User Info
Welcome,
Guest
. Please
login
or
register
.
02 November 2026, 20:01:17
1 Hour
1 Day
1 Week
1 Month
Forever
Login with username, password and session length
Search:
Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ
http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,712
Posts in
15,718
Topics by
70
Members
Latest Member:
KAN
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
|
หมวดหมู่ทั่วไป
|
ศาลาพักใจ
|
รายการโทรทัศน์ที่น่าดูมาก
|
เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
« previous
next »
Pages:
[
1
]
Author
Topic: เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com) (Read 163 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Online
Posts: 14,523
เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com)
«
on:
20 October 2026, 08:44:00 »
เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com)
เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 1 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com)
https://mgronline.com/drama/detail/9550000080534
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11
เผยแพร่: 1 ก.ค. 2555 16:45 โดย: MGR Online
.
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11
ที่บริเวณหน้าเรือนใหญ่เวลาเดียวกัน คนงานชาย 2 คน ถือปืนยาวยืนยามอยู่สายตาสอดส่ายไปทางต้นเพลิง เห็นเปลวไฟแดงฉานตรงโรงเก็บหญ้า
ขณะเดียวกัน ทุกคนนั่งกันหน้าเครียดอยู่ในห้องโถง รอฟังข่าวอย่างระทึก ปานเทพกระสับกระส่ายเพราะห่วงพ่อ
“ผมอยู่ไม่ได้แล้วน้าเพ็ญ ผมไปช่วยพ่อกับอาหวินดีกว่า”
น้อยอาสาจะไปด้วย “น้อยไปด้วย เผื่อใครหิวน้ำท่าจะได้หาให้ดื่ม”
“หวานไปด้วย ดีกว่านั่งรออยู่อย่างนี้”
“ถ้าอย่างนั้นรอก่อน ถ้าจะไปก็ไปด้วยกัน ขอชั้นขึ้นไปเอาของก่อน”
ทุกคนลุกพรวด เพ็ญเดินเร็วรี่ขึ้นบันไดไป
คนงาน 2 คน ยืนยามหน้าเครียดอยู่ ทันใดนั้นลูกน้องเสี่ยตงก็เข้ามาข้างหลังทั้งคู่ ข้างละ 2 คน จัดการกระหน่ำตีหัวคนงานสลบเหมือด
สมุนหัวโจกลูกน้องเสี่ยตงที่เคยมีเรื่องกับใหญ่ ก้าวเข้ามาหน้าเหี้ยมกับลูกน้องอีกสอง เดินนำหน้าจะเข้าเรือนใหญ่
ปานเทพเดินก้มหน้าตรวจปืนในมือ น้อยกะหวานเดินตามติดออกมา
พอปานเทพเงยหน้าก็เจอสมุนหัวโจก กับลูกน้อง
“เฮ้ย ...”
สมุนหัวโจก เตะปืนที่มือปานเทพกระเด็นไป
น้อยกะหวานร้องกรี๊ด สีหน้าเพ็ญที่อยู่บนห้อง ตกใจตาโต
ปานเทพชกสมุนหัวโจก แต่มันหลบฉาก ระหว่างนั้นลูกน้องสองคนเข้าไปล็อกปิดปากน้อยกะหวาน
เหล่าลูกน้องเสี่ยรุมเตะต่อยปานเทพ และปานเตะต่อยสู้ไปได้สองสามครั้ง ลูกน้องเข้าล็อกแขนได้ สมุน หัวโจกต่อยท้องปานเทพระบายแค้นเก่า
ปานเทพจุกจนตัวงอ สมุนหัวโจกตีท้ายทอยด้วยด้ามปืนร่างปานเทพทรุดลงสลบไสล
ปานเทพถูกมัดสลบอยู่ในโถงเรือนใหญ่ น้อยกะหวานถูกมัดมือมัดเท้า หน้าตื่นเลิ่กลั่กนั่งที่พื้น เหล่าลูกน้องถือปืนคุมเชิง
สมุนหัวโจกชักมีดสั้นออกมา พูดถามหวานกะน้อยเบาๆ “ถ้าไม่อยากเสียโฉม บอกมา ห้องไอ้ใหญ่อยู่ไหน” .
เพ็ญแอบดูที่บันไดชั้นบนเห็นแค่หน้าแคบๆ น้อยกะหวานตาตื่น สมุนหัวโจก เดินเข้าหาปัดปาดมีดฉวัดเฉวียนไปมาบนมือ
ครู่ต่อมาสมุนหัวโจก เดินนำลูกน้องมาที่หน้าห้องใหญ่ กระชับปืนเตรียมพร้อม
ลูกน้องค่อยๆ จับลูกบิดประตู เปิดเข้าไปช้าๆ
ประตูเปิดกว้าง เสียงปืนดังสองนัด ลูกน้องสองคนโดนลูกปืนที่เอวร่างกระเด็น อีกคนโดนที่โคนขา
สมุนหัวโจกกับลูกน้องที่เหลือ ลากคนที่โดนปืนถอยไปทางเดียวกัน
เพ็ญโผล่ออกมา แอบตรงขอบประตูยิงพวกผู้ร้ายอีกสองนัด ลูกน้องอีกคนโดนเข้าที่ท้องทรุดลงไปกอง
สมุนหัวโจกยิงเพ็ญสองนัด ลูกน้องอีกสองคนยิงอีกสองนัด
เพ็ญหลบวูบ สมุนหัวโจก กับลูกน้องลากคนเจ็บหนีพลาง จดจ้องปืนระวังพลาง
เพ็ญโผล่ยิงไล่ไปอีกสองนัด สมุนหัวโจก ยิงสวนสองนัด เพ็ญหลบวูบ
ทางด้านถวิลกับปลอด พร้อมเหล่าคนงานส่งกระแป๋งน้ำเป็นทอดๆ ช่วยกันดับไฟอยู่วุ่นวาย เห็นคานไม้โรงเก็บหญ้าหล่นโครมคราม คนงานโดนไฟไหม้วิ่งออกมาล้มกลิ้งดับไฟ
เปี๊ยกช่วยประคองปีกคนงานออกมา คนงานบาดเจ็บหัวแตก เนื้อตัวดำปื้น
จังหวะนั้นคนงานที่โดนตีหัวจากเรือนใหญ่กุมท้ายทอย จุดที่โดนตี เข้ามาโซเซเข้าหาถวิล
“ลุงหวิน คนร้ายบุกเรือนใหญ่”
ก่อนที่ร่างคนงานจะทรุดลงสลบกับพื้นอีกรอบ
ปลอด ถวิล และเปี๊ยกสบตากัน วิ่งออกไป
บรรดาเหล่าร้ายถอยหนีอย่างทุลักทุเลลงมา ผ่านปานเทพ น้อย และหวานไป ลูกน้องลากกันไป สมุนหัวโจก แตะแขนลูกน้องอีกคน
“เรียกรถมารับเร็วเข้า เอ็ง... ยิงไอ้สามตัวนี่ทิ้ง มันเห็นหน้าเรา”
น้อยกะหวานผวา ถดตัวซบกัน หลับตาปี๋
ลูกน้องง้างนกปืน จ่อจะยิงปานเทพก่อน เพ็ญโผล่มาที่บันไดชั้นบน ยิงปัง ลูกปืนถูกมือลูกน้อง ปืนกระเด็นไป โชคร้ายปืนเพ็ญลูกปืนหมด คันชักค้าง เพ็ญตกใจ
“หมดฤทธิ์แล้ว อีเวร ตาย...”
สมุนหัวโจก เล็งปืนใส่เพ็ญเขม็ง เพ็ญตาโต เสียงปืนดังปัง
ที่หน้ากระท่อมป้าทองในหมู่บ้านชาวนาเวลาเดียวกันขวานเล่มเบ้อเริ่มจามลงบนท่อนฟืนจนแยกกระเด็นด้วยฝีมือใหญ่
ใหญ่หยิบฟืนอันใหม่ตั้ง ยกขวานจามฟืนกระเด็น
ใหญ่หยิบฟืนตั้งอีก ปากก็พร่ำบ่นไป “โกหก ตลบตะแลง ไอ้โง่ ไปรักเค้าทำไม”
ใหญ่หอบเหนื่อย ยกแขนเช็ดเหงื่อ
เสียงป้าทองพร่ำสอน “ผัวเมียมันไม่ได้ สะบั้นหั่นขาดง่ายๆ เหมือนผ่าฟืนหรอกไอ้ใหญ่”
ป้าทองนั่งตำน้ำพริกที่ชานบ้าน
“แต่ปิ่นอนงค์ใจร้าย จะฆ่าผมเลยนะป้า”
“พระพุทธเจ้าบอกว่า แม้จะได้ยินกับหู รู้เห็นกับตา ก็อย่าเพิ่งไปเชื่อ แล้วที่เอ็งหลบมานี่ที่ไร่ไพศาลจะเป็นยังไงไม่คิดบ้างเหรอ”
“ช่างมัน ผมไม่สนหรอก ใครอยากได้ก็เอาไปเถอะ”
ชาวนาเพื่อนบ้านป้าทองวิ่งเข้ามาหน้าตื่น ชี้ไปอีกทาง “ไฟไหม้ที่ไร่ไพศาล แสงไฟเห็นมาถึงนี่เลย”
ใหญ่กับป้าทอง ตกใจ สบตากัน
ไม่นานหลังจากนั้นใหญ่ขี่รถเข้ามาจอดที่หน้าเรือน ก้าวลงจากรถอย่างร้อนใจ
เปี๊ยก หวาน และน้อย ทายาให้คนงานที่บาดเจ็บเล็กๆ น้อยๆ เหล่าคนงานต่างมอมแมมเนื้อตัวเต็มไปด้วยเขม่าไฟ
“มีใครบาดเจ็บอีกรึเปล่า” ใหญ่ถาม
“ส่งโรงพยาบาลไปสามคนค่ะ” หวานตอบ
น้อยชี้ไปในบ้าน “คุณเพ็ญ”
“น้าเพ็ญ”
ใหญ่ตกใจรีบวิ่งเข้าบ้านไป
เพ็ญนอนหนุนตักปลอดอยู่บนโซฟา เพ็ญหลับตา เสื้อตรงอกมีเลือดเป็นดวงๆ
มือขวาเพ็ญเปื้อนเลือดวางอยู่บนช่วงท้อง เพ็ญโดนยิงถากต้นแขนซ้าย เอามือขวาไปจับแผลเลยเปื้อนเลือด ปลอดลูบหน้าเพ็ญไปมา
ปานเทพเช็ดเลือดที่แขนเพ็ญข้างซ้ายเสร็จ ก็นั่งชันเข่าที่พื้น พงษ์และลูกน้อง ยืนหน้าเครียดอยู่
ใหญ่ เปี๊ยก หวาน และน้อย วิ่งเข้ามา หยุดกึก ใหญ่เห็นเพ็ญเจ็บ นึกว่าตาย ช็อกคาที่
“น้าเพ็ญ”
น้อยรีบบอก “น้าเพ็ญช่วยพวกหนูเลยโดนยิง”
ปานเทพโมโหจัด ลุกเข้าผลักใหญ่กระเด็น ใหญ่รู้สึกผิด หลบตา
“เพราะแก ไอ้คุณใหญ่ มัวแต่เล่นเกมวางแผนแก้แค้นบ้าๆ บอๆ ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ต้องให้มีการตายใช่มั้ย ถึงจะสะใจแก”
ปลอดปราม “ปากเสีย ไอ้ปาน”
เพ็ญลุกขึ้นนั่ง ปลอดคอยประคอง “จะเถียงกันทำไม ลูกปืนแค่เฉียดแขนนิดเดียวเอง อุ๊ย...”
เพ็ญเจ็บแปล๊บ กุมแผลที่พันผ้าเรียบร้อยแล้ว
ใหญ่ ยิ้มโล่งอก เพ็ญยิ้มให้ใหญ่ เล่าเรื่องให้ใหญ่ฟัง
ในขณะที่สมุนหัวโจก เล็งปืนไปที่เพ็ญ เพ็ญตกใจ ปลอดย่องเข้ามากับถวิล และเปี๊ยก ที่อีกด้านของบ้าน ปลอดยิงใส่สมุนหัวโจก กระสุนเข้าที่หัวไหล่ มันกระตุกปืนลั่นไปโดนเพ็ญเฉียดไหล่ ต้นแขนซ้ายของเพ็ญปืนตกจากมือ
เพ็ญกุมแผล ลูกน้องเสี่ยตงถอยหนีกันอย่างทุลักทุเลลากกันออกไปทางหน้าเรือน
เปี๊ยก ถวิล ช่วยแก้มัด น้อย หวาน กับปานเทพ ปลอดวิ่งเข้าไปดูเพ็ญบนบันได
เวลาต่อมามีรถกระบะเข้ามาจอดรับ สมุนที่เป็นคนวางเพลิงรีบลงมาช่วยทุกคน สมุนหัวโจก ขึ้นรถ
พงษ์กับลูกน้องเข้ามาอีกทาง ยิงใส่พวกสมุนเสี่ยตง อีกคนยิงป้องกันพวกที่เข้าไปที่เรือนใหญ่
พวกสมุนเสี่ยตงหนีตายขึ้นรถ ลูกปืนโดนรถกระบะประปราย พวกสมุนเสี่ยขับรถออกไปฝุ่นคลุ้ง
พงษ์พร้อมกับลูกน้อง มองตามพลางขยับเข้าบ้านไป
พอฟังเรื่องราวจบ ในเวลาต่อมาใหญ่ ปลอด ปานเทพ และถวิล พากันยืนมองซากโรงเก็บหญ้า ไฟยังกรุ่นอยู่ ควันลอยโขมง
ถวิลเสียใจ ขอโทษขอโพย “พวกเราพยายามกันสุดกำลังแล้วครับคุณใหญ่ แต่ทำได้แค่นี้ ผมขอโทษ”
ปลอดมองหน้าถวิล “คนงานบาดเจ็บกันบ้าง แต่ก็ยังดีที่ไม่มีใครตาย เอาไว้ค่อยสร้างกันใหม่”
“ผมจะสืบให้ได้ว่า พวกมันเป็นใคร พ่อไม่ต้องห่วง”
ใหญ่ละอายใจ “เป็นความผิดของผมเอง ผมต้องรับผิดชอบไร่ไพศาล ผมกลับทิ้งทุกคนไปในเวลาวิกฤติ ผมจะอ่อนแออย่างนี้ไม่ได้ ปาน... ชั้นพร้อมจะดูแลกิจการของพ่ออย่างเต็มตัวแล้ว”
ปานเทพงง “แกหมายความว่า...”
“ฉันต้องการแสดงตัวต่อศาลว่ายังมีชีวิต ยังทันเวลาหรือเปล่า”
ปานเทพ ปลอด และถวิลมองใหญ่เป็นตาเดียว ขณะที่ใหญ่มองจ้องซากโรงเก็บหญ้าด้วยสีหน้ามาดมั่น
เสี่ยตงโมโหลูกน้องที่งานเผาไร่และฆ่าใหญ่พลาด ตบหน้าลูกน้องคว่ำลงไปกองกับพื้น
“บัดซบ เรื่องแค่นี้จัดการไม่สำเร็จ ออกไป!”
ลูกน้องรีบแจ้นออกไป ครองสุขเข้ามา
“ตอนนี้ไอ้ใหญ่มันมีไอ้ปลอดกับสมุนคุ้มกันมันอยู่ จะเล่นงาน มันช่วงนี้เห็นทีจะยากนะเสี่ย”
“ถ้างั้นก็รอจังหวะที่มันเผลอ ค่อยลงมือเก็บให้เรียบ” เสี่ยตงสรุป
ระหว่างนั้นทัศนีย์เปิดประตูเข้ามาในชุดแซ็กรัดรูปสีดำ สั้นจู๋ อกเว้าจนเห็นเนินเนียน เสี่ยตงกลืนน้ำลายลงคอเอื้อก
ทัศนีย์แบมือ “คุณน้า ขอเงินหน่อยสิ”
ถูกครองสุขด่า “เมื่อไหร่แกจะหยุดทำตัวมั่วๆ อย่างนี้สักที เที่ยวมันได้ทุกคืน”
“แหมคุณน้า ชีวิตมันเครียดก็ต้องหาทางปลดปล่อยกันบ้างทีคุณน้ายังต้องระบายออกทุกคืน ก็เหมือนกันนั่นแหละ”
ครองสุขกลัวเสี่ยตงรู้อะไรเยอะ รีบเบรก “นังนี เอาไปเลย แล้วอย่ากลับเช้าล่ะ”
ทัศนีย์ดีใจคว้าเงิน เดินตัวปลิวออกไป เสี่ยตงมองสะโพกทัศนีย์ตาวาว แต่ครองสุขไม่เห็น
ชุมชนในตำบลเล็กๆ ชุมชนแห่งนี้จะมีซอกซอยเล็กๆ มากมาย หากไม่ใช่คนพื้นที่จะไม่มีทางรู้
เช้านี้ปิ่นอนงค์เริ่มชีวิตใหม่เป็นแม่ค้าที่นี่ หญิงสาวใส่หมวกสานปีกกว้างปิดบังหน้าตาไว้ เพราะไม่อยากให้พวกใหญ่ตามพบ
ปิ่นอนงค์เดินก้มหน้าเข็นรถขายขนมจีนและข้าวแกง บนรถเข็นมีแกงหลายหม้อ กระจาดขนมจีน
ชาวบ้านเดินผ่านหยุดถาม “แม่ค้าขายอะไรจ๊ะ มีหลายหม้อเชียว”
แม่ค้าเงยหน้า จึงเห็นเป็นปิ่นอนงค์ “ขนมจีนจ้ะ พวกแกงเขียวหวาน แกงเผ็ด แกงส้ม ไข่พะโล้ก็มี”
ชาวบ้านมองหน้าปิ่นอนงค์อย่างไม่คุ้น “เพิ่งมาขายแถวนี้เหรอ ไม่เคยเห็นหน้า”
ปิ่นอนงค์เลิ่กลั่กรีบพยักหน้า “จ้ะ”
อีกฟากถนน น้อยปั่นจักรยานกำลังจะกลับไร่ ในตะกร้าหน้ารถมีถุงกับข้าว และมีผักโผล่แพลมๆ น้อยปั่นผ่านรถเข็นปิ่นอนงค์
น้อยเหลียวไปมาเห็นปิ่นอนงค์ก็ตาโต เบรกจักรยานเอี๊ยด เห็นเป็นปิ่นอนงค์กำลังตักกับข้าวใส่ถุง น้อยตะลึง ตะโกนเรียก
“พี่ปิ่น”
ปิ่นอนงค์หันมา ตกใจพอกัน รีบเข็นรถหนี ชาวบ้านที่รออยู่งุนงง
“อ้าว เฮ้ยอะไรกันเนี่ย ไม่ขายแล้วเหรอ”
ปิ่นอนงค์หนี น้อยปั่นจักรยานตามไม่ลดละ “พี่ปิ่นเดี๋ยวก่อน พี่ปิ่น”
น้อยนั่งหอบเหนื่อยมากๆ ปิ่นอนงค์หายใจแรงเพราะเหนื่อยเหมือนกัน สองคนอยู่ตรงร้านกาแฟโบราณในตรอกเล็กๆ ของชุมชน
“อย่าบอกใครว่าพี่อยู่ที่นี่นะน้อย ถ้าคุณใหญ่รู้เข้า พี่เดือดร้อนแน่ๆ เลย”
น้อยดูดโอเลี้ยงแก้กระหาย “เชื่อใจน้อยได้พี่ปิ่น น้อยไม่อยากให้พี่ปิ่นโดนตำรวจจับเข้าตะรางหรอก แล้วป้าอุ่นล่ะพี่ เป็นยังไงบ้าง”
สีหน้าปิ่นอนงค์เศร้าสลด “ไม่เป็นอะไรหรอกน้อย ไม่ต้องห่วง พี่ดูแลแม่ได้”
น้อยเล่าเรื่องร้ายๆ เมื่อคืนนี้ “เออ ... เมื่อคืนมีคนร้ายบุกเข้ามาเผาไร่ ยิงกันสนั่น คนงานเจ็บ” ปิ่นอนงค์ตกใจนึกห่วงใหญ่จับมือน้อยมาบีบ “ตั้งหลายคน น้อยเองก็เกือบตาย โชคดีรอดมาได้”
“แล้ว...”
น้อยดูนาฬิกาที่ข้อมือ แตะมือปิ่นอนงค์บอกเบาๆ “คุณใหญ่ปลอดภัยดีพี่ น้อยไปล่ะพี่ ต้องรีบกลับไปเตรียมอาหาร ถ้าไม่ถูกปากคุณใหญ่ นังน้อยสิ้นชีวาวายแน่”
น้อยจะไป ปิ่นเรียกไว้ “เดี๋ยวสิน้อย พี่ช่วยได้นะ”
ปิ่นอนงค์มองไปที่รถเข็นข้าวแกงของตัวเองที่จอดอยู่หน้าร้านกาแฟ
ทุกคนกินข้าวกันอยู่ตรงโต๊ะอาหารเรือนใหญ่ มีไข่พะโล้ แกงส้ม ผัดผักรวม ซึ่งเป็นกับข้าวจากรถเข็นปิ่นอนงค์
น้อยคอยดูแล ตักข้าวเติม รินน้ำให้
“คอยดูนะอาปลอด ล้างบางคนชั่วหมดเมื่อไหร่ ผมจะบริหารไร่ไพศาลให้เจริญรุ่งเรืองติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวของประเทศให้ได้” ใหญ่บอกขณะเคี้ยวข้าวอย่างเอร็ดอร่อย
“ดีสิ อากับเพ็ญจะได้มาช่วยดูแล ถือว่าได้กลับบ้านเดิมอีกครั้ง” ปลอดตักกับข้าวให้เพ็ญ
“หาวัวเนื้อพันธุ์ดีๆ มาลงเยอะๆ เปิดเป็นศูนย์สเต็กด้วย เนื้อวัวแปรรูปด้วย น้าเพ็ญเค้ารู้สูตรอาหารเยอะ”
“งานนี้ไม่รับ น้าว่าวัวมันน่ารักน่าสงสาร ดูตาเค้าสิ ทั้งหวานทั้งเศร้า”
ใหญ่เห็นด้วย “น้าเพ็ญพูดถูก แค่รายได้จากน้ำนมวัว ก็เลี้ยงชีวิตคนงานในไร่ได้แล้ว ไปเอาชีวิตเค้าอีก เท่ากับไม่รู้บุญคุณกัน ปิ่นเค้าบอกว่า...”
ใหญ่หลุดปาก แต่พอรู้ตัว ก็ชะงัก
ปลอด ปานเทพ และเพ็ญ สบตากัน มองจ้องใหญ่รอฟัง
ใหญ่แก้เก้อตักข้าวกิน “น้อย ขอเติมข้าวอีกทัพพี”
“วันนี้คุณใหญ่เติมข้าว แปลกจริง ทุกครั้งแค่จานเดียวก็อิ่มแล้ว”
“ก็น้าเพ็ญทำกับข้าวอร่อยนี่ครับ ผมเลยต้องกินเยอะหน่อย”
เพ็ญหน้าเหลอหลา “น้าไม่ได้ทำนะ แขนยังเจ็บอยู่เลย”
ใหญ่หันไปหาน้อย น้อยยิ้มเรี่ยราด หลบตา “เอ้อ ... น้อยเห็นน้าเพ็ญยังทำกับข้าวไม่ได้ เลยไปซื้อกับข้าวจากตลาดมาค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นน้อยไปสั่งร้านนี้มาทุกมื้อเลยนะ อร่อยดี”
ใหญ่ตักกับข้าวใส่จาน กินอย่างเอร็ดอร่อย
น้อยมองใหญ่ คิดถึงปิ่นอนงค์ขึ้นมา
บ่อนในบ้านเสี่ยตง ทั้งเจ้ามือ และนักพนันชายหญิง กว่า 20 คน กำลังลุ้นมันส์ สมุนเสี่ย 3 คน คุมเชิง ตรงมุมหนึ่งในห้องเป็นบาร์เล็กๆ มีบาร์เทนเดอร์ยืนอยู่
ครองสุขพร้อมขาไพ่อีก 7 คน กรีดไพ่ที่โต๊ะลุ้นตัวโก่ง “แปดเด้ง...”
เจ้ามือบอก “เจ้ามือ เก้าแต้มครับ”
เจ้ามือรวบไพ่และเงินลูกขาโต๊ะทั้ง 7 คน ไปรวมหน้าเจ้ามือ ครองสุขอารมณ์เสียลุกพรวด หยิบกระเป๋า เดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ บาร์เทนเดอร์รินเหล้าสีชมพูวางหน้าครองสุข ครองสุขเครียด ยกจะดื่ม
ธีระเดินนำนักพนันเข้ามาใหม่ เป็นชาย-หญิง เดินนำไปนั่งที่โต๊ะ แล้วปรี่มานวดไหล่ครองสุข
“บวกมั้ยพี่ อย่าลืมส่วนแบ่งผมนะ” ธีระว่า
“แบ่งบ้าอะไร หมดไปแสนกว่าแล้ว” ครองสุขหน้าบูดบึ้ง
“เงินปิ่นยังเหลืออีกนี่พี่ ขอหุ้นกับเจ้าเลย จะได้เป็นกอบเป็นกำเต็มๆ”
ครองสุขครุ่นคิดแล้วตกลง “เออ ... ดีๆ หุ้นกับเจ้าดีกว่า”
ครองสุขดื่มรวดเดียวหมดแก้ว
ด้านอรสอางค์นั่งที่เตียง ถุงเสื้อผ้าตามห้างรายล้อมตัว
ทรรศนะเข้าห้องมา หน้าเครียด นั่งที่เก้าอี้ข้างเตียง เอามือเสยผม
อรสอางค์ลุกไปนั่งข้างๆ “เป็นอะไรคะ หน้าตาเครียดมาเชียว”
“ผมไม่ชอบทำงานอย่างนี้เลย ต้องเอาชื่อพ่ออรไปอ้างฮั้วประมูลงานให้เสี่ยตง มันทั้งน่าอาย ทั้งผิดกฎหมาย”
“คิดมาก ใครๆเค้าก็ทำกันทั้งนั้น”
ทรรศนะเซ็ง มองที่เตียง เห็นถุงข้าวของ “ช็อปปิ้งอีกแล้วเหรอ อรเอาเงินมาจากไหน”
“เสี่ยตงเค้าให้” อรสอางค์บอก
ทรรศนะเตือนดีๆ “อร ตอนนี้เราต้องช่วยกันประหยัดสิ มีอะไรก็ใช้ๆ ไปก่อน”
“เกิดมา ก็เพิ่งมาเจอความลำบากลำบนอย่างนี้ จะให้ประหยัดอะไรอีก หรือจะให้อรออกไปขอทานเค้ากินนะถึงจะพอใจ”
ทรรศนะเริ่มขึ้นเสียง “แล้วไปรับเงินจากเสี่ยตง มันต่างจากขอทานตรงไหน”
อรสอางค์สวนกลับอย่างไม่พอใจ “นี่นะกล้าด่าอรเป็นขอทานเหรอ ขอโทษอรเดี๋ยวนี้นะ”
“ถ้าไม่จริงก็อย่าเดือดร้อน”
ทรรศนะเดินหนีไปที่ประตู อรสอางค์หยิบถุงผ้าปูที่นอนเขวี้ยงใส่ จิ๋วเปิดประตูเข้ามาโดนเข้าไปเต็มหน้า“ว้าย แหก”
ทรรศนะมองจิ๋ว มองอรสอางค์ แล้วพูดประชด “สมเป็นผู้ดีทั้งคู่”
ทรรศนะออกไป จิ๋วเลิ่กลั่กรีบยกมือขอโทษอรสอางค์
“ขอประทานโทษค่ะคุณหนู เกิดอะไรขึ้นคะ”
อรสอางค์ไม่ตอบ หน้าบูดบึ้งฉุนทรรศนะเอามากๆ
ไม่นานหลังจากนั้นทรรศนะก็พาตัวเองมานั่งอยู่ร้านลาบน้ำตกส้มตำ และกำลังเมาแอ่นโงกเงกไปมา มีขวดเบียร์ตั้งบ้างล้มบ้างบนโต๊ะ 8 ขวด ทรรศนะเรียกเด็กเสิร์ฟมาเก็บเงิน หยิบรูปจากกระเป๋าสตางค์ออกมาดู
เป็นรูปทรรศนะ กับปิ่นอนงค์ถ่ายคู่กัน ทรรศนะสวมในชุดนักศึกษา ปิ่นอนงค์อยู่ในชุดนักเรียนมัธยม ปลาย ทรรศนะมองแล้วยิ้มให้รูปนั้น
ระหว่างนั้นปิ่นอนงค์เข็นรถผ่านไปไกลๆ ทรรศนะเห็นในกรอบสายตา พยายามเขม้นมอง และขยี้ตามองซ้ำ“ปิ่น ... ปิ่นอนงค์”
ทรรศนะลุกพรวด อย่างดีใจ แต่แล้วล้มกลับลุกคลุกคลาน ทรงตัวไม่อยู่
ทรรศนะเดินเซประคองร่างมาตรงทางเดินกลางตลาด สวนกับผู้คนที่ต่างทำหน้ารังเกียจทรรศนะเพราะกลิ่นเหล้าคลุ้ง ทรรศนะยืนเหลียวมองไปมา เห็นแต่หน้าผู้คนไม่คุ้นตา และแสงไฟในตลาด
ทรรศนะหมุนรอบตัวมองหาปิ่นอนงค์ ยืนกะพริบตาถี่ เดินโซเซไป
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 (ต่อ)
ในขณะที่ปิ่นอนงค์กำลังเข็นรถข้าวแกงจะกลับบ้าน ยินเสียงนกหวีดปี๊ดๆ มาจากด้านหลัง ปิ่นอนงค์สะดุ้งหันไปมอง เห็นตำรวจสองนายเป่านกหวีดวิ่งตรงมาทางตัวเอง
ปิ่นอนงค์ตกใจคิดว่าตำรวจจะมาจับ ผวาเข็นรถวิ่งหนี แต่จู่ๆ ตำรวจกลับวิ่งเลยผ่านรถเข็นปิ่นอนงค์ไป ปิ่นอนงค์หยุดวิ่ง มองไปข้างหน้าเห็นผู้ร้ายกอดกระเป๋าเงินผู้หญิงวิ่งหนี ตำรวจวิ่งไล่ล่า
ปิ่นอนงค์รู้สึกโล่งอกที่แท้ตำรวจไล่จับคนอื่น รีบเข็นรถเข้าบ้าน
จินตนากับจอมออกมาจากในตัวบ้านพอดี
“ปิ่น เรากับจอมกำลังจะไปช่วยอยู่พอดี”
“ไม่ ไม่เป็นไร เราขายเกือบหมดแล้ว เหลือแค่ก้นหม้อเก็บไว้กินมื้อค่ำได้อีก”
“เหนื่อยมั้ยปิ่น เราว่าจะไม่ไปทำงานที่ปศุสัตว์แล้ว ออกมาช่วยปิ่นขายของดีกว่า”
“ไม่ต้องหรอกจอม ไปกันสองคน มันสะดุดตาเกินไป ขนาดวันนี้...”
จอมรีบถาม “เจอคนที่ไร่ไพศาลเหรอ”
ปิ่นอนงค์อึกอักรีบปฏิเสธ “เปล่าจ้ะ ปิ่นแค่ระวังไว้ก่อน”
“เราเห็นด้วยกับปิ่นนะ มาเราช่วย ปิ่นไปนั่งพักเถอะ”
จินตนายกหม้อ ช่วยปิ่นอนงค์
ค่ำมากแล้วอรสอางค์กับจิ๋ว นั่งที่โต๊ะริมสนามหญ้าหน้าตึกบ้านเสี่ยตง รอทรรศนะอย่างกระวนกระวาย อรสอางค์ชะเง้อชะแง้มองหาตรงหน้าบ้าน สมุนเสี่ยตง 3 คน เดินผ่านมาบุ้ยปากให้มองสองคน
จิ๋วเชิดวางท่าหยิ่งใส่ มองหัวจรดเท้าเหล่าสมุน มีนักพนัน 3 คน เดินออกมา ธีระตามมาส่ง นักพนันให้ทิปธีระ ธีระโค้งเดินกลับเข้าบ่อนไป
“กลับเข้าห้องก่อนดีกว่าค่ะ คุณหนู ที่อโคจรแบบนี้ มีแต่พวกกุ๊ยสถุล ไม่น่าไว้วางใจเลยสักคน” จิ๋วบอก
“พี่จิ๋วเข้าไปก่อนเถอะ อรจะรอนะ”
จิ๋วมองนายสาวสงสารจับจิต ถอนหายใจเฮือก ร่ายยาวอย่างคับแค้นแทน “พี่จิ๋วว่า ถึงขั้นนี้แล้ว เรากลับบ้านกันดีกว่า คุณหนูจะทนอยู่อย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหนคะ ไม่รู้อีกกี่ปีกี่ชาติ คุณนะถึงจะได้รับมรดกที่ว่า สู้เราขอหย่ากับคุณนะเงียบๆกลับไปอยู่กรุงเทพฯกัน รูปร่างหน้าตาอย่างคุณหนู ดูยังไงก็ยังหาที่ติไม่ได้ พวกเศรษฐีผู้ดีอย่างท่านชาย...”
อรสอางค์ลุกพรวดผลักจิ๋วล้มลงกับพื้นหญ้า ก้นจ้ำเบ้า
“ปากเสีย นี่พี่จิ๋วคิดว่าอรตามมาง้อนะ เพราะอยากได้เงินได้สมบัติของเค้าอย่างนั้นเหรอคะ อรรักนะ ได้ยินมั้ย อรรักนะ”
อรสอางค์เดินสะบัดตัวไป จิ๋วมองตามจะลุกเจ็บก้นกบ ต้องค่อยพยุงตัวกับเก้าอี้ถึงจะลุกได้ หน้าตาบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บปวด
รุ่งเช้าใหญ่เดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร น้อยรีบตักข้าวให้ ใหญ่เหลียวหาไปมา
“คนอื่นล่ะ”
“ลุงปลอด น้าเพ็ญ ผู้จัดการปานไปธุระในเมืองค่ะ”
ใหญ่ขยับจะกินข้าว มองกับข้าว แล้วชะงักเขม้นมอง เห็นต้มบ๊วยหมูสับ
“ซื้อกับข้าวจากร้านเดิมรึเปล่าน้อย”
น้อยเลิ่กลั่ก “ค่ะ”
“ต้มบ๊วยหมูสับชามนี้ด้วยเหรอ”
น้อยงงๆ “ค่ะ”
ใหญ่ตักต้มบ๊วยขึ้นมากิน หน้านิ่ง น้อยขยับจะไป แต่ก้าวขาไม่ออก ใหญ่ตบโต๊ะทั้งสองมือปังใหญ่ น้อยสะดุ้ง
ใหญ่จ้องตาน้อย “ปิ่นอนงค์อยู่ที่ไหน”
น้อยหลบตา ตัวสั่น
เวลาต่อมาน้อยเดินนำใหญ่อยู่ในตลาดชุมชน มองหาปิ่นอนงค์
“พี่ปิ่น เอ๊ย คุณผู้หญิง เข็นรถขายไปเรื่อยๆ ไม่ได้ตั้งขายประจำแต่ช่วงสายๆ จะอยู่แถวๆ นี้ค่ะ”
“ทำไมไม่เปิดร้านขายเป็นเรื่องเป็นราว”
“คงกลัวคุณใหญ่จับไปขังไว้อีกมั้ง”
ใหญ่มองหน้าน้อย น้อยหด เสียงกระดิ่งดัง น้อยรีบมองหาเสียง
“เสียงกระดิ่งรถพี่ปิ่น”
ใหญ่มองหาทางที่มาของเสียง วิ่งไปเข้าอีกซอย
ปิ่นอนงค์เข็นรถออกมาทางปากซอยพอดีเกือบชนใหญ่ ชะงักทั้งคู่ มองหน้ากันไม่คาดฝัน
ปิ่นอนงค์ตกใจเข็นรถชนใหญ่ ใหญ่เบี่ยงตัวหลบทัน ปิ่นอนงค์เข็นหนี ใหญ่กระชากรถไว้ไม่ให้ไป
“คิดจะหนีอีกเหรอ”
“เปล่า”
“เห็นอยู่ชัดๆ”
น้อยวิ่งเข้ามา ปิ่นอนงค์มองน้อยเป็นเชิงตำหนิ น้อยรู้สึกผิด
“หนูขอโทษนะพี่ปิ่น คุณใหญ่บังคับน้อย”
“เธอคิดจะใส่ยาพิษให้ฉันกินอีกใช่มั้ย ถึงจงใจให้น้อยซื้อไปให้ฉันกิน แถมยังบังคับน้อยไม่ให้บอกว่าเธอเป็นคนทำ คนใจยักษ์ใจมาร”
ปิ่นอนงค์น้ำตาคลอ ยกมือไหว้ใหญ่ “พอเถอะค่ะ ปล่อยปิ่นไปเถอะนะคะ ถือว่าสงสาร”
ใหญ่อึ้ง แต่ยังจับรถเข็นไว้แน่นหนา “บอกมาก่อนว่าพักอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร”
เสียงจอมดังลอดเข้ามา “ปิ่นอยู่กับผม”
ใหญ่มองไปตามเสียง เห็นจอมหิ้วถุงน้ำแข็งแต่โยนทิ้ง ตรงมายืนข้างปิ่นอนงค์ จ้องหน้ากับใหญ่
“ที่แท้คนที่ช่วยปิ่นอนงค์หนี ก็คือนาย”
“ไม่ใช่นะคะ ปิ่นหนีมาเอง จอมไม่รู้เห็น ถ้าจะเอาตำรวจมาจับก็จับปิ่นคนเดียว จอมกลับไปซะ”
ปิ่นอนงค์พยายามผลักจอมให้ไป “ไปสิจอม”
ใหญ่ยิ่งเจ็บใจที่เห็นปิ่นอนงค์ปกป้องจอม “คิดเหรอว่าฉันจะเชื่อ” ใหญ่คว้าข้อมือจอม“ใครทำร้ายคนของฉันบาดเจ็บ มันต้องชดใช้”
จอมสะบัดมือออก ปิ่นอนงค์รีบจับแขนจอมท่าทีร้อนรน
“อย่าทำอะไรจอมเลยนะคะ ปิ่นกับจอม เราสองคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแล้ว ถ้าจอมเป็นอะไรไป ปิ่นคงอยู่ไม่ได้”
น้อยตาโต ร้องเสียงดัง “ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน หมายถึงเป็นผัวเมียกัน”
จอมงง มองหน้าปิ่นอนงค์ ปิ่นอนงค์ก้มหน้านิ่ง ใหญ่อึ้ง มองปิ่นอนงค์ที มองจอมที จอมรีบเชิดใส่ ใหญ่รู้สึกเจ็บปวด หัวใจสลาย ถดตัวถอยมาสองสามก้าว
พูดออกมาอย่างยากเย็น “ความจริง ฉันเองไม่ได้เหลือเยื่อใยอะไรกับเธอ ที่มาเนี่ย แค่อยากมาดูหน้าว่าจะไปได้สักกี่น้ำ ตอนนี้เห็นแล้ว ก็ได้แค่นี้”
ใหญ่มองสองคนอย่างดูถูก “ปิ่น ฉันจะปล่อยเธอเอาบุญ อย่าให้ฉันเห็นหน้าเธออีก”
ใหญ่กลับหลังเดินไป น้อยหายตะลึงรีบตาม
ปิ่นอนงค์เจ็บปวดไม่แพ้กันกับคำพูดของใหญ่
ถวิล เปี๊ยก และหวาน นั่งกินข้าวกันที่หน้าเรือนพักคนงาน น้อยหน้าง้ำเข้ามาถวิลเรียกมากินข้าว
“มานังน้อย กินข้าวกัน เพิ่งลงมือได้เดี๋ยวเดียวเอง”
หวานตักข้าววางให้น้อย “ไปไหนมาแต่เช้า”
“พาคุณใหญ่ไปหาพี่ปิ่น”
เปี๊ยกร้อง “หา”
ถวิลถือช้อนค้าง “เอ็งว่าอะไรนังน้อย”
“ลุงหวินต้องไม่คาดฝันแน่ๆ พี่ปิ่นกับพี่จอมเค้าตกลงอยู่ด้วยกัน ช่วยกันขายข้าวแกงอยู่ท้ายตลาด คุณใหญ่งี้หน้าซีดเหลือ 2 นิ้ว”
ถวิลเขวี้ยงช้อนลงบนโต๊ะ “ไอ้จอม ไอ้คนไม่รู้จักบุญคุณคน”
ถวิลลุกจะไปเอาเรื่องจอม หวานกะเปี๊ยกช่วยกันจับไว้ เปี๊ยกกอดขา หวานจับแขนกับน้อย หวานห้ามเสียงหลง
“ใจเย็นๆ ลุงหวิน”
ถวิลฮึดฮัดดึงขาชักออก “ปล่อยข้า ข้าจะไปสั่งสอนไอ้ลูกชั่ว”
เปี๊ยกโวยวายว่ารู้เหรอจะไปหาที่ไหน หวานสำทับ “นั่นสิ รู้เหรอว่าปิ่นอยู่ที่ไหน ลุงก็ดีแต่ใช้อารมณ์ พ่อลูกนิสัยเหมือนกันไม่มีผิด”
ถวิลมองจ้องน้อยเป็นเชิงถาม น้อยเหลอหลา
จอมเข็นรถข้าวแกงเข้ามาจอด ปิ่นอนงค์เดินหงอยตามเข้ามา จอมเดินไปคว้าไม้หน้าสามที่วางกองไว้ใต้ต้นไม้ จะเดินออกจากบ้าน
“จอม จะไปไหน”
“เราไม่เชื่อว่าไอ้คุณใหญ่มันจะยอมปล่อยปิ่นไปง่ายๆ”
ปิ่นอนงค์จับไม้ไว้ “ไม่เอา อย่านะ อย่าไปทำอะไรคุณใหญ่ มันจะไม่จบ”
จอมไม่เชื่อรั้นจะไป ถวิลขับรถเข้ามาจอด ลงรถเดินเข้าหาจอม จอมชะงักตกใจ
“พ่อ!”
ถวิลชี้หน้าจอม “อย่ามาเรียกข้าว่าพ่อ เอ็งทำอย่างนี้ได้ยังไง เค้าตกแต่งกันแล้ว เอ็งคิดเป็นชู้กับเมียเจ้านายเหรอ ไอ้สิ้นคิด”
“ชั้นไม่ได้เป็นลูกน้องมัน ชั้นรักปิ่น ทำไมชั้นจะอยู่กับปิ่นไม่ได้” จอมเถียงอย่างยโส
“เถียงคำไม่ตกฟาก ข้าเป็นพ่อเอ็งนะ”
ถวิลตรงเข้ากระชากไม้จากมือจอม ไล่ตีก้น ตีขาเหมือนจอมเป็นเด็กๆ
จอมวนหลบรอบรถเข็น
ปิ่นอนงค์ร้องห้าม “ลุงหวินฟังปิ่นอธิบายก่อน”
ถวิลโกรธจนหูอื้อไม่ฟัง “อย่าหนีไอ้จอม วันนี้ข้าจะเอาเลือดหัวเอ็งออกให้ได้”
ถวิลโกรธเงื้อไม้จะตี จอมเข้ายื้อแย่งไม้ “ฉันโตแล้วนะพ่อ พ่อจะตีฉันตามใจชอบเหมือนเด็กๆ ไม่ได้”
“ถุย พูดมาได้ สิ่งที่เอ็งทำเค้าเรียกว่าโตแล้วไม่รู้จักโต”
อุ่นเรือนเดินออกมาจากบ้าน เห็นเข้าก็ตกใจร้องห้าม “นายถวิล ตายแล้ว หยุดๆ”
อุ่นเรือนกะปิ่นอนงค์เข้ามาดึงจอมกับถวิลไปมา อุ่นเรือนออกแรงดึงถวิลแต่ถวิลไม่ยอมจะตีจอมให้ได้
อุ่นเรือนใช้แรงมากไปจู่ๆ ตาเหลือก เอามือทาบอกเป็นลมหมดสติ
ถวิลรับร่างอุ่นเอาไว้ทันปิ่นช็อค “แม่”
จอมตะลึง “ป้าอุ่น”
สามคนสบตากัน ตกใจ
ถวิลนั่งเครียด หน้าห้องรวมคนไข้หญิง จอมยืนรอ รีบหันมาทางพ่อ
“พ่อ อย่าบอกคุณใหญ่นะว่าปิ่นอยู่ที่ไหน”
“ทำไมข้าต้องช่วยเอ็งปิดบังด้วย”
“เห็นแก่ความสุขของฉันบ้างสิพ่อ ฉันอยากอยู่กับปิ่น”
“ความสุขเหรอ แกพาเมียนายหนีมา ชาตินี้แกจะหาความสุขได้อีกเหรอ กะโหลกแกทำด้วยอะไร ถึงไม่รู้จักถูกผิด”
ปิ่นอนงค์เดินออกมาพอดี หน้าเครียดจัดจอมถามทันที “ป้าอุ่นเป็นยังไงบ้างปิ่น”
“ความดันขึ้น หมอให้อยู่ดูอาการก่อน ยังกลับบ้านไม่ได้”
“อยู่กันสภาพนี้จะมีปัญญาดูแลกันเหรอ” ถวิลกังวลแทน
“มี พ่อไม่ต้องห่วง ยังไงฉันก็ดูแลครอบครัวฉันได้ ขออย่างเดียวอย่าให้นายของพ่อมาตามรังควาญพวกฉันก็แล้วกัน” จอมอวดดี
“คนที่แกพูดถึงก็คือลูกชายคนที่ให้ข้าวให้น้ำ ให้บ้านคุ้มกะลาหัวข้ากับเอ็งมา แล้วตอนนี้เค้าก็ถูกพวกเอ็งรวมหัวกันเนรคุณ”
ปิ่นอนงค์อ้ำอึ้ง หลบตาถวิล
จอมลุกพรวด “ใช่ฉันมันเลว พ่อรักคุณใหญ่เจ้านายของพ่อมากนัก ก็กลับไปรับใช้กันให้ดีๆ ก็แล้วกัน”
ถวิลมองปิ่นอนงค์ สลับมองจอม แล้วเดินไปอย่างเร็วโกรธมาก
ปิ่นอนงค์หันมาต่อว่าจอม “ทำไมจอมพูดกับพ่ออย่างนั้น จะโกรธจะน้อยใจยังไงก็ไม่ควรทำให้พ่อแม่เสียใจ รู้มั้ย”
จอมพูดฉุนๆ “ก็พ่อรักคุณใหญ่มากกว่าเรา ปิ่นก็เห็น”
ปิ่นอนงค์ย้อนเอา “หมายความว่า ถ้าพ่อไม่รักเรา เราก็ไม่ต้องรักพ่ออย่างนั้นเหรอ คิดอะไรอย่างนี้”
จอมอึ้ง ปิ่นอนงค์รีบเดินตามถวิลไป
ถวิลตรงมาที่รถตรงลานจอดรถ ปิ่นอนงค์เร่งรีบเดินเข้ามา ถวิลมองงงๆ ปิ่นอนงค์ไหว้
“ปิ่นขอโทษแทนจอมด้วยนะจ๊ะ ที่เค้าพูดอย่างนั้น ก็เพราะน้อยใจลุงหวินแค่นั้นเอง”
ถวิลยิ้มประชดตัวเอง “มีลูกก็อย่างนี้แหละ เลี้ยงมันมาจนโต ยังต้องพยายามเข้าใจมันอีก คำก็เสียใจ คำก็น้อยใจ เอะอะก็หาว่าไม่รักมันอีก ปิ่นดูแลอุ่นดีๆก็เป็นกุศลแล้วล่ะ พ่อแม่ก็รักลูกทั้งนั้น แต่มีเหตุผลที่จะทำเพื่อลูกไม่เหมือนกัน ปิ่นกับไอ้จอมจะทำอะไรคิดให้ดีๆ แล้วกัน”
ปิ่นอนงค์พยายามอธิบาย แต่เสียงเบา สับสนหนัก“ปิ่นกับจอม...”
ถวิลสวนออกมา “คุณใหญ่รักปิ่นมาก ปิ่นน่าจะรู้ดีกว่าใคร ลุงกลับไร่ก่อน มีงานค้างอยู่”
ถวิลขึ้นรถขับออกไป ปิ่นมองตามสีหน้าเครียด
ใหญ่กลับมาถึงเอาแต่ยิงเป้าบินอย่างบ้าระห่ำ กลางทุ่งหญ้าในไร่ ยิงแล้วไม่ถูกเพราะไม่มีสมาธิ ก็ยิ่งยิง ยินเสียง ปิ่นอนงค์ที่บอกว่าใช้ชีวิตอยู่กับจอมแล้วดังมาซ้ำๆๆ
และในที่สุด ใหญ่ขว้างปืนทิ้ง ตะโกนก้อง ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด
“อ้ากกก”
ด้านเสี่ยตงสวมเสื้อคลุมยืนหันหลัง มองไปที่หน้าต่าง เสี่ยตงยกหลังนิ้วชี้ตรงปลายสูดลมหายใจเข้าอย่างแรงดังปื๊ด ที่แท้เสี่ยจอมหื่นยืนเสพโคเคนนั่นเอง
เสี่ยตงหันกลับมา เอานิ้วเช็ดคราบผงโคเคนที่จมูก เอิบอิ่มในอารมณ์ เสี่ยตงกำขวดโคเคนในมือ เปิดลิ้นชักโต๊ะ โยนขวดเข้าไปเก็บ เดินไปเปิดประตู เท้าแขนกับขอบประตู
ระหว่างนั้นทัศนีย์สวมชุดขาสั้นจุ๊ดจู๋เดินผ่านมา กดแช็ตมือถืออยู่ไปมา
เสี่ยตงมองสายตากระหยิ่ม จดจ้องรูปร่างทัศนีย์หัวจรดเท้า
ขณะทัศนีย์เดินผ่านหน้าห้อง เสี่ยตงออกปากแซว “แต่งตัวแบบนี้ไม่กลัวโดนฉุดเหรอแม่หนูน้อย”
ทัศนีย์เชิดใส่ตอบโง่ๆ ตามประสาสาวใจแตก “ก็ผู้ชายชอบมอง ก็เลยชอบแต่ง ไม่เห็นจะเข้าใจยาก”
เสี่ยตงยิ้มตาวาว “ฉันเห็นด้วย”
เสี่ยตงไม่พูดพล่ามฉุดแขนทัศนีย์เข้าห้องแล้วปิดประตูปัง ซุกไซ้ไม่พูดจา
“อ๊าย ปล่อย ไอ้ทุเรศ จะทำอะไรชั้น” ทัศนีย์ร้องโวยวายลั่นห้อง
เสี่ยตงไม่สน หน้ามืดแล้ว ผลักร่างทัศนีย์ลงบนเตียง โผขึ้นคร่อมเตรียมเผด็จศึก
ทัศนีย์หรือจะยอม กลิ้งหลบแล้วลุกหนีไปที่ประตู เสี่ยตงพุ่งตาม
ทัศนีย์คว้าแจกันฟาดหัวเสี่ยตง แจกันแตกกระจาย เสี่ยล้มลง ลุกนั่งลูบหัวยิ้มถูกจริตซาดิสต์นัก เสี่ยตงซู๊ดปาก
ทัศนีย์ตกใจ ตะลึงมอง “ต้องอย่างนี้สิ อีหนู มันถึงกึ๋น”
ครองสุขเสียพนันหมดตูด เดินหน้าง้ำบ่นงึมงำมาตามทางจะไปห้องเสี่ยตง
“บ้าชะมัด นึกว่าจะได้คืนสักแสนสองแสน เสียอีกจนได้”
ทัศนีย์วิ่งออกมาที่หน้าห้อง เสี่ยตงตามออกมาจิกผม
“จะไปไหน”
“อ๊าย!”
ทัศนีย์สู้ตาย กระทืบเท้าใส่เท้า เสี่ยตงร้องลั่น “โอ๊ย!”
เสี่ยตงรัดคอทัศนีย์จากด้านหลังจนหน้าแหงนหงาน ทัศนีย์กัดมืออีกเสี่ยตงร้องดังกว่าเดิม
“โอ๊ย! อีนี่”
เสี่ยตงสะบัด แล้วจับทัศนีย์หันกลับมาตบเพี๊ยะ! ทัศนีย์ล้มคว่ำไปกองที่พื้น
ครองสุขเดินมาเห็นพอดี ใจหายวาบ “ยัยนี!”
เสี่ยตงหูอื้อไปหมด เข้าไปลากร่างทัศนีย์ถูไปตามพื้น จะพาเข้าห้อง
ทัศนีย์ร้องกรี๊ดๆ ไม่ยอมหันมาเห็นแม่ “คุณน้า ช่วยนีด้วย ไอ้วิตถารเนี่ยมันจะปล้ำนี”
ครองสุขรีบถลาไปเข้าไปดึงเสี่ยตงไว้ “เสี่ยทำแบบนี้ไม่ได้นะ นี่มันหลานฉัน”
เสี่ยตงไม่สน หันมาบีบคอครองสุข “อย่ายุ่ง นังนี่มันร้าย มันกล้าสู้ฉันทั้งที่ฉันให้ที่คุ้มหัวมันอยู่”
ครองสุขตาเหลือก ทำมือไล่ทัศนีย์ให้รีบหนีไป ทัศนีย์ลุกตะเกียกตะกายวิ่งหนี
เสี่ยตงปล่อยมือจากคอครองสุขหมายจะตามทัศนีย์ แต่ครองสุขรีบกอดเสี่ยไว้แน่นไม่ให้ไป
“อย่าเสี่ย ฉันขอร้อง”
ครองสุขรัดแน่นขึ้น เสี่ยตงเกิดอารมณ์หน้าหื่นมองจ้องครองสุข
“ได้สิ เข้ามานี่”
เสี่ยตงกระชากครองสุขเข้าห้อง ปิดประตูปัง
ธีระเดินเข้ามาตรงห้องโถง เห็นพวกลูกน้องเสี่ยชะเง้อชะแง้มองขึ้นไปด้านบน ยินเสียงปึงปังเหมือนต่อสู้กันดังลงมาถึงข้างล่าง พร้อมกับเสียงครองสุขร้องกรี๊ดๆ
ธีระสะกิดบ่าลูกน้องถาม “ข้างบนมีอะไรกัน”
ลูกน้องคนนั้นหันมาทำปากจุ๊ๆ “คุณนายกับเสี่ยกำลังต่อสู้กันอยู่ในห้องร่วมชั่วโมงแล้ว”
ลูกน้องอีกคนเสริม “บู๊กันสุดฤทธิ์ ไม่รู้ใครจะหมดแรงก่อน”
ลูกน้องพากันหัวเราะชอบใจ ธีระตกใจวิ่งขึ้นไปข้างบน
ธีระโกรธจัด ถีบประตูเข้าไปเพื่อช่วยครองสุข เห็นเสี่ยปล้ำครองสุขอยู่บนเตียง ธีระเข้าไปกระชากเสี่ยตงชกหน้ากลิ้งตกเตียง
ครองสุขรีบดึงผ้าปิดตัว หันมาด่าธีระ “เสี่ย! ธีระ ทำเสี่ยทำไม”
ธีระงง “มันรังแกพี่ครอง”
เสี่ยตงลุกยืนมองครองสุขตาเยิ้ม “กระดังงาลนไฟอย่างนี้ไม่ต้องรังแกหรอก พึ่บเดียวก็ติดไฟสงสัยว่าไฟจะมอดยากเสียด้วย”
ครองสุขยิ้มระรื่นชอบใจ ธีระโกรธเข้าไปกระชากคอเสื้อเสี่ยตงจะชก แต่โดนเสี่ยตงชกใส่ท้องหลายทีจนตัวงอ
เสี่ยตงถีบหงายท้อง “อาการเหมือนมันหึง”
เสี่ยตงมองจ้องหน้าครองสุข ครองสุขโผเข้าไปกอด
“ไม่มีอะไร ไอ้นี่มันเป็นหมามองเครื่องบิน คนงานกระจอกอย่างมันไม่มีทางสู้เสี่ยได้หรอก”
ธีระมองจ้องหน้าครองสุขอย่างผิดหวัง
ครู่ต่อมาธีระถูกลูกน้องเสี่ยตงรุมกระทืบด้วยเท้า ทั้งเตะทั้งกระทืบ ธีระร้องโอดโอยบิดตัวไปมา ลูกน้องเสี่ยตงหิ้วธีระโยนออกไปนอกบ้าน ธีระมองจ้องเข้าไปด้านในสายตาแค้นจัด
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 (ต่อ)
พระอาทิตย์ส่องแสงกระจ่างท้องฟ้ายามเช้า ใหญ่เข็นรถให้เพ็ญซึ่งใส่เฝือกที่แขน มาหยุดที่แผนกอุบัติเหตุ ในโรงพยาบาลรัฐบาลเล็กๆ ประจำชุมชน
“ช่วงนี้คุณใหญ่ไม่ค่อยได้พักผ่อน ไม่น่าต้องเหนื่อยพาเพ็ญมาเองเลย” เพ็ญเกรงใจนัก
“ที่น้าเพ็ญบาดเจ็บก็เพราะผม ผมสมควรทำครับ”
พยาบาลมารับช่วงต่อ เข็นเพ็ญเข้าห้องไป ใหญ่เดินไปถามเจ้าหน้าที่
“ร้านกาแฟไปทางไหนครับ”
เจ้าหน้าที่ชี้ทางหนึ่ง “ตรงไปแล้วเลี้ยวซ้าย เดินไปจนสุดทางค่ะจะเจอคอร์เนอร์เห็นชัดสะดุดตาเลยค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
ใหญ่เดินออกจากแผนก เห็นปิ่นอนงค์เดินหิ้วของกินผ่านไป ใหญ่ชะงัก
“ปิ่นอนงค์!”
ใหญ่รีบสาวเท้าตาม
ใหญ่สะกดรอยตามปิ่นอนงค์มาห่างๆ เห็นปิ่นอนงค์เดินหายเข้าไปในห้องผู้ป่วยรวม ใหญ่ตามเข้าไปแอบดูทางประตู เห็นอุ่นเรือนนอนหลับตา และปิ่นอนงค์กำลังเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้อยู่
ญาติของคนไข้ข้างเตียงถอยมาชนปิ่นอนงค์เพราะที่ทางคับแคบมากๆ ทำเอาเกือบล้มทับแม่ แต่ยั้งมือดันเตียงไว้ทัน
“อุ๊ย ขอโทษนังหนู” ป้าขอโทษ
“ไม่เป็นไรค่ะป้า”
ใหญ่เผลอเห็นใจปิ่นอนงค์จนได้ ป้าพยาบาลที่เคยดูแลไพศาลเดินออกมา ใหญ่ถอยหลีกทางให้
ป้าพยาบาลมองใหญ่แต่จำไม่ได้เพราะตอนนั้นใหญ่ยังไม่หล่อ
“จำผมได้มั้ยครับ”
ไม่นานนักปิ่นอนงค์กับป้าพยาบาล ประคองอุ่นเรือนให้นอนพิงเตียง อุ่นเรือนมองรอบๆ ห้องดูดีเกินฐานะ มองหน้าลูกสาว “ย้ายทำไม คิดว่าตัวเองมีเงินเยอะเหรอ”
ป้าพยาบาลอธิบาย “อย่าห่วงเลยแม่อุ่นเรือน มีคนขอรับเป็นเจ้าของไข้”
ปิ่นอนงค์ก็สงสัย “ใครเหรอคะคุณป้า”
“โรงพยาบาลเรามีโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ทางผู้ใจบุญจะบริจาคเงินผ่านเข้ามาให้จ้ะ”
“ปิ่นขอทราบชื่อได้มั้ยคะ ปิ่นอยากขอบคุณ”
“คงไม่ได้หรอกหนูปิ่น เค้าไม่ประสงค์จะออกนาม”
อุ่นเรือนตื้นตันยกมือท่วมหัว “ช่างใจบุญเหลือเกิน ขอให้เจริญๆ” ก่อนจะไอแคกๆ ออกมา
ปิ่นอนงค์รีบยกแก้วน้ำให้แม่ดูดจากหลอด
ป้าพยาบาลปลีกตัวออกมาคุยอยู่กับใหญ่ “ป้าจัดการย้ายห้องให้เรียบร้อยแล้วนะคะ”
“ขอบคุณมากครับ” ใหญ่ส่งนามบัตรให้ “นี่เบอร์โทรผม ถ้ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับป้าอุ่น รบกวนแจ้งข่าวถึงผมด้วยนะครับ”
“นี่ถ้าคุณไม่บอกป้าว่าเป็นลูกชายคุณไพศาล ป้าคงจำไม่ได้”
“พ่อผมโดนยาพิษหรือเปล่าครับ” ใหญ่ตัดสิใจถาม
ป้าพยาบาลตกใจ “ไม่นี่คะ แต่ก็แปลก จู่ๆกล้ามเนื้อก็อ่อนแรงไปซะเฉยๆ ตอนหลังนี่พูดไม่ได้เลย มีหนูปิ่นนี่แหละที่คอยปรนนิบัติอยู่คนเดียว”
“แล้ว..ภรรยาพ่อผม”
ป้าพยาบาลบอกต่อ “คุณไพศาลไม่ยอมให้เข้าใกล้เลย จะเรียกหาแต่หนูปิ่นอนงค์คนเดียว”
ใหญ่พูดลอยๆ หมั่นไส้ “ผู้หญิงหน้าเนื้อใจเสือมักเล่นละครตบตาคนเก่ง”
เพ็ญถอดเฝือกเสร็จแล้ว ถูกพยาบาลเข็นออกมาพอดี “ใครหน้าเนื้อใจเสือเหรอจ๊ะ”
ปิ่นอนงค์ล้วงเงินจากกระเป๋าเงินจะหย่อนใส่กล่องบริจาคเงินทำบุญ แต่เหรียญสิบหล่นจากมือกลิ้งไป ปิ่นอนงค์รีบตามจะตะครุบ เหรียญไปหยุดที่ขาใหญ่พอดิบพอดี
ปิ่นอนงค์เงยหน้ามอง เห็นใหญ่ยืนคู่กับเพ็ญ ใหญ่ก้มหยิบเหรียญขึ้นมา ยื่นให้
“ทำบุญให้ตายก็ล้างบาปไม่หมดหรอก”
“คุณใหญ่ มาทำอะไรที่นี่คะ”
“ฉันเปลี่ยนใจ จะมาลากเธอกับแม่ไปรับโทษ”
ว่าแล้วใหญ่ก็ลากปิ่นอนงค์ไปทางบันไดหนีไฟ
จอมเข้ามา ไม่เห็นเดินมองหาปิ่นอนงค์ทั่ว
ใหญ่ลากปิ่นอนงค์ขึ้นบันไดหนีไฟ
“คุณใหญ่ได้โปรดเถอะค่ะ ขอให้แม่รักษาตัวให้หายแล้วปิ่นยินดีจะไปรับโทษ”
ใหญ่ไม่สน ลากปิ่นอนงค์เปิดประตูออกมาที่ดาดฟ้า
“โอ๊ย คุณใหญ่ ปล่อยปิ่นเถอะนะคะ”
ใหญ่พาปิ่นอนงค์มาตรงขอบตึก “ฉันให้เธอเลือก ระหว่างถูกจับโยนลงไป กับพูดความจริง”
“ปิ่นสารภาพกับคุณใหญ่ไปหมดแล้ว”
“เธอกับจอม มีอะไรกันจริงหรือเปล่า”
ปิ่นอนงค์อึ้ง “บอกมาเธอสวมเขาให้ฉันจริงมั้ย”
“มันสำคัญด้วยเหรอคะ”
ใหญ่ฉุนที่ถูกย้อน อุ้มปิ่นอนงค์จนตัวลอย ทำท่าจะโยนปิ่นอนงค์ร้องวี๊ดกอดคอใหญ่แน่น
“นอกจากอยากให้ฉันตาย เธอยังสวมเขาให้ฉัน ใจเธอทำด้วยอะไรปิ่นอนงค์”
ปิ่นอนงค์ร้องไห้ เนื้อตัวสั่น “ร้องไห้ทำไม คนที่ต้องเสียใจคือฉันไม่ใช่เธอ”
“คุณใหญ่ไม่เข้าใจ ปิ่นอยากตาย แต่ปิ่นตายไม่ได้”
ใหญ่มองปิ่นอนงค์แล้วปล่อยลงเพราะใจอ่อน “เธอเล่นละครเก่งจริงๆ ปิ่นอนงค์ ฉันไม่เคยชนะเธอได้เลย ไปได้แล้ว”
ปิ่นอนงค์เช็ดน้ำตาครวญคราง “คุณใหญ่”
ใหญ่จ้องหน้า “คราวนี้ฉันจะโยนเธอลงไปจริงๆ”
ปิ่นอนงค์ถอยหนี ใหญ่เดินตาม ปิ่นอนงค์วิ่งหนีลงบันได ใหญ่แกล้งวิ่งตาม ชะลอแล้วหยุดลงนั่ง มองตามด้วยสายตาเจ็บปวด
บุรุษพยาบาลเข็นเพ็ญมาตามทาง ปิ่นอนงค์เดินร้องไห้เลี้ยวมุมตึกไป เพ็ญมองตาม เห็นใหญ่เดินหน้าขรึมเข้ามาหา
“เสร็จแล้วเหรอครับ”
“ค่ะ คุณใหญ่คะเมื่อกี๊เพ็ญเห็นปิ่นอนงค์”
“ผมไม่สนผู้หญิงหน้าซื่อใจคดอย่างงั้นอีกแล้ว กลับเถอะครับ”
ปานเทพโทร.เข้ามา ใหญ่กดรับ “ฮัลโหล ปานว่าไง”
ปานเทพแต่งชุดสูทสุดเนี้ยบหิ้วกระเป๋าเอกสารเดินมาหยุดหน้าศาลคุยโทรศัพท์กับใหญ่อยู่
“ข่าวดี ศาลถอนคำสั่งที่เคยประกาศว่าแกเป็นบุคคลสาบสูญแล้วนะโว้ย แกเตรียมตัวรับมรดกตามพินัยกรรม แต่ปัญหาก็คือ ยัยแม่มดจดทะเบียนกับพ่อแก จึงมีสิทธิ์แบ่งมรดกกับแกครึ่งหนึ่ง”
ใหญ่อยู่ที่หน้าโรงพยาบาล บ่นพึมพำด้วยความแปลกใจ “แปลก แล้วทำไมยัยแม่มดไม่ทวงสิทธิ์นี้กับศาลตั้งแต่ต้น”
“ฉันว่าคงมีชนักติดหลังเรื่องฆ่าพ่อแกอย่างที่เราสงสัย ลองคิดดูเค้ากล้าสั่งวางยาแก แล้วคุณไพศาลจะเหลือเหรอ”
“แล้วจะให้ฉันสู้ยังไง” ใหญ่ถาม
เสียงปานลอดออกมา “แจ้งตำรวจจับเลย ถ้ายัยแม่มดทำผิดจริง ก็ชวดมรดกแน่อยู่ที่ว่าแกจะกล้ามั้ย เพราะปิ่นอนงค์กับป้าอุ่นก็ต้องโดนหางเลขไปด้วย”
ใหญ่อึ้ง เพ็ญได้ยินด้วย มองจ้องหน้าใหญ่
ปานเทพรู้ทันทีเห็นใหญ่เงียบ รู้สึกหงุดหงิดจึงพูดกรอกสาย “ถ้าแกใจอ่อนอีกที ฉันไม่ยุ่งด้วยแล้วนะโว้ย เบื่อ”
ปานเทพตัดสาย จะเดินไปที่รถ ได้ยินเสียงรถบนถนนบีบแตรยาวดังลั่น
ปานเทพหันไปมองที่ถนน เห็นทัศนีย์วิ่งข้ามถนนอย่างร้อนรนเกือบโดนรถชน มีลูกน้องเสี่ยตงไล่ตาม
“ยัยชะนีนี่หว่า”
ทัศนีย์จะวิ่งหนีเข้าไปในสวนสาธารณะใกล้ๆ แต่ไม่ทัน ลูกน้องเสี่ยตงมายืนดักหน้า ทัศนีย์ถอยหลังหนี ลูกน้องเสี่ยตงขู่
“เสี่ยให้มาตามกลับไป”
“กลับไปให้มันทำเมียเหรอ ไม่มีทาง”
ทัศนีย์เหวี่ยงกระเป๋าสะพายใส่ ลูกน้องคนนั้นคว้าไว้แล้วกระชากทิ้ง ลูกน้องทั้งสองคนเข้าไปจับทัศนีย์หิ้วปีกจนตัวลอย
ทัศนีย์ดิ้นถีบขา “ปล่อยฉัน ช่วยด้วย ๆ”
จู่ๆ มีไม้ฟาดผลัวะมาที่หลังลูกน้องเสี่ยล้มคว่ำ ลูกน้องอีกคนหันไปมอง ปานเทพเงื้อไม้ฟาดเปรี้ยงเข้าที่หน้าอีกที ล้มไปอีกคน
ทัศนีย์เงอะงะ หวาดกลัว “ทำไงดี”
“หนีสิถามได้ ไปเร็ว”
ทัศนีย์ออกตัววิ่งจู๊ดไปอย่างไว พอหันกลับมาไม่เห็นปานเทพตามมา เพราะปานเทพโดนลูกน้องสองคนดึงข้อเท้าไว้คนละข้าง
ปานเทพพยายามสะบัด “รีบมาเร็วสิ ไม่งั้นฉันไปก่อนนะ”
“ผมมาช่วยคุณนะ ใจคอจะเอาตัวรอดคนเดียวเหรอ”
ทัศนีย์วิ่งกลับมายกเท้าเสยคางลูกน้องคนหนึ่งจนปล่อยขาปานเทพ
ปานเทพใช้เท้าที่ว่างกระทืบๆ ลูกน้องอีกคน ได้ทัศนีย์ช่วยกระทืบซ้ำ
จากนั้นสองคนพากันวิ่งหนีอย่างไวว่อง
ป่านเทพพาทัศนีย์มาที่เรือนใหญ่ ทัศนีย์กำลังเขย่าแขนใหญ่ร้องไห้โฮ “ขอนีกลับมาอยู่ที่นี่นะคะคุณใหญ่ ไอ้เสี่ยตงมันลากนีเข้าห้องมัน มันคิดจะข่มขืนนี ฮือๆๆ”
“งั้นก็แสดงว่าไอ้คนที่มาช่วยน้าเธอไปก็คือพวกมัน คนที่บุกมาเผาไร่ก็ฝีมือมันกับน้าของเธอ”
ทัศนีย์โบกไม้โบกมือ “หนูไม่รู้ด้วยนะ คุณน้าทำอะไรหนูไม่รู้ไม่เห็นด้วยจริงๆ”
ปลอดเข้าไปกระชากตัวทัศนีย์มาเขย่า “โกหก รู้อะไรบอกมาให้หมด ที่พ่อคุณใหญ่ตายก็เป็นฝีมือคุณนายครองสุขด้วยใช่มั้ย ฆ่าพ่อคนเดียวยังไม่พอ ยังส่งคนมาเอาชีวิตลูกด้วย เลวไม่มีที่ติ ฉันสุดจะทนแล้ว”
ปลอดโกรธจนลืมตัวบีบคอทัศนีย์ “นังคุณนายมันฆ่านายไพศาลยังไง บอกมา”
ทัศนีย์หายใจไม่ออก พยายามพูด “ไม่รู้”
“อย่าพี่ปลอด” เพ็ญร้องห้ามเสียงหลง ปลอดไม่สนเหวี่ยงร่างทัศนีย์จนกระเด็นไปกับมือ
ใหญ่กับปานเทพตกใจรีบเข้าไปช่วยนี “พ่อจะเค้นถามเอาความจริง หรือจะฆ่าเค้ากันแน่เนี่ย”
“แกอย่ายุ่ง คุณใหญ่ถอยไป”
ปลอดไม่ยอมปล่อย ใหญ่กับปานเทพพยายามแยกปลอดออกจากทัศนีย์
“เรื่องทัศนีย์ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเองอาปลอด”
“ไม่ได้ครับ เพ็ญเกือบตายก็เพราะคนอำมหิตพวกนี้”
เพ็ญกลัวปลอดฆ่าคน แกล้งหน้ามืดเป็นลมล้มพับไปที่พื้น ใหญ่กะปานเทพร้องเสียงหลง
“น้าเพ็ญ!”
ปลอดยอมปล่อยทัศนีย์ทันที ทัศนีย์ทรุดลงไปกองเพราะหมดแรง ปลอดถลาไปประคองเมีย
ปานเทพประคองทัศนีย์ไว้ ใหญ่วิ่งไปหาเพ็ญใหญ่อุ้มไปที่ห้องก่อน
“อา ผมเอง”
ใหญ่ช้อนร่างเพ็ญขึ้นมา
ปลอดถือแก้วยาหอมเข้ามา ใหญ่ยืนหันหลังให้กำลังห่มผ้าให้เพ็ญ
“ให้น้าเพ็ญกินยาก่อน”
ใหญ่หันมา “น้าเพ็ญรู้สึกตัวแล้วครับ สั่งผมให้บอกอาปลอดว่าแค่มึนหัวขอนอนสักพัก”
ปลอดเป็นห่วง “ไม่เป็นอะไรแน่นะ”
ใหญ่พยักหน้าดูมีพิรุธ ปลอดโล่งใจนั่งลงที่เตียงจับมือเพ็ญ หน้าเครียด
“ที่เพ็ญเป็นแบบนี้มันต้องเป็นผลกระทบจากที่ถูกยิงคราวก่อนแน่” ปลอดเงยหน้ามองใหญ่ “กับคนพวกนี้ คุณใหญ่อย่าใจอ่อนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นทัศนีย์หรือปิ่นอนงค์”
ใหญ่ได้ยินชื่อปิ่นอนงค์ติดโผ ก็เครียดขึ้นมาทันที
ปานเทพพาทัศนีย์มาหลบที่ห้องเก่าของอุ่นเรือนกับปิ่นอนงค์ ทัศนีย์มองห้องแล้วหันขวับมาหาปานเทพอย่างไม่พอใจ “เรื่องอะไรให้ฉันมาอยู่ห้องคนใช้ ฉันไม่อยู่”
ทัศนีย์เดินลงส้นปึงๆ จะไป ปานเทพคว้าแขนไว้แล้วผลักล้มไปที่เตียงอย่างแรง
“โอ๊ย”
“พ่อผมเป็นคนจริง ถ้าไม่กลัว ก็ออกไปเลย”
“ทำไมนายต้องช่วยฉันด้วย”
ปานเทพยื่นหน้าเข้าไปใกล้ “สั้นๆนะ สมเพช!”
ปานเทพเดินไปที่ประตู ทัศนีย์ร้องกรี๊ดปาหมอนใส่แต่ไม่โดน
ปานเทพผลักประตูออกมา พวกหวาน เปี๊ยก และน้อย ที่แอบฟังกันอยู่โดนประตูดีดหงายหลังล้มผึ่ง
ปานเทพชี้กราด “อย่าบอกให้พ่อฉันรู้ว่าทัศนีย์อยู่ที่เรือนคนงาน ใครปากโป้ง” ทำนิ้วแทนปืน “ตาย! เข้าใจ๋”
น้อยกะหวานประสานเสียง “เข้าใจค่ะ”
เปี๊ยกส่งเสียงอ้อแอ้ว่าบอกคุณใหญ่ได้ไหม หวานบ้องหัวเปี๊ยก
“คุณใหญ่ยิ่งบอกไม่ได้ ขนาดปิ่นเป็นเมียยังเตลิดเปิดเปิงไปจากไร่ นับประสาอะไรกับอีแค่คุณนี ไปไอ้เปี๊ยก”
หวานดึงเปี๊ยกหันกลับพร้อมน้อย ใหญ่ยืนจังก้าได้ยินหมดเลย หน้าตาเหี้ยมเกรียมจ้องเขม็ง หวานสะดุ้งโหยง
“ว้าย คุณใหญ่ หวาน...หวานไม่ได้พูดอะไรเลยนะคะ ไอ้เปี๊ยกมันเป็นคนพูด หวานแค่ช่วยแปลให้นังน้อยมันฟังอีกที”
น้อยแป่ว!หน้าตาเลิ่กลั่ก “ว้าย เปล่านะคะคุณใหญ่ อย่าโยนขี้มาใส่ฉันสิพี่หวาน”
เปี๊ยกร้องโวยวายจะพูดว่าตัวเองไม่ได้พูด หวานปิดปากเปี๊ยก
ใหญ่ดูอารมณ์เสียทันทีที่ได้ยินเรื่องปิ่นอนงค์ ตวาดลั่น “ใครเอ่ยชื่อปิ่นอนงค์ให้ฉันได้ยินอีก ฉันไม่ไว้หน้าแน่ หรือจะลองดี” ใหญ่ชักปืนออกมาขู่
พวกหวานตกใจร้องลั่นพากันวิ่งกระเจิงแบบตัวใครตัวมัน เปี๊ยกก็รีบจนล้มกลิ้ง หวานต้องช่วยประคองลากไป
สองคนอยู่ที่อีกมุมหน้าเรือนคนงานปานเทพขอร้องใหญ่
“อย่าบอกพ่อนะโว้ย แกก็รู้ว่ายัยชะนีเป็นแค่เด็กใจแตก”
ใหญ่มองไปที่ห้องอุ่นเรือน แล้วเหน็บปืนที่เอว “แกเป็นอะไรของแกวะ ดูปกป้องยัยนีจนผิดสังเกต หรือว่า...”
ปานเทพโวยวายกลบเกลื่อน “เฮ้ย แกอย่ามาคิดอกุศลกับฉันนะโว้ย”
“ไม่ใช่ฉันที่คิด แต่น้าเพ็ญก็คิด ถึงได้รู้ใจแก แกล้งเป็นลมเพื่อช่วยทัศนีย์”
ปานเทพตะลึง “น้าเพ็ญแกล้งเป็นลมเหรอ”
“ถ้าไม่ทำอย่างนั้น ใครจะห้ามอาปลอดเวลาอารมณ์ขึ้นได้”
เสียงเพ็ญที่ฟังดูตื่นเต้นดังเข้ามา “คุณใหญ่! นายปาน! เร็วเข้า!”
ปานเทพใหญ่ หันไปมอง เห็นเพ็ญวิ่งหน้าตื่นเข้ามา
เสี่ยตงนั่งอยู่ในห้องรับแขก ทรรศนะกับครองสุขวิ่งเข้ามา ครองสุขเข้าไปนั่งข้างเสี่ยเขย่าแขนถาม
“ให้คนไปตามหายัยนีเจอตัวมั้ยเสี่ย”
เสี่ยตงจับมือครองสุขที่เกาะแขนอยู่ ตาเยิ้ม ครองสุขปรายตามองไปทางทรรศนะกลัวลูกรู้ ค่อยๆ ชักมือออกจากเสี่ย
ครองสุขยิ้มหวาน “ว่าไงคะเสี่ย”
“เจอสิจ๊ะ”
ครองสุขมองหา “อ้าวแล้วมันอยู่ไหนล่ะ”
“ลูกน้องมันบอกว่าเกือบพาหนูนีมาได้แล้ว แต่คนของไอ้ใหญ่มาจับหนูนีไป”
ทรรศนะตกใจ “ไอ้ใหญ่ ผมจะไปช่วยนี”
ทรรศนะจะไป ครองสุขรีบวิ่งไปดึงไว้ “ไปไม่ได้นะ ไอ้ใหญ่มันรอเล่นงานนะอยู่” หันมาหาเสี่ยเสียงอ้อน “เสี่ยคะ”
เพราะครองสุขยืนหันหลังให้ ทรรศนะจึงไม่เห็นกริยาครองสุข ครองสุขกรีดนิ้วแถวๆร่องอกยั่วยวน
“ถ้าฉันอยากจะขอร้องให้เสี่ย ส่งลูกน้องไปช่วยหลานฉัน จะเป็นการรบกวนเสี่ยจนเกินไปมั้ยคะ”
เสี่ยตงมองตามมือและนิ้วครองสุข กลืนน้ำลายเอื้อกติดใจรสสวาท
“ไม่รบกวนเลยจ้ะ เดี๋ยวเสี่ยจัดให้” ส่งเสียงตะโกน “เด็กๆ”
จู่ๆ เสียงปืนดังเปรี้ยง!
ลูกปืนพุ่งเข้ามาโดนแจกันใบใหญ่ตรงหน้าเสี่ยตงแตกกระจาย
เสี่ยตงร้องเสียงหลง “เฮ้ย!” กระโดดหลบข้างเก้าอี้
ครองสุขร้อง “ว้าย!”
ทรรศนะรีบพุ่งไปจับครองสุขให้หมอบลง เสียงปืนดังเข้ามาอีกหลายนัด
ที่หน้าตึก ปลอด พงษ์ พร้อมลูกน้องปลอด ที่หลบหลังรถแวน 2 คัน ยิงถล่มใส่ลูกน้องเสี่ยตง ที่หลบอยู่ตามต้นไม้บริเวณหน้าตึกยิงตอบโต้เสียงปืนดังสนั่น
ฝ่ายเสี่ยตงโดนยิงบาดเจ็บไปหลายคน ต่างฝ่ายต่างกระสุนหมดโยนปืนทิ้ง แต่บางคนก็ยังมีปืน
ปลอดประกาศลั่น “ลุย เข้าไป”
ทั้งสองฝ่ายตะลุมบอนเข้าใส่กัน ใครมีปืนก็ถูกอีกฝ่ายหักข้อมือ แล้วเตะปืนหล่น สู้กันมือเปล่าแทน
เสี่ยตง ครองสุข ทรรศนะ วิ่งออกมา ปลอดเห็นรีบกระโดดเข้าหาครองสุข
เสี่ยตงจะยิงปลอด ปลอดเตะปืนหล่นไป สองคนออกหมัดต่อสู้โรมรันพันตูกัน
พงษ์เข้ามาจับครองสุข ทรรศนะเข้าไปชก แต่เจอหมัดสวนกลับ ลงไปนอนเจ็บ จังหวะหนึ่งพงษ์หยิบปืนที่หล่นจะยิงทรรศนะ ครองสุขถลาไปคร่อมเอาตัวบังทรรศนะไว้
“อย่านะ อย่ายิง”
ลูกน้องปลอดเข้าไปใกล้เล็งปืนขู่ไว้ไม่ให้สองคนขยับหนี
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 (ต่อ)
ด้านปลอดชั้นเชิงเหนือกว่า อัดเสี่ยตงคว่ำหน้าลงไปติดที่พื้น ปลอดยกขาเหยียบหลังเสี่ยไม่ให้ลุกขึ้น
“วันนี้ผมจะปิดบัญชีแค้นให้กับนายไพศาล และทุกความชั่วที่คุณนายทำกับผม ทำกับคุณใหญ่ไว้”
ครองสุขยังมีฤทธิ์ “ถ้าแกฆ่าฉัน แกก็ติดคุก”
“ขอบคุณที่เตือน สำหรับคนร้อยเล่ห์กลอย่างคุณนาย ติดคุกตลอดชีวิตหรือโดนโทษประหาร น่าจะเหมาะที่สุด”
ครองสุขท้า “เอาเลย แจ้งตำรวจจับฉันเลย ฉันจะได้แจ้งความกลับว่าแกกับไอ้ใหญ่ฉุดคร่าหลานสาวฉันไป”
ทรรศนะผสมโรง “พวกคุณไม่ใช่ลูกผู้ชาย ดีแต่ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ คืนน้องผมมา”
พร้อมกันนั้นทรรศนะทำท่าขยับ พงษ์เล็งปืนไปทางทรรศนะ ครองสุขตกใจกัดมือพงษ์เต็มแรง พงษ์ร้องลั่น ครองสุขแย่งปืนมาได้จะยิงปลอด
แต่ยังไม่ทันได้ยิง ลูกปืนพุ่งมาโดนปืนของครองสุขอย่างแม่นยำ ครองสุขร้องกรี๊ดตกใจปล่อยปืน
ปลอดกะพงษ์หันไปทางวิถีกระสุต เห็นใหญ่เล็งปืนมาทางครองสุข โดยมีปานยืนพิงหลังใหญ่เล็งปืนไปหาลูกน้องเสี่ยตงคนอื่นๆ ถวิลกับเปี๊ยกเล็งปืนขู่ไม่ให้ลูกน้องเสี่ยที่เหลือขยับตัว
“ถ้าใครขยับรับรองศพไม่สวยแน่พี่พงษ์คุ้มครองอาปลอดไปที่รถ”
พงษ์รีบเก็บปืนคุ้มครองปลอด ปลอดเตะสีข้างเสี่ยตงไปหนึ่งทีระบายแค้น จ้องหน้าครองสุขแล้วยอมออกไป เสี่ยตงลุกยืนชี้ไปทางปลอด “แค้นนี้ฉันเอาคืนแน่ ไอ้เสือเก๊”
ใหญ่ยิงใส่แถวขาเสี่ยตงหลายนัด เสี่ยร้องลั่นกระโดดหนีไปมา
“เจอกันตัวต่อตัวที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ อย่าดีแต่เป็นหมาลอบกัดเหมือนที่ผ่านมาก็แล้วกัน” มองจ้องครองสุขเขม็ง “ผมจะหาหลักฐานเล่นงานคุณนายให้ได้ รับรองไม่นานเกินรอ”
ใหญ่จะไปครองสุขเรียกไว้ “เดี๋ยวก่อน ถ้าแกทำร้ายยัยนี ฉันจะสู้ตายกับแก”
ใหญ่ไม่ต่อปาก ยิ้มเยาะให้
กลับมาถึงเรือนปลอดก็เฉ่งปานเทพทันที
“ป่านนี้แล้วทำไมไม่มีใครแจ้งความเอาผิดคุณนายเรื่องที่วางยาคุณใหญ่” หันมาทางลูกชาย “ไหนแกบอกว่าจะรีบจัดการ”
ปานเทพอึกอักมองมาทางใหญ่ “ผมทำได้เองก็ทำไปแล้ว แต่มีบางคนที่ดูไม่อยาก”
ใหญ่พูดเสียงเข้ม “ผมขอเวลาอีกนิด”
“คุณใหญ่จะรออะไรอีก หรือเพราะปิ่นอนงค์”
เพ็ญเดินเร่งร้อนเข้ามา “พี่ปลอด ทำไมใจร้อนอย่างนี้ เอะอะก็ยกพวกไปต่อยตี คิดว่าตัวเองเป็นเด็กช่างกลหรือยังไง”
ปลอดอ่อนลง เข้ามาประคองเพ็ญ “มันเป็นเรื่องของผู้ชาย ผู้หญิงไม่เข้าใจหรอก แล้วนี่คุณหายดีแล้วเหรอ ทำไมไม่นอนพักอีกสักหน่อย”
เพ็ญอึกอัก “เออ ค่อยยังชั่วแล้วค่ะ ก็มัวแต่ห่วงพี่นี่แหละ”
เพ็ญ ใหญ่ และปานเทพมองสบตารู้กัน “เมื่อกี้คุยอะไรกันเหรอคะ เพ็ญได้ยินชื่อปิ่นอนงค์”
คราวนี้ทุกคนมองจ้องใหญ่ เห็นใหญ่หน้าเครียด
เช้าวันต่อมาใหญ่ขับรถเข้ามาจอดที่ลานจอดรถโรงพยาบาล เปิดประตูแต่เปลี่ยนใจปิดตามเดิม
ใหญ่นั่งชั่งใจจะลงไปดีหรือไม่ดี
ยินเสียงปานในหัว “แจ้งตำรวจจับเลย ถ้ายัยแม่มดทำผิดจริง ก็ชวดมรดกแน่อยู่ที่ว่าแกจะกล้ามั้ย เพราะปิ่นอนงค์กับป้าอุ่นก็ต้องโดนหางเลขไปด้วย”
ตามด้วยเสียงคาดคั้นของปลอด “คุณใหญ่จะรออะไรอีก”
ใหญ่ตัดสินใจผลักประตูรถออกไป
ครู่ต่อมาใหญ่มายืนหน้าห้องอุ่นเรือน ได้ยินเสียง “ไม่ อย่า อย่าทำปิ่น”
ใหญ่ชะงักมองผ่านกระจก เห็นอุ่นเรือนดิ้นไปดิ้นมา กระชากสายน้ำเกลือ ใหญ่รีบผลักประตูเข้าไป พยายามจับมือไว้ไม่ให้ดิ้น
“ป้า ! อย่าดิ้น ผมจะเรียกหมอให้”
ใหญ่จะหยิบที่กดเรียกหมอแต่ก็เปลี่ยนใจ มองด้วยสีหน้าคั่งแค้น
“ป้าคิดฆ่าผม ทำไมผมต้องช่วยป้าด้วย” อุ่นเรือนหลับตาละเมอจับมือใหญ่แน่นไม่ยอมปล่อย เพราะคิดว่าเป็นปิ่นอนงค์
“แม่เอง แม่แอบใส่ยาในอาหารให้คุณใหญ่กิน แกมันโง่แกมารับผิดแทนแม่ทำไม” อุ่นเรือนร้องไห้โฮ “แม่ขอโทษนะลูก แม่ห่วงคุณนาย ไอ้ใหญ่มันจะทำร้ายคุณนาย ทำร้ายลูก”
ใหญ่อึ้ง อุ่นเรือนยังยกมือไขว่คว้า ใหญ่จับมืออุ่นเรือนไว้ อุ่นเรือนค่อยๆ สงบลง
ด้านปิ่นอนงค์เข็นรถออกมาพร้อมจอม “จอมไปทำงานเถอะ เดี๋ยวจะสาย”
จอมเดินไป ใหญ่ยืนแอบอยู่ที่หน้าบ้าน พอเห็นจอมลับตัวไปแล้วใหญ่เข้ามาขวาง
“คุณใหญ่”
ปิ่นอนงค์ทำใจกล้าถาม “ต้องการอะไรอีกคะ”
ปิ่นอนงค์ตั้งท่าจะเข็นรถไป ใหญ่พูดเสียงแข็ง “ฉันต้องการคุยเรื่องหย่า”
แม้จะทำใจแล้ว แต่ปิ่นอนงค์ก็ชะงักใจหายวูบ หัวใจปวดหนึบ
“ได้ค่ะ”
อรสอางค์กลับมาจากช็อปปิ้งเดินเข้ามา จิ๋วหอบถุงตามมาหลายถุง วางบนเตียง
จิ๋วหน้าซีด มึนๆ รีบนั่งที่พื้น “นะหายไปไหนเนี่ย”
อรสอางค์มองจิ๋วใช้ต่อ ไม่ถามอาการสักคำ “อ้าวพี่จิ๋ว นั่งอยู่ทำไม เอาเสื้อผ้าในถุงไปซักสิคะ อรอยากใส่คอลเลคชั่นใหม่ๆ บ้าง ไอ้ที่ใส่อยู่เนี่ยมันเอ๊าท์ไปหมดแล้ว”
จิ๋วตอบด้วยเสียงอ่อนแรง “ขอพี่จิ๋วไปนอนพักสักครู่ได้มั้ยคะ พี่จิ๋วรู้สึกเวียนศีรษะ”
“ทำไมพักนี้ไม่สบายบ่อยจัง หาเรื่องขี้เกียจหรือเปล่าคะ ไม่รู้ละซักให้เสร็จภายในครึ่งชั่วโมง” ยื่นกระดาษให้ “อาหารเย็นนี้ที่อรอยากทาน จัดให้อรส่วนตัวในห้องนอน อรไม่อยากทานร่วมกับไอ้เสี่ยกริยาถ่อย เคี้ยวดังจุ๊บจั๊บไม่เกรงใจใคร”
อรสอางค์เดินเข้าห้องน้ำไป จิ๋วประคองตัวเองให้ลุกยืนพอเงยหน้าเจอทรรศนะยืนมองอยู่ที่ประตู
จิ๋วจะอ้าปากพูด ทรรศนะรีบยกนิ้วปิดปากไม่ให้ส่งเสียง จิ๋วเลยเดินเลี่ยงออกไป
ทรรศนะมองไปที่ห้องน้ำ เห็นอรสอางค์ยังไม่ออกมา ทรรศนะรีบปิดประตู
ทรรศนะเดินมากิริยาเซ็งๆ เลี้ยวตรงมุมห้อง ชะงักกึกตกตะลึงตาค้างกับภาพตรงหน้า เห็นครองสุขยืนกอดกับเสี่ยตง เสี่ยตงไซ้ซอกคอครองสุข
ทรรศนะทนไม่ได้ เข้าไปทันที “คุณน้า!”
ครองสุขสะดุ้ง “ตานะ”
ทรรศนะดึงแขนครองสุขออกไปด้วยกัน เสี่ยตงอารมณ์ค้าง
ทรรศนะเดินเข้าห้องครองสุข สีหน้าเสียใจมาก “ทำไมคุณน้าต้องทำแบบนี้” ทรรศนะหันกลับมาหา “คุณน้าชอบด่ายัยนีว่าใจง่าย เที่ยวมั่วผู้ชายไปทั่ว แต่คุณน้ากลับทำเสียเอง”
ครองสุขหน้าเสีย น้ำตาคลอ “คิดว่าน้าอยากทำเหรอ คิดว่าน้าร่านผู้ชาย คิดอยากจะนอนกับใครก็นอนอย่างนั้นใช่มั้ย”
ทรรศนะเหน็บ “นั่นคือสิ่งที่ผมเห็น ก่อนหน้านี้ก็นายธีระ จนมาถึงไอ้เสี่ยตงอีกคน น้ารู้มั้ยว่าใจผมมันเจ็บแค่ไหน ที่เห็นแม่ตัวเองกอดกกกับผู้ชายไม่รู้กี่คนต่อกี่คน น้าลืมไปแล้วเหรอว่ายังมีผม มีนีเป็นลูก เลยคิดอยากทำอะไรก็ได้”
ครองสุขสะอื้นออกมา “น้าไม่เคยลืม น้าถึงได้ทำแบบนี้ไง เสี่ยตงมันลวนลามยัยนียัยนีถึงต้องหนีไป ถ้าน้าไม่เอาตัวเข้าแลก มันคงไม่ยอมเลิกรา”
ทรรศนะโกรธเสี่ยตง จะพุ่งออกไป “ไอ้เสี่ยตง”
ครองสุขรีบวิ่งไปขวางประตูไว้ไม่ให้ไป “ไม่ได้นะ นะสู้มันไม่ได้หรอก”
“แล้วคุณน้าจะยอมมันไปอย่างนี้เหรอ”
“น้าทนได้ เมื่อได้จังหวะเหมาะเราจะยืมมือมันฆ่าไอ้ใหญ่ สมบัติของไร่ไพศาลทั้งหมดต้องเป็นของนะคนเดียว”
ทรรศนะท้วง “แต่คุณน้า”
“ไม่ต้องกังวลเรื่องน้า น้าทำได้ทุกอย่างเพื่อคนที่น้ารัก”
ครองสุขจับสองบ่าลูกชาย ทรรศนะน้ำตาคลอสงสารแม่ แต่ไม่รู้จะทำยังไง
ใหญ่ขับรถมาตามทาง ผิวปากสบายอารมณ์ “จะไปที่อำเภอใช่มั้ยคะ”
“ใครบอก”
“คุณใหญ่บอกว่าจะคุยเรื่องหย่า เลยเดาเอา” ปิ่นอนงค์พูดประชด
ใหญ่อารมณ์บูด เบรกทันที “ทำไม อยากหย่ามากงั้นเหรอ หรือว่าชู้รักของเธอมันเร่งรัด”
ปิ่นอนงค์ไม่พอใจ เปิดประตูรถลงไปทันที
“ปิ่นอนงค์ กลับมา” ใหญ่รีบเปิดประตูตาม
ปิ่นอนงค์เดินหนี ใหญ่มาดักหน้า “กลับไปขึ้นรถ ฉันจะพาเธอไปฝากงาน”
ปิ่นอนงค์ดื้อขึ้นมา “ไม่ค่ะ ไม่อยากทำ”
“ฉันสั่ง” ใหญ่ขึ้นเสียง
“ปิ่นยอมมาด้วย เพราะคุณใหญ่อยากคุยเรื่องหย่า ปิ่นเต็มใจเซ็นใบอย่าให้ แต่อย่าพูดดูหมิ่นกัน มันเจ็บค่ะ”
มีรถสองแถววิ่งมาจอดให้คนลงใกล้ๆ ปิ่นอนงค์รีบวิ่งขึ้นรถด้านหน้าคนขับ รถบึ่งออกไป
“ปิ่นอนงค์ พูดกันดีๆ ไม่รู้เรื่องเหรอ”
ใหญ่รีบขึ้นรถตัวเอง ขับตามไปทันที
ใหญ่ขับจี้ตามรถสองแถว บีบแตรยาวให้จอด
คนขับงงๆ บ่นอุบ “อะไรของมันวะ”
ปิ่นอนงค์ชะโงกมองด้านหลัง เห็นใหญ่ขับรถขึ้นมาเทียบสำเร็จ
ใหญ่กดกระจกลง ตะโกนพูดกับปิ่นอนงค์ “จอดรถ!”
ปิ่นอนงค์นั่งตัวตรงทำเป็นไม่สนใจ
“เธอหนีฉันไม่พ้นหรอก อย่าคิดว่าฉันจะหย่าให้เธอไปมีความสุขกับคนอื่น ไม่มีทาง (บอกคนขับ) จอดรถให้ที”
คนขับเหลียวมองปิ่นอนงค์ว่าจะเอายังไง
“ไม่ต้องจอดค่ะ เค้าเป็นพวกโรคจิต จะลวนลามฉัน” ปิ่นอนงค์บอก
คนขับของขึ้น “อ้าวอย่างนี้ก็สวยสิ เกลียดนักไอ้พวกรังแกผู้หญิง”
คนขับเร่งเครื่องเบียดรถใหญ่ ใหญ่ไม่ยอมพยายามจะแซง
รถสองคันขับบี้กันไปมา ใหญ่แกล้งพลาดท่าขับรถพุ่งตกข้างทางจอดสนิท ปิ่นกรี๊ดตกใจกลัวใหญ่เป็นอะไร
“คุณใหญ่!”
รถใหญ่จอดนิ่งริมทาง ใหญ่พิงเบาะหลับตาเหมือนสลบ ห่างออกไปที่รถสองแถว พอรถจอดปิ่นอนงค์ลงจากรถ วิ่งตรงมาหาใหญ่
ปิ่นอนงค์วิ่งมาถึงเปิดประตู เขย่าตัวใหญ่
“คุณใหญ่ คุณใหญ่เป็นยังไงบ้าง คุณใหญ่ๆๆอย่าเป็นอะไรไปนะคะ”
ปิ่นอนงค์กอดใหญ่ซบไหล่ร้องไห้ ขณะที่ใหญ่หรี่ตาข้างเดียวมองอยู่ แล้วอมยิ้มชอบใจที่หลอกปิ่นอนงค์ได้สำเร็จ ปิ่นอนงค์มองหน้า ใหญ่รีบหลับตา
“คุณใหญ่อดทนไว้นะคะ ปิ่นจะพาคุณใหญ่ไปหาหมอ”
ปิ่นอนงค์ประคองใหญ่ออกมาจากรถ พยายามจะพาไปนั่งท้ายรถ เพื่อจะขับรถเอง
ปิ่นอนงค์พยุงใหญ่เข้าไปนั่ง ใหญ่ลืมตาแกล้งดึงปิ่นอนงค์ให้ล้มไปด้วยกัน ร่างปิ่นอนงค์ทับบนอกใหญ่ หัวปิ่นโขกหัวใหญ่ ดังโป๊ก ท่าทีเอาตลกๆ
“โอ๊ย! นี่เธอจะฆ่าปิดปากฉันเหรอ” ใหญ่โวยวาย
ปิ่นอนงค์ตกใจ เห็นใหญ่มองตาแป๋ว “คุณใหญ่ไม่ได้เป็นอะไรเหรอคะ”
“มีเมียสวย เรื่องอะไรจะตายให้โง่”
ปิ่นอนงค์โมโหทุบที่อกอย่างแรงใหญ่ร้องลั่น “โอ๊ย!”
“คนโกหก”
ปิ่นอนงค์ผละตัวรีบถอยออกจากรถจะเดินหนี ใหญ่รีบตามไปจับแขนไว้หน้าตายียวน
“ไหนว่าจะพาไปหาหมอ”
ปิ่นอนงค์หันขวับมา เสียงสั่นเครือ “เรื่องเป็นเรื่องตาย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่จะเอามาหลอกกัน คุณใหญ่สนุก แต่ปิ่นไม่สักนิด”
ปิ่นอนงค์น้ำตาคลอ ใหญ่อึ้งไป เอามือเชยคางปิ่นอนงค์ท่าทีนุ่มนวล น้ำเสียงประชดประชัน
“แล้วร้องไห้ทำไม เป็นห่วงฉัน กลัวฉันตายเหรอ ถ้ากลัวฉันตาย แล้วปล่อยให้ฉันเป็นไอ้งั่ง หลงคิดว่าเธอวางยาฉันทำไม”
“คุณใหญ่ พูดอะไร ปิ่นไม่เข้าใจ”
“ก็พูดความจริงไง เธอไม่ได้วางยาฉันใช่มั้ย”
“คุณใหญ่ถามทำไมคะ ในเมื่อคุณใหญ่เชื่อไปแล้วว่าปิ่นทำ”
ใหญ่คาดคั้น “แล้วทำไมเธอต้องโกหก เพื่อรับผิดแทนแม่งั้นเหรอ เธอห่วงแม่ แต่ไม่เคยห่วงว่าฉันจะเสียใจแค่ไหน เธอรักแม่แล้วฉันล่ะ เอาฉันไปทิ้งไว้ที่ไหน”
ปิ่นอนงค์สะท้อนใจ สะอื้นฮัก “แต่คุณใหญ่ก็เชื่อไม่ใช่เหรอคะ ถ้าเพียงแต่คุณใหญ่มั่นใจในตัวปิ่น ต่อให้เห็นกับตา ได้ยินกับหู คุณใหญ่ก็ต้องหนักแน่น”
ใหญ่น้อยใจ “เธอจะบอกว่าฉันผิด”
“เปล่าค่ะ ปิ่นผิดเอง ปิ่นไม่ควรเข้ามาในชีวิตคุณใหญ่ตั้งแต่แรกทำให้คุณใหญ่เป็นทุกข์ มีแต่เรื่องวุ่นวายใจ ไม่สมควรจะเป็นภรรยาคุณใหญ่”
ปิ่นอนงค์จะพูดต่อ แต่ใหญ่ดึงร่างปิ่นอนงค์เข้ามาจูบอย่างลึกซึ้ง ปิ่นอนงค์นิ่งงัน ยืนตัวแข็งทื่อ
พอได้สติปิ่นอนงค์รีบผลักใหญ่ออก ไม่กล้าสบตา “เราไม่เกี่ยวกันแล้วนะคะ อย่าทำอย่างนี้อีก”
ปิ่นอนงค์รีบเดินไปที่รถ ใหญ่ซึมตะโกนถาม “เพราะไอ้จอมเหรอ”
“ใช่”
ปิ่นอนงค์บอกแล้ววิ่งหนีไป ทิ้งใหญ่ที่ยืนอึ้งไว้ข้างหลัง
ขณะที่จิ๋วหิ้วตะกร้าจ่ายตลาดมาตรงซอยทางไปบ้านเช่าของจอม จู่ๆ เกิดอาการวิงเวียนตาพร่ามัว มองคนตัวซ้อนกัน จิ๋วเซแต่พยายามประคองตัวเดินต่อ
ปิ่นอนงค์หิ้วถุงใส่วัตถุดิบทำอาหารหลายถุงเดินตามมาด้านหลัง เว้นระยะห่างพอควร
จู่ๆ มีเสียงชาวบ้านร้องเอะอะ “ว้าย คนเป็นลม”
ปิ่นอนงค์เงยหน้ามองเห็นไทยมุง รีบวิ่งไปดู คนอื่นยืนดูเฉยๆ เอาแต่ถามกันไปมาว่าใคร
ปิ่นอนงค์เข้าไปประคอง พอเห็นหน้าก็ตกใจ “พี่จิ๋ว!”
ทรรศนะนั่งหัวโคลงไปมาจากฤทธิ์เหล้าตรงโต๊ะในสวนบ้านเสี่ยตง กำลังเอื้อมมือไปคว้าขวดเหล้า กลุ้มใจเรื่องแม่
อรสอางค์เข้ามาคว้าหมับ แย่งไป “นี่เหรอคนที่เรียนจบปริญญาโทจากเมืองนอก ทำตัวไร้อนาคตสิ้นดี งานดีๆ มีเข้ามาก็ไม่คว้าเอาไว้”
“ไปคอยเลียแข้งเลียขาเพื่อให้ได้งานประมูลนะเหรอ ที่คุณว่างานดี” ทรรศนะย้อน
“จะงานอะไร ถ้าได้เงินมาให้เราได้กินใช้อย่างสุขสบาย ก็ไม่เห็นต้องแคร์”
“ผมไม่ชอบ”
“ไม่ชอบก็ต้องทำ เสี่ยไม่พอใจนะมาก ดีที่อรช่วยแก้ตัวให้ ถ้าไม่มีบารมีพ่ออร นะตกงานไปแล้ว”
“ก็บอกว่าไม่ชอบ ไม่ชอบ ผมเกลียดมันไม่อยากทำงานให้มัน”
ทรรศนะจะแย่งเหล้าคืนมาอรสอางค์ไม่ให้ วางอำนาจอย่างเคยตัว
“อย่าตวาดอรแบบนี้นะ ขอโทษอรเดี๋ยวนี้”
“คุณก็เลิกจู้จี้ชี้นิ้วให้ผมต้องทำนั่นทำนี่สักที ผมเป็นสามีคุณ ไม่ใช่คนรับใช้”
อรสอางค์โกรธปาขวดเหล้าแตก มือกวาดของบนโต๊ะหล่นกระจายไปหมด จังหวะนั้นกระเป๋าตังทรรศนะหล่นพื้น รูปปิ่นอนงค์หลุดออกมา
ทรรศนะใจหายรีบก้มเก็บแต่อรสอางค์ไวกว่า แย่งหยิบมาดูได้ก่อน อรสอางค์มือสั่น มองหน้าทรรศนะอย่างเอาเรื่อง
“มันใช่มั้ยคือเหตุผลที่นะนอนหันหลังให้อรทุกคืน”
ทรรศนะนิ่งไม่ตอบ อรสอางค์ของขึ้นเขย่าตัวทรรศนะอย่างแรง
“ทำไมไม่พูด รักมัน ชอบมัน คิดถึงมัน อยากนอนกับมัน ถึงได้เก็บรูปมันไว้ดูต่างหน้า อันไหน พูดออกมา”
ทรรศนะตอบห้วน “ทั้งหมด”
อรสอางค์ช็อก คุมตัวเองไม่อยู่ตบหน้าทรรศนะสุดแรง จนหน้าหัน ทรรศนะจ้องอรสอางค์อย่างไม่พอใจ กระชากรูปคืน ทรรศนะจะเดินไป อรสอางค์ผลักแล้วเข้าไปตีๆๆๆ ตามตัว
“คนเลว คนโกหก”
ทรรศนะเจ็บ ทนไม่ไหวเลยเหวี่ยงอรสอางค์ล้มลงไป
“อรโกหกผมก่อน จนถึงตอนนี้ ไม่มีสักนาทีเดียวที่อรทำให้ผมรู้สึกว่าคุณรักผม ไม่ใช่สิ คุณไม่เคยรักใครเลยมากกว่า แม้แต่พี่จิ๋วคนที่ดีแสนดีกับคุณ คุณก็ยังจิกใช้งานเค้าทั้งๆ ที่เค้าไม่สบาย”
ทรรศนะเดินหนีกิริยายังมึนๆ อรสอางค์ปล่อยโฮออกมา ทั้งเสียใจทั้งแค้นใจ
ที่บ้านเช่าจอมเวลานั้น ปิ่นอนงค์ให้จิ๋วดมยาดม จิ๋วลืมตาตื่นมองอย่างงงๆ
“พี่จิ๋วเป็นลมที่ตลาด ปิ่นเลยพาพี่จิ๋วมาที่บ้านปิ่น”
จิ๋วมองหน้าร้านปิ่นอนงค์ หน้าตาอย่างไม่เป็นมิตรจะลุกไป
ปิ่นอนงค์จับแขนห้ามไว้ “ตอนนี้แดดยังร้อนอยู่ ถ้าไปตอนนี้ลมจะจับเอาอีก”
จิ๋วเสียงห้วน “ฉันต้องรีบกลับไปทำอาหารให้คุณหนู”
“แต่พี่จิ๋วไม่สบาย ควรนอนพัก”
“นอนพักแล้วให้คุณหนูอดเหรอ” จิ๋วครวญ
“ปิ่นจะตักกับข้าวใส่ปิ่นโตให้พี่จิ๋วทุกวัน จนกว่าพี่จิ๋วจะแข็งแรงขึ้น คุณอรไม่รู้หรอก”
จิ๋วอึ้งไป เสียงอ่อนลง “หล่อนไม่โกรธฉันเหรอ”
“ปิ่นเคยเป็นคนรับใช้ นายไม่ชอบอะไร เราก็ขัดไม่ได้ ต้องเออออตามนายไป ถึงจะอยู่กับเค้าได้”
ปิ่นอนงค์พูดตรงใจจิ๋วนัก จิ๋วรู้สึกดีกับปิ่นอนงค์
ปิ่นอนงค์ส่งยาดมให้ จิ๋วรับไปอย่างเต็มใจ
อรสอางค์อาละวาดทันที ปาข้าวของทิ้งกระจุยกระจาย
“อรนะเหรอไม่เคยรักใคร ถ้าไม่รักแล้วจะทนอยู่ด้วยอย่างนี้เหรอ คนลังเล คนหลายใจ นังปิ่นอนงค์ ฉันเกลียดแก”
จิ๋วถือถาดอาหารเข้ามา อรสอางค์หันขวับ “ทำไมพี่จิ๋วมาช้านัก หรือว่าแก่จนสมองเสื่อมถึงจำไม่ได้ว่าอรต้องทานมื้อเย็นกี่โมง”
จิ๋วรีบกุลีกุจอยกไปที่โต๊ะ “พี่จิ๋วขอโทษค่ะ จะรีบจัดโต๊ะให้เดี๋ยวนี้”
อรสอางค์อารมณ์มาเต็มๆ พุ่งไปปัดถาดหลุดมือ จานชามแตกกระจาย “ไม่กงไม่กินมันแล้ว กินไม่ลง”
อรสอางค์อารมณ์ไม่ดีเดินหนีออกจากห้อง จิ๋วยืนตะลึงไม่คิดว่าอรสอางค์ที่ตนเทิดทูนจะทำขนาดนี้ จิ๋วน้อยใจนัก
บรรยากาศตลาดตอนเช้าคึกคักวุ่นวาย ผู้คนออกมาจับจ่ายซื้อของ
ทรรศนะเมาแอ๋นั่งซบที่โต๊ะในร้านอาหารอีสานกลางตลาด สภาพกินดื่มโต้รุ่ง มีขวดโซดาหลายขวดวางปนกับขวดเหล้า
เด็กเสิร์ฟผู้ชายมาเขย่าตัว “พี่ๆๆ เช้าแล้วนะ”
ทรรศนะเงยหน้าสะบัดหัวมึนๆ ลุกยืนหยิบกระเป๋าเงินล้วงแบงก์ให้เด็กเป็นค่าเหล้า
ครู่ต่อมาทรรศนะเดินโผเผมาในตลาด กวาดตามองหาปิ่นอนงค์
ทรรศนะมองไปเห็นด้านหลังผู้หญิงคนหนึ่ง เหมือนทรรศนะเมาตาลายจนขาดสติ เห็นผู้หญิงก็เที่ยวไปกระชากตัวดูหน้าเขาไปหมด
ทรรศนะกระชากบ่าให้ผู้หญิงคนหนึ่งหันมา ร้องเรียก “ปิ่น”
ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ปิ่นอนงค์ โกรธที่ถูกกระชาก ถลึงตาใส่แล้วเดินหนี แต่ทรรศนะเข้าไปกอดด้านหลังรั้งไว้ ทรรศนะส่งเสียง อ้อแอ้ เมาๆ อยู่
“ปิ่น อย่าทิ้งพี่ไป พี่คิดถึงปิ่น”
“ว้าย ไอ้ทะลึ่ง ไอ้โรคจิต”
ผู้หญิงคนนั้นผลักทรรศนะสุดแรง ร่างกระเด็นไปชนกับรถเข็นของปิ่นอนงค์ที่เข็นมาพอดี
ทรรศนะเงยหน้ามอง สองคนตกใจทั้งคู่
เวลาต่อมาสองคนนั่งอยู่ตรงตรงโต๊ะหินหน้าบ้านเช่าจอม ทรรศนะรู้เรื่องร้องเสียงหลง
“คุณใหญ่ไล่ปิ่นออกจากไร่เหรอ”
“ปิ่นหนีมาเองค่ะ แล้วคุณนะเจอคุณอรหรือยังคะ”
ทรรศนะพยักหน้า ปิ่นอนงค์มองสภาพทรรศนะเห็นโทรมไปมาก ปิ่นอนงค์แตะจมูกตัวเองเล็กน้อยได้กลิ่นเหล้า
“แล้วทำไมคุณนะถึงปล่อยตัวแบบนี้”
ทรรศนะตาแดงจะร้องไห้ “พี่ไม่มีความสุขเลยปิ่น อยู่ใกล้อรเหมือนอยู่กับไฟ ไม่เหมือนกับปิ่น เย็นเหมือนน้ำ”
ปิ่นอนงค์ได้แต่สงสาร “คุณนะ”
ทรรศนะรีบคว้ามือปิ่นกุมไว้ “ปิ่นไปกับพี่ได้มั้ย เราหนีไปด้วยกัน ไปตั้งต้นชีวิตใหม่ พี่จะทำงานหาเลี้ยงปิ่นเอง”
ได้ฟังแล้วปิ่นอนงค์ตกใจมาก “ให้คุณนะสร่างเมาก่อนดีมั้ยคะ แล้วค่อยคุยกัน”
ปิ่นอนงค์จะดึงมือออก ทรรศนะยื้อไว้ไม่ยอมปล่อย“พี่ไม่มีเวลาแล้ว ถ้าจะไปก็ไปด้วยกันเลย อรอาจให้เสี่ยตงส่งลูกน้องมาตามพี่”
“ปล่อยปิ่นก่อนค่ะ คุณนะพูดเพราะไม่มีสติ”
ทรรศนะโมโห “ปิ่นยังอาลัยอาวรณ์คุณใหญ่มากกว่าเลยไม่ยอมไปกับพี่”
ระหว่างนั้นจอมเดินเข้ามาเห็นทรรศนะดึงมือปิ่นอนงค์อยู่
จอมชี้หน้า “ปล่อยมือปิ่น”
จอมพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อนะ ชกเปรี้ยง ทรรศนะเซไป
ปิ่นอนงค์ร้องห้าม “อย่าจอม”
ทรรศนะไม่ยอมฮึดฮัด พุ่งเข้าชกจอมแต่ปล่อยหมัดมั่วซั่ว จอมซัดทรรศนะอีกที แล้วเซไป
“หยุด อย่าตีกัน” ปิ่นตะโกนก้อง
แต่ไม่ได้ผล ทรรศนะพุ่งเข้าชนจอมกอดรัดจอมไว้ จอมพยายามสะบัดให้หลุด แต่ไม่หลุด
สุดท้ายทั้งคู่ล้มไปชนหม้อแกงคว่ำระเนระนาด จอมถีบทรรศนะกระเด็นไป ล้มใส่เศษแก้วตำหัวเข่าทรรศนะร้อง “อูย”
ปิ่นอนงค์โกรธจัด “หมดกัน มีลูกค้าสั่งไว้ เราต้องเอาไปส่งวันนี้”
จอมมองหม้อแกงที่คว่ำอยู่ “เราขอโทษ” ชี้ไปทางทรรศนะ “ก็มัน…”
ปิ่นอนงค์โมโห เตือนจอม “จอมไม่เคยหยุดฟังปิ่น ดีแต่ใช้กำลังชกต่อย คุณนะเค้ากำลังมีปัญหาครอบครัว แค่มาระบาย”
“แต่มันจะฉุดปิ่นไปกับมัน”
ปิ่นอนงค์ฉุน พยายามควบคุมเสียงให้เย็นลงย้อนถาม “แล้วปิ่นไปมั้ย”
จอมอึ้งเถียงไม่ออก ทรรศนะอาย พยุงตัวเดินเซๆ ออกไป ปิ่นอนงค์มองตาม
ครองสุขต่อว่าอรสอางค์ทันที
“เธอเป็นเมียภาษาอะไร ผัวหายตัวไปทั้งคืนไม่รู้ว่าไปไหน”
อรสอางค์ไม่สำเหนียกนั่งเชิด “ช่วยใช้คำให้สุภาพหน่อยนะคะ อรไม่ใช่ลูกตาสีตาสา”
ครองสุขหัวเราะ “เป็นแค่ผู้ดีตกกระป๋อง ไม่ต้องทำดัดจริตฟังไม่ได้ ฉันยอมให้เธออยู่กับตานะก็นับว่าเป็นบุญ เธอก็ควรเอาอกเอาใจตานะให้มันมากๆ หน่อย”
ขณะนั้นเองเสียงมือถือครองสุขดังมองจอสีหน้าดีใจ “ตานะโทร.มา” รีบรับสาย “ฮัลโหล นะอยู่ไหน น้าเป็นห่วงมากรู้มั้ย” ครองสุขตกใจเมื่อฟัง ร้องเสียงหลง “อะไรนะ อยู่โรงพยาบาล!”
อรสอางค์ตาค้างตกใจไปด้วย
อรสอางค์กำลังประคองทรรศนะให้เดินมาทตามทางเดินในโรงพยาบาล อาการยังกระเผลกเล็กน้อย
“โชคดีนะที่เย็บหัวเข่าไปแค่5เข็ม ไม่รู้เดินอีท่าไหนให้รถมอเตอร์ไซค์มันเฉี่ยวเอาได้”
ทรรศนะหลบตาเพราะโกหก
อรสอางค์สวนขึ้นก่อน “นังปิ่นอนงค์ใช่มั้ย ที่นะไม่ยอมกลับบ้านเพราะไปนอนค้างอยู่กับมัน”
“คิดบ้าๆ” ทรรศนะด่า
ครองสุขงง “นี่มันอะไรกัน พูดให้น้ารู้เรื่องหน่อย”
อรสอางค์ฟ้อง “หลานชายคุณน้า รักนังปิ่นถึงขนาดเก็บรูปมันไว้ดูต่างหน้าวันๆ เอาแต่เมามายคิดถึงมัน”
ครองสุขเหน็บ “ที่ผู้ชายชอบไปหาความสุขนอกบ้าน คนเป็นเมียก็ต้องพิจารณาตัวเองด้วย ไม่ใช่ดีแต่โทษผัวฝ่ายเดียว” ครองสุขหันไปหาทรรศนะ “นังปิ่นมันอยู่ที่ไหน น้าอยากเจอแม่มัน”
ทรรศนะตัดปัญหา พูดโกหก “ผมไม่รู้ครับ ไม่เคยเจอปิ่น พอแล้วนะอรอย่าพูดเรื่องนี้อีก”
ทรรศนะแกะมือเดินกระเผลกไป อรสอางค์ไล่จิก
“ทำไมคะ อรแตะมันไม่ได้เลยเหรอ”
ครองสุขเห็นพยาบาลเข็นรถพาอุ่นเรือนผ่านหน้าไป
พยาบาลเข็นรถมาถึงหน้าห้อง เจอใหญ่ถือกระเช้าผลไม้ยืนรอ
อุ่นเรือนเสียงแข็ง “คุณมาทำไม ถ้าคิดจะมาเอาเรื่อง ก็เอาตัวฉันไปคนเดียว”
ใหญ่มองพยาบาล “ผมจะพาเข้าข้างในเองนะครับ”
พยาบาลเลี่ยงไป “เดี๋ยวคุณอย่าเพิ่งไป กลับมาก่อน คุณ”
ใหญ่บอก “ผมเป็นคนจ้างพยาบาลพิเศษไว้เอง เค้าต้องฟังผม”
อุ่นเรือนงงๆ ใหญ่เข็นอุ่นเรือนเข้าห้องไป
ครองสุขเพิ่งตามมาถึงพอดี แต่ไม่ได้ยินการสนทนา ตกตะลึงที่เห็นอุ่นเรือนอยู่กับใหญ่ ครองสุขนึกถึงคำพูดใหญ่ขณะจ้องหน้าเขม็งที่หน้าบ้านเสี่ยตง
“...ผมจะหาหลักฐานเล่นงานคุณนายให้ได้ รับรองไม่นานเกินรอ”
ครองสุขหวาดหวั่นว่าหลักฐานที่ใหญ่พูดถึงคืออุ่นเรือน
“หลักฐานที่มันว่า คือแกเองเหรอ นังอุ่น!”
โปรดติดตามอ่าน “ปิ่นอนงค์” ตอนต่อไป
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Online
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com)
«
Reply #1 on:
20 October 2026, 08:45:41 »
https://mgronline.com/drama/detail/9550000081488
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 12
เผยแพร่: 3 ก.ค. 2555 16:59 โดย: MGR Online
.
ปิ่นอนงค์ ตอนที่12
ใหญ่เข็นรถมาชิดเตียงคนไข้วางของเยี่ยมไว้บนโต๊ะ ก้มลงช้อนขาอุ่นเรือนจะอุ้มขึ้นเตียง แต่อุ่นเรือนกลับคิดว่าใหญ่จะทำร้าย จึงผลักใหญ่สุดแรงจนใหญ่เซไป
“อย่านะ แกจะทำอะไรฉัน”
ใหญ่ชักไม่พอใจจึงขึ้นเสียง “ทำไม กลัวผมมาแก้แค้นเหรอ”
อุ่นเรือนหวาดกลัวหนัก รีบเหลียวมองสัญญาณกดกริ่ง เอื้อมมือไปสุดแขนแต่ไม่ถึง ใหญ่ยืนมองเฉยๆ อุ่นเรือนหมุนล้อรถเข็นเพื่อไปให้ถึงที่กดกริ่ง ใหญ่เดินสบายๆ เข้าไปยืนขวาง
“เวลาป้าทำผมทำไมไม่รู้จักกลัวบาป”
อุ่นเรือนหมุนล้อถอยหนีทีละนิด ใหญ่เดินเข้าหาเชิงข่มขู่ให้อุ่นเรือนหวาดกลัว
อุ่นเรือนทำใจกล้าตวาดกลับ “อย่ามาพูดเรื่องบาปบุญกับฉัน คุณเองก็เคยฆ่านายผา ทำร้ายใครต่อใครไปทั่ว ทั้งคุณนาย คุณนะ แล้วก็นังปิ่น”
ใหญ่เย้ยหยัน “คุณนายครองสุขยัดข้อมูลพวกนี้ใส่หัวป้าล่ะสิ รวมทั้งบงการให้ป้าใส่ยาพิษฆ่าผมด้วย”
อุ่นเรือนแก้ตัวพัลวัน “คุณนายไม่เกี่ยว ปิ่นมันก็ไม่เกี่ยว ฉันทำเอง ทำคนเดียว”
ใหญ่ยิ่งโมโหย่อตัวลงนั่งตรงหน้าอุ่นเรือน จับที่วางแขนของรถเข็นทั้งสองข้างแน่น ไม่ให้อุ่นเรือนขยับรถเข็นได้ ใหญ่เร่งเร้ากดดัน และคาดคั้นอุ่นเรือน
“คุณนายเป็นคนฆ่าพ่อผม ป้ารู้ใช่มั้ย ป้าต้องเห็น บอกผมมา”
อุ่นเรือนโวยวายลั่น “ไม่ใช่ ไม่จริง คุณนายไม่เคยฆ่าใคร”
“ผู้หญิงคนนี้เป็นคนใจคอโหดเหี้ยม ทำไมป้ายังหัวปักหัวปำเชื่อเค้าแบบไม่ลืมหูลืมตาอย่างนี้”
อุ่นเรือนเจ็บปวดฝังลึกในใจ “ถ้าไม่มีพ่อของคุณนาย อุ้มฉันขึ้นมาจากถังขยะที่นังผู้หญิงใจยักษ์ใจมารทิ้งฉันไว้ ฉันก็คงตายอยู่ในกองขยะไปแล้ว”
พลางอุ่นเรือนร้องไห้ออกมา “ฉันสาบานว่าจะตอบแทนบุญคุณท่านทุกอย่าง แม้แต่ตายแทนลูกของท่าน หรือต้องตกนรกหมกไหม้ ฉันก็ทำได้”
ใหญ่อึ้ง อุ่นเรือนจ้องหน้าใหญ่เขม็ง “คุณเป็นคนไม่รู้จักบุญคุณของผู้ให้กำเนิด คุณคงไม่เข้าใจความรู้สึกของฉันหรอก จริงมั้ย”
ถูกพูดแทงใจดำ ใหญ่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น “ถ้าผมต้องตอบแทนบุญคุณใคร ด้วยวิธีทำร้ายคนอื่นเหมือนอย่างที่ป้าทำ ผมยอมเป็นคนอกตัญญู”
อุ่นเรือนจ้องหน้าใหญ่ เถียงไม่ออกสักคำ
ครองสุขถือบัตรเครดิต จดจ้องเจ้าหน้าที่แผนกการเงินของโรงพยาบาลผ่านช่องเคาน์เตอร์ เจ้าหน้าที่กดคีย์คอมพิวเตอร์ อ่านข้อมูล
“คุณอุ่นเรือน ห้อง...” เจ้าหน้าที่บอกเลขห้อง “คุณชาลิตเป็นเจ้าของไข้ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดค่ะ”
ครองสุขหันกลับ หน้าดุดัน กัดฟันแน่น “ไอ้ใหญ่ นังอุ่นแกทรยศชั้น!”
อุ่นเรือนขึ้นนอนอยู่บนเตียง สายตามองใหญ่ตาขวางอย่างไม่ไว้ใจ ใหญ่กำลังยกที่กั้นเหล็กขึ้นทั้งสองข้าง ใหญ่ยิ้มกวนๆ
“ป้าคงเกลียดผมมากสินะ”
“อย่าตามรังควานคุณนายอีก” อุ่นเรือนเสียงกร้าวแข็ง
“ป้าคงไม่เคยรู้ตัว คนที่ได้รับผลจากการกระทำของป้าไม่ใช่ผม แต่เป็นปิ่นอนงค์ลูกสาวคนเดียวของป้า ป้าเกลียดชังแม่ตัวเองว่าใจยักษ์ใจมาร แล้วป้าทำอะไรกับลูกสาวป้าบ้าง”
อุ่นเรือนสะอึก คำพูดของใหญ่แทงใจดำเต็มๆ ตวาดไล่ใหญ่ “คุณต่างหากที่ทำร้ายลูกสาวฉันมาตลอด มันหมดอนาคตก็เพราะไปแต่งงานกับผู้ชายไม่มีความรับผิดชอบอย่างคุณ”
ใหญ่โดนย้อนแทงใจดำเข้าบ้างถึงกับนิ่งอึ้ง
ครองสุขเดินคุยโทรศัพท์น้ำเสียงหงุดหงิดมาก
“ทำไมต้องเร่งชั้นด้วยอรสอางค์ ฉันกำลังจะไปที่รถเดี๋ยวนี้แหละ” ครองสุขมองตรงไปเห็นใหญ่เดินไปอีกทาง “เธอพาตานะกลับไปก่อน พอดีฉันเจอคนรู้จัก”
ครองสุขรีบตัดสาย มองไปทางที่ใหญ่เดินออกมา ซึ่งเป็นทางเดินไปยังห้องอุ่นเรือนที่ครองสุขเจอครั้งแรก
ที่หัวมุมทางเดินมีช่างซ่อมไฟฟ้า 2 คน ช่างคนหนึ่งปีนถอดกล้องวงจรปิดส่งให้ช่างอีกคนที่จับบันไดให้
“สงสัยสายวงจรช็อร์ต”
ครองสุขมองมุมเพดานว่างเปล่าเหลือแต่สายไฟโด่ๆ ไม่มีกล้องแล้ว ครองสุขมองไปตลอดทางเดินทั้งชั้นถ้าทำอะไรไม่มีกล้องบันทึกไว้แน่ๆ ยิ้มอย่างมีแผนร้าย
อุ่นเรือนนั่งเหม่อลอย ยินเสียงใหญ่ก้องในหัว “ป้าคงไม่เคยรู้ตัว คนที่ได้รับผลจากการกระทำของป้า
ไม่ใช่ผม แต่เป็นปิ่นอนงค์ลูกสาวคนเดียวของป้า ป้าเกลียดชังแม่ตัวเองว่าใจยักษ์ใจมาร แล้วป้าทำอะไรกับลูกสาวป้าบ้าง”
อุ่นเรือนน้ำตาไหลริน เสียงโทรศัพท์สายภายในของโรงพยาบาลดังขึ้น อุ่นเรือนสะดุ้ง
ปิ่นอนงค์เข็นรถขายข้าวแกงมาจอดหลบแดดตรงตลาดโบราณ จะโทรศัพท์มือถือแต่แบตหมด
ปิ่นอนงค์แต่งชุดปอนๆ ใส่หมวกบังหน้าตา เดินไปที่โทรศัพท์เครื่องแดงหยอดเหรียญ ที่วางบนตู้ไม้บุกระจกใส่สินค้าเป็นชั้นๆ หน้าร้านขายทอง
“แม่เป็นยังไงบ้างจ๊ะ”
อุ่นเรือนฟังโทรศัพท์นิ่ง เช็ดน้ำตาทำสีหน้าเป็นปกติ
“เดี๋ยวขายของเสร็จ ปิ่นจะรีบไปเฝ้าแม่นะจ๊ะ”
อุ่นทำเสียงปกติ ยกมือปาดน้ำตา “แกไม่ต้องมาหรอกปิ่น แม่ดีขึ้นมากแล้ว ขายของเสร็จก็กลับบ้านพักผ่อนซะ เดี๋ยวจะไม่สบายไปอีกคน”
“โธ่แม่ ปิ่นยังไหว ขายข้าวแกงแค่นี้เอง”
อุ่นเรือนทำเสียงเข้ม “อย่ามาเถียงแม่ ทำเป็นอวดเก่งไปได้ แกต้องหัดดูแลตัวเองบ้าง แม่เองคงอยู่กับแกไม่ได้ตลอดชีวิตหรอกนะ”
ปิ่นอนงค์ตกใจ “แม่ ทำไมพูดอย่างนั้น”
อุ่นเรือนอยากบอกว่ารักและห่วงปิ่นอนงค์ แต่พูดไม่ออก “แม่ ...อภัยให้แม่นะลูก”
ปิ่นอนงค์ไม่ทันได้ฟัง เห็นคนยืนดูแกงในหม้อที่รถเข็น “อุ๊ย แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ แม่ เดี๋ยวค่ำนี้เจอกัน”
ปิ่นอนงค์รีบวางโทรศัพท์ พุ่งไปที่รถเข็น ถามลูกค้า “รับอะไรดีจ๊ะ”
อุ่นเรือนลดหูโทรศัพท์ลง “แม่รักแกมากนะปิ่น แม่ขอโทษที่ทำทุกอย่างเพื่อคุณนายจนลืมนึกถึงแก” อุ่นเรือนเสียใจ ร่ำไห้ สะอื้นฮักๆ “แม่เสียใจ”
มีเสียงเคาะประตูสองครั้ง อุ่นเรือนมองไปที่ประตู เห็นประตูค่อยๆ แง้มเข้ามาอุ่นเรือนดีใจ ไม่คาดฝัน
“คุณนาย!”
ตกกลางคืน ปิ่นอนงค์เดินเข้ามาตามทางเดิน หิ้วกล่องใส่อาหารมาด้วย มาถึงห้องแม่ปิ่นอนงค์เปิดประตูเข้าห้องผู้ป่วย พอเข้าห้องมาก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นบนเตียงว่างเปล่า ปิ่นอนงค์เหลียวมองรอบห้องวางกล่องใส่อาหารที่เตียง แล้วรีบไปเปิดประตูห้องน้ำ
“แม่.. แม่จ๋า”
ปิ่นอนงค์ถอยจากประตูห้องน้ำ ป้าพยาบาลเปิดประตูเข้ามาถือเครื่องวัดดัน
“คุณป้าค่ะ แม่หายไปไหนก็ไม่รู้”
ป้าพยาบาลครุ่นคิด “เอ..เมื่อตอนเย็นพยาบาลพิเศษยังเห็นอยู่เลยนี่น่า เห็นว่าคุณใหญ่มาเยี่ยมก็เลย...”
ปิ่นอนงค์ได้ยินก็ตกใจจับแขนพยาบาลถาม “คุณใหญ่.. คุณใหญ่มาเยี่ยมแม่หรือค่ะ”
ป้าพยาบาลรู้สึกตัว อ้ำอึ้งแตะมือปิ่นอนงค์เบาๆ
“หนูปิ่น อย่าโกรธป้าเลยนะ ป้าขอโทษจริงๆ ความจริงแล้วคุณใหญ่คือเจ้าของไข้ ช่วยดูแลค่าห้องค่าใช้จ่ายต่างๆให้แม่อุ่น เค้าขอร้องไม่ให้ป้าบอกหนูปิ่นกลัวหนูกับแม่อุ่นจะปฏิเสธความหวังดีของเค้า”
ปิ่นอนงค์เครียดครุ่นคิดมองในแง่ร้ายว่าต้องเป็นใหญ่อุ้มแม่ไปแน่นอน
เช้าวันต่อมา ปิ่นอนงค์บุกไร่ไพศาลหน้าตาเอาเรื่องเดินมาตามทาง พอกำลังจะผ่านต้นไม้ มีมือลึกลับจับแขนดึงไปหลบหลังต้นไม้
ปิ่นอนงค์ร้องลั่นใช้อีกมือต่อสู้ทุบตีพัลวัน
ที่แท้เป็นใหญ่ เขาใช้อีกมือจับแขนปิ่นอนงค์ดันไปจนหลังปิ่นอนงค์ติดต้นไม้ใหญ่ ปิ่นอนงค์หลับหูหลับตากรีดร้องดิ้นไปมาไม่หยุด
ใหญ่ตัดสินใจประกบปากปิดปาก รสสัมผัสคุ้นเคย ทำเอาปิ่นอนงค์ชะงักหยุดกึก ตาโต พอรู้ตัวสะบัดผลักใหญ่ออกไป
ปิ่นอนงค์เอาหลังมือเช็ดปาก “ใจร้ายชอบรังแกผู้หญิง เห็นปิ่นเป็นผู้หญิงข้างถนนหรือยังไงคิดอยากจะทำอะไรก็ทำ”
ใหญ่จุ๊ปาก เหลียวดูซ้ายขวา “เบาๆ สิ ก็เธอร้องเสียงดังอย่างเมื่อกี้ ถ้าอาปลอดได้ยินเข้าจะทำยังไง อาปลอดไม่ได้ใจดีเหมือนกับฉันหรอกนะ”
“คุณใหญ่ไม่ต้องมาขู่ ปิ่นไม่กลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว คืนแม่อุ่นให้ปิ่นเดี๋ยวนี้”
ใหญ่ตกใจมองสบตาปิ่นอนงค์เขม็ง
ยามนั้นหน้าตาปลอดดูดุดันขณะเช็ดถูปืนพกสั้น อยู่ตรงโต๊ะในสนามหญ้าข้างเรือนใหญ่ สักครู่หนึ่งถวิลเดินเร่งรีบระแวดระวังเข้ามา ถวิลเข้าชะโงกพูดกับปลอดพลางชี้มือไปอีกทาง
ถวิลมาบอกปลอดว่าเห็นทัศนีย์ที่เรือนพักเก่าของอุ่นเรือน
ปลอดตบโต๊ะ “ดี วันนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้มันหนีไปได้อีก..ไป”
ปลอดเหน็บปืนเดินเร่งรีบไปกับถวิล
สองคนอยู่ตรงริมลำธาร สีหน้าใหญ่เครียดเคร่งขณะพูดอธิบาย
“ฉันสาบานได้ปิ่นอนงค์ ฉันไม่ได้พาป้าอุ่นออกจากโรงพยาบาลมาที่นี่หรือพาไปไหนทั้งนั้น”
ใหญ่อัดอั้นอธิบายวุ่นวาย
ปิ่นอนงค์จ้องหน้าใหญ่ “คุณใหญ่แอบมาเป็นเจ้าของไข้ให้แม่ คุณใหญ่ต้องการแก้แค้นแม่ปิ่น คุณใหญ่เป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับแม่ อย่าโกหกปิ่นอีกต่อไปเลยค่ะ คืนแม่ให้ปิ่นเถอะนะค่ะ แม่ยิ่งไม่ค่อยสบายอยู่
ปิ่นเป็นห่วงแม่”
ใหญ่โกรธเอามือทุบต้นไม้อย่างแรง ปิ่นอนงค์สะดุ้ง “ปัดโธ่โว้ย.. อะไรกันเนี่ย..ทำดีไม่ได้ดี เธอคิดจริงๆหรือปิ่นอนงค์ว่าฉันจะเป็นคนเลวคิดร้ายกับป้าอุ่นได้ขนาดนั้น”
ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอด ใหญ่ตกใจคว้าข้อมือปิ่นอนงค์
“อาปลอด เป็นเรื่องแล้ว หลบกันก่อนเร็ว”
ใหญ่ลากปิ่นอนงค์ลุยน้ำไป ปิ่นอนงค์ตกใจ เหลียวหน้าเหลียวหลังล่อกแล่กตามใหญ่ไป
ใหญ่จูงปิ่นอนงค์หนีลุยน้ำมา เหมือนมีคนตามไล่ล่า สองคนลุยน้ำลับโขดหิน และต้นไม้มาได้พอควร
ปิ่นอนงค์หน้าซีดเหงื่อตกตาพร่ามัว ดึงแขนใหญ่ให้หยุด
“คุณใหญ่..ปิ่น..ปิ่น”
ใหญ่ชะงักมอง ปิ่นอนงค์พยายามจะพูด แต่ทรุดลงเป็นลม ใหญ่เข้ารับร่างปิ่นอนงค์ประคองแนบอก
เสียงย่ำน้ำดังเข้ามา ใหญ่คิดว่าเป็นปลอดแต่พอหันไปดูเห็นเป็นเพ็ญ ใหญ่โล่งใจ
“น้าเพ็ญ ผมก็นึกว่าอาปลอด”
เพ็ญมองไปที่ปิ่นอนงค์
ขณะที่ทัศนีย์กำลังตากชุดชั้นในที่ราวระเบียงบ้าน ปานเทพกระหืดกระหอบเข้ามาลากแขนทัศนีย์อย่างร้อนรน ทัศนีย์ตกใจ มือยังถือชุดชั้นในอยู่ “หนีเร็วทัศนีย์”
ทัศนีย์ฉุนตีแล้วแกะมือปานเทพออก “ไอ้บ้า ปล่อยฉัน”
ทัศนีย์มองปานเทพที่ยึดชุดชั้นในไว้ในมือ “อ๊าย นี่นาย ไอ้โรคจิต คิดจะมาขโมยชุดชั้นในชั้นเหรอ
ปานเทพหยุดมองมือตัวเองที่จับชุดชั้นในกำมือทัศนีย์ไปด้วย ตกใจรีบปล่อยมือจากทัศนีย์
“เฮ้ย ไม่ใช่อย่างนั้น พ่อฉันกำลังมาจับตัวเธอ”
ปานเทพดึงแขนทัศนีย์จะลงบ้าน แต่ชะงักทั้งคู่ เห็นปลอดเดินมากับถวิลใกล้ถึงแล้ว ปานเทพดึงทัศนีย์กลับเข้าห้องหน้าตาตื่น
หน้าต่างห้องบนบ้านถูกเปิดออก ปานเทพปีนขอบหน้าต่างกระโดดลงมา ชูมือจะรับทัศนีย์ ที่อาการเลิ่กลั่ก กล้าๆกลัวๆ
“มันสูงอ่ะ”
“โดดสิ โดด แค่นี้ไม่ตายหรอกน่า อย่างมากก็แค่พิการ”
ทัศนีย์คว้าขอบหน้าต่างแต่พลาดหล่นลงมา ปานเทพรับตัวทัน แต่เสียหลักล้มลง ทัศนีย์หัวฟาดพื้นสลบคาที่
ปานเทพเลิ่กลั่กเงยหน้ามองหน้าต่างกลัวปลอดตามทัน รีบประคองกึ่งลากทัศนีย์ไปหลบ
ปลอด ถวิล โผล่ที่หน้าต่างเหลียวมองหาไปมา ปานเทพกอดทัศนีย์แนบอกหลบอยู่ใต้หน้าต่าง
ปานเทพมองหน้าทัศนีย์ รู้สึกวาบหวิวในใจ จนเผลอตัวอมยิ้ม
“ตอนไม่มีพิษสง ก็น่ารักดีแฮะ”
เวลาต่อมาปานเทพอุ้มทัศนีย์เอาหลังดันประตูห้องบ้านพักที่รีสอร์ตหลังเก่าเข้ามา พอหันมองในห้อง ต้องสะดุ้งโหยงท่าทีน่าขัน
“เฮ้ย...”
