Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
02 November 2026, 20:01:52

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,712 Posts in 15,718 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  หมวดหมู่ทั่วไป  |  ศาลาพักใจ  |  รายการโทรทัศน์ที่น่าดูมาก  |  เรื่องย่อ หงส์สะบัดลาย (thairath.co.th)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: เรื่องย่อ หงส์สะบัดลาย (thairath.co.th)  (Read 113 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« on: 18 October 2026, 17:13:31 »

เรื่องย่อ หงส์สะบัดลาย (thairath.co.th)


หงส์สะบัดลาย
.



.

.....

https://www.thairath.co.th/novel/swan/ep1/page1

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 1

เส้นทางชีวิตมาเฟีย แม้จะเป็นทางสู้บนทางเสี่ยง แต่คนไม่น้อยเลือกเดินเข้ามาประกาศตัวหนึ่งในนั้นคือพงษ์เลิศ ชัยธวัช

คนหนุนพงษ์เลิศคือ วิเชียร อิสราวัชร นักธุรกิจใหญ่ เขาไม่รู้เลยว่ากำลังติดเขี้ยวเล็บให้เสือ แล้วยังสนับสนุนให้มาเฟียเข้าเล่นการเมือง ด้วยเข้าใจว่าเป็นคนดี จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้

เมื่อรู้ตัวว่าพลาด ผู้สนับสนุนคิดถอนตัว แต่ไม่ง่าย เพราะจอมมาเฟียไหวตัวทัน และเกรงภัยจากวิเชียร ที่รู้ความลับมากเกินไป จึงคิดกำจัดทั้งครอบครัว

วิเชียรรู้ตัวว่าไม่รอดแน่ จึงรีบหาทางออกให้ลูกเมีย โดยขอให้คำเที่ยงมารับยศวีร์ลูกชายคนเล็กกับพรรณศรีภรรยาหนีไปก่อน แล้วโทร.ตามธำรงเพื่อนรักมารับตัวเนติมาหรือเนติ์ลูกสาวคนโตวัย 15 ปี ไปอยู่ต่างประเทศด้วย แต่พรรณศรีไม่ยอม เธอขออยู่เคียงข้างสามีจนนาทีสุดท้าย

นาทีมรณะเคลื่อนตัวมาอย่างรวดเร็ว วิเชียรตระหนักได้ว่าเหลือเวลาไม่มากแล้ว ครั้นคำเที่ยงมาถึง เขาตัดสินใจหยิบกล่องไม้เล็กๆ สองกล่องยื่นให้

“คำเที่ยง กล่องนี้มีของที่ฉันต้องการให้ลูกทั้งสองคน นี่ของวีร์ ส่วนใบนี้ของเนติ์ ฉันเขียนชื่อกำกับไว้ใต้กล่อง แล้วนี่นามบัตรคุณธำรง เมื่อเรื่องทุกอย่างสงบติดต่อเขาทันที ฉันฝากเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันด้วยนะ”

“ครับ คุณวิเชียรมีพระคุณกับผมท่วมหัว ผมจะดูแลเขายิ่งกว่าชีวิตครับ” คำเที่ยงรับคำด้วยความสะเทือนใจ ขณะที่พรรณศรีโผเข้ากอดยศวีร์ทั้งน้ำตา เธอพร่ำสั่งเสียลูกให้เป็นคนดี เด็กชายเห็นแม่ร้องไห้ก็พลอยร้องตาม วิเชียรยืนมองอย่างเจ็บปวด ก่อนตัดใจอุ้มยศวีร์จากอ้อมกอดของภรรยา ส่งให้คำเที่ยงพาขึ้นรถจากไป

เด็กชายร้องไห้คร่ำครวญ ขออยู่รอพี่สาวกลับจากโรงเรียนก่อน แล้วค่อยจากไปพร้อมกัน พรรณศรีแทบใจสลาย ก้าวเท้าตามลูก แต่วิเชียรรั้งไว้ ขณะพยายามกลั้นน้ำตาลูกผู้ชายมิให้ไหลออกมา

รถของคำเที่ยงแล่นลับตาไปแล้ว วิเชียรโทร.ตามกันต์เพื่อนบ้านผู้อาสาไปรับเนติมาจากโรงเรียนให้เพราะเธอเรียนอยู่ห้องเดียวกับขวัญชนกลูกสาวของเขา

กันต์ตอบว่าวันนี้รถติดมาก ใกล้ถึงบ้านแล้วไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนสองสาวน้อยกำลังอ่านหนังสืออยู่เบาะหลัง

ด้านวิเชียร เขานึกได้ว่ามีของสำคัญอีกอย่าง ที่ต้องฝากคำเที่ยงไป แต่เพราะรีบร้อนจึงลืมเสียสนิท

“คุณรีบโทร.หาคำเที่ยง ของคุณเก็บไว้ที่ไหน เดี๋ยวฉันจะรีบไปเอามาให้” พรรณศรีร้อนใจ แต่ยังไม่ทันจะทำอะไร เสียงรถก็ดังเข้ามา

พรรณศรีเข้าใจว่าเป็นลูกสาว จะก้าวออกไปรับ แต่วิเชียรดึงภรรยาไว้ แล้วมองลอดช่องออกไป เห็นรถตู้คันงามวิ่งเข้ามาจอด ทนง โปรย ชูศักดิ์ ลงมาจากรถ ตามด้วยปาน และมาเฟียจอมเนรคุณนามพงษ์เลิศ

เหล่าวายร้ายเดินเข้ามาในบ้าน พวกมันมองวิเชียรกับพรรณศรีอย่างใจเย็น ด้วยล่วงรู้ตื้นลึกหนาบางเป็นอย่างดี เจ้าของบ้านสูดลมหายใจลึกๆ มองตอบอย่างไม่เกรงกลัว

ooooooo

รถของกันต์แล่นมาจอดหน้าประตูรั้วบ้าน

อิสราวัชร เนติมาลงมาจากรถ เธอยกมือไหว้ขอบคุณกันต์ แล้วหันมาโบกมือลาเพื่อนรัก

กันต์ขับรถออกไป แล้วเลี้ยวเข้าบ้านซึ่งอยู่ติดกัน

เด็กหญิงยิ้มอารมณ์ดี ขยับจะเดินเข้าบ้านแต่ต้องชะงัก เพราะประตูเข้าบ้านเปิดค้างอยู่ เธอแปลกใจรีบเข้าข้างใน

เวลาเดียวกันนั้น พงษ์เลิศนั่งบนโซฟาหรูอย่างใจเย็น สายตามองวิเชียรกับพรรณศรีที่ถูกมัดมือไพล่หลัง และมัดปากไว้ ใบหน้าของวิเชียรเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ใกล้กันปานยืนคุมอยู่ ห้องถูกรื้อค้นข้าวของกระจุยกระจาย

สักครู่ ทนง ชูศักดิ์ และโปรยลงมาจากชั้นบน ทั้งสามรายงานเจ้านายว่าไม่พบของที่ต้องการ พงษ์เลิศมองวิเชียรอย่างหงุดหงิด ก่อนพยักหน้าให้ปานเข้าซ้อมวิเชียรอีกยก พลางบังคับให้บอกที่ซ่อนของ แต่วิเชียรไม่ปริปาก พงษ์เลิศหมดความอดทน หันไปสั่งให้โปรยโชว์ผลงาน

โปรยไม่รอช้า ตรงเข้าทำร้ายพรรณศรี วิเชียรสงสารภรรยาจับใจ แต่ช่วยเธอไม่ได้

“ทำกับแก อย่างมากแกก็เจ็บตัว แต่ทำกับคนที่แกรัก แกเจ็บไปถึงข้างใน มันสะใจฉันกว่า ฮ่าๆ ในเมื่อแกไม่ยอมบอกว่าของที่ฉันต้องการอยู่ที่ไหน ฉันก็ไม่บังคับอะไรแกล่ะ ฉันรู้ว่าความลับไม่มีวันตายแต่คนที่กุมความลับมันตายเป็น” พงษ์เลิศเอ่ยอย่างเลือดเย็น

จังหวะนั้น พรรณศรีกระเสือกกระสนพลิกตัวกลับขึ้นมา เธอต้องชะงัก เมื่อเห็นเนติมายืนช็อกอยู่มุมหนึ่งของสวนหย่อมหน้าบ้าน ผู้เป็นแม่พยายามส่งสายตาบอกลูกว่าอย่าเข้ามา โชคดีที่พงษ์เลิศไม่ทันเห็น เขาหันไปสั่งปานให้จัดการกับวิเชียรและพรรณศรี

“ครับนาย” ปานรู้งาน หยิบปืนขึ้นมาสวมลำกล้องเก็บเสียงด้วยความชำนาญ

เนติมายืนตะลึง ตกใจสุดขีด เมื่อเห็นพ่อกับแม่ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา ขณะจะร้องออกมาเพราะเกินอดกลั้น พลันมีมือเข้ามาปิดปากไว้ แล้วดึงตัวหลบออกไป เวลาเฉียดฉิวกันนั้น พงษ์เลิศกับปานเดินออกมา

“แล้วลูกของมันอีกสองคน นายจะทำยังไงครับ” ปานกวาดสายตาไปรอบๆ

“ไอ้วิเชียรมันรู้ตัวว่าจุดจบของมันจะเป็นยังไง ป่านนี้มันคงเอาลูกไปซ่อนที่ไหนสักแห่ง ตามไปจัดการเด็กสองคนนั่นให้ได้ ฉันไม่อยากให้มันกลับมาเป็นหอกข้างแคร่ในอนาคต” พงษ์เลิศพูดอย่างเอาจริงเอาจัง ก่อนเดินนำสมุนไปขึ้นรถ

ธำรงพาเนติมาหลบหลังพุ่มไม้พลางกระซิบสั่ง “นิ่งไว้นะหนูเนติ์ แล้วหนูจะปลอดภัย”

เนติมาน้ำตาไหลพราก ทั้งตกใจและเสียใจ เธอพยายามมองผ่านพุ่มไม้เข้าไปในบ้านด้วยความเป็นห่วงพ่อกับแม่

เวลาเดียวกัน เจือจันทร์ภรรยาของกันต์กำลังจัดของในห้องให้เข้าที่เข้าทาง เธอขยับรูดม่านหน้าต่างให้เปิดออก แต่ต้องชะงัก เมื่อสายตามองผ่านหน้าต่างเข้าไปที่ชั้นล่างของบ้านอิสราวัชร เห็นขาของพรรณศรีนอนราบอยู่ที่พื้น ก่อนจะเลื่อนหายไป

“ว้าย” เจือจันทร์รีบปิดม่านตั้งสติ แล้วแง้มผ้าม่านมองลงไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ แต่ต้องสะดุ้ง เมื่อเห็นชูศักดิ์ยืนอยู่ แถมมองสวนขึ้นมาด้วยสายตาดุดัน

ooooooo

ธำรงพาเนติมาหลบพวกนั้นมาขึ้นรถหนีอย่าง

รวดเร็ว เขาเสียใจมากที่มาช่วยวิเชียรไม่ทัน แต่สิ่งเดียวที่เขาทำได้ตอนนี้ก็คือ พาเนติมาไปอยู่ต่างประเทศตามคำขอร้องของเพื่อนรัก ส่วนเนติมายังไม่หายอาการช็อก นั่งร้องไห้เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ธำรงเอ่ยกับเด็กหญิงอย่างใจเย็น

“อาจะไม่บอกให้หนูพยายามลืมนะหนูเนติ์ เพราะในความเป็นจริงมันลืมไม่ได้แน่นอน แต่หนูต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นเนติมาคนใหม่ ที่จะไม่ทำให้พ่อแม่ของหนูผิดหวัง”

“แล้วน้องของหนูอยู่ไหนคะคุณอา”

“อยู่ในที่ที่ปลอดภัย แต่ตอนนี้ไม่รู้จริงๆว่าเขาไปอยู่ที่ไหน”

เนติมาร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ธำรงเอื้อมมือไปลูบหัว

“เปลี่ยนความทรงจำร้ายๆ ให้เป็นอนาคตที่สดใสให้ได้ อารู้ว่ามันยาก แต่หนูต้องทำให้ได้ คมของมีดดาบ มันยังต้องผ่านการตีตอนที่มันร้อนๆ คมของคนมันก็ลับคมด้วยความเดือดร้อนของชีวิตเหมือนกัน โตขึ้น หนูจะเข้าใจ”

เนติมากำมือแน่นพยายามกลั้นน้ำตาอย่างที่สุด ก่อนถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เราจะไปไหนกัน?

“สนามบิน...” ธำรงส่งยิ้มอบอุ่น

จุดหมายปลายทางคือ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ooooooo

10 ปีผ่านไป ศิวัช กิตติธร ลูกชายคนเดียวของธำรง และเนติมา อิสราวัช เติบโตเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ความใกล้ชิดก่อให้เกิดความผูกพัน แล้วกลายเป็นความรัก

ใกล้ค่ำของทุกวัน ถ้าศิวัชมีเวลา เขาจะชวนเนติมาวิ่งขึ้นบันไดหอไอเฟล เพื่อชมความงามของกรุงปารีสยามค่ำคืน กิจกรรมนี้หญิงคนรักโปรดปรานนัก เพราะได้รอลุ้นว่า หอไอเฟลจะเปลี่ยนเป็นสีอะไร

“เปลี่ยนไฟสีใหม่ด้วยสวยจังเลย ถ่ายรูปกันเถอะค่ะ” เนติมาตื่นเต้นดึงศิวัชเข้ามาใกล้แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปคู่ เพิ่มความหวานให้กับชีวิตรัก

ครั้นชมความงามของแสงสีจนพอใจแล้ว ศิวัชชวนคนรักไปนั่งเรือเล่นกันต่อ ทั้งสองเดินกุมมือกันออกไป

อีกมุมหนึ่งในหอไอเฟล ระบิลอดีตตำรวจคอมมานโดฝีมือดี ยืนคุยอยู่กับรูปถ่ายของคนรักด้วยความคิดถึง

“ทายสิ วันนี้พี่พาหนูมาเที่ยวที่ไหน ทายไม่ถูกใช่ไหมล่ะ แอ่นแอ๊น...” ระบิลค่อยๆพลิกรูปให้หันออกไปยังวิวด้านนอก “หอไอเฟล สวยไหมคะเอม อึ้งๆ ชอบอ่ะดี๊” ชายหนุ่มหันรูปกลับมามอง พลางเอื้อมมือไปสัมผัสรูปเอมมิกาอย่างทะนุถนอม “พี่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเอมแล้วนะคะ เราสองคนจะไปด้วยกันทุกที่ เราจะไม่มีวันพรากจากกัน” อดีตคอมมานโดหน้าสลดไปนิด ก่อนตัดใจเก็บรูปเข้าไปในเสื้อแจ็กเกต

ด้านเนติมากับศิวัช ทั้งสองนั่งดินเนอร์อยู่ในเรือหรูกลางแม่น้ำแซนน์ หญิงสาวชื่นชมบรรยากาศอันแสนโรแมนติก พลางเปรยว่า ชอบชีวิตที่ปารีสมาก

“เนติ์ไม่อยากกลับเมืองไทยเหรอจ๊ะ”

เนติมาถอนใจ ตัดความกังวลเรื่องราวในเมืองไทยในสมอง ก่อนตอบคนรัก “อยากสิคะ ที่นั่นบ้านของเนติ์ เนติ์มีเรื่องต้องกลับไปสะสางที่นั่น”

“พี่สัญญา ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่จะอยู่ข้างๆ เนติ์ตลอดไป” ศิวัชเอื้อมมือไปกุมมือหญิงสาว แล้วหยิบกล่องแหวนออกมาเปิด เผยให้เห็นแหวนเรียบๆประดับเพชรรูปหัวใจด้านใน

เนติมาเขินอาย ขณะที่ศิวัชพูดอย่างอ่อนโยน “แต่งงานกับพี่นะเนติ์” ชายหนุ่มลุกจากเก้าอี้ลงมานั่งคุกเข่าตรงหน้าหญิงสาว พลางยื่นแหวนให้

นักท่องเที่ยวหันมามองทั้งคู่เป็นจุดเดียว ก่อนช่วยกันปรบมือเชียร์ให้เธอตอบตกลง หญิงสาวสบตากับศิวัชอย่างอายๆ แล้วเอ่ย “มองตาเนติ์สิคะ พี่ศิวัชน่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้วนี่คะ”

ศิวัชดีใจมาก หยิบแหวนสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเนติมาอย่างนุ่มนวล นักท่องเที่ยวรายรอบต่างปรบมือ แสดงความยินดี

“ขอบคุณนะคะ” เนติมาดึงศิวัชให้ลุกขึ้น

“พี่รักเนติ์นะจ๊ะ” ศิวัชโอบร่างเนติมาเข้ามากอดด้วยความรัก

ooooooo

ขณะที่เนติมาเติบโตมาด้วยความรักของธำรงกับศิวัช แต่อิทธิหาญลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพงษ์-เลิศกลับเติบโตท่ามกลางความชั่วอย่างสมบูรณ์แบบ

ทายาทมาเฟียถือว่ามีพ่อเป็นผู้ทรงอิทธิพล ไม่มีใครอยากต่อกรด้วย จึงทำตัวเป็นเพลย์บอย บ้ากาม เลือดร้อน ชอบใช้กำลังมากกว่าสมอง พฤติกรรมร้ายๆ สร้างความอิดหนาระอาใจพ่อยิ่งนัก

วันหนึ่งพงษ์เลิศเรียกลูกชายมาเตือนให้เพลาๆ ลงบ้าง เพราะลูกน้องเพิ่งรายงานว่า อิทธิหาญข่มขืนผู้หญิงแล้วฆ่าพร้อมกับแฟนของเธออย่างเลือดเย็น เนื่องจากไม่พอใจที่ฝ่ายชายโกงเงินในบ่อน แต่ลูกชายตัวดีกลับหัวเราะชอบใจ อ้างว่าไม่มีใครกล้าหือกับลูกนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่อย่างตน

“ใกล้เลือกตั้งแล้ว พ่อไม่อยากให้คนซุบซิบนินทาในทางไม่ดี จะทำให้เสียคะแนน ช่วงนี้แกทำอะไรก็ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน”

“พ่อกลัวเหรอ”

“พ่อมีลางสังหรณ์ว่าพวกมันจะกลับมา”

“ใคร” อิทธิหาญมองผู้เป็นพ่อด้วยความสงสัย

“ก็ไอ้เจ้าของบ้านอิสราวัชรที่แกเอาไปทำคลังเก็บอีหนูนั่นไง จำไว้ พวกมันเหมือนงูพิษที่เราตีไม่ตาย วันหนึ่งมันต้องกลับมาแว้งกัดเราแน่” พงษ์เลิศพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

ooooooo

วันต่อมา ในกรุงปารีส ระบิลเข้าฝึกศิลปะการต่อสู้กับเพื่อนชาวยุโรปร่างใหญ่เพื่อเตรียมรับงานบอดี้การ์ด แต่ไม่มีใครสู้เขาได้สักคน ครูฝึกร่างบึ้กเข้ามาชมระบิลและชวนไปเป็นการ์ดส่วนตัวผู้นำประเทศแถวยุโรปด้วยกัน แต่เขาว่าอยากกลับเมืองไทยมากกว่า

“โอเค ผมเข้าใจ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้พบกัน” ครูฝึกเดินแยกออกไป

ระบิลยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนรู้สึกหิวขึ้นมา เขาหันไปมองหาร้านอาหาร พลันชะงักเมื่อเห็นเนติมานั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสืออยู่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มมองอย่างชั่งใจ ก่อนตัดสินใจเดินเข้าไปถามว่า เธอใช่คนไทยหรือเปล่า
เนติมาชะงักมองต้นเสียง เห็นชายหนุ่มยิ้มแฉ่งให้ เธอยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร “สวัสดีค่ะ”

“สุดยอด ไม่ได้คุยกับคนไทยมาเป็นเดือนจนจะเฉาตายอยู่แล้ว ผมมาเรียนที่นี่ครับ แล้วคุณล่ะ” ระบิลดีใจรีบชวนเธอคุย แต่ศิวัชเข้ามาขัดจังหวะ เขาถามคนรักว่าคุยกับใคร

“คนไทยเหมือนกันค่ะ เขามาเรียนที่นี่เหมือนกัน”

“สวัสดีครับ” ระบิลทัก

ศิวัชยิ้มรับแล้วดึงเนติมาให้ลุกออกไปด้วยกัน เพราะมีงานสำคัญรออยู่ เนติมาหันมาลาระบิล ชายหนุ่มมองตามอย่างเสียดาย เพราะไม่ทันได้รู้ชื่อหญิงสาว และแอบอิจฉาเล็กๆ เมื่อเห็นหนุ่มสาวเดินจูงมือกันออกไป คิดพลางหยิบรูปคนรักออกมาดู

“หนูไม่ต้องอิจฉาเขานะคะ หนูก็รู้ว่าพี่หวานกว่านั้นได้อีกสามพันเท่า” ระบิลยิ้มมองรูปภาพด้วยความรัก ในจังหวะเดียวกัน สายตาก็ชำเลืองไปเห็นหนังสือของเนติมาที่อ่านอยู่เมื่อครู่วางอยู่บนโต๊ะ เขาหยิบมันขึ้นมา แล้ววิ่งตามออกไป เมื่อไม่ทันก็ได้แต่ถอนใจ

ooooooo

ศิวัชพาเนติมากลับคฤหาสน์หรูของธำรงเพื่อเซอร์ไพรส์วันเกิด หญิงสาวน้ำตาคลอด้วยความตื้นตันเพราะลืมวันเกิดตัวเองเสียสนิท จากนั้นหนุ่มสาวก็ออกไปหามุมสงบนั่งคุยเรื่องวันวิวาห์

“กลับเมืองไทยเมื่อไหร่ เราจะแต่งงานกันทันที” ศิวัชเอ่ยกับคนรัก เนติมายิ้มรับมีความสุขที่สุด แต่ไม่ทันเห็นธำรงที่ยืนมองอยู่ไกลๆ อย่างไม่สบายใจนัก

กลางดึกคืนนั้น เนติมาฝันถึงเหตุการณ์เมื่อสิบปีก่อน เธอกรีดร้องเรียกหาพ่อแม่ด้วยความหวาดกลัว

“เนติ์ เนติ์ เป็นอะไรหรือเปล่าลูก” ธำรงกับศิวัชเปิดประตูเข้ามา

เนติมาสะดุ้งตื่นทั้งน้ำตา เธอบอกสองพ่อลูกว่า ฝันเห็นพวกมันอีกแล้ว ศิวัชเอื้อมมือไปแตะริมฝีปาก “เรื่องมันผ่านไปแล้วนะจ๊ะเนติ์ เรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้แล้ว”

“แต่เมื่อไหร่ที่คนชั่วพวกนั้นยังลอยนวล ฝันร้ายของเนติ์คงไม่จบลงแน่ คุณอาคะ เนติ์อยากกลับเมืองไทยให้เร็วที่สุด” เนติมาพูดอย่างร้อนใจ

ธำรงยิ้มให้กำลังใจเพราะเข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวดี

ส่วนที่เมืองไทย พงษ์เลิศออกมาพบกับชลกรสาวเสน่ห์แรงผู้ใช้เรือนร่างเป็นสะพานทอดไปสู่ความสำเร็จทางธุรกิจ หญิงสาวขอบคุณพงษ์เลิศที่ช่วยชงให้ท่านเขมชาติอนุมัติให้บริษัทของญาติเธอได้รับเหมาก่อสร้างโครงการสร้างทาง เพราะได้ผลประโยชน์ตอบแทนจำนวนมหาศาล

มาเฟียรุ่นใหญ่หัวเราะชอบใจ หันมองเหล่าคนงานซึ่งทำงานอยู่ไม่ห่างด้วยสายตาดูถูก “ต้องขอบคุณไอ้พวกนั้นไง จำไว้นะชลกร คนรากหญ้าพวกนี้เราต้องเลี้ยงไว้ เพราะตราบใดที่มีพวกมันอยู่ คนรากแก้วอย่างเรายิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น เฮ้อ สิบปีที่พวกเราผูกขาดบริหารประเทศมานี่ ผมมีความสุขที่สุดเลยรู้ไหมเหมือนเล่นหมากรุกอยู่ข้างเดียว จะเดินเกมให้ใครเป็นใครตายก็ได้ตามใจชอบ สะใจจริงๆ”

“แล้วคุณไม่ห่วงเหรอคะ ว่าวันหนึ่งใครนะคะ จะกลับมา...”

“แล้วคุณคิดว่าผมจะให้มันกลับมาง่ายๆเหรอ ฮึ ถ้ามันอยากกลับมา ก็ต้องนอนมาในโลงกลับมาเท่านั้น”

ooooooo

เช้าวันใหม่ ณ กรุงปารีส ธำรงเรียกศิวัชกับเนติมาออกมาคุยเรื่องกลับเมืองไทย เพราะพรรค การเมืองของเขา พร้อมจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว

“ได้เวลาทวงความยุติธรรมคืนมาแล้วสินะคะ” เนติมามุ่งมั่น แต่ศิวัชต่อรองว่า จะขอแต่งงานกับเนติมาก่อนเริ่มงานการเมือง

ธำรงส่ายหน้าบอกว่าไม่ใช่ตอนนี้ เนื่องจากยังมีภารกิจสำคัญอีกมากต้องกลับไปทำ โดยเฉพาะเนติมา แล้วยกสารพัดเหตุผลมาโน้มน้าว ให้ทั้งสองเลื่อนการแต่งงานออกไปก่อน

ศิวัชกับเนติมามองหน้ากันรู้สึกไม่สบายใจนัก ธำรงจึงตัดบท “เอาน่า เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ฉันจะจัดงานแต่งงานให้ยิ่งใหญ่สมกับที่อดทนรอคอย ผลไม้สุก มันหอมหวานกว่าผลดิบเปรี้ยวไม่ใช่เหรอ”

ศิวัชกับเนติมาถอนใจพยักหน้ายอมรับในเหตุผล ก่อนศิวัชจะนึกอะไรขึ้นมาได้

“แต่ถึงยังไง ผมก็ยังอดเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเนติ์ไม่ได้ครับคุณพ่อ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง พ่อมีแผนไว้หมดแล้ว” ธำรงพูดด้วยความสบายใจ ขณะที่ศิวัชกับเนติมาชักสีหน้าด้วยความสงสัย

สายวันเดียวกัน ครูฝึกโทร.แจ้งข่าวดีกับระบิลว่า หางานที่เหมาะสมให้ได้แล้ว พร้อมนัดให้ไปพบธำรงนายจ้างที่ริมแม่น้ำแซนน์

“ผมดีใจที่ได้คนมีฝีมืออย่างคุณมาร่วมงานด้วย” ธำรงเข้ามาทักทาย

“คุณธำรงเห็นฝีมือผมจริงๆ คุณอาจน้ำตาตกในก็ได้นะครับ” ระบิลอมยิ้มอารมณ์ดี

“จะใช้งานคนให้เป็น ก็ต้องรู้ศักยภาพของคนๆนั้นก่อนไม่ใช่เหรอ จะทดสอบไหมล่ะ ว่าผมรู้ประวัติคุณดีแค่ไหน”

“โอ๊ยๆ ไม่ต้องครับๆ จริงจังซะขนาดนี้ สงสัยรู้ถึงชื่อปู่ผมแน่ๆ เอาเป็นว่าผมทำงานให้คุณธำรงคุ้มเม็ดเงินแน่ๆ แต่ขออย่างเดียว อย่าให้ผมทำงานผิดกฎหมายก็พอ”

“งานนี้นอกจากไม่ใช่งานผิดกฎหมายแล้ว คุณยังจะมีส่วนร่วมทำให้แผ่นดินไทยสูงขึ้นด้วย”

“แหม ยังไม่ทันเริ่มงาน ก็รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังซุปเปอร์ฮีโร่แล้วนะครับนี่ อ้อ แล้วจะให้ผมเริ่มงานคุ้มครองท่านเมื่อไหร่ครับ”

“ทันทีที่เท้าเราสัมผัสแผ่นดินไทย อ้อ ผมลืมบอกไป คุณไม่ต้องมาคุ้มครองอะไรผมหรอกนะ โน่นคนที่คุณจะต้องคุ้มครองมาโน่นแล้ว” ธำรงมองออกไป

ระบิลมองตามไป พลันชะงัก เมื่อเห็นเนติมาเดินจูงมือมากับศิวัช ทั้งสามจำกันได้ ศิวัชบอกพ่อว่า เคยเจอระบิลที่ร้านอาหาร ธำรงยิ้มชอบใจก่อนแนะนำให้เนติมากับศิวัชรู้จักกับระบิลอย่างเป็นทางการอีกครั้งในฐานะบอดี้การ์ดส่วนตัวของเนติมา

ooooooo

ในตอนเย็น ระบิลนัดเนติมากับศิวัชออกมาพบที่ร้านกาแฟเพื่อคืนหนังสือให้ เนติมาดีใจมาก ศิวัชลูบหัวคนรักอย่างอ่อนโยนพลางล้อว่า เป็นโชคดีของตนที่ไม่ต้องตระเวนหาซื้อมาคืนให้เพราะหนังสือหายากมาก

ระบิลเห็นทั้งสองหวานใส่กันก็อดแซวไม่ได้ “ท่าทางงานนี้ผมทำงานไป ตาคงร้อนผ่าวๆไปแน่ๆ เพราะเป็นโรคขี้อิจฉาเวลาคนมาสาดความหวานกันตรงหน้าน่ะ อย่าคิดมาก เดี๋ยวผมปิดตาก็ได้”

ศิวัชกับเนติมาหันมายิ้มให้กัน แล้วสาวเจ้าก็ชวนคนรักขึ้นไปดูวิวบนหอไอเฟล เพื่อบอกลา เธอยังใจดีชวนระบิลไปด้วย แต่ยังไม่ทันได้ออกจากร้าน ธำรงก็โทร.ตามศิวัชให้กลับไปประชุมงานด่วน

เนติมาหน้าจ๋อยเสียดายโอกาสดีๆ ศิวัชไม่อยากให้คนรักผิดหวัง เขาขอให้ระบิลพาเนติมาไปชมหอไอเฟลแทน

“ทริปพาแฟนเจ้านายเที่ยวนี่ไม่ใช่หน้าที่บอดี้–การ์ด แต่ผมถือว่าเป็นโปรโมชั่นเสริมแถมให้ก็แล้วกันนะคุณ” ระบิลหันมาล้อ แล้วจะเดินไปซื้อตั๋วขึ้นลิฟต์ แต่เนติมารั้งไว้

“เดี๋ยว ใครว่าเราจะขึ้นลิฟต์” ขาดคำ สาวเจ้าก็วิ่งนำระบิลขึ้นบันไดหอไอเฟล เธอวิ่งมาได้สักพักก็หยุดหอบ ระบิลเดินตามมาอย่างใจเย็นพลางล้อ

“ไหวไหมคุณ นี่แหละนา มีเครื่องอำนวยความสะดวกให้ใช้ไม่ใช้ กว่าจะถึงข้างบน ผมว่าเป็นลมอีกหลายยกแน่ๆ เปลี่ยนใจเดินลงไปขึ้นลิฟต์ยังทันนะครับ”

“แหม ดูถูกกันมากเกินไป ฉันน่ะขึ้นแบบนี้มาหลายรอบแล้ว ไป เดี๋ยวไม่ทัน” เนติมาตั้งหลักสูดลมหายใจลึกๆ แล้วเร่งฝีเท้าขึ้นบันไดต่อ

ระบิลอมยิ้มก่อนจะวิ่งเหยาะขึ้นบันไดตามไป ไม่นานก็พบเธอยืนหอบรออยู่ ชายหนุ่มแกล้งวิ่งแซงแล้วหันมาเร่งให้เธอเดินตาม เนติมาค้อนขวับด้วยความหมั่นไส้ พลางอ้างว่า ขอตั้งหลักก่อน

“โธ่ แล้วบอกขึ้นมาบ่อยๆ”

“บ่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าขึ้นทุกวันนี่คุณ ใครจะฟิตวิ่งตัวปลิวเหมือนคุณล่ะ”

“อ้าว ก็ผมขึ้นบ่อยๆ แต่เป็นภูเขาทองครับ”

“คุณว่าอะไรนะคะ”

“ก็ภูเขาทองบ้านเราไง ผมน่ะขึ้นบ่อยๆ วิวข้างบนสวยนะคุณ แหม ทำมึนมาอยู่ปารีส จนนึกหน้าภูเขาทองไม่ออกล่ะสิ ฮ่าๆ”

เนติมาถอนใจเซ็งกับมุขแป้กของชายหนุ่ม เธอรีบเดินแซงหน้าไป

ระบิลมองออกไปด้านนอก พลางคิดถึงเมื่อครั้งพาเอมมิกาขึ้นไปไหว้พระ และชมวิวบนภูเขาทอง ก่อนต่อด้วยทานอาหารอร่อยๆ แถวเสาชิงช้า

“เฮ้อ อากาศดีจัง อย่างนี้ไม่ต้องไปถึงต่างประเทศก็ได้นะคะ” เอมมิกาชื่นชมกับวิวสวยๆตรงหน้า

“เอ งั้นเราก็ไม่ต้องเก็บตังค์ไปฝรั่งเศสแล้วสิคะ” ระบิลเข้ามายืนข้างคนรัก

“อุ๊ย เก็บสิคะ ครั้งหนึ่งในชีวิตเอมอยากไปที่นั่นจริงๆ เก็บเงินไปเที่ยวกันต่อนะคะๆ”

ระบิลเอื้อมมือไปลูบหัวเอมมิกาอย่างอ่อนโยนพลางให้สัญญาว่า จะไปด้วยกัน แต่ไม่อาจทำตามสัญญาได้ เมื่อวันหนึ่งเอมมิกาตามไปช่วยจับคนร้าย และเอาตัวเข้ารับกระสุนแทน

“เอม เอม” ระบิลถลาเข้าประคองร่างคนรัก เธอสิ้นใจอยู่ในอ้อมกอดของเขา

อดีตคอมมานโดหน้าสลดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเอมมิกา เนติมาหันมามองเห็นชายหนุ่มยืนนิ่งไม่ยอมตามมา จึงกลับมาชะโงกหน้าถามว่า เกิดอะไรขึ้น ไม่สบายหรือเปล่า

ระบิลสะดุ้งตื่นจากภวังค์หันมาตอบ “อ๋อ เปล่าครับ แค่ส่งกระแสจิตให้คนที่เขาอยากมาที่นี่ แต่มาไม่ได้น่ะครับ”

“แฟนเหรอคะ” เนติมารู้ทันจะแซวต่อ แต่ไฟที่ประดับบริเวณหอไอเฟลสว่างพรึ่บขึ้นมา ท่ามกลางเสียงปรบมือของนักท่องเที่ยวมากมาย

“สวยจังเลย” เนติมาหันไปมองด้วยความตื่นตาตื่นใจ

“ใช่ครับ สวยมาก รับบริการถ่ายรูปไหมครับพี่” ระบิลทำร่าเริงกลบเกลื่อน เขาหยิบกล้องตัวจิ๋วออกมาถ่ายรูปให้เนติมาที่ยืนโพสท่าคอย

ทั้งสองส่งยิ้มให้กันอย่างอารมณ์ดี สักครู่ศิวัชก็โทร.มาบอกเนติมา ว่าคงมารับไม่ได้เพราะยังคุยธุระไม่เสร็จ ระบิลอาสาไปส่งหญิงสาวเอง เนติมาชักหิวชวนชายหนุ่มแวะหาอะไรทานรองท้องก่อน

ชายหนุ่มเห็นด้วยและขอเป็นเจ้ามือ “เล็กน้อย ถือว่าเป็นโปรโมชั่นเสริมน่าเจ้านาย”

เนติมาไม่ชอบใจที่ถูกเรียกว่าเจ้านาย แต่ก็เถียงสู้เขาไม่ได้จึงต้องปล่อยเลยตามเลย

“บุคลิกนายนี่ไม่เหมือนบอดี้การ์ดเลยจริงๆนะ แล้วยิ่งไม่น่าเชื่อเข้าไปใหญ่ที่นายจะเคยเป็นหน่วยคอมมานโดมือดีของเมืองไทย”

“สิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่ใช่ก็ได้นี่คุณ ของพรรค์นี้พูดแล้วจะหาว่าคุย ทั้งสามโลกเนี่ย ใครจะเก่งเกินนายระบิลคนนี้ ยากส์” ระบิลทำทะเล้น ลอยหน้าลอยตาพูด จนเนติมานึกหมั่นไส้

ooooooo

คืนนั้นระบิลมาส่งเนติมาที่คฤหาสน์ของธำรง ศิวัชออกมารับคนรัก ธำรงเดินตามออกมาและชวนระบิลอยู่คุยกันก่อน แต่ชายหนุ่มว่าต้องรีบกลับไปเก็บข้าวของเตรียมกลับเมืองไทย

“โอเค งั้นตามสะดวกคุณก็แล้วกัน ยังไงพรุ่งนี้เราค่อยคุยกัน”

“ครับ งั้นผมลาล่ะครับ” ระบิลยกมือไหว้ธำรงก่อนหันไปยิ้มให้ศิวัชกับเนติมาพลางล้อว่า “ไปนะครับเจ้านาย”

เนติมาส่งค้อนขวับ ระบิลยิ้มชอบใจแล้วเดินเลี่ยงออกไป

ใช้เวลาไม่นาน ชายหนุ่มก็กลับมาถึงห้องพัก เขาทยอยเก็บข้าวของลงในกระเป๋าเดินทาง รวมทั้งภาพถ่ายของเอมมิกา เขาบอกกับเธออย่างอ่อนโยนว่า กลับเมืองไทยด้วยกันนะคะเอม แล้วค่อยๆวางรูปลงในกระเป๋าเดินทาง ก่อนจะหันไปหยิบกล้องถ่ายรูปมาเปิดดู และเปรยกับรูปของเนติมาเพิ่งถ่ายมาสดๆ ร้อนๆ

“ถ้าจ้างผมครบหนึ่งปี ผมจะอัดรูปนี้ใส่กรอบทองให้เป็นโปรโมชั่นเสริมนะเจ้านาย”

ooooooo

เช้าวันใหม่ ในเมืองฟ้าอมร คำเที่ยงมาส่งอนงค์หรืออ้อลูกสาวของเขากับดลที่คอนโดแห่งหนึ่ง ทั้งสองเพิ่งเข้ามาเรียนต่อในเมืองหลวง คำเที่ยงฝากฝังให้ดลช่วยดูแลอ้อด้วย

“ผมสัญญาว่าจะดูแลอ้อให้ดีที่สุดครับ”

“พ่อเชื่อว่าดลทำได้ ขอบคุณมากนะลูก ขอบคุณจริงๆ”

“ผมต่างหากครับ ที่ต้องขอบคุณพ่อ ถ้าไม่ได้พ่อ ป่านนี้ชีวิตผมคง...”

“ที่ผ่านมาดลก็ทำหน้าที่ลูกอย่างไม่ขาดตกบกพร่องอยู่แล้ว ดลเป็นคนดี พ่อเชื่อว่าดลต้องได้สิ่งดีๆกลับคืนมา” คำเที่ยงพูดอย่างใจเย็น

ดลอมยิ้มรู้สึกอบอุ่นและมีความหวังขึ้นมา เขาหยิบกล่องไม้ที่วิเชียรมอบให้ขึ้นมาเปิดดู เห็นรูปครอบครัวที่ถ่ายพร้อมหน้า ทั้งวิเชียร พรรณศรี เนติมา และยศวีร์

“สิ่งดีๆจะกลับคืนมา” หนุ่มน้อยรำพึง

“ใช่ สิ่งดีๆ ที่ลูกรออยู่ร่วมสิบปี ลูกจะได้กลับไปเป็นยศวีร์ อย่างที่ลูกเคยเป็นซะที” คำเที่ยงโอบไหล่ให้กำลังใจ ดลโผเข้ากอดแทนคำขอบคุณ ชายชรากระชับอ้อมกอดด้วยรักดลเหมือนลูกชายคนหนึ่ง

เวลาเดียวกัน ในกรุงปารีส เนติมากำลังจัดของลงกระเป๋าเดินทาง เธอนึกขึ้นได้ว่าลืมซื้อของฝากเพื่อนๆที่เมืองไทย เธอตั้งใจไปชวนศิวัช เมื่อเห็นเขาประชุมอยู่ จึงจะขับรถออกไปเอง จังหวะนั้นระบิลมาถึงพอดี เขาอาสาขับรถให้ สาวเจ้าไม่ยอมเพราะเชื่อว่าชำนาญเส้นทางมากกว่า

ระบิลไม่ขัดใจ เขาขึ้นไปนั่งชูคอเป็นตุ๊กตาหน้ารถแล้ววางท่าเป็นเจ้านายแทนเนติมาอย่างโอเวอร์ จนเธออดขำไม่ได้

ขณะเนติมาเลือกซื้อของแบรนด์เนมอยู่กับระบิลนั้น ศิวัชโทร.เข้ามาถามว่า เธออยู่ไหน ได้ยินคนรักบอกว่าเดินซื้อของอยู่กับระบิลก็เบาใจ ฝากให้ชวนบอดี้การ์ดคนใหม่มาดินเนอร์ที่บ้านด้วย

เนติมารับคำหันมาชวนระบิล ชายหนุ่มเอามือลูบท้องบอกว่า สบายไปอีกมื้อเพราะอิ่มจังตังค์อยู่ครบ แล้วชวนเจ้านายกลับบ้าน ระหว่างทางมีคนขับตาม ระบิลเตือนให้เนติมารู้ตัว เขาให้เธอเลี้ยวเข้าไปจอดในซอยข้างหน้า แล้วพาวิ่งหนีคนร้ายออกไป

เมื่อวายร้ายตามมาทัน ระบิลมีเมตตาช่วยประเคนแม่ไม้มวยไทยทั้งหมัด ศอก เข่า แถมด้วยเท้าเข้าใส่ ชายร่างใหญ่สองคนกระอักอาน ถึงกับลงไปนอนกอง

ระบิลดึงเนติมาให้วิ่งต่อ แล้วจู่ๆกระสุนปืนสามสี่นัดก็ยิงลงมาจากที่สูงเฉียดเนติมาไปนิดเดียว ระบิลพาเธอเข้าไปหลบหลังลังผลไม้

เนติมาหยุดหอบพลางเอ่ยถามว่า พวกนั้นเป็นใคร ระบิลส่ายหน้าพลางถามกลับว่าไหวไหม

“ฉันจำเป็นต้องไหวไม่ใช่เหรอ”

ระบิลชื่นชมในความใจสู้ของเธอ เขามองลอดช่องว่างของลังผลไม้ไป เห็นชายร่างใหญ่สองคนลุกขึ้นมาอีกครั้ง อีกทั้งบนยอดตึกก็มีชายอีกกลุ่มกำลังเล็งหาตำแหน่งยิงเนติมาใหม่ บอดี้การ์ดหน้าเครียดบอกกับเจ้านาย “เตรียมใส่เกียร์ห้า แล้วโกยสุดชีวิตเลยนะคุณ”

“นายจะทำอะไรน่ะ” ขาดคำ ระบิลออกแรงดันลังผลไม้ให้ล้มลง เป็นจังหวะเดียวกับที่ชายร่างใหญ่สองคนวิ่งมาพอดีจึงโดนลังผลไม้ล้มเข้าใส่จนเสียหลักล้มลง

“วิ่ง” ระบิลคว้าแขนเนติมาออกวิ่งทันที

วายร้ายบนดาดฟ้ายังไม่ทันตั้งตัว เร่งระดมยิงใส่เนติมากับระบิลอย่างสะเปะสะปะ อารามฉุนเฉียวเพราะงานพลาด มันกระชากหมวกไหมพรมออกด้วยความหงุดหงิด เผยให้เห็นใบหน้า แท้จริงแล้วมันคือ

ครูฝึกและเพื่อนๆของระบิลที่รับงานมาจากพงษ์เลิศ

จอมมาเฟียเพิ่งสืบรู้ว่า ลูกศัตรูมาอยู่กับธำรงที่ปารีส

ooooooo

ระบิลพาเนติมามาหลบในห้องพัก คิดว่าเป็นสถานที่ปลอดภัยแล้ว แต่ครูฝึกกับเพื่อนๆ ยังตามมาเล่นงานอีก

บอดี้การ์ดหนุ่มไล่เนติมาเข้าไปหลบในห้องนอน แล้วหันไปหยิบโมเดลหอไอเฟลขนาดเหมาะมือมาเป็นเครื่องทุ่นแรงจัดการกับวายร้ายจนสิ้นฤทธิ์

“โอ้โห นายทำได้ไงนี่” เนติมาเปิดประตูห้องออกมาดูผลงานของระบิลด้วยความทึ่ง

“พระเอกก็งี้แหละคุณ” พ่อหนุ่มวางมาดหล่ออย่างโอเว่อร์

เนติมาหมั่นไส้หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาจิ้มไปที่ปากของเขาเพราะเห็นเลือดซึม ชายหนุ่มสะดุ้งร้องลั่น พลางลอบมองชายร่างใหญ่ที่ยังไม่ได้สติด้วยความหนักใจ ก่อนจะโทร.แจ้งธำรง

ไม่นานนัก ธำรงพาเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวคนร้ายไป ส่วนศิวัชเข้าไปดูแลเนติมา ระบิลข้องใจเอ่ยถามธำรง “เอ้อ ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าอยู่ที่นี่คุณธำรงมีศัตรูที่ไหนรึเปล่า”

“ไม่ อยู่ที่นี่เรามีแต่เพื่อน ที่สำคัญพวกเราทำธุรกิจถูกกฎหมาย” ธำรงตอบอย่างหนักแน่น

บอดี้การ์ดพยักหน้ารับ แววตายังคงครุ่นคิดกับเหตุที่เกิดขึ้น ศิวัชลุกมาขอบคุณระบิล ชายหนุ่มว่าไม่ต้องคิดมากให้ถือเสียว่าเป็นการทดสอบงาน

“ผมเลือกคนไม่ผิดจริงๆ” ธำรงเอื้อมมือไปจับบ่าระบิลเป็นการขอบคุณ

ขณะที่เนติมานิ่งคิด แล้วรำพึงออกมา “จะเป็นไปได้ไหมคะ ถ้าคนพวกนั้นเป็นคนของ...”

ศิวัชกับธำรงชะงัก ระบิลลอบมองสองพ่อลูกรู้สึกได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น

ธำรงเดินเลี่ยงออกมานั่งครุ่นคิดถึงอดีต ครั้งวิเชียรมาปรึกษาเรื่องพงษ์เลิศ เพราะอยากถอนตัวและคิดจะกำจัดวงจรอุบาทว์ให้หมดสิ้นไป แต่ไม่ทันสำเร็จก็ถูกฆ่าตาย คิดมาถึงตรงนี้ธำรงได้แต่ถอนใจ พลางเอ่ยกับตัวเองอย่างมุ่งมั่น

“คุณวิเชียร คุณทำในสิ่งที่กล้าหาญที่สุดแล้ว ผมจะสานต่อเจตนารมณ์ของคุณเอง ประเทศไทยต้องมีนักการเมืองมือสะอาด เพื่อยกระดับแผ่นดินให้สูงกว่าที่เป็นอยู่ให้ได้”

ด้านพงษ์เลิศ เมื่อรู้ว่าวายร้ายที่จ้างไปจัดการเนติมาทำงานพลาด เขารีบโทร.กำชับลูกน้องทางปารีสว่าอย่าให้เรื่องสาวมาถึงตน อิทธิหาญเข้ามาได้ยิน อาสาจะไปจัดการกับเนติมาเอง พงษ์เลิศว่า ถ้าส่งอิทธิหาญไปก็ไม่ต่างอะไรกับส่งลูกไปติดคุกที่เมืองนอก

“ไอ้ธำรงกับครอบครัวไม่ใช่เหยื่อกระจอกๆที่จะให้ แกเถือได้ง่ายๆ มันมีเครือข่ายในประเทศนอกประเทศตั้ง เยอะแยะ เจ็บใจนัก อุตส่าห์ตามหาที่อยู่พวกมันตั้งหลายปี  พลาดอีกจนได้” พงษ์เลิศกำหมัดแน่นด้วยความโมโห

ooooooo

อาหารมื้อค่ำผ่านพ้นไป ศิวัชกับเนติมาเดินออกมาส่งระบิลที่รถ

ทั้งสองขอบคุณชายหนุ่มอีกครั้ง เพราะความจริงยังไม่ถึงเวลาปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาจ้าง บอดี้การ์ดหนุ่มทำหน้าทะเล้นปล่อยมุกว่า เป็นโปรโมชั่นเสริม

เนติมาส่ายหน้าระอากับมุกเสี่ยวๆ เธอไล่ระบิลกลับไปพักผ่อน

ระบิลโบกมือลาทั้งสองแล้วขึ้นรถออกไป ศิวัชหันมาขอโทษคนรักอีกครั้ง เพราะรู้สึกผิดที่ไม่อยู่ดูแลขณะเกิดเหตุร้าย

“คิดมากอีกแล้ว เรื่องมันผ่านมาแล้วค่ะ แค่เนติ์รู้ว่าพี่ศิวัชห่วงเนติ์มากขนาดนี้ เนติ์ก็ดีใจที่สุดแล้วนะคะ ศิวัช คุณพ่อบอกว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยสำหรับเราแล้ว คุณพ่อ จะเร่งเวลากลับเมืองไทยเร็วขึ้น ก็ดีเหมือนกันนะ เรื่องทุกอย่างจะได้สำเร็จเร็วขึ้น จากนั้นเราสองคน...”

“จะได้แต่งงานกัน” ศิวัชดึงเนติมาเข้ามากอด แต่ไม่อาจเห็นสีหน้าและแววตาของธำรงที่ออกมายืนมองทั้งคู่อย่างครุ่นคิด

ด้านระบิล เขามาที่หอไอเฟลเพื่อบอกลาเมืองปารีส ชายหนุ่มมองวิวเบื้องหน้าอย่างอาวรณ์พลางหยิบรูปของเอมมิกาขึ้นมา “พี่พาหนูมาเที่ยวส่งท้ายนะคะเอม ไม่รู้เมื่อไหร่พี่จะมีโอกาสพาหนูมาเที่ยวไกลๆอย่างนี้อีก แต่พี่คิดว่าหนูคงคิดถึงเมืองไทยแล้วล่ะ แล้วพี่จะพาหนูไปร้านประจำที่เราชอบไปนั่งเล่นกันนะคะเอม”

ชายหนุ่มมองรูปคนรักอีกครั้ง ก่อนตัดใจเก็บเข้าไปในเสื้อ แล้วพึมพำถามตัวเองว่า พร้อมจะกลับไปอยู่บนโลกแห่งความจริงแล้วใช่ไหม

ooooooo

สนามบินสุวรรณภูมิยามรุ่งเช้า เครื่องบินจากปารีสร่อนลงสู่รันเวย์

กลางผู้คนมารอรับญาติจอแจ ธำรงพาศิวัช เนติมาและระบิลมายังคฤหาสน์หรู แม่บ้านออกมายืนรอต้อนรับเจ้านายด้วยความตื่นเต้น ศิวัชลงจากรถคนแรก เขามองไปรอบๆบ้านด้วยความพึงพอใจ เพราะทุกอย่างยังเหมือนเดิม

“พ่อมั่นใจว่า วันหนึ่งเราต้องกลับมาอยู่ที่นี่ ก็เลยสั่งคนดูแลทุกอย่างให้เหมือนเดิม” ธำรงเดินเข้ามาบอกลูกชาย

ด้านระบิล เขาหันไปเห็นเนติมากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความเศร้า ก็นึกห่วงจึงเอ่ยถามเจ้านายว่าไม่สบายหรือเปล่า

“เป็นอะไรไปจ๊ะเนติ์” ศิวัชถามคนรักอย่างเอาใจใส่ หญิงสาวฝืนยิ้ม บอกว่าแค่คิดถึงบ้านและคนในครอบครัว

“วันนี้กลับมาที่นี่แล้ว หนูจะได้โอกาสทวงคืนวันที่สวยงามของชีวิตคืนมาแล้วนะหนูเนติ์ แล้วอาก็เชื่อว่าหนูทำได้” ธำรงให้กำลังใจ ศิวัชรีบเสริมว่า เขาจะอยู่เคียงข้างเธอจนกว่าเนติ์จะได้ทุกอย่างคืนมา

“ใช่ ทุกอย่างโดยเฉพาะความยุติธรรม” เนติมาเสียงกร้าว

ธำรงเปลี่ยนบรรยากาศชวนทุกคนไปดูห้องพัก เนติมายืนลังเลก่อนจะเอ่ยขออนุญาตธำรงไปหาบ้านอยู่ตามลำพัง เพราะเกรงว่าจะเป็นที่ครหาในสังคม ที่ชายหญิงอยู่บ้านเดียวกัน อีกทั้งจะกลายเป็นจุดอ่อนให้คู่แข่งทางการเมืองของศิวัชโจมตีได้

ธำรงกับศิวัชยอมจำนน แต่ยังห่วงเรื่องความปลอดภัย จึงให้ระบิลอยู่เป็นเพื่อนหญิงสาวตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง จากนั้นศิวัชชวนคนรักออกไปดูบ้านจัดสรรตามโครงการต่างๆด้วยกัน โดยมีระบิลเป็นโชเฟอร์ แม้จะดูหลายโครงการแล้ว สาวเจ้าก็ยังไม่ถูกใจ

จังหวะรถแล่นมาติดไฟแดงกลางสี่แยก เนติมามองออกไปเห็นดลเดินคุยมากับอ้อ เธอรู้สึกคุ้นหน้าหนุ่มน้อยจึงเรียกให้ศิวัชดู แต่ชายหนุ่มมองเห็นไม่ถนัดนัก เพราะมีคนข้ามถนนอีกหลายคนบัง ครั้นสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว ระบิลจำต้องออกรถ เนติมาหันมองตามดลอีกครั้ง แต่เห็นเพียงแผ่นหลังไวๆก่อนจะหายไปกับฝูงชน

ระบิลพาเจ้านายทั้งสองมาที่สำนักงานขายหมู่บ้านจัดสรรอีกแห่ง พอเห็นเนติมาทำหน้าเซ็ง จึงแกล้งเปรย “ดูจากโหงวเฮ้งแล้ว สงสัยเรายังต้องสัญจรกันต่อไปใช่ไหมครับ”

“ฉันเกรงใจนายจัง เอาไว้เรามาดูกันวันหลังก็ได้นะ” เนติมาเสียงอ่อย

“โอ๊ย ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องเกรงใจ ดูซะให้เสร็จ จะได้ย้ายเข้ามาอยู่จะได้เอาเวลาไปทำธุระอย่างอื่น  เออ เมื่อกี้ผมเห็นด้านโน้นมีอีกตั้งหลายหมู่บ้าน เราลองไปดูกันไหมครับ”

“อืม...ไปสิ” ศิวัชกับเนติมาพยักหน้า

เวลานั้นเองธำรงโทร.ตามให้ศิวัชกลับไปคุยธุระสำคัญ ชายหนุ่มฝากให้ระบิลช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องบ้านของเนติมาแทนด้วย บอดี้การ์ดหนุ่มรับคำอย่างอารมณ์ดี แล้วชวนเนติมาเข้าไปดูบ้านอีกโครงการหนึ่ง

“นี่ บ้านหลังนี้พี่ศิวัชเขาไม่ชอบ แต่ฉันว่ามันสวยดีออก นายว่าบ้านหลังนี้เป็นไง” เนติมายื่นแบบบ้านในโบรชัวร์ให้ระบิลดู เป็นบ้านเดี่ยวดูอบอุ่นไม่หรูหราฟู่ฟ่านัก

ระบิลไม่ตอบอะไร แต่เดินนำเนติมาเข้าไปดูบ้านของจริง เขาสำรวจห้องต่างๆ อย่างพิถีพิถัน จนคนขายเข้าใจว่าทั้งสองเป็นคู่รักมาซื้อบ้านด้วยกัน

ด้านศิวัช เขาเดินคุยโทรศัพท์เข้ามาในบ้านอย่างเร่งรีบ เพราะกลัวไม่ทันประชุม จึงชนเข้ากับปฏิพรที่เดินสวนออกมาพอดี สาวเจ้าเสียหลักเซตกลงไปในสระน้ำ ศิวัชรีบกระโดดลงไปช่วยอย่างรวดเร็ว

ปฏิพรวาดแขนกอดศิวัชไว้แน่นด้วยความตกใจ แต่พอตั้งสติได้และเห็นหน้าชายหนุ่มชัดเจนก็หว่านเสน่ห์ทันที

ooooooo

.

.....

https://www.thairath.co.th/novel/swan/ep2/page1

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 2

เมื่อศิวัชกับปฏิพรขึ้นจากสระน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จสรรพ ธำรงก็เรียกทั้งคู่มาแนะนำให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง สาวน้อยนั้นเป็นถึงลูกสาวนายพลทวี

“ขอโทษอีกครั้งนะครับ พี่รีบไปหน่อยเลยไม่ทันระวัง”

“ช่างมันเถอะค่ะ ถือว่าเป็นการแนะนำตัวแบบใหม่ก็แล้วกันนะคะ พี่ศิวัช” ปฏิพรทำเอียงอาย

ธำรงหันมายิ้มกับนายพลทวี วาดหวังจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกันในไม่ช้า นายพลรู้ใจรีบออกปาก

“ตี้น่ะ เขาเพิ่งเรียนจบและกลับมาจากอเมริกา ความจริงเราสองคนเคยเจอกันตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว แต่คงจำกันไม่ได้”

“ตี้จำได้ค่ะ ตี้จำตาพี่ศิวัชได้” ปฏิพรใส่จริต แต่ชายหนุ่มไม่ทันคิดอะไร

ส่วนเนติมา เธอเข้ามาดูห้องนอนกับระบิล พนักงานมาเชียร์ว่ากำลังมีโปรโมชั่น ซื้อบ้านแถมเฟอร์นิเจอร์แถมแอร์ พร้อมอยู่ทันที และพิเศษสำหรับคู่แต่งงานใหม่อย่างระบิลกับเนติมาเท่านั้น

ระบิลประเมินราคาแล้วสวมรอยตอบตกลงรับทันที แต่เนติมาไม่เอาด้วย เธอลากชายหนุ่มกลับไปที่รถ พลางต่อว่าเรื่องทำให้พนักงานขายเข้าใจผิด

“โธ่ แค่อำเนียนๆ เอาของแถม คุณไม่เห็นเหรอแถมเยอะซะขนาดนั้น”

“แต่ฉันไม่ชอบโกงใคร แล้วฉันก็ไม่ใช่คนเห็นแก่ของแถมถึงขนาด ฮึ นายนี่บ้าที่สุดเลย เขาเข้าใจว่าฉันแต่งงานกับนายกันทั้งสำนักงานขายแล้วเห็นไหม” เนติมาชี้ไปที่สำนักงานขาย เห็นพนักงานหลายคนมายืนออที่กระจก แล้วพากันวิพากษ์วิจารณ์

“โธ่ ก็คุณไม่ยอมเนียนกับผม แล้วจู่ๆคุณเดินออกมาอย่างนี้ เขาก็นึกว่า ผัว เออ สามีภรรยาทะเลาะกันสิครับ เอางี้เดี๋ยวผมไปอธิบายความจริงให้พวกเขารู้เอง” ระบิลจะเดินกลับไป เนติมารั้งไว้สั่งให้ระบิล

ขับรถพาไปดูโครงอื่นต่อ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีที่ไหนถูกใจ ระบิลเสนอให้เจ้านายซื้อคอนโดฯอยู่ เพราะสะดวกสบายไม่ต้องดูแลมาก แต่เนติมาปฏิเสธ

“ฉันชินกับการอยู่บ้านมาตั้งแต่เกิด จะจับฉันไปใส่ในกล่องสี่เหลี่ยมสูงๆอย่างนั้น ฉันอึดอัดแย่ ยังไงฉันก็อยากได้บ้าน บ้าน ของฉัน” หญิงสาวหน้าสลดระบิลสังเกตเห็นรีบตัดบท

“วันนี้คุณเหนื่อยมากแล้ว ผมว่ากลับไปพักก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที ยังไงคืนนี้ผมจะช่วยหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตให้อีกทาง โอเคไหมครับ”

เนติมานิ่งคิดก่อนต่อรองให้ชายหนุ่มพาเธอไปที่แห่งหนึ่งก่อนกลับคฤหาสน์ธำรง

เวลาเดียวกัน พงษ์เลิศได้รับรายงานจากลูกน้องในปารีสว่า ธำรงพาเนติมากับลูกชายหนีไปแล้ว เขาโกรธมากสั่งให้สมุนระดมคนตามหาให้พบ พร้อมจ่ายไม่อั้น ชลกรเข้ามาได้ยินเปรยขึ้น

“โดนไล่ฆ่าขนาดนั้น เป็นฉัน ฉันก็หนีค่ะ สำคัญที่ตอนนี้มันหนีไปอยู่ที่ไหนมากกว่า”

“อยู่ที่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าวันหนึ่งมันต้องกลับมาแก้แค้นฉันแน่ แต่ฉันไม่มีวันปล่อยให้พวกมันมีวันนั้นเด็ดขาด” พงษ์เลิศประกาศกร้าวกับทุกคน

ooooooo

อาหารมื้อค่ำผ่านไป ธำรงพาศิวัชออกมาส่งนายพลทวีกับลูกสาวถึงรถ ท่านนายพลดูจะพอใจศิวัชมากถึงกับเอ่ยปากว่า อยากเห็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ขึ้นมานำพาประเทศไปสู่ความเจริญ

ศิวัชยกมือไหว้อย่างนอบน้อมออกตัวว่า ยังต้องเรียนรู้อีกมาก

“คนที่รู้ตัวว่าต้องเรียนรู้นั่นแหละคือคนที่น่าสนับสนุน ไอ้พวกที่ถือดีว่าเก่ง มันก็โตได้แค่คับกะลาที่ครอบมันอยู่เท่านั้นแหละ” นายพลทวีพูดให้คิด

ศิวัชหันไปลาปฏิพร หญิงสาวตั้งใจสบตา หมายทอดสะพาน

ooooooo

เวลาเดียวกัน เนติมาขอให้ระบิลพามาหน้าบ้านกันต์ เธอแปลกใจมากเมื่อเห็นตัวบ้านทรุดโทรมไร้การดูแล สนามหน้าบ้านรกไปด้วยต้นไม้ ไม่มีการตกแต่งทำให้ดูหม่นหมอง สาวเจ้าน้ำตาเอ่อ คิดถึง เรื่องราวในอดีต ระบิลยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ แต่เธอปฏิเสธ

“บ้านใครเหรอคุณ”

“บ้าน บ้านคนที่ครอบครัวของฉันทำพวกเขา...ตายทั้งเป็น” เนติมาพูดด้วยความลำบากใจอย่างที่สุด ทำให้ระบิลยิ่งสงสัย เขาขอให้เธอเล่าเรื่องราวให้ฟังบ้าง แต่ เจ้าหล่อนกลับนั่งเงียบจมอยู่ในความเศร้า แล้วจู่ๆก็ลง จากรถเดินไปหยุดหน้าประตูรั้วอย่างชั่งใจ ระบิลตามไปด้วยความเป็นห่วง พลางเอ่ยถามเจ้านายว่าคิดจะทำอะไร

เนติมาไม่ตอบแต่ขยับไปมองบ้าน “อิสราวัชร” อดีตบ้านของเธอ ดวงตาฉายแววเศร้าขึ้นมาทันที ระบิลสงสัยจะถามว่าบ้านใคร แต่เนติมากลับเดินไปยังประตูรั้วบ้าน “อิสราวัชร” ชายหนุ่มรีบตามประกบ

เนติมามองเข้าไปในบริเวณบ้าน พลันภาพวันเวลาแห่งความสุขก็ผุดขึ้นมา เธอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก่อนเอื้อมมือไปผลักบานประตูรั้ว ปรากฏว่าประตูไม่ได้ล็อกไว้ หญิงสาวเดินเข้าไปอย่างลืมตัว

“อ้าว คุณ...เดี๋ยว” ระบิลตามไปแล้วดึงเธอออกมา ก่อนที่ลูกน้องอิทธิหาญจะเดินออกมาเพียงนิดเดียว

“เกือบเป็นเรื่องแล้วไหมล่ะ อยู่ดีๆเดินเข้าไปในบ้านคนอื่นซะอย่างนั้น เมื่อกี้คุณเป็นอะไรเหรอครับ ทำไมจู่ๆถึง...” ระบิลยิงคำถามชุดใหญ่ แต่เนติมาไม่มีคำตอบให้ เธอมองไปที่บ้านกันต์ แล้วเดินออกไปทันที

“อ้าว คุณ จะไปไหนของคุณอีกเนี่ย คุณ” ระบิล ถอนใจ

ooooooo

บอดี้การ์ดหนุ่มตามเจ้านายเข้ามาในบ้านมืดสนิทหลังติดกัน เขากระซิบสั่งให้นายสาวอยู่ใกล้ๆ เพื่อความปลอดภัย แล้วหยิบไฟฉายปากกาขึ้นมาส่องให้แสงสว่าง เนติมาเห็นเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไม้สอยยังคงอยู่ครบ แต่ไม่มีคนอยู่จึงชวนระบิลไปดูอีกห้อง พลันเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นมา เนติมาตกใจรีบกดรับ ได้ยินศิวัชโทร.ตามให้กลับบ้าน เธอจำใจโกหกว่ายังดูบ้านอยู่กับระบิล แล้วยกมือเป็นเชิงบอกให้บอดี้การ์ดเงียบๆไว้

“โกหกแฟนนะคุณ” ระบิลล้อ หลังเนติมากดวางสาย

สาวเจ้าแก้ตัวว่า ไม่อยากให้ศิวัชเป็นห่วงแล้วหันไปมองรอบๆ ห้องพลางรำพึง “ข้าวของทุกอย่างยังอยู่เหมือนเดิม แต่ความมีชีวิตชีวาหายไป” เนติมาเอื้อมมือไปสัมผัสเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ใกล้ๆด้วยความเศร้า

“ดูเหมือนคุณคุ้นเคยกับที่นี่มากๆ”

“ก็ฉันวิ่งเข้าวิ่งออกบ้านนี้มาตั้งแต่เล็กๆนี่ แล้วบ้านที่นายเห็นข้างๆนั่น ก็เคยเป็นบ้านของคุณพ่อฉันเอง”

ก่อนที่ระบิลจะถามต่อ แต่เจือจันทร์ซุ่มอยู่ในซอกมืดด้านหนึ่งนานแล้ว เธอวิ่งออกมาพร้อมมีดทำครัวในมือตั้งใจจะแทงเนติมา แต่ระบิลคว้ามือเธอไว้ พลางกดร่างให้มือมีดนอนคว่ำหน้าลงกับพื้น

“แกเป็นใคร” ระบิลถามเสียงเข้ม แต่เจือจันทร์ยังไม่ยอมพูด เขาหยิบปืนขึ้นมาขู่ ขณะที่เนติมายืนตะลึง

“ปล่อยภรรยาผมเถอะ” ไฟในห้องเปิดขึ้น เผยให้เห็นกันต์นั่งอยู่บนรถเข็น เขามองมาทางเนติมา

ด้วยสายตานิ่งซ่อนความรู้สึกปวดร้าวอยู่ภายใน

เนติมาตกใจสุดขีด เธอจำกันต์ได้แม่นยำ และต้องตกใจมากขึ้นเมื่อมองลงไปที่พื้นเห็นผู้หญิงคนที่ระบิลกดอยู่ที่พื้นคือเจือจันทร์ ซึ่งตอนนี้ร้องไห้ออกมาด้วยความปวดร้าว

“อากันต์...อาจันทร์ ระบิลปล่อย”

ระบิลรู้สึกสับสนก่อนปล่อยเจือจันทร์

“กลับมาทำไม เธอกลับมาที่นี่อีกทำไม...ออกไป... ออกไป” เจือจันทร์แผดเสียงคล้ายคนเสียสติ

กันต์มองภรรยาของตนด้วยความสงสาร เนติมายืนตะลึงความรู้สึกผิดที่มีอยู่ในใจยิ่งเพิ่มเป็นทวีคูณ เธอทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ระบิลมองทุกคนด้วยความงุนงงและสงสัย

ooooooo

ลูกน้องเข้ามารายงานอิทธิหาญว่า ได้ยินเสียงเจือจันทร์เอะอะโวยวายไล่ใครไม่รู้ดังลั่นบ้าน จึงจะออกไปดู แต่อิทธิหาญว่าคงไม่มีอะไร เพราะเจือจันทร์เป็นบ้ากรี๊ดๆได้ตลอดเวลา สงสัยจะตกใจค้าง แล้วหันมาหัวเราะกับปานที่ยืนหน้าสลดด้วยจำได้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอเมื่อสิบปีก่อน  แม้เขาจะไม่ข่มขืนเธอก็ตาม

ด้านเนติมา เธอเข้ากราบแทบเท้ากันต์ด้วยความเสียใจ กันต์ซึ่งนั่งอยู่บนรถเข็นรีบห้าม

“อย่า...อย่าทำอย่างนี้ ลุกขึ้นมาเถอะลูก”

“เพราะครอบครัวของเนติ์ ครอบครัวคุณอาถึง...” เนติมาพูดอะไรไม่ออก ขณะที่เจือจันทร์ซึ่งนั่งร้องไห้อยู่หันมาไล่เนติมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา เธอโทษว่าเนติมานำความหายนะมาให้ครอบครัวของตน

กันต์ปรามภรรยา แต่โดนตะคอกใส่ “ครอบครัวของเราอยู่กับฝันร้ายนี้มากี่ปีแล้ว คุณอาจลืม แต่ฉันไม่มีวันลืมไม่มีไอ้พวกนั้นมันมาเห็น...” เจือจันทร์พูดอะไรไม่ออก เธอมองไปรอบๆบ้านด้วยความหวาดกลัว จนระบิลสงสัยเอ่ยถามว่า ไอ้พวกนั้น เป็นใคร

เนติมากระซิบว่า เดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง แล้วหันไปถามหาขวัญชนกกับกันต์ แต่กันต์ยังไม่ทันพูดอะไร สายตาของเนติมาก็เหลือบไปเห็นขวัญชนกตรงบันไดชั้นสอง ภาพเพื่อนรักในวัยเด็กแวบเข้ามา เนติมาจะเรียก แต่เพื่อนรักวิ่งหนีเข้าห้องไปด้วยความหวาดกลัว

เนติมาวิ่งตามไป ไม่สนใจเสียงห้ามของอาทั้งสอง ระบิลเป็นห่วงเจ้านายรีบตามไปด้วย แถมยังช่วยดันประตูให้เนติมาเข้าไปในห้อง ขวัญชนกกรี๊ดลั่นเมื่อเห็นระบิลแล้วหมดสติไป ชายหนุ่มเข้าประคองจะพาไปนอนที่เตียง แต่เจือจันทร์เข้ามาห้าม

“ไม่ต้อง ลูกฉัน ฉันจัดการเองได้ เธอกลัวคุณ”

“อาจันทร์ว่าอะไรนะคะ” เนติมากับระบิลมองหน้ากัน

“ออกไปจากห้องนี้ก่อนที่ขวัญจะตื่นมาร้องโวยวาย เพราะเห็นหน้าคุณอีก...ออกไป” เจือจันทร์เสียงแข็ง

เนติมากับระบิลจำใจเดินลงมาคุยกับกันต์ อดีตอัยการเล่าว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องคราวนั้น นอกจากตนแล้วลูกสาวก็ไม่เคยไว้ใจผู้ชายคนไหนอีกเลย วันๆหมกตัวอยู่แต่บนห้อง ไม่กล้าไปเรียน ไม่กล้าออกไปไหน จนเขากลัวว่าวันหนึ่ง...ลูกจะเป็นบ้า

“เพราะครอบครัวของหนู” เนติมารำพึง

“ชะตากรรมต่างหากเนติ์ ชะตากรรมทำให้เราสองครอบครัวต้องเป็นอย่างนี้”

“ไม่ค่ะอากันต์ ไม่ใช่เรื่องของชะตากรรม แต่เป็นเรื่องความถูกผิดที่พวกนั้นต้องรับผิดชอบ อากันต์คะ เนติ์กลับมาที่นี่เพื่อเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่อาต้องเสียไปคืนมา คนพวกนั้นต้องได้รับโทษที่เขาก่อไว้” เนติมานํ้าตาคลอเบ้า เธอมองไปรอบๆ บริเวณบ้านอย่างครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก่อนตัดสินใจพูดกับกันต์

“หนูขอมาอาศัยบ้านอากันต์อยู่ได้ไหมคะ”

“อ่ะ อะไรนะคุณ” ระบิลตกใจเพราะไม่ทันตั้งตัว ขณะที่กันต์ก็ตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก

“ขอหนูได้อยู่ดูแลครอบครัวอากันต์นะคะ หนูจะทำทุกอย่างให้บ้านหลังนี้กลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิม... นะคะ” เนติมาอ้อนวอน

“ไม่ได้” เจือจันทร์ลงมาได้ยินพอดี เธอเอ่ยกับเนติมาด้วยนํ้าเสียงเย็นชา “เธอจะนำความตายมาให้เรามากกว่า เธอรู้ไหมว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ในขณะที่เธอเสวยสุขอยู่ต่างประเทศ พวกเราต้องเจออะไรบ้าง เธอคิดว่าพวกฉันอยากอยู่ที่นี่เหรอ ที่นี่ไม่ใช่บ้านแล้ว แต่ที่นี่เป็นนรก ทุกวินาทีพวกเราอยากออกไปจากที่นี่ แต่พวกเราไปไม่ได้” เจือจันทร์ร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น จนกันต์ต้องเอื้อมมือไปจับมือเป็นเชิงปลอบโยน

ระบิลทนไม่ไหว ขอร้องให้กันต์เล่าเรื่องในอดีต ว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเขา กันต์ถ่ายทอดเรื่องเมื่อสิบปีก่อนให้ฟังว่า ลูกน้องของพงษ์เลิศรู้ว่าเจือจันทร์แอบเห็นเหตุการณ์ตอนที่พวกมันฆ่าพ่อแม่ของเนติมาจึงพากันมาบ้านเพื่อจะปิดปาก แต่พงษ์เลิศอยากให้ครอบ–ครัวเขาต้องตายทั้งเป็น สั่งให้ลูกน้องข่มขืนขวัญชนก เจือจันทร์เข้าอ้อนวอน จึงโดนพวกมันลากไปข่มขืนแทน

ขวัญชนกตกใจกลัวแทบเสียสติ ส่วนกันต์จะเข้าไปช่วยภรรยาก็โดนยิงที่ขาทั้งสองข้างจนกลายเป็นคนพิการ และพวกมันยังสั่งห้ามครอบครัวของกันต์ย้ายหนีไปไหน

“พวกเอ็งต้องอยู่ที่นี่ อยู่เป็นสวนสัตว์ให้นายข้าเก็บไว้ดูเล่น ถ้าเอ็งดื้อ ครอบครัวของเอ็งจะพบฝันร้ายอย่างที่เอ็งคาดไม่ถึง ยิ่งกว่าวันนี้” เสียงทะนงกับพวกยังดังก้องอยู่ในหัว

ooooooo

เนติมาสะอื้นไห้เสียใจอย่างสุดซึ้งเมื่อได้ฟังเรื่องราว เธออยากจะชดเชยให้ครอบครัวของกันต์ จึงชวนระบิลไปปรึกษากับธำรงและศิวัช เรื่องจะย้ายมาอยู่ในบ้านของกันต์เพื่อดูแลทุกคนและเรียกร้องความเป็นธรรมให้ แต่ศิวัชไม่เห็นด้วย เพราะเกรงคนรักจะไม่ปลอดภัย

“แต่เนติ์ต้องรับผิดชอบค่ะพี่ศิวัช ชีวิตพวกเขาต้องเป็นอย่างนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะครอบครัวเนติ์ พวกเขาแลกกับเนติ์ด้วยชีวิต เนติ์ก็ต้องแลกกับพวกเขาด้วยชีวิตเหมือนกันค่ะ...พี่ศิวัชเข้าใจเนติ์นะคะ”

ศิวัชถอนใจเพราะรู้ถึงความมุ่งมั่นของเนติมา ธำรงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปถามความเห็นระบิลบอดี้การ์ดหนุ่มวิเคราะห์ว่า ตอนนี้พวกพงษ์เลิศคงยังไม่กล้าทำอะไรรุนแรง เพราะอีกไม่นานจะมีการเลือกตั้ง และอาจส่งผลกระทบต่อฐานเสียง

“คุณนี่มองเกมขาดมาก แต่ยังไงคุณดูแลหนูเนติ์อย่างใกล้ชิดนะ พวกนั้นเหมือนงูพิษ มันจะเล่นงานเราเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมเชื่อว่าพวกที่เล่นงานเราที่ฝรั่งเศส ต้องเกี่ยวข้องกับนายพงษ์เลิศแน่ๆ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ผมจะไม่ยอมให้คุณเนติ์ได้รับอันตรายเด็ดขาด” ระบิลรับคำหนักแน่น ขณะที่ศิวัชหันมาพูดด้วยสีหน้าไม่สบายใจ “คุณพ่อหมายความว่า...”

