Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
02 November 2026, 20:01:53

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,712 Posts in 15,718 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  หมวดหมู่ทั่วไป  |  ศาลาพักใจ  |  รายการโทรทัศน์ที่น่าดูมาก  |  เรื่องย่อ "อาคม" ตอนที่ 1 - ตอนที่ 14 ตอนจบ (thairath.co.th)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: เรื่องย่อ "อาคม" ตอนที่ 1 - ตอนที่ 14 ตอนจบ (thairath.co.th)  (Read 107 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« on: 17 October 2026, 19:48:12 »

เรื่องย่อ "อาคม" ตอนที่ 1 - ตอนที่ 14 ตอนจบ (thairath.co.th)


https://www.thairath.co.th/novel/ARKOM/ep1/page1

อาคม ตอนที่ 1

อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกอบ "มาร์กี้"

ความแค้นของทรงกลดอดีตทนายฝึกหัดอนาคตไกล ลูกชายคนเดียวของทรงพลเจ้าของกลุ่มเงินทุนทีบี เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน...ในคืนฝนตกหนักที่ครอบครัวของเขาต้องจากกันตลอดกาล

ครอบครัวของทรงกลดโดนกลุ่มนายทุนจอมโฉด สมาชิกที่กลุ่มเงินทุนทีบีเคยช่วยเหลือรวมหัวกันใส่ร้าย และเมื่อทรงพลจนมุมหนีออกนอกประเทศ คมกริชเจ้าของอาบอบนวดชื่อดังก็ส่งลูกน้องไปฆ่าปิดปากทั้งครอบครัว!

พ่อแม่ของทรงกลดตายคาที่เพราะเครื่องบินตก ส่วนตัวเขา...รอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ด้วยความช่วยเหลือของชายหนุ่มลึกลับ...ฮันเตอร์ คิม ที่ต่อมากลายเป็นอาจารย์เจ้าของวิชาอาคมสุดขลัง ทรงกลดยังจำได้ดีถึงใบหน้าชุ่มด้วยเลือดของพ่อแม่ ความแค้นปะทุในอก พร้อมๆกับคำพูดสุดท้ายของฮันเตอร์ก่อนเขาจะหมดสติ

“ฉันรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ มาอยู่กับฉัน ฉันจะช่วยแกล้างแค้นพวกมันเอง!”

หลายปีต่อมา...ทรงกลดปรากฏตัวอีกครั้งในนามคิม วายร้ายในเงามืดที่ทำให้ตำรวจทั้งกรมปั่นป่วน เพราะเหตุฆาตกรรมปริศนา...เหล่านักธุรกิจที่มีเบื้องหลังน่าสงสัยล้มป่วยด้วยโรคที่ระบุไม่ได้และตายอย่างโหด เหี้ยมในเวลาต่อมา

ไม่มีใครรู้ว่าคิมคือใครและมาจากไหน นั่นทำให้อดีตทนายฝึกหัดย่ามใจไม่น้อย และวันนี้เขาก็ปรากฏตัวอีกครั้งบนดาดฟ้าตึกร้างเพื่อร่ายอาคมและทำพิธีเผาตุ๊กตาไม้รูปคมกฤช เจ้าของอาบอบนวดชื่อดัง หนึ่งในคนบงการฆ่าพ่อแม่ของเขาด้วยการทำให้เครื่องบินตกเมื่อหลายปีก่อน

คมกฤชเหยื่อรายล่าสุดของคิมยังไม่รู้ตัว มัวเฉลิมฉลองชัยชนะของธุรกิจพันล้านกับเหล่าผู้ร่วมทุนทีบี

ในอดีต เกริกภพ เดชา ศักดิ์ชาย ธีรนัฐและคุณหญิงอัปสร เครื่องดื่มมึนเมาชั้นดีถูกเสิร์ฟแก้วแล้วแก้วเล่า คมกฤชมีความสุขมาก จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงความร้อนบางอย่างที่แขนและลามไปทั่วตัว!

เวลาเดียวกัน...ทีเกื้อนายตำรวจยศร้อยเอก พร้อมนภคู่หู ซุ่มจับคนร้ายที่ก่อเหตุฆาตกรรมปริศนาหลายคดี ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เขาพลาดและคลาดกับคนร้ายรายนี้นับครั้งไม่ถ้วน และวันนี้เขาก็มาซุ่มจับคนร้ายรายนี้ที่ตึกร้าง เพราะได้เบาะแสจากนิมิตพิเศษ...เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าว่าคนร้ายจะก่อเหตุที่นี่

พลังพิเศษของทีเกื้อที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กทำให้เขาเกือบได้ตัวคนร้าย แต่คิมก็ใช้อาคมพาตัวเองหนีรอดไปได้อีกครั้ง ทิ้งไว้แค่ตุ๊กตาไม้ที่ถูกเผาจนแทบไม่เหลือซาก!

ooooooo

คมกฤชถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เอื้อกานต์คุณหมอสาวสวยเตรียมตัวรออยู่แล้ว เพราะได้ข่าวล่วงหน้าจากกระแสจิตของทีเกื้อน้องชายฝาแฝด... สองพี่น้องเป็นฝาแฝดชายหญิงที่มีพลังพิเศษตั้งแต่เด็ก เอื้อกานต์มีพลังรักษา ส่วนทีเกื้อมีนิมิตเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า นอกจากนี้ทั้งสองยังสื่อสารกันทางโทรจิตได้ด้วย

อาการของคมกฤชน่าสงสัยมาก ตัวร้อนผ่าวเหมือนถูกของร้อน เอื้อกานต์พยายามช่วยเหลือเต็มที่ แต่ก็ยื้อชีวิตเจ้าของอาบอบนวดหนุ่มไม่ได้ คุณหมอสาวเสียใจที่ช่วยชีวิตคนไข้ไม่ได้ แต่กระนั้นสาเหตุการตายของเขาก็คาใจเธอมากกว่า และเธอก็เชื่อแน่ว่าคมกฤชไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุธรรมดา...

คิมหรือทรงกลดกลับถึงคอนโดเย็นวันเดียวกัน บรรยากาศเงียบและวังเวงยังเหมือนเดิมตั้งแต่เขาเลือกเส้นทางอาคม เป็นศิษย์ของฮันเตอร์ คิม เพื่อล้างแค้นทุกคนที่ทำให้พ่อแม่ของเขาต้องตาย และวันนี้...คมกฤชเหยื่อรายล่าสุดและหนึ่งในคนบงการวางระเบิดจนเครื่องบินที่ครอบครัวเขานั่งตกเมื่อหลายปีก่อนก็ได้รับการสั่งสอน

ฮันเตอร์ คิม หนุ่มใหญ่ผู้มีเบื้องหลังเป็นปริศนาปรากฏตัวในคอนโดของศิษย์เอกหลังจากนั้น แม้จะคุ้นเคยกันมานานแต่ก็อดทักทายด้วยวิชาอาคมชั้นสูงเพื่อทดสอบไม่ได้ คิมรู้ดีและทักทายอาจารย์ด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ

“อาจารย์ออกมาเถอะครับ เลิกทดสอบผมได้แล้ว”

เงามืดของฮันเตอร์ คิม ปรากฏเบื้องหลังศิษย์เอก ยิ้มพอใจที่สัญชาตญาณของอีกฝ่ายแม่นยำเหมือนเคย

“นึกว่าแกจะจับจิตของอาจารย์ตัวเองไม่ได้ซะแล้ว... ไม่เสียแรงที่ฉันสอนแกมา”

“ผมจัดการเหยื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ”

“ดีมาก...พวกมันฆ่าครอบครัวฉันและครอบครัวแก เราต้องล้างแค้นพวกมันให้หมด!”

น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของฮันเตอร์ คิม มาพร้อมภาพอดีตอันโหดร้าย ครอบครัวฮันเตอร์ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมด้วยเงื้อมมือเกริกภพ เจ้าของโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูป เพราะเขาเป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องโรงงานปล่อยของเสียในชุมชน

ความแค้นของฮันเตอร์สั่งสมมานาน ทำให้เขาฝึกปรือวิชาอาคมจนแก่กล้า และวันนี้เขาก็มีคิมหรือทรงกลด อดีตทนายฝึกหัดที่เขาเคยช่วยชีวิตเมื่อหลายปีก่อนมาช่วยให้ความปรารถนาของเขาเป็นจริง

ฮันเตอร์ คิม ใช้ความแค้นของทรงกลดเป็นแรงผลักเพื่อชำระแค้นที่รอมานาน และวันนี้ความปรารถนาของเขาก็ใกล้จะเป็นจริง คิมหรือทรงกลดมีอาคมเข้มแข็งขึ้นมาก แม้จะหลงเหลือจิตเมตตาและอ่อนโยนอยู่บ้าง แต่เขาก็ตามเก็บงานให้ไม่เหลือซากทุกครั้ง โดยไม่ให้ศิษย์เอกรู้

อย่างเช่นวันนี้ที่คมกฤชต้องตายอย่างอนาถ แต่คิมหรือทรงกลดก็ยังไม่รู้ตัว...ฮันเตอร์ดึงตัวเองจากอดีต ยิ้มเย็น

“ฉันไม่มีวันลืมสิ่งที่พวกมันทำ และแกจะต้องเป็นคนจัดการคนพวกนี้”

“ครับ...เหยื่อที่เหลือเป็นใคร อาจารย์จะให้ผมจัดการเมื่อไหร่...”

ooooooo

หลังส่งข่าวทางโทรจิตให้เอื้อกานต์พี่สาวฝาแฝด ทีเกื้อก็แทบจะรื้อดาดฟ้าบนตึกร้างเพื่อตามร่องรอยของคนร้ายปริศนา นภเข้าใจความรู้สึกเพื่อนคู่หูดี แต่คาใจมากกว่าเรื่องท่าทางมั่นอกมั่นใจของอีกฝ่าย

“แกรู้ได้ยังไงวะว่าคนร้ายอยู่ที่นี่”

ทีเกื้อตอบทีเล่นทีจริง “นั่งทางในเอา”

“งั้นแกก็นั่งทางในไปแก้ตัวกับท่านรองด้วยล่ะ เล่นพาลูกน้องมาจับคนร้ายแบบนี้บ่อยๆ แถมยังไม่ขออนุญาตนายก่อนอีก คราวที่แล้วก็โดนด่ายับไปทีแล้ว...ไม่เข็ด”

“ต่อให้โดนด่าอีกกี่ที ถ้าจับคนร้ายได้...ฉันก็ยอม”

ไม่ใช่แค่พวกตำรวจที่ตามจับคนร้ายปริศนา เหล่าสื่อมวลชนก็จับตามองการทำงานของทางการเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมปริศนา โดยเฉพาะสำนักข่าวทีเอ็นนิวส์ของธีรนัฐ ซึ่งมีธีรภูมิลูกชายคนโตเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตรายการ

ธีรภูมิเป็นด็อกเตอร์หนุ่มจบจากเมืองนอก มาดสำอางจัด เป็นคนอารมณ์ดี รักอิสระ แต่ก็เป็นเจ้านายที่เข้มงวด เนี้ยบทุกองค์ประกอบ ลูกน้องเกรงกลัวเขาไม่น้อย คงมีเพียงสัตตบงกชหรือหนูดี คู่หมั้นสาวและผู้ดำเนินรายการประจำสถานีเท่านั้นที่มีท่าทีสบายๆไม่กดดันหรือเกร็งมากที่ต้องเจอเขาทุกวัน

และวันนี้สัตตบงกชก็นำทีมมาถึงหน้าโรงพยาบาลเพื่อตามข่าวการตายของคมกฤช เธอเข้าใจสถานการณ์ดี ญาติผู้ตายโดยเฉพาะภรรยาของคมกฤชปฏิเสธการให้ข่าว รวมทั้งพวกตำรวจ เพราะยังไม่มีความแน่นอนเรื่องหลักฐานและสาเหตุการตาย พิธีกรสาวเลยจะกลับสถานี แต่ก็ถูกลูกน้องท้วงไว้เพราะอยากได้ข่าว

สัตตบงกชเกลี้ยกล่อมจนลูกน้องยอมกลับสถานี ทั้งชี้แจงการคาดการณ์ของตนว่าคงไม่มีใครยอมให้ข่าวและจรรยาบรรณของสื่อที่จะไม่กระหน่ำซ้ำเติมเหยื่อเหตุฆาตกรรมที่สูญเสียมากพอแล้ว

การคาดเดาของสัตตบงกชไม่ได้เกินจริงเลย เอื้อกานต์ที่รับผิดชอบเคสของคมกฤชโดยตรงเพราะเป็นแพทย์เวรในวันเกิดเหตุก็กำลังแปลกใจ เพราะภรรยาของเขายืนยันไม่ให้ผ่าพิสูจน์ศพ โดยอ้างว่าไม่อยากรื้อฟื้นให้เป็นคดีฉาวโฉ่และอื้อฉาว อยากให้สามีจากไปอย่างสงบมากกว่า

การตายของคมกฤชกลายเป็นปริศนา เอื้อกานต์คิดจะหาคำตอบให้ได้ แต่ก่อนอื่นคุณหมอสาวจะต้องรับมือกับกองทัพนักข่าวที่มาออหน้าโรงพยาบาล คิมก็มาที่นี่ด้วยเพราะสงสัยการตายของเหยื่อที่เขาตั้งใจแค่สั่งสอน ไม่ได้อยากให้ถึงแก่ชีวิต โดยใช้อาคมแปลงกายเป็นนักข่าวแฝงตัวในฝูงชน

เอื้อกานต์ในฐานะผู้รับผิดชอบเคสโดยตรงต้องออกมาแถลงข่าวตามคำสั่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล แต่เธอก็ให้สัมภาษณ์อะไรไม่ได้ นอกจากการตายของคมกฤช ยังอยู่ในขั้นตอนสืบสวน

คิมจ้องมองเอื้อกานต์ไม่วางตา เช่นเดียวกับทีเกื้อที่แอบมองพี่สาวฝาแฝดจากมุมไกล พลางส่งโทรจิตแซว

“หลอกนักข่าวเหรอ...คุณหมอคนสวย แน่ใจเหรอว่าไม่รู้ว่าคมกฤชตายเพราะอะไร”

เอื้อกานต์ได้ยินเสียงน้องชายฝาแฝดในหัวก็หันขวับ แต่ก็ยังหาเจ้าของเสียงไม่เจอ

“ถ้าอยากรู้อะไรก็ออกมาพูดดีๆ”

“แน่จริงก็หาให้เจอสิว่าเกื้ออยู่ไหน”

“เลิกเล่นได้แล้ว...ไม่งั้นไม่บอกนะว่าคมกฤชตายได้ยังไง อยากรู้ไม่ใช่เหรอ”

“มาแล้วๆ อยู่นี่ มองตรงมาสิ...”

ooooooo

หลังงานแถลงข่าวอันน่าอึดอัด ทีเกื้อก็กอดคอเอื้อกานต์พี่สาวฝาแฝดอย่างสนิทสนมราวกับเป็นคนรักเข้าไปในโรงพยาบาล เหล่าหมอและพยาบาลมองตามยิ้มๆ ชินตาและรู้ดีว่าทั้งสองไม่ใช่แฟนแต่เป็นพี่น้องฝาแฝด

“เอื้อก็นึกว่าใครแอบมอง...ที่แท้ก็เกื้อนี่เอง”

“ก็เอื้ออยู่ไกล เกื้อฝ่านักข่าวไปไม่ไหว เลยลองใช้จิตคุยดู ไม่คิดว่าเอื้อจะได้ยินเหมือนกัน ปกติจิตของเกื้อไม่นิ่งเท่าเอื้อ ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง”

“จิตเอื้อก็ไม่นิ่งเหมือนกัน ต้องฝึกนั่งสมาธิบ่อยๆ แล้วนี่มาเพราะอะไร...เพราะเรื่องการตายของคมกฤชใช่ไหม”

“ใช่...เอื้อเป็นคนรับเคสนี้มาใช่ไหม”

“ใช่...แต่ตอนนี้เกื้อควรเลิกโอบเอื้อก่อน เขาเข้าใจผิดกันทั้งโรงพยาบาลแล้ว”

“ก็ดีสิ...จะได้ไม่มีหนุ่มหน้าไหนกล้ามาจีบเอื้อ”

ทีเกื้อโต้ยิ้มๆแต่หมายความตามที่พูดทุกคำ เขาห่วงและหวงพี่สาวฝาแฝดมากเพราะเหลือกันแค่สองคน และเอื้อกานต์ก็รู้ดี ไม่ถือสา เดินนำน้องชายฝาแฝดมาห้องตรวจและลงมือทำแผลให้อีกฝ่ายเหมือนเคย

ชีวิตตำรวจของทีเกื้อโลดโผนพอตัว สัมผัสพิเศษที่ติดตัวแต่กำเนิดไม่ได้ทำให้ลำพองใจ แต่อยากใช้มันเพื่อช่วยเหลือคนอื่น เอื้อกานต์ก็คิดไม่ต่างกัน เธอชินเสียแล้วที่ต้องทำแผลให้น้องชายฝาแฝดทุกครั้งที่เจอหน้า

สองพี่น้องนั่งกันเงียบๆ ก่อนที่เอื้อกานต์จะพูดถึงคดีของคมกฤชด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“เอื้อก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาตายเพราะอะไร แต่สัมผัสของเอื้อ...บอกได้ว่าไม่ได้ตายเพราะโรคร้ายธรรมดาแน่”

“เอื้อรู้ข่าวใช่ไหมว่าตอนนี้มีนักธุรกิจป่วยเป็นโรคประหลาดหาสาเหตุไม่ได้ต่อเนื่องกันหลายรายแล้ว...”