ปานเทพเห็นปิ่นอนงค์นอนบนเตียง เพ็ญกำลังเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าตาเนื้อตัวให้ ใหญ่ยืนมองอยู่อีกมุม ทุกคนมองปานเทพ ต่างคนต่างตกใจ ปานเทพรีบเอาทัศนีย์ไปวางลงบนเตียงข้างๆ ปิ่นอนงค์
ใหญ่ชี้ทัศนีย์ ส่วนปานชี้ปิ่นอนงค์ สองหนุ่มประสานเสียง “อะไรกันวะ”
“พ่อ..พ่อฉันตามล่ายัยชะนีนี่อยู่”
“แล้วแกพายัยนีมาที่นี่ทำไมวะเดี๋ยวก็ได้ซวยกันหมด”
“อ้าวแล้วทีปิ่นอนงค์ล่ะ แกพามาทำไม”
“ปิ่นเค้าเป็นลม ฉันเลยพามาพักผ่อนก่อน ดีขึ้นเมื่อไร ก็จะส่งกลับ”
“ยัยชะนีก็เหมือนกัน ฟื้นจากสลบเมื่อไรฉันก็จะพา...ไปซ่อนที่อื่น”
ใหญ่โวยวายไม่ยอม “ไม่ได้โว้ย”
“ทำไมไม่ได้วะ”
เพ็ญเอ็ดเอา “หยุดทั้งคู่ น้าดูแลหนูปิ่นกับทัศนีย์เอง”
เสียงปลอดดังเข้ามา “ค่อยๆ ดูไปทีละหลัง ถ้าเจอก็จับตัวไว้เลย”
ใหญ่กะปานเทพสะดุ้ง มองหน้ากันไปมา “อาปลอดมา” / “พ่อมา” สองหนุ่มประสานเสียง
ทั้งใหญ่ ปานเทพ และเพ็ญ รีบไปแหวกม่านหน้าต่างแอบดู แล้วสบตากันด้วยความตกใจ
ปลอดยืนมองถวิลเดินลับตัวไป หันมาหน้าตาดุดันขยับจะเข้าบ้านพัก
ใหญ่ กะปานเทพ รีบพุ่งออกมาปลอดงง “คุณใหญ่ ไอ้ปาน มาทำอะไรกันแถวนี้ครับ”
“อ๋อ..คนงานไปรายงานว่าเรามีปัญหาเรื่องปลวก ผมกับปานเลยมาตรวจดู หลังนี้ปลอดภัยครับ” ใหญ่ว่า
ปานเทพรีบสนับสนุน “ใช่ๆ ครับ หลังนี้ไม่มีอะไรเลย”
แล้วได้ทีขยับเดินหนีไปอีกทาง ปลอดตวาดลั่น “ไอ้ปาน อย่าเพิ่งไป”
ปานเทพสะดุ้งโหยง รีบรับคำ “ครับพ่อ”
ปลอดคาดคั้น “แกเอาทัศนีย์ไปซ่อนที่เรือนคนงานใช่ไหม ฉันสั่งให้ไล่ออกไปจากไร่ แกกล้าขัดคำสั่งฉันหรือ”
ปานเทพปากคอสั่น พูดติดๆขัดๆ “พ่อพูดอะไร ผมไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”
ปลอดเข้าไปจับคอเสื้อปานเทพด้านหลัง ลากไป ตบกบาลไปหนึ่งทีปานเทพร้อง “โอ๊ย”
“งั้นแกไปคุยกับฉันให้รู้เรื่อง หนอย..กางเกงใน ยกทรง ตากอยู่ที่ราว น้ำหยดติ๋งๆ บอกไม่รู้เรื่อง…”
ใหญ่ตกใจ รีบเดินไปขวางปลอด “อาปลอดใจเย็นๆ ไอ้ปานอาจจะไม่รู้เรื่องจริงๆ ก็ได้”
ปลอดลดเสียงนุ่มนวลกับใหญ่ “มันลูกผม สบตาก็รู้ว่ามันพูดจริงหรือโกหก คุณใหญ่เองก็เหมือนกัน ถ้ารู้ว่าปิ่นอนงค์อยู่ไหนต้องรีบบอกผม ผมจะได้รีบๆ ปิดบัญชีกับไอ้แก๊งชั่วร้ายนี้ซะที”
ใหญ่แกล้งสนับสนุนปลอด ทำเสียงขึงขัง “ไม่ต้องห่วงครับอา ผู้หญิงพรรณ์นั้นถ้าผมเจอ ผมจะฆ่าเอง
กับมือ ส่วนเรื่องทัศนีย์ ผมจะทำให้ไอ้ปานมันเปิดปากบอกอาเอง มานี่เลยไอ้ปาน”
ใหญ่เข้าไปกระชากปานเทพออกจากปลอด ใหญ่ชกท้องปานเทพไป 2 ที ปานเทพทรุด ปลอดกะปานเทพ ตะลึง มองใหญ่งง
“สั่งอะไรไม่ได้ดั่งใจสักอย่าง ยังกล้ามาขัดใจอาปลอดอีก”
ใหญ่บุ้ยใบ้ปากให้ปานเทพรู้ว่าตนจะเตะขวา แต่ปานเทพไม่เข้าใจพุ่งไปทางขวา ใหญ่เตะสวนเข้าครึ่งอกครึ่งท้อง
ปานเทพนอนจุกแน่น ด่าใหญ่ไปกุมท้องไป ใหญ่หน้าเสียทำปากพูด “ขอโทษ”
“ไอ้....อู๊ยจุก”
ปลอดใจอ่อนสงสารลูกรีบจับแขนใหญ่ “พอเถอะครับคุณใหญ่ ผมว่าพอสมควรแล้ว”
“ไม่ได้ครับ มันประชด พุ่งสวนแข้งผม อย่างนี้ต้องซ้อมให้หนัก รีดความจริงออกมาให้ได้ มานี่”
ใหญ่ทำทีจับคอปานเทพ ลากติดมือตามไป ปานเทพเล่นละครแกล้งแหกปากร้องโวยวาย
ปลอดรีบวิ่งตามใหญ่ ที่แท้ห่วงลูกชาย “ให้ผมจัดการมันเองดีกว่า คุณใหญ่จะได้ไม่ต้องเหนื่อย”
เพ็ญแอบดูอยู่ที่หน้าต่างยิ้มส่ายหน้า พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเอ็นดู “พี่น้องคู่นี้กะล่อนกันจริงๆ”
เพ็ญหันมามองสองสาวที่เตียง เดินไปคลี่ผ้าห่ม คลุมห่มตัวให้ทั้งคู่
ครองสุขพาอุ่นเรือนมาซ่อนตัวและขังไว้ในบ้านไม้ซอมซ่อ อยู่ห่างไกลบ้านผู้คน ในบ้านมีห้องน้ำผนังไม้ผุๆ ไว้ขับถ่าย อุ่นเรือนนอนหลับคุดคู้ที่เสื่อผืนหมอนใบ มีผ้าห่มเก่าๆ คลุมครึ่งตัว
อุ่นเรือนตบยุงสะดุ้งตื่นในตอนเช้าวันต่อมา งัวเงียยันตัวลุก เหลียวมองรอบตัวไปมา กะพริบตาครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืน
สีหน้าอุ่นเรือนตกใจระคนดีใจเรียก “คุณนาย”
ครองสุขเดินยิ้มเข้าประตูมา เหลียวมองกลับประตูระแวดระวัง ครองสุขเข้าไปจับแขนท่าทีลุกลี้ลุกลน อุ่นเรือนดีใจจับมือครองสุข
“คุณนายหายไปอยู่ที่ไหนมาค่ะ อุ่นเป็นห่วงคุณนายมาก ไม่รู้จะติดต่อกับคุณนายได้ยังไง”
ครองสุข เป่าหูทันที “แกต้องรีบหนีไปกับฉันเดี๋ยวนี้ ไอ้ใหญ่มันวางแผนฆ่าแก มันแอบมาเป็นเจ้าของไข้ให้แก แล้วจ้างพยาบาลวางยาเพื่อแก้แค้น”
อุ่นเรือนเอามือทาบอกกลืนน้ำลาย ครองสุขเร่ง
“ไป..รีบไป ฉันจะช่วยแกเอง”
“แล้วถ้ามันมาเจอปิ่นล่ะคะ รอบอกนังปิ่นก่อนเถอะค่ะ”
ครองสุขช่วยประคองอุ่นเรือนลงจากเตียง “ฉันส่งคนไปเตือนนังปิ่นมันแล้ว แกไม่ต้องห่วง”
ครองสุขประคองอุ่นเรือนขึ้นรถเข็น เข็นไปที่ประตู ประตูเปิดครองสุขเหลียวดูไปมา
เสียงครองสุขเปิดประตู อุ่นเรือนผวาหันไปมองอย่างตกใจ เห็นครองสุขหิ้วถุงข้าว ขนม และน้ำเข้ามา
ครองสุขจัดแจงเปิดกล่องข้าวหมูแดง เอาช้อนวางให้อุ่น
“แกไม่สบายกินข้าวซะ ขนมก็มี เสร็จแล้วจะได้กินยา”
ครองสุขพูดไป หยิบขนม ขวดน้ำ และยาหมอตี๋ออกมาวางข้างหน้าอุ่น
อุ่นเรือนตักข้าวกิน มองครองสุขตื้นตันใจ
“ไอ้ใหญ่มันแกล้งมาทำดีกับแก มันเคยหลอกถามอะไรแกบ้าง แกบอกอะไรมันบ้างหรือเปล่า อุ่น”
“ไม่เลยค่ะ อุ่นไม่ได้บอกอะไรมัน อุ่นไล่มันไปพ้นๆ ด้วยซ้ำ อุ่นไม่มีวันทรยศคุณนาย”
ครองสุขจ้องตาอุ่นวัดใจ แล้วยิ้มให้ “ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นแกหลบอยู่ที่นี่ไปก่อน อย่าโผล่หน้าออกไปไหนเชียวนะ ป่านนี้ไอ้ใหญ่คงส่งคนตามหาแกอยู่”
“แล้วนังปิ่นละค่ะ มันรู้หรือยังว่าอุ่นอยู่ที่ไหน”
ครองสุข โกหก “รู้แล้ว มันฝากฉันมาบอกว่าจะมาเยี่ยมแกทีหลัง”
อุ่นเรือนวางกล่องข้าว จับมือครองสุขมากุม “ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยชีวิตอุ่น”
ครองสุขทำยิ้มใจดี ตบหลังมืออุ่นเรือน
ครองสุขออกมาบรรจงคล้องกุญแจล็อกประตูขังอุ่นเรือน มองจิกตาเข้าไปในห้อง
เช้านั้นปิ่นอนงค์นอนหลับอยู่กับทัศนีย์บนเตียง ทัศนีย์รู้สึกตัวก่อนค่อยๆ หยีตา จับหัวตรงที่ฟาดพื้นหน้าตาเจ็บปวด
ทัศนีย์เหลียวมาเจอปิ่น อนงค์ก็งง “นังปิ่น แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
ปิ่นอนงค์ยังหลับ ทัศนีย์จ้องหน้าอย่างแค้นเคือง แล้วลุกขึ้นคร่อมร่าง บีบคอ จนปิ่นอนงค์รู้สึกตัวพยายามแกะมือทัศนีย์ออก
“แก นังปิ่น นังมารชีวิต ฉันไม่มีที่ซุกหัวนอนก็เพราะแก ฉันเกือบโดนไอ้เสี่ยบ้ากามข่มขืนก็เพราะแกเป็นต้นเหตุ อย่าอยู่เลย”
ปิ่นอนงค์ดิ้นรน ถีบทัศนีย์จนกระเด็น แล้ววิ่งหนีออกมาท่าทีหอบเหนื่อย
ปิ่นอนงค์วิ่งหนีออกมาที่ระเบียง ทัศนีย์ ตามมากระชากจิกหัว
“จะหนีไปไหน แกทำลายชีวิตฉัน ทำลายอนาคตฉัน นังปิ่น”
“ปิ่นไปทำอะไรให้คุณนี ปล่อยปิ่น ปล่อย..ช่วยด้วยๆ…”
น้อยถือถาดอาหารเข้ามา พร้อมกับหวานที่ถือขวดน้ำตามติด
น้อยกะหวาน ตะลึงภาพที่เห็น “ขอยืมเอ็งเป็นตัวช่วยหน่อยนะนังน้อย”
น้อยงงๆ “ช่วยยังไงพี่หวาน”
หวานผลักน้อยเข้าใส่ทัศนีย์ น้อยร้องกรี๊ดพุ่งเข้าหาทัศนีย์ถาดอาหารเทใส่หน้าทัศนีย์เต็มๆ
ทัศนีย์ล้มลงกับพื้น อาหารเต็มหน้าเต็มตัว ปิ่นอนงค์ไปตั้งหลักนั่งพิงข้างฝา
ทัศนีย์ร้องกรี๊ดๆ ชี้หน้าปิ่นอนงค์ “แก..แก แกเอาลูกน้องมารุมทำร้ายฉันเหรอ”
ทัศนีย์ตะเกียกตะกายจะคลานไปหาปิ่นอนงค์ น้อยกะหวานจับทัศนีย์แต่ทำเป็นห้าม
“อย่าค่ะคุณนี” / “หยุดค่ะหยุด” / “อย่าทะเลาะกัน”
น้อยกะหวานมือจับอาหารหวาน คาว ป้ายหน้าทัศนีย์ อาหารเข้าปาก เข้าจมูก
เสียงปลอดดังเข้ามา “หยุดเดี๋ยวนี้..หยุด” แต่สองคนยังไม่หยุด “ฉันสั่งให้หยุด”
ทุกคนตกใจหยุดกึกมองปลอดที่ยืนหน้าดุ มองปิ่นอนงค์กับทัศนีย์ด้วยนัยน์ตาแข็งกร้าว
ปิ่นอนงค์ ตอนที่12(ต่อ)
ปิ่นอนงค์กับทัศนีย์ถูกจับมัดนั่งเคียงกันในห้อง ใหญ่กะปานเทพ ยืนสลดรู้สึกผิดอยู่อีกมุม เพ็ญยืนข้างปานเทพ ส่วนน้อยกับหวานนั่งนิ่งอยู่อีกมุม
ปลอดเดินมามอง ปิ่นอนงค์กับทัศนีย์ สีหน้าโกรธขึ้ง หงุดหงิดอยู่ไปมา ปลอดหยุดตรงหน้าใหญ่ ชี้หน้าสองสาว
“ผู้หญิงพวกนี้เป็นสมุนของนังอสรพิษ ที่คุณใหญ่เดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะพวกมัน พวกมันร่วมมือกันฆ่าคุณไพศาลแล้วยังกล้าจะวางยาฆ่าคุณใหญ่อีกคน”
ใหญ่แก้ต่าง “แต่ปิ่นไม่รู้เรื่องอะไรด้วยนะครับ ปิ่นกับทัศนีย์ก็เป็นแค่เบี้ยเป็นแพะรับบาปให้คุณนายเท่านั้น”
ปานเทพเสริม “เราอาจจะใช้เป็นพยานฝ่ายเรา เอาคุณนายเข้าคุกได้นะครับพ่อ”
“ฉันไม่มีวันปรักปรำคุณน้า ใครฆ่าใคร ฉันไม่รู้เรื่องด้วย” ทัศนีย์ปากดี
“ปากดีนักนังนี่ ไอ้เปี๊ยกเตรียมรถ ฉันจะเอานังนี่ไปถีบลงเขา”
เปี๊ยกเลิ่กลั่ก มองทุกคนไปมาเพ็ญท้วง “พี่ปลอด เราไม่เคยรังแกใคร ทำร้ายใครก่อนนะคะ เราได้แต่
ตอบโต้ป้องกันตัวเองเท่านั้น ใครจะผิดจะถูกก็ให้กฎหมาย หรือกฎแห่งกรรมตัดสินลงโทษเองเถอะค่ะ”
ปานเทพรีบผสมโรง “สองคนนี้เป็นผู้หญิงนะครับพ่อ สุภาพบุรุษอย่างเราไม่ควรรังแกผู้หญิงที่อ่อนแอกว่า”
ปลอดเถียงไม่ออก ยิ่งฮึดฮัดโมโห “เอาเข้าไป เข้าข้างกันเข้าไป ฉันมันเสียงข้างน้อยหัวเดียวกระเทียมลีบแล้วนี่ ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่รู้จะอยู่ที่นี่ต่อไปทำไมผมกลับเหมืองดีกว่า”
ปลอดงอนเดินหนีออกไป ใหญ่ตกใจ “อาปลอด”
เพ็ญดึงใหญ่ไว้ “ปล่อยเค้าไปเถอะ เดี๋ยวก็หายงอนเอง เชื่อน้า
เพ็ญรีบเข้าไปแก้เชือกให้ปิ่นอนงค์ หวานกะน้อย แก้เชือกให้ทัศนีย์ ที่ออกอาการกระฟัดกระเฟียด
ปิ่นอนงค์ลุกแล้วหน้ามืดจะอ้วกเอามือปิดปาก รีบวิ่งออกไป หมู่มวลมองตามไป ใหญ่ห่วงใยมากกว่าใครๆ
ปิ่นอนงค์นั่งพิงหัวเตียงดูท่าทางอิดโรย เพ็ญถือแก้วยาหอมเข้ามาให้ ปิ่นอนงค์ไหว้ขอบคุณรับมาจะดื่ม แต่พอได้กลิ่น ก็อ้วกออกมารีบคว้ากระโถน แล้วรีบซับปากไปมา
เพ็ญมองอย่างครุ่นคิด เพ็ญแตะแขนปิ่นอนงค์ “หนูปิ่น..เอ้อ..ประจำเดือนมาปกติดีหรือเปล่า”
ปิ่นอนงค์ครุ่นคิด “ความจริงควรจะมาแล้ว แต่..แต่ ยังไม่เห็นมาเลยค่ะ”
“นับหรือเปล่ากี่เดือนแล้ว”
“ปิ่น..ปิ่นไม่ได้นับหรอกค่ะน้าเพ็ญ ที่ผ่านมามีแต่เรื่องยุ่งๆ วุ่นวายไปหมด ปิ่นเลยไม่ได้สนใจอะไร ลืมเรื่องส่วนตัวไปหมด”
“ถ้าอย่างนั้นไม่ได้แล้ว ไป..เตรียมแต่งเนื้อแต่งตัวไปหาหมอกัน”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะน้าเพ็ญ เอาไว้ปิ่นไปหาหมอเองก็ได้ น้าเพ็ญค่ะ คุณใหญ่ไม่ได้จับแม่อุ่นมาจริงๆ หรือค่ะ”
“จริงๆ ถ้าคุณใหญ่จับป้าอุ่นมาน้าต้องรู้สิ”
“ถ้าอย่างนั้น ปิ่นขอลากลับเลยนะคะ ปิ่นจะไปตามหาแม่”
ปิ่นอนงค์ลุกจะไปแล้วเซ เพ็ญเข้าประคองให้นั่ง “หนูปิ่นไม่สบายอยู่จะไปได้ยังไง”
“ปิ่นเป็นห่วงแม่”
ปิ่นอนงค์รั้น จะลุกแล้วหน้ามืดอีก เพ็ญประคองเอาไว้ “โธ่..แค่จะเดินก็ยังไม่ไหว”
ใหญ่เดินหน้าเข้มเข้ามา “อย่าทำเป็นอวดเก่งหน่อยเลย ฉันจะไปตามหาป้าอุ่นเอง เธอพักอยู่ที่นี่แหละเธอขัดเค้าไม่ได้หรอก ถ้ารู้จักเค้าดี”
ใหญ่เดินออกไปเลย ปิ่นอนงค์พูดโต้อะไรไม่ทัน ต้องจำยอม
ใหญ่ร้อนใจ แวะมาที่โรงพยาบาล เวลานี้ยืนมองป้าพยาบาลเปิดสมุดบันทึกดูที่เคาน์เตอร์
“กล้องวงจรปิดถูกถอดไปซ่อม ตั้งแต่วันที่แม่อุ่นหายไปตอนนี้ก็ยังไม่เสร็จเลยค่ะ ทางตำรวจก็เพิ่งมาขอดูไปเหมือนกัน
“ขอบคุณครับ ถ้าได้เรื่องอะไร อย่าลืมโทรบอกผมนะครับ ผมลาละครับ”
ใหญ่ไหว้ลาป้าพยาบาลแล้วออกไป ป้ามองตาม
ใหญ่เดินเครียดมาตรงลานจอดรถ จะเปิดประตูรถ จอมเดินปรี่เข้ามาผลักใหญ่กระเด็น
“แกเอาปิ่นกับป้าอุ่นไปซ่อนเอาไว้ที่ไหน”
ใหญ่ยิ้มกวน “อวดดีจะมาแทนที่ฉันงั้นเหรอ แต่เท่าที่ดู ไม่เห็นแกจะมีน้ำยาดูแลปกป้องปิ่นได้เลย”
จอมโกรธพุ่งเข้าชกใหญ่ ใหญ่หลบ จอมหมุนคว้าง ใหญ่ถีบหลังจอม ล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น
จอมลุก จินตนาเข้ามาจับแขนจอมเอาไว้ จอมชี้หน้าใหญ่
“ปิ่นอยากหย่ากับแกจะตาย แน่จริงก็รีบๆ เซ็นใบหย่าสิ ไม่ต้องมาทำจับป้าอุ่นกับปิ่นไปต่อรองหรอก”
ใหญ่หน้าเข้มมองจินตนากับจอม “ฉันไม่รู้จริงๆว่าป้าอุ่นหายไปไหน แต่ปิ่นอนงค์อยู่ในความดูแลของฉัน ปลอดภัยและสบายดีไม่ต้องห่วง”
ใหญ่ขับรถออกไป จอมชี้ตาม “ไอ้ใหญ่... แก ฉันจะเอาปิ่นกลับให้ได้”
จินตนาสุดทนผลักจอมออกจากตัว “เขาเป็นผัวเมียกัน เขารักกัน คิดบ้างหรือปล่า”
จอมหันมามองจินตนาตาขวาง “ทำไม ฟังความจริงไม่ได้เหรอ”
จินตนาด่าแล้วเดินหนีทันที
เวลาเดียวกันนั้นทรรศนะ กำลังรีบเร่งเดินไปหน้าประตูบ้านจอม ทรรศนะเขย่าประตู เคาะเรียกไปมา “ปิ่น ปิ่นอนงค์”
เสียงเงียบ ทรรษนะ หงุดหงิดเกาหัว ถอยออกมาเขย่งเมียงมองเข้าไปในบ้าน
ระหว่างนั้นจอมขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามา ทรรศนะรีบถอยไปหลบฉาก เพราะเคยต่อยตีกัน จอมไขกุญแจเข้าบ้านไป
ทรรศนะไม่รู้ว่าอรสอางค์ นั่งแอบดูอยู่ในรถด้วยใบหน้าเครียดเพราะโกรธจัด
ในเวลาต่อมาปานเทพถือถาดเก่าๆ มีไส้เดือนยั้วเยี้ยในถาด ปานเทพจับไส้เดือนมาดูแล้วด่าๆๆ
“เธอนี่มันสอนไม่จำ ชอบทำร้ายคนอื่นนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้น เธอทำให้พ่อชั้นต้องเสียใจ น้อยใจเธอ”
ปานเทพชูไส้เดือนแล้วหันไปทางทัศนีย์ที่ถูกจับมัดติดอยู่กับต้นไม้ใหญ่ ทัศนีย์กรี๊ด
“อ๊าย.. ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ยี้ เอามันออกไป”
“ไส้เดือนมันยังช่วยพรวนดินเป็นประโยชน์กับต้นไม้ต้นไร่ แต่เธอมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสักนิดเดียว จะมารังเกียจมันทำไม ผู้หญิงนิสัยอย่างเธอ ไม่มีผู้ชายคนไหนเค้ารักหลงหรอก อย่างมากก็แค่เล่นๆ”
ทัศนีย์สะอึก จะกรี๊ดแต่กรี๊ดไม่ยอม
“แล้วคนหน้าตาเหมือนไส้เดือนกิ้งกืออย่างนาย คิดว่าผู้หญิงจะแลเหรอ ให้ผู้ชายทั้งโลกกลายเป็นตุ๊ดเป็นเกย์กันหมด แล้วเหลือนายเป็นผู้ชายคนเดียว ฉันยอมมีแฟนเป็นตุ๊ดดีกว่า”
ปานเทพแค้นมากที่ถูกปรามาส จับหน้าทัศนีย์หันมาระดมจูบแรงๆ ทัศนีย์ตาโต ยืนแข็งทื่อคล้ายจะเป็นลม
ปานเทพถอนปากออก หัวเราะร่า “เป็นไง รสจูบฉันมันร้อนแรงจนพูดไม่ออกเลยล่ะสิ”
ทัศนีย์โกรธจัดยกขาเตะปานเทพอยู่ไปมา แต่ปานเทพหลบล่อหลอก จูบแก้มซ้ายขวา
เพ็ญเดินเข้ามาดึงปานเทพออก “ใครสั่งใครสอนให้รังแกผู้หญิงแบบนี้ฮึ”
“ก็ยัยนี่ด่าผม”
“ด่าแล้วยังไง ก็แค่ด่า แล้วตัวเองบุบสลายตรงไหนมั้ยต่อให้โดนผู้หญิงทำร้ายร่างกาย ก็ห้ามตอบกลับ จำไว้”
เพ็ญเข้าไปแก้เชือกให้ทัศนีย์ พอเป็นอิสระทัศนีย์ก็ร้องด่า “ไอ้ทุเรศ”
ทัศนีย์จะพุ่งเข้าใส่กำหมัดแน่นจะทุบปานเทพ แต่ปานเทพอ้าแขนรับ จู๋ปากเตรียมกอดจูบ
“มาเลยมา เข้ามาเลย”
ทัศนีย์ชะงัก เต้นเหยงๆ ไม่ได้ดั่งใจ แล้ววิ่งหนีไป
เพ็ญตีปานเทพอีกที ปานเทพร้องโอ๊ย
“ผู้หญิงเค้าชอบความสุภาพ นุ่มนวล ที่สำคัญต้องให้เกียรติกันไปข่มเหงรังแกเค้าอย่างนี้เค้าไม่รักหรอกจะบอกให้”
ปานเทพชะงักทำหน้าเหลอหลา “ใครว่าผมอยากให้รัก”
แล้วเดินหนีไป เพ็ญมองตามยิ้มๆ รู้ทัน
ใหญ่ตั้งใจจะมาหาปิ่น แต่ทัศนีย์โผล่มากอดใหญ่ ทัศนีย์ทำทีเป็นร้องห่มร้องไห้
“คุณใหญ่ต้องให้ความยุติธรรมกับนีนะคะ ผู้จัดการข่มเหงรังแกนี ลวนลามนี คุณเพ็ญก็เห็นเป็นพยานให้นีได้”
ใหญ่จับไหล่ทัศนีย์พยายามดันออกจากตัว แต่ทัศนีย์โอบเอวใหญ่แน่นไม่ยอมปล่อย
“ถอยออกไปห่างๆ ฉันก่อน แล้วค่อยคุยกัน”
“นีไม่เหลือใครอีกแล้วนอกจากคุณใหญ่คนเดียว” ทัศนีย์ครวญคร่ำ
“ก็ได้ๆเธออยู่ที่ไร่นี้ได้ แต่ต้องสัญญากับชั้นก่อนว่าจะไม่ก่อเรื่องอะไรกับปิ่นอีก”
“นีสัญญาค่ะ แต่ต้องให้นีอยู่ที่เรือนใหญ่เหมือนเดิมนะคะ นายปานจะได้ไม่กล้ามายุ่มย่ามกับนีอีก นะคะ นะคะ” ทัศนีย์ออดอ้อน
ใหญ่อ้ำอึ้งครุ่นคิด เห็นปิ่นอนงค์เดินออกมาตรงระเบียง ใหญ่รีบดึงทัศนีย์เข้ามากอดทำไม่เห็น
ส่วนอีกด้าน ปานเทพที่เดินตามทัศนีย์มา หยุดชะงักมอง เห็นเป็นภาพใหญ่กอดทัศนีย์ ขณะที่ปิ่นอนงค์ยืนอึ้ง ตะลึง พอๆ กับปานเทพ
ใหญ่พูดดังๆ ให้ปิ่นอนงค์ที่นิ่งอึ้งได้ยิน
“โถ ชั้นจะปฏิเสธเธอได้ยังไงดีซะอีก เธอเดือดเนื้อร้อนใจมากอย่างนี้ ชั้นจะได้มีคนคุยด้วย เมียชั้นเค้าอยากหย่ากับชั้นใจจะขาด เค้าไม่สนใจใยดีอะไรกับชั้นหรอก มาเลยย้ายมาอยู่ห้องเดิมเธอ บนเรือนใหญ่กับฉันนั่นแหละ”
ปานเทพไม่พอใจเพราะหึงหวง เข้าไปดึงทัศนีย์ออกจากใหญ่
“ชั้นบอกเธอกี่ครั้งแล้ว คุณใหญ่เค้ามีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วเธอจะมาวอแวอะไรกับเค้าอีก”
ปานเทพมองไปที่ปิ่นอนงค์ ทัศนีย์มองตาม “มีเมียแล้วก็หย่ากันได้ จริงมั้ยปิ่น”
ปิ่นอนงค์ยิ้มเศร้า นึกน้อยใจ มองใหญ่ สลับกับมองทัศนีย์
ปิ่นอนงค์จะพูด แต่อ้วกจ่อคอ “ชั้น…” รีบปิดปากวิ่งเข้าเรือนไป
“ปิ่นอนงค์” ใหญ่รีบตามไป
ทัศนีย์เชิดหน้าใส่ปานเทพจะตามไป ปานเทพคว้าแขนหมับดึงมาจ้องหน้า
“กลับไปเรือนป้าอุ่น ไม่อย่างนั้นชั้นจะจับเธอแก้ผ้าตรงนี้แหละ”
ทัศนีย์กลัวหัวหด รีบจับเสื้อผ้าตัวเองไว้ แล้ววิ่งหนีไปแต่โดยดี
ที่หน้าห้องน้ำเวลานั้น ใหญ่เข้ามายกมือจะเคาะประตู ยินเสียงปิ่นอนงค์อ้วกสามสี่ครั้ง เสียงชักโครก ใหญ่เคาะประตูเรียกเบาๆ
“ปิ่น ปิ่นอนงค์เป็นอะไรรึเปล่าไม่สบายรึเปล่า เป็นยังไงบ้าง”
ที่ด้านในปิ่นอนงค์เปิดก๊อกน้ำ เอามือลูบหน้า ลูบปาก ตะโกนบอก
“ปิ่นไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ คุณใหญ่ไปตามห่วงใยคนอื่นเถอะ”
ใหญ่ชอบใจเท้าสะเอวยิ้มเยาะอยู่หน้าห้องน้ำ “ทำไมหึงเหรอ” ปิ่นอนงค์เงียบ “เธอไม่ได้เป็นเจ้าเข้าเจ้าของฉันสักหน่อย ฉันจะยุ่งกับใคร นอนกับใครก็ได้ทั้งนั้น ไม่เห็นจะแปลก”
ปิ่นอนงค์ตะโกนกลับออกมาอีก “แต่คุณใหญ่ยังไม่หย่า”
“หย่าหรือไม่หย่า ผู้ชายก็ไม่เสียหาย ไม่เหมือนเธอ”
ปิ่นอนงค์โกรธ “เห็นแก่ตัว”
ปิ่นอนงค์จะอ้วกอีก ใหญ่เป็นห่วง “นี่บอกให้เปิดประตูได้ยินมั้ย”
ปิ่นอนงค์ไม่ตอบเอามือลูบท้องตัวเองพึมพำเบาๆ “ถ้าเราท้องขึ้นมา จะทำยังไงดี”
ใหญ่โมโหที่ปิ่นอนงค์เงียบไป “ได้ ไม่เปิดก็ตายอยู่ในห้องน้ำไปคนเดียวแล้วกัน คิดว่าห่วงนักเหรอ”
ปิ่นอนงค์หันไปมองที่ประตู
ปิ่นอนงค์แง้มประตูห้องน้ำย่องออกมา ใหญ่แอบอยู่ข้างประตู เข้าอุ้มปิ่นอนงค์ทันที ปิ่นอนงค์ร้องอย่างตกใจ พอมองหน้าเห็นเป็นใหญ่ ซึ่งใหญ่ทำหน้าเฉยเมยอุ้มมาวางลงที่เตียงอย่างนุ่มนวล
ใหญ่ยังโอบรอบคอปิ่นอนงค์อยู่กับหมอน มองตาปิ่นอนงค์
ปิ่นอนงค์อ้ำอึ้งหลบตา ใหญ่เขี่ยจมูกปิ่นอนงค์ พูดเย้า “หลอกง่ายนะเรา คิดว่าฉันจะปล่อยให้เธอตายคาห้องน้ำจริงๆเหรอ” ปิ่นอนงค์เงียบ “กินยารึยัง”
“คงเป็นโรคกระเพาะ ปล่อยปิ่นได้แล้วค่ะ”
“ถ้าไม่ปล่อยล่ะ”
ปิ่นอนงค์จะลุก ใหญ่ก้มลงหมายจะจะจูบ ปิ่นอนงค์เคลิ้ม ขณะปากชนปาก ปิ่นอนงค์รู้สึกตัว รีบยันตัวลุกเขยิบไปนั่งพิงหัวเตียง
ปิ่นอนงค์รีบถามเรื่องแม่เพื่อเปลี่ยนเรื่อง “คุณใหญ่ไปตามหาแม่ ได้ข่าวอะไรบ้าง”
ใหญ่ส่ายหน้าลุกนั่งบนเตียงเคียงกัน
“ยังไม่ได้เบาะแสอะไร แต่ชั้นให้คนไปสืบดูที่บ้านเสี่ยตงแล้วอีกไม่นานคงได้ข่าว”
ปิ่นอนงค์ตาโต “คุณใหญ่คิดว่าแม่ไปอยู่กับคุณนายเหรอคะ”
“ก็เดาเอาไว้ก่อน ในโลกนี้ ป้าอุ่นจะไปหาใครได้ นอกจากคุณนายผู้มีพระคุณเหลือล้น” ท้ายประโยคน้ำเสียงใหญ่ประชดแดกดัน
ปิ่นอนงค์จับแขนใหญ่ “แม่ทำกับคุณใหญ่ขนาดนี้ ทำไมคุณใหญ่ยังช่วยปิ่นตามหาแม่ละค่ะ”
จู่ๆ ใหญ่ก็ฉุกคิดไปถึงคำพูดจอม
“ปิ่นอยากหย่ากับแกจะตาย แน่จริงก็รีบๆเซ็นใบหย่าสิ ไม่ต้องมาทำจับป้าอุ่นกับปิ่นไปต่อรองหรอก”
ใหญ่ลุกจากเตียงมองปิ่นอนงค์ “ก็เธอหาว่าชั้นลักพาแม่เธอไป ชั้นก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเองเป็นผู้บริสุทธิ์น่ะสิ”
พูดจบใหญ่ก็เดินออกไป ปิ่นอนงค์งงๆ ตามไม่ทันกับพฤติกรรมเดี๋ยวร้ายเดี๋ยวดีของใหญ่
ครองสุขนั่งทาครีมประทินโฉมอยู่หน้ากระจก ยินเสียงเคาะประตู
“เข้ามาได้”
เป็นอรสอางค์เดินเข้ามา “มีอะไร อรสอางค์ ถ้าเป็นเรื่องขอเงิน ไม่ต้องพูด”
“คุณนะหลานคุณน้า งานการไม่ทำ เอาแต่ไปคอยเฝ้านังปิ่นอนงค์”
ครองสุขหูผึ่ง “ตานะ ไปหานังปิ่น ที่ไหน”
“บ้านของคนงานเก่าที่ไร่ ชื่อไอ้จอม” อรสอางค์บอก
“นังปิ่นมันใฝ่ต่ำ เลิกกับไอ้ใหญ่ไปอยู่กับไอ้จอมเชียวเหรอ”
“ไม่รู้ล่ะ คุณน้าต้องรีบจัดการนังปิ่นให้อรด้วย ไม่อย่างนั้นอรจะบอกเสี่ย ว่าคุณน้าร่วมมือกับอรโกหกเสี่ยเรื่องคุณพ่อ”
ครองสุขไม่ได้สนใจฟังอรสอางค์ กำลังคิดบางอย่างในใจ “ไอ้จอม มันรักนังปิ่นมากขนาดนี้เลยเหรอ ของเหลือเดนจากไอ้ใหญ่มันก็ยังเอา
นางมารร้ายจอมมารยาครองสุข ส่ายตาล่อกแล่ก คิดแผนชั่วออก ยิ้มหวานให้อรสอางค์
“น้าก็ต้องเข้าข้างหลานสะใภ้ของน้าอยู่แล้ว บอกที่อยู่ไอ้จอมมา”
ไม่นานนักจอมเปิดประตูบ้าน เข็นรถมอเตอร์ไซค์ออกมา สมุนเสี่ยตง 2 คน นั่งรออยู่ที่รถมอเตอร์ไซค์อีกคัน คนซ้อนท้ายถือเหล็กแป๊ปสองฟุต
สมุนทั้งคู่ตรงเข้าใส่จอมไม่ให้ตั้งตัว คนซ้อนท้ายตีจอม จอมหลบฉากจับทุ่มเข้าใส่รั้วสังกะสี หัวโขกรั้วมึน อีกคนเข้าต่อยจอม จอมเซไป สมุนจะเข้าซ้ำ
จอมเอี้ยวตัวถีบข้าง ไซค์คิกเข้าที่ท้องสมุน จนมันคุกเข่าตัวงอหัวติดพื้น
สมุนที่ถือเหล็กหายมึนกระชับเหล็กพุ่งเข้าหาจอม แต่ถูกกจอมกระโดดเหยียบหลัง คนถูกถีบโดดเตะก้านคอสมุนถือเหล็กล้มคว่ำไป สมุนช่วยกันประคอง
เสียงครองสุขดังขึ้น “พอแล้ว!”
ครองสุขเดินตบมือเข้ามาอีกทาง จอมมองงงๆ สมุนเสี่ยเข้าไปยืนหลังครองสุข
“ไม่เลวๆ ฝีมือแบบนี้ล้มไอ้ใหญ่ได้สบายๆ”
สองคนสบตากัน ครองสุขยิ้ม จอมงง
จอมนั่งมองครองสุขครุ่นคิด ครองสุขรินเครื่องดื่มให้จอม
“ถ้าแกฆ่าไอ้ใหญ่ได้ ปิ่นอนงค์ก็จะเป็นของแก ชั้นจะให้ทุนแกตั้งตัวสร้างครอบครัวกับนังปิ่นมัน รับรองแกเลี้ยงนังปิ่น ได้สบายไปทั้งชาติ
จอมรู้ทันลุกยืนไม่พอใจ “คุณนายก็แค่หลอกใช้ผมกำจัดไอ้ใหญ่”
ครองสุขพูดแทงใจ “หรือแกอยากให้นังปิ่นอยู่กับไอ้ใหญ่ คิดเหรอว่าไอ้ใหญ่มันจะรักนังปิ่นจริงๆ มันคิดว่านังปิ่นวางยามัน ถ้ามันยังอยู่ มันก็จะตามรังควานชีวิตแกกับนังปิ่นไม่มีสิ้นสุด”
จอมนั่งลงคิดตาม เริ่มห่วงปิ่นอนงค์ ครองสุขยุต่อ “มันเป็นคนอาฆาตพยาบาทขนาดไหน ดูได้จากที่มันกลับมาล้างแค้นฉันที่ไร่ จนฉันต้องระเห็จออกมานี่”
จอมเครียด ชั่งใจ ครองสุขยุส่งอีกเอาปิ่นอนงค์มาอ้าง
“หรือแกอยากเสียนังปิ่นไป ก็ตามใจนะ”
เวลานั้นเพ็ญยกกาแฟให้ใหญ่ที่โต๊ะทำงาน ใหญ่เงยหน้าจากงาน ยิ้มหวานอ้อนเพ็ญ
“แค่ได้กลิ่นก็รู้ว่าฝีมือน้าเพ็ญ เพราะมันหอมฟุ้งชื่นใจจริงๆ”
เพ็ญยิ้มพูดเย้า “กับปิ่นอนงค์คุณใหญ่น่าจะหัดพูดแบบนี้บ้าง”
ใหญ่หุบยิ้มปากไม่ตรงกับใจ “ผมกับเค้าก็แค่แต่งงานเพราะเงื่อนไขบางอย่าง ไม่ใช่รักใคร่อะไรกันนักหนาหรอกครับ”
“รักหรือไม่รักคงไม่สำคัญ เพราะตอนนี้น้าสงสัยว่า…” เพ็ญลังเลที่จะพูด ใหญ่จดจ่อรอฟัง “รับปากน้าได้มั้ย ถ้ารู้จะไม่วู่วาม”
ใหญ่รับปาก “ครับผม”
“หนูปิ่นมีอาการเหมือนคนท้อง” เพ็ญบอก
ใหญ่ตกใจลุกพรวด “ปิ่นท้อง! ท้องกับใคร”
เพ็ญเสียงเข้ม “อย่าถามเค้าด้วยคำถามนี้เชียวนะคุณใหญ่”
ใหญ่ดูหงุดหงิดร้อนรน สติแตกไปแล้ว “แต่ปิ่น กับไอ้จอม”
เพ็ญรีบจับมือใหญ่พูดปลอบ “ตั้งสติก่อนคุณใหญ่ น้าแค่คาดเดา ปิ่นอนงค์อาจท้อง หรือไม่ท้องก็ได้ รอหน่อย ให้มันชัดเจนกว่านี้”
“ผมรอไม่ไหวหรอกครับ คงต้องบ้าตายไปก่อน”
ใหญ่พุ่งออกไปจากห้อง เพ็ญส่ายหน้าระอาใจนัก
“คุณใหญ่! เฮ้อ นิสัยเหมือนกันไปหมดทั้งหัวหงอกหัวดำ โมโหไม่ได้ เป็นลืมทุกอย่าง”
ที่หน้าห้องเวลาเดียวกัน น้อยแอบฟังอยู่ตาโตไม่อยากเชื่อ
หวานกำลังเทอาหารผสมที่รางอาหารคอกวัว น้อยปั่นจักรยานเร็วจี๋ ตะโกนบอกหวาน
“เรื่องใหญ่แล้วพี่หวาน”
หวานก้มหน้าก้มตาทำงาน “จะมีเรื่องอะไรใหญ่กว่าการลุ้นหวยบ่ายนี้วะ”
น้อยรีบจอดจักรยาน เสียงแตกตื่น “พี่ปิ่นท้องแล้วพี่หวาน”
หวานยังก้มหน้าทำงานต่อ ไม่ตื่นเต้น “หวานก็ดีแล้วนี่มีลูกไวๆ ทันใช้” แล้วนึกได้ตกใจ “เฮ้ย” หันขวับมาหาน้อย “ปิ่นท้อง!”
“คุณเพ็ญเป็นคนบอกคุณใหญ่ ว่าพี่ปิ่นแพ้ท้อง”
“ท้องกับใครวะ” หวานแปลกใจ
“ไม่ได้ท้องกับพี่เปี๊ยกก็แล้วกัน ไม่ต้องห่วงไป” น้อยประชด
“เอ้อค่อยยังชั่วหน่อย เย้ย อีบ้า คนกำลังอยากรู้ อย่ามาชักใบให้เรือเสีย”
“ไม่เห็นคิดยาก พี่ปิ่นอยู่กับพี่จอมก็ต้องท้องกับพี่จอมสิ” น้อยว่า
หวานรีบนับนิ้วไปมา “จะเป็นไปได้ไง อยู่กันถึงเดือนแล้วเหรอวะ ทำไมมันสายฟ้าแลบขนาดนั้น แล้วคุณใหญ่ว่าไงบ้าง”
สองสาวเมาท์มอยต่อ โดยไม่รู้ว่าทัศนีย์ยืนแอบฟังอยู่ ยิ้มสะใจออกมา
ใหญ่ตรงดิ่งมาที่หน้าประตูบ้านพักในรีสอร์ตหลังนั้น แล้ว ผลักเข้าไปทันที
“ปิ่นอนงค์ ฉันมีเรื่องอยากจะถามเธอ” ใหญ่ชะงัก ไม่มีปิ่นอนงค์อยู่ในห้อง
เปี๊ยกวิ่งกระหืดกระหอบมาหน้ารีสอร์ต ส่งเสียงโหวกเหวกเรียกใหญ่ ใหญ่รีบเดินไปที่ระเบียง “มีอะไรเปี๊ยก”
เปี๊ยกส่งเสียงอ้อแอ้ทำท่าทางว่าปิ่นอนงค์อนงค์ไปแล้ว
“คุณผู้หญิง คุณผู้หญิงทำไม”
เปี๊ยกบอกซ้ำ พร้อมมีท่าเชือดคอตัวเองว่าเป็นเรื่องคอขาดอีกด้วยใหญ่ตกใจ
“คุณผู้หญิงโดนเชือดคอเหรอ”
เปี๊ยกโบกมือไม่ใช่ๆ ชี้ไปทางนอกไร่ “ปิ่นออกจากไร่ไปแล้วเหรอ” เปี๊ยกรีบพยักหน้า
ใหญ่โมโห “ทำไมไม่ห้ามไว้ ไปเอารถมาให้ฉัน”
เปี๊ยกรีบวิ่งจู๊ดไป ใหญ่ร้อนใจวิ่งลงจากระเบียง
พริบตานั้นใหญ่บึ่งรถแวนออกมาตามปิ่นอนงค์ กวาดตามองหาตรงทางออกไร่
ปิ่นอนงค์ ตอนที่12(ต่อ)
ปิ่นอนงค์ยืนรอรถโดยสารอยู่ มีรถสองแถววิ่งมาจอด แต่ผู้โดยสารเต็มคันจนล้นยืนออกมาตรงทางขึ้น ปิ่นอนงค์ขึ้นไม่ได้ รถวิ่งออกไป ปิ่นอนงค์รอต่อไป
รถใหญ่วิ่งไปบนถนน เบื้องหน้ามีรถมอเตอร์ไซค์วิบากพุ่งมาจากทางแยก จอดขวางกลางถนน หันด้านข้างรถให้ใหญ่ ใหญ่เพ่งตามองว่าอะไรอยู่กลางถนน จึงชะลอรถ
ที่แท้คือจอมใส่หมวกกันน็อคนั่งก้มหน้านิ่งไม่ขยับ
ใหญ่จอดรถในระยะห่างๆ บีบแตรให้หลบไป จอมยังนิ่งเฉยก้มหน้านิ่ง
ใหญ่แปลกใจ ลงจากรถ เดินไปหา “นี่คุณ รถมีปัญหาหรือเปล่า ต้องการให้ช่วยมั้ย”
จอมสตาร์ทมอเตอร์ไซด์ตวัดหัวรถมาทางใหญ่อย่างฉับพลันทันใด พุ่งมอเตอร์ไซค์เข้าหา ใหญ่สะดุ้งถอยหลัง
“เฮ้ย!”
ใหญ่หันกลับโกยหนีไม่คิดชีวิต จอมซิ่งไล่บี้ใหญ่ ชักปืนออกมาเล็งไปที่ใหญ่ ใหญ่วิ่งเหลียวหลังมอง จอมยิงเปรี้ยง 1 นัด ใหญ่กลิ้งตัวหลบไปข้างทาง
ใหญ่ลุกขึ้นมาได้ วิ่งหนีลงข้างทางเป็นที่รกร้างว่างเปล่า จอมซิ่งตามลงไปยิงใส่อีก 1 นัดแต่ไม่โดน
รถโดยสารสองแถววิ่งมาจอดตรงหน้า มีที่นั่งว่าง ปิ่นอนงค์ขึ้นรถไป
ใหญ่วิ่งหนีหลบไปหลบมาไม่คิดชีวิตมาถึงที่รกร้างว่างเปล่า มีหนองน้ำตื้นๆ จอมซิ่งไล่ยิงปืนใส่ ลูกปืนโดนต้นไม้ ใหญ่วิ่งมาถึงกองฟืน คิดหาวิธีหยุดจอม ใหญ่หยุดวิ่งหยิบท่อนฟืนแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับจอมมาดอย่างเท่
มอเตอร์ไซค์วิบากพุ่งเข้ามาพร้อมกับจอมเล็งปืนมาที่ใหญ่ตรงๆ ชนิดที่เรียกว่าโดนแน่
ใหญ่เหวี่ยงท่อนฟืนไปที่รถมอเตอร์ไซค์สุดแรงเกิด ท่อนฟืนลอยละลิ่วไปโดนหมวกกันน็อคอย่างจัง มอเตอร์ไซค์เสียหลักล้ม จอมกระเด็นตกจากรถนอนสลบในท่าหันหลังให้ใหญ่ หมวกกันน็อคกระเด็นหลุด ปืนหลุดร่วง
ใหญ่อยากเห็นหน้า เข้าไปจับบ่ากะพลิกให้หันมา จอมโดนพลิกตัวหันมา ใหญ่ตะลึง
“ไอ้จอม!”
จอมลืมตาปึ้ง! ชกหน้าใหญ่จนหงายหลัง ใหญ่ยกขาตวัดขาจอมเสียหลักล้ม
สองคนลุกยืนตะลุมบอนกันทั้งหมัดทั้งเท้า จอมพลาดโดนใหญ่หมุนตัวเตะยอดอก ตกลงหนองน้ำตื้นๆ จอมลุยน้ำหนี
“ไอ้ขี้ขลาด คิดว่าจะหนีรอดเหรอ”
ใหญ่มองปืนที่พื้น รีบวิ่งไปเก็บ เล็งปืนกะยิงหลัง จอมหันมามองแล้วรีบลุยน้ำต่อเพื่อหนีไปอีกฟาก
เหมือนว่าใหญ่จะยิงจอมแน่ๆ แต่แล้วก็ยิงไม่ลง เปลี่ยนใจลุยน้ำตาม
เวลาเดียวกัน ถวิลกับเปี๊ยกนำคนงานวิ่งมาหาปานเทพ “ไอ้เปี๊ยกมันไปเจอรถคุณใหญ่จอดทิ้งอยู่นอกไร่ แต่ตัวคุณใหญ่หายไป”
ปานเทพตกใจมาก
ทางด้านใหญ่ลุยขึ้นจากน้ำ จอมวิ่งหายไปในป่าแล้ว ใหญ่วิ่งตามเข้าไป ถือปืนเดินหาจอม
จอมแอบซุ่มอยู่ พอใหญ่เดินผ่าน จอมออกมาฟาดไม้ใส่หลังใหญ่พลั่ก ปืนหล่น ใหญ่หัวทิ่มล้มคว่ำ
จอมรีบเก็บปืนเล็งไปที่ใหญ่ จอมลุ้นจะเหนี่ยวไก และยิงออกไปเสียงปืนดังเปรี้ยง!
ถวิลวิ่งมาเอาตัวบังใหญ่หันหลังให้จอม กระสุนโดนหลังถวิล
ใหญ่มองหน้าถวิล ถวิลสะดุ้งเฮือก “นายหวิน!”
ถวิลเหลียวหน้าหันมามองจอม จอมตะลึงตาค้าง “พ่อ!”
ถวิลหมดแรง สลบคาไหล่ใหญ่
“พ่อ!”
จอมจะวิ่งไปหาถวิล ปานเทพกับเปี๊ยกวิ่งเข้ามาจับจอมคนละข้าง จอมดิ้น ร้องไห้ สติแตก
“พ่อๆ”
ใหญ่เขย่าร่างถวิลห่วงมาก “นายหวินๆ”
ปิ่นอนงค์เปิดประตูเข้าบ้าน ท่าทางเหนื่อยอ่อน ร้องเรียกหาจอม
“จอม ปิ่นกลับมาแล้ว”
จินตนากระหืดกระหอบวิ่งเข้ามา “ปิ่น จอมมันถูกตำรวจจับ”
ปิ่นอนงค์ตกใจถามระล่ำระลัก “จอมทำอะไรผิด ไปชกต่อยกับใครอีกแล้วเหรอ”
“ไม่ใช่แค่ชกต่อย แต่ลอบฆ่าคุณใหญ่”
ปิ่นอนงค์ช็อก “แล้วคุณใหญ่เป็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่เป็นอะไร แต่ลุงหวินนี่สิ” น้ำเสียงจินตนาสั่นจะร้องไห้ “จอมมันยิงลุงหวินอ่ะปิ่น”
ปิ่นอนงค์ยิ่งช็อกกว่าเดิม
หวานวิ่งหน้าเริดเข้ามาหาเพ็ญที่เรือนใหญ่ เพ็ญนั่งจัดดอกไม้อยู่กับน้อย
“ตายแล้วคุณเพ็ญ ตายแล้ว”
เพ็ญวางมือ “ใจเย็นก่อนแม่หวาน ค่อยๆ พูด”
“ใครตายพี่หวาน” น้อยถาม
“ลุงหวิน”
เพ็ญกับน้อยตกใจ ลุกยืนพร้อมกัน “หา ลุงหวินตายเหรอ เป็นไปได้ไง”
หวานฉุน “ยังไม่ตายโว้ย คำว่าตายเป็นคำอุทานเวลาฉันตกใจ”
น้อยคว้ากรรไกรตัดดอกไม้ “โหย ระวังน้อยตกใจเหวี่ยงกรรไกรเนี่ยไปโดนหน้าพี่บ้างนะ”
หวานรีบบอกเพ็ญ “ไอ้เปี๊ยกมันโทร.มาบอกว่าลุงหวินอยู่ในห้องไอซียู”
เพ็ญตกใจ “มันเกิดอะไรขึ้น แล้วคุณใหญ่รู้หรือยัง”
ที่โรงพยาบาลใหญ่นั่งขรึมสีหน้าเครียดจัดอยู่หน้าห้องผ่าตัด เปี๊ยกเดินพล่านตรงหน้าใหญ่ ห่วงถวิล“หยุดเดินได้มั้ยไอ้เปี๊ยก ถ้าไม่อยากโดนเตะ”
เปี๊ยกหัวหด รีบถอยไปนั่งเรียบร้อย
สองคนอยู่ในห้องรับแขก ครองสุขลุกพรวดโมโหที่ใหญ่รอดไปได้อีก
“ไอ้ใหญ่มันรอดไปอีกแล้วเหรอ ไอ้จอมมันอยู่ไหน หลงไว้ใจนึกว่าจะได้เรื่อง”
“มันถูกตำรวจจับ แต่ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา” เสี่ยตงบอก
“นับว่ามันยังฉลาด”
“ไว้ใจมันได้แค่ไหน ระวังจะชักศึกเข้าบ้าน”
“เสี่ยเคยได้ยินมั้ย ผู้ชายฆ่ากันตายเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียว”
เสี่ยตงพยักหน้าเห็นด้วย ครองสุขยิ้มร้าย “เราแค่นั่งดู ปล่อยให้มันกัดกันตายไปข้างหนึ่ง”
ตำรวจสองนายล็อกแขนจอมคนละข้าง จอมคลุ้มคลั่งออกแรงรั้งตัวไม่ยอมเดิน จะพุ่งไปหน้าโรงพักให้ได้ ปานเทพกับลูกน้องยืนมอง
“ผู้จัดการ ขอผมไปหาพ่อก่อน แล้วจะทำกับผมยังไงก็ได้”
ตำรวจจับจอมกดที่โต๊ะ “ปล่อยผม” จอมโวยลั่น
“จะไม่มีการไกล่เกลี่ยใดๆ ทั้งสิ้น แกกับฉัน เจอกันในศาล”
ปานเทพหันตัวจะกลับออกไป เจอกับปิ่นอนงค์ที่รีบร้อนเข้ามาพร้อมจินตนา
สองสาวชะงัก ปานเทพมองปิ่นอนงค์กับจินตนาสีหน้าไม่พอใจ เดินออกไปโดยไม่ทักทาย
ปิ่นอนงค์มองไปที่จอม จอมมองปิ่นอนงค์อย่างอ้อนวอนทำท่าจะร้องไห้น่าเวทนา
“เราอยากไปหาพ่อ ปิ่นช่วยเราด้วยนะ”
ครู่ต่อมาจอมนั่งกอดเข่าอยู่ในห้องขัง จินตนายืนหน้าลูกกรง
“เห็นหรือยัง ผลจากการทำอะไรไม่รู้จักคิด ไม่ใช่แค่ตัวเองเดือดร้อน แต่ทำเอาลุงหวินปางตาย นรกเลยนะจอม”
“พอแล้วไม่อยากฟัง” จอมปิดหู จินตนาตะโกนด่า “เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว คิดว่าปิดหูปิดตาไม่รับรู้ได้เหรอ”
ปิ่นอนงค์คุยกับตำรวจเสร็จเดินเข้ามา จินตนารีบหันไปหา “ตำรวจบอกว่าถ้าไม่มีหลักทรัพย์ หรือบุคคลน่าเชื่อถือมาเป็นหลักประกัน ก็ประกันตัวชั่วคราวไม่ได้”
จอมเงยหน้ารีบลุกไปหาปิ่นอนงค์ น้ำตาไหล “ปิ่นเชื่อเรานะ เราไม่ได้ตั้งใจยิงพ่อ มันเป็นอุบัติเหตุ”
“ไม่ใช่หรอกจอม มันเป็นกฎแห่งกรรม”
ปิ่นอนงค์พูดแน่วนิ่ง แล้วก้มหน้าเดินออกไปเงียบๆ จอมอึ้ง จินตนาเดินตามปิ่นอนงค์ไป
ถวิลถูกย้ายมาที่ห้องไอซียู หวานนั่งรอ เปี๊ยกหลับบนไหล่หวาน น้อยเดินไปเดินมา
“คุณใหญ่กับคุณเพ็ญเข้าไปตั้งนานแล้วทำไมยังไม่ออกมาอีก”
ประตูเปิด ใหญ่กับเพ็ญเดินออกมา หวานรีบลุกยืน เปี๊ยกหัวทิ่มจะตกเก้าอี้ ตื่นทันที
“ลุงหวินพ้นขีดอันตรายแล้วใช่มั้ยคะคุณใหญ่”
ใหญ่พูดไม่ออก สีหน้าเรียบเฉย เดินคอตกออกไป
“นายหวินเสียเลือดไปมาก ยังไม่รู้สึกตัวเลย หมอบอกว่าต้องรออย่างเดียว บอกไม่ได้ว่าจะฟื้นตอนไหน” เพ็ญบอก
หวานโมโห “ไอ้จอม ไอ้ลูกอกตัญญูอย่าให้เจอหน้ามันนะ แม่จะศอกให้หน้าหงายเชียว”
หวานฮึดฮัดของขึ้นเหวี่ยงศอกไปโดนหน้าเปี๊ยกร่วงลงไปนั่งที่พื้น หวานรีบเข้าไปประคอง
“อ้าวไอ้เปี๊ยกแกลงไปนั่งทำไมที่พื้นวะ”
ปิ่นอนงค์หิ้วตะกร้าผลไม้เยี่ยมไข้มา เดินตรงไปกำลังจะเลี้ยวมุม
ใหญ่ก็เดินมาถึงมุมเลี้ยวพอดี ต่างคนต่างเลี้ยว ชนกันปึ้ง ตะกร้าผลไม้หล่น ปิ่นอนงค์เซจะล้ม ใหญ่ประคองไว้ทัน ปิ่นอนงค์รีบถอยห่างทันที “ลุงหวินเป็นยังไงบ้างคะ”
“ยังไม่ฟื้น”
“ปิ่นอยากไปเยี่ยม”
“จะเก็บข่าวไปบอกไอ้จอมมันหรือไง”
“เค้าเป็นพ่อลูกกันนะคะ”
“ลูกที่ยิงพ่อตัวเอง ยังนับเป็นลูกอีกเหรอ” ปิ่นอนงค์อึ้ง ใหญ่พูดซีเรียส “ฉันจะไม่ให้อภัยมัน จะทำให้มันติดคุกไปจนตาย”
“ถ้าจอมติดคุก แล้วลุงหวินจะเป็นยังไง จะทุกข์ใจแค่ไหนคุณใหญ่เคยคิดถึงเรื่องนี้มั้ย”
ใหญ่ฉุนบีบแขนปิ่นอนงค์ “ยังจะเข้าข้างมันอีก มันจะฆ่าฉัน แต่นายหวินมารับกระสุนแทน”
ปิ่นอนงค์ไม่เชื่อ “ยังไงปิ่นก็ไม่เชื่อ จอมไม่ได้ร้ายกาจถึงขนาดคิดฆ่าคนได้”
จู่ๆ ลมตีขึ้นมา ปิ่นอนงค์จะอาเจียน รีบเอามือปิดปาก วิ่งไปที่หน้าต่าง ใหญ่รีบตาม
“เธอแพ้ท้องเหรอ”
ปิ่นอนงค์ตกใจหันมามองใหญ่ แล็วจู่ๆ ก็หน้ามืดเป็นลมใหญ่รับไว้ทัน
“ปิ่นอนงค์”
ปิ่นอนงค์เปิดประตูห้องตรวจครรภ์ เดินซึมๆ ออกมา ใหญ่ที่นั่งรออยู่รีบพุ่งเข้าไปหา
“หมอว่ายังไง ท้องใช่มั้ย”
ปิ่นอนงค์มองหน้าใหญ่ แล้วเดินหนี ใหญ่รีบเดินตาม คาดคั้น
“ฉันถามได้ยินหรือเปล่า เด็กในท้องเป็นลูกฉัน ฉันมีสิทธิ์รับรู้ถ้าเธอคิดจะเก็บไว้คนเดียว ฉันจะฟ้องศาล ขอสิทธิ์เลี้ยงลูกเอง เพราะเธอมีผู้ชายคนใหม่ทั้งที่ยังไม่หย่า”
ปิ่นอนงค์หยุดเดิน นึกถึงคำพูดจอม “เราอยากไปหาพ่อ ปิ่นช่วยเราด้วยนะ”
ปิ่นอนงค์หันมาหาใหญ่พูดท่าทางแน่วน้ำเสียวนิ่ง “ปิ่นท้องกับจอมค่ะ”
ใหญ่รู้สึกเหมือนสายฟ้าฟาด ใจหายพึมพำออกมา “ไม่จริง เธอโกหก”
“คุณใหญ่ ช่วยประกันจอมให้ทีนะคะ เห็นแก่เด็กในท้องปิ่นกราบ”
ปิ่นอนงค์กราบที่อกใหญ่ ใหญ่ยืนตัวแข็งทื่อ
ระหว่างนั้นทัศนีย์เดินมาหยุดมองฟังการสนทนา ใหญ่จับมือปิ่นอนงค์ออกจากอกตัวเอง
“เธอเห็นฉันเป็นอะไร มันจะฆ่าฉัน แต่เธอจะให้ฉันช่วยมัน”
“ปิ่นผิดเอง ปิ่นคือต้นเหตุที่ทำให้จอมเป็นแบบนี้ ถ้าคุณใหญ่ช่วยจอม ปิ่นจะยอมทำตามที่คุณใหญ่ต้องการทุกอย่าง”
ทัศนีย์เข้ามาผลักปิ่นอนงค์เซออกไป “ผู้หญิงอะไรหน้าด้าน”
ทัศนีย์คล้องแขนใหญ่โชว์ปิ่นอนงค์ “คุณใหญ่ขา เมื่อกี้นีเจอกับคุณเพ็ญ คุณเพ็ญจะกลับแล้วค่ะ”
ใหญ่เหลือบมองปิ่นอนงค์ ตั้งใจแกล้ง “นีมาได้จังหวะพอดี ฉันกำลังเบื่อฟัง พวกปากอย่าง ใจอย่างที่ดีแต่ล่อหลอกผู้ชายไปวันๆ”
ใหญ่เน้นคำหลังตั้งใจหันมามองปิ่นอนงค์ แล้วโอบไหล่ทัศนีย์เดินเคียงคู่ไปด้วยกัน
ปิ่นอนงค์ยืนมองตาม ทัศนีย์หันมายิ้มเย้ย ปิ่นอนงค์เสียใจ
ทัศนีย์กับเพ็ญนั่งที่โซฟาในห้องรับแขก ทัศนีย์ยุเพ็ญ
“นังปิ่นเนี่ยทำตัวสำส่อนจริงๆ ยังไม่ทันหย่าให้ถูกต้อง ก็ท้องซะละคุณเพ็ญ”
เพ็ญมองไปทางใหญ่ที่ยืนครุ่นคิดมองไปข้างนอก
“คุณใหญ่ลองคำนวณเวลาให้ดีนะคะ น้าไม่รู้ว่าหนูปิ่นไปอยู่กับนายจอมถึงเดือนหรือเปล่า เลยไม่กล้าปักใจเชื่อใคร”
เพ็ญปรายตาไปทางทัศนีย์ แต่ทัศนีย์รีบค้าน “อุ๊ย คุณเพ็ญไม่รู้อะไร นังปิ่นอาจมีอะไรลึกซึ้งกับไอ้จอมตั้งแต่ตอนอยู่ในไร่แล้วก็ได้”
“เรื่องในครอบครัวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เดาสุ่มไปมันจะบาปนะจ๊ะหนูนี”
ทัศนีย์ลุกพรวดไปหาใหญ่ “แต่นังปิ่นพูดเองไม่ใช่เหรอคะ ว่าเด็กในท้อง...”
ทัศนีย์ยังพูดไม่ทันจบ ใหญ่ตวาดกลับ “พอแล้วทัศนีย์ ฉันไม่อยากได้ยิน”
ใหญ่เดินหนีออกไปเลย
“คุณใหญ่ จะไปไหนคะ นีไปด้วย”
ทัศนีย์จะวิ่งตาม ปานเทพมายืนขวางประตู “ผมว่าง ไปกับผมได้นะจ๊ะ”
ทัศนีย์รีบถอยหลังไปหาเพ็ญ กลัวโดนปานเทพแกล้งแรงๆ อีก
ยามโพล้เพล้ตะวันใกล้ตกดิน ใหญ่ยืนนิ่งอยู่อย่างเดียวดายกลางทุ่งหญ้าสวยตรงจุดเดียวกับที่เขาเคยนอนซบตักปิ่นอนงค์ ใหญ่นึกถึงวันที่คุยกับปิ่นอนงค์เรื่องลูก
“ปิ่น”
“คะ”
“เราจะมีลูกกันกี่คนดี” ปิ่นอนงค์เขินไม่กล้าพูด ใหญ่อมยิ้ม “ลูกของเราจะมีเราอยู่พร้อมหน้า มันคือความฝันของฉัน”
ใหญ่ดึงตัวเองกลับมา แล้วทิ้งตัวลงนอนมองท้องฟ้าอย่างผิดหวัง หัวใจสลายแล้ว
ใหญ่หิ้วกระเป๋าเงินเข้ามาในโรงพัก ปานเทพไม่ยอมเข้ามาดึงกระเป๋าไป ใหญ่หันขวับไปหา
“ฉันไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่แกกำลังจะทำ มันคิดจะฆ่าแกนะโว้ย” ปานเทพโวยลั่น
ใหญ่ยื่นมือออกไป “ส่งเงินมานี่”
“ปิ่นอนงค์อาจร่วมมือกับไอ้จอม ล่อให้แกออกไปให้ไอ้จอมฆ่าก็ได้”
“ฉันไม่ได้ทำเพื่อปิ่นหรือไอ้จอม แต่ฉันทำให้นายหวิน”
ใหญ่กระชากกระเป๋าจากมือปาน ร้อยเวรที่นั่งฟังอยู่ ลุกยืน
“ถ้าจะมาประกันนายจอม คงไม่ต้องแล้ว เพราะมีคนมาประกันออกไปเมื่อตอนรุ่งสางนี้เองครับ”
ใหญ่งง ปานเทพถามแทน “ผมเป็นทนายครับ ขอทราบได้มั้ยครับว่าใครมาประกันไป”
“ชื่อนายสมหมาย เห็นว่าเป็นเพื่อนกัน” ร้อยเวรบอก
ปานเทพกระซิบถามใหญ่ “รู้จักมั้ยวะ”
ใหญ่ส่ายหน้า เสียงโทรศัพท์ดัง ใหญ่รับสายทางโรงพยาบาลโทร.มา ใหญ่ฟังเสร็จรีบบอกปาน
“นายหวินรู้สึกตัวแล้ว”
ที่โรงพยาบาล จอมยืนนิ่งอยู่ปลายเตียง ถวิลมองเมินไปทางอื่นไม่ยอมมองหน้าจอม
“ไอ้แก่หนังเหนียวอย่างข้า ไม่ตายง่ายๆ หรอก เอ็งไม่ต้องห่วงว่าจะกลายเป็นฆาตกร”
จอมคุกเข่ากราบที่เท้าพ่อ “พ่อยกโทษให้ฉันด้วย ฉันขอโทษ” จอมร้องไห้ “ฉันเสียใจ”
ถวิลหันมาชักใจอ่อน แต่ไม่วายด่าจอม “เอ็งนึกเสียใจเป็นด้วยเหรอ ถ้าเอ็งรู้จักผิดชอบชั่วดี เอ็งคงไม่ยิงคุณใหญ่”
จอมฉุนกึก “ก็มันตามรังควานปิ่น ไม่ยอมปล่อยปิ่นไป”
“อะไรๆก็ปิ่นอนงค์ ชีวิตเอ็งมีแต่ผู้หญิงคนนี้ คนเดียวหรือไง”
จอมย้อนพ่อ “แล้วพ่อล่ะ อะไรๆ ก็ปกป้องไอ้ใหญ่ พ่อรักมันมากกว่าฉัน”
“ใครบอกแก”
“ตาของฉันไงที่เห็น พ่อเอาตัวรับกระสุนแทนมัน ไม่สนว่าฉันจะถูกคนมองว่าเป็นไอ้ลูกทรพียิงพ่อตัวเอง พ่อไม่รู้หรอกว่าฉันหลับตาทีไรก็เห็นแต่ภาพนั้น”
ถวิลหอบแรงโกรธจอมมากชี้หน้าด่า “เอ้อสิวะ ข้ามันผิดเอง ผิดตั้งแต่ทำให้เอ็งเกิด เอ็งไปซะ ต่อนี้ไปไม่ต้องมาเป็นพ่อเป็นลูกกันอีก”
จอมร้องไห้ออกมาด้วยความคับแค้นใจ
นอกห้องที่ตรงประตู ใหญ่ยืนฟังได้ยินหมด เห็นประตูเปิด ใหญ่รีบหลบหลังรถเข็นขนพวกผ้าปูที่นอน ความสูงๆ ท่วมหัว จอมเดินโมโหผ่านไปโดยมองไม่เห็นใหญ่
ใหญ่เดินมาหยุดหน้าห้องถวิลครุ่นคิด
ปิ่นอนงค์กำลังเข็นรถขายข้าวแกงออกมาหน้าบ้าน
ยินเสียงจอมเรียกอย่างอ่อนแรง “ปิ่น”
ปิ่นอนงค์หันหลังไปมอง เห็นจอมนั่งซุกตัวอยู่ข้างเสาไฟฟ้าในสภาพมึนเมา
“จอม!”
ปิ่นอนงค์ดีใจประคองจอมเข้ามาในบ้าน “ทำไมถึงดื่มหนักอย่างนี้ เดี๋ยวปิ่นจะเช็ดหน้าเช็ดตาให้”
จอมเมาปลิ้นผลักปิ่นอนงค์ แต่ตัวเองเซล้มไปที่โซฟาซะเอง จอมเมาโวยวายเหมือนกำลังพูดกับพ่อ
“พ่อเกลียดฉัน ไล่ฉัน ตัดขาดฉัน พ่อทำอย่างนี้ได้ยังไง”
“จอมไปเยี่ยมลุงหวินมาแล้วเหรอ”
จอมไม่สนใจฟังปิ่นอนงค์ เอาแต่พร่ำรำพัน “ในหัวพ่อมีแต่ไอ้ใหญ่ พ่อรักมัน พ่อกลัวมันตาย แล้วฉันล่ะพ่อ ฉันเป็นลูกพ่อนะ”
ใหญ่ยืนที่ข้างเตียงถวิล “ทำไมนายหวินต้องเสี่ยงชีวิตช่วยผม ผมมันก็แค่นายจ้างแต่จอมมันเป็นลูกนายหวินนะครับ”
ถวิลนิ่งไปนิดหนึ่ง “ผมไม่ได้ช่วยคุณใหญ่ แต่ผมต้องการช่วยไอ้จอมไม่ให้มันติดคุกเพราะฆ่าคนตาย”
ใหญ่สะท้อนใจ ถามต่ออีก “แล้วถ้านายหวินตาย จอมมันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง ถ้าผมเป็นมัน ผมคงเหมือนตกนรกทั้งเป็น”
“ถ้าผมตายแล้วหยุดความบ้าระห่ำของมันได้ ก็คุ้มครับ” ถวิลบอกอย่างมุ่งมั่น
ทางด้านจอมหันไปทางปิ่นอนงค์ ตาลายเห็นปิ่นอนงค์เป็นใหญ่ ยืนยิ้มเยาะ
จอมแค้นชี้หน้าใหญ่ “เพราะแก แกแย่งทุกอย่างไปจากฉัน แกแย่งปิ่น แย่งพ่อไปจากฉัน ฉันจะฆ่าแก ไอ้ใหญ่ ไอ้ลูกไม่มีพ่อ”
ใหญ่กลับเป็นปิ่นอนงค์เหมือนเดิม “จอม จอมเมามากแล้วนะ”
จอมพุ่งเข้าหาปิ่นอนงค์ บีบคอแน่น “แกกับฉัน ต้องตายกันไปข้างหนึ่ง”
ปิ่นอนงค์ตาเหลือก จอมออกแรงบีบอีก ดันปิ่นอนงค์ไปชิดผนังห้อง
ปิ่นอนงค์พยายามแกะมือออก จอมจ้องเขม็งมองปิ่นอนงค์เป็นใหญ่
ใหญ่บอกถวิลเสียงเศร้า “จอมคงหยุดแล้วล่ะ เพราะเค้ากำลังจะเป็นพ่อคน”
ถวิลตกใจ “อะไรนะ”
“ปิ่นท้อง เด็กในท้องคือลูกจอม”
ถวิลอึ้ง พยายามจะลุกนั่ง “คุณใหญ่ ให้อภัยมันนะครับ อย่าเอาเรื่องมันเลย ถ้ามันติดคุกคนที่รับกรรมก็คือเด็กตาดำๆ ที่ไม่รู้ประสีประสา ให้ผมกราบเท้าคุณใหญ่ ผมก็ยอม”
ถวิลจะลุกให้ได้ ใหญ่รีบจับไว้ “จอมถูกเพื่อนประกันตัวออกไปแล้ว ส่วนเรื่องคดีผมจะไม่เอาเรื่อง นายหวินอย่าห่วง รักษาตัวให้หายเถอะ”
ปานเทพเดินเข้ามา “ถึงคุณใหญ่จะไม่เอาความ แต่ทางตำรวจคงเดินหน้าต่อ เพราะมันเป็นคดีอาญา”
เวลาเดียวกันจอมยังบีบคอปิ่นอนงค์เพราะเห็นเป็นใหญ่ “ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะแกให้ได้”
ปิ่นอนงค์ย่ำแย่ จินตนาวิ่งเข้ามาเจอทันเวลาพอดี“ปิ่น!”
จินตนาเข้าไปดึงจอมออก “ปล่อยปิ่น นายบ้าไปแล้วเหรอ”
ทว่าจอมอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง“อย่ามายุ่ง ไอ้ใหญ่มันต้องตาย”
จินตนาหันรีหันขวางไปเจอของแข็งใกล้มือตีหัวจอมเปรี้ยง จอมล้มลงไป
ปิ่นอนงค์หมดแรงทรุดนั่ง พยายามหายใจเข้าออกแรงๆ
จินตนาเข้ามาประคองปิ่นอนงค์ “ไหวมั้ย ต้องหาหมอหรือเปล่า”
ปิ่นอนงค์ส่ายหน้า มองจอมที่เริ่มขยับตัว จอมกุมหัวมีเลือดไหลออกมา
จอมนอนอยู่ในห้องมีผ้าพันรอบหัว เลือดซึมออกมาอีกนิดหน่อย จอมจับมือปิ่นอนงค์ระร่ำระลักในความผิด
“เราไม่เหลือใครแล้ว ปิ่นอย่าทิ้งเราไปนะ ยกโทษให้เราด้วยเราไม่ได้ตั้งใจทำร้ายปิ่น เราทำไปเพราะความเมา”
จินตนายืนอยู่ที่ประตู มองมาอย่างเอือมระอา “เมาแล้วเป็นข้ออ้างไม่ต้องรับผิดได้เหรอ ไม่มีใครอภัยให้นายได้หลายๆ ครั้งหรอกนะจอม เพราะนายโตแล้ว ไม่ใช่เด็กๆ”
จินตนาไม่พอใจผละออกไป ปิ่นอนงค์ดึงมือออกจากมือจอม
“ปิ่น ปิ่นอย่าเกลียดเรานะ”
“จินเค้าพูดถูกนะจอม ไม่มีใครอภัยให้กันได้หลายๆ ครั้งหรอก”
จอมพาลพาโล “แม้แต่ปิ่นก็ไม่ต้องการเรา เหมือนพ่อที่ไล่เรางั้นเหรอ”
ปิ่นอนงค์หน้านิ่ง เสียงนุ่มนวล “ปิ่นไม่เคยเกลียดจอม ตอนนี้ก็ไม่เกลียด วันข้างก็จะไม่เกลียดเพราะจอมเป็นเพื่อน เพื่อนรักของปิ่น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของปิ่นตอนนี้คือแม่ ปิ่นต้องหาแม่ให้พบ แม่มีค่ายิ่งกว่าสิ่งใดๆ ในโลก”
ปิ่นอนงค์แตะมือจอมเบาๆ “พ่อของจอมก็มีค่าเหนือทุกอย่าง” เสียงปิ่นอนงค์เครือๆ ขณะพูด “รักษาไว้นะจอม”
ปิ่นอนงค์น้ำตาไหลเมื่อนึกถึงแม่ ลุกเดินออกไป ปล่อยจอมยืนนิ่งงันอยู่อย่างนั้น
ปิ่นอนงค์ ตอนที่12(ต่อ)
อรสอางค์น้ำตาไหลรินในมือถือโทรศัพท์ค้างแล้วตัดสาย จิ๋วนั่งที่พื้นรอฟังข่าว อรสอางค์ยกมือปาดน้ำตา
“บ้านถูกยึดแล้ว คุณแม่พาคุณพ่อไปอยู่ที่บ้านเก่าของคุณยาย”
“เรากลับไปหาท่านดีมั้ยคะ ท่านคงต้องการคุณหนู” จิ๋วสงสารนายจับจิต
อรสอางค์เชิดหน้า “ไม่ ฉันจะไม่กลับไปอยู่บ้านเท่ารูหนูอย่างนั้น ฉันคืออรสอางค์ จะไม่ยอมให้ไอ้อีคนไหนมองฉันอย่างสมเพช”
จิ๋วพึมพำเบาๆ “ตอนนี้น่าสมเพชยิ่งกว่า”
อรสอางค์ตวาดแว้ด ไล่ตะเพิด “พี่จิ๋วพูดอะไร ออกไปเลยนะ จะไปไหนก็ไป”
จิ๋วจะคลานออกไป ทรรศนะเดินเข้ามา พอเห็นอรสอางค์อารมณ์บูด ทรรศนะรีบหันกลับเดินหนี อรสอางค์วิ่งตาม
“พอเห็นหน้าอรก็หนีเลยเหรอ นะๆ”
อรสอางค์วิ่งตามมาตรงทางเดินหน้าห้องนอน กระชากแขนทรรศนะให้หันกลับมา
“ทำอะไรผิด ทำไมต้องหนี”
“ไม่ได้ทำ แต่รู้ว่าคุยทีไรก็ไม่พ้นหาเรื่องจนได้ อย่าคุยดีที่สุด”
ทรรศนะสะบัดตัวอรสอางค์ออก จะเดินหนี อรสอางค์วิ่งมาขวางหน้า “กลัวโดนจับได้มากกว่ามั้ง แสดงว่ายังติดต่อนังปิ่นอยู่”
ทรรศนะสุดจะทน “อรสอางค์ ผมเบื่อ”
“ที่เบื่อเกิดจากใครล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะไม่รู้จักพอ มักมาก”
“เห็นมั้ย พออ้าปาก ก็หาเรื่อง สู้ผมหุบปากเงียบๆ ดีกว่า”
ทรรศนะเดินหนีไม่ไยดี อรตะโกนไล่หลัง “ถ้าอรจับได้ว่านะยังไม่เลิกยุ่งกับนังปิ่นอนงค์”
ทรรศนะหันขวับมาเอาเรื่อง “ทำไม อรจะทำอะไรผม”
อรสอางค์ยิ้มเยาะ “อรไม่ทำนะหรอก แต่อรจะทำมัน อรจะเล่นงานมันถ้าทำให้เสียโฉมได้ก็จะทำ ถ้าทำให้พิกลพิการได้ก็จะทำถ้าทำให้ตายได้เลย ก็จะทำ”
ทรรศนะสยอง ดูกลัวๆ กับท่าทางเอาจริงของอรสอางค์
“ประสาทไปแล้ว”
ทรรศนะรีบเดินหนี อรสอางค์สะอื้นออกมาเจ็บช้ำใจ
ทรรศนะไม่สบายใจมาเคาะประตูห้องครองสุขอยากมาปรึกษาเรื่องอรสอางค์
“คุณน้าครับ ผมเข้าไปได้มั้ย”
ไม่มีเสียงตอบ ทรรศนะเปิดประตูเข้าไป ครองสุขไม่อยู่ในห้อง
ครองสุขนั่งเล่นไพ่อยู่คนเดียวที่โซฟาห้องเสี่ยตง ลูกน้องเสี่ยชื่อสมหมายยืนรายงาน
“เสี่ยให้ผมเอาเงินไปประกันไอ้หมอนั่นเรียบร้อยแล้วนะครับ”
ครองสุขเงยหน้ายิ้ม “ดีมากนายสมหมาย แล้วเรื่องนังอุ่นเรือน”
ที่หน้าห้อง ทรรศนะกำลังเดินตรงมา
“อีแก่มันอาการไม่ค่อยดี จะให้พาไปหาหมอมั้ยครับ” สมหมายบอก
“ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ หาหมอให้สิ้นเปลืองทำไม”
ทรรศนะฟังอยู่หน้าห้อง ตกตะลึง
ครองสุขเดินไปเปิดประตู เดินออกมาหน้าห้อง ปากสั่งงานไปด้วย แต่ไม่มีทรรศนะอยู่ตรงนั้นแล้ว
“แกแค่เอาข้าวเอาน้ำไปส่งให้มันกินวันละมื้อก็พอ กินมากกินน้อยก็ตายอยู่ดี”
ครองสุขเดินลับตัวไป สมหมายแยกไปอีกทาง ทรรศนะ ยืนหลบอยู่อีกมุม มองไปทางสมหมาย
เวลาต่อมาสมหมายหิ้วกล่องข้าวมาหยุดหน้าห้องที่ขังอุ่นเรือน แก้โซ่ที่ล็อกไว้ออก สมหมายหายเข้าไป
ไม่นานนักประตูเปิดอีกที สมหมายเดินออกมา คล้องโซ่กับกุญแจ แล้วออกไป
ทรรศนะเดินออกมาจากด้านข้างของห้องเช่า รีบตรงไปที่ประตู ทรรศนะลองเคาะประตู แต่ไม่กล้าส่งเสียงเรียก
อุ่นเรือนนอนซมอยู่ ตะโกนถามออกไป “ใคร!”
ไม่มีเสียงตอบ อุ่นเรือนพยุงตัวลุกนั่ง แต่ไม่มีแรง “ปิ่นเหรอ ปิ่นหรือเปล่า ปิ่นมาหาแม่แล้วเหรอลูก”
ทรรศนะมั่นใจว่าเป็นอุ่นเรือนแน่นอน เสียงอุ่นเรือนไอหนักดังออกมา ทำให้ทรรศนะเป็นห่วง
ทรรศนะมองกุญแจ แล้วมองหาตัวช่วย
ทรรศนะหยิบก้อนหินมาทุบตรงตัวยูคล้องกุญแจได้แค่2-3ที มีมือใครคนหนึ่งยื่นมาจับมือทรรศนะให้หยุด
ทรรศนะสะดุ้งเงยหน้าเห็นครองสุขมองหน้าตาดุดัน “คุณน้า!”
ครองสุขดึงแขนทรรศนะออกห่างจากประตู “ไม่ว่าจะเห็น จะได้ยินอะไร ไม่ต้องถาม ไม่ต้องพูด อยู่เฉยๆ แล้วจะดีเอง”
“ผมแค่อยากจะพาป้าอุ่นไปหาหมอ” ทรรศนะว่า
ครองสุขเสียงแข็ง “ไม่ได้เด็ดขาด ไอ้ใหญ่มันต้องการตัวนังอุ่น ให้เจอไม่ได้”
“ถ้าเค้าทำอะไรป้าอุ่น ผมจะแจ้งตำรวจ”
ครองสุขตกใจ ร้องเสียงหลง “แจ้งไม่ได้ น้าจะซวยไปด้วย”
“คุณน้าไปเกี่ยวอะไรด้วย หรือว่า...” ทรรศนะตกใจ นึกขึ้นได้ “เรื่องวางยาพิษไอ้ใหญ่ คุณน้าเป็นคนสั่งป้าอุ่นให้ทำจริงๆ”
ครองสุขโพล่งออกไป “น้าทำเพื่อนะ ทำเพื่อความอยู่รอดของเรา ไอ้ใหญ่มันกดดันเราทุกทาง นะก็รู้”
“แต่ปิ่นห่วงป้าอุ่นมาก”
“ช่างหัวมันปะไร” ครองสุขจับมือนะ “เชื่อฟังน้า รออีกนิด อีกนิดเดียวเท่านั้น นะจะไม่ต้องทนอยู่ในบ้านไอ้เสี่ยตง ไม่ต้องทำงานที่นะไม่ชอบ นะจะได้กลับไร่ไพศาลอย่างสง่าผ่าเผย”
ทรรศนะคล้อยตาม สายตามองไปที่ประตูห้องขังอุ่นเรือน ครองสุขดึงมือทรรศนะให้เดินไปด้วยกัน
“กลับไปกับน้า ปล่อยนังอุ่นมันตายซากอยู่นี่แหละ”
ครองสุขลากทรรศนะกลับไป
อุ่นเรือนปิดปากนั่งซบอยู่ที่ประตู ได้ยินทั้งหมด อุ่นเรือนเอามือออก ปล่อยโฮออกมาอย่างเสียใจ
“อุ่นรักคุณนาย ทำไมคุณนายทำกับอุ่นอย่างนี้” อุ่นเรือนนึกถึงปิ่นอนงค์ขึ้นมา “ปิ่นอยู่ไหนลูก แม่คิดถึงแก”
อุ่นเรือนยกมือที่อ่อนแรงทุบประตู “ช่วยด้วย มีคนโดนขังอยู่ในนี้ ช่วยด้วย”
ที่โรงออกกำลังกายในไร่ ซึ่งเป็นที่ออกกำลังกายแบบเปิดโล่ง มีเครื่องออกกำลังกายหลายอย่าง รวมอยู่กับที่ซ้อมยิงปืน
ใหญ่มาออกกำลังแต่เช้า นอนอยู่บนม้านั่งยกน้ำหนัก ยกน้ำหนักโชว์กล้ามแขน
ระหว่างเปี๊ยกเข้ามา ใหญ่ลุกนั่งเดินไปหยิบผ้าเช็ดเหงื่อเช็ดหน้าตา ปากก็พูดไปด้วย
“ว่าไง ไอ้จอมมันไปอยู่ที่ไหน”
เปี๊ยกบอกว่ากลับไปอยู่กับปิ่นอนงค์ ใหญ่หึงขึ้นมาเดินไปคว้าปืนที่วางอยู่ ยิงใส่เป้าเปรี้ยงๆหลายนัดระบายอารมณ์
เปี๊ยกหลับตา อุดหู ใหญ่เดินรีบร้อนออกจากโรงออกกำลังกายเพื่อไปหาปิ่นอนงค์
เปี๊ยกลืมตาเห็นใหญ่ไปแล้ว เปี๊ยกวิ่งตาม
ปิ่นอนงค์ยกอาหารมาที่ห้องจอม เปิดประตูเข้าไป ด้านในว่างเปล่า ปิ่นอนงค์มองหาจอม เห็นเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่ที่โต๊ะข้างเตียง ปิ่นอนงค์หยิบอ่าน
“เรารักปิ่น เราจะไม่เลิกหวัง”
ปิ่นอนงค์ทอดถอนใจ ทรุดตัวลงนั่งที่ขอบเตียง
เช้าวันเดียวกัน ทรรศนะเดินเข้ามาในบ้าน เห็นปิ่นอนงค์นั่งคุยโทรศัพท์กับตำรวจ ทรรศนะยืนฟัง
“ยังไม่เจอเหรอคะ คุณตำรวจกรุณาตามต่อได้มั้ยคะ ดิฉันขอร้อง ดิฉันกลัวโรคหัวใจแม่จะกำเริบ” นิ่งฟัง “ขอบคุณค่ะ”
ปิ่นอนงค์สะอึกสะอื้น สงสารและเป็นห่วงแม่ ทรรศนะสงสารตัดสินใจจะบอก
“ปิ่น”
ปิ่นอนงค์เงยหน้า รีบปาดน้ำตาลุกยืน “เข้ามานานแล้วเหรอคะ ทำไมไม่เรียกปิ่น”
ทรรศนะเดินเข้าไปหา “เรื่องป้าอุ่น คือ พี่...”
ปิ่นอนงค์ดีใจจับแขนทรรศนะแน่น “ได้ข่าวแม่ปิ่นแล้วเหรอคะ”
ทรรศนะกำลังจะบอก แต่คิดถึงที่รับปากครองสุขตอนกลับไปบ้านเสี่ยตงขึ้นมา
ตอนนั้น ทรรศนะลงจากรถ ครองสุขรีบตามลงมา ครองสุขดึงแขนทรรศนะไว้
“ถ้านะอยากให้น้าติดคุก ก็ไปแจ้งความ หรือไปบอกนั่งปิ่นมันได้เลย” ครองสุขเล่นละครบีบน้ำตา “น้ามันไม่มีความหมาย แม้แต่...” ลดเสียงพูดเบาๆ “ลูกชายคนเดียว ก็ยังเห็นผู้หญิงสำคัญกว่า”
ครองสุขทำเป็นร้องไห้เดินหนีเข้าตึกไป
คิดดังนั้นทรรศนะตัดสินใจไม่บอก “เปล่าจ้ะ เรื่องป้าอุ่นพี่จะช่วยตามหานะ”
ปิ่นอนงค์ผิดหวังดึงมือออกจากแขนทรรศนะ
ทรรศนะเดินออกมา ปิ่นอนงค์ตามมาส่ง ทรรศนะจับมือปิ่นอนงค์ปลอบโยน
“ปิ่นต้องกินให้มากหน่อยรู้มั้ย ดูสิข้อมือเล็กนิดเดียว”
ปิ่นอนงค์กุมมือทรรศนะ “คุณนะก็เหมือนกัน ต้องมีความสุขนะคะ ปิ่นจะได้สบายใจ”
ทรรศนะพยักหน้าฝืนยิ้มรู้สึกผิดในใจ ต่างกุมมือให้กำลังใจกัน
สองคนไม่รู้ว่าที่รถใหญ่เวลานั้น ใหญ่นั่งอยู่ในรถ เปี๊ยกเป็นคนขับ เห็นทรรศนะจับมือถือแขนปิ่นอนงค์ ก็หึงหวงไม่พอใจยิ่งกว่าเดิม
ใหญ่จะเปิดประตูลงไป ชะงักนึกถึงคำเตือนของปานเทพ
ตอนนั้นปานเทพยืนหน้าห้องผู้ป่วย คุยกับใหญ่ซีเรียส
“แกตัดใจจากปิ่นอนงค์ไม่ได้เหรอวะ ถ้าแกยังพัวพันอยู่กับผู้หญิงคนนี้ แกต้องตายเข้าสักวัน”
ใหญ่คิดแล้วถอนหายใจออกมา “ฉันรับปากแกแล้ว แต่ฉันก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมฉันทำไม่ได้”
ใหญ่มองไปที่เดิมอีกทีทรรศนะไม่อยู่แล้ว เห็นปิ่นอนงค์กำลังเข็นรถขายข้าวแกงออกจากบ้าน
ในขณะที่ปิ่นอนงค์เข็นรถข้าวแกง มีนักเลงหัวไม้ 3 คน เดินเข้ามายืนขวางทาง ปิ่นอนงค์ชะงัก
“เค้าร่ำลือกันว่า แม่ค้าขายข้าวแกงแถวนี้หน้าตาสะสวยรวยเสน่ห์ พวกเราก็เลยอยากจะมาขอเชยชมสักหน่อย” นักเลงหนึ่งในสามเอ่ยขึ้น
ปิ่นอนงค์ใจดีสู้เสือ “พวกพี่อยากกินอะไรจ๊ะ เดี๋ยวฉันตักให้ ไม่ต้องจ่ายเงินก็ได้”
นักเลขที่พูดเดินกวนๆ เข้าไปหา “อยากกินแม่ค้าคนสวยมากกว่า” พลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ “ได้มั้ยจ๊ะ”
ใหญ่เดินมาข้างหลังนักเลงชะตาขาด สะกิดไหล่ แต่มันปัดมือใหญ่ออกนึกว่าเพื่อน
“เฮ้ย อย่ายุ่ง ข้ากินก่อน เอ็งนะทีหลัง”
ใหญ่ตบที่ไหล่แรงๆ นักเลงกิ๊กก๊อกหันกลับมา “พูดไม่รู้เรื่องเหรอวะ ไอ้...”
ใหญ่ชกเปรี้ยงเข้าหน้ากุ๊เต็มๆ แถมเตะจนกระเด็นไปนอนกองที่พื้น เปี๊ยกรีบมายืนยืดข้างใหญ่
ปิ่นอนงค์ตาค้าง “คุณใหญ่!”
นักเลงอีกสองคนจะเข้ามาลุย เปี๊ยกเสนอหน้าเข้าไปก่อน โดนชกเซถลาไปเกาะรถเข็น ใหญ่ลุยเองแลกหมัดกับนักเลง
เปี๊ยกคว้าฝาหม้อใบใหญ่ 2 ฝาเป็นอาวุธใหญ่ชงให้ ชกหน้านังเลงเซไปหาเปี๊ยก
เปี๊ยกเอาฝาหม้อตบบ้องหูจนสลบร่างรวงลงไปกองที่พื้นอย่างน่าขัน
จังหวะต่อมาใหญ่เตะนักเลงไปทางเปี๊ยกอีก เปี๊ยกรอท่าเอาฝาหม้อตบหัว แล้วตบบ้องหูซ้ำ กุ๊ยทั้ง 3นอนกองรวมกันร้องโอดโอย
ใหญ่ชี้หน้า เปี๊ยกยืนยืดข้างๆ “ถ้ายังไม่อยากตาย อย่ามาเข้าใกล้เมียฉันอีก”
“ไม่กล้าแล้วจ้าพี่ โหยมีผัวดุก็ไม่บอก” นักเลงที่แทะโลมปิ่นอนงค์ว่า
เปี๊ยกเดินเข้าหา ตีฝาหม้อเหมือนตีฉาบเสียงดังข่มขู่ พวกนักเลงกลัวรีบพยุงกันวิ่งเตลิด
ใหญ่หันมาทางปิ่นอนงค์ที่ยืนหลบอยู่ห่างๆ ใหญ่เข้าไปจับแขนปิ่นอนงค์ ดึงให้ตามไป
“ตามมานี่”
เวลาต่อมาใหญ่ผลักปิ่นอนงค์เข้ามาในห้องรับแขกเล็กๆ ในบ้านไม้ที่แอบมาซื้อไว้ ปิ่นอนงค์ยืนมองงุนงง กลัวๆ
“ที่นี่บ้านใครคะ”
“บ้านเธอไง ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ฉันต้องเห็นเธอย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ ถ้าผิดจากที่ฉันสั่ง ฉันจะส่งคนตามไปซ้อมไอ้คุณนะของเธอให้น่วม แล้วยังไอ้จอมอีกคน”
ปิ่นอนงค์ฉุนกึก “ปิ่นไม่ใช่สมบัติของคุณใหญ่นะคะ”
ใหญ่พูดจาแดกดันเช่นเคย “ทำไมจะไม่ใช่ ผู้หญิงก็เหมือนเครื่องประดับ ใครเป็นคนใส่คนนั้นก็คือเจ้าของ”
“แต่เราแยกทางกันแล้ว แล้วปิ่นก็กำลังจะมีลูก...”
ใหญ่สวนออกมา “ถ้าฉันยังไม่หย่าให้เธอ เธอก็อยู่กับใครไม่ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นไอ้จอมหรือไอ้ทรรศนะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องศาลว่าเธอคบชู้”
ปิ่นอนงค์ประชดส่ง “คุณใหญ่อยากฟ้องปิ่นก็ฟ้องได้เลย ปิ่นคงไม่มีปัญญาอะไรไปสู้กับคุณใหญ่ได้”
ปิ่นอนงค์จะไปเปิดประตู ใหญ่กระชากเข้ามาปะทะอก
“อย่าคิดว่าฉันไม่กล้าฟ้องเธอ”
“คุณใหญ่กล้าค่ะ คุณใหญ่กล้าทำทุกอย่างโดยที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองผิด”
ใหญ่โกรธจู่โจมจูบปิ่นอนงค์แรงๆ ปิ่นอนงค์พยายามดันออก แต่ไม่สำเร็จ มือของปิ่นอนงค์จากที่ผลักใหญ่กลายเป็นอ่อนปวกเปียก
ใหญ่เบียดปิ่นอนงค์ให้เอนนอนบนโซฟา เหมือนว่าปิ่นอนงค์จะร่วมมือแต่โดยดี
ทว่าเห็นมืออีกข้างของปิ่นอนงค์คว้าแจกัน ฟาดหัวใหญ่ ดังโป๊ก! ใหญ่ร้องโอดโอยนอนบิดไปมา ปิ่นอนงค์สบโอกาสวิ่งไปที่ประตู ใหญ่ตามมาคว้าตัวจับปิ่นอนงค์หันกลับมา
ปิ่นอนงค์ยืนพิงประตูหน้าตื่น “เธอรู้มั้ยผู้ชายเกลียดที่สุดก็คือถูกหมิ่นศักดิ์ศรี เธอไม่แคร์ว่าฉันจะอับอายผู้คน ฉันก็ไม่จำเป็นต้องให้เกียรติเธอ”
ใหญ่จะจูบ ปิ่นอนงค์บอกเสียงแข็ง “คุณใหญ่ยังเหมือนเดิม
ใหญ่ชะงัก ยิ้มยียวนลอยหน้าลอยตา “ความหล่อ หรือรสจูบล่ะจ๊ะ”
เสียงปิ่นอนงค์ดังก้อง “คุณใหญ่เกลียดพ่อ เพราะคิดว่าพ่อไม่รัก คุณใหญ่เกลียดปิ่นเพราะปิ่นไม่รักคุณใหญ่ ถ้าอย่างนั้น คุณใหญ่คงต้องเกลียดคนทั้งโลก เพราะคุณใหญ่เอาแต่เรียกร้องความรักจากคนอื่น”
ใหญ่โกรธโดนแทงใจดำ ค่อยๆ ปล่อยมือจากปิ่นอนงค์ หันหลังให้ พูดเสียงเรียบ
“ไปให้พ้น! ฉันไม่ได้อยากเรียกร้องความรักจากเธอ ผู้หญิงอย่างเธอมีอะไรดี อย่าสำคัญตัวเองผิด”
ปิ่นอนงค์น้ำตาคลอ เปิดประตูออกไป ความบาดหมางของคนทั้งคู่ นับวันยิ่งบาดลึกมากขึ้น
เวลานั้น ตรงถนนในตลาดโบราณ สถานที่ปลอดคน สมหมายเดินนำจอมมาที่รถเสี่ยตง ก่อนที่จะเห็นครองสุขเดินลงมายิ้มหวานให้จอม
“ตามผมมาทำไม” จอมถามเสียงขุ่น
“ไอ้ใหญ่มันคิดฆ่านังอุ่น” ครองสุขเริ่มบิ้วท์
จอมตกใจ “เจอตัวป้าอุ่นแล้วเหรอ”
“นังอุ่นมันหนีตายมาหาฉัน ฉันก็เลยพามันอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว เรื่องนี้บอกนังปิ่นไม่ได้นะ เพราะไอ้ใหญ่มันส่งคนคอยประกบนังปิ่นอยู่”
“ปิ่นรักแม่มาก ผมจะไม่ยอมให้ป้าอุ่นเป็นอะไรไป”
ครองสุขป้อนคำหวาน “ฉันก็รักนังอุ่นมันมาก เราหัวอกเดียวกัน ต้องช่วยกันกำจัดไอ้ใหญ่ให้ได้”
“คุณนายมีแผนอะไรก็บอกมาเลย ไม่ต้องอ้อมค้อม”
ครองสุขยิ้ม “ล่อไอ้ใหญ่ออกมาให้ฉัน ทางฉันจะจัดการฆ่ามันเอง”
ครองสุขเปิดประตูเข้ามาในรถนั่งข้างเสี่ยตง “เรียบร้อย มันโง่กว่าที่ฉันคิด”
เสี่ยตงหวั่นใจ “แน่ใจเหรอว่ามันจะฆ่าไอ้ใหญ่ได้ ฝีมือมันน่าจะไม่ถึง”
“คราวนี้ไม่ฆ่า แต่จะย้ายมันไปอยู่ในคุกแทน”
ครองสุขหยิบมือถือเสี่ยมากดๆ ส่งให้
“นี่เบอร์นังปิ่น รอให้ไอ้จอมล่อไอ้ใหญ่ออกมาให้ได้ก่อนเสี่ยก็โทร.บอกให้นังปิ่นรู้ว่าแม่มันอยู่ที่ไหนก็พอ” ครองสุขยิ้มร้ายออกมา
“อย่าลืมส่วนแบ่งที่ตกลงกันไว้ก็แล้วกัน” เสี่ยตงบอก
“แหม ฉันเอาตัวเองเป็นมัดจำวางไว้ เสี่ยยังกลัวฉันเบี้ยวอีก”
ครองสุขชมดชม้อย เสี่ยตงยิ้มหื่น
วันต่อมาอุ่นเรือนยืนอยู่ในห้องน้ำ มองหาที่หลบหนี พลันสายตาก็ไปสะดุดที่ผนังห้องน้ำผุซึ่งเป็นไม้ตอกปิดไว้ อุ่นเรือนรีบหาของหนักๆ มากระทุ้งๆ
ครองสุขเดินนำ สมหมายกับลูกน้องอีกคนเดินตาม ครองสุขมาหยุดยืนที่หน้าห้อง
“จัดการให้เงียบที่สุด แล้วเอาศพมันไปฝังให้มิดชิด”
สมหมายกับลูกน้องอีกคนไขกุญแจเข้าไป
ครองสุขยืนรอ มีเสียงสมหมายร้องบอก “คุณนายครับ มันหายไปแล้ว”
ครองสุขเดินตามเข้ามา ยืนสำรวจทั่วบริเวณ แล้วสายตามองเห็นช่องโหว่ตรงห้องน้ำ ขนาดใหญ่พอที่คนสามารถลอดออกไปได้ ครองสั่งเสียงกร้า
“รีบไปตามหาเร็วสิ ฆ่ามันให้ได้”
ลูกน้องรีบไป ครองสุขตามติด
โปรดติดตาม "ปิ่นอนงค์" ตอนต่อไป
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Online
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com)
«
Reply #2 on:
20 October 2026, 08:46:46 »
https://mgronline.com/drama/detail/9550000082283
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 13
เผยแพร่: 5 ก.ค. 2555 08:35 โดย: MGR Online
.
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 13
อุ่นเรือนวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงเข้าไปในสวนร้าง ต้นไม้รกครึ้ม หลบดู เห็นครองสุขกับลูกน้องเดินหา สมหมายกับลูกน้องอีกคนแยกไปคนละทาง
ครองสุขเดินเข้ามา อุ่นเรือนผวา ครองสุขเขม้นมองตรงมาทางที่อุ่นเรือนซ่อนอยู่
อุ่นเรือนกลัวรีบลนลานหนีต่อ ครองสุขเห็นต้นไม้สั่นไหว นึกรู้ทันที รีบตามไปทางนั้น
อุ่นเรือนรวบรวมเรี่ยวแรงวิ่งมา แต่สะดุดล้มตรงริมสระบัว รีบหันกลับไปมองว่าครองสุขตามมาหรือเปล่า
เห็นครองสุขเดินตรงมาหา อุ่นเรือนตกใจกลัว “คุณนาย!”
ครองสุขตีหน้าเศร้าเดินเข้าหาอุ่นเรือน “ทำไมอุ่นต้องหนีฉันด้วย อุ่นไม่รักฉันแล้วเหรอ”
อุ่นเรือนถดตัวหนี “คุณนายโกหกอุ่น คุณนายไม่ได้ติดต่อปิ่น คุณนายต้องการให้อุ่นตาย”
ครองสุขยิ้มเหี้ยมเดินเข้าหาช้าๆ “ก็แกอยากตอบแทนบุญคุณชั้นไม่ใช่เหรอนังอุ่น แกช่วยตายไปที ความลับที่ชั้นสั่งแกวางยาไอ้ใหญ่จะได้ตายไปกับแกด้วย”
อุ่นเรือนถลาเข้าไปจับมือครองสุข “คุณนาย คุณนายไม่ไว้ใจอุ่นหรือคะ”
เสียงครองสุขกร้าวแข็ง “แกทรยศชั้น นังอุ่น ชั้นรู้แกกับไอ้ใหญ่เป็นพวกเดียวกัน”
อุ่นเรือนผวาตัวกอดขาครองสุขแน่น “ไม่จริงนะคะ อุ่นยังจงรักภักดีกับคุณนายตลอดเวลา อย่าทำอะไรอุ่นเลยนะคะ คุณหนูของอุ่น”
ครองสุขตวาด “ตอแหล ชั้นเห็นกับตา ไอ้ใหญ่มันเข็นรถให้แก ดูแลแก แม้แต่ค่าห้องค่ายาค่ารักษาแก มันก็เป็นคนออกเงินให้ทั้งหมด”
“อุ่นไม่รู้เรื่องอะไรด้วย”
ครองสุขจิกหัวอุ่นเรือน พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ “แกทำให้ฉันผิดหวังมากนังอุ่น”
ส่วนใหญ่ยืนมองต้นปีบทอดอาลัยถึงปิ่นอนงค์
“ฉันจะไม่ให้มีอะไรที่เกี่ยวกับเธอ หลงเหลือให้ตำตา”
ใหญ่ก้มลงหยิบขวานเงื้อขึ้น แต่ยังไม่ทันจามลงไป มีมีดพุ่งมาปักคาต้นปีบ
ใหญ่ชะงักหันขวับไปมองด้านหลัง เห็นจอมในระยะไกลมาก ยืนท้าทายอยู่ข้างรถกระบะ
“ไอ้จอม!”
ใหญ่แค้นวิ่งไปหาเร็วรี่ จอมขึ้นรถขับหนี
ใหญ่วิ่งตามรถ สับเท้าเร็วมาก จอมหันไปมองยิ้มสะใจ ตะโกนเย้ยใหญ่
“หน้าอย่างแกนะเหรอจะจับฉันได้ ไอ้อ่อนเอ๊ย”
ใหญ่วิ่งตามไม่ทัน คนงานขับรถขนฟางแซงขึ้นมาเทียบข้างใหญ่
“คุณใหญ่จะวิ่งไปไหนครับ”
“จอดรถ”
คนงานจอดงงๆ ใหญ่วิ่งด้านคนขับ “ลงมา! เร็ว!”
คนงานรีบลงจากรถ ใหญ่ขึ้นไปขับ ไล่จี้ตามรถจอม
จอมยังขับต่อไป “ใจเย็น ฉันรอให้แกตามทันอยู่แล้ว”
เวลาเดียวกันครองสุขจิกผมอุ่นเรือนลากมาที่ริมสระบัว อุ่นเรือนคลานตามแรงครองสุข ไม่มีแรงขัดขืน
อุ่นเรือนมองไปที่สระ รู้ชะตากรรม รีบอ้อนวอน
“คุณหนูๆ เห็นแก่ความจงรักภักดีของอุ่นบ้างเถอะนะคะ อุ่นรับใช้คุณหนูมาตั้งแต่คุณหนูยังแบเบาะ”
“แกทำดีกับชั้นเพราะไม่มีที่ไปต่างหาก แกไม่ได้จงรักภักดีอะไรกับชั้นนักหนาหรอก” ครองสุขเยาะ
อุ่นเรือนร้องไห้ “ไม่จริงนะคะ อุ่นช่วยคุณท่านเลี้ยงคุณหนูมา อุ่นรักคุณหนูด้วยหัวใจ ด้วยชีวิตของอุ่นจริงๆ”
ครองสุขหัวเราะในลำคอไปมา “เหมือนกันหมด ไอ้ไพศาลมันก็เคยพูดกับชั้นแบบนี้ สุดท้ายมันก็แก้พินัยกรรมยกสมบัติให้ไอ้ใหญ่ ไอ้ผาก็เหมือนกัน มันอยู่กินกับฉันก็เพราะต้องการสูบเงินจากฉัน มันสองคนสมควรตายทั้งคู่ สมน้ำหน้ามัน”
“คุณหนู คุณหนูทำอะไรพวกเค้า”
ครองสุขเล่าราวกะรายงานดินฟ้าอากาศ ไม่รู้สึกผิดแม้สักเพียงน้อย
“ฉันก็แค่ขับรถชนไอ้ผาเพื่อโยนความผิดให้ไอ้ใหญ่ ส่วนไอ้แก่ไพศาล ฉันก็วางยาพิษมันไงเล่า”
อุ่นเรือนช็อก “คุณนายหลอกอุ่น”
ครองสุขพูดเสียงสูง “เปล๊า เพราะแกพร้อมจะเชื่อฉันเองนังอุ่น”
ครองสุขตาลุกวาว จับหัวอุ่นเรือนกดน้ำ อุ่นเรือนพยายามดิ้นโงหัวขึ้นมางับอากาศ ครองสุขออกแรงกดหัวลงไปอีก แช่ไว้ สีหน้า ครองสุขถมึงทึง บิดเบี้ยวน่ากลัวมาก ไม่นานนักอุ่นเรือนก็นิ่งไป ครองสุขปล่อยมือคิดว่าตายแล้ว
ครองสุขสีหน้าสลดนิดหน่อย พอตั้งสติได้รีบกดโทรศัพท์หาเสี่ยตง
“ทางนี้เรียบร้อย โทร.หานังปิ่นมันได้เลย”
ปิ่นอนงค์เก็บหม้อแกงบนรถเข็น มีโทรศัพท์เข้ามา ปิ่นอนงค์รีบรับสาย
“ฮัลโหล”
เสียงผู้ชายลอดมาจากในสาย “แม่คุณชื่ออุ่นเรือนใช่มั้ย”
ปิ่นอนงค์ตื่นเต้น “ใช่ค่ะ คุณเจอแม่ฉันเหรอคะ”
“แม่คุณอยู่ที่...”
ปิ่นอนงค์ตั้งใจฟังอยู่ จินตนารีบร้อนเข้ามา “ปิ่น เราไปตามหาจอมทั่วแล้วนะ คนที่ปศุสัตว์ก็บอกไม่เห็นมันไม่โผล่ไปทำงานเลย”
“เดี๋ยวสิคะแล้วคุณชื่ออะไรคะ” สายตัดไปแล้ว “ฮัลโหลๆ”
จินตนามองอย่างงงๆ ปิ่นอนงค์รีบบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงลิงโลด “มีคนโทร.มาบอกว่าเจอแม่เราแล้ว”
จินตนาดีใจมาก “จริงเหรอ ป้าอุ่นอยู่ที่ไหน”
จอมวิ่งเข้ามาในสวนรกครึ้ม แล้ววิ่งออกจากสวนไปอีกทาง ใหญ่ตามเข้ามามองหา
“ไอ้จอม ออกมาสู้กันตัวต่อตัวแบบลูกผู้ชายดีกว่า ถ้าฉันแพ้แกแกก็เอาชีวิตฉันไปเลย แต่ถ้าแกแพ้ ถือว่าเราเลิกแล้วต่อกัน กลับไปดูแลนายหวินให้ดี”
ไม่มีเสียงจอมตอบกลับ ได้ยินแต่เสียงขอความช่วยเหลือเป็นน้ำเสียงอ่อนล้าโรยแรง “ช่วยด้วย ช่วยด้วย”
ไวเท่าความคิดใหญ่วิ่งไปทางเสียงตรงสระบัว เห็นร่างนอนคว่ำหน้าแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ใหญ่เข้าไปพลิกตัวให้หันหน้ามา ใหญ่ตะลึง “ป้าอุ่น!”
อุ่นเรือนใกล้ตาย ยกมือให้ใหญ่จับ พยายามพูด “อุ่น...ขอ...ขอโทษ”
“ไม่ต้องพูดอะไรครับ ผมจะพาป้าไปโรงพยาบาล”
อุ่นเรือนดึงมือใหญ่ไว้ อุ่นเรือนพยายามพูดออกมาอย่างยากเย็น “คุณ...ไพศาล....ถูก.....ถูก....คุ....”
พูดเท่านั้นอุ่นเรือนก็ขาดใจตาย หัวตก ใหญ่ร้องลั่นเขย่าตัวอุ่นเรือน “ป้าอุ่น”
ใหญ่รีบจับร่างอุ่นเรือนให้นอนราบ ก้มหน้าจะผายปอดแต่ยังไม่ทันได้ทำ ตำรวจ 5 นาย กรูกันเข้ามาข้างหลัง มองจากด้านหลังใหญ่เหมือนกำลังทำร้ายอุ่นเรือน
ตำรวจเล็งปืนไปที่ใหญ่พร้อมกัน “หยุด ยกมือขึ้นเหนือหัว”
ใหญ่ชะงักเหลียวไปมองเห็นตำรวจยืนเป็นพรืด ใหญ่งุนงง
ระหว่างนั้นปิ่นอนงค์กับจินตนาแหวกวงตำรวจเข้ามา เห็นอุ่นเรือนนอนอยู่ จึงวิ่งถลาไปหาเขย่าร่างแม่
“แม่ แม่ แม่อย่าเป็นอะไรนะ”
ใหญ่ยังงงอยู่ ตำรวจ 2 นายเข้ามาดึงตัวใหญ่ลุกขึ้น ตำรวจอีกคนแตะชีพจรที่คออุ่นเรือน เปิดเปลือกตาดู ตำรวจนายนั้นบอกกับหัวหน้า
“สิ้นใจแล้วครับ”
ปิ่นอนงค์ตาค้าง ร้องกรี๊ด โหยหวน
“ไม่จริง แม่” ปิ่นอนงค์สวมกอดร่างไร้วิญญาณของแม่แน่นร้องครวญคร่ำ “ปิ่นมาแล้ว แม่อย่าทิ้งปิ่นไป” ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าที่นองด้วยน้ำตาขึ้นมองใหญ่ “คุณใหญ่ทำอะไรแม่ปิ่น”
ใหญ่ตะลึงมองปิ่นอนงค์อย่างผิดหวังน้ำเสียงสั่นเครือ “เธอหาว่าฉันทำร้ายแม่เธอเหรอ ปิ่นอนงค์”
หัวหน้าทีมตำรวจเอากุญแจมือสับเข้าที่ข้อมือใหญ่ทันที ใหญ่ตกใจมองตำรวจหน้าตาตื่น
อ่านต่อหน้า 2
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 13 (ต่อ)
รถตำรวจที่คุมตัวใหญ่มุ่งหน้ากลับโรงพัก และกำลังแล่นมาบนถนนโล่งซึ่งสองข้างทางเป็นไร่ จู่ๆ มีรถหกล้อโผล่มาจากข้างทางขวางถนนจอดนิ่ง ตำรวจสองนายลงจากรถมาเมียงมอง เดินอย่างระวังไปที่รถหกล้อ
จังหวะนั้นมีชายชุดดำหน้าคลุมปิดด้วยไหมพรมโผล่ออกมาจากสองข้างทาง โยนระเบิดควันแสงจ้า เสียงดังไม่มีสะเก็ด ควันพวยพุ่งไปทั่วบริเวณ
จากนั้นพงษ์กับลูกน้องก็พุ่งลงจากรถหกล้อ เล็งปืนใส่ตำรวจ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“อย่าขัดขืน นิ่งเอาไว้ มือแตะท้ายทอย
ตำรวจสำลักควันไอไปมา ทั้งตกใจ ทั้งสับสน บางคนพยายามจะสู้ แต่ถูกลูกน้องพงษ์ล็อกกดให้นั่งกับพื้นถนน เหล่าสมุนถือผ้าชุบยาสลบโปะใส่หน้าเหล่าตำรวจ
ใหญ่ตกใจ ถูกชายชุดดำดึงลงจากรถ ใหญ่ขัดขืนถูกโปะยาสลบร่วงลงไปเช่นกัน
เพ็ญเปิดประตูห้องทำงานใหญ่เข้ามาหน้าตาตื่น งงเมื่อเห็นปานเทพนั่งหน้านิ่งกดโทรศัพท์วางสายพอดี
“ปาน ทำไมยังมานั่งเฉยอยู่อย่างนี้อีก เค้าว่าคุณใหญ่ฆ่าแม่ของปิ่นตาย เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่”
ปานเทพลุกยืน ไม่ตื่นเต้นสักนิดเพราะรู้เรื่องล่วงหน้า “เรื่องอื่นเอาไว้ก่อนเถอะครับ พ่อให้ผมกับน้าเพ็ญกลับเหมืองไปเตรียมตัวกันเถอะครับ”
เพ็ญงง มองสบตาปานเทพ
น้อยนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ที่เรือนคนงาน รู้ข่าวเรื่องอุ่นเรือนตายแล้ว คนอื่นๆ ต่างเศร้ากันไปหมด
“ฮือๆๆ ไม่น่าเลยป้าอุ่น เล่นจากไปแบบไม่ทันตั้งตัว”
“พวกแกเชื่อหรือเปล่าวะว่าคุณใหญ่เป็นคนฆ่าป้าแกน่ะ” หวานถามคนงาน
เปี๊ยกส่ายหน้ายิกๆ คนงานชายบอกอย่างมาดมั่น “ข้าก็ไม่เชื่อ”
คนงานอีกคนพยักหน้าคล้อยตามไม่เชื่อเช่นกัน
“แต่มันก็ไม่แน่นะโว้ย คุณใหญ่ขี้โมโหออกจะตายไป” หวานว่า
น้อยเห็นด้วย “จริง หนูโดนขู่อยู่บ่อยๆ เอะอะไม่พอใจก็ฆ่าหมกไร่ตลอด”
บรรดาคนงานหญิงร้องใช่ๆ เปี๊ยกเถียงแทนโวยว่าไม่จริง “แล้วทำไมเอ็งต้องมาเถียงแทนด้วย”
คนงานชายคนเดิมบอก “ลูกผู้ชายไม่ทำร้ายผู้หญิงหรอกโว้ยนังหวาน”
หวานฉุน “อ้าว แล้วลูกผู้หญิงมันใส่ร้ายผู้ชายหรือไงวะ”
น้อยพลอยพยัก “ใช่ ผู้ชายชอบรังแกผู้หญิง”
เปี๊ยกทำท่าจิกหัวตัวเองว่าผู้หญิงก็ชอบจิกใช้ผู้ชาย
หวานโมโห “ผู้หญิงชอบจิกใช้ผู้ชายตรงไหน นี่เอ็งหลอกด่าข้าเหรอ เอ็งตายไอ้เปี๊ยก”
หวานทะยานเข้าไปตีๆ ผัว เปี๊ยกปัดป้องน้อยหงุดหงิด
“โอ๊ย พอได้แล้ว คุณใหญ่ก็หายตัวไป ป้าอุ่นก็ตาย ลุงหวินก็ยังเจ็บอยู่ แล้วพวกเราจะเป็นยังไง”
คนงานต่างขวัญหนีกันกระเจิง
ที่โรงพยาบาล ถวิลนอนหลับอยู่บนเตียง มีจอมยืนแอบดูที่ช่องกระจกตรงประตู จอมทำท่าจะก้าวเท้าเข้าไปจะเปิดประตู แต่แล้วเกิดลังเลเสียงถวิลดังก้องในหัว
“เอ้อสิวะ ข้ามันผิดเอง ผิดตั้งแต่ทำให้เอ็งเกิด เอ็งไปซะ ต่อนี้ไปไม่ต้องมาเป็นพ่อเป็นลูกกันอีก”
จอมไม่กล้าเข้าไปชักเท้ากลับ ปิดประตูหน้าห้อง จอมเครียด กัดฟัน ส่ายหน้าเหลือบมองไปในห้อง
จอมเดินหน้าเครียดเข้ามา ชะงักเมื่อเจอปิ่นอนงค์กะจินตนาสวมชุดดำหน้าเศร้าสวนมา จอมรีบเข้าไปหา
“ปิ่น จิน”
สองคนไม่คาดฝันที่ได้เจอจอมที่นี่
“จอม จอมไปอยู่ไหนมา ทำไมถึงหายไปเฉยๆ”
“เรามีอะไรต้องให้คิดมากมาย เลยอยากหลบไปสักพัก” จอมมองจ้องเสื้อผ้าสองคน “ทำไมถึงแต่งชุดดำกัน”
ปิ่นอนงค์เช็ดน้ำตาสะอื้นพูดไม่ออก จอมใจหายจินตนาบอกแทน “ป้าอุ่นตายแล้ว จอม”
“อะไรนะ”
จอมตกใจ สับสน เพราะครองสุขเพิ่งบอกว่าอุ่นเรือนปลอดภัย และเวลานี้อยู่กับครองสุข
ครองสุขนั่งหงุดหงิดอยู่โต๊ะข้างตึกบ้านเสี่ยตง ดูนาฬิกาข้อมือ รอเสี่ยตงกับสมุน จอมเดินดุ่มเข้ามาหน้าเครียด
“ไหนว่าป้าอุ่นอยู่กับคุณนาย ปลอดภัยดีไงครับ ทำไมป้าอุ่นถึงตาย มันยังไงกันแน่”
“อย่าโวยวาย มาทางนี้ก่อน”
ครองสุขดึงจอมหลบไปคุยกันข้างตึก
“ผมล่อไอ้ใหญ่ไปให้ลูกน้องเสี่ยฆ่าตามที่คุณนายสั่ง ทำไมคนตายกลับเป็นป้าอุ่น”
ครองสุขตาหลุกหลิกมีพิรุธ “ก็ไอ้ใหญ่น่ะสิ ต้องเป็นฝีมือของมันแน่ มันต้องให้ลูกน้องมาจับนังอุ่นไป แต่เวรกรรมมีจริง นังปิ่นเลยตามไปเห็นไอ้ใหญ่ฆ่าแม่ตัวเองกับตา ลูกน้องเสี่ยไปถึง ตำรวจก็แห่กันมาแล้ว”
จอมหลงกล ทั้งโกรธทั้งเกลียดใหญ่มากขึ้น “ไอ้ใหญ่ฆ่าป้าอุ่น ไอ้คนเลว”
ครองสุขสะใจยื่นหน้ากระซิบ “เห็นมั้ย ความหวังของเธอใกล้จะเป็นจริงแล้ว ถึงไอ้ใหญ่ไม่ตาย แต่มันไม่รอดมือตำรวจแน่”
น้อยกะหวานช่วยกันยกกระเป๋าเดินทางของเพ็ญกับปานเทพออกมา
ปานเทพตามออกมา เปี๊ยกขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดท่าทีร้อนรน รีบเข้าไปหาปานเทพชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปทางหน้าเรือนใหญ่ ปานเทพกะเพ็ญมองตาม
รถเสี่ยตงกับสมุนแล่นเข้ามาสองคัน เสี่ยตงลงจากรถพร้อมสมุน จู่ๆ สมุนตรงเข้ากระชากกระเป๋าเดินทางของปานเทพกะเพ็ญโยนลงพื้น
ปานเทพเปี๊ยกกระโดดเข้าเตะต่อยกับสมุนชุลมุนคนละหมัดสองหมัด เสียงปืนดังเปรี้ยง เพ็ญถือปืนอยู่จังก้าอยู่ สมุนเสี่ยตงชะงัก ถอยไปยืนคุมเชิง
“พวกแกกำลังบุกรุกไร่ไพศาล ถ้าไม่กลับไปดีๆ ชั้นจะแจ้งตำรวจ” เพ็ญคำราม
สมุนจะชักปืน เสี่ยตงโบกมือห้ามพร้อมกับหัวเราะ
“พวกแกมีสิทธิอะไรมาไล่ชั้น ก็เจ้าของบ้านเค้าเชิญชั้นมาเอง”
ครองสุขกับจอม ก้าวลงจากรถ เดินมาหาปานเทพกับเพ็ญ
“เก็บปืน แล้วก็ขนข้าวของไปจากที่นี่ซะ เวลาของพวกแกมันหมดแล้ว ไอ้ใหญ่เป็นฆาตกรฆ่าคน ต่อไปนี้ชั้นคือเจ้าของไร่นี้คนเดียว และจอมคือหัวหน้าคนงานคนใหม่ของที่นี่”
จอมเดินขึ้นมายืนข้างครองสุขราวกับบอดี้การ์ด หวาน น้อย เปี๊ยก ปานเทพ และเพ็ญ สบตากันงงๆ
“ทั้งหมดเป็นแผนของคุณนายที่จะใส่ร้ายคุณใหญ่ใช่มั้ย” ปานเทพถาม
ครองสุขตะคอกกลับ “นังปิ่นกับตำรวจเห็นกับตาว่าใหญ่ฆ่านังอุ่น สันดานโจรยังไงมันก็เป็นโจรวันยังค่ำ ถ้าแกเก่งนักก็ช่วยออกจากคุกให้ได้ซิ”
เพ็ญลดปืนลง ปานเทพจ้องครองสุข
“ชั้นจะคอยดูว่า กฎหมายกับกฎแห่งกรรม อย่างไหนจะจัดการกับคนอย่างแกได้ก่อนกัน คุณนายครองสุข”
ปานเทพกะเพ็ญขึ้นรถขับออกไปเร็วรี่ เปี๊ยก น้อย และหวานถอยกรูดไปรวมกัน
ครองสุข กับเสี่ยตง พร้อมสมุนจะเข้าบ้าน จู่ๆ รถตำรวจขับมาอีกทางแล่นเข้ามาจอด หมู่มวลชะงักมองตำรวจงงๆ
ครองสุขนั่งที่หัวโต๊ะในโถงเรือนใหญ่ ออกอาการโมโหมากที่รู้เรื่องจากทีมตำรวจว่าใหญ่หนีไปได้ แต่ยังคุมอารมณ์ปั้นหน้าให้เป็นปกติ
“อะไรกัน ตำรวจตั้งสี่ห้าคนปล่อยให้ไอ้ใหญ่มันหนีไปได้ยังไง”
นายตำรวจท้องที่ยืนอยู่ปลายโต๊ะ “เรายังไม่รู้ว่า พวกไหนมาชิงตัวผู้ต้องหาไป ตำรวจชุดนั้นห้าคนยังไม่ได้สติเลยสักคน ผมต้องขออนุญาตตรวจค้นไร่ไพศาลด้วยครับ”
ขณะฟังครองสุขปรายตามองจอม กะเสี่ยตงงงๆ เครียดกัน
“ได้ค่ะ เชิญเลย ชั้นจะให้หัวหน้าคนงานพาไปตรวจค้นให้ทั่วเลย แล้วจะไม่เรียกกำลังเสริมเหรอคะ ไอ้ใหญ่มันโหดร้ายอำมหิตขนาดนั้น แม่ยายตัวเองแท้ๆ ยังจับกดน้ำตายคามือ”
“เชิญครับ คุณตำรวจ”
จอมผายมือ แต่หลบหน้าหลบตากลัวตำรวจ แต่ฝืนใจพาตำรวจออกไป
ปิ่นอนงค์นั่งหน้าหมอง เอามือลูบรูปอุ่นเรือนในกรอบไม้ เป็นรูปตั้งหน้าศพ แล้วร้องไห้ออกมา
“ผลชันสูตรบอกป้าอุ่นขาดอากาศหายใจจากการจมน้ำ”
จินตนานั่งมองสงสารเพื่อน แตะแขนถาม “เธอคิดว่าคุณใหญ่จะฆ่าป้าอุ่นได้จริงๆ เหรอ”
ปิ่นอนงค์เฉย ไม่ตอบ น้ำตาไหลพรากๆ “เราไม่ได้เข้าข้างคุณใหญ่นะ แต่ป้าอุ่นกับคุณใหญ่ไปอยู่แถว
นั้นได้ยังไง แล้วใครล่ะที่โทรมาบอกปิ่น ชื่อเสียงเรียงนามก็ไม่ยอมบอก มันแปลกๆอยู่นะปิ่น”
ปิ่นอนงค์ส่ายหน้าไม่อยากรับฟังอะไร “เราไม่อยากรับรู้เรื่องสกปรกอะไรพวกนี้อีกแล้ว พอกันที”
ปิ่นอนงค์รีบหยิบผ้าผืนเล็กใกล้ตัว เช็ดกระจกกรอบรูปไปมาร้องไห้หนัก พูดกับรูปแม่
“ปิ่นหารูปแม่ไม่ได้เลย เหลือแต่รูปนี้รูปเดียว สำหรับปิ่นแม่สวยที่สุดในโลก ปิ่นจะเช็ดรูปให้แม่นะจ๊ะ จะได้ไม่มีรอยเปรอะเปื้อนมาติดแม่ของปิ่น ปิ่นจะเช็ดให้สะอาด เช็ดให้สะอาด ให้สะอาด ๆๆ
จินตนาร้องไห้สงสารจับใจ ขยับตัวจับมือปิ่นอนงค์
“พอแล้วปิ่น เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว เราจะช่วยกันจัดงานศพให้ป้าอุ่นอย่างดีที่สุดนะ นะปิ่น”
ปิ่นอนงค์ยังเช็ดรูปร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน จินตนากอดปิ่นอนงค์เศร้าสะเทือนใจนัก
อ่านต่อหน้า 3
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 13 (ต่อ)
ใหญ่ถูกนำตัวกลับมายังบ้านปลอดในเหมืองที่ใต้ และเวลายามค่ำคืนนั้นเขายังคงนอนสลบไสลอยู่เพราะฤทธิ์ยาสลบ สักครู่หนึ่งก็งัวเงียตื่น
ใหญ่ยันตัวลุกนั่งมึนๆ หัว เหลียวดูรอบตัวไปมาคุ้นๆ คว้าขวดน้ำมาดื่มอย่างกระหาย ใหญ่นั่งทบทวนเหตุการณ์ แล้วโผไปที่หน้าต่างมองออกไปเห็นภายนอก รู้ว่าที่นี่เป็นบ้านปลอด ใหญ่หันกลับมาครุ่นคิด
ใหญ่โผไปที่ประตูจะเปิด เปิดไม่ออก ใหญ่ทุบประตูแต่ด้านนอกถูกล็อกแน่นหน้า ใหญ่ถอยออกมายกเท้าเตรียมถีบประตู
ปลอดเปิดประตูเข้ามา ใหญ่ตกใจตาค้าง ยกมือไหว้ พงษ์เดินตามมา
“อา อาปลอด นี่ฝีมืออาเหรอครับ”
“ก็ผมเตือนแล้ว คุณใหญ่ไม่ฟัง เห็นมั้ย ปิ่นอนงค์ทำให้คุณใหญ่เดือดร้อนอีกจนได้” ใหญ่หน้าเสีย “ดีนะที่ผมกับไอ้ปานส่งข่าวกันตลอด เห็นท่าไอ้จอมไม่ดี ผมเลยส่งไอ้พงษ์ไปแอบดูแลคุ้มครองคุณใหญ่” ใหญ่ทรุดตัวลงนั่งที่เตียง “คราวนี้คงเป็นบทเรียนให้คุณใหญ่ตัดใจจากปิ่นอนงค์ได้สักที”
พงษ์หันมา “ขอโทษนะครับ คุณใหญ่ ยาสลบแรงไปหน่อย”
“แต่ทำอย่างนี้ไม่ถูกนะครับอา ผมไม่ได้ฆ่าป้าอุ่น ทำไมผมต้องหนีด้วย ผมควรจะอยู่สู้ความจริงที่นั่น”
ปานเทพกับเพ็ญเดินเข้ามาทันได้ยินพอดี ปานเทพหงุดหงิดด่าใหญ่
“อยากจะอ้วก แกมีพยานหรือ คำพูดแก้ตัวของคนมีชนักติดหลังอย่างแก ตำรวจคงเชื่อ”
ปลอดดีใจ “เพ็ญ ไอ้ปาน ทำไมมาถึงเร็วนัก นึกว่าจะมาถึงค่ำๆ”
ใหญ่งุนงงเข้าไปใหญ่ที่สองคนก็มาที่นี่ด้วย “ทำไมมารวมกันอยู่ที่นี่หมดล่ะครับ แล้วที่ไร่ไพศาล”
ปานเทพหันไปหาปลอด “ผมมีเรื่องสำคัญต้องรายงานพ่อ”
ปลอดโกรธจัด ตบโต๊ะเล็กตรงระเบียงเปรี้ยง ลุกยืนพรวด
“อีงูพิษครองสุข ต้องเป็นมัน แผนของมันทั้งหมด ถึงได้กล้าเสนอหน้ากลับมาเป็นเจ้าของไร่อีกครั้ง”
เพ็ญหันไปทางปานเทพ กับใหญ่ยืนพิงระเบียง “เราทำอะไรกับคุณนายได้มั้ย นายปาน”
“คุณนายมีสิทธิ์ได้มรดกครึ่งหนึ่งเพราะจดทะเบียนกับคุณไพศาล ยิ่งตอนนี้ใหญ่โดนข้อหาฆ่าคนตาย คุณนายต้องอาศัยข้อได้เปรียบนี้ยึดไร่ไว้ทั้งหมด แต่จะวิธีไหนเท่านั้น”
“ก็วิธีเดียวกับที่มันเคยหลอกให้นายไพศาลหลงมันหัวปักหัวปำนั่นแหละ” ปลอดมองจ้องใหญ่ “ส่งนังกากีมาทำให้คุณใหญ่ลุ่มหลง จนเสียท่ามันจนได้”
ใหญ่แค้นจัด “ผมจะไปสืบหาความจริงว่าใครฆ่าป้าอุ่นตายกันแน่”
ใหญ่จะไป ปานเทพเข้ามาขวาง“ฉันไปเองดีกว่า แกมีคดีติดตัวอยู่นะโว้ย”
ปลอดตวาด “ไม่ต้องไปทั้งคู่ ผมจะสืบเอง” มองจ้องหน้าลูกชาย “ฉันก็ไม่ไว้ใจแกเหมือนกัน”
ปานเทพหน้าเหลอหลา เพ็ญอมยิ้มมองขำๆ ใหญ่หน้าเครียด คิดหนัก
วันต่อมา โลงศพอุ่นเรือนตั้งอยู่บนศาลาที่วัดแห่งหนึ่ง ขณะที่น้อย หวาน เปี๊ยก ช่วยกันกับคนงานแต่งดอกไม้แทงหยวกกัน ปิ่นอนงค์กับจินตนาเดินเข้าศาลามา ต่างมองกันไปมากับกลุ่มน้อย หวาน เปี๊ยก
น้อย หวาน และเปี๊ยก ลุกเดินไปหาสองสาว “พี่เสียใจด้วยนะปิ่น” หวานเอ่ยขึ้น
ปิ่นอนงค์ยิ้มเศร้า “ขอบคุณทุกคน แต่พาคนงานกลับไปเถอะ ปิ่นไม่ต้องการความช่วยเหลือจากไร่ไพศาล จากคุณใหญ่”
เปี๊ยกอธิบายวุ่นวาย หวานหงุดหงิดเข้ามาดันเปี๊ยกถอยไป “เข้าใจผิดแล้วปิ่น นี่พวกเรามากันเองนะ เคารพรักป้าอุ่นกันทั้งนั้น”
น้อยเสริม “ใช่ คุณใหญ่น่ะหายตัวไปแล้ว”
จินตนาอึ้ง “อะไรนะ คุณใหญ่ถูกตำรวจจับไปนี่”
เปี๊ยกเข้ามาอ้าปากจะพูดบ้าง น้อยดันเปี๊ยกออกไปอีก อธิบายแทน
“ถูกจับจริง แต่หนีไปได้ ตำรวจยังมาค้นไร่หาตัวเลย”
หวานพูดเบาๆ กับปิ่นอนงค์ “คุณนายกลับมาอยู่ที่ไร่แล้ว พาเสี่ยอะไรมาด้วยก็ไม่รู้ และที่ปิ่นต้องคาดไม่ถึงแน่ๆ คุณนายตั้งไอ้จอมเป็นหัวหน้าคนงานคนใหม่”
ปิ่นอนงค์กับจินตนาหันไปสบตากัน ต่างคนต่างตกใจ
ครองสุขอยู่ในห้องนอน ยืนยิ้ม กิริยาเย้ยหยันขณะมองสบตากับรูปไพศาล
“ชั้นกลับมาแล้วค่ะคุณ ฉันมีข่าวดีมาบอก ไอ้ใหญ่ลูกของคุณมันทำอะไรชั้นไม่ได้ สุดท้าย มันก็ต้องหนีตำรวจหัวซุกหัวซุน เหมือนเดิมไม่มีผิด”
ครองสุขหัวเราะใส่รูป ทรรศนะเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ครองสุขเหลียวไปมองตกใจ
“คุณน้ารู้เห็นเรื่องการตายของป้าอุ่นใช่มั้ย”
“ตานะ”
“คุณน้าเป็นคนสั่งฆ่าป้าอุ่นหรือเปล่า ตอบผมแค่ว่า ใช่ หรือไม่ใช่ ก็พอ”
ครองสุขรีบถลาไปที่ประตูโผล่ดูไปมา แล้วรีบปิดประตู ครองสุขดันตัวทรรศนะไปนั่ง พูดไปด้วย จ้องตาไปด้วย ทั้งปลอบทั้งขู่
“ห้ามเลยนะ อย่าพูดอย่างนี้อีกเด็ดขาด ไร่นี้กำลังจะเป็นของนะคนเดียว นะควรจะดีใจสิ แล้วเตรียมฉลองตำแหน่งเจ้าของไร่คนใหม่กันจะดีกว่า”
ทรรศนะลุกยืนทันที ถอยไปอีกทาง “ผมไม่ต้องการเป็นเจ้าของไร่ไพศาล ผมอยากไปให้พ้นๆจากที่นี่ ไปให้พ้นๆ จากเรื่องราวบ้าๆ ที่นี่”
ครองสุขเข้าไปหา ดึงตัวแล้วเอาสองมือประคองใบหน้าลูกชาย “นะไม่อยากได้นังปิ่นอนงค์แล้วเหรอ”
ทรรศนะชะงักจังงัง สับสนในใจ
ฝ่ายทัศนีย์เดินถือกระเป๋าเสื้อผ้าลงบันไดจะออกประตูไป ครองสุขเข้ามาจับแขน นีสะดุ้งกระเป๋าหล่นพื้น
“แกจะไปไหน ยัยนี”
ทัศนีย์สะบัดแขน ถอยไปอีกทาง “ไปไหนก็ได้ที่ไม่มีไอ้เสี่ยตง นีไม่อยากโดนฉุดไปปล้ำอีก”
เสี่ยตงถือแก้วน้ำเข้ามาพอดี โอบไหล่ครองสุข “พูดอะไรหยาบคาย ถึงฉันจะเป็นนักเลง แต่ชั้นก็เป็นคนมีคุณธรรมประจำใจ เรื่องจะคิดรวบหัวรวบหางเอาทั้งน้าทั้งหลานมาเป็นเมีย ฉันไม่ทำหรอก”
ทัศนีย์มองเสี่ยสลับครองสุขไปมาแล้วนึกรู้ทันที
“ต๊าย ... นี่ตกลง นีได้น้าเขยอีกคนแล้วเหรอคะ” ขยับมากระซิบถามครองสุข “แล้วคนเก่าเอาไปทิ้งไว้ที่ไหนล่ะคะ”
ครองสุขกลัวเสี่ยตงได้ยิน บีบแขนทัศนีย์อย่างแรงเป็นเชิงบอกให้หุบปาก
“ขอตัวก่อนนะคะเสี่ย ฉันจะไปช่วยยัยนีจัดเสื้อผ้าเข้าตู้”
ครองสุขกระชากตัวทัศนีย์ไปพร้อมกระเป๋า เสี่ยตงมองจ้องสะโพกทัศนีย์ตาเยิ้ม
“น่าเสียดาย”
ครองสุขผลักทัศนีย์กลับเข้าห้อง ทัศนีย์ถลาไปนั่งบนเตียง ครองสุขเสียงเข้ม
“ถ้าอยากมีที่ซุกหัวนอน กินอิ่มนอนหลับ ก็เย็บปากแกให้สนิทชั้นทำทุกอย่างก็เพื่อแกกับตานะ กว่าจะได้กลับมาอยู่ที่นี่ชั้นต้องทำอะไรไปบ้าง แกไม่รู้หรอก”
จากดุดัน น้ำเสียงครองสุขเปลี่ยนเป็นน้อยใจลูก อัดอั้นตันใจ
“แล้วคุณน้าเคยถามนีมั้ยว่านีต้องการหรือเปล่า”
“ไม่เห็นต้องถาม อย่างแกก็ต้องการแค่เงินกับผู้ชาย”
ทัศนีย์น้อยใจ ลุกยืน พูดลอยหน้า “เป็นลูกสาวที่เหมือนแม่มากๆ ใช่มั้ยคะ”
แล้วทัศนีย์ก็เดินหนีเข้าห้องน้ำ ครองสุขโกรธคว้าหมอนปาใส่ ทัศนีย์ปิดประตูปังไปก่อน หมอนโดนประตู
ครองสุขโกรธจนตัวสั่น “ทำไมแกไม่ขึ้นมาขี่อยู่บนหัวฉันเสียเลยล่ะ ถ้าไม่มีฉันป้อนข้าว ป้อนนมให้ แกจะทำปากดีเถียงฉอดๆได้อย่างนี้หรือ”
ทัศนีย์ตะโกนเถียงออกมา “เท่าที่นีจำได้ นีเห็นแต่คนใช้เป็นคนป้อนข้าว ป้อนน้ำให้นีกับพี่นะ ไม่เห็นจำได้เลยว่าคุณน้าเคยทำ”
ครองสุขเถียงไม่ออก “แกนี่ไม่เหมือนพี่ชายแกเลยสักนิด”
ครองสุขเดินหนีออกจากห้องไปแล้ว ส่วนในห้องน้ำทัศนีย์ยืนพิงประตูดูท่าทีซึมๆ
ตอนเย็นวันนั้น ที่ศาลาสวดศพ ใบหน้าศพอุ่นเรือนในรูปที่ตั้งอยู่หน้าโลงแย้มยิ้ม ขณะที่ปิ่นอนงค์นั่งมองรูปแม่ น้ำตาไหล จินตนาเดินเข้ามาหา
“กับข้าวเสร็จแล้ว ไปกินข้าวก่อนเถอะปิ่น เธอไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เที่ยงแล้วนะ”
“จินไปกินก่อนเถอะ เรายังไม่หิว”
จินตนาฝืนยิ้มให้แล้วเดินออกไปด้านข้าง
ระหว่างนั้น ครองสุข ทรรศนะ และจอม เดินเข้ามาหยุดมองที่โลงศพ แล้วครองสุขก็เล่นละครอีกฉากถลาเข้ามาตรงหน้าโลงศพ ปล่อยโฮออกมา ร่ำไห้เหมือนใจจะขาด
“อุ่นของชั้น อุ่นเรือน ทำไมมาหนีชั้นไปอย่างนี้ ต่อไปนี้ใครจะคอยดูแลห่วงใยชั้น ไอ้ใหญ่ ชั้นจะไม่มีวันให้อภัยแกชั่วชีวิต”
ปิ่นอนงค์มองทรรศนะกับจอม ทรรศนะเข้ามานั่งข้างครองสุข จอมนั่งเยื้องหลังปิ่นอนงค์
ปิ่นอนงค์ส่งธูปให้ทรรศนะกับครองสุข ทรรศนะรับไปไหว้ แต่ครองสุขรับมาแล้วปักเลยไม่ได้ให้ความสนใจ
ครองสุขหันมาหาเอามือปิ่นอนงค์มากุม “ปิ่น กลับไปอยู่ไร่ไพศาลด้วยกันเถอะนะ สิ้นบุญอุ่นเรือนแล้ว แกก็เหมือนญาติคนเดียวที่ชั้นมี กลับไปอยู่ด้วยกันนะปิ่นนะ”
ปิ่นอนงค์งง มองหน้าครองสุข
ครองสุขแอบจิกตาใส่ทรรศนะ ให้ทรรศนะพูด ทรรศนะเอ่ยขึ้น
“ปิ่นจะอยู่สบาย ปลอดภัย ตอนนี้ตำรวจกำลังไล่ล่าคุณใหญ่อยู่ เค้าไม่กล้ามารบกวนวุ่นวายกับปิ่นหรอก”
“ก็ใช่น่ะสิ มันทำกับป้าอุ่นได้ขนาดนี้ มันจะกล้าโผล่หน้ามาได้ยังไง หน้าตัวเมียอย่างนั้น ไม่สมควรเป็นเจ้าของไร่ไพศาลหรอก” จอมว่า
ปิ่นอนงค์เช็ดน้ำตา เหลือบมองจอม เห็นใหญ่โผล่ไกลๆ ไปมา ปิ่นอนงค์เขม้นตามอง ใหญ่หายไปแล้ว
ปิ่นอนงค์หลบสายตาทรรศนะ กับครองสุข
ปิ่นอนงค์เดินออกมาหมุนตัวมองหาใหญ่ เห็นใหญ่แอบมองอยู่ จู่ๆ ปิ่นอนงค์มึนหัว แต่หาที่ยึดไว้ได้ ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งยองๆ เพื่อไม่ให้ล้ม
ใหญ่เป็นห่วง ลืมตัวจะออกไปหา แต่ปานเทพโผล่เข้ามาด้านหลังใหญ่ จับข้อศอกใหญ่ทั้งสองข้างไว้
“อย่านะโว้ย”
ใหญ่หันมาเจอปานเทพก็ตกใจ “ขอเวลาฉันเดี๋ยวเดียว ฉันจะให้ปิ่นเข้าใจว่าฉันฆ่าแม่เค้าไม่ได้”
ปานเทพเตือนสติ “ใครจะเข้าใจยังไงก็ช่าง ตอนนี้แกเป็นผู้ร้ายที่ตำรวจต้องการตัว พวกคุณนายมันก็ไม่ปล่อยแกหรอก”
“แต่พ่อเข้าใจผิดว่าฉันฆ่าชู้ยัยครองสุขมาคนหนึ่งแล้ว ฉันไม่มีวันยอมให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นอีก” ใหญ่ว่า
“มันเกิดขึ้นแล้วไอ้ใหญ่ แล้วแกก็จะทำให้มันเลวร้ายไปกว่านี้ไม่ได้ สงบสติอารมณ์หน่อยซิวะ
ใหญ่สงบลงแล้ว ปานเทพจึงเอ่ยขึ้น “มานี่ ฉันจะให้แกดูอะไร” แล้วลากใหญ่ไป
ทรรศนะตามมาเห็นจึงเข้าไปประคองปิ่นอนงค์ “ปิ่น เป็นอะไรไปจ๊ะ”
ใหญ่ชะงักได้ยินเหลียวไปมอง แต่จำต้องตามปานเทพไป
ปานเทพดึงใหญ่มาหลบดูที่ด้านนอกศาลา มีลูกสมุนเสี่ยตงซุ่มอยู่ตามมุมนับสิบคน
“ดูให้เต็มตาว่าถ้าแกออกไปหาปิ่นอนงค์ อะไรจะเกิดขึ้น”
ใหญ่เห็นตรงมุมหลังต้นไม้ใหญ่หลายต้นมีลูกน้องเสี่ยตง 5 คนดักซุ่มอยู่ แบบไม่เปิดเผยพร้อมอาวุธปืน
ใหญ่มองไปอีกมุมลูกน้องเสี่ยตง 4 คน ก้มหลบอยู่รอการมาของใหญ่ ขณะที่อีกมุมเสี่ยตงเดินเข้ามาคุยกับลูกน้องเหมือนสั่งการ
ใหญ่นิ่งฟังปานเทพ “มันรอแกอยู่ แกออกไปเมื่อไหร่ ทุกอย่างก็จบ”
“ฉันขอโทษว่ะ แกจอดรถไว้ที่ไหน”
“หลังป่าช้า”
ปานเทพก้มหน้า เดินไปอย่างระแวดระวัง ใหญ่ตามติด
รถยนต์ของอรสอางค์แล่นเข้ามาจอด อรสอางค์อยู่ในชุดสีสันสดใสก้าวลงจากรถ จิ๋วลงตามมาหน้าตื่น ดึงแขนอรสอางค์เอาไว้ “อย่าเลยค่ะคุณหนู กลับไปคุยกันที่บ้านดีกว่านะคะ นี่เป็นงานศพ มาเอะอะมะเทิ่งมันจะไม่งาม”
อรสอางค์ไม่แคร์ “ช่างหัวคนอื่นปะไร สามีกำลังจะนอกใจ ใครจะทนรออยู่ที่บ้านได้ หลีกไป”
อรผลักจิ๋วเซเกือบล้ม อรสอางค์หันไปเห็นทรรศนะประคองปิ่นอนงค์เดินไปทางศาลานั่งพัก
อรสอางค์รีบวิ่งตามคำรามในลำคอ “คาหนังคาเขา”
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 13 (ต่อ)
ทรรศนะประคองปิ่นอนงค์มานั่งที่ศาลาพลางเอ่ยถามอย่างห่วงใย
“ไหวมั้ย หรือจะกลับไปนอนพัก ทางนี้พี่กับจินตนาจะช่วยดูความเรียบร้อยให้เอง”
“ไม่ไหวก็ต้องกัดฟันทนค่ะ เป็นครั้งสุดท้ายที่จะทำเพื่อแม่ต่อไป” เสียงปิ่นอนงค์ขาดหายไป “ไม่มีแม่คอยบังคับให้ทำนั่นทำนี่ ปิ่นปิ่นเดินไปไม่ถูก ไม่รู้จะเดินไปทางไหน มันมืดไปหมด”
จากนั้นปิ่นอนงค์ก็พูดไม่ออก ก้มหน้าน้ำตาไหล ทรรศนะสงสารดึงปิ่นอนงค์เข้ามากอด
ปิ่นอนงค์ปล่อยโฮเพราะรู้สึกว่าทรรศนะเหมือนพี่ชาย ทรรศนะลูบผมปิ่นอนงค์
อรสอางค์เข้ามาเห็นพอดี อรสอางค์ยืนตัวแข็ง
ทรรศนะเช็ดน้ำตาให้ปิ่นอนงค์อย่างอ่อนโยน ในใจรู้สึกผิดเรื่องอุ่นเรือน
“พี่ทำให้ปิ่นเหลือตัวคนเดียว พี่จะหย่ากับอร ปิ่นรอพี่นะ”
ปิ่นอนงค์ตกใจ “ไม่นะคะ”
จังหวะนั้นอรสอางค์ทนไม่ไหวกรี๊ดออกมาด้วยความแค้น
“นังปิ่น นังหน้าด้าน แกคิดจะแย่งสามีฉัน อย่าหวังเลย”
อรสอางค์พุ่งเข้าไปหา ทรรศนะตกใจรีบปล่อยปิ่นอนงค์ เข้าไปจับอรสอางค์
“อย่าอร!”