“แล้วแกห้ามหนูเนติ์ได้ไหมล่ะ สมาธิของแกต้องอยู่ที่การเลือกตั้งแล้วนะศิวัช”

ศิวัชมองหน้าเนติมาเห็นความมุ่งมั่นของเธอ ก็ได้แต่ถอนใจ และยอมจำนน

“หนูเนติ์ต้องการอะไรก็บอกอานะ ไม่ต้องเกรงใจ อ้อ...แล้วนี่จะย้ายเข้าไปที่นั่นเมื่อไหร่”

“เนติ์ต้องรอคำตอบจากอากันต์ก่อนค่ะ อากันต์ขอทำความเข้าใจกับอาจันทร์ก่อน”

เวลาเดียวกัน เจือจันทร์กำลังต่อว่าสามีด้วยไม่พอใจ เรื่องให้เนติมามาอยู่ที่บ้านด้วย กลัวครอบครัวจะเดือดร้อนอีก

“ผมรู้ ว่าคุณรู้สึกยังไง แต่ทุกวันนี้เราก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วไม่ใช่เหรอ ผมว่าเป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะกอบกู้ความสุขคืนมา ไม่ใช่เพื่อเรา แต่เพื่อลูกของเรา คุณลองคิดดีๆนะ ถ้าเราไม่สู้วันนี้ เราก็ได้แต่นั่งรอวันตาย แล้วถ้าเราสองคนไม่อยู่แล้ว ลูกของเราจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง” กันต์ให้สติ

เจือจันทร์นิ่งคิดตามสามีพูด แต่ยังไม่สบายใจอยู่ดี

ooooooo

วันรุ่งขึ้น กันต์โทร.บอกข่าวดีกับเนติมา หญิงสาวดีใจมากรับปากว่า เมื่อทำธุระเสร็จจะรีบไปที่บ้านกันต์ทันที ศิวัชนั่งอยู่ข้างๆ สีหน้าไม่ดีเพราะเป็นห่วงคนรัก แต่เนติมาไม่ทันสังเกต เธอเดินไปหาธำรงที่คุยอยู่กับระบิลเรื่องจะจัดเซอร์ไพรส์ให้พงษ์เลิศ เพราะจอมมาเฟียยังไม่รู้ว่าพวกธำรงมาถึงไทยแล้ว

“คุณอาคะ อากันต์ตกลงแล้วค่ะ”

“งั้นหนูเนติ์ไปจัดการทางนั้นเถอะ เรื่องธุระวันนี้อากับศิวัชจัดการได้ มีอะไรก็โทร.หาแล้วกัน เดี๋ยวอาจะให้เด็กจัดรถให้หนูเนติ์ใช้คันนึงนะ” ธำรงพูดยิ้มๆ เพราะใจจริงต้องการกันเนติมาให้ห่างจากศิวัชอยู่แล้ว

หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณธำรง พลางลาคนรัก “ขยันทำงานนะคะคนเก่ง แล้วเนติ์จะโทร.ไปนะ ไป

คุณระบิล” แทบไม่ขาดเสียง นายสาวก็ก้าวฉับๆไป

“ครับ เจ้านาย แหม ใจร้อนจริง” ระบิลรีบเดินตาม

ศิวัชมองคนรักด้วยความเป็นห่วง ธำรงเอื้อมมือไปตบบ่าลูกชายเป็นเชิงปลอบใจ

เมื่อเนติมากับระบิลเดินมาถึงโรงรถพร้อมกระเป๋าเดินทาง บอดี้การ์ดหนุ่มก็ชวนเจ้านายแวะไปซื้อของบางอย่างก่อนเข้าบ้าน เนติมาหน้านิ่วคิ้วขมวด สงสัยว่าระบิลจะซื้ออะไรแต่ไม่ขัดใจ

เจ้านายลูกน้องเข้ามาซื้อของที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง สิ่งที่ระบิลเลือกซื้อเป็นของตกแต่งบ้าน ทำให้เนติมายิ่งข้องใจ เธอถามระบิลว่า จะซื้อของพวกนี้ไปทำไม

“บ้านนั้นน่ะคุณ ขาดความมีชีวิตชีวาไปซะนาน ของพวกนี้จะทำให้พวกเขามีกิจกรรมทำ...เข้าใจ น่า...อย่าบ่นนักเลย เอ๊ะ หรือว่างก น่าของแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกเจ้านาย” ระบิลแกล้งพูดดังๆ พอให้คนรอบๆได้ยินแล้วเข็นรถเดินเลี่ยงออกไปทันที

เนติมาอายหน้าแดง ตามไปเล่นงานระบิล แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นดลเดินเก็บรถเข็นเฉียดเข้ามา สาวเจ้าสั่งให้ระบิลหยุดรอก่อน แล้วรีบตามดลไป สุดท้ายก็คลาดกันอีก

ระบิลตามมาถามเจ้านายด้วยความเป็นห่วงว่า เธอกำลังตามหาใคร

“ไว้แล้วฉันจะเล่าให้ฟัง” เนติมาเดินหนี ทิ้งให้ระบิลถอนใจเซ็ง

เจือจันทร์คิดตามที่สามีพูด เธอปาดน้ำตาหันมาถามระบิล “คุณจะทำยังไง”

บอดี้การ์ดนิ่งคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่งก่อนยิ้มออกมา เขากลับเข้าครัวทำอาหารชุดใหม่นำไปวางไว้หน้าห้องขวัญชนก พร้อมกับสอดกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆไว้ด้วย

ขวัญชนกหยิบขึ้นมาอ่านแต่ก็ยังไม่ยอมทานอาหาร เชฟมือทองไม่ถอดใจ เขาทำอาหารส่งให้ขวัญชนกทุกมื้อพร้อมกับข้อความตลก จนเธอเริ่มผ่อนคลาย และยอมให้เนติมายกอาหารเข้ามาในห้องได้ในวันหนึ่ง

เนติมาเดินหน้าแผนสองเปิดคลิปแนะนำตัวระบิลอย่างฮาให้ขวัญชนกดู และช่วยการันตีว่าเขาเป็นคนดีไว้ใจได้ ขวัญชนกรับฟังแต่ยังไม่มั่นใจ

วันต่อมาระบิลบุกเดี่ยวนำอาหารไปให้ขวัญชนกเอง หญิงสาวตกใจกลัวร้องกรี๊ดร้องลั่น เนติมาวิ่งมาดูเพื่อนรักและช่วยเจรจา ขณะที่ระบิลหยิบอาหารในถาดมากินโชว์แล้วแกล้งเรอเรียกเสียงฮา จนขวัญชนกหลุดขำออกมา ทำให้เนติมากับระบิลหันมายิ้มให้กันอย่างมีความหวัง

ทั้งสองรีบลงมาบอกข่าวดีกับเจือจันทร์และกันต์ คุณแม่บ้านพยักหน้ารับรู้แล้วขอตัวขึ้นไปดูลูก ส่วนกันต์หันมาชมระบิล “เก่งมากนะคุณระบิล นอกจากผมแล้ว เธอยังไม่ยอมคุยกับผู้ชายคนไหนอีกเลยนะ”

“อุ๊ย...ไม่เก่งหรอกครับคุณอา แค่ขายฮานิดหน่อย” ระบิลแกล้งเรออีกรอบ

เนติมาส่งค้อนขยับจะต่อว่า แต่ศิวัชโทร.เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ระบิลหันไปมองเจ้านายเห็นเธอทำหน้าเครียดระหว่างคุยกับคนรักจึงเอ่ยถาม “มีอะไรรึเปล่าคุณ”

ooooooo

ในตอนค่ำ ขณะพงษ์เลิศเริงสวาทอยู่กับชลกรในคอนโดฯ พลันสวรรค์ค้าง เมื่ออิทธิหาญโทร.บอกว่า ตอนนี้ธำรงกำลังแถลงข่าวเปิดตัวพรรคสยามพัฒนาอย่างเป็นทางการ และจะดันศิวัชลูกชายขึ้นเป็นนายกฯ

จอมมาเฟียตกใจมาก เพราะไม่รู้เรื่องมาก่อนเลย เขารีบเปิดทีวีดูข่าว เห็นธำรงกับลูกชายให้สัมภาษณ์นักข่าวด้วยท่าทีสุขุม แถมชูนโยบายทำเพื่อประชาชนทุกคน นักข่าวจึงพากันเทความสนใจให้

พงษ์เลิศมองภาพในโทรทัศน์ด้วยความขัดใจ จังหวะเดียวกันชลกรก็ชะงักเมื่อเห็นเนติมาในจอ เธอสะกิดให้พงษ์เลิศดู

“นางเนติมา” พงษ์เลิศคำราม

“ลูกสาวคุณวิเชียรที่คุณเคยเอารูปให้ฉันดู” ชลกรเสริม

นาทีนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของพงษ์เลิศก็ดังขึ้นอีก ในสายอิทธิหาญถามว่า เห็นข่าวหรือยัง เขาเตรียมจะไปเช็กบิลกับเนติมา พงษ์เลิศค้านว่า ตอนนี้เรื่องที่ตนสนใจที่สุดคือ ธำรงตั้งพรรคการเมืองมาลงแข่งเพื่อชิงอำนาจ

“อำนาจอยู่ในมือใคร ก็เหมือนถือไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์ที่จะชี้ให้ใครเป็นใครตายก็ได้ และพ่อมั่นใจว่ามันต้องการอย่างนั้น” พงษ์เลิศพูดอย่างมั่นใจ

อิทธิหาญครุ่นคิดตาม เขาจ้องภาพงานเลี้ยงเปิดตัวพรรคสยามพัฒนาด้วยสายตามีเลศนัย

ooooooo

เวลาเดียวกัน เนติมาดูศิวัชยืนพูดคุยกับนักธุรกิจทั้งไทยและต่างชาติหลายคนด้วยรอยยิ้มและท่าทางที่สง่าผ่าเผย โดยมีนักข่าวรุมล้อม แถมยังมีสาวน้อยสาวใหญ่เข้ามาขอถ่ายรูปด้วยไม่ขาด

“น่าดีใจนะครับ แค่เปิดตัววันแรกนักธุรกิจก็แห่กันมาให้การสนับสนุนพรรคมากขนาดนี้แล้ว แถมคุณศิวัชยังเป็นขวัญใจแม่ยกซะด้วยนะคุณ อ๊ะๆ หึงล่ะสิหายใจลึกๆไว้นะคุณ คิดว่าเผื่อแผ่เพื่อนร่วมโลก...โอม” ระบิลแซว

“จะบ้าเหรอ ฉันจะไปหึงนักข่าวเขาทำไม” เนติมายิ้มกับระบิลอย่างอารมณ์ดี

ธำรงซึ่งปลีกตัวจากนักข่าวมาได้ เดินเข้ามาสมทบกับเนติมา แต่คุยกันได้ไม่กี่คำ นายพลทวีกับปฏิพรก็มาถึง ธำรงชวนเนติมากับระบิลออกไปต้อนรับ พลางแนะนำว่าท่านจะมาเป็นที่ปรึกษาของพรรค หนุ่มสาวยกมือไหว้นายพล แต่ไม่ทันได้ทักทายปฏิพร สาวเจ้าก็หอบช่อดอกไม้เดินลิ่วๆ ไปแสดงความยินดีกับศิวัชอย่างไม่แคร์สายตาเนติมาเสียแล้ว

ระบิลหันมามองหน้าเจ้านายเตรียมจะเอ่ย แต่มีเสียงฮือฮาดังมาจากหน้างาน เพราะมีมือดีนำพวงหรีดเขียนข้อความว่า “ยินดีต้อนรับ...สู่นรก” มาวางไว้

ระบิลออกหาตัวคนร้าย เนติมาตามมาด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อถึงหน้าโรงแรม ทั้งสองก็ถูกลูกน้องของอิทธิหาญซุ่มยิง ระบิลไหวตัวทันรีบดึงเนติมาหาที่กำบัง ก่อนชักปืนออกมาจะตอบโต้แต่พวกมันแยกย้ายกันหนีไปแล้ว บอดี้การ์ดหนุ่มหน้าเครียดหันมามองเจ้านาย

ooooooo

เช้าวันใหม่ ข่าววางพวงหรีด รัวปืนใส่งานฉลองเปิดพรรคสยามพัฒนาของธำรงดังไปทั่วเมือง พงษ์เลิศรู้ว่าเป็นฝีมืออิทธิหาญแน่จึงเรียกลูกชายมาต่อว่า แต่เขายังลำพองคิดว่าใครกล้าทำอะไรตน ชลกรทนไม่ไหวเอ่ยเตือนให้อิทธิหาญระวังตัวเพราะสถานการณ์ไม่เหมือนก่อนแล้ว

“คุณมีสิทธิ์สั่งสอนผมด้วยเหรอคุณชลกร ทำหน้าที่บนเตียงของคุณไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ผมว่าก็พอแล้วนะ ผมขอตัวนะพ่อ” อิทธิหาญมองชลกรอย่างดูถูกก่อนเดินขึ้นชั้นบนไปอย่างไม่แยแส

พงษ์เลิศกับชลกรมองตามอิทธิหาญไปด้วยความไม่สบายใจ

ผิดกับพวกธำรงที่ยิ้มระรื่น เพราะเหตุการณ์ร้ายช่วยโปรโมตพรรคได้เป็นอย่างดี แถมยังได้คะแนนสงสารจากประชาชนอย่างล้นหลาม เพื่อความไม่ประมาทธำรงเสนอแผนรักษาความปลอดภัยให้เข้มกว่าเก่า นาย พลทวีเห็นด้วย อาสาจะหามือดีมาช่วยเสริมอีกแรง

ปฏิพรได้ทีหันไปออเซาะถามศิวัชว่าตกใจมากไหม ก่อนเข้าแผนชวนชายหนุ่มไปดูหนังปลอบขวัญด้วยกัน

สักรอบ ศิวัชอึกอักทำตัวไม่ถูกเพราะเกรงใจเนติมา ขณะที่เนติมาก็ตกใจกับภาพตรงหน้าไม่แพ้กัน

ปฏิพรมองอย่างรู้ทันจึงแกล้งเปรย “ขออนุญาตควงพี่ชายที่แสนดีของตี้วันนึงนะคะคุณเนติ์”

“ไม่เป็นไรค่ะ บังเอิญฉันก็มีธุระพอดี” เนติมาพูดยิ้มๆ แต่ในใจก็นึกหวั่น เธอยกมือไหว้ลาธำรงกับนายพลทวี พลางอ้างว่าต้องกลับไปจัดการเรื่องที่บ้านกันต์ให้เรียบร้อย แล้วดึงระบิลที่เพิ่งมาถึงให้ออกไปด้วยกัน

ระบิลหันกลับมาเห็นปฏิพรนั่งกระแซะอยู่กับศิวัชก็พอเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น  เขาขับรถพาเจ้านายออกมาจากบ้าน พลางเอ่ยถามว่าจะไปไหนดี

เนติมาขอให้ระบิลพาไปไหว้อัฐิของพ่อกับแม่ที่วัดแห่งหนึ่ง แต่กว่าจะไปถึงก็หลงอยู่หลายเที่ยว เพราะเนติมาไม่เคยมาที่วัดนี้เลย

“ตั้งแต่พ่อกับแม่เสีย คุณอาธำรงก็พาฉันหนีไปอยู่ต่างประเทศ จะทำบุญแต่ละครั้ง ก็ต้องสั่งให้คนของคุณอาธำรงที่อยู่เมืองไทยทำให้ แล้วเขาก็ถ่ายรูปไปให้ฉันดู” เนติมาเสียงเครือ

“คุณธำรงนี่มีพระคุณกับคุณมากเลยนะ”

“ถ้าไม่มีท่านป่านนี้คุณพ่อกับคุณแม่ฉันคงเป็นศพไร้ญาติ ส่วนฉันก็คงไม่ต่างอะไรจากคุณพ่อคุณแม่” เนติมามองไปยังที่บรรจุอัฐิมากมายในบริเวณนั้น

ทั้งสองช่วยกันมองหาป้ายชื่อวิเชียรและพรรณศรี พลันชะงักเมื่อเห็นป้ายชื่อหินอ่อนสลักชื่อ “วิเชียร-พรรณศรี อิสราวัชร” ติดอยู่

เนติมาค่อยๆ ขยับมานั่งคุกเข่าตรงหน้าอัฐิพ่อ แม่ พลางเอื้อมมือไปสัมผัสป้ายชื่อด้วยความคิดถึง ก่อนน้ำตาจะเอ่อ “คุณพ่อคุณแม่ขา เนติ์กลับมาแล้วนะคะ เนติ์จะทวงความยุติธรรมคืนมาให้ครอบครัวของเรา”

“คุณโอเคนะ” ระบิลมองเนติมาอย่างเข้าใจความรู้สึก พลางกวาดตามองไปรอบๆ เขาเริ่มเอะใจเมื่อเห็นที่เก็บอัฐิของพ่อ แม่นายสาว สะอาดสะอ้านผิดจากของคนอื่นๆ

“ปกติที่นี่มีคนมาทำความสะอาดบ่อยไหมครับ”

“ไม่นะ ไม่มีใครรู้จักที่นี่ นอกจากพวกเราแล้วก็คนที่คุณอาธำรงให้มาดูแล แต่ครั้งสุดท้ายที่มาทำก็เกินครึ่งปีแล้วนะ”

“แต่ผมว่าเพิ่งมีคนมาที่นี่นะครับ ดูสิไม่มีฝุ่นเกาะเลย ก้านธูปในกระถางก็ยังใหม่ๆ อยู่เลยคุณ” ระบิลชี้ให้เนติมาดู พลางกระชับปืนพกอย่างเตรียมพร้อม “ผมสังหรณ์ใจ ว่ามีคนอื่นรู้ที่เก็บอัฐิคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะ” ชายหนุ่มมองไปรอบๆ บริเวณอย่างระแวดระวังแล้วชวนเนติมากลับเพื่อความปลอดภัย

ooooooo

สองเจ้านายลูกน้องกลับมาตั้งหลักที่บ้านกันต์ ระบิลเข้าครัวทำอาหารตามเมนูในหนังสือของเนติมา แถมคุยโวจะทยอยทำให้เธอกินจนครบ

เนติมารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่ระบิลยังจำเมนูอาหารไทยในหนังสือนั้นได้ ขณะนั้นเจือจันทร์เข้ามาในครัวจะนำอาหารไปให้ขวัญชนก แต่เนติมากับระบิลขอยกไปเอง หวังเรียกความเชื่อมั่นให้ขวัญชนก

ขวัญชนกยอมให้ระบิลเข้าไปในห้องกับเนติมา แต่ยังไม่ยอมพูดและสบตาด้วย เนติมามองเพื่อนรักอย่างเป็นกังวล แต่ระบิลกลับพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้เนติมาใจเย็นๆ

ในตอนค่ำ เนติมาเดินคุยอยู่กับระบิลที่หน้าบ้านเรื่องขวัญชนก เพราะอยากรู้ว่าอีกนานแค่ไหนเพื่อนรักจะกลับมาเป็นปกติ

“นานเท่าไหร่ไม่รู้ รู้แต่คุณขวัญเธอต้องหาย เธอไม่ได้บ้านะคุณ เธอแค่กลัวแล้วก็ขาดความมั่นใจที่จะออกมาก็เท่านั้น เรามีหน้าที่เติมความมั่นใจให้เธอ”

“นี่ ตกลงนายเป็นอะไรกันแน่ บอดี้การ์ด พ่อครัวหรือจิตแพทย์” เนติมาจ้องระบิลนิ่ง

“ก็เป็นทุกอย่างที่คุณอยากให้เป็นนั่นแหละ” ระบิลพูดอย่างไม่คิดอะไรมาก ก่อนมองออกไปยัง

สวนหย่อมด้านนอก เห็นว่ามันมืดสนิท จึงเอื้อมมือไปเปิดสวิตช์ไฟแต่ไฟไม่ติด เขาส่ายหน้าหันมาบอกเนติมา “แต่ตอนนี้ผมขอแปลงกายเป็นมนุษย์ไฟฟ้าก่อนนะคุณ”

ระบิลกลับเข้าไปหยิบอุปกรณ์มาเปลี่ยนหลอดไฟหน้าบ้าน พลันเหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มๆ กำลังเดินเข้ามา จึงรีบพาเนติมาหาที่กำบังแล้วพุ่งหมัดตรงเข้าปลายคางผู้มาเยือนยามรัตติกาล

“โอ๊ย...เจ็บ” ศิวัชร้องลั่น

ระบิลหน้าเจื่อนรีบพาแฟนเจ้านายเข้าไปทำแผลในบ้าน พลางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กันต์ฟัง

“บ้านนี้ยินดีต้อนรับ แต่เรื่องเมื่อกี้ถือว่าเป็นการทดสอบบอดี้การ์ดมือดีของเนติ์เขาก็แล้วกันนะ” กันต์หัวเราะ

“โธ่...อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ ผมยิ่งเสียวโดน

ไล่ออกอยู่ ขอโทษอีกครั้งนะครับ มันมืดผมไม่รู้จริงๆว่าเป็นคุณ” ระบิลพูดอย่างรู้สึกผิด

ศิวัชยิ้มพลางเอื้อมไปตบบ่าระบิลเบาๆ “ไม่ต้องคิดมากครับคุณระบิล ถือว่าเป็นการทดสอบการทำงานของคุณอย่างที่คุณอาว่านั่นแหละครับ เห็นอย่างนี้ซะอีกทำให้ผมเบาใจว่าเนติ์จะได้รับความปลอดภัยแน่ๆ อีกอย่างผมเห็นประตูมันแง้มไว้ก็เลย...ขอโทษจริงๆ ครับคุณอา ผมไม่น่าถือวิสาสะ”

“สงสัยภรรยาผมเขาคงลืมน่ะครับ บ้านเราไม่ได้ล็อกประตูมานาน”

“แล้วนี่พี่ศิวัชหาบ้านเจอได้ยังไงคะ” เนติมาถามด้วยความสงสัยและเป็นห่วง

ศิวัชได้ช่องชวนสาวเจ้าออกไปปรับความเข้าใจเรื่องปฏิพรข้างนอก แล้วดึงเธอเข้ามากอดด้วยความรัก และบังเอิญว่าระบิลออกไปเปลี่ยนหลอดไฟเห็นเข้า

จึงแอบถ่ายภาพทั้งคู่ไว้

ครั้นศิวัชลากลับไปแล้ว ระบิลก็ส่งภาพให้เนติมา สาวเจ้าอารมณ์ขุ่นโทร.มาต่อว่า “นายนี่โรคจิตจริงๆเลยนะ แอบถ่ายรูปฉันกับพี่ศิวัช แล้วยังมีหน้าส่งมาให้ฉันดูอีก”

“โห มาถึงก็จัดชุดใหญ่เลยนะเจ้านาย นี่...รูปนั่นน่ะน่าเกลียดตรงไหน น่ารักดีจะตาย ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบถ่าย แต่ไฟมันติดพอดี ก็โป๊ะเชะ แล้วคุณรู้ไหมว่าทำไมผมส่งให้คุณ”

เนติมาชะงัก ก่อนจะพลิกดูรูปถ่ายที่ระบิลส่งมาอีกครั้งด้วยความสงสัย เสียงระบิลอธิบายต่อ “ผมอยากให้คุณเก็บเอาไว้ วันหนึ่งข้างหน้าถ้าคุณหรือแฟนของคุณรู้สึกห่างกัน หรือไม่ไว้ใจซึ่งกันและกัน ก็ให้กลับมาดูรูปนี้ คุณเคยได้ยินใช่ไหมว่า ภาพเพียงหนึ่งภาพมันบอกความหมายได้มากกว่าคำพูดเป็นพันๆคำอีก ภาพนั้นมันบอกผมว่าคุณสองคนรักกัน”

เนติมามองรูปพลางครุ่นคิดตามคำของระบิล ก่อนจะยิ้มออกมาได้ เธอขอบคุณชายหนุ่ม

“จำไว้นะคุณ รัก เป็นคำสั้นๆ ที่มีพลังที่สุดในโลก เพราะต่อให้คุณห่างจากคนรักไกลคนละขอบฟ้า ไกลกันคนละภพชาติ แต่ถ้าคุณยังรักกัน ก็ไม่มีพลังอะไรในโลก มาแยกคุณได้หรอกนะ...ฝันดีนะเจ้านาย” ระบิลกดวางสาย

“เนติ์รักพี่ศิวัชนะคะ” เนติมาดูรูปที่ระบิลส่งมาให้อีกครั้งอย่างมีความสุขก่อนจะปิดไฟหัวเตียง

ขณะนั้น ระบิลกำลังดูภาพของเอมมิกาอย่างมีความสุขเช่นกัน “ต่อให้ห่างกันคนละภพชาติ พี่ก็ยังรักหนูนะคะ” บอดี้การ์ดหนุ่มยังจมอยู่กับความรักในอดีต เขาค่อยๆเอารูปคนรักเก่าประทับบนหน้าอกอย่างอบอุ่น

ooooooo

กลางดึกคืนนั้น ตำรวจนอกเครื่องแบบสองนายปลอมตัวเข้าสอดแนมในบ่อนของอิทธิหาญ คนของอิทธิหาญจับได้ พวกมันพาทั้งสองไปพบกับลูกพี่ใหญ่

มาเฟียน้อยแสยะยิ้ม สั่งให้สมุนรุมซ้อมทั้งคู่ ก่อนพาไปทิ้งป่าเปลี่ยวข้างทาง หลังร่างของตำรวจถูกโยนลงมากองกับพื้น วายร้ายเดินลงจากรถหมายจัดการ แต่ปานร้องห้าม เพราะจำได้ว่าพวกเขาเป็นคนของผู้กำกับสนชัย

“แล้วผู้กำกับสนชัยตายไม่เป็นเหรอไง คิดปิดบ่อนกู กูจะปลดดาวให้เรียบทั้งบ่าเลยคอยดู” อิทธิหาญพูดพร้อมลั่นกระสุนใส่ตำรวจทั้งสองนายตายคาที่

ปานถอนใจด้วยความไม่สบายใจ วินาทีนั้นเอง แสงไฟหน้ารถก็สาดเข้ามา พงษ์เลิศก้าวลงมาจากรถ เขาตรงเข้าต่อว่าลูกชาย

“โธ่...พ่อ ทำเป็นเรื่องใหญ่โตไปได้ ทำอย่างกับพ่อไม่เคยทำ” อิทธิหาญลอยหน้าลอยตาพูด

พงษ์เลิศชะงัก นึกถึงอดีตที่เคยฆ่าตำรวจต่อหน้าลูกชายวัยสิบขวบ เขาอึดอัดใจแต่ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรจึงต้องเปลี่ยนประเด็น” นี่ใกล้เลือกตั้งแกควรทำตัวเป็นเด็กดีมากกว่านี้ ที่ตำรวจกล้าเข้าไปในบ่อนแก มันบอกแล้วใช่ไหมว่าทิศทางการเมืองจะเป็นยังไง”

“แค่พวกมันเพิ่งตั้งพรรค พ่อก็กลัวแล้วเหรอ

เอาน่าพ่อ ผมรู้ว่าพ่อเคลียร์ให้ผมได้ ก็พ่อเคลียร์ให้ผมทุกครั้งไม่ใช่เหรอ เฮ้ย กลับ” อิทธิหาญเดินนำลูกน้องขึ้นรถ ขณะที่ปานถอนใจนิดหนึ่งแล้วตามไป

พงษ์เลิศมองตามลูกชายก่อนหันมามองร่างตำรวจนอกเครื่องแบบด้วยความไม่สบายใจ

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #1 on: 18 October 2026, 17:14:46 »


https://www.thairath.co.th/novel/swan/ep3/page1

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 3

เช้าวันใหม่ ระหว่างดลออกมาส่งหนังสือพิมพ์ เขาช่วยจูงเด็กหญิงตัวน้อยข้ามถนน เจ้าของร้านเห็นเข้าก็ชอบใจ ตอบแทนด้วยค่าจ้างอย่างงาม แถมด้วยโจ๊กอีกสองถุง

ดลไหว้ขอบคุณเจ้าของร้าน แล้วรีบกลับคอนโดฯ จัดแจงเทโจ๊กใส่ชามพลางร้องเรียกอ้อมาทาน เกรงน้องจะไม่ทันโรงเรียน

อ้อในชุดนักเรียนมัธยมปลายเปิดประตูออกมา “เสร็จแล้วจ้ะพี่ดล โอ้โห...โจ๊กน่ากินจัง”

“เจ้าของร้านหนังสือเขาให้มาน่ะ เอ้า...กินซะเดี๋ยวจะได้รีบไปเรียน” ดลเลื่อนชามโจ๊กให้

อ้อนั่งทานอย่างอารมณ์ดี พลางเงยหน้าขึ้นมา “พี่ดลนี่เนื้อหอมเนอะ ได้ของฝากจากคนที่จ้างพี่ดลทำงานบ่อยๆ นี่ถ้าไปเป็นพระเอกลิเกนะ สงสัยแม่ยกตรึม”

“พี่ก็ไม่อยากรับหรอก เกรงใจเขาจะตาย”

“พี่ดลเป็นคนดีใครๆ ก็รักจ้ะ” อ้อยิ้มอารมณ์ดี ก่อนหันไปหยิบหนังสือพิมพ์มาเปิดอ่าน เมื่อเห็นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งก็ชะงัก ส่งให้ดลดู

“ธำรง กิตติธร คัมแบ็ก ตั้งพรรคหนุนลูกชายชิงเก้าอี้นายกฯ” ดลถึงกับตกตะลึง

ooooooo

เช้าเดียวกัน เนติมาออกตามหาระบิล เธอพบเพียงเศษใบไม้ที่เคยกองระเกะระกะ ถูกกวาดมารวมกันไว้เป็นกองๆ หญิงสาวหงุดหงิด บ่นพึมพำว่าระบิลไปไหนทำไมไม่บอก

“ก็จะบอกทำไมล่ะครับ ในเมื่อไม่ได้ไปไหน” เสียงระบิลตอบรับ

เนติมามองหาต้นเสียง เธอค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นไปข้างบน เห็นระบิลยิ้มอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ในมือถือเลื่อย ตัดแต่งกิ่งไม้ “นายขึ้นไปทำอะไรบนนั้นน่ะ”

“ขึ้นมาหาของกินมั้งคุณ” ระบิลประชดขำๆ แต่เมื่อเห็นนายสาวนิ่วหน้า ก็รีบออกตัว “ฮ่าๆ ล้อเล่นน่ะคุณผมก็ขึ้นมาแต่งกิ่งไม้น่ะสิ”

“ทำเก่งไป ระวังตกมาคอหักตาย”

“เสียใจผมเกิดปีลิง โตมากับต้นไม้ตั้งแต่เด็กแล้ว เห็นไหมคุณ โปร่งขึ้นตั้งเยอะไม่รกเหมือนวันก่อนแล้ว” ระบิลชวนคุย พลางชำเลืองไปที่หน้าต่างชั้นสองนิดหนึ่ง ก่อนปีนลงมายืนข้างๆ เนติมาแล้วกระซิบบอกว่าขวัญชนกแอบดูอยู่

เนติมาชักสีหน้ามองห้องเพื่อนรัก เห็นขวัญชนกแง้มผ้าม่านแอบมองลงมาจากห้องนอนจริง ครั้นเธอเห็นทั้งสองมอง ก็รีบหลบทันที

เนติมาตื่นเต้นดีใจจะขึ้นไปชวนเพื่อนลงมาเดินเล่น แต่ระบิลห้ามไว้อ้างว่า ขวัญชนกยังไม่พร้อมที่จะออกมาเผชิญความจริง เขาขอให้เจ้านายใจเย็นอีกนิด เพราะทุกอย่างเริ่มดีขึ้นแล้ว เนติมาพยักหน้ารับยอมเชื่อตามนั้น

บอดี้การ์ดหนุ่มได้ช่องชวนเนติมาไปช่วยกวาดใบไม้ในสวน พลางอ้อนว่าอย่าไปฟ้องศิวัชเพราะกลัวโดนไล่ออกโทษฐานใช้แฟนเจ้านาย

“ฟ้องน่ะไม่ฟ้องหรอก แต่ฉันสงสัย ว่าทำไมเราไม่จ้างคนมาทำ จ้างแค่นี้เสียไม่เท่าไหร่หรอก ยังไงฉันก็เป็นคนจ่ายอยู่แล้ว”

“ผมอยากให้มีกิจกรรม ชีวิตคนที่นี่อยู่นิ่งๆ ซึมเศร้ากันมาหลายปีแล้วนะคุณ ผมอยากให้มีกิจกรรมเคลื่อนไหวในบ้านนี้บ้าง บ้านจะได้มีชีวิตชีวา จ้างคนมาทำเราก็ได้แต่นั่งจ๋องดูเหมือนเดิม จะมีประโยชน์อะไร”

“พูดมากจังเลยนะนายเนี่ย ถามนิดเดียวตอบซะยาวเหยียดเลย”

“ก็อธิบาย จะได้เข้าใจ เนี่ยเห็นไหมเรามากวาดแป๊บเดียวคุณขวัญก็ออกมาแอบมองเราอีกแล้ว” ระบิลชำเลืองมองขึ้นไปบนห้องนอนขวัญชนก เนติมาจะมองตาม แต่ชายหนุ่มห้ามไว้ “ไม่เป็นไรคุณ เดี๋ยวคุณขวัญจะอายปล่อยให้เธอมองตามสบายเถอะ”

เนติมาส่งยิ้มอย่างเข้าใจ พลางช่วยระบิลกวาดเศษใบไม้ต่อ

ooooooo

หลังส่งอ้อไปโรงเรียนแล้ว ดลแอบมาด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าบ้านอิสราวัชร แล้วพลันสะดุ้ง เมื่อคำเที่ยง โทร.เข้ามาถามข่าวธำรงเปิดพรรคการเมือง และเตือนว่าอย่าวู่วาม อันตรายมากมายรออยู่

ดลรับปากเสียงอ่อยจนคำเที่ยงสงสัยซักว่า ตอนนี้อยู่ไหน? ดลอึกอักไม่กล้าพูดความจริง แต่คำเที่ยงรู้ทัน

“อย่าบอกนะ ว่าลูกอยู่หน้าบ้าน...พ่อบอกแล้วไงดล ว่าไม่มีใครอยู่ที่นั่นแล้ว จะมีก็แต่...”

“พ่อเดี๋ยวนะครับ” ดลเหลือบเห็นรถของลูกน้องอิทธิหาญเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าประตูบ้านอิสราวัชร เขารีบขยับเดินห่างออกมาบริเวณหน้าบ้านกันต์

คำเที่ยงร้อนใจให้ดลรีบออกมา “ที่นั่นไม่มีใครที่ลูกอยากเจออยู่หรอก เชื่อพ่อ เวลายังมีอีกเยอะ เรายัง ไม่สมควรเสี่ยง”

“ครับพ่อ...ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะกลับไปเดี๋ยวนี้ สวัสดีครับ” ดลตัดโทรศัพท์ และจังหวะนั้นเองเขาได้ยินเสียงเนติมาคุยกับระบิลดังลอดออกมาจากบ้านกันต์ เพราะเธอทำงานจนมือพอง แต่ไม่ยอมพัก

หนุ่มน้อยมองลอดช่องว่างของรั้วเข้าไป เห็นระบิล พาเนติมากลับเข้าไปในบ้าน เขาพยายามเพ่งมองว่าผู้หญิงคนนั้นใช่พี่สาวหรือไม่ แต่น่าเสียดายที่เธอหันหลังให้ ดลจำต้องตัดใจเดินจากไป

ด้านระบิล เขาพาเนติมาเข้ามานั่งใส่ยาในบ้าน สาวเจ้าร้องลั่นเพราะแสบ จึงเผลอซัดชายหนุ่มไปสองสามที ระบิลคว้ามือเธอไว้พลางสบตานิ่ง ก่อนจะรู้สึกตัวรีบปล่อยมือ แล้วหันไปเก็บยาเข้าที่พลางเอ่ยว่า จะขอเบิกเงินไปซื้อกล้องวงจรปิดมาติดตั้งรอบๆบ้านกันต์
เพื่อความปลอดภัย

ทั้งสองออกไปเลือกซื้อกล้องวงจรปิดด้วยกัน แล้วเนติมาก็อึ้งเมื่อได้ยินระบิลคุยว่าจะติดตั้งกล้องด้วยตัวเอง เธอประชดว่า ในโลกนี้มีอะไรที่ระบิลทำไม่เป็นบ้าง

“โธ่...คุณ อย่าลืมสิว่าผมเคยเป็นใคร”

“เป็นตำรวจคอมมานโดมือดีของประเทศ ได้ทุนไปเรียนต่อที่ยุโรป เป็นที่ต้องการตัวของคนระดับไฮคลาสให้ไปเป็นการ์ดส่วนตัว เป็น...”

“อ่ะพอๆไม่ต้องชื่นชมตัวผมขนาดนั้น แต่คุณขาดคุณสมบัติผมไปอีกอย่าง นั่นคือความหล่อไง ทั้งในน้ำและบนบก รวมนรกกับอีกสามโลก ก็ไม่มีใครหล่อเกิน ฮะฮ่า” นะบิลวางท่าโอเว่อร์

“ตายจริง คนอะไรหลงตัวเองที่สุด นี่เลิกเก๊กได้แล้ว ฉันอายคนอื่นเขา มาฉันช่วยถือ”

“ไม่ต้อง มือคุณยังไม่หายพองเดี๋ยวจะเจ็บไปกันใหญ่ ไป...รีบเอาของไปเก็บในรถกันเถอะคุณ ผมหิวแล้ว” ระบิลกับเนติมาขยับจะเดิน

ขณะนั้น ศิวัชโทร.มานัดเนติมาออกไปดินเนอร์ เพราะเพิ่งมีเวลาว่าง เจ้าหล่อนดีใจหันมาบอกระบิล

เวลาเดียวกัน ดลนั่งคุกเข่าอยู่หน้าอัฐิพ่อแม่ “วันที่ผมรอมาทั้งชีวิตใกล้เป็นจริงแล้ว คุณพ่อคุณแม่ช่วยให้ผมพบพี่เนติ์เร็วๆด้วยนะครับ”

หนุ่มน้อยมองรูปพ่อกับแม่ด้วยความรู้สึกอดทนรอวันที่จะพบกับพี่สาวอย่างมีความหวัง

ooooooo

ในตอนค่ำ ระบิลกับเนติมาเดินเข้ามาในร้านอาหารหรูริมน้ำ ศิวัชนั่งรออยู่ รีบออกมารับ ระบิลกวาดตามองไปรอบๆ พลางเอ่ย “คุณศิวัชรอบคอบดีมาก นะครับ ที่เอาการ์ดมาด้วย”

“การ์ด...การ์ดอะไรเหรอคะพี่ศิวัช”

“สนามการเมืองไม่น่าไว้ใจ คุณพ่อกลัวพี่ถูกลอบทำร้าย เลยจัดชุดการ์ดมาให้น่ะจ้ะ เออ...คุณระบิลรู้ได้ยังไงครับ ว่าผมมีการ์ดมาด้วย”

“ผีเห็นผีด้วยกันน่ะครับ” ระบิลอมยิ้มพลางระบุว่ามีการ์ดของศิวัชอยู่ตรงจุดไหนบ้าง ศิวัชอึ้งถามระบิลว่าการ์ดของเขามีจุดบกพร่องให้เห็นชัดขนาดนั้นเลยหรือ

“ไม่มีหรอกครับ ทุกอย่างเพอร์เฟกต์ แต่ผมบอกแล้วไงว่าผีเห็นผี”

“ไม่ต้องตกใจค่ะพี่ศิวัช คนๆนี้มีอะไรเหนือความคาดหมายเสมอแหละ” เนติมาพูดพลางส่งค้อนระบิลด้วยความหมั่นไส้

ศิวัชเบาใจชวนทั้งสองไปนั่ง แต่ระบิลขอแยกโต๊ะ เพราะอยากให้คู่รักมีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันบ้าง เนติมาหันมาล้อว่าทานคนเดียวไม่เหงาหรือ

“ความเหงาคือเพื่อนที่สนิทที่สุดของผมแล้วล่ะครับ ตามสบายนะครับ ผมนั่งอยู่ใกล้ๆนี่แหละ” ระบิลยิ้มให้ ก่อนแยกไปนั่งอีกโต๊ะ แล้วหยิบเมนูมาสั่งอาหาร

เนติมามองตามระบิลอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะหันไปยิ้มให้ศิวัช ระบิลชำเลืองมองเจ้านายทั้งสอง แล้วอดนึกถึงอดีตรักของตัวเองไม่ได้

หลังแยกจากคนรักแล้ว เนติมานั่งอมยิ้มมาตลอดทาง จนระบิลอดแซวไม่ได้

“เห็นความดีความชอบของผมรึยังคุณ เพราะถ้าผมยังนั่งเป็นก้างขวางคออยู่โต๊ะเดียวกัน คุณจะได้ยิ้มติดมาบนรถอย่างนี้ไหม”

“เว่อร์น่า ไม่ขนาดนั้นซะหน่อย”

“จริงๆนะคุณ คู่รักต้องการเวลาอยู่ด้วยกันสองคนบ้าง เรื่องบางอย่างในหัวใจ มันก็ไม่เหมาะที่จะมีไส้ติ่งไปนั่งรับรู้รับฟังนะ”

“กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องความรักขึ้นมาอีกแล้ว” เนติมามองระบิลอย่างขำๆที่รู้ไปซะทุกเรื่อง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังเรื่องศิวัชจะให้เป็นเลขาส่วนตัว นั่นเท่ากับว่าระบิลต้องมีงานมากขึ้น เพราะชื่อกับนามสกุลของเธอจะเป็นแม่เหล็กดูดงานมาให้

“ก็ผมมาทำงานนี่ครับ แล้วงานผมก็สั้นๆง่ายๆไม่เห็นมีอะไร แค่คุณปลอดภัยไงครับ เห็นไหมง่ายๆแค่นี้เอง” ระบิลตอบอย่างสบายๆไม่มีทีท่ากังวลใจอะไร ก่อนเลี้ยวรถเข้าไปจอดในบ้านกันต์

ooooooo

เนติมาก้าวลงจากรถ ระบิลมองเข้าไปในบ้านเห็นความผิดปกติเพราะปิดไฟมืด เขาหยิบปืนพกขึ้นมาเตรียมพร้อมพลางกระซิบบอกเจ้านายให้อยู่ใกล้ๆไว้เพื่อความปลอดภัย แล้วเดินนำเข้าไปด้านใน

“ทำไมมืดอย่างนี้” ระบิลหันไปเปิดสวิตช์ไฟ

ไฟในห้องสว่างขึ้น ทั้งสองคนต้องตกใจเมื่อเห็นข้าวของในบ้านกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น ระบิลรีบกระชากลูกเลื่อนปืนพร้อมใช้

“ไม่...ไม่” เสียงเจือจันทร์ดังออกมาจากห้องหนังสือ ระบิลดึงเนติมาเข้าไปดู พบกันต์นั่งกุมมือภรรยาที่ร้องไห้อยู่อย่างปลอบโยน

เนติมาถามทั้งสองว่าเกิดอะไรขึ้น เจือจันทร์เงยหน้าขึ้นมาต่อว่าชุดใหญ่ เธอโทษว่าเนติมาคือต้นเหตุของความเดือดร้อน กันต์ปรามภรรยาแล้วช่วยอธิบายแทนว่า ปกติลูกน้องของอิทธิหาญจะมาที่บ้านของเขาอยู่เรื่อยๆ บางครั้งก็เข้ามาขู่ บางครั้งก็เข้ามาสั่งให้ทำอาหารไปส่ง แต่วันนี้พวกมันมาเห็นบ้านสะอาดผิดสังเกตก็เลยพังซะเละ ทั้งๆที่เขาบอกแล้วว่ามีญาติมาขอพักด้วย

“พวกมันต้องเข้ามาอีกแน่ แล้วคราวนี้จะทำกันยังไง ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าเธอจะนำความเดือดร้อนมาให้เรา ออกไป ฉันไม่อยากฟัง ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอสองคน ออกไป” เจือจันทร์ตวาด

กันต์กระชับมือภรรยาไว้แน่นเป็นการปลอบโยน ก่อนจะหันไปขอร้องระบิลให้พาเนติมาออกไปก่อน เขารับปากจะคุยกับเจือจันทร์ให้เอง ระบิลรับคำหันไปพยักหน้าให้เนติมา หญิงสาวเดินคอตกตามระบิลออกไป

ooooooo

ระบิลปลอบใจนายสาวไม่ให้คิดมาก พลางขอให้ขึ้นไปอาบนํ้าก่อน เนติมารับฟังจะเดินขึ้นชั้นบน พลันชะงักเมื่อเห็นขวัญชนกนั่งกอดเข่าซบหน้าร้องไห้อยู่บนบันได

ส่วนขวัญชนก เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นระบิลกับเนติมา ก็รีบลุกวิ่งเข้าห้องด้วยความกลัว เนติมากับระบิลตามไป และพยายามจะรั้งบานประตูไว้เพื่อจะเข้าไปข้างใน เป็นเหตุให้ระบิลถูกประตูหนีบมืออย่างจัง

“โอ๊ย” บอดี้การ์ดกุมมือด้วยความเจ็บ

เนติมาตกใจรีบเข้าไปดูอาการ  แต่ไม่ทันขวัญชนกที่ปรี่เข้าไปจับมือระบิลอย่างลืมตัว

“ฉันขอโทษ เจ็บมากไหมคะ”

“เออ...ไม่เท่าไหร่ครับ” ระบิลหันมาสบตากับเนติมาอย่างงงๆ

ขวัญชนกได้ยินเสียงระบิลก็นึกได้รีบปล่อยมือเขา แล้วจะกลับเข้าห้อง แต่เนติมาดึงตัวไว้

“ขวัญ...เธอยังกลัวฉันกับคุณระบิลอยู่อีกเหรอ”

“ฉัน...ฉันไม่ได้กลัวเธอ แต่...แต่ฉันกลัว...” ขวัญ–ชนกพูดได้เท่านั้นก็ร้องไห้โฮ

ระบิลกับเนติมามองหญิงสาวอย่างเข้าใจและเห็นใจ เนติมาดึงเพื่อนรักมากอดแล้วพาเข้าห้องไป

หลังจากขวัญชนกหลับ เนติมาเดินลงมาช่วย

ระบิลทำความสะอาดบ้านพลางชวนคุยเรื่องเพื่อนรัก

ระบิลพยักหน้าช้าๆ เอ่ยว่า ชีวิตขวัญชนกน่าสงสาร เธอควรจะพบแต่ความสดใส ไม่ใช่อับเฉาอย่างที่เป็นอยู่ เนติมาหน้าสลดรู้สึกผิดที่ครอบครัวของเธอมีส่วนทำให้ครอบครัวของขวัญชนกพบเรื่องเลวร้าย

“ผมขอโทษ” ระบิลมองนายสาวอย่างเข้าใจความรู้สึก

“ที่นายพูดมันเป็นเรื่องจริงนี่นา ใครจะเชื่อ ครอบ– ครัวอดีตอัยการมือดีจะต้องมีสภาพอย่างนี้ ครอบครัวฉันเป็นต้นเหตุ ฉันถึงต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น เออ...

มือนายเป็นไงบ้าง” เนติมานึกขึ้นได้

“อ๋อ...สบายมาก โอ๊ย” ระบิลร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อขยับมือข้างที่โดนประตูหนีบ

เนติมาคว้ามือชายหนุ่มมาดู เมื่อเห็นมีรอยชํ้าก็ตกใจกลัวว่ากระดูกจะแตก จึงบังคับให้ไปหาหมอด้วยกัน หมอตรวจแล้วพบว่าแค่ฟกชํ้า ไม่มีอะไรบุบสลาย

“ไงล่ะก็แค่ชํ้า เสียเวลาขับรถมาเปล่าๆ” ระบิลถอนใจเซ็ง

“อย่างน้อยก็ได้เอกซเรย์ จะได้สบายใจ”

“ผมเพิ่งทายาที่มือคุณให้หยกๆ เผลอแวบเดียวคุณต้องพาผมมารักษามือ ขอบคุณมากนะครับ”

“เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นทำแกงจืดลูกรอกให้ฉันทานหน่อยได้ไหม ฉันไม่ได้ทานมานานมากแล้ว”

“แหม...เล่นแกงโบราณเลยนะคุณ”

“ก็ฉันชอบ เมื่อก่อนคุณแม่ทำให้ฉันทานบ่อยๆ” เนติมาพูดแล้วสลดลง

ระบิลหันมาเห็นรีบเปลี่ยนบรรยากาศชวนเจ้านายแวะกินก๋วยเตี๋ยวข้างทาง เพราะอาหารฝรั่งเมื่อตอนค่ำย่อยหมดแล้ว

ระหว่างนั่งทานก๋วยเตี๋ยว ชายหนุ่มคุยเรื่องบ้านสวนที่เพชรบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาให้ฟัง นาทีนั้น เนติมาได้ยินหนุ่มสาวโต๊ะข้างหลังคุยกันเรื่องตามหาพี่สาว เธอรู้สึกคุ้นน้ำเสียงของเด็กหนุ่มจึงหันไปมอง แต่น่าเสียดาย ดลกับอ้อเดินไปขึ้นสามล้อออกไปเสียแล้ว

ระหว่างทางกลับบ้าน เนติมายังคงข้องใจเรื่องเด็กหนุ่มที่ร้านก๋วยเตี๋ยว เธอเอ่ยถามระบิลที่กำลังขับรถว่า เชื่อเรื่องสายใยพี่น้องไหม

“เชื่อ แล้วก็เชื่อด้วยว่า สายใยที่คุณว่า จะชักพาให้คุณกับน้องชายมาพบกัน โดยที่คุณไม่ต้องมานั่งทำหน้านิ่วคิ้วผูกโบให้หน้าเป็นรอยพับยับถาวรอยู่เนี่ย เชื่อผมสิ  ถ้าคิดแล้วมันหาคำตอบไม่ได้ก็อย่าเพิ่งคิด ผมมั่นใจอะไรอย่างหนึ่งรู้ไหม อย่างน้อยความรู้สึกที่คุณมีต่อน้องชายในตอนนี้ เขาเองก็รู้สึกไม่แพ้คุณหรอกนะ แล้วไอ้ความรู้สึกนี้จะช่วยพาคุณสองคนมาพบกัน แต่อย่าถามว่าเมื่อไหร่ เพราะผมไม่ใช่หมอดู แต่ถ้าอยากรู้ ผมจะไปเรียนหมอดูมาดูให้คุณเอง สนมะๆ” ระบิลลอยหน้าลอยตา

“ไม่ต้องเลย ขืนนายมาดูดวงให้ฉัน ชีวิตฉันคงปั่นป่วนมากกว่านี้แน่ๆ ขับรถไปเลย ฉันง่วงนอนแล้ว” เนติมาทำเข้มใส่ แต่ในใจนึกขอบคุณเพราะคำพูดของชายหนุ่มทำให้เธอมีกำลังใจ

ooooooo

บ่ายวันต่อมา เนติมาเข้าช่วยงานศิวัชกับธำรงที่พรรค ทุกคนต่างพอใจ เมื่อผลโพลจากสถาบันต่างๆ ระบุว่าคะแนนนิยมของพรรคสยามพัฒนาสูงลิ่ว

“เรื่องนี้กลุ่มของนายพงษ์เลิศจะโทษใครไม่ได้เลย นอกจากต้องโทษตัวเอง ตอนบริหารบ้านเมืองก็คิดแต่จะทำเพื่อพวกพ้อง เขาคงคิดว่าประชาชนโง่ ไม่รู้ว่าอะไรคืออด อะไรคืออิ่ม” เนติมาพูดท่าทางจริงจัง ขณะที่ธำรงครุ่นคิดอะไรอยู่นิดหนึ่ง ก่อนพูดอย่างสุขุม

“คะแนนนิยมเราสูงขนาดนี้ ไม่รู้ว่าพวกมันจะเล่นสกปรกอะไรบ้าง”

จังหวะนั้นเอง ระบิลยืนคุยโทรศัพท์อยู่มุมหนึ่ง เขากดวางสายแล้วหันมารายงานทุกคน “เป็นไปตามคาดครับ เพื่อนผมที่ประจำอยู่ชายแดนบอกว่า สายสืบแจ้งว่าจะมีอาวุธสงครามลอตใหญ่ ส่งข้ามชายแดนเข้ามาในประเทศ ทุกคนต้องระวังตัวให้มากขึ้นนะครับ”

“ไอ้พวกนี้เลวจริงๆ กลัวสูญเสียอำนาจ จนไม่รู้อะไรนรกอะไรสวรรค์แล้ว” ธำรงพูดด้วยความหงุดหงิด ขณะที่ศิวัชเอื้อมมือไปกุมมือเนติมาด้วยความเป็นห่วงพลางเอ่ยถาม “กลัวไหมจ๊ะเนติ์”

“ไม่มีอะไรที่เนติ์ต้องกลัวค่ะพี่ศิวัช พวกเรากลับมาที่นี่ เพื่อเอาคนชั่วลงจากอำนาจไม่ใช่เหรอะ” เนติมากระชับมือคนรัก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เจ้าหน้าที่เข้ามารายงานธำรงว่า พงษ์เลิศมาขอพบ ทุกคนอึ้งเมื่อได้ยินชื่อนี้ เพราะคิดไม่ถึงว่าเขาจะกล้าบุกมาถึงถิ่น

“กล้ามา เราก็กล้าต้อนรับ ไป ออกไปเล่นละครการเมืองกัน” ธำรงเดินออกไป

ศิวัชห่วงเนติมา เขาขอร้องให้เธออยู่ในห้อง แต่สาวเจ้าไม่ยอม ยืนกรานจะออกไปสบตาคนที่สั่งฆ่าพ่อแม่ด้วยตาตัวเอง เธออยากให้พงษ์เลิศรู้ว่า กรรมเดินทางมาใกล้ตัวแล้ว

ศิวัชมองคนรักอย่างหนักใจ แต่ระบิลกลับขอร้องให้ศิวัชเชื่อมั่นใจตัวคนรัก

ธำรงเดินนำระบิล เนติมา และศิวัชมาพบพงษ์เลิศกับชลกร พร้อมกองทัพนักข่าวที่หน้าห้องโถง เจ้าถิ่นเชื้อเชิญผู้มาเยือนให้เข้าไปคุยกันในห้องรับรอง แต่พงษ์เลิศว่า วันนี้เขาแค่มาแสดงความยินดี ที่จะได้ร่วมมือกันช่วยพัฒนาประเทศ แล้วพยักหน้าให้ชลกรนำกระเช้าดอกไม้ให้ธำรงพลางแนะนำ

“นี่คุณชลกร”

“คุณชลกร ผมได้ยินชื่อเสียงคุณมาบ้าง” ธำรงยิ้มรับ

ชลกรรีบโปรยเสน่ห์ ขณะที่พงษ์เลิศหันไปทักทายศิวัช ก่อนจะมองไปที่ระบิลกับเนติมา เขาจำเธอได้ แต่ทำฟอร์มว่าไม่เคยรู้จัก แสร้งถามธำรงว่า สองคนนี้คือใคร

“นั่นคุณระบิล อดีตหน่วยคอมมานโดมือหนึ่งของประเทศ เพิ่งจบหลักสูตรรักษาความปลอดภัยบุคคลมาจากฝรั่งเศสครับ เขามาดูแลความปลอดภัยให้หลานสาวผม”

ระบิลยกมือไหว้พงษ์เลิศตามมารยาท พงษ์เลิศอมยิ้มเปรยว่า ถ้ารู้มาก่อนจะจ้างระบิลมาทำงานด้วย ระบิล สวนทันควันว่า เขาเลือกเหมือนกันว่าจะทำงานให้ใคร ทำเอาพงษ์เลิศหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง แล้วหันไปทักเนติมา

“งั้นหลานสาวคนนี้ก็...”

“เนติมา อิสราวัชร ลูกสาวคุณวิเชียร คุณพรรณศรี อิสราวัชร คุณพ่อฉันนักธุรกิจมือสะอาดที่ทุ่มเททั้งชีวิต เพื่อกำจัดนักการเมืองฉ้อฉลปล้นแผ่นดิน” เนติมาแนะนำตัวเอง

“อืม...คุณวิเชียรเป็นคนดี เสียดายไม่น่า...”

“สิบปีที่ผ่านมา ฉันมีลมหายใจอยู่ก็เพื่อวันนี้ วันที่ฉันจะกลับมาทวงคืนความชอบธรรมให้กับชีวิตคุณพ่อ

คุณแม่ของฉัน บางคนอาจคิดว่าเวรกรรมเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ฉันว่ามันเป็นเรื่องจริง ที่คนก่อไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ” เนติมาพูดยิ้มๆ แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

ระบิลอมยิ้มมองนายสาวอย่างชื่นชมในความกล้า ผิดกับศิวัชที่นึกห่วงคนรักจับใจ

ooooooo

พงษ์เลิศมั่นใจว่าเนติมาต้องการกลับมาประกาศสงครามกับตนแน่ ทันทีที่มาถึงบ้าน เขาเรียกลูกชายกับปานมาพบและเล่าเรื่องเนติมาให้ฟัง อิทธิหาญทำฮึดฮัดจะออกไปตามหาทายาทอีกคนของอิสรา-วัชรให้พบ เพื่อจัดการให้หมดเสี้ยนหนาม

“ก็ไม่เห็นต้องตามหาให้เหนื่อย อีกหน่อยแรงแค้น ก็จะพามันมาหาเราเองนั่นแหละลูกรัก เราแค่เตรียมเขียงเตรียมมีดไว้เชือดมันก็พอ ฮ่าๆ” พงษ์เลิศหัวเราะอย่าง อารมณ์ดี ขณะที่อิทธิหาญแววตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

คํ่าวันเดียวกัน ศิวัชนัดเนติมาไปดูหนังรอบดึกหวังเพิ่มความหวาน แต่เป็นเพราะกรำงานหนัก จึงทำให้เขาเผลอหลับไป เนติมาถอนใจหันมาเรียกระบิลที่นั่งอยู่แถวหลังให้ชะโงกมาดูศิวัชนั่งหลับอย่างหมดสภาพ

ระบิลหลุดขำ ทำให้เนติมายิ่งโมโห นึกอยากจะลุกไปขยํ้าคอชายหนุ่มนัก

เมื่อหนังจบระบิลขับรถมาส่งศิวัชหน้าคฤหาสน์หรู เนติมาหันมาให้กำลังใจคนรัก

“วันหลังเหนื่อยก็บอกเนติ์นะคะ จะได้กลับไปพักผ่อน แค่เรื่องดูหนังเอาไว้วันหลังก็ได้”

“ก็พี่อยากอยู่ใกล้ๆเนติ์นี่จ๊ะ” ศิวัชพูดอย่างจริงใจ พลางเอื้อมมือไปจับมือเนติมากุมไว้ด้วยความรัก แล้วเปิดประตูให้เธอลงมานั่งคู่กับระบิลด้านหน้าก่อนจะเอ่ยว่า “ฝันดีนะจ๊ะเนติ์”

“พี่ศิวัชก็พักผ่อนเยอะๆนะคะ อย่าลืมฝันถึงเนติ์นะ”

ศิวัชเอื้อมมือไปลูบผมคนรักอย่างอ่อนโยน แล้วหันไปถามบอดี้การ์ด “คุณระบิล คุณรู้ใช่ไหมครับว่าผมจะพูดอะไร”

“ไม่ต้องห่วงครับคุณศิวัช ผมจะดูแลคุณเนติ์อย่างดี ที่สุดครับ” ระบิลพูดยิ้มๆ แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น

ศิวัชยิ้มอย่างขอบคุณก่อนจะเดินเข้าไปในรั้วบ้านที่มีการ์ดเปิดประตูรอไว้แล้ว

เนติมามองตามด้วยความเป็นห่วง แล้วหันมาปรับทุกข์กับระบิล “เมื่อก่อนพี่ศิวัชไปไหนก็ขับรถไปเองได้สบายๆ แต่แค่ลงสนามการเมืองไม่กี่วันไปไหนมาไหนก็ต้องมีบอดี้การ์ด นายไม่เห็นเหรอ”

“คุณเองยังต้องมีผมตามประกบแจเลยไม่เห็นเหรอ”

“แต่นายกับการ์ดของพี่ศิวัชไม่เหมือนกันนี่ เพราะนายตลก ไม่เห็นเข้มเหมือนบอดี้การ์ดของพี่ศิวัชเลย ฮ่าๆ” เนติมาหัวเราะท่าทางกวนๆของระบิล

ชายหนุ่มทำเข้มขอร้องนายสาวอย่าพูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง เพราะกลัวเสียลุค แล้วรีบออกรถ

ไม่นานนักทั้งสองก็ถึงบ้านกันต์ เนติมาจะลงไปเปิดประตูบ้านแต่ระบิลรั้งไว้ เพราะเห็นประตูรั้วเปิดค้างไว้ เนติมาว่าบางทีอาเจือจันทร์อาจลืมปิดก็ได้

“ไม่ได้ลืมหรอกคุณ กุญแจมันถูกตัดน่ะ” ระบิลพูดเรียบๆ

เนติมาเห็นกุญแจคล้องประตูถูกตัดหล่นอยู่บนพื้นหน้าประตูก็นึกหวั่น

ooooooo

ในบ้านกันต์ ลูกน้องอิทธิหาญทำกร่างเข้ามาสั่งเจือจันทร์ทำอาหารรอบดึกให้ลูกพี่ แต่เจือจันทร์กลัวลนลานทำอะไรไม่ถูก พวกมันไม่พอใจจะหันไปทำลายข้าวของในบ้านเพื่อข่มขวัญ

กันต์พยายามจะเจรจาแต่ไม่เป็นผล และหวิดโดนพวกมันทำร้าย ระบิลมาถึงพอดี เขาตรงเข้าสั่งสอนเหล่าวายร้ายด้วยด้ามปืนและฝ่าเท้าลงไปนอนกอง ก่อนฝากข้อความไปถึงลูกพี่

“ที่นี่บ้านส่วนบุคคลไม่ใช่ร้านอาหารตามสั่ง ถ้าหิวโน่นร้านอาหาร หรือถ้าไม่มีเงินไปซื้อ ให้มาขอเดี๋ยวฉันให้” บอดี้การ์ดส่งยิ้มกวนๆมองเหล่าสมุนซมซานออกไป

สามวายร้ายกลับมาฟ้องอิทธิหาญ มาเฟียน้อยโกรธมากจะยิงลูกน้องทิ้ง แต่ปานห้ามไว้ แล้วชวนเจ้านายไปบ้านกันต์เพื่อดูหน้าญาติตัวแสบ

ไม่กี่นาทีต่อมา อิทธิหาญเดินนำปานและลูกน้องหน้าเดิมๆมาถึงหน้าบ้านกันต์ ซึ่งตอนนี้มืดสนิท เขาสั่งให้สมุนยิงปืนเรียกคนในบ้าน แต่ต้องชะงัก เมื่อแสงไฟจากสปอตไลต์ริมระเบียงชั้นสองสาดลงมา

“เสี่ยระวัง” ปานปราดเข้าคุ้มกัน

“ขอโทษทีแค่อยากติดไฟให้สว่าง” กันต์เลื่อนรถเข็นออกมาจากในบ้านอย่างใจเย็น

อิทธิหาญเจ็บใจถามหาหลานของกันต์หมายจะคิดบัญชี

“มีธุระอะไรกับฉันเหรอ” เนติมากับระบิลออกมายืนข้างกันต์

หญิงสาวนิ่งมองอิทธิหาญอย่างไม่กลัวเกรง พลางเหลือบมองปานด้วยความแค้น ในขณะที่อิทธิหาญกับปานก็ตะลึงเมื่อเห็นเนติมา ปานเองก็คาดไม่ถึงว่าจะพบระบิลน้องชายของเพื่อนรักเช่นกัน ภาพความผูกพันในอดีตผุดขึ้นมา ทำให้ปานไม่กล้าทำอะไรระบิล

อิทธิหาญโวยลั่น เมื่อปานยังยืนนิ่ง ระบิลส่งยิ้มกวนๆ พลางท้าทายว่า ทุกการกระทำของอิทธิหาญกับพวกถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐานหมดแล้ว ปานกวาดตามองไปรอบๆ แล้วชี้ให้เจ้านายดูกล้องวงจรปิด

“แล้วไม่ต้องห่วงนะ ว่าจะเก็บภาพพวกแกไม่ได้ทุกมุม โน่นๆในบ้านก็มีอีกหลายตัว” ระบิลชี้ไปทั่ว อิทธิหาญกับพวกมองตามด้วยความระแวง

บอดี้การ์ดยิ้มสะใจ หันไปยัดปืนใส่มือเนติมาให้ถือเล็งไปที่พวกอิทธิหาญ สาวเจ้าตกใจกลัว แต่จำต้องทำเข้มใส่ ขณะที่ระบิลหันไปสาธยายเหมือนขายของทีวีไดเร็คกับพวกอิทธิหาญ “และพิเศษสุดสำหรับวันนี้ กริยาทรามๆของนายทุกช็อตจะถูกถ่ายทอดไปยังสถานีตำรวจ เพียงฉันกดปุ่มนี้” พ่อหนุ่มหยิบโทรศัพท์สมาร์ทโฟนขึ้นมาแล้วกดเปิดหน้าจอกดปุ่ม ท่ามกลางความตะลึงของทุกคน

อิทธิหาญครุ่นคิดอย่างสับสน ก่อนตวัดปลายปืนมาทางเนติมา ระบิลรีบคว้าปืนจากมือเนติมาขึ้นมาเล็งไปที่อิทธิหาญอย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่ทั้งหมดต้องชะงักเมื่อมีรถตำรวจวิ่งเปิดไซเรนเข้ามา

เนติมาหันไปมองระบิลด้วยความสงสัย ชายหนุ่มกระซิบ “อย่าถามผม ผมก็งงเหมือนคุณนั่นแหละ”

ผู้กำกับวิเชษฐ์กับลูกน้องกรูกันลงมาจากรถ แล้วกระจายกำลังล้อมอิทธิหาญกับพวกอย่างรู้งาน จังหวะหนึ่งผู้กำกับแอบสบตากับระบิลอย่างมีนัย ก่อนจะหันไปถามเนติมาและกันต์ว่าเกิดอะไรขึ้น สองอาหลานว่า คนพวกนี้ บุกรุกบ้านตน รบกวนคุณตำรวจเชิญกลับไปด้วย

ผู้กำกับพยักหน้ารับแล้วหันไปหาอิทธิหาญอย่างเอาจริง มาเฟียทำฮึดฮัดแต่ก็ยอมพาลูกน้องกลับไป

ครั้นเหล่าวายร้ายออกไปหมดแล้ว ระบิลกับวิเชษฐ์จึงโผเข้ากอดกันอย่างสนิทสนม เพราะวิเชษฐ์เป็นรุ่นพี่ของระบิล แถมเคยทำงานร่วมกันมาหลายครั้ง บอดี้การ์ดหนุ่มหันมาแนะนำให้สมาชิกในบ้านรู้จักพันตำรวจเอกวิเชษฐ์อย่างเป็นทางการ แถมบรรยายสรรพคุณจนเกือบหมดความเชื่อถือ เจ้าตัวต้องร้องห้าม ก่อนจะชี้แจงว่าตนถูกขอตัวให้มาประจำสถานีตำรวจท้องที่นี้ หลังจากโดนเด้งไปอยู่ชายแดน ด้วยข้อหาพาลูกน้องไปปิดบ่อนพงษ์เลิศ

“ต่อไปผมจะจัดสายตรวจเวียนมาดูแลความเรียบร้อยแถวนี้ให้บ่อยขึ้น พวกนั้นมันจะได้ไม่กล้าทำอะไรอย่างวันนี้อีก” วิเชษฐ์ให้ความมั่นใจ แต่เจือจันทร์ยังกังวล เธอว่าน่าจะจับอิทธิหาญกับพวกเข้าคุกไปเลย

“ทำอย่างนั้นผมว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ อย่าลืมว่านายพงษ์เลิศพ่อของอิทธิหาญยังมีพาวเวอร์มากอยู่นะคุณ”

“แค่เขารู้ว่าผมย้ายมาประจำที่นี่ ก็คงไม่พอใจมากอยู่ล่ะครับ”

“แหม อยากเห็นสภาพพ่อลูกคู่นี้จริงๆ ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไง” ระบิลพูดยิ้มอย่างอารมณ์ดี เมื่อนึกถึงอิทธิหาญกับพงษ์เลิศ

ooooooo

ด้านพงษ์เลิศ  เขาแทบกระอักเมื่อรู้ข่าวว่าคนที่ขอตัววิเชษฐ์กลับมาคือธำรง เขาหันมาบอกเรื่องนี้กับชลกร และอิทธิหาญ

มาเฟียน้อยร้อนใจ เร่งให้พ่อจัดการ เพราะธำรงกับเนติมาเริ่มลํ้าเส้นเข้ามาทุกทีพลางใส่ไฟ “ผมบอกหลายทีแล้ว ให้มันคุยกับลูกตะกั่วแหละง่ายดี ทำเหมือนที่เราเคยทำไม่กี่เปรี้ยงก็จบ

“ยัง...ฉันยังไม่อยากใช้วิธีของแก จนกว่าจะจำเป็นจริงๆ”

“แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่มันจะจบ พ่อฟังผมนะ นางเนติมานั่นมันต้องการล้างแค้นที่พ่อทำกับครอบครัว อีกหน่อยพวกมันต้องขุดคุ้ยปูมหลังของเรา มันต้องการเอาเราเข้าคุก นี่อย่าบอกนะว่าพ่อจะเจรจากับมัน”

“ถ้านั่นเป็นทางออกที่ดีกว่า ก็ควรทำค่ะ” ชลกรเอาใจพงษ์เลิศ

“เหอะ มันคงยอมหรอก” อิทธิหาญเย้ยหยัน พลางทุบโต๊ะด้วยความโมโห ขณะที่พงษ์เลิศนั่งถอนใจ

เวลาเดียวกัน ระบิลกับเนติมาออกมาส่งวิเชษฐ์ที่รถ หญิงสาวข้องใจถามผู้กำกับว่าทำไมถึงมาเร็วนักเพราะระบิลเพิ่งส่งภาพจากวงจรปิดไป วิเชษฐ์เป็นงงบอกว่าไม่เคยได้รับภาพอะไรจากระบิล แต่ที่มาวันนี้เพราะออกตรวจพื้นที่

“อ้าว...แล้วที่...” เนติมาหันขวับไปมองระบิล เห็นเขายิ้มลอยหน้าลอยตาทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ก็ยิ่งหมั่นไส้

หลังจากวิเชษฐ์กลับไปแล้ว เนติมาลากระบิลกลับเข้าไปเล่นงานในบ้านโทษฐานหลอกเธอ แถมยังให้ถือปืนยืนขู่พวกอิทธิหาญอยู่นาน ทั้งๆที่กลัวแทบขาดใจ

“ผมรู้ว่าคุณทำได้ แววตาของคุณที่มองนายพงษ์เลิศเมื่อวาน กับมองเจ้าอิทธิหาญเมื่อกี้มันบอกความหมายทุกอย่างแล้ว” ระบิลจ้องตาเนติมานิ่ง หญิงสาวรู้สึกอายอย่างบอกไม่ถูกจนต้องรีบหลบตา แล้วเปลี่ยนเรื่องสั่งให้บอกกันล่วงหน้าก่อน ว่าจะทำอะไร

“ผมจะพยายาม แต่คุณก็น่าจะรู้ ว่าเรื่องบางเรื่องมันก็เข้ามาหาเราโดยไม่ได้นัดหมายเหมือนกัน” เนติมาครุ่นคิดตามระบิลพูด เธอยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีพลางเอ่ยคำขอบคุณ

“มาแบบคุณศิวัชอีกคนแล้ว ขอบคุณผมซะสามเวลาหลังอาหาร ผมทำตามหน้าที่น่ะคุณ คุณไปพักผ่อนเถอะครับ พรุ่งนี้เรายังมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะ” ระบิลพูดพลางดันหลังเนติมาให้ขึ้นไปนอน

“อ้าว แล้วนายล่ะ ไม่นอนเหรอ” เนติมาหันมาถาม

ระบิลไม่ตอบ กลับเดินไปนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์และง่วนอยู่ตรงนั้นจนดึก

กระทั่งตีสองแล้ว เนติมาลงมาเห็นระบิลยังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอสงสัยว่าบอดี้การ์ดทำอะไรอยู่กันแน่ จึงย่องมาดู ระบิลกำลังจูนคอมพิวเตอร์กับกล้องวงจรปิดเอ่ยทักนายสาวโดยไม่หันหน้ามา แถมคุยว่า ตนเช็กกล้องทุกตัวเรียบร้อยหมดแล้ว คราวนี้ยุงสักตัวก็อย่าได้รอดสายตา

“เว่อร์...ไหนดูสิ” เนติมาขยับเข้ามานั่งข้างๆระบิล แล้วขอเรียนรู้การทำงานของกล้องตามจุดต่างๆด้วย ทำให้ทั้งสองยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้น

วันรุ่งขึ้น เนติมาลงมาเห็นระบิลนั่งเช็ดปืนอยู่ในห้อง เธอขอร้องให้เขาสอนยิงปืน อ้างว่าจะเอาไว้ป้องกันตัว แต่ระบิลว่ายังไม่ถึงเวลา แล้วรีบตัดบทชวนออกไปที่ทำการพรรค เพราะวันนี้ธำรงนัดคุยตัวแทนพรรคการเมืองที่จะร่วมสัตยาบัน ฟอร์มรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง

ooooooo

ในตอนบ่าย หลังประชุมเสร็จ ศิวัชนำทีมงานออกหาเสียงต่อ โดยมีเนติมากับระบิลติดตามไปด้วย ขณะที่ทุกคนกำลังสนใจอยู่กับศิวัช ดลกับอ้อก็เดินเถียงกันออกมาจากร้านอินเตอร์เน็ตแถวนั้น เพราะอ้ออยากจะไปทำงานพริตตี้เพื่อหาเงินมาช่วยดล

“ไม่ เราคุยเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนะอ้อ” ดลหันมาดุ

“ก็ได้ๆไม่ช่วยก็ได้ เออ แล้วเมื่อกี้พี่ดลจดข้อมูลเรื่องเรียนมาได้เยอะรึเปล่าจ๊ะ”

“เยอะ แล้วยังได้อย่างอื่นเป็นของแถมมาด้วยนะ ตารางหาเสียงของพรรคสยามพัฒนา” ดลยิ้มพลางหยิบสมุดจดมากาง เด็กสาวสนใจถามพี่ชายว่า จะไปสมัครงานหรือ แล้วพลันนึกขึ้นได้

“อุ๊ย...อย่าบอกนะว่าพี่ดล”

“เนี่ย จะเป็นทางหนึ่งที่จะทำให้พี่เจอ...” ดลส่งยิ้ม แต่ไม่ทันจะพูดต่อ ก็ได้ยินเสียงทีมงานของศิวัชพูดผ่านเครื่องขยายเสียงดังแว่วมา “สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้อง พรรคสยามพัฒนา ขอเสนอตัวเป็นทางเลือกที่ดีกว่าให้ประชาชน วันนี้คุณศิวัช กิตติธร เสนอตัวมารับใช้

พี่น้องประชาชน เพื่อนำพาความสุขกลับมาสู่ทุกชีวิตในประเทศนี้แล้วครับ”

ดลกับอ้อหันไปมอง เห็นรถหกล้อหาเสียงของศิวัชวิ่งสวนมาช้าๆในฝั่งถนนตรงข้าม มีศิวัชและทีมงานยืนโบกไม้โบกมือให้กับประชาชน และหนึ่งในนั้นมี

เนติมาอยู่ด้วย ดลจำพี่สาวได้รีบวิ่งไปหาและตะโกนเรียก

“พี่เนติ์...พี่เนติ์”

เนติมาได้ยินเสียงน้องแว่วๆ เธอหันไปมองด้านนอกรถ แต่ไม่สะดวกนักเพราะทีมงานยืนบังอยู่

“อะไรคุณ” ระบิลร้องถาม

“เหมือนมีใครเรียกฉันก็ไม่รู้”

ระบิลพยายามมองตามเนติมาออกไปข้างถนน เห็นมีแต่ประชาชนออกมาให้กำลังใจ

อ้อเห็นรถหาเสียงเคลื่อนตัวออกไปแล้ว คิดว่าดลคงตามไม่ทันแน่ จึงวิ่งไปหาเขาพร้อมแนะนำให้ไปหาที่ที่ทำการพรรค ดลคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพาอ้อไปยังพรรคสยามพัฒนา เขาทำทีเป็นขอสมัครงาน แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าเต็มหมดแล้ว หนุ่มน้อยพยักหน้าเข้าใจ พลางถามหาศิวัชกับเนติมา

“โอ๊ย เข้ามาแล้ว แล้วก็ออกไปตั้งนานแล้วน้อง ไปหาเสียงต่อที่นครนายก น้องมีอะไรจะร้องเรียนเหรอ”

“เออ...คือว่าพี่ดลเนี่ย”  อ้อกำลังจะพูดว่าดลเป็นน้องชายของเนติมา แต่เขารีบคว้ามือเธอไว้ก่อนเป็นการเตือนแล้วพาเดินออกไป

“คือ พี่ยังไม่อยากให้เรื่องของพี่กับพี่เนติ์เป็นที่จับตาตอนนี้ มันจะเป็นอันตราย” ดลหันมาชี้แจง

“ว้า...เสียดาย อุตส่าห์ไปถึงพรรคแล้วเชียว แต่พี่เนติ์สวยเนอะ ดูเป็นผู้หญิงเก่งด้วย”

เรื่องราวที่เกิดขึ้น คงหล่อหลอมให้พี่เนติ์เป็นอย่างนี้ เหมือนกับที่หล่อหลอมให้พี่เป็นอย่างที่อ้อเห็นไง

“ให้พี่ดลเป็นฮีโร่ของอ้อ สู้ๆ” อ้อส่งยิ้มสดใสพลางเอื้อมมือไปกุมมือดล เพื่อให้กำลังใจ

ooooooo

วันต่อมา ศิวัชลงพื้นที่หาเสียงในต่างจังหวัด โชคไม่ดีเอาเสียเลย ฝนเทลงมาอย่างหนัก ทีมงานทำท่าจะถอย ศิวัชไม่ยอม สังให้ลุยเข้าไปพบชาวบ้านที่ยืนตากฝนรออยู่ เขาหันมาสั่งเนติมาให้รออยู่บนรถ แต่สาวเจ้าไม่ยอม เธอเดินลงไปเคียงข้างศิวัช ตามด้วยระบิลบอดี้การ์ดคู่ใจ

ศิวัชตากฝนไหว้ชาวบ้านที่มายืนรวมกลุ่มต้อนรับอยู่ที่เพิงทางเข้าหมู่บ้าน โดยมีเนติมากับระบิลยืนอยู่ข้างๆ สาวเจ้าส่งยิ้มทักทายชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง ขณะที่ระบิลถูกชาวบ้านสาวๆหลายคนดึงเข้าไปหอมแก้ม

ระหว่างรอศิวัชเข้าไปฟังเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน เนติมานั่งกอดอกสั่นด้วยความหนาว แต่เมื่อคนรักหันมามอง เธอก็ฝืนทำตัวให้เป็นปกติพลางยิ้มกลบเกลื่อน ระบิลลอบมองนายสาวด้วยความเป็นห่วงและคอยตามประกบไม่ห่าง

ภารกิจเสร็จสิ้น ทุกคนมารวมตัวกันที่หน้าที่ทำการพรรค ระบิลคุยว่า งานนี้สายฝนกลายเป็นตัวเสริมให้ศิวัชซื้อใจชาวบ้านได้เต็มๆ ศิวัชยิ้มรับพลางแซวว่า ระบิลก็ใช่ย่อยเพราะมีแววทางการเมืองเหมือนกัน และถ้าสนใจตนจะบอกพ่อให้

“โอ๊ยๆ รักกันจริงไม่ต้องชงเรื่องให้เลยนะครับ ขอผมอยู่ของผมอย่างนี้เถอะ เชื่อสิ ผมไม่เหมาะกับการเมืองหรอกครับ”

“โอเคๆได้ งั้นเดี๋ยวเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแห้งๆ กันก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะไม่สบาย เดี๋ยวพี่ให้แม่บ้านหาเสื้อยืดของพรรคให้เนติ์ใส่นะ” ศิวัชหันมาบอกคนรักแล้วขยับจะเดินต่อ แต่ปฏิพรเดินยิ้มร่าเข้ามา  ในมือมีผ้าขนหนูและเสื้อผ้าของศิวัชที่รีดเรียบร้อยถือออกมาด้วย

“พี่ศิวัช ตายจริง ผมยังไม่แห้งอีกเหรอคะเนี่ย มาค่ะเดี๋ยวตี้จะเช็ดให้” ปฏิพรเช็ดผมให้ศิวัชอย่างไม่แคร์สายตาใครๆ ศิวัชพยายามหลบเลี่ยงพลางร้องห้าม

“เออ...ไม่ต้อง...ไม่ต้อง”

“ไม่ต้องได้ไงคะ เดี๋ยวไม่สบายขึ้นมาว่าไง ดีนะคะที่ตี้ฟังข่าวว่าพื้นที่ที่พี่ศิวัชไปหาเสียงฝนตกหนัก ตี้เลยอาสาคุณอาเอาชุดมาเปลี่ยนให้ แปลกนะคะเราสองคนเจอกันทีไร ต้องมีเรื่องให้เปียกปอนกันทุกทีเลย” ปฏิพรหัวเราะร่วนทำเป็นไร้เดียงสา แล้วแอบสังเกตเนติมาเห็นเธอเบือนหน้าหนีก็ยิ่งได้ใจ ชวนศิวัชไปดินเนอร์กันต่อแถมอ้างว่าธำรงโทร.จองโต๊ะให้แล้ว

ศิวัชหน้าเจื่อนหันมามองเนติมา เพราะไม่กล้าขัดใจพ่อ สาวเจ้าเข้าใจจึงขอตัวกลับ

ครั้นออกรถมาได้สักพัก ระบิลก็หันไปชวนเนติมาคุยเรื่องศิวัชหวังจะให้นายสาวสบายใจ แต่เนติมาตัดบทว่า เธอเหนื่อย พลางปรับเบาะลงนอนด้วยความเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจ

ระบิลถอนใจมองเจ้านายด้วยเข้าใจความรู้สึก

เขาขับรถไปเงียบๆ จนกระทั่งถึงบ้านกันต์ จึงหันมาเรียกเนติมา เธอยังคงนอนหลับเหมือนไม่ได้ยิน

“คุณ...คุณ ถึงบ้านแล้ว” ระบิลผิดสังเกต เอื้อมมือไปแตะนายสาว พลันตกใจเพราะเธอตัวร้อนจัด

“เป็นเรื่องแล้ว” บอดี้การ์ดรีบถอยรถออกพาเจ้านายส่งโรงพยาบาล

ooooooo

เนติมานอนหลับอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียว ระบิลมองนายสาวด้วยความเป็นห่วง เขาตัดสินใจ จะโทร.บอกศิวัช แต่เนติมาลืมตาขึ้นมาพอดี เธอร้องห้ามเสียงแผ่ว

“ห้ามโทร.บอกพี่ศิวัชนะ แล้วก็ไม่ต้องบอกใครทั้งนั้น เพราะฉันไม่อยากให้ใครเป็นห่วง แม้กระทั่งนายก็เถอะ”

“เราเป็นเหมือนคู่บัดดี้กันแล้วนะคุณ จะไม่ให้ผมไม่เป็นห่วงคุณได้ยังไงล่ะครับ เอาล่ะ ผมสัญญาว่าจะไม่บอกใคร แต่คุณต้องนอนนะจะได้หายไข้เร็วๆ แต่ถ้าไม่ผมจะโทร.บอกทุกคนทันที” ระบิลยกมือถือขึ้นมาขู่

“นี่นายสั่งฉันเหรอ”

“อืม...ก็คนไข้คนนี้ท่าทางดื้อน้อยอยู่เมื่อไหร่ล่ะ ถ้าไม่อยากให้ใครเป็นห่วงก็อย่าดื้อนะครับ จะได้หายเร็วๆ” ระบิลพูดอย่างอบอุ่นพลางกระชับผ้าห่มให้อย่างเอาใจใส่

สักพักศิวัชโทร.เข้ามา เนติมาฝืนทำตัวให้สดชื่นบอกคนรักว่าถึงบ้านแล้วและกำลังจะเข้านอน เธอถาม

ชายหนุ่มว่าอยู่ไหน ศิวัชอึกอักจำใจโกหกว่าทานข้าวอยู่กับพ่อทั้งที่ความจริงอยู่กับปฏิพร เนติมาไม่ติดใจ เธอบอกคนรักว่าฝันดีแล้วกดวางสาย ก่อนไอออกมาอย่างหนัก

“ไหวไหมคุณ” ระบิลรีบเข้าไปดูอาการพลางต่อว่าที่เธอเล่นละครหลอกศิวัช

“นายเคยมีความรักใช่ไหม” เนติมามองระบิลเห็นเขาพยักหน้ารับ “ถ้านายรักใครสักคน นายจะยอมทำทุกอย่างรึเปล่า ที่จะทำให้คนรักมีรอยยิ้ม ถึงตัวเองจะเจ็บป่วยแค่ไหนก็ตาม”

“ใช่ ผมทำได้ทุกอย่าง เพื่อคนที่ผมรัก” ระบิลพูดเสียงอ่อน สะท้อนความรักของตัวเอง

“คราวนี้นายเข้าใจฉันแล้วใช่ไหม” เนติมายิ้มอย่างอ่อนแรงก่อนค่อยๆหลับตาลง

ระบิลเอื้อมมือไปกระชับผ้าห่มให้เจ้านายอย่างเอาใจใส่และเข้าใจความรู้สึก

เช้าวันใหม่ ระบิลโทร.มาขอความช่วยเหลือจากวิเชษฐ์ ให้เข้าไปดูแลบ้านกันต์แทน เพราะเนติมายังอยู่โรงพยาบาล รุ่นพี่ใจดีรีบรับปาก แล้วรีบบึ่งไปบ้านกันต์

ผู้กำกับหนุ่มจอดรถไว้หน้าบ้านเพื่อข่มขวัญพวกอิทธิหาญ ทำให้เหล่าสมุนพากันผวาด้วยกลัวถูกจับ พวกมันวิ่งมาบอกปานและจะเข้าไปรายงานอิทธิหาญที่นอนกกสาวอยู่ในห้อง ปานร้องห้าม เพราะเชื่อว่าไม่มีตำรวจคนไหนกล้าเล่นกับเสี่ย แล้วไล่ลูกน้องออกไปให้พ้นหน้า เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าตำรวจมาบ้านกันต์ทำไม

ooooooo

วิเชษฐ์เดินตามเจือจันทร์เข้าไปคุยกับกันต์ในบ้าน  เขาเห็นขวัญชนกลอบมองตรงช่องหน้าต่าง กันต์บอกว่าเธอเป็นลูกสาว พลางเล่าเรื่องขวัญชนกให้ฟัง

ผู้กำกับหนุ่มเข้าใจความรู้สึกผู้เป็นพ่อ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยว่า “ผมรื้อสำนวนเก่าๆดูแล้ว ถ้าคุณอาอยากจะรื้อคดี ผมก็เต็มที่นะครับ”

กันต์ฟังแล้วคิดหนัก เพราะคดีถูกดองจากตำรวจชุดเดิมมานานปีด้วยอิทธิพลของพงษ์เลิศ

เวลาเดียวกันที่โรงพยาบาล ระบิลหอบกุหลาบแดงช่อโตมาจัดแจกันในห้อง เพื่อเรียกความสดชื่นให้เจ้านาย แถมยังบังคับให้เธอลุกมาทานอาหาร

“ไม่เอา ฉันไม่อยากทาน” เนติมาเบือนหน้าหนี

“สักคำน่าคุณ ของอร่อยทั้งนั้นเลยนะ รู้น่าว่าไม่อยากทานข้าวของโรงพยาบาล เอ๊ะ...หรืออิ่มน้ำเกลือ อร่อยตรงไหน มาคุณ...งั้นผมเร่งให้หมดเร็วขึ้น” ระบิลแกล้งเอื้อมมือไปปรับปุ่มสายน้ำเกลือ

“อย่านะ โอ๊ย นี่นายอย่าแกล้งได้ไหม”

“ก็คนไข้ดื้อนี่ครับ นี่เห็นไหมอร่อยจะตาย” ระบิลเอาขนมในมือใส่ปากทีเดียวทั้งชิ้นจนครีมเปื้อนริมฝีปาก แถมเคี้ยวตุ้ยๆ แบบตลกๆ ให้เนติมาดู จนเธออดหัวเราะไม่ได้

“นายนี่ชอบทำอะไรบ้าๆ ไม่กลัวเสียภาพพจน์บ้างรึไง”

“แล้วคุณขำไหมล่ะ ถ้าขำบ้ากว่านี้ผมก็ทำได้นะ” ระบิลหยิบขนมอีกชิ้นใส่ปากอย่างไม่ลังเล เนติมามองระบิลรู้สึกสดชื่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

.