เอื้อกานต์พยักหน้ารับรู้ ทีเกื้อเลยเล่าเรื่องการสืบคดีของเขา ทั้งเบาะแสและหลักฐานที่รวบรวมได้

“เหยื่อทุกรายล้วนเป็นนักธุรกิจที่รวยอันดับต้นๆ ของประเทศ รายแรกเกิดเมื่อสองเดือนก่อน อยู่ๆก็อาเจียนออกมาเป็นเลือดทั้งที่ไม่มีโรคประจำตัวอะไร หลังจากนั้น ก็เสียสติไปด้วย”

ทีเกื้อนึกถึงเรื่องแปลกๆจากคดีนี้ พลันก็คิดได้ว่าเหยื่อทุกรายมีจุดเหมือนกันคือรอยไหม้สัญลักษณ์์คล้ายๆพระจันทร์ รวมไปถึงอาการป่วยแทรกซ้อนโดยที่หมอก็หาสาเหตุไม่ได้ว่าเป็นโรคอะไร

“เกื้อคิดว่าเหยื่อโดนทำของใส่ เพราะก่อนเกิดเหตุ บ้านเหยื่อทุกรายจะถูกคนร้ายสวมหน้ากากขึ้นบ้านคนร้ายคงเข้าไปขโมยของเหยื่อเพื่อมาทำของ”

ทีเกื้อสันนิษฐานว่าเป็นแบบนั้นเพราะเคยคาดกับคนร้ายอย่างหวุดหวิดที่บ้านเหยื่อ

“เรื่องใหญ่แบบนี้ ทำไมเอื้อไม่รู้มาก่อนเลย”

“ทางตำรวจและเจ้าหน้าที่ปิดข่าวนี้ กลัวคนแตกตื่น แบบเอื้อตอนนี้ไง แล้วคดีมันก็ยังไม่ชัดเจนว่าเหยื่อตายเพราะโรค หรือเพราะฝีมือใครบางคนกันแน่”

“เกื้อบอกเหยื่อทุกรายแค่เป็นโรคประหลาดหาสาเหตุไม่ได้ แล้วทำไมนายคมกฤชถึงเสียชีวิตล่ะ”

“นั่นสิ...แปลกใจเหมือนกัน ถึงได้มาที่นี่ แล้วให้เอื้อช่วยดูคดีนี้ให้เป็นพิเศษหน่อย”

ooooooo

คิมหรือทรงกลดรอจนค่ำจึงแอบเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อสืบเรื่องการตายของคมกฤช เขาใช้อาคมทำให้หมอตัวจริงหลับและขโมยบัตรประจำตัว ก่อนจะเข้าไปในห้องดับจิตเพื่อตรวจศพของคมกฤช

เอื้อกานต์ยังไม่กลับบ้าน หมกมุ่นกับการหาสาเหตุการตายของคมกฤช คำพูดของน้องชายฝาแฝดยังวนเวียนในหัวว่าอาจมีการเล่นอาคม คุณหมอสาวอยากแน่ใจเลยคิดจะตรวจศพของคมกฤชอีกครั้ง

แม้จะเป็นคนลงมือทำอาคมแต่คิมก็ไม่คิดจะทำให้คมกฤชถึงแก่ชีวิต เขาพยายามหาร่องรอยบนศพเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง แต่ไม่ทันพบอะไร สัมผัสพิเศษก็บอกว่ามีคนกำลังมาที่ห้องดับจิต

เอื้อกานต์นั่นเองที่ตัดสินใจจะตรวจศพคมกฤชอีกครั้ง คิมรีบหาที่ซ่อน แต่สัมผัสพิเศษของคุณหมอสาวก็รู้จนได้ว่าเธอไม่ได้อยู่ตามลำพังในห้อง คิมจึงรีบหาจังหวะผละไป แต่ก็ถูกเธอตามติดจนเกือบถูกจับได้ โชคดีที่แดนแฮกเกอร์หนุ่มผู้ช่วยของคิมโผล่มาขัดจังหวะทันเวลา

แดนตีหน้ามึนแกล้งทักเอื้อกานต์จนเธอเชื่อสนิทว่าเขาไม่มีส่วนรู้เห็น หรือเป็นพวกเดียวกับบุรุษปริศนาที่เธอเห็นหลังไวๆในห้องดับจิต คิมเฝ้ามองห่างๆก่อนจะกลับไปคอนโดในเวลาต่อมา โดยมีแดนตามเย้าไม่หยุด ทั้งเรื่องที่ตามไปช่วยทันเวลาและเรื่องคุณหมอสาวสวยที่เขาแอบเห็นว่าคิมมองตามตาละห้อย

คิมมองมานิ่งๆ นึกขอบใจอีกฝ่ายแต่ก็ไม่เปลี่ยนใจเรื่องให้เป็นผู้ช่วยแบบเต็มตัว แดนรู้ตัวดีแต่ก็ไม่เปลี่ยนใจเช่นกัน เขาตั้งใจไว้แล้วว่าชีวิตที่เหลือจะยกให้คิมในฐานะผู้มีพระคุณ

“พี่กลับไปดูว่าไอ้เสี่ยนั่นตายได้ยังไงเหรอ แล้วตกลงรู้ยัง มันตายได้ยังไง พี่ไม่ได้เป็นคนทำแน่ใช่ไหม”

“จะใครทำก็แล้วแต่ ยังไงนายคมกฤชก็สมควรตาย คนชั่วพวกนี้กฎหมายทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีนี้แหละ”

“ถึงพี่จะทำหรือไม่ทำ ผมก็เคารพการตัดสินใจของพี่ ช่วยพี่ทั้งนั้นแหละ”

“แต่พี่ไม่ต้องการให้ใครมายุ่ง แกควรกลับไปดูแลร้านคอมของแกซะ เลิกมาวุ่นวายที่นี่ได้แล้ว...ตั้งแต่พี่เลือก...”

“เลือกทางนี้ พี่ก็ไม่อยากสนิทกับใครอีก พี่พูดแบบนี้กับผมมาสิบรอบแล้ว”

คิมได้แต่มองมานิ่งๆ ไม่ตอบโต้เหมือนเคย แดนเลยต้องย้ำอีกรอบ

“ผมรู้ว่าพี่ไล่ผมทุกวันเพราะพี่เป็นห่วงผม กลัวผมจะเดือดร้อนใช่ไหมล่ะ...ผมเคยเกือบตายมาแล้ว แต่พี่ก็ช่วยชีวิตผมไว้ แถมยังส่งผมเรียนหนังสืออีก ตั้งแต่นั้นผมก็ตัดสินใจแล้วว่าชีวิตนี้ผมจะมอบให้พี่...”

คิมยังไม่ตัดสินใจเรื่องให้แดนเป็นผู้ช่วย เช่นเดียวกับเอื้อกานต์ที่ไม่ตัดใจเรื่องบุรุษปริศนาในห้องดับจิต เสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาแลดูคุ้นเคยอย่างประหลาด และท่าทีครุ่นคิดของเธอก็ทำให้ทีเกื้อรับรู้ด้วย

ทีเกื้อรู้ดี...ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มของเอื้อกานต์ พี่สาวฝาแฝดยังคิดถึงทรงกลดแฟนเก่าที่ตายเพราะเครื่องบินตกเสมอ แม้จะมีชายหนุ่มหลายคนพยายามยื่นไมตรีอาสาเป็นคนดูแล รวมทั้งนภเพื่อนตำรวจคู่หูของเขา แต่เอื้อกานต์ก็ไม่เคยสนใจ วางตัวเสมอต้นเสมอปลายตามมารยาทจนไม่มีใครกล้ารุกหนัก

แล้วเหตุการณ์เมื่อคืนที่โรงพยาบาล...เอื้อกานต์ก็คิดว่าตัวเองได้เห็นทรงกลดแฟนเก่าของเธออีกครั้งเพียงแค่เห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างโดยบังเอิญ ทีเกื้อไม่อยากเชื่อเพราะรู้ดีว่าฝ่ายนั้นตายไปหลายปีแล้ว

กระนั้น...ท่าทางครุ่นคิดของพี่สาวฝาแฝดก็ทำให้เขาอดกังวลไม่ได้ แต่ก็แกล้งตีหน้าระรื่น เย้าแหย่

“ยังคิดถึงคนหน้าเหมือนพี่กลดอยู่อีกเหรอ พี่กลดตายไปแล้ว อุบัติเหตุครั้งนั้นไม่มีใครรอดชีวิต...เอื้อก็รู้”

เอื้อกานต์พยักหน้าเศร้าๆ ถอนใจยาว “เอื้อรู้... ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่กลด เพราะท่าทางลักษณะไม่เหมือนทรงกลดเลยสักนิด แต่เอื้อรู้สึกเหมือนติดใจอะไรบางอย่างบอกไม่ถูก”

“เอื้ออย่าเศร้าสิ จิตเราสื่อถึงกันได้ เวลาเอื้อเศร้า เราก็เศร้าด้วย ถ้าเอื้อหดหู่แบบนี้ เกื้อจะมีสมาธิทำงานไหม”

“ก็บอกแล้วว่าให้ฝึกทำสมาธิบ่อยๆ จะได้ควบคุมจิตตัวเองได้”

“เป็นตำรวจมีเวลาไหนมานั่งฝึกล่ะ แก้ที่เอื้อนั่นแหละ ลืมพี่กลดได้แล้ว”

“แล้วเกื้อล่ะ...ลืมรักแรกของตัวเองได้รึเปล่าล่ะ เอื้อเห็นในห้องยังมีรูปหนูดีอยู่เลย”

“บางทีการจากเป็นก็อาจทำให้ตัดใจยากกว่าการจากตายนะ”

“แต่อย่างน้อย...เกื้อก็ยังรู้ว่าเขาเป็นยังไง มีความสุขดีรึเปล่า”

“เพราะรู้เรื่องของเขาตลอดไง...เลยตัดใจไม่ได้ซะที”

ooooooo

ไม่ใช่แค่เอื้อกานต์ที่ลืมรักแรกกับทรงกลดไม่ได้ ทีเกื้อก็ลืมสัตตบงกชหรือหนูดี...รักแรกของเขาไม่ได้เช่นกัน จนบัดนี้เขาก็ยังเก็บรูปถ่ายและแหวนแทนใจระหว่างเธอกับเขาติดตัวเสมอ

สัตตบงกชหรือหนูดีก็ไม่เคยลืมทีเกื้อ ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองเคยเป็นคนรัก แต่ต้องเลิกราในหลายปีต่อมาเพราะฝ่ายหญิงต้องแต่งงานกับคนอื่นเพื่อพยุงสถานะครอบครัว

ทีเกื้อไม่รู้เรื่องอดีตคนรักกลายเป็นคนรักของธีรภูมิผู้จัดการฝ่ายรายการของทีเอ็นนิวส์ และพี่ชายคนละพ่อของเขา เช่นเดียวกับเธอที่ไม่เคยรู้ว่าเขาและเอื้อกานต์ เป็นลูกฝาแฝดของภรรยาอีกคนของธีรนัฐ

เพราะฐานะไม่ธรรมดาของธีรนัฐ เจ้าของสถานีทีเอ็นนิวส์ ทำให้สถานะของเอื้อกานต์กับทีเกื้อไม่เป็นที่เปิดเผย คุณหญิงอัปสรภรรยาหลวงของเขากีดกันฝาแฝดทุกวิถีทาง ไม่อยากให้เทียบชั้นธีรภูมิลูกชายหัวแก้วหัวแหวน แต่กระนั้น...ธีรนัฐกับธีรภูมิก็หาทางชดเชยให้ฝาแฝด ทั้งสนับสนุนค่าเลี้ยงดูและการศึกษาหลังแม่แท้ๆและตาของฝาแฝดตาย รวมทั้งคอนโดหรูกลางใจเมืองที่ฝาแฝดอาศัยเวลานี้ด้วย

บรรยากาศระหว่างพ่อกับฝาแฝดไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะทีเกื้อ...เย็นชากับพ่อเป็นพิเศษเพราะไม่ชอบใจที่ถูกคุณหญิงอัปสรแม่เลี้ยงค่อนแคะตั้งแต่เด็ก ธีรภูมิต้องคอยเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ย เช่นเดียวกับกรณีสัตตบงกชหรือหนูดีที่มาเป็นคู่หมั้นของเขาเพื่อพยุงสถานะของครอบครัว

คุณหญิงอัปสรไม่ชอบหนูดีนัก แต่เพราะว่าที่ลูกสะใภ้มีพื้นเพผู้ดีเก่า มาจากตระกูลผู้ดีที่ถังแตก เลยยอมให้มีงานแต่ง แลกกับสินสอดมูลค่ามหาศาลที่เป็นสมบัติเก่าตระกูลของสัตตบงกช ฉะนั้น...ทุกครั้งที่สบโอกาส คุณหญิงอัปสรจึงไม่ลังเลจะพูดเหน็บแนมว่าที่ลูกสะใภ้เสมอเพราะไม่ชอบหน้าเป็นทุน

สัตตบงกชเข้าใจสถานะตัวเองดี ความรักในอดีตกับทีเกื้อถูกซ่อนไว้ลึกสุดใจ เหลือแค่แหวนเกลี้ยงแทนใจวงเก่าที่เธอคล้องสร้อยห้อยคอติดตัวเสมอ ธีรภูมิไม่เคยรู้เรื่องเธอมีคนรัก แต่เพราะไม่มีจิตพิศวาสฉันคนรักและเอ็นดูในความน่ารัก เลยไม่ทันสังเกตถึงรายละเอียดเหล่านี้

ความสัมพันธ์ของธีรภูมิกับสัตตบงกชเป็นไปอย่างราบรื่นเพราะทั้งสองเข้าใจสถานการณ์ของกันและกันดี เรื่องภายในครอบครัวต้องค่อยๆปรับตัวเพื่อให้อยู่ด้วยกันได้ในอนาคต ต่างจากเรื่องงานที่ทั้งสองเข้ากันดี อย่างเช่นกรณีการตายของคมกฤชที่ธีรภูมิอาสาจะลงภาคสนาม พร้อมกับเธอ

นอกจากลงภาคสนาม ธีรภูมิยังรับปากช่วยสืบข้อมูลเกี่ยวกับคมกฤชจากพ่อแม่ ด้วยรู้ดีว่าเจ้าของอาบอบนวดชื่อดังสนิทสนมกับทั้งคู่ดีแค่ไหน เพราะทำธุรกิจร่วมทุนมานาน...

ooooooo

ระหว่างที่ธีรภูมิกับสัตตบงกชช่วยกันสืบคดีคมกฤช...คิมก็หาทางขโมยผลชันสูตรศพคมกฤชที่เอื้อกานต์รับผิดชอบและเก็บไว้อย่างดีในห้องทำงาน เขาสบโอกาสเมื่อทางโรงพยาบาลเปิดแถลงข่าวร่วมกับทางตำรวจเพราะทนแรงกดดันจากสื่อมวลชนที่ตีข่าวของคมกฤชไม่ไหว

แดนรับอาสาขับรถให้คิมในเช้าวันต่อมา แต่กว่าจะฝ่ากลุ่มนักข่าวที่ออหน้าโรงพยาบาลเข้าไปได้คิมก็เกือบหมดแรง และเหยื่อที่เขาเลือกขโมยบัตรประจำตัวก็คือธีรภูมิ

ธีรภูมิมาออกกองพร้อมสัตตบงกชตามสัญญา แต่ก็ถูกอาคมของคิมทำให้สลบเหมือดคาห้องน้ำ ก่อนจะถูกขโมยบัตรประจำตัวนักข่าว สัตตบงกชไม่รู้เรื่องและตัดสินใจไม่รอคู่หมั้นหนุ่ม เดินหน้าหว่านเสน่ห์ของตนกับจ่าเฉยลูกน้องทีเกื้อเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีของคมกฤช แต่ก็ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าใดนัก

นภมาร่วมงานแถลงข่าวด้วย เขาเห็นสัตตบงกชตามสัมภาษณ์จ่าเฉย เลยรีบไปบอกทีเกื้อเพราะเข้าใจว่าเพื่อนคู่หูแอบชอบพิธีกรสาว ทีเกื้อมีสีหน้ากระอักกระอ่วน อยากเจอหน้าแต่ก็อยากตัดใจ เลยผละหนี แต่ก็ไม่รอด จ่าเฉยที่ถูกสัตตบงกชเกลี้ยกล่อมวิ่งมาขอร้องเขาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวในฐานะเจ้าของคดี

ทีเกื้อปฏิเสธ จ่าเฉยเลยต้องไปแจ้งสัตตบงกชตามหน้าที่

“บอกเขาไปรึเปล่าคะว่านักข่าวที่จะสัมภาษณ์ชื่อสัตตบงกช...จากทีเอ็นนิวส์”

“บอกแล้วครับ ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมไม่ยอม”

“งั้นฝากบอกผู้กองได้ไหมคะ...ฉันยินดีทำตามเงื่อนไขของผู้กองทุกอย่าง ฉันอยากได้ข้อมูลไปทำข่าวจริงๆ”

จ่าเฉยลำบากใจมาก แต่ก็ยอมไปขอร้องทีเกื้ออีกครั้ง

“ไม่ก็คือไม่...ฝากถามนักข่าวคนนั้นด้วยนะว่าถ้าใครมีผลประโยชน์ เขาก็ยอมทำทุกอย่างแบบนี้ตลอดเลยเหรอ”

สัตตบงกชโมโห นึกเคืองตำรวจหนุ่มที่เธอยังไม่รู้ว่าคืออดีตคนรัก

“ผู้กองของคุณพูดจาไม่ให้เกียรติผู้หญิงแบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ”

“ไม่นะครับ...ปกติผู้กองใจดีจะตาย ผมก็เพิ่งเคยเห็นผู้กองเป็นแบบนี้ครั้งแรกเนี่ยแหละครับ”

ทีเกื้อแอบดูอยู่ไม่ไกล ถอนใจโล่งอกเพราะคิดว่าสัตตบงกชจะยอมเลิกรา แต่ก็ต้องตกใจแทบผงะ เมื่อจู่ๆเธอก็บุกมาสัมภาษณ์ถึงด้านในโรงพยาบาล สองหนุ่มสาวมองหน้ากันอึ้งๆ ก่อนที่พิธีกรสาวจะตั้งสติได้ก่อน

“คุณนี่เอง...ก็นึกว่าตำรวจที่ไหน ฉันแค่อยากได้ข้อมูลไปทำข่าว ทำไมคุณถึงได้มีปัญหาเยอะจังคะ”

“ข้อมูลของทางตำรวจ จะให้คนนอกง่ายๆได้ไง”

“ฉันก็ไม่ได้จะขอข้อมูลลับซะหน่อย ขอแค่ข้อมูลที่คุณพอจะบอกได้และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็พอค่ะ”

“ผมไม่มีข้อมูลอะไรจะให้คุณ”

“ที่คุณไม่ยอมให้สัมภาษณ์เพราะยังโกรธฉันใช่ไหมคะ มืออาชีพเขาไม่เอาเรื่องส่วนตัวปนเรื่องงานหรอกนะคะ”

“คุณนี่ก็มั่นใจในตัวเองไม่เปลี่ยนเลยนะ”

“คุณเองก็กวนไม่เปลี่ยนเหมือนกัน!”

