนางฟ้าเข่นเขี้ยวแต่ก็รีบลุกขึ้นไปปฏิบัติ
พรนางฟ้าทำเวลาได้ทันท่วงที ไม่เพียงเท่านั้น พาทียังให้เธอเป็นคนขับรถโดยเขาเป็นคนบอกเส้นทาง...
พาทีพาเธอมาที่บ้านเด็กกำพร้า แจกอาหารและขนมเด็กๆ เขาบอกเธอว่านี่เป็นการทำบุญช่วยเหลือสังคม เป็นหนึ่งในหน้าที่ของศิลปินที่ดีและเอาไว้ตอบคำถามนักข่าว หญิงสาวเบ้หน้าคิดว่าคงเป็นการสร้างภาพอีกอย่าง ขากลับพาทีเป็นคนขับเองเพราะหาว่าเธอขับช้า
ถึงที่หมายหน้าโรงแรมที่พัก พาทีปลุกพรนางฟ้าให้ตื่น เขาติงที่เธอหลับมาตลอดทาง การเป็นผู้จัดการที่ดีต้องดูแลศิลปินไม่ใช่นอนหลับสบายแบบนี้...จากนั้นพาทีพาพรนางฟ้าเดินเล่นริมหาด เขาหยิบถุงดำที่พก ออกมากางเก็บขยะตามชายหาด หญิงสาวทึ่งแต่คิดว่าเขาคงสร้างภาพอีก เขากลับบอกว่านี่เป็นนิสัยส่วนตัว เพราะถ้ามีแต่คนทิ้งขยะไม่มีคนเก็บ แล้วชายหาดจะสวยงามได้อย่างไร ทันใดมีเสียงหญิงสาวเรียกพาที ทั้งสองหันมอง
เฌอเบลล์วิ่งเข้ามาทักทาย พอเห็นหน้าพรนางฟ้าก็ชะงัก พรนางฟ้าเองก็มีท่าทางไม่สบอารมณ์ พาทีเห็นท่าทีรีบขอตัวดึงเธอออกมาคุยห่างจากเฌอเบลล์ แล้วบอกเธอว่ารู้หรือไม่ว่าเฌอเบลล์เป็นใคร พรนางฟ้าไม่อยากรู้
แต่พาทีเน้นว่าเป็นหลานสาวประธานจีพีเรคคอร์ด ที่สามารถทำให้เธอตกงานได้ หญิงสาวกลืนน้ำลายเอื๊อก รู้แก่ใจว่าต้องทำตัวดีๆกับเฌอเบลล์
แต่เฌอเบลล์กลับทำทีว่าไม่รู้จักพรนางฟ้ามาก่อน พาทีจึงแนะนำว่าแองจี้เป็นผู้จัดการวงบลูปรินซ์ เฌอเบลล์มองเหยียดๆ ดึงพาทีไปรู้จักกับเพื่อนๆเธอ เขาสบตาแองจี้ทำนองให้ช่วย
พรนางฟ้าเบ้หน้ากลับมาพักผ่อนในห้องอย่างสบายใจ ไม่ทันไรพาทีมาเคาะประตูเรียก เธอทำหน้าเซ็งบ่น “ยัยระฆังนั่นยอมปล่อยตัวคุณมาแล้วเหรอ ฉันนึกว่าจะกลับพรุ่งนี้เช้าซะแล้ว”
พาทีขำการตั้งชื่อของแองจี้ แล้วถามทานอะไร หรือยัง ไม่ทันตอบเสียงท้องร้องดังแทน หญิงสาวทำหน้างอน เขาชูถุงอาหารที่ซื้อมาฝาก แซวอาการนี้โมโหหิวหรือโมโหหึง เธอสะอึกโวยว่าเขาหลงตัวเอง เขายิ่งขำกับท่าทางเธอ ยื่นหน้าไปย้ำ อย่าหลงเสน่ห์ตนอีกคนแล้วกัน...แล้วบอกให้ทานเสียเสร็จแล้วจะกลับกรุงเทพฯ เธอยิ่งงงเพิ่งมาถึงไม่ทันได้เหยียบทะเลจะกลับแล้ว
“ถ้าไม่กลับคืนนี้ รับรองพรุ่งนี้คุณเฌอเบลล์ต้องมาลากผมไปอยู่กับเขาทั้งวันแน่”
พรนางฟ้าถามไม่กลัวเฌอเบลล์โกรธหรือ พาทียักไหล่ไม่สนแล้วยกมือห้ามไม่ต้องถามอีก ถ้าถามจะถือว่าหึงตน หญิงสาวหน้าหงิกก้มหน้าก้มตากินๆๆ
ooooooo
หมอไทยมากราบเรียนคุณหญิงย่านวลมณีว่าต้องการหมั้นกับอันนา แม้คุณหญิงย่าไม่ค่อยพอใจแต่ไม่อยากขัดใจหลานชาย...ไม่นาน หมอไทยพาคุณหญิงย่ามาบ้านอันนา ชยุตขับรถหรูตามมาด้วย แพรพิณไม่รู้ว่าใครจะมาจึงยังอยู่ในสภาพชุดนอนหัวฟูออกมาเปิดประตูรับ
คุณหญิงย่ามองเธอหัวจดเท้าตำหนิเป็นผู้หญิงประสาอะไร แพรพิณสวน ก็ประสาตนนี่แหละ เห็นว่าอยู่บ้านตัวเองเลยทำตัวตามสบายไม่ต้องเกรงใจใคร พอดีเป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่คนมาเยี่ยม หมอไทยรีบห้ามศึกแนะนำคุณหญิงย่าว่าเธอเป็นน้าของอันนา แพรพิณถามมาทำไม ไม่วายโดนเหน็บอีกว่าสมบัติผู้ดีมีบ้างไหมถึงมาแทรกถาม หญิงสาวสวนอีกครั้ง
“อ๋อ สมบัติบ้านนี้เก็บในธนาคารหมดเลยค่ะ ไม่ได้เอาใส่ไหฝังดินแบบ...คนโบราณ”
“นี่หล่อน! นี่ขนาดคนในบ้านยังปากคอเราะร้ายขนาดนี้ เด็กอันนากำพืดเดียวกันจะร้ายขนาดไหน ตาหมอกลับ...ฉันไม่ให้หมั้นกับลูกบ้านนี้”
แพรพิณได้ยินคำว่าหมั้นยิ่งไม่พอใจ พอดีนภิสกับอันนาเดินออกมารีบเชื้อเชิญทั้งสามเข้าบ้าน หมอไทยใช้จังหวะชุลมุนดันคุณหญิงย่าให้เดินเข้าไป ชยุตเดินผ่านแพรพิณแกล้งดีดจมูกเธอด้วยความหมั่นเขี้ยว หญิงสาวโกรธทำท่าปาดคอใส่ให้เตรียมตัวไว้
อันนายกน้ำลอยดอกมะลิมาเสิร์ฟ คุณหญิงย่ามองออกว่ากิริยามารยาทต่างจากน้าสาว แต่ยังมีทิฐิไว้ตัว เหน็บว่ากิริยามารยาทใช้ได้ไม่กะเล่อกะล่าเหมือนคนในบ้านบางคน แพรพิณเคืองจะเปิดศึก หมอไทยรีบตัดบทเริ่มธุระที่มาเพื่อจะทาบทามขอหมั้นอันนา แพรพิณแย้งว่าหลานยังเรียนไม่จบ คุณหญิงย่าเสียงเข้ม ยังไม่ได้ยอมรับที่มาแค่ขอดูตัว หมอไทยยืนกรานว่าจะหมั้นกับคนนี้เท่านั้น นภิสไกล่เกลี่ยให้เลื่อนไปคุยวันหลัง คุณหญิงย่าไม่ยอม
“ฉันมีหลานอยู่คนเดียว ถ้าหลานฉันยืนยันจะหมั้นกับหล่อนขนาดนี้ ฉันก็คงขัดอะไรไม่ได้ แต่ยังไงๆฉันก็ยังไม่อนุญาตให้ทั้งสองคนหมั้นกันเร็วๆนี้แน่...สัปดาห์หน้าเป็นวันเกิดฉัน หล่อนต้องพิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าหล่อน สามารถดูแลงานใหญ่ๆได้ ด้วยการจัดงานเลี้ยงแซยิดให้ฉัน และหลังจากนี้หล่อนต้องเข้าวังไปเรียนรู้งานต่างๆทุกสัปดาห์ จนกว่าฉันจะเห็นว่าหล่อนเหมาะสมกับสมบัติของฉัน” พูดจบนวลมณีลุกเดินออกไป หมอไทยหันมายิ้มดีใจกับอันนา
ด้านบัวบุหงารู้สึกหงุดหงิดหัวใจอย่างบอกไม่ถูก พ่อเต่าทำของโปรดมาให้กินหวังว่าลูกสาวจะแสดงความดีใจเข้ามากอดหอมเหมือนเคย กลับนิ่งเฉยไม่ยินดียินร้าย ก็รู้สึกว่าลูกคงมีเรื่องรบกวนจิตใจ น่าจะเกี่ยวกับความรัก บัวบุหงาปฏิเสธไม่จริงเพราะเขาเป็นเกย์ พ่อเต่าให้แง่คิด ถ้าเราอยากรู้ว่าอาหารอร่อยหรือไม่ ควรทำอย่างไร เธอบอกว่าต้องชิม
“นั่นแหละ ความรักก็เหมือนกัน ถ้าอยากรู้ว่าเขาเป็นเกย์จริงไหม ก็ต้องลองกินกัน หมายถึงลองคบกันดูก่อน จะเจ็บก็ให้มันรู้ไป...พ่อพูดจริงนะ ของแบบนี้มันต้องลอง ก่อนที่พ่อจะมาเป็นแบบนี้ก็ต้องผ่านการลองมาก่อนแล้วทั้งนั้นแหละ ไม่งั้นจะมีแกหลุดออกมาท้าทายโลกแบบนี้รึไง” บัวบุหงาบ่นว่าโลกนี้ช่างอยู่ยากจริงๆ พ่อเต่าโวยนี่ตนเป็นพ่อนะ เธอรีบยิ้มแหยๆ
คำพูดของพ่อทำให้บัวบุหงาฮึดสู้ พอขี่รถมาถึงกองถ่าย เห็นพันธิตเพิ่งมาถึงพอดี เขาทักเธอว่ามาทำงานสาย เธอจึงสวนว่าเขาก็สาย เขาย้อนตนเป็นเจ้านาย เขาเห็นหญิงสาวไม่ค่อยคุยก็แปลกใจตามมาแตะหน้าผากว่าป่วยหรือ แล้วเอาหน้าผากตัวเองแนบหน้าผากเธอ หญิงสาวใจสั่นก่อนที่เขาจะบอกว่าตัวไม่ร้อนแล้วทำไมหน้าซีด หรือว่าสำออย
“จะบ้าเหรอ ใครจะมานั่งสำออยให้คนอย่างนายวะ” บัวบุหงาตีแขนเขากลบเกลื่อน
พันธิตชวนให้เธอขี่มอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวกันถือว่าไปฝึกถ่ายภาพนอกสถานที่ บัวบุหงาแปลกใจเขาไม่กลัวแล้วหรือ เขาบอกต้องทำให้ชินว่าแล้วก็ขึ้นนั่งซ้อนกอดเอวเธอแน่น
บัวบุหงาสังเกตเห็นพันธิตชอบถ่ายภาพท้องฟ้า เขาบอกว่าการถ่ายภาพเป็นวิธีเดียวที่จะมีคนรับฟังเขา บัวบุหงาแปลกใจแต่ก็ยอมรับว่าเขาถ่ายภาพได้สวย เขายิ้มๆตอกกลับ ตนถึงบอกว่าเธอถ่ายไม่สวย หญิงสาวโวยเรามีแนวทางคนละแบบกัน ไม่ควรว่ากัน เขาถามงอนหรือ เธอไม่ยอมรับ เขาจึงขยี้หัวเธออย่างเอ็นดู แล้วให้เธอฟอลโล่ไอจีของเขา
พันธิตถือโอกาสเข้าไปดูในไอจีของเธอ เห็นในอินสตาแกรมของเธอส่วนใหญ่เป็นภาพนายแบบเซ็กซี่ จึงแหย่จะให้เธอถ่ายเขาบ้าง แล้วเขาก็ใช้มือถือถ่ายเซลฟี่กับเธออย่างสนุกสนาน
เมื่อกลับมาถึงกองถ่าย วทันยูเข้ามาโวยพันธิตว่าหายไปไหนตั้งนาน คนตามกันทั้งกอง บัวบุหงารู้สึกเป็นส่วนเกินรีบขอตัวแยกไปทำงาน เธอรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างประหลาด เจ๊โดมเห็นอาการถามประชดเมนส์มาหรืออย่างไร พันธิตเดินตามบัวบุหงามาไม่ทันจะคุย เสียงผู้กำกับเอ็ดตะโรใส่โอ๊ตนักแสดงที่แสดงไม่ผ่านเสียที
วทันยูจึงเข้าไปไกล่เกลี่ย ผู้กำกับขอให้เขาแสดงบทอ้อนซบไหล่คนรักคู่กับพันธิตให้เป็นตัวอย่าง
บัวบุหงาเห็นภาพนั้นยิ่งขุ่นเคืองใจ คว้ากระเป๋าขอตัวกลับ เจ๊โดมงง พอพันธิตกลับมาแปลกใจว่าบัวบุหงาทำไมรีบกลับจึงฝากเจ๊โดมบอกเธอด้วยว่าตนเป็นห่วง เจ๊โดมหูผึ่งในทันที
ooooooo
เช้าวันใหม่ พาทีเข้ามาในห้องนอนแองจี้ แต่คราวนี้ไม่คิดปลุก กลับมองใบหน้าหลับพริ้มน้ำลายยืดอย่างขำๆ แล้วพูดเบาๆว่าวันนี้ให้พัก ตนต้องมีงานข้างนอก...พอเขาออกไปจากห้อง แองจี้หรือพรนางฟ้าก็กระเด้งตัวลุกขึ้น เธอยิ้มหยัน
“นายหน้าหนวดจอมบงการ คิดว่าแค่ทำดีกับฉันหน่อยแล้วฉันจะใจอ่อนให้รึไง เหอะ”
พอเห็นว่าพาทีขี่บิ๊กไบค์ออกไปแล้ว พรนางฟ้าก็รีบเข้าไปค้นห้อง เริ่มด้วยห้องคฑากับเควินก่อน แค่เพียงเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นเกย์โชยมา เธอลงมือค้นหาหลักฐานบ่งบอกว่าใครเป็นเกย์ แล้วเธอก็เจอภาพถ่ายใต้เตียงเควิน เป็นชายวัยรุ่นสองคนในชุดกีฬากอดคอกันแต่ถ่ายถึงแค่คอไม่เห็นหน้า ข้างหลังภาพมีข้อความเขียนว่า...ผมรักคุณนะ
พรนางฟ้ารีบเอามือถือออกมาจะถ่ายเก็บเป็นหลักฐาน ทันใดได้ยินเสียงพาทีกลับเข้ามาเพราะลืมของ เธอตกใจลนลานเก็บภาพถ่ายไว้ แล้วแอบมองว่าพาทีกลับมาจะเข้าห้องไหน...พาทีหยิบของที่ลืมแล้วนึกห่วงแองจี้จึงแวะไปดูที่ห้อง พอไม่เจอก็เดินหาทุกห้อง จนมาถึงห้องเควินกับคฑา หญิงสาวแก้สถานการณ์ด้วยการคว้าตุ๊กตามากอดเดินละเมอ พาทีเห็นแล้วขำกึ่งไม่อยากเชื่อ แต่พอเห็นเธอเดินชนประตูที่เขาเปิดไว้ครึ่งเดียวหงายหลังก็หัวเราะก๊าก
พรนางฟ้าเจ็บทำทีสะดุ้งตื่นไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วเขินอายวิ่งหนีกลับห้อง เธอยิ้มอย่างผู้ชนะ ไลน์บอกเพื่อนๆว่าคืนนี้กลับไปประชุมที่คอนโด บัวบุหงาไลน์กลับมาว่าดี อยากเจอเหมือนกัน แพรพิณอ่านไลน์แล้วเป็นห่วงบัวบุหงารีบถามมีปัญหาอะไร เธอบอกคืนนี้จะอัพเดตให้ฟัง แพรพิณไม่มีแก่ใจสอนต่อ เด็กๆบ่นพวกตนจะเอาอะไรไปสอบกันล่ะเนี่ย
คืนนั้นสามสาวเอาหลักฐานที่หาได้ลงบอร์ด
บัวบุหงาเห็นหลักฐานของพรนางฟ้าก็ยอมรับว่าชัดเจนมาก แต่ที่ได้ยินมาคนที่เป็นคู่จิ้นกันคือไลออนกับเควิน ไม่ใช่คฑา พรนางฟ้าเชื่อว่าไลออนไม่ได้เป็นเกย์ เพราะตนสัมผัสถึงความเป็นชายของเขาได้แต่ไม่กล้าเล่าให้เพื่อนฟัง
ด้านบัวบุหงาขอเวลารวบรวมหลักฐานอีกสักนิด เพราะพันธิตยังดูไม่ค่อยออกว่าเป็นเกย์ พรนางฟ้าตบไหล่เพื่อนเบาๆ “ฉันเข้าใจ สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือหน้าที่นะ พวกเราเป็นนักสืบ ห้ามเอาความรู้สึกของตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับงานเด็ดขาด”
ส่วนแพรพิณทำอะไรต่อไม่ถูกเพราะหลานสาวกำลังจะหมั้นหมายกับคนที่ตนตามสืบ สองเพื่อนจึงให้กำลังใจและคิดว่าคงต้องช่วยเหลือ ในคืนนั้นแพรพิณกลับมาบ้านเห็นอันนาตื่นเต้นเลือกเฟ้นชุดที่จะใส่เข้าวังไปเรียนงานกับคุณหญิงย่าของหมอไทย เธอยอมไม่ได้จึงตามไปด้วย
คุณหญิงย่าเห็นแพรพิณมาร่วมด้วยก็คิดจะขัดเกลามารยาทให้ใหม่ แต่ก็มีเรื่องถกเถียงกันตลอด เพราะแพรพิณจะหาข้อแก้ตัวในสิ่งที่ทำไม่ได้ทุกครั้ง...คุณหญิงย่าให้อันนาซ้อมรำคู่กับหมอไทยเป็นการเปิดตัวในงาน โดยมีชยุตเป็นคนเป่าขลุ่ย เขาเป่าได้เก่งจนแพรพิณทึ่งถึงกับเคลิ้ม หญิงสาวไม่ยอมต้องการมีส่วนร่วมด้วย จึงหยิบฉิ่งที่อยู่ข้างๆขึ้นมาตี แต่มันผิดจังหวะจนคุณหญิงย่าเอ็ดใส่ แล้วให้เปลี่ยนมากรองมาลัยแทน พรุ่งนี้ค่อยซ้อมรำใหม่
ชยุตคอยกระเซ้าเย้าแหย่แพรพิณเมื่อมีโอกาส จนเธออายลุกหนี เขาทั้งขำทั้งชอบใจ...ทั้งสี่คนต้องมานั่งพับเพียบร้อยมาลัยกรองมาลัย อันนาตั้งใจเรียนรู้ ส่วนแพรพิณทำไม่ค่อยได้หงุดหงิดหันไปแขวะหมอไทย ร้อยมาลัยเก่งกว่าผู้หญิงอีก คุณหญิงย่าสวนว่าแน่นอน หลานตน ตนสอนมากับมือ ทำได้ทั้งอาหารคาวหวานด้วย อันนาหน้าเสียรู้ว่าน้าสาวพยายามจับผิด
ชยุตแก้เกมของแพรพิณด้วยการสำทับว่า หมอไทยไม่เพียงเก่งงานฝีมือ แต่กีฬาแมนๆแบบมวยไทย ฟันดาบ ก็ทำได้อย่างเทพจนสาวๆตามกรี๊ด ยังเคยมีป้าแก่ๆพวกมนุษย์ป้ากรี๊ดสลบ แพรพิณรู้ว่าหมายถึงตนก็โมโหจนเข็มตำมือเลือดกระฉูด พอเห็นเลือดตัวเองถึงกับเป็นลมพับไป
ชยุตปฐมพยาบาลจนแพรพิณฟื้น เธอตกใจเมื่อลืมตามาเห็นหน้าเขารีบลุกพรวดขึ้น ชยุตจึงต่อว่าว่าเธอจงเกลียดจงชังอะไรเพื่อนของตนนักถึงคอยกีดกันความรักของเขา หญิงสาวโพล่งออกไปว่าหมอไทยเป็นคู่เกย์กับเขา ชยุตหมั่นเขี้ยวแกล้งยื่นหน้าไปประชิด หญิงสาวกลัวโดนจูบแบบคราวก่อนขยับหนีใจเต้นรัว อันนาเดินเข้ามากับหมอไทยพอดี ชวนแพรพิณกลับ
สองสาวมาลาคุณหญิงย่า ท่านแจกแจงว่าวันนี้ยังทำได้ไม่ดี หวังว่าคราวหน้าจะพัฒนาขึ้น แพรพิณฉุนเล็กๆแต่เถียงไม่ออกเพราะยังมึนอยู่...ระหว่างขับรถกลับ แพรพิณจึงบอกว่าทำไมถึงอยากหมั้นกับคนที่เขาดูถูกเรา อันนาตอบว่าตนพอใจที่จะเป็นแบบนี้ แม้จะว่าตนไม่มีสติแต่ตนขอบอกว่าตนมีสติ ขอตนเป็นคนเลือกคู่เอง เวลาน้าเจอคนที่ใช่มากๆน้าจะเข้าใจตน แพรพิณอึ้ง
ooooooo
.
----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep4/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 4
พาทีมางานเลี้ยงกับท่านประธาน เหลือบไปเห็นอรนาฏให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่ก็ทำทีเข้าไปทักเสียงดัง...น้าหญิงครับ น้าหญิง...อรนาฏสะดุ้งหน้าเสีย เขารีบบอกว่าขอโทษจำคนผิด
นักข่าวมองอย่างอยากรู้ อรนาฏกลบเกลื่อน คนเราทักผิดกันได้ นักข่าวหันมาถามถึงวงบลูปรินซ์ พาทียิ้มแย้มขอให้นักข่าวช่วยเขียนเชียร์น้องๆด้วย มีอะไรอัพเดตตนจะให้ข่าวทันที พอนักข่าวเดินไป อรนาฏก็เสียงเขียวใส่พาที “แกคิดจะมาหาเรื่องอะไรฉัน!”
“เปล่านี่ครับ ผมเห็นแวบๆเลยนึกว่าคุณอรนาฏเป็นน้าสมหญิงที่ผมเคยรู้จัก”
“ต่างคนต่างอยู่ ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก...” อรนาฏ จ้องหน้าจะเอาเรื่อง
“ก็แน่สิครับ คนที่สามารถลืมอดีตตัวเองได้ทุกอย่าง จะมาสนใจอะไร แต่คนที่เป็นฝ่ายถูกทิ้งยังไงมันก็ไม่มีวันลืมได้หรอกนะครับ อ้อ ผมได้ดูรายการที่คุณให้สัมภาษณ์เรื่องเด็กกำพร้า ซาบซึ้งมากเลยนะครับ สงสารเด็กที่ถูกพ่อแม่ทิ้งจริงๆว่าไหมครับคุณอรนาฏ” พูดจบพาทีเดินไป
อรนาฏมองตามด้วยแววตาโกรธ ไม่ได้รู้สึกผิดแต่อย่างใด...กลับมาบ้าน เปิดประตูห้องเข้ามาเจอพันธิตนั่งชิดใกล้อยู่กับวทันยู สวมกางเกงบ็อกเซอร์เพียงตัวเดียวทั้งคู่ พันธิตเย้า แม่ไม่อยากเห็นทำไมไม่เคาะประตูก่อน เธอโวยวายว่าตนเป็นแม่จะทำอย่างไรก็ได้ แล้วพาลไล่วทันยูกลับ พันธิตโกรธแต่วทันยูไม่อยากให้ถกเถียงกัน ยอมกลับแต่โดยดี
เช้ามืดวันต่อมา พาทีนัดให้แองจี้มาเจอบนสะพานที่เขาชอบมาปล่อยอารมณ์ เพื่อบอกว่าเขารับเธอเข้าทำงานเป็นผู้จัดการวงบลูปรินซ์ แล้วขอให้เลิกทำงานกับชลลัมภีร์ เขายังเข้าใจว่าแองจี้เป็นนักข่าวให้หนังสือของชลลัมภีร์ พาทีพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพขอให้ตนไว้ใจเธอได้ แต่เสียงแตรรถดังกลบทำให้เธอไม่ได้ยิน เขาจึงดึงเธอมากระซิบข้างหู หญิงสาวหน้าแดงกับความใกล้ชิดแต่ก็ดีใจรับคำ พาทีจูงมือเธอเดินลงจากสะพานเพื่อกลับบ้านพัก
พอพรนางฟ้าหรือในนามแองจี้ เดินเข้ามาในบ้านก็ต้องตกใจ ที่เควิน ไลออน คฑาและจุงเบกลับจากเชียงใหม่ ทั้งสี่ดึงพลุกระดาษต้อนรับ ทุกคนทักทายใกล้ชิดอย่างเป็นกันเองทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นปลื้มปริ่มที่ได้อยู่ท่ามกลางหนุ่มหล่อแถมเป็นศิลปินดัง
ค่ำนั้นพาทีถือกระปุกมาส์กและครีมบำรุงผิวหน้ามาให้แองจี้ใช้ บอกว่าครีมทั้งหมดมาจากหมอไทย บลูปรินซ์ใช้บำรุงหน้า เธอต้องใช้ด้วยเพื่อไม่ให้เสียชื่อผู้จัดการวงเพราะขอบตาดำ
กลางดึกพรนางฟ้าต้องตกใจเมื่อเสียงไลน์ดังรัว บัวบุหงาซึ่งหลับอยู่สะดุ้งตื่นเช่นกัน เมื่อแพรพิณไลน์เข้ามาบ่นเรื่องอันนากำลังจะหมั้นกับเกย์อย่างหมอไทย ในอีกสามวันจะมีงานแซยิดของคุณหญิงย่าของเขา เป็นการดูตัวทั้งสองคน ตนอยากล้มงานนี้ให้เพื่อนทั้งสองช่วย
พรนางฟ้าคิดแผนการให้แพรพิณค้นห้องหมอไทยหาหลักฐานการเป็นเกย์มาให้ได้ก่อนวันงาน ฉะนั้นในคืนนั้นแพรพิณในชุดดำมันสไตล์นักสืบรัดรูปย่องเข้าวังมัจฉา บัวบุหงาทำหน้าที่ดูต้นทางหน้าประตูให้...แพรพิณทำท่ากระโดดหลบแสงเลเซอร์แบบในหนังเข้าไป บัวบุหงาเห็นแล้วส่ายหน้า ไม่ทันไรมีมอเตอร์ไซค์ตำรวจขี่ผ่านมา เธอจึงทำทีคุยโทรศัพท์กับคุณหญิงนวลจันทร์ทำนองขอโทษที่มาถึงดึก แต่ตำรวจไม่เชื่อ จับตัวเธอไปโรงพัก
ด้านแพรพิณด้วยความซุ่มซ่ามชนแจกันตกแตก สาวใช้เข้ามาดู เธอรีบวิ่งหนีขึ้นไปชั้นบนแล้วหลบเข้าไปในห้องห้องหนึ่งที่ไม่ได้ล็อกประตู ปรากฏเป็นห้องหมอไทยที่กำลังนอนหลับ
ขณะเดียวกันที่บ้านบลูปรินซ์ พรนางฟ้าเดินลงมาข้างล่าง แต่แล้วได้ยินเสียงคนครางกระเส่าและเสียงเนื้อผ้าเสียดสีกัน ทำให้ต้องย่องไปดู เห็นเงาคนสองคนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันนัว จึงพยายามชะเง้อมอง ทันใดมือถือตัวเองดังขึ้น เธอสะดุ้งรีบปิดแต่ดูเหมือนสองคนจะรู้ตัวต่างหลบไปอีกด้านของตัวบ้าน หญิงสาวหงุดหงิดจะตาม พลันไฟสว่างจ้าขึ้น เธอสะดุ้งหันมองเป็นพาทีที่เดินลงมา เขาถามอย่างสงสัยว่าเธอมาทำอะไร ข้างล่างมืดๆ
หญิงสาวอ้างว่าลงมาทานน้ำ เขาเสียงอ่อนลงบอกทีหลังให้เปิดไฟ เดินมืดๆมันอันตราย เธอยิ้มขอบคุณ อยากจะบอกเรื่องเงาคนแต่ชะงักเปลี่ยนเป็นบอกให้เขาฝันดี พอพาทีกลับขึ้นไปพรนางฟ้าจะเดินไปในครัวแต่แล้วต้องชะงักเมื่อเหยียบหมวกใบหนึ่ง หยิบขึ้นมาดูมีชื่อปักว่า...คฑา เธอยิ้มย่องเก็บไว้เป็นหลักฐานอีกชิ้นทันที
พอจะย่องออกจากบ้าน พรนางฟ้าส่งไลน์ให้ แพรพิณส่งโลเกชั่นวังมัจฉาให้ ทันใดเธอชนเข้ากับจุงเบ เขายืนยิ้มล้อจะหนีเที่ยวหรือ หญิงสาวอึกอัก เขาใช้สองนิ้วแตะปากตัวเองแล้วส่งจูบให้บอก จะไม่บอกใครแต่ให้รีบกลับ อย่าเมามาก เธอถอนใจโล่งอกยิ้มรับคำ
ด้านบัวบุหงาถูกขังที่สถานีตำรวจ หงุดหงิดที่โทร.หาเพื่อนไม่ได้สักคน...ส่วนแพรพิณต้องสะดุ้งเมื่อพรนางนางฟ้าส่งไลน์เข้ามา เธอรีบหาที่ซ่อนตัวเกรงหมอไทยจะตื่น แล้วเขาก็ตื่นขึ้นมาจริงๆ ลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ จึงรีบวิ่งไปหลบที่ระเบียงห้อง คิดว่าจะรอดกลับลำบากขึ้นไปอีก เมื่อสาวใช้มาเคาะประตูเรียกหมอไทยเพื่อบอกว่ามีโจรขึ้นบ้าน แล้วเอาเศษแจกันที่แตกให้เขาดู เขาจึงลงไปสำรวจข้างล่าง แพรพิณรีบส่งไลน์บอกเพื่อนๆให้มาช่วย
บัวบุหงาส่งรูปตัวเองอยู่ในห้องขังกลับมา ส่วนพรนางฟ้ารู้สถานการณ์ของเพื่อนจึงวางแผนทำทีมาขออนุญาตมาดูสถานที่เพราะเป็นฝ่ายจัดงาน ที่ต้องมาเช้าตรู่เพราะต้องไปทำงานต่อ แล้วช่วยวิเคราะห์จากหลักฐานแค่เศษแจกันแตก อาจเป็นแมวมากกว่าโจร แพรพิณใช้โอกาสนี้หนีออกมาได้สำเร็จ ส่วนบัวบุหงาได้พ่อเต่ามาช่วยประกันตัว
ooooooo
สามสาวนัดประชุมกันในตอนสาย เพื่อวางแผนล้มงานแซยิด แพรพิณวาดแปลนวังมัจฉา แต่มีเพียงชั้นล่างกับห้องหมอไทยเท่านั้นออกมาวางให้พรนางฟ้าส่ายหน้าแค่นี้จะทำอะไรได้ ว่าแล้วก็เอาแปลนทั้งวังออกมาวาง สองเพื่อนแปลกใจทำไมถึงมี
พรนางฟ้ายิ้มๆเฉลยว่า ขอมาจากหมอไทยเพราะตนเป็นฝ่ายจัดสถานที่จำต้องมีแปลน แพรพิณโวยทันทีแล้วให้ตนเสี่ยงชีวิตเข้าไปทำไม พรนางฟ้าสวนถ้าไม่เข้าไปจะรู้ไหมว่าหมอไทยอยู่ห้องไหน บัวบุหงาปรามให้หยุดเถียงกันแล้วหันมาวางแผน
พรนางฟ้ากลับเข้าบ้านทำทีไปวิ่งออกกำลังมา เห็นพาทีกับเควินกอดลูบหลังลูบไหล่กันก็ชะงักมองอย่างสงสัย พาทีหันมาเห็นเปรยว่าเควินมีปัญหานิดหน่อย แล้วบอกงานวันนี้ ให้เธอออกไปประชุมกับเขา มีบริษัทหนังจ้างบลูปรินซ์ไปแสดง เราต้องตรวจดูบทก่อน
มาถึงที่ประชุม พาทีกับพรนางฟ้าได้รับบทให้นั่งอ่าน ระหว่างนั้นเห็นพันธิตเดินมากับวทันยูแล้วกอดลากันอย่างสนิทสนม พรนางฟ้าตะลึงมอง ส่วนพาทีมีแววตาโกรธ จนเธอสงสัย
เสร็จการประชุม พาทีมีท่าทีตึงเครียดไม่พูดคุยอย่างเคยจนกลับถึงบ้าน พวกบลูปรินซ์กลับจากงานอัดรายการ เควินเล่ารายละเอียดให้ฟังว่าเรียบร้อยไม่มีปัญหา พรนางฟ้าสังเกตว่าสองคนนี้มีความสนิทสนมห่วงใยกัน...พาทีหันมาบอกว่าวันนี้หมดคิวงานของบลูปรินซ์ พรุ่งนี้เป็นวันหยุดพวกเขา ให้แองจี้พักได้ เธอจึงขอลาไปทำธุระ ไลออนแอบได้ยินยิ้มอย่างมีเลศนัย
รุ่งเช้าเป็นวันงาน ที่วังมัจฉามีอันนาและนภิสเป็นโต้โผดูแลความเรียบร้อย คุณหญิงย่าแอบดูอมยิ้มน้อยๆ หมอไทยเห็นเข้ามากระซิบถามพอใจหลานสะใภ้ใช่ไหม ท่านหญิงเชิดหน้าไม่ยอมรับ...เสียงนภิสตำหนิพวกแพรพิณที่ยังมาไม่ถึง อันนาคิดว่าเดี๋ยวคงมา
พรนางฟ้าสะพายกระเป๋าใบโตเดินลงมาข้างล่าง ทันใดไลออนโผล่พรวดออกมาให้ตกใจ เขาขอเธอไปด้วยอ้างไม่อยากอยู่บ้าน อยากออกไปพักผ่อนบ้าง หญิงสาวบอกตนต้องไปงานวันเกิดคุณหญิงนวลจันทร์ เขาอาสาไปเป็นเพื่อนจะไม่รบกวน เธอสบตาเขาแล้วใจอ่อน
ระหว่างนั่งมาในรถ ไลออนทำตัวอ้อนเป็นเด็กๆ จนพรนางฟ้าใจวาบหวิวเล็กน้อย พอมาถึงวังมัจฉา เขาขอนอนในรถสักพัก เธอจึงเอาเสื้อมีฮูดสวมใส่ให้เขา กำชับว่าต้องพรางตัว
ในช่วงเช้าเป็นการทำบุญเลี้ยงพระ หลังจากนั้นรองานเลี้ยงช่วงเย็น นภิสเรียกสามสาวประชุมแจกแจงงานแต่ละฝ่ายให้ดูแล โดยให้พรนางฟ้าเป็นพิธีกร บัวบุหงาคอยเก็บภาพบรรยากาศงาน ส่วนแพรพิณให้จัดคิวการแสดงหลังเวที สามสาวหน้าเจื่อนเพราะแผนพวกตนต้องล้มเหลว พรนางฟ้าตัดบทรับคำแล้วดึงเพื่อนๆมาวางแผนกันใหม่
ตกเย็นคุณหญิงย่ายืนรับแขกหน้างาน ไลออนเข้ามายืนข้างพรนางฟ้า เธอจึงเรียนท่านหญิงว่าเขาเป็นคนขับรถของตน พอดีมีสองคุณนายมาร่วมงาน แต่กลับนินทาเจ้าของงานต่อหน้า
“อุ๊ยคุณพี่ พวกเรามาแสดงความยินดีที่คุณพี่ทนอยู่มาได้ตั้ง 60 ปี อุ๊ยขำๆนะคะ”
“นั่นสิคะ แต่ก็ว่าไม่ได้นะคะคุณพี่ เขาว่ายิ่งแก่ยิ่งรวย ดูสิคะคุณพี่ใส่ซะจนไม่มีพื้นที่ว่างให้รูขุมขนเลย น้องนึกว่าตู้เพชรเคลื่อนที่ อุ๊ยขำๆนะคะขำๆ” สองคุณนายหัวร่อต่อกระซิกกัน
แพรพิณกับเพื่อนยืนอยู่ไม่ห่างได้ยิน แพรพิณทนไม่ไหวเอ่ยขึ้นว่า “โอ้โห...บัว แกตั้งกระบังซู้งสูง อย่างกะเนตวอลเลย์บอลเลยนะคะ”
“จริงด้วยแล้วดูสิ ใส่เพชรใส่พลอยเต็มตัว เห็นมาแต่ไกลคิดว่าร้านค้าสำเพ็งเคลื่อนที่” พรนางฟ้ารับมุก สองคุณนายโวยหาว่าด่าพวกเธอ
แพรพิณแก้ตัว “ใช่ที่ไหนล่ะคะ หนูว่าเพื่อนขำๆนะคะ แต่ถ้าใครอยากรับแทนก็รับไป เข้างานกันก่อนดีกว่าค่ะ อยู่แถวนี้นานๆมันร้อนอะ กระบังมันบังลม ขอตัวนะคะคุณหญิงย่า”
“อืมไปนั่งแถวๆโต๊ะฉันก็ได้นะ แถวนั้นน่ะเย็นสบาย ไม่ค่อยมีพวกอิจฉาตาร้อน”
สามสาวหัวเราะพรืด คุณหญิงย่าส่งยิ้มให้แพรพิณเป็นครั้งแรก ก่อนจะเดินไปรับแขกคนอื่น ทิ้งสองคุณนายยืนฮึดฮัดอยากกรี๊ดอยู่ตรงนั้น...พรนางฟ้ากำชับเพื่อนๆแผนเราเริ่มทุ่มครึ่ง ที่หน้าวังมัจฉา พ่อเต่า เจ๊โดม กุ๊กกิ๊ก ญี่ปุ่นและจิ๋วจิ๋วพากันเดินเข้างาน เพื่อมาช่วยสามสาว เสียงพร–นางฟ้าขึ้นกล่าวเปิดงานบนเวที คิวแรกของการแสดงคือการรำอวยพรของหมอไทยกับอันนา...ระหว่างนั้นไลออนสวมเสื้อคลุมฮูดบังหน้ายืนดื่มแถวบาร์ค็อกเทล จ้องมองแองจี้หรือพรนางฟ้าตาไม่กะพริบ
ลงจากเวทีมาพรนางฟ้ารีบบอกนภิสขอไปเข้าห้องน้ำ ชยุตจับตามองสามสาวอย่างสงสัย แพรพิณย่องมาทางหลังบ้านเพื่อหาทางขึ้นไปบนห้องหมอไทย แต่พอขึ้นอีกทางเธอก็งงจำไม่ได้ว่าห้องหมอไทยห้องไหน ทั้งสามใส่บลูทูธเพื่อติดต่อกัน แพรพิณเข้าห้องผิด
พรนางฟ้าได้ยินติงเพื่อนหันหน้าให้ถูกทิศก่อนแล้วจะรู้ว่าห้องเขาอยู่ทางไหน พอเข้ามาในห้องได้ แพรพิณแทบช็อกเมื่อเจอชยุตยืนรออยู่ เธอจะหนีแต่ถูกเขารวบตัวซักไซ้ อีกสองสาวได้ยินการสนทนาตกใจที่เพื่อนโดนจับได้ พยายามหาทางช่วย
เมื่อพิธีกรไม่มารับช่วงต่อจากหมอไทยกับอันนาที่รำเสร็จก็เกิดความวุ่นวาย นภิสกวักมือเรียกบัวบุหงามาถามหาพรนางฟ้า กลับโดนหงุดหงิดใส่ว่าเป็นเพราะพี่ที่รันคิวใหม่ทำให้รวนไปหมด นภิสงง บัวบุหงารู้สึกตัวรีบขอโทษแล้วแนะให้เอารายการถัดไปขึ้นมาก่อนโดยไม่รู้ว่าคิวต่อไปคือการให้คุณหญิงย่าขึ้นมากล่าวขอบคุณ เธอหน้าเจื่อนร้อนใจจะทำอย่างไรดี
บัวบุหงาเกรงคุณหญิงย่าจะประกาศตัวว่าที่หลานสะใภ้ จึงขอให้พ่อเต่าพาทีมขึ้นไปร้องเต้นทำนองเพลงโจ๊ะๆคั่นไว้ก่อน คุณหญิงย่าไม่พอใจ อันนาหน้าเสีย
ด้านแพรพิณแก้ตัวกับชยุตแต่ฟังไม่ขึ้น จึงถูกเขาปล้ำจูบจนช็อกยืนนิ่ง มาสะดุ้งรู้สึกตัวเมื่อพรนางฟ้าเคาะประตูเรียก ทั้งพรนางฟ้าและบัวบุหงาต่างได้ยินเสียงผ่านบลูทูธ พอจะเดาออกว่าเพื่อนกำลังเผชิญกับอะไร แอบหัวเราะคิกคัก พรนางฟ้าถอยออกมาให้ชยุตออกจากห้องหมอไทยก่อน แต่เขากลับลากตัวแพรพิณไปด้วย หลังจากนั้นพรนางฟ้าก็เข้าไปค้นในห้องหมอไทย
ทางหน้าเวที คุณหญิงย่าโกรธมากโทษอันนาทำให้งานตนพัง ไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆ ไลออนดื่มจนเมา เห็นคนมุงหน้าเวทีก็เบียดตัวขึ้นไปกล่าวอวยพรวันเกิด แล้วหันไปคว้าตัวหมอไทยมาจูบทันที ทุกคนตกตะลึง มีคนถ่ายคลิปไว้ได้ บัวบุหงากางแขนขวางห้ามถ่าย
พรนางฟ้าที่กำลังค้นห้องหมอไทย เจออุปกรณ์เซ็กซ์ทอยและเจลหล่อลื่นกับกางเกงในจีสตริงก็รวบไว้เป็นหลักฐาน พลันได้ยินเสียงเอะอะผ่านบลูทูธ ก็ตกใจรีบวิ่งกลับมาที่เวที ถลาเข้าไปดึงตัวไลออนออกมา ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วช่วยเปิดทางให้เธอพาไลออนหนีออกไปได้สำเร็จ
ระหว่างความวุ่นวาย สองคุณนายที่กระแนะกระแหน คุณหญิงนวลจันทร์หัวเราะชอบใจเพราะถ่ายคลิปไว้ได้ จะส่งแฉให้ฉาวกันไปเลย ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วพร้อมทั้งบัวบุหงาได้ยิน ต่างช่วยกันแกล้งชนสองคุณนายจนมือถือหล่นกระจายพังเสียหาย ไม่อาจกู้กลับมาได้
จากนั้นบัวบุหงาโทร.ถามพรนางฟ้าเป็นอย่างไรบ้าง เธอจึงให้ช่วยโทร.หาเควินเพื่อให้ทำอะไรบางอย่าง... ในคืนนั้นภาพไลออนจูบหมอไทยถูกแพร่ไปทั่วโลกโซเชียล ทุกคนที่เห็นต่างตะลึงงันที่ศิลปินของพวกเขาเป็นเกย์ ส่วนพรนางฟ้าจำต้องพาไลออนที่เมามายกลับมาคอนโด เพราะคิดว่านักข่าวคงรอที่หน้าบ้าน ปันปันกรี๊ดกร๊าดเมื่อเห็นไลออน ช่วยพี่สาวพาเขาเข้าห้อง
ooooooo
เช้าตรู่พาทีถูกกรณ์ประธานบริษัทจีพีเรคคอร์ดโทร.ปลุกเรื่องคลิปไลออน พาทีรีบเปิดข่าวในไอแพด เห็นภาพไลออนจูบกับผู้ชายก็ตกใจ พยายามติดต่อพรนางฟ้าแต่ไม่สำเร็จ
ในโลกโซเชียลมีทั้งให้กำลังใจไลออนว่าแค่คนหน้าเหมือน ทั้งต่อว่าด่าทอ ผิดหวังเสียใจ ในขณะที่ชลลัมภีร์ได้รับการติดต่อจากพรนางฟ้าให้ช่วยปิดข่าวไม่ให้แพร่ออกไปอีก ส่วนที่กระจายไปแล้วเธอต้องตามแก้ไขเอง ฉะนั้นในทีวีและหน้าหนังสือพิมพ์จึงไม่มีข่าวนี้
ขณะเดียวกันชลลัมภีร์เห็นเพจมุมสีดำของเจ้าชายสีน้ำเงิน...ที่นาเดียร์ชักชวน อนาสตาเซียกับลิเดียเข้ามาร่วมกันทำข่าวปลอมใส่ร้ายบลูปรินซ์ ช่วงนี้ไม่มีคนไลค์ อัพอะไรก็ไม่มีใครสนใจ เขายิ้มเจ้าเล่ห์คิดบางอย่างได้
ด้านพรนางฟ้าจะเช็ดตัวให้ไลออนที่ยังหลับ มือสั่นเมื่อปลดกระดุมเสื้อเขาเพื่อที่จะเช็ดตัว ทันใดเขาเกิดละเมอดึงเธอเข้ามากอดแนบอกแล้วหลับต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอดิ้นขลุกขลักๆแต่เขารัดแน่นขึ้น จึงยอมนอนนิ่งด้วยใจสั่นๆ
สักพักต้องสะดุ้งเมื่อพาทีโทร.เข้ามา เธอลุกพรวดจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ก่อนจะกดรับโทรศัพท์ เธอเล่ารายละเอียดให้พาทีฟัง สาเหตุที่ต้องพาไลออนมาที่คอนโด พาทีห่วงเรื่องข่าวมากกว่า หญิงสาวกลับบอกไม่ต้องห่วง ฝากเขาดูแลบลูปรินซ์ที่เหลือแทนตนไปก่อน
“เรื่องข่าวทีวีไม่ต้องห่วงนะคะ แองจี้ให้คุณลุงชลลัมภีร์ช่วยปิดข่าวให้แล้ว”
“เธอปิดโลกโซเชียลไม่ได้หรอก”
“คุณพาทีไม่ต้องห่วงนะคะ แองจี้เตรียมการทุกอย่างไว้หมดแล้ว” พรนางฟ้ามั่นใจมาก
ข่าวไลออนที่กลุ่มแฟนคลับตามดู รวมทั้งกลุ่มญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว ต้องตื่นตะลึงอีกครั้ง ที่เช้านี้เห็นไอจีของเควินลงรูปเมื่อคืนตอนห้าทุ่ม เป็นรูปไลออนนอนหลับพิงเบาะรถ แคปชั่นว่า...ดูสิ สิงห์น้อยหลับปุ๋ยเลย... แสดงให้เห็นว่าเมื่อคืนไลออนอยู่กับเควินในเวลาเกิดเหตุ ฉะนั้นภาพไลออนจูบผู้ชายจึงเป็นเพียงคนหน้าเหมือน
กลุ่มแฟนคลับที่รักไลออนพากันลงกดดันให้คนที่ด่าว่าไลออนจงลงขอโทษเขาด้วย นาเดียร์แทบกรี๊ดเมื่อข่าวพลิกล็อกไปแบบนี้ อนาสตาเซียกับลิเดียอยากขอถอนตัว แต่ก็โดนกล่อมจนถอนตัวไม่ได้ ทันใดชลลัมภีร์โทร.เข้ามา นาเดียร์รีบเปิดเสียงให้สองสาวฟังด้วย
“ผมแค่อยากถามว่า อยากร่วมมือกันทำให้บลูปรินซ์ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดตลอดไปไหม”
“เดี๋ยวนะคะ ได้ข่าวว่าหลานสาวของคุณเข้าไปเป็นผู้จัดการวงแทนฉันไม่ใช่เหรอ”
ชลลัมภีร์เผยความจริงว่าเป็นหลานปลอม แองจี้เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งของตนที่จะช่วยล้มบลูปรินซ์ ถ้าเธอร่วมมือจะได้ทั้งแก้แค้นและเงินค่าจ้าง นาเดียร์ยิ้มกริ่มไม่มีอะไรต้องเสีย
บ่ายวันนั้น ไลออนตื่นขึ้นมาเห็นแองจี้ถือข้าวต้มเข้ามาให้ เขาทำท่าอ้อนให้ป้อนแบบเด็กๆ พอเธอป้อนเขาก็ทำหน้าว่าร้อน เธอตกใจวางชามข้าวเอามือจับหน้าเขาปลอบอย่างห่วงใย เขายิ้มแฉ่งชอบใจจับมือเธอดึงเข้ามาใกล้ หญิงสาวใจสั่นหลบตาบอกเขาทำแบบนี้ไม่เหมาะสม
“งี้ก็หมายความว่า ถ้าเราเป็นแค่ไลออนธรรมดา เธอจะชอบเราได้ใช่ไหม” แองจี้เหวอ “ถ้างั้นเราจะอยู่ที่นี่ เราจะไม่กลับไปบ้านบลูปรินซ์อีกแล้ว”
แองจี้ติงว่าเขาทำตัวเป็นเด็ก ไลออนไม่พอใจที่ใครๆ ชอบหาว่าเป็นเด็กไม่น่าเชื่อถือ เธอจะป้อนข้าวเขาต่อ เขาต่อรองให้หอมแก้มก่อนแล้วจะกิน หญิงสาวหน้าแดงเขิน ระฆังช่วยเมื่อมีเสียงเคาะประตูขัดจังหวะ เสียงพาทีบอกให้เปิดประตู
พอประตูเปิด ปันปันเห็นซิกซ์แพ็กไลออนที่สวมเสื้อแต่ไม่ได้ติดกระดุมก็ตื่นเต้นจนเป็นลม พาทีประคองเธอไว้ทัน สั่งไลออนให้แต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วออกไปนั่งรอ เขากลับย้อนว่าขี้เกียจ แต่พอพาทีสวน “งั้นไม่ต้อง ไปอัดเพลงพรุ่งนี้ ถือว่าเพลงใหม่ไม่ต้องมีนายก็แล้วกัน”
ไลออนหน้าเสียจำต้องทำตามคำสั่งพาที แล้วพาที สั่งแองจี้ให้เช็ดตัวปันปัน ท่าทางตัวร้อนมีไข้ แล้วขอบคุณที่เธอช่วยจัดการข่าวไลออนให้ เธอแย็บถามไม่โกรธหรือ
“โกรธสิ แต่จะโกรธกว่านี้ถ้าเธอสองคนยังอยู่ที่นี่ต่อ”
พาทีบอกตนไล่นักข่าวไปจากหน้าบ้านหมดแล้ว เพื่อความสบายใจของเธอ หญิงสาวชะงักกับคำตอบของพาที
เผอิญกรณ์โทร.เข้ามาเรียกพาทีไปพบเดี๋ยวนี้ แองจี้รู้สึกผิดที่พาไลออนออกไปให้เกิดเหตุ แต่ด้วยหน้าที่จำต้องบอกพาทีให้พาไลออนกลับไปก่อน อ้างปันปันป่วยตนต้องอยู่ดูแลน้องแล้วจะตามกลับไป ไลออน ไม่ค่อยพอใจที่พาทีมาขัดจังหวะตนกับแองจี้
ที่จริงแล้วแองจี้หรือพรนางฟ้ากลัวพาทีกับไลออน จะเห็นถุงเจลหล่อลื่นที่เจอในห้องหมอไทยหล่นอยู่ในห้องเธอ จึงต้องการจะเก็บให้เรียบร้อยและสรุปงานกับเพื่อนๆก่อน
พาทีมาถึงตึกจีพีเรคคอร์ด เจออรนาฏสวมแว่นดำ ดักรออยู่ก็แปลกใจ เธอมาเพื่อสั่งให้เขาปฏิเสธการให้วงบลูปรินซ์เล่นหนังของพันธิต พาทีแย็บกลัวตนจะหลุดพูดอะไรกับน้อง...เอ่อ...พันธิตหรือ อรนาฏยิ่งโกรธ ขู่ถ้าทำอะไรลงไปเจอดีแน่ พาทียั่วกลัวแล้วอย่าขู่กันเลย
เฌอเบลล์แอบมองสองคนคุยกันท่าทางเครียดๆด้วยความสงสัยอยากรู้ พอพาทีเดินเข้ามาจึงรี่เข้าไปทักทายแย็บถามคุยกับใครอยู่จึงไม่กล้าเข้าไปทัก เขาไม่ตอบแถมเปลี่ยนเรื่องเธอรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ข้อมูล จึงบอกว่าอยากเริ่มทำเพลงกับเขาแล้ว พาทีบอกไม่ต้องใจร้อนตนไม่หนีไปไหน แล้วขอตัวไปพบท่านประธาน เธอดักคอว่าเรื่องข่าวบลูปรินซ์ใช่ไหม
เฌอเบลล์เสนอตัวเข้าไปด้วยเพื่อกรณ์จะได้ไม่กล้าโกรธมาก โดยมีข้อแลกเปลี่ยนให้เลี้ยงข้าวเย็น พาทีครุ่นคิดสักพักจึงยอม
บ่ายวันนั้นที่กองถ่าย พันธิตเห็นคลิปไม่ได้สนใจว่าใครจูบใครกลับหัวเราะขำคนที่กางแขนตะโกนห้ามใครถ่ายรูปมากกว่า บัวบุหงาเดินมาเห็นโวยวายให้เขาปิด แต่เขากลับล้อจนเธออายยื้อแย่งมือถือ เจ๊โดมยืนมองแซวดังๆว่าหยอกล้อกันมุ้งมิ้งน่าเอ็นดู...วทันยูถือถุง อาหารเข้ามาเต็มมือ ร้องบอกทุกคนให้มาทาน บัวบุหงา ถือโอกาสเดินหนี พันธิตตามเธอไปถามทำไมต้องหลบหน้า ตนทำอะไรผิด วันก่อนเรายังสนุกด้วยกันอยู่เลย
“สนุก...ใช่สิ คุณมันก็คิดได้แค่นี้แหละ ความสนุกที่เกิดจากความรู้สึกของฉัน เอาเป็นว่าคุณเลิกยุ่งกับฉันเหอะ ฉันเริ่มไม่สนุกที่จะอยู่ข้างๆคุณแล้ว”
“เฮ้ย ไม่เอาดิ คุณต้องบอกผมมาก่อนว่าคุณเป็นอะไร ผมไปทำอะไรให้คุณไม่สบายใจ”
บัวบุหงาไม่ตอบขอตัวเดินหนีไปดื้อๆ พันธิตยืนงง ไม่เข้าใจว่านั่นคือความในใจของเธอ พอดีพรนางฟ้าโทร. ตามบัวบุหงาไปประชุม เธอจึงบอกลางานกับเจ๊โดมแล้วผลุนผลันออกไป
สามสาวเจอกันร้านอาหารเจ้าประจำ แพรพิณมาในสภาพชุดคืนวันงานแซยิด พรนางฟ้ากับบัวบุหงา แปลกใจซักไซ้ สรุปชยุตไม่ได้เป็นเกย์ใช่ไหม แพรพิณ ตอบไม่ถูกบอกแค่ว่าไม่ได้มีอะไรกัน เขาแค่พยายามบังคับให้ตนสารภาพว่าเข้าไปค้นอะไรในห้องหมอไทย และทำไมถึงกีดกันไม่ให้หมอไทยเป็นแฟนกับอันนา พอเธอบอกว่าเขากับหมอไทยเป็นคู่เกย์กันมาหลอกอันนา จึงโดนเขาจูบจนเธอร้องไห้ เขาจึงอ่อนโยนลงและปลอบจนเธอรู้สึกวาบหวิว
“วู้ว...คุณป้าแพรพิณของเรามีรักที่ร้อนแรงเซ็กซี่สิ้นดี” พรนางฟ้าแซว
“ทีนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วสิว่าคุณชยุตไม่ได้เป็นเกย์ ยังงี้หมอไทยก็ไม่ได้เป็นเกย์ด้วยใช่ไหม”
แต่พรนางฟ้ามีหลักฐานมาแย้งคำพูดของบัวบุหงา ว่าผู้ชายดีๆจะมีของแบบนี้เพื่ออะไร สองสาวอึ้งเรื่องหมอไทยเป็นเกย์ยังไม่ตกไป แม้คำพูดของชยุตยังก้องในหูแพรพิณให้สับสน
“เล่นเป็นนักสืบ แล้วก็หาเรื่องที่คิดเอง พูดเองมาใส่ร้ายให้คนรักกันเขาเลิกกัน ถามจริงๆคุณตัดสินคนจากแค่ของที่คุณเห็น หลักฐานที่คุณเจอเหรอ”...
พรนางฟ้าลุกมาเข้าห้องน้ำ ชนเข้ากับพาทีโดยบังเอิญ เธอรีบแก้ตัวว่าออกมาซื้อข้าวไปให้ปันปัน และก็ถือโอกาสทานข้าวกับเพื่อนๆ พาทีไม่ติดใจเท่าไหร่ กลับขอให้เธอช่วยให้หลุดจากเฌอเบลล์ที...พอพาทีกลับมาที่โต๊ะเฌอเบลล์ เธอชวนเขาไปหาร้านดื่มต่อ เขาอึกอัก ทันใดพรนางฟ้ากับเพื่อนโผล่เข้ามาทักทาย แล้วแพรพิณก็เกิดอาการแพ้อาหารหายใจไม่ออกพาทีจึงต้องช่วยอุ้มพาส่งโรงพยาบาล เฌอเบลล์เจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้
ooooooo
เช้าวันใหม่ บัวบุหงามาที่กองถ่าย พันธิตเห็นเธอมึนตึงจึงอยากรู้ว่าเป็นอะไร พอดีทีมงานมารายงานว่าฝ่ายอาร์ตท้องเสียตามๆกัน เพราะกินส้มตำของวทันยู พี่คิดผู้กำกับบอกคงต้องยกกอง พันธิตตัดสินใจออกไปหาซื้อของมาทำพร็อพแทน โดยให้บัวบุหงากับวทันยูไปช่วย
ขณะถือของกันพะรุงพะรัง พันธิตโดนกระชากกระเป๋า เขาโกรธวิ่งไล่กวดคนร้าย บัวบุหงาเป็นห่วงจึงทิ้งของให้วทันยูทั้งหมด แล้ววิ่งตามไป พันธิตต่อสู้กับคนร้ายโดนมีดปาดแขนเลือดซึม บัวบุหงากระโจนเข้ามาทุ่มคนร้ายล้มไม่เป็นท่า คนร้ายวิ่งหนีทิ้งกระเป๋าไว้ พันธิตตะลึงกับความเก่งกล้าของเธอ ไม่ทันไรคนร้ายกลับมาพร้อมพวกอีกหกคน พันธิตรีบดึงบัวบุหงาวิ่งหนี จนเขาอ่อนแรงเจ็บแผลดันให้เธอหนีไปก่อนแต่เธอไม่ยอม พยายามดึงเขาวิ่งไปด้วยกัน
โจรคนหนึ่งยิงปืนขึ้นฟ้าขู่ให้ทั้งสองหยุดหนี แต่พันธิตก็หาทางพาบัวบุหงาหนีอีก โชคดีที่เจอตำรวจสายตรวจขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา พวกโจรจึงพากันหนีเตลิด บัวบุหงาจะพาพันธิตไปทำแผลที่โรงพยาบาล แต่เขา ไม่ยอมไป เธอตัดสินใจซื้อยาฆ่าเชื้อและปลาสเตอร์มาทำแผลให้เขา และแกล้งทำรุนแรงจนเขาทนไม่ไหวต้องทำแผลเอง วทันยูตามมาถึงถลาเข้าแทรกกลางช่วยทำแผลให้เพื่อนในทันที บัวบุหงามองอึ้งๆ ยิ่งมั่นใจว่าสองคนเป็นคู่เกย์กัน
พี่คิดโทร.มาตาม วทันยูจึงต้องรีบเอาของกลับไปกองถ่ายก่อน ให้พันธิตกับบัวบุหงาไปซื้อดอกไม้ที่ใช้เข้าฉากเพิ่ม หญิงสาวอิดออดไม่อยากอยู่กับพันธิต พอถึงปากคลองตลาดจึงทำเป็นไม่ค่อยสบายขอตัวกลับ แต่พันธิตไม่ยอมกระชากตัวเธอกลับมา แทนที่จะล้มเข้ามาในอ้อมกอด กลายเป็นหงายล้มก้นจ้ำเบ้า เขาตกใจเป็นห่วงแต่อดกวนประสาทไม่ได้
“เธอนี่ซุ่มซ่ามไม่ระวังเล้ย จะให้ฉันห่วงเธอไปถึงไหน ฮะ”
บัวบุหงาเหมือนจะเคลิ้มกับความห่วงใยของเขาต้องหน้างอด้วยความโกรธแทน พันธิตแอบซื้อดอกกุหลาบสีโอลด์โรสให้เธอดอกหนึ่ง โดยไม่พูดอะไรหวานๆ หญิงสาวไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง พาลจะทิ้งดอกไม้แต่ก็ลังเล สุดท้ายเก็บใส่กระเป๋าไว้ทำเป็นไม่สนใจ
กลับมาถึงกองถ่าย ทั้งพี่คิดและเจ๊โดมต่างสงสัยในท่าทีของพันธิตกับบัวบุหงา จึงแกล้งล้อจนหญิงสาวอาย กระทั่งเลิกกอง พี่คิดกล่าวขอบคุณพันธิต บัวบุหงาและวทันยู ที่ทำให้งานวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี วทันยูเข้าไปกอดพันธิต บัวบุหงามองอึ้งๆยกกล้องขึ้นบันทึกภาพไว้
พันธิตพาทีมงานมากินข้าวต้มโต้รุ่ง รวมทั้งบัวบุหงาและเจ๊โดมด้วย ทุกคนฟังเรื่องร้ายที่พันธิตกับบัวบุหงาไปประสบมา วทันยูแกล้งโกรธหาว่าทั้งสองทิ้งเขาให้หอบของพะรุงพะรังเดินตามหาอย่างเป็นห่วง พันธิตแกล้งเข้าไปกราบแนบอกเพื่อน ทุกคนหัวเราะครืน ยกเว้นบัวบุหงาที่รู้สึกเจ็บจี๊ดในใจ เหลือบมองดอกกุหลาบใน กระเป๋าตัวเอง เจ๊โดมสังเกตเห็นเงียบๆ
หลังกินกันเสร็จ วทันยูกลับรถพี่คิด พันธิตจะไปส่งบัวบุหงา แต่เธอปฏิเสธ เจ๊โดมช่วยพูดว่าขี่มอเตอร์ไซค์กลับค่ำมืดมันอันตราย ให้กลับรถพันธิต ตนจะเอารถกลับให้เอง
ระหว่างนั่งมาในรถ พันธิตมองดอกไม้ในกระเป๋าบัวบุหงาแล้วเอ่ยถามเธอไม่ชอบดอกไม้หรือเห็นอยากจะทิ้ง วันนี้ถ้าตนทำอะไรให้โกรธก็ขอโทษด้วย หญิงสาวตอบนิ่งๆ
“ฉันจะไปโกรธอะไรนายได้ นายช่วยชีวิตฉันจากพวกโจรนี่”
“ช่วยก็ส่วนช่วย โกรธก็ส่วนโกรธ มันหักลบกันไม่ได้หรอก ถึงฉันจะไม่รู้ว่าเธอโกรธฉันเรื่องอะไรก็เถอะนะ”
บัวบุหงาพยายามข่มใจไม่คิดถึงเรื่องวทันยูกับเขา กล่าวขอบคุณสำหรับวันนี้ พันธิตแกล้งไม่ได้ยินให้พูดดังๆ เธอจึงตะโกนข้างหูดังลั่น เขาโวยเดี๋ยวแผลเปิดพอดี ผู้หญิงอะไรเสียงอย่างกับผู้ชาย หญิงสาวโกรธตีแขนเขา เพียะ เขาร้องลั่นเพราะโดนแผล เธอตกใจหน้าเสียรีบเปิดแขนเสื้อเขาดูแผล พันธิตเห็นใบหน้าหญิงสาวอยู่ใกล้ชิด ก็โน้มหน้าจะจูบ เธอสบตาเขาใจเต้นรัว
ooooooo
ข่าวไลออนเงียบลง ทุกคนสบายใจ ในวันหยุดจึงสนุกครึกครื้น พาทีรู้สึกคิดถึงแองจี้ ทำทีโทร.ไปต่อว่าเมื่อไหร่จะกลับ เธออ้างว่าน้องยังไม่หายป่วย และเห็นว่าบลูปรินซ์ยังได้หยุดอีกสองวัน พาทีอยากหาเรื่องคุยด้วยนานๆ แต่คิดไม่ออก จึงสั่งไปว่าพรุ่งนี้ให้กลับ มีงานด่วน
ด้านพันธิตโดนอรนาฏต่อว่า เกิดเรื่องร้ายไม่เล่าให้ฟัง ต้องไปรู้จากคนอื่น ทีหลังถ้าโจรอยากได้อะไรก็ให้มันไปอย่าเอาชีวิตไปเสี่ยง พันธิตรู้ว่าแม่เป็นห่วงแต่อดกวนกลับไม่ได้ ยิ่งพอแม่ว่าไปถึงบัวบุหงาเป็นผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้า จะไปเจ็บตัวแทนทำไม เขาหน้าตึงทันที
“ทำไมคุณชอบดูถูกคนอื่นอย่างนี้ล่ะครับ ถึงเขาจะเป็นลูกเต้าเหล่าใครมันสำคัญด้วยเหรอ ถ้าไม่ได้ผู้หญิงคนนั้นช่วยไว้ ผมคงโดนกระทืบตายไปแล้วด้วยซ้ำ”
“ฉันก็แค่ไม่อยากให้แกไปคว้าผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนมาทำเมียก็เท่านั้น”
“เฮ้อ...พอผมอยู่กับผู้ชายคุณก็คิดว่าผมเป็นเกย์ พอผมไปอยู่กับผู้หญิงคุณก็ไม่พอใจอีก ตกลงจะเอายังไงกับผมกันแน่” พันธิตส่ายหน้าเดินหนี ปล่อยให้อรนาฏยืนไม่สบายใจต่อไป
ส่วนหมอไทยเคืองคุณหญิงย่าที่ไล่อันนาเมื่อคืนวันงาน จึงไม่พูดคุยกับท่าน ทำให้ท่านยิ่งไม่พอใจหาว่าเห็นผู้หญิงอื่นดีกว่าย่าที่เลี้ยงเขามาแต่เล็กแต่น้อย...