.....

https://www.thairath.co.th/novel/swan/ep4/page1

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 4

เส้นทางสายอำนาจ ธำรงแผ้วถางให้ทายาทเดินเต็มกำลังสามารถ วันนี้เขาชวนปฏิพรกับศิวัชออกมาทานอาหารกลางวัน หวังให้ลูกชายสานสัมพันธ์กับทายาทนายพลทวีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ระหว่างทานอาหาร กุนซือของลูกชายเปรยว่า จะให้หญิงสาวมาทำงานที่พรรค ก่อนหันไปพูดกับศิวัช เรื่องพรรคการเมืองอีกสองพรรค ติดต่อเข้ามาขอร่วมจัดตั้งรัฐบาล

“คุณพ่อหมายความว่า เราจะโดดเดี่ยวกลุ่มของนายพงษ์เลิศ ใช่ไหมครับ”

“ไม่ใช่ เราต้องใจเย็นๆ ผลการเลือกตั้งยังไม่รู้ ว่าจะออกมายังไงเลย อย่าประมาทไพ่มันพลิกออกได้ทุกหน้านั่นแหละ จำไว้นะลูก เกมการเมืองอะไรที่ชัดเจนเกินไป บางครั้งก็เหมือนโยนตัวเองลงไปเป็นเหยื่อเสือ เหยื่อจระเข้เหมือนกัน”

ศิวัชครุ่นคิดก่อนรับคำอย่างเห็นด้วยและไม่มีทีท่าจะขัดแย้งกับผู้เป็นพ่อ

หลังจากทานเสร็จ ธำรงให้ศิวัชไปส่งปฏิพรที่บ้าน สาวเจ้าทำฉอเลาะ อ้อนขอตามไปหาเสียงในตอนค่ำด้วย ชายหนุ่มอยากปฏิเสธแต่ก็พูดไม่ออก เขาโทร. ไปปรึกษาเนติมา แต่หมอยังไม่อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล หญิงสาวจำใจโกหกคนรักว่า คงออกไปช่วยหาเสียงไม่ได้ เพราะอยากจัดอะไรที่บ้านกันต์ให้เข้าที่เข้าทางก่อน

ครั้นได้ยินเสียงปฏิพรคุยกับคนรักอย่างจงใจ จึงเอ่ยถาม “เออ...เสียงใครเหรอคะพี่ศิวัช”

“อ๋อ...น้องตี้ไงจ๊ะ วันนี้เขาขอไปช่วยหาเสียงด้วย” ศิวัชพูดอย่างบริสุทธิ์ใจ

เนติมาหน้าสลดกดวางสาย

“เป็นอะไรไปคุณ คุยกับแฟนเสร็จถึงกับหมดพลังงานขนาดนี้เลยเหรอ” ระบิลพูดทีเล่นทีจริง เมื่อเห็นอาการนายสาว

“ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย” เนติมาพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึก ระบิลยื่นหน้าเข้ามาจ้องตาอย่างคาดคั้น เนติมาอึกอัก สุดท้ายก็ยอมเล่าเรื่องศิวัชกับปฏิพรให้ฟัง

ระบิลเข้าใจความรู้สึก ชวนเนติมาออกไปนั่งชมนกชมไม้ในสวนสวย เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและให้ข้อคิดเรื่องความรัก จนเนติมารู้สึกดีขึ้น แล้วจู่ๆ บอดี้การ์ดก็เหลือบไปเห็นปานเดินอยู่ เขารีบพาเนติมาไปหลบหลังพุ่มไม้ ก่อนออกคำสั่งเสียงเข้ม “คุณอยู่ที่นี่ห้ามออกไปไหนเด็ดขาดรู้ไหม”

“ทำไม มีอะไร”

“กลับมาแล้วผมจะเล่าให้ฟัง แต่ตอนนี้คุณต้องสัญญาก่อน ว่าห้ามออกจากที่นี่เด็ดขาดจนกว่าผมจะกลับมา เข้าใจไหม” ระบิลพูดอย่างจริงจัง เนติมาพยักหน้างงๆ มองตามระบิลที่เดินออกไปอย่างระแวดระวัง

ooooooo

ระบิลกลับมาที่ห้องพักของเนติมา แต่ไม่พบ ใคร เขารีบผละออกไปตามหาปาน จู่ๆปานซึ่งแอบอยู่ในห้องข้างๆก็ตรงเข้าล็อกคอระบิล ลากเข้าไปคุยข้างใน

ปานเตือนระบิลให้อยู่ห่างๆเนติมาก่อนจะไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่ชีวิต แต่ระบิลยังยืนยันขอเลือกความถูกต้อง แล้วเตือนให้ปานถอนตัวจากพวกคนชั่ว

“ประโยคนี้ข้าต่างหากที่ต้องพูดกับเอ็ง วันนี้ข้ามาเยี่ยมลูกน้องเสี่ยที่โดนแทงเมื่อคืน ข้าจะทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นว่าข้ามาเจอเอ็งกับผู้หญิงคนนั้น แต่วันนี้วันเดียวนะ เอ็งก็รู้ว่าข้าต้องทำตามหน้าที่” ปานพูดอย่างจริงจังก่อนจะหันหลังเดินออกไป ระบิลปรี่เข้าขวางพลางถามหาพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่หายตัวไป จึงโดนปานแจกหมัดเข้าตรงมุมปาก ก่อนจะชักปืนขึ้นมาขู่ “ถ้าเอ็งพูดถึงเรื่องนี้อีก เอ็งได้กินลูกปืนแน่” ปานฮึดฮัดออกไป

ระบิลมองตามด้วยความสงสัย ก่อนตัดใจรีบกลับไปหาเนติมา แต่เธอหายตัวไปแล้ว เขาตกใจมากรีบออกตามหา สักพัก เนติมาเดินส่งยิ้มเข้ามาพลางคุยว่า เจอกระรอกน่ารักเลยเดินตามไป

“มีวินัยหน่อยสิคุณ เมื่อกี้ผมบอกให้คุณรอตรงไหน นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะคุณ มันคือความปลอดภัยของชีวิตคุณเอง เพราะฉะนั้นเวลาผมสั่งอะไรให้ความร่วมมือด้วย” ระบิลพูดด้วยน้ำเสียงดุ ทำเอาเนติมารู้สึกผิดขึ้นมา

“ฉันขอโทษ แล้วนายบอกได้รึยังว่าเมื่อกี้เกิดอะไรขึ้น แล้วนี่นายไปโดนอะไรมา” เนติมาจิ้มไปที่มุมปากระบิลเพราะเห็นเลือดซึม

“โอ๊ย!” ระบิลสะดุ้งคว้ามือเนติมาไว้ ทั้งสองสบตากันนิ่งอย่างลืมตัว ระบิลได้สติรีบปล่อยมือ ชวนเจ้านายสาวกลับห้อง อ้างตากลมนานๆเดี๋ยวจะไม่สบายอีก

แต่เนติมายังข้องใจว่า ทำไมระบิลต้องให้เธอซ่อนตัวด้วย เขาจำใจหลอกว่า แค่ไปเจอเพื่อนพี่ชาย แต่จำกันไม่ได้ก็เลยระแวงจึงต้องพาเนติมาไปซ่อนก่อน

“แล้วรอยช้ำนั่นเจ็บรึเปล่า ตกลงไปโดนอะไรมา ให้หมอมาดูไหม” เนติมาถามด้วยความเป็นห่วง แต่ระบิลดูไม่ใส่ใจอาการของตัวเองนัก เขาพูดเฉไฉเรื่อยเปื่อย จนเนติมาฟังแล้วปวดหัวขอนอนพัก

“นี่แหละดีที่สุดสำหรับคุณตอนนี้แล้ว นอนมากๆนะครับจะได้หายเร็วๆ” ระบิลยิ้มให้เนติมาอย่างอบอุ่น แต่ในใจยังคงคิดหนักเรื่องปานอยู่ เพราะไม่เชื่อว่าปานไม่รู้ว่าพี่ก้องหายไปไหน

ooooooo

หลังเลิกงาน วิเชษฐ์กลับมานอนที่บ้านกันต์เพื่อดูแลความปลอดภัย เขายึดห้องหนังสือเป็นที่พำนัก ผู้กำกับหนุ่มมองไปรอบๆห้อง เห็นรูปขวัญชนกในช่วงมัธยมปลายยืนส่งยิ้มสดใสอยู่ในกรอบตั้งอยู่บนหลังตู้ก็ รู้สึกถูกชะตาขึ้นมา

ส่วนเจ้าของรูป เธอคุยอยู่กับเจือจันทร์ในห้อง สาวเจ้าสงสัยว่าวิเชษฐ์เป็นใคร และมาอยู่ในบ้านทำไม

“เขาเป็นรุ่นพี่ของคุณระบิลน่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนเรา เขาเป็นคนดี และแม่ก็เข้าใจลูกนะ แม่เองก็กลัว แต่เราอยู่กับความกลัวนี้มานานมากแล้ว แม่อยากเอามันออกไปจากชีวิตซะที โดยเฉพาะชีวิตของลูก ขวัญ กลับไปเรียนหนังสือไหมลูก”

“ไม่นะคะคุณแม่ ขวัญกลัว ขวัญยังไม่พร้อม คุณแม่อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้กับขวัญเลยนะคะ ขวัญกลัว” ขวัญชนกหลับตากระชับวงแขนกอดแม่ด้วยความกลัวที่ยังตามหลอกหลอน

ในตอนค่ำ วิเชษฐ์ออกมาเดินเล่นหน้าบ้าน เขาเหลือบเห็นขวัญชนกแอบมองอยู่ จึงตะโกนบอกกับเธออย่างใจเย็น “น้องขวัญไม่ต้องกลัวพี่นะครับ พี่มาดูแลความปลอดภัยให้นะครับ”

ขวัญชนกพยายามควบคุมความตื่นเต้นแต่อด กลัวไม่ได้ เธอรีบหลบเข้าห้อง วิเชษฐ์มองตามอย่างเข้าใจ

ooooooo

กลางดึกคืนเดียวกัน เนติมาฝันร้ายถึงเหตุการณ์ ในอดีต เธอละเมอเรียกหาพ่อแม่เสียงลั่น ระบิลนอนอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาลุกพรวดขึ้นมาดูด้วยความเป็นห่วงพลางเขย่าตัว ให้เจ้านายสาวตื่น

“ช่วยด้วย ช่วยด้วย” เนติมาตื่นจากฝันร้าย เธอโผเข้ากอดระบิลร้องไห้อย่างเสียขวัญ พลางคร่ำครวญว่า ไม่อยากฝันแบบนี้อีกแล้ว มันทรมาน

ระบิลเข้าใจความรู้สึก พยายามหาเรื่องมาชวนคุยเพื่อเรียกเสียงหัวเราะ ทำให้เนติมาบ่นอิจฉาระบิลที่มีความสุขได้ตลอดเวลา

“ผมก็มีความทุกข์เหมือนกันครับ แต่ไม่ค่อยอยากจะถือมันไว้ในมือ ดอกไม้กับก้อนหินแข็งๆ เราควรเลือกนะครับว่าจะถืออะไรไว้ นอนซะนะครับดึกแล้ว” ระบิลพูดพลางห่มผ้าให้เนติมา

แต่สาวเจ้าไม่อาจข่มตาลงได้ เธอให้ระบิลไปขอยานอนหลับมาให้ทาน แต่เขาไม่ยอมอาสาร้องเพลงกล่อมให้เอง แล้วเลือกเพลงวอนลมจูบมาร้องให้เจ้านายฟัง หญิงสาวนอนอมยิ้มมีความสุข เพราะเนื้อเพลงโดนใจ และรู้สึกอบอุ่นที่มีระบิลอยู่เคียงข้าง

ooooooo

สายวันต่อมา หมออนุญาตให้เนติมาออกจากโรงพยาบาล สาวเจ้าดีใจรีบกลับมาคุยโวให้กันต์กับเจือจันทร์ฟังว่า เธอพร้อมลุยงานแล้ว จึงโดนระบิลดุ เพราะหมอสั่งให้กลับมาพักผ่อนที่บ้าน

เนติมาไม่สนขอตัวขึ้นไปคุยกับขวัญชนก เพราะกลัวเพื่อนจะเป็นห่วง ระบิลจึงออกไปคุยกับวิเชษฐ์ที่กำลังจะออกไปทำงาน แต่ต้องชะงัก เพราะเห็นปานขี่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดประตูรั้วบ้านอิสราวัชร ทั้งสองสบตากันนิ่ง

ด้านขวัญชนก เมื่อเห็นเนติมาเข้ามารายงานตัวว่าหายดีก็เบาใจ เธอเตือนเพื่อนว่าอย่าไปตากแดดโดนฝนอีก

“โธ่ ขวัญ เธอก็รู้นี่ว่าฉันแข็งแรงหัวแข็งโป๊ก ว่าแต่เธอนั่นแหละ เมื่อไหร่จะออกไปนอกบ้านซะที ไป... ลงไปกับฉัน” เนติมาคว้าแขนขวัญชนก แต่เพื่อนรักฝืนตัวไว้บอกว่าไม่

เนติมาพยายามเกลี้ยกล่อมให้เพื่อนลงไปเดินเล่นด้วยกัน แต่เธอยืนยันคำตอบเดิม แล้วเดินหนีมาที่หน้าต่าง สาวเจ้ามองลงไปข้างล่าง เห็นระบิลเดินเข้ามาดูต้นไม้ในสวนอย่างมีความสุข

จังหวะนั้น ระบิลเงยหน้าขึ้นมาเห็นขวัญชนกแอบมอง จึงเรียกเสียงฮาด้วยการเด็ดดอกไม้แดงมาทัดหูพร้อมเต้นแร้งเต้นกาด้วยท่าทางตลกๆ จนขวัญชนกหลุดหัวเราะออกมา

เนติมาดีใจมาก รีบลงมาบอกข่าวดีกับทุกคนและอนุญาตให้ระบิลทำบ้าๆ บอๆต่อไปได้เพราะอยากเห็นขวัญชนกหัวเราะอีก

“แหม เห็นเพื่อนหัวเราะได้ เอาใหญ่เลยนะคุณ ผมก็กลัวเสียภาพพจน์เป็นเหมือนกันนะ” ระบิลทำเก๊ก แล้วเอ่ยกับนายสาวว่า เรามาถูกทางแล้ว จากนั้นก็หันไปหยิบถุงยามาส่งให้และบังคับให้เจ้านายกิน แถมขู่ว่า ถ้าไม่เชื่อฟังจะโทร.ไปฟ้องศิวัช

“โห...ขี้ฟ้องเป็นเด็กไปได้” เนติมาเดินงอนกลับขึ้นห้อง แล้วกดโทรศัพท์หาคนรักด้วยความคิดถึง แต่ศิวัชนั่งหลับอยู่บนเบาะหลังรถด้วยความอ่อนเพลียจากการหาเสียง ปฏิพรนั่งอยู่ข้างๆ หยิบมือถือขึ้นมาดู ครั้นเห็นชื่อเนติมาขึ้นหน้าจอก็รีบกดปิดเครื่องหวังสร้างความร้าวฉาน แต่เนติมาไม่คิดอะไร เข้าใจว่าคนรักคงเหนื่อยและหลับไปแล้ว

ooooooo

เช้าวันใหม่ ศิวัชเปิดมือถือ เห็นเบอร์เนติมาโทร.เข้ามา จึงรีบโทร.กลับพร้อมกับคำขอโทษที่ไม่ได้รับสาย เนติมาไม่ว่าอะไร เธอบอกคนรักว่า วันนี้จะไปช่วยหาเสียงและจะซื้อขนมเจ้าประจำไปฝาก พลางส่งยิ้มสดใส เมื่อระบิลแซว เนติมาก็ถามกลับเรื่องคนรักของเขา ชายหนุ่มก็ทำเฉไฉถามหาร้านขนมที่เจ้านายจะซื้อไปฝากคนรัก

สายวันเดียวกัน ดลออกไปช่วยเพื่อนขายของในตลาดนัด มีอ้อตามไปด้วย จังหวะหนึ่งดลออกไปซื้อน้ำ อ้อได้โอกาสเข้าขายของแทน ดลกลับมาเห็นก็ไม่พอใจดึงแขนออกไปต่อว่า สาวน้อยทำอ้อนใส่พร้อมยกสารพัดเหตุผลมาชี้แจง จนดลใจอ่อน ยอมให้เธอทำงานพิเศษได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่กระทบผลการเรียน

“อ้อสัญญานะจ๊ะ ว่าจะไม่ทำให้พ่อกับพี่ดลผิดหวังเด็ดขาด” สาวน้อยยกนิ้วก้อยขึ้นมา ดลอมยิ้ม ก่อนเอานิ้วก้อยของตัวเองมาเกี่ยวก้อยสาวน้อย พลางยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ

ooooooo

การเลือกตั้งใหญ่ใกล้เข้ามาทุกที พรรคการเมืองต่างแข่งกันลงพื้นที่เพื่อชิงคะแนนเสียงกันอย่างดุเดือด โพลที่ออกมาระบุตรงกันว่า พรรคน้องใหม่อย่างสยามพัฒนาได้ความนิยมจากประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง

อิทธิหาญไม่พอใจผลสำรวจนัก กลัวพ่อจะชวดอำนาจ จึงเปรยเรื่องนี้กับปาน สมุนคู่ใจเตือนให้เจ้านายใจเย็น เพราะเชื่อว่านายใหญ่มีแผนรับมืออยู่แล้ว

“ก็ปล่อยให้พ่อเขาทำตามวิธีของเขาไป ส่วนฉันแกก็รู้นี่ปาน ว่าฉันจะทำยังไง” อิทธิหาญเอ่ยอย่างเลือดเย็นสีหน้าเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

ooooooo

เช้าวันหนึ่ง ศิวัชเห็นข่าวสังคมแซวเรื่องตนเองกับปฏิพรควงคู่กันออกงาน และลงพื้นที่หาเสียงด้วยกันอยู่บ่อยๆ เขาเริ่มห่วงความรู้สึกเนติมา จึงเข้ามาปรึกษาธำรง

ธำรงอ้างว่า เนติมาเป็นคนมีเหตุผล เธอต้องเข้าใจ แล้วแอบโทร.ไปขอบคุณปิยณีที่ช่วยกระจายเรื่องศิวัชกับปฏิพร เพราะหวังจับคู่ให้ลูกชายเพื่ออำนาจทางการเมือง

ด้านเนติมาเมื่อเห็นข่าวศิวัชกับปฏิพรก็แอบน้อยใจ ถึงกับไม่ยอมรับโทรศัพท์ของชายหนุ่ม ระบิลลอบมองอาการเจ้านายด้วยความเป็นห่วง ก่อนชวนออกไปซื้อต้นไม้ด้วยกัน พลางเตือนว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าความคิดตัวเอง และตอนนี้นายสาวกำลังโดนความคิดของตัวเองทำร้ายอยู่

“ก็มันน่าคิดไหมล่ะ เป็นนายนายก็คิด” เนติมาตวาดแหว

ระบิลยิ้มไม่ยอมตอบอะไร เขาหันไปหยิบก้อนหิน ประดับสวนก้อนเล็กๆ มาวางบนมือเจ้านายแล้วบีบมือเธอให้กำก้อนหินจนแน่น

“โอ๊ย จะบ้าเหรอฉันเจ็บนะ” เนติมาโยนก้อนหินทิ้ง ก่อนใช้มือตีระบิลอย่างหัวเสีย

“เห็นไหมก้อนหินก็เหมือนทุกข์ที่ผมเอามาใส่มือคุณนั่นแหละ ถ้าคุณถือมันไว้ ยิ่งบีบมันเท่าไหร่คุณยิ่งเจ็บมากขึ้นเท่านั้น แค่คุณปล่อยมันซะก็จบ ไม่ต้องเจ็บ”

“ไม่ต้องสอนฉันหรอกน่า ปรัชญานี้ฉันรู้”

“รู้แต่ไม่เอาไปใช้ ก็เหมือนมีดไม่ลับคมแหละคุณ ของที่ทำให้เราสบายใจ ความจริงก็อยู่รอบตัวเราทั้งนั้น ทำไมไม่เอามันขึ้นมาเชยชมล่ะครับ” ระบิลหันไปหยิบกระถางต้นไม้สวยๆ มายื่นให้ เนติมาฉุกคิดได้ เธอขอบคุณระบิลที่เตือนสติ ระบิลว่าต่อ

“ก็คุณยังมีหัวใจนี่ครับ สำคัญตรงที่จิตตกเมื่อไหร่ ฟุ้งเมื่อไหร่ ก็เรียกกลับมาให้เร็วก็แล้วกัน เป็นไง ดอกนี้ถูกใจไหมครับ” ระบิลมองกระถางต้นไม้ในมือ เนติมาพยักหน้ารับ

“งั้นผมสั่งเลยนะ” บอดี้การ์ดหนุ่มเดินไปคุยกับเจ้าของร้านอย่างคล่องแคล่ว เนติมาเห็นแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้

หลังได้ต้นไม้และดอกไม้ตามต้องการแล้ว ระบิล ชวนเจ้านายกลับบ้าน เนติมายิ้มหน้าบานเพราะโทร.ไปปรับความเข้าใจกับศิวัชเรียบร้อยแล้ว

“คนเรานี่รอยยิ้มกับความสุข มันห่างกันนิดเดียวจริงๆเนอะ เมื่อวันก่อนยังไปช่วยกันหาเสียงจิ๊จ๊ะหวานจ๋อย พอมาวันนี้งอนตุ๊บป่อง ไม่ยอมรับสายคุณศิวัช แต่เผลอแว้บเดียวดันโทร.ไปหาเขาเองซะงั้น แถมยังหวานซะ อู๊ย..น้ำตาลจะขึ้นตา นี่แหละน้าความรัก”

“เวลาฉันมีความทุกข์นายก็ปลอบให้ฉันหายเศร้า แต่เวลาฉันหายเศร้านายก็มาแซว ตกลงนายจะเอายังไงกันแน่”

“โธ่..ล้อเล่นน่าคุณ ผมไม่ใช่คนโรคจิตนะ ที่จะชอบเห็นคนรักเขาตีกันน่ะ เข้าใจกันก็ดีแล้ว กว่าจะรักกันไม่ใช่เรื่องง่ายนะคุณ”

เนติมาพยักหน้าเห็นด้วยกับระบิล พลางถามเวลาที่ร้านจะเอาต้นไม้มาส่ง

“ตามหลังมาติดๆ นี่ล่ะคุณ” ระบิลพูดพลางมองกระจกพลันชะงัก เมื่อเห็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อคันหนึ่งขับตามมา มีลูกน้องอิทธิหาญสามคนนั่งอยู่ด้านใน เขาเตือนนายสาวให้นั่งดีๆ แล้วเหยียบคันเร่งจนมิด

ooooooo

ระบิลเลี้ยวรถเข้ามาบนถนนอีกเส้น หวังหนีลูกน้องอิทธิหาญให้พ้น แต่พวกมันตามมาติดๆ แถมกระหน่ำยิงใส่รถหมายเอาชีวิต

เนติมากรี๊ดด้วยความตกใจ ระบิลกดสวิตช์ปรับพนักพิงของนายสาวให้เอนนอนลงอย่างรวดเร็วแล้วหันมาเตือน “อย่าเงยขึ้นมา เดี๋ยวก็โดนส่องหัวหรอก”

“ระวัง” เนติมาชี้ข้างหน้า บอดี้การ์ดหันขวับไปมอง เห็นรถบรรทุกคันหนึ่งแล่นสวนมา และรถของเขาก็แล่นกินเลนเข้าไป

“เฮ้ย !” ระบิลหักพวงมาลัยหลบได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนหันไปมองด้านหลังอีกครั้ง เห็นรถของลูกน้องอิทธิหาญยังขับตามมาพร้อมระเบิดกระสุนใส่

“เอาไงดีล่ะ” เนติมาทำอะไรไม่ถูก

“เรื่องอะไรให้มันล่อเป้าอยู่ล่ะคุณ” ระบิลตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปบนถนนลูกรังข้างหน้า หวังใช้ฝุ่นพรางเอาตัวรอด แต่ลูกน้องอิทธิหาญตามทะเลาะไม่เลิก

บอดี้การ์ดจำต้องป้องกันตัว เขาขอให้เนติมาช่วยประคองพวงมาลัยรถไว้ เมื่อเห็นข้างหน้าเป็นทางตรงเขาชะโงกหน้าออกไปยิงยางหน้ารถวายร้ายอย่างแม่นยำ

รถของลูกน้องอิทธิหาญส่ายไปมา ก่อนเสียหลักพุ่งชนกองวัสดุริมทางจนไปต่อไม่ได้

“เช็กบิล ฮ่าๆ” ระบิลหัวเราะชอบใจ ก่อนดึงตัวกลับเข้ามาในรถพร้อมหันพูดกับเนติมา “เรียบร้อยคุณ”

“ไหน” เนติมาปล่อยพวงมาลัยรถ ลุกขึ้นหันไปมองรถของลูกน้องอิทธิหาญอย่างลืมตัว ทำให้รถเสียหลักแถออกไปจนจะตกถนน

“อย่าปล่อยคุณ” ระบิลรีบคว้าพวงมาลัยรถพร้อมเหยียบเบรก แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เข้าไปเบียดชิดกัน จนแก้มเนติมาเหวี่ยงไปโดนหน้าของระบิลอย่างจัง หนุ่มสาวชะงัก ก่อนจะขยับตัวออกจากกันอย่างเขินๆ

“เออ...ผมว่าเรารีบกลับกันเถอะ เดี๋ยวพวกนั้นตั้งหลักได้จะยุ่ง” ระบิลตัดบท เนติมาพยักหน้าอย่างอายๆ

ส่วนลูกน้องอิทธิหาญ ต้องกินลูกตะกั่วจากปลายกระบอกปืนของปาน ฐานทำงานพลาด

“กูเตือนพวกมึงแล้วว่าอย่าพลาด” ปานพูดด้วยสีหน้านิ่ง

อิทธิหาญมองร่างลูกน้องทั้งสามอย่างไม่เห็นคุณค่า ก่อนคำรามออกมา

“ให้มันรู้ไป ว่าพวกมึงจะปฏิเสธความตายที่กูยื่นให้ได้สักกี่น้ำ”

ooooooo

ในตอนค่ำ เนติมาเห็นข่าวชายสามคนถูกยิงตายปริศนาอยู่ข้างถนน เธอจำได้ว่าเป็นพวกที่ไล่ยิงเธอกับระบิล จึงหันมาบอกวิเชษฐ์

ผู้กำกับว่า คงโดนฆ่าปิดปากเพราะทำงานไม่สำเร็จ แล้วหันมาบ่นกับระบิล “ความจริงนายน่ารวบตัวพวกมันไว้ก่อน เราจะได้สาวถึงตัวบงการ”

“โอ๊ย ไม่ต้องสาวก็รู้ครับพี่ ว่าพวกมันเป็นใคร แค่รั้วกั้นแค่นี้แหละครับ” ระบิลมองไปบ้านข้างๆ ก่อนหันมาบอกเนติมา “รถคุณที่เอาไปเปลี่ยนกระจก พรุ่งนี้ได้นะครับ”

สาวเจ้าพยักหน้ารู้สึกทำตัวไม่ถูกกับเรื่องเมื่อกลางวัน ขณะที่ระบิลถามรุ่นพี่เรื่องขนมที่ให้สั่ง

“เรียบร้อย รับรองไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง” ผู้กำกับยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนหันไปมองเจือจันทร์ที่เข้ามาถาม “ใครสั่งต้นไม้รึเปล่า เขามาส่งเนี่ยตั้งเยอะแยะ อย่างจะเอาไปขายที่ไหน”

ระบิลยิ้มรับรีบออกไปจัดการ สักพักเนติมาก็ตามออกมา เธอเห็นต้นไม้ดอกไม้ประดับมากมายตั้งเรียงกันอยู่ ก็เริ่มบ่น เพราะกลัวบอดี้การ์ดทำเสร็จไม่ทันเวลา

“จัดไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เสร็จคุณ” ระบิลเปลือยท่อนบนเหงื่อท่วมตัว โผล่ขึ้นจากพุ่มไม้ในมุมมืด พร้อมเสียมขุดดิน

เนติมาสะดุ้งเฮือกแอบเขิน เธอจะขอตัว แต่ระบิลเรียก และเอ่ยคำขอโทษเรื่องเมื่อกลางวัน ทำให้เนติมายิ่งเขินหนัก เธอว่า ไม่เป็นไรเพราะมันเป็นอุบัติเหตุ และระบิลไม่ได้ตั้งใจ

“แต่ผมไม่ค่อยสบายใจ ตั้งแต่กลับมา ยังไม่เห็นคุณยิ้มให้ผมเลยนะ” ระบิลพูดอย่างไม่คิดอะไร

“แล้วจะให้ฉันยิ้มดีใจที่โดนนายหอมแก้มเหรอไง...คนบ้า” เนติมาทั้งฉุนทั้งอายตีต้นแขนระบิลเต็มแรง แล้วเดินหนี บอดี้การ์ดเอามือถูต้นแขนที่โดนตีด้วยความเจ็บ พลางมองนายสาวอย่างไม่เข้าใจ

ส่วนเนติมา เธอเดินเข้ามาในห้องด้วยความหงุดหงิด สาวเจ้าเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อจะไปอาบน้ำ แต่อดไม่ได้ที่จะมองผ่านหน้าต่างออกไป เห็นระบิลกำลัง

ขุดดินปลูกต้นไม้อยู่ในความมืดอย่างขยันขันแข็ง เธอรู้สึกอารมณ์เย็นลงและเริ่มมองเขาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

หลังอาบน้ำเสร็จ เนติมาแอบเห็นระบิลยังคงจัดสวนอยู่ เธอถือขวดน้ำออกไปส่งให้พร้อมกับคำขอโทษที่เผลอตีหนักมือไป ระบิลอมยิ้มล้อว่าหายกันเพราะต่างก็ไม่ได้ตั้งใจ

“อืม...โอเคก็ได้ งั้น...ให้ฉันช่วยไหม” เนติมานึกสนุก แต่ระบิลร้องห้าม เขาอ้างว่า อย่ามาช่วยให้งานช้าลง เพราะวันก่อนแค่กวาดใบไม้สองทีก็มือพองแล้ว

“นายทำไหวแน่เหรอ ถ้าไม่ไหวไม่ต้องก็ได้นะ”

“ไหวสิคุณ คุณไปนอนเถอะครับไม่ต้องห่วงผม...นะครับ” ระบิลส่งสายตาอ้อนวอน

เนติมาเข้าใจ เธอลุกเดินกลับห้องแล้วแอบยิ้มอย่างมีความสุข ไม่ต่างจากระบิลที่มองตาม

ooooooo

เช้าวันใหม่ ขวัญชนกเดินเซ็งออกไปยืน ริมหน้าต่าง  พลางรำพึงว่า มันก็แค่วันหนึ่ง เพราะวันนี้เป็นวันเกิด

สาวเจ้าเปิดผ้าม่านหน้าต่างมองออกไป ต้องตะลึง เมื่อเห็นสวนหย่อมหน้าบ้านเต็มไปด้วยแปลงดอกไม้หลากสีสันสวยงาม เสียงเคาะประตูดังขึ้น

ขวัญชนกเข้าใจว่าเป็นแม่หรือเนติมามาเคาะเรียกจึงเดินไปเปิดประตู และต้องอึ้งอีกรอบเมื่อเห็นเจือจันทร์ถือดอกไม้ช่อโต พร้อมด้วยระบิลกับเนติมายืนยิ้มอยู่ข้างๆ ทั้งสามพูดพร้อมกันว่า “สุขสันต์วันเกิด”

“นี่อะไรเหรอคะคุณแม่” ขวัญชนกยังงง

“วันนี้เมื่อหลายปีมาแล้ว แม่ให้กำเนิดเด็กผู้หญิงน่ารักคนหนึ่งออกมา แล้วเด็กคนนั้นก็โตขึ้นเป็นคนดีของพ่อแม่ วันเกิดลูกปีนี้ แม่ขอมอบชีวิตใหม่ให้ลูกอีกครั้งนะขวัญ” เจือจันทร์ยิ้มให้กำลังใจ

“ยินดีต้อนรับสู่โลกภายนอกอีกครั้งนะจ๊ะขวัญ” เนติมาเข้ามากอดเพื่อนรัก ส่วนระบิลนำเสนอสวนสวยที่เขาตั้งใจแสดงฝีมืออย่างเต็มที่ เพราะอยากให้ขวัญชนกออกไปดูด้วยกัน แต่เธอยังลังเล

“ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้วนะครับ มีแต่พวกเราทั้งนั้น วันนี้วันเกิดคุณขวัญเป็นวันดีที่จะได้เริ่มต้นอะไรใหม่ๆซะทีนะครับ” ระบิลเอ่ยอย่างอ่อนโยน

“นะลูก” เจือจันทร์ช่วยกล่อมอีกแรง

ขวัญชนกเริ่มใจอ่อนจะเดินลงข้างล่าง พลันชะงัก เมื่อเห็นวิเชษฐ์ขึ้นมาสมทบพร้อมคุยว่า ขนมเค้กพร้อมแล้ว ที่มาช้าเพราะรถติด

ขวัญชนกยืนตะลึงมองผู้กำกับด้วยความตกใจ ขณะที่ผู้กำกับเองก็ตกตะลึงเมื่อเห็นขวัญชนกชัดเจน เป็นครั้งแรก เขาพยายามผูกมิตรกับเธอ แต่ขวัญชนกยังหวาดกลัวจะหนีเข้าห้อง เนติมารั้งตัวเพื่อนไว้ แล้วให้ระบิลเจรจา

“คุณขวัญฟังผมนะครับ ไม่มีอะไรน่ากลัวทั้งนั้น มีแต่พวกเราทุกคนหวังดี แล้วก็พร้อมที่จะปกป้องคุณขวัญ นะครับ ที่สำคัญข้างล่างยังมีคนพิเศษอีกคน รอคุณขวัญออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่อยู่นะครับ”

ขวัญชนกชะงักนิ่งครุ่นคิดตามที่ระบิลพูด ก่อนจะยอมให้เนติมากับเจือจันทร์จูงมือเดินลงมาหากันต์

“มาสิขวัญ ชีวิตใหม่รอหนูอยู่นะลูก” กันต์นั่งรอลูกอยู่บนรถเข็น

“คุณพ่อ...” ขวัญชนกโผเข้ากอดพ่อร้องไห้

“ฝันร้ายจบลงแล้วนะลูก มันจบลงแล้ว” กันต์เอื้อมมือไปลูบผมลูกสาวอย่างอบอุ่น เจือจันทร์น้ำตาไหลด้วยความยินดีที่ลูกกล้าออกมาพบผู้คน เธอเข้าไปกอดสามีและลูกด้วยความรัก

วิเชษฐ์ ระบิล และเนติมามองภาพตรงหน้าด้วยความอิ่มใจ ก่อนจะชวนทุกคนร่วมร้องเพลงอวยพรวันเกิด แล้วให้ขวัญชนกเป่าเทียนบนเค้ก จากนั้นหนุ่มสาวก็ออกไปชมสวนสวยฝีมือระบิลด้วยกัน

ขวัญชนกมีความสุขมากที่ได้ออกมาเห็นโลกภายนอกอีกครั้ง วิเชษฐ์เข้ามาคุยด้วยหวังสร้างความคุ้นเคย แต่สาวเจ้ากลับหันไปมองระบิลที่ยืนคุยอยู่กับเนติมาด้วยสายตาชื่นชม จนผู้กำกับต้องยิ้มเก้อ

เจือจันทร์เฝ้ามองลูกสาวอยู่ในบ้านด้วยความเป็นห่วง กันต์เข้ามาให้กำลังใจ เพราะเชื่อว่าระบิลจะทำให้ความทุกข์ของทุกคนในบ้านละลายไป และเรียกความสุขกลับคืนมา

ส่วนระบิล เขากำลังคุยเรื่องบ้านสวนที่เพชรบุรีให้สองสาวฟังอย่างออกรสและชวนไปเที่ยวด้วยกัน เนติมา รีบรับลูก ชวนเพื่อนรักไปเที่ยว แต่ขวัญชนกปฏิเสธ

วิเชษฐ์ชวนทุกคนมาถ่ายรูป และผลัดกันเป็นตากล้องกับระบิลที่ชอบจัดท่าแบบฮาๆ ให้เนติมา จนขวัญชนกอดหัวเราะไม่ได้ เวลาแห่งความสุขต้องหมดลง เมื่ออิทธิหาญมายืนจังก้ารออยู่หน้าประตูรั้ว โดยมีปานยืนประกบไม่ห่าง ระบิลบอกให้เนติมาพาขวัญชนกเข้าบ้านไปก่อน แล้วชวนวิเชษฐ์ออกไปทักทายเพื่อนบ้านด้วยกัน

“จะเอาไงก็บอกนะ พี่พร้อมใช้กฎหมายกับไอ้พวกชอบทำตัวใหญ่คับแผ่นดินนี่อยู่แล้ว” วิเชษฐ์กระซิบ

ooooooo

เนติมาพาขวัญชนกเข้ามานั่งกับเจือจันทร์และกันต์ กันต์ขอให้ลูกเมียเข้มแข็งไว้ เพราะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าที่เคยเจอแล้ว ขวัญชนกหวาดกลัวจะหนีขึ้นห้อง แต่เนติมาดึงไว้พลางให้ข้อคิด

“ฟังฉันนะขวัญ คนบางประเภท ถ้าเขาเห็นว่าเรากลัว เขาก็จะยิ่งข่ม เพราะเขาสนุกที่เห็นความกลัวของเรา แต่ถ้าเราแสดงความกล้าให้เขาเห็น ว่าเราไม่กลัวในสิ่งที่เขาพยายามทำ วันหนึ่งความสนุกที่เขาเคยเล่นกับความกลัวของเรา ก็จะไม่สนุกอีกต่อไป”

“แต่เรากำลังจะเล่นกับความตายนะเนติ์” ขวัญชนกพูดทั้งน้ำตา

“ถ้าตายเพราะสู้ ก็ยังคุ้มค่ากว่าตายทั้งๆที่ยังไม่ได้สู้ไม่ใช่เหรอขวัญ” เนติมาตอบอย่างเข้มแข็ง

บริเวณหน้าบ้าน อิทธิหาญบอกกับระบิลและวิเชษฐ์ อย่างกวนๆ ว่าเขาจะเข้ามาอวยพรให้ขวัญชนก พลางตะคอก สั่งให้ทั้งสองเปิดประตู จึงโดนระบิลตอกกลับแบบกวนๆ มาเฟียฉุนขาดดึงปืนออกมาเล็งระบิล แต่เจอวิเชษฐ์ชักปืนขึ้นมาเล็งขู่เช่นกัน

ปานเห็นดังนั้นก็ชักปืนขึ้นมาเล็งไปที่ผู้กำกับ แต่ต้องชะงักเมื่อระบิลชักปืนออกมาเล็งไปที่ปานอย่างรวดเร็วพลางเย้ย “แกนี่ชอบทำอะไรโง่ๆ ต่อหน้ากล้องวงจรปิดนะ”

“แกก็รู้ ว่าคนอย่างฉันกล้าจับแก แต่ที่ยังไม่จับ เพราะฉันรอให้ทุกอย่างพร้อม แล้วเล่นแกชุดใหญ่เลยดีกว่า” วิเชษฐ์เสริม

อิทธิหาญเงยหน้ามองกล้องวงจรปิดสองสามตัวที่ติดอยู่ใกล้ประตูและบริเวณรั้วด้วยความเจ็บใจ

“แค่นี้ขั้วการเมืองที่พ่อแกสนับสนุน คะแนนนิยมก็ตกติดดินอยู่แล้ว ก่อนถึงวันเลือกตั้งลูกชายยังมีแรงมาทำอะไรโง่ๆอีก กู่ไม่กลับจริงๆ” ระบิลส่ายหน้า อิทธิหาญสำทับระบิล

“วันก่อนแกกับนางเนติมารอดได้ เพราะลูกน้องชุดนั้นของฉันอ่อนหัดไปหน่อย ครั้งหน้ารับรองได้เลย ว่าแกสองคนได้ไปเกิดใหม่แน่”

“ครั้งไหน ฉันก็เห็นลูกน้องแกอ่อนทุกชุด จะเก่งก็แต่กับคนอ่อนแอกว่าเท่านั้นแหละ”

“มึง! กูไม่เอาพวกมึงไว้แน่” อิทธิหาญเก็บปืนด้วยความหงุดหงิด ก่อนเดินกลับไปที่บ้านอิสราวัชร

“รู้ตัวไหม ว่าแกกำลังราดน้ำมันบนกองไฟ” ปานเอ่ยเตือนด้วยความหนักใจก่อนเดินตามอิทธิหาญไป

“มันพูดเหมือนคุ้นเคยกับนายดีงั้นแหละ” วิเชษฐ์มองด้วยความสงสัย

ระบิลถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนเล่าเรื่องราวของปานและก้องพี่ชายที่หายตัวไปให้ฟัง เพราะสังหรณ์ใจว่าปานน่าจะรู้เบาะแส แต่ไม่ยอมบอกความจริง

“นายจะให้ฉันออกหมายเรียกมันมาสอบสวนไหมล่ะ”

“อย่าเลยครับพี่ แค่นี้ผมกับพี่ปานก็มองหน้ากันแทบไม่ติดอยู่แล้ว อย่าให้กฎหมายมาทำให้มิตรภาพมันร้าวไปกว่านี้เลยครับ แต่เรื่องพี่ก้องยังไงผมก็ต้องทราบให้ได้ ว่าพี่ก้องยังมีชีวิตอยู่รึเปล่า” ระบิลสลดลงนิดหนึ่งเมื่อพูดถึงพี่ชายของตัวเอง ก่อนจะชวนรุ่นพี่เข้าไปดูในบ้าน

เนติมานั่งรอสองหนุ่มอยู่ในห้องรับแขก เธอรายงานว่า เจือจันทร์พาขวัญชนกขึ้นไปพักบนห้องแล้ว แต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เพราะเธอช่วยปลอบจนเพื่อนรักหายกลัวแล้ว

“ค่อยยังชั่ว ผมนึกว่าคุณขวัญจะขวัญกระเจิงจนต้องกลับไปเริ่มใหม่กันอีก แหม คุณนี่ก็ให้กำลังใจคนเก่งเหมือนกันนะครับ” ระบิลชม

“คงเพราะผ่านความทุกข์มาเยอะมั้ง อีกอย่างนายก็คอยให้กำลังใจฉันเสมอๆนี่นา ฉันก็ต้องปันให้คนอื่นเขาบ้าง แบ่งๆกันไป เออ แล้วเมื่อกี้นายอิทธิหาญนั่นมาหาเรื่องอะไรเหรอ”

“หมาแวะมาเห่าน่ะคุณ คนพาลมันก็จ้องหาเรื่องไปเรื่อย”

“แต่อย่าประมาทนะ ไอ้นี่มันบ้าแล้วก็โหดเกินคาดเดา ขนาดพ่อมันยังห้ามไม่ค่อยอยู่เลย” วิเชษฐ์เตือน

เนติมานิ่งคิดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แล้วพูดอย่างไม่เกรงกลัว

“อีกไม่นานมันก็จะไม่มีสิทธิ์ทำอะไรกับใครอย่างนั้นอีกแล้ว ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป ใหญ่มาจากไหน แต่ถ้าทำชั่วไว้ ก็ต้องรับโทษเหมือนกัน”

ooooooo

ค่ำคืนแห่งการรอคอยมาถึง เมื่อผลการนับคะแนนจากการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมา พรรคสยามพัฒนาชนะคู่แข่งขาดลอย และได้สิทธิจัดตั้งรัฐบาล พงษ์เลิศนั่งหน้าสลดคิดหาทางแก้เกม

“ผมบอกแล้วให้เป่ามันให้ดิ้น ก็สิ้นเรื่องไปตั้งนานแล้ว แล้วคราวนี้เอาไง โดนมันเช็กบิลย้อนหลังแน่ๆ” อิทธิหาญโวยลั่น

“ใจเย็นๆก่อนนะคะ เรายังมีทางเจรจา คุณพ่อคุณท่านคิดไว้แล้ว” ชลกรพยายามอธิบาย

“เงียบไปเลย” อิทธิหาญตวาดใส่ “คนอย่างเธอจะรู้อะไร นอกจากใช้ของเก่าแลกผลประโยชน์ คนที่นี่มันโง่ มันไม่รู้ซะแล้วว่าควรจะซุกอยู่ใต้ปีกนกหรือใต้กรงเล็บเสือ ในเมื่อมันเลือกซุกใต้ปีกนก คอยดู เสืออย่างกูจะอาละวาดให้ราบทั้งป่า” อิทธิหาญลุกพรวดออกจากห้องด้วยความเดือดดาล

พงษ์เลิศมองตามพลางถอนใจ ก่อนหันไปสั่งชลกร อย่างเหนื่อยใจว่า สองวันนี้เขาไม่ให้สัมภาษณ์

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน ดลเรียกอ้อมาดูข่าวศิวัชชนะการเลือกตั้ง สาวน้อยพลอยยินดี

“ถ้าอีกหน่อยพี่เนติ์เขาดังขึ้นมา เราจะเข้าถึงตัวเขายากขึ้นรึเปล่าจ๊ะพี่ดล”

ดลชะงักคิดตามที่อ้อพูดแล้วเริ่มกังวลขึ้นมา

วันรุ่งขึ้น ดลชวนอ้อมาหาเนติมาที่พรรคสยามพัฒนา วันนี้พรรคจัดงานแถลงข่าว เจ้าหน้าที่รีบกันทั้งสองออกมาเพราะไม่มีบัตรเชิญ

“เห็นไหมพี่ดล อ้อว่าแล้วเชียว” อ้อหน้าเจื่อน

“ไม่เป็นไร วันหลังเราค่อยมาใหม่ก็แล้วกัน” ดลให้กำลังใจตัวเอง แล้วจูงอ้อเดินออกไป โดยไม่ทันเห็นรถของเนติมาแล่นสวนเข้ามา

ระบิลลงมาเปิดประตูรถให้นายสาวพร้อมส่งช่อดอกไม้ให้ “คราวนี้กล้าๆส่งดอกไม้ต่อหน้าสื่อเลยนะคุณ ไม่ต้องอาย เชื่อโค้ชแล้วจะรุ่ง”

“ฉันไม่ใช่เด็กๆนะ สอนมาตั้งแต่ในรถแล้ว ฉันจำได้หรอกน่า” เนติมาค้อนให้ ก่อนเดินฝ่ากลุ่มนักข่าวจนใกล้ถึงตัวศิวัช เธอส่งยิ้มอย่างมีความสุข พลางกระชับช่อดอกไม้ในมือแน่น เตรียมจะเดินไปยื่นให้ แต่ต้องชะงักเมื่อปฏิพรถือช่อดอกไม้เข้ามามอบให้ศิวัชด้วยรอยยิ้ม และเมื่อเห็นเนติมามองอยู่ก็ใส่จริตออดอ้อนทำประหนึ่งเป็นแฟนตัวจริงให้นักข่าวถ่ายรูป

เนติมาเสียใจจนพูดไม่ออก ระบิลสะกิดเตือนให้เจ้านายเข้าไปแสดงตัว แต่เธอกลับถอยออกมา พลางสั่งให้พาออกไปจากงานทันที

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #2 on: 18 October 2026, 17:16:05 »


https://www.thairath.co.th/novel/swan/ep5/page1

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 5

ระบิลพานายสาวมานั่งในร้านกาแฟริมทะเล สถานที่แห่งนี้เขาเคยพาเอมมิกามาเที่ยวบ่อยๆ เนติมาชื่นชมบรรยากาศรอบตัว ครั้นหันมาเห็นระบิลนั่งเหม่อจึงเอ่ยถามว่าเป็นอะไร

“เราก็เป็นแฟนกันไง”

“อะไรนะ” เจ้านายสาวสะดุ้งโหยง “ใครเป็นแฟนนาย นายไม่สบายรึเปล่าเนี่ย ฉันเรียกนายตั้งหลายทีแล้ว แต่นายมองอะไรโต๊ะโน้นอยู่ แล้วเมื่อกี้พูดอะไร...ใครแฟนใคร” เนติมาใส่เป็นชุด

ระบิลตื่นจากภวังค์รีบกลบเกลื่อน เนติมาแซวให้เขาพาแฟนมารู้จักกันบ้าง ระบิลกลับลุกหนี เนติมาตามไปคาดคั้น แต่ไม่ทันได้คำตอบ ศิวัชก็โทร.เข้ามา เธอโกหกคนรักเจอเพื่อนเก่าก็เลยออกมาทานข้าวกัน

ในตอนบ่าย ดลมานั่งเฝ้าอ้อที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง สาวน้อยมาเป็นพริตตี้ยืนแจกตัวอย่างน้ำสมุนไพรให้คนที่มาออกกำลังกาย เมื่อเสร็จงานเธอนำเงินค่าจ้างมาส่งให้ดลเก็บไว้ ชายหนุ่มไม่ยอมรับ เพราะเป็นน้ำพัก น้ำแรงของเธอ สาวน้อยไม่ขัดใจ แต่มีเงื่อนไขว่า ขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวเย็น แล้วขอตัวไปเปลี่ยนชุด

ดลกลับมานั่งรอ เขาหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่าน เห็นข่าวพาดหัวว่า“ศิวัช กิตติธร ฟอร์มทีมรัฐบาล พร้อมทำงานเต็มสูบ”

หัวข่าวทำให้หนุ่มน้อยหันมาใคร่ครวญ อนาคตของตัวเอง

ooooooo

สายวันใหม่ เนติมาเข้ามาดูความเรียบร้อยเรื่องเสื้อผ้าให้ศิวัช เพราะวันนี้คนรักจะออกแถลงจุดยืนทางการเมืองเป็นครั้งแรก

ศิวัชถือโอกาสขอเนติมาแต่งงาน เพราะต้องการสตรีหมายเลขหนึ่งมายืนเคียงข้าง สาวเจ้าตอบกลับว่า ไม่อยากเป็นสตรีหมายเลขหนึ่ง แต่อยากเป็นแค่ผู้หญิงคนเดียวของเขามากกว่า เพราะยังน้อยใจเรื่องปฏิพรไม่หาย

ศิวัชอึดอัดใจชี้แจงว่าทุกอย่างเป็นแค่เกมการเมืองที่พ่อเขาเป็นคนจัดการ และยืนยันว่าไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกับปฏิพร นอกจากเห็นเธอเป็นแค่น้องสาว เนติมาฝืนยิ้มออกตัวว่า แค่ล้อเล่นเพราะไม่อยากให้คนรักไม่สบายใจ

หนุ่มสาวสบตากันด้วยความรัก พลันสะดุดเมื่อ ปฏิพรเข้ามา เธออ้างว่าธำรงให้มาตาม และนักข่าวก็มากันพร้อมแล้ว จอมมารยาฉวยโอกาสควงแขนชายหนุ่มเดินออกไป เมื่อถึงประตู แม่ร้อยเล่ห์ก็เอื้อมมือไปจัดเนกไทให้อีกครั้ง เพื่อโชว์ความหวานให้ช่างภาพ

เนติมาแอบเศร้า ปฏิพรลอบมองอาการเธอด้วยความสะใจ ก่อนเดินเกมสร้างความร้าวฉานต่อไป

หลังจากศิวัชแถลงนโยบายและตอบคำถาม

สื่อมวลชนเรียบร้อยแล้ว ระบิลสะกิดให้เนติมาเข้าไปถ่ายรูปกับศิวัชเพื่อประกาศตัวอย่างเป็นทางการ แต่เนติมายังลังเล จึงถูกปฏิพรขโมยซีนถ่ายรูปคู่กับศิวัชแทน

ธำรงยืนมองเหตุการณ์อยู่ในห้องอย่างพึงพอใจ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามแผน สักพักชลกรมาขอพบเธอใช้มารยาหว่านล้อมให้ธำรงยอมรับปากว่า จะเสนอที่ประชุมให้รับพงศ์เลิศเข้าร่วมรัฐบาลด้วย และชวนไปดินเนอร์ที่คอนโดฯเพื่อตอบแทน ธำรงลอบยิ้มพลางสบตากับชลกรอย่างรู้กัน

บริเวณหน้างาน ระบิลยังยุนายสาวให้ออกไปถ่ายรูปกับศิวัชไม่เลิก แต่เธอปฏิเสธ เพราะไม่อยากเห็นคนรัก ลำบากใจ ระบิลจะปลุกระดมต่อ พลันระเบิดดังตูม แขกเหรื่อกระเจิงไปคนละทิศละทาง

“ระวัง” ระบิลโผเข้ารวบตัวเนติมาให้นอนกับพื้นโดยเอาตัวเข้าบังไว้

ส่วนศิวัชกับปฏิพรเสียหลักล้มลง บอดี้การ์ดเข้ามาคุ้มกัน ชายหนุ่มลุกขึ้น รีบส่งปฏิพรให้บอดี้การ์ดดูแลแล้ววิ่งไปหาเนติมาที่ถูกร่างระบิลทับอยู่

“เนต์ิ...เนติ์เป็นอะไรรึเปล่าจ๊ะ” ศิวัชจับมือคนรัก

“ไม่เป็นอะไรค่ะ แต่คุณระบิลสิคะโอ๊ย ลุกได้แล้ว ฉันหนักนะ” เนติมาพยายามดันระบิลออก แต่ไม่สามารถทำได้ ศิวัชเข้ามาช่วย เขาร้องเรียกระบิลพลางเอื้อมมือไปพลิกตัวชายหนุ่ม แล้วต้องตะลึงเมื่อเห็นระบิลหมดสติ มีเลือดไหลจากศีรษะ

ooooooo

บอดี้การ์ดหนุ่มถูกส่งโรงพยาบาล เนติมาตามมาเฝ้าด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกผิด ศิวัชเข้ามาปลอบใจ  เขาบอกคนรักว่า นี่แค่การเริ่มต้นเท่านั้น หญิงสาวเริ่มคิดหนัก แต่ยังยืนยันขอเดินหน้าต่อ

ศิวัชดึงเนติมามากอดให้กำลังใจ แล้วต้องรีบผละออก เพราะระบิลรู้สึกตัว บอดี้การ์ดคุยโวว่าสบายดี แล้วลุกขึ้นชวนนายสาวกลับบ้านหน้าตาเฉย

เนติมาร้องห้ามเสียงหลง ขอให้พักสักสองสามวัน ศิวัชเห็นด้วย แต่ระบิลไม่ยอม เขาว่าแผลพวกนี้ไกลหัวใจ ศิวัชมองระบิลอย่างห่วงๆ ขณะที่เนติมาหน้าบึ้ง เพราะหงุดหงิดในความรั้นของชายหนุ่ม

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ระบิลเข้ามานั่งยิ้มระรื่นอยู่ในบ้านกันต์ เขายืนยันกับสองสามีภรรยาว่า ไม่เป็นอะไรมาก เนติมาตามมาส่งค้อนพลางบ่นยืดยาว ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นขวัญชนกลงมาดูอาการระบิลด้วยความเป็นห่วง

ส่วนเจือจันทร์หันมาคุยกับกันต์ “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกไหนเป็นคนทำ นี่มันชักถี่มากขึ้นแล้วนะคุณคราวก่อนหนูเนติ์ก็โดนไล่ยิง นี่ถ้าเมื่อไหร่มันคิดจะทำอะไรกับบ้านหลังนี้ ก็คง...”

ขวัญชนกได้ยินก็หน้าเสียรู้สึกกลัวขึ้นมา กันต์เอื้อมมือไปจับมือลูกและภรรยาอย่างปลอบโยน ขณะที่ระบิลกับเนติมานิ่งคิดด้วยความไม่สบายใจนัก

เวลาเดียวกัน พงษ์เลิศหวดลูกกอล์ฟออกไปอย่างหัวเสีย เพราะเกมการเมืองกำลังจะเดิน แต่ลูกชายตัวดีดันมาเตะตัดขากันเอง เขาสั่งชลกรให้โทร.หาอิทธิหาญ แต่ติดต่อไม่ได้ เพราะจอมเกเรไม่ยอมรับสาย

“เพิ่งแพ้มาหยกๆ แล้วยังมาเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก ดูสิข่าวแต่ละสำนักด่าเราทั้งนั้น นี่ถ้าไอ้ศิวัชมันเกิดจะเล่นงานเร่งขุดคุ้ยเราขึ้นมามีหวังแย่แน่”

“ใจเย็นๆสิคะ มีฉันอยู่ทั้งคน คุณจะกลัวอะไร คุณก็รู้นี่คะ ว่าฝีปากฉันกล่อมคนมานักต่อนักแล้ว แค่ฉันสบตา สัมผัสตัวคุณธำรงเขาแค่นิดเดียว ฉันก็รู้แล้วว่าเขาต้องการอะไร” ชลกรอมยิ้มมีเลศนัย ก่อนเข้ามากระซิบบางอย่าง พงษ์เลิศพยักหน้าเข้าใจความหมาย และเริ่มมีหวัง

ooooooo

คำเที่ยงเห็นข่าวลอบวางระเบิดพรรคสยามพัฒนา ก็ห่วงดลถึงกับมาหาที่คอนโดฯ และชวนดลกับอ้อไปไหว้อัฐิวิเชียรกับพรรณศรีที่วัด เพื่อขอให้วิญญาณทั้งสองช่วยคุ้มครองเนติมาให้ปลอดภัย

ดลเปรยว่าอยากพบพี่สาวเร็วๆ คำเที่ยงเห็นใจและเตือนให้ระวังตัว เพราะถ้าพงษ์เลิศรู้ว่าเขาคือใคร คงไม่เอาไว้แน่

“ใช่แล้ว ยิ่งเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ อ้อว่าเรายิ่งเข้าถึงตัวพี่เนติ์ลำบากขึ้นแน่ๆ” อ้อเสริม

ดลถอนใจ ขณะที่คำเที่ยงหันไปพูดกับรูปวิเชียรและพรรณศรี

“คุณวิเชียรไม่ต้องห่วงนะครับ สัญญาที่ผมให้ไว้กับคุณจะต้องสำเร็จ เด็กสองคนโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง ผมมั่นใจว่าเขาจะเป็นคนดีอย่างที่คุณอยากให้เป็น” คำเที่ยงเอ่ยทั้งน้ำตา แล้วหันมาบอกอ้อ “คุณวิเชียรมีบุญคุณกับพ่อมาก ถ้าวันนั้นพ่อไม่ได้คุณวิเชียร ชีวิตพ่อวันนี้ก็ไม่รู้จะเป็นยังไง”

คำเที่ยงนึกถึงความหลัง เมื่อครั้งวิเชียรให้เงินไปรักษาลูกชายที่นอนรอความตายอยู่ในห้องไอซียู ทั้งๆ ที่เขาเป็นแค่คนขับรถของพงษ์เลิศเท่านั้น

“พ่อรู้สึกว่าชีวิตเล็กๆ ของพ่อ ชดใช้อีกกี่ครั้งก็คงไม่เท่ากับความเมตตาที่คุณวิเชียรมีให้”

“แต่พ่อก็ทำทุกอย่างดีที่สุดแล้วนี่ครับ ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณพ่อ ถ้าไม่ได้พ่อ ผมคง...”

“พ่อภูมิใจที่สุด ที่พ่อมีส่วนทำให้ลูกโตขึ้นมาเป็นคนดี เออ...วันครบรอบวันเสียชีวิตคุณวิเชียรกับคุณพรรณศรีปีนี้ พ่อคงไม่ได้มา ดลจัดการเองได้นะลูก”

“ได้ครับพ่อ สบายมากครับ” ดลพูดยิ้มๆ ขณะที่อ้อแกล้งมองพ่อกับพี่ชายอย่างงอนๆ ก่อนโวยว่าไม่มีใครสนใจเธอเลย ทั้งสองหัวเราะชอบใจแล้วดึงอ้อไปกอดด้วยความรัก

ooooooo

ค่ำวันเดียวกัน เนติมาโทร.ไปกู๊ดไนต์คนรัก แล้วจะเดินเข้าห้อง เมื่อเห็นไฟห้องหนังสือยังเปิดอยู่ และได้ยินเสียงคนในห้องบ่นงึมงำจึงเข้าไปดู เธอเห็นบอดี้การ์ดกำลังทำแผลบริเวณขมับอย่างทุลักทุเล แถมทำผ้าก๊อซหลุดมือตกลงพื้น

ระบิลถอนใจอย่างหงุดหงิดก่อนก้มลงจะหยิบ แต่หัวไปโขกกับโต๊ะเข้าอีก “โอ๊ย...อะไรวะเนี่ย อูยเจ็บ” พ่อหนุ่มกุมหัวป้อยๆ พลางก้มลงเก็บผ้าก๊อซขึ้นมา ใช้ปากเป่าทำความสะอาดอย่างง่ายๆ แล้วจะปิดแผล

เนติมาปรี่เข้ามาแย่งไปจากมือพร้อมต่อว่าชุดใหญ่ ก่อนจะดึงกล่องยามาเปิดและช่วยทำแผลให้ พลางเอ่ย

อย่างรู้สึกผิด “ถ้าไม่ได้นาย คนที่ต้องเจ็บตัวคงเป็นฉัน”

“มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องปกป้องคุณ การที่ผมเจ็บแล้วคุณไม่เจ็บเนี่ย ถือว่าผมทำงานสำเร็จนะ”

“แต่ถ้าฉันไม่เจ็บ นายไม่เจ็บ จะดีกว่าไม่ใช่เหรอ ความจริงความรู้ความสามารถนาย ไม่จำเป็นต้องมาเป็นบอดี้การ์ดก็ได้นะ ถ้านายกลับเข้ารับราชการฉันว่านายต้องได้เป็น...” เนติมาพูดไม่ทันจบ ระบิลก็เบี่ยงหน้าหลบบอกว่า เขาไม่มีวันกลับไปรับราชการ

“อะไร...ฉันแค่พูดลอยๆ ไม่เห็นต้องหงุดหงิดเลย มีอะไรเหรอ ทำไมนายถึงไม่อยากกลับไปรับราชการ

ก็ในเมื่อ...” ระบิลขยับจะลุกจากเก้าอี้ แต่เนติมารีบรั้งไว้ “โอ๊ยๆโอเคๆไม่ถามแล้วก็ได้ อะไรเนี่ยจู่ๆ ของก็ขึ้น

มานี่ๆ มาทำแผลต่อเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” เนติมาเอามือจับหน้าระบิลให้หันกลับมา ก่อนจะทำแผลต่อด้วยความตั้งใจ

“คิดไปคิดมานายไม่ต้องไปทำงานอย่างอื่นน่ะดีแล้ว เพราะฉันจ้างนายคนเดียวเหมือนได้ตั้งหลายคนทั้งคนสวน ช่างไฟฟ้า พ่อบ้าน พ่อครัว คนขับรถ คน...”

“โอ๊ย...เบาๆสิคุณ...เจ็บ” ระบิลร้องด้วยความเจ็บพลางคว้ามือเนติมาข้างที่กำลังทายาไว้ ทั้งสองหันมาสบตากันแล้วต้องชะงักด้วยความหวั่นไหว

ระบิลตั้งสติได้ก่อน รีบปล่อยมือเนติมาพร้อม

คำขอโทษ และขอทำแผลต่อเอง แต่เนติมาไม่ยอม เธอทำแผลให้เขาจนเสร็จแล้วเดินอมยิ้มกลับห้อง ระบิลมองตามรู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

วันใหม่ เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับหญิงสาว เนติมาขอยืมปืนจากเพื่อนมาบังคับระบิลให้สอนยิงปืน แต่กลับโดนบอดี้การ์ดบิดข้อมือแย่งปืน พร้อมคำเทศนาชุดใหญ่ ถึงกระนั้นเนติมาก็ไม่สน เธอยืนกรานให้ระบิลสอน ถ้าไม่สอนให้จะไปหาที่เรียนเอง

“แต่คุณมีผมเป็นบอดี้การ์ดอยู่แล้ว ถ้าคนที่ผมปกป้อง ต้องมาฝึกอาวุธคุ้มครองตัวเอง ผมเลิกเป็นบอดี้การ์ดดีกว่า ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครมาทำอันตรายคุณเด็ดขาด แล้วถ้าถึงเวลาที่คุณจะต้องใช้ปืน ผมจะเป็นคนสอนคุณด้วยมือผมเอง” ระบิลเสียงเข้มท่าทางเอาจริง

เนติมาหน้าจ๋อยยอมจำนน เธอรีบเปลี่ยนเรื่องชวนระบิลไปหาศิวัช เพราะมีนัดทานข้าว

ทั้งสองมาถึงหน้าคฤหาสน์หรู พบศิวัชเดินคุยอยู่กับวิเชษฐ์ เนติมาเข้าไปหาคนรัก ส่วนวิเชษฐ์หันมาทักระบิล และถามเรื่องอาการบาดเจ็บ เพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องงานจึงไม่ได้ไปเยี่ยม

“โอ๊ย...สบายมากครับพี่ ผมน่ะแก่ยาก แต่ตาย ยากกว่า”

“อย่างอื่นยาก แต่โม้เนี่ยง่ายถึงง่ายที่สุดเลยล่ะ”

เนติมาหันมาต่อปากต่อคำ ก่อนจะถามหาธำรง

“คุณพ่อไปธุระข้างนอกน่ะจ้ะ ท่านบอกไม่ต้องรอ ให้พวกเราทานไปก่อนได้เลยไปทานข้าวกันเถอะครับแม่บ้านตั้งโต๊ะไว้พร้อมแล้ว” ศิวัชชวนทุกคน

เนติมามองซ้ายขวาถามหาปฏิพร ศิวัชว่าวันนี้เธอไม่มาเพราะติดธุระ สาวเจ้ายิ้มโล่งใจ ระบิลแกล้งเปรย “แหม...กลัวก้างมาขวางคอตอนทานข้าวเหรอคุณ”

เนติมาค้อนให้ก่อนหันไปจับมือคนรักเดินนำสองหนุ่มเข้าบ้าน

ooooooo

เวลาเดียวกัน ชลกรนอนกอดก่ายอยู่กับธำรงบนเตียงในคอนโดฯหรู เธอออดอ้อนถามเขาถึงข้อเสนอที่ให้ไปเพราะหนูในกรงเล็บราชสีห์อย่างเธอ ยอมทุกอย่าง ธำรงยิ้มพอใจแล้วถามกลับ

“หนูตัวนี้ กำลังจะบอกราชสีห์ด้วยใช่ไหมว่า

วันหนึ่งจะเข้ามาช่วยราชสีห์เวลาติดบ่วงนายพราน”

“เรื่องนี้ก็แล้วแต่ราชสีห์ว่าจะให้หนูตัวนี้ช่วย หรือจะให้พลีกายแทนนะคะ” ชลกรตอบด้วยรอยยิ้ม ก่อนก้มลงจูบธำรงอย่างเอาใจ

บ่ายวันนั้น อิทธิหาญลงว่ายน้ำในสระเพื่อดับร้อน แต่ก็ไม่ช่วยอะไร เขาอดรนทนไม่ไหวว่ายน้ำเข้ามาถามพงษ์เลิศที่นั่งเช็กข่าว ว่าแน่ใจแล้วหรือที่จะเข้าไปเป็นขี้ข้ารองมือรองเท้าให้ธำรงกับลูกชาย

“เราเคยเป็นใหญ่มาตั้งหลายปี จู่ๆ ทำไมจะต้องทำตัวเป็นกาฝากเกาะต้นมันกินด้วย เราไม่เห็นจำเป็นต้องง้อมันนี่พ่อ”

“เพราะนี่คือการเมืองแกลืมไปแล้วเหรอ ว่าเราทำอะไรไว้บ้าง แล้วถ้ามันขุดคุ้ยเล่นงานเราขึ้นมาแถมแกเพิ่งวางระเบิดถล่มพวกมันไปอีก อย่าลืม อำนาจอยู่ที่ใคร คำพิพากษาก็อยู่ในมือคนนั้นแหละ”

“โว้ย แล้วส่งใครไปเจรจาไม่ส่ง ดันส่งโสเภณีการเมืองไป จากแม่ค้าอาวุธ พอเราขึ้นมันก็โผมาเกาะเรา พอพวกไอ้ศิวัชขึ้นพ่อยังจะส่งมันไป ระวังเถอะมันจะสมคบกันตลบหลังเรา”

“อย่ามองฉันในแง่ร้ายอย่างนั้นสิคะ” ชลกรเดินเข้ามาแล้วหันไปยิ้มให้พงษ์เลิศอย่างอารมณ์ดี

ooooooo

ธำรงมาถึงคฤหาสน์ เขาบอกศิวัชกับเนติมาว่า จะให้พงษ์เลิศเข้าร่วมรัฐบาลด้วย ศิวัชรีบค้านกลัวจะเป็นการเลี้ยงเสือไว้ในบ้าน และเนติมาจะไม่ปลอดภัย แต่ธำรงยิ้มอย่างใจเย็นหันไปถามเนติมาว่ากลัวไหม

“ไม่กลัวค่ะ ถ้าเลี้ยงเสือไว้ในบ้าน แล้วขังมันให้ดี ก็ยังดีกว่าปล่อยให้มันเพ่นพ่าน รอให้มันดักล่าเราไม่ใช่เหรอค่ะ” เนติมาตอบอย่างมั่นใจ

ศิวัชยังกังวลไม่หาย เขาอ้างถึงคะแนนนิยมที่อาจตกลง ถ้ามีคนอย่างพงษ์เลิศร่วมรัฐบาล

“บทบาทเขาจะมากหรือน้อย อยู่ที่เราไม่ใช่เหรอลูก” ธำรงพูด แต่สีหน้าแววตามีเลศนัย

ในตอนเย็น ศิวัชเดินหน้าเครียดออกมาส่งคนรักที่รถเพราะยังคิดเรื่องพงษ์เลิศ ระบิลสังเกตเห็นแอบกระซิบถามนายสาวว่าเกิดอะไรขึ้น เนติมาว่ากลับบ้านแล้วจะเล่าให้ฟัง แล้วหันไปชวนวิเชษฐ์ที่กำลังจะกลับไปทานข้าวเย็นต่อที่บ้านกันต์ หวังจะให้ระบิลโชว์ฝีมือ

“แหม...เคยตัว เริ่มสั่งเป็นร้านอาหารตามสั่งเลยนะคุณ ตามไปชิมด้วยกันไหมครับคุณศิวัช เดี๋ยวผมทำเมนู ผู้นำขำกระจายให้ทาน จะได้อารมณ์ดีขึ้น” ระบิลเรียกเสียงฮา

ศิวัชยิ้มเจื่อนเอ่ยว่า “เดี๋ยวคุณพ่อนัดผมคุยเรื่องจัด ตั้งรัฐบาลกับท่านทวีน่ะครับ ฝากเนติ์ด้วยนะครับคุณระบิล” ศิวัชพูดพลางเอื้อมมือไปกุมมือเนติมาด้วยความเป็นห่วง

ในตอนค่ำ เจือจันทร์รู้จากเนติมาว่าธำรงจะให้

พงษ์เลิศเข้าร่วมรัฐบาล เพราะต้องการให้อยู่ในสายตา ก็ชักเครียด เธอมาปรับทุกข์กับกันต์ที่นั่งอ่านหนังสือ เพราะกลัวครอบครัวจะถูกพงษ์เลิศเล่นงานอีก

“อย่ากังวลไปเลยคุณ ผมว่าคุณธำรงเขาคงไม่ยอมให้นายพงษ์เลิศมามีอิทธิพลเหนือเขาหรอก แต่เราควรตั้งรับให้ดี ส่วนเรื่องรุกน่ะโน่น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหนุ่มๆ สาวๆ เขา” กันต์มองออกไปยังสวนหย่อม

เจือจันทร์มองตามไปพลางถอนใจ ถามสามีว่า “รวมถึงลูกเราด้วยหรือ”

“วันนี้เขากล้าออกมาจากโลกส่วนตัว ที่เขาขังตัวเองมาร่วมสิบปีแล้วนะ วันข้างหน้าเขาจะต้องกล้าที่จะกลับออกไปสู่โลกกว้างอีกครั้ง ผมเชื่อว่าลูกต้องทำได้ ดูผมสิ ผมยังเอาหนังสือกฎหมายมาอ่านทบทวน ผมจะกลับไปทำงานด้านกฎหมายที่ผมรักอีกครั้ง อย่างน้อยก็สู้เพื่อความยุติธรรมของคนในบ้าน ให้ผมรู้สึกว่าผมได้สู้เพื่อลูกเมียที่ผมรักบ้าง” กันต์วางหนังสือลงแล้วดึงมือ
ภรรยามากุมไว้ เพื่อให้กำลังใจ

ส่วนที่หน้าบ้าน เนติมา ระบิล ขวัญชนก และวิเชษฐ์นั่งชมจันทร์กันอยู่บนเก้าอี้สนาม ระบิลเล่าวีรกรรมของเขาสมัยเป็นเด็กบ้านสวน ขวัญชนกชักสนุก ขอไปเที่ยวบ้านสวนของระบิลบ้าง

เนติมาแปลกใจถามเพื่อนว่าไม่กลัวแล้วหรือ ขวัญชนกยิ้มเจื่อนๆ ตอบว่าถ้ามีเนติมากับระบิลไปด้วยก็คงไม่เป็นไร

“บ้านสวนผมไม่ได้กลับมานาน ป่านนี้ต้นไม้คงขึ้นรกหมดแล้ว เอาไว้ให้ผมไปทำความสะอาดให้เรียบร้อย แล้วจะพาคุณขวัญไปเที่ยวนะครับ” ระบิลรับปาก

“ค่ะ” ขวัญชนกยิ้มรับพลางชำเลืองมองระบิลอย่างอายๆ และบังเอิญว่าเนติมาหันไปเห็นพอดี เธอมองเพื่อนอย่างสังเกต แต่ไม่ทันได้ฟันธงก็หันไปเห็นวิเชษฐ์นั่งมองขวัญชนกด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

ก่อนเข้านอน เนติมาลงมาช่วยทำแผลให้ระบิล

พลางเปรยว่ามีคนแอบชอบเขาอยู่ บอดี้การ์ดทำเอียงอายถามว่าใคร แต่เนติมาว่ารอให้แน่ใจก่อนแล้วจะบอก

เธอชวนชายหนุ่มออกไปคุยกันหน้าบ้าน

เนติมาว่า เธอจะเป็นกามเทพจับคู่ให้วิเชษฐ์กับขวัญชนก เพราะแอบเห็นผู้กองมองเพื่อนรักด้วยสายตาแปลกๆ ระบิลเงยหน้ามองฟ้าแล้วเปรยว่า “ปล่อยให้เป็นไปตามลิขิตเถอะคุณ ถ้าคนเราเกิดมาเป็นของกันและกัน ยังไงก็หนีกันไม่พ้น แต่ถ้าไม่ใช่ ต่อให้รักกันแทบตาย เขาก็พรากเอาคนที่เรารักไปอยู่ดี”

“นายคิดถึงแฟนนายเหรอ ทำไมนายไม่เคยพูดถึงคนรักให้ฟังบ้างเลย ถามทีไรก็บ่ายเบี่ยงอยู่เรื่อย”

“แฟนผมเป็นนางฟ้า” ระบิลหันมาตอบแล้วรีบ ตัดบท “เรื่องของผมมันไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกคุณ  ว่าแต่คุณเถอะ ตอนทานข้าวบอกว่าจะให้ผมพาไปทำบุญให้คุณพ่อคุณแม่ เมื่อไหร่ครับ...ผมจะได้วางแผนถูก”

เนติมาฟังระบิลพูด ทำให้รู้สึกคิดถึงพ่อแม่ ขึ้นมาทันที

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ระบิลพาเนติมาไปซื้อของทำบุญ

ในตลาดใกล้ๆกับวัดที่เก็บอัฐิวิเชียรและพรรณศรี จังหวะหนึ่งเนติมาให้เขาแยกไปหาซื้อสังฆทาน ส่วนเธอจะเลือกดอกไม้รออยู่ที่ร้าน ระบิลจำใจเดินออกมา แต่เมื่อถึงมุมลับตา ก็ถูกปานกระชากตัวเข้าไปเตือนให้ถอนตัวจากงานนี้ แต่ระบิลยัง ยืนยันคำตอบเดิม แถมด่าฝากไปถึงพวกพงษ์เลิศ

“ไอ้ระบิล ถ้าแกไม่ใช่น้องไอ้ก้อง ฉันเอาแกตายแน่ ระวังเงาหัวตัวเองไว้ด้วย เพราะเกมนี้ ไม่เลิกก็ตาย” ปานโกรธจัดหันหลังจะเดินออก แต่ระบิลเรียกไว้ พร้อมยิงคำถามเรื่องพี่ชายที่หายตัวไป

ปานชะงักรู้สึกผิดขึ้นมา เขาตัดสินใจเดินหนีโดยไม่สนใจเสียงเรียกของระบิล

“พี่ปานอยู่แถวนี้ แล้วถ้าไอ้อิทธิหาญมัน...คุณเนติ์” ระบิลเริ่มนึกได้

บอดี้การ์ดหนุ่มวิ่งกลับมาที่แผงขายดอกไม้ เนติมาไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เขาตกใจ ถามหาเธอกับแม่ค้า ยังไม่ทันได้คำตอบ เนติมาก็เดินยิ้มเข้ามาพร้อมกับถุงผลไม้ในมือ

ระบิลต่อว่านายสาวที่ไปไหนไม่บอก เธอสวนว่า แค่ออกไปซื้อผลไม้ไม่มีอะไรน่าห่วง แถมยังพาลเรื่องระบิลระแวงมากไปจนได้ของไม่ครบ ก่อนจะชวนเดินหาร้านขายสังฆทาน ระบิลกลัวจะเจอพวกปานอีก เขารีบพาเจ้านายขึ้นรถบอกว่าไปหาเอาข้างหน้า

ooooooo

เมื่อได้ของครบแล้ว เจ้านายลูกน้องก็พากันมาที่วัด ระหว่างทางไปที่เก็บอัฐิ เนติมาเปรยว่า สิบปีแล้ว แต่ดูเร็วจัง ระบิลถึงกับชะงักคิดถึงพี่ชายเพราะจากกันไปสิบปีเหมือนกัน

สาวเจ้ารำพึงต่อว่า สิบปีที่ผ่านมาเร็วเสียจนเธอไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่มาได้ยังไง ระบิลว่านั่นเป็นเพราะเธอเข้มแข็ง เพราะถ้าเป็นคนอื่นเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้จะทนได้หรือเปล่าก็ไม่รู้

“แหม...พูดให้กำลังใจอย่างนี้ ค่อยน่าฟังหน่อย ไป...ป่านนี้คุณพ่อคุณแม่ฉันรอแย่แล้ว” เนติมายิ้มอย่างขอบคุณ จะเดินนำระบิลออกไป แต่เห็นบอดี้การ์ดยังยืนนิ่งท่าทางเหมือนกำลังคิดถึงใคร จึงหันมาถาม “นาย เป็นอะไรน่ะ”

“เออ...ไม่เป็นอะไรครับ ไปรีบไปกันดีกว่า” ระบิลยิ้มกลบเกลื่อนรีบเดินแซงขึ้นหน้า

ทั้งสองมาถึงที่เก็บอัฐิของวิเชียรกับพรรณศรี เนติมาจุดธูปไหว้อัฐิ พลางรำพัน “หนูอยากกอดคุณพ่อ คุณแม่อีกสักครั้ง แต่คงเป็นไปไม่ได้แล้ว หนูคงใกล้คุณพ่อ คุณแม่ที่สุดได้เท่านี้ใช่ไหมคะ”

ระบิลอดเป็นห่วงไม่ได้ เขาเข้ามานั่งข้างๆ จะปลอบใจ แต่ไม่ทันได้เอ่ยก็เหลือบเห็นปานถือถุงใบโตเดินใกล้เข้ามา จึงรีบดึงเนติมาหลบ เนติมาจะหันมาต่อว่า พอระบิลชี้ให้ดูปานก็เข้าใจ เธอสงสัยว่าปานมาทำอะไรจึงแอบตามไป บอดี้การ์ดส่ายหน้ากับความรั้นของนายสาว แล้วรีบตาม

ทั้งสองเห็นปานเข้าไปทำบุญในศาลาแล้วหยิบที่กรวดน้ำออกมาเทใต้ต้นไม้ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้เพื่อนรัก ระบิลกลัวนายสาวจะมีอันตรายจึงชวนกลับ แต่เนติมาว่าเธอยังทำบุญให้คุณพ่อคุณแม่ไม่เสร็จ

“คุณ...จะมาดื้ออะไรตอนนี้เนี่ย เกิดพวกมัน...เฮ้ย” ระบิลชำเลืองไปเห็นลูกน้องอิทธิหาญอีกคนเดินผ่านมา เขารีบรวบตัวเนติมาเข้ามาแอบหลังพุ่มไม้ แต่พื้นที่แคบมากทำให้ทั้งสองคนแนบชิดกัน จนเนติมาเกร็งทำอะไร ไม่ถูก

สมุนอิทธิหาญเดินผ่านไปหาปานและชักชวนกันกลับ เนติมารีบตีมือระบิลที่ยังรวบเอวเธอไว้เป็นการเตือนว่าปล่อยได้แล้ว ระบิลหน้าเจื่อนรีบขอโทษ แล้วตัดบทชวนเนติมากลับไปไหว้พ่อกับแม่ต่อ

ooooooo

บอดี้การ์ดกับนายสาว เดินคุยเรื่องปานขณะกลับ เข้ามาในบริเวณเก็บอัฐิ แต่จู่ๆ ระบิลก็บอกให้เจ้านายเงียบ เพราะได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาจากที่เก็บอัฐิของวิเชียรกับพรรณศรี ทั้งสองย่องเข้าไปดู เห็นดลกับอ้อกำลังไหว้อัฐิอยู่และได้ยินดลบ่นว่า ข้าวของมากมายที่อยู่หน้าอัฐิพ่อกับแม่เป็นของใคร หรือว่ามีคนมาไหว้ผิดที่

“ไม่น่าผิดนะจ๊ะ ทั้งรูป ทั้งชื่อคุณพ่อคุณแม่พี่ดลก็ติดอยู่เนี่ย” อ้อมั่นใจ

เนติมายืนอึ้งหันมามองระบิล ก่อนตรงดิ่งไปหา น้องชาย

“เดี๋ยวคุณ” ระบิลลืมตัวร้องเรียกเสียงหลง

ดลกับอ้อสะดุ้งหันมามองเห็นเนติมายืนมองอยู่ โดยมีระบิลตามมายืนข้างๆ สองพี่น้องมองหน้ากันนิ่งภาพความรักความผูกพันในอดีตผุดพรายขึ้นมา ก่อนที่ทั้งคู่จะโผเข้ากอดกันร้องไห้ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

“พี่นึกว่าจะไม่ได้เจอวีร์อีกแล้ว” เนติมาประคองหน้าดลขึ้นมามองอย่างไม่เชื่อสายตา

“ผมคิดถึงพี่เนติ์นะครับ ผมรอเวลานี้มาทั้งชีวิตครับพี่เนติ์”

“จะไม่มีอะไรพรากเราสองคนพี่น้องอีกแล้ว”

อ้อน้ำตาซึมด้วยความตื้นตันใจ ขณะที่ระบิลส่งยิ้มอิ่มใจ ก่อนเปรยกับนายสาว “คุณพ่อคุณแม่ของคุณคงอยากให้คุณสองคนพบกันซะทีนะครับ”

เนติมากับดลหันมองรูปพ่อกับแม่ด้วยความคิดถึง ทั้งสองเข้าไปคุกเข่ากราบพวกท่านอีกครั้ง ก่อนชักชวนกันไปทำบุญถวายสังฆทานเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ และตบท้ายด้วยการปล่อยปลาลงแม่น้ำ

“เฮ้อ วันนี้เมื่อสิบปีที่แล้ว เป็นวันแห่งความพลัดพราก แต่วันนี้โลกหมุนพาสิ่งที่พรากจากให้มา

พบกันจนได้นะครับ” ระบิลพลอยดีใจไปกับเจ้านาย

“ต่อไป จะไม่มีอะไรพรากเราสองคนได้อีกแล้วล่ะ” เนติมาเอื้อมมือไปโอบไหล่ดล

อ้ออมยิ้มแซวว่า ไม่เคยเห็นดลมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลย ดลว่า เขารอวันนี้มาทั้งชีวิต ระบิลได้ช่องชวนทุกคนไปฉลองและขอเป็นเจ้ามือ

ooooooo

บอดี้การ์ดหนุ่มพาทุกคนมาทานอาหารในร้านริมแม่น้ำ ขณะที่เนติมา ดล และอ้อนั่งคุยกันอย่างออกรส ระบิลกลับออกไปยืนเหม่อคิดถึงพี่ชาย เนติมา หันมาเห็นก็รีบลุกไปคุยด้วย แต่ระบิลทำเฉไฉ เดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร

หลังทานอาหารเสร็จแล้ว เนติมาขอให้ระบิลขับรถพาเธอ ดล และอ้อไปบ้านสวนจังหวัดสิงห์บุรีเพราะอยากจะขอบคุณคำเที่ยง และไม่ลืมโทร.บอกศิวัชพร้อมหยอดคำหวานจนระบิลอดแซวไม่ได้

“มีมดขึ้นรถรึเปล่าน่ะคุณ จิ๊จ๊ะจี๋จ๋ากันตั้งแต่หลุดเขตกรุงเทพฯ จนจะถึงสวนน้องอ้ออยู่แล้วนะคุณ แหม...หวานจนชาวบ้านแถวนี้เขานึกว่ารถคันนี้เป็นรถบรรทุกอ้อยแล้วมั้งเนี่ย”

.