ooooooo

สัตตบงกชกับทีเกื้อแยกกันคนละทาง สวม บทบาทพิธีกรกับตำรวจเจ้าของคดีได้อย่างแนบเนียน แต่ทันทีที่ลับตาจากกันก็แทบทรุด โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่ถึงกับน้ำตาซึมด้วยความคิดถึงวันคืนในอดีต

ทีเกื้อก็อาการไม่เบา แม้ปากจะบอกว่าทำใจได้ แต่ก็แอบตามดูเธอห่างๆ เลยต้องทนเห็นภาพบาดตาบาดใจเมื่อเห็นเธอกอดคอกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ธีรภูมินั่นเอง ที่เพิ่งฟื้นจากอาคมของคิม แต่เพราะเขาหันหลังให้ ทีเกื้อเลยไม่เห็นว่าเป็นพี่ชายคนละแม่

คิมหรือทรงกลดไม่ได้สนใจเรื่องธีรภูมิ มัวรื้อห้องทำงานของเอื้อกานต์เพื่อหารายงานผลชันสูตรศพของคมกฤช คุณหมอสาวรออยู่แล้วเพราะเกิดนิมิตเมื่อคืนก่อนว่าจะมีคนลอบเข้ามาขโมยเอกสาร

เอกสารปลอมถูกเตรียมไว้บนโต๊ะ คิมเชื่อสนิท และใช้มือถือถ่ายรูปเอกสารทั้งหมดไว้อย่างใจเย็น ก่อนจะชะงักเมื่อเอื้อกานต์ปรากฏตัว สัมผัสพิเศษบอกว่าเธอมายืนข้างหลัง คิมเลยต้องใช้อาคมเปลี่ยนหน้าของตนให้เป็นคนอื่น คุณหมอสาวมองมาอย่างพิจารณา แต่เพราะอาคมแข็งแกร่งของเขา ทำให้สัมผัสไม่ได้ว่าเขาคือทรงกลดอย่างที่สงสัย

คิมเห็นเธอจ้องเอาๆก็แกล้งเย้า “คุณหมอครับ...จ้องผมขนาดนี้ ผมเขินนะครับ”

“คุณหน้าเหมือนคนที่ฉันรู้จักน่ะค่ะ...คุณเป็นใครคะ จะเอาผลชันสูตรศพไปทำอะไร”

“ผมเป็นนักข่าว จะเข้ามาสืบเรื่องการตายของคมกฤช”

เอื้อกานต์เห็นบัตรประจำตัวนักข่าวของเขาก็เชื่อ แต่กระนั้นก็ยังมีสติขอมือถือมาลบรูป คิมแกล้งไม่ยอม ยื้อยุดกันไปมา จนกระทั่งสัมผัสได้ว่าทีเกื้อกำลังจะมาที่ห้องนี้ เลยต้องใช้อาคมสลบกับเธอ

คิมอุ้มเอื้อกานต์ไปนอนบนโซฟา ก่อนจะตัดใจ ผละมาเพราะไม่อยากเจอทีเกื้อ แต่ตำรวจหนุ่มก็สงสัย แอบตามจนเกือบจับได้ ถ้าคิมจะไม่ใช้อาคมอำพราง ตัวเองอีกครั้ง

ทีเกื้อเจ็บใจมากที่คลาดกับผู้ต้องสงสัย เขาฝากนภให้ช่วยดูแลพี่สาวฝาแฝด ส่วนตัวเองรีบไปที่ห้องรักษาความปลอดภัยเพื่อเช็กภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ก็ไม่ได้ความอะไรนอกจากชายหนุ่มปริศนาที่เห็นหน้าไม่ชัด!

คิมโล่งอกที่รอดมาได้ แต่กระนั้นก็ไม่วายห่วงเอื้อกานต์ เลยจะส่งแดนไปดู

“ปกติพี่เป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก ไม่เคยมีอาการห่วงใครแบบนี้มาก่อน”

“ก็เขาเป็นผู้หญิง...”

“สวยด้วยใช่ไหม พี่ตกหลุมรักคุณหมอเขาแน่ๆ”

“รักอะไรกัน! ตั้งแต่ตัดสินใจทิ้งชีวิตเก่าๆแล้วมาทำงานนี้ พี่ก็ไม่คิดจะมีความรักหรือผูกพันกับใครอีก พี่ยังมีหน้าที่ที่ต้องจัดการล้างแค้นคนเลวๆพวกนั้น”

แดนทำหน้าเหมือนไม่เชื่อแต่คิมก็ไม่สนใจ ตีหน้านิ่งเหมือนจะยืนยันตามที่พูดทุกอย่าง โดยไม่รู้เลยว่าเอื้อกานต์สงสัยเขามาก และไม่รีรอจะบอกทีเกื้อถึงข้อสันนิษฐานของตน

“หน้าเหมือนพี่กลดเลย แต่ลักษณะท่าทางการพูดต่างกันลิบลับ เขาไม่ใช่และก็ไม่ใช่คนร้ายที่เกื้อตามหาด้วย”

“แน่ใจเหรอว่าเขาไม่ได้โกหกเอื้อ”

“เอื้อลองใช้จิตตรวจดูแล้ว เขาไม่ได้โกหกจริงๆ”

“จิตของเอื้ออาจจะไม่นิ่งพอ หรือไม่เขาอาจจะจิต แข็งกว่าเอื้อก็ได้ เอื้ออาจจะพลาด”

“ที่ผ่านมาเอื้อเคยพลาดเหรอ”

“โอเคๆ...เชื่อเอื้อก็ได้ แล้วเอื้อเป็นยังไงบ้าง...หายมึนรึยัง”

“โอเคแล้ว”

“ถ้าเกื้อมีพลังพิเศษสามารถรักษาคนได้แบบเอื้อก็คงจะดี เกื้อจะได้รักษาเอื้อได้...”

ooooooo

เอื้อกานต์กับทีเกื้อเป็นฝาแฝดชายหญิงที่รักกันมาก นอกจากความผูกพันฉันพี่น้องที่แนบแน่นตามสายเลือด ทั้งสองก็มีความลับบางอย่างที่รู้กันเฉพาะสองคนคือพลังพิเศษที่ติดตัวมาแต่กำเนิด โดยที่เอื้อกานต์มีพลังการรักษา ส่วนทีเกื้อมีนิมิตพิเศษ มองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า

เอื้อกานต์ยังจำได้ดีถึงวันแรกที่ค้นพบสัมผัสพิเศษของตัวเอง วันนั้นทีเกื้อซุกซนจนตกจากต้นไม้ขาหัก เธอรับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษ จึงรีบไปดู และคงเพราะจิตเมตตาอยากให้น้องชายฝาแฝดหาย เลยทำให้เกิดปาฏิหาริย์ ทีเกื้อหายเจ็บเป็นปลิดทิ้ง ค่อยๆขยับตัว ก่อนจะหันไปยิ้มให้พี่สาวฝาแฝด

“หายเจ็บจริงด้วย เอื้อทำได้ไง”

“ไม่รู้สิ...รู้สึกว่าต้องทำแบบนี้”

ทำแบบนี้ของเอื้อกานต์คือแค่จับหัวเข่าที่หักของน้องชายฝาแฝด ถ่ายทอดพลังสีขาวเพื่อรักษา

“ถ้าเกื้อทำได้ยังงี้...น่าจะไปเป็นหมอเนอะ”

“จริงเหรอ...”

“ถ้าเอื้อเป็นหมอ เกื้อก็จะเป็นตำรวจอย่างคุณตาดีไหม บาดเจ็บมาก็ไม่กลัว เพราะมีเอื้อคอยรักษาให้”

ทีเกื้อดึงตัวเองจากอดีต ส่งยิ้มให้เอื้อกานต์ นึกไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะได้เป็นตำรวจอย่างที่พูดไว้จริงๆ คุณหมอสาวก็รู้สึกไม่ต่างกัน ก่อนจะทำหน้าไม่ถูกเมื่อ นภแวะเอาของมาเยี่ยม

นภเขินเพราะแอบชอบเอื้อกานต์มานานแล้ว

ทีเกื้อมองเพื่อนคู่หูยิ้มๆ ก่อนจะส่งโทรจิตแซวพี่สาวฝาแฝด

“เพื่อนเกื้อคนนี้ชอบเอื้อจริงๆนะ มันนิสัยดี จริงใจ เอาการเอางาน ไม่เจ้าชู้ ไม่เที่ยวกลางคืนด้วย”

“ถ้าชอบขนาดนี้ก็เก็บไว้เองสิ”

“ไม่ล่ะ...อยากได้เป็นพี่เขยมากกว่า”

พี่น้องฝาแฝดส่งโทรจิตโต้ตอบกัน โดยมีนภยืนไม่รู้อีโน่อีเหน่ เอื้อกานต์ส่งยิ้มให้เพื่อนคู่หูของน้องชายฝาแฝดตามมารยาท ทีเกื้อเห็นดังนั้นก็อดส่งโทรจิตแซวพี่สาวอีกรอบไม่ได้

“ยิ้มหวานให้แบบนี้ ไอ้นภมันละลายพอดี”

“จะเลิกแซวได้ยัง”

“ไม่ได้แซว...แค่พูดความจริง นภมันรักจริงหวังแต่งจริงๆนะ”

ขณะที่พี่น้องฝาแฝดต่อปากต่อคำทางโทรจิต...

คิมหรือทรงกลดก็ต้องรับศึกหนักเป็นพายุอารมณ์ของฮันเตอร์ คิม ที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเมื่อรู้ว่าศิษย์เอกแอบไปงานแถลงข่าวที่โรงพยาบาล

“ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ให้ปรากฏตัวที่สาธารณะ แต่แกยังไปงานแถลงข่าวนั่น ถ้าภาพแกหลุดไปจะทำยังไง”

“ผมใช้พลังจิตจัดการกล้องพวกนั้นทั้งหมดแล้ว”

“แต่ก็มีตั้งหลายคนที่เห็นหน้าแก แล้วอาจจำหน้าแกได้”

“ต่อไปผมจะระวังมากขึ้นครับ”

“แล้วแกไปงานแถลงข่าวทำไม”

“ผมสงสัยว่าเหยื่อตายได้ยังไง”

“พลังอาคมของแกอาจจะไม่นิ่งพอ มันเลยพลาด”

คิมหน้าเสียด้วยความรู้สึกผิด ต่างจากฮันเตอร์ คิม ที่โกหกหน้าตาย แถมพูดดักคอศิษย์เอก

“จะรู้สึกผิดทำไม คนพวกนี้สมควรตายแล้ว ถ้าแกเลือกจะเดินเส้นทางนี้ คิดที่จะแก้แค้นคนชั่วพวกนั้น ก็ห้ามอ่อนแอเด็ดขาด อย่าลืมว่าคนพวกนั้นมันทำให้ครอบครัวของแกต้องตาย ทำให้แกต้องมีชีวิตแบบนี้”

“ต่อให้ตาย ผมก็ไม่มีทางลืมเรื่องนี้หรอกครับ”

“ดี...แล้วก็จำไว้ด้วยว่าฉันมีบุญคุณกับแก

ถ้าฉันไม่ช่วยแกไว้ วันนั้นแกคงตายไปแล้ว”

“ผมไม่เคยลืมครับว่าผมมีชีวิตอีกครั้ง เพราะอาจารย์”

คิมหรือทรงกลดคิดถึงภาพตัวเองในอดีต คืนที่เขารอดชีวิตจากเหตุเครื่องบินตกเพราะฮันเตอร์ คิม ช่วยไว้ สภาพร่างกายและจิตใจของเขาเวลานั้นบอบช้ำมาก แต่ฮันเตอร์ก็เฝ้าดูแลและให้กำลังใจ

“ตอนนี้แกเกิดใหม่แล้ว ลืมเรื่องทุกอย่างในอดีต ต่อไปนี้ฉันจะเป็นทั้งอาจารย์ ทั้งพ่อให้แกเอง”

ooooooo

หลายปีหลังเหตุการณ์เครื่องบินตก ทรงกลดอดีตทนายความฝึกหัดก็กลายเป็นคิม ชายหนุ่มผู้มีอาคมที่มีภารกิจสำคัญร่วมกับฮันเตอร์ คิม ล้างแค้นพวกคนรวยที่ชอบเอาเปรียบคนอื่น

และวันนี้ฮันเตอร์ คิมก็แจ้งรายชื่อเหยื่อรายต่อไปคือเกริกภพและเดชา เจ้าของโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูป และเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง สองเศรษฐีเจ้าสำราญที่มีส่วนในเหตุเครื่องบินตกเมื่อหลายปีก่อน

“ถ้าแกอยากรู้ว่ามันทำอะไรกับพ่อแก แกก็ต้องฆ่าพวกมัน ตอนแกลงมือ แกจะมีนิมิตเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง รู้ไปถึงจิตใจชั่วๆของพวกมันว่าคิดอะไรถึงทำแบบนี้ได้...เลือกเอาก็แล้วกันว่าแกจะลงมือกับใครก่อน!”

การตายของคมกฤชสร้างความปั่นป่วนให้แก่พวกนายทุนไม่น้อย ธีรนัฐ คุณหญิงอัปสร เดชา ศักดิ์ชาย และเกริกภพ นั่งกินข้าวกันหน้าเครียดเพราะกลัวเกิดเหตุร้าย ฮันเตอร์ คิมกับคิมหรือทรงกลด ซึ่งปลอมตัวเป็นพนักงานเสิร์ฟเพื่อหาข้อมูล เลยได้รู้ความลับบางอย่างที่เกริกภพกับเดชาแอบทำด้วยกัน

เกริกภพกับเดชาแอบทำธุรกิจมืดลับๆแต่ยังย่ามใจไม่กลัวตาย เพราะคิดว่าพวกตำรวจจะช่วยคุ้มกัน ทีเกื้อก็เป็นหนึ่งในกลุ่มตำรวจที่ถูกท่านรองฯเรียกตัวมาช่วยงานนี้ และนายทุนที่เขาต้องรับผิดชอบคุ้มครองก็คือธีรนัฐ

ทีเกื้อหงุดหงิดมากแต่เพราะหน้าที่เลยต้องเริ่มงานคุ้มกันแบบเสียไม่ได้ ธีรนัฐรอต้อนรับลูกชายคนเล็กอยู่แล้วพร้อมกับธีรภูมิที่สถานีทีเอ็นนิวส์

“พ่อดีใจนะที่เกื้อยอมรับงานนี้ ตอนทางสำนักงานตำรวจแจ้งมาว่าพ่อต้องมีตำรวจติดตามตัวเพราะอาจตกเป็นเหยื่อของคนร้าย พ่อเลยขอเลือกแกมา แล้วสบายดีไหม...ทำไมไม่แวะมาหาบ้าง”

“ผมมีงานยุ่งและคิดว่าท่านคงไม่ว่างเหมือนกัน”

บรรยากาศระหว่างสองพ่อลูกทำท่าจะเจื่อนเหมือนทุกที ธีรภูมิเกือบถอดใจแล้ว ถ้าสัตตบงกชหรือหนูดีคู่หมั้นของเขาจะไม่มาขัดจังหวะ และการปรากฏตัว ของเธอก็ทำให้ทีเกื้อพูดไม่ออกไปอึดใจ

ธีรนัฐไม่เคยรู้ว่าลูกชายคนเล็กมีคนรัก แนะนำสัตตบงกชง่ายๆว่าเป็นว่าที่พี่สะใภ้ ส่วนธีรภูมิก็ไม่รู้เรื่องคู่หมั้นสาวเคยมีแฟน เลยแนะนำทีเกื้อให้เธอรู้จักอย่างเป็นกันเอง

“นี่ไงน้องชายที่พี่เล่าให้หนูดีฟังบ่อยๆ เกื้อย้ายไปอยู่อีกบ้านเลยไม่เคยเจอกัน...หล่อเหมือนพี่เลยใช่ไหม”

สัตตบงกชมีสีหน้าอึกอัก ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

“สวัสดีค่ะ...ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ พี่ภูมิพูดถึงคุณบ่อยๆค่ะ”

“แต่พี่ภูมิไม่เคยเล่าเรื่องคุณให้ผมฟังเลยนะครับ ...สงสัยจะหวงแฟน”

สองหนุ่มสาวอดีตคนรักพยายามเต็มที่จะกลบเกลื่อน อาการเจ็บปวด ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด ธีรนัฐกับธีรภูมิเชื่อสนิทว่าทั้งสองไม่รู้จักกันมาก่อน สัตตบงกชต้องรวบรวมพลังใจอย่างมาก และตัดสินใจทุ่มเทกับงานชิ้นใหม่คือการสืบเสาะเรื่องโรงงานของเกริกภพที่มีกระแสข่าวลือหนาหูว่าเขาปล่อยสารพิษลงแม่น้ำในชุมชน

เอื้อกานต์ก็สนใจข่าวชิ้นเดียวกันเพราะบังเอิญไปรักษาชาวบ้านในชุมชนเพราะมีสารพิษในแม่น้ำ สัมผัสพิเศษของเธอบอกว่าในโรงงานของเกริกภพมีความผิดปกติบางอย่าง และเธอก็ไม่รอช้าจะบุกไปหาความจริงด้วยตัวเอง...

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #1 on: 17 October 2026, 19:49:02 »


https://www.thairath.co.th/novel/ARKOM/ep2/page1

อาคม ตอนที่ 2


อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

เอื้อกานต์แอบเข้าไปในโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปของเกริกภพเพื่อตามหาความจริงเรื่องสารพิษ แต่ก็เกือบเอาชีวิตไปทิ้ง ถ้าคิมในคราบนักข่าวจะไม่ช่วยไว้ด้วยการดึงเธอไปหลบในมุมลับตาสัมผัสแนบชิดทำให้เอื้อกานต์หัวใจเต้นแรง

และคิมก็รับรู้ได้เช่นกันแต่เก็บอาการ ทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา เอื้อกานต์พยายามข่มใจตัวเองอย่างหนัก ก่อนจะตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงครางของใครบางคน!