หมอไทยกลัดกลุ้มเพราะอันนาไม่ยอมให้พบ ไม่ยอมรับสาย ชยุตปลอบใจแล้วเล่าถึงกลุ่มจีสแกนของสามสาวที่สืบว่าพวกเราเป็นเกย์ วันงานสามสาวแอบเข้าไปค้นห้องหาหลักฐาน...ชยุตเล่าถึงวันที่เขาพาตัวแพรพิณออกมาจากงาน เธอหลับในรถ เขาจึงแอบเอามือถือเธอมากดดูไลน์สนทนาจนได้รู้แผนการ
อันนายังเสียใจที่โดนคุณหญิงย่าไล่ และที่ไลออนดึงหมอไทยไปจูบ แพรพิณย้ำตนเตือนแล้วว่าหมอไทยเป็นเกย์ แถมเปิดรูปหลักฐานที่ค้นเจอในห้องเขาให้ดู อันนาช็อกทรุดนั่ง
ทางด้านกองถ่าย บัวบุหงาเดินถ่ายภาพเบื้องหลังตามปกติ แต่ก็คอยเลี่ยงเผชิญหน้าพันธิต เจ๊โดมสังเกตเห็นทนไม่ไหว ดึงหลานสาวมาซักถามหน้าห้องน้ำ ว่าเมื่อคืนไปกินกันมาหรือเปล่า บัวบุหงาปฏิเสธเขินๆ เล่าเหตุการณ์เมื่อคืนในรถให้ฟัง
เมื่อพันธิตยื่นหน้ามาจะจูบ บัวบุหงาชิงเปิดประตูลงจากรถมายืนกอดกระเป๋าปิดหน้าอกไว้ พันธิตขำหาว่าทำเหมือนนางเอกในละคร หญิงสาวเขินขู่ถ้าเขาเข้ามาใกล้จะฆ่าเขา พันธิตยิ่งหัวเราะก๊าก สัญญาจะไม่ทำอะไร ให้เธอกลับมาขึ้นรถแล้วพาไปส่งบ้าน
เจ๊โดมฟังแล้วเอามือตบหน้าผากตัวเอง “โอ๊ยชีวิตกะเทยมีผัวผัวก็หลอก มีหลานหลานก็ง่าวจ๊าดนัก ผู้ชายมาให้กินถึงที่ยังปล่อยให้หลุดมือ แกเกิดจะบ้าหวงตัวขึ้นมาอะไรตอนนี้นังบัว”
“อ้าว ก็เจ๊กับพ่อเต่านั่นแหละที่สอนให้ฉันรักนวลสงวนตัว ตอนแรกก็เคลิ้มๆ แต่สักพักเห็นหน้าเจ๊กับพ่อเต่าลอยมา สะดุ้งโหยง หนีออกมานอกรถนั่นแหละ”
เจ๊โดมควักยาดมมาสูดเต็มแรง “คุณพระคุณเจ้าช่วย กูควรดีใจใช่ไหมที่หลานมันเห็นหน้ากูตอนจะจูบกับผู้ชายแล้วสะดุ้งหนีออกมาเนี่ย...จริงๆเลยนังบัว แล้วงี้คุณพันธิตเขาไม่หัวเราะแกตายเรอะ”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะเจ๊ ฉันจะเข้าหน้าเขาต่อไปได้ยังไงก็ยังไม่รู้เลย”
ฉับพลันได้ยินเสียงกดชักโครกดังขึ้นแล้วตามด้วยพันธิตเดินออกจากห้องน้ำ หันมายักคิ้วล้อเชิงว่าได้ยินหมดแล้วก่อนจะเดินไป เจ๊โดมตาโพลงสูดดมยาหนักขึ้น บัวบุหงาทรุดฮวบเรียกหายาดมอีกคน หน้าแหกอีกครั้งไม่รู้จะทำอย่างไร เจ๊โดมบอกถ้าเป็นตนคงลาออกหนีอาย
ooooooo
เย็นวันนั้น บัวบุหงามาคร่ำครวญกับเพื่อนๆ ว่าตนอายแทบแทรกแผ่นดิน ไม่รู้จะมีหน้าไปสู้กับพันธิตอย่างไร ส่วนแพรพิณก็ซึมกระทืออย่างเห็นได้ชัด พรนางฟ้าจำต้องเตือนสติเพื่อนๆ อย่าลืมว่าเราเป็นนักสืบ มีหน้าที่หาความจริง อย่าเผลอใจหลงรักเหยื่อของตัวเอง
ระหว่างนั่งรอเพื่อนเล่นฟิตเนส บัวบุหงาอ่านไลน์ กลุ่มกองถ่ายทะเลลาเวนเดอร์ พี่คิดคุยกับพันธิตและวทันยู ว่าทางบลูปรินซ์ปฏิเสธไม่รับงานเพราะติดซ้อมเล่นคอนเสิร์ต และที่สำคัญทางนั้นไม่อยากให้มีข่าวบลูปรินซ์เป็นเกย์ออกมาอีก ดูท่าพันธิตจะโกรธและผิดหวังมาก
บัวบุหงาไม่อยากให้พันธิตผิดหวังเสียใจกับงานที่เขาตั้งใจทำ จึงขอร้องพรนางฟ้าช่วยเคลียร์คิวบลูปรินซ์ ให้มีเวลาแสดงหนังของพันธิต พรนางฟ้าหนักใจครุ่นคิด
สุดท้ายพรนางฟ้าก็ต้องช่วยเพื่อน จัดแจงโทร.ไปขอเลื่อนคิวของบลูปรินซ์ให้ว่างทั้งเดือนเพื่อสะดวกในการแสดงหนัง...พอพาทีเห็นคิวงานเว้นว่างยาวนานก็แปลกใจโทร.ไปถามแองจี้ พรนางฟ้าหรือในนามแองจี้พยายามอธิบายสุดฤทธิ์ อ้างข้อดีต่างๆ ว่าบลูปรินซ์ควรแสดงหนังทะเลลาเวนเดอร์ เพราะช่วงเวลาฉายตรงกับเวลาที่ออกซิงเกิ้ลใหม่ ถือเป็นการโปรโมต
พาทีหวั่นข่าวคู่เกย์จะออกมาอีก เขาอุตส่าห์สร้างภาพลักษณ์บลูปรินซ์มาอย่างดี แองจี้สาธยายว่าเธอได้ดูในทวิตเตอร์แล้ว แฟนคลับของบลูปรินซ์ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ แต่กลับชื่นชอบเวลาที่มีรูปคู่ของศิลปินของพวกเขา ไม่มีอะไรที่ออกมาเป็นกระแสลบเลย กลับจะทำให้ดังขึ้น พาทีเปิดทวิตเตอร์อ่าน เห็นจริงอย่างที่แองจี้พูด แต่แอบเครียดต้องเจอปัญหากับอรนาฏเป็นแน่
พาทีวางสายเดินมาเห็นเควินกำลังอ่านนิตยสารบทสัมภาษณ์อรนาฏ จึงเข้าไปดึงหนังสือออกมา ย้ำอย่าไปสนใจพวกดาราสร้างภาพ เควินบอกถ้าเราร่วมงานทะเลลาเวนเดอร์ คงได้เจอเธอ ตนปลื้มเธอมาก พาทีกลับบอกว่าอย่าเจอกันเลยดีกว่า เควินจ๋อย พาทีสงสารปลอบใจว่า อาจจะเจอกันวันเปิดกล้อง เท่านั้นเควินก็ยิ้มหน้าบานวิ่งกลับไปซ้อมเต้นต่อ
พาทียอมโทร.ไปบอกพันธิตว่ายินดีรับงาน เขาดีใจมาก บัวบุหงาเห็นความดีใจของพันธิตแล้วยกกล้องมาเก็บภาพไว้ด้วยความดีใจไปด้วย...จากนั้นเธอก็มานั่งดูภาพ พันธิตผ่านมาเห็นเธอดูรูปเขาก็หยอกเย้า หยิกแก้มเธออย่างเอ็นดู แล้วแท็กเข้ามาในไอจีบัวบุหงา พอเธอเปิดดู เห็นภาพกล้องตัวเองเป็นภาพขาวดำ มีแคปชั่นว่า “กล้องรุ่นที่เราไม่เคยคิดว่ามันดี พอลองได้สัมผัสได้ลองใช้ดูจริงๆ มันอาจเป็นกล้องที่ดีที่สุดที่เราเคยมีก็ได้”
บัวบุหงาเห็นแล้วหนักใจ...ด้านอรนาฏเห็นอินสตาแกรมของลูกชาย ลงรูปกล้องและแคปชั่นนี้ ก็ไลน์หาบัวบุหงาเพื่อตอกย้ำ “ฉันเห็นโพสต์แล้ว เธอเก่งมาก ใช้ความสนิทของเธอกันผู้ชายออกไปจากชีวิตลูกฉันได้ ขอบใจจริงๆ”
หนุ่มๆบลูปรินซ์ลงคลิปให้เหล่าแฟนคลับรู้ว่าจะได้เจอพวกเขาเล่นภาพยนตร์เร็วๆนี้ คิวถ่ายเริ่มอาทิตย์หน้า ...ต้อยกับติ่งหัวโจกรีบแจ้งพรรคพวกเตรียมอุปกรณ์และวางแผนตามเชียร์
ooooooo
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ (thairath.co.th)
«
Reply #3 on:
24 October 2026, 20:59:29 »
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep5/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 5
ชลลัมภีร์เห็นข่าวบลูปรินซ์ร่วมเล่นหนังทะเลลาเวนเดอร์ ก็เข่นเขี้ยวไม่พอใจ
“มีความสุขกันจังเลยนะ เตรียมตัวลงนรกกันแล้วยัง ฉันเป็นห่วงแกจริงๆ...พาที” ว่าแล้วก็โทร.หานาเดียร์ ให้เตรียมตัวไว้ได้เลย หญิงสาวรับคำอย่างสะใจ
พรนางฟ้าขับรถจะถึงบ้านบลูปรินซ์ จู่ๆไลออนวิ่งมาขวางหน้ารถ ชวนออกไปเที่ยวก่อนจะต้องทำงานยาว หญิงสาวลังเลแต่ก็ใจอ่อนกับความออดอ้อนของเขา ไลออนขับรถเธอด้วยท่าทางแจ่มใสมาที่สวนสัตว์ดุสิต ที่นี่แฟนคลับไม่ค่อยมี เขาสามารถเดินเที่ยวได้อย่างสบาย
ไลออนชี้ชวนให้ดูสัตว์และถ่ายรูปเล่นกับสัตว์อย่างสนุกสนาน พร้อมกับเปรยว่า “แองจี้รู้ไหมว่าเราทุกคนควรจะมาเที่ยวสวนสัตว์บ่อยๆเลย เพราะสัตว์พวกนี้นอกจากจะต้องถูกพรากมาไกลจากบ้านแล้ว มันยังต้องอยู่ในกรงอีก ดังนั้นพวกมันเลยต้องการความรักมากน่ะ”
“ต้องการความรักเหรอ”
“อือ คนเราถ้าไม่ให้ความรักคนอื่นบ้าง ชีวิตก็อึดอัดแย่สิแองจี้...จะคนหรือสัตว์ถ้าเราจะให้ความรักซะอย่าง ก็ไม่เห็นต้องคิดมากนิ ใช่มะ” ไลออนยิ้มหล่อจนแองจี้พลอยยิ้มไปด้วย
แต่พอเห็นสิงโตในกรง ไลออนกลับรู้สึกว่ามันหมดสง่าเมื่อถูกขัง มันไม่มีทางชินกับการกักขังไปได้ พรนางฟ้ารู้สึกได้ว่าเขาเครียดกับการงานที่ต้องรับผิดชอบ แล้วเขาก็เล่าว่า แม่มักจะพาเขามาเที่ยวที่นี่บ่อยๆ แม่สัญญาจะพาเขามาอีก แต่แล้วแม่ก็ตายจากไป เขาจึงมีความคิดว่า
“เราอยากไปไหนก็ไป ทำอะไรก็ทำ อยู่กับใครก็อยู่ เราอยากทำอะไรตามใจตัวเองได้บ้าง”
พรนางฟ้ากุมมือปลอบใจ “ชีวิตนายโชคดีกว่าคนอื่นแล้วนะ มีตั้งกี่คนที่อยากมายืนตรงจุดที่นายยืน เป็นในสิ่งที่นายเป็น”
ไลออนส่ายหัวบ่นว่า เธอไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้เลยจริงๆ แล้วเขาก็เอนหัวมาซบไหล่เธออย่างเศร้าๆ เธอจึงลูบแขนลูบไหล่ปลอบใจ
กลับมาถึงบ้าน ไลออนฝากสร้อยรูปสิงโตที่แม่ให้แก่แองจี้ บอกเธอว่ามันแทนความรักความอิสระ ความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง หญิงสาวไม่อยากรับไว้ แต่เขาก็ยื้อสวมลงที่คอเธอแล้วจูงมือเธอเข้าบ้าน พอทุกคนเห็นแองจี้กลับมาก็ดีใจ พาทีแอบยิ้ม แต่พอเห็นไลออนเดินตามเข้ามาก็รู้สึกหึง ทำทีสั่งทุกคนเตรียมตัวฝึกซ้อม
เสียงไลน์คฑาดังขึ้น เขาแยกตัวออกมากดอ่าน เห็นสติกเกอร์การ์ตูน LISA พร้อมข้อความว่าอยากคุยด้วย #อยากเจอจริงๆ #อ่านแล้วทำไมไม่ตอบ...คฑาถอนใจกดปิดไลน์ไม่สนใจ
พรนางฟ้าหาโอกาสกล่าวขอโทษพาทีอย่างเป็นทางการ เขากลับบอกว่าเขาต่างหากที่ต้องขอบใจเธอ บางทีการเข้ามาอยู่ที่นี่ของเธออาจช่วยให้บลูปรินซ์ไปถึงจุดที่เราไปไม่เคยถึงมาก่อน
“หืม นี่คุณชมฉันจริงๆใช่ไหม ฉันไม่ได้หูฝาดใช่ไหม โอย ตายแล้วใจเต้นแรงมาก โอย” พรนางฟ้าทำท่าหายใจไม่ออก พาทีขำก่อนจะสังเกตเห็นสร้อยสิงโตที่คอเธอ เสเปลี่ยนเรื่อง
“ทีหลังมีอะไรก็บอกกันตรงๆเลยก็ได้ ถ้าเธอมีเหตุผล ฉันก็เข้าใจ”
“โอ๊ย พอแล้วค่ะคุณพาที อย่าพูดดีทำดีกับฉันเกินไป โอ๊ย รับมือไม่ถูก โอ๊ย...”
พาทียิ่งขำเอามือขยี้หัวเธออย่างหมั่นไส้ สี่หนุ่มหันมามองสองคนเล่นกัน หญิงสาวเขินผละเดินไปรวมกลุ่มกับพวกเขา พาทีตามมากำชับ อย่าให้มีเรื่องอะไรอีกจะถูกลงโทษ ตอนนี้ตนเปลี่ยนรหัสไวไฟในบ้านและจัดการตัดเน็ตจากมือถือทุกคนหมด สี่หนุ่มโอดโอยแต่ก็ไม่โกรธ
“ส่วนเธอนะแองจี้ เตรียมทำงานแบบไม่ได้หลับไม่ได้นอน ไม่ลืมหูลืมตา ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันเลย โทษฐานที่อู้งาน” พาทีย้ำขึงขังก่อนจะเดินออกไป
พรนางฟ้าหันมาถามสี่หนุ่มว่าปกติพาทีอารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้หรือ ทุกคนพยักหน้ารับ
วันต่อมา พาทีกับแองจี้หรือพรนางฟ้าทำงานอย่างหนัก ไปพบลูกค้า ประชุมงาน แล้วยังต้องมาจ่ายของในซุปเปอร์มาร์เกตเพื่อไว้ทำของกินให้สี่หนุ่ม พาทีจาระไนว่าใครชอบกินอะไรแบบไหน แองจี้เดินตามจดข้อมูลพร้อมกับเข็นรถเข็นตามอย่างหัวปั่น
หลังซื้อของเสร็จ พาทีพาแองจี้มาทานอาหารที่ร้าน แจกแจงงานเป็นอย่างๆให้เธอฟังไปด้วย เธอแปลกใจทำไมต้องมาคุยที่นี่ เขาให้เหตุผลว่าคนไม่เยอะไม่วุ่นวายและกำชับหนักหนาระหว่างรอวันแถลงข่าว อย่าให้มีข่าวเสียหายเกิดขึ้นอีก หญิงสาวรู้เลยว่างานข้างหน้าหนักจริง เมื่อมีเวลาจึงรีบกินๆๆอย่างที่พาทีทำ ทั้งสองไม่รู้ว่าถูกนาเดียร์แอบถ่ายภาพไว้
จากนั้นพาทีแยกมาที่ตึกจีพีเรคคอร์ด เจออรนาฏดักรอต่อว่าเรื่องที่ให้บลูปรินซ์เล่นหนังของพันธิต เฌอเบลล์เห็นสองคนคุยเครียด จึงย่องไปแอบฟัง ได้ยินพาทีพูดใส่อรนาฏ
“อย่าหาว่าผมสอนเลยนะครับ คุณน้าควรจะหัดแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานให้ได้นะครับ จะว่าไปจริงๆ แล้วคุณน้าก็เคยทำมาก่อนอยู่แล้วนี่ครับ ที่เลือกงานมากกว่าเรื่องส่วนตัว”
อรนาฏโกรธไม่ทันโวยกลับ ได้ยินเสียงแม่บ้านทักเฌอเบลล์ ทั้งสองสะดุ้ง พาทีให้อรนาฏออกไปทางบันไดหนีไฟไปเข้าชั้นอื่น ส่วนตัวเขาเดินออกมาเจอกับเฌอเบลล์ เธออึกอักๆอ้างเดินหลงทาง ขอตัวกลับไปซ้อมร้องเพลงต่อ พาทีกังวลว่าเธอได้ยินอะไรบ้าง
ooooooo
บัวบุหงานอนไม่หลับ เดินถือดอกกุหลาบที่พันธิตซื้อให้ ครุ่นคิดถึงความรู้สึกเวลาที่อยู่ใกล้ชิดกับเขา อยากสลัดความรู้สึกนั้นทิ้ง เธอหยิบสมุดจดงานออกมาสอดใส่ดอกไม้นั้นไว้
ด้านแพรพิณนอนไม่หลับเช่นกัน คิดถึงคำพูดของชยุต ที่ให้ตนเลิกเล่นละครตบตา อย่าคิดว่าฉลาดฝ่ายเดียว ทำเป็นนักสืบหาเรื่องที่คิดเองมาพูดใส่ร้ายให้คนรักกันต้องเลิกกัน ทำไมถึงตัดสินคนจากแค่หลักฐานที่เจอ...แพรพิณสะเทือนใจไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองอย่างไร
ทางพรนางฟ้า ล็อกประตูห้องนอนอย่างแน่นหนา เอาหลักฐานที่แต่ละคนหามาได้วางเป็นสามกอง กองแรกเป็นของบัวบุหงา เป็นรูปถ่ายพันธิตกับวทันยูที่ใกล้ชิดกันเกินเพื่อนหลายรูป มีตุ๊กตาควายเป็นสัญลักษณ์
พรนางฟ้าพึมพำขอให้เพื่อนเข้มแข็งไว้อย่ายกหัวใจให้เขา...กองที่สองเป็นของแพรพิณ มีตุ๊กตากระต่ายเป็นสัญลักษณ์ มีของเซ็กซ์ทอยและเจลหล่อลื่นที่เพิ่งได้จากห้องหมอไทย และภาพถ่ายหลายภาพที่เกี่ยวข้องกับหมอไทยและชยุต มากพอที่จะฟันธง
อีกนิดเดียวก็จะปิดคดีชยุตกับหมอไทยได้ แต่อีกความรู้สึก พรนางฟ้าคิดถึงสายตาที่หมอไทยมองอันนา ภาพหมอไทยตามง้ออันนา มันทำให้ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะเป็นเกย์...กองสุดท้ายมีตุ๊กตาแพะเป็นสัญลักษณ์เป็นของเธอเอง เธอมองภาพถ่ายคู่ที่เก็บได้จากใต้เตียงคฑา หมวกของคฑาที่เก็บได้คืนที่เห็นมีคนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน และกระดาษปริ๊นต์ความคิดเห็นของแฟนคลับที่เชียร์เควินกับไลออนให้คู่กัน
ชลลัมภีร์โทร.มาพอดี ถามสืบไปถึงไหนแล้ว พรนางฟ้ารีบบอกว่าคืบหน้าไปมาก แต่ขอเก็บหลักฐานให้แน่ใจอีกสักนิด ถึงจะบอกได้ว่าใครในบลูปรินซ์ที่เป็นเกย์
ในขณะที่เฌอเบลล์อยากรู้ว่าพาทีมีอะไรกับอรนาฏ จึงพยายามค้นหาข้อมูลของดาราค้างฟ้าคนนี้ แต่ไม่พบอะไรนอกจากผลงานการแสดง จนกระทั่งราณีแม่ของเธอเป็นคนเล่าให้ฟังเองว่า อรนาฏเข้าวงการตั้งแต่วัยรุ่น ต่อมาแต่งงานกับพระเอกชื่อดังจนมีลูกด้วยกัน จู่ๆพระเอกก็กลายเป็นเกย์ ข่าวครึกโครมอยู่พักหนึ่งก็เงียบหาย
แล้วอรนาฏก็ตีเนียนกลายเป็นไฮโซไปได้ เฌอเบลล์ฟังแล้วยังไม่เข้าใจว่าทำไมพาทีต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย...
วันต่อมา พาทีพาครูกุ๊กไก่มาสอนการแสดงบลูปรินซ์ เริ่มด้วยการละลายพฤติกรรม แองจี้เก็บภาพบรรยากาศไปด้วย แต่พอครูให้จับคู่กันแล้วหลับตาคลำหาคู่ของตัวเอง โดยจับได้แค่มือ ฉะนั้นต้องพิจารณาว่ามือคู่ของเราเป็นอย่างไร ให้ทุกคนถอดแหวนและนาฬิกาออกก่อน
เควินจับคู่กับจุงเบ คฑาคู่กับไลออน ทั้งสองหลุดขำกันเอง พอครูให้เริ่มหลับตาแยกแต่ละคนให้ไปอยู่คนละมุม แล้วเดินหาคู่ของตัวเองให้เจอ คลำแค่มือ ถ้าคิดว่าใช่ก็ให้นั่งลง ระหว่างนั้นครูมาดึงแองจี้ไปเป็นตัวหลอก ไลออนเดินมาจับมือเธอแล้วชะงักรู้ว่าเป็นมือผู้หญิง
พาทีจ้องมองตาไม่กะพริบ ไลออนลืมตาแล้วร้องว่ามือแองจี้จริงๆ ทุกคนจึงลืมตากันหมด ครูเอ็ดว่าผิดกติกา ห้ามลืมตา แล้วให้เริ่มต้นใหม่ ไลออนให้แองจี้ลงเล่นด้วยตนจะคู่กับเธอ ครูจึงต้องขอให้พาทีมาคู่กับคฑาแทน แองจี้ผิดหวังที่จะได้เก็บภาพเผื่อใครหลุดแต๋วออกมา
พอเริ่มเล่นใหม่ แองจี้ต้องหลับตารู้สึกงงเดินไปทางไหนไม่ถูก หลงทิศหลงทางเดินเปะปะจะชนกำแพง แต่แล้วก็มีมือหนึ่งมาโอบอุ้มมือเธอไว้อย่างรู้สึกอบอุ่นใจ หญิงสาวคลำมือนั้นเผอิญไปโดนนาฬิกาข้อมือ เธอชะงักรู้ว่าต้องใช่พาที เขาเองก็ชะงักปล่อยมือเธอแล้วแยกไปหาคู่ของตัว ทันใดเสียงครูกุ๊กไก่ประกาศหมดเวลา ทุกคนลืมตา มีเพียงแองจี้กับไลออนที่ยืนอยู่
ครูซักถามความรู้สึกคนที่หาคู่เจอ แองจี้มองข้อมือพาที เขาลืมถอดนาฬิกาออก ต้องใช่เขาแน่ที่มาจับมือตน พาทีทำไม่มีอะไรเดินออกไปคุยโทรศัพท์...บทเรียนต่อไป คือการฝึกโฟกัสและสมาธิ ครูให้แองจี้กับพาทีทำเป็นตัวอย่าง โดยการที่แองจี้ชี้นิ้วเลื่อนขึ้นลงเหมือนวาดภาพ และพาทีต้องมองตามนิ้วในระดับสายตา แองจี้ได้ทีแกล้งให้พาทีมองตามนิ้วต่ำลงจนแทบติดพื้น ทำให้เขาต้องหมอบลงชิดพื้น เขารู้ว่าเธอแกล้งจึงมองเขม่นทำนองฝากไว้ก่อน
คราวนี้เควินคู่กับคฑา ไลออนคู่จุงเบ ไลออนไม่มีสมาธิเท่าไหร่เพราะหึงที่แองจี้ใกล้ชิดพาที ส่วนคฑาแกล้งชี้นิ้วมาใกล้หน้าตัวเองทำให้หน้าเควินเข้ามาชิดหน้าเขา... พาทีตั้งกล้องบันทึกวีดิโอ เขาเข้าไปเบนหน้ากล้องไปทางอื่น แองจี้เสียดายอยากได้ภาพนั้นเป็นหลักฐาน
พาทีสังเกตเห็นแองจี้มีท่าทีแปลกๆจึงกันไม่ให้เธอยุ่งกับกล้อง พอมาถึงบทเรียนที่ทุกคนต้องมองหน้ากันพูดความในใจให้คนที่ตนรักฟัง โดยครูจะกระซิบไกด์ให้แต่ละคนว่าพูดเรื่องอะไร คู่จุงเบกับเควินเริ่มก่อน ทั้งสองร้องเป็นเพลงบอกรักกันดูสนุกขำๆแต่ก็เนียนใช้ได้
พอมาถึงคู่คฑากับเควิน ครูกระซิบไกด์ให้ ทั้งสองก็หลับตาทำสมาธิ แล้วคฑาก็เริ่มพูดก่อน เค้นอารมณ์ความ รู้สึกถึงความรักแบบชายรักชายของเขาแม้จะเจ็บปวดแต่ก็ห้ามใจไม่ได้ ไลออนรู้สึกผิด บอกว่าการที่เราพยายามถอยห่างกันเพื่อช่วยให้เราตัดใจกันได้ แต่ก็ไม่อาจลืมกัน ขอให้เรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนก่อน คนอื่นๆลุ้นมากว่าคฑาจะตอบอย่างไร แล้วเขาก็ตอบรับออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน...ทั้งสองอินจนน้ำตาคลอเบ้า
ครูกุ๊กไก่ปรบมือชมเชยว่าแสดงได้ดีมาก แองจี้เบิ่งตาโพลงเชื่อสนิทใจไปแล้ว คิดถึงรูปผู้ชายกอดคอกันของคฑา มีข้อความว่า รักกันตลอดไป ต้องเป็นสองคนนี้แน่ แองจี้แอบส่งไลน์ไปบอกเพื่อนๆในกลุ่มว่า คฑาเป็นเกย์ ทั้งแพรพิณและบัวบุหงาเห็นข้อความแล้วไม่อยากเชื่อ
“ฉันจะต้องเอาวีดิโอที่คฑาบอกรักไลออนไปให้คุณชลลัมภีร์” พรนางฟ้าหรือแองจี้ย้ำ
ขณะที่พาทีเดินไปส่งครูกุ๊กไก่ แองจี้เห็นไม่มีใครก็คิดจะเก็บเมมโมรีกล้อง แต่พาทีเดินกลับมาเสียก่อน เขาให้เธอไปดูแลบลูปรินซ์ เรื่องกล้องเขาจัดการเอง แองจี้ครุ่นคิดจะทำอย่างไรต่อไปดี แล้วก็ฉุกคิด...ถ้ากรี๊ดบันเทิงบอกว่าจะจัดการเรื่องแถลงข่าวให้ ใครจะปฏิเสธได้
และแล้วพาทีก็ได้รับโทรศัพท์จากทางกองถ่ายว่าจะมีการแถลงข่าวด่วนพรุ่งนี้ ท่าทางพาทีวุ่นวายต้องรีบเตรียมการณ์ เขาออกไปจากห้อง แองจี้รีบเอาธัมบ์ไดร์ฟ ไปโหลดข้อมูลจากคอมเขาในทันที แต่แล้วเธอก็ได้เห็นภาพตอนที่ตัวเองเดินหลับตาสะเปะสะปะ แล้วเป็นพาทีจริงๆที่เข้ามากุมมือ เขาแอบลืมตาจงใจมาช่วย หัวใจหญิงสาวเต้นแรง ย้ำกับตัวเองว่า...เขาคือเหยื่อ
ooooooo
ในกองถ่ายทะเลลาเวนเดอร์ พันธิตประกาศกลางกองว่าพรุ่งนี้งดการทำงานเพราะจะมีงานแถลงข่าว ให้ทุกคนแต่งตัวสวยๆมาร่วมงาน เจ๊โดมสะกิดบัวบุหงาเพราะรู้สึกหางตากระตุก ต้องมีเรื่องยุ่งๆแน่ บัวบุหงาชักใจคอไม่ดี
ด้านแพรพิณ ลูกศิษย์ทั้งสามขอลาหยุดเพื่อไปร่วมเชียร์บลูปรินซ์วันพรุ่งนี้ แถมชักชวนให้เธอไปร่วมวงด้วย...ทางบลูปรินซ์ได้รับหมายกำหนดการจากพาทีว่าพรุ่งนี้ต้องทำอะไรบ้าง ทั้งสี่หนุ่มรู้สึกตื่นเต้นเพราะเป็นครั้งแรกกับงานภาพยนตร์ แองจี้ไม่มีสมาธิทำงาน พาทียื่นหน้ามาถามใกล้ๆทำไมไม่ตั้งใจทำงาน เธอสะดุ้งหันมาปากชนกับปากเขาพอดี เธอตาโพลงตะลึงงัน
ในคืนนั้นจิตใจพรนางฟ้ารู้สึกสับสน ความรู้สึกที่มีต่อพาทีชัดเจนขึ้น เริ่มรู้สึกผิดถ้าต้องทำลายชื่อเสียงวงบลูปรินซ์ที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ แต่ความรับผิดชอบต่องานที่รับมาก็สำคัญ สุดท้ายตัดสินใจโทร.หาชลลัมภีร์ ขอบคุณที่เขาจัดการเรื่องงานแถลงข่าวให้ และบอกเขาว่าตนได้หลักฐานครบแล้ว ว่าสมาชิกบลูปรินซ์คนที่เป็นเกย์คือ...คฑา
เมื่อบอกชลลัมภีร์ไปแล้ว พรนางฟ้านอนไม่หลับ เปิดประตูห้องออกมาเจอกับพาทีที่นอนไม่หลับเช่นกัน ต่างคนต่างมองกันเขินๆ หญิงสาวอ้างว่าจะลงไปทานน้ำ แล้วถามเขามีงานอะไรให้ช่วยหรือเปล่า พาทีอยากอยู่ใกล้ชิดเธออยู่แล้วจึงพยักหน้ารับและให้ไปดื่มน้ำที่ห้องทำงานตน...พอมาถึงห้องทำงาน เขาก็ไม่รู้จะให้เธอทำงานอะไร จึงบอกไปว่าให้ช่วยจัดเคลียร์เอกสารเก่าๆในตู้ เธอแปลกใจมันด่วนขนาดต้องทำคืนนี้เลยหรือ แต่ก็ไม่อยากขัดใจทั้งสองช่วยกันรื้อและเคลียร์เอกสารเก่าแยกไว้ พรนางฟ้าทำจนหลับคากอง พาทีจึงจับให้เธอนอนหนุนตักเขาทั้งคืน เขายิ้มอย่างสุขใจ
รุ่งเช้าพรนางฟ้าตื่นมาพบตัวเองนอนอยู่ที่พื้นห้องทำงานก็บ่นอุบโดยไม่รู้อะไรเลย “นี่ปล่อยให้ฉันหลับตรงนี้เลยเหรอนายหน้าหนวด ฉันไม่รู้สึกผิดแล้วก็ได้ ไอ้คนเย็นชาเอ๊ย...”
ooooooo
ในงานแถลงข่าว พาทีซักซ้อมวางบล็อกกิ้งให้บลูปรินซ์ พรนางฟ้าวิ่งวุ่นประสานงาน ที่ล็อบบี้เหล่าแฟนคลับรอเข้างานมากมาย รวมทั้งนาเดียร์กับพวกพรางตัวแฝงอยู่ในกลุ่มด้วย ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วแต่งตัวจัดเต็มดึงแพรพิณเข้ามาร่วมด้วย เธอเมากลิ่นตัวผู้คนจะเป็นลม
พันธิต วทันยูและพี่คิดมาพร้อมบัวบุหงาและเจ๊โดม วทันยูเห็นสื่อมามากมายจึงจัดการจับหูกระต่ายให้พันธิตให้เข้าที่ บัวบุหงากับเจ๊โดมสบตากันอึ้งๆ เจ๊โดมปลอบใจอย่าเพิ่งคิดมาก
ในห้องแต่งตัวบลูปรินซ์ ใครแต่งตัวเสร็จก็นั่งทำสมาธิไม่ให้ตื่นเต้น มีคฑาที่ดูวุ่นวายกับมือถือตัวเอง ต้อยกับติ่งหัวโจกแฟนคลับโทร.เข้ามารายงานพรนางฟ้าหรือแองจี้ของพวกเขาว่าเหล่าแฟนคลับพร้อม เธอโทร.รายงานความเรียบร้อยพาทีอีกทอด ไม่ทันไรพาทีเดินเข้ามาหา เธอแปลกใจว่าเขามีอะไร เขากลับบอกว่ามาให้กำลังใจเฉยๆ เธอชะงักเขินนิดๆ เขาเสว่าหมายถึงให้กำลังใจบลูปรินซ์ แองจี้สังเกตเห็นสีหน้าเขาซีดเซียวราวกับอดนอน จะไปซื้อกาแฟมาให้ พาทีรีบบอกว่าไม่เป็นอะไร เขาแอบยิ้มๆกับเรื่องเมื่อคืนที่ให้เธอนอนหนุนตักทั้งคืน ทำทีวางมาดขรึมแยกไปทำงานต่อ หญิงสาวเบ้ปากหาว่าเขาทำตัวเป็นพระเอกเกาหลีเย็นชา
พอเปิดงาน แฟนคลับเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ ส่งเสียงเชียร์บลูปรินซ์ๆๆ พิธีกรขึ้นเวทีกล่าวต้อนรับเชิญสี่หนุ่มบลูปรินซ์ออกมา นาเดียร์กับพวกที่อยู่ในกลุ่มแฟนคลับทำหน้าหมั่นไส้ พรนางฟ้าเห็นมิสคอลจากชลลัมภีร์ก็รีบโทร.กลับ เขากำลังจะเดินเข้างานจึงบอกเธอว่า มาทวงหลักฐานที่เธอบอกว่าคฑาเป็นเกย์ หญิงสาวตกใจที่เขาจะเอาเดี๋ยวนี้...ด้านพาทีเห็นชลลัมภีร์มาก็มองอย่างไม่ไว้ใจ อีกด้านหนึ่งเฌอเบลล์ปลอมตัวแอบสะกดรอยตามอรนาฏมาที่งานนี้ด้วย
พรนางฟ้ารีบไลน์ถามเพื่อนทั้งสองว่ามีใครว่างให้ช่วยเอาหลักฐานไปให้ชลลัมภีร์ แพรพิณอยากออกจากงานเต็มทนรีบอาสา บัวบุหงาก็บอกว่าตนอยู่ใกล้ๆพร้อมจะเอาไปให้ แต่แล้วเธอกลับไม่ได้เอาธัมบ์ไดร์ฟมา ระหว่างที่บัวบุหงารออ่านไลน์ พันธิตเดินเข้ามาชะโงกอ่านแล้วถามเธอจะไปไหน หญิงสาวสะดุ้งอึกอัก โชคช่วยที่เป็นจังหวะพิธีกรเชิญเขาขึ้นเวที เขาจึงชี้หน้าเธอทำนองฝากไว้ก่อน อรนาฏจับตามองลูกชาย โดยที่เฌอเบลล์มองเธออีกทอด
ในเวลานั้น คฑามีท่าทียุกยิกหยิบมือถือมาดูจนพาทีเอะใจ ด้านพรนางฟ้าต้องเอาโน้ตบุ๊กของตัวเองออกมาโหลดข้อมูลใส่ธัมบ์ไดร์ฟใหม่เพื่อให้ชลลัมภีร์...พาทีติดต่อทางอินเตอร์คอมพ์ไม่มีเสียงตอบจากเธอก็แปลกใจ จึงเดินไปหาหลังเวที ไฟล์งานใหญ่มากจนพรนางฟ้าลุ้นรอให้เสร็จ พาทีเดินตรงมาถึง เธอสะดุ้งลุกขึ้นเอาตัวบังโน้ตบุ๊กไว้ เขาเอ็ดทำไมไม่ใส่อินเตอร์คอมพ์ หญิงสาวจ๋อยอ้างอินเตอร์คอมพ์แบตหมด
พาทีเข้าไปตรวจสอบ ใบหน้าเขากับเธอจึงใกล้ชิดกันอีก หญิงสาวใจเต้นรัวหลบตาเขินๆ พาทีพูดขึ้นจะให้เธอเตือนคฑาให้หยุดเล่นมือถือ พูดจบเขาก็เดินแยกไป พรนางฟ้าถอนใจเฮือก ข้อมูลโหลดเสร็จพอดี พาทีวกกลับมาเอ่ยถามทำอะไร เธอรีบแก้ตัวว่ากำลังสร้างโฟลเดอร์ไว้เก็บภาพของวันนี้ เขาท้วงแล้วทำไมไม่ใส่วันที่ เธอถอนใจรีบบอกว่ากำลังจะใส่ พาทีจะเข้าไปทำให้ ก็พอดีชลลัมภีร์เข้ามาทักทายขัดจังหวะได้ทัน
สองหนุ่มมองกันด้วยสายตาแฝงความนัย พรนางฟ้าเห็นแล้วงงว่าสองคนมีความหลังอะไรกัน แล้วทำทีพูดคุยกับชลลัมภีร์แบบลุงกับหลาน หาที่ให้เขานั่งหน้าเวที เขากลับเปรยว่าดีเหมือนกันจะได้ดูหลานทำงาน พาทีท้วงลืมไปแล้วหรือว่าตอนนี้หลานเขาทำงานเป็นผู้จัดการวง
“ขอโทษ ผมลืมตัว คิดว่าหลานผมยังทำงานให้ผมอยู่ แล้วเป็นยังไง เขาทำงานโอเคไหม”
พรนางฟ้าอึดอัดใจกลัวพาทีจะสงสัย ชลลัมภีร์ยิ้มอย่างกดดันทั้งสองคน จังหวะนั้นพอดีพิธีกรกล่าวว่าถึงช่วงตอบคำถาม พาทีรีบให้แองจี้ไปทำหน้าที่ เธอจึงรีบเดินแยกไป บัวบุหงาเห็นรีบตามเพื่อนไป ระหว่างนั้นนาเดียร์แอบมาเปลี่ยนสคริปต์สัมภาษณ์ที่แบ็กสเตจวางไว้
บนเวที เควินจ้องมองพันธิตเป็นพิเศษ พาทีเห็นสายตาน้องก็ไม่ค่อยสบายใจ พิธีกรเห็นคำถามไม่ค่อยกล้าถาม แต่ก็ต้องทำตามหน้าที่ ค่อยๆเอ่ยถามพันธิตที่สร้างหนังเรื่องนี้เพราะได้แรงบันดาลใจจากพ่อที่เป็นเกย์หรือเปล่า พันธิตอึ้งตั้งสติเรียบเรียงคำตอบ อรนาฏนั่งเครียดกับคำถามที่ได้ยิน เฌอเบลล์เหล่มองปฏิกิริยาแต่ละคน ชลลัมภีร์ยิ้มสะใจ พาทีรีบลุกออกไป
“ก็...ตอบยังไงดี มันก็แน่นอนล่ะครับ ทุกคนคงทราบเรื่องราวของคุณพ่อผมดี สมัยนั้นครอบครัวผมก็เจอข่าวไม่ดีเยอะมาก แต่เราก็ผ่านมันมาแล้ว ถึงวันนี้ผมก็เข้าใจทั้งคุณพ่อคุณแม่นะครับ เข้าใจว่าความรักไม่มีเพศ ผมเลยอยากเอาสิ่งที่ผมเข้าใจมาถ่ายทอดผ่านหนังเรื่องนี้”
จุงเบเห็นบรรยากาศตึงเครียดจึงช่วยทำให้ดีขึ้น กล่าวเสริมว่า ความรักไม่มีเพศงดงามมาก แล้วถามความเห็นแฟนคลับ เหล่าแฟนคลับเฮเห็นด้วย นาเดียร์เจ็บใจเข่นเขี้ยวรอคำถามต่อไปตายแน่...พิธีกรพยายามถามคำถามให้ดูซอฟต์ลง ไม่รุนแรง คำถามสุดท้ายถามว่าบลูปรินซ์รับเล่นหนังเรื่องนี้ ไม่กลัวข่าวใครๆคิดว่าเป็นเกย์จริงๆหรือ นาเดียร์ฮึดฮัด
“อีพิธีกร กูให้ถามว่าใครในวงเป็นเกย์บ้าง อีโง่เปลี่ยนคำถามกูทำไม!”
เสียงไลออนตอบว่าไม่กลัวเลย เพราะพวกเรารู้อยู่แก่ใจว่าเราเป็นใคร ชอบแบบไหน คฑากับเควินช่วยเสริมคำตอบ แฟนคลับถูกใจปรบมือเฮ นาเดียร์โกรธลุกหนีออกไป
พาทีรู้ว่ากำลังเจอปัญหาหนัก ต้องคอยตามแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พิธีกรเดินลงมาบ่นว่าคำถามมันแรงเกินไป พาทีจึงบอกว่าเราโดนคนเปลี่ยนคำถาม แล้วขอโทษพันธิตที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น พาทีหันมากำชับทีมงานให้ดูแลรับผิดชอบงานให้รอบคอบกว่านี้
บนเวทีไฟเริ่มเฟดลงเพราะกำลังจะเริ่มการแสดงคอนเสิร์ตเล็กๆของบลูปรินซ์ พาทีเดินออกมาชนเข้ากับนาเดียร์ เธอรีบหลบหน้าแต่เขาสงสัยจะเดินตาม อนาสตาเซียกับลิเดียรีบเข้ามาเต้นเกะกะขวางให้เขาตามนาเดียร์ไม่ทัน
บัวบุหงามารับทัมบ์ไดรฟ์จากพรนางฟ้า ทั้งสองรู้สึกว่าชลลัมภีร์กับพาทีมีท่าทางแปลกๆต่อกัน เผอิญพาทีเดินมา บัวบุหงารีบเดินเลี่ยงไปเพื่อจะเอาทัมบ์ไดรฟ์ไปให้ชลลัมภีร์ แต่พาทีสังเกตเห็นทัมบ์ไดรฟ์ในมือยังไม่ถามอะไร บอกเพียงว่าเขาเจอนาเดียร์ให้แองจี้ช่วยตามหา
บัวบุหงากำทัมบ์ไดรฟ์ในมือแน่น เดินออกมามองหาชลลัมภีร์ แต่เจอเข้ากับพันธิต เขาหาว่าในทัมบ์ไดรฟ์มีภาพโป๊จะขอดูบ้าง หญิงสาวปฏิเสธไม่ใช่และไม่ให้เขาตรวจสอบ จึงเกิดการยื้อแย่ง ทัมบ์ไดรฟ์กระเด็นไปตกกลางวงแฟนคลับที่กำลังเต้นสนุกสนาน บัวบุหงาถลาคลานเข้าไปค้นหา พันธิตแปลกใจว่ามันสำคัญอะไรนักหนา พอดีบัวบุหงาโดนแฟนคลับเหยียบมือร้องลั่น พันธิตตกใจเข้าไปดึงมือเธอมาดูอย่างห่วงใย
พรนางฟ้าเดินมาหาแพรพิณให้ช่วยตามหานาเดียร์กับพวก จังหวะนั้นอนาสตาเซียกับลิเดียแกล้งเต้นเข้ามาชน แล้วท้าให้เต้นสู้กัน พรนางฟ้าเห็นว่ามีงานด่วนจึงไม่สนใจ ...ด้านนาเดียร์ทำทีเป็นแฟนคลับมาขอร้องให้คนควบคุมโปรเจกเตอร์ช่วยเปิดคลิปเซอร์ไพรส์บลูปรินซ์ อ้างว่าขออนุญาตพาทีแล้ว แล้วทำทีร้องห่มร้องไห้อ้อนวอน... เจ้าหน้าที่เห็นพรนางฟ้าเดินมาก็เข้าไปจะบอกเรื่องคลิป เธอปัดว่าเดี๋ยวกลับมาฟังแล้วรีบเดินผ่านไป
ขณะที่พรนางฟ้าเดินหาก็เห็นนาเดียร์กับพวกเดินผ่านหน้า เธอจำสองสาวที่ท้าเต้นได้ จึงรู้ว่าทั้งสามเป็นพวกเดียวกัน...ด้านแพรพิณเดินมาถามบัวบุหงาเป็นอะไร บัวบุหงารีบส่งทัมบ์ไดรฟ์ให้เกือบหลุดปากว่าไปให้ใคร ดีที่ยั้งไว้แล้วเรียบเรียงคำพูดใหม่ทัน
“นี่ทัมบ์ไดรฟ์ของแองจี้ ที่มีข้อมูลสำคัญที่มันจะใช้อ่ะ แกเอาไปให้มันที...เรื่องสำคัญของวันนี้ของพวกเราไง ที่รออยู่ไง” บัวบุหงาพยายามขยิบตาส่งซิก
พันธิตหาว่าพวกเธอแปลกมีแลกคลิปโป๊ให้กันดูด้วย บัวบุหงาไม่ค่อยพอใจ ตีเขาทั้งที่มือเจ็บแล้วร้องโอดโอย เขาจึงหันมาปลอบเธออย่างขำๆ
ooooooo
เจ้าหน้าที่มารายงานพาทีว่า รายการต่อไปเป็นรายการพิเศษ คลิปเซอร์ไพรส์จากแฟนคลับ พาทีตกใจคลิปอะไรเขาไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่หน้าเสียบอกแฟนคลับบอกว่าเขาอนุญาตแล้ว และพิธีกรกำลังจะประกาศ พาทีหน้าเครียดคิดหาทางแก้สถานการณ์
ด้านแพรพิณเห็นชลลัมภีร์อยู่ในกลุ่มนักข่าวก็ไม่รู้จะเอาทัมบ์ไดรฟ์เข้าไปให้อย่างไร ระหว่างกำลังชะเง้อมอง พวกลูกศิษย์ก็เข้ามาดึงเธอกลับเข้าไปในงาน พิธีกรประกาศรายการพิเศษ เป็นคลิปให้กำลังใจจากแฟนคลับ สี่หนุ่มบลูปรินซ์หน้าเหวอ มีจังหวะขลุกขลักเล็กน้อย สี่หนุ่มช่วยแก้สถานการณ์ว่า ของดีต้องมีการรอกันบ้าง แฟนคลับกรี๊ดกันใหญ่
แล้วหน้าจอก็ขึ้นภาพการฝึกซ้อม การทำงานของบลูปรินซ์ การให้กำลังใจกันและกัน...นาเดียร์เห็นแล้วแทบร้องกรี๊ด เพราะไม่ใช่แผ่นของเธอ ชลลัมภีร์โกรธ ลุกเดินออกจากงาน
ด้านหลังเวที พาทีมองแผ่นดิสก์ในมืออย่างโกรธๆ รู้ว่าเป็นฝีมือนาเดียร์แน่ๆ พรนางฟ้าชื่นชมที่เขาแก้สถานการณ์ได้ทัน พาทีหันมาเอ็ดเจ้าหน้าที่ควบคุมโปรเจกเตอร์ คราวหลังมีอะไรเข้ามาต้องรอฟังคำสั่งเขาเท่านั้น พาทีมองไปเห็นอรนาฏอยู่ในงานก็แปลกใจ
แพรพิณกังวลใจจะกลับออกไปหาชลลัมภีร์ แต่ลูกศิษย์ดึงให้นั่งต่อ เพราะรายการต่อไปเป็นการแจกรางวัลพิเศษ เป็นบัตรเชิญเข้าดูการถ่ายทำภาพยนตร์ที่หัวหินและได้ที่พักฟรีสามวันสองคืน เหล่าแฟนคลับกรีดร้องอย่างตื่นเต้น...พิธีกรประกาศให้ทุกคนสำรวจใต้เก้าอี้ตัวเอง จะมีกระดาษเขียนว่า คองเกรททูเลชั่นให้รีบนำออกมารับรางวัล
แต่ละคนยกเก้าอี้ขึ้นดู แพรพิณไม่ได้สนใจ จิ๋วจิ๋วมุดเข้าไปดูแล้วก็เจอ เธอร้องกรี๊ดๆด้วยความดีใจ เกิดความวุ่นวาย มีคนเข้ามาจะแย่ง สุดท้ายแพรพิณกับลูกศิษย์ทั้งสามก็ขึ้นรับรางวัล พอลงมาก็มีคนกรูเข้ามาขอซื้อต่อ แพรพิณมึนงงจนทนไม่ไหวทำท่าจะอาเจียน ทำให้วงแตก...แพรพิณวิ่งออกมาหาที่อาเจียน พลันเห็นชลลัมภีร์กำลังจะขึ้นรถ จึงรีบวิ่งเข้าไปยื่นทัมบ์ไดรฟ์ให้ บอกว่าตนเป็นทีมจีสแกน
เขามองเธอก่อนจะยิ้มสะใจรับมา แล้วยื่นเช็คให้
แพรพิณตาโพลงหายคลื่นไส้เมื่อเห็นตัวเลขสองล้านบาท รีบถ่ายรูปส่งเข้าไลน์กลุ่มด้วยมือไม้สั่น พอพรนางฟ้ากับบัวบุหงาเห็นก็หลุดร้องกรี๊ดออกมาให้คนข้างๆงง...หมดคิวบลูปรินซ์เป็นรายการของเน็ตไอดอล สี่หนุ่มกลับเข้ามาหลังเวที คฑารีบเดินออกไปด้วยท่าทีรีบร้อน
ที่มุมหนึ่ง พรนางฟ้า บัวบุหงาและแพรพิณวิ่งมากอดกันด้วยความดีใจ ต่างดึงเช็คมาจูบกันใหญ่ พรนางฟ้าสมใจที่จะได้เอาเงินล้านไปตบหน้าพี่ต้อมอย่างที่ท้าเอาไว้ ส่วนบัวบุหงาดีใจที่จะมีเงินใช้หนี้ให้พ่อ สามสาวแยกย้ายกันกลับไปทำหน้าที่ตัวเอง
พรนางฟ้าเห็นคฑาหายไปก็ออกตามหา นาเดียร์กับพวกกำลังเจ็บแค้นที่งานพลาดไม่เป็นท่า พอเห็นแองจี้เดินตามหาคฑาจึงสะกดรอยตามด้วยความอยากรู้ ...พรนางฟ้าเดินมาใกล้บันไดหนีไฟได้ยินเสียงคฑาคุยกับใครจึงเปิดออกไปดู เห็นเขาคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางเครียด
เสียงคฑาปลอบสาวที่ชื่อลิซ่าว่าอย่าบังคับตน ตนขอให้เธอไปตรวจดูให้แน่ชัดว่าท้องจริง แล้วตนจะประกาศแต่งงานกับเธอ ไม่ได้ให้เธอไปเอาเด็กออก หญิงสาวร่ำไห้สะอึกสะอื้น คิดว่าเขาจะไม่รับผิดชอบลูกในท้อง คฑายืนยันจะแต่งงานด้วยจริง เรารักกันมาตั้งนาน
พรนางฟ้าตกใจที่คฑาไม่ได้เป็นเกย์ หลักฐานที่เธอให้ชลลัมภีร์ไปไม่เป็นเรื่องจริง เธอเครียดมากจะแก้ไขอย่างไรดี พวกนาเดียร์สะใจที่ได้ยินเรื่องของคฑา รีบเดินหนีออกมาก่อน
พอบัวบุหงากับแพรพิณได้รับไลน์เรียกพบด่วนจากพรนางฟ้า ทั้งสองก็ผลุนผลันออกไปหาทันที ทำให้พันธิตสงสัย...พรนางฟ้ากำลังถ่ายภาพคฑากับลิซ่าไว้เป็นหลักฐาน เผอิญลืมปิดแฟลช ทำให้ทั้งสองรู้ตัว เธอรีบวิ่งหนีไปซ่อนตัว คฑาให้ลิซ่ากลับไปก่อนและไปตรวจให้แน่ชัด
พรนางฟ้ารีบมาที่นัดพบเพื่อนๆ บอกความจริงกับสองเพื่อน สามสาวเครียดตามๆกันจะทำอย่างไรดี การทำงานทั้งหมดจะต้องสูญเปล่าหรืออย่างไร
คฑากลับมาที่ห้องแต่งตัว ทุกคนกำลังเก็บของเตรียมตัวกลับ แล้วไลออนก็ถามขึ้นว่าแองจี้อยู่ไหน คฑาเอะใจ ทันใดแองจี้โผล่เข้ามาหน้าตาเป็นปกติไม่มีพิรุธใดๆ แต่เธอบอกพาทีให้กลับกันไปก่อน ตนมีธุระด่วนเสร็จแล้วจะรีบกลับ ไลออนอยากตามแต่ต้องช่วยกัน
ถือของไปที่รถ พาทีดันให้ทุกคนออกไปก่อน เขาหันมามองโน้ตบุ๊กของแองจี้ที่วางอยู่อย่างสงสัย
พอพาทีตามออกมา เห็นเควินหายไป คฑาบอกว่าเขาขอไปถ่ายรูปกับดาราที่ชื่นชอบ พาทีเอะใจรีบไปเดินหา ระหว่างนั้นเฌอเบลล์ยังเดินอยู่ในงาน พอเห็นเควิน
แม้จะสวมหมวกพลางใบหน้าก็ยังจำได้ จึงเดินตามเขาไปในทันที
พันธิตยืนคุยกับเจ้าหน้าที่อยู่เห็นอรนาฏเดินเข้ามาก็แปลกใจ เจ้าหน้าที่แยกไป เขาถามแม่มาทำไมไม่บอก เธอยิ้มเยาะถ้าบอกก็อดเห็นอะไรดีๆ ไม่ทันจะโต้ตอบกัน เควินเดินเข้ามายกมือไหว้อรนาฏ พันธิตมองอย่างแปลกใจ พอเห็นว่าเป็นเควินก็รีบมองซ้ายขวาว่ามีใครเห็นหรือเปล่า เฌอเบลล์หาที่หลบแอบดู พันธิตถามมาทำไมมีใครเห็นไหม เควินส่ายหน้า
“ไม่หรอกครับ พอดีผมเห็นคุณน้าอยู่ในงาน ผมชอบผลงานของคุณน้ามากเลยครับ”
“ไม่น่าเชื่อว่าคนหนุ่มๆอย่างเราจะชอบน้า ขอบใจมากจ้ะ” อรนาฏตื่นเต้น
เควินขอถ่ายรูปด้วย พันธิตเอามือถือเควินมาถ่ายให้ เควินเหลือบมองอรนาฏอย่างรู้สึกสุขใจ แล้วขอถ่ายเซลฟี่ทั้งสามคน พันธิตจัดการทำให้อย่างไม่ได้คิดอะไร...พาทีตรงรี่เข้ามา สั่งเควินให้กลับไปรอที่รถ เควินไม่อยากให้พี่โกรธยอมจะเดินไป อรนาฏเบ้ปากใส่พาทีอย่างรำคาญ พันธิตรีบบอกว่าแถวนี้ไม่มีใครไม่ต้องห่วง อรนาฏแกล้งยั่วพาที
“น้ารู้สึกถูกชะตากับเราจัง สงสัยเราคงเคยทำบุญร่วมกันมาก่อนถึงได้มาเจอกัน ไว้ถ้ามีโอกาสจะไปเยี่ยมที่กองถ่ายแล้วเราไปกินข้าวด้วยกันนะ แต่...เควินจะว่างไปกินด้วยรึเปล่านี่สิ”
“ได้เลยครับ คุณน้าไปเมื่อไหร่บอกผู้จัดการผมได้เลยนะครับ เดี๋ยวผมจะให้เขาจัดคิวให้”
พาทีรู้ว่าโดนยั่วตอกกลับ “งั้นคงไม่มีโอกาสหรอกครับ เพราะคิวของนักร้องวงผมเต็มตลอดอยู่แล้ว พี่บอกให้ไปขึ้นรถ ถ้าวันหลังทำแบบนี้อีกมีเรื่องกับพี่แน่”
เควินก้มหน้าเดินไป พาทีหันมาจ้องหน้าอรนาฏ อย่างเอาเรื่อง พันธิตงงมันเรื่องอะไรกัน พาทีกล่าวประชด “คุณอรนาฏคงจะภูมิใจในตัวคุณพันธิตมากเลยนะครับ มีลูกชายคนเดียว แถมยังเก่งขนาดนี้”
อรนาฏหน้าเสียกับคำพูดประชดของพาที รีบหันมาบอกพันธิตว่าทีมงานกำลังตามหา เขาจึงขอตัวเดินแยกไป อรนาฏหันขวับมาถามพาที ตั้งใจจะหาเรื่องใช่ไหม พาทีย้อนใครเริ่มก่อนล่ะครับน้าสมหญิง เฌอเบลล์หูผึ่งที่ได้ยินสรรพนามที่พาทีเรียกอรนาฏ
“ถ้าน้าไม่อยากให้ความลับก่อนเข้าวงการของน้าหลุดไปถึงหูลูกชายล่ะก็ อยู่ห่างๆเควินไว้ ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน”
“ไอ้เด็กนั่นมันวิเศษมาจากไหน มันเป็นน้องชายแท้ๆ ของแกเหรอไง ถึงเป็นเดือดเป็นร้อนนักตอนฉันคุยกับมัน”
พาทีตวาด “หุบปากคุณเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้าไม่อยากให้พันธิตรู้เรื่องในอดีตของน้า ผมกำลังทำแบบนั้นกับลูกแท้ๆ ของคุณน้าอีกคนอยู่เหมือนกัน...ผมเลี้ยงและดูแลพล
มาอย่างดี เพราะแม่แท้ๆของเขาทิ้งไป ผมไม่อยากให้เขาต้องมาเจ็บปวดอีกครั้ง ถ้ารู้ว่าน้าเป็นใคร จำคำผมไว้ให้ดี”
อรนาฏช็อก ในขณะที่เฌอเบลล์ยกมือขึ้นปิดปากอุทานก่อนจะคิดแผนการบางอย่างในใจ ด้านสามสาว
จีสแกนพยายามตามชลลัมภีร์เพื่อจะบอกเรื่องคฑา
เป็นการเข้าใจผิด
ooooooo
.
----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep6/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 6
ในขณะที่ชลลัมภีร์นั่งมาในรถ บัวบุหงาซิ่งมอเตอร์ไซค์มีพรนางฟ้าซ้อนท้ายตามรถเขา เพื่อที่จะบอกว่าข่าวคฑาเป็นเกย์ไม่จริง แต่นาเดียร์ชิงโทร.รายงานเขาเสียก่อน เขาโทร.หาพรนางฟ้าทันที แต่เธอไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ จนกระทั่งบัวบุหงาขี่รถทันรถเขาแล้วปาดหน้าให้จอด
ไม่ทันที่พรนางฟ้าจะบอกอะไร ชลลัมภีร์ก็ตอกหน้าว่าเธอทำงานผิดพลาด เป็นแค่มือสมัครเล่น ตนจะจ้างคนอื่นสืบแทน หญิงสาวยกมือไหว้ขอโทษ ขอโอกาสสักระยะ ตนเชื่อว่าไม่มีนักสืบคนไหนอยู่ใกล้ชิดวงบลูปรินซ์มากเท่าตน เขาจึงให้เวลาอีกหนึ่งเดือนแถมขู่คงรู้ว่าเล่นอยู่กับใคร เช็คสองล้านยังไม่ต้องคืน แต่ถ้าไม่ได้หลักฐาน เธอจะต้องชดใช้คืนสิบเท่า
สองสาวตกใจกุมมือกันเครียด กลับมาเล่าให้ แพรพิณฟัง เพื่อนสาวถึงกับเข่าอ่อน อุทาน
“นี่เรากำลังเล่นกับพวกมาเฟียอยู่เหรอ! แม่จ๋าช่วยด้วย”
บัวบุหงาถามว่ามีทางอื่นอีกไหม พรนางฟ้าส่ายหน้าไม่มีทางเลือก ต้องทำงานนี้ให้สำเร็จ แพรพิณกลัวโพล่งขึ้น “นี่มันชักจะไปกันใหญ่แล้ว พวกแกไม่สงสัยเหรอว่าทำไมเขาถึงอยากรู้นักว่าบลูปรินซ์คนไหนที่เป็นเกย์ขนาดนี้”
พรนางฟ้าชะงัก ตนไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยคิดว่าเป็นความลับของลูกค้า สามสาวเครียดภาวนาอย่าให้เป็นเรื่องเลวร้าย แล้วพรนางฟ้าก็ฉุกคิด ชลลัมภีร์รู้เรื่องคฑาก่อนได้อย่างไร
ด้านชลลัมภีร์โทร.สั่งนาเดียร์สืบเรื่องคฑามาให้ละเอียดไม่ว่าเรื่องฉาวใดๆก็ตาม...ส่วนพรนางฟ้านั่งแท็กซี่กลับ ครุ่นคิดถึงเรื่องวุ่นวายในวันนี้ แล้วนึกได้ว่า พาทีบอกว่านาเดียร์คอยทำลายภาพลักษณ์ของบลูปรินซ์ก็ชักสงสัย คิดถึงหลักฐานต่างๆที่พบเจอซึ่งชี้เป้าไปที่คฑา
อีกคนที่เครียดกับเหตุการณ์ในวันนี้ อรนาฏนั่ง ซึมเศร้า รู้สึกผิดในใจ คิดถึงอดีตที่ผ่านมา สมัยยังสาว พาทีในวัยเด็กอุ้มพลลูกชายแบเบาะของเธอเข้ามา
เห็นเธอกำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าก็เอ่ยถามน้าจะไปไหน เธอแก้ตัวว่าไปตลาดแล้วผลุนผลันออกไปไม่กลับมาอีกเลย...