.....

https://www.thairath.co.th/novel/swan/ep6/page1

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 6

เนติมาสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย แล้วไม่อาจข่มตาหลับได้ เมื่อเดินไปยืนริมระเบียงก็เห็นระบิลนั่งเหม่อมองสายฝน สาวเจ้าขยับจะทัก แต่ชายหนุ่มชิงพูดก่อน สาวเจ้าทำหน้าเซ็งเข้ามานั่งข้างๆ พลางบ่นว่า อุตส่าห์เดินเบาแล้วยังรู้ตัวอีก ระบิลเอ่ยยิ้มๆว่า จำจังหวะการเดินของเธอได้

หญิงสาวส่งค้อนให้พลางซักว่า มานั่งทำอะไร

ดูจากสีหน้าแล้วคงมีเรื่องไม่สบายใจ ระบิลจำนนกับความช่างสังเกตของหล่อน แล้วเล่าเรื่องพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่หายตัวไป รวมทั้งเรื่องของปานให้ฟัง

“จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็สิบปีแล้วล่ะครับ ผมก็ไม่ได้พบพี่ก้องอีกเลย”

“สิบปี เท่ากับบ้านฉันมีเรื่องเลยนะ”

“ตอนคุณเจอกับน้องคุณ ผมถึงสะท้อนใจไงครับ”

“ฉันเชื่อ ว่าสายใยของพี่น้องจะพานายกับพี่ชายกลับมาพบกัน อืม แล้วแฟนพี่นายกับเพื่อนสนิทพี่นายล่ะ เขาน่าจะรู้อะไรบ้างนะ”

“พี่จิ๊กย้ายบ้าน แล้วติดต่อไม่ได้อีกเลย ส่วนพี่ปานคุณเคยเจอแล้ว เขาทำงานกับนายอิทธิหาญ แต่ที่สำคัญพี่ปานไม่ยอมพูดถึงเรื่องพี่ก้องอีกเลย ได้แต่เตือนให้ผมถอนตัวจากการทำงานให้คุณซะ”

“คำเตือนนี้ คงยืนยันได้ว่า พวกมันไม่ปล่อยฉันกับน้องชายไว้แน่”

“คุณไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครทำอะไรคุณเด็ดขาด”

“ขอบคุณนะ ถึงนายจะพูดจายียวนกวนประสาทฉันบ่อยๆ แต่ฉันก็อุ่นใจที่มีนายอยู่ใกล้ๆนะ” เนติมายิ้มให้ระบิลอย่างขอบคุณ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น อิทธิหาญชวนปานมาตรวจไร่ ทนงกับโปรยวิ่งออกมาต้อนรับ พลางเรียกหาชูศักดิ์คู่หูอีกคน จอมหื่นกามวิ่งออกมาในสภาพไม่น่าดูนัก ปานส่ายหน้าตำหนิว่ามูมมามเหมือนเดิม

“แหม...ก็เด็กที่เสี่ยเอามาให้มันเด็ดนี่หว่า ใช่ไหมวะพวกเรา” ชูศักดิ์หันไปพูดกับทนง โปรยและลูกน้องที่อยู่ในไร่ แต่ละคนหัวเราะชอบใจ

อิทธิหาญเดินเข้าไปในห้อง เห็นสาววัยรุ่นในสภาพสะบักสะบอมนอนตาลอยตัวสั่นด้วยความกลัวอยู่ใต้ผ้าห่ม เขาหันมาบอกลูกน้องว่า จะเก็บไว้สนุกต่อหรือจะเอาไปทำปุ๋ยก็ตามใจ ปานนึกสมเพชพยายามทัดทาน แต่อิทธิหาญว่า สภาพแบบนี้ขายต่อก็ไม่ได้ราคา สู้เอาไว้ให้ลูกน้องแก้เหงา หรือไม่ก็เป็นปุ๋ยในไร่ยังมีประโยชน์กว่า

“ช่วยไม่ได้ ใจแตก ก็ต้องแหลกอย่างนี้ล่ะวะ ฮ่าๆๆ” มาเฟียน้อยหัวเราะสะใจ ทนง ชูศักดิ์ และโปรยรีบผสมโรง จังหวะเดียวกันลูกน้องอีกคนเข้ามาบอกว่า นายมา

อิทธิหาญชะงักหันมามองปานด้วยความแปลกใจ ก่อนชวนกันไปพบพงษ์เลิศที่บ้านพักหลังงามบนเนินเขา จอมมาเฟียนั่งรออยู่กับชลกร

พงษ์เลิศแวะมาเตือนลูกชายเรื่องแรงงานต่างด้าว เพราะนโยบายของนายกฯศิวัชเข้มงวดมาก แต่อิทธิหาญยักไหล่ไม่แคร์ จอมมาเฟียส่ายหน้าระอามองไปยังภูเขาที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้ทอดตัว ห่างออกไปอย่างครุ่นคิด ก่อนหันมาถามปาน “ที่ตรงเชิงเขาลูกนั้นไปถึงไหนแล้ว”

“อีกสองวันคนงานจะเข้าไปถางแล้วครับนาย ส่วนอีกด้านที่ถางไปแล้ว คนงานเตรียมกล้ายางไว้แล้ว”

“อย่างนี้พ่อไม่กลัวพวกไอ้ศิวัชมันเล่นงานเอาเหรอ” อิทธิหาญถาม

“เราค่อยๆขยายแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ใครจะไปสังเกต อีกอย่างมองจากข้างนอกมาก็ยังเห็นเป็นป่าสมบูรณ์ ใครจะรู้ว่าด้านในมันโบ๋เป็นเขาหัวโล้น” พงษ์เลิศยิ้มอย่างใจเย็น ชลกรรีบเสริม

“คุณก็รู้นี่คะคุณอิทธิหาญ ว่าเจ้าหน้าที่ที่ดินแถวนี้ก็คนของเราทั้งนั้น อยากได้ตรงไหนก็จิ้มเอา เดี๋ยวโฉนดก็ลอยมาอยู่ในมือ”

อิทธิหาญคิดตามแล้วยิ้มออกมาอย่างได้ใจ ก่อนจะตอกกลับคู่ขาของพ่อ “รวมทั้งเสน่ห์ของเธอด้วยใช่ไหมที่มั่นใจว่าจะกุมบังเหียนไอ้ธำรงมันได้”

ชลกรไม่ตอบอะไร ได้แต่ยิ้มอย่างมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเอง ว่าจะมัดใจธำรงได้ตามแผน

เวลาเดียวกันที่พรรคสยามพัฒนา ศิวัชเชิญนักการเมืองที่ความคิดไปในทิศทางเดียวกันมารับฟังนโยบายทำเพื่อประเทศชาติไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง พงษ์เลิศจึงไม่ได้รับเชิญ ธำรงเฝ้ามองการทำงานของลูกชายอย่างชื่นชมและมั่นใจว่าทุกอย่างต้องไปตามเส้นทางที่เขาขีดไว้

ในตอนบ่าย วิเชษฐ์ซื้อกับข้าวจากร้านอร่อยเจ้าประจำมาให้สมาชิกในบ้านกันต์ลองชิม หวังเรียกคะแนนนิยมจากขวัญชนก เจือจันทร์รับรู้ได้ตามสัญชาตญาณของคนเป็นแม่ เธอแอบมาปรึกษากับสามีที่นั่งอ่านทบทวนหนังสือประมวลกฎหมายอยู่ กันต์ว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติพลางขอร้องภรรยาว่าอย่าเอาอดีตไปปิดประตูที่ลูกจะกลับออกไปสู่โลกกว้าง เพราะลูกกำลังจะเข้มแข็งขึ้น และผู้กำกับวิเชษฐ์ก็เป็นสุภาพบุรุษไม่น่าจะมีอะไรเสื่อมเสีย

เจือจันทร์รับฟัง แต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้

ooooooo

ครั้นได้เวลากลับกรุงเทพฯ คำเที่ยงเดินมาส่งทุกคนที่รถ พลางยื่นกล่องไม้ที่วิเชียรฝากไว้ให้เนติมาไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทั้งหมดก็มาถึงคอนโดฯของดลกับอ้อ

แม่สาวน้อยคุยฟุ้งเรื่องเธอช่วยดลทำงานพิเศษ เนติมาเห็นใจชวนทั้งสองไปอยู่ด้วยกัน เพราะจะได้เรียนหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่ระบิลค้านว่าควรแยกกันอยู่เพื่อความปลอดภัย สาวเจ้าจำใจพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไม่มีทางเลือก เธอดึงน้องชายมากอดพลางให้สัญญา

“เราจะผ่านมันไปด้วยกัน พี่จะเอาความสุขกลับคืนมาให้ครอบครัวของเราให้ได้”

“ครับพี่เนติ์” ดลยิ้มตอบอย่างมีกำลังใจ สองพี่น้องกอดกันด้วยความรัก

ครั้นร่ำลากันเสร็จ เนติมาเดินมาขึ้นรถและบ่นไปตลอดทางเรื่องดลไม่ยอมรับเงินที่เธอให้ ระบิลว่าเจ้านายควรดีใจที่มีน้องชายเก่งและเอาตัวรอดได้ขนาดนี้ แต่เนติมายังไม่สบายใจอยู่ดี บอดี้การ์ดจึงชวนเปลี่ยนเรื่องยุให้เปิดกล่องไม้ดู เผื่อวิเชียรจะฝากอะไรถึงเขาบ้าง

“เพ้อแล้ว นายไปรู้จักคุณพ่อคุณแม่ฉันตั้งแต่เมื่อไหร่” เนติมามองระบิลอย่างขำๆก่อนหันไปหยิบกุญแจมาไขเปิดกล่องไม้ แต่ไขเท่าไหร่ก็เปิดไม่ออก

“สงสัยไม่ได้เปิดนานมั้งคุณ ล็อกมันเลยติดน่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวถึงบ้านแล้วผมเปิดให้” ระบิลอาสา

เนติมาพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเก็บกล่องไม้ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้น หญิงสาวกดรับได้ยินเสียงศิวัชนัดให้ออกไปดินเนอร์

ในตอนค่ำ เนติมาออกมาดินเนอร์กับศิวัชใต้

แสงเทียน ท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติก ทั้งสองสบตากันด้วยความรัก ศิวัชยืนยันคำสัญญาเรื่องแต่งงาน เนติมายิ้มเป็นปลื้ม พลันชะงัก เมื่อเหลือบไปเห็นระบิลนั่งเหม่ออยู่ตรงโต๊ะห่างออกไป เธอเห็นใจบอดี้การ์ดจึงขออนุญาตศิวัชโทร.ตามเขามานั่งด้วยกัน แต่ถูกปฏิเสธ

“ผมอยู่คนเดียวจนความเหงาคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผมแล้วล่ะครับ คุณกับคุณศิวัช ใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้คุ้มค่าเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วงผมนะครับ อีกอย่างมุมที่ผมนั่งตรงนี้ ใครไปใครมาผมเห็นได้หมด ดูแลความปลอดภัยให้คุณได้ดีที่สุดครับ” ระบิลกดวางสาย

เนติมานิ่วหน้ามองชายหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ ก่อนหันไปบอกคนรักว่า ระบิลดื้อไม่ยอมมา

“คุณระบิลคงเกรงใจนะจ้ะ แต่ก็ทำให้เราสองคน อยู่ด้วยกันมากขึ้นไม่ใช่เหรอจ๊ะ” ศิวัชยิ้มกระชับมือ

เนติมาอย่างมีความสุข

ระบิลชำเลืองมองเจ้านายแสดงความรัก แล้วอดที่จะสลดลงไม่ได้ เขาเอื้อมมือไปหยิบรูปเอมมิกาในกระเป๋าขึ้นมาดูด้วยความคิดถึง พลันชะงัก เมื่อเห็นปฏิพรเดินดุ่มๆ เข้ามา เธอตรงไปหาศิวัชที่โต๊ะบอกว่า ธำรงให้มาตามไปงานบ้านท่านกฤษณ์ด้วยกัน

ศิวัชชวนเนติมาไปด้วย แต่ปฏิพรกันท่า อ้างว่าเป็นงานภายใน และศิวัชก็ต้องคุยธุระกับท่านทูตตั้งหลายชาติ คงไม่มีเวลาเทกแคร์เนติมา เนติมาไม่อยากให้คนรักลำบากใจจึงบอกปฏิเสธ ระบิลรู้หน้าทีี่รีบเข้ามารับตัวเจ้านายเดินออกไป พลางฟ้องว่าสิ่งที่ปฏิพรทำไม่ใช่แค่ การจับคู่โปรโมตเพื่อหวังผลทางการเมือง แต่เป็นเพราะเธอต้องการแย่งศิวัชไปจริงๆ

“แต่ฉันเชื่อใจพี่ศิวัช”

“ผมก็เชื่อใจคุณศิวัช แต่อย่างที่ผมบอก คุณต้องแสดงความเป็นเจ้าของบ้างนะครับ ปล่อยให้เขารุกฝ่ายเดียวอยู่อย่างนี้ ระวัง...” ระบิลชะงักพูดอะไรไม่ออก เมื่อเห็นเนติมาน้ำตาคลอเบ้า

“ฉันอยากหาที่นั่งเล่น แล้วก็อยากเปิดกล่องของคุณพ่อด้วย” เจ้านายสาวเสียงสั่นเครือ

ooooooo

บอดี้การ์ดพานายสาวมานั่งริมน้ำแล้วใช้ไขควงเปิดกล่องไม้ เนติมารับกล่องไปเปิดออกช้าๆ ด้านในมีรูปครอบครัวสามสี่ใบและโบว์ผูกผมม้วนวางอยู่ สาวเจ้าน้ำตานองหยิบโบว์ขึ้นมาดูพลางเล่าให้ระบิลฟังว่า ตอนเด็กๆ พ่อจะถักเปียและผูกโบว์เส้นนี้ให้เธอเสมอ

“นายคงคิดไม่ถึงใช่ไหม ว่าผู้ชายจะหัดทำอย่างนี้ให้ใครได้”

“ถ้าไม่ใช่ลูกหรือคนที่เขารัก” ระบิลพูดอย่างเข้าใจ ก่อนจะเห็นซองจดหมายเก่าๆ ที่วางอยู่ด้านล่างสุดของกล่อง เขาบอกเนติมาให้หยิบซองจดหมายขึ้นมาเปิดอ่าน

“เนติ์ลูกรัก ในนี้มีเทปที่พ่อบันทึกข้อมูลทุกอย่างที่จะเป็นหลักฐานเอาผิดนายพงษ์เลิศกับพวกได้ จัดการทุกอย่างแทนพ่อด้วย อย่าปล่อยให้คนชั่วสูบเลือดกินเนื้อคนไทยในแผ่นดินนี้อีกต่อไป” เจ้านายลูกน้องมองหน้ากันแล้วช่วยกันไล่หาเทปในกล่องไม้ แต่ไม่พบ

ระบิลให้เนติมาโทร.ถามดล เพราะเทปอาจจะอยู่ในกล่องของดลก็ได้ แต่ต้องผิดหวังเพราะดลไม่รู้เรื่อง เนติมาหน้านิ่วนึกไม่ออกว่าเทปอยู่ไหนกันแน่ ระบิลว่าต้องหาเทปให้เจอ เพราะนั่นเป็นทางลัดที่จะจัดการพวกคนชั่วง่ายขึ้น เนติมาเห็นด้วย เธอชวนระบิลกลับไปตั้งหลักที่บ้าน

ครั้นกลับมาถึงบ้าน ทั้งสองออกไปนั่งคุยกันในสวน ได้ยินเสียงบีบแตรจากบ้านอิสราวัชรดังขึ้น ตามด้วยเสียงอิทธิหาญแผดลั่นด้วยความโมโห “พวกที่อยู่หน้าบ้านหายไปไหนหมดวะ”

ระบิลกับเนติมาหันขวับไปมอง หญิงสาวชักสีหน้าด้วยความสงสัยก่อนวิ่งไปแอบดู โดยมีบอดี้การ์ดตามติดและพยายามจะลากเจ้านายกลับเข้าบ้าน แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินอิทธิหาญตะโกนสั่งลูกน้องให้เอาเอกสารลงมาจากรถด้วย

“คราวนี้นายอยากรู้แล้วใช่ไหมว่าพวกมันทำอะไรกัน”

“เดี๋ยวนะ ผมหาบันไดก่อน” ระบิลมองไปรอบๆ เพื่อหาบันไดมาพาดกำแพง แต่เนติมารั้งไว้พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่ต้อง นายนั่นแหละบันได” ว่าแล้วสาวเจ้าก็ขึ้นขี่คอระบิลแอบดูอิทธิหาญ เห็นลูกน้องคนหนึ่งนำเอาแฟ้มเอกสารปึกใหญ่มาส่งให้ปาน

“เก็บในเซฟให้ดีนะปาน เที่ยวนี้ได้มาอีกสิบแปลง เที่ยวหน้าอีกสิบ แค่นี้เขาทั้งลูกก็อยู่ในมือเราอย่างถูก

กฎหมายแล้ว ฮ่าๆ” อิทธิหาญหัวเราะชอบใจ

เนติมาตะลึงกับสิ่งที่เห็น ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือจะถ่ายภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน จังหวะเดียวกัน ปานรู้สึกผิดสังเกตรีบมองหามาทางกำแพง เนติมาก้มหลบลงจนเสียหลักจะหล่นลงมา ระบิลรวบตัวไว้ได้ทัน พร้อมเอามือปิดปากเธอไว้

“เฮ้ย...อะไรวะไปดูสิ” อิทธิหาญสั่ง

สมุนคนหนึ่งปรี่มาที่กำแพง ระบิลกอดเนติมาแน่นอยู่ที่พุ่มไม้ข้างกำแพง แล้วจู่ๆแมวตัวหนึ่งก็เดินมาตามสันกำแพง สมุนรีบชี้ให้อิทธิหาญดูพลางร้องบอกว่าเป็นแมว

“แล้วไป...พวกมึงระวังกันด้วยนะ ถ้าไอ้บ้านโน้นมันสอดรู้สอดเห็นเมื่อไหร่ เป่าลูกตามันได้เลย กูรับผิดชอบเอง” มาเฟียน้อยพูดอย่างเอาจริง ก่อนเดินเข้าไปในบ้าน

ระบิลกับเนติมาถอนใจออกมาอย่างโล่งอก พลันนึกขึ้นได้ว่ากำลังอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน ทั้งสองรีบผละออกจากกันทันที

ooooooo

เช้าวันใหม่ เนติมาแต่งตัวเตรียมออกไปทำงาน เธอเดินมาหยิบกระเป๋าที่วางอยู่ใกล้หน้าต่าง แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นอิทธิหาญและปานถือกระเป๋าเอกสารเดินออกมาจากตัวบ้านมายังรถ โดยมีลูกน้องอีกสองคนยืนรอ ทั้งหมดคุยอะไรบางอย่างกันด้วยสีหน้าจริงจัง เนติมามองด้วยความอยากรู้ เธอค่อยๆเปิดหน้าต่างออกไปฟัง ได้ยินอิทธิหาญถามลูกน้องว่าทางโน้นพร้อมแล้วใช่ไหม เพราะไม่อยากไปเสียเที่ยว

“ไม่เสียเที่ยวแน่ครับเสี่ย” ลูกน้องยืนยัน

อิทธิหาญพยักหน้าแล้วหันไปสั่งลูกน้องอีกกลุ่มให้เฝ้าบ้านให้ดี เพราะจะไม่อยู่สองวัน เหล่าสมุนรับคำเนติมานิ่วหน้าสงสัยว่าอิทธิหาญจะไปทำเรื่องชั่วๆอะไรอีก เธอหยิบกระเป๋าแล้วรีบเดินลงไปหาระบิลที่ห้องหนังสือ ชวนให้ออกไปด้วยกัน แต่ระบิลเข้าใจว่าเนติมาจะไปทำงานกับศิวัช จึงขออนุญาตกันต์กับเจือจันทร์

พาขวัญชนกไปเปิดหูเปิดตาด้วย

เนติมาพูดไม่ออก เธอเร่งให้ระบิลกับขวัญชนก

ขึ้นรถเพราะกลัวไม่ทันพวกอิทธิหาญ

รถแล่นออกมาได้สักพัก ระบิลชวนขวัญชนกคุยเรื่องความเปลี่ยนแปลงของสองข้างทาง ขณะที่เนติมานั่งกระสับกระส่าย มองไปด้านนอกเหมือนหาอะไรอยู่ จนระบิลสังเกตเห็น เขาถามเจ้านายว่ามองหาอะไรอยู่ เนติมาอึกอักไม่กล้าบอกเรื่องอิทธิหาญเพราะห่วงความรู้สึกขวัญชนก

จนกระทั่งรถติดไฟแดง ขวัญชนกเหลือบไปเห็นรถของอิทธิหาญจอดอยู่ใกล้ๆ เธอชี้ให้ระบิลกับเนติมาดู แล้วรีบปรับเบาะเอนด้วยความหวาดกลัว

ระบิลสีหน้าไม่สบายใจนัก ขณะที่เนติมาเริ่มมีความหวังอีกครั้ง สัญญาณไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว ระบิลยิ้มได้หันไปพูดปลอบขวัญชนก “ไม่ต้องกลัวนะครับคุณขวัญ ไฟเขียวแล้ว เดี๋ยวก็ทางใครทางมันแล้วล่ะ”

“ตาม” เนติมาสั่งเสียงเข้ม ก่อนให้เหตุผลว่า เมื่อเช้าเธอแอบฟังพวกนั้นคุยกัน จึงอยากรู้ว่าพวกมันไปทำอะไรที่ไหน ระบิลส่ายหน้าพร้อมกับดุเนติมาที่ไม่ยอมบอกกันตั้งแต่แรก

“นายก็ไม่บอกฉันก่อนเหมือนกัน ว่า...” เนติมาหันไปมองขวัญชนกที่นั่งหน้าเสียอยู่ พลางอธิบาย “ขวัญ... ฉันไม่ได้อยากเอาเธอมาเสี่ยงนะ ฉันแค่อยากตามดู พฤติกรรมพวกมัน ฉันแค่อยากได้หลักฐานไปเล่นงานพวกนั้น เธอไม่อยากให้คนชั่วพวกนั้นชดใช้กรรมเหรอขวัญ” เนติมาเริ่มร้อนรน เมื่อเห็นรถของอิทธิหาญวิ่งห่างออกไป

ขวัญชนกหน้าจ๋อยรู้สึกกลัวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ระบิลเห็นใจและเข้าใจ เขาเจรจากับนายสาวเพราะเสี่ยงเกินไปที่จะพาขวัญชนกไปด้วย เนติมาหันมามองเพื่อนรักอย่างครุ่นคิด ่กอนยอมล้มเลิกความตั้งใจ แต่จู่ๆขวัญชนกกลับสั่งให้ระบิลตามไป

“อย่าปล่อยโอกาสดีๆอย่างนี้หลุดไปเลยนะ ถ้ามันทำให้คนชั่วได้รับโทษ ขวัญจะต้องกล้าไม่ใช่เหรอจ๊ะ”

เนติมาหันไปมองระบิลอย่างขอคำปรึกษา ระบิลนิ่งคิด ก่อนเร่งความเร็วตามรถอิทธิหาญไป

เวลาเดียวกัน เจือจันทร์เดินวนไปมาในบ้าน เพราะความเป็นห่วงขวัญชนก เธอหันไปจะหยิบโทรศัพท์ แต่กันต์คว้ามือไว้ พลางขอร้องให้ภรรยามั่นใจในตัวลูกสาว แล้วชวนภรรยาไปนั่งที่โซฟา ขอให้ช่วยหาข้อมูลเรื่องหมอกระดูกเพราะอยากจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง

ooooooo

ขณะที่ระบิลกำลังไล่ตามรถของอิทธิหาญ เนติมาโทร.ไปบอกศิวัชที่กำลังประชุมอยู่กับนักการเมืองหลายคน รวมทั้งพงษ์เลิศกับชลกร ชายหนุ่มเป็นห่วงคนรักสั่งให้เธอกลับมาก่อนหรือไม่ก็จะส่งคนไปช่วย แต่เนติมากลัวเป็นเรื่องใหญ่จึงกดวางสาย แล้วหันมาเร่งระบิล แต่จู่ๆบอดี้การ์ดก็หักรถหลบเข้าจอดใต้ต้นไม้ไหล่ ทางหน้าตาเฉย เนติมากับขวัญชนกมองด้วยความสงสัย

เวลาเดียวกันนั้น ปานสั่งให้ลูกน้องจอดรถ เร่งรายงานอิทธิหาญว่ารู้สึกเหมือนมีคนตาม แต่เมื่อหันไปมองด้านหลังก็พบแต่ถนนว่างเปล่า

“สงสัยผมระแวงไปเองครับเสี่ย” ปานออกตัวสั่งให้ลูกน้องไปต่อได้

รถของอิทธิหาญวิ่งออกไปได้สักครู่ รถของเนติมาก็เคลื่อนตัวออก ครั้นตามมาถึงชายป่าเปลี่ยว รถของเหล่าวายร้ายก็เลี้ยวเข้าไปบนทางดินเล็กๆที่ซ่อนอยู่หลังแนวป่า บอดี้การ์ดมั่นใจว่าอิทธิหาญต้องมาทำเรื่องชั่วๆอีก แน่ จึงตัดสินใจจอดรถหลังแนวไม้ทึบหากิ่งไม้มาพราง

ตัวรถไว้ ก่อนดึงสองสาวไปหลบหลังพุ่มไม้ใหญ่ พลางกำชับให้รออยู่ใกล้ๆรถ

“ติดตัวไว้เผื่อจำเป็น ถ้าจะยิงปลดเซฟตรงนี้ก่อนนะคุณ ส่วนจะยิงให้แม่นยังไงไว้ผมจะสอนอีกที” ระบิลส่งปืนให้เนติมา พลางหันมาปลอบใจขวัญชนก “คุณขวัญไม่ต้องกลัวนะครับ ผมได้เบาะแสแล้วจะรีบกลับมา”

“คุณระบิลระวังตัวนะคะ” ขวัญชนกพูดด้วยความเป็นห่วงทั้งๆที่ตัวเองก็รู้สึกกลัวแทบขาดใจ

ระบิลยิ้มรับหันมาสบตากับนายสาวก่อนจะเดินหายเข้าไปในป่า สองสาวมองตามด้วยความเป็นห่วง แล้วพลันสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงรถดังเข้ามาจากถนนด้านนอก เนติมาออกไปซุ่มดูเห็นเจ้าหน้าที่ที่ดินในชุดเต็มยศนั่งรถปิกอัพตามพวกอิทธิหาญเข้าไปด้านใน เธอหันมาชวนขวัญชนกตามไป

ส่วนระบิล เขาเดินมาตามทางเดินเล็กๆในป่าอย่างทุลักทุเล พลางมองไปข้างหน้าด้วยความสงสัย เพราะยิ่งเข้ามาลึกป่ายิ่งสว่าง แล้วเสียงอิทธิหาญก็ดังแว่วมา

“เฮ้ย พรุ่งนี้รีบเอากล้ายางมาลงเลยนะโว้ย”

ระบิลรีบแฝงเข้าใต้ต้นไม้ใหญ่ แอบดูเหตุการณ์ เห็นอิทธิหาญกับปานยืนคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ดินอยู่บนลานดินโล่งกลางป่า มาเฟียน้อยชี้ป่าด้านในพร้อมถามว่า เมื่อไหร่จะได้ตัดไม้ส่วนนั้น

เจ้าหน้าที่ว่า อาทิตย์หน้าทุกอย่างจะเรียบร้อย เพราะเอกสารสิทธิคงเสร็จพอดี วายร้ายยิ้มพอใจ ปานรู้หน้าที่หยิบซองใส่เงินสดยื่นให้เจ้าหน้าที่ ระบิลใช้โทรศัพท์มือถือเก็บภาพไว้เป็นหลักฐาน พลันสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงคนเดินอยู่ด้านหลัง เขาชักปืนวาดออกไป เห็นเนติมากับขวัญชนกยืนอยู่ จึงรีบดึงพวกเธอมาหลบใต้ต้นไม้ด้วยกัน พลางเอ่ยถามเสียงเข้มว่า ตามมาทำไม

“ก็ฉันกับขวัญเป็นห่วงนาย เมื่อกี้คนแต่งชุดข้าราชการขับรถเข้ามาด้วย”

“นั่นไงครับ พวกไม่รักศักดิ์ศรีเครื่องแบบของตัวเอง” ระบิลชี้ให้สองสาวดูเจ้าหน้าที่ที่ดินกำลังเดินคุยกับอิทธิหาญ “มันเหลือแนวป่าด้านนอกไว้หลอกตาคน แล้วแอบมาเจาะไข่แดงกินอยู่ด้านใน จากนั้นก็ออกเอกสารสิทธิตามมา เท่านี้พวกมันก็เป็นเจ้าของอดีตป่าอย่างถูกกฎหมายแล้ว”

“น่ากลัวจังเลยนะคะ” ขวัญชนกหน้าตื่น

“น่าขยะแขยงมากกว่า คนพวกนี้มีที่สองที่เท่านั้นที่ควรอยู่ ไม่ในคุก ก็ในนรก” เนติมาพูดอย่างไม่เกรงกลัวพลางหยิบกล้องขึ้นมาจากกระเป๋า แต่ระบิลรั้งไว้

“ไม่ต้องแล้วคุณ ผมถ่ายไว้หมดแล้ว เรารีบกลับกันดีกว่า ผมไม่อยากให้คุณสองคนอยู่ที่นี่นาน...ไปครับ” ระบิลพาเนติมากับขวัญชนกย่องออกไปจากบริเวณนั้น

ooooooo

ทั้งสามเดินมาได้ไม่กี่ก้าวศิวัชก็โทร.เข้ามา ระบิลเร่งให้นายสาวรีบรับสาย เพราะกลัวพวกอิทธิหาญจะได้ยิน และเป็นไปตามคาด เหล่าวายร้ายได้ยินเสียงมือถือดังแว่วออกมาจากในป่า อิทธิหาญสั่งให้ลูกน้องเข้าไปดู

ด้านเนติมา เธอรีบบอกศิวัชว่าทุกอย่างเรียบร้อย ระบิลได้หลักฐานเด็ดมาแล้ว พรุ่งนี้จะนำไปให้ดู แล้วกดวางสาย พลันแว่วเสียงลูกน้องอิทธิหาญตะโกนรายงานลูกพี่ว่ามีคนอยู่ทางโน้น

“พวกมึงตามไป ไม่ว่ามันเป็นใคร สิ่งที่มันจะได้รับคือความตายเท่านั้น เร็ว” อิทธิหาญสั่งการ

ระบิลหน้าเครียด รีบพาสองสาววิ่งอ้อมไปตามป่ารกทึบ ล่อให้เหล่าร้ายตามไป ก่อนวกกลับไปที่รถเพื่อความปลอดภัย แต่วิ่งไปได้สักพัก เนติมาก็ร้องว่าขวัญชนกหวาดกลัวจนจะไปต่อไม่ไหว ระบิลหันมาให้กำลังใจจนขวัญชนกฮึดสู้อีกครั้ง เสียงปืนดังขึ้น ระบิลโอบร่างสองสาวให้ก้มต่ำ แล้วดึงเข้าหลบหลังแนวไม้ เขาแอบมองออกไปเห็นลูกน้องของอิทธิหาญมีอาวุธครบมือ วิ่งมาหยุดมองหาอย่างไม่แน่ใจเพราะมีต้นไม้ใบไม้บังอยู่ เนติมาหยิบปืนในกระเป๋าขึ้นมา ระบิลรีบรั้งไว้ ถามว่าจะทำอะไร

“ก็นายบอกให้ใช้ตอนจำเป็น นี่ยังไม่จำเป็นอีกเหรอ”

“เสียงปืนก็ไม่ต่างกับเสียงโทรศัพท์คุณเมื่อกี้หรอก เสียงเรียกแขกชัดๆ” ระบิลประชด พลางดึงสองสาวออก

จากที่ซ่อนพาเดินลุยนํ้าในลำธารอย่างทุลักทุเล “เลี่ยงมาเดิน ทางที่คนเขาไม่เดินกัน รับรองพวกนั้นหาเราไม่เจอแน่ครับ”

“แต่ฉันว่าเราจะหลงป่านะ ดูสิเขียวเหมือนกันหมดเลย เหนือใต้ออกตก อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้” เนติมามองไปรอบๆด้วยความกังวล

“ไม่ต้องห่วงน่าคุณ ผมมีนี่” ระบิลยิ้มพลางยกนาฬิกาข้อมือที่มีเข็มทิศให้ดู แถมการันตี “เมื่อกี้ตอนเดินอยู่ผมเช็กไปครั้งหนึ่งแล้วว่ารถเราอยู่ทิศไหน นี่ทิศตะวันตก นั่นไงครับ แสงแดดเข้าตรงนั้นพอดี ผมว่าเราเดินไปอีกหน่อยแล้วปีนตลิ่งขึ้นไปอีกนิดก็ถึงที่เราซ่อนรถไว้แล้วล่ะครับ ไหวไหมคุณเนติ์”

เนติมาบอกว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว คงไม่มีอะไรไม่ไหว แล้วหันมาทางขวัญชนก เห็นเพื่อนรักบอกอย่างมั่นใจว่าเธอพร้อมแล้ว เนติมากับระบิลยิ้มชอบใจที่เห็นขวัญชนกมีกำลังใจดีขึ้น ทั้งสามลุยน้ำต่อ ขยับได้นิดเดียวขวัญชนกเหยียบก้อนหินเสียหลักจนเท้าพลิก ทำให้เดินต่อไม่ไหว ระบิลตัดสินใจให้เธอขี่หลัง

ขวัญชนกรู้สึกเกรงใจระบิล ถึงกับบ่นว่าตัวเองมาเป็นภาระให้ชายหนุ่ม

“คุณขวัญไม่ได้เป็นภาระอะไรเลยครับมันเป็นอุบัติเหตุ อย่าคิดมากครับ อีกอย่างตัวคุณขวัญเบาจะตาย แค่นี้สบายมาก คิดว่าเล่นขี่ม้าส่งเมืองก็แล้วกันนะครับ” ระบิลพูดยิ้มอย่างอารมณ์ดี

ขวัญชนกยิ้มได้ เนติมาสังเกตอาการของเพื่อนรักแล้วแกล้งแซวบอดี้การ์ด “ขี่ม้าส่งเมือง เก่ามาก”

“เก่าแล้วไง การละเล่นไทยๆนะคุณ อ๋อ ลืมไป โตเมืองนอกเมืองนาคงไม่เคยเล่น คงเคยแต่กดลิฟต์ขึ้นลงหอไอเฟล วืดๆ” ระบิลลอยหน้าลอยตาพูด

“เว่อร์ๆ นายนี่ไม่พูดกวนประสาทฉันสักวันจะท้องอืดตายรึไง นี่แน่ะ ว้าย” เนติมาเสียหลักลื่นจะล้ม

ระบิลคว้ามือนายสาวได้ทัน ทั้งสองมองหน้ากันค้างนิ่งอย่างไม่รู้ตัว จนขวัญชนกต้องชะงักกับภาพตรงหน้า ก่อนเอ่ยถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วง

“เจ็บตรงไหนรึเปล่าจ๊ะเนติ์”

เนติมาสะดุ้งรีบดึงมือออกจากระบิลพลางปฏิเสธว่าไม่เป็นไร แต่พอขยับจะก้าวก็ทำท่าจะลื่นอีก ระบิลดึงตัวเธอไว้สั่งให้จับแขนเขาแล้วค่อยๆก้าวไปด้วยกัน เนติมาลังเลกลัวจะพากันเดินไม่สะดวก แต่ชายหนุ่มยืนกรานว่าความปลอดภัยของนายเป็นหน้าที่ของคนดูแล

สาวเจ้ารู้สึกอุ่นใจขึ้นมาทันที เธอค่อยๆเอื้อมมือไปจับแขนระบิลแล้วพากันเดินลุยน้ำต่อไปช้าๆ

ooooooo

ไม่นานนัก ระบิลก็พาสองสาวเดินเข้ามาใกล้แนวป่าบริเวณที่จอดรถไว้ เขารีบดึงพวกเธอปีนขึ้นริมตลิ่ง แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงอิทธิหาญดังขึ้น “เฮ้ย เมื่อกี้ใครยิงปืนวะ”

ระบิลส่งสัญญาณให้สองสาวเงียบไว้แล้วพาไปหลบหลังพุ่มไม้ ก่อนจะค่อยๆแหวกพุ่มไม้แอบดู เห็นลูกน้องอิทธิหาญเข้ามารายงานว่า พวกเขาเป็นคนยิงปืน เพราะเข้าใจว่ามีคนแอบอยู่แต่ดูแล้วไม่พบใคร

อิทธิหาญถีบลูกน้องด้วยความโมโหโทษฐานทำให้ตกใจ พลางซักต่อเรื่องเสียงโทรศัพท์ที่ได้ยิน เป็นจังหวะเดียวกับที่ปานเดินมองไปรอบๆ แล้วพลันชะงักเมื่อเห็นระบิล เนติมา และขวัญชนกซ่อนอยู่ เขาขยับเดินมาบัง อิทธิหาญไม่ให้มองไปทางพุ่มไม้ พลางออกตัวว่า อาจเป็นเสียงโทรศัพท์ของชาวบ้านที่มาหาของป่าก็ได้

“แล้วถ้ามันไม่ใช่ชาวบ้านล่ะ”

“ที่นี่ลึกขนาดนี้ ไม่มีใครเข้ามาหรอกครับ ชาวบ้านแถวนี้ก็คนของเราทั้งนั้น ผมว่าเรารีบไปธุระที่อื่นต่อดีกว่าครับเสี่ย” ปานเปลี่ยนประเด็น

อิทธิหาญยอมฟัง จะเดินนำลูกน้องกลับ แต่จังหวะเดียวกันเนติมาเหยียบก้อนหินที่อยู่ใกล้ๆเกิดเสียงดัง วายร้ายชะงักหันขวับกลับมาทางต้นเสียงพลางร้องถาม “เสียงอะไรวะ”

“เออ บังเอิญผมเดินเตะหินน่ะครับเสี่ย” ปานกลบเกลื่อน

อิทธิหาญมองเท้าของปานที่เขี่ยหินก้อนเล็กๆ

แถวนั้น เขาถอนใจนิดหนึ่ง ก่อนเดินนำลูกน้องทั้งหมดออกไป ปานโล่งอกหันกลับไปมองยังพุ่มไม้ที่ระบิลซ่อนตัวอยู่ด้วยความหงุดหงิด

เนติมาและขวัญชนกถอนใจพร้อมกัน แล้วเนติมาก็ถามระบิลว่า “ทำไมคนนั้นเขาถึงช่วย อย่าบอกนะว่าผู้ชายคนเมื่อกี้คือพี่ปาน ที่เป็นเพื่อนพี่ชายนาย”

“นั่นแหละครับพี่ปาน” ระบิลพูดด้วยความรู้สึกที่ยังผิดหวังในตัวปาน เนติมาได้ยินก็ตกใจบอกกับระบิลว่าปานคือคนที่ฆ่าพ่อกับแม่เธอ

“อะไรนะ” ขวัญชนกตกใจรีบเอื้อมมือไปจับมือเนติมาอย่างให้กำลังใจ

“ไม่เป็นไรจ้ะขวัญ ฉันเข้มแข็งพอที่จะอยู่กับความทรงจำร้ายๆแล้ว” เนติมายิ้มให้อย่างเข้มแข็ง

“ดีครับ ในเมื่อลืมมันไม่ได้ ก็ต้องอยู่กับมันอย่างเข้มแข็งครับ ผมว่าเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะครับ เดี๋ยวพวกนั้นเกิดเปลี่ยนใจกลับมาจะยุ่ง” ระบิลพูดอย่างใจเย็น ก่อนช่วยเนติมาประคองขวัญชนกให้ลุกขึ้น

ooooooo

ทั้งสามกลับมาถึงกรุงเทพฯ ในตอนค่ำ เจือจันทร์เตรียมบ่นชุดใหญ่ เมื่อเห็นลูกสาวเจ็บตัวกลับมาแต่ขวัญชนกกับกันต์ช่วยกันเจรจาจนเธอยอมยกโทษให้ แล้วไล่ทุกคนขึ้นไปพัก ขวัญชนกสบตากับระบิล เนติมามองเพื่อนรักอย่างเข้าใจความรู้สึก
กลางดึกคืนนั้น ระบิลเห็นเนติมาเดินคุยโทรศัพท์กับศิวัชอยู่ในสวนด้วยท่าทางมีพิรุธ เขาสังหรณ์ใจจึงตามออกมา ได้ยินเธอโกหกคนรักว่าจะเข้านอนแล้ว

ครั้นเห็นนายสาวกดวางสายจากศิวัช ระบิลเดินเข้าไปต่อว่าด้วยรู้ทันว่า ที่เนติมาเร่งตัดสายศิวัช ก็เพราะจะแอบไปหาหลักฐานในบ้านอิสราวัชร

“รู้ทันชะมัด นะ....พาฉันข้ามไปหน่อย ฉันอยากรู้ว่าเทปที่คุณพ่อบอกว่าเป็นหลักฐานที่จะเอาผิดพวกของนายพงษ์เลิศได้อยู่ที่ไหน” เนติมาเล่นไม้น่วม แต่ระบิลยังลังเลไม่แน่ใจว่าหลักฐานจะยังอยู่

“แต่ถ้าเราไม่เข้าไปดู เราก็ไม่รู้ว่ามันอยู่หรือไม่อยู่กันแน่ วันนี้นายอิทธิหาญไม่อยู่บ้าน มันเป็นโอกาสเหมาะสำหรับเราแล้ว ฉันรู้นะว่าจริงๆนายก็อยากเข้าไปพิสูจน์เหมือนกัน แต่นายกลัวฉันได้รับอันตรายใช่ไหม”

“ผมมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้คุณนี่ครับ ถ้าคุณเป็นอะไรไปผมคง....เอ้อ เอาเป็นว่าคุณรอผมอยู่ที่นี่ เดี๋ยวผมจะเข้าไปเอง บ้านนั้นถึงเจ้าอิทธิหาญไม่อยู่ ก็ยังมีลูกน้องมันเฝ้าอยู่ ผมไปคนเดียวคล่องตัวกว่า”

“เอาอีกแล้ว ไปคนเดียวคล่องตัวกว่าอีกแล้ว ตกลง ฉันเป็นตัวถ่วงนายมากนักใช่ไหม”

“โอ๊ย ไม่ใช่อย่างนั้นครับเจ้านาย ผมก็แค่...” ยังไม่ทันที่ระบิลจะพูดอะไรต่อ สายตาของเขาก็มองเห็นใครบางคนด้อมๆมองๆอยู่ที่ริมรั้ว บอดี้การ์ดรีบดึง

นายสาวเข้ามาหลบด้านหลังตัวเอง แล้วค่อยๆย่องออกไปหมายจัดการผู้มาเยือนยามรัตติกาล แต่ต้องตะลึงเพราะทั้งสองคือดลและอ้อที่แวะมาเยี่ยมเนติมา

ดลว่าเขาโทร.หาพี่สาวแต่ติดต่อไม่ได้ก็เลยเสี่ยงดวงมาหาที่บ้านกันต์ เนติมาดึงน้องชายมากอดด้วยความคิดถึง เธอพาทั้งสองเข้าไปคุยในบ้าน ดลถามพี่เรื่องหลักฐานที่คุณพ่อฝากไว้ เนติมาว่ามันคือเทปลับที่พ่ออัดเสียงพงษ์เลิศไว้ และเธอกับระบิลกำลังจะเข้าไปหาในบ้านอิสราวัช ดลขอไปด้วยคน ระบิลร้องห้ามเสียงหลง

“วีร์ใช่ไหมลูก” กันต์นั่งอยู่บนรถเข็น เลื่อนรถออกมาทักด้วยความดีใจ

ดลเข้าไปกราบกันต์อย่างรู้สึกผิด แต่กันต์ยังยิ้มสู้บอกว่ามันเป็นแค่ชะตากรรมที่ผ่านเข้ามาทักทาย

“ใช่ครับ ไม่มีความทุกข์ไหนอยู่กับเราไปตลอดชีวิตหรอกครับ” ระบิลพูดอย่างเข้าใจชีวิต

ดลยิ้มได้ เขาหันมาสบตากับพี่สาว เนติมาได้ช่องชวนระบิลแอบเข้าไปในบ้านอิสราวัชรเพื่อหาเทปลับ ระบิลหนักใจหันมาขอร้องกันต์ให้ช่วยเจรจากับสองพี่น้อง แต่กันต์ว่า ถ้าเขาแข้งขาดีก็จะเข้าไปเหมือนกัน แล้วเร่งให้หนุ่มสาวรีบไปรีบมาเพราะถ้าเจือจันทร์ลงมาเห็นเรื่องจะยาว

เนติมายิ้มอย่างผู้ชนะชวนระบิลออกไป ดลจะตามไปด้วย แต่เนติมาสั่งห้าม อ้างว่าเธอไปกับระบิลแค่สองคนคล่องตัวกว่า ระบิลหัวเราะร่วนแซวว่าเจ้านายพูดเลียนแบบตน

เนติมาพยายามกลบเกลื่อนอย่างรักษาฟอร์ม ก่อนหันไปพูดกับดลด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พี่เหลือน้องชายอยู่คนเดียวนะ พี่ไม่ยอมให้น้องชายพี่ไปเสี่ยงเด็ดขาด”

ดลยอมรับฟัง เขาเดินมาส่งพี่สาวกับบอดี้การ์ดที่ริมกำแพง เห็นทั้งสองใช้บันไดปีนข้ามเข้าไปในบ้านอิสราวัชร แต่เนติมาดันเสียหลักปีนพลาดตกลงไปอยู่ในอ้อมกอดของระบิล เธอทำท่าจะโวยกลบความเขิน แต่ระบิลเอามือปิดปากไว้และเอาอีกมือกดหัวให้แนบกับหน้าเพื่อไม่ให้ลูกน้องอิทธิหาญที่เดินสำรวจรอบๆบ้านเห็น

เมื่อสมุนอิทธิหาญเดินผ่านไปแล้ว ระบิลพานายสาวตรงไปยังประตูบ้าน ใช้กุญแจผีไขเข้าไปข้างใน แล้วหันมาถามเจ้านายว่า จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี

“ห้องทำงานคุณพ่อ” เนติมาเดินนำออกไป

ทั้งสองเข้าไปหาเทปลับในห้องทำงานของวิเชียร แต่พบเพียงความว่างเปล่า เนติมาชวนให้ไปหาในห้องนอนของพ่อกับแม่ต่อ แต่ต้องผิดหวังหนัก เพราะห้องนั้นกลายเป็นแหล่งมั่วโลกีย์อิทธิหาญไปแล้ว

“เจอแต่ไอ้นี่เพียบเลยคุณ” ระบิลชูกล่องถุงยางให้นายดู

“ของไอ้บ้าอิทธิหาญแน่ คนปกติเขาคงไม่ตุนไว้ใช้ ขนาดนี้หรอก เสื่อม ดูสิ ยึดบ้านฉันมาอย่างโกงๆไม่เท่าไหร่ จากบ้านที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น กลายเป็นบ้านอบายมุขของมึนเมาเต็มบ้านไปหมด ไม่เว้นแม้แต่ห้องนอน แถมยังมี condom ตุนไว้อีก ส่อชัดๆ” เนติมาทำท่าขยะแขยง

ระบิลยิ้มอย่างใจเย็น ชวนเนติมาไปดูห้องอื่นต่อ

เวลาเดียวกันที่บ้านของกันต์ เจือจันทร์กับขวัญชนกลงมาพบกันต์นั่งคุยอยู่กับดลและอ้อ สองแม่ลูกจำหนุ่มน้อยได้ พวกเธอรีบถามไถ่ถึงที่มาที่ไป แล้วพลันสะดุดเมื่อรู้ว่าเนติมากับระบิลกำลังไปหาหลักฐานที่บ้านอิสราวัชร เจือจันทร์ร่ายยาวด้วยความเป็นห่วง ดลกับอ้อมองหน้ากันรู้สึกไม่สบายใจนัก ขณะที่กันต์เจรจาให้ภรรยาใจเย็นและรออีกนิด เพราะเชื่อว่าเนติมากับระบิลต้องปลอดภัย

ส่วนสองเจ้านายลูกน้องที่ถูกกล่าวถึง พวกเขามาหาหลักฐานต่อในห้องนอนของเนติมา แต่ไม่พบอะไร เพราะทุกอย่างในห้องถูกตกแต่งใหม่หมด ระบิลยังไม่หมดหวัง เขาพานายสาวลงมาหาต่อที่ชั้นล่าง แต่เหลือบไปเห็นลูกน้องอิทธิหาญกำลังเดินเข้ามา จึงดึงเนติมาไปหลบตรงมุมห้องโถงที่มีตู้นาฬิกาเรือนใหญ่ตั้งบังอยู่

สมุนทั้งสี่เดินผ่านหน้านาฬิกาไปแล้วต้องสะดุ้ง เพราะนาฬิกาตีบอกเวลาพอดี

“มึงนี่ทำกูตกใจอีกแล้วนะ เฮ้อ ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม ระวังเถอะมึง จะแกล้งทุบให้พัง เสี่ยจะได้เอาไปโยนทิ้งซะที” ลูกน้องอิทธิหาญบ่นอย่างหงุดหงิดก่อนหันกลับแล้วเดินออกไปนอกบ้าน

ระบิลค่อยๆชะโงกหน้าออกไปมองเพื่อตรวจความปลอดภัย เขาถอนใจออกมาอย่างโล่งอก พลางบ่นว่านาฬิกาเรือนนี้เกือบเรียกแขกเสียแล้ว

“นาฬิกาเรือนนี้ของคุณพ่อฉันเองแหละ คุณพ่อรักนาฬิกาเรือนนี้มาก” เนติมาเอื้อมมือไปสัมผัสตู้นาฬิกาด้วยความคิดถึงพ่อ

ระบิลไม่อยากเห็นเจ้านายจมอยู่กับความเศร้า จึงชวนออกไปค้นหาต่อ แต่เนติมาฝืนตัวไว้ บอกว่า “คุณพ่อกับคุณแม่ฉันเสียตรงนี้”

หญิงสาวมองไปยังกลางห้องโถง คิดถึงอดีตที่แสนเจ็บปวด ก่อนรำพึงออกมา “ของที่พวกนั้นพยายามเค้นจากคุณพ่อ อาจเป็นเทปลับที่เรากำลังตามหาอยู่ก็ได้นะ” แล้วเนติมาก็ร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกทั้งเสียใจ คับแค้นใจที่เอ่อล้นจนเกินจะเก็บได้ ระบิลมองด้วยความสงสารจับใจค่อยๆดึงเธอเข้ามากอดปลอบ

ooooooo

เจือจันทร์เดินวนไปมาอยู่ในห้องหนังสือด้วยความร้อนใจ เพราะเนติมากับระบิลหายไปตั้งนานแล้ว

เธอหันมาปรับทุกข์กับสามีเพราะกลัวจะเกิดเรื่อง แต่กันต์ว่าให้รออีกนิด แล้วต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินขวัญชนกที่นั่งเฝ้าหน้าจอดูภาพกล้องวงจรปิดรอบๆบ้านร้องว่าแย่แล้ว รถอิทธิหาญกำลังจะขับผ่านหน้าบ้านไปยังบ้านอิสราวัชร

“ไหนหนูเนติ์ว่าคืนนี้อิทธิหาญไม่กลับบ้านไง” กันต์พูดด้วยความตกใจ

ดลพยายามรวบรวมสติคิดหาทางออก ก่อนวิ่งพรวดออกไปทันที ท่ามกลางความตกใจของทุกคน

เวลาเดียวกัน ระบิลปาดน้ำตาให้เนติมาอย่างอ่อนโยน พลางเอ่ยถามว่า สบายใจขึ้นบ้างแล้วใช่ไหม

“อย่าไปบอกใครนะว่าฉันร้องไห้ขนาดนี้ เสียภาพพจน์แย่” เนติมายิ้มอายๆ

“อย่าเพิ่งห่วงภาพตอนนี้เลยคุณ รีบหาเทปลับกันดีกว่า จะได้รีบกลับ ที่นี่ถึงจะเป็นบ้านคุณ แต่นาทีนี้ อยู่นานๆไม่สนุกแน่” ระบิลขยับจะเดินนำออกไป แต่ต้องชะงักเมื่อแสงไฟหน้ารถสาดเข้ามาภายในบ้าน

บอดี้การ์ดปรี่ไปที่ม่านแล้วแง้มออกดู เห็นรถของอิทธิหาญจอดอยู่ที่หน้าประตูบ้าน และกำลังคุยอยู่กับลูกน้อง เขาหันมาดึงมือเนติมาพาเดินออกไปจาก

ตัวบ้าน แต่ไม่มีจังหวะปีนข้ามกลับไปบ้านกันต์

“เอาไงดีล่ะ จะรอให้พวกนั้นเข้ามาถึงตัวบ้านก็เสร็จเหมือนกันนะ” เนติมาขอคำปรึกษา

ระบิลนิ่งคิดหาทางออก แต่ทั้งสองคนต้องตกใจเมื่อได้ยินเสียงดลดังมาจากทางหน้าบ้าน

“เดี๋ยวครับพี่”

“ดล” เนติมายืนตะลึง เมื่อเห็นน้องชายวิ่งมายืนหอบอยู่หน้าบ้านอิสราวัชร

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #3 on: 18 October 2026, 17:17:24 »


https://www.thairath.co.th/novel/swan/ep7/page1

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 7

ดลวิ่งมาตบท้ายรถอิทธิหาญขณะจะเลี้ยวเข้าบ้าน เหล่าสมุนปรี่ลงมาดู หนุ่มน้อยอ้างว่ารถของเหล่าร้ายเฉี่ยวรถของเขา เพื่อถ่วงเวลาให้เนติมากับระบิลหนี

แต่เนติมาไม่เข้าใจจะออกไปช่วยน้อง ระบิลดึงไว้พลางอธิบาย จนเธอยอมปีนกำแพงกลับไป เมื่อดลเห็นพี่สาวปลอดภัยแล้วก็เตรียมถอย แต่อิทธิหาญไม่ยอมรามือ สั่งให้ลูกน้องรุมซ้อมสั่งสอน เนติมาซุ่มมองอยู่ในบ้านกันต์จะออกมาช่วย ระบิลอาสาจัดการเอง

บอดี้การ์ดหนุ่มเดินดุ่มๆออกไปหน้าบ้านเห็นอิทธิหาญ วาดปืนใส่ดล โดยมีปานร้องห้ามเสียงหลง วายร้ายไม่ฟัง แต่ขณะจะเหนี่ยวไก ก้อนหินลึกลับลอยมาโดนปืนกระเด็นไป

“โอ๊ย!” อิทธิหาญร้องลั่น กวาดสายตาหาคนทำ

“ใช้เครื่องทุ่นแรงกับคนมือเปล่าอย่างนี้ไม่แฟร์มั้ง” ระบิลเดินเข้ามายิ้มอย่างกวนๆ พลางชำเลืองมองดลขณะที่ปานแอบถอนใจ พลางบ่นเบาๆ “แส่หาเรื่องอีกแล้ว”

“เฮ้ย...พวกมึงยืนบื้ออยู่ทำไมวะ” อิทธิหาญให้สัญญาณ เหล่าสมุนเข้ารุมระบิล แต่ถูกซัดกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง หนึ่งในนั้นชักปืนขึ้นมาหมายจะยิงดล แต่ช้ากว่าระบิลที่ดึงตัวหนุ่มน้อยหลบออกมาก่อน แล้วตรงเข้าจัดการกับเจ้าของปืนจนมันทรุดลงไปกอง

ลูกน้องในบ้านวิ่งออกมาเสริมทัพ ปานเห็นท่าไม่ดีพุ่งเข้าไปเล่นงานระบิลเอง และแอบกระซิบให้รีบหนีไป แต่ระบิลไม่ฟัง เขาหันมาส่งสายตาให้ดลอย่างรู้กัน

ดลรู้หน้าที่ ใส่หลวงพ่อโกยวัดหน้าตั้งแจ้นออกไป หนุ่มน้อยไม่ยอมเลี้ยวเข้าบ้านกันต์ เพื่อไม่ให้อิทธิหาญสงสัย ส่วนมาเฟียน้อยเจ็บใจ สั่งให้ลูกน้องทั้งหมดเข้ารุมระบิล และหยิบปืนที่หล่นอยู่ขึ้นมาเล็งรอจังหวะลั่นไก พอดีวิเชษฐ์กับลูกน้องก็มาถึงเสียก่อน

อิทธิหาญออกอาการฮึดฮัด ปานกลัวเรื่องบานปลายรีบดึงเจ้านายเข้าบ้าน ขณะที่ระบิลถอนใจโล่งอก หันมามองรุ่นพี่ที่มาได้ทันเวลา

เมื่อต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน มาเฟียน้อยก็โวยลั่น เพราะเจ็บใจที่โดนหยามถึงถิ่น เขาหันมาพาลกับปานที่ไม่ยอมยิงระบิลทั้งๆที่มีโอกาส

“เสี่ยก็รู้นี่ครับว่ามันเป็นพวกเดียวกัน เกิดเรื่องขึ้นมาตอนนี้ เราเสียเปรียบนะครับ ผมว่าอย่าให้เรื่องเด็กบ้านั่นกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวเลยนะครับ”

“แต่กูนี่แหละ จะทำให้มันเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว”

เวลาเดียวกัน วิเชษฐ์เข้าไปดูแลสมาชิกในบ้านกันต์ ปล่อยให้ระบิลพาเนติมากับอ้อออกไปตามหาดล ผู้กำกับหนุ่มได้ยินเจือจันทร์ฟูมฟาย กลัวอิทธิหาญจะกลับมาเล่นงานครอบครัวอีก เขารู้สึกเห็นใจและเข้าใจ จึงชวนย้ายไปอยู่บ้านพักด้วยกัน

“ขอบคุณผู้กำกับมากนะครับ แต่ไม่ดีกว่า หลังเกิดเรื่องร้ายๆครอบครัวผมเคยจะไปจากที่นี่ แต่พวกมัน

ไม่ให้ผมไป ตอนนี้ผมไม่หนีแล้วครับ ผมกับครอบครัวจะอยู่รอรับความยุติธรรมในบ้านที่เป็นบ้านของเรานี่แหละครับ” กันต์ส่งยิ้มให้พลางเอื้อมมือไปกุมมือเจือจันทร์เพื่อให้กำลังใจ

จังหวะเดียวกัน ขวัญชนกก็ยกแก้วน้ำมาให้ผู้กำกับหนุ่ม มือทั้งสองสัมผัสกันโดยบังเอิญ ขวัญชนกเขินรีบดึงมือกลับ ก่อนจะแก้เก้อถามหาเพื่อนสาว

ooooooo

ระบิล เนติมา และอ้อช่วยกันมองหาดลในซอยเปลี่ยว อ้อใจคอไม่ดีเพราะโทร.หาดลแต่ติดต่อไม่ได้ ระบิลปลอบว่า เขาอาจจะแค่หลงทางเพราะไม่เคยมาแถวนี้ เนติมาถอนใจเฮือกมองออกไปทางหน้ารถแล้วร้องลั่น เพราะเห็นดลในสภาพเปียกปอนเดินออกจากพงหญ้าข้างทางอย่างหมดสภาพ

ระบิลเหยียบเบรก รถเคลื่อนเข้าไปจอดสนิทตรงหน้าดลอย่างฉิวเฉียด เนติมากับอ้อวิ่งลงไปหาหนุ่มน้อยพลางสอบถามเรื่องราวด้วยความเป็นห่วง ดลว่าตนไม่รู้ จะวิ่งไปไหน เลยหลบเข้าในพงหญ้าข้างทาง ก่อนหันไปยกมือไหว้ขอบคุณระบิลที่ตามลงมา

“ผมกับพี่สาวคุณ ก็ต้องขอบคุณคุณดลเหมือนกัน ถ้าไม่ได้คุณดลช่วยถ่วงเวลาไว้ เราสองคนคงแย่ คุณกล้าหาญมากนะครับ” ระบิลยิ้มเอื้อมมือไปตบบ่าดลเบาๆ ด้วยความชื่นชม ก่อนชวนกันขึ้นรถไปส่งหนุ่มสาวที่คอนโด

ครั้นมาถึงคอนโด เนติมาดึงน้องชายมากอดอีกรอบพร้อมกับคำขอบคุณ อ้อถอนใจออกมาอย่างเซ็งๆ บ่นว่าเสียดายที่ไม่เจอเทปลับ ดลนึกขึ้นได้ถามพี่ว่าเข้าไปหาในห้องเก็บของหรือยัง

“จริงด้วย สมัยเด็กๆ คุณพ่อชอบเอาของไปเก็บในนั้นเพราะกลัวเราแอบเอามาเล่น”

“แล้วเราก็ชอบแอบเข้าไปเล่นในนั้นได้ทุกทีไงครับ พี่เนติ์” ดลพูดๆ อย่างมีความหวัง

เนติมาหันไปขอร้องระบิลให้พาเธอกลับไปบ้านหลังนั้นอีกครั้ง แต่ระบิลว่า ไปตอนนี้ก็มีแต่พังกับพังและที่สำคัญเขากลัวเจ้านายจะไม่ปลอดภัย สาวเจ้ายอมรับฟังแต่อดเสียดายไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีโอกาสได้กลับไปที่บ้านอีก

“เข้าไปก็ใช่ว่าจะเจอ อย่าลืมนะว่าของเล็กนิดเดียว ตอนนี้เราเหมือนงมเข็มในมหาสมุทรกันอยู่นะครับ ตอนนี้ ช่วงรอจังหวะเข้าไปหาเทปลับอีกครั้ง เราจัดการพวกนั้นเรื่องอื่นก่อนดีกว่านะครับ” ระบิลยิ้มมีเลศนัย

เนติมานิ่วหน้าถามว่าเรื่องอะไร บอดี้การ์ดหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดคลิปที่ตัวเองแอบถ่ายอิทธิหาญกับพวกและเจ้าหน้าที่ในป่าให้ดู เนติมายิ้มออกมาอย่างได้ใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ ธำรงกับชลกรนอนกอดกันอยู่บนเตียง หญิงสาวทำออดอ้อนจะเจรจาเรื่องสัมปทานป่าไม้ของพงษ์เลิศ แต่ศิวัชโทร.เข้ามาขัดจังหวะ

ธำรงกดรับสายและตั้งใจฟังลูกชาย เขาพยายามซ่อนความรู้สึกไม่ให้ชลกรสังเกตได้ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างใจเย็นตอบกลับว่า เดี๋ยวเจอกัน แล้วกดวางสาย

“จะรีบไปไหนหรอคะ เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องสัมปทาน...” ชลกรจะเข้าเรื่อง แต่ธำรงชิงพูดขึ้นก่อน

“เดี๋ยวเราไปคุยกันในที่ประชุมก็ได้ คุณช่วยโทร.ตามคุณพงษ์เลิศด้วยนะ” ธำรงเดินหนีเข้าห้องน้ำ ทิ้งให้ชลกรมองตามด้วยความสงสัย

สายวันเดียวกัน ศิวัชพร้อมเหล่าบอดี้การ์ดกว่าสิบคนมารอรับเนติมาที่บ้านกันต์ เพราะวันนี้เธออนุญาตให้ระบิลลาพักหนึ่งวันเพื่อตอบแทนที่เขาช่วยหาหลักฐานเด็ดมาให้ แต่ระบิลยังไม่วางใจจะขอตามนายสาวไปที่ทำการพรรคด้วย เนติมาไม่ยอมเธอขอให้ศิวัชกับวิเชษฐ์ช่วยเจรจา จนเขาต้องยอมจำนน

บอดี้การ์ดเห็นนายสาวไปกับคนรักแล้ว ก็จะไปทำบุญให้เอมมิกาบ้าง แต่บังเอ็ญได้ยินปานตะโกนสั่งลูกน้องว่า จะออกไปทำธุระข้างนอก ดูท่าทางน่าสงสัย จึงเปลี่ยนใจแอบตามปานไป

ระบิลตามปานมาถึงซอยเล็กๆ แถวชานเมือง เห็นพี่ที่เคยเคารพหิ้วของกินของใช้ลงจากรถเดินตรงเข้าไปในบ้านไม้เล็กๆ ที่ปลูกอย่างง่ายๆ แล้วต้องตะลึงเมื่อเห็นจิ๊กพี่สะใภ้เดินออกมาเปิดประตูรั้วให้ปานแถมพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนิทสนม ก่อนจะเดินหายเข้าไปในบ้านด้วยกัน

ระบิลตัดสินใจตามทั้งคู่เข้าไปแล้วตรงเข้าชกปานด้วยความโกรธ “นี่ใช่ไหมคือคำตอบที่พี่ปานไม่ยอมพูด พี่สองคนคือคนที่พี่ก้องไว้ใจที่สุด แต่ทำไม...ทำไม...ทำไม”

“ทำไมเหรอ นี่ไง” ปานฉุนขาดเงื้อหมัดชกสวนกลับ

ระบิลชะงักเสียหลักเซไป ปานปรี่เข้าสู้กับระบิลอย่างสูสี ข้าวของในบ้านแตกกระจาย

“แกตามฉันมาที่นี่ เพื่อต้องการคำตอบงั้นเหรอ แต่คำตอบของฉันคือไม่ ฉันไม่มีอะไรตอบแกทั้งนั้น” ปานผลักระบิลออกไปหน้าประตู

“ผมไม่ต้องการคำตอบอะไรจากปากพี่อีกแล้ว เพราะภาพที่ผมเห็นคือคำตอบที่ดีที่สุด พี่กับพี่จิ๊กชั่วมาก” ระบิลชกหมัดตรงเข้าเต็มหน้า

ปานผงะออกมาพร้อมกับชักปืนขึ้นจ่อระบิล แต่ก็ถูกระบิลชักปืนจ่ออยู่เช่นกัน จิ๊กวิ่งมาขวาง เธอสั่งให้ปานเก็บปืน แล้วหันมาขอร้องระบิลให้กลับไป และอย่ามาอีก แต่ระบิลยังข้องใจถามพี่สะใภ้ว่าพี่ก้องอยู่ไหน จิ๊กเบือนหน้าหนีพยายามกลั้นน้ำตา รู้สึกอึดอัดมากที่จะต้องตอบว่าก้องตายไปแล้ว เธอส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่รู้ ไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว

“เป็นไปได้ยังไง ในเมื่อพี่กับพี่ก้องรักกัน ยกเว้นเพื่อนหักหลัง” ระบิลมองไปที่ปานอย่างขัดใจ ขณะที่จิ๊กเงื้อมือตบหน้าระบิลอย่างจังก่อนเอ่ยทั้งน้ำตา

“ฉันไม่รู้อะไรทั้งนั้น กลับไปได้แล้ว กลับไป” จิ๊กทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ออกมาอย่างหนัก โดยมีปานเข้าไปประคองปลอบ

ระบิลมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาค่อยๆถอยกลับไปที่รถ ขณะที่ปานประคองจิ๊กเข้าไปในบ้าน พลางโทษตัวเองที่ชะล่าใจปล่อยให้ระบิล ตามมา ก่อนจะถามจิ๊กว่า ทำไมไม่บอกความจริงเรื่องที่เขากับเธอว่าไม่เคยมีอะไรกัน

“พูดไป ยังไงระบิลก็ไม่มีทางเชื่อ ช่างมันเถอะจ้ะพี่ปาน แล้ววันหนึ่งเขาจะรู้เอง” จิ๊กพูดอย่างปลงๆ ปานมองจิ๊กด้วยความรัก ก่อนตัดสินใจสารภาพว่าตนยังรักและรอจิ๊กอยู่เสมอ แต่เธอรีบออกตัวว่า ยังรักพี่ก้องอยู่ แล้วซักกลับว่า จะไม่บอกระบิลจริงๆหรือว่าก้องตายไปแล้ว ปานชะงักเพราะไม่รู้จะบอกกับน้องได้อย่างไร ว่าตนเป็นคนฆ่าก้อง

ooooooo

ในห้องประชุมพรรคฯ เนติมากับศิวัชนำคลิปที่ระบิลแอบถ่ายอิทธิหาญกับพวกและเจ้าหน้าที่ที่ดินมาเปิดให้พงษ์เลิศ ชลกร ธำรง และนายพลทวีดู

หญิงร้ายชายเลวนั่งตะลึงกับภาพที่เห็นจนพูดอะไรไม่ออก ศิวัชกดรีโมตปิดโทรทัศน์แล้วหันมาตั้ง

คำถามกับพงษ์เลิศว่าจะเอาไงดี จอมมาเฟียอึกอักอ้างว่าคนกันเอง ธำรงสวนทันควันว่าเป็นเพราะคำว่าคนกันเอง ที่ทำให้ประเทศชาติไม่พัฒนา พงษ์เลิศลมออกหูด้วยความโกรธ แต่ชลกรรีบเอื้อมมือไปจับไว้เป็นเชิงปราม ก่อนเปิดฉากเจรจา

“เออ...ทุกคนคะ ฉันกับคุณพงษ์เลิศก็เพิ่งรู้เรื่องนี้ อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตเลยนะคะ”

“ถ้าอยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต เราคงไม่เชิญคุณมาคุยเป็นการภายใน แล้วฉันคงเอาคลิปนี้ส่งให้นักข่าวไปแล้วล่ะค่ะ ทำอะไรระวังหน่อยนะคะ เพราะนรกมีตากรรมมีจริง” เนติมามองพงษ์เลิศอย่างท้าทาย

“จะเอายังไงก็ว่ามา” พงษ์เลิศเสียงขุ่น

“การทำงานให้ประเทศชาติ ความโปร่งใสเป็นสิ่ง สำคัญ ที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนนะครับ” นายพลทวีเอ่ย

พงษ์เลิศฉุนขาดสะบัดมือชลกรออกแล้วพูดกับศิวัชเสียงแข็ง “จะทำอะไรก็ระวัง ไม่งั้นประชุมสภาครั้งหน้าป่วนแน่”

“จะทำอะไรรึครับ ยกมือสวนทางพรรคร่วมรัฐบาล หรือว่าวอล์กเอาต์ ส.ส.แค่หยิบมือไม่มีผลต่อมติที่ประชุมหรอกนะครับ”

“หรือจะลาออกจากพรรคร่วมรัฐบาลคะ ถึงฉันจะเข้ามาทำงานไม่นาน แต่ฉันเคยได้ยินคุณพ่อพูดไว้ว่า...ไม่มีพรรคการเมืองไหนหรอก ที่อยากเป็นฝ่ายค้าน ฉันยังจำทุกอย่างได้ดี” เนติมาจ้องพงษ์เลิศนิ่ง

จอมมาเฟียชะงัก รู้อยู่เต็มอกว่าเธอจงใจพูดถึงวิเชียรให้สะกิดใจ เขาใช้กำปั้นทุบโต๊ะด้วยความอัดอั้น ขณะที่เนติมา ศิวัช ธำรง และนายพลทวี สบตายิ้มให้กันอย่างมีชัย

หลังจากพงษ์เลิศกับชลกรกลับไปแล้ว ศิวัชรีบเตือนคนรักให้ระวังตัว  เพราะดูท่าพงษ์เลิศจะโกรธมาก

“ทราบแล้วค่ะท่านผู้นำรัฐบาล แต่ยังไงเนติ์ก็ไม่กลัวหรอก ไม่ใช่เพราะความแค้นส่วนตัวนะคะ แต่เนติ์ทนไม่ได้กับคนที่เห็นประเทศเป็นขนมหวานอย่างนี้” เนติมาพูดอย่างมุ่งมั่น นายพลทวียิ้ม มองเนติมาอย่างชื่นชม ก่อนหันไปชมกับธำรงว่า เทรนมาดี

“เนติ์เขาได้เลือดพ่อเขามามากกว่าครับ คุณวิเชียรคงดีใจที่ลูกสาวรักที่จะต่อสู้กับความถูกต้องอย่างนี้” ธำรงเอื้อมมือไปลูบหัวเนติมาอย่างเอ็นดู

ศิวัชสบโอกาสขอพาเนติมาไปดูหนัง เพราะภารกิจในวันนี้หมดแล้ว ธำรงยอมตามใจ แต่แอบสบตากับ

นายพลทวีอย่างรู้กัน ท่านนายพลว่าให้เอาการ์ดติดไปสักชุดเพื่อความปลอดภัย แล้วชวนธำรงไปคุยกันต่อ สองผู้คุมเกมเดินแยกไป เนติมากับศิวัชหันมายิ้มให้กันอย่างมีความสุข แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นระบิลเดินเข้ามาหน้าตามีรอยช้ำ เนติมาตกใจซักว่าไปทำอะไรมา ระบิลว่าเรื่องเล็กน้อย แล้วตัดบทขอตามไปเป็นบอดี้การ์ดให้ทั้งคู่เอง เพราะขืนเอาทีมบอดี้การ์ดไปทั้งชุด คงหมดความเป็นส่วนตัวแน่

ศิวัชเห็นด้วย เนติมายอมตามใจ เธอขออนุญาตคนรักชวนดลกับอ้อไปดูหนังด้วย เพราะอยากให้เขาได้รู้จักกับน้องชาย และอ้อลูกสาวของผู้มีพระคุณ

“อ๋อ...เอาสิจ๊ะ จะได้คุ้นเคยกัน” ศิวัชพูดยิ้มๆ เนติมาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจะกดโทร.ออก แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงปฏิพรดังเข้ามา

“พี่ศิวัชขา”

ระบิล เนติมา ศิวัชหันไปทางต้นเสียง เห็นสาวเจ้าแต่งตัวเปรี้ยวลงจากรถมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ศิวัชยิ้มเจื่อนๆเหมือนรู้ชะตากรรมว่าปฏิพรต้องตามไปแน่ ส่วนเนติมาก็หน้าสลดลงอย่างเซ็งๆ ระบิลมองนายสาวอย่างเข้าใจความรู้สึก

ooooooo

ในตอนค่ำ ทั้งหมดเข้ามานั่งเรียงกันอยู่ในโรงหนัง

เริ่มจาก ปฏิพร ศิวัช เนติมา ดล อ้อ และระบิล ดลเหลือบไปเห็นปฏิพรนั่งคล้องแขนศิวัชพร้อมเอนหัวซบไหล่อย่างมีความสุขจึงสะกิดให้อ้อดู อ้อบ่นชุดใหญ่เพราะฉุนแทนเนติมา ระบิลได้ยินหนุ่มสาวคุยกันจึงหันไปมอง เป็นจังหวะเดียวกับที่เนติมาหันไปมองปฏิพรกับศิวัช เธอเบือนหน้าหนีแล้วมองเลยไปยังระบิล ชายหนุ่มส่งยิ้มให้กำลังใจ แล้วสะดุ้งเพราะรู้สึกเจ็บที่ชายโครงขึ้นมา

เนติมาขยับตัวด้วยความเป็นห่วง แต่ระบิลรีบส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร ศิวัชแอบชำเลืองมองระบิลกับเนติมา เห็นสายตาที่คนรักมองบอดี้การ์ดด้วยความเป็นห่วงก็เริ่มเอะใจ

หลังดูหนังจบ ศิวัชชวนทุกคนไปหาอะไรทานกันต่อ แต่ปฏิพรไม่อยากสมาคมกับพวกเนติมาจึงแกล้งป่วนอ้อนให้ชายหนุ่มพากลับบ้าน ศิวัชอึกอักหันไปมองเนติมา สาวเจ้ายอมตัดใจเอ่ยว่า ให้ศิวัชรีบพาปฏิพรไปหาหมอ เกรงจะไม่สบายหนัก

ระบิลมองเจ้านายอย่างไม่เข้าใจ เพราะรู้ทันว่าปฏิพรแกล้ง เขาหันมาทางศิวัช เห็นชายหนุ่มมองมาอย่างขอตัวช่วย

“คุณศิวัชรีบพาคุณตี้กลับไปเถอะนะครับ เดี๋ยวผมดูแลทางนี้เอง หรือถ้าคุณศิวัชอยากให้ผมไปดูแลความปลอดภัยให้ก็ได้นะครับ ผมไม่มีปัญหา” ระบิลตอบสบายๆ แต่อดห่วงความรู้สึกเนติมาไม่ได้

ทุกคนแยกย้ายกันกลับ โดยระบิลตามไปดูแลความปลอดภัยให้ศิวัชที่ต้องพาปฏิพรไปส่งที่บ้าน ส่วนเนติมาแยกมากับดลและอ้อ หลังจากส่งน้องๆ ที่คอนโดฯแล้ว เนติมาก็กลับมานั่งรอระบิลที่บ้านกันต์ด้วยความร้อนใจ สักพักบอดี้การ์ดก็เดินเข้ามา พร้อมกับคำถาม

“คุณก็รู้นี่ ว่าคุณตี้ไม่ได้เป็นอะไร คุณจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้เรื่อยๆ เหรอครับ”

“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง เรื่องพวกนี้ฉันตบตีแย่งชิงกับเขาไม่เป็นหรอกนะ ฉันไว้ใจพี่ศิวัช” เนติมาพยายามพูดฝืนความรู้สึกตัวเอง ทั้งที่ในใจยังหวั่นอยู่มาก

“ถ้าคุณไว้ใจ ผมก็เอาใจช่วยนะครับ แต่ถ้าต้องการความช่วยเหลืออะไร บอกผมได้เลยนะ เพราะผมจะจับเขาแปลงเพศเป็นผู้ชาย จะได้ไม่มายุ่งกับคุณศิวัช แต่อาจกลับมาชอบคุณนะ พอถึงตอนนั้นก็ตัวใครตัวมันแล้วกันฮ่าๆ”

“บ้า...พูดอะไรบ้าๆ” เนติมาพูดพลางตีระบิลด้วยความหมั่นไส้

“โอ๊ย เจ็บนะคุณ” ระบิลสะดุ้งด้วยความเจ็บจากรอยช้ำจากการต่อสู้กับปาน

“อุ๊ย ขอโทษ เจ็บมากไหมตอนดูหนังนายก็สะดุ้งทีหนึ่งแล้ว ไหนดูสิเดี๋ยวฉันทายาให้”

“โอ๊ย ไม่เป็นไร ผมเป็นเองหายเองได้คุณ” ระบิลกับเนติมายื้อกันไปมาอย่างสนิทสนม และไม่ทันเห็นขวัญชนกแอบมองด้วยความรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมากเพราะแอบชอบระบิลอยู่

ooooooo

สายวันใหม่ พงษ์เลิศกับชลกรมาบอกกับอิทธิหาญว่าพวกเขาจำต้องให้ศิวัชยึดที่ดินในคลิปเพื่อเอาตัวรอด มาเฟียน้อยโวยลั่นถามพ่อว่ายอมได้ไง

“ไม่ใช่แค่ยอม แต่พ่อพูดไม่ออกด้วยซ้ำ แกนะแกทำอะไรไม่ระวังตัวเลย” พงษ์เลิศพูดด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน ขณะที่ชลกรชิงพูดต่อ

“หลักฐานจะๆขนาดนั้น ถ้าไม่ยอม พวกมันเล่นงานเราหนักแน่ค่ะ ยังไงเกมนี้คงต้องปล่อยไปก่อน”

“ก็ไหนว่าเสน่ห์เธอมัดใจมันได้แล้วไง แล้วทำไมทีอย่างงี้ไม่รู้จักใช้” อิทธิหาญโวยใส่ และทำท่าจะมีเรื่องกับชลกร

พงษ์เลิศรีบเข้ามาปราม “เอาล่ะ พอได้แล้ว ทะเลาะกันไปมีประโยชน์อะไร หมากเกมนี้คงต้องยอมมันไปก่อน ดีเท่าไหร่แล้วที่มันไม่รู้ถึงผืนป่าผืนอื่นที่เราทำไว้ด้วย ตอนนี้ปล่อยให้พวกมันทำข่าวสร้างผลงานกันไปก่อน เกมหน้าค่อยล้างตากันใหม่”

อิทธิหาญโกรธจัด เขามองไปนอกหน้าต่าง พลางบอกกับตัวเอง “ฉันไม่รอถึงเกมหน้าแน่ เพราะเกมนี้ฉันจะให้บทเรียนพวกแก”

เวลาเดียวกัน ศิวัชกับเนติมาพานักข่าวมาดูป่าที่ถูกบุกรุก หมายให้สื่อช่วยเป็นพยานในการเปิดโปง และเนติมาก็ชวนดลกับอ้อมาเที่ยวด้วย ส่วนปฏิพรแม้ไม่มีใครชวนเธอก็อ้อนขอตามศิวัชมาจนได้ แถมสร้างความอึดอัดใจให้กับทุกคนตลอดการเดินทาง

ครั้นถึงจุดหมาย ช่างภาพรีบลงไปเก็บภาพบริเวณป่าโดยรอบที่ถูกถางจนโล่ง บางส่วนมีการปลูกกล้ายางพาราบ้างแล้ว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายคอยรักษา ความปลอดภัยอยู่ และอีกมุมหนึ่งศิวัชกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวเรื่องพื้นที่ที่มีปัญหาการบุกรุกป่า แต่ไม่ยอมบอกว่านายทุนเป็นใคร

ปฏิพรได้ยินแล้วหงุดหงิดบ่นว่า น่าจะแฉไปเลยว่าเป็นของพวกอิทธิหาญ

“เป็นหมากการเมืองที่คุณธำรงวางไว้น่ะครับ” ระบิลอ่านเกมออก

“เปิดโปงเรื่องนี้มันเล็กไป สำหรับความชั่วที่พวกนั้นทำไว้มากมายค่ะ” เนติมาเสริม

เวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่ที่ดินสองคนที่ร่วมกระทำผิดกับอิทธิหาญ รู้ตัวว่าศิวัชคงไม่ปล่อยพวกตนแน่ จึงชวนกันหนี แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอดถูกอิทธิหาญตามเก็บด้วยระเบิดที่ซ่อนอยู่ในรถ

มาเฟียน้อยตามมาดูซากรถของเจ้าหน้าที่ที่ดินด้วยความสะใจ ก่อนชวนปานไปให้บทเรียนกับศิวัชต่อเพราะทนง ชูศักดิ์ และโปรย เตรียมคนไว้พร้อมแล้ว

ระหว่างที่ศิวัชยืนให้สัมภาษณ์อยู่กับนักข่าว ดลรู้สึกเบื่อจึงชวนอ้อออกมาเดินเล่น เขาพาเธอปีนขึ้นไปชมวิวบนภูเขา แถมยังเก็บดอกไม้ป่าที่ร่วงลงพื้นมามัดเป็นช่อสวยงามส่งให้ อ้อยิ้มเขินๆ ก่อนเอื้อมมือไปรับดอกไม้ ชมว่าน่ารักจัง

“ที่ว่าน่ารักน่ะ คนหรือดอกไม้” ดลถามทีเล่นทีจริง

“ก็ทั้งคนทั้งดอกไม้แหละจ้ะ โดยเฉพาะพี่ดล พี่ดลไม่เคยไม่น่ารักในสายตาอ้อเลยนะจ๊ะ” อ้อยิ้มอายๆ

ทั้งสองสบตากันยิ้มอย่างมีความสุข ความผูกพันที่มีให้กันตั้งแต่เด็ก ก่อเป็นความรักอย่างไม่รู้ตัว แต่จังหวะเดียวกันดลต้องตกใจเมื่อเห็นอะไรบางอย่าง เขารีบดึงอ้อหลบหลังต้นไม้พลางชี้ให้ดู โปรย ทนง ชูศักดิ์ และลูกน้องอิทธิหาญล้วนมีอาวุธครบมือ เดินลัดเลาะมาตามหุบเขาด้วยสีหน้าจริงจัง เสียงโทรศัพท์มือถือของทนงดังขึ้น เขากดรับสายพลางรายงานเจ้านาย

“ใกล้ถึงแล้วครับเสี่ย คนของเราอีกส่วนไปซุ่มรออยู่แล้วครับ รับรองวันนี้เสี่ยได้เห็นความพินาศเป็นของขวัญแน่ครับ”

ดลกับอ้อตะลึงมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ ทั้งสองช่วยกันโทร.หาเนติมา แต่ติดต่อไม่ได้เพราะไม่มีสัญญาณ จึงชวนกันกลับไปเตือนพี่สาว และหวังว่าจะไปถึงก่อนพวกวายร้าย

ด้านเนติมา เธอยืนส่งยิ้มภาคภูมิใจในตัวคนรักที่พาสื่อมวลชนดูพื้นที่รอบๆ ระบิลเข้ามายืนข้างนายสาวพลางชวนคุย

“ทุกอย่างกำลังเป็นไปด้วยดีนะครับ ผ่านไปไม่เท่าไหร่ ผมว่าคุณศิวัชได้ใจคนทั้งประเทศไปแล้ว”

“พี่ศิวัชเป็นคนเก่ง ฉันมั่นใจว่าเขาทำได้ ตั้งแต่อยู่ที่ปารีสแล้วล่ะ” เนติมาหันมายิ้มให้ระบิล

“แต่มีอยู่คน ที่จะทำลายความมั่นใจของคุณ” ระบิลทำหน้าเซ็งเมื่อเห็นปฏิพรเดินเข้ามายืนข้างๆ ศิวัชและคอยซับเหงื่อให้ พร้อมเอาอกเอาใจสารพัด หวังโชว์ความหวานอวดนักข่าว

เนติมาหน้าสลดชวนระบิลออกไปเดินเล่น เพราะไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจ บอดี้การ์ดตามไปเจรจาไม่อยากให้นายสาวเดินหนีปัญหา จังหวะเดียวกันศิวัชหันมาพอดี เขาเห็นเนติมากับระบิลเดินออกไปด้วยกันก็หน้านิ่วด้วยความสงสัย

ปฏิพรแอบสังเกตอาการศิวัช แล้วรีบดึงไปหานักข่าวอีกกลุ่ม เพราะกลัวว่าเขาจะตามเนติมาไป

ooooooo

ด้านระบิลเขาพยายามโน้มน้าวให้เนติมากลับไปแสดงตัวกับนักข่าว แต่เธอยังคงปฏิเสธเพราะไม่อยากให้คนรักหนักใจ บอดี้การ์ดเห็นใจนายสาว จึงชวนคุยเรื่องขำๆ เพื่อเรียกรอยยิ้ม แล้วดลกับอ้อก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา พวกเขาเล่าว่า เจอใครก็ไม่รู้มี อาวุธครบมือกำลังมุ่งมาทางนี้

ระบิลกับเนติมามองหน้ากันด้วยความสงสัย จังหวะเดียวกันทั้งหมดต้องสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นด้านหลังศิวัชและคณะสื่อมวลชน ขณะที่ระเบิดอีกลูกหนึ่งแตกกลางกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจสามสี่นาย จนกระเด็นไปคนละทิศละทาง สื่อมวลชนต่างแตกฮือด้วยความตกใจ

นาทีนั้น ศิวัชโผเข้ารวบตัวปฏิพรให้ล้มลงกับพื้น ส่วนระบิล เนติมา ดล อ้อ วิ่งกลับเข้ามาดูเหตุการณ์ด้วยความตกใจ เนติมาจะปรี่เข้าไปหาศิวัช แต่ระบิลรั้งไว้

“เนติ์อันตรายอย่าเพิ่งเข้ามา” ศิวัชตะโกนบอกคนรักด้วยความเป็นห่วง จังหวะเดียวกันการ์ดของศิวัชกับเจ้าหน้าที่ตำรวจต่างยิงต่อสู้กับลูกน้องของอิทธิหาญที่ซุ่มอยู่รอบๆ

ศิวัชเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและการ์ดโดนยิงตายหลายคน จึงตะโกนสั่งลูกน้องให้พาทุกคนหนีไปก่อน ส่วนระบิลรีบพาเนติมากับน้องไปซ่อนในที่ปลอดภัย ก่อนวิ่งเข้าไปช่วยศิวัชกับปฏิพร

ด้านอิทธิหาญ เขาพรางตัวบัญชาการอยู่หลังแนวไม้บนเนินเขา ครั้นเห็นคณะที่มากับศิวัชโดนยิงล้มตายไปหลายคนก็สะใจสั่งลูกน้องต่อ

“เก็บมันให้หมด โดยเฉพาะพวกนักข่าว สอนให้พวกมันรู้ ว่าตราบใดที่ไอ้ศิวัชยังอยู่ในตำแหน่ง ทุกชีวิตจะไม่มีความปลอดภัย ฮ่าๆๆ” ว่าแล้ววายร้ายก็ยกปืนขึ้นเล็งไปที่ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งที่กำลังบันทึกภาพอยู่ ก่อนจะเหนี่ยวไกอย่างเลือดเย็น

ผู้สื่อข่าวโดนกระสุนเจาะกลางหน้าอก ล้มลงสิ้นใจ ท่ามกลางความตกใจของทุกคน โดยเฉพาะปฏิพรที่หวีดร้องอย่างเสียขวัญ

ศิวัชพยายามรวบรวมสติหันไปสั่งการ์ดและเจ้าหน้าที่ตำรวจให้คุ้มกันนักข่าวออกไป แต่พวกเขากลับถูกพวกอิทธิหาญระดมยิงเข้าใส่อย่างจงใจ

ระบิลวิ่งมาถึงพอดี เขาช่วยยิงคุ้มกันและเร่งให้ศิวัชพาทุกคนหลบออกไปก่อน เป็นจังหวะเดียวกับที่ชูศักดิ์เหลือบไปเห็นพวกเนติมาหลบอยู่ จึงสะกิดให้เจ้านายดู อิทธิหาญถึงกับชะงักเมื่อเห็นดลยืนอยู่ข้างๆ เนติมา เพราะจำหนุ่มน้อยที่มาพาลหาเรื่องหน้าบ้านได้ดีเขาพึมพำออกมา “นี่มันรู้จักกันด้วยเหรอเนี่ย”

“เอาไงดีครับเสี่ย” ปานเข้ามาถาม

อิทธิหาญไม่ตอบอะไร ได้แต่จ้องเนติมา ดล และอ้อ ด้วยสายตาครุ่นคิด

“ทุกคนขึ้นรถ แล้วออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด” เสียงศิวัชตะโกนสั่ง

คณะของศิวัชกับนักข่าววิ่งไปที่รถ ทนงหันมาถามเจ้านายว่าจะเอาไง ปานตอบแทนว่าให้พอแค่นี้ แต่อิทธิหาญไม่ยอม เขาว่า ถ้าโค่นไม้แล้วไม่เผาตอ วันหนึ่งตอมันจะมาตำเท้าเอา

“แต่งานนี้คุณพ่อของเสี่ย...”

“เลิกเอาพ่อมาอ้างซะที วิธีการของพ่อมีแต่เปิดประตูแพ้ คอยดูวิธีของฉันนี่ หมดเวลาเลี้ยงไข้ ได้เวลาฉีดยาแรงให้พวกมันแล้ว” อิทธิหาญพูดอย่างหงุดหงิด สีหน้าเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

ooooooo

ชายป่าด้านหนึ่ง ระบิลวิ่งนำศิวัชกับปฏิพรมาสมทบกับเนติมา ดล และอ้อที่รออยู่แล้ว เนติมาวิ่ง เข้าไปกอดคนรักด้วยความเป็นห่วง ทั้งสองคนต่างมองสำรวจกันว่ามีร่องรอยบาดเจ็บหรือไม่ ปฏิพรเห็นแล้วหงุดหงิดขึ้นมาทันที ขณะที่ระบิลก็กระอักกระอ่วนใจอย่างบอกไม่ถูก

กระสุนปืนสองสามนัดยิงเฉี่ยวไป ระบิลรีบหันไปบอกทุกคนให้รีบขึ้นรถ เพราะจะช่วยยิงคุ้มกันให้ แต่ยังไม่ทันถึงรถของศิวัช รถตำรวจสี่ห้าคันที่กำลังจะพานักข่าวและคนในคณะหนีก็ถูกถล่มด้วยเครื่องยิงลูกระเบิด

รถแหลกเป็นจุณ ไฟลุกท่วม ระบิล เนติมา ศิวัช ดล อ้อ และปฏิพร ผงะเสียหลักล้มเพราะแรงอัดของระเบิด ทั้งหมดค่อยๆหันไปมองซากรถด้วยความตกใจ อ้อหันมาถามดลทั้งน้ำตา ว่ามันเรื่องอะไรกัน ดลพยายามควบคุมสติ ดึงอ้อเข้ามากอดปลอบ

ส่วนระบิลกับเนติมา มองกองเพลิงตรงหน้าด้วยความโมโห เพราะรู้ดีว่าพวกอิทธิหาญต้องการดิสเครดิตศิวัช

“โธ่โว้ย!” ศิวัชตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้น ขณะที่ปฏิพรเอาแต่ร้องไห้อย่างเสียสติ และเรียกหาศิวัชไม่หยุด จนศิวัชต้องเข้าไปดูแล ทำให้เนติมาน้อยใจ

“ดูนั่นสิครับ” ดลชี้ไปทางด้านหลัง

ทุกคนหันไปมอง รถโฟร์วีลสองคันบรรทุกลูกน้องอิทธิหาญพร้อมอาวุธครบมือ แล่นออกมาจากแนวป่า ดิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ooooooo

เวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ ธำรงเดินหน้าเครียดคุยโทรศัพท์อยู่กับนายพลทวีที่โทร.มาแจ้งข่าวร้ายเรื่องศิวัช เขาฝากฝังให้นายพลช่วยดูแลลูกชายกับหลานสาวด้วย แล้วกดวางสาย พลางครุ่นคิดหาทางแก้เกม และบังเอิญว่าชลกรแวะมาเยี่ยมเยียนหวังใช้เรือนร่างหาผลประโยชน์ จึงโดนธำรงตอกกลับ เพราะมั่นใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับศิวัชเป็นฝีมือของอิทธิหาญ

ชลกรยืนตะลึงรีบแก้ต่างว่าคงไม่มีใครกล้าทำแบบนั้นแน่

“ฝากบอกใครก็แล้วแต่ ที่กำลังทำเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยนะ ว่าถ้าลูกชายกับหลานสาวผมเป็นอะไร หายนะที่จะมากกว่าจะตกอยู่กับเขาแน่นอน” ธำรงพูดยิ้มๆแต่แฝงไปด้วยความจริงจัง
ชลกรรู้สึกกลัวมาก เธอรีบติดต่อหาพงษ์เลิศ เพราะไม่อยากเดือดร้อน ส่วนพงษ์เลิศเมื่อรู้ข่าวก็รีบโทร.ตามลูกชายกลับมา แต่ไม่ได้ผลเพราะอิทธิหาญกำลังได้ใจที่เป็นฝ่ายไล่ล่าพวกศิวัชกับเนติมา

ระบิลพาทุกคนหนีขึ้นเขา เพราะไม่อยากเป็นเป้าให้พวกวายร้ายขับรถไล่ยิง ส่วนปฏิพรยังโวยวายไม่หยุด เพราะทั้งเหนื่อยทั้งกลัว และแอบอิจฉาที่เห็นศิวัชดูเป็นห่วงเป็นใยเนติมา ระบิลมองทุกคนอย่างเห็นใจ เขารับปากว่าจะพาทุกคนกลับออกไปให้ได้

เนติมาขอปืนจากระบิลอาสาจะช่วยยิง แต่เขาไม่ยอม “สถานการณ์วันนี้อันตรายเกินกว่าที่ผมจะให้คุณเสี่ยง ผมสัญญานะครับ ว่าจะพาทุกคนออกจากที่นี่อย่างปลอดภัย ถ้าจะมีใครต้องเป็นอะไรต้องเป็นผม ไม่ใช่พวกคุณ”

“พูดอะไรบ้าๆ ฉันไม่มีวันยอมให้นายเป็นอะไรหรอกนะ” เนติมายิ้มให้ระบิลอย่างลืมตัว จังหวะเดียวกันอ้อหันไปเห็นจุดไฟสีแดงกำลังส่ายเล็งหาเป้าอยู่บริเวณหัวของศิวัช เธอเรียกให้ระบิลดู

“ระวังครับ” ระบิลพุ่งไปผลักศิวัช เป็นจังหวะเดียวกับกระสุนปืนยิงมาเฉียดหัวศิวัชไปโดนต้นไม้อยู่ใกล้ๆ ท่ามกลางความตกใจของทุกคน

บอดี้การ์ดหันขวับไปยังแนวไม้ด้านหนึ่ง เห็น ทนง โปรย ชูศักดิ์ และลูกน้องอิทธิหาญกำลังเล็งปืนมาที่เดิมอีกครั้ง เขายิงสวนออกไป แล้วเร่งพาทุกคนหนี แต่โชคไม่ดีอ้อก้าวพลาดเสียหลักตกลงไปที่หุบเขาข้างทางที่มีต้นไม้ขึ้นทึบ ดลตัดสินใจตามไปช่วย

“ดล” เนติมาจะตามน้องชายไปด้วย แต่ระบิลรั้งไว้เพราะลูกน้องอิทธิหาญสาดกระสุนเข้ามา เขาดึงเธอไปหาที่ซ่อน ตามด้วยศิวัชและปฏิพร

ooooooo

ดลลงมาตามอ้อในหุบเขา เขาพบเธอนอนหมดสติจึงช่วยปฐมพยาบาล ส่วนระบิลเมื่อเห็นว่าหลบลูกน้องอิทธิหาญพ้นแล้วจึงชวนเนติมาเดินอ้อมลงไปหาดลข้างล่าง

“ทำไมเราไม่รีบออกไปก่อน แล้วค่อยตามคนมาช่วยทีหลังล่ะคะ” ปฏิพรโวย

“กว่าจะรอคนมาช่วย ผมว่าจะสายเกินไปนะครับ”

“ขอโทษนะคะ ฉันทิ้งน้องชายฉันไม่ได้จริงๆ นายพาพี่ศิวัชกับคุณปฏิพรออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะนะ ส่วนฉันจะตามหาดลกับอ้อเอง” เนติมาพูดอย่างมั่นใจ ไม่อยากให้ตัวเองเป็นภาระของใคร

“ไม่ได้นะเนติ์ พี่ก็ทิ้งเนติ์ไม่ได้เหมือนกัน” ศิวัชรีบค้าน เสียงปืนดังขึ้นอีก

“หลบ” ระบิลรีบกดตัวทุกคนให้ก้มหลบหลังแนวไม้หนาอย่างรวดเร็ว พร้อมส่งสัญญาณให้เงียบเสียง เพราะเดาว่าพวกอิทธิหาญแค่ยิงขู่

ทนง โปรย ชูศักดิ์ และลูกน้องอิทธิหาญ เดินตามออกมาจากแนวป่าด้านหนึ่ง ทั้งหมดมองไปรอบๆอย่างสังเกต เนติมามองเห็นสามวายร้ายแล้วต้องตะลึง เธอบอกกับระบิลและศิวัชว่า พวกมันคือคนที่ฆ่าพ่อแม่เธอในวันนั้น

ขาดคำอิทธิหาญก็ตามมาสมทบ เขาไม่พอใจที่ลูกน้องยังหาพวกเนติมาไม่พบ ทนงรีบออกตัว

“ผมว่าพวกมันไปไหนไม่ไกลหรอกครับเสี่ย คงซ่อนอยู่แถวๆนี้แหละ”

มาเฟียน้อยมองไปรอบๆบริเวณที่เต็มไปด้วยใบไม้แห้งจำนวนมาก พลางส่งยิ้มอย่างมีแผน ออกคำสั่งให้ลูกน้องกระจายกันจุดไฟตามจุดต่างๆ เพื่อบีบให้พวกเนติมาออกมาจากที่ซ่อน
เป็นเวลาเดียวกับที่อ้อเริ่มได้สติ เธอมองออกไปเห็นกลุ่มควันก็ตกใจร้องถามดล

“เอ๊ะ...นั่นควันอะไรจ๊ะพี่ดล”

ดลมองตามนึกห่วงพี่สาวจับใจ เขารีบประคองอ้อให้ลุกขึ้นเพื่อตามหาเนติมา

ส่วนพวกเนติมาที่ซ่อนอยู่ เริ่มสำลักควันไฟ ระบิลมองไปรอบๆหาทางหนี ก่อนชี้ให้ทุกคนดูช่องทางหนึ่งพร้อมอธิบาย “ฟังนะครับ เราจะคลานออกทางนี้ แต่จำไว้นะครับว่าไปช้าๆเงียบๆ เราจะฉวยโอกาสใช้ควันไฟพลางตัวให้พวกเราหนี เข้าใจนะครับ”

เนติมากับศิวัชพยักหน้าอย่างเข้าใจ ระบิลให้ศิวัชนำไป ตามด้วยเนติมากับปฏิพรส่วนเขาจะคุ้มกันด้านหลังให้

“ได้เลยครับ” ศิวัชเริ่มคลานออกไป โดยมีเนติมากับปฏิพรที่ออกอาการจะไม่ไหวคลานตามไป แล้วเจ้าหล่อนก็ร้องลั่น เพราะโดนกิ่งไม้ตำมือ

อิทธิหาญและพรรคพวกหันขวับไปทางต้นเสียง ระบิลเห็นท่าไม่ดี สั่งให้ทุกคนวิ่งหนี อิทธิหาญกระชากปืนออกมา ตวัดปลายปืนไปยังเป้าหมาย

ooooooo

.