ชาวบ้านในชุมชนนั่นเองที่ถูกลูกน้องของเกริกภพซ้อมจนเลือดอาบ โทษฐานเป็นตัวตั้งตัวตีร้องเรียน เรื่องสารพิษจากโรงงาน เอื้อกานต์ทนไม่ไหวจะไปช่วย แต่ก็ถูกคิมรั้งไว้ด้วยความเป็นห่วง

เอื้อกานต์เจ็บใจที่ช่วยชาวบ้านไม่ได้ และเมื่อคิมพาเธอหนีได้สำเร็จ ก็ประกาศกร้าว

“ฉันจะไปแจ้งความ นายก็ต้องไปเป็นพยานกับฉันด้วย”

“แจ้งความ...แจ้งเรื่องอะไร”

“ก็แจ้งทุกเรื่อง เรื่องเขาข่มขู่ชาวบ้าน แล้วก็ทำร้ายชายชาวบ้านคนนั้นด้วย”

“เจ้าตัวคนที่เขาเดือดร้อน เขายังไม่คิดจะทำอะไร แล้วคุณจะไปยุ่งอะไรด้วย”

“ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนคุณ”

“คนอย่างเกริกภพแจ้งความไปก็ทำอะไรเขาไม่ได้อยู่ดี เผลอๆคุณจะทำให้ชายหนุ่มคนนั้นเดือดร้อนหนักกว่าเก่าด้วย...ตั้งสติก่อนแล้วค่อยๆคิด มันน่าจะมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้”

คำแนะนำของคิมทำให้เอื้อกานต์ได้สติ ยอมอ่อนท่าทีและหันไปสนใจเรื่องเขาบ้าง โดยเฉพาะสาเหตุที่เขามาโผล่ที่โรงงาน คิมอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะแก้ตัวแบบขอไปทีว่ามาทำข่าว แล้วขอตัวดื้อๆ แต่ก็ถูกคุณหมอสาวรั้งตัวไว้

“วันนั้นที่โรงพยาบาล คุณทำอะไรฉัน ฉันถึงได้สลบ”

“อยู่ๆคุณก็เป็นลมสลบไป ผมพยายามปฐมพยาบาลแต่คุณก็ไม่ฟื้น ผมต้องรีบไปทำข่าวก็เลยไม่ได้อยู่เฝ้า”

เอื้อกานต์มองหน้าเขานิ่ง ไม่แน่ใจว่าควรเชื่อหรือไม่ คิมได้ยินความคิดของเธอเลยดักคอ

“ถ้าผมคิดจะทำร้ายคุณ ผมจะอุ้มคุณไปนอนที่เตียงทำไม...หนักก็หนัก”

คำพูดแซวของเขาทำให้เอื้อกานต์มองมาค้อนๆ ยังไม่ค่อยเชื่อ คิมเลยต้องแกล้งพูด

“ผมดูท่าทางเหมือนคนร้ายเหรอ...”

คิมแยกตัวไปหลังจากนั้น ทิ้งเอื้อกานต์ให้จมกับความสงสัยและคาใจเกี่ยวกับเขา แต่เมื่อกลับถึงคอนโด คุณหมอสาวก็ต้องสลัดเรื่องคิมทิ้งชั่วคราว เพราะทีเกื้อมีท่าทางน่าเห็นใจมากกว่า

“มิน่าล่ะ...ทำไมวันนี้เอื้อถึงหงุดหงิดทั้งวัน... เพราะเกื้อนี่เอง”

ความจริงเรื่องสัตตบงกชอดีตคนรักกลายเป็นว่าที่พี่สะใภ้ทำให้ทีเกื้อช็อกไม่หาย และเอื้อกานต์ก็รู้ดี

“ไม่สบายใจที่ต้องไปดูพ่อ หรือว่าเครียดที่ต้องเจอหนูดีกันแน่”

ทีเกื้อส่ายหน้า ตอบเลี่ยงๆ “ไม่รู้สิ”

“เกื้ออย่าหนีทุกข์ มีทุกข์ก็ให้รู้มันสิ อย่าหนีมัน อย่าพยายามปฏิเสธ...ถ้าพรุ่งนี้จะต้องเจอเขา ก็ให้มันเจ็บวันพรุ่งนี้ จะมากังวลฟุ้งซ่านเรื่องเก่าๆให้มันทำร้ายจิตใจเราตั้งแต่เดี๋ยวนี้ไปทำไม”

“นั่นสิ...เวลานี้เกื้อทุกข์เพราะคิด”

“ในเมื่อเลี่ยงไม่เจอไม่ได้ แล้วจะแก้ปัญหายังไงต่อไปล่ะ”

“คงต้องรีบปิดคดีนี้ให้ได้เร็วๆ จะได้ไม่ต้องไปทำงานที่สถานีอีก...”

ooooooo

เรื่องชาวบ้านถูกทำร้ายและข่มขู่ทำให้เอื้อกานต์ร้อนใจ ตัดสินใจโทร.ขอร้องธีรภูมิพี่ชายคนละแม่ให้ช่วยทำสกู๊ปพิเศษเรื่องสารพิษจากโรงงานของเกริกภพ แต่เพราะเธอยังไม่มีหลักฐานหรือพยานบุคคล เขาเลยยับยั้งไว้ รอจนรวบรวมหลักฐานและข้อมูลได้มากกว่านี้ ค่อยเปิดประเด็นก็ยังไม่สาย

คิมรู้ว่าเอื้อกานต์คงไม่หยุดเรื่องเปิดโปงโรงงานของเกริกภพ และเธอก็ต้องการหลักฐาน เลยส่งภาพถ่ายในโรงงานที่เขาแอบถ่ายตอนเก็บข้อมูลของเกริกภพ ให้เธอ คุณหมอสาวดีใจมาก แต่เมื่อพยายามติดต่อกลับเพื่อขอข้อมูลเพิ่มและขอบคุณ เบอร์มือถือนั้นก็ติดต่อไม่ได้แล้ว

หลังส่งหลักฐานให้เอื้อกานต์ คิมก็ให้แดนนำยาไปให้ชาวบ้านที่ถูกทำร้าย เพราะไม่อยากให้ใครจำหน้าได้และสาวถึงตัว ก่อนที่ตัวเองจะบุกไปจัดการเหล่าลูกน้องจอมกร่างของเกริกภพในคืนต่อมา เหล่าลูกน้องของเกริกภพถูกซ้อมจนน่วม ก่อนจะถูกจับแก้ผ้า มัดมือมัดเท้า นำไปโยนทิ้งบ่อน้ำ พร้อมข้อความฝากถึงเกริกภพ ให้เลิกปล่อยสารพิษและข่มขู่ชาวบ้าน หากไม่อยากมีชะตากรรมเดียวกัน!

เกริกภพมองสภาพสะบักสะบอมของเหล่าลูกน้องด้วยสีหน้าตกตะลึง จากคำบอกเล่า ชายปริศนาที่บุกโรงงานของเขากลางดึกสวมชุดดำและหน้ากาก ลักษณะท่าทางและคำขู่เหมือนจะเป็นคนร้ายคนเดียวกับที่ฆ่าคมกฤช นั่นทำให้เจ้าของโรงงานหนุ่มใจไม่ดี ร้อนถึงท่านรองฯผู้บังคับบัญชาของทีเกื้อต้องคิดแผนคุ้มกันอย่างจริงจัง

ทีเกื้อถูกเรียกตัวมาหารือ จึงได้รู้เป็นครั้งแรกว่าท่านรองฯมีความรู้เรื่องวิชาอาคมอยู่บ้างจากดาบอินตา แท้ๆของเขา เพราะเคยสืบคดีร่วมกันเมื่อหลายปีก่อน เบาะแสและหลักฐานเกี่ยวกับชายผู้สวมหน้ากากทำให้ท่านรองฯสันนิษฐานว่าคงเป็นพวกมีอาคม เลยอยากให้ทีเกื้อช่วยคุ้มกันเป้าหมายที่เหลือด้วยการระวังของรักของหวง

“คุณต้องคอยสังเกตพฤติกรรมพวกเขาว่ามีคนแปลกหน้ามายุ่มย่ามหรือมีของหายหรือเปล่า เพราะการกระทำของใส่ใคร...มันต้องมีของที่เป็นสื่อแทนตัวเหยื่อ พูดง่ายๆ...ต้องเป็นของที่มีความสำคัญ สื่อถึงจิตคนคนนั้นได้จะยิ่งดี”

เกริกภพกับเดชาได้ข้อสรุปจากท่านรองฯก็ย่ามใจ คิดว่าไม่มีทางที่ใครจะล่วงรู้ถึงของรักของหวง แต่ทั้งสองก็คาดไม่ถึงว่าคิม แดนและฮันเตอร์จะปลอมตัวสะกดรอยตามพวกเขาไปทุกที่เพื่อหาข้อมูล

และเป้าหมายต่อไปของฮันเตอร์ก็คือเกริกภพ เจ้าของโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูป อดีตคนเคยจนที่กัดฟันสู้จนมีวันนี้ แต่อำนาจและความโลภก็ทำให้เขาเปลี่ยนไป จากชายหนุ่มสู้ชีวิตกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวในชั่วข้ามคืน!

อิทธิพลของเกริกภพแผ่ขยายทั่วชุมชน เอื้อกานต์หนักใจมาก เธอพยายามหาหลักฐานทั้งพยานวัตถุและบุคคลเพื่อเปิดโปงเรื่องสารพิษจากโรงงาน แต่ก็ไม่มีชาวบ้านคนไหนให้ความร่วมมือเพราะไม่อยากเดือดร้อน

เมื่อเกริกภพได้รับรายงานจากลูกน้องเรื่องเอื้อกานต์ ก็คิดสั่งสอน ส่งคนไปลวงคุณหมอสาวมาพบ แต่ทุกอย่างก็ต้องผิดแผน เพราะคิมในคราบชายสวมหน้ากากโผล่มาช่วยไว้ทัน!

ooooooo

เอื้อกานต์ถูกโปะยาสลบ แต่กระนั้นช่วงเวลาก่อนหมดสติ เธอก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอันคุ้นเคย คิมหรือทรงกลดนั่นเองที่ตามมาช่วยไว้ทันเวลา เขาพาเธอหลบไปพักในสวนสาธารณะ ก่อนจะรีบผละไปอย่างแสนเสียดาย เพราะรับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษว่าทีเกื้อกำลังมุ่งมาทางนี้

ทีเกื้อกระวนกระวายใจมากเมื่อได้รับสายจากใครบางคนให้ไปรับพี่สาวฝาแฝด ตั้งท่าไปเอาเรื่องเต็มที่ด้วยมั่นใจว่าเป็นฝีมือพวกเกริกภพ แต่เอื้อกานต์ก็รั้งไว้เพราะไม่มีหลักฐานพอจะเอาผิดได้

เกริกภพหัวเสียมากเมื่อรู้จากลูกน้องถึงแผนอันล้มเหลว เช่นเดียวกับคิมแทบคลั่งกับสิ่งที่เกิดกับเอื้อกานต์

“พี่ไม่น่าส่งหลักฐานไปให้หมอเอื้อเลย”

ท่าทางเป็นทุกข์เป็นร้อนของคิม ทำให้แดนนิ่วหน้า ก่อนจะเย้ายิ้มๆ

“เป็นห่วงคุณหมอคนสวยเหรอ”

“เขาเดือดร้อน เป็นแบบนี้ก็เพราะพี่”

“ถ้าเป็นห่วง...ก็หาทางไปอยู่ใกล้ๆเขาสิ มีอะไรจะได้ช่วยทัน จะได้สืบเรื่องเกริกภพจากหมอเอื้อด้วย”

คำแนะนำของแดนทำให้คิมตัดสินใจปลอมตัวเป็นอาสาสมัครที่โรงพยาบาล ทั้งเพื่อสืบเรื่องคดีของคมกฤชและดูแลเอื้อกานต์ คุณหมอสาวที่กำลังเคลิ้มเพราะคิดถึงเหตุการณ์สุดระทึกเมื่อคืนก่อน ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นเขา

คิมเห็นสีหน้าอึ้งๆของคุณหมอสาวก็นึกเอ็นดู ยิ่งได้ยินเสียงในใจเธอที่สงสัยการปรากฏตัวของเขา ยิ่งชอบใจ และท่าทางอึกๆอักๆของเธอก็ทำให้เขาแกล้งถาม

“คุณมีอะไรคาใจกับผมรึเปล่า”

“คุณเป็นนักข่าวไม่ใช่เหรอ แล้วจะมาทำงานที่นี่ทำไม”

“ผมก็อยากแบ่งเวลาทำงานช่วยเหลือสังคมบ้าง... ผิดตรงไหนครับคุณหมอ”

“ทำความดี...มันก็ไม่ผิดหรอก ถ้าคุณไม่มีจุดประสงค์แอบแฝง คุณมีจุดประสงค์อะไรกันแน่”

คิมตัดสินใจบอกความจริงแค่ครึ่งเดียว “ใช่...ผมมีจุดประสงค์จริงๆ ผมตั้งใจมาสืบข่าวเรื่องโรงงานเกริกภพ อีกอย่าง...มาทำงานที่โรงพยาบาล อาจจะทำให้ได้ข่าวหรือเคสอะไรเด็ดๆที่น่าสนใจไปทำข่าวก็ได้...อย่างเช่นข่าวคุณหมอสาวสวยทำคนไข้หัวใจวายเพราะทนเสน่ห์ความน่ารักของคุณหมอไม่ไหว...แบบนี้เป็นต้น”

รอยยิ้มใสซื่อและคำพูดเย้าแหย่ของเขาทำให้เอื้อกานต์เขินไม่น้อย ต้องแก้เก้อด้วยการใช้งานเขาอย่างหนัก แต่เขาก็ไม่ปริปากบ่น ก่อนจะต้องนิ่วหน้า เมื่อมีแขกมาทักทายคุณหมอสาว

ศักดิ์ชายเจ้าของบริษัทขนส่งรายใหญ่ของประเทศ หนึ่งในอดีตสมาชิกกลุ่มทุนทีบีของทรงพล พ่อของทรงกลดนั่นเองที่แวะมาโรงพยาบาลเพื่อบริจาคยา

“เป็นยังไงบ้างคุณหมอ ไม่ได้เจอนานเลยนะ ได้ยินว่าช่วงนี้งานหนักเลย ทั้งงานราษฎร์งานหลวง ต้องออกหน่วยไปดูแลชาวบ้านที่ชุมชนอีก...ผมเอายาแก้แพ้ แก้คันมาให้ เห็นชาวบ้านที่ชุมชนเดือดร้อนเพราะสารพิษ”

“ค่ะ...เอื้อขอบคุณแทนชาวบ้านนะคะ เพราะยาบริษัทคุณศักดิ์ชาย เลยต่อชีวิตให้กับชาวบ้านหลายคนเลยค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ...ผมก็ได้กำไรจากการขายยา ก็ต้องคืนกำไรให้กับสังคมบ้าง รับบ้างให้บ้าง แบ่งปันกันไป”

เอื้อกานต์ยิ้มรับ ชื่นชมจากใจจริง ต่างจากคิมที่มองมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ศักดิ์ชายเห็นหน้าอาสาสมัครหนุ่มก็รู้สึกคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก แต่ไม่ทันได้ถามเอื้อกานต์ก็ใช้ให้เขาขนกล่องยาจากไปแล้ว

ooooooo

ใบหน้าของอาสาสมัครหนุ่มที่โรงพยาบาลคาใจศักดิ์ชายมาก เพราะแลดูคล้ายใครบางคนที่เขารู้จักเมื่อหลายปีก่อน...ทรงพลนั่นเอง อดีตผู้ก่อตั้งกลุ่มทุนทีบีผู้ล่วงลับ

ศักดิ์ชายเป็นเพื่อนรักของทรงพล เช่นเดียวกับธีรนัฐ ทั้งสามร่วมก่อตั้งกลุ่มทุนทีบีเพื่อช่วยเหลือนักธุรกิจที่ขาดสภาพคล่อง การสูญเสียเพื่อนรักเพราะเหตุเครื่องบินตกเมื่อหลายปีก่อนทำให้เขาเสียใจมาก และวันนี้เขาก็ไปโรงพยาบาลเพื่อไถ่โทษ หลังจากสืบจนรู้ความจริงถึงวีรกรรมชั่วร้ายของเกริกภพ

“ฉันจะไม่ยอมให้เกริกภพทำทีบีกรุ๊ปที่นายสร้างมาย่ำแย่ลงเด็ดขาด!”

หลังเหตุการณ์เอื้อกานต์ถูกลวงไปทำร้าย ทีเกื้อก็ไม่นิ่งนอนใจ ปะติดปะต่อเรื่องราวและเบาะแสต่างๆจนมั่นใจว่าเหยื่อรายต่อไปของชายปริศนาสวมหน้ากากก็คือเกริกภพ จึงไม่รอช้ากำชับนภเพื่อนคู่หูที่รับผิดชอบคุ้มกันเกริกภพโดยตรงให้ดูแลอย่างดี ส่วนตัวเองจะไปขอข้อมูลเพิ่มจากธีรภูมิพี่ชายคนละแม่

ธีรภูมิมอบหมายให้น้องชายคุยข้อมูลจากคู่หมั้นสาว เพราะเห็นว่าเธอเกาะติดเรื่องนี้มาตลอด สัตตบงกชลำบากใจมาก พยายามเลี่ยงทุกทางแต่ก็ถูกส่งไปสืบข่าวกับเขาจนได้

ทีเกื้อก็อึดอัดใจไม่แพ้กัน แต่เลือกเก็บอาการและแกล้งกวนประสาทแทนเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกจริงๆ

“โลกกลมดีเนอะ...อยู่ๆคุณก็กลายมาเป็นแฟนพี่ชายผมได้”

“ฉันก็ตกใจเหมือนกัน...คุณก็ไม่เคยเล่าเลยนะว่าคุณเป็นลูกใคร”

“ทำไมต้องบอกด้วยล่ะ...ถ้าบอกว่าผมเป็นลูกมหาเศรษฐี คุณจะไม่ทิ้งผมงั้นเหรอ”

“นี่! เห็นฉันเป็นคนยังไงฮะ”

“คุณทำยังไง ผมก็เข้าใจอย่างนั้นแหละ”

“ไม่รู้เรื่องอะไรจริงก็อย่าพูดดีกว่า แต่ละคนก็ต่างมีปัญหาของตัวเอง ก็เหมือนที่คุณไม่ยอมบอกว่าเป็นลูกคุณลุง ก็เพราะว่ามีปัญหาเหมือนกันใช่ไหมล่ะ...”