ในห้องนั่งเล่นบ้านบลูปรินซ์ พาทีนั่งเครียดเช่นกันคิดถึงเรื่องอรนาฏ เควินเดินเข้ามาถามอย่างห่วงใยว่าพี่เป็นอะไร เขาแก้ตัวว่ารอแองจี้ แล้วให้เควินไปพักผ่อนเหนื่อยมาทั้งวัน พลันมีเสียงรถจอด พาทีรีบเดินไปต่อว่าทำไมกลับดึกแล้วติงว่าวันนี้เธอทำงานแย่มาก หญิงสาวหน้าซีด
“แองจี้รู้ค่ะ ขอโทษนะคะคุณพาที วันนี้แองจี้ไม่ไหวแล้วค่ะ”
“มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” พาทีจะซักถาม แต่เธอทำท่าจะเป็นลม เขาจึงรีบประคอง
พรนางฟ้ารู้สึกตัวเองแนบชิดกับพาทีเกินไป
ใจเริ่มสั่นรัว จึงผละตัวออก แล้วขอตัวแต่เขากลับพูด
ขึ้นว่า “ถ้าเธออยากกอดใครสักคนตอนนี้ เธอกอดฉันก็ได้นะ”
ขาดคำ หญิงสาวก็โผเข้ากอดพาทีแน่น ในใจสับสนไปหมดรวมทั้งสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ
“ฉันมีคาถาดี พ่อฉันสอนฉันตั้งแต่ฉันยังเด็กๆ ท่องแล้วสิ่งที่เธอทุกข์ใจหายสนิทเลยล่ะ”
พรนางฟ้าแปลกใจคาถาอะไร พาทีลูบหัวเธอและโยกตัวเบาๆพึมพำว่า...ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แล้วถามว่าเริ่มดีขึ้นแล้วใช่ไหม เธอพยักหน้ารู้สึกว่าอ้อมกอดเขาอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
เมื่อรู้สึกผ่อนคลาย พรนางฟ้าเดินเข้าห้อง พอเปิดไฟต้องสะดุ้งแทบกรี๊ด คฑาพุ่งเข้ามาปิดปากแล้วบอกมีเรื่องอยากให้ช่วย ช่วยพาเขาออกไปจากบ้านที...คฑาเล่าเรื่องให้ฟัง พรนางฟ้ารู้สึกได้ว่าเขาไม่ได้เป็นเกย์
เขาต้องการพาลิซ่าไปตรวจครรภ์ เธอจึงรับปาก แต่พอเปิดประตูส่งให้เขาออกจากห้อง ก็ต้องตะลึง เพราะพาทียืนถือแก้วนมอยู่หน้าห้อง
พาทีพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆว่ามีเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่บอก คฑาร้องไห้ขอโทษพาทีที่ก่อเรื่อง ทั้งสามกลับเข้ามานั่งคุยในห้อง พาทีบอกอย่าเพิ่งด่วนสรุป ตรวจ แล้วอาจไม่ท้อง
“แล้วถ้าท้อง พี่พาทีจะทำยังไง ผมต้องออกจากวงการนี้ไหม” คฑายังหวั่นใจ
“ไม่ แต่แกต้องย้ายออกจากบ้านนี้ เพราะแกต้องเป็นพ่อคนแล้ว แกต้องรับผิดชอบทุกอย่างที่เกิดขึ้น พี่จะไม่ยอมให้ลิซ่าเอาเด็กออกเด็ดขาด เพราะพี่รู้ว่าแกรักกัน พี่รู้ว่าแกคบกับลิซ่ามานานแล้ว และพี่เชื่อว่าแกทำไปเพราะความรัก ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ”
คฑาอึ้งที่พาทีรู้ พาทีบอกไม่มีอะไรที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับบลูปรินซ์ คฑายังห่วงว่าแฟนคลับจะรับไม่ได้ถ้าตนมีลูก พรนางฟ้าโพล่งขึ้น ถ้ารับไม่ได้จะต้องทำให้รับได้ งานนี้ตนถนัดจะจัดการเองแล้วขอไปกับคฑาวันพรุ่งนี้ ให้พาทีรอฟังผลเผื่อต้องเตรียมรับมือกับข่าวที่จะตามมา
พอคฑากลับออกไป พาทีสบตาพรนางฟ้าแล้วถามเหนื่อยไหม มีเรื่องให้เหนื่อยตลอด เธอกลับยิ้มและบอกว่าชอบ ตนชอบแก้ปัญหาสนุกดี ชายหนุ่มยิ้มๆบอกให้เธอฝันดี เธอขอให้เขาฝันดีเช่นกัน ต่างคนต่างเขินหัวใจพองฟู
ooooooo
บัวบุหงากลับบ้านด้วยความเซ็งโยนกระเป๋าและกล้องลงโครม พ่อเต่ากำลังทาเล็บสะดุ้งร้องว่าเล็บพังหมด เธอย้อนว่าเล็บพังไม่เท่างานตนพัง พ่อเต่าหันมาสนใจซักถามอย่างห่วงใย
บัวบุหงาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น พ่อเต่าให้แง่คิด ถึงคฑาจะมีลูกแล้วเชื่อได้อย่างไรว่าไม่ใช่เกย์ เขาอาจเป็นไบเซ็กชวลก็ได้ หญิงสาวตาโตแล้วจะสืบอย่างไร เขาอยากให้เลิกสืบมากกว่า ทันใดเสียงพันธิตเข้ามาถามคุยอะไรกันอยู่ ใครจับแอ๊บอะไรกัน สองพ่อลูกหน้าเสีย พ่อเต่าตั้งสติได้แก้ตัวว่าตนกำลังคุยเรื่องแต๊บยังไงให้ดูเนียน แล้วขอตัวไปแต๊บ ปล่อยลูกสาวรับหน้าต่อไป
บัวบุหงาเฉไฉต่อว่าเขาไม่มีมารยาท จะมาบ้านใครควรโทร.มาก่อนหรือกดกริ่ง พันธิตบอกทำทุกอย่างแล้ว ออดไม่ดัง โทรศัพท์เธอไม่รับสาย พอหญิงสาวเอามือถือมาดูเห็นหลายมิสคอลก็หน้าเจื่อน...พันธิตอยากมาดูว่าทำไมถึงหนีงาน แล้วหยอกเย้าจนหน้ายื่นเข้ามาใกล้ เธอยืนนิ่งหลับตาปี๋คิดว่าเขาจะจูบ พ่อเต่าแอบมองลุ้นเชียร์ให้ลูกโดนจูบ จนเผลอปัดของหล่น
ทั้งสองสะดุ้งผละออกจากกัน พันธิตเขินไม่น้อยรีบสวัสดีลากลับ พ่อเต่าหันมาบอกลูกสาว “เชื่อพ่อ ไม่ต้องละจับอ๊งจับแอ๊บอะไรน่ะ จับคุณพันธิตเนี่ยแหละ”
บัวบุหงาเขินเดินหนีขึ้นห้อง นั่งบิดไปบิดมาจนตกเตียง...ด้านพันธิตได้ยินคำสนทนาของสองพ่อลูก ครุ่นคิดว่าบัวบุหงากำลังทำอะไรอยู่ พอกลับมาถึงบ้าน เจอวทันยูเตรียมของว่างและเครื่องดื่มรอ บ่นไม่ค่อยมีเวลาให้กันเลยตั้งแต่เขาไปติดหญิง พันธิตปัดติดหญิงอะไรไม่มี สองคนหัวเราะวิ่งไล่ตีกันเหมือนสมัยเด็ก อรนาฏกลับมาเจอ ตาขวางไม่พอใจ
รุ่งเช้า พรนางฟ้าขับรถพาคฑามาที่โรงพยาบาล โดยไม่รู้ว่านาเดียร์ขับรถตามตั้งแต่หน้าบ้าน มารู้ตัวตอนใกล้ถึงโรงพยาบาล จึงไม่ให้คฑาลงจากรถ และขอเบอร์ลิซ่าเพื่อติดต่อเอง แต่พอพรนางฟ้าโทร.หาลิซ่าซึ่งเพิ่งตรวจเสร็จและถือใบผลตรวจอยู่ ลิซ่าร้องไห้น้อยใจว่าคฑาไม่มาอยู่ด้วย เธอไม่ยอมบอกว่าผลตรวจเป็นอย่างไร และขู่ว่าจะขึ้นไปรอคฑาบนดาดฟ้า ในเวลานั้นนาเดียร์ตามพรนางฟ้า ขณะที่อนาสตาเซียตามดูลิซ่า จึงได้ยินคำขู่ของเธอ
ลิเดียเดินเข้ามาเคาะกระจกรถที่คฑานั่งรออยู่ ทำทีเป็นผู้หวังดีที่ลิซ่าฝากให้มาบอกเขาว่า จะรอเขาอยู่บนดาดฟ้า ถ้าเขาไม่ขึ้นไปหา เธออาจจะทำอะไรก็ได้ ตอนนี้เธอร้องไห้หนักมาก...คฑาตัดสินใจลงจากรถวิ่งเข้าไปในโรงพยาบาล ลิเดียโทร.รายงานนาเดียร์ว่าเป้าหมายกำลังไป
พรนางฟ้าเข้าไปหาลิซ่าที่ยืนร้องไห้ ขอให้บอกว่าผลตรวจเป็นอย่างไร เพื่อจะได้จัดการปัญหาได้ถูก ลิซ่าไม่บอกอยากคุยกับคฑาเอง ไม่ทันไรคฑาวิ่งพรวดเข้ามา ทั้งสองกอดกันร้องไห้ คฑาขอโทษที่ไม่ได้มาอยู่ด้วยตอนตรวจ นาเดียร์ซึ่งเฝ้าดูอยู่รีบบันทึกภาพไว้ทันที
ระหว่างนั้นเฌอเบลล์โทร.ขู่พาทีให้ไปพบที่ร้านอาหารถ้าไม่อยากให้เรื่องเควินแพร่งพราย เขาตกใจ
รีบไปเพื่อถามว่าเธอรู้อะไร แต่พอมาถึงเธอต้องการควงเขาอวดเพื่อน ต้องการให้เขาตามใจเธอซักระยะ เหมือนกำลังคบกันอยู่ก็เท่านั้น พาทีไม่พอใจแต่ต้องยอมเอ่ยถาม
“คุณจะเล่นเกมนี้ไปถึงเมื่อไหร่” หญิงสาวยักไหล่ บอกจนกว่าจะพอใจ พาทีเสียงเข้ม“เรื่องนี้ผมทำให้คุณได้ ผมขอแค่อย่ามาก้าวก่ายเรื่องงานของผมก็พอ”
ทุกอย่างจบลงด้วยดี พรนางฟ้าขับรถพาคฑากลับ สีหน้าเขาดีขึ้นเพราะลิซ่าไม่ได้ท้อง และตกลงกันว่าจะห่างกันสักพักแล้วค่อยกลับมาคบกันแบบเปิดเผย พรนางฟ้าถือโอกาสสอนคบกันต้องระมัดระวังตัว วัยนี้จะทำอะไรตามความรู้สึกตัวเองได้บ้าง แต่อย่าให้เลยเถิด
“คร้าบ...วันนี้ขอบคุณแองจี้มากๆนะ เพื่อเป็นการตอบแทนแองจี้ที่ช่วยเรา เราสัญญาว่าหลังจากนี้ไป เราจะไม่ทำตัวเป็นปัญหา ไม่โวยวายเพื่อนในวงแล้วด้วย ...แล้วก็ในฐานะที่ไลออนกำลังคบกับแองจี้อยู่ เราจะทะเลาะกับไลออนให้น้อยลงแล้วกันนะ”
พรนางฟ้าหน้าเหวอปฏิเสธไม่ได้คบกับไลออน แต่คฑาว่าใครจะเชื่อเพราะเธอใส่สร้อยของรักของหวงของไลออนทุกวัน พอดีพาทีโทร.เข้ามาถามข่าว หญิงสาวจึงหันมารายงานเขา
ooooooo
ชลลัมภีร์เห็นคลิปที่นาเดียร์เอามาให้ เขายิ้มอย่างพอใจ แม้ลิซ่าจะไม่ได้ท้อง และคฑาไม่ได้เป็นเกย์ แต่เขาสามารถตัดต่อคลิป เต้าข่าวแล้วปล่อยออกไปให้ถูกจังหวะ แค่นี้บลูปรินซ์ก็กระเทือน นาเดียร์อยากเห็นพรนางฟ้าถูกฉีกหน้าหมดความเชื่อถือเร็วๆ
“ใจเย็นๆไว้ฉันจะรวบรวมหลักฐานข่าวฉาวทั้งหมดของพวกนั้นมา แล้วฉันจะเป็นคนแฉความจริงเรื่องของผู้หญิงที่ชื่อว่าพรนางฟ้าให้เธอเอง” ชลลัมภีร์หัวเราะสะใจ
ค่ำนั้น พรนางฟ้าพาคฑากลับมา เขาวิ่งเข้าไปกอดพาทีที่ยืนรออยู่ พาทีตักเตือน ถ้าจะทำเรื่องอย่างว่าอีกต้องใส่ถุงยาง ถ้าอายที่จะซื้อ ให้ตนหรือแองจี้ซื้อให้ก็ได้ คฑายิ้มขอบคุณก่อนจะหันมาขอบคุณพรนางฟ้าแล้วบอกพรุ่งนี้เจอกัน พาทีเหล่มองที่ดูสนิทสนมกันมากขึ้น เธออ้างว่าก็เป็นผู้จัดการวง ต้องสนิทกับศิลปินที่ตัวเองดูแล แล้วย้อนถามเขาออกมายืนทำอะไร
พาทีอึกอักๆอ้างออกมารดน้ำต้นไม้ หญิงสาวจับผิดไม่เห็นมีสายยาง เขาโวย “เออๆก็มันลุ้นนี่นา ถ้าลิซ่าท้องจริงๆ มีหวังบลูปรินซ์พังแน่ๆ เห้อ...สบายใจจัง วันนี้ดาวสวยเนอะ”
พรนางฟ้าเงยหน้ามองฟ้าเห็นดาวเต็มท้องฟ้าจริงๆ ไม่ทันมองว่าพาทีมองเธอไม่ได้มองดาวแต่อย่างใด แต่พอพาทีเห็นเธอเผลอเอามือจับสร้อยสิงโต ก็เกิดความหึง ขอตัวไปนอนดื้อๆ หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้เขาโกรธ
เช้าวันใหม่ สี่หนุ่มบลูปรินซ์จะต้องไปถ่ายโฆษณาสินค้าที่สตูดิโอ พรนางฟ้าไม่รู้เลยว่าต้องมาเจอหมอไทยและชยุตที่เป็นเจ้าของสินค้า จึงทำหน้าไม่ถูก รีบแนะนำตัวเองว่าชื่อแองจี้ อ้างเป็นชื่อในวงการ
ชยุตแอบกระซิบหมอไทยว่า เราต้องแกล้งแสดงให้พรนางฟ้าเห็นว่าเราเป็นคู่เกย์ หมอไทยไม่ค่อยเห็นด้วยแต่ก็ไม่ขัดขืน แล้วแต่เพื่อนจะทำอะไรก็คล้อยตาม พรนางฟ้าแอบถ่ายภาพทั้งสองส่งเข้าไลน์กลุ่ม แล้วคุยสามสายกับแพรพิณและบัวบุหงา ว่าตนเพิ่งรู้ว่าหมอไทย เป็นสปอนเซอร์ให้บลูปรินซ์ ชยุตแอบเห็นพรนางฟ้าส่งข่าว ยิ่งแกล้งแสดงความเป็นเกย์มากขึ้น
ภาพการถ่ายทำโฆษณา สี่หนุ่มต้องถือสินค้าและพูดแนะนำกับกล้อง หมอไทยกับชยุตนั่งมองหน้าจอจึงใกล้ชิดกันเข้าไปอีก พรนางฟ้ายิ่งฟันธง แถมคฑากับจุงเบยังมีความเห็นเดียวกับเธอ พาทีเอ็ด อย่ายุ่งเรื่องคนอื่น ใครจะเป็นอะไรก็เรื่องของเขา
พรนางฟ้าคุยไลน์กลุ่ม ไลออนย่องมาข้างหลัง แย่งมือถือเธอจะอ่านว่าคุยกับใคร หญิงสาวพยายามแย่งคืน เขาชูมือถือขึ้นสุดแขนทำให้เธอเข้ามาชิด เขาฉวยโอกาสโอบเอวเธอ พาทีหึงเข้ามากระแอม ทั้งสองสะดุ้งถอยห่าง พรนางฟ้ารีบดึงมือถือกลับคืน ไลออนเก็บความไม่พอใจ
พอกลับเข้าบ้าน พาทียังหงุดหงิดเรื่องไลออนกับแองจี้อยู่ จึงเสียงเข้มให้ทั้งสี่หนุ่มเตรียมซ้อมเพลงคอนเสิร์ตต่อ ไลออนบอกให้แองจี้มาฟังตนร้องเพลงด้วย พาทีขัดเธอต้องออกไปซื้อของเตรียมไปถ่ายทะเล
ลาเวนเดอร์ที่หัวหิน ไลออนหงุดหงิดไม่พอใจ พาทีถามมีปัญหาอะไร
“จะมีปัญหาอะไรได้ล่ะ ยังไงเราก็ต้องเชื่อฟังโปรดิวเซอร์อยู่แล้ว ไม่เคยได้มีสิทธิ์มีเสียงอะไรหรอก” ไลออนประชดแล้วเดินไป พาทีมองตามพยายามข่มอารมณ์ไว้
พลันเฌอเบลล์โทร.เข้ามาเรียกเขาออกไปพบบอกคิดถึง สีหน้าเขาสุดเซ็ง...ในขณะที่พรนางฟ้าลั้ลลามาก ที่จะได้ออกไปช็อปปิ้งจึงโทร.ชวนเพื่อนทั้งสองไปด้วยกัน แพรพิณกระดี๊กระด๊าเพราะต้องซื้อของเตรียมไป
หัวหินในฐานะผู้ชนะรางวัลด้วยอยู่แล้ว บัวบุหงาอดหมั่นไส้ไม่ได้
แทนที่จะสนุกกับการช็อปปิ้ง สามสาวกลับเจออรนาฏ...ทั้งสี่คนมานั่งในร้านกาแฟ บัวบุหงานั่งตัวเกร็ง อรนาฏดูหลักฐานในไอแพดที่จีสแกนรวบรวมได้
บัวบุหงานึกถึงการกระทำต่างๆที่พันธิตทำกับตน จึงบอก อรนาฏว่ายังไม่ฟันธงว่าเขาเป็นเกย์ ดาราสูงวัยไม่พอใจบ่นว่าตนหมดเงินไปเป็นสิบล้าน จ้างผู้หญิงมาใกล้ชิดลูก เขาก็ไม่สนใจ นอกจากไม่สำเร็จแล้วผู้หญิงเหล่านั้นเอาเรื่องไปบอกนักข่าวว่าเขาเป็นเกย์ ตนทนไม่ไหวอีกแล้ว อรนาฏร่ำไห้สุดรันทด
“สิ่งเดียวที่ฉันต้องการคือทำให้ลูกฉันกลับมาเป็นผู้ชาย เธอช่วยทำให้เขากลับมาเป็นผู้ชายได้ไหม...พูดตรงๆเลยนะ ช่วยจับลูกชายฉันที ตอนนี้ขอแค่พันธิตกลับมาเป็นผู้ชายก็พอ”
บัวบุหงากับเพื่อนๆอ้าปากค้างไม่รู้เลยว่านั่นคือการแสดงของดาราค้างฟ้าผู้นี้...เมื่อกลับกลายเป็นเช่นนี้ พรนางฟ้ากับแพรพิณจึงคิดว่าต้องแปลงโฉมบัวบุหงาให้เป็นสาวเซ็กซี่เพื่อการไปหัวหินในครั้งนี้จะดึงดูดพันธิต ให้มาสนใจ โดยมีพ่อเต่ากับเจ๊โดมช่วยประทินผิวจนผุดผ่อง
ด้านอันนาได้รับข้อความส่งมาทางไลน์จากหมอไทย บอกว่าพรุ่งนี้เขาต้องไปถ่ายงานบลูปรินซ์ที่หัวหิน
คงเหนื่อยมากอยากกอดเธอเป็นกำลังใจ...อันนาเริ่มคิดว่า ถ้าเรื่องยังค้างคาใจคงไม่มีความสุขแน่ จึงตัดสินใจจะตามไปดูความสัมพันธ์ของหมอไทยกับชยุตด้วยตาตัวเอง แต่แล้วมาเห็นแพรพิณกำลังจัดเสื้อผ้าอย่างวุ่นวายเพื่อไปเที่ยวหัวหิน ก็ตกใจจะทำอย่างไรไม่ให้น้ารู้
ooooooo
รุ่งเช้า สี่หนุ่มบลูปรินซ์ตื่นเต้นกับการไปหัวหิน เพราะถือว่าได้ไปพักผ่อนด้วย จึงเตรียมอุปกรณ์ของเล่นไปมากมาย ส่วนพรนางฟ้าขอแยกเดินทางไปกับเพื่อนๆ พาทีหงุดหงิดทำไมตนไม่รู้แต่ไลออนถึงรู้ ไลออนยักคิ้วเย้ย
รถพรนางฟ้ามาจอดริมทะเล แพรพิณลงจากรถ มายืดเส้นยืดสายท่าทางตื่นเต้นที่จะได้พักผ่อนเต็มที่
จนเพื่อนหมั่นไส้ไม่เจียมสังขาร ส่วนบัวบุหงาอิดออดไม่กล้าลงจากรถด้วยสภาพเธอตอนนี้เป็นสาวหวานไปเสียแล้ว พรนางฟ้ากับแพรพิณมองเพื่อนอย่างภูมิใจในฝีมือพวกเธอ
รถตู้กองถ่ายมาจอดหน้ารีสอร์ต พันธิตสั่งทีมงาน ทำงานในวันนี้ให้ทันเวลา เจ๊โดมช่วยทำให้บรรยากาศไม่ตึงเครียดด้วยการเสริมว่า ทำงานดีเสร็จจะมีเลี้ยงอาหารทะเลจากคุณพันธิต ทีมงานเฮดีใจกันใหญ่ พี่คิดชื่นชมความเป็นกันเองของผู้อำนวยการสร้างอย่างเขา แต่วทันยูกลับโอดครวญมาทะเลทั้งทีน่าจะชิวๆสบายๆกันบ้าง พันธิตโวยถ้าคิวป่วนเงินตนทั้งนั้น
แล้วพันธิตก็เดินหาบัวบุหงาว่ามาถึงหรือยัง กลับมาเจอหมอไทยและชยุตที่มาช่วยดูแลผิวพรรณศิลปิน
บลูปรินซ์ที่ต้องออกแดด จึงชวนถ่ายรูปไว้โปรโมต พันธิต หันไปสั่งลูกน้องตามบัวบุหงามาให้ที เผอิญบัวบุหงาได้ยินจึงร้องว่าตนอยู่นี่แล้วเดินถือกล้องเข้ามา
พันธิตตะลึงกับภาพหญิงสาวในชุดเดรสสำหรับเที่ยวทะเลลายดอก ใส่หมวก ผมดัดเป็นลอน...บัวบุหงากำลังยกกล้องขึ้นจะถ่าย เห็นหมอไทยกับชยุตก็ตกใจหน้าซีด เพราะทั้งสองเป็นเป้าหมายของจีสแกนเช่นกัน ชยุตรู้ทันชิงทักก่อน
“สวัสดีครับคุณบัวบุหงา วันนี้คุณแพรไม่มาหรือครับ” หญิงสาวอึกอักๆว่าไม่มา ชยุตสะกิด “เฮ้ยหมอ คนนี้ไงคุณบัวบุหงาเพื่อนคุณแพรพิณ แหม ถ้าคุณแองจี้อยู่ด้วยก็ครบแก๊งสืบ...”
หมอไทยแกล้งไอเสียงดังขัด แล้วถามว่าเธอ
ทำงานกับพันธิตด้วยหรือ บัวบุหงารับว่าใช่ เป็นตากล้องถ่ายภาพนิ่ง พอถ่ายภาพให้แล้วเธอก็รีบเดินหนีไปทางอื่น พันธิตเห็นก็ขอตัวเช่นกัน
บัวบุหงาเดินมาหลบใต้ต้นมะพร้าว รีบส่งไลน์บอกเพื่อนๆว่าหมอไทยกับชยุตมาที่นี่และพวกเขา
ก็พูดเกี่ยวกับแก๊งสืบอะไรด้วย หรือพวกเขาจะรู้ว่าเราคือจีสแกน แพรพิณตกใจมากหมดความสนุกทำอะไรไม่ถูก
แต่พรนางฟ้ากลับบอกว่าดีเสียอีกที่มากันทั้งหมดจะได้ถือโอกาสปิดจ๊อบเสียเลย ตนขอวางแผนสักครู่ สองเพื่อนเครียดอ่านไลน์แล้วภาวนาขอให้แผนนี้สำเร็จ
บัวบุหงายกมือสาธุเหนือหัว พันธิตเข้ามาถามแผนอะไร หญิงสาวสะดุ้งแก้ตัวว่าแผนขอหวย แล้วเอื้อมมือไปถูต้นมะพร้าวจนนิ้วแดง พันธิตถอนใจดึงมือเธอมาเอ็ดเบาๆ
“ทีหลังจะสร้างเรื่องอะไรก็เอาที่ตัวเองไม่เจ็บตัวนะ” พันธิตลูบนิ้วอย่างห่วงใย บัวบุหงายืนตัวแข็งดึงมือกลับแต่เขาไม่ปล่อย “คุณนี่ชอบทำอะไรให้ผมแปลกใจอยู่เรื่อยเลยนะ เดี๋ยวก็เป็นทอม เดี๋ยวก็เป็นผู้หญิง เดี๋ยวก็ทำตัวลับๆล่อๆ มีอะไรวุ่นวายนักเหรอคุณ เล่าให้ผมฟังมั่งสิ”
“ชะ...ฉันเล่าแน่ แต่คุณปล่อยมือฉันก่อนสิ...จริงๆ”
พันธิตยอมปล่อยมือ บัวบุหงารีบเดินหนี เขาหัวเราะเบาๆแล้วเดินตามอยากรู้ว่าเธอจะทำอะไร หญิงสาว อ้างว่าร้อนจะไปหาน้ำเย็นๆกิน เขาหัวเราะถึงว่าหน้าแดง เธอยิ่งเขินมากขึ้นเผอิญลมพัดหมวกปลิว เธอหันกลับจะคว้าหมวกแต่ชนเข้ากับพันธิต เขาฉวยโอกาสโอบเอวเธอไว้ และหาว่าเธอหันมากอดเขา หญิงสาวโวย “บ้าเหรอ! ฉันจะหยิบหมวก เข้าใจไหม”
พันธิตไม่ยอมปล่อยบอกหมวกน่ะช่างมันแล้วจะซื้อให้ใหม่ เธอไม่ยอมยกเท้ากระทืบเท้าเขาให้ปล่อยแล้ววิ่งไปเก็บหมวก พอลุกขึ้นมาก็ชนกับเขาที่ตามมาอีก เธอบ่นว่าเขาตามมาทำไม รำคาญ เขากลับยิ้มเอานิ้วเกลี่ยผมที่ปรกหน้าเธอออกแล้วชมว่า สวยเหมือนกันนะยัยทอม ทำเอาหญิงสาวสบตาอึ้งๆเขินจนทำอะไรไม่ถูก พอดีมีเสียงโทรศัพท์ขัดจังหวะ พันธิตหยิบดูเห็นชื่ออรนาฏ ก็ตัดสายทิ้งไม่รับ บัวบุหงาถือโอกาสวิ่งหนีไป เขาจะเดินตามแต่เควินเข้ามาดักหน้า
“คุณพันธิตครับ ถ้าไม่รบกวนเกินไป ผมขอเบอร์คุณแม่คุณหน่อยได้ไหมครับ” พันธิตแปลกใจ เควินรีบอธิบาย “ผมอยากส่งรูปที่ถ่ายด้วยกันคราวที่แล้วให้น่ะครับ”
พันธิตให้ส่งให้เขาส่งต่ออีกที แต่เควินยื้ออยากส่งด้วยตัวเอง อยากอวดเพื่อนๆในวงว่าตนมีเบอร์ดาราที่ชอบ ตนรับรองจะไม่โทร.รบกวน พันธิตชั่งใจก่อนจะยอมเอามือถือ
เควินมากดเบอร์ให้ หนุ่มน้อยดีใจออกนอกหน้า พันธิตจึงแย็บว่า บอกตามจริงว่าตนกับแม่ไม่ค่อยถูกกัน เจอกันทีไรทะเลาะกันทุกที เควินหน้าเศร้าลง บอกเขายังดีที่มีแม่ทะเลาะด้วย ตนเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่เสียตั้งแต่เล็ก เห็นคนมีแม่แล้วอิจฉา พันธิตพยักหน้ารับรู้ระคนแปลกใจ
พอเควินแยกออกมา มองไปรอบๆไม่มีใคร ก็รีบโทร.หาอรนาฏ เธอเห็นเบอร์ไม่คุ้นก็แปลกใจแต่ตัดสินใจรับสาย พอรู้ว่าเป็นเควินก็ดีใจ เขาชวนให้เธอแวะมาเยี่ยมกองถ่าย เธอรับคำ เควินเห็นพาทีเดินตามหา ก็แกล้งโผล่มาจ๊ะเอ๋ พาทีไม่ตกใจกลับเขกหัวเขาโป๊ก บอกทุกคนรอ เควินวิ่งไปด้วยความรู้สึกปลื้มปริ่ม
ด้านหมอไทยต่อว่าชยุตไม่น่าทำให้บัวบุหงาเข้าใจว่าเราเป็นเกย์ แต่ชยุตเห็นว่านี่เป็นการเอาคืน ระหว่างเดินมาตามทาง ชยุตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนอันนา รีบสะกิดชี้ให้เพื่อนดู แต่เธอหายไปแล้ว หมอไทยกับชยุตเดินไปอีกทาง อันนาโผล่มามองด้วยสีหน้าสงสัย
พาทีแจกแจงงานให้บลูปรินซ์ฟังว่าวันนี้จะมีการ ถ่ายทำสิบฉาก สี่หนุ่มโอดโอยทำไมต้องถ่ายกันบ้าระห่ำขนาดนั้น ไลออนเข่นเขี้ยวอย่าให้รู้นะว่าใครจัดเบรกดาวน์ จะจับมาตีให้เข็ด
พาทีชี้ “อยากรู้ว่าใครจัดเบรกดาวน์ก็ถามคุณผู้หญิงคนนั้นสิ”
“แองจี้กับผู้ช่วยหนึ่งช่วยกันจัดเอง ทำไมเหรอ” พรนางฟ้าตอบขำๆอย่างไม่รู้อะไร
“โธ่ ทำไมแองจี้ใจร้ายกับพวกเรางี้ล่ะ ทำแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะครับ” จุงเบเข้ามาอ้อน
ไลออนเข้าแทรกกลางห้ามใครว่าแองจี้ คฑาเย้าว่าปกป้องกันออกหน้าออกตาเกิน วอในมือพาทีดัง เขารับมาคุยแล้วหันมาบอกทุกคน อีกครึ่งชั่วโมงสแตนด์บายหน้าเซต ตอนนี้ใครอยากทำอะไรรีบไปจัดการ สี่หนุ่มกระจัดกระจายไปคนละทิศ ไลออนดึงพรนางฟ้าออกไปด้วย
พรนางฟ้าถามไลออนมีอะไร เขาให้เธอหลับตา สัญญาจะไม่ทำอะไร พอเธอยอมหลับตาเขาก็เอาแหวนเปลือกหอยใส่ในมือเธอ เน้นว่าเป็นของขวัญชิ้นที่สอง ให้เธอจำได้ว่าเรามาทะเลด้วยกันครั้งแรก แล้วเขาจะสวมแหวนให้เธอ พรนางฟ้าดึงมือออกบอกตนถือ ตนจะใส่แหวนคู่กับคนรักเท่านั้น ไลออนกำลังจะถามต่อ พาทีเข้ามาเรียกไลออนให้ไปเตรียมตัว เขามองตาขุ่น
“พี่นี่เข้ามาได้จังหวะตลอดเลยนะครับ ถ้านี่เป็นละคร ผมคิดว่าพี่ต้องเกลียดผมมากแน่ๆเลย หรือถ้าไม่ใช่พี่เกลียดผม พี่ก็ต้องชอบแองจี้มากแน่ๆ”
พรนางฟ้าหน้าเสียปรามไลออนให้หยุดพูดเพ้อเจ้อ แล้วดันไลออนให้ไปทำงาน เขาเดินหัวเสียออกไป พอเธอจะเดินไป พาทีก็เรียกไว้ เขากำบางอย่างในมือยื่นมาให้ บอกให้เธอหลับตา
“ทำไมผู้ชายทุกคนต้องบอกให้ผู้หญิงหลับตาด้วย” พรนางฟ้าบ่นแต่ก็ยอมหลับตาแบมือ แล้วรู้สึกมีอะไรตกลงมาในมือ พอลืมตาขึ้นมองก็ต้องร้องกรี๊ดสะบัดทิ้ง เพราะมันคือซากจิ้งจก แต่พาทีเดินหนีไปแล้ว เธอเจ็บใจวิ่งตามไปเอาคืน
ไลออนแอบมองสองคนแล้วมองแหวนในมือตัวเอง พึมพำ แกนี่น่าสงสาร โดนเก็บมาจากทรายมาทำเครื่องประดับโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีใครอยากสวม ว่าแล้วก็สวมใส่นิ้วตัวเอง
ooooooo
การถ่ายทำผ่านไปหลายฉาก แพรพิณแอบถ่าย รูปหมอไทยกับชยุตที่นั่งชิดกันหน้าจอมอนิเตอร์ ส่วนไลออนมักชำเลืองมองมาที่พรนางฟ้าจนเธอรู้สึกอึดอัด จึงบอกพาทีว่าตนอยากกินน้ำมะพร้าวแล้วขอตัววิ่งออกไป
พรนางฟ้าหลบมายืนมองทะเล จู่ๆมีลูกมะพร้าวยื่นมาตรงหน้า เธอหันมองเป็นพาทีที่ถือมาสองลูก เขาอ้างว่าแฟนคลับเอามาฝากบลูปรินซ์ ตนเห็นเธออยากกินจึงเอามาให้ หญิงสาวเบ้หน้าใส่คิดว่าตั้งใจหาซื้อมาให้ พาที หัวเราะขำๆ ไม่ทันไรต้องหุบยิ้มเมื่อเฌอเบลล์เดินเข้ามาทัก
“สวัสดีค่ะคุณที คุณแองจี้ แอบมากินน้ำมะพร้าวกันอยู่ที่นี่เอง” เฌอเบลล์ตั้งใจข่มแองจี้ จึงขยับเข้าเบียดพาที “คุณทีโทร.บอกว่ามีถ่ายหนังที่นี่ เบลล์ก็เลยมาเซอร์ไพรส์น่ะค่ะ”
“วันนี้ผมน่าจะยุ่งทั้งวัน ไว้ถ่ายเสร็จผมโทร.หานะครับ อีกอย่างทางกองถ่ายเขาอยากให้เก็บเป็นความลับด้วยครับ ไป ผมไปส่ง” พาทีดึงเฌอเบลล์เดินไป
พรนางฟ้ามองตามด้วยความรู้สึกปวดใจ...พอมาถึงที่จอดรถ พาทีก็เสียงขุ่นใส่เฌอเบลล์ว่าตามมาทำไม หญิงสาวมองอย่างท้าทาย อย่าลืมว่าเขาต้องตามใจตนถ้าไม่อยากให้ความลับรั่วไหลถึงสื่อมวลชน แล้วเธอก็บังคับให้เขาต้องมีเวลาพาไปทานกลางวัน พาทีข่มใจ
ไม่ให้โกรธ
ด้วยความเฟอะฟะของแพรพิณ ทำให้เธอดันไปยืนแถวต้นไม้ที่อยู่ในฉาก ชยุตกับหมอไทยจึงเห็นเธอในจอมอนิเตอร์ ผู้กำกับสั่งคัตแล้วโวยว่าใครเข้ามาอยู่ในฉาก แพรพิณสะดุ้งรีบวิ่งหนี ชยุตรีบตามไปจนถึงริมหาด หญิงสาวไปแอบข้างเรือที่จอดริมหาด แต่ไม่พ้นสายตาเขาไปได้ ชยุตเดินเข้าไปใกล้ เธอไม่รู้จะหนีทางไหนจึงดำน้ำลงไป เขาแกล้งยืนรอให้เธอโผล่ขึ้นมาเอง
พอเธอทะลึ่งพรวดขึ้นมาเห็นเขายังอยู่ก็ทำทีตกใจที่เจอเขา ชยุตขำที่เธอลงทุนจริงๆ แถไปได้น้ำขุ่นๆ แพรพิณอายจะเดินหนี เขาคว้าตัวเธอมากอดแกล้งยื่นหน้าถามใกล้ๆ
“จะไปไหน ไม่คิดถึงผมเหรอ” แพรพิณดิ้น “ทำไมคุณถึงทำเหมือนไม่มีเยื่อใยกับผมเลย”
“เยื่อใยอะไร! ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ”
ชยุตเท้าความถึงคืนวันงานแซยิดที่เธอโดนเขาจูบจนเป็นลม แล้วยังนอนในรถเขาทั้งคืน หญิงสาวโวยว่าไม่มีอะไรเกินเลย ไม่ควรพูดเรื่องเยื่อใย เขาย้ำอีกแน่ใจหรือ ไม่มีเยื่อใย
“แน่ใจมาก แล้วก็เลิกพูดถึงคืนนั้นได้ละ คืนนั้นหรือคืนไหนก็เหมือนกัน คือฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณ แล้วขอเลยนะอย่ามาฉวยโอกาสกับฉันแบบนี้อีก ฉันไม่ชอบ” แพรพิณเดินหนีทั้งที่ในใจรู้สึกเสียใจที่พูดแรงกับเขา แต่ด้วยทิฐิทำให้ต้องไม่สนใจ...เธอเดินมานั่งหงุดหงิดพิงต้นสน โมโหที่ชยุตไม่เลือกเอาสักอย่างว่าจะเป็นแบบไหน แล้วหยิบลูกสนมาปาออกไป
เสียงคนร้องโอ๊ย ทำให้แพรพิณสะดุ้ง หันมอง ลูกสนที่ปาไปโดนหัวอันนาอย่างจัง สองน้าหลานตกใจที่เจอกัน อันนาน้ำตาคลอสารภาพว่าต้องการมาเห็นกับตาว่าหมอไทยกับชยุตเป็นอะไรกัน แพรพิณสงสารหลานกอดปลอบ แล้วตั้งกรุ๊ปใหม่ให้มีอันนาร่วมด้วยในทีมจีสแกน
ชยุตกลับมาบอกหมอไทยว่าใช่แพรพิณ เธอไม่ยอม เชื่อว่าเราไม่ใช่เกย์ ต้องตามสโตล์กเกอร์เราไม่หยุดแน่
หมอไทยเหล่มองเพื่อนมั่นใจว่าเขาชอบแพรพิณ แต่ชยุตก็ปากแข็งไม่ยอมรับ
พอเลิกกอง พาทีสั่งแองจี้พาบลูปรินซ์กลับไปพักอย่าให้แอบไปเที่ยวไหน พรนางฟ้าเห็นว่าวันนี้พวกเขา
ทำงานทั้งวัน จึงขอ “พี่พาทีคะ อย่าหาว่าแองจี้เยอะแยะเลย นะคะ ช่วงนี้บลูปรินซ์เจอแต่เรื่องแย่ๆ ไหนๆได้มาทะเลแล้ว ให้เขาพักผ่อนบ้างอย่างที่เขาต้องการเถอะนะคะ”
พาทีไม่ตอบเดินไป สี่หนุ่มวิ่งเข้ามาถามว่าจะได้เล่นน้ำทะเลหรือออกไปเที่ยวไหน เควินเห็นสีหน้าแองจี้ก็รู้ว่าพาทีไม่อนุญาต ไลออนบ่นอุบว่าเป็นนักร้องหรือเป็นนักโทษกันแน่ จุงเบปลอบใจในเมื่อพวกเราเลือกแล้วก็ต้องยอมรับสิ่งที่ตามมา แองจี้จะพาทุกคนไป เสียงพาทีดังขึ้น
“อ้าว จะไปไหนกัน พี่บอกให้เขาเตรียมปาร์ตี้ริมทะเลไว้ให้พวกเราแล้ว หรือจะให้ยกเลิก”
สี่หนุ่มดีใจพากันวิ่งกลับมากอดพาที พรนางฟ้ายกกล้องขึ้นเก็บภาพความสุขนี้ไว้...
ด้านพันธิตเมื่อประชุมงานเสร็จ ก็มาชวนบัวบุหงาไปดูเลนส์กล้องตัวใหม่ แต่เธอกลับไม่สนใจบอกต้องไปกับเจ๊โดม เจ๊โดมแย้งว่าไปไม่ได้เพราะตนมีนัดกับผู้ชาย ว่า แล้วก็รีบวิ่งออกไป หญิงสาวไม่แคร์คว้ากระเป๋าจะเดินไป พันธิตตามขวางออกคำสั่งต้องไปกับตน บัวบุหงาไม่ไปเพราะตอนนี้เลิกงานแล้ว พอดีวทันยูเดินเข้ามากอดคอพันธิต บอกเจอร้านหนึ่งเจ๋งมากสาวเพียบ พันธิตปฏิเสธเพราะมีนัดแล้วกับบัวบุหงา ว่าแล้วดึงเธอเดินไป วทันยูยืนมึนที่โดนเพื่อนทิ้งดื้อๆ
ooooooo
สี่หนุ่มบลูปรินซ์เห็นอาหารที่จัดไว้ให้ เป็นอาหารที่ถูกห้ามกินมาก่อน และพาทียังยอมให้ดื่มไวน์ได้เล็กน้อย ทุกคนกินและดื่มอย่างมีความสุขมาก พาทีเห็นแล้วอดรู้สึกผิดไม่ได้
“ดูสิ แค่ได้กินอาหารเต็มมื้อเหมือนคนทั่วไป พวกนี้ดีใจยิ่งกว่าคนถูกหวยสิบล้าน คิดๆไปเหมือนพี่กักขังพวกเขาเลย...พี่ทำกับพวกเขาแรงเกินไปรึเปล่าแองจี้”
“แองจี้รู้ว่าพี่พาทีมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้”
“เหตุผลเหรอ บางที...คำว่าเหตุผลอาจเป็นข้ออ้างของพี่ก็ได้มั้ง จริงๆที่พี่ต้องคุมทุกคนในกฎเพราะในใจพี่มันมีแต่ความกลัว กลัวว่าถ้าออกนอกกฎเมื่อไหร่ สิ่งที่พี่สร้างมามันจะจบลงเมื่อนั้น วงการนี้มันทำให้พี่กลายเป็นคนขี้กลัวไปเลย”
“พี่พาทีกลัวกับเขาเป็นด้วยเหรอ”
พาทีถอนใจ เธอไม่รู้หรอกว่าตนผ่านอะไรมาบ้างถึงต้องกลัว เขายังไม่อยากเล่า กลับย้อนถามแองจี้ว่าตนควรทำอย่างไรให้บลูปรินซ์มีความสุข
“แองจี้ว่า บางทีพี่พาทีอาจจะต้องหาสมดุลระหว่างกฎกับความยืดหยุ่นให้เจอ พี่พาทีอยู่วงการนี้มานาน แองจี้เชื่อว่าพี่พาทีรู้ว่าเรื่องไหนควรปล่อย เรื่องไหน ไม่ควรปล่อย” พาทีเห็นจริง พรนางฟ้าอาสาจะช่วยคิดถ้าเรื่องไหนเขาไม่แน่ใจว่าควรไม่ควร
ไลออนเห็นสองคนคุยกันก็ไม่พอใจ เข้ามาดึงมือพรนางฟ้าไปร่วมปาร์ตี้ จุงเบกับคฑาคะยั้นคะยอให้ทั้งแองจี้และพาทีเต้นรั่วๆ ก่อนจะโดนลากลงทะเลอย่างสนุกสนาน...เวลาผ่านไป ทุกคนนอนแผ่บนหาดทราย สี่หนุ่มรู้สึกสนุกมากจนอยากขอบคุณคนที่ทำให้งานนี้เกิดขึ้น แต่ก็ลงความเห็นว่าไม่ใช่พาที พาทีพยักพเยิดไปทางแองจี้ ทุกคนจึงเข้าไปจับแก้มหยอกเย้าเธอเป็นการขอบคุณ และโหวตให้วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดในรอบปี
พาทีลุกขึ้นกล่าวอย่างจริงจัง “พี่โหวตด้วย ทุกคน...พี่ขอโทษสำหรับการดูแลที่ผ่านมานะ พี่สัญญาว่าต่อไปนี้จะให้ทุกคนมีวันพักอาทิตย์ละหนึ่งวัน”
สี่หนุ่มบลูปรินซ์ตะลึงไม่อยากเชื่อ หาว่าไวน์ที่ดื่ม ทำให้เขาเพี้ยน พาทีหมั่นไส้แกล้งบอกงั้นยกเลิก สี่หนุ่มโอดครวญ พาทีกลับมาพูดจริงจังว่า ต่อไปจะพยายามยืดหยุ่นกับพวกเขาให้มากกว่านี้ ส่วนวันนี้หมดเวลาแล้ว ทุกคนต้องเข้านอน พรุ่งนี้มีงานแต่เช้า ทุกคนหันมาโอดโอย
ด้านพันธิตได้จัดโต๊ะอาหารน่ารักๆริมทะเลไว้สำหรับเขาและบัวบุหงา เธอตะลึงไม่คิดว่าเขาจะมีโมเมนต์นี้ แต่ด้วยความรู้สึกอาย จึงนั่งทานอาหารกับเขานิดเดียวแล้วบอกว่าอิ่ม พันธิตไม่เชื่อเพราะตอนที่เขาพบกับเธอใหม่ๆ เธอกินขนาดวัวตายควายล้มก็ไม่ปาน หญิงสาวโวย
“นี่ๆ ให้มันน้อยๆหน่อย ก็ตอนนี้ฉันไม่อยากกินเยอะแบบนั้นแล้วนี่”
ชายหนุ่มกวักมือเรียกบ๋อยเข้ามากระซิบ สักพักบ๋อยกลับมาพร้อมสำลีและขวดน้ำยารีมูฟเวอร์ พันธิตสั่งให้บัวบุหงาขยับมาใกล้ๆ แล้วเทน้ำยาเช็ดเครื่องสำอางที่ตาเธอออก
“ผมไม่ชอบที่คุณเป็นแบบนี้เลยบัว มันไม่สนุก คุณสวยขึ้นก็จริงแต่ก็ต้องมานั่งแอ๊บทำนู่นทำนี่ ไม่อึดอัดเหรอ เป็นคุณคนเดิมมันเจ๋งอยู่แล้ว อย่าให้ไอ้พวกเครื่องสำอางจอมปลอมนี้มันทำให้คุณเปลี่ยนไปเลย ผมขอร้อง”
บัวบุหงาพึมพำไหนว่าตนสวย เขายอมรับว่าสวยแต่น่ารำคาญ ผู้หญิงสวยเขาเจอมาเป็นพันคน สวยกว่าเธออีก หญิงสาวบ่นอุบที่พูดมาเกือบดีแล้ว แต่ประโยคสุดท้ายไม่พูดก็ไม่มีใครว่า
“นี่สิ บัวบุหงาคนเดิมที่ผมรู้จัก...” พันธิตสั่งให้หลับตา แล้วจัดการเช็ดเครื่องสำอางออกจนหมด หญิงสาว ลืมตามาเจอหน้าเขาอยู่ชิดก็เขินอายหลบตาลงต่ำ เขาแอบขำชอบใจ
หลังทานอาหารเสร็จ พันธิตเดินมาส่งบัวบุหงาหน้าที่พัก ขอบคุณเธอสำหรับคืนนี้ เธอเขินบอกเขาอย่าพูดเพราะ ทำให้จะอ้วก เขาหมั่นไส้โพล่งขึ้น
“งั้นหล่อนเข้าห้องไปเลย นังแพศยา!”
“เดี๋ยวๆๆ มากไปแล้วๆ”
พันธิตหัวเราะออกมาแล้วบอกให้เธอหลับฝันดี
บัวบุหงาบอกเขาก็เหมือนกัน ต่างคนต่างโบกมือลากันเขินๆ กว่าจะแยกกันได้จริงๆ ทั้งสองรู้สึกอิ่มเอิบใจอย่างมาก
คืนนั้นพรนางฟ้าออกมาเดินเล่นริมทะเล สักพักพาทีตามออกมาถามเธอไม่เหนื่อยหรือถึงไม่นอน เขาชวนไปนั่งคุยเพราะยังคุยกันไม่จบ ไลออนของเธอมาขัดเสียก่อน หญิงสาวสวนว่า
“ไม่ใช่ของแองจี้สักหน่อย ต้องเฌอเบลล์ของพี่พาทีมากกว่าไหมคะ”
“ตอนนี้มีแค่เราสองคน อย่าพูดเรื่องคนอื่นได้ไหม”
พรนางฟ้าชะงักกับคำพูดของเขา จึงเปลี่ยนเรื่องถามว่าเขาชอบทะเลไหม พาทีทำหน้าเบื่อๆ คิดถึงอดีตวัยเด็กที่อยู่กับทะเล รู้ดีว่าคลื่นทะเลเอาแน่เอานอนไม่ได้ หญิงสาวจึงคิดว่าเขาคงชอบภูเขามากกว่า เพราะหนักแน่นมั่นคงเป็นที่พึ่งพิงได้ เขาพยักหน้ารับกลายๆ แล้วย้อนถามเธอบ้างทำไมชอบทะเล เธอปฏิเสธ บอกชอบมองท้องฟ้าตอนอยู่ติดกับทะเลต่างหากแล้วสาธยายว่า
“ท้องฟ้าที่ทะเลมันสดใสกว่า หรือตอนกลางคืน ท้องฟ้าที่อยู่กับทะเลก็จะเห็นดาวได้ชัดกว่า แบบนี้ไง” พรนางฟ้าชี้มือไปยังดวงดาว แต่พาทีแอบมองเธอโดยที่เธอไม่รู้ตัว
พอพรนางฟ้าถามขึ้นว่าทำไมเขายังไม่นอน เขาก็ลุกพรวดขึ้นแล้วบอกว่ากำลังจะไปคุยกับพี่คิดแถมสั่งให้เธอไปนอนได้แล้ว หญิงสาวคิดว่าเขาจะเดินไปส่ง เขากลับบอกว่าเดินมาคนเดียวได้ก็กลับไปคนเดียว เธอยู่จมูกใส่แล้วเดินบ่นไปตลอดทาง...แต่พอถึงที่พักก็เห็นเงา
พาทีหันหลังเดินกลับไป จึงรู้ว่าเขาตามมาส่ง เริ่มสับสนในใจว่าควรดีใจหรือเสียใจดี
ที่บาร์เกย์ วทันยูนั่งดื่มจนเมาบ่นที่พันธิตทิ้งไปกับสาว จนสาวที่นั่งข้างๆขำหัวเราะเสียงดังออกมา ทั้งสองจึงคุยกันอย่างถูกคอ บาเทนเดอร์จำได้ว่าเธอคือแม็กซี่ ตรีชวา มิสทิฟฟานี่ที่กำลังโด่งดัง เธอรีบจุ๊ปากไม่ให้บอกใคร
ระหว่างนั้นชยุตลากหมอไทยมาเที่ยวที่นี่ เพราะเชื่อว่ากลุ่มจีสแกนจะต้องตามมา แต่พอเข้ามานั่งไม่ทันไร ชยุตเห็นวทันยูเมาพร่ำรำพันอยู่กับแม็กซี่ ก็รีบสะกิดหมอไทยให้ดู จังหวะนั้นบาเทนเดอร์พานักข่าวมาถ่ายภาพแม็กซี่ เธอตกใจรีบเอากระเป๋าบังหน้า แล้วนักข่าวก็เห็นหมอเซเลบชื่อดังหลานคุณหญิงนวลจันทร์ จึงเบนความสนใจมาตามถ่าย หมอไทยรีบดึงชยุตวิ่งหนี
แพรพิณกับอันนาตามมาถึงเห็นทั้งสองวิ่งผ่านหน้าไป อันนาตะลึงน้ำตาเอ่อ ในขณะที่วทันยูไม่พอใจนักข่าวจึงชกหน้าเปรี้ยงท่ามกลางเสียงร้องกรี๊ดของแม็กซี่และแขกที่มาเที่ยว
รุ่งเช้าพันธิตกับพี่คิดต้องตกใจกับข่าวดัง “ลูกไฮโซชื่อดังเมาอาละวาดกลางผับ รัวหมัดใส่นักข่าวก่อนหนีหายไปกับดาราสาวประเภทสองน้องแม็กซี่ ตรีชวา”
พันธิตเครียดเพราะเกรงจะกระทบมาถึงหนังที่กำลังสร้าง บัวบุหงาเห็นพันธิตหงุดหงิดก็ถ่ายภาพเขาหลายภาพ เอามาให้เขาดูว่าเวลาที่เขาอารมณ์เสียหน้าตายู่ยี่ขนาดไหน ทำให้เขาขำหน้าตัวเองคลายความหงุดหงิดลง เขาบ่นว่าเธอทำให้เขาขำจนลืมว่าต้องทำอะไรบ้าง แล้วนึกได้ว่าต้องโทร.ตามหมอไทยกับชยุตทำไมยังไม่มากอง บัวบุหงาจึงเตือนสติ
“สองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย คุณหมอไทยกับคุณชยุตอาจจะยังไม่ตื่น การที่เราโทร.ตามเขาแล้วเขาไม่รับ เราเลยถ่ายหนังต่อโดยไม่รอเขาก็ไม่ใช่ความผิดเรา ส่วนเรื่องคุณยู ถ้านักข่าวถามมาก็ตอบไป ไม่มีอะไรต้องคิดมาก แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่านักข่าวจะหาทางเล่นเรื่องเสียๆหายๆกับหนังเรา...ถ้าหนังเราดีจริงก็ไม่มีอะไรให้ต้องกลัว”
พันธิตเริ่มยิ้มออกที่หญิงสาวพูดจามีสาระก็เป็น...บัวบุหงาเลี่ยงมาหาพรนางฟ้าเพื่อให้ช่วยตามหมอไทยกับชยุต ที่ทำให้เจ้านายตนหงุดหงิดแต่เช้า พรนางฟ้ากระเซ้าดูเพื่อนเป็นห่วงเขามาก แต่ก็โทร.หาแพรพิณให้ พอแพรพิณรับสายก็เล่าเรื่องเมื่อคืนด้วยความโกรธว่า
หมอไทยกับชยุตเป็นเกย์แน่ๆ ถึงไปเที่ยวสถานที่แบบนั้น พอมีเรื่องก็วิ่งหนีกันออกมา ตนกับอันนาตามไปเจอทั้งสองที่ร้านยาดองข้างทาง หมอไทยเครียดเกรงคุณหญิงย่ารู้ว่าเขาไปเที่ยวที่นั่นจึงดื่มจนเมา แล้วชยุตก็พาเขากลับ ตนคลาดกับทั้งสองที่หน้าห้องน้ำ
พรนางฟ้าขอให้แพรพิณตามหาหมอไทยกับชยุตเพื่อบอกให้ไปที่กองถ่าย...อันนานึกได้ว่ามีแอพไลน์
ไฟนด์มายเฟรนด์ของหมอไทย ทำให้รู้ได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน
สองน้าหลานมาที่โรงแรมที่พัก อันนาวางมาดว่าเป็นภรรยาหมอไทยคุณชายแห่งวังมัจฉา ต้องการขึ้นไปพบสามีบนห้อง พนักงานอึกอักๆ แต่ก็กลัวเป็นเรื่องจึงยอมให้กุญแจ ทันทีที่สองสาวเปิดประตูห้องเข้าไปต้องช็อกกับภาพที่เห็น สองหนุ่มนอนคู่กันบนเตียง มีเสื้อผ้าถอดเกลื่อนอยู่กับพื้นห้อง แพรพิณยังมีสติเอามือถือมาบันทึกภาพทั้งสองไว้ด้วยความผิดหวังเสียใจเช่นกัน
ooooooo
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ (thairath.co.th)
«
Reply #4 on:
24 October 2026, 21:00:40 »
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep7/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 7
เช้าตรู่ที่บ้านพักชายทะเล พาทีโทร.ปลุกพรนางฟ้าให้ลุกมาช่วยกันทำอาหารเช้า หญิงสาวนอนม้วนไปม้วนมาด้วยความเขินบนเตียง พอนึกได้ก็พยายามห้ามใจตัวเอง ท่องเอาไว้ว่าชอบเขาไม่ได้ เราเป็นสายลับไม่ใช่แฟนโปรดิวเซอร์ คิดแล้วก็อดเขินอายต่อไม่ได้
พาทีเตรียมวัตถุดิบทำอาหารไว้พร้อม พอพรนางฟ้ามาถึงเขาก็บอกให้สวมผ้ากันเปื้อน เธออิดออดให้เขาสวมให้ เขาจึงเขกหัวเธออย่างเอ็นดูก่อนจะยอมสวมให้เหมือนสวมกอดเธอ ทั้งสองเขินกันเอง หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องมาถามวันนี้ทำอะไร พาทีตอบว่าแกงเลียงกับน้ำพริกปลาทู เธอทึ่งที่สี่หนุ่มกินเป็น พาทีตอบขำๆ
“น้อยไปสิ พวกนั้นชอบอาหารไทยจะตายแต่พี่น่ะบังคับให้พวกนั้นกินแต่อาหารเพื่อรักษาสุขภาพ รักษาน้ำหนัก ลืมไปเลยว่าอาหารเรานี่รักษาสุขภาพชัดๆ”
พรนางฟ้านึกได้ถามเรื่องที่จุงเบเป็นหอบ รักษาจริงจังหรือยัง พาทีบอกว่ารักษาอยู่ ทั้งสองคุยกันไปทำอาหารกันไป เควินออกมาเห็นชักสงสัยว่าพี่ชายจะชอบแองจี้ เข้าไปเหล่ใกล้ๆ พาทีให้แองจี้ไปปลุกคนอื่นๆตื่นมาวิ่ง เควินกระเซ้าจนพาทีเขกหัว พรนางฟ้ามองรู้สึกว่าสองคนนี้สนิทกันแปลกๆผิดกับสมาชิก
คนอื่นในวง พอเธอเดินไป เควินก็ถามพาทีทำไมมองแองจี้ตาเป็นประกายเหมือนชอบเธอ เขาชะงักเอ็ดให้เงียบไปเลยอย่าพูดอะไรบ้าๆ
อยู่กันมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย ดูแค่นี้ก็รู้แล้ว
ว่าชอบ ตกลงชอบแองจี้ใช่มะ...ไม่บอกแสดงว่าชอบ โหพี่...งานนี้ไอ้ไลออนไม่ยอมแน่ๆ”
“เออ ไม่ยอมก็ไม่ยอม” พาทีเผลอโพล่งออกมา เควินถามจะทำอย่างไร “ไม่รู้ ตอนนี้บลูปรินซ์สำคัญที่สุด ส่วนแกตำน้ำพริกไปเลย...”
เควินมองพี่ชายอย่างห่วงๆ พอดีอรนาฏโทร.เข้ามา เควินกลัวพาทีรู้รีบขอตัวแยกไปคุย พาทีมองอย่างสงสัย...อรนาฏโทร.มาขอความช่วยเหลือจากเควิน เขารู้สึกแปลกใจ
พอตอนสาย พาทีกับเควินตั้งโต๊ะอาหารเสร็จ
จุงเบกับคฑาเดินมา พาทีจึงถามถึงไลออนกับแองจี้ จุงเบบอกว่าสวีตกันอยู่กำลังตามมา เควินมองหน้าพาทีแต่เขาแกล้งทำหน้าปกติ สักครู่สองคนเดินมา
พาทีเรียกให้ทานข้าว เผอิญแพรพิณโทร.มา พรนางฟ้ารับสายแล้วขอตัววิ่งออกไป
สามสาวจีสแกนนัดเจอกันที่ร้านอาหารริมทะเล แพรพิณเอารูปหมอไทยกับชยุตนอนด้วยกันให้ดู แล้วบ่นว่าสงสารอันนาเอาแต่เศร้า พรนางฟ้ากับบัวบุหงารู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกแพรพิณเช่นกันจึงเอ่ยถามเพื่อนยังไหวไหม เธอตอบยิ้มๆไม่เป็นอะไร ตนไม่ได้เป็นอะไรกับชยุต
พรนางฟ้าฉุกคิดถามแพรพิณว่าเจอถุงยาง
หรือเจลหล่อลื่นไหม แพรพิณหน้าแดงบอกไม่ได้ดู บัวบุหงาท้วงว่าคนเมามีอารมณ์ไม่ทันใช้ของพวกนั้น จะสงสัยไปทำไม พรนางฟ้าคิดถึงสายตาหมอไทย
เวลามองอันนา ไม่อยากเชื่อว่าเขาเป็นเกย์ แพรพิณโพล่งถามแล้วสายตาชยุตที่มองตนล่ะ เห็นอะไรบ้าง ไม่ทันที่พรนางฟ้าจะตอบ เห็นพาทีเดินเข้ามาในร้านกับเฌอเบลล์ ก็คิดจะหลบแต่ไม่ทัน เฌอเบลล์เห็นแกล้งควงพาทีเข้ามายั่ว
ในจานของแพรพิณมีเปลือกกุ้ง เฌอเบลล์จึงรู้ว่าครั้งก่อนแพรพิณแกล้งทำเป็นแพ้อาหารทะเลให้พาทีต้องทิ้งตนพาไปโรงพยาบาล บัวบุหงาแก้ตัวแทนว่าเป็นของตนที่ทิ้งในจานเพื่อน เฌอเบลล์หมั่นไส้ เห็นพนักงานถือถาดน้ำแข็งเดินมาจึงแกล้งชนทำให้ถังน้ำแข็งหล่นลงโต๊ะ อาหารกระเซ็นใส่เสื้อผ้าสามสาว พาทีประคองเฌอเบลล์ไม่ให้ล้ม บัวบุหงาโวยทันทีว่าเธอแกล้ง
เฌอเบลล์อ้อนพาทีว่าไม่จริง พาทีหันมาขอให้พรนางฟ้าช่วยพูดกับเพื่อนๆอย่าหาเรื่องเฌอเบลล์
หญิงสาวจ้องตาเขาอย่างเจ็บปวดใจ เขาส่งสายตาวอนอย่ามีเรื่องกัน เธอจึงจำต้องให้เพื่อนขอโทษเฌอเบลล์ บัวบุหงาฮึดฮัดจำต้องยอมขอโทษ เฌอเบลล์ทำใจดีขอจ่ายค่าอาหารให้ทั้งหมด พรนางฟ้าจ้องหน้าพาทีแล้วบอกเชิญเขากับเฌอเบลล์ตามสบายแล้วชวนเพื่อนๆกลับ
แพรพิณกลับมาหาอันนา แต่เธอยังเอาแต่นอนร้องไห้ แพรพิณลงมานั่งริมสระรู้สึกเฮิร์ตไม่น้อยไปกว่าหลาน จึงสั่งเหล้ามากิน ไม่สนใจว่าตับจะแข็งถ้ามันรักษาหัวใจได้ จนเมาปลิ้น
ส่วนบัวบุหงากลับมาทำงานที่กองถ่าย พันธิตเห็นเธอหน้าเครียดก็เข้ามาเหย้าแหย่ พอรู้ว่าเธอเครียดเรื่องเพื่อนอกหัก ก็ปลอบว่าความรักไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต สนุกกับชีวิตดีกว่า หญิงสาวกลับโกรธหาว่าเขาเห็นความรักเป็นเรื่องสนุกเหมือนผู้ชายทั่วไป ไม่สนใจว่าผู้หญิงจะรู้สึกอย่างไร ว่าแล้วเดินหนีไป พันธิตงงว่าตนพูดอะไรผิด จึงวิ่งตามไปคว้าแขนเธอไว้ถามเป็นอะไร
“ถ้าคุณจะคุยกับฉันเพียงเพราะว่าคุณรู้สึกว่าสนุก ก็อย่ามายุ่งกันดีกว่า”
“อะไรบัว เมื่อกี้ผมพยายามจะปลอบใจคุณแล้วก็เพื่อนคุณอยู่นะ”
“แล้วก็เป็นโชคดีของฉันที่ทำให้ฉันได้รู้สิ่งที่อยู่ในใจของคุณมาตลอดไง”
พันธิตงงไปกันใหญ่ไม่ได้หมายความอย่างนั้น พอดีอรนาฏโทรหาบัวบุหงา เธอเห็นหน้าจอเกรงพันธิตจะรู้ จึงตัดบทว่า รู้แบบนี้แล้วตนจะได้เลิกลำบากใจ ว่าแล้วก็เดินหนีไปรับโทรศัพท์ พันธิตยืนงงทำไมผู้หญิงเข้าใจยากอย่างนี้
บัวบุหงาสะดุ้งเมื่ออรนาฏถามตรงๆว่าพันธิตหลงรักหรือยัง ตอบอ้อมแอ้มไปว่าคงรักแล้ว อรนาฏดีใจที่ลูกมีใจเป็นผู้ชายเสียที บัวบุหงาแย็บถาม ถ้าพันธิตรักตนจริงๆแล้วควรทำอย่างไรต่อไป อรนาฏตอบกลับมาว่าเธอก็มารับเงินไป
“แล้วความรู้สึกของคุณพันธิตล่ะคะ” บัวบุหงาเป็นกังวล
“โอ๊ย ลูกฉันยังงี้แหละ เดี๋ยวก็ลืม...เธอทำดีมาก ฉันจะโอนเงินให้เธอเดี๋ยวนี้”
บัวบุหงายืนช็อกกำมือถือแน่น กับคำตอบของอรนาฏ พึมพำแล้วความรู้สึกตนล่ะ น้ำตาเอ่อขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว...ด้านพันธิตหัวเสียกลับมาที่กองถ่าย พอดีนักข่าวกรูมาขอสัมภาษณ์วทันยู เจ๊โดมกับทีมงานช่วยกันไม่ให้เข้าถึงตัวพันธิต เขารีบโทร.หาวทันยู
ระหว่างนั้นวทันยูยังหลับพริ้ม แม็กซี่นอนมองหน้าเขายิ้มปลื้มที่เขาเป็นฮีโร่ต่อยนักข่าวปกป้องเธอ พลันผู้จัดการส่วนตัวโทร.ตามให้ไปทำงาน เธอจึงหอมแก้มวทันยูอีกครั้งก่อนไป
พันธิตกำลังหงุดหงิดที่วทันยูไม่รับสาย พาทีกลับมาเจอเรื่องวุ่นวาย จึงโทร.หาแองจี้ให้มาช่วยจัดการ ไม่นาน เธอก็มาถึง เชื้อเชิญนักข่าวให้ไปนั่งดื่มกาแฟ ทานของว่างรอจนกว่าวทันยูจะมา พันธิต พี่คิดและเจ๊โดมทึ่งกับความสามารถของแองจี้ เธอทวงคำชมจากพาที แต่เขาทำเฉยสั่งให้ไปดูแลบลูปรินซ์ เธอหน้างอเดินไป
ooooooo
มีพนักงานโรงแรมฝากจดหมายบัวบุหงาไปให้จุงเบ เพราะเห็นเธอแขวนป้ายทีมงาน เธอสงสัยมากจึงแอบเปิดอ่าน เห็นข้อความว่า เย็นนี้เจอกันนะครับ ...บัวบุหงาเอะใจรีบรายงานเพื่อน
พรนางฟ้าแนะให้เอาจดหมายไปให้จุงเบแล้วดูปฏิกิริยา พอบัวบุหงาเอาจดหมายให้ จุงเบอ่านแล้วมีท่าทีตกใจ หันมาถามเธอว่าเปิดอ่านหรือเปล่า หญิงสาวส่ายหน้าถามกลับมีอะไรหรือ เขาหัวเราะกลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร เป็นจดหมายจากแฟนคลับ พรนางฟ้าเอาน้ำเกลือแร่มาให้จุงเบแล้วขยิบตาให้บัวบุหงาออกไป
ตัวเธอพยายามมองจดหมาย
บัวบุหงาเดินออกมาระยะหนึ่งก็เอากล้องซูมไปที่จุงเบ แต่แล้วมีคนเดินมาชนอย่างแรง เป็นเควิน เขารีบขอโทษขอโพย พอเธอหันกลับมา จุงเบหายไปแล้ว
สองสาวหลบมาปรึกษากัน ว่าใครกันแน่ที่แอ๊บ พรนางฟ้าไม่อยากเชื่อว่าเป็นจุงเบเพราะเห็นเป็นเด็กใสๆ ส่วนไลออนยิ่งไม่น่าใช่ บัวบุหงาแย็บว่าไลออนกับเควินเป็นคู่จิ้นกัน ไม่ทันคุยต่อ พรนางฟ้าเห็นพาทีมองมาก็รีบเดินไปหาเขา บัวบุหงาแปลกใจทำไมติดต่อแพรพิณไม่ได้ จึงเดินตามหาจนมาเจอเมาปลิ้นอยู่ริมทะเลตรงเรือประมงลำที่เคยมาหลบชยุตวันก่อน
แพรพิณเมาขนาดขึ้นไปร้องตะโกนอยู่บนเรือ บัวบุหงาต้องไปลากเอาตัวลงมาพากลับที่พัก ผ่านชยุตที่นั่งเล่นอยู่ เขาเห็นรีบเข้ามาช่วยอุ้มเข้าห้อง...บัวบุหงาลืมไปเลยว่าชยุตคือต้นเหตุความเสียใจของแพรพิณ ดันฝากเขาดูแลเพื่อน ตนจะออกไปซื้อของกินให้หายแฮงก์มาไว้
พักใหญ่แพรพิณเริ่มรู้สึกตัว ลืมตามาเห็นชยุตนั่งมองอยู่ก็คิดว่าตัวเองฝันไป บ่นออกมา “โอ้โห นี่นายกล้าเข้ามาหลอกหลอนฉันถึงในความฝันเลยเหรอ”
ชยุตขำที่เธอยังไม่หายเมา เธอโวยไม่ได้เมาและไล่เขาออกไปจากความฝันแถมถีบเขาตกเตียง เขาร้องลั่นโวยว่าอุตส่าห์อุ้มขึ้นมานอน เธอชะงักนึกลำดับเหตุการณ์ อุทานในใจ คุณพระ อีตานี่อุ้มขึ้นมา ใบหน้าเริ่มแดงด้วยความอาย แกล้งทำเป็นเมาเพ้อเจ้อไปเรื่อยแล้วหลับต่อ
ชยุตรู้ทันว่าแกล้ง ดึงเธอให้ลุกขึ้น เมื่อเธอไม่ลุกเขาจึงไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าตาลงมาถึงคอให้ หญิงสาวใจเต้นรัวกลัวเขาเลยลงไปกว่านั้น เขายิ่งแกล้งทำทีเช็ดแขนไปพร่ำชมว่าทำไมเวลาหลับถึงสวยอย่างนี้ แล้วแกล้งทำท่าหื่น แพรพิณทนไม่ไหวลุกพรวดขึ้นร้องจะทำอะไร
“อ้าว! ตื่น เอ๊ย ฟื้นคืนสภาพแล้วเหรอครับคุณแพร” หญิงสาวทำไม่รู้เรื่อง “ผมรู้นะว่าคุณรู้ตัวนานแล้วแต่แกล้งหลับต่อ ต้องการอะไรครับคุณแพรพิณ”
แพรพิณแกล้งเมาต่อ ชยุตดักคอว่าไม่ทันแล้ว เธอก้มหน้าหลบตาพลันเห็นเสื้อผ้าตัวเองถูกเปลี่ยนก็ตกใจถามใครเปลี่ยน ชายหนุ่มแกล้งบอกว่าไม่ใช่แค่เปลี่ยนแต่อาบน้ำแปรงฟันให้ด้วย แพรพิณตกใจ เขาแกล้งเย้า คนอะไรอกนิดเดียว เธอร้องกรี๊ดเขวี้ยงหมอนใส่ไล่เขาออกไป ชยุตหัวเราะวิ่งออกมา บัวบุหงาถือของกลับมาตกใจรีบเข้าไปดูเพื่อน แพรพิณฟูมฟาย
“แกรู้ไหม เพราะแก คุณชยุตเลยเห็นเรือนร่างของฉันหมดแล้ว” บัวบุหงาตกใจคิดว่าถูกปล้ำ “ไม่ใช่! แต่เสื้อผ้าเนี่ย เขาเป็นคนเปลี่ยนให้หมดเลย ฉันเสียตัวแล้ว ฮือๆๆ”
“อีแพร! คนเปลี่ยนเสื้อผ้าแกน่ะฉันเอง ไม่ใช่คุณชยุต”
แพรพิณชะงักหยุดฟูมฟาย ทันใดมือถือดังขึ้น บัวบุหงากดรับสายแล้วรีบบอกเพื่อนว่า ที่กองเรียกตน ต้องไปแล้ว ให้เธอดูแลตัวเองดีๆ อาหารซื้อมาให้แล้ว แกะทานได้เลย แพรพิณหน้าเหวอร้องเรียกให้กลับมาดูแลกันก่อน เมื่อเพื่อนไม่กลับมาก็นั่งเซ็ง ชยุตโผล่เข้ามาถามต้องการคนดูแลหรือ แล้วทำท่าย่างสามขุมเข้าหา หญิงสาวตกใจกลัววิ่งหนีรอบห้องจนสะดุดล้มขาแพลง
“ป้าหยุดซนสักหนึ่งนาทีได้ไหม แก่แล้ว มานี่ผมจัดการให้” ชยุตขำเข้าประคองพามานั่งแล้วนวดเท้าให้ จนเธอรู้สึกวาบหวิว
ด้านหมอไทยตื่นขึ้นมาเห็นข้อความที่อันนาส่งมาบอกเราเลิกกันเถอะ...ก็ตกใจรีบแต่งตัวออกไป พนักงานเคาน์เตอร์รายงานว่า เมื่อเช้าภรรยาเขามาขอกุญแจขึ้นไปหาเขา หมอไทยเข้าใจว่าเป็นแพรพิณมาเจอตนนอนกับชยุตแล้วคงไปบอกอันนา ตนต้องรีบไปอธิบาย
หมอไทยปะติดปะต่อเรื่องเมื่อคืนที่ตัวเองวิ่งหนีออกจากผับ เห็นอันนากับแพรพิณตามมา ชยุตให้แกล้งนั่งกินยาดองร้านข้างทาง แล้วชยุตก็เมาเละ อาเจียนจนเลอะเทอะไปหมด เขาจึงพากลับถอดเสื้อทั้งตัวเองและของชยุตออกกองที่พื้นห้อง ตัวเองก็เมาไม่น้อยจึงผล็อยหลับไป
หมอไทยร้อนใจโทร.หาชยุตเพื่อบอกว่าแผนเขาเป็นเรื่องใหญ่แล้ว ทั้งสองมาคุยกันริมทะเลคิดหาทางแก้ไขที่แพรพิณทำให้อันนาโกรธ...ทันใดอันนาเดินเข้ามาบอกทั้งสองว่าตนเห็นกับตาตัวเองว่าเขาสองคนนอนด้วยกัน ชยุตรีบอธิบายว่าพวกตนไม่ได้แก้ผ้า แค่ถอดเสื้อที่เปรอะอ้วกออก พวกตนไม่ได้ทำอะไรกัน สาบานได้ว่าพวกตนชอบผู้หญิง อันนายังเชื่อสายตาตัวเอง
“น้องอัน! หลายเดือนที่ผ่านมา มันไม่สามารถพิสูจน์ความจริงใจของพี่ได้เลยเหรอ พี่ไม่เข้าใจ” หมอไทยร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น
“อย่าพูดถึงอดีตเลยค่ะ ตอนนี้อันตัดสินใจดีแล้ว ถึงพี่หมอไม่ใช่เกย์ คุณย่าพี่หมอก็ไม่ยอมรับในตัวอันอยู่ดี”
“ตอนนี้คุณย่าท่านยังดื้ออยู่ แต่ถ้าเราสองคนพิสูจน์ให้ท่านเห็นว่าเราสองคนรักกัน พี่เชื่อนะอัน พี่เชื่อจริงๆว่าท่านจะยอม”
“ถ้ารักกันแล้วมันจะมีปัญหา จะเหนื่อยใจขนาดนี้ จบๆกันไปเลยดีกว่าค่ะ”
หมอไทยใจหายวาบ ร้องไห้หนักขึ้น อันนาเองก็เจ็บปวดไม่น้อย กล่าวลาก่อนแล้วเดินออกมา พอคล้อยหลังเธอก็ปล่อยโฮสะอื้นจนตัวโยน
ooooooo
สามสาวจีสแกนมารวมกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง พอเห็นแพรพิณเศร้า พรนางฟ้าจับมือปลอบ ถ้าแน่ใจว่าเขาเป็นเกย์ก็ต้องตัดใจ แต่เธอกลับยอมรับว่ายาก เพราะชอบเขาเข้าไปแล้ว และถ้าเขาจะเป็นเกย์ ก็ไม่สนใจแล้ว จะเป็นอะไรก็เป็นแต่อย่าหายไปจากชีวิตตนก็พอ
สองเพื่อนรู้สึกเห็นใจ พรนางฟ้าให้ถามไปเลยเรื่องที่เห็นชยุตนอนกับหมอไทย บัวบุหงาแย้งเห็นชัดๆขนาดนั้นยังถามอีก พรนางฟ้าขอให้เงียบก่อน แล้วให้แพรพิณตอบ เธอกลับส่ายหน้าบอก ถ้าชยุตอยากบอกคงบอกเอง บัวบุหงาพึมพำใครจะกล้าบอก
พรนางฟ้ารำคาญ “บัว ที่กองไม่เรียกไปถ่ายเบื้องหลังหรือไง ลุกๆไปซะทีเหอะ...”