อรสอางค์ของขึ้นเต็มที่ตบหน้าทรรศนะฉาดใหญ่แล้วผลักจนเซไป จากนั้นก็โผนเข้าไปบีบคอปิ่นอนงค์อย่างรวดเร็วจนปิ่นอนงค์ไม่ทันตั้งตัว
“ตายเสียเถอะนังปิ่น”
ทรรศนะตกใจ รีบเข้าไปช่วยง้างมืออรสอางค์ออก แต่อรสอางค์ยิ่งบีบแน่น ปิ่นอนงค์ย่ำแย่จะหายใจไม่ออกออยู่แล้ว
“ปล่อยปิ่น อร” ทรรศนะตวาด
อรสอางค์ไม่ฟังอะไรแล้ว “ไม่ปล่อย!”
จินตนากับจิ๋ววิ่งเข้ามาเห็น ตกใจ “คุณหนู!”
จิ๋ว จินตนาเข้าไปช่วยดึงอรสอางค์จนหลุด อรสอางค์คลุ้มคลั่งสะบัดสุดแรงจนสองคนกระเด็นไปคนละทาง
อรสอางค์ชี้หน้าด่าไม่หยุด “คนอย่างอรสอางค์ไม่มีวันยอมแพ้นังไพร่ชั้นต่ำอย่างแก”
ปิ่นอนงค์สุดทนประคองตัวเองเดินเข้าไปหาอรสอางค์ ไม่มีใครคิด ปิ่นอนงค์กระชากมืออรสอางค์ทั้งสองข้างจับไปที่คอตัวเอง ร้องไห้สะอึกสะอื้น
“อยากให้ตาย ก็จะตายให้ ปิ่นเป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายทั้งหมด ไม่มีปิ่น มันจะได้จบ คุณอรจะได้สบายใจ”
อรสอางค์อึ้งไม่นิดหนึ่ง สองคนจ้องหน้าสู้สายตากันอย่างไม่หลบตา อรสอางค์เงื้อมือตบหน้าปิ่น
“คิดว่าฉันไม่กล้าหรือ แกอยากให้นะเห็นว่าฉันเป็นคนร้ายกาจส่วนแกมันนุ่มนิ่มน่าสงสาร ฉันยอมหลงกลแกแล้วกัน”
อรสอางค์เงื้อมือจะตบจริง ทรรศนะกับจิ๋วโผเข้ามาช่วยกันลากอรสอางค์ออกไป
“หยุดบ้าได้แล้วอร” ทรรศนะตวาด
เสียงอรสอางค์ยังด่าปิ่นอนงค์ไม่หยุด “มันต่างหากที่บ้า บ้าผู้ชาย อรจะฆ่ามัน”
ปิ่นอนงค์หมดแรงจะยืนหยัด ทรุดลงไปที่พื้น จินตนาเข้าไปประคอง
ได้เวลาพระเริ่มสวด ปิ่นอนงค์นั่งก้มหน้าพนมมือหน้าเศร้า ถัดไปเป็นจินตนา และ จอม
ครองสุขนั่งที่โซฟาพนมมือมองรูปอุ่นเรือน คิดในใจ
“ฉันรู้ว่าแกรักฉันนังอุ่น แต่สิ่งที่แกทำให้ ฉันไม่เคยขอ ไม่เคยอยากได้ เพราะฉะนั้นอย่ามาเคียดแค้นอะไรฉัน แกเกิดในถังขยะ ตายแล้วก็เป็นขยะ ชีวิตแกมันก็มีอยู่แค่นี้ แต่สำหรับฉัน ฉันต้องมีทุกอย่าง”
จู่ๆ ครองสุขลุกยืนเดินออกไป โดยไม่สนใจฟังพระสวด
ทางด้านทรรศนะเดินหนีอรสอางค์เข้ามาในศาลา อรสอางค์ไล่ตาม กระชากแขนทรรศนะ
“นะมีอะไรกับมันแล้วใช่มั้ย นะถึงจะเลิกกับอร”
“ปิ่นไม่ใช่ผู้หญิงที่จะหลับนอนกับใครง่ายๆ”
อรสอางค์ยิ่งแค้น “มันเป็นแค่ลูกคนใช้ ทำไมต้องไปยกย่องเทิดทูนมัน หรือชอบเกลือกกลั้วของต่ำๆ”
“ผมต้องการคนที่เข้าใจผม ใส่ใจดูแลผม รู้ว่าผมเสียใจตอนไหน ทุกข์ใจตอนไหน คนที่เห็นผมมีค่า แม้ว่าผมจะเป็นคนไม่เอาไหนเลย ปิ่นอนงค์เป็นแบบนั้น”
อรสอางค์เสียใจ น้ำตาไหลริน พูดเสียงเบาหวิว “แล้วอรล่ะ ที่ผ่านมานะดีกับอรสารพัด มันคืออะไร”
“เพราะอรเป็นผู้หญิงที่perfect ทุกอย่าง ผู้ชายคนไหนที่ได้อรเป็นแฟนก็มีแต่ความภูมิใจ แต่แค่ความภูมิใจมันสร้างครอบครัวไม่ได้
อรสอางค์ร้องลั่นทนรับไม่ได้ “ไม่ อรไม่ยอมเลิก อรจะไม่ให้นะไปมีความสุขกับมัน”
“ถึงไม่มีปิ่น ผมก็ต้องเลิกกับอร ผมเหนื่อยที่จะทำเพื่ออร เหนื่อยกับสิ่งที่อรเรียกร้อง เพราะผมไม่มีจะให้ มรดกในพินัยกรรมก็ไม่มีชื่อผม มันเป็นเรื่องโกหก” ทรรศนะสารภาพ
อรสอางค์ช็อกอีกรอบ ตบหน้าทรรศนะอีกฉาด “นี่นะกับคุณน้ารวมหัวกันหลอกอรหรือ”
“ถือว่าเราต่างคนต่างโกหกก็แล้วกัน จะได้ไม่มีใครติดค้างใคร”
ทรรศนะเดินหนี อรสอางค์ทรุดลงไปที่พื้นกำมือแน่นด้วยความคับแค้นใจ
“นังปิ่นอนงค์! นังตัวมาร!”
คืนนั้นตรงสวนนอกเรือนใหญ่เสี่ยตงยิ้มแย้มดีใจ “ท่านปลัดจะช่วยผลักดันให้ผมได้โครงการสร้างถนนเหรอ”
อรสอางค์นั่งที่เก้าอี้รับแขก “คุณพ่อพูดจากปากเองเลยค่ะ เพราะอรไปเล่าให้คุณพ่อฟังว่าเสี่ยต้อนรับอรอย่างดี ไม่มีขาดตกบกพร่อง”
เสี่ยตงรีบถลาไปนั่งข้างอรสอางค์อย่างพินอบพิเทา “ถ้าผมชนะประมูลเมื่อไหร่ รับรองจะสมนาคุณท่านอย่างงาม”
“คุณพ่อไม่รับค่ะ ให้อรรับแทน”
เสี่ยตงถามแบบเกรงอกเกรงใจ “แล้วคุณอร เออ อยากได้ที่ตัวเลขเท่าไหร่”
“อรไม่เอาเงิน แต่อรต้องการชีวิตคนๆ หนึ่ง”
เสี่ยตงตกใจ “จะให้ผมฆ่าใคร”
ค่ำคืนนั้น ครองสุขสวมชุดนอนนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้ง หันขวับมาหาเสี่ยตงที่นอนเปลือยท่อนอกรออยู่
“ฆ่านังปิ่น!” ครองสุขงงรีบลุกไปหาเสี่ยตง “ทำไม”
“ผู้หญิงแค้นผู้หญิง จะมีเรื่องอะไร้ ถ้าไม่ใช่เรื่องหึงหวง”
ครองสุขกลอกตาไปมานึกถึงทรรศนะ “แล้วเสี่ยจะยอมรับข้อเสนอของอรสอางค์หรือเปล่า”
“ใครๆ ก็อยากประมูลโครงการนี้ ไม่เอาก็โง่”
“ท่าทางไอ้ใหญ่มันจะหลงใหลนังปิ่นมาก ถ้าเราจับนังปิ่นมาเป็นเหยื่อล่อไอ้ใหญ่ จากนั้นก็ฆ่ามันทั้งคู่ เสี่ยก็ได้ทั้งงานได้ทั้งเงินมรดก รวยกันไม่รู้เรื่อง”
เสี่ยตงหัวเราะชอบใจ “จับคนสุ่มสี่สุ่มห้าระวังมันจะตลบหลังแจ้งตำรวจเอานะ”
ครองสุขแสยะยิ้ม “ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน”
ทรรศนะเดินเมาๆ เซไปเซมา แล้วล้มถลาไปที่พื้น ครองสุขในชุดนอนรีบเข้ามาประคอง
“ตานะ ตายแล้ว นี่ทำไมดื่มหนักขนาดนี้ มานั่งตรงนี้ก่อน” ครองสุขประคองทรรศนะไปนั่งที่โซฟา
ทรรศนะจับมือครองสุข “ผมอยากเลิกกับอร ผมทนไม่ไหวแล้ว”
“อยากเลิกกับเมีย เพื่อไปคบกับนังปิ่นใช่หรือเปล่า”
ทรรศนะพยักหน้าร้องไห้เหมือนเด็กๆ “มีแต่ปิ่นที่เข้าใจผม ผมรักปิ่น รักจริงๆ”
“ก็ได้ ถ้างั้นก็นัดมันมาที่ไร่ น้าจะเกลี่ยกล่อมมันเอง ปิ่นมันเป็นคนหัวอ่อน นังปิ่นมันเคยมีใจให้นะ ไม่ยากหรอก”
ทรรศนะหนักใจ “แล้วอร”
“คนเย่อหยิ่งอย่างอรสอางค์ มีเหรอจะยอมเป็นเมียหลวงเอาเงินตบหน้ามันไปสักก้อน ขี้คร้านจะยอมไปง่ายๆ”
ทรรศนะสีหน้าไม่สบายใจ
“ของทุกอย่างบนโลก ถ้าเราอยากได้ก็ต้องแย่งมา เชื่อฝีมือน้า นัดปิ่นอนงค์ออกมาเจอน้าที่กระท่อมท้ายไร่ แต่อย่าให้ไอ้จอมมันมารู้เห็น ไอ้นี่มันหลงรักปิ่นอยู่เหมือนกัน เดี๋ยวจะยุ่ง”
ยามเช้าวันต่อมา ใหญ่ยืนเครียดที่ระเบียง ขณะที่ปลอดนั่งเซ็ง ปานเทพอยู่ด้วย สามคนอยู่ที่บ้านพักที่เหมือง
“ป้าอุ่นตาย เป็นฝีมือคุณนายแน่ ไอ้จอมเป็นสมุนคุณนายไปแล้ว มันเป็นตัวล่อผมไปอยู่ในที่ป้าอุ่นตาย”
“ถ้าไม่มีนังครองสุขสักคน ทุกอย่างก็จบ เอาอย่างนี้ ผมจะฆ่านังครองสุขเอง ผมยอมติดคุก” ปลอดกร้าว
ใหญ่ยกมือไหว้ปลอด “อาทำอย่างนั้นไม่ได้นะครับ ผมเป็นผู้ร้ายคนเดียวก็เกินพอแล้วถ้าหมดทางหลังชนฝา ผมจะฆ่ามันด้วยมือของผมเอง
“คุณใหญ่ไม่ต้อง ผมทำเอง”
“พอๆ ... หยุดทั้งคู่เลย บ้านเมืองมีขื่อมีแปนะครับ จะเล่นงานคุณนายก็ต้องหาพยานหลักฐานมาให้ได้แล้วให้ศาลตัดสินลงโทษ ไอ้คุณใหญ่ ชั้นไหว้แกล่ะ” ปานเทพไหว้จริงๆ “ตอนนี้ช่วยเก็บตัวอยู่นิ่งๆ ก่อน เดี๋ยวจะเพลี่ยงพล้ำนังคุณนายมันอีก”
ปานเทพหน้าเครียดดูเอาการเอางานสุดๆ ปลอดกะใหญ่ ครุ่นคิดตาม
ที่ไร่ไพศาลเวลาเดียวกัน คนงานมุงดู จอม เปี๊ยก หวาน และน้อย ยืนทะเลาะกัน เปี๊ยกชี้หน้าจอม ด่าวุ่นวายหวานไม่พอใจ
“ทำอย่างนี้มันแกล้งกันนี่หว่า จะแยกชั้นไปอยู่คอกม้า ให้ไอ้เปี๊ยกไปคอกแพะได้ยังไง ชั้นทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ยังไม่ถูกมันปล้ำเป็นเมียด้วยซ้ำ”
จอมขึ้นเสียง “ชั้นเป็นหัวหน้า ต้องเชื่อฟังชั้น ไม่อย่างนั้นชั้นรายงานคุณนายแน่”
“หนูก็ไม่ยอม ดูแลที่เรือนใหญ่ก็เหนื่อยรากเลือดแล้ว จะให้มาดูโรงอาหารคนงานอีก” น้อยบ่นอุบ
“ก็ป้าอุ่นไม่อยู่แล้วนี่ ช่วยๆ กันไปก่อน เห็นหลบมานินทาเรื่องชาวบ้านอยู่แถวนี้ได้ทุกวัน” จอมแดกดัน
เปี๊ยกโมโหเขวี้ยงแก้วโลหะใส่โต๊ะหน้าจอม โดนจานโลหะดังเพล้ง
ครองสุขเข้ามา ทุกคนหยุดกึก ครองสุขชี้กราดใส่กลุ่มเปี๊ยก
“หยุดนะ หยุดกัดกันได้แล้ว ต่อไปนี้ถ้าใครก่อเรื่องทะเลาะวิวาท ฉันจะไม่เอาไว้ จอมจัดการไล่ออกได้เลย”
เปี๊ยก หวาน น้อย ไม่พอใจ เปี๊ยกมองจ้องหน้าจอม ก่อนจะรีบแยกตัวไป บรรดาเหล่าคนงานแยกย้ายกันไป
“จอม วันนี้แกเข้าเมืองไปซื้อของให้ฉันที จดรายการให้แล้วซื้อมาให้ครบล่ะ”
“ครับ คุณนาย”
ครองสุขยิ้มๆ แล้วออกไป จอมดึงกระดาษมาดู รายการยาวเฟื้อยต้องเสียเวลาซื้อนานแน่
ขณะที่ปิ่นอนงค์ซึ่งยังสวมชุดดำไว้ทุกข์ นั่งรอรถที่ศาลารอรถเมล์หน้าตลาด ในมือหิ้วตะกร้ากับข้าว จะไปวัดมีดอกไม้ธูปเทียนอยู่ข้างบนวางที่พื้นตรงหน้า เสียงโทรศัพท์ดัง
ปิ่นอนงค์ดูหน้าจอ “คุณนะ” กดรับสาย
ทรรศนะโทร.มาจากไร่ไพศาล “ปิ่น พี่ไม่ไหวแล้ว ปิ่นมาหาพี่หน่อยได้มั้ย อรเขาหาเรื่องพี่ไม่เว้นแต่ละวัน จนพี่อยากจะตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไป”
ปิ่นอนงค์เหนื่อยหน่าย “ผัวเมียกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน คุณนะต้องอดทนนะคะ”
“แต่พี่อยากเจอหน้าปิ่นเป็นครั้งสุดท้าย พี่รับรองว่าพี่จะไม่รบกวนปิ่นอีก”
ปิ่นอนงค์ตกใจกลัวทรรศนะฆ่าตัวตาย “ใจเย็นๆคุณนะ อย่าเพิ่งคิดสั้น คุณนะจะให้ปิ่นไปหาที่ไหนคะ”
ทรรศนะเดินเร่งรีบจะไปขึ้นรถกอล์ฟ อรสอางค์โผล่มายืนดักที่หน้าเรือนใหญ่
“คุณนะ จะไปไหนคะ”
ทรรศนะชะงัก หันไปมองอรสอางค์ “ผมจะไปดูคนงานหน่อย เดี๋ยวมา”
“อรไปด้วย”
“คุณจะไปทำไม ผม ... จะไปดูเค้าทำปุ๋ยคอก เหม็นจะตาย คุณรออยู่ที่นี่แหละ”
ทรรศนะรีบขึ้นรถ ขยับจะออกรถ อรสอางค์ยิ้มเจ้าเล่ห์ตั้งใจก้าวเท้าพลาดตกลงมาจากพื้นเรือนใหญ่
รถกอล์ฟเคลื่อนไปเล็กน้อย อรสอางค์ร้อง “โอ๊ย ...”
ทรรศนะตกใจหันไปมอง เห็นอรสอางค์นั่งกุมข้อเท้าร้อง โอดโอย
“อู๊ย ... ปวดจังเลยค่ะ ขาอร จะหักรึเปล่าก็ไม่รู้”
ทรรศนะรีบลงจากรถมาประคองอรสอางค์ลุกยืน “โอ๊ย ... เบาๆ ค่ะ...”
ทรรศนะเซ็งเสียเวลา “เดินยังไงไม่ระวัง เดี๋ยวผมพาไปพักที่ห้อง...”
ทรรศนะประคองอรสอางค์เดินไป “ช้าๆ ค่ะ อรเจ็บ คงเดินไม่ไหวหรอก”
ทรรศนะตัดสินใจช้อนอุ้ม อรสอางค์รีบกอดคอทรรศนะ ซบหน้ากับอก
อรสอางค์หันไปยิ้มกับครองสุขที่แอบอยู่อีกมุม แล้วออเซาะทรรศนะต่อ
ด้านปิ่นอนงค์นั่งเหลียวหาทรรศนะไปมา พลางดูนาฬิกาข้อมือ เห็นขากับเท้าก้าวเดินเอี๊ยดอ๊าดบนพื้นกระท่อมใกล้เข้ามา
ปิ่นอนงค์หันไปมอง เป็นเสี่ยตง สะดุ้งลุกพรวด “เสี่ย”
“จ้ะ เสี่ยเอง เสี่ยไม่คิดเลยว่าหนูปิ่นคนสวยจะจำเสี่ยได้ สงสัยเราสองคนจะมีวาสนาต่อกัน ถึงได้กลับมาเจอกันอีก”
เสี่ยตงมองหน้าหื่น ปิ่นอนงค์กลัว ถอยหลัง แล้วกลับตัววิ่งหนี ปิ่นอนงค์วิ่งไป เหลียวมาดูเสี่ยตง หันไปอีกทีชนอกสมุน
สมุนเสี่ยสองคนจับแขนปิ่นอนงค์คนละข้าง ลากปิ่นอนงค์ไปหาเสี่ยตง
ปิ่นอนงค์ดิ้นรนเต็มที่ “ปล่อย ปล่อยชั้น ช่วยด้วย คุณนะ ช่วยปิ่นด้วย ปล่อยๆ”
ทรรศนะเท้าโต๊ะทำงาน ต่อหน้าครองสุข สีหน้าโกรธ และตกใจ “อะไรนะครับ คุณน้าให้เสี่ยตงจับปิ่นทำไม ไหนบอกว่าจะพูด เกลี้ยกล่อมปิ่นดีๆ ไงครับ”
ครองสุขรีบกล่อมทรรศนะ “อย่าโวยวายได้มั้ยตานะ เราต้องเอาปิ่นอนงค์ล่อไอ้ใหญ่ให้มาติดกับซะก่อน แล้วก็กำจัดมันซะ อย่าลืมสิมันเป็นทายาทของคุณไพศาล มันเป็นผัวของนังปิ่น ถ้ามันยังอยู่ มันต้องกลับมาแย่งทุกอย่างไปจากนะ”
ทรรศนะครุ่นคิด นั่งบนเก้าอี้ “ไอ้ใหญ่มันจะทำอะไรได้ โผล่มาก็โดนตำรวจจับอยู่ดี”
“อย่าไปประมาทมันเชียว มันมีไอ้ปลอดกับลูกน้องเป็นกำลังสนับสนุน มีไอ้ปานเป็นทนายคอยแก้คดีให้ ถ้ามันหลุดคดีล่ะ มันต้องเอาคืน ฆ่าล้างครัวเราแน่”
ครองสุขเดินเข้าไปหา พยายามล้างสมอง “ลองคิดดูนะ ถ้าไอ้ใหญ่ตาย นะจะได้ทั้งนังปิ่น ทั้งสมบัติส่วนของมัน เพราะนังปิ่นเป็นเมียจดทะเบียนสมรสของไอ้ใหญ่ น้าจะให้นังปิ่นเป็นเมียนะอีกคน ไม่ดีเหรอ”
ทรรศนะคิดวุ่นวายสับสนหนัก ครองสุขยิ้มร้าย
สองคนไม่รู้ว่าอรสอางค์อยู่หน้าห้อง แอบเอาหูแนบฟังที่ประตู สีหน้าอรสอางค์ ช็อกสุดขีด
เสี่ยตงยืนไดร์ฟกอล์ฟฝึกข้อมืออยู่ อรสอางค์ปรี่เข้ามายืนขวางหน้า เสี่ยตงจะตีรีบหยุดชะงัก
“คุณอร ระวังนะครับ มายืนตรงนี้ได้ยังไง นี่ถ้าผมตีโดนคุณอรท่านปลัดมีหวังเอาผมตาย”
“ถ้าเกรงใจคุณพ่อ ก็น่าจะเกรงใจฉันด้วย เสี่ยรับปากจะช่วยฉันฆ่านังปิ่น แต่ทำไมยังไม่ทำ”
เสี่ยตงมองซ้ายขวา ลดเสียงลง“ผมก็อยากช่วยคุณอร แต่มันต้องรอจังหวะดีๆ ก่อน คุณอรใจเย็นอีกนิดนะครับ แล้วผมจะจัดการให้ รับรองว่าเนียน”
อรสอางค์หงุดหงิด ไม่ทันใจ “ถ้างั้น เรื่องงานประมูลก็รอไปก่อนแล้วกัน”
อรสอางค์เดินลิ่วไป เสี่ยตงเจ็บใจหวดลูกกอล์ฟไปอีกทาง
อรสอางค์เดินหน้านิ่งเข้ามาที่กระท่อมท้ายไร่ สมุนเสี่ยสะกิดชี้ชวนกันมองมา สมุนคนหนึ่งเดินไปหา“พวกแกจะไปไหนก็ไป” อรสอางค์สั่ง
“เสี่ยให้พวกเราเฝ้าผู้หญิงในกระท่อม คงไปไหนไม่ได้หรอกครับ”
“พ่อชั้นให้งานเสี่ยตงทำ พวกแกอย่ามาพูดมาก บอกให้ไปก็ไป ชั้นจะคุยกับผู้หญิงที่ถูกขัง เอากุญแจมา”
สมุนสบตากันเลิ่กลั่ก ในที่สุดก็ล้วงกุญแจให้
อรสอางค์รับกุญแจมาถือ จ้องหน้าเหล่าสมุนเขม็ง
ครู่ต่อมาปิ่นอนงค์ถูกมัดมือไพล่หลัง มีสมุนช่วยกันลากมาแทบเท้าอรสอางค์ ตรงริมลำธาร
อรสอางค์จิกผมดึงขึ้นหน้าหงาย แล้วจับกดน้ำสุดแรง ผืนน้ำกระจาย ปิ่นอนงค์ไอ สำลักน้ำไปมา
ปิ่นอนงค์คุกเข่าอยู่ริมลำธาร “คุณ ... คุณอร .. ทำปิ่นทำไม ... ปิ่น ...”
“หยุดตอแหลได้แล้วนังปิ่น แกไม่มีวันแย่งคุณนะไปจากชั้นได้ แกจะได้ตายสภาพเดียวกับแม่แก ชั้นจะส่งแกไปหาแม่ นังปิ่น”
อรสอางค์จับหัวปิ่นอนงค์กดน้ำ ปิ่นอนงค์ดิ้นไปมา ผุดหน้าขึ้นมาหายใจ แต่โดนกดจมน้ำซ้ำไปมา ปิ่นอนงค์หมดแรง
ใต้ผืนน้ำเวลานั้นปิ่นอนงค์ลมหายใจรวยริน เป็นฟองผุดพราย ปิ่นอนงค์กะพริบตาช้าๆ ลงจนหลับตา ภาพใกล้ชิดของปิ่นอนงค์กับใหญ่ยามหวานสลับเข้ามามาในภวังค์
ปิ่นอนงค์หน้าหงายน้ำกระจายตาค้าง อ้าปากงับเอาอากาศ
สมุนเสี่ยตง ล็อกอรสอางค์ลากขึ้นฝั่ง สมุนอีกคนจับแขนปิ่นอนงค์ลากไปที่ฝั่ง ปิ่นอนงค์นั่งตัวเอียงตะแคงไอสำลักไปมา
ครองสุขยืนเครียด “ทำบ้าอะไรของเธอ อยากจะติดคุกเหรอ”
“ติดคุกก็ติด ให้มันรู้กันไป คุณน้าหลอกอร” ชี้ปิ่นอนงค์ “รับปากว่าจะฆ่ามันทิ้ง แต่กลับจะเอามันมาเป็นเมียคุณนะอีกคน อรไม่ยอมๆ ...”
ครองสุขเหลือบมองปิ่นอนงค์ กลัวว่าจะได้ยิน แต่ปิ่นอนงค์ยังไอสำลักน้ำอยู่ไม่ทันได้ยิน
ครองสุขลากแขนอรสอางค์ออกไป หันมาด่าลูกน้องเสี่ย
“ทีหลังอย่าทำอะไรนอกคำสั่งอีก ไม่งั้นฉันจะฟ้องเสี่ย พาตัวนังปิ่นกลับไป”
ปิ่นอนงค์หมดแรง หอบ เหนื่อย ถูกลากกลับไปอีก
ที่ข้างเรือนใหญ่ อรสอางค์นั่งหน้าเครียด ครองสุขเดินจิบน้ำเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ
“นี่ยังคิดว่าจะให้นังปิ่นมาเป็นเมียตานะจริงๆเหรอ”
“ก็อรได้ยินกับหู”
“มันเป็นแผนหลอกให้ไอ้ใหญ่ออกมาหานังปิ่น แล้วเราก็กำจัดมันทิ้งทั้งคู่ ไอ้ใหญ่มันรักนังปิ่นจะตาย มันไม่ยอมให้นังปิ่นเป็นเมียตานะหรอก”
อรสอางค์จ้องครองสุขตาขวาง “แน่ใจนะคะว่าไม่ได้โกหก”
ครองสุขกระแทกแก้วไม่พอใจ “อุตส่าห์ไปเรียนเมืองนอกเมืองนา ไม่ได้ช่วยให้ฉลาดขึ้นมาเลยหรือไง เธอต้องหัดมีเล่ห์เหลี่ยมซะบ้าง ไม่งั้นจะเอาผัวไว้ไม่อยู่ ต้องให้สอนอยู่เรื่อย”
ครองสุขเชิดใส่ อรสอางค์จำยอม “แล้วข่าว ลับลวงพรางของคุณน้า มันจะถึงหูไอ้ใหญ่ได้ไง”
“ปัดโธ่...เธอไม่รู้เหรอ ไอ้ใหญ่มันมีหมารับใช้อยู่ในไร่นี้ เดี๋ยวก็ต้องคาบข่าวไปบอกมันเองแหละ”
ครองสุขยิ้มเจ้าเล่ห์
โปรดติดตามอ่าน "ปิ่นอนงค์" ตอนต่อไป
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Online
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com)
«
Reply #3 on:
20 October 2026, 08:47:48 »
https://mgronline.com/drama/detail/9550000083234
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 14
เผยแพร่: 7 ก.ค. 2555 08:41 โดย: MGR Online
.
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 14
ที่ศาลาอเนกประสงค์ในเวลาต่อมา เหล่าคนงานชายหญิง ราว 15 คน นั่งมองครองสุข รอฟัง เปี๊ยก หวาน และน้อย อยู่อีกมุม จิ๋วแอบซุ่มดูเหตุการณ์อยู่อีกฟาก
“ก็อย่างที่พวกเรารู้ ปิ่นอนงค์เป็นนายหญิงของไร่ ตอนนี้ป้าอุ่น แม่ของปิ่นข้าเก่าเต่าเลี้ยงของชั้น ก็ตายไปแล้ว คุณใหญ่ก็กลายเป็นฆาตกรหนีคุกหนีตะราง ตานะหลานชายของชั้นกับ” ครองสุขเริ่มแผนส่งข่าวให้ใหญ่
คนงานอึ้ง สบตากันไปมา
“ปิ่นก็เคยมีใจให้กันมาตั้งแต่รุ่นๆ ชั้นเลยจะให้ปิ่นเป็นเมียของตานะอีกคน” ใหญ่สุขปิดจ๊อบ
หวานกะน้อยร้องพร้อมกัน “เป็นเมีย”
ครองสุขยิ้มระรื่น “ถูก จะได้ช่วยกันดูแลบริหารไร่ เงินทองไม่ไหลไปไหนไงล่ะ”
เปี๊ยก หวาน และน้อย สบตากันอึ้งๆ
“ตอนนี้ปิ่นพักผ่อนอยู่กระท่อมท้ายไร่ ห้ามใครไปยุ่มย่ามรบกวนเด็ดขาด” ครองสุขปรายตามองพวกหวานนิดหนึ่ง
จิ๋วปิดปากตกใจห่วงอรสอางค์ขึ้นมา
ครองสุขเดินออกจากศาลา แอบยิ้มสะใจ
อรสอางค์นั่งซึมอยู่ในห้อง จิ๋วรีบเข้าห้องมารายงาน
“คุณหนูรู้เรื่องที่คุณนายจะให้ปิ่นมาเป็นเมียน้อยของคุณนะรึยังคะ”
อรยิ้มขมขื่น ตอบด้วยเสียงห้วนๆ “รู้แล้ว”
จิ๋วตกใจตาค้าง “อ้าว ... แล้วคุณหนูจะยอมให้เป็นอย่างนั้นเหรอคะ คุณหนูทนได้ยังไง”
อรสอางค์ระเบิดอารมณ์ “ก็เพราะพี่จิ๋วขึ้นคานน่ะสิ ถึงไม่รู้ว่าทำไมอรถึงทนได้ ทำไมอรถึงต้องยอม ผู้หญิงที่ถูกสามีนอกใจ ถ้าหักใจเลิกกับเขาได้คงไม่มีเมียหลวงกันเต็มบ้านเต็มเมืองหรอก”
จิ๋วสงสารแตะมืออรสอางค์ “ถึงคุณนายจะจัดปิ่นใส่พานให้คุณนะ ปิ่นคงไม่ยอมง่ายๆหรอกค่ะ เพราะยังไม่ได้หย่าขาดจากคุณใหญ่”
อรสอางค์พูดเหยียดหยัน “กับไอ้จอม มันยังไปอยู่กินด้วยกันมาแล้ว เพิ่มคุณนะเป็นผัวอีกคน มันจะแคร์ทำไมกะอีแค่ใบหย่า”
อรสอางค์ลุกเดินออกจากห้องไป จิ๋วมองตาม ครุ่นคิด
เปี๊ยกยืนลับๆ ล่อๆ ที่ข้างเรือนคนงาน กดโทรศัพท์ส่งข้อความให้มือถือของปานเทพ ที่ใหญ่ให้เบอร์ไว้
เปี๊ยกส่งข้อความเสร็จ ยิ้มพอใจกับจอโทรศัพท์
หวานตบนำมาก่อน เปี๊ยกกระเด็นติดข้างฝาเรือน หน้าซีด เปี๊ยกเอาโทรศัพท์ซุกข้างหลัง
“สงสัยมานานแล้ว ทำไมขยันออกกำลังกาย เพาะกล้ามเป็นมัดๆ เอ็งมีกิ๊กซ่อนไว้ใช่มั้ย ไอ้เปี๊ยก”
เปี๊ยกส่ายหน้า หวานไม่เชื่อยิงเข่าเข้าท้อง เปี๊ยกเอามือกุมท้องกำโทรศัพท์มาด้วย
“เอามานี่”
หวานแกะโทรศัพท์จากมือเปี๊ยก กด อ่านข้อความที่เพิ่งส่งหวานมองเปี๊ยก พลางอ่านข้อความ
“คุณใหญ่ครับ คุณนายจะให้ปิ่นมาเป็นเมียคุณนะ...เอ็งจะไปบอกคุณใหญ่ทำไม มันกงการอะไรของเอ็ง”
เปี๊ยกหัวหด “เดี๋ยวได้เป็นเรื่อง”
ใหญ่กะปานเทพ เพ็ญและปลอด นั่งกินข้าวด้วยกัน มีเสียงsmsของมือถือปานเทพดังขึ้น
ปานเทพกดดู “เบอร์ใครวะ” อ่านเสียงดังๆ “คุณใหญ่ครับ คุณนายจะให้ปิ่นมาเป็นเมียคุณนะ”
ทุกคนเหลียวมองปานเทพ ขณะที่ปานเทพมองใหญ่ “ใครส่งเข้ามา แล้วทำไมส่งเข้ามาในมือถือฉัน”
ใหญ่รีบบอก “คือ ฉันให้เบอร์แกกับไอ้เปี๊ยกไว้นานแล้ว สั่งมันว่าถ้ามีเรื่องด่วน ติดต่อฉันไม่ได้ก็ติดต่อแก ไหนดูซิ”
ใหญ่เอามาดูข้อความ ปลอดรีบบอก “อย่าไปเชื่อ อาจเป็นแผนล่อคุณใหญ่ออกไปติดกับเหมือนครั้งที่แล้ว”
ใหญ่กังวลใจมาก แต่ทำทีเป็นคล้อยตาม “แผนตื้นๆ อย่างนี้ ผมไม่หลงกลซ้ำสองหรอกครับ อีกอย่างใครจะเป็นเมียใคร มันก็ไม่ใช่เรื่องของผม”
ปลอดโล่งอก ปานเทพชอบใจตบบ่าใหญ่ “มันต้องอย่างนี้สิไอ้เกลอ ใจแข็งเข้าไว้”
“กินกันเถอะครับ หิวแล้ว”
ใหญ่ตักข้าวกิน แต่สายตาชำเลืองมองปลอด กำลังคิดจะหาทางหนีไปช่วยเมียรัก
ครองสุขคุยโทรศัพท์กับขาไพ่ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส หัวเราะร่วนอย่างมีความสุข
“ไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะคุณพี่ ไปทัวร์ยุโรปมา ตอนนี้กลับมาแล้ว ขาดหนึ่งขาอยู่พอดีหรือคะ ว่างค่ะว่าง”
ครองสุขหันกลับมาจะเดินไป เจอจอมหน้าดุดันโผล่เข้ามาตรงหน้า ครองสุขตกใจ
“คุณนายหลอกผม เอาปิ่นมาขังเพื่อให้เป็นเมียน้อยคุณนะ ผมจะพาปิ่นหนี” จอมรู้เรื่องแล้ว
ครองสุขตั้งสติจ้องตาจอมแล้วยิ้มเยาะ “ก็เอาสิ ลองดู ปิ่นมันจะไปกับแกมั้ย แกเคยเอาชนะไอ้ใหญ่ได้สักครั้งรึเปล่า”
จอมเครียด “ผมรักปิ่น ผมจะไม่ยอมเสียปิ่นให้ใครอีก”
“เห็นมั้ยล่ะ ขนาดแกยังเชื่อว่าชั้นจะให้นังปิ่นเป็นเมียตานะ แล้วไอ้ใหญ่มันจะไม่เชื่อเหรอ เตรียมรับมือไอ้ใหญ่ให้ดีเถอะ มันมาแน่”
เช้าวันต่อมา ทรรศนะนั่งเครียด กุมหัวอยู่ที่โต๊ะ ทัศนีย์เปิดประตูร่าเริงเข้ามา
“ยินดีด้วย ที่จะได้ปิ่นมาเป็นเมียอีกคน เอ๊ะ... แล้วยัยอรไฮโซพี่นะจะเอาไปไว้ที่ไหน”
ทัศนีย์นั่งบนโต๊ะกอดอก ทรรศนะไล่ทันที “จะไปไหนก็ไปๆ พี่ไม่มีอารมณ์จะคุยด้วย”
“ต๊าย ... นิสัยพี่นะเนี่ยเหมือนคุณน้าขึ้นทุกวันนะคะ”
“เหมือนยังไง”
“อ้าว ... ก็คุณน้ามีกิ๊กหลายคน พี่นะก็มีหลายเมียไง” ทัศนีย์หัวเราะคิกคัก
“มากไปแล้ว ทำไมพูดจาลามปามถึงคุณน้าอย่างนี้ คุณน้าเป็น...”
ทัศนีย์สวนคำออกมา “อย่าพูดคำนั้นนะพี่นะ เขาไม่ได้อยากเป็น จะพูดถึงทำไม ลืมได้ก็ลืมไปเลย”
สองพี่น้องนึกถึงเหตุการณ์ที่ครองสุขบอกให้เรียกตัวเองว่าน้า ในวันที่ตัดสินใจมาเป็นเมียไพศาล
ทัศนีย์ดึงตัวเองกลับมาด้วยสีหน้าเจ็บปวด
ทรรศนะพยายามอธิบาย “คุณน้าเขามีเหตุผลนะ”
ทัศนีย์ลุกยืน รีบกลบเกลื่อนความรู้สึก
“เปล่า อย่าคิดว่านีเสียใจ เทียบกับการที่คุณใหญ่หายตัวไปนีเสียใจมากกว่า พี่นะรู้หรือเปล่า ว่าคุณใหญ่อยู่ไหน”
ทรรศนะโกรธ “ถามทำไม”
ทัศนีย์กวนประสาท “คิดถึง อยากเจอ ได้หรือเปล่า”
“พี่ขอเตือนอย่าไปยุ่งกับไอ้ใหญ่ มันไม่ธรรมดา”
“พี่นะก็ไม่ควรยุ่งกับนังปิ่น นังนั่นมันมักมาก ท้องกับไอ้จอมแล้วยังไม่ยอมปล่อยคุณใหญ่ไปอีก”
ทรรศนะตกใจ “ปิ่นท้องหรือ”
สมุน 2 คน ยืนเฝ้าที่หน้ากระท่อมกันคนละจุด ทรรศนะเดินมา สมุนก้มหัวแสดงความเคารพ
ทรรศนะเดินไปหยุดมองปิ่นอนงค์ผ่านทางช่องหน้าต่างที่เปิดอ้าอยู่ ในระยะห่างๆ เห็นที่ด้านในกระท่อมเวลาเดียวกัน ปิ่นอนงค์เดินไปเดินมาหันไปเห็นทรรศนะผ่านทางหน้าต่าง รีบวิ่งไปตรงหน้าต่าง
“คุณนะ มันเกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมไม่มาตามนัด แล้วคนพวกนี้จับปิ่นไว้ทำไม”
ทรรศนะเดินเข้ามาใกล้หน้าต่าง “พี่มีเรื่องอยากถาม ปิ่นท้องกับจอมจริงหรือ” ปิ่นอนงค์ตกใจ อ้ำอึ้ง ทรรศนะเสียใจคิดว่าจริง “ถ้าปิ่นเงียบพี่จะถือเป็นคำตอบว่าใช่ พี่เริ่มสับสนกับปิ่น ปิ่นไม่รักพี่เพราะปิ่นรักคุณใหญ่ แล้วทำไมถึงไปมีลูกกับจอม”
“ไว้ปิ่นจะอธิบายให้คุณนะฟัง แต่ตอนนี้คุณนะปล่อยปิ่นก่อนได้มั้ย”
ทรรศนะผิดหวังยังทำใจไม่ได้ มองปิ่นอนงค์นิ่ง “ปิ่นทำให้พี่ผิดหวัง”
ทรรศนะหันหลังเดินจากไป ปิ่นอนงค์ยืนอึ้ง เดินกลับไปทรุดนั่งบนแคร่อย่างอ่อนแรง จู่ๆ ปิ่นอนงค์ก็คิดถึงแม่ขึ้นมา
“แม่จ๊ะ ปิ่นรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลก มันทรมานจริงๆ ให้แม่อยู่กับปิ่น แล้วด่าปิ่นทุกวัน ยังดีซะกว่า”
ปิ่นอนงค์ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาอย่างน่าสงสาร
ปลอดเดินก้าวเร็วๆ ออกมาหน้าบ้าน ปานเทพกับลูกน้อง 5 คนวิ่งมาอีกทางมาสมทบกับปลอด ปานเทพยืนหอบ
“ไม่เห็นหัวมันเลยพ่อ”
พงษ์กับลูกน้อง 5 วิ่งมาอีกทิศมาสมทบกับปลอดเช่นกัน
“มีคนงานเห็นคุณใหญ่เกาะรถของชาวบ้านออกไปตั้งแต่ตีห้าหัวรุ่งแล้วนายหัว”
ปลอดโกรธมาก “คุณใหญ่ ทำไมถึงดื้ออย่างนี้นะ”
ปานเทพเองก็ฉุน “ตัดหางปล่อยวัดมันไปเลยดีมั้ยพ่อ ทำมาเป็นเล่นละครตบตาเรา ขี้คร้านก็ยังหลงปิ่นอนงค์ไม่ลืมหูลืมตาเหมือนเดิม”
“ฉันจะตัดหางแกนี่แหละ ถ้าขืนยังกล้าด่าคุณใหญ่อีก”
“โหยพ่อ นี่ผมชักสงสัยแล้วนะเนี่ย ว่าพ่อเก็บผมมาจากถังขยะหรือเปล่า”
ปลอดฮึดฮัดเดินหนีเข้าบ้าน
“ผมยืนยันได้ว่าไม่ได้เก็บคุณปานจากถังขยะครับ แต่เคยเห็นนายหัวว่า เห็นรถขนเงาะทำตกอยู่ข้างถนน เลยเก็บมาเลี้ยง”
พงษ์ว่าขำๆ ทุกคนหัวเราะ ปานเทพโวยวายเป็นเด็กๆ “เอ้ารุมกันเข้าไป ใช่สิฉันมันลูกหัวเน่า ไหนจะสำคัญเท่าไอ้ใหญ่”
ปานเทพเดินจ้ำอ้าวไปอีกทาง ปลอดถอนใจกลุ้มเรื่องใหญ่
ขณะที่หวานกวาดใบไม้อยู่หน้าเรือน เปี๊ยกเดินเข้ามา มองระแวดระวัง กระซิบหวาน หวานตั้งใจฟังเหมือนรู้เรื่องพยักหน้า
“เอ้อๆ”
หวานผลักเปี๊ยก “เฮ้ย มีแต่เสียงอื้ออ้าๆ จะฟังกันรู้เรื่องมั้ยเนี่ย ทำท่าประกอบด้วยสิวะ ข้าจะได้แปลออก”
เปี๊ยกนึกได้ว่าลืมตัว รีบทำท่าทาง หวานตาโต “คุณใหญ่อยากให้ช่วยหรือ”
สมุนเสี่ยตงหลบดูอยู่หลังต้นไม้แอบดูสองผัวเมียอยู่
ที้เรือนใหญ่เวลานั้น น้อยกะหวาน ถือไม้กวาด ไม้ถูพื้น ถังน้ำวางบนพื้น ยืนสงบเสงี่ยมครองสุขทำทีจะไปข้างนอก
“ทำความสะอาดห้องใหญ่ดีๆ ชั้นจะให้นังปิ่นกับตานะมาอยู่ด้วยกัน”
เสี่ยตงเดินออกมาจากห้องครองสุข “นังน้อย ไม่ต้องทำอาหารเผื่อชั้นนะ ชั้นกับเสี่ยจะไปธุระ กลับดึกๆ”
ครองสุขพยักหน้าให้เสี่ยตงอย่างรู้กัน แล้วพากันเดินออกไป
น้อยกะหวานสบตากัน
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 14 (ต่อ)
ที่บริเวณโรงยิมในไร่เปี๊ยกคอยยืนเฝ้าประตูด้านใน คอยมองไม่ให้คนเข้ามาเห็น ที่ถังน้ำมันเปล่าวางซ้อนสูงท่วมหัวบังไว้ เห็นใหญ่นั่งอยู่ หวาน น้อย ยืนตรงหน้า
“คุณใหญ่ไม่ได้ฆ่าป้าอุ่นจริงนะ”
ใหญ่ย้อนถาม “ต้องให้สาบานมั้ย”
ใหญ่ทำท่าจะยกมือสาบาน หวานดึงลง “ไม่ต้องสาบานหรอกคุณใหญ่ ระหว่างคุณใหญ่พูดกับคุณนายพูด หวานขอเชื่อคุณใหญ่ดีกว่า”
“ให้คุณใหญ่เอาตัวพี่ปิ่นไปนะดีแล้ว จะได้ไม่ต้องเป็นเมียคุณนะ” น้อยว่า
หวานท้วง “แล้วเกิดปิ่นมันอยากเอง”
“ไม่หรอกมั้ง พี่หวานก็พูดไม่เกรงใจใครเลย”
น้อยมองมาทางใหญ่ เห็นใหญ่หน้าเครียด
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าความจริงมันเป็นยังไง” ใหญ่ส่งซองยาสลบให้หวาน “ชั้นไม่อยากให้เสียงดัง เราจะจัดการกันเงียบๆ”
หวานรับมา สบตากับน้อย
หวานตักข้าวผัดใส่ปิ่นโต น้อยเทแกงจืดใส่อีกใบ เป็นปิ่นโตเถาแบบ 4 ชั้น ข้าวผัด 2 แกงจืด 2 น้อยเหลียวซ้าย แลขวา เทยาสลบใส่ข้าว แกง ชั้นละ 3 หยด หวานแย่งขวดยา เทใส่อีกน้อยรีบบอก
“เบา ... เบา ยาสลบ ไม่ใช่ซีอิ๊ว”
น้อยประกอบเถาปิ่นโต หน้าเครียด “แล้วใครจะเป็นคนเอาไปให้”
“มันจะเชื่อใจเรารึเปล่า ถ้ามันไม่กิน แผนแตกแน่” หวานว่า
จิ๋วโผล่เข้ามา ยิ้มกริ่ม “ชั้นทำให้มันกินทุกมื้อ ด้วยบุคลิกหน้าตา และการศึกษาระดับฉัน พวกมันเชื่อถืออยู่แล้ว” จิ๋วสวมชุดแม่ครัวมีผ้ากันเปื้อนผ้าคลุมหัวราวกับเชฟโรงแรมหนู “ยิ่งรู้มากยิ่งน่ากลัว จะไว้ใจป้าได้แค่ไหน”
“หนูปิ่นเคยช่วยฉัน และถ้าปิ่นไปจากไร่นี้ คุณหนูของฉันก็ไม่ต้องหัวอกกลัดหนอง เหตุผลพอมั้ย”
น้อยกับหวานสบตากันอย่างชั่งใจ
จิ๋วเดินนวยนาดกางร่มถือปิ่นโตเข้ามาหน้ากระท่อมที่ขังปิ่นอนงค์ ทำเป็นเดินชมนกชมไม้ สมุนชี้ชวนกันดูจิ๋ว แล้วลุกเดินเข้ามาหาจิ๋ว
“โห ... ป้า นี่ถ้าช้าอีกห้านาที พวกผมเป็นลมตายไปแล้วนะเนี่ย” สมุนคนหนึ่งทัก
“หยาบคาย ชั้นไม่ใช่คนใช้นะยะ แต่มีศักดิ์เป็นถึงพี่เลี้ยงของคุณอรสอางค์ ดังนั้นให้เรียกฉันว่าคุณป้า ไม่ใช่ป้าเฉยๆ”
สมุนอีกคน คว้าปิ่นโตแล้วโค้งให้จิ๋วพร้อมกัน แล้วถือปิ่นโตเดินกลับไปที่กระท่อม
จิ๋วหันไปอีกทางยักคิ้วหลิ่วตาให้ใหญ่ กะเปี๊ยก ที่แอบอยู่ในพุ่มไม้
ค่ำแล้ว สมุนเสี่ยตงนอนสลบคาปิ่นโต ข้าวเลอะปาก ใหญ่เดินลัดเลาะ ระแวดระวังเข้ามา เข้าไปดูขยับกุญแจหน้าห้อง
ใหญ่ล้วงๆ ตบๆ กระเป๋ากางเกงสมุนเสี่ยตงคนแรก แต่ไม่มีกุญแจ ใหญ่ตบกระเป๋ากางเกงสมุนอีกคน หยิบลูกกุญแจรี่ไปไขที่ประตู ใหญ่เปิดประตูออก เห็นปิ่นอนงค์ถือส้อมเตรียมแทง
“ปิ่นอนงค์”
สองคนสบตากัน ตาค้าง วัดใจ “คุณใหญ่”
ใหญ่คว้าข้อมือปิ่นอนงค์ “ไปกับฉัน เรามีเรื่องต้องเคลียร์กันอีกยาว”
ปิ่นอนงค์พูดเสียงเย็นชา “ไม่ ไม่อยากรู้เห็น ไม่อยากวุ่นวาย ไม่อยากอะไรทั้งนั้น อย่ามายุ่งกับปิ่น ปิ่นไม่อยากเห็นหน้าคุณใหญ่ ไม่อยากแม้แต่ได้ยินเสียง”
ใหญ่อึ้งไปนิดหนึ่ง “ไม่แปลกที่เธอเกลียดฉันขนาดนี้” พลางยื่นหน้าเข้าไปหาใกล้ๆ “เพราะฉัน ก็เกลียดเธอมากเหมือนกัน” ทำเป็นลอยหน้าพูด “เห็นมั้ยว่าใจเราตรงกันอีกแล้ว”
“ปล่อย” ปิ่นอนงค์กระชากมือกลับ แต่ใหญ่ยึดไว้แน่น
“ฟังไม่เข้าใจหรือ ฉันบอกแล้วไง” เน้นเสียง “เราต้องเคลียร์กัน”
“ไม่จำเป็น”
“อ๋อรู้แล้ว ที่ไม่ยอมไปเพราะกำลังรอฤกษ์ส่งตัว เข้าเรือนหอรอรักกับนายทรรศนะสินะ”
“ปิ่นไปกับใคร อยู่กับใครก็ได้ที่ไม่ใช่คนใจอำมหิตอย่างคุณใหญ่”
“ฟังนะ ฉันไม่ได้ฆ่าแม่เธอ ไม่เคยแม้แต่จะคิด”
“แล้วทำไมคุณใหญ่อยู่กับแม่”
“ก็เพราะ...”
ใหญ่ยังไม่ทันได้ตอบ แสงไฟจากรถสาดส่องเข้าหน้าสองคน จนใหญ่ต้องยกมือป้องหน้า เป็นรถครองสุขและเสี่ยตง กับรถกระบะสมุน แล่นเข้ามาเร็วรี่ แสงไฟส่อง
ใหญ่กับปิ่นอนงค์ ตกใจชะงักมอง
ครองสุขลงจากรถกับเสี่ยตง สมุนลงจากรถกระบะ ถือปืนเล็งใส่ใหญ่
ครองสุขเดินนำเหล่าสมุนเข้าหาใหญ่ “นึกว่าชั้นจะโง่ ปล่อยให้แกมาช่วยนังปิ่นได้ง่ายๆเหรอ ไอ้ใหญ่”
ใหญ่หน้านิ่ง แกะกระดุมเสื้อช้าๆ เห็นระเบิดไดนาไมท์ผูกติดกับหน้าอกเป็นแผง เปี๊ยกตาค้าง
ถ้าอย่างนั้น ก็ตายพร้อมกันทั้งหมดนี่แหละ”
หมู่มวลพวกครองสุขถอยกันกรูด ใหญ่รีบดึงไดนาไมท์แท่งเล็กสุดออกมาจุดโยนใส่
พวกครองสุขวิ่งไปหลบที่รถ ระเบิดติดชนวน ประกายไฟฟู่รวดเร็ว เสียงระเบิดดังตูม
พวกครองสุขหลบกันชุลมุน ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย
ใหญ่ลากปิ่นอนงค์มาตามแนวป่า เปี๊ยกจูงม้าเข้ามา ลุกลี้ลุกลน ใหญ่ตบไหล่เปี๊ยก
“ขอบใจมากไอ้เพื่อนยาก เร็วปิ่น”
ใหญ่ส่งปิ่นขึ้นม้า รวดเร็ว เปี๊ยกอ้อแอ้ เสียงตื่นเต้น ใหญ่หันขวับ เห็นจอมหน้าถมึงทึง สบตากับใหญ่
จอมตีตัวใหญ่ด้วยพานท้ายราบของปืนลูกซองยาว
ใหญ่ร่วงลงไปกองกับพื้น ปิ่นอนงค์กับเปี๊ยกช็อกมองจอมเขม็ง จอมจี้ปืนลากใหญ่ไป
เวลาต่อมาโรงเก็บฟางเลี้ยงสัตว์ กลายเป็นที่คุมขังใหญ่ โรงนาแห่งนี้มี 2 ชั้น คือมีประตูหน้าโรง 1 ชั้น ส่วนข้างในมีห้องเล็กๆ ที่ใช้ขังใหญ่อีกห้อง ภายในห้องเต็มไปด้วยฟาง
ใหญ่ถูกมัดมือโยงกับขื่อ ดิ้นไปมา จอมยืนเท้าสะเอวอยู่ใกล้ๆ กับสมุนอีกคน
เสี่ยตง กับครองสุข จับแขนปิ่นอนงค์ไว้คนละข้าง ปิ่นอนงค์อิดโรยมองด้วยความสงสารใหญ่
เสี่ยตงแสยะยิ้มสะใจ “ตายน้ำตื้น เพราะผู้หญิงคนเดียวแท้ๆ ทุเรศ”
“ขอบใจนะปิ่น ที่ช่วยล่อมันมาให้ชั้น”
ปิ่นอนงค์ตกใจที่ถูกกล่าวหา ใหญ่มองหน้าปิ่นอนงค์อย่างแค้นใจ
ปิ่นอนงค์อยากจะอธิบาย แต่โดนครองสุขกับเสี่ยตง ลากออกไปก่อนไม่มีโอกาสแก้ตัว
ใหญ่มองตาม แววตาแค้นจัด ปิ่นอนงค์เหลียวมาสบตาใหญ่
ครองสุขหยุด หันมามองจอม “ตามสบายนะจอม แต่อย่าเพิ่งให้ถึงตาย”
จอมต่อยท้องใหญ่ ใหญ่จุกตัวงอ ปิ่นอนงค์ทนไม่ไหวสะบัดสุดแรงจนหลุดจากครองสุข วิ่งไปดึงมือจอมที่กำลังง้างหมัดจะอัดใหญ่
“อย่าจอม ปิ่นขอร้อง”
จอมโมโห “หลีกไปปิ่น”
จอมสะบัดเต็มแรง ปิ่นอนงค์ล้ม ใหญ่โมโห “ปิ่นท้องอยู่ แกไม่ห่วงลูกในท้องของแกหรือไง ไอ้เลวเอ๊ย
ทั้งจอม ครองสุข เสี่ยตง พากันงุนงง ปิ่นอนงค์ก้มหน้าหลบตาจอม
ครองสุขกลับมาที่เรือนใหญ่ ปรารภด้วยความแปลกใจเรื่องปิ่นอนงค์ท้อง
“นังนี่มันไวไฟจริงๆ เล่นเอาฉันอึ้ง คาดไม่ถึงจริงๆ”
ทรรศนะหน้างอ อรสอางค์มองจับอาการ “เป็นยังไง ยังอยากได้ปิ่นอนงค์เป็นเมียน้อยอีกหรือเปล่า ได้ของแถมเป็นลูกชาวบ้านด้วยนะ ไม่ต้องเสียเวลาทำ”
ทรรศนะทนฟังอรสอางค์กระแนะกระแหนไม่ได้ ลุกหนี อรสอางค์ยิ้มสะใจ
ครองสุขสงสารทรรศนะจับใจ
สมุนเสี่ยตงยืนเฝ้าหน้าบ้านคนละมุม ส่วนด้านในห้อง ปิ่นอนงค์นั่งนิ่งบนโต๊ะ ข้าวปลาอาหารไม่โดนแตะ จอมยืนจ้องปิ่นอนงค์อยู่
“เรื่องท้อง มันอะไรกัน”
ปิ่นอนงค์เงยหน้าขึ้น “ปิ่นต้องการให้คุณใหญ่ช่วยประกันจอมออกจากคุก เลยกุเรื่องท้องขึ้นมา เพื่อให้คุณใหญ่เห็นใจ ปิ่นขอโทษ”
จอมดีใจเข้าไปจับมือปิ่นอนงค์ “ขอโทษทำไม แค่เรารู้ว่าปิ่นห่วงเรามากขนาดนี้ เราก็ดีใจที่สุดแล้ว เรารับปากนะ เราจะเลี้ยงดูปิ่นอย่างดี ไม่ให้น้อยหน้าใคร”
ปิ่นอนงค์ดึงมือออกจากจอม “ด้วยการทำงานกับคุณนายหรือ ลาออกเถอะจอม คุณนายเป็นคนจับปิ่นไปขังที่กระท่อม”
“คุณนายมีเหตุผล พวกนายปลอดวนเวียนอยู่นอกไร่ มันคอยจ้องจะเล่นงานปิ่น คุณนายเป็นห่วงก็เลยอยากให้ปิ่นซ่อนตัวอยู่ที่นี่ก่อน”
“ปิ่นไม่เข้าใจ ทำไมเดี๋ยวนี้จอมถึงเชื่อคุณนาย”
จอมบอกอย่างมั่นใจ “เพราะคุณนายเป็นคนเดียวที่รู้ทันความร้ายกาจของไอ้ใหญ่ ไอ้ใหญ่มันฆ่าป้าอุ่น เราจะช่วยปิ่นแก้แค้นเอง”
“แล้ววิญญาณแม่จะสงบสุขหรือไง ใครก่อกรรมไว้ ไม่ช้ากรรมนั้นจะสนองเอง ปิ่นเชื่อ”
“พูดไปพูดมาปิ่นก็เข้าข้างมัน เราทำอะไรเพื่อปิ่น กลับผิดไปหมด”
จอมฮึดฮัดไม่พอใจ เดินหนีออกจากห้อง
ปิ่นอนงค์ตะโกนตาม “จอม”
แต่จอมไม่เหลียวหลัง
จอมเดินโมโหมาตามทางในไร่ รถจินตนาที่ขับมาตามทางเกือบชนจอม จอมกระโดดหลบทัน
จอมเห็นจินตนา รีบเดินหนีอย่างเร็ว จินตนารีบกระโดดลงจากรถ ร้องเรียก
“จอม ไม่ต้องหนีหน้าเลยนะ”
จินตนาวิ่งตามจนทันดึงแขนไว้จอมรีบบอก “อย่าถาม เราไม่มีอะไรจะตอบทั้งนั้น”
“ต้องตอบ เพราะปิ่นเป็นเพื่อนเรา นายจะไปขึ้นเขาลงห้วยที่ไหน เราไม่อยากสนใจ แต่บอกมา นายรู้ใช่มั้ยว่าปิ่นอยู่ไหน”
จอมสะบัดแขน เดินหนี “ไม่รู้”
จินตนาไม่เชื่อและไม่ยอมง่ายๆ ตามไปดึงไว้อีก “ไม่รู้แล้วเดินหนีทำไม”
“ปิ่นปลอดภัยดี คุณจินกลับไปได้แล้ว”
“รู้ทั้งรู้ว่าคุณนายเป็นคนยังไง ยังจะมาทำงานให้เขาอีก”
“ถ้าไม่ให้ปิ่นอยู่ที่นี่ แล้วคุณจินคุ้มครองปิ่นได้หรือ”
จินตนาได้ฟังก็ยิ้มเยาะ “อย่าเอาเรื่องนี้มาอ้างดีกว่า นายต้องรู้ว่าคุณนายเป็นคนเลวแต่หลับหูหลับตาช่วยเขาเพราะความเห็นแก่ตัว นายแค่อยากสมหวังกับปิ่นเท่านั้น ถ้าไม่พาปิ่นกลับมา ก็ไม่ต้องเป็นเพื่อนกันอีก”
จินตนาเดินไปที่รถ จอมร้องตะโกนไล่หลัง “เรารักปิ่น คุณจินไม่เคยรักใครไม่มีวันเข้าใจหรอก”
จินตนาหันมาหาตวาดกลับ “รู้ได้ไงว่าเราไม่เคยรักใคร จอม นายต้องรักให้เป็น ไม่ใช่ดีแต่หลับหูหลับตารักท่าเดียว”
จอมจ้องหน้าจินตนาอย่างไม่พอใจ
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 14 (ต่อ)
เวลาต่อมาที่ศาลาคนงาน เสี่ยตงกะครองสุขนั่งสบายใจเฉิบ จิบเครื่องดื่ม ขณะที่เปี๊ยกถูกมัดมืออยู่ตรงหน้า เปี๊ยกดิ้นรน แต่ถูกเหล่าสมุนซ้อมกระเด็นกระดอนไปมาเป็นวง หน้าตาบวมช้ำ มีเลือดออกทางจมูกและปาก
เปี๊ยกพยายามสู้แต่เพราะตัวคนเดียวเลยถูกรุมยำเละ
คนงานกว่า 20 หน้าซีด นั่งมองรวมกันอยู่อีกทาง หวานร้องไห้จะเข้าช่วย แต่ถูกน้อยกับคนงานหญิงช่วยกันดึงเอาไว้
“พอแล้ว อย่า” หวานร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา
จิ๋วเช็ดน้ำตา แอบดูอยู่ไกลๆ เปี๊ยกโดนดอกสุดท้ายแน่นิ่งคาที่
ครองสุข กะเสี่ยตงลุก “ดูกันเอาไว้เป็นตัวอย่าง ใครเข้าข้างช่วยเหลือไอ้ใหญ่ต้องโดนอย่างนี้ ไม่ว่าไอ้อีตัวไหนทั้งนั้น”
ครองสุขกวาดสายตามองด่ากราด คนงานกลัวหัวหดหลบตากันวูบ
พอครองสุข กะเสี่ย และสมุนออกไป น้อย หวาน เข้าไปดูเปี๊ยกกับจิ๋ว คนงานอื่นๆ อ้ำอึ้ง
วันต่อมา ที่โรงนาเก็บฟางซึ่งกลายเป็นที่คุมขัง ใหญ่นอนขดตัวมีอาการบอบช้ำจากการถูกซ้อม ใหญ่ประสาทหลอนจนตาลาย เห็นครองสุขเป็นปิ่นอนงค์ยื่นหน้าเข้ามาเขย่าตัวใหญ่
“คุณใหญ่”
ใหญ่ปรือตามอง แค้นปิ่นอนงค์ “เธอ ยัยจิ้งจอกเจ้าเล่ห์”
ใหญ่ผลักครองสุขจนล้มลง ครองสุขร้องกรี๊ด “อ๊าย!”
ลูกน้องเสี่ยตงรีบเข้ามาพยุงปีกขึ้น “แก ไอ้ใหญ่ ยังออกฤทธิ์ได้อีกหรือ”
ครองสุขโมโห เตะใหญ่ 2-3 ที ใหญ่เจ็บตัวงอ เงยหน้าเห็นเป็นครองสุข
ครองสุขสั่ง “จับมันนั่ง”
สมุนเสี่ยตงจับใหญ่นั่งบนโต๊ะไม้ไผ่ ครองสุขวางกระดาษพร้อมปากกา
“เขียนจดหมาย สารภาพผิด ว่าแกสำนึกแล้วที่ฆ่านังอุ่นกับไอ้ผา แล้วยินดียกทรัพย์สินส่วนของแกให้ฉัน แล้วฉันก็จะพาแกหนีข้ามชายแดนไป พร้อมกับเงินก้อนนึง”
ใหญ่ยิ้ม หยิบปากกาเขียนลงไป แล้วส่งให้ครองสุข
ครองสุขดีใจรับมาดู แต่แล้วต้องตาถลน ลูกน้องอยากรู้ชะโงกหน้ามาอ่านออกเสียง
ลูกน้องเสี่ยอ่านอย่างใส่อารมณ์ด่า “นังแม่มด”
ครองสุขโมโหตวาดลั่น “ฉันอ่านเองออก” หันมาหาใหญ่ ตบเปรี้ยง “ข้อเสนอดีๆ ไม่ได้มีหลายครั้ง ในเมื่อไม่รับ ก็อย่าหาว่าฉันใจร้าย”
ครองสุขสั่งลูกน้องเสียงเข้ม “ไม่ต้องให้ข้าวให้น้ำมัน ปล่อยให้มันอด ดูสิว่าจะทนได้กี่น้ำ”
ครองสุขเดินกระแทกส้นปึงๆ ออกไป ลูกน้องตาม แล้วปิดประตูคล้องโซ่
ครองสุขกับลูกน้องเสี่ยตง 2 คน เดินออกมา ทัศนีย์หลบดูอยู่ พอครองสุขเดินพ้นไป ทัศนีย์จึงย่องเข้าไปในโรงนาเก็บฟาง
ทัศย์นีเข้ามาในห้องที่ขังใหญ่ “คุณใหญ่ นีมาช่วยคุณแล้ว”
ใหญ่ยืนตรงช่องหน้าต่างลูกกรง “เธอเนี่ยนะจะช่วยฉัน”
ทัศนีย์ยิ้มพยักหน้า “คุณใหญ่ให้ที่หลบซ่อนนีจากไอ้เสี่ยหื่น นีก็สมควรตอบแทนน้ำใจของคุณใหญ่ไม่ใช่หรือคะ แล้วที่สำคัญ”
พลางทัศนีย์ลูบมือใหญ่ ยิ้มยั่วยวน ตาเป็นประกาย “เพื่อรักของเรา”
ใหญ่ยิ้ม “แล้วนีจะเอากุญแจมาได้ยังไง”
ทัศนีย์ชูกุญแจ “ไม่เห็นจะยาก แต่งงานกับนี แล้วนีจะปล่อยคุณใหญ่”
ใหญ่หุบยิ้ม หันหลังให้ทัศนีย์ทันทีแล้วเดินไปนั่ง “เดี๋ยวสิคะคุณใหญ่ นีช่วยได้จริงๆนะ ไม่เชื่อหรือ”
ใหญ่หันกลับมา “ฉันไม่อยากเกี่ยวดองเป็นญาติกับน้าของเธอ”
ทัศนีย์ห่วงใหญ่ “แต่ถ้าคุณใหญ่ไม่รับข้อเสนอของนี คงไม่พ้นโดนคุณน้าเชือดทิ้งแน่ ขนาดไอ้เปี๊ยกยังโดนซ้อมปางตาย”
ได้ยินดังนั้นใหญ่โกรธจัด พุ่งไปที่ลูกกรงหน้าต่าง “เปี๊ยกโดนซ้อมหรือ”
“คิดว่าจะรอดหรือ อาจมีดอกสองอีกก็ได้”
ใหญ่ห่วงเปี๊ยก “ก็ได้ ปล่อยฉันออกไป”
ทัศนีย์ยิ้มดีใจ แต่ยังกลัวใหญ่บิดพลิ้ว “จะเชื่อได้ยังไงว่าจะรักษาคำพูด”
ใหญ่พูดเอาใจ “ฉันเป็นผู้ชาย มีคนมาเสนอตัวเป็นเมียอีกคน ทำไมจะไม่เอา”
ทัศนีย์ดี๊ด๊าเสียบกุญแจ แต่ยังไม่ทันไข เสียงครองสุขตวาดลั่นมาจากข้างหลัง
“ทำอะไรยัยนี”
ใหญ่กับทัศนีย์ตกใจ มองไปเห็นครองสุขยืนจ้องเขม็ง
สองแม่ลูกยืนอยู่อีกมุมภายในไร่ ครองสุขโกรธจัดตบเต็มแรงจนทัศนีย์หน้าหัน
“บังอาจขโมยกุญแจตอนฉันเผลอหรือ คิดว่าฉันอ่านใจแกไม่ออก ตามแกไม่ทันหรือไง ไอ้ใหญ่มันเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของฉัน กว่าจะจับมันได้แสนยากเย็น แกเกือบจะทำแผนฉันพังแล้วรู้มั้ย”
ทัศนีย์ยกมือกุมแก้ม โวยวายลั่น “ก็นีรักคุณใหญ่”
ครองสุขหัวเราะเยาะ “อย่างแกนะหรือรักใครเป็น แกเปลี่ยนผู้ชายง่าย พอๆ กับตอนแกเปลี่ยนเสื้อนั่นแหละ”
ทัศนีย์พูดเสียงจริงจัง “คราวนี้นีรักจริง”
“แต่มันไม่รักแก ที่ผ่านมาฉันเห็นแกตามอ่อยมันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง มันก็ไม่เอาแก”
ทัศนีย์เถียง “เพราะไม่เอานี่แหละถึงได้รัก ผู้ชายคนอื่นแค่พูดกันไม่กี่คำก็จูงนีขึ้นเตียง แต่คุณใหญ่ซื่อสัตย์ ไม่ยอมนอกใจนังปิ่น เพราะอย่างนี้นีถึงรักเขา”
ครองสุขด่า “เพ้อฝัน ไม่มีผู้ชายซื่อสัตย์ในโลกนี้ ไม่มี”
“พ่อนอกใจคุณน้า ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายทั้งโลกจะเหมือนพ่อ”
ครองสุขตวาด “อย่าพูดถึงมัน มันทำให้ฉันต้องหมดตัว เพราะมันเอามรดกตายายแกไปเล่นพนันหมด ฉันถึงต้องยอมมาเป็นเมียไอ้ไพศาล ให้แกได้สุขสบายกัน”
“แล้วถ้าหนูจะยอมเป็นเมียคุณใหญ่บ้างมันผิดตรงไหน” ทัศนีย์ย้อน
“โอกาสนั้นมันหมดไปแล้ว ตอนนี้ไอ้ใหญ่มันเป็นฆาตกร ไม่ตายมันก็ต้องติดคุก”
“นีไม่เชื่อหรอกว่า คุณใหญ่จะฆ่าป้าอุ่น”
“เก่งนี่ แล้วแกรู้มั้ยว่าใครฆ่า”
ทัศนีย์มองหน้าครองสุขแล้วเก็ท “คุณน้าฆ่าป้าอุ่น”
ครองสุขขู่กลายๆ “รู้ไว้ด้วย ฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อครอบครัวของฉัน เพราะฉะนั้น อยู่เฉยๆ อย่าให้ฉันเห็นแกเป็นคนอื่น”
ทัศนีย์ตกใจ สยอง
ทรรศนะเดินออกมาหน้าเรือนใหญ่ อรสอางค์มายืนขวาง
“จะไปหานังปิ่นอีกหรือไง”
“เราอยู่กันแต่ในนาม ผมจึงไม่จำเป็นต้องบอกให้อรรู้ทุกอย่างว่าผมจะทำอะไร หรือไปไหนมาไหน”
อรสอางค์ขึ้นเสียง ดังมาก “มันท้องป่องกับคนงาน นะยังเอามันลงอีกหรือ”
ทรรศนะบอกอย่างมั่นใจ “ผมรู้จักปิ่นดีกว่าใคร แม้แต่ผมถ้าอยากได้ปิ่น มีทางเดียวคือต้องใช้กำลังบังคับ แต่ถ้าทำ ปิ่นก็จะฆ่าตัวตาย กับไอ้จอมก็เหมือนกัน เพราะปิ่นไม่เคยรักจอม”
อรสอางค์ยิ่งแค้นที่ทรรศนะยกย่องปิ่นอนงค์จนเลอเลิศ
“รู้จักมันดีนัก ทำไมไม่เลือกมันตั้งแต่แรก มาคบกับอรทำไม”
“เพราะผมตาบอดไง”
พูดจบทรรศนะจะไป อรสอางค์เข้าไปทุบตี ทรรศนะปัดป้องหลบไปหลบมา จังหวะชุลมุนนั้นหลังมือไปโดนหน้าอรสอางค์อย่างไม่ตั้งใจ แต่อรสอางค์คิดว่าทรรศนะตั้งใจตบตน
ร่างอรสอางค์เซไป จิ๋วเข้ามารับไว้ อรสอางค์จับแก้ม “ไม่อยากจะเชื่อว่านะจะกล้าทำร้ายอร”
ทรรศนะเงอะงะ “ผมไม่ได้ตั้ง...”
ไม่ทันพูดจบจิ๋วสวนคำออกมา
“คุณนะปันใจไปรักผู้หญิงอื่น มันก็ผิดอยู่เห็นๆ ยังจะกล้าตบตีคุณหนู ไม่ละอายใจบ้างหรือคะ”
“คนหมดรักกันแล้ว ก็ควรเลิกกัน แต่อรไม่ยอม มันเลยต้องเป็นอย่างงี้ไง”
อรสอางค์ร้องไห้โฮ ทั้งรักทั้งแค้น “อรไม่เลิก ยังไงก็ไม่เลิก จะหวงก้างไว้อย่างนี้ ไม่ให้ใครมันมีความสุข อรทนทุกข์แค่ไหน นะกับมันก็ต้องทุกข์ด้วย”
ทรรศนะตัดสินใจไม่ไป เดินเข้าเรือน
อรสอางค์ดึงลิ้นชักคว้ากรรไกรออกมา กำกรรไกรแน่น แล้วจะวิ่งออกไปเพื่อฆ่าปิ่นอนงค์
จิ๋วที่มองดูอยู่ เข้ามากอดอรสอางค์ไว้แน่นไม่ยอมให้ไป
“ถ้าปิ่นอนงค์ตาย คุณหนูก็ต้องติดคุก คุณนะก็ไม่มีทางยกโทษให้คุณหนู” จิ๋วบอก
“แล้วจะให้ทำยังไง อรสุดจะทนแล้ว”
“ถ้าคุณหนูหาทางปล่อยคุณใหญ่กับปิ่นอนงค์ให้หนีไปอยู่ด้วยกัน คุณนะก็จะกลับมาหาคุณอรเอง”
อรสอางค์คิดไปคิดมา เริ่มเห็นคล้อยตาม แต่ไม่เชื่อจิ๋วทั้งหมด ในใจกะคิดฆ่าทั้งคู่ทิ้งเลย
อรสอางค์ปล่อยให้จิ๋วดึงกรรไกรออกจากมืออย่างว่าง่าย
น้อยยกชั้นปิ่นโตออกจากหูสองข้าง จัดวางบนโต๊ะให้
ปิ่นอนงค์นั่งมองข้าวนิ่งเงียบ “ถึงไม่หิวก็ต้องกินเยอะๆ นะพี่ปิ่น ต้องเผื่อเด็กในท้องด้วย”
ปิ่นอนงค์สายตามีพิรุธก้มมองท้องตัวเอง มองเลยไปทางหน้าต่างยังเห็นคนของเสี่ยตงยืนเฝ้า
ปิ่นอนงค์ดึงน้อยไปคุยอีกมุม “คุณใหญ่เป็นยังไงบ้าง”
“ไม่อยากนึกถึงเลยพี่ปิ่น นึกถึงแล้วอดสงสารไม่ได้” น้อยบอกหน้าเศร้าๆ
“ทำไมหรือน้อย”
ภาพใหญ่นั่งกุมท้อง ท่าทางทรมาน หน้าซีด ปากแห้ง เมื่อตอนที่ถือปิ่นโตไปส่งผุดขึ้นในหัวน้อย
ยินเสียงน้อยเล่าประกอบภาพ “พวกมันไม่ให้ส่งข้าวส่งน้ำให้คุณใหญ่ ถ้าให้อดต่อไปเรื่อยๆ น้อยว่าไม่พ้น 2-3 วันนี้หรอก คงตายแน่”
จากนั้นลูกน้องเสี่ยไล่ตะเพิดน้อยให้ออกไป
ฟังแล้วปิ่นอนงค์ตกใจ หน้าซีดห่วงใย “พวกเราไม่รู้หรอกว่าใครฆ่าป้าอุ่น แต่ฝ่ายคุณนายก็ร้ายใช่ย่อยพอเอามาชั่งตาชั่งกันดูแล้ว ขออยู่ข้างคุณใหญ่ดีกว่า ไม่เคยเอาเปรียบพวกเราเหมือนคุณนาย”
ปิ่นอนงค์มองไปที่หน้าต่าง กลัวลูกน้องเสี่ยตงได้ยิน
“น้อย ช่วยอะไรพี่หน่อยได้มั้ย”
ขณะที่ทรรศนะกลุ้มใจนั่งกินเหล้าอยู่ในห้อง น้อยมองซ้ายแลขวากลัวคนเห็น ค่อยๆ แง้มประตู แทรกตัวเข้าไป ประตูปิดลงเบาๆ
ทรรศนะมาถึงที่พักก็ถามขึ้นทันที “ปิ่นให้น้อยเรียกพี่มา มีอะไรอยากคุยกับพี่หรือ”
ปิ่นอนงค์ได้กลิ่นเหล้าหึ่งจากตัวนะ “คุณนะยังดื่มอยู่อีกหรือคะ”
“พี่คิดมาก ทั้งเรื่องของปิ่น เรื่องของอร เลยอยากดื่มให้มันลืมๆ”
“แล้วมันช่วยให้ลืมได้จริงหรือคะ”
ทรรศนะอ้ำอึ้ง บอกหน้าหมอง “ลืมได้ชั่วคราว แต่พอสร่างเมาก็ทุกข์เท่าเดิม”
ปิ่นอนงค์จับมือทรรศนะไว้ “จำที่คุณนะเคยชวนปิ่นได้มั้ย คุณนะยังอยากหนีไปกับปิ่นอยู่หรือเปล่า”
ทรรศนะดูลังเล “หรือคุณนะเปลี่ยนใจแล้ว” ปิ่นอนงค์ถาม
ทรรศนะรีบบอก “ไม่ใช่ แต่พี่คาใจ อยากรู้ความจริงว่าปิ่นท้องกับจอมจริงหรือ พี่จะเชื่อทุกอย่าง ถ้ามันออกมาจากปากของปิ่นเอง
ปิ่นอนงค์บอกความจริงเพื่อให้ทรรศนะยอมช่วย “ปิ่นไม่ได้ท้องค่ะ” ทรรศนะงง “ปิ่นจำเป็นต้องโกหกคุณใหญ่ เพราะ...ไม่อยากให้เขามาตอแยปิ่นอีก”
ทรรศนะดีใจ จับมือปิ่นอนงค์ “พี่นึกแล้วว่ามันต้องไม่จริง พี่ดีใจที่สุดที่ปิ่นตัดสินใจจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับพี่”
ทรรศนะสวมกอดปิ่นอนงค์ ถูกปิ่นอนงค์เอาเครื่องช็อตไฟฟ้าที่ซ่อนไว้ ซึ่งน้อยเอามาให้ช็อต ร่างทรรศนะกระตุก ก่อนจะล้มลงไปกองที่พื้น
ปิ่นอนงค์ออกมาจากที่พักปิดประตูลง น้อยรออยู่ ปิ่นอนงค์มองอย่างแปลกใจ
“ลูกน้องเสี่ยที่เฝ้าพี่ หายไปไหนหมดแล้วล่ะ”
“หนูไล่ให้มันไปหาข้าวกิน เสี่ยใช้งานมันหนัก ให้ยืนเฝ้าทั้งวันไม่ได้ไปยืดเส้นยืดสายเสียบ้าง มันก็อยากแว่บอยู่แล้ว” น้อยว่า
“ขอบใจนะน้อย” ปิ่นอนงค์ซึ้งใจ
น้อยพูดบอกเร็วๆ “รีบไปเถอะพี่ ป่านนี้พี่เปี๊ยกจัดการไอ้ยามพวกนั้นเสร็จแล้ว”
เปี๊ยกแอบดูหลังพุ่มไม้ เห็นสมุนเสี่ยตงนั่งหลับหน้ากองไฟ บางจังหวะตบยุงที่มากัดตามขาแขนบ้าง
เปี๊ยกย่องเข้าไป สะกิดแล้วเอาคีมตัดกุญแจตีสลบ ก่อนกระทืบซ้ำอีกสามที เพราะเป็นคนที่ซ้อมเปี๊ยกเลยแค้น จัด ปิ่นอนงค์วิ่งมาถึง เปี๊ยกตัดโซ่
ปิ่นอนงค์เข้าไปในห้องขังได้แล้ว กำลังเขย่าตัวใหญ่
“คุณใหญ่ ตื่นเร็วค่ะ คุณต้องตื่น ปิ่นแบกคุณไปไม่ไหวหรอกนะ”
ใหญ่ค่อยๆ รู้สติ สะลืมสะลือมอง ปิ่นอนงค์บอก “ช่วยกันหน่อยเปี๊ยก”
เปี๊ยกเข้าไปช่วย
ทั้งคู่ประคองใหญ่ออกมา อรสอางค์โผล่มายืนขวางหน้าชนิดไม่มีใครคาดฝัน ปิ่นอนงค์ตกใจที่โดนจับได้
“คุณอร!”
ลูกน้องเสี่ยตง ทั้งสองคน นอนสลบไสลอยู่หน้าโรงเก็บฟาง ครองสุขเดินเข้ามามอง แล้วผินหน้ามองไปตรงหน้าประตูที่ขังใหญ่ เห็นประตูเปิดอ้า โซ่ถูกตัดกองอยู่ที่พื้น ปิ่นอนงค์ ใหญ่ และอรสอางค์ หายไปหมดแล้ว
ครองสุขชักสีหน้า หันมาที่จอมเป็นเชิงถาม
“ผมจะลากคอมันกลับมาเอง”
ครองสุขสั่งเสียงกร้าว “ไม่ต้อง ฆ่ามันทิ้งซะ”
จอมออกไปพร้อมกับลูกน้อง 2 คน
อรสอางค์ยื่นกุญแจรถกระบะให้ปิ่นอนงค์ เปี๊ยกยังประคองใหญ่
“จะพาฉันไปไหน” ใหญ่สงสัย
ปิ่นอนงค์มองไปที่รถที่จอดหลบอยู่ อรสอางค์เร่ง
“แกกับไอ้ใหญ่รีบไปให้พ้นจากที่นี่ แล้วไม่ต้องกลับมาอีกเลย”
“ทำไมคุณอรถึงช่วยปิ่น”
“ช่วยหรือ ฉันทำเพื่อความสุขของตัวเองต่างหากล่ะ” อรสอางค์หันมากำชับเปี๊ยก “แกพูดไม่ได้อยู่แล้ว คงเก็บความลับอยู่นะ ฉันก็จะไม่บอกเรื่องที่แกช่วยคุณใหญ่เหมือนกัน”
อรสอางค์ดึงมือปิ่นอนงค์ เอากุญแจวางใส่มือ พูดมีเลศนัย
“ขอให้ไปให้รอดนะ ฉันขออวยพร”
ปิ่นอนงค์สะดุดในน้ำเสียงมองจ้องหน้าอรสอางค์ เปี๊ยกซื่อบอกให้ปิ่นอนงค์รีบไป อรสอางค์จ้องปิ่นอนงค์แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
ปิ่นอนงค์ขับรถมาตามทาง ใหญ่ขยับตัวมองปิ่น ถามด้วยน้ำเสียงไม่มีแรง
“จะพาฉันไปไหน”
ปิ่นอนงค์บอกด้วยเสียงเย็นชา “เอาไปฆ่าหมกป่า”
ปิ่นอนงค์เหลือบมอง ใหญ่เค้นเสียง “รอให้ฉันมีแรงก่อน ฉันจะสับเธอเป็นชิ้นๆ”
“อย่าปากเก่ง หนีให้รอดก่อนเถอะ”
“หนี เธอจะบอกว่าเธอช่วยฉันให้หนีเหรอ เธอล่อฉันมาติดกับพวกมัน เพื่อช่วยฉันเหรอ”
“แล้วแต่จะคิด”
ปิ่นอนงค์มัวแต่หันมาทะเลาะกับใหญ่ พอใหญ่มองไปข้างหน้า เห็นรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างบรรทุกผักวิ่งออกมาจากถนนลูกรัง ตัดหน้ารถปิ่นอนงค์
ใหญ่ร้อง “ระวัง!”
ปิ่นอนงค์ตกใจ เหยียบเบรกมิด แต่เบรกไม่ทำงาน เพราะถูกอรสอางค์ตัดสายเบรก รถยังคงวิ่งเข้าใส่มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่วิ่งมาช้าๆ
“เบรกสิ”
ปิ่นอนงค์เหยียบเบรกซ้ำๆ “เบรกไม่ได้”
รถกำลังจะพุ่งเข้าชน ปิ่นอนงค์ตัดสินใจหักหลบ รถเสียหลักพุ่งไปริมทาง ซึ่งด้านล่างเป็นเหวลึก
ปิ่นอนงค์กับใหญ่ประสานเสียงร้องลั่น รถกำลังพุ่งตกเหว!!!
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 14 (ต่อ)
ทรรศนะนั่งก้มหน้ามึนๆ เพราะยาสลบอยู่ที่โถงเรือนใหญ่ อรสอางค์นั่งเชิดวางท่าหยิ่งอยู่ข้างๆ จิ๋วนั่งที่พื้น ครองสุขยืนจ้องทรรศนะสีหน้าไม่พอใจ
“เห็นหรือยังว่านังปิ่นมันมารยาห้าร้อยเล่มเกวียน คนดีๆ อย่างนะ ตามมันไม่ทันหรอก”
จิ๋วหมั่นไส้เต็มกลืน “คนดี เอ๊ะ ใช่หรือคะ”
ครองสุขตะคอกทันที “แม่จิ๋ว อย่ามาทำปากยื่นปากยาวแถวนี้ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่น”
จิ๋วหดหัว ไม่กล้าสบตาครองสุข “ผมผิดเอง ผมขอโทษครับคุณน้า”
อรสอางค์ทำเป็นเข้าข้างทรรศนะเพื่อเรียกคะแนน
“นะไม่ผิดหรอก อรผิดเองที่ผลักไสนะให้ไปหาปิ่นอนงค์ อรเสียใจ อรไม่น่าคอยหาเรื่องนะอยู่ตลอดเวลา”
ครองสุขรู้ทันยิ้มเหยียดด่าว่า
“ดัดจริตทำเป็นนางเอก ดีใจที่นังปิ่นมันหนีไปได้ ก็พูดมาตรงๆ เถอะ”
อรสอางค์ไม่พอใจ ลุกยืน พูดแทบเป็นตวาด “คุณน้า!”
ระหว่างนั้นลูกน้องเสี่ยตงที่ไปกับจอมกระหืดกระหอบเข้ามารายงาน
“คุณนายครับ มีรถพุ่งตกเหว น่าจะเป็นรถที่ปิ่นอนงค์ขับพาไอ้ใหญ่หนี เพราะคนงานจำได้ว่าเป็นรถของไร่เรา”
ทรรศนะลุกยืนตกใจมาก ในขณะที่ครองสุขตาลุกวาวด้วยความดีใจ “พวกมันตายมั้ย”
เวลาเดียวกันจอมยืนอยู่ที่ไหล่ทาง มองลงไปหุบเหวเบื้องล่าง เห็นรถปิ่นอนงค์หงายท้องไฟลุกท่วม จอมร้องไห้ตะโกนเรียกโหยหวนปิ่มว่าจะขาดใจ
“ปิ่นๆๆ”
อรสอางค์เดินเข้าห้อง จิ๋วเร่งฝีเท้าตามติดซักไซ้คาดคั้น เพราะฉุกคิดว่าเรื่องรถปิ่นอนงค์กับใหญ่ตกเหวเป็นฝีมือนายสาวไฮโซ
“คุณหนูทำอะไรกับรถคันนั้น”
อรสอางค์หันมายิ้ม พูดไม่สะทกสะท้าน “ไม่ได้ทำอะไรยุ่งยาก แค่ตัดสายเบรก”
จิ๋วตกใจ “คุณหนู ไหนบอกว่าจะช่วยให้เขาหนีไงคะ”
อรสอางค์โต้ “นังปิ่นมันเป็นหนามตำใจอร ถ้าไม่บ่งมันออกให้หมดแผลตรงหัวใจของอรก็ไม่มีวันหายเจ็บ”
จิ๋วตกใจที่อรสอางค์โหดเหี้ยม จ้องหน้าเขม็ง อรสอางค์เสียงดังใส่จิ๋ว
“อย่ามองอรแบบนี้ อรไม่ได้อยากทำ แต่อรไม่ยอมเสียของที่อรรักให้ใคร ไม่แบ่งให้ใคร”
จิ๋วสะท้อนใจ “ทำไมคุณหนูถึงคิดแบบนี้”
“ตอนเด็กๆพี่จิ๋วเป็นคนสอนอรเองไม่ใช่หรือ ว่าอรสวย อรเก่ง อรมีเงิน อรต้องชนะทุกคน”
จิ๋วน้ำตาไหล จับมืออรสอางค์ เสียงร้อนใจ “ถือว่าพี่จิ๋วเรียนน้อย มีแต่สมองแต่ไม่มีปัญญา ถึงได้สอนคุณหนูแบบผิดๆ เริ่มต้นใหม่นะคะ คุณหนูเป็นคนสวย เป็นคนเก่งอยู่แล้ว คุณหนูจะมีค่ายิ่งขึ้น ถ้ารักษาความดีเป็นหลักประจำใจ”
อรสอางค์ไม่สน “ความดีหรือ ยอมเป็นผู้เสียสละยกสามีให้นังปิ่น นี่ใช่มั้ยความดีที่พี่จิ๋วว่า”
“ตอนนี้คุณหนูตกอยู่ในความทุกข์ คนมีความทุกข์จะคิด จะมองอะไร มันก็มืดแปดด้านไปหมด ลองทำให้ทุกข์เบาลงก่อน ลดความโกรธเกลียดแล้วเพิ่มสติให้ตัวเอง ถ้าทุกข์น้อยลง คุณหนูก็จะมองเห็นทางออก”
อรสอางค์สะบัดมือจิ๋วออก “พี่จิ๋วเป็นแค่พี่เลี้ยง ไม่ใช่แม่อร อย่ามาสั่งสอนอร อรมีดีกรีถึงปริญญาโทจากเมืองนอก ฉลาดพอ มีความรู้พอที่จะแก้ปัญหาชีวิตของอรได้”
จิ๋วพูดแรงๆ “นั่นละค่ะ เค้าเรียกมีความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอด”
อรสอางค์ตวาด “ไป ออกไปเลยพี่จิ๋ว ไม่งั้นจะหาว่าอรไม่เตือน”
จิ๋วจนปัญญาเดินออกไปอย่างเงียบๆ
จิ๋วทุกข์ใจเดินมาที่เรือนคนงานหาน้อยกับหวาน เห็นแต่คนงานหญิงยืนตากผ้า
“แม่หวานกับนังน้อยอยู่มั้ย”
คนงานหญิงบอก “ไม่เห็นพวกมันเลย หายหัวไปกันหมดรวมทั้งไอ้เปี๊ยกด้วย”
จิ๋วแปลกใจ
พงษ์กระซิบที่หูปลอดที่นั่งกินข้าวเช้าอยู่ ปลอดปล่อยช้อนหล่นจากมือ
ปานเทพกะเพ็ญมองงง “พ่อ มีอะไร”
ปลอดหน้าเครียด ลุกยืน “คุณใหญ่แกว่งเท้าหาเสี้ยนอีกจนได้ คราวนี้โดนพวกคุณนายครองสุขจับตัวไว้ พงษ์ รวบรวมคนไปกับฉัน”
ปานเทพดึงแขนพ่อไว้ “ผมไปด้วย”
“แกไปก็เกะกะเปล่าๆ ฝีมือแกสู้ใครไหว คุ้มครองน้าเพ็ญอยู่ที่นี่นั่นแหละ ดีแล้ว”
ปานเทพบ่นงุบงิบ “พ่อก็ดูถูกผมทุกที” พึมพำอย่างน้อยอกน้อยใจ “ใช่สิ ผมมันไม่ใช่ลูกคนเก่งของพ่อนี่”
ปลอดไม่ใส่ใจ “รู้ตัวก็ดี คุณใหญ่น่ะขยันซ้อม ไม่ขี้เกียจเหมือนแก”
ปลอดกับพงษ์รีบไป ปานเทพหน้างอเพ็ญพูดปลอบ
“ความจริงพ่อเขาเป็นห่วงปาน กลัวปานมีอันตราย อย่าไปน้อยใจพ่อเขา”
ปานเทพมองไปด้านนอก “ผมก็ห่วงพ่อ ถึงได้อยากไปด้วย แต่ในหัวพ่อมีแต่ไอ้คุณใหญ่”
เพ็ญเย้า “พูดอย่างนี้เหมือนเป็นเด็กขี้อิจฉานะคะ”
ปานเทพโพล่งขึ้น “ผมนะหรืออิจฉามัน” ก่อนจะลดเสียงพูดอ่อยๆ ลง “ก็แค่บ่นเล่นๆ”
เพ็ญส่ายหน้าขำลูกเลี้ยง
เสี่ยตงยิ้มแย้มพูดกับครองสุขในห้องทำงาน
“ตำรวจหยุดการค้นหาแล้ว เห็นตำรวจว่าหุบเหวข้างล่างมีต้นไม้ใหญ่หนาทึบ เข้าไปไม่ถึง มันคงกลายเป็นศพไปแล้ว”
ครองสุขยิ้มระรื่น “ในที่สุดทุกอย่างก็ตกเป็นของฉัน”
เสี่ยตงท้วงทันที “ลืมอีกครึ่งหนึ่งของผมหรือเปล่า”
“แหม ไม่ลืมเสี่ยหรอกค่ะ แต่ต้องรอกระบวนการทางศาลอีกนิด เอางี้ฉันจะให้ตานะคุยกับทนายหาทางเอาเงินออกมาให้เสี่ยงวดแรกก่อน”
เสี่ยตงหัวเราะชอบใจ “อย่างนี้ค่อยน่ารักหน่อย” เสี่ยแสบขมวดคิ้วนึกบางอย่างออก “แต่ว่า ไอ้ปลอดปาดังเบซา มันยังอยู่อีกคนไม่ใช่หรือ ถ้ามันรู้ข่าวว่าไอ้ใหญ่ตาย มันคงไม่อยู่เฉยแน่”
ครองสุขคิดตาม “นั่นสิ ฉันลืมมันไปเลย เสี่ยเตรียมแห คอยดักเหยื่อได้เลย”
ขณะพูดครองสุขจิกตาร้าย
ที่ใต้ต้นปีปในไร่ มีขวดเหล้าเปล่าหลายขวดวางกองเกลื่อนที่พื้นดิน ทรรศนะนั่งเอียงตัวซบโคนต้นปีบ สภาพเมามาย ร้องไห้คร่ำครวญ
“ปิ่น ปิ่น ปิ่นอยู่ไหน ปิ่นไม่น่าไปช่วยมัน ถ้าปิ่นไม่ช่วยมันปิ่นก็คง ไม่ตาย พี่รักปิ่น”
ทรรศนะเห็นขาครองสุขเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า ผวากอดขาครองสุขแน่น เห็นเป็นปิ่นอนงค์
“ปิ่น ปิ่นกลับมาแล้วหรือ ปิ่นอย่าทิ้งพี่ไปอีกนะ”
สีหน้าครองสุขหงุดหงิด ดุทรรศนะเสียงเขียว
“หยุดคร่ำครวญเสียทีตานะ คนมันตายแล้วก็ตายไป เอาตัวเองให้รอดเสียก่อน ลุกขึ้นไปล้างหน้าล้างตาให้สร่างเมา แล้วไป” ครองสุขพยุงลูกชายให้ลุกยืน “ที่ออฟฟิศ น้ามีเรื่องต้องใช้เงิน”
ทรรศนะสะบัดตัว ตวาดลั่น “คุณน้าก็ห่วงแต่เงิน เป็นเพราะคุณน้าคนเดียวปิ่นถึงตาย”
ครองสุขน้อยใจ ทรรศนะลุกยืนเดินเซ “ทำไมนะว่าน้าอย่างนี้ นะควรจะดีใจที่น้าทำให้นะได้ครอบครองไร่ไพศาล ตอนนี้ทุกอย่างเป็นของนะแล้ว”
“ได้ไร่มาแต่ไม่มีปิ่น มีความหมายอะไร”
ครองสุขโมโห “กะอีแค่ผู้หญิงคนเดียว น้าจะหาเมียน้อยให้นะอีกสักโหลสองโหลยังได้”
ทรรศนะพูดใส่หน้าแม่ “คุณน้ารู้มั้ยครับว่าผมแพ้ยาอะไร ใส่รองเท้าเบอร์อะไร ไม่ชอบอะไร เกลียดอะไร”
ครองสุขอึ้งตอบไม่ได้ “โอ๊ย น้าต้องเลี้ยงทั้งนะทั้งยัยนี เรื่องเล็กๆ พวกนี้ น้าไม่เคยจำ”
ทรรศนะยิ้มออกมาอย่างขมขื่น “แต่ปิ่นรู้ ปิ่นจำได้หมด ปิ่นรู้จักผมดีทุกอย่าง”
ครองสุขเดินโมโหเข้ามาในบ้านบ่นอุบ “นังปิ่น ตายไปแล้วยังตามจองล้างจองผลาญฉันไม่เลิก”
ทัศนีย์เดินเข้ามาโวยวาย “คุณน้า คุณใหญ่ตายเพราะอุบัติเหตุ หรือคุณน้าฆ่าเขา นีไม่ยอมนะ นีเคยพูดกับคุณน้าแล้วว่านีรักคุณใหญ่ คุณน้าน่าจะห่วงความรู้สึกของนีบ้าง”
ครองสุขอยากจะบ้า “พวกแกสองคนพี่น้องดีแต่ทำให้ฉันปวดหัว อีกคนก็หาว่าฉันไม่ใส่ใจ อีกคนก็หาว่าฉันไม่ห่วง แล้วพวกแกเคยใส่ใจห่วงใยฉันบ้างมั้ย ไม่ได้ดั่งใจเลยทั้งคู่”
ครองสุขเดินหนี ทัศนีย์ไล่ตามตื้อไม่ลดละ “ก็คุณน้าสอนนีเองไม่ใช่หรือคะ ให้หาผัวรวยๆ นีก็กำลังเจริญรอยตามคุณน้าอยู่นี่ไง ไม่ได้ดั่งใจตรงไหน”
ครองสุขหยุดกึก หันกลับมา “แค่แกถามฉันว่า เหนื่อยมั้ย หิวมั้ย ก็พอ แกเคยทำมั้ย”
ทัศนีย์อึ้ง “มันหน้าที่ของลูกไม่ใช่หรือ”
ครองสุขตอกหน้า “ก็ใช่นะสิ”
ทัศนีย์ประชดส่ง “แต่นีเป็นแค่หลาน จำได้มั้ยคะคุณน้าสั่งนีเอง ว่าห้ามเรียกคุณน้าว่า...” ทัศนีย์ทำปากคำว่า แม่ แต่ไม่มีเสียง
ครองสุขชักยัวะ “นี่แกอย่ามายอกย้อนกับฉันนะยัยนี ถึงฉันไม่ให้เรียก แต่ในใจแกก็ต้องรู้ว่าฉันเป็นใคร”
ทัศนีย์เถียงต่อ “แต่คนอื่นไม่รู้ ครูที่โรงเรียนไม่รู้ว่านีมีแม่ เพื่อนที่โรงเรียนไม่รู้ว่านีมีแม่” ทัศนีย์น้ำตาไหลแต่ไม่ยอมสะอื้น “นีถูกล้อทุกวันว่าไอ้ลูกไม่มีแม่” ตะโกนออกมา “จนตอนนี้นีก็ชินไปแล้วว่านีไม่มีแม่ ไม่มีแม่”
ครองสุขพูดไม่ออกยืนนิ่ง ทัศนีย์กระแทกส้นเท้าเดินออกไป ครองสุขเสียใจจนอยากจะร้องไห้แต่พยายามกลั้นไว้
โปรดติดตาม "ปิ่นอนงค์" ตอนต่อไป
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Online
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com)
«
Reply #4 on:
20 October 2026, 08:48:53 »
https://mgronline.com/drama/detail/9550000083460
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 15
เผยแพร่: 8 ก.ค. 2555 09:05 โดย: MGR Online
.
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 15
ถวิลซึ่งยังคงนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล กำลังนั่งจ้องจอทีวีที่เสนอข่าวเป็นภาพการค้นหาศพใหญ่ในวันที่ผ่านมา
ถวิลตกใจมาก พึมพำออกมา “ไม่อยากจะเชื่อเลย”
จอมใส่ชุดดำเปิดประตูเข้ามาพอดี ถวิลอารมณ์ขึ้น
“คุณใหญ่กับหนูปิ่นตายได้ยังไง มันเกิดอะไรขึ้น ฝีมือคุณนายใช่มั้ย”
จอมซึมๆ ไม่ตอบ เสไปพูดเรื่องงานศพ “ผมจะจัดงานศพให้ปิ่น เลยอยากมาถามพ่อว่าต้องทำยังไงบ้าง”
ถวิลยังคงคาดคั้นจะเอาคำตอบ “แกมีส่วนด้วยหรือเปล่า”
จอมโมโห อารมณ์พุ่ง “ไอ้ใหญ่มันตายก็ดีแล้ว ฉันน่าจะฆ่ามันตั้งแต่ตอนที่ช่วยคุณนายจับตัวมันได้ มันทำให้ปิ่นต้องตาย”
ถวิลเหนื่อยใจเหลือทน “เอ็งมันกู่ไม่กลับแล้วไอ้จอม เด็กในท้องปิ่นคือลูกเอ็ง คือหลานข้า เอ็งทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือเปล่า” ถวิลชี้หน้าไล่ตะเพิดจอม “ไปให้พ้น ข้าไม่อยากเห็นหน้าเอ็ง”
จอมยืนนิ่ง เสียใจที่พ่อเกลียดขนาดนี้ เดินออกไป
พอประตูปิดลง ถวิลร้องไห้ ออกมา “ทำไมเอ็งถึงเป็นแบบนี้ไปได้ บาปกรรมจริงๆ”
ที่หน้าห้องถวิลเวลานั้น จอมยืนร้องไห้เสียใจสุดๆ ทั้งเรื่องพ่อเรื่องปิ่น
คืนนั้นดวงจันทร์เต็มดวง แสงจากดวงจันทร์ที่สาดส่องมายังไร่ไพศาล ทำให้เห็นว่า ลูกน้องเสี่ยตง 2 คนที่เฝ้ารั้วประตูใหญ่ คนหนึ่งนอนสลบ อีกคนนั่งสลบพิงรั้ว
ในห้องนอนครองสุข เวลานั้น ครองสุขแกล้งทำเป็นนอนหลับสนิท
ขณะที่หน้าต่างเหมือนมีมือคนโผล่มาจับขอบหน้าต่าง
ที่แท้เป็นปลอดแต่งชุดดำปีนเข้ามา ย่องไปที่ครองสุข เอาปืนจี้คอ ครองสุขสะดุ้งตื่นร้องตกใจ
“อ๊าย อย่านะ อย่าทำอะไรฉัน อยากได้เงินทองเอาไปเลย”
“จับคุณใหญ่ไว้ที่ไหน พาฉันไปเดี๋ยวนี้”
ปลอดกระชากครองสุขลุกจากเตียง ครองสุขเห็นหน้าตาชัด
“ไอ้ปลอด” ครองสุขยิ้มเยาะ “ในที่สุดแกก็โผล่มาจนได้”
ปลอดเอะใจกับคำพูดครองสุข เสี่ยตงตำรวจบุกเข้ามา เล็งปืนไปที่ปลอด
“วางปืนลง!”
ครองสุขแกล้งหวาดกลัว “จับมันเลยค่ะ มันขู่จะฆ่าดิฉัน ถ้าไม่ยอมเอาเครื่องเพชรออกมาให้มัน”
ปลอดตวาด “ตอแหล” รีบบอกตำรวจ “ มันจับคุณใหญ่เจ้าของไร่ไว้ เพื่อหวังฮุบมรดกไว้คนเดียว ถ้าคุณตำรวจไม่เชื่อ ก็ตรวจค้นดูสิครับ”
ตำรวจบอกข่าวร้าย “แต่เท่าที่ผมทราบ คุณใหญ่เกิดอุบัติเหตุขับรถตกเหวเสียชีวิตไปแล้วนะครับ”
ปลอดตะลึง “ไม่จริง”
เสียงปืนดังมาจากหลังเรือนเปรี้ยงๆ
เสียงปืนที่ดังเป็นพวกพงษ์กับลูกน้องที่ซุ่มหลบตามต้นไม้ยิงสู้กับจอม และลูกน้องเสี่ยตง พงษ์ถูกจอมยิงที่ไหล่
ลูกน้องพงษ์ยิงสกัดพาพงษ์ถอยหนี จอมกับลูกน้องเสี่ยตามไล่ยิงไม่ลดละ เสียงปืนดังสนั่นก้องไปทั้งไร่ไพศาล
เช้าวันต่อมา ปานเทพพยามกดมือถือรัวๆ โทร.หาปลอด แต่โทร.เท่าไหร่ก็ไม่ติด นั่นยิ่งทำให้ปานเทพหงุดหงิดเป็นกังวลหนัก
“ทำไมพ่อไม่ส่งข่าวให้รู้บ้างเลยว่าช่วยไอ้ใหญ่ได้หรือเปล่า”
เพ็ญซึ่งนั่งดูหนังสือพิมพ์อยู่เห็นลงข่าวใหญ่เสียชีวิต ก็ตกใจแทบช็อก “เป็นไปได้ยังไง”
ปานเทพมองเพ็ญเห็นสีหน้าหมอง
ปานเทพใจไม่ดี จะดึงหนังสือพิมพ์ไปอ่านเอง แต่เพ็ญดึงไว้ ตัดสินใจบอกเอง
“คุณใหญ่ตายแล้ว”
ปานเทพตกใจมากอึ้งกันไป “ผมไม่เชื่อ” อ่านย้ำอีกที “ยังไม่พบศพ อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด เราต้องรีบบอกให้พ่อรู้”
ปานเทพสับสน ลุกยืนพรวด “ผมจะไปหาพ่อเอง จะบอกพ่อด้วยตัวเอง”
เพ็ญดึงไว้ “น้าปล่อยให้เธอไปเสี่ยงอีกคนไม่ได้”
ปานเทพร้อนใจท่าทีร้อนรน “แต่ผมก็ทนรอฟังข่าวอยู่นี่ไม่ได้ ผมอยากไปเห็นศพไอ้ใหญ่กับตา ผมจะพามันกลับบ้านเรา”
ปานเทพร้องไห้ออกมา เพ็ญบอกด้วยเสียงเข้มแข็ง “ถ้างั้นเราไปด้วยกัน ไปตามหาพี่ปลอด ไปรับคุณใหญ่”
ว่าแล้วเพ็ญจูงมือปานเทพจะไปด้วยกันจริงๆ แต่ชะงักทั้งคู่
เปี๊ยกแบกร่างใหญ่ที่หมดสติไว้บนหลัง หวานกับน้อยประคองปิ่นอนงค์คนละข้างเดินตามหลัง เข้ามา
ปิ่นอนงค์มีบาดแผลถลอกเล็กน้อย แต่ยังมีสติ
เพ็ญกับปานเทพอุทานออกมาอย่างดีใจ “คุณใหญ่” / “ไอ้คุณใหญ่”
เพ็ญกับปานเทพนั่งบนโซฟา พวกหวานนั่งที่พื้นระหว่างรอให้หมอตรวจอาการใหญ่
“โชคดีที่ปิ่นจำชื่อเหมืองได้ ก็เลยถามๆ ชาวบ้านมาตลอดทาง พอคนงานเห็นหน้าคุณใหญ่เท่านั้นแหละค่ะ ก็รีบนำทาง เรามาที่เหมืองทันควัน” หวานเล่า
ปานเทพแปลกใจ “แต่ทำไมหนังสือพิมพ์ถึงรายงานว่าคุณใหญ่กับปิ่นอนงค์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ”
เปี๊ยกยืดคุยฟุ้งอ้อแอ้ๆ ว่าตัวเองช่วยยังไง หวานตัดบท “ข้าเล่าเอง ยังกะคุณเค้าจะฟังเอ็งรู้เรื่อง คืองี้ค่ะ พอเรารู้จากนังน้อยว่าปิ่นจะพาคุณใหญ่หนี เราก็เลยตกลงกันว่าจะหนีไปกับคุณใหญ่ด้วย เพราะอยู่ไปก็โดนนังแม่มดโขกสับ สารพัด มันนะคะ...”
น้อยท้วง “โอ๊ยพี่หวาน ผู้จัดการเขาอยากรู้ว่าคุณใหญ่รอดมาได้ยังไงไม่ได้อยากรู้ว่าพี่โดนโขกสับยังไง”
หวานฉุนถูกเบรก “ก็กำลังจะเล่าอยู่นี่แหละ เราเลยขับรถตามคุณใหญ่ไป แต่พอขับรถตามทัน เราก็เห็น...”
ภาพเหตุการณ์ตอนไปช่วยใหญ่และปิ่นอนงค์ ผุดขึ้นในความคิดของหวาน เปี๊ยกและน้อย
ริมถนนนอกไร่ รถของปิ่นอนงค์กับพุ่งติดต้นไม้ก่อนจะลงลงไปในเหว เครื่องดับควันโขมง เปี๊ยกจอดรถ ทั้งหมดพากันวิ่งลงมา
“คุณใหญ่” หวานตะโกนก้อง ตกใจสุดขีด
น้อยใจสั่น “พี่ปิ่น”
ทั้งสามคนช่วยใหญ่กับปิ่นอนงค์ออกจากรถ จากนั้นเปี๊ยก หวาน และน้อย ช่วยกันเข็นรถที่ปิ่นอนงค์ขับมาให้ตกเหว รถพุ่งลงไป ระเบิดตูม ไฟลุกท่วม
หมูมวลรออยู่ด้านนอกห้องนอนใหญ่ หมอวัยกลางคนเดินออกมาเพ็ญรีบถามอาการทันที
“คุณใหญ่เป็นยังไงบ้างคะน้องหมอ”
“ร่างกายขาดอาหารก็เลยอ่อนแอมาก ผมฉีดยาบำรุงแล้วก็ให้น้ำเกลือ ไม่น่าเป็นห่วงอะไร”
เพ็ญโล่งใจ มองหน้าหมอพลางเอ่ยขึ้น “เรื่องนี้...”
หมอเข้าใจ พูดสวนออกมา เสียงจริงจัง “พี่เพ็ญไม่ต้องห่วงครับ ครอบครัวเราสนิทกันมานาน ผมจะช่วยปิดเป็นความลับ”
“ขอบใจมากจ้ะ” เพ็ญยิ้มขอบคุณจากใจ
หมอเดินออกลับตัวไปแล้ว เพ็ญหันไปหาพวกหวาน “พวกเธอก็อยู่ด้วยกันเสียที่นี่นะ ฉันจะให้คนงานช่วยจัดที่พักให้”
น้อยจิตตกออกอาการกลัวๆ “ตำรวจจะตามมาถึงนี่มั้ยคะ หนูกลัวโดนจับไปด้วย”
หวานกระแทกศอกใส่ “แกไม่เห็นทางเข้าเหมืองหรือนังน้อย ลดเลี้ยวเคี้ยวคดอย่างกับเขาวงกต คงหากันเจอหรอก”
“เหมืองเราอยู่ในหุบเขาลึก ถ้าไม่มีคนนำทางก็ยากที่จะเข้ามาถึง อย่าห่วงเลย” เพ็ญบอก
ปานเทพเร่งฝีเท้าเข้ามา “ผมยังติดต่อพ่อกับพี่พงษ์ไม่ได้เลยครับน้าเพ็ญ ทำยังไงดี”
เพ็ญหันมาหาพวกหวาน “พวกเธอติดต่อใครที่ไร่ได้บ้าง”
สามคนมองหน้ากัน
ที่ห้องอาหารเรือนใหญ่เวลาเดียวกัน ครองสุข อรสอางค์ ทัศนีย์ร่วมโต๊ะกินข้าวเช้า มีจิ๋วคอยรับใช้แทนน้อย
เวลานั้นจิ๋วตักข้าวให้ครองสุข
“นังน้อยมันหายหัวไปไหน ทำไมเหลือเธอคนเดียว”
“ไม่ทราบค่ะ” จิ๋วตอบ
“ถ้ามันมา เฉดหัวมันออกจากไร่ไปได้เลย แล้วตานะล่ะ” ครองสุขมองหน้าอรสอางค์
“เขาว่าไม่หิว”
“ไม่หิวหรือยังแฮงค์อยู่ เมื่อคืนเห็นนั่งดริ๊งจนถึงเช้า”
อรสอางค์จิกกัด “แสดงว่าน้องนีกลับถึงบ้านเอาตอนเช้า ถึงได้เห็น...”
ทัศนีย์หน้าชาลุกพรวด ยกจานข้าวของตัวเองสาดใส่อรสอางค์
“ปากว่างนักก็กินเสียให้พอ”
อรสอางค์โกรธลุกยืน คว้าแก้วน้ำสาดใส่หน้า“ฉันช่วยล้างปากเหม็นๆ ให้”
ทัศนีย์กรี๊ดจะจิกผมอรสอางค์ “อีบ้า”
จิ๋วเข้ามาขวาง ทัศนีย์เลยจิกผมจิ๋วแทน จิ๋วก็จิกผมทัศนีย์ สามคนตีกันอลเวง
ครองสุขโมโหลุกยืนตบโต๊ะดังปัง “โอ๊ยพอแล้ว กัดกันยังกะหมา จะให้ฉันกินข้าวอย่างเป็นสุขสักมื้อไม่ได้เลยหรือไง”
จิ๋วกับทัศนีย์ผละจากกัน จ้องหน้ากันเอาเรื่อง
“แม่อร ฉันขอเตือนเธอนะ ยัยนีเป็นน้องของตานะ เธอเป็นพี่สะใภ้ควรวางตัวให้มันน่านับถือหน่อย อย่าให้มันล้ำเส้นเกินไป”
ทัศนีย์มองครองสุข อย่างพอใจที่แม่เข้าข้างจิ๋วเถียงแทน
“แต่คุณนีลงมือเล่นงานคุณหนูก่อนนะคะ คุณนายก็เห็น”
ครองสุขเยาะ “เหรอ พอดีฉันไม่ทันได้มอง”
ครองสุขเดินหนีไป ทัศนีย์เชิดหน้าใส่อรสอางค์อย่างเป็นต่อ อรสอางค์กำมือแน่น
จิ๋วยกจานอาหารมาโยนใส่อ่างล้างจาน หงุดหงิดจากเหตุการณ์เมื่อครู่
“ถ้าไม่กลัวเสียมารยาท ตบมันล้างน้ำทั้งน้าทั้งหลานไปแล้ว”
เสียงมือถือดัง จิ๋วรับสาย “ฮัลโหล” สีหน้าจิ๋วตกใจกึ่งแปลกใจ “นังน้อย!”
ใหญ่นอนให้น้ำเกลือ ยังไม่ได้สติ ปิ่นอนงค์นั่งมอง จะเอื้อมมือไปแตะหน้าใหญ่ แต่ชะงักค้างไว้
ภาพการตายของแม่ ตอนที่ตนวิ่งเข้าไปเห็น ใหญ่หันหลังให้เหมือนกำลังทำร้ายแม่ผุดขึ้นมาหลอกหลอน
ปิ่นอนงค์ชักมือกลับช้าๆ ลุกยืน ตัดใจเดินออกจากห้อง ใหญ่ขยับเปลือกตา ส่งเสียงออกมา
“น้ำ ขอน้ำ”
ปิ่นอนงค์ชะงักหันกลับมาท่าทีลังเล มองไปที่เหยือกน้ำกับแก้วพลาสติกข้างเตียง
ปิ่นอนงค์ประคองหัวใหญ่ขึ้นมานั่งพิงหัวเตียง ยกแก้วน้ำพลาสติกจ่อปากใหญ่
ใหญ่ลืมตาปัดแก้วน้ำกระเด็นจากเตียง “เธอเอาอะไรให้ฉันกิน”
ปิ่นอนงค์โมโห ลุกยืนทันที “น้ำเปล่าผสมยาเบื่อหนู”
ว่าแล้วปิ่นอนงค์จะหันไป ใหญ่คว้าข้อมือไว้ “อย่าปากดีกับฉัน” มองสภาพห้องอาการอึ้งๆ “ใครพาฉันมาที่นี่ แล้วฉันรอดมาได้ยังไง
“ไว้คอยถามพี่เปี๊ยกเองแล้วกัน”
ปิ่นอนงค์สะบัดมือ เดินไปใหญ่เรียกไว้อีก “เดี๋ยว”
ใหญ่จะคว้าแขนปิ่นอนงค์ไว้ จนตัวเองเกือบร่วงลงเตียง “โอ๊ย!”
ปิ่นอนงค์ตกใจ ลืมโกรธ รีบเข้าไปจับใหญ่ไว้ “ระวัง!”
ใหญ่สะบัดทันทีแบบรังเกียจเหลือแสน “ไม่ต้องช่วย ฉันไม่ต้องการน้ำใจจากเธอ”
ปิ่นอนงค์หน้าเสีย รีบปั้นหน้าปกติ พูดประชดประชัน “ก็ไม่คิดจะให้ค่ะ เพราะเวลาเรามอบน้ำใจให้ใครต้องดูด้วยว่าคนๆ นั้นคู่ควรหรือเปล่า แต่เท่าที่ดู คงไม่ค่ะ”
ใหญ่โมโห มองปิ่นอนงค์จนตาถลน “ปิ่นอนงค์ คิดว่าตัวเองเลอเลิศนักละสิ ก็แค่ดอกไม้ประดิษฐ์ที่ตบตาให้คนคิดว่าเป็นของจริง แต่พอมองเข้าไปใกล้ๆ ลองแตะ ลองจับดู มันก็แค่ดอกไม้ปลอม” ใหญ่เน้นเสียง “ของปลอม”
ปิ่นอนงค์เจ็บหัวใจที่โดนใหญ่พูดจาดูถูก “ปิ่นจะจำทุกคำที่คุณใหญ่พูด เพื่อเอาไว้เตือนสติตัวเอง ว่าเป็นแค่ดอกไม้ของปลอม ไม่ควรไปประดับอยู่ในแจกันที่สูงค่าแต่เต็มไปด้วยรอยร้าว อย่างคุณใหญ่”
ใหญ่ถูกย้อนโกรธจนตาลุกเป็นไฟ
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 15 (ต่อ)
เวลาเดียวกัน ปานเทพค้านหัวชนฝา เรื่องที่เพ็ญจะให้ปิ่นอนงค์หลบอยู่ที่นี่
“น้าเพ็ญคิดดีแล้วหรือครับที่จะให้ปิ่นอนงค์อยู่ที่นี่ ถ้าพ่อรู้พ่อคงไม่ชอบใจแน่ ผมเองก็ไม่เห็นด้วยเลย”
“แต่หนูปิ่นช่วยคุณใหญ่หนีนะ เรื่องเก่าๆจะขุดคุ้ยว่าใครผิดใครถูก แล้วมันได้อะไรขึ้นมา”
ยินเสียงเหยือกน้ำตกแตก เหมือนข้าวของหล่น จากห้องใหญ่ชั้นบน ปานเทพกับเพ็ญแหงนหน้ามองขึ้นไป
ปานเทพบอก “จากห้องไอ้ใหญ่”
พอปานเทพกับเพ็ญเปิดประตูเข้ามาเห็นใหญ่อาละวาดเหวี่ยงหมอนลงพื้น โคมไฟ เหยือกน้ำ และอื่นๆเกลื่อนพื้นห้องข้างเตียง เพ็ญเข้าไปจับใหญ่
“พอแล้วคุณใหญ่”
ปานเทพมองปิ่นอนงค์ ที่ยืนนิ่งที่มุมห้องไม่สะทกสะท้านกับอารมณ์ร้ายกาจของใหญ่
ปานเทพพูดเสียงห้วน “ไอ้ใหญ่ไม่สบาย เธอยังจะทำให้มันอาการหนักขึ้นอีกหรือเห็นมั้ยน้าเพ็ญ ถ้าให้อยู่ ก็มีแต่เรื่อง ไล่ไปเลยดีกว่า”
“ไม่เสียเวลาหรอก ถ้าหยุดเพื่อฟังคำอธิบายจากปิ่นก่อน”
เพ็ญมองปิ่นอนงค์ “คุณเพ็ญถามคุณใหญ่เองดีกว่าค่ะ คุณใหญ่ว่ายังไง ก็ตามนั้น”
ใหญ่มองปิ่นอนงค์ เห็นปิ่นอนงค์ไหว้เพ็ญ “ปิ่นขอกลับไปที่ห้องปิ่นนะคะ ขอบคุณคุณเพ็ญที่จัดห้องไว้ให้
ค่ะ ปิ่นคงไม่รบกวนนาน”
ปิ่นอนงค์ออกไป “ว่าไงวะไอ้คุณใหญ่ อะไรทำให้แกออกฤทธิ์เดชขนาดนี้”
ใหญ่นึกกลัวปิ่นอนงค์ต้องโดนไล่ไปใหญ่รีบอ้อนเพ็ญ
“ผมปวดหัวครับน้าเพ็ญ ไม่รู้หมอฉีดยาอะไรให้มันหงุดหงิดงุ่นง่านไปหมด โอ๊ย” เอามือจับหัวตัวเอง “ผมไม่ไหวแล้วต้องขอนอนก่อน”
ว่าแล้วใหญ่ล้มตัวลงนอน เพ็ญห่มผ้าให้ “พักเถอะค่ะ ตื่นมาจะได้สดชื่น”
ใหญ่หลับตาลง ปานเทพมองอย่างหมั่นไส้ “ถ้าผมทำแบบนี้ พ่อคงไล่เตะไปแล้ว”
เพ็ญยิ้มขำขยับลุกยืน เมื่อมองไปเห็นน้อยทำท่าลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงหน้าประตู ปานเทพมองตาม
สามคนคุยกันอยู่อีกมุมในบ้าน น้อยรายงานข่าว
“หนูติดต่อพี่จิ๋วได้แล้วค่ะ พี่จิ๋วบอกว่านายหัวปลอด เออ …”
ปานเทพชักใจไม่ดี “อะไรน้อย พูดมาเลย”
เวลาเดียวกันปลอดนั่งอยู่ในห้องขัง สีหน้าขรึม ตำรวจตะโกนบอก “มีคนมาเยี่ยม”
พอตำรวจลับตัวไป ปลอดเงยหน้า เห็นถวิลปลอมตัวมาใส่หนวด ใส่หมวก ปลอดเดินมาที่ลูกกรง เพ่งมอง ถวิลเปิดหมวก ปลอดจำได้ “หวิน!”
“พี่ปลอด ฉันจะต้องหาทางช่วยพี่ออกไปให้ได้”
“อย่าบอกไอ้ปาน กับคุณใหญ่เด็ดขาด ถ้าสองนี้รู้ ต้องบุกกันมาช่วยฉัน จะถูกจับกันหมด”
ถวิลหน้าเสีย อ้ำอึ้ง “พี่ยังไม่รู้ใช่มั้ย คุณใหญ่ เออ เกิดอุบัติเหตุ”
ปลอดตกใจ “ว่าไงนะ แล้วคุณใหญ่เป็นอะไรมากหรือเปล่า”
ถวิลก้มหน้าไม่กล้าพูด ปลอดขยุ้มคอเสื้อถวิลผ่านลูกกรง “อย่าบอกนะว่า คุณใหญ่”
ถวิลพยักหน้าว่าใช่ “แต่ยังหาศพไม่เจอ”
ปลอดปล่อยมือจากคอเสื้อถวิล เซถอยหลังไป 2-3 ก้าว เหมือนจะล้มแต่ประคองตัวได้
“พี่ปลอด”
ปลอดก้าวมาหาถวิล กระซิบข้างหูถวิล
“หาตัวไอ้พงษ์ให้พบ บอกให้มันค้นหาศพคุณใหญ่ให้เจอถ้าไม่เห็นศพ ฉันไม่มีวันเชื่อ”
ถวิลเดินออกมาจากโรงพัก รู้สึกเจ็บแผลจึงก้มมอง พอเงยหน้าเห็นจอมเดินเข้ามา ถวิลจวนตัวรีบหลบหลังรถของตำรวจ จอมเดินผ่านเข้าไปในโรงพัก
ถวิลมองตาม แล้วรีบผละไปจากแถวนั้น เพราะไม่อยากเจอหน้าจอม
ตำรวจเดินนำจอมมาที่หน้าห้องขัง ชี้เข้าไปด้านใน จอมหน้าเครียด กล้าๆ กลัวๆ ยืนมองเข้าไปในห้องขัง เห็นปลอดนั่งกอดเข่าพิงข้างกำแพง จอมชำเลืองมอง ท่าทีเก้ๆ กังๆ ยกมือไหว้ปลอด
ปลอดมองจอมแล้วยิ้มเยาะ “อ๋อ ... มือขวาคุณนายครองสุขอุตส่าห์มาเยี่ยม”
“ผมแค่อยากมาถาม เอ้อ ... พ่อมาเยี่ยมลุงบ้างรึเปล่า”
“แกนี่มันกล้าดีจริงๆ ยังมีหน้ามาถามฉัน แกรู้มั้ยว่าพ่อของแกเสียใจแค่ไหน ผิดหวังกับแกแค่ไหน แกเป็นลูกเป็นหลานแท้ๆกลับไปเข้าข้างศัตรู ไป ...ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก”
จอมซึม เดินคอตกออกไป
ทางด้านใหญ่เดินออกมามองหาคนอื่นๆ แต่ไม่เจอใครสักคน เห็นอาหารตั้งวางอยู่ จึงเรียกหาเพ็ญ
“น้าเพ็ญครับ”
ปิ่นอนงค์เดินมาที่โต๊ะยกน้ำมาตั้ง มองหน้า สองคนปั้นปึ่งใส่กัน
ปิ่นอนงค์พูดสั้นๆ ห้วนๆ “กินข้าวเสร็จ แล้วกินยาบำรุงตามทันที อย่าลืม”
ปิ่นอนงค์จะเดินไป ใหญ่ขึ้นเสียง “ฉันไม่กิน” ปัดยาทิ้งกระจาย “ไม่รู้เป็นยาพิษรึเปล่า”
“ตามใจ”
“น้าเพ็ญไปไหน ทำไมเธอต้องมาทำ”
“ไม่ทราบ ที่ทำเพราะเป็นคำสั่งจากคุณเพ็ญ เธอเป็นเจ้าบ้านปิ่นเป็นผู้อาศัย ขัดไม่ได้ เสียมารยาท”
ใหญ่ประชดกลับ “แม่คนมารยาทงาม ถ้าอย่างนั้นฉันในฐานะเจ้าของบ้านอีกคน ขอสั่งให้เธอ มาทางไหนไปทางนั้น”
ใหญ่คว้าข้อมือปิ่นอนงค์จะลากไป “บ้านนี้ไม่ต้องการให้เธอมาเหยียบ”
ใหญ่ดึงปิ่นอนงค์ขึงขัง ปิ่นอนงค์แกะมือใหญ่ออก “ไม่ต้องไล่ค่ะ ตั้งใจจะไปวันนี้อยู่แล้ว”
ใหญ่อึ้งไป ใจหายวาบ แต่รีบทำสีหน้าดีใจ “ก็ดี อยากไปนัก ก็รีบไปให้พ้นๆ เลย เห็นหน้าเธอแล้วมันรู้สึกขวางหูขวางตา”
ปิ่นอนงค์เดินไป ใหญ่รีบเรียกไว้ “อย่าเพิ่งไป”
ปิ่นอนงค์หันมา สู้สายตา “อะไรอีกละคะ”
ใหญ่เดินมาหา มองสำรวจปิ่นอนงค์หัวจรดเท้า ตั้งข้อหาเห็บเหา “ฉันสงสัยว่าเธอแอบขโมยอะไรไปด้วยหรือเปล่า ขอฉันค้นตัวก่อน”
ปิ่นอนงค์ฉุนกึก “หาเรื่องเกินไปแล้วนะคะ”
“แค่นี้ไม่เรียกว่าเกินไป แต่เรียกว่าน้อยไปด้วยซ้ำ ถ้าเทียบกับที่เธอทำกับฉันไว้มากมาย จนสาธยายไม่หมด”
“ปิ่นไม่มีอะไรติดตัวมาแม้แต่กระเป๋าเงิน ไม่มีอะไรจะให้ค้น แต่ถ้ายังอยากค้น แสดงว่าตั้งใจหาเรื่อง ถ้าตั้งใจหาเรื่อง เขาเรียกว่าคนพาล”
“ฉันมันก็ไม่ใช่คนดีมาตั้งแต่ต้นแล้ว ทำเป็นไม่รู้จักไปได้”
ใหญ่เชยคางขึ้น ปิ่นอนงค์ปัดมือออก “ต้องการอะไรบอกมาตรงๆ ดีกว่าค่ะ”
“ฉันขอค้นตัวเธอ” ใหญ่เน้นเสียงคำท้าย “ทั้งตัว”
ใหญ่แกล้งมองอาการหื่นๆ ปิ่นอนงค์กระชับคอเสื้อด่าออกไป “เสียสติไปแล้วหรือคะ”
ใหญ่ดึงแขนลากไป “เข้าห้องมานี่เลย”
ปิ่นอนงค์ขัดขืน ทุบตีใหญ่พัลวัน “ไม่ ปล่อย”
ใหญ่ลากปิ่นอนงค์เข้ามา ผลักไปที่เตียง “ถอดเสื้อออก”
ปิ่นอนงค์อึ้ง “อะไรนะ”
“ถ้าไม่ถอด เธอต้องยอมรับสารภาพว่า ทำผิดอะไรบ้าง ตอบฉันมาให้หมด แล้วฉันจะปล่อยเธอ”
ปิ่นอนงค์โกรธจัด หายใจแรง ใหญ่ก้มหน้ามาใกล้ๆ “เธอตั้งใจล่อฉันให้ไปติดกับยัยแม่มดครองสุขใช่มั้ย”
ปิ่นอนงค์ไม่ตอบ
ใหญ่ถามต่อ “เธอคิดกำจัดฉัน เพื่อจะได้ทั้งมรดกและได้เป็นเมียน้อยไอ้นะแต่ที่ฉันสงสัย เธอรักไอ้นะ แล้วไปมีอะไรกับไอ้จอมจนมีลูกทำไม”
เห็นปิ่นอนงค์เอาแต่นิ่ง ใหญ่คาดคั้น “ตอบมา!”