คำถามของอดีตคนรักทำให้ทีเกื้ออึ้งไปอึดใจ ภาพอดีตวัยเด็กผุดในหัวอีกครั้ง ตอนที่แม่กับตาแท้ๆ

ของเขากับเอื้อกานต์ตายจาก ธีรนัฐจึงไปรับพวกเขามาอยู่ด้วย แต่คุณหญิงอัปสรก็ไม่ยอมท่าเดียว

“ตอนนี้เด็กๆก็ไม่เหลือใครแล้ว คิดว่าเห็นแก่ผมเถอะนะ ให้ผมได้มีโอกาสได้ดูแลลูกผมด้วย”

“ลูกที่เกิดจากนังเมียน้อยน่ะเหรอ”

“คุณหญิง! ถ้าคุณไม่ยอม...ผมก็คงไม่มีทางเลือก ผมคงต้องออกไปอยู่กับเด็กๆ”

“ก็ได้! ฉันยอมให้พวกมันอยู่ที่บ้านก็ได้ แต่ไปอยู่บ้านเล็กกับแม่คุณนะ ห้ามขึ้นมาเหยียบบ้านใหญ่เด็ดขาด แล้วก็ห้ามเซ็นรับมันเป็นลูก แล้วก็ห้ามไม่ให้พวกมันเรียกคุณว่าพ่อเด็ดขาด!”

ธีรนัฐต้องยอมรับเงื่อนไขเพราะอยากเลี้ยงสองแฝด แต่นั่นกลับสร้างความน้อยใจและไม่พอใจให้แก่ทีเกื้อเป็นอย่างมาก เอื้อกานต์ก็รู้สึกไม่ต่างจากแฝดน้อง แต่เพราะนิสัยใจเย็นกว่าเลยไม่แสดงอาการชัดเจนนัก

ความรังเกียจฝาแฝดของคุณหญิงอัปสรไม่ได้ลดน้อยตามกาลเวลา แม้ว่าสองพี่น้องจะย้ายไปอยู่คอนโดแล้วหลังเรียนจบและมีหน้าที่การงานมั่นคง เธอก็ไม่เคยพอใจและเคืองมากเมื่อรู้ว่าทีเกื้อมาหาธีรนัฐเมื่อวันก่อน

“คุณปล่อยให้ไอ้ลูกเมียน้อยของคุณเข้ามาวุ่นวายในบริษัทเราได้ยังไง”

“เกื้อน่ะเหรอ...เขาไม่ได้มาวุ่นวาย เขามาทำงาน ท่านรองฯส่งเกื้อมาดูแลความปลอดภัยให้ผม”

“งั้นคุณก็บอกท่านรองฯซะว่าให้เปลี่ยนคนอื่นมาดูแลแทน”

“ให้เกื้อมาดูแลผมไม่ดีตรงไหน”

“ไม่ดีตรงที่มันเป็นลูกนังนวลไง ถ้าใครรู้ว่ามันเป็นลูกของคุณขึ้นมาจะว่ายังไง”

“ก็ไม่ยังไง”

“แต่ฉันไม่ต้องการให้คุณเสียชื่อเสียง แล้วก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าตาภูมิของเรามีพี่น้องที่ไหนด้วย”

ธีรภูมิโผล่มาทันได้ยินประโยคของแม่พอดี

ส่ายหน้าหน่ายๆ ก่อนโพล่งเสียงเรียบ

“แต่ผมอยากมีน้องนะครับ”

“ไม่เอาน่าลูก ห้ามไปนับญาติกับมันเด็ดขาด... เข้าใจไหม”

น้ำเสียงเคร่งเครียดของแม่ทำให้ธีรภูมิเหนื่อยใจ เข้าใจความรู้สึกของแม่ดี แต่เขาก็รักพ่อและฝาแฝดด้วย เลยเลือกจะไกล่เกลี่ยและเกลี้ยกล่อมให้แม่ยอมรับการตัดสินใจของพ่อแทน

“ไม่เข้าใจครับ...ผมว่าให้เกื้อมาดูแลคุณพ่อดีแล้ว ยังไงเกื้อก็ลูกคุณพ่อ ต้องดูแลคุณพ่อได้ดีกว่าตำรวจคนอื่นอยู่แล้ว...หรือว่าคุณแม่ไม่รักคุณพ่อล่ะครับ”

คุณหญิงอัปสรถึงกับไปไม่ถูกเมื่อเจอคำถามลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ทุกครั้งที่เถียงกันเธอเป็นฝ่ายแพ้ทางให้ตลอด และวันนี้ก็ไม่ต่างจากวันอื่นๆ แต่กระนั้นเธอก็ไม่วายชี้หน้าคาดโทษสามี

“ก็ได้...เห็นว่าลูกขอไว้หรอกนะ แต่ถ้าพนักงานรู้ว่ามันเป็นลูกคุณ ฉันไม่ยอมแน่!”

ooooooo

คิมในคราบอาสาสมัครตามเอื้อกานต์ไปแจกยาในชุมชน ชาวบ้านมากมายแวะเวียนมารับยาและให้เธอตรวจอาการ ก่อนที่บางคนจะคอตกกลับบ้านเพราะยาหมด

สีหน้าผิดหวังของชาวบ้านทำให้เอื้อกานต์สงสารและรู้สึกผิด จนต้องออกปากสัญญาจะหาทางเบิกยามาเพิ่มให้ ลุงยิ้มชายชราในชุมชนที่คุ้นเคยกับเธอดีรอโอกาสอยู่แล้ว เดินไปดักหน้าและสารภาพความผิดเมื่อคราวก่อน เพราะโดนขู่จะทำร้ายเลยยอมเรียกตัวเธอมาพบจนเธอเกือบตาย

“หมอเป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนพวกนั้นมันทำอะไร หมอรึเปล่า ลุงขอโทษนะ...ลุงขอโทษ”

“ไม่เป็นไรค่ะลุง มีคนมาช่วยหมอได้ทัน หมอไม่เป็นอะไรค่ะ”

“ลุงขอโทษนะ พวกมันขู่ลุง ลุงไม่มีทางเลือกจริงๆ หมอจะด่าจะว่าลุงยังไงก็ได้...ลุงยินดี”

“เอื้อไม่ว่าอะไรลุงหรอกค่ะ...เอื้อเข้าใจ”

“อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะหมอ หมออย่ายุ่งเรื่องนายเกริกภพเลย...ลุงเป็นห่วง ไม่อยากให้หมอเดือดร้อน ...รับปากลุงนะว่าจะไม่ยุ่งเรื่องนี้อีก”

เอื้อกานต์ไม่ถือโทษโกรธลุงยิ้ม และไม่ยอมรับปากด้วย คิมเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากให้เธอเสี่ยงอีก แต่ไม่ทันเตือน เขาก็ต้องรีบเฉไฉเปลี่ยนเรื่องเพราะดันทำตัวน่าสงสัย!

เมนูอาหารที่เขาสั่งดันเป็นอันเดียวกับที่ทรงกลดชอบเมื่อหลายปีก่อน และคิมก็ลืมสนิท เผลอสั่งออกไปตามที่ใจคิด ทำให้เอื้อกานต์มองมาด้วยความสงสัย

คิมร้อนตัวมาก รีบเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย

“ถ้าอยากจะช่วยชาวบ้าน...ก็ช่วยด้วยวิธีนี้ดีกว่านะ เอายามาให้ คอยรักษาตามหน้าที่ของหมอไป”

“แต่มันก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุนะ จะไม่ดีกว่าเหรอ...ถ้าเราแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ ชาวบ้านจะได้ไม่ต้องมาป่วยแบบนี้ คุณไม่ต้องห่วงฉันหรอก ถ้าเกิดอะไรขึ้น...ฉันเชื่อว่ามนุษย์หน้ากากคนนั้นจะมาช่วยฉันทัน”

“โลกสวยไปรึเปล่า...คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกรึไง หมอคงไม่โชคดีแบบนั้นตลอด แล้วเขาก็คงไม่มาให้เจอบ่อยๆ”

แต่กระนั้นเสียงในใจเธอที่ร่ำร้องอยากเจอเขาอีก ทำให้เขาอดแกล้งถามไม่ได้ “แล้วหมอไม่กลัวเหรอ ผมตามสืบเรื่องนี้ ผมรู้ว่าเขาเป็นคนร้ายฆ่าคน คดีนักธุรกิจที่ตายต่อเนื่องก็อาจเป็นฝีมือเขา”

“แต่มันก็อาจจะไม่ใช่ฝีมือเขาก็ได้ ถ้าเขาเป็นคนไม่ดี เขาคงไม่มาช่วยชาวบ้านแล้วก็ช่วยฉันไว้หรอก... จริงไหม...แต่ก็นะ...เขาฆ่าคนตาย ฆ่าคนก็ผิดหมด ต่อให้คนนั้นจะเลวก็เถอะ”

คิมหุบยิ้ม ก่อนจะยิ้มได้ใหม่เมื่อได้ยินประโยคถัดมาของเธอ

“แต่ลึกๆ...จากที่ได้เจอ ได้สัมผัส ฉันก็ไม่คิดว่าเขาจะฆ่าคนได้”

“เจอแค่แป๊บเดียว หมอจะไปรู้ได้ไงว่าเขาเป็นคนดีหรือไม่ดี”

“ฉันก็ไม่รู้...แต่ฉันเชื่อความรู้สึกของฉัน เหมือนที่ฉันระแวงคุณ แต่ลึกๆฉันก็คิดว่าคุณไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร...”

เอื้อกานต์รีบกลับโรงพยาบาลเพื่อเบิกยาเพิ่มหลังจากนั้น แต่ก็ต้องเซ็งจัดเพราะผู้อำนวยการไม่อยู่เซ็นอนุมัติให้ คุณหมอสาวกลุ้มใจมากเพราะสัญญากับชาวบ้านไว้ จนต้องแอบส่งกระแสจิตถึงชายหนุ่มสวมหน้ากาก อยากรู้ว่าหากเป็นเขาจะมีวิธีช่วยชาวบ้านได้อย่างไรบ้าง

คิมตื่นเต้นมาก เพิ่งรู้ว่าสามารถติดต่อคุณหมอสาวทางนี้ได้ แต่กระนั้น...ความลับเรื่องเขาคือคิมและทรงกลด อดีตคนรักของเธอก็ทำให้ต้องใช้พลังปกปิด ไม่ให้เธอเห็นหน้าตาที่แท้จริง

สองหนุ่มสาวคงคุยกันอีกนาน ถ้าคิมจะไม่สัมผัสได้ถึงพลังมืดของฮันเตอร์ เขารีบผละจากนิมิตของคุณหมอสาว และไปรับหน้าอาจารย์หนุ่มใหญ่ที่กำลังสำรวจห้องของเขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด!

ooooooo

ฮันเตอร์ คิม บุกถึงห้องศิษย์เอกเพราะร้อนใจเรื่องเกริกภพ อยากให้อีกฝ่ายล้างแค้นให้สิ้นซาก และคิมรู้ดีแต่ก็รั้งรอเพราะยังหาของรักของหวงของเป้าหมายล่าสุดไม่พบ

“ทำไมอาจารย์ถึงไม่บอกผมทีเดียวไปเลยล่ะครับว่าเหยื่อทั้งหมดมีใครบ้าง...ผมจะได้รู้”

“แกมีหน้าที่ทำตามที่ฉันสั่ง ตอนนี้จัดการเหยื่อตรงหน้าให้เรียบร้อย ทำงานนี้เสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะบอกแกเอง”

คิมพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ผมมีเรื่องสงสัย...เรื่องการสื่อสารทางจิต...ทำไมผมถึงอ่านใจบางคนได้ อ่านใจบางคนไม่ได้ หรือถอดจิตไปหาได้แค่บางคน”

“การที่เราจะอ่านใจใครได้ หรือสื่อสารทางจิตกับใครได้ ต้องมีจิตที่สื่อถึงกัน อาจเป็นคนในครอบครัวหรือคนรัก เหมือนคลื่นที่ตรงกัน จูนกันติดก็จะสามารถสื่อสารกันได้”

“มันจะจูนกันติดง่ายอย่างนั้นเลยเหรอครับ”

“ใช่...แต่เราไม่มีทางรู้หรอกนะว่าเราจะจูนติดตอนไหนเมื่อไหร่ ทางที่ดีฝึกจิตไว้ให้ดีก็เป็นพอ”

คำอธิบายของอาจารย์ทำให้คิมรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก และท่าทางนั้นก็ทำให้ฮันเตอร์สงสัย

“แกถามทำไม...หรือว่าแกมีคลื่นตรงกับใคร”

“ผมแค่ถามเฉยๆครับ”

“ก็ดี...หวังว่าแกคงไม่ได้ไปตกหลุมรักใครเข้านะ รู้ใช่ไหมว่าถ้าจะเลือกทางนี้...แกจะไม่สามารถรักใครได้อีก!”

แต่ถึงขู่ไปแบบนั้น ฮันเตอร์ก็ไม่วางใจ ปรี่ไปคาดคั้นแดนถึงความผิดปกติของคิม แฮกเกอร์หนุ่มเชื่อว่าเป็นเพราะเอื้อกานต์ แต่ไม่ยอมบอกความจริง ได้แต่แถและเฉไฉกลบเกลื่อนไปเรื่อย

คิมไม่ได้สนใจเรื่องอาจารย์หนุ่มใหญ่ มัวคิดมากเรื่องชาวบ้านจนนอนไม่หลับ ต้องโทร.จิกแดนกลางดึกให้ขโมยยาจากโรงพยาบาลไปแจกชาวบ้าน เอื้อกานต์รับรู้เรื่องยาถูกขโมยในเช้าวันต่อมา แปลกใจแต่ก็สะใจด้วย นึกยินดีอย่างบอกไม่ถูกที่พวกชาวบ้านจะมียารักษาอาการแพ้สารพิษตามต้องการ

ใบหน้ายิ้มแย้มเต็มอิ่มด้วยความสุขของเอื้อกานต์ทำให้คิมที่เฝ้ามองห่างๆชอบใจ แดนตั้งท่าจะเย้าอยู่แล้ว ก่อนจะต้องแตกกระเจิงกันทั้งสองคนเมื่อฮันเตอร์ปรากฏตัว!

“มัวแต่ยุ่งเรื่องคนอื่นแบบนี้ ไม่น่า...งานของแกถึงไม่ไปไหนซะที”

แดนพยายามช่วยแก้ตัว แต่ก็ถูกฮันเตอร์ที่กำลังโกรธจัดเล่นงาน คิมเห็นท่าไม่ดีถลาไปรับโทษแทน แดนเลยรอดตัวหวุดหวิด ต่างจากคิมที่โดนพลังของอาจารย์หนุ่มไปเต็มๆ

“ฉันไม่ชอบคนที่ขัดคำสั่ง”

คิมพยุงตัวเองให้ลุก เอ่ยเสียงเข้ม “ไม่ต้องห่วง...ผมไม่ลืมความแค้นที่พวกมันทำกับครอบครัวผมหรอกครับ...ผมจะทำให้พวกมันทรมานเหมือนที่มันเคยทำไว้กับครอบครัวของผม!”

ฮันเตอร์ฮึดฮัดจากไปแล้ว ทิ้งคิมให้มองตามด้วยสีหน้านิ่งสงบ โดยมีแดนเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเหมือนเคย ไม่เข้าใจจริงๆว่าเหตุใดคิมถึงยอมทำตามคำสั่งของฮันเตอร์มากขนาดนี้...

คิมยังไม่อธิบายถึงเหตุผลที่ยอมทำงานให้ฮันเตอร์ แต่ผละไปโรงพยาบาลแทนเพราะอยากเจอเอื้อกานต์ ท่าทางอิ่มอกอิ่มใจของเธอ ทำให้เขามีความสุขอย่างบอกไม่ถูก

“เมื่อเช้าผมไปเจอลุงยิ้ม ลุงยิ้มบอกว่าชาวบ้านได้ยากันเรียบร้อยแล้วเหรอ”

“ใช่...อยู่ๆก็มีคนเอายามาตั้งให้เมื่อเช้า อาจจะเป็นคนใจดีที่อยากบริจาคมั้ง”

“แต่ได้ยินว่ายาที่โรงพยาบาลหายไป ผมว่าต้องเป็นฝีมือไอ้มนุษย์หน้ากากคนนั้นแน่ๆ”

คิมแกล้งพูด แล้วก็ต้องลอบยิ้ม เมื่อเธอปกป้องเขาตามคาด

“รู้ได้ไง...มีหลักฐานเหรอว่าเป็นฝีมือเขา”

“ผมก็แค่สันนิษฐานเฉยๆ”

“ใครจะเอามาให้ชาวบ้านก็ช่างเถอะ เอาเป็นว่าชาวบ้านได้ยาก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ”

“โอเคๆ...แล้วหมอจะทำยังไงต่อเรื่องเกริกภพ”

“ฉันมีคนที่จะมาจัดการเรื่องนี้แทนฉันแล้วล่ะ...”

ooooooo

สัตตบงกชหรือหนูดีไม่ละความพยายามจะหาข้อมูลเรื่องโรงงานของเกริกภพ พิธีกรสาวสวมบทนักข่าวภาคสนามลงพื้นที่เกลี้ยกล่อมชาวบ้านให้ช่วยกันให้เบาะแสและหลักฐาน รวมถึงให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสารพิษจากโรงงานผ่านรายการพิเศษของสถานีทีเอ็นนิวส์ แต่เพราะคำขู่ของเกริกภพเลยไม่มีใครยอมให้ความร่วมมือ

ธีรภูมิเห็นข้อมูลที่ทีมงานรวบรวมมาได้ก็ถอนใจหนักหน่วง แผนทำรายการพิเศษแฉเรื่องโรงงานปล่อยสารพิษคงต้องเลื่อนเพราะหลักฐานและข้อมูลไม่เพียงพอ ซึ่งทีมงานเข้าใจดีและตั้งหน้าตั้งตาหาข้อมูลเพิ่ม รวมทั้งเปิดประเด็นกดดันทางการให้เป็นกระแสเพื่อถ่วงเวลาจนกว่าจะพร้อมกว่านี้

ทีเกื้อก็ช่วยหาข้อมูลของเกริกภพด้วย แต่ข้อสันนิษฐานที่ว่าคดีคมกฤชอาจมีเบาะแสบางอย่างเกี่ยวกับเกริกภพและพวกที่เหลือ เลยอยากให้ธีรภูมิช่วยหาข้อมูลบุคคลแวดล้อมให้ เพราะอีกฝ่ายใกล้ชิดธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสร พ่อแท้ๆและแม่เลี้ยงของเขา...อดีตสมาชิกกลุ่มทุนทีบีของทรงพลมากกว่า

“ผมก็ไม่ได้อยากได้ข้อมูลอะไรเยอะหรอกครับ”

“ไม่เยอะของแกน่ะอะไรบ้าง”

“ผมอยากให้พี่ช่วยสืบให้หน่อยว่าคมกฤชและเหยื่อที่ผ่านมาทั้งหมด มีความสัมพันธ์กันยังไง และเคยมีปัญหากับใคร หรือเคยทำอะไรให้ใครแค้นมากๆบ้างไหม”

“ไม่ให้พี่ช่วยหาตัวคนร้ายให้ด้วยเลยล่ะ”

คำพูดประชดของพี่ชายคนละแม่ ทำให้ทีเกื้ออดขำไม่ได้ แกล้งรับมุก “ได้เหรอพี่...”