.....

https://www.thairath.co.th/novel/swan/ep8/page1

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 8

ครอบครัวของกันต์นั่งดูข่าวในโทรทัศน์ด้วยใจระทึก พวกเขาเห็นภาพเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ลำเลียงศพหลายศพขึ้นรถ ตามด้วยเสียงนักข่าวสาวรายงาน

“เจ้าหน้าที่กำลังลำเลียงศพสื่อมวลชน ตำรวจและการ์ดส่วนตัวของนายกฯศิวัช ซึ่งเสียชีวิตทั้งหมด จากการถูกกลุ่มคนร้ายซุ่มโจมตีขณะตามนายกฯศิวัชไปตรวจยึดพื้นที่ป่าคืนจาก นายทุน เบื้องต้นพบว่านายกฯศิวัชพร้อมคณะติดตามอีกจำนวนหนึ่งได้หายตัวไป ซึ่งรัฐบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกติดตาม และทางเราจะรีบนำความคืบหน้ามารายงานอีกครั้งค่ะ”

“ฉันนึกแล้ว ว่าวันหนึ่งต้องเกิดเรื่อง พวกมัน

ไม่ปล่อยให้ใครมาท้าอำนาจง่ายๆ อีกไม่นานภัยต้องมาถึงตัวเราแน่” เจือจันทร์เริ่มฟูมฟาย ขณะที่ขวัญชนกใจเสียนึกห่วงทุกคน

กันต์ปลอบใจลูกเมีย เพราะเชื่อว่าทุกคนต้องปลอดภัย จังหวะเดียวกันวิเชษฐ์เข้ามาบอกกันต์ว่าตนได้รับมอบหมายให้สนับสนุนการตามหา คณะของศิวัชที่หายไป แต่จะส่งลูกน้องมาดูแลความปลอดภัยที่บ้านกันต์ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

“ผู้กำกับไม่ต้องห่วงทางนี้หอกครับ พวกเราดูแลกันได้ เต็มที่นะครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยกลับมา”

“เป็นหน้าที่ ที่ผมเต็มใจทำอยู่แล้วครับ” ผู้กำกับหนุ่มชำเลืองมองไปทางขวัญชนกเห็นเธอหลบตาอย่างทำอะไรไม่ถูก แต่ก็ยังมีแก่ใจเดินออกมาส่งชายหนุ่มหน้าบ้าน พร้อมทิ้งท้ายว่า ให้ระวังตัวด้วย

วิเชษฐ์ยิ้มหน้าบาน รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาทันที

ด้านระบิล เขาพาเนติมา ศิวัช ปฏิพรวิ่งหลบมาหลังแนวไม้หนา ตั้งใจจะพาไปในหุบเขาเพื่ออาศัยลำธารเป็นเส้นทางหนี เหมือนครั้งที่มากับสองสาว ปฏิพรยังโวยวายไม่หยุด เธอว่าทั้งเจ็บมือและเหนื่อยจนจะไปต่อไม่ไหว ศิวัชพยายามปลอบใจและเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอยากให้เธอยอมไปต่อ

เนติมามองภาพตรงหน้าอย่างสะเทือนใจ พลางก้มมองฝ่ามือตัวเองที่มีแผลโดนกิ่งไม้ตำจนเลือดออกเช่นกัน เธอจำต้องเมินหน้าหนี พอดีระบิลหันมาเห็น หญิงสาวรีบชักมือกลับ พลันตะลึงเมื่อมีควันไฟลอยคลุ้งเข้ามาตามด้วยเสียงอิทธิหาญ

“เผามัน เผาให้เตียนทั้งภูเขา ดูสิว่าพวกมันจะอยู่ยังไงในกองเพลิง ฮ่าๆ”

ระบิล เนติมา และศิวัชมองหน้ากัน ส่วนปฏิพรทำท่าจะร้อง ศิวัชเอื้อมมือไปปิดปากเธอไว้ ขณะที่บอดี้การ์ดมองผ่านกิ่งไม้ใบไม้ลอดออกไป เห็นอิทธิหาญ ปาน  ทนง โปรย ชูศักดิ์ยืนอยู่หลังแนวไฟ โดยมีลูกน้องอีกจำนวนหนึ่งที่ถือคบไฟจุดเผาป่าอยู่

เนติมาขยับเข้ามาบ่นกับระบิล “ฉันไม่รู้ว่าครอบครัวของฉันไปทำอะไรให้เขาโกรธแค้นนัก เขาถึงตามจองล้างจองผลาญขนาดนี้”

“ไม่มีเหตุผลสำหรับคนพาลหรอกครับ มือคุณ” ระบิลหันมามองนายสาว เธอก้มมองมือตัวเองข้างที่เจ็บแล้วเอ่ยอย่างมั่นใจ “ไกลหัวใจ อย่าบอกพี่ศิวัชนะ ฉันไม่อยากให้พี่ศิวัชเป็นห่วง”

“งั้นเรารีบไปจากตรงนี้กันเถอะนะครับ ไฟชักลามใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว” ระบิลพาทุกคนหนีต่อ แต่ไปได้ไม่ไกล ปฏิพรก็รั้งแขนศิวัชไว้บอกว่าไปต่อไม่ไหว เนติมาหันมาให้กำลังใจ แต่ไม่เป็นผล

ระบิลใช้ไม้แข็งขู่ว่าถ้าไม่ยอมไปต่อ ก็ตายอยู่ตรงนี้ด้วยกัน ปฏิพรลังเล จังหวะนั้นเอง เนติมาเงยหน้าขึ้นไปเห็นกิ่งไม้ที่มีไฟลุกท่วมกำลังจะหล่นมา เธอร้องเตือนทุกคนให้ระวัง แต่กิ่งไม้ดันเอนไปหาเธอพอดี

ระบิลขยับจะพุ่งไปช่วยเจ้านาย แต่ไม่ทันศิวัชที่พุ่งเข้าไปรวบตัวเนติมาให้พ้นแนวตกของกิ่งไม้ออกมาได้อย่างฉิวเฉียด บอดี้การ์ดถอนใจโล่งอก จังหวะเดียวกัน เขาก็เหลือบไปเห็นกิ่งไม้ติดไฟอีกกิ่งกำลังหล่นลงมาใส่ปฏิพร

“ระวัง!” ระบิลรีบพุ่งไปรวบตัวปฏิพรให้พ้นอันตราย กิ่งไม้จึงหล่นใส่ต้นแขนของเขาแทน

“นาย! เป็นไงบ้าง เจ็บมากไหม” เนติมาผละจากอ้อมแขนคนรักเข้ามาดูระบิลด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไรครับ ไกลหัวใจ คราวนี้เชื่อที่ผมพูดแล้วใช่ไหม” ระบิลหันมาถามปฏิพรในตอนท้าย

หล่อนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่โผไปซบศิวัชร้องไห้อย่างขวัญเสีย ขณะที่ศิวัชชะงักมองเนติมาที่กำลังประคองระบิลขึ้นนั่งอย่างเอาใจใส่

ส่วนเนติมาก็มองศิวัชอย่างน้อยใจ เธอขยับลุกขึ้น กระสุนสี่ห้านัดยิงเฉียดเข้ามา ระบิลหันขวับไปยังที่มาของกระสุน เขาให้ทุกคนหมอบรออยู่ตรงนี้แล้วชักปืนวิ่งออกไป

“เดี๋ยว” เนติมาจะตามไปด้วย แต่ศิวัชเข้ามารั้งตัวไว้

ooooooo

ระบิลเดินอ้อมมาที่ชายป่าอีกด้าน เขาจัดการกับสมุนอิทธิหาญสามคนที่ยิงปืนใส่พวกตนเมื่อครู่ แต่เมื่อหันกลับมาก็พบอิทธิหาญ ปาน และสมุนอีกกลุ่มยืนดักอยู่

มาเฟียน้อยมองระบิลอย่างท้าทายพลางชักชวนให้เปลี่ยนขั้วมาทำงานด้วยกัน “ฉันเสียดายฝีมือแก ถ้าจะต้องตายไปพร้อมกับนางเนติมา คิดยังไงถึงไปทำงานให้ผู้หญิง ธรรมชาติไม่ได้ออกแบบให้ผู้หญิงเป็นเจ้านาย แต่ธรรมชาติออกแบบให้มีผู้หญิงไว้ทำเมีย ฮ่าๆ ว่าไง ฉันยินดีจ่ายให้แกสองเท่าของที่ได้จากนางเนติมา เราจะรวยทั้งเงินและอำนาจไปด้วยกัน เพราะเวลาของบอสเก่าแกมันหมดลงแล้ว”

“ก็น่าสนอยู่ แต่ฉันคิดถึงคำที่พ่อสอนอยู่คำหนึ่ง อดอย่างเสือ ดีกว่าอิ่มอย่างหมา” ระบิลตอบเย้ยๆ

“มึง!” อิทธิหาญโกรธจัด ชักปืนขึ้นมายิงใส่ แต่ระบิลหลบอย่างว่องไว แถมดึงสมุนคนหนึ่งมาเป็นโล่กำบัง ก่อนวกกลับมาเตะปืนจากมืออิทธิหาญกระเด็นหลุดมือ

ปานเห็นเจ้านายพลาดท่าจึงเข้ามาช่วย ศิวัช ที่แอบดูอยู่เห็นระบิลโดนรุมก็จะเข้ามาช่วยบ้าง แต่เนติมาดึงไว้ เธอว่า เขาเป็นผู้นำประเทศ มันไม่คุ้มกับการเสี่ยง

ปฏิพรยักไหล่บอกว่าระบิลเป็นแค่การ์ดที่จ้างมาไม่เห็นต้องสนใจ แถมโวยต่อว่า ถ้าระบิลเปลี่ยนใจไปอยู่ข้างพวกนั้น แล้วเกิดบอกที่ซ่อนของพวกตนจะทำอย่างไร

“ถ้านับจากวันที่คุณระบิลเริ่มเป็นบอดี้การ์ดให้เนติ์ กับสิ่งที่เขาทำให้เนติ์ เนติ์มั่นใจนะคะ ว่าเขาไม่ได้เป็นคนอย่างนั้นแน่นอน” เนติมาเอ่ยด้วยความมั่นใจ ศิวัชฟังแล้วเริ่มรู้สึกแปลกๆ

ด้านระบิลเขาถูกปานดึงออกมากระซิบว่า คงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว เพราะระบิลไม่เชื่อคำเตือนของตน

“ก็ไม่ต้องช่วย แต่ก่อนใครจะโชคร้ายตายก่อน พี่บอกผมหน่อยแล้วกันว่าพี่ก้องหายไปไหน เพราะผมไม่มีวันเชื่อ ว่าพี่ปานจะไม่รู้ไม่เห็นการหายสาบสูญของพี่ชายผม” ระบิลพูดอย่างไม่กลัวเกรง

ปานฉุนขาดชกระบิลจนหน้าหงายลงไปนอนกับพื้น ทนง โปรย ชูศักดิ์ พร้อมลูกน้องอีกจำนวนหนึ่งตามเข้ามาพร้อมระดมยิงใส่ ระบิลพลิกตัวหลบไปหลังต้นไม้ใหญ่

อิทธิหาญหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ “ฮ่าๆ ถ้าเมื่อกี้เลือกข้างถูก ก็ไม่ต้องหัวซุกหัวซุนอย่างนี้ คราวนี้เอาไงดีวะ ปืน...หรือไฟ เลือกเอา”

ระบิลครุ่นคิดหาทางออก ก่อนหันไปเห็นท่อนไม้ท่อนขนาดเหมาะมือตกอยู่ใกล้ๆ ซึ่งรอบๆยังคงมีไฟลามไหม้อยู่ทั่ว เขาเงยหน้ามองดูทิศทางลมที่พัดกิ่งไม้ไหวอยู่ด้านบนพลางส่งยิ้ม

เนติมาเห็นระบิลหายไปก็นึกห่วง เธอหันมาปรึกษากับศิวัช เพราะอยากออกไปช่วย ปฏิพรรีบแทรกกลางชวนทุกคนหนีไป เธอว่าระบิลเป็นแค่บอดี้การ์ดไม่มีความจำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตไปช่วย

“คุณระบิลไม่ได้เป็นแค่บอดี้การ์ดนะคะ” เนติมาตวาด แล้วหันกลับไปมองหาระบิลด้วยความเป็นห่วง

ศิวัชเห็นอาการคนรักก็ชักหวั่น เขาพยายามตั้งสติแยกแยะในสถานการณ์ตรงหน้า ก่อนจะพูดออกมาอย่างหนักแน่น “จะไม่มีใครทิ้งใครทั้งนั้น เราจะออกจากที่นี่ไปด้วยกันอย่างปลอดภัย”

เนติมายิ้มได้ ผิดกับปฏิพรที่ถอนใจออกมาอย่างขัดใจ เธอมองไปรอบๆด้วยความกลัว

ด้านอิทธิหาญ เขาเดินนำลูกน้องมายังต้นไม้ ที่ระบิลหลบอยู่หวังจัดการให้สิ้นซาก แต่ต้องแปลกใจเมื่อไม่เห็นใครเลย

“เป็นไปได้ไงวะ เฮ้ย!” มาเฟียน้อยหงุดหงิดสั่งให้สมุนระดมหาระบิลให้พบ แต่ไม่ทันได้ขยับตัวปานก็ร้องลั่นเพราะหันไปเห็นแนวไฟลุกโชนล้อมพวกตนไว้รอบด้าน ขณะที่โปรยร้องถามลูกน้องเสียงสั่น

“เฮ้ย! ใครทะลึ่งจุดไฟล้อมกันเองอย่างนี้วะ”

“พวกฉันเปล่านะพี่” เหล่าสมุนต่างส่ายหน้าปฏิเสธ

ปานมองผ่านเปลวไฟไป เห็นระบิลถือกิ่งไม้ติดไฟมองอยู่พร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน

“ฉันคงไม่ต้องถามนายนะอิทธิหาญ ว่านายจะเลือกปืนหรือไฟดี เพราะฉันเลือกให้นายแล้ว” ขาดคำระบิลก็เอากิ่งไม้ติดไฟโยนไปที่พงหญ้าแห้งตรงหน้าจนลุกโชน “ถ้าเมื่อกี้เลือกข้างถูก ก็ไม่ต้องหัวซุกหัวซุนอย่างนี้ ฮ่าๆ”

อิทธิหาญฉุนขาด ยกปืนยิงใส่ระบิลไม่ยั้ง แต่ระบิลไวกว่าหลบออกไปได้อย่างรวดเร็ว ปานรีบดึงเจ้านาย “พอก่อนเถอะครับเสี่ย ผมว่าตอนนี้เราหาทางออกจากวงล้อมไฟนี่ก่อนดีกว่านะครับ”

“โว้ย” มาเฟียน้อยมองไปรอบๆเห็นเปลวเพลิงโอบล้อมทุกด้าน อารมณ์ของความโมโหยิ่งเพิ่มมากขึ้นเขายิงปืนรัวขึ้นฟ้าด้วยความแค้น ก่อนจะนำลูกน้องฝ่ากองเพลิงหนีตายอย่างทุลักทุเล

ระบิลวิ่งกลับมาหาเนติมา สาวเจ้าเห็นบอดี้การ์ดปลอดภัยกลับมาก็ดีใจจนลืมตัว ศิวัชลอบมองท่าทีของคนรัก ระบิลหันมาเห็นพอดี เขารีบเปลี่ยนประเด็นชวนทุกคนหนีต่อ

“เออ...ไปสิครับ” ศิวัชพูดกลบเกลื่อน ทั้งที่ความสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่างระบิลกับเนติมาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เนติมาก็ลอบมองปฏิพรที่เกาะแขนศิวัชไม่ห่างอย่างน้อยใจเช่นกัน

ooooooo

คำเที่ยงร้อนใจ เมื่อเห็นรายงานข่าวด่วนในทีวีเรื่องศิวัชกับเนติมา เพราะดลกับอ้อบอกเขาว่าจะติดรถไปเที่ยวกับเนติมาด้วย เขาพยายามโทร.ติดต่อลูกทั้งสอง แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ

เวลาเดียวกัน ดลและอ้อพยายามโทร.ขอความช่วยเหลือ แต่แถวนั้นไม่มีสัญญาณ ทั้งสองชวนกันเดินไปตามเสียงปืนที่ได้ยินไม่ขาดสาย และเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งอยู่ในป่าด้านใน แต่โชคร้ายสมุนของอิทธิหาญอีกกลุ่มมาพบเข้า

พวกมันเข้ารุมดลเพื่อจะนำตัวอ้อไปให้อิทธิหาญ หนุ่มน้อยหมดสติไป หนึ่งในสมุนชักปืนออกมาหมายจะยิงดลให้ตาย แต่ไม่ทันได้เหนี่ยวไก ก็ถูกกระสุนของวิเชษฐ์เข้าแสกหน้าลงไปนอนแน่นิ่ง สมุนคนอื่นหันมายิงต่อสู้จึงถูกวิเชษฐ์กับลูกน้องวิสามัญ ก่อนวิทยุเรียกรถพยาบาลมารับตัวดล

นายพลทวีได้รับรายงานว่า ทีมช่วยเหลือพาดล กับอ้อออกมาได้แล้ว แต่ยังไม่พบพวกศิวัช ท่านถึงกับเครียดหันมาแจ้งให้ธำรงที่ยืนรอฟังข่าว เปรยว่า

“การค้นหาผมจะดูแลเอง ส่วนในทางการเมือง คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงผู้จัดการทุกอย่างมาตั้งแต่ต้นอย่างคุณหรอกนะคุณธำรง”

ธำรงพยักหน้ารับอย่างช้าๆ ขณะที่สมองครุ่นคิดด้วยความสุขุมในการหาทางออกอย่างดีที่สุด

ooooooo

บ่ายวันเดียวกัน อิทธิหาญกับปานในสภาพมอมแมมจากควันไฟ เดินขึ้นมาตามบันไดอย่างหัวเสีย  เพราะดันพลาดท่าให้ระบิล มาเฟียน้อยเตรียมจะอาละวาดอีกรอบ แต่ปานสะกิดเตือนเพราะเห็นพงษ์เลิศยืนหน้าบึ้งรออยู่ที่ระเบียง มีชลกรยืนอยู่ข้างๆด้วยสีหน้าอึดอัดใจ

พงษ์เลิศดึงลูกชายไปต่อว่า เพราะแผนที่ผิดพลาดของอิทธิหาญจะนำความเดือดร้อนมาให้เขา ชลกรรีบเสริม  “คุณกำลังทำธุรกิจการเมืองของคุณพ่อคุณมีปัญหา เรามีเรื่องให้พวกนั้นสาวไส้อีกเยอะ แค่ที่ไร่นี่ ฉันยังมองไม่เห็น สิ่งถูกกฎหมายสักอย่าง ทั้งเป็นแหล่งซ่องสุมมือปืน แรงงานต่างด้าว ไม้เถื่อน แล้วยังจะ...”

“ถ้าพูดอีก ฉันจะให้ไอ้หื่นด้านล่างลากเธอไปโทรม” อิทธิหาญชิงพูดขึ้นมาอย่างเอาจริง ก่อนจะเดินหนีไปอย่างไม่สนใจ

“ฉันนึกแล้ว ว่าเราต้องเดินทางมาพบกับปฏิกิริยาแบบนี้ เอาไงต่อคะคุณ”

“คงต้องรอดูว่าไอ้ธำรงมันจะเอาไงมากกว่า เพราะถ้าไอ้ศิวัชมันยังไม่ตาย เราก็ค่อยยังชั่ว แต่ถ้ามันตายไอ้ธำรงต้องเล่นเราหนักแน่”

“ซึ่งคนอย่างคุณ คงไม่ยอมให้คุณธำรงเล่นงานขนาดนั้นแน่” ชลกรพูดอย่างรู้ใจ

“เรื่องนั้นไอ้วิเชียร พ่อนางเนติมาเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ฮึๆ” จอมมาเฟียแค่นหัวเราะ

ooooooo

ระบิลพาทุกคนมาถึงลำธารในตอนค่ำ เขาตัดสินใจหยุดพักเอาแรงก่อน แล้วค่อยออกเดินทางใหม่ในตอนเช้า จากนั้นก็ลงน้ำไปจับปลามาปิ้งเป็นอาหารเย็นให้ทุกคน ปฏิพรอ้อนให้ศิวัชแกะปลาป้อนให้ อ้างว่ามือเจ็บ เนติมาอดน้อยใจไม่ได้ เธอแอบลุกไปนั่งร้องไห้อยู่ริมลำธาร

บอดี้การ์ดเห็นใจนายสาวจึงตามไปปลอบใจ เนติมารีบเช็ดน้ำตาบอกว่าไม่อยากให้ใครเห็นเวลาร้องไห้

“ผมเข้าใจนะ ว่าชีวิตคุณเจออะไรหนักๆ มาเยอะ แต่น้ำตาไม่ใช่เครื่องหมายของความอ่อนแอเสมอไปนะ โธ่เอ๊ย...เรื่องง่ายๆทำเป็นงง ผมว่าธรรมชาติเขาออกแบบมาให้เราร้องไห้ เพื่อระบายความไม่สบายใจออกมานะ ในเมื่อมีเรื่องไม่สบายใจมากๆเข้าก็ร้องไห้ออกมาซะก็จบ ไม่เห็นต้องฝืนธรรมชาติเลย”

“ทำเป็นนักปราชญ์” เนติมาประชด แต่ระบิลยังยิ้ม กวนเอ่ยต่อ “รึที่คุณร้องไห้น่ะ ไม่ใช่เหตุผลที่ผมพูดมา คุณร้องเล่นๆ ร้องแก้เซ็ง ร้องบริหารลูกกะตา ร้องเพราะ...”

“พอแล้วๆ ยอมรับแล้วก็ได้ เพราะถ้าฉันไม่ยอมรับ นายก็ต้องต้อนให้ฉันรับอยู่ดีแหละ คนบ้า” เนติมาส่งค้อนพลางบ่นถึงดลกับอ้อด้วยความเป็นห่วง

ระบิลมองนายสาวอย่างเข้าใจ ก่อนเอ่ยอย่างจริงจัง “หุบที่คุณดลกับคุณอ้อลงไปไม่น่าชันนัก ผมว่าไม่น่าเป็นอะไรมากนะ ยิ่งคิดในสิ่งที่ยังไม่เห็น คุณก็ยิ่งฟุ้งซ่าน พรุ่งนี้ผมจะพาคุณออกตามหาคุณดลกับคุณอ้อแต่เช้านะครับ”

“ขอบคุณนายมากนะ”

“ขอบคุณอีกแล้ว มันเป็นหน้าที่ที่ผมต้องดูแลคุณนะครับ แต่ว่าตอนนี้ผมว่าคุณให้ผมดูแผลที่มือคุณหน่อยดีกว่า” ระบิลยื่นมือมารอ เนติมาจำต้องส่งมือให้

บอดี้การ์ดเอามือข้างที่เจ็บของนายสาวล้างในลำธาร แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้ามาพันแผลให้ด้วยความเอาใจใส่ พลางย้ำกับตัวเองว่า ออกจากที่นี่แล้วจะรีบพานายสาวไปหาหมอเพราะกลัวแผลติดเชื้อ เนติมาล้อว่า แผลแค่นี้ไกลหัวใจ

“ผมดีใจที่ได้ยินคำนี้จากปากคุณอีกครั้ง ไกลหัวใจ... อะไรที่มันเจ็บๆ ก็ให้มันอยู่ไกลหัวใจไว้ ชีวิตเราจะได้อยู่ได้”

“ทำได้ก็ดีเนอะ แต่ไม่รู้ฉันจะทำได้รึเปล่า” เนติมายิ้มเศร้าๆ พลางถอนใจ

ระบิลยิ้มมองเนติมานิดหนึ่ง ก่อนเอื้อมมือไปกุมมือเธออย่างให้กำลังใจ “ต่อให้เราเอาใจใส่คนรักของเราแค่ไหน แต่เรื่องบางเรื่องถ้าเขาไม่บอก เราก็ไม่มีทางรู้หรอกนะครับ เหมือนที่คุณกำลังพยายามซ่อนความเสียใจ ความน้อยใจไม่ให้คุณศิวัชรู้ ถ้าคุณศิวัชเขาไม่เป็นห่วงคุณ เขาก็คงไม่ส่งผมมา คิดซะว่าสิ่งที่ผมทำให้คุณตลอดเวลาที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่คุณศิวัชทำให้สิครับ”

“นายทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมากเลยรู้ไหม” เนติมากระชับมือตอบระบิล ทั้งสองคนสบตากันอย่างไม่รู้ตัว ว่าใยรักกำลังถักทอมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วนายสาวก็ขอให้ระบิลร้องเพลงวอนลมจูบให้ฟังอีกครั้ง

“ขอกันกลางป่าอย่างนี้ ดีเจก็จัดให้ ฮะแฮ่ม...” ระบิลพูดอย่างอารมณ์ดี ก่อนตั้งใจร้องให้เนติมาฟัง

ทั้งสองสบตากันนิ่งอย่างไม่รู้ตัว พลันสะดุ้งเมื่อศิวัชเข้ามาเรียกเนติมา เพราะเพิ่งจะหลบปฏิพรมาได้ระบิลรีบปล่อยมือนายสาว ขณะที่ศิวัชเข้ามาจับมือคนรักด้วยความเป็นห่วงพลางตัดพ้อ

“ทำไมมือเจ็บไม่บอกพี่ วันหลังมีอะไรอย่าปิดพี่อีกนะจ๊ะ แค่เรื่องน้องตี้ พี่ก็ลำบากใจจะแย่อยู่แล้ว ถ้าพี่ต้องกังวลเรื่องเนติ์อีก พี่คง...”

“เนติ์ขอโทษค่ะ วันหลงมีอะไรเนติ์จะบอกพี่ศิวัชนะคะ”

“พี่เป็นห่วงความรู้สึกเนติ์นะจ๊ะ แต่ขอให้เนติ์อดทนอีกนิด อีกไม่นานพี่จะคุยกับคุณพ่อเรื่องงานแต่งงานของเราอีกครั้ง สัญญาที่เรามีให้กัน พี่ไม่มีวันลืมนะจ๊ะ” ศิวัชยืนยันกับคนรัก แล้วหันมาขอบคุณระบิลที่ช่วยดูแล

“ไม่เป็นไรครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว อืม...งั้นคุณสองคนคุยกันไปก่อนนะครับ นานๆคุณสองคนจะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพัง” ระบิลยิ้มอย่างรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เขาค่อยๆเดินปลีกตัวออกมา

เนติมาชำเลืองมองตามด้วยความเป็นห่วง จังหวะเดียวกันนั้น ศิวัชก็ดึงเธอเข้ามากอดด้วยความรัก แต่หญิงสาวกลับเริ่มรู้สึกสับสน

ไม่ต่างไปจากระบิลที่หลบมานั่งทำใจบนโขดหิน เขานึกถึงเอมมิกาคนรักที่จากไป พลางรำพึงว่า “พี่ไม่มีวันรักใครได้อีกแล้วนะคะเอม”

ooooooo

ดลเริ่มรู้สึกตัวในเช้าวันใหม่ พบอ้อนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงด้วยความเป็นห่วง หนุ่มน้อยทบทวนเหตุการณ์ แล้วผุดลุกขึ้นจะไปช่วยพี่สาว แต่คำเที่ยงเดินเข้ามาพอดี

“พ่อรู้เรื่องจากตำรวจหมดแล้ว แล้วพ่อก็จะไม่มีวันยอมที่จะให้เราสองคนไปทำอะไรเสี่ยงๆอย่างนี้อีก เรื่องหนูเนติ์เป็นหน้าที่ของตำรวจ แต่คุณวิเชียรฝากเด็กชายยศวีร์ไว้กับพ่อ เพื่อให้เขาได้รับความปลอดภัย พ่อจะทำหน้าที่ที่รับปากคุณวิเชียรไว้จนลมหายใจสุดท้าย” คำเที่ยงพูดอย่างหนักแน่น จนดลกับอ้อพูดอะไรไม่ออก

ด้านเนติมา เธอตามระบิลมาตามแนวลำธาร โดยมีศิวัชเดินประคองปฏิพรที่ยังอ้อนไม่หยุดตามมาข้างหลัง ระบิลเห็นใจนายสาว เขาหันไปเจรจากับปฏิพร

“เดินตามแนวลำธารนี่ไปก็จะออกชายป่าด้านที่ผมกับคุณเนติ์เคยมาแน่นอนครับ ใจเย็นๆนะครับคุณตี้ เดี๋ยวเราออกไปได้แล้วค่อยขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านอีกที”

“อะไรนะคะ นี่เราต้องไปขอความช่วยเหลืออีกเหรอ”

“ก็เราไม่มีรถนี่คะ อีกอย่างไม่รู้จะมีคนตามหาเราเจอรึเปล่า” เนติมาตอบแทน

“รึไม่คนที่เจอ ก็อาจเป็นพวกมันที่ออกตามล่าเราอีกรอบ หลบเร็วครับ” ระบิลได้ยินเสียงคนเดิน เขารีบพาทุกคนเข้าไปหลบหลังแนวไม้ข้างทางทันที

ปฏิพรชักสีหน้าเตรียมจะโวย แต่ระบิลสั่งให้ เงียบไว้ เพราะมั่นใจว่ามีคนตามมา เขาชักปืนขึ้นมาเตรียม แล้วมองผ่านแนวไม้ออกไปเห็นเท้าของคนสามสี่คนเดินมาหยุดที่ทางเดิน จึงพุ่งออกไปหมายจัดการกับคนที่มายืนตรงหน้า

“เฮ้ย!” ระบิลร้อง เมื่อเห็นวิเชษฐ์พร้อมลูกน้องยืนอยู่ เขาส่งยิ้มโล่งอก แล้วหันไปเรียกทุกคนให้ออกมา เพราะปลอดภัยแล้ว

เนติมา ศิวัช และปฏิพร ถอนใจออกมาด้วยความโล่งใจ

ผู้กำกับวิเชษฐ์พร้อมลูกน้องพาทุกคนกลับกรุงเทพฯอย่างปลอดภัย ศิวัชรีบเข้าพบธำรงเพราะต้องการเอาผิดพงษ์เลิศกับลูกชาย แต่ธำรงไม่เห็นด้วย เขาให้เหตุผลว่า

“พ่อยังไม่อยากให้แกขับขั้วของพงษ์เลิศออกจากการร่วมรัฐบาลตอนนี้ เพราะยังอยากให้พวกนั้นอยู่ในสายตาเราอยู่ มันสะดวกต่อการควบคุม ดีกว่าปล่อยให้
มันลงใต้ดินลอบกัดเราเต็มตัว”

“คุณพ่อจะรอให้หลักฐานทุกอย่างมัดแน่น แล้วจัดการทีเดียวใช่ไหมครับ”

ธำรงพยักหน้ายิ้มๆ พลางเอ่ยอย่างใจเย็น “นายพงษ์เลิศกับลูกชายทำเรื่องเลวร้ายกับประเทศไว้หลายอย่าง มันสมควรได้รับโทษทุกอย่างที่ทำ พ่อไม่อยากให้ตกหล่นแม้แต่คดีเดียว แกไปจัดการแถลงข่าวทำความเข้าใจกับประชาชนซะ ทำให้ดีอย่าให้เสียเครดิตว่าเป็นถึงผู้นำประเทศ แต่กลับถูกโจรเล่นงานง่ายๆ”

“ผมเข้าใจแล้วครับ คุณพ่อไม่ต้องห่วงครับ” ศิวัชรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนจะครุ่นคิดหาทางออก

ooooooo

เช้าวันใหม่ พงษ์เลิศถึงกับออกอาการ เมื่อเห็นข่าวพาดหัวในหน้าหนังสือพิมพ์ “นายกฯล้างบางขบวนการโค่นป่า สื่อตามทำข่าวถูกถล่มตายยกคณะ”

จอมมาเฟียหันมาตวาดใส่ลูกชายที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ข้างๆ “เห็นผลงานของแกรึยัง นอกจากมันไม่ตายไม่เสียเครดิตแล้ว สื่อยังให้กำลังใจไอ้ศิวัชล้นประเทศ”

“ไอ้บ้าเอ๊ย ฉวยโอกาสเพิ่มคะแนนนิยมชัดๆ” อิทธิหาญโยนหนังสือพิมพ์ในมือลงที่โต๊ะ มีพาดหัวข่าวว่า “สื่อไม่เสียขวัญ ยันหนุน นายกฯศิวัชเต็มที่”

“ในเมื่อมันไม่เข็ด ผมจะพาพวกไปถล่มมันอีก ให้รู้ไปว่ามันตายไม่เป็น” อิทธิหาญประกาศกร้าว

“อย่าให้เรื่องเลวร้ายไปมากกว่านี้เลยนะคะ” ชลกรเดินเข้ามา พร้อมกับแม่บ้านที่ถือชุดกาแฟมาเสิร์ฟให้ทุกคน เธอขอร้องอิทธิหาญว่าอย่าเพิ่งก่อเรื่องอีก เพราะคราวนี้คงโดนถล่มหนักแน่

“นี่แก” มาเฟียน้อยไม่พอใจจะหันมาเล่นงาน แต่พงษ์เลิศเข้าขวางบอกว่าชลกรพูดถูกแล้ว เขาขอให้ลูกใจเย็นพร้อมเตือนสติ

“ทุกครั้งที่แกใจร้อน ก็ไม่ต่างกับแกเอากระชอนไปตักน้ำ เพราะมันจะไม่มีน้ำติดมาถึงมือแกเลย”

อิทธิหาญนิ่งคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่งก่อนยิ้มออกมาอย่างได้ใจ “ใครว่าไม่มีติดมาล่ะพ่อ ผมเจอน้องชายนางเนติมาแล้ว”

มาเฟียน้อยเล่าเหตุการณ์ในป่าให้พ่อฟังและมั่นใจว่า หนุ่มน้อยที่ยืนอยู่ข้างเนติมาคือยศวีร์ ชลกรนึกได้บอกพงษ์เลิศว่าบางทีหลักฐานของวิเชียรที่

พงษ์เลิศกำลังตามหาอยู่ อาจอยู่ที่ลูกคนใดคนหนึ่งของเขาก็ได้ จอมมาเฟียถอนใจเฮือกท่าทางกังวลไม่น้อย

อิทธิหาญไม่เคยเห็นพ่อเป็นแบบนี้มาก่อน จึงเอ่ยถามว่า กลัวหรือ

“เคยได้ยินแต่ตีงูไม่ตายให้ระวัง แต่นี่ตีงูตายแล้ว แต่กลับต้องระวังลูกงู ตัวเดียวไม่พอ นี่ยังมีเพิ่มมาอีกตัว พ่อไม่เคยประมาทคู่ต่อสู้ โดยเฉพาะคู่ต่อสู้ที่พ่อฝาก

ไฟแค้นไว้กับมัน แต่ไม่ว่ายังไงสุดท้ายสิ่งที่มันจะได้กลับไปก็มีแต่หายนะเท่านั้น” พงษ์เลิศพูดด้วยสีหน้าเอาจริงและเต็มไปด้วยความเลือดเย็น

ooooooo

เวลาเดียวกัน วิเชษฐ์พาเนติมากับระบิลมาเยี่ยมดลที่โรงพยาบาล ทั้งสามได้พบกับคำเที่ยงที่ยืนยันจะอยู่กรุงเทพฯต่อจนกว่าเรื่องทุกอย่างจะคลี่-คลาย เพราะเป็นห่วงดล อ้อ และเนติมา

“โธ่...พ่อจ๊ะ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก พวกหนูเอาตัวรอดได้” อ้อเข้ามาเจรจา

“แต่ที่พ่อเห็นเนี่ย เกือบเอาชีวิตไม่รอดนะ” คำเที่ยงเอ่ย พลางหันมาคุยกับเนติมา “การที่คุณวิเชียรให้หนูเนติ์กับยศวีร์หนีออกจากเหตุการณ์ร้ายวันนั้น เพราะต้องการให้ลูกทั้งสองคนปลอดภัย ผมคงหลับตานอนไม่ได้ ถ้าต้องรับรู้ว่าลูกของคุณวิเชียรทั้งสองคน ยังต้องเผชิญอันตรายอยู่อย่างนี้”

เนติมา ดล และอ้อมองหน้ากัน เนติมาชวนคำเที่ยงไปพักที่บ้านกันต์เพราะเห็นว่าสะดวกกว่าที่คอนโดฯของดล แต่เขาไม่ยอมยืนยันขออยู่กับลูกทั้งสอง

ในตอนบ่าย หมออนุญาตให้ดลกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ เนติมา ระบิล และวิเชษฐ์แยกไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย คำเที่ยงได้โอกาสเอ่ยเตือนดลเรื่องความร้ายกาจของพงษ์เลิศ เพราะตราบใดที่ยังน็อกไม่ลง เขาไม่มีวัน ปล่อยให้เนติมากับดลเป็นหอกข้างแคร่อยู่แน่

“เขากลัวความผิดที่เขาทำ ถึงขนาดต้องตามล่าเอาชีวิตคนในครอบครัวผมขนาดนี้เลยเหรอครับ”

“ผลประโยชน์ทำให้คนหน้ามืดเสมอ จนลืมไป ว่ากรรมมันเหมือนเงาวิ่งหนียังไงก็ไม่มีวันพ้น ถ้ายังมีลมหายใจ พ่อไม่มีวันยอมให้ใครมาทำอันตรายลูกแน่นอน” คำเที่ยงเอื้อมมือไปโอบไหล่ดลด้วยความรัก

ดลยิ้มด้วยความรู้สึกอบอุ่น ขณะที่อ้อแกล้งทำหน้าง้ำพูดตัดพ้อว่าพ่อรักดลมากกว่าตน

“ผีขี้อิจฉาประทับร่างอีกแล้วอย่างนี้ต้องจับถ่วงน้ำครับพ่อ” ดลหันมาล้อ

“พ่อว่า ตัดหางปล่อยวัดง่ายกว่ามั้งลูก ฮ่าๆ” คำเที่ยงหัวเราะร่วนก่อนดึงอ้อมากอด

ooooooo

หลังจากส่งคำเที่ยงกับลูกๆที่คอนโดฯแล้ว ระบิล เนติมา และวิเชษฐ์กลับมาที่บ้านกันต์ ทั้งสามได้ยินเจือจันทร์บอกกับสามีและลูกว่า อันตรายเริ่มใกล้ตัวมากขึ้นทุกทีแล้ว ก็นึกเห็นใจ วิเชษฐ์เสนอให้ครอบครัวกันต์ย้ายไปอยู่ที่บ้านพักของเขา แต่เจือจันทร์ไม่ยอม

เนติมาพอเข้าใจจึงชวนระบิลออกมาคุยกันข้างนอก หวังเปิดโอกาสให้วิเชษฐ์ได้ทำคะแนนกับขวัญชนกบ้าง แต่ก็อดแซวระบิลไม่ได้เพราะพอดูออกว่าเพื่อนรักคิดอย่างไรกับบอดี้การ์ดของเธอ ระบิลออกตัวว่า เขารู้สึกกับขวัญชนกแค่น้องสาวเท่านั้น

“ขวัญไม่ดียังไง นายถึงรู้สึกเกินคำว่าน้องสาวไม่ได้ ขวัญทั้งน่ารักเรียบร้อย เรียนเก่ง เอ...หรือนายซุกแฟนไว้ที่ไหน หรือนายยังไม่ลืมแฟนเก่า เอ๊ะ...หรือนายมีคนรักใหม่แล้ว” เนติมาจ้องตาระบิลอย่างจับผิด แต่เมื่อเจอเขาจ้องกลับ ก็รู้สึกอายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

“เรื่องของหัวใจผม ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าตัวผมหรอก” ระบิลเริ่มรู้สึกแปลกๆ เขาพยายามกลบเกลื่อนพิรุธ แล้วเปลี่ยนเรื่องเรียกให้เนติมาดูวิเชษฐ์ที่ตามดูแลขวัญชนกไม่ห่าง

ส่วนขวัญชนก เธอลอบมองเนติมากับระบิลอย่างอิจฉานิดๆ ก่อนหันมาชวนผู้กำกับคุยเรื่องระบิล ผู้กำกับหนุ่มว่า เนติมาโชคดีที่มีบอดี้การ์ดอย่างระบิลมาดูแล เพราะอาชีพนี้เก่งอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องยอมตายในหน้าที่รับผิดชอบได้ โดยเฉพาะคนรัก

“มีผู้ชายไม่กี่คนหรอกนะครับ ที่จะยอมตายเพื่อคนที่ตัวเองรักได้จริงๆ แต่ระบิลทำได้”

“คุณระบิลเคยยอมตายเพื่อคนรักเหรอคะ”

“เคยครับ แต่เสียดายที่” วิเชษฐ์พูดได้แค่นั้นก็สลดลงนิดหนึ่ง แล้วรีบตัดบท “อย่าให้ผมพูดเรื่องนี้ต่อเลยนะครับ ถ้าเมื่อไหร่ระบิลเขาพร้อม ให้เขาเล่าด้วยตัวเขาเองดีกว่า”

ขวัญชนกนิ่วหน้าด้วยความสงสัย ก่อนหันกลับไปมองระบิลกับเนติมาที่หยอกเล่นกันอยู่ในสวน

ooooooo

ค่ำแล้ว ดลเดินจับชายโครงออกมาบ่นกับอ้อว่า สงสัยตนจะช้ำใน อ้อลุกมาดูอาการด้วยความเป็นห่วงพลางถามหาพ่อว่าหลับแล้วหรือ ดลพยักหน้าบ่นต่อว่า เสียดายงานที่ชวดไปเพราะดันมาเจ็บตัว และถ้าไม่รีบกลับไปทำคงมีเงินไม่พอจ่ายค่าเทอมแน่

อ้อเห็นใจอาสาจะออกไปทำงานพริตตี้หาเงินมาช่วยดล และจะโกหกพ่อว่าไปเรียนพิเศษ

“ไม่ได้นะอ้อ พี่สัญญากับพ่อว่าจะดูแลอ้อให้ดี ที่ผ่านมาพี่ยอมให้อ้อไปทำงานพิเศษ พี่ก็รู้สึกผิดมากอยู่แล้ว”

“โธ่...คิดมาก แล้วพี่ดลจะเอายังไงจ๊ะ” อ้อถอนใจมองหน้าดลนิ่ง

หนุ่มน้อยครุ่นคิดแต่ไม่ทันได้คำตอบก็ได้ยินเสียงโทรทัศน์ดังเข้ามาผู้สื่อข่าวรายงานเรื่อง นายกฯศิวัชควงปฏิพร เปิดตัวงานสื่อรักแห่งสายน้ำ และเข้าไปขอสัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ของทั้งสอง ศิวัชบ่ายเบี่ยงขอให้โฟกัสไปที่เรื่องงานของเขา แต่ปฏิพรกลับพูดเป็นนัยๆ ว่าให้ดูจากภาพที่เห็นแล้วเข้าควงศิวัชประกาศความเป็นเจ้าของ ดลกับอ้อเห็นแล้วไม่สบายใจนึกห่วงความรู้สึกเนติมา

ส่วนนายพลทวีที่นั่งดูข่าวอยู่กับธำรง เขาเปรยว่า เกมการเมืองกำลังเป็นไปด้วยดี แต่ก็อดห่วงความรู้สึกของเนติมาไม่ได้ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง

ธำรงส่งยิ้มไม่เอ่ยอะไร เพราะทุกอย่างอยู่ในเกมที่เขาเป็นผู้กำหนด

ด้านเนติมา เธอหันมาหัวเราะกับขวัญชนกที่ทำตกอกตกใจ เมื่อเห็นข่าวศิวัชกับปฏิพร เพราะเชื่อใจคนรัก แล้วศิวัชก็โทร.เข้ามา เธอรีบบอกเพื่อนสาว

“เห็นไหม พี่ศิวัชโทร.มาแล้ว รีบนอนนะขวัญพรุ่งนี้ฉันจะติวหนังสือให้ใหม่ ตอนนี้ขอตัวคุยกับพี่ศิวัชก่อนนะจ๊ะ” เนติมาพูดยิ้มๆแล้วรีบเดินออกไปจากห้องทันที

ขวัญชนกมองตามไปด้วยความไม่สบายใจนัก

เนติมาลงมาคุยโทรศัพท์กับศิวัชในสวนหย่อม ได้ยินเขาบ่นว่าไม่สบายใจนักกับข่าวรักโปรโมตของพ่อและยืนยันจะรีบแต่งงานกับเธอให้เร็วที่สุดเพื่อตัดปัญหา เนติมาไม่ทันได้ตอบ ก็ได้ยินเสียงมือถือของศิวัชอีกเครื่องดังขึ้นมา เธอให้ชายหนุ่มรับสาย กลัวว่าจะมีงานด่วน

ศิวัชก้มมองดูเห็นชื่อ “น้องตี้” ปรากฏอยู่จึงกดตัดสาย แล้วจำใจโกหกเนติมาว่าเพื่อนโทร.มา ทั้งสองพูดคุยกันต่อ แต่ไม่นานนักโทรศัพท์เครื่องนั้นก็ดังขึ้นอีก

ooooooo

ปฏิพรเห็นว่าศิวัชไม่ยอมรับสายแน่ จึงเปลี่ยนแผนโทร.ไปขอเบอร์เนติมาจากธำรง แล้วโทร.เข้าเครื่องเนติมาที่กำลังคุยอยู่กับศิวัช เนติมาเห็นมีเบอร์แปลกๆ เข้ามา เธอคิดว่าเป็นของดล จึงขอวางสายจากศิวัชแล้วกดรับ ได้ยินปฏิพรส่งเสียงอ้อนมาตามสาย

“สวัสดีค่ะคุณเนติ์ นี่ตี้เองนะคะ เมื่อกี้ตี้พยายามโทร.เข้าเครื่องพี่ศิวัชทั้งสองเครื่อง แต่พี่ศิวัชไม่ยอมรับสายไม่ทราบว่าตอนนี้พี่ศิวัชอยู่กับคุณเนติ์รึเปล่าค่ะ”

เนติมาอึ้งตกใจกับสิ่งที่ปฏิพรพูดมา เธอกดเบอร์กลับไปหาศิวัชบอกว่า ปฏิพรโทร.มาหาเธอ และขอร้องให้เขาโทร.กลับไป เพราะอาจมีเรื่องสำคัญ

ศิวัชพูดอะไรไม่ออก เสียงโทรศัพท์เครื่องเดิมดังขึ้น เขาจำใจกดรับสาย ในขณะที่เนติมาค่อยๆลดโทรศัพท์ลงด้วยสีหน้าเศร้า พยายามกลั้นน้ำตาอย่างที่สุด ก่อนจะหันกลับไปเห็นระบิลยืนมองอยู่ไม่ห่างนัก

“อ้าว...มาแกล้งซุ่มหลอกผีฉันเหรอ เสียใจด้วยนะยะที่ฉันไม่กลัว” เนติมาพยายามยิ้มกลบเกลื่อน

“คุณ” ระบิลเดินเข้ามาหานายสาวด้วยความเป็นห่วง เพราะได้ยินเรื่องราวทุกอย่าง แต่เนติมารีบตัดบทบอกว่าง่วงนอน แล้วเดินหนีออกไปเพราะกลัวกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ระบิลมองตามด้วยความเป็นห่วง

เนติมาออกมายืนเหม่ออยู่ตรงหน้าต่างห้องนอน เธอนึกถึงวันเวลาแห่งความสุขและคำสัญญาที่ศิวัชเคยให้ไว้เมื่อครั้งอยู่ปารีส สาวเจ้าร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ แต่จังหวะเดียวกันก็ชำเลืองไปเห็นระบิลยืนมองขึ้นมาด้วยสีหน้าบ่งบอกถึงความเป็นห่วง เธอตัดสินใจเดินลงไปหาเขาพลางเอ่ยถาม

“ฉันควรหนักแน่นกว่านี้ใช่ไหม”

“ผมว่าคนเรา กว่าจะได้แต่งงานกัน ก็ต้องเจอบททดสอบหลายอย่างนะ หลังจากแต่งงานแล้ว ก็ต้องมีเรื่องมาทดสอบความหนักแน่นอีก”

“แต่พี่ศิวัชโกหกฉัน” เนติมาร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น

“ไม่มีใครอยากโกหกคนที่ตัวเองรักหรอกนะครับ แต่บางครั้งก็ต้องโกหก เพื่อให้คนรักสบายใจ”

“นายว่าพี่ศิวัชเขาคิดอย่างนั้นเหรอ”

“อ๊ะ...ของอย่างนี้ถามผมได้ไง ผมไม่ใช่แฟนคุณศิวัชนี่ครับ ขืนเป็นมีหวังได้แล้งทั้งประเทศ” ระบิลทำท่าขนลุกขนพอง เนติมามองแล้วต้องขำทั้งน้ำตา

ระบิลอมยิ้มหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน พลางเอ่ยต่อ “คุณเป็นคนรักของคุณศิวัช คุณน่าจะรู้ดีกว่าผมนะ ว่าคุณศิวัชนิสัยเป็นยังไง แต่ที่แน่ๆ คุณกับผมก็รู้ดี ว่าคุณตี้นิสัยเป็นยังไง”

“ฉันคงต้องหนักแน่นขึ้นจริงๆด้วยนะ” เนติมาคิดได้

“กว่าจะแก่เฒ่าไปด้วยกัน เรายังต้องเจออีกหลายแบบทดสอบนะครับ”

เนติมาพยักเข้าใจ เธอมองระบิลอย่างขอบคุณ แล้วร้องไห้อีกรอบด้วยความตื้นตัน

“นี่คุณ จะร้องอีกนานไหม ถ้านานผมจะได้ขึ้นไปเอาผ้าเช็ดตัวมาซับแทนผ้าเช็ดหน้า ดูสิเนี่ยชุ่มหมดแล้วแหม...อุตส่าห์แอ๊บเป็นหญิงเหล็กอยู่ตั้งนาน พอให้เห็นน้ำตาเข้าหน่อย ก็ปล่อยอย่างกับมีโปรโมชั่นเลยนะคุณ”

“แหม...ก็นอกจากพี่ศิวัชแล้วก็มีนายนี่แหละ ที่ฉันยอมให้เห็นน้ำตา”

ระบิลยื่นหน้าไปซับน้ำตาให้เนติมา พร้อมสบตากับเธอนิ่ง ทั้งสองค่อยๆ เคลื่อนหน้าเข้าหากันตามแรงดึงดูดของหัวใจ แต่พลันชะงัก เพราะสำนึกได้ว่าต่างมีเจ้าของหัวใจอยู่แล้ว

ทั้งคู่รีบผละออกจากกันด้วยความเขินอาย เนติมาเปลี่ยนเรื่องมองไปยังบ้านอิสราวัชร ซึ่งอยู่ในความมืดอย่างครุ่นคิด ก่อนจะชวนระบิลแอบเข้าไปหาเทปลับในห้องเก็บของ แต่ไม่ทันได้ข้ามกำแพง อิทธิหาญกลับมา

“วันหลังเราค่อยหาโอกาสใหม่ แต่ถ้าโดนจับตอนนี้เราเสียเปรียบแน่” ระบิลรีบดึงนายสาวเข้าบ้าน แล้วหยิบผ้ามาช่วยเช็ดมือให้ เพราะเห็นว่ามือเธอเปื้อน

“โอ๊ย...เจ็บ” เนติมาสะดุ้งเพราะระบิลเช็ดไปโดนแผล

“เฮ้ย...ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ นี่แผลคุณใกล้หายแล้วนะ แต่ความจริงผมไม่อยากให้แผลคุณหายเลยรู้ไหม เพราะถ้ามือคุณหาย เวลาคุณไม่พอใจอะไร คุณก็ ตีผมเอาๆน่ะสิ งั้นเจ็บอีกสักเดือนสองเดือนนะ จะได้ปลอดภัยกับเนื้อตัวผมหน่อย เพี้ยง!” ระบิลทำท่าเป่าคาถา

“บ้า!” เนติมาอดหัวเราะไม่ได้

ooooooo

เช้าอันสดใส ระบิลนั่งจิบกาแฟพลางเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดอยู่ในห้อง ดูว่ามีจุดบอดตรงไหนที่ต้องปรับปรุงบ้าง เนติมากับขวัญชนกถือหนังสืออาหารไทยเข้ามาอ้อนให้เขาช่วยทำอาหารให้ทานโดยจะขอเป็นลูกมือ

“ได้เลยครับ งั้นเดี๋ยวคุณสองคนอยากทานอะไรก็จิ้มเมนูในหนังสือได้เลย เดี๋ยวเชฟจัดให้” ระบิลพูดยิ้มสองสาวหัวเราะชอบใจ แล้วพลันชะงัก เมื่อเห็นรถของศิวัชพร้อมผู้ติดตามอีกสองคันเข้ามาจอดหน้าบ้าน

เนติมาออกไปหาคนรัก เขาบอกว่าจะมารับเธอไป พบธำรงเพื่อคุยเรื่องแต่งงาน สาวเจ้าไม่สบายใจนักกลัวธำรงจะเข้าใจว่าเธอเป็นฝ่ายเร่งรัด จึงเรียกให้ระบิลไปเป็นเพื่อน

ไม่นานนัก ศิวัชพาเนติมามาพบธำรงในห้องทำงาน ส่วนระบิลนั่งรออยู่ด้านนอกอย่างรู้งาน นายกฯหนุ่มเปิดฉากเจรจากับพ่อเรื่องจะแต่งงานกับเนติมา แต่ถูกปฏิเสธ ธำรงอ้างว่ายังไม่ถึงเวลา เพราะงานยังไม่สำเร็จ “เรามาได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น พ่ออยากให้คนจดจำภาพลักษณ์แกในฐานะผู้นำประเทศที่เก่งกาจซะก่อน ไม่ใช่จดจำในฐานะผู้นำที่มีชีวิตรักเป็นโฟกัสของสังคม”

“แต่ทุกวันนี้ สื่อก็ทำข่าวผมกับน้องตี้จน...”

“นั่นเป็นผลดีกับตัวแกเอง หนูตี้เป็นทายาทของท่านทวี ท่านทวีเป็นที่นับถือของคนทั้งประเทศ ยิ่งมีข่าวอย่างนี้ ยิ่งจะเสริมให้แกแข็งแกร่งขึ้นนะลูก”

เนติมาหันไปมองคนรัก เห็นเขาถอนใจออกมาด้วยความรู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก ก่อนจะเสนอใหม่ว่าจะขอจดทะเบียนกับเธอแบบเงียบๆ

“แล้วแกคิดว่าสื่อจะไม่รู้เหรอไง อย่าลืมตอนนี้แกกำลังเป็นที่สนใจของสังคม แค่แกถอนใจ คนเขาก็รู้ทั้งประเทศแล้ว”

“แต่ผมสงสารเนติ์”

ธำรงหันไปพูดกับเนติมาด้วยนํ้าเสียงจริงจัง “หนู เนติ์ หนูอดทนรอเวลาที่จะสะสางฝันร้ายของหนูมาตั้งหลายปี อาอยากให้หนูใจเย็นๆเพื่อรอฝันดีๆที่จะเข้ามาอีกนิดได้ไหม”

เนติมาครุ่นคิดตาม แล้วตอบตกลง เธอหันมาเจรจากับศิวัช “เราสองคนไม่มีทางเลือกอื่นดีไปกว่าการรอจริงๆนี่คะ อีกอย่างเนติ์ไม่อยากเป็นคนทำลายพี่ศิวัชด้วย ถ้ามันจะทำให้งานของพี่ศิวัชสำเร็จ และทำให้ฝันร้ายของเนติ์หายไป เนติ์รอได้ค่ะ”

ศิวัชมองเนติมาด้วยความร้อนใจ เพราะนอกจากห่วงเรื่องปฏิพรแล้ว เขายังกลัวความสัมพันธ์ของเนติมากับระบิลด้วย

ธำรงลอบมองหนุ่มสาวด้วยสีหน้าอมยิ้มใจเย็น พลางครุ่นคิดแผนการบางอย่าง

ooooooo

ระหว่างนั่งรอเนติมา ระบิลได้พบกับชลกรที่แวะมาหาธำรง แต่เมื่อรู้ว่าเขามีแขกเธอจึงหันมาคุยกับระบิลและพยายามหว่านเสน่ห์ แต่เขาไม่หลงกลแถมยังตอกกลับ

“คำพูดของคุณนี่ คงทำให้ผู้ชายหลายคนละลายมาแล้วสินะ แต่เสียดายผมไม่มีผลประโยชน์อะไรแลกเปลี่ยนกับคำหวานของคุณ”

ชลกรหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง เธอหันไปเห็นเนติมากับศิวัชเดินออกมาจากห้องทำงานธำรงด้วยสีหน้าไม่สบายใจนักจึงร้องบอกระบิล

“อ้าว...ออกมากันแล้ว”

“งั้น...ผมขอตัวก่อนนะครับ” ระบิลขยับจะลุกขึ้น แต่ชลกรคว้ามือไว้

“เดี๋ยว! คำหวานๆบางครั้งก็ไม่ต้องการผลประโยชน์ตอบแทนในรูปของวัตถุเสมอไปหรอกนะ”

ระบิลชะงักมองชลกรอย่างแปลกๆก่อนจะหันไปหาเนติมากับศิวัชที่เดินมาถึงพอดี เขาถามทั้งคู่ว่าเรียบร้อยใช่ไหม แต่ไม่มีคำตอบกลับมา

ชลกรยิ้มอย่างรู้ความหมายแล้วขอตัวไปพบธำรง ศิวัชมองตามแล้วหันกลับมาจะคุยกับเนติมาเรื่องแต่งงานต่อ แต่เธอรีบตัดบท

“อีกหนึ่งชั่วโมง พี่ศิวัชมีประชุมกับผู้ประกอบการ อุตสาหกรรม เอาเรื่องส่วนรวมก่อนนะคะ เรื่องของเราสองคนเอาไว้ค่อยพูดกัน ไประบิล กลับบ้านกันเถอะ อย่าลืมวันนี้นายต้องทำกับข้าวให้ฉันกับขวัญทานด้วยนะ” เนติมาเดินออกไป

“อ้าว...คุณ เดี๋ยว ขอตัวก่อนนะครับ” ระบิลมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงงๆ ก่อนขยับจะตามเนติมาไปแต่ศิวัชรีบคว้าแขนไว้พลางฝากฝังให้ดูแลคนรักด้วย

“ไม่ต้องห่วงครับ มันเป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” ระบิลยิ้มรับอย่างหนักแน่นพลางเอื้อมมือไปแตะมือศิวัชเป็นเชิงให้สัญญา ก่อนจะเดินออกไป

ศิวัชมองตามไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเป็นห่วงเนติมา ทั้งกลัวว่าความรักของตัวเองจะไม่มั่นคง

ส่วนเนติมาเมื่อได้อยู่ลำพังกับระบิลในรถ เธอระบายความในใจออกมา “ฉันน่าจะรู้ดีว่าคำตอบเป็นยังไง ไม่น่าตามพี่ศิวัชมาฟังเรื่องที่ทำให้เศร้าอย่างนี้เลย”

“คิดบวกสิคุณ เพราะอย่างน้อยๆคุณก็ได้เห็นว่าคุณศิวัชเขาพยายาม แต่เหตุผลของคุณธำรงก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆนะครับ

เนติมาได้แต่พยักหน้าอย่างเซ็งๆ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอบอกบอดี้การ์ดว่าจะชวนดล อ้อ และลุงคำเที่ยงมาทานข้าวที่บ้าน

“เอาสิคุณ ปาร์ตี้เล็กๆ เดี๋ยวผมจัดเมนูหนักๆรับมือเอง งั้นเดี๋ยวผมขอแวะจ่ายตลาดหน่อยนะ” ระบิลพูดยิ้มๆ เนติมาพยักหน้ายิ้มรับอย่างรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาน้องชาย

ooooooo

หลังจากตอบรับคำเชิญพี่สาวแล้ว ดลก็หันมาเห็นอ้อกำลังจะออกไปข้างนอก เขาอ้าปากจะถาม อ้อรีบยกมือ ประมาณให้ดลเงียบไว้ เพราะกลัวพ่อได้ยิน แต่คำเที่ยงเดินออกมาจากห้องดลพอดี เขาถามลูกสาวว่าจะไปไหน อ้อโกหกว่าจะไปเรียนพิเศษแล้วรีบยกมือไหว้พ่อกับดลด้วยท่าทางมีพิรุธ

ดลสงสัยรีบตามออกไปคาดคั้น อ้อสารภาพว่าจะออกไปทำงานพิเศษ เพราะโมเดลลิ่งโทร.มาตาม ดลทำท่าจะค้าน แต่พอเจอลูกอ้อนก็พูดไม่ออก จำต้องให้อ้อไป

ในตอนบ่าย อิทธิหาญกับทนงเข้ามานั่งรอปานกับสมุนที่ยังไม่เสร็จงานในศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง เขาบังเอิญเห็นอ้อกับเพื่อนพริตตี้ กำลังแนะนำสินค้าอยู่ที่ลานกลางห้าง มาเฟียน้อยจำเธอได้

“โลกกลมจริงๆ ไม่นึกเลยว่าจู่ๆกวางน้อยก็เดินมาหานายพรานง่ายๆ ฮ่าๆ” อิทธิหาญมองอ้อด้วยสายตามีเลศนัย

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #4 on: 18 October 2026, 17:18:56 »


https://www.thairath.co.th/novel/swan/ep9/page1

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 9

“ถูกใจเหรอครับเสี่ย” ทนงเอ่ยถามเมื่อเห็นเจ้านายจ้องสาวน้อยไม่วางตา เขาอาสาจะช่วยจัดการให้ แต่อิทธิหาญยกมือห้ามไว้ บอกให้ใจเย็น

“นี่มันศูนย์การค้านะโว้ย เดี๋ยวก็เป็นเรื่องให้ฉันโดนพ่อด่าอีกหรอก ที่สำคัญฉันอยากตามดูนางเด็กคนนี้ เพราะมันจะพาเราไปหาเสี้ยนหนามอีกคนที่มันอาจเล่นงานเราได้” มาเฟียน้อยจ้องไปที่อ้ออย่างมีแผน

จากนั้นเขาก็เข้าไปตีสนิทพี่เอิง เจ้าของโมเดลลิ่ง ขอทาบทามอ้อมาเป็นพริตตี้ประจำแนะนำสินค้าให้ พี่เอิงรีบมาบอกข่าวดีกับอ้อ สาวน้อยไม่ทันเฉลียวใจรีบตอบตกลงเพราะอยากได้เงินไปช่วยดล

ในตอนเย็น ทุกคนมาพร้อมหน้าที่บ้านกันต์ หนุ่มสาวออกไปตั้งวงทานอาหารในสวนหย่อม ส่วนกันต์ เจือจันทร์ และคำเที่ยงนั่งทานอยู่ในบ้าน ระบิลทยอยยกอาหารออกมาวางบนโต๊ะ พลางคุยว่า มื้อนี้ได้เนติมากับขวัญชนกเป็นผู้ช่วย สองสาวตอกกลับว่า ระบิลหวงวิชาไม่ยอมให้พวกเธอลงมือทำอะไรเลย นอกจากล้างผัก

“วิชาไม่หวง แต่ผมห่วงคุณสองคนจะหั่นนิ้วตัวเองแทนหั่นหมูมากกว่า”

“แหม...ดูถูกกันเกินไปแล้วนะ” เนติมาเชิดใส่

“รับรอง ดูไม่ผิดแน่ครับ” ระบิลลอยหน้าลอยตาตอบ พลางส่งสายตาจ้องเนติมาอย่างไม่ยอมกัน ขวัญชนกลอบมอง รู้สึกถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติของทั้งคู่

ขณะที่กันต์ เจือจันทร์ และคำเที่ยงนั่งทานอาหารอยู่ในบ้าน ทั้งสามคุยกันถึงเรื่องในอดีต ต่างหวังว่าเรื่องราวทุกอย่างจะจบลงด้วยดี

“ผม เคยเจ็บปวด ที่ผมไม่สามารถปกป้องลูกเมียผมได้ แต่วันนี้ผมมีความหวัง มีเพื่อนร่วมต่อสู้อีกหลายชีวิต ผมจะกลับมาเดินให้ได้ เพื่อเป็นหลักที่สมบูรณ์ให้ครอบครัวของผมอีกครั้ง” กันต์เอื้อมมือข้างหนึ่งไปจับขาตัวเองอย่างมีความหวัง

“กำลังใจดีอย่างนี้ คุณกันต์ต้องทำได้แน่นอนครับ”

“เรา สองคนหายใจอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะเป็นห่วงขวัญเท่านั้น ขวัญถูกเลี้ยงมาเหมือนไข่ในหิน ถ้าเราสองคนเป็นอะไรไปไม่รู้ลูกจะอยู่ยังไง” เจือจันทร์พูดพลางมองขวัญชนกที่นั่งอยู่ในสวนด้วยความเป็นห่วง

“กำลังใจคุณกันต์กับคุณเจือจันทร์ดีอย่างนี้ หนูขวัญผ่านฝันร้ายนี้ไปได้แน่นอนครับ”

“ทุกคนครับคุณคำเที่ยง ทุกคนต้องผ่านฝันร้ายนี้ไปด้วยกัน” กันต์พูดด้วยความมั่นใจ

เจือจันทร์กับคำเที่ยงยิ้มให้กันแล้วพากันมองออกไปยังกลุ่มหนุ่มสาวที่นั่งอยู่กลางสวนด้วยความหวัง

ครู่ต่อมา วิเชษฐ์ตามมาสมทบเพราะเพิ่งเสร็จงาน เขาหันมาสบตากับขวัญชนก สาวเจ้าเขินอายหันไปตักข้าวส่งให้ แล้วรีบหลบตา เนติมากับดลหันไปเห็นพอดี จึงสะกิดให้ระบิลกับอ้อดู

หลังทานอาหารเสร็จครอบครัวของคำเที่ยงก็ลากลับ เนติมากับระบิลไปส่งทั้งสามที่คอนโดฯ ส่วนวิเชษฐ์รับอาสาล้างจานให้เอง ขวัญชนกลงมาเห็นก็เกรงใจที่ต้องให้แขกมาช่วยล้างจาน จึงเข้ามาช่วย แต่เพราะมัวแต่เขินผู้กำกับจ้อง จึงเผลอทำจานในมือหลุดลงไปในซิงค์ล้างจาน น้ำกระเด็นเข้าหน้าเข้าตาตัวเอง

“อ้าว...มาครับเดี๋ยวผมเช็ดให้” วิเชษฐ์รีบเช็ดมือแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาช่วยเช็ดหน้าให้ขวัญชนกอย่าง อ่อนโยน หญิงสาวอึ้ง นาทีนั้นทั้งสองคนสบตากันนิ่ง ก่อนขวัญชนกจะตั้งสติได้ รีบผละออกมา

“ขอบคุณค่ะ ขวัญไม่เป็นไรแล้ว เออ...ขวัญขอตัวก่อนนะคะ” ขวัญชนกเดินหนีขึ้นห้องอย่างอายๆ ผู้กำกับหนุ่มอมยิ้มมองตาม

ขณะ ที่ความสัมพันธ์ระหว่างวิเชษฐ์กับขวัญชนกเริ่มดีขึ้น แต่ความสัมพันธ์ระหว่างเนติมากับศิวัชกลับแย่ลง เพราะศิวัชมีงานรัดตัวจนแทบไม่มีเวลาให้เนติมา และเกือบทุกครั้งที่เขาจะโทร.หาคนรัก ปฏิพรก็จะเข้ามาขัดจังหวะแถมชวนไปออกงานสังคมต่างๆ ตามแผนรักโปรโมตของธำรง ซึ่งศิวัชไม่อาจปฏิเสธได้

ooooooo

รถของเนติมาแล่นมาจอดหน้าคอนโดฯ คำเที่ยงรีบชวนอ้อขึ้นห้อง เพราะอยากเปิดโอกาสให้พี่น้องได้คุยกันตามลำพัง เนติมาได้ช่องหยิบเงินจำนวนหนึ่งส่งให้น้องชาย เพราะอยากทำหน้าที่ของพี่สาวบ้าง แต่ดลปฏิเสธพลางหันมามองระบิลอย่างขอตัวช่วย

“เก็บเงินคุณไว้เถอะครับคุณเนติ์” ระบิลคว้ามือเนติมาไว้ไม่ให้เธอยัดเยียดเงินใส่มือน้องชาย

สาวเจ้าหันมาตวาดแหวว่าเขาเกี่ยวอะไรด้วย ระบิล อมยิ้มบอกดลว่า เดี๋ยวเคลียร์ให้ หนุ่มน้อยยิ้มแทนคำขอบคุณแล้วเดินกลับขึ้นห้อง เนติมามองตามอย่างไม่ชอบใจนัก

เมื่อเข้ามาในห้อง ดลเล่าเรื่องเนติมาให้อ้อฟัง สาวอ้อว่า เธอเข้าใจความรู้สึกของเนติมาดี เธอคงเป็นห่วงดลเหมือนกับที่ตนห่วง ดลหันมายิ้มให้อ้ออย่างขอบคุณ แล้วต้องอึ้งเมื่อสาวน้อยหยิบเงินประมาณสี่พันบาทส่งให้พลางขอร้องแกมบังคับ

“แต่พี่ดลคงไม่ปฏิเสธความเป็นห่วงของอ้อใช่ไหมจ๊ะ เพราะเราตกลงกันแล้ว”

“แต่...”

“ถ้า พี่ดลไม่สบายใจที่จะรับเงินอ้อ งั้นเอาเป็นว่าอ้อให้ยืมก็ได้นะจ๊ะ แล้วอ้อคิดดอก พี่ดลจะได้สบายใจ” อ้อลอยหน้าลอยตาพูดอย่างอารมณ์ดี พลางยัดเงินใส่มือดล ก่อนจะหันกลับจะเดินเข้าไปด้านใน แต่ต้องชะงักเมื่อดลรั้งมือไว้ “ขอบคุณนะอ้อ ไม่รู้เป็นอะไร พี่ขัดใจอ้อไม่ได้สักที”

“ก็พี่ดลรักอ้อไง” อ้อหลุดปากออกมา แต่พอนึกได้ก็รีบกลบเกลื่อนขอตัวเข้านอน ทิ้งให้ดลมองตามอย่างไม่รู้ตัวเลยว่าความรักของทั้งคู่ได้งอกงามขึ้นมา

ด้าน ระบิล เขาเห็นเจ้านายอารมณ์บูดไม่ยอมพูดจามาตลอดทาง จึงชวนลงไปหากาแฟมาดื่ม เผื่อจะอารมณ์ดีขึ้น นายสาวยอมลงจากรถแต่ไม่ยอมพูด เขาจึงต้องเจรจาอีกรอบ

“ยัง โกรธน้องอยู่อีกเหรอครับ ก็ผมบอกแล้วไงว่าคุณดลเขาเป็นคนเก่ง เขาอยู่ได้โดยไม่มีคุณมาตั้งนานแล้วนะ นี่คุณ...นกบินได้แล้ว คุณจะจับมาป้อนอาหารอยู่ในกรงได้ไง ถึงคุณจะรักนกตัวนั้นแค่ไหน แต่เขาก็ไม่มีความสุขหรอกนะครับ”

“ฉันไม่ได้โกรธดล แต่ฉันโกรธนายที่ไม่เข้าข้างฉัน แต่เข้าข้างดล”

“โธ่คุณ...เรื่องแค่นี้ ไร้สาระน่า”

“นายเป็นคนของฉัน นายก็ต้องอยู่ข้างฉัน อีกหน่อยนายขัดฉันอยู่เรื่อยๆ ใครจะเชื่อถือฉัน เสียการปกครองหมด”

“อารมณ์ผู้หญิงล้วนๆ ขี้งอน เวลาโกรธใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล”

“แค่เนี้ย”

“อีกเยอะ แต่ผมแถมให้คุณคนเดียวอีกข้อ เจ้าคิดเจ้าแค้น แสนปีก็ไม่ลืม เป็นแม่มดร้ายจากเทพนิยาย ฮ่าๆ” ระบิลยื่นหน้าเข้ามาล้อ

“นี่แน่ะแม่มด” เนติมาซัดเข้าที่ต้นแขน

“โอ๊ย! ตีอีกแล้วเจ็บนะ ถามจริงๆเถอะ เคยตีคุณศิวัชอย่างนี้บ้างรึเปล่า”

ระบิลลูบต้นแขนตัวเองป้อยๆ เนติมาแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ลุกเดินหนีออกไป ระบิลตามไปขอคำตอบ นายสาวบอกอย่างเสียมิได้ว่าไม่เคย

ระบิลหยิบมือถือขึ้นมา “นี่...งั้นขอบันทึกคำสารภาพอีกสักรอบได้ไหม ของอย่างนี้คุณศิวัชควรรับรู้ จะได้ระวังตัว ผมว่าคุณเนี่ยมีพฤติกรรมชอบความรุนแรงแอบแฝงอยู่แน่ๆ”

“ปากดี เดี๋ยวก็โดนอีกหรอก” เนติมาค้อนขวับ จังหวะเดียวกับที่ระบิลกำลังจะถ่ายคลิป แต่ต้องตกใจเพราะกล้องไม่ทำงานแถมออกอาการคล้ายเครื่องจะช็อต เนติมาหัวเราะสะใจรีบเดินหนีขึ้นรถ

“อ้าว...คุณ แทนที่จะช่วยกันก่อน แล้วนี่จะไปไหนครับ”ระบิลตาม

“ก็กลับบ้านสิ ฉันง่วงแล้วนี่...เร็ว” เนติมาแกล้งเอื้อมมือขยับที่เปิดประตูรถเป็นเชิงเร่ง

ระบิลถอนใจหยิบกุญแจรถออกมากดรีโมตให้เนติมา แล้วเข้าประจำที่ขับออกไป เมื่อรถแล่นไปบนถนนสายเปลี่ยว ระบิลหยิบมือถือขึ้นมาดูอีกครั้ง เพราะอยากรู้ว่ามันเสียเพราะอะไร จนเนติมาต้องร้องเตือน

“นี่...เดี๋ยวค่อยเอาไปซ่อมก็ได้ ขับรถไปดูโทรศัพท์ไปเดี๋ยวก็ชนหรอก” ครั้นระบิลยอมวางโทรศัพท์ลง เนติมาก็ถามเรื่องสอนยิงปืน

“หาจังหวะเหมาะก่อนสิคุณ เพราะถ้าคุณศิวัชรู้ ผมก็จะโดนตำหนิ คุณสองคนก็จะมีปัญหากันด้วยนะ”

“แหม...ที่สนามยิงปืนที่ไหนก็ได้ พี่ศิวัชเขายุ่งเขาไม่มีเวลามาสนใจชีวิตฉันหรอกน่า” เนติมาทอดเสียงระบิลหันมามองรู้ว่านายสาวน้อยใจ เขายอมรับปากว่า จะสอนยิงปืนให้ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามดื้อไม่งั้นถูกตี

“ต้องอย่างนี้สิ ถึงจะน่ารัก”

“ทำไงได้ ก็คุณบอกว่าผมเป็นคนของคุณนี่ครับ ขืนไม่ทำตามจะหาว่าเสียการปกครอง” ระบิลแกล้งพูดล้อเลียนเจ้านาย เธอส่งยิ้มอารมณ์ดี จังหวะนั้นเองแสงไฟหน้ารถก็สาดมาจากด้านหลัง

ระบิลมองกระจกเห็นรถปิกอัพคันหนึ่งขับจี้มาด้วยความเร็ว เขาหักพวงมาลัยนิดหนึ่งเพื่อหลบ รถปิกอัพคันนั้นแซงขึ้นมา ก่อนปาดหน้าอย่างกระชั้นชิด ลูกน้องของอิทธิหาญที่นั่งอยู่ท้ายรถ หยิบถุงพลาสติกที่ใส่เลือดเต็มถุง สาดใส่กระจกหน้ารถเนติมาอย่างรวดเร็ว จนเลือดแดงฉานไปทั้งกระจก

“เฮ้ย !” ระบิลหักพวงมาลัยหลบ รถเสียหลักหมุนคว้าง เนติมาร้องลั่นด้วยความตกใจ บอดี้การ์ดบังคับรถให้หยุดได้ก่อนรถจะอัดกับต้นไม้เพียงนิดเดียว
ครั้นตั้งหลักได้ระบิลรีบหยิบปืน แล้วเปิดประตูรถออกไป พร้อมวาดปืนยิงใส่ไปสามสี่นัด แต่รถปิกอัพขับหนีไปอย่างรวดเร็ว เขาหันกลับมาดูนายสาวด้วยความเป็นห่วง

“ไม่...ฉันไม่เป็นไร” เนติมาพยายามเรียกสติ ก่อนลงจากรถมายืนมองเลือดที่สาดอยู่เต็มกระจกหน้าด้วยความโมโหพลางรำพึงว่า “ไม่ต้องถามเลยว่าใครทำ”

“ไม่ใช่เลือดคน คงเป็นเลือดหมูเลือดไก่มากกว่า ครั้งนี้มันคงอยากล้อเล่นกับคุณน่ะ”

“ล้อเล่น...แต่ฉันไม่ล้อเล่นกับพวกมันแน่” เนติมาเอ่ยอย่างเอาจริง

ooooooo

บ่ายวันต่อมา เนติมานำหลักฐานการทุจริตสั่งซื้อยาลอตใหญ่เข้าประเทศของพงษ์เลิศมาแฉในที่ประชุม ชลกรหน้าเสียกระซิบถามพงษ์เลิศว่าข้อมูลรั่วหรือเปล่า แต่พงษ์เลิศยังตีหน้าตาย อ้างกับทุกคน

“ไม่เห็นแปลก ก็ผมเป็นนักธุรกิจ แหล่งไหนมีสินค้าที่ต้นทุนถูกกว่า ผมก็มีสิทธิ์นำเข้า”

“แปลกสิ เพราะคุณนำเข้าในนามของรัฐบาลที่คุณเป็นผู้สนับสนุนอยู่” เนติมาตอกกลับ

ศิวัชรีบเสริม “ยังจะเรื่องโครงข่ายคมนาคม เรื่องสินค้าเกษตร กับอีกหลายเรื่องที่ส่อพิรุธ ไม่ใช่สิต้องเรียกว่าหลักฐานชัดเจนมากกว่า รายละเอียดผมว่าคุณอ่านในเอกสารเองก็แล้วกันนะครับ”

“นี่แค่พยานวัตถุ ส่วนพยานบุคคล” เนติมาพูดพลางหันไปหาระบิลที่นั่งอยู่ใกล้ๆ

“ถ้าต้องการเมื่อไหร่พร้อมเสมอครับ ผมเตรียมไว้แล้ว” ระบิลพูดอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

พงษ์เลิศกับชลกรตะลึงงันแต่ยังทำเสียงแข็งจะขอพิสูจน์ความบริสุทธิ์

“คุณได้สิทธิ์นั้นแน่นอนคุณพงษ์เลิศ แต่บอกไว้ก่อนนะ ก่อนที่ผมจะเชิญคุณมาวันนี้ ผมก็ต้องมั่นใจในหลักฐานของผมเหมือนกัน ไม่ใช่อะไร ผมกลัวคุณจะเหนื่อยเปล่า” ธำรงเอ่ยนิ่งๆ

“คุณต้องการอะไรกันแน่” พงษ์เลิศฉุนขาด รู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม ชลกรรีบสะกิดเตือนให้นั่งลง ก่อนเปิดฉากเจรจา เพราะหวังว่าธำรงจะเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ บ้าง แต่เขากลับส่งยิ้มเย็นชาเหมือนไม่เห็นเธออยู่ในสายตา

ครั้นประชุมเสร็จ ทุกคนแยกย้ายกันออกจากห้องประชุม พงษ์เลิศยังแค้นไม่หายตะคอกใส่พวกศิวัชที่เดินตามหลังมา “อย่าคิดว่ามีอำนาจทางกฎหมายแล้วจะเล่นงานฉันได้ คนอย่างฉันถ้าไม่แน่จริง ไม่ยืนอยู่บนถนนการเมืองจนทุกวันนี้”

“แต่ถ้ายืนอยู่บนกองทุกข์ของประชาชนคนไทย ก็อย่าอยู่ให้เสียเวลาดีกว่า” ศิวัชพูดขึ้นอย่างเหลืออด พลางปรี่เข้าหาพงษ์เลิศอย่างไม่เกรงกลัว

“คุณศิวัชครับ” ระบิลตามไปรั้งตัวศิวัชไว้

ศิวัชหันมามองระบิลคล้ายจะบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ระบิลจึงปล่อยมือแต่ยังคงประกบอยู่ไม่ห่าง ศิวัชหันไปจ้องหน้ากับพงษ์เลิศพลางเอ่ยต่อ “การเข้ามาอาสาทำงาน การเมือง ก็เหมือนการอาสาเข้ามารับใช้จัดการบ้านเรือนให้น่าอยู่ ให้มั่นคง ให้คนในบ้านหลังใหญ่ที่มีสมาชิกนับล้านๆ คนอาศัยอยู่อย่างมีความสุขไม่ใช่อาสาเข้ามาแล้วเสวยสุขด้วยการแย่งอากาศคนในบ้านในเมืองนี้หายใจ แย่งอาหารเขากิน นั่งกินนอนกินบนสันหลังของคนทั้งประเทศที่ทำงานหลังขดหลังแข็ง ผมทนไม่ได้”

“ฮ่าๆ ฝันเฟื่อง การเมืองมันไม่ใช่อย่างที่แกคิด แล้วแกจะรู้ เมื่อถึงเวลาที่แกโดนการเมืองเข้าสิงอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แกจะเปลี่ยนความคิด เพราะไอ้เลือดเนื้อของประชาชนที่เลือกแกมามันคือบ่อน้ำมัน ที่ให้แกสูบขึ้นมาใช้ประโยชน์อย่างไม่มีวันสิ้นสุดต่างหาก” พงษ์เลิศพูดพลางยิ้มเยาะ ตามประสานักการเมืองที่อยู่มานาน

“ผมรักชาติพอที่จะไม่ทำอย่างนั้น และผมก็จะจัดการกับคนที่คิดอย่างนั้นไม่ให้มีอำนาจมาสูบผลประโยชน์จากประเทศนี้ได้อีก” ศิวัชพูดอย่างหนักแน่น

“แล้วพวกแกจะได้เห็น ว่านรกของคนอวดดีเป็นยังไง” พงษ์เลิศกวาดตามองทุกคนด้วยความแค้นโดยเฉพาะเนติมา แต่พอเจอสายตาระบิลจ้องกลับก็ชะงักรีบดึงชลกรออกไป

ระบิลกับศิวัชถอนใจแทบจะพร้อมกันแล้วหันไปมองเนติมาด้วยความเป็นห่วง แต่เธอกลับไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวพงษ์เลิศเลยสักนิด

ศิวัชเอ่ยถามคนรักอีกครั้งว่า แน่ใจใช่ไหมว่าต้องการแบบนี้ เพราะเป็นห่วงกลัวเธอจะได้รับอันตราย เนติมายืนยันหนักแน่น เธอว่าอยากให้เรื่องทุกอย่างจบลงเสียที และถ้ากลัวก็คงไม่ตัดสินใจกลับมาเมืองไทย

ศิวัชหน้าเครียดขยับจะค้าน ธำรงชิงตัดบทสั่งให้ลูกชายเคารพการตัดสินใจของเนติมาแล้วหันไปขอบคุณระบิลที่ช่วยสืบหาหลักฐานสำคัญๆมามัดตัวพงษ์เลิศ

“คุณระบิลเขาเป็นตำรวจที่เก่งนี่คะคุณอา” เนติมาพูดด้วยสายตาชื่นชมอย่างเห็นได้ชัด จนศิวัชชักหวั่น

ระบิลสังเกตเห็น เขาขอตัวไปเข้าห้อง หวังเปิดโอกาสให้เจ้านายได้อยู่กับคนรัก แต่กลับถูกชลกรตามไปจู่โจมถึงในห้องน้ำ เธอหวังใช้เสน่ห์ยั่วยวนให้ระบิลยอมเปลี่ยนขั้ว แต่เขาไม่เล่นด้วย รีบเดินหนีออกมา แล้วชนเข้ากับเนติมาที่จะเข้ามาตาม เพราะศิวัชชวนไปทานข้าว

ooooooo

ระบิลตามเนติมากับศิวัชมาทานกลางวันในร้านหรูกลางห้างฯดัง เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินจึงจะขอแยกโต๊ะแต่เนติมาไม่ยอม เธอว่าระบิลเหมือนคนในครอบครัว ศิวัชฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ แต่จำต้องฝืนยิ้มไว้ เขาเอื้อมมือไปจับมือเนติมาไว้เพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ เนติมาสะดุ้งนิดหนึ่งแล้วนึกขึ้นได้บอกกับสองหนุ่มว่าขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

ระบิลขยับจะตาม แต่เธอร้องห้ามสั่งให้รอก่อน เพราะข้างนอกมีทีมการ์ดของศิวัชเฝ้าอยู่หลายคน ระบิลยอมจำนนได้แต่มองตามนายสาวด้วยความเป็นห่วง ศิวัชเฝ้าสังเกตแล้วเอ่ยถาม

“ดูคุณระบิลเป็นห่วงเนติ์มากนะครับ”

“ก็เป็นหน้าที่นี่ครับ” ระบิลตอบด้วยความกระอัก กระอ่วนใจ ศิวัชยิ้มให้พยายามไม่คิดอะไรมาก

อีกมุมหนึ่งของห้างฯ อ้อกำลังรับเงินค่าแรงจากพี่เอิงและได้ยินเธอย้ำว่า อย่าลืมเสาร์นี้มีงานเปิดตัวหมู่บ้าน จัดสรรอีก เพราะลูกค้ารายนี้ดูจะชอบอ้อมากจองคิวเธอแทบทุกงาน

“ดีจัง...อ้อจะได้มีเงินเก็บไว้เรียนหนังสือขอบคุณพี่เอิงอีกครั้งนะคะ” อ้อยกมือไหว้ แล้วขอตัวไปหาดล

“พี่ดลรอนานไหมจ๊ะ” อ้อส่งยิ้มสดใสเข้ามาหา แต่ดลทำหน้าบึ้งตอบห้วนๆ ว่านาน เธอหน้าสลดรีบขอโทษ ดลหัวเราะชอบใจบอกต่อว่า นานแค่ไหนก็รอได้

“แกล้งอ้ออีกแล้วนะ” อ้อค้อนดลอย่างงอนๆ

“ถ้าเมื่อไหร่ไม่แกล้ง ก็แสดงว่าพี่ไม่รักอ้อแล้วสิ ไป...รีบกลับบ้านกันเถอะ ขืนพ่อรอนานเดี๋ยวจะสงสัยนี่พี่หายดีแล้ว จะกลับไปทำงานแล้วนะ อ้อไม่ต้องรับงานเยอะๆ อีกแล้วนะ จะได้ตั้งใจเรียนให้เต็มที่รู้ไหม”