“อย่ารู้เลยค่ะ ปิ่นไม่อยากซ้ำเติมคุณใหญ่”
“พูดมา ฉันไม่หลงเหลือความรู้สึกอะไรกับเธอ ก็แค่คนเคยนอนด้วย แค่ครั้งเดียว ไม่ได้ผูกพันอะไร”
“มิน่า คุณใหญ่ถึงฆ่าแม่ปิ่นได้ลงคอ” ปิ่นอนงค์ถากถาง
“ถ้าเธอแค้นฉันแล้วช่วยฉันทำไม”
“เพราะปิ่นอยากฆ่าคุณใหญ่ให้ตายไปด้วยมือของปิ่นเอง เสียดายที่มันไม่สำเร็จ”
“คิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ คนอย่างเธอต้องมีแผนลึกล้ำกว่านั้น”
“แล้วแต่คุณใหญ่จะคิด”
ใหญ่นิ่งงันไป ปิ่นอนงค์ผลักใหญ่ออก ทาทีใหญ่ดูหมดแรง ปิ่นอนงค์ลงจากเตียงลุกยืน
ใหญ่ชี้ไปที่ประตู “ออกไปจาก...ชีวิตของฉัน อย่าให้เจออีก”
ปิ่นอนงค์สะกดกลั้นความเสียใจไว้ เดินไปที่ประตู
ปิ่นอนงค์เปิดประตูเดินออกมา เพ็ญมาขวางหน้าไว้
“น้าคงให้ไปไม่ได้” มองใหญ่อย่างตำหนิ “หนูปิ่นท้องอยู่นะคะ”
“ลูกศัตรู ไม่เห็นต้องสน” ใหญ่ไม่แยแส
“แต่ทั้งแม่ทั้งลูกจะมีอันตรายถ้าสมบุกสมบันเดินทางตอนที่ร่างกายยังไม่แข็งแรง”
ปิ่นอนงค์สะท้อนใจ รู้สึกผิดที่หลอกเพ็ญ “ปิ่นมีเรื่องอยากบอกคุณเพ็ญ”
เพ็ญร้อนใจ “เอาไว้ก่อนเถอะค่ะ”
เพ็ญมองใหญ่ “น้ากำลังจะมาปรึกษากับคุณใหญ่ พี่ปลอดโดนตำรวจจับ ตอนนี้นายปานจะไปลุยกับคุณนาย ห้ามเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง”
ใหญ่รีบพรวดพราดไปที่ประตู “ผมจะไปกับไอ้ปาน ผมจะไปช่วยอาปลอด”
เพ็ญรีบตามไปดึงใหญ่สองมือ จับสองต้นแขนใหญ่บีบ
“คุณใหญ่ไปไม่ได้นะคะ ถ้าคุณใหญ่กับนายปานไปโดนรวบทั้งคู่ ก็เข้าแผนคุณนายทันที พวกเราจะไม่เหลือใครเลยนะคะ”
ใหญ่โกรธหันมามองปิ่นอนงค์ตาขวาง
ใหญ่จอดรถลากปิ่นอนงค์มาที่กระท่อมท้ายเหมือง ผลักประตูเข้าไป ในกระท่อมมีแคร่ หมอน มุ้ง เสื่อ ตะเกียง 2 ดวง กับผ้าห่มเก่าหนึ่งผืน
ปิ่นอนงค์เหลียวมองล่อกแล่ก หน้ากระท่อมมีโอ่งน้ำฝนบนตั่งไม้มีรางสังกะสีจ่ออยู่ข้างบน
ใหญ่ชี้ไปหลังกระท่อม “ห้องน้ำอยู่ข้างหลัง”
ปิ่นอนงค์มองหน้าใหญ่ “ค่ะ”
“ทำอย่างงี้นึกว่าฉันจะใจอ่อนเหรอ ฉันจะดูว่าเธอจะทนได้ซักแค่ไหน”
ใหญ่หันกลับไปที่รถ ขับออกไปอย่างเร็วและแรง
ครองสุขยืนอยู่หน้าห้องขัง ตีหน้าเศร้า ปลอดยืนแค้นกลั้นอารมณ์มองพื้นห้อง
“ไม่ได้จะมาเยาะเย้ยถากถางอะไรหรอกนะ มาเยี่ยมเฉยๆ นึกว่าได้ประกันตัวออกไปแล้วซะอีก เห็นลูกเป็นนักกฎหมายไม่ใช่เหรอ ทำไมช่วยพ่อไม่ได้ล่ะ แต่ก็ว่าไม่ได้หรอก นะอุตส่าห์ไปเป็นลูกน้องคุณใหญ่ที่ฉลาดปราดเปรื่องกว่า ยังช่วยไอ้ใหญ่ไม่ให้ตายโหงไม่ได้เลย
ปลอดเงยหน้าสบตาพูดเรียบๆ ทีท่าแน่วนิ่ง “กลับไปซะ นังงูพิษ เรื่องมันเพิ่งเริ่มเท่านั้น ตอนจบสนุกกว่านี้แน่ คนอย่างแกมันโชคดีที่ไม่ตายง่ายๆ ต้องทุรนทุรายก่อนจำเอาไว้”
ครองสุขเย้ย “โถ ... เสียดายความจงรักภักดีของแกจริงๆ ลูกน้องอย่างนี้หายาก อ้อ ... แต่ลูกน้องของแกที่ถูกไอ้จอมมันยิงเอาก็โดนหมายจับอยู่นะ น่าสงสาร”
ปลอดสุดจะกลั้น พุ่งเข้าไปยื่นมือลอดลูกกรงบีบคอครองสุขเขย่าๆ
“ตายซะเถอะนังแม่มด กูยอมถูกประหารชีวิต”
ครองสุขร้อง ดิ้นรนไปมา จ่าเวรเข้ามาแกะมือปลอดแต่ไม่หลุด เพราะปลอดกะเอาถึงตาย
จ่าเวรเอากระบองระดมตีหัว ตีตัวปลอด จนทรุดลงไปนอนกุมหัว
ครองสุขหลุดออกมา คลำคอ ไอออกมา ชี้หน้าปลอด ฟ้องจ่าเวร
“มันจะฆ่าชั้น ชั้นขอแจ้งความเพิ่ม ติดคุกหัวโตแน่ ไอ้ปลอด”
จัดการปลอดสมใจ ครองสุขเดินยิ้มระรื่นออกมาที่หน้าโรงพัก ลูกน้องเสี่ยตง 2 คนเข้ามาสมทบ
“พวกแกเฝ้าอยู่แถวนี้ ถ้าพวกไอ้ปลอดมันโผล่มา ส่งข่าวให้ฉันรู้ด้วย”
ลูกน้องเสี่ยตงค้อมหัวรับคำสั่ง ครองสุขเดินฉับๆ กลับไปที่รถ
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 15 (ต่อ)
เพราะคิดว่าเพื่อนรักเสียชีวิตแล้ว ทำให้จินตนาเสียใจมาก วันนี้เธอจึงแวะมาทำบุญให้อุ่นเรือนที่วัด และกำลังมองจ้องรูปอุ่นเรือนที่หน้าโกศหลังจากธูปเทียนไหว้วิญญาณแล้ว มีพวงมาลัยวางอยู่ด้วย
จินตนาค่อยๆ วางกรอบรูปปิ่นอนงค์ ซึ่งเป็นภาพขาวดำตรงหน้าโกศอุ่นเรือนท่าทางเศร้าสร้อย ขณะที่จินตนาเช็ดน้ำตา จอมถือธูปเทียน ดอกไม้เข้ามา สีหน้าเศร้า
จินตนาลุกยืนมองจอมอย่างเอาเรื่อง “คิดว่ามาไหว้ปิ่น แล้วปิ่นมันจะอโหสิกรรมให้นายหรือ”
จอมโต้ “เราไม่ได้ทำอะไรปิ่น เราพยายามปกป้องปิ่นทุกวิถีทางไม่ให้ไอ้ใหญ่มันทำร้ายปิ่น แต่ปิ่นก็โดนมันหลอกให้พาหนี มันนั่นแหละเป็นต้นเหตุให้ปิ่นต้องตาย”
จินตนายิ่งโมโห “นายนี่มัน” นึกหาคำด่าไม่ออก “ฉันไม่รู้จะด่านายยังไงดีแล้ว สิ่งที่ฉันรู้สึกในตอนนี้คือ นายมันเป็นคนน่าสมเพช สมองของนาย ความคิดของนาย มันแค่เด็กประถม ไม่ได้โตตามตัวเลย”
จอมโกรธเจอทีไร่ก็ถูกด่า เลยปาดอกไม้ทิ้งใส่หน้าจินตนา “เราให้ด่ามามากพอแล้ว ไม่อยากเป็นเพื่อน ก็ไม่ต้องมาเป็น”
จอมฮึดฮัดเดินหนีไป จินตนายืนเซ่อคาที่
ที่กระท่อมท้ายเหมือง ทั้งข้าวและกับข้าวในปิ่นโตสามชั้นที่เอาออกจากเถาแล้ว ยังถูกวางบนพื้น ปิ่นอนงค์นั่งบนแคร่พิงข้างฝา เหม่อไปที่หน้าต่างไม่ยอมแตะต้องข้าวปลาอาหาร
สักครู่หนึ่งใหญ่หน้าเข้ม ผลักประตูเข้ามา สบตากับปิ่นอนงค์ที่ชะงักหันมามอง ก่อนจะหันกลับไปทางเดิม ใหญ่มองอาหารบนพื้น เห็นข้าวและกับยังไม่โดนแตะต้อง
แวบหนึ่งใหญ่มองปิ่นอนงค์ด้วยตาแววตาห่วงใย แล้วค่อยกลายเป็นโกรธขึ้ง
ใหญ่เค้นเสียงหัวเราะหึๆ ในลำคอ “จะเรียกร้องความสนใจด้วยการอดอาหารประท้วง คิดว่าชั้นจะเห็นใจปล่อยเธอเหรอ ไม่มีทาง”
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ไม่กินก็คือไม่กิน ให้มันตายๆไปซะ จะได้จบเรื่อง คุณใหญ่จะได้หายแค้น”
ใหญ่เข้าไปนั่งปลายเตียงมองจ้องหน้า “ชั้นไม่เชื่อว่าเธอจะคิดอย่างนั้นจริงๆ ไม่ต้องมาเล่นละครเป็นนางเอกแสนซื่อน่าสงสารกับชั้นอีกแล้ว ปิ่นอนงค์”
ปิ่นอนงค์รำคาญลุกไปเอาปิ่นโตใส่เถา จะเดินเอาออกจากกระท่อม
ใหญ่ถามทันที “จะเอาไปไหน”
“เอาไปทิ้งให้หมูหมากาไก่กิน”
ใหญ่ลุกพรวดเข้าไปกระชากแขนปิ่นอนงค์อย่างแรง จนปิ่นโตหลุดมือหกเรี่ยราด ปิ่นอนงค์ตกใจ ใหญ่เองก็ตกใจแล้วพาลเป็นโกรธ
ใหญ่มองกองอาหาร และปิ่นโต แล้วค่อยๆ เหลือบมองปิ่นอนงค์
“นี่จะประชด ท้าทายชั้นเหรอปิ่นอนงค์ ได้ ... ชั้นจะป้อนข้าวให้เธอกินเอง”
ใหญ่กระชากแขนให้ปิ่นอนงค์ลงนั่งกับพื้น เอามือโกยอาหาร ยัดใส่ปาก ปิ่นอนงค์เม้มปากสุดฤทธิ์ใหญ่บังคับ “กิน กินเข้าไป เพื่อเด็กในท้องของเธอ ชั้นไม่ใจร้ายกับเด็กที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยหรอก กิน ... กิน”
สุดท้ายข้าวเข้าปากปิ่นอนงค์จนได้ ใหญ่อุดปากไว้ ปิ่นอนงค์ดิ้นไปมา ตาเหลือก ปิ่นอนงค์สำลัก ข้าวติดหลอดลม เอามือกุมคอ อีกมือกำมือใหญ่ จิกแน่น
ใหญ่ตกใจ รีบปล่อยมือ ปิ่นอนงค์สำลัก ไอติดๆ ขัดๆ ยกมือกุมคอทั้งสองมือ
ปิ่นอนงค์เอนลงนอนกับพื้น ใหญ่ตกใจ ระล่ำระลักถาม “ปิ่น เธอ ... หายใจไม่ออกใช่มั้ย”
ปิ่นอนงค์พยายามพยักหน้า ใหญ่รีบลุกดึงปิ่นอนงค์ขึ้นมาปฐมพยาบาล
ในที่สุดปิ่นอนงค์ก็หายจากอาการสำลักข้าวติดคอ ทรุดลงไปกับพื้นอย่างอ่อนแรง
ใหญ่รีบรับร่างปิ่นอนงค์ในวงแขนด้วยความห่วงใย
เวลาผ่านไป จากบ่ายคล้อยเป็นเย็นย่ำ ปิ่นอนงค์นอนหายใจหอบ ยังมีอาการเหนื่อยอยู่เล็กน้อย ใหญ่ยืนกอดอกพิงข้างฝากระท่อม มองเยาะเย้ย
“ดีขึ้นแล้วก็ลุกขึ้นมา อย่ามาทำเป็นสำออยอยู่ เก็บกวาดเศษอาหารพวกนี้ให้เกลี้ยง อย่าให้เหลือ เดี๋ยวมด หนูแมลงสาบมันจะโผล่มาเยี่ยม”
ปิ่นอนงค์ทั้งฉุนทั้งรำคาญใหญ่ จึงรีบลุก ฝืนสังขารเต็มที่ ทั้งๆ ที่ยังไม่มีแรง
“ปิ่นจะทำให้เดี๋ยวนี้ แม้แต่กลิ่น ก็ไม่ให้หลงเหลือ”
ใหญ่หงุดหงิด “อวดดี”
ปิ่นอนงค์ลุกแล้วเซเสียหลักไปเกาะข้างฝา “ระวังหน่อย”
“ไม่เป็นอะไรค่ะ ไหว”
“ฉันไม่ได้ห่วงว่าเธอไหวหรือเปล่า ฉันห่วงฝากระท่อมพังมันยิ่งไม่แข็งแรงอยู่” พูดแล้วยื่นหน้ายิ้มยั่ว กวนโทสะ “ระวังด้วยก็แล้วกัน จะไม่มีที่ซุกหัวนอน”
ปิ่นอนงค์ค่อยๆ พยุงตัว เอามือแตะๆ ข้างฝาเดินไปที่มุมกระท่อม มีไม้กวาดเก่าๆ กับที่โกยขยะวางอยู่ ปิ่นอนงค์หยิบที่โกยขยะมาแล้วนั่งลง เก็บปิ่นโตใส่เถา เอามือกวาดเศษข้าว เศษอาหารใส่ที่โกยขยะ ใหญ่มองยิ้มเยาะสะใจ
แสงจากตะเกียงสลัวลางยามค่ำคืน ยินเสียงหรีดหริ่งเรไรร้องระงม เวลาเคลื่อนคล้อย ใกล้จะพ้นค่ำคืนแห่งความทุกข์ขมในชีวิตปิ่นอนงค์กับใหญ่ อีกแล้วหนึ่งวัน
เช้าวันต่อมา ปานเทพขับรถเข้ามาจอด ลงจากรถเดินเข้าโรงพัก จังหวะนั้นพงษ์ซึ่งมีผ้าคล้องไหล่เพราะบาดเจ็บจากโดนจอมยิง หลบอยู่ไม่กล้าตามเข้าไปในโรงพักเพราะมีหมายจับ พงษ์จ้องปานเทพจนลับตา
ปานเทพยืนเกาะลูกกรงคั่นกลางกับปลอด เหลียวระวังกลัวคนได้ยิน ขณะกระซิบบอกพ่อ
“ไอ้คุณใหญ่ยังไม่ตาย อยู่ที่เหมือง”
ปลอดดีใจ น้ำตาคลอเบ้า แต่รีบกลั้นไว้
ปลอดจับมือปานเทพแน่น พูดเบาๆ
“รับปากพ่อ อย่าให้มีเรื่องร้ายเกิดขึ้นกับคุณใหญ่อีก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าทิ้งคุณใหญ่”
เห็นพ่อห่วงแต่ใหญ่ จนปานเทพโมโห “พ่อน่าจะห่วงตัวเองก่อน กินข้าวบ้างสิพ่อ ป่วยไข้ไปจะทำยังไง”
“แกไม่ต้องสนว่าฉันจะเป็นยังไง ทำตามที่ฉันสั่งพอ”
ปานเทพเสียงแข็ง “ผมต้องสน พ่อนั่นแหละอยู่เฉยๆ แล้วดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีตอนนี้ผมพยายามเจรจาขอประกันพ่ออยู่ พ่อต้องได้ออกไป”
ปลอดมองหน้าลูกสีหน้าปลื้มใจแวบหนึ่ง แต่ยังรักษาฟอร์มตีหน้าขรึม
“แล้วน้าเพ็ญของแกล่ะ เป็นยังไงบ้าง เขาบ่นอะไรพ่อหรือเปล่า”
“บ่นจนผมแทบจะเอาสำลีอุดหู พ่อกลับไป โดนหนักแน่” ปานเทพแกล้งขู่
ปลอดรีบบอก “บอกเขา ไม่ต้องมาเยี่ยมฉัน ดูแลคนงานให้ดีที่สุดเหมือนตอนที่ฉันอยู่”
ปานเทพเคาะประตูเปิดเข้ามาในห้องร้อยเวร ท่าทีนอบน้อม ร้อยเวร นั่งประสานมือ ข้อศอกเท้าโต๊ะทำงาน มองปานเทพ มองเจ้าทุกข์ที่นั่งตรงข้าม
“เรื่องมันยากกว่าเดิมแล้ว คุณปานเทพ”
“หลักทรัพย์ไม่พอเหรอครับ”
ร้อยเวรพูดต่อ “คดีเดิมก็ร่วมกันพยายามฆ่า ปล้นทรัพย์ บุกรุก มีอาวุธและก่อเหตุในยามวิกาล”
เจ้าทุกข์ซึ่งครองสุขจ้างมาเริ่มเล่นละคร “ผมจำหน้านายปลอดได้ครับ จากข่าวโทรทัศน์ จากหน้าหนังสือพิมพ์ เสือปลอด ปาดังเบซาร์ นี่แหละที่เคยปล้น ข่มขืนเมียผม เมื่อตอนต้นปี สมุนอีกห้าหกคน”
ปานเทพลืมตัวลุกยืน ถลันเข้าไปขยุ้มคอเสื้อเจ้าทุกข์
“แกพูดเท็จทั้งหมด ใครใช้แกมา นังแม่มดครองสุข หรือไอ้เสี่ยตง มันจ้างแกเท่าไหร่”
เจ้าทุกข์ทำท่าคิ้วขมวด ชี้หน้าปานเทพ “เอ ... คุณนี่ คุ้นๆ หน้าเหมือนกันนะ มันพวกเดียวกันนี่หว่า”
เจ้าทุกข์ผลักปานเทพออกบอกตำรวจ “จับมันเลยครับ ไอ้โจรห้าร้อยเนี่ยมันข่มขู่ผม กล่าวหาผมนิสัยอันธพาลเหมือนไอ้เสือปลอดหัวหน้าแก๊งมันไม่มีผิด”
ปานเทพแค้นปล่อยหมัดเข้าหน้าเจ้าทุกข์จังๆ “แกด่าพ่อฉันหรือ”
เจ้าทุกข์แกล้งเซล้มยั่วต่อทำเป็นกลัวสุดๆ “ช่วยด้วยครับ มันจะฆ่าผม มันจะปิดปากพยาน”
ปานเทพเข้าไปหมายลุยจะเตะ ร้อยเวรเป่านกหวีด ตำรวจเข้ามารวบปานเทพจับใส่กุญแจมือ ชุลมุนวุ่นวาย เจ้าทุกข์แอบยิ้ม ยักคิ้วให้ปานเทพทั้งๆ ที่ปากแตก เลือดกำเดาไหล
ร้อยเวรมองปานเทพแล้วส่ายหน้าเพราะดันทำเรื่องให้เลวร้ายกว่าเดิม
ขณะที่ที่ริมหน้าต่างเวลานั้น พงษ์แอบมองอยู่อย่างกระวนกระวายใจ สีหน้าครุ่นคิดหนัก
เวลาเดียวกันครองสุขแทงไฮโลสบายใจเฉิบที่บ่อนเสี่ยตง มีโต๊ะไพ่อีกสองวง ตั้งอยู่ห่างพอประมาณ พร้อมนักพนันชายหญิงราว 15 คน
เสียงเจ้ามือเขย่าถ้วยเสียงเต๋าดังกราว ลูกขา 4 คน ลุ้นฟังเสียงลูกเต๋า
เสี่ยตงเดินเข้ามากระซิบ “ตามแผน ไอ้ปานโดนสั่งขังแล้ว”
ครองสุขมองเจ้ามือ “ดี สมน้ำหน้าในความโง่ของพวกมัน”
เสี่ยตงบอกต่อ “เด็กฉันมันรายงานว่าไอ้พงษ์มันโผล่มาอีกคน จะเอายังไง เก็บเลยมั้ย”
ครองสุขลุกยืน เดินห่างออกมาจากวงไฮโล เสี่ยตงเดินตาม
“อย่าเพิ่ง ถ้ามือขวาของไอ้ปลอดมันรู้ว่าไอ้ปานโดนจับอีกคน มันต้องไม่อยู่เฉยแน่”
ครองสุขยิ้มเจ้าเล่ห์ “จะฆ่าปลวกมดพวกนี้ ต้องฆ่าแบบยกรัง ล้างรังมันให้หมดไม่ให้ย้อนกลับมาเล่นงานเราได้อีก เอียงแก้มให้ฉันหน่อยสิจ๊ะเสี่ย”
ครองสุขยิ้ม เสี่ยตงยิ้มหื่นเอียงแก้มให้ ครองสุขกระซิบเล่าแผนการ
ที่ถนนหน้าโรงพักลูกน้องเสี่ยตง 8 คน เตรียมพร้อมอยู่ในรถตู้ ลูกสมุนเสี่ยตงคนที่ครองสุขสั่งไว้ให้คอยจับตาพงษ์ นั่งอยู่ในรถ พูดโทรศัพท์กับเสี่ย
“เข้าใจแล้วครับเสี่ย เสี่ยให้คนโทร.แจ้งเบาะแสไอ้พงษ์กับตำรวจได้เลย ผมจะคอยแจ้งตำแหน่งมันเป็นระยะ”
สมุนหัวโจก มองไปข้างหน้า เห็นรถพงษ์ขับออกไปพร้อมลูกน้องราว 6 คน ให้สัญญาณมือลูกน้อง ขับตามไป
ที่กระท่อมท้ายเหมืองเวลานั้น เปี๊ยก หวาน น้อย แวะมาหาปิ่นอนงค์ สามคนนั่งอยู่กับพื้นมีปิ่นโต ถุงเสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัววางตรงหน้า ปิ่นอนงค์นั่งซึมอยู่บนแคร่ เปี๊ยกอธิบายวุ่นวาย
“ต้องแอบถามทางพวกคนงานนะ ถึงได้ข่าวว่า กระท่อมปิ่นอยู่ตรงไหน”
เปี๊ยกหน้าเครียดส่ายหน้า อธิบายต่อ หวานคอนแปลซับไทยให้อีกที
“นี่ปิ่นโตมื้อสุดท้าย คุณใหญ่จะเอาข้าวสารอาหารแห้งมาให้ปิ่นทำกินเอง”
เปี๊ยกเอาถุงห่อหมูแดดเดียวยื่นให้ ปิ่นอนงค์รับมางงๆ
“หมูแดดเดียวทอดแล้ว เก็บไว้กินได้หลายวัน ไอ้เปี๊ยกมันอุตส่าห์แอบทำมาให้”
ปิ่นอนงค์ซึ้งใจยกมือไหว้เปี๊ยก เปี๊ยกเช็ดน้ำตารับไหว้
“อ่อนลงบ้างเถอะ พี่ปิ่น ขอความเห็นใจจากคุณใหญ่ อย่างน้อยก็เคยได้เสียเป็นผัวเป็นเมียกันมา ไปต่อต้านเค้ามีแต่จะโดนหนักขึ้นนะ” น้อยขอร้อง เพราะเห็นสภาพอล้วสงสารปิ่นอนงค์
“ปิ่นไม่ได้ต่อต้านอะไร ปิ่นตั้งใจให้คุณใหญ่ทรมานจนกว่าจะสมใจเค้า เค้าจะได้หายแค้น จะได้หยุดไปก่อกรรมทำเข็ญกับคนอื่นเค้า”
หวานสะกิดน้อย เกาหัวแกรกๆ “ปิ่นมันบ้าหรือโง่วะ อีน้อย”
น้อยงง “ชั้นโง่กว่า ฟังแล้วงง ไม่เข้าใจเท่าไหร่”
ใหญ่เปิดประตูเข้ามา กวาดสายตามองหมู่มวล สายตาดุ เปี๊ยก น้อย หวาน ขยับไปรวมกัน
“กล้าดียังไง แอบมาเยี่ยมปิ่นกัน ถ้าคิดจะช่วยเหลือพากันหนี ชั้นจะจับทุกคนมัดใส่ถังน้ำมันส่งไปให้คุณนายที่ไร่”
คำขู่ของใหญ่ได้ผลทันควัน เปี๊ยกทะยานลุกไปยืนข้างใหญ่ ชี้ด่าปิ่นอนงค์วุ่นวาย หวานตามไปเกาะแขนเปี๊ยก
หวานเปลี่ยนข้างตามผัวเอาตัวรอด “ปิ่นมันปันใจให้ไอ้จอม หวานไม่เข้าข้างมันหรอก”
น้อยโผไปยืนอีกข้างของใหญ่ ยื่นหน้าใส่ปิ่นอนงค์ แถมเกาะแขนใหญ่
“น้อยก็เหมือนกัน ถ้าให้เลือกข้าง ก็ขอยืนข้างคุณใหญ่ตลอดกาล เหอๆ ปลอดภัยไว้ก่อน”
“ดี จริงใจกับชั้นอย่างนี้ ก็อยู่ด้วยกันได้”
ใหญ่กอดอก ยิ้มเยาะปิ่นอนงค์วางท่ากวนอย่างน่าหมั่นไส้
บริเวณทางเข้าเหมืองเย็นวันนั้น พงษ์และลูกน้อง อีก 6 คน อยู่ในรถตู้ โดยไม่รู้ว่าถูกลูกน้องเสี่ยตง 8 คน สะกดรอยตามมา
“ขับไปใกล้ๆ ให้มันรู้ตัว” สมุนหัวโจกสั่งการ
พงษ์มองกระจกหลัง รู้สึกว่ารถตู้ที่วิ่งตามมาห่างๆ มีพิรุธ
“มีปัญหาแล้ว เหยียบให้เต็มที่ ไปทางลัดอย่าให้มันตามทัน”
ลูกน้องพงษ์ทำตาม รถตู้เลี้ยวไปอีกทาง รถตู้สมนุนเสี่ยตงก็เร่งตามติด พงษ์หันไปมองสีหน้ากังวลรีบกดมือถือโทร.ออกทันที
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 15 (ต่อ)
ปิ่นอนงค์สวมชุดผ้าถุง ใส่เสื้อแขนกระบอกเหมือนสาวชาวบ้าน กำลังกางมุ้งอยู่ มีใหญ่นั่งดูไม่ยอมขยับไปไหน
“คุณใหญ่กลับไปได้แล้วค่ะ ปิ่นจะนอนแล้ว”
“อยากนอนก็นอนไปสิ เกี่ยวอะไรกับชั้นด้วย”
เสียงรถเบรกดังเอี๊ยดจอดหน้ากระท่อม สองคนตกใจ
เพ็ญกะเปี๊ยกลงจากรถ ใหญ่กับปิ่นอนงค์วิ่งออกมา
“คุณใหญ่เกิดเรื่องแล้ว นายพงษ์โทร.มาบอกว่าถูกพวกไอ้เสี่ยตงสะกดรอยตามมาถึงเหมือง คุณใหญ่อย่าออกไปที่เหมืองเด็ดขาด ให้หลบอยู่ที่นี่ก่อน”
“แล้วไอ้ปานล่ะครับกลับมาพร้อมพี่พงษ์หรือเปล่า”
“นายปานถูกตำรวจจับเพราะไปทำร้ายร่างกายคนที่มาแจ้งความเท็จใส่ร้ายพี่ปลอด”
ใหญ่โกรธจัด “ไอ้พวกนรก มันต้องเจอกับผม”
ใหญ่หมายจะไป เพ็ญรีบดึงไว้“ไปไม่ได้นะคะ นายพงษ์กำชับว่าอย่าห่วง จะล่อพวกมันไปที่อื่น จะให้มันเห็นคุณใหญ่ไม่ได้”
ใหญ่ไม่ยอม “ผมไม่ใช่เต่าหัวหด ทิ้งให้ลูกน้องรับหน้า ถ้าจะตายก็ตายด้วยกัน”
เพ็ญหันมาทางปิ่นอนงค์ “ปิ่นช่วยกันหน่อย เปี๊ยกล็อคประตู”
ปิ่นอนงค์พยักหน้ากอดใหญ่ไว้ เพ็ญกะเปี๊ยกวิ่งไปล็อคประตู
“ขอโทษค่ะ ถ้าไม่ทำแบบนี้ ก็คงหยุดคุณใหญ่ไม่ได้”
ใหญ่โกรธบันดาลโทสะ สลัดปิ่นอนงค์จนร่างกระเด็นไป ทุบประตู ในขณะที่ปิ่นอนงค์จุกอยู่ใกล้ๆ
“เปิดน้าเพ็ญ ไอ้เปี๊ยก”
ใหญ่หันไปเล่นงานปิ่นอนงค์ ชี้หน้า “เพราะเธอ”
ปิ่นอนงค์แกล้งทำหน้าเจ็บ ใหญ่เป็นห่วง “เป็นอะไร เจ็บมากมั้ย”
ใหญ่กุลีกุจอ ไปประคอง แล้วสบตาปิ่นอนงค์ ก่อนจะโกรธขึ้นมาอีก ปล่อยปิ่นอนงค์แล้วหันไปเตะประตูกระท่อมอย่างพาลๆ
ลูกน้องเสี่ยตงทั้งหมดแกล้งเดินมามองหาพวกพงษ์ว่าหายไปไหน จู่ๆ พวกพงษ์ออกมาล้อมกรอบ ลูกน้องเสี่ยตงอยู่กลางวงล้อมโดยไม่มีปืน เพราะตั้งใจไม่เอาปืนมา
พวกพงษ์เล็งปืนใส่ พวกลูกน้องเสี่ยถอยมายืนพิงกัน บรรยากาศตึงเครียด
“พวกแกมาติดกับฉัน อย่าคิดว่าจะมีชีวิตกลับไปได้อีก”
สมุนหัวโจกบอก “แกคิดว่าฉันมีคนเท่าที่แกเห็นตอนนี้หรือ” หัวเราะเยาะ “คนของเสี่ยล้อมบริเวณนี้ไว้หมดแล้ว ส่วนเมียของไอ้ปลอด กับคนในบ้านมันทั้งหมด โดนเสี่ยส่งตัวขึ้นสวรรค์เป็นที่เรียบร้อย”
พงษ์หลงกลตกใจมาก “แกโกหก”
“ไม่ใช่แค่นั้น ระหว่างที่แกมาที่นี่ ไอ้ปลอดกับลูกของมันโดนวางยาในห้องขังนอนตายน้ำลายฟูมปากในสภาพสุดอนาถ ตอนนี้ก็เหลือแต่แกคนเดียว”
พงษ์สติแตกตะโกนลั่น “ไม่จริง แกตาย”
พงษ์ยิงออกไป สมุนหัวโจกกลิ้งหลบ พงษ์แค้นจัดไล่ยิงสมุนเสี่ยตงโดนไหล่ ล้มลงถอยไปพิงต้นไม้ พงษ์แค้น
“ฉันจะแก้แค้นแทนนายหัว แทนทุกคน”
พงษ์จะยิงเสียงตำรวจตะโกนก้อง “หยุด”
แต่สมุนหัวโจก โกหกพงษ์ ทำเป็นตะโกนเรียกเสี่ยตง “เสี่ย ช่วยด้วย”
พงษ์คิดว่าเสี่ยตงมาข้างหลัง รีบหันกลับไปยิงปืนออกไปทันทีเพื่อป้องกันตัว เปรี้ยง!
ปรากฎว่าคนที่พงษ์ยิงคือตำรวจที่วิ่งนำกำลังออกมาจากป่าทึบ กระสุนโดนไหล่ ตำรวจล้มลง
พงษ์ช็อก ตำรวจที่วิ่งตามมาระดมยิงใส่พงษ์ทำวิสามัญฆาตกรรม พงษ์โดนยิงหลายนัด ตาค้าง ล้มตึง
เพ็ญถือปืนยาว เปี๊ยกกับคนงานถือปืนสั้นวิ่งตามกันมา
เพ็ญแทบล้มทั้งยืน เห็นพงษ์นอนตายต่อหน้าต่อตา “นายพงษ์!”
สมุนเสี่ยตงรีบยกมือมอบตัว บอกตำรวจ “เห็นมั้ยครับคุณตำรวจ พวกมันรอดักเล่นงานพวกผมจริงๆ”
ตำรวจเดินเข้ามาหาเพ็ญ “ผมคงต้องขอค้นเหมือง เราสงสัยว่าที่นี่จะเป็นที่ซ่องสุมอาวุธของเสือปลอด”
เพ็ญอึ้งคาดไม่ถึง
ดูเหมือนว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนร้ายของครองสุขเป๊ะๆ
รุ่งเช้า...เสียงไก่ขันดังเป็นระยะ ปลุกทุกชีวิตในเหมืองชนบทแห่งนั้นให้ตื่นขึ้นมาสู้ชีวิตกันต่อ ปิ่นอนงค์นั่งหลับอยู่ในกระทุ่อมขยับตัวลืมตาตื่น ส่วนใหญ่ยังนั่งหลับอยู่
ปิ่นอนงค์ลุกยืน แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง ทุกอย่างเงียบสงบ พอหันกลับมาเห็นว่าปืนพกของใหญ่ตกที่พื้น ปิ่นอนงค์ตั้งใจจะไปเก็บปืนให้ใหญ่ จึงก้มลงเก็บปืน
ใหญ่ได้สติหยีตาสู้แสง ก่อนจะยกมือลูบท้ายทอย สะบัดหัวไปมา เป็นจังหวะที่ปิ่นอนงค์ถือปืนลุกขึ้นมายืน ใหญ่หยีตามอง
ปิ่นอนงค์เดินเข้าไปชิดแคร่จะวางปืนไว้ให้บนแคร่ ใหญ่ตบมือปิ่นอนงค์ปึ้ง ปืนกระเด็นไป ปิ่นอนงค์ตกใจ
“ปิ่นอนงค์ เธอ ... คิดจะเล่นงานฉันทีเผลอเหรอ”
ปิ่นอนงค์โบกมือวุ่นวาย “ไม่ใช่นะคะ ปิ่นเห็นปืนตกอยู่ก็เลย....” แล้วนึกโมโหใหญ่ขึ้นมาเลยเปลี่ยนใจประชดส่ง “ค่ะ จะยิงคุณใหญ่ให้ตาย
ใหญ่ลุกเดินเข้าหา “ใจร้ายเหลือเกินนะ”
หนุ่มเจ้าอารมณ์ทำท่าจะจับปิ่นเหวี่ยง นึกขึ้นได้ว่าปิ่นอนงค์ท้อง เลยชะงัก
“ถ้าไม่ห่วงเด็ก เธอโดนไปแล้ว”
ประตูกระท่อมเปิดออก เพ็ญเข้ามาสีหน้าเครียด ใหญ่สังเกตเห็น รู้ว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีแน่
“น้าเพ็ญ”
ใหญ่กับปิ่นอนงค์ ตามเพ็ญกลับมาที่บ้านพักช็อกเมื่อรู้เรื่องที่พงษ์ตายจากปากเพ็ญ ส่วนเพ็ญนั่งซึมอยู่บนโซฟา พวกหวานนั่งเศร้าที่พื้นไม่มีใครปริปากคุยกัน
“พี่พงษ์ ไม่น่าเลย” ใหญ่ครวญ
“พวกเสี่ยตงร่วมมือกับตำรวจ สะกดรอยตามพงษ์มาที่นี่ แล้วก็ล่อให้ตำรวจฆ่าพงษ์” เพ็ญเล่าหน้าเศร้า
หวานเอ่ยขึ้น “เหมืองก็โดนปิดด้วยค่ะ เพราะตำรวจเจอปืนที่ยังไม่ได้ขอใบอนุญาตหลายกระบอกในเรือนคนงาน”
ใหญ่ตะลึงค่อยๆ เหลียวมามองปิ่นอนงค์แววตากร้าว พาลใส่ปิ่นอนงค์อีกจนได้ “เพราะเธอคนเดียวปิ่นอนงค์ เธอเป็นต้นเหตุ ทำให้ฉันไปช่วยพี่พงษ์ไม่ทัน”
ปิ่นอนงค์ทั้งตกใจ เสียใจ ไม่คิดว่าเรื่องราวจะเป็นแบบนี้ พูดไม่ออก น้ำตาคลอ
ใหญ่โกรธจัดจับร่างปิ่นอนงค์เขย่าๆ “นิ่งทำไมล่ะ”
เพ็ญลุกยืนร้องเตือน “คุณใหญ่!”
ใหญ่มองไปทางเปี๊ยก “เปี๊ยก ไปกับชั้น นังครองสุขต้องตายวันนี้ เราจะไปเผาพวกมันให้ราบสาบสูญจากไร่ไพศาล”
ใหญ่กระชากแขนเปี๊ยกจะพากันไป เพ็ญสวมบทโหดเข้าขวางหน้าดุ ผลักอกใหญ่
“พอได้แล้วคุณใหญ่ อย่าทำให้เรื่องมันเลวร้ายไปกว่านี้ได้มั้ย ตอนนี้พี่ปลอดกับนายปานก็ถูกขังอยู่ในตะราง จะไม่ให้พวกเค้าได้ออกมาหรือยังไง ทุกอย่างอยู่ที่คุณใหญ่คนเดียว มีสติบ้างสิคะ นายพงษ์ก็ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องคุณใหญ่ อย่าทำให้ความห่วงใยของนายพงษ์ไร้ความหมายสิคะ”
ใหญ่นิ่งหลบตาเพ็ญ เหลียวไปชี้หน้าปิ่นอนงค์เป็นเชิงบอกว่า...เพราะเธอ
ปิ่นอนงค์เครียดหนัก “เธอต้องรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดนี้ ปิ่นอนงค์”
ที่โรงพักเวลานั้น อาจารย์ซึ่งมักคุ้นสนิทสนมตั้งแต่สมัยเรียนมหา’ลัยของปานเทพ วัยราว 60 ปี มาดแน่วนิ่งดูสุขุมเยือกเย็น และน่าเชื่อถือ มาประพันตัวปานเทพ เวลานั้นนั่งอยู่ที่เก้าอี้ชุดรับแขกบนโรงพัก ส่วนปานเทพนอบน้อมนั่งคุกเข่ากราบที่เข่าอาจารย์
ปานเทพเศร้ามาก รู้เรื่องพงษ์ตายแล้ว “กราบขอบพระคุณอาจารย์อีกครั้งที่กรุณามาประกันตัวผม”
อาจารย์ตบหัวปานเทพเบาๆ “เสียชื่อจริงๆ เกียรตินิยมทางกฎหมายกลับมาเสียท่าเค้าได้”
ปานเทพลุกไปนั่งที่เก้าอี้อีกตัว “มันขาดสติจริงๆ ครับ ทีหน้าทีหลังผมจะระมัดระวังให้มากกว่านี้”
อาจารย์แนะนำ “คดีนายปลอดพ่อเธอมันยาก พยานหลักฐานเค้าแน่นหนา ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องเจตนาให้ได้ก่อน ว่านายปลอดเจตนาไปช่วยนายชาลิตหรือคุณใหญ่ของเธอจริงๆ ไม่ได้มีเจตนาอื่น ไม่ต้องห่วง ชั้นช่วยคนถูกเพื่อความยุติธรรมอยู่แล้ว”
อาจารย์ลุกจะไป ปานเทพลุกพนมมือไหว้ “อาจารย์อย่าบอกพ่อผมเรื่องพี่พงษ์นะครับ”
อาจารย์ตบไหล่ปานเทพเบาๆ “เสียใจด้วยเรื่องนายพงษ์ ลูกน้องพ่อเธอ ตำรวจเค้าทำตามหน้าที่จริงๆ”
พออาจารย์ออกไป ปานเทพขบกรามยกมือปาดเช็ดน้ำตา
อาจารย์เดินสวนกับถวิลที่ปลอมตัวมา ปานเทพเดินออกมา ถวิลก้มหน้าแกล้งชนไหล่ปานเทพ ปานเทพชะงักมองหน้าถวิล ขมวดคิ้ว คุ้นๆ หน้า
เหตุการณ์ที่ไร่ไพศาล ครองสุขสีหน้าระรื่นรับฟังข่าวดี หันกลับมาทางเสี่ยตง “ไอ้ปลอดมันไม่เหลือสมุนเป็นมือเท้ามันอีก เราก็นอนหลับได้สบายใจ”
สองคนอยู่ที่กลางไร่มองออกไปเห็นลูกน้องเสี่ยตงยืนคุมเชิงอยู่โดยรอบไร่
“ยังเหลือไอ้ปานที่จะช่วยพ่อมันต่อสู้คดี” เสี่ยตงว่า
“ก็ให้มันไปวุ่นอยู่กับพ่อมัน ส่วนเราก็ตักตวงผลประโยชน์อยู่ทางนี้ได้สบายๆ ไม่มีใครคอยมาจับผิดเราได้อีก”
ครองสุขมองไร่ สูดอากาศลึกๆ เข้าปอด “วันนี้เป็นวันที่ฉันสูดอากาศในไร่ไพศาลได้อย่างเต็มปอด สบายอารมณ์มีความสุขจริงๆ”
ประไพผู้จัดการส่วนรีสอร์ตเดินรีบร้อนเข้ามา ลูกน้องเสี่ยตงมายืนขวาง
“มีอะไร อย่ามากวนใจคุณนาย” เสี่ยตงเสียงเข้ม
ประไพมองครองสุขเหมือนมีเรื่องบางอย่างจะบอก ครองสุขหันมา
ขวดเหล้าเอย ขวดโซดาเอย อีกทั้งจานกับแกล้มระเนระนาดอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขกที่บ้านพักรีสอร์ต ทรรศนะนอนพะอืดพะอมอยู่ที่โซฟา
ครองสุขเดินเข้ามา ทรรศนะกวักมือไม่ทันลืมตามอง คิดว่าเป็นประไพ ส่งเสียงอ้อแอ้
“คุณประไพ เอามาอีกสองขวด ไม่เอาๆ ยกมาทั้งโหลเลยดีกว่า”
ครองสุขตรงเข้ามานั่ง เอาแก้วน้ำสาดหน้า
ทรรศนะลุกนั่งลูบหน้าลูบตา แต่ยังนั่งโงนเงน “อ้าว ... คุณน้า”
ครองสุขตำหนิลูกชาย “นี่มันกี่โมงกี่ยามเข้าไปแล้ว เมาอย่างนี้แล้วเช้าจะตื่นทำงานได้ยังไง”
“ก็ตื่นมากินเหล้าอีก” ทรรศนะประชด
ครองสุขฉุนกึก “นะเป็นเจ้าของไร่ ทำตัวอย่างนี้ ใครเค้าจะเชื่อถือ ลืมๆ มันซะอดีต คิดถึงอนาคตบ้างสิ”
อรสอางค์ กับจิ๋วเครียดเข้ามา ได้ยินทรรศนะโวยวายพร่ำเพ้อถึงแต่ปิ่นอนงค์เข้าพอดี
“อนาคตช่างมัน ไม่มีปิ่นอนงค์ก็เหมือนไม่มีอนาคตอีกแล้ว”
ครองสุขหันมาเจอลุกพรวดเอาเรื่องอรสอางค์
“หายหัวไปไหนมา อรสอางค์ หัดดูแลผัวของเธอบ้าง เป็นเมียภาษาอะไร”
ครองสุขออกไป อรสอางค์เข้าไปหาทรรศนะ ซึ่งโงนเงนลุกยืน อรสอางค์จับแขนทรรศนะมาประคอง“ไปค่ะ เดี๋ยวอรจะพานะกลับไปนอนที่เรือนใหญ่”
จิ๋วเข้าลุ้น หมายจะช่วย ทรรศนะสะบัดแขนอรสอางค์จนผงะไป
“ไม่ไป ตื๊ออยู่ได้น่ารำคาญ”
อรสอางค์ของขึ้น “คุณนะเหลืออรคนเดียวเท่านั้น จะพร่ำเพ้อหานังปิ่นไป มันก็เปล่าประโยชน์ นังหน้าด้านมันตายโหงไปแล้ว”
ทรรศนะชี้หน้าอย่างมีอารมณ์ “อย่าพูดถึงปิ่นแบบนั้น”
อรสอางค์ลอยหน้าลอยตา “ทำไมพูดไม่ได้ มันไร้ยางอาย มีผัวทีเดียวถึง 3 คน ยังงมโข่งรักมันเข้าไปได้”
ทรรศนะบันดาลโทสะ ตบอรสอางค์จนกระเด็นไป จิ๋วตาค้างร้องกรี๊ด
อรสอางค์ร้องไห้โฮ จับแก้มตัวเองอย่างตกใจ
“คุณนะ ... คุณตบอร คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง”
“ทำไมจะทำไม่ได้ ถ้าด่าปิ่นอีกก็จะโดนอีก ลองดูสิ”
ทรรศนะเดินเซเข้าหาอรสอางค์ จิ๋วเข้าผลักทรรศนะกระเด็น ล้มลงไปกับพื้น
“อย่ามาทำร้ายคุณหนูของชั้นอีก ผู้ชายอะไร มีภรรยาอยู่ทั้งคนยังปันใจไปให้ผู้หญิงคนอื่น ใจคอคุณไม่เคยรู้สึกผิดสักนิดเลยหรือ ถึงหมดรักกันแล้ว ก็น่าจะให้เกียรติกันบ้าง คุณมีหัวใจ คุณหนูก็มีหัวใจเหมือนกัน ไปค่ะคุณหนู”
อรสอางค์มองทรรศนะ แววตาปวดร้าว ทั้งเจ็บใจ และผิดหวัง
บริเวณฟาร์มเลี้ยงแพะซึ่งอยู่ติดกับไร่ไพศาล ถวิลซึ่งปลอมตัวพรางตน กำลังต้อนแพะเข้าโรงเลี้ยง ปานเทพยืนมองงงๆ
“ผมแอบมาเป็นคนงานอยู่ที่นี่ เพราะฟาร์มนี้มีเขตติดกับไร่ไพศาล เผื่อจะเข้าไปสืบความเคลื่อนไหวของคุณนายครองสุขได้บ้าง”
ปานเทพเดินเข้าไหว้ถวิล “ผมขอบคุณนายหวินมาก ที่ไม่ทิ้งพ่อผม ทั้งที่ไอ้จอมมันเป็นพวกเดียวกับคุณนาย”
ถวิลหน้าหมองลงแววตาเจ็บปวด “ผมต้องหยุดคุณนาย ไอ้จอมมันจะได้ไม่ไปไกลกว่านี้”
สีหน้าถวิลมุ่งมั่นมาก ปานเทพเข้าใจ
“แล้วผมจะคอยติดต่อกับนายหวินอยู่เรื่อยๆ ผมคงต้องรีบกลับไปหาน้าเพ็ญก่อน”
“ฝากบอกคุณใหญ่ด้วยนะครับ ไม่ต้องห่วงทางนี้ผมจะคอยหาข่าวช่วยอีกทาง”
ปานเทพพยักหน้า
บนถนนเส้นทางที่จะตรงไปยังไร่ไพศาล ทัศนีย์ขับรถออกมาจากไร่ เหยียบคันเร่งมิดเพิ่มความเร็ว
ส่วนปานเทพเพิ่งขับรถออกจากฟาร์มแพะที่ถวิลไปทำงาน
ที่ถนนตรงหน้าทัศนีย์ มีรถอีแต๋นของชาวบ้านขับช้าๆ อยู่ข้างหน้า ทัศนีย์บีบแตรไล่ แล้วขับแซงขึ้นไป
เป็นจังหวะเดียวกับที่ปานเทพขับออกมาเพื่อเข้าสู่ถนนสายหลัก รถทัศนีย์วิ่งมาเร็วมาก เห็นรถปานเทพพุ่งออกมา ทัศนีย์บีบแตรยาวขอทาง แต่แล้วต่างคนต่างเบรกตัวโก่ง ทัศนีย์จอดรถเข้าข้างทาง เปิดประตูออกมาด่ายังไม่รู้ว่าเป็นปานเทพ
“แกตาบอดหรือยังไง ขับออกมาทำไมไม่ดูรถมาทางตรง”
ปานเทพเห็นทัศนีย์ ก็ขอขึ้น เกิดอารมณ์แค้นเรื่องพ่อกับเรื่องพงษ์ ปานเทพลงจากรถ ทัศนีย์ตกใจ ผงะ“นายนี่เอง นายตั้งใจจะขับรถชนฉันใช่มั้ยเนี่ย”
ทัศนีย์ก้าวฉับๆ เข้าไปหา เชิดหน้าใส่ “ฉันจะแจ้งตำรวจจับนาย ข้อหาพยายามฆ่า”
ปานเทพตาลุกวาวกำมือแน่น “ทำไม ไม่ต้องมาทำเป็นอยากจะบีบคอฉัน นายไม่ใช่ผู้จัดการไร่ไพศาล หมดอำนาจที่จะมาข่มขู่ฉันอีกต่อไป ไอ้ผู้ชายห่วยแตก”
ปานเทพแสยะยิ้ม “แน่ใจหรือว่าฉันทำอะไรเธอไม่ได้”
ปานเทพกระชากแขนทัศนีย์ แล้วดันทัศนีย์เข้ารถไป ทัศนีย์ร้องตะโกนโวยวายเสียงดังลั่น
“อ๊าย อะไรกันเนี่ย นายจะทำอะไรฉัน ช่วยด้วยๆ”
โปรดติดตาม "ปิ่นอนงค์" ตอนต่อไป
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Online
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com)
«
Reply #5 on:
20 October 2026, 08:50:37 »
https://mgronline.com/drama/detail/9550000084303
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 16
เผยแพร่: 10 ก.ค. 2555 08:41 โดย: MGR Online
.
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 16
ปานเทพขับรถมาตามทางมุ่งหน้ากลับบ้านที่ใต้ เขาวางแผนชั่ววูบลักพาตัวทัศนีย์กลับไปที่เหมืองด้วย ทัศนีย์หรือจะยอมง่ายดาย ขัดขืนทุบตีจิกข่วนปานเทพพัลวัน
“นี่จะพาชั้นไปไหน หยุดรถ ปล่อยชั้นลงเดี๋ยวนี้”
ปานเทพโมโหเงื้อมือทำท่าจะตบ ทัศนีย์หลบวูบหยุดอาการ
“เธอต้องโดนทำโทษ โทษฐานที่น้าเธอทำให้พ่อชั้นถูกจับ ทำให้พี่พงษ์ต้องตาย ด้วยแผนชั่วๆของน้าเธอ”
ทัศนีย์โวยลั่น “ไอ้บ้า แผนบ้าอะไร พ่อนายนั่นแหละจะมาฆ่าน้าชั้นก่อน”
ปานเทพหยิบมีดสปริงขึ้นมาดีดผึง คมมีดเล่นแสงแวววาว
“ถ้าขัดขืน ขัดใจอะไรชั้นอีก ชั้นจะกรีดหน้าเธอ แทงเธอให้ยับกับมือเลย
ปานเทพเอามีดออกมา สีหน้าเหี้ยมดุดัน “ตกลงๆ ฉัน ฉันจะนั่งเฉยๆ”
จากนั้นทัศนีย์ก็นั่งตัวลีบ...กลัวตาย
เช้าวันต่อมาใหญ่นั่งกินกาแฟอยู่ในห้องโถง ดูหนังสือพิมพ์บังหน้าบังตาอยู่ ส่วนเพ็ญซึ่งสวมชุดดำไว้ทุกข์นั่งจัดดอกไม้ถวายพระงานศพพงษ์อยู่ข้างๆ
“สายป่านนี้ทำไมนายปานยังเดินทางมาไม่ถึง”
จู่เสียงกรี๊ดๆ ของทัศนีย์ก็ดังแผดขึ้นมา พร้อมๆ กับที่ร่างทัศนีย์โดนผลักถลากางปีกเข้ามาล้มลงตรงหน้าใหญ่
ใหญ่ลดหนังสือพิมพ์ลง ใหญ่ตกใจ ทัศนีย์สบตาใหญ่ แล้วร้องกรี๊ดวิ่งกลับไปกอดปานเทพ หลับหูหลับตาชี้
“ผีคุณใหญ่ๆ”
เพ็ญมองทัศนีย์ด้วยสายตางงๆ สักพักทัศนีย์จึงรู้สึกตัวว่ากอดปานเทพอยู่ รีบปล่อยปานเทพ หันมามองใหญ่อีกที
เสียงใหญ่ถามอย่างเข้ม “แกพาทัศนีย์มาที่นี่ทำไม”
คราวนี้ทัศนีย์กระพริบตาถี่ๆ เขม้นมองใหญ่ “คุณใหญ่ คุณใหญ่ยังไม่ตาย คุณใหญ่ยังมีชีวิตอยู่ คุณใหญ่”
ทัศนีย์ดีใจสุดขีดวิ่งถลาเข้าไปกอด ใหญ่รีบผลักออก “ถอยไป ที่นี่ไม่ใช่บ้านเธอ อย่ามาทำตัวรุ่มร่าม”
เพ็ญมองปานเทพ “มันเรื่องอะไรกันนายปาน”
“นายปานฉุดนีมา ฉันจะเอาเรื่องนาย” ทัศนีย์ฟ้องเพ็ญกะใหญ่
ปานเทพเดินเข้าไปชี้หน้าทัศนีย์ “เธอต้องชดใช้แทนนังน้าเลวของเธอที่ทำให้พ่อชั้นต้องถูกจับติดตะราง”
ทัศนีย์เถียงฉอดๆ “ชดใช้อะไรกัน ถ้าอยากได้เงินก็ไปเอากับคุณน้า ชั้นไม่มีให้นายหรอก”
“เงินมันชดใช้อะไรไม่ได้หรอก ต้องเอาตัวเธอนั่นแหละชดใช้ พ่อชั้นต้องทุกข์ใจเพราะสูญเสียอิสรภาพยังไง เธอต้องโดนหนักกว่านั้น” ปานเทพบอกหน้าเคร่ง
ทัศนีย์รีบถลาไปเกาะแขนใหญ่ เชิดหน้าไม่แยแส “ฉันเป็นญาติกับคุณใหญ่ คุณใหญ่ไม่มีทางยอมให้นายมารังแกชั้นหรอก”
ปานเทพมองทัศนีย์ แววตาดุดัน
ครู่ต่อมาปานเทพลากทัศนีย์มายังบ้านพักคนงาน ผ่านตรงกองขี้ควาย ทัศนีย์รีบปิดจมูกถอยหนี
“อี๊ เหม็น สกปรก”
ระหว่างนั้นคนงานหญิงคนหนึ่งกำลังตักขี้ควายใส่ถังมีหูหิ้ว
“ป้าไม่ต้องทำแล้ว ให้ยัยนี่ทำแทน คนงานคนใหม่”
ปานเทพบอกแล้วหยิบที่ตักส่งให้ทัศนีย์
“ตักขี้ควายใส่ให้เต็มถัง แล้วยกไปทางโน้น เค้าจะย้อมผ้าจากขี้ควายกัน”
อีกมุมไม่ไกลนัก คนงานหญิงอีกคนกำลังต้มน้ำในกะละมังสังกะสีบนเตาฟืน ป้าคนงานถือไม้ยาวยืนคนน้ำให้เดือด
“ประสาทหรือ ย้อมผ้าด้วยขี้ควาย ใครจะบ้าใส่”
คนงานยิ้มๆ บอก “ทำได้ค่ะ ทำขายได้ด้วย ขี้ควายมีประโยชน์เยอะอย่ารังเกียจมันเลยนังหนู”
ปานเทพเหน็บ “หรืออาจจะมีประโยชน์กว่าเธอด้วยซ้ำ”
ทัศนีย์โกรธที่โดนด่า “ฉันไม่ทำ ไม่ทำ ไม่ทำ”
ปานเทพจับมือนีให้จับที่ตัก “ต้องทำ”
“ไม่ทำ”
ทัศนีย์สะบัดเต็มแรงแต่ล้มเอง แถมล้มไปแปะบนกองขี้ควาย ทัศนีย์ยกมือสองข้างขึ้นมาดู กลิ่นเหม็นหึ่งสองมือเต็มไปด้วยขี้ควาย
ทัศนีย์ร้องกรี๊ดสุดเสียง “อ๊ายยย”
พวกๆ ป้าคนงานอุดหูแทบไม่ทัน
ด้านปิ่นอนงค์อยู่ที่บริเวณสวนเกษตรอินทรีย์ครบวงจร ซึ่งเป็นสวนภายในเหมือง เพื่อให้คนงานบริโภค มีแปลงพืชผักสวนครัว เลี้ยงหมู เป็ด ไก่ และบ่อปลา
ปิ่นอนงค์กำลังปักแนวแปลงผัก ใช้เชือกฟางผูกโยงหลักไม้เตี้ยๆ มี 4 แปลงด้วยกัน พอเสร็จปิ่นอนงค์ก็นั่งพรวนดินเด็ดวัชพืช ปาดเหงื่อไปพลาง
เปี๊ยก หวาน และน้อย หิ้วถุงข้าวห่อ น้ำหวาน ถุงใส่ซองเมล็ดพันธุ์พืชเข้ามา
น้อยแขวนถุงข้าวถุงน้ำที่ต้นไม้แล้วเดินมา “ข้าวกับน้ำ แขวนไว้ตรงนี้นะ พี่ปิ่น”
หวานกับเปี๊ยก เข้าไปยื่นถุงซองเมล็ดพันธุ์พืชให้
หวานถามขึ้น “เอาจริงเหรอปิ่น”
ปิ่นพยักหน้า ชี้ไปรอบๆ “ใช่ ปลูกเอาไว้เป็นของส่วนรวม ปิ่นมาอยู่เป็นสมาชิกใหม่ ต้องร่วมลงแรงกับเค้าด้วย”
หวานหันไปคว้าจอบส่งให้เปี๊ยก ชี้ไปตามแปลงที่ปิ่นกั้นแนวเอาไว้
“จัดการเลยเปี๊ยก เอาจอบปรับพื้นก่อน เดี๋ยวค่อยพรวนดินอีกที”
เปี๊ยกอ้ำอึ้ง หวานคว้าเสียม เปี๊ยกรีบขุดดินด้วยจอบอย่างแข็งขัน
ปิ่น หวาน และน้อย ช่วยกันลงเมล็ดพืช
“แปลงนี้เป็นข้าวโพด ต่อไปเป็นฟักทอง แล้วก็…”
ปิ่นอนงค์พูดไม่ทันจบคำ เสียงใหญ่ดังลอดเข้ามา “ทำอะไรกัน”
หมู่มวลหยุดเหลียวไปมองใหญ่ เปี๊ยกรีบโยนจอบทิ้ง ใหญ่เดินเข้ามาเมียงมอง
“ปิ่นจะปลูกผัก เอาไว้ทำกับข้าว”
“ปลูกทำไม ก็มีอยู่แล้วเยอะแยะ”
ปิ่นอนงค์รำคาญใหญ่จึงบอกให้สามคนกลับไป “พี่หวาน พี่เปี๊ยก น้อย กลับไปเถอะ เดี๋ยวปิ่นทำเอง”
หวานพูดเบาๆ “ระวังๆหน่อยนะปิ่น เด็กในท้องมันจะกระทบกระเทือน”
ปิ่นอนงค์จับท้องตัวเองแล้วยิ้มแหยๆ รู้สึกผิดที่โกหกทุกคน ใหญ่จ้องอยู่ปิ่นอนงค์รีบพูดกลบเกลื่อน
“ไม่ต้องห่วงหรอกจ้ะ จอมเค้าเป็นคนแข็งแรง ลูกก็ต้องแข็งแรงเหมือนพ่อด้วย”
ใหญ่ปวดใจทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่สนใจ แต่ตาลุก เพราะริษยาพึมพำเบาๆ “หมั่นไส้”
ใหญ่ส่งเสียงโวยวายพาลใส่ทันที
“ก็ดีเหมือนกัน จะได้เพิ่มผลผลิต ทุกคนกลับไปช่วยงานน้าเพ็ญ ปิ่นอนงค์จัดการทุกแปลงของเธอให้เสร็จ จะได้ไปสับหยวกคลุกรำให้อาหารหมู ดูปลายข้าวให้ไก่ แล้วก็ไปเก็บไข่เป็ด เสร็จแล้วค่อยไปดูบ่อปลาทีหลัง”
ปิ่นอนงค์นั่งฟังจนจบ แล้วคว้าจอบมาขุดดินท่าทีเงอะงะ แต่ตั้งใจ
ใหญ่มองดูแล้วยิ้มเยาะ แววตาดุดัน
ใหญ่จิบกาแฟสบายใจ นั่งที่โต๊ะสนาม กางร่ม มองปิ่นอนงค์ทำงาน
ปิ่นอนงค์ขุดดินด้วยจอบทำไปได้ครึ่งแปลงแล้ว ยกแขนปาดเหงื่อ เงยหน้าดูแดด
จังหวะที่ปิ่นอนงค์ยกจอบเงื้อขึ้นแล้วซวนเซไป แต่รีบตั้งหลักจับด้ามจอบ ปิ่นอนงค์หน้ามืดเป็นลมทรุดลงกับพื้น
“เสียดายไม่ได้เอากล้องมาถ่าย จะได้ส่งไปชิงตุ๊กตาทอง เมื่อวานก็อาหารติดคอ วันนี้เป็นลมทรุดลงกับพื้น เล่นได้สม..” ใหญ่นั่งตบมือ “บทบาทจริงๆ เอ้าเร็วลุกขึ้นมาฟันดินต่อ ไหนว่าจะปลูกโน่นปลูกนี่ เพิ่งปรับดินได้ครึ่งแปลงเอง”
ใหญ่กลับคิดว่าปิ่นอนงค์ทำสำออย
ปิ่นอนงค์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตาปรือ พยายามจะลุก ไม่ไหว
“ถ้าไม่ไหวก็บอกมาตรงๆจะได้เอาร่มไปกางให้ แต่ถ้าขอร้องดีๆชั้นอาจจะใจดีพาเธอกลับกระท่อมก็ได้นะ”
ปิ่นอนงค์มองใหญ่สายตาชิงชัง “คุณใหญ่อยากเห็นปิ่นขุดดินจนเหนื่อยตาย คุณใหญ่จะได้เห็น ปิ่นจะทำจนกว่าคุณใหญ่จะสะใจ”
ปิ่นอนงค์พยายามยันตัวกับด้ามจอบหน้าสั่น ใหญ่แดกดันต่อ
“อ๋อ ... อยากจะแก้แค้นด้วยการเอาชนะชั้นให้ได้ใช่มั้ย เอาเลยปิ่นอนงค์ ชั้นอยากดูเธอเป็นลมจนแดดเผาตายไปต่อหน้าต่อตา เอาสิตายให้ชั้นดูหน่อย เร็ว ...”
ในที่สุดปิ่นอนงค์ก็ยันตัวพยุงกับด้ามจอบจนยืนขึ้นได้ ปิ่นอนงค์กัดฟันยกจอบแต่ไม่ไหว ร่างกายไร้เรี่ยวแรง เข่าทรุดลง ก่อนที่ร่างจะอ่อนปวกเปียกร่วงผล๋อยไปกับพื้น
ใหญ่มองอยู่ ลุกพรวดวิ่งไปประคองปิ่นอนงค์เขย่าเป็นการใหญ่ “ปิ่น ปิ่นอนงค์”
ครู่ต่อมา ปิ่นอนงค์นอนหลับอยู่บนแคร่ หมอคนสนิทที่เคยมารักษาใหญ่ เก็บเครื่องมือใส่กระเป๋า ใหญ่มองปิ่นอนงค์ด้วยความรู้สึกผิดและห่วงใยอยู่ที่ประตู
เพ็ญนั่งอยู่ปลายแคร่ น้อยยืนหลังเพ็ญ มองปิ่นอนงค์อย่างสงสาร
หมอพยักหน้ากับเพ็ญ แล้วเดินมาที่ประตู
ใหญ่จับแขนหมอถามเรื่องเด็ก
“เด็กเป็นยังไงบ้างครับพี่หมอ ผมผิดเองผมลืมไปว่าเค้าท้องอยู่ ผมไม่น่าให้เค้าทำงานหนักอย่างนี้เลย”
หมองง “คนไข้ไม่ได้ตั้งครรภ์นี่ครับคุณใหญ่ เพียงแค่ร่างกายขาดอาหารแล้วก็เป็นลมแดดเท่านั้นเอง”
ใหญ่กับเพ็ญ สบตากัน ต่างคนต่างอึ้ง
น้อยถือผ้าถุง เสื้อผ้าเช็ดตัว วิ่งร่าเริง ผ่านหวานที่นั่งให้เปี๊ยกนวดอยู่
หวานร้องถาม “เดี๋ยวนังน้อย นั่นเอ็งจะรีบไปไหน”
“คุณเพ็ญให้เอาเสื้อผ้าไปให้พี่ปิ่นเปลี่ยน”
น้อยบอกพลางปิดปากขำหวานงง “ขำอะไรนักหนา”
“สะใจ พี่ปิ่นไม่ได้ท้องกับพี่จอม”
เปี๊ยก หวานตาค้าง “หา แล้วมันท้องกับใคร อย่าบอกนะว่าท้องกับคุณนะ”
น้อยเล่าต่ออย่างสะใจ “เปล่า พี่ปิ่นไม่ได้ท้องกับใคร แต่สร้างเรื่องโกหกคุณใหญ่”
เสียงแตรรถบีบเรียกติดกันสองครั้ง
“ไปล่ะ คุณเพ็ญรออยู่”
น้อยวิ่งจู๊ดออกไป หวานหันมาหาเปี๊ยกสองคนดีใจกัน
“เห็นมั้ย...”
เปี๊ยกปิดตา ส่ายหน้า หวานตีเปี๊ยก
หวานว่าต่อ “ยังพูดไม่จบ เห็นมั้ยชั้นนึกแล้ว นังปิ่นมันไม่ใช่ผู้หญิงมากผัวมั่วผู้ชาย”
เปี๊ยกทำท่าค้านว่าไม่เห็นเคยพูดให้ได้ยินเลย
“ไม่เคยได้ยินฉันพูดหรือ ก็ชั้นไม่ได้พูดให้แกได้ยิน แต่ชั้นคิดอยู่ในใจโว้ย”
ตะวันคล้อยต่ำ ความมืดเข้าคลุมทั่วพื้นที่ในเหมือง แสงตะเกียงวอมแวมในกระท่อมท้ายเหมือง ปิ่นอนงค์ยังนอนหลับตาพริ้ม
สักครู่หนึ่งปิ่นอนงค์กระแอมไอ ค่อยๆ รู้สึกตัวตื่น ปิ่นอนงค์ยันตัวลุกนั่ง เหลือบไปเห็นใหญ่มองตาขวางอยู่ก็ตกใจ
ใหญ่นั่งหลบตรงมุมกระท่อม ตาดุ จ้องปิ่นอนงค์เขม็ง
“เธอโกหกชั้น หลอกชั้นว่าเธอท้องกับไอ้จอม เธอคิดอะไรของเธอ ปิ่นอนงค์ ทำแบบนี้มีจุดประสงค์อะไร”
ปิ่นอนงค์หลุบตาลงต่ำ ไม่กล้าสู้หน้า “คุณใหญ่รู้แล้ว”
ใหญ่โมโหตรงเข้าไปกระชากปิ่นอนงค์ ด่าเป็นชุด “เธอเห็นฉันเป็นวัวเป็นควาย ปั่นหัวได้ตามใจชอบหรือ ตั้งแต่ฉันรู้จักเธอมา มีตรงไหน ตอนไหน เวลาไหนที่มันมีความจริงใจบ้าง ยัยเด็กโง่แสนซื่อบริสุทธิ์ที่ฉันเคยเห็นมันหายไปไหนหมด จิตใจเธอมันพิกลพิการไม่ได้สวยงามเหมือนชื่อเธอเลยสักนิด”
ปิ่นอนงค์นึกโกรธ เชิดใส่ใหญ่ “ปิ่นแค่อยากให้คุณใหญ่ช่วยประกันตัวจอมออกมา ไม่อยากให้คุณใหญ่เอาเรื่องทางกฎหมายกับจอม เพราะจอมเป็นคนที่ปิ่นรักค่ะ”
ใหญ่ยิ่งเจ็บใจ “แล้วเธอก็ทำสำเร็จ สุดท้ายชั้นก็สงสารเธอกับมัน สงสารลูกในท้องของเธอ นี่เธอทำเพื่อมัน หลอกลวงฉันเพื่อมันยอมแม้กระทั่งให้คนคิดว่าเธอมีชู้เลยเหรอ ปิ่นอนงค์”
ปิ่นอนงค์เงยหน้าสบตา สู้สายตาใหญ่ “ปิ่นไม่เคยมีชู้ ไม่เคยมีอะไรกับจอม ปิ่นหลอกคุณใหญ่เพราะไม่อยากให้คุณใหญ่มายุ่งเกี่ยวกับปิ่นอีก”
ใหญ่บันดาลโทสะ จับไหล่ปิ่นทั้งสองข้าง ดึงให้ยืนขึ้น เวลานี้ใหญ่แค้นจนน้ำตาคลอ พูดเสียงสั่น
“เธอใจร้ายกับฉันมาก ทำไมเธอใจร้ายกับฉันขนาดนี้ ฉันเกลียดเธอ”
ใหญ่ระดมจูบ ซุกไซ้กอดปล้ำปิ่นอนงค์ด้วยแรงโทสะ และเสียใจ
ปิ่นอนงค์ดิ้นรน แต่ด้วยความรักที่มีต่อใหญ่ ทำให้ร่างปิ่นอนงค์อ่อนยวบหยุดดิ้น
มือของปิ่นอนงค์จากที่ผลักไส ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกอดใหญ่ด้วยความรัก
ทั้งสองคนที่ต่างพยายามแสดงออกตรงกันข้ามกับความรู้สึกภายในใจ ค่อยๆ เอนลงบนแคร่ ร่างของใหญ่กับปิ่นอนงค์แทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
แสงตะเกียงจากในกระท่อมวูบไหว และดับมืดลง ขณะที่แรงปรารถนาในใจของสองคนกำลังคุโชน
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 16 (ต่อ)
ภายในครัวบ้านปลอด ตอนเช้าวันต่อมา ทัศนีย์ลงครัวหุงหาอาหารทำกับข้าวครั้งแรกในชีวิตตามคำสั่งปานเทพ ข้าวผัดในกระทะไหม้จนควันโขมง ทัศนีย์ตกใจเอาน้ำสาดเข้าไป ข้างๆ กันหม้อแกงจืดน้ำเดือดล้นหม้อออกมา
ทัศนีย์พยายามปิดไฟเตาแก๊สวุ่นวาย แต่ศอกดันไปโดนขวดซีอิ๊วหล่นแตกกระจาย
ปานเทพกอดอกยืนมองอยู่ ทนไม่ไหว “หยุด ถอยออกมา ระวังเศษแก้ว”
ปานเทพเข้าไปปิดวาล์วเตาแก๊ส เปิดฝาหม้อแกง
“ข้าวผัด แกงจืดนี่มันอาหารขั้นพื้นฐานแล้วนะทัศนีย์ แค่นี้ก็ทำไม่เป็น ปัญญาอ่อนจริงๆ”
“ก็ชั้นไม่เคยทำนี่ มาบังคับให้ทำทำไม อยากกินก็ไปซื้อเอาสิ” ทัศนีย์เถียงอย่างน้อยใจ “ใช้อีน้อย อีหวานมาทำก็ได้นี่”
ปานเทพฉุน “ก็แค่อยากจะสอนให้ทำอะไรดีๆเป็นบ้าง เคยมั้ยในชีวิตนี้ เคยทำอะไรดีๆ บ้างมั้ย”
ทัศนีย์ด่ากลับ “ไอ้บ้า มาด่าชั้นทำไม นายเป็นพ่อแม่ชั้นเหรอ”
ทัศนีย์โผเข้าหาหมายจะตบตี ปานเทพรวบตัวเอาไว้ สองคนสบตากัน
ใหญ่ยืนพิงขอบประตูครัวดูอยู่“ฉันช่วยมั้ย ดื้อๆ อย่างนี้ ชั้นมีวิธีลงโทษ”
สามคนสบตากันไปมา
ปิ่นอนงค์เปิดมุ้ง เก็บพับเครื่องนอน เหลือบไปเห็นเงินวางอยู่สองพันกับโน้ตกระดาษพับอยู่
จึงเปิดอ่าน
“ค่าตัวของเธอ”
ปิ่นอนงค์โมโห ตาขวาง กำกระดาษ เดินไปหยิบเงินมากำด้วย เสียงรถเข้ามาจอด
ปิ่นอนงค์หันเดินไปที่ประตู เป็นจังหวะที่ใหญ่เปิดเข้ามา ปิ่นอนงค์จะเขวี้ยงเงินใส่
ใหญ่ดึงทัศนีย์เข้ามาด้วย ปิ่นอนงค์รีบลดมือลงทัน
“คุณนี”
ปานเทพอยู่หลังใหญ่
“เธอต้องอยู่กับปิ่นที่นี่ ทัศนีย์”
ทัศนีย์ตกใจตาค้าง เพราะคิดว่าปิ่นอนงค์ตายแล้ว
“นังปิ่น แก แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ทำไมไม่มีใครบอกนีว่ามันก็อยู่ที่นี่ด้วย แสดงว่ามันรอดตายมาพร้อมคุณใหญ่สิ”
ใหญ่ตวาด “ไม่ต้องอยากรู้อะไร เพราะเธอสองคนอยู่ในฐานะนักโทษ”
ใหญ่หันตัวจะออกไป ทัศนีย์ร้องโวยวาย “กระท่อมซอมซ่อเนี่ยนะคุณใหญ่ นีจะอยู่ได้ยังไง”
ใหญ่หันมามองหน้าดุ “ปิ่นอนงค์อยู่ได้ เธอก็ต้องอยู่ได้”
ปานเทพมองสำรวจสถานที่ แล้วงวยงง ว่าสองสาวจะอยู่กันได้ยังไง เพราะยังไม่เหี้ยมเท่าใหญ่ยังมีแอบเห็นใจสาวๆ
ใหญ่รู้ทันตบไหล่ปานเทพ “ไป กลับกันได้แล้วเรา”
ใหญ่กะปานเทพ กลับไปแล้ว ทัศนีย์หันมาจ้องปิ่นอนงค์ตาลุก
ปิ่นอนงค์สีหน้าเรียบเฉยไม่ได้กลัวเกรงอะไรทัศนีย์แล้ว
ตอนสายๆ ปิ่นอนงค์เปลี่ยนชุดทำสวน กำลังเอาฝักบัวรถน้ำแปลงผัก ทัศนีย์เดินวางมาดเป็นครองสุข
“แกนี่มันร้ายจริงๆนะ นังปิ่น ยอมได้ทุกอย่างเพื่อซื้อใจคุณใหญ่ พอเค้าเผลอแกก็แอบไปมีอะไรกับคนโน้นคนนี้ ไหนทำยังไงชั้นถึงจะได้ใจคุณใหญ่อย่างแกบ้าง สอนหน่อยสิ”
ฟังแล้วปิ่นอนงค์ยิ้มเยาะตัวเอง แล้วไปนั่งหยอดเมล็ดพืชใส่ดิน
“คุณนีเข้าใจผิดแล้วค่ะ คุณใหญ่ไม่เคยรักปิ่นเลยสักนิด แต่ถ้าคุณนีรักคุณใหญ่จริง ต้องทำให้เค้าเลิกอาฆาตพยาบาทคุณนายให้ได้ จิตใจคุณใหญ่จะได้คลายความแค้นลง”
ทัศนีย์กลับมาเป็นตัวเอง “อุ๊ย ... จะเป็นไปได้ยังไง คุณน้าก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้กับคุณใหญ่ไม่รู้เท่าไหร่ กับเธอก็เถอะ เธอคงยังไม่รู้ซินะ ว่าแม่เธอตายเพราะอะไร”
ปิ่นอนงค์ตื่นเต้น “เพราะอะไรคะ บอกปิ่นซิคะ”
ทัศนีย์รู้สึกตัว “เพราะ...คุณใหญ่น่ะซิ แล้วยังมีหน้ามาอยู่กับเค้า เห็นแก่ผู้ชายมากกว่าแม่ ฉันละเชื่อเธอจริงๆ”
“ปิ่นอยู่เพราะอยากให้คุณใหญ่หยุดความแค้น คุณนีต้องทำให้คุณนายเลิกทำบาปก่อเวรกับคุณใหญ่อีกต่อไป ถ้าหยุดแล้วอภัยให้กัน คุณนีเองก็จะมีความสุขไปด้วย”
ทัศนีย์ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่แยแส “แกนี่มันเพ้อเจ้อ พูดโง่ๆ อย่างคุณน้ากับคุณใหญ่ มีเหรอที่จะมาจับมือกันได้”
“ค่ะ ปิ่นโง่ แต่ถ้าทุกคนฉลาดกันหมดก็จะไม่มีใครยอมใคร ถ้ายอมแล้วทำให้เราสบายใจ ปิ่นขอเป็นฝ่ายยอมเองค่ะ”
ทัศนีย์มองปิ่นอนงค์อย่างขัดใจ บ่นพึมพำ
“อีบ้า พูดอะไรไม่รู้เรื่อง สงสัยอากาศมันเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเลยติงต๊องไปแล้ว”
ทัศนีย์ยกเอามือป้องแดด แล้วรีบเดินหนีไปหลบพัก
เวลาเคลื่อนคล้อย ปิ่นอนงค์ทำงานอย่างแข็งขัน ตั้งแต่เช้ายันค่ำ และกลับกระท่อมอาบน้ำ สองสาวเปลี่ยนชุดกันแล้วทั้งคู่
ทัศนีย์ยืนกอดอก มองปิ่นอนงค์กางมุ้ง จัดที่นอนบนแคร่ให้ มีหมอน ฟูกผ้านวมเก่าๆ ผืนบางๆ ผ้าห่มเก่าๆ ผืนเดิม
“เสร็จแล้วค่ะ ลำบากหน่อยนะคะ แต่อากาศดี เดี๋ยวก็หลับ”
ทัศนีย์ยุกยิก ตบโน่น เกานี่ ขณะที่ปิ่นอนงค์จัดที่นอนตัวเองไปมาบนพื้นกระท่อม
ปิ่นอนงค์นั่งบนเสื่อเก่าๆ มีผ้าห่มพับม้วนเป็นก้อนแทนหมอนแค่นั้น
“แกนี่บ้าไปแล้วจริงๆ ยอมให้คุณใหญ่จิกใช้ได้ขนาดนี้”
“เข้าใจแล้วใช่มั้ยคะ ถ้าคุณใหญ่รักปิ่น จะทำอย่างนี้กับปิ่นทำไม อย่าระแวงปิ่นอีกเลยค่ะ”
ทัศนีย์ค้อนปิ่น ขัดเคืองใจ หันไปมองตะเกียง ครุ่นคิด
ปิ่นอนงค์มองทัศนีย์ แล้วเศร้าใจคิดถึงทรรศนะ “คุณนะสบายดีมั้ยคะ”
“สบายบ้าอะไร วันๆเอาแต่เมา กลายเป็นปีศาจสุราไปแล้วเพราะแกนั่นแหละนังปิ่น”
ทัศนีย์ดึงมุ้งลง ปิ่นอนงค์หรี่ไฟไขไส้ตะเกียงลง
ปิ่นอนงค์ไม่สบายใจ ตะแคงตัวจะนอน ทัศนีย์โผล่พรวดออกมาจากมุ้ง ยื่นมือเข้าไปดึงผ้าห่มที่ม้วนแทนหมอนอยู่ไปเลยแบบไม่เกรงใจ จนปิ่นอนงค์หัวเกือบโขกพื้น
“เอาผ้าห่มมา แกไม่ต้องใช้หรอก”
ทัศนีย์มุดเข้ามุ้ง ปิ่นอนงค์เอนตัวนอนไม่ถือสา หนุนมือกับแขนแทนหมอน หลับตาลง อยากให้ค่ำคืนนี้ผ่านไปเร็วๆ
รุ่งเช้าปิ่นอนงค์ยกหม้อข้าวลงจากเตาถ่าน ตรงมุมครัวข้างกระท่อม ตักข้าวใส่จานวางให้ทัศนีย์ มีจานกับข้าวเป็นผัดผักบุ้งกับไข่เจียว
“เชิญค่ะ กำลังร้อนๆ”
“ใครจะไปกินลง ไม่เห็นมีอะไรหน้าตาน่าอร่อยสักอย่าง”
“ไม่อร่อยก็ต้องกินนะคะ เพื่อรักษาชีวิต”
ปิ่นอนงค์ตักข้าวให้ตัวเอง มองทัศนีย์ เห็นทัศนีย์ไม่ยอมนั่ง เลยกินคนเดียว
“นี่แกหวังสมบัติคุณใหญ่จนต้องทนใช้ชีวิตลำเค็ญขนาดนี้เลยเหรอ ชั้นไม่เอาด้วยหรอก”
ปิ่นอนงค์ไม่ตอบ ตักกินข้าวต่อ ทัศนีย์กลืนน้ำลาย พอปิ่นอนงค์จะตักไข่เจียว ช้อนในมือทัศนีย์โผล่เข้า มาตักไข่เจียวใส่จานข้าวกิน ยิ้มแหยๆ หลบตา
ปิ่นอนงค์ทอดยิ้มให้ทัศนีย์
ปานเทพแอบอยู่ตรงพุ่มไม้ข้างลำธาร สอดส่ายสายตาผ่านพุ่มไม้แอบดู
ทัศนีย์ใช้ขันตักน้ำใส่ถังพลาสติกถังเดียว ขณะที่ปิ่นอนงค์ยกปี๊บตักน้ำ แล้วเอาไปวางใช้ไม้คานสอดเข้าห่วงเชือกของปี๊บทั้งสองถัง
ปิ่นอนงค์หาบน้ำเดินไป ทัศนีย์เดินหน้ามุ่ยถือถังน้ำตาม สะดุดล้ม น้ำหกหมดถัง
“อ๊าย” ทัศนีย์ลุกยืนด้วยความโมโห “ไม่ทำมันแล้ว”
ทัศนีย์ปาถังทิ้ง กระแทกเท้าตามปิ่นอนงค์ไป
มือข้างหนึ่งของใหญ่ยื่นมาตบไหล่ปานเทพอย่างแรง ปานเทพสะดุ้งยืน
“ทำไมเป็นห่วงยัยชะนีจะทนลำบากไม่ได้ล่ะสิ”
ปานเทพอึกอัก “ปละ .. เปล่า กลัวจะหนีต่างหาก”
“แกกำลังจะใจอ่อน เหมือนที่ชั้นเคยเป็น”
ปานเทพฟุ้ง ปล่อยไก่ “ไม่มีทาง ชั้นเป็นห่วงปิ่นมากกว่า คนกำลังท้องกำลังไส้ แกทรมานเค้าอย่างนี้มันบาปนะโว้ย”
“ท้องบ้าอะไร ปิ่นหลอกชั้น หมอตรวจดูแล้ว ผู้หญิงพวกนี้มารยาเยอะ ระวังเอาไว้เถอะแกจะเจ็บจนจุก”
ปานเทพตกใจ “เฮ้ย หลอกว่าท้องหรือวะ ทำไมกล้าทำกันขนาดนี้”
“แล้วแกจะว่าฉันทำเกินไปอีกหรือเปล่า”
คราวนี้ปานเทพของจึ้น “น้อยไปด้วยซ้ำ ยัยชะนีต้องได้รับบทเรียนให้หนักกว่านี้อีก”
คืนนั้นภายในกระท่อม ทัศนีย์นอนอยู่บนแคร่จะหลับมิหลับแหล่ ส่วนปิ่นอนงค์กำลังเช็ดถูทำความสะอาดห้อง
จู่ๆ ปานเทพเปิดประตูเข้ามา ดึงทัศนีย์ให้ลุกขึ้น ทัศนีย์แว้ดใส่
“อะไรของนาย ชั้นกำลังพักผ่อนอยู่นะ ปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัวแล้ว”
“นึกว่าชั้นพาเธอมาเที่ยวพักผ่อนหรือยังไง ลืมไปแล้วเหรอว่า เธอมาที่นี่เพื่อไถ่โทษให้น้าเธอที่ทำเวรทำกรรมกับครอบครัวของชั้น กับพ่อชั้น”
ปิ่นอนงค์เข้ามายืนมองหน้าเครียด
“เรื่องร้ายๆทั้งหมด มันเกิดขึ้นเพราะปิ่นคนเดียว ถ้าคุณปานจะลงโทษก็ลงโทษที่ปิ่นเถอะค่ะ”
ปานเทพบอก “ไม่เกี่ยวกับเธอปิ่น ทัศนีย์เองก็ก่อเรื่องก่อราวที่ไร่ไม่ใช่น้อย ไม่ต่างจากคุณนายครองสุขเท่าไหร่หรอก”
ทัศนีย์เถียง “นายก็เกกมะเหรกเกเรไม่ต่างจากนายปลอดพ่อนายเหมือนกัน”
ปานเทพยัวะ “มาลามปามพ่อชั้น เธอมันติดนิสัยน้าเธอ เพราะไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอน”
“นายมันก็ไม่มีแม่ เหมือนกันนั่นแหละ”
ปานเทพกับทัศนีย์ ต่างถลันเข้าหากัน ทัศนีย์เชิดหน้าใส่ไม่กลัวเกรง ปานเทพเงื้อมือจะตบ ใหญ่พรวดเข้ามาจับมือปานเทพดึงไป ปิ่นอนงค์เข้าขวางหน้าทัศนีย์ เหลือบตามองทัศนีย์สลับกับมองปานเทพ
“เราไม่ควรพูดพาดพิงไปถึงบุพการีของใคร ตรงนี้มีใครมีพ่อแม่ครบสมบูรณ์บ้าง”
ปิ่นอนงค์กวาดตามองไล่ไปทีละคน
“คุณปานเองก็ไม่มีแม่ คุณนีก็ขาดทั้งพ่อและแม่ คุณใหญ่กับปิ่นก็เหมือนกัน เราต่างก็บ้านแตก แล้วจะมาโกรธเกลียดทิ่มแทงกันเองทำไม พวกเราน่าจะเห็นใจซึ่งกันและกันไม่ใช่เหรอ”
ปานเทพกับทัศนีย์ยังจ้องกันหน้าอยู่ ใหญ่ยิ้มเยาะ ดันปานเทพไปข้างๆ
ใหญ่มองปิ่นอนงค์ด้วยสายตาเย็นชา
“ยังปากดีเหมือนเดิมนะ ปิ่นอนงค์ แต่คำพูดของเธอตอนนี้ มันไม่ศักดิ์สิทธิ์พอที่จะทำให้ชั้นเคลิ้มตามได้อีกแล้ว มานี่ มาด้วยกันทั้งคู่ ปานเอาทัศนีย์ตามมา”
ใหญ่เข้าจับแขนลากปิ่นอนงค์ออกไป ปานเทพลากทัศนีย์ตามติด
ปิ่นอนงค์นั่งสับหยวกกล้วยอยู่ที่บริเวณเล้าหมู เห็นหยวกกล้วยกองอยู่ข้างๆ กองใหญ่
คนงานในเล้าแอบมองเป็นระยะใหญ่เร่งเร้า
“รีบๆเข้า ต้องเอาไปคลุกรำข้าวอีก”
ปิ่นอนงค์ทำงานอย่างมุ่งมั่น มองค้อนใหญ่ตาดุ ขณะสับหยวกไปมา ปิ่นอนงค์ระบายอารมณ์ด้วยสับแรงๆ เหมือนกำลังสับใหญ่ จนหยวกกล้วยกระเด็นมาใส่หน้าใหญ่จังๆ ใหญ่ร้อง “โอ๊ย”
ปิ่นอนงค์ตกใจ แต่พอใหญ่จ้องมา ปิ่นอนงค์กลับทำเชิด ใหญ่ทั้งโกรธ ทั้งอายคนงาน
“นี่เธอ ตั้งใจแกล้งฉันหรือ”
ปิ่นอนงค์ลุกยืนมองอย่างท้าทาย “มันเป็นอุบัติเหตุ ใครๆ ก็เห็น ใช่มั้ยคะ”
ปิ่นอนงค์มองพวกคนงานหญิงหาแนวร่วม แต่พอใหญ่มองไป พวกคนงานต่างพากันก้มหน้าไม่กล้ายุ่ง
“เห็นมั้ย ไม่มีใครเห็น แสดงว่าเธอจงใจ สงสัยงานสับหยวกกล้วยคงเบาไปสำหรับเธอ”
ใหญ่จับข้อมือปิ่นอนงค์ ลากไป ปิ่นอนงค์เซตาม
ใหญ่ลากปิ่นอนงค์มาที่ที่เล้าหมูอีกมุม ชี้ที่อาหารแห้งเป็นถุงสั่งงาน
“เทอาหารหมูใส่รางให้ครบทุกราง”
ปิ่นอนงค์ไม่ปริปาก เดินไปยกถุงอาหารแห้งแบบสบายๆ ยกไปเทใส่รางหมูอย่างคล่องแคล่ว
ใหญ่มองตาม ปิ่นอนงค์พูดโดยไม่เงยหน้ามอง “เสร็จจากตรงนี้ จะให้ทำอะไรอีกก็สั่งมาเลยนะคะ”
ปิ่นอนงค์ยืดตัวขึ้น ปากกล้าใส่ “หรือจะให้ล้างคอกหมูด้วยก็ได้”
จากนั้นปิ่นอนงค์ก้มหน้าทำต่อ ใหญ่ยิ่งขัดใจที่ทำอะไรปิ่นอนงค์ไม่ได้สักอย่าง
จังหวะหนึ่งใหญ่เลยแกล้งยั่ว “ไม่ต้องห่วง จะให้ทำทั้งวันทั้งคืน ไม่ต้องหลับต้องนอนกันเลย คอยดู”
ใหญ่ยิ้มเย้ย ปิ่นอนงค์หน้าเสียนึกว่าใหญ่พูดจริง ใหญ่สะใจยิ้มเยาะ
ทัศนีย์หน้าดำเป็นปื้นๆ ถือฟืนมือละดุ้น เดินตามคนงานที่แบกฟืนเป็นมัดใหญ่ๆ แถวหน้าเตาเผา
ปานเทพเข้ามาดึงฟืนออกจากมือทัศนีย์ แล้วหอบฟืนที่มัดเป็นกลุ่มส่งให้
ทัศนีย์อุ้มฟืนหน้าตาน้อยใจ เดินโซเซตามคนงานไป
ต่อมาที่กองถ่านเผาเสร็จแล้ว ทัศนีย์จีบนิ้วหยิบถ่านใส่ถุงก๊อบแก๊บ ลุกยืนด้วยหน้าตาเจ็บปวดจากการทำงานหนัก ถือถุงถ่านมือละใบ
ปานเข้ามามองถุงถ่านในมือทัศนีย์ “จะเอาไปทำอะไร”
ทัศนีย์ตอบซื่อๆ “เอาไปให้ปิ่นหุงข้าว ทำกับข้าว”
“แล้วมันพอมั้ย แค่นี้”
ปานเทพกระชากถุงถ่านทิ้งกระจาย เดินไปหยิบกระสอบถ่าน ครึ่งกระสอบ เอากระสอบถ่านใส่หลังทัศนีย์ ประคองไว้
“เอื้อมมือมาจับขอบกระสอบ”
ทัศนีย์เอื้อมมือข้ามไหล่ไปจับกระสอบ
ปานเทพปล่อยกระสอบ ทัศนีย์ออกเดิน แต่หนักจนร่างทรุดลงกับพื้น มองหน้าปานเทพแล้วร้องไห้โอดครวญ
“มันหนักจริงๆ นะไม่ได้แกล้ง”
วูบหนึ่งปานเทพสงสาร หน้าเสีย แต่นึกได้ก็ทำดุ “รู้ว่าหนักถึงได้ให้เธอทำ ลุกขึ้น”
ทัศนีย์กัดฟันลุกเดินเซไปเซมา ปานเทพลุ้นกลัวทัศนีย์ล้มทำท่าเดินตาม กางแขนตลอดๆ คล้ายจะคอยเข้าช่วยประคองทุกวินาทีถ้าเกิดล้ม แต่ทัศนีย์ไม่เห็น
รถบรรทุกหินกรวดจอดอยุ่ใกล้ๆ ทางเข้าสวนเกษตร เพื่อรอเอาหินไปถมทางเดิน ใหญ่กับปานอยู่กับคนงานตรงท้ายรถ คนงานชายตักหินใส่รถเข็นให้ปิ่นอนงค์ ปิ่นอนงค์ปาดเหงื่อ ทัศนีย์ยืนข้างๆ
ใหญ่คุยกับคนงานอีกคน “ทางเข้ามันเฉอะแฉะ เอาหินไปถมให้เดินสะดวกหน่อยแล้วกัน” หันมาสั่งจี้ปิ่นอนงค์ “รีบเข็นไปสิ อย่ากินแรงคนอื่น”
ปิ่นอนงค์กับทัศนีย์ช่วยกันเข็น ออกแรงเต็มที่ เห็นคนงานหญิงก็เข็นกันแข็งขัน
ปิ่นอนงค์แอบมอง ใหญ่กะปานเทพ แล้วรีบเข็นรถเข้าแอบหลังรถบรรทุกหิน ทัศนีย์งงๆ ปิ่นอนงค์รีบดึงทัศนีย์ไปนั่งพิงล้อรถ
“คุณนี หลบอยู่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวปิ่นไปทำแทนเอง คนงานเยอะ คุณใหญ่กับพี่ปานไม่ทันสังเกตหรอก”
เปี๊ยกวิ่งเข้ามา ถือขวดน้ำมาขวดเดียวส่งให้ปิ่นอนงค์ เพราะไม่ชอบหน้าทัศนีย์ ปิ่นอนงค์ไหว้ขอบคุณเปี๊ยก สองคนยิ้มให้กัน ทัศนีย์มองงงๆ “อ้าว แล้วของฉันล่ะ”
ทัศนีย์ไม่เกรงใจ แย่งน้ำจากมือปิ่นอนงค์มาดื่มอย่างกระหาย เปี๊ยกไม่พอใจชี้ฟ้อง ปิ่นอนงค์ยิ้มให้บอกเปี๊ยก
“ไม่เป็นไรจ้ะ แบ่งกันได้”
เปี๊ยกฮึดอัดขัดใจที่เห็นปิ่นอนงค์ดีกับทัศนีย์ซึ่งเอาเปรียบทุกสิ่งอย่าง
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 16 (ต่อ)
เวลาเดียวกัน ที่ศาลาอเนกประสงค์ในไร่ไพศาล คนงานชายหญิงราว 8 คนกำลังกินข้าวกันอยู่ที่สุดปลายโต๊ะทรรศนะนั่งเมาปลิ้น ตาปรือ
จู่ๆ ทรรศนะก็ลุกขึ้นยืน ท่าทีโงนเงนมือเท้าโต๊ะเอื้อมมือไปหยิบเนื้อไก่ในชามแกงของคนงานมากิน
คนงานไม่ถือสาเลื่อนให้ทั้งชาม
ทรรศนะนึกว่าคนงานยกชามหนี จึงมองตาขวาง พร้อมกับตะโกนด่า “รังเกียจเหรอพวกมึง แค่นี้ หวงเหรอ” แล้วเขวี้ยงชามใส่กลางวงกินข้าว คนงานลุกกันพรึ่บ
ทรรศนะกระโดดเข้าเตะต่อยอย่างชุลมุนวุ่นวาย คนงานไม่สู้ต่างหลบกันเหมือนหนีหมาบ้า
ทรรศนะล้มลุกคลุกคลาน
ครองสุข อรสอางค์ และจิ๋ว วิ่งเข้ามา “หยุดเดี๋ยวนี้ ตานะ” ครองสุขตวาดลั่น
ทรรศนะชะงัก ยืนโงนเงนแอ่นไปแอ่นมาแทบทรงตัวไม่อยู่ มองตาขวาง
อรสอางค์ กับจิ๋ว สบตากัน อรสอางค์ทั้งโกรธ ทั้งอาย
ครองสุขกลับห้องทำงาน หัวเสียนั่งเครียดเรื่องทรรศนะที่กลายเป็นปิศาจสุราเต็มขั้น อรสอางค์มองครองสุขแล้วเอ่ยขึ้น
“อรจะส่งนะไปสถานบำบัด อย่างนี้ถึงขั้นต้องพบแพทย์แล้ว”
ครองสุขค่อยๆ ยิ้มออก เห็นดีด้วยใช่ๆ ต้องบำบัด แต่ไม่ต้องไปหาหมอหรอก หาเมียน้อยมาให้นะดีกว่า”
อรสอางค์สะดุ้ง ตกใจ โวยวายไม่ยอม “อะไรนะ อรไม่ยอมเป็นเมียหลวงหรอกนะคะ อรจะเป็นเมียคนเดียวของนะ”
ครองสุขตำหนิเอา “นี่เธออย่าโง่ อย่าเห็นแก่ตัวนักเลย เธอมันอยู่กับตานะมานานก็เหมือนของเก่าแล้ว ผู้ชายก็เหมือนเด็กๆ นั่นแหละ พอได้ของเล่นชิ้นใหม่ก็คึกคักกระปรี้กระเปร่า พูดจารู้เรื่อง ถ้าอยากให้ตานะเลิกสำมะเลเทเมา เราก็ต้องหาของเล่นใหม่ๆ ให้”
อรสอางค์ลุกพรวด “นี่คุณน้าเอาอวัยวะส่วนไหนมาคิด ไม่เห็นใจผู้หญิงด้วยกันอย่างอรเลยเหรอคะ”
ครองสุขไม่แยแส “ทำไมต้องเห็นใจ เธอวิ่งแจ้นมาอยู่กับตานะเอง ผู้ชายไม่เอายังตื๊อจะผูกมัดเขาให้ได้ ก็ทนๆเอาเองสิ จะมาเรียกร้องความเห็นใจหาสวรรค์วิมานอะไรกับฉัน”
อรสอางค์โกรธจนตัวสั่น แต่ทำอะไรไม่ได้ กวาดข้าวของบนโต๊ะทำงานตกกระจาย จ้องหน้าครองสุขอย่างไม่กลัวเกรง
ครองสุขมัวแต่ยืนงงๆ อรสอางค์สะบัดพรืดออกไป
“อีๆ ผู้ดีเขาทำกันอย่างนี้หรือ แกชักจะวอนขึ้นวันแล้วนะ”
ครองสุขโกรธเป็นฟืนเป็นไฟด่าลั่น
ฟากทรรศนะนอนเมากึ่มอยู่บนเตียง อรสอางค์เข้ามาหน้าตาเครียดจัด ทรรศนะลุกชี้สั่งอรสอางค์“ไปเอาเหล้ามา จะกินเหล้า”
อรสอางค์ปัดมือ “ตั้งสติหน่อย ถ้านะไม่เป็นผู้เป็นคนอย่างนี้ อรจะพานะไปให้พ้นจากหน้านังน้าคุณนายของคุณ ไปให้พ้นจากไร่นี้”
ทรรศนะลุกเดินโงนเงนมาจับอรสอางค์เหวี่ยงลงบนเตียง พลางชี้หน้า
“ผมจะรอปิ่นอยู่ที่นี่ ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น เดี๋ยวปิ่นกลับมาไม่เจอผม”
อรสอางค์ลุกจากเตียง ทะยานมาเขย่าแขนทรรศนะเขย่าๆ “นังปิ่นมันตายไปแล้ว เมื่อไหร่นะจะยอมรับความจริงซะที มันตายไปแล้ว...”
ทรรศนะขัดใจมองตาขวาง จู่ๆ ตบอรสอางค์เปรี้ยงจนร่างกระเด็นไป
จิ๋วเข้ามาเห็นพอดีร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ “ว้าย...คุณหนู”
จิ๋วพุ่งเข้าผลักทรรศนะกระเด็นไป ล้มลุกคลุกคลานที่พื้น จิ๋วรีบประคองอรสอางค์ออกไปอย่างเร็ว
อรสอางค์ร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังอยู่ในห้องนอนจิ๋ว ทุบตีหมอนไปมา
จิ๋วหลบมาคุยโทรศัพท์หน้าเครียดพูดเบาๆ “สวัสดีค่ะ คุณผู้หญิง จิ๋วเองค่ะ”
เช้าวันรุ่งขึ้นครองสุขเอะใจเดินหาทัศนีย์ทั่วบ้าน “ยัยนี ทัศนีย์”
เดินออกมาหน้าเรือนเจอคนงานกำลังทำสวนจึงร้องถาม “นี่แก เห็นคุณทัศนีย์บ้างหรือเปล่า”
คนงานพูดพาประสาซื่อ “เห็นเคยเมามาตอนรุ่งสว่างเกือบทุกวัน แต่หลายวันมานี้ไม่เห็นเลยครับ”
ครองสุขตวาด “ตอบว่าเห็นหรือไม่เห็นก็พอ ไอ้ที่ไม่ได้อยากฟังไม่ต้องพูด”
คนงานรีบก้มหน้าทำงานต่อ ครองสุขหันกลับ เสี่ยตงเดินออกมาจากเรือน
“ใครหายหรือ”
ครองสุขหงุดหงิด “ยัยหลานตัวดีน่ะสิ ทุกทีมันต้องมาแบมือขอเงินแล้ว นี่ไม่โผล่หน้ามาเลย เสี่ยเห็นมันบ้างมั้ย...” ส่งสายตามองจ้องหน้าเสี่ยตงเป็นเชิงคาดคั้น
“ไม่ต้องมามองฉันแบบนั้น ฉันไม่เคยยุ่งกับหลานคุณนายอีกตั้งแต่ได้คุณนายมาเป็นเมีย”
ครองสุขเยาะ “เป็นอย่างงั้นก็ดี”
เสี่ยตงรีบบอก “หลานคุณมันใจแตกอยู่แล้ว ป่านนี้อาจจะหนีไปกับฝรั่งตาน้ำข้าวในรีสอร์ตก็ได้ เงินหมดก็กลับมาเอง ไปห่วงมากทำไม แค่หลานไม่ใช่ลูกซะหน่อย”
พูดจบเสี่ยตงก็เดินออกไป ครองสุขอึ้งๆ เจ็บจี๊ดในใจ
เหตุการณ์ที่เหมืองเวลาเดียวกัน ปิ่นอนงค์กับทัศนีย์ทำงานถางพื้นที่รกเรื้อในสวนเกษตรอินทรีย์ท้ายเหมืองกันอยู่
ทัศนีย์ถือมีดตัดหญ้าอยู่ตรงบริเวณที่โล่งหญ้าขึ้นรก ฟันๆ แบบไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง ปากก็บ่นไป
“โอ๊ย หญ้ารกขนาดนี้กว่าจะถางหมดคงตายซะก่อน”
ปิ่นอนงค์ถางหญ้าอยู่อีกมุมห่างๆ ท่าทางทะมัดทะแมงฟันฉับๆ หญ้าหลุดติดมือ ตะโกนบอกอย่างหวังดี
“คุณนีทำเท่าที่ทำไหวนะคะ ที่เหลือปิ่นลุยให้เอง”
ทัศนีย์แว้ดใส่ “จะทำเก่งข่มฉันหรือไง”
ปิ่นอนงค์อธิบาย “มันไม่ได้เกี่ยวกับความเก่งหรือไม่เก่งหรอกค่ะ แต่มันอยู่ที่ทำบ่อยหรือไม่เคยทำ ปิ่นทำงานในไร่จนชิน แต่คุณนีไม่เหมือนกัน”
ทัศนีย์ขี้เกียจทำเลยแกล้งโมโหโยนมีดทิ้ง “ไม่เหมือนกันตรงที่เธอทำได้สารพัด แต่ฉันมันไร้ประโยชน์หยิบจับอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง แม้กระทั่งตัดไอ้หญ้าบ้าๆ นี่ ยังไม่มีปัญญา งั้นเธอก็ทำไปให้หมดคนเดียวแล้วกัน จะได้เรียกคะแนนสงสารจากคุณใหญ่เพิ่มขึ้น”
ทัศนีย์หันหลังให้ปิ่นอนงค์แล้วยิ้มๆ ตั้งใจโยนงานให้ปิ่นอนงค์คนเดียว พึมพำคนเดียว
“เราไม่เหมือนกันตรงที่ฉันฉลาดกว่าเธอ เรื่องอะไรจะทำเองให้เหนื่อย”
ทัศนีย์กระหยิ่มก้าวเท้าไป เห็นงูเลื้อยมาขวางหน้าขู่ฟ่อง ทัศนีย์ชะงักตาเหลือกยืนตัวแข็ง ปากร้องลั่น
“ช่วยด้วยปิ่น โอ๊ย!”
ไม่ทันขาดคำงูฉกฟึ่บเข้าที่ขา ทัศนีย์ล้มลง งูเลื้อยหนีไปอย่างรวดเร็ว
ปิ่นอนงค์ตกใจวิ่งมาหาทัศนีย์ทันควัน
เห็นทัศนีย์จับขาร้องไห้ฟูมฟายเพราะกลัวตาย “งูกัด ฮือๆ ปิ่น ฉันยังไม่อยากตาย”
ทัศนีย์สติแตก “โอ๊ย ขาฉัน”มันชาไปหมดแล้ว ฉันจะตายมั้ย จะตายมั้ย”
ปิ่นอนงค์ปลอบ ตั้งสติ “ใจเย็นๆ ไว้ค่ะ อยู่นิ่งๆ”
ปิ่นอนงค์มองหาเชือก เห็นผ้าผูกผมบนหัวทัศนีย์ ปิ่นอนงค์ดึงมารัดเหนือแผลรอยเขวี้ยวแน่นๆ จนทัศนีย์ร้องลั่น
ปิ่นอนงค์มองจ้องหน้าทัศนีย์ ที่หน้าซีด ปากสั่นอาการกำลังแย่ ไวเท่าความคิดปิ่นอนงค์ตัดสินใจก้มดูดพิษที่ข้อเท้า แล้วบ้วนทิ้ง 2 ครั้ง อย่างไม่รังเกียจ
ทัศนีย์ตะลึงมองปิ่นอนงค์อย่างไม่อยากเชื่อสาตา ภาพที่ทัศนีย์เคยร้ายใส่ปิ่นอนงค์ผ่านเข้ามาเป็นฉากๆ ราวสายน้ำไหล
ทุกช่วงทุกตอนที่ทัศนีย์เคยตบตีปิ่นอนงค์อย่างรุนแรงและเกรี้ยวกราด
ทัศนีย์ดึงตัวเองกลับมา จ้องปิ่นอนงค์เขม็ง ปิ่นอนงค์ยังไม่หยุดดูดพิษงู
มองภาพตรงหน้าทัศนีย์ยิ่งสะท้อนใจ หญิงสาววีนเหวี่ยงเอาแต่ใจตัวเอง ได้พ่ายแพ้ต่อน้ำใจแสนงดงามของปิ่นอนงค์แล้ว
ทัศนีย์สะอื้นออกมา ร้องไห้จนตัวโยน รู้สึกผิดที่ร้ายกาจกับปิ่นอนงค์มาโดยตลอด
สักครู่หนึ่งทัศนีย์เริ่มเบลอ ตาพร่ามัวมองปิ่นอนงค์ไม่ชัดแล้ว ก่อนจะทิ้งตัวที่พื้นหญ้าหมดสติไปทันที
“คุณนี”
ปานเทพตกใจวิ่งเข้ามาดูทัศนีย์“ทัศนีย์เป็นอะไร”
ปิ่นอนงค์บอกอย่างร้อนใจ “งูกัดค่ะ ปิ่นดูดพิษให้แล้ว รีบพาไปหาหมอเถอะค่ะ”
ปานเทพลงช้อนร่างทัศนีย์ขึ้นมาอย่างเร็วรี่
ใหญ่ตกใจสุดขีดฟังที่เปี๊ยกยกไม้ยกมือบอก “ปิ่นโดนงูกัดหรือ ฉันให้แกคอยเฝ้าดู แกดูภาษาอะไร”
อารามตกใจใหญ่รีบวิ่งไปที่กระท่อมท้ายเหมืองทันที เปี๊ยกงงทำมือทำไม้วุ่นวายว่า...ไม่ใช่ปิ่นอนงค์
ปิ่นอนงค์เดินกระเผลกๆ มา แล้วเดินต่อไม่ไหวนั่งยองๆ ขยำๆ นวดที่ข้อเท้าตน
ใหญ่วิ่งมาถึงเห็นปิ่นอนงค์จับที่ข้อเท้านึกว่าโดนงูกัด
“อู๊ย!” ปิ่นอนงค์ร้องออกมาเพราะปวดขาผสมเหนื่อยล้า
ใหญ่รีบเข้าไปจับขาปิ่นอนงค์ “โดนตรงไหน”
ปิ่นอนงค์ทำเป็นไม่เจ็บ ดึงมือใหญ่ออก “ขา แต่ไม่เจ็บ ช่วยหลีกหน่อยค่ะ”
“อยากตายหรือไง โดนงูกัดยังมาทำหยิ่งยโสใส่ฉันอีก”
ใหญ่ตะคอกรีบอุ้มปิ่นอนงค์จนตัวลอย “ต้องรีบไปให้ถึงมือหมอก่อนพิษเข้าสู่หัวใจ”
ใหญ่ทำท่าจะอุ้มปิ่นอนงค์เดินไป
“คุณนีต่างหากที่โดนงูกัด ไม่ใช่ปิ่น ปิ่นแค่ปวดขาเพราะนั่งยองๆ ถางหญ้านานไปหน่อย กรุณาวางปิ่นลงด้วย”
ใหญ่หน้าแตกเพล้ง หน้าตาเหลอหลา วางปิ่นอนงค์ลง โวยวายเปี๊ยกกลบเกลื่อน
“แค่ปวดขา ก็ไอ้เปี๊ยกมันพูดมั่ว”
ปิ่นอนงค์เหน็บ “พี่เปี๊ยกพูดมั่ว หรือคุณใหญ่ฟังไม่ได้ศัพท์”
ปิ่นอนงค์เดินหนี ใหญ่ฉุนคว้าแขนไว้ “เธอกล้าด่าฉันหรือ อย่าลืมว่าเธอเหมือนลูกไก่อยู่ในกำมือฉัน ฉันจะบีบเธอให้แหลกคามือเมื่อไหร่ วันไหนก็ได้”
ใหญ่กำข้อมือแน่นปิ่นอนงค์ ไม่กลัว แถมท้าทายอีกต่างหาก “อย่าขู่ ขอให้ช่วยทำจริงๆ เพราะตั้งแต่แม่ปิ่นตาย ปิ่นก็ไม่รู้ว่าจะอยู่เพื่ออะไร เพื่อใครอีก หลับไปวันนี้ แล้วพรุ่งนี้ไม่ต้องตื่นมาพบกับเรื่องร้ายๆ อีก ยิ่งดี”
ใหญ่ขัดใจ ตะคอกใส่หน้า “ปิ่นอนงค์ หยุดท้าทายฉัน”
ปิ่นอนงค์มองหาอาวุธ เห็นมีดพร้าวางอยู่บนแคร่หน้ากระท่อม รีบปรี่ไปหยิบ แล้วเดินกลับมายื่นให้ใหญ่
“อยากฟันแขน ฟันขา หรือแทงที่หัวใจ ก็ระบายอารมณ์มาได้เลย ตามสบาย จะได้หมดหนี้ต่อกันสักที”
ใหญ่ตวาดลั่น “บอกให้หยุดท้า”
ปิ่นอนงค์โยนมีดพร้าทิ้ง “หรือถ้าไม่ชอบวิธีนี้เพราะมันตายเร็วไป ก็จับปิ่นกดน้ำเหมือนที่เคยทำกับแม่ปิ่น มาสิคะ ไปที่บึงน้ำกัน”
ว่าแล้วปิ่นอนงค์คว้าข้อมือใหญ่จะไป แต่ใหญ่ดึงปิ่นอนงค์เข้ามากอด
“หยุดปั่นหัวฉันได้แล้ว มันไม่สำเร็จหรอกปิ่นอนงค์ ทำเป็นอยากตาย คิดจะให้ฉันเชื่อว่าเธอสำนึกผิดแล้วพอฉันเคลิ้ม ก็แอบแทงข้างหลังฉันเหมือนทุกครั้ง”
ใหญ่ผลักปิ่นอนงค์เซถอยหลังไป “เธอมันก็ไม่ต่างอะไรกับงูเห่า”
ปิ่นอนงค์ไม่สะท้าน สีหน้าเรียบเฉย ย้อนกลับ “งั้นคุณใหญ่ก็เป็นชาวนาสิคะ สุดท้ายก็ถูกงูเห่ากัดตาย”
จากนั้นปิ่นอนงค์ก็เดินหนีเข้ากระท่อมใหญ่ด่าไล่หลัง
“เธอนี่มันร้ายยิ่งกว่าคุณนายครองสุขเสียอีก”
เวลาผ่านไป ที่ห้องตรวจคนไข้ ในสถานีอนามัย ปานเทพหน้าตาบึ้งตึงเข็นรถเข้ามาจอดที่ปลายเตียง ทัศนีย์นั่งห้อยขาบนเตียง เตรียมตัวกลับ
“หมอให้กลับบ้านได้แล้ว”
ปานเทพจะเข้าไปอุ้ม ทัศนีย์ร้องโวยวายด้วยความกลัว
“อ๊าย ไม่ต้อง ไม่ต้อง ฉันเดินไปที่รถเข็นเองได้”
เลยถูกปานเทพดุ “จะเดินได้ยังไง แผลยังอักเสบอยู่”
“ก็ยังเจ็บน้อยกว่าโดนนายอุ้มไปโยนบนรถเข็นแล้วกัน”
ปานเทพอมยิ้มนิดๆ แล้วตีหน้าดุเหมือนเดิม พร้อมกับช้อนร่างทัศนีย์แล้วไปวางบนรถเข็นอย่างเบามือ นุ่มนวล
ทัศนีย์มองหน้างุนงง ปานเทพทำไม่รู้ไม่ชี้เข็นรถพาทัศนีย์ออกจากห้องไป
ปานเทพเคลิ้มได้ชิดใกล้ทัศนีย์ตามเสียงหัวใจเรียกร้อง อุ้มทัศนีย์ขึ้นนั่งบนเบาะรถ นอกจากนี้ช่วยยกขาข้างที่เจ็บค่อยๆ วางลงบนพื้นรถ คาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย
ทั้งคู่มองหน้ากันนิดหนึ่ง ตาประสานตาทัศนีย์ถามงงๆ
“นายไม่โกรธฉันแล้วหรือ ถึงได้ทำดีกับฉัน”
นั่นแหละปานเทพจึงได้สติรีบเดินไปขึ้นรถด้านคนขับ ทำฟอร์มเสียงดุมาดเข้มตามเดิม
“ผู้หญิงอย่างเธอเนี่ยโดนหลอกง่ายนะ แค่ผู้ชายเค้าทำดีนิดๆหน่อยๆ ก็เพ้อไปว่าเขาช่างแสนดี เป็นสุภาพบุรุษในฝัน ฉันจะบอกให้เอาบุญ ผู้ชายมันก็ทำเป็นเรื่องปกติ เพราะถูกสอนว่าผู้หญิงอ่อนแอ ต้องให้ผู้ชายอกสามศอกอย่างเราคอยช่วย
ทัศนีย์จ๋อยปนเซ็ง “พอแล้ว ถามนิดเดียว ร่ายซะยาว”
“คนสมองน้อยอย่างเธอมันต้องพูดยาวๆถึงจะเข้าใจ เดี๋ยวจะคิดว่าฉันพิศวาสเธอ”
ปานเทพปากไม่ตรงกับใจขับรถทะยานไป
ในขณะที่รถกำลังวิ่งไปบนถนน ทัศนีย์มองหน้าปานเทพแล้วเอ่ยขึ้น
“นายเป็นคนดีหรือเป็นคนเลวกันแน่”
“เธอบาดเจ็บในขณะทำงาน ฉันเป็นเจ้านายก็ต้องดูแลเธอตามกฎหมายแรงงาน จะสงสัยอะไรนักหนา”
พลัน ทัศนีย์ก็นึกไปถึงปิ่นอนงค์ที่ช่วยชีวิตตนไว้ ทัศนีย์เสียงอ่อย พูดอย่างปลงๆ
“ฉันก็แค่อยากมองคนในแง่ดีบ้าง บางทีคนที่เราเกลียด เขาอาจไม่ได้เกลียดอะไรเราเลย มีแต่เราที่คิดบ้าบอไปเอง”
ปานเทพงงคิดในใจว่าวันนี้ทัศนีย์มาแปลก
“ฉันว่าเธอโดนงูกัดบ่อยๆ ก็ดีนะ ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะ”
พูดดีๆ ด้วยแต่กลับถูกด่า ทัศนีย์หน้างอ ปานเทพจ้องถนนเบื้องหน้า ทำทีเป็นไม่สนใจ
ความหวังดีของจิ๋วกำลังจะย้อนมาทำร้ายอรสอางค์ เมื่อคุณหญิงปรางทิพย์ผู้เป็นแม่ รีบเดินทางมาที่ไร่ไพศาลอย่างร้อนใจ พอมาถึงก็เดินเข้าไปในเรือนใหญ่ทันที เห็นเสี่ยตงนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ เสี่ยตงเงยหน้ามอง
“มาหาใครหรือครับ”
ปรางทิพย์ยังคงหยิ่งเชิด “คุณทรรศนะเจ้าของไร่ไพศาลอยู่หรือเปล่า”
เสี่ยตงลุกยืนท่าทางยียวน “สงสัยยังเมาค้างอยู่ คุยกับผมก็ได้ครับ ผมเป็นสามีของคุณนายครองสุขผู้ดูแลมรดกของไร่นี้”
ปรางทิพย์มองด้วยสายตาแปลกใจ “ฉันคุณหญิงปรางทิพย์แม่ของคุณอรสอางค์”
เสี่ยตงตาโต รีบพินอบพิเทา “ภริยาของท่านปลัดอุทัยหรือครับ โอ๊ย ตายๆ ผมมีตาแต่ไร้แววระดับคุณหญิงมาถึงนี่ไม่ทันได้ต้อนรับ เชิญนั่งครับเชิญ”
ปรางทิพย์เดินมานั่งวางมาดผู้ดี เสี่ยตงเข้าใจผิด “ท่านให้คุณหญิงมาตกลงกับผมเรื่องประมูลสัมปทานใช่มั้ยครับ คุณหญิงเขียนตัวเลขมาได้เลย ผมจะเซ็นเช็คให้ทันที”
ปรางทิพย์มองหน้าเสี่ยตงงงๆ “สามีฉันลาออกแล้ว เพราะเงินสกปรกพวกนี้ มันถึงได้ย้อนกลับมาเล่นงานเราจนหมดเนื้อหมดตัว ไม่เหลือแม้แต่ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล”
คุณหญิงปรางทิพย์ไม่พอใจลุกยืน เสี่ยตงยังช็อกอยู่
“ฉันอยากพบลูกสาวฉัน”
เสี่ยตงได้สติ ลุกพรวดคว้ามือปรางทิพย์หมับ “ว่าไงนะ ท่านไม่ได้เป็นปลัดแล้วหรือ อะไรกันวะ”
ปรางทิพย์ตกใจสะบัดมือ “นี่ รักษามารยาทหน่อยนะคุณ”
เสียงอรสอางค์ร้องขึ้นอย่างแปลกใจ “คุณแม่!” สองคนหันไปตามเสียง
อรสอางค์เดินมากับจิ๋วหน้าตาตื่น ในมือจิ๋วถือร่มมาด้วยกำลังจะไปข้างนอก
“คุณแม่มาได้ยังไงคะ ทำไมไม่โทรบอกกันก่อน”
เสี่ยตงโกรธจัดพุ่งเข้าหาอรสอางค์ อย่างเอาเรื่อง “มึงหลอกกู นังอรสอางค์”
ปรางทิพย์ตกใจร้องกรี๊ด ห่วงลูกสาว เสี่ยตงจิกผมอรสอางค์เงื้อมือจะตบ จิ๋ววิ่งเข้าขวาง เงื้อร่มสู้
“อย่านะคะ ถ้ากล้าแตะคุณหนูได้เห็นดีกัน และถ้าเสี่ยทำร้ายดิฉันบาดเจ็บ ดิฉันจะแจ้งความว่าเสี่ยทำร้ายคนแก่”
ปรางทิพย์ปรี่มายืนคู่กับจิ๋วบังอรสอางค์อีกคน “ไม่ใช่คนเดียว คนแก่ถึงสองคน”
เสี่ยตงโกรธจัดตัวสั่น ไม่กล้าตบ ลดมือลง ชี้หน้าอรสอางค์คาดโทษ
“เรื่องที่แกหลอกฉัน ไม่จบง่ายๆหรอก อีพวกผู้ดีจอมปลอม”
เสี่ยตงเดินหนีไป ปรางทิพย์รีบหันมาหาอรสอางค์ “ไปโกหกอะไรเขา”
อรสอางค์ไม่ตอบ รีบดึงมือแม่ออกไป “เราต้องคุยกันค่ะ”
สามคนอยู่ที่หน้าเรือนใหญ่ อรสอางค์ดึงแม่มาที่รถของไร่ “อรจะให้พี่จิ๋วไปส่งแม่ที่คิวรถในเมือง เรื่องเงินอรจะรีบโอนไปให้ สองหมื่นพอมั้ย อรจะขอนะให้”
คุณหญิงปรางทิพย์ฟังเรื่องราวหมดแล้วรู้สึกเสียใจกุมมืออรสอางค์
“แม่มาที่นี่ ไม่ได้อยากได้เงิน จำบ้านสวนในเมืองนนท์ของคุณยายที่ยกให้แม่ก่อนท่านสิ้นได้มั้ย มันเป็นบ้านติดกันสองหลัง แม่ก็เลยแบ่งให้เช่าไปหลังหนึ่ง ใช้ประหยัดหน่อยก็พออยู่พอกิน”
จิ๋วชื่นชมนายผู้ดี “คุณผู้หญิงหน้าตาดูสดใสขึ้นเยอะเลยค่ะ”
ปรางทิพย์บอกจิ๋ว “เพราะมีความสุขกว่าแต่ก่อน สองตายายมีเวลาเหลือเฟือได้นั่งคุยกันทั้งวัน” ยิ้มแย้ม “ช่วยกันเพาะกล้วยไม้อย่างที่พ่อเขาชอบ” คุณหญิงหันมาทางลูกสาว “โรคความดันของพ่อก็ดีขึ้น พ่อเขาบ่นคิดถึงอรทุกวันนะ แม่อยากให้อรกลับบ้านเรา”
อรสอางค์บอกผู้เป็นแม่ “ฝากบอกคุณพ่อด้วยค่ะ ว่าอรสบายดี”
“สบายที่กาย แต่ในใจเป็นทุกข์ ไม่ได้เรียกว่าสบายจริงนะลูก”
อรสอางค์มองจิ๋ว รู้ทันทีว่าจิ๋วฟ้องแม่เรื่องทรรศนะ จิ๋วหลบตา ปรางทิพย์ระบายต่อ
“แม่เป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่อง สอนลูกให้เลือกผู้ชายโดยเอาเงินเป็นตัวตั้ง ผลลัพธ์มันถึงออกมาแบบนี้”
“ไม่เกี่ยวกับเงินค่ะ อรก็อยากเหมือนพ่อกับแม่ตอนนี้ มีความสุขด้วยกัน จะยากดีมีจน ก็ไม่ทิ้งกัน ได้อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน อรจะไม่เลิกกับนะค่ะ อรตัดสินใจแล้ว”
ด้วยความอัดอั้น อรสอางค์ร้องไห้น้ำตาไหลพรากคุณหญิงปรางทิพย์สะท้อนในอก
“โถ ลูกแม่ เวรกรรมจริงๆ”
ปรางทิพย์สวมกอดลูก ร้องไห้ด้วยกัน
เวลาเดียวกันครองสุขโดนเสี่ยตงตบถลาล้มไปที่เตียง เสี่ยตงชี้หน้าด่า โกรธจนเปลี่ยนสรรพนาม“เธอกล้ามากนะที่รวมหัวกันหลอกฉัน ถึงจะเป็นผัวเป็นเมียกันแล้วก็เถอะ ฉันก็ฆ่าเธอได้”
ครองสุขรีบลุก คลานไปกอดขาเสี่ย “เสี่ยขา อย่าโกรธเมียเลยนะ เมียจำเป็นเพราะตอนนั้นเมียโดนไอ้ปลอดมันไล่ฆ่า เมียคิดอะไรไม่ออก ก็เลยพูดๆ ไปไม่ทันได้คิด เสี่ยยกโทษให้ฉันด้วยนะ”
เสี่ยตงดึงครองสุขลุกยืนมองจ้องหน้า “เธอมันพิษสงรอบตัว อย่าคิดว่าฉันจะให้เธอจูงจมูกได้ง่ายๆ ที่ยังอยู่กับเธอทุกวันนี้ก็เพราะรอส่วนแบ่งมรดก ไม่ได้รักไม่ได้หลงอีแก่แร้งทึ้งอย่างเธอ”
เสี่ยตงผลักครองสุขล้มไปที่พื้น ทรรศนะผลักประตูเข้ามาเห็นพอดี
“แกทำอะไรคุณน้า”
ทรรศนะทำกร่างเงื้อมือจะชก เสี่ยตงชกเข้าท้องก่อน ทรรศนะจุกตัวงอ เสี่ยตงเตะทรรศนะอีกสองที
จนทรรศนะหมอบ เสี่ยตงจะเข้าไปซ้ำ
“ตานะ”
ครองสุขถลาเข้าไปหา เอาตัวเองบังทรรศนะ “ตานะสุขภาพไม่ค่อยดี ฉันขอเถอะนะ”
เสี่ยตงชี้หน้าทรรศนะ “ฉันเป็นผัวน้าแก ต้องรู้จักหัดนับถือกันบ้าง อย่าริอาจมาเทียบรุ่นกับเฮีย จำไว้ ไอ้แหย”
เสี่ยตงเดินโมโหออกไปครองสุขรีบประคองลูกชายสงสารจับใจ
“เจ็บมากมั้ยลูก”
ทรรศนะเดินกุมท้องออกมาสวนหลังเรือนใหญ่ ดูท่าทางหงุดหงิด มีเสียงครองสุขเรียกมาตามหลัง
“ตานะ”
ครองสุขตามออกมา “นะยังเจ็บอยู่ มาให้น้าใส่ยาก่อนนะจ๊ะ”
ทรรศนะหันกลับมา สะบัดเสียงใส่ด้วยความโมโห “ทำไมคุณน้าไม่ไล่มันออกจากไร่ไปซะ ปล่อยให้มันเหยียบย่ำเราอย่างนี้ได้ยังไง”
“เสี่ยตงมันไม่ใช่นักเลงกระจอก มันมีอิทธิพลกว้างขวาง ถ้าไปงัดข้อกับมันตรงๆ กระดูกบางๆอย่างเราจะเป็นฝ่ายแย่”
“ต้องทนรออีกแล้วใช่มั้ยครับ” ทรรศนะเยาะ
“นะก็ดื่มลดๆ ลงหน่อยสิจ๊ะ จะได้คอยช่วยงานน้า น้าไม่มีใครเลยที่ไว้วางใจได้ คนอื่นมันก็ดีแต่จ้องหาผลประโยชน์”
ทรรศนะก้มหน้าเศร้า “ผมไม่มีกำลังใจจะทำอะไร มันเบื่อหน่ายไปหมด”
ครองสุขเดินมาจับบ่าสองข้างให้ทรรศนะเงยหน้า “โธ่ ป่านนี้นังปิ่นอนงค์คงไปเกิดใหม่แล้ว ลืมมันไปซะ ความรักมันก็แค่ทำให้ชุ่มชื่นหัวใจประเดี๋ยวประด๋าว แต่เงินสิมันจีรังยั่งยืนทำให้นะมีความสุขไปทั้งชาติ”
ทรรศนะนิ่งคิดคล้ายจะคล้อยตามครองสุข “แล้วตอนนี้คุณน้ามีความสุขหรือเปล่า เมื่อกี้คุณน้าบอกผมว่าคุณน้าไม่มีใครที่ไว้ใจได้สักคน นี่หรือครับสิ่งที่คุณน้าเรียกมันว่า ความสุข”
ครองสุขอึ้งตอบไม่ถูก
ปานเทพพาทัศนีย์มาพักฟื้นที่ห้องในเรือนคนงาน เวลานั้นทัศนีย์นั่งอยู่มีปิ่นอนงค์ทายาให้ที่แผล“ถ้าเจ็บบอกนะคะ”
เห็นปิ่นอนงค์ทำดีกับตัวเอง ทัศนีย์ยิ่งรู้สึกผิด จนอดรนทนไม่ไหว พูดพร่ำออกมา
“ฉันเคยเอากระเป๋าตบหน้าเธอ ฉันเคยแกล้งขัดขาเธอให้กลิ้งตกบันไดโรงเรียน ฉันเคยขโมยเงินคุณลุงไพศาลไปเที่ยว แล้วโยนความผิดว่าเธอเป็นคนขโมย ฉันเคย...”
ปิ่นอนงค์ขัดขึ้น “คุณนี พอเถอะค่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว”
ทัศนีย์พูดต่อ “ฉันยังใส่ร้ายเธอสารพัดว่าเธอร่านผู้ชาย คบชู้กับพี่นะ มีอะไรกับไอ้จอม ฉันทำทุกอย่างเพื่อจะแย่งคุณใหญ่ทำไมเธอไม่แค้นฉัน แต่กลับช่วยชีวิตฉันไว้”
ปิ่นอนงค์มองหน้าทัศนีย์ “ปิ่นแค้นค่ะ แต่ปิ่นโดนรังแกทุกวัน ให้แค้นทุกวันก็ไม่ไหวเคยได้ยินมั้ยคะ มันเจ็บจนชิน พอชินก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไป”
“ฉันเคยสะใจเวลาที่ได้แกล้งเธอ แต่ตอนนี้ ฉันรู้สึกไม่ดีเลยรู้สึกว่าตัวเองแย่มาก เป็นคนที่น่าทุเรศมาก”
ทัศนีย์ร้องไห้โฮ ปิ่นอนงค์จับมือทัศนีย์พูดปลอบใจ “ปิ่นให้อภัยทั้งหมด ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว”
ปิ่นอนงค์ยิ่งดี ทัศนีย์ยิ่งร้องไห้ใหญ่ “ไม่คิดได้ยังไง คนที่ฆ่าป้าอุ่น คือแม่ของฉันเอง จะให้ฉันตีหน้าทำเป็นไม่รู้เรื่อง ฉันทำไม่ไหวแล้วปิ่น”
ปิ่นอนงค์ตกใจสองเด้ง “แม่!”
เวลาต่อมา สองคนพากันมาอยู่ที่ริมน้ำใกล้กระท่อม ปิ่นอนงค์นั่งสะอึกสะอื้นร้องไห้สะเทือนใจกับชะตากรรมของแม่ผูอาภัพ
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ ตอนที่แม่ถูกทำร้ายแม่คงเสียใจมาก”
ทัศนีย์ยืนมองมีไม้เท้าพยุงตัว “เธอคงไม่ให้อภัยฉัน เพราะฉันเป็นลูกเขาใช่มั้ย”
ปิ่นอนงค์ลุกยืนยกมือปาดน้ำตา “กฎแห่งกรรมมีจริงค่ะ ใครทำ คนนั้นก็รับไป คุณนีอย่าเอามาเป็นความผิดของตัวเอง เพราะสิ่งที่คุณนีต้องเผชิญมามันหนักหนาเกินพอแล้ว”
ทัศนีย์เริ่มร้องไห้ “คุณน้ากลัวคุณลุงไพศาลรู้ว่าแต่งงานแล้ว เลยบังคับให้ทัศนีย์เรียกน้า ไม่ให้เรียกแม่ นีเคยเผลอเรียก ก็โดนตีเอาเจ็บๆ”
ปิ่นอนงค์เดินมาหาทัศนีย์เข้าใจและสงสาร “ที่เที่ยวทุกคืนเพราะต้องการลงโทษคุณนายใช่มั้ยคะ”
ทัศนีย์ก้มหน้า พยักหน้าร่ำไห้ “ให้อภัยท่านนะคะ ต่อให้ใครด่าแม่เราว่าเป็นคนเลว เป็นคนไม่ดี แต่เราว่าแม่ไม่ได้ เราแค่ทำหน้าที่ของลูกที่ดีก็พอ”
ทัศนีย์อารมณ์มาเป็นริ้วๆ แล้วพีคสุดๆ สวมกอดปิ่นอนงค์ร้องไห้ไม่หยุด
“ปิ่น ขอบใจนะ ขอบใจ”
“ปิ่นต่างหากต้องขอบใจคุณนี ที่ทำให้ปิ่นตาสว่าง”
ปิ่นอนงค์นึกถึงใหญ่ขึ้นมาทันที
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 16 (ต่อ)
เช้าวันต่อมา ครองสุขขับรถเก๋งเข้ามาจอดในไร่ ตรงจุดที่มีต้นไม้ใหญ่บัง เป็นมุมที่คนมองไม่เห็น ครองสุขยิ้มระรื่นหยิบกระเป๋าดึงเงินออกมาหอมชื่นใจ
“วันนี้ดวงดีชะมัด เล่นได้เงินมาเป็นฟ่อน”
ครองสุขเปิดประตูลงมา แต่โดนมือของเจิดปิดปาก ครองสุขดิ้น ก้านเข้ามาชกท้อง ครองสุขจุกตัวงอ
เจิดกับก้านรีบลากครองสุขไป
เจิดและก้านลากครองสุขเข้ามาในเรือนเพาะชำต้นกล้าในไร่ เจิดดึงครองสุขไป ก้านรีบปิดประตู
ครองสุขกัดมือเจิดแล้วผลักจนกระเด็น ครองสุขหันกลับจะหนี
ธีระโผล่มายืนขวางหน้า เงื้อมือตบหน้าครองสุขเต็มแรง ร่างถลาล้มไปกองที่พื้น
“ธีระ!” ครองสุขคาดไม่ถึง
เจิดกับก้าน เดินมายืนขนาบคนละข้างของธีระ
“แปลกใจหรือพี่ครองสุข ที่เราสามคนมารวมกันได้”
ครองสุขรีบใช้มารยาล่อหลอก พูดอ้อนคำหวาน “ฉันดีใจที่ได้เจอพวกเธออีกต่างหากล่ะ คนเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาจริงมั้ย”
ธีระตะคอก “ร่วมทุกข์หรือ ผมจำได้แต่พี่มีความสุขแล้วเขี่ยผมทิ้งมากกว่า แต่ผมยังโชคดีที่เจอลูกน้องเก่าช่วยพาไปรักษาตัวจนได้กลับมาล้างแค้นคนที่มันเคยทำกับผมไว้”
เจิดก้านจับครองสุขลุกยืนตรงหน้าธีระ
“อย่าเข้าใจพี่ผิดนะ พี่ถูกไอ้เสี่ยมันบังคับ ถ้าไม่ยอมเป็นเมียมัน มันจะฆ่าตานะกับยัยนี พี่ห่วงลูก” ครองสุขอ้อน
“แล้วผมล่ะ ไม่ห่วงผมเลยหรือ” ธีระตอกหน้า
ครองสุขตัดบท “เอาอย่างนี้นะ พี่จะชดเชยเงินให้เธอ เอาไปให้หมดนี่เลย”
ธีระแย่งกระเป๋าถือมาเปิดดูดึงเงินออกมา “แค่นี้ไม่พอแบ่งสามคนหรอก” ธีระบอก
“แล้วเธอต้องการเท่าไหร่”
ธีระนิ่งคิด
ครองสุขเดินหน้าตื่นออกมาที่หน้าเรือนเพราะชำ เจอจินตนาหิ้วกระเป๋าฉีดยาเดินผ่านมาพอดี
จินตนาแปลกใจหยุดมอง ครองสุขสะดุ้ง เหลือบมองไปด้านหลัง
พวกธีระรีบยืนหลบไม่ให้จินตนาเห็น ครองสุขรีบปิดประตูเดินไปหาจินตนา
“เห็นไร่ฉันเป็นสวนสาธารณะหรือไง ถึงเดินเข้าออกได้ตามใจชอบ”
“ถึงกำหนดวันที่ต้องฉีดยาให้วัวค่ะ ถ้าไม่เห็นแก่สัตว์ตาดำๆ ก็ไม่อยากมา” จินตนาเหน็บ
ครองสุขฉุนกึก “ต่อไปไม่ต้องมา ฉันจะจ้างคนอื่นแทน”
จินตนาตอกหน้าหงาย “ไม่ต้องสั่ง เพราะนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะมาเหยียบที่นี่”
จินตนาเดินหนีไป ครองสุขรีบเหลียวมองไปที่เรือนเพาะชำ เจิดแง้มประตูโผล่หน้ามองว่าปลอดภัยแล้ว
จินตนาหิ้วกระเป๋าฉีดยาเดินผ่านมาหน้าห้องพักที่รีสอร์ตหลังหนึ่ง มองห้องพัก นึกถึงวันที่เคยทะเลาะกับปานเทพ
ขณะนั้นปานเทพบิดเอวจินให้หงายท่าสวยๆ ไปด้านหลัง คล้ายกำลังเต้นรำ
จินตนาหายใจแรงมองหน้าปานเทพที่โน้มก้มลงมาหา จินตนาเคลิ้ม แล้วร้องกรี๊ดผลักปานเทพออก
“ไอ้หน้าหื่น นี่แน่ะ”
จินตนายกเข่ากระแทกเข้าที่เป้ากางเกงปานเทพตาเหลือกร้องลั่น “โอ๊ย!”