“เอ๊า อีนี่ เพื่อนอุตส่าห์แว่บมากินข้าวด้วยยังจะบ่น แกก็รู้ว่าเขาพักกองเตรียมถ่ายฉากกลางคืน เดี๋ยวสี่หนุ่มบลูปรินซ์จะว่ายน้ำในทะเลยามค่ำคืน”
แพรพิณตาโพลงอยากเห็น พรนางฟ้ารับว่าใช่แถมถอดเสื้อด้วย แพรพิณอยากลงไปว่ายด้วยคน บัวบุหงาให้เตรียมตัว พรนางฟ้าถลกเสื้อให้ดูว่าตนใส่ชุดว่ายน้ำไว้พร้อมแล้ว สองเพื่อนกรี๊ดกร๊าดเพราะชุดว่ายน้ำที่ใส่สีแปร๋นมาก พรนางฟ้าให้เพื่อนๆไปเตรียมตัวหลังเลิกกองเราจะเล่นน้ำกัน แพรพิณหายเศร้ารีบวิ่งไปเตรียมตัว พรนางฟ้าดีใจที่เพื่อนยิ้มได้
ทีมงานวิ่งวุ่นเตรียมงาน พี่คิดกับพันธิตยืนสั่งการชี้โบ๊ชี้เบ๊ เจ๊โดมยิ้มปลื้มที่ได้แต่งหน้าสี่หนุ่มบลูปรินซ์ พาทีกับพรนางฟ้าช่วยกันบรีฟบทให้สี่หนุ่มฟัง ว่าฉากต่อไปทั้งสี่จะต้องว่ายน้ำแข่งกันไปเอาธงสีเหลืองที่ปักไว้ คฑาจะเป็นคนถึงก่อน แต่ทุกคนต้องว่ายน้ำให้ดูแข็งขัน
พอสี่หนุ่มถอดเสื้อเตรียมวอร์มร่างกาย เจ๊โดมเห็นกล้ามแต่ละคนแล้วอ้าปากหวอ ยกเว้นจุงเบที่ใส่เสื้อกล้าม ไลออนหันมายิ้มให้พรนางฟ้า เฌอเบลล์เดินเข้ามา พรนางฟ้าเห็นจึงเลี่ยงไปดูงานตรงอื่น แต่แอบมองพาทีดูแลหลานเจ้านายอย่างหึงๆ
สักพักเด็กในกองวิ่งมาบอกพี่คิดว่าธงมันคว่ำลง คนงานที่จ้างไปผูกทุ่นกลับไปแล้ว พันธิตที่ยืนอยู่ด้วยสั่งให้ไปจ้างชาวบ้านมาทำแทน พรนางฟ้าเห็นว่าแค่ว่ายน้ำไปยกทุ่นหงายขึ้นเท่านั้นจึงอาสาทำให้ ว่าแล้วก็ถอดเสื้อออก เหลือชุดว่ายน้ำกับกางเกงขาสั้นวิ่งลงทะเลไป พาทีเห็นเป็นห่วงและไม่พอใจทำไมแก้ปัญหาแบบนั้น บัวบุหงากับแพรพิณที่อยู่แถวนั้นพากันห่วงเพื่อนเพราะใกล้มืดแล้ว ไลออนเองก็มองอย่างห่วงใย
พรนางฟ้าว่ายออกไปไกลจนใกล้ถึงทุ่น เกิดเป็นตะคริวจมลง พาทีไม่รอช้ากระโจนว่ายน้ำออกไป เฌอเบลล์ห้ามไม่ทันโกรธมาก ไลออนรีบว่ายน้ำตามไปช่วย ทุกคนลุ้นสีหน้าตกใจ แล้วพาทีก็ดำลงไปอุ้มพรนางฟ้าขึ้นมาได้ พาขึ้นมาบนหาด ไลออนมองตามอย่างเคืองๆ
พาทีท่าทางกังวลพยายามปฐมพยาบาลจนเธอสำลักน้ำออกมา ทุกคนดีใจ ไลออนเข้ามาแทรกกุมมือพรนางฟ้า พร่ำบอกแองจี้อย่าเป็นอะไรนะ พาทีจึงถอยออกมา เฌอเบลล์เข้าไปคล้องแขนพาทีพากลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพัก
เฌอเบลล์เอาใจด้วยการชงชาร้อนๆไว้ให้พาที หลังจากเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาจากห้องน้ำ พยายามทำตัวอ่อนโยนห่วงใยเตือนให้กินยากันไว้ก่อนแล้วแอบจุ๊บแก้มเขา หยั่งเชิงเรื่องแองจี้ว่าดูไลออนจะห่วงเธอมาก พาทีแก้แทนว่าผู้จัดการวงคนนี้เด็กๆรักทุกคน
ด้านพรนางฟ้ารู้สึกตัวขึ้นมาพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงในห้องพัก มีไลออนนั่งฟุบหลับกุมมืออยู่ข้างเตียง พอเธอขยับตัวเขาก็ตื่นด้วย ท่าทางเขาห่วงใยเธอมาก หญิงสาวเป็นห่วงงาน ไลออนรีบบอกว่าเรียบร้อยดีถ่ายต่อจนเสร็จ พรนางฟ้าคิดว่าไลออนเป็นคนช่วยชีวิตจากการจมน้ำ เขาไม่ตอบแต่กลับบอกว่าจะดูแลเธอเอง
ที่กองถ่าย พาทีมาขอโทษพันธิตที่ลูกน้องทำให้วุ่นวาย เขากลับบอกว่าไม่เป็นไร งานออกมาดีและแองจี้ก็ปลอดภัยแล้ว ตนก็สบายใจ แล้วถามกลับว่าเขาไม่ไปดูแลเธอหรือ พาทีตอบว่าเธอมีคนดูแลแล้ว...พาทีเดินเศร้าๆจะกลับโรงแรม นึกเป็นห่วงพรนางฟ้าไม่น้อย
ไลออนดูแลแองจี้ เห็นเธอยังสวมสร้อยสิงโตอยู่ก็ดีใจ หญิงสาวขอบใจที่เขาช่วยแล้วยังมาดูแลอีก ไลออนปัดไม่เป็นไรแต่กำชับอย่าทำแบบนี้อีก แล้วเขาก็ถือโอกาสนี้เอาแหวนเปลือกหอยออกมาอยากสวมให้เธอ พรนางฟ้าลังเลไม่อยากปฏิเสธรอบสอง เพราะเขามีบุญคุณ พลันได้ยินเสียงจามที่หน้าห้อง ทั้งสองชะงัก พรนางฟ้าเชื่อว่าเป็นพาทีจึงขอให้ไลออนออกไปดูให้ที ไลออนเดินจะถึงประตู จังหวะนั้นบัวบุหงากับแพรพิณเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน
เมื่อเห็นว่าบัวบุหงากับแพรพิณมา ไลออนจึงวางแหวนที่เตียงแล้วพูดเป็นนัยๆกับแองจี้ว่าเก็บไปคิดดู ก่อนจะขอตัวออกไปก่อน แพรพิณมองตามเคลิ้มๆจนบัวบุหงาต้องสะกิดเรียกสติ
“แกไม่เป็นไรนะฟ้า ฉันตกใจมากนึกว่าแกตายไปแล้วซะอีก” แพรพิณโผกอด
“บ้า ถ้าตายแล้วจะมานั่งอยู่นี่ได้ไงเล่า ดีที่ไลออนช่วยฉันขึ้นมาทัน”
สองสาวมองหน้ากันอึ้งๆก่อนจะถามว่าไลออนบอกอย่างนั้นหรือ พรนางฟ้าพยักหน้ารับ
ooooooo
พาทีเดินเล่นริมหาดท่ามกลางแสงจันทร์ คิดถึงความใกล้ชิดที่ผ่านมาของเขากับแองจี้ ในขณะที่บัวบุหงากับแพรพิณดูแลพรนางฟ้าจัดแจงให้นอนต่อ แล้วขอตัวไปนอนห้องอื่นเพราะมีหนุ่มหล่ออาสาเฝ้าไข้เธอ พรนางฟ้างงว่าใคร ไม่ทันไรไลออนก็หอบหมอนมานอนหน้าเตียง
หญิงสาวไล่ให้กลับไป เขาไม่สนใจลงนอนกรนหน้าตาเฉย...กลางดึก พรนางฟ้าฝันว่าตัวเองเดินหลงในป่า เธอวิ่งร้องเรียกพาทีให้ช่วย เห็นเขายืนหันหลังอยู่ก็วิ่งเข้าไปหา พอเขาหันมากลับกลายเป็นหน้าปิศาจเงื้อมีดเล่มใหญ่ เธอตกใจสะดุ้งตื่นเหงื่อกาฬแตกไลออนตกใจเข้ามาปลุก เช็ดเหงื่อบนใบหน้าให้
พรนางฟ้าจับมือไลออนแล้วพึมพำว่าไม่ใช่สัมผัสนี้ๆ เธอนึกถึงตอนอยู่ใต้น้ำว่ามีมือที่อบอุ่นมาจับเธอไว้ไม่ใช่มือนี้
เช้ามืด พาทีลุกมาทำซุปสปาเกตตีไปวางที่หน้าห้องพรนางฟ้า ไลออนตื่นมาเห็นเธอยังหลับอยู่จึงย่องจะออกไปหาซื้ออะไรไว้ให้ แต่กลับเจอปิ่นโตหน้าห้อง พอเปิดดูเห็นซุปก็มั่นใจว่าเป็นฝีมือพาที พรนางฟ้าตื่นขึ้นมาพอดีได้กลิ่นหอมร้องว่ากำลังหิวเลย
ไลออนไม่อยากให้กิน อ้างว่ากลิ่นแปลกๆจะไปซื้ออย่างอื่นให้กิน แต่หญิงสาวอยากทานซุปนี้...พอได้ทานเข้าไป พรนางฟ้าก็จำรสชาติได้ว่าเป็นฝีมือพาที นึกถึงวันที่เขาสอนให้ตนทำ ไลออนชักทนไม่ไหว โทร.นัดพาทีมาเจอกันเที่ยงนี้
สายวันนั้น อันนายังนอนร้องไห้ไม่เลิก แพรพิณหนักใจชวนออกไปทำอะไรก็ไม่ไป แพรพิณจึงออกไปกับบัวบุหงา อันนานอนอีกสักพักก็คิดได้ว่าควรทำอะไรบางอย่าง...สองสาวมาร้านสปาเท้า คุยกันถึงเรื่องที่รบกวนจิตใจของกันและกัน แพรพิณเปลี่ยนเรื่องถามบัวบุหงา
คิดว่าพรนางฟ้าจะเลือกใคร บัวบุหงาฟันธงว่าเลือกพาทีแล้วติง
“แพรแกเลิกเปลี่ยนเรื่องสักที แกไม่สบายใจอะไรบอกฉันได้นะ ที่นั่งอยู่นี่เพื่อนนะ”
ทันใดพันธิตมาด้อมๆมองๆหน้าร้านแล้วตามเข้ามา บัวบุหงางงตามมาได้อย่างไร เขาบอกว่าเพื่อนเธอแท็กว่าอยู่ร้านนี้กับเธอ หญิงสาวหันมองเพื่อนอย่างเคืองๆ แพรพิณยิ้มแหยๆขอโทษ
“คุณแพรครับ ผมกำลังจะง้อเพื่อนคุณ ขอเวลาให้ผมกับบัวอยู่ด้วยกันสักครู่ได้ไหมครับ”
“ดะได้ค่ะ เอ้าป้าคะ ไปนวดเท้ากันตรงโน้นดีกว่า ...ป้าด้วย” แพรพิณเรียกป้าที่นวดให้บัวบุหงาไปด้วยให้ไปช่วยกันนวดตนคนเดียว
พันธิตนั่งลงปลายเท้าบัวบุหงาแล้วเปรยว่าเท้าเธอสวยนะ เธอยิ้มหยันใครๆก็ชมแบบนี้ เขาจึงย้อนว่า เท้าเธอสวยกว่าหน้า หญิงสาวลุกพรวดจะหนี เขาดึงเธอให้นั่งลงเลื่อนเก้าอี้มานั่งขวาง ถามหลบหน้าเขาทำไม
“ฉันไม่มีเวลามาเล่นสนุกกับคุณหรอกนะคุณพันธิต เลิกยุ่งกับฉันเถอะ”
“ถ้าผมเล่นสนุกแล้วผมจะมาตามง้อคุณแบบนี้ทำไม จริงๆคุณต่างหากที่ต้องง้อผม” เธอว่าง้อเรื่องอะไร “ก็คุณงอนงี่เง่าเรื่องบ้าบออะไรไม่รู้ แบบนี้มันใช่เหรอครับ สงสารเพื่อนแล้วก็มาพาลที่ผม ผู้ชายไม่ได้เลวเหมือนกันทั้งโลกหรอกนะ”
“ฉันไม่ได้เกลียดผู้ชายทั้งโลกแต่ฉันเกลียดผู้ชายที่ชอบเล่นกับความรู้สึกผู้หญิงแบบคุณ”
“เนี่ย คุณเริ่มคิดเองเออเองไปเรื่อยแล้วนะ ไหนว่าเป็นพวกห้าวๆ ติสต์ๆ คิดน้อยๆ รู้สึกเยอะๆไง” บัวบุหงาปฏิเสธไม่ได้พูดแบบนั้น เขาจึงกล่าวขอโทษ เธอโวยอีก
“ถ้าคำขอโทษของคุณมันพูดง่ายขนาดนี้ ก็อย่าพูดเลยดีกว่า เลิกยุ่งกับฉันซะที”
“ผมจะไม่ยุ่งกับคุณเลยถ้าคืนนั้น จูบของเรามันไม่ดี”
แพรพิณอุทานเสียงหลงแล้วทำทีไม่ได้แอบฟัง บัวบุหงาอายมากว่าเขาพูดบ้าอะไร เขาจ้องตาเธอให้ยอมรับว่าคืนนั้นไม่หวั่นไหว แล้วสารภาพว่าเขาไม่เคยรู้สึกเล่นๆกับเธอ และย้ำ
“ผมไม่ค่อยรู้สึกแบบนี้กับใครหรอกนะ แต่ในหัวผมตอนนี้มันมีแต่ภาพของคุณเต็มไปหมดเลย แล้วมันก็มีแต่จะมากขึ้นทุกวันด้วย ถ้าสมองผมเป็นเมมโมรี การ์ดที่เอาไว้ใช้เก็บภาพของคุณ ผมว่าแค่การ์ด 64 กิ๊ก มันคงไม่พอ”
แพรพิณร้องฮิ้วออกมา พันธิตย้ำว่าบัวบุหงาเป็นคนพิเศษของตน แล้วถามตนเป็นคนพิเศษของเธอ
หรือเปล่า หญิงสาวเขินมากสะบัดเสียง “เออ! ใช่ก็ได้! คนบ้า มาบอกอะไรในร้านนวดเท้าวะ ไอ้ผู้อำนวยการสร้างบ้า!”
พันธิตยอมรับว่าตนบ้าได้ถ้าเป็นคนพิเศษของเธอ แพรพิณกับสองป้านวดร้องกรี๊ดด้วยความอิจฉาพร้อมๆกัน ทำเอาทั้งบัวบุหงาและพันธิตอายไปตามๆกัน
ooooooo
บ่ายวันนั้น แพรพิณกับบัวบุหงามาดูแลพรนางฟ้าและพูดคุยสรุปงานไปในตัว ว่าคดีของบัวบุหงาสำเร็จด้วยดีเหลือแค่รอรับเงินจากอรนาฏ แต่แพรพิณยังไม่เคลียร์เรื่องคนพิเศษว่าอรนาฏจะยอมรับไหม พรนางฟ้าคิดว่าอรนาฏอยากให้ลูกชายมีเมียก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร
เรื่องที่ทำให้พรนางฟ้ารู้สึกผิดคือเรื่องของอันนา งานนี้ทำร้ายจิตใจเธอมาก แพรพิณก็กลุ้มใจสงสารหลานสาว...
ริมชายหาดพาทียืนรอไลออนอยู่ก่อน พอเขามาถึงก็ถามเสียงขุ่นว่าทำอาหารไปให้แองจี้ใช่ไหม พาทีเตือนให้คุยกันแบบผู้ใหญ่แล้วยอมรับว่าใช่ ไลออน
ไม่พอใจประชดจะกลับไปบอกแองจี้ว่าเขาเป็นคนช่วยเธอขึ้นจากน้ำ ตนแค่สวมรอยจะได้จบ พาทีถามขึ้น
“อยากบอกแบบนั้นจริงๆเหรอ? ชอบแองจี้จริงๆใช่ไหม?” ไลออนชะงักหันมายอมรับ “ไม่ใช่ความรู้สึกของเด็กที่หลงของเล่นใหม่นะ?...ตอบพี่มา” ไลออนตอบนิ่งๆว่าไม่ใช่ “เหรอ ดีแล้วล่ะ งั้นพี่ขอให้เราดูแลแองจี้ดีๆด้วยแล้วกันนะ” พูดจบพาทีจะเดินไป ไลออนโพล่งขึ้น
“พี่ชอบแองจี้มากใช่ไหม พี่ถึงต้องดึงผู้หญิงคนนั้นเข้ามา” ไลออนหมายถึงเฌอเบลล์
พาทีเคร่งขรึมลง กำชับให้ดูแลแองจี้ให้เต็มที่แต่เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น อย่าให้มากเกินไปเดี๋ยวงานจะเสีย ต่อไปเราคุยกันอย่างผู้ใหญ่ ไลออนอึ้งๆทำอะไรไม่ถูก ยกมือไหว้ขอบคุณ
พาทีเจ็บปวดใจไม่น้อย หลบมานั่งดูภาพแองจี้
ที่ตัวเองแอบถ่ายไว้หลายอิริยาบถ นึกถึงคำถามของเควินว่าพี่จะทำอย่างไรต่อไป...พาทีกดโทร.เรียกเควิน ออกมาหาริมหาด
พอเควินรู้เรื่องก็ต่อว่าพี่ชายทำได้อย่างไร แทนที่จะให้ผู้หญิงเป็นฝ่ายเลือก หาว่าพี่บ้างานจนไม่เคยมีความรักจึงไม่เข้าใจ พาทีย้อนถามเขาเคยมีหรือถึงรู้ดี เควินอึกอักปัดเอาไว้ก่อน แล้วต่อว่าพี่ไม่
น่ายอมไลออน เรื่องนี้เคลียร์กันได้ น่าจะสู้เพื่อความรักครั้งแรก พาทีหัวเราะออกมา
“แต่...คุณเฌอเบลล์เขาก็ดูชอบพี่ทีมากอยู่นะ” เควินเริ่มลังเล
“อ้าว! ไอ้นี่ เอาไงวะ ตกลงจะเชียร์ให้สู้หรือให้ตัดใจ”
พอดีไลน์มือถือดังขึ้น เควินกดอ่านแล้วบอกพี่ชายว่าให้นั่งเล่นมิวสิกไปคนเดียวก่อน เดี๋ยวตนมา
ว่าแล้วรีบวิ่งออกไป พาทีมองตามอย่างสงสัย...เควินหลบมาโทรศัพท์หาอรนาฏ เธอถามถึงความคืบหน้าที่ให้เขาช่วยสืบว่าพันธิตเป็นเกย์หรือไม่ เควินรายงานว่าเห็นพันธิตสนิทสนมกับบัวบุหงามากไม่น่าจะเป็นเกย์ แล้วหยั่งเชิงถามว่าคุณน้ากลัวพันธิตเป็นเกย์หรือ
“ก็ใช่น่ะสิ แค่พ่อมันเป็น น้าก็จะอกแตกตายอยู่แล้ว น้าไม่อยากให้ลูกน้าเป็นอีกคน”
เควินกลืนน้ำลายเอื๊อกก่อนจะรับรองว่าพันธิตไม่ได้เป็น อรนาฏดีใจกล่าวขอบใจมากนะลูก น้ำเสียงเธอสบายใจขึ้น เควินสะอื้นกับคำว่าลูกที่ได้ยิน น้ำตาไหลออกมาด้วยความว้าวุ่นใจ
ooooooo
ห้องนอนหมอไทยเต็มไปด้วยขวดเหล้าและกับแกล้ม เขาเมาจนหมดสภาพเพราะเสียใจเรื่อง
อันนาขอเลิก ชยุตรู้สึกผิดกับแผนเอาคืนจีสแกนของตน พยายามปลอบเพื่อนประคองจะพาไปอาบน้ำ สองคนสบตากัน หมอไทยสยองขึ้นมาบอกอย่ามองนานขนลุก ชยุตจึงหัวเราะออกมา
ขณะเดียวกัน แพรพิณกลับไปที่ห้องพัก อันนาหายไปจากห้อง พบจดหมายทิ้งไว้ว่า...ขออยู่กับตัวเองสักพัก สบายใจเมื่อไหร่จะกลับเอง ฝากบอกแม่ว่าอันดูแลตัวเองได้ รักเสมอ อันนา
แพรพิณร้องไห้โฮเป็นห่วงหลานสาว รีบโทร.หาชยุตคนแรกอย่างอัตโนมัติ ชยุตปลอบให้ใจเย็นๆอย่าเพิ่งตกใจ หมอไทยได้ยินว่าอันนาหายไปก็พรวดพราดออกจากห้อง...ทันทีที่ชยุตเห็นแพรพิณร้องไห้ก็ลืมความโกรธเคืองวิ่งเข้าไปกอดปลอบ หมอไทยนึกได้ว่ามีแอพไฟด์มายเฟรนด์ จึงเปิดดูจนรู้ว่าอันนาอยู่ไม่ไกล ทั้งสามวิ่งออกไป
หมอไทยขับรถด้วยความเร็ว ชยุตคอยดูแอพแล้วแปลกใจทำไมอันนาอยู่กับที่ไม่ไปไหน ไม่ทันไรมีโทรศัพท์เข้ามาบอกแพรพิณว่า อันนาถูกรถชน เสียงหวอดังลอดออกมา แพรพิณช็อกร้องไห้โฮ หมอไทย จอดรถร่วมร้องไห้ด้วย ชยุตต้องปลอบทั้งเธอและเพื่อน
ทั้งสามตามมาที่โรงพยาบาล พยาบาลเล่าว่า
รถสองแถวชนกับรถกระบะ มีคนเสียชีวิตหนึ่งขาหักหนึ่งเป็นผู้หญิงทั้งคู่ นอกนั้นบาดเจ็บไม่มาก แพรพิณมองไปยังคนเจ็บไม่มีอันนาก็เริ่มใจเสีย พอบุรุษพยาบาลเข็นศพออกมาก็ค่อยๆเดินเข้าไปจะเปิดผ้าดู หมอไทยพลิกข้อมือดูเห็นไม่ใช่ชื่ออันนาก็ใจชื้น แพรพิณโผกอดหมอไทยด้วยความดีใจ
หลังจากโล่งอกขึ้น แพรพิณก็โทร.ไปเล่าให้พรนางฟ้ากับบัวบุหงาฟัง ทั้งสองให้กำลังใจขอให้เคลียร์กับแฟนได้สำเร็จ แพรพิณโวยใครแฟนใครแล้วตัดสายไปดื้อๆ
ทางกองถ่ายยังวุ่นวายกับกลุ่มนักข่าวที่มารอสัมภาษณ์วทันยู เรื่องความสัมพันธ์กับแม็กซี่ ตรีชวา
พันธิตปวดหัวเครียดที่ยังติดต่อวทันยูไม่ได้...ด้านวทันยูเมื่อรู้ตัวว่าพลาดนอนกับมิสทิฟฟานี่ก็แอบหนีออกมา พอแม็กซี่รู้ว่าเขาหายไปก็เปิดคลิปที่นอนด้วยกันดูอย่างหมายมาด
วทันยูปลอมตัวเป็นอาบังขายถั่วเข้ามาขาย
พันธิต เขารำคาญไล่ให้ไปขายตรงอื่น วทันยูต้องเปิดหน้าให้ดูแล้วพากันหลบไปให้พ้นนักข่าว พันธิตเล่นงานเพื่อนทันทีที่ก่อเรื่องให้วุ่นวาย
“ไปมุดหัวอยู่ไหนมา กองถ่ายฉันเกือบทำงานไม่ได้เพราะแกเลยนะ ไปให้พ่อแกเอาเงินปิดปากนักข่าวเดี๋ยวนี้ก่อนที่ฉันจะฆ่าปิดปากแก!”
“โว้ย! ใจเย็นสิวะ ไอก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น แต่มันเกิดขึ้นแล้วนี่”
“ฉันไม่สนใจ ไปให้พ่อแกจัดการทุกอย่างภายในวันนี้ ไม่งั้นแกตาย! แล้วนี่ไปไหนมา”
วทันยูเล่าอ้อมแอ้มว่าเมามาก รู้ตัวอีกทีก็อยู่บนเตียงกับแม็กซี่แล้ว พันธิตถามหนีมาแบบนี้เธอรู้หรือเปล่า รู้ไหมว่าเธอเป็นนักแสดงในหนังด้วย วทันยูตาเหลือกคงไม่มีทางหนีพ้น ไม่ทันขาดคำมีเบอร์แปลกโทร.เข้ามาที่มือถือพันธิต พอกดรับเสียงถามว่าวทันยูอยู่กับเขาใช่ไหม
“เอ่อ...ครับ อยู่ครับ คุณแม็กซี่รู้ได้ยังไงครับว่าอยู่ด้วยกัน” วทันยูได้ยินชื่อทำท่าจะหนี พันธิตคว้าคอเสื้อไว้ แม็กซี่บอกว่าถ้าตนอยากรู้อะไรต้องรู้ให้ได้ แล้วขอคุยกับวทันยู พันธิตจึงเปิดสปีกเกอร์โฟนให้พูดได้เลย
“อ๋อ...ค่ะฮัลโหลดาร์ลิ่ง คิดถึงยูมากๆเลยที่รัก ไอต้องกลับมางานอีเวนต์ด่วน แต่เสร็จงานแล้วไอจะรีบไปหายูเลย ยูไม่ต้องกลัวนะ เราได้เจอกันอีกแน่นอน บ๊ายบาย คิสคิส”
พันธิตขำกลิ้งเมื่อแม็กซี่วางสาย วทันยูทำหน้าอยากตาย...บ่ายวันนั้น พันธิตนั่งกินน้ำมะพร้าวกับบัวบุหงา เจ๊โดมนั่งหมดแรงอยู่ข้างๆ พี่คิดบอกคิวนี้เป็นคิวสุดท้าย บรรดาสี่หนุ่มบลูปรินซ์นั่งท่องบทเตรียมเข้าฉาก พาทีถือโอกาสหลบไปเยี่ยมพรนางฟ้าที่ห้อง เคาะประตูเบาๆไม่มีเสียงตอบจึงเปิดเข้าไป เห็นเธอนอนหลับ จึงเข้าไปลูบแก้มเธออย่างลืมตัว
หญิงสาวขยับตัว พาทีรีบถอยมายืนนิ่งๆถามตื่นแล้วหรือ เธอดึงผ้าห่มมาคลุมอก สร้อยคอสิงโตโผล่ออกมา พาทีมองอึ้งๆทำทีบ่นว่าแวะมาดูว่ายังป่วยหรืออู้งาน ถ้าไหวก็ลงไปดูงานบ้าง พรนางฟ้าข่มใจไม่ให้โกรธ มองเขากำลังเดินออกไปแล้วทนไม่ไหวพูดไล่หลังว่า
“พี่พาที...มาแค่นี้หรือ”
พาทีชะงักหันมาถามอยากให้มีอะไรมากกว่านี้ล่ะ เธอรีบปฏิเสธแต่พอเห็นเขาจะไปก็กล่าวขอบคุณออกมา เขาหันมาสบตาแล้วเอ่ยว่าสร้อยสวยดีนะ หญิงสาวกุมสร้อย เสียใจที่เขาเห็น แต่พาทีทำเป็นไม่รู้สึกอะไร บอกให้เธอกลับมาเรียกตนว่าคุณพาทีเหมือนเดิมดีกว่า
พอประตูห้องปิดลง พรนางฟ้าก็น้ำตาร่วงพรู
พาทีเองก็ยืนร้องไห้เบาๆหน้าห้อง ทั้งคู่มองกันโดยมีประตูห้องกั้นกลาง หญิงสาวอยากรู้ว่าเขาคิดอย่างไรกับตน กันแน่...พาทีเดินทอดอาลัยมาตามชายหาด เฌอเบลล์เดินตามหาวิ่งเข้ามาร้องเรียก เขาอยากหาหลักยึดเหนี่ยวจึงดึงเธอเข้ามากอด หญิงสาวแปลกใจระคนดีใจ กอดตอบลูบหลังลูบไหล่ปลอบ
“ถ้าคุณมีปัญหาอะไร เบลล์พร้อมรับฟังนะคะ แต่ถ้าไม่อยากเล่า เบลล์ก็จะไม่ถามค่ะ”
“ขอบคุณคุณเบลล์นะครับ” พาทีคลายอ้อมกอด
“ไม่เป็นไรค่ะ เบลล์เต็มใจ เบลล์จะมาบอกคุณทีว่าเบลล์ขอตัวกลับก่อน พอดีมีงานด่วนที่กรุงเทพฯ” พาทีกล่าวขอโทษที่ไม่มีเวลาดูแล เธอยิ้มอย่างเข้าใจหวังจะได้กลับมาเที่ยวด้วยกันใหม่
ooooooo
ช่วงเวลาพักกอง จุงเบกับคฑาแซวไลออนเรื่องเป็นแฟนกับแองจี้ ไลออนแย้งว่ายัง แค่แองจี้ยอมเปิดใจ เควินหลุดปากงั้นพี่ทียังมีสิทธิ์ ไลออนหันมาถามสิทธิ์อะไร เควินกลบเกลื่อนว่าไลออนไงมีสิทธิ์เป็นแฟนกับแองจี้ แต่อย่าเพิ่งดีใจเพราะถ้าต้นสังกัดรู้เป็นเรื่องแน่
พาทีเช็กงานอยู่หน้ามอนิเตอร์ มีซัพพลายเออร์โทร.มาถามเรื่องงาน เขาจึงโทร.กลับไปหาพรนางฟ้าให้ช่วยไปที่ห้องเขา เปิดคอมพ์แล้วหาโฟลเดอร์บีพีคอนเสิร์ต แล้วเซฟมาให้ตนที่หน้ากองด่วน ตนจะส่งพาสเวิร์ดไปให้ทางไลน์ จากนั้นพาทีก็คุยงานต่อท่าทางวุ่นวาย
พรนางฟ้าได้รับพาสเวิร์ดว่า Brothers รู้สึกแปลกๆเล็กน้อย พอเปิดคอมพ์เข้าไปหาไฟล์ตามที่เขาบอก พลันเห็นโฟลเดอร์บลูปริ้นซ์ จึงลองเข้าไปในมาย พิกเจอร์ เจอสองโฟลเดอร์คือบลูปรินซ์กับพาที ก็ฉุกคิดอาจเจอหลักฐานอะไรบ้าง เธอเปิดดูด้วยใจระทึก ทันใดพาทีโทร.มาทวงถามทำไมนานนัก เธอรีบบอกว่ากำลังรีบไป แล้วยังคงดูต่อลองกดเข้าไปในดีลีท ก็เห็นภาพภาพหนึ่งเป็นภาพพาทีกอดคอกับชลลัมภีร์ตอนยังวัยรุ่น ถ่ายหน้าบริษัทเอ็มไพเรคคอร์ด
ระหว่างนั้นพาทีเอะใจ นึกได้ว่าพรนางฟ้าอาจจะเห็นอะไรในคอมพ์ของตน จึงรีบกลับมาที่ห้อง พรนางฟ้าเอามือถือถ่ายภาพที่เจอนั้นไว้ จังหวะนั้นพาทีเปิดประตูเข้ามาพอดี เธอรีบเก็บมือถือแล้วส่งทัมป์ไดรฟ์ให้เขา ทำทีไม่มีอะไร แล้วขอตัวกลับออกไป พาทีมองตามอย่างสงสัย เขารีบเช็กดูว่ามีไฟล์ไหนเปิดค้างไว้บ้าง ก็ไม่พบพิรุธอะไร แต่พอเข้าไปในดีลีทก็เอะใจว่าเธอจะเห็นภาพนี้ไหม...พาทีนึกถึงอดีตที่ตนกับเพื่อน ภาคภูมิและชลลัมภีร์เปิดบริษัทร่วมกัน
พาทีกลับมาที่กอง ยังคงครุ่นคิดเรื่องอดีต จนกระทั่งพี่คิดประกาศเลิกกอง เสียงทีมงานเฮ เจ๊โดมกับหนุ่มๆ
บลูปรินซ์หยอกเย้ากันสนุกสนาน พี่คิดบอกทุกคนว่าคืนนี้จะมีปาร์ตี้เล็กๆฉลองที่เราเหนื่อยกันมาหลายวัน แล้วอวดอาหารทะเลเด็ดๆทั้งนั้น
พรนางฟ้าสะกิดบัวบุหงาให้ตามออกไป พาทีแอบเห็นผิดสังเกต พรนางฟ้าเอารูปพาทีกอดคอกับชลลัมภีร์ให้บัวบุหงาดู แสดงว่าสองคนนี้สนิทสนมกัน แล้วชลลัมภีร์มาจ้างเราสืบแอ๊บบลูปรินซ์ทำไม พาทีได้ยินทุกอย่าง ทำทีไม่รู้เรื่องเข้ามาถามว่าทำอะไรกันตรงนี้ พรนางฟ้าอ้างว่ามาขอผ้าอนามัยเพื่อน พาทีบอกเสร็จแล้วรีบกลับไปดูแลบลูปรินซ์ พรุ่งนี้มีอัดรายการตอนบ่ายอีก พูดจบก็เดินวางมาดออกไป
“โห...เก๊กว่ะ นายหน้าหนวดของแกนี่” บัวบุหงาแซว
“ใครว่าของฉัน ของยัยเฌอเบลล์ต่างหาก มาทะเลยังต้องมานั่งเฝ้า แหวะ”
บัวบุหงาจับพิรุธแล้วถามเป็นอะไร พรนางฟ้าปัดว่าต้องรีบไปแล้วก่อนจะโดนด่า บัวบุหงาเตือนว่าเดดไลน์ของชลลัมภีร์ใกล้จะถึงแล้ว พรนางฟ้าคิดว่าต้องหาตัวช่วยเสียแล้ว
ในขณะที่พาทีพยายามครุ่นคิดเริ่มไม่ไว้ใจที่แองจี้ไม่ใช่ญาติกับชลลัมภีร์ แล้วเธอเป็นใคร ต้องการอะไรกันแน่...
หลังจากนั้นแพรพิณซึ่งเฝ้าอันนาอยู่ในห้องพักคนไข้ ได้รับโทรศัพท์เล่าเรื่องจากพรนางฟ้า ก็ตกใจแต่พยายามเก็บอาการเพราะชยุตกับหมอไทยอยู่ในห้องด้วย แพรพิณรับคำจะจัดการให้ เธอหันมาฝากสองหนุ่มดูแลอันนาให้สักครู่ แล้วรีบออกไปโทรศัพท์สั่งการให้ลูกศิษย์ทั้งสาม ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว เช็กประวัติชลลัมภีร์และพาทีมาให้ละเอียด สามนักเรียนแปลกใจแต่ก็รับคำ ไม่วายกลับไปนอนต่อเพราะคิดว่างานง่ายๆทำเมื่อไหร่ก็ได้
แพรพิณกลับเข้ามาในห้องอันนา เธอฟื้นขึ้นมาพอดี หมอไทยถลาเข้ากุมมือดีใจ อันนาเมินหน้าหนีขอน้ำกับแพรพิณ หมอไทยสุดทนคว้าแก้วน้ำมาดื่มเองจนหมด แล้วพูดอย่างขึงขัง
“คุณแพรพิณ น้องอัน ฟังผมนะครับ ผมไม่ได้เป็นเกย์!” หมอไทยตะโกนสุดเสียง สองสาวกับชยุตตกใจไม่เคยเห็นเขาเป็นอย่างนี้มาก่อน “คุณแพร คุณกับเพื่อนจีสแกนของคุณมีหลักฐานอะไรที่บอกว่าผมเป็นเกย์บ้าง บอกผมมาได้ไหม ผมจะได้เคลียร์ไปเลยว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง” แพรพิณแย็บว่าบอกไปแล้วจะยังไง เขาตวาด “ก็บอกผมมาสิครับ!”
อันนาสะดุ้ง ชยุตปรามเพื่อนให้ใจเย็น แพรพิณหน้าถอดสีทำอะไรไม่ถูก...
ooooooo
.
----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep8/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 8
เมื่อเห็นหมอไทยระเบิดอารมณ์ อันนากับแพรพิณก็หน้าเจื่อน ชยุตปรามเพื่อนแต่เขากลับสวนเสียงแข็ง “ชยุต มึงไม่เข้าใจกูหรอก พอกูเกือบเสีย น้องอันวันนี้ กูก็รู้ว่ากูจะไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางความรักของกูอีกแล้ว ไหนล่ะคุณแพรหลักฐาน คุณไปรู้อะไรมา!”
“ฉันไม่ชอบกิริยาของคุณตอนนี้เลยนะคะคุณหมอ” แพรพิณเสียงสั่นๆ
ชยุตขอร้องให้แพรพิณพูด พวกตนรู้เรื่องจีสแกนหมดแล้ว เปิดอกคุยกันไปเลยดีกว่า แพรพิณกุมมืออันนาปัดว่าไม่จำเป็นต้องคุย หมอไทยขาดสติตวาดลั่นให้บอกมา เท่านั้นแพรพิณก็คุมสติตัวเองไม่อยู่โพล่งออกมาโดยอัตโนมัติ ว่าเจอพวกเซ็กทอยส์ เจลหล่อลื่นและยังมีจีสตริงในห้องนอนของเขา ชยุตพึมพำโอ้โห...จัดเต็ม...หมอไทยคุมสติสูดหายใจเข้าก่อนจะอธิบายเปิดรูปในมือถือให้ดูประกอบ เป็นภาพตัวเขากำลังสอนเพศศึกษาให้เด็กในคลาสเรียน
“น้องอันจำได้ไหมคะ ที่พี่บอกน้องอันเดือนที่แล้วว่าต้องสอนเพศศึกษา นี่แหละ” เห็นอันนานิ่ง เขาถามเสียงกร้าว “พี่ถามว่าจำได้ไหม!”
อันนาสะดุ้งตะกุกตะกักว่าจำได้ หมอไทยอธิบายต่ออีกว่า ส่วนเรื่องที่เห็นตนกับชยุตนอนแก้ผ้าบนเตียง นั่นเป็นแผนโง่ๆของชยุตเพื่อจับพวกจีสแกน พวกตนสงสัยมานานแล้ว แพรพิณกับอันนาตัวหดเถียงไม่ออก หมอไทยจึงสรุปน้ำเสียงดุดัน
“ถ้าไม่มีอะไรอีก ผมขอจัดการเรื่องสุดท้ายที่คาใจน้องอันอยู่นะครับ” หมอไทยกดโทร.ออกเปิดสปีกเกอร์โฟนถึงคุณหญิงย่า แล้วพูดอย่างหนักแน่นจริงจังว่า “กราบสวัสดีครับคุณย่า ผมหมอไทย มัจฉาตระกูล หลานคนเดียวของคุณย่า วันนี้อันนาผู้หญิงที่ผมรักโดนรถชนบาดเจ็บ ทำให้ผมรู้ว่ายังไงผมก็จะแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ ผมอยากปกป้องและดูแลเธอไปตลอดชีวิต เรียนมาเพื่อให้คุณย่าทราบนะครับ สวัสดีครับ”
เสียงคุณหญิงย่าร้องเรียก แต่หมอไทยกดวางสาย ชยุตอุทาน “โคตรโหดเลยเพื่อนกู!”
หมอไทยหันมาสบตาอันนาถามว่าตนทำขนาดนี้แล้วเธอจะดีกับตนได้หรือยัง หญิงสาวสะอื้นน้ำตาร่วงเผาะ เขาโผกอดเธอร้องไห้ไปด้วยกัน เขาขอร้องว่าคราวหลังมีอะไรให้คุยกัน อันนารับคำ ชยุตหันมามองหน้าแพรพิณอย่างตำหนิที่เป็นตัวต้นเหตุ ดึงเธอออกนอกห้องต่อว่า
“เป็นไง เห็นยัง ไอ้สิ่งที่พวกคุณทำเนี่ย มันทำคนอื่นเขาลำบากขนาดไหน ตั้งแต่ผมคบกับไอ้หมอมาแต่เด็ก ผมไม่เคยเห็นไอ้หมอมันหลุดอย่างนี้มาก่อน” แพรพิณปัดไม่เกี่ยวกับตน ชยุตโวย “นี่คุณแพร คุณไม่ได้ฟังไม่ได้เห็นอะไรในนั้นเลยเหรอ คุณไม่มีหัวใจรึไงวะ”
“เออ! ฉันมันคงไม่มีหัวใจ”
“ผมไม่ใช่คนดีแบบไอ้หมอนะ ผมจะไม่ให้อภัยคุณง่ายๆหรอก” ชยุตยิ่งโมโห
“ฉันมั่นใจว่าฉันทำในสิ่งที่ถูกต้องกับหลานของฉัน”
“งั้นเชิญมั่นผิดๆต่อไปเถอะ ผมเกลียดที่สุดพวกที่ชอบทำลายความรักของคนอื่นเพราะแค้นที่ตัวเองเคยโดนความรักทำร้าย อีกอย่างถ้าคุณยังตั้งหน้าตั้งตาทำไอ้จีสแกนนี้ต่อไป ผมบอกเลยนะว่าผมจะไม่รู้สึกอะไรกับคุณ แม้แต่ความเป็นเพื่อน ผมก็จะไม่เหลือให้จริงๆ”
แพรพิณกลั้นน้ำตาตะโกนเถียงออกไปว่านั่นมันเรื่องของเขา อย่างไรเสียตนก็ไม่มีวันทิ้งเพื่อนเด็ดขาด ชยุตถอนใจยิ้มให้อย่างเยือกเย็นก่อนจะกล่าวคำลาก่อน แล้วเดินจากไป หญิงสาวตะโกนไล่หลังว่าดีเหมือนกัน แต่แล้วต้องยืนร่ำไห้อย่างร้าวรานใจลำพัง
ooooooo
เฌอเบลล์ยิ้มแย้มอารมณ์ดีกลับถึงบ้าน ตรงเข้ากอดแม่บอกให้รู้ว่าตนชอบพาที แต่ราณีกลับคิดว่าลูกแค่หลงของแปลกเท่านั้น ไม่นานก็เบื่อ จึงไม่ติดใจอะไรนัก
ด้านแพรพิณตาแดงจากการร้องไห้ กลับมาบอกอันนาว่า โทร.บอกแม่ให้มารับพรุ่งนี้แล้ว หมอไทยรีบอาสา คืนนี้เขาขอนอนเฝ้าอันนาและพรุ่งนี้จะพากลับกรุงเทพฯเอง แพรพิณมองหน้าเขาอยากขอโทษแต่พูดไม่ออก พยักหน้าตามใจแล้วขอกลับกรุงเทพฯก่อน
รุ่งเช้าพรนางฟ้าช่วยขนข้าวของของบลูปรินซ์ขึ้นรถตู้ แอบมองหน้าพาทีอย่างมีอะไรในใจ เควินสังเกตเห็นกระซิบบอกพาทีว่าแองจี้มองตาละห้อย แสดงว่าเธอชอบพี่ พาทีว่าเพ้อเจ้อ แต่เควินยังเซ้าซี้อย่ายอมแพ้แบบนี้มันไม่ใช่พี่ตนเลย อยากให้พี่ลองคุยอีกสักครั้ง
พาทีมองหน้าเควินคิดตาม แล้วต้อนทุกคนให้ขึ้นรถ ไลออนถือกระเป๋าของแองจี้ออกมา พาทีเข้าไปดึงกระเป๋าแล้วบอกว่าขอ...ครั้งสุดท้าย สองหนุ่มมองตาอย่างรู้กัน หญิงสาวเดินมา พาทีให้เธอไปขึ้นรถตน เควินทำท่าดีใจ จุงเบกับคฑางงทำไมไม่ไปด้วยกัน
“ให้พี่พาทีเขาพาแองจี้ไปเถอะ ดู...รถแน่นจะตายละเนี่ย หายใจไม่ออกเลย” ไลออนบ่น
คฑา เควินและจุงเบมองไปในรถด้วยความแปลกใจว่าแน่นตรงไหน มีกันแค่สี่คนเอง...พาทีบอกว่าท่านประธานโทร.มาให้เข้าประชุมด่วนเรื่องคอนเสิร์ตใหญ่ที่จะจัดปลายปีนี้ น่าจะประชุมยาว พรนางฟ้านั่งเงียบ สักพักพาทีทนไม่ไหวถามขึ้น
“แองจี้...พี่ขอถามเรื่องนึงได้ไหม” พรนางฟ้ารับว่าได้ “พี่อยากให้แองจี้ตอบพี่ตามความจริงทุกอย่าง พี่สัญญาว่าพี่จะไม่โกรธ...แองจี้เป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณชลลัมภีร์จริงรึเปล่า”
“จริงค่ะ...ถามทำไมคะ พี่พาทีไม่ไว้ใจแองจี้เหรอ” พรนางฟ้าพูดไปทั้งที่ในใจหวาดหวั่น
“ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่อยากถามให้แน่ใจเฉยๆ”
หญิงสาวโล่งอก แต่แล้วพาทีก็พูดขึ้นว่า ก่อนไปบริษัทจะแวะไปที่ที่หนึ่ง อยากไปกับเธอสักครั้ง เขาเหลือบมองเธอด้วยสายตาเศร้าๆ...และแล้วพาทีก็พาพรนางฟ้ามาวัดหัวลำโพง หญิงสาวเดินตามเขางงๆ เพราะ คาดหวังว่าเขาจะพาไปดินเนอร์ใต้แสงเทียน แต่กลับกลายเป็นทำบุญในวัดตามจุดต่างๆ ไปจนถึงให้อาหารวัว เธอเริ่มสนุกและสบายใจขึ้น พอมาไหว้พระในโบสถ์
“สิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าขา ขอให้ฟ้าเจองานที่ใช่จริงๆ แล้วก็...ได้อยู่กับคนที่ใช่ด้วยเถอะค่ะ” พรนางฟ้าอธิษฐานเพราะเห็นพาทีพนมมือหลับตาอยู่ก่อน พอลืมตาขึ้นเห็นเขายังหลับตาแต่อมยิ้ม
จากนั้นพาทีพามานั่งกินเฉาก๊วยหน้าวัด พรนางฟ้าอยากพูดความในใจแต่ไม่กล้า เอ่ยถามเขาว่า นี่หรือที่อยากมากับตน ทำไมต้องเป็นวัด ตนเหมือนคนบาปหรือ เขาตอบว่า
“พูดอีกก็ถูกอีก” หญิงสาวถลึงตาใส่ “พี่ล้อเล่น มาวัดไม่ดีเหรอ สบายใจจะตายไป พี่เห็นแองจี้เครียดๆ ยุ่งๆไง รอได้กินเฉาก๊วยก่อนแล้วแองจี้จะขอบคุณพี่อีกมาก”
พรนางฟ้ารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ เสร็จจากนี้จึงขอให้เขาทำอะไรอย่างหนึ่งกับตนบ้าง...เธอพาเขามาดูหมอดู หมอดูด้วยไพ่ทำนายว่า ดวงเธอดีเรื่องความรัก มีความรักตั้งแต่เด็ก สมหวังทุกครั้ง แล้วถามว่าที่นั่งข้างๆนี่ได้กันหรือยัง พาทีเหน็บ ถามลึกไปไหม พรนางฟ้าขำเปลี่ยนมาถามเรื่องงาน หมอดูตอบว่าไม่ค่อยดี จะเผชิญปัญหาหนักมาก ปลายปีทุกอย่างถึงจะลงตัว แต่กว่าจะลงตัวก็ปางตาย จงใช้ความรู้สึกของตัวเองแก้ปัญหาแต่ละเรื่อง ทั้งเรื่องงานและความรัก
พาทีเห็นพรนางฟ้าเดินคอตกก็เอ่ยถามทำไมจ๋อย หมอดูแม่นมากหรือ เธอส่ายหน้าเพราะไม่ตรงเลย ตนไม่เคยสมหวังในความรักเลย จนคิดว่ามันเป็นเรื่องยาก ว่าแล้วก็น้ำตาไหลอย่างอัดอั้น พาทีช่วยเช็ดน้ำตาแล้วปลอบ
“อย่าคิดอย่างนั้นสิ ไม่เคยได้ยินกฎของแรงดึงดูดเหรอ เขาบอกว่าคิดแบบไหนก็จะดึงดูดสิ่งนั้นเข้ามา แองจี้ก็ต้องเชื่อว่าตัวเองจะเจอความรักที่ดีๆสิ”
“แองจี้ควรทำยังไง”
“ทำตามความรู้สึกของตัวเอง ความรู้สึกของแองจี้มันอยู่ที่ใครล่ะตอนนี้”
หญิงสาวสบตาเขา รู้แก่ใจว่าหัวใจอยู่ที่เขาจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้เหมือนโดนแรงดึงดูด พาทีรู้สึกหวั่นไหวแต่ต้องหักห้ามใจเพราะสัญญากับไลออนไว้แล้ว ตัดสินใจพูดออกมา
“พี่ขอโทษนะแองจี้ พี่ทำร้ายไลออนไม่ได้” พรนางฟ้าน้ำตาพรั่งพรู บอกแล้วตนไม่เคยสมหวังในความรักเลย พาทีสะเทือนใจแต่ก็ต้องกล่าวแค่คำขอโทษ...
ด้านพันธิตขี่มอเตอร์ไซค์ให้บัวบุหงาซ้อนท้ายกลับมาถึงบ้าน เขาบอกเธอว่าจะขี่รถเธอกลับแล้วพรุ่งนี้เช้ามารับ เธอรับคำเขินๆ เขาฉวยโอกาสหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ เธออายบิดตัวเป็นเกลียวเดินเข้าบ้าน พ่อเต่ากับเจ๊โดมแอบมองอยู่ร้องฮิ้วๆ ล้อกันใหญ่ เธอยิ่งอายหนีขึ้นห้อง
ในคืนนั้น พาทีขับรถมาถึงตึกจีพีเรคคอร์ด พรนางฟ้าร้องไห้มาตลอดทาง เธอปาดน้ำตาแล้วบอกขอโทษที่ร้องไห้ เรายังต้องทำงานด้วยกัน ตนจะพยายามแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้ออกเขาจะได้ไม่หนักใจ
หญิงสาวรวบแฟ้มงานลงจากรถเดินเข้าตึก พอดีเจอคณะกรรมการทักเป็นอย่างไรบ้าง เธอพยายามยิ้มแย้มตอบว่าสบายดี บลูปรินซ์ฟิตกันมากตนเลยไม่เหนื่อย
“ดีๆ เชิญครับคุณพาที คุณสองคนนี่ทำงานตัวติดกันตลอด ระวังปิ๊งกันนะครับ”
สองคนตอบพร้อมกันว่าไม่หรอก...แล้วสบตากันนิ่งๆ ก่อนจะเดินตามกันเข้าห้องประชุม
ooooooo
อรนาฏอารมณ์ดีมีความสุขที่รู้ว่าลูกชายไม่เป็นเกย์ พอพันธิตกลับมาก็ชวนคุย เขารู้สึกว่าแม่ทำตัวแปลกๆ อรนาฏเอ่ยถามว่าคุยกับเควินบ้างไหม พันธิตเอะใจเพราะเควินก็มักจะถามถึงแม่ อรนาฏบอกเควินเป็นเด็กน่ารัก พันธิตประชดให้รับเป็นลูกเสียเลย เธอชะงักหลบตาปัดว่า
“พูดอะไรบ้าๆ แค่ทะเลาะกับแกคนเดียวฉันก็เครียดจะแย่แล้ว” พูดจบรีบเดินเลี่ยงไป
พอกลับเข้าห้อง อรนาฏอดไม่ได้พิมพ์ข้อความไปถึงเควิน “ถึงบ้านรึยัง พักผ่อนด้วยนะลูก” เธอลังเลสักพักกว่าจะกดส่ง...พอเควินได้รับข้อความก็ดีใจหน้าบาน ไลออนเห็นถามใครส่งอะไรมา เควินปัดไม่มีอะไร แล้วถามเขารอแองจี้หรือ คงกลับดึกมาก พาทีไลน์มาบอกมีประชุม
รุ่งเช้า ไลออนหลับฟุบอยู่ที่โต๊ะอาหาร เควิน จุงเบและคฑาลงมาเจอ แกล้งเอาถังน้ำ ฝาหม้อมาเคาะปลุก เขาสะดุ้งตื่นร้องเรียกแองจี้ สามคนแซว ห่วงกันจริง เควินบอกว่าพาทีไลน์บอกมาในกรุ๊ปว่ามีประชุมเช้าต่อ คฑาเป็นห่วงที่ทั้งสองทำงานหนักเพื่อพวกเรา เควินและจุงเบเห็นด้วย จึงพร้อมใจกันจะตั้งใจทำงานไม่งอแงอีก ไลออนพึมพำสองคนนั้นทำงานเข้ากันได้ดีจริงๆ
ระหว่างที่พาทีขับรถกลับ เห็นพรนางฟ้านั่งนิ่งจึงหาเรื่องชวนคุย ให้เธอสรุปการประชุมให้ฟัง เธอตอบฉะฉานแล้วจะทำสรุปให้ตอนถึงบ้าน พาทีเอ่ยถามว่ายังโกรธอยู่หรือ ไม่ทันตอบ เฌอเบลล์โทร.เข้ามา เขารับคำเดี๋ยวเจอกัน พรนางฟ้าน้อยใจซ่อนน้ำตาแล้วขอลงหน้าหมู่บ้าน โดยบอกเหตุผลที่ทำให้พาทีไม่กล้าดึงดันปฏิเสธ
“ขอโทษนะคะพี่พาที แองจี้ยังแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่ได้”
ooooooo
บรรยากาศในห้องเรียนเงียบเหงาเนื่องจากแพรพิณยังเสียใจจนไม่เป็นอันสอน นักเรียนทั้งสามจึงพยายามทำให้ครูสาวหายเศร้าแล้วเริ่มตรวจการบ้าน แต่ระหว่างนี้พรนางฟ้าโทร.เข้ามาระเบิดความเสียใจจนแพรพิณงุนงงสงสัยว่าเพื่อนเป็นอะไร
“ทำไมจู่ๆเขาถึงใจร้ายงี้วะ ฉันไม่เข้าใจเลย เมื่อคืนยังพาไปเข้าวัดทำบุญ คุยกันหนุงหนิง จับมือฉัน ทำเหมือนชอบฉัน ฉันก็คิดว่าเขาชอบฉันสิ แต่เขากลับมาบอกว่าหักหลังไลออนไม่ได้ ทำไมเขาต้องแคร์คนอื่น แล้วตกลงเขาชอบฉันไหม หรือฉันมโนไปเอง ที่ผ่านมามันคืออะไรแพร ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว...”
“แกชอบใครวะฟ้า...” แพรพิณยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ขณะที่พรนางฟ้าก็ระบายความอัดอั้นด้วยการตะโกนจนเหนื่อยหอบ
“คุยโทรศัพท์กับผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าฉัน พอจะขอลงจากรถก็จอดให้ลงเฉยเลย จะยื้อสักคำก็ไม่มีไม่รู้เหรอว่าฉันอยากให้เขายื้อ ไม่เข้าใจรึไงไอ้ผู้ชายโง่! ไอ้ผู้ชายเย็นชา! ทำไมเย็นชาขนาดนี้ ฉันไม่ไหวแล้ว!!”
แพรพิณพอจะรู้แล้วว่าหมายถึงใคร เอ่ยถาม “รู้สึกดีขึ้นยังเพื่อน ฉันไม่เคยเห็นแกฟูมฟายเป็นบ้าเป็นหลังแบบนี้มานานละ คุณพาทีเก่งใช้ได้นะเนี่ย หรือว่าตอนนี้เขาคบยัยไฮโซนั่นอยู่”
พอได้ระบายอารมณ์ พรนางฟ้าก็เริ่มตั้งสติได้ “ฉันไม่รู้ แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย แพรแกลืมวันนี้ไปได้เลยนะ ที่สำคัญห้ามบอกไอ้บัวรู้เด็ดขาด ไม่งั้นฉันโดนมันด่าเละแน่”
แพรพิณรับปากแล้วถามเพื่อนโอเคแล้วแน่นะ พรนางฟ้ารับว่าไม่เคยโอเคเท่านี้มาก่อน แล้วขอบใจเพื่อนก่อนจะขอตัวไปทำงานต่อ พอวางสายไปแล้ว แพรพิณก็พึมพำว่าอยากปรึกษาเรื่องชยุตเหมือนกัน เธอรู้สึกปวดร้าวมากอยากมีใครช่วยรับฟังบ้าง
ในขณะที่เฌอเบลล์ชวนพาทีมาช่วยดูลุคการแต่งตัวสไตล์ไหนดี พาทีคิดจะยึดเธอเป็นตัวช่วยให้ตัดใจจากแองจี้ จึงแวะซื้อขนมที่เธอชอบมาฝาก ทำให้เธอปลื้มหลงคิดว่ามัดใจเขาสำเร็จ
ooooooo
เจ๊โดมกับแก๊งกะเทยอีกสามคนซ้อมเต้นเพราะมีงานโชว์ พ่อเต่าอยากร่วมจึงจัดเต็มแต่งหน้าแต่งหญิง สวมส้นสูงซ้อมเต้นด้วยสุดฤทธิ์ เจ๊โดมท้วงว่าลูกจะรับได้แน่หรือ
“ฉันว่าตอนนี้มันโตแล้ว อีกอย่างเรื่องเก่าสมัยโน้น มันคงลืมไปหมดแล้วล่ะ”
“เจ๊แน่ใจนะ เจ๊อุตส่าห์สู้อดทนไม่แต่งหญิงไม่ใส่ส้นสูงมาเป็นสิบๆปี เพื่ออีบัวเลยนะ แล้วจะกลับมาแต่งอีกเพราะฉันขอมันก็...” เจ๊โดมหวั่นใจ
“พอๆมาเต้น ฉันคิดถึงเวทีจะแย่แล้ว ได้ทั้งงานทั้งเงิน ที่สำคัญได้ทั้งปลดปล่อยความเป็นหญิงในตัวฉัน ไม่รับก็โง่เต็มที” พ่อเต่าลุกขึ้นซ้อมไปตามจังหวะเพลงที่คึกคัก
บัวบุหงาขี่รถกลับมาถึงบ้าน ได้ยินเสียงเพลงดังก็เริ่มเอะใจ พอเข้ามาในบ้านเห็นพ่อแต่งหญิงก็ช็อก ปล่อยของในมือหล่นพื้น น้ำตารื้นเสียงเข้ม “หนูเคยบอกพ่อแล้วใช่ไหม พ่อจะสาวแค่ไหนก็ได้ แต่อย่าแต่งตัวแบบนี้ให้หนูเห็น!”
พ่อเต่าจะอธิบายแต่บัวบุหงาสวนเสียงกร้าวให้ถอดออก เพื่อนๆตกใจ บัวบุหงาเห็นพ่อยืนนิ่งก็สติแตก ปาดข้าวของเครื่องสำอางหล่นกระจาย เข้ากระชากเสื้อพ่อ แต่พ่อกอดตัวเองแน่น พ่อเต่าเริ่มทนไม่ไหวผลักลูกกระเด็นขึ้นเสียงบ้าง
“ทำไม! แกจะทำไมนักหนาหานังบัว มันเป็นความสุขของฉัน เป็นสิ่งที่ฉันรัก ทำไมฉันจะทำไม่ได้ ที่ผ่านมาฉันยอมเสียสละความสุขของฉันเพราะเห็นว่าแกยังไม่โต แต่ตอนนี้แกโตแล้ว ทำไมแกไม่เข้าใจฉันบ้างฮะ! ทำไม!”
บัวบุหงายืนอึ้ง โพล่งออกมาว่า หนูเกลียดพ่อ แล้วร้องไห้โฮวิ่งออกไป พ่อเต่าทรุดลงเสียใจกับคำพูดที่ทิ่มแทงใจของลูก เจ๊โดมเข้ากอดปลอบแล้วพานร้องไห้ระงมไปด้วย
บัวบุหงานอนร้องไห้คิดถึงอดีตวัยสิบขวบ ที่ตนกับแม่เห็นพ่อแต่งหญิงเต้นอยู่ในบ้าน แม่เสียใจมากทะเลาะกับพ่อเสียงดัง แม่เก็บของออกจากบ้าน หลังจากนั้นตนต้องทนฟังเพื่อนๆล้อเรื่องพ่อเป็นตุ๊ดจนแทบทนไม่ไหว...
พอพรนางฟ้ากลับมาถึงบ้าน ไลออนวิ่งมารับ ซักถาม ทำไมไม่กลับมากับพาที หญิงสาวขอตัวไปพักอ้างว่าเหนื่อย ไลออนมองตามอย่างหงุดหงิด...พาทีเห็นเธอก็จะพูดเรื่องประชุมพรุ่งนี้ แต่เธอปัดว่าเหนื่อยขอพักผ่อน เขาจึงหลีกทางให้ พอเข้าห้องได้ พรนางฟ้าก็ปล่อยโฮออกมา อย่างสุดกลั้น สัญญากับตัวเองจะร้องไห้แค่คืนนี้ พรุ่งนี้จะต้องดีขึ้น ตนคือพรนางฟ้าไม่ใช่แองจี้ ตนเป็นสายลับไม่ใช่ผู้จัดการวง ตนต้องทำงานของตนให้สำเร็จจะได้จบเสียที
รุ่งเช้า พรนางฟ้าหอบเอกสารเดินออกมา พาทีจะช่วยถือแต่เธอเบี่ยงหนีแล้วบอกเขาว่า ได้ส่งสรุปการประชุมเข้าเมลเขาแล้ว พาทีแปลกใจกับท่าทางร่าเริงของเธอ แย็บถามไม่โกรธแล้วหรือ เธอปัดว่าช่างมันแล้วชวนเขารีบไปประชุม พาทีมองตามงงๆ
เพลงประกอบหนังทะเลลาเวนเดอร์ของบลูปรินซ์ ได้รับการดาวน์โหลดขึ้นท็อปชาร์ต พันธิตเปิดแชมเปญฉลอง วทันยูเสนอให้จัดปาร์ตี้ขอบคุณทีมงาน ทำแฮชแท็กของงานด้วยคนจะได้ตามแล้วต่อด้วยคอนเสิร์ต พาทีบอกว่าตนวางแผนไว้แล้ว พันธิตยิ้มอย่างพอใจมาก
พรนางฟ้าแปลกใจว่าพาทีเอาเวลาไหนไปคิดงาน เขาตั้งชื่อปาร์ตี้นี้ว่า ปาร์ตี้ผีดุ ทุกคนจะต้องแต่งตัวเป็นผีตามที่จับสลากได้ แล้วทุกคนจะต้องครีเอตชุดเองรวมทั้งกลุ่มบลูปรินซ์
กลับถึงบ้านพรนางฟ้าส่งข่าวบอกเพื่อนๆ ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วเห็นข้อความร้องกรี๊ดๆ รุมขอแพรพิณไปด้วยกันใหญ่ จากนั้นพรนางฟ้าก็จะโทร.ถามเจ๊โดมว่าจะเตรียมโชว์อะไร ทันใดไลออนโผล่มาด้านหลัง ผลักเธอเข้าไปในห้องน้ำ ซักถามไปไหนกับพาทีทั้งคืนและทำไมไม่กลับมาพร้อมกัน ต้องมีอะไรแน่ๆ พรนางฟ้าพยายามอธิบายและเบี่ยงตัวออกห่าง
จุงเบเคาะประตูถามใครอยู่ในห้องน้ำ ไลออนรีบปิดปากหญิงสาวแล้วตะโกนตอบไปว่าตนท้องเสียให้เขาไปเข้าห้องน้ำข้างบน จากนั้นพรนางฟ้าพยายามจะผลักไลออนออก แต่เขายื้อขอให้เธอยอมเป็นแฟนด้วยและสัญญาจะไม่ดื้ออีก จะเป็นหัวหน้าทีมที่ดี
พรนางฟ้าต้องมาครุ่นคิดอย่างหนัก ต้องย้ำกับตัวเองว่ามาที่นี่เพื่อทำงาน เลิกเสียใจเรื่องพาที ตัดสินใจจะใช้ไลออนช่วยสืบว่าใครเป็นเกย์ โดยยอมสวมแหวนเปลือกหอยของเขาแต่ห้ามให้แฟนคลับและนักข่าวรู้ ส่วนคนในบ้านคงไม่สามารถปิดได้ ไลออนกระโดดโลดเต้นดีใจมาก
ooooooo
มีกระทู้หนึ่งในบอร์ดขึ้นชื่อกระทู้ว่า ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นแฟนนักร้อง ต้อยกับติ่งหัวหน้าแฟนคลับอ่านแล้วไม่พอใจ เพราะเชื่อว่าบลูปรินซ์ของพวกตน ไม่มีวันทิ้งแฟนคลับไปมีแฟนแน่
ตั้งแต่พรนางฟ้ายอมรับเป็นแฟนไลออน เธอก็รู้สึกผิดตลอด ส่วนไลออนท่าทางดีใจเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะกับเธอบ่อยๆ พาทีเหล่มองอย่างสะเทือนใจเรียกเธอไปคุยงานในห้องทำงาน พรนางฟ้าพยายามทำใจให้เข้มแข็งคุยงานกับเขาอย่างแข็งขัน พาทีเห็นแหวนที่นิ้วนางซ้ายของเธอก็เอ่ยถาม เป็นแฟนกันแล้วหรือ เธอรับว่าใช่ เขาแสดงความยินดีด้วย
“แองจี้ก็ยินดีกับพี่พาทีเหมือนกันนะคะ”
“เรื่องอะไร?” พาทีงง พรนางฟ้าปัดไม่มีอะไร เขาจึงเตือน “หลังจากนี้จะทำอะไรก็ระวังตัวด้วย อาทิตย์ที่แล้วมีแฟนคลับคนนึงอ้างว่าเป็นแฟนไลออน โดนถล่มจนต้องย้ายโรงเรียนหนี เธอเองก็เคยพาบลูปรินซ์หนีแฟนคลับมาแล้ว คงพอเข้าใจว่าแฟนคลับของเรา...”
“รักแรงเกลียดแรง” พรนางฟ้าเสริมให้ พาทีพยักหน้าว่าใช่ เธอจึงบอกว่าจะระวังตัว
พอแองจี้จะเดินไป พาทีเรียก “แองจี้ หลังจากนี้เรียกฉันว่าคุณพาทีเหมือนเดิมเถอะ ถ้าเราสนิทกันมากเกินไป ไลออนอาจจะไม่สบายใจ ฉันไม่อยากมีปัญหา”
“ค่ะ...คุณพาที” พรนางฟ้ารับคำด้วยความรู้สึกเจ็บและรู้สึกผิดต่อเขาด้วย พาทีเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน
แต่เขาย้ำกับตัวเองว่า ในเมื่อเขาเลือกเองก็ต้องยอมรับให้ได้...