“โห...ขออีกนิดนะพี่ดล ช่วงนี้อ้อกำลังฮอต” อ้อต่อรองและอ้อน ทั้งสองเดินคุยกันออกไปที่ป้ายรถเมล์ จึงไม่ทันเห็นอิทธิหาญกับเหล่าสมุนเดินออกมาจากด้านใน

“ในที่สุดลูกกวางน้อยก็พาฉันมาพบเป้าหมายจนได้” มาเฟียน้อยหันมาบอกลูกน้อง

“จัดการมันเลยไหมครับเสี่ย” ทนง โปรย ชูศักดิ์ขยับจะตามดลกับอ้อไป แต่อิทธิหาญห้ามไว้

“ไม่ต้อง เชือดไก่ เชือดแค่ตัวเดียวจะอิ่มยังไงวะ มันต้องเชือดทั้งเล้าถึงจะสะใจ”

ด้านระบิล เขาเห็นเนติมาหายไปนานก็เริ่มกระสับ กระส่าย ศิวัชชำเลืองมองแล้วรีบดักคอ “เนติ์เป็นคนน่ารัก ใครอยู่ใกล้ก็อดหลงรักไม่ได้”

ระบิลชะงักไปนิดก่อนจะกลบเกลื่อน “คงไม่มั้งครับ หรือถ้ามีคุณเนติ์ก็ไม่มีวันรักคนๆนั้นแน่นอน” “คุณระบิลมั่นใจอย่างนั้นเหรอครับ”

“ผมว่าคุณศิวัชน่าจะรู้จักคุณเนติ์มากกว่าผมนะครับ แต่เท่าที่ผมรู้คุณเนติ์ไม่มีใจไปรักใครแล้วล่ะครับ เพราะหัวใจของคุณเนติ์อยู่ที่คุณหมดแล้ว”

ศิวัชพยักหน้ารับรู้ฝืนยิ้มออกมาได้บ้าง จังหวะเดียวกันเนติมาก็เดินกลับเข้ามาพอดี เธอทักสองหนุ่มว่าคุยอะไรกันอยู่ ระบิลว่า พวกเขากำลังนินทาเธอ

“อะไรเนี่ยผู้ชายนินทาผู้หญิง ไม่ไหวนะค้า” เนติมาหันไปส่งยิ้มให้ศิวัชพลางเอ่ยเตือนว่าต้องกลับไปเตรียมตัวไปงานเลี้ยงคืนนี้แล้ว

ศิวัชถอนใจชวนเนติมาไปด้วย แต่สาวเจ้าตอบเสียงอ่อยว่า เจ้าภาพเชิญศิวัชกับปฏิพรไม่ใช่เธอ ทำเอาศิวัชรู้สึกลำบากใจ เขาเอื้อมมือไปจับมือเนติมาเป็นการปลอบใจ พลางให้สัญญาว่า ในวันเกิดที่จะมาถึง เขาจะอยู่กับเธอ เนติมาฝืนยิ้มให้เป็นเชิงว่าเข้าใจ ทั้งที่ในใจรู้สึกเจ็บปวด

ระบิลมองนายสาวด้วยความเข้าใจและรู้สึกสงสารเธอ

ศิวัชเดินมาส่งเนติมาที่รถ ส่วนระบิลเข้าไปนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวหันมาเอ่ยกับคนรักว่า อย่าคิดมากเพราะเธอเข้าใจทุกอย่างดี

“เมื่อไหร่ เราจะเลิกหลบๆซ่อนๆอย่างนี้ซะที” ศิวัชเหนื่อยใจ

“สักวัน..มันต้องมีสักวันค่ะ พี่ศิวัชตั้งใจทำงานให้ดี นะคะ สู้ๆ” เนติมายิ้มให้กำลังใจ ก่อนหันจะไปเปิดประตูรถ แต่ศิวัชนึกอะไรขึ้นมาได้รีบรั้งเธอไว้พร้อมให้สัญญา

“เนติ์...วันเกิดเนติ์พี่จะอยู่กับเนติ์นะจ๊ะ..พี่สัญญา”

“แค่พี่ศิวัชจำวันเกิดเนติ์ได้ เนติ์ก็ดีใจแล้วล่ะค่ะ” เนติมายิ้มรับแต่ไม่ได้ดีใจนัก เพราะศิวัชมักยุ่งจนไม่มีเวลาให้เสมอ เธอเปิดประตูรถเข้าไปนั่งคู่กับระบิล ก่อนกดกระจกรถลงมายิ้มให้คนรัก

ศิวัชพยักหน้ารับพลางกำชับระบิลดูแลเนติมาด้วย

“คุณศิวัชไม่ต้องห่วงครับ” ระบิลรับคำหนักแน่น รถค่อยเคลื่อนออกไป ศิวัชมองตามด้วยความไม่สบายใจนัก

ooooooo

ระบิลพานายสาวมานั่งทำใจที่ร้านกาแฟริมทะเล เนติมาหยิบโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่เอี่ยมออกมาจากกระเป๋ายื่นให้ระบิล บอกว่าเธอซื้อให้แทนเครื่องเก่าที่พังไปแล้ว

“เมื่อกี้ที่ร้านอาหาร คุณไม่ได้ไปเข้าห้องน้ำใช่ไหม ร้ายจริงๆนะคุณ ขอบคุณนะครับ แต่โทรศัพท์ผมเอาไปซ่อมได้”

“โห..พังขนาดนั้นยังจะซ่อมอะไรอีก เอาเครื่องใหม่นี่แหละไปใช้..อ่ะ” เนติมาพยายามยื่นให้ระบิลอีก แต่ระบิลดันมือเธอกลับพลางต่อว่า

“คุณนี่ชอบยัดเยียดนะ ยัดเยียดให้น้องชายคุณยังไม่พอ ยังจะมายัดเยียดให้ผมอีก”

“เอ๊ะ...นายนี่ยังไง ผู้ใหญ่ให้ของไม่ยอมรับ” เนติมาแกล้งโวย แต่พอเห็นระบิลทำหน้านิ่วก็รีบชี้แจง “ล้อเล่นนิดเดียวทำฉุน รู้น่าว่านายอายุมากกว่า แต่ถ้านาย ไม่รับฉันจะวางไว้ตรงนี้ แล้วฉันจะโกรธจริงๆด้วย” สาวเจ้าวางกล่องโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะ แล้วหันขวับกลับไปมองทะเลอย่างงอนๆ

ระบิลจำต้องรับโทรศัพท์มาเปิดใช้ แล้วประเดิมด้วยการขอถ่ายภาพคู่กับนายสาว โดยให้เหตุผลว่า

“ได้ของดีมาก็ต้องใช้กันหน่อย มาถ่ายรูปกับผู้มีอุปการคุณไว้เป็นสิริมงคล”

“บ้า...ฉันไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์นะยะ มาอย่าลืมแอ๊บวัยรุ่นด้วยล่ะ”

“ไม่ต้องแอ๊บ ผมก็วัยรุ่นอยู่แล้ว เข้ามาใกล้ๆหน่อยคุณ ตัวคุณแหว่งแล้ว” ระบิลกับเนติมาขยับมายืนคู่กันโดยมีฉากหลังเป็นทะเล ทั้งสองขยับเข้ามาใกล้กันเพื่อไม่ให้ตกเฟรม จนร่างเบียดชิด

“เออ...ยิ้มสิคุณ พร้อมรึยัง หนึ่ง..สอง..สาม” ระบิลกดชัตเตอร์เพื่อกลบความเขิน

ในตอนค่ำ ระบิลเปิดกล้องมือถือดูภาพถ่ายคู่ของตัวเองกับเนติมา เขาส่งยิ้มออกมาอย่างลืมตัว แล้วภาพของ เอมมิกาที่เคยเอ่ยถามเขาว่า ถ้าวันหนึ่งระบิลเจอคนที่ดี กว่าเธอจะเป็นอย่างไร

“ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนๆ เอมก็คือคนที่ดีที่สุดในชีวิตพี่แล้วนะคะ” ระบิลให้คำมั่น

“เอมแกล้งถามไปอย่างนั้นแหละค่ะ เอมรู้อยู่แล้วว่าพี่รักเอมแค่ไหน เอมก็จะรักพี่คนเดียว รักไปจนลมหายใจ สุดท้าย”เอมมิกายิ้มอย่างมีความสุข ระบิลดึงเธอเข้ามา กอดด้วยความรัก

ภาพในอดีตจางหายไป ระบิลหยิบรูปเอมมิกาขึ้นมาดูอย่างรู้สึกผิดอยู่ในใจ เขารีบปิดภาพจากโทรศัพท์ก่อนจะซบหน้าลงกับโต๊ะด้วยความสับสน

ooooooo

สายวันใหม่ ชลกรมาหาพงษ์เลิศที่บ้าน พร้อมกับความผิดหวัง เพราะเจรจาให้ระบิลเปลี่ยนขั้วไม่สำเร็จ จอมมาเฟียโกรธมาก ผลักคู่ขาล้มลงไปกองกับพื้น เธอไม่พอใจลุกขึ้นมาตัดพ้อ

“มากไปแล้วนะคุณ ฉันไม่ใช่ผู้วิเศษที่จะเนรมิตอะไรให้คุณได้ดั่งใจนะ”

พงษ์เลิศครุ่นคิดด้วยความหงุดหงิดแต่ไม่ทันได้ตอบโต้ อิทธิหาญก็เดินเข้ามาเย้ยหยัน “สงสัยงานนี้เธอจะเสียดุลล่ะมั้ง ไอ้ธำรงมันหลอกเธอไปนอนกกฟรีแล้วล่ะฮ่าๆ”

“คุณอิทธิหาญ” ชลกรหันขวับมา

มาเฟียน้อยยังไม่สำนึก เขามองผู้หญิงของพ่อตั้งแต่หัวจดเท้าแล้วเอ่ยต่อ “รึไม่จริง เอาน่าไอ้ธำรงไม่ใช่รายแรกซะหน่อย มันเป็นหน้าที่ของโสเภณีการเมืองอย่างเธออยู่แล้วนี่”

ชลกรฉุนขาดเงื้อมือจะตบหน้าอิทธิหาญ แต่เขาไวกว่าคว้ามือเธอได้ทันควัน แล้วบิดอย่างแรง ก่อนจะหันไปมองปานอย่างรู้กัน

ปานปราดเข้ามาคว้าตัวชลกร แล้วกดหัวของเธอลงไปในสระน้ำ ชลกรพยายามดิ้นแต่สู้แรงไม่ได้ เธอสำลักน้ำจนแทบขาดใจ ก่อนอิทธิหาญพยักหน้าส่งสัญญาณให้ปานจิกหัวขึ้นมา แล้วเข้าไปพูดใกล้ๆ

“งูเขียว คิดจะฉกงูจงอางอย่างฉันเหรอ”

“แก !” ชลกรมองหน้าอิทธิหาญด้วยความโมโห แต่อิทธิหาญพยักหน้าให้ปานจับเธอกดน้ำอีก ชลกรดิ้นทุรนทุราย ขณะที่อิทธิหาญยิ้มอย่างเลือดเย็น

พงษ์เลิศหันมามองความโหดเหี้ยมของอิทธิหาญด้วยความไม่สบายใจก่อนจะเข้าไปห้าม พลางเจรจากับ

ชลกร “ภาวะคับขันอย่างนี้ ยังจะทะเลาะกันเองอีก เราขี่เสือตัวเดียวกันนะชลกร เราลงจากหลังเสือไม่ได้ กลับไปใช้เสน่ห์ของเธอโน้มน้าวไอ้ธำรงให้อ่อนข้อลงบ้าง”

“นี่” ชลกรจะค้าน แต่จอมมาเฟียชิงพูดขึ้นก่อน “เธอไม่มีทางเลือก บอกแล้วไงว่าเธอกำลังอยู่บนหลังเสือ” แล้วพงษ์เลิศก็เดินจากไป

อิทธิหาญหัวเราะสะใจเข้ามาย้ำกับคู่ขาของพ่อ “แล้วอย่าคิดหนีลงจากหลังเสือ เธอก็รู้นี่ว่าตัวนี้...ดุ” ชลกรนั่งอึ้งมองตามสองพ่อลูก แล้วต้องร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกกดดันขึ้นมาอย่างมาก

ooooooo

เวลาเดียวกัน เนติมากับขวัญชนกมาหาระบิลที่ห้อง แต่เขาหายตัวไป แถมยังทิ้งมือถือเครื่องใหม่ไว้ในห้องด้วย เนติมาไม่พอใจหยิบมือถือของระบิลขึ้นมาเปิดกล้องแล้วหันมาถ่ายคลิปตัวเอง

“นี่นาย ฉันซื้อมือถือให้นายถือนะ ไม่ได้ให้นายมาวางทิ้งไว้ แล้วตัวนายก็ล่องหนหายไปไหนก็ไม่รู้ เกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นมาว่าไง ระวังเถอะฉันจะลดขั้น หั่นเงินเดือน เฉือนเบี้ยเลี้ยงนาย” พูดจบสาวเจ้าก็เอาโทรศัพท์ยัดใส่มือขวัญชนกสั่งให้ต่อว่าระบิลบ้าง

ขวัญชนกไม่เล่นด้วย เธอว่าสงสารระบิล แล้วรับโทรศัพท์มาวางลงบนโต๊ะ แต่จังหวะเดียวกันมือของเธอไปสัมผัสหน้าจอโทรศัพท์ เลื่อนไปเปิดอัลบั้มรูป เห็นรูประบิลกับเนติมาถ่ายคู่กันริมทะเลโชว์ขึ้นมา ขวัญชนกหน้าสลดรู้สึกเสียใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เนติมาไม่ทันสังเกตอาการเพื่อนรัก เพราะกำลังสนใจอยู่กับสมุดบันทึกของระบิลที่วางไว้อีกมุมหนึ่ง เธอจะเอื้อมไปหยิบมาดู แต่ระบิลกับวิเชษฐ์เข้ามาพอดี

“ทำอะไรน่ะคุณ!” ระบิลปรี่เข้ามาจะคว้าสมุดบันทึกจากมือเนติมา แต่พลาดปัดโดนสมุดบันทึกตกไปที่พื้นทำให้รูปของเอมมิกา ที่สอดอยู่ด้านในกระเด็นออกมา

“อุ๊ย !” เนติมาก้มลงจะหยิบรูปเอมมิกา แต่ระบิลชิงคว้ารูปกับสมุดบันทึกขึ้นมาถือไว้อย่างรวดเร็ว พลางมองอย่างตำหนิ ทำเอาเจ้าหล่อนถึงกับหน้าเจื่อน เช่นเดียวกับขวัญชนกที่ส่งยิ้มจ๋อยๆ อย่างรู้สึกผิดเช่นกัน ผู้กำกับวิเชษฐ์มองภาพตรงหน้าอย่างเข้าใจความรู้สึกของระบิล

ooooooo

ผู้กำกับหนุ่มตามมาคุยกับขวัญชนกที่ยืนถอนใจอยู่ในสวน เขาบอกกับเธอว่า ผู้หญิงในรูปคือเอมมิกา เป็นคนรักของระบิล สาวเจ้านิ่งคิด แล้วซักต่อ

“เรื่องนี้ใช่ไหมคะ ที่ผู้กำกับเคยบอกว่า ถ้าคุณระบิลพร้อมเมื่อไหร่ เขาจะเล่าด้วยตัวเขาเอง”

“แต่ระบิลก็ไม่เคยพร้อม ผมเข้าใจเขานะครับ มันเจ็บปวดเกินกว่าจะเล่าให้ใครฟังจริงๆ” วิเชษฐ์สงสารและเห็นใจรุ่นน้อง

ขวัญชนกพยักหน้า รำพึงว่า “ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ว่าคนร่าเริง อบอุ่นอย่างคุณระบิล จะเก็บเรื่องเศร้าไว้คนเดียวอย่างนี้”

ด้านระบิล เขาขับรถพานายสาวออกมาข้างนอก เนติมารู้ตัวว่าล้ำเส้นกับระบิลมากไปจึงพยายามขอโทษและหาเหตุผลมาเข้าข้างตัวเอง แต่ยิ่งพูดก็ยิ่งไม่เข้าหู ระบิลจึงตัดสินใจพาเธอไปที่ร้านกาแฟริมทะเลร้านเดิมและเล่าเรื่องราวของเอมมิกาให้ฟังว่า หลังจากเอมมิกาได้รับการประดับยศเป็นร้อยตำรวจตรีแล้ว เธอขอเลื่อนสายงานจากธุรการมาอยู่ฝ่ายปราบปรามกับเขา

ระบิลพยายามทัดทานและจะเข้าไปคุยกับวิเชษฐ์ที่เป็นหัวหน้าให้ เพราะกลัวคนรักจะมีอันตราย แต่เอมมิกา ไม่ยอม ยืนกรานจะขอทำงานเคียงข้างคนรัก

จนกระทั่งวันหนึ่ง เอมมิกาเข้าไปเป็นนกต่อล่อซื้อยา บ้า และช่วยชีวิตเด็กหญิงคนหนึ่งไว้ได้ เหตุการณ์น่าจะจบลงด้วยดี แต่คนร้ายไม่ได้มาคนเดียว พวกมันที่ซุ่มอยู่ยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วหลบหนีไปที่อาคารจอดรถด้านล่าง

“เดี๋ยวพี่มานะเอม พี่เชษฐ์ ฝากเอมกับเด็กด้วยครับ” ระบิลสั่งเสร็จก็วิ่งตามคนร้ายไป โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของเอมมิกาที่มองตามด้วยความเป็นห่วง

ระบิลตามเช็กบิลกับสามวายร้าย คนหนึ่งตายคาที่ อีกคนได้รับบาดเจ็บนอนร้องโอดโอย ส่วนอีกคนหมดสติไป เขาวิทยุแจ้งวิเชษฐ์ให้ช่วยประสานรถพยาบาลมารับคนร้ายที่บาดเจ็บ

วิเชษฐ์ตอบรับพลางถามหาเอมมิกาว่าตามไปหาระบิลหรือเปล่า เพราะเธอหายตัวไป ระบิลรีบมองหาคนรักจึงไม่ทันระวังตัว จังหวะนั้นเอง คนร้ายที่หมดสติเริ่มรู้ตัว มันมองระบิลอย่างอาฆาต ก่อนค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบปืนบนพื้นใกล้ๆ ตัวเล็งไปยังชายหนุ่ม

เอมมิกาวิ่งมาพอดี เธอเห็นคนร้ายกำลังจะเหนี่ยวไกปืน จึงร้องเตือนคนรักให้ระวังแล้ววิ่งเข้ามาบังทางกระสุน กระสุนเจาะเข้าที่ร่างของเอมมิกาสองนัดซ้อนแทนที่จะโดนระบิล

ระบิลตะลึง ขณะที่คนร้ายจะยิงซ้ำอีกนัด ระบิลก็รีบชักปืนขึ้นมายิงคนร้ายด้วยความรวดเร็ว มันสิ้นใจตายทันที ชายหนุ่มพุ่งเข้าประคองร่างคนรัก

“เอม..เอม !” ระบิลพยายามตั้งสติขยับจะอุ้ม แต่เอมมิการั้งไว้พยายามแข็งใจพูด

“พี่ระบิล อย่า... ขอบคุณนะคะ สำหรับความรักที่พี่มีให้เอม”

“เอม พี่พาเอมไปหาหมอดีกว่านะคะ” ระบิลขยับจะอุ้มเอมมิกาอีกด้วยความร้อนใจ แต่เอมมิกาก็รั้งไว้อีก

“ขอเอมใช้เวลาที่เหลือ อยู่กับคนที่เอมรักนะคะ”

“ทำไมเอมทำอย่างนี้” ระบิลเอามือของตัวเองที่เปื้อนเลือดของเอมมิกาขึ้นมาดู  ด้วยความสะเทือนใจ ขณะที่เอมมิกามองระบิลด้วยรอยยิ้มที่อ่อนแรงเต็มที

“ถ้าเอมต้องตายแทนคนที่เอมรัก แล้วต้องตาย อย่างนี้อีกกี่สิบชาติ เอมก็ยอม”

“ไม่...ต้องไม่ใช่อย่างนี้” ระบิลเสียใจจนน้ำตาไหลออกมา เอมมิกาค่อยๆเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้คนรัก

“อย่าร้องไห้นะคะ เขาลิขิตมาแล้ว เอมโชคดีที่สุดในโลกแล้วค่ะ ที่ได้รักพี่”

ระบิลมองเอมมิกาอย่างหมดหนทาง ก่อนดึงเธอเข้ามากอดทั้งน้ำตา พลางกระซิบเบาๆ “พี่รักเอมนะคะ”

“เอมก็รักพี่นะคะ รักที่สุดในชีวิต” เอมมิกาพูดอย่างอ่อนแรงแล้วสิ้นใจลงอย่างสงบ

ระบิลร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ก่อนจะดึงร่างของคนรักเข้ามากอด นาทีนั้นวิเชษฐ์นำกำลังตำรวจตามขึ้นมา ทุกคนต่างตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า

ooooooo

“ผมเอาอัฐิเอมมาลอยที่นี่” ระบิลเหม่อมองไปยังท้องทะเลกว้างด้วยสายตาเศร้า

“มิน่า นายถึงชอบมา ฉันว่าเรากลับกันเถอะ ฉันไม่อยากเห็นนายเศร้าไปกว่านี้ “เนติมาปาดน้ำตาที่เอ่อออกมา เมื่อได้ฟังเรื่องของระบิล

“ผมไม่ได้เศร้าขนาดจะเป็นจะตายหรอกคุณ มันเลยจุดนั้นมาแล้ว” ระบิลฝืนยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆ ขณะที่เนติมามองเขาอย่างเข้าใจ

เวลาเดียวกัน ในศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง อิทธิหาญเข้ามาตีสนิทกับอ้อและเหล่าเพื่อนพริตตี้ในฐานะเจ้าของ สินค้า เขาพาพวกเธอไปเลี้ยงอาหารอ้างว่าเป็นการตอบแทนที่ทุกคนช่วยให้สินค้าขายดี เหล่าเพื่อนพริตตี้กินอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย มีเพียงอ้อที่นั่งเรียบร้อย พลางยกนาฬิกาข้อมือดูด้วยความร้อนใจ เพราะนัดดลไว้ อิทธิหาญรู้ทันจึงยอมให้อ้อกลับไปก่อน

ส่วนดล เขาเห็นอ้อผิดเวลาไปมากก็ชักห่วง จึงจะออกตามหา แต่อ้อวิ่งเข้ามาพอดี เธอรีบขอโทษดลพลางชี้แจงเหตุผล ดลเริ่มระแวงกลัวอ้อจะไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมคนกรุงฯ จึงขอให้เลิกทำงานพิเศษ แต่อ้อไม่ยอม เธอหาเหตุผลมาอ้างจนดลต้องใจอ่อนอีกตามเคย แล้วหนุ่มสาวก็ชวนกันไปหาอะไรทานต่อ

ขณะที่หนุ่มสาวเดินหาร้านอาหารถูกใจอยู่นั้น อีกมุมหนึ่งในศูนย์การค้า คำเที่ยงกำลังเลือกซื้อของให้ลูกทั้งสอง แต่พลันชะงักเมื่อเห็นอิทธิหาญ ทนง และโปรยผ่านไป เขานึกสงสัยจึงแอบตามไป

สามวายร้ายเดินกลับมาที่รถ มีปานกับชูศักดิ์รออยู่ ทั้งสองรีบเปิดประตูรถให้เจ้านายดูผลงาน เห็นหญิงสาววัยรุ่นหน้าตาดีสองคนนอนหมดสติอยู่ข้างใน

“เมายาตัวใหม่ของเราน่ะครับเสี่ย” ชูศักดิ์รายงาน

“เดี๋ยวตื่นมามันจะได้พบชีวิตใหม่ นางสองคนเนี่ยส่งให้ไอ้เควินมันเลย สเปกอย่างนี้มันชอบ” อิทธิหาญหันมาสั่งทนง แล้วหันไปซักชูศักดิ์ต่อ “ยาซุกดีแล้วใช่ไหม”

“ไม่ต้องห่วงครับเสี่ย”

“ส่วนปืนลอตล่าสุด ตอนนี้ผ่านชายแดนมาแล้วครับเสี่ย” โปรยนำเสนอ

อิทธิหาญยิ้มอย่างพึงพอใจ ขณะที่ปานหันมามองเจ้านายด้วยความสงสัยก่อนเอ่ยถาม

“เสี่ยเอาปืนลอตนี้เข้ามา มีออเดอร์จากไหนเหรอครับ”

“ฉันจะเก็บไว้ใช้เอง”

“นี่เสี่ยจะ...” ปานรู้ทันความคิดเจ้านาย

“ก่อนจะถูกพวกมันล่า ฉันชิงล่าพวกมันก่อนไม่ดีเหรอ” อิทธิหาญส่งยิ้มเหี้ยม

คำเที่ยงที่หลบอยู่หลังกำแพงได้ยินอิทธิหาญคุยกับสมุนก็ลอบถอนใจรำพึงว่า “พ่อลูกทำไมเหมือนกันอย่างนี้ ชีวิตนี้เขาไม่คิดทำความดีกันบ้างเลยรึไง” แล้วถุงในมือคำเที่ยงก็หลุดลงพื้นเสียงดัง

เหล่าวายร้ายหันขวับมามองทางต้นเสียง ปานส่ง สัญญาณให้ชูศักดิ์ปิดประตูรถ แล้วออกตามหาเจ้าของเสียง แต่โชคดีที่คำเที่ยงหลบไปได้ทัน

คำเที่ยงวิ่งกลับเข้ามาในศูนย์การค้า และชนเข้ากับ ดลและอ้อพอดี ทั้งสองตกใจที่พบพ่อ แต่คำเที่ยงว่าอย่าเพิ่งพูดอะไร แล้วชวนลูกทั้งสองรีบจากไป

“พ่อหนีอะไรมาเหรอครับ” ดลสงสัย

ooooooo

.

.....

https://www.thairath.co.th/novel/swan/ep10/page1

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 10

หลังเสร็จภารกิจในตอนเย็น ศิวัชรีบมาที่ลานจอดรถ หวังไปรับเนติมาตามสัญญา เขาถามหากุญแจรถกับบอดี้การ์ด พลางกำชับให้ขับรถตามไปห่างๆ เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว บอดี้การ์ดรับคำพลางยื่นกุญแจรถให้

ศิวัชรับไปไข แล้วต้องชะงักเมื่อพบปฏิพรนั่งส่งยิ้มรอยู่บนเบาะหลัง แถมตัดพ้อว่ามารอตั้งนาน นายกฯหนุ่มแปลกใจถามว่ามาได้อย่างไร ก่อนหันขวับไปมองทีม การ์ด ทุกคนรีบหลบตาด้วยความกลัว ชายหนุ่มจะเข้าไปต่อว่า แต่ปฏิพรรั้งแขนไว้ รีบอ้างว่าธำรงเป็นคนอนุญาตเอง

“คือ คุณอาเห็นพี่ศิวัชเหนื่อย เลยให้ตี้ชวนพี่ศิวัชไปดินเนอร์ ทีนี้ตี้อยากเซอร์ไพรส์ให้พี่ศิวัช ตี้เลย...เอ้อ พี่ศิวัชโกรธตี้เหรอคะ” จอมมารยาแกล้งตีหน้าเศร้าอย่างรู้สึกผิด

ศิวัชถอนใจด้วยความอึดอัด พยายามอธิบายว่ามีนัดกับเนติมา แต่เธอชิงตัดบท “ดินเนอร์กับตี้แป๊บเดียวเอง ตี้จองเรือเพื่อนตี้ไว้แล้วด้วยนะคะ นะค้าคุณอาธำรงอนุญาตแล้วด้วย”

ศิวั ชได้ยินชื่อพ่อก็พูดอะไรไม่ออก จำใจต้องไปดินเนอร์กับปฏิพร แต่ก็แอบโทร.ไปสอบถามธำรงว่าทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ทั้งๆ ที่รู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดเนติมา

“ทำไมพ่อจะจำไม่ได้ เนติ์ก็เหมือนลูกพ่อเหมือนกันนะ แล้วพ่อก็รู้ด้วยว่าเนติ์ต้องเข้าใจ” ธำรงตอบกลับ

“เนติ์ เขาต้องทำใจ เข้าใจเรื่องนี้มานานแล้วนะครับคุณพ่อ แล้วที่สำคัญน้องตี้พาผมมาในที่ๆ ผมจัดเตรียมไว้สำหรับดินเนอร์กับเนติ์” ศิวัชมองไปรอบๆ บริเวณอย่างไม่สบายใจนัก เขาถามย้ำ “ทำไมน้องตี้รู้เรื่องนี้ แล้วทำไม...”

“เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็น แต่ทั้งแก ทั้งหนูเนติ์ยังทำเป้าหมายของตัวเองไม่สำเร็จ เรายังต้องการแรงสนับสนุนจากท่านทวีอยู่นะ แกก็รู้ว่าภาพลักษณ์ที่ดีของท่านช่วยงานเราได้มาก”

“เมื่อไหร่เกมจะจบครับคุณพ่อ บอกตรงๆว่าผมอยากแต่งงานกับเนติ์เต็มทีแล้วนะครับ เอาเนติ์มาแขวนไว้อย่างนี้ผมสงสารเขา”

“แล้วคิดเหรอว่าแต่งตอนนี้ทุกอย่างจะจบ ตั้งสติหน่อย อย่าให้ความรู้สึกชั่ววูบทำลายทุกสิ่งที่สร้างมาทั้งชีวิต”

“แต่ความรู้สึกผม ไม่ใช่ความรู้สึกชั่ววูบนะครับ”

“ไม่มี นักรบคนไหนฉลองชัยชนะทั้งๆที่สงครามยังไม่จบหรอกนะศิวัช เล่นตามบทบาทที่แกสวมหัวโขนให้ดี ถ้าไม่อยากให้ทุกอย่างพัง อย่าเล่นนอกบทเด็ดขาด” ธำรงพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแล้วกดวางสาย จังหวะเดียวกันนายพลทวีขยับเข้ามาพูดกับธำรงด้วยความเป็นห่วง

“กระตุกบังเหียนแรงขนาดนี้ ม้าไม่พยศเอาเหรอคุณธำรง”

“ถึง ม้าตัวนี้จะฉลาด เก่ง แต่สิ่งหนึ่งที่ม้าตัวนี้จะไม่กล้าทำ คือวิ่งออกนอกเส้นทางที่จ็อกกี้อย่างผมสั่งเด็ดขาด” ธำรงตอบอย่างใจเย็นพลางส่งยิ้มมั่นใจ

ด้านศิวัช เขาค่อยๆลดโทรศัพท์ในมือลงด้วยความเศร้าสร้อย ครุ่นคิดถึงชีวิตรักของตนกับเนติมาที่ถูกตีกรอบไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ปฏิพรหันมาเห็น เธอเข้ามาอ้อนชวนชายหนุ่มไปนั่งโต๊ะ เขาฝืนใจส่งยิ้มให้ก่อนเดินตามไปอย่างรักษามารยาท

ooooooo

ค่ำแล้ว เนติมาเดินวนไปมารอศิวัชอยู่ในสวนหย่อมหน้าบ้าน เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจะกดโทร.ออก แต่ต้องชะงักเพราะเสียงระบิลห้าม

“คุณพยายามเป็นสิบๆรอบแล้วนะครับ”

เนติมาลดโทรศัพท์ลงพลางหันมาบอกระบิลที่เดินเข้ามา “ฉันผิดเอง ฉันควรทำใจไว้ตั้งแต่แรกแล้ว”

“คุณศิวัชอาจทำภารกิจยังไม่เสร็จ คุณบอกเองไม่ใช่เหรอครับ ว่าวันนี้มีภารกิจที่คุณศิวัชต้องทำตั้งเยอะแยะ”

“ฉัน โทร.ถามที่พรรคแล้ว พี่ศิวัชเสร็จงานทุกอย่างตั้งแต่เย็นแล้ว” สาวเจ้าเสียงสั่นน้ำตาคลอ ก่อนจะตัดใจ ขยับเดินกลับเข้าในบ้าน แต่ระบิลเอื้อมมือไปจับแขนไว้บอกให้เข้มแข็ง เจ้าหล่อนหันมาสวนว่าที่ผ่านมายังไม่เข้มแข็งพออีกหรือ

“พอครับ แล้วก็เก่งมากๆ ด้วย ไม่เอาน่าใจเย็นๆ” บอดี้การ์ดเอื้อมมือไปจับไหล่นายสาว ค่อยประคองให้นั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะเอ่ยยิ้มๆอย่างใจเย็น “ผมว่ารอฟังเหตุผลของคุณศิวัชก่อนดีกว่านะครับ คุณศิวัชไม่ใช่คนเหลวไหล ที่สำคัญเขารักคุณนะครับ”

เนติมายอมรับฟังและอยู่รอศิวัชต่อไป ระบิลเบาใจเดินกลับเข้ามาในบ้าน วิเชษฐ์และขวัญชนกรออยู่ทั้งสองเข้ามาถามถึงเนติมาด้วยความเป็นห่วง บอดี้การ์ดว่าเธออยากอยู่คนเดียวสักพัก

“รู้งี้สั่งเค้กเตรียมไว้ให้ก็ดี จะได้ซื้อเวลาไว้ก่อน คุณเนติ์จะได้ไม่คิดมาก” วิเชษฐ์นึกโกรธตัวเอง

“เราไม่รู้นี่ครับว่าจะเป็นอย่างนี้ อีกอย่างผมว่า ตอนนี้เอาเค้กก้อนเท่าภูเขามาวางตรงหน้า คุณเนติ์ก็ไม่สนใจหรอกครับ”

ผู้กำกับหนุ่มคิดตาม ก่อนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ขณะที่ขวัญชนกชะเง้อมองเพื่อนรักก่อนหันมาถาม “แล้วถ้าวันนี้คุณศิวัชไม่มารับเนติ์ล่ะคะ”

ระบิลไม่รู้จะตอบอย่างไร มีเพียงสายตาที่บ่งบอกว่าเป็นห่วงเจ้านายเกินร้อย

เวลาเดียวกัน ศิวัชไม่อาจฝืนตัวเองต่อไปได้ เขาถามปฏิพรตรงๆ ว่า เธอรู้ใช่ไหมว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเนติมา แม่จอมแอ๊บชะงักอึ้งไปนิดหนึ่ง ก่อนกลบเกลื่อนว่าเธอไม่รู้เรื่องเลย

“แล้วที่นี่ พี่เตรียมสถานที่ไว้สำหรับดินเนอร์กับเนติ์”

ปฏิพรทำตกใจทั้งๆที่รู้หมดทุกอย่าง เธอตีหน้าเหมือน สำนึกผิด “ตายจริงตี้ขอโทษนะคะตี้ไม่รู้จริงๆ ที่ตรงนี้ตี้ให้ลูกน้องคุณลุงจัดให้ สงสัยเขาต้องเข้าใจผิดอะไรแน่ๆ งั้นพี่ศิวัชรีบไปรับคุณเนติ์มาที่นี่เถอะนะคะ เดี๋ยวตี้อธิบายกับคุณอาธำรงเอง พี่ศิวัชรีบไปหาคุณเนติ์เถอะนะคะ”

ศิวัชยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายดายอย่างนี้ เขารีบโทร.หาเนติมายืนยันว่าจะไปรับเธอออกมาดินเนอร์แน่นอน

เนติมาตอบรับเสียงใสก่อนหันมาบอกระบิล วิเชษฐ์และขวัญชนกที่ออกมายืนลุ้น ทุกคนยิ้มได้ พลอยดีใจไปกับเธอด้วย

เวลาเดียวกัน ศิวัชเดินนำปฏิพรมาที่รถเพื่อจะส่งเธอกลับบ้าน เจ้าหล่อนสวมบทรุกเอ่ยลอยๆ ว่า ที่ยอมทำแบบนี้ก็เพราะรักศิวัช เล่นเอาชายหนุ่มชะงักหันมามองอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“แหม...ก็รักแบบน้องสาวรักพี่ชายไงคะ” ปฏิพรส่งยิ้มอายๆ

“งั้น รีบไปกันเถอะครับ พี่ส่งตี้เสร็จแล้วจะได้รีบไปหาเนติ์” ศิวัชถอนใจโล่งอก ก่อนจะเดินนำออกไป แต่จังหวะเดียวกันปฏิพรแกล้งสะดุดล้มลงกับพื้น ทำที่เป็นว่าเจ็บข้อเท้ามากเหลือเกิน จนศิวัชต้องพาส่งโรงพยาบาล

ooooooo

เนติมายังคงรอศิวัชอยู่ในสวน เธอพยายามโทร.หาคนรัก แต่ติดต่อไม่ได้ สาวเจ้าถอนใจเซ็งหันมาบ่นกับระบิลและวิเชษฐ์ที่ออกมานั่งเป็นเพื่อน สองหนุ่มให้กำลังใจ ขวัญชนกเดินออกมาบอกว่า คุณพ่อคุณแม่ให้เข้าไปนั่งรอในบ้านเพราะดึกมากแล้ว

“ขอฉันอยู่คนเดียวสักพักนะขวัญ” เนติมาตอบเศร้าๆ ขวัญชนกขยับจะพูดต่อ แต่ระบิลยกมือห้ามพร้อมส่งสายตาบอกขวัญชนกเป็นเชิงขอร้อง

วิเชษฐ์รู้โดยนัย เขาชวนขวัญชนกเข้าไปนั่งในบ้านด้วยกันก่อน หนุ่มสาวเดินตามกันออกไป ระบิลมองนายสาวด้วยความเป็นห่วง แต่เนติมาพูดออกมาทั้งๆที่ไม่มองเขาด้วยน้ำเสียงเศร้า

“ไม่เข้าใจที่ฉันพูดเหรอ”

“ผมจะดูแลคุณ”

“นายดูแลความปลอดภัยร่างกายฉันได้ แต่นายดูแลหัวใจฉันไม่ได้หรอก”

“ที่ผ่านมาก็ดูแลมาหลายรอบแล้วนะ หรือคุณจะเถียง”

“ฉันไม่มีอารมณ์มาเถียงกับนายนะ” เนติมาน้ำตาคลอเบ้า

ระบิลขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆ ก่อนเอ่ย “ถ้าคุณไม่หนักแน่น ก็ไม่ต่างอะไรกับคุณเอาความรักเป็นอาวุธมาทิ่มใจคุณเองเลยนะครับ”

“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง หัวเราะกับเรื่องที่เกิดขึ้นเหรอไม่มีใครทำให้เราเจ็บปวดได้เท่ากับคนที่เรารักหรอกนะ” เนติมาปล่อยโฮ

ระบิลสงสารนายสาวจับใจ เขาเอื้อมมือไปกุมมือเธออย่างให้กำลังใจ “ให้ผมอยู่ตรงนี้นะครับ ถึงจะช่วยอะไรคุณไม่ได้มาก แต่อย่างน้อย...” ระบิลพูดไม่ทันจบ เนติมาก็โผเข้ามากอดพลางร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ชายหนุ่มกระชับกอดตอบเธอด้วยความรักและเข้าใจความรู้สึกเป็นอย่างมาก

วิเชษฐ์กับขวัญชนกยืนมองระบิลกอดปลอบเนติมาอยู่ในสวนหย่อมด้วยความรู้สึกสงสารเนติมา ก่อนขวัญชนก จะหันมาถามผู้กำกับหนุ่มว่า เรื่องนี้จะจบตรงไหน

“ถ้าเรื่องเอาคนชั่วมารับโทษที่มันก่อ ผมว่าอีกไม่นาน แต่ถ้าเรื่องคุณเนติ์ผมไม่รู้จริงๆครับ แต่ยังโชคดีอยู่บ้าง ที่คุณเนติ์ยังมีระบิลคอยดูแล ไม่อย่างนั้นสภาพจิตใจคุณเนติ์คงแย่กว่านี้นะครับ”

ขวัญชนกพยักหน้ารับคิดตามที่วิเชษฐ์พูด เธออดใจเสียไม่ได้ เพราะดูออกว่าทั้งคู่คิดอย่างไรต่อกัน

เวลาเดียวกัน ปฏิพรขอร้องแกมบังคับเพื่อนรักที่เป็นหมออยู่ในโรงพยาบาลให้ช่วยโกหกศิวัช

“น่า...ไหนๆ ก็ช่วยพันข้อเท้าให้ฉันแล้ว ช่วยยืนยันอาการให้น่าสงสารหน่อย แกเป็นหมอพูดมีน้ำหนักกว่าฉันเยอะ นะๆๆ”

“แต่มันผิดจรรยาบรรณ แถมคนที่แกโกหกน่ะ นายกฯนะ”

“นายกฯของแก แต่คนกันเองของฉัน”

“คนกันเองของแก มาโน่นแล้ว” แพทย์สาวสะกิดปฏิพรให้มองไปที่กระจกบานใหญ่ของโรงพยาบาล เห็นศิวัชกำลังเดินเข้ามาหาด้วยความเร่งรีบ

“พี่ศิวัช ทำไงดีล่ะแก” แม่จอมวางแผนรีบหาทางออก โดยเพื่อนสาวได้แต่ยืนมองอย่างทำอะไรไม่ถูก ปฏิพรหันไปเห็นรถเข็นคนไข้จอดอยู่ เธอปรี่เข้าไปคว้ามานั่งอย่างรวดเร็ว พอดีศิวัชเดินเลี้ยวเข้ามา

“น้องตี้เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ”

“โอย...เจ็บจังเลยค่ะพี่ศิวัช” ปฏิพรแกล้งทำเป็นเจ็บขาทันที พลางมองไปที่เพื่อนรักเหมือนกับจะโยนลูกให้ แพทย์สาวตกใจ หันไปยิ้มให้ศิวัชด้วยสีหน้าเจื่อนๆ

ooooooo

“ป่านนี้พี่ศิวัชคงไม่มาแล้วล่ะ” เนติมาพูดพลางเช็ดน้ำตาไปพลาง ก่อนตัดใจจะเดินเข้าบ้าน

“ใจเย็นน่าคุณ พระเอกเขามาตอนจบทั้งนั้นแหละ” ระบิลหามุกมาเรียกรอยยิ้ม

“วันนี้ไม่มีพระเอกหรอก มีแต่คนเสียใจช่างมันเถอะ ก็แค่วันเกิดวันหนึ่งเท่านั้น”

“คนที่อยู่กับความเจ็บปวดได้ด้วยรอยยิ้มเนี่ยเก่งที่สุดเลยรู้ไหมครับ” บอดี้การ์ดให้กำลัง ก่อนจะนึกขึ้นได้ เขาบอกให้เนติมารอสักครู่แล้ววิ่งเข้าในบ้าน ทิ้งให้นายสาว มองตามด้วยความสงสัย

ระบิลเดินตรงไปที่ห้องครัวพบวิเชษฐ์เดินสวนมาพอดี เขาถามหาเนติมา ระบิลว่าเธอสงบลงแล้ว วิเชษฐ์ถอนใจบ่นว่าศิวัชจะมาหรือเปล่าก็ไม่รู้

ระบิลพยักหน้าด้วยความรู้สึกกังวลไม่แพ้กัน แต่พยายามมองโลกในแง่ดี “คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วล่ะครับ คนรักกันเดี๋ยวเขาก็เคลียร์กันได้ แล้วคุณขวัญล่ะครับ”

“เห็นบอกว่าไม่ค่อยสบายเลยขึ้นไปนอนแล้วล่ะ อ้อ...เดี๋ยวฉันไปก่อนนะ มีงานด่วนต้องทำ”

“ไม่เป็นไรครับพี่ เอางานไว้ก่อน ทางนี้ผมจัดการได้สบายมาก” ระบิลกับรุ่นพี่ยิ้มให้กันก่อนแยกย้ายไปทำหน้าที่

ระหว่างนั่งรอระบิล เนติมาพยายามชั่งใจว่าควรโทร.ตามศิวัชหรือไม่ แต่สุดท้ายเธอตัดสินใจปิดเครื่องนั่งร้องไห้

“ร้องไห้อีกแล้ว” ระบิลทัก

แสงจากเปลวเทียนเรืองมากระทบใบหน้า เนติมาค่อยๆหันไปมองแล้วต้องตะลึง เมื่อเห็นระบิลยิ้มอารมณ์ดีพร้อมถือเค้กก้อนหนึ่งที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายเดินเข้ามา

“สุขสันต์วันเกิดครับเจ้านาย”

“นี่นาย ไปซื้อมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

“ซื้อที่ไหน ขี้มือผมล้วนๆเลยนะคุณ”

เนติมาก้มมองหน้าเค้กเนยสดที่แต่งอย่างง่ายๆ มีข้อความเขียนว่า “สุขสันต์วันเกิดครับเจ้านาย” แล้วอดยิ้มไม่ได้ ระบิลรีบดักคอ

“เอ้า เป่าสิคุณ ไม่ใช่เทียนพรรษานะจะได้อยู่เป็นเดือนๆ ที่สำคัญผมเมื่อยมือแล้ว”

“ไม่ร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้หน่อยเหรอ”

“ได้คืบจะเอาศอกนะเนี่ย เป่า”

เนติมามองค้อนระบิลนิดหนึ่ง ก่อนเป่าเทียนบนเค้กจนดับหมด

“นับจากวินาทีนี้ ขอให้คุณมีแต่ความสุขนะครับ”

“ขอบคุณนายมากนะ” เนติมายิ้มมองระบิลด้วยความซึ้งใจ

ทั้งสองคนสบตากันนิ่งด้วยความรักที่มีอยู่ในใจ ก่อนระบิลจะพยายามรวบรวมสติพูดตัดบทออกมา “ชิมเค้กขี้มือผมกันไหมคุณ”

เนติมายิ้มรับเดินนำระบิลไปนั่งที่ม้าหินพลางตักขนมเค้กใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อย

“อืม...อร่อยจัง ไม่นึกว่านอกจากอาหารแล้ว นายจะทำขนมเค้กเป็นด้วย”

“ก็ได้แต่ง่ายๆน่ะคุณ อย่างที่ทำวันนี้ก็หยิบของเหลือๆในครัวมาทำทั้งนั้น”

“ถึงจะเป็นของเหลือ แต่นายใช้ใจทำ ก็เลยอร่อยอย่างนี้ไง”

“แหม นานๆชมกันทีอย่างนี้ ค่อยชื่นใจหน่อย” ระบิลยิ้มอารมณ์ดีพลางมองขึ้นไปบนฟ้าที่มีดาวประปราย ขณะที่เนติมามองระบิลด้วยรอยยิ้มก่อนเปรยขึ้น

“นายอยู่กับฉันทุกครั้ง ที่ฉันมีอันตราย”

“มันเป็นหน้าที่ผมนี่ครับ”

“แล้วนายก็อยู่กับฉันทุกครั้งที่ฉันเศร้า”

“นั่นไม่ใช่หน้าที่ แต่ผมเต็มใจทำครับ” ระบิลพูดจากใจจริง

“ถ้าฉันจะขอบคุณนายอีกครั้ง นายจะแซวฉันไหม” เนติมาหันมามองบอดี้การ์ดเห็นเขาอมยิ้ม เธอเอ่ยต่ออย่างอายๆ” ก็ฉันไม่รู้จะตอบแทนนายยังไงได้ดีเท่าคำขอบคุณแล้วนี่”

“แค่คุณมีรอยยิ้ม เหมือนที่คุณยิ้มอยู่ตอนนี้ ก็แทนคำขอบคุณทั้งหมดแล้วล่ะครับ” ระบิลมองเนติมาอย่างอบอุ่น ขณะที่เนติมารู้สึกถึงความอบอุ่นเอาใจใส่ของระบิล เธอมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

บอดี้การ์ดหนุ่มเอื้อมมือไปจับมือนายสาวมากระชับแน่น ขณะที่นายสาวเองก็กระชับมือเขาตอบเช่นกัน ทั้งคู่สบตากันนิ่งค้างด้วยความรักที่ซ่อนอยู่ข้างใน

ขวัญชนกมองผ่านหน้าต่างห้อง เห็นระบิลกับเนติมากุมมือสบตากันอยู่ในสวนหย่อม ก็ยิ่งมั่นใจในความรู้สึกของทั้งสองคนเป็นอย่างมาก เธอตัดใจเดินเลี่ยงออกไป

ooooooo

ขณะที่ระบิลกับเนติมายังคงกุมมือและสบตากันนิ่งค้างด้วยความรักอยู่ในสวนหย่อม ศิวัชถือดอกไม้ช่อโตเดินเข้ามาถึงพอดี เขาตะลึงกับภาพตรงหน้า ก่อนรวบรวมสติตัดสินใจเรียกเนติมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“เนติ์”

ระบิลกับเนติมาสะดุ้งด้วยความตกใจรีบขยับออกจากกัน เมื่อหันไปเห็นศิวัช ชายหนุ่มส่งยิ้มกลบเกลื่อนความรู้สึก ก่อนถือช่อดอกไม้เดินเข้ามาให้เนติมาพลางพูดอย่างเอาใจ

“สุขสันต์วันเกิดจ้ะเนติ์ พี่ขอโทษนะจ๊ะเนติ์ พี่ติดภารกิจด่วนจริงๆ”

“ภารกิจด่วนขนาดคนเป็นทั้งเลขา เป็นทั้งคนรักอย่างเนติ์ยังไม่ทราบแล้วก็ไม่สามารถติดต่อได้เลยงั้นเหรอคะ” เนติมาตัดพ้อ

ศิวัชอึกอักหันมาทางระบิล เป็นเชิงว่าขอเวลาส่วนตัว บอดี้การ์ดรู้ความหมายรีบเดินเลี่ยงออกไป ศิวัชมองตาม ก่อนหันมาสบตากับเนติมา แต่เธอเมินหน้าหนีเพราะยังเคืองไม่หาย ชายหนุ่มเข้างอนง้อ แต่เนติมายังหน้าง้ำ

ระบิลลอบมองนายสาวด้วยความเป็นห่วงอยู่ริม ระเบียง เพราะรู้ตัวว่าตกหลุมรักเธอเข้าแล้วอย่างเต็มหัวใจ เขาเมินหันหลังกลับมาพยายามต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเองอย่างที่สุด แต่เมื่อหันกลับไปอีกครั้งเห็นศิวัชเอาผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้เนติมา ก่อนเธอจะยิ้มและยอมรับช่อดอกไม้

ศิวัชดึงเนติมาเข้ามากอดด้วยความรัก ขณะที่ระบิลรู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก

บอดี้การ์ดตัดใจกลับเข้าไปนั่งคิดหนักอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้อง เห็นหน้าจอมีรูปของเนติมาซึ่งเขาเป็นคนถ่ายให้ในท่าทางต่างๆ ระบิลนึกขึ้นได้กดไปดูภาพเนติมาบนหอไอเฟลที่ทำโฟโต้ช็อปเอารูปของตัวเองเข้าไปยืนข้างๆ เนติมาแทนที่เว้นไว้ให้ศิวัชอย่างแนบเนียน

ระบิลอมยิ้มเมื่อได้เห็นภาพนั้น แต่พลันสะดุ้งเพราะเนติมาเข้ามาทัก

“นายทำอะไรน่ะ”

บอดี้การ์ดรีบปิดรูปในคอมพิวเตอร์พร้อมหันไปยิ้มแก้เก้อให้นายสาวที่เดินถือช่อดอกไม้ยิ้มเข้ามา

“ทำไมต้องตกใจอย่างนั้นด้วย นายมีความลับอะไรกับฉันบอกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“ผมจะมีอะไรปิดบังเจ้านายล่ะครับ จู่ๆโผล่มาอย่างนี้เป็นใครก็ตกใจครับ นึกว่าผี แล้วคุณศิวัชกลับไปแล้วเหรอครับ”

เนติมาไม่ตอบอะไรได้แต่ยิ้มอย่างมีความสุข ระบิล เอ่ยต่ออย่างเข้าใจ “เห็นไหมผมบอกแล้ว ว่าคุณศิวัชไม่ใช่คนเหลวไหล”

“ดินเนอร์คงต้องเลื่อนไปวันอื่น ป่านนี้ร้านคงปิดหมดแล้ว”

“คืนนี้ดินเนอร์มีสาระไม่เท่าคุณศิวัชพยายามที่จะมาตามสัญญาหรอกนะ หิวมั้ยล่ะครับ เดี๋ยวผมทำอะไรให้ทาน”

“ฉันอยากพักผ่อนมากกว่า” เนติมาพูดยิ้มมองระบิลอย่างขอบคุณ ทั้งสองสบตากันอีกครั้ง ก่อนจะตั้งสติได้ เนติมาขอตัวกลับห้อง ระบิลเดินออกมาส่ง หนุ่มสาวลอบถอนใจเพราะเหมือนมีกำแพงบางอย่างมากั้นความรู้สึกที่ไม่สามารถพูดออกไปได้

หลังส่งเนติมาขึ้นห้องเรียบร้อยแล้ว ระบิลเดินกลับมานั่งถอนใจต่อ เพราะความรู้สึกที่มีต่อนายสาวชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ จังหวะเดียวกันศิวัชโทร.เข้ามานัดให้เขาไปพบที่ที่ทำการพรรคในวันรุ่งขึ้นเพราะมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ระบิลตอบรับ ใจนึกหวั่นว่า ศิวัชจะคุยเรื่องอะไรกันแน่

ooooooo

บ่ายวันต่อมา ระบิลขึ้นไปคุยกับศิวัชบนดาดฟ้าที่ทำการพรรคสยามพัฒนา นายกฯหนุ่มยืนอึดอัดอยู่พักใหญ่ก่อนเปรยขึ้น “ขอบคุณนะครับคุณระบิล ที่อุตส่าห์ มาพบผม”

“คุณศิวัชมีอะไรรึเปล่าครับ ทำไมถึงต้องนัดผมขึ้นมาบนนี้”

ศิวัชหันมามอง อดนึกถึงภาพของระบิลกับเนติมาเมื่อคืนไม่ได้ เขาเรียกสติกลับมาแล้วปรารภว่า “ผมกับเนติ์รักกันมานาน แล้วก็รักกันมากด้วย”

“ครับ ข้อมูลนี้ผมทราบดีครับ”

“เนติ์คือชีวิตของผม ผมถึงย้ำฝากคุณให้ดูแลเนติ์ด้วย”

“ครับ ผมทำตามที่รับปากทุกอย่างงานผมมีอะไรบกพร่องรึเปล่าครับ คุณศิวัช”

“งานคุณไม่มีอะไรบกพร่อง แต่...อาจมีอะไรเกินเลย”

“คุณศิวัช...”

“ผมรู้ว่าคุณเป็นคนดี คุณเองก็เคยมีคนรัก ผมมีคนรัก ก็ไม่อยากให้ใครมาขโมยหัวใจคนที่ผมรักไปเหมือนกัน”

“คุณศิวัชครับ คุณกำลังเข้าใจผิดนะครับ” ระบิลพยายามอธิบาย ทั้งๆที่ก็รู้ใจตัวเองดี ว่ารักนายสาวอย่างไม่รู้ตัว

“ดวงตาคุณกับเนติ์ซ่อนความรู้สึกไม่ได้หรอกครับ”

“คุณศิวัช!”

“คุณกำลังบอกว่า ผมคิดมากไปเองใช่ไหม ผมคิดมากไปใช่ไหมคุณระบิล” ศิวัชเสียงดังขึ้นอย่างคาดคั้น ระบิลตะลึงพูดอะไรไม่ออก รู้สึกผิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

สักพักใหญ่ สองหนุ่มลงลิฟต์กลับมาที่ห้องทำงาน เนติมากำลังเดินตามหาศิวัช เธอเห็นเขาออกมาจากลิฟต์พร้อมระบิลก็แปลกใจ ซักว่าไปไหนกันมา ศิวัชรีบออกตัวว่าบังเอิญเจอกันในลิฟต์ เนติมาไม่ติดใจเธอเร่งให้ศิวัชรีบไปที่ทำเนียบเพราะมีนัดท่านทูตบ่ายนี้

“พี่ไม่ลืมจ้ะ แล้วคืนนี้เราไปดินเนอร์ชดเชยวันเกิดเนติ์กันนะ” ศิวัชพูดยิ้มๆพลางเอื้อมมือไปโอบเนติมาเป็นเชิงแสดงความเป็นเจ้าของให้ระบิลรู้ แล้วหันมาสั่ง “คืนนี้คุณระบิลไม่ต้องตามไปนะครับ ผมใช้การ์ดชุดของผมได้”

“อ้าว ทำไมล่ะคะ ทุกทีคุณระบิลก็ตามไป”

“ให้คุณระบิลเขาพักบ้างสิจ๊ะเนติ์ จะใช้งานเขาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยเหรอไง ตามนี้นะครับ”

“ครับผม...” ระบิลยิ้มรับคำเจื่อนๆ รู้ความหมายที่ซ่อนอยู่ของศิวัชทุกอย่าง

“ไปจ้ะเนติ์ เดี๋ยวไม่ทันนัด” ศิวัชโอบคนรักออกไป

เนติมาชักสีหน้างงๆกับท่าทีของศิวัช จนอดหันมามองระบิลด้วยความสงสัยไม่ได้ แต่ระบิลกลับหลบตาก้มหน้าเดินตามไปส่งทั้งคู่ที่รถด้วยความรู้สึกเศร้าและอึดอัดใจ

ooooooo

ในตอนเย็น ระบิลเดินใจลอยเหมือนร่างไร้วิญญาณกลับเข้ามาในบ้านกันต์ เพราะคำพูดของศิวัชเมื่อตอนบ่ายยังก้องอยู่ในหู ขวัญชนกเดินสวนออกมาพอดี เธอชะงักไปนิด เพราะยังจำภาพระบิลกับเนติมาในคืนก่อนได้ หญิงสาวตัดใจเอ่ยทักชายหนุ่มพร้อมรอยยิ้ม

ระบิลฝืนยิ้มตอบแล้วจะเดินเลี่ยงเข้าห้อง แต่วิเชษฐ์เข้ามาดึงไว้ชวนไปทานข้าวด้วยกันก่อนเพราะซื้อกับข้าวจากร้านอร่อยมาฝากทุกคน

“เออ...” ระบิลอึกอักพูดอะไรไม่ออก แต่วิเชษฐ์พูดขัดขึ้นพลางเดินเข้ามาโอบไหล่อย่างกันเอง

“เอออะไรล่ะ เร็วไปช่วยชิมหน่อยว่าของที่ฉันซื้อมาอร่อยรึเปล่า เออ...แล้วคุณเนติ์ล่ะ” ผู้กำกับหนุ่มมองหา ขณะที่ขวัญชนกก็หันมามองระบิลด้วยความสงสัย

ระบิลไม่ตอบอะไร เขาจำใจตามขวัญชนกกับวิเชษฐ์เข้ามาทานข้าว พบกันต์กับเจือจันทร์นั่งรออยู่และทั้งสองก็ถามหาเนติมาเช่นกัน ระบิลว่า นายสาวออกไปดินเนอร์กับศิวัช

กันต์ชอบใจชมว่าศิวัชน่ารักมากขนาดมีงานการเมือง รัดตัวแทบแย่ ยังอุตส่าห์เจียดเวลาให้คนรักได้ เจือจันทร์รีบเสริมว่าคงถึงเวลาที่เนติมาจะพบช่วงเวลาที่ดีเสียที

“ครอบครัวของเราก็กำลังจะพบเวลานั้นเหมือนกันนะคุณ” กันต์พูดกับเจือจันทร์และขวัญชนกด้วยรอยยิ้มที่มีกำลังใจเต็มเปี่ยม

“ตอนนี้คุณศิวัชบีบนายพงษ์เลิศกับพวกจนหลังติดฝาแล้ว ส่วนเรื่องชั่วๆที่พวกนั้นทำไว้ รอหลักฐานครบก็เช็กบิลกินรวบเข้าตะรางได้เลย” วิเชษฐ์บอกข่าวดี

“คุณพ่อหายเร็วๆ นะคะ เราจะได้ไปเที่ยวกันอีก”

“ความสุขที่หลุดลอยไป กลับมาใกล้แค่เอื้อมแล้วนะ อีกนิดเดียว นิดเดียวเท่านั้น” กันต์ให้กำลังใจตัวเองและลูกเมีย

วิเชษฐ์มองครอบครัวของกันต์อย่างอดที่จะรู้สึกดีใจไปด้วยไม่ได้ แต่พลันสะดุด เมื่อเห็นระบิลนั่งเงียบเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ เขาเอ่ยถามรุ่นน้อง

“ระบิล...เป็นอะไรไปไม่พูดไม่จา เป็นห่วงคุณเนติ์เหรอ”

ระบิลสะดุ้ง เรียกสติกลับคืนมา เห็นทุกคนมองมาด้วยความสงสัย จึงได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนๆ พูดอะไรไม่ออก

หลังทานอาหารเย็นเรียบร้อย ระบิลขอตัวเข้าห้อง เขาเฝ้ามองภาพจากกล้องตัวที่อยู่หน้าประตูบ้านอย่างกังวล พลางถอนหายใจ ขวัญชนกตามมาสังเกตอาการพลางเอ่ยทัก

“คุณระบิลรอเนติ์อยู่เหรอคะ”

ระบิลอึกอักออกตัวว่า “ก็...เป็นห่วงน่ะครับ การห่วงคุณเนติ์ดูเหมือนเป็นมากกว่าหน้าที่ผมไปซะแล้ว ทั้งๆที่รู้ว่ามีการ์ดของคุณศิวัชตามไปอีกตั้งหลายคน”

“หมายถึง ถ้าคุณระบิลไม่มีหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้กับเนติ์แล้ว คุณระบิลก็ยังเป็นห่วงเนติ์อยู่ใช่ไหมคะ” ระบิลชะงักรู้สึกแปลกๆกับคำพูดของขวัญชนกก่อนตอบกลับ “ก็...ไม่รู้เหมือนกันนะครับ คงต้องรอให้ถึงวันนั้นแต่ถ้าวันนั้นมาถึง คุณขวัญก็ต้องดูแลตัวเองดีๆนะครับ”

“คุณระบิลหมายถึงอะไรคะ” ขวัญชนกรู้สึกใจหาย

“ไม่มีใครรู้ ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นยังไงหรอกครับ คุณขวัญก็เหมือนน้องสาวผม...ผมเป็นห่วง”

“น้องสาว...” ขวัญชนกทวนคำ

ระบิลพยักหน้ายิ้มออกมาด้วยความอบอุ่น “แต่ถ้าคุณขวัญมีเรื่องเดือดร้อนอะไร ปรึกษาพี่เชษฐ์ได้นะครับ ผมรับรองว่าพี่เชษฐ์สามารถดูแลครอบครัวคุณขวัญได้ดีไม่แพ้ผม เผลอๆอาจดีกว่าผมก็ได้นะครับ”

ขวัญชนกได้แต่ยิ้มเจื่อนๆพูดไม่ออก เธอขอตัวกลับห้อง แล้วนั่งครุ่นคิดถึงคำพูดของระบิลด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ก่อนจะคิดได้บอกให้ตัวเองตัดใจ
จังหวะเดียวกัน แสงไฟจากหน้ารถก็สาดเข้ามา เจ้าหล่อนมองออกไปที่นอกหน้าต่าง เห็นรถของศิวัชพร้อมรถของบอดี้การ์ดที่ประกบหน้าหลัง วิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้าน

ศิวัชลงมาส่งเนติมาหน้าประตูรั้ว ทั้งสองคนยิ้มให้กันอย่างอารมณ์ดี ขวัญชนกมองภาพตรงหน้าแล้วอดนึกถึงระบิลไม่ได้ เธอรำพึงออกมา “ถ้าขวัญอ่านใจคุณระบิลไม่ผิด คุณกำลังถลำเข้าไปหาความเสียใจนะคะ”

ด้านระบิล เขานั่งมองศิวัชกับเนติมาอยู่หน้าจอมอนิเตอร์ด้วยความไม่สบายใจ รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน

สักพักศิวัชกับเหล่าบอดี้การ์ดขึ้นรถขับออกไป เนติมาไขกุญแจเปิดประตูเข้ามาในบ้าน ในมือถือถุงของกินหลายอย่างติดมือมาด้วย ระบิลรู้ว่าเธอต้องแวะมาหาแน่จึงกดล็อกห้องทำทีเป็นหลับแล้ว

เนติมาเคาะประตูเรียกระบิลบอกว่าซื้อของมาฝาก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ เธอแปลกใจบ่นพึมพำว่าทำไมวันนี้ระบิลนอนเร็ว ก่อนจะเดินกลับไปอย่างไม่คิดอะไรมาก ผิดกับระบิลที่ยืนพิงบานประตูด้วยสีหน้าลำบากใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ เนติมาแต่งตัวเตรียมจะออกไปทำงานอยู่ในห้อง ขวัญชนกมาเคาะประตูเรียกสีหน้าไม่ดีนัก เธอบอกกับเพื่อนรักว่า ระบิลหายตัวไป

เนติมาแปลกใจรีบเข้าไปดูในห้องพักบอดี้การ์ด พบกันต์กับเจือจันทร์รออยู่ ทั้งสองว่า ระบิลหายตัวไปตั้งแต่เช้าแล้ว กันต์ลองโทร.เข้ามือถือก็ติดต่อไม่ได้เพราะปิดเครื่อง หญิงสาวถอนใจ หันไปสำรวจรอบๆห้องเห็นแผ่นกระดาษสอดอยู่ในหนังสืออาหารไทยของตัวเองก็ชะงัก เดินไปเปิดอ่าน

ขณะที่กันต์นึกได้ บอกให้ขวัญชนกไปเช็กภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อดูว่าระบิลออกไปตอนไหน

“ไม่ต้องหรอกค่ะอากันต์” เนติมาเสียงเข้ม ทุกคนหันมามองด้วยความสงสัย สาวเจ้าอ่านข้อความในกระดาษอีกครั้งก่อนบอกทุกคนว่า ระบิลลาออกแล้ว

“อะไรนะ ทำไมจู่ๆลาออก มีเรื่องอะไรกันรึเปล่า” ขวัญชนกกับเจือจันทร์แย่งกันถาม

เนติมาพยายามคิดด้วยความสับสน เพราะนึกไม่ออกจริงๆ ว่าทำไมระบิลถึงทำแบบนี้

ในตอนสาย เนติมานำจดหมายของระบิลไปให้ศิวัชดู เพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ศิวัชกลับเอ่ยว่าจะจัดการการ์ดชุดหนึ่งไปดูแลเนติมาแทนระบิล แล้วแอบโล่งใจที่ระบิลอยู่ห่างจากคนรัก

“หมายความว่าพี่ศิวัชจะให้คุณระบิลเขาออกไปง่ายๆเหรอคะ” เนติมาพูดด้วยความร้อนใจ

“เนติ์...คุณระบิลเขาอาจมีเหตุผลส่วนตัวอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาตัดสินใจลาออกก็ได้นะ”

“โดยไม่ร่ำลากันเลยเนี่ยนะคะ”

“ไม่มีใครรู้เหตุผลดีเท่าตัวคุณระบิลเองหรอกนะจ๊ะ”

“นั่นแหละค่ะ เนติ์ถึงอยากเจอเขามาก อยากถามจริงๆว่านึกบ้าอะไรขึ้นมา ตอบไม่เข้าหู จะเล่นงานให้หนักเลย”เนติมาบ่นอย่างหงุดหงิด และใจหายเมื่อนึกถึงระบิล ขณะที่ศิวัชลอบมองคนรักอย่างสังเกต เขารู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อศิวัชไม่มีคำอธิบายเรื่องระบิลให้ เนติมาจึงขอตัว เธอว่าจะไปหาดลที่คอนโดฯ ศิวัชส่งการ์ดตามไปดูแล

ครู่ต่อมา เนติมาเข้าไปคุยกับ ดล อ้อและคำเที่ยงในห้อง เธอปรับทุกข์กับทั้งสามเรื่องระบิลลาออกโดยไม่มีเหตุผล พลางชี้ชวนให้ดูการ์ดชุดใหม่ของศิวัชที่ยืนเฝ้าอยู่ที่ลานจอดหน้าคอนโดฯพร้อมร่ายยาว

“ไม่อยากไปไหนมาไหนกับสองคนนี่เลย พี่พูดไปสิบคำตอบมาคำ เฮ้อ...ไม่รู้จะเข้มไปไหน”

“ก็เขาเป็นบอดี้การ์ดนี่ครับพี่เนติ์”

“คุณระบิลไม่เห็นต้องเข้มอย่างนี้เลย เฮ้อ...พูดแล้วก็หงุดหงิด ป่านนี้ยังไม่เปิดเครื่องอีก คอยดู...จะไล่ออกให้เข็ด” เนติมาพูดอย่างลืมตัว

ดลกับอ้อหันหน้ามามองกันนิดหนึ่งอย่างสังเกตอาการร้อนรนของเนติมา แล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ อ้อล้อว่า เนติมาคงไล่ระบิลออกไปไม่ได้เพราะเขาลาออกไปแล้ว

“เออ...จริงสิ พี่ลืมไป” เนติมายิ้มเจื่อนอย่างนึกขึ้นมาได้ ก่อนจะแอบถอนใจอย่างเศร้าๆ

“ถ้าเบื่อ วันนี้ก็นอนค้างที่นี่สักคืนไหมล่ะหนูเนติ์ จะได้มีเพื่อนคุย” คำเที่ยงชวน

“ขอบคุณค่ะคุณลุง แต่หนูอยากกลับไปนอนบ้านขวัญน่ะค่ะ ถึงผู้กำกับวิเชษฐ์จะส่งลูกน้องมาดูแลความปลอดภัยให้ แต่หนูก็ยังไม่ค่อยไว้ใจ”

คำเที่ยงพยักหน้าอย่างเข้าใจ ส่วนเนติมาหน้าสลดลง เมื่อเห็นบอดี้การ์ดของศิวัช เพราะคิดถึงระบิล

ooooooo

ด้านระบิล เขาหลบมาอยู่กับวิเชษฐ์ที่บ้านพักนายตำรวจ รุ่นพี่พอจะเดาใจรุ่นน้องได้ว่ากำลังหนีปัญหาหัวใจจึงแกล้งเปรยว่า แน่ใจแล้วหรือที่จะทำแบบนี้ แต่ไม่มีเสียงตอบรับ เพราะระบิลเอาแต่นอนก่ายหน้าผาก

“ทำแล้วไม่สบายใจแล้วทำทำไมวะ ตกลงนายรู้สึกยังไงกับคุณเนติ์กันแน่วะ”

“โธ่...ถามอะไรอย่างนั้นล่ะครับพี่เชษฐ์” ระบิลกลบเกลื่อนพิรุธ

ผู้กำกับหันมาจ้องอย่างจับผิด “แกลืมแล้วเหรอ ว่าฉันเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นพี่นายนะ”

ระบิลเหล่มองวิเชษฐ์อย่างอึกอัก ก่อนนึกขึ้นได้รีบเปลี่ยนประเด็นซักกลับเรื่องขวัญชนก

“ดูแลเทคแคร์ครอบครัวคุณขวัญเช้าถึงเย็นถึงขนาดนั้น มันเกินหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไปหน่อยรึเปล่าครับ ผมว่าพี่เชษฐ์เติมเต็มสิ่งที่คุณขวัญขาดอยู่ได้นะครับ”

“เออ...นี่ฉันสอบสวนนายหรือนายสอบสวนฉันกันแน่วะ” ผู้กำกับหนุ่มเป็นฝ่ายอึกอักเสียเอง

“ผมแอบสังเกตพี่เชษฐ์มานานแล้วนะครับ แล้วผมก็คิดว่าผมมองไม่พลาดด้วย”

“โอเค ถ้าฉันเป็นอย่างที่นายคิด อย่างน้อยคุณขวัญก็ยังไม่มีใคร แต่คุณเนติ์...” ผู้กำกับพูดทิ้งไว้แค่นั้น พลางมองระบิลอย่างต้องการคำตอบ

ระบิลอึ้งไปนิดหนึ่ง เขาถอนใจออกมาด้วยความไม่สบายใจ ก่อนพูดเสียงอ่อย “เพราะอย่างนั้นแหละครับ ผมถึงต้องถอยออกมา ก่อนจะถลำใจมากไปกว่านี้”

“ไม่น่าเชื่อว่าคุณเนติ์จะทำให้นายลืมเอมได้”

“ผมไม่มีทางลบเอมไปจากใจผมได้หรอกครับพี่เชษฐ์ แต่เอมคงไม่มีความสุขแน่ ถ้าผมยังขังเอมไว้ในความทุกข์ของผม แต่ช่างมันเถอะครับพี่เชษฐ์ ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้”

“ไม่น่าเชื่อว่าบอดี้การ์ดมือดีอย่างนาย จะแพ้กฎเหล็กของหน้าที่นี้”

“กฎที่ห้ามมีความรักกับเจ้านายตัวเอง กฎเหล็กที่โดนหัวใจงัดกระเจิง” ระบิลแค่นหัวเราะ

ผู้กำกับหนุ่มพยักหน้าช้าๆ ก่อนตัดสินใจถาม “แล้ว...คุณเนติ์เขารู้ตัวไหม”

“ผม...ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ รู้แต่ว่าผมต้องรีบออกมาจากที่นั่น ไม่เป็นผลดีแน่ ถ้าผมจะรั้นอยู่ที่นั่นต่อไป”

“ไม่เป็นผลดี แม้แต่ความปลอดภัยของคุณเนติ์ งั้นเหรอ” วิเชษฐ์ติง

ระบิลชะงัก คิดหนักเพราะอดเป็นห่วงเนติมาไม่ได้

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เนติมาพาดล อ้อและคำเที่ยงมาไหว้พ่อกับแม่ที่วัด เธอสั่งให้บอดี้การ์ดรอที่รถเพราะอยากอยู่กับคนในครอบครัว

“ถ้าเรื่องทุกอย่างเรียบร้อย พี่จะเอาอัฐิคุณพ่อกับคุณแม่กลับไปที่บ้าน” เนติมาหันมาคุยกับน้องชาย

“พี่เนติ์จะกลับเข้าไปอยู่บ้านหลังนั้นอีกเหรอครับ” ดลถามด้วยความไม่แน่ใจ

เนติมาเอื้อมมือไปโอบไหล่น้องพลางเอ่ยด้วยความมั่นใจ “ถึงบ้านนั้นจะมีภาพความทรงจำร้ายๆของเราสองคนฝังอยู่ แต่ก็เป็นที่ๆครอบครัวของเรามีความทรงจำที่ดีอยู่มากกว่านะ”

“ผมจำได้ครับ คุณพ่อคุณแม่เคยบอกว่ารักบ้านหลังนั้นมาก” ดลยิ้มออกมา เมื่อนึกถึงความสุขในอดีต

“ปรับปรุง ทำบุญบ้านซะหน่อย แค่นี้ความสุขก็กลับคืนมาแล้วล่ะ”

ดลนิ่งคิดก่อนยิ้มรับอย่างเห็นด้วยกับเนติมา ทั้งสี่เดินมาถึงที่เก็บอัฐิวิเชียรกับพรรณศรี แล้วพลันชะงัก เมื่อเห็นข้างๆป้ายและรูปของวิเชียรกับพรรณศรี มีป้ายหินอ่อนเพิ่มเข้ามา ป้ายหนึ่งระบุ “เนติมา อิสราวัชร” ส่วนอีกป้ายหนึ่งระบุ “ยศวีร์ อิสราวัชร” โดยรูปของทั้งสองคนที่ติดหน้าป้ายเป็นรูปลักษณะของการแอบถ่าย

“ยศวีร์ ! พวกมันรู้ความจริงแล้ว” คำเที่ยงร้อง

เนติมามองไปรอบๆอย่างไม่ไว้วางใจ เธอพาทุกคนกลับมาที่รถ พบบอดี้การ์ดกลายเป็นศพไปเสียแล้ว ส่วนรถก็โดนเจาะยางทั้งสี่ล้อ

“โธ่เอ๊ย...แถวนี้ไม่มีคนซะด้วย” เนติมาหาทางออก

“อ้อว่าเรารีบออกไปจากที่นี่กันเถอะจ้ะ”

เนติมา ดล อ้อและคำเที่ยงวิ่งออกมาจากในวัด เธอพยายามมองหารถที่จะโดยสารไปต่อ จังหวะเดียวกับรถแท็กซี่คันหนึ่งวิ่งผ่านมา

“แท็กซี่มาพอดีเลยครับพี่เนติ์” ดลรีบโบกเรียก

รถแท็กซี่วิ่งเข้ามาจอดรับ เนติมาบอกจุดหมายไปที่พรรคสยามพัฒนา ครั้นรถเคลื่อนตัวออกมาพ้นเขตวัด เนติมารีบโทร.หาศิวัช เธอเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังและบอกกับเขาว่ากำลังจะไปหาที่ที่ทำการพรรคฯ แต่ศิวัชว่าให้เปลี่ยนเส้นทางมาที่ทำเนียบแทน เพราะเขาทำงานอยู่ทำเนียบ

“ก็ได้ค่ะพี่ศิวัช งั้นแค่นี้ก่อนนะคะ” เนติมากดวางสายก่อนหันไปสั่งคนขับรถแท็กซี่

“เปลี่ยนไปทำเนียบรัฐบาลนะคะ”

“ครับ” คนขับรถแท็กซี่ตอบรับพลางส่งยิ้มร้ายเพราะมันคือลูกน้องที่อิทธิหาญส่งมา

คำเที่ยงมองไปรอบๆ ด้วยความระแวง ก่อนถอนใจออกมาด้วยความโล่งอก เพระไม่เห็นมีใครตามมา เนติมานึกอะไรขึ้นได้ รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาวิเชษฐ์ เพราะเป็นห่วงครอบครัวกันต์

วิเชษฐ์พร้อมลูกน้องสองคนรีบมาบ้านกันต์ แล้วผู้กำกับหนุ่มไปบอกเนติมาว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดีไม่ต้องเป็นห่วง

“คุณเนติ์พาทุกคนไปอยู่ที่ทำเนียบก่อนดีแล้วล่ะครับ มันเป็นเรื่องปกติของคนพาลที่ใกล้จนมุมน่ะครับ เขาต้องทำทุกทางที่จะระเบิดทางตันเพื่อหาทางไปให้ได้ คุณเนติ์ไม่ต้องห่วงทางนี้นะครับ สวัสดีครับ” วิเชษฐ์วางสาย ขยับจะเดินต่อ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นขวัญชนกกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ในแปลงดอกไม้ที่ระบิลปลูกไว้

ผู้กำกับหนุ่มอมยิ้มเดินเข้าไปช่วย ขวัญชนกรดน้ำต้นไม้ หวังจะให้ดอกไม้ที่เห็นตรงหน้ากลายเป็นดอกรักในหัวใจเธอ

ด้านเนติมา เธอตัดสินใจโทร.หาระบิลเพราะอยากให้เขามาอยู่ด้วย แต่ระบิลกลับปิดเครื่องหนี หญิงสาวถอนใจ บ่นเบาๆกับตัวเอง “นายรู้ไหมว่าตอนนี้ฉันต้องการนายแค่ไหน”

“พี่เนติ์ว่าอะไรนะครับ” ดลหันมาถามเพราะได้ยินพี่สาวพึมพำ

“เออ...ไม่มีอะไรจ้ะ ไม่มีคนตามมาใช่ไหม” เนติมากลบเกลื่อน

ดลมองไปด้านหลังอีกครั้งก่อนตอบว่าไม่มีครับ เนติมาพยักหน้ารับพลางก้มมองโทรศัพท์มือถือ เธอเลื่อนดูในอัลบั้มรูป เห็นรูปของระบิลในสถานการณ์ต่างๆที่เขาทำทะเล้นใส่และเธอก็ถ่ายไว้ หญิงสาวอมยิ้มนึกถึงภาพในอดีต เมื่อตอนเขากระดกนิ้วก้อยเวลาเลือกซื้อของจึงล้อว่าเป็นเกย์

ระบิลทำงอนบ่นว่าเป็นทฤษฎีเพ้อเจ้อ แล้วเรียกให้เธอมาชิมแกงบวนฝีมือเขาแถมยังช่วยเป่าให้

“คิดถึงคุณระบิลเหรอครับพี่เนติ์” ดลถามอย่างเข้าใจ ความรู้สึก เมื่อเห็นพี่สาวเหม่อมองรูประบิลในโทรศัพท์

เนติมาสะดุ้งนิดหนึ่ง เธอรีบกดปิดรูป ก่อนทำเสียงเข้มกลบเกลื่อนความรู้สึก “คิดถึงทำไม เขาไม่อยากอยู่กับเราซะหน่อย ไม่งั้นจะลาออกทำไม”

“แต่ถ้าตอนนี้คุณระบิลอยู่ คงช่วยเราได้เยอะเลยนะครับ” ดลพูดตรงๆ เนติมาพูดอะไรไม่ออกได้แต่ถอนใจอย่างยอมรับความจริง

ขณะที่คำเที่ยงมองไปบนถนนที่รถวิ่งผ่านอย่างไม่คุ้นตานัก เขาสังหรณ์ใจร้องถามแท็กซี่ว่ามาผิดทางหรือเปล่า คนขับว่า พามาทางลัด

เนติมาเอะใจหันไปมองป้ายข้างทาง เห็นว่าคนขับ กำลังพาพวกเธอออกนอกเมืองจึงโวยลั่น แต่คนขับไม่สนเลี้ยวรถเข้าไปในถนนลาดยางเล็กๆที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยวทันที

ooooooo

ศิวัชยืนกระวนกระวายรอเนติมาอยู่ในห้อง เพราะเธอควรจะมาถึงได้แล้ว เสียงเคาะประตูดังขึ้น ธำรงเดินเข้ามา พร้อมตั้งคำถาม

“ไม่ต้องถามว่าพวกไหนก่อเรื่อง แต่พ่ออยากรู้ ว่าจู่ๆทำไมคุณระบิลถึงลาออก”

“เออ...ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ” ศิวัชตอบอย่างอึกอัก

ธำรงมองลูกชายอย่างสังเกต ก่อนพูดด้วยความไม่สบายใจ “รู้ไหมว่าคุณระบิลมีฝีมือมากกว่าการ์ดสองคนที่แกส่งไปตายไม่รู้กี่เท่า”

ศิวัชครุ่นคิดตามที่ธำรงพูด ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจเพราะเป็นห่วงเนติมา เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง สองพ่อลูกหันไปมองเข้าใจว่าเป็นเนติมา แต่เจ้าหน้าที่หญิงเปิดประตูเข้ามารายงานว่า ชลกรกับพงษ์เลิศมาขอพบ

ศิวัชกับธำรงมองหน้ากันเมื่อเห็นพงษ์เลิศกับชลกรเดินเข้ามา เพราะเดาไม่ถูกว่าทั้งสองจะมาไม้ไหน

เวลาเดียวกัน แท็กซี่พาพวกเนติมาเข้ามาในหมู่บ้านร้างแห่งหนึ่ง แต่คนขับยังคงเร่งความเร็วอย่างต่อเนื่อง คำเที่ยงกับดลตะคอกให้จอดรถ ขณะที่อ้อน้ำตาคลอด้วยความกลัว เนติมานึกขึ้นได้ หยิบปืนพกในกระเป๋าขึ้นมา เล็งไปที่คนขับรถแท็กซี่ สั่งให้จอดรถพร้อมกระชากลูกเลื่อนอย่างเอาจริง

คนขับรถแท็กซี่ชะงักหน้าเจื่อน รีบจอดรถแล้ววิ่งหายไป เนติมากับดลลงจากรถ ดลจะตาม แต่เนติมาห้ามไว้ อ้อสนับสนุน

“แต่เราคงออกไปด้วยรถคันนี้ไม่ได้แล้วล่ะ เพราะมันดับเครื่องแล้วเอากุญแจไปด้วย” คำเที่ยงลงมาสมทบ หลังเข้าไปสำรวจที่นั่งคนขับมาแล้ว

เนติมากระชับปืนแน่นพร้อมใช้ พลางมองไปรอบๆ อย่างระวังตัว ส่วนดลหันไปหยิบไม้ขนาดเหมาะมือมาเป็นอาวุธคู่กาย

ด้านศิวัช เขาก็กำลังเล่นงานพงษ์เลิศกับชลกร “ถ้าเนติ์เป็นอะไรไป ผมไม่ไว้พวกคุณแน่”

“ทุกวันนี้ก็ไม่ไว้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ” พงษ์เลิศพูดด้วยความขัดใจ

“ทุกอย่างว่ากันตามเนื้อผ้าอยู่แล้วคุณพงษ์เลิศ หลักฐานครบทุกอย่างเมื่อไหร่ กลไกของกรรมจะถูกขับเคลื่อน ด้วยกฎหมายทันที”ธำรงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเอาจริง

“แต่เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ พวกเราไม่รู้เรื่องนะคะ”

“รึอาจเป็นความรู้ใหม่ในเกมการเมือง ที่คุณงัดขึ้นมา เล่นงานฝั่งตรงข้ามก็ได้” พงษ์เลิศพูดอย่างยิ้มเยาะ พลาง ชายตามองศิวัชกับธำรงอย่างรู้ทัน ทั้งๆ ที่สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเป็นการกระทำของอิทธิหาญลูกชายตัวเอง

“อย่าคิดว่าคนอื่น จะทำอะไรได้ชั่วเหมือนตัวเองนะครับ”

“มึง !” พงษ์เลิศฉุนขาด ปรี่จะเข้าหาศิวัชแต่ชลกรรีบรั้งไว้

เสียงโทรศัพท์มือถือของศิวัชดังขึ้น เขารีบกดรับเพราะเห็นชื่อเนติมาขึ้นหน้าจอ

“เนติ์ ตอนนี้เนติ์อยู่ที่ไหนแล้วจ๊ะ”

ธำรง พงษ์เลิศ และชลกรชะงัก มองศิวัชที่รับสายเนติมาด้วยความสนใจขึ้นมาทันที

“ตอนนี้พวกเนติ์กำลังเดินออกจากหมู่บ้านร้างแถวชานเมืองค่ะ” เนติมาส่งเสียงมาพลางเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง

“แล้วหมู่บ้านที่เนติ์ว่าเนี่ย หมู่บ้านอะไร”

เนติมาหันไปมองไปรอบๆ บริเวณที่มีสภาพรกร้าง เห็นป้ายชื่อโครงการติดอยู่ แต่สภาพของป้ายผุพังจนแทบไม่เห็นอะไรที่ระบุชื่อได้เลย “ไม่รู้เลยค่ะพี่ศิวัช แต่เป็นโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จ ยังไงออกไปหน้าหมู่บ้านคงเจอคนที่พอถามได้ แล้วเนติ์จะติดต่อไปอีกครั้งนะคะ” ทันทีที่เนติมาพูดจบ ก็ได้ยินเสียงโครมครามดังออกมาจากมุมหนึ่ง เนติมา ดล อ้อ คำเที่ยงหันขวับไปมองด้วยความตกใจ

ศิวัชเห็นเนติมาเงียบไปก็ยิ่งกังวล เขาถามย้ำกับเธอว่าเกิดอะไรขึ้น

“เหมือนอะไรหล่นสักอย่างค่ะพี่ศิวัช อาจไม่มีอะไรก็ได้ค่ะ” เนติมาพูดให้ศิวัชสบายใจ แต่จังหวะเดียวกันก็มีเสียงโครมครามดังขึ้นมาจากอีกด้านหนึ่ง เนติมาวาดปืนเล็งไปยังต้นเสียงทันที ขณะที่ดลดึงอ้อกับคำเที่ยงเข้าไปอยู่ใกล้ๆด้วยความเป็นห่วง

“เนติ์ ! เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เนติ์...เนติ์” ศิวัชพยายามเรียก แต่ไม่มีเสียงเนติมาตอบ ขณะที่ธำรง พงษ์เลิศ ชลกร มองศิวัชด้วยความสงสัย

ด้านเนติมาเธอกวาดสายตาพร้อมเล็งปืนไปรอบๆอย่างระวัง เห็นเงาของคนวิ่งวูบไปมาในบ้านร้างรอบตัวสองสามครั้ง จึงรีบตอบกลับศิวัช

“เดี๋ยวเนติ์โทร.กลับไปนะคะพี่ศิวัช” ขาดคำเสียงปืนดังขึ้น กระสุนปืนเฉี่ยวพวกเนติมาไปอย่างเฉียดฉิว

“ทุกคนหลบไปทางนั้นก่อนเร็ว” คำเที่ยงพาทุกคนวิ่งหลบไปหลังกองวัสดุก่อสร้างอย่างรวดเร็ว

ส่วนศิวัช เขาพยายามเรียกเนติมาผ่านโทรศัพท์แต่ไร้ผล ธำรงเข้ามาถามลูกชายว่าเกิดอะไรขึ้น ศิวัชหันขวับมองไปที่พงษ์เลิศกับชลกรด้วยความเดือดดาล

“เสียงปืนครับคุณพ่อ ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้” แต่พงษ์เลิศกับชลกรยังจ้องหน้าศิวัชนิ่ง

“ไม่ออกใช่ไหม” ศิวัชปรี่เข้าไปจะชกพงษ์เลิศ แต่ธำรงรั้งไว้

“คุณพ่อไม่เห็นเหรอครับว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครทำเรื่องชั่วๆแบบนี้ได้เท่าพวกมันหรอกครับ”

“แต่ถ้าแกใจร้อน แกจะตกเป็นเหยื่อ อย่าลืมหัวโขนที่แกสวมอยู่สิ ใจเย็นๆ” ธำรงเตือนสติ

ศิวัชหายใจลึกพยายามสงบจิตใจ ก่อนชี้หน้าพงษ์เลิศด้วยความโมโห “ถ้าเนติ์เป็นอะไรไป พวกแกจะเป็นยิ่งกว่า ออกไป”

“วันนี้แกไล่ฉัน แต่วันหน้าพวกฉันจะกลับมานั่งที่ห้องนี้เหมือนที่เคยเป็น ส่วนพวกแก คิดดูก่อนนะ ว่าฉันจะมีที่ให้พวกแกอยู่บนแผ่นดินนี้รึเปล่า”

“และสิ่งที่คุณระเบิดอารมณ์ออกมาเมื่อกี้ มันแสดงให้เห็นว่าคุณไก่อ่อนสิ้นดี สู้พ่อคุณยังไม่ได้เลย” ชลกรยิ้มเยาะศิวัช พลางปรายตามองธำรงอย่างยั่วยวน แต่ธำรงกลับเบือนหน้าหนีอย่างไม่ใส่ใจ

สองมารร้ายชวนกันกลับออกไป พร้อมกับความสะใจ ศิวัชมองตามอย่างหงุดหงิดที่ช่วยอะไรคนรักไม่ได้

ธำรงลอบมองลูกชายที่ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่พลางถอนใจออกมา เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.สั่งวิเชษฐ์ให้ตามไปช่วยพวกเนติมา

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #5 on: 18 October 2026, 17:20:27 »


https://www.thairath.co.th/novel/swan/ep11/page1

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 11

เนติมาวิ่งนำ ดล อ้อ และคำเที่ยงเข้าหลบหลังกองวัสดุก่อสร้าง พลางมองไปรอบๆบริเวณอย่างระวังตัว เสียงปืนเงียบหายไปพักใหญ่ อ้อชวนหนีต่อ แต่คำเที่ยงเอ่ยอย่างผู้มีประสบการณ์ว่า เป็นการเงียบเพื่อให้ทุกคน ออกไปเป็นเป้ากระสุนปืน

ขณะนั้นดลหันไปเห็นลูกน้องอิทธิหาญคนหนึ่งซุ่ม อยู่ เขากระชับท่อนไม้ในมือปรี่ออกจากที่กำบัง พลันกระสุนปืนนัดหนึ่งพุ่งมาเฉี่ยวขาจนเสียหลักล้มลง อ้อกับคำเที่ยงปราดเข้าประคอง

เนติมาวาดปืนไปรอบๆ พลางร้องท้าพวกเหล่าร้าย ด้วยความโมโห “แน่จริงออกมาสู้ซึ่งๆหน้าสิ ออกมา...ออกมา” ขาดคำกระสุนปืนหลายนัด ก็ระดมยิงเข้ามาโดนกองวัสดุก่อสร้างที่พวกเนติมาหลบอยู่ เหมือนเป็นการข่มขวัญให้กลัว

อิทธิหาญยืนมองเหตุการณ์อยู่บนบ้านร้างหลัง หนึ่ง เขาสะใจที่เห็นกลุ่มของเนติมาหลบอยู่หลังกองวัสดุก่อสร้างด้วยความหวาดผวา ปานยืนขนาบข้าง เขาไม่สบายใจนัก

“กลับกันไหมครับเสี่ย พวกมันขวัญหนีดีฝ่อกัน หมดแล้ว”

“กลับเหรอ ฉันจะกลับต่อเมื่อพวกมันเป็นศพ”

“เสี่ยครับ แต่...”