จินตนาดึงตัวเองกลับ ยิ้มออกมานึกขำปานเทพ เสียงจอมดังแทรกเข้ามา “คุณจิน”
จินตนาสะดุ้งหันไป เห็นจอมยืนมองอยู่ จินตนาปั้นปึ่งเดินหนี จอมเดินตาม
“ยังโกรธเราเรื่องวันก่อนหรือ เราขอโทษนะ”
จินตนาไม่ยอมหยุดเดิน “เราต้องรีบไปฉีดยาให้แม่มะลิ”
จอมอาสา “เราช่วย”
จอมจะดึงกระเป๋ายามาถือให้จินตนาตวาด “ไม่ต้อง”
“ขอร้องล่ะ ช่วยเข้าใจเราหน่อยเถอะ”
“เพราะความดื้อของนาย ที่ดึงดันอยากให้ปิ่นอยู่กับไอ้พวกเสือสิงกระทิงแรด ชีวิตปิ่นถึงต้องจบลงแบบนี้ บอกตรงๆ ถึงวันนี้เราก็ยังทำใจยอมรับไม่ได้ว่า ปิ่นตายไปแล้ว”
จอมจ๋อย “แล้วคุณจินคิดว่าเราทำใจได้งั้นหรือ ความจริงเราก็อยากลาออก แต่ที่เราต้องอยู่ เพราะไอ้ปานเพื่อนของไอ้ใหญ่มันยังอยู่ มันต้องมีส่วนในการตายของปิ่น”
จินตนามองจอมอย่างสมเพช “นายโดนล้างสมองไปแล้ว โทษคนนั้นคนนี้มั่วไปหมดที่ลุงหวินหายไป คงทนดูลูกตัวเองทำผิดไม่ได้ ขนาดเรายังไม่อยากเห็นหน้านายเลย”
จินตนาเดินหนี จอมตามไม่ลดละ “ปิ่นก็ตาย พ่อก็ไม่ให้อภัย เราเหลือแค่คุณจินเป็นเพื่อนเท่านั้น”
จอมตามมาจนทันจับมือจินตนาไว้ “ใจคอจะเลิกคบเราอีกคนงั้นหรือ”
จินตนาพูดใส่หน้า “ตราบใดที่นายยังเข้าข้างคนชั่ว แม้แต่วิญญาณปิ่นก็ไม่มีทางให้อภัย”
ว่าแล้วจินตนาดึงมือออก เดินห่างไป จอมใบหน้าหมองเศร้า
เพ็ญนั่งตรงหน้าปลอดในห้องเยี่ยมผู้ต้องหาบนโรงพัก มีอาจารย์ทนายนั่งข้างๆ ตำรวจอีกคนยืนคุมอยู่ห่างๆ
“คุณใหญ่ปลอดภัยดีจ้ะพี่ ส่วนนายปานช่วงนี้เขาเหนื่อยมากเพราะต้องหาช่องทางกฎหมายช่วยเหลือพี่ออกมาให้ได้”
“บอกมันไม่ต้องห่วงทางนี้ ให้มันคอยคุ้มครองญาติสนิทของมันให้ดี” ปลอดหมายถึงใหญ่
เพ็ญเหลือบมองตำรวจแล้วพยักหน้า “แล้วไอ้พงษ์ล่ะ ไม่เห็นมันโผล่หัวมาบ้าง”
เพ็ญหน้าเสีย ไม่กล้าบอกว่าพงษ์ตายแล้ว “ว่าไง ทำไมเงียบไป มันเป็นอะไรหรือเปล่า
กลับมาถึงบ้านเพ็ญเอาแต่นั่งซึม ใหญ่เอื้อมมือไปปลอบ เพ็ญระบายออกมา
“ถ้าพี่ปลอดรู้ว่านายพงษ์ตาย แถมเหมืองก็โดนสั่งปิด ต้องแหกคุกออกมาแน่ๆ น้าเลยต้องโกหกว่านายพงษ์สบายดี”
“ครูคนแรกที่สอนวิชาหมัดมวยให้ผมก็คือพี่พงษ์ ผมจะไม่ยอมให้พี่พงษ์ตายฟรี” ใหญ่พูดจริงจัง
เพ็ญเดินไปที่ชั้นโชว์ มองกรอบรูป เป็นรูปปลอดกอดคอปานเทพกับใหญ่ มีพงษ์ยืนยิ้มเหนียมๆ อยู่ข้างๆ
“ ครอบครัวของนายพงษ์ถูกโจรดักปล้นกลางถนน พี่ปลอดไปพบเข้าพอดีก็เลยช่วยชีวิตนายพงษ์ไว้ได้ พากันมาเป็นคนงานที่เหมืองของนายหัวอมร พี่ปลอดสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้ ก็มีนายพงษ์นี่แหละคอยเป็นกำลังสำคัญ”
ใหญ่ลุกยืน แค้นขึ้นมาอีก เดินออกจากบ้านทันที เพ็ญตกใจอาการของใหญ่
“คุณใหญ่ จะไปไหนคะ”
ทัศนีย์กลับมากระท่อมท้ายเหมือง นุ่งผ้าถุงกระโจมอกตักน้ำจากตุ่มข้างกระท่อมราดตัว อากาศหนาวเย็นจนสะท้านไปทั้งกาย ทัศนีย์เต้นเหยงๆ
“อู๊ย หนาวๆ”
เสียงใหญ่ดังเข้ามา “ปิ่นอนงค์”
ทัศนีย์ชะงักหันไปเห็นใหญ่เดินมาตามหาปิ่นอนงค์ ใหญ่เองก็ชะงักรีบหันหน้าไปทางอื่นไม่กล้ามองทัศนีย์ตรงๆ
ทัศนีย์ก้มมองตัวเองแล้วยิ้มๆ เดินเข้าไปยั่วยวนใหญ่
“ปิ่นไม่อยู่ค่ะ ไม่รู้ไปไหน เรียกใช้นีแทนก็ได้นะคะ”
ใหญ่สะบัดเสียงใส่ “ไม่ต้อง
ใหญ่เดินหนี ทัศนีย์แผลยังไม่หายดี รีบกระเผลกตาม
“เดี๋ยวสิคะคุณใหญ่ ทำไมชอบหลบหน้านี โอ๊ย”
ทัศนีย์หกล้ม ใหญ่หันกลับเข้าไปประคอง “แผลยังไม่หายดีไม่ใช่หรือ แล้วจะวิ่งทำไม”
“เพราะนีรักคุณใหญ่”
ทัศนีย์กอดใหญ่ไว้ ใหญ่พยายามดึงมือออก “อย่าทำอย่างนี้ทัศนีย์เดี๋ยวไอ้ปาน” ชะงักคำ “เดี๋ยวคนอื่นๆ มาเห็นมันไม่ดี”
ทัศนีย์ไม่ฟัง “เห็นก็เห็นไป นีจะให้ทุกคนเห็นว่านีรักคุณใหญ่”
ใหญ่ฉุน บิดตัวหนี “รักได้ยังไง เธอจะมาโมเมข้างเดียวไม่ได้”
“นียอมทุกอย่าง นีจะยอมเป็นพยานช่วยคุณใหญ่ก็ได้ คุณใหญ่ไม่ใช่คนฆ่าป้าอุ่น แต่เป็นคนอื่น”
ใหญ่จับไหล่ทัศนีย์เขย่าๆ “ใครฆ่าป้าอุ่น”
ปิ่นอนงค์ผ่าฟืนเสร็จ นั่งขาแพลงอยู่ตรงป่ารกร้างติดกับสวน มีฟืนกระจายรอบๆ ตัว ปิ่นอนงค์พยายามยันตัวลุกแต่ลุกไม่ขึ้น
มีขาผู้ชายมายืนค้ำหัว ปิ่นอนงค์เงยหน้า เห็นใหญ่ยืนหน้าบึ้งตึงมองอยู่
“มาทำอะไรแถวนี้”
“อากาศมันเริ่มเย็น ปิ่นก็เลยมาหาฟืนไปต้มน้ำให้คุณนีอาบค่ะ”
ใหญ่เหน็บแนม “เธอนี่ชอบเป็นคนใช้หรือไง ฉันเห็นคอยทำนั่นทำนี่ให้คนไปทั่ว เขาขอร้องให้เธอช่วยหรือไง จุ้นจ้านไม่เข้าท่า”
ปิ่นอนงค์ไม่พอใจ พยายามลุกอีก ใหญ่รำคาญช้อนร่างอุ้มปิ่นอนงค์จนตัวลอย ปิ่นอนงค์โมโหพูดเสียงเฉียบขาด
“ปล่อยปิ่นลงเถอะค่ะ ถ้าปิ่นไม่ขอให้ช่วย เรียกว่าจุ้นจ้านใช่มั้ยคะ”
ใหญ่ตะคอก “หุบปากได้แล้ว เดี๋ยวฉันหมั่นไส้ก็โยนลงตรงนี้เลยซะนี่”
ใหญ่อุ้มแล้วเดินไป ปิ่นอนงค์เม้มปากแน่น
ปิ่นอนงค์นั่งนิ่งบนเตียงในห้องนอนใหญ่ เพ็ญยื่นยาให้ใหญ่ “นี่ค่ะ ทาแล้วนวดเบาๆ ช่วยให้เท้าหายปวดได้”
ใหญ่ฮึดฮัดไม่อยากทำให้ “ให้เขาทำเองสิครับ” หันไปบอกปิ่นอนงค์ “รับยาไปสิ”
เพ็ญหน่าย ยัดยาใส่มือใหญ่ ทำเสียงดุ “เรานั่นแหละควรทำ”
ใหญ่จะอ้าปาก เพ็ญเดินหนีออกไปเลย
“ปิ่นทำเองค่ะ”
ปิ่นอนงค์ยื่นมือไปรับยา ถูกใหญ่ดุ “อยู่เฉยๆ ไม่ต้องจุ้นจ้าน”
ใหญ่เอาคืน ทายาแล้วนวดยาให้ ปิ่นอนงค์มองมือใหญ่ที่นวดขาให้ท่าทีอ่อนโยนมาก
“ทำไมต้องมาห่วงปิ่นด้วย”
ใหญ่ทำปากดีใส่ “เป็นคำถามที่ฉันก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ก่อนหน้านี้ฉันโกรธเธอเรื่องพี่พงษ์ตาย อยากจะไปบีบคอเธอ แต่พอเห็นหน้า กลับทำไม่ลง ตลกมั้ย”
ปิ่นอนงค์หัวใจพองโต “พูดตรงไปตรงมาก็เป็นด้วย”
“เพราะเถียงกับเธอแล้วฉันเหนื่อย”
ใหญ่ส่ายหน้าจะลุกหนีไป ปิ่นอนงค์ดึงมือไว้ ใหญ่ชะงัก ปิ่นอนงค์สอดนิ้วทั้งห้าเข้าไประหว่างนิ้วของใหญ่ กำมือแน่น
“ปิ่นว่า ปิ่นตลกกว่า คุณใหญ่แกล้งปิ่นแรงๆ นับครั้งไม่ถ้วน ปิ่นอยากเกลียด อยากแช่งให้คุณใหญ่หายไปจากโลกนี้แต่ทุกครั้งที่คุณใหญ่มาหา ปิ่นกลับดีใจ” น้ำเสียงปิ่นอนงค์เริ่มสั่นเครือ “ยอมถูกด่าดีกว่าไม่เห็นหน้ากัน”
สองคนจ้องตากัน ใหญ่ใจอ่อน นั่งลงข้างๆ “ฉันไม่ได้ฆ่าแม่เธอจริงๆ เชื่อฉันเถอะ”
ปิ่นอนงค์จ้องหน้าใหญ่ “คุณนีบอกแล้วค่ะว่าเป็นใคร ปิ่นสงสารแม่ แม่รักคุณนายมากแต่คุณนายกลับ....”
เสียงปิ่นอนงค์ขาดหายไปในลำคอ ก้มหน้าสะอื้นรู้สึกสงสารแม่จับใจ
ใหญ่แค้นคำรามในลำคอ “นางมารร้ายมันต้องรับโทษ”
ปิ่นอนงค์รีบเงยหน้าที่นองน้ำตาห้าม “อย่าผูกเวรกันต่อไปเลยค่ะ”
“แต่มันเป็นโอกาสที่เราจะเอาคุณนายเข้าคุก ทัศนีย์ยอมเป็นพยานให้ฝ่ายฉันแล้ว”
ปิ่นอนงค์ตกใจ โพล่งออกมา “แต่คุณนีเป็นลูก เอาผิดแม่ตัวเองไม่ได้นะคะ”
ใหญ่ไม่สน “ยิ่งเป็นลูก ก็จะทำให้มีน้ำหนัก”
คราวนี้ปิ่นอนงค์อึ้ง “นี่คุณใหญ่รู้”
“ฉันเคยแอบได้ยิน นายผาผัวเก่าของครองสุขมันพูด วันที่ฉันพลั้งมือฆ่ามัน แต่ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจ เลยไม่ได้พูดกับใครได้แต่เก็บความสงสัยไว้”
“ถึงคุณใหญ่จะโกรธแค้นคุณนายมากแค่ไหน ก็อย่ามาลงที่คุณนีอีกเลยนะคะ ปล่อยเธอไปเถอะค่ะ คุณนีคงเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าคุณใหญ่ มีแม่แต่ก็เรียกแม่ไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอทนอยู่มาได้ยังไงถึงวันนี้”
พูดเท่านั้นปิ่นอนงค์ก็ร้องไห้ออกมาอย่างสะเทือนใจ ใหญ่ยกมือเช็ดน้ำตาให้ ปิ่นมองหน้าใหญ่ด้วยความรัก ใหญ่พรมจูบที่หน้าผากแผ่วเบา ละเรื่อยมาที่จมูก และปาก ปิ่นอนงค์เอนตัวลงนอน ไม่แข็งขืนต่อต้านแต่อย่างใด
ที่หน้าห้องใหญ่ เวลานั้นเปี๊ยก หวาน และน้อย สุมหัวกันนั่งชิดประตู ไม่ได้แอบดู แต่แอบฟัง
น้อยกระซิบกระซาบ “เงียบไปแล้ว สงสัยว่า”
น้อยกับหวานหัวเราะกันคิกคักชอบใจ เปี๊ยกพยายามยื่นหน้าไปถามว่าอะไรเพราะไม่เข้าใจ
“อย่ายุ่ง”
หวานกับน้อยดันหน้าเปี๊ยกหงายไปตามระเบียบ
ตกกลางคืนทัศนีย์นอนร้องไห้ซบหมอนอยู่ในกระท่อมท้ายเหมือง เสียงใหญ่เมื่อเย็น ดังก้องในหัว
“ถึงเธอจะช่วยเป็นพยานให้ฉัน แต่ฉันก็คงรักเธอไม่ได้ เพราะฉันรักปิ่นอนงค์”
ทัศนีย์สะอึกสะอื้นอย่างอ้างว้างและเดียวดาย เพียงลำพัง
เวลาเดียวกันนั้นครองสุขนอนพลิกไปพลิกมา เสียงกรนเสี่ยตงดังสนั่น ครองสุขมองอย่างรังเกียจ
ลุกนั่ง แล้วเดินออกจากห้อง
ครองสุขเดินลงมาที่หน้าเรือนใหญ่ ครุ่นคิดเรื่องที่ธีระข่มขู่
“ผมต้องการเงินทุกเดือนๆ ละสามหมื่น เป็นค่าปิดปากไม่ให้ตำรวจรู้เรื่องที่พี่ครองวางยาฆ่าไอ้ใหญ่ แล้วผมจะบอกรังรักของเราอีกที”
ครองสุขกลุ้มใจจะหันหลังกลับขึ้นเรือน แต่เห็นใครคนหนึ่งแว่บๆ นั่งอยู่คนเดียว
ครองสุขสงสัยเดินเข้าไปแอบดู เห็นจอมถอดเสื้อโชว์มัดกล้าม กำลังนั่งยกไหเหล้าสูงเหนือศีรษะ แล้วเทลงปาก
จอมเงยหน้าอ้าปากรอรับเหล้าจากไห น้ำบางส่วนไหลเปื้อนหน้าเปื้อนแผงอก ครองสุขมองตาม เกิดอารมณ์เปลี่ยว
ครองสุขตั้งใจดึงเชือกที่ผูกเสื้อคลุมแบะออก เผยให้เห็นชุดนอนด้านใน แล้วเดินเข้าไปหาจอม
พอจอมหันมาเห็นครองสุขยืนอยู่ข้างตัว แย่งไหเหล้าจากจอมยกดื่ม แล้วทรุดนั่งข้างจอม ก้มหน้าสะอึกสะอื้น เริ่มแผนจะกินจอม
“ฉันอยากตาย ทำไมผู้หญิงเราต้องคอยเป็นเบี้ยล่างผู้ชายอยู่วันยังค่ำ ฉันหวังจะมีใครสักคนที่รักฉันด้วยใจจริง แต่ไม่มีเลย ไอ้เสี่ยตงมันก็ข่มเหงรังแกฉัน เหมือนฉันเป็นสัตว์เลี้ยงของมัน”
จอมแตะบ่าครองสุขพูดปลอบ “ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนหรอกครับที่เป็นแบบนั้น”
ครองสุขใส่จริตโผกอดจอม “ฉันต้องการคนที่เข้าใจฉันบ้าง ฉันเหงาไม่มีใครเลย เธออยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ”
จอมเห็นใจแต่ไม่อยากเล่นด้วย ดึงครองสุขออก รีบลุกหนี
“คือ...ผมขอตัวไปนอนก่อนนะครับ”
จอมรีบไปอย่างเร็วรี่ ครองสุขอารมณ์ค้างกลางหาว หงุดหงิดมากๆ จิกตาด่าตามเบาๆ
“ไอ้โง่”
รุ่งเช้าวันต่อมา ปิ่นอนงค์ลืมตาตื่นขยับตัวจะลุก ใหญ่ที่นอนอยู่ข้างๆ ดึงไว้จนปิ่นอนงค์เซกลับไปทับบนอก
“จะรีบไปไหนล่ะ เดินได้แล้วหรือ ฉันให้นอนพักอีกวันยังไม่ต้องไปทำงาน”
“ปิ่นต้องไปดูคุณนี”
“โตป่านนี้ทำไมต้องดู”
“ปิ่นไม่ได้กลับไปนอนด้วย เขาอาจเป็นห่วง คนอยู่ร่วมกันต้องนึกถึงใจกัน”
ใหญ่ฉุน ที่ปิ่นอนงค์ดื้อ “เธอนี่น่าไปเป็นครูบาอาจารย์ หรือไม่ก็พวกนักจิตวิทยา ให้คำปรึกษากับคนเป็นโรคจิตประสาท”
“คุณใหญ่จะเป็นคนไข้มาปรึกษาคนแรกใช่มั้ยคะ” ปิ่นอนงค์ประชด
“นี่เธอว่าฉันเป็นโรคจิตหรือ”
“ทุกคนเป็นโรคจิตด้วยกันทั้งนั้นค่ะ อยู่ที่ว่าเราจะคุมมันไว้ไม่ให้อารมณ์ลึกๆตรงนั้นปล่อยออกมาทำร้ายตัวเองหรือคนอื่นหรือเปล่า”
ใหญ่ผุดลุกขึ้นมานั่ง ปิ่นอนงค์ลุกตาม “แล้วเธอล่ะเธอป่วยเป็นอะไร”
ปิ่นอนงค์สีหน้าเศร้า ผินหน้ามองไปทางหน้าต่าง ยินเสียงเด็กหญิงเล็กๆ หัวเราะชอบใจแว่วมา
ที่ริมหน้าต่างใหญ่โอบเอวปิ่นอนงค์มองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นคนงานเหมืองกำลังทำมือเป็นเขาควายไล่ขวิดลูกสาวตัวน้อย ลูกสาววิ่งหนีเป็นวงกลมหัวเราะชอบใจ
“ปิ่นอยากมีพ่อเหมือนคนอื่น เวลาที่ปิ่นเห็นคุณลุงไพศาลกับคุณใหญ่ มันทำให้ปิ่นรู้สึกอิจฉา”
คนงานอุ้มลูกน้อยลอยเหนือหัวจับร่อนไปร่อนมาเหมือนเป็นเครื่องบิน ปิ่นอนงค์มองภาพนั้นแล้วยิ้ม“มันคงรู้สึกดีถ้าปิ่นได้ลอยละล่องเป็นเครื่องบิน บินไปทั่วฟ้าอย่างนี้”
ใหญ่เผลอยิ้มนึกถึงตัวเองตอนเป็นเด็ก
“มันน่าหวาดเสียวจะตายไป ตอนพ่อเหวี่ยงแรงๆ ฉันกลัวตกแทบแย่ แต่มันก็ตื่นเต้นดี ฉันชอบขอให้พ่อพาฉันบินบ่อยๆ จนพ่อแซวว่าฉันคงอยากเป็นนักบิน”
ปิ่นอนงค์เหลียวมองหน้าใหญ่ ใหญ่หันมามองสบตา สองคนน้ำตาคลอทั้งคู่ ปิ่นอนงค์จับมือใหญ่พูดคำมั่น
“เรามารักษามันให้หายนะคะ”
ใหญ่ดึงปิ่นอนงค์เข้ามากอดเต็มรัก เสียงเคาะประตูดังขัดจังหวะโรแม้นซ์ ทั้งคู่รีบผละจากกัน
เสียงปานเทพดังลอดเข้ามา “ไอ้ใหญ่ ตื่นหรือยังวะ”
ปานเทพยืนก๋ารอที่หน้าห้อง ประตูเปิดออกใหญ่มายืนขวางเท้าสะเอว
“อะไรวะ มาโหวกเหวกแต่เช้า”
“เช้าบ้านแกนะสิ นี่มันสายตะวันโด่งแล้วนะโว้ย”
ปานเทพเห็นพิรุธมองลอดช่องเข้าไปอยากรู้ “แกอยู่กับใคร ฉันได้ยินเสียงคุยกัน”
ใหญ่รีบขยับบังประตู “มีที่ไหนเล่า ฉันอยู่คนเดียว”
“ฉันไม่เชื่อ ขอเข้าไปดูหน่อย แอบเอาใครมาซ่อนไว้หรือเปล่า”
ปานเทพกลัวว่าจะเป็นทัศนีย์ ใหญ่ยืนกรานเสียงแข็ง
“ไม่มี แต่ถ้าจะมี ก็ไม่เห็นแปลก ฉันเป็นผู้ชายนะโว้ย มีผู้หญิงมานอนด้วยก็ไม่เสียหาย”
ปานเทพหน้าเสีย “ผู้หญิงคนนั้นฉันรู้จักหรือเปล่า หวังว่าคงไม่ใช่ยัย ยัย...”
“ยัยชะนีของแกนะหรือ” ใหญ่หัวเราะอย่างรู้ทัน “ก็สวยดีนะแต่ฉันไม่ชอบกินของเปรี้ยวโว้ยมันเข็ดฟัน โน่นไปเลย ยัยชะนีอยู่ที่กระท่อม”
ปานเทพไม่เชื่อ จะเข้าห้องให้ได้ “แล้วข้างในเป็นใคร”
ปานเทพจะดันใหญ่ออก ใหญ่ไม่ยอม “ก็บอกไม่มี แกนี่มันยังไงวะ”
ใหญ่แกล้งถอยออกมายืนหลังประตู “ก็ได้ อยากดูนัก ก็เข้ามาเลย”
แต่พอปานเทพจะเข้าไป ใหญ่ปิดประตูปังใส่หน้า หน้าผากปานเทพโขกประตูจังๆ ร้องลั่น
“โอ๊ย”
ปานเทพเตะประตู “ไอ้ใหญ่ เปิดออกมา ไม่งั้นพังเข้าไปนะโว้ย”
เพ็ญเดินมาเห็น รีบดึงปานเทพออก “พอแล้วนายปาน ทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้ โตกันแล้วนะ”
“ก็มันชอบโกหก” ปานเทพฟ้อง พูดเสียงเบาๆ “ผมสงสัยว่ามันเอาปิ่นมานอนด้วยดูมันสิน้าเพ็ญ ทีผมล่ะก็ห้ามนั่นห้ามนี่ แล้วมันกลับทำเอง”
เพ็ญทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “อย่าเดาสุ่ม ถ้าไม่เห็นเอง แล้วถ้าเขาไม่อยากให้เห็น ก็ไม่ต้องอยากรู้” เพ็ญตัดบท รีบส่งปิ่นโตให้ “เอาไปให้หนูนีสิ คงยังไม่ได้กินอะไร”
ปานเทพมองปิ่นโตตาเป็นประกายวิบวับ
ด้านในห้องใหญ่กับปิ่นอนงค์แนบหูอยู่กับประตู
“คงไปกันแล้วค่ะ”
ใหญ่ถอนใจโล่งอกเดินไปกลางห้อง ปิ่นอนงค์เดินตาม
“คุณใหญ่ผูกเรื่องไว้มากมาย ดึงคนที่คุณใหญ่รักเข้ามาในวังวนปัญหาของคุณใหญ่ ถ้าขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้...”
ใหญ่สวนคำ “สรุปง่ายๆ เธอกำลังบอกฉันว่า ฉันทำให้ไอ้ปาน น้าเพ็ญแล้วก็อาปลอดเดือดร้อน”
ปิ่นอนงค์ไม่ตอบ ขี้เกียจจะทะเลาะ เดินไปหยิบผ้าขนหนูให้“อาบน้ำก่อนนะคะ ใจเย็นๆ ค่อยๆ คิด บางทีคำตอบมันง่ายนิดเดียว แต่เราดื้อที่จะเลือกเชื่อตัวเอง มากกว่ายอมรับว่าเราคิดผิด ทำผิด”
ปิ่นอนงค์ทอดยิ้มส่งให้กำลังใจใหญ่ แล้วเดินออกจากห้องไป ใหญ่คิดตามคำพูดปิ่นอนงค์
ปานเทพหิ้วปิ่นโตมาหยุดยืนหน้ากระท่อม ตะโกนเสียงเข้ม “เปิดประตู”
ทัศนีย์แต่งตัวอยู่สะดุ้ง เสียงปานเทพดังมาอีก “อยากเจ็บตัวหรือ ป่านนี้ไม่ออกไปทำงานที่ฟาร์ม”
ปานเทพร้องขู่ต่อ “คิดจะท้าทายฉันใช่มั้ย บอกให้เปิดประตู”
ทัศนีย์เดินไปเดินมาท่าทีหวาดกลัว “ทำไงดี ปิ่นก็ไม่อยู่ด้วย”
ปานเทพอยู่นอกกระท่อมคิดเป็นห่วงขึ้นมา “หรือจะเป็นอะไรไป ถึงเงียบแบบนี้”
ไวเท่าความคิด ปานเทพตกใจ ออกแรงถีบประตู ประตูกระท่อมเปิดออกอย่างง่ายดาย
ปานเทพปรี่เข้ามาแต่ไม่เห็นทัศนีย์ จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงทัศนีย์คำราม “แก คิดจะรังแกผู้หญิงหรือ”
พอปานเทพหันมาข้างหลัง ก็เห็นทัศนีย์เงื้อไม้เท้า ฟาดไม้ใส่หัวปานเทพดังโป๊ก!
ปานเทพยืนมึนเห็นดาว “ฉันไม่ได้อ่อนแอเหมือนอย่างที่นายคิดหรอกนะ ถ้าจะคิดข่มเหงฉัน ฉันขอสู้ตาย”
ปานเทพชูปิ่นโตให้ดู พูดเสียงเหมือนคนจะหมดลม “เอาข้าวมาให้กิน”
พูดจบ ร่างปานเทพก็ร่วงลงพื้น ปิ่นโตตกลงข้างตัว ทัศนีย์ตกใจมองปิ่นโตเขม็ง รู้ว่าตัวเองเข้าใจผิดไป
ทัศนีย์ปล่อยไม้เท้าตกลงพื้น มองปานเทพตาค้างแล้วจับร่างเขย่าๆ
“นายปาน นายอย่าเพิ่งตายนะ ฉัน ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
เจิดกะก้าน นั่งกินข้าวกล่องอย่างเอร็ดอร่อยที่หน้าบังกะโลเล็กๆ แห่งนั้น
“อิจฉาคนข้างในว่ะ ไม่รู้ตอนนี้ไปกันถึงไหนแล้ว”
เจิดชะเง้อมองทางหน้าต่างที่ปิดอยู่ โดนก้านตีหัว
“กินเข้าไปเหอะ”
เจิดกินต่อ
ส่วนด้านในห้องพัก ครองสุขอิ่มเอมในกามารสที่ธีระปรนเปรอ แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยหันมาหา ธีระกอดครองสุขอย่างรักใคร่
“เธอเนี่ยเก่งเสมอนะธีระ ฝีมือไม่เคยตก”
“ผมเบื่อแล้วคำชม แต่อยากได้อย่างอื่น”
ธีระแบมือ ครองสุขยิ้มส่งเงินให้ ธีระยิ้มพอใจ ครองสุขลูบไล้อกธีระ
“กลับไปอยู่ที่ไร่ด้วยกันมั้ย ไปรื้อฟื้นความหลังตอนที่เรามีความสุขด้วยกัน พี่ไม่เคยลืมเลยนะ”
ธีระฉงน “แล้วไอ้เสี่ยตง”
“ถ้ามันเป็นหนาม จะไปเดินเหยียบให้มันตำเท้าเธอทำไมล่ะเรามาช่วยกันฟันมันทิ้งให้หมด เธอจะได้เดินเข้าไร่อย่างสง่าผ่าเผย ดีมั้ย”
ที่แท้ครองสุขเบื่อเสี่ยตงแล้วจึงอยากฆ่าทิ้ง แล้วเอาธีระกลับมาใช้งานแทน
ส่วนทัศนีย์นั่งอยู่บนแคร่หน้ากระท่อม ดึงชั้นปิ่นโตที่ปานเทพหิ้วมาให้ ออกจากขาปิ่นโต
“หูย น่าเสียดาย หกเกือบหมด เหลืออยู่อย่างละนิดเอง”
ปานเทพเดินกุมหัวออกมาจากด้านใน มองทัศนีย์
ทัศนีย์ยกชั้นปิ่นโตที่เหลือกับข้าวอยู่นิดหน่อย เทรวมลงไปในปิ่นโตข้าวเปล่า เหมือนพระวัดป่าฉันข้าวรวมในบาตร
ทัศนีย์ตักกินอย่างหิวโหย ปานเทพมองอย่างสงสารเห็นใจ เดินเข้าไปหา ดึงปิ่นโตมา
“อย่ากินเลย เดี๋ยวไปเอามาให้ใหม่”
ทัศนีย์ดึงกลับมา “เอาคืนมานี่ ฉันกินได้”
“คนที่เคยแต่กินดีอยู่ดีอย่างเธอนี่หรือ กินได้”
“ใช่ ก็ดีกว่าอดตาย” ทัศนีย์กระชากคืน “เรื่องหัวนาย ฉันไม่ขอโทษหรอกนะ เพราะนายทำให้ฉันตกใจ แต่เรื่องเอาข้าวมาให้เนี่ย” ทัศนีย์พูดห้วนๆ “ขอบใจ”
ปานเทพนั่งเซ็ง หันหลังให้ทัศนีย์ “ที่เธอเห็นไอ้นิสัยแย่ๆ ที่ฉันทำกับเธอมา” ปานเทพเสียงตะกุกตะกัก “ตั้งแต่อยู่ที่ไร่ จนมาอยู่ที่นี่ เธอเชื่อมั้ยว่ามันเป็นตัวฉัน”
“เชื่อ” ทัศนีย์บอกโดยไม่ต้องคิด
ปานเทพหน้าแตก หันมามองหน้าทัศนีย์เขม็ง ทัศนีย์รีบแก้ตัว
“ฉันเป็นคนไม่ซับซ้อน เห็นอะไรก็คิดอย่างนั้น ถ้าใครอยากให้ฉันคิดยังไง ก็ต้องทำออกมาตรงๆ ไม่ต้องให้ฉันแปลเพราะฉันมันคนเรียนไม่เก่ง ต้องสอบซ่อมมันทุกวิชา”
ทัศนีย์พูดตรงๆ ซื่อๆ แบบผู้หญิงไม่มีพิษสงอะไรเลย ปานเทพชอบใจมาก อมยิ้มแล้วขำออกมา
ทัศนีย์งุนงง “หัวเราะที่ฉันโง่หรือ”
ปานเทพพูดเสียงสูง “เปล๊า”
ระหว่างนั้น ปิ่นอนงค์เดินเข้ามาหิ้วผักมาเต็มตะกร้า “ปิ่น หายไปไหนมา”
ทัศนีย์กระโดดไปหาปิ่นอนงค์ทันที
“เมื่อคืนฉันกลัวมากรู้มั้ย ทั้งเสียงคางคกเอย อึ่งอ่างเอย มันดังอยู่ข้างหูฉัน ฉันกลัวมันกระโดดเข้ามานอนด้วย เลยตาค้างทั้งคืน ยัยปิ่นบ้า ทิ้งฉันได้ยังไง”
ปิ่นอนงค์ยิ้มเอ็นดูทัศนีย์เหมือนน้องสาว จับมือบอกทัศนีย์ “ต่อไปไม่ทิ้งอีกแล้ว”
ปานเทพมองสองสาว ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองทำผิดมากที่เชื่อใหญ่ทรมานผู้หญิงสองคนนี้ ปิ่นอนงค์ให้ทัศนีย์ดูผัก
“เย็นนี้เรามาช่วยกันทำอาหารมื้อใหญ่กันนะ”
ปานเทพยังเก๊กทำเสียงดุอยู่ “ทำเลี้ยงใครไม่ทราบ”
ปิ่นอนงค์ยิ้มไม่ยอมตอบ แต่มองหัวปานเทพเห็นมีสำลีแปะอยู่ ขณะที่ปานเทพยิ้มอายๆ จับหัวตัวเองป้อยๆ
ปิ่นอนงค์หันมามองหน้าทัศนีย์เป็นเชิงถาม ทัศนีย์ยิ้มแหยๆ
พอปานเทพเดินเข้าห้อง ก็ต้องแปลกใจที่เห็นใหญ่นั่งที่โต๊ะกำลังเปิดตำรากฎหมายของตนดูอย่างสนใจ
“แกอ่านรู้เรื่องหรือ แล้วเป็นอะไร อยู่ๆ มาอ่านตำรากฎหมาย”
ใหญ่ปิดตำรา ลุกยืน “อ่านเล่นๆ เผื่อจะฉลาดขึ้น”
“เจอแกก็ดีแล้ว” ปานเทพเดินไปนั่งที่เตียง ใหญ่หันมา “ฉันจะปล่อยทัศนีย์ไป ส่วนปิ่นอนงค์แกอยากจะแก้แค้นเขาต่อ ฉันก็ไม่ขอออกความเห็น”
ใหญ่สบโอกาสลองหยั่งเชิงปานเทพ “ทำไม ไม่แค้นแทนอาปลอดแล้วหรือ นั่นพ่อแกนะโว้ย”
ปานเทพเข้าไปหยิบตำรากระแทกบนโต๊ะดังปัง “เพราะฉันร่ำเรียนกฎหมายมา ฉันมีหน้าที่เป็นตัวแทนของลูกความเพื่อสร้างความยุติธรรมให้ประชาชน ไม่ใช่คนที่จะทำลายกฎหมายเสียเอง มันน่าอาย”
ใหญ่ลุกยืนตบบ่าปานเทพ ตัดสินใจเล่าเรื่องทัศนีย์ให้ฟัง
“ทัศนีย์เป็นลูกสาวของคุณนายครองสุข แต่โดนแม่บังคับให้เรียกว่าน้าตั้งแต่ตอนที่เข้ามาอยู่ในไร่ไพศาล นี่แหละที่ฉันจะมาบอกแก”
พูดจบใหญ่ก็เดินออกไป ปานเทพอึ้ง ตะลึงตาค้าง ยิ่งสงสารทัศนีย์มากขึ้น
ใหญ่เดินนำเพ็ญกับปานเทพเข้ามาที่โต๊ะอาหาร เห็นทัศนีย์กับปิ่นอนงค์ยืนจัดสำรับอาหารเรียบร้อย
“พวกเธอทำเองหรือ” เพ็ญถาม
“ค่ะ ปิ่นอนงค์บอก
ปานเทพมองใหญ่อย่างงุนงง ใหญ่ผายมือ
“นั่งเลย” ใหญ่บอกสองสาว “เธอสองคนด้วย ทานข้าวด้วยกัน”
เพ็ญกับปานเทพนั่ง แว่บหนึ่งนั้นปานเทพมองทัศนีย์หลังจากรู้ว่าเป็นลูกครองสุขยิ่งเวทนา
สองสาวนั่ง เพ็ญถามใหญ่
“ถ้าน้าเดาไม่ผิด คงไม่ใช่แค่ทานข้าวร่วมกันอย่างเดียวใช่มั้ย”
“ผมอยากปรึกษาเรื่องคดีความของผม”
ปิ่นอนงค์มองหน้าใหญ่ เพราะไม่รู้ว่าใหญ่จะทำอะไร ปานเทพวางช้อน
“ฉันเคยบอกแล้วว่าแกยังไม่มีพยานหลักฐาน ให้อยู่เฉยๆ ก่อน”
ทัศนีย์รีบบอก “นีเป็นพยานเอง ว่าคุณใหญ่บริสุทธิ์”
“ไม่ได้ ฉันห้ามเธอยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้”
ปิ่นอนงค์ยิ้มภูมิใจในการตัดสินใจของใหญ่
ใหญ่หันไปทางเพ็ญ “น้าเพ็ญครับ ผมจะมอบตัว และต่อสู้กับคุณนาย” มองปานเทพอย่างมุ่งมั่น “ด้วยอาวุธทางกฎหมาย ไอ้ปานมันเชื่อว่าความยุติธรรมมีอยู่จริง ผมจะเชื่อมัน”
ทุกคนมองหน้าใหญ่ต่างตกตะลึง ไม่คาดฝัน
โปรดติดตาม "ปิ่นอนงค์" ตอนที่ 17 พรุ่งนี้
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Online
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com)
«
Reply #6 on:
20 October 2026, 08:51:54 »
https://mgronline.com/drama/detail/9550000085444
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 17
เผยแพร่: 12 ก.ค. 2555 07:30 โดย: MGR Online
.
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 17
ใหญ่นั่งหน้าเครียดอยู่ที่อีกมุมหนึ่งในบ้าน เพ็ญถือกาแฟมาให้ใหญ่ไหว้ขอบคุณแล้วรับแก้วกาแฟไป เพ็ญนั่งลงด้วย พลางเอ่ยถามเรื่องที่ใหญ่ตัดสินใจจะเข้ามอบตัวสู้คดี
“คุณใหญ่คิดดีแล้วเหรอคะ เรื่องที่จะเข้ามอบตัว”
“ครับน้าเพ็ญ ผมเป็นคนก่อเรื่องเอาไว้มากมาย ความจริงแล้ว ถ้าผมกลับไปปรากฏตัวต่อศาลตั้งแต่แรก ยืนยันว่าผมยังมีชีวิตอยู่ ให้ตำรวจสะสางเรื่องเก่าๆอย่างถูกต้อง ไม่ปลอมตัวเข้าไปก่อกวนในไร่เพราะความแค้น เรื่องมันก็คงไม่ลงเอยอย่างนี้”
“แต่มันเสี่ยงนะคะ เรายังไม่มีทั้งพยานและหลักฐานที่จะไปสู้คดีความได้” เพ็ญทักท้วง
“อย่างมากผมก็ติดคุก แต่ผมจะไม่ดื้อรั้นอีกต่อไปแล้ว ผมเสียใจที่ทำให้คนอื่นต้องมารับกรรมไปด้วย ป้าอุ่น พี่พงษ์ ต้องมาตาย อาปลอดก็ติดคุก นายหวินกับจอม พ่อลูกต้องมาตัดขาดกัน”
เพ็ญยิ้มแตะแขนใหญ่ “เวลาผ่านไป คุณใหญ่ยิ่งโตขึ้น จำไว้นะคะ สิ่งที่ได้ฟังจากการสอน มันไม่ได้ผลเท่ากับสิ่งที่เราเรียนรู้เอง”
ใหญ่ยิ้มรับ “ผมจะจำเอาไว้ครับ น้าเพ็ญ”
สองคนสบตากัน
ใหญ่ ปานเทพ และเพ็ญ ตัดสินใจให้ทัศนีย์มาพักบนเรือนหลังใหญ่ เย็นวันนั้นน้อยกับหวานเปิดประตูเดินนำทัศนีย์เข้าห้องมา ทัศนีย์กวาดสายตามองทั่วห้อง สีหน้าลิงโลดดีใจ ทัศนีย์กระโดดลงไปนอนเกลือกกลิ้งไปมาบนเตียง
ทัศนีย์ผุดลุกนั่ง ครุ่นคิด ไม่วายรู้สึกหึงหวงใหญ่กับปิ่นอนงค์ “นี่ห้องชั้น แล้วปิ่นล่ะ นอนห้องไหน”
น้อยบอกด้วยความหมั่นไส้ “อ้าว ... ก็นอนห้องสามีเค้าสิคะ ถามได้”
ทัศนีย์เด้งตัวจะเดินไปที่ประตูน้อยกะหวานรีบขวาง
“จะไปไหนคะ” หวานถาม
“จะไปตามปิ่นมาอยู่ห้องนี้ด้วยกัน”
หวานจุ๊ปาก จูงทัศนีย์ไปที่เตียง“โตแล้ว นอนคนเดียวได้ค่ะ”
น้อยกะหวานรีบวิ่งออกประตูไป แล้วปิดประตูทันควัน ทัศนีย์ตามไปไม่ทัน พยายามเปิดประตู แต่เปิดไม่ออก ทัศนีย์ทุบประตู
“เปิด ... เปิดประตูเดี๋ยวนี้อีพวกบ้า เปิดๆ”
ประตูเปิดออก ปานเทพเดินเข้ามา หน้านิ่ง
“คุณใหญ่กับปิ่นเค้าดีกันแล้ว เธออย่าไปทำให้มีปัญหาขึ้นมาอีกเลย ขอร้อง”
ทัศนีย์ค้อนปานเทพปะหลับปะเหลือก แล้วกอดอกเดินไปที่หน้าต่าง เดินไปพูดไป
“ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย แค่จะไปชวนปิ่นมานอนที่ห้องนี้ด้วยกัน”
ปานเทพขยับตามไปยืนข้างๆ มองทัศนีย์ ตาดุ “เธอนี่มันปากกับใจไม่ตรงกัน”
ทัศนีย์หันเผชิญหน้าปานเทพอย่างท้าทาย “แล้วของนายมันตรงกันเหรอ”
ทัศนีย์เอานิ้วชี้ที่ปากปานเทพ แล้วลากตรงลงมาที่อก จากนั้นก็ลากนิ้วไปที่หัวใจ
“ก็ไม่เห็นจะตรงเหมือนกัน” ทัศนีย์เยาะหยัน
ปานเทพปัดนิ้วทัศนีย์ หน้าดุ เสียงเข้ม “เถียงคำไม่ตกฟาก ดี ... ต้องดัดนิสัยให้เข็ด”
ทัศนีย์ผวาหน้าเสีย “นะนาย...จะทำอะไรชั้น”
“พรุ่งนี้ก็รู้”
ปานเทพทิ้งท้าย แล้วเดินออกไปปิดประตูปัง ทัศนีย์มองตามหน้าเจื่อน
ค่ำคืนนั้นที่ห้องนอนใหญ่ สองคนสวมชุดนอน ใหญ่ยืนพิงหน้าต่าง เหม่อมองออกไป สีหน้าเครียดเคร่ง ปิ่นอนงค์เดินเข้ามายิ้มน้อยๆ อย่างภูมิใจ
“ปิ่นไม่เคยคิดว่าคุณใหญ่จะตัดสินใจมอบตัวสู้คดี”
ใหญ่เหลียวมามอง “ก็เธอเป็นคนบอกเองนี่ ว่าบางทีคำตอบมันก็ง่ายนิดเดียว เธอทำให้ชั้นเห็นทางออก ชั้นมันคนโง่ก็เลยเชื่อเธอ แต่ถ้าชั้นแพ้คดีติดคุก เธอต้องเป็นคนรับผิดชอบ”
“แล้วคุณใหญ่มั่นใจมั้ยคะ ว่าคุณใหญ่ไม่ได้ทำความผิดอย่างที่ถูกกล่าวหาไม่ว่าคดีฆ่านายผา หรือ ฆ่าแม่อุ่น” ปิ่นอนงค์พูดให้กำลังใจชายผู้เป็นที่รัก
ใหญ่หันมาจับไหล่ปิ่นอนงค์ มองด้วยตาแน่วนิ่ง “ชั้นไม่ได้ทำ ชั้นมั่นใจ ชั้นไม่ผิด”
“คนไม่ผิดก็ต้องไม่แพ้คดี คุณใหญ่จะต้องไม่แพ้ค่ะ”
ปิ่นอนงค์พูดพร้อมกับมองสบตาให้กำลังใจ ใหญ่ดึงปิ่นอนงค์เข้ามากอด รักผู้หญิงคนนี้เหลือแสน
“เธอกินอะไรเข้าไปปิ่นอนงค์ จิตใจถึงได้เข้มแข็งขนาดนี้”
ปิ่นอนงค์ดันตัวใหญ่ออกนิดๆ มองสบตากันพลางสัพยอก
“เคยได้ยินแต่เค้าถามกันว่า กินอะไรถึงสวยไม่ใช่เหรอคะ
ใหญ่ฉวยโอกาสขโมยจูบที่ปากเร็วๆ ทำสายตากรุ้มกริ่ม
“ลองพูดจายอกย้อนชั้นอีกที จะโดนอีก”
ปิ่นอนงค์รีบเม้มปากแน่น ส่ายหน้าไปมา ใหญ่ยิ้มชอบใจ
วันต่อมา จวนเที่ยงแล้วทัศนีย์นุ่งชุดกระโปรงสุดสวย สวมหมวกปีกกว้างบังแดด สองมือหิ้วปิ่นโตเถาใหญ่หนักอึ้ง ทัศนีย์เดินเอียงไปเอียงมาเพราะพื้นมีแต่เศษหิน
จู่ๆ มีเสียงระเบิดดังตูมๆ ทัศนีย์สะดุ้งร้องกรี๊ดสุดเสียง แล้วปล่อยปิ่นโตหลุดมือ สติแตก ปิดหูวิ่งหนีเตลิด
“อ๊าย ช่วยด้วย ๆ”
ปานเทพเข้ามาดึงไว้ “จะไปไหน”
“ระเบิด ระเบิด ไม่เอาแล้ว ฉันจะกลับบ้าน”
ทัศนีย์ตกใจสะบัดหลุด จะวิ่งไปปานเทพพลั้งปากถาม “เธอมีบ้านเหรอ”
ทัศนีย์ชะงัก หันมาน้ำตาคลอ ปานอบรมต่อ “ถ้าอยากมีที่อยู่ ที่กิน เธอก็ต้องทำงานแลกมา จะใช้ชีวิตลอยไปลอยมา ควงผู้ชายคนนั้นที คนนี้ที อย่างที่เคยทำไม่ได้”
เพ็ญหิ้วปิ่นโตตรงมา หยุดมองสองคนที่ตั้งป้อม ทำท่าจะทะเลาะกัน
“เรื่องอะไรจะทำงานให้โง่ สู้หาผู้ชายรวยๆเลี้ยงดูไม่ดีกว่าเหรอ” ทัศนีย์บอก
“ก็ลองหาดู แถวนี้มีแต่คนงาน ถ้าให้เค้าจ่ายค่าตัวเธอสักร้อยสองร้อยก็น่าจะพอมี” ปานเทพแขวะ
ทัศนีย์เต้นเร่าๆ เงื้อมือจะตบ ปานเทพจับข้อมือทัศนีย์ “คุณพูดดูถูกตัวเอง ไม่ใช่ผม”
ทัศนีย์อัดอั้น ร้องไห้ออกมา เพ็ญเดินเข้ามาหา “พอเถอะนายปาน จะไปไหนก็ไป น้าจะสอนงานคุณนีเอง”
ปานเทพปล่อยข้อมือทัศนีย์ เสียงระเบิดเหมืองหินดังอีกรอบ ทัศนีย์ตกใจร้องกรี๊ดโผเข้ากอดปานเทพอย่างลืมตัว ปานเทพอึ้ง
พอได้สติทัศนีย์ผลักปานออกอย่างแรงเพราะโกรธอยู่ ปานเทพใจเต้นระทึกแต่ทำเป็นปากดี
“อย่าคิดมายั่วผม ไม่สำเร็จหรอก”
ปานเทพเดินหนี ทัศนีย์ด่าตามหลัง “ทุเรศ หน้าตาบ้านๆ ตัวเตี้ยๆ อย่างนาย อย่าหวังว่าจะได้เห็นขาอ่อนฉัน”
เพ็ญส่ายหน้าระอาใจทั้งปานเทพและทัศนีย์
ปานเทพเดินหงุดหงิดเข้ามาในบ้าน เจอกับใหญ่ที่สะพายกระเป๋าเตรียมออกจากบ้านพอดี ปานเทพชี้หน้าถามใหญ่
“เฮ้ย นั่นแกจะไปไหน”
“ก็บอกแล้ว ชั้นจะไปมอบตัวสู้คดีกับตำรวจ ชั้นไม่อยากรอเวลาอีกแล้ว ใจมันกังวลยังไงบอกไม่ถูก เป็นห่วงอาปลอดด้วย”
ปานเทพรีบดึงใหญ่ไปนั่ง “ฟังชั้นก่อน แกจะไปสุ่มสี่สุ่มห้าอย่างนี้ไม่ได้ ชั้นต้องปรึกษากับอาจารย์ก่อน ไหนจะต้องนัดหมายกับตำรวจอีก ใจเย็นๆ สิวะ มันต้องทำตามขั้นตอน”
สองหนุ่มสบตากันเครียด
ปานเทพกับใหญ่พาตัวเองมาอยู่ที่สำนักงานอาจารย์ทนายในเวลาต่อมา และนั่งอยู่ตรงหน้าอาจารย์ที่ดูเครียดจัด
“ถึงคุณใหญ่จะมอบตัวตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ศาลท่านประทับรับฟ้องนายปลอดถูกส่งไปฝากขังที่เรือนจำแล้ว”
“แต่คุณใหญ่จะให้การเป็นประโยชน์กับพ่อผมนะครับ” ปานเทพท้วง
“มันสายไปแล้ว ปานเทพ” อาจารย์ว่าเสียงเคร่ง
สามคนสบตากันเครียดๆ
ปลอดถูกยื่นฟ้อง และนำตัวไปขังที่เรือนจำแห่งหนึ่ง ปานเทพมาเยี่ยม และอยู่ในห้องพบญาติในเรือนจำ ปานเทพกับปลอดนั่งที่โต๊ะคนละฝั่งซึ่งมีกระจกกั้น สองพ่อลูกคุยกันผ่านโทรศัพท์ มีเจ้าหน้าที่ยืนคุมฝั่งปลอด
“คุณใหญ่กำลังจะมามอบตัวสู้คดี ความจริงกำลังจะเปิดเผยทุกอย่าง พ่อไปให้การสารภาพผิดทำไม” ปานเทพบอกพ่อ
ปลอดพูดดังๆ ตั้งใจ และจงใจให้เจ้าหน้าที่ได้ยิน
“แกไม่ต้องมาให้ชั้นกลับคำให้การ ชั้นพูดความจริงไปทั้งหมด”
เจ้าหน้าที่ขมวดคิ้ว นิ่งฟัง ส่วนปานตาเหลือก ปลอดพูดต่อ “แล้ว ชั้นแค้นนังครองสุขที่มันคบชู้กับไอ้ผา ร่วมมือกันฆ่าคุณไพศาล ชั้นเลยฆ่าไอ้ผา ฆ่านังอุ่นเรือนสมุนของมัน เสียดายไปฆ่านังครองสุขไม่สำเร็จ”
ปานเทพเคาะกระจกหน้าเลิ่กลั่ก “พ่อ เบาๆ พูดเบาๆ”
ปลอดพูดเบาๆ หน้าเฉยตาดุใส่ปาน “ชั้นต้องการให้คุณใหญ่กลับมาอย่างผู้บริสุทธิ์ ไม่ใช่ผู้ต้องหาแกต้องห้ามไม่ให้คุณใหญ่เข้ามามอบตัวเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นไม่ต้องมาเรียกชั้นว่าพ่ออีกต่อไป”
พ่อลูกจ้องตากัน ปานเทพเจ็บปวดสงสารพ่อจับใจ
เช้าวันต่อมาที่ไร่ไพศาล ครองสุขสวมชุดคลุมชุดนอน ถือถ้วยกาแฟเดินนวยนาดออกมาที่ห้องโถง หน้าตาแจ่มใส พอครองสุขจะเดินมาที่ประตูจะออกนอกบ้าน เป็นจังหวะเดียวกับที่ตำรวจเดินเข้ามาหน้านิ่ง ครองสุข ช็อก ตกใจสบตากับตำรวจ
เวลาต่อมา ครองสุขซึ่งเปลี่ยนชุดใหม่ เดินหน้าเครียดลงบันไดโรงพักมากับทนายความ
“ไอ้ปลอด มันกล้าดียังไงมาใส่ร้ายชั้น” ครองสุขฉุน
ทนายปลอบ “ก็แค่คำกล่าวหา ไม่ต้องห่วงครับ ทางตำรวจยังไม่มีพยานหลักฐานอะไร”
ครองสุขครุ่นคิด ก้าวลงมาถึงพื้นแล้ว เหลียวระแวงล่อกแล่กระแวงว่าจะมีคนได้ยิน
“แล้วถ้ามันหาพยานหลักฐานมาได้ล่ะ”
“ก็เรื่องใหญ่เลยครับ ต้องสู้ทั้งคดีอาญา แล้วก็เรื่องการรับมรดกของคุณนายมีปัญหาแน่ครับ”
ครองสุขตกใจตาโต บ่นพึมพำอย่างแค้นใจ “ไอ้ปลอด ไอ้ปากหมา”
ครองสุขกลับไร่ ตรงเข้าห้องทำงาน ครองสุขต้องเครียดกว่าเดิมเมื่อเข้าห้องมาตกใจ ตาค้าง
เห็นเสี่ยตงนั่งเอนเก้าอี้เอาเท้าพาดบนโต๊ะรออยู่
“ทำเป็นตกใจไปได้ หายหัวไปไหนมาแต่เช้า”
ครองสุขหงุดหงิดบอกเสียงห้วน “ตำรวจมาตามไปโรงพัก”
เสี่ยตงสะดุ้งรีบเอาขาลงจากโต๊ะ ครองสุขนั่งตรงข้าม เสี่ยรีบซัก “เรื่องอะไร ตำรวจมันรู้เรื่องอะไรบ้าง”
ครองสุขยิ้มเหี้ยมได้เปรียบเมื่อเห็นเสี่ยตงออกอาการกลัว
“ก็หลายเรื่องที่เราทำด้วยกัน ตอนนี้เสี่ยกับชั้นมาลืมเรื่องจุกจิกของเราก่อนดีกว่า เพราะถ้าชั้นพลาดถูกจับขึ้นมา เสี่ยก็น่าจะรอดยาก”
เสี่ยตงลุกพรวดจ้องครองสุขเดินหงุดหงิดไปมา
“ชั้นไม่น่ามายุ่งกับเธอเลย อัปมงคลชีวิตจริงๆ”
ครองสุขฉุน “อย่ามาทำปากพล่อยเสี่ย เรื่องนี้เราจบได้ถ้าทำให้ไอ้ปลอดพูดไม่ได้อีกต่อไป ปิดปากมันซะ ในคุกมือไม้ของเสี่ยก็มีไม่ใช่เหรอ”
เสี่ยตงกลอกลูกตาไปมา “ชั้นไม่โง่ทำโฉ่งฉ่างอย่างนั้นหรอก สู้ทำให้มันพูดอย่างที่เราต้องการไม่ดีกว่าเหรอ”
ครองสุขหรี่ตามองเสี่ยตง คิดไม่ออกว่ากิ๊กแก่มีแผนอะไร
ทางด้านใหญ่พอรู้จากปานเทพก็เดินงุ่นง่านไปมา เพ็ญกะปานเทพนั่งเครียดอยู่ที่โต๊ะ
“ชั้นไปมอบตัวช้าเอง ชั้นผิดเอง แกจะให้ชั้นทำอะไรบอกมา ไอ้ปาน ชั้นจะเอาพ่อแกออกจากคุกให้ได้”
“คนอย่างนายหัว ถ้ามุ่งมั่นจะทำอะไรแล้ว ไปหยุดเค้ายาก ให้น้าไปคุยเองดีกว่า”
ปานเทพบอกว่าไม่มีประโยชน์ “เสียเวลาเปล่าครับ ตอนนี้พ่อไม่ยอมให้ใครเข้าเยี่ยมทั้งนั้น สั่งด้วยว่าถ้าชั้นห้ามแกไปมอบตัวไม่ได้ พ่อจะตัดลูกตัดพ่อกับชั้น”
“ชั้นต้องไปมอบตัวกับตำรวจเป็นวิธีเดียวเท่านั้นที่จะช่วยอาปลอดได้”
เพ็ญรันทดใจ หดหู่ใจ มองใหญ่สลับกับมองปานเทพคิดถึงและห่วงใยปลอดมาก
ความเสียใจมาเป็นริ้วๆ เพ็ญน้ำตาไหลริน แต่รีบผินหน้าไปทางอื่น
ปานเทพอัดอั้นตันใจ พูดอะไรไม่มีใครยอมฟัง ทั้งพ่อทั้งใหญ่ จึงลุกพรวด ยกมือยอมแพ้
“ตามใจ ใครอยากจะทำอะไรก็เชิญ พ่อก็ทำเพื่อแก แกก็จะทำเพื่อพ่อ ชั้นจะอยู่ดูเฉยๆก็แล้วกัน เพราะชั้นมันเป็นส่วนเกิน”
ปานเทพเดินลิ่วออกไป ใหญ่กะเพ็ญ มองตามเครียดๆ
ปิ่นอนงค์ยืนมองอยู่อีกมุม
ปานเทพนั่งเครียดอยู่นอกบ้าน ปิ่นอนงค์เดินเข้ามาเลียบๆ เคียงๆ ปานเทพหันไปเห็นจึงถาม
“มีอะไรปิ่น”
“ปิ่นได้ยินพวกคุณคุยกัน ปิ่นคิดว่าการที่อาปลอดยอมติดคุกไม่ใช่ทำเพื่อคุณใหญ่คนเดียว แต่ทำเพื่อคุณปานด้วย” ปิ่นอนงค์ว่า
“ทำเพื่อชั้นตรงไหน พ่อไม่เคยนึกถึงหัวอกของชั้นกับน้าเพ็ญเลยสักนิด พ่อแก่แล้วจะทนอยู่ในคุกได้สักกี่ปีเชียว”
ปานเทพกลั้นน้ำตาไว้ หันหน้าหนีไปอีกทาง
“ตอนที่แม่อุ่นคอยช่วยคุณนายแบบผิดๆ จนไม่คิดถึงปิ่นเลย ปิ่นเองก็น้อยใจมาก เฝ้าถามตัวเองว่า ทำไมแม่รักคนอื่นมากกว่าเรา แต่พอแม่ตายไป ปิ่นถึงได้รู้ตัวว่า ทำไมตอนที่แม่ยังอยู่ เราไม่ทำให้แม่รู้ว่า เรารักแม่แค่ไหน แทนที่จะสงสัยว่าแม่รักเราแค่ไหน เพราะพ่อแม่มีเวลาให้เราไม่นานนักนะคะ”
ปานเทพลุก มองจ้องหน้าปิ่นอนงค์ “ไม่ต้องมาพยายามพูดดีๆ กับชั้น ยังไงชั้นก็ไม่คิดจะญาติดีกับเธอหรอก เพราะเธอทำให้คุณใหญ่กลับไปไร่ไพศาล จนทำให้ชีวิตของพวกเราทุกคนเลวร้ายกันหมด ต้นเหตุมันมาจากเธอคนเดียว”
ปานเทพเดินหนีไป ปิ่นอนงค์จ๋อยมองตามไปด้วยความรู้สึกผิดในใจ
เช้าวันต่อมา ใหญ่ ปานเทพ และทัศนีย์นั่งที่โต๊ะอาหารแล้ว ปิ่นอนงค์กับน้อยช่วยกันจัดเตรียมอาหารขึ้นโต๊ะ หวานเข้ามามองทุกคน แล้วเอ่ยขึ้น
“หาคุณเพ็ญไม่เจอค่ะ ดูจนทั่วบ้านแล้ว”
เสียง SMS ของปานเทพดัง ปานเทพกดอ่าน หันมามองใหญ่ ส่ายหน้าเครียด
“น้าเพ็ญไปหาพ่อจนได้ ห้ามแล้วก็ไม่ฟัง”
ทัศนีย์ชิมแกงจืดพลางเอ่ยขึ้นประสาคนปากไว ไม่ดูกาละเทศะ
“ไม่แปลกนี่คะ เท่าที่เห็นคนบ้านนี้ดื้อเหมือนกันหมดเลย”
ใหญ่กะปานเทพชะงักมองทัศนีย์ ซึ่งทัศนีย์จะตักข้าวกิน รู้ตัวมองสองหนุ่ม และหันไปสบตาปิ่นอนงค์ เจอปิ่นอนงค์เม้มปากส่ายหน้าเป็นเชิงบอกไม่ให้พูดต่อ
ปานเทพวางช้อนส้อมลุกยืน “ฝากบ้านด้วยไอ้คุณใหญ่ ชั้นตามไปดูน้าเพ็ญเอง เดี๋ยวจะโดนพ่อด่าว่าสั่งอะไรไม่เป็นสั่ง”
ปานเทพออกไปแล้ว ใหญ่ขยับจะตาม แต่ตัดสินใจนั่งตามเดิม สีหน้ากลุ้มใจ
เพ็ญอยู่ในห้องเยี่ยมญาติที่เรือนจำ สองคนยกโทรศัพท์แนบหู สบตากันผ่านกระจก เพ็ญกับปลอด เอามือทาบกันที่กระจก ปลอดยิ้มเอานิ้วเกาะกระจกตรงมือเพ็ญ
“นี่จะมาเกลี้ยกล่อมให้ชั้นกลับคำให้การอีกคนใช่มั้ย”
“เปล่าสักหน่อย ชั้นรู้ว่าพี่ปลอดมีเหตุผลว่าทำไปเพราะอะไรแค่อยากมาดูว่าพี่ปลอดอยู่สบายดีมั้ย อยากกินอะไร คราวหน้าจะได้ทำมาฝาก”
ปลอดปรายตาแอบมองเจ้าหน้าที่ “ทุกคนสบายดีมั้ย”
เพ็ญยิ้มพยักหน้า “ไม่ต้องห่วง ใครมาอยู่บ้านเราต้องมีความสุข กินอิ่มนอนหลับกันทุกคนอยู่แล้ว พี่ปลอดก็รู้นี่”
“ชั้นไม่เคยผิดหวังในตัวเธอเลยเพ็ญ เธอเข้มแข็งสมกับเป็นเมียนายเหมืองอย่างชั้น นี่ถ้าต้องติดคุกตลอดชีวิต หรือถูกประหาร ชั้นนอนตายตาหลับ ไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว เพราะมีเธอเป็นหลัก คอยดูแลบ้าน ดูแลคนที่ชั้นรักแทนที่ชั้นได้เสมอ”
“อย่าพูดอย่างนั้นสิ เดี๋ยวคุณใหญ่กับนายปานก็หาทางช่วยพี่ปลอดออกมาได้แล้ว เพ็ญจะมารับพี่กลับบ้านด้วยกัน”
สองคนสบตายิ้มให้กัน
ในขณะที่เพ็ญขับรถกระบะกลับจากเยี่ยมปลอด จังหวะที่เพ็ญเช็ดน้ำตา สงสารปลอดนั้น ก็มีรถกระบะอีกคันขับแซงขึ้นมาประกบ คนนั่งข้างคนขับยิงปืนใส่ยางข้างขวารถเพ็ญสองนัดรถส่ายไปมา
เพ็ญตกใจบังคับรถ จู่ๆ ได้ยินเสียงเบรกดังสนั่น จากนั้นทุกอย่างก็เงียบสนิท
แผนของเสี่ยตงที่บอกครองสุข คือจับเพ็ญเป็นตัวประกัน เพื่อให้ปลอดกลับคำให้การนั่นเอง
ตกกลางคืน ใหญ่นั่งกอดเข่ามองเหม่อไปนอกหน้าต่าง ปิ่นอนงค์ขยับลุกมานั่งข้างๆ
“เป็นห่วงอาปลอดเหรอคะ”
ใหญ่พยักหน้า บอกเสียงเศร้า “คนที่สร้างปัญหาเอาความเดือดร้อนมาให้ครอบครัวนี้ เป็นส่วนเกินของครอบครัวนี้คือชั้นต่างหาก ไม่ใช่ปานหรอก”
ปิ่นอนงค์ปลอบ “ความรู้สึกที่อาปลอด น้าเพ็ญ คุณปาน มีให้กับคุณใหญ่ คือความรัก ความห่วงใยที่มากมายจนปิ่นรู้สึกได้ คุณใหญ่มีความหมายกับครอบครัวนี้มากต่างหาก”
“ไม่ใช่หรอกปิ่น มันคือความเวทนาสงสารของอาปลอดที่มีให้ชั้น เพราะชั้นไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีใครเลย แต่ปานคิดว่าอาปลอดรักชั้นมากกว่ามัน มันไม่เข้าใจ คิดว่าความสงสารคือความรัก”
ปิ่นอนงค์ยกแขนโอบหัวใหญ่มาแนบแก้มกอดประคองเอาไว้
“ต่อไปนี้คุณใหญ่จะไม่ขาดความรักเพราะปิ่นจะยกให้คุณใหญ่ทั้งหมดทั้งหัวใจ”
“ไม่ว่าจะต้องติดคุก ติดตะราง ไม่ว่าชั้นจะอยู่ที่ไหนในโลกนี้ ชั้นก็จะจดจำอ้อมกอดของเธอวันนี้เอาไว้ ปิ่นอนงค์”
สองคนถ่ายทอดความรักให้กำลังใจกันและกัน
ฟากเพ็ญถูกสมุนเสี่ยตงกดให้ลงนั่ง สมุนคนนั้น ถือปืนแนบต้นขา สมุนอีกคนกำลังค้นกระเป๋าสะพายเพ็ญโยนโทรศัพท์เพ็ญตกข้างๆ ที่เพ็ญนั่งไม่สนใจ จากนั้นก็โยนตลับแป้งทิ้งไม่สนใจ
เพ็ญนั่งมองตาขวาง จะลุกแต่ถูกกดไหล่
สมุนที่ค้นกระเป๋าออกอาการดีใจปนตกใจ ตามองจ้องของในกระเป๋าเพ็ญ
“เฮ้ย มีปืนด้วยโว้ย เงินเป็นฟ่อนเลย”
สมุนที่คุมตัวเข้าเรื่อง “ชั้นมีข้อเสนอให้เจ๊สองข้อ หนึ่งกลับไปกล่อมผัวเจ๊ให้กลับคำให้การซะ สองถ้าปฏิเสธเจ๊ก็เป็นศพ ผัวเจ๊ก็เป็นศพตายในคุก เลือกเอา”
เพ็ญถามเสียงขุ่น “ใครใช้แกมา คุณนายครองสุขใช่มั้ย”
“ไม่สำคัญ ถ้าไม่อยากตายเจ๊ก็ทำตามที่ชั้นบอก”
“ฝากไปบอกนายแกว่าคนอย่างฉันไม่ขี้ขลาดกลัวตาย” เพ็ญบอกเสียงกร้าว
สมุนที่ค้นกระเป๋าเอาปืนเพ็ญออกมาดู เป็นปืนพกเล็กๆ เหมาะมือ
“มิน่าถึงพกปืนผาหน้าไม้”
สมุนที่คุมตัวหันไปดู เพ็ญเห็นโอกาสเหมาะโผนเข้าหาสมุนคนนั้น แล้วใช้สองมือรวบปืนที่มือของมัน
เพ็ญทั้งเตะทั้งเข่า เอาหัวโขกหน้าสมุนเสี่ยตงจนเลือดกำเดาไหล ตัวหมุนเป็นวง สมุนอีกคนถือปืนเลิ่กลั่ก
เพ็ญดันขัดขาสมุนคนแรก ล้มลงแถวที่นั่งที่คุมตัว เพ็ญทุ่มตัวทับตัวสมุนคนนั้นสู้ตากัน
จังหวะนั้นเสียงปืนดังเปรี้ยง สามคนต่างชะงักกึก
เปี๊ยกหลับที่โซฟาห้องโถง มีโทรศัพท์บ้านวางอยู่ที่โต๊ะเล็กข้างโซฟาและโทรศัพท์บ้านแบบไร้สายวางอยู่บนโต๊ะรับแขก
ใหญ่เดินเข้ามานั่งมองเปี๊ยกยิ้มๆ “เปี๊ยก เปี๊ยก”
เปี๊ยกสะดุ้งโหยง คว้าโทรศัพท์อ้อแอ้ ใหญ่สะกิด เปี๊ยกได้สติ ยิ้มแหยๆ “ชั้นให้นายคอยน้าเพ็ญกับนายปานกลับมา แล้วขึ้นไปปลุกชั้น ดันมาหลับซะนี่”
เปี๊ยกวางโทรศัพท์ลง เป็นจังหวะที่เสียงโทรศัพท์ดัง เปี๊ยกสะดุ้งวางโทรศัพท์บนโต๊ะ
ใหญ่คว้าโทรศัพท์มากดรับสาย “ฮัลโหล...”
ค่ำนั้นปานเทพขับรถสอดส่ายสายตา ใช้ BLUETOOTH สื่อสารกับใหญ่เป็นระยะ สีหน้าปานเทพเครียดจัด
“น้าเพ็ญถึงบ้านรึยัง เจ้าหน้าที่เค้าบอกว่าออกจากเรือนจำตั้งนานแล้ว”
ใหญ่เครียด “ยังเลย ไม่ได้โทร.กลับมาด้วย”
ปานเทพฟัง เขม้นตามองข้างถนน ชะลอรถ ตาเบิกโผลง ปานเทพมองผ่านกระจกหน้ารถ เห็นรถเพ็ญจอดเอียงลงข้างถนน
ใหญ่สงสัยเห็นเป็นปานเทพเงียบไปนาน “ปานๆ ไอ้ปาน”
“เฮ้ย เห็นรถน้าเพ็ญแล้ว แค่นี้ก่อนนะ” ปานเทพวางสายทันที
รถเพ็ญจอดอยู่ริมถนนปานเทพรีบลงจากรถ ถือไฟฉายสอดส่องไปมา
“น้าเพ็ญ น้าเพ็ญครับ”
ภายในรถว่างเปล่า ปานเทพหน้าเครียด เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
ปานเทพรีบกดรับสาย นิ่งฟัง “น้าเพ็ญ น้าเพ็ญ อยู่ที่ไหนครับ เกิดอะไรขึ้น”
สีหน้าปานเทพขณะฟังโทรศัพท์เครียดจัด
ภายในโรงนาร้างเวลานั้น เพ็ญถูกทิ้งไว้คนเดียว เพราะลูกน้องเสี่ยตงคิดว่าตายแล้ว เพ็ญหน้าซีดเผือด ยิ้มน้อยๆ แข็งใจพูดโทรศัพท์ออกไป น้ำเสียงติดๆ ขัดๆ กำลังบอกทางปานเทพ
“ใช่ .. ใช่ .. เลี้ยวซ้ายตรงศาลา รอ...รอรถเมล์ น้า... ไม่เป็น อะไรมาก พอ... พอทนไหว...”
เพ็ญเข้มแข็งมาก ทั้งที่บาดเจ็บสาหัส เพราะถูกสมุนเสี่ยตงยิงเข้าที่ลิ้นปี่!!
เพ็ญมองจ้องไฟสูงรถปานเทพที่กำลังพุ่งเข้ามาจอดในโรงนาแห่งนั้น
ปานเทพถือไฟฉาย วิ่งเข้าโรงนามา เจอเพ็ญเข้าประคอง
“น้าเพ็ญๆ ใคร ใครทำน้าเพ็ญ”
เพ็ญอยู่ในสภาพเลือดท่วมลิ้นปี่ท้อง “ปานเทพ พี่ ปลอด รัก ปาน”
เพ็ญพยายามลูบแก้มปาน มือตก ตาค้าง
“น้าเพ็ญๆ อย่าตายนะครับ ผมจะพาไปโรงพยาบาล น้าเพ็ญ ...อย่าทิ้งผมไปอย่างนี้...”
ปานเทพกอดเพ็ญทั้งตัว ชายหนุ่มจอมกะล่อนร้องไห้คร่ำครวญออกมาอย่างน่าเวทนา
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 17 (ต่อ)
ใหญ่กับปิ่นปิ่นอนงค์เกาะระเบียงบ้าน ชะเง้อชะแง้รอปานเทพใจจดจ่อ ฟากใหญ่กดโทรศัพท์หาปานเทพถี่ยิบ
“ติดต่อไม่ได้เลยเหรอคะ” ปิ่นอนงค์ถาม
ใหญ่ขยับจะออกไป “โทร.ติดแต่ไม่รับสาย เอายังไงดี ชั้นออกไปตามดีกว่า”
รถปานเทพขับเข้ามา ปิ่นอนงค์เข้าไปแตะแขนใหญ่ชะงักมอง
ปานเทพจอดรถลงมาเสื้อเลอะไปด้วยเลือดของเพ็ญ หลบตามองพื้นไม่สบตาใคร
ใหญ่กับปิ่นอนงค์รีบเข้าไปหา มองสภาพปานเทพต่างก็ตกใจ ใหญ่จับแขนปานเทพเขย่าอย่างร้อนใจ“เกิดอะไรขึ้น น้าเพ็ญอยู่ไหน เลือด... เลือดใคร”
ปานเทพค่อยๆ เหลือบตาขึ้นมามองใหญ่ “น้าเพ็ญตายแล้ว...”
พูดเท่านั้นร่างปานเทพก็ทรุดลงกับพื้น หลังพิงรถร้องไห้คร่ำครวญ
ใหญ่ย่อตัวลงตามกับปิ่นอนงค์ ใหญ่ตะโกนก้อง “ใคร... ใครฆ่าน้าเพ็ญ ปาน... ปาน”
เสียงโทรศัพท์ปานเทพดัง ปิ่นอนงค์กับใหญ่ชะงัก เหลียวหาต้นเสียง
ใหญ่จับตบตามกระเป๋าเสื้อกางเกงปานเทพ จนเจอโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋ากางเกงใหญ่รีบกดรับสาย“สวัสดีครับ นั่นใครพูด”
ถวิลได้ยินเสียงใหญ่ก็ตื่นเต้นดีใจ
“คุณใหญ่ คุณใหญ่จริงๆเหรอครับ ผมถวิลครับ”
ใหญ่ขมวดคิ้ว “นายหวิน”
ถวิลคุยต่อหน้าเครียด “คุณใหญ่ นังคุณนายกับเสี่ยตงฆ่าคุณเพ็ญครับ ผมได้ยินมากับหู”
ใหญ่ตกใจ แค้นจัด วางโทรศัพท์กับพื้น ใหญ่ลุกยืนช้าๆ มองเข้าไปในป่า “นังครองสุข แกกับชั้นอย่าได้อยู่ร่วมโลกกันอีกเลย นังปีศาจ”
ปานเทพร้องไห้ไม่สนใจใคร
ปิ่นอนงค์ งงงันและสับสน มองใหญ่กับปานเทพไปมา
ใหญ่เหน็บปืนสั้นสองกระบอกที่เอว อีกมือถือปืนลูกซองขนาดห้านัด เดินมุ่งมั่นสีหน้าแค้นจัด กำลังจะออกประตูบ้าน
ปิ่นอนงค์วิ่งตามมาจับแขน เปี๊ยก น้อย หวาน ตามมาติดๆ
“คุณใหญ่มีสติหน่อยสิคะ แค่นี้เรื่องมันก็บานปลายมากไปแล้ว อย่าไปเลยค่ะ”
ใหญ่โกรธจนไม่ฟังใครอีกแล้ว “ชั้นบอกแล้วไง นังครองสุขจะต้องตาย ชั้นจะฆ่ามัน ปล่อยชั้นปิ่น ปล่อย”
ปิ่นอนงค์ยื้อยุดฉุดกระชากใหญ่เอาไว้ หวาน เปี๊ยก และน้อย เข้าช่วยกันจับใหญ่พัลวัน
ใหญ่สะบัด ทุกคนกระเด็นไปคนละทาง ใหญ่เดินจะไป
“คุณใหญ่ คุณนายจะตายไม่ได้นะคะ” ปิ่นอนงค์เอ่ยขึ้น
ใหญ่ชะงักกึก หยุดเดิน หันมาชี้หน้าปิ่นอนงค์
“นี่เธอเข้าข้างมันอีกแล้วปิ่นอนงค์ มันถึงขนาดฆ่าแม่เธอ เธอยังมีหน้ามาทำใจบุญกับมัน เธอทำดีแล้วคนใจบาปอย่างมันเคยหยุดทำชั่วบ้างมั้ย”
ปิ่นอนงค์พยายามเอาน้ำเย็นลูบใจที่ร้อนดั่งไฟของใหญ่ในยามนี้
“ไหนคุณใหญ่บอกว่าจะให้กฎหมายจัดการ คุณใหญ่จะเข้ามอบตัวสู้คดีไม่ใช่เหรอคะ”
ใหญ่คำราม “ชั้นไม่รอกฎหมายอีกแล้ว มันช้าเกินไป สำหรับคนเลวๆ มันต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน”
“ด้วยการทำเลว เหมือนกับเขาเหรอคะ เอาเลยค่ะ ถ้าคิดว่าการเป็นคนดีมันยากนัก ก็เป็นคนเลวมันไปเลย”
ใหญ่ขัดใจและบันดาลโทสะชักปืนเล็งไปที่ปิ่นอนงค์ “พูดมากนัก”
เปี๊ยก น้อย และหวาน ตะลึงตาโต ปิ่นอนงค์เชิดหน้าทำทีไม่เกรงกลัว แต่ใจเต้นระรัว
ปิ่นอนงค์นั่งเศร้ากอดเข่าพิงข้างฝากระท่อมท้ายเหมือง ทัศนีย์เดินเข้ามาเลียบเคียง
“แย่จังเลยนะ คุณใหญ่กับเธอดีๆ กันอยู่แท้ๆ มาทะเลาะกันอีกแล้ว”
“คุณใหญ่ก็อย่างนี้แหละค่ะ เวลาโมโหขึ้นมาก็จะไม่มีเหตุผล เอาแต่ใจ”
“แต่เอาปืนจ่อเธออย่างนี้ มันแรงเกินไปนะปิ่น ไม่ได้แล้วนะ เธอจะทนต่อไปเหรอ เลิกกันไปเลยดีกว่า”
ทัศนีย์ยุหวังจะเสียบ ปิ่นอนงค์ใคร่ครวญครุ่นคิด สาวเจ้าชู้ทัศนีย์แววตาเป็นประกายวิบวับ
“ถ้าเธอเลิกกัน ชั้นขอคบกับคุณใหญ่ต่อไปไม่ว่าอะไรนะ ไม่ใช่” ทัศนีย์นั่งลงข้างๆ ปิ่นอนงค์ “อะไร ชั้นจะได้ไม่ถูกกล่าวหาว่าแย่งสามีเพื่อน”
ปิ่นอนงค์หันไปสบตากับทัศนีย์“คุณนีไม่คิดเป็นห่วงคุณนายบ้างเหรอคะ”
ทัศนีย์ส่ายหน้าทันที “ไม่ คุณน้าร้ายจะตาย ใครจะไปทำอะไรได้ ชั้นอยู่ที่นี่สบายจะตาย พูดจริงๆนะ อยู่กับน้าเพ็ญยังดีกว่า ... ดีกว่าอยู่กับแม่อีก”
“น้าเพ็ญถูกฆ่าตายเมื่อคืนนี้ ปิ่นลืมบอกคุณนีไปค่ะ”
ทัศนีย์ช็อก ตาค้าง “หา ที่ไหน ใครทำ หรือว่าคุณน้า...”
“น้าเพ็ญถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ แต่ลุงหวินได้ยินว่าเป็นฝีมือคุณนาย คุณใหญ่จะไปฆ่าคุณนายแก้แค้น”
ทัศนีย์ถอนหายใจ “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง”
“คุณนีไม่สงสารคุณนายบ้างเหรอคะ”
“สงสารทำไม คุณน้าฆ่าแม่เธอนะยังจะไปสนใจใยดีเค้าอีกทำไม แปลกคนจริง เธอนี่...”
“ถ้าคุณนีไม่หยุดคุณนายให้ได้ คุณนายต้องฆ่าคนอีก คุณนีจะได้ชื่อว่าเป็นลูกฆาตกร คุณนีทนได้เหรอคะ” ปิ่นอนงค์พยายามเกลี้ยกล่อม
“ไม่เห็นต้องทนอะไร ไม่มีใครรู้ว่าชั้นเป็นลูกเค้าอยู่แล้วนี่” แต่เหมือนจะไม่ได้ผล
“แต่คุณนีจะหนีความจริงไปได้อีกนานแค่ไหนกันคะ”
เสียงเปี๊ยกร้องโหยหวนดังเข้ามา ปิ่นอนงค์กับทัศนีย์ตกใจ เหลียวมองหน้ากัน
เปี๊ยกกุมเป้านอนกลิ้งไปมาอยู่ตรงแปลงผัก หน้าตาบิดเบี้ยว หวานยืนเท้าสะเอวชี้หน้าด่าฉอดๆ น้อยอยู่ข้างหวาน
“เข้าข้างกันดีนัก เป็นผู้ชายแท้ๆ จะยิงผู้หญิง หน้าตัวเมียชัดๆ ทีเวลาอยากจะมีอะไรกันกับปิ่น ก็ทำเป็นยอมใจอ่อนยกโทษให้ พอเบื่อขึ้นมาก็ขุดเรื่องเก่าๆขึ้นมาด่าปิ่น ผู้ชายมันเลว”
เปี๊ยกพยุงตัวลุก หวานตะคอกใส่หน้า “เหมือนกันหมด ทั้งเอ็ง ทั้งคุณใหญ่”
เปี๊ยกชี้ด่าหวานวุ่นวาย น้อยแปลแล้วยุส่ง “โอ้โห ... ขุดเรื่องบนเตียงมาด่าพี่เลยนะเนี่ย พี่เปี๊ยกนี่หยาบคายจริงๆ ดูๆ เล่าละเอียดเลย”
หวานฟังน้อยแล้วอารมณ์ขึ้น “ไอ้นี่ กินในที่ลับ มาไขในที่แจ้ง”
หวานกระโดดเข้าลุยเปี๊ยก แต่เปี๊ยกสู้ น้อยเข้ารุมเปี๊ยกนัวเนียกัน
ปิ่นอนงค์กับทัศนีย์วิ่งเข้ามา ปิ่นอนงค์ตะโกนลั่น “หยุดๆ ทะเลาะอะไรกัน”
“แยกๆ กันเดี๋ยวนี้” ทัศนีย์ตะโกนตาม
ทัศนีย์กับปิ่นอนงค์แยกสามคนได้อย่างทุลักทุเล เปี๊ยกชี้หน้าด่าหวาน แล้วหนีไป
หวานร้องไห้ฟ้องปิ่นอนงค์ “ไอ้เปี๊ยกมันรักคุณใหญ่มากกว่าพี่ เห็นคนอื่นดีกว่าเมีย”
ปิ่นอนงค์กับทัศนีย์เห็นแล้วสลดใจ
หวานกอดน้อยสะอึกสะอื้น
ใหญ่กะปานเทพคุยกันอยู่ตรงระเบียงบ้าน หน้าเครียดกันทั้งคู่ ใหญ่กุมหัวส่ายหน้าปานเทพ ตบไหล่ใหญ่เบาๆ
“แกไม่ต้องมาปลอบใจชั้นไอ้ปาน ชั้นซะอีกที่ต้องเป็นฝ่ายปลอบใจแก”
ปานเทพก้มหน้าเศร้า ใหญ่ตบไหล่ปลอบปานเทพบ้าง
“ชั้นจะไม่ยอมให้อาปลอดเป็นอะไรทั้งนั้น อาปลอดต้องได้กลับบ้าน ชั้นจะทำให้คุณนายครองสุขต้องชดใช้กรรมให้น้าเพ็ญ ชั้นสัญญาเพื่อน”
สองหนุ่มสบตากัน แววตามุ่งมั่นทั้งคู่
ฟากทัศนีย์สับสนวุ่นวายใจอย่างหนัก ยืนหน้าเครียดเคร่ง มองออกไปที่หน้าต่าง สักครู่หนึ่งปิ่นอนงค์เดินเข้ามาหน้าเข้ม
“ถ้าเราห้ามคุณใหญ่ไม่ได้ เรารีบหนีไปจากที่นี่กันดีกว่า ถ้าเราไปถึงไร่ไพศาลก่อนคุณใหญ่ เราอาจจะหยุดเรื่องร้ายๆ ได้นะคะ”
“จะไปได้ยังไง พวกไอ้เปี๊ยก นังหวาน นังน้อย ถ้ามันเห็นเรา มันก็ไปรายงานคุณใหญ่อยู่แล้วไหนจะพวกคนงานอีก คุณใหญ่ดูแล้วก็ยังไม่ไว้ใจเธอเท่าไหร่ ดูสิ ขนาดเธองอนจะกลับมานอนที่นี่ ยังไม่ยอมตามมาง้อเลย”
ปิ่นอนงค์จับแขนทัศนีย์ “เรื่องอื่นชั่งมันเถอะค่ะ ว่าแต่คุณนี แน่ใจนะคะว่าจะยอมช่วยเกลี้ยกล่อมคุณนายให้มอบตัวกับตำรวจ”
“เพื่อความสงบสุขของทุกคน ชั้นต้องพยายามทำให้ได้”
“เราต้องทำให้คุณนายกลับใจให้ได้ ปิ่นจะคอยช่วยคุณนีอีกแรงค่ะ”
สองสาวสบตากันอย่างมุ่งมั่น
จู่ๆ กระท่อมท้ายเหมืองเกิดไฟลุกท่วม ไฟกำลังโหมไหม้ลุกลาม เปี๊ยกกับคนงาน 6 คนกำลังดับไฟกันวุ่นวาย ใหญ่กับปาน ขับรถเข้ามา เปี๊ยกรีบเข้ามาหาใหญ่
“ปิ่นกับทัศนีย์ล่ะ”
เปี๊ยกปัดมือ ปิดตา อธิบายว่าไม่เห็น
ปิ่นอนงค์ทัศนีย์ แอบดูอยู่ในพุ่มไม้ ใหญ่ประกาศกร้าว “เกณฑ์คนงานออกตามหาเร็ว”
ปิ่นอนงค์รีบดึงทัศนีย์ วิ่งหนีไป
เวลาต่อมา ริมถนนเส้นทางมุ่งเข้าสู่ตัวเมือง ปิ่นอนงค์วิ่งลัดเลาะพุ่มไม้อยู่ข้างทาง มากับทัศนีย์
สองสาวหลบนั่ง เหลียวดูไปมา
“จะวิ่งไปเหรอปิ่น เมื่อไหร่จะถึงถนนใหญ่ ชั้นเหนื่อยแล้วนะ”
“แข็งใจหน่อยค่ะ ปิ่นรู้ทางลัด”
พลางปิ่นอนงค์ลุกฉุดข้อมือทัศนีย์ วิ่งข้ามถนน
ระหว่างนั้นมีรถแวนสองตอนวิ่งเข้ามาเบรกดังเอี๊ยด สองสาวชะงัก
ทัศนีย์ดึงปิ่นอนงค์จะหนีต่อ เป็นน้อยกับหวาน วิ่งลงจากรถเข้ามาหาสองสาว
“คุณนี ปิ่น เร็วขึ้นรถ”
ปิ่นอนงค์งง น้อยรีบบอก “โหย กว่าจะขโมยรถมาได้”
“ปิ่นกับคุณนีจะหนีกลับไร่นะ” ปิ่นอนงค์บอก
“พี่จะเลิกกับไอ้เปี๊ยก อยู่ที่นี่อดอยากกลับไร่ไพศาลดีกว่า”
“คุณนีช่วยพูดกับคุณนายให้รับเรากลับไปทำงานที่ไร่ด้วยนะคะ” น้อยอ้อน
ทัศนีย์งงๆ ปิ่นอนงค์ชวนให้รีบๆ ไป “ไปค่ะคุณนี รีบไปกันได้แล้ว”
หมู่มวลขึ้นรถ หวานขับออกไปฝุ่นคลุ้งกระจาย
ครองสุขแค้นนักที่ถูกลอบยิง หารืออยู่กับจอมและเสี่ยตงที่เรือนใหญ่ ครองสุขคิดว่าต้องเป็นปานเทพแน่นอน เพราะใหญ่ก็ตายแล้ว ส่วนปลอดก็อยู่ในคุก
“คนที่มันลอบเข้ามาในไร่เราวันก่อนเป็นใคร ในเมื่อไอ้ปลอดก็นอนอยู่ในตาราง คงไม่มีปัญญาไปสั่งงานลูกน้องมันได้ หรือจะเป็นพวกไอ้ปาน เหลือมันคนเดียวที่ยังลอยนวลอยู่”
จอมกลัวพ่อเดือดร้อน รีบออกโรงสนับสนุน “ผมว่าน่าจะใช่ เพราะลูกน้องของพ่อมันก็ต้องภักดีอยู่กับมันด้วย มันอาจแค้นคุณนายเรื่องเอาพ่อมันเข้าคุก”
ครองสุขปรายตามองแขนล่ำๆ ของจอมแล้วหวามไหว จ้องที่ต้นแขนล่ำบึ๊กตาไม่กระพริบ ครองสุขเดินไปหาเสี่ยตงแต่ชม้ายตามองจอมอย่างมีความหมาย จอมรีบก้มหน้าหลบตาวูบ
“เราคงต้องเพิ่มกำลังคน เฝ้าทางเข้าออกไร่ให้เข้มงวดมากขึ้น”
ยินเสียงคนทะเลาะกันดังเข้ามา ทุกคนหันไปมองต้นเสียง
ที่หน้าเรือนใหญ่ ทัศนีย์แต่งตัวมอมแมมเหมือนคนงานในไร่ แถมผมเผ้ายุ่งเหยิงปิดหน้าปิดตา กำลังตบตีกับอรสอางค์ อย่างเมามันทั้งคู่ จิ๋ววิ่งเข้าไปจับอรสอางค์ชุลมุนวุ่นวายมาก ปากก็ตะโกนบอก
“อย่าทำร้ายคุณหนูนะ”
แต่กลายเป็นว่าจิ๋วมาจับล็อกอรสอางค์ไว้ จึงโดนทัศนีย์ตบไปอีกหนึ่งฉาดใหญ่
อรสอางค์โกรธจิ๋วหันไปตะคอก “ปล่อย มาจับอรทำไม จับนังนี่สิ”
จิ๋วตกใจ นึกขึ้นได้ แต่พอปล่อยอรสอางค์ จะพุ่งเข้าไปหาทัศนีย์ ก็โดนทัศนีย์ที่กำลังมันมือตบจนเซถลาไป อรสอางค์พุ่งเข้าไปบีบคอทัศนีย์หมับ ออกแรงบีบสุดแรงเกิด
ครองสุขพรวดพราดเข้ามาตวาดลั่น แต่ยังไม่เห็นหน้าทัศนีย์ชัดนัก คิดว่าเป็นพวกคนงาน
“หยุด ไร่ฉันไม่ใช่ตลาดสดนะยะ มาตบตีกันทำไม” ชี้หน้าด่าทัศนีย์ “แล้วนังนี่มันใคร ไปมีเรื่องกับมันทำไม”
ทัศนีย์หันมา ครองสุขมองจ้องหน้า “คุณน้า”
ครองสุขตกใจ “ยัยนี!” คาดไม่ถึง
จอมกับเสี่ยตงก็มองอย่างไม่เชื่อสายตาเพราะทัศนีย์ดูโทรมมาก
ทุกคนเข้ามาในห้องรับแขก ทัศนีย์นั่งเชิดๆใส่อรสอางค์
ครองสุขดีใจที่ลูกสาวโผล่หัวมา แต่ก็ทำปากร้ายใส่เหมือนเคย “นี่แกหายหัวไปไหนมา แล้วดูสภาพแกสิ ทำไมมันตกต่ำดูเหมือนขอทานข้างถนนอย่างนี้”
อรสอางค์ได้ที ยิ้มเยาะ “เห็นหรือยังล่ะ ใครเห็นเธอ ก็ต้องทักว่าเหมือนขอทานนี่คุณน้าเธอพูดเอง ทำไมไม่เข้าไปตบเหมือนที่ทำกับฉันล่ะ”
ทัศนีย์ตวาดกลับ “นังไฮโซ อย่ามายั่วฉันอีกนะ” พลางลุกยืนพรวดถลาจะไปตบอีก จิ๋วรีบลุกบังอรสอางค์ทันควัน ครองสุขรีบคว้าทัศนีย์ไว้ รีบหันไปบอกอรสอางค์
“เธอออกไปก่อน”
อรสอางค์ลุกยืนเชิดๆ มองหน้าทัศนีย์อย่างสมเพชแล้วออกไปพร้อมจิ๋ว
“ว่าไง จะตอบฉันได้หรือยัง”
“ที่นีหายไป เพราะไปเจอคนๆ หนึ่ง ที่คุณน้าต้องคาดไม่ถึง”
ครองสุขสงสัยว่าเป็นใครกัน
ที่ศาลา ซุ้มสวยๆ ปากทางเข้าไร่ไพศาล ทัศนีย์ขับรถของไร่เข้ามาจอด ครองสุขลงจากรถ มองไปที่ศาลาเห็นผู้หญิง 3 คน แต่งตัวเหมือนพวกคนงานไร่ยืนหันหลังให้ ครองสุขเดินเข้าไป ปิ่นอนงค์ หวาน และน้อยหันมา ยกมือไหว้
“สวัสดีค่ะคุณนาย”
ครองสุขตกตะลึง ถอยหลังไปสองก้าว “นังปิ่น แก แกยังไม่ตายอีกหรือ”
ทัศนีย์เดินเข้ามาสมทบข้างๆ ครองสุข
ปิ่นพูดแดกดันครองสุขกลายๆ “วิญญาณแม่คุ้มครองไว้ ปิ่นก็เลยรอดตายมาได้ราวปาฏิหาริย์”
ครองสุขไม่ใส่ใจ สนแต่เรื่องใหญ่ “แล้วไอ้ใหญ่ล่ะ มัน มัน มันรอดหรือเปล่า”
ปิ่นอนงค์ตีหน้าเศร้า พลางส่ายหน้า “คุณใหญ่โชคร้ายตกลงไปในเหวลึกกว่า ตำรวจก็เลยหาศพไม่พบไงคะ”
ครองสุขหันไปทางทัศนีย์ “แกไปรู้เรื่องได้ยังไง”
ทัศนีย์มองหน้าปิ่นอนงค์ ปิ่นอนงค์พยักหน้านิดๆ
“คือ คนที่ช่วยพาคุณใหญ่หนี คือนีเอง แต่คุณใหญ่กลับย้อนไปช่วยปิ่น แล้วขับรถออกมาจนตกเหว ตอนแรกนีก็คิดว่าทั้งคู่คงตายแน่ นีกลัวคุณน้าโกรธนี นีก็เลยแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง”
ครองสุขโกรธมากตบหน้าทัศนีย์สุดแรง และจะตบซ้ำอีก ปิ่นอนงค์รีบดึงมือรั้งไว้
“พอแล้วค่ะ คุณนีทำไปเพราะรักคุณใหญ่ ไม่ได้คิดทรยศคุณนายหรอกค่ะ”
ทัศนีย์กลัวรีบไปยืนหลบหลังหวาน ครองสุขมองปิ่นอนงค์เขม็ง
“ที่ปิ่นรอดมาได้เพราะพี่หวานกับน้อยตามไปช่วย พี่หวานพาปิ่นไปรักษาตัวที่บ้านญาติในต่างจังหวัด”
หวานกะน้อยพยักหน้าหงึกๆ “เราสองคนกลัวคุณนายเข้าใจผิด คิดว่าเราพาคุณใหญ่หนี เราเลยไม่กล้ากลับมาที่ไร่” หวานบอก
ครองสุขนิ่งคิด ไม่วางใจ ทัศนีย์มองอยู่รีบแกล้งโวยวายใส่หวาน “เพราะแกสองคนนี่แหละ ไม่มีเงินรักษานังปิ่นก็โทร.มาหาฉัน”
ทัศนีย์หันไปหาครองสุข “นีก็เลยต้องไปดูนังปิ่นมัน ถ้ามันตาย นีกลัวเรื่องถึงตำรวจ นีจะติดร่างแหไปด้วย”
ปิ่นอนงค์ไหว้ครองสุข หน้าเศร้า “ปิ่นไม่เหลือใครแล้ว ไม่มีที่จะไปจริงๆ”
ครองสุขยังไม่ตัดสินใจเรื่องนี้ ปิ่นอนงค์มองหน้าทัศนีย์เป็นเชิงให้ช่วย
“นียืนยันได้ พวกมันพูดจริง”
ครองสุขเคลิ้มคล้อย เพราะทัศนีย์ซึ่งไม่ชอบหน้าปิ่นอนงค์ออกโรงการันตี แต่เสี่ยตงไม่เชื่อเด็ดขาด สองคนนั่งหารือกันอยู่ที่โต๊ะสนามข้างเรือนใหญ่
“ฉันไม่เชื่อ! ผู้หญิงขี้ขลาดอย่างทัศนีย์ไม่น่ากล้าพาไอ้ใหญ่หนี”
“ผู้หญิงมักโง่และบ้าบิ่นสุดๆ ตอนไหนรู้มั้ยเสี่ย ก็ตอนที่หลงรักผู้ชายเป็นบ้าเป็นหลังยังไงล่ะ ทัศนีย์ก็เป็นแบบนั้น มันรักไอ้ใหญ่มากกว่าน้าของมันเสียอีก”
“แต่ถ้าปิ่นอนงค์อยู่ที่นี่ เราจะขยับตัวทำอะไรลำบากต้องมาคอยระแวดระวังคนนั้นคนนี้ มันไม่ไหวนะคุณนาย”
ประเด็นนี้ครองสุขดูจะคล้อยตามเสี่ยตง “งั้นก็ตามใจเสี่ยแล้วกัน ฉันยกมันให้เสี่ยจัดการ”
เสี่ยตงยิ้มร้ายออกมา คิดจะฆ่าปิ่นอนงค์ปิดปากเสียเลย
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 17 (ต่อ)
จอมยืนคุมคนงานชายหญิงที่กำลังช่วยกันยกนมวัวขึ้นรถกระยะ อยู่โซนปศุสัตว์ในไร่ไพศาล
“ระวังหน่อย”
เสียงคนงานเอะอะโวยวายมาจากอีกทาง “พาป้าแกไปนั่งพักก่อน ทางโน้นๆ”
จอมหันไป เห็นคนงานสองคนประคองปีกป้าคนงานเข้ามา ป้าท่าทางจะปิ่นลม จอมจึงเข้าไปถาม“ป้าแกเป็นอะไร”
คนงานรีบบอก “ป้าแกเจอผี ผีปิ่นอนงค์ครับหัวหน้า”
จอมไม่พอใจ “เหลวไหล ปิ่นไปดีแล้ว อย่าเอามาพูดล้อเล่นไร้สาระ”
ป้าโวยวายด้วยความหวาดกลัว เนื้อตัวสั่น “ป้าเห็นจริงๆ เห็นกับตา ผีนังปิ่นเดินไปเดินมาอยู่ที่เรือนคนงานแถวๆห้องแม่มัน มันคงคิดถึงแม่ ก็เลยมาหา ถ้าป้าโกหกให้ฟ้าผ่าตายเลยเอ้า”
ป้าเล่าอย่างจริงจังจนจอมอึ้งๆ ไป ถึงไม่เชื่อ แต่ก็อยากเจอปิ่นอนงค์
ที่เรือนคนงานเวลานั้น ปิ่นอนงค์โดนลูกน้องเสี่ยผลักล้มมากองที่พื้นตรงขาเสี่ยตงพอดี ปิ่นอนงค์เงยหน้ามาเจอเสี่ยตงยิ้มเยาะอยู่
“ไงจ๊ะปิ่นอนงค์คนสวย เจอกันอีกจนได้”
ปิ่นอนงค์หวาดกลัว มองไปอีกมุมเห็นหวานกับน้อย ก็โดนลูกน้องเสี่ยตงจับไว้
“คุณนายล่ะคะ คุณนายให้ปิ่นรอ”
“คุณนายส่งฉันมานี่ไง”
เสี่ยตงชักปืนเล็งไปทางปิ่นอนงค์ หญิงสาวผวาถดตัวหนีน้อยกับหวานร้องตะโกนก้อง ประสานเสียง
“ปิ่น”
เสี่ยตงแสยะยิ้ม เตรียมลั่นกระสุน “ฉันจะช่วยส่งเธอไปอยู่กับแม่”
ปิ่นอนงค์คิดว่าตัวเองตายแน่ หลับตาปี๋ นิ้วเสี่ยกำลังลั่นไก จังหวะนั้นเองจอมก็เข้ามาบิดข้อมือเสี่ยหักมือปืนหล่นลงที่พื้น
เสี่ยตงถอยตวาดลั่นสั่งการลูกน้อง “จัดการมัน”
ลูกน้องเสี่ยตง 2 คน ที่จับหวานกะน้อย ผลักสองคนลงพื้น แล้วเข้าไปลุยสู้กับจอม
ส่วนลูกน้องอีก 3 คน ยืนอีกมุมเข้าไปลุยด้วย รวมเป็น 5 รุม 1
จอมมองปิ่นอนงค์ แล้วหันไปปล่อยหมัด เตะ ถีบ ครบชุด จนทั้ง 5 คนหมอบในพริบตา จบที่ท่าจอมเหยียบยอดอกลูกน้องที่โดนคนสุดท้าย
จอมหันมาทางปิ่นอนงค์ ที่ขยับไปยืนรวมกับหวานกับน้อยแล้ว จอมดีใจจนแทบจะร้องไห้ออกมา
“ปิ่น”
จอมจะไปหาปิ่นอนงค์ แต่เสี่ยตงมายืนขวางหน้า ยกปืนขึ้นจ่อตรงหน้าจอม
“ระหว่างหมัดของแก กับปืนของฉัน มาลองกันดูมั้ยว่า อย่างไหนจะไวกว่ากัน”
ปิ่นอนงค์ตกตะลึง “จอม!”
เสียงครองสุขดังขัดขึ้น “อย่านะเสี่ย”
ครองสุข ทรรศนะ และทัศนีย์ วิ่งเข้ามา ปิ่นเหลียวหันไปมองทรรศนะ
ทรรศนะมองตอบ ช็อกตาตั้ง ไม่คาดฝัน “ปิ่น ทัศนีย์พูดจริง เธอยังไม่ตาย”
ทรรศนะวิ่งเข้าไปหมายจะกอดปิ่นอนงค์ แต่ชะงัก นึกถึงที่ที่ตนโดนหลอก ทรรศนะถอยหลังกลับสองก้าวพูดเย้ยตัวเอง
“เริ่มต้นชีวิตใหม่กับพี่หรือ ที่แท้ก็ต้องการหลอกใช้เพื่อหนีไปกับไอ้ใหญ่ แล้วกลับมาอีกทำไม”
ทรรศนะก้าวเข้าไปเขย่าตัวปิ่นอนงค์ ซึ่งพูดไม่ออก จอมรีบเดินไปผลักอกทรรศนะออก จับมือปิ่นอนงค์ไว้ ป้องกันเต็มที่ จอมกวาดตาไปทั่วๆ ทุกตัวคน ในฟากครองสุข
“ใครทำปิ่น ได้เจอกันแน่”
เสี่ยตงรีบเดินไปหาครองสุข “ปิ่นอนงค์ไม่น่าไว้ใจ ทำตัวเหมือนนกสองหัว เดี๋ยวก็อยู่กับคุณนาย เดี๋ยวก็อยู่กับไอ้ใหญ่ ฆ่ามันทิ้ง ชัวร์ดี”
เสี่ยตงยกปืนขึ้นหันไปทางปิ่นอนงค์ ทรรศนะตกใจรีบเอาตัวบังปิ่นอนงค์ที่ยืนคู่อยู่กับจอม ทรรศนะตะโกนก้อง ดูจริงจังมากที่สุดในชีวิต
“ถ้าฆ่าปิ่น ผมยอมตาย”
ทรรศนะมองจ้องหน้าครองสุขแววตากร้าว “ผมพูดจริง เพราะที่ผ่านมาผมก็เหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว”
ครองสุขหูตาเหลือกห่วงทรรศนะมาก “ถอยไปตานะ เมื่อกี้ยังโกรธมันอยู่ นี่อะไรจะช่วยมันอีกแล้ว”
“ไหนคุณน้าบอกว่าอยากเห็นผมมีความสุข แล้วทำไมคุณน้าจะปล่อยให้ผมเห็นคนที่ผมรัก โดนยิงตายไปต่อหน้า”
ประเมินจากอาการครองสุขคิดว่าทรรศนะเอาจริงแน่ ครองสุขห่วงลูกชายลืมตัวไม่กลัวตาย รีบไปยืนหน้าเสี่ย
“พอแค่นี้ เอาปืนลง ฉันบอกให้เอาปืนลง”
เสี่ยตงนิ่งคิดครู่หนึ่ง ยังไม่อยากแตกหักกับครองสุข จึงยอมลดปืนลง หุนหันออกไป
ครองสุขโล่งอก มองไปทางทรรศนะ ในขณะที่ทรรศนะจ้องปิ่นอนงค์เขม็ง
“พี่ไม่ใช่คนใจดำเหมือนเธอ”
ทรรศนะเสียใจเดินหนีไป ครองสุขมองปิ่นอนงค์อย่างชิงชังรังเกียจ แล้วรีบวิ่งตามทรรศนะไป หวานกับน้อยเข้ามาจับมือกับปิ่นอนงค์ สามคนมองตากันประมาณว่าเราสำเร็จแล้ว
หวานมองหลังของปิ่นอนงค์อยู่ ในขณะที่ปิ่นอนงค์หันไปมองจอมแล้วยิ้มให้
ทุกคนพากันมาที่ศาลาอเนกประสงค์ จอมดีใจมาก กอดปิ่นอนงค์แน่นไม่ยอมปล่อย จนปิ่นอนงค์ต้องดันจอมออก
ปิ่นอนงค์ขัดเขิน จอมเงอะงะ “จอมสบายดีหรือ”
“เราอยู่ไปวันๆ ทำงานอย่างบ้าคลั่งให้ลืมปิ่น แต่ทำไม่ได้เลยมีบางวัน เรายังคิดจะฆ่าตัวตายตามปิ่นไปด้วย”
“ถ้าจอมคิดสั้น ปิ่นคงรู้สึกผิดมาก”
“ไม่ใช่ความผิดของปิ่น เพราะไอ้ใหญ่ต่างหาก ที่มันเกือบทำให้ปิ่นตาย ทำให้เราต้องจมอยู่ในความทุกข์”
“อย่าพูดถึงเรื่องเก่าอีกเลยนะ ที่ปิ่นกลับมานี่ ปิ่นอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่”
จอมจับมือปิ่นอนงค์ ยิ้มอย่างดีใจ “เราจะตั้งใจทำงานเก็บเงิน เพื่อขอปิ่นแต่งงานนะ”
ปิ่นอนงค์หน้าเสีย ค่อยๆ ดึงมือออก “กว่าวันพรุ่งนี้จะมา ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จอมขยันทำงานเข้านะ เพื่ออนาคตตัวเอง”
จอมงง “เราไม่รู้ว่าปิ่นหมายถึงอะไร เรารู้แค่ว่าเรารักปิ่น รักอย่างเดียวพอแล้ว สำหรับเรา”
ปิ่นอนงค์หนักใจ ไม่รู้จะพูดยังไง “ปิ่นต้องรีบไปทำงานแล้วเดี๋ยวโดนคุณนายดุเอา”
ปิ่นอนงค์พูดจบรีบเดินไป จอมยิ้มอย่างมีความหวัง
ครองสุขโกรธมากๆ ที่เห็นทรรศนะออกรับปืนแทนปิ่นอนงค์ สองแม่ลูกอยู่ในห้องทำงานครองสุข
“ถามจริงๆ เถอะยังอยากได้มันเป็นเมียอีกหรือ คนนั้นลากไปคนนี้ลากมา ถ้าเป็นรถยนต์ก็ขายเป็นเศษเหล็กไปแล้ว”
ทรรศนะหน้าขรึม “ผมก็อยากจะเลิกรัก แต่พอเห็นหน้า มันก็เกลียดไม่ลง”
ทรรศนะจับมือครองสุข “ผมจะเลิกกินเหล้า ผมจะตั้งใจทำงาน ผมไม่สนใจว่าคุณน้าจะทำร้ายใครอีกสักกี่คน ขอให้ยกเว้นปิ่นไว้คนหนึ่ง”
ในที่สุดครองสุขก็ใจอ่อน “ให้มันอยู่ก็ได้ แต่นอกจากงานของไร่แล้ว นะต้องเรียนรู้งานของเสี่ยตงทั้งงานที่บ่อนและงานรับเหมาด้วย”
“เพราะอะไรครับ” ทรรศนะสงสัย
“วันหนึ่งนะอาจต้องสืบทอดธุรกิจของเสี่ย”
“เราไม่ได้เป็นอะไรกับเขา เขาจะมายกให้ผมทำไม”
“อย่าเพิ่งถาม ทำตามที่น้าบอกก็พอ”
เสียงเคาะประตู ครองสุขรีบหยุดพูด
เสี่ยตงเปิดประตูเข้ามา เสี่ยตงมองทรรศนะ ทรรศนะเดินออกไป พอประตูปิด เสี่ยตงรีบใส่ครองสุขทันที
“คุณนายยกให้ผมจัดการเรื่องนังปิ่นอนงค์ แล้วทำไมกลับคำผมเสียหน้าลูกน้อง แล้วยังไอ้จอมอีก”
ครองสุขยื่นเช็คให้ “หนึ่งแสนพอมั้ย สำหรับซื้อความสงบสุขในครอบครัวฉัน”
เสี่ยตงรับมาดูตัวเลขแล้วยิ้มๆ
ทรรศนะเดินเครียดเข้ามา หยิบขวดเหล้าออกมา แล้วเปลี่ยนใจวางไว้ที่เดิม ทรรศนะนั่ง ก้มหน้าซบเคาน์เตอร์บาร์เหล้า เครียดไม่รู้จะทำยังไงดีเกี่ยวกับปิ่นอนงค์ ใจหนึ่งรัก อีกใจก็โมโหเสียใจ
ปิ่นอนงค์ยืนแอบที่มุมประตู รู้สึกผิดกับทรรศนะแต่ก็ยังไม่กล้าเข้าไป ตัดสินใจหันหลังออกไป
เวลาเดียวกัน จิ๋วเปิดประตูเข้ามาดูรีบร้อน “คุณหนูขา”
อรสอางค์สวนกลับ “ยังไม่อยากรับรู้อะไรทั้งนั้น ออกไป”
จิ๋วรีบเปิดตู้เสื้อผ้า “เราต้องรีบหนีแล้วค่ะ”
จิ๋วเอาเสื้ออรสอางค์ใส่กระเป๋า เดินมาหา อรสอางค์ถามต่อ “หนีทำไม ทำไมต้องหนี”
จิ๋วหันมาหา “ปิ่นอนงค์ยังไม่ตาย และตอนนี้กลับมาที่ไร่ไพศาลแล้ว”
อรสอางค์ช็อกเดินไปนั่งที่เตียง ไม่ยอมขยับ จิ๋วลากกระเป๋ามาหา
“รีบลุกสิคะ ถ้าปิ่นบอกตำรวจว่าคุณหนูตัดสายเบรก คุณหนูจะติดคุกข้อหาพยายามฆ่านะคะ”
อรสอางค์นอยด์ “แล้วนะล่ะ นังปิ่นมันก็จะได้อยู่กับนะสมใจ อรก็จะเสียนะไป อรไม่ไป”
“ทุกวันนี้คุณหนูก็เสียคุณนะไปนานแล้ว” จิ๋วบอก
อรสอางค์สะอึก “จะพูดให้อรเจ็บขึ้นอีกทำไม”
“เพราะห่วงค่ะ ไม่ห่วง ไม่รัก ก็ไม่พูด ไปค่ะ ต้องไปเดี๋ยวนี้”
จิ๋วรีบลากอรสอางค์ไปที่ประตู อรสอางค์เซตามไปเพราะใจก็กลัวติดคุกเหมือนกัน
เป็นจังหวะที่ปิ่นอนงค์มายืนขวางหน้า สองคนตกใจ
“จะไปไหนกันหรือคะ” ปิ่นอนงค์มองจ้องหน้าอรสอางค์ “คุณอรสอางค์”
อรสอางค์ยืนคอแข็ง สายตากลัวแต่พยายามคุมข่มอารมณ์ไว้ จิ๋วรีบจับแขนปิ่นอนงค์สารภาพ
“หนูปิ่นอย่าแจ้งความนะคะ พี่จิ๋วจะไปมอบตัวเอง พี่จิ๋วเป็นคนตัดสายเบรกด้วยมือพี่จิ๋วเอง คุณหนูเธอไม่รู้เรื่องด้วยเลย”
อรสอางค์มองจิ๋วอย่างคาดไม่ถึง ปิ่นอนงค์อึ้ง แล้วค่อยๆ คลี่ยิ้มเอ่ยขึ้นมา
“สายเบรกอะไรหรือคะพี่จิ๋ว ปิ่นไม่เห็นเข้าใจ”
อรสอางค์มองปิ่นอนงค์งง “ปิ่นจำได้แต่ว่า คุณอรช่วยปิ่นให้พาคุณใหญ่หนี ตอนที่เกิดอุบัติเหตุปิ่นจำอะไรไม่ได้เลย รถมันตกเขาไปได้ยังไงก็ไม่รู้ปิ่นพยายามนึก ก็นึกไม่ออกค่ะ”
อรสอางค์กับจิ๋วมองหน้ากัน ปิ่นอนงค์หันไปหิ้วถังน้ำกับไม้ถูที่วางข้างประตู
ปิ่นอนงค์ยิ้มแย้มทำตัวไม่รู้เรื่องอะไร
“ปิ่นขอเข้าไปทำความสะอาดห้องนะคะ คุณนายให้ปิ่นคอย”
“รับใช้คุณๆ ที่เรือนใหญ่ค่ะ
ปิ่นอนงค์เดินก้มๆ ผ่านอรสอางค์กับจิ๋วเข้าไป
อรสอางค์เดินไปเดินมาในสวนหลังเรือนใหญ่ “นังปิ่นมันกลับมาที่นี่อีก มันต้องมีแผน มันต้องการแย่งนะ” พลางหันมาทางจิ๋ว “อรต้องไปบอกให้คุณน้าไล่มันไป”
อรสอางค์จะไป จิ๋วรีบดึงรั้งไว้ “อย่าเลยนะคะ ถ้าคุณหนูไปบีบให้ปิ่นเครียดขึ้นมา เกิดจำเรื่องในวันนั้นได้ คุณหนูจะแย่เองนะคะ”
อรสอางค์นิ่งไป จับแขนจิ๋ว “ถ้างั้นพี่จิ๋วก็ต้องคอยเฝ้านังปิ่นทุกฝีก้าวอย่าให้มันเข้าใกล้นะ”
จิ๋วรีบรับปากไปก่อน “ค่ะๆ จะไม่ให้คลาดสายตาเลยค่ะ”
ปิ่นอนงค์อยู่ที่เรือนคนงานหลังเก่า ใส่ชุดนอน เดินไปที่เตียง บริเวณหน้าต่างโดนลมกระแทกเสียงดังปัง ปิ่นอนงค์หันไปมอง แล้วเดินไปสับตะขอหน้าต่าง
เดินกลับมาขึ้นเตียง ลงนอนตะแคง
โดยไม่ทันสังเกตว่าที่หน้าต่าง ใหญ่ซึ่งคลุมหน้าด้วยผ้าขาวม้า ปีนเข้ามาทางหน้าต่าง เดินตรงไปที่เตียง ขึ้นเตียง ใหญ่ ถือมีดติดสปริง กดฉึก มีดดีดออกมา
เวลาเดียวกันนั้น ที่ตรงระเบียงห้องนอนจอม ซึ่งเป็นห้องเก่าของธีระ จอมนอนไม่หลับออกมายืนหน้าระเบียงห้องตัวเอง มองชะเง้อไปที่ห้องปิ่นอนงค์ด้วยความคิดถึง
ได้ยินเสียงปิ่นอนงค์แว่วๆ
ปิ่นอนงค์พลิกตัวกลับมาทางใหญ่ ปรือตามอง เห็นคนถือมีด ปิ่นอนงค์สะดุ้งตกใจร้องออกมา
“แกเป็นใคร อย่านะ”
ปิ่นอนงค์จับข้อมือที่ถือมีดไว้ จะแย่งมีดยื้อกันไปมา “ช่วยด้วย”
ใหญ่กลัวคนได้ยิน รีบดึงผ้าขาวม้าออก “ฉันเอง”
ปิ่นอนงค์เห็นใหญ่เต็มตา ดีใจมาก “คุณใหญ่!”
จอมได้ยินเสียงแว่วๆ เดินลงจากระเบียงบ้านพักตัวเอง
ปิ่นอนงค์สีหน้าเป็นห่วงใหญ่มาก “คุณใหญ่มาทำไมคะ มันอันตราย”
“เพราะรู้ว่าอันตรายถึงต้องมา” พลางใหญ่เอามีดใส่มือปิ่นอนงค์ “เอามีดนี่เก็บไว้ป้องกันตัว จำไว้ต้องติดตัวตลอดเวลา”
“ตกลงกันแล้วไงคะ ว่าไม่ให้มา ถ้าโดนจับได้จะทำให้เสียแผนกันหมด”
สองคนสบตากัน คิดถึงตอนที่วางแผน
สองคนนึกทวนหวนย้อนกลับไปตอนที่ใหญ่เล็งปืนใส่ปิ่นอนงค์ที่บ้านปลอด
ใหญ่ทำท่าจะยิงปิ่นอนงค์จริงๆ ปิ่นอนงค์กลืนน้ำลายแต่แข็งใจจ้องปืนไม่ยอมหลบ ใหญ่จ้องหน้าปิ่นแล้วคลายสีหน้าเครียด เปลี่ยนเป็นยิ้มบางๆ หมุนปืนกลับมา
“เธอพูดถูก ต่อไปนี้ปืนของฉันจะมีไว้ป้องกันตัวเท่านั้นฉันจะฟังความคิดของทุกคน เราจะทำงานร่วมงานเป็นทีมเวิร์คเพื่อสู้กับครองสุขให้ได้”
ปิ่นอนงค์กลัวมากตอนโดนปืนจ่อ ทำท่าจะเป็นลม ใหญ่รีบประคอง
“ปิ่น”
พร้อมกันนั้นภาพเหตุการณ์ตอนใหญ่ ปิ่นอนงค์ และปานเทพวางแผนกลับไร่ไพศาล ผุดขึ้นมาในความคิดของใหญ่
ใหญ่ยืนเท้าแขนที่เก้าอี้ ตรงโต๊ะทำงานหันหลังให้ปานเทพ
“เราต้องหาทางไล่คุณนายออกจากไร่ให้ได้ เพราะเสี่ยตงอยู่กับคุณนายก็เพราะเงิน ถ้าคุณนายมีแต่ตัว ก็จะไม่มีใครช่วยคุณนายทำชั่วได้อีก”
ปานเทพนั่งที่หน้าโต๊ะตรงข้ามใหญ่ จู่ๆ ปานเทพลุกยืนขึ้น “เราต้องมีพินัยกรรม ถ้าพินัยกรรมระบุว่ายกให้แกคนเดียว คุณนายก็ไม่เหลืออะไร แต่ปัญหาคือ มันอยู่ที่ไหน”
“พ่อเกลียดฉันมาก พ่อไม่มีทางยกสมบัติให้ฉัน” ใหญ่เอ่ยขึ้น
เสียงปิ่นอนงค์ดังขัดขึ้น “ก็ไม่แน่นะคะ”
ใหญ่กับปานเทพมองไปที่ประตู เห็นปิ่นอนงค์ยืนอยู่และได้ยินทั้งหมด หวานกับน้อยยืนข้างหลัง
“ปิ่นจำได้ว่าตอนที่กลับมาอยู่บ้าน คุณไพศาลเคยบอกให้ปิ่นพาไปที่ห้องทำงาน ให้ปิ่นกับคุณป้าพยาบาลที่มาทำกายภาพเซ็นชื่อเป็นพยานข้างล่าง แล้วท่านก็เอาไปเขียนข้อความเอง มันอาจจะเป็นพินัยกรรมก็ได้”
“ถึงใช่ พ่อก็ยกให้คุณนายครองสุข” ใหญ่มั่นใจ
“ไม่เห็นก็ไม่รู้ เราต้องหาให้เจอ ปิ่นรู้มั้ยว่ากระดาษแผ่นนั้นอยู่ที่ไหน” ปานเทพถาม
“ปิ่นจะกลับไปหาให้ค่ะ”
“ไม่มีทาง ฉันไม่อนุญาต” ใหญ่ไม่ยอม
“ไม่ได้ขออนุญาตค่ะ แต่ตัดสินใจแล้วว่าจะไปเอง”
ใหญ่อึ้ง ปานเทพรีบถาม “จะกลับไปยังไง เธอจะทำให้พวกมันรู้ว่าไอ้ใหญ่ยังไม่ตายไปด้วยนะ”
“คุณนีจะเป็นคนที่ช่วยให้ปิ่นได้กลับไปอยู่ที่ไร่อีกครั้ง” ปิ่นอนงค์บอก
ปานเทพรีบบอก “ทัศนีย์จะรู้เรื่องพินัยกรรมไม่ได้ เกิดเขาสงสารแม่ขึ้นมา อาจเปิดปากบอกคุณนายครองสุข ทุกอย่างก็จบเห่”
หวานออกความเห็น “ง่ายนิดเดียว อย่าบอกก็สิ้นเรื่อง”
ปิ่นอนงค์ปานเทพสลับกับมองใหญ่ว่าจะเอายังไง
“ว่ายังไงไอ้ใหญ่ ฉันให้แกตัดสินใจ” ปานเทพถามใหญ่เสียงดัง
ใหญ่ดึงตัวเองกลับมา มองหน้าปิ่นอนงค์เขม็ง
“ฉันไม่น่าใจอ่อนยอมให้เธอมา กลัวคุณนายจะไม่เชื่อแล้วทำร้ายเธอ”
“แต่ปิ่นก็ทำได้แล้วนี่คะ ยังอยู่ตรงหน้าคุณใหญ่”
ใหญ่ดึงปิ่นอนงค์มากอดอย่างรักใคร่และคิดถึง มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นทั้งคู่สะดุ้ง
ยินเสียงจอมดังเข้ามา “ เป็นอะไรหรือเปล่า เปิดประตูให้หน่อย”
สองคนตกใจ “จอมมา”
ใหญ่รีบพุ่งไปที่หน้าต่าง ปิ่นอนงค์ตามไป ใหญ่ปีนแล้วหันมาทางปิ่น
“รักษาตัวให้ดีนะ ฉันจะคอยอยู่กับเธอตลอดเวลา”
“ตลอดเวลา”
ปิ่นอนงค์งงๆ ไม่เข้าใจว่าใหญ่จะอยู่ตลอดได้ยังไง จอมถีบประตูเข้ามาเพราะเป็นห่วง ปิ่นอนงค์สะดุ้งรีบหันขวับไปทางประตู
ใหญ่กระโดดลงจากหน้าต่างไปแล้ว
“เราได้ยินเสียงปิ่นร้อง เลยรีบมาดู”
ปิ่นอนงค์รีบหาข้อแก้ตัว “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ปิ่นจะมาปิดหน้าต่างน่ะ แล้วๆ มันหนีบมือปิ่น ปิ่นก็เลยร้องออกมา เท่า...เท่านั้นเอง”
จอมตกใจรีบเข้าไปจับมือปิ่นอนงค์ดู “แล้วเจ็บมากมั้ย ต้องทายาหรือเปล่า”
“ไม่ต้องหรอก นิดเดียวเอง”
“เราจะปิดหน้าต่างให้แล้วกันนะ”
จอมชะโงกไปที่หน้าต่าง เพื่อดึงบานหน้าต่างปิด ปิ่นอนงค์มองอาการเกร็ง กลัวจอมจะเห็นใหญ่
จอมมองไปนอกหน้าต่าง แต่ไม่เห็นอะไรจึงปิดหน้าต่างเข้ามา ปิ่นอนงค์โล่งใจ
หวานนุ่งผ้าถุงตักจ้วงน้ำในโอ่งอาบ เปี๊ยกยิ้มกริ่มย่องๆ มาข้างหลัง สะกิดไหล่เมียล้อเล่น หวานตกใจร้องว้าย หันกลับมาเอาขันฟาดหัวเปี๊ยกดังโป๊ก เปี๊ยกร้อง หวานเห็นเป็นเปี๊ยก ดีใจสุดขีดกระโดดกอดกันกลม
“ไอ้เปี๊ยก เอ็งมาได้ไงเนี่ย”
เปี๊ยกส่งเสียงพูดว่าเดินมา หวานฉุน “รู้แล้วโว้ยว่าเดินมา ข้าหมายถึงอยู่ตั้งไกล มาได้ไง”
เปี๊ยกตอบว่า...ไม่ไกล ใกล้ๆเอง คือหมายถึงมาหลบอยู่กันที่ฟาร์มแพะติดกับไร่ไพศาล หวานไม่รู้นึกโมโห
“ไม่ไกล ใกล้ๆเองหรือ ไอ้ผัวบ้านี่เอ็งอย่ามากวนประสาทข้านะโว้ย เหมืองนายหัวปลอดนะหรืออยู่ใกล้ๆ เดี๋ยวปั๊ด”
หวานเงื้อขัน เปี๊ยกเห็นแสงวับคล้ายหิ่งห้อยในที่มืด เปี๊ยกรีบบอกหวานว่าคุณใหญ่เรียกแล้ว เปี๊ยกจุ๊บแก้มหวานอย่างไว แล้วรีบไปเร็วรี่ หวานอึ้ง
“มันบอกว่าคุณใหญ่เรียกแล้ว เฮ้ย คุณใหญ่ก็มาด้วยหรือ”
หวานมองไปทางที่เปี๊ยกวิ่งไป เห็นเปี๊ยกหายลับตัวไปแล้ว
ใหญ่ยังคงคลุมหน้าตาด้วยผ้าขาวม้า แต่เปิดหน้านิดๆ บังไม่หมดหลบอยู่มุมมืดใต้ต้นไม้ กำลังขยับไฟฉายอันเล็กจิ๋วในมือไปมาเพื่อส่งสัญญาณให้เปี๊ยกเห็น
ห่างออกไป จิ๋วกำลังเดินคุยมากับป้าคนงานที่คิดว่าเห็นผีปิ่นอนงค์
“ตกลงว่าแม่ปิ่นอนงค์ยังไม่ตายจริงหรือ งั้นที่ฉันเห็นก็เป็นคนนะสิ”
“ใช่ คนที่ตายแน่ๆ คือคุณใหญ่ ตายโหงเสียด้วย”
ป้าคนงานออกความเห็น “เขาว่าคนตายโหงไม่รู้ว่าตัวเองตาย จะกลับมาบ้านของตัวเองนะ”
“คุณใหญ่ยืนอยู่นั่นไงป้า” จิ๋วล้อเล่น
ป้าร้องกรี๊ดรีบวิ่งมาหลบหลังจิ๋ว “ไม่มีหรอกผี ฉันล้อเล่น”
จิ๋วหันมาขำป้า ป้าคนงานมองไปข้างหน้า เห็นหลังใหญ่ยืนตะคุ่มๆ อยู่ที่ต้นไม้
จังหวะนั้นใหญ่หันมาทางป้า ใหญ่ยืนกอดอกทำให้แสงจากไฟฉายที่ใหญ่ถือส่องใต้คางพอดี
ป้าเห็นหน้าใหญ่ลางๆ ดูน่ากลัว “อยู่นั่น ยืนอยู่นั่น ผะ ผะ ผะ ผีคุณใหญ่ มาจริงๆ”
ป้าคนงานวิ่งหนี จิ๋วตกใจหันไปมองบ้าง ใหญ่ยังยืนทื่อตัวแข็งอยู่ จิ๋วร้องลั่น
“อ๊าย ผีคุณใหญ่ มาจะ จะ มาเต็ม เต็ม”
จิ๋วรีบคุกเข่ายกมือไหว้ท่วมหัว ก้มหน้าก้มตา “จิ๋ว จิ๋ว จะทำบุญไปให้นะคะ ถ้าได้รับแล้วไม่ต้องมาบอกไม่ต้องมาขอบใจ ไปแล้วให้ไปลับขอให้อย่ากลับมา”
พอจิ๋วลืมตาใหญ่หายไปแล้ว จิ๋วยิ่งเชื่อว่าเป็นผีใหญ่มาหลอก รีบคลานสี่ขาหนี
ที่สุดเขตไร่ ใหญ่ต่อว่าเปี๊ยกที่มาช้า
“เพราะนายมาช้า ฉันเกือบโดนจับได้แล้ว”
เปี๊ยกรีบยกมือไหว้ขอโทษ ใหญ่ลอดรั้วลวดหนามออกไป เปี๊ยกลอดตาม
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 17 (ต่อ)
เช้าวันต่อมา ครองสุขนั่งดื่มกาแฟอยู่ในห้องโถง เห็นทัศนีย์แต่งตัวด้วยชุดทำงานพนักงานรีสอร์ตเรียบร้อย เดินเข้ามาหา ครองสุขไม่อยากเชื่อสายตา มองอย่างแปลกใจ
“ฉันตาฝาดไปหรือเปล่าที่เห็นแกตื่นแต่เช้า ไม่ได้เมาแอ๋กลับมาเหมือนทุกที”
ทัศนีย์ยิ้มแย้มลงไปนั่งข้างๆ ครองสุข “นีจะไปทำงานที่รีสอร์ต”
ครองสุขยกมืออังหน้าผากลูกสาว “แกไม่สบายหรือเปล่ายัยนี หรือว่า มีแผนอะไรหลอกฉัน”
ทัศนีย์สะดุ้งเพราะแอบช่วยปิ่นอนงค์อยู่เรื่องพากลับมาและเรื่องจะเกลี้ยกล่อมครองสุขให้หยุดทำชั่ว
“อยากขอเงินล่ะสิ ถึงทำเป็นขยันให้ฉันตายใจ” ครองสุขว่า
ทัศนีย์โล่งอกที่ครองสุขไม่ได้สงสัยอะไร “เปล่าสักหน่อย”
“แล้วแกต้องการอะไรกันแน่ ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าแกจะไม่มีข้อแลกเปลี่ยน”
ทัศนีย์พูดด้วยท่าทีและน้ำเสียงจริงจัง
“ต่อไปนี้นีจะตั้งใจทำงาน เลิกเที่ยวกลางคืน ทำตัว อย่างที่ผู้หญิงดีๆ เขาทำกัน”
ครองสุขเหน็บ ไม่อยากเชื่อ “แกนะหรือจะทำได้”
“ค่ะ”
ทัศนีย์พูดหนักแน่น ครองสุขตาค้าง ทัศนีย์มองหาเสี่ยตงเริ่มหลอกถาม
“ถามจริงเหอะ คุณน้ารักเสี่ยตงหรือ”
“ถามทำไม เขาไม่กล้ามาวอแวกับแกอีกหรอกน่า”
“เปล่า ก็เห็นคุณน้าดูไว้ใจเขาจัง เขาช่วยงานอะไรคุณน้าบ้างหรือ”
ครองสุขเกือบหลุดปาก “เขาก็ช่วย...” หยุดชะงัก มองหน้าลูกสาว “อยากรู้ไปทำไม
“นีเป็นห่วง กลัวจะมาเป็นชาวเกาะ ดูดเงินคุณน้าใช้ไปวันๆ”
ครองสุขยิ้ม ไม่สงสัยอะไรทัศนีย์ “ฉันไม่โง่เหมือนแกหรอกน่า ให้เงินผู้ชายใช้ แถมยังแถมตัวให้ฟรีอีก”
ทัศนีย์ถูกด่า หน้างอ พอดีมือถือครองสุขดังขัดจังหวะ ครองสุขมองจอเห็นชื่อธีระ รีบเอามือปิดจอทันที แล้วเดินเลี่ยงออกไป
ทัศนีย์ตาลุกวาว นึกสงสัย รีบย่องตาม ลุ้นๆ ว่าต้องได้ยินอะไรแน่ๆ
ครองสุขรีบร้อนเดินออกมาหลังเรือนไป จณะที่ทัศนีย์เดินเข้ามองหา จู่ๆ มีมือผู้ชายมาดึงแขนไว้ ทัศนีย์สะดุ้งหันไปมอง โล่งอกที่เป็นทรรศนะ
“พี่มีเรื่องอยากถาม”
ครองสุขหลบมาคุยโทรศัพท์ห่างจากเรือนใหญ่พอควร
“ทีหน้าทีหลังอย่าโทร.มาตามใจชอบอย่างนี้ บอกแล้วไงให้ส่งข้อความมา แล้วพี่จะโทร.กลับเอง”
เสี่ยตงเดินตรงมาทางครองสุข “รู้หรอกน่าว่าคิดถึง พี่จะรีบไปเดี๋ยวนี้แหละ”
ครองสุขเดินออกมาจากมุมที่หลบคุย เกือบชนกับเสี่ยตงที่เดินผ่านมา
“ว้าย เสี่ย ตกใจหมดเลย”
ครองสุขใจสั่นไม่รู้ว่าเสี่ยได้ยินอะไรบ้าง เสี่ยตงมองโทรศัพท์ในมือครองสุข
“คุยกับใคร ได้ยินว่าจะรีบออกไปไหน”
ครองสุขกลอกตาคิดหาคำตอบ “ก็คุณระย้าสิคะขาดขาป๊อกเด้ง โทรมาจิกให้ไปร่วมวงหน่อยคราวก่อนเสียไปเป็นหมื่น ฉันต้องรีบไปถอนทุนคืน ไปนะ”
ครองสุขทำเป็นรีบร้อนไป เสี่ยตงมองตาม
ทางด้านน้อยเดินปรี่รีบร้อนเข้ามาในครัว ปิ่นอนงค์กำลังยืนเช็ดจาน “คุณนายออกไปข้างนอกแล้วพี่ปิ่น ท่าทางคงไปเล่นไพ่น่ะ น่าจะไปนาน”
ปิ่นอนงค์วางจานลง “ขอบใจน้อย”
ปิ่นอนงค์รีบไป น้อยมายืนเช็ดจานแทน
จิ๋วมองซ้ายมองขวา ผวากลัวผีใหญ่เข้ามาหา “น้อย ฉันมีเรื่องอะไรจะบอกเรื่องคุณใหญ่”
น้อยเสียงหลังวาบ จานหลุดมือ ตกใจ “พี่จิ๋วรู้ความจริงแล้วหรือว่า คุณใหญ่...”
จิ๋วสวนออกมา “เป็นผีมาหลอกคนงานใช่มั้ย ฉันก็เจอ เจอมากับตัวเลยแหละ”
น้อยกลอกตาไปมา “ผีคุณใหญ่หรือ”
“น่ากลัว สยดสยองไม่อยากจะนึกถึงเลย ขนนี่ลุกซู่ๆ”
น้อยยิ้มขำๆ “แล้วขอหวยหรือเปล่า”
“เปล่า เสียดายอยู่นี่ คราวหน้าเจอไม่พลาดแน่ เฮ้ย ไม่ใช่ ไม่ต้องมาแล้ว ไม่อยากเจอ”
“สงสัยผีคุณใหญ่จะเฮี้ยน กลับมาแก้แค้นคุณนายแหงๆ เลย”
จิ๋วยิ่งสยอง น้อยหันหน้าไปทางอื่นแอบยิ้มขำๆ
ปิ่นอนงค์กวาดตาสำรวจห้องทำงานครองสุข คิดว่าพินัยกรรมน่าจะซ่อนอยู่ตรงไหน
“วันนั้นคุณลุงไพศาลให้เราพยุงมานั่งในห้องนี้”
ปิ่นอนงค์คิดในใจ แล้วมองไปที่โต๊ะทำงาน ยินเสียงไพศาลแว่วมา
“ช่วยเปิดตู้ข้างหลังหยิบกระดาษเขียนจดหมายออกมาให้ที”
ปิ่นอนงค์มองไปที่ตู้ด้านหลังใบเดิม รีบตรงไปที่ตู้ไม้ เปิดประตูออก ปิ่นอนงค์มองหาสมุดสำหรับเขียนจดหมาย รื้อตามชั้นๆในตู้
ระหว่างนั้นเอง ทรรศนะเปิดประตูเข้ามา เห็นหลังปิ่นอนงค์ค้นหาบางอย่าง แต่ปิ่นอนงค์ยังไม่รู้ตัว
ทรรศนะขมวดคิ้ว “หาอะไรอยู่หรือ”
ปิ่นอนงค์สะดุ้ง มือที่กำลังค้นหาชะงัก ปิ่นอนงค์กลืนน้ำลายใจเต้นระทึก ค่อยๆ หันกลับมา
เมื่อจวนตัวปิ่นอนงค์จึงแกล้งเป็นลม ร่วงลงไปทรรศนะตกใจ
“ปิ่น”
ทรรศนะเข้าไปพยุงขึ้นมา ประคองไปนั่งที่โซฟา เขย่าร่างปิ่นอนงค์
“ปิ่นๆ ไม่ได้แล้ว พี่จะพาไปหาหมอ”
ปิ่นอนงค์ตกใจรีบลืมตา “ไม่ต้องค่ะ ปิ่น ปิ่นค่อยยังชั่วแล้ว”
ทรรศนะนึกขึ้นได้ว่ายังโกรธอยู่ ปล่อยมือ ลุกยืน “ลืมไป ว่าไม่ใช่คนอ่อนแออย่างที่เห็นๆ กัน”
ปิ่นอนงค์หน้าสลด พนมมือกราบที่ไหล่ ทรรศนะยืนทื่อ อึ้งๆ
ปิ่นอนงค์มองหน้าทรรศนะ “ปิ่นไม่ขอให้คุณนะยกโทษ คุณนะเกลียดปิ่น ก็สมควรแล้วค่ะปิ่นจะเข้ามาหารูปเก่าๆ ของแม่ เผื่อคุณนายจะเก็บไว้บ้าง ปิ่นขอตัวก่อนนะคะ”
ปิ่นอนงค์จะไป ทรรศนะทนไม่ไหวเพราะคิดถึงเหลือเกิน ดึงแขนไว้ ปิ่นอนงค์ยังไม่หันหน้ากลับมา
“นีบอกพี่ว่า นีเป็นคนช่วยคุณใหญ่หนี ไม่เกี่ยวกับปิ่นเลย ที่ปิ่นทำร้ายพี่วันนั้น เพราะคิดจะหนีไปคนเดียว แต่ไปเจอกับคุณใหญ่เสียก่อน”
ปิ่นอนงค์อึ้งตอบไม่ถูก ใจหนึ่งไม่อยากโกหกทรรศนะอีก แต่อีกใจก็พูดความจริงยังไม่ได้ ทรรศนะดึงปิ่นอนงค์เข้าไปกอด
“พี่ไม่น่าเข้าใจปิ่นผิดไปเลย”
เสียงแก้วแตกดังเพล้ง!
ทรรศนะกับปิ่นอนงค์หันไป เห็นอรสอางค์ยืนหน้าตึงอยู่ที่ประตู โกรธมากกับภาพที่เห็น
“ถ้าฉันไม่เอากาแฟมาให้นะ คงไม่ได้เห็นแกเข้ามาอ่อยนะถึงนี่ แก นังปิ่น แกจะหน้าด้านหน้าทนไปถึงไหน”
อรสอางค์บันดาลโทสะ เข้าไปกระชากแขนปิ่นอนงค์ดึงออกจากทรรศนะ
“แกน่าจะตายๆ ไปซะ ไม่น่ารอดกลับมา
อรสอางค์ตบปิ่นอนงค์จนหน้าหัน ทรรศนะปรี่เข้าไปผลักอรสอางค์จนกระเด็น ชี้หน้าขู่
“ถ้าตบปิ่นอีกที เธอเจ็บตัวแน่”
อรสอางค์ยิ่งโกรธจัด “เอาเลย อยากฆ่าอรเพื่อมันก็ได้เลย แต่มันต้องตายไปพร้อมกับอรด้วย”
อรสอางค์สติแตก วิ่งไปคว้ากรรไกรตัดกระดาษบนโต๊ะทำงาน หันขวับไปหาปิ่นอนงค์ในอาการบ้าเลือด
“วันนี้ เรามาตายหมู่พร้อมกัน”
อรสอางค์เงื้อกรรไกรโผนเข้าไปหาปิ่นอนงค์ซึ่งยืนตื่นตะลึงอยู่ ทรรศนะผลักปิ่นอนงค์เซเข้าไปขวาง
“ปิ่นหลบไป”
กรรไกรเฉี่ยวแขน ทรรศนะร้องลั่น “โอ๊ย!