“เอาเป็นว่าพี่จะช่วยนะ แล้วนายไม่คิดจะเข้ามาดูแลคุณพ่อบ้างเลยเหรอ”

“ผมกำลังจะบอกอยู่พอดีเลยครับว่าวันนี้ผมต้องไปทำธุระ...คงไม่เข้าไป”

ทีเกื้อไม่ไปหาธีรนัฐเพราะต้องไปหาเกริกภพ เพื่อแจ้งผลสรุปจากการสืบคดีของคมกฤช

“ผมมั่นใจว่าเหยื่อรายต่อไปคือคุณ ผมอยากให้คุณระวังตัว ผมตามคนร้ายรายนี้มานาน รู้ดีว่าฝีมือเขาไม่ธรรมดา ถ้ามันคิดจะจัดการใคร...ไม่เคยมีใครรอด”

“ผมไม่กลัวหรอก!”

“ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ ถ้าคุณสนใจ...”

“ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ผมเคยได้ยินจากท่านรองว่าถ้าคนร้ายจะเล่นงานผม ก็ต้องมีของรักหรือของสำคัญของผมก่อนใช่ไหม...คนร้ายมันไม่มีทางรู้แน่ว่าของที่ว่าคืออะไร...”

เกริกภพมั่นใจมาก แต่ที่เขานึกไม่ถึงคือคิมไม่ได้จะเล่นงานเขาเวลานี้ แต่สนใจทวงคืนความยุติธรรมให้พวกชาวบ้านตามความปรารถนาของเอื้อกานต์มากกว่า ด้วยการบุกไปทำลายเครื่องจักรในโรงงาน

คิมในคราบชายสวมหน้ากากลอบเข้าโรงงานของเกริกภพยามดึกวันต่อมา ทำลายเครื่องจักรและโปรแกรมผลิตเพื่อให้โรงงานหยุดทำการ และทุกอย่างก็ทำท่าจะเป็นไปด้วยดี ถ้าทีเกื้อจะไม่พากองกำลังตำรวจมาล้อมจับ!

แดนที่รับหน้าที่คนขับร้อนรนมาก อยากช่วยคิมแต่คิดวิธีไม่ออก ต้องยอมให้ทีเกื้อสบตาคิมด้วยความลำพองใจ ว่าในที่สุดแผนจับกุมชายสวมหน้ากากที่เขาคลาดไปมาตลอดก็จะเป็นจริง

คิมถูกไล่ต้อน ถูกยิงถากๆและเกือบจนมุมถูกจับ โชคดีที่เอื้อกานต์ซึ่งจับความคิดของทีเกื้อได้จากสัมผัสพิเศษตามมาช่วยทันเวลา และพาเขาไปทำแผลด้วยความเป็นห่วง

เอื้อกานต์ตื่นเต้นไม่น้อยที่ได้เจอชายสวมหน้ากากอีกครั้ง แม้จะสงสัยและอยากรู้ใจแทบขาดว่าภายใต้หน้ากากเขาคือใคร แต่ก็ใจไม่กล้าจะแตะตัวเขา นอกจากขอดูแผลที่ถูกยิงเท่านั้น

คิมก็ใจสั่น พยายามเบี่ยงตัวหนี แต่ก็ถูกคุณหมอสาวยื้อตัวไว้

“แค่ทำแผล...ฉันสัญญาว่าจะไม่อยากรู้อยากเห็นว่าหน้าตาคุณเป็นยังไง”

ท่าทางลังเลของเขาทำให้เอื้อกานต์ต้องย้ำ

“ฉันเป็นหมอ...ปล่อยคนที่ได้รับบาดเจ็บไปแบบนี้ไม่ได้หรอกค่ะ”

แววตาจริงใจของเธอทำให้คิมใจอ่อนยวบ ยอมให้เธอทำแผล แต่กระนั้นก็อดข้องใจไม่ได้

“คุณช่วยผมทำไม ผมเป็นคนร้าย...ไม่กลัวเหรอ”

“ก็ฉันอยากช่วยชาวบ้าน แล้วฉันก็อยากตอบแทนที่คุณเคยช่วยฉันไว้”

เอื้อกานต์คิดเช่นนั้นจริงๆ และก็อยากรู้เรื่องที่เขาช่วยเธอเมื่อวันก่อนด้วย คิมได้ยินเสียงในใจเธอเลยเปิดโอกาสให้ คุณหมอสาวไม่รอช้ายิงคำถามรัวเป็นชุด

“วันนั้น...เราเจอกันในนิมิตจริงๆใช่ไหม ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม แล้วคุณก็เอายามาช่วยชาวบ้านตามที่ฉันขอ”

ท่าทางกระตือรือร้นอยากรู้ของเธอทำให้คิมอดยิ้มบางๆไม่ได้ แต่กระนั้นก็ไม่ตอบคำถามและผละมาดื้อๆ ทิ้งเอื้อกานต์ให้มองตามด้วยความเสียดาย...ไม่ได้คำตอบและไม่ได้บอกลาเขาสักคำ!

ooooooo

แดนดีใจมากที่คิมปลอดภัย อยากพาไปหาหมอเพื่อตรวจดูแผลอีกรอบ แต่คิมก็ห้ามไว้และตัดบทให้รีบจัดการเรื่องเกริกภพให้จบเสียที

“เราต้องหาของสำคัญของเกริกภพมาทำของให้เร็วที่สุด”

“ผมกำลังพยายามหาข้อมูลอยู่”

“ดี...แล้วเรื่องโรงงานเกริกภพ...จัดการเรียบร้อยไหม”

“มือชั้นนี้...ไม่มีพลาด!”

ผลงานของแดนคือล้างข้อมูลทุกอย่างในโรงงาน ทำลายออเดอร์และพังเครื่องจักรต่อจากคิม เกริกภพโมโหมาก เหวี่ยงข้าวของกระจัดกระจาย ทีเกื้อได้แต่มองมาด้วยสีหน้าอ่อนใจ

“ทีนี้คุณเชื่อผมรึยังว่าไอ้หน้ากากนั่นมันจ้องเล่นงานคุณอยู่ ทางที่ดี...คุณร่วมมือกับผมจับคนร้ายดีกว่า ผมเจอมันมาหลายครั้ง...ผมมีวิธีรับมือกับมัน”

เกริกภพนิ่วหน้า ทีเกื้อเลยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“คุณต้องบอกผมว่าของสำคัญของคุณคืออะไร...และเอามาให้ผมดูแลซะ!”

ทีเกื้ออธิบายว่าของรักของหวงนั้นต้องเป็นของสำคัญที่สุดในชีวิต เป็นของที่มีผลต่อความรู้สึกและจิตใจของเจ้าของ เกริกภพคิดหนัก ก่อนจะกลับบ้านไปหยิบภาพถ่ายเมื่อหลายปีก่อนของเขากับสมาชิกกลุ่มทุนทีบีของทรงพล สมัยเป็นนักศึกษาออกค่ายอาสา...ทุกคนมีสีหน้าเปี่ยมสุข เป็นพี่ เป็นเพื่อนและเป็นน้องที่สนิทกันเหลือเกิน...

หลังสำรวจโรงงานของเกริกภพจนพอใจ ทีเกื้อก็จะกลับ แต่ดันเจอสัตตบงกชหรือหนูดีที่หน้าโรงงาน พิธีกรสาวกำลังพูดกับตากล้องรายงานข่าวตามหน้าที่ เขาเลยอดไม่ได้จะยั่วประสาท

“ไม่กี่ชั่วโมงก็ตามกลิ่นมาทำข่าวเร็วจังเลยนะ”

“อย่างน้อยฉันก็ทำหน้าที่และงานของฉันได้ดี ไม่เหมือนคุณหรอก...ขนาดร่วมมือกับเกริกภพ ขนตำรวจมาทั้งโรงพักมาจับคนร้าย...ยังจับไม่ได้เลย ฉันว่านะถ้ามีความสามารถแค่นี้...ไปเป็นจ่าเฉยตามสี่แยกดีกว่าไหม”

ตอกจบก็ผละไป ทิ้งทีเกื้อให้มองตามด้วยความเจ็บใจ...ฝากไว้ก่อนเถอะ!

ข่าวโรงงานเกริกภพโดนถล่มกลางดึกกลายเป็นข่าวใหญ่ชั่วข้ามคืน เอื้อกานต์สะใจมาก ต่างจากฮันเตอร์ที่บุกมาคอนโดของคิมในเช้าวันเดียวกันเพื่อตามความคืบหน้าเรื่องของรักของหวงของเกริกภพ

แดนกลัวคิมถูกลงโทษเลยรับหน้าแบบขอไปที ด้วยการรับสมอ้างพาไปเจอลูกชายของเกริกภพ ฮันเตอร์มองเด็กชายจากมุมไกลๆด้วยสีหน้าเรียบเฉย ภาพลูกชายคนเดียวของเขาถูกพวกเกริกภพฆ่าอย่างเลือดเย็นวนเวียนในหัวอีกครั้ง คิมใจไม่ดี สงสารและไม่อยากใช้เด็กเป็นเครื่องมือล้างแค้น พยายามทักท้วง แต่ฮันเตอร์กลับไม่สนใจ

“ไม่เห็นเป็นอะไร เอาเด็กนั่นแหละไปทำพิธี”

แดนเบิกตาโพลง ขนลุกแต่ยังทำเป็นพูดติดตลก “มุกอาจารย์ขำฝืดดีจังนะครับ”

“ฉันพูดจริง...พวกมันเองก็เคยฆ่าลูกฉัน ทำไมฉันจะฆ่าลูกมันไม่ได้”

คิมร้อนใจ รีบโพล่ง “เดี๋ยวผมจะรีบหาของอย่างอื่นครับ”

“ถ้าหาไม่ได้ภายในหนึ่งอาทิตย์...ฉันจะเอาเด็กคนนี้ไป!”

ooooooo

คิมเครียดมากเรื่องฮันเตอร์จะใช้ลูกชายเกริกภพเป็นเครื่องมือล้างแค้น ยิ่งเห็นแววตาอาฆาตของอาจารย์ที่มองตามเป้าหมายพ่อลูกหยอกล้อกัน ยิ่งร้อนใจ อยากหาวิธีเบี่ยงเบน

เรื่องลูกชายเกริกภพรบกวนใจคิมอย่างหนัก แม้แต่ตอนไปโรงพยาบาลเพื่อทำหน้าที่อาสาสมัครก็ไม่เว้น และเอื้อกานต์ก็สัมผัสได้ พยายามสอบถามแต่เขาก็บ่ายเบี่ยงไม่ยอมตอบ

นอกจากสีหน้าตึงเครียดไม่ขี้เล่นเหมือนเคย อาสาสมัครหนุ่มยังมีแผลที่แขน เอื้อกานต์แปลกใจมาก ขอดูด้วยความเป็นห่วง แต่เขาก็หลบเลี่ยงไม่ให้ดู คุณหมอสาวจะไม่ยอม แต่ไม่ทันซัก นภก็โผล่มาเยี่ยม

เอื้อกานต์รู้มานานแล้วว่าเพื่อนคู่หูของแฝดน้องแอบชอบ แต่เธอไม่ได้คิดกับเขามากกว่าเพื่อน เลยได้แค่ตอบรับตามมารยาท แต่เพราะรู้จักคุ้นเคยมานาน เลยทำให้ดูสนิทสนมจนคิมอดหมั่นไส้ไม่ได้

คิมรู้จักนภดีอยู่แล้ว แต่ยังแกล้งถามพยาบาลแถวนั้นจนรู้ว่าอีกฝ่ายแวะมาจีบเอื้อกานต์เสมอ

“ทั้งหล่อ ทั้งนิสัยดี หน้าที่การงานก็ดี ที่โรงพยาบาลมีแต่คนเชียร์ แต่หมอก็ไม่สนใจ”

“ทำไมล่ะครับ...หรือหมอมีแฟนอยู่แล้ว”

“ลือกันว่าหมอเคยมีแฟน...รักกันมาก แต่แฟนหมอเสียแล้ว หมอเลยไม่รักใครอีก...หมอคงยังลืมแฟนเก่าไม่ได้”

คำบอกเล่าของพยาบาลทำให้คิมถึงกับอึ้ง นึกไม่ถึงว่าเอื้อกานต์จะฝังใจขนาดนั้น แต่กระนั้น...เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเฝ้ามองเธอห่างๆและห่วงๆ เพราะเชื่อว่าคงเป็นทางดีที่สุดแล้ว...

เกริกภพยังทำใจไม่ได้เรื่องของรักของหวง ไม่อยากมอบให้ตำรวจดูแล ทีเกื้อเข้าใจดี ไม่อยากเร่งรัด เลยขอให้อีกฝ่ายช่วยให้ข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับศัตรูของเขากับคมกฤช

“ถ้าเรารู้ว่าคุณเคยทำอะไร ก็จะจับคนร้ายได้เร็วขึ้น ตัวคุณก็จะปลอดภัย”

“ผมทำธุรกิจ...ก็ต้องมีศัตรูอยู่แล้ว แต่ก็ไม่น่ามีใครมาแค้นถึงขนาดฆ่าแกงกัน”

“ผมอยากให้คุณลองนึกดูดีๆ ถ้าคิดออกก็รีบติดต่อมาหาผม...”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #2 on: 17 October 2026, 19:50:15 »


https://www.thairath.co.th/novel/ARKOM/ep3/page1

อาคม ตอนที่ 3

อัลบั้ม: "อาคม" ละครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

คำพูดทิ้งท้ายของทีเกื้อทำให้เกริกภพคิดหนัก คนคนเดียวที่เขาเคยทำร้ายจนตายก็คือทรงพล และเรื่องนั้นก็ควรจะเป็นความลับตลอดไป ไม่ควรมีใครได้รู้ความจริงนี้ แม้ว่าเขาจะต้องตายก็ตาม!

คิมยังไปทำงานที่โรงพยาบาลในฐานะอาสาสมัคร ฮันเตอร์รู้เพราะแอบตามศิษย์เอกตลอด และอดไม่ได้จะถอดจิตไปหากลางดึกของคืนหนึ่ง เพื่อเตือนให้อีกฝ่าย รู้ถึงหน้าที่ตนเอง

“ฉันจะไม่ห้ามให้แกทำงานที่นั่น แต่แกต้องระวังตัวให้มาก ห้ามเปิดเผยตัวตนให้ใครรู้เด็ดขาด แกรู้ใช่ไหม...ถ้ามีคนรู้ความลับของแก อาคมของแกจะเสื่อม แล้วจะเกิดผลร้ายกับตัวแกเอง”

“ผมทราบครับ...อาจารย์...จะไม่มีวิธีไหนที่เราจะสามารถล้างแค้นโดยไม่ต้องทำร้ายพวกเขาได้เลยเหรอครับ”

“อะไรทำให้แกคิดแบบนี้”

“ผมสงสารลูกชายเขา ถ้าพ่อเป็นอะไรไป...ลูกเขาจะเป็นยังไง”

“ตอนพวกมันฆ่าพ่อแก มันยังไม่เห็นคิดถึงแกเลย พวกมันทรยศ ฆ่าได้แม้แต่คนที่มีบุญคุณ แกคงยังไม่ลืมสภาพตอนพ่อแม่แกตายใช่ไหม...”

คำเตือนของฮันเตอร์ทำให้ความแค้นในใจคิมปะทุอีกครั้ง แต่กระนั้น...ฮันเตอร์ก็ไม่ไว้ใจ กลัวศิษย์เอกจะใจอ่อน ใช้อาคมทำฝันร้ายในคืนเดียวกันเพื่อเพิ่มความแค้นในใจคิม ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด ภาพอดีตสยดสยองความตายของพ่อแม่ทำให้คิมหรือทรงกลดเครียดจัด ประกาศกร้าวจะแก้แค้นตัวการให้ได้!