ในคืนนั้น บัวบุหงาเสียใจเรื่องพ่อไม่รู้จะไปไหน จึงโทร.หาพันธิตให้ออกมาพบ ทันทีที่เขารับโทรศัพท์ เขาก็ขับรถออกมาทั้งชุดนอน เห็นคนรักนั่งร้องไห้ริมฟุตปาทก็เข้าไปจะปลอบ แต่เธอกลับบอกให้เขานั่งเงียบๆก็พอ เขาจึงโอบไหล่เธอไว้
กลางดึก พรนางฟ้าเห็นห้องทำงานพาทียังเปิดไฟ จึงเปิดเข้าไปดู ไม่เห็นเขาเห็นแต่เนื้อเพลงที่เขาเขียนค้างไว้วางอยู่บนโต๊ะ ก็หยิบมาอ่าน เนื้อเพลงมีความหมาย กินใจ พาทีเข้ามายืนข้างหลังถามทำอะไร เธอสะดุ้งหันมาหน้าชิดอกเขา เธอรีบถอยก็ชนโต๊ะ เขาจึงรวบเอวเธอไว้ถามทำไมต้องตกใจขนาดนี้ หญิงสาวตั้งสติได้บอกให้เขาถอยห่างหน่อย เขาจึงปล่อยตัวเธอ
พรนางฟ้าถามว่าแต่งให้เฌอเบลล์ใช่ไหมถึงได้หวานขนาดนี้ เขารับว่าใช่ หญิงสาวปวดใจขอตัวกลับห้อง เขาคว้าแขนเธอไว้แล้วบอกให้ฝันดี เธอต้องกลั้นน้ำตารีบเดินหนีโดยเร็ว
เช้าวันใหม่ สามนักเรียนของแพรพิณมีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่าง โทร.บอกแพรพิณว่าพวกตนหาข้อมูลของชลลัมภีร์กับพาทีมาได้แล้ว แพรพิณดีใจรีบโทร.ตามเพื่อนๆ บัวบุหงายังหลับซบอกพันธิตอยู่ในรถ พอมือถือดังก็สะดุ้งตื่น พันธิตอาสาไปส่ง ส่วนพรนางฟ้าดีใจที่งานสืบคืบหน้า
แพรพิณรีบหอบกระเป๋าพะรุงพะรังมาที่โรงเรียน พอจะเดินเข้าเห็นชยุตหน้าคลินิกหมอไทยก็ชะงัก เขามีทีท่าไม่สนใจ เดินเทิ่งๆเข้าร้านไป แพรพิณกลั้นน้ำตาด้วยความผิดหวัง...พอหมอไทยเห็นหน้าชยุตก็รู้ว่าเจอแพรพิณมา จึงตำหนิเพื่อนทำงอนเป็นตุ๊ดไปได้
พรนางฟ้ามาถึงก่อนนั่งซึมอยู่กับญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว พอเด็กๆเห็นหน้าแพรพิณอีกคน ญี่ปุ่นก็ว่าหน้าทั้งสองเหมือนคนอกหัก สองสาวปฏิเสธพร้อมกัน สามนักเรียนฟันธงว่าชัวร์ บัวบุหงาเดินหัวกระเซิงเข้ามาบ่นว่ารถติด สามนักเรียนแซวขี่มอเตอร์ไซค์จะติดได้อย่างไร เธอจึงอ้อมแอ้มบอกว่าพันธิตมาส่ง ทั้งสามแซวกันยกใหญ่
จิ๋วจิ๋วเริ่มกางเอกสารที่หามาได้ให้สามสาวจีสแกนดู ว่าข้อมูลที่ได้คือ ก่อนที่พาทีจะมาอยู่ที่ค่ายจีพีเรคคอร์ด เขาเคยเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับเอ็มไพร์เรคคอร์ดมาก่อน และสิ่งที่น่าเซอร์ไพรส์ก็คือ พาทีเป็นโปรดิวเซอร์คู่กับชลลัมภีร์ สามสาวตกใจ กุ๊กกิ๊กเสริม
“จริงค่ะ กว่าเราจะรู้ก็ย้ากยาก เพราะคุณพาทีให้คุณชลลัมภีร์ออกหน้าแทน ตัวเองคอยอยู่เบื้องหลัง จนเจอชื่อบนปกเทปแน่ะ ถึงจะรู้”
พรนางฟ้าถามว่าพาทีโปรดิวซ์ให้ใคร กุ๊กกิ๊กบอกว่าเป็นวงดูโอชายที่ดังที่สุดเมื่อแปดเก้าปีก่อน ชื่อว่า ...มิลเลนเนียมบอย สามสาวแทบกรี๊ด เพราะพวกเธอเป็นแฟนคลับเบอร์หนึ่งสมัยเรียนมัธยม พวกเธอตามกรี๊ดอย่างบ้าคลั่งไม่น้อยกว่าเด็กสมัยนี้รวมทั้งพ่อเต่าของบัวบุหงาด้วย แถมทั้งร้องและเต้นตามได้ทุกเพลง จนกระทั่งมีการยุบวง พวกเธอเสียใจมาก...
จิ๋วจิ๋วเล่าต่อว่า จริงๆแล้วการปิดตัวของมิลเลนเนียมบอยเกิดหลังจากที่นิตยสารบันเทิงชื่อว่าซุปตาร์ลงรูปเจเจจูบกับโปรดิวเซอร์ ซึ่งเท่าที่ดูโครงหน้าแล้ว น่าจะเป็นพาที จิ๋วจิ๋วเอารูปที่หาได้แต่เบลอมากมาให้ดู...พรนางฟ้าไม่เชื่อ จำได้ว่าตอนนั้นทางค่ายออกมายืนยันว่าไม่ใช่ แพรพิณกับบัวบุหงาก็ไม่เชื่อว่าขวัญใจของพวกตนจะแอ๊บ สามสาวพูดพร้อมกันว่า
“เราขอปกป้องมิลเลนเนียมบอยด้วยชีวิต!”
“พวกป้าเวลาติ่งนี่น่ากลัวขนาดเนอะเจ้า!” ญี่ปุ่นขยาด
“ค่ะป้า...คือ...ไม่จริงก็ไม่จริงค่ะ แต่อยากให้รับเรื่องนี้ไปพิจารณาสักนิด เพราะว่าหลังจากมิลเลนเนียมบอยยุบวง คุณชลลัมภีร์ก็ประกาศลาออกเพื่อแสดงความ รับผิดชอบ แล้วคุณพาทีก็ลาออกตาม มันก็น่าสงสัยอยู่นะคะ” จิ๋วจิ๋วสาธยายต่อ
พรนางฟ้าแก้ตัวแทนพาทีว่าไม่มีวันเป็นเกย์กับเจเจแน่นอน บัวบุหงาแซวปกป้องกันเหลือเกินไปโดนอะไรมาหรือเปล่า พรนางฟ้ารีบเปลี่ยนเรื่อง ถามเด็กๆมีอะไรอีก ญี่ปุ่นเสริม
“ก็นั่นล่ะเจ้า ที่เหลือที่รู้มาก็เป็นข่าวสะเทือนใจ๋พวกป้าๆ ที่พี่เจเจเสพย๋าขับรถชนคนต๋าย แล้วก็ติดคุกห้าปี หมู่เฮาพยายามหาข่าวหลังจากนั้นว่าพี่เขาไปไหนหลังออกจากคุกก็หาไม่เจอเลย ส่วนพี่พิชคู่ดูโอตอนนี้กลับไปอยู่ลอนดอนอย่างมีความสุขแล้วเจ้า”
แพรพิณกับบัวบุหงายังพร่ำเพ้อถึงเจเจกับพิช
แต่พรนางฟ้าสรุปว่าพาทีกับชลลัมภีร์เคยเป็นโปรดิวเซอร์ร่วมกันทำเพลงมาก่อน จิ๋วจิ๋วรับว่าใช่และเจเจก็เป็นคู่ขาของคนใดคนหนึ่ง จิ๋วจิ๋วให้เอกสารรายชื่อทีมทำอัลบั้มมิลเลนเนียมบอยที่คัดลอกมาจากปกเทปแก่พรนางฟ้า และย้ำว่าข่าวเจเจหลังพ้นโทษหาไม่ได้เลย ขนาดถามแหล่งข่าวคนสำคัญของพวกเราแล้ว พรนางฟ้าถามว่าใครคือแหล่งข่าวคนสำคัญ สามนักเรียนบอกว่าคือ...เจ๊โดม
สามสาวจีสแกนประชุมกันเอง บัวบุหงารู้สึกว่าการได้สุมหัวกันทำให้ลืมเรื่องเครียดๆได้ แพรพิณดีใจที่มีความคืบหน้า แล้วถามพรนางฟ้าเชื่อไหมว่าพาทีเป็นเกย์ เธอปัดไม่สนใจเพราะตอนนี้ตนเป็นแฟนกับไลออน บัวบุหงารู้สึกได้ว่าเพื่อนทั้งสองกำลังทุกข์ใจ
ooooooo
แม็กซี่ตามวทันยูมาถึงบริษัทของพันธิต เขาหน้าเจื่อนรู้ตัวว่าไม่อาจหนีมิสทิฟฟานี่คนนี้พ้น เธอจะประกาศตัวให้ทุกคนรู้ว่าเป็นแฟนกับเขาด้วยการเดินคล้องแขนเขาเข้าห้องประชุม พาทีกำลังอธิบายถึงรูปแบบงานจัดเลี้ยงโปรโมตทั้งหนังและเพลง ที่ใช้ชื่องานว่า ปาร์ตี้ผีดุ
พอเห็นวทันยูกับแม็กซี่เข้ามา กลุ่มบลูปรินซ์และพรนางฟ้ามองอย่างอึ้งๆ พันธิตแนะนำให้ทุกคนรู้จักเธอ ว่าจะมาเป็นนางเอกอีกคนในหนัง และเธอจะร่วมงานปาร์ตี้ผีดุนี้ด้วย
พรนางฟ้าต้องพาสี่หนุ่มบลูปรินซ์ไปหาซื้อชุดผีตามที่จับสลากได้ ส่วนพาทีแอบแยกไปหาซื้อไม่ให้ใครรู้ว่าเขาได้เป็นผีอะไร แต่พรนางฟ้าก็แอบตามไปดูด้วยความอยากรู้...ด้านวทันยูกับพันธิตต่างหาแบบชุดผีของตัวเอง แม็กซี่จับตาดูว่าวทันยูเป็นผีอะไรเพื่อแต่งตัวให้เข้ากับเขา เพราะเธอเป็นแขกรับเชิญที่ไม่ได้จับสลากด้วย
แพรพิณได้ร่วมงานในฐานะที่เป็นแฟนคลับที่ได้รางวัลไปเยี่ยมกองถ่าย เธอจึงต้องหาชุดผีจ้าละหวั่นร่วมกับเพื่อนทั้งสอง กว่าจะเลือกได้ทำเอาสามสาวเหนื่อยมากินข้าวร้านประจำ...บัวบุหงาถามเรื่องชลลัมภีร์กับพาทีจะเอาอย่างไร พรนางฟ้าครุ่นคิดวางแผนก่อนจะบอกเพื่อนๆว่า
“ฉันรับรองเลยว่าพวกแกคงไม่ได้สนุกสนานในปาร์ตี้แน่ เพราะว่าฉันจะล้วงความลับคุณพาทีในงานนี้ให้ได้ ด้วยวิธีที่ผู้หญิงอย่างเราๆถนัดมากที่สุด”
สองเพื่อนรุมถามว่าวิธีอะไร พรนางฟ้าตอบหนักแน่นว่า...มอมเหล้า สองเพื่อนไม่คิดว่าจะทำได้ง่ายๆ... ในขณะเดียวกัน พาทีมาทานข้าวกับเฌอเบลล์และคุยกันเรื่องชุดผีที่จะใส่ หญิงสาวบอกมีงานจะตามไปทีหลัง
ค่ำคืนวันงาน พันธิตสวมชุดมนุษย์หมาป่า พอจะออกจากบ้าน อรนาฏทักไปงานคอสตูมสัตว์เลี้ยงหรือ เขาหน้าตึงรู้ว่าแม่หลอกด่า อรนาฏฝากขนมไปให้เควินด้วย เขายิ่งสงสัยทำไมแม่ถึงกลายเป็นติ่งนักร้อง จึงประชดให้ไปร่วมงานเสียเลย เธอปัดว่างานเด็กๆไม่อยากไป
ปรากฏว่าพาทีกับพรนางฟ้าแต่งตัวแมตช์กันเป็นผีในภาพยนตร์เดียวกัน เสียงนักข่าวฮือฮาที่แม็กซี่ ตรีชวาควงคู่และแต่งตัวเป็นผีคู่กันมากับวทันยู พาทีจะรีบไปดูแลบลูปรินซ์ ให้พรนางฟ้าไปดูแลเวทีให้เรียบร้อย บัวบุหงาก็ไปเตรียมตัวเก็บภาพในงาน เหลือเพียงแพรพิณ ที่ยืนโดดเดี่ยวเดียวดาย...อีกฟากหนึ่งของงาน ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊ก และจิ๋วจิ๋วแต่งตัวเป็นผีปะปนเข้ามาในงานด้วย แม้แต่นาเดียร์กับพวกก็แฝงตัวอยู่ในงานนี้เช่นกัน คอยรายงานสถานการณ์แก่ชลลัมภีร์
พันธิตเอาขนมมายื่นให้เควินที่กำลังแต่งหน้าอยู่ เขาตื่นเต้นดีใจมาก พาทีได้ยินไม่พอใจดึงเควินออกมาคุย ถามว่าไปสนิทกับอรนาฏตั้งแต่เมื่อไหร่ เควินย้อนถาม
“ก็ไม่ได้สนิทอะไรกันมาก ทำไมดูพี่ต้องอารมณ์เสียทุกครั้งเวลามีเรื่องเกี่ยวกับคุณอรนาฏด้วยล่ะ”
“พี่บอกแล้วไงว่าคนวงการนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้ พี่เป็นห่วงเรากลัวจะโดนคนอื่นหลอกหาผลประโยชน์ก็เท่านั้นแหละ”
เควินรับปากจะระวังตัวเพื่อพี่จะได้สบายใจ พาทีเดินหงุดหงิดกลับไป...ด้านแพรพิณเดินจิ้มขนมกิน เคี้ยวตุ้ยๆแก้เบื่อ พอดีหมอไทยกับชยุตเดินมาเจอ หมอไทยทักแล้วแซวที่เธอแต่งตัวเข้าคู่กับชยุตโดยไม่ได้นัดหมาย แสดงว่าใจตรงกัน แพรพิณเห็นชยุตนิ่งๆก็จะเดินหนีแต่หมอไทยรั้งไว้ขอถ่ายเซลฟี่ด้วยก่อน ชยุตไม่พอใจดึงหมอไทยแยกออกมาต่อว่า
“แกจะบ้าเหรอ ทำแบบนี้ทำไม ไม่รู้หรือไงว่าฉันกับคุณแพรเรามีเรื่องกันอยู่”
“รู้...ก็เพราะรู้ถึงเป็นพ่อสื่อให้อยู่นี่ไง”
“สื่อวิญญาณอ่ะดิ กูกะจะไม่ทักเขาซะหน่อย”
“ชยุต ฉันรู้ว่าแกชอบคุณแพร แล้วไอ้การที่แกเป็นผู้ชายดันไปงอนเขา ไม่พูดกับเขาแล้วเมื่อไหร่มันจะได้รักกันวะ ผู้ชายเป็นเพศที่เกิดมาง้อนะเว้ย แกดูฉันง้ออันนามาแล้วตั้งเท่าไหร่ เพราะฉันคิดว่าอันนาเขาสำคัญมากกว่าศักดิ์ศรีโง่ๆที่เรามี ถ้าเข้าใจผิดกันก็รีบไปง้อแล้วกลับมารักกันซะ งอนกันไปงอนกันมารำคาญลูกตาว่ะ” ชยุตบอกไม่ได้ชอบ “ไอ้ทุเรศ! ไม่ชอบแล้วเศร้าทำไม ใครวะหนีไปกินเหล้าคนเดียวแทบทุกวี่ทุกวัน ไหนจะไปแอบดูเขาอีก อย่าคิดว่าไม่รู้นะ”
ชยุตยืนอึ้งที่เพื่อนรู้ทัน ระหว่างนั้นพรนางฟ้าขึ้นเวทีกล่าวเปิดงาน ประเดิมด้วยการเปิดตัวบลูปรินซ์ในเพลงแนวโจ๊ะๆสนุกสนาน มาในชุดผีแตกต่างกันดูน่ารักทำให้คนในงานสนุกสนาน จากนั้นพรนางฟ้าก็ประกาศรางวัลการแต่งกายยอดเยี่ยมของผู้มาร่วมงาน คือชยุตและแพรพิณ ทุกคนปรบมือยินดี แพรพิณไม่ยอมขึ้นเวที ชยุตจึงแกล้งท้าว่าไม่แน่จริง เธอจึงเดินกระแทกส้นขึ้นไปยืนคู่กับเขา รางวัลที่ทั้งสองได้คือกิฟต์วอชเชอร์บุฟเฟ่ต์ของทางโรงแรม
พอทั้งสองลงจากเวทีก็เกี่ยงกันไม่รับรางวัลเพราะไม่ต้องการไปด้วยกัน พรนางฟ้าแอบยิ้มด้วยวางแผนไว้แล้วว่าทั้งสองจะได้ไปด้วยกันแน่
เควินถูกโบ้ยให้ออกมาประกาศโชว์พิเศษต่อไป เป็นโชว์ป้าๆวัยเก๋าตัวแม่แห่งวงการคาบาเร่ต์ที่ห่างหายจากเวทีไปนาน เสียงปรบมือดังลั่น บัวบุหงายืนอยู่กับพันธิตหน้าเวทีตั้งตาดู พอกลุ่มกะเทยวัยป้าแต่งเต็มเหนี่ยวออกมาเต้นสุดฤทธิ์ บัวบุหงาตกตะลึงที่มีพ่อเต่าของเธอนำทีม แถมลงเวทีมานัวเนียผู้ชาย อรนาฏซึ่งแอบแต่งตัวมาร่วมงาน สังเกตเห็นท่าทางบัวบุหงาที่ไม่พอใจแล้ววิ่งหนีออกไปจากงาน พันธิตวิ่งตาม เธอจึงแอบตามไปดู
พันธิตปลอบใจบัวบุหงาว่าไม่เป็นอะไร เธอฟูมฟายว่าอายมาก ไม่อยากมีพ่อแบบนี้ ปรากฏว่าพ่อเต่าตามมายืนฟัง ได้ยินคำพูดของลูกเต็มสองหูก็เข้ามายืนนิ่งตรงหน้า ถอดวิกผมออกเอ่ยถามว่า มีพ่อเป็นกะเทยมันแย่มากหรือ ความรักที่พ่อให้มันทดแทนสิ่งที่พ่อเป็นไม่ได้เลยใช่ไหม...พ่อเต่าดึงขนตาปลอมและเครื่องประดับออกทีละชิ้นๆ แล้วเข้ามาเขย่าไหล่ลูกสาว
“พ่อเลือกเกิดไม่ได้ พ่อผิดใช่ไหมที่จิตใจเป็นกะเทย พ่อผิดใช่ไหมบัว พ่อผิดมากใช่ไหม”
บัวบุหงาร่ำไห้สะบัดตัวออกไม่ให้แตะ พ่อเต่าสะอื้นกับท่าทีรังเกียจของลูก ถามนี่ใช่ลูกที่พ่อเลี้ยงมาหรือ พ่อน่ารังเกียจมากเลยหรือ หญิงสาวปาดน้ำตาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“พ่อกลับไปอยู่กับเพื่อนพ่อเหอะ พ่อทนฝืนความรู้สึกมานานแล้วนี่ ถ้างั้นพ่อก็ไปเลย กลับไปสู่โลกสีรุ้งของพ่อ จะบอกให้นะ หนูไม่เคยรู้สึกว่าหนูมีพ่อที่ปกป้องหนูได้เลย หนูเลยต้องเข้มแข็ง เข้มแข็งกว่าพ่อด้วยซ้ำ! เพราะฉะนั้น ถ้าพ่ออยากไปมั่วผู้ชายที่ไหนก็เชิญ หนูจะไม่มาเป็นตัวถ่วงของพ่ออีก!”
พ่อเต่ายืนช็อกกับคำพูดแทงใจของลูก ทรุดลงร่ำไห้ในขณะที่บัวบุหงาเดินจากไป อรนาฏยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้า สะท้อนใจถึงความรู้สึกของตัวเองที่มีสามีเป็นเกย์ พันธิตวิ่งตามบัวบุหงา อรนาฏตามมาร้องเรียก เขาชะงักแปลกใจแม่มาได้อย่างไรแล้วขอตัวจะไปตามเพื่อน อรนาฏดักคอว่าเพื่อนที่รับไม่ได้ว่าพ่อแต่งหญิงใช่ไหม เผอิญเควินผ่านมาเห็นสองแม่ลูกคุยกันจึงหยุดฟัง อรนาฏว่าเป็นใครมีพ่อแบบนี้ก็ต้องอาย แต่พันธิตสวน
“คุณอย่าเอาความรู้สึกตัวเองไปปนกับเรื่องคนอื่นได้ไหมครับ”
“แกเองเหมือนกัน ไอ้เพื่อนตุ๊ดที่เอามามั่วสุมที่บ้านน่ะ เมื่อไหร่จะเลิกคบมันซะที”
“ในหัวคุณมีแต่เรื่องพวกนี้เหรอ คุณขัดหูขัดตาเพื่อนตุ๊ดผมนักใช่ไหม ใช่...ไอ้ยูมันเป็นตุ๊ด เพื่อนทุกคนที่ผมคบมีแต่ตุ๊ด ผมเองก็เป็นตุ๊ด เป็นตุ๊ดเหมือนพ่อผมนั่นแหละ พอใจรึยังอยาก ได้ยินแบบนี้ใช่ไหม” อรนาฏโกรธตบหน้าเขาฉาด พันธิตยืนจ้องน้ำตาคลอ “บางทีผมก็อยากรู้นะ ว่าความเป็นแม่คุณอยู่ที่ไหน”
เควินยืนอึ้งไม่คิดว่าแม่ลูกคู่นี้จะทะเลาะกันรุนแรงขนาดนี้ พันธิตเดินแยกไป อรนาฏปล่อยโฮออกมา เควินเดินเข้ามาใกล้อยากปลอบ อรนาฏเงยหน้ามาเจอดึงเขาเข้ามากอดสะอื้น ในขณะที่พันธิตตามมาปลอบใจบัวบุหงา เขาเข้าใจเธอดีว่าไม่มีลูกคนไหนอยากเป็นลูกที่แย่ เรื่องนี้มันไม่ง่ายเลยที่จะยอมรับได้ ตัวเขาเองก็ผ่านจุดนั้นมาอย่างยากลำบาก
ระหว่างนั้นพรนางฟ้าเฝ้าจับตาดูพาที หาจังหวะจะเข้าไปมอมเหล้าเขา เพื่อล้วงถามความลับ จนกระทั่งกลุ่มนักเรียนของแพรพิณเดินมาทักทาย ถามมีเรื่องอะไรให้เผือกบอกได้ เรื่องเผือกๆพวกตนถนัดนัก เธอจึงปรึกษาจะมอมเหล้าผู้ชายที่ไม่กินเหล้าได้อย่างไร...
ooooooo
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ (thairath.co.th)
«
Reply #5 on:
24 October 2026, 21:01:51 »
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep9/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 9
ญี่ปุ่น กิ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วช่วยพรนางฟ้าครุ่นคิดว่าจะมอมเหล้าผู้ชายที่ไม่กินเหล้าอย่างไร ก็พอดีเห็นบริกรเดินถือถาดมีแก้วช็อตวางอยู่เต็มผ่านมา ก็เกิดไอเดีย
พาทีกำลังนั่งคุยหัวเราะกันอยู่กับวทันยูและแม็กซี่ พรนางฟ้าถือถาดแก้วช็อตเดินเข้ามาวางกล่าว “คุณผีทั้งหลาย ผีเดอะริงขอนั่งด้วยได้ไหมคะ”
พาทีหุบยิ้มทันที วทันยูเชื้อเชิญบอกพวกเรากำลังคุยสนุกกันเลย พรนางฟ้ารีบเสนอว่า อยากสนุกกว่านี้ไหม ตนมีไอเดียเก๋ๆมานำเสนอเป็นเกม ทั้งวทันยูและแม็กซี่สนใจ
พรนางฟ้าชูไพ่สี่ใบอธิบายกติกาว่า ใครได้ไพ่พระราชาจะสั่งใครทำอะไรก็ได้ พอเริ่ม ทุกคนแย่งไพ่ที่คว่ำไว้กันใหญ่ ยกเว้นพาทีที่ได้ใบที่เหลือ ปรากฏเป็นคิง เขาจึงมีสิทธิ์สั่งให้ใครทำอะไรก็ได้ วทันยูรีบขออย่าสั่งตนแล้วตนจะเลี้ยงค็อกเทล
“พอดีผมไม่ชอบรับสินบนด้วยสิครับ...ทุกคนอยากให้คุณวทันยูโดนอะไรดี”
วทันยูหน้าเหยที่โดนเลือก แม็กซี่รีบขอให้หอมแก้มตน วทันยูร้องลั่นไม่เอา พาทีขำยอมสั่งตามนั้น พรนางฟ้าพยายามสนุกไปด้วย วทันยูทำหน้าฝืนใจที่จะต้องหอมแก้มแม็กซี่ แล้วหันมาขู่พาทีอย่าให้ถึงคราวตนบ้าง พาทีสลับไพ่วางลง ทุกคนแย่งกันแล้วคราวนี้พรนางฟ้าเป็นคนได้ไพ่คิง วทันยูช่วยรุมยุให้สั่งเลยๆ เธอได้ทีสั่งให้พาทีดื่มเหล้าเจ็ดช็อต คนอื่นตาโตตกใจ
พาทีดื่มรวดเดียวคิดว่าไม่น่าเป็นอะไร แต่ไม่นานเขาก็เมา พอครั้งต่อไปแม็กซี่ได้ไพ่คิงจึงสั่งให้พาทีเต้น เขาลุกขึ้นเต้นรั่วมาก สักพักก็คออ่อนคอพับฟุบลงซบไหล่พรนางฟ้า ทั้งวทันยูและแม็กซี่จึงช่วยกันพยุงไปหาที่นอนพักและปล่อยให้พรนางฟ้าคอยดูแล
เมื่อทุกอย่างเป็นตามแผน พรนางฟ้านั่งมองพาทีที่นอนหลับด้วยความรู้สึกเขิน พาทีปรือตาขึ้นมาอย่างเมาๆ ดีใจที่เห็นหน้าเธอ เขาดึงตัวเธอลงมากอด “แองจี้ นี่แองจี้จริงๆเหรอ ดีจัง...รู้ไหมถ้าพี่เป็นคิงจริงๆ พี่ขอสั่งให้แองจี้เลิกกับไลออนแล้วมาคบกับพี่เดี๋ยวนี้”
หญิงสาวใจสั่นรัวดันตัวเองออกจากอ้อมแขนเขา ถามเขาพูดจริงหรือ พูดจริงใช่ไหม พาทียังสะลึมสะลือยื่นมือลูบแก้มเธอ “แองจี้...แองจี้น่ารักจัง แองจี้น่ารักที่สุดในโลกเลย”
“พี่พาทีพูดเพราะเมาใช่ไหม” พาทีปัดไม่ได้เมาแล้วทำท่าจะอ้วก พรนางฟ้าเตือนตัวเอง “โอ๊ยฟ้า...ตั้งสติแกจะหวั่นไหวไม่ได้ แกต้องสืบหาความจริงเรื่องคุณชลลัมภีร์ เร็วๆสติๆ” เธอก้มลงกระซิบข้างหูเขา “พี่พาที พี่พาทีกับคุณชลลัมภีร์มีปัญหาอะไรกันเหรอคะ”
พาทีขยับตัวมองหน้าพรนางฟ้าแล้วอ้าปากจะตอบ แต่แล้วก็เริ่มร้องไห้ออกมา “ไอ้ชลลัมภีร์ ไอ้เลว...เจเจภูมิ...ไอ้ชล กูขอโทษ กูขอโทษนะทุกคน”
พรนางฟ้าพยายามถามว่าขอโทษเรื่องอะไร เรื่องเขาเป็นเกย์กับเจเจจริงหรือ เขาปัดป่ายมือแล้วดึงเธอมากอดแนบอก หัวเราะออกมา พรนางฟ้าดันตัวออกมองหน้าพาทีที่หัวเราะและกำลังพูดว่าฉันรัก...ทันใดเสียงไลออนเรียก เขาเข้ามายืนมองสีหน้าโกรธจัด
พรนางฟ้ารีบดึงไลออนออกมาคุย เขาโวยที่เห็นพาทีดึงเธอไปกอด หญิงสาวพยายามอธิบายว่าพาทีเมา ตนจึงก้มลงไปฟังว่าเขาพูดอะไร ไลออนยิ่งโมโห
“แสดงว่าเธออยากรู้มากเลยใช่ป๊ะ ว่าพี่เขาจะพูดอะไร” ไลออนจับไหล่ผู้จัดการสาวแน่น “มองหน้าเราแล้วตอบเรา...แองจี้ชอบพี่พาทีใช่ไหม”
“ไลออน นายอย่ามางี่เง่าได้ไหม”
“ไม่ให้เรางี่เง่าได้ไง เรารักแองจี้นะ เราเป็นแฟนเธอแล้วนะ”
พรนางฟ้าสุดรำคาญตะโกนใส่ว่าไม่มีอะไรๆ
ไลออนทนไม่ไหวดึงเธอมาจูบ หญิงสาวตกใจตาโพลง ทันใดมีแสงแฟลชสว่างวาบขึ้น ทั้งสองรีบผละออกจากกันหันมองไม่รู้ว่าเป็นนาเดียร์ เห็นคนแต่งผีวิ่งหนีไป
พรนางฟ้าตกใจมากเกรงเป็นข่าวใหญ่โต ไลออนรีบวิ่งตามไป
นาเดียร์วิ่งหลบมาได้รีบโทรศัพท์รายงานชลลัมภีร์...ไลออนกับพรนางฟ้าหานาเดียร์ไม่เจอ ไลออนปลอบใจพรนางฟ้าว่าเราจะต้องผ่านเรื่องนี้ไปได้ หญิงสาวถอนใจบอกให้เขากลับไปอยู่กับกลุ่มบลูปรินซ์ก่อน ตัวเธอก็จะกลับเข้าไปในงาน
ด้านแพรพิณเซ็งที่ต้องอยู่คนเดียวในงาน ชยุตเดินเข้ามาบอกว่ามีเรื่องอยากคุยด้วยแบบดีๆไม่หงุดหงิดใส่กัน ทั้งสองเดินมานั่งที่ลานน้ำพุ ชายหนุ่มเอ่ยถามว่าเธอเคยมีแฟนไหม หญิงสาวตกใจพยายามเก็บอาการคิดว่าเขาคงขอเป็นแฟน เขาคะยั้นคะยอให้ตอบ เธอไม่อยากพูดถึงอดีตที่เคยโดนผู้ชายมาทวงสามีกลางงานแต่งงาน จึงโกหกไปว่าไม่เคยมี เขายิ้มเยาะ
“ก็ไม่แปลกหรอก มนุษย์ป้าเจ้ากี้เจ้าการ เป็นศูนย์กลางของจักรวาลแบบคุณใครจะไปทนได้” แพรพิณโวยไหนจะคุยกันดีๆ เขารีบบอกว่าล้อเล่น
“ที่ผมถามน่ะเพราะผมจะบอกว่าผมเองก็ไม่เคยมีแฟน มีแต่เกือบๆเป็น นอกนั้นก็ผ่านมาผ่านไป คุณเคยเป็นไหม คุยกับใครคนหนึ่งตั้งนานแต่ไม่ได้เป็นแฟนน่ะ”
แพรพิณหูผึ่งรีบถามว่าสวยไหม ชยุตบอกระดับหรีดมหาวิทยาลัย เธอทำหน้าแหวะ เขาขำรู้ว่าเธอหึง จึงรีบบอกว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่สวยหรือไม่ แต่จะบอกว่า
ที่ไม่ได้เป็นแฟนกันเพราะเพื่อนๆในห้อง แพรพิณแทรกคงโดนเพื่อนแย่ง เขาเอ็ดให้ฟังจนจบ หญิงสาวโกรธจะลุกหนี ชยุตดึงมือให้นั่งลง แล้วกุมมือเธอไว้เพื่อเล่าต่อ
“ผมจะบอกว่าพอผมกับเขาคุยไปสักพักหนึ่งใช่มะ เราเริ่มไปไหนมาไหนด้วยกัน ทีนี้เพื่อนในห้องก็เริ่มแซว ผู้หญิงคนนั้น เขาไม่ชอบให้คนอื่นมายุ่งเรื่องส่วนตัว เขาอายเขารำคาญที่มีคนแซวก็เลยเลิกคุยเลิกยุ่งกับผมไปเลย”
“อ้าว ทำไมทำงั้นอะ ผู้หญิงอ่อนแอ ชิ!ฉันไม่อ่อนแอแบบนั้นหรอก”
ชยุตทำเสียงเหรอ...แพรพิณจึงนึกได้ว่าเผลอเอาตัวเองไปเปรียบเทียบ ชยุตขำๆเล่าต่อ ว่านั่นเป็นเหตุผลที่ตนเกลียดเวลามีคนอื่นมายุ่งเรื่องความรักของคนสองคน หญิงสาวรู้สึกเหมือนโดนด่ากระทบ ชยุตคุกเข่าลง แพรพิณตื่นเต้นคิดว่าเขาจะขอแต่งงาน อึกอักๆแล้วเผลอตอบไปว่าตกลง ชยุตขำรู้ว่าเธอคิดอะไรดักคอคิดว่าตนขอแต่งงานหรือ เธอทำหน้าเหวอ อายจะเดินหนี
“โอเคๆขอโทษๆ ผมจะจริงจังละ ผมขอร้องให้คุณออกจากจีสแกนได้ไหม คุณทำมันไปโดยไม่รู้เลยว่าความลับที่พวกคุณสืบมาได้ มันจะทำร้ายใครบ้าง...คุณเชื่อผมเถอะว่าความลับมันมีเวลาสิ้นสุดของมัน วันหนึ่งมันก็ต้องถูกเปิดเผย ทุกคนก็จะรู้เองโดยที่คุณไม่ต้องสืบ คุณรู้ไหม ช่วงนั้นผมเสียใจมากที่ต้องเสียผู้หญิงคนนั้นไปเสียใจอยู่หลายปีเลยนะ จนผมมาเจอคุณนี่แหละ”
แพรพิณมองตาชยุตรู้สึกราวถูกบอกรัก เขาย้ำขอให้ออกจากจีสแกน เธออึกอักๆ พอดีภาพไลออนจูบหญิงสาวในงานแพร่ออกมา ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ววิ่งมาบอกแพรพิณ “มีปาปารัสซีถ่ายรูปพี่ฟ้าจูบกับไลออน ตอนนี้ต้องพาพี่ฟ้าหนีก่อนเถอะครูก่อนที่จะโดนบีพีแฟนถล่ม”
แพรพิณสะบัดมือออกจากชยุต สบตาเขาอย่างเสียใจก่อนจะวิ่งตามเด็กๆออกไป ชยุตผิดหวังที่เธอไม่เลือกเขา
แพรพิณกับเด็กๆหาชุดมาให้พรนางฟ้าเปลี่ยนก่อนจะหาทางหนี พรนางฟ้าเป็นห่วงพาทีจึงรีบมาปลุกเขาให้หนี แต่เขายังเมาดึงเธอไปกอด เธอพยายามดันตัวให้หลุดบ่น
“โอ๊ย มือนี่มันอะไรนักหนา ทำไมเกี่ยวไปกอดได้ทุกทีวุ้ย พี่พาทีลุกขึ้นมาช่วยกันแก้ปัญหาก่อน” แต่ดูท่าพาทียังไม่มีสติ เอาแต่เพ้อแล้วก็หลับกรนใส่
ooooooo
ต้อยกับติ่งนำทีมตามหาว่าไลออนจูบกับสาวคนไหน ใครในงานที่แต่งผีแบบนั้น ไม่อยากฟันธงว่าเป็นแองจี้ผู้จัดการวง ขณะพรนางฟ้าประคองพาทีอย่างทุลักทุเลล้มคว่ำอยู่ตามทาง ต้อยกับติ่งเดินมาเจอ แปลกใจที่เห็นเธอไม่ได้สวมชุดผีแล้วชักเอะใจ เข้าไปเลียบเคียงถาม
“หนูเห็นพี่แองจี้วันนี้ใส่ชุดผีสาวไม่ใช่เหรอคะ เปลี่ยนแล้วเหรอ กะจะมาถ่ายรูปคู่ไปอวดเพื่อนซะหน่อยว่า ได้เจอพี่แองจี้ผู้จัดการวงบลูปรินซ์”
พรนางฟ้าอ้างว่าพอประกาศรางวัลชุดยอดเยี่ยมไม่ใช่ตนก็เลยเปลี่ยน ต้อยกับติ่งหลงเชื่อแล้วรู้สึกว่าสองคนนี้ช่างเหมาะสมกัน น่ารักอยากเป็นติ่งคู่นี้ จึงช่วยพยุงพาทีให้ลุกขึ้น
พอพันธิตรู้เรื่องรีบเข้ามาในห้องแต่งตัว ไลออนวิ่งกลับมาพอดี ทุกคนรุมว่าไลออนที่ก่อเรื่องอีกจนได้ พันธิตตัดบทให้หาทางหลบนักข่าวและแฟนคลับก่อน แพรพิณวิ่งมาถึงบอกแองจี้ให้ตนพาพวกเขากลับ ชยุตตามมาดึงมือ เธอหันมากล่าวขอโทษที่ตนทิ้งเพื่อนไม่ได้จริงๆ
เฌอเบลล์เพิ่งมาถึงงานแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ได้ยินต้อยกับติ่งคุยกันว่าไลออนจูบกับสาว พวกเขากำลังตามหาว่าเป็นใคร เฌอเบลล์จึงถามหาพาที ติ่งหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ
“คุณพาทีเมาแอ๋จนคุณแองจี้ต้องลากกลับไปด้วยกัน เพิ่งออกไปเมื่อกี้เองค่ะ แต่ไม่รู้ว่าพากันไปต่อที่ไหนนะ”
เฌอเบลล์หงุดหงิดพยายามโทร.หาพาทีแต่เขาไม่รับสาย...ด้านแพรพิณขับรถพาบลูปรินซ์กลับมาเห็นแฟนคลับและนักข่าวอออยู่หน้าบ้าน จึงทำทีขับรถผ่านไปแล้วบอกทุกคนว่า คงต้องไปพักที่บ้านตนก่อน ส่วนพรนางฟ้ารู้ว่าพาพาทีกลับบ้านคงไม่ได้แน่ จึงพามาที่คอนโดของตนพยุงเข้าไปนอนในห้องนอน เขาดึงเธอล้มลงไปบนเตียงด้วย แล้วยังพล่ามอีกว่า
“อ้าวแองจี้ ยังอยู่อีกเหรอ เห้อ วันนี้ฝันดีนานจัง” พาทียังกอดเธอแนบอก หญิงสาวชักไม่แน่ใจว่าเขายังเมาหรือแกล้ง แต่พอเขาเรอออกมาเป็นกลิ่นเหล้า ก็แน่ใจว่าเมาจริงดันให้เขาปล่อย พาทียื้อไม่ปล่อยเธอ แถมพูดว่า “ไม่ปล่อย พี่ว่าคืนนี้แองจี้ต้องเป็นของพี่แล้วล่ะ”
พรนางฟ้าตาโพลงตกใจ พาทีเลื่อนหน้ามาใกล้หน้าเธอจนเธอใจสั่นรัว หลับตาลงอย่างห้ามใจตัวเองไม่ได้ พอปากเขาใกล้ประกบปากเธอ เขาก็ฟุบหลับลงข้างหน้าเธอ หญิงสาวลืมตา “อ้าว!พี่พาที ไอ้พี่บ้า...มองใกล้ๆก็หล่อเหมือนกันนะเราเนี่ย ตานี่จะดุไปไหน หัดทำตาหวานๆบ้างสิ แล้วปากเนี่ย จะแข็งไปไหน ชอบแองจี้ก็บอกมา ไหนพูดสิพี่ชอบแองจี้ พูดสิ ไม่พูดใช่ไหม แองจี้พูดก่อนก็ได้ แองจี้ชอบพี่พาที ชอบมากด้วย”
เสียงไลน์โทรศัพท์ดังรัว พรนางฟ้าตัดสินใจปิดเครื่อง ขออยู่ในอ้อมกอดของพาทีแบบนี้ก่อน พรุ่งนี้จะเกิดอะไรค่อยว่ากัน เธอหลับตาลงซบอกเขาด้วยความเต็มใจ
รุ่งเช้า พาทีลืมตาขึ้นอย่างมึนๆ พอเห็นว่าแองจี้นอนหลับอยู่ในอ้อมกอดก็ใจเต้นรัว เธอกระชับกอดเขาแน่นขึ้น ทันใดเสียงมือถือดังขึ้น เขารีบหยิบมาดูเห็นมีข้อความเข้ามาหลายร้อยก็ตกใจ รีบกดอ่าน พอรู้เรื่อง
ที่เกิดขึ้นก็ปลุกแองจี้ให้ตื่น บอกเธอว่าเกิดเรื่องใหญ่แล้ว หญิงสาวอึกๆอักๆทำให้เขารู้ว่าเธอรู้เรื่องแล้ว เธอบอกเขาว่าแพรพิณพาบลูปรินซ์ไปหลบที่บ้าน
พาทีขับรถมาถึงบ้านแพรพิณ นภิสกับแพรพิณออกมายืนรอรับ ท่าทางพาทีโกรธมากจนพรนางฟ้าต้องขอให้ทั้งสองไปหลบบนห้องก่อนและให้บอกอันนาอย่าเพิ่งลงมาด้วย
สี่หนุ่มบลูปรินซ์นั่งหน้าสลดอยู่ที่โต๊ะกินข้าว พาทียืนหน้าเครียดถามเกิดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ไลออน ก้มหน้านิ่ง เขาจึงตวาดถามไลออน
โดยตรง ไลออนโทษปาปารัสซีที่แอบแต่งผีแฝงเข้ามาในงาน โทษคนดูแลงานที่ปล่อยให้คนนอกเข้ามา พาทีเอ็ดเสียงเข้ม
“ยังกล้าไปโทษคนอื่นอีกเหรอ ก็บอกแล้วใช่ไหมว่าถึงจะเป็นปาร์ตี้ขอบคุณ พวกเราก็ต้องระวังตัวจะทำอะไรให้มันอดใจเอาไว้บ้าง อย่าให้ความอยากมันครอบงำจนทำอะไรไม่เลือกสถานที่” พรนางฟ้าสะดุ้งปราม
“ฉันพูดจริง! เธอก็น่าจะรู้นะว่าเป็นผู้จัดการบลูปรินซ์แต่ทำตัวแบบนี้มันถูกแล้วเหรอ”
พรนางฟ้าหน้าชาอายมาก “พี่พาที แองจี้ขอคุยเรื่องนี้กับพี่พาทีแค่สามคนได้ไหมคะ”
“พูดมันตรงนี้แหละ กล้าทำก็ต้องกล้ารับ ทีงี้มาอาย ทีตอนจูบกันในงานไม่อายบ้างล่ะ”
“แล้วคนที่แกล้งเมาแล้วดึงแองจี้ไปลวนลามล่ะ ไม่อายบ้างหรือไง” ไลออนโวย พาทีหันมาประจันหน้า “ไม่ต้องมาแกล้งทำไม่รู้เรื่อง ที่ตอนนั้นเราจูบแองจี้เพราะเราเห็นแองจี้อยู่กับพี่!”
พาทีอึ้งมองแองจี้อย่างหวั่นไหว คนอื่นทำหน้าลำบากใจ พาทีพยายามแก้สถานการณ์ “ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ฉันมั่นใจว่าควบคุมตัวเองได้”
“อย่ามาพูดเลย ทำเป็นมาเรียกเราออกไปเคลียร์ โธ่เอ๊ย ดีแต่ปากนี่หว่า”
พาทีโมโหเตือนไลออนว่าเรากำลังพูดเรื่องข่าวเสียหายของวง ไลออนไม่สนบอกกำลังคุยเรื่องเราสามคน ให้พาทีพูดออกมาว่าไม่ได้ชอบแองจี้ พอเห็นเขาพูด
ไม่ออกก็ยิ่งโมโหเสียงเข้ม “ตอบไม่ได้เห็นไหม พี่ตั้งใจจะแย่งแองจี้จากเราไปจริงๆ เชี่ยเอ๊ย...”
พาทีสุดทนกระชากคอเสื้อไลออนเงื้อหมัด ทุกคนตะลึงไม่เคยเห็นเขาแรงขนาดนี้มาก่อน พรนางฟ้าตะเบ็งลั่นให้พอได้แล้ว พาทีชะงักคลายมือออก ไลออนกลับสบถ “ป๊อดเอ๊ย!”
พาทีถลาจะชก พรนางฟ้าเข้าขวางเตือนสติว่าคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้ ไม่สมกับเป็นเขาเลย พาทีจ้องหน้าหญิงสาว เธอรู้ว่าตัวเองผิดแต่ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้านี้ให้ได้ จึงกล่าวเสียงเข้ม “ช่วยพูดเรื่องงานกันซักที พี่พาทีบอกมาเลยว่าจะลงโทษยังไงแล้วก็จะแก้ข่าวยังไง...ไลออนนายเองก็ตั้งสติ หุบปาก ทำผิดก็ต้องยอมรับผิด จะมา
โทษโน่นโทษนี่ไม่ได้ เราจูบกันจริงก็คือจูบ คนอื่นเขาไม่ฟังเหตุผล แต่ภาพมันออกมาแบบนี้เราก็ต้องยอมรับ เข้าใจไหม”
ไลออนกระแทกตัวลงนั่ง พาทีมองพรนางฟ้าด้วยสายตาน้อยใจ สักครู่ก็แข็งกร้าวขึ้นบอกว่าเราจะต้องจัดแถลงข่าว จุงเบแย็บถามถึงเรื่องภาพจูบกัน...พาทีอธิบายอย่างจริงจัง
“เราจะเล่นข่าวว่า ทุกครั้งที่ไลออนเมาจะทำตัวแบบนี้ แล้วไลออนก็ต้องออกมาขอโทษว่าจะไม่ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีกับเยาวชนอีก รวมทั้งต้องออกไปบำเพ็ญสาธารณประโยชน์กับแฟนคลับ...และเธอสองคน ห้ามอยู่ใกล้กันจนกว่าฉันจะอนุญาต” ไลออนจะโวย
พาทีตัดบท “ฟัง! ยิ่งไปไหนมาไหนด้วยกันจะไม่ดี ตอนนี้ในเน็ตเขาตามหาตัวผู้หญิงปริศนากันดุเดือดไม่ใช่เหรอ แล้วถ้ามีคนเห็นว่านายไปไหนมาไหนกับแองจี้อีก คนที่จะซวยก็คือแองจี้นั่นแหละ”
แองจี้แย้งว่าตนมีหน้าที่ดูแลศิลปิน พาทีให้สลับกัน เขาจะดูแลศิลปิน ให้เธอเข้าออฟฟิศติดต่อผู้ใหญ่แทน ไลออนไม่ค่อยพอใจ
สายวันนั้น พรนางฟ้าเดินมาเจอพาทีนั่งซึม
ถอนใจเฮือกๆอยู่มุมหนึ่งของบ้าน ก็อยากเข้าไปปลอบแต่ไม่กล้า ตัดสินใจจะเดินหนี เสียงเขาเรียกให้มานั่งด้วยกัน เธอจึงหันมาเอ่ยถาม
“แองจี้เห็นพี่...คุณพาทีกลุ้มใจ ขอโทษนะคะ”
“ถ้ามันจะสับสนนักก็เรียกอย่างที่อยากจะเรียกเถอะ” พาทีพูดทั้งที่ยังไม่หันมามอง
หญิงสาวเดินมานั่งเงียบข้างๆ สักพักพาทีเอ่ย “ฉันไม่อยากขัดขวางความรักใครนะ แต่เธอเข้าใจใช่ไหม ถ้าเธอรักกับคนในแสงไฟมันอันตราย...ไม่ได้หมายความว่าไม่เชียร์นะ แต่อยากให้ระวังตัวให้มากกว่านี้ เห็นแล้วใช่ไหมว่าผลมันเป็นยังไง ฉันไม่อยากให้เธอต้องโดนทำร้ายจากพวกแฟนคลับ อยากให้เธอรักกับไลออนดีๆ อยากให้มีความสุขมากๆ”
พรนางฟ้าน้ำตาคลอด้วยความน้อยใจ อยากบอกว่าคนที่จะทำให้ตนมีความสุขได้คือเขาไม่ใช่ไลออน จึงแย็บถาม “พี่พาทีไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอคะ ที่แองจี้เป็นแฟนกับไลออนน่ะ”
พาทีย้อนถามตนต้องรู้สึกอะไร เท่านั้นน้ำตาเธอก็ไหลพรั่งพรูพร่ำพูดออกมา “รู้ไหม เมื่อคืนมีเรื่องตลกอยู่เรื่องนึง ตอนที่เรานั่งเล่นเกมกัน พี่พาทีเมามาก แล้วรู้ไหมพี่พูดอะไรออกมาถ้าพี่เป็นคิง พี่ขอสั่งให้แองจี้เลิกกับไลออนแล้วมาคบกับพี่เดี๋ยวนี้...บางทีแองจี้ก็อยากรู้ว่า พี่พาทีรู้สึกอะไรกับแองจี้บ้างรึเปล่า”
พาทีใจไหววูบสบตาเธออึ้งๆ สุดท้ายก็พูดออกมาว่าให้เธอหยุดร้องไห้เดี๋ยวใครหาว่าตนทำร้ายเธอ และบอกให้เธอมีสติ เธอแค่ตกใจที่โดนแยกกับไลออนเลยพูดอะไรไร้สาระไม่รู้ตัว
“แองจี้รู้ตัว แองจี้มีสติ ไม่ได้ขอคบใครพร่ำเพรื่อตอนเมาแบบพี่พาที”
“ก็ใช่ไง ตอนนั้นฉันเมา เรื่องที่เธอพูดมาเมื่อกี้ ฉันจำอะไรไม่ได้เลย” หญิงสาวปวดร้าวหลุดปากออกมาว่า ตนเกลียดเขา พาทีสวน “จะเกลียดก็เกลียดแต่อย่าเกลียดจนงานเสียก็แล้วกัน”พาทีลุกขึ้นเดินออกไปปล่อยให้
พรนางฟ้านั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้น แต่พอพ้นออกมาเขาก็เหลียวมองเธอด้วยความปวดใจ “พี่รักแองจี้นะ แต่พี่ก็มีหน้าที่ต้องรักษาบลูปรินซ์ไว้เหมือนกัน”
สักพักไลออนเดินมาเจอพรนางฟ้าร้องไห้อยู่ก็ตกใจเข้าซักถาม แต่กลับทำให้เธอร้องไห้หนักขึ้น ไลออนเข้าใจว่าเธอโดนพาทีดุด่า จึงสัญญาว่าจะทำตัวดี จะไม่ทำให้เธอเดือดร้อนอีก จะดูแลทุกคนในวงเพื่อช่วยไม่ให้เธอเหนื่อยอีก หญิงสาวสะอื้นกล่าวขอบคุณ ไลออนโอบกอด
ooooooo
แพรพิณกับนภิสยืนส่งกลุ่มบลูปรินซ์ขึ้นรถกลับที่หน้าบ้าน นภิสยังตื่นเต้นที่มีดารานักร้องมาพักที่บ้าน แพรพิณกระตุกพี่สาวบอกตอนนี้ไม่ใช่เวลาตื่นเต้น ไม่ทันไรรถเฌอเบลล์แล่นมาจอด พาทีแปลกใจรู้ได้อย่างไรว่าตนอยู่ที่นี่ เฌอเบลล์บอกว่ามาตามโลเกชั่นในมือถือเขา
พรนางฟ้ามองอย่างปวดใจ ไลออนเหล่มองท่าทีเธอ พาทีรู้ว่าทุกคนมองจึงบอกทุกคนว่า ตนจะกลับกับเฌอเบลล์แล้วไปเจอกันที่บ้าน พรนางฟ้าจึงโพล่งขึ้นบ้างว่า ตนขอไปทานข้าวกับเพื่อนๆแล้วจะตามไป...พอรถ
ทั้งสองคันแล่นออกพ้นบ้าน พรนางฟ้าก็ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น แพรพิณตกใจเข้าปลอบ เธอขอให้โทร.ตามบัวบุหงามาทีอยากเจอเพื่อน
พาทีกับเฌอเบลล์แวะทานอาหารที่ร้านร้านหนึ่ง พาทีเอ่ยปากขอโทษที่เมื่อวานไม่ได้รับสายเธอ เพราะพอเกิดเรื่องมีคนโทร.มามากมายจึงปิดเสียง เฌอเบลล์ถามว่าไปกับแองจี้หรือเปล่า เขาปฏิเสธบอกแองจี้แยกไปกับเพื่อนๆ หญิงสาวหน้าตึงรู้ว่าเขาโกหก
ด้านพรนางฟ้ามานั่งร้านอาหารประจำกับเพื่อนๆ เธอยังร้องไห้ไม่หยุด แพรพิณกับบัวบุหงาช่วยกันปลอบแต่ยิ่งไปกันใหญ่ บัวบุหงาพยายามพูดให้รู้สึกดีขึ้น
“ฉันเข้าใจแกนะถ้ามีผู้ชายยอมเสี่ยงตัวเองเพื่อไปช่วยฉันตอนจมน้ำ ฉันคงชอบเขาเหมือนกัน” พรนางฟ้างงถามใครช่วยตน “เอ้า! ก็คุณพาทีไง นี่แกไม่รู้เรื่องนี้เหรอ ฉันนึกว่าแกรู้”
“ตกลงเขาเป็นคนช่วยฉันเหรอ ฉันว่าแล้ว ฉันจำสัมผัสเขาได้ แต่เขาไม่รักฉันว่ะบัว...เขาไม่รักฉัน” พรนางฟ้าสะอื้นฮัก
บัวบุหงากับแพรพิณเข้ากอดพรนางฟ้า พึมพำกันว่านี่เราสามคนหลงรักเหยื่อตัวเองกันหมดเลยเหรอ แย่แล้วจีสแกน พวกเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร พรนางฟ้าฮึดขึ้น
“ฉันขอโทษนะที่หลงรักเหยื่อตัวเอง แต่ฉันจะเลิกรักเขาแล้ว วันนี้ฉันจะร้องไห้ให้เขาเป็นวันสุดท้าย สุดท้ายจริงๆ!”
แพรพิณรู้ดีว่ามันเป็นเรื่องยาก เพราะตัวเองก็ไม่อาจหักใจจากชยุตได้ มีเพียงบัวบุหงาที่เศร้าเรื่องทะเลาะกับพ่อไม่ใช่แฟน แพรพิณชวนเพื่อนๆไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ แต่พรนางฟ้ากลับปล่อยโฮออกมาแทนคำตอบ สักพักก็หยุดแล้วสัญญากับเพื่อนๆว่า ต่อไปตนจะมีแต่เรื่องงานเท่านั้น แพรพิณเริ่มลังเลนึกถึงคำพูดของชยุตที่ว่าไม่จำเป็นต้องสืบ ความจริงก็จะเปิดเผยเอง
ooooooo
พาที พรนางฟ้า และกลุ่มบลูปรินซ์นั่งประชุมกันที่บ้าน ร่างแผนการแถลงข่าวที่ไลออนต้องพูด ไลออนต้องยอมให้เพื่อนๆเอาคลิปรั่วๆที่ถ่ายเล่นกันเวลาเขาเมาออกมาประกอบ เพราะทุกครั้งที่ไลออนเมามักจะชอบไล่จูบเพื่อนๆในวง พรนางฟ้าให้กำลังใจไม่ต้องอาย
เควินเห็นสายตาพาทีที่มองพรนางฟ้าเศร้าๆก่อนจะเดินเลี่ยงไป จึงตามไปปลอบพี่ชายพยายามทำให้สนุกสนานโดยแร็พถาม “ผมไม่ซ้ำเติมหรอกฮะ ไม่ทำอย่างนั้นหรอกฮะ แค่อยากถามแค่อยากจะถามว่าพี่โอเคไหม ฮะ พี่โอเคไหมฮะที่มันกลายเป็นแบบนี้ มันเป็นแบบนี้ทั้งที่พี่ก็มีโอกาส แต่พี่ก็ปล่อยโอกาส เพราะพี่นั้นไม่อยากพลาด ถ้ารักกันมันก็อาจ โย่ว!วงแตก ผมก็เข้าใจ สุดท้ายที่อยากจะถาม อาร์ยูโอเค...กายโย่ว!”
พาทีหัวเราะออกมาได้ยีหัวน้องชายอย่างเอ็นดู เควินเปลี่ยนเรื่องถาม “ผมถามอะไรพี่หน่อยได้ไหม แต่พี่อย่าโกรธผมนะ พี่ว่าถ้าตอนนี้แม่ผมยังอยู่ เขาจะคิดถึงผมบ้างไหม”
พาทีชะงักพูดไม่ออก ได้แต่ดึงน้องชายมากอดด้วยความสงสาร...
ด้านแพรพิณยังรู้สึกผิดไม่กล้าสู้หน้าหมอไทยกับอันนา แต่ทั้งสองพยายามเข้ามาขอโทษปรับความเข้าใจกัน สองน้าหลานกอดกันร้องไห้ หมอไทยถ่ายรูปทั้งสองส่งไปให้ชยุตดู อันนาถามถ่ายทำไม เขาบอกขำๆว่าชยุตไลน์ถามยิกๆว่าแพรพิณเป็นอย่างไรบ้าง ตนจึงส่งให้ดูเสียเลย
“คุณแพรรู้ไหมครับว่าไอ้ชยุตมันคิดถึงคุณแพรมาก มันเก๊กโกรธคุณแพรไปงั้นแหละครับ ผมว่ารออีกนิดเดี๋ยวมันก็ใจอ่อน ว่าแต่คุณแพรหายโกรธมันได้หรือเปล่าครับ”
แพรพิณสับสน ตัดบทเปลี่ยนเรื่องชวนทั้งสองไปกินข้าวแล้วกอดอันนาเดินนำไป...ด้านชยุตกำลังชกมวยในยิมเพื่อไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน พอหมอไทยส่งรูปแพรพิณมา ยิ่งทำให้เขาชกกระสอบทรายอย่างบ้าคลั่ง เพราะยังจัดการกับความรู้สึกตัวเองไม่ได้
ถึงวันแถลงข่าว สี่หนุ่มบลูปรินซ์ต่างตื่นเต้นกลัวทำไม่สำเร็จ แต่ทั้งสี่ก็ปลอบใจกันเองและจับมือกันบูมให้กัน พาทียืนมองอย่างพอใจ พรนางฟ้าเข้ามาตามว่าได้เวลาแล้ว
บรรยากาศในห้องแถลงข่าว มีนักข่าวมากมาย รวมทั้งกลุ่มแฟนคลับที่มีติ่งกับต้อยสอดส่องจะรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนที่ไลออนจูบ ส่วนนาเดียกับพวกเตรียมกล้องบันทึกภาพความล่มจมของบลูปรินซ์...พาทีเดินนำบลูปรินซ์ออกมาเห็นเฌอเบลล์นั่งอยู่หน้าเวทีก็ส่งยิ้มให้ตามมารยาท
เมื่อไลออนโดนนักข่าวซักถาม พาทีคอยเตือนให้ใจเย็น ไลออนกล่าว “ผมต้องขอโทษพี่ๆนักข่าว แฟนคลับและประชาชนคนไทยที่สนับสนุนผมด้วยนะครับ ถ้าถามว่าสาวปริศนาเมื่อคืนเป็นใคร ผมเองก็ไม่รู้จริงๆ...”