อรสอางค์เห็นเลือดทรรศนะไหล ตกใจได้สติ
จอมวิ่งเข้ามา เห็นอรสอางค์ถือกรรไกร จอมรีบเข้าไปประคองปิ่นอนงค์ พาออกไปอย่างเร็วรี่
ทรรศนะจ้องหน้าอรสอางค์สายตาเย็นชา อรสอางค์หน้าเสีย ปล่อยกรรไกรร่วงตกจากมือ
ทรรศนะเดินหนีเข้ามาในห้อง อรสอางค์ตามมาจิกด่า
“อรไม่เข้าใจจริงๆ มันทำร้ายนะ หลอกนะ ทำไมนะยังไม่เข็ดเห็นอยู่ชัดๆว่ามันตลบตะแลงเก่งแค่ไหน”
ทรรศนะตั้งสติไม่อยากให้อรสอางค์ไม่หาเรื่องปิ่นอนงค์อีกจึงพูดดีๆ
“ผมกับปิ่นเราตกลงกันได้แล้ว ปิ่นเขาสารภาพกับนะว่าเขาชอบจอม ต่อไปนี้เราจะเป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้น”
อรสอางค์หูผึ่ง “แต่ที่อรเห็นเมื่อกี้มันอะไร นะกับมันกอดกันกลม”
“ผมขอกอดลาเขาเป็นครั้งสุดท้าย ที่ผ่านมาผมหลงคิดไปเองว่าเขายังรักผมอยู่ ตอนนี้ผมตาสว่างแล้ว”
อรสอางค์ถามจริงจัง “จะเลิกยุ่งเกี่ยวกับมันจริงหรือ”
ทรรศนะสายตาล่อกแล่กมีพิรุธแต่อรสอางค์ไม่รู้
“ถ้าอรให้โอกาสผม”
อรสอางค์ดีใจกอดทรรศนะแน่น
“นะต้องทำให้ได้อย่างที่พูดนะ อรเสียใจมามากพอแล้ว อรไม่อยากช้ำใจแล้วช้ำใจอีก”
ทรรศนะมีสีหน้ากระอักกระอ่วน
ทางด้านทัศนีย์ในชุดทำงานเปิดประตูห้องพักรีสอร์ตหลังหนึ่งเข้าไปดู เห็นเตียงนอนยังไม่ได้ปูผ้าใหม่ สภาพผ้าปูเตียงยับยู่ยี่ แถมตู้เสื้อผ้าเปิดอ้าซ่า
ทัศนีย์ชักสีหน้าไม่พอใจแม่บ้าน เดินออกจากบ้านพักหลังนั้นไปอย่างเอาเรื่อง
พอทัศนีย์เดินหาคนงาน ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นกลุ่มคนงานหญิงกำลังจุดธูปไหว้ มีเสื่อปูที่พื้นกลางแจ้ง พร้อมเครื่องเซ่นไหว้ ขนม ผลไม้ น้ำแดงจัดวางเต็มเสื่อ ทัศนีย์โมโหเดินเข้าไปหา
“หลบมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่มีคนไปเตรียมห้องใหม่สำหรับลูกค้า เตียงก็ไม่ปู ห้องก็ยังไม่ทำความสะอาด อยากโดนไล่ออกกันหรือไง”
ป้าคนงานร้อง “ว้าย เปล่านะคะ”
คนงานรีบลุกยืนกันหมดมายืนเบียดกันจิ๋วรีบเอ่ยขึ้น “เรากำลังไหว้ผีคุณใหญ่”
ป้าคนงานผสมโรง “เฮี้ยนสุดๆ มาปรากฏตัวให้เห็นแบบจังๆเลยคุณ”
ทัศนีย์โมโหเผลอปาก “ผีเผออะไร คุณใหญ่ยังไม่ตายสัก...” ทัศนีย์จะพูดต่อหน่อยต่อ แต่นึกได้รีบเอามือปิดปาก ทุกคนจ้องทัศนีย์ “เออ คุณใหญ่ตายไปนานแล้ว คงไปเกิดใหม่แล้วมั้ง”
ปานเทพซึ่งอยู่ในชุดคนงานโผล่มาตรงต้นไม้ได้ยินหมด ปานเทพรีบหยิบก้อนหินข้างตัวปาใส่ขวดน้ำแดงที่ตั้งเรียงอยู่ 3 ขวด จนล้มหมดกระทบกับจานผลไม้เสียงดังเพล้งๆๆ
คนงานต่างพากันตกใจอกสั่นขวัญแขวน “ว้าย ผีคุณใหญ่มา”
จิ๋วร้องลั่น จากนั้นจิ๋วและคนงานทั้งหมดต่างวิ่งหนีกันกระเจิงไปคนละทิศละทาง ทัศนีย์ยืนงงมองไปทางหลังพุ่มไม้ใหญ่
เห็นหลังปานเทพวิ่งหนีไปแว่บๆ ทัศนีย์คุ้นๆ ว่าเป็นปานเทพ แต่เห็นไม่ชัด รีบวิ่งตาม
“ใครน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
ปานเทพรีบวิ่งหนี
มุมกว้างฝูงแพะหรือโรงเรือนที่มีแพะ
ปานเทพลอดรั้วเข้ามาในฟาร์มแพะ ตรงสุดเขตฟาร์มที่ติดกับไร่ไพศาล มีป้ายเขียนว่า “เขตฟาร์มห้ามเข้า”
ปานเทพ วิ่งกระหืดกระหอบตรงมาหากลุ่มของใหญ่ ใหญ่ ถวิล เปี๊ยก ยืนหันหลังกำลังตัดหญ้าไปให้แพะ ทุกคนคลุมหัวด้วยผ้าขาวม้าปิดบัง หน้าตาไว้ ใหญ่ ถวิลหันมา
“ไปไหนมาวะไอ้ปาน” ใหญ่ถาม
ปานเทพหอบแฮกๆ “เดินเล่นสำรวจพื้นที่แถวนี้”
“แล้วไป นึกว่าไปหายัยชะนี ระวังนะโว้ยอย่าให้ใครจับได้”
ปานเทพยิ้มๆ “แกต่างหากต้องระวังตัว ตอนนี้ที่ไร่นั่นลือกันให้แซ่ดว่าผีคุณใหญ่ออกอาละวาด”
ถวิลแปลกใจ “ผีคุณใหญ่หรือครับ”
ปานเทพรู้ทัน “ไอ้คุณใหญ่มันคงแอบมุดรั้วไปหาปิ่นอนงค์น่ะสิ คนเลยนึกว่าผี”
ถวิลมองหน้าใหญ่เป็นเชิงถาม ใหญ่ตีหน้าเหลอหลา “แค่ไปครั้งเดียวเอง”
ถวิลไม่พอใจเท่าไหร่ “ไม่ควรเข้าไปนะครับ มันเสี่ยงเกินไป ปิ่นอนงค์เชื่อได้แค่ไหนก็ยังไม่รู้”
ปานเทพเหมือนจะช่วยแต่เหน็บแนม “แม่เขาถูกยัยคุณนายมหาภัยฆ่าตายนะครับ นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมยอมเชื่อ แต่ให้ยอมรับในฐานะอื่น ผมไม่เอา”
ปานเทพมองใหญ่ให้รับรู้ไว้ ระหว่างนั้นหัวหน้าคนงานยืนรวมกับคนงานคนอื่น ตะโกนด่า
“เอ้ายืนโม้อะไรกันอยู่ ทำงานไปซี่ เร่งๆ มือกันหน่อย”
ถวิลรีบหันไปก้มหัวรับคำ “ครับๆ”
ใหญ่ ปาน เปี๊ยก รีบเกี่ยวหญ้าต่อ
ทางด้านจอมแตะยาที่นิ้วจะทายาที่หน้าให้ปิ่นอนงค์ ที่โดนอรสอางค์ตบ หวานเข้ามาดึงหลอดยาไป แล้วนั่งแทรกขวางจอม จอมมองหน้าหวานไม่พอใจ
“นี่มันห้องผู้หญิงยิงเรือ เอ็งออกไปอยู่ข้างนอกจะเหมาะกว่า”
ปิ่นอนงค์มองหน้าจอมเป็นเชิงขอร้อง จอมเกรงใจออกไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจ หวานทาแก้มให้ปิ่นอนงค์“ปากมันก็ว่าตัวเองเป็นผู้ลากมากดี แต่ดูมันทำสิ ตบเอา ตบเอา อย่างกับคนป่าเถื่อน” หวานโมโห
“อย่าว่าคุณอรเลยพี่หวาน ปิ่นไปทำให้เขาเข้าใจผิดเอง”
“ดีนะที่ปิ่นแกล้งเป็นลม ไม่งั้นคุณนะจับได้แน่ เกือบซวยแล้วมั้ยล่ะ”
ทัศนีย์เปิดประตูผางเข้ามา หน้าตาตื่น “ปิ่น แย่แล้วล่ะ”
ปิ่นอนงค์กะหวานพลอยตกใจไปด้วย “มีอะไรคะ” ปิ่นอนงค์ถามเร็วๆ
“นีว่า นีเห็นนายปาน เห็นไกลๆ แต่เหมือนมาก นีกลัว เขาต้องตามมาจับเรากลับไปแน่ หรือว่า เราจะบอกคุณน้าดี”
“บอกไม่ได้นะคะ คุณนีต้องใจเย็นๆ ก่อน คุณนีอาจตาฝาดจำคนผิดก็ได้”
“นีว่าไม่ผิดนะ พวกคนงานเห็นคุณใหญ่ด้วย แต่นึกว่าเป็นผีเราจะทำยังไงดีล่ะปิ่น”
ทัศนีย์จับมือปิ่นอนงค์เขย่าดูตกใจมากปิ่นอนงค์มองหน้าหวาน
“ถ้าคุณนีไปบอกคุณนายว่าคุณใหญ่ยังไม่ตาย เสี่ยตงต้องฆ่าปิ่นแน่ หรือคุณนีอยากเห็นปิ่นตาย” หวานเตือนสติ
ทัศนีย์มองหน้าปิ่นอนงค์ “จริงด้วย นีลืมคิดไป”
ทัศนีย์เดินลับตัวไปแล้ว ปิ่นอนงค์กับหวานเดินเข้ามาสีหน้ากังวล
“พี่ว่าความลับจะแตกก็เพราะยัยนี่แหละ กลัวอะไรทีก็วิ่งโร่ไปฟ้องแม่ยันเต”
“ทำไมคุณใหญ่กับคุณปานมาโผล่ที่ไร่ได้ง่ายๆ เมื่อคืนคุณใหญ่ก็มา วันนี้คุณปานก็มา”
“ผัวพี่ก็มา” ปิ่นอนงค์จ้องหน้าหวาน “อุ๊ย ! พี่เผลอพูดอะไรออกไปเนี่ย”
“พี่หวานรู้ใช่มั้ย พวกเขาไม่ได้อยู่ที่เหมือง”
หวานหน้าแหย “เพิ่งรู้”
เวลาเดียวกันธีระกับครองสุขนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงที่บังกะโลรังรัก
“เรื่องกำจัดไอ้เสี่ยตง ไปถึงไหนแล้วพี่ครอง ผมเหมือนเจ้าไม่มีศาล ย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ ชักไม่ไหว” ธีระถามหน้าเคร่ง
“ลงมือไปแล้ว อีกไม่นานหรอก มันจะเหมือนไอ้แก่ไพศาลอาการมันออกเมื่อไหร่ เธอก็เตรียมตัวขนเสื้อผ้าเข้าไปอยู่แทนตำแหน่งมันได้เลย”
ธีระยิ้ม หอมแก้มครองสุข
ไม่นานต่อมาครองสุขโบกมือให้ธีระแล้วเปิดประตูขึ้นรถ ขับออกไป ธีระยืนอยู่กับเจิดและก้าน
เจิดถามทันควัน “ผู้จัดการเชื่อนังคุณนายพูดหรือ นังเนี่ยเจ้าเล่ห์จะตายไป”
“คนอย่างฉันเจ็บแล้วจำ แต่คิดๆดูแล้ว เก็บมันไว้สูบเงินดีกว่าฆ่าทิ้ง ยังไงความลับของมันก็อยู่ในมือฉัน ไม่มีอะไรต้องกลัว”
ธีระยิ้มร้าย แรงแค้นในใจ ทำให้ธีระดูเก่งกล้าขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก
ลูกน้องรายงานเสี่ยตง เสี่ยตงยืนหันหลัง “ขอโทษครับเสี่ย ผมตามคุณนายไม่ทัน”
เสี่ยตงหันมา “ฉันโทร.หาคุณระย้า เขาบอกว่าอยู่ที่ต่างจังหวัด ทำไมคุณนายครองสุขต้องโกหกฉัน คอยจับตาดูมัน”
จู่ๆ เสี่ยตงก็เกิดมึนหัวหน้ามืด เข่าอ่อนลูกน้องตกใจ “เสี่ย”
พวกคนงานรีบมาช่วยประคองไว้ เสี่ยตงพยายามยืนตรงตั้งสติ ค่อยดีขึ้น โบกมือ
“ไม่เป็นไร แค่รู้สึกมึนๆ พักนี่ไม่รู้เป็นอะไร ชอบปวดหัวขาแข้งก็ไม่ค่อยมีแรง”
“ไปตรวจร่างกายดูสักหน่อยมั้ยเสี่ย” ลูกน้องเป็นห่วง
เสี่ยตงโวยวาย “แกก็รู้นี่ว่าฉันไม่ชอบหมอ”
ลูกน้องพูดไม่ทันคิด “ทราบครับ ว่าเสี่ยกลัวเข็มฉีดยา”
เสี่ยตงยกขาจะเตะ “ไอ้ปากเสีย ไป ไปให้พ้น”
ลูกน้องรีบไปกลัวโดนเตะ แต่ขาข้างที่ยกขึ้นเกิดชา เสี่ยตงหน้าแหยต้องรีบจับขาวางลง
ค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวง ปิ่นอนงค์เช็ดผมเดินออกจากห้องน้ำ ตกใจเจอใหญ่นั่งรออยู่บนเตียง ถอดเสื้อเรียบร้อย
“คุณใหญ่ หายตัวมาหรือไงคะ”
“พูดอย่างกับว่าฉันเป็นผี”
“หรือไม่ใช่ คนงานเขากลัวกันจนไม่มีอันจะทำอะไรแล้วนะคะ”
“ก็คนมันห่วง หวานส่งข่าวว่าปิ่นโดนอรสอางค์ทำร้ายหรือ”
ใหญ่ลุกจากเตียงไปดูแก้มเมียรัก ปิ่นอนงค์งอนเดินไปนั่งหน้ากระจก
“คุณใหญ่มาอยู่ที่ฟาร์มแพะติดกับไร่ไพศาล เกิดเจ้าของฟาร์มจำคุณใหญ่ได้หรือรู้จักกับคุณนายจะทำยังไง”
“ฉันสืบมาแล้ว เจ้าของฟาร์มเป็นคนกรุงเทพฯ มาซื้อฟาร์มนี้ต่อจากเจ้าของเดิม ส่วนคนงานก็มีแต่คนพม่า คุยกันยังไม่ค่อยจะรู้เรื่องเลย เธอนั่นแหละต้องระวังให้มากกว่านี้”
ปิ่นอนงค์หันมายังนั่งอยู่ที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง “เสียดายปิ่นยังหาพินัยกรรมไม่เจอ คุณนะมาเห็นเสียก่อน”
ใหญ่เดินไปหา คุกเข่าตรงหน้าปิ่นอนงค์อย่างรู้สึกผิด “เธอต้องเจ็บตัวเพราะฉัน เราหยุดแผนนี้ดีกว่า”
ปิ่นอนงค์บอกแน่วนิ่ง “ไม่หยุดค่ะ ปิ่นไม่ได้ทำเพื่อคุณใหญ่ แต่ทำเพื่อให้แม่ไปสู่สุคติ ปิ่นอยากให้แม่เห็นคุณนายสำนึกผิดและเอ่ยอโหสิกรรมแม่จะได้ไม่ติดอยู่ในบ่วงกรรมร่วมกับคุณนายต่อไป”
ใหญ่จับแก้มปิ่นอนงค์อย่างนุ่มนวล “จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ห่วง แต่หึงด้วย ฟังหวานเล่าที่ไอ้จอมกับทรรศนะแย่งกันเอาใจปิ่น ฉันทนไม่ได้ กลัวปิ่นใจอ่อน”
ปิ่นอนงค์ยิ้มกว้างออกมา จูบหน้าผากใหญ่ “มั่นใจหรือยังคะ”
ใหญ่ทะเล้นส่ายหน้า “ยัง ต้องจุ๊บตรงนี้”
ใหญ่ชี้ที่แก้ม ปิ่นอนงค์ก็จูบที่แก้ม “ยังไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ตรงนี้อีกนิด”
ใหญ่ชี้ที่ปาก ปิ่นอนงค์หน้างอลุกยืน ใหญ่รีบลุกตามอุ้มปิ่นอนงค์จนตัวลอย ปิ่นอนงค์จะร้อง แต่ไม่กล้ากลัวคนได้ยินอีก
ปิ่นอนงค์พูดเบาๆ “กลับไปได้แล้วนะคะ เดี๋ยวก็มีคนเห็นอีกหรอก”
ใหญ่วางตัวปิ่นอนงค์ลงบนเตียง “ไม่กลัว เพราะฉันเป็นผี ผีดิบที่ชอบดูดเลือดสาวๆ”
ใหญ่มองหน้า ปิ่นอนงค์เขิน ใหญ่ก้มจูบพลางเอื้อมมือมาดับสวิชท์โคมไฟที่หัวเตียง
ครองสุขเดินยิ้มเข้ามา เอากาแฟใส่ยาพิษมาให้เสี่ยตง
“กาแฟค่ะเสี่ย”
เสี่ยตงรับมาจะยกดื่ม ครองสุขจ้องที่กาแฟลุ้นให้กิน เสี่ยยังไม่ดื่มลดแก้วลง
“ไปเล่นไพ่กับคุณระย้ามา ได้หรือเสียล่ะ”
“ต้องได้สิ ถึงได้มาเอาใจเสี่ยนี่ไง”
ครองสุขยิ้มระรื่น เสี่ยตงยิ้มๆ รู้ว่าครองสุขโกหก เสี่ยตงยกกาแฟขึ้นดื่ม
“นังตัวร้าย” เสี่ยตงคิดในใจ
ครองสุขยิ้มให้เสี่ย คิดในใจ “แกตายแน่”
เสี่ยตงกับครองสุขยิ้มให้กันเสแสร้งได้แบบมืออาชีพทั้งคู่ แต่ใจอยากให้อีกฝ่ายตาย
เช้าวันต่อมา ปานมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำ
ปลอดกะปานเทพมองหน้ากัน “ผมทำตามที่พ่อสั่งแล้ว ไอ้ใหญ่มันจะไม่มามอบตัวแต่จะช่วยกันหาพินัยกรรมให้เจอ”
“จะหายังไงในเมื่อทุกคนอยู่นอกไร่”
ปานเทพอึกอักไม่กล้าบอกว่าเป็นปิ่นอนงค์ “เราวางสายไว้ในนั้น เลียนแบบหนังฝรั่งไงพ่อ ไม่เห็นต้องเอาปืนมาไล่ยิงกันเหมือนยุคพ่อเลย”
ปลอดหมั่นไส้ “อย่ามาทำตลกใส่ คุณใหญ่เป็นยังไงบ้างอ้วนหรือผอม กินข้าวได้หรือเปล่า”
“ทำไมพ่อไม่ถามผมบ้าง”
“ก็เห็นแกนั่งอยู่ตรงหน้าแล้ว จะถามอีกทำไมเล่า”
ปานเทพเริ่มน้อยใจ “ถามอย่างอื่นก็ได้นี่พ่อ”
ปลอดไม่กล้าพูด เพราะไม่เคยทำ “บอกน้าเพ็ญของแก พ่ออยากกินขนมลา ทำมาให้กินหน่อย”
พูดจบปลอดลุกยืนเดินกลับเข้าไปพร้อมเจ้าหน้าที่ ปานเทพหน้าเครียดปลอดดันอยากเจอเพ็ญ
ใหญ่นั่งที่เตียงหน้าเครียด ปานเทพเดินลงมานั่งข้างๆ
“ขนมลายังพอหาได้ แต่น้าเพ็ญนี่สิ จะไปหามาให้พ่อได้ยังไง”
“ยังไงก็ต้องปิดต่อไป” ใหญ่ว่า
ปานเทพโวยวาย “แล้วจะบอกพ่อยังไงละวะ”
ใหญ่โวยวายกลับ “บอกอะไรก็ได้ แกเป็นทนายถนัดเรื่องพูดอยู่แล้วนี่”
ปานเทพโมโห “ทนายไม่ได้สอนให้โกหกนะโว้ย โอ๊ย อยากจะบ้าตาย”
ปานเทพทิ้งตัวลงนอนก่ายหน้าผาก ใหญ่ทิ้งตัวตามนอนข้างๆ มองหน้าปานเทพ
ปานเทพกำลังร้องไห้สงสารพ่อ ใหญ่รีบเบือนหน้าไปไม่อยากมอง
“ร้องทำไมวะ แกโตแล้วนะโว้ยไม่ใช่เด็กๆ”
“ฉันสงสารพ่อ ตั้งแต่ฉันจำความได้ พ่อกับน้าเพ็ญไม่เคยอยู่ห่างกันเลย” ปานเทพเสียงสั่น “ฉันคิดถึงน้าเพ็ญ”
ใหญ่รีบนอนตะแคงหันหลังให้ปานทันที ใหญ่น้ำตาไหล พยายามกลั้นไว้
“น้าเพ็ญไม่ชอบให้แกขี้แย จำไม่ได้หรือ อย่าให้ฉันเห็นแกอ่อนแออีก แกต้องเข็มแข็งให้ได้เหมือนน้าเพ็ญ เพราะอาปลอดเหลือแกแค่คนเดียว”
ปานเทพปาดน้ำตาไม่ได้มองใหญ่ ขณะที่ใหญ่ร้องไห้ออกมาเสียเอง
ธีระกอดเอวครองสุขพากันเข้าไปในห้อง ประตูปิดลง ที่มุมหลบตาผู้คน ลูกน้องเสี่ยตงคนหนึ่งแอบดูอยู่ปากพูดมือถือไปด้วย ลูกน้องอีกคนยืนตรงข้าม
“ผมเจอคุณนายแล้วครับเสี่ย”
เสี่ยตงคุยมือถืออยู่มที่ไร่ไพศาล “นังคุณนายกับไอ้ธีระหรือ” สีหน้าแค้นจัด “มันอยู่ที่ไหน กูจะไปฆ่ามันทั้งคู่”
ทัศนีย์ยืนตัวสั่นหลังที่กำบังได้ยินหมด เสี่ยตงเดินผ่านไปโดยไม่เห็นทัศนีย์
ลูกน้องเสี่ยตงหันมาหาเพื่อนอีกคน เห็นเพื่อนยืนตาค้าง จึงมองไปข้างหลัง แล้วหันกลับเจอเจิดกับก้าน เล็งปืนใส่ทั้งคู่ ลูกน้องเสี่ยตงสองคน ยกมือขึ้นช้าๆ
ปิ่นอนงค์รดน้ำต้นไม้อยู่สวนหลังเรือนใหญ่ ปาดเหงื่อ ทรรศนะยืนมอง ตัดสินใจเดินเข้าไปหา มาจับบัวรดน้ำ “พี่ช่วย ปิ่นไปนั่งพักเถอะ”
ปิ่นอนงค์ไม่ยอมปล่อย ดึงไว้ “คุณนะ” ปิ่นอนงค์มองหาอรสอางค์ “คุณนะไปเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณอรมาเห็นเข้า”
“เขาไม่อยู่”
“ไม่อยู่ยิ่งไม่ควร”
“แต่พี่อยากคุยกับปิ่นบ้าง แค่คุยไม่ได้หรือ”
“ไม่ได้ค่ะ ปิ่นไม่อยากมีเรื่อง ปิ่นจำเป็นต้องอยู่ที่นี่”
ทรรศนะแย่งบัวรดน้ำไปวาง แล้วดึงมือปิ่นอนงค์มากุม “อีกหน่อยไร่นี้ก็เป็นของพี่ พี่จะให้ใครอยู่ก็ได้”
“คุณนะแน่ใจหรือคะว่าเป็นของคุณนะ”
ทรรศนะอ้ำอึ้ง “ก็คุณใหญ่ตายไปแล้ว มันก็ต้องตกเป็นของคุณน้า คุณน้าจะยกให้พี่ มันเป็นของพี่เมื่อไหร่ พี่จะเลิกกับอร แล้วขอปิ่นแต่งงาน”
จอมเข้ามาเห็น รีบพุ่งเข้ามาหา “ใครว่าปิ่นจะแต่งด้วย ปิ่นจะแต่งงานกับผม”
จอมดึงมือปิ่นอนงค์ แต่ทรรศนะไม่ปล่อยมือ “ปล่อยมือปิ่น”
ทรรศนะจ้องหน้าจอมเขม็ง “นายมีอะไรให้ปิ่นบ้างล่ะ บ้าน รถ ที่ดิน แหวนเพชร ต่อให้ทำงานในไร่ทั้งชาติก็ไม่มีปัญญาหาให้ปิ่น”
จอมโกรธชกหน้าทรรศนะจนเซไป ทรรศนะไม่ยอมวิ่งใส่จอมเงื้อหมัดจะชกสู้ จอมก็กระชากคอทรรศนะ ง้างหมัด
ปิ่นอนงค์ตวาดลั่น “อยากสู้ก็สู้กันไป ไม่ว่าใครจะแพ้จะชนะ ก็ไม่ได้ปิ่นทั้งนั้น เพราะความรักไม่ได้ตัดสินกันด้วยกำปั้น”
ปิ่นอนงค์ไม่พอใจเดินหนีไปอย่างเร็ว
จอมหันกลับมาจ้องทรรศนะ ต่างคนยังคงเงื้อหมัดค้างอยู่ ทรรศนะลดหมัดลงก่อน จอมลดตาม
ปิ่นอนงค์เดินเซ็งๆ เข้ามาที่เรือน ทัศนีย์วิ่งมาหา “ปิ่น ปิ่นต้องหาทางช่วยคุณน้าด้วยนะ ไอ้เสี่ยใจชั่วมันกำลังจะไปฆ่าคุณน้า”
“เรื่องมันเป็นยังไงคะ”
ปิ่นอนงค์หน้าตื่นตกใจ
ไม่นานหลังจากนั้นปิ่นอนงค์พาตัวเองมายืนรอในเขตฟาร์มแพะจุดที่ติดกับไร่ไพศาล ให้เห็นว่าพื้นที่เวิ้งว้างไร้ผู้คน
สักครู่หนึ่งหวานเดินนำใหญ่มา ปิ่นอนงค์รีบวิ่งไปหา “คุณนีบอกว่า เสี่ยตงกำลังจะไปฆ่าคุณนายกับธีระค่ะ”
หวานแทรกขึ้นมา “น่าจะปล่อยให้มันฆ่ากันตายไปเลย”
“ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกพี่หวาน” ปิ่นอนงค์หันไปหาใหญ่ “เราตกลงกันแล้วว่าจะเอาชนะพวกเขาด้วยวิธีที่ถูกต้องถ้าคุณนายกับธีระตาย คุณใหญ่จะไม่พ้นผิดในคดีฆ่าแม่ปิ่นเพราะคุณนายคือฆาตกรตัวจริง”
ใหญ่คิดไปคิดมา ก่อนจะตัดสินใจ
โปรดติดตาม "ปิ่นอนงค์" ตอนต่อไป
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Online
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com)
«
Reply #7 on:
20 October 2026, 08:53:09 »
https://mgronline.com/drama/detail/9550000086615
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 18
เผยแพร่: 14 ก.ค. 2555 20:53 โดย: MGR Online
.
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 18
เสี่ยตงจอดรถอยู่ห่างๆ บังกะโล แล้วก้าวลงจากรถ ชักปืนออกมา มองหาลูกน้องทั้งสองคนที่นัดไว้ ก่อนหันมาบอกลูกน้องอีก 2 คนในรถ
“แกสองคนรออยู่ตรงนี้ เข้าไปหลายคน มันจะรู้ตัวซะก่อน”
จากนั้นเสี่ยตงเดินเข้าไปที่บังกะโล ท่าทีระแวดระวัง
เสี่ยตงถือปืนตั้งท่าที่หน้าห้องบังกะโลหลังนั้น ค่อยๆ เปิดประตูเข้าห้องไป เล็งปืนไปที่เตียง เห็นใต้ผ้าห่มมีคนสองคนนอนอยู่ เห็นกิริยาคนใต้ผ้าห่มขยับไปมา เสี่ยตงยิ่งแค้นหน้ามืดยิงใส่ทันทีหลายนัด
“นังแพศยา !
ร่างในผ้าห่มนิ่งเงียบ เสี่ยตงเดินไปเปิดผ้าห่มดู แล้วตกตะลึง เพราะร่างใต้ผ้าห่มกลายเป็นลูกน้องตัวเองโดนมัดติดกัน ตายคาที่
จังหวะนั้นครองสุขกับธีระเปิดประตูห้องน้ำออกมา เสี่ยตงสะดุ้งเหลียวมองไป
ธีระจะยิงก่อน เสี่ยตงยิงสวนแล้วรีบวิ่งหนีออกจากห้องทันควัน
เสี่ยตงวิ่งหนีออกมาที่รถ พอเปิดประตู เห็นลูกน้องคนหนึ่งคอตกโดนยิง พอมองไปที่นั่งคนขับ ลูกน้องอีกคนก็ตายคาที่ เจิดกับก้าน เดินออกมาจากที่ซ่อนเล็งปืนใส่เสี่ยตง
ครองสุขกับธีระตามมาถึง ธีระเล็งปืนอีกกระบอกจ้องที่เสี่ยตง
“แกติดปีกก็บินหนีไม่รอด”
เสี่ยตงยกมือขึ้น รีบคุกเข่าร้องขอชีวิต พูดกับธีระ “ไว้ชีวิตฉันเถอะ ถ้าแกอยากได้เงิน ฉันจะให้”
“แกใช้กำลังปล้ำฉันเป็นเมีย พอฉันไม่ยอม แกก็จะฆ่าหลานฉัน ฆ่าธีระคนที่ฉันรัก แกสมควรตาย” ครองสุขสร้างภาพ
เสี่ยตงโมโห “มันโกหก มันยอมเป็นเมียฉันเอง แล้วยังบอกว่าแกเป็นแค่คนงานกระจอก มันไม่สนแกหรอก ถ้าฉันเป็นแก ฉันยิงมันไม่นับไปแล้ว”
ธีระหันมามองครองสุข “อย่าไปเชื่อมันนะธีระ มันจะยุให้เราแตกคอกัน” ครองสุขร้องลั่น
ธีระหันไปทางเสี่ย “แกเคยให้ลูกน้องซ้อมฉันเกือบตาย วันนี้ฉันจะให้แกได้ลิ้มรสความเจ็บปวดบ้าง เฮ้ย อัดมัน”
เจิดกับก้านเก็บปืน เข้าไปซ้อมเสี่ยตง ทั้งเตะ ทั้งถีบ ธีระยืนมองด้วยความสะใจ
ครองสุขยิ้มเยาะกอดแขนธีระ แต่แล้วมีเสียงปืนดังเปรี้ยง!
ทุกคนตกใจมองหาเสียงปืนไม่รู้มาจากทิศทางไหน
เสียงปืนดังอีกเปรี้ยง! ปืนถูกยิงมาอีกรอบ เจิดกับก้านรีบหาที่วิ่งหลบกันวุ่น
เสี่ยตงถือโอกาสวิ่งหนีไปทางป่ารก ธีระยิงออกไปมั่วๆ
“ไอ้หมาลอบกัด ออกมาสิวะ”
ครองสุขวิ่งไปหลบข้างรถเสี่ยตง ธีระวิ่งตาม เจิดกะก้านตามมา
ตรงมุมหนึ่งห่างออกไป มีที่กำบังไม่เห็นตัว เปี๊ยกกับถวิลถือปืนหลบอยู่
เสี่ยตงวิ่งเตลิดหนีมา หันไปมองด้านหลังกลัวคนตาม เสี่ยตงไม่ทันมองข้างหน้า วิ่งชนกับคนที่ยืนขวางทางอยู่ เสี่ยตงชะงักเงยหน้ามอง เห็นใหญ่ยืนหน้าเหี้ยมจ้องมา เสี่ยตงตกตะลึง ถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความหวาดกลัว ใหญ่ยิ้มโหด
“คิดว่าลงนรกมาเจอฉันหรือเสี่ย”
ใหญ่เล็งปืนไปหาเสี่ยตงเขม็ง เสี่ยตงถอยหลังคิดว่าใหญ่จะฆ่า
“อย่า ๆ”
สายตาเสี่ยตงพร่ามัวมองใหญ่ไม่ชัดเจน เสี่ยตงรู้สึกหัวหมุนติ้วๆ
ใหญ่มองอาการเสี่ยตงอย่างแปลกใจ เสี่ยตงตาดำเหลือกขึ้นไปข้างบน เหลือแต่ตาขาว เสี่ยล้มฟุบหน้าทิ่มพื้นดิน ใหญ่ตกใจ
เวลานั้นปิ่นอนงค์เกาะต้นไม้ชะเง้อชะแง้ไปทางหนึ่ง รอคอยใหญ่ จอมโผล่เข้ามาอีกทาง ปิ่นอนงค์ตกใจ
“อ้าวจอม มาทำอะไรแถวนี้”
“เราอยากคุยกับปิ่นเรื่องที่คุณนะพูด”
“เรื่องอะไร”
“คุณนะพูดถูก เราไม่มีอะไรเลย ทั้งที่ดิน เงินทอง ทรัพย์สินสู้คุณนะไม่ได้เลยสักอย่าง พูดตรงๆกับเราเถอะปิ่นปิ่นจะแต่งงานกับคุณนะใช่มั้ย”
ปิ่นอนงค์ส่ายหน้า “เราไม่ได้คิดอะไรกับคุณนะแล้ว อย่าลืมสิจอม คุณนะ แต่งงานแล้ว ปิ่นไม่มีวันเป็นมือที่สาม ทำให้คุณนะกับคุณอรต้องแตกแยกกันหรอก”
จอมยิ้มสบายใจ “ได้ยินอย่างนี้ค่อยสบายใจหน่อย เราเชื่อมั่นในตัวปิ่นว่าปิ่นไม่โกหกเรา เรายังมีความหวัง”
ปิ่นอนงค์อัดอั้นอยากบอกความจริง “แต่ว่า...ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ขอให้จอมรู้ว่าปิ่นไม่เคยคิดจะทำร้ายจอม แต่จอมต้องรับปากกับปิ่น ต่อไปนี้จะไม่ทำร้ายใคร จะไม่ทำอะไรผิดๆ”
จอมคิ้วขมวด “เดี๋ยวๆ ปิ่นพูดอะไรเราทำผิดอะไร ทำร้ายใคร เราไม่เข้าใจ”
ปิ่นอนงค์สบตาจอม ถอนหายใจ จอมรีบพยักหน้าเข้าใจ
“เอาเถอะเราจะทำตัวดีๆไป เรากลับกันเถอะ แถวนี้มันเปลี่ยวจะตาย ทีหลังอย่ามาคนเดียวนะปิ่น”
จอมพยักหน้าเดินนำไป ปิ่นอนงค์เหลียวหลังหาใหญ่ล่อกแล่ก
ส่วนทางด้านครองสุขยืนอยู่ริมระเบียงคุยโทรศัพท์ หน้าเครียดกลุ้มใจหนัก
“ไอ้เสี่ยมันหายไปได้ยังไง ชั้นไม่สบายใจเลยนะ ตีงูให้หลังหักอย่างนี้ไม่รู้มันจะแว้งมากัดเราอีกเมื่อไหร่”
ที่แท้คุยกับธีระ “ถ้าอย่างนั้นผมก็กลับไปอยู่กับพี่ที่ไร่ได้แล้วสิครับ จะได้คอยปกป้อง คุ้มครองพี่ อย่าลืมคืนตำแหน่งผู้จัดการไร่ให้ผมด้วยก็แล้วกัน”
ครองสุขหรี่ตามองลงไปข้างล่าง เห็นจอมเดินมาส่งปิ่นอนงค์
ปิ่นอนงค์โบกมือน้อยๆ ลาจอม แล้วออกไป จอมมองตาม
“ฮัลโหล ฮัลโหล พี่ครับ พี่”
สีหน้าครองสุขมองจอมแล้วอมยิ้ม อยากกินหญ้าอ่อน จอมออกไป
ทัศนีย์เข้ามาเห็นครองสุข ทัศนีย์ยิ้มจะเดินไปหา ชะงักหลบแอบฟัง
ธีระมองโทรศัพท์งงๆ เห็นครองสุขเงียบไปนาน “ฮัลโหล พี่ครับ”
ครองสุขยิ้มเครียด “อ๋อ...ได้สิได้ตามที่เธอขอ พรุ่งนี้ชั้นจะไปรับเธอด้วยตัวพี่เองเลย ดีไม่ดีไอ้เสี่ยอาจจะโดนฆ่าตายไปแล้วก็ได้”
ครองสุข ยิ้มเหี้ยม กดวางสาย เดินไป
ทัศนีย์มองตาม สงสัยใคร่รู้
ปิ่นอนงค์เช็ดถูกระจกด้านนอกบ้าน ทัศนีย์เข้ามาดึงไป ปิ่นอนงค์ตกใจสงสัย ทัศนีย์เหลียวระแวงกลัวคนได้ยิน
“คุณน้ากลับมาแล้ว แต่ไม่เห็นไอ้เสี่ย ไม่รู้หายไปไหน แปลกจริงๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
“ปิ่นก็รอฟังข่าวอยู่เหมือนกันค่ะ”
ทัศนีย์จ้องปิ่นอนงค์แววตาสงสัย “นี่ถามจริงๆ ปิ่น เธอใช้ใครไปช่วยคุณน้า”
ปิ่นอนงค์ชะงักคิดคำแก้ตัว “เออะ...อ๋อ...ลุงหวินค่ะ” รีบเปลี่ยนเรื่อง “แล้วคุณนีล่ะคะมีโอกาสได้พูดคุยกับคุณน้าบ้างรึยัง”
“พยายามหาช่องอยู่ เรื่องสำคัญขนาดนี้ให้กลับเนื้อกลับตัวมันไม่ได้พูดกันง่ายๆ แต่วันพรุ่งนี้รับรอง เธอต้องได้ฟังเรื่องดีๆ จากชั้นแน่”
ปิ่นอนงค์งง ส้วนทัศนีย์ยิ้มกระหยิ่ม
คืนนั้นปิ่นอนงค์สวมชุดนอน มุนผมด้วยผ้าเช็ดตัวซับผมให้แห้ง จู่ๆ ใหญ่เข้ามาโอบตัวจากด้านหลัง ปิ่นอนงค์ตกใจจะร้อง ใหญ่ปิดปาก ค่อยๆ จับหันมา แล้วหอมแก้มปิ่นอนงค์ฟอดหนึ่ง ใหญ่ยังมีผ้าขาวม้าพันหน้าอยู่
เวลาผ่านไปใหญ่โดนลูบเรือนผมเบาๆ นอนหนุนตักปิ่นอนงค์ที่พิงหัวนอนเตียงอยู่
“ตั้งใจจะไปรักษาชีวิตนังคุณนายแต่กลับกลายต้องมาดูแลเสี่ยตง คุณนายนี่สารพัดพิษจริงๆ เล่นงานไอ้เสี่ยตงจนคางเหลืองยังไม่ฟื้นเลยนะปิ่น”
“ระวังตัวดีๆนะคะ เสี่ยตงก็ร้ายไม่ใช่เล่นเหมือนกัน”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เราจัดให้อยู่ในเซฟเฮ้าส์เฝ้าไม่ให้คลาดสายตา ฟื้นขึ้นมาเมื่อไหร่ค่อยสอบปากคำมัน”
“คุณนีก็บอกจะได้เรื่องบางอย่างจากคุณนายพรุ่งนี้เหมือนกันค่ะ”
ใหญ่ลุกใส่เสื้อ คลุมผ้าพันหัวบังหน้า ชะโงกหน้าจูบปิ่นอนงค์ที่หน้าผาก แล้วจูบที่แก้มเบาๆ
“รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีล่ะ”
“คุณใหญ่ก็เหมือนกันนะคะ”
“ฉันน่ะมันแมวเก้าชีวิต ไม่ต้องห่วง”
“อย่าประมาทค่ะ”
ใหญ่พยักหน้ารีบปินหน้าต่างหนีไป ปิ่นอนงค์มองตาอย่างห่วงใย
ส่วนเปี๊ยกกำลังจูบแก้มหวานแล้วเอาผ้าขาวม้าพันพรางหน้า ปล่อยตัวจากขอบหน้าต่างหายวูบไป
หวานปะแป้งนุ่งกระโจมอก
เปี๊ยกเดินตะคุ่มๆ มา จู่ๆ มีไฟฉายส่องวาบจับตัวเปี๊ยก
“หยุด ยกมือขึ้น คุกเข่า”
เปี๊ยกยกมือ สมุนเสี่ยตง เล็งปืนใส่เปี๊ยก
สมุนคนหนึ่งถือไฟฉาย พร้อมปืนเดินเข้ามา “จับมันมัดเอาผ้าขาวม้าที่พันหน้ามันนั่นแหละ”
สมุนอีกคนเหน็บปืนที่หลัง ยื่นมือจะกระชากผ้าขาวม้าที่หน้าเปี๊ยก
แต่จังหวะนั้นมี ไม้โผล่เข้ามาก่อน ตีที่มือสมุน ปืนลั่นลงดิน ดังปัง พอปืนหล่น สมุนเสี่ยตง ฉายไฟใส่เห็นเป็นใหญ่ กำลังหวดไม้อีกทีเข้าคางสมุน หงายเงิบหลับไป
เปี๊ยกกอดขาสมุนเสี่ยตงอีกคน แล้วยกจนสมุน ล้มลง เปี๊ยกกระโดดเข้าเตะเสยหน้า สมุนหงายเงิบหลับไปเช่นกัน
เปี๊ยกกะใหญ่โผเข้ามาตรงพุ่มไม้ ยินเสียงม้าร้องแล้ววิ่งออกไป
เวลาต่อมาที่หน้าเรือนคนงาน สมุนสองคน นั่งเช็ดเลือดที่มุมปากคนละข้าง หมู่มวลคนงานยืนเมียงมองหน้าตื่นตกใจ คนงานชายถือมีดพร้า อาการงงๆ
ครองสุขยืนเท้าสะเอว ประกาศกร้าว “พวกแกเคยยิงใครโดนมั่งมั้ย ปล่อยให้พวกมันหนีไปได้ยังไง” ชี้หน้ากราด “เดี๋ยวแม่ก็ตบล้างตำบลซะนี่”
จอมถือปืนลูกซองยืนเยื้องหลังครองสุข
ปิ่นอนงค์กับหวานยืนอยู่อีกมุม
“ก็เหลือแค่สองคนเองนี่ครับ” สมุนที่ถูกใหญ่จัดการบ่น
“ก็ไปตามที่บ่อนมาเพิ่ม เอามือถึง ใจถึง พวกไก่กาไม่ต้องเสนอหน้ามา”
พูดจบครองสุขเดินออกไป พูดพึมพำเบาๆ “หรือมันจะเป็นไอ้เสี่ยตง”
ครองสุขร้อนใจเดินออกไปทันที
ปิ่นอนงค์หลบตาจอม จอมหันไปสั่งคนงาน “พวกผู้ชาย ไปเบิกปืนที่ชั้นคอยดูแลที่เรือนใหญ่
วันต่อมา ที่มุมหนึ่งในไร่ มีรถมอเตอร์ไซค์ 4 คันจอดอยู่ ครองสุข ยืนพิงรถดูสมุนที่ยืนเรียงแถวกันรวมแล้ว 7 คน มี 2 คนหน้านิ่งตาแข็ง
“ต่อไปนี้ชั้นคือเจ้านายคนใหม่ของพวกแก ทำตามที่ชั้นสั่งก็พอ ศัตรูของเรามันร้ายมาก พวกแกต้องตายไปกี่คนแถมเสี่ยยังถูกอุ้มไปอีก ขอให้ทุกคนเข้มงวดกับบุคคล รถราที่เข้าออกไร่ไพศาลทุกคัน ใครจะเข้าจะออกซักให้ละเอียด”
ครองสุขเปิดประตูรถ หยิบถุงผ้าโยนไปที่สมุนที่อาวุโสสุด
เวลาเดียวกันที่อีกมุม ทัศนีย์แอบมองผ่านกระจกหน้ารถไกลๆ
“ในนั้นมีอยู่แสนสี่แบ่งๆ กันไปเท่าๆ กัน ถ้ามีงานพิเศษก็ได้เพิ่มอีกเป็นคนๆ ไป”
สมุนอาวุโสเดินแจกเงิน ครองสุขขึ้นรถขับออกไป
ธีระยืนกอดอก พิงหน้ารถอยู่ตรงที่เปลี่ยวติดบึงน้ำ ยิ้มแย้มครองสุขขับรถเข้ามาจอด ลงจากรถ
“เตรียมตัวพร้อมแล้วใช่มั้ยคุณผู้จัดการรีเทิร์น” ครองสุขแซว
ธีระยิ้มกริ่ม “พร้อมตลอด 24 ชม.ครับพี่ แต่สงสัยว่าทำไมต้องนัดมารับผมแถวนี้ด้วย”
“ที่ตรงนี้พี่จะซื้อให้เธอเป็นของขวัญไงล่ะ เธอจะได้เอาไว้ฝังตัวเองตอนตาย”
ธีระสะดุ้งกับคำพูดครองสุข เสียงรถแบบเดียวกับเคยขับเหยียบผาวิ่งมาข้างหลังธีระ เห็นเจิดกับก้านเป็นคนขับ
ธีระหันขวับมาทางครองสุข “แกหลอกฉัน”
ครองสุขทิ่มมีดไปที่ท้องธีระเต็มแรง ธีระกุมท้องทรุดกองกับพื้น ครองสุขรีบถอยออกห่างกะให้รถเหยียบซ้ำ
รถพุ่งเข้าหาธีระเกือบเหยียบอยู่แล้ว แต่ธีระกลิ้งหลบพ้นล้อไปได้ เจิดก้านหยุดรถหันมามองด้านหลัง
ธีระกัดฟันลุก วิ่งไปที่บึง กระโจนลงน้ำ เจิดกะก้านกระโดดลงจากรถตามติด
เจิดกะก้านยืนที่ริมบึง ยิงใส่ไปในน้ำเพราะไม่เห็นตัวธีระ เห็นแต่เลือดแดงฉานกระจายขึ้นมาบนผิวน้ำ
ครองสุขวิ่งมาดูยืนข้างเจิดกับก้าน มองหาธีระ ร่างธีระลอยขึ้นมาในลักษณะคว่ำหน้า ครองสุขคิดว่าตายโล่งใจ
ครองสุขส่งซองเงินให้เจิด “รางวัลที่แกยอมหักหลังมัน”
เจิดรีบรับไป เปิดซองดูกับก้าน ตาโต “ขอบคุณครับคุณนาย”
ก้านผสมโรง “ไอ้ธีระโคตรขี้เหนียวแบ่งให้พวกผมแค่เศษเงิน คุณนายจ่ายหนักแบบนี้ ผมยอมตายแทนได้เลย”
ครองสุขยิ้มเหยียดเพราะรู้ว่า สองคนตอแหล “มีงานอะไรอีกฉันจะติดต่อไป แต่จำไว้ถ้าแกทำกับฉันเหมือนทำกับไอ้ธีระ แกสองคนจะมีสภาพเดียวกับมัน”
ที่หลังพุ่มไม้เวลานั้น ทัศนีย์แอบดูอยู่ ปิดปากตาเหลือก ถอยหนี แต่ดันสะดุดรากไม้ล้ม ครองสุขได้ยินเสียงหันไปมอง เห็นหลังทัศนีย์ไวๆ วิ่งหนีไปทางถนน
เจิดกะก้านจะตาม ครองสุขจำทัศนีย์ได้รีบสั่ง “ไม่ต้อง ฉันจัดการเอง พวกแกทำลายหลักฐานแล้วรีบไปซะครองสุขตามทัศนีย์ไป
ทัศนีย์ช็อกร้องไห้ไป ขับรถไป มือไม้สั่น รถครองสุขขับปาดหน้า ทัศนีย์ตกใจเบรกตัวโก่ง พุ่งเข้าหาพวงมาลัยรถ กระแทกมือกับแขนตัวเอง
ทัศนีย์ฟุบหน้ากับพวงมาลัยรถสะอื้นตัวโยน ค่อยๆ เหลือบตามองรถครองสุข เห็นแต่ความว่างเปล่า
จังหวะนั้น มีเสียงเคาะกระจก ทัศนีย์หันไปมองกระจกประตูขวาตัวเอง แล้วสะดุ้งสุดตัว มองผ่านกระจก เห็นครองสุขบอกหน้าตาเฉยชา
“เปิดประตู”
ครองสุขเปิดประตูอีกด้าน ขึ้นไปนั่ง
ครองสุขลูบหัวนี แผ่วเบา หน้าตานิ่งเฉย “ลืมเรื่องที่เห็นซะทัศนีย์ ที่ฉันต้องทำอย่างนี้เพราะมันขู่จะฆ่าฉันก่อน มันขู่จะแฉเรื่องของฉัน ฉันต้องปกป้องตัวเอง หรือว่าแกอยากเห็นฉันต้องตาย หรือต้องติดคุก”
“ก็ไม่เห็นต้องฆ่ากันตาย คุณน้าใจร้าย คุณน้าฆ่าคนมากี่คนแล้วแม้แต่ป้าอุ่นคุณน้าก็ไม่เว้น”
ครองสุขเหยียดยิ้ม “เห็นมั้ย แกก็รู้ว่านี่ไม่ใช่ศพแรก ขนาดไอ้ผาพ่อของแกชั้นยังฆ่าเองกับมือ”
ครองสุขบีบแก้มทัศนีย์เป็นเชิงขู่ไม่ได้คิดฆ่าจริง “ถึงแกจะเป็นลูกของชั้น แต่ถ้าแกอกตัญญูกับฉัน พูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง ชั้นก็จะไม่ปล่อยแกเอาไว้เหมือนกัน”
ครองสุขผลักหน้าทัศนีย์เต็มแรง แล้วกลับไปขึ้นรถ ขับออกไป
ทัศนีย์กลัวตื่นตระหนก คิดว่าแม่ต้องทำได้จริงๆ
ทัศนีย์ตัวสั่นไปมา เปิดห้องนอนจะเข้าไป จู่ๆ มือปิ่นอนงค์มาจับแขนไว้ ทัศนีย์สะดุ้ง หันไปเห็นปิ่นอนงค์
“ว่ายังไงคะ คุณนีตามคุณนายไป ได้ข่าวอะไรมาบ้าง”
ทัศนีย์หวาดผวาหลบตาไปมา ท่าทางหวาดกลัว “คุณนี คุณนี เป็นอะไรคะ”
ทัศนีย์สะบัดมือปิ่นอนงค์ ร้องโวยวาย กดดันหนัก
“อย่ามาเซ้าซี้ได้มั้ย ชั้นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”
ทัศนีย์กระแทกประตูปิดดังโครม แล้วเดินหนี
ปิ่นอนงค์ตกใจ งุนงงว่าทัศนีย์เป็นอะไร
ทัศนีย์นั่งเหม่อลอยพิงต้นไม้ ปานเทพคลุมผ้าขาวม้าใส่หมวกมีปีกกว้างแบบคนงานบังหน้า ย่องมาแอบดู แต่ดันโดนรังมดกัด จนสะดุ้งปัดมด ลุกยืนร้องโวยวายออกมา ทัศนีย์หันมาเห็นตกใจตาเหลือก
“นาย นายปาน”
ทัศนีย์ตกใจลนลานลุกวิ่งหนี แหกปากร้อง “ช่วยด้วย”
ปานเทพวิ่งตาม “เฮ้ย อย่าส่งเสียงดัง เดี๋ยวก่อน”
พอวิ่งมาทัน รวบตัวได้ ปานเทพเสียงดุ ทัศนีย์ร้อง ดิ้นพล่าน “หยุดร้อง เงียบ ไม่งั้นฉันจูบจริงๆ ด้วย”
ทัศนีย์หยุดดิ้นอัดอั้นกับเรื่องที่เพิ่งเจอมา จ้องตาปานเทพ แล้วร้องไห้โฮออกมา
ปานเทพตกใจ “เป็นอะไร ฉันแกล้งขู่ ไม่ได้จูบจริงๆ หรอกน่า”
ทัศนีย์ขยุ้มอกเสื้อปานเทพเขย่าๆ “นายอยากจับชั้นเอาไปขังไว้ที่ไหนก็เอาเลย จะเอาชั้นไปฆ่าก็ได้ ชั้นอยากตาย ชั้นไม่อยากอยู่รับรู้เรื่องบ้าๆอะไรอีกแล้วฉันกลัว”
ทัศนีย์ร้องไห้โฮ
ปานเทพอึ้ง สงสารจับใจ ค่อยๆ จับหัวทัศนีย์ดึงมาซบอก ลูบหลังโดยไม่พูดอะไร ทัศนีย์ยิ่งร้องจนตัวโยน แต่ลึกๆ ก็รู้สึกอบอุ่นใจ
จอมเหงื่อโชกเปิดประตูห้องครองสุขเข้ามาหน้าตาตื่น
ครองสุขอยู่ในชุดคลุมไขว่ห้างอยู่บนเตียง มองจอมแล้วยิ้ม
จอมกวาดตามองรอบห้อง “คุณนายเรียกผมมาที่ห้องนอน เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ
ครองสุขเดินไปปิดประตูล็อก “อะไรกัน เธอรับใช้ชั้นมาตั้งนานเรียกมาคุยธุระในห้องนอนไม่เห็นจะแปลก” แล้วขึ้นเตียงไป นั่งพิงหัวเตียงเหยียดขาซ้อนกัน
“ธุระ ธุระอะไรครับ”
จอมหลบตาไม่กล้ามองขาครองสุขที่แพลมชุดคลุมที่แหวกแคบๆ เห็นเนื้อเนียน
“ชั้นจะตั้งเธอเป็นผู้จัดการของไร่ไพศาล คงไม่มีอะไรขัดข้องใช่มั้ย”
จอมอึ้ง ดีใจ นิ่งคิดถึงอนาคตกับปิ่นอนงค์ “เป็นความจริงหรือครับ”
“เธอทำงานดี ก็สมควรที่จะได้เลื่อนตำแหน่ง
จอมก้าวไปหาครองสุขใกล้ๆ เตียงพนมมือไหว้
“ขอบคุณครับ ผมสัญญา ผมจะตั้งใจทำงานรับใช้คุณนายให้ดีที่สุด”
ครองสุขขยับตัว กระชากจอมล้มลงบนเตียง จนจอมกระดุมเสื้อขาด เผยอกแกร่ง
ครองสุขตะแคงตัวเอาแขนกับมือกดอกจอม จอมตกใจ
“แล้วไม่คิดจะตอบแทนอะไรชั้นบ้างเหรอ”
ครองสุขพลิกตัวขึ้นทับตัวจอม ระดมจูบไปมา
“อย่า อย่าครับคุณนาย อย่าๆ...”
จอมปัดป้องไปมา พลิกตัวลุกได้ ถอยไปยืนกลางห้อง สูดลมหายใจ
ครองสุขลุกขึ้น โกรธจัด “ทำไม ชั้นมันน่ารังเกียจตรงไหน จะเล่นตัวไปทำไม”
จอมถอยหลัง “เปล่าครับ ผม...ผมรักปิ่นคนเดียว ผมจะแต่งงานกับปิ่นขอโทษจริงๆ ครับ”
จอมเปิดประตู ออกไป ครองสุขโกรธจิกตามองตาม
จอมก้มหน้าก้มตา เช็ดเหงื่อ ขยับเสื้อ เงยหน้ามาเจอปิ่นอนงค์พอดี
ปิ่นอนงค์ถูพื้นอยู่ ตกใจ ตาโต
“ที่ปิ่นได้ยินคนงานเขาพูดกันว่าจอมกับคุณนาย...นี่มันจริงหรือ”
จอมยิ้มแหยๆ ขยับเข้าหาปิ่น อ้าปากจะอธิบาย แต่โดนปิ่นอนงค์ตบหน้าก่อน จอมหน้าหัน ตกใจที่ถูกปิ่นอนงค์ตบ
“ไม่มีศักดิ์ศรี นี่นะเหรอที่จอมเคยบอกว่าจะสร้างอนาคต เธอสร้างอนาคตด้วยวิธีนี้เหรอ”
จอมมองปิ่นอนงค์อย่างช้ำใจ ส่ายหน้าช้าๆ “เราเชื่อมั่นปิ่นทุกอย่าง ปิ่นบอกเราว่าแต่งงานกับคุณใหญ่เพราะความจำเป็นเราก็เชื่อ ปิ่นบอกไม่รักคุณนะแล้วเราก็เชื่อ แต่ปิ่นไม่เคยเชื่อมั่นในตัวเราเลย”
จอมน้อยใจเดินกระแทกเท้าปึงๆ ออกไป ปิ่นอนงค์มองตามอ้ำอึ้ง สับสน
ครองสุข เปิดประตูออกมา ทำผมกระเซิง แบะๆอกเสื้อคลุม รีบเล่นละคร มองตามจอมไปตาละห้อย
ครองสุขมองปิ่นอนงค์ “จอมเค้าเก่งนะ ลีลาท่าทางดุดันเหมือนตัวเขาเลย”
ปิ่นอนงค์เบือนหน้าหนี “ขอโทษค่ะ ปิ่นขอตัวไปทำงาน” แล้วหิ้วถัง ถือไม้ถูพื้นไปเร็วรี่
ครองสุขมองตามสายตาเคียดแค้นชิงชัง
“นังสาระแน ตานะก็หลงแก ไอ้จอมก็รักแก แกมีอะไรดีกว่าชั้น”
ครองสุขโกรธตาลุกเป็นไฟ
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 18 (ต่อ)
ทรรศนะอยู่ที่ห้องทำงานในรีสอร์ท กำลังกดคีย์โน้ตบุ๊กตรวจสอบบัญชีอยู่ ประไพชี้ให้ดูตรงโน้น ตรงนี้ในสมุดบัญชี ระหว่างนั้นครองสุขเข้าประตูมา ทรรศนะกับประไพชะงักหันไปมอง
“ประไพ ออกไปก่อนชั้นมีเรื่องด่วนจะคุยกับตานะ”
“ค่ะ คุณนาย”
ประไพออกไปปิดประตู ครองสุขนั่ง
ทรรศนะ มองครองสุขอย่างสงสัย “มีเรื่องด่วนอะไรเหรอครับ คุณน้า”
“ที่รีสอร์ตน้าจะให้จอมกับประไพดูแลงานแทนนะ ช่วงนี้นะดูแลบริษัทรับเหมาของเสี่ยตงอย่างเดียวเลย”
“ทำไมล่ะครับ แล้วเสี่ยตงล่ะ”
“มันน่าจะตายไปแล้ว” ครองสุขบอกเสียง
“อะไรนะครับ เสี่ย...”
ครองสุขชี้ทรรศนะ แล้วส่ายนิ้วเป็นเชิงบอกไม่ต้องซัก
“ไม่ต้องถามให้มากเรื่อง รีบไปเปิดบัญชีธนาคาร แล้วใช้ตำแหน่งผู้จัดการบริษัทรับเหมาที่เสี่ยมันตั้งให้นะ ยักย้ายถ่ายเทเงินของบริษัทมาเข้าบัญชีใหม่ให้มากที่สุด แล้วเบิกเอามาซื้อทองแท่งในตลาดมาเก็บเอาไว้ที่เรา”
ทรรศนะอึ้ง หน้าเครียด “ทำอย่างนั้นมันผิดกฎหมายนะครับ”
ครองสุขตบโต๊ะ “อย่าโง่ไปหน่อยเลย ไอ้บริษัทรับเหมาเสี่ยมันเปิดเอาไว้ฟอกเงินที่โกงจากบ่อนมาได้ ถือว่าเราแบ่งเอามาใช้ ไม่มีใครรู้หรอก”
ทรรศนะไม่พอใจ “ผมไม่อยากได้เงินชั่วๆ พวกนี้ คุณน้าอย่าบังคับให้ผมทำเลยครับ”
ครองสุขยื่นหน้าค่อยๆ ลุกขู่อยู่ในที “ก็ไหนบอกว่า นะจะยอมทำทุกอย่าง ถ้าน้ายอมให้นังปิ่นมัน” ค่อยๆ ชะโงกหน้าเข้าหานะ “อยู่ที่นี่ไงละ”
ทรรศนะอ้ำอึ้งหลบตา
ทรรศนะหน้าเครียดรื้อค้นลิ้นชัก ตู้โต๊ะข้างเตียงกระจัดกระจาย ปิ่นอนงค์เปิดประตูห้องถือไม้กวาดเข้ามา ต่างชะงัก มองสบตากัน
“คุณนะ หาอะไรเหรอคะ”
“บัตรประชาชน อรเค้าเป็นคนเก็บพวกเอกสาร แต่เวลาถามหาอะไรก็บอกไม่รู้ๆ”
ปิ่นอนงค์เข้าไปนั่งข้างๆ มองเห็นกล่องใส่เครื่องสำอางของอร ถูกวางทับด้วยซองจดหมาย เอกสารต่างๆ ปิ่นอนงค์หยิบกล่องมาเปิด เห็นรูปทรรศนะ อรสอางค์ และพาสปอร์ต เก็บไว้แทนเครื่องสำอาง ปิ่นอนงค์คลี่ดู ดีใจหยิบบัตรประชาชนยื่นให้ทรรศนะ
“เจอแล้วค่ะ อยู่นี่เอง”
ทรรศนะรับบัตรประชาชนไป มองจ้องหน้าปิ่นอนงค์ แล้วจับไหล่ประคองมานั่งลงบนเตียง ปิ่นอนงค์หน้าเสียอ้ำอึ้ง ทรรศนะคุกเข่าลงตรงหน้า มองปิ่นอนงค์อย่างหลงใหล
“ผู้ชายเค้าอยากได้ผู้หญิงอย่างปิ่นนี่แหละมาเป็นคู่ชีวิต ใจเย็นละเอียดลออไม่ขี้บ่นจุกจิก ไม่รู้เวรกรรมอะไรมาบังตาพี่”
“ห้ามพูดอย่างนี้อีกนะคะ แม้แต่คิด” ปิ่นอนงค์บอก
อรสอางค์เข้าห้องมา หยุดกึก จ้องปิ่นอนงค์ตาวาว ปิ่นอนงค์รีบลุก
“นั่นแกขึ้นไปทำอะไรบนเตียงชั้น ปิ่นอนงค์”
ทรรศนะลุกยื่นบัตรประชาชนโชว์ ผายมือให้อรสอางค์เห็นข้าวของที่กระจายบนพื้น
“ปิ่น เค้ามาช่วยผมหาบัตรประชาชน นี่ไงเจอแล้ว"
“ทำไมต้องให้มันช่วย ไม่มีเหตุผล” อรสอางค์ขึ้นเสียง
ทรรศนะโกรธขึ้นเสียงบ้าง “แล้วคุณช่วยได้เหรอ ถามหาอะไรก็บอกไม่รู้ๆ ให้มารื้อค้นเอาเอง เอาสิ ผมหาเจอแล้ว คุณมาเก็บของพวกนี้เข้าที่เอาเอง”
“ใจเย็นๆค่ะ ค่อยๆคุยกัน เดี๋ยวปิ่นเก็บของให้เอง ปิ่นต้องทำความสะอาดห้องนี้อยู่แล้ว” ปิ่นอนงค์ปราม
“ไม่ต้องมาสะเออะนังตัวดี คอยเข้ามาแทรกเป็นมือที่สามให้ผัวเมียเค้าทะเลาะกันตลอดจะไปไหนก็ไสหัวไป”
ปิ่นอนงค์เม้มปาก เดินเลี่ยงออกไป ทรรศนะมองตาม หันมาทำหน้าเบื่อใส่อรสอางค์
ปิ่นหน้าเครียดเดินเข้าครัวมา ยกแขนปาดเหงื่อที่หน้าผาก เปิดตู้เย็นรินน้ำดื่ม น้อยถือตะกร้าใส่ผักเข้ามาหน้าเครียด พุ่งไปชะโงกดูตามประตู หน้าต่าง
“มีอะไรเหรอน้อย”
น้อยเข้ามาเหลียวล่อกแล่ก “ค.ญ.ฝ.จ.ม.ห.พ.”
“อะไรน้อย พูดมาเถอะ แถวนี้ไม่มีใครหรอก”
น้อยล้วงตะกร้าส่งจดหมายให้ “คุณใหญ่ฝากจดหมายมาให้พี่”
ปิ่นอนงค์เปิดอ่านอย่างรวดเร็ว ราว 7 วิ รีบเก็บจดหมายใส่กระเป๋ากางเกง
ปิ่นอนงค์จะไป น้อยจับมือเอาไว้ “พวกลูกน้องเสี่ยตง มันเฝ้าประตูทางออกไร่ทุกด้าน ใครเข้าออกมันซักซะถี่ยิบ ระวังถูกสะกดรอยตามนะพี่”
ปิ่นอนงค์พยักหน้ารับรู้แล้วรีบไป
ขณะที่ทรรศนะถือกุญแจรถเดินตรงเข้ามาที่รถ อรสอางค์กับจิ๋ว ตามเข้ามา
“นะไปไหนอรไปด้วย อรไม่ไว้ใจ นะอาจนัดนังปิ่นไว้ที่โรงแรมม่านรูด”
ทรรศนะชี้หน้าด่า “ขืนคุณยังดื้อด้าน ทำตัวปัญญาอ่อนอย่างนี้ ผมจะย้ายห้องนอน”
จิ๋วรีบดึงแขนอรสอางค์พลางส่ายหน้า อรสอางค์จ้องหน้าเห็นทรรศนะจ้องกลับดูเอาจริงมากก็เลยหงอ
ทรรศนะขับรถมาตามทาง เห็นปิ่นอนงค์ถลาออกมาโบกมือยืนขวางถนน ทรรศนะหยุดรถ เปิดกระจกถาม
“มีอะไรเหรอปิ่น”
ปิ่นอนงค์ยืนหอบด้วยความเหนื่อย “ปิ่นนัดจินตนาเอาไว้ที่ปศุสัตว์ เผอิญรถไม่ว่างสักคัน ขอติดรถไปด้วยได้มั้ยคะ”
“ไปสิ พี่ไปส่งปิ่นก่อน แล้วค่อยแวะไปธนาคารก็ได้”
ทรรศนะรีบกุลีกุจอไปเปิดประตูรถให้ แต่แอบระแวงกลัวอรสอางค์มาเห็น จากนั้นทรรศนะขับรถออกไป
ทรรศนะขับรถมาจอดหน้าสำนักปศุกสัตว์ ปิ่นอนงค์ลงจากรถ ไหว้ขอบคุณ “ขอบคุณค่ะ คุณนะ”
ทรรศนะดูนาฬิกาข้อมือ “เดี๋ยวพี่มารับตามเวลาที่นัดนะปิ่น”
ปิ่นอนงค์พยักหน้ายิ้มให้ เดินเข้าที่ทำการ ทรรศนะขับรถออกไปแล้ว
ปิ่นอนงค์เดินฉับๆ แล้วหยุดกึก หันกลับมา วิ่งไปโบกรถสองแถวที่ถนน ขึ้นรถสองแถวไป
ที่เซฟท์เฮาส์ ปิ่นอนงค์ยืนอยู่กับใหญ่ที่หน้าประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ ปิ่นอนงค์มองเข้าไป
เห็นเสี่ยตงนอนบนเตียง พยายามจะพูดให้ได้ แต่ฟังคำพูดไม่ชัด เพราะเริ่มจะเป็นอัมพาต พอยกมือ มือตกบนเตียง
“หมอมาตรวจดูคร่าวๆ แล้ว เสี่ยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน”
ขณะฟังใหญ่ ปิ่นอนงค์เพ่งพินิจจ้องมองเสี่ยตงเขม็ง บ่นพึมพำ
“คลับคล้าย คลับคลา คล้ายมากเลยค่ะ”
ใหญ่ชะงักมองปิ่นอนงค์งงๆ “คล้ายอะไร คล้ายใคร”
“อาการเสี่ย คล้ายคุณลุงไพศาลตอนป่วยเลยค่ะ”
ปานเทพเดินเข้ามา “หรือว่าจะโดนวางยาพิษเหมือนกัน”
ใหญ่หันไปทางปานเทพเอ่ยขึ้น “แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเสี่ยโดนวางยาพิษเหมือนพ่อชั้น ขืนพาไปโรงพยาบาล นังครองสุขตามมาเก็บอีกแน่”
ปิ่นอนงค์นึกได้ “คุณป้าพยาบาลไงคะ ลองให้คุณป้าพยาบาลที่เคยดูแลคุณลุงไพศาล ช่วยตรวจสอบประวัติการรักษาคุณลุงไพศาลดู”
ปานเทพเห็นด้วย “เข้าท่าดีเหมือนกัน หลักฐานทางการแพทย์มีน้ำหนักไม่น้อยเวลาต่อสู้กันในศาล”
สามคนจ้องหน้า สบตากันไปมา
ใหญ่ และปิ่นอนงค์ นั่งคุยกันบนโซฟารับแขกตัวยาวตัวเดียวกัน
“ปิ่นต้องระวังตัวเพิ่มขึ้นนะ นายปานเล่าให้ฟังว่า เจอยัยนีแล้วเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” ใหญ่ปรารภ
“ใช่ค่ะ คุณนีมีอาการแปลกๆไป เหมือนหวาดกลัวอะไรอยู่ ปิ่นเลยไม่กล้าเล่าเรื่องพินัยกรรมให้รู้”
“ดีแล้ว เรื่องสำคัญอย่างนี้อย่าเพิ่งพูดไปดีกว่า”
ใหญ่เอนตัวลงนอนหนุนตัก ปิ่นอนงค์งง “เป็นอะไรคะ”
ใหญ่อ้อล้อมียรัก “เปล่า อยากนอนหนุนตักเฉยๆ”
ปิ่นอนงค์ตาโต รีบลุก จับใหญ่นั่ง “ต้องรีบกลับแล้วค่ะ เดี๋ยวพวกลูกน้องเสี่ยจะสงสัยปิ่น”
ใหญ่แปลกใจขึ้นมา “แล้วออกมาได้ยังไง”
“มากับคุณนะค่ะ”
ปิ่นอนงค์จะไป ใหญ่หึงจับข้อมือเอาไว้ “ทำไมต้องมากับมัน”
ปิ่นอนงค์ยิ้มแหยๆ พูดเสียงอ่อยกลัวโดนดุ “ก็มันจำเป็นนี่คะ”
ใหญ่หน้าง้ำดึงปิ่นอนงค์ออกจากบ้านเช่าเซฟท์เฮ้าส์ไป
“อุ๊ย คุณใหญ่ จะดึงปิ่นไปไหน ปิ่นต้องรีบกลับ”
จินตนาอยู่ที่บ้านพักไม่ได้ไปทำงาน นั่งนึกเสียใจเรื่องปิ่นอนงค์ เอาคางเกยแขนมองกรอบรูปปิ่นอนงค์ที่ถ่ายคู่กันอยู่ที่ระเบียงบ้าน จินตนายิ้มเศร้าๆ คิดถึงปิ่นอนงค์เหลือเกิน
จอมเดินนิ่งๆ เข้ามา จินตนาเงยหน้าไปมองตาขวาง “กลับไปซะ ชั้นไม่อยากเห็นหน้านาย”
จอมเดินดุ่มขึ้นมานั่งด้วย ตีหน้าตาย “คุณจิน ฟังเราให้ดี ฟังให้ชัดๆ ปิ่นยังไม่ตาย ตอนนี้อยู่ที่ไร่”
จินตนาดีใจ ตาโต อ้าปากค้าง “เป็นไปได้ยังไง ก็ปิ่นตกเหวตายไปแล้ว”
“ปิ่นรอดมาได้ พี่หวานกับน้อยเป็นคนช่วย”
“แล้วทำไมเพิ่งมาบอกเรา ทำไมปิ่นไม่ติดต่อมา”
“ปิ่นคงอยากมาหาคุณจินด้วยตัวเองมั้ง คงกลัวคุณจินช็อก”
จินตนาทำขรึมใส่ “แล้ว...นายมาหาเราทำไม”
จอมมองเหม่อ “คุณจินเป็นผู้หญิง คงเข้าใจผู้หญิงด้วยกันได้ดีกว่าเรา ถามอะไรหน่อยสิ ถ้าผู้หญิงคิดว่าเราไปนอนกับผู้หญิงอีกคน แล้วตบหน้าเรา แสดงว่าเค้าหึงรึเปล่า”
จินตนางงๆ เหลือบตามองจอม “คงอย่างนั้นมั้ง”
จอมยิ้มแป้นดีใจ จับมือจินตนาเขย่า “ขอบใจมาก เรากลับแล้วนะ อยากเห็นหน้าปิ่น”
จากนั้นจอมรีบเดินกลับไปทันที
จินตนามองตามงงๆ บ่นงึมงำ “อะไรวะ อยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไปซะอย่างนั้น”
ที่แท้ใหญ่ขับรถพาปิ่อนงค์มาจอดรอแถวๆ ปศุสัตว์ ปิ่นอนงค์ชะเง้อชะแง้มองหา กลัวทรรศนะมาเห็น จังหวะที่ปิ่นอนงค์จะลงรถ ใหญ่ดึงตัวเข้ามาจูบแก้มซ้ายจูบแก้มขวา
“พอแล้วค่ะ เดี๋ยวใครเห็นเอา”
“ใครที่ว่าน่ะใคร หวานใจวัยเรียนของเธอหรือ” ใหญ่ประชด หึงเห็นๆ
“ปิ่นมาทำงานนะคะ ไม่ได้มาเที่ยวจี๋จ๋ากับเขาสักหน่อย”
“ไม่รู้ล่ะ ห้ามนายนะจับมือถือแขนเด็ดขาด ถ้าฉันรู้ ฉันจะทำโทษเธอ”
ปิ่นอนงค์รีบผลัก แกล้งใหญ่คืนบ้าง “กลัวจัง”
แล้วหนีลงรถไป ใหญ่มองไปทางรถทรรศนะ หวงและห่วงปิ่นอนงค์มากมาย
ทรรศนะยืนพิงรถอยู่หน้าปศุสัตว์รอปิ่นอนงค์ จินตนาขับรถเข้ามาจอด ลงจากรถ ทรรศนะเห็นจึงเดินเข้าไปหาจินตนางงๆ
“ปิ่นล่ะครับ เห็นบอกว่านัดกับคุณเอาไว้”
จินตนางงๆ กำลังอ้าปากพูด “นัดกับฉัน...”
ปิ่นอนงค์วิ่งเข้ามาสวมกอดจินตนาด้วยความคิดถึง
จินตนากอดตอบ พลางจับหน้า จับตัวปิ่นอนงค์ด้วยความตื่นเต้น
“เฮ้ย ปิ่นหรือ ปิ่นจริงๆ อ่ะ ไอ้บ้า” ตีปิ่นอนงค์งอนๆ “ไอ้เพื่อนทุเรศ เราคิดถึงปิ่นมากเลยรู้มั้ย”
จินตนาตื้นตันจนน้ำตาไหลด้วยความดีใจ “ปิ่นก็คิดถึงจิน อยากจะมาหาตั้งนานแล้ว แต่มันมีเรื่องจำเป็นหลายอย่าง
ปิ่นอนงค์มองทรรศนะ ที่จ้องจับสังเกตอยู่ ปิ่นอนงค์จึงไม่กล้าเล่า จำใจโกหกเพื่อนรักไปก่อน
“นี่ปิ่นก็มารอจินตั้งนาน ไม่เห็นมาสักที ปิ่นหิวเลยออกไปหาอะไรกินในตลาดน่ะ”
สองสาวกอดกันด้วยความรักใคร่ ทรรศนะมองยิ้มๆ
น้อยหั่นผักอยู่ในครัว อรสอางค์เดินเข้ามาหน้าบึ้ง “นี่เธอ ปิ่นอนงค์อยู่ไหน”
น้อยแกล้งหันซ้ายหันขวา “ถามใครคะ”
อรสอางค์ตวาด “ก็ถามแกนั่นแหละ ตรงนี้ยังมีใครอีกหรือ”
“ก็หนูมันการศึกษาน้อย คุณอรเรียก นี่ๆๆ ใครจะไปคิดว่าเรียกหนูละคะ” น้อยประชด
อรสอางค์พยายามอดกลั้น “พอๆ ตอบมาแค่เห็นนังปิ่นหรือเปล่า”
“ไปธุระส่วนตัวข้างนอกค่ะ”
อรสอางค์ปรี๊ดคิดว่าต้องไปเจอกับทรรศนะแน่ รีบกดโทรศัพท์หาทรรศนะง่วน แต่ทรรศนะปิดเครื่อง อรสอางค์ประสาทกิน
“นะปิดเครื่อง นะกับนังปิ่นมันต้องทำอะไรกันอยู่แน่ๆ”
น้อยเห็นอาการอรสอางค์ยิ่งเป็นห่วงปิ่นอนงค์
ที่หน้าเรือนคนงาน หวานกับน้อย พร้อมคนงาน ยืนลุ้น หวานกระซิบน้อย
“ปิ่นไปข้างนอกยังไงรู้หรือเปล่า”
“ไม่รู้ คงไม่ได้ไปกับคุณนะหรอก ยัยไฮโซเนี่ยประสาทไปเอง”
น้อยกับหวานมองไปทางอรสอางค์ ที่ยืนกอดอกอยู่อีกมุม จิ๋วเลิ่กลั่กไปมา จอมเดินงงๆ ถือช่อดอกไม้เข้ามาหาหวานกับน้อย
“มีอะไรกัน ปิ่นอยู่แถวนี้รึเปล่า”
อรสอางค์หันมาหาจอม “คอยดูเอาเองก็แล้วกัน ว่านังปิ่นมันร้ายขนาดไหน บริหารเสน่ห์กับผู้ชายไม่เลือก ขอให้เป็นตัวผู้เถอะ ได้ทุกคน”
จอมไม่พอใจอรสอางค์ “คุณอรปากแบบนี้นี่เอง คุณนะถึงเอาแต่เมาเหล้า”
อรสอางค์แถไปหาจอมอย่างเอาเรื่อง จิ๋วดึงไว้ จังหวะนั้นเสียงรถขับเข้ามา อรสอางค์หันขวับไปมอง
ทรรศนะขับรถเข้ามาจอด ปิ่นอนงค์ ทรรศนะ ลงมางงๆ มองหมู่มวลไปมา อรสอางค์ปรี่เข้าหาปิ่นอนงค์ ชี้หน้าเอาเรื่อง
“แกนังปิ่น ทำปากว่าตาขยิบ บอกว่าไม่มีอะไร ไม่คิดอะไรแต่แอบไปโรงแรมนอนกับผัวชาวบ้าน”
“อะไรนะคะ”
“อู๊ย...อีนางเอกหน้าซื่อ ขอซักทีเถอะ”
อรสอางค์เงื้อมือหมายจะตบปิ่นอนงค์ จอมเข้ามาคว้ามือก่อนโดน หมู่มวลกรี๊ด
ทรรศนะดึงอรสอางค์ออกไป อรสอางค์กระหน่ำตีทรรศนะ ทั้งหยิกทั้งข่วน
“คุณนะ คนหลอกลวง โกหกอร โกหกมาตลอด รักมันมากใช่มั้ย คนใจง่าย ใจร้าย”
ครองสุขเดินเข้ามางงๆ สมุนตามประกบ
ครองสุขเข้ามากระชากอรสอางค์กระเด็นไป
ครองสุขชี้หน้าอรสอางค์ “แกกล้าดียังไงมาทำกับตานะอย่างนี้ ชั้นเลี้ยงดูของชั้นมา ซักแปะก็ไม่เคยตี แกเป็นแค่เมียมาถือสิทธิ์อะไร”
จอมประคองปิ่นอนงค์จะไป ครองสุขมองกราดชี้ไปที่ปิ่นอนงค์
“แกอีกคนนังปิ่น นังจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ชั้นสั่งแกแล้วใช่มั้ย อยู่ที่นี่อย่าก่อเรื่องอะไรอีก ลากตัวมันไป อยากทำอะไรก็เอาเลย”
ครองสุขสั่งกร้าว สมุนตรงเข้าหาปิ่นอนงค์ จอมเข้าขวางกำหมัด จังหวะนั้นทรรศนะพุ่งเข้าหาสมุนข้างหลัง ชักปืนสมุนออกมาขึ้นลำทันที
อรสอางค์มองตาค้าง ครองสุขโผเข้าไป “ใครทำร้ายปิ่นแม้แต่รอยข่วน ผมจะยิงตัวตายเดี๋ยวนี้”
ครองสุขยื่นมือขอปืนอ้อนวอน ทรรศนะชูปืนระดับหัวตัวเอง
ทุกคนชะงักตาค้าง “อย่าตานะ อย่านะลูก ขอปืนให้น้า น้าไม่ทำแล้ว ไม่มีใครทำแล้ว ไม่มีใครทำอะไรปิ่นอนงค์แล้ว ใจเย็นๆ ส่งปืนมา”
อรสอางค์แค้นทรรศนะมากที่ปกป้องปิ่นอนงค์ แค้นจนทนไม่ไหวร้องกรี๊ดเป็นลมไป จิ๋วรีบเข้าประคองเอาไว้
“คุณหนู”
ทรรศนะลดปืนลงมองอรสอางค์ ปิ่นอนงค์ตกใจไปด้วย มองอรสอางค์อย่างเห็นใจ
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 18 (ต่อ)
ปิ่นอนงค์มานั่งเครียดอยู่ใต้ต้นไม้ จอมเดินเข้ามา ปิ่นอนงค์เงยหน้ามอง จอมดึงมือปิ่นอนงค์ไปกุมบอกด้วยสีหน้าจริงจัง
“เราไปให้พ้นๆจากไอ้ไร่บ้าๆนี่เถอะ”
ปิ่นอนงค์ลุกยืน ค่อยๆ ดึงมือจากจอม
“ปิ่นไปไม่ได้”
“เพราะอะไรล่ะปิ่น ยัยผู้ดีนั่นตามข่มเหงปิ่นสารพัด ปิ่นจะอยู่ให้โดนเหยียบย่ำไปถึงไหน”
ปิ่นอนงค์อึกอัก ไม่กล้าเล่าความจริง “คือ....”
จอมสวนคำออกมา “หรือปิ่นยังสงสัยเรื่องเรากับคุณนาย เราสาบานได้นะว่าไม่มีอะไรกับคุณนายจริงๆ วันนั้นที่ปิ่นเห็น คุณนายเรียกเราเข้าไปหา คือคุณนายเขาพยายามที่จะ.... แต่เราก็ไม่เล่นด้วย”
“แต่จอมก็ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการที่คุณนายประเคนให้ไม่ใช่หรือ คุณนายคงไม่ให้จอมฟรีๆ หรอก”
“ปิ่นไม่คิดว่าเป็นเพราะความสามารถของเราหรือ”
“ปิ่นไม่ได้คิดอย่างนั้น”
จอมเสียงดังใส่ “ปิ่นคิด ปิ่นคิดว่าเราโง่ เราไม่เอาไหน” จอมทำท่าฮึดฮัด “เราจะพิสูจน์ให้ปิ่นเห็น เราจะต้องเก่งกว่าไอ้ใหญ่ เหนือกว่าไอ้ทรรศนะ”
จอมเดินน้อยใจไป ปิ่นอนงค์ถอนหายใจ อย่างเหนื่อยหน่าย
ปิ่นอนงค์เดินกลับเข้ามาที่เรือนใหญ่ ยินเสียงจิ๋วเรียก “หนูปิ่น”
ปิ่นอนงค์หันกลับไปเห็นจิ๋วยืนอยู่ จึงรีบเดินไปหาจิ๋ว “คุณอรเป็นยังไงบ้างพี่จิ๋ว”
จิ๋วรีบจับมือปิ่นเขย่า “พี่จิ๋วขอร้องนะคะ อย่าทำให้คุณหนูของพี่จิ๋วต้องทุกข์ใจไปกว่านี้เลย จะให้พี่จิ๋วกราบพี่จิ๋วก็ยอม”
“พี่จิ๋วก็คิดว่าปิ่นชอบคุณนะหรือคะ”
“ตอนแรกก็ไม่คิดค่ะ แต่สิ่งที่พี่จิ๋วเห็นตลอด คือหนูปิ่นคอยเข้าหาคุณนะทุกครั้งที่มีโอกาส ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอกนะคะ”
“แต่ปิ่นไม่...”
“ถ้าไม่ แล้ววันนี้ไปกับคุณนะทำไมละคะ รู้ทั้งรู้ว่าคุณหนูเธอจ้องอยู่ เธอรักของเธอมาก”
ปิ่นอนงค์จับมือจิ๋วตบหลังมือเบาๆ “ปิ่นไม่รู้จะพูดยังไง ที่ปิ่นต้องไปกับคุณนะ เพราะปิ่นมีความจำเป็น”
จิ๋วพูดอย่างพาลๆ “จำเป็นแย่งสามีชาวบ้านนะหรือคะ พี่จิ๋วดูคนผิดไป ไว้ใจคนง่ายไป”
จิ๋วดึงมือออก เดินหนีไป ปิ่นอนงค์ยืนนิ่ง
คืนนั้นพอปิ่นอนงค์เปิดประตูเข้ามา เจอใหญ่รออยู่ ปิ่นอนงค์รีบปิดประตู
“คุณใหญ่มาทำไมบ่อยๆคะ เข้าๆออกๆทุกวันอย่างนี้ ระวังจะเกิดเรื่อง”
“ได้ข่าวว่านังปีศาจครองสุขมันจะเล่นงานปิ่นอีกแล้วหรือ”
ปิ่นอนงค์โมโห “พี่หวานนี่จริงๆ เลย ขอแล้วว่าอย่าบอก”
“คืนนี้ฉันจะนอนเฝ้าเธอเอง เกิดมันเปลี่ยนใจส่งคนมาทำร้าย จะได้ช่วยกันทัน”
“คุณนายไม่ทำหรอกค่ะ เพราะคุณนะต้องไม่ยอมอยู่แล้ว”
พอได้ยินดังนั้นใหญ่รู้สึกหึง “อ๋อ มีอดีตหวานใจคอยคุ้มครองว่างั้นเหอะเลยไล่ให้ฉันกลับได้กลับดี ไม่น่ามาแส่เล้ย ฉันไปก็ได้”
ใหญ่แกล้งเดินไปที่หน้าต่าง “ปีนลงไปดีๆ นะคะ ระวังตก”
ใหญ่หันกลับมา ทิ้งตัวลงนอน “ฉันเปลี่ยนใจล่ะ ที่นี่มีหมอนข้างให้นอนก่ายทั้งคืน เรื่องไรจะกลับให้โง่”
ปิ่นอนงค์เข้าไปดึงใหญ่ “นอนไม่ได้นะคะคุณใหญ่ เชื่อปิ่นสิคะ ถ้าโดนจับได้ ไอ้ที่เราลงทุนลงแรงไปก็เปล่าประโยชน์ ลุกสิคะ”
ใหญ่งอแงทำตัวหนักไม่ยอมลุก “วันนี้ฉันทำงานหนักมาก ไม่มีแรงจะปีนหน้าต่าง เกิดตกลงไปขาแข้งหัก กลายเป็นอัมพาต ใครจะเลี้ยงฉัน
ใหญ่หลับตาปี๋ ปิ่นอนงค์ดึงให้ลุก “อย่าโยกโย้ ปิ่นรู้ว่าคุณใหญ่แกล้ง ปิ่นรู้ทัน รู้ทุกมุก ไม่ต้องมาหลอกปิ่นเลย” ปิ่นอนงค์พูดเสียงดุ “ลุกเดี๋ยวนี้”
ใหญ่ลืมตาลุกนั่งตวาดใส่ “อย่ามาขึ้นเสียงใส่ฉัน ฉันไม่ชอบให้เมียมาข่ม”
ปิ่นอนงค์สะดุ้งตกใจ รีบถอยหลังลงจากเตียง ใหญ่หันมาชี้หน้า “แล้วอย่าเรียกอีกนะ คนกำลังง่วง มีน้ำโหได้ง่ายๆ”
ใหญ่ล้มตัวลงนอนอีก หันหลังให้ปิ่นอนงค์ แอบยิ้มย่องที่แกล้งดุปิ่นอนงค์ได้สำเร็จ
ปิ่นอนงค์ยืนกลัว น้อยใจ เดินไปนั่งขอบเตียง หันหลังให้ใหญ่ น้ำตาคลอ
ใหญ่หันมาลืมตามองปิ่นอนงค์ แล้วคลานเข้าไปกอด
“ไหนว่ารู้ทัน รู้ทุกมุกของฉันไง โดนแค่นี้ร้องไห้ขี้มูกโป่งซะแล้ว”
ปิ่นอนงค์อายหันกลับมา ตีอกใหญ่รัวๆ “คุณใหญ่ ทำไมชอบแกล้งปิ่นนักนะ”
ใหญ่สวมกอดปิ่นอนงค์แน่น “ก็คนเขาหวง เอ๊ย เขาห่วง อุตส่าห์มา ก็ยังมาไล่อีก”
ใหญ่ดึงปิ่นอนงค์ลงนอน กอดเป็นหมอนข้าง เหมือนที่นอนด้วยกันครั้งแรก หลับตายิ้ม
ปานเทพอยู่เรือนคนงานที่ฟาร์มแพะ เดินเข้ามาส่งเสียงโวยวาย “ไอ้คุณใหญ่มันเอาอีกแล้ว หาเรื่องอีกแล้ว”
“คุณใหญ่ไปทำอะไรหรือครับ” ถวิลสงสัย
“ไปหาปิ่นอนงค์ เวลาผมห้ามมัน มันก็รับปากดิบดีว่าไม่ไปเพราะสถานการณ์มันหนาสิ่วหน้าขวาน แต่พอเผลอมันก็หายวับไปทุกที”
“ขอร้องคุณใหญ่ดีๆ น่าจะฟังนะครับ”
“โอ๊ย แทบจะกราบเท้ามันอยู่แล้ว มันยังไม่ฟังเลย จะฟ้องพ่อให้จัดการ ก็ฟ้องไม่ได้”
ถวิลก็ห่วงไปด้วย หยิบปืนเหน็บเอว “ผมไปตามดีกว่า”
ปานเทพดึงแขนรั้งไว้ “ไม่ได้นะครับนายหวิน ยิ่งไปกันหลายคน จะยิ่งโดนจับได้”
“แล้วจะทำยังไงละครับ”
ปานเทพบอกอย่างอิดหนาระอาใจ “มีทางเดียว ช่วยกันสวดมนต์ภาวนา”
ใหญ่นอนกอดปิ่นอนงค์อยู่ทั้งคืนจนรุ่งเช้า เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ปิ่นอนงค์รีบลุกไปปิด พลางเขย่าแขนปลุกใหญ่
“คุณใหญ่คะ ตีห้าแล้ว” ใหญ่ปรือตามอง “รีบกลับไปก่อนฟ้าสว่าง คนจะได้ไม่เห็น”
ใหญ่งอแง “นอนอีกหน่อยไม่ได้หรือ ยังนอนไม่อิ่มเลย”
“ไม่ได้ค่ะ คราวนี้ปิ่นโกรธจริงๆ”
ใหญ่ยอมลุก เดินไปหยิบผ้าขาวม้ามาคลุมหัวบังหน้า
“คืนนี้อย่ามาอีกนะคะ”
ใหญ่ตีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ เปิดหน้าต่าง ปิ่นอนงค์ดึงไว้
“รับปากก่อนค่ะ”
ใหญ่ยิ้มเจ้าเล่ห์ “จ้ะ...แม่”
ใหญ่จุ๊บแก้มปิ่น แล้วปีนออกไป ปิ่นอนงค์คอยก้มมอง ลุ้นให้ใหญ่ปลอดภัย
ใหญ่ถึงที่พื้นโบกมือให้ แล้ววิ่งหายไปในความมืด ปิ่นอนงค์โล่งใจ
ขณะนั้นจอมเพิ่งตื่นนอน เปิดหน้าต่างออกมา ใหญ่ซึ่งกำลังย่องๆ ผ่านมารีบหลบแนบตัวผนังบ้านด้านล่างเกือบไม่ทัน ใหญ่เงยหน้าขึ้นไปอีกครั้ง จอมกวาดตามองๆ ลุ้นว่าจอมจะเห็นมั้ย แต่จอมไม่เห็นผละจากหน้าต่างไป
ใหญ่โล่งใจรีบหลบไปตามเงามืด
ที่กองฟางวางเรียงซ้อนกันเป็นแนวสูง มีช่องว่างเล็กๆ ที่พอมองเห็นหน้าคนได้บางส่วน ใหญ่วิ่งมายืนหลบ เพื่อดูว่ามีคนหรือเปล่า อีกด้านของกองฟางไอ้เพียว คนงานไร่ไพศาลกำลังยืนยิงกระต่ายอยู่
ใหญ่ได้ยินเสียงฮัมเพลง หันมามองตรงช่องว่าง
ไอ้เพียวก็หันมามองตรงช่องว่างพอดีเหมือนกัน จ๊ะเอ๋กัน มีแสงขาวควันโขมงลอยอยู่ตรงหน้าใหญ่บรรยากาศเหมือนผีเด๊ะ ไอ้เพียวสะดุ้งโหยง ร้องลั่น ใหญ่ตะลึงหลบไม่ทัน
ไอ้เพียวปากคอสั่น ก้าวเท้าไม่ออก ยกมือไหว้หลับหูหลับตาพูดติดๆ ขัดๆ
“สวัสดีครับคุณใหญ่ วันนี้ผมไม่ว่างจริงๆ คุณใหญ่เชิญตามสบายนะครับ ผมขอไปเข้าส้วมก่อน เหอๆ อย่าตามมานะครับ ผมลาขาดละครับ”
ไอ้เพียววิ่งหนีผ้าขาวม้าแทบหลุดจากเอว แหกปากร้องตะโกน “ช่วยด้วย คุณใหญ่มาหาโว้ย”
ไฟตามบ้านพัก ค่อยเปิดสว่างไล่กัน ใหญ่ต้องรีบหนีอย่างด่วน
ครองสุขเดินมาตรวจงานที่คอกวัว ส่งสายตาให้จอม
“งานมีปัญหาอะไรมั้ยจอม”
จอมซ่อนหน้าหลบตา “ช่วงนี้วัวให้น้ำนมน้อย น่าจะเป็นที่เราให้อาหารไม่ถึงคงต้องสั่งอาหารเพิ่มขึ้น ลำพังแค่ให้หญ้าอย่างเดียวคงไม่พอ”
ครองสุขรีบบอก “ไม่ต้องหรอก สิ้นเปลือง กินหญ้าไปนั่นแหละพอแล้ว รอให้ศาลสั่งให้ฉันเป็นผู้รับมรดกทั้งหมดเสียก่อน ฉันจะขายไอ้วัวบ้าพวกนี้ไปให้หมด”
ครองสุขมองคอกวัวไม่มีคนงานเลย “อ้าว ทำไมไม่เห็นคนงานสักคน ไม่ทำงานกันหรือไง”
จอมมองหาคนงาน
ตรงลานกว้างภายในไร่เวลานั้น พวกคนงานหลายคน และป้าคนงานที่เคยเจอผีใหญ่ จิ๋ว น้อย และหวาน รุมฟังไอ้เพียวที่เจอใหญ่เมื่อคืน แต่ไอ้เพียวเล่าเวอร์ “ข้าสาบานได้ ว่าเป็นคุณใหญ่จริงๆ แกลอยมาอยู่ตรงหน้าขาก็ไม่ติดพื้น”
ทุกคนเบียดกันกลัวส่งเสียงฮือ “เฮอ”
ไอ้เพียวเล่าต่อ “หน้าตางี้เละ ขนาดข้าสวดคาถาชุมนุมเทวดา แกยังไม่ไปเลย”
ทุกคน “เฮอ” อีก
น้อยมองหน้าหวานพยักหน้าให้กัน “น้อยก็เคยเห็นคุณใหญ่ห้อยหัวลงมาจากขื่อ ตางี้แดงแจ๋”
“ฉันเจอหนักกว่า ยื่นมือยาวจะมาบีบคอเลยแหละ” หวานตามน้ำ
จิ๋วงง “เฮ้ย นั่นมันผีแม่นากแล้ว เจอผิดตัวหรือเปล่า”
“ผีคุณใหญ่จริงๆ ใช่แน่ๆ เพราะแกชอบตวาดเสียงดังว่า ถ้าไม่ทำตามที่ฉันสั่ง จะฆ่าหมกป่าให้หมด” น้อยบอก
ทุกคนร้องเซ็งแซ่ “เอ้อ ใช่แน่ๆ”
มีถังใส่น้ำถูกปามาตรงกลางวง ทุกคนผวาเข้ากอดกัน ร้องลั่น
“เฮอ ผีคุณใหญ่มา”
ครองสุขเดินเข้ามาพร้อมจอม “ผีบ้าผีบอกอะไร ไอ้ใหญ่มันตายไปแล้ว”
น้อยได้โอกาสหลอกครองสุข “ตายแล้วก็มาได้ เพราะเป็นผี”
หวานผสมโรง “หรือผีคุณใหญ่จะมาหักคอคนที่คุณใหญ่แค้น”
ครองสุขสะดุ้งอยู่ในใจ “ไร้สาระ โง่งมงายอย่างนี้นี่เล่าถึงเป็นได้แค่พวกใช้แรงงานไป ไปทำงานกันได้แล้ว ใครพูดถึงผีไอ้ใหญ่ให้ฉันได้ยินอีกก็ไสหัวออกไปจากไร่ฉันได้เลย”
ครองสุขสะบัดตัวเดินหนีไป จอมตวาด “ยังไม่ไปอีก”
หวานกับน้อยหมั่นไส้จอม หวานเปิดหัว “ทราบแล้วค่ะคุณผู้จัดการคนใหม่ ได้ตำแหน่งมาไวนะ ไม่รู้ว่าใช้เส้นแบบไหน”
น้อยตาม “คงไม่ใช่เส้นก๋วยเตี๋ยวหรือเส้นก๋วยจั๊บหรอก เพราะคุณนายไม่ชอบกิน แต่ชอบกินอย่างอื่น”
จอมกำมือแน่น น้อยกับหวานมองมือจอม แล้วรีบดึงกันไป
คนอื่นๆ ต่างมองจอมแล้วแยกย้ายไปทำงาน
เวลาต่อมา หวานกับน้อย ดึงปิ่นอนงค์มาคุยกันหลบๆ ที่เรือนคนงาน
“เมื่อเช้ามืดไอ้เพียวมันเห็นคุณใหญ่ แต่มันนึกว่าเป็นผีตอนนี้คนทั้งไร่กลัวผีคุณใหญ่แบบขี้หดตดหาย” หวานเอ่ยขึ้น
น้อยเนื้อเต้นชอบใจ “สนุกดีออก น่าจะมาหลอกคุณนายให้หัวโกร๋นไปเลย”
“คุณนายไม่มีทางเชื่อหรอก สักวันคงต้องจับได้แน่ๆ”
ปิ่นอนงค์รู้สึกกังวลรีบบอกหวาน “พี่หวานช่วยส่งข่าวให้ถึงคุณใหญ่ทีนะจ๊ะ บอกว่าอย่ามาที่ไร่อีก มีเรื่องคืบหน้าอะไรปิ่นจะส่งข่าวไปเอง”
หวานพยักหน้า
จินตนาแวะมาที่โรงพยาบาล ยืนคุยกับเพื่อนหมอผู้หญิงยิ้มแย้ม
ระหว่างนั้นปานเทพเดินออกจากห้องเจ้าหน้าที่ ป้าพยาบาลเดินออกมาส่ง จินตนาหันไปเห็นปานเทพ นึกสงสัยว่ามาทำอะไร ปานเทพเดินไป จินตนารีบบอกลาเพื่อนหมอสะกดรอยตามปานเทพไปห่างๆ
ปานเทพเดินไปตามทางเดิน ขณะที่ด้านหลังจินตนายังตามอยู่ ปานเทพรู้สึกว่ามีคนตามชะงักฝีเท้าไปนิดหนึ่ง
ปานเทพคิดไปคิดมา แล้วเดินฉากหลบเลี้ยวตรงมุมทันที จินตนาสาวเท้าตามมาอย่างไวกลัวไม่ทัน
พอจินตนาเลี้ยวตรงมุม มองตลอดแนวทางเดินไม่เห็นปานเทพเลย จินตนามองหา
“ทำไมเดินเร็วนักวะ”
จินตนาหันกลับ เจอปานเทพในระยะประชิดตัว จินตนาตกใจปล่อยหมัดใส่หน้าปานเทพเต็มๆ จนปานเทพหงายเงิบลงไปนอนบนพื้น
ปานเทพจับปากร้องโอดโอย จินตนาตกใจ “ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ คนมันตกใจ ดันมายืนข้างหลังทำไมล่ะ”
ปานเทพลุกยืน เดินเข้าหาจินช้าๆ “คุณตั้งใจสะกดรอยตามผมมา เพื่อคิดจะทำร้ายผมใช่มั้ย”
จินตนาถอยหลังกรูด “นี่อย่ามาป้ายสีฉันนะ”
“แล้วตามทำไม”
“ก็นายทำตัวลับๆล่อๆ ชวนให้สงสัย”
“คุณต่างหากไม่ใช่ผม ผมไม่สบายก็มาหาหมอ ไม่เหมือนคุณหรอกชอบเดินตามผม เจอทีไรก็ตามติดทุกที เหมือนอะไรน้า...”
ปานเทพพูดพลางเดินวนรอบตัว ขณะที่จินตนาระวังตัวแจ “เหมือนอะไร”
“เหมือนเด็กสาวมัธยมที่ชอบแอบมองรุ่นพี่ตามซอกตึกเรียนนะสิ ทำไม คลั่งไคล้พี่มากหรือจ๊ะน้องสาว”
จินตนาสะอึก ทำหน้าไม่ถูกเพราะโดนจี้ใจดำ ได้แต่อ้าปากเถียงไม่ออก
ปานเทพหันไปเห็นรปภ.เดินตรงมา รีบเอากระเป๋าเงินยัดใส่มือจินตนา ร้องตะโกนบอกยาม
“ช่วยด้วยครับ ช่วยด้วย ผมโดนฉกกระเป๋าเงิน” รปภ.วิ่งหน้าตั้งมา “คนนี้เลยครับ จับเลยๆ”
จินตนาพยายามดันกระเป๋าคืนปานเทพ “ฉันเปล่านะ อย่ามามั่ว”
รปภ.เข้ามาจับจินตนา ปานเทพรีบดึงกระเป๋าคืนไป จินตนาพยายามอธิบายบอกรปภ.
“ฉันไม่ได้ทำ ไอ้หมอนี่ต่างหากที่มันมีแผนทำร้ายเพื่อนฉัน”
จินตนาหันมาชี้ไป แต่ปานเทพหายหัวไปแล้ว จินตนาแป่ว หน้าเจื่อนจ๋อย
ทางด้านทรรศนะนั่งทำงานอยู่ที่รีสอร์ต จิ้มคอมพิวเตอร์ยิกๆ ตาเหลือบไปทางโซฟา เห็นอรสอางค์นั่งเฝ้าแต่ทำเป็นเปิดนิตยสารแฟชั่นอ่านอยู่ ทรรศนะเซ็งลุกยืน ทำท่าจะเดินออกไป
อรสอางค์รีบลุกตาม ทรรศนะหันขวับมาหา “อรจะตามผมไปถึงไหน”
อรสอางค์เชิดหน้าใส่ “จนกว่านังปิ่นมันจะออกไปจากไร่นี้”
“อรทำแบบนี้ผมไม่มีสมาธิทำงาน มันมากไป มันเกินไป มันล้ำเส้น ผมต้องการพื้นที่ส่วนตัวบ้างนะอร”
“อยากมีพื้นที่ส่วนตัว เพื่อเอาเวลาไปนอกใจเมีย ไปคบชู้ไปมักมากมั่วกาม นี่ใช่มั้ย ที่ผู้ชายชอบอ้างกันนักว่า ต้องการความเป็นส่วนตัว แต่มันคือความเห็นแก่ตัวมากกว่า”
ทรรศนะเถียงไม่ออก พาลโกรธตวาดลั่น “เอาเลย อยากตามก็ตามให้พอ ตามได้ตามไป แต่ทำแบบนี้จะยิ่งทำให้ผมอยากเลิกกับอรเร็วขึ้น”
ทรรศนะเดินออกจากห้อง อรสอางค์ไม่แคร์ยังตามต่อ
ค่ำนั้นทรรศนะเมาปลิ้นอยู่ข้างเรือนใหญ่ อรสอางค์กับจิ๋วยืนเฝ้า อรสอางค์ทนไม่ไหวเดินไปแย่งแก้วมา
“พอได้แล้ว”
ทรรศนะแย่งแก้วคืน ยืนเซไปเซมา “ทำไมล่ะ ทนเฝ้าไม่ไหวล่ะสิ อยากเป็นเมียคนขี้เมา ก็ต้องคอยชงเหล้า มา มาทำให้ที วันนี้จะกินโต้รุ่ง”
ทรรศนะดึง อรสอางค์สะบัด “ไม่”
จิ๋วเข้ามาดึงอรสอางค์ ทรรศนะนั่งกระดกเหล้าต่อ “ขึ้นเรือนเถอะค่ะ ฟ้าเริ่มมืดแล้วนะคะ อากาศเย็นๆ น่าขนลุก”
จิ๋วผวากลัวผีใหญ่ กวาดตามองรอบๆ เสียวๆ
อรสอางค์แปลกใจ “มองหาอะไรพี่จิ๋ว”
“คนงานเห็นผีคุณใหญ่ออกมาเพ่นพ่านทุกคืนเลยค่ะ จิ๋วก็เคยเห็นมากับตา”
อรสอางค์ไม่เชื่อ ด่ากลับ “ประสาทกันใหญ่แล้ว คิดกันได้เป็นตุเป็นตะ”
ว่าพลางอรสอางค์เดินไปหาทรรศนะ ที่เริ่มอ้อแอ้ พยายามจะพยุงทรรศนะ
“พี่จิ๋วมาช่วยกันพานะกลับห้องหน่อย”
ทรรศนะแกล้งอ้วกใส่ อรสอางค์ขยะแขยงร้องกรี๊ด“อี๊ สกปรก เรื่องอะไรมาอ้วกใส่อร แหวะเหม็น” ทรรศนะจะอ้วกใส่อีกจิ๋วรีบดึงอรสอางค์หลบ
“รีบไปล้างก่อนเถอะค่ะ ส่วนไอ้ขี้เมานี่ ปล่อยไว้ตรงนี้แหละ”
จิ๋วพาอรสอางค์ออกไป ทรรศนะตะโกนเรียก
“อ้าว อร ไหนว่าจะเฝ้าผมตลอดเวลาไงเล่า นี่หรือวะรักกันจริงแค่เจออ้วกนิดหน่อยยังทนไม่ได้”
ทรรศนะหัวเราะชอบใจแบบคนเมา ลุกยืน เดินไม่ตรงทาง
ปิ่นอนงค์ดึงหน้าต่างมาปิด ล็อกกลอนไม่ยอมเปิดไว้อีก เพื่อไม่ให้ใหญ่เข้ามา
ยินเสียงเคาะประตู ปิ่นอนงค์แปลกใจร้องถาม
“ใครคะ”
ไม่มีเสียงตอบ มีแต่เสียงเคาะประตูแรงขึ้น ปิ่นอนงค์เดินไปเปิด เจอทรรศนะยืนเมาเซทำท่าจะล้ม ปิ่นอนงค์รับตัวไว้ทัน
“คุณนะ ตายจริงทำไมเมาหนักขนาดนี้ ยืนดีๆค่ะ ปิ่นจะประคองคุณนะกลับเรือนใหญ่นะคะ”
ทรรศนะไม่ยอมไป ผลักปิ่นอนงค์ออก เดินเซๆ ไปที่เตียง ทิ้งตัวลงนอน
“พี่จะนอนที่นี่”
ปิ่นอนงค์รีบเข้าไปดึง “คุณนะต้องกลับไปนอนที่ห้องนะคะ นอนที่นี่ไม่ได้”
ทรรศนะดื้อดึง ปัดป่ายมือไปมา “ไม่เอา อรตามพี่ทุกฝีก้าว กว่าพี่จะหนีอรมาหาปิ่นได้ มันยากแค่ไหนรู้มั้ยปิ่น”
ทรรศนะดึงมือปิ่นอนงค์จนตัวล้มมาทับบนอกตัวเองพร่ำเพ้อ “พี่คิดถึงปิ่น ปิ่นคิดถึงพี่บ้างมั้ย”
“คุณนะ ปล่อยปิ่นค่ะ”
ปิ่นอนงค์จะหนี ทรรศนะไม่ยอมปล่อย จับปิ่นอนงค์นอนหงายจะปล้ำ ปิ่นอนงค์ดิ้นผลักทรรศนะพัลวัน
“อย่าคุณนะ อย่าทำแบบนี้”
เวลาเดียวกันที่ด้านนอกห้องปิ่นอนงค์ตรงหน้าต่าง ใหญ่ย่องๆมาเห็นหน้าต่างปิด ใหญ่เรียกปิ่นเบาๆ
“ปิ่น”
ยินเสียงปิ่นอนงค์ดังมา “อย่า ปล่อยปิ่น คุณนะ อย่า”
ใหญ่ตกใจพยายามงัดหน้าต่าง ปิ่นอนงค์ได้ยินเสียงมองไปทางหน้าต่าง ขณะที่ใช้มือดันหน้าทรรศนะไว้ไม่ให้จูบ
ปิ่นอนงคืรู้ว่าใหญ่มาแต่ก็กลัวทรรศนะจะเห็น ลังเลไม่รู้จะเอายังไงดี
ใหญ่เคาะหน้าต่าง ทรรศนะได้ยิน หันไปมอง ปิ่นอนงค์อาศัยจังหวะที่ทรรศนะเผลอ ผลักทรรศนะกระเด็นตกเตียง
ปิ่นอนงค์รีบควานหามีดใต้หมอน วิ่งไปยืนที่มุมห้อง ถือมีดไว้ป้องกันตัว
“อย่าเข้ามานะคะ ปิ่นแทงจริงๆ”
ทรรศนะมองหน้าปิ่นอนงค์ มองตรงหน้าต่างที่ถูกเขย่า แล้วลุกเดินเซๆ ไปหมายจะเปิด ปิ่นอนงค์ลุ้นระทึกกลัวทรรศนะเจอใหญ่ วิ่งไปดึงมือทรรศนะออก
“คุณนะรีบกลับเรือนไปเถอะค่ะ ถ้าคุณอรหาไม่เจอ อาจมาที่นี่นะคะ”
ทรรศนะไม่สน สะบัดมือปิ่นแล้วเปิดหน้าต่างทันที พอหน้าต่างเปิดอ้า ไม่เห็นอะไร
ทรรศนะยื่นหน้าออกไปเพื่อมองหาคน เจอหมัดใหญ่ซัดเข้าหน้าเต็มๆ ลงไปนั่งมึน แต่ไม่ทันได้เห็นหน้าใหญ่
ทรรศนะตะโกนลั่น “มีผู้ร้ายๆ”
ใหญ่กระโดดหนี ทรรศนะเจอหมัดไปหายเมาเป็นปลิดทิ้ง แต่วิ่งซวนเซออกจากห้องไป
ปิ่นอนงค์ยังยืนตกใจอยู่ พอได้สติรีบวิ่งไปที่หน้าต่างกวาดตามองหาใหญ่ เห็นใหญ่วิ่งหนีไปลับตัวแล้ว แต่ปิ่นอนงค์ยิ่งเป็นห่วง
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 18 (ต่อ)
ทรรศนะวิ่งออกมาในอาการมึนๆ เจอกับลูกน้องเสี่ยตง 2 คน ยืนอยู่จึงรีบบอก
“มีคนร้ายเข้ามา แยกกันไปค้นหา”
ลูกน้องเสี่ยตงแยกไป ทรรศนะวิ่งไปอีกทาง ไล่ตามใหญ่เห็นหลังไวๆ แวบๆ
ใหญ่วิ่งมาหยุดหน้าโรงเก็บของร้าง ซึ่งด้านในมีรอยแตกของไม้ แสงส่องเป็นลำเข้ามา หยากไย่ขึ้นระโยงระยาง มีสิ่งของวางระเกะระกะ มีมุมที่กำบัง ใหญ่กำลังจะวิ่งต่อ แต่พอมองออกไกลออกไปใหญ่เห็นพวกลูกน้องเสี่ยตงอีกหลายคนเดินลาดตระเวนกันอยู่ ใหญ่มองไปที่โรงเก็บของร้าง สีหน้าใคร่ครวญครุ่นคิด
ทรรศนะวิ่งมาถึง ไม่เห็นใหญ่แล้ว มองเข้าไปในโรงเก็บของ
ทรรศนะเดินมึนๆ กวาดตามองหาใหญ่ ค่อยๆ หยิบไม้แถวพื้นขึ้นมาป้องกันตัว
ใหญ่แอบหลังถังน้ำมันหลายถัง เห็นทรรศนะมองหาใหญ่อยู่
ใหญ่มองหาทางหนี เห็นหน้าต่างปิดมีไม้ตอกพาดปิดทับอีกที
ใหญ่พึมพำ “จะออกไปทางไหนดีวะ”
ใหญ่มองไปทางทรรศนะอีกที เห็นทรรศนะกำลังเดินใกล้เข้ามา ใหญ่คิดว่าคงหนีไม่รอด ถ้าออกไปสู้ความก็แตก ใหญ่คิดไปคิดมา แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา คิดใช้วิธีสั่นประสาททรรศนะให้กลัว
จังหวะนั้นถังน้ำมันที่ใหญ่ซ่อนตัวสั่นๆ ทรรศนะสะดุ้งหันขวับมาทางถังน้ำมัน ถือไม้มั่นระวังตัวค่อยๆ ก้าวเข้าไปดู แต่ใหญ่ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว
ใหญ่ก้มๆ คลานๆ หลบตามจุดต่างๆ ที่พอจะบังตัวได้
จังหวะหนึ่งใหญ่ผลักถังน้ำมันเปล่า ตรงอีกจุดถังล้มโครม ทรรศนะผวาตกใจ
ทิ้งระยะอีกสักครู่ บันไดก็ล้มลงมาดังโครม! ชนเก้าอี้ไม้หักที่วางซ้อนกันล้มระเนระนาด
ทรรศนะหันไปหันมา เริ่มประสาทเสีย ถอยหลังไปชิดชั้นไม้เก่าๆ ที่ปิดทึบตรงด้านหลัง ขนาดสูงเหนือหัวทรรศนะ
จู่ๆ มีสีแดงคล้ายเลือดไหลลงมาเป็นทางยาวตรงข้างตัว ทรรศนะค่อยๆ เหลือบไปเห็น ช็อกสุดๆ คิดว่าเป็นเลือดจริง
ทรรศนะร้องออกมาอย่างตกใจ โดยไม่รู้ว่าเหนือชั้นวางนั้น ใหญ่ซ่อนตัวอยู่ข้างบน ในมือมีกระป๋องสีใบเล็ก ใหญ่สนุกสนานยังไม่หยุดสั่นประสาททรรศนะต่อ รีบเอาก้อนหินปาใส่หลอดไฟเก่าๆ ที่ห้อยโตงเตงอยู่ หลอดไฟแตกดังโพละ!
คราวนี้ทรรศนะไม่ไหวแล้วหันมาอีกทางจะหนี เจอร่างใหญ่ยืนผงาดอยู่ในเงามืด หน้าถูกป้ายสีแดงครึ่งซีก ใหญ่ตาเขม็ง จ้องมองมาอย่างคั่งแค้น
ทรรศนะแหกปากร้องลั่น ล้มลงไม่เป็นท่า ถดตัวหนี ตกใจจนเป็นลม
ใหญ่เดินก๋าออกมายืนมองทรรศนะ ยิ้มเยาะ “ยังขี้ขลาดไม่เปลี่ยนเลยนะไอ้น้องชาย”
พลางใหญ่ก้มลงตบแก้มทรรศนะเบาๆ “ถ้าฉันเห็นนายกล้าแตะเมียฉันอีก ฉันจะไม่เล่นเป็นเด็กๆ กับนายแบบนี้ แต่จะเอาให้หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี”
ใหญ่ลุกไป ปล่อยให้ทรรศนะนอนนิ่งหมดสติไม่รับรู้อะไรอยู่ตรงนั้น
ก่อนจากใหญ่รีบทำลายหลักฐาน หาพวกกระป๋องสีเก่าๆ วางกองกันอยู่ มาบังๆ ปิดๆ ไว้
ปานเทพกังวลหนักจนไม่ยอมหลับนอน นั่งสัปหงกรอใหญ่ที่แคร่ไม้ ใหญ่โผล่มาสะกิดให้ตื่น “ไอ้ปาน ๆ”
ปานเทพลืมตางัวเงียเห็นหน้าใหญ่ยังมีสีแดงป้ายหน้าอยู่ครึ่งซีก ปานเทพจอมปอดแหกร้องลั่นปัดป่ายมือไปมา
“ผีหลอกๆ”
ใหญ่หัวเราะขำกลิ้ง “มุกหลอกผีเนี่ยได้ผลแฮะ ขนาดแกยังปอดแหก ฉันขอไปล้างหน้าก่อนเว้ย แสบหน้า”
ใหญ่เดินหนีเข้าห้องพัก ปานเทพตามไปเอาเรื่อง “แกไปเล่นอะไรมาอีกวะ”
ใหญ่เข้าห้องน้ำ ไม่ได้ปิดประตูเสียงใหญ่ดังลอดออกมา “ไม่ได้ตั้งใจเล่นหรอก มันจวนตัว ไอ้ทรรศนะมันเกือบเห็นฉัน ฉันก็เลยต้องทำผีหลอกใส่ เสียมาดไอ้เสือใหญ่หมด”
ใหญ่ล้างหน้าแล้ว ถือผ้าขนหนูเช็ดหน้าเดินออกมา ถามเป็นงานเป็นการ
“แล้วนี่เรื่องเสี่ยตงไปถึงไหนแล้ว”
“ป้าพยาบาลรับปากจะช่วย ส่วนไอ้เสี่ยมันยังปากแข็ง ขนาดนอนเดี้ยงใกล้เป็นอัมพาต ยังไม่ยอมแฉนังคุณนาย” ปานเทพว่า
ใหญ่เข้าใจ “มันคงกลัวติดคุกไปด้วย เพราะร่วมทำชั่วกันไว้เยอะ”
รุ่งเช้าครองสุขหน้าตื่นเดินเข้ามาในห้องนอนทรรศนะ “ตานะ ตานะเป็นยังไงบ้าง”
อรสอางค์กำลังเช็ดหน้าเช็ดตาให้ที่เตียง ทรรศนะเป็นลูกแหง่ยื่นมือไปจับมือครองสุข
“ผมเห็นผีคุณใหญ่”
ครองสุขฉุนกึก ชักสีหน้าไม่พอใจ “นี่เมาจนเพี้ยนไปแล้วหรือ”
ครองสุขดึงอรสอางค์ออก นั่งลงแทน “เลิกเลยนะ ไม่ต้องไปกงไปกินมันแล้ว น้าขอห้าม”
จิ๋วมายืนข้างๆ อรสอางค์ เอ่ยขึ้น “แต่คนงานก็เห็นกันหลายคนนะคะว่าเป็นผีคุณใหญ่ แค่เห็นคนเดียวค่อยว่าไปอย่าง”
ครองสุขได้ยินคนพูดถี่ๆ ชักกลัวแต่ยังทำเป็นปากแข็ง “เหลวไหลกันไปใหญ่แล้ว”
ครองสุขออกจากห้องไป อรสอางค์เดินมาหาทรรศนะ “อย่าบอกนะว่าคนที่ได้เกียรตินิยมอย่างนะจะเชื่อเรื่องผีๆ สางๆ ที่มันพิสูจน์ไม่ได้”
ทรรศนะอึกอัก อายที่จะบอกว่าตนเชื่อ “ผมคงเมาไปจริงๆ”
“พี่จิ๋วว่าหาพระมาห้อยกันหน่อยก็ดีนะคะ”
ว่าพลางจิ๋วดึงพระออกมาเป็นพวง “พี่จิ๋วจะแบ่งให้ค่ะ เอาองค์นี้แล้วกัน”
อรสอางค์จ้องหน้าจิ๋วเขม็ง จิ๋วหัวหดไม่กล้าให้พระกับทรรศนะ
ทรรศนะเหลือกตามองเพดาน ดูหวาดหวั่นไม่หาย
ปิ่นอนงค์ยืนชะเง้อรอฟังข่าว หวานนั่งรออยู่ด้วย
“เดี๋ยวมันก็มา นั่นมาแล้ว”
น้อยวิ่งแจ้นมาแต่ไกล หยุดหอบ ปิ่นอนงค์ถามอย่างร้อนใจ “ว่าไงน้อย”
“คุณใหญ่หนีไปได้ น้อยได้ยินพี่จิ๋วเล่าว่า คุณนะเธอเมาคิดว่าตัวเองตาฝาดเห็นคุณใหญ่”
“แล้วคุณนายสงสัยมั้ย” ปิ่นอนงค์สงสัย
“คุณนายก็ท่าทางกลัวๆเหมือนกันแต่ทำเป็นวางฟอร์ม”
“แกรู้ได้ไงนังน้อย” หวานงง
“ก็น้อยเห็นคุณนายไปหยิบพระบนหิ้งมาใส่ ทำยังกับพระจะคุ้มครองคนชั่วงั้นแหละ”
ปิ่นอนงค์กลุ้มเรื่องชักจะบานปลายเลยเถิดไปกันใหญ่ “ปิ่นบอกคุณใหญ่แล้วว่าอย่ามาๆ”
“ถ้าคุณใหญ่ไม่มา เมื่อคืนปิ่นก็เสร็จคุณนะไปแล้ว”
จอมเพิ่งเดินเข้ามา และได้ยินแค่ประโยคหลังจอมซักทันที “ใครเสร็จคุณนะหรือพี่หวาน”
ปิ่นอนงค์รีบบอกตัดบท “ไม่มีอะไรหรอกจอม”
น้อยปากสว่างโพล่งออกมา “ก็คุณนะนะสิดอดเข้ามาปล้ำพี่ปิ่นถึงห้องนอนเลย”
จอมโกรธตาลุกวาว “ไอ้ทรรศนะ ไอ้เลว”
จอมเดินอาดๆไปเอาเรื่อง “จอม!” ปิ่นอนงค์โมโหหันมาทางน้อย “น้อยพูดทำไม รู้อยู่ว่าจอมเขาเลือดร้อนแค่ไหน”
น้อยยิ้มแหยๆ “ก็พูดไปแล้วอ่ะ”
ทรรศนะขับรถกอล์ฟมาจอดที่ออฟฟิศรีสอร์ต จอมเข้ามาดึงทรรศนะ
“ไอ้หน้าตัวเมีย”
พอทรรศนะหันมา โดนชกเปรี้ยง ทรรศนะล้มกลิ้งโค่โล่ จอมตามเข้าไปอัดๆ แบบไม่พูดไม่จา
จอมกระชากคอเสื้อทรรศนะขู่ “อย่ามาทำกักขฬะกับปิ่นอีก ถ้าอยากสู้กัน ก็ให้สู้แบบแฟร์ๆ อย่าใช้วิธีสกปรก ดูถูกน้ำใจผู้หญิง”
“ฉันเมา ไม่ได้ตั้งใจ ปิ่นเองก็เข้าใจ ไม่เห็นว่าอะไรสักคำ แกเป็นแค่หัวหน้าคนงาน ไปอยู่ในที่ของแกไป อย่ามายุ่งกับเรื่องของเจ้านาย
จอมจะชกทรรศนะอีก ปิ่นอนงค์ตามมาถึง เข้ามาห้ามดึงจอมให้ออกห่างจากทรรศนะ
“พอแค่นี้เถอะจอม”
ทรรศนะลุกยืนขึ้น จอมฮึดฮัดขัดใจ “แต่มันปล้ำปิ่น แล้วยังพูดจาไม่รับผิดชอบอีก เรายอมไม่ได้”
ปิ่นอนงค์หันไปต่อว่าทรรศนะ “อย่าทำอย่างนี้อีกนะคะ ปิ่นจะไม่ให้อภัยอีกเป็นครั้งสอง”
ทรรศนะเดินเข้ามาหา จะจับมือขอโทษ จอมผลักทรรศนะเซไป
“บอกแล้วไงว่าอย่าโดนตัวปิ่น”
“อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของปิ่น” ทรรศนะโมโหอีก
“ผมรักปิ่น รักมานานกว่าคุณเสียอีก รักอย่างแน่วแน่มั่นคงไม่เหมือนกับคุณ จิตใจโลเล เชื่อถือไม่ได้”
ทรรศนะเยาะ “แกรู้ได้ไงว่าฉันไม่มั่นคงกับปิ่น ปิ่นมากับพี่”
ว่าแล้วทรรศนะดึงมือปิ่นอนงค์มา จอมไม่ยอม ดึงมือกลับ
“อย่าไปยุ่งกับมันปิ่น มันมีเมียแล้ว”
ทรรศนะตะคอก “ปล่อยมือปิ่น”
“ไม่ปล่อย คุณนั่นแหละปล่อย”
ทรรศนะไม่ยอมปล่อยมือจากปิ่นอนงค์ จอมก็ไม่ยอมปล่อย ปิ่นอนงค์เลยอยู่ตรงกลาง และทนไม่ไหวสะบัดมือทั้งคู่ออก
“ฆ่าปิ่นให้ตาย แล้วเอามีดตัดแบ่งไปคนละครึ่งเลยดีมั้ยคะ”
ปิ่นอนงค์ประชด เดินหนีไปที่จักรยานที่จอดอยู่ ปั่นหนีไปอย่างเร็ว
จอมกับทรรศนะหันไปทางปิ่นอนงค์เรียกพร้อมกัน “ปิ่น”
ที่ตรงซุ้มไม้เลื้อยไม่ไกลนัก ใหญ่ยืนมองอยู่ เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ใหญ่หน้าเครียดจ้องจอมกับทรรศนะแบบหึงหวงสุดขีด ประมาณว่าถ้าทำได้อยากจะออกไปบอกว่าปิ่นอนงค์ของกูว๊อย...แต่ประกาศตัวไม่ได้ ใหญ่ได้แต่ฮึดฮัดขัดใจ
ปิ่นอนงค์ลากรถจักรยานมาจอดหลังเรือนใหญ่ แล้วยืนเครียดอยู่คนเดียว
น้อยที่ยืนรออยู่ทางเข้ารีบเดินมาหา “พี่ปิ่น ห้ามพี่จอมทันหรือเปล่า”
“คุณนะโดนไปหลายหมัดเลย”
“สมน้ำหน้า เสียดายไม่ได้ไปช่วยเชียร์” น้อยว่าท่าทีสะใจ
“แต่มีเรื่องเพราะปิ่นบ่อยๆ มันไม่เป็นผลดี ปิ่นจะอยู่ที่ไร่ต่อไปลำบาก ปิ่นจะชักช้าอีกไม่ได้แล้ว”
น้อยพูดอยู่คนเดียว “เอาอย่างงี้มั้ย ให้คุณใหญ่ปลอมเป็นผี มาหลอกคุณนายให้เป็นบ้าไปเลย จะได้จบเร็วๆ ดีมั้ยพี่ปิ่น”
พอน้อยหันมา ปิ่นอนงค์หายไปแล้ว “อ้าว พี่ปิ่น ไปไหนแล้วอ่ะ”
ปิ่นอนงค์ยกเครื่องดูดฝุ่นเข้ามาในห้องทำงานครองสุข ในขณะที่ครองสุขสะพายกระเป๋าเงินกำลังเดินออกจากห้องพอดี
“ปิ่นจะมาดูดฝุ่นค่ะ”
ครองสุขพยักหน้า ปิ่นก้มๆ เตรียมดูดฝุ่น ครองสุขไม่สงสัยปิ่นอนงค์แล้ว แต่กังวลเรื่องผีใหญ่อยู่ครองสุขหันกลับมา “เอ้อนังปิ่น แกเคยเจอผีไอ้ใหญ่บ้างมั้ย”
“ไม่นี่คะ” ปิ่นอนงค์ลองหยั่งเชิงถาม “แล้วคุณนายเชื่อที่คนงานร่ำลือกันหรือเปล่าคะ”
“ฉันก็ไม่เคยเชื่อ ลองโผล่มาหลอกฉันสิจะยิงมันให้ดิ้นเลย”
ปิ่นอนงค์ทำเป็นไม่สนใจ รีบก้มหน้าทำเป็นปรับปุ่มนั่นนี่ ครองสุขเข้าไปบีบแขนขู่ๆ ปิ่นอนงค์เงยหน้ามองอาการกลัวๆ
“แกก็เหมือนกัน ลดความยั่วยวนลงหน่อย โดยเฉพาะจอมมันคือมือขวาของฉัน อยู่ให้ห่างๆ ไว้ เข้าใจมั้ย”
ปิ่นอนงค์รีบพยักหน้า “เข้าใจค่ะ”
ครองสุขยิ้มแย้ม เดินนวยนาดออกไป ประตูปิดลง ปิ่นอนงค์รีบวางมือจากเครื่องดูดฝุ่น มองที่เก้าอี้ของไพศาล พยายามนึกทวนความจำเรื่องในอดีต
วันนั้น...ไพศาลนั่งบนรถเข็นอยู่ในห้องทำงาน โดยมีปิ่นอนงค์อยู่กับป้าพยาบาล ซึ่งไพศาลยามนั้นดูไร้เรี่ยวแรงลงมากทุกทีๆ
“ผมอยากให้คุณพยาบาลกับปิ่นอนงค์ช่วยเซ็นชื่อ”ปิ่นอนงค์กับป้าพยาบาลสบตากันงงๆ ไพศาลบอกต่อ “เป็นพยานที่ท้ายกระดาษให้หน่อย ผมอยากยกที่ดินเชิงเขาให้วัดทำสำนักสงฆ์ ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าโฉนดเก็บไว้ที่ไหน”
ปิ่นอนงค์ดึงตัวเองกลับมายังปัจจุบัน
“ถ้ามันเป็นพินัยกรรม มันก็ต้องอยู่ห้องนี้แหละ”
ปิ่นอนงค์คิดในใจ แล้วตรวจดูเก้าอี้ หาร่องรอยแตกที่พอจะซ่อนพินัยกรรมได้ ก้มมองใต้เก้าอี้ไม่เจออะไร
ทางด้านปานเทพลอดรั้วเข้ามาในไร่ เดินตรงไปจุดที่เคยเจอกับทัศนีย์ใต้ต้นไม้ใหญ่
ปานเทพกดๆ โทรศัพท์หาใหญ่ “ไอ้คุณใหญ่เอ๊ยดันปิดเครื่องอีก”
เสียงทัศนีย์ดังขึ้น “มาทำไมแถวนี้บ่อยๆ”
ปานเทพตกใจหันไปเจอนีย์ “คือ...”
ทัศนีย์ก้าวเท้าเดินเข้าหา “มีจุดประสงค์อะไร”
ปานเทพถอยหลังกรูด นึกหาข้อแก้ตัวไม่ทัน “เออ...”
“ลอบเข้ามาอย่างนี้ เขาเรียกว่าหัวขโมย”
“โธ่เว้ย หยุดให้ฉันพูดบ้างสิ เล่นพูดคนเดียวไม่ให้อธิบายความกันบ้างเลย”
ทัศนีย์แกล้งขู่ “ฉันจะเรียกให้คนงานมาจับตัวส่งให้คุณน้า”
ปานเทพขวางทาง “เอาสิ ฉันก็จะแฉเธอว่า เธอโกหกเรื่องคุณใหญ่ตายคุณน้าเธอต้องโกรธจนอยากจะบีบคอเธอให้ตายคามือ”
ปานเทพทำท่าจะบีบคอ ทัศนีย์หวาดกลัวครองสุขที่ขู่จะฆ่า ผลักอกปานเทพเซไป
“อย่านะ ทำไมต้องมาขู่ฉันด้วย ทั้งคุณน้าทั้งนาย ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว”
ปานเทพสะกิดใจ นึกสงสัย “น้าเธอขู่อะไรเธอ เธอรู้อะไรดีๆ แล้วไม่ยอมบอกใช่มั้ย”
ทัศนีย์เขย่าแขนปานเทพขอร้อง “ฉันอยากไปจากที่นี่ พาฉันหนีไปที”
ปานเทพสะดุ้งโหยง “เฮ้ย ล้อเล่นน่า ให้ฉันเนี่ยนะพาหนี” ออกอาการเขิน “เรายังไม่ได้เป็น แฟนกันสักหน่อย”
“ก็มันไม่มีใครช่วยฉันได้แล้ว พาไปไหนก็ได้ จับฉันไปทรมานที่เหมืองก็ได้ ฉันยอมตักขี้ควาย เลี้ยงหมู ยังดีกว่า”
“ต้องบอกเรื่องที่เธอรู้ เรื่องที่เธอเห็นมาก่อน ถ้าไม่บอกฉันก็ไม่พาไปไหนทั้งนั้น”
ทัศนีย์คิดไปคิดมา แล้วกระแทกเท้าปานเทพสุดแรงเกิด ปานเทพร้องลั่น “คิดว่าวันก่อนฉันร้องไห้ แล้วฉันจะอ่อนแองอนง้อนายหรือ”
ทัศนีย์หนีไป ปานเทพกระโดดเหยงๆ เจ็บมาก ด่าตามหลัง
“อะไรวะ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย”
ทัศนีย์กลัดกลุ้มในใจอย่างหนัก ตั้งใจจะมาหาปิ่นอนงค์ แต่เดินมาจากทางด้านหลังเรือนอ้อมไปด้านหน้า แต่ทัศนีย์ต้องชะงักเมื่อมองเห็นว่ามีคนกำลังปีนหน้าต่างห้องปิ่นอนงค์
ทัศนีย์เห็นหน้าใหญ่ชัดเจน ปิดปากไม่กล้าร้อง แล้วรีบวิ่งไปที่หน้าเรือนเร็วรี่
ที่หน้าเรือนคนงานเวลาเดียวกัน หวานกำลังย่องๆ มาแถวต้นไม้ บ่นอยู่คนเดียว “วันนี้ไอ้เปี๊ยกมันจะมามั้ยวะ”
ทัศนีย์วิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาหา “หวาน”
หวานตกใจร้อง “ว๊าย”
พอมองชัดๆ หวานเห็นเป็นทัศนีย์ “นึกว่าใคร คุณนีนี่เอง”
“คุณใหญ่มาที่ไร่กำลังจะปีนเข้าไปในห้อง เพื่อเล่นงานปิ่น ต้องบอกให้ปิ่นรู้ตัว”
หวานกลอกตาไปมา “ได้ค่ะ จะไปบอกเดี๋ยวนี้ คุณนีอย่าบอกใครนะคะว่าเห็นคุณใหญ่ บอกไม่ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะคุณนาย”
“เรื่องไรจะบอกล่ะ ขืนบอกฉันก็โดนคุณน้าเอาถึงตายนะสิ” ทัศนีย์ว่า นึกสยองที่ถูกครองสุขขู่ว่าจะฆ่า
หวานบอก “เอาถึงตายเลยหรือคะ ไม่มั้ง คุณอรเป็นหลานนะคะ”
คืนนั้น ปิ่นอนงค์อยู่กับใหญ่ในห้องนอน
“ปิ่นมั่นใจว่าจดหมายที่คุณลุงไพศาลให้ปิ่นเซ็นเป็นพยานต้องอยู่ที่ห้องทำงานคุณนายแน่ๆ ค่ะ”
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน เธอต้องไปกับฉันเดี๋ยวนี้เลย”
“ไปไหนคะ” ปิ่นอนงค์อึ้ง
“ออกจากไร่ไพศาล แผนการทั้งหมดเป็นอันยกเลิก เธอไม่ต้องหาพินัยกรรมแล้ว ฉันจะหาเอง”
“รออีกหน่อยสิคะ ปิ่นจะรีบหาให้เจอ”
ใหญ่หึงปนหวงเสียงดังใส่ “รอให้เธอพลาดท่าเสียทีไอ้ทรรศนะกับไอ้จอมได้ก่อนงั้นหรือมันสองคนเหมือนหมาป่า จ้องจะขย้ำลูกแกะของฉัน ฉันไม่ยอม นี่ถ้าไม่กลัวความแตก จะออกไปอัดมันทั้งคู่”
ปิ่นอนงค์ยิ่งตกใจเมื่อรู้ว่าใหญ่แอบเข้ามาตอนกลางวันอีกต่างหาก “คุณใหญ่แอบเข้ามาตอนกลางวันแสกๆ ด้วยหรือคะ”
ใหญ่ไม่ตอบจะดึงปิ่นอนงค์ไปทางประตู “เธอออกไปทางนี้แล้วไปรอฉันที่ด้านหลัง”
ปิ่นอนงค์รั้งตัวไว้ “คุณใหญ่คิดให้ดี นึกถึงเรื่องสำคัญก่อนนะคะ”
ใหญ่มุ่งมั่นจริงจังมากๆ “เธอนั่นแหละสำคัญ เรื่องอื่นฉันไม่สนแล้ว”
ใหญ่คว้าข้อมือพาปิ่นอนงค์วิ่งมาหลบตรงเงามืดหลังเรือนคนงานเพื่อวิ่งต่อไป ปิ่นอนงค์ยังรั้งตัวไว้
“คุณใหญ่อย่าหึงมั่วสิคะ เรารักกันก็ต้องเชื่อใจกัน”
“ฉันเชื่อใจเธอ แต่ไม่เชื่อคนอื่น ป้องกันไว้ก่อนเป็นดีที่สุด” ใหญ่พาล
“แต่ปิ่นปล่อยให้คุณใหญ่ติดคุกไม่ได้”
“ถ้างั้นเราก็หนีกันไปไกลๆ ฉันเคยหนีมาแล้ว ถ้าจะต้องหนีอีกก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร”
ปิ่นอนงค์พยายามพูดเตือนสติ “เราหนีไป แล้วอาปลอดละคะ ปล่อยให้ตายในคุก ติดคุกทั้งๆ ที่ไม่มีความผิดหรือคะ ถ้าคุณใหญ่ทำใจแบบนั้นได้ปิ่นก็จะไปกับคุณใหญ่”
ใหญ่เพิ่งได้คิด ลืมนึกถึงปลอดไป ใหญ่มองหน้าปิ่น มือของใหญ่ค่อยๆ ปล่อยมือปิ่นอนงค์ เพราะทิ้งปลอดไม่ลง
เสียงจอมดังขึ้น “นั่นใคร”
ปิ่นอนงค์กับใหญ่ตกใจหันไปทางเสียง เห็นจอมส่องไฟฉายมา ปิ่นอนงค์ตั้งสติรีบบอกใหญ่
“หนีไปค่ะ”
ใหญ่รีบวิ่ง จอมวิ่งมาเห็นปิ่นอนงค์ยืนยกมือปิดหน้าก็แปลกใจ “ปิ่นเป็นอะไร มาทำอะไรอยู่ตรงนี้”
ปิ่นอนงค์เปิดหน้าแกล้งหวาดกลัว “จอม ปิ่นเจอผีหน้าตาเหมือนคุณใหญ่ ปิ่นกลัว จอมพาปิ่นกลับห้องทีนะ”
จอมมองไปเห็นเงาดำระยะไกลๆ จอมวิ่งไป ปิ่นอนงค์จะคว้าแขนจอมไว้ แต่คว้าไม่ทัน
“จอม!”
ปิ่นอนงค์วิ่งตามเป็นห่วงใหญ่มาก
ใหญ่วิ่งโกยแนบหนีมาถึงคูน้ำเล็กๆ ท้ายไร่ ใหญ่หยุดครู่หนึ่งเหลียวมองไปข้างหลัง เห็นจอมตามมาห่างๆ
ใหญ่รีบเหยียบสะพานไม้เล็กๆที่พาดข้ามคูน้ำเล็กๆ แคบๆ ซึ่งเป็นไม้แผ่นผุๆ วางพาดอยู่ แต่สะพานดันหัก ใหญ่ตกลงไปในน้ำ โชคดีที่น้ำตื้นแค่เข่า ใหญ่รีบวิ่งขึ้นไปอีกด้าน วิ่งหนีหลุดหายไปในความมืดมิด
จอมตามมาถึงเห็นสะพานที่พาดหักสองท่อน ทิ่มอยู่ในน้ำจอมยิ่งมั่นใจว่าไม่ใช่ผี จอมลุยน้ำตามไปอีกฟาก หน้าตามุ่งมั่น
ที่ถนนนอกไร่ไพศาลเวลานั้น มีรถยนต์คันหนึ่งกำลังแล่นมา ในจังหวะเดียวกับที่ใหญ่วิ่งทะลุออกมาจากไร่โผล่มาที่ถนน ใหญ่วิ่งตัดหน้ารถคันนั้น ที่แท้เป็นรถครองสุขขับมาและต้องเบรกตัวโก่ง ใหญ่เองก็ชะงักกึกที่หน้ารถ แสงไฟสาดใส่หน้าใหญ่เต็มๆ ดูน่ากลัว ครองสุขช็อกตาตั้งนึกว่าเห็นผีใหญ่รีบปิดหน้า ใหญ่วิ่งหายไปในป่าอีกฟากอย่างรวดเร็ว
ครองสุขปิดหน้าซบที่พวงมาลัย หวาดผวา กิริยากลัวมากๆ
“อย่า อย่าทำอะไรฉันเลย แกตกเหวตายเองนะ ฉันไม่เกี่ยว”
จอมเคาะกระจก ครองสุขตกใจร้องกรี๊ดลั่นรถ
“ผมเอง” จอมบอก
ครองสุขเปิดหน้าเพ่งมอง พอเห็นเป็นจอมก็รีบเปิดประตูออกมาอาการผวา
“คุณนายเห็นคนวิ่งออกมาทางนี้หรือเปล่า”
ครองสุขหน้าตาเลิ่กลั่ก “มันเป็นคนหรือ ทำไมมันหน้าตาคล้าย ๆ...” ครองสุขค้างคำ ไม่กล้าพูด
จอมจะวิ่งไปอีกฟากตามใหญ่ ครองสุขกลัวรีบดึงไว้
“จอมๆ เดี๋ยวๆ ขับรถให้ฉันที ฉันไม่กล้าไปคนเดียว คือไม่ได้กลัวผีอะไรหรอกนะ แต่กลัวคนร้ายมากกว่า”
ปากครองสุขบอกไม่กลัวแต่ยืนเบียดจอมแจ “แต่คนร้าย…”
“ช่างมันเถอะน่า มันก็แค่พวกโจรลักเล็กขโมยน้อย”
ครองสุขรีบขึ้นไปนั่งอีกข้าง จอมจำใจขึ้นไปนั่งที่คนขับ ขับรถแล่นออกไป
ปิ่นอนงค์ซึ่งหลบอยู่ที่พงหญ้าริมทางใกล้ๆ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามอง โล่งใจที่ใหญ่หนีรอดไปได้อีกครั้งหนึ่ง
โปรดติดตาม "ปิ่นอนงค์" ตอนต่อไป
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Online
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com)
«
Reply #8 on:
20 October 2026, 08:54:28 »
https://mgronline.com/drama/detail/9550000086975
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 19
เผยแพร่: 16 ก.ค. 2555 07:36 โดย: MGR Online
.