“เชื่อ สิ งานนี้พ่อต้องเห็นด้วยกับที่ฉันทำแน่ๆ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะถ้าพวกมันไม่ตาย มันต้องเอาเราตายแน่” อิทธิหาญยกปืนขึ้นเล็งไปยังกลุ่มของเนติมา แล้วลั่นกระสุนออกไป

กระสุน นัดหนึ่งเฉียดหัวเนติมาไปโดนกองวัสดุอย่างเฉียดฉิว อ้อกลัวจนตัวสั่น ดลฉุนจัดตะโกนท้าเหล่าร้ายให้ออกมาสู้กันซึ่งๆหน้า แล้วพลันชะงักเมื่อได้ยินเสียงอิทธิหาญดังก้องมาอย่างน่ากลัว

“จะซึ่งหน้าหรือซึ่งหลัง ผลลัพธ์มันก็เหมือนกัน คือ พวกแกจะออกไปจากที่นี่ได้ต่อเมื่อเป็นศพออกไปเท่านั้น”

“อิทธิหาญ” เนติมาจำเสียงได้ เธอตะโกนสวนกลับไป “แกนี่ลูกไม้หล่นใต้ต้นจริงๆเลยนะ ชั่วเหมือนพ่อ ลอบกัดเก่งเหมือนหมา”

“คุณเนติ์” คำเที่ยงปรามเนติมา เพราะกลัวทุกคนจะเป็นอันตราย

“ไม่ต้องกลัวค่ะคุณลุง มันมีปืนเราก็มีปืนเหมือนกัน ขออย่างเดียวอย่ารุม อย่าลอบกัดแบบนี้ มันไม่ใช่ลูกผู้ชาย”

จังหวะนั้นเองดลหันไปเห็นอะไรบางอย่าง เขาบอกพี่สาว “มันไม่สนใจคำพูดพี่เนติ์หรอกครับ”

เนติ มา อ้อและคำเที่ยง มองตามดลไปเห็น โปรย ชูศักดิ์และลูกน้องอิทธิหาญอีกสี่ห้าคน เดินดาหน้าอย่างย่ามใจออกมาจากมุมต่างๆ ทั้งหมดถือปืนสั้นปืนยาวพร้อมระเบิดกระสุน

“เลวที่สุด!” เนติมาสบถ

อ้อ หน้าเสีย ขณะที่เนติมามองไปรอบๆ ก่อนสั่งให้ทุกคนหนีไปอีกด้านก่อน แต่คำเที่ยงว่าคงไม่ทัน เพราะเห็นทนงและลูกน้องอีกกลุ่มถือปืนเดินอาดๆ เข้ามา

เมื่อโดนปิดล้อมหมดทุกด้าน ดลตัดสินใจจะออกไปลุยทั้งๆ ท่ีมีเพียงท่อนไม้ท่อนเดียว อ้อรีบดึงไว้พลางเตือนสติ เนติมามองลูกน้องของอิทธิหาญที่ขนาบเข้ามาทั้งสองด้านด้วยสีหน้าเครียดคิดหา ทางออก

เวลาเดียวกัน ในห้องทำงานของศิวัช ธำรงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ทำงานของลูกชายอย่างไม่มีทีท่าร้อนรนกับ เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นนัก ผิดกับศิวัชที่เดินกลับไปกลับมาอยู่กลางห้องด้วยความเป็นห่วงคนรัก

“แกอย่าแสดงอาการแบบนี้ให้นักข่าวหรือประชาชนเห็นนะ”

“แต่เนติ์เป็นแฟนผมนะครับคุณพ่อ”

“แกยิ่งต้องเก็บอาการ อย่าลืม...แกคือความมั่นใจของคนทั้งประเทศ”

“ผมชักเบื่อหัวโขนที่สวมอยู่เต็มทีแล้ว”

ธำรง มองศิวัชด้วยสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะพยายามเก็บความรู้สึก ลุกขึ้นเดินไปโอบไหล่พลางเตือนสติ “ละครยังไม่จบ จะถอดหัวโขนได้ยังไงล่ะลูก ลืมภารกิจที่เรากลับมาเมืองไทยไม่ได้แล้วเหรอ จะเป็นใหญ่ใจต้องกล้านะลูก พ่อก็เป็นห่วงหนูเนติ์ไม่น้อยไปกว่าแกเหมือนกัน ผู้กำกับวิเชษฐ์นำกำลังออกตามหาแล้วและพ่อก็เชื่อว่าหนูเนติ์ต้องไม่เป็น อะไร”

“คุณพ่อมั่นใจขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

“เพราะพ่อมั่นใจหนูเนติ์ หนูเนติ์เป็นคนเก่ง แล้วก็เก่งกว่าที่แกคิดมากด้วย” ธำรงพูดด้วยความมั่นใจ ศิวัชมองพ่อด้วยความสงสัยแต่ไม่กล้าเอ่ยถาม

ooooooo

อิทธิหาญมองลงมา เห็นพวกเนติมาตกอยู่ในวงล้อมก็หัวเราะสะใจ หันมาบอกกับปานที่ยืนหน้าเครียด “ไม่มีความสุขอะไร เท่ากับการเห็นคนจนตรอกโดนล้อมฆ่า โดยเฉพาะคนจนตรอกที่ว่าคือพวกนางเนติมา ฮ่าๆ”

เสียงโทรศัพท์มือถือของปานดังขึ้น เขากดรับแล้วรีบยื่นให้เจ้านายเพราะพงษ์เลิศโทร.มา

“คราวนี้คงไม่ด่าผมอีกใช่ไหมครับพ่อ” อิทธิหาญอมยิ้ม

“ถ้าจะทำ อย่าให้เหลือกลับมาเป็นเสี้ยนย้อนกลับมาตำเราเด็ดขาด”

“พ่อ ก็รู้ว่าผมไม่ธรรมดา ที่สำคัญวันนี้ไอ้ระบิลไม่ได้มาเป็นการ์ดให้นางเนติมา เท่ากับวันนี้งานของเราง่ายขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว ผมไม่อยากโม้ เอาเป็นว่าผมเก็บภาพการล้อมฆ่าที่คลาสสิกที่สุดกลับไปฝากพ่อดีกว่า” อิทธิหาญหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดกล้องเล็งถ่ายคลิปพวกของเนติมาอย่างย่ามใจ

พงษ์เลิศกดวางสายจากลูกชาย ก่อนหันมาเห็นชลกรยืนมองด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอติงว่าอิทธิหาญทำแบบนี้อาจทำให้เสียเปรียบมากขึ้น

“แต่ฉันไม่มีวันปล่อยมันเล่นงานข้างเดียวแน่ เพราะมันต้องการเอาเราตายเหมือนกัน”

“ลอง เจรจาอีกสักครั้งไหมคะ ในทางการเมือง ถ้าเอื้อประโยชน์ที่ต้องกัน ดำก็เปลี่ยนเป็นขาวได้ตลอดเวลานะคะ” ชลกรพยายามโน้มน้าวเพราะไม่อยากปะทะ แต่พงษ์เลิศสวนอย่างหงุดหงิด

“เอื้อประโยชน์ หึ...แล้วมันเคยเอื้อประโยชน์อะไรที่ถวายพานส่งไปให้มันบ้างไหมล่ะ เธอถวายพานให้ไอ้ธำรงตั้งกี่รอบมันยังไม่เห็นเอื้ออะไรมาให้เลย เสน่ห์เธอตก แม้แต่ฉันยังรู้สึกเลย”

“ตกลงความผิดอยู่ที่ฉัน...” ชลกรพูดด้วยความรู้สึกน้อยใจ ขณะที่พงษ์เลิศยิ้มเยาะ

“หรือจะปฏิเสธ ว่าทางที่เธอเดินบนเส้นทางชีวิตทุกวันนี้ ไม่ได้บริหารด้วยเสน่ห์กับเรื่องบนเตียง”

ชลกรฉุนขาดเงื้อมือขึ้นมาจะตบ แต่พงษ์เลิศไวกว่า เอื้อมมือขึ้นคว้ามือเธอกำแน่นพลางตะคอกใส่

“ลูกกวางอย่างเธอ ทำอะไรฉันไม่ได้หรอกชลกร ทางที่ดีอยู่เชื่องๆ ทำตามจังหวะหายใจที่ฉันกำหนดให้แล้วเธอจะสบาย เพราะยังไงขั้วของฉันก็ไม่มีวันแพ้แน่นอน”

“คุณกับลูกชายไม่ต่างกันเลยจริงๆ”

“ไม่อย่างนั้นจะเป็นพ่อลูกกันได้ยังไงล่ะ แต่เห็นอย่างนี้...ฉันโหดกว่าลูกชายฉันเยอะ ฮ่าๆ” พงษ์เลิศกระชากตัวของชลกรเข้ามาหอมแก้มอย่างได้ใจ ก่อนเดินหนี ทิ้งให้ชลกรนิ่งงัน รู้สึกอึดอัดจนต้องร้องไห้ออกมา

ด้านเนติมา เธอยังคงกำปืนแน่น คิดหาทางออก เพราะลูกน้องอิทธิหาญยังคงปิดล้อมอยู่ทั้งสองด้าน ดลมองอ้อนั่งตัวสั่นอยู่ข้างๆด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ต้องกลัวนะอ้อ พี่ไม่ยอมให้พวกมันทำอันตรายอ้อเด็ดขาด”

คำเที่ยงมองลูกสาวด้วยความสงสาร ก่อนมองไปรอบๆ เขาคิดอะไรอยู่นิดหนึ่ง แล้วหันไปบอกเนติมา

“ผมจะวิ่งล่อพวกมันออกไปทางโน้น จากนั้นคุณหนูพา...”

“ไม่นะจ๊ะพ่อ หนูไม่ยอมให้พ่อเสี่ยงอันตรายอย่างนั้นนะจ๊ะ” อ้อร้องไห้พลางโผเข้ากอดคำเที่ยง

เนติมาพยายามทำใจให้เป็นปกติ หันไปอธิบายให้ คำเที่ยงฟัง “ถึงคุณลุงจะล่อพวกมันไปที่อื่น แต่พวกมันมีตั้งเยอะ มันคงไม่ตามคุณลุงไปทั้งหมดหรอกนะคะ”

“อีกอย่าง จากตรงนี้อีกตั้งไกลกว่าจะถึงถนนใหญ่...” ดลพูดค้างไว้แค่นั้น แล้วหันไปสบตากับพี่สาวอย่างปรึกษา

เสียงโทรศัพท์มือถือของเนติมาดังขึ้น เธอกดรับสายได้ยินศิวัชเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“เนติ์...เป็นอะไรรึเปล่า ไหนว่าจะติดต่อกลับมาไงจ๊ะ แล้วเสียงปืนเมื่อกี้ล่ะเนติ์ ตกลงเกิดอะไรขึ้น แล้วตอนนี้รู้รึยังว่าเนติ์อยู่ที่ไหน ผู้กำกับวิเชษฐ์กำลังพาเจ้าหน้าที่ออกตามหาเนติ์อยู่นะจ๊ะ”

เนติมาครุ่นคิดอยู่นิดหนึ่งก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้ เธอบอกคนรักว่าแค่นี้ก่อน แล้วกดวางสาย

“เดี๋ยวสิจ๊ะเนติ์ อย่าเพิ่งวางสาย เนติ์...เนติ์...โธ่เอ๊ย” ศิวัชถอนใจด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นธำรงนั่งมองอยู่ด้วยสายตาตำหนิ

ooooooo

เนติมาหาพิกัดที่ตัวเองอยู่จากโทรศัพท์มือถืออย่างเร่งรีบเพื่อจะส่งไปให้วิเชษฐ์ตามมาช่วย แต่ไม่ทันติดต่อได้ก็ถูกสมุนอิทธิหาญระดมยิงใส่ เธอใช้ปืนพกยิงตอบโต้ กระสุนถูกสมุนอิทธิหาญล้มไปหลายคน

อิทธิหาญยืนมองด้วยความเจ็บใจที่สมุนยังจัดการกับพวกเนติมาไม่ได้ ครั้นเห็นกระสุนของเนติมาหมดมาเฟียน้อยก็หัวเราะร่วน ตะโกนสั่งลูกน้อง “ถึงเวลาส่งพวกมันไปหาพ่อแม่ในนรกแล้ว”

โปรยยกปืนเล็งไปที่เนติมาเตรียมเหนี่ยวไก แต่จู่ๆ กระสุนปืนนัดหนึ่งก็พุ่งมาเฉียดมือโปรยจนได้เลือด กระสุนปืนของโปรยพลาดเป้า ปืนในมือกระเด็นตกพื้น จนพรรคพวกตกใจ เช่นเดียวกับพวกเนติมาที่กำลังมองหาว่าเจ้าของกระสุนเป็นใคร

“เกิดอะไรขึ้นวะ!” อิทธิหาญหันมาถามปาน

ปานกวาดตามองไปรอบๆแล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นอะไรบางอย่าง เป็นเวลาเดียวกับที่ทนงสั่งให้ลูกน้องถล่มพวกเนติมาเพื่อแก้แค้นให้โปรย แต่ไม่ทันได้ขยับตัวระเบิดเพลิงก็ระเบิดตูมด้านหน้าเหล่าวายร้าย ทำเอาทุกคนชะงักก่อนล้มระเนระนาดไปตามแรงระเบิด

อิทธิหาญกับปานตะลึงกับภาพที่เห็น มาเฟียน้อยหัวเสียรีบลงไปคุมเกมด้วยตัวเอง ปานมองเหตุการณ์ด้านนอกด้วยความรู้สึกไม่สบายใจนัก ก่อนตามเจ้านายลงไป

ส่วนทนง โปรย ชูศักดิ์ และสมุน เมื่อตั้งหลักได้ก็พากันยืนงงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วต้องงงอีกรอบ เมื่อมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบก์พุ่งเข้ามาขวางพร้อมกับคนขับชักปืนขึ้นมายิงใส่กลุ่มลูกน้องอิทธิหาญอย่างรวดเร็ว หลายคนล้มลงสิ้นใจทันที ขณะที่ทนงหลบได้อย่างเฉียดฉิว

โปรย ชูศักดิ์ และลูกน้องอีกกลุ่มเห็นดังนั้นก็ระดมยิงเข้าใส่บุรุษลึกลับที่ใส่หมวกกันน็อกขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาช่วยพวกเนติมา แต่เขาไวกว่า ชักปืนอีกกระบอกลั่นกระสุนสวนเข้าใส่ ถูกลูกน้องอิทธิหาญสองสามคนร่วงลงอย่างแม่นยำ ส่วนพวกที่เหลือก็วิ่งหาที่กำบัง

เนติมา ดล อ้อ คำเที่ยง ต่างตะลึงงันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าคนที่มาช่วยเป็นใคร จังหวะเดียวกันคนที่เสี่ยงตายเข้ามาช่วยหันขวับมาเร่งเนติมา

“รออะไร รีบหนีไปสิ เร็ว”

เนติมายังอึกอัก ชายลึกลับถอนใจ รีบลงมาจากรถแล้วปรี่ไปดึงเนติมาขึ้นรถ สาวแกร่งรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น เธอกระชับมือเขาแน่น ทั้งสองคนสบตากันค้างนิ่ง ก่อนจะสะดุ้งเพราะได้ยินดลร้อง

“โอ๊ย!” ทั้งสองหันไปเห็นดลถูกอ้อกับคำเที่ยงประคองขึ้นมายืน เนติมารีบเข้าไปประคองน้องชายด้วยความเป็นห่วง

ลูกน้องของอิทธิหาญสองสามคนโผล่จากที่กำบังจะยิงปืนใส่กลุ่มของเนติมา แต่ชายหนุ่มวาดปืนยิงเข้าใส่จนพวกมันต้องหลบกลับเข้าไปในที่กำบังอีกครั้ง ชายผู้นั้นหันกลับมาคุยกับดล

“ขี่มอเตอร์ไซค์ได้ใช่ไหม”

“เออ...ได้ครับ”

“พาคนแก่กับผู้หญิงออกไปหน้าหมู่บ้าน เดี๋ยวจะมีคนมารับ”

“ใคร” เนติมาถามด้วยความสงสัย

“ไม่ต้องถามมาก อยากตายกันหมดนี่รึไง เร็ว” ชายหนุ่มพูดด้วยความร้อนใจ พร้อมกับยิงปืนสกัดลูกน้องอิทธิหาญไปด้วย เขาดันหลัง ดล อ้อ คำเที่ยง ไปที่รถมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่ใกล้ๆ

คำเที่ยงหันไปถามคนมาช่วยด้วยความเป็นห่วงเนติมา “เดี๋ยว...แล้วคุณหนูล่ะ”

“เดี๋ยวผมพาออกไปเอง ไปเร็ว”

ดลหันมามองเนติมาด้วยความเป็นห่วง เห็นเธอพยักหน้ารับปากว่าจะรีบตามไป ขณะที่ชายลึกลับช่วยยิงคุ้มกันให้สองสามนัด ก่อนที่ดลจะขึ้นรถพาอ้อกับคำเที่ยงซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกไป

ทนงกับชูศักดิ์เห็นว่าพวกดลหนีไปได้จึงให้ลูกน้องระดมยิงใส่ระบิลกับเนติมาแทน ชายหนุ่มพาเนติมาเข้าไปหลบหลังกำแพงที่อยู่ใกล้ๆ พลางเปลี่ยนแม็ก กระสุนปืนอย่างรวดเร็ว

“ผมไม่รู้ว่าพวกมันมีเท่าไหร่ แต่คุณเตรียมวิ่ง วิ่งให้เร็วที่สุดตั้งแต่คุณเกิดมา”

“นายเป็นใคร ว้าย” เนติมาถามพลางจ้องหน้าบุรุษลึกลับผ่านช่องว่างของหมวกกันน็อก แต่ต้องตกใจเมื่อเขาเอื้อมมือไปจับเท้าเธอขึ้นมา แล้วจัดการหักส้นรองเท้าออกทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว

“จะได้วิ่งถนัดๆ รองเท้าซื้อใหม่ได้ แต่ชีวิตซื้อใหม่ไม่ได้นะคุณ” ชายหนุ่มมองปืนในมือเนติมา แล้วดึงมาถือไว้ ก่อนจะยัดเก็บในกระเป๋าของเธอพร้อมสายตาตำหนิ

“ฉันไม่สนว่ามันเป็นใคร ฉันสนแต่ว่าพวกแกต้องเอากระสุนฝังในหัวพวกมันให้หมด” เสียงอิทธิหาญตะโกนก้อง

เนติมาหันมามองหน้าชายหนุ่ม เขาพยักหน้าให้อย่างมั่นใจแล้วพาเธอวิ่งออกมาจากที่กำบัง ทนง โปรย ชูศักดิ์และสมุนระดมยิงใส่แต่ไม่โดน ระบิลเอี้ยวตัวไปด้านหลังยิงปืนสวนกลับไปเป็นการขัดจังหวะพวกเหล่าร้าย ก่อนพาเนติมาวิ่งต่อไป

ooooooo

ดลขี่รถมอเตอร์ไซค์พาอ้อมาถึงถนนใหญ่ เขาได้ยินเสียงปืนดังต่อเนื่องมาจากหมู่บ้านร้าง จึงตัดสินใจหยุดรถหันมาปรึกษาคำเที่ยงว่า จะกลับไปช่วยเนติมา คำเที่ยงลังเลเพราะทั้งห่วงดลกับอ้อและเป็นห่วงเนติมาเช่นกัน

อ้อมองไปทางด้านหน้าซึ่งเป็นถนนโค้ง เธอร้องลั่นเมื่อเห็นรถของผู้กำกับวิเชษฐ์วิ่งเลี้ยวเข้ามาด้วยความเร็ว เพราะกลัวจะเบรกไม่ทัน ส่วนวิเชษฐ์เองก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาเหยียบเบรกตัวโก่ง โชคดีที่รถเบรกได้ทัน ผู้กำกับหนุ่มรีบลงมาหาทุกคน พลางถามหาเนติมา ไม่ทันได้คำตอบ เสียงปืนอีกชุดก็ดังขึ้น

วิเชษฐ์พาทุกคนไปขึ้นรถแล้วขับเข้าด้านในเพื่อประเมินสถานการณ์ แต่ถูกสมุนของอิทธิหาญที่ซุ่มอยู่ระดมยิงใส่ เขาตัดสินใจรอหน่วยสวาทมาช่วยเสริมทัพ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน แต่พอหันกลับมาดลก็หายตัวไป ผู้กำกับหนุ่มสั่งให้ลูกน้องพาอ้อกับคำเที่ยงหลบออกไปก่อน แล้วตามไปช่วยดล

ด้านคนมาช่วย เขาจูงมือเนติมาเลี้ยวเข้าหลบหลังผนังบ้านร้างหลังหนึ่ง จังหวะเดียวกับที่กระสุนหลายนัดสาดเข้ามา เนติมาชักสีหน้าด้วยความโมโหเมื่อมองไปรอบๆ เธอสะบัดมือหนีพลางต่อว่า

“เข้ามาในนี้ก็เท่ากับมาหาทางตันน่ะสิ”

“ก็ยังดีกว่าวิ่งล่อเป้าอยู่ข้างนอกน่า” ชายหนุ่มพูดพลางเดินมองไปรอบๆเพื่อหาทางออก

ขณะที่เนติมามองด้วยความสงสัยก่อนเอ่ยถามว่า นายเป็นใคร แต่ชายลึกลับไม่ตอบ เนติมาพุ่งเข้าไปจะถอดหมวกกันน็อกเพื่อดูหน้า แต่เขาคว้ามือของเนติมาไว้ได้

“เวลาอย่างนี้สนใจเรื่องความปลอดภัย มากกว่าผมเป็นใครดีกว่ามั้ง” ชายหนุ่มเสียงเข้มใส่ แล้วรวบตัวเนติมาดันเข้าหลบที่ข้างฝาเพราะเห็นเงาชูศักดิ์ยกปืนขึ้นเล็งอยู่จากด้านนอก

กระสุนพลาดเป้าถูกกระจกแตกกระจาย เนติมาร้องลั่น ชายลึกลับกระซิบสั่ง “ถ้าไม่อยากตาย ทำตามที่ผมบอก” เนติมาไม่อาจโต้แย้ง ชายผู้นั้นยื่นปืนให้เนติมาถือไว้ พลางกระชับมือแน่นเพื่อสร้างความมั่นใจ เนติมายอมเชื่อฟังเพราะมั่นใจในตัวเขาเช่นกัน

“นางเนติมามันหนีเข้าไปในนั้นครับเสี่ย” ทนงรายงานเมื่ออิทธิหาญลงมาสมทบ

“วิ่งไปหาทางตัน ในนั้นล่ะที่ตายของแก เฮ้ย...รออะไรอยู่วะ เข้าไปล่ามันสิวะ” มาเฟียน้อยสั่งการ

“ครับเสี่ย” ทนงหันไปพยักหน้าให้โปรยกับชูศักดิ์อย่างรู้งาน ก่อนทั้งสามคนจะพาลูกน้องเดินเข้าไปอย่างได้ใจ จังหวะเดียวกันนั้น ปืนนัดหนึ่งก็ลั่นออกมาจากในบ้าน กระสุนถูกลูกน้องอิทธิหาญอย่างจัง มันล้มลงสิ้นใจ เหล่าสมุนต่างชะงักด้วยความตกใจ

“มึง! เฮ้ย ไปลากมันออกมา วันนี้มันต้องตาย...วันนี้มันต้องตาย เร็ว” อิทธิหาญมองเข้าไปในบ้านร้างตรงหน้าด้วยความโมโห

ส่วนเนติมา เธอโวยใส่ชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องยิงก่อนด้วย ชายผู้นั้นอธิบายว่านาทีนี้ใครยิงก่อนได้เปรียบ แล้วชวนเนติมาหนีต่อ

“นายจะพาฉันไปไหน”

“ถามได้ ก็พาออกไปจากที่นี่ไงคุณ ออกไปทางพื้นดินไม่ได้ก็เหาะไป เร็ว” บุรุษลึกลับเร่งฝีเท้าพาเนติมาขึ้นบันได แต่ต้องชะงักเมื่อเนติมาโพล่งขึ้นมา

“นายระบิล”

ชายหนุ่มชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะรวบตัวเนติมาเข้ามาหลบที่ผนัง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่กระสุนสองนัดเฉียดตัวเธอไปนิดเดียว

“ถามมาก อยากตายรึไง” ระบิลมองเนติมาในอ้อมกอดอย่างตำหนิ

ขณะที่เนติมามองตาระบิลอย่างรู้สึกอบอุ่น ระบิลเอื้อมมือไปกระชับปืนในมือเนติมาแน่น พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “พร้อมนะครับ”

เนติมาพยักหน้าด้วยความมั่นใจ ก่อนจะได้ยินเสียงเดินเข้ามา ระบิลเอี้ยวตัวลั่นกระสุนเฉียดชูศักดิ์ไปนิดเดียว ทนงกับโปรยลั่นกระสุนสวนมาแต่ไม่ทัน เพราะระบิลพาเนติมาวิ่งขึ้นไปด้านบนแล้ว

“ตาม!” ทนงวิ่งนำทุกคนขึ้นไป

ระบิลกับเนติมาวิ่งขึ้นมาชั้นบน ทั้งสองคนมองไปรอบๆ เพื่อจะหาทางหนี บอดี้การ์ดชะโงกมองไปทางหน้าต่างด้านหลังบ้าน แล้วหันมาบอกเนติมา

“ทางนี้ครับ หลังบ้านมีทางออกอีกซอย”

เนติมาหันขวับไปทางหน้าต่างบานหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ เหมือนได้ยินเสียงอะไรดังมาจากด้านนอก เธอชะโงกเป็นจังหวะเดียวกับที่ลูกน้องอิทธิหาญคนหนึ่งปีนขึ้นมาถึงพอดีและกำลังจะชักปืนออกมา เนติมาตัดสินใจยิงสวนออกไป ลูกน้องอิทธิหาญร่วงลงไปสิ้นใจตาย เธอถอนใจด้วยความโล่งอก

ขณะที่ระบิลหันไปเห็น ทนง โปรย ชูศักดิ์ และลูกน้องอิทธิหาญอีกจำนวนหนึ่งก็ตามขึ้นมาทางบันไดจึงยิงสกัดไปสองนัด ก่อนจะออกแรงคว่ำถังน้ำมันสองร้อยลิตรที่มีน้ำบรรจุอยู่เต็มเข้าใส่ เพื่อขัดจังหวะอีกด่านหนึ่ง

“ทางนี้ เร็ว!” ระบิลรีบคว้ามือเนติมาวิ่งออกไป

ลูกน้องอิทธิหาญซุ่มดูอยู่ด้านนอก เมื่อเห็นระบิลกับเนติมากำลังจะหนีไปที่บ้านอีกหลังจึงชวนกันไปสกัด แต่ถูกดลดักเล่นงาน เหล่าร้ายเปลี่ยนเป้าหมายหันมารุมดลแทน หนุ่มน้อยพลาดท่า เกือบโดนยิงตาย โชคดีที่วิเชษฐ์มาช่วยไว้ทัน จากนั้นสองหนุ่มก็ชวนกันไปช่วยเนติมาในบ้านร้าง

ooooooo

ระบิลกับเนติมาวิ่งเข้ามาหลบหลังกำแพงปูน พร้อมกับกระสุนหลายนัดสาดตามเข้ามา ทนง โปรย ชูศักดิ์ และสมุนตามเข้ามายืนมองไปยังผนังปูนที่ยังก่อไม่เสร็จดีนักอย่างชอบใจ
“หนีไปก็เท่านั้น สุดท้ายก็ตายอยู่ดี ฮ่าๆ” ทนงหัวเราะร่วน

ระบิลมองไปที่ระเบียงบ้านที่อยู่ไม่ห่างไปนักนิดหนึ่ง ก่อนชี้ให้เนติมาดู แต่เธอไม่เข้าใจถามว่า จะให้ทำอะไรกันแน่

“เห็นไหมที่ระเบียงมีเชือกที่ใช้โรยวัสดุก่อสร้างอยู่”

“นายอย่าบอกนะ ว่าจะให้ฉันโรยตัวลงไป”

“ทางเลือกเดียวที่จะรอด วิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วใช้ปืนในมือให้เป็นประโยชน์”

“แต่...”

“อยู่กับผมคุณไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” ระบิลเอื้อมมือไปกุมมือเนติมา เธอสบตาเขาพลางกระชับมือระบิลตอบอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม ก่อนตัดพ้อออกมา

“เกลียดฉัน ขนาดหน้ายังไม่ยอมให้ฉันเห็นเลยเหรอ”

ระบิลถอนใจก่อนจะถอดหมวกกันน็อกออก เนติมามองระบิลด้วยความดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า

“นายไม่ทิ้งฉันจริงๆ”

ระบิลพยายามตัดใจไม่ยอมตอบอะไร ก่อนจะดึงเนติมาขึ้นมาแล้วออกวิ่ง พร้อมกับยิงสกัดลูกน้องอิทธิหาญ พวกมันหลบกันระนาว เพราะยังไม่ทันตั้งตัว

ทั้งสองวิ่งไปยังระเบียงบ้านได้สำเร็จ ระบิลรีบเช็กเชือก เขาเอื้อมมือจับรอกแน่น ก่อนหันไปพูดกับเนติมาด้วยความมั่นใจ

“เชือกน่าจะแข็งแรงพอ กอดผมให้แน่นที่สุดเท่าที่จะแน่นได้ แล้วคอยยิงคุ้มกันให้ด้วย”

“อะไรนะ...”

“ไม่มีเวลาแล้ว เร็ว” ระบิลเร่ง

เนติมาเข้าสวมกอดระบิลแน่น จนใบหน้าชนกัน ทั้งสองสบตากันด้วยความรัก ก่อนชะงักเมื่อได้ยินเสียงตะโกนออกมาจากในบ้าน

“เฮ้ย !”สิ้นเสียงโปรย เหล่าสมุนก็ระดมยิงเข้าใส่

ระบิลกับเนติมาตัดสินใจโดดลงไปทันที ทั้งสองโรยตัวไปบนรอก เหล่าร้ายออกมายิง แต่เจอเนติมายิงสวนจึงต้องวิ่งหาที่หลบพัลวันทั้งสองลงมาที่พื้นอย่างปลอดภัยแต่เสียหลักล้มลง ชูศักดิ์ได้โอกาสยิงปืนใส่ พอเหมาะวิเชษฐ์ขับรถปาดเข้ามาจอด พร้อมยิงคุ้มกันให้ ขณะที่ดลเปิดประตูรถรับเนติมากับระบิล ก่อนจะขับหนีไป

อิทธิหาญวิ่งตามออกมามองด้วยความเจ็บใจ เพราะเนติมารอดไปได้อีกตามเคย

ooooooo

ครั้นออกมาจากหมู่บ้านร้างได้แล้ว เนติมาจึงโทร.หาศิวัช เธอบอกว่าปลอดภัยดีเพราะระบิลตามมาช่วยได้ทัน ศิวัชถึงกับถอนใจเฮือก ก่อนกดวางสายแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง

“เห็นไหมแล้วทุกอย่างก็เรียบร้อย งั้นคืนนี้แกก็คงมีอารมณ์ไปงานเลี้ยงกับหนูตี้แล้วใช่ไหม” ธำรงเข้ามาตบไหล่ลูกชาย

“ก็ไม่ทุกอย่างหรอกครับคุณพ่อ”

“เรื่องเจ้าอิทธิหาญน่ะเหรอ เด็กเกเร จับมาตีเมื่อไหร่ก็ได้ งานนี้ทั้งพ่อทั้งลูกต้องได้รับบทลงโทษจากเราแน่นอน”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกครับคุณพ่อ คือคนที่ไปช่วยเนติ์ คือคุณระบิล”

ธำรงมองลูกชายแล้วต้องถอนใจ ด้วยรู้ดีว่าลูกกำลังกังวลใจกลัวว่าระบิลจะกลับมาอีกครั้ง

ส่วนระบิล เมื่อเห็นว่าเนติมาปลอดภัยแล้ว จึงจำใจเอ่ยคำลา เพราะไม่อาจมาทำหน้าที่บอดี้การ์ดให้เธอได้อีก แม้สาวเจ้าจะพยายามทัดทานเพียงใดก็ตาม

บอดี้การ์ดหนุ่มกลับมานั่งคิดหนักอยู่ในบ้านพักของวิเชษฐ์ เจ้าของบ้านเห็นใจเดินมาคุยด้วย เพราะข้องใจว่าทำไมระบิลถึงไม่บอกความจริงกับเนติมา

“ถ้าบอกก็คงต้องเจ็บด้วยกันทุกฝ่าย”

“แล้วแกต้องทำอย่างนี้อีกกี่ครั้งวะ”

“ทำอะไรเหรอครับพี่เชษฐ์”

“ก็ขี่รถตามเฝ้าดูคุณเนติ์เขาเนี่ย แล้วอย่างนี้มันจะตัดใจได้เหรอ”

“อย่างน้อยวันนี้มันก็มีประโยชน์ล่ะครับ นี่ยังดีนะครับที่ผมตามไปทันที่หมู่บ้านร้างนั่น ไม่งั้นมีหวัง...”

“หลังงานนี้ คุณศิวัชต้องจัดทีมการ์ดที่แข็งที่สุดมาคุ้มครองคนรักของเขาแน่ๆ”

ระบิลครุ่นคิดสิ่งที่วิเชษฐ์พูด แล้วพยักหน้ารับรู้อย่างเศร้าๆ “พี่เชษฐ์กำลังจะบอกว่า ผมไม่ต้องห่วงคุณเนติ์แล้ว และผมควรจะไปจากชีวิตคุณเนติ์ให้เด็ดขาดใช่ไหมครับ”

“เรื่องการตัดสินใจ มันอยู่ที่ใจของแก แกก็เคยจมอยู่กับอดีตแล้วไม่ใช่เหรอ รู้ดีนี่ว่ามันเสียเวลาชีวิต ยกเว้นนายจะรัก จนไม่อยากจะลืม” ผู้กำกับทิ้งท้าย

ระบิลครุ่นคิดตามที่รุ่นพี่พูดด้วยความหนักใจ

เวลาเดียวกัน เนติมาหลบมานั่งทำใจอยู่ในห้องหนังสือที่ระบิลขอใช้เป็นที่พักชั่วคราว เธอกวาดสายตามองไปรอบๆห้องเห็นทุกอย่างถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบ สาวเจ้าเดินเข้ามาเอามือสัมผัสตรงโต๊ะที่ระบิลนั่งด้วยความคิดถึง ภาพระบิลบอกลาเมื่อตอนบ่ายแว้บเข้ามา

“อย่าไปเลยนะ วันนี้นายก็เห็นว่าไม่มีนาย ชีวิตฉันอันตรายมากแค่ไหน” เนติมาดึงมือระบิลไว้ไม่ให้จากไป

ระบิลได้ยินนายสาวพูดก็ยิ่งสับสน เพราะเป็นห่วงเธอมากแต่ต้องฝืนใจเอ่ยออกไป “ยังมีบอดี้การ์ดฝีมือดีอีกมากครับ เดี๋ยวคุณศิวัชคงจัดมาแทนผมได้ ยังไงคุณศิวัชไม่มีทางปล่อยให้ใครมาทำอันตรายคนที่เขารักมากที่สุดหรอกนะครับ”

“ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่ฝีมือ แต่อยู่ที่...” เนติมาพูดไม่ออก เธอมองหน้าระบิลด้วยความเศร้า ทั้งสองคนมองตากันด้วยความเข้าใจในความรู้สึกที่มีต่อกัน แต่ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้ ก่อนระบิลจะเบือนหน้าหนีจากเนติมาอย่างพยายามตัดใจ ขณะที่เนติมามองระบิลด้วยน้ำตาคลอเบ้า รู้สึกเจ็บปวดไม่แพ้กัน

“คิดถึงคุณระบิลเหรอเนติ์” เสียงขวัญชนกดังขึ้น

เนติมาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เธอรีบปาดน้ำตา ก่อนหันไปยิ้มกลบเกลื่อน

ขวัญชนกเข้ามานั่งใกล้ๆเนติมา เธอมองเพื่อนอย่างเข้าใจความรู้สึก ก่อนเปรยว่า “บ้านนี้เคยหมดชีวิต ชีวามาตั้งสิบปี แต่พอคุณระบิลมาอยู่ คุณระบิลก็เติมสีสันจนบ้านนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แต่พอคุณระบิลจากไปก็เหมือนเขาเอาสีสันจากบ้านนี้ไปด้วยจริงๆ”

“คุณระบิลเคยนั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องนี้ ตอนนี้ลูกน้องผู้กำกับวิเชษฐ์ย้ายไปอยู่ข้างนอกแล้ว”

“อีกหน่อยครัวที่บ้านคงเงียบเหงา แปลงดอกไม้ก็คง...เฉาตาย”

เนติมาได้ยินก็ถึงกับน้ำตาคลออีกรอบ ขวัญชนกตัดสินใจยิงคำถามเข้าประเด็น “รักเขาเหรอเนติ์”

“ขวัญ...ขวัญพูดอะไรน่ะ”

“ผู้หญิงเรา จะเสียน้ำตาให้ผู้ชายอยู่ไม่กี่คนหรอกนะเนติ์” ขวัญชนกเอื้อมมือไปปาดน้ำตาให้เนติมา ก่อนจะส่งยิ้มเศร้าๆ แล้วค่อยๆลุกเดินออกไป

เนติมานั่งคิดถึงความรู้สึกที่ตนและระบิลมีต่อกันแล้วต้องร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกทั้งสับสนกับความรักที่มีกับศิวัชและเสียใจที่ระบิลจากไป

ooooooo

ดึกแล้ว เนติมามิอาจข่มตาหลับได้ เธอลงมาเดินเล่นในสวนย่อม แปลงดอกไม้ของระบิลยังออกดอกสะพรั่งสวยงาม ทำให้หญิงสาวยิ่งหดหู่ใจ เพราะคิดถึงคนปลูก เธอร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ จังหวะเดียวกันแสงไฟหน้ารถสาดเข้ามา เนติมาชะงักมองไปรู้สึกเหมือนมีรถมาจอดหน้าบ้าน เธอรีบเช็ดน้ำตา
ลุกออกไปดู

ตำรวจนอกเครื่องแบบลูกน้องของศิวัชเดินเข้าไปคุยกับคนที่อยู่ด้านนอก ก่อนกลับมารายงาน

“ท่านนายกฯมาครับ”

เนติมามองไปที่ประตูรั้วเห็นศิวัชยืนรออยู่ เธอออกไปหาชายหนุ่ม ได้ยินเขาเอ่ยทัก

“พี่เป็นห่วง อยากเห็นด้วยตาตัวเอง ว่าเนติ์ปลอดภัย ความจริงเมื่อกลางวันพี่ควรจะอยู่กับเนติ์”

“พี่ศิวัชติดงานนี่คะ อีกอย่าง...”

“โชคดีที่คุณระบิลช่วยไว้ ไม่อย่างนั้นพี่คง...คุณระบิลอยู่ไหนเหรอเนติ์ พี่อยากขอบคุณเขา”

เนติมาสลดลงนิดหนึ่ง ก่อนพูดอย่างตัดพ้อ “พี่ศิวัชก็รู้นี่คะว่าเขาลาออกไปแล้ว เรื่องที่เขามาช่วยวันนี้คงเป็นแค่เรื่องบังเอิญ นี่พี่ศิวัชงานเยอะเหรอคะ ถึงมาดึกจัง”

“เออ...บังเอิญพี่ต้องไป...”

“ไปงานเลี้ยงกับคุณตี้”

“ขอโทษนะจ๊ะเนติ์ บังเอิญคุณพ่อ...”

“เนติ์เข้าใจค่ะ” เนติมาพูดตัดบทออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“เนติ์” ศิวัชชะงักมองเนติมาอย่างรู้สึกผิด

“เชื่อสิคะ เนติ์เข้าใจจริงๆ” เนติมาพยายามพูดกลบเกลื่อนความรู้สึก ทั้งๆที่เต็มไปด้วยความน้อยใจที่ศิวัชให้ความสำคัญกับปฏิพรมากกว่าตนมากขึ้นทุกที

หนุ่มสาวมองหน้ากันนิ่ง ก่อนเนติมาจะหลบตาศิวัชด้วยใจของเธอตอนนี้คิดอยู่แต่เรื่องระบิล ส่วนศิวัชก็มองเนติมาด้วยความรู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก

เจือจันทร์ยืนมองศิวัชกับเนติมาอยู่ตรงหน้าต่างห้องนอน เธอหันมาเปรยกับสามี ว่าทั้งคู่กำลังมีปัญหา

“คุณรู้ได้ไง” กันต์ที่กำลังอ่านหนังสือประมวลกฎหมายอยู่ใกล้ๆ เลื่อนรถเข็นเข้ามาอยู่ข้างเจือจันทร์

“คนรักกัน คุยกัน เจอหน้ากัน เขาไม่ทำหน้าหมางเมินอย่างนั้นหรอกค่ะ” เจือจันทร์หันกลับไป

กันต์มองตามภรรยาเห็นอาการที่เนติมากับศิวัชแสดงออกต่อกันก็เริ่มคล้อยตาม เขาลอบถอนใจรำพึงว่า “เมื่อถึงเวลาหนูเนติ์ก็จะหาทางออกได้”

“กว่าจะถึงเวลานั้น จะอกแตกตายกันหมดน่ะสิคะคุณ”

“ความรักไม่เคยทำให้ใครตายหรอกคุณ คนที่ตายเพราะผิดหวังในรัก ล้วนทำร้ายตัวเองทั้งนั้นและคนอย่างหนูเนติ์ มีสมองพอที่จะไม่ทำอะไรโง่ๆอย่างนั้น” กันต์ พูดอย่างใจเย็น ก่อนจะเข็นรถกลับเข้าไปด้านใน

ooooooo

ศิวัชกลับมาบ้านด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ เพราะกังวลเรื่องเนติมาเป็นอย่างมาก ธำรงออกมาเห็นอาการลูกชายจึงเอ่ยทัก “เรื่องผู้หญิงอีกล่ะสิ”

“เนติ์เขาไม่เหมือนเดิมครับ” ศิวัชฟ้อง

“แกเอาอะไรมาวัด รึเขาบอกแก”

“สายตาที่เนติ์มองผมไม่เหมือนเดิม ผมควรทำยังไงดีครับพ่อ”

“ก็ไม่เห็นต้องทำอะไร”

“คุณพ่อหมายความว่าไงครับ”

“จุดที่แกยืนอยู่ในสังคมตอนนี้ จะหาผู้หญิงที่ดี พรั่งพร้อมอีกสิบคนร้อยคนก็ได้”

“คุณพ่อก็รู้นี่ครับว่าผมไม่มีวันเปลี่ยนใจจากเนติ์ ผมรักเนติ์ครับ”

“ทั้งๆที่แกก็บอกอยู่เมื่อกี้ว่าหนูเนติ์ไม่เหมือนเดิมงั้นเหรอ เรื่องความรัก อย่าตามใจหัวใจตัวเองนักนะ เพราะหัวใจมันไม่มีสมอง” ธำรงเอื้อมมือไปจิ้มที่หน้าอกด้านซ้ายของศิวัช พลางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เดินตามเส้นที่พ่อขีดไว้ รับรองว่าแกจะไม่พบกับคำว่าผิดหวัง”

ศิวัชนิ่งอึ้ง คิดตามที่พ่อพูดแล้วยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ

เวลาเดียวกัน พงษ์เลิศเรียกลูกชายไปต่อว่าที่ทำงานพลาด เพราะมันทำให้ทุกคนต้องจนตรอก

“ไหนว่าคนอย่างพ่อไม่เคยกลัวใครไง หรือพ่อกลัวติดคุก” อิทธิหาญยังปากดี

พงษ์เลิศฉุนขาดตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อลูกชาย “ถ้าให้ฉันมีลมหายใจอยู่ในกรงขัง ฉันยอมไม่มีลมหายใจเลยดีกว่า”

“แล้วพ่อจะเอาไง” มาเฟียน้อยถอนใจอย่างเซ็งๆ ก่อนเอื้อมมือไปดึงมือพ่อออก

“เอาชนะพวกมัน เอาอำนาจของเราคืนมา ฉันไม่สนใจว่าจะต้องแลกอีกกี่ชีวิต” แววตาของพงษ์เลิศเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม

“ก็เท่านั้นแหละพ่อ ฮ่าๆ” อิทธิหาญชอบใจ สีหน้าแววตาฉายความโหดเหี้ยมออกมาไม่แพ้ผู้เป็นพ่อ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เนติมามาหาวิเชษฐ์ที่บ้านพักแต่เช้า เธอรีบถามหาระบิล เพราะจำมอเตอร์ไซค์ที่จอดอยู่หน้าบ้านได้ ขณะวิเชษฐ์อึกอักหาข้ออ้าง เนติมาก็เดินดุ่มๆเข้าไปเรียกระบิลในบ้าน

“งานงอกแล้วไง”วิเชษฐ์ถอนใจรีบตามเข้าไป เห็นเนติมาเดินตามหาระบิลในห้องต่างๆ แต่ไม่พบ

“คุณเนติ์ครับ...” ผู้กำกับหนุ่มจะอธิบาย แต่เนติมาวิ่งย้อนออกไปด้านนอกแล้วขึ้นบันไดไปดูชั้นบน

“อ้าว...เดี๋ยวสิครับคุณเนติ์...คุณเนติ์ เฮ้ย! อย่าขึ้นไปนะครับ เฮ้อ...” วิเชษฐ์รีบตาม

“นายอยู่ไหน ออกมาพูดกันให้รู้เรื่องเลยนะ” เนติมาตะโกนเรียก จะเปิดเข้าไปค้นในห้องชั้นบน

“คุณเนติ์ ระบิลเขาไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกนะครับ” วิเชษฐ์ร้องห้าม แต่ไม่ทัน เนติมาเปิดเข้าไปดูข้างใน แต่ก็ไม่พบระบิล เธอไม่ละความพยายามเข้าไปค้นทุกห้องไม่เว้นแม้แต่ห้องนอนของวิเชษฐ์

ผู้กำกับวิเชษฐ์ตามเข้ามามองรอบๆห้องตัวเองด้วยความแปลกใจ ก่อนตั้งสติอธิบายกับเนติมา “ผมบอกคุณเนติ์แล้วว่าระบิลไม่ได้อยู่ที่นี่ รถมอเตอร์ไซค์ คันนั้นของผมเองครับ ผมเพิ่งซื้อมา แล้ววันนั้นระบิลเขายืมไปใช้ แล้วก็บังเอิญไปเจอคุณเนติ์กำลัง...”

“แสดงว่าคุณระบิลกับผู้กำกับก็ยังติดต่อกันอยู่ ตอนนี้คุณระบิลเขาอยู่ไหนเหรอคะ”

วิเชษฐ์ชะงักจำต้องโกหกออกไป “ผมไม่ทราบจริงๆ ครับ ปกติระบิลเขาไปไหนมาไหนเขาไม่เคยบอกให้ใครรู้หรอกครับ”

เนติมาหน้าสลด รู้สึกเศร้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาอย่างที่สุด วิเชษฐ์เห็นแล้วอดสงสารไม่ได้ แต่จำต้องแข็งใจ

เนติมาลากลับไปพร้อมกับความผิดหวัง วิเชษฐ์ยืนส่งจนรถของเธอแล่นลับตาไปแล้ว จึงรีบกลับเข้าบ้านเพื่อชำระคดีกับระบิลที่หลบอยู่

บอดี้การ์ดหนุ่มเปิดประตูระเบียงเข้ามาพร้อมกับเป้เสื้อผ้า เขาเปรยว่าโชคดีที่ไหวตัวทัน

“แล้วฉันต้องโกหกคุณเนติ์อีกกี่ครั้งวะ” ผู้กำกับหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พี่เชษฐ์อยากให้ผมไปให้ไกลคุณเนติ์มากกว่านี้ใช่ไหมครับ”

“การที่คุณเนติ์มาตามหาแกถึงที่นี่ แกยังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าคุณเนติ์รู้สึกกับแกยังไง” วิเชษฐ์เดินเข้าไปโอบไหล่ระบิลอย่างเข้าใจความรู้สึก

ระบิลถอนใจ เข้าใจความหมายที่รุ่นพี่พูดทุกอย่าง

เมื่อออกจากบ้านวิเชษฐ์มาแล้ว เนติมาแวะมารับดล อ้อและคำเที่ยงไปอยู่ที่บ้านกันต์ด้วยกันเพื่อความปลอดภัย ระหว่างนั่งรอทั้งสามเก็บข้าวของ เธอก็เอาแต่นั่งเหม่อจ้องหน้าจอโทรศัพท์ ลังเลว่าจะโทร.หาระบิลดีหรือไม่ อ้อสังเกตเห็นจึงสะกิดให้ดลดู

“พี่เนติ์” ดลเข้ามาหาพี่สาว

เนติมาสะดุ้งรีบฝืนยิ้มให้ ดลหันไปสบตากับอ้อและคำเที่ยงที่มองมาด้วยสายตาเป็นห่วง

ครั้นเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้ว เนติมาก็พาทั้งสามมายังบ้านกันต์ เจ้าของบ้านออกมาต้อนรับพร้อมหน้า พลางชี้แจงเรื่องห้องพัก

“น้องอ้อนอนกับพี่เนติ์ ส่วนดลกับคุณลุง ขวัญกับคุณแม่จัดห้องด้านบนไว้ให้แล้วนะคะ”

“รบกวนทางนี้แย่เลย ความจริงผมกับลูกๆกลับไปอยู่ที่สิงห์บุรีก็น่าจะปลอดภัยอยู่นะครับ” คำเที่ยงพูดด้วยความเกรงใจ

“อยู่ด้วยกันที่นี่เถอะครับ จะได้ดูแลความปลอดภัยได้ง่ายขึ้น”

“เอาไว้ทุกอย่างเรียบร้อย ค่อยกลับไปดีกว่านะคะ”

“ความจริงก็ดีเหมือนกันนะจ๊ะพ่อ พี่ดลกับพี่เนติ์จะได้อยู่ด้วยกันซะที” อ้อพูดอย่างอารมณ์ดีพลางมองไปที่ดล “จริงด้วยนะครับพี่เนติ์” ดลยิ้มหันไปพูดกับเนติมาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเนติมายืนเหม่อมองไปที่ห้องหนังสือเพราะคิดถึงระบิล ไม่ทันได้ยินเสียงดลเรียก

ดลมองพี่สาวอย่างเข้าใจ เขาชวนเธอออกมาเดินเล่นข้างนอกพลางชวนคุย “คิดถึงคุณระบิลเหรอครับ”

“ดล...” เนติมาพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึก แต่ดลรีบพูดต่อ

“แววตาของพี่เนติ์มันบอกอย่างนั้นนี่ครับ”

“พี่ผิดมากใช่ไหมดล”

“ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เขาบอกไว้ว่า หัวใจเป็นกล้ามเนื้อก้อนเล็กๆที่แข็งแรงกว่าพลังช้างสาร แล้วอย่าหาเหตุผลกับหัวใจ เพราะเราจะไม่มีวันได้คำตอบเลย”

“คงจริงเนอะ เพราะทุกวันนี้ พี่เองก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“แล้วพี่เนติ์ยังรักคุณศิวัชอยู่รึเปล่าครับ” ดลถามอย่างตรงไปตรงมา

เนติมาชะงักนิดหนึ่งก่อนจะตอบ “ดล...พี่กับพี่ศิวัชตกลงจะแต่งงานกันแล้วนะ”

“การแต่งงานไม่ใช่เครื่องยืนยันว่ายังรักกันเสมอไปนี่ครับพี่เนติ์ ผมว่ารักเพราะรัก กับรักเพราะคุ้นเคย มันต่างกันนะครับพี่เนติ์”

เนติมามองหน้าน้อง ก่อนจะนิ่งครุ่นคิดในสิ่งที่เขาพูดด้วยสีหน้าไม่สบายใจ

ooooooo

ในตอนบ่าย ระบิลไปหาจิ๊กหวังทราบเรื่องพี่ชาย ปานมาพบเข้า เขาชักปืนขู่พลางตวาดถามว่ามาอีกทำไม จิ๊กร้องห้ามไม่อยากให้มีเรื่องกัน

“ไม่ต้องห่วงพี่จิ๊ก ผมแค่อยากคุยกับพี่ปาน” ระบิลเดินเข้าหา

“ฉันไม่มีอะไรต้องคุยกับแก” ปานพูดอย่างหงุดหงิดพร้อมกับเก็บปืน

ขณะที่ระบิลเข้าไปพูดกับปานด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผมไม่ได้เป็นบอดี้การ์ดให้คุณเนติ์แล้ว”

“แกจะพูดเพื่ออะไร ในเมื่อวันก่อนแกยังเป็นฮีโร่ไปช่วยเขาอยู่ไม่ใช่เหรอ”

“นั่นคือครั้งสุดท้ายที่ผมจะทำหน้าที่ ที่ผมแวะมาวันนี้เพื่อขอร้อง”

“คือ ระบิลเขาจะมาขอร้องให้พี่ปานเว้นชีวิตสองพี่น้องนั่น” จิ๊กรีบบอก

“เนติมากับยศวีร์น่ะเหรอ ไร้สาระ ถ้าเอ็งอยากขอชีวิต โน่น...ไปขอกับเสี่ย ฉันมันแค่คนรับคำสั่งไปปฏิบัติ”

“เหมือนกับครั้งหนึ่งที่พี่ปานเคยรับคำสั่งให้ฆ่าพ่อกับแม่พวกเขาใช่ไหม ผมนี่โง่จริงๆ ไม่น่ามาที่นี่ให้เสียเวลาเลย ตอนเด็กๆผมคิดว่าพี่เป็นนักเลง ที่แท้ก็ฆาตกร”

“มึง!” ปานฉุนขาดเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ระบิล แต่เขา เบี่ยงตัวหลบทันพลางคว้าหมัดปานไว้ได้ แล้วดันปานไปติดผนัง

จิ๊กร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ พยายามเข้าห้าม แต่ทั้งระบิลและปานไม่สนใจ ต่างจ้องหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย ระบิลพูดกับปานเสียงเข้ม

“ชักสงสัยซะแล้ว ว่าที่พี่ก้องหายสาบสูญไปนี่ เพราะฝีมือเพื่อนรักของพี่ก้องรึเปล่า”

“ไอ้ระบิล มึง!” ปานดิ้นหลุดจากมือระบิลแล้วเหวี่ยงหมัดใส่หน้าระบิลจนหน้าหงายเสียหลักไป เขาปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อระบิลขึ้นมาด้วยความโมโห “คนอย่างกูไม่เคยหักหลังเพื่อน”

“รวมถึงเรื่องพี่จิ๊กด้วยใช่ไหม” ระบิลพูดพลางชำเลืองมองไปที่จิ๊กอย่างไม่พอใจ

ปานเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ระบิลอีก แต่เขาหลบได้ แล้วสวนหมัดกลับไปโดนปานอย่างจัง ทั้งสองคนต่อสู้กันอย่างสูสีจนข้าวของในบ้านกระจัดกระจาย

จังหวะหนึ่งปานชักปืนขึ้นมาเล็งไปที่ระบิล แต่กลับถูกระบิลเตะมือจนปืนกระเด็นหลุดมือ ก่อนจะชักปืนออกมาเล็งใส่ปานด้วยความรวดเร็ว

จิ๊กปรี่เข้าไปยืนบังปาน พร้อมจ้องหน้าระบิลอย่างท้าทาย “เอาสิระบิล ถ้าคิดว่าพี่ชั่ว พี่เลวนักก็ยิงเลย” ระบิลชะงักก่อนจะค่อยๆเก็บปืน ยามนั้นเอง จิ๊กเงื้อมือขึ้นตบหน้าระบิลเต็มแรง

“บอกกี่ครั้งแล้ว ว่ามันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด พี่ปานเขาไม่ได้...”

“ไม่ต้องอธิบายแล้วจิ๊ก คนมันจะไม่เชื่อ พูดให้ตายยังไงมันก็ไม่เชื่อ”

“กลับไปได้แล้ว แล้วขอร้องอย่ากลับมาที่นี่อีก ต่างคนต่างอยู่เราไม่มีอะไรต้องข้องแวะกันอีกแล้ว”

ระบิลยืนนิ่งไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน จิ๊กย้ำอีกครั้ง “บอกให้กลับไปไงล่ะ กลับไปสิ กลับไป”

“ถ้าคุณเนติ์กับน้องชายเป็นอะไรไป ผมไม่ไว้พี่แน่” ระบิลหันขวับไปมองปานด้วยสีหน้าจริงจัง ก่อนเดินออกไปทันที

ปานขยับจะตามระบิลไปด้วยความโมโห แต่จิ๊กเข้าขวางไว้ขอร้องว่าอย่ามีเรื่อง

“ไอ้บ้า ห่วงนายจ้างอย่างกับเป็นลูกเป็นเมียตัวเองอย่างนั้นแหละ”

“จะเป็นใคร ก็ชีวิตเหมือนกันหมดแหละพี่ปาน” จิ๊กพูดอย่างเศร้าๆแล้วเดินเลี่ยงออกไป

ปานมองแล้วต้องถอนใจออกมาอย่างรู้สึกผิด เขาตามไปคุยกับจิ๊กเรื่องก้อง ว่าตนก็เสียใจไม่แพ้กัน

“สิบปีแล้วนะพี่ปาน ฉันยังไม่รู้เลยว่าพี่ก้องหายไปไหน ป่านนี้พี่ก้องจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้างก็ไม่รู้” จิ๊กพูดเสียงสั่นเครือ

ปานชะงักรู้สึกอึดอัด เพราะจิ๊กยังไม่รู้ ว่าก้องเสียชีวิตไปแล้วและไม่รู้ว่าคนที่ฆ่าก้องคือตน เขาจำใจโกหกออกไป “พี่สัญญา จะพยายามตามข่าวให้ได้ ว่าไอ้ก้องมันหายไปอยู่ไหน”

“ถึงตอนนี้ฉันหวังแค่เอากระดูกพี่ก้องมาทำบุญฉันก็พอใจแล้ว” จิ๊กน้ำตาคลอเบ้าเดินหนีเข้าบ้าน

ปานมองตาม อยากจะเรียกมาอธิบาย แต่พูดอะไรไม่ออก

ooooooo

.

.....

https://www.thairath.co.th/novel/swan/ep12/page1

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 12

ระบิลหนีปัญหารักสามเส้ากลับบ้านสวน ภาพในอดีตเมื่อครั้งพาเอมมิกามาเที่ยวและให้สัญญากับเธอว่า จะกลับมาทำสวนเกษตรอินทรีย์ผุดพรายขึ้นมา

บอดี้การ์ดหนุ่มถอนใจก่อนรำพึง “สุดท้ายก็เหลือแค่พี่คนเดียวนะเอม เฮ้อ...นี่เราจะมาเริ่มต้นชีวิตใหม่นี่หว่า”

เวลา เดียวกัน เนติมานำเอกสารแต่งตั้งปฏิพรมาให้ศิวัชเซ็น นายกฯหนุ่มสีหน้าไม่ดีนัก ชี้แจงกับคนรักว่า การตั้งปฏิพรเป็นผู้ช่วยงานนั้น ถ้าเธอไม่สบายใจก็จะไปคุยกับธำรงให้ สาวเจ้าฝืนยิ้มให้ พลันเสียงเคาะประตูดังขึ้น ธำรงเดินเข้ามาพร้อมกับนายพลทวีและมีปฏิพรรั้งท้าย

แม่ร้อยเล่ห์ปรี่เข้า คล้องแขนศิวัชอย่างสนิทสนม ขณะที่นายพลทวีรีบฝากฝังปฏิพรกับศิวัช ธำรงรีบการันตีว่า ปฏิพรต้องช่วยงานศิวัชกับเนติมาได้มากทีเดียว ก่อนหันไปถามความเห็นเนติมา

“โอเคค่ะ คุณอา” เนติมาตอบรับเสียงนุ่ม ทั้งที่ในใจเจ็บแปลบ

ธำรง พยักหน้าพอใจ หันมากำชับลูกชายว่า อย่าลืมเซ็นเอกสารโยกย้ายคนของพงษ์เลิศ เพราะถึงเวลากระชากจากดาวลงมาคลุกดินแล้ว ศิวัชรับปากอย่างแข็งขัน

นายพล ทวีเดินเข้าไปตบบ่าบอกว่า งานนี้เขาออก ตัวเอง ไม่ต้องกลัวเรื่องคลื่นใต้น้ำ ปฏิพรได้ช่องรีบฉอเลาะ “ไม่ต้องห่วงค่ะ พี่ศิวัชคนเก่งเอาอยู่อยู่แล้ว ใช่ไหมคะ”

ศิวัชชำเลืองมองเนติมาด้วยความรู้สึกอึดอัด ขณะที่เนติมาเบือนหน้าหนีด้วยความสะเทือนใจ

ธำรง ตัดบทชวนนายพลทวีไปออกรอบ เนติมาตัดสินใจเรียกทั้งสองไว้ บอกว่ามีเรื่องอยากปรึกษา แต่ไม่อยากให้ศิวัชรู้ ธำรงพอเดาได้ว่าเป็นเรื่องอะไร เขาเดินนำเนติมากับนายพลทวีเข้าไปในห้องประชุมเล็ก

ศิวัชมองตามอย่าง ข้องใจ ครู่ใหญ่เนติมาก็เดินออกมา ตามด้วยธำรงและนายพลทวี นายกฯหนุ่มปราดเข้าไปถามคนรักว่ามีเรื่องอะไรกัน แต่เธอไม่ยอมตอบ ธำรงเป็นฝ่ายเฉลยว่า เนติมาต้องการหาที่อยู่ของระบิล เพราะเจตนาจะให้ทั้งคู่แตกแยกกัน

ศิวัชอึ้งหันมามองหน้าเนติมา ธำรงรีบบอก “ขอโทษนะหนูเนติ์ แต่อาว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เจ้าศิวัชต้องรับรู้ ถ้าเรื่องเล็กๆ น้อยๆแค่นี้รับไม่ได้ ก็ไม่ต้องเป็นนายกฯ ไปครับท่าน เสียเวลามากแล้ว” ธำรงพานายพลทวีเดินออกไปทันที

ศิวัชมองเนติมาด้วยความหงุดหงิด สาวเจ้าถอนใจไม่รู้จะอธิบายอย่างไร จึงเดินหนี ศิวัชตามไปตัดพ้อ แต่ถูกสาวเจ้าสวนกลับ แล้วทั้งสองก็นิ่งอึ้ง ด้วยรู้สึกสับสน ปฏิพรสบโอกาสเข้ามาแทรกกลาง ทำให้สถานการณ์ดูแย่ลงไปอีก

ooooooo

ด้าน ธำรงกับนายพลทวี ระหว่างออกรอบด้วยกัน นายพลเอ่ยถามเรื่องเนติมากับศิวัช เพราะดูธำรงจะมั่นใจเหลือเกินว่าทั้งคู่ต้องเลิกรากัน ธำรงยืนกรานหนักแน่นว่าศิวัชต้องรู้จักแยกแยะระหว่างคู่ควงกับคู่ควร ควรเลือกอะไร

นายพลทวีคิดตามแล้วยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ ก่อนเอ่ย “แต่อย่าลืมนะคุณธำรง ว่าก่อนถึงเรื่องมงคล เราต้องไล่อัปมงคลออกไปจากแผ่นดินนี้ก่อนนะ”

“เมื่อคำสั่งของศิวัชออกไป แล้ว พวกของนายพงษ์เลิศ ก็จะหมดวาสนาทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง รอวันที่กฎหมายจะจัดการให้ชดใช้กรรมที่ทำไว้กับประเทศเท่านั้น” ธำรงกับนายพลทวียิ้มให้กันอย่างได้ใจ

ด้านเนติมา เธอนั่งกระสับกระส่ายอยู่ในห้องทำงานจนถึงบ่าย เพราะนายพลทวีรับปากว่าจะช่วยหาที่อยู่ของระบิลให้ แต่ยังไม่ได้ข่าว เธอข่มใจทำงานต่อได้สักพัก เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็เดินถือซองเอกสารเข้ามายื่นให้ เนติมารับมาเปิดดูแล้วต้องตะลึง เพราะด้านในคือกระดาษแผนที่ไปบ้านระบิล เขียนขึ้นมาอย่างเรียบร้อยชัดเจน ระบุเป้าหมายว่า “บ้านสวนคุณระบิล” สาวเจ้ายิ้มออกมาด้วยความดีใจ

ooooooo

สายวันต่อมา ธำรงโทร.เตือนศิวัชเรื่องเซ็นคำสั่งปลดพงษ์เลิศพร้อมพรรคพวก ศิวัชตอบรับก่อนหันไปหยิบแฟ้มเอกสารหลายฉบับขึ้นมาพลิกดูอย่างรู้งาน

บ่าย วันนั้นเอง ศิวัชออกแถลงข่าวปรับคณะรัฐมนตรี ขั้วอำนาจเดิมที่มีพงษ์เลิศเป็นแกนถูกเขี่ยออกทุกตำแหน่ง นักข่าวรุมล้อมสัมภาษณ์นายกฯหนุ่ม ศิวัชบอกว่าเป็นการปรับเพื่อความเหมาะสม และไม่ใช่เกมการเมืองอย่างที่เข้าใจ ที่ต้องปลดขั้วของพงษ์เลิศออกก็เพราะเขาไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของ ประชาชน

“มีข่าวว่าท่านนายกฯ กำลังจะดำเนินคดีกับคุณพงษ์เลิศกับพวก ข้อหาคอรัปชั่นสมัยที่เป็นรัฐบาลอีกหลายคดีด้วยใช่ไหมครับ” นักข่าวยิงคำถาม

“รวม ถึงคดีเสียชีวิตของคุณวิเชียรกับคุณพรรณศรี อิสราวัชร ด้วยครับ ทั้งหมดมีหลายคดี คดีไหนหลักฐานพร้อมเราส่งฟ้องทันที” ศิวัชเสียงเข้ม

เวลา เดียวกัน พงษ์เลิศกับอิทธิหาญเห็นศิวัชให้สัมภาษณ์ในทีวี สองพ่อลูกกำหมัดแน่นด้วยความแค้นก่อนหันมาคุยกันว่า หมดเวลาปรองดองแล้ว จังหวะนั้นชลกรเดินหน้าเครียดคุยโทรศัพท์เข้ามา เธอแจ้งกับทั้งสองว่า ศิวัชออกคำสั่งห้ามทุกคนออกนอกประเทศ ก่อนยิงคำถามแทงใจว่า ต้องติดคุกกันหมดใช่ไหม

อิทธิหาญอารมณ์ขึ้น เข้ามาตะคอกใส่ “กลัวเหรอ! กลัวก็ไปนอนกับไอ้ธำรงแลกความกลัวสิ ถามมัน..ว่า ถ้าไม่ต้องติดคุกต้องรับกี่ประตูหรือต้องเผื่อไปถึงไอ้ศิวัชหรือลูกพรรคมัน ด้วย ฉันก็ว่าคุ้มนะชลกร ในเมื่อชีวิตเธอหากินด้วยการแลกเปลี่ยนของเก่ากับผลประโยชน์อยู่แล้วนี่ ฮ่าๆ”

ชลกรเงื้อมือจะตบหน้าอิทธิหาญ แต่ต้องชะงักเมื่อเขายืนนิ่งจ้องหน้าด้วยสายตาดุดัน เธอน้ำตาคลอเบ้ามองสองพ่อลูกด้วยความคับแค้นใจ ก่อนออกไปร้องไห้

เมื่อ คิดถึงคำดูแคลนของอิทธิหาญ ชลกรก็ยิ่งแค้น เธอตัดใจสลัดความคิดนั้นออกไป แล้วบอกกับตัวเอง “ไม่ ฉันจะไม่ยอมให้ใครดูถูกฉันอีกแล้ว แต่ถ้าต้องติดคุก ไม่..ฉันไม่ยอมให้มีจุดจบแบบนั้นเด็ดขาด”

ooooooo

ในค่ำคืนนั้น ชลกรใช้เรือนร่างเป็นเครื่องต่อรอง กับธำรงจนถึงเช้า หวังจะให้ช่วยพ้นความผิด แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย แถมยังโดนตอกกลับว่าเธอควรจะกลัวตั้งแต่ก่อนเข้าไปร่วมสังฆกรรมกับพวกพงษ์เลิศแล้ว

“แต่...แต่ฉันไม่อยากติดคุก” ชลกรขอร้องด้วยเสียงสั่นเครือ

“กระบวนการยุติธรรม ให้ความเป็นธรรมกับทุกคนน่า” ธำรงอมยิ้ม พลางขยับจะลุกออกจากเตียง

ชลกรรีบโผเข้ากอดพลางอ้อนวอน แต่ธำรงอ้างว่า เขาก้าวก่ายอำนาจตุลาการไม่ได้ เพราะถ้ากฎหมายมีไว้ แล้วไม่รักษา ประเทศก็ไม่ต่างอะไรกับบ้านป่าเมืองเถื่อน

“ในที่สุดชีวิตฉันก็ไม่มีใครจริงใจกับฉันสักคน ทุกคนที่เข้ามาก็หวังแค่...”

“แต่คุณก็ได้ประโยชน์จากการร่วมหลับนอนทุกครั้งไม่ใช่เหรอ ที่ผ่านมาผมว่าคุณก็คุ้มทุนอยู่นะ” ธำรงแกะมือชลกรออก ก่อนลุกหยิบเสื้อคลุม แล้วคว้าโทรศัพท์มือถือเดินออกไปนอกห้อง

ชลกรร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ทั้งเสียใจ ทั้งกลัวความผิด และผิดหวังที่ไม่มีผู้ชายเห็นค่าของเธออย่างจริงใจ เมื่อความคับแค้นใจถึงที่สุด สายตาของหญิงสาว

กลับกลายเป็นความโกรธ เธอมองตามธำรงไปทั้งน้ำตา “ในเมื่อตีความเป็นคนของฉันแค่บนเตียง ได้...ฉันก็จะตีค่าความเป็นคนของพวกแกด้วยกระสุนนัดเล็กๆ นี่เหมือนกัน” ชลกรเอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง หยิบปืนออกมา

ธำรงออกมายืนชมวิวผ่านกระจกบานใหญ่ในห้อง เขายิ้มด้วยความย่ามใจในความสำเร็จของแผนที่วางไว้ เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจะกด แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเงาชลกรสะท้อนในกระจก เธอถือปืนเล็งมาทางด้านหลัง จอมแผนการพยายามควบคุมสติ ก่อนหันไปเจรจา จนชลกรเริ่มคล้อยตาม

ธำรงฉวยโอกาสเข้าแย่งปืน ชลกรยื้อไว้สุดชีวิต ทั้งสองชุลมุนยื้อกันได้สักพัก ชลกรก็ทำปืนลั่นถูกธำรงทรุดลงไปกอง ท้องมีแผลเลือดชุ่ม

“ธุรกิจนี้ฉันชนะ” ชลกรมองธำรงด้วยความสะใจ ก่อนลั่นกระสุนใส่อีกนัดหมายเอาชีวิต

ธำรงทรุดฮวบนอนแน่นิ่งกับพื้น ชลกรตะลึงกับภาพตรงหน้า ก่อนสายตาจะเปลี่ยนเป็นสาแก่ใจเพราะเข้าใจว่าธำรงตายแล้ว “ชีวิตของคนเลวๆ อย่างคุณ แลกกับอิสรภาพของฉันถึงจะถูก แล้วฉันก็ไม่มีวันปล่อยให้ลูกชายของคุณมาตามไล่ล่าอิสรภาพของฉันอีกแน่” นางมารร้ายก็รีบกลับเข้าห้องเก็บเสื้อผ้าเตรียมไปเช็กบิลกับศิวัช ก่อนหลบหนีความผิด

ชลกรออกไปจากห้องได้สักพัก ธำรงก็ได้สติ เขาโทร.ขอความช่วยเหลือจากลูกชาย ศิวัชสั่งให้บอดี้การ์ดไปรับตัวธำรงส่งโรงพยาบาล พลางกำชับว่าให้ปิดเรื่องให้เงียบที่สุด

ครู่ต่อมา ศิวัชเดินนำบอดี้การ์ดอีกชุดมาที่รถจะไปดูอาการธำรง แต่ชลกรจอดรถขวางทางอยู่ เธอยกปืนเล็งมาที่ชายหนุ่มแล้วเหนี่ยวไก แต่กระสุนพลาดเป้าไปถูกแขนบอดี้การ์ดแทน
บอดี้การ์ดที่เหลือพุ่งเข้าชาร์จ ชลกรร้องไห้โฮเมื่อรู้ตัวว่าไม่รอดแน่ เธอได้แต่ฟูมฟายถามตัวเองว่าทำไมๆ

ooooooo

ในตอนบ่าย เนติมาตามมาที่โรงพยาบาล เพราะเพิ่งรู้ข่าวธำรงถูกยิง เธอพบศิวัช นายพลทวีและปฏิพรยืนรออยู่หน้าห้องผ่าตัด ทั้งหมดมีสีหน้าไม่ดีนัก เนติมาจะเข้าไปให้กำลังใจศิวัช แต่ปฏิพรชิงตัดหน้าอย่างแนบเนียน

“พี่ศิวัชใจดีๆ นะคะ คุณอาต้องปลอดภัย คุณหมอที่นี่เก่งออก”

“เรื่องข่าวไม่ต้องห่วงนะ อาเคลียร์กับสื่อแล้ว ทุกสำนักจะเสนอข่าวตามที่เราส่งไปเท่านั้น” นายพลเสริม

“ครับ...” ศิวัชถอนใจออกมาด้วยความกังวล เพราะความเป็นห่วงพ่อ เขาขยับจะดึงมือออกจากปฏิพร แต่เธอกลับกระชับไว้แน่น เนติมาเห็นแล้วก็ได้แต่ถอนใจด้วยความอึดอัด

ด้านระบิล เขาเห็นข่าวในทีวีเรื่องชลกรถูกจับ และธำรงโดนยิงแต่อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว ก็ยิ่งห่วงเนติมา แม้เหตุการณ์ดูจะรุนแรงขึ้นทุกที แต่ชายหนุ่มก็จำต้องตัดใจหันมาทุ่มเทเวลาให้กับการพลิกฟื้นสวนร้างให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพื่อสานฝันให้เป็นจริง

ส่วนธำรงกับอิทธิหาญก็ถึงกับนั่งไม่ติดเมื่อเห็นข่าว เพราะกลัวชลกรจะนำความเสื่อมเสียมาซ้ำเติมทั้งคู่อีก หนทางเดียวที่จะทำให้สองพ่อลูกรอดพ้นความผิดก็คือ เดินหน้าตามแผนเดิมที่วางไว้

ooooooo

วันต่อมา เนติมาแวะมาเยี่ยมธำรงในห้องพักคนไข้ พร้อมดอกไม้ช่อโตจากสมาชิกในบ้านกันต์ ธำรงฝากเนติมาไปขอบคุณทุกคนพลางคุยว่า “โชคดีอีกต่อที่ชลกรยิงด้วยอารมณ์ ไม่ใช่มือปืนอาชีพ แถมมองในมุมดีมันก็ช่วยให้เราเดินตามแผนง่ายขึ้น สื่อทุกสื่อในโซเชียลเน็ตเวิร์กรุมประณามพวกของนายพงษ์เลิศ เพราะคิดว่าเป็นตัวบงการ”

“แหม...ขนาดอยู่ในโรงพยาบาล ยังไม่ตกข่าวเลยนะคะ”

“หางเสือชีวิตมันหันเหได้ตลอดเวลานี่หนูเนติ์ เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากเสียใจ อย่าละสายตาจากเป้าหมาย อย่าละมือจากพวงมาลัย อ้อ...แล้วนี่ตกลงได้ไปบ้านคุณระบิลรึยัง”

“ยังเลยค่ะ ก็พอดีคุณอาโดนยิงซะก่อน เนติ์ก็เลย...”

“แต่ตอนนี้อาปลอดภัยแล้ว ถ้าไม่อยากเสียใจ อย่าละสายตาจากเป้าหมาย” ธำรงชี้ช่อง แต่เนติมาไม่ทันตอบอะไร เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ทั้งสองหันไปมอง

เห็นศิวัชกับปฏิพรเดินเข้ามาด้วยกัน

เนติมาสลด ขณะที่ศิวัชหน้าเจื่อน มีเพียงปฏิพรที่ส่งยิ้มระรื่นทักทายธำรงอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะรายงาน ว่าวันนี้เธอกับศิวัชไปทำงานอะไรที่ไหนมาบ้าง คล้ายจะบอกให้เนติมารู้ตัวว่า เธอหมดความสำคัญและกำลังจะกลายเป็นส่วนเกินของครอบครัวศิวัช

เนติมาไม่อาจฝืนใจอยู่ต่อได้ เธอรีบขอตัว ศิวัชจะตามไปเคลียร์ แต่ธำรงเรียกไว้ บอกให้ลูกชายช่วยตามหมอเพราะมีเรื่องจะปรึกษา

ในตอนเย็น เนติมากลับมาถึงบ้านกันต์ เธอตรงดิ่งเข้าไปเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องหนังสือ ขวัญชนกเห็นอาการก็ชักห่วง จึงปรึกษาวิเชษฐ์เรื่องทางช่วยเหลือเพื่อน

“ถ้าเรื่องอื่นๆ ช่วยได้เต็มที่ครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องหัวใจ ผมว่าเราคงได้แต่ช่วยให้กำลังใจ เรื่องความรักที่เกี่ยวกับคนสองคน บางทีผมก็ว่ามันซับซ้อนอยู่แล้ว ยิ่งกรณีที่เกี่ยวกับคนสามสี่คนอย่างนี้ หัวใจของพวกเขาเท่านั้นแหละครับ ที่จะพาเจ้าของหัวใจไปอยู่ในที่ๆควรอยู่”

“ความจริง ถ้าทุกคนเปิดใจพูดกันตรงๆ เรื่องคงง่ายกว่านี้นะคะ”

“คุณขวัญกล้าพูดเหรอครับ” ขวัญชนกชะงักมองด้วยความสงสัย ผู้กำกับพูดต่อ “ถ้าพูดแล้วต้องสูญเสียคนที่รักไป บางคนก็เลือกที่จะไม่พูดนะครับ”

ขวัญชนกครุ่นคิด ก่อนพยักหน้าออกมาอย่างเข้าใจ ขณะที่วิเชษฐ์คิดอะไรอยู่นิดหนึ่ง ก่อนตัดสินใจพูดออกมาว่า เขาก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่กล้าพูด สาวเจ้าชะงักมองผู้กำกับหนุ่ม เห็นเขามองมาด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความรัก ทั้งสองคนสบตากันนิ่ง ก่อนที่เธอจะหลบตาเพราะเขินอาย

ooooooo

เนติมานั่งใจลอยคิดถึงระบิลอยู่ในห้องหนังสือ สาวเจ้าก้มมองหนังสืออาหารไทย พลางนึกถึงวันแรกที่ระบิลทำแกงมัสมั่นไก่จิ้มขนมปังกะโหลกให้ทาน เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาด้วยความเศร้า ก่อนตัดสินใจโทร.หาระบิลอีกครั้ง แต่เขาไม่ยอมรับสาย

เนติมาค่อยๆลดโทรศัพท์มือถือลงมาวางด้วยความผิดหวัง เธอเอื้อมหยิบกระดาษแผนที่ในกระเป๋าออกมามองด้วยความไม่สบายใจนัก เพราะไม่รู้ว่าถ้าไปหาระบิลเขาจะต้อนรับหรือไม่

ขณะเนติมานั่งสับสนอยู่ในห้อง เจือจันทร์ก็ออกมาปรับทุกข์กับสามีที่กำลังหัดเดินว่า เป็นห่วงอาการหลานสาว กันต์อธิบายว่าความรักไม่เคยทำให้ใครตาย เขาเชื่อว่าเนติมาจะต้องรู้ใจตัวเองในที่สุด

ส่วนเนติมา เธอเผลอหลับไปจนกระทั่งห้าทุ่ม สาวเจ้ารู้สึกตัวรีบเดินออกมาจากห้องหนังสือ จะตรงขึ้นห้องนอน แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นดลกับอ้อเพิ่งกลับบ้าน เนติมาเรียกน้องชายมาสอบสวนได้ความว่า อ้อออกไปทำงานพิเศษ ดลจึงตามไปดูแล เธอสั่งห้ามทั้งสองทำงานพิเศษอีก เพราะสถานการณ์ไม่น่าไว้ใจ ดลทำท่าจะค้าน แต่เนติมาชิงพูดขึ้นก่อน

“เราเหลือกันอยู่สองคนพี่น้องเท่านั้นนะดล พี่ก็ไม่มีวันยอมให้น้องเป็นอะไรไปเด็ดขาด” สาวแกร่งจับมือน้องด้วยความเป็นห่วง ก่อนลุกไปเดินเล่นในสวน

ดลนิ่งคิดตามพี่สาวพูด แล้วเดินตามไปคุยด้วย สองพี่น้องนึกถึงคืนวันเก่าๆในบ้านอิสราวัชร แล้วดลก็บอกกับพี่สาวว่า ตนได้ยินลูกน้องอิทธิหาญคุยกันว่า วันนี้เจ้านายไม่อยู่ จึงเป็นโอกาสดีที่จะเข้าไปหาเทปลับ

เนติมาลังเลอยู่นิดหนึ่งเพราะกลัวน้องมีอันตราย แต่เมื่อฟังเหตุผลที่ดลยกมาอ้างก็จำใจให้น้องตามไปด้วย

สองพี่น้องแอบปีนกำแพงข้ามไปบ้านอิสราวัชร ทั้งคู่เข้าไปในห้องเก็บของเพื่อหาเทปลับของพ่อ แต่ไม่พบ เนติมาตัดใจชวนน้องกลับ แต่เมื่อมาถึงหน้าประตู ดลกลับดึงมือพี่สาวไว้ บ่นว่าคิดถึงพ่อกับแม่ จังหวะเดียวกันเสียงนาฬิกาเรือนใหญ่ตีดังกังวาน เนติมาสะดุ้งเฮือก ขณะที่ดลเดินเข้าไปลูบคลำนาฬิกาด้วยความผูกพัน เพราะจำได้ว่ามันเป็นของรักของพ่อ เขาคุยว่าตอนเด็กๆพ่อเคยขู่จะเอาเขามาซ่อนในนี้ แถมยังเคยเอาเงินค่าขนมมาซ่อนไว้ด้วย ทำให้สองพี่น้องนึกขึ้นได้

ดลรีบเปิดตู้นาฬิกา แล้วเอื้อมมือควานหา ไม่คาดฝัน หนุ่มน้อยคลำเจอเทปบันทึกเสียงขนาดเล็ก เขาหยิบออกมาให้พี่สาว เนติมาเอาเทปเก็บใส่กระเป๋าพร้อมชวนน้องกลับ แต่ช้าไป ลูกน้องอิทธิหาญสองคนมาพบเข้า ต่างฝ่ายต่างงัดแม่ไม้มวยไทยออกมาห้ำหั่นกัน

ดลจัดการกับทั้งคู่ได้ราบคาบ ก่อนพาเนติมาปีนกำแพงกลับบ้านกันต์

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ทุกคนในบ้านกันต์ได้รับข่าวดีเรื่องเทปลับ กันต์ดูเทปบันทึกเสียงขนาดเล็กในมืออย่างพิจารณา พลางเร่งให้เจือจันทร์เข้าไปหาเครื่องเล่นเทปตัวเก่าสมัยขวัญชนกยังเป็นเด็กมาลองเปิด แต่ไม่สำเร็จเพราะเครื่องหมดสภาพ

ดลอาสาจะเอาเครื่องไปซ่อม แต่ถ้าซ่อมไม่ได้ก็จะเดินหาแถวตลาดคลองถมดู อ้อรีบอ้อนขอตามไปด้วย เนติมาอาสาไปส่งทั้งคู่และแอบกำชับทั้งสองให้เลิก

ทำงานพิเศษ เพราะกลัวจะไม่ปลอดภัย ดลเชื่อ แต่อ้อรับคำอย่างไม่เต็มปากนัก เพราะยังอยากทำงานอยู่ หลังส่งน้องแล้ว เนติมาหลบมานั่งทำใจในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เพราะยังตัดสินใจเรื่องไปตามหาระบิลที่บ้านสวนไม่ได้

เวลาเดียวกัน นายพลทวีพาปฏิพรมาเยี่ยมธำรงและเปรยเรื่องเนติมา เพราะไม่เห็นเธอไปตามหาระบิลที่บ้านสวนตามแผนของธำรง

“ท่านก็รู้ ว่าคนอย่างผมไม่มีผลให้เก็บ ผมไม่ลงทุนปลูกแน่นอน เรื่องของความรัก เอาอะไรมาฉุดก็ไม่อยู่หรอกครับ” ธำรงมั่นใจ

“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ว่าคุณเนติ์กับลูกจ้าง อุ๊ย! บอดี้การ์ดส่วนตัวอย่างคุณระบิลจะเลิฟๆกัน” ปฏิพรเข้ามายืนข้างๆ นายพลทวีด้วยสีหน้าระรื่นเพราะได้ครอบครองศิวัช

“เราน่ะ เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวท่านนายกฯได้แล้วนะ” นายพลทวีเอื้อมมือไปโอบไหล่ปฏิพร

“แหม...ทำอย่างกับพี่ศิวัชจะยอมแน่ะค่ะ”

“ไม่ต้องห่วง เขาเกิดมาเพื่อเดินตามเส้นที่อาขีดให้อยู่แล้ว ฮ่าๆ” ธำรงหันมาหัวเราะกับนายพลทวี

ปฏิพรฉีกยิ้มหวานวาดฝันเต็มที่

ooooooo

ระบิลครวญเพลงเข้าครัวเพื่อแกงกบเป็นอาหารกลางวัน ชายหนุ่มพยายามทำร่าเริงเพื่อลืมเรื่องเนติมา แต่สุดท้ายก็อดเห็นภาพเธอตอนชิมแกงกบฝีมือเขาครั้งแรกไม่ได้ บอดี้การ์ดยืนถอนใจ พลันชะงักเมื่อได้ยินข่าวจากวิทยุ

“ต่อไปเป็นข่าวสั้นต้นชั่วโมง หลังจากนายศิวัช กิตติธร นายกรัฐมนตรี เซ็นคำสั่งปลดพรรคร่วมรัฐบาลในสัดส่วนของกลุ่มท่านนายพงษ์เลิศออก รวมถึงปลดข้าราชการที่เชื่อว่านายพงษ์เลิศสนับสนุนอยู่ออกหลายตำแหน่ง ถือว่าเป็นการล้างบางครั้งใหญ่ อีกทั้งรัฐบาลยังเป็นโจทก์ฟ้องเอาผิดบุคคลทั้งหมด ในข้อหากระทำผิดต่อแผ่นดินอีกหลายคดี...”