เสียงผู้คนฮือฮา นักข่าวถามว่าจะไม่รับผิดชอบผู้หญิงคนนั้นหรือ นาเดียร์ยิ้มสะใจสั่งพวกซูมสีหน้าแฟนคลับที่ผิดหวังด้วย คฑา เควิน และจุงเบช่วยกันเล่าว่า ไลออนเป็นคนที่เมาแล้วมักจะร้องไห้หรือไม่ก็ไล่จูบคนอื่นไปทั่ว ทั้งสามเปิดคลิปเหตุการณ์แต่ละครั้งให้ดู พวกเขาบอกว่าคลิปเหล่านี้เป็นชีวิตส่วนตัวพวกเขา แต่ที่เอามาเผยแพร่เพื่อให้ทุกคนเห็นความจริงของไลออน
“สุดท้ายผมขอยอมรับว่า เมื่อคืนผมปาร์ตี้หนักเกินไปและไม่ทันระวังตัวจนทำให้เกิดเรื่องขึ้น ผมเองก็เพิ่งตื่นมารู้เรื่องพร้อมพี่ๆทุกคนนี่แหละครับ ว่าผมจูบใครสักคน ผมรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่เด็กและเยาวชน ผมขอโทษและขอยอมรับผิดทุกอย่าง ผมขอสัญญากับพี่ๆสื่อมวลชนและแฟนคลับทุกคนว่าผมจะไม่ทำตัวแบบนี้อีก ผมขอโทษครับ”
แฟนคลับลุกขึ้นกรี๊ดให้กำลังใจ นาเดียร์โกรธที่เกมพลิก พยายามตะโกนแย้งอย่าไปเชื่อ แต่เสียงกรี๊ดกลบ เสียงเธอ...อรนาฏถือช่อดอกไม้เข้ามาในงาน เฌอเบลล์เห็นคิดแผนการบางอย่างได้ พออรนาฏเข้ามามอบช่อดอกไม้ให้เควินที่หลังเวที แต่บอกว่าสำหรับทุกคน ไลออน คฑา และจุงเบตื่นเต้นที่ดาราค้างฟ้ามาให้กำลังใจ
พาทีเดินมากับพรนางฟ้า อรนาฏเห็นหน้าเสีย เฌอเบลล์ยิ้มที่เป็นตามแผน รีบบิ๊วต์กับพาทีว่าอรนาฏช่างน่ารักที่อุตส่าห์มาให้กำลังใจ แต่ตนเพิ่งสังเกตว่าอรนาฏกับเควินหน้าตาเหมือนกัน ถ้าเล่นละครเป็นแม่ลูกกัน
ท่าจะดี พาทีไม่พอใจรู้ว่าเฌอเบลล์ถือไพ่เหนือกว่า อรนาฏรีบขอตัวอ้างมีงานต่อ พาทีสั่งพรนางฟ้าให้พาบลูปรินซ์ไปขึ้นรถก่อนที่แฟนคลับจะมารุมล้อม
พอทุกคนไปแล้ว พาทีก็หันมาเอาเรื่องเฌอเบลล์คิดจะทำอะไร เธอยิ้มอย่างท้าทาย “เบลล์ก็แค่อยากจะเตือนให้คุณรู้ ความลับไม่มีในโลก เบลล์รู้นะคะวันที่มีเรื่องคุณเมามาก แล้วคุณก็ไปกับคุณแองจี้กันสองคน... วันหลังอย่าโกหกเบลล์อีกนะคะ เพราะคราวหน้าเบลล์อาจจะเก็บความลับไม่อยู่เหมือนกัน”
พาทีเครียดกับการกระทำของเฌอเบลล์...ไม่เพียงแค่เรื่องเฌอเบลล์ วันต่อมายังมีเรื่องนาเดียร์ที่เฝ้าโจมตีบลูปรินซ์ อัพสเตตัสว่า “เราจะล้วงไส้บลูปรินซ์ออกมาแฉให้หมด”
พรนางฟ้าเห็นว่า ถ้าเรารอแก้เกมนาเดียร์อย่างเดียว เราต้องเป็นฝ่ายวิ่งตามตลอด เราต้องทำอะไรสักอย่าง พาทีมองอย่างสงสัยว่าเธอจะทำอะไร ไม่นานนาเดียร์เห็นท็อปคอมเมนต์เขียนว่า
“พวกชอบใส่ร้ายคนอื่น ระวังโดนฟ้องหมิ่นประมาทนะ” นาเดียร์ร้องกรี๊ดอย่างไม่พอใจ โทรศัพท์หาชลลัมภีร์ทันที ขออนุญาตปล่อยคลิปคฑากับลิซ่า แต่เขากลับไม่อนุญาตและสั่งห้ามทำนอกคำสั่ง ไม่อย่างนั้นเขาจะทำลายเพจของเธอ นาเดียร์ได้แต่เจ็บใจ
ooooooo
ไลออนต้องบำเพ็ญประโยชน์ ออกงานอีเวนต์ชวนคนเลิกเหล้า เขาประกาศตัวเขาจะเลิกดื่มตั้งแต่เข้าพรรษาให้ทุกคนมาทำด้วยกัน จากนั้นก็มาเชิญชวนให้แฟนคลับออกกำลังเพื่อสุขภาพที่ดี แฟนคลับต่างพากันแชร์ภาพไลออนทำความดีออกไป
พอมีนักข่าวเข้ามาสัมภาษณ์ คิดอย่างไรกับการสร้างภาพทำความดี ไลออนตอบอย่างยิ้มแย้มว่า ตนไม่โทษคนที่จะคิดแบบนั้น เพราะตนทำผิดจริง ตนขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แฟนคลับกรี๊ดให้กำลังใจ นักข่าวพอใจกับท่าทีไม่ใช้อารมณ์ของไลออน
ด้านพรนางฟ้าเช็กว่ากระแสข่าวบลูปรินซ์ดีขึ้นเรื่อยๆ และสเตตัสที่จะล้วงไส้บลูปรินซ์ออกมาแฉถูกลบหายไป จึงโทร.รายงานพาที เพราะคิดว่ามันน่าแปลก พาทีก็เห็นด้วยแต่ไม่อยากให้เรื่องถึงโรงถึงศาล แต่ถ้านาเดียร์ยังไม่หยุดคงต้องส่งทนายไปจัดการ พรนางฟ้ารับคำจะวางสาย พาทียื้อหาเรื่องคุย จึงบอกเธอว่าเย็นนี้ประชุมเสร็จจะไปรับแล้ววางสาย หญิงสาวรับคำงงๆ
ในขณะที่บัวบุหงานั่งดูข่าวบลูปรินซ์ที่มีกระแสตอบรับดีมาก พลันนึกแปลกใจว่าทำไมพ่อเต่าไม่ลงมากินข้าว จึงขึ้นไปตาม เท้าเตะโดนขวดยานอนหลับที่ไม่มียาเหลือซักเม็ด ก็เริ่มใจหาย รีบขึ้นมาในห้องไม่เห็นพ่อเต่า ในห้องน้ำก็ไม่มี ชักเอะใจเปิดตู้เสื้อผ้าดู ไม่เหลือเสื้อผ้าของพ่อเลย หันมาดูบนโต๊ะเครื่องแป้งก็ไม่เหลือเครื่องสำอางซักชิ้น มีเพียงจดหมายที่วางใต้ลิปสติก
ในขณะที่พ่อเต่าแต่งตัวเป็นหญิงหอบกระเป๋าขึ้นรถสองแถว สีหน้าเศร้าหมองนึกถึงข้อความในจดหมายลาที่เขียนทิ้งไว้ให้ลูก...บอกไม่ต้องคิดตามหา พ่อขอไปตามทางของพ่อ ขอทำในสิ่งที่พ่อรักและใฝ่ฝันมานาน ลิปสติกสีแดงที่ทิ้งไว้ให้ เพื่อเป็นตัวแทนพ่อ เพราะนั่นคือสิ่งที่พ่อเป็นมาตลอด ขอให้เข้าใจในตัวพ่อ พ่อสัญญาจะดูแลตัวเอง แล้ววันหนึ่งที่โชคชะตาเห็นว่าเราพร้อมจะเจอกัน เราจะได้เจอกัน พ่อรักลูกที่สุดในชีวิต...พ่อเต่า/แม่เต่า
เย็นวันนั้นพาทีขับรถมารับพรนางฟ้าที่บริษัท ระหว่างนั่งมาในรถ ทั้งสองไม่รู้จะคุยอะไรกัน พอดีเฌอเบลล์โทร.มาตามพาทีไปหา เขารับคำแต่ก็เหล่มองพรนางฟ้าอย่างรู้สึกผิด หญิงสาวเปิดไลน์อ่านไปเรื่อย
พลันต้องตกใจเมื่อเห็นข้อความว่าพ่อเต่าหนีออกจากบ้าน พาทีพลอยตกใจไปด้วย พอรู้เรื่องก็อาสาไปส่งที่บ้านบัวบุหงา...ด้านแพรพิณพอรู้ข่าวก็ทิ้งการสอนรีบมาหาเพื่อนเช่นกัน เด็กนักเรียนทั้งสามจึงตามมาด้วย
สองสาวมาถึงพร้อมกัน ต่างวิ่งไปกอดปลอบบัว–บุหงาที่กำลังร้องไห้ เจ๊โดมยืนมองสามสาวอย่างสงสารไม่รู้ว่าพ่อเต่าหนีไปไหน แต่คิดว่าเขาต้องไปในที่ที่เขารักมาก บัวบุหงาฉุกคิด...เจ๊โดมช่วยโพสต์รูปพ่อเต่าส่งให้เพื่อนๆกะเทยทุกแห่งดู ถ้าใครเจอให้ติดต่อกลับมาบอก
แพรพิณกับเด็กทั้งสามลงทุนปลอมตัวแต่งเป็นกะเทยเข้าไปตามสถานที่เที่ยวชาวสีม่วง แต่แล้วก็เฟอะฟะให้ถูกไล่ตะเพิดออกมา ส่วนบัวบุหงาก็ไปตามหาตามที่ต่างๆกับพันธิต...พาทีลืมนัดเฌอเบลล์ มัวช่วยพรนางฟ้าตามหาพ่อเต่า พาทีโทร.ให้เพื่อนที่เป็นตำรวจช่วยหาเบาะแส
พาทีเริ่มหิวพาพรนางฟ้ามากินจิ้มจุ่มเจ้าประจำของเขา เฮียเจ้าของร้านเป็นคนสนุกสนาน คิดว่าเธอเป็นแฟนพาที จึงคุยถึงน้องชายพาทีว่าหล่ออย่างกับดารา พาทีรีบเปลี่ยนเรื่อง แต่พรนางฟ้าหูผึ่งกับเรื่องที่เขามีน้องชาย
ค่ำนั้นพอพาทีกับพรนางฟ้ากลับถึงบ้าน เจอเฌอเบลล์ยืนรอหน้าตึง พรนางฟ้าช่วยแก้ตัวให้แต่เธอกลับสวนว่าไม่ได้ถาม พาทีจึงให้พรนางฟ้าเข้าบ้านไปก่อน แล้วหันมาคุยกับเฌอเบลล์โดยไม่รู้ว่าเควินแอบฟังอยู่แถวนั้น พาทีกล่าวขอโทษแต่เฌอเบลล์ไม่รับ ยิ่งได้ยินว่าไปช่วยตามหาพ่อเพื่อนแองจี้ก็ยิ่งโกรธ หัวเราะเยาะหยัน
“แปลว่าเพื่อนคุณแองจี้สำคัญกว่าเบลล์ใช่ไหม คุณถึงลืมเบลล์ไปเลย คุณลืมไปแล้วมั้งว่าเบลล์รู้ความลับอะไรของคุณอยู่ จริงๆเบลล์ก็ไม่อยากใช้เรื่องนี้มาขู่คุณบ่อยๆหรอกนะคะ”
เควินฟังอย่างสงสัย พาทีขอโทษอีกครั้ง ถามต้องการให้ตนทำอย่างไร เธอต้องการให้เขาพิสูจน์ว่าเห็นเธอสำคัญสำหรับเขา พาทีไม่พูดอะไร ดึงเธอเข้ามาจูบแล้วบอกเธอว่าพรุ่งนี้จะไปรับที่บ้าน จะพาไปเที่ยวพอใจไหม หญิงสาวเคลิ้มยิ้มรับ เควินสงสัยความสัมพันธ์ของทั้งสอง
ooooooo
หมอไทยหลอกชวนชยุตออกมาทานข้าว แต่แล้วพามาทานข้าวที่บ้านอันนา ชยุตจึงเจอกับแพรพิณ ต่างคนต่างปั้นปึ่ง แพรพิณแซวหมอไทยมาหาอันนาเช้าเย็นแบบนี้น่าพาไปดูแลที่บ้านเสียเลย หมอไทยเห็นดีแม้จะติดเรื่องย่าแต่คิดว่าถ้าตื๊อท่านสักหน่อยก็คงหายโกรธเร็วขึ้น
อันนาเกรงคนอื่นจะมองตนไม่ดีรวมทั้งแม่ด้วย แพรพิณจะคุยกับนภิสให้ ชยุตยังปั้นปึ่งขอตัวกลับ แพรพิณน้อยใจที่อุตส่าห์ยกหลานให้เพื่อนเขาแล้วยังไม่หายโกรธอีก
บ่ายวันนั้นแพรพิณกับอันนามาที่วังมัจฉากับหมอไทย สองสาวก้มกราบคุณหญิงย่า แต่เธอกลับบอกให้กองไว้ตรงนั้น แพรพิณอดทำท่ากองไว้ประชดไม่ได้ อันนาขอโทษสำหรับเรื่องวันงานและยืนยันว่าตนไม่มีเจตนาไม่ดีเลยจริงๆ คุณหญิงย่าทำท่าไม่สนใจ
แพรพิณจึงโพล่งขึ้น
“คุณย่า แพรไม่ได้ตั้งใจจะทำตัวไม่มีมารยาทกับคุณย่านะคะ แต่แพรแค่อยากให้คุณย่าช่วยลดความโกรธลงมานิดนึง แล้วลองมองเรื่องนี้ดีๆ คุณย่าจะรู้ว่าอันนาเป็นคนยังไงกันแน่”
หมอไทยช่วยพูดแต่คุณหญิงย่ายังทิฐิ เขาจึงสรุปว่า อันนาประสบอุบัติเหตุ ขายังเข้าเฝือกร่างกายยังไม่แข็งแรง ตนพาเธอมาที่นี่เพื่อจะได้ดูแลเธอจนกว่าจะหาย แล้วสั่งคนไปจัดห้อง คุณหญิงย่าจะแย้งแต่เขาตัดบทว่าอย่าใจร้ายกับคนป่วยเลย ทำให้ย่ามองอย่างโกรธๆ
จากข้อมูลที่ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วหามาให้ พรนางฟ้านั่งอ่านเห็นว่าภาคภูมิ ปทุมธนิตย์ เป็นครีเอทีฟของมิลเลนเนียมบอย และนึกถึงคืนที่พาทีเพ้อเรียกชื่อนี้ออกมา จึงเสิร์จหาประวัติเขา ก็พอดีชลลัมภีร์โทร.เข้ามาเตือนว่าเหลือเวลาแค่สองอาทิตย์ ถ้ายังไม่มีหลักฐานว่าใครแอ๊บในวงบลูปรินซ์ เธอจะต้องชดใช้เงินยี่สิบล้าน ทำเอาเธอเครียดและข้องใจว่าทำไมถึงอยากรู้
ผลการค้นหาออกมาว่าภาคภูมิเป็นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์เอ็มไพร์เรคคอร์ด พรนางฟ้าจึงพิมพ์หา คดีพิเศษ-สายสัมพันธ์พาที/ชลลัมภีร์ แล้วฉุกคิดว่าตอนนี้เพื่อนๆกำลังยุ่งเรื่องตามหาพ่อเต่า ตนคงต้องสืบเรื่องนี้คนเดียว
ระหว่างนั้นเฌอเบลล์พาพาทีมาที่บ้าน เขาต้องโดน ราณีถากถางสารพัดจนเฌอเบลล์รู้สึกสงสารไม่น่าพาเขามาพบแม่...ด้านอันนาพยายามปรนนิบัติเอาใจคุณหญิงย่าทั้งที่ตัวเองยังใส่เฝือกที่ขา ชะเอมคอยเอาใจช่วย
วันต่อมาพรนางฟ้าปลอมตัวเป็นพนักงานทำความสะอาดมาที่ตึกเอ็มไพร์เรคคอร์ด เพื่อหาทางเข้าถึงตัวภาคภูมิ เจอกับป้าต้อมยามหญิงซักถามเพราะไม่เคยเห็นหน้า พรนางฟ้ามโนไปว่าต้องต่อสู้กับป้าต้อมและสามารถล้มเธอลงได้ แต่ความเป็นจริง โดนป้าต้อมสอบสวนว่าเป็นพนักงานใหม่ทำไมเธอไม่ได้รับแจ้ง จึงบอกว่าให้เริ่มงานด้วยการเก็บแก้วกาแฟไปล้างก่อน พรนางฟ้าโล่งอกเพราะนั่นเป็นการที่ตนจะเข้าไปในห้องต่างๆได้ง่ายขึ้น
พรนางฟ้าถือถาดจะเข้าห้องภาคภูมิ ก็เจอแอนเลขาซักถามให้หัวใจแทบวาย ไม่ทันไรภาคภูมิเดินออกมามองสำรวจแล้วแกล้งเรียกชื่อมั่วๆออกไป เธอเผลอรับคำ เขาเลยจับได้...
ooooooo
.
------------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep10/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 10
ภาคภูมิเรียกชื่อพรเพ็ญถามเป็นพนักงานใหม่ใช่ไหม พรนางฟ้าเผลอตอบว่าใช่ เขาเสียงเข้มทันทีว่าเธอไม่ใช่แม่บ้าน ป้ายชื่อเธอชื่อเพียงขวัญ พรนางฟ้าหน้าซีดไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร ภาคภูมิบอกแอนว่าผู้หญิงคนนี้ปลอมตัวมาแล้วเรียก รปภ.ลั่น
แอนเข้าจับแขนพรนางฟ้าพูดเอาดีเข้าตัวว่าตนสงสัยตั้งแต่เห็นเดินมาแล้ว รปภ.มาถึงเข้ารวบแขน พรนางฟ้าไม่ขัดขืนแต่พูดขึ้นว่า “เกิดอะไรขึ้นระหว่างชลลัมภีร์กับพาที” ภาคภูมิจะกลับเข้าห้อง พรนางฟ้าตะโกนดังขึ้น “ชลลัมภีร์กำลังจะทำอะไรบางอย่างกับบลูปรินซ์ คุณภาคภูมิ คุณรู้เรื่องใช่ไหม”
“เดี๋ยวก่อน!” ภาคภูมิหันกลับมา พรนางฟ้าดีใจคิดว่าเขายอมฟัง แต่แล้วเขากลับสั่ง รปภ.ให้ลากเธอลงไปทางบันไดหนีไฟเงียบๆ ไม่อยากให้เป็นข่าว
แอนตีเนียนบ่นว่าน่ากลัวจริงๆถ้าตนไม่รู้ตัวก่อนเขาคง...ภาคภูมิสวนให้สนใจอย่างอื่นบ้างไม่ใช่เอาแต่เล่นมือถือ แอนหน้าเจื่อนที่เจ้านายรู้ทัน
พรนางฟ้าถูกผลักออกจากทางประตูหนีไฟที่เชื่อมกับที่จอดรถ เธอเดินบ่นว่าพลาดไม่ได้เรื่องอะไร แล้วปลอบใจตัวเองต้องใจเย็นๆ ทันใดเสียงภาคภูมิเรียก เธอสะดุ้งที่เขามาดักรอ
ทั้งสองมานั่งคุยกันร้านกาแฟเงียบๆ ภาคภูมิเกริ่นว่าตนตั้งใจจะไม่ยุ่งกับพี่ทั้งสองคือพาทีและชลลัมภีร์แล้ว แต่พอเธอบอกว่าชลลัมภีร์กำลังทำอะไรกับบลูปรินซ์ ตนรู้ว่าเธอทำงานกับพาที แต่สงสัยว่าเธอเกี่ยวข้องอะไรกับชลลัมภีร์ ถ้าอยากให้ตนช่วยต้องบอกเรื่องที่รู้มาก่อน
พรนางฟ้าถอนใจ “งั้นคุณต้องสัญญากับฉันก่อนว่าเรื่องทั้งหมดที่คุณรู้จากฉันจะต้องเป็นความลับ” ภาคภูมิรับคำ “คือ...ฉันเป็นสายลับจับแอ๊บตาม
กระทู้นี้” เธอเปิดในมือถือให้ดู “คุณชลลัมภีร์จ้างฉันให้สืบความลับของวงบลูปรินซ์ว่าใครเป็นเกย์ แต่คุณชลลัมภีร์ไม่เคยบอกฉันเลยว่า ทำไมถึงอยากจับแอ๊บวงนี้มากขนาดนั้น แล้วยิ่งสืบฉันก็ยิ่งพบเรื่องราวที่มันซับซ้อน โดยเฉพาะเรื่องที่คุณพาทีกับคุณชลลัมภีร์เคย...”
“ทำงานที่เอ็มไพร์เรคคอร์ด แล้วก็เป็นเพื่อนสนิทกันด้วย”
“นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องพักเรื่องการจับแอ๊บแล้วหันมาสืบความจริงเรื่องนี้ก่อน เผื่อว่าเรื่องนี้อาจจะร้ายแรงกว่าที่ฉันคิด คุณภาคภูมิพอจะช่วยฉันได้ไหมคะ”
“ได้สิ เพราะผมเองก็อยากจะรู้ความจริงของเรื่องที่เกิดขึ้นกับพี่ที่ผมรักทั้งสองคนเหมือนกัน รู้จักมิลเลน–เนียมบอยอยู่แล้วใช่ไหม”
พรนางฟ้ารับว่ารู้และสืบมาประมาณหนึ่งแล้ว ภาคภูมิอยากรู้ว่าหลังจากที่เจเจออกจากคุกเขาไปทำอะไรอยู่ที่ไหน พรนางฟ้าบอกนั่นคือสิ่งที่ตนไม่รู้ ทั้งสองเครียด ภาคภูมิเล่าถึงอดีต
“มิลเลนเนียมบอยคือจุดเริ่มต้นของพวกเราทั้งห้าคน และมันก็เป็นเพราะความคึกคะนองกับความสดใหม่ของวัยรุ่นนั่นแหละที่ทำให้เราประสบความสำเร็จกันได้ขนาดนั้น...ขณะที่พี่ชลลัมภีร์กำลังเนื้อหอม โปรดิวเซอร์ตัวจริงอย่างพี่พาทีกลับเลือกที่จะอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบๆ พอใจแค่มีชื่อตัวเองพิมพ์ตัวเล็กๆอยู่ที่หลังปกเทป”
“แล้วพี่พาทีกับคุณชลลัมภีร์เขาเป็นคนยังไงเหรอคะ”
“พี่ทีเขาเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ จริงจัง ใจเย็น บ้างาน โคตรบ้าเลย” พรนางฟ้าพึมพำที่รู้ว่าพาทีเป็นอย่างนี้
มานานแล้ว ภาคภูมิมองเมื่อไม่มีอะไรก็เล่าต่อ “ส่วนพี่ชลแกเป็นคนเฮฮา มุกเยอะ แต่แกเสียตรงที่โกรธง่ายหายยาก เกลียดใครเกลียดจริง แกมีเรื่องทะเลาะกับทุกคนในทีมเลยนะ พี่ทีก็ต้องเป็นคนคอยเคลียร์ให้ตลอด”
“เรื่องข่าวที่เจเจจูบกับโปรดิวเซอร์ เอาเข้าจริงรูปที่ข่าวก็เห็นไม่ชัดว่าเจเจจูบใครกันแน่ ระหว่างพี่พาทีกับคุณชลลัมภีร์”
ภาคภูมิยืนยันว่าจูบกับพาทีแต่ไม่ฟันธงว่าเขาเป็นเกย์ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันคลุมเครือ “ผมรู้แต่ว่าพี่ทีกับพี่ชลทะเลาะกันรุนแรงด้วยเรื่องอะไรบางอย่าง มันเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์หายนะทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับมิลเลนเนียมบอย...”
ภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้น ภาคภูมิเดินมาตามทาง เห็นเจเจเดินร้องไห้ออกมา ตามด้วยเสียงทะเลาะกันตรง บันไดหนีไฟ ภาคภูมิรีบเดินไปดูเห็นพาทีหายใจแรงพยายามสงบอารมณ์
“มึงทำแบบนี้กับกูได้ไงวะไอ้ชล กูเป็นเพื่อนมึงนะ” เสียงชลลัมภีร์ถามเขาทำอะไร “มิลเลนเนียมบอยคือวงนักร้องดูโอที่เกิดจากการออดิชั่นหาคนที่มีความสามารถมากพอที่จะได้ขึ้นมาเป็นดาวดวงใหม่ ใช่ไหม...เจเจได้รับเลือกเพราะมันเป็นเด็กมึงใช่ไหม”
“กูเลือกเจเจเพราะว่าเจเจเก่ง”
“แล้วน้องกูกับเจเจ ใครเก่งกว่ากัน! มึงรู้ไหมว่าน้องกูพยายามขนาดไหนกว่าจะผ่านมาเป็นหนึ่งในสามคนสุดท้ายของการออดิชั่นได้ ตอนที่ผลออกมาว่าคนที่ได้คือเจเจกับพิช มึงรู้ไหมว่าน้องกูเสียใจขนาดไหน กูต้องบอกน้องกูว่าสองคนนั้นเก่ง สองคนนั้นดีมีความ สามารถ ทั้งที่จริงๆแล้วกูรู้ว่าน้องกูดีกว่า เก่งกว่า มึงไม่รู้หรอกว่ากูกับน้องต้องพยายามกันมากขนาดไหน...มึงแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวไม่เป็นใช่ไหม”
ชลลัมภีร์หาว่าพาทีพูดไร้สาระ ที่พูดอยู่ก็ไม่ได้แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัว พาทีโกรธเงื้อหมัดแต่ยั้งไว้ ชลลัมภีร์ยิ้มเย้ยว่าตนเป็นโปรดิวเซอร์ส่วนเขาเป็นแค่คนเขียนเพลง พาทีโกรธมากพึมพำว่าเมื่อตนสร้าง
มิลเลนเนียมบอยได้ตนก็ทำลายมันได้ ภาคภูมิตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เดินกลับไปหาเจเจแถวลานจอดรถ เห็นนั่งร้องไห้อยู่ข้างรถก็เข้าไปถามว่าพี่ๆทะเลาะกันเรื่องอะไร
เจเจหันมาโผกอดสักพักก็คลายออก พูดทั้งน้ำตา “พี่ไปกินเหล้าเป็นเพื่อนผมหน่อย ผมไม่เคยรู้สึกผิดเรื่องที่ผมได้เป็นมิลเลนเนียมบอยเลยนะจนวันนี้แหละ ผมมันก็แค่พวกตะกายดาว ทำได้ทุกอย่างที่ทำให้ผมดัง พี่ภูมิ ผมกับพี่...” เจเจตั้งใจจะพูดแต่พาทีเดินเข้ามาเสียก่อน
พาทีขอให้ภาคภูมิกลับไปก่อน ตนมีเรื่องจะคุยกับเจเจสองคน...หลังจากนั้นสองวัน นิตยสารดาราก็ลงรูปเจเจจูบกับผู้ชายคนหนึ่ง พาดหัวว่า เจเจ เป็นอีแอบกินกันเองกับโปรดิวเซอร์...สมัยนั้นคนยังไม่ยอมรับเรื่องเกย์หรือเพศที่สาม พาดหัวแค่นี้ก็เป็นข่าวดังระดับประเทศ
ภาคภูมิมาเจอพาทีนั่งร้อนรนอยู่ในห้องทำงาน ไม่ทันไรเลขาเข้ามาบอกว่านายเรียกให้เข้าไปคุยทีละคน ทันใดมีโทรศัพท์เข้ามาแจ้งว่า เจเจขับรถชนฝ่ายตรงข้ามดับ พาทีกับภาคภูมิรีบไปที่เกิดเหตุ พาทีให้ภาคภูมิพาเจเจไปทำแผลที่โรงพยาบาล ท่าทางเขาเมายาร้องไห้
หลังจากนั้นไม่นาน ต้นสังกัดก็แถลงข่าวขอโทษ เรื่องภาพหลุดเป็นเรื่องเข้าใจผิด ส่วนเรื่องอุบัติเหตุให้เป็นไปตามกฎหมายเพราะเจเจเมายาและเป็นฝ่ายผิดจริง ขอยกเลิกสัญญากับเจเจและยุบวงมิลเลนเนียมบอยอย่างเป็นทางการ...ข่าวนี้ฮือฮาอยู่พักใหญ่
พรนางฟ้าฟังแล้วสรุปว่าไม่มีใครรู้ว่าเจเจจูบกับใครและเจเจออกจากคุกแล้วหายไปไหน ส่วนพิชกลับไปอยู่กับครอบครัวที่อเมริกา ท่าทางภาคภูมิอึดอัดใจมากเมื่อต้องรื้อฟื้นเรื่องนี้
“คุณต้องใช้ชีวิตอยู่กับความไม่รู้ ไม่เข้าใจมาตั้ง แปดปีแล้วสิคะ”
ภาคภูมิขอให้พรนางฟ้าช่วยสืบให้กระจ่างเสียที เธอรับปากยิ้มอย่างมั่นใจ...ขณะที่ทั้งสองเดินกลับมาที่ตึก เผอิญเฌอเบลล์มาเป็นเพื่อนศิลปินคนหนึ่ง พอเห็นพรนางฟ้ากับภาคภูมิก็เกิดความสงสัย พรนางฟ้ารีบเรียกตัวเองว่าแองจี้กล่าวอำลาภาคภูมิ
ooooooo
ที่วังมัจฉา อันนาพยายามเรียนรู้การทำขนมไทย ช่วยชะเอมทำเพื่อเอาไปเลี้ยงเด็กกำพร้าและขอคุณหญิง ย่าไปร่วมทำบุญด้วย คุณหญิงย่ามองอันนาที่เดินกระย่องกระแย่งเพราะยังใส่เฝือกแต่ก็ไม่ขัด... อันนาทำให้เด็กๆสนุกสนานมากขึ้น คุณหญิงย่ามองอย่างเอ็นดู
แม้จะรู้สึกเอ็นดูอันนาขึ้นมาบ้าง แต่พอคุณนายสมรกับคุณนายอรดี สองสาวทรงผมตั้งกระบังใส่เพชรเต็มตัวมาแจกการ์ดงานแต่งงานลูกสาวและพูดโอ้อวดว่าได้ลูกเขยเศรษฐีไม่ใช่ผู้ดีเก่าดีแต่เปลือกต้องขายสมบัติกิน และพอเห็นอันนาก็ถากถางว่านี่คงเป็นผู้หญิงที่หมอไทยทำให้ท้องกลัวอายชาวบ้านเลยต้องเอามาซ่อนที่นี่ อันนาพยายามอธิบาย คุณหญิงย่าโกรธมาก
“ความคิดพวกหล่อนนี่ช่างต่ำตมกันซะจริงๆ” สองคุณนายหน้าเหวอถามว่าตนหรือ “ฉันมองหน้าเธอ ฉันคงว่าโคตรเหง้าศักราชเธอมั้ง ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว ไป...ออกไป!”
สองคุณนายหน้าตื่นรีบพากันกลับไป แล้วคุณหญิงย่าก็หันมาไล่อันนาให้ออกไปจากวังด้วย อันนาร้องไห้ เดินกะเผลกขึ้นมาเก็บเสื้อผ้าบนห้อง ชะเอมตามมาขอร้องให้รอหมอไทยกลับมาก่อน แต่เธอรู้สึกว่าไม่อยากสร้างปัญหาให้คุณหญิงย่าอีก
อันนาลงมาตั้งใจไปกราบลาคุณหญิงย่าที่ยืนอยู่ริมน้ำ จังหวะที่เธอก้มกราบก็เห็นงูเลื้อยมา จึงรีบบอกให้ท่านระวังแล้วยกไม้เท้าจะไล่งู แต่พลาดล้มลงโดนงูฉก คุณหญิงย่าตกใจมาก...
บ่ายวันนั้นพาทีเห็นเควินนั่งซึมจึงเข้าไปถามว่าเป็นอะไร เขาเล่าว่าบังเอิญไปเห็นอรนาฏทะเลาะกับลูกแล้ว ลามไปถึงเรื่องวีระพ่อของพันธิตที่เป็นเกย์ พาทีพยักหน้าเพราะรู้มาก่อนแล้ว เควินอยากจะถามว่าถ้าตนเป็นเกย์พี่จะว่าอย่างไร แต่พูดไม่ออก เปลี่ยนมาถามว่าพี่ชอบเฌอเบลล์จริงหรือ พาทีพยักหน้า เควินถามย้ำ แน่ใจนะว่าไม่ได้คบเพราะมีเหตุผลอื่น
“ทำไมถามอย่างนั้นล่ะ” พาทีถามกลับเนือยๆ
“ผมแค่อยากให้พี่ทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง ผมเห็นพี่ทำเพื่อคนอื่นมาเยอะแล้ว”
คำพูดของน้องทำให้พาทีซึ้งใจ เควินตบไหล่พี่ชายเชิงรู้ว่าเขายังปิดบังไม่ยอมบอก
ระหว่างนั้นพรนางฟ้ามาเดินผ่อนคลายในห้างสรรพสินค้า เจอพี่ต้อมเดินกับแฟนใหม่ต่างฝ่ายต่างตกใจ พี่ต้อมถากถางถึงเรื่องที่เคยท้าว่าจะเอาเงินล้านมาอวด
พรนางฟ้าจึงเหน็บว่าไม่เจอพักเดียวเหี่ยวไปเยอะ แล้วเอาสมุดบัญชีออกมาเปิดให้ดูว่าแค่ไม่กี่เดือนตนก็หาเงินได้สองล้านแล้ว อดีตเจ้านายหาว่าเงินนี้ได้จากการขายตัว หญิงสาวโกรธกำมือแน่นอยากจะกรี๊ดใส่
เย็นวันนั้นพรนางฟ้ากลับมาที่คอนโดของตน นั่งตั้งสติคิดถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ช่างเป็นวันที่ซวยจริงๆ เจอศัตรูถึงสองคน แล้วกลับมาจัดลำดับงาน คดีแพรพิณปิดได้แล้ว คดีบัวบุหงาก็ปิดได้แล้ว เหลือคดีของตนต้องสืบว่าใครเป็นเกย์ในวงบลูปรินซ์ และยังมีเรื่องพาทีกับชลลัมภีร์อีก สองคนทะเลาะกันเรื่องอะไร
“ตอนนี้ผู้ต้องสงสัยเหลือเควินกับจุงเบ แล้วก็...พี่พาที ไม่ๆยังไงพี่พาทีก็ไม่ใช่เกย์ เราต้องเริ่มด้วย
ผู้ต้องสงสัยก่อน เควิน จุงเบ ใครคนหนึ่งต้องเป็นเกย์หรือไม่ก็ทั้งสองคน” พรนางฟ้าโทร.บอกเพื่อนในกรุ๊ปว่าเรื่องบลูปรินซ์ตนจะใช้แผนไม้ตาย ปิดคดีให้ได้ในสามวัน
คืนนั้นพาทีออกมาทานข้าวกับเฌอเบลล์ หญิงสาวพยายามพูดให้พาทีเชื่อว่าแองจี้มีอะไรลับลมคมในกับคนที่เอ็มไพร์เรคคอร์ด ตนเห็นกินข้าวอยู่กับผู้ชายท่าทางแปลกๆ พาทีหน้าเครียด
ooooooo
ด้านอันนา โชคดีที่งูฉกโดนเฝือกจึงไม่เป็นอะไร แต่ก็ทำให้คุณหญิงย่าเห็นถึงความมีน้ำใจของเธอ อันนากราบขอโทษที่ทำอะไรขัดหูขัดตา ตนพร้อมจะเรียนรู้เพราะตนรักหมอไทยจริงๆ คุณหญิงย่าเหน็บอายุเท่านี้ทำเป็นรู้เรื่องความรักดี สุดท้ายคุณหญิงย่าก็ยอมให้เธออยู่ต่อ
รุ่งเช้าพรนางฟ้ามาบ้านบลูปรินซ์ เดินผ่านสระ ว่ายน้ำเห็นจุงเบกำลังทาครีมบนแผ่นหลังเควิน จึงหยิบมือถือขึ้นมาจะถ่าย แต่ไลออนโผล่ขึ้นจากสระทำให้ตกใจเสียก่อน เขาทำท่าจะกอดเธอรีบถอยห่าง ไลออนถามมีอะไรหรือเปล่า เธอปัดว่าไม่มีทำทีดูสมุดนัดหมายงานวันนี้
“คุณพาทียังไม่เข้ามาใช่ไหม” พรนางฟ้าเอ่ยถาม ทำให้ไลออนไม่พอใจ เธอรีบห้ามอย่าเพิ่งหาเรื่อง เขาถามถึงเมื่อวานไปไหน พอเธอบอกว่าไปธุระก็ซักอีกว่าธุระอะไร
พรนางฟ้าเริ่มเอือมต้องเสียงแข็งปรามและไล่ให้เขาไปแต่งตัว ไลออนน้อยใจที่มีอะไรไม่บอกกันตรงๆ พรนางฟ้าฉุกคิดถึงเวลาที่จะให้ไลออนช่วย...คิดได้อย่างนั้นก็เดินตามไลออนไปที่ห้อง เอาเจลหล่อลื่นออกมาให้เขาดู เขาคิดว่าเธอพร้อมจะเป็นของเขา หญิงสาวรีบปฏิเสธเล่าว่าเจอเจลนี้ที่นี่ แล้วถามจำเรื่องที่ตนขอให้ช่วยได้ไหม
ไลออนนึกได้ที่เธอให้ช่วยดูว่าใครในวงเป็นเกย์ พรนางฟ้ารับว่า “ใช่ เราสังเกตมาสักพักแล้ว เราว่าคนที่น่าสงสัยมากที่สุดคือเควินกับจุงเบ แต่เราไม่มีหลักฐานอะไรเลยมีแค่เควายหลอดนี้ ถึงจะเอาไปถามตรงๆ ก็คงไม่มีใครยอมรับอยู่ดี”
ไลออนมั่นใจว่าในวงบลูปรินซ์ไม่มีแอ๊บ พรนางฟ้าต้องทำทีกอดเอาใจขอให้ช่วย อ้างว่าเพื่อผู้จัดการวงอย่างเธอจะได้รับมือถูก และต้องรู้ให้ได้ภายในอาทิตย์นี้ โดยวางแผนจะให้เควินกับจุงเบอยู่บ้านกันแค่สองคน ไลออนนั่งฟังสีหน้าหนักใจนิดๆ...
ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กลงข่าวหมอไทยเอาเมียเก็บมาซุกไว้ที่วัง ชยุตรีบเอาข่าวมาให้หมอไทยดู จังหวะเดียวกับที่แพรพิณวิ่งเข้ามาในคลินิก ทั้งสองมองกันอึ้งๆ หมอไทยเห็นข่าวรีบชวนทั้งสองไปที่วัง...สามคนมาถึงวังเห็นคุณหญิงย่ากับอันนาเหมือนยังไม่รู้เรื่อง หมอไทยเข้ากราบย่าและหันมาขอโทษอันนาที่ตนทำอะไรตามใจตัวเอง ชยุตเสริมเราจะช่วยกันแก้ข่าวส่วนแพรพิณจะพาอันนากลับบ้าน คุณหญิงย่าสวนขึ้นมาว่า...ข่าวไร้สาระ! ทั้งสามตกใจ
“ข่าวไร้สาระที่สุดเลยจริงไหมหนูอัน ใครจะพูดอะไรก็พูดไปเนาะ ในเมื่อเราไม่ได้เป็นแบบนั้นจะไปสนใจทำไม”
“ค่ะ คุณย่า” อันนารับคำ
หมอไทย แพรพิณและชยุตแปลกใจที่อันนาเรียกคุณย่า หมอไทยรีบถามว่าดีกันแล้วหรือ อันนาตอบยิ้มๆ “ผู้หญิง เขาก็มีวิธีจัดการแบบผู้หญิงนั่นแหละค่ะพี่หมอ”
“พูดได้ดีมากหนูอัน เหมาะที่จะมาดูแลวังต่อจากฉันมากขึ้นอีกขั้นนึงแล้วนะ”
หมอไทยดีใจที่คุณหญิงย่ายอมรับในตัวอันนาแล้ววิ่งเข้ากอดหอมย่ายกใหญ่ ชยุตกับแพรพิณสบตากันด้วยความอึดอัดแปลกๆ หมอไทยหันมาซักไซ้อันนาว่าตนพลาดเรื่องอะไรบ้าง
ooooooo
วันต่อมาพรนางฟ้าขอพาทีติดรถออกไปด้วย ต้องพาคฑากับไลออนไปทำสปาหน้ากับหมอไทยวันนี้ให้เควินอยู่บ้านกับจุงเบลำพัง แต่พอนั่งรถออกมาไม่ทันพ้นประตูบ้าน เธอก็ให้คนขับรถจอดและบอกพาทีว่าไลออนไม่ควรไปเพราะอยู่ในช่วงทำความดีสำนึกผิด
พาทีเห็นด้วยถ้าแฟนคลับเห็นอาจหมั่นไส้ได้ จึงให้ไลออนไปตามจุงเบมาแทน ไลออนมองหน้าพรนางฟ้าจะเอาอย่างไร เธอรีบแก้สถานการณ์ว่าให้คฑาไปคนเดียวก็ดีจะได้หลบเลี่ยงแฟนคลับง่ายๆ พาทีไม่ทันสงสัย ไลออนลงจากรถเดินกลับเข้าบ้าน
ด้านเควินกับจุงเบ พอได้อยู่กันตามลำพังก็เผยความรู้สึกที่มีต่อกันเต็มที่ ถึงขั้นจูบกันไม่ต้องอายใคร แล้วทั้งสองก็ประคองกันขึ้นห้อง ระหว่างนั้นไลออนกำลังพยายามปีนขึ้นห้องทางระเบียง แล้วรีบเข้าไปหลบในตู้เสื้อผ้า ไลออนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเพื่อนทั้งสองมีความสัมพันธ์กันถึงขั้นนี้ เขารีบอัดคลิปมือหนึ่งอีกมือปิดตาด้วยทนดูไม่ได้ส่งให้แองจี้เป็นระยะๆ
พาทีตามเข้าไปในคลินิกด้วย หมอไทยทำสปาให้คฑาไปก็เปรยว่าผิวหน้ายังดีมากยังไม่ต้องมาทำก็ได้ แต่พรนางฟ้าอ้างว่าเวลามองในกล้องมันหมอง พาทีเหน็บว่ารู้เรื่องกล้องด้วยหรือ เธออ้างว่ามีเพื่อนเป็นตากล้องจึงพอมีความรู้บ้าง
หมอไทยเห็นทั้งสองเถียงกันก็ยิ้มๆ พอสบโอกาสแอบกระซิบพาทีว่าแองจี้น่ารักเขาน่าจะจีบแต่พาทีกลับบอกว่าในหัวตนมีแต่เรื่องงาน และอีกอย่างแองจี้ก็มีเจ้าของแล้ว
พรนางฟ้าเห็นคลิปที่ไลออนส่งมาแล้วแอบหลบมาที่โรงเรียนแพรพิณที่อยู่ข้างๆ แพรพิณออกจากห้องสอนมาหาที่คุยกับพรนางฟ้าและโทร.คุยเปิดลำโพงกับบัวบุหงาด้วย พรนางฟ้าบอกเพื่อนทั้งสองเรื่องเควินกับจุงเบเป็นเกย์ แพรพิณเห็นคลิปก็ร้องกรี๊ด สองสาวไม่รู้เลยว่าพาทีตามมาแอบฟัง พอพรนางฟ้าบอกเพื่อนๆให้ดีใจว่างานของเราใกล้จบแล้ว แต่ความรู้สึกของเธอกลับไม่ดีเลยรู้สึกผิดที่กำลังจะทำร้ายทุกคน
พาทีแกล้งผลักสิ่งของให้เกิดเสียงดัง ทำให้สองสาวสะดุ้ง เขาทำทีบอกว่าตามมาดูว่าแองจี้อู้งานมาทำอะไร หญิงสาวรีบแก้ตัวว่าคุยเรื่องพ่อเต่า พาทีถามทำไมต้องร้องกรี๊ด พรนางฟ้าอ้างว่าแพรพิณกรี๊ดรูปพ่อค้าหล่อแซ่บที่ตนเปิดให้ดู พาทีมองนิ่งๆ ไม่คิดเชื่อสักนิด
ระหว่างนั่งรถกลับ พาทีเห็นพรนางฟ้าเครียดจึงเอ่ยถามเป็นอะไร เธอปฏิเสธไม่ได้เป็นอะไร พอดีคฑาแทรกขึ้นมาว่าขอแวะซื้อส้มตำปลาร้า ไก่ย่าง น้ำตกกลับบ้าน เพราะจุงเบไลน์มาบอกว่าอยากกิน พาทีแปลกใจที่คฑาใจดีกับจุงเบ ปกติเห็นทะเลาะกันประจำ คฑาตอบยิ้มๆ
“คนเรามันเปลี่ยนกันได้ตลอดเวลาแหละพี่ ตอนนี้ชอบอีกเดี๋ยวอาจจะเกลียดก็ได้ ตอนนี้ผมโอเคกับมันไม่ดีเหรอ หรือพี่อยากให้ทะเลาะกันเหมือนเดิม”
“ดีแล้วครับๆ ผมยอมแล้วครับ...” พาทีประชดแล้วบอกคนรถให้แวะร้านส้มตำรสเด็ด
พอรถแล่นเข้ามาจอดในบ้าน จุงเบกับเควินวิ่งออกมารับของกิน พาทีถามหาไลออน ทั้งสองหน้าเสียเพราะคิดว่าไลออนไปกับคฑา พาทีจึงบอกว่าแองจี้ให้ไลออนอยู่บ้าน คฑาหาว่าไลออนคงหนีเที่ยวไปแล้ว ทุกคนช่วยกันเดินหาทั่วบ้าน...ไลออนทำทีนอนหลับอยู่ที่เตียงริมสระว่ายน้ำ เขาบอกว่านอนเล่นหลับไปเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว เควินกับจุงเบโล่งอกที่ไลออนไม่ได้อยู่ในบ้าน พาทีเห็นแองจี้กับไลออนสบตากันมีพิรุธก็ชักสงสัย
สี่หนุ่มบลูปรินซ์นั่งจกส้มตำบนเสื่อใต้ร่มไม้อารมณ์อีสานแท้อย่างมีความสุข ทั้งสี่เอาใจพรนางฟ้าโดยไม่สะกิดใจเลยว่าเธอเข้ามาสืบเรื่องพวกเขา ต่างแสดงออกว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งในวง เห็นเธอหน้าเครียดก็คิดว่าคงเหนื่อยจึงช่วยบีบนวดให้ ตักอาหารใส่จานให้ ทำให้พรนางฟ้ายิ่งรู้สึกผิด ไลออนเองก็นั่งใกล้ชิดคอยดูแล พาทีเห็นแล้วสะเทือนใจจึงเดินเลี่ยงออกมา
พอดีไลน์เควินดังขึ้น เขาเปิดอ่านแล้วแอบหลบออกมาอย่างเนียนๆ ท่าทางเขาดีใจที่เป็นข้อความจากอรนาฏ เควินรีบโทร.กลับไปหา อรนาฏปรึกษาว่าตนอยากง้อพันธิตให้หายโกรธ ควรทำอย่างไรดี เควินแนะนำให้ทำอาหารที่เขาชอบไว้ให้ เขากลับมาเห็นก็ต้องรู้ว่าแม่ง้อ
ด้านพาทีแอบเข้ามาค้นห้องพรนางฟ้าด้วยอยากรู้ว่าเธอมีอะไรปิดบัง แต่ไม่พบอะไรก็เดินออกมา เควินเดินมาพอดีแปลกใจว่าพี่เข้าไปทำไม พาทีแก้ตัวว่าเข้าไปหาเอกสารแต่หาไม่เจอ ไว้รอถามเธอเองแล้วตัดบทขอตัวไปแต่งเพลงต่อ เควินไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร
ooooooo
เย็นวันนั้น ไลออนเดินคุยกับพรนางฟ้าที่มีท่าทางเซื่องซึม เขาถามเธอว่ารับไม่ได้กับเรื่องเควินและจุงเบ หรือ เธอไม่ตอบแต่ย้อนถามว่าเขารับได้งั้นหรือ ไลออน กลับบอกว่า
“ก็ไม่รู้สิ ตอนแรกที่เห็นก็รับไม่ได้นะ แต่พอลองคิดๆดูแล้ว ชีวิตของพวกเราสี่คนก็ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่นักหรอก บางทีก็ไม่มีความสุขเลย เพราะฉะนั้นถ้าอะไรที่เพื่อนทำแล้วมีความสุข ต่อให้มันเป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้ เราก็โอเคนะ”
“จริงเหรอ”
“จริงสิ ถ้ารักกันแล้วไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็โอเคแล้วป่ะ”
“แต่ผู้ชายที่เป็นเกย์หลอกลวงทำให้ผู้หญิงหลายคนเดือดร้อนนะ”
“แองจี้ ความรักมันห้ามกันได้ที่ไหน ถ้าเรารู้สึกรักใครมันก็รัก มันไม่เกี่ยวว่าเขาเป็นเพศอะไรหรอก อย่างเราดิ รักแองจี้ตอนไหนยังไม่รู้ตัวเลย”
พรนางฟ้าเห็นชักจะวกเข้าตัวจึงตัดบทขอตัวไปพักเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไลออนยื่นแก้มให้ทวงรางวัล หญิงสาวเอ็ดให้เลิกเล่นแล้วไล่ให้ไปเข้าห้องซ้อมวอยซ์ ไลออนมองตามเซ็งๆ
ที่หน้าบ้าน เฌอเบลล์ขับรถมาจอด สูดลมหายใจเข้าย้ำกับตัวเองว่า เราต้องกล้าต้องทำตามความต้องการของตัวเอง ไม่อย่างนั้นจะเสียพาทีไป...หญิงสาวเดินเข้ามาเห็นพาทีนั่งทำงานอยู่คนเดียว เขาทักทายถามเธอมีเรื่องด่วนอะไรถึงมาที่นี่ หรือจะมาบอกว่าไม่อยากร้องเพลงแล้ว
“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกค่ะ คุณทีน่ะผลักไสไล่ส่งเบลล์ตลอดเลยนะคะ เบลล์ว่าเราออกไปคุยที่เงียบๆดีกว่า”
พรนางฟ้าเดินออกมาจากห้องซ้อมเพลง เห็นพาทีเดินไปกับเฌอเบลล์ก็แอบตามไปฟัง ทั้งสองออกมาคุยกันในสวนหน้าบ้าน เฌอเบลล์ตั้งใจมาบอกเรื่องแองจี้ พรนางฟ้าลุ้นว่าเธอจะบอกอะไรพาที...เฌอเบลล์เกริ่นว่าแองจี้ชอบอู้งานแวบไปโน่นไปนี่ และยังเป็นญาติกับเจ้าพ่อสื่อออนไลน์ที่ทรงอิทธิพล เขาไม่กลัวว่าจะมีอะไรแอบแฝงบ้างหรือ ดูไม่น่าไว้ใจเลย ตนอยากมาทำหน้าที่นี้เอง พาทีย้อนถามว่าไม่เป็นศิลปินแล้วหรือ หญิงสาวบอกอยากทำทั้งสองอย่าง
พาทีนิ่งอึ้ง เฌอเบลล์จึงเข้าไปจูบเขา พรนางฟ้าซึ่งแอบฟังอยู่สะเทือนใจน้ำตาเอ่อ เฌอเบลล์ถอนริมฝีปากออกแล้วเอ่ยถามพาทีว่ารู้สึกอะไรกับตนบ้างไหม
“ผมรู้สึกว่าคุณเบลล์เป็นแค่น้องสาวเท่านั้นจริงๆ ขอโทษจริงๆนะครับ” พูดจบพาทีจะเดินไป เฌอเบลล์ตะโกนลั่นเพราะแองจี้ใช่ไหม เขาหันกลับมาตอบ “ไม่ใช่ครับ แองจี้ไม่ได้สำคัญอะไรสำหรับผม” พรน้ำฟ้าน้ำตาร่วงเผาะๆ รีบเดินหนีออกมา จึงไม่ได้ยินพาทีกล่าวต่อ
“ตอนนี้ผมมีเรื่องให้คิดมากมาย ผมไม่อยากสนใจเรื่องอื่นนอกจากทำผลงานใหม่ของบลูปรินซ์ดีๆ ผมขอโทษอีกครั้งจริงๆครับคุณเบลล์”
“โอเคค่ะ เบลล์เข้าใจแล้ว ขอโทษที่ทำให้คุณทีต้องลำบากใจ แต่เรื่องงานของเบลล์ที่คุณกรณ์ท่านประธานมอบหมายให้พี่ทำ เบลล์ยังทำอยู่นะคะ” พูดจบเฌอเบลล์เดินเชิดกลับไป
พรนางฟ้าเข้าห้องร้องไห้ด้วยความรู้สึกสับสนทั้งรักทั้งผิดหวัง ทั้งรู้สึกผิดประดังประเดเข้ามา สักพักก็ฮึดปลอบใจตัวเอง “อีฟ้า พอได้แล้ว เหยื่อก็คือเหยื่อ จำไม่ได้เหรอ แกบอกเองว่าห้ามหลงรักเหยื่อตัวเอง ตอนนี้ได้หลักฐานแล้ว ทุกอย่างใกล้จบ รีบๆจบไปได้ซะทีก็ดี”
ในคืนเดียวกัน พันธิตช่วยบัวบุหงาตามหาพ่อเต่า เขายืนยันจะอยู่เคียงข้างเธอตลอด พอดีพี่คิดโทร.เข้ามาขอไฟล์งานเพื่อให้โปรดิวเซอร์เกาหลีดูเดี๋ยวนี้ พันธิตจึงพาบัวบุหงากลับไปที่บ้านเพื่อเอาคอมพิวเตอร์ บัวบุหงาเห็นไฟในบ้านเปิดก็รู้ว่าอรนาฏอยู่จึงขอรอหน้าบ้าน
พันธิตเข้ามาในบ้านเจออรนาฏนั่งรอทานข้าว บนโต๊ะมีอาหารเต็ม เขาแปลกใจคิดว่าแม่แกล้งแสดงว่ารักและเอาใจเขา จึงบอกให้เลิกทำเสียทีแล้วเดินไปหยิบคอมพิวเตอร์จะออกจากบ้าน อรนาฏเสียใจระคนโมโหเสียงกร้าว
“จะไปไหน อย่าเดินหนีฉันแบบนี้นะพันธิต ตอบฉันมา ฉันมีสิทธิ์จะถามแกในฐานะแม่และแกต้องตอบฉัน ไม่ใช่ทำยังกับฉันไม่มีตัวตนแบบนี้”
“เพื่อนผมรออยู่ ผมจะไปส่งเพื่อน กลับมาไม่เกินตีหนึ่ง พอใจแล้วใช่ไหม”
พูดจบพันธิตเดินออกไป อรนาฏเดินตาม บัวบุหงารีบปรับเบาะรถให้เอนนอนเพื่อไม่ให้อรนาฏเห็นว่าเป็นตน พันธิตรีบขึ้นรถมองบัวบุหงาอย่างแปลกใจนิดๆก่อนจะขับรถออกไป อรนาฏโกรธมากโทร.สั่งนักสืบให้ส่งหลักฐานที่ให้สืบมาให้หมด
วันต่อมาในขณะที่พาทีไปเป็นเพื่อนเฌอเบลล์ซ้อมเต้นแต่ในใจคิดถึงแต่เรื่องแองจี้ เฌอเบลล์หมั่นไส้พยายามยุให้ไล่แองจี้ออกตลอด...ด้านแองจี้หรือพรนางฟ้ามาพบเพื่อนๆที่ร้านประจำ เพื่อฉลองปิดจ๊อบงานสืบทั้งสามคดี บัวบุหงาดีใจให้รีบส่งหลักฐานให้ชลลัมภีร์เพื่อนตนจะได้มีเงินมาใช้หนี้ แต่พรนางฟ้ากลับขอเวลาสืบเรื่องพาทีกับชลลัมภีร์ให้หายคาใจก่อน บัวบุหงาจะช่วย พรนางฟ้ากลับให้เอาเวลาไปตามหาพ่อเต่าดีกว่า
แพรพิณถามขึ้นว่า ดีใจจริงๆหรือที่จับแอ๊บบลูปรินซ์ได้ พรนางฟ้าชะงักสีหน้าเจื่อนลง
ooooooo
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ (thairath.co.th)
«
Reply #6 on:
24 October 2026, 21:03:00 »
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep11/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 11
พรนางฟ้าเศร้าลงเมื่อแพรพิณถามจี้ใจว่าดีใจจริงหรือที่จับแอ๊บบลูปรินซ์ได้ บัวบุหงาเห็นบรรยากาศไม่ดีรีบทำตัวคึกคักสร้างบรรยากาศให้เพื่อนๆสนุก พรนางฟ้าถามถึงชยุตบ้าง แพรพิณหน้าเจื่อนลงไม่อยากพูดถึงหันมาเล่าว่าคุณหญิงย่ายอมรับอันนาแล้ว สองเพื่อนยินดีด้วย
สามสาวพยายามทำตัวให้สนุกสนาน แม้ในใจจะมีแต่เรื่องขุ่นมัว หลังกินเสร็จแพรพิณให้บัวบุหงาขี่รถไปส่งที่โรงเรียน พรนางฟ้ารู้ว่าเพื่อนยังเสียใจเรื่องชยุต
ก็พอดีคนจากโรงแรมโทร.มาเตือนว่า บัตรรางวัลทานฟรีจะหมดเขตวันพรุ่งนี้ พรนางฟ้านึกได้จะต้องทำให้ทั้งแพรพิณและชยุตไปกินด้วยกันให้ได้ จึงโทร.หาพาทีขอกลับไปนอนคอนโดเพราะมีธุระต้องทำ
ด้านหมอไทยเห็นอันนากับคุณหญิงย่าเข้ากันได้ดีก็ยิ้มมีความสุข พรนางฟ้าโทร.เข้ามาขอความร่วมมือ หมอไทยรับคำแล้วปรึกษาอันนาอยากให้ชยุตกับแพรพิณคืนดีกันไหม คุณหญิงย่าได้ยินเหน็บ น่าสงสารชยุตถ้าไปชอบผู้หญิงไร้สติแบบนั้น หมอไทยกับอันนาขำ...
อันนาบอกหมอไทยว่า ตนมีเรื่องสำคัญของน้าสาวควรให้ชยุตรู้ หมอไทยแปลกใจว่าเรื่องอะไร
บ่ายวันนั้นพรนางฟ้ามาพบหมอไทยที่คลินิก เพื่อวางแผนที่จะพาเพื่อนของตนไปเจอกันที่บุฟเฟ่ต์โรงแรม จากนั้นพรนางฟ้าก็เดินมาหาแพรพิณที่โรงเรียนสอนพิเศษ เห็นเธอตรวจงานกองโต และบ่นว่าเพราะจีสแกนทำให้งานค้างมากมาย พรนางฟ้าโต้มาโทษได้อย่างไร เธอเองที่อยากสืบเรื่องหมอไทยให้หลาน ไม่ได้มีใครบังคับ
แพรพิณทำหน้าเซ็ง
พรนางฟ้าทำทีปลอบใจไม่อยากให้เพื่อนเครียด ชวนไปกินอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติที่ได้รางวัลมา แพรพิณครุ่นคิด พรนางฟ้าจึงบอกว่าให้เวลาคิดระหว่างที่ตนไปเข้าห้องน้ำ...แพรพิณคิดว่าเพื่อนต้องมีแผนอะไรแน่ จึงแอบเปิดไลน์ในมือถือของพรนางฟ้าดู เห็นการสนทนากับหมอไทยก็ลังเล รู้ว่าจะต้องไปเจอกับชยุตแน่ แต่ด้วยหัวใจร่ำร้องจึงทำทีไม่รู้ไม่เห็น พอพรนางฟ้ากลับมา แพรพิณก็ทำทีตอบตกลงเพราะรำคาญที่เพื่อนรบเร้า
พรนางฟ้าจึงไปรอที่รถสักพักแพรพิณตามออกมา พรนางฟ้าตะลึงที่เพื่อนแต่งหน้าเข้มหวีผมเรียบร้อย แพรพิณอ้างว่าไปโรงแรมระดับห้าดาวต้องแต่งนิดหนึ่ง
ด้านหมอไทยเอาคลิปที่อันนาฝากมาให้ชยุตดู เป็นคลิปงานแต่งงานแพรพิณ แล้วจู่ๆมีชายคนหนึ่งมาทวงสามีกลางงาน สร้างความอับอายและเสียใจแก่แพรพิณมาก ชยุตทำทีไม่สนใจเพราะตอนที่ตนถามเธอว่าเคยมีแฟนมาก่อนไหม เธอตอบว่าไม่เคย หมอไทยคิดว่าเธอคงไม่อยากพูดเรื่องอดีตให้ช้ำใจ ชยุตแย้งว่านั่นไม่ใช่เหตุผลที่จะเอาอดีตมาทำร้ายคนอื่น
หมอไทยทำเป็นนึกได้ชวนชยุตไปกินบุฟเฟ่ต์นานาชาติที่เขามีบัตรฟรี ส่วนของตนจะออกเอง ชยุตตอบตกลง...
ที่โรงแรม พรนางฟ้ากับแพรพิณมาถึง พรนางฟ้าบอกเจ้าหน้าที่ว่าพาเพื่อนมาส่ง เดี๋ยวอีกคนที่ได้บัตรจะตามมาสมทบ แพรพิณร้องเฮ้ย...พรนางฟ้าหันมาดักคอ
“แหม...ไม่ต้องมาแอ็กติ้งตกใจหรอก ฉันเห็นตอนที่แกแอบดูมือถือฉันในห้องเรียนแล้ว เพราะฉะนั้นการที่แกยอมมากับฉันที่นี่ แสดงว่าแกก็อยากเจอคุณชยุตเหมือนกันใช่ไหม” เห็นแพรพิณนิ่ง “โอเค งั้นฉันไปล่ะนะ คุณนกฝากดูเพื่อนแองจี้ด้วยนะคะ”
แพรพิณหน้าเสียดึงมือเพื่อนไว้บอกตนกลัว
พรนางฟ้าปลอบใจอย่ากลัว แค่ซื่อสัตย์กับความรู้สึก รู้สึกอย่างไรก็พูดไปอย่างนั้น แต่แพรพิณกลัวชยุตไม่เข้าใจและไม่ยกโทษให้ พรนางฟ้าเชื่อว่าชยุตจะเข้าใจและบอกรักเธอด้วยซ้ำ
ด้านหมอไทยกับชยุตมาถึงโรงแรมเร็ว หมอไทยจะรั้งชยุตไว้แต่เขาเดินจ้ำเข้าไปที่ห้องบุฟเฟ่ต์แล้วต้องชะงักเมื่อเห็นแพรพิณอยู่กับพรนางฟ้า ชยุตต่อว่าหมอไทยทันที
“ผู้หญิงคนนี้ทำร้ายมึงกับกูมากขนาดไหน มึงยังหลอกกูมาเจอเขาอีกเหรอ” ชยุตจะกลับ
พรนางฟ้าขวางหน้าขอร้องให้อยู่คุยกับเพื่อนตนก่อน หมอไทยก็ว่าเพื่อนจะหนีทำไม ชยุตโวยว่าไม่ได้หนีแล้วผลักพรนางฟ้าเซไป แพรพิณตะโกนขึ้นว่า “ถ้าไม่ได้หนีก็หันมาคุยกันตรงๆสิ เลิกทำอะไรคลุมเครือแบบนี้สักที”
ชยุตโทษแพรพิณต่างหากที่คลุมเครือ เธอเลือกที่จะอยู่กับจีสแกนมากกว่าตน ชอบที่จะล้วงความลับคนโน้นคนนี้ สืบว่าเขาเป็นเพศอะไร หากินกับการโกหกไม่พอ ยังหลอกให้ตนหลงรัก เพื่อให้ได้ข้อมูล แน่ใจแล้วหรือว่านี่เป็นงานที่ควรทำ
แพรพิณตะลึงกับคำว่าหลงรัก น้ำตาร่วงพรูออกมา พรนางฟ้าตกใจที่ชยุตรู้เรื่องจีสแกน ชยุตหันมาเยาะ “ผมรู้เรื่องกลุ่มสายลับจับแอ๊บบ้าๆของพวกคุณมาตั้งนานแล้วครับ คุณแพรไม่ได้รายงานคุณหรอกเหรอครับ คุณหัวหน้ากลุ่ม” พรนางฟ้ามองแพรพิณอย่างตำหนิ
ชยุตตอกย้ำ
“มีอะไรจะพูดกับผมไหม ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะ ว่าสิ่งที่พวกคุณทำมันเป็นอะไรที่ไร้สาระที่สุด ถ้าคุณจะต้องลำบากขนาดนี้เพื่อหาให้ได้ว่าผู้ชายคนไหนเป็นตุ๊ด งั้นผมก็ขอบอกเลยว่า พวกคุณมีปัญหาเรื่องการไว้ใจคนอื่น พวกคุณไม่เคารพความคิดและตัวตนของคนอื่นเลยสักนิด ผมถามจริงๆคุณทำทั้งหมดนี่ก็เพื่อเงินเหรอครับ คุณทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อน คุณทำเพื่อนผมเกือบต้องเลิกกับแฟนที่มันรักมากแค่เพราะเงินเหรอ ถ้าอยากได้เงินผมมีให้แต่อย่าทำบาปอีก”
พรนางฟ้าร้องไห้ตัวสั่นสะท้านเมื่อโดนแฉความผิด แพรพิณเข้าปกป้องเพื่อนต่อว่าชยุต เพราะเขารวยถึงคิดแบบนี้ แล้วชวนพรนางฟ้ากลับ ชยุตกลับหาว่าทั้งสองรับความจริงไม่ได้ หมอไทยปรามเพื่อนให้พอได้แล้ว ชยุตหันมาโวยเพื่อนจะเอาอย่างไร อยากให้ตนพูดตรงๆ ตนก็พูดแล้ว พรนางฟ้าร้องไห้โฮวิ่งหนีออกไป แพรพิณเป็นห่วงเพื่อนแต่พอชยุตตอกย้ำ
“เป็นไงครับคุณแพร ผมชัดเจนพอไหม”
แพรพิณเข้ามายืนตรงหน้าแล้วตบหน้าเขาอย่างแรง พลันรู้สึกผิดรีบจับมือเขาขอโทษๆซ้ำๆเพราะรู้สึกผิดและขอบคุณที่เขาพูดชัดเจน ชยุตอึ้งไม่รู้ว่าควรให้อภัยหรือโกรธดี...ในขณะที่พรนางฟ้าวิ่งขึ้นมาร้องไห้บนดาดฟ้าโรงแรม แพรพิณ ชยุตและหมอไทยตามขึ้นมา แพรพิณขอบคุณที่ทั้งสองขึ้นมาด้วย แต่พอชยุตจะกลับลงไป เธอก็พูดขึ้น
“ถ้าฉันยังพอมีพื้นที่ในความทรงจำดีๆของคุณอยู่บ้าง คุณจะรอฉันสักเดี๋ยวนึงได้ไหม”
ชยุตหยุดเดิน แพรพิณกล่าวขอบคุณก่อนจะเดินไปหาพรนางฟ้า ปลอบเธอให้หายใจเข้าลึกๆ พยายามคุมสติตัวเองให้ได้ พรนางฟ้าสะอื้นพร่ำพูด
“ที่ฉันทำมันผิดมากใช่ไหมแพร มันต้องผิดแน่ๆฉันรู้ ฉันไม่เคยมีความสุขเลยจริงๆตั้งแต่ทำงานบ้าๆนี่ ฉันเครียด ฉันกังวล ขนาดคุณพาทีฉันยังหลอกใช้เขาเลยแพร”
“อย่างน้อยตอนนี้แกก็รู้ตัวแล้วนี่จริงไหม กับเรื่องทั้งหมดหลังจากนี้ที่แกต้องทำคือ ทำตามที่แกบอกฉันตอนที่อยู่หน้าห้องอาหารข้างล่าง...คิดแล้วก็พูดตามที่แกรู้สึกจริงๆไง”
แพรพิณกอดปลอบ พรนางฟ้าร้องไห้สักพักก็ผละตัวออกแล้วบอกเพื่อนว่า ตั้งแต่วันนี้ตนไล่เธอออกจากจีสแกน แพรพิณหัวเราะทั้งน้ำตา พรนางฟ้าให้ไปหาชยุตที่รออยู่ แพรพิณพยักหน้าแล้วลุกเดินมาประจันหน้าชยุต ขอบคุณเขาอีกครั้งด้วยสายตาเป็นประกาย บอกเขาว่าตนถูกไล่ออกแล้ว เป็นการถูกไล่ที่มีความสุขที่สุด ชยุตยิ้มสวมกอดเธอ พรนางฟ้ามองอย่างยินดี
ชยุตกล่าวขอโทษที่พูดรุนแรง แพรพิณยื่นหน้าไปจูบแก้มเขาโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว แถมบอกว่าขอบคุณที่รักกัน ชายหนุ่มเขินแก้เก้อด้วยการชวนเธอไปกินบุฟเฟ่ต์ที่เราได้วอชเชอร์มา
พรนางฟ้าหันมาขอโทษหมอไทยที่ทำให้เขาเจอปัญหามากมายกับอันนา เขายิ้มให้ไม่ถือสา...เมื่อพอจะทำใจได้บ้าง พรนางฟ้าก็ฮึดสู้ หยิบมือถือมากดโทร.หาชลลัมภีร์
“พรนางฟ้านะคะ...ฟ้าได้หลักฐานว่าใครในบลูปรินซ์เป็นเกย์มาอย่างชัดเจนแล้วค่ะ พรุ่งนี้เย็นเรานัดเจอกันได้ไหมคะ...ค่ะ เจอกันค่ะ”...
ด้านบัวบุหงาเดินเข้าบ้านด้วยท่าทางห่อเหี่ยว อารมณ์เสียมากขึ้นเมื่อพบว่าไฟบ้านถูกตัดและมีจดหมายทวงหนี้หลายฉบับบนโต๊ะ จึงไลน์ไปถามพรนางฟ้าว่าจะได้เงินปิดคดีเมื่อไหร่ แต่เน็ตหมดส่งไม่ได้ จึงโมโหปาดกองจดหมายหล่น ก็เห็นว่ามีซองจดหมายแปลกๆซองหนึ่งยังไม่ได้เปิดผนึก จึงรีบเปิดดู เป็นภาพถ่ายตนกับพันธิตสนิทสนมกันและมีจดหมายแนบมาด้วย
“ขอบใจที่ทำให้ฉันยังมีความหวัง ฉันมีความสุขมากที่ได้เห็นลูกชายของฉันเป็นผู้ชาย ขอบใจเธอจริงๆ แต่ฉันอยากขอให้ผู้หญิงที่ลูกฉันชอบไม่ใช่เธอได้ไหม หวังว่าเธอคงจะเข้าใจสิ่งที่ฉันเขียนนะ ปล.ส่งเลขบัญชีเข้ามาที่ไลน์ฉันแล้วฉันจะโอนเงินค่าจ้างไปให้...อรนาฏ”
บัวบุหงาขยำจดหมายและปารูปทั้งหมดทิ้ง ทันใดเสียงพันธิตร้องเรียก เขาถือถุงอาหารเดินเข้าบ้านมา บัวบุหงาน้ำตาคลอรำพึง...หนูจะทำอย่างไรดี หนูคิดถึงพ่อ
บัวบุหงาฝืนยิ้มแย้มแจ่มใส ทานอาหารที่พันธิตซื้อมามากมายจนอิ่มแปล้ เขาดีใจที่เห็นเธอเจริญอาหาร แล้วอาสาล้างจานให้แต่น้ำไม่ไหล บัวบุหงารีบบอกว่าลืมไปท่อน้ำหมู่บ้านแตก พันธิตจึงกลับมานั่งข้างเธอเอนหัวซบไหล่เธอปลอบไม่ต้องเครียด พ่อเต่าคงกำลังมีความสุขกับสิ่งที่อยากทำ บัวบุหงาเอ่ยขึ้นว่า วันนี้อยากอยู่คนเดียว ขอให้เขากลับไปก่อน พันธิตงงแต่ก็ยอม เมื่อพันธิตกลับไป เธอก็ร้องไห้โฮด้วยความอัดอั้นตันใจ
ooooooo
อรนาฏยังคงนั่งรอพันธิตกลับมา จนเกิดอาการหน้ามืดเป็นลมพับไป สาวใช้ตกใจ พอดีเควินโทร.เข้ามา สาวใช้รีบรายงาน เขาตกใจมากคิดหาวิธีไปช่วยอรนาฏทันที
วันนี้เป็นวันว่างของบลูปรินซ์ พาทีออกไปประชุม แองจี้ก็ไม่อยู่ เควินจึงแอบออกจากบ้านได้สะดวก มาช่วยปฐมพยาบาลอรนาฏจนฟื้น เธอตำหนิสาวใช้ว่าไปรบกวนคนอื่น เควินจึงบอกว่าน้องเขาพยายามโทร.หาพันธิตแล้วไม่ได้ เผอิญตนโทร.มาจึงรู้เรื่อง อรนาฏรำพันเป็นห่วงพันธิต เควินหลุดปากออกมาว่าไม่ต้องห่วง เขามีแฟนคอยดูแล เธอรีบถามว่าใคร เควินชะงักเมื่อรู้ว่าเธอยังไม่รู้เรื่อง จึงบอกให้เธอไปถามพันธิตเอาเอง
อรนาฏผิดหวัง
เย็นวันนั้นเฌอเบลล์กินข้าวกับเพื่อนๆ และได้รู้จักเพื่อนใหม่ชื่อแอนเป็นพนักงานอยู่ที่ตึกเอ็มไพร์เรคคอร์ด คุยกันไปมาก็พูดถึงพาทีขึ้นมา แอนจึงเล่าว่าวันก่อนมีผู้หญิงปลอมตัวเป็นคนทำความสะอาดเข้ามาหาเจ้านายและเอ่ยชื่อพาที เฌอเบลล์รีบเปิดรูปแองจี้ให้ดู แอนพยักหน้า
ส่วนพรนางฟ้ากลับมาที่คอนโด จัดการปริ๊นต์เอกสารเข้าเล่มเรียบร้อย หยิบบุ๊กแบงก์ที่มีเงินสองล้านของชลลัมภีร์มาวางรวมกัน เขียนหน้าซองว่า เอกสารหลักฐานจับแอ๊บนักร้องวงบลูปรินซ์...แล้วนั่งมองโฟลเดอร์ชื่อจีสแกนในคอมพ์อย่างมุ่งมั่นว่ามันกำลังจะจบแล้ว
ค่ำนั้นเควินโทร.ให้พาทีมารับที่บ้านพันธิต พาทีตำหนิที่ออกมาไม่ขออนุญาต เควินแก้ตัวว่าถ้าบอกก่อนพี่คงไม่อนุญาต ตนตกใจที่อรนาฏเป็นลมเลยรีบออกมา แล้วถึงให้พี่มารับนี่ไง
“พี่เคยบอกแกหลายครั้งแล้วใช่ไหมว่าไม่อยากให้แกไปสนิทกับเขา แล้วนี่แกมาหาเขาถึงบ้านดึกๆดื่นๆ เกิดเขาใช้ประโยชน์จากแกไปสร้างข่าวให้ตัวเองมีงาน แกจะทำยังไง”
เควินไม่เชื่อว่าอรนาฏจะทำอย่างนั้น พาทีหลุดปากไปว่ามากกว่านี้ยังทำ เควินมองหน้า พาทีตัดบทสั่งให้เลิกยุ่งกับเธออีก เควินไม่เถียงแต่น้ำตาไหลออกมา รำพันว่าตนโตมาโดยไม่มีแม่ ขอโอกาสพูดคุยมีความสุขใกล้ๆเธอเป็นการทดแทนสิ่งที่ตนขาดตั้งแต่เด็กเท่านั้น พาทีตกใจดึงน้องชายมากอดและว่า พี่แค่เป็นห่วงความรู้สึกเอาเป็นว่าอยากทำอะไรก็ทำตามใจ เควินยิ้มรับ
ooooooo
เช้าวันใหม่ พรนางฟ้าในชุดสวยเก๋ท่าทางมั่นใจ จองห้องในร้านอาหารไว้ประชุม เธอถือซองเอกสารมาวางบนโต๊ะพร้อมสมุดบัญชีและมือถือ แล้วนั่งรออย่างใจเย็น สักพักชลลัมภีร์เดินเข้ามานั่งแล้วชมว่าเป็นทางการมากเลย หญิงสาวรับว่าใช่ เพราะเป็นการส่งหลักฐานชิ้นสำคัญ
ชลลัมภีร์มองสมุดบัญชีที่วางอยู่ ยิ้มเยาะว่าวันนี้เป็นวันที่เธอจะได้ใช้เงินสองล้านในบัญชีโดยไม่ต้องห่วงว่าตนจะใช้เส้นสายทำอะไรเธอกับเพื่อน พรนางฟ้ายอมรับว่าการรับเงินสองล้านของเขามาก่อน มันเหมือนกับกอดระเบิดเวลาไว้ตลอดเวลา
“แต่มันก็เป็นแรงผลักที่ดีในการทำงานไม่ใช่หรือ ไม่งั้นคุณอาจจะทำงานไม่สำเร็จก็ได้”
“จริงค่ะ เพราะทุกครั้งที่ฉันเริ่มลังเล แค่หยิบสมุดบัญชีนี้ขึ้นมาดู ฉันก็มีกำลังใจทำงานต่อทุกครั้ง”
ชลลัมภีร์ตัดบทก่อนเข้าเรื่องตนขอให้ลูกน้องเข้ามา ดูหลักฐานนี้ด้วย ว่าแล้วก็ตะโกนว่าเข้ามาได้ พรนางฟ้านิ่วหน้าแต่พอเห็นว่าเป็นนาเดียร์กับพวกอีกสองสาวก็เข้าใจทุกอย่างในทันที ว่าทำไมเพจทำลายบลูปรินซ์ของเธอถึงเงียบหายไป ในขณะที่ข่าวไลออนจูบสาวใน
งานเลี้ยงยังดังอยู่ ชลลัมภีร์รับว่าใช่ตนเป็นคนสั่ง และก่อนจะ จบงานตนเลยอยากให้เห็นหน้าค่าตากันไว้ ว่าพวกเธอคือคนที่ทำงานให้ตน เผื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้ พรนางฟ้ายิ้มหยัน
“ไหนๆคุณชลลัมภีร์ก็พาคนมาเพิ่มแล้ว งั้นฟ้าขออนุญาตพาคนมาเพิ่มบ้างนะคะ”
ชลลัมภีร์ขมวดคิ้ว หญิงสาวตะโกนเชิญ ภาคภูมิเปิดประตูเข้ามา ชลลัมภีร์ลุกพรวดตกใจ ภาคภูมิทักทายแล้วบอกความต้องการว่าอยากรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดของมิลเลนเนียมบอย พรนางฟ้าเสริมว่า ถ้าเขาไม่ให้ความกระจ่างและบอกว่าเจเจอยู่ไหนก็จะไม่ได้หลักฐานบลูปรินซ์
ภาคภูมิยิงคำถาม “ช่วงสามวันก่อนที่พี่จะออกมาแถลงข่าวปิดฉากมิลเลนเนียมบอย จริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับพี่ชล”
“ภูมิ นี่มันไม่ใช่เวลาที่จะมาถามเรื่องนี้เลยนะ เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว ปล่อยมันผ่านไปไม่ได้รึไง”
“ไม่ได้ครับ ผมติดต่อเพื่อนผมไม่ได้มา 8 ปีนะพี่ ผมมีสิทธิ์จะรู้ว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น”
ชลลัมภีร์ขอตอบตอนอื่น แต่ภาคภูมิไม่ยอมเพราะทนไม่ได้อีกแล้วที่พวกเราทำเหมือนไม่รู้จักกันมาก่อน ตนต้องใช้ชีวิตโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจเจเป็นตายร้ายดีอย่างไร ตอนนั้นตนยังเด็กจึงไม่กล้าถาม แต่ตอนนี้ตนขอถาม ชลลัมภีร์เครียด นาเดียร์กับพวกนั่งงงว่ามันเรื่องอะไร
ภาคภูมิเห็นชลลัมภีร์นั่งนิ่งก็โวยว่าไม่สงสารพวกตน บ้างหรือ เขาจึงตะโกนสวนกลับมาว่า เจเจตายไปแล้ว พอใจหรือยัง ภาคภูมิกับพรนางฟ้าช็อก!