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 19 (ต่อ)
ทางด้านปิ่นอนงค์นั่งพิงต้นไม้อยู่ในมุมปลอดคนที่ฟาร์มแพะ ปิ่นอนงค์เครียดจัด ใคร่ครวญครุ่นคิด ใหญ่ผูกม้าเสร็จแล้วเข้ามานั่งด้วย ขยับตัวเชยคางปิ่นอนงค์ให้หันมาหา
“เธอกล้ามากนะที่แอบเข้ามาที่นี่”
“ก็คุณใหญ่ไม่ไปหาปิ่นนี่คะ”
“อ้าว...แล้วใครเป็นคนห้ามชั้นล่ะ” ใหญ่ประชด
“ปิ่นไม่ต่อปากต่อคำด้วยหรอก คนร้ายที่จอมไปจับตัวได้ เป็นฝีมือของคุณใหญ่ใช่มั้ยคะ”
“แล้วจอมมันเชื่อมั้ย”
“เชื่อค่ะ แต่คุณใหญ่เสี่ยงเกินไปที่ทำแบบนี้ ถ้าจอมจับได้ไล่ทัน แผนของเราทั้งหมดพังแน่ๆ”
“มันจำเป็น เพราะจอมเค้าไม่เชื่อเรื่องผีชั้นเลยต้องใช้วิธีนี้พอจับคนร้ายได้จอมคงคิดว่า เรื่องทุกอย่างจบแล้ว”
“ตอนนี้อรกับคุณนายก็มีเรื่องกันหนักขึ้นทุกวัน”
“ก็ดีน่ะสิ ปล่อยให้ตีกันเอง เดี๋ยวก็มีอะไรแดงออกมาให้เรารู้เอง”
ใหญ่ลุกยืนทำทีเป็นปัดกางเกงไปมา พูดไม่ยอมมองปิ่นอนงค์
“ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ย ทีหลังอย่ามาอีกนะ มันอันตราย เดือนหน้าค่อยเจอกัน”
ใหญ่เดินไปแอบยิ้มไปที่ได้แกล้งเมียรัก แกะเชือกที่ผูกม้าเหลียวมามองปิ่นอนงค์ แต่ปิ่นอนงค์หายไปแล้ว ใหญ่สะดุ้ง หน้าตาเลิ่กลั่ก
คืนนั้น...ปิ่นอนงค์สวมชุดนอน เตรียมตัวเข้านอนแล้ว แต่หน้าเครียด แอบมองตามหน้าต่าง ประตู รำพึงคนเดียว “คุณใหญ่ไม่มา ถูกต้องแล้วล่ะค่ะ จะได้ปลอดภัย ฝันดีนะคะ”
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ ไฟในห้องปิดแล้ว ปิ่นอนงค์นอนตะแคงหลับอยู่บนเตียง
ใหญ่เข้ามากอดปิ่นอนงค์จากด้านหลัง จูบที่คอเบาๆ ปิ่นอนงค์ลืมตาตื่น ตั้งสติ ค่อยๆ เอามือหยิบเครื่องชอร์ตไฟฟ้าออกมาจากใต้หมอนเอี้ยวไปชอร์ตใหญ่ที่ต้นขา ประกายไฟแปล๊บๆ ใหญ่แน่นิ่งในความมืด
ปิ่นอนงค์ลุกไปเปิดไฟ “คุณนะไม่มีสิทธิ์ทำกับปิ่น...” ค่อยๆ หันมา เห็นเป็นใหญ่นอนแผ่หลา
ปิ่นอนงค์ตกใจรีบเข้าไปเขย่าตัวใหญ่ไปมา
“คุณใหญ่ๆ ฟื้นสิคะ ปิ่นไม่ได้ตั้งใจ คุณใหญ่อย่าตายนะคะ คุณใหญ่ตายแล้วปิ่นจะอยู่กับใคร”
ใหญ่นอนแน่นิ่ง ปิ่นอนงค์ซบที่อกใหญ่ สะอื้น ใหญ่ยิ้มลูบเรือนผมปิ่นอนงค์อย่างรักใคร่ ปิ่นอนงค์ดีดตัวลุก ตีใหญ่ไปมา
“ตีให้ตายจริงๆ ด้วย”
ใหญ่จับมือปิ่นอนงค์มากอบกุม “เธอนี่ร้ายจริงๆปิ่นอนงค์ ขาชั้นยังชาๆ อยู่เลย”
ใหญ่ยันตัวนั่งพิงหัวเตียง
“ปิ่นนึกว่าคุณนะมาปล้ำปิ่นอีก”
ใหญ่ยิ้ม “แล้วมีดที่ชั้นให้ล่ะ อยู่ไหน นั่นล่ะปาดคอเสียบพุงตายแน่ๆ”
“ปิ่นไม่ได้คิดจะทำร้าย คุณนะ ขนาดนั้นหรอกค่ะ”
ใหญ่หุบยิ้มทันควัน “แต่กับชั้นกะชอร์ตให้ตายไปเลยใช่มั้ย”
ใหญ่ลุกปิ่นอนงค์ดึงรั้งเอาไว้กอดเอวใหญ่ ซุกหน้าที่ท้อง
“ใครจะไปรู้ว่าเป็นคุณใหญ่ล่ะคะ ก็คุณใหญ่บอกว่าอีกเดือนถึงจะมาหาปิ่น”
ใหญ่คุกเข่าสองมือจับแก้มปิ่นอนงค์ “โถ ยัยปิ่นปอดแหก พูดแค่นี้ก็เชื่อ แค่ไม่ได้เจอเธอวันเดียวชั้นก็แทบจะอยู่ไม่ได้แล้วรู้มั้ย มา...ขอกอดหน่อย คิดถึง”
ใหญ่โถมตัวเข้ากอด ปิ่นอนงค์ดันออก จ้องหน้าใหญ่
“คุณใหญ่ท่าจะบ้าไปแล้วจริงๆ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ปิ่นตามไม่ทันจริงๆ”
ใหญ่จับแก้มปิ่มอนงค์อีกครั้งยิ้มอย่างเอ็นดูรักใคร่ “พิษรักแรงหึงมันทำให้ผู้ชายบ้า ทำอะไรก็ได้ทุกอย่าง ชั้นถึงได้ห่วงหวงเธอกลัวไอ้จอมกับทรรศนะจะมาวอแวไงล่ะ ปิ่นอนงค์”
สองคนสบตากันอย่างลึกซึ้ง โน้มใบหน้าเข้าหาบรรจงจูบกันและกันอย่างละมุนละไม
เช้าวันต่อมาครองสุข ทัศนีย์ นั่งที่โต๊ะอาหารรออรสอางค์ พออรสอางค์ลงมา ครองสุขรีบลุกยิ้มแย้ม
จิ๋ว กับน้อย รีบตักข้าว รินน้ำ
ครองสุขจ๊ะจ๋าเหมือนไม่มีอัไรเกิดขึ้น “มาๆ นั่งเลย น้ากับยายนีรอหนูอร อยู่คนเดียวนี่แหละ”
อรสอางค์หน้าคว่ำถามหาทรรศนะ “คุณนะหายไปไหนแต่เช้าคะ”
“อ๋อ...ไปดูบริษัทรับเหมาของไอ้เอ๊ย...เสี่ยตง นะไม่ได้ไปหลายวันแล้ว เป็นผู้จัดการก็ต้องไปดูหน่อย”
สามคนนั่งกินข้าวกัน ทัศนีย์ก้มหน้าก้มตากินข้าวไม่มองหน้าใคร
ครองสุขตักกับข้าวให้อรสอางค์อย่างเอาใจ “น้าต้องขอโทษหนูอรด้วย เรื่องเมื่อวันก่อน อย่าถือสาอะไรน้า...” น้อย จิ๋ว จัดอาหารเสร็จก็ออกไป “เลยนะ อย่างนี้แหละ เลือดจะไปลมจะมาอารมณ์แปรปรวน ธรรมชาติคนแก่ก็อย่างนี้แหละ”
ครองสุขปรายตาแอบมองทัศนีย์แวบหนึ่ง
“หนูก็อารมณ์ร้อนไปหน่อย ต้องขออภัยคุณน้าเหมือนกัน”
ทัศนีย์ก้มหน้าตาไม่มองใคร ครองสุขหันไปเห็น
“ยัยนี”
ทัศนีย์สะดุ้งสุดตัว ช้อนหล่นจากมือ ครองสุขตะคอก “นี่ยัยนี เป็นอะไรของแกเรียกแค่นี้ทำเป็นตกใจ พูดคุยอะไร บ้างสิทำอย่างกับดอกพิกุลจะร่วง”
อรสอางค์เห็นด้วย “ใช่ ดูแปลกไปนะทัศนีย์ แต่ก่อนเห็นเถียงคุณน้าฉอดๆ ไม่รู้เด็ก ไม่รู้ผู้ใหญ่”
ทัศนีย์มองอรสอางค์อย่างเกลียดชัง รวบช้อนส้อม “ขอตัวคะ นีอิ่มแล้ว”
ทัศนีย์ลุกออกไป “สงสัยต้องหาผู้ชายให้มันแต่งงานด้วยซะแล้ว จะได้หายเก็บกด”
น้อยเข้ามาเก็บจาน และแก้วน้ำออกไป
“จะหาอะไรให้ใครก็เชิญเถอะค่ะ แต่อย่าหาเมียน้อยมาให้สามีหนูก็พอ”
ครองสุขยิ้มหวานใส่ “โถ...มีหลานสะใภ้แสนดีขนาดนี้จะไปหาผู้หญิงเน่าๆ ที่ไหนมาอีกล่ะจ๊ะ”
อรสอางค์ยิ้มๆ พูดเบาๆ “ยังไงหนูก็ไม่ลืม ว่าคุณน้าทำอะไรไว้กับคุณใหญ่บ้าง”
ครองสุขยิ้มตอกหน้า “ชั้นก็ไม่ลืม ว่าใครร่วมมือรู้เห็น เรื่องอะไรกับชั้นบ้าง”
สองคนสบตาสู้กัน จิกตาร้ายใส่กัน จิ๋วเข้ามา อรสอางค์ลุก
“ไปเดินย่อยอาหารกันเถอะพี่จิ๋ว เดี๋ยวกรดมันจะไหลย้อน”
สองบ่าวนายออกไป ครองสุขมองตามเหยียดยิ้ม “ลาก่อน นังตัวดี”
อรสอางค์เดินชมนกชมไม้อยู่ในมุมสวยๆ ในไร่ไพศาล บริเวณปลอดผู้คน จิ๋วตามติดต้อยๆ
“พี่จิ๋วเคยเสียใจบ้างมั้ยคะที่ต้องมาจมปลักอยู่กับอร อย่าบอกนะว่าไม่เคย”
จิ๋วยิ้มหลบตา “ก็มีบ้างเล็กๆน้อยๆ แต่จิ๋วอยากให้คุณหนูของจิ๋วมีความสุขเวลาคุณหนูมีความสุขจิ๋วก็มีความสุขไปด้วย แต่รับรองได้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจิ๋วไม่มีวันทิ้งคุณหนูของจิ๋วเด็ดขาด”
ระหว่างนั้นสมุนเสี่ยตงขับรถเข้ามาจอดลงรถมาหาอรสอางค์ ในอาการพินอบพิเทา
“มีธุระอะไรกับชั้น”
“ก็ไม่เชิงครับ บังเอิญผมได้ยินคุณนะนัดแนะเจอกับปิ่นอนงค์”
อรสอางค์หูผึ่ง ตาโต “ที่ไหน”
สามคนสบตากัน
ส่วนทัศนีย์นั่งเครียดอยู่ตรงสวนหย่อมหลังเรือนใหญ่ ครองสุขเดินชะเง้อชะแง้เข้ามา ทัศนีย์เห็นรีบลุกจะหนี
ครองสุขเรียกไว้ “ยัยนี แกเป็นบ้าอะไรของแก หลบหน้าหลบตาชั้นตลอด”
ทัศนีย์สะดุ้งถูกเรียก “คุณน้าอย่าทำอะไรนีเลยนะคะ นีไม่ได้พูด ไม่ได้บอกอะไร กับใครเลย”
ทัศนีย์ยกมือไหว้ปลกๆ เนื้อตัวสั่น
“ชั้นยังไม่ได้ว่าอะไรแกสักคำ ที่ตามหา เพราะจะชวนแกไปข้างนอกด้วยกันหน่อย”
“ไม่ค่ะ นีไม่ไป”
ครองสุขจับมือคะยั้นคะยอ “ไปเถอะน่า ไปทำผม นวดหน้าเสร็จแล้วก็เข้าห้างซื้อของกันหน่อย”
ทัศนีย์สะบัดมือสุดแรงออกจากมือครองสุข
“คุณน้าโกหก คุณน้าจะหลอกนีไปฆ่าเหมือนพ่อ เหมือนป้าอุ่น เหมือนธีระ ไม่...นีไม่ไป”
ทัศนีย์ถอยกรูด ท่าทีผวา ครองสุข หน้าเสีย เข้าไปจับไหล่ทัศนีย์เขย่า
“นี่แกเชื่อคำพูดที่ชั้นขู่แก ขนาดนี้เลยเหรอ”
ทัศนีย์ร้องไห้ตัวสั่น “คุณน้าพูดจริงๆ คุณน้าไม่ได้ขู่ คุณน้าบอกว่า แม้แต่ลูกก็ฆ่าได้”
ครองสุขอึ้ง ทัศนีย์ผลักครองสุข แล้ววิ่งหนีลับตัวไป
ครองสุขเสียใจ เซไปทรุดนั่งที่เก้าอี้ ตาเหม่อลอย
“นังลูกโง่ ชั้นจะฆ่าแกได้ยังไง”
นางมารร้ายนั่งนิ่ง นึกสะท้อนใจ น้ำตาไหลรินอาบแก้ม
อรสอางค์กับจิ๋ว ยืนงงๆ อยู่ตรงบริเวณท้ายไร่ริมภูเขา ขณะที่สมุนเสี่ยขับรถกลับฝุ่นตลบ สองคนกวาดตามองรอบตัว ต่างเริ่มรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากล
“นี่มันพาเรามาที่ไหนพี่จิ๋ว ใครจะมานัดพบกันที่อย่างนี้”
จิ๋วตั้งสติได้ รีบคว้าข้อมืออรสอางค์ “รีบไปกันเถอะค่ะ ท่าทางไม่ดีซะแล้ว”
จิ๋วจูงอรรีบเดินไป รถเจิดกับก้านแล่นเข้ามาขวาง
สองวายร้ายสวมหมวกไหมพรมพรางหน้าลงจากรถ ตรงเข้าฉุดอรสอางค์ขึ้นรถ
“ปล่อย ปล่อยชั้น พี่จิ๋ว ช่วยด้วย” อรสอางค์ตกใจร้องลั่น
ไวเท่าความคิดจิ๋วกระโดดพุ่งใส่เจิด ทุบตีพัลวันโดยไม่คิดชีวิต “ปล่อย ปล่อยคุณหนูเดี๋ยวนี้”
ก้านตบจิ๋วเต็มแรงจนเซไป ก้านต่อยท้องซ้ำ จิ๋วทรุดร่วงลงไปกองคาพื้น
“พี่จิ๋ว ช่วยอรด้วย ปล่อยๆ”
ก้านขึ้นนั่งเป็นคนขับ เจิดล็อกคุมตัวอรสอางค์ไปนั่งข้างหลังด้วยกัน อรสอางค์ดิ้นรนขัดขืน
พอก้านจะออกรถ จิ๋วโผล่พรวดมาที่ข้างหน้าต่างคนขับ กำพวงมาลัยรถแน่นกะสู้ตาย
ก้านขับรถเคลื่อนออกไป ทุบหน้าจิ๋วไป จิ๋วเลือดปากและจมูกออกเลอะเทอะ
จังหวะนั้นเองใหญ่มุดแนวไม้มาเห็นเข้าก็ตกใจ
ก้านโมโหชักปืนกดใส่ท้องจิ๋ว ยิงเปรี้ยง อรสอางค์ร้องกรี๊ด
ร่างจิ๋วหลุดจากพวงมาลัยหายไป พร้อมๆ กับรถทะยานวิ่งไปฝุ่นตลบ
ใหญ่วิ่งเข้ามาหาจิ๋ว ประคองหัวจิ๋วในอ้อมแขน
“พี่จิ๋ว ใครเป็นคนทำ ใครเป็นคนทำบอกผม”
นาทีสุดท้ายของชีวิต จิ๋วขยุ้มเสื้อใหญ่ตรงหน้าอก สบตากัน “คุ...คุณใหญ่ ชะ...ช่วย คุณหนูด้วย”
พูดได้เพียงเท่านั้นจิ๋วก็สิ้นใจทันที ใหญ่ตะลึงตาค้าง
ระหว่างนั้นคนงานวิ่งกันมาอีกทาง ใหญ่รีบวางร่างไร้วิญญาณของจิ๋วลงกับพื้นอย่างแผ่วเบา จากนั้นใหญ่ก็รีบวิ่งมุดแนวไม้เดิมหายไป ยินเสียงคนงานตะโกนขึ้น
“เฮ้ย โทร.แจ้งตำรวจเร็ว”
คนงานวิ่งมาทางจิ๋วกัน หนึ่งในนั้นกดโทรศัพท์
ครองสุขยืนกระสับกระส่ายอยู่หน้าเรือนใหญ่ ปิ่นอนงค์ น้อย และหวานยืนร้องไห้อยู่กันอีกมุม
จอมขับรถกระบะเข้ามา คนงานอยู่หลังรถหน้าตื่น จอมจอดรถ เดินเข้ามามาหาครองสุข
“พรุ่งนี้เย็นๆ ถึงเอาศพพี่จิ๋วออกจากโรงพยาบาลได้ครับตอนนี้จองวัดได้แล้ว”
“ก็จัดไปตามสมควรก็แล้วกัน เห็นจิ๋วเคยพูดว่าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกแล้ว” ครองสุขบอก
“พรุ่งนี้ตำรวจนัดจะมาสอบปากคำคนของเราด้วย” จอมว่า
ครองสุขตกใจ “อะไรนะ ใครแจ้งตำรวจ”
จอมเหลือบตาไปทางคนงาน “คนตายอย่างนี้ก็ต้องแจ้งตำรวจอยู่แล้วครับ พวกคนงานที่ไปเจอพี่จิ๋ว เป็นคนแจ้ง”
ครองสุขหงุดหงิดหันไปตะเพิดกลุ่มปิ่นอนงค์ “ไปๆ พาพวกมันไปทำงานกันได้แล้ว แล้วนี่พวกแกจะร้องไห้ทำมันกันนักหนา นังจิ๋วมันเป็นญาติฝ่ายไหนของพวกแก”
“คุณนายไม่เคยมีเพื่อนเหรอคะ เวลาเพื่อนตายเค้าไม่หัวเราะกันหรอกค่ะ” น้อยเหลืออด
“อีน้อย อีปาก...”
ปิ่นอนงค์จับแขนน้อยดันไปหาหวาน พูดขึ้นเอง “ตำรวจรู้แค่พี่จิ๋วถูกยิงตาย เราแจ้งความเรื่องคุณอรหายตัวไปด้วยไม่ดีเหรอคะ”
“นังโง่ พวกมันจะได้ฆ่านังอรทิ้งน่ะสิ จับตัวไปอย่างนี้มันต้องการเงินค่าไถ่แน่”
เสียงโทรศัพท์ครองสุขดัง ครองสุขกดรับสาย นิ่งฟัง 10 วินาที
จากนั้นครองสุขเล่นละครทำทีเป็นตกใจ ตาโต
“สามล้าน ชั้นไม่มีเงินขนาดนั้นหรอก
ครองสุขกดวางสายทำหน้าตื่นเต้น
ครองสุขนั่งยิ้มคิดแผนชั่วอยู่ในห้องทำงาน
ทรรศนะเปิดประตูเข้ามาหน้าตื่น ยื่นสมุดบัญชีธนาคารให้ครองสุขบนโต๊ะ
“ผมโอนเงินบริษัทรับเหมามาแล้ว ไถ่ตัวอรได้เลยครับ”
“ไถ่ทำไม นี่มันเงินของเรานะ”
“งั้นเอาบัญชีมา ผมจะไปไถ่ตัวอรเอง มันจะติดต่อมาอีกเมื่อไหร่ครับ ขืนช้าไป มันอาจจะฆ่าอรได้นะครับ”
“ใจเย็นๆ ตานะ เรื่องนี้ให้พ่อแม่หนูอรเค้าจัดการเองดีกว่า”
“ทำไมคุณน้าดูไม่ห่วงอรเลย หรือว่าเรื่องนี้คุณน้า...”
ครองสุขชี้หน้าทรรศนะ “อย่าพูดนะ น้าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย อยู่ดีไม่ว่าดี ไปเดินตามป่าตามเขาทำไมก็ไม่รู้ หาเรื่องใส่ตัวเอง”
ทรรศนะมองอย่างสงสัยแวบหนึ่ง ครองสุขทำไม่สนใจ
ที่เพิงพักในฟาร์มแพะ ปิ่นอนงค์ ใหญ่ ถวิล ปานเทพ เปี๊ยก หวาน และน้อย นั่งถกกันเครียด
“คุณนาย บอกไม่รู้ไม่เห็น ไม่ยอมช่วยเหลืออะไรด้วย คุณหญิงแม่คุณอรจะมาช่วยคุณอรเองค่ะ”
“เลือดเย็นจริงๆ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาไถ่ตัว บ้านก็ล้มละลายอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“คุณอรไม่เหลือใครอีกแล้วนะคะ”
เห็นใหญ่ใคร่ครวญครุ่นคิด ปานเทพเอ่ยขัดขึ้น “ปล่อยๆ ไปเถอะ ให้กรรมตามสนองพวกมันบ้าง พวกมันมีส่วนให้พ่อชั้นต้องทุกข์ทรมาน อยู่ในคุก”
“แล้วจะปล่อยให้คุณอรต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายคนเดียว โดยพวกเรานั่งดูเฉยๆ เหรอคะ”
ถวิลห้าม “พอแล้วปิ่น พวกเธอกลับไร่ไปเถอะ ที่ผ่านมาคุณใหญ่ยังลำบากไม่พออีกเหรอ”
ใหญ่ลุกไปเกาะรั้ว “แต่ถ้าคดีนี้ทำให้อรสอางค์แฉคุณนายได้ เราก็อาจจะไม่ต้องเหนื่อยกันอีก”
ใหญ่ครุ่นคิด หมู่มวลมองใหญ่จะเอายังไงต่อไป
วันต่อมาปรางทิพย์พาตัวเองมาอยู่ที่โถงเรือนใหญ่ตามนัด คุณหญิงร้องไห้ มองครองสุขที มองทรรศนะที อย่างน้อยใจ
“ชั้นกู้เงินมาช่วยลูกชั้น มาคนเดียวอย่างที่ตกลงกันไว้”
ครองสุขยื่นกระดาษจดแผนที่ให้ “จุดนัดหมายที่พวกมันให้มา แต่ดิชั้นกับตานะ คงไม่ไปด้วยหรอกนะคะ เดี๋ยวจะพลาดท่าเสียทีไปด้วย เราจะเตรียมพร้อมคอยช่วยเหลืออยู่ที่นี่”
ปรางทิพย์รับแผนที่กระดาษแล้วออกไป
ทรรศนะรีบลุกจะตามไป ครองสุขคว้าข้อมือรั้งไว้ ทำตาดุใส่
คุณหญิงปรางทิพย์เดินมาที่รถข้างเรือนใหญ่ เปิดประตู ปิ่นอนงค์โผล่เข้ามาหา
“เดี๋ยวค่ะคุณหญิง ปิ่นไปด้วย ปิ่นพอจะรู้พื้นที่แถวนี้บ้าง”
ปรางทิพย์งงๆ “เธอ ปิ่นอนงค์ เธอมันศัตรูหัวใจของลูกอรนี่ เธอคงไม่คิดจะช่วยลูกอรจริงๆ หรอกนะ”
“แล้วคุณหญิงตัวคนเดียว คิดว่าจะช่วยคุณอรได้เหรอคะ จะมีผู้ร้ายสักกี่คนที่ยอมปล่อยตัวประกันง่ายๆ คุณหญิงไม่มีทางเลือกแล้วนะคะ”
ปรางทิพย์ชั่งใจ “แค่เธอกับชั้นสองคน เธอไม่กลัวเหรอปิ่น”
ปิ่นอนงค์ส่ายหน้า แววตามุ่งมั่น “คุณอรจะต้องปลอดภัยค่ะ”
ขณะเดียวกันครองสุขอยู่ที่หลังเรือนใหญ่ ถือโทรศัพท์แนบหู เหลียวดูไปมา สั่งเสียงเหี้ยม
“ฆ่ามันให้หมด ทั้งแม่ทั้งลูก”
ด้านนอก ใหญ่ ปานเทพ ถวิล เปี๊ยก ใช้ผ้าขาวม้าพันหน้าพันหัว พรางตัว ซุ่มรออยู่
ส่วนในโรงนาร้าง เจิดกะก้านใช้หมวกไหมพรมคลุมหน้า ส่วนรถถูกพรางด้วยฟางปิดสนิท
ปิ่นอนงค์ถือถุงเงิน เดินตามคุณหญิงปรางทิพย์เข้ามาในโรงนาร้าง
เจิดก้าน จับแขนอร คนละข้างออกมา “ลูกอร”
“แม่”
“เอาเงินไป ปล่อยคุณอรได้แล้ว”
ปิ่นอนงค์โยนถุงเงินไปที่พื้นตรงหน้าก้าน
เจิดกะก้าน ปล่อยอรสอางค์ แม่ลูกวิ่งเข้ากอดกันกลมด้วยความดีใจ
เจิดหยิบถุงเงิน จากนั้นไปยืนกับก้าน พยักหน้าให้กัน เจิด และก้าน ชักปืนออกมามองอรสอางค์กับปรางทิพย์
ปิ่นอนงค์นึกรู้ทันทีว่าสองคนจะถูกฆ่าปิดปาก จึงวิ่งถลาไปขวางสองแม่ลูก
“เดี๋ยว ปล่อยพวกเค้าไป จับชั้นแทน พวกนายได้สองต่อ ชั้นเป็นเมียคุณใหญ่ ค่าตัวชั้นคือไร่ไพศาลคิดดูดีๆ”
เจิด ก้าน มองหน้ากันลังเล เจิดจะยิง ก้านจับมือเอาไว้
จู่ๆ ระเบิดไร้สะเก็ดก็ถูกโยนกลิ้งลงพื้นสองลูก เจิดกะก้าน ตกใจ ปิ่นอนงค์สบโอกาสหันไปรวบอรสอางค์กับปรางทิพย์หลบลงกับพื้น
ระเบิดดังตูมๆ แสงแว๊บๆ พวกใหญ่โผล่คนละมุม ถือปืนพร้อมกระชับในมือ
เจิดกับก้าน ช่วยกันยิงใส่ พลางถอยหลบพวกใหญ่ที่ยิงสวน จังหวะหนึ่งนั้นถุงเงินหล่น ก้านทำท่าจะก้มเก็บถุงเงิน ใหญ่ยิงกันฝุ่นกระจายรอบถุงเงิน
ปานเทพตะโกนก้อง “จับเป็น เอาไว้เป็นพยาน”
เจิดกะก้าน ควักระเบิดควันโยนตูม ควันกระจายคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ใหญ่เข้าประคองปิ่นอนงค์ เปี๊ยกเข้าช่วยบัง
ถวิลกับปานเทพปัดควัน ปิดจมูก และปาก เจิดกับก้าน ขับรถทะลุกองฟางออกไป
อรสอางค์นั่งอยู่กับแม่ อรสอางค์จับแขนปิ่นอนงค์ จดจ้องมองใหญ่ซึ่งเวลานี้เปิดหน้าเปิดตาแล้ว อย่างคาดไม่ถึง
ใหญ่ยิ้มน้อยๆ “ผมเองครับ ไม่ใช่ผี ผมยังไม่ตาย”
“คุณรีบไปแจ้งความดีกว่า งานนี้ไม่ยากหรอก มันฆ่าพี่จิ๋วในไร่จับคุณมาจากในไร่ ในไร่มีแต่ลูกน้องเสี่ยตงทั้งนั้นจับมาสักคนรับรอง มันซัดทอดถึงคนบงการแน่” ปานเทพบอก
อรสอางค์อ้ำอึ้ง “อย่าดีกว่าค่ะ อรไม่อยากให้มันเดือดร้อนวุ่นวายไปมากกว่านี้ แค่อรกับคุณแม่ปลอดภัยก็พอแล้ว”
คุณหญิงปรางทิพย์มองใหญ่อย่างซึ้งใจ “ขอบคุณนะ คุณใหญ่ ขอบคุณทุกคน”
อรสอางค์ประคองแม่ลุกยืน ปิ่นอนงค์เอ่ยขึ้น
“คุณปาน จัดคนขับรถให้แล้วค่ะ คุณหญิงกับคุณอรจะได้นั่งสบายๆ”
ทุกคนอยู่ข้างนอกโรงนา คนขับรถเปิดประตูให้ปรางทิพย์ ปิ่นอนงค์ไหว้ลา คุณหญิงเข้าไปในรถแล้ว คนขับขึ้นรถตามสตาร์ทเครื่องรอ อรสอางค์เดินมาจับมือปิ่นอนงค์อย่างคนสำนึกผิด
“ขอโทษปิ่นกับคุณใหญ่ด้วย อรเป็นคนตัดสายเบรกรถเอง” อรสอางค์สารภาพออกมาเอง
ปิ่นอนงค์ชะงักเล็กๆ “อรรู้เห็นกับคุณนายทำร้ายปิ่น ทำร้ายคุณใหญ่ อรไม่กล้าแจ้งความหรอก อรขี้ขลาด อรละอายใจ”
“แล้วคุณอรไม่อยากเอาผิดคนที่มีส่วนร่วมในการฆ่าพี่จิ๋วเหรอค่ะ”
สองคนสบตากันนิ่งงัน
ขณะที่รถแล่นมาตามทาง คุณหญิงปรางทิพย์กอดอรสอางค์ที่ซบอยู่ไหล่ ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ คุณหญิงปลอบลูกสาว
“อย่าร้องลูก เราจะกลับบ้านกัน คุณพ่อรออยู่”
“พาพี่จิ๋วกลับบ้านด้วยนะคะ
อรสอางค์น้ำตาไหลรินเป็นทาง นึกถึงเรื่องที่คุยกับปิ่นอนงค์เมื่อไม่นาน
ที่ข้างรถหน้าโรงนาอรสอางค์จับมือปิ่นอนงค์คร่ำครวญหวนไห้แต่เรื่องทรรศนะไม่เลิก
“ทำไมคุณนะไม่มาช่วยอร คุณนะใจร้ายกับอร อรไม่เหลือใครอีกแล้ว”
“ไม่จริงหรอกค่ะ คุณอรลองดูดีๆ สิคะ คุณอรยังมีคุณพ่อคุณแม่ ที่รักคุณอรมาก มันมีค่ากว่าความรักจากผู้ชายคนเดียวนะคะ”
อรสอางค์ดึงตัวเองกลับมา สะท้อนใจในคำพูดเตือนสติของปิ่นอนงค์ เหลือบมองหน้าแม่ ปรางทิพย์จับมือลูกสาวอย่างห่วงใย
อรสอางค์สำนึกแล้วยกมือไหว้ “อร ขอโทษนะคะแม่
ปรางทิพย์รั้งตัวอรสอางค์มากอด อรสอางค์ขยับตัวมานอนหนุนตักแม่
ปรางทิพย์ลูบเรือนผมลูกสาวอย่างอ่อนโยน สองคนยิ้มให้กัน ผ่องถ่ายความรักความห่วงใยให้แก่กัน
อรสอางค์ยิ้มเยื้อน ค่อยๆ เลื่อนตัวลง กลายเป็นเจ็บปวด “โอ๊ย แม่ อร อรปวดท้อง”
“เป็นอะไรลูก อร”
อรสอางค์กุมท้องน้อยบิดตัวไปมา ก่อนจะยกมือมาดู เห็นมือเลอะเต็มไปด้วยเลือดสีแดงฉาน สองแม่ ลูกตกใจ
ใหญ่ยืนทอดสายตามองทิวทัศน์ภูเขาเบื้องหน้านิ่งอยู่ ปิ่นอนงค์เดินเข้ามา ใหญ่ยิ้มให้โอบไหล่ให้มายืนเคียงกัน
“เค้าไม่แจ้งความ เราก็เหนื่อยเปล่า แต่อย่างน้อยก็ได้ช่วยคน ไม่ต้องมีใครตายอีก” ใหญ่เปรย
“คุณอรเธอบอบช้ำจนไม่มีกำลังใจทำอะไร คุณใหญ่ต้องเห็นใจเธอบ้างนะคะ”
เห็นปิ่นอนงค์กลั้นก้อนสะอื้น น้ำตาไหล ใหญ่ตกใจ
“อ้าว...เธอร้องไห้ทำไมปิ่นอนงค์”
“ปิ่นสงสารคุณอรค่ะ”
ใหญ่จับปิ่นอนงค์หันมา สวมกอดอย่างรักใคร่ “ยัยเด็กโง่...เธอจะสงสารคนทั้งโลกเลยหรือยังไงคนเราก็เหมือนกับเรือที่ลอยอยู่กลางทะเล ไม่รู้จะเจอมรสุมเข้าวันไหน แต่ที่แน่ๆ ต้องเจอกับมันทุกคน อยู่ที่ว่าจะประคองเรือเข้าฝั่งได้ยังไง เหมือนอย่างชั้นถ้าไม่ได้เจอเธอ ตอนนี้ก็คงนั่งอยู่ในคุก เพราะฆ่าคนตาย”
“ถ้าปิ่นไม่ได้เจอคุณใหญ่ ป่านนี้ก็คงแต่งงานมีลูก มีครอบครัวเหมือนชาวบ้านแถวนี้ไปแล้ว”
ใหญ่ทำหน้าดุใส่ พลางดันปิ่นอนงค์ออกจากตัวจดจ้องหน้า “ใคร มันเป็นใคร พูดอย่างนี้เดี๋ยวก็ปล้ำซะเลย”
“ถึงขนาดนี้แล้ว ยังคิดจะใช้กำลังปลุกปล้ำกันอีกเหรอคะ โรคจิต”
“ใช่ฉันเป็นโรคจิต ชอบจูบเมีย”
ใหญ่ดึงปิ่นอนงค์มาระดมจูบ อีกฝ่ายหัวเราะขำคิกคัก
น้อยยกจานขนม น้ำชา มาให้ครองสุขที่โถงเรือนใหญ่
โทรศัพท์มือถือดัง ครองสุขรับสาย เสียงเจิดรายงาน “มีคนมาช่วยมันครับ หนีไปได้ทั้งแม่ทั้งลูก”
ครองสุขกดวางสาย พึมพำ “ต้องให้ลงมือเองทุกเรื่อง”
ระหว่างนั้นน้อยเข้ามาใกล้ท่าทีนอบน้อม “อะไรของแกนังน้อย”
น้อยชี้ไป ตำรวจเดินเข้ามา ครองสุขชะงัก แล้วรีบทำหน้าเฉย
“ผมมาขอสอบปากคำ เรื่องเรียกค่าไถ่ครับ”
ครองสุขสีหน้าเจื่อน ลุกช้าๆ ทรรศนะถลาเข้ามาหน้าตื่น ครองสุขหันขวับเซ็งทรรศนะ
“ผมเป็นคนโทร.ไปแจ้งเหตุเองครับ มีความคืบหน้าอะไรบ้างมั้ยครับ”
“ชาวบ้านได้ยินเสียงปืนกับระเบิดแต่ในที่เกิดเหตุไม่พบใครเลยครับผมสงสัยว่าเรื่องยิงกันตาย กับเรื่องเรียกค่าไถ่มันจะเกี่ยวเนื่องกัน ขอความร่วมมือด้วยนะครับ” ตำรวจบอก
“ได้ค่ะ ได้เลย เหตุก็เกิดในไร่ ลูกสะใภ้ก็ยังไม่รู้ชะตากรรม” น้ำเสียงครองสุขจริงใจมาก “อย่างนี้เราให้ความร่วมมือทุกอย่าง ขอให้คุณตำรวจลากคอคนร้ายมาให้ได้ก็แล้วกัน”
ทางด้านทรรศนะอยู่ในอาการเมามาย นั่งโจ้เหล้าอยู่ที่หน้าเรือนคนงานคนเดียว ปิ่นอนงค์เข้ามา มองทรรศนะอย่างเบื่อหน่าย
สักครู่หนึ่งปิ่นอนงค์จะเดินหนี ทรรศนะเรียกไว้
“เดี๋ยวปิ่น อย่าเพิ่งไป”
“ยังมีอารมณ์มานั่งดื่มเหล้าอีกเหรอคะ”
“ก็พี่เป็นห่วงอร ไม่รู้ว่าอรเป็นยังไงบ้าง”
“คุณนะเป็นห่วงคุณอรด้วยเหรอคะ”
“ก็...ก็คุณน้าไม่ให้พี่ไป พี่จะทำยังไงได้”
“คุณนะโตแล้วนะคะ ถ้าเราห่วงใครสักคน ต่อให้เอาช้างมาฉุดก็ไม่มีทางห้ามเราได้”
ทรรศนะโมโห “อย่ามาพูดกับพี่แบบนี้”
“ปิ่นต้องพูด ปิ่นไม่ได้โกรธแทนคุณอรแต่ปิ่นควรจะพูดกับคุณนะอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว ตอนที่ปิ่นโดนคุณใหญ่จับตัวไปคุณนะก็ทำแบบนี้ เอาแต่หลบอยู่ข้างหลังปัญหา แล้วทิ้งปิ่นสำหรับปิ่นไม่เป็นไรหรอกค่ะ ก็แค่ผิดหวัง แต่คุณอรเธอเป็นภรรยาคุณนะ คุณเป็นสามีภรรยากันทิ้งกันอย่างนี้ไม่ได้นะคะ”
“ก็พี่ไม่เคยรักเค้า”
“ไม่รัก แล้วไม่มีแม้แต่ความผูกพันหรือเยื่อใยสักนิดเลยเหรอคะ”
ทรรศนะลุกกวาดข้าวของบนโต๊ะ “พี่ไม่ใช่คนใจดำขนาดนั้น พี่ก็เสียใจ พี่ก็ห่วงเค้า”
“อย่าดีแต่พูด พิสูจน์สิคะ คุณอรกลับไปบ้านที่กรุงเทพฯ แล้ว เธอปลอดภัยดีค่ะ”
ปิ่นอนงค์เดินจากไปทางเรือน ทรรศนะ นิ่งคิด
ทรรศนะยัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าสะพายกลวกๆ ยกกะเป๋าขึ้นสะพายจะออกจากห้องไป
ครองสุขเดินเข้ามา “จะไปไหนทรรศนะ”
“ผมจะไปหาอร อรบอก อรกลับไปบ้านที่กรุงเทพฯแล้ว”
ครองสุขหรี่ตามอง “ไม่ต้องไป จะไปให้มันเป็นเรื่องขึ้นมาหรือยังไง ถ้ามันกลับมาที่นี่อีก มันต้องมาคาดคั้นให้รู้ว่าใครฆ่านังจิ๋วแน่ๆ”
ทรรศนะตกใจชี้หน้าครองสุข “นี่ฝีมือคุณน้าอีกแล้วใช่มั้ย คุณน้าให้คนมาจับอร แล้วฆ่าพี่จิ๋ว”
“น้าไม่ได้ทำ น้าไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกแล้ว”
ครองสุขหันตัวจะไป ทรรศนะดึงแขนจับหมุนตัวครองสุขกลับมาหา พูดใส่หน้า
“ผมไม่เชื่อ”
ครองสุขน้อยใจนิดๆ ก่อนจะพูดประชดออกไปเสียงกร้าว “ไม่เชื่อก็ช่าง งั้นก็หาหลักฐานมาสิ ขนาดตำรวจซักชั้นขี้แตกขี้แตนยังจับผิดอะไรชั้นไม่ได้”
“คุณน้า คุณน้าทำเกินไปแล้วจริงๆ” ทรรศนะโวย
ครองสุขโวยวาย “เอ๊ะ...ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ทำ ไม่ได้ทำ”
สองแม่ลูกสบตาจ้องกันเขม็ง ครองสุขค่อยๆ ตาอ่อนลง
“หรือถ้าน้าจะทำ ก็ทำเพื่อนะ เพื่อลูก มันผิดด้วยเหรอ เอาล่ะ...ตอนนี้นะก็โสดแล้ว จะรักใครชอบใครก็ไม่มีคนมาขวางอีกแล้ว อยากจะทำอะไรก็รีบๆ ทำซะ”
ครองสุขออกไป ทรรศนะนั่งนิ่งอยู่กับความรู้สึกสับสนในใจตัวเองทั้งโกรธและรู้สึกผิด
ทรรศนะเขวี้ยงกระเป๋าทิ้งลงบนเตียง ทรุดตัวลงนั่งขยุ้มหัว ก้มหน้านิ่ง
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 19 (ต่อ)
ค่ำคืนนั้นใหญ่กับปิ่นอนงค์ยืนหลบมุมคุยกัน เรื่องที่เกิดกับอรสอางค์จนทำให้จิ๋วเสียชีวิตอยู่หลังเรือนคนงาน
“ตำรวจทำอะไรคุณนายไม่ได้เลยหรือคะ”
“ไอ้ปานมันว่าจับมือใครดมไม่ได้ แถมหลักฐานอะไรก็ไม่มี ตำรวจก็ทำได้แค่สอบปากคำ แล้วตามสืบต่อเท่านั้น”
ไกลออกไปจากหลังเรือน ทรรศนะเดินตรงมา เห็นด้านหลังของใหญ่ไม่ชัด เพราะมีต้นไม้บังอยู่ แต่เห็นจากไกลๆ ว่าใหญ่กอดปิ่นอนงค์ ทรรศนะหึงจัดคิดว่าเป็นจอม จึงวิ่งตรงไปหาอย่างเร็วรี่
“ไอ้จอม”
โชคดีที่จังหวะนั้นปิ่นอนงค์มองไปเห็นทรรศนะที่วิ่งตรงเข้ามาก่อนจึงตกใจ ใหญ่เหลียวไปมองตาม
“คุณนะ” แล้วปิ่นอนงค์หันไปพูดกับใหญ่เร็วๆ “รีบไปค่ะ”
ใหญ่วิ่งหนีไปอย่างไว ทรรศนะวิ่งมาถึงก็ไม่เจอแล้ว “นั่นมันไอ้จอมใช่มั้ย”
ปิ่นอนงค์อึกอัก ทรรศนะโมโห “ไหนปิ่นว่าไม่ชอบมันไง แล้วทำไมไปให้มันกอดปิ่นล่ะ”
ปิ่นอนงค์รีบเปลี่ยนเรื่อง “คุณนะต้องไปหาคุณอรไม่ใช่หรือคะ ทำไมยังไม่ไป”
ทรรศนะดันโวยวายหนักหาว่าปิ่นอนงค์ไล่ พร้อมกับจับสองแขนปิ่นอนงค์เขย่าอย่างแรง
“ปิ่นพยายามไล่พี่ไปหาอร เพราะอย่างนี้นี่เอง พี่ไม่ยอมเสียปิ่นให้กับไอ้ขี้เรื้อนนั่น ปิ่นต้องเป็นของพี่”
ทรรศนะจะปล้ำจะจูบ แต่ถูกปิ่นอนงค์ผลักออกแล้วตบหน้าทรรศนะสุดแรง ทรรศนะอึ้ง กุมแก้ม
“สิ่งที่คุณนะทำมันสูงส่งกว่าคำว่าไอ้ขี้เรื้อนตรงไหน”
ทรรศนะตะโกนใส่ปิ่น “แต่พี่รักปิ่น”
ปิ่นอนงค์พูดเสียงแข็ง “คุณนะจะบอกรักคนทั้งโลก ก็คงไม่มีใครไปห้ามคุณนะได้เพราะหัวใจเป็นของคุณนะ แต่ต้องไม่ลืม หน้าที่ของสามี”
ปิ่นอนงค์โกรธมากเดินหนีกลับเรือนคนงาน ทรรศนะทั้งโมโหทั้งผิดหวัง
เช้าวันต่อมา ครองสุขเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร เห็นน้อยกำลังเช็ดโต๊ะอาหาร
“แกเห็นคุณนะมั้ย ไปดูที่ห้องสิ ตื่นหรือยัง”
“หนูเพิ่งเข้าไปเก็บกวาดห้องคุณนะมา ที่นอนงี้เรียบกริ๊บเหมือนคุณนะไม่ได้มานอนเลย”
ครองสุขถอนหายใจ “คงหลบไปกินเหล้าอีกตามเคย แล้วนังปิ่นล่ะ ยังไม่มาทำงานอีกหรือ ไม่เห็นหน้ามันเลย”
น้อยใจไม่ดีกลัวครองสุขสงสัยปิ่นอนงค์
ปิ่นอนงค์อยู่ในห้องทำงานครองสุข กำลังไล่ค้นหาหนังสือทีละเล่มเผื่อมีจดหมายสอดเก็บไว้
ปิ่นอนงค์เจอกระดาษแผ่นหนึ่งสอดไว้ดีใจมาก รีบเปิดออกอ่าน ปรากฏว่าไม่ใช่
“เฮ้อ นี่ก็ไม่ใช่”
ปิ่นอนงค์คิดใคร่ครวญ พยายามนึกถึงอดีต จู่ๆ ปิ่นอนงค์เบิกตา จำเรื่องบางอย่างได้
วันนั้นในห้องทำงานไพศาล ครองสุขสวมชุดดำไว้ทุกข์ หันไปทางอุ่นเรือนกับปิ่นปิ่นอนงค์ แล้วชี้ไปที่กล่องเอกสาร และกล่องข้าวของ ของไพศาล 3-4 กล่องบนพื้น
“นังอุ่น ยกของๆ คุณไพศาลไปที่ห้องเก็บของให้หมด คนก็ตายไปแล้วจะเอามาตั้งอยู่ทำไมให้เกะกะ”
อุ่นเรือนไปยก ปิ่นอนงค์รีบไปช่วยแม่
พอนึกได้ปิ่นอนงค์รีบร้อนออกจากห้องทำงานครองสุข ตรงไปที่ห้องเก็บของอย่างรีบเร่ง โดยไม่ทันเห็นทรรศนะเดินเมามาย เซไปเซมา มือถือขวดเหล้า เพ่งมองไปข้างหน้า
ทรรศนะเห็นปิ่นอนงค์ยืนอยู่หน้าห้องเก็บของ กำลังเปิดประตู ท่าทางมีพิรุธ ปิ่นอนงค์ผลุบเข้าห้องหายไปต่อหน้า
ทรรศนะสงสัย เดินเซตามไป
ภายในห้องเก็บของ ปิ่นอนงค์กวาดตาหากล่องเอกสาร เห็นวางซ้อนกันอยู่ รีบยกลงมา ปิ่นอนงค์ลงนั่งยองๆ รื้อค้นกล่องที่ใส่เอกสารเป็นกระดาษ
จู่ๆ ประตูห้องเปิดออกอย่างแรงดังผัวะ ปิ่นอนงค์สะดุ้งเฮือกลุกยืน ทรรศนะยืนกึ่มๆ อยู่หน้าประตูมองจ้องปิ่นอนงค์เขม็ง
“คุณนะ”
ทรรศนะเดินเมาเข้ามา ส่งเสียงอ้อแอ้ “ปิ่นเข้ามาอยู่ในนี้ทำไม เข้ามาทำอะไร”
“คือปิ่น ปิ่นเอาของที่ไม่ใช้แล้วเข้ามาเก็บค่ะ”
“พี่ไม่เชื่อ พี่เห็นปิ่นเดินเข้ามามือเปล่า”
ทรรศนะจ้องหน้าปิ่นอนงค์ ลุ้นระทึกว่าจะโดนจับได้ ทรรศนะเข้าไปจับแขนปิ่นอนงค์ลากไป
“ไปกับพี่ ไปหาคุณน้าด้วยกัน”
ปิ่นอนงค์ตกใจ ยื้อไว้สุดตัว “อย่านะคะ ปิ่นไม่ได้ทำอะไร อย่าพาปิ่นไปหาคุณนายเลยค่ะ”
“ไอ้จอมมันเป็นคนของคุณน้า พี่ต้องให้คุณน้ารู้ว่ามันกล้านัดกับปิ่น แอบมาทำเรื่องบัดสีบนเรือนนี้”
ปิ่นอนงค์เบิกตาโพลง โล่งใจที่นะไม่ได้สงสัยเรื่องที่นึกกลัว ทรรศนะเขย่าแขนปิ่นอนงค์สุดแรง
“ปิ่นกำลังรอมันอยู่ใช่มั้ย ปิ่นทำกับพี่แบบนี้ได้ยังไง”
ปิ่นอนงค์ถอยหลังชนชั้นวางของด้านหลังอย่างแรง จนทั้งชั้นสะเทือน
สองคนไม่รู้ว่ากล่องเหล็กใส่เครื่องมือช่างที่อยู่ชั้นบนสุด หมิ่นเหม่ใกล้ตกเพราะโดนแรงสะเทือนเมื่อครู่
ทรรศนะร้องไห้ฟูมฟายด้วยความเสียใจ ปิ่นอนงค์รีบปลอบจับมือทรรศนะกุมไว้
“คุณนะใจเย็นๆ แล้วฟังปิ่นนะคะ คุณนะกำลังเมา ก็เลยคิดไปต่างๆ นาๆ ว่าปิ่นนัดกับจอม ปิ่นเอาของมาเก็บจริงๆ”
จังหวะนั้นทรรศนะเหลือบตาขึ้นไปที่ชั้นวางของข้างหลัง เห็นกล่องเหล็กใส่เครื่องมือช่างที่ชั้นด้านบนสุดจะตกใส่ปิ่นอนงค์ ทรรศนะร้องลั่น
“ปิ่น ระวัง”
ทรรศนะจับปิ่นอนงค์ให้ก้มลง เอาร่างตัวเองบังไว้ กล่องเหล็กหล่นใส่หลังทรรศนะเต็มๆ
ทรรศนะร้อง “โอ๊ย” ออกมาอย่างเจ็บปวด แล้วกลิ้งออกจากตัวปิ่นอนงค์มานอนหงาย ที่พื้น แน่นิ่งไป ปิ่นอนงค์ตกใจ
“คุณนะ”
ปิ่นอนงค์จับแขนเขย่า แต่ทรรศนะไม่ขยับ
ปิ่นอนงค์วิ่งออกมาที่หน้าห้องเก็บของ น้อยวิ่งมาหาเจอกันพอดิบพอดี
“พี่ปิ่น คุณนายถามหาพี่ปิ่น รีบไปเร็วเข้า”
“แต่คุณนะเกิดอุบัติเหตุ"
น้อยหันไปในห้องมองทรรศนะ “ว้าย ตายมั้ย นอนไม่กระดิกกระเดี้ยเลย”
“น้อยรีบไปบอกคุณนายมาดูคุณนะเร็วๆ เข้า พี่จำเป็นต้องหลบไปก่อน”
“ได้ๆ รีบไปเถอะ”
น้อยกับปิ่นอนงค์แยกย้ายไปคนละทาง
ที่หน้าเรือนเกิดโกลาหล ทัศนีย์ท่าทีร้อนใจขับรถเข้ามาจอดหน้าเรือนอย่างเร็ว สักครู่หนึ่งจอมแบกร่างทรรศนะลงมาชั้นล่าง ครองสุขช่วยประคอง น้อยตามหลัง ปิ่นอนงค์ทำเป็นวิ่งมาจากอีกทาง
ครองสุขหันมาตวาด “แกหายหัวไปไหนมายะ”
“ปิ่นไปล้างห้องน้ำชั้นล่างมาค่ะ คุณนะ คุณนะเป็นอะไรคะ”
ทัศนีย์วิ่งเข้ามา “รถมาแล้วค่ะ”
ครองสุขกับจอมรีบพานะออกไป นีวิ่งตาม
น้อยรีบมายืนข้างปิ่นอนงค์ “คุณนะเป็นอะไรไปก็เพราะกรรมที่คุณนายสร้างไว้นั่นแหละมันตามทัน”
ปิ่นอนงค์กังวลใจ ห่วงทรรศนะ“ขออย่าให้เป็นอะไรเลย”
ในห้องตรวจโรงพยาบาล เวลานั้นปานเทพคุยโทรศัพท์อยู่ “ขอบคุณนะครับอาจารย์ที่ช่วยติดต่อกับทางโรงพยาบาลให้หมอกำลัง ตรวจร่างกายอย่างละเอียดอยู่ครับ ได้ความว่าไงแล้วผมจะรีบแจ้งข่าวทันที”
ปานเทพตัดสาย ป้าพยาบาลเดินออกมา “คุณหมอเจาะเลือดไว้แล้วนะคะ แต่ต้องรอผลอีกหลายวัน
ก็จะรู้ว่า ร่างกายผู้ป่วยมีสารเหมือนกับที่พบในตัวคุณไพศาลหรือเปล่า”
“สารที่ว่าเป็นประเภทไหนหรือครับ” ปานเทพสงสัย
ป้าพยาบาลรีบบอก “ตามประวัติ คุณนายครองสุขเคยบอกหมอว่า สามีเธอกินสมุนไพรหลายตัวค่ะ เราตรวจไม่พบสารพิษ เลยสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นสารตกค้างจากสมุนไพร”
พยาบาลเข็นเสี่ยตงออกมา เสี่ยตงปากเบี้ยวนิดๆ แข้งขาอ่อนแรง
“ยาที่คุณหมอฉีดให้อาจทำให้หลับนะคะ” พยาบาลบอก
ครู่ต่อมาปานเทพเข็นรถมาตามทางเพื่อพาเสี่ยตงกลับ เสี่ยตงหลับคอพับ พอปานเทพมองไปข้างหน้า ก็ต้องสะดุ้งโหยง จอดรถเข็นทันที
ปานเทพเห็นทรรศนะถูกเข็นผ่านไป มีครองสุขกับนีเดินตามกันไป จอมที่เดินรั้งท้ายหันมาประสานสายตากับปานเทพพอดี แต่จอมยังไม่ทันได้เห็นเสี่ยตง
ปานเทพรีบหมุนรถเข็นหันกลับ เข็นหนีอย่างเร็ว กลัวจอมเห็นเสี่ยตง
จอมสงสัยเร่งฝีเท้าตาม ปานเทพหันไปมองเห็นจอมตาม ปานเทพโกยแนบ จอมวิ่งไล่ลุ้นระทึก
ที่ด้านนอกตึกโรงพยาบาล ใหญ่ใส่แว่นดำ ใส่หมวกปิดหน้านั่งเป็นคนขับรอปานเทพอยู่ ใหญ่มองนาฬิกาจู่ๆ ปานเทพหน้าตื่นรีบเข็นเสี่ยตงออกมา ใหญ่สงสัยรีบออกจากรถวิ่งไปหาปานเทพที่เข็นมาถึง
“รีบร้อนทำไมวะ เดี๋ยวไอ้เสี่ยก็หัวทิ่มลงมาหรอก”
ปานเทพหอบ แฮ่กๆ “ไอ้จอมมันไล่ตามมา ฉันกลัวมันเห็นเสี่ย เนี่ยพยานปากสำคัญของฉันนะโว้ย ต้องรักษาสุดชีวิต”
จอมวิ่งออกมาจากตึก เห็นแต่รถปานเทพวิ่งออกจากโรงพยาบาลแล้ว จอมไม่ทันเห็นเสี่ยตงกับใหญ่
จอมสงสัย “ทำไมมันต้องหนี”
จอมวิ่งไปที่รถเร็วรี่
ใหญ่ขับหนี ปานเทพหันไปมองข้างหลังรถ เห็นรถจอมไล่บี้ตามมาติดๆ
“มันไล่งับมาติดๆ แล้วไอ้ใหญ่”
“ไม่รู้ชาติที่แล้วเคยทำเวรทำกรรมอะไรกับมันไว้ สลัดมันไม่เคยหลุดจากชีวิตสักทีเลยโว้ย
ใหญ่บ่นอุบเหยียบมิด ขับหนีจอม
รถไล่ล่ากันอย่างน่าระทึก ปานเทพเกาะรถแน่น ร้องโวยวายตลอดเวลา กลัวสุดขีด
ปานเทพโวย “เฮอออ ไอ้ใหญ่เบาๆ ฉันยังไม่ได้แต่งงาน ยังไม่บวชเรียนให้พ่อเลยนะโว้ย”
ตรงที่นั่งด้านหลัง เสี่ยตงตกใจหน้าตาตื่น สุดท้ายใหญ่รำคาญ ชักปืนออกมา
“รำคาญจริงโว้ย ตื๊อได้ตื๊อดี ไอ้ปาน แกจับพวงมาลัยไว้”
ปานเทพตาเหลือก “จ๊าก แกจะบ้าหรือ”
ใหญ่ปล่อยมือ ปานเทพผวาเข้าไปจับไว้ ใหญ่ยื่นหน้าหันหลังไปทางรถจอม ใหญ่ยังใส่แว่นดำสวมหมวกพรางตัวเล็งปืนไปที่ล้อ หรี่ตา ยิงเปรี้ยง กระสุนเจาะยาง รถของจอมส่ายไปส่ายมา จอมรีบประคองรถจอดข้างทาง
รถใหญ่ไปไกลลิบแล้ว จอมเจ็บใจ
เวลาต่อมา ใหญ่ขับรถมาตามทาง อาการกระหยิ่ม
“ให้มันรู้ซะบ้าง ว่าเล่นอยู่กับใคร”
เห็นปานเทพเงียบกริบไม่โต้ตอบ ใหญ่หันมาหา ปานเทพปิดปากตะโกนบอก “จอดรถเร็ว”
ปานเทพทำท่าจะอ้วก ใหญ่ตกใจ “เฮ้ยๆ กลั้นไว้ก่อน”
ใหญ่จอดกึก ปานเทพวิ่งลงไปอ้วกแตก
ส่วนที่ภายในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาล ครองสุขยืนร้องห่มร้องไห้ข้างเตียงคนไข้ ทรรศนะยังไม่ฟื้น
ปิ่นอนงค์ผลักประตูเข้ามา มีทัศนีย์เดินตามหลัง ครองสุขหันไปมอง
“คุณนีโทร.ไปบอกปิ่น ว่าคุณนะกระดูกหักทับเส้นประสาทหรือคะ”
ครองสุขบันดาลโทสะ โผนทะยานเข้าไปตบหน้าปิ่นอนงค์จนหน้าหัน ครองสุขไม่หายแค้นหมายจะตบอีก ทัศนีย์วิ่งเข้ามาดึงครองสุขถอยออก
“พอแล้วค่ะคุณน้า”
ครองสุขชี้หน้าด่า “ตานะอาจเดินไม่ได้อีก ก็เพราะแก”
“มันเป็นอุบัติเหตุนะคะคุณน้า”
“ตานะติดเหล้าก็เพราะแก ถึงได้เดินเมามายเข้าไปในห้องเก็บของจนเกิดอุบัติเหตุ ต้นเหตุมันเกิดมาจากแกทั้งหมด แกต้องชดใช้”
ครองสุขสะบัดหนีเซไปจะเข้าไปหาปิ่นอนงค์ จู่ๆ ทรรศนะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ปิ่น”
ครองสุขชะงักหันไปหาทรรศนะ ปิ่นอนงค์มองตาม ทรรศนะมองทุกคนงงๆ
“ผมเป็นอะไร ทำไมมานอนอยู่ที่นี่” ยกมือจับหัว “ผมจำอะไรไม่ได้เลย มึนหัวไปหมด”
เช้าวันต่อมา ไม่ว่าใครจะพูดกล่อมย่างไร ทรรศนะเอาแต่นอนร้องไห้ปานจะขาดใจ ไม่ยอมพูดจา ไม่ยอมมองหน้าใคร
ครองสุขนั่งข้างจับมือทรรศนะ
“นะแค่ยังขยับร่างกายท่อนร่างไม่ได้ในตอนนี้เท่านั้น แต่ถ้าฝึกกายภาพบำบัดทุกวัน นะก็จะกลับมาเป็นปกติได้แน่นอน กินยาก่อนนะจ๊ะ เชื่อน้า”
ครองสุขรับยามาจากปิ่นอนงค์ จะป้อนยาเม็ดให้ แต่ทรรศนะเม้มปากแน่น เบือนหน้าหนี
“ตานะ ไม่กินแล้วจะหายได้ยังไง”
ปิ่นอนงค์รีบบอก “ให้ปิ่นทำเถอะนะคะ”
ครองสุขยอมส่งยาให้ แล้วลุกยืนหลีกทางให้
“ปิ่นไม่ดีเอง ที่ต่อว่าคุณนะเรื่องคุณอร จนทำให้คุณนะเสียใจถ้าคุณนะให้อภัยปิ่น คุณนะต้องกินยานะคะ แต่ถ้าคุณนะเกลียดปิ่นแล้ว ปิ่นก็จะทำโทษตัวเองด้วยการไปจากไร่นี้”
ทรรศนะนิ่งเงียบไม่ยอมมองหน้า พอปิ่นอนงค์แกล้งจะลุก ทรรศนะรีบคว้าข้อมือไว้ สองมองหน้ากัน
“อย่าทิ้งฉันนะปิ่น”
ทรรศนะยอมอ้าปากกินยา
ปิ่นอนงค์ยิ้มหยิบยาเข้าปากทรรศนะ ให้ดื่มน้ำตาม ครองสุขยิ้มโล่งใจ
“ท่าทางตานะคงอยากให้เธอดูแลซะละมั้ง”
ปิ่นอนงค์รีบอาสา “ปิ่นยินดีรับอาสาค่ะ”
“ก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ไม่ต้องเสียเงินจ้างใคร”
ครองสุขปรี่ไปนั่งข้างเตียงลูบผมนะด้วยความรักความห่วงใย
“โธ่ ตานะของน้า โชคร้ายจริงๆ”
ปิ่นอนงค์มองทรรศนะอย่างเป็นห่วง
ครองสุขนั่งกุมหัวอยู่ตรงโต๊ะริมระเบียง บนโต๊ะมีแก้วไวน์ กะขวดไวน์ตั้งวางอยู่ จอมเดินเข้ามาชะงักมอง แล้วเดินเข้ามาหา
“คุณนายเรียกผมมีอะไรครับ”
ครองสุขเงยหน้าใส่จริตแกล้งสำออยพูดอ้อแอ้แบบคนเมามาย
“ฉันกลุ้มใจ ตานะหลานฉัน กำลังจะกลายเป็นคนพิการ” เพื่อให้สมบทบาทระดับตัวแม่ ครองสุขปล่อยโฮออกมา “แม้แต่จะขยับขาแข้งเพื่อลุกนั่ง ยังทำไม่ได้เลย ฉันเลี้ยงเขามาแต่เล็ก ไม่ใช่แม่ก็เหมือนแม่ เห็นเขาสภาพนี้แล้วหัวใจแทบสลาย”
จอมรู้สึกเห็นใจจึงเข้ามาประคองครองสุข “คุณนายเมาแล้ว ขึ้นเรือนเถอะครับ”
ครองสุขผวาตัวกอดจอมพูดออดอ้อน
“ทำไมเธอไม่ยอมรับข้อเสนอฉัน หรือมันน้อยไปก็เรียกร้องมาได้เลย”
“เงินทองของนอกกายผมไม่เคยอยากได้”
ครองสุขหัวเราะร่า “ตายล่ะ นี่ฉันหูฝาดไปหรือเปล่า โลกนี้มีคนไม่ชอบเงินด้วยหรือจอม”
จอมผลักครองสุขออกเบาๆ บอกเสียงจริงจัง มาดแมนโครต
“ผมต้องการเงินเพื่อสร้างอนาคตร่วมกับปิ่น แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีขายตัว ถึงผมจะจน แต่ศักดิ์ศรีของผมก็ไม่ได้น้อยไปกว่าคนรวยเป็นพันล้าน คุณนายโปรดเข้าใจด้วย”
จอมเดินออกจากเรือนไปทันที ครองสุขเจ็บใจ แผนกินหญ้าอ่อนล้มเหลวอีกหน
“ร่วมอนาคตกับนังปิ่นหรือ อย่าหวังเลย นังปิ่นน่ะ มันเป็นสมบัติของตานะ”
ครองสุขหรี่ตา ยิ้มร้ายมีเลศนัย
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 19 (ต่อ)
ตรงโรงเลี้ยงแพะภายในฟาร์มที่พวกใหญ่มาซ่อนตัวอยู่ จินตนามาฉีดยาให้แพะตามนัดหมาย หญิงสาวกำลังลูบหัวลูบตัวแพะอย่างเอ็นดู พอเสร็จเรียบร้อย จินตนาเก็บอุปกรณ์ฉีดยา แล้วหันมาบอกกับหัวหน้าคนงานที่อยู่ในโรงเรือนแพะ
“อีกหนึ่งอาทิตย์จะเข้ามาใหม่นะ”
จินตนาถือกระเป๋าเดินออกมาหน้าโรงเรือน เห็นฝูงแพะอีกกลุ่มกำลังถูกต้อนมาจากทางทุ่ง จินตนาเหลียวมองไป เจอปานเทพแต่งตัวชุดคนงานต้อนแพะอยู่ จินตนาสะดุดตา รู้สึก คุ้นๆ เพ่งตามองเขม็ง
เป็นจังหวะที่ปานเทพเกิดร้อนจึงดึงหมวกออกมาพัดๆ หันไปประสานสายตากับจินตนาพอดี สองคู่กัดคาดไม่ถึง ตกตะลึงตาค้างกันทั้งคู่
“นาย” / “เธอ”
ปานเทพตกใจวิ่งหนีหน้าตั้ง จินตนาไล่ตาม พลางตะโกนเรียกไว้ “หยุดนะ”
ปานเทพวิ่งจู๊ดไปกลางทุ่ง จินตนาตามไม่ทัน หยุดวิ่งมองไปอีกมุม เห็นรถเอทีวีจอดนิ่งอยู่ คิดบางอย่างในใจ
ส่วนปานเทพหันมาด้านหลัง รถเอวีจินตนาพุ่งเข้ามาใกล้
“จะหยุดไม่หยุด”
ปานเทพเซ็ง ด่าออกไป “เป็นเมียฉันหรือ ถึงมาชี้นิ้วสั่ง”
จินตนาโกรธทำท่าจะไล่ชนปานเทพ “ฉันยอมเป็นฆาตกรชนคนตาย
ปานเทพร้องจ๊าก “เฮ้ยๆ ช่วยด้วยๆ”
ปานเทพวิ่งสะดุดล้มกลิ้ง จินตนาจอดรถข้างตัว เข้าล็อกคอหมับ
“ไปหาตำรวจด้วยกัน”
“ฉันไปทำอะไรผิดไม่ทราบ”
“ทำตัวลับๆ ล่อๆ แฝงตัวเข้ามาหลอกลวงเจ้าของฟาร์มนะสิมีแผนอะไร ต้องการอะไร”
พลางจินตนาล็อกแน่นขึ้นท่าทีขึงขัง ปานเทพร้องลั่น “โอ๊ย!”
ใหญ่ วิ่งเข้ามาร้องห้าม “อย่าครับคุณจินตนา”
จินตนาเงยหน้าเห็นใหญ่ ก็ตกใจมาก “คุณใหญ่!”
จินตนาตรงมาหาปิ่นอนงค์ที่ไร่ไพศาล
“ปิ่นขอโทษนะ ที่ปกปิดเรื่องนี้ไว้”
จินตนายิ้มไม่โกรธสักนิด “คุณใหญ่อธิบายทุกอย่างให้เราฟังหมดแล้ว ไม่คิดเลยว่า ปิ่นต้องผ่านเรื่องราวร้ายๆ มากมายขนาดนี้”
“จินอย่าบอกจอมนะ เผลอไม่ได้เชียว” ปิ่นอนงค์ร้องขอ
“แต่จอมจริงจังกับปิ่นมาก ถ้ามารู้ทีหลังเรื่องที่คุณใหญ่ยังไม่ตาย จอมคงเสียใจน่าดู”
ปิ่นอนงค์เครียด แววตาเจ็บปวดเสียใจเหลือทน
“พูดไปแล้ว ผู้ชายถึงสามคน ต้องมาเจ็บปวดเพราะปิ่น”
ปิ่นอนงค์น้ำตาไหล จินตนารีบจับมือปลอบ
“ห้ามคิดอย่างนี้ คิดไม่ได้เลยนะปิ่น เราเลือกที่จะรักคนๆเดียว นั่นมันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ปิ่นทำถูก จะให้ไปเห็นใจรักทีเดียวสามคนเลย มันไม่ได้”
“ถ้ามีคนสมหวัง ก็ต้องมีคนผิดหวัง ตีคู่กันไปเสมอหรือ”
“ใช่ นี่แหละคือชีวิตจริง ที่เราทุกคนต้องเจอ”
น้อยวิ่งหอบเข้ามา “พี่ปิ่น ไปเร็ว”
น้อยเหนื่อยหอบแฮ่กๆ พูดไม่ออก “ที่เรือนใหญ่มีเรื่องอีกแล้วหรือพี่น้อย”
“คุณนะน่ะสิ เรียกหาแต่ปิ่น ปิ่น ปิ่น ตลอดเวลา ใครโผล่เข้าไปก็ไล่เปิดหมด”
จินตนามองหน้าปิ่นอนงค์ สงสารเพื่อนรักจับใจ
ค่ำนั้นน้อยเปิดประตูเข้ามาห้องนอนปิ่นอนงค์มา แต่โดนจับล็อกปิดปาก น้อยร้องเสียงอู้อี้
“อย่าขัดขืนไม่งั้นตาย” ที่แท้เป็นใหญ่ ซึ่งมาดักรอปิ่นอนงค์
แต่น้อยไม่รู้ว่าเป็นใหญ่ ตกใจตาเหลือก
“อ๊าย อย่าๆ อยากได้เงินก็เอาไปเลย ขออย่างเดียว อย่าปลุกปล้ำย่ำยีพรหมจรรย์น้อยเลย น้อยกลัวแล้ว ฮือๆๆ”
ใหญ่ขำ “ฉันทำไม่ลงหรอก”
“โถ เป็นโจรมีมนุษยธรรม” น้อยดีใจ
“เปล่า ฉันไม่ชอบรังแกปลวก”
ใหญ่ผลักน้อยถลาไปข้างหน้านิดหนึ่ง น้อยหันกลับมาเห็นใหญ่
“ว่าแล้วเสียงคุ้นๆ”
“เข้ามาทำไม ปิ่นล่ะไปไหน” ใหญ่สงสัย
“พี่ปิ่นให้น้อยมาเอาเสื้อผ้า”
“เอาไปทำไม”
น้อยพูดพาซื่อ “ถามได้ เอาไปใส่สิคะ”
ใหญ่ทุบโต๊ะปัง น้อยสะดุ้งโหยงถอยไปชนผนัง รีบพ่นคำพูดออกไปเป็นชุดเพราะกลัวใหญ่
“ไปนอนเฝ้าคุณนะค่ะ คุณนะเกิดอุบัติเหตุ เดินไม่ได้ พี่ปิ่นเลยต้องไปดูแล”
ใหญ่ได้ยินดังนั้น ลมเพชรหึงก็ตีวงสวิงกระแทกเข้าหน้าจังๆ
ในขณะที่ปิ่นอนงค์เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ทรรศนะ ทรรศนะเอาแต่จ้องหน้าปิ่นอนงค์ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างมีความสุข
เวลาเดียวกันนั้น ที่ข้างหลังตรงกับหน้าต่างห้องนอนทรรศนะ ใหญ่เงื้อก้อนหินปาใส่หน้าต่าง เสียงดังปัง
“เสียงอะไร ใครมาปาอะไรเล่น” ทรรศนะสงสัย
ปิ่นอนงค์วางมือลุกไปดูที่หน้าต่าง เห็นใหญ่ยืนโบกไม้โบกมือสั่งให้ลงมา
เจอลูกบ้าของใหญ่ ปิ่นอนงค์ตกใจแทบช็อก โบกมือว่าไปไม่ได้ โบกมือให้ใหญ่ไปก่อน
ใหญ่โบกมือตอบว่าไม่ไป ชี้ไปที่หน้าต่าง พร้อมกับทำท่าจะปีนขึ้นไป ปิ่นอนงค์ตกใจ ร้องออกมา
“อย่านะ”
ทรรศนะหันมาถาม “อะไรหรือปิ่น”
“เออ เด็กค่ะ พวกลูกคนงานปาก้อนหินเล่นกัน ปิ่นกลัวจะปามาโดนหน้าต่างอีก”
ปิ่นอนงค์รีบปิดหน้าต่าง เดินกลับมาหาทรรศนะ “ปิ่นลงไปดูหน่อยนะคะ คุณนะนอนเถอะค่ะ”
ปิ่นอนงค์คลุมผ้าห่มให้ ทรรศนะบอกอ้อนๆ “มาเร็วๆ นะปิ่น”
ปิ่นอนงค์พยักหน้าแล้วรีบไป
ใหญ่ดึงปิ่นอนงค์เข้ามาที่เรือนเพาะชำต้นไม้
“ทำไมต้องหอบผ้าหอบผ่อนไปนอนเฝ้ามันด้วย”
“จะได้ค้นหาพินัยกรรมที่เรือนใหญ่ง่ายขึ้นไงคะ ตอนกลางวันปิ่นกลัวคนเห็น กลางคืนนี่แหละคนหลับกันหมด สะดวกดี”
“แต่ฉันไม่เห็นด้วยที่เธอจะเอาตัวไปใกล้ชิดไอ้ทรรศนะ มันเป็นไอ้ขี้เมา เกิดหน้ามืดลุกมาปล้ำเธอกลางดึกจะทำยังไง”
“คุณนะเธอขยับขาไม่ได้แล้วจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาปล้ำปิ่น อีกอย่างที่คุณนะเจ็บ ก็เพราะช่วยปิ่น”
ใหญ่จะอ้าปากเถียง แต่ปิ่นอนงค์พูดตัดบทแซงขึ้นก่อน “สรุปว่าตกลงตามนี้ค่ะ คุณใหญ่กลับฟาร์มไปได้แล้ว”
จากนั้นปิ่นอนงค์ก็เดินหนีออกจากโรงเพาะชำไปทันที
“ปิ่นอนงค์ เดี๋ยวนี้เธอกล้าออกคำสั่งฉันแล้วหรือ”
ใหญ่ฮึดฮัดจะไม่ยอม
ใหญ่เดินหงุดหงิดเข้ามาในเซฟเฮ้าส์ บ่นไม่หยุดปาก ที่แท้ก็หึงปิ่นอนงค์นั่นเอง
“เหตุผลไม่เข้าท่า จะหาพินัยกรรมก็หาไป ไม่เห็นต้องไปนอนค้างคืนกับมัน”
ปานเทพวิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้องเสี่ยตง “ไอ้ใหญ่ เสี่ยตงหนีไปแล้ว”
“หนีไปได้ไง ขาก็ยังง่อยเปลี้ยอยู่นี่หว่า” ใหญ่โวย ขึ้นเสียงนิดๆ
“มันคงเริ่มเดินได้แล้ว แต่แกล้งตบตาเรา ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ ไอ้เราก็อุตส่าห์พาหมอฝีมือดีมารักษา ดันคิดหนีซะนี่”
“มันคงไม่แค่หนีหรอก” ใหญ่บอกตาลุกวาว
“แกหมายความว่าไงวะ มันจะทำอะไร” ปานเทพงวยงง
“ฉันต้องรีบไปบอกให้ปิ่นรู้ตัว”
ใหญ่รีบออกไป
พระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาท้ายไร่แล้ว ความมืดค่อยๆ คืบคลานเข้ามาครอบคลุมทั่วอาณาเขตกว้างใหญ่ของไร่ไพศาล
ครองสุขนั่งอยู่ข้างเตียงในห้องนอนทรรศนะ เอ่ยด้วยน้ำเสียงฉุนเฉียวเมื่อรู้ว่าทรรศนะไม่ยอมเผด็จสวาทปิ่นอนงค์สักที ตามที่ตนเสี้ยม
“อะไรกัน ทำไมมันชักช้านักล่ะ”
ทรรศนะนอนนิ่ง “ผมกลัวเขาโกรธ”
“อู๊ย มันก็เล่นตัวให้ดูมีค่าไปงั้นแหละ รวบหัวรวบหางมันซะคืนนี้เลย”
“แต่ผมนอนเจ็บอยู่นะครับ”
ครองสุขยิ้ม “อย่างนี้แหละดี ทำสำออยๆ อ้อนๆ มันหน่อย คนมันเคยมือผู้ชายมาก่อน เดี๋ยวก็ตัวอ่อนเป็นขี้ผึ้ง”
แต่ทรรศนะดูกังวลใจ
คนงาน ทำงานกันอยู่ตามหน้าที่ใครมัน คนงานกลุ่มใหญ่ต้อนแกะเข้าคอก
ที่พุ่มไม้ลับตาคน กิ่งไม้ถูกแหวกออกเห็นหน้าเสี่ยตงขบกรามแน่น ในอาการเคียดแค้นมองสำรวจทาง ก่อนที่ เสี่ยตงจะผลุบหน้าหายไป
ตรงทางเดินชั้นบนเวลานั้น ใหญ่ปีนหน้าต่างเข้ามาในห้องว่างห้องหนึ่งบนเรือนใหญ่ จากนั้นจึงย่องมาแง้มที่ประตู เห็นทางโล่งปลอดผู้คน
ใหญ่ออกจากประตู ดึงผ้าขาวม้าให้ปิดหน้าตามิดชิด ค่อยๆ ย่องไป
จังหวะนั้นครองสุขเดินมาทางด้านหลังใหญ่ แต่อยู่ระยะไกลๆ ครองสุขชะงักเพ่งมอง
“นั่นใครยืนอยู่ตรงนั้น แกขึ้นมาบนเรือนใหญ่ทำไม”
ใหญ่ตกใจวิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว ยินเสียงครองสุขไล่ตามหลัง
“ช่วยด้วย ขโมยๆๆ”
ขณะที่ทัศนีย์เดินถือแก้วน้ำดื่มมาที่หน้าห้อง กำลังจะเปิดประตูเข้าไป มีเงาคนผ่านวูบไปข้างหลัง ทัศนีย์เหลียวขวับไปด้านหลัง แต่ไม่เห็นใคร
ทัศนีย์เสียวสยองกลอกตาไปมา ท่าทางกลัวสุดๆ
ตรงทางเดินบนเรือนใหญ่ ลูกน้องครองสุขวิ่งผ่านไป ก่อนที่จอมจะวิ่งตามมา ปิ่นอนงค์รีบดึงไว้ ถามอย่างร้อนใจ
“เกิดอะไรขึ้น”
“มีขโมยขึ้นบ้าน ปิ่นเข้าไปหลบในห้องคุณนะก่อนอย่าเพิ่งออกมา”
จอมบอกแล้วรีบไป ปิ่นอนงค์ตกใจกลัวจะเป็นใหญ่ น้อยวิ่งมาพอดี
“พี่ปิ่น เจอคุณใหญ่หรือเปล่า”
“คุณใหญ่หรือ”
“คุณใหญ่ทนรอพี่ปิ่นที่ห้องไม่ไหว ก็เลยมาตาม”
ปิ่นอนงค์ตกใจ “อะไรนะ! คุณใหญ่อาจบุกไปที่ห้องคุณนะ”
ปิ่นอนงค์ก้าวยาวพรวดๆ ไปทันควัน
เวลาเดียวกัน ครองสุขเคาะประตูห้องนอนทัศนีย์
“ยัยนี เปิดประตูให้น้าหน่อย ยัยนีๆ”
ทัศนีย์ค่อยๆ แง้มประตูออกมา มองทุกคนงงๆ “ทำไมมากันเยอะแยะ มีอะไรกันหรือคะ”
จอมรีบบอก “ขโมยมันขึ้นบ้านครับ คุณนายเห็นมันวิ่งมาทางนี้”
ครองสุขจ้องหน้าทัศนีย์ “แกไม่ได้ยินเสียงแปลกๆ อะไรเลยหรือ”
ทัศนีย์ส่ายหน้า “ไม่มีนี่คะ นีกำลังดูหนังอยู่”
“ล็อคประตูดีๆ ล่ะ”
ครองสุขจะไปแต่ชะงัก สายตาไปเห็นแว่นของใหญ่หล่นอยู่ที่หน้าห้อง
ครองสุขก้มหยิบดู มองหน้าทัศนีย์เขม็งจับกิริยา “นี่มันแว่นของผู้ชาย ทำไมมาหล่นอยู่ตรงนี้”
ทัศนีย์คว้าคืนมา “ของกิ๊กคนใหม่ของนีค่ะ”
ครองสุขจะเข้า ทัศนีย์ดันไว้ “เข้าไม่ได้นะคะ เขานอนหลับอยู่”
“หลีกไป”
ครองสุขผลักทัศนีย์ พ้นไป แล้วเดินเข้า จอม กับลูกน้องสองคนตามเข้าไป
ครองสุขเดินเข้ามา มองไปที่เตียง เห็นผู้ชายนอนหันหลังให้ นุ่งแต่ผ้าขนหนู เสื้อไม่ใส่
ทัศนีย์ตามมา “ดลเขาเป็นโรคนอนไม่หลับ ก็เลยกินยานอนหลับช่วย คุณน้าอย่าไปกวนเขาจะดีกว่า เห็นแก่หน้านีด้วย”
“จอม ไปปลุกมันให้ตื่น แล้วไล่ออกไป” ครองสุขสั่ง
จอมอึกอักพูดเบาๆ “ไม่เหมาะนะครับ คุณนีจะอาย ผมว่าเราออกไปดีกว่า”
“มันอายใครไม่เป็นหรอกน่า”
จอมมองไปที่ทีวี เห็นหนังโป๊ฉายอยู่ ส่วนลูกน้อง กำลังยืนจ้องทีวีตาโต หน้าหื่นชอบใจ มองมาทางทัศนีย์ยิ้มๆ ทัศนีย์เชิดใส่
ครองสุขมองตามบ้าง นางมารร้ายตกใจปิดปากแทบไม่ทัน ร้องลั่น
“ว้าย ทุเรศ ลามกจกเปรต”
จอมรีบเดินไปปิดจอทีวีทันที จ้องหน้าลูกน้องเป็นเชิงด่า
“ก็นีบอกแล้วว่ากำลังดูดีวีดีอยู่ แค่ไม่ได้พูดหมดว่าเป็นหนังเรทไหนเท่านั้น หรือคุณน้าไม่เคยดู”
ครองสุขตวาดแว้ด “นังเด็กบ้า แกนี่มันเกินจะเยียวยาจริงๆ กล้าพูดออกมาได้ไม่อายปาก”
ครองสุขอายพวกลูกน้องจึงรีบไป จอมกับลูกน้องตามติด
ทัศนีย์รีบปิดประตู
ทางด้านปิ่นอนงค์เปิดประตูเข้ามา ทรรศนะไม่ได้นอนอยู่บนเตียงแล้ว
ปิ่นอนงค์ตกใจที่ทรรศนะหายตัวไป ชะโงกมองหน้าต่าง เห็นเงาคนไกลๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเสี่ยตงประคองทรรศนะออกไปทางราวป่า
ปิ่นอนงค์ตกใจ “คุณใหญ่จับคุณนะไปหรือ”
ทัศนีย์นั่งบนเก้าอี้ในห้องนอน ใหญ่ถือมีดวนไปวนมารอบหน้าทัศนีย์
“นีกับปิ่นเราตั้งใจหนีมาที่ไร่ไพศาล เพื่อช่วยคุณใหญ่ เราไม่ได้คิดร้ายกับคุณใหญ่จริงๆนะคะ”
ใหญ่ยิ้มเยาะ “อย่างเธอกับปิ่นอนงค์นะหรือจะหนีฉันรอด ถ้าฉันไม่ตั้งใจปล่อยให้มาเอง”
“อะไรนะ” ทัศนีย์ช็อก! ตาโตเท่าไข่ห่าน
“มันเป็นแผนของฉันกับปิ่นอนงค์ เธอจะได้พาปิ่นมาอยู่ที่ไร่โดยคุณนายไม่นึกสงสัย”
ทัศนีย์โกรธ ผลักใหญ่จนเซไป แล้วลุกยืน “ปิ่นใช้นีเป็นเครื่องมือหรือ”
ใหญ่ปรี่เข้าไปจับมือทัศนีย์ “ถ้าเธอจะโกรธ ก็ตบหน้าฉันได้เลย ฉันขอรับผิดแทนปิ่น”
ทัศนีย์เงื้อมือ ใหญ่ปล่อยมือให้ตบ ทัศนีย์จ้องใหญ่ ตบไม่ลง น้ำตาแตก กอดรอบคอใหญ่แทนเหมือนเด็กน้อยกอดพี่ชาย ทำเอาใหญ่งง
“ช่วยนีด้วย นีอยากไปจากที่นี่ คุณใหญ่ช่วยพานีไปอยู่ด้วยคนนะคะ นีไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร มีก็แต่คุณใหญ่คนเดียว”
“ยังไงเธอก็ต้องอยู่ที่นี่เพื่อคอยช่วยปิ่น”
“นีไม่อยากทำ ทำไมนีต้องทำด้วย”
ใหญ่ชูมีดขู่ ใส่ท่าทางโรคจิตเต็มที่ “ถ้าไม่ทำ ฉันจะกลับมาฆ่าเธอ แล้วเอามีดเชือดเนื้อเธอเป็นชิ้นๆ เนื้อท่องแขน เนื้อท่อนอก เนื้อท่อนขา แล้วยัดลงโถชักโครก จะลองสักแผลก่อนก็ได้นะ อืม เริ่มจากตรงไหนก่อนดี”
ทัศนีย์กลัวส่ายหน้าไปมา “ไม่เอา อย่าทำฉัน ฉันจะคอยช่วยปิ่นก็ได้”
ที่หลังเรือนใหญ่ ปิ่นอนงค์วิ่งออกมา ใหญ่โผล่มาจับมือไว้ ปิ่นอนงค์อึ้ง เพราะนึกว่าเป็นใหญ่จับทรรศนะไป
“คุณใหญ่ แล้วที่ปิ่นเห็น”
“เห็นอะไร”
“คุณนะหายไป ปิ่นเห็นผู้ชายสองคนหายไปในป่าด้านหลังน่าจะเป็นคุณนะ ส่วนอีกคน”
ใหญ่รู้ทันที “เสี่ยตงแน่ๆ”
ปิ่นอนงค์ตกใจมาก “เราต้องรีบหาเสี่ยให้พบก่อนคุณนายมาเจอ”
บริเวณทางไปน้ำตกเวลาเดียวกัน ทรรศนะเริ่มรู้สึกตัว หันไปเห็นเสี่ยตง ทรรศนะยิ่งตกใจ
“ฉันมาอยู่นี่ได้ไง แกจะพาฉันไปไหน”
เสี่ยตงคำรามในคอ “จะพาแกไปทัวร์นรกไงล่ะ”
“ฉันไม่ไปกับแก”
เสี่ยตงยกปืนจ่อ ทรรศนะนิ่งสนิท ยอมเดินไปกับเสี่ยตงแต่โดยดี
ที่บริเวณน้ำตก กิริยาเสี่ยตงยังดูงกๆ เงิ่นๆ เดินเหินไม่ค่อยคล่อง แต่แววตานั้นแสนดุดัน เอาปืนจี้ทรรศนะมาตรงริมน้ำตก จังหวะหนึ่งเสี่ยตงเอาปืนตีต้นคอทรรศนะทรุดลงไปกับพื้น
เสี่ยตงพูดลำบากต้องบังคับปาก “อีคุณนายมันรักแกมาก ถ้าแกตาย มันต้องหัวใจสลาย เจ็บปวดกว่าที่มันทำกับชั้นหลายร้อยเท่า”
เสี่ยตงทำเป็นเล็งปืน แล้วยิงเปรี้ยง!!! ทรรศนะร้องลั่นยกมือบังหน้าบังตัว
“อย่า”
ทรรศนะสะดุ้งโหยง ลูกปืนเฉี่ยวลำตัวลงพื้น ฝุ่นกระจาย
เสี่ยตงหัวเราะร่า ชอบอกชอบใจ
“ชั้นได้ความคิดใหม่ สนุกกว่าเดิม เอาแกล่ออีคุณนายออกมาแล้วค่อยๆ ยิงแกที่แขน ที่ขา ให้มันทรมานใจอีคุณนาย สุดท้าย ก็ยิงทิ้งทั้งสองคน”
ทรรศนะไหว้เสี่ยขอชีวิต พูดดีๆ ด้วย “เสี่ยชั้นไหว้ล่ะ ชั้นไม่ได้รู้เห็นอะไรด้วย ไว้ชีวิตชั้นเถอะ เสี่ยจะเอาเงินเท่าไหร่ ชั้นจะขอคุณน้าเอามาให้”
เสี่ยตงไม่แยแส ถีบไหล่ทรรศนะกลิ้งโค่โล่ “มันก็เงินกูทั้งนั้น วินาทีนี้เงินไม่มีความหมายแล้วโว้ย มันมีแต่ความแค้น
เสี่ยตงจดสายตามองจ้องทรรศนะ แววตาดุดันเหี้ยมเกรียม ด้วยความเคียดแค้น
โปรดติดตาม "ปิ่นอนงค์" ตอนที่ 20 เวลา 7.00 น. พรุ่งนี้
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Online
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com)
«
Reply #9 on:
20 October 2026, 08:55:55 »
https://mgronline.com/drama/detail/9550000088058
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 20
เผยแพร่: 18 ก.ค. 2555 08:41 โดย: MGR Online
.
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 20
พอลูกน้อง 2 คน เข้ามารายงานเรื่องทรรศนะหายตัวไป ครองสุขตกใจตาค้าง ลุกยืนพรวด ถามเร็วปรื๋อ
“อะไรนะ ตานะหายไป หายไปไหน”
ลูกน้องคนแรกเอ่ยขึ้น “ผมเจอกระเป๋าเงินของคุณนะตกอยู่ตรงทางไปน้ำตก”
ครองสุขนิ่งนึก “จอมมันก็ไม่อยู่ด้วย” ในที่สุดก็นึกออก “โทร.เรียกไอ้เจิดไอ้ก้านเดี๋ยวนี้เลย”
ที่ริมน้ำตกเวลานั้น เสี่ยตงเหยียบยอดอกทรรศนะ ด่าทอต่อว่า
“ปลิ้นปล้อนกันทั้งครอบครัว อยากนั่งรถเข็นมากใช่มั้ย ชั้นจะสงเคราะห์ให้”
เสี่ยตงพยายามเล็งปืนไปที่เท้าทรรศนะ
แต่ทรรศนะพลิกตัวรวบขาเสี่ยตงก่อน เสี่ยตงยิงเปรี้ยง ลูกปืนพลาด เสี่ยถลาล้มลงไป
ทรรศนะขึ้นคร่อมเสี่ยตง ยื้อแย่งปืนกัน สองคนกลิ้งอยู่บนพื้น ปืนกระเด็นไป
ทรรศนะแย่งปืนได้ รีบหยิบปืนลุกเล็งใส่เสี่ยตง มือไม้สั่น
เสี่ยตงพยายามลุก เดินงกๆ เงิ่นๆ เข้าหา
“หนีไปซะ อย่าบังคับผม ผมไม่อยากฆ่าคน อย่ากดดันผม” ทรรศนะขึ้นเสียง
“ยิง ยิงเลย แกจะได้ติดคุก ยิงสิ ยิง”
ทรรศนะหลับหู หลับตา เหนี่ยวไกดังปัง ลูกปืนเฉี่ยวขาเสี่ยตงจุดข้างน่อง เลือดไหลเป็นทาง
ปิ่นอนงค์โผล่มาจากด้านหลังตกใจมาก มองทรรศนะที่เดินได้ปกติ ทรรศนะก็ตกใจที่ปิ่นอนงค์จับได้
ปิ่นอนงค์มองเสี่ยตงที่อยู่ข้างหน้าอาการงวยงง จังหวะนั้นใหญ่โผล่มาทางด้านหลังทรรศนะ เอาไม้ฟาดตรงท้ายทอย ทรรศนะทรุดลงไปกองกับพื้น สลบเหมือด
เสียงรถยนต์กระบะของครองสุขและลูกน้องราว 5 คน ดังเข้ามา ใหญ่พูดไปเอาผ้าที่โพกหัว มาพันหน้าพรางตัว
“ปิ่นเร็ว พาเสี่ยหนีไปก่อน รู้นะที่ไหน”
“แล้วคุณใหญ่...”
“ไม่ต้องถาม รีบไป”
ใหญ่พุ่งไปหยิบปืนข้างทรรศนะ มาเหน็บหลัง เห็นชัดว่าใหญ่ก็มีปืนอีกกระบอก แต่ไม่อยากให้เรื่องบานปลาย
ใหญ่ยืนกระชับไม้มั่นในมือ รถครองสุขวิ่งเข้ามาจอด ครองสุขเห็นทรรศนะร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ
“อ๊าย...” เหล่าสมุน 5 คนกระโดดลงเข้าไปล้อมใหญ่
ใหญ่ตกอยู่ในวงล้อม “จับเป็นมัน ฉันอยากรู้ว่าใครสั่งมันมา”
ครองสุขประกาศกร้าว มาดเจ้าแม่เต็มองค์
ปิ่นอนงค์จับมือเสี่ยตงพาดไหล่ อีกมือจับขอบกางเกงตรงกระเบนเหน็บ พาเสี่ยตงลุยลำธาร ฝ่าพงหญ้าหนีมา
จังหวะต่อมาปิ่นอนงค์ดึงร่างเสี่ยตงให้ข้ามโขดหินและขอนไม้ จนเสี่ยตงทำท่าหมดแรงทิ้งตัวบนพื้น“แข็งใจหน่อย เสี่ยตง เราต้องรีบไป ข้ามภูเขาเล็กๆ ข้างหน้าก็ถึงแล้ว” ปิ่นอนงค์ปลุกปลอบ
“ชั้นเคยคิดร้ายกับเธอกับคุณใหญ่ เคยปล้ำเธอ เคยคิดจะฆ่าพวกเธอ มาช่วยชั้นทำไม” เสี่ยตงสงสัย
“ถือว่าไม่ติดค้างบุญคุณต่อกัน เสี่ยต้องรักษาชีวิตเอาไว้ เพื่อเป็นพยานให้พวกเรา เอาตัวคุณนายมาชดใช้กรรมให้ได้”
“อีคุณนายมันก็ต้องซัดทอดชั้น ชั้นยอมตายดีกว่าติดคุก ชั้นไม่โง่ช่วยพวกเธอหรอก”
ปิ่นอนงค์ส่ายหน้าระอาใจ “ไม่เป็นไร ถึงไม่อยากช่วย แต่ก็ต้องรีบไปด้วยกัน ก่อนที่พวกมันจะตามมาถึง มาค่ะปิ่นช่วย”
ปิ่นอนงค์จับข้อมือเสี่ยตงดึงให้ลุกยืน เตรียมประคอง แต่ร่างเสี่ยตงกลับร่วงทรุดลงไปอีกเสี่ยตงเอามือจับขาตัวเอง เห็นเลือดไหลซึมออกมา ร้องครวญคราง
“ไม่ไหว เจ็บ เจ็บจริงๆ”
ปิ่นอนงค์มองแผล หยิบมีดพกที่ใหญ่ให้ไว้ติดตัวออกมา เสี่ยตงสะดุ้งหน้าเสีย
ปิ่นอนงค์กรีดเสื้อตรงขอบเอวตัดออกมา หยิบผ้าเช็ดหน้า มาพับปิดแผล เอาผ้าที่ตัดมาพันรัดให้เสี่ยอย่างจริงจัง
เสี่ยตงนิ่งมอง ครุ่นคิด อึ้งในใจกับความแสนดี
เหตุการณ์ที่ริมน้ำตกยังตะลุมบอนกันอยู่ โดยใหญ่ซึ่งปิดหน้าปิดตาใช้ไม้เป็นอาวุธ ต่อสู้กับสมุนครองสุขสามสี่กระบวน
เจิดเสียท่าถูกตีสีข้างร่างกระเด็นไป ใหญ่ตีเฉียงกะลำตัว ก้านอาศัยจังหวะที่ใหญ่พัวพันกับเจิด
กระโดดถีบรับที่มือใหญ่ ไม้กระเด็น สมุนคนอื่นเข้าล็อกแขนใหญ่
ใหญ่ดิ้นรนไปติดริมโตรกน้ำตก สมุนถีบขาพับหลังเข่า ใหญ่ทรุดลงคุกเข่า
เจิดย่างสามขุมเข้าหาใหญ่ ขยุ้มผ้าขาวม้าเตรียมจะกระชาก
จังหวะนั้นถวิลซึ่งพรางหน้าเช่นกัน กระโดดถีบเจิดกระเด็น
ใหญ่ถีบตัวเองกระโดดตีลังกาหลัง ลงน้ำมาดอย่างเท่ สมุนครองสุขชักปืน
ถวิลจ้องอยู่เตะมือจนปืนหล่น อีกคนโดนถวิลใช้สันมือสับคอ ทรุดฮวบ
ก้านจ้องอยู่สบโอกาสเตะเสยหน้าถวิลสลบเหมือด ก้านเปิดหน้าถวิลให้ครองสุขดู
“ไอ้หวิน แกเองหรือ” ครองสุขตาค้าง
ไม่นานหลังจากนั้น ครองสุขเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าทรรศนะไปมา ทรรศนะได้สติจับท้ายทอยหน้าเหยเก
น้อยถือขันน้ำอยู่ ลุ้นฟังถ้อยความ “วางขัน ไสหัวไป นังน้อย” ครองสุขตวาด
น้อยรีบวางขัน วิ่งแจ้นออกไป
“คุณน้าครับ ปิ่นหายไปไหน ปิ่นเป็นอะไรรึเปล่า”
ทรรศนะเหลียวซ้าย แลขวามองหา
“น้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่เห็นมันแม้แต่เงา”
“ปิ่นเค้ารู้ความจริงแล้ว ว่าผมโกหก ผมไม่น่าเชื่อคุณน้าเลย ปิ่นต้องเกลียดผมแน่เลย”
ทรรศนะมองครองสุขงอนๆ นึกถึงตอนที่ครองสุขวางแผนให้แกล้งเดินไม่ได้
วันนั้นที่ห้องคนป่วยโรงพยาบาล ครองสุขก้มโน้มตัว ลูบหัวทรรศนะ กระซิบเบาๆ
“เป็นโอกาสทองของนะแล้ว นะต้องแกล้งทำเป็นเดินไม่ได้ปิ่นมันจะได้สงสาร น้าจะให้มันมาดูแลนะอย่างใกล้ชิด”
ทรรศนะสบตาครองสุข อาการลังเล
ทรรศนะดึงตัวเองกลับมา ยังปัจจุบัน ครองสุข งอน ค้อนทรรศนะ
“น้าหวังดี เห็นนะนอนเจ็บอยู่บนเตียง น่าก็สงสาร อยากให้นะสมหวัง มาโทษน้าอีกแล้ว”
ทรรศนะนึกขึ้นได้รีบลุกนั่ง หน้าตื่น “ไอ้เสี่ย ไอ้เสี่ยตงเป็นคนมาจี้จับผมไป มันบอกจะฆ่าพวกเราแก้แค้น”
ครองสุขตาค้าง “ห๊า...ไอ้เสี่ย มันยังไม่ตายอีกเหรอ ถ้าอย่างนั้น มัน...มันต้อง” ครองสุขครุ่นคิด “เป็นคนจับนังปิ่นไปแหงๆ”
“คุณน้า คุณน้าต้องช่วยตามปิ่นกลับมาให้ผมนะครับ”
ยินเสียงประตูดังเอี๊ยดอ๊าด ครองสุขสะดุ้ง เหลียวขวับ พุ่งไปที่ประตู ประตูเปิด “ใคร อีน้อย แกมาแอบฟังชั้นเหรอ”
ทัศนีย์เข้ามาเผชิญหน้าซึมๆ “นีเองค่ะ คุณน้า นีเป็นห่วงพี่นะ เลยมาเยี่ยม”
ครองสุขมองทัศนีย์ที่เดินเข้าไปหาทรรศนะ เห็นกิริยาแปลกๆ หลายครั้งเข้า ครองสุขชักสงสัยทัศนีย์ขึ้นมาแล้ว
ทัศนีย์เก็บเสื้อผ้าสามสี่ตัวยัดๆๆ ใส่กระเป๋าสะพาย เก็บไปก็บ่นไป
“พี่นะร่วมมือกับคุณน้า เสี่ยตงกลับมาแก้แค้น มันจะฆ่าล้างครัวอยู่นี่ไม่รอดแน่”
ทัศนีย์สะพายกระเป๋า พุ่งไปเปิดประตูห้อง ชะโงกหน้าเหลียวซ้าย แลขวา เห็นว่าทางโล่งปลอดคน
เช้าวันต่อมา จินตนากับเพื่อนหมอหญิงคนหนึ่งอยู่ที่หน้ากระท่อมป้าทอง สองสาวหันไปมองที่ในกระท่อม ในขณะที่จินตนาส่งกระเป๋ายา อุปกรณ์ให้ พลางขอบคุณ
“ขอบใจมากนะเพื่อน”
จินตนาตบไหล่เพื่อนหมอเบาๆ
“รับรองเป็นความลับชั้นสุดยอด” เพื่อนหมอบอกยิ้มๆ
จากนั้นหมอสาว ก็ขึ้นรถ ATV ขับออกไป ปิ่นอนงค์ออกมากระท่อมพอดี
“ขอบใจมากจิน”
“ก็บอกแล้ว เพื่อนต้องช่วยเพื่อน”
จินตนาจับไหล่ปิ่นอนงค์ เมียงมองสำรวจ ปิ่นอนงค์งงๆ
“หมอเค้าทักว่าสีหน้าเธอไม่ปกติว่างๆ ไปให้หมอตรวจร่างกายหน่อยก็ดีนะปิ่น”
“พักนี้ก็เพลียๆ เหมือนกันเราอาจจะเครียดมากไปก็ได้” ปิ่นอนงค์เหลียวดูไปมา “เอ๊ะ...ป่านนี้แล้วทำไมคุณใหญ่ยังไม่มาตามนัดอีก”
จินตนาสะกิดแขน ชี้ไปอีกทาง ปิ่นอนงค์เหลียวมองตาม
เห็นชายชาวบ้านที่เคยปลอมเป็นใหญ่ในวันที่ถูกจอมไล่ล่า โอบเอวประคองใหญ่เข้ามา ตัวเปียกโชก
ถวิลถูกมัดอยู่กับเสาในโรงนาเก็บฟาง สมุนคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ
ครองสุขเข้าไปพูดข้างหูถวิล “ถ้าไม่อยากตาย บอกชั้นมาไอ้ตงมันอยู่ที่ไหน มันบอกอะไรแกบ้าง”
ถวิลยิ้มเยาะ “ไม่รู้ อี...”
ครองสุขตบหน้าถวิล ถอยออกมาสั่งสมุน “ซ้อมจนกว่ามันจะพูด”
สมุนตั้งหลักเตรียมตัวซ้อม จอมวิ่งหน้าตื่นเข้ามา ตะโกนก้อง
“เฮ้ย...หยุด ใครแตะต้องพ่อกูก็ยิงกัน”
จอม มองสมุน มองครองสุข “พ่อเธอร่วมมือกับไอ้เสี่ยตงคิดฆ่าตานะ ฉันจำเป็นจะต้องจับตัวไว้เพื่อขอให้นายหวินบอกที่ซ่อนของเสี่ยตง”
จอมอาสา “ผมจะคุยกับพ่อเอง”
ครองสุขยิ้ม “ก็ได้ ฉันเองก็ไม่ได้คิดทำร้ายนายหวินอยู่แล้ว ยังไงก็คนกันเอง”
ว่าพลางครองสุขลูบแผงอกจอมให้ถวิลเห็น “ฉันจะรอคำตอบที่ห้องนอนเหมือนเคยนะจ๊ะจอม”
ครองสุขเดินออกไป เจิด กะก้านตาม ครองสุขชะงักนิดหนึ่ง ส่งสายตาให้สัญญาณสมุนเป็นเชิงบอกให้จัดการเก็บถวิลเสีย!!
ถวิลจ้องหน้าจอมอย่างผิดหวัง
“เอ็งทำไมทำตัวแบบนี้ แค่มาเป็นหมารับใช้มันยังไม่พอยังเอาตัวไปบำรุงบำเรอมัน ไอ้สารเลว เอ็งมันจะทำตัวชั่วไปถึงไหน”
“มันไม่ใช่อย่างที่พ่อเข้าใจ พ่อรีบบอกมาว่าเสี่ยตงมันอยู่ไหน”
“เอ็งไม่ต้องมาถามอะไรข้า ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น”
“พ่อ ผมอยากจะช่วยพ่อจริงๆ” จอมรำพัน
“เอ็งฆ่าข้าได้เลย ไม่ต้องรอนังคุณนาย เอาเลยสิวะ”
พ่อ ลูก สบตากันเครียด
ในขณะที่ครองสุขนั่งทาเล็บอยู่ในห้องโถง ปิ่นอนงค์เดินกะเผลกเข้ามา ตัวเลอะโคลนไปหมด
ครองสุขชะงัก เงยหน้ามอง
“ดูสารรูปเข้า แกหายไปตะลอนที่ไหนมานังปิ่น ชั้นสั่งให้แกดูแลตานะให้ดี นี่อะไรกันตานะถูกไอ้ตงจับไป ถูกตีสลบไสลมาเกือบตาย”
“ปิ่น...ปิ่นก็ถูกเสี่ยตงจับไปเหมือนกันค่ะ แต่ปิ่นหนีมาได้เพราะเสี่ยตงเจ็บหนัก โดนคุณนะยิง”
ครองสุขลุกไปหา จับแขนปิ่นอนงค์เขย่าๆ “แกแน่ใจนะ ว่าแกไม่ได้โกหกชั้น”
ทรรศนะได้ยินเสียงรีบเข้ามา น้อยตามติด ทรรศนะเอ่ยขึ้น
“จริงๆครับ ผมยิงไอ้เสี่ยตงไปนัดหนึ่ง ไม่รู้ว่าโดนตรงไหน”
ปิ่นอนงค์ไม่ยอมมองหน้าทรรศนะ ยังเคืองเรื่องที่โดนหลอกว่าเดินไม่ได้
“ปิ่นขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
ปิ่นอนงค์กะเผลกจะไป ทรรศนะรีบเข้าประคองแขนโอบเอว ปิ่นอนงค์รีบเบี่ยงตัวออก
“ไม่ต้องค่ะ ให้น้อยพาไปก็ได้ เดี๋ยวคุณนะจะลื่นล้ม เดินไม่ได้อีก”
ทรรศนะเจื่อนจ๋อย น้อยกระโดดแผล็วเข้าไปพยุงปิ่นอนงค์
ทรรศนะมองตามไป ครองสุขเครียด
จอมนำหน้าถวิลมา เดินระแวดระวังมาตรงริมรั้วที่มีต้นไม้ใหญ่รายรอบ
“พ่อหนีไปซะ อย่ากลับมาที่ไร่ไพศาลอีก”
“แล้วเอ็งจะเสียใจ ไอ้ลูกโง่ คุณนายมันเป็นคนใจคด เอารัดเอาเปรียบลูกน้อง เอ็งอยู่ที่ไร่ก็เคยเห็นมาตลอด แล้วทำไมยอมเป็นขี้ข้ามัน”
“พ่อคิดว่าผมมีความสุขที่ได้ทำงานให้คุณนายหรือ แต่ผมต้องอดทนอยู่ เพื่อปิ่น”
ถวิลอบรมต่อ “คนเราต้องอยู่เพื่อความถูกต้องเมื่อไหร่เอ็งจะเข้าใจวะ” ถวิลส่ายหน้าระอาใจ ถ่างลวดหนาม จะออกไป
สมุน 5 คน โผล่ออกมาจากมุมต่างๆ ตัวหัวหน้าถือปืน ลูกน้องถือมีดปาดตาล สปาต้าร์ ทุกคนใส่โม่ง รุมล้อมจอม กะถวิล
จอมตะโกนบอก “หนีพ่อ”
แต่แล้วบรรดาหมู่มวล ร่วงไปทีละคน เป้าแรกที่มือคนถือปืนฟุบคาที่ ตัวหัวหน้าปืนกระเด็น จับมือตัวเองเลือดสาด บาดเจ็บสาหัส เหล่าลูกน้องเหวอ เสียงดังฟุบ พร้อมๆ กับมีดกระเด็นจากมือสมุนทุกตัวคน
เหล่าสมุน เหลียวรอบตัวสายตาล่อกแล่ก แล้วเผ่นเข้าพงหญ้าหายหัวไป
ใหญ่นั่งคาบก้านดอกหญ้าอยู่บนคบไม้ ส่องกล้องเล็งปืนแพนไปมาช้าๆ ก่อนจะเก็บปืนเอามาสะพายไหล่
จอมถือปืนสอดส่องมองหา ถวิลอมยิ้มรู้ว่าเป็นใหญ่
“จะมองหาไปทำไม เค้าไม่ยิงกบาลเอ็งก็บุญโขแล้ว”
“ใครพ่อ พ่อทำงานให้ใคร”
“เอ็งไม่จำเป็นต้องรู้ รู้แค่ว่าเขาเป็นคนดี”
ถวิลมุดรั้วหายไป จอมสงสัย
สีหน้าครองสุขยามนี้ ไม่พอใจมาก “ไอ้หวินมันหนีรอดไปได้หรือ”
สมุนก้มหน้านิ่ง จอมเข้ามา “ผมเป็นคนปล่อยพ่อไปเอง ผมยินดีรับโทษทุกอย่าง”
ครองสุขเหลือบตามองสมุน รู้กัน “เธอกตัญญูกับพ่อฉันเองก็เข้าใจ แต่พ่อเธอร่วมมือกับไอ้เสี่ยตงจะฆ่าฉัน”
“ผมเชื่อว่าพ่อไม่รู้ไม่เห็นด้วย พ่อเองก็โดนตามฆ่าอยู่เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าพวกไหน”
ครองสุขกลอกตา แต่งเรื่องให้ร้ายปานเทพ “ก็คงพวกไอ้ปานนั่นแหละ มันอาจแค้นเธอเรื่องไอ้ปลอดก็เลยเล่นงานพ่อเธอแทน ทำไมคนพวกนี้มันถึงร้ายกาจนักนะ มรดกทั้งหมดคุณไพศาลให้ฉันเอง พอแย่งไปไม่ได้ ก็จะฆ่าแกงกัน ขนาดนังปิ่นยังเกือบโดนลูกหลงไปด้วย”
ครองสุขผุดแววตาเจ้าเล่ห์ จอมตกใจรีบออกจากห้อง เป็นห่วงปิ่นอนงค์
ครองสุขหันมาด่ากราดลูกน้อง
“มันน่าตัดเงินนัก สั่งอะไรเหลวตลอด”
คืนนั้นสองคนอยู่ในห้องนอนปิ่นอนงค์ เปลี่ยนชุดกันแล้วเรียบร้อย
ปิ่นอนงค์หันมาทางใหญ่ “คุณใหญ่ช่วยลุงหวินได้แล้วหรือคะ”
“แล้วทางเธอล่ะ”
“ทางปิ่นก็ราบรื่นดีค่ะ คุณนายเชื่อว่าปิ่นก็โดนเสี่ยตงจับไปด้วยเลยไม่สอบสวนอะไรมาก”
ใหญ่มองปิ่นอนงค์ผ่านกระจกเงา “ดูหน้าตาเธออิ่มเอิบแจ่มใสเชียวนะ คงจะดีใจล่ะสิที่นายนะไม่ได้พิกลพิการไปจริงๆ”
“คุณนะไม่พิการปิ่นก็ต้องดีใจสิคะ ขืนปิ่นเสียใจคงเป็นคนเลือดเย็นน่าดู”
ใหญ่ลุกไปยืนเคียงข้างโต๊ะเครื่องแป้ง หาเรื่องเพราะหึง “พูดอย่างนี้ก็ว่าชั้นเป็นคนเลือดเย็นน่ะสิ”
ปิ่นอนงค์ลุกงงๆ มองใหญ่ แล้วไปนั่งที่เตียงวัดอารมณ์ใหญ่
“คุณใหญ่ไม่ใช่คนเลือดเย็นหรอกค่ะแต่เป็นคนเลือดร้อน”
ใหญ่หันไปมองปิ่นอนงค์พาลเต็มที่ “นี่เธอหลอกด่าฉันหรือ”
“เฮ้ย...ไม่ใช่อย่างนั้น...”
ใหญ่ชี้หน้า “ขึ้นเฮ้ยกับชั้นเหรอ อยากมีเรื่องใช่มั้ยปิ่นอนงค์ ได้...ได้เลย”
ใหญ่ทำฮึดฮัดถอดเสื้อเขวี้ยงทิ้ง จ้องปิ่นอนงค์เขม็ง
“แล้วถอดเสื้อทำไมคะ” ปิ่นอนงค์แกล้งถาม
“คงจะให้เธอเกาหลังให้มั้ง” ใหญ่ประชดส่งๆ ลอยหน้ากวนๆ
ใหญ่พุ่งตัวกระโดดเข้ารวบตัวปิ่นอนงค์บนเตียง ปิ่นอนงค์รู้ทันลุกหลบ ใหญ่วืดหน้าคว่ำลงกับเตียง
“ปิ่นไม่ตามใจคุณใหญ่หรอก เก่งแต่เอาเปรียบ”
ปิ่นอนงค์วิ่งไปที่ประตูห้อง เปิดหนีออกไป
ใหญ่ยิ้มขำๆ สุขใจอารมณ์ดีที่แกล้งปิ่นอนงค์ได้
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 20 (ต่อ)
ปิ่นอนงค์รีบปิดประตูลงอย่างโล่งใจ พอมองไปก็เห็นจอมเดินรี่มาตามทางสีหน้าเครียด จึงรีบเดินไปหาจอมเพื่อกันไม่ให้จอมมาที่ห้องเจอใหญ่
จอมมาถึงตัวก็จับแขนปิ่นอนงค์แน่น “ตกใจหมดเลยที่ได้ยินมาว่าเสี่ยตงจับปิ่นไป”
พร้อมกันนั้นจอมดึงปิ่นอนงค์เข้ามากอด “เราขอโทษที่ไม่ได้ดูแลปกป้องคุ้มครองปิ่น ต่อไปนี้เราจะไม่ให้พลาดอีก”
ปิ่นอนงค์ไม่ทันตั้งตัวตกใจตัวแข็งทื่อ ระหว่างนั้นใหญ่แอบมองอยู่ที่ประตูแง้มๆ ดู
ปิ่นอนงค์ได้สติดันตัวจอมออก จอมหน้าเจื่อนๆ ไป
“ขอบใจที่จอมเป็นห่วงเรา เราเหนื่อยจังเลย จอมก็กลับไปพักผ่อนเถอะ”
ปิ่นอนงค์จะกลับห้อง จอมเดินตามติด ปิ่นอนงค์หันมาหา “ตามมาทำไมหรือจอม”
จอมเขม้นมองไปที่ประตูห้องนอน ใหญ่รีบหลบวูบ
ปิ่นอนงค์เดินมาที่ประตูห้อง จอมเดินเครียดตามมา
“โธ่จอมไม่มีอะไรหรอก เสี่ยตงเขาหนีไปแล้ว ส่งเราแค่นี้ก็พอ ขอบใจมากนะ”
ปิ่นอนงค์เปิดประตูแง้มดูข้างใน เห็นใหญ่ยืนหน้าดุ กอดอกจ้องอยู่ไม่ยอมซ่อนตัว
ปิ่นตกใจ ตาโตกระแอมไอกลบเกลื่อน
“คืนนี้เราจะนอนเฝ้าปิ่นหน้าห้อง”
ใหญ่ได้ยินเต็มหู ปิ่นอนงค์ตกใจ ใหญ่ออกท่าทางทำปากให้ไล่ตะเพิดจอมไปซะ
ปิ่นอนงค์รีบหันมาบอกจอม “เรานอนแล้วนะ ราตรีสวัสดิ์” รีบทำหน้าปกติกับจอม
จากนั้นปิ่นอนงค์ก็แทรกตัวเข้าประตู ดันใหญ่ให้หลีกออกจากประตู
ใหญ่เดินดักหน้า ดักหลัง ดันตัวปิ่นอนงค์ไปที่เตียง ปิ่นอนงค์ตาดุใส่ใหญ่ สองคนพูดโต้เถียงกันเบาๆ
“รีบไปก่อนที่จอมจะสงสัย”
ใหญ่งอแงพูดตอบเบาๆ “เรื่องอะไรมาไล่ฉัน เธอก็ไปไล่ไอ้จอมมันสิ”
“บอกกับคุณใหญ่ง่ายกว่า ปิ่นรู้นิสัยจอม”
ใหญ่โมโหยียวนปิ่นอนงค์ “แหม รู้ใจกันจริงนะ ไม่รู้ล่ะ ถ้าจะมีใครต้องไป ต้องเป็นไอ้จอม ไม่ใช่ฉัน”
ปิ่นอนงค์ชักโกรธ “คุณใหญ่ ทำไมชอบทำอะไรเป็นเล่นไปหมดแล้ว ปิ่นเครียดมากนะคะ”
คราวนี้ใหญ่ทำท่ากรุ้มกริ่ม “ชั้นเป็นห่วงเธอ เมื่อกี้มันก็ขโมยกอดเธอไปทีนึงแล้ว ยอมมันไม่ได้ มันแค่ได้กอดเธอ แต่ฉันต้องได้มากกว่านั้น”
ว่าพลางใหญ่กอดปิ่นอนงค์ซุกไซ้ไปมา ดันตัวไปนอนลงที่เตียง ปิ่นอนงค์ปกป้องขัดขืน ใหญ่ทำจุ๊ปาก
แล้วดันปิ่นอนงค์จนหงายแหงนลงไปนอนบนเตียง ปิ่นอนงค์ทำตาดุสบตากับใหญ่ที่ทะเล้นใส่
เวลาผ่านไปใหญ่หลับตาแกล้งหลับห่มผ้าถึงอก
ปิ่นอนงค์ค่อยๆ ลุกเขยิบออกจากผ้าห่ม เดินไปหยิบผ้าห่มอีกผืนที่ปลายเท้าจะลุกเอาไปให้จอม
ใหญ่ยกเท้าทับผ้าห่มที่ปิ่นอนงค์หยิบ ยื้อกันอยู่ ใหญ่ลุกแย่งผ้าห่มมา ห่มกึ่งกอด หันหลังให้ปิ่นคุดคู้ก้นงอน
“มาแย่งทำไมคะ คุณใหญ่ก็มีผ้าห่มอยู่แล้ว”
“ดึกๆ มันหนาว อยากห่มสองผืนมีปัญหาอะไรมั้ย” ใหญ่กระซิบเย้ย
ปิ่นอนงค์โกรธขึ้นเตียงหันหลังให้ใหญ่ ก้นชนกัน ใหญ่กระดกก้นชนก้นปิ่นอนงค์อย่างชอบใจ
แต่ปิ่นอนงค์ไม่เล่นด้วย นอนหลับตา
ทางด้านจอมหลับกอดอกคอพับพิงประตูอยู่ในท่านั้น
จู่ๆ ใหญ่ทนไม่ไหว ลุกพรวด ปิ่นอนงค์ตกใจเด้งตัวตาม
“อะไรคะ”
“รำคาญ ออกไปวัดดวงกับไอ้จอมเลยดีกว่า มันบังอาจทำให้เมียนอนหันหลังให้ฉัน”
“เดี๋ยวก็พังกันหมด”
“พังก็พัง”
ใหญ่แกล้งคว้าปืนมา ปิ่นอนงค์แย่งมาอย่างรวดเร็ว ปืนจ่อไปทางใหญ่
“อย่าเล่นบ้าๆ เกิดลั่นโป้งป้างมาจะทำไง”
“อย่างมากก็เป็นม่าย นอนลงเดี๋ยวนี้”
“นี่เธอ” ใหญ่ขัดใจ
“บอกให้นอน”
ใหญ่นอนตามสั่ง “หลับตา เร็ว”
ใหญ่หลับตา ปิ่นอนงค์แอบยิ้ม เอาปืนวางหัวเตียงแล้วลงนอนกอดใหญ่หมับ ใหญ่ลืมตา
“บอกให้หลับตา”
ใหญ่รู้ว่าปิ่นอนงค์แกล้ง รีบหลับตา กอดก่ายปิ่นอนงค์ ยิ้มอย่างมีความสุข
จอมตื่นขึ้นมาได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกัน ทำท่าจะเคาะ แต่เกรงใจ เลยได้แต่นั่งเฝ้า
วันต่อมาทัศนีย์เดินสะพายกระเป๋าออกมาจากร้านก๋วยเตี๋ยว เฮียพ่อค้าชี้บอกให้ไปอีกทาง
ทัศนีย์กำลังไหว้คุณยาย “แถวนี้มีห้องเช่ามั้ยคะ”
คุณยายชี้ไปอีกทาง
คล้อยหลังทัศนีย์เดินไป ลูกน้องครองสุขโผล่ออกมา จ้องทัศนีย์อย่างประสงค์ร้าย
บริเวณห้องเช่า เซฟเฮ้าส์ที่ปานเทพกับใหญ่เอาเสี่ยตงมาซ่อนตัว
ทัศนีย์เดินมาหยุดที่หน้าประตูอีกห้องที่ปิดอยู่ มีกระดาษปิดว่า “ให้เช่า ติดต่อเบอร์โทร”
ด้านในห้องเช่า ปานเทพห่มผ้าให้เสี่ยตงที่นอนหลับไปแล้ว หลังจากไปรับมาจากหมู่บ้านนาข้าวของป้าทอง
ปานเทพเปิดประตูออกมาคุยโทรศัพท์
“คืนนี้ฉันคงต้องนอนเฝ้าเสี่ย ถึงไม่มีปัญญาหนีอีก แต่ก็กลัวแผลอักเสบตายไปซะก่อน”
ปานเทพตัดสาย บ่นพึมพำ “คนอะไรวะ โคตรดวงแข็ง”
ทัศนีย์ได้ยินเสียงปานเทพหันมาจ้องหน้า ต่างคนต่างตกใจ ไม่คาดฝัน
“นายปาน นายมาอยู่ที่นี่ได้ไง”
ทัศนีย์มองไปที่ห้องเช่าของปานเทพ ปานเทพรีบกลบเกลื่อนกลัวทัศนีย์เห็นเสี่ยตง
ปานเทพมองกระเป๋าเสื้อผ้าทัศนีย์ “เธอหนีออกจากไร่หรือเนี่ย”
“ใครใช้ให้นายไม่ช่วยฉันล่ะ ฉันก็มือมีเท้า หนีเองได้”
ปานเทพก้าวเร็วๆ ไปเข้าหาเรื่องทัศนีย์
“ทำไมถึงคิดหนีแม่ตัวเอง คราวนี้ฉันจะรีดความจริงออกจากปากเธอให้ได้”
ทัศนีย์หันหลังกลับจะวิ่งหนี ปานเทพคว้าไว้ทัน “ปล่อยฉัน ฉันไม่รู้เรื่องอะไรของคุณน้าจริงๆ”
ทัศนีย์ดิ้น ปานเทพชี้ห้องที่ให้เช่า “ถ้าเธอไม่พูด ฉันจะปล้ำเธอเป็นเมีย ห้องนี้ไม่มีคนอยู่ซะด้วยเหมาะกับเป็นรังรักของเรา”
ทัศนีย์แหกปากร้องลั่น “ช่วยด้วยๆ ไอ้หมอนี่มันจะข่มขืนฉัน”
สมุนครองสุขวิ่งมา ทัศนีย์ตกใจร้องโวยวายโบกมือห้าม
“อ๊าย ฉันไม่ได้เรียกพวกแก ไม่ต้องมาช่วยฉัน ฉันสบายดี”
สมุนไม่สนเดินเข้าหา ทัศนีย์กลัวมากรีบหลบหลังปานเทพ
“ช่วยฉันด้วย คุณน้าต้องส่งพวกมันมาฆ่าฉันแน่ๆ”
“อย่าทำอะไรผู้หญิง” ปานเทพจัดเต็ม โชว์ฮีโร่มาดแมนมาก “โดยเฉพาะผู้หญิงคนนี้ใครก็ห้ามแตะ”
ทัศนีย์ตาโตมองปานเทพ ไม่อยากเชื่อ
“จับมันไปทั้งสองคน”
ปานเทพสู้กับสมุนคนหนึ่ง สมุนอีกคนเข้าไปจับ ทัศนีย์ทั้งดิ้น ทั้งตบ เตะ ข่วน สู้สุดฤทธิ์
ปานเทพโดนชกกระเด็นไป เลือดที่มุมปากออกนิดๆ คุยฟุ้ง
“เมื่อกี้นะแค่อุ่นเครื่อง คราวนี้เอาจริงแล้วนะโว้ย”
ปานเทพพุ่งเข้าหาอีก คราวนี้โดนซัดเสยคางอีกหนึ่งหมัด หมุนคว้างเห็นดาว ปานเทพร่วง สลบคาที่
ทัศนีย์ตกใจ “เฮ้ยอะไรเนี่ย นึกว่าจะช่วยกันได้ ไม่มีน้ำยาเอาซะเลย”
สมุนสองคน เดินย่างสามขุมเข้าหา ทัศนีย์ถอยหลังกรูด
ที่สุดทัศนีย์ถูกรวบตัวกลับมาที่ไร่ไพศาล
สมุนครองสุขแค้นจัด บันดาลโทสะ ตบทัศนีย์สุดแรงเกิดจนหน้าหัน
“แกหนีไปหาไอ้ปาน คิดเอาความลับฉันไปบอกมันหรือดีนะที่ฉันให้ไอ้สองคนนี่คอยสะกดรอยตามแก แกนี่มันน่า...”
ครองสุขเงื้อมือจะตบซ้ำ ทัศนีย์จับข้อมือครองสุข รั้งไว้ “อย่าตบอีกนะคะ ไม่งั้นนีสู้”
“นังลูกเนรคุณ แกอยากตกนรกหมกไหม้หรือ” ครองสุขตวาด
“ยังไงก็ต้องไปปีนต้นงิ้วด้วยกันอยู่แล้ว จะกลัวทำไม” ทัศนีย์ย้อน
ครองสุขตบเปรี้ยง จนทัศนีย์กระเด็นไปนั่งแบบที่พื้น ทัศนีย์กุมแก้มน้ำตาเอ่อ
“สงสัยคนดื้อด้านอย่างแกคงใช้ไม้นวมเสียแล้ว ไอ้บุญ ไอ้มี”
ครองสุขหันไปสั่ง ทัศนีย์กลัวหัวหดรีบคลานเข้าไปกอดขาครองสุข ออเซาะร้องไห้
“นีไม่รู้เรื่องจริงๆ นีไปเจอไอ้ปานโดยบังเอิญ มันจะปล้ำนี ไอ้สองคนนี้มันก็เห็นว่าไอ้ปานมันฉุดกระชากลากถูนีเข้าห้อง”
ครองสุขมองไปทางสมุน “ครับคุณนาย แต่...”