ระหว่างที่พวกคิมวุ่นวายหาข้อมูลเกริกภพ ทีเกื้อก็หมกมุ่นหาเบาะแสชายสวมหน้ากากจนแทบไม่มีเวลากลับบ้าน เอื้อกานต์อดเป็นห่วงไม่ได้ แต่เมื่อได้ยินเขาบ่นเรื่องชายสวมหน้ากาก ก็ถึงกับพูดไม่ออก

“เกื้อรู้ว่าเขาช่วยชาวบ้าน แต่วิธีที่เขาช่วยก็ไม่ต่างจากโจร เกื้อเป็นตำรวจ เกื้อก็ต้องทำหน้าที่ของเกื้อให้ดี”

“พี่เอาใจช่วยก็แล้วกัน”

“ตอนนี้เกื้อรู้แล้วว่าเหยื่อรายต่อไปคือเกริกภพ เกื้อต้องหาทางช่วยเขา แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง”

“เดี๋ยวทางออกมันก็มาเอง...เชื่อเอื้อ”

ไม่ทันขาดคำ...คำพูดของเอื้อกานต์ก็เป็นจริง เมื่อเกริกภพทนหวาดกลัวไม่ไหว ยอมมอบของรักของหวงซึ่งก็คือกล่องใส่ภาพถ่ายเก่าๆของตนกับเพื่อนสมาชิกกลุ่มทีบีให้ตำรวจดูแล ทีเกื้อดีใจมากรีบไปพบเจ้าของโรงงานหนุ่ม โดยไม่รู้เลยว่าฮันเตอร์รับรู้ทุกอย่างด้วยญาณพิเศษ และไม่รอช้าจะส่งคิมไปชิงของคิมลำบากใจมาก เพราะถึงจะแค้นพวกเกริกภพแทบกระอัก แต่ก็ไม่อยากเอาคืนด้วยชีวิตของอีกฝ่าย แดนเข้าใจความรู้สึกคิมดี แต่ที่ไม่เข้าใจคือเพราะเหตุใดฮันเตอร์ถึงกดดันให้คิมทำเรื่องพวกนี้

“ดวงของคนพวกนั้นแรงกว่าอาจารย์ อาจารย์เลยทำอะไรพวกมันมากไม่ได้”

“แปลว่าดวงพี่แรงกว่าพวกมันเหรอ”

คิมพยักหน้ารับ ก่อนจะหลับตารับนิมิตบางอย่าง...

ooooooo

นิมิตของคิมบอกว่าเขาคงไม่ต้องทำอะไรบุ่มบ่ามเพื่อชิงของรักของหวงของเกริกภพจากพวกตำรวจ แค่รอคอยอย่างอดทน...พวกตำรวจก็จะส่งบัตรเชิญมาให้เขาเอง

ทีเกื้อยังไม่รู้ตัวว่าคิมเตรียมตั้งรับแล้ว มัวยุ่งวางแผนจับชายสวมหน้ากากโดยใช้ของรักของหวงของเกริกภพเป็นเหยื่อล่อ เกริกภพไม่สบายใจนัก แต่ก็ไม่มีทางเลือก ต้องยอมเสี่ยงเพื่อปกปิดความผิดของตัวเองและพวกพ้อง

หลังแจ้งแผนการกับเกริกภพ ทีเกื้อก็ไปขอร้องธีรภูมิให้ช่วยทำรายการพิเศษเพื่อส่งสารท้าชายสวมหน้ากาก แต่สัตตบงกชไม่เห็นด้วย รีบค้านเสียงเข้ม

“ออกข่าวไปก็เปลืองเวลาสถานีเปล่าๆ เราจะรู้ได้ยังไงว่าคนร้ายจะดูทีวี ข่าวสื่อสารมวลชนเป็นของคน ทั้งประเทศ ให้คุณมาสื่อสารกับคนร้ายสองคน...ไม่คุ้มเลย เสียดายแทนประชาชนที่จะได้เสพข่าวที่เป็นประโยชน์”

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ มันเป็นใครยังไม่รู้เลย แล้วจะมีทางไหนที่จะบอกคนร้ายได้ดีกว่านี้บ้าง”

“ไม่เห็นต้องคิดให้ยากเลย ก็แค่แปะคำท้าไว้ที่โรงงานเกริกภพ หรือที่ชุมชนก็ได้ ยังไงคนร้ายต้องวนเวียนอยู่แถวนั้นอยู่แล้ว ไม่งั้นจะรู้ความเคลื่อนไหวของเกริกภพตลอดได้ไง”

วิธีง่ายๆของอดีตคนรักทำให้ทีเกื้อทึ่งมาก อยากเอ่ยชม แต่ก็ช้ากว่าธีรภูมิที่ตัดหน้าเสียก่อน ตำรวจหนุ่มได้แต่มองคู่รักหยอกเย้ากันด้วยหัวใจเจ็บแปลบ...ยังทำใจให้ลืมอดีตคนรักไม่ได้เลยจริงๆ

ป้ายส่งสารถึงชายสวมหน้ากากถูกติดหน้าโรงงานของเกริกภพในวันต่อมา คิมมาเยี่ยมชาวบ้านพร้อมเอื้อกานต์เลยได้เห็น และเขาก็ไม่รีรอจะรับคำท้าตามประสาพวกชอบความท้าทาย

สถานที่นัดหมายก็คือห้างสรรพสินค้าของเดชา หนึ่งในสมาชิกกลุ่มทุนทีบีและเพื่อนของเกริกภพ ทีเกื้อไม่ขัดและรีบขอพิมพ์เขียวห้างมาให้ตำรวจในทีมจัดเตรียมแผนจับกุม

สัตตบงกชหรือหนูดีรู้เรื่องแผนจับกุมเลยจะขอร่วมทำข่าว แต่ทีเกื้อก็ต้องปฏิเสธ

“ผมขอเถอะ...ผมไม่อยากให้คนนอกมาวุ่นวายจริงๆ ผมไม่อยากให้มีอะไรพลาด เรื่องนี้มันเกี่ยวถึง

ความเป็นความตายของคุณเกริกภพ”

“ก็ได้...แต่ถ้างานเสร็จเรียบร้อย คุณต้องให้ข่าวฉัน...โอเคไหม”

ทีเกื้อพยักหน้ารับปาก ก่อนจะเสเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ

“คิดไม่ถึงเลยนะว่าคุณจะได้เป็นนักข่าวอย่างที่ฝันไว้ตอนเด็กๆ...เป็นนักข่าวที่เอาจริงเอาจังซะด้วย”

“นั่นสิ...ตอนนั้นคุณยังว่าฉันอยู่เลยว่าฉันทำไม่ได้หรอก”

“ผมห้ามเพราะไม่อยากให้คุณไปเสี่ยงอันตราย”

“แต่ฉันก็บอกว่ามีแฟนเป็นตำรวจจะกลัว...”

สัตตบงกชชะงัก ไม่อยากเอ่ยเรื่องอดีตให้ทิ่มแทงใจ ทีเกื้อน้อยใจมาก อดไม่ได้จะตัดพ้อ

“ลำบากใจแม้แต่จะพูดว่าเคยเป็นแฟนผมเลยเหรอ”

ท่าทางอึดอัดของอดีตคนรักทำให้ทีเกื้อหงุดหงิด โพล่งอย่างเหลืออด

“คุณไม่คิดจะบอกผมจริงๆเหรอว่าตอนนั้นคุณทิ้งผมไปเพราะอะไร”

คำถามคาดคั้นของเขาทำให้สัตตบงกชเครียดจัด แต่ไม่ทันพูดอะไร สองหนุ่มสาวอดีตคนรักก็ต้องผละจากกันเมื่อจู่ๆก็มีลูกศรลึกลับถูกยิงมาขัดจังหวะ สารรับคำท้าจากชายสวมหน้ากากนั่นเองที่บอกว่าจะมารับของคืนพรุ่งนี้!

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันนัดหมาย...ทีมตำรวจนำโดยท่านรองฯ มีทีเกื้อกับนภเป็นหัวหน้าหน่วยจับกุม คอยระแวดระวังอย่างดี โดยเฉพาะความปลอดภัยของเกริกภพที่มาเฝ้าสังเกตการณ์และของรักของหวงของเขาที่ถูกใส่ในกล่องนิรภัย

บรรยากาศภายในห้างเงียบสงัด ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของตำรวจ แต่กระนั้น...เอื้อกานต์ก็สัมผัสได้ถึงภัยบางอย่างทั้งที่เธอไม่ได้อยู่ที่นั่น และไม่รอช้าจะส่งโทรจิตไปหาชายสวมหน้ากาก พยายามยับยั้งไม่ให้เขาทำผิดอีก

“ฉันรู้นะว่าคุณได้ยินเสียงฉัน ฉันก็ไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไร มีความแค้นอะไรกับคุณเกริกภพ ถ้าคุณเกริกภพทำอะไรผิด ก็ปล่อยให้เขาได้รับกรรมของเขาเองเถอะ”

คิมซึ่งกำลังเตรียมทำพิธีบนลานกว้าง ได้ยินเสียงเอื้อกานต์แต่ไม่ยอมตอบสนอง

“ฉันขอร้องให้คุณหยุดเถอะ...อย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงเลย คุณก็รู้ว่าที่นั่นมันอันตราย”

เอื้อกานต์ใจไม่ดี ไม่อยากให้เขาทำผิด เลยตัดสินใจทิ้งท้าย

“ครั้งนี้ฉันไม่เห็นด้วยกับการกระทำของคุณนะ... คุณกำลังจะทำร้ายคนอื่น”

จนแล้วจนรอด คิมก็ไม่ตอบสนองเอื้อกานต์มุ่งมั่นกับการขโมยของรักของหวงของเกริกภพ และเมื่อถึงเวลานัดหมาย เขาก็นั่งรถของแดน ลอบเข้าห้างและไปเอาของจากตู้นิรภัยได้อย่างง่ายดาย

กว่าพวกทีเกื้อจะรู้ตัว คิดว่าชายสวมหน้ากากไม่ได้โผล่มาตามนัด แต่ความจริงใช้อาคมหลอกให้ตายใจ และแอบเข้าไปขโมยของรักของหวงจากเกริกภพซึ่งถูกเก็บรักษาอย่างดี เวลาก็ล่วงเลยเป็นเช้าของวันต่อมา

เกริกภพโกรธมาก เช่นเดียวกับเพื่อนของเขาคนอื่น โดยเฉพาะคุณหญิงอัปสร ด่าทีเกื้อแบบเสียๆหายๆ แต่ตำรวจหนุ่มก็ไม่ตอบโต้ ยอมรับเป็นความผิดของตนแต่เพียงผู้เดียวที่ประมาท

ทีเกื้อเจ็บใจมาก หลบไปสงบสติอารมณ์คนเดียว สัตตบงกชหรือหนูดีเห็น เลยตามไปปลอบ

“ไม่ต้องคิดมากหรอกนะ คุณพยายามทำดีที่สุดแล้ว”

“ทั้งที่ผมวางแผนอย่างดีแล้วทุกครั้ง แต่ผมก็พลาดท่ามันตลอด มันรู้ได้ยังไงว่าผมคิดจะทำอะไร”

“แผนคุณน่ะดีแล้ว แต่คนร้ายเขาก็แค่ฉลาดกว่าคุณ แล้วก็รู้ทันคุณเท่านั้นเอง”

“ตกลงจะให้กำลังใจหรือซ้ำเติม”

“ฉันจริงใจไง...พูดตรง ฉันเชื่อว่าสักวันคุณจะจับเขาได้”

สัตตบงกชชงกาแฟสูตรโปรดมาให้เขาด้วย และนั่นก็ทำให้เขาประทับใจอย่างบอกไม่ถูก

“นี่กาแฟผสมชาเย็นนี่...คุณยังจำได้ด้วยเหรอว่าผมชอบ”

รอยยิ้มอย่างมีความหวังของเขาทำให้เธอใจละลาย แต่ก็เสตอบกวนๆกลบเกลื่อน

“ก็ฉันความจำดี...เรื่องของเพื่อนทำไมจะจำไม่ได้”

“ขอบคุณมากนะ...พี่สะใภ้”

ooooooo

คิมแทบอดใจไม่ไหวจะตรวจสอบของรักของหวงของเกริกภพ และทันทีที่กลับถึงคอนโด ก็ไม่รอช้าจะเปิดดู ภาพถ่ายใบเก่าที่มีทรงพลพ่อของเขาอยู่ในนั้นทำให้ต้องผงะ และเพื่อให้ได้ข้อมูลมากกว่านี้ คิมเลยใช้พลังพิเศษสัมผัสภาพนั้นเพื่อรับรู้เรื่องราวในอดีตของเกริกภพ

ภาพถ่ายใบเก่าพาคิมย้อนอดีตเมื่อหลายปีก่อน สมัยเกริกภพยังหนุ่มแน่นและไฟแรง เขาสิ้นหวังเพราะธุรกิจไม่รุ่ง ทรงพลหัวหน้ากลุ่มทุนทีบีเลยพาเขาไปแจกจ่ายอาหารแห้งให้ชาวบ้านผู้ยากไร้พร้อมเพื่อนคนอื่นๆซึ่งประกอบไปด้วย ธีรนัฐ ศักดิ์ชาย เดชาและคมกฤชสีหน้ายิ้มแย้มเต็มเปี่ยมด้วยความสุขของพวกชาวบ้านทำให้เกริกภพรู้สึกดีมาก จนต้องเอ่ยปากกับทรงพล

“ขอบคุณมากนะครับที่ชวนผมมาวันนี้”

ทรงพลยิ้มรับ ก่อนจะให้กำลังใจ “ที่ชวนมาเพราะอยากให้เรามีกำลังใจ ถึงตอนนี้ธุรกิจนายจะขาดทุนจนต้องนับหนึ่งใหม่ แต่เห็นไหมว่ายังมีอีกหลายคนที่เขาลำบากกว่านาย”

“ครับ...ตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะว่าผมอยากเริ่มต้นทำธุรกิจอะไร”

เกริกภพยิ้มกว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความหวังและพลังใจ ก่อนจะบอกสิ่งที่คิดไว้

“ผมอยากทำอาหารสำเร็จรูปเพื่อช่วยคนยากไร้ ผมจะเจริญรอยตาม...เป็นนักธุรกิจที่ดีแบบพี่”

คิมดึงตัวเองจากอดีตของเกริกภพกับพ่อ นอกจากภาพถ่ายเก่าๆ ภายในกล่องของเกริกภพยังมีจดหมายจากทรงพลที่ส่งให้เจ้าของโรงงานหนุ่มเพื่อแสดงความยินดีกับความสำเร็จ

“ดีใจด้วย...ในที่สุดนายก็ได้ทำธุรกิจที่ฝันไว้ ต่อไปนี้...ขอให้จำจุดยืนของตัวเองที่อยากทำธุรกิจนี้ให้ดี อย่าให้อำนาจของเงินมาครอบงำจิตใจได้...ทรงพล”

ข้อความในจดหมายบ่งบอกถึงเรื่องดีๆของเกริกภพกับทรงพล คิมไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเจ้าของโรงงานหนุ่มถึงก่อเรื่องเลวร้ายได้ จนกระทั่งได้ยินเสียงบทสนทนาของเกริกภพกับใครบางคน

“เพราะแก...เป็นความผิดของแก แผนของแกทำให้ท่านทรงพลต้องตาย!”

คิมดึงตัวเองจากนิมิตอีกรอบ ถึงตอนนี้เขารู้แล้วว่าเกริกภพเคารพและนับถือพ่อของเขามาก แล้วใครคือบุคคลปริศนาที่ทำให้พ่อของเขาต้องตาย...และวิธีจะหาคำตอบก็คือบุกไปคาดคั้นเจ้าของโรงงานหนุ่มด้วยตัวเอง

ฮันเตอร์รับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษว่าศิษย์เอกจะทำเสียเรื่อง เลยรีบมายับยั้ง

“อาจารย์อย่าห้ามผมเลย ผู้ชายคนนั้นฆ่าพ่อผม ผมจะไปถามไอ้เกริกภพให้รู้เรื่อง”

“ไปแบบไม่มีสติอย่างนี้ มันจะทำให้ทุกอย่างพัง”

“แล้วจะให้ผมทำยังไง”

“ตั้งสติและรอก่อน รอให้ถึงเวลา เหมือนที่ฉันอดทนรอ...จนได้เจอแก”

ฮันเตอร์พาคิมย้อนอดีตถึงตอนที่เขาต้องเจ็บปวดแทบกระอักเพราะครอบครัวถูกสังหาร เขาฝึกปรืออาคมจนแก่กล้า แต่ก็ล้างแค้นพวกเกริกภพไม่ได้เพราะดวงชะตาไม่แข็งพอ จนกระทั่งเขาได้เจอกับคิมหรือทรงกลดจากเหตุการณ์เครื่องบินตกเมื่อหลายปีก่อน

“ทันทีที่ฉันเห็นแก ฉันก็รู้เลยว่าแกนี่แหละ...คือคนที่ดวงชะตาแข็งสามารถจัดการกับพวกมันได้!”

ooooooo

ความเจ็บใจเพราะถูกชายสวมหน้ากากหลอกก่อกวนใจทีเกื้อมาก เอื้อกานต์พยายามปลอบให้ทำใจเพราะความผิดพลาดเกิดขึ้นได้กับทุกคน ก่อนจะเสนอตัว ช่วยหากแฝดน้องต้องการความช่วยเหลือ

และนั่นก็ทำให้ทีเกื้อคิดได้ จะส่งเอื้อกานต์ไปดูแลเกริกภพเพราะรู้ดีถึงความพิเศษของแฝดพี่

“เราไม่รู้ว่าคนร้ายจะทำของเมื่อไหร่ เอื้อเป็นหมอแถมมีพลังพิเศษ ถ้าเอื้ออยู่อาจรับมือและช่วยเกริกภพได้”

ท่านรองฯก็เห็นด้วยกับแผนนี้ของทีเกื้อ เอื้อกานต์เลยลางานที่โรงพยาบาลในวันต่อมา คิมซึ่งมาทำงานอาสาสมัครได้ยินก็ใจไม่ดี ไม่อยากให้เธอมาเสี่ยงตอนเขาลงมือ

“หมอไม่ไปไม่ได้เหรอ...เขาเคยทำไม่ดีกับหมอ หมอจะไปดูแลมันทำไม”

“คนไข้จะเลวจะดี จะเป็นใคร ทุกคนคือคนไข้ ใครไม่สบาย หมอก็ต้องรักษา”

“อย่าไปเลยหมอ...เชื่อผม”

ท่าทางของอาสาสมัครหนุ่มที่ดูกังวลเกินเหตุทำให้เอื้อกานต์แปลกใจ แต่ไม่ทันซัก ทีเกื้อก็โทร.มาตามเสียก่อน เธอเลยต้องรีบไปดูแลเกริกภพ คิมได้แต่มองตามเครียดๆ ก่อนจะบอกแดนในเวลาต่อมาว่าเขาคงต้องระวังเป็นพิเศษ ไม่ให้การลงมือทำให้คุณหมอสาวโดนลูกหลงไปด้วย

การมาถึงเซฟเฮาส์ของเอื้อกานต์ไม่ทำให้เกริกภพเชื่อใจนัก ทีเกื้อก็ไม่ยอมอธิบายอะไร นอกจากแฝดสาวเป็นหมอและมีอะไรบางอย่างที่ช่วยเหลือเจ้าของโรงงานหนุ่มได้ แต่กระนั้น...เกริกภพก็ไม่มีทางเลือก ต้องยอมอยู่ในความคุ้มกันและดูแลของทางตำรวจ โดยมีคุณหมอสาวตามประกบแทบทุกฝีก้าว

แผนคุ้มกันเกริกภพทำให้ทีเกื้อเครียดมาก ธีรภูมิเป็นห่วงน้องชาย ไหนจะเอื้อกานต์ที่ต้องช่วยดูแลเกริกภพอีกแรง หัวหน้าฝ่ายผลิตรายการหนุ่มเลยยิ่งกังวล สัตตบงกชหรือหนูดีในฐานะคู่หมั้นเลยต้องปลอบ

“เขาเป็นคนเก่ง...ต้องผ่านไปได้แน่ค่ะ”

“เราพอจะมีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับคนร้ายรายนี้รวบรวมไว้บ้างไหม เผื่อจะช่วยเกื้อได้”

“ดูพี่ภูมิรักน้องชายคนนี้มากเลยนะคะ”

“ใช่...พี่รักมากเลย เพราะพี่เป็นลูกคนเดียวมั้ง แล้วน้องมันก็ทำตัวน่ารัก”

สัตตบงกชอดยิ้มไม่ได้ รู้ดีกว่าใครว่าอดีตคนรักเป็นคนน่ารักแค่ไหน ก่อนจะต้องหุบยิ้มแทบไม่ทัน เมื่อได้ยินประโยคคาดหวังของคู่หมั้นหนุ่มในเวลาต่อมา