ระหว่างนั้น พาทีประชุมเสร็จกำลังจะกลับ พันธิตเข้ามาขอบคุณที่เขายอมแบ่งเวลาให้บลูปรินซ์มาถ่ายเพิ่ม เขาช่างเป็นอาร์ติสต์ตัวจริงอย่างที่ใครๆบอก พาทียิ้มๆ อยากถามว่าพันธิตรู้เรื่องอรนาฏป่วยบ้างไหมแต่ไม่กล้าถามจึงเลี่ยงว่า เขามีเวลากลับบ้านบ้างหรือเปล่า คนที่บ้านคงเป็นห่วง พันธิตบอกว่าช่วงนี้งานยุ่งนอนบ้านเพื่อนสะดวกกว่า พาทีเปลี่ยนมาคุยเรื่องตามหาพ่อเต่าว่ามีเพื่อนเป็นตำรวจให้ช่วยสืบ พันธิตยิ้มชม
“บัวโชคดีมากเลยนะครับ ที่มีเพื่อนดีๆอย่างคุณพรนางฟ้าแล้วก็คุณพาทีด้วย” พาทีฉงน “ใช่ครับบัวบุหงาเขาเล่าให้ฟังว่าเขา แพรพิณ พรนางฟ้าเป็นเพื่อนรักกันตั้งแต่สมัยมัธยม มีอะไรเหรอครับ” พาทีรีบปัดไม่มีอะไร พันธิตขอตัวกลับ พาทียืนครุ่นคิดถึงชื่อพรนางฟ้ากับแองจี้
ด้านพรนางฟ้ายืนกอดซองเอกสารอยู่นอกห้องประชุมกับนาเดียร์และพวก...ชลลัมภีร์คุยกับภาคภูมิลำพังในห้อง นาเดียร์อยากรู้ว่านี่มันเรื่องอะไรกัน พรนางฟ้าเหน็บไม่รู้สักเรื่องก็ได้ แต่ตัวเองก็อยากรู้ว่าทั้งสองคุยอะไร ทำไมตนฟังด้วยไม่ได้ นาเดียร์ถามโพล่งขึ้นว่าเธอเป็นคนที่จูบกับไลออนใช่ไหม พรนางฟ้าสะดุ้งปฏิเสธเสียงแข็ง และว่าอย่ามาหาเรื่องกัน
ในห้อง ภาคภูมิฟังเรื่องที่ชลลัมภีร์เล่าแล้วร้องไห้ “ผมขอถามให้แน่ใจเป็นครั้งสุดท้ายนะครับ เรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับเจเจแล้วก็พี่ที ที่พี่ชลเล่าให้ผมฟังเมื่อกี้ เป็นเรื่องจริงใช่ไหมครับ”
“จริงที่สุด” ชลลัมภีร์ทำทีร้องไห้
“ที่ผ่านมาพี่ต้องทนเจ็บมาขนาดไหนเนี่ย ผมเข้าใจแล้วครับ ว่าทำไมพี่ถึงอยากทำลายบลูปรินซ์ อยากทำลายพี่ที เอาเป็นว่าตอนนี้ผมเข้าใจพี่ก็แล้วกันครับ”
ชลลัมภีร์กล่าวขอบใจ ภาคภูมิเน้นว่าตนไม่เห็นด้วย กับทุกอย่างที่เขาทำอยู่ตอนนี้ ไม่เลยสักนิด แล้วตนก็จะไม่ยุ่งกับเรื่องนี้อีก ส่วนเรื่องเจเจ ตนจะลองทำเท่าที่ตนทำได้ แต่ตนก็อยากให้เขาลองเปิดใจคุยกับพาทีตรงๆ
ดูสักครั้ง...ว่าแล้วก็บอกว่าจะออกไปตามพรนางฟ้าเข้ามา ภาคภูมิหยิบมือถือพรนางฟ้าที่วางคว่ำหน้าอยู่ออกไปด้วยทำนองเป็นของตัวเอง
ภาคภูมิเดินออกมาหาพรนางฟ้า นาเดียร์ขยับเข้าฟังด้วย เขาหันมาบอกว่าขอคุยลำพัง เธอจึงเดินไปด้วยสีหน้าไม่พอใจ...ภาคภูมิส่งมือถือให้บอกถ้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจเจ ก็เปิดคลิปเสียงที่เธออัดไว้ได้เลย
พรนางฟ้าหน้าเหวอที่เขารู้ เขายิ้มรับว่าถ้าเป็นเขาเขาก็จะอัด
“เอาเป็นว่า ผมได้รู้คำตอบที่ผมอยากจะรู้แล้ว ขอบคุณคุณมากนะครับ ถ้าผมไม่ได้คุณช่วยผมก็คงไม่มีโอกาสได้เจอหรือได้คุยกับพี่ชลลัมภีร์ส่วนตัวตรงๆแบบวันนี้ ผมขอบอกอะไรไว้อย่างนึงนะครับ...คลิปเสียงที่อยู่ในมือถือนี้คุณจะเปิดฟังหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ แต่ผมขอแนะนำว่าถ้าคุณไม่อยากให้ความรู้สึกอะไรก็ตามที่คุณมีให้กับพี่พาทีเปลี่ยนไป ลบคลิปเสียงนั้นไปซะ คุณไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ก็ได้”
พรนางฟ้ารีบถามว่าในนี้มีความจริงอะไรของพาที ภาคภูมิไม่ตอบบอกชลลัมภีร์รอเธออยู่ ตนขอตัวก่อน...
พรนางฟ้ายืนอึ้งสักพักก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง ชลลัมภีร์ว่าเธอร้ายมากที่พาภาคภูมิมาเจอตน หญิงสาวสวน หวังว่าเขาจะทำหน้าที่พี่ที่ดีด้วยการพูดความจริงกับภาคภูมิ
“แน่นอนครับ เอาล่ะครับ ในเมื่อผมยอมคุยกับภูมิตามที่คุณขอแล้ว ผมจะขอซองเอกสารนั่นได้หรือยัง”
พรนางฟ้ายื่นซองเอกสารให้ ชลลัมภีร์บอกให้ใช้เงินสองล้านให้มีความสุข เธอย้ำอย่าติดต่อกลับมาอีกว่าแล้วจะเดินออกไป ชลลัมภีร์เปิดซองมีเพียงเช็ค
สองล้านแผ่นเดียวก็โมโหโวยว่านี่มันอะไร พรนางฟ้าหันกลับมาบอกว่า ในวงบลูปรินซ์ไม่มีเกย์ ชลลัมภีร์ตะโกน ลั่น ต้องการจะลองดีใช่ไหม หญิงสาวพูดโดยไม่หันมามอง
“แล้วฉันชนะรึเปล่าคะ สวัสดีค่ะ แล้วไม่ต้องเจอกันอีกนะคะคุณชลลัมภีร์”
นาเดียร์ยุให้ชลลัมภีร์ทำอะไรสักอย่าง เขาจึงสั่งให้เธอเตรียมข้อมูลข่าวฉาวทั้งหมดของบลูปรินซ์ไว้ ตนจะดึงพวกนั้นลงเหวพร้อมจีสแกน นาเดียร์ยิ้มสะใจ
พรนางฟ้าเข้ามานั่งในรถ ถอนหายใจโล่งอกดีใจที่ตัวเองทำสิ่งที่ถูก ไม่ต้องห่วงกังวลอะไรอีก ไม่ต้องรู้สึกผิด เธอมองคลิปในมือถืออย่างลังเล นึกถึงคำเตือนของภาคภูมิ ตัดสินใจจะลบคลิปแต่แล้วเปลี่ยนใจเก็บไว้เผื่อเป็นข้อต่อลองกับชลลัมภีร์ถ้าเขามีอะไรตุกติก เธอตั้งชื่อไฟล์คลิปว่า “ชลลัมภีร์”
พอดีไลออนโทร.เข้ามาเร่งให้กลับบ้าน พรนางฟ้าขอกลับไปเอาของที่คอนโดก่อนแล้ววางสายไป ไลออนน้อยใจที่เธอตัดสายไปดื้อๆ พาทีเดินเข้ามาถามไลออนว่า แองจี้เคยเล่าเรื่องชีวิตหรืออดีตอะไรให้ฟังบ้างไหม และเขารู้บ้างไหมว่าชื่อจริงของแองจี้ชื่ออะไร ไลออนส่ายหน้าไม่รู้อะไรเลยนอกจากว่าเธอเคยทำงานนิตยสารเกาหลีมาก่อน แล้วย้อนถามว่าจะทำไม
“ชื่อจริงที่แองจี้ใช้สมัครงานกับเราคือ พรรัมภา สกุลศรี ชื่อเล่นแองจี้ อายุ 25 ปี เป็นลูกพี่ลูกน้องกับชลลัมภีร์ เจ้าพ่อสื่อออนไลน์ รู้ใช่ไหม” เห็นไลออนทำหน้าไม่รู้ พาทีจึงปัดไม่มีอะไร ตนคงคิดมากไปเอง แล้วไล่ให้ไลออนไปเตรียมตัวเข้าคลาสแอ็กติ้ง
ooooooo
หลังจากคุยกับชลลัมภีร์แล้ว ภาคภูมิกลับมาออฟฟิศ โทร.สั่งคนของตนให้สืบหาที่อยู่เจเจ ทั้งให้หาตามโรงพยาบาลหรือแม้กระทั่งที่วัด...เขาภาวนาขออย่าให้พรนางฟ้าฟังคลิปนั้นเลย
ด้านพรนางฟ้ากลับมาที่คอนโด อาบน้ำสบายใจแล้วมานั่งดูคอมพ์ คลิกโฟลเดอร์จีสแกนตัดสินใจลบทิ้ง ส่วนซองเอกสารหลักฐานจับแอ๊บก็คิดจะทำลายทิ้ง จะเผาก็กลัวสัญญาณไฟในห้องดัง จึงเอาไปซ้อนใต้กองหนังสือไว้ก่อน เธอรู้สึกสบายใจที่ทำสิ่งที่ถูกต้อง พลันเห็นสร้อยสิงโตกับแหวนของไลออนที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง ก็หยิบขึ้นมากำไว้คิดทำบางอย่าง
“ถึงเวลาที่แกจะต้องทำตามหัวใจแกแล้ว ขอโทษนะไลออน...”
พอมาถึงบ้านบลูปรินซ์ พาทีเปิดประตูออกมา ต่างชะงักมองกัน พรนางฟ้าคิด “ทำตามหัวใจตัวเอง แกรักเขาไม่ใช่เหรอ บอกเขาไปเลย ไม่มีจีสแกนอีกต่อไป แกไม่ต้องหลอกใครอีกแล้ว สารภาพเขาไปเลย”
พาทีทำหน้าสงสัยว่าเธอจ้องหน้าทำไม แล้วทั้งสอง ก็พูดพร้อมกัน พรนางฟ้าจึงให้เขาพูดก่อน พาทีเอ่ยมีเรื่องอยากจะถามตรงๆ แต่แล้วเขาก็กลัวคำตอบจึงเปลี่ยนเรื่อง “เปล่า ไม่มีอะไรแล้ว ไปทำงานเหอะ ทำงานของเธอให้ดี แล้วเธอล่ะมีอะไรจะพูดกับพี่”
เสียงหัวใจพรนางฟ้าเร่งให้พูด เธอรวบรวมความกล้าจะบอกว่ารักเขา แต่ไลออนวิ่งออกมาขัดจังหวะเสียก่อน เขาตรงเข้ามาจะกอด เธอเบี่ยงตัวหลบ พาทีแปลกใจก่อนจะขอตัวเลี่ยงไป พรนางฟ้ามองตามอย่างเสียดายโอกาส ไลออนกางแขนบอกไม่มีใครแล้วขอกอดหน่อย
“แองจี้มีเรื่องจะคุยด้วย ไปคุยที่อื่นดีกว่า” พรนางฟ้าตัดบทแล้วเดินนำไป
ไลออนเดินตามอย่างงงๆ พอมาที่ลับตาคน พรนางฟ้าก็หยิบสร้อยกับแหวนออกมาคืนใส่มือเขา ไลออนหน้าเสียถามหมายความว่าอย่างไร เธอรีบบอกว่าเราเลิกกัน ไลออนไม่ได้ทำผิด คนที่ผิดคือตน ตนขอกลับมาเป็นเพื่อนเหมือนก่อน ไลออนงงหนักกว่าเดิมพยายามถาม
“ไลออนเลิกถามเซ้าซี้เราได้ป่ะ เอาเป็นว่าเราไม่ได้รักไลออนเลยตั้งแต่แรก จบไหม” พรนางฟ้าพูดด้วยความรู้สึกผิดมาก พอเห็นไลออนน้ำตาคลอก็รีบขอโทษแต่เขายกมือห้าม
“ไม่ต้องพูดแล้ว...เราขออะไรแองจี้หน่อย อย่าเพิ่งบอกใครเรื่องนี้ได้รึเปล่า ทำเหมือนเรายังคบกันไปก่อน เราไม่อยากให้คนอื่นอึดอัดไปด้วยน่ะ เดี๋ยวจะเสียงานเปล่าๆ ไว้งานหนังจบเราจะบอกทุกคนเอง” ไลออน พยายามกลั้นน้ำตาทำเสียงให้ปกติ
พอทุกคนเห็นพรนางฟ้าเดินเข้ามากับไลออนก็แซวกัน ไลออนเกือบหลุดปากแซวกลับเควินกับจุงเบ
พรนางฟ้าต้องเสียงเข้มให้ทุกคนกลับไปเข้าคลาส แล้วกระซิบเตือนไลออน เขานึกได้สัญญาจะไม่พูดเรื่องสองคนนี้อีก
ด้านบัวบุหงาเครียดจัดกับการถูกตัดน้ำไฟในบ้าน และยังมีเรื่องที่อรนาฏให้เลิกคบกับพันธิต เธอครุ่นคิดตัดสินใจพิมพ์เบอร์บัญชีจะส่งไปให้อรนาฏ แต่ก็ลังเลเพราะรักพันธิตจึงค้างไว้ไม่กดส่ง นั่งคิดถึงพ่อเต่าน้ำตานองหน้า...
ดูจะมีเพียงแพรพิณที่ตอนนี้สมหวังกับความรัก
เช้าวันต่อมา พาทีเห็นสี่หนุ่มบลูปรินซ์กินอาหารมาก ก็เตือนให้เบาๆ พรนางฟ้าขอให้เขายอมๆบ้าง มื้อเช้าไม่ค่อยเท่าไหร่ จุงเบกับคฑาชื่นชมเธอกันใหญ่ แต่พาทีกลับเหม่อใจลอยจนพรนางฟ้าต้องเรียกเสียงดัง เขาสะดุ้งหลุดปากว่า...อะไรพรนางฟ้า ทุกคนหัวเราะครืน
ยกเว้นพรนางฟ้าที่หน้าเสีย เควินแซวที่เรียกว่านางฟ้าหมายถึงเฌอเบลล์หรือเปล่า พาทีกลบเกลื่อนเอ็ดอย่าลามปาม พรนางฟ้ามองพาทีอย่างจับพิรุธ
พอมีโอกาสพรนางฟ้าก็รีบโทร.หาแพรพิณ บอกเรื่องพาทีอุทานชื่อตนออกมา ไม่รู้ว่าเขาไปรู้อะไรมา
แพรพิณแนะให้ทำตัวปกติ ใช้ชีวิตเป็นแองจี้ต่อไป เดี๋ยวไปเจอกันที่กองถ่ายทะเลลาเวนเดอร์ ตนจะไปเป็นเพื่อนชยุต พรนางฟ้ารับคำวางสายแล้วรวบรวมสติ
ที่กองถ่าย พันธิตยืนรอบัวบุหงา พอเห็นเธอเดินมา อย่างเนือยๆก็โผเข้ากอดถามอย่างห่วงใย เป็นอะไรทำไมไม่ขี่รถมา เธอกระชับกอดเขาทำนองอยากได้กำลังใจ ก่อนจะพูดยิ้มๆว่ารถน้ำมันหมด พันธิตบอกถึงข่าวคราวของพ่อเต่าว่า ตำรวจแจ้งว่าเห็นคนหน้าเหมือนแถวท่าพระอาทิตย์ สีหน้าหญิงสาวดีใจขึ้นในทันที พันธิตจับมือเธอเดินเข้ากองถ่ายอย่างมีความสุข
ooooooo
.
------------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep12/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 12
หน้ากองถ่ายทะเลลาเวนเดอร์ พาที พรนางฟ้าเดินมาพร้อมสี่หนุ่มบลูปรินซ์ ชยุตมากับแพรพิณเห็นทักทาย “อ้าว คุณพรนางฟ้า มาด้วยเหรอครับ”
พรนางฟ้ากับแพรพิณหน้าเสีย คนอื่นๆงงกับชื่อนี้ พาทีจ้องรอฟังคำแก้ตัว พรนางฟ้าหัวเราะเบาๆ “โอ๊ยคุณชยุตคะ นั่นมันชื่อสมัยอนุบาลของแองจี้นะคะ อย่าเอามาเรียกเลย เขิน”
ไลออนกับจุงเบแซวที่เธอมีชื่อนอกวงการด้วย แพรพิณช่วยแก้สถานการณ์ บอกพาทีว่า พี่นุชถามหาส่วนบลูปรินซ์ให้รีบไปแต่งหน้าทำผม พาทีจำต้องเดินแยกไป...
ชยุตข้องใจถามยังทำงานจีสแกนอยู่หรือ พรนางฟ้ารีบบอกว่าเลิกแล้วและพูดอย่างจริงใจว่าตอนนี้ตนเป็นแองจี้ผู้จัดการวงบลูปรินซ์เพียงอย่างเดียว ตนขอให้เขาช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับและฝากบอกหมอไทยด้วย ถึงเวลาตนจะเป็นคนบอกทุกคนเอง แพรพิณช่วยขอร้อง ชยุตรับปาก
ในห้องแต่งตัว แม็กซี่จับมือวทันยูไม่ให้ไปไหน สี่หนุ่มบลูปรินซ์ขำแต่ก็เชียร์ให้ทั้งสองคู่กัน บัวบุหงาเห็น
พรนางฟ้าอยู่กับแพรพิณก็ดีใจปรี่เข้ามาขอคุยกับพรนางฟ้าสองคน แพรพิณไม่ค่อยพอใจที่เพื่อนมีความลับ บัวบุหงาถามว่าส่งคลิปให้ชลลัมภีร์หรือยัง พรนางฟ้าอึกอักไม่รู้จะบอกอย่างไร เผอิญพาทีเดินเข้ามา ขอตัวแองจี้สักครู่ พรนางฟ้าโล่งอกรีบเดินตามพาทีออกไป บัวบุหงายืนหงุดหงิดงุ่นง่าน
พาทีดึงพรนางฟ้ามามุมหนึ่งที่ไม่มีใครเห็น จับไหล่เธอดันติดกำแพงไม่ให้หนีไปไหนแล้วบอกว่าตนทนไม่ไหวแล้ว บอกตนมาตรงๆได้ไหมว่าเธอเป็นใครกันแน่ หญิงสาวตกใจไม่กล้าพูดความจริง ตัดสินใจพูดไปว่าตนคือแองจี้ สีหน้าพาทีผิดหวัง
“ฉันไม่อยากให้เธอ...โกหกฉันอีก”
“พี่พาทีพูดเรื่องอะไร...”
“ฉันให้โอกาสเธอแล้วนะ ถ้าเธอยังไม่บอกฉัน ฉันก็จะไม่ถามอะไรเธออีก ไปทำงานของเธอเถอะ” พาทีปล่อยตัวพรนางฟ้า มองเธออย่างเจ็บปวดที่เธอไม่ยอมพูดความจริง
ระหว่างการถ่ายทำ พรนางฟ้าแอบมองพาทีตลอด ส่วนบัวบุหงาถ่ายภาพเก็บเบื้องหลังไปเรื่อยจนรู้สึกวิงเวียนและแล้วก็เป็นลมล้มพับ เกิดความวุ่นวายต้องหยุดการถ่ายทำ พันธิตตกใจเข้าอุ้มพาเธอไปปฐมพยาบาล ...พอเธอฟื้น พันธิตต่อว่าทำไมถึงเก็บปัญหาไว้คนเดียว เธอยังมีตนที่ห่วงใย บัวบุหงาโผกอดร้องไห้สะอึกสะอื้น เขาปลอบและพูดให้เธอหัวเราะ
อรนาฏโผล่มาเห็นมองอย่างไม่พอใจ บัวบุหงาหน้าเจื่อนทำตัวไม่ถูก พันธิตถามมาทำไมตนกำลังทำงาน เธอต่อว่า “ก็แกเล่นไม่กลับบ้านเลย ฉันคิดถึงก็มาเยี่ยมไม่ได้เหรอไง...ไม่คิดจะแนะนำผู้หญิงข้างๆให้ฉันรู้จักหน่อยเหรอ”
“เอ่อ...คือหนูชื่อบัวบุหงาเป็นช่างภาพ”
“บัวเป็นแฟนผมเองครับ เธอคนนี้แหละครับ
คนที่ผมเลือกเอง ไม่ต้องให้คุณเลือกหรือจ้างมาให้ผม เห็นผมมีแฟนเป็นผู้หญิงแบบนี้แล้วสบายใจหรือยังครับ” พันธิตประชด
อรนาฏนั่งลงมองหน้าบัวบุหงายิ้มๆ บอกลูกชายว่าตนดีใจ เขาไม่อยากเชื่อ อรนาฏติงอย่าพูดแบบนี้ต่อหน้าสาว แต่เขาก็ยืนยันว่าไม่เชื่อว่าเธอไม่ได้ทำการแสดงอยู่ บัวบุหงาตัดบทขอตัวกลับไปทำงานต่อ
อรนาฏรั้งไว้บอกให้นอนพักแล้วหันมาคุยกับพันธิต
“แม่ขอโทษที่ก่อนหน้านี้แม่ทำตัวไม่ดี ขอโทษที่แม่เคยบังคับแก เคยจ้างผู้หญิงมาหลอกแก แต่ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าสิ่งที่แม่ทำ มันทำให้แกรู้สึกยังไง และแม่ก็เข้าใจถ้าลูกจะไม่เชื่อใจแม่ แต่แม่อยากบอกลูกว่าแม่ขอโทษ ลืมเรื่องเก่าๆที่แม่เคยทำไว้ได้ไหม” พันธิตเริ่มเชื่อ อรนาฏหันมาลูบหัวบัวบุหงา “แม่ดีใจที่พันธิตแนะนำหนูบัวให้แม่รู้จักนะ ดูสิเครียดเชียวเป็นอะไรล่ะลูก”
บัวบุหงารีบบอกว่าตนไม่เป็นอะไรแล้วขอตัวไปทำงาน แต่อรนาฏแทรกบอกให้พันธิตกลับไปทำงานตนจะดูแลผู้หญิงของเขาเอง ขอโอกาสตนแก้ตัวบ้าง พันธิตจึงบอกบัวบุหงาว่าเดี๋ยวจะรีบกลับมา บัวบุหงามองตามเขาด้วยใจหวาดหวั่น
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง อรนาฏก็เล่นงานบัวบุหงาทันที ทำไมไม่ทำตามจดหมายที่ตนส่งไปให้ แล้วบอกให้ส่งเลขบัญชีมาเดี๋ยวนี้ ตนจะโอนเงินให้ รับเงินแล้วให้ไสหัวไป บัวบุหงาจะปฏิเสธแต่อรนาฏตัดบท “เข้าประเด็นเลยนะ เธอทำงานสำเร็จ หมดเวลาของเธอแล้ว ฉันจ้างเธอมาสืบเรื่องพันธิต จ้างให้เธอมาหลอกให้ลูกชายฉันรัก ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว รับเงินแล้วก็ไสหัวไปได้แล้ว” อรนาฏหยิบสมุดเช็คออกมา
พันธิตแอบฟังอยู่หน้าห้องตกใจและผิดหวังมาก บัวบุหงามองอย่างโกรธๆ อรนาฏเซ็นเช็คเจ็ดแสนบาท เพิ่มจากค่าจ้างเดิมห้าแสนให้แล้ววางลงตรงหน้า บัวบุหงาอยากจะร้องกรี๊ด อรนาฏรู้นิสัยลูกชายดีว่าต้องแอบฟังทำทีเดินไปเปิดประตูแล้วตกใจที่เจอเขา พันธิตโวย
“ผมได้ยินหมดแล้ว คุณหยุดเล่นละครใส่ผมสักที ชีวิตนี้คุณเคยจริงใจกับผมสักครั้งนึงไหม” บัวบุหงา
ลุกขึ้นจะเดินมาหา พันธิตชี้ “หยุดอยู่ตรงนั้นอย่าเข้ามาใกล้ผม”
อรนาฏทำทีตกใจจะปลอบบัวบุหงา พันธิตตวาดให้หยุดเล่นละครเสียที อรนาฏถามลูกเป็นอะไร เขาเสียงสั่นเครือ “เป็นลูกคุณไงครับ คุณอรนาฏ ผมถามหน่อย คนเป็นพ่อเป็นแม่นี่เขาต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกกลายเป็นคนแบบที่ตัวเองต้องการเหรอครับ ถ้าใช่ ผมจะได้เตือนตัวเองไว้ว่าอย่ามีลูก ผมสงสารเด็ก” อรนาฏปรี่เข้าจับมือปฏิเสธ เขาสะบัดมือออก “ผมพอแล้วครับ ผมจะไม่ให้โอกาสคุณอีกแล้ว” พูดจบพันธิตหันหลังจะเดินไป อรนาฏโผกอดด้านหลัง
“แม่ขอโทษลูก แม่ขอโทษ แม่แค่อยากให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุดแค่นั้นเองนะลูก แม่จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วนะลูกนะ”
พันธิตหันกลับมาจับไหล่แม่ ยื่นหน้าไปพูดชัดถ้อยชัดคำ “เลิกเล่นละครสักที”
พอจะเดินไปก็หันกลับมาทางบัวบุหงา บอกเธอว่าถ้าลุกไหวเมื่อไหร่ก็หยิบเช็คแล้วออกไป ตนไม่อยากเห็นหน้าเธออีก หญิงสาวร้องไห้บอกตนไม่ต้องการเงิน ตนรักเขา พันธิตไม่ฟังเดินออกไป บัวบุหงาทรุดลงร้องไห้ที่ไม่มีโอกาสอธิบาย ทุกอย่างต้องจบลงด้วยการเข้าใจผิด
อรนาฏตามพันธิตออกมาอธิบาย “ฟังแม่ก่อนนะ แกอย่าโกรธแม่เลยนะ ผู้หญิงคนนั้นน่ะเขาไม่ได้รัก ไม่ได้สนใจแกตั้งแต่แรกอยู่แล้ว อย่าไปแคร์อะไรเขาเลย ตอนนี้ฉันแค่อยากให้แกลองคิดดูในมุมของฉันบ้างว่าฉันห่วงแกแค่ไหน”
คนในกองถ่ายหยุดทุกอย่างหันมาสนใจสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น พอดีเฌอเบลล์มาหาพาทีจึงยืนฟังอยู่ด้วย บัวบุหงาเดินตามมายืนข้างพันธิต
“คุณฟังฉันก่อน ฉันรักคุณจริงๆนะ”
อรนาฏแหวใส่ “รักเหรอ! พันธิต ผู้หญิงคนนี้
ทำงานให้บริษัทโง่ๆที่ชื่อว่าจีสแกน พวกนี้มันเป็นพวกผู้หญิงมีปม มันจับกลุ่มกันทำงานหาเงินด้วยการไปสืบหาว่าผู้ชายคนไหนเป็นตุ๊ดเป็นเกย์ ฉันรู้ว่ามันมีกันสามคน มีนังบัวคนนี้แน่ๆล่ะคนนึง ฟังฉันนะ มันไม่มีทางรักแกจริงๆหรอก แกอย่าโกรธกับฉันเพราะพวกผู้หญิงแบบนี้เลยนะ”
เฌอเบลล์ฟังข้อมูลแล้วยิ้มย่อง พรนางฟ้ายืนอยู่ข้างพาทีส่วนแพรพิณยืนข้างชยุต ทั้งสองสาวช็อกมากถอยหลบอรนาฏ พันธิตโต้แม่ของตัวเองว่า “ผมว่าคุณก็มีปมเหมือนกับผู้หญิงพวกนั้นเหมือนกันแหละครับ ถึงได้จ้างเขามาสืบผม”
บัวบุหงาโพล่งขึ้น “จริง ฉันทำงานกับจีสแกนแต่ว่าเราทุกคนมีเหตุผลนะ เดี๋ยวพวกเราจะเล่าให้คุณฟังเอง คุณใจเย็นๆแล้วฟังก่อนนะ” บัวบุหงามองหาเพื่อนทั้งสองอยากให้มาช่วยพูด แต่ไม่เห็นทั้งสองก็เริ่มใจเสีย แพรพิณขยับจะออกไปหาชยุตดึงมือไว้และส่ายหน้า ส่วนพรนางฟ้าถูกพาทีมองจึงไม่กล้าขยับตัว บัวบุหงาเสียงอ่อยให้พันธิตช่วยฟังแต่เขากลับตวาดไล่
“บอกให้ออกไป! ทุกคนทำงานต่อครับ”
บัวบุหงาตกใจร้องไห้ หมดหวังเสียใจที่ไม่มีเพื่อนมาช่วย หันไปคว้ากระเป๋าและกล้องวิ่งออกไป
วทันยูจะเข้าไปหาพันธิตแต่แม็กซี่ห้ามไว้แล้วร้องถามบลูปรินซ์ว่าพร้อมถ่ายหรือยัง สี่หนุ่มยังงงๆกับเหตุการณ์แต่ก็ตอบรับว่าพร้อม...พรนางฟ้าจะตามบัวบุหงาแต่
พาทีรั้งไว้ แพรพิณเข้ามาขอร้องให้ปล่อยเพื่อนตนไป พาทีถามพวกเธอคือจีสแกนหรือ แพรพิณส่ายหน้า
เฌอเบลล์เข้ามาสะกิดพาทีให้ตามตนออกไป เขาเดินไปอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ เฌอเบลล์พยายาม
ยุให้พาทีไล่แองจี้ออก เพราะเขาคงเดาได้ว่าจีสแกนมีใครบ้าง ถ้าไม่ แสดงว่าเขาชอบเธอ พาทียังสับสนตัดบทขอตัวกลับไปทำงาน เฌอเบลล์โกรธมองตามหลังเขาไปอย่างหงุดหงิด
ooooooo
เสร็จการถ่ายทำ พันธิตเครียดบอกวทันยูให้ไปอยู่เป็นเพื่อนคืนนี้...ส่วนแพรพิณนั่งรถกลับมากับหมอไทยและชยุต ก่อนที่จะโดนรุมถาม แต่แพรพิณก็ร้องไห้เสียใจที่เชื่อชยุตไม่ออกไปช่วยเพื่อน เธอรู้ว่าเขาหวังดี แต่บัวบุหงาคงกลัวและเสียใจมากในตอนนั้น
พาทีกำลังพาบลูปรินซ์กลับ ทีมงานเอากระเป๋าแองจี้มาส่งให้ พาทีรับไว้และแปลกใจว่าเธอหายไปไหน ...ในขณะที่พรนางฟ้าตามมาที่บ้านบัวบุหงา แต่เข้าบ้านไม่ได้ สักพักแพรพิณตามมาสมทบ พรนางฟ้าโผกอดร่ำไห้บอกบัวบุหงาไม่ยอมคุยด้วย ไม่ยอมให้เข้าบ้านแล้วรำพัน
“ฉันไม่น่าลากพวกแกเข้ามายุ่งกับปัญหาของฉันเลย แพร...ฉันมันเป็นคนเห็นแก่ตัว ฉันเห็นแก่ตัวมาก ไอ้บริษัทจีสแกนนี่เป็นหลักฐานแสดงความเห็นแก่ตัวของฉันได้อย่างดีเลย ฉันเริ่มทำงานสายลับบ้าๆเพราะมีตุ๊ดคนหนึ่งแย่งแฟนฉันไปแค่นั้น”
แพรพิณลูบหลังลูบไหล่ปลอบ แล้วตะโกนขอให้บัวบุหงาเปิดประตูบ้านให้เข้าไปคุยกัน แต่เธอกลับตะโกนไล่ พรนางฟ้าสะอื้นขอโทษ “ฉันผิดไปแล้วบัว ฉันขอโทษที่ฉันเห็นแก่ตัว ฉันมันบ้า ฉันมันโง่ แกด่าฉันเลยบัว ด่าฉันแต่อย่าไล่พวกฉันเลยนะฉันขอร้อง”
“วันนี้...ตอนที่ฉันต้องการพวกแกมากที่สุด อยากให้พวกแกอยู่ข้างฉันที่สุด พวกแกกลับไม่ทำอะไรเลย แกปล่อยให้ฉันยืนเป็นบ้าอยู่ตรงนั้น ยืนฟังคนที่ฉันรักด่าฉัน ยืนเป็นเป้าให้ทุกคนมองว่าฉันแม่งเป็นคนมีปัญหา มีปมชีวิต ทั้งหมดมันก็เพราะฉันเป็นสมาชิกของแกไงฟ้า จีสแกนบริษัทจับแอ๊บ...สุดยอด แกดูผลของมันสิฟ้า
มันทำให้พวกแกทิ้งฉัน แกกลัวคนที่แกรักจะรู้ว่าแกเป็นจีสแกน แกปล่อยฉันไว้ตรงนั้น เพื่อนกันเขาทำแบบนี้เหรอวะ!”
พรนางฟ้าทรุดลงร้องไห้หนักขึ้น บัวบุหงาตะเบ็งเสียงไล่ให้กลับไป แพรพิณสะอื้นบอกบัวบุหงาว่าตนซื้ออาหารมาฝากแขวนไว้ให้ที่ประตู บัวบุหงาไล่ซ้ำอีกครั้ง สองสาวแทบช็อกไม่เคยเห็นเพื่อนเป็นแบบนี้ ต่างเสียใจน่าจะยืนเคียงข้างกันตอนนั้น พรนางฟ้าหันมาปลอบแพร
พิณอย่าร้องไห้ ตนผิดเอง เพราะตนอยากเอาชนะพี่ต้อมอยากชนะคนทั้งโลก แพรพิณดีใจที่เพื่อนคิดได้ แต่จะขอโทษกี่ล้านครั้งก็ช่วยอะไรพวกเราไม่ได้ ตอนนี้ตนไม่รู้ว่าควรโกรธใครดี
แพรพิณกอดพรนางฟ้าอีกครั้งแล้วผละออก ลุกขึ้นพูดอย่างเด็ดเดี่ยวก่อนจะผละจากไป “ฉันขอโทษนะฟ้า ฉันว่าช่วงนี้เราสามคนอย่าเพิ่งเจอกันเลยนะ”...
ด้านบัวบุหงาพิมพ์ข้อความเข้ากลุ่มเพื่อนว่าไม่ต้องมาหา ไม่ต้องติดต่อ ไม่ต้องมายุ่งอะไรกับตนอีก แล้วดีลีตตัวเองออกจากกลุ่ม...พอแพรพิณเห็นข้อความก็น้ำตาร่วงเผาะ ตัดสินใจพิมพ์ข้อความทิ้งไว้ว่า “ฟ้า ไว้ทุกๆอย่างมันดีขึ้นแล้ว เราค่อยกลับมาเจอกันนะ” แล้วเธอก็ดีลีตตัวเองออกจากกลุ่มอีกคน ก่อนจะโทร.หาชยุตให้ช่วยพูดอะไรก็ได้ให้ตนเลิกคิดถึงเพื่อน
พรนางฟ้ามานั่งซึมหลังจากผ่านการร้องไห้อย่างหนักในสวนสาธารณะ คิดถึงคำพูดของเพื่อนแต่ละคนอย่างปวดร้าว หยิบมือถือส่วนตัวออกมาดูเห็นข้อความของเพื่อนทั้งสองก็น้ำตาร่วงร้องไห้อย่างหนักอีกครั้ง พอดีปันปันโทร.เข้ามาบอกว่าจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน เธอไม่มีแก่ใจจะว่าอะไรได้แต่เตือนน้องอย่ากลับดึก ปันปันรับคำ
ทางพาทีพาบลูปรินซ์กลับบ้าน ทุกคนท่าทางเหนื่อยล้าแยกย้ายกันไปพักผ่อน พาทีมองกระเป๋า
พรนางฟ้าสงสัยว่าเธอไปไหน ทันใดมือถือในกระเป๋าดังขึ้น พาทีกดรับแล้วตกใจ เสียงชลลัมภีร์เยาะหยัน ทำไมน้ำเสียงแปลกๆ พาทีย้อนถามเขาคิดจะทำอะไรบลูปรินซ์
“ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ”
“แกโทร.หาแองจี้ทำไม”
ชลลัมภีร์กวนว่าเป็นญาติกันทำไมจะโทร.หากันไม่ได้ พาทีถามย้ำเป็นญาติกันจริงหรือ ชลลัมภีร์หัวเราะสะใจย้อนถามเขาคิดว่าอย่างไร พาทีโกรธจะวางสาย ชลลัมภีร์รีบพูด “ทำไมแกถึงยอมให้แองจี้เข้าไปทำงานกับแกทั้งๆที่แกก็รู้ว่าแองจี้เป็น...ญาติฉัน”
“เพราะว่าถ้าแกคิดจะทำอะไรฉันกับบลูปรินซ์จริงๆ ฉันก็จะได้จับเธอไว้แล้วบังคับเอาความจริงจากเธอได้ง่ายๆไง”
“แล้วตอนนี้บังคับอะไรได้แล้วบ้างล่ะ”
“ฉันพลาด...”
“รู้ตัวก็ดีแล้วนี่ โชคดีนะ” ชลลัมภีร์หัวเราะเยาะก่อนจะตัดสายไป
พาทีโกรธหยิบกระเป๋าพรนางฟ้ามาค้นหาว่าเธอเป็นใคร เจอกุญแจคอนโดก็ตัดสินใจไปที่นั่นทันที...ขณะที่เดินออกจากลิฟต์ ปันปันมัวคุยโทรศัพท์เดินสวนเข้าลิฟต์ไม่ทันเห็นเขา พาทีไขกุญแจเข้ามาในห้องตรงไปยังห้องนอนพรนางฟ้า เปิดคอมพ์ของเธอแต่ไม่รู้รหัส ลองกดอยู่หลายครั้งก็ไม่สำเร็จ จึงหันมาค้นบนโต๊ะแทน จนเจอซองเอกสารสีน้ำตาลคดีจับแอ๊บบลูปรินซ์ก็ตกตะลึง รีบเปิดดูและได้เห็นชื่อนามสกุลในบัตรห้องสมุด คือ...พรนางฟ้า เทพานุรักษ์
พาทีถือซองเอกสารกลับมาขึ้นรถ กดข้อความส่งไลน์ถึงเฌอเบลล์ ขอโทษที่ไม่เชื่อเธอ ตอนนี้ตนรู้แล้วว่าแองจี้ตั้งใจทำอะไร พอส่งเสร็จก็ปิดมือถือแล้วร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะทน
ooooooo
พันธิตเสียใจเรื่องบัวบุหงา ออกมาดื่มกับวทันยูจนเมามาก หยิบเช็คเจ็ดแสนออกมาวาง บอกเพื่อนว่า ถ้าบัวบุหงาเอาเช็คนี้ไป ตนคงตัดใจได้มากกว่านี้
ค่ำนั้นพาทีกลับบ้านด้วยอารมณ์ขุ่นมัว สี่หนุ่มบลูปรินซ์นั่งเซ็งที่ไม่มีปาร์ตี้ปิดกล้อง ไลออนถามพาทีไม่ได้ไปหาแองจี้ใช่ไหม เขาหงุดหงิดขึ้นมาทันทีบอกให้เลิกระแวงเสียที ถ้าอยากรู้ว่าแองจี้อยู่ไหนก็เอากระเป๋าเธอไป พาทียัดกระเป๋าใส่มือไลออนแล้วประกาศอย่าถามเรื่องแองจี้กับตนอีก ทุกคนงงไม่ค่อยเห็นพาทีโวยแบบนี้ พาทีเรียกเควินกับจุงเบเข้าไปคุยที่ห้องทำงาน
พอเควินกับจุงเบตามเข้ามาในห้องทำงาน พาทีเปิด ฉากถามว่าทั้งสองเป็นอะไรกัน มีความสัมพันธ์กันอย่างไร สองหนุ่มหน้าเสีย ไลออนกับคฑาแอบฟังอยู่หน้าห้อง...เควินกับจุงเบนิ่งอึ้งด้วยความตกใจ พาทีทนไม่ไหวตวาดถามว่ากำลังคบกันอยู่ใช่ไหม ทั้งสองอึกอัก
“แค่บอกพี่มาตรงๆ ได้ไหม” เควินถามพี่เมาหรือ พาทีอยากจะร้องไห้ “ขอสักคนได้ไหม ที่จะพูดความจริงกับพี่ตรงๆ พี่ขอร้อง” เควินตะกุกตะกักถามได้ยินอะไรมา พาทีทนไม่ไหวตะโกนอย่างสุดทน “ไอ้พล! มึงเป็นน้องชายกูนะ มึงจะพูดความจริงกับกูตรงๆได้ไหม มึงเป็นเกย์มึงก็พูดมา”
ทั้งเควินและจุงเบช็อกที่พาทีรู้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา ส่วนไลออนกับคฑาก็ตกใจเมื่อรู้ว่าเควินเป็นน้องชายพาที ทั้งสองพุ่งเข้ามาในห้อง พาทีเครียดจัด ระหว่างนั้นเฌอเบลล์มาจอดรถที่หน้าบ้านพยายามโทร.หาพาทีแต่เขาปิดเครื่อง จึงตัดสินใจเดินเข้าบ้าน...พาทีเสียงอ่อนลงถามเควินกับจุงเบอีกครั้ง ทั้งสองยอมรับและขอโทษ พาทีเดินมากอดเควินน้ำตาไหล
“อย่าขอโทษ พี่ไม่โกรธที่แกเป็นเกย์ พี่ไม่โกรธที่แกสองคนรักกัน แต่พี่จะโกรธที่สุดถ้าพวกแกโกหกพี่ พี่ไม่อยากให้คนที่พี่รักโกหกอีกแล้ว พวกแกเข้าใจพี่ใช่ไหม”
เควินรับคำ พาทีดึงจุงเบเข้ามากอดด้วยอีกคน ทั้งไลออนและคฑายังงงๆ พาทีกล่าวขอโทษที่ไม่เคยบอกว่าเควินเป็นน้องชาย ตนต้องการสร้างตัวตนใหม่ให้น้อง แต่เราคงหนีตัวเราเอง ไม่ได้ใช่ไหม เควินรับว่าใช่แล้วขอถามว่าเขารู้เรื่องได้อย่างไร พาทีจึงหยิบซองเอกสารมาวางบอกว่ามีสายลับสืบให้ คนนั้นคือแองจี้ ไลออนไม่เชื่อชกหน้าพาทีด้วยความโกรธ พาทีพูดสวน
“คิดว่าฉันอยากให้เขาเป็นแบบนั้นเหรอ แกก็รู้ว่าฉันชอบเขาเหมือนกัน”
“เพราะแบบนั้นพี่ถึงใส่ร้ายเขาใช่ไหมล่ะ เพราะพี่อยากให้เราเลิกคบเขา ไอ้พี่สันดานเสีย”
คนอื่นช่วยกันจับไลออนไว้ เฌอเบลล์ได้ยินทุกอย่างโผล่พรวดเข้ามาด้วยความโกรธที่ได้ยินว่าพาทีชอบแองจี้ พาทีไม่มีอะไรจะเสียแล้วจึงยอมรับว่าใช่ ชอบมาก แล้วตอนนี้ตนก็เจ็บมากด้วยพอใจหรือยัง เฌอเบลล์ตวาดกลับ
“ยัง! ฉันเคยบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำให้ฉันโกรธ...” เฌอเบลล์จะบอกความจริงเควิน
พาทีห้าม คนอื่นๆมองอย่างสงสัยว่าเรื่องอะไร เควินแทรกขึ้น “ถ้าคุณคิดจะเอาเรื่องที่คุณอรนาฏเป็นแม่แท้ๆของผมมาขู่พี่ชายผมล่ะก็ ผมบอกคุณไว้เลยนะ เรื่องนี้ผมรู้อยู่แล้ว”
พาทีตกใจที่เควินรู้ เควินขอโทษ ตนรู้ว่าพี่พยายามปกป้องแต่ตนรู้มานานแล้ว มันคือเหตุผลที่ตนอยากอยู่ใกล้อรนาฏ เควินหันมาตอกหน้าเฌอเบลล์ “พี่ผมไม่ได้รักคุณ ต่อให้คุณบังคับเขายังไงใจเขาก็ไม่ได้อยู่กับคุณ” แล้วหันไปทางไลออน “แกก็เหมือนกัน แกดูไม่รู้เหรอว่าคุณแองจี้เขาไม่ได้ชอบแก เขาชอบพี่ที...เลิกหลอกตัวเองกันเสียที”
เฌอเบลล์สวน “พวกผิดเพศอย่างนายมันจะไปรู้จริงเรื่องความรักได้ยังไง ไม่ต้องมาทำ...”
“หุบปาก! อย่ามาลามปามเพื่อนฉัน” ไลออนตวาดเฌอเบลล์ เธอชะงักหน้าเสีย ไลออนว่าเธอคงเข้าใจดีแล้วและไล่ให้กลับไป พวกตนจะคุยกันส่วนตัว เฌอเบลล์โกรธและอายกลับไป
ไลออนหันมาถามพาทีว่ามีหลักฐานอะไรมาปรักปรำแองจี้ พาทีชี้ที่ซองเอกสารให้อ่านกันเอง...ทั้งสี่หนุ่มอ่านเอกสารแล้วช็อกตามๆกัน ไลออนถามพาทีจะทำอย่างไรต่อ
“เขาโกหกเรา เขาหลอกให้เรารักแล้วหักหลังเรา เราก็แค่ทำแบบเดียวกับเขาแค่นั้นเอง”
สายวันต่อมา พรนางฟ้ากลับมาบ้านบลูปรินซ์ด้วยหน้าตาโทรมจากการร้องไห้จนตาบวม เกิดหน้ามืดเซ พาทีเข้ามาประคอง เธอเงยหน้ามองเขาแล้วขอบคุณ เห็นมุมปากเขามีร้อยช้ำก็เป็นห่วง พาทีอ้างว่าเดินชน ประตูห้องน้ำ แล้วเขาก็เอาใจทำอาหารเช้าให้ทาน
พรนางฟ้าถามถึงพวกบลูปรินซ์ เขาบอกวันหยุดนอนยาว แล้วเอ่ยถามถึงเรื่องเมื่อคืน พรนางฟ้าเศร้าลงทันที
พาทีจึงเปลี่ยนเรื่องชวนไปเที่ยวทะเลเดี๋ยวนี้ ไปทำให้จิตใจดีขึ้น ว่าแล้วก็ดึงมือเธอออกไป
ooooooo
ด้วยความเสียใจระคนหนี้สินรุมล้อมทำให้บัวบุหงาตัดสินใจโหลดคลิปเควินกับจุงเบลงแฟลช-ไดรฟ์ แล้วโทร.หาชลลัมภีร์บอกว่าตนเป็นตัวแทนจากจีสแกน
วันต่อมาบัวบุหงานำคลิปมามอบให้ชลลัมภีร์และรับเช็คสองล้านจากเขา ทั้งที่ในใจยังลังเลว่าตนทำถูกไหม...ทันทีที่ชลลัมภีร์ได้รับคลิปก็โทร.สั่งนาเดียร์เตรียมตัวไว้มีงานใหญ่ แล้วเขาก็เข่นเขี้ยว “พี่จะจัดการทุกอย่างให้เองนะเจเจ...”
ทางด้านหมอไทยกับอันนา คุณหญิงย่าเชิญนภิสกับแพรพิณมาทานข้าวและประกาศว่ายินดีรับอันนาเป็นสะใภ้วังมัจฉา แต่มีข้อแม้ว่าอันนาจะต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ เรียนมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดเพื่อกลับมาดูแลวังมัจฉา หมอไทยโอดครวญที่จะต้องห่างคนรักหลายปีจึงโดนเหน็บ สมัยนี้มีทั้งสไกป์ ไลน์ เฟซไทม์ หรือไม่ก็นั่งเครื่องไปแป๊บเดียวอย่าทำตัวโบราณหน่อยเลย ทุกคนหัวเราะกันครืน แล้วคุณหญิงย่าเห็นแพรพิณเงียบๆก็เดาออกคงผิดใจกับเพื่อนจึงเตือน
“โตๆกันแล้วมีอะไรก็พูดเปิดใจกัน ทำอะไรผิดก็ขอโทษ โบราณเขาถึงว่าเพื่อนกินหาง่ายเพื่อนตายหายาก ฉันเห็นพวกหล่อนรักกันจะตาย เสียดายเวลาที่คบกันมาเปล่าๆ...พอหล่อนพูดมากฉันก็จะลมจับ พอไม่พูดเลยก็ขัดหูขัดตาฉันจริงๆ”...แพรพิณคิดตามกราบขอบพระคุณ
บ่ายวันนั้นพาทีขับรถพาพรนางฟ้ามาหมู่บ้านชาวประมงของลุงอิน ลุงที่เลี้ยงเขากับเควินมา หญิงสาวนิ่วหน้าคิดว่าเขาจะพาไปทะเลสวยๆ แต่พอเห็นลุงอินออกมาต้อนรับโผกอดพาที ก็รู้สึกถึงความอบอุ่นของลุงหลาน ลุงอินถามถึงพลแล้วหันมามองพรนางฟ้าก่อนจะถามว่าแฟนหรือ ทั้งสองสบตากันเขินๆก่อนจะปฏิเสธ พรนางฟ้าบอกว่าตนเป็นลูกน้อง ลุงกลับเสริมว่า เป็นลูกน้องก็เป็นเมียได้ใช่ไหม พาทีต้องปรามลุง
พรนางฟ้าเพิ่งมองหน้าลุงอินชัดๆแล้วนึกได้ว่าคือลุงที่ช่วยพาตนกับเพื่อนเข้างานมีตแอนด์กรี๊ดของบลูปรินซ์ แต่ไม่กล้ากระโตกกระตาก ลุงอินเองก็รู้สึกคุ้นหน้าเธอ หญิงสาวแก้ตัวว่าหน้าตนสวยเหมือนดารา พาทีเย้าช่างมั่นใจอะไรอย่างนั้น ลุงอินเห็นการเย้าแหย่ของทั้งสองก็มองออกว่าทั้งสองมีใจให้กัน
การมาครั้งนี้ทำให้พรนางฟ้าได้รู้ว่าพาทีกับเควินเป็นพี่น้องต่างมารดากัน แต่พอพ่อตายแม่เควินก็ทิ้งไป ทำให้ลุงอินเอาทั้งสองมาเลี้ยงดู ลุงอินเล่าถึงพาทีกับเควินสมัยเด็กและเอาอัลบั้มให้ดู พรนางฟ้าจึงเห็นรูปเควินกอดคอกับพาทีก็นึกได้ว่าภาพที่ตนเจอใต้เตียงเควินและมีข้อความว่ารักกันตลอดไป คือพาทีกับเควินนี่เอง
ตกเย็น พาทีพาพรนางฟ้าเดินเล่นริมทะเล ดูวิถีชีวิตชาวประมง หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลาย ก่อนจะถามพาทีว่าเขาเข้าวงการมาได้อย่างไร พาทีเล่าไปมองท่าทีเธอไป เมื่อรู้ว่าตนเคยเป็นโปรดิวเซอร์ร่วมกับชลลัมภีร์และภาคภูมิ พรนางฟ้าชะงักเล็กน้อยแต่ไม่ว่าอย่างไร เขาจึงเล่าต่อว่าเขาสามคนรักกันดีจนวงที่ก่อตั้งดังมาก มาวันหนึ่งจับได้ว่าชลลัมภีร์เป็นคู่ขากับนักร้องในวง...
พรนางฟ้าทำทีตกใจไม่เคยรู้ พาทีถามไม่รู้มาก่อนเลยหรือว่าญาติตัวเองเป็นเกย์
พรนางฟ้าส่ายหน้า พาทีเล่าต่อว่าหลังจากนั้น
ก็มีเหตุการณ์หลายๆอย่างเกิดขึ้นทำให้ชื่อเสียงเสียหาย ทางบริษัทจึงยุบวง พวกเราก็แยกทางกัน ตนไม่เคยเจอ นักร้องคนนั้นอีกเลย พาทีแกล้งถามพอจะรู้ไหมว่า
ตนโปรดิวซ์ให้วงอะไร เธอส่ายหน้าอีก เขาจึงบอกว่าวงมิลเลนเนี่ยมบอย หญิงสาวทำทีนึกออกแล้วว่าวงนี้
มีเจเจเป็นเกย์ แล้วถามพาทีเคยตามหาเจเจไหม
“อืม พี่ทำทุกอย่างแล้วไม่เคยเจอเลย คิดถึงเหมือนกันนะ มิลเลนเนี่ยมบอย ชลลัมภีร์ด้วย ชีวิตพี่กับไอ้พล ผ่านอะไรมาเยอะจริงๆนะ เยอะมากไม่รู้ว่าต้องผ่านไปให้ได้อีกสักกี่เรื่อง” พาทีเบือนหน้าหนี
เพราะรู้สึกท้อใจจนน้ำตาซึม เรื่องเธอไม่พูดความจริงก็บั่นทอนจิตใจเหลือเกิน
พาทีคิดว่านี่เป็นการพยายามครั้งสุดท้ายแล้ว
ที่จะทำให้พรนางฟ้าพูดความจริง จึงบอกให้เธอเล่าชีวิตของเธอให้ฟังบ้าง พรนางฟ้าไม่กล้าที่จะพูด จึงบอกว่าชีวิตตนธรรมดามาก พาทีถอนใจที่เธอไม่พูด จึงเล่นละครใส่ชื่นชมว่าชีวิตเธอไม่ธรรมดา เธอเป็นผู้หญิงเก่ง สดใส ใครเห็นก็มีความสุข เหมือนดาวที่ส่องแสงเป็นประกายให้กับพวกเราบลูปรินซ์ ขอบคุณที่ทุ่มเวลาให้พวกเราขนาดนี้ หญิงสาวหัวใจพองโตถามย้ำว่าเขาคิดอย่างนั้นจริงหรือ
“จริงสิ แองจี้คือผู้จัดการคนสำคัญของพวกเรา แล้วก็เป็นคนสำคัญในชีวิตพี่ด้วยนะ พี่ชอบแองจี้จริงๆนะ ชอบมากจนอยากให้แองจี้เลิกกับไลออนเลย” พรนางฟ้าตะลึงถามเขาพูดอะไร “ความจริงไง พี่พูดความจริงที่หัวใจพี่รู้สึก แองจี้เป็นแฟนพี่ได้ไหม”
หญิงสาวลังเล พาทีดึงเธอมาจะจูบแต่เธอเบือนหน้าหนีเพราะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำกับเขา พาทีจับคางเธอให้หันมาแล้วประทับจูบอย่างอ่อนโยนนิ่งนาน ก่อนจะถอนจูบกอดเธอแนบอกบอกนี่คือความรู้สึกที่ตนมีให้เธอ มันพอไหม พรนางฟ้ารับว่าพอแล้วยิ้มอย่างมีความสุข พาทีบอกเราเป็นแฟนกันแล้วนะ เขาจะจูบเธออีก เธอหลับตาพริ้มรอ แต่แล้วเขากลับไม่จูบ กระเซ้า
“คิดว่าพี่ต้องจูบทุกครั้งเลยรึไง ลามกนะเรา”
พรนางฟ้าอายสะบัดตัวออก เขาโอบเธอซบไหล่ เธอกังวลเรื่องไลออน พาทีบอกไม่ต้องห่วงตนจัดการเอง สายตาเขาเศร้าลง ทั้งสองนั่งดูพระอาทิตย์ตก...พลบค่ำ ทั้งสองจูงมือกันกลับมา ลุงอินแซว “แน่ะขาไปยังเป็น เจ้านายลูกน้องกันอยู่เลย ขากลับมานี่เป็นผัวเมียกันแล้วเหรอ”
พรนางฟ้าเขินอาย พาทีลากลับเพราะพรุ่งนี้มีงาน ...พอมาถึงบ้าน สี่หนุ่มบลูปรินซ์แต่งตัวสีสันสดใส จัดปาร์ตี้เล็กๆต้อนรับผู้จัดการคนเก่ง พรนางฟ้าน้ำตาเอ่อตื้นตันกับความรักที่พวกเขามีให้ แต่ละคนเข้ามากอดเธอทำให้เธอหัวเราะ ถ่ายภาพเซลฟี่กันสนุกสนาน ขอบคุณแต่ละเรื่องที่เธอทำให้ มีเพียงไลออนที่ไม่พูดอะไร พรนางฟ้าเป็นห่วงจิตใจเขาจึงอยากคุยด้วย แต่พาทีดึงแขนไว้บอกว่าตนคุยกับไลออนแล้ว ตอนขับรถกลับมาและเธอนอนหลับอยู่
พาทีดึงพรนางฟ้ามากอดประทับจูบบนหน้าผากแล้วบอกให้ไปนอนพัก หญิงสาวรู้สึกแปลกๆเหมือนมีอะไรบางอย่าง พอเดินเข้ามาในห้องนอนก็พบว่าเสื้อผ้า ข้าวของหายไปหมด เธอตกใจรีบไปที่ห้องทำงาน เห็นพาทีกำลังจูบกับไลออนก็ตกใจมาก ทั้งสองหันมามองอย่างเฉยชา เธอร้องถามนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน พาทีบอกก็แค่ผู้ชายจูบกัน ไม่เห็นมีอะไร
“ใช่ เรานึกว่าแองจี้จะชินกับเรื่องพวกนี้แล้วซะอีกนะ” ไลออนเสริม
คฑา จุงเบและเควินตามเข้ามา พรนางฟ้ามองทุกคนอย่างผิดหวัง พาทีเอ่ยขึ้นว่า ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้เพราะเธอ แล้วหยิบซองเอกสารมาวางให้ ไลออนต่อว่าน้ำตาไหล
“ทำไมถึงหลอกให้เราไปจับแอ๊บพี่น้องของเราเอง เธอใจร้ายมาก” พรนางฟ้าจะอธิบาย ไลออนตะคอก “ยังจะโกหกอีก นี่เห็นความรู้สึกของเราเป็นเรื่องเล่นๆเหรอ ความรู้สึกของเรามีค่าแค่ช่วยให้งานของเธอสำเร็จใช่ไหม ทำไมถึงเป็นคนเห็นแก่ตัวแบบนี้”
พรนางฟ้าปฏิเสธ ไลออนร้องไห้บอกตนเจ็บ เควินปลอบอย่าไปเสียน้ำตาให้ผู้หญิงแบบนี้ คฑาบอกตอนที่เธอช่วยเรื่องลิซ่าคิดว่าเธอเป็นคนดี เควินและจุงเบหาว่า พรนางฟ้าเอาความลับไปแลกเงิน หญิงสาวร้องไห้โฮส่ายหน้า พาทีตวาดอย่ามาบีบน้ำตาแล้วถามว่าชลลัมภีร์จ้างเธอมาเท่าไหร่ พรนางฟ้าร่ำไห้ขออธิบายแต่ไม่มีใครยอมฟังต่างไล่ให้เอากระเป๋าที่เก็บไว้ให้ออกไปได้
พรนางฟ้าเจ็บปวดเสียใจไม่มีโอกาสได้อธิบายความจริง เธอขับรถออกมาร้องไห้ตลอดทาง พร่ำพูดแต่คำว่าขอโทษๆ
เมื่อพรนางฟ้าไปแล้ว ทุกคนเสียใจมีเพียงพาทีที่นิ่งเฉยจนเควินต้องบอกว่า เสียใจบ้างก็ได้นะพี่ ไลออนเสริมถ้าไม่ไหวก็บอก พวกตนดูแลเขาได้ เท่านั้นพาทีก็ปล่อยน้ำตาไหลริน เข้ามากอดเควินกับไลออน คฑากับจุงเบเข้ามาร่วมกอด พาทียอมรับว่าตนเจ็บปวดมาก ตนเหนื่อยต้องเจอเรื่องพวกนี้อีกแค่ไหน กว่าจะทำตามความฝันพวกเราให้เป็นจริงได้ เควินปลอบพี่ชายว่า
“ความฝันเราเป็นจริงตั้งแต่วันแรกที่พวกผมสี่คนได้ชื่อว่าบลูปรินซ์แล้วพี่”
“ตอนเริ่มเราก็มีกันแค่ห้าคนอยู่แล้วนี่พี่ ไม่เห็นว่าตอนนี้มันจะต่างจากเดิมเลยจริงไหม”
คฑาเห็นด้วยกับจุงเบ บอกพวกเรามาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะพี่พาที แต่ไลออนขัดขึ้น “ต่างสิ เพราะเรากับพี่พาทีรักผู้หญิงที่ชื่อพรนางฟ้าคนนั้น เอาเลยพี่ ร้องไห้ให้เต็มที่เลย เสร็จแล้วพวกเราห้าคนค่อยมาเริ่มเดินกันต่อ รับรองว่าหลังจากนี้จะไม่มีใครทำอะไรบลูปรินซ์ได้อีกแล้ว”
พาทียิ้มทั้งน้ำตาขอบใจทุกคนแล้วให้กำลังใจ “ความจริงของการใช้ชีวิตในวงการนี้คือสิ่งที่เราเพิ่งเจอไป วงการนี้มันเป็นพื้นที่อันตรายนะ แต่ในเมื่อเราเลือกจะเข้ามาแล้ว เราก็ต้องพร้อมที่จะรับมือและเผชิญหน้ากับมัน เราอาจถูกหักหลัง ถูกโกหกหลอกลวงอีกไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แต่หลังจากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ขอให้พวกเราทุกคนจำไว้ว่า พวกเราคือบลูปรินซ์ เราคือครอบครัว มีอะไรก็เคลียร์กัน พูดสิ่งที่รู้สึกออกมา เปิดใจรับฟังอีกฝ่ายนะน้องๆของพี่”
ไลออนไหว้ขอโทษกับการเอาแต่ใจตัวเอง ทำให้พี่ต้องลำบาก ทุกคนยิ้มซาบซึ้งใจ...ในขณะที่พรนางฟ้ากลับมาถึงคอนโด เจอหน้าน้องก็โผกอดร้องไห้ ปันปันตกใจจะโทร.บอกแพรพิณกับบัวบุหงาแต่พรนางฟ้ารีบห้ามไม่อยากเล่าอะไรให้น้องฟัง ปันปันงงแต่ก็ไม่ซักไซ้
ข่าวงานเปิดตัวภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์
อีกสองวันข้างหน้า ประโคมออกสื่อมากมาย แพรพิณขอบัตรเข้างานจากหมอไทย ในขณะที่พาทีมาประชุมกับพันธิตและทีมงาน เขาประกาศว่าแองจี้ลาออกไปแล้ว แต่ไม่มีผลกับการทำงานของพวกตน
หลังการประชุม พันธิตมานั่งคุยกับพาที ต่างผิดหวังเสียใจไม่แพ้กัน...ด้านบัวบุหงาพอเอาเช็คไปขึ้นเงินกลับไม่ผ่าน จึงโทร.ไปหาชลลัมภีร์ ก็โดนตอกกลับมาว่า ถ้าจะมาแลกเช็คใหม่ก็จะมีตำรวจรอต้อนรับเพราะงานของเธอไม่ถูกกฎหมายสักเท่าไหร่ บัวบุหงาจึงรู้ว่าโดนหักหลัง เธอเสียใจมากกลับมาบ้านเจอเจ๊โดมก็โผกอดร้องไห้อย่างหนัก เจ๊โดมแวะเอาเงินมาให้โดยไม่บอกว่าพ่อเต่าฝากมา บอกเพียงว่าตนให้ยืมเพราะรักเธอเหมือนลูก
นาเดียร์เข้ามาหาชลลัมภีร์ เขาสั่งให้เธอเอาแผ่นดีวีดีนี้ไปเปิดในงานแถลงข่าวหนังทะเลลาเวนเดอร์ นาเดียร์ยิ้มสะใจ
เมื่อถึงวันงานต้อยกับติ่งนำทีมแฟนคลับเข้ามา ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋ว รวมทั้งปันปันกับเพื่อนก็มากรี๊ดให้กำลังใจบลูปรินซ์...พาทีทำหน้าที่ดูแลศิลปินไปด้วย พันธิตสงสารแนะให้หาผู้จัดการวงใหม่ พาทีจึงพูดเล่นว่าจะหาจากแฟนคลับ ส่วนแพรพิณถ่ายภาพเก็บบรรยากาศไว้
ด้านพรนางฟ้าอยู่ที่คอนโด ตัดสินใจฟังคลิปเสียงชลลัมภีร์คุยกับภาคภูมิ แล้วแทบช็อกเมื่อรู้ว่าชลลัมภีร์โกรธพาทีมากที่แก้แค้นเขาด้วยการมีอะไรกับเจเจ ทั้งที่รู้ว่าเขากับเจเจรักกัน
ooooooo
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อ สายลับจับแอ๊บ (thairath.co.th)
«
Reply #7 on:
24 October 2026, 21:04:12 »
https://www.thairath.co.th/novel/Sairabjabaap/ep13/page1
สายลับจับแอ๊บ ตอนที่ 13 อวสาน
ในคลิปเสียงการสนทนาของชลลัมภีร์กับภาคภูมิ ชลลัมภีร์ยอมรับกับภาคภูมิว่าพล น้องชายของพาทีฝีมือดีกว่าเจเจจริง แต่เขาเกลี้ยกล่อมให้กรรมการทุกคนเลือกเจเจ เพราะเจเจเป็นเด็กที่เขารัก ทำให้พาทีไม่พอใจแก้แค้นด้วยการมีอะไรกับเจเจ ภาคภูมิไม่เชื่อ
“ก็ภาพหลุดที่ไอ้ทีจูบกับเจเจ ภาพนั้นน่ะไอ้ทีมันเป็นคนวางแผนเองเพื่อแก้แค้นทำให้พี่เจ็บปวด” ชลลัมภีร์ยืนยัน แต่พอเห็นว่าภาคภูมิไม่เชื่อก็กราดเกรี้ยวใส่
“มึงไม่รู้หรอกว่ากูเจออะไรมาบ้าง งานเพลงที่กูรักถูกมันทำลายไม่เหลือชิ้นดี แล้วเจเจ คนที่กูรักต้องติดคุก 7 ปี มึงคอยดูเถอะ กูจะทำให้พวกมันไม่มีที่ยืนในวงการนี้อีกเลย...แถมให้นิดนึงละกัน พี่ว่าไอ้ทีมันเป็นเกย์ พี่คิดว่ามันได้กับเจเจแล้วด้วย”
พรนางฟ้าฟังเสียงคลิปแล้วช็อกน้ำตาไหลไม่อยากเชื่อ พยายามปลอบตัวเองว่าไม่จริง
ในขณะเดียวกันทางงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ นาร์เดียกับพวกช่วยกันหลอกล่อฝ่ายควบคุมเครื่องเสียงให้ลุกออกจากโต๊ะเพื่อเข้าไปเปลี่ยนแผ่นซีดีพรีเซนเตชั่น
บนเวทีแถลงข่าว พิธีกรสัมภาษณ์สี่หนุ่มบลูปรินซ์ แม็กซี่และพันธิต เสียงแฟนคลับกรี๊ดอย่างบ้าคลั่ง แต่พอแม็กซี่ถูกถามเรื่องความสัมพันธ์กับหนุ่มไฮโซ เธอกลับตอบว่าแค่ลองแอ๊วดู ถ้าผู้ชายเขาไม่ชอบตนก็ยินดีถอย...