ทัศนีย์สวนคำ “แต่อะไร แกอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ ที่ฉันต้องข่วนหน้ามัน” มองจิกที่สมุนโชคซวย “เพราะไม่อยากให้มันถูกเนื้อต้องตัวฉัน”
ครองสุขเข้าไปกระชากกระเป๋าทัศนีย์ที่สมุนคนนั้น มาเปิดดู แล้วทิ้งลงพื้น
“แล้วนี่อะไร แกจะหนีออกจากบ้านเหรอยัยนี อย่ามาทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาเรียกร้องความสนใจ” ครองสุขหันมาทางสองสมุน บุญกะมี “ต่อไปนี้แกสองคนคอยเป็นบอดี้การ์ดให้คุณนี อย่าให้คลาดสายตาเด็ดขาด”
ครองสุขสะบัดตัวหนีไป
สมุนบุญกับสมุนมี ยืนกอดอกมองทัศนีย์เขม็ง ทัศนีย์กลืนน้ำลายหวาดเสียวที่รอดไปได้อีกครั้ง
เวลาเดียวกัน ปิ่นอนงค์แอบดูอยู่อีกมุมหนึ่ง หน้าตาตื่น ทั้งตกใจและสงสารทัศนีย์
ที่เพิงหมาแหงนมุมลับตาคน ใหญ่นั่งพิงเสาสายตาเพ่งมองไปที่ฝูงแพะเบื้อหน้า ส่วนปิ่นอนงค์ยืนอยู่อีกมุมหน้าเครียดจัด
“คุณปานโดนพวกคุณนายทำร้ายค่ะ คุณใหญ่ต้องไปตามหาตัวนะคะ ตอนนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง”
ใหญ่หน้าตาบึ้งตึง ยังเคืองปิ่นเรื่องจอมกับทรรศนะอยู่
“เรื่องไอ้ปานฉันรู้แล้ว ตอนนี้มันอยู่ที่ฟาร์ม ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่คางเหลืองนิดหน่อย ส่วนเธอรีบกลับไปได้แล้ว” ใหญ่ลอยหน้าลอยตาพูด “เดี๋ยวไอ้จอมมันจะคิดถึง จนตามมาเจอฉันเข้า”
ปิ่นอนงค์โกรธเม้มปากเดินกลับ แต่แล้วกลับหน้ามืดเป็นลม พับเพียบลงกับพื้น
“ปิ่น ปิ่นอนงค์”
ใหญ่กระโจนพรวดเดียวออกจากเพิงเข้าไปประคอง ปิ่นอนงค์ลุกไม่ไหว
ใหญ่อุ้มปิ่นอนงค์มานั่งที่กระท่อม ปิ่นอนงค์สูดลมหายใจลึกๆ
ใหญ่ประชด ท่าทางกวนประสาท “ก็อย่างนี้แหละ วันๆ ต้องไปดูแลผู้ชายคนโน้นที ปลอบใจผู้ชายคนนี้ที จนไม่มีเวลาพักผ่อน ร่างกายมันเลยไม่ไหว เพลาๆ ลงซะบ้างสิ ชอบคนไหน ก็เลือกเอาสักคน”
ปิ่นอนงค์นิ่งน้ำตาไหล แล้วเบะปากร้องไห้ตัวโยน ปิ่นอนงค์เข้าไปกอดรอบคอใหญ่ ด้วยสองแขน
ใหญ่อึ้งไปที่ปิ่นอนงค์กล้าแสดงออกก่อน ใหญ่กอดรอบเอว ปิ่นอนงค์ร้องไห้ซบหน้าอยู่กับไหล่ของใหญ่ ปิ่นอนงค์พูดโดยยังไม่ผละจากใหญ่
“ทำไมเราต้องหาเรื่องทะเลาะกันด้วย ทำไม เราไม่รักกันมากๆ เพราะเราจะต้องพรากจากกันวันไหนก็ไม่รู้”
ใหญ่ฟังแล้วเครียด ดันตัวปิ่นอนงค์มาให้มองหน้า ใหญ่ดุ “พูดไม่เป็นมงคล อยากโดนตบด้วยปากหรือไง”
ใหญ่หมายจะจูบ ปิ่นอนงค์เบือนหน้าหนี ดันคางใหญ่ไว้ “ปิ่นอยากพูดเอาไว้ก่อน อะไรๆ มันก็เกิดขึ้นได้เพราะคุณนายเป็นคนใจร้าย จิตใจโหดเหี้ยม แม้กระทั่งลูกตัวเอง ก็ยังไม่เว้น”
ใหญ่มองสบตา แววตาอ่อนโยน “เธอกลัวเหรอปิ่น ถ้าอย่างนั้นชั้นจะหยุดเรื่องนี้เดี๋ยวนี้ ชั้นจะมอบตัวกับตำรวจทุกคดี ถ้าแพ้ความ อย่างมากก็ติดคุก ชั้นไม่กลัวหรอก”
ปิ่นอนงค์ประคองหน้าใหญ่ด้วยสองมือ “ไม่ค่ะ ปิ่นไม่ได้อยากให้คุณใหญ่ยอมแพ้ ถ้าเราแพ้ คุณนายก็จะทำร้ายคนไปเรื่อยๆ ไม่มีวันหยุด ขอเวลาปิ่นอีกนิด ปิ่นต้องหาพินัยกรรมให้เจอ”
สองคนสบตากันอย่างซาบซึ้ง สวมกอดกันแน่น
เย็นนั้น ปิ่นอนงค์ถือถังน้ำกับไม้ถูพื้นเดินผ่านมา นทรรศะเปิดประตูออกมา สองคนสบตากัน
“ปิ่นหายโกรธพี่รึยัง ปิ่นต้องเข้าใจพี่บ้าง พี่ทำทุกอย่างลงไปเพราะพี่รักปิ่น พี่กลัวเสียปิ่นให้ไอ้จอม”
ปิ่นอนงค์ยิ้มน้อยๆ พูดให้ทรรศนะรีบไปๆ ซะ
“ปิ่นให้อภัยคุณนะค่ะ พอลองคิดไปคิดมา ทบทวนอยู่หลายรอบ คนที่ทำให้คุณนะเจ็บตัวก็คือปิ่นเอง ปิ่นควรจะดีใจที่คุณนะไม่ได้เป็นอะไรมาก”
ทรรศนะยิ้มดีใจ เข้าไปจับแขนปิ่นอนงค์ แล้วรู้สึกตัวรีบปล่อย
“ปิ่นเข้าใจพี่แล้ว ไม่โกรธพี่แล้วจริงๆ นะปิ่น”
“โธ่...เรารู้จักกันมาตั้งนาน ปิ่นโกรธคุณนะไม่ลงหรอกค่ะปิ่นขอไปทำงานก่อนนะคะ ไม่เสร็จเดี๋ยวโดนดุ”
ทรรศนะมองถังน้ำที่พื้น “ปิ่นจะทำความสะอาดห้องไหน พี่ช่วยยกไปให้”
ทรรศนะเอื้อมมือไป ปิ่นอนงค์รีบห้าม “อุ๊ย อย่าๆ เลยค่ะ คุณนะทำแบบนี้ คุณนายมาเห็นจะงานเข้าปิ่นนะคะ”
ทรรศนะคล้อยตาม “จริงด้วย ก็ได้ๆ พี่ต้องออกไปทำธุระก่อน กลับมาค่อยคุยกันใหม่นะ ขอบใจนะปิ่นที่ให้อภัยพี่”
ปิ่นอนงค์ยิ้มให้ ทรรศนะร่าเริงออกไป บ๊ายบายกับปิ่นอนงค์
ปิ่นอนงค์โล่งอกที่ทรรศนะยอมไป หญิงสาวร้อนรนรีบหิ้วถังน้ำไปยังจุดเป้าหมาย...ห้องเก็บของ
ปิ่นอนงค์นั่งรื้อดูเอกสาร หนังสือหน้าเครียด ยกกล่องเก็บที่ชั้น จังหวะที่ปิ่นอนงค์ชักมือกลับ ศอกไปโดนด้ามไม้ถูพื้นล้มตีพื้น ปัง
ปิ่นอนงค์ปิดปาก ตาค้าง
ครองสุข เดินอยู่แถวหน้าห้อง ตกใจ หรี่ตา รีบไปหน้าห้องเก็บของ ตะโกนถาม
“ใครอยู่ในห้อง”
ทัศนีย์แง้มประตูแอบมองอยู่
ปิ่นอนงค์รีบเอาไม้ม็อบถูพื้น กับถังน้ำแอบตามมุม หน้าตื่นตกใจ หมอบลงพนมมือตัวสั่น
“ชั้นถามว่าใคร อยู่ในห้องเก็บของ”
ครองสุขค่อยๆ เปิดประตูห้องเก็บของ เปิดกว้างออกช้าๆ
ทัศนีย์โผล่มาด้านหลังครองสุข เข้ามากอดครองสุขหันไปอีกทาง
“อย่าค่ะคุณน้านีกลัว อย่าเข้าไป ผีๆๆ กรี๊ดๆ”
ปิ่นอนงค์หน้าเหลอหลา รีบวิ่งหนีไปไหล่เฉียดหลังครองสุข
ครองสุขสะบัดทัศนีย์ด้วยความฉุนเฉียว
“ปล่อยๆ ชั้น ยัยนี มากอดฉันไว้ทำไมเล่า ปล่อย”
ครองสุขผลักทัศนีย์ ออกหันขวับตามปิ่นอนงค์ไป ไม่มีใครแล้ว
ครองสุขเงื้อมือตบ ทัศนีย์รู้ทันไวมากก้มหลบ จนครองสุขเซไปปะทะผนังห้อง
“นีไม่ได้ทำอะไรคุณน้าเลยนะคะ คุณน้าทำตัวคุณน้าเองต่างหาก”
ทัศนีย์สะบัดหน้าไป สมุนสองคนที่ตามเฝ้าทัศนีย์วิ่งมาหน้าตาตื่น โดนครองสุขตวาด
“ฉันสั่งให้แกจับตาดูมันไว้ไม่ใช่หรือ รีบไปตามคนอื่นๆ มามีคนร้ายแอบซ่อนตัวอยู่ในเรือนนี้ ค้นให้ทั่วทุกซอกทุกมุม”
ในเวลาต่อมา พวกสมุน 7-8 คน ถือปืนไฟฉายวิ่งเข้าในเรือนวุ่นวาย ไฟตามห้องต่างๆ เปิดสว่าง ทีละห้องๆ
ส่วนปิ่นอนงค์นั่งพับเพียบไหว้พระอธิษฐานจิต อยู่ในห้องพระ
“ขอให้คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองปิ่น อย่าให้ถูกจับได้ ถ้าความดีต้องชนะความชั่วอย่างที่พระพุทธองค์เคยสอนไว้ ขอให้ปิ่นรอดพ้นจากภัยครั้งนี้” ปิ่นอนงค์อัดอั้นจนสะอื้นออกมา “หรือถ้าต้องตาย ก็ขอให้ปิ่นได้เห็นหน้าคุณใหญ่เป็นครั้งสุดท้ายก่อน”
ปิ่นอนงค์ก้มลงกราบสามครั้ง เงยหน้ามององค์พระประธาน ไล่สายตาลงมา แล้วสะดุดตากับบางสิ่ง
ปิ่นอนงค์เพ่งสายตามอง เห็นไม้เท้าไพศาลวางอยู่บนหิ้งพระ
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 20 (ต่อ)
เจิด ก้าน และลูกน้องสองคนเดินสำรวจกันหน้าเครียด เปิดตามห้องมองดู ไล่เรียงมา บางห้องมืดมิดลูกน้องฉายไฟส่องมองหากันอย่างขันแข็ง
สมุนคนหนึ่งมาหยุดยืนที่หน้าห้องพระ ขยับลูกบิด เปิดประตูเข้าไป
ปิ่นอนงค์ยืนกอดไม้เท้าอยู่ลุ้นระทึก บานประตูถูกเปิดมาบังตัวปิ่นอนงค์ไว้พอดี
สมุนอีกคนฉายไฟ ส่องไปมา ก้าวเดินเข้ามาในห้องพระช้าๆ ส่องไฟไล่ไปเรื่อย
ระหว่างนั้นใหญ่ กับปานเทพ ซึ่งใช้ผ้าขาวม้าโพกหัว กำลังเริ่มแผนสร้างความวุ่นวาย บนพื้นข้างสองหนุ่ม มีทั้งประทัด ลูกหนู ตะไล พลุ วางเรียงเป็นตับ
ใหญ่ กับปานเทพ ถือธูปติดไฟ จ่อจุดทุกชนวน ไฟติดดังฟู่...ลามลุกไปตามเชื้อชนวนอย่างรวดเร็ว
สมุนคนนั้นหันกลับไปมองบานประตูห้องพระ ที่บังปิ่นอนงค์อยู่ ฉายไฟส่องพลางเอียงคอมองหา
จู่ๆ มีเสียงดังปึงปัง วี๊ด...ตู้ม สมุนคนนั้นชะงัก หันไปมองแสงพลุ ตะไล ลูกหนู ที่วิ่งวุ่นไร้ทิศทางด้านนอกหน้าต่าง
สมุนอีก 2 คน วิ่งผ่านประตูไป สมุนคนนั้นเผ่นตาม ปิ่นอนงค์โล่ง ค่อยๆ แง้มประตูก้าวออกมา เสียบไม้เท้าเข้าคอเสื้อด้านหลังดันลงไปเหน็บกับขอบกางเกง พุ่งไปสอดส่องหน้าประตู เห็นว่าปลอดคน รีบวิ่งออกจากห้องพระไปทันที
ภาพเศษประทัดกระจายอยู่บนพื้น พลุเสียบฐานบนพื้น กงตะไล ถูกโยนบนพื้น ทุกคนเครียด มองจ้องหลักฐาน จอมตรงรี่เข้ามาที่หลังเรือน
“เกิดอะไรขึ้น แล้วนี่ใครจุดเล่น”
หมู่มวลคนงานส่ายหน้า “สงสัยเด็กมือบอนมันจุดเล่น”
จอมมองหน้าสมุนเป็นเชิงถามว่ามันเรื่องอะไรกัน
ตรงทางเดินบนชั้นสอง ทัศนีย์มองหาปิ่นอนงค์ ร้องเรียกเบาๆ
“ปิ่น เธอหลบอยู่แถวนี้หรือเปล่า”
ทัศนีย์แง้มประตูห้องหนึ่ง แต่ตกใจแทบช็อก มีคนกระชากแขนให้หันกลับมาด้านหลัง
ทัศนีย์หันมาเจอหน้าครองสุขเต็มๆ หน้าตาบิดเบี้ยวร้ายกาจ น่ากลัวมาก
ทัศนีย์นั่งที่พื้นกลัวจนตัวสั่น ครองสุขหน้าเฉยนิ่ง นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าข่มขู่หนัก
“แกร่วมมือกับคนร้าย ตั้งใจช่วยให้มันหนี มันเป็นใครทัศนีย์ แกรู้อะไรบ้างบอกชั้นมาให้หมด”
ครองสุขหยิบมีดโกนแบบมีด้ามโบราณออกมาง้างช้าๆ ทัศนีย์เอาหมอนมากอด
ทัศนีย์สยองสุดๆ ถดตัวหนี ครองสุขพูดเสียงเย็นเยียบ “อย่าหาว่าแม่ใจร้ายนะลูก”
ครองสุขดึงหมอนจากทัศนีย์ เอามีดโกนกรีดขวับๆ เป็นแนวๆ
“ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ฉันไม่ใจร้ายหรอก มีดคมๆ ไม่เจ็บมากมายอะไรมันจะปวดหนึบๆ เลือดก็ค่อยๆไหลออกมา แต่อย่าแหวกแผลเชียวนะลูก”
ว่าพลางครองสุขขยุ้มหมอนยื่นใส่หน้าทัศนีย์ อย่างรวดเร็ว
ทัศนีย์กรี๊ดสะดุ้งสุดตัว “บอก บอกแล้วจ้ะ คุณน้าต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ฆ่าใครอีกมันบาป แค้นอาฆาตกันไม่มีวันหยุด”
“ชั้นก็อยากมีชีวิตที่สงบสุขเหมือนกัน ชั้นรับปากจะไม่ทำร้ายแก ไม่ทำร้ายใครอีกแล้ว ที่ถามแกเพราะชั้นอยากรู้จะได้หาทางหนีที่ไล่ได้ถูก ชั้นก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้เยอะ อยากจะจบดีๆ ไม่ต้องติดคุกติดตะราง” ครองสุขล่อหลอก
“คุณน้าพูดจริงหรือคะ” ทัศนีย์หลงเชื่อ
“ฉันให้ตานะแอบถ่ายเทเงินมาจากเสี่ยตง ก็ได้หลายอยู่ คงพอให้เราหลบหนีไปอยู่ที่อื่น โดยตำรวจตามไม่เจอ”
สองแม่ลูกสบตากัน ทัศนีย์โพล่งออกมา
“คุณใหญ่ คุณใหญ่ยังไม่ตาย”
ครองสุขตาค้าง มีดในมือสั่นระริก
ปิ่นอนงค์วิ่งหวาดระแวงเข้ามาที่เรือนคนงาน ชนกับหวาน ต่างคนต่างตกใจ หวานหน้าตื่นกังวลหนัก
“ปิ่น แกเจอคุณใหญ่กับคุณปานรึยัง”
“คุณใหญ่มาที่นี่เหรอพี่หวาน”
“ใช่น่ะสิ มาตั้งนานแล้ว พอไม่เจอแกก็รีบออกไป ตามหา”
ปิ่นอนงค์รู้สึกกังวลใจ
ปิ่นอนงค์เข้าห้อง ใหญ่ใช้ผ้าขาวม้าคล้องที่คอโผล่เข้ามาพอดี สองตรงเข้าจับมือกัน ปิ่นอนงค์จ๋อยๆ หน้าซีดเผือด
“ปิ่น เกือบโดนจับได้อยู่แล้ว แต่ไม่รู้ใครจุดพลุ จุดประทัด ช่วงชุลมุน ปิ่นเลยหนีมาได้”
ใหญ่รีบบอก “ฝีมือชั้นเอง มาหาเธอที่นี่ไม่เจอ เลยลองไปตามที่เรือนใหญ่เห็นไฟสว่าง คนวิ่งกันวุ่นวาย คิดว่าเกิดเรื่องแน่”
“แล้วพวกพลุ...” ปิ่นอนงค์งง
“ลูกคนงาน ซื้อมาจะจุดวันเกิด เลยแย่งมา”
ปิ่นอนงค์เอื้อมมือหยิบไม้เท้าออกมาใหญ่ตะลึงมอง
ปิ่นอนงค์ส่งให้ ใหญ่มองแล้วลูบไล้ไปมา “ไม้เท้าของพ่อชั้น”
“ปิ่นเจอในห้องพระ คิดว่าคุณใหญ่คงอยากจะเก็บเอาไว้”
ระหว่างนั้นเสียงครองสุข ดังขึ้น “ล้อมเอาไว้อย่าให้หนีไปได้ มันต้องอยู่ทีนี่แหละ”
ปิ่นอนงค์กับใหญ่พุ่งไปแอบดูข้างล่าง เห็นครองสุขจอม และคนงานกว่า 10 คน พร้อมสมุนอีก 10 ในในมือถือปืน ถือไฟฉาย ล้อมอยู่หน้าเรือนคนงาน
ปิ่นอนงค์กับใหญ่ ตกใจหันไปสบตากัน
ใหญ่จูงปิ่นอนงค์ท่าทีร้อนรนมาที่หน้าต่าง
“ไม่ต้องกลัวนะ ชั้นจะลงไปรอรับเธอ”
“คุณใหญ่หนีไปเถอะค่ะ ปิ่นจะหาทางถ่วงเวลาไว้เอง เอาไม้เท้าของคุณไพศาลไปด้วยนะคะ”
ปิ่นอนงค์ยื่นให้ ใหญ่ไม่รับ “เธอนั่นแหละไปกับฉัน ถ้าไม่ไป ฉันจะออกไปลุยกับพวกมันให้ตายกันไปข้างหนึ่ง หรือจะเอาอย่างนั้น”
เจอไม้นี้ ปิ่นอนงค์หมดทางปฏิเสธ
ใหญ่ลงมารอรับปิ่นอนงค์ ที่ถือไม้เท้ามาด้วย จนลงมาได้แล้ว น้อย กะหวาน วิ่งเข้ามาสมทบหน้าตื่น
“คุณใหญ่ ทำยังไงกันดีคะ นังคุณนายมันรู้เรื่องหมดแล้ว”
“หนีสิ ถามได้”
ใหญ่จูงมือปิ่นอนงค์เตรียมจะเผ่น จู่ๆ ไฟฉายหลายดวงจับจ้องมาที่กลุ่มปิ่นอนงค์กับใหญ่ เล็งปืนไปที่ใหญ่กับปิ่นอนงค์เป็นจุดเดียว
ครองสุขเดินออกมา สบตาใหญ่ ครองสุขอึ้ง
“ผีคุณใหญ่หรือ ฉันน่าจะเอะใจตั้งแต่แรก ว่าแกมันเจ้าเล่ห์ขนาดไหน”
ใหญ่ยิ้มเย้ยกวนประสาท “คนโง่ย่อมถูกจูงจมูกโดยคนฉลาดเสมอ แต่ตอนนี้ฉันหมดสนุกที่จะเดินจูงจมูกคุณนายเสียแล้ว มันขี้เกียจ”
“เห็นหรือยังจอม ว่ามันเห็นแกกับฉันโง่เหมือนวัวเหมือนควาย โดยเฉพาะนังปิ่น แกทำกับคนที่รักแกได้แสบสันต์ดีเหลือเกินนะ”
ครองสุขยุ จอมมองจ้องหน้าปิ่นอนงค์เขม็ง
จอมแค้นจัด มองจ้องหน้าปิ่นอนงค์เขม็ง
“ทำไมปิ่นทำกับเราแบบนี้”
“จอม ปิ่นไม่ได้คิดร้ายกับจอม”
“ไม่คิดร้าย แต่ปิ่นก็ไม่เคยเห็นเราในสายตา ไม่เคยเห็นค่าความรักของเรา” จอมประชด
“ความรักจะมีค่าต่อเมื่อแกรู้จักใช้สติปัญญาแยกแยะ แต่นี่แกทำทุกอย่างแค่เพื่อให้ได้ปิ่นไป แกไม่ได้โง่หรอกจอม แต่แกเห็นแก่ตัว แกตั้งใจมองข้ามความถูกต้องทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้ครอบครองปิ่น” ใหญ่บอก
ครองสุขเยาะ “ฟังแล้วความรักของแกสองคนนี่มันช่างถูกต้องสูงค่าเหลือเกินนะ เอาซิ ถ้าเธอเห็นใจมันก็ปล่อยมันไปเสพสุขด้วยกันเลย จอม”
“ไม่มีวัน ผมไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำหัวใจผมอีกแล้ว” จอมเสียงกร้าวบอกกับคนงาน “จับทุกคนมัดไว้”
คนงานกรูเข้าไปจับพวกผู้หญิง จอมเข้าสู้กับใหญ่หลายคิว ผลัดกันแพ้ชนะ พอใหญ่ได้ทีคร่อมข้างบนจะชักปืน
ครองสุขพยักหน้าให้เจิดกะก้าน สองแสบเข้าเตะปืนใหญ่จนกระเด็นหลุดมือไป จากนั้นศอกเข้าตรงสะบ้าจนใหญ่ทรุดลงไปที่พื้น ครองสุขเดินมาเก็บปืนอย่างใจเย็นแล้วหันมาจ่อใหญ่
“อย่าค่ะ คุณนาย อย่าฆ่าใครอีกเลย ถ้าจะฆ่า ขอให้ปิ่นเป็นศพสุดท้าย ปล่อยคนอื่นไป”
“แกคิดว่าแกมีค่าพอจะมาต่อรองเหรอนังปิ่น สำคัญตัวผิดไปแล้ว”
“ไม่ต้องขอร้องมันปิ่น ยังไงแกก็หนีไม่รอด ถึงไม่มีใครจับแกได้ กรรมก็ต้องตามทันแก” ใหญ่ตอกหน้าครองสุขยิ้มหยัน
“งั้นฉันก็ต้องรีบตัดเวรตัดกรรมซะ แล้วกรรมของฉันก็คือแก”
ครองสุขจะฆ่าเอง จอมจับมือไว้ ครองสุขตวาด “นี่เธอยังไม่เลิกโง่อีกเหรอ”
“ผมขอฆ่ามันด้วยมือผมเอง”
จอมแย่งปืนมาจ่อเอง “ไม่นะจอม ถ้าจอมฆ่าคุณใหญ่เราจะไม่มีวันให้อภัยจอม เราจะเกลียดจอมไปตลอดชีวิต”
“มันจะเป็นไรไปล่ะปิ่น ในเมื่อปิ่นก็ไม่เคยรักเราอยู่แล้ว”
ใหญ่ทะลึ่งตัวจะสลัดออก จอมตบด้วยปืนใหญ่ทรุดลงไปอาการมึนๆ แล้วเตะอีกที ปิ่นอนงค์สะบัดคนงาน วิ่งมากอดใหญ่แน่น
“คุณใหญ่”
“เอาปิ่นไปขังแยกกับนังหวานนังน้อย ไอ้ใหญ่ฉันจัดการเอง” จอมสั่งการ
เจิดกับก้านลากปิ่นอนงค์ไป ปิ่นอนงค์ดึงมือใหญ่จนหลุดจากกัน
หวานกับน้อยร้องไห้ตัวสั่น ถูกคนงานคุมตัวไป
ทัศนีย์โดนผลักเข้ามาในห้อง ประตูปิดดังปัง ทัศนีย์ถลาไปรีบเปิดประตู แต่ประตูโดนล็อกจากด้านนอก
“เปิด เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ไอ้บ้า”
ทัศนีย์หันกลับมาอย่างหงุดหงิด เห็นทรรศนะถูกมัดมือไพล่หลัง นั่งทอดอาลัยอยู่ตรงมุมห้อง
ทัศนีย์รีบเข้าไปแก้มัดให้พี่ชาย ทรรศนะบอก “พี่จะไปช่วยปิ่น เลยถูกคุณน้าจับขังเอาไว้”
“คุณน้าเป็นฆาตกร ฆ่าคุณไพศาล ฆ่าป้าอุ่น ฆ่าไอ้ธีระ ฆ่าทุกคนที่ขวางทาง คุณน้ายึดไร่ไพศาล ที่พี่นะเดินไม่ได้ ก็แผนคุณน้าใช่มั้ย”
“ใช่...แต่คุณน้าทำเพื่อพี่ อยากช่วยให้พี่สมหวังกับปิ่น” ทรรศนะพยักหน้า ท่าทียังงมงายอยู่กับคำหวานลวงๆ ของแม่
ทัศนีย์รีบบอก “แต่ตอนนี้คุณน้ากำลังจะฆ่าคุณใหญ่รายต่อไปไม่พ้นปิ่นอนงค์”
ทรรศนะเครียดขึ้นมาทันที
ปิ่นอนงค์ถูกจับมัดมือไพล่หลังไว้ จอมเดินเข้ามาหา ปิ่นอนงค์ห่วงใหญ่ใจจะขาด ถามอย่างร้อนใจ
“จอม คุณใหญ่ล่ะ จอมเอาคุณใหญ่ไปไหน”
“ห่วงมันมากหรือปิ่น” จอมถามเสียงเข้ม
“ไม่ใช่ ปิ่นห่วงจอม ความโกรธแค้น ความชิงชัง ที่มีกับใครก็ตาม เราเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่ใจเราได้ แต่ความผิดที่ฆ่าคนตาย มันจะติดตัวเราไปตลอดชีวิต ล้างออกยังไงก็ไม่หมด” ปิ่นอนงค์พยายามจะเกลี้ยกล่อมจอม
จอมหน้านิ่ง “เราให้โอกาสปิ่นครั้งสุดท้ายก็ได้ ถ้าปิ่นตกลงทำตามที่เราขอ เราจะยอมปล่อยคุณใหญ่ไป”
“ได้ ปล่อยคุณใหญ่ไปเถอะ ปิ่นยอมทุกอย่างที่จอมต้องการ”
“ยอมเป็นเมียเราด้วยงั้นหรือ”
“ใช่” ปิ่นอนงค์ตอบโดยไม่ต้องคิด
จอมกระชากปิ่นอนงค์เข้ามาหา ปิ่นอนงค์จ้องหน้าจอมบอกด้วยเสียงหนักแน่นท่าทีแน่วนิ่ง
“แต่จอมจะได้แค่ร่างกายของปิ่น จะไม่มีความรัก ความเป็นเพื่อน ความรู้สึกดีๆ มันจะไม่มีอีกต่อไป”
จอมยิ้มอย่างเจ็บปวด แต่ก็ยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว
“นี่ซิ ถึงจะเป็นปิ่นของเรา”
เจิดกะก้านเดินก๋าเข้ามา “ขุดหลุมให้มันแล้ว ที่บึงน้ำข้างไร่ น้ำมันกับยางพร้อม” เจิดบอก
“ดี”
จอมเดินออกไป ปิ่นอนงค์ตะโกนก้อง “จอม อย่านะ จอม”
เจิดกับก้านมองหน้ากันยิ้มสะใจ
สมุน 2 คน ลากใหญ่ตรงไปที่รถกระบะ ที่รถยังมีสมุนยืนอยู่อีก 3 คน
ใหญ่เหลือบตามองสมุน 2 ที่ถือพลั่ว แล้วแกล้งเข่าทรุดก้มหน้าแหกปากร้อง
“โอ๊ย”
“เฮ้ยอย่าลีลา เดี๋ยวปัด” สมุนคนหนึ่งตะคอก
พอสมุนก้มตัวลงมาจะดึงใหญ่ขึ้น ใหญ่ใช้หัวกระแทกคางสมุนคนนั้นจนหงายเงิบไปแล้วแย่งพลั่วมาได้
บิดตัวตีสมุนคนนั้น ทรุดกับพื้น หันไปตีสมุนที่อยู่ด้วยทรุดไปอีกคน
เหล่าสมุนที่รถเข้ารุมใหญ่ ใหญ่ปล่อยอาวุธครบสูตรสมศักดิ์ศรี หมัด หัว เท้า เข่า และศอก
เหล่าสมุนย่ำแย่คลุกพื้นบ้าง ยืนกุมท้องบ้าง สะบักสะบอม
ใหญ่ยืนจังก้า แต่พอหันกลับจะไป เจอหมัดหนักๆ ของจอมไปเต็มเปา
ใบหน้าใหญ่แหงนหงาย จอมเตะก้านคอ หมุนตัวเตะจระเข้ฟาดหาง
ใหญ่เลือดออกจมูก เหล่าสมุนทั้ง 5 เข้าไปรุมกระทืบด้วยความแค้น
จอมวิ่งมา ตะโกนลั่น “เฮ้ย พอแล้ว”
ใหญ่แน่นิ่งไปแล้ว “พอแค่นี้ ให้มันตายตรงนี้เดี๋ยวตำรวจจะดมกลิ่นมาถึง ฉันจะเอามันไปอำพรางศพเอง แกสองคนไปกับฉัน”
สมุนทุกคนหยุดกึก สมุน 2 คนพยุงปีกลากใหญ่ตามจอมไปที่รถ
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 20 (ต่อ)
เสี่ยตงนั่งอยู่บนเตียงในเซฟเฮ้าส์หน้าเครียดเคร่ง ปานเทพเดินเข้ามาหา
“เสี่ยโทร.เรียกผมทำไม”
เสี่ยพยุงตัวลุกยืน ยังมีอาการบาดเจ็บที่ขา
“แน่ใจนะว่ากฎหมายเอาคุณนายเข้าคุกได้”
ปานเทพคาดไม่ถึงว่าเสี่ยจะยอมช่วย
ขณะที่ถวิลโกยฟางอยู่ที่ฟาร์มแพะ เปี๊ยกวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามา หน้าตาตื่นตกใจ เปี๊ยกส่งภาษาถวิลพยายามแกะกิริยาแปลซับไทยทีละท่า
“คุณใหญ่ ปิ่น หาย ถูกจับ”
ถวิลตบไหล่เปี๊ยก “ไปไอ้เปี๊ยก”
จังหวะนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ถวิลรับสาย นิ่งฟัง “ฮัลโหล...ไอ้จอม”
ถวิลตาค้าง คาดไม่ถึง หน้าเครียดอยู่ 5 วิ เปี๊ยกอยากรู้จัดอ้อแอ้ๆ ถามว่าอะไร ถวิลไม่ตอบรีบวิ่งไปอย่างเร็ว เปี๊ยกร้องเรียกให้รอด้วย แล้ววิ่งจู๊ดตามไป
ที่บริเวณบึงน้ำในราวป่า สมุนจอม 2 คนลากใหญ่ลงจากรถ ผลักล้มไปริมหลุมที่ขุดเตรียมไว้แล้ว
ใหญ่พยายามลุกแต่ลุกไม่ขึ้นสมุนออกความเห็น
“เอาไงดีผู้จัดการ จะฝังมันทั้งเป็น หรือจะเป่าสมองมันก่อนดี”
“พวกแกหลีกไป ฉันกับมันมีบัญชีแค้นกันอยู่ ฉันจะจัดการด้วยมือฉันเอง”
จอมยกปืนขึ้น สมุนหลบไปด้านข้าง จอมเล็งไปที่ใหญ่ ใหญ่จ้องจอมคิดว่าวันนี้กูตายแน่
“ลาก่อนไอ้คุณใหญ่”
จอมกำลังจะยิง ใหญ่หลับตาเสียงปืนดังเปรี้ยง ใหญ่สะดุ้งสุดตัวคิดว่าโดนยิง
แต่กลับเป็นสมุนที่ถูกยิงขาลงไปนอนดิ้น สมุนอีกคนงงตาเหลือกจอมยิงใส่ไม่ให้มันสงสัยนาน กระสุนเจาะเข้าที่ขา ลงไปนอนดิ้นอีกคน
ใหญ่ลืมตามองงงๆ หันมามองสบตาจอม
จอมลงจากรถเดินมาที่หน้าโรงนาเก็บฟาง พูดโทรศัพท์อยู่
“ผมฆ่าไอ้ใหญ่เรียบร้อยแล้วครับ ส่วนปิ่นผมขอทรมานให้สมใจผมก่อน”
ครองสุขเดินนวยนาดอยู่หน้าเรือนใหญ่ คุยโทรศัพท์มือถืออยู่กับจอม “แหม แสดงว่าฉันรู้ใจเธอซิจอม ฉันสั่งให้ไอ้เจิด ไอ้ก้านมันทรมานนังปิ่นให้เธอแล้ว รับรองว่า สะใจเธอแน่”
จอมร้องลั่น “คุณนายจะทำอะไรปิ่น ฮัลโหลๆ”
ครองสุขตัดสายไป ใบหน้าเหี้ยมโหด แค้นเพราะรักไม่สมรัก
“นึกว่าฉันจะหลงแกจนโง่เหรอ ไอ้จอม เมื่อแกไม่รักฉัน ฉันก็ไม่จำเป็นต้องเอาแกไว้”
ปิ่นอนงค์พยายามบิดเชือกให้หลุดจากข้อมือ เชือกคลายปมเริ่มหลุด
จังหวะนั้นประตูโรงนาเก็บฟางถูกเปิดออกเห็นเจิดกับก้านเดินเข้ามา ปิ่นอนงค์ถดตัวหนีไปจนสุดกองฟาง ไม้เท้าของไพศาลวางอยู่บนพื้นด้านหลังปิ่นอนงค์นั่นเอง
“อย่าเข้ามานะ”
เจิด ก้าน เดินย่างสามขุมเข้าหาช้าๆ ในมือเจิดถือเชือกเส้นใหญ่ ทำท่าม้วนบิดไปมาจ้องปิ่นอนงค์เขม็ง
เจิดพูดเย้ยหยัน “คุณนายส่งฉันมาช่วยเธอให้ตายสบายขึ้น รับรองแค่ทรมานอึดใจเดียว ไม่มีเลือดสาดกระจายให้อุจาดตา จากนั้นก็ค่อยถึงคิวไอ้จอม”
ปิ่นอนงค์ตาค้าง “นี่คุณนายจะฆ่าจอมเหรอ ทำไม”
“อันนี้ก็ไม่รู้นะ อาจจะอยากให้เธอกับไอ้ใหญ่มีเพื่อนมั้ง” เจิดบอก
ก้านจ้องปิ่นอนงค์แววตาหื่น รู้สึกเสียดาย “เฮ้ย ข้าเล็งนังปิ่นนี่มาตั้งแต่เห็นหน้าครั้งแรกแล้ว ขอให้มันได้ทำบุญบริจาคร่างกายสงเคราะห์สัตว์โลกผู้ยากไร้รักอย่างข้าซักครั้งเถอะวะ” ก้านขอ
“เออเว้ย...จิตเป็นกุศล งั้นข้าขออนุโมทนาต่อคิวก็แล้วกัน”
เจิดบอกแล้วเดินหนีไปทางอื่น ก้านเดินเข้าหาอนงค์ปิ่น ถอดหัวเข็มขัด มือของปิ่นอนงค์หลุดจากเชือกควานเจอไม้เท้าจากหน้าหวาดกลัวเป็นหน้านิ่ง ก้านก้มตัวไปหาปิ่นอนงค์ จับไหล่อย่างย่ามใจ
ปิ่นอนงค์เอาปลายไม้เท้าทิ่มเข้าตาก้านโดนจังๆ ก้านปิดตาล้มลงไปดิ้นพร่าด ปิ่นอนงค์ลุกวิ่งหนีสุดชีวิตพร้อมไม้เท้า เจิดได้ยินเสียงก้านร้องหันมาชักปืนจ่อไปที่ปิ่นอนงค์ทำท่าจะจริง
“พิษสงร้ายนักอีนี่”
เสียงจอมตะโกนมา “หมอบลงปิ่น”
ปิ่นอนงค์ก้มหมอบตามสัญชาตญาณ จอมยืนอยู่ที่หน้าประตูยิงใส่เจิด โดนหัวไหล่ซ้ายข้างที่ไม่ได้ถือปืน เจิดทรุดลงไป
จอมวิ่งเข้าไปคว้ามือปิ่นอนงค์ “หนีปิ่น”
จอมพาปิ่นอนงค์วิ่งออกมาที่หน้าโรงนาเก็บฟาง ตรงไปที่รถ ปิ่นอนงค์ถือไม้เท้าไปด้วย
สองคนไม่รู้ว่าที่ด้านหลังเวลานั้น เจิดกับก้าน ตามออกมาหยุดยืนระยะไกล ยิงใส่จอมกับปิ่นอนงค์พร้อมๆ กันหลายนัด เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว
จอมถูกกระสุนปืนกระหน่ำยิงจนกระสุนหมด โดยที่ปิ่นอนงค์ไม่รู้
จอมผลักปิ่นอนงค์ไปที่รถอย่างแรง จนไม้เท้าในมือตก “รีบไป ไม่ต้องห่วงเรา”
“หนีไปด้วยกันนะจอม
จอมมองปิ่นอนงค์แล้วดึงเข้ามากอดอย่างแสนรัก
“จอมขอโทษ จอมรักปิ่น รีบไปหาคุณใหญ่ที่บึงน้ำข้างไร่ นี่เป็นสิ่งเดียวที่จอมจะให้ปิ่นได้”
ปิ่นอนงค์ตัดใจวิ่งไปทางประตูคนขับ
จากนั้นจอมหันกลับไป หาเจิดกับก้าน มองจากด้านหลังเห็นแผลถูกยิงที่กลางหลังของจอม 2 นัดแล้ว เลือดอาบเสื้อ เจิดกับก้าน เดินเล็งปืนเข้าหาจอม
จอมประคองตัวเดินเข้าหาเจิดกับก้านอย่างไม่กลัวตาย ก้านยิงใส่อีกสามนัด จอมสะดุ้งเฮือก เลือดไหลออกมาทางมุมปาก จอมร้องบ้าคลั่งวิ่งเข้าชาร์จก้าน บีบคอแน่น
เจิดจะยิงซ้ำอีก แต่กระสุนหมด ลูกน้องวิ่งกรูกันมา เจิดคว้าปืนลูกน้องคนหนึ่ง
“จัดการไอ้จอม” เจิดสั่งการแล้ววิ่งตามปิ่นอนงค์ไป ในจังหวะที่ปิ่นอนงค์วิ่งกลับมาเอาไม้เท้า แล้วหันกลับจะขึ้นรถ เจิดยิงใส่ปิ่นอนงค์ไม่ยั้ง ปิ่นอนงค์ขึ้นรถขับออกไป
ลูกน้องครองสุขเข้ามากระชากจอม ออกมาทั้งต่อยทั้งเตะ จอมบ้าคลั่ง สู้ไม่ยอมล้ม เจิดหันมามองยิงอีกสองนัด ร่างจอมสะดุ้งเฮือก จากนั้นค่อยๆ ทรุดลง เหลียวมองตามปิ่นอนงค์ที่ขับรถออกไปแล้ว
จอมคว่ำหน้าลงกับพื้น แก้มที่แนบพื้นมองตามส่งปิ่นอนงค์ไปเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ดวงตาของชายหนุ่มจอมมุทะลุ จะค่อยๆ ปิดลง
ทรรศนะถือดัมเบลเหล็ก ตีลูกบิดแรงๆ จนหลุดห้อยต่องแต่ง ทรรศนะวางดัมเบลลงที่พื้นเปิดประตู จะออกไปพร้อมทัศนี ครองสุขยืนขวางประตูเดินเข้ามา ทั้งคู่ตกใจถอยกรูด
ครองสุขเดินเข้าหา “ฝันร้ายของครอบครัวเราผ่านไปแล้ว ป่านนี้ไอ้ใหญ่มันคงตายไปแล้ว เราได้เป็นเจ้าของไร่ไพศาล โดยสมบูรณ์ซะที”
“ผมไม่ต้องการไร่นี้ ปิ่นอยู่ไหน คุณน้า”
“มันก็ตามไปอยู่กับผัวมันน่ะสิ” ครองสุขพูดเสียงเย็นเฉียบ
ทรรศนะช็อก ทรุดนั่งลงบนเตียง
“คุณน้าใจร้าย นีก็ไม่อยากได้เหมือนกัน ไร่นี้มีแต่เลือดมีแต่ศพ”
ทรรศนะเข้าไปเกาะแขนครองสุขพูดอ้อนวอน “คุณน้าไปมอบตัวกับตำรวจเถอะครับ มันเกินไปแล้วคุณน้าไปไกลเกินไปแล้ว”
ครองสุขสะบัดแขนออก “นี่แกสองคนเป็นบ้าอะไร โง่หรือเปล่า ต่อไปนี้แกจะมีมีเงินทองใช้กันไม่ขาดมือ ไม่ชอบหรือยังไง”
“ผมไม่กล้าใช้เงินที่ได้มาจากการฆ่าคนหรอกครับ ผมกับทัศนีย์จะไปจากที่นี่ เราจะไม่กลับมาอีก”
จังหวะที่ทรรศนะจูงมือทัศนีย์จะไป เสียงรถหวอตำรวจดังเข้ามา
ครองสุขตกใจหน้าตื่น ทรรศนะกับทัศนีย์ชะงัก
ตำรวจ 6 นาย ยืนเป็นแผงที่โถงเรือนใหญ่ ทรรศนะกับทัศนีย์เดินลงบันไดมา ทัศนีย์หวาดผวาท่าทางกลัวมากๆ ทรรศนะพยายามสงบอารมณ์ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“มีอะไรครับ คุณตำรวจ”
“เรามาเชิญตัวคุณนายครองสุขไปสอบสวน”
ทรรศนะชะงัก “เรื่องอะไรครับ”
ปานเทพประคองเสี่ยตงแหวกทางตำรวจเข้ามา
เสี่ยตงเอ่ยขึ้น “ก็เรื่องที่คุณนายครองสุขวางยาพิษฉันน่ะซิ”
“เสี่ยตง” ทัศนีย์ตกใจ
ปลอดเดินขึ้นมายืนข้างเสี่ยตงอีกด้าน “แล้วก็ยังมีข้อหาฆ่าคนตายอีก บอกมานังคุณนายอยู่ที่ไหน”
จังหวะนั้นครองสุขลงบันได้แอบดูอยู่ตรงมุมห้อง
“เสี่ยตงมันยังไม่ตาย” ครองสุขคิดหาทางหนี
ด้านปิ่นอนงค์ขับรถมือเดียว ยิ้มน้อยๆ ยินเสียงจอมก้องในหัว
“รีบไปหาคุณใหญ่ที่บึงน้ำข้างไร่ นี่เป็นสิ่งเดียวที่จอมจะให้ปิ่นได้”
ปิ่นอนงค์พยายามประคองพวงมาลัย สีหน้ามุ่งมั่นต้องไปหาใหญ่ให้ได้
“คุณน้า ไม่อยู่” ทรรศนะโกหก
ปานเทพเห็นทัศนีย์ยืนสั่นรู้ว่าโกหก “จริงเหรอทัศนีย์ ถ้าเธอโกหกจะถูกข้อหาสมรู้ร่วมคิดนะ”
ทัศนีย์หน้าถอดสี “แล้ว แล้วคุณน้าจะโดนประหารชีวิตมั้ย”
ครองสุขรู้ว่า แย่แน่ ตัดสินใจวิ่งออกไปทางประตูด้านหลัง
“นั่น มันอยู่นั่น”
ปลอดเห็นชี้ไปที่ครองสุข
ครองสุขวิ่งหนีไปด้านหลัง ตำรวจเล็งปืนไปทางด้านหลังครองสุข
“หยุด ไม่งั้นยิง”
ทรรศนะเข้ามาขวางตำรวจไว้ “อย่ายิง ครับ อย่า”
เหตุการณ์ชุลมุน ทรรศนะดันกับตำรวจ ทัศนีย์เงอะงะ ส่วนปลอด วิ่งชนทัศนีย์ร่างกระเด็นเข้าไปในอ้อมกอดปานเทพ ปลอดไล่ตามครองสุข
ในที่สุดตำรวจรวบตัวทัศนีย์กับทรรศนะ ส่วนกำลังที่เหลือ 3 นายไล่ตามไปติดๆ เสี่ยตงยืนเกาะเก้าอี้เพราะยังเจ็บขาอยู่ ตะโกนบอกเหยงๆ
“อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้นะคุณตำรวจ”
ครองสุขวิ่งออกมาด้านนอก เจิดกับก้านวิ่งหน้าตื่นมาหา ยังไม่รู้ว่ามีตำรวจ
“ไอ้จอมมันทรยศ ผมยิงมันตายไปแล้ว แต่นังปิ่นหนีไปได้”
“โอ๊ยช่างหัวมัน หลีกไป”
ครองสุขวิ่งไปทางรถ ปลอด กับตำรวจวิ่งออกมา เจิดตกใจยิงใส่ปลอดก่อน ปลอดกระโดดหลบ
ก้านยิงใส่ตำรวจ ถูกตำรวจยิงสวนพร้อมกัน เจิดกะก้านยิงสู้ ตำรวจโดนยิ่งกระเด็น ไปคนหนึ่ง
ปลอดหยิบปืนตำรวจ ยิงสวนเปรี้ยงๆ เจิดกะก้านโดนกระสุนตายคาที่ทั้งคู่
ตำรวจไล่ตามครองสุข เห็นครองสุขขับรถหนีไปไม่ทิ้งฝุ่น
“ตามเร็ว” หัวหน้าตำรวจตะโกนก้อง
ตำรวจวิ่ง กลับไปที่รถ ปานเทพวิ่งมาพอดี
“พ่อเป็นไง”
“ไม่เป็นไร ไปที่รถเร็ว
ปลอดกับปานเทพไปทางเดียวกับตำรวจ
เวลาเดียวกันปิ่นอนงค์ขับรถมาจอดริมบึง ก้าวลงจากรถ เดินเหลียวรอบทิศหาใหญ่ ยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองโดนยิง
ปิ่นอนงค์หน้าซีดเป็นไข่ต้ม เหงื่อเต็มหน้า เดินลากเท้ามา กัดฟันใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินต่อ
สายตาเริ่มพร่าเลือน เห็นมีคนสามคนเดินมา แต่มองเห็นไม่ชัด
ปิ่นอนงค์รวบรวมกำลัง เพ่งมองเห็นเป็น เปี๊ยก ถวิล พากันประคองใหญ่เดินมา ปิ่นอนงค์ยิ้มออกมาอย่างดีใจ
“คุณใหญ่”
ปิ่นอนงค์ฝืนตัวเดินต่อไปไม่ไหวล้มลงกับพื้น
ใหญ่หันมาเห็นสะบัดตัวจากถวิล เปี๊ยก โผนทะยานวิ่งไปหา ประคองปิ่นอนงค์ไว้ในวงแขน
ปิ่นอนงค์ลูบไล้แก้มใหญ่อย่างรักใคร่ “คุณใหญ่ยังไม่ตายจริงๆ ด้วย”
“ชั้นไม่เป็นอะไร จอมไม่ได้ฆ่าฉัน”
ถวิลรีบบอก “จอมมันโทร.ให้ผมมาช่วยคุณใหญ่ มันรู้แล้วว่ามันถูกหลอกใช้ตอนที่คุณใหญ่แอบไปช่วยผม ไอ้จอมมันก็สงสัยแล้ว”
ถวิลเล่าเรื่องให้ทุกคนฟัง
ตั้งแต่ตอนที่จอมฟาถวิลมาส่งแล้วจะถู฿กลูกน้องครองสุขฆ่าทิ้ง แต่ใหญ่แอบช่วยยิงลูกสมุนครองสุข จนเตลิดหนีไป
จอมมานอนเฝ้าปิ่นอนงค์ที่หน้าห้อง แล้วสะดุ้งตื่น
ถวิลเล่าต่อ “วันที่มันไปนอนเฝ้าหน้าห้องหนูปิ่น มันก็ได้ยินเสียงคุณใหญ่ มันก็เลยสะกดรอยตามนังหวานไปที่ฟาร์มแพะ”
ในขณะที่ถวิล เปี๊ยกช่วยกันจับแพะให้จินตนาตรวจสุขภาพ หวานวิ่งเข้ามา
“ไอ้เปี๊ยก คุณใหญ่ล่ะ ปิ่นให้มาตาม”
เปี๊ยกชี้ๆ ไปทางหนึ่ง จินตนาเงยหน้าขึ้นมา เห็นจอมยืนจังก้ามองจ้องอยู่ห่างออกไป
จินตนาลุกยืนพรวด “จอม”
ถวิลตกใจ จอมหน้าตาถมึงทึงโพล่งขึ้น “คนที่ช่วยชีวิตพ่อวันนั้น คือไอ้ใหญ่จริงๆ ทุกคนรวมหัวกันหลอกผม” มองจินตนาอย่างผิดหวัง “ทั้งเพื่อน” หันไปมองถวิล “ทั้งพ่อ”
ถวิลเดินไปหาจอม “เอ็งมันคนมุทะลุ ใครจะกล้าบอกความจริงกับเอ็ง นังคุณนายมันตัวร้าย ถ้าเอ็งคิดจะพิสูจน์ก็ไม่ยาก”
จอมทำตามแผนที่พ่อแนะนำ มอมเหล้าสมุนเสี่ยตง 2 คน จนเมาปลิ้น
จอมพูดขึ้นเบาๆ “ฉันได้ยินมาว่า เสี่ยตงเคยจับคนกดน้ำตายคามือจริงหรือ”
สมุนคนหนึ่งนึกไปนึกมา ถามขึ้นมาแบบเมาๆ “เสี่ยเคยทำอย่างนั้นด้วยหรือวะ”
“ก็นังอุ่นเรือนแม่นังปิ่นอนงค์ไง แต่เสี่ยไม่ได้ทำเองเว้ย นังคุณนายต่างหาก” สมุนอีกคนว่า
“ฉันจำได้แล้ว เสี่ยให้ฉันสะกดรอยตามดูคุณนาย คุณนายโคตรโหดเลย จับบีบคอกดน้ำ ชั้นเห็นเต็มสองตา”
“ช่าย ไอ้ใหญ่มาทีหลัง นังอุ่นกลายเป็นผีไปแล้ว” สมุนเสี่ยตงทั้ง 2 คนเล่าอย่างสะใจ
จอมบีบแก้วมือสั่น หูตาสว่าง
ถวิลเอ่ยขึ้น “ไอ้จอมมันเลยหูตาสว่าง”
ปิ่นอนงค์พยายามฝืนใจพูด “จริงสิ จอม จอมถูกไอ้เจิด ไอ้ก้านรุมทำร้าย ลุงหวิน คุณใหญ่ ไปช่วยจอมด้วย จอมเป็นคนช่วยปิ่นให้หนีมา”
ถวิลห่วงลูกชาย “ผมจะรีบไปดูไอ้จอมก่อน” ถวิลสั่งเปี๊ยก “เอ็งอยู่นี่แหละ”
ถวิลวิ่งไปเร็วรี่ ใหญ่กอดปิ่นอนงค์แน่นจูบหน้าผากอีกหลายหน
"ฉันนึกว่าจะไม่ได้เจอเธออีกแล้ว ปิ่น"
ปิ่นปิ่นก็ดีใจที่ได้เจอคุณใหญ่อีก โอ๊ย
ปิ่นอนงค์ร้องขึ้นจังหวะที่มือใหญ่ไปโดนเอว ใหญ่รู้สึกถึงน้ำที่เปื้อนมือ ใหญ่แปลกใจมากจึงยกมือขึ้นดู เห็นเลือดเต็มมือ
“เลือด” ใหญ่อุทานอย่างตกใจ
เปี๊ยกทรุดลง ก้มดู แล้วร้องอ้อแอ้ ลั่น
เมื่อเห็นด้านหลังปิ่นอนงค์เลือดโชก แผลข้างหลังทะลุรูใหญ่
ใหญ่รีบพลิกดูที่เอว ปิ่นอนงค์ปล่อยมือที่กุมเอวไว้ เห็นรูปืนเล็กๆ เลือดไหลไม่หยุด
“ปิ่นถูกยิง” ใหญ่ตกใจ ตาค้าง
ปิ่นอนงค์คอพับไป ใหญ่เขย่าตัว “ปิ่นๆ ตื่นขึ้นมา มองหน้าฉัน ปิ่นๆๆ”
ปิ่นอนงค์พยายามปรือตาขึ้นมาอีกครั้ง
“คุณใหญ่” ยิ้มให้ “ปิ่นไม่เป็นไร ปิ่นไม่เจ็บเลย คุณใหญ่ไม่ต้องห่วง”
“แข็งใจไว้นะ ปิ่น เปี๊ยกมาช่วยกัน”
เปี๊ยกรีบเข้ามาช่วยพยุง ปิ่นอนงค์ขืนตัวไว้ พูดเสียงแผ่วๆ “คุณใหญ่ สัญญากับปิ่นนะคะ ว่าคุณใหญ่จะไม่ผูกใจเจ็บคุณนาย แม่ปิ่น แล้วก็ศัตรูคุณใหญ่ทุกคน ปิ่นไม่ได้ขอเพื่อแม่ หรือคนเหล่านั้น แต่ปิ่นขอเพื่อตัวคุณใหญ่เอง ปิ่นอยากเห็นคุณใหญ่ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุข”
ใหญ่พยักหน้าหงึกๆ “ฉันรับปากเธอได้ทุกอย่าง แต่เธอต้องสัญญากับฉันว่าเธอจะไม่ทิ้งฉันไป เธอต้องเข้มแข็ง”
ปิ่นอนงค์ยิ้ม “ไม่ว่าปิ่นจะอยู่ที่ไหน ปิ่นจะจำความรักของคุณใหญ่ไว้ ตลอดไป”
“ไม่ ปิ่น เราต้องอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า ฉันไม่ยอมให้เธอจากฉันไปอีกแล้ว”
ใหญ่กอดปิ่นแน่น ปิ่นมือตก เปี๊ยกตะลึงน้ำตาไหล
ภาพเหตุการณ์ความรักความหลังของใหญ่กับปิ่นอนงค์ พร่างพรูในสำนึกสุดท้ายของปิ่นอนงค์ราวกับสายน้ำไหล
ตอนที่ใหญ่กับปิ่นอนงค์วิ่งเล่นไล่กันในทุ่งข้าวหมู่บ้านชาวนา
สองคนเดินเล่นในทุ่งดอกไม้สวย ใหญ่นอนหนุนตักปิ่นอนงค์อย่างมีความสุข
ตอนใหญ่หื่นปล้ำปิ่นอนงค์จนเตียงหัก ฉากรัก ฉากโรแมนซ์ต่างๆ นาๆ
ในที่สุดปิ่นอนงค์คอพับแน่นิ่งไป ใหญ่ตะลึง ตะโกนก้อง
“ปิ่น......”
ใหญ่แค้นจัด คำรามลั่น “นังปีศาจ มันอยู่ไหน ฉันจะฆ่าแก”
โปรดติดตาม "ปิ่นอนงค์" ตอนที่ 21 - อวสาน พรุ่งนี้
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Online
Posts: 14,523
Re: เรื่องย่อละคร ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 11 - ตอนที่ 21 จบ (mgronline.com)
«
Reply #10 on:
20 October 2026, 08:57:10 »
https://mgronline.com/drama/detail/9550000088601
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 21 จบบริบูรณ์
เผยแพร่: 19 ก.ค. 2555 09:37 โดย: MGR Online
.
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 21 อวสาน
ครองสุขขับรถพ้นเขตไร่ไพศาลออกสู่ถนนแล้ว นางมารร้ายเขม้นตามองไปเบื้องหน้าจ้องตาไม่กระพริบ เห็นใหญ่ยืนจังก้าขวางถนน อยู่หน้าตาดุดันถือปืนยืนนิ่ง มีคราบเลือดของปิ่นอนงค์เปรอะเลอะที่แขน และตามเสื้อผ้า
ครองสุขทั้งตกใจ ทั้งโมโหที่ใหญ่ตายยากตายเย็น
“ไอ้ดื้อด้าน ทำไมแกไม่ตายไปสักทีนะตามราวีฉันไม่ยอมเลิกก็ได้ มาเลย วันนี้ฉันจะแลกชีวิตกับแก”
ครองสุขยิ้มเหี้ยมเร่งความเร็วหวังชนใหญ่ สีหน้าใหญ่จดจ้องที่รถครองสุขเขม็ง
พอครองสุขพุ่งเข้ามา ใหญ่ยกปืนยิง ปัง! ยางล้อแบนบดถนน รถเสียหลักตกข้างทาง ครองสุขดึงลิ้นชักรถ หยิบปืนพกเล็กออกมา ก่อนจะออกมาจากรถมาอย่างทุลักทุเล สอดส่ายปืนมองหาใหญ่
ใหญ่โผล่มาทางด้านหลัง ครองสุขหันมา ใหญ่จับปืนดึงมาจากมือครองสุข เล็งปืนของตัวเองไปที่ครองสุข
ครองสุขหน้าตาตื่น “เราคุยกันดีๆ ก็ได้นะคะคุณใหญ่ เอาปืนออกไปก่อนก็ได้”
“กลัวตายเป็นเหมือนกันหรือคุณนาย”
“ตำรวจกำลังตามมา ถ้าแกยิงฉัน แกก็ไม่รอดเหมือนกัน”
ใหญ่ยิ้มเยาะ “ถึงเวลานี้จะติดคุกหรือโดนยิงเป้าฉันก็ไม่สนอีกแล้ว วันนี้จะเป็นวันที่เราสองคนจะจบปัญหาทั้งหมดที่แกก่อขึ้น”
“แน่ใจหรือว่ามันเกิดจากฉัน ลองคิดให้ดี วันที่ฉันเหยียบมาที่ไร่ไพศาลเพราะฉันบ้านแตกสาแหรกขาด หวังพาลูกมาพึ่งใบบุญคุณไพศาล ไม่เคยคิดจะทำร้ายใคร แต่แกแค่เห็นหน้าฉัน ก็ตั้งป้อมเป็นศัตรูรังเกียจฉันกับลูก ความบาดหมางของเรามันเริ่มต้นจากแกก่อน” ครองสุขเริ่มโยนความผิดให้ใหญ่อีกครั้ง
“ฉันมันก็แค่เด็กคนนึง ทำไมคุณนายไม่ทำดีกับฉัน กลับทำตัวเป็นนางมารร้ายเสี้ยมให้พ่อเกลียดฉัน”
“ก็แกเป็นเด็กร้ายกาจเอาแต่ใจ คิดแต่จะให้พ่อรักแกคนเดียวไม่เคยเห็นใจหรือสงสารฉันกับลูก เด็กขี้อิจฉาอย่างแกนะหรือจะยอมรับฉันเป็นแม่เลี้ยง”
ใหญ่ส่ายหน้า ดวงตาร้าวราน
เวลาเดียวกัน ร่างของปิ่นอนงค์นอนนิ่งอยู่บนเตียงรถเข็น ที่ถูกเข็นมาที่ห้องผ่าตัดเร็วรี่ อุปกรณ์ช่วยชีวิตครบ เปี๊ยกถือไม้เท้าของไพศาลติดตัว วิ่งตามรถจนถึงหน้าห้องผ่าตัด ปิ่นอนงค์ถูกเข็นเข้าห้องไป ประตูปิด
เปี๊ยกเครียด ยืนชะเง้อชะแง้ตามอย่างระทึก
ด้านครองสุขยังคงโต้เถียงกับใหญ่อย่างไม่รู้สำนึก
“ใช่มั้ยไอ้ใหญ่ ใช่มั้ย ชั้นพูดถูกมั้ย”
“ใช่ คุณนายพูดถูก แต่ถึงจะยังไงฉันก็ไม่มีวัน ยอมรับนับถือผู้หญิงใจร้าย เลวทรามอำมหิตอย่างแกมาเป็นแม่เลี้ยงหรอก แกคบชู้ แกฆ่าพ่อฉัน”
ใหญ่ยิงปืนปัง ครองสุขสะดุ้ง เซนิดๆ ก้มมองตัวเอง ใหญ่ยิงแค่เฉียดๆ ครองสุขลูบตัวไปมานึกว่าโดนยิง“แต่พ่อฉันไม่ใช่ชีวิตเดียวที่คุณนายทำลาย ยังมีชีวิตของคนบริสุทธิ์คนอื่น กฎหมายเท่านั้นที่จะพิพากษาโทษคุณนาย”
ใหญ่กระชากมือครองสุขหมับ ครองสุขไม่ยอมร้องโวยวาย “ไม่ไป ฉันไม่ไป”
ใหญ่ได้ยินเสียงหวอรถตำรวจ มองไป เห็นรถตำรวจวิ่งมาแต่ไกลจากในไร่
ใหญ่ซัดปืนใส่คอครองสุขสลบไปทันที จากนั้นจับครองสุขนั่งพิงล้อรถ
ใหญ่รีบเดินเข้าพงหญ้าข้างทางหายไป
รถตำรวจวิ่งเข้ามาจอด ตามด้วยรถปลอด ทีมตำรวจลงจากรถวิ่งตรงมายังครองสุข
ที่หน้าห้องผ่าตัดจอมเวลานั้น ทุกคนกระวนกระวาย นั่งไม่ติดที่
หมอเดินออกมาจากห้องผ่าตัด เปิดผ้าคาดกันเชื้อ จินตนา น้อย และหวาน ลุกพรวดเดียวมาล้อมหมอ ถวิลลุ้นตัวสั่น หมอหันมาคุยกับถวิล
“คนเจ็บพ้นขีดอันตรายแล้วครับ โชคดีจริงๆที่ลูกปืนไม่โดนอวัยวะสำคัญเลยสักนัด ที่สำคัญคนเจ็บแข็งแรงแล้วก็ใจสู้มากยินดีด้วยครับคุณลุง”
หมอเดินไป ถวิลหันมายิ้มดีใจกับทุกคน
จอมนอนบนเตียง ถูกเข็นออกมา มีถุงเลือด น้ำเกลือ ให้ออกซิเจนครบครัน
ถวิลรีบตามเตียงเข็นไป
หวานเอ่ยขึ้น “โชคดีของไอ้จอม ที่บังเอิญคุณจินแวะมาหาปิ่น”
“ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอก จอมเป็นคนโทร.ตามฉันมา ให้มาช่วยปิ่น ก่อนที่จอมจะโดนยิง” จินตนาบอก
“แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณคุณจินที่มาช่วยปล่อยเราออกมา ไม่งั้นน้อยกับพี่หวานคงอดข้าวอดน้ำตายอยู่ในกระท่อมท้ายไร่นู่น” น้อยว่า
“อย่ามัวมาขอบใจกันอยู่เลย ไปดูปิ่นกันเถอะ”
จินตนา น้อย ถวิล และหวาน รีบวิ่งตามกันไปที่ห้องผ่าตัดปิ่นอนงค์
ปิ่นอนงค์ได้รับการผ่าตัดโดยทีมแพทย์ ที่ยามนี้ มือหมอ เครื่องมือต่างๆ สาละวนอยู่บนร่างปิ่นอนงค์ เพื่อชีวิตแสนดีนี้ไว้ ขณะที่สัญญาณชีพจรขอเธอบนจอ กลับอ่อนลงๆ หมอ พยาบาล หันมาสบตากัน
ปลอด ปานเทพ และเปี๊ยก ยืนกระวนกระวายอยู่หน้าห้อง
“แน่ใจนะว่าคุณใหญ่ปลอดภัยแน่ ป่านนี้ยังไม่เห็น” ปลอดถามหน้าเครียด
“ถ้ามันโทร.มาหาผมได้ แสดงว่ายังมีชีวิตอยู่แน่ แต่มันคงกลัวจะเจอตำรวจ เพราะมันยังอยู่ในหมายจับ”
เสียงใหญ่ดังขึ้น “อาปลอด ไอ้ปาน”
ใหญ่สวมหมวกแก๊บพรางตัววิ่งเข้ามากอดกับปลอด
“ปิ่นเป็นยังไงบ้างครับอา” ใหญ่ถาม
“ยังอยู่ในห้องผ่าตัด คุณใหญ่ใจเย็นๆก่อน เกิดตำรวจมาเจอตัวเข้าจะยุ่ง”
ใหญ่ไม่สน “ขอให้ปิ่นปลอดภัย ผมยอมเข้าคุก”
จังหวะนั้นหมอเดินออกมาจากห้องผ่าตัด ใหญ่รีบเข้าไปหา
“คุณหมอครับ เมียผมเป็นยังไงบ้าง”
“น่าเป็นห่วงทั้งแม่ทั้งลูก คนเจ็บเสียเลือดไปมาก” หมอว่า
ใหญ่ตกใจ “ลูก ลูกใครครับ”
“อ้าว...คุณเป็นสามีไม่รู้เหรอว่าภรรยาคุณตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว ขอตัวนะครับ ผมต้องรีบติดต่อเรื่องเลือดให้ภรรยาคุณเราต้องการเลือดกรุ๊ปโอด่วนเลย”
ใหญ่ใจหายวาบ เซไปทรุดนั่งอย่างหมดแรง “ปิ่น ปิ่นท้อง ทำไมผมไม่รู้เรื่อง หรือระแคะระคายอะไรเลย”
ปานเทพเข้ามาตบบ่าปลอบ “ปิ่นอาจไม่รู้ว่าตัวเองท้องก็ได้”
พยาบาลสวมชุดเขียวกันเชื้อ ถือถุงเลือดจะเข้าห้อง ใหญ่รีบวิ่งตาม พยาบาลชะงัก
“เข้าไม่ได้นะคะ เดี๋ยวคนเจ็บติดเชื้อจะไปกันใหญ่ ญาติๆ ช่วยหาเลือดกรุ๊ปโอดีกว่า ที่คลังเลือดไม่เหลือแล้วค่ะ”
ถวิล น้อย หวาน และจินตนาวิ่งเข้ามาพอดี
ใหญ่ยื่นแขนให้พยาบาล “เลือดหรือครับ เอาเลือดผมไป เอาไปช่วยเมียผม”
เปี๊ยกกะปานเทพดึงแขนใหญ่เอาไว้ “ตั้งสติหน่อยไอ้ใหญ่ เลือดแกไม่ใช่กรุ๊ปโอ”
พยาบาลเดินเข้าห้องผ่าตัดไปอย่างเร็ว
หมู่มวลมองหน้ากันไปมา ต่างคนต่างพึมพำ “เลือดกรุ๊ปโอ”
จอมนอนให้ออกซิเจน น้ำเกลือ เลือด ตาปรือ อยู่บนเตียง จอมขยับตัวจับแขนถวิลที่อยู่ข้างเตียงกับจินตนา
จังหวะนั้นจอมดึงที่ครอบจมูกออกพูดเสียงแผ่วๆ “พาชั้นไปให้เลือดปิ่น ชั้นเลือดกรุ๊ปโอ”
“ไม่ได้หมอเค้าบอกแล้ว เอ็งเสียเลือดไปมากอาจถึงตายได้”
“ชีวิตชั้นมันไม่มีค่าอะไร แต่สำหรับปิ่น ปิ่นยังมีลูกอีกคนอยู่ในท้อง”
จอมจะไปให้ได้ ถวิลเสียงดังใส่ “ใครว่า ชีวิตเอ็งไม่มีค่าอะไร เอ็งมีค่ากับไอ้แก่คนนี้นี่ไง ถ้าเอ็งเป็นอะไรไปข้าก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมเหมือนกันไอ้ลูกโง่”
น้ำตาจอมไหลริน หนุ่มเลือดร้อนร้องไห้ครวญคร่ำอย่างน่าเวทนา “ชั้นรักพ่อ แต่ชั้นต้องชดใช้ให้ปิ่น ชั้นมีส่วนทำให้ป้าอุ่นต้องตาย คุณจินเรียกหมอมาเอาเลือดผมไปให้ปิ่นด้วย ปิ่น...ปิ่น...”
จอมหมดสติไป ถวิล กับจินตนาตกใจ พยาบาลเข้ามาครอบจมูกให้จอม ฟังคลื่นหัวใจ จับชีพจร
ถวิลร้องลั่น “ลูกผมๆ”
“คนเจ็บหลับค่ะ เสียเลือดไปมากให้เค้าพักผ่อนดีกว่านะคะ”
พยาบาลดูน้ำเกลือ ดูเลือด จินตนาแตะแขนถวิลแล้วเดินออกจากห้องไป
ใหญ่นั่งหมดอาลัยตายอยากจนถึงตอนเช้าวันต่อมา ปานเทพเดินเข้ามาหาซึมๆ
“ไปพักผ่อนซะบ้างไอ้คุณใหญ่ เดี๋ยวจะเจ็บไข้ได้ป่วยไปอีกคนมันจะยุ่ง”
“ชั้นจะรอจนกว่าปิ่นจะออกมา ทำไมถึงเป็นอย่างนี้วะ ยัยเด็กคนนี้ดีแต่ทำเพื่อคนอื่น จนชั้นกับใครๆก็มองว่าเป็นคนโง่ยอมให้คนอื่นเอาเปรียบ จุ้นจ้านอยากช่วยคนนั้นคนนี้ พอถึงคราวจะตาย สวรรค์กลับไม่ช่วย มันไม่ยุติธรรมเลยว่ะ ทำไมคนเลวอย่างชั้นถึงไม่เป็นอะไร ชั้นสมควรตายมากกว่า”
ใหญ่พร่างพรูความรู้สึก ก่อนจะซบหน้าลงกับฝ่ามือ
ปานเทพปลอบตบไหล่ใหญ่เบาๆ
จังหวะนั้นเสียงอรสอางค์ดังขึ้น “คุณใหญ่ คุณใหญ่คะ”
ใหญ่ กับปาน เหลียวไปพร้อมกันเห็นอรสอางค์เดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ
“อรเลือดกรุ๊ปโอคะ เราได้เลือดมาจากกรุงเทพฯด้วย เผื่อว่าเลือดอรคนเดียวไม่พอ”
ใหญ่ลุกขึ้นด้วยความดีใจ “เออ คุณอรรู้ข่าวได้ยังไง”
“อรโทร.หาปิ่นค่ะ แต่คุณจินตนาเป็นคนรับสาย เร็วเถอะค่ะ ติดต่อกับหมอให้อรด้วย”
ทั้งหมดรีบออกจากห้อง
เวลาเคลื่อนคล้อยไป จอแสดงสัญญาณชีพจรของปิ่นอนงค์ อ่อนแรงลงทุกทีๆ
ขณะเดียวกัน นางมารร้ายครองสุขยืนแกร่วอยู่ในห้องขัง ทรรศนะ กับทัศนีย์ เกาะลูกกรงตาละห้อย ทัศนีย์สะอึกสะอื้น เช็ดน้ำตาป้อยๆ ครองสุขตวาดแว้ด
“แกจะร้องไห้ทำไมยัยนี ชั้นยังไม่ได้ตายซะหน่อย มาช่วยกันคิดดีกว่า ว่าฉันจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง”
“คุณน้าไม่น่าหนี ทนายบอกว่าจะขอประกันยาก” ทรรศนะเอ่ยขึ้น
“ฉันก็บอกไปแล้วว่าฉันตกใจๆ ถ้ามันไม่มีปัญญาก็เปลี่ยนทนายใหม่ซิ” ครองสุขหงุดหงิด
“แต่ยังไง ด้วยพยานหลักฐาน คงจะพ้นผิดยาก ทนายแนะนำให้คุณน้ายอมรับสารภาพจะได้รับการลดโทษในชั้นศาล” ทรรศนะว่า
ครองสุขโกหก “น้าก็ตั้งใจอย่างนั้นอยู่แล้ว อะไรที่น้าทำผิดไปน้าจะสารภาพยอมรับผิดทุกอย่างแต่นะต้องพยายามประกันน้าออกไปให้ได้ก่อนนะ น้าอยากจะมีเวลาทำใจก่อน”
ทัศนีย์อดเหน็บไม่ได้ประสาสาวปากไว “แล้วทีเวลาทำร้ายใคร คุณน้าไม่คิดก่อนละคะ”
ครองสุขแว้ดใส่ทันควัน “นังนี แกมันเป็นลูกฉันหรือเปล่า ถึงดีแต่เข้าข้างคนอื่น” ครองสุขแกล้งร้องห่มร้องไห้เสียอกเสียใจหนัก “งั้นพวกแกก็ปล่อยให้ฉันตายคาห้องขังนี่ไปเลย”
ทรรศนะมองหน้าทัศนีย์เป็นเชิงบอกให้หุบปาก ทัศนีย์หน้าเศร้าลง ลึกๆ ในใจก็ห่วงแม่เหมือนกัน
ปิ่นอนงค์ยังนอนนิ่งอยู่บนเตียงในห้องไอซียู อุปกรณ์ช่วยชีวิตครบ จอแสดงสัญญาณชีพจร พยาบาลเข้ามาแขวนถุงเลือดถุงใหม่
ใหญ่เกาะกระจกอยู่หน้าห้อง “ตื่นเร็วสิปิ่น ชั้นรอเธออยู่นะ ต่อไปนี้ชั้นจะไม่แกล้งเธออีกแล้ว ชั้นจะไม่ทำให้เธอต้องเสียน้ำตาอีกต่อไป”
ถวิลเข้ามาหา ยื่นไม้เท้าให้ใหญ่ “ปิ่นกอดไม้เท้าเอาไว้แน่น ตอนที่ไอ้เปี๊ยกพามาส่งโรงพยาบาล ถ้าผมจำไม่ผิด มันเป็นไม้เท้าของนายท่าน คุณใหญ่เก็บเอาไว้เถอะครับ”
ถวิลออกไปนอกห้อง ใหญ่ถือไม้เท้าเพ่งมอง
“พ่อไม่เคยรักผม มีแต่ปิ่นเท่านั้นที่รักผม นี่พ่อยังคิดจะมาพรากปิ่นไปจากผมอีก ผมไม่ต้องการอะไรที่เป็นของพ่อ”
ใหญ่เขวี้ยงไม้เท้าไปที่มุมห้อง ไม้เท้าหักสองท่อน
มีกระดาษม้วนเป็นไส้อยู่ข้างในยื่นออกมา ใหญ่ขมวดคิ้วมอง ก่อนจะเดินไปจุดที่ไม้เท้าทั้งสองท่อนหยิบกระดาษออกมาจากไม้เท้า คลี่ออกดู
ใหญ่มองเห็นลายมือของไพศาลตัวอักษรโย้เย้เพราะเขียนตอนป่วย
ใหญ่ๆ อ่านไป ราวกับฟังเสียงพ่อที่ข้างหู
“ข้าพเจ้า นายไพศาล ธำรงรัตน์ ขอยกทรัพย์สิน อันพึงมีพึงได้ทั้งหมด...”
ภาพจำในอดีตของพ่อผุดขึ้นในหัวของใหญ่
ใหญ่โดนไพศาลตบ ไพศาลชี้หน้าด่าใหญ่จะตีด้วยไม้เท้า อีกครั้งใหญ่ยื้อแย่ง ปาไม้เท้าพ่อทิ้ง เดินหนีไป
กระทั่งภาพไพศาลนั่งอยู่บนรถเข็น พยายามเขียนพินัยกรรมอย่างยากลำบาก ในห้วงสุดท้ายของชีวิต
“...ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต อันมีที่ดิน สองพันสี่ร้อยยี่สิบไร่ บ้าน และเงินในธนาคารให้กับบุตรชายคนเดียวของข้าพเจ้าคือนายชาลิต ธำรงรัตน์”
ใหญ่อึ้ง ค่อยๆ อ่านต่อ
“ใหญ่ลูกรัก นี่คือสิ่งเดียวที่พ่อทำให้ลูกเพื่อเป็นการไถ่โทษยกโทษให้พ่อด้วย พ่อรักแกมากกว่าสิ่งใดๆ ในโลก”
น้ำตาใหญ่หยดลงบนกระดาษ ใหญ่หันไปหาปิ่นอนงค์
“เธอไม่ได้โกหกชั้นปิ่นอนงค์ พ่อไม่ได้เกลียดชังชั้น พ่อรักชั้น ฉันต่างหากที่เป็นคนโง่”
ถวิลสงสารจับใจ “คุณใหญ่”
เสียงสัญญาณชีพจรหยุด เครื่องร้อง ใหญ่สะดุ้ง หันไปมองหน้าจอ
สัญญาณบอกว่าหัวใจหยุดเต้น ใหญ่ตะลึง ตาค้าง
“ปิ่น”
หมอ พยาบาล ช่วยกู้ชีวิตปิ่นอนงค์ ตรวจดูม่านตา เช็กเครื่องปั๊มหัวใจ กดปั๊มหัวใจด้วยมือ ดูวุ่นวายไปหมด ทว่าจอภาพไม่เปลี่ยนแปลง
หมอหยุดมองทีมงาน บุรุษพยาบาล พยาบาลหยุดกันหมด รายงานเวลาเสียชีวิต สักครู่หนึ่งหมู่มวลทยอยเดินออกจากห้องไป
หมอเดินมาหาใหญ่ที่มุมห้อง มีจินตนา กับปานเทพ ลุ้นฟังผลผ่าตัดอยู่ข้างใหญ่
“เสียใจด้วยครับ”
หมอเดินออกไป
ใหญ่เดินช็อกไปที่เตียง กอดปิ่นอนงค์ไว้ทั้งตัว ลูบหัว ร้องไห้
“ปิ่นอนงค์ ปิ่น อย่าทิ้งชั้นไป อย่าทำอย่างนี้กับชั้น ชั้นรักเธอปิ่นอนงค์”
ปิ่นอนงค์เดินร่าเริงอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สวยงามราวกับภาพวาด ปิ่นอนงค์ลูบไล้กลีบดอกไม้ตามรายทางอย่างสุขใจ ก่อนจะเดินตามผีเสื้อแสนสวยไป พลางยื่นมือออกไปจะแตะผีเสื้อตัวนั้น
ครั้นพอหันไปมองหญิงสาวก็เห็นอุ่นเรือนยืนยิ้มอยู่กลางทุ่งดอกไม้ ปิ่นอนงค์ดีใจมาก
“แม่ แม่ขา”
ปิ่นอนงค์วิ่งเข้าไปหา อุ่นเรือนยื่นมือรอรับ ปิ่นอนงค์ส่งมือให้แม่ อุ่นเรือนดึงปิ่นอนงค์เข้าไปกอด
สองแม่ลูกจูงกันเดินไป
ใหญ่วางไม้เท้าที่หักไว้บนตัวปิ่นอนงค์ เอามือปิ่นอนงค์มากุมไว้
“ถ้าวิญญาณพ่อให้อภัยลูกเลวๆ คนนี้ ช่วยเมียผมกับหลานของพ่อด้วยเถอะครับ”
ใหญ่ซบหน้าร้องไห้บนมือปิ่นอนงค์ฟูมฟายไม่หยุด “ปิ่น ปิ่น...อย่าไปนะ ปิ่น”
จินตนาปล่อยโฮ ปานเทพอึ้ง
ใหญ่ขยับขึ้นไปสวมกอดปิ่นอนงค์บนเตียงใจจะขาดรอนๆ
ในทุ่งดอกไม้แห่งนั้น อุ่นเรือน จูงปิ่นอนงค์เดินไป สองคนยิ้มแย้มให้กัน จังหวะหนึ่งที่แก้มของปิ่นอนงค์มีน้ำหยดลงมา
ปิ่นอนงค์ชะงักลูบแก้ม ยินเสียงสะท้อนของใหญ่ เรียกหา “ปิ่น”
ปิ่นอนงค์หันไปมองอุ่นเรือน “แม่...คุณใหญ่”
อุ่นเรือนยิ้มบางๆ พลางพยักหน้าให้ แล้วปล่อยมือ ปิ่นอนงค์หันหลังกลับวิ่งไปเร็วรี่กลางแสงสีขาวเจิดจ้า
ใหญ่หัวใจสลายเอาแก้มแนบซบไหล่ปิ่นอนงค์กลั้นก้อนสะอื้น มือใหญ่จับมือปิ่นอนงค์แน่น อีกข้างโอบหัวไว้ จังหวะนั้นเสียงหัวใจปิ่นอนงค์ทำงาน ที่เครื่องวัดสัญญาณชีพจร จอทำงาน เส้นกราฟเดิน
และที่มือปิ่นอนงค์ในมือใหญ่ก็เริ่มขยับ ใหญ่ยิ้มดีใจสุดชีวิต ยอดรักของเขากลับมาแล้วด้วยแรงรักที่เขาผ่องถ่ายส่งไปให้
“ปิ่นอนงค์” ใหญ่ร้องลั่น “หมอ....”
ทีมหมอวิ่งเข้ามางงๆ จ้องจอดูสัญญาณชีพจรเขม็ง จินตนา ปานเทพ และถวิลวิ่งเข้ามา ต่างชะเง้อชะแง้ดู อย่างไม่เชื่อสาย
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 21 อวสาน (ต่อ)
เช้าวันต่อมาทรรศนะ ทัศนีย์ และทนายพาครองสุขเดินออกมาหน้าโรงพัก ทนายความกำชับครองสุขหนักแน่น
“คุณนายต้องมารายงานตัวทุก 15 วันนะครับ ส่วนเรื่องสู้คดีผมจะไปคุยซักซ้อมกับคุณนายอีกที”
ครองสุขกร้าว “ฉันต้องชนะเท่านั้น จะหมดกี่ล้านฉันก็จ่ายให้”
ทั้งหมดจะเดินไปต่อ เจอกับปานเทพ อาจารย์ทนาย พาใหญ่มามอบตัว
เป็นการเผชิญหน้ากันอีกคราครั้งระหว่างครองสุขกับใหญ่
ใหญ่มองหน้าครองสุข ลอยหน้ายียวน “ใครที่รู้ตัวว่าฆ่าพ่อฉัน ก็ควรรีบสารภาพแต่โดยดี โทษหนักจะได้เบาลง”
ครองสุขยิ้มเย้ย “ฉันเห็นมีแต่ข้อกล่าวหาเลื่อนลอย ไม่ยักจะเห็นหลักฐานสักชิ้น” มองจ้องปานเทพ “คดีความน่ะเขาสู้กันด้วยหลักฐานไม่ใช่หรือคุณทนายปานเทพ”
ปานเทพยิ้มเช่นกัน “คุณนายไม่ต้องห่วง ที่คุณใหญ่มามอบตัว ก็เพื่อเริ่มกระบวนการรื้อฟื้นการตายของคุณไพศาลไม่ใช่ป่วยแต่โดนวางยาพิษ รู้สึกว่ายังมีอีกหลายคดีนะที่มีเสี่ยตงเป็นพยาน”
ครองสุขหวั่นใจ แต่ปากแข็ง “โถ ใครจะเชื่อว่าผู้หญิงตัวนิดเดียวจะฆ่าใครได้ตั้งมากมายพูดเป็นหนังไปได้”
ทรรศนะรีบดึงแขนแม่ให้เดินต่อ ครองสุขยอมไป ใหญ่มองตามพยายามระงับความโกรธ
อาจารย์ทนายพาใหญ่ไป ปานเทพจะตาม แต่ปรากฏว่าทัศนีย์ดึงมือไว้ ปานเทพหันไปหา
“คุณนี”
“นายปาน คุณน้าจะต้องติดคุกกี่ปี จะถึงตลอดชีวิตมั้ย หรือว่าจะต้องโดนประหาร”
“ขึ้นอยู่กับคุณนายยอมรับผิดหรือเปล่า ถ้าไม่หรือยังคิดหนีก็อาจจะโทษหนัก”
“ฉันควรจะทำไง ฉันเป็นลูกแต่ช่วยอะไรเค้าไม่ได้เลย”
“มีอยู่ทางเดียว อย่าให้เค้าทำผิดไปมากกว่านี้”
ปานเทพจับมือทัศนีย์ปลอบใจ
พอกลับมาถึงเรือนใหญ่ ที่ไร่ไพศาล ครองสุขตีบทดราม่าแม่ผู้น่าสงสารทันที
“ไอ้ใหญ่มันต้องหาทางยัดข้อหาให้น้าแน่ๆ” บีบน้ำตา “เห็นทีน้าคงไม่พ้นโทษประหารชีวิต ถึงน้าจะตายน้าก็ไม่กลัวหรอกห่วงก็แต่นะกับยัยนีจะอยู่กันยังไง”
ทรรศนะหน้าเครียด “คุณน้าไม่ได้วางยาพิษลุงไพศาลจริงหรือครับ”
“น้าสาบานได้ ถ้าน้าทำคนที่มีพระคุณอย่างคุณไพศาลขอให้น้าตายไม่ดี” ครองสุขจับมือนะ “นะ นะต้องช่วยพาน้าหนีนะ”
ทรรศนะสีหน้าเครียดจัด
ตอนค่ำวันเดียวกันนั้น ครองสุขหลบออกมาที่สวนหลังเรือน สีหน้าร้อนใจคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่
“ขอบคุณนะคะเฮียที่ช่วยจัดการให้ ฉันจะให้ลูกน้องโอนเงินไปให้ทันที”
ครองสุขตัดสาย ด้านหลังครองสุขเหมือนมีเงาคนเคลื่อนผ่าน
ครองสุขสะดุ้งหันไปมอง แต่ไม่มีใคร ครองสุขรีบกลับเข้าเรือน
ที่พุ่มไม้ไม่ไกลนักมีผู้ชายใส่หมวกบังหน้ายืนหลบอยู่ พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นชัดว่าคือธีระ
วันต่อมาใหญ่กับปานเทพเดินคุยกันมาตามทางเดินในโรงพยาบาล
“หลักฐานที่เรายื่นให้ทางตำรวจ มันชี้ชัดว่าแกไม่ได้มีส่วนทำให้ไอ้ผาตาย อย่างมากแกก็โดนข้อหาทำร้ายร่างกายโดยไม่เจตนา ยิ่งตอนนั้นแกยังเป็นเยาวชน คงโดนแค่รอลงอาญาเท่านั้น ส่วนข้อหาที่แกหนีการจับกุม นี่ยุ่งยากหน่อย พ่อฉันคงต้องโดนด้วย ฉันกำลังพยายามอยู่”
“ทำยังไงก็ได้ ให้ความผิดมันตกที่ฉันคนเดียว ถ้าต้องโทษติดคุกฉันก็ยอมรับเว้ย เพราะฉันมันก็เลือดร้อนไม่รู้จักคิดจริงๆ”
พูดจบใหญ่จับไหล่ปานเทพให้หันมา “แกต้องดีกับอาปลอดให้มากๆ นะโว้ย อย่าให้เหมือนฉัน ที่ไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้ว”
ใหญ่มีสีหน้าเจ็บปวดนึกถึงความสัมพันธ์แย่ๆ ของตนกับพ่อ คำพูดใหญ่ประโยคนั้นกระแทกลิ้นปี่ปานเทพจังๆ
อดีตเสือร้ายจอมปลอม ปานป่าหวาย คิดถึงพ่อขึ้นมาครามครัน
ปลอดอยู่ที่วัดแถวบ้าน เอาดอกไม้วางที่เจดีย์ใส่กระดูก มองรูปเพ็ญส่งจิตล่องลอยไป หวังให้ถึงนางอันเป็นที่รักผู้จากไปไม่มีวันกลับ
“ขอให้เธอไปสู่สุคติในสัมปรายภพนะ ขอบใจเหลือเกินที่ยอมมาอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน”
ปานเทพอยู่ข้างหลังมองพ่อ มองภาพเบื้องหน้า ด้วยสีหน้าหมองเศร้า
เวลาต่อมาปลอดกับปานเดินคุยกันมาตามทางในวัดแห่งนั้น ปลอดมองหน้าปานเทพ ปานเทพเองก็หันมามองพ่อ
ปานเทพงวยงง “มองอะไรพ่อ” เห็นพ่อจ้องเอาๆ ปานเทพชักนอยด์ เอามือจับหน้าตัวเอง “หน้าฉันมีอะไรผิดปกติหรือ”
ปลอดเอ่ยขึ้น “แกโตขึ้นมากนะปาน”
ปานเทพดี๊ด๊า “พ่อจะชมว่าฉันเก่ง สามารถช่วยเหลือไอ้ใหญ่ ช่วยพ่อจนออกมาเดินสบายอารมณ์ได้ใช่มั้ยล่ะ”
ปลอดหมั่นไส้ “เอ้อ เอ็งเก่ง”
ปานเทพยิ้มร่าเข้าไปกอดแขนอ้อนราวกับเด็กๆ “แหมพ่อจะพูดกับฉันหวานๆ กว่านี้ไม่ได้หรือ ดูมันไม่ค่อยจริงใจเลย”
ปลอดรำคาญดึงแขนออก “ฉันพูดหวานไม่เป็นเว้ย” แล้วเดินไป
ปานเทพตามไปกอดรัดพ่อเป็นเด็กๆ “งั้นผมพูดเองก็ได้ว่าผมรักพ่อ ผมรักพ่อ ผมรักพ่อ”
ปลอดหัวเราะลั่น ขยี้หัวปาน “ไอ้บ้า จักกะจี้โว้ย”
“ไม่รู้ ถ้าพ่อไม่ยอมบอกว่ารักผม ผมจะกอดให้หายใจไม่ออกเลย”
“หมาน้อยเอ๊ย มีใครที่ไหนจะรักลูกคนอื่นมากกว่าลูกตัวเอง”
ปลอดกอดตอบ ปานเทพยิ้มแป้นมีความสุขยิ่งกว่าสิ่งใด
เวลานั้นปิ่นอนงค์นั่งพิงหัวเตียงในห้องพักฟื้น มองใหญ่อย่างไม่เชื่อหู
“ปิ่นท้องหรือคะ”
ใหญ่ยิ้มกว้างขณะจับมือปิ่นอนงค์ไปวางบนท้องตัวเธอเอง “ไงจ๊ะลูก ดูแม่เราสิ ขนาดตั้งท้องยังไม่รู้เรื่อง เพราะเธอมัวแต่ยุ่งเรื่องชาวบ้านจนลืมสังเกตตัวเอง มันน่าโดนตีนัก”
ปิ่นอนงค์ดีใจจนร้องไห้ออกมา “แม่ขอโทษนะยัยหนู แม่มันไม่เอาไหนจริงๆ”
ใหญ่ชะงักกับสรรพนามที่ปิ่นอนงค์เรียกลูกในท้อง “ยัยหนูหรือ ใครบอกเธอว่าลูกเป็นผู้หญิง ไม่ได้ มันต้องเป็นตาหนู เป็นผู้ชายเหมือนฉัน”
ปิ่นอนงค์ยิ้มทั้งน้ำตา ขำใหญ่
“เหมือนคุณใหญ่ก็ดื้อตายเลยสิคะ ไม่เอาหรอกค่ะ เป็นผู้หญิงดีกว่า น่ารักขี้อ้อน ปิ่นอยากจับลูกมาถักเปียสองข้าง แล้วก็นุ่งกระโปรงฟูฟ่อง ดีมั้ยจ๊ะยัยหนู”
ใหญ่ไม่ยอม “นี่ๆ อย่านะ ต้องเรียกว่าตาหนู”
“ก็ปิ่นอยากได้ผู้หญิง ปิ่นไม่มีสิทธิ์คิดหรือหวังหรือคะ”
“ไม่ได้ บ้านนี้ไม่มีระบอบประชาธิปไตย ฉันเท่านั้นคือคำสั่ง”
ปิ่นอนงค์งอน หน้าคว่ำหันไปทางอื่น ใหญ่อมยิ้มที่แกล้งปิ่นอนงค์ได้...อีกครั้ง
ใหญ่เข้าไปกอดปิ่นอนงค์ อ้อล้อ “ก็แค่ล้อเล่น ความจริงลูกจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายไม่สำคัญหรอก ขอให้น่ารักน่ากอดน่าหอมน่าจูจุ๊บเหมือนแม่ก็พอ”
ปิ่นอนงค์อมยิ้มหันมาหาใหญ่ ใหญ่กอดปิ่นอนงค์ไว้ “รู้มั้ย ตอนเธอหมดสติ เธอบอกรักฉันด้วยนะ”
“ปิ่นไม่ได้พูดสักหน่อย อย่ามาหลอกปิ่นเลย”
“งั้นพูดตอนนี้เลยสิ ตอนนั้นเสียงปิ่นเศร้ามาก ฉันอยากลบมันทิ้งไป”
“ปิ่นไม่เคยพูดซะหน่อย จะฟังอีกทำไม ไม่เบื่อเหรอคะ”
“ไม่ ฉันอยากฟังทั้งวัน ทุกวัน”
ใหญ่ควักโทรศัพท์ออกมา “เดี๋ยวฉันจะอัดเป็นริงโทนไว้เลย”
“อย่านะ อายเค้า”
“จะพูดมั้ย ไม่พูดจูบนะ”
ใหญ่ยื่นหน้ามาหาให้ปิ่นอนงค์พูด “ปิ่นรักคุณใหญ่ที่สุดในโลกเลยค่ะ”
ใหญ่ดีใจหน้าบานเป็นดาวเทียม หอมฟัดแก้มปิ่นอนงค์แรงๆ สามฟอดติดกัน
“พูดแบบนี้รักตายเลย ชื่น....ใจ”
“พอแล้วค่ะ” ปิ่นอนงค์ดันหน้าไว้
ปิ่นอนงค์นึกขึ้นได้ “จอมละคะคุณใหญ่ จอมเป็นยังไงบ้าง”
ใหญ่นึกถึงจอม ที่เพิ่งได้คุยกันก่อนหน้านี้
วันนั้นจอมนั่งอยู่บนรถเข็น ซึ่งถูกเข็นมาจอดในสวนของโรงพยาบาล
ที่แท้ใหญ่ยืนอยู่หลังรถเข็น และเอ่ยขึ้นก่อน “ฉันไม่รู้จะพูดยังไงกับนายดี”
จอมนิ่งไม่พูดเหมือนยังโกรธอยู่ ใหญ่เดินไปยืนตรงหน้าจอม แต่จอมไม่มองหน้าใหญ่
“ถ้านายอยากจะชกหน้าฉันให้หายแค้น ก็อัดมาให้เต็มที่เลย” ใหญ่ย่อตัวนั่ง “เอาเลยจอม เลือกชกได้เลย ตรงดั้งจมูก หรือเสยคางฉันก็ได้ฉันรู้ว่านายมีแรงเหลือเฟือ”
จอมหันมามองหน้าใหญ่ตรงๆ สีหน้าเครียดขรึม
จู่ๆ จอมยกมือขึ้นแล้วพนมไหว้ใหญ่ทั้ง 2 มือ จอมก้มหัวไหว้อย่างจริงใจ
ใหญ่ตกใจ จอมเงยหน้า
“ผมทำผิดกับคุณใหญ่ไว้หลายครั้ง ทำให้คุณใหญ่ต้องกลายเป็นฆาตกรฆ่าป้าอุ่น เพราะความโง่เขลาของผม ยกโทษให้ผมด้วยนะครับ”
ใหญ่ยิ้มออก “นายมันไม่ใช่คนโง่ แต่นายเป็นฮีโร่สำหรับฉันเว้ย”
ใหญ่วางมือบนบ่าจอม “ฉันติดหนี้ชีวิตนาย”
จอมกับใหญ่ยิ้มให้กัน
พอฟังจบปิ่นอนงค์ก็เอ่ยขึ้น “ปิ่นอยากไปเยี่ยมจอม”
“จอมกลับไปพักฟื้นที่ไร่แล้ว ส่วนปิ่นต้องรักษาตัวให้แข็งแรงขึ้นก่อนนะ จอมเขาไม่หนีไปไหนหรอก” ใหญ่บอก
“ปิ่นดีใจที่คุณใหญ่กับจอมเข้าใจกันได้”
ปิ่นอนงค์ยิ้มกว้าง ใหญ่เองก็ยิ้มอย่างสุขใจเช่นกัน
เย็นนั้น ครองสุขกับทรรศนะท่าทีมีพิรุธ รีบร้อนเดินออกจากเรือนมาหยุดที่ข้างรถคุยกัน
“น้าติดต่อกับเพื่อนที่บ่อนแล้ว เขาบอกว่าจะมีคนมารอพาน้าข้ามชายแดนแถวสังขละบุรีคืนนี้”
“ทันครับ ไปถึงก็น่าจะค่ำพอดี”
ครองสุขกับทรรศนะแยกย้ายขึ้นรถ ทรรศนะเป็นคนขับออกไป
ห่างออกไปอีกหน่อย ทัศนีย์ยืนหลบมุมมองอยู่ และได้ยินทั้งหมด
ทัศนีย์ตกใจ กระวนกระวายใจ แล้วคิดบางอย่างออก
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 21 อวสาน (ต่อ)
เวลานั้น ใหญ่เอาแต่นั่งเบียดปิ่นอนงค์อยู่บนเตียง ไม่ยอมขยับไปไหน
“คุณใหญ่ลงไปนั่งข้างล่างสิคะ พยาบาลมาเห็นเข้าจะว่าเอานะคะ”
ใหญ่กอดปิ่นอนงค์ “ผัวเมียเขาห่วงใยไม่มีใครว่าหรอกนะ โดยเฉพาะคุณพยาบาลที่นี่ใจดีกับฉันทุกคน เขาปลื้มในความหล่อของฉัน”
ขณะนั้นพยาบาลวัยกลางคนหน้าตาดุๆ เดินเข้ามา พยาบาลหน้าบึ้งที่เห็นใหญ่นั่งบนเตียง เสียงดุ
“คนเฝ้าไข้ขึ้นไปนั่งบนเตียงอย่างนั้นไม่ได้นะคะมันผิดระเบียบเชิญที่โซฟาดีกว่าคุณ”
ปิ่นอนงค์อมยิ้มขำๆ ใหญ่หน้าแตก จะลงจากเตียงปิ่นอนงค์ดึงไว้
“ปิ่นเป็นคนขอให้คุณใหญ่ขึ้นมานั่งเองค่ะ ปิ่นขอแค่ครั้งเดียวค่ะ เพราะตอนที่ปิ่นหยุดหายใจไป ปิ่นกลับมาได้เพราะเสียงของคุณใหญ่เรียกไว้”
พยาบาลใจอ่อน เอ่ยขึ้น “เคสของคุณปิ่นอนงค์ ทุกคนที่โรงพยาบาลพูดถึง รู้สึกประทับใจในความรักของคุณชาลิตที่มีต่อภรรยากับลูก รวมทั้งดิฉันด้วย จะอนุโลมให้สักครั้งนะคะ”
พยาบาลยิ้มให้ใหญ่ แล้วเดินออกไป ใหญ่คุยฟุ้งทันที
“เห็นมั้ยบอกแล้วว่าพยาบาลปลื้มฉัน ปิ่นอนงค์คู่แข่งเธอไม่ใช่น้อยๆ นะ สาวน้อยสาวใหญ่รุมตอมฉัน เพียบ”
“ปิ่นไม่กลัวหรอก ตอนนี้ปิ่นมีลูกเป็นเพื่อนแล้ว คุณใหญ่จะไปยุ่งกับใครก็ตามใจ”
ใหญ่โวยลั่น “เฮ้ย ไม่ได้นะ ห้ามรักลูกมากกว่าฉันด้วย”
ใหญ่งอแง ปิ่นอนงค์ขำ
ทัศนีย์ผลักประตูเข้ามาอย่างเร็ว
ใหญ่กับปิ่นอนงค์มองทัศนีย์ ซึ่งพุ่งเข้าหาใหญ่ หน้าตาแตกตื่น “คุณใหญ่ นีสงสัยว่าพี่นะกำลังพาคุณน้าหนี นีได้ยินคุณน้าพูดว่าจะมีคนรอที่ชายแดนแถวสังขละอะไรนี่แหละค่ะ”
ใหญ่ กะปิ่นอนงค์มองหน้ากัน ใหญ่รีบลงจากเตียง หยิบมือถือยัดใส่มือปิ่นอนงค์
“ติดต่อปานให้โทร.แจ้งตำรวจด่วน ฉันจะล่วงหน้าไปก่อน เส้นทางสู่ชายแดนสังขละบุรี”
“นีขอไปด้วยค่ะ นีจะได้ช่วยเกลี่ยกล่อมคุณน้า”
ใหญ่พยักหน้า ทัศนีย์วิ่งตาม ส่วนปิ่นอนงค์รีบกดมือถือโทร.ออกทันที
รถทรรศนะวิ่งมาจอดที่ข้างทาง บนถนนเส้นทางเล็กๆ คดเคี้ยว และเป็นดินลูกรัง สองข้างทางเป็นหญ้ารก ครองสุขกับนะมองหน้ากัน
ครองสุขสวมกอดทรรศนะ รวบรวมความกล้าพูดคำที่ไม่ได้พูดมานาน ครองสุขร้องไห้ออกมา
“แม่รักลูก”
ครองสุขผละออกจับมือทรรศนะกำชับเป็นครั้งสุดท้าย “ดูแลน้องให้ดี แล้วน้าจะหาทางติดต่อกลับมา
ทรรศนะกุมมือแม่ร้องไห้ “แม่เลิกเล่นการพนันนะครับ แล้ว ...อย่าฆ่าใครอีก”
ครองสุขหน้าเสีย รีบฝืนยิ้ม “น้ารู้ น้าจะเริ่มต้นชีวิตใหม่”
ไฟสว่างวาบเข้ามาที่ด้านหน้ารถ ทรรศนะมองไกลออกไปเห็นรถกระบะคันหนึ่งจอดเปิดไฟหน้าอยู่
ครองสุขรีบบอก “สงสัยจะเป็นคนที่มารับน้า น้าไปนะ ดูแลตัวเองให้ดีด้วย อย่าขับรถเร็ว”
ทรรศนะน้ำตาไหลพยักหน้า มือครองสุขชักออกจากมือจากทรรศนะ สองแม่ลูกมองกันอย่างอาลัยอาวรณ์
ครองสุขตัดใจลงจากรถเดินตรงไป ทรรศนะก้าวตามลงจากรถยืนมองส่งแม่บังเกิดเกล้า
ครองสุขหยุดเดินหันมาโบกมือให้ พอไปถึงรถกระบะ แสงจากไฟส่องเข้าตาครองสุขมองไม่เห็นใคร
ครองสุขร้องถาม “คนของเฮียสมหมายใช่มั้ย”
ธีระลงจากรถเดินมาหาครองสุข ครองสุขเขม้นมองเห็นเป็นธีระก็ตกใจเหมือนเห็นผี
“ธีระ นี่เธอ เธอยังไม่ตายอีกหรือ”
“ผมคงยังไม่ถึงที่ตาย ก็เลยมีคนช่วยไว้” ธีระเค้นคำพูดออกมา
ครองสุขยังคิดในแง่ดี “เฮียสมหมายใช่มั้ย พี่ดีใจนะที่เธอไม่เป็นอะไร พี่ขอโทษที่คิดร้ายกับเธอตอนนี้พี่สำนึกผิดแล้ว ยกโทษให้พี่นะธีระ”
ธีระจ้องหน้า “คนอย่างพี่ สำนึกผิดเป็นด้วยหรือ คนอย่างพี่รักใครเป็นด้วยหรือ ผมจริงใจกับพี่ ยอมเป็นหมารับใช้ แต่พี่กลับคิดฆ่าผม”
“พี่จะไม่ทำอีกแล้ว พี่สัญญา เราไปอยู่ด้วยกันนะธีระ ตานะจะส่งเงินก้อนใหญ่มาให้พี่ เธอจะมีเงินใช้อย่างสุขสบาย”
ธีระนิ่งเหมือนจะเชื่อ ครองสุขยิ้มสู้เสือ “เฮียสมหมายส่งเธอมารับฉันใช่มั้ย”
ธีระยิ้มเยือกเย็น “ใช่ แต่มารับไปลงนรก”
ธีระชักปืนฟึ่บ
ทางด้านทรรศนะคุยโทรศัพท์อยู่ เสียงสมหมายดังมาจากปลายสาย
“คนที่เฮียส่งไปรับคุณนายจะไปช้าสัก 20 นาทีนะ พอดีรถมันมีปัญหา”
ขาดคำยินเสียงปืนดังเปรี้ยง !
ทรรศนะสะดุ้ง ใจหล่นวูบหันไปมองครองสุข “แม่!”
ครองสุขยืนตะลึงตาเหลือก เลือดออกจากอกขวา
นางมารร้ายครางเสียงกระท่อนกระแท่น “ธี ระ”
ธีระยิ้มเหี้ยมยิงอีกนัดที่อกซ้าย เปรี้ยง!
ครองสุขยืนตัวแข็ง กัดฟันหันกลับเพื่อเดินหนี ธีระจ่อปืนจะยิงซ้ำอีก เสียงรถหวอดังเข้ามา
ใหญ่ขับรถมาจอดต่อท้ายรถทรรศนะ ตำรวจแซงหน้าขึ้นไปตรงดิ่งไปที่รถธีระ
ตำรวจเปิดประตูออกมา ธีระยิงสวนใส่ทันที ตำรวจยิงตอบโต้พร้อมกัน โดนธีระหลายนัดตายคาที่
ครองสุขเจ็บปางตายยังแข็งใจเดินต่อจะมาหาลูก ทรรศนะโผนทะยานวิ่งมาถึง ครองสุขล้ม ทรรศนะรับตัวแม่ไว้ทัน ประคองลงนั่ง
“แม่ แม่ครับ”
ทัศนีย์วิ่งมาพร้อมใหญ่ จ้องมองไปยังครองสุข “คุณน้า”
ทัศนีย์หันมาทางพี่ชายด่าทรรศนะทั้งน้ำตานองหน้า
“เพราะพี่นั่นแหละ ถ้าพี่นะไม่ช่วยคุณน้าหนี คุณน้าก็คงไม่โดนยิงแบบนี้”
ทรรศนะครวญคราง “พี่ไม่รู้ พี่ไม่คิดว่าจะเป็นอย่างงี้ พี่ไม่อยากให้แม่โดนประหารชีวิต แต่พี่ พี่กลับฆ่าแม่ซะเอง”
ทรรศนะร้องไห้จะขาดใจ ใหญ่เวทนาอาสาจะช่วย “ฉันจะช่วยอุ้มไปที่รถ”
ครองสุขร้องลั่นไม่ยอม “ไม่ไป มันจะจับฉันไปฆ่า ฉันไม่ไป”
ทัศนีย์รีบบอก “คุณใหญ่จะช่วยคุณน้า คุณน้าต้องไปโรงพยาบาล”
ครองสุขสะดุ้งเฮือก รู้ตัวว่าใกล้จะไปชดใช้กรรมแล้ว รีบควานคว้าจับมือทัศนีย์มา
“จำไว้ แม่ไม่เคยคิดฆ่าแก เรียกแม่ ว่าแม่ สักคำสิลูก”
ทัศนีย์ใจหายวาบสะอื้นฮักๆ “แม่”
ครองสุขยิ้ม สิ้นใจตายในอ้อมกอดทรรศนะ สองพี่น้องตะโกนก้อง “แม่!”
ทรรศนะ ทัศนีย์ร้องไห้ระงม ใหญ่เบือนหน้าหนีหันไปทางอื่น สะกดความรู้สึก
จบฉากชีวิตแสนชั่วที่ทำร้าย ทำลายชีวิตคนอื่นมาอย่างน่าอนาถ
1 เดือนผ่านไป วันนี้หมู่มวลชาวไร่ไพศาลดี๊ด๊าปลื้มปริ่ม ชะเง้อชะแง้ รอคอยการมาถึงของใครบางคน
รถตู้คันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอด ถวิล หวาน น้อย และเปี๊ยก รอต้อนรับ ประตูรถเปิด ใหญ่ลงมาก่อนแล้วหันประคองปิ่นอนงค์ตามลงมา ปิ่นอนงค์มีท่าทางแข็งแรงดีแล้ว
“ขอต้อนรับคุณผู้หญิงกลับบ้านครับ” ถวิลเป็นตัวแทน พูดแทนทุกคน
ปิ่นอนงค์ยิ้มเต็มยิ้มให้ทุกคน ปิ่นอนงค์รีบไหว้ถวิล
“เรียกปิ่นเหมือนเดิมเถอะค่ะ ทุกคนด้วยนะคะ ปิ่นขอ”
น้อยกะหวานประสานสียง “ค่ะคุณผู้หญิง เอ๊ย” สองสาวเหลียวขวับมองหน้ากัน
ปิ่นอนงค์ยิ้มขำ หันไปไหว้เปี๊ยก “ขอบคุณนะคะพี่เปี๊ยก ที่วันนั้นช่วยส่งปิ่นไปหาหมอได้ทันเวลา”
เปี๊ยกตกใจรีบบอกว่าอย่าไหว้ “ต้องไหว้ค่ะเพราะพี่เปี๊ยกมีบุญคุณกับปิ่น ลุงหวิน พี่หวานแล้วก็น้อยด้วย ที่เป็นกำลังใจให้ปิ่นจนหายดี”
ทุกคนยิ้มปลื้มจับไม้จับมือกับปิ่นอนงค์ บรรยากาศชื่นมื่นเหลือแสน
ยินเสียงปลอดดังแทรกเข้ามา “มากันแล้วหรือ”
ปิ่นอนงค์มองไปหน้าเรือนใหญ่ เห็นปลอด กับปานเทพยืนรออยู่ ใหญ่รีบประคองพาเมียรักไปหาปลอด
“ดูสิอาปลอดลงทุนออกมาต้อนรับหลานสะใภ้เลย”
ใหญ่กระหยิ่ม ปิ่นอนงค์พนมมือไหว้ปลอดอย่างนอบน้อม ปลอดยิ้มแย้ม เข้าใจในตัวปิ่นอนงค์ ปลดทุกพันธนาการที่เคยคาใจข้องใจทิ้งไปจนหมดสิ้น
“ขอบใจนะปิ่นสำหรับทุกเรื่องที่หนูทำให้คุณใหญ่”
“โหพ่อ ทีกับปิ่นงี้พูดเพราะเชียว” ปานเทพแซวทำทีเป็นน้อยใจ
“ ก็คนมันเห่อที่มีหลานสะใภ้ จะขาดก็แต่ลูกสะใภ้นี่แหละสงสัยชาตินี้คงไม่มี”
ปานเทพจ๋อย มองไปเห็นทัศนีย์กับทรรศนะ หิ้วกระเป๋าออกมาคนละใบ
ปิ่นอนงค์อึ้ง “คุณนะจะไปไหนคะ”
ทรรศนะหลบตาปิ่นอนงค์ ไม่กล้าสู้หน้า ทัศนีย์บอกแทน “พี่นะหาบ้านเช่าได้แล้วจ้ะปิ่น”
ใหญ่ท่าทางเหมือนจะเอาเรื่องเดินไปหาทรรศนะ “ขอคุยด้วยหน่อย”
ทรรศนะมองหน้าใหญ่เขม็ง
ใหญ่เดินนำทรรศนะมาที่สำนักงานรีสอร์ต แล้วหันกลับมาหา
“นายจะอยู่ที่นี่ต่อไปก็ได้ถ้านายอยากอยู่”
ทรรศนะตอบเสียงเฉยชา ละอายใจสิ่งที่แม่เคยทำ
“ขอบคุณคุณใหญ่แต่ผมคิดว่าไม่ดีกว่า ผมไม่อยากสร้างความอึดอัดใจให้ใคร ผมลาตรงนี้นะครับ”
ทรรศนะหันหลังเดินไป ใหญ่นิ่งคิดก่อนตัดสินใจพูด คำที่อยากบอกมานาน
“ฉันขอโทษ” ทรรศนะ ชะงักค่อยๆ หันมา “เรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นจากฉัน เริ่มจากความริษยาของเด็กคนหนึ่งที่กลัวจะเสียพ่อไปให้แม่ใหม่ แล้วฉันก็ส่งความเกลียดชังนั้นไปที่นายกับทัศนีย์ด้วย”
“คุณน้าเองก็ใจร้ายกับคุณใหญ่เหมือนกัน ผมเองรู้ทุกอย่างแต่ก็เข้าข้างแม่” ทรรศนะเสียงเข้ม
“นายไม่ผิดหรอกที่ทำเพื่อปกป้องแม่ คนที่ควรจะละอายใจคือฉัน ไม่ใช่นาย”
ใหญ่ยื่นมือให้ทรรศนะ “เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะ ฉันต้องการนายกับทัศนีย์มาช่วยกันดูแลไร่ไพศาล”
ทรรศนะยิ้มยอมจับมือกับใหญ่ “วันหนึ่งผมคงได้มีโอกาสกลับมาช่วยงานคุณใหญ่ แต่ขอให้ผมได้ไปทำตามความฝันของผมก่อน”
ทรรศนะกับใหญ่จับมือกันหนักแน่น สองหนุ่มยิ้มให้กัน ใหญ่มองไปเห็นปิ่นอนงค์ยืนดูอยู่ และมองมา ทรรศนะหันไปมองตาม
ปิ่นอนงค์นั่งใต้ต้นปีบ ทรรศนะเก็บดอกปีบเป็นช่อส่งให้
“คุณนะจะเอามาล้อปิ่นหรือ”
“ไม่ใช่จ้ะ พี่อยากขอไถ่โทษ ปิ่นเกือบตายเพราะแม่พี่”
ปิ่นอนงค์รับมาถือไว้ ทรรศนะนั่งลงข้างๆ ปิ่นอนงค์มองดอกปีบในมือ
“ปิ่นเคยได้ยินว่า” ปิ่นอนงค์ยกดมดอม “กลิ่นหอมของดอกปีบเปรียบเสมือนคุณงามความดีที่ฟุ้งกระจายให้คนทั่วไปได้ชื่นชม” มองหน้านะ “คุณนะเป็นคนมอบสีขาวอันบริสุทธิ์นี้ให้กับปิ่น”
ปิ่นอนงค์ดึงมือทรรศนะมาช้าๆ แล้ววางดอกปีบให้ “วันนี้ปิ่นจะขอมอบให้คุณนะบ้าง”
ทรรศนะยิ้มให้ปิ่น “พี่จะกลับไปทำในสิ่งที่ถูกต้อง ในทางที่ควรทำ ขอบใจนะปิ่น
สองคนยิ้มให้กันด้วยมิตรภาพที่บริสุทธิ์ ราวกับต้นไม้แสนรักของปิ่นอนงค์จะรับรู้ดอกปีบบนต้นพากันร่วงปลิวลงมา กลิ่นหอมกระจายไปทั่วบริเวณ
ทัศนีย์มองมาอย่างสงสัย สีหน้าหงุดหงิดอยู่ในที
“มีอะไรจะพูด ก็พูดมาสักทีสิ อื้ออ้าๆ อยู่นั่นแหละ”
ปานเทพพยายามระงับสติคุมอารมณ์ เอ่ยออกไป “พูดได้แค่ครั้งเดียวนะ” เอียงหน้าไปพูดเบา “ฉันชอบเธอ
ทัศนีตาโต เขินจัด โวยวาย “เรื่องแบบนี้อย่ามาแกล้งหลอกกันนะ”
ปานเทพอาย โวยวายกลับ “ไม่เชื่อก็ดีแล้ว เพราะว่าฉันพูดเล่น”
ทัศนีย์โกรธเพราะเริ่มชอบปานเทพ หนุ่มดำ ล่ำเตี้ยที่เคยด่านิดๆ เงื้อมือตบ “เฮ้ย อย่านะ”
ปานเทพหลบวูบ ทัศนีย์ถลาหัวจะทิ่ม ปานเทพเข้าไปจับเอวไว้ทัน ทัศนีย์ตกใจโดนกอดเอว
ปานเทพรีบพูดรัวเร็ว “เรามาคบกันเป็นแฟนมั้ย เอาแบบจริงจังเลย”
ทัศนีย์ช็อก หันกลับมา แล้วถอตัวถอยห่างออกจากปานเทพ “เธอจะปฏิเสธก็ได้ ฉันเข้าใจ ฉันมันไม่หล่อเหมือนไอ้ใหญ่”
ทัศนีย์รีบพูด “ไม่ใช่นะ คนที่ดีไม่พอคือฉันต่างหาก ฉันเคยมีแฟนหลายคน”
“ไม่เป็นไร ฉันเป็นคนหัวสมัยใหม่”
“ฉันทำกับข้าวไม่เป็น”
“ฉันทำเก่ง ฉันทำให้เองก็ได้”
“แต่ฉันซักผ้า ถูบ้าน กวาดบ้าน ล้างจานไม่เป็นเลยสักอย่าง”
แต่ละอย่างที่ทัศนีย์พ่นออกมาทำเอาปานเทพแป่ว ทัศนีย์ใจเสีย ปานเทพยิ้มแหยๆ
“ของแบบนี้สอนกันได้”
“แล้วอาปลอดจะยอมหรือ อาปลอดเกลียดแม่ฉันยังกะไส้เดือนกิ้งกือ”
ปานเครียดขึ้นมาทันที
อีกมุมในไร่ห่างออกไปหน่อย จินตนายืนทอดสายตามองมายั้งสองคน สีหน้าเศร้าสร้อย ปิ่นอนงค์เดินมาแตะบ่า จินตนาหันไปมองเห็นเป็นปิ่นอนงค์
จินตนายังยืนซึมอยู่อย่างนั้น ปิ่นอนงค์เข้ามายืนตรงหน้า “จินชอบคุณปานหรือ”
จินตนานิ่งพูดไม่ออกก้มหน้ากลั้นน้ำตา ปิ่นอนงค์เข้าใจทันทีกอดจินตนาไว้
“สิ่งที่ปิ่นเห็น ขอให้เก็บมันไว้เป็นความลับระหว่างเรานะ”
ปิ่นอนงค์ดันตัวออกมา พยักหน้าให้ จินตนาพูดน้ำเสียงเข้มแข็ง
“ที่เรามาเนี่ยจะมาบอกว่าเราได้เลื่อนตำแหน่งแต่ต้องย้ายไปประจำปศุสัตว์ที่จังหวัดอื่น”
“เราดีใจด้วยนะ” ปิ่นอนงค์จ๋อยๆ “งั้นเราก็ต้องอยู่ห่างกันน่ะสิ” คราวนี้น้ำตาไหล
จินตนารีบปลอบ “ไม่ไกลกันมากหรอกน่า แล้วเราจะมาเยี่ยมหลานบ่อยๆ”
จินตนาก้มไปคุยกับท้องปิ่นอนงค์ “เจ้าตัวน้อย ห้ามลืมน้าจินนะ”
ปิ่นอนงค์ยิ้มทั้งน้ำตา ถวิลวิ่งเข้ามา หน้าตาตื่น “หนูปิ่น ไอ้จอมมันไปแล้ว”
ปิ่นอนงค์ตะลึง “ไปไหนคะลุงหวิน”
“ไม่รู้เหมือนกัน มันไม่ยอมบอก แต่มันฝากจดหมายไว้ให้หนูปิ่น”
ถวิลส่งให้แล้วเดินก้มๆไป ปิ่นอนงค์รับมาคลี่จดหมายออกอ่าน
จอมนั่งอยู่บนรถทัวร์แล้วขณะที่ปิ่นอนงค์กำลังอ่านจดหมายอยู่
“เราจะไม่มีวันลืมวันเวลาของเราสองคน รอยยิ้มของปิ่นมันจะยิ้มอยู่ในใจเรา ในทุกวันเวลาที่เรายังหายใจ”
จอมนึกถึงอดีตตอนที่ปิ่นอนงค์กับตัวเองปาฟางใส่กันน่ารักๆ ตอนเรียนอยู่ม.ปลาย
ปิ่นอนงค์อ่านต่อ “ขอให้ปิ่นกับคุณใหญ่มีความสุข เราขออนุญาตพูดคำนี้นะปิ่น ถึงแม้รู้ว่าเราคงไม่มีสิทธิ์พูด เรารักปิ่น”
ในรถทัวร์คันนั้น จอมยิ้มบางๆ มองออกไปยังท้องทุ่งกว้างเบื้องหน้า แววตามั่งมั่นตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว
ปิ่นอนงค์เอาจดหมายแนบอกร้องไห้ออกมาสงสารจอมนัก จินตนาเอ่ยขึ้น
“บางทีการจากไปก็อาจทำให้จอมมีความสุขขึ้น”
สองสาวกอดกันส่งถ่ายความรักความหวังดีให้กันและกัน
รุ่งเช้าวันต่อมา ใหญ่ตื่นแล้วแต่ยังแกล้งตาหลับ พลิกตัวหมายจะกอดปิ่น แต่ข้างตัวว่างเปล่าปิ่นอนงค์หายไป
ใหญ่ลืมตา งัวเงีย ลุกนั่งเปลือยอก
“ปิ่น อยู่ในห้องน้ำหรือ บอกแล้วไง ถ้าฉันยังไม่ตื่น ห้ามลุกจากเตียง เกิดหกล้มไปจะทำไง”
เงียบกริบไม่มีเสียงตอบรับ ใหญ่ยิ่งสงสัย
ใหญ่ผลักประตูออกมา ตะโกนเสียงดัง “ปิ่นอนงค์”
น้อยยืนรออยู่แล้วหน้าห้อง “พี่ปิ่นไปกรุงเทพฯ กับคุณนะแล้วค่ะ”
ใหญ่อึ้ง “ฮ๊า”
ที่บ้านสวนเมืองนนท์วันเดียวกัน ปรางทิพย์พยายามปิดประตูหน้าบ้าน ทรรศนะง้างไว้ คุณหญิงตกยากยังไม่เห็นปิ่นอนงค์
“ขอให้ผมได้คุยกับอรสักแป๊บนะครับ แป๊บเดียว”
“เธอกลับไปซะ อย่ามาฟื้นฝอยหาตะเข็บให้มีเรื่องอีก”
จังหวะนั้นปิ่นอนงค์เดินเข้ามายืนข้างๆ ทรรศนะ “คุณป้าคะ ปิ่นเอง”
ปรางทิพย์ชะงัก ปล่อยมือจากประตู
ทรรศนะ และปิ่นอนงค์เดินเข้ามา ปิ่นอนงค์ไหว้นอบน้อม “ปิ่นแวะมากราบ”
“สำหรับหนู แม่ยินดีต้อนรับ แต่กับเธอ ขอร้องเถอะนะ”
ปรางค์ทิพย์มองมา ทรรศนะจ๋อย
จังหวะต่อมาอุทัยพ่อของอรสอางค์ออกมาจากบ้านตะโกนด่า “ไอ้คนไม่มีความรับผิดชอบ”
อุทัยพุ่งทะยานตรงเข้ามาชกทรรศนะจนหน้าหงายไป ปรางทิพย์กับปิ่นอนงค์ช่วยกันห้าม
“คุณนะอยากมากราบขอโทษท่าน” ปิ่นอนงค์บอก
อุทัยไม่สนชี้หน้าด่า “มันสายเกินไปแล้ว แกทำให้อรแท้งลูก ทำให้หลานฉันตาย”
อรสอางค์วิ่งออกมาห้ามพ่อ “ไม่ต้องพูดถึงอีกแล้วค่ะคุณพ่อ”
ทรรศนะกับปิ่นอนงค์ตะลึง ไม่เคยรู้เรื่องนี้ อรสอางค์มองทรรศนะด้วยสายตาเจ็บปวด
ปิ่นอนงค์ ตอนที่ 21 อวสาน (ต่อ)
อรสอางค์ยืนหน้านิ่งท่าทีเฉยชาอยู่ที่ในสวน มองไปเห็นศาลาอยู่ไม่ไกลนัก ทรรศนะเอื้อมมือมาจับแขน
“ให้โอกาสผมได้แก้ตัวสักครั้งนะอร”
อรสอางค์มองจ้อง ย้อนถาม “เพราะต้องการรับผิดชอบเรื่องลูกหรือคะ”
“ไม่ใช่นะ ก่อนที่จะรู้เรื่องลูก ผมตั้งใจจะมาขอคืนดีกับอร”
“เพื่ออะไรคะ ในเมื่อนะไม่ได้รักอร” อรสอางค์ขึ้นเสียง
“ผมรักอรได้ ผมรู้ว่าผมทำได้ แค่อรยอมให้อภัยผม”
อรสอางค์ยิ้ม สวมกอดทรรศนะเหมือนจะคืนดี แต่แล้วชั่วอึดใจอรสอางค์กลับดันตัวเองออกมองจ้องหน้าทรรศนะ
“นะแค่อยากแก้ไขสิ่งผิดพลาด ให้มันถูกต้อง แต่นั่นมันไม่ใช่ ความรัก และที่สำคัญ อรไม่คิดจะเดินย้อนกลับไปทางเก่า”
อรสอางค์ยิ้มให้ จะเดินไป ทรรศนะใจหล่นวูบ สีหน้าเศร้ารู้ว่าหมดหวังแน่แล้ว อรสอางค์หันกลับมาหา “ถ้ามากรุงเทพฯอีก ก็แวะมาเที่ยวที่เมืองนนท์ได้นะคะ”
ทรรศนะยิ้มเศร้าพยักหน้ารับคำ อรสอางค์เดินกลับไปหาปิ่นอนงค์ที่นั่งรออยู่ในศาลา
“ปิ่นตั้งใจมาขอบคุณเรื่องที่คุณอรช่วยชีวิตปิ่นไว้”
“ปิ่นก็โทร.มาขอบคุณไปแล้วนี่”
“มันไม่เหมือนกับมาบอกเองค่ะ”
อรสอางค์จับมือปิ่นอนงค์ยิ้มให้ “งั้นเราก็หายกันแล้วนะ”
“แล้วคุณนะละคะ คุณอรจะไม่ให้โอกาสคุณนะแก้ตัวเลยเหรอคะ”
“ปิ่น ฉันให้โอกาสนะเสมอ แต่ฉันก็อยากให้โอกาสตัวเองด้วย ที่แล้วมาฉันไม่ให้เวลาตัวเองแม้แต่จะหยุดคิด ทำให้ฉันเกือบจะเสียทุกๆอย่าง ฉันอยากจะเริ่มใหม่อย่างคนที่มีสติจริงๆ”
อรสอางค์ยิ้มอย่างเด็ดเดี่ยว
ปิ่นอนงค์เดินมาส่งทรรศนะที่รถ ตรงบริเวณหน้าบ้าน ทรรศนะหันมาหา ปิ่อนงค์ปลอบ
“อย่าทำหน้าหมดหวังอย่างนั้นสิคะ ปิ่นมีคาถาให้ยืมไปใช้รับรองได้ผล 100 เปอร์เซ็นต์”
“คาถาอะไรหรือปิ่น”
“ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก เป็นคาถาของคุณใหญ่ค่ะ”
ทรรศนะยิ้มออกมา มองไปทางบ้านอรสอางค์อย่างหมายมาด และมุ่งมั่น
ทัศนีย์ยกขนมลา เดินเข้ามาพร้อมปานเทพ ตรงมาที่โต๊ะอาหาร
ปลอดนั่งที่หัวโต๊ะอ่านนสพ. ปานเทพพยักหน้าให้ทัศนีย์
ทัศนีย์เดินไปหาปลอดวางขนม อาการเกร็งๆ ปลอดมอง “คนงานที่เป็นคนใต้ช่วยสอนให้นีทำค่ะ อาปลอดช่วยลองชิมสักนิดได้มั้ยคะ นีจะได้รู้ว่ามันพอใช้ได้มั้ย”
ปลอดมองหน้าปานเทพ แล้วหยิบใส่ปาก “อืม...” ทัศนีย์ลุ้นยิ่งกว่าใคร “ก็อร่อยใช้ได้”
ทัศนีย์ดีใจ ปานเทพรีบกระซิบพ่อ “หมายความว่าพ่ออนุญาตให้เราคบกันแล้วใช่มั้ย”
ปลอดเสียงดังตั้งใจพูดให้ทัศนีย์ได้ยิน “แกไม่ใช่ลูกแหง่แล้ว จะคบจะชอบใครก็ตัดสินใจเอาเอง”
ปลอดลุกยืน “อีกสองวันเราจะกลับเหมือง ไปเตรียมตัวเก็บเสื้อผ้าได้แล้ว”
พูดจบปลอดเดินไป ปานเทพดีใจเข้าไปกอดทัศนีย์
ขณะเดินไปปลอดแอบมองยิ้มมีความสุขพูดลอยๆ ว่า “เพ็ญมองดูอยู่หรือเปล่า ไอ้ปานมันมีแฟนแล้วนะ”
วันนั้นที่ฟาร์มวัวเล็กๆ จินตนาจอดรถ แล้วลงมา มือถือกล่องอุปกรณ์มองหาคน ใครคนหนึ่งหันหลังให้จินตนานั่งก้มหน้าก้มตาดูลูกวัวที่กำลังป่วย
จินตนาเดินเข้าไปถาม “คุณโทรไปขอความช่วยเหลือกับทางปศุสัตว์ใช่มั้ยคะ”
จอมเงยหน้าขึ้นมามอง ต่างคนต่างตกใจ “จอม! มาอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย”
จอมรีบลุกยืนดีใจออกนอกหน้า “นี่ฟาร์มเราเอง พ่อยกเงินเก็บให้เราหมด เราก็เลยมาทำฟาร์มเล็กๆ อยู่ที่นี่”
จินตนายิ้มกว้าง “โลกมันโคตรกลมเลย เราเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่เหมือนกัน เออจริงสิลูกวัวเป็นอะไรหรือ”
จอมเพิ่งนึกได้ “มันไม่ยอมกินนม มีอาการเกร็งๆ”
สองคนรีบดูลูกวัว “สงสัยจะมีไข้สูง ต้องลองวัดไข้ดู”
จังหวะที่ช่วยกันจับลูกวัว มือจอมไปจับถูกมือจินตนา ออกอาการ อึ้งๆ เขินๆ กันทั้งคู่
ทั้งคู่ทำงานช่วยกันอย่างเข้าขา เห็นชัดว่ามีแนวโน้มน่าคนอกหักสองคนนี้จะหันมารักกัน
ใหญ่กดโทร.หาปิ่นอนงค์ระวิง แต่ปิ่นอนงค์ไม่ได้รับสาย ใหญ่ประสาทกิน
“ทำไมโทรไม่ติดวะ ทำอะไรกันนักหนาไม่ติดต่อกลับมา”
ปานเทพเข้ามาถาม “โวยวายอะไรวะไอ้คุณใหญ่”
“ปิ่นอนงค์น่ะสิ ไปกับทรรศนะสองวันแล้วยังไม่กลับเลยแกดูสิ ตะลอนๆ ไปทั่วไม่ได้ห่วงตัวเองเล้ย”
“ทำไมไม่ไปตามเล่า เขาก็บอกแล้วว่าไปขอบคุณคุณอร เรื่องให้เลือดไม่ใช่หรือ”
ใหญ่วางฟอร์ม “เขายังไม่ห่วงฉันเลย เรื่องไรจะไปตาม”
ปานเทพพยักหน้าเห็นด้วย “นี่ไอ้คุณใหญ่ฉันยอมรับเลยว่ะ เมียแกเนี่ยจุ้นจ้านเรื่องชาวบ้านไปทั่วราชอาณาจักรจริงๆ”
ใหญ่โมโหหันมาด่าปานเทพ “เฮ้ยๆ พูดอย่างนี้กับพี่สะใภ้ได้ไงเดี๋ยวก็โดนเตะหรอก”
ปานเทพรีบกระโดดโหยง ถอยห่าง หันมาชี้หน้าใหญ่ “ก็ลองดูสิโว้ย ฉันจะฟ้องพ่อ”
ทัศนีย์ยกลาบหมูมาพอดี “มาแล้วค้า ช่วยชิมกันหน่อยนะคะ ลาบหมูฝีมือนีเอง”
น้อยยิ้มแป้นอยู่ข้างๆ “ส่วนน้อยเป็นลูกมือ”
“เรื่องลาบหมู ลาบเลือด ปลาร้า แจ่วบอง ฉันถนัด มาชิมให้”
ใหญ่ตัก พอยกช้อนขึ้นมาถึงปาก เหม็นมาก วิ่งไปอาเจียนที่ระเบียง
“มันเหม็นเน่าหรือคะคุณใหญ่”
ปานเทพเอามาดมดู “ก็หอมดีนี่”
ใหญ่จะหันมาพูดก็พะอืดพะอมอีก น้อยนึกได้ “หรือคุณใหญ่จะแพ้ท้องแทนเมีย”
ปานเทพหัวเราะชอบใจ “ฮ่าๆๆ เฮ้ยถ้าจริงก็เสียชื่อเสือนะโว้ย”
ใหญ่จะเข้าไปลุยปานเทพ แต่ดันหน้ามืดเวียนหัวจะเป็นลม
ปานเทพกับทัศนีย์ต้องรี่เข้าไปประคองไว้
สองคนประสานเสียง “ไอ้คุณใหญ่” / “คุณใหญ่”
เวลาต่อมาใหญ่นั่งพิงหัวเตียงสภาพหมดแรง สารรูปดูไม่จืด ชนิดที่ใครเห็นก็ต้องฮากลิ้ง
มีน้อยคอยถือกระโถนยืนข้างเตียงคอยเตรียมพร้อม ปานเทพนั่งอยู่ปลายเตียง
ทัศนีย์นั่งข้างๆ ให้ใหญ่ดมยาดม ใหญ่ไม่ทันใจดึงมาดมเอง สูดปื๊ดๆ เข้าจมูกแรงทั้งซ้ายทั้งขวา
“ฉันว่าพาไปให้หมอตรวจสักหน่อยดีมั้ยวะ เล่นอ้วกแตกอ้วกแตนขนาดนี้ มันน่าห่วง”
ใหญ่พูดแทบไม่มีแรง “ไม่เอาโว้ยอายหมอตายชัก น้อย ไปสอยมะม่วงเปรี้ยวๆ หรือพวกมะขามเปียกมาให้ที”
“แบบนี้ยิ่งชัดเลย มิน่าพี่ปิ่นถึงได้แข็งแรง ไม่มีอาการแพ้ท้องเลยสักกะติ๊ด ที่แท้คุณใหญ่แพ้แทนนี่เอง” น้อยว่า
ใหญ่งอน น้อยใจขึ้นมาตามนิสัยคนแพ้ท้อง “ใช่ แต่เมียกลับทิ้งไปไม่ดูดำดูดีเลย มันน่าน้อยใจนัก”
ใหญ่คิดๆ พูดเบาๆ “ทำตัวแบบนี้ต้องสั่งสอนซะบ้าง” ใหญ่พะอืดพะอมอีก ร้องลั่น “กระโถนๆ”
น้อยรีบวิ่งมาหา ใหญ่โอ้กอ้าก ทุกคนขำกลิ้งฮาๆ กับท่าแพ้ทองของเสือใหญ่
วันต่อมาปิ่นอนงค์เดินเข้าบ้านมา น้อยกับหวาน รีบเข้าไปหาช่วยถือของ
“ทำไมเงียบจัง ไปไหนกันหมด”
“กลับไปเหมืองกันหมดแล้ว” หวานบอก
“แล้วคุณใหญ่ล่ะ อยู่ที่ไร่หรือ”
“คุณใหญ่ก็ไปเหมืองด้วย ฝากจดหมายไว้ให้พี่ปิ่น”
น้อยส่งให้ ปิ่นอนงค์รับมาอ่าน
“ฉันจะทำพินัยกรรมยกไร่ไพศาลให้กับเธอและลูก ส่วนตัวฉันจะปักหลักอยู่ที่เหมือง เธอจะได้กลับไปคืนดีกับทรรศนะ โดยไม่มีฉันเป็นก้างขวางคอ ...ใหญ่ ชาลิต”
ปิ่นอนงค์หมั่นไส้ขยำจดหมายคามือ รู้ไส้ใหญ่ทุกขด
“อยากงอนก็งอนไป จ้างให้ก็ไม่ง้อหรอก จะเป็นพ่อคนอยู่แล้วยังทำตัวไม่มีเหตุผล”
หวานพลอยพยัก “ปิ่นพูดถูก เมียไม่ใช่ทาส ปิ่นต้องข่มไว้ก่อนอย่าให้หือ”
“แต่คุณใหญ่กำลังอารมณ์แปรปรวนนะพี่ปิ่น” น้อยว่า
ปิ่นอนงค์ดุ “เดี๋ยวนี้หันไปเข้าข้างคุณใหญ่แล้วหรือน้อย”
ปิ่นอนงค์เดินไปเลย หวานมองหน้าน้อยเชิงถาม
ใหญ่อยู่เหมืองก็ใช่จะเป็นสุข เอาแต่รอร้อรอ เฝ้าโทรศัพท์ตลอดเวลา ปิ่นอนงค์ไม่โทร.มาเลย
“ทำไมยังไม่โทร.มาอีก อีก 5 นาทีโทร.มาแน่”
คู่รักข้าวใหม่ปานเทพกับทัศนีย์ยืนมอง ปานเทพส่ายหน้าระอาใจ
“แกไม่ทำเกินไปหน่อยหรือวะ เมียกำลังท้องกำลังไส้ทิ้งมาได้ยังไง”
“ฉันกะจะอยู่แค่วันสองวันเอง เดี๋ยวพอปิ่นโทร.มาง้อ ฉันก็จะรีบกลับทันที” ใหญ่คุย
“แล้วถ้าปิ่นไม่ง้อละ” ทัศนีย์ถาม
เสียงโทรศัพท์ดัง ใหญ่ยิ้มกริ่ม
“เห็นมั้ย โทรมาแล้ว ดูไว้นะไอ้ปานเป็นผู้ชายมันต้องข่มเมียไว้อย่าให้หือ”
ทัศนีย์เบ้หน้า ใหญ่รับสายเสียงดุกลับไป “บอกแล้วไงว่าฉันไม่กลับ อ้าว เออ น้อยหรือ”
ใหญ่มองปานเทพ หน้าแตก “ว่าไงน้อย คุณผู้หญิงอ่านจดหมายแล้วร้องไห้เลยล่ะสิ” เสียงดัง “อะไรนะ ปิ่นจะแต่งงานกับไอ้นะ ได้ไงฉันยังอยู่ทั้งคน”
ใหญ่วางสาย ทัศนีย์รีบขู่ “นีว่าปิ่นเอาจริงนะคะ เพราะพี่นะบอกนีว่าคุณอรไม่ยอมคืนดีด้วย ตอนนี้พี่นะได้งานในบริษัททัวร์แล้วด้วย”
ปานเทพช่วยขู่แกล้งใหญ่ “แสดงว่านายนะต้องรีบสร้างตัวเพื่อมาขอปิ่นแต่งงานแน่ๆ มีแววมาก”
ใหญ่เหวอ
เย็นนั้นปิ่นอนงค์เปิดประตูเดินเข้ามาในห้องพักเก่าที่เรือนคนงาน เพราะคิดถึงใหญ่ มองไปที่หน้าต่างที่เปิดอยู่ ลงไปนั่งที่เตียง ลูบหมอนของใหญ่
ปิ่นอนงค์ยิ้มนึกถึงภาพอดีต
โดยเฉพาะตอนใหญ่สวมมาดเสือใหญ่นอนกอดปิ่นอนงค์เหมือนหมอนข้าง
ปิ่นอนงค์เผลอหลับนอนตะแคง ใหญ่ปีนหน้าต่างเข้ามา เข้าไปกอดรัดปิ่นอนงค์จากด้านหลังด้วยความคิดถึง
ปิ่นอนงค์ตกใจตื่นร้องโวยวายไม่เห็นหน้าใหญ่ “ปล่อย ช่วยด้วย ผู้ร้าย อย่า”
ปิ่นอนงค์พลิกตัวกลับมาเห็นหน้าใหญ่อยู่ตรงหน้า
“ห้องนอนบนเรือนใหญ่มันกว้างเกินไป หรือว่าอยากมานอนคิดถึงความหลังครั้งเรามีเราจ๊ะ”
ปิ่นอนงค์ลุกนั่งผลักใหญ่ออก “คุณใหญ่กลับมาทำไมคะ ไปแล้วก็น่าจะไปเลย”
“ที่นี่มันไร่ฉัน”
“คุณใหญ่ยกให้ปิ่นแล้ว”
“ไหนล่ะพินัยกรรม”
ใหญ่แบมือขอดู ปิ่นอนงค์โกรธจริงจัง “งั้นปิ่นไปเองก็ได้”
ใหญ่รีบกอดไว้อ้อล้อเมียรัก “ฉันผิดไปแล้ว ตั้งใจจะกลับมาขอโทษ”
“ไหนว่าจะให้ปิ่นไปแต่งงานกับคุณนะไง” ปิ่นอนงค์ประชด
“ฉันอยากแกล้งเธอ ใครจะยอมยกเมียที่น่ารักขนาดนี้ให้คนอื่นได้ ก็เธอเอาแต่สนใจไอ้นะ ทิ้งฉันอยู่คนเดียว”
“ปิ่นไม่ได้อยู่กับคุณนะ ครอบครัวคุณอรขอให้ปิ่นอยู่ค้างด้วยปิ่นพยายามโทร.หาคุณใหญ่ แต่ที่สวนสัญญาณมันไม่ดี”
ใหญ่เสียงอ่อย “จะไปรู้หรือ คนมันหึงนี่ งั้นดีกันนะ”
ใหญ่ชูนิ้วก้อยยิ้มร่า ปิ่นอนงค์ดันใหญ่ออก ลุกยืน “ไม่ค่ะ ปิ่นจะหาพ่อดีๆ ให้ลูก ปิ่นไม่อยากให้ลูกมีพ่อเป็นเสือ”
พลางปิ่นอนงค์เดินหนี “ก็ลองดูสิ เธอเลือกคนไหน ฉันฆ่าคนนั้น”
ปิ่นอนงค์เดินหนีมานอกระเบียง ใหญ่รีบตาม พอโผล่ออกมา เจอหมู่มวลทุกคนยืนฟังกันสลอนอยู่ตรงลานกว้างหน้าเรือน ใหญ่เหวอ ทุกคนหัวเราะชอบใจ
“เฮ้ย มารวมกันอยู่ที่นี่หมดเลยหรือ”
ปานเทพแซวพูดเลียนแบบใหญ่กับทัศนีย์
“ห้องนอนบนเรือนใหญ่มันกว้างเกินไป หรือว่าอยากมานอนคิดถึงความหลังครั้งเรามีเราจ๊ะ”
ทัศนีย์ก็เลียนแบบปิ่นอนงค์เป๊ะๆ “คุณใหญ่กลับมาทำไมคะ ไปแล้วก็น่าจะไปเลย”
ทุกคนฮา ใหญ่อายชี้หน้าปิ่นอนงค์ฮึดฮัด “ปิ่นอนงค์ ฝีมือเธอหรือ”
“ปิ่นต้องให้ทุกคนมาเป็นสักขีพยานค่ะว่าคุณใหญ่จะไม่เอาอารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่อีก”
“อ๋อ ได้สิมีพยานเยอะๆอย่างนี้ชอบ”
ใหญ่จัดให้ดึงปิ่นอนงค์มาจูบต่อหน้าทุกคน ปิ่นอนงค์ตาโตอายมาก แต่จู่ๆ ใหญ่กลับผลักปิ่นอนงค์ออก
ท่าทางพะอืดพะอมอาเจียนโอ้กอ้าก
“คุณใหญ่เป็นอะไรคะ ไม่สบายหรือ” ปิ่นอนงค์งง
ใหญ่โวยวาย “ฉันแพ้ท้องแทนเธอน่ะสิถามได้”
ทุกคนหัวเราะกันยกใหญ่ ใหญ่โอ้กอ้ากอีก ปิ่นอนงค์ลูบหลังด้วยความสงสารใหญ่
เวลาผ่านไป...พร้อมกับความสุขสงบที่คลุมครอบไปทั่วไร่ไพศาล
อยู่มาวันหนึ่ง หวานทะเล่อทะล่าวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ในขณะที่ปิ่นอนงค์นั่งทำบัญชีกดเครื่องคิดเลขอยู่โถงเรือนใหญ่
หวานลิ้นห้อย หอบแฮ่กๆ “ปิ่น น้อยแย่แล้ว”
ปิ่นอนงค์ตกใจ
ในไร่เวลานั้น โตโต้เด็กชายวัย 6 ขวบ ของใหญ่กับปิ่นอนงค์ หน้าตาน่ารักน่าชังใส่วิกผมหยักศกทรงเดียวกับเสือใหญ่เด๊ะๆ เหมือนกันเปี๊ยบ แถมใส่ชุดแบบเดียวกับใหญ่ตอนเป็นโจรอีกต่างหาก ส่วนไอ้จ้อยลูกชายหวานกะเปี๊ยกแต่งชุดคาวบอยยืนประกบเป็นลูกน้องคู่หู
ใกล้ๆ นั้นน้อยโดนมัดติดเสาอยู่
“ปล่อยน้อยไปเถอะ เสือโต อย่าทำอะไรน้อยเลย”
โตโต้ หรือเสือโตเล็งปืนฉีดน้ำ เป็นปืนสั้นสีแปร๋น ไปที่น้อย พูดจากวนๆ
“ปล่อยก็ได้ แต่ต้องเอาขนมมาแลกก่อน”
ไอ้จ้อยผสมโรง “ใช่ เสือโตพูดถูก”
“จะปล่อยน้อยจริงๆ นะคะ”
“คนอย่างเสือโต ใจถึง พึ่งได้ จริงจัง จริงใจ คำไหนคำนั้น แต่ถ้าไม่ให้ขนมละก็...” โตโต้ยิงปืนฉีดน้ำใส่หน้าน้อย
น้อยร้องจ๊าก “โอ๊ยๆๆ อย่ากลัวแล้ว”
ปิ่นอนงค์กับหวานวิ่งเข้ามา “โตโต้”
โตโต้กับไอ้จ้อย กลัวหัวหด โตโต้รีบโยนปืนทิ้ง “แม่ปิ่น”
ไอ้จ้อยเดินไปหาหวาน หวานชี้หน้าดุ “ซนนักนะ ไอ้จ้อย”
“ก็ไอ้คุณโตชวนนี่แม่”
หวานจิกจ้อยดึงออกไปยืนอีกมุม “มานี่เลย ไอ้ลูกสมุน”
ปิ่นอนงค์มองปืนฉีดน้ำข้างๆ โตโต้ เปิดฉากอบรมลูกชายวัยซน
“แม่บอกกี่ครั้งแล้วห้ามเล่นเป็นเสือ เป็นโจร คนพวกนี้เป็นคนไม่ดีนะลูก แล้วนี่ใครเอาของเล่นพวกนี้ให้โตโต้ ปิ่นก็เก็บไปทิ้งหมดแล้วนี่นา”
ปิ่นอนงค์มองหน้าน้อย น้อยโบกไม้โบกมือปฏิเสธ “ไม่ใช่น้อยนะคะ น้อยถูกบังคับให้เป็นตัวประกันอ่ะ”
โตโต้สารภาพมาดแมนๆ “พ่อใหญ่ซื้อให้ครับ”
ปิ่นอนงค์ควันออกหู โกรธขึ้นมาทันที
เปี๊ยกแอบหลบมุมดูอยู่ท่าทางตกใจ
“แล้วใครสอนให้เล่นแบบนี้”
โตโต้บอกอีก “พ่อใหญ่ครับ”
เปี๊ยกรีบวิ่งจู๊ดไปส่งข่าวนายใหญ่
“แม่ต้องไปจัดการหัวหน้าแก๊งก่อน แล้วจะกลับมาทำโทษลูกสมุน” ปิ่นอนงค์หันมาบอกน้อย “พาโตโต้กลับเรือนไปก่อนนะ”
พอปิ่นอนงค์ไปหาใหญ่แล้ว โตโต้รีบหยิบปืนเล็งใส่น้อยอีก
“หยุด อย่าขยับ”
น้อยยกมือลนลานทำเป็นกลัว “อย่ายิงนะคะ นี่คะ”
โตโต้สวมมาดเสือโตลูกเสือใหญ่สั่ง “ไปเอาขนมมาเดี๋ยวนี้”
เวลาเดียวกันใหญ่ยืนกอดอกชี้สั่งคนงานนับสิบเกี่ยวฟางอยู่ที่คอกวัว ถวิลยืนกำกับอยู่ข้างๆ
เปี๊ยกวิ่งร้อนรนเข้ามาบอกใหญ่ว่าตายแน่ ปิ่นอนงค์มา
ถวิลงุนงง “อะไรของเอ็งวะ”
แต่ใหญ่ฟังเข้าใจ รีบดึงสามง่ามมาจากมือคนงาน เอามาเกี่ยวฟางก้มหน้าก้มตาทำเป็นขยันขันแข็ง
เปี๊ยกก็ง่วนทำอย่างอื่น
“คุณใหญ่จะทำเองทำไมล่ะครับ” ถวิลงงหนัก
ใหญ่จุ๊ปากให้เงียบ ถวิลมองไป เห็นปิ่นอนงค์เดินหน้ามุ่ยตรงมา หน้าตาเอาเรื่อง
ปิ่นอนงค์มาถึงมองจ้องใหญ่คนเดียว
“ทุกคนหยุดทำงานชั่วคราว ปิ่นอนุญาตให้ไปพักก่อน”
ถวิลพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้ทุกคนสลายโต๋ ทุกคนอมยิ้มรู้ว่าใหญ่โดนแน่ พากันเผ่นไปจนหมด
ปิ่นอนงค์ยืนเท้าสะเอวทำท่าเอาเรื่อง “คุณใหญ่”
ใหญ่หันมาแกล้งทักกวนตามประสา “อ้าว มาทำอะไรแถวนี้จ๊ะเมียจ๋า”
“ขยันจังนะคะ” ปิ่นอนงค์เหน็บ
“ใช่ ถึงเราจะเป็นเจ้าของ เราก็ต้องทำได้ทุกอย่าง จะได้เป็นแบบอย่างที่ดีของลูกน้องทุกคน”
“แต่เป็นแบบอย่างที่แย่มากของลูก” ปิ่นอนงค์ประชดเสียงเขียวขุ่น
“อะไรอีกละจ๊ะ ไอ้โตโต้มันไปทำอะไรให้ปิ่นโกรธอีก ไอ้ลูกคนนี้นี่ ทั้งดื้อ ทั้งซน แบบนี้ต้องโดนหวดสักทีสองที”
ใหญ่ทำเป็นฮึดฮัดรู้แกวทำท่าจะชิ่งหนี ปิ่นอนงค์ดึงไว้
“ต้องโทษคุณใหญ่นั่นแหละ ปิ่นเคยขอแล้วว่าอย่าสอนโตโต้ให้เล่นเป็นเสือสาง ลูกจะติดนิสัยใช้ความรุนแรง”
ใหญ่เถียง “เปล่านะ ฉันไม่เคยสอน ก็แค่เล่านิทานให้ฟัง” ใหญ่ลดเสียงพูดอ่อยๆ “ก็แค่นั้น”
ปิ่นอนงค์มองหน้าใหญ่ ใช้หมัดเด็ด เบ้หน้าทำท่าจะร้องไห้
“คุณใหญ่ชอบเฉไฉไปเรื่อย ปิ่นโกรธคุณใหญ่แล้ว”
แล้วพาลน้อยใจเดินหนีไป
“รู้ว่าฉันทนเห็นน้ำตาไม่ได้ ก็ใช้ไม้นี้ทุกที ปิ่นๆๆ”
ใหญ่วิ่งตาม
ไม่นานหลังจากนั้นที่กลางทุ่งกว้างทิวทัศน์สวยงาม เห็นฝูงวัวเล็มหญ้าอยู่ไม่ไกลนัก ปิ่นอนงค์ยืนงอนหน้างอง้ำอยู่ ใหญ่ตามมากอดพูดอ้อนสุดชีวิต
“ฉันผิดไปแล้ว ผัวเมียกันหนักนิดเบาหน่อยก็ต้องให้อภัยกันสิ”
ปิ่นอนงค์หันมา “ก็คุณใหญ่ไม่เคยเชื่อปิ่นเลย ปิ่นอยากให้ลูกเป็นเด็กดี”
“ต่อไปฉันจะเล่านิทานเรื่องนี้ให้ลูกฟังก็แล้วกัน กาลครั้งหนึ่ง มีสาวใช้ใจดี ทั้งสวย ทั้งน่ารัก ชื่อว่าปิ่นอนงค์ สาวใช้คนนี้ชอบเสียสละตัวเอง รับผิดแทนชาวบ้านไปทั่ว จนใครๆต่างด่าทอว่ายัยคนโง่ แต่ความดีของสาวใช้ก็ชนะใจเสือใหญ่แห่งป่าไพศาลจนยอมถอดเขี้ยวเล็บหมดสิ้น”
ปิ่นอนงค์ยิ้มขำออกมา พูดเย้า “เสือขี้โม้มากกว่า”
ใหญ่ทำหน้าเป็นอ้อนคำหวาน “ถึงขี้โม้ก็รักสุดใจนะจ๊ะ”
ว่าแล้วใหญ่ไล่ก็ปล้ำจะจูบปิ่นอนงค์ โตโต้วิ่งมาเอาปืนจ่อพ่อ
“หยุดนะ พ่อใหญ่ เป็นผู้ชายห้ามรังแกผู้หญิง”
ปิ่นอนงค์เอ็ดลูกชายอย่างเอ็นดู “เอาอีกแล้วนะโตโต้”
พอปิ่นอนงค์ทำท่าจะตี โตโต้หนี ใหญ่รวบตัวอุ้มโตโต้ขี่คอหนีแม่
สามคนพ่อแม่ลูก วิ่งเล่นไล่กันไปมาอยู่ท่ามกลางฝูงแกะ ในทุ่งหญ้าเขียวขจีอันกว้างใหญ่ของไร่ไพศาลอย่างแสนสุข
โปรดติดตามทุกความหรรษาของ "ปิ่นอนงค์" หลังข่าวค่ำ ทุกคืนวันศุกร์ - เสาร์ - อาทิตย์ ทางช่อง 7 สี
ขอบพระคุณที่ติดตามอ่านมาโดยตลอด ผิด-ตก-หก-หล่น หรือหากทำให้ขุ่นข้องหมองใจประการใด "ทีมละครออนไลน์" ขออภัย มา ณ ที่นี้ และโปรดติดตาม "พริกกับเกลือ" เร็วๆ นี้
.
Logged
Pages:
[
1
]
« previous
next »
SMF 2.0.4
|
SMF © 2013
,
Simple Machines
| Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.404 seconds with 17 queries.
Loading...