ระบิลหน้าเครียด เป็นห่วงความปลอดภัยของเนติมา เพราะรู้ว่าพงษ์เลิศ อิทธิหาญและพวกไม่ยอมให้โดนกระทำฝ่ายเดียวแน่

เที่ยงวันเดียวกัน โมเดลลิ่งโทร.นัดอ้อออกมาคุยเรื่องงาน ดลตามมาด้วย ทั้งสองปฏิเสธไม่ขอรับงาน

อีกเพราะเกรงใจเนติมา โมเดลลิ่งหน้าเจื่อนยกสารพัดเหตุผลมาหว่านล้อม จนดลกับอ้อใจอ่อนยอมทำงานให้แต่ขอเป็นครั้งสุดท้าย

โมเดลลิ่งดีใจรีบขอตัวโทร.รายงานอิทธิหาญว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน มาเฟียน้อยหัวเราะร่วนหันมาสบตากับพงษ์เลิศที่นั่งหน้าเครียด ได้ยินเขาถามย้ำ “แกแน่ใจนะว่าจะได้ผล”

“แน่ใจสิครับพ่อ ได้ผลมากกว่าแผนของพ่อแน่นอน ผมก็จะเอาทุกอย่างคืนมา แล้วก็จะยัดเยียดความหายนะให้กับพวกมัน”

“ระวังเราจะเดือดร้อนมากกว่าที่เป็นอยู่” พงษ์เลิศพูดอย่างคนมีประสบการณ์ แต่อิทธิหาญกลับแค่นหัวเราะ “มันไม่มีอะไรเดือดร้อนมากกว่าที่กำลังโดนอยู่นี่แล้วล่ะพ่อ ผมจะเอาความรักเป็นเครื่องมือ เพราะพวกมันดีเกินกว่าที่จะยอมเห็นคนที่ตัวเองรัก เป็นอะไรไปต่อหน้าต่อตา”

พงษ์เลิศครุ่นคิดตามลูกพูด พลางยิ้มออกมาอย่างเข้าใจ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

ooooooo

วันต่อมา เนติมายื่นใบลาพักร้อนให้ศิวัชเซ็น ชายหนุ่มถามสถานที่ไปพักร้อน แถมเกิดไอเดียชวน คนรักไปเที่ยวปารีส หวังให้ความรักกลับมาเหมือนเดิม แต่โดนเธอตัดพ้อเรื่องปฏิพร แทบไม่ขาดคำปฏิพรก็เปิดประตูเข้ามา

แม่ร้อยเล่ห์มองปฏิกิริยาของศิวัชกับเนติมาแล้วลอบยิ้ม เพราะดูเข้าทางที่ตนหวังไว้ เธอรีบเปิด Tablet ในมือพลางรายงานศิวัชอย่างคล่องแคล่วว่า วันนี้ต้องไปทำอะไรที่ไหนบ้าง เหมือนต้องการบอกกับเนติมาถึงการยึดหน้าที่กลายๆ ศิวัชอึดอัดใจหันมาชวนเนติมาไปงานด้วย แต่เธอปฏิเสธ แล้วขอตัว

ศิวัชขยับจะตาม ปฏิพรคว้ามือไว้แล้วอ้างถึงคำสั่งของธำรง ทำให้ชายหนุ่มไม่กล้าหือ

เนติมาเดินมาหยุดยืนพิงบานประตูร้องไห้อย่างหมดเรี่ยวแรง เธอรู้ว่าแม้จะรักระบิล แต่ก็ยังมีความผูกพันกับศิวัชอยู่มาก เธอพยายามตัดใจยกมือขึ้นปาดน้ำตา ก่อนสูดหายใจลึกๆ เรียกสติ

กลางดึกคืนนั้น เนติมาเตรียมเก็บกระเป๋าเพื่อออกไปตามหาระบิลที่บ้านสวน เป็นเวลาเดียวกับที่ระบิลโทร.มาถามข่าวเนติมากับวิเชษฐ์ที่นั่งคุยอยู่กับขวัญชนกในสวนหย่อม ผู้กำกับต่อว่ารุ่นน้องหนึ่งชุดใหญ่ก่อนตอบว่า ตอนนี้เนติมาดูซึมๆ และไม่น่าเชื่อว่าระบิลจะมีอิทธิพลต่อความรู้สึกกับคนเข้มแข็งอย่างเนติมาได้

ระบิลนิ่งฟังอย่างรู้สึกผิด เขารีบตัดบท “ยังไงผมจะติดต่อไปอีกทีนะครับ สวัสดีครับ”

บอดี้การ์ดหนุ่มกดวางสายโทรศัพท์พร้อมกับถอนใจออกมาด้วยความเศร้า เขาแหงนหน้าขึ้นมองฟ้าพลางรำพึงออกมา “เวลาจะทำให้คุณลืม ผมก็แค่คนผ่านเข้ามาในชีวิตคุณเท่านั้น”

ooooooo

เนติมาตัดสินใจออกไปตามหาระบิลที่บ้านสวนแต่เช้ามืด เพราะไม่อยากให้ใครรู้ แต่กันต์กับเจือจันทร์ก็รู้ทันจนได้ ทั้งสองออกมาส่งเนติมา พลางเอ่ยถามว่าตัดสินใจดีแล้วใช่ไหม

“พร้อมค่ะ ยังไงหนูก็ต้องรู้เหตุผลที่คุณระบิลเขาตัดสิน ใจให้ได้ เพราะถ้าเหตุผลนั้นมีหนูเป็นต้นเหตุ หนูไม่สบายใจ”

“งั้นรีบไปเถอะ ก่อนคนอื่นจะตื่นมาเห็น แล้วจะไม่ได้ไป” เจือจันทร์เร่ง แต่ก็อดห่วงไม่ได้ เธอเตือนให้เนติมาระวังตัวด้วย พลางซักต่อว่าจะไปตามหาระบิลที่ไหน

เนติมาบอกเรื่องท่านนายพลทวีให้ลูกน้องสืบที่อยู่มาให้ แถมธำรงยังให้คนทำแผนที่ให้อย่างละเอียด อีกด้วย กันต์เอะใจในการกระทำของธำรง

“ตอนนี้เรื่องนั้นหนูไม่สนใจหรอกค่ะ เพราะเป้าหมายของหนูตอนนี้ คือต้องการพบตัวคุณระบิลให้ได้มากกว่า” เนติมามุ่งมั่น เธอยกมือไหว้ลาทั้งคู่แล้วเดินไปขึ้นรถขับออกไป

สายวันนั้น สมาชิกในบ้านกันต์รู้เรื่องเนติมาไปตามหาระบิล เพราะได้ยินวิเชษฐ์ตำหนิลูกน้องที่หละหลวมปล่อยให้เนติมาออกไปตามลำพัง ดลเป็นห่วงพี่สาวรีบโทร.ตามแต่เธอปิดมือถือ

กันต์กับเจือจันทร์บอกให้ทุกคนใจเย็น เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่าเนติมาไปไหนซึ่งดีกว่าไม่รู้อะไรเลย วิเชษฐ์นึกอะไรขึ้นมาได้รีบกดโทรศัพท์หาระบิล แต่เขาปิดเครื่อง ผู้กำกับถอนใจจะหันมาบ่นกับดล

เสียงโทรศัพท์มือถือวิเชษฐ์ดังขึ้น ทุกคนหันมามองเข้าใจว่าเป็นระบิลโทร.กลับมา ผู้กำกับหนุ่มดูเบอร์

บอกว่าศิวัชโทร.มา ทุกคนอึ้งไม่อยากให้ศิวัชรู้เรื่องเนติมา แต่วิเชษฐ์จนปัญญาจำต้องรายงานตามความจริง

ศิวัชหัวเสีย เมื่อรู้ว่าเนติมาไปตามหาระบิล เขารีบไปหาธำรงที่โรงพยาบาล

นายกฯหนุ่มได้ยินพ่อคุยกับนักธุรกิจคนหนึ่ง เรื่องรับจำนำสินค้าเกษตรในฤดูกาลที่จะมาถึง เพราะต้องใช้บริการของบริษัทเขา และทางบริษัทจะตอบแทนกลับ ด้วยการใช้บริการเรือเดินสมุทรของธำรง ในการขนสินค้า เป็นการได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่

ศิวัชตัดสินใจเคาะประตู แล้วเปิดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าจริงจัง ธำรงมองลูกอย่างรู้ทัน เขาบอกให้นักธุรกิจกลับไปก่อน แล้วหันมาทักลูกชาย

“วันนี้ท่านนายกฯ ไม่เข้าทำเนียบฯ เหรอ”

ศิวัชหน้าเครียด รีบเข้าประเด็นขอคำอธิบายจากพ่อ เรื่องให้เนติมาไปตามหาระบิล ธำรงอมยิ้มเอ่ยว่า ตนอยากให้ลูกชายตาสว่างเรื่องเนติมากับระบิล เพราะตอนนี้หัวใจเนติมาไม่ได้อยู่กับศิวัชแล้ว และเธอก็ไม่เหมาะสมกับลูกชายเขาเลยสักนิด

“นี่ คุณพ่อกำลังจะบอกว่าน้องตี้ เหมาะกับผมอย่างนั้นรึครับ”

“ก็แล้วลูกสาวอดีตนักธุรกิจใหญ่ที่ตายไปตั้งนานแล้ว กับทายาทนายพลที่มีทั้งอำนาจ ทั้งชื่อเสียง ทั้งความยอมรับในสังคม คนไหนคู่ควรกับนายกรัฐมนตรีมากกว่ากันล่ะ”

“ผมไม่ได้รักน้องตี้ แล้วที่ผมมายืนอยู่ตรงจุดนี้ สวมหัวโขนที่คุณพ่ออยากให้ใส่ ก็ไม่ใช่ว่าผมจะต้องเล่นตามบทบาทที่คุณพ่ออยากให้เล่นตลอดไปนะครับ ผมต้องการทำงานให้ประเทศชาติ ให้ประชาชน ผมไม่ได้มาเล่นเกมการเมืองเหมือนที่คุณพ่อเล่นอยู่”

“ในวงการเมือง ถ้าแกไม่เล่นเกม แกจะกลายเป็นเกมให้เขาเล่น”

“ผมถึงอยากออกจากเกมไงครับคุณพ่อ” ศิวัชพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนธำรงรู้สึกได้รีบถามลูกชาย “แกหมายความว่าไง”

“ก็หมายความว่า ผมจะกลับไปเดินบนเส้นทางชีวิตของผม ผมเป็นหุ่นให้คุณพ่อเชิดมานานมากแล้ว คุณพ่ออยากให้ผมทำอะไร อยากให้เป็นแบบไหน ผมไม่เคยขัด”

“แต่ที่พ่อทำไปทั้งหมดก็เพื่อ...”

“เพื่อตัวคุณพ่อเอง สุดท้ายแล้ว คุณพ่อก็ไม่ได้เห็นใครสำคัญไปกว่าตัว”

“ศิวัช โอ๊ย!” ธำรงฉุนขาดเมื่อโดนศิวัชขึ้นเสียงใส่ แต่ต้องชะงัก เพราะเจ็บแปลบที่แผล

ศิวัชปราดประคองด้วยความเป็นห่วง แต่ธำรงปัดมือออกอย่างแรง เขาเอื้อมมือไปกระชากคอเสื้อของศิวัชเข้ามาพูดใกล้ๆด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เดินตามทางที่ฉันขีดไว้ แล้วแกจะไม่พบกับคำว่าเสียใจ”

“แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเสียใจมากกว่า ที่ผมเดินตามทางที่คุณพ่อขีดไว้ หมดภาระที่ผมตั้งใจจะทำให้ประเทศชาติเมื่อไหร่ คุณพ่อเตรียมรับหัวโขนที่ผมถูกยัดเยียดให้สวมคืนไปได้เลยครับ” ศิวัชค่อยๆถอยห่างออกมาจากเตียงคนไข้

เขาเดินจากไป โดยไม่สนใจเสียงเรียกของธำรงแม้แต่น้อย

ooooooo

ด้านระบิล เขาเดินหน้าเป็นชาวสวนเต็มตัว ในใจของเขาต้องการรักษาที่ดินของปู่ยาตายายไว้ แต่ละวันลูกค้าพากันแห่มาซื้อผักผลไม้ใน “สวนเกษตรอินทรีย์” ของเขาเนื่องแน่น

บอดี้การ์ดหนุ่มมองไปรอบๆ ตัวอย่างมีความสุข พลางปลอบใจตัวเองว่า นี่ต่างหาก ชีวิตที่เหมาะกับตน เวลาเดียวกัน เนติมาเดินทางมาถึงเพชรบุรี เธอถามหาบ้านสวนระบิลกับชาวบ้านที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านมา แต่เขาไม่รู้จัก หญิงสาวถอนใจมองไปรอบๆ ด้วยความอ่อนใจ ก่อนเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่ง สักพัก รถของลูกค้าที่ไปซื้อผลไม้จากสวนระบิลวิ่งผ่านมา คนขับรถมีน้ำใจบีบแตรเรียกเนติมาพลางเอ่ยถามว่า รถเสียหรือเปล่า

“อ๋อ...เปล่าค่ะ”

ลูกค้าพยักหน้ายิ้มๆนิดหนึ่งอย่างไม่คิดอะไรมาก แล้วขับรถออกไป เนติมาจึงนึกขึ้นได้ เธอนึกด่าตัวเองที่ไม่ยอมถามทางกับเจ้าของรถคันนั้น สาวแกร่งมองไปรอบๆด้วยความสับสน พลางยกแผนที่ขึ้นมาดูด้วยสีหน้ายุ่ง แต่เธอไม่ยอมแพ้ สตาร์ตรถออกตามหาบ้านสวนของระบิลอีกครั้ง

สักพักใหญ่ เนติมาก็ถึงหน้าสวนของระบิล ทั้งสองยืนตะลึง จ้องหน้ากันนิ่ง ระบิลตั้งสติได้ก่อน เขารีบเดินหนี เนติมาตามมาตัดพ้อ แต่กลับถูกไล่ส่ง เธอไม่ยอมกลับและเดินตื๊อระบิลเข้ามาถึงหน้าบ้าน

หญิงสาวชะงักมองบ้านกลางสวนของระบิลด้วยความชอบใจ ก่อนจะถือวิสาสะเดินขึ้นไปสำรวจชั้นบนโดยไม่สนใจเสียงห้าม แถมยังทวงสัญญาว่า เขาเคยรับปากจะพาเธอมาเที่ยวบ้านสวน เล่นเอาระบิลพูดไม่ออก

เวลาเดียวกัน ที่กรุงเทพฯ ศิวัชกลับมาจากโรงพยาบาลด้วยอาการหงุดหงิด เขาโทรสั่งวิเชษฐ์ให้หาตำแหน่งที่อยู่บ้านของระบิลส่งมาให้ด่วนที่สุด วิเชษฐ์รับคำอย่างไม่สบายใจนัก ก่อนหันมาปรึกษาสมาชิกในบ้านกันต์ เพราะไม่อาจขัดคำสั่งนายกฯได้ ทุกคนมองหน้ากันนึกห่วงว่าศิวัชไปเจอเนติมากับระบิลอยู่ด้วยกัน แล้วเรื่องจะไปกันใหญ่

ส่วนเนติมาต้นเหตุของเรื่อง เธอนั่งลอยหน้าลอยตาสบายอยู่บนเก้าอี้หน้าระเบียงบ้านระบิล พลางชวนเจ้าของบ้านคุยไม่หยุด แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากชายหนุ่ม เนติมาจึงเปลี่ยนแผนใหม่จะเข้าไปสำรวจในบ้าน ระบิลโดดขวาง และตัดบทไล่เธอกลับ

“แหมๆ ทำเสียงเข้มกลัวตายล่ะ” เนติมาพูดหยอกอย่างเคยชินเพราะคิดว่าระบิลจะเล่นด้วย จังหวะเดียวกัน ฝนตกลงมาอย่างหนัก เนติมามองออกไปด้าน แล้วหันมาพูดยิ้มๆ “ตายแล้ว...ฝนตก สงสัยจะกลับไม่ได้แล้วล่ะ”

สาวเจ้าส่งยิ้มชอบใจ จะเดินไปหาที่นั่ง แต่ระบิลเอื้อมมือมาคว้าแขนเธอไว้พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “กลับไปได้แล้ว”

“นายก็เห็นไม่ใช่เหรอ ว่าฝนตกอยู่ จะให้ฉันเดินตากฝนออกไปได้ยังไง รถก็จอดตั้งไกล”

“แล้วใครใช้ให้คุณมา ผมอุตส่าห์หนีมาอยู่ตั้งไกล เพราะผมต้องการอยู่เงียบๆ...คนเดียว”

“ได้ งั้นนายบอกฉันมาก่อน ว่านายทิ้งฉันมาเพราะอะไร ถ้านายพูดเหตุผลให้ฉันพอใจได้ ฉันจะกลับ”

“ผมไม่มีอะไรต้องพูด” ระบิลดึงตัวเนติมาให้ลงจากบ้าน

“โอ๊ย ปล่อย ฉันเจ็บนะ” เนติมาพยายามขืนตัวแต่สู้แรงระบิลไม่ได้

“กลับไป แล้วอย่ากลับมาที่นี่อีก เราอยู่คนละโลกกัน ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ” ระบิลตัดใจไล่อย่างเด็ดขาด

เนติมาชะงัก มองระบิลด้วยความเสียใจ ก่อนเงื้อมือขึ้นตบหน้าเขาอย่างแรง “นายรู้ไหมว่ากว่าฉันจะมาหานายที่นี่ได้มันลำบากแค่ไหน นายห่วงแต่ความรู้สึกตัวเอง โดยไม่สนใจเลยว่า คนอื่นเขาก็มีความรู้สึกเหมือนกัน”

สาวแกร่งร้องไห้ออกมา ระบิลหันหลังให้พยายามใจแข็งไม่ยอมพูดอะไรออกมาทั้งสิ้น เนติมาผิดหวังและเสียใจเธอพูดออกมาอย่างตัดใจ “ได้...ถ้านายต้องการอย่างนั้นฉันก็จะไป แล้วฉันจะไม่กลับมาให้นายเห็นหน้าอีกเลย” ขาดคำ สาวเจ้าก็เดินร้องไห้ตากฝนออกไป

บอดี้การ์ดหนุ่มค่อยๆ หันกลับมา เห็นนายสาวเดินฝ่าสายฝนกลับออกไปด้วยความเศร้า เขาพ่ายแพ้หัวใจตัวเองรีบตามเธอออกไป

เนติมาเห็นระบิลออกมายืนดักหน้าก็ตรงเข้าทุบตีด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ระบิลยืนนิ่งอย่างยอมรับผิด จนเนติมาเหนื่อยและยอมหยุดมือ ทั้งสองสบตากันนิ่ง เข้าใจและรู้ถึงความรักที่มีให้กันอย่างเกินกว่าที่อะไรจะห้ามได้แล้วทั้งคู่ก็โผเข้าสวมกอดกันแน่น

“ทำไมนายใจร้ายกับฉัน ทำไม...ทำไม”

“ผมขอโทษครับคุณเนติ์..ผมขอโทษ” ระบิลกระชับกอดเนติมาอย่างรู้สึกผิด

ooooooo

ฝนเริ่มซาเม็ดตอนค่ำ เนติมาออกมายืนมองสายฝนพลางกอดอก เธอรู้สึกหนาว ระบิลรู้ใจชงชาร้อนมาให้ดื่ม ก่อนอธิบายเหตุผลว่า ทำไมเขาถึงหนีเธอมา เนติมาเข้าใจ และสารภาพว่าเธอเองก็รู้สึกกับระบิลไม่ต่างกัน

ทั้งสองสบตากันอย่างเข้าใจ ระบิลค่อยๆเอื้อมมือไปกุมมือเธออย่างอ่อนโยน เนติมามองระบิลด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ก่อนจะโผเข้ากอดกันและพร้อมที่จะรับกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น

เมื่อปรับความเข้าใจกันได้ ระบิลพาเนติมาส่งที่ห้องนอน พลางกำชับว่าพรุ่งนี้ เขาจะพาเธอกลับกรุงเทพฯ เพราะ เธอยังมีภารกิจสำคัญต้องทำ

“เรื่องนั้นฉันไม่ลืมหรอก ทุกอย่างใกล้จบแล้ว คนชั่วกำลังถูกกรรมวิ่งไล่จับ หนียังไงก็ไม่มีทางพ้นแน่” เนติมาสีหน้าจริงจังขึ้นมาทันที

ระบิลเอื้อมมือไปกุมมือเนติมาพร้อมพูดให้กำลังใจ “เข้าไปเที่ยวนี้ ผมจะอยู่กับคุณเนติ์จนกว่า

ทุกอย่างจะเรียบร้อย แต่ไม่ใช่ในฐานะบอดี้การ์ดนะครับ เพราะผมไม่อยากมีปัญหากับคุณศิวัช เรื่องระหว่างคุณสองคน ผมอยากให้คุณเคลียร์หัวใจกันเอง เพราะแค่ผมเผลอก้าวเข้าไปอยู่ในหัวใจคุณ ผมก็รู้สึกผิดมากอยู่แล้ว”

เนติมาคิดตามแล้วยิ้มออกมา เธอกระชับมือเขาอย่างเข้าใจ

เวลาเดียวกัน ศิวัชมาที่บ้านกันต์เพื่อขอแผนที่บ้านสวนของระบิล เพราะทนรอวิเชษฐ์ส่งไปให้ไม่ไหว และอีกมุมหนึ่งในบ้านกันต์ ดลเข้ามาช่วยอ้อจัดกระเป๋า เพราะเธอจะไปทำงานต่างจังหวัดกับโมเดลลิ่ง หนุ่มน้อยกำชับอ้อว่า ให้ส่งข่าวมาเป็นระยะๆ เพราะเป็นห่วง ขณะที่ คำเที่ยงเข้ามายื่นชุดปฐมพยาบาลให้ลูกไว้ใช้ยามจำเป็น เพราะเชื่อสนิทใจว่าอ้อไปออกค่ายกับทางโรงเรียน

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ดลออกมาส่งอ้อขึ้นรถหน้าบริษัท แม่สาวน้อยกำชับพี่ชายต่างสายเลือดให้ช่วยดูแลพ่อและถ้าได้ข่าวเนติมาก็อย่าลืมโทร.ส่งข่าวด้วย ดลรับปากก่อนหันไปฝากฝังโมเดลลิ่งสาวให้ช่วยดูแลอ้อด้วย

รถตู้ค่อยๆ เคลื่อนออกไป ดลมองตามพลางโบกมือลาอ้อ จนกระทั่งรถแล่นออกไปลับตา แต่เขาไม่ทันเห็นรถของอิทธิหาญเคลื่อนออกมาจากในซอยใกล้ๆ กัน มาเฟียน้อยแสยะยิ้มร้ายหันมาบอกกับพงษ์เลิศข้างๆ “มหกรรมการเอาคืนเริ่มแล้วพ่อ ความรักที่พวกมันผูกพันกัน จะเป็นเครื่องต่อรองชั้นดี”

“แล้วก็จะพาพวกมันมาตายกองรวมกันแทบเท้าเราด้วย ฮ่าๆ” พงษ์เลิศกับอิทธิหาญหัวเราะอย่างย่ามใจ

สายวันเดียวกัน ศิวัชตัดสินใจไปตามเนติมาที่บ้านสวนของระบิล เขาสั่งห้ามบอดี้การ์ดตามไปด้วย ปฏิพรมาเห็นเหตุการณ์พอดี เธอรีบแจ้นไปฟ้องธำรงกับนายพลทวีที่โรงพยาบาล

ธำรงถอนใจออกมาอย่างหงุดหงิด ที่ลูกชายหนีไปจนได้ ปฏิพรห่วงว่าศิวัชจะมีอันตราย แต่นายพลทวีว่า เขาจัดคนตามดูแลอยู่ห่างๆแล้ว

“แค่ตามดูแลความปลอดภัยนะครับท่าน เรื่องอื่น ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ดีเหมือนกัน มันจะได้ตาสว่างซะที” ธำรงสบตากับนายพลทวีอย่างรู้กัน

“ไม่ต้องห่วงครับคุณธำรง ทุกอย่างต้องเดินอยู่บนเส้นทางที่เราขีดไว้”

“เส้นทางที่พาไปสู่เส้นชัย ชัยชนะตลอดกาล” ธำรงพูดอย่างมั่นใจ

เวลาเดียวกัน ระบิลเข้าครัวทำอาหารเช้าให้เนติมา เพราะตั้งใจว่าทานอาหารเสร็จจะพาเธอกลับกรุงเทพฯ แต่เนติมาเข้ามาอ้อนขออยู่ต่ออีกสักวันสองวัน พลางทวงสัญญาที่ระบิลเคยให้ไว้ บอดี้การ์ดพูดไม่ออก จำต้องพานายสาวทัวร์รอบๆสวนหลังทานมื้อเช้าเสร็จ

ทั้งสองเดินคุยมาด้วยกันตามทางร่มรื่น ระบิลชี้ให้เนติมาดูสองข้างทางอย่างมีความสุข พลางเก็บผลไม้สดๆ จากต้นให้ชิม แถมยังโชว์ฝีมือทอดแหจับปลาในบ่อ โดยมีเนติมายืนลุ้นอยู่ด้วยความตื่นตาตื่นใจ

ขณะที่เนติมามีความสุขอยู่กับระบิล อ้อเพิ่งรู้ตัวว่าถูกโมเดลลิ่งหลอกพาตัวมาให้อิทธิหาญที่โกดังริมน้ำแห่งหนึ่ง เมื่อโมเดลลิ่งถามถึงค่าตอบแทน ปานก็ระเบิดกระสุนให้เป็นรางวัล อ้อยืนตะลึง

สาวน้อยพยายามตั้งสติ จะวิ่งหนี แต่โปรยกับชูศักดิ์ปราดเข้ามาจับตัวไว้ อิทธิหาญหัวเราะชอบใจ หันไปมองพงษ์เลิศที่เดินออกมาจากกองวัสดุด้านหลัง โดยมีทนงและลูกน้องอีกกลุ่มใหญ่ตามออกมาด้วย

ooooooo

ในตอนบ่าย ระบิลพาเนติมามาเที่ยวริมลำธาร เขาสอนให้เธอยิงปืนตามสัญญา แต่เนติมายังไม่พอใจขอให้ระบิลสอนการต่อสู้ให้ด้วย ระบิลไม่ขัดใจ ยอมสอนแม่ไม้มวยไทยให้ แต่เนติมาเหวี่ยงหมัดพลาด ถึงกลับพลัดตกลงไปในน้ำ เธอเรียกให้ระบิลช่วย แล้วแกล้งดึงเขาตกน้ำไปด้วยกัน

ทั้งสองสบตากันยิ้ม ก่อนบอดี้การ์ดหนุ่มจะเอื้อมมือไปปาดน้ำให้นายสาวอย่างอ่อนโยน พลางเอ่ย “ขอบคุณนะครับ ที่ช่วยเข้ามาเติมสีสันให้ชีวิตผมอีกครั้ง”

“ฉันก็ขอบคุณนายเหมือนกัน ขอบคุณในทุกๆ เรื่องที่นายทำให้ฉัน” เนติมายิ้มอย่างมีความสุข ก่อนซบอกชายหนุ่ม

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #6 on: 18 October 2026, 17:21:46 »


https://www.thairath.co.th/novel/swan/ep13/page1

หงส์สะบัดลาย ตอนที่ 13

ในตลาดคลองถม ดลเดินเข้าเดินออกร้านขายเครื่องเสียงหลายแห่ง แต่ยังหาเครื่องเล่นเทปตามต้องการไม่ได้ จู่ๆ คำเที่ยงโทร.เข้ามาบอกเรื่องโทร.ติดต่ออ้อไม่ได้ หนุ่มน้อยจำใจโกหกว่าอ้ออาจทำกิจกรรมอยู่ และรับปากจะโทร.หาน้องเอง แต่เมื่อวางสายแล้ว เขาก็ลืมเรื่องอ้อเสียสนิท

ดลพบเจ้าของร้านใจดีคนหนึ่ง แนะนำให้ลองไปหาเครื่องเล่นเทปในร้านสุดซอย พร้อมการันตีว่าน่าจะมีเครื่องเล่นแบบที่ดลต้องการ

เวลา เดียวกัน อิทธิหาญให้ชูศักดิ์กับโปรยพาอ้อขึ้นไปส่งในห้องนอนบนโกดังหวังจะย่ำยี แต่พงษ์เลิศเข้ามาปราม เพราะอยากให้งานเรียบร้อยก่อน อ้อหันมาถามจอมมาเฟียว่าจับตัวเธอมาทำไม

“อยากรู้ก็จะบอก ว่าเธอคือพาสปอร์ตออกนอกประเทศของพวกฉัน” อิทธิหาญตอบแทน เพราะเชื่อว่า ศิวัชคงไม่ยอมให้คนรักของน้องชายแฟน ตายไปต่อหน้าต่อตาแน่

พงษ์เลิศสะใจบอกต่อ “แล้วถ้ามันเซ็นให้เราเมื่อไหร่ ก็ถึงเวลาที่เราจะส่งไอ้สองพี่น้องนั่น ลงไปพบกับพ่อแม่มันในนรกซักที”

“ผม คันไม้คันมืออยากฆ่าพวกมันเต็มทีแล้ว เห็นที ต้องส่งตัวเร่งให้พวกมันมาที่นี่ไวๆซะแล้ว” อิทธิหาญหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ก่อนจะเขยิบเข้าไปใกล้ๆ อ้อ แต่เธอดิ้นหนี เขาหันมาสั่งโปรยกับชูศักดิ์ให้ช่วยกันจับตัวอ้อไว้ แล้วฉีกเสื้อออก เผยให้เห็นหัวไหล่ขาวเพื่อสร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนอ้อถูกข่มขืน แล้วกดบันทึกภาพส่งไปให้เนติมา

เวลาเดียวกัน ระบิลนั่งทานอาหารฝีมือเนติมาอยู่หน้าบ้าน เขาได้รับโทรศัพท์จากจิ๊ก เธอโทร.มาร้องไห้ร้องห่มบอกกับน้องสามีว่า ปานเป็นคนฆ่าก้อง เพราะว่าก้องแอบได้ยินปานคุยกับพงษ์เลิศถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อครั้งปานให้ ก้องมาช่วยงานฆ่าวิเชียรกับครอบครัว แต่ก้องปฏิเสธจึงถูกปานฆ่าปิดปาก ระบิลยืนกำโทรศัพท์แน่น ไหล่สั่นเทิ้มด้วยความโกรธ เนติมาเดินออกมาเห็น ปราดเข้ามาถามสาเหตุของอาการ

“มันฆ่าพี่ชายผม ผมจะฆ่ามัน” ระบิลวิ่งไปเปิดลิ้นชักจะหยิบปืน แต่เนติมาขวางพลางเตือนสติ

“ผมไม่สนอะไรทั้งนั้น ผมจะฆ่ามัน ผมจะแก้แค้นให้พี่ชายผม มันทำกับพี่ชายผมยังไง มันต้องเจ็บกลับกว่าสิบเท่า มันฆ่าคนที่รักผม ตอนนี้ผมไม่เหลือความหวังอะไรอีกแล้ว ผมไม่เหลือใครอีกแล้ว...”

“นายยัง เหลือฉันไง ฉันอยู่ตรงนี้นายไม่เห็นเหรอ ตอนนี้ฉันเหลือแค่นายจริงๆ นายอย่าไปนะ...อย่าทิ้งฉันไป ถ้านายเป็นอะไรไปฉันจะอยู่ยังไง” เนติมากอดระบิลร้องไห้

ระบิลได้คิด เขารับปากจะไม่ทิ้งเธอไปไหน และขอโทษที่วู่วาม

“ฉันเข้าใจนายทุกอย่าง เพราะฉันก็รู้สึกไม่ต่างจากนาย ฉันสัญญานะว่าจะช่วยนายจับพวกนั้นเข้าคุกให้ได้ แต่นายต้องสัญญาว่าจะไม่วู่วามแบบนั้นอีก ฉันกลัว ฉันไม่อยากเสียนายไป”

“คุณจะไม่มีวันเสียผมไป ผมจะอยู่กับคุณเท่าที่คุณต้องการ ผมสัญญา อย่าร้องไห้เพราะผมเลยนะ” ระบิลค่อยๆเช็ดน้ำตาให้เนติมาอย่างแผ่วเบา

หนุ่มสาวประสานตากันนิ่งนาน ก่อนระบิลจะค่อยๆ ก้มหน้าลงไปจูบเนติมา แต่ไม่ทันที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะสัมผัสกัน ศิวัชก็เปิดประตูเข้ามา เขาช็อกกับภาพที่เห็นตรงหน้า

เนติมามองออกไป เห็นศิวัชยืนกำมือแน่นท่าทางโกรธจัด เธอรีบผละออกจากระบิล ขยับจะอธิบาย แต่ศิวัชหันหลังเดินหนีออกไปเสียแล้ว

ระบิลรีบดึงเนติมาตามไป ศิวัชหันมาตัดพ้อคนรัก เนติมายืนอึ้งพูดไม่ออก ระบิลว่าเป็นการเข้าใจผิด

“เข้าใจผิดงั้นเหรอ...” ศิวัชหันมาจะเอาเรื่อง

เสียงสัญญาณข้อความของโทรศัพท์เนติมาดังขึ้น เธอกดดูแล้วต้องช็อกสุดขีด รีบบอกระบิลกับศิวัช

“แย่แล้ว เกิดเรื่องแล้วค่ะ พวกนายพงษ์เลิศ มันจับตัวอ้อไปแล้ว” สองหนุ่มชะงักหันมา เนติมายื่นมือถือให้ดูภาพ

ooooooo

ดลหิ้วถุงเครื่องเล่นเทปออกจากร้านอย่างอารมณ์ดี เขาจะโทร.บอกพี่สาว แต่เนติมาโทร.เข้ามา เธอบอกดลว่า อ้อถูกอิทธิหาญจับตัวไปและส่งภาพอ้อในสภาพเกือบเปลือยมาให้ดูด้วย ดลโกรธมากจะบุกไปช่วยอ้อ แต่เนติมาปรามไว้ เร่งให้ดลกลับไปแจ้งข่าวกับคำเที่ยง แล้วติดต่อขอกำลังผู้กำกับวิเชษฐ์ให้มาช่วย แล้วเธอจะรีบตามไปสมทบ

“ครับ ผมเข้าใจ” ดลกดวางสายโทรศัพท์ ก่อนจะตัดสินใจวิ่งฝ่าฝูงคนมากมายบนถนนนั้นออกไป

ส่วนเนติมา เธอหันมาบอกระบิลและศิวัชที่ยังมองหน้ากันอย่างอึดอัดใจว่า จะไปช่วยอ้อ ระบิลขอตามไปด้วย เขาวิ่งเข้าไปในบ้านเพื่อหยิบอาวุธและกุญแจรถ

จากนั้นก็ชวนเนติมาไปขึ้นรถและไม่ลืมหันมาบอกศิวัชที่ยืนตีหน้าขรึม ว่าเรื่องอื่นค่อยมาจัดการทีหลัง ตอนนี้ชีวิตคนสำคัญกว่า

ระบิลกับเนติมาเดินออกไป ศิวัชมองตามอย่างครุ่นคิด ก่อนตัดสินใจวิ่งตามไป เขาบอกทั้งสอง “พวกคุณไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะคนที่พวกมันต้องการเจอก็คือผม”

นายกฯหนุ่มฯเดินไปไขกุญแจรถที่จอดอยู่ข้างๆรถระบิล ก่อนจะหยิบปืนออกมาเหน็บที่เอวอย่างเตรียมพร้อมแล้วเดินไปเปิดประตูรถระบิลขึ้นไปนั่ง เนติมากับระบิลรีบเข้าประจำที่
รถแล่นออกไป ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของคนในรถ

ooooooo

ที่บ้านกันต์ ทุกคนพากันขวัญเสียเมื่อรู้ข่าวอ้อ กันต์กับเจือจันทร์หันมาถามขวัญชนกว่าโทร.บอก ผู้กำกับวิเชษฐ์แล้วใช่ไหม หล่อนพยักหน้ารับ และบอกว่าวิเชษฐ์กำลังจะตามไปช่วย เจือจันทร์ชวนทุกคนไปสมทบกับเนติมา แต่ดลว่างานนี้เขาขอไปคนเดียวดีกว่า ถึงเวลาต้องปิดบัญชีแค้นแล้ว

คำเที่ยงขอตามไปช่วยอ้อด้วย เขาลุกเดินนำดลออกไป ทิ้งให้ครอบครัวกันต์มองตามด้วยความเป็นห่วง

ด้านวิเชษฐ์เมื่อทราบเรื่องอ้อถูกจับตัว ก็รีบเช็กข้อมูลก่อนโทร.ไปบอกระบิล ว่าโกดังแห่งนั้นเป็นโกดังร้างที่พงษ์เลิศใช้เก็บอาวุธเถื่อน เขากับลูกน้องเข้าไปตรวจค้นหลายครั้งแต่ก็ไม่เจออะไร เพราะสายภายในคอยแจ้งข่าวให้รู้ตัวก่อน และผู้กำกับก็ย้ำก่อนวางสายว่า ให้ทุกคนระวังตัวให้มาก ห้ามทำอะไรบุ่มบ่ามก่อนที่เขาจะไปถึง เพราะภายในโกดังมีการป้องกันอย่างดี

ระบิลรับคำแล้วหันมาแจ้งกับเนติมาและศิวัช นายกฯหนุ่มพึมพำว่า เรื่องนั้นเขาทราบดีอยู่แล้ว ระบิลพยักหน้าหันไปหยิบปืนกระบอกหนึ่งส่งให้เนติมาไว้ป้องกันตัวพลางกำชับ

“ปืนมีไว้ป้องกันตัว ไม่ได้มีไว้ตัดสินชีวิตใคร ไม่ว่าคนๆ นั้นจะเลวร้ายกับเรามากแค่ไหน ต้องรู้จักอดทน ข่มใจ อภัย”

“รู้แล้วน่า” เนติมามองหน้า สายตาดื้อรั้นเหมือนไม่เชื่อ ทำให้ระบิลเริ่มลังเลจะเก็บปืนเข้าที่ แต่เนติมา กลับคว้ามันไปถือไว้อย่างคล่องแคล่ว

ไม่นานนัก ทั้งสามก็มาถึงหน้าโกดัง พวกเขาไปสมทบกับดลและคำเที่ยงที่ซุ่มดูอยู่ ส่วนในโกดังอิทธิหาญเดินวนไปมาด้วยความหงุดหงิดก่อนหันมาบ่นกับพ่อ

“ที่จริงเราไม่น่าให้พวกมันมาที่โกดังนี่เลย ถ้าไอ้ศิวัชมันรู้เรื่องค้าอาวุธเถื่อนของเรา มันจะไม่แย่เหรอ”

“รู้แล้วจะทำอะไรเราได้ แผนนี้เราเป็นคนคุมเกม มันเป็นแค่ตัวเบี้ยที่ต้องเล่นไปตามคำสั่งเราเท่านั้น แล้วถ้าเราออกไปนอกประเทศได้ อย่าหวังเลยว่าพวกมันจะทำอะไรเราได้อีก” จอมมาเฟียหัวเราะชอบใจ

โปรย ทนง ชูศักดิ์ที่ฟังอยู่ก็พลอยยิ้มไปด้วย แต่เมื่อหันมาเห็นปานยืนหน้าเครียดจึงแกล้งล้อเรื่องจิ๊ก ปานฟังแล้วปวดใจรีบเดินหนี

ooooooo

ดลซุ่มดูลาดเลาอยู่หน้าโกดัง เขาเห็นข้างในเงียบผิดปกติจึงหันมาปรึกษาระบิลว่าจะบุกไปช่วยอ้อเอง แต่ระบิลไม่เห็นด้วย เขาว่าให้รอกำลังเสริมจากวิเชษฐ์ก่อน ศิวัชเสริมว่าพวกพงษ์เลิศจะยังไม่ทำอะไรอ้อ จนกว่าจะได้สิ่งที่ต้องการ แต่เขายังเดาไม่ถูกว่า พวกมันต้องการอะไร

ดลทำท่าจะค้าน แต่คำเที่ยงรีบตัดบท “ทำตามอย่างที่ทุกคนพูดน่ะถูกต้องแล้ว พ่อรู้ว่าดลเป็นห่วงน้อง แต่ดลก็ต้องห่วงความปลอดภัยของคนอื่นๆด้วย เราจะยังไม่ทำอะไรทั้งนั้นจนกว่าผู้กำกับวิเชษฐ์จะมา”

ดลหน้าเครียดมองทุกคนอย่างขัดใจ ก่อนหันไปมองที่โกดังร้างเหมือนมีแผนการอะไรบางอย่าง

ส่วนอ้อที่ถูกจับมัดมือมัดเท้าอยู่ในห้อง เธอพยายามแกะเชือกที่มัดมือออกอย่างทุลักทุเล จนในที่สุดมันก็ขาดออกจากกัน สาวน้อยไม่รอช้ารีบแก้เชือกที่เท้าต่อ แล้วลุกวิ่งออกไปจากห้องขัง ตรงไปที่ประตูใหญ่และพยายามเปิดมันออก แต่ทำไม่ได้

“คิดจริงๆเหรอว่าฉันจะปล่อยให้เธอหนีออกมาง่ายๆ โลกสวยเกินไปรึเปล่าน้อง” อิทธิหาญกับลูกน้องย่างสามขุมเข้ามาหา

“นี่แกแกล้งฉันเหรอ”

“ฉันกับเธอก็ไม่มีอะไรทำทั้งคู่ เล่นเกมวิ่งไล่จับแบบนี้ระหว่างรอแฟนเธอมาช่วยมันก็สนุกเร้าใจดี

ไม่ใช่เหรอจ๊ะ ฉันมีอะไรทำให้เธอสนุกได้มากกว่านี้อีก” อิทธิหาญทำหน้าหื่น ก่อนจะวิ่งเข้าไปจับตัวอ้ออุ้มพาดไว้บนบ่า แล้วแบกกลับเข้าห้องขัง ในขณะที่อ้อทั้งร้อง ทั้งดิ้นด้วยความกลัวสุดขีด

“ปล่อยฉันนะ...อย่ามายุ่งกับฉัน ปล่อย ช่วยด้วย... ใครก็ได้ช่วยด้วย”

ระบิล เนติมา ศิวัช และคำเที่ยงที่อยู่ด้านนอกชะงักมองหน้ากัน เพราะจำเสียงอ้อได้ ระบิลร้อนใจบ่นว่าคงรอผู้กำกับวิเชษฐ์ไม่ได้แล้ว ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย แล้วลุกจะไปช่วยอ้อ แต่ต้องชะงัก เมื่อศิวัชร้องถามว่า ดลหายไปไหน

ระบิลหันมามองไม่เห็นดลก็หัวเสีย กลัวจะถูกจับตัวไปอีกคน เขาให้ศิวัชกับเนติมารอกำลังเสริมจากวิเชษฐ์ก่อน ส่วนตัวเองกับคำเที่ยงจะตามดลไป

เนติมาไม่ยอม จะไปด้วย ระบิลทำเสียงเข้มใส่ “ไม่มีแต่ ถ้าคุณไปกับผมอีกคน ผมจะห่วงหน้าพะวงหลัง ตอนนี้คุณต้องเชื่อใจผมว่า ผมจะช่วยอ้อและดลกลับมาให้ได้ ฝากด้วยนะครับ”

“ผมจะไม่ยอมให้เนติมาหายไปไหนอีกคนแน่” ศิวัชรับปาก

ระบิลเดินนำคำเที่ยงออกไป เนติมามองตามด้วยความเป็นห่วง แต่ทำอะไรไม่ได้ ขณะที่ศิวัชเองก็กังวลกับสถานการณ์ตรงหน้าไม่น้อยไปกว่าเนติมา

เวลาเดียวกัน ดลเดินด้อมๆมองๆอยู่แถวๆหน้าประตูทางเข้าโกดัง เขาได้ยินเสียงร้องโวยวายของอ้อดังออกมา จึงวิ่งเข้าไปลุยกับยามที่ยืนเฝ้าหน้าประตู แต่สุดท้ายก็พลาด เพราะมีสมุนอิทธิหาญอีกสี่คนเข้ามาสมทบ

จังหวะที่ดลเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ระบิลกับคำเที่ยงตามมาทันพอดี ทั้งสองเข้าไปช่วยดล

ครั้นล้มเหล่าสมุนได้แล้ว ระบิลไล่ให้ดลกลับออกไปพร้อมคำเที่ยง เพราะเขาจะบุกเข้าไปช่วยอ้อเอง แต่ดลไม่ยอมจะขอเข้าไปด้วย ระบิลหันมาดุแล้วพลันชะงัก เมื่อคำเที่ยงสะกิดให้ดูปานที่เดินเข้ามาพร้อมกับลูกน้องกลุ่มใหญ่

พวกมันใช้ปืนจี้บังคับพาระบิล ดล และคำเที่ยงเข้าไปให้พงษ์เลิศ จอมมาเฟียออกอาการไม่พอใจที่ลูกชายหละหลวม ปล่อยให้ศัตรูเข้ามาเหยียบถึงหน้าประตู จึงพาทั้งหมดเข้าไปหาอิทธิหาญในห้องขัง พบมาเฟียน้อยกำลังเอามีดปลายแหลมกรีดไปบนเสื้อของอ้ออย่างคนโรคจิต

พงษ์เลิศต่อว่าลูกชายก่อนหันมาสั่งให้พวกปานผลักระบิล ดล และคำเที่ยงเข้ามากองรวมอยู่กับอ้อ อิทธิหาญเสียหน้าขอโอกาสแก้ตัว อาสาไปตามล่าเนติมากับศิวัชมาให้พ่อเอง เพราะมั่นใจว่าทั้งสองต้องมากับระบิลแน่

มาเฟียน้อยกับลูกน้องกลุ่มหนึ่งเดินออกไป พงษ์เลิศ มองตามก่อนหันมาสั่งปานว่าให้จัดการทุกคนเพราะไม่ใช่ คนที่เขาต้องการ

ปานถ่ายทอดคำสั่งไปยังทนงและขอจัดการกับระบิลเอง ทนงส่งยิ้มร้ายทำท่าจะชักปืนมายิงดล อ้อ และคำเที่ยง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจบอกว่า จะให้ทุกคนตายอย่างช้าๆ และทรมาน ด้วยการค่อยๆเฉือนด้วยมีดทีละชิ้น แล้วหันกลับไปยืนลับมีดอย่างใจเย็น

ระบิลมองมีดในมือทนงพลางครุ่นคิดหาทางออก ขณะที่ปานเริ่มอึดอัดใจเร่งให้ทนงจัดการฆ่าทุกคนให้สิ้นเรื่องสิ้นราว แต่ทนงยังท่ามากคุยโวไปเรื่อย เท่ากับเปิดโอกาสให้ระบิลได้แกะเชือกที่มือตัวเอง ขณะที่ปากก็ต่อว่าดลเรื่องไม่ยอมเชื่อฟังตน เพื่อเบี่ยงประเด็น

ครู่ต่อมาเชือกก็หลุด ระบิลแอบโชว์ให้ดลดู แล้วช่วยแกะเชือกให้ดลพลางบอกแผนการว่า เมื่อเชือกหลุด แล้วให้ดลหยิบเก้าอี้ฟาดไปที่ทนง แล้วพาทุกคนหนีไปโดยเร็วที่สุด

“แล้วพี่ล่ะ”

“แผนมีแค่นั้น เรื่องอื่นนายไม่ต้องถาม ฉันเอาตัวรอดได้” สั่งการเสร็จเชือกที่มือดลก็หลุดพอดี หนุ่มน้อยทำเนียนช่วยแกะเชือกให้อ้อกับคำเที่ยงต่อ ขณะที่ระบิลหันไปพาลหาเรื่องปาน

ปานของขึ้นสวนกลับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจิ๊กทำให้ระบิลลืมตัวพุ่งเข้าเล่นงานปานลงไปกองกับพื้น ทนงจะลุกมาช่วย แต่เจอดลที่รอจังหวะอยู่ฟาดด้วยเก้าอี้ล้มคว่ำหมดสติ ระบิลตะโกนสั่งให้ดลพาทุกคนหนีไป ปานลุกขึ้นได้หันมาเตะระบิลไปกระแทกกับมุมโต๊ะจนมึน ก่อนวิ่งตามไปยิงใส่พวกดลออกไป

เสียงปืนทำให้เนติมากับศิวัชไม่อาจทนรอต่อไปได้ ทั้งสองวิ่งมาที่หน้าโกดัง พบดล อ้อและคำเที่ยงวิ่งออกมา แล้วจู่ๆคำเที่ยงก็ทรุดลงเพราะถูกคมกระสุนของปาน

คำเที่ยงรู้ตัวว่าไม่รอดแน่ จึงฝากฝังให้ดลช่วยดูแลอ้อด้วย ก่อนจะหมดลมหายใจ

“พ่อ ไม่นะ พ่อ ไม่” ดลเงยหน้าขึ้น เห็นปานเดินถือปืนเข้ามาทำท่าจะเหนี่ยวไกยิงตนกับอ้อ แต่ศิวัชเข้ามาเตะสกัด ปืนในมือปานตกลงพื้น

ส่วนเนติมาวิ่งเข้าไปประคองระบิลที่เดินมึนๆ ตามมา ทั้งหมดชวนกันหนีก่อนพวกเหล่าร้ายจะออกมา เสียงปืนดังขึ้น กระสุนพุ่งถากแขนของศิวัชที่ถือปืนยืนคุมเชิงอยู่

อิทธิหาญ พงษ์เลิศ พร้อมเหล่าสมุนเดินเข้ามา สองวายร้ายบังคับให้ศิวัชกับเนติมาเข้าไปคุยกันในห้องแลกกับความปลอดภัยของทุกคน ส่วนปาน ทนง ชูศักดิ์ คุมตัวคนที่เหลือไว้ เนติมาหันมาสบตากับระบิลก่อนจำใจเดินตามสองพ่อลูกไป บอดี้การ์ดหนุ่มวิเคราะห์สถานการณ์หาทางช่วยทุกคนให้กลับออกไปอย่างปลอดภัย

อิทธิหาญกับพงษ์เลิศพาเนติมาและศิวัชเข้ามาในห้องกระจก พวกเขาบังคับให้ศิวัชเซ็นเอกสารยกเลิกคำสั่งการออกนอกประเทศ แต่เนติมาร้องห้ามจึงโดนวายร้ายใช้ปืนจี้หัวก่อนหันไปบังคับศิวัช

“แล้วถ้าเพิ่มเงื่อนไขนี้ด้วยล่ะ ท่านจะยอมเซ็นไหม” อิทธิหาญขึ้นนก

ขณะที่พงษ์เลิศหยิบปากกายื่นให้ศิวัช “อย่าทำให้อะไรๆมันยุ่งยากไปกว่านี้เลย”

ศิวัชจำนนรับปากกามาถือไว้ เขามองเอกสารที่อยู่ตรงหน้า สลับกับมองเนติมาที่ถูกปืนจ่อหัวไว้

ด้านระบิล เขามองเข้าไปในห้อง เห็นเนติมาถูกปืนจ่อหัว ส่วนศิวัชก้มหน้าเครียด ก็เริ่มคิดหนัก ปานที่ยืนคุมเชิงอยู่จ่อปืนมาที่รุ่นน้องพลางเอ่ยอย่างรู้ทัน

“สถานการณ์อย่างนี้ แกยังจะคิดช่วยคนอื่นอีกเหรอ เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ ระยะเผาขนแบบนี้ ฉันยิงไม่พลาดอยู่แล้ว

“แล้วแกคิดว่าฉันจะยอมให้แกยิงง่ายๆงั้นเหรอ ถึงฉันจะเป็นคนดี แต่ก็ไม่จำเป็นต้องดีกับคนที่ฆ่าพี่ชายของฉันหรอกเว้ย” ระบิลพูดเสร็จก็ใช้เชือกที่แกะออกมาเรียบร้อยแล้ว คล้องรัดคอปานก่อนจะบิด จนปานหายใจไม่ออก ชูศักดิ์กับโปรยที่มัดดลกับอ้ออยู่จะหันมาช่วยแต่ถูกระบิลใช้เท้าทั้งสองจัดการจนสลบเหมือด

ระบิลเร่งให้ดลกับอ้อหนีไป แต่ทั้งสองยังละล้าละลังทำให้ระบิลเสียจังหวะถูกปานที่ตั้งตัวได้เล็งปืนใส่ แต่ระบิลก็เล็งสวนทันควัน ปานส่งยิ้มร้ายบอกว่า ระบิลไม่กล้ายิงตนแน่

“ระบิลไม่กล้ายิง แต่ฉันกล้ายิง” จิ๊กยืนถือปืนเล็งมาทางปาน “พี่โง่ ยกโทษให้พี่ด้วยนะระบิล ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะเลวไปกว่าพี่แล้ว ถ้าพี่ไม่ได้ฆ่ามันตายไปพี่คงไม่กล้าสู้หน้าพี่ก้อง” จิ๊กลั่นไกจะฆ่าปาน แต่ปืนขัดลำกล้องยิงไม่ได้

ปานได้โอกาส ยิงสวนจิ๊กไปเข้าจุดสำคัญ ร่างของเธอทรุดฮวบลงตายจมกองเลือด ทั้งแววตาฉายแววคั่งแค้น

ระบิลเดือดดาลยกปืนขึ้นเล็ง ปานร้องท้า เพราะเชื่อว่าระบิลเป็นคนดีเกินกว่าจะฆ่าตนได้ แต่ต้องชะงักเมื่อระบิลตัดสินใจยิงไปที่ขาและแขนทั้งสองข้างของปานอย่างละนัด ก่อนเดินเข้ามาบอก

“ใช่ ฉันยอมรับว่าฆ่าแกให้ตายไม่ได้ แต่ฉันฆ่าแกให้เป็นคนพิการ ตายทั้งเป็นได้”

เสียงรถตำรวจดังเข้ามา ระบิลสั่งอ้อกับดลให้รีบไปตามวิเชษฐ์ ส่วนตนจะเข้าไปช่วยเนติมากับศิวัชเอง

ด้านศิวัช เขาตัดสินใจไม่เซ็นเอกสารให้สองพ่อลูก เพราะจะไม่ยอมทรยศประชาชน อิทธิหาญฉุนจัดหันปืนไปจะยิงศิวัช แต่เนติมาหยิบปืนที่ระบิลให้ออกมาเล็งไปที่อิทธิหาญแทน

“วางปืนของแกซะ ฉันจะไม่ยอมให้แกใช้ปืนของแกทำเรื่องชั่วๆอีกแล้ว ถ้าพวกแกชอบเล่นนอกกรอบ ได้ !! ฉันก็จะเล่นวิธีนอกกรอบแบบของพวกแก ตาต่อตา ฟันต่อฟัน แกเคยทำให้ครอบครัวฉันเจ็บช้ำมากแค่ไหน ฉันก็ทำกับพวกแกแบบนั้น ฉันเคยเห็นแกฆ่าพ่อแม่ฉันต่อหน้าต่อตา ฉันจะให้แกได้รู้สึกถึงความรู้สึกนั้นบ้าง” สาวแกร่งขึ้นนกเตรียมยิง

อิทธิหาญ และพงษ์เลิศถึงกับสะดุ้ง เริ่มกลัว แต่ยัง ปากดีท้าว่า เนติมาไม่กล้ายิง

“ทำไมฉันจะไม่กล้า ถ้าคนที่เห็นพ่อแม่ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา แล้วโตขึ้นมาได้โดยไม่บ้า แล้วมายืนอยู่ต่อหน้าพวกแกได้อย่างนี้ ต่อให้ต้องทำยิ่งกว่าฆ่าพวกแกฉันก็ทำได้”

“ใจเย็นๆเนติ์ มันไม่คุ้มหรอก ยังไงเราก็เอาผิดพวกนั้นในศาลได้อยู่แล้ว” ศิวัชเตือนสติ

เนติมานิ่งคิด อิทธิหาญได้โอกาสยกปืนขึ้นมาเหนี่ยวไกใส่เนติมา แต่ระบิลวิ่งมารับกระสุนแทน

“คุณเนติ์ระวัง” กระสุนพุ่งเข้าร่างระบิล ชายหนุ่มทรุดลงในอ้อมแขนของเนติมา

“ระบิลนายทำบ้าแบบนี้ทำไม นายจะตายไม่ได้นะ นายจะตายไม่ได้” เนติมาฟูมฟายเมื่อเห็นระบิลแน่นิ่ง

“ไม่ต้องโวยวาย เดี๋ยวเธอก็จะได้ตามมันไปอยู่กับพ่อแม่เธอแล้ว” อิทธิหาญยกปืนจะยิงเนติมาอีกครั้ง แต่ไม่ทันได้เหนี่ยวไกก็ถูกกระสุนจากวิเชษฐ์และกำลังตำรวจที่เข้ามาในห้องนั้นระดมยิงจนร่างพรุนขาดใจตาย

พงษ์เลิศยืนตะลึงเมื่อเห็นลูกชายตายต่อหน้า และตำรวจมากมายเข้ามา เขารีบตั้งสติและอาศัยช่วงชุลมุนหลบหนีไป

ศิวัชเข้าไปหาเนติมาที่นั่งกอดระบิลร้องไห้ ได้ยินเธออ้อนวอนให้ช่วยชีวิตระบิลด้วย นายกฯหนุ่มยืนอึ้งด้วยความเจ็บปวดที่เห็นคนรักเป็นห่วงระบิลเหลือเกิน และนึกชมใจระบิลที่ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเนติมา

ooooooo

ระบิลถูกนำส่งโรงพยาบาล ทีมแพทย์ช่วยชีวิตเขาไว้ได้ เพราะกระสุนไม่ถูกจุดสำคัญ เนติมาโล่งใจตามเฝ้าไข้อย่างใกล้ชิด ขณะที่ธำรงตามมาต่อว่าศิวัชที่นั่งทำแผลอยู่ในห้อง

“แกคิดยังไงของแกถึงเอาตัวไปเสี่ยงกับเรื่องแบบนี้ ถ้าแกเป็นอะไรไปจะทำยังไง อย่าลืมซิว่าตอนนี้แกไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้”

“ผมแค่ทำตามสัญญาที่พวกเราเคยให้ไว้กับเนติ์ ว่าจะช่วยจัดการกับคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเขา คุณพ่อคงไม่ได้ลืมสัญญานั้นไปใช่ไหมครับ”

“ก็แค่จัดการปลดพวกมันออกจากอำนาจ แล้วเอาขึ้นศาลยังไม่พอรึไง”

“นั่นคุณพ่อแน่ใจเหรอครับว่าทำเพื่อเนติ์ ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง”

ธำรงสะอึกมองหน้าศิวัช ขณะจะอ้าปากด่าปฏิพรก็เข้ามาในห้องพอดี เขาเปลี่ยนสีหน้าหันไปทักทาย แล้วพูดเป็นนัยๆว่า จะไปคุยกับนายพลทวีเรื่องให้ปฏิพรมาช่วยดูแลศิวัชเป็นการถาวร

แม่ร้อยเล่ห์แสร้งหัวเราะเปรยว่า ศิวัชอาจไม่ต้องการแบบนั้นก็ได้

“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกหนูตี้ ใช่ไหมศิวัช” ธำรงหันมามองลูกชาย เห็นเจ้าตัวตีหน้าขรึมใส่เหมือนไม่ยอมรับก็ไม่พอใจ แต่ต้องเก็บอาการไว้

สองวันต่อมา พงษ์เลิศเข้ามอบตัวสู้คดีในชั้นศาล โดยขอยื่นประกันตัวด้วยวงเงินสิบล้านบาท เขาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเกมการเมือง ที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการดิสเครดิต และพูดสาดโคลนใส่ศิวัชจนประชาชนเริ่มสับสน

ด้านเนติมา เธอนั่งเฝ้าระบิลอยู่ในห้องพักคนไข้ เมื่อเห็นข่าวก็ทำใจไม่ได้ จนระบิลต้องช่วยปลอบใจว่า ถึงวันนี้กฎหมายจะยังเอาผิดกับพงษ์เลิศไม่ได้ แต่เขาไม่มีวันหนีเวรกรรมจากสิ่งที่ตัวเองก่อไว้ได้แน่ เนติมาเชื่อตามนั้น เธอเข้ามาดูแลระบิลพร้อมทวงสัญญาว่ายังติดหนี้ ทำอาหารให้เขาทานหนึ่งมื้อ

“อันนั้นผมยกหนี้ให้เลย กลัวอาหารของคุณจะทำให้ผมเจ็บหนักกว่านี้”

“งั้นฉันไม่ทำให้กินก็ได้ เชอะ นายดูแลตัวเองก็แล้วกัน” เนติมาทำงอนจะลุกหนี ระบิลรีบอ้อน

ยามหนุ่มสาวทำหวานใส่กัน ขวัญชนก วิเชษฐ์ อ้อ และดลเดินเข้ามาขัดจังหวะ เพราะเพิ่งจัดการเรื่อง งานศพคำเที่ยงเสร็จ ทั้งสี่โห่แซวระบิลกับเนติมา ก่อนจะจับแยกตัวมาสัมภาษณ์เดี่ยว เพราะอยากให้เรื่องราวความรักของระบิล เนติมา และศิวัชลงเอยด้วยดี

แต่เนติมายังให้คำตอบไม่ได้ เธอว่าตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือต้องให้พงษ์เลิศเข้าคุกให้ได้

“จะกลัวอะไร หลักฐานสำคัญเธอก็ได้แล้ว เธอชนะเห็นๆ” ขวัญชนกมั่นใจ

“ไม่แน่หรอกนะ ลองถ้าคนอย่างนายพงษ์เลิศกล้าเดินกลับมามอบตัว ยอมสู้คดีแล้วละก็ เขาคงต้องมีอะไรดีๆแน่ เพราะฉะนั้นฉันต้องไม่ประมาท แล้วก็ไม่วอกแวกกับอะไรทั้งนั้น”

“แล้วเธอจะปล่อยให้เรื่องของเธอ คุณระบิล แล้วก็ คุณศิวัช ไว้แบบนี้น่ะเหรอ”

เนติมาถอนหายใจหน้าเศร้า ขวัญชนกมองเพื่อนอย่างเห็นใจ

ooooooo

แล้ววันที่เนติมากับดลรอคอยก็มาถึง คดีของครอบครัวอิสราวัชถูกรื้อขึ้นมาใหม่

พงษ์เลิศในฐานะผู้ถูกกล่าวหาขึ้นให้ปากคำในศาล เนติมานำเทปลับของพ่อมาเปิดให้ทุกคนฟังหวังใช้เป็นหลักฐานเอาผิด แต่ทนายของวายร้ายอ้างว่า เสียงที่ได้ยิน อาจไม่ใช่เสียงวิเชียรก็ได้  เพราะในปัจจุบันมีการใช้โปรแกรม ปรับแต่งเสียง ตัดต่อได้อย่างแนบเนียน อีกทั้งทางเนติมาก็ไม่มีหลักฐานยืนยันที่แน่ชัด ที่จะระบุว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของพงษ์เลิศคุยกับวิเชียรจริง ทำให้ศาลต้องเลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน

สองพี่น้องเดินหน้าเครียดออกมาที่ลานจอดรถ หมดหวังจะเอาผิดพงษ์เลิศ ขณะที่พงษ์เลิศส่งยิ้มเย้ยเดินเข้ามาคุยข่ม “ระดับฉัน ถ้าไม่แน่จริงไม่อยู่มาจนวันนี้หรอก บอกไว้เลยนะว่าพวกแกไม่มีทางหาหลักฐานมาเอาผิดฉันได้หรอก”

“มันไม่มีหรอกนะคะ อาชญากรรมที่ไม่มีร่องรอย”

“มันก็ขึ้นอยู่กับว่าร่องรอยนั้นเป็นของใคร ไปเถอะคุณทนาย ไปฉลองล่วงหน้า ยังไงคดีนี้พวกเราชนะแน่ๆ” พงษ์เลิศเดินหัวเราะอย่างสะใจกลับไปที่รถพร้อมทีมทนาย

เนติมาและดลมองตามด้วยความเจ็บใจสุดๆ แล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นชลกรเดินตามพงษ์เลิศไป เธอเรียกให้จอมมาเฟียหันมา

พงษ์เลิศแปลกใจเอ่ยทักชลกร “ออกมาได้ยังไงเนี่ย เธอโดนจับไปแล้วไม่ใช่เหรอ นี่คงจะใช้วิธีเก่าๆที่เธอถนัดอีกล่ะซิ ไหนบอกหน่อยซิ ว่าเธอต้องนอนกับผู้ชายมากี่คน ถึงออกมาได้”

“ฉันยอมนอนกับผู้ชายทั้งเรือนจำก็ได้ ถ้ามันจะทำให้ฉันออกมาแก้แค้นผู้ชายชั่วๆ อย่างแก ถึงใครจะเอาผิด แกไม่ได้ แต่ฉันที่แหละที่จะเอาแกไปลงนรกเอง” ชลกรยกปืนที่ซ่อนไว้ เล็งไปที่พงษ์เลิศ

พงษ์เลิศรีบต่อรอง แต่ชลกรไม่หลงกล “คิดว่าฉันจะเชื่อคำโกหกหลอกลวงของผู้ชายอย่างพวกแกงั้นเหรอ พวกแกใช้ประโยชน์จากฉันมากพอแล้ว ถึงเวลาที่ผู้หญิงอย่างฉันจะขอเอาคืนบ้าง” ขาดคำชลกรก็สาดกระสุนใส่พงษ์เลิศ ทีมทนายความตกใจรีบวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว

ชลกรเดินถือปืนเข้าไปยืนคร่อมร่างของพงษ์เลิศไว้ แล้วยิงซ้ำจนหมดแม็ก ตำรวจ เนติมา และดลวิ่งเข้ามาดู ภาพที่เห็นคือพงษ์เลิศนอนขาดใจตายอยู่ใต้ขาชลกรที่ยืนคร่อมร่างไว้
ชลกรหัวเราะสะใจ พลางตะโกนลั่น “ฉันแก้แค้นมันได้แล้ว...ฉันแก้แค้นมันได้แล้ว...”

เนติมากับดลมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้า พลางเอ่ยอย่างสังเวช “ในที่สุดก็จบเรื่องซักที...เขาถูกเวรกรรมตามมาลงโทษ ก่อนที่ศาลจะตัดสินเสียอีก”

ooooooo

คดีของพงษ์เลิศปิดฉากลง สองพี่น้องกลับคืนสู่บ้านอิสราวัชรที่เคยเป็นของตัวเองด้วยความคิดถึง ดลบอกกับพี่สาวว่า เขาจะได้กลับมาเป็น ยศวีร์  อิสรา-วัชร เสียที เนติมารู้ทันล้อว่า ที่ไม่อยากเป็นดล เพราะไม่อยากรับบทเป็นพี่ชายแท้ๆ ของใครบางคนรึเปล่า

“พี่เนติ์พูดอะไรน่ะ ผมกับอ้อ เรายังเด็กมาก ยังไม่คิดเรื่องอะไรแบบนั้นหรอก”

“ความรักไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม พี่ดีใจที่น้องชายของพี่รู้จักให้เกียรติคนที่รัก ไม่เร่งร้อน ความรักที่เริ่มด้วยความมั่นใจ จะเป็นความรัก ที่ยั่งยืนต่อไป”

“เรื่องของผมน่ะ พี่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ยังอีกนาน แต่เรื่องของพี่นี่ซิ พี่จะปล่อยให้มันคาราคาซังแบบนี้อีกนานเท่าไหร่ ใจคอพี่จะไม่สงสารคุณศิวัช กับพี่ระบิลบ้างเหรอ ถ้าพี่ไม่สงสารสองคนนั่น ก็น่าจะสงสารตัวเองบ้าง ก่อนหน้านี้ที่พี่ยังไม่เคลียร์ ผมก็เข้าใจว่ามันยังมีเรื่องยุ่งๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างลงตัวแล้ว ถึงเวลาที่พี่จะจัดการปัญหาหัวใจของตัวเองได้แล้ว ผมก็อยากเห็นพี่สาวของผมมีความสุขเหมือนกัน” ดลพูดเสร็จก็มองหน้าเนติมายิ้มๆ แล้วเดินออกไป ทิ้งให้เนติมายืนคิดหนัก

เวลาเดียวกัน ศิวัชนั่งลังเลอยู่ในห้องรับแขก เพราะตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะโทร.หาเนติมาหรือไม่ ธำรงเดินถือแก้วไวน์เข้ามาคุยกับลูกชายเรื่องการตายของพงษ์เลิศ เพราะทำให้ประชาชนตาสว่าง  รู้ว่าควรเข้าข้างใคร และคะแนนนิยมของศิวัชก็มากขึ้นกว่าเดิม

“ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่พวกเราจะทำอะไรก็ได้ ทางสะดวก” ธำรงยิ้มอย่างมีแผน

“สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คือ ทำให้ความแตกแยกหมดไปครับ เกมการเมืองกับผลประโยชน์ของคนไม่กี่คน ทำให้บ้านเมืองของเราแตกแยก เสียหายมาเยอะแล้วครับ”

“ที่แกพูดน่ะหมายถึงใคร”

“ก็หมายถึงพวกเราทุกคนน่ะแหละครับ ผมว่าถึงเวลาที่เราต้องคิดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักแล้วครับ”

“นี่แกกำลังว่าฉันอยู่ใช่ไหม”

“ถ้าคุณพ่อคิดอย่างนั้น ผมก็ต้องขอโทษครับ” ศิวัชยกมือไหว้พ่อแล้วลุกขึ้นจะเดินเลี่ยงออก

ธำรงไม่พอใจตะโกนตามไล่หลัง “เดี๋ยวนี้แกเปลี่ยนไป ไม่เหมือนลูกชายคนเดิมของพ่อ”

“แต่เหมือนนายกฯ ที่ควรจะเป็นใช่ไหมครับ ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” ศิวัชคนใหม่หันมา

ธำรงทวงถามลูกชายเรื่องแต่งงานกับปฏิพร แต่ศิวัชยืนกรานหนักแน่นว่าคนที่เขารักและอยากแต่งงานด้วย คือ เนติมาคนเดียวเท่านั้น ธำรงอึ้งมองลูกชายด้วยความโมโหและเจ็บใจ

ศิวัชออกมานั่งทบทวนเรื่องราวระหว่างตัวเองกับเนติมา ก่อนตัดสินใจวัดดวง ไปหาเนติมาที่เฝ้าระบิลอยู่ที่โรงพยาบาล เขาเห็นเธอหยอกล้ออยู่กับบอดี้การ์ดอย่างมีความสุขก็ยิ่งเจ็บ แต่จำต้องเข้าไปขัดจังหวะด้วยการขอคุยด้วยเป็นการส่วนตัว

สาวแกร่งเดินนำศิวัชออกมาคุยข้างนอก ระบิลตามมาแอบมอง และรู้ตัวว่าไม่คู่ควรกับนายสาวเลยสักนิด จึงตัดสินใจจะเป็นฝ่ายไปเอง เป็นเวลาเดียวกับที่ศิวัชยื่นตั๋วเครื่องบินให้เนติมาพลางเอ่ยว่า พรุ่งนี้เขาจะไปประชุมที่ต่างประเทศหนึ่งอาทิตย์ และอยากจะให้เธอไปด้วย แต่เนติมายังอึกอัก ศิวัชรีบบอกต่อ

“พี่ยังไม่อยากได้คำตอบจากเนติ์ตอนนี้ พี่อยากให้เนติ์ตัดสินใจอย่างรอบคอบ สำหรับพี่ไม่ว่าเนติ์จะตัดสินใจยังไง พี่ก็ยังจะรักเนติ์เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง”

“พี่ศิวัช” เนติมามองหน้าชายหนุ่ม เห็นเขาส่งยิ้มเศร้าๆ ก่อนเดินจากไป

สาวแกร่งหน้าเครียดมองตั๋วเครื่องบินในมือพลางคิดหนัก ไม่ต่างไปจากระบิลที่แอบฟังอยู่

กลางดึกคืนนั้น ระบิลตัดสินใจออกไปจากชีวิตของเนติมาเพราะอยากให้เธอเลือกในสิ่งที่คู่ควร แต่เขาตัดสินใจผิด เพราะเมื่อถึงเช้าวันใหม่ เนติมาเลือกที่จะมาหาระบิลที่โรงพยาบาลแทนที่จะเดินทางไปต่างประเทศกับศิวัช แต่ต้องผิดหวังเพราะระบิลหายตัวไป

ขณะที่ศิวัชเองก็ตัดสินใจคุยกับธำรงให้เด็ดขาดเรื่องการบริหารประเทศและเรื่องปฏิพร ธำรงไม่พอใจลุกขึ้นชี้หน้าลูกชายที่กล้าขัดคำสั่ง

“ผมต้องขอโทษคุณพ่อด้วยครับ เพราะต่อไปผมอาจต้องขัดคำสั่งคุณพ่อในทุกๆเรื่อง ถ้าผมเห็นไม่สมควร ผมไม่สามารถมีชีวิตอยู่โดยให้ใครมาขีดเส้นให้ผมต่อไปได้อีกแล้วครับ ผมเป็นนายกฯในแบบที่คุณพ่อต้องการมานานแล้ว ผมอยากเป็นนายกฯในแบบที่ประชาชนต้องการบ้าง”

“นี่แกหาว่าฉันทำให้แกเป็นนายกฯที่ไม่ดีงั้นเหรอ”

“ผมไม่กล้าว่าคุณพ่อแบบนั้นหรอกครับ แต่ยุคของการเล่นการเมืองมันหมดไปแล้วครับ ถึงเวลาที่เราต้องพัฒนาประเทศอย่างเอาจริงเอาจัง ประเทศเราเสียเวลาไปมากแล้ว ผมอยากขอให้คุณพ่อยุติบทบาททางการเมืองเสียที”

“แก...แก...” ธำรงพูดไม่ออก

ศิวัชสูดลมหายใจเต็มปอด ก่อนจะเดินออกไปอย่างมุ่งมั่นตามทางที่ตัวเองเลือกแล้ว ธำรงได้แต่มองตามลูกชายทั้งโมโห ทั้งแค้นใจ และเจ็บปวดอย่างที่สุด แต่ทำอะไรไม่ได้

เวลาต่อมา ศิวัชเข้ามานั่งรอเนติมาในห้องวีไอพีของสนามบิน จนกระทั่งถึงนาทีสุดท้าย ก็ยังไม่มีแม้เงาของเนติมา เขาตัดใจลุกขึ้นมองตัวเองในกระจกในฐานะนายกรัฐมนตรี ชายหนุ่มเรียกกำลังใจกลับคืนมา และบอกกับตัวเอง...

“ในฐานะนายกรัฐมนตรีของประเทศนี้ ต่อไป...ตัวเราจะไม่ใช่ของเรา แต่จะเป็นเครื่องมือที่คอยแก้ปัญหาและความทุกข์ยากของประชาชน หัวใจก็ไม่ใช่ของเราแต่จะเป็นเครื่องหลอมรวมใจของคนทั้งชาติเอาไว้ด้วยกัน พละกำลังก็จะไม่ใช้หาผลประโยชน์เข้าตัว แต่จะใช้ผลักดันให้ประเทศชาติข้ามผ่านนาวาแห่งความทุกข์ยาก และด้วยเวลาที่เหลือ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะกี่เดือนกี่วัน เราจะใช้เวลาทั้งหมดเพื่อประชาชน...”

ooooooo

เนติมามาตามหาระบิลที่บ้านสวน แต่เขาไม่อยู่ที่นั่น เธอน้ำตาคลอรำพึงว่า “วันนี้ฉันเลือกนายแล้ว แต่ทำไมนายถึงไม่รอฉัน...ระบิล”

สาวแกร่งหมดหนทางไม่รู้ว่าจะไปตามหาระบิลได้ที่ไหน เธอหอบความผิดหวังกลับไปที่บ้านอิสราวัชร ทุกคนรอบตัวเฝ้ามองอาการเศร้าซึมของเนติมาด้วยความเป็นห่วง

วันเวลาผ่านไป ศิวัชกลับจากประชุมอาเซียน ซัมมิท เขานำผลประโยชน์กลับมาให้ประเทศอย่างมากมาย กันต์กับเจือจันทร์พากันชื่นชมเพราะรู้มาว่า ธำรงยอมวางมือจากการเมืองแล้ว และศิวัชไม่ต้องเป็นนายกฯ หุ่นเชิดให้ใครอีก จึงสามารถคิดอ่านทำประโยชน์ให้ประเทศได้เต็มที่ ดลบ่นว่าเสียดายที่อดมีพี่เขยเป็นนายกฯ

“พี่ดล ทำไมพูดแบบนั้น ไม่สงสารพี่เนติ์รึไง” อ้อหันมาดุ

“ก็ช่วยไม่ได้ อยากทำนายกฯหนุ่มขวัญใจสาวๆอกหัก ตัวเองก็เลยต้องมาอกหักเอง”

“แหม ก็ใครจะไปอารมณ์ดี รักสดชื่นสมหวังอย่างเราล่ะ” ขวัญชนกมองอ้อและดลอย่างล้อๆ

ทั้งสองเขินรีบสวนกลับเรื่องขวัญชนกออกไปดูหนังกับวิเชษฐ์ เพราะความสัมพันธ์ของทั้งสองพัฒนาไปมาก ดลหันมาแซวกันต์กับเจือจันทร์ที่นั่งยิ้มฟังหนุ่มสาวคุยกันว่า ให้เตรียมตัวเพื่อผู้กำกับจะยกขันหมากมาสู้ขอขวัญชนกในเร็ววันนี้

ขาดคำวิเชษฐ์ก็เดินเข้ามาพอดี เขายกมือไหว้เจือจันทร์กับกันต์ แล้วชวนขวัญชนกไปช่วยปลูกต้นไม้ในสวนเพราะซื้อต้นพุดที่เจือจันทร์ชอบมา หนุ่มสาวเดินตามกันออกไป

เจือจันทร์มองตามอดบ่นหาระบิลไม่ได้ เพราะถ้าเขาอยู่คงครึกครื้นกว่าที่เป็น ดลพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนเปรยว่า ไม่รู้ตอนนี้ระบิลไปอยู่ที่ไหน

หลายเดือนผ่านไป เนติมาตัดสินใจลาออกจากงาน เพื่อหลบไปทำใจเรื่องระบิลที่ฝรั่งเศส เจือจันทร์กับกันต์เข้ามาอวยพรให้เธอกลับมาพร้อมกับความสุขที่แท้จริง และไม่ต้องห่วงเรื่องดลกับอ้อเพราะทั้งสองจะช่วยดูแลเป็นอย่างดี

“ค่ะ เนติ์จะกลับมาเป็นเนติมาที่เข้มแข็งเหมือนเดิม” เนติมาก้มลงกราบทั้งคู่ แล้วเดินออกมาลาขวัญ–ชนกกับวิเชษฐ์ที่หน้าบ้านพลางเร่งให้ผู้กำกับรีบขอเพื่อนเธอแต่งงานเพราะบ้านจะได้ไม่เหงา

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณเนติ์ ต่อไปผมจะชวนคุณขวัญแต่งงานทุกวัน ขอบ่อยๆผมมั่นใจว่าคุณขวัญต้องใจอ่อนแน่”

“นี่คุณจะบ้าเหรอ ขอแต่งงานเขาต้องขอครั้งเดียวแบบอลังการ ไม่ใช่ขอพร่ำเพรื่อ ขอทิ้งขอขว้างนะ”

วิเชษฐ์อมยิ้มมองหน้าเนติมาอย่างรู้กัน แล้วค่อยๆเดินไปที่รถ ก่อนจะเปิดกระโปรงหลัง พลันลูกโป่งมากมายลอยออกมา แต่ละใบเต็มไปด้วยดอกกุหลาบแดง พร้อมป้ายผ้าเขียนไว้ว่า “แต่งงานกับผมนะครับ” โดยมีตุ๊กตาหนุ่มรูปหล่อ ถือแหวนรอเตรียมพร้อม

ขวัญชนกเห็นถึงกับอึ้ง พูดไม่ออก หันมาถามเนติมาว่าเอาไงดี

“เธอก็ตอบรับไปซิ ฉันรู้ว่าเธอโอเค รีบๆแต่งจะได้ไปเยี่ยมฉันที่ฝรั่งเศส”

“ว่าไงครับคุณขวัญ” วิเชษฐ์ขอคำตอบ

“จัดเต็มมาซะขนาดนี้ ใครจะปฏิเสธได้ละคะ” ขวัญชนกยิ้มอายๆ

วิเชษฐ์ดีใจกระโดดกอดขวัญชนกอย่างมีความสุข เนติมามองภาพนั้นด้วยความซาบซึ้ง ก่อนจะค่อยๆ ถือกระเป๋าเดินออกมา หาดลกับอ้อที่ยืนรอจะไปส่งที่สนามบิน
เมื่อมาถึงสนามบิน เนติมาย้ำกับดลและอ้อเรื่องเรียนเพราะถ้าทั้งคู่สอบผ่านเธอจะทำเรื่องส่งไปเรียนต่อต่างประเทศทันทีและกำชับให้น้องทั้งสองช่วยดูแลกันและกัน

“ครับพี่เนติ์ ผมสัญญาว่าจะดูแลผู้หญิงคนนี้ ด้วยชีวิตของผม” ดลให้คำมั่น

เนติมายิ้ม ก่อนจะมองนาฬิกาเอ่ยว่า เธอต้องไปแล้ว สาวแกร่งโบกมือลาหิ้วกระเป๋าเดินเข้าไปด้านใน

อ้อหน้าเศร้าบ่นกับดลว่า สงสารพี่เนติ์

“พี่เนติ์ทำเพื่อคนอื่นมามากแล้ว พี่มั่นใจว่า ความสุขที่แท้จริงจะรอพี่เนติ์อยู่” ดลเอามือขึ้นโอบไหล่อ้อไว้ด้วยความรัก อ้อหันมองดลยิ้มๆ

เครื่องบินเหินฟ้าพาเนติมามาถึงประเทศฝรั่งเศส สาวแกร่งกลับมาด้วยความรู้สึกโหยหาความสุขเมื่อครั้งที่ได้รู้จักกับระบิล เธอเดินใจลอยมาจนถึงร้านขายของที่ระลึกที่เคยมากับบอดี้การ์ดรู้ใจ ภาพในวันนั้นผุดเข้าในหัว เธอตัดใจเลือกโปสต์การ์ดใบหนึ่งขึ้นมาเพื่อที่จะเขียนแบบที่ระบิลเคยเขียน แต่พลันชะงัก เพราะมีคนเขียนข้อความในโปสต์การ์ดแผ่นนั้นแล้ว

เนติมาอ่านข้อความนั้นด้วยความรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก เพราะระบิลเขียนบอกความรู้สึกทุกอย่างที่มีต่อเธอ เมื่ออ่านข้อความจบ หล่อนก็รู้ทันทีว่าระบิลต้องมาที่นี่ แต่คิดไม่ออกว่าเขาอยู่ที่ไหน

ทันใดนั้น สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นรูปหน้าโปสการ์ดเป็นรูป Etretat จึงรู้ได้ทันทีว่าระบิลอยู่ไหน

สาวแกร่งวิ่งมาที่ชายหาด Etretat เธอเรียกหาระบิลทั้งน้ำตา “ระบิลนายอยู่ที่ไหนนะ ไหนนายเคยบอกว่าอยากจะบอกรักกับคนที่นายรักที่นี่ไง ฉันมาแล้วไง ฉันอยู่ที่นี่แล้ว แล้วนายล่ะ หรือว่านายไม่ได้รักฉัน...คนบ้า คนใจร้าย”

เนติมาหันหลังกลับ ทันใดนั้นตัวเธอเกือบจะชนกับชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลัง หล่อนจะหันมาขอโทษ แต่ชายคนนั้นรีบพูดขึ้นมาก่อน

“ใครบอกว่าผมไม่รักคุณล่ะ...ขอบคุณนะที่มาตามหาผมถึงที่นี่”

“ฉันไม่ได้มาตามนายซะหน่อย...ฉัน...”

“ผมรักคุณนะ...เจ้านาย”

“ฉันก็รักนาย...ระบิล”

สองหนุ่มสาวโผเข้าสวมกอดกัน ด้วยดวงใจดื่มด่ำ วงแขนต่างโอบกระชับเรือนกาย เสมือนหนึ่งมิปรารถนาแยกจากกันตลอดกาล

ooooooo

.

–อวสาน–

.



Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.097 seconds with 17 queries.