วทันยูอยู่หน้าเวทีรู้สึกเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก
ขณะที่พรนางฟ้ายังร้องไห้เสียใจเรื่องในคลิปเสียง ชลลัมภีร์โทร.เข้ามาเยาะหยัน ขอบใจที่หาหลักฐานชัดเจนสมบูรณ์มาให้ หญิงสาวงงว่าพูดอะไร เขาหัวเราะก่อนจะบอกว่า เพื่อนเธอเอาคลิปมาให้ ลองเปิดทีวีดูถ่ายทอดสดตอนนี้รับรองสนุกมาก พรนางฟ้าตกใจรีบเปิดสวิตช์
เมื่อพิธีกรจะฉายตัวอย่างภาพยนตร์ทะเลลาเวนเดอร์ให้ชม เสียงกรี๊ดเสียงตบมือดีใจกระหึ่ม ทันใดภาพที่ปรากฏบนจอกลายเป็นภาพเควินกับจุงเบจูบกันอย่างเร่าร้อน แสดงออกชัดเจนว่าทั้งสองเป็นคู่เกย์กัน พรนางฟ้าอ้าปากค้างพูดไม่ออก ขณะเดียวกันพาทียืนตะลึงพึมพำโทษพรนางฟ้าเป็นคนทำ ส่วนชลลัมภีร์หัวเราะร่าสะใจ
ชลลัมภีร์โทร.กลับมาเยาะเย้ยพรนางฟ้าอีกครั้ง เธอโวยว่าเขาใจร้ายมากแล้วตั้งสติจะต้องช่วยบลูปรินซ์ให้ได้ ว่าแล้วก็คว้ากุญแจรถวิ่งออกไป
เสียงกรี๊ดเสียงโวยวายของแฟนคลับกระหึ่มขึ้น รั้วกั้นถูกผลักแทบพัง พาทีตั้งสติได้รีบพาสี่หนุ่มบลูปรินซ์วิ่งหาทางหนี ต้อยกับติ่งพยายามปรามแฟนคลับด้วยกันให้สงบ...พาทีพาบลูปรินซ์วิ่งมาขึ้นรถตู้และให้นอนราบลง ให้คนรถขับออกไป ไลออนหัวเสียตะโกนลั่นว่า เกลียดแองจี้ เควินกับจุงเบขอโทษพาทีและทุกคน ไลออนร้องไห้ออกมาเพราะตัวเองเป็นคนแอบถ่ายคลิปนั้น พาทีไม่โกรธใคร บอกคนรถให้ไปปราณบุรีบ้านของตน
พรนางฟ้ามาถึงเห็นความวุ่นวายในงาน พันธิตเสียใจที่งานหนังของตนต้องพัง วทันยูกับแม็กซี่กำลังปลอบ เธอเข้ามาถามไถ่ก็ถูกมือหนึ่งตบหน้าอย่างแรง พรนางฟ้าตกใจหันมอง เป็นแพรพิณยืนร้องไห้โวยไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้ พรนางฟ้าพยายามบอกว่าตนไม่ได้ทำ แต่แพรพิณไม่เชื่อ ทันใดบัวบุหงาก้าวเข้ามาประกาศว่าตนทำเอง สภาพเธอแย่ไม่ต่างจากพรนางฟ้า
พันธิตโกรธมากออกมายืนประจันหน้า แพรพิณคิดว่าบัวบุหงามารับผิดแทน พรนางฟ้าร้องไห้ต่อว่าเพื่อนรักว่าตนบอกแล้วเราจะไม่ส่งคลิปนั้นให้ชลลัมภีร์ บัวบุหงาสวนขึ้นอย่างเจ็บใจ
“มันไม่มีคำว่าเราตั้งแต่วันที่แกสองคนทิ้งให้ฉันยืนพูดเป็นคนบ้าต่อหน้าเขาแล้วล่ะ”
“เรื่องวันนั้นฉันขอโทษนะบัว ฉันขอโทษจริงๆ แต่สิ่งที่แกทำตอนนี้มันทำให้ทุกคนเดือดร้อนกันไปหมดแล้ว”
“แล้วชีวิตฉันไม่เดือดร้อนเลยเหรอฟ้า พ่อฉันทิ้งฉันไป เพื่อนฉันทิ้งฉันไป บ้านฉันมีหนี้สินเป็นแสนๆฉันไม่เดือดร้อนใช่ไหมฟ้า”
“บัว แกฟังฉันนะ แกเอาเรื่องส่วนตัวของแกมาตัดสินใจทุกอย่างไม่ได้”
“ทีแกยังเอาเรื่องส่วนตัวของแกมาเป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่างได้นี่ฟ้า แกจำได้ไหม...เรามาตั้งบริษัทจับแอ๊บกันเถอะ ฉันจะช่วยให้ผู้หญิงทุกคนรู้ตัวว่าแฟนเขาเป็นตุ๊ดรึเปล่า...เรื่องทั้งหมดมันเริ่มเพราะแกมีแฟนมากี่คน ชอบใครมากี่คน เขาก็เป็นตุ๊ดกันหมดไงฟ้า แกถึงได้อยากรู้ว่าผู้ชายคนไหนเป็นตุ๊ดเป็นเกย์บ้าง”
ทุกคนตะลึงฟังบัวบุหงาแฉ พรนางฟ้ายืนช็อกร้องไห้หนักมาก แพรพิณเห็นท่าไม่ดีเข้าไปห้ามเพื่อนแต่บัวบุหงาไม่สนยังกล่าวหาพรนางฟ้าอีกว่า ที่ตนตกลงทำงานเพราะเราเป็นเพื่อนรักกัน และตนต้องหาเงินใช้หนี้ที่มี เห็นบ้างไหมว่าตนเข้าใจเธอแต่เธอต่างหากที่ไม่เคยเข้าใจอะไรตนเลย พรนางฟ้าโต้ว่าตอนนี้คงได้เงินสมใจอยากแล้ว บัวบุหงาประชดทั้งน้ำตานองหน้า
“ใช่ ฉันได้มาแล้ว ได้ทุกอย่างที่ฉันอยากได้มาจากเงินสองล้านนั่น ฉันเป็นอิสระแล้ว ขอบคุณคลิปที่แกเป็นคนหามานะฟ้า แกเป็นสายลับจับแอ๊บที่เก่งมาก ฉันขอบคุณแกจริงๆ”
ตอนแรกบัวบุหงาคิดจะมาขอโทษ แต่พอเจอ สถานการณ์ ทำให้โกรธจึงไม่ยอมเป็นฝ่ายผิด พรนางฟ้าทนไม่ไหวพุ่งเข้าตบหน้าบัวบุหงา เธอสู้กลับทันที แพรพิณพยายามห้าม พันธิตเมินหน้าหนี วทันยูจะเข้าห้ามแต่แม็กซี่เดินตัดหน้าออกไปเสียก่อน เธอกรี๊ดใส่สามสาวลั่น บอกเสียแรงเกิดเป็นหญิงต้องให้กะเทยสอน มาตบกันในที่สาธารณะมันไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับใคร นอกจากความเจ็บปวดของพวกเธอเอง สามสาวหยุดชะงัก
แพรพิณขอร้องให้หยุดทะเลาะกัน บัวบุหงามองหน้าพรนางฟ้าแล้วมองพันธิตที่สายตาเย็นชาก็ยิ่งเจ็บปวด โทษพรนางฟ้าทำให้ชีวิตตนต้องเป็นแบบนี้ พรนางฟ้าจ้องหน้าบัวบุหงาแล้วร้องว่าตนทนไม่ไหวแล้ว หันหลังเดินไปแต่ชยุตตามมาขวาง ขอร้องให้กลับไปคุยกันดีๆ
พันธิตถามบัวบุหงาว่าทำทั้งหมดนี่เพราะเงินจริงหรือ หญิงสาวสะอื้นพูดไม่ออก เขาโอบกอดเธอเข้ามา กระซิบ ข้างหู ให้ออกไปจากชีวิตตนเถอะ บัวบุหงาช็อก เขาผละออกแล้วเดินจากไป เธอทำได้แค่มองแผ่นหลังเขาห่างออกไป
สามสาวต่างร้องไห้แยกย้ายกันไป ต่างคิดถึงความสุขที่มีร่วมกัน บัวบุหงาวิ่งมาที่ริมน้ำ ตะโกนลั่น
“ฉันขอโทษ ฉันเอาคลิปไปให้มันเอง เงินฉันก็ไม่ได้ ฉันคิดถึงพวกแก ฉันขอโทษ”
ooooooo
ลุงอินต้อนรับพาทีกับทุกคนอย่างอบอุ่น พาทีแปลกใจที่เหมือนลุงรู้ว่าพวกตนจะมา ลุงบอกว่าเวลามีเรื่องอะไรก็ไม่เคยพ้นมือตนสักครั้ง เควินไม่กล้าสบตา ลุงอินหาว่าจะทำตัวหยิ่งเป็นดารา แต่พอเห็นเขายืนนิ่งหน้าสลดก็ใจอ่อนดึงตัวเข้ามากอด
เควินร้องไห้และขอโทษยกใหญ่ ลุงอินหาว่าไร้สาระแล้วพูดให้หัวเราะพร้อมดึงจุงเบมากอดอีกคนเป็นการยอมรับสถานะของทั้งสอง
พรนางฟ้ากลับมาถึงคอนโด เห็นปันปันนอนหลับกอดรูปบลูปรินซ์ ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตาก็สะเทือนใจ ฮึดสู้จะต้องหาทางช่วยบลูปรินซ์กลับมายืนหยัดอย่างเดิมให้ได้
ด้านพันธิตดื่มจนเมาอยู่ในบ้านรำพันถึงเรื่องหนังที่พังไม่เป็นท่าและเรื่องบัวบุหงา อรนาฏสงสารลูกพยายามจะปลอบแต่กลับถูกหาว่าเป็นการแสดงไม่จริงใจ เธอได้แต่ร้องไห้เสียใจ
วันต่อมาชลลัมภีร์สั่งเลขาเตรียมข้อมูลและเชิญสื่อมวลชนมาร่วมงานแถลงข่าวกรี๊ดบันเทิงฉบับพิเศษบลูปรินซ์ ความจริงของคนลวง...รายการทีวีมีสองพิธีกรคุยกันเรื่องข่าวบอยแบนด์แถวหน้ากินกันเอง งานนี้ชะนีมโนอกแตกตายกันครึ่งประเทศ และว่าใครนะช่างถ่ายคลิปไว้ได้ชัดเจนขนาดนี้ อีกเรื่องคือดราม่าทะเลลาเวนเดอร์ที่ต้องเลื่อนฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนด
ชลลัมภีร์ดูแล้วสะใจ กดโทรศัพท์ออก “ฮัลโหล พี่จูนได้รับอีเมลเชิญมางานแถลงข่าวแล้วใช่ไหมครับ ยังไงผมฝากปั่นกระแสข่าวฉาวเก่าๆของบีพีขึ้นมาให้หมด นะพี่ ทั้งภาพจูบกันเอง ภาพหลุดไลออนจูบหญิง ข่าวคฑาทำผู้หญิงท้อง...ใช่ครับพี่ พี่ช่วยผมพี่ก็ได้กลับไปเยอะเหมือนกันแหละน่า ข่าวที่ผมมีนี่เม็ดเงินทั้งนั้น ครับพี่ ขอบคุณครับ เจอกันวันแถลงข่าวนะครับ”
ด้านเควินยังรู้สึกผิด พอมีโอกาสได้เดินเล่นริมทะเล กับพาทีทำให้คิดถึงอดีตตอนอยู่ที่นี่ มีแต่ความสุข พาทีปลอบอย่างจริงใจ “ไม่ต้องรู้สึกผิดกับความรักของตัวเองนะ แกก็เห็นแล้วว่าทั้งพี่ทั้งลุงไม่ได้ผิดหวังอะไรในตัวแกเลย แกเป็นน้องพี่ใช่ไหม ไปอยู่กับจุงเบให้สบายใจเถอะ การจะหาคนที่เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุขน่ะ มันไม่ง่ายหรอกนะ”
เควินพยักหน้ารับ พาทีรู้ว่าจุงเบแอบมองอยู่จึงตะโกนเรียกให้ออกมา จุงเบเดินยิ้มแหยๆเข้ามา พาทีตบไหล่เบาๆและกำชับให้ดูแลกันดีๆ ทั้งสองรับคำด้วยความตื้นตัน...จุงเบขอเรียกเควินว่าพล และให้เควินเรียกชื่อของตนว่านัด
ooooooo
แถวถนนพระอาทิตย์ ญี่ปุ่น กุ๊กกิ๊กและจิ๋วจิ๋วนั่งคุยกันในสวนสันติชัยปราการ ราวคนใจสลายด้วยเรื่องของบลูปรินซ์ แต่ทั้งสามก็ทำใจได้ว่ายังไงก็ยังรักบลูปรินซ์ และจะสู้เพื่อวงนี้ต่อไป พอเดินออกมาทั้งสามก็เห็นพ่อเต่ากำลังไดร์ผมลูกค้าอยู่ในร้านท่าทางพูดคุยสนุกสนาน
ทั้งสามรีบไปบอกแพรพิณที่บ้าน เธอกำลังคุยอยู่กับชยุต แพรพิณลืมเรื่องโกรธเพื่อนคิดแต่จะช่วย รีบไปที่ร้านเสริมสวยนั้นทันที พอพ่อเต่าเห็นแพรพิณก็รีบวิ่งหนี เธอวิ่งตามร้องเรียกจนสะดุดล้ม ด้วยความเป็นห่วงพ่อเต่าหยุดวิ่งหันกลับมาช่วย แพรพิณร้องไห้ขอร้องให้เขากลับบ้าน ตอนนี้บัวบุหงาต้องการเขามาก พ่อเต่าครุ่นคิดเกรงจะกลายเป็นกลับไปสร้างปัญหาให้ลูก
สุดท้ายพ่อเต่าก็ยอมกลับมาที่บ้านพร้อมแพรพิณ แต่เอาเข้าจริงๆแพรพิณก็เปลี่ยนใจขอตัวกลับก่อนเพราะไม่กล้าสู้หน้าบัวบุหงา
เมื่อพ่อเต่าเข้าบ้านเห็นลูกสาวนอนซมอยู่บนโซฟา มีขวดยาและน้ำวางข้างๆ ก็รีบเข้าไปเอามืออังหน้าผาก บัวบุหงาปรือตามาเห็นหน้าพ่อก็คิดว่าภาพหลอนจึงหลับตาต่อ
พ่อเต่ารู้สึกว่าการจะพูดกับลูกทั้งที่มีความรู้สึกผิดอยู่เต็มอกมันช่างยาก บัวบุหงาลืมตาอีกครั้งเห็นพ่อจึงเรียกก่อนจะไอออกมาอย่างหนัก พ่อเต่ารีบเอาน้ำให้ดื่ม เธอดีใจมากที่ใช่พ่อจริงๆ แม้จะเห็นพ่อแต่งหญิงเต็มที่ก็ไม่โกรธ หยิบจดหมายและลิปสติกแดงที่พ่อทิ้งไว้ออกมาทาปากให้พ่อเพื่อเป็นการยอมรับว่าตนรับทุกอย่างได้แล้ว พ่อเต่าดีใจถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่...
คืนนั้นเควินนอนไม่หลับออกมานั่งดูดาว พาทีตามออกมานั่งคุย แล้วเอ่ยถามทำไมถึงรู้เรื่องแม่ ลุงอินโผล่มายอมรับว่าตนเป็นคนบอกเองตอนที่พวกเขาจะย้ายไปอยู่กรุงเทพฯเพราะเควินเจอรูปพ่อกับแม่ถ่ายคู่กัน พาทีเอ่ยปากขอโทษที่ปิดบังเกรงว่าเขาจะเสียใจที่อรนาฏทิ้งไป
“ขอบคุณนะพี่ ผมเองนั่นแหละที่อยากจะไปใกล้ชิดเขาเอง เขาไม่ยอมรับผมตั้งแต่เกิดแล้ว ตอนนี้ข่าวออกไปว่าผมเป็นเกย์ เขาคงยิ่งเกลียดผมเข้าไปใหญ่”
พาทีกับลุงอินเข้าใจความรู้สึกจึงเข้าไปโอบกอด ลุงอินบอกใครไม่รักไม่ยอมรับอย่าไปสนใจ เอาเป็นว่าลุงกับพี่รักเขาก็พอ เควินน้ำตาซึมสวมกอดทั้งสองด้วยความรักอบอุ่นใจ
ในขณะที่อรนาฏแอบฟังพันธิตคุยโทรศัพท์กับวีระด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนห่วงใยก็น้อยใจ พอเขาวางสายหันมาเห็นแม่ก็จะเดินหนี อรนาฏรีบอ้อนวอนลูกชาย
“แม่ขอโทษ ขอโทษจริงๆ ยกโทษให้แม่ได้ไหม พูดดีๆกับแม่เหมือนที่คุยกับเขาบ้างได้ไหม อยากให้แม่ทำอะไรเพื่อให้ลูกยกโทษ บอกแม่ที”
“แม่เปิดใจยอมรับพ่อได้เมื่อไหร่ เราค่อยมาคุยกันอีกที” พันธิตกล่าวแล้วมองปฏิกิริยาแม่ก็รู้ว่าคงทำไม่ได้ จึงส่ายหน้าแล้วเดินไป อรนาฏนิ่งคิดทบทวนคำพูดของลูก
ooooooo
เช้าวันใหม่ พ่อเต่าเห็นบัวบุหงายังนอนซมก็คิดแผนอยากให้ลูกกับเพื่อนๆคืนดีกัน ด้วยการแกล้งร้องไห้สะอึกสะอื้นโทร.ไปบอกแพรพิณและพรนางฟ้าว่าบัวบุหงาไม่สบายมาก สองสาวตกใจต่างรีบร้อนมาที่บ้านทันที
พรนางฟ้ากับแพรพิณมาถึงพร้อมกัน พรนางฟ้าจะขอโทษและบอกเพื่อนว่าคิดถึงมาก แต่ไม่ทันพูด
แพรพิณก็วิ่งเข้ามากอด ทั้งสองพร่ำขอโทษกันและกัน พ่อเต่าแอบยิ้มที่แผนสำเร็จลุล่วงทำให้สองสาวคืนดีกันได้
บัวบุหงาตื่นมาเห็นเพื่อนทั้งสองนั่งอยู่ก็จะขยับหนี แพรพิณเรียกไว้แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง พรนางฟ้าเห็นดังนั้นก็พูดเสียเองว่า
“บัว ฉันรู้ว่าสำหรับแกตอนนี้ คำว่าขอโทษที่ออกจากปากของฉันมันคงไม่มีค่าอะไรมาก แต่ฉันก็ไม่มีคำอื่นที่จะพูดกับแกได้อีกแล้วนอกจากคำคำนี้ ฉันขอโทษนะบัว ขอโทษที่ฉันมันทิฐิสูง ขอโทษที่ฉันแบกทุกอย่างไว้เอง คนเดียว ขอโทษที่ฉันไม่จริงใจกับแก ขอโทษที่ฉันมันบ้า บ้ามากขนาดที่กล้าทิ้งแกไว้ในตอนที่แกต้องการฉันมากที่สุด ฉันขอโทษนะ”
แพรพิณยืนฟังน้ำตาซึม พูดหน้าเศร้าสำนึกผิด “ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไร ฉันรู้แค่ว่าฉันคิดถึงแกมากนะบัว ฉันคิดถึงพวกเรามาก...มากจริงๆ”
พรนางฟ้าไม่รู้ว่าความสัมพันธ์พวกเราจะกลับมาเหมือนเดิมไหม แต่สิ่งที่ตนพูดออกไปเป็นความจริง บัวบุหงามองหน้าเพื่อนๆสักพักก็กระแทกเสียงใส่
“ทำไมพวกแกถึงชอบทำแบบนี้วะ แกชอบทำให้ฉันโมโหสุดท้ายก็มาพูดดีกับฉันแบบนี้ คิดว่ามาพูดกันแค่นี้แล้วฉันจะยกโทษให้พวกแกง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ...กราบเท้าฉันสิ!”
บัวบุหงาเล่นแรงจนสองสาวนิ่งอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง พ่อเต่าแอบมองชั่งใจว่าลูกสาวจะร้ายจริงหรือไม่
บัวบุหงาต้องการให้เพื่อนทั้งสองพิสูจน์ความ จริงใจที่ว่าสำนึกผิด สองสาวตัดสินใจพนมมือจะก้มกราบ แต่บัวบุหงากลับตวาดห้ามเสียงแหลม ทำให้เพื่อนชะงักด้วยความงุนงง
“จะบ้ารึไง อยากให้ฉันอายุสั้นรึไง แค่เห็นพวกแกมาฉันก็ดีใจจะแย่อยู่แล้ว พวกแกก็รู้ว่าทำแค่นี้ฉันก็ใจอ่อนแล้ว...อีพวกเพื่อนขี้โกงเอ๊ย...ยังไงพวกเราก็ต้องเหมือนเดิมสิวะ”
บัวบุหงาดึงเพื่อนทั้งสองมากอด พ่อเต่ายิ้มทั้งน้ำตามีความสุขที่เห็นลูกกับเพื่อนๆคืนดีกัน
เมื่อเข้าใจกันดีสามสาวตรงไปหาพาทีกับพวกบลูปรินซ์ที่บ้านลุงอินเพื่อขอโทษและขอแก้ไขทุกอย่าง ทุกคนยังมีสีหน้าโกรธ แพรพิณกับบัวบุหงาเห็นท่าไม่ดีจึงเดินออกมา มีเพียงพรนางฟ้าที่ใจสู้ยิ้มแสดงความจริงใจด้วยการแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการและยินดีที่ได้รู้จักทุกคน แล้วเดินออกมาอย่างมั่นใจ
พรนางฟ้าเดินมาสมทบกับแพรพิณและบัวบุหงาที่ยืนอยู่ริมทะเล มองพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน
บัวบุหงาถามขึ้นว่าพวกเราคืนดีกันเร็วไปไหม พรนางฟ้า ย้อนถามทำไมต้องโกรธกัน เพื่อนรักหาเหตุผลไม่ได้ ทั้งสามสาวยิ้มให้กันแล้วยื่นมือไปจับกัน สุดท้ายเย้าแหย่วิ่งไล่กันอย่างสนุกสนานเหมือนก่อน สามสาวรู้แล้วว่าพวกเธอรักกันมากแค่ไหน
ชลลัมภีร์ไม่หยุดเพียงแค่นั้น สั่งนาเดียร์ให้แชร์ข่าวคฑาทำผู้หญิงท้องแม้จะไม่ได้ท้องจริง เขาให้เข้าไปดูในเมลของเขา ได้ตัดต่อข่าวเล่าใหม่ไว้เรียบร้อย นาเดียร์ยิ้มสะใจ
เย็นนั้น พรนางฟ้า แพรพิณและบัวบุหงานั่งกิน อาหารทะเลในร้าน บัวบุหงาเล่าความแค้นที่ชลลัมภีร์หักหลัง แพรพิณเปิดคลิปที่แฟนคลับถ่ายความวุ่นวายในงานแล้วแชร์กันว่อนให้ดู บัวบุหงาเห็นว่าการที่
บลูปรินซ์ซ่อนตัวแบบนี้ ทำให้ถูกขุดคุ้ยเรื่องอื่นๆขึ้นมา แล้วพรนางฟ้าก็เห็นแอนตี้เพจบลูปรินซ์ที่เพิ่งลงคลิปว่าคฑาทำผู้หญิงท้องแล้วไม่ยอมรับ สาวเสียใจแทบจะโดดตึกตาย พรนางฟ้าโกรธเพราะนี่เป็นการตัดต่อสร้างเรื่องใหม่ คงถึงเวลาที่ต้องไปแก้ที่จุดเริ่มต้น
พรนางฟ้าเปิดคลิปเสียงภาคภูมิคุยกับชลลัมภีร์ให้เพื่อนๆฟังแล้วบอกว่านี่คือจุดเริ่มต้นความแค้นของชลลัมภีร์ที่มีต่อพาที แพรพิณกับบัวบุหงาไม่เชื่อว่าพาทีเป็นเกย์ พรนางฟ้าแอบยิ้มเพราะตนก็ไม่เชื่อ สองเพื่อนทำเสียงล้อเธอรีบเปลี่ยนท่าทีเป็นขึงขัง
“ต่อนะ ชลลัมภีร์เชื่อว่าพี่พาทีคือคนที่วางแผนทำลายมิลเลนเนี่ยมบอย โดยการจ้างปาปารัสซี่มาถ่ายรูปเขาจูบกับพี่เจเจ ซึ่งเป็นต้นเหตุให้พี่เจเจกับชลลัมภีร์ทะเลาะกันอย่างรุนแรง จนพี่เจเจต้องกินเหล้าแล้วไปขับรถชนคนตาย ต้นสังกัดลงโทษให้มิลเลนเนี่ยมบอยต้องยุบวง พี่เจเจติดคุก หลังออกมาก็หายไปจากชีวิตชลลัมภีร์จนถึงทุกวันนี้”
บัวบุหงากับแพรพิณถามว่าเชื่อไหมว่าพาทีทำ พรนางฟ้าส่ายหน้า รู้แค่ว่าถ้าทำให้ชลลัมภีร์เปลี่ยนใจได้ เลิกแค้นพาที ทุกอย่างก็จบ สองเพื่อนอ่อนใจจะทำได้อย่างไร พรนางฟ้าสรุปคือต้องตามหาคนรักของชลลัมภีร์ให้เจอ
ooooooo
สี่หนุ่มบลูปรินซ์รู้ว่าพาทีเครียดก็พยายามสร้างความครึกครื้น ยืนยันว่าพวกเขาพร้อมกลับไปเผชิญความจริง พาทีจึงตัดสินใจจะกลับกรุงเทพฯ
คืนนั้นขณะที่กำลังขนของขึ้นรถ พรนางฟ้ากับเพื่อนๆ มาและถามพวกเขาจะกลับจริงหรือ พาทีบอกว่าเราหนีความจริงตลอดไม่ได้ พรนางฟ้าเห็นด้วย พอพาทีถามว่าพวกเธอมาทำไม เธอจึงถามกลับว่าเจเจอยู่ที่ไหน พาทีกับเควินชะงัก คนอื่นไม่ได้สนใจ พาทีชวนพรนางฟ้าไปเดินเล่น เธอยกมือห้ามเพื่อนไม่ต้องตาม
พาทีเปิดฉากถามว่าคิดจะให้เจเจมาช่วยพูดกับชลลัมภีร์ใช่ไหม แสดงว่าสืบเรื่องนี้มาเยอะ หญิงสาวยอมรับ พาทีจึงตั้งคำถามเพราะอยากรู้ความคิดเห็นของเธอ
“เธอคิดว่าฉันเป็นคนทำลายมิลเลนเนี่ยมบอยหรือเปล่า"
“ไม่ค่ะ ฟ้าเชื่อว่าพี่พาทีไม่ทำอะไรแบบนั้นแน่นอน”
“ทำไมล่ะ ชลลัมภีร์ยังปักใจเชื่อเลยว่าฉันเป็นคนจ้างช่างภาพมาถ่ายรูปเจเจจูบฉันเอง แล้วฉันก็เคยพูดว่าจะทำลายมิลเลนเนี่ยมบอย”
พรนางฟ้ายืนยันว่าไม่เชื่อ พาทีเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง พอวงแตกชลลัมภีร์ย้ายไปทำสื่อออนไลน์จนเป็นเจ้าพ่ออย่างทุกวันนี้ ส่วนตนก็สร้างบลูปรินซ์ขึ้นมาโดยสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ให้เจอเรื่องแบบมิลเลนเนี่ยมบอย แล้วย้อนถามเธอจะช่วยอะไรได้ ว่าแล้วก็เดินกลับไปดื้อๆ
กลับมาถึงกรุงเทพฯ นักข่าวอออยู่หน้าบ้าน พาทีบอกทุกคนว่าเราจะไม่หนี ช่วยควบคุมอารมณ์กันไว้ให้ดีไม่ว่าเจอคำถามอะไร...พอทุกคนก้าวลงจากรถ นักข่าวรุมถ่ายภาพและถามคำถามมากมาย พาทีตอบแทนทุกคนว่าจะจัดแถลงข่าว ขอบคุณที่ให้ความสนใจบลูปรินซ์
นาเดียร์พากลุ่มแอนตี้บีพีมาปลุกระดมหน้าบ้าน มีทั้งร้องไห้ระงมหาว่าบลูปรินซ์หลอกลวง เควิน จุงเบและคฑาเครียดจัด ไลออนปลอบ กลับโดนคฑาบ่นใส่เป็นเพราะเขาหลงผู้หญิงพาเพื่อนซวยกันหมด ไลออนสะกดอารมณ์ไว้ เควินโกรธแทนกระชากคอเสื้อคฑา พาทีต้องปรามเสียงเข้ม ไหนว่าพร้อมจะเผชิญความจริง ทุกคนนิ่งอึ้ง สักพักต่างขอโทษกันและกัน
ส่วนสามสาวกลับมารวมกันที่บ้านแพรพิณ เห็นคลิปนาเดียร์ไลฟ์สดจากหน้าบ้านบลูปรินซ์ กดดันให้พวกเขาทนกระแสต่อต้านของแฟนคลับไม่ไหว จะได้ออกมาพูดความจริง พรนางฟ้าคิดแผนการทันที
“แพร แกกับนักเรียนของแกต้องช่วยกันปั่นกระแสเปิดใจยอมรับบลูปรินซ์ขึ้นมา โดยแกจะต้องใช้สกิลการเป็นครูภาษาของแกดึงเพื่อนฝรั่งของแกมาซัพพอร์ตเรื่องนี้ให้มากที่สุด ความเห็นของฝรั่งที่เปิดใจรับเรื่องนี้มากกว่าจะช่วยเราได้ เพราะเท่าที่ฉันดูคนที่เดือดร้อนมากที่สุดคือพวกแอนตี้แฟนคลับ กับคนที่ต้องการเกาะกระแสเท่านั้น ยังมีคนอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นอะไร เราต้องดึงคนส่วนนี้มาเป็นพวกให้ได้ ซึ่งนั่นต้องพึ่งฝีมือของแกด้วยบัว”
บัวบุหงาบอกให้สั่งมาเลย พรนางฟ้าให้เตรียมทำคลิปไวรัลและโฟโต้เซตบลูปรินซ์แสดงให้เห็นว่าพวกเขารักกันแค่ไหน ทุกคนมีเสรีภาพที่จะเลือกรักใครก็ได้โดยไม่มีเพศสภาพ เราจะสร้างเรื่องการเปิดใจรับเพศ
ที่สามให้มากขึ้น จะต้องทำให้ออกมาดังที่สุด แล้วจะไม่มีเซเลบคนไหนต้องลำบากใจกับการเป็นตัวของตัวเองอีก
สองเพื่อนตบมือชื่นชมสมกับเป็นเออีมือหนึ่งของประเทศ พรนางฟ้าบอกให้หยุดไว้ก่อนเพราะตนต้องออกไปตามหาเจเจด้วยตัวเองให้ได้ก่อน...จากนั้น
พรนางฟ้าโทร.หาพาที บอกว่าบัวบุหงากำลังเข้าไปที่บ้าน ให้ช่วยเปิดประตูรับเธอด้วย ไม่ทันไรสี่หนุ่มบลูปรินซ์ก็ถือไอแพดเข้ามาบอกพาทีว่าแย่แล้ว...
บัวบุหงากลับบ้านเตรียมตัว ส่วนแพรพิณ พรนางฟ้าให้รีบไปหานักเรียนทั้งสาม ให้พวกเขาพยายามดึงต้อยกับติ่งหัวโจกแฟนคลับมาเป็นพวกด้วย
พาทีเห็นข่าวกรี๊ดเอนเตอร์เทนเมนต์เชิญให้ร่วมงานแถลงข่าวเปิดนิตยสารฉบับพิเศษ...บลูปรินซ์ ความจริงของคนลวง พร้อมเซอร์ไพรส์คลิปฉาวฉบับเต็มหนังสือจะวางแผงในวันงาน พาทีเครียด สี่หนุ่มเริ่มถกเถียงกันเอง เพราะมีเรื่องของทุกคน พาทีทนไม่ไหวเดินหนีออกมาที่ระเบียง กดโทรศัพท์หาชลลัมภีร์ ถามพอใจหรือยัง ขอให้พอได้ไหม กลับถูกเยาะหยันกลับมาว่าพรุ่งนี้
ทุกอย่างจะจบลงด้วยมือเขาแล้วตัดสายไป พาทีเสียใจพิมพ์ไลน์ไปหาอีกว่า
“น้องกูไม่เกี่ยว พวกมันไม่เกี่ยว กูขอโทษ กูขอร้อง พอเถอะ พอเถอะ” แล้วพาทีก็ตะโกนเรียกไอ้ชลลั่น ทุบกำแพงระบายความอัดอั้น ที่ทุกคนต้องมาทะเลาะกันเพราะตนเป็นต้นเหตุ
สี่หนุ่มบลูปรินซ์เลิกทะเลาะกัน ออกมาช่วยกันปลอบพาทีและกอดคอกันร้องไห้
ooooooo
บัวบุหงาเตรียมข้าวของเพื่อการถ่ายทำ พ่อเต่าเตรียมเครื่องสำอางและเสื้อผ้า แพรพิณตามมาช่วย ทุกอย่างจะต้องทำให้เสร็จในคืนนี้ พ่อเต่าคิดว่าเท่านี้ไม่พอต้องตามเพื่อนกะเทยของตนมาเป็นกำลังเสริม ให้ไปรวมกันที่บ้านบลูปรินซ์ ชยุตตามมารับทุกคน
อรนาฏโผล่มา ทุกคนชะงัก พ่อเต่าออกหน้าปกป้องลูก แต่อรนาฏกลับขอโทษทุกคนยอมรับว่าชีวิตตนทำผิดมาเยอะ ตนไม่เคยมีความสุขเลยที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองอยู่เป็นดาวค้างฟ้า ตอนนี้ตนรู้แล้วว่าการเข้าใจและยอมรับคนที่เรารักคือสิ่งที่สำคัญที่สุด...บัวบุหงาถามต้องการอะไรอย่าอ้อมค้อม อรนาฏน้ำตาร่วง
“ฉันต้องการพูดความจริงให้ทุกคนรู้ ความจริงที่มันอาจจะช่วยบลูปรินซ์ ความจริงที่อาจจะทำให้พันธิตยกโทษให้ฉันได้”
ทุกคนอึ้งพยายามดูว่านี่เป็นการแสดงของอรนาฏอีกหรือไม่...จากนั้นบัวบุหงากับพวกก็มาที่บ้านบลูปรินซ์ ส่วนพรนางฟ้ามาหาภาคภูมิอีกครั้งเพื่อซักถามว่าเขาเจอเจเจครั้งสุดท้ายที่ไหน ภาคภูมิตอบว่าเรือนจำ พรนางฟ้าแทบร้องกรี๊ด เพราะตนจะไปเริ่มต้นจากที่นั่นแล้ววิ่งไป
“คุณ คุณ ผมเคยส่งคนไปแล้ว มันโอ๊ย...เด็กสมัยนี้มันใจร้อนจังวะ...พี่ชลพี่จะไม่ปล่อยบลูปรินซ์ไปจริงๆเหรอครับ” ภาคภูมิร้องเรียกไม่ทันหันมาเครียดเรื่องชลลัมภีร์
กว่าพวกบัวบุหงาจะเข้าไปในบ้านได้แทบแย่
ดีที่เจ๊โดมพาพวกกะเทยมาและได้แจ้งตำรวจเคลียร์พื้นที่อ้างว่ามีการซ่องสุม...พาทียังงงว่าพวกบัวบุหงาจะมาช่วยอะไรได้ เธอสาธยายให้ความกระจ่างว่า
“เราจะถ่ายทำโฟโต้เซตกับไวรัลคลิป เพื่อสร้างกระแสบวกและแสดงความจริงใจของบลูปรินซ์ค่ะ โดยประเด็นหลักเราจะอยู่ที่การขอโทษและการพูดกับทุกคนตรงๆ โดยจะแทรกมุมมองของความรักที่ไม่มีเพศมาแบ่งกั้นเข้าไปด้วยค่ะ”
ทุกคนทึ่งกับไอเดีย บัวบุหงาบอกว่าพรนางฟ้าเป็นคนคิด เพื่อหยุดการเม้าท์กันต่อไป เราจะต้องทำให้เสร็จในคืนนี้ ว่าแล้วก็หันไปบอกพ่อเต่าให้ช่วยจัดการความประพฤติของลูกทีม เพราะทุกคนกำลังจะกินบลูปรินซ์อยู่แล้ว เจ๊โดมหันไปเห็นสี่หนุ่มโดนลูบไล้ก็รีบช่วยเคลียร์ทีมกะเทยของตนให้แยกย้ายไปทำงาน
แพรพิณกับชยุตและกลุ่มนักเรียนรวมทั้งปันปัน ต้อยและติ่งช่วยกันรวบรวมแฟนคลับที่สนับสนุนบลูปรินซ์ เพื่อไว้ให้ช่วยกันแชร์โฟโต้เซตที่กำลังจะทำ
ในขณะที่นาเดียร์กับพวกกลับมารายงานชลลัมภีร์ว่าโดนตำรวจลงพื้นที่จึงต้องสลายตัว ชลลัมภีร์ไม่หวั่นเพราะมั่นใจพรุ่งนี้ตอนแถลงข่าวเปิดหนังสือ บลูปรินซ์กับพาทีจะต้องพินาศ
พันธิตเห็นข่าวแล้วหงุดหงิดทำไมแฟนคลับต้องยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของบลูปรินซ์ พวกเขาไม่ได้ฆ่าคนตายเสียหน่อย อรนาฏเข้ามาอธิบายว่า พวกนั้นแค่รักมากเกินไปเลยทำอะไรโดยไม่ทันคิด พันธิตย้อนว่าเหมือนที่เธอทำ แล้วขอตัวออกไปข้างนอก วทันยูหน้าตื่นมาบอกว่าบัวบุหงาให้มาชวนพันธิตไปช่วยพวกเขาทำคลิปไวรัลช่วยบลูปรินซ์ พันธิตยังโกรธปัดไม่สนใจ อรนาฏขอให้วทันยูพาตนไปที่บ้านบลูปรินซ์
พาทีกำลังอธิบายแก่บลูปรินซ์ “หลักๆของโฟโต้เซตนี้คือ รูปคู่เควินกับจุงเบที่แสดงออกทางความรักซึ่งกันและกัน มันเป็นการบอกทุกคนว่าพวกแกสองคนรักกันจริง และพร้อมที่จะเปิดรับ เผชิญหน้าทุกอย่างไปพร้อมกันด้วยความรักโดยมีสมาชิกคนอื่นๆในวงอยู่ด้วยเพื่อแสดงการยอมรับและเปิดใจด้วยกัน”
ทุกคนไม่ค่อยเข้าใจ แต่พอเจ๊โดมพูดเสริมทำให้พวกเขารู้ว่านี่คือสิ่งที่แอนตี้แฟนทุกคนต้องการ คือความจริงใจจากพวกเรา พาทีถอนใจ ตนพูดแทบตายไม่เข้าใจ เจ๊โดมหัวเราะบอกตนมีสกิลในการพูดกับผู้ชาย...ระหว่างนั้นพ่อเต่าออกไปซื้อเสบียง และได้เจอแม็กซี่ขอมาช่วยด้วย
ด้านพรนางฟ้ามาซักถามเจ้าหน้าที่เรือนจำว่าวันที่เจเจออกจากคุกเขาไปไหน เจ้าหน้าที่เล่าว่าเห็นมีคนมารับแต่มันไกลจึงไม่รู้ว่าใคร พรนางฟ้าครุ่นคิด คนเราเมื่อไม่มีที่ไปจะไปไหน ก็คิดได้ว่าน่าจะไปหมอชิตเพื่อหนีหน้าผู้คนไปอยู่ต่างจังหวัด
อรนาฏมาพร้อมวทันยู มาถึงก็เดินเข้าไปหาเควิน เขาตะลึงน้ำตาเอ่อ พาทีเครียดไม่รู้ว่าเธอจะทำอะไร เข้าไปปกป้องน้องตามสัญชาตญาณ อรนาฏเอื้อมมือไปลูบหน้าเควินน้ำตาร่วง
“แม่ขอโทษนะที่ทิ้งลูกไป แม่ขอโทษจริงๆ แม่ผิดเองที่เห็นแก่ชื่อเสียงเงินทอง แม่ผิดเองที่เห็นแก่ตัว” แล้วหันมาพูดกับพาที “น้าขอโทษนะที่ทำให้เราลำบากตั้งแต่เด็ก ขอบคุณที่ช่วยดูแลลูกน้ามาอย่างดี...แม่รู้ว่าลูกคงไม่ยกโทษให้แม่ง่ายๆแต่อย่างน้อยช่วยเรียกแม่ซักคำได้ไหม”
เควินน้ำตาไหลเรียกแม่และโผกอดด้วยหัวใจพร่ำหามาตลอด อดถามไม่ได้ว่าไม่รังเกียจที่ตนเป็นเกย์หรือ อรนาฏยอมรับว่าเคยเกลียด แต่พอมันทำให้คนรอบข้างเดือดร้อนและไม่ได้ทำให้ตนมีความสุขเลย วันนี้ตนรู้แล้วว่าสิ่งที่ตนต้องทำคือเข้าใจและยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น
ทุกคนตื่นเต้นตกใจแต่ก็ยินดีกับความเข้าใจนี้ พาทีถามอรนาฏไม่ห่วงชื่อเสียงแล้วหรือ เธอตอบว่ามันไม่สำคัญเท่าความรู้สึกของเควิน และที่มาเพื่อช่วยทำงานให้สำเร็จ
พาทีสบายใจขึ้นหลบออกมาโทร.ถามพรนางฟ้าว่าอยู่ไหนเพื่อตามไปพบ ไลออนออกมาถามเขาจะไปไหน พาทีตอบว่าไปแก้ไขอดีต ไลออนบอกพาทีว่าตนรู้ใจตัวเองแล้วว่าตนแค่ชอบพรนางฟ้าเท่านั้น ไม่ได้รักเหมือนที่เขารักเธอ พาทีฟังแล้วดีใจมาก
ทันใดเฌอเบลล์เข้ามาขวาง ไลออนตั้งท่าเถียงกับเฌอเบลล์แทน แต่เธอกลับบอกว่าที่มาเพราะอยากช่วย ตนรู้ตัวแล้วว่าที่ผ่านมาแค่อยากเอาชนะผู้ชายที่ไม่สนใจตนเท่านั้น ไลออนแทบไม่เชื่อหู เปลี่ยนเป็นพูดดีกับเธอ
ooooooo
ในสวนออแกนิกแห่งหนึ่ง เจเจทำงานอยู่กับลุงป้า เห็นข่าวสัมภาษณ์ชลลัมภีร์ในทีวี เขาว่าจะแฉความลับของโปรดิวเซอร์พาทีและศิลปินบลูปรินซ์ ก็รู้สึกเป็นห่วงพาที
พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า พรนางฟ้ากับพาทียังหาเจเจไม่เจอ ทั้งสองนั่งพักด้วยความอ่อนล้า พาทีเปิดมือถือเห็นโฟโต้เซตถูกปล่อยออกมาแล้ว มีความคิดเห็นจากชาวต่างชาติทั้งกระแสบวกและลบอย่างที่พรนางฟ้าคาดเดา แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะได้ผล
หญิงสาวถอนใจเพราะแผนสำรองคือหาตัวเจเจ พาทีโอบปลอบขอบคุณที่ช่วยขนาดนี้ ถามว่าจำคาถาวิเศษที่เคยบอกได้ไหม พรนางฟ้ามองหน้าเขาด้วยความซาบซึ้ง พูดพร้อมกับเขาว่า
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร...”
พาทีบอกว่าหลังจากนี้ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น พรนางฟ้าแทรกว่าเราจะไม่เสียใจกับทุกอย่างที่ตั้งใจทำลงไป พาทีแปลกใจเธอรู้ได้อย่างไรว่าตนจะพูดแบบนั้น เธอคุยอวดว่าตัวเองเก่ง แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะ สวมกอดกันด้วยความเข้าใจ
การถ่ายทำคลิปไวรัลเสร็จสิ้นลงโดยพันธิตมาช่วยกำกับ บลูปรินซ์ขอบคุณทุกคนและบอกว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้พวกตนเรียนรู้ ไม่ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นพวกเราจะยังรักกันตลอดไป พันธิตน้ำตาเอ่อหันมาพูดกับอรนาฏ
“ขอบคุณนะครับที่พูดทุกอย่างออกมา ผมขอโทษที่ผมไม่เคยพยายามทำความเข้าใจคุณเลย ขอโทษที่ผมเป็นเด็กดื้อ ขอโทษที่ผมมันเห็นแก่ตัว ขอโทษที่ผมรักคุณน้อยเกินไป ผมขอโทษที่ผม...”
อรนาฏสวมกอดขอให้เรียกตนว่าแม่และย้ำว่าแม่รักลูก ที่ผ่านมาแม่ขอโทษ เขากระชับกอดแทนคำตอบ อรนาฏกระซิบถามจะไม่เคลียร์กับบัวบุหงาหน่อยหรือ อย่าปล่อยให้ผู้หญิงรอนานมันไม่ดี
พันธิตตัดสินใจเดินมาเรียกบัวบุหงา เธอหันมาด้วยน้ำตานองหน้า น้ำมูกย้อย เขาอดขำไม่ได้ พ่อเต่าเห็นหน้าลูกก็อุทานด้วยความตกใจก่อนจะดึงตัวไปเช็ดหน้า พันธิตบอกไม่เป็นไรตนรับได้ ยอมรับว่าที่หายโกรธเธอเพราะคลิปไวรัลที่ทุกคนพูด ไม่ว่าจะดีจะร้ายมันก็ทำให้คนฟังกล้าที่จะยอมรับ เขาโอบกอดให้เธอตอบว่าชอบผู้ชายแบบนี้ไหม เธอหน้าแดงพยักหน้ายอมรับ
ค่ำนั้นพาทีพาพรนางฟ้ามาที่สะพานที่เคยมา เขาถามให้มั่นใจว่าเธอช่วยบลูปรินซ์ได้แน่หรือ
“สิ่งที่ฟ้าทำลงไปอาจจะช่วยอะไรเราไม่ได้เลยก็ได้ แต่ฟ้าก็ตั้งใจทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่ฟ้าจะทำได้ เพื่อที่อย่างน้อยมันจะได้เป็นการไถ่โทษ ที่ฟ้าเป็นคนเริ่มเรื่องทุกอย่างนี้ขึ้นมา เรื่องทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความผิดของใคร นอกจากฟ้า ฟ้าเองคนเดียว”
“รู้ไหมพี่ไม่เคยให้อภัยคนที่ทรยศหักหลังพี่ พี่ไม่เคยทำได้ เพราะเวลาที่พี่ไว้วางใจใครแล้ว พี่จะวางหัวใจให้ทุกอย่างกับเขาจริงๆ แต่กับฟ้าพี่อยากให้อภัย ไม่ว่าฟ้าจะโกหก จะหลอกหรือจะหักหลังพี่กี่ครั้ง พี่ก็ยังอยากให้อภัยฟ้า ไม่รู้ทำไม มันทำให้พี่โมโหตัวเองมากเลย”
พรนางฟ้าซึ้งใจตะโกนคำขอโทษออกมาจนพาทีตกใจถามว่าตะโกนทำไม หญิงสาวบอกว่าเวลาตะโกนความรู้สึกจริงๆของเราไปบนท้องฟ้า มันจะโล่งอก พ่อตนสอนไว้ พาทีคล้อยตามลองตะโกนขึ้นบ้างว่า อยากช่วยบลูปรินซ์...ก็รู้สึกดีขึ้นจริงๆ ตะโกนต่อไปอีกว่า
“ผมอยากทำความฝันให้สำเร็จไปพร้อมๆกับพวกนั้น ผมอยากให้ชลลัมภีร์ทิ้งเรื่องในอดีตไปซักที...ฟ้า ฉันรักเธอ”
พรนางฟ้าสะดุ้งหันมอง พาทีใช้จังหวะนั้นดึงเธอมาจูบเนิ่นนาน หญิงสาวยอมรับว่าตนก็รักเขา พาทีถามว่าตนเชื่อใจเธอได้ใช่ไหม เธอรับว่าได้แน่นอน ทั้งสองโน้มหน้าเข้าหากันจะจูบกันอีกครั้ง แต่เสียงไลน์ขัดจังหวะเสียก่อน แจ้งว่าคลิปไวรัลตัดต่อเสร็จแล้วให้กลับไปดู
ooooooo
วันต่อมานักข่าวและแฟนคลับบลูปรินซ์จำนวนมากมารับฟังการแถลงข่าวของชลลัมภีร์ นาเดียร์กับพวกเตรียมถ่ายเฟซบุ๊กไลฟ์ลงเพจแอนตี้
เมื่อชลลัมภีร์ขึ้นเวทีกล่าวเปิดตัวนิตยสารพร้อมแถลงข่าวความจริงอันเลวร้ายของศิลปินอันดับหนึ่งของประเทศ คือบลูปรินซ์...ภาคภูมิเดินเข้ามาในห้องแถลงข่าวแล้วนั่งฟัง ชลลัมภีร์แจงข้อเสียที่บลูปรินซ์ทำ ตั้งแต่เควินกับจุงเบมีความสัมพันธ์เป็นเกย์ คฑามีความสัมพันธ์กับแฟนคลับแล้วปล่อยให้ไปตรวจครรภ์เพียงลำพัง และไลออนที่ชอบดื่มจนคุมสติตัวเองไม่ได้เที่ยวไล่จูบคนอื่น และยังมีความลับที่โปรดิวเซอร์ปิดบังมานานระหว่างเขากับเควิน
ระหว่างที่ชลลัมภีร์พูด เบื้องหลังฉายภาพการกระทำของบลูปรินซ์ที่ผ่านมา...ด้านห้องควบคุมเสียงและภาพ วทันยูนำทีมงานสองคนเข้ามาทำหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่คนเดิมที่โดนขู่จนกลัวลานรีบออกไป สองคนถอดหมวกและแว่นออกเผยให้เห็นว่าเป็นพันธิตกับชยุต
รถตู้แล่นมาจอดหน้าโรงแรม สี่หนุ่มบลูปรินซ์ พาทีและพรนางฟ้าก้าวลงมาในชุดขาว...ชลลัมภีร์กำลังเชิญให้ทุกคนชมคลิปสั้นๆเพื่อให้เห็นว่าบลูปรินซ์ไม่สมควรเป็นศิลปิน
ภาพที่จอขึ้นเป็นตัวหนังสือว่า “ความจริง เป็นสิ่งที่เราทุกคนอยากได้ยินจากปากของคนที่เรารัก...เพราะความจริงจากปากของเขาทำให้เรารู้สึกว่า เขายังรักเราอยู่เช่นกัน”
ภาพอรนาฏ แม็กซี่และพ่อเต่าปรากฏขึ้น ต่างแนะนำตัวเอง เสียงฮือฮาทำให้ชลลัมภีร์ต้องหันมองจอ เขาตกใจมากว่าเกิดอะไรขึ้นกับคลิป นาเดียร์ตาเหลือกรีบดึงพรรคพวกลุกออกไป
อรนาฏเปิดเผยชีวิตตัวเองว่าเคยมีสามีเป็นนักดนตรี มีลูกชายคนหนึ่ง ด้วยความฝันอยากเป็นนักแสดงจึงทิ้งครอบครัวมาทำตามความฝัน และได้พบรักกับสามีใหม่ มีลูกชายที่ทุกคนรู้จักดี แต่พอมารู้ว่าสามีเป็นเกย์ ตนยอมรับไม่ได้ทำให้ต้องแยกทางและกลัวว่าลูกจะเป็นอย่างพ่อ จึงควบคุมชีวิตเขาอย่างไม่ได้นึกถึงจิตใจเขา ถึงกับจ้างนักสืบตามดู และจ้างผู้หญิงให้เป็นแฟนลูก ที่ทำไปทั้งหมดเป็นความเห็นแก่ตัว ตนเสียใจและขอโทษลูกที่ไม่เชื่อใจลูก
“และวันนี้เมื่อลูกชายคนที่ฉันเคยทอดทิ้งกำลังมีปัญหา ในฐานะแม่ที่ไม่เคยได้ทำหน้าที่ ฉันอยากจะบอกกับเควินว่า ไม่ว่าลูกจะเป็นผู้ชายหรือเป็นเกย์ ลูกก็เป็นลูกแม่ ไม่ว่าจะมีคนเป็นหมื่นเป็นพันรับไม่ได้ในสิ่งที่ลูกเป็น แม่อยากบอกว่าแม่รับได้ แม่รักลูกนะ” อรนาฏร้องไห้
แม็กซี่พูดถึงตัวเองว่าถูกล้อมาตั้งแต่เล็กว่าเป็นกะเทย แต่สุดท้ายตนก็ทำให้ทุกคนภูมิใจในเพศสภาพของตนได้ ความรักไม่ว่าจะเป็นเพศไหน ขอแค่ให้เราจริงใจกับความรู้สึก ไม่โกหก รักให้เป็นและพร้อมที่จะรักด้วยความ รู้สึกทั้งหมดของหัวใจ คุณก็จะได้พบรักแท้ไม่จำกัดเพศ
มาถึงพ่อเต่า พูดถึงความเป็นกะเทยของตัวเอง แต่ก็ไม่เคยไม่รักภรรยาและลูก ตนเลี้ยงลูกด้วยความรักและเอาใจใส่ แม้จะทำให้ลูกสับสนและกลัวในความรัก แต่ไม่ว่ายังไงพ่อคนนี้ก็คือพ่อของลูก และพ่อเชื่อว่ารักแท้จะรักษาบาดแผลในใจของลูกได้ ความรักเกิดขึ้นได้เสมอไม่ว่าจะกับใคร ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีเพศ แม้แต่อายุ ตราบที่เรามอบหัวใจให้ใครสักคน
นี่คือความจริงที่ไม่ค่อยมีใครกล้าพูด...พวกเราก็เช่นกัน ภาพสี่หนุ่มบลูปรินซ์ปรากฏขึ้น พวกเขาร่วมกันขอโทษแฟนคลับและทุกคนที่ทำให้ผิดหวัง...พวกเราทุกคนเคยทำพลาด และทุกครั้งที่เราทำพลาด คนที่เจ็บปวดที่สุดคือคนที่รักเราจริง
“สิ่งที่เราอยากจะบอกกับทุกๆคนก็คือ พวกเราขอบคุณที่ทุกคนโกรธ เศร้าและเสียใจ เพราะนั่นทำให้เรารู้ว่า ทุกคนยังรักเราอยู่ เราอยากจะบอกทุกคนว่า...”
ทันใดนั้นภาพในจอกลายเป็นสีดำ เสียงสี่หนุ่มบลูปรินซ์ตะโกนขอโทษดังมาจากด้านหลังทุกคน พวกเขาปรากฏตัวขึ้นที่ประตูทางเข้าพร้อมพาที พรนางฟ้าและทุกคนที่ร่วมกันทำคลิปไวรัล...หลายคนลุกขึ้นปรบมือชื่นชม นักข่าวกรูเข้ารุมล้อมสัมภาษณ์ เสียงชลลัมภีร์โวยวายที่ใช้งานตนแก้ตัว พาทีถามว่านี่ไม่ใช่งานของบลูปรินซ์หรือ ในเมื่อมีแต่ภาพของบลูปรินซ์เต็มไปหมด ชลลัมภีร์โกรธท้าทาย
“งั้นมาดูกันว่าเรื่องของใครจะน่าสนใจกับสื่อมากกว่า”
พรนางฟ้าบอกว่าสื่อมวลชนที่ดีควรรับฟังข้อมูลจากทุกด้าน แพรพิณถามขึ้นว่า
“คุณชลลัมภีร์มีความตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ สร้างรายได้ให้ตัวเองด้วยการเหยียบคนอื่นให้จมดินหรือ”
ชลลัมภีร์พยายามคุมอารมณ์บอกให้บลูปรินซ์ขึ้นมาบนเวที ทั้งสี่ยิ้มรับเดินขึ้นไปอย่างมั่นใจ ชลลัมภีร์พูดจายั่วยุต่างๆนานา พาทีกับพรนางฟ้าช่วยกันเน้นว่าบลูปรินซ์ทำผิดก็ยอมรับผิดและขอโทษ ชลลัมภีร์หันมาแฉพรนางฟ้าว่าเป็นคนที่ไว้ใจไม่ได้ พาทีจะแก้ข้อกล่าวหา แต่พรนางฟ้าชิงพูดก่อน
“สวัสดีค่ะทุกๆคน ฉันพรนางฟ้า ฉันขอชี้แจงว่าฉันเคยทำงานให้คุณชลลัมภีร์จริงค่ะ แต่ตอนนี้ฉันกำลังช่วยบลูปรินซ์อยู่เพราะฉันสืบจนได้รู้ความจริงว่าจริงๆแล้วคุณชลลัมภีร์จ้างให้ฉันสืบเรื่องราวทั้งหมดก็เพื่อนำข้อมูลไปทำลายวงบลูปรินซ์ค่ะ”
นักข่าวฮือฮาตั้งคำถามกันใหญ่ ชลลัมภีร์สาวไส้อีกว่าไม่เพียงแค่พรนางฟ้าที่หลอกลวง ยังมีเพื่อนเธอคือบัวบุหงาที่หาผลประโยชน์จากความรักความไว้วางใจเช่นกัน พันธิตโต้ว่าไม่จริง ชลลัมภีร์ประกาศว่าบัวบุหงาหักหลังเพื่อน เป็นคนเอาคลิปเควินกับจุงเบมาให้ตนแลกกับเงินสองล้าน หญิงสาวหน้าเสียเถียงไม่ออก ขณะกำลังจนแต้มก็พอดีมีเสียงเจเจตะโกนขึ้นมา
“พี่ชล พอเถอะครับ เลิกทำลายพี่ทีเพราะความเข้าใจผิดของพี่ซักที”
ทุกคนตกตะลึงหันมองที่มาของเสียง ชลลัมภีร์ดีใจที่เจเจกลับมา...พรนางฟ้าดีใจมากขอให้เจเจเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น เจเจทำใจครู่หนึ่งตัดสินใจเล่ารายละเอียดในอดีต
วันที่พาทีกับชลลัมภีร์ทะเลาะกันรุนแรง ทำให้เจเจรู้ว่าเขาเข้ามาในวงได้เพราะเส้นสายไม่ใช่ฝีมือ พาทีตามมาปลอบใจว่าไม่ต้องคิดมากเพราะเขาก็มีฝีมือถึงพาวงประสบความสำเร็จได้ เจเจโผกอดพาทีแล้วจูบเขาโดยที่ไม่ทันตั้งตัว พาทีตกใจผลักออกแต่มีปาปารัสซีแอบถ่ายภาพได้เจเจสารภาพว่ารักพาที ที่อยากเข้ามาในวงเพราะต้องการใกล้ชิดเขา พาทีช็อกเดินหนีไป
หลังจากวันนั้นก็มีภาพหลุดออกมา ชลลัมภีร์โกรธมากหาว่าพาทีวางแผนแย่งเจเจ เจเจจึงบอกความจริงว่าเขารักพาทีมาตลอด ชลลัมภีร์โกรธมากตบหน้าเขาและด่าว่ารุนแรง เจเจเสียใจดื่มจนเมาประกอบกับเสพยาทำให้เกิดอุบัติเหตุ
วันที่เจเจออกจากเรือนจำ ชลลัมภีร์มารอรับ แต่เจเจบอกเขาว่า
“พี่มันแค่ไอ้คนเห็นแก่ตัว ไม่เคยรักใครจริง พี่ให้โอกาสผมก็จริงแต่ผมต้องเอาเซ็กซ์เข้าแลก หนำซ้ำพี่ยังหลอกให้ผมเล่นยาเพื่อผมจะหนีพี่ไปไหนไม่ได้...ที่ผ่านมาผมขอบคุณมาก ไม่ต้องตามผมนะครับ”
ชลลัมภีร์เสียใจ ช่วงนั้นวงบลูปรินซ์ดังมากยิ่งทำให้เขาแค้นจะทำลายพาทีกับบลูปรินซ์ให้ได้...
กลับมาที่ห้องแถลงข่าว ชลลัมภีร์พยายามบอกเจเจว่าพาทีทำลายวงเรา เจเจไม่เชื่อและย้ำว่าเขาไม่เคยรักใครจริง เขารักแต่ตัวเอง เจเจเล่าว่าวันที่เกิดอุบัติเหตุ รถคู่กรณีไฟไหม้ ตนสลบในรถแต่พอลืมตาขึ้นมาเห็นชลลัมภีร์ตนร้องรียกให้เขาช่วย พอมีเสียงรถตำรวจมา เขาก็รีบหนีเอาตัวรอดเพราะกลัวเสียชื่อเสียง ทิ้งให้ตนนอนเจ็บปวดอยู่ในรถอย่างนั้น
นักข่าวถามชลลัมภีร์ว่าจัดงานนี้เพื่อล้างแค้นส่วนตัวหรือ เขาตวาดให้หุบปาก ท่าทางเขาเริ่มสติแตก เควินกับไลออนตัดบทช่วยกันบอกว่าที่พวกตนมาเพื่อขอโทษแฟนคลับไม่ใช่มาเอาผิดใคร ชลลัมภีร์กราดเกรี้ยวจะเข้าทำร้ายพาที เจเจเข้าขวางมองหน้าชลลัมภีร์
“พี่รักผม ผมรู้ แต่พี่ก็น่าจะรู้ว่าผมรักพี่ที รักมานานแล้ว ทุกวันนี้ผมก็ยังรักพี่ทีอยู่ ถึงแม้พี่เขาจะไม่เคยรักผมเลยก็ตาม”
ชลลัมภีร์คลั่งพุ่งเข้าชกหน้าพาที และชักปืนออกมา พรนางฟ้าตกใจเอาตัวเข้าปกป้องพาที เขาตะลึงมองเธออย่างคาดไม่ถึง พันธิต ชยุตและวทันยู ต่างดึงคนรักของตัวเองมาหลบข้างหลัง พาทีหมุนตัวกลับเอาตัวบังพรนางฟ้า เจเจเดินเข้ามาขวางหน้าชลลัมภีร์ ประกาศถ้าจะจบความแค้นนี้ก็จบที่ตน อย่าให้เรื่องแย่ไปกว่านี้
ชลลัมภีร์ยิ่งแค้นจะทำให้พาทีเสียใจต้องทำกับคนที่เขารักเพื่อให้รู้รสชาติของการสูญเสีย แล้วเล็งปืนไปทางเควิน พาทีร้องห้ามเสียงดังลั่น จุงเบพุ่งเอาตัวกระแทกชลลัมภีร์ล้มลง ทุกคนกรูเข้าจับตัวเขาไว้ แสงแฟลชวูบวาบเต็มห้อง เจเจฉวยโอกาสหลบออกไปทุกอย่างสงบลง
ooooooo
วันเวลาผ่านไป พรนางฟ้านั่งพิมพ์บรรยายเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ชลลัมภีร์เข้ารักษาอาการทางจิต บลูปรินซ์กลับมาโด่งดังอย่างเดิม พวกเขามีความรับผิดชอบต่อหน้าที่มากขึ้น
ภาพยนตร์ของพันธิตได้รับการฉาย บัวบุหงาได้แต่งงานกับพันธิต และพาอรนาฏบินไปเยี่ยมวีระซึ่งอยู่กับสามีฝรั่งที่ต่างประเทศอย่างมีความสุข...ส่วนชยุตขอแพรพิณแต่งงาน ทำให้หมอไทยอิจฉาที่เพื่อนแต่งงานก่อน ตัวเขาต้องรอให้อันนาเรียนจบ ด้านพรนางฟ้าได้เป็นผู้จัดการวงและควบอีกตำแหน่งคือภรรยาโปรดิวเซอร์พาที
เช้าวันหนึ่งพรนางฟ้าคุยสามสายกับบัวบุหงาและแพรพิณบนเตียงนอนด้วยความคิดถึงกัน แพรพิณสงสารเพื่อนที่ต้องทำงานหนักให้พาทีและวงบลูปรินซ์ จังหวะนี้พาทีโผล่ขึ้นมาจากใต้ผ้าห่ม พรนางฟ้าบอกเพื่อนๆว่าสามีตื่นแล้ว ตนต้องดูแลเขา...
หลังจากพรนางฟ้าวางสายจากเพื่อนแล้ว พาทีถามว่าทำไมตื่นแต่เช้า หญิงสาวยิ้มๆ บอกเขาว่าขอกาแฟใส่นมหนึ่งแก้ว แล้วบ่ายนี้มีรายการจะมาสัมภาษณ์บลูปรินซ์อย่าลืมเตรียมของว่าง
พาทีบ่นกระปอดกระแปดว่าเขาเลิกทาสนานแล้วแต่ตนยังเป็นทาสอยู่เลย หญิงสาวถามว่าบ่นอะไร ก่อนจะเรียกเขาเข้ามาใกล้ๆ แล้วหอมแก้มให้เป็นรางวัล พาทีได้ใจอยากได้มากกว่าหอม โถมกอดเธอล้มลงบนเตียงคลอเคลียนัวเนียกันอย่างมีความสุข
ooooooo
–อวสาน–
.
Logged
Pages:
[
1
]
« previous
next »
SMF 2.0.4
|
SMF © 2013
,
Simple Machines
| Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.171 seconds with 17 queries.
Loading...