“พี่เห็นเรากับเกื้อสนิทกันเร็ว พี่ก็ดีใจนะ เพราะอีกหน่อยเราก็ต้องมาเป็นครอบครัวเดียวกัน”

ooooooo

ขณะที่สัตตบงกชหรือหนูดีคิดไม่ตกเรื่องทีเกื้อกับธีรภูมิ คิมหรือทรงกลดก็ไม่ถอดใจเรื่องคนบงการฆ่าพ่อของเขา จนต้องหาทางง้างปากเกริกภพ และวิธีที่เขาคิดได้เวลานี้คือถอดจิตไปถามเจ้าตัว

ฮันเตอร์แวะมาเยี่ยมศิษย์เอกระหว่างเตรียมทำพิธีพอดี คิมเลยตัดสินใจถามถึงวิธีการและความเป็นไปได้

“ผมเคยได้ยินว่าเราสามารถถอดจิตไปจัดการกับเหยื่อได้ด้วยตัวเองด้วยใช่ไหมครับ”

“ใช่...มันเป็นวิชาที่ต้องใช้จิตขั้นสูงไปอีก แกถามทำไม”

“ผมอยากคุยกับเหยื่อก่อนลงมือ อยากถามเรื่องนั้นให้รู้เรื่อง”

“อยากลองไหมล่ะ แต่มันก็เสี่ยงนะ...ถ้าแกพลาด สมาธิไม่ดี หรือทำงานไม่สำเร็จ เหยื่อก็จะเห็นหน้าของแก”

“ผมยอมเสี่ยงครับ...ถ้ามันจะทำให้รู้ว่ามีใครร่วมมือกันฆ่าพ่อผมบ้าง”

“ได้...ฉันจะสอนให้”

คิมมุ่งมั่นกับการฝึกจิตมาก จนในที่สุดเขาก็ถอดจิตไปหาเกริกภพถึงในห้องนอนในเซฟเฮาส์ โดยไม่ยี่หระกล้องวงจรปิดนับสิบตัวที่ถูกติดรอบบ้านเพื่อความปลอดภัย

เกริกภพทุรนทุรายด้วยความทรมานจากควันดำอาคมของคิม ซึ่งเล็ดลอดไปทำร้ายถึงในห้องนอน โดยที่ทีเกื้อกับเอื้อกานต์ที่เฝ้าอยู่ด้านนอกไม่รู้เรื่อง แถมสัมผัสไม่ได้ถึงสิ่งผิดปกติ

สภาพของเกริกภพจากกล้องวงจรปิดเหมือนกำลังหลับสบาย ทั้งที่ความเป็นจริงต้องทรมานอย่างหนักเพราะถูกคิมทำให้ขาดอากาศหายใจช้าๆ ก่อนจะเริ่มเค้นความจริงเรื่องทรงพล

“เมื่อก่อนแกก็เคยเป็นคนดี ทำไมตอนนี้แกถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้ได้”

ควันดำอาคมของคิมทำให้เกริกภพหายใจไม่ออก นอนตาเหลือกบนพื้น คิมเลยยิ่งคาดคั้น

“ลืมสิ่งที่ตัวเองเคยพูดเอาไว้ จำที่ท่านทรงพลบอกไม่ได้เหรอ”

เกริกภพเบิกตาโพลงเมื่อคิดถึงทรงพล รุ่นพี่ที่เขาเคารพมาก พร้อมกับบทสนทนาในอดีตลอยมาในหัว

ทรงพลเคยพูดเสมอถึงอุดมการณ์ในการทำธุรกิจ “คนเราก็ต้องรู้จักแบ่งปันและให้อะไรกับสังคม ตอบแทนสังคมบ้าง ที่สำคัญเราต้องมีคุณธรรมในการทำธุรกิจ ไม่เอาเปรียบคน หลายคน...พอมีเงินก็หลงในอำนาจของเงิน ทำให้เปลี่ยนไป ถูกความโลภครอบงำ แล้วความโลภนี่แหละที่จะกลับมาทำร้ายตัวเราเอง”

“ผมจะไม่มีทางเป็นแบบนั้นเด็ดขาดครับพี่ ผมจะทำธุรกิจแบบไม่เอาเปรียบคนครับ”

คำสัญญาจากอดีตทำให้เกริกภพน้ำตาไหลพราก ทวนคำของเพื่อนรุ่นพี่ที่เคารพอย่างยากลำบากเต็มที จนคิมเกือบใจอ่อน แต่ก็ดึงสติกลับมาได้ พยายามคาดคั้นหาความจริงเรื่องพ่อต่อไป

และจังหวะนี้เอง เอื้อกานต์ซึ่งจับตาดูเกริกภพตลอดก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ อาการกระสับกระส่ายของเจ้าของ โรงงานหนุ่มทำให้เธอตกใจตื่น รีบหาทางพังประตูที่ถูกฮันเตอร์ใช้อาคมล็อกไว้ทันที

คิมไม่รู้ตัวว่าฮันเตอร์ตามมาช่วยเขาเผด็จศึก ตั้งหน้าตั้งตาเค้นความจริงจากเกริกภพ

“ปล่อยฉันเถอะนะ...ฉันสำนึกแล้ว ให้ทำอะไรก็ยอม”

“งั้นก็บอกมาว่าใครเป็นคนต้นคิดฆ่าทรงพล”

แต่อาคมของฮันเตอร์ก็รั้งพวกทีเกื้อกับเอื้อกานต์ไม่อยู่ พังประตูเข้ามาในที่สุด เกริกภพถูกดึงออกจากภวังค์มืดของคิม โดยมีคุณหมอสาวช่วยใช้พลังพิเศษของตนดึงอาคมออกจากตัว

ooooooo

เกริกภพถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้น โดยมีเอื้อกานต์ตามประกบถึงห้องฉุกเฉิน คิมได้แต่มองตามเครียดๆ ตั้งใจแค่ให้เจ้าของโรงงานหนุ่มทรมาน จากการสำลักควันดำไปตลอดชีวิต แต่ไม่อยากให้ ถึงตาย

แต่ฮันเตอร์ซึ่งสังเกตการณ์พฤติกรรมของศิษย์เอกตลอดไม่คิดเช่นนั้น เขาตามติดถึงโรงพยาบาลเพื่อหาทางเล่นงานเกริกภพซ้ำ แต่ไม่ทันลงมือ คิมซึ่งตามมาดูผลงานตัวเองก็เห็นเขาเสียก่อน

“อาจารย์มาที่นี่ทำไมครับ”

“ฉันก็มาตรวจดูความเรียบร้อย มาดูว่าแกทำงานสำเร็จรึเปล่า”

“ครับ...ครั้งนี้ผมคุมอาคมของตัวเองได้ เหยื่อเลยไม่ตาย แต่มันคงเหมือนตายทั้งเป็น”

“ดี...แกทำงานได้ดีแล้ว”

ฮันเตอร์ยิ้มเหี้ยม ไม่ยอมบอกศิษย์เอกว่าจะจัดการเก็บงานของอีกฝ่ายในไม่ช้า...

ทีเกื้อไม่ได้สนใจคิมอาสาสมัครภายในโรงพยาบาล มัวกระวนกระวายเรื่องอาการของเกริกภพ กว่าเอื้อกานต์จะออกจากห้องฉุกเฉิน เขาก็แทบคลั่ง

“คุณเกริกภพแพ้สารพิษขั้นรุนแรงแบบฉับพลัน ผลเอกซเรย์ออกมาปอดเต็มไปด้วยควันพิษ”

“มีอาการเหมือนชาวบ้านที่ชุมชนใช่ไหม”

“ใช่...คนร้ายไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าคุณเกริกภพ แค่ต้องการสั่งสอนให้เขาได้ผลกรรมเหมือนที่เคยทำกับชาวบ้าน”

“ถ้าแค่นั้นก็ดี แต่ยังไงเกื้อก็ยังไม่ไว้ใจมันหรอก มันอาจจะย้อนกลับมาเล่นงานเหยื่อเมื่อไหร่อีกก็ได้”

“ไม่ต้องห่วง เอื้อจะคอยดูแลไม่ให้ห่างเลย”

“ขอบใจมากนะเอื้อ”

ทีเกื้อผละไปแล้ว เพราะมีเรื่องต้องจัดการที่เซฟเฮาส์ แต่ไม่วายทิ้งนภเพื่อนคู่หูให้ช่วยดูแลแฝดพี่และเกริกภพอีกที คิมเฝ้ามองตลอด ไม่ชอบใจนักที่คุณหมอสาวให้ความสนิทสนมกับตำรวจหนุ่มคู่หูของทีเกื้อไม่น้อย และเขาก็เก็บอาการไม่อยู่เหมือนเคย ทำให้เอื้อกานต์ต้องลากเขาไปคุยอีกทาง

นภได้แต่มองตามด้วยความหงุดหงิดใจ มั่นใจว่าอาสาสมัครหนุ่มต้องเป็นคู่แข่งหัวใจ แต่เอื้อกานต์ก็ไม่ยี่หระนัก เธอไม่เคยมีใจให้เขา และดูจะให้ความสนใจความรู้สึกของคิมมากกว่า

“ลากผมมาทำไม ไม่คุยกับแฟนคุณก่อนเหรอ เห็นมาหาหมอวันเว้นวัน”

เอื้อกานต์ไม่สนใจท่าทางรวนๆ แต่ยอมเล่าเรื่องอาการของเกริกภพ

“เขาแพ้สารพิษเฉียบพลันน่ะ”

“สมน้ำหน้า สมควรแล้ว แบบนี้เขาเรียกว่าโรคเวรโรคกรรม”

น้ำเสียงสะใจของเขาไม่ได้ทำให้เอื้อกานต์เอะใจ แต่ก็ตัดสินใจตัดบทดื้อๆ

“แล้วไหนบอกว่าวันนี้มีธุระไง...ทำไมถึงมาอยู่นี่ล่ะ”

“เพิ่งนึกได้ว่ามีงานยังทำไม่เสร็จน่ะ เลยต้องรีบกลับมาเคลียร์”

“ถึงคุณจะดูแปลกๆ ไม่น่าไว้ใจ แต่ก็เป็นคนดีมีความรับผิดชอบ อุตส่าห์เสียสละเวลามาช่วยงานโรงพยาบาล”

คำพูดชื่นชมของเธอทำให้คิมละอายใจ และอดไม่ได้จะโพล่งออกไป

“บางทีผมอาจจะไม่ได้เป็นคนดีแบบที่คุณคิดก็ได้ คนเรามันก็ต้องมีด้านมืดกันทั้งนั้นแหละ”

“แล้วด้านมืดของคุณเป็นยังไงล่ะ”

คิมไม่ทันตอบคำถาม เอื้อกานต์ก็ต้องผละไปห้องฉุกเฉิน เมื่อจู่ๆอาการของเขาก็ทรุดฮวบ!

ooooooo

เกริกภพอาการแย่ยิ่งกว่าครั้งก่อน พลังอาคมรุนแรงจากไหนสักแห่งทำให้เขาทุรนทุรายมากกว่าเดิม เอื้อกานต์พยายามช่วยสุดความสามารถ แต่ก็ยื้อชีวิตเจ้าของโรงงานหนุ่มไว้ไม่ได้

ข่าวร้ายเรื่องเกริกภพ ไม่ได้ทำให้แค่พวกตำรวจแตกตื่น แม้แต่คิมที่ไม่ได้คิดจะให้อีกฝ่ายถึงแก่ชีวิตก็ข้องใจมาก โดยไม่รู้เลยว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของฮันเตอร์... วายร้ายตัวจริงที่ใช้อาคมปลิดชีพเกริกภพอย่างเลือดเย็น!

ระหว่างที่ทุกคนวุ่นวายเรื่องเกริกภพ คิมก็ปลีกตัวจากโรงพยาบาลไปหาฮันเตอร์เพื่อถามเรื่องคาใจ

“ตอนแรกเหยื่อก็รอดแล้ว แล้วทำไมอยู่ๆถึงตายได้”

“แกอาจจะควบคุมอาคมได้ไม่ดีพอ อาคมเลยย้อนกลับมาทำร้ายเหยื่ออีกครั้ง”

“ผมก็ระวังอย่างดี...ไม่น่าพลาดได้”

“แกต้องฝึกสมาธิให้มากกว่านี้...จำไว้”

ฮันเตอร์โกหกหน้าตาย ก่อนจะตีหน้าเคร่งตัดบทเสียงเรียบ

“ไม่ต้องคิดมากหรอก มันตายก็ดีแล้ว แกเอาเวลาไปคิดเรื่องจัดการเหยื่อรายต่อไปก็พอ”

คิมพยายามทำใจให้ได้ตามที่ฮันเตอร์บอก แต่กระนั้น...ความตายของเกริกภพก็กวนใจเขาทั้งคืน จนเก็บไปฝันร้าย ถูกวิญญาณอาฆาตของเจ้าของโรงงานหนุ่มรังควาน และเขาคงจะเป็นบ้าตาย ถ้าไม่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์จากเอื้อกานต์ที่บอกว่าเธอจะไม่เข้าโรงพยาบาล แต่จะไปวัดเพื่อช่วยงานศพของเกริกภพ

แดนไม่เห็นด้วยที่คิมจะตามเอื้อกานต์ไปงานศพ แต่ก็ขัดไม่ได้ อาสาขับรถไปส่ง สัตตบงกชหรือหนูดีก็ไปร่วมงานศพด้วย และท่าทีเศร้าซึมของทีเกื้อก็ทำให้เธออดสงสารไม่ได้ ต้องตามไปปลอบ

“ดราม่าเป็นพระเอกเอ็มวีไปได้ ดูไม่ใช่คุณเลย”

“แล้วต้องทำยังไงถึงจะเป็นผม...เต้นเบรกแดนซ์กลางงานศพเหรอ”

“ก็ต้องแบบนี้แหละถึงจะใช่คุณ...รู้สึกดีขึ้นยัง”

“นี่คือวิธีปลอบของคุณเหรอ”

“ใครปลอบคุณ...ฉันซ้ำเติมคุณตะหาก”

“ปากแข็ง”

อารมณ์ของทีเกื้อดีขึ้นบ้างเมื่อได้ต่อปากต่อคำกับอดีตคนรัก รู้ดีว่าเธอต้องการทำให้เขายิ้มได้เลยแกล้งกวนประสาท แต่บรรยากาศหวานชื่นเพราะความรักก็อยู่กับเขาไม่นาน พร้อมการปรากฏตัวของคุณหญิงอัปสร

“แกยังมีหน้ามางานศพเขาอีกเหรอ...ถ้าไม่ใช่เพราะแผนบ้าๆของแก เพื่อนฉันก็คงไม่ตาย แกมันก็ไม่ต่างจากไอ้ฆาตกร...เพราะแกคนเดียว!”

อาการเกรี้ยวกราดของแม่เลี้ยงคู่ปรับทำให้ทีเกื้อหน้าเสีย แต่ไม่ทันโต้ ธีรนัฐก็โพล่งปกป้องลูกชายคนเล็ก

“พอเถอะ...เลิกซ้ำเติมคนอื่นได้แล้ว คนเรามันก็พลาดกันได้”

“ใช่สิ...มันก็พลาดเหมือนแม่มันที่พลาดท้องกับคุณไง”

คำด่าพาดพิงถึงนวลแม่แท้ๆของฝาแฝดทำให้ทีเกื้อทนไม่ไหว ตอกกลับเสียงเข้ม

“ถ้าแม่ผมพลาด...ก็พลาดที่มาเจอสามีคุณ โดนสามีคุณหลอกว่าไม่มีครอบครัวมากกว่า!”

คราวนี้ไม่ใช่แค่คุณหญิงอัปสรที่ผงะ ธีรนัฐก็พลอยสะดุ้งเพราะถูกว่ากระทบ แต่กระนั้นสายตาของผู้คนมากมายในงานศพก็ทำให้ทั้งครอบครัวต้องตัดปัญหา ธีรภูมิรีบพาแม่ไปสงบสติอารมณ์ ส่วนสัตตบงกชหรือหนูดีก็ตามไปปลอบใจทีเกื้อตามประสาคนยังรักเหมือนเคย

ooooooo

ท่าทางฮึดฮัดของทีเกื้อทำให้สัตตบงกชหรือหนูดีอดใจฝ่อไม่ได้ แต่ความปรารถนาดีที่อยากให้เขาหายหงุดหงิดมีมากกว่า เลยยอมโผล่หน้าไปปลอบใจ

“ผมชินแล้วล่ะ...เจอมาแต่เด็กแล้ว คุณเถอะ...จะยอมอยู่กับแม่สามีแบบนี้เหรอ”

“ทำไมจะอยู่ไม่ได้ล่ะ...คุณหญิงจะเป็นยังไงฉันก็ทนได้ ท่านมีบุญคุณกับฉัน ที่สำคัญพี่ชายคุณก็ดีกับฉันมาก”

“ไม่ใช่เพราะเขามีเงินให้คุณหรอกเหรอ คุณถึงยอมทน”

สัตตบงกชเคืองไม่น้อย แต่รู้ว่าเขาไม่รู้เรื่องเลยยอมเก็บอาการ

“ฉันจะพยายามอดทน เพราะเห็นว่าวันนี้คุณเจอเรื่องแย่ๆมา”

“เถียงไม่ออกมากกว่า”

“ถ้าปากแบบนี้ก็ปลอบตัวเองไปก็แล้วกัน”

จบคำก็ผละไป ทิ้งทีเกื้อให้มองตามด้วยความเสียดาย เอื้อกานต์เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง และอดไม่ได้จะโผล่ไปแขวะแฝดน้อง ด้วยรู้ดีว่าเขาเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ

“คนเราก็แปลก ทั้งที่รู้สึกดีแต่กลับแสดงออกให้เขารู้สึกแย่...เกื้อยังคิดอะไรกับหนูดีอยู่ใช่ไหม”

“คิดอะไร...ไม่เถียงแหละ เถียงไปก็โกหกเอื้อไม่รอดทุกที”

พูดพลางถอนใจยาว ไม่เคยสักครั้งในชีวิตจะมีความลับกับแฝดพี่ได้ เอื้อกานต์เลยถือโอกาสเตือนสติ

“มันอาจจะทำยาก แต่ถ้าเกื้อไม่อยากจะเจ็บ เกื้อก็ต้องหักห้ามใจให้ได้ ถ้าเกื้อไม่ทำ อีกหน่อยมันก็จะเจ็บไปกันหมด ไม่ใช่แค่เกื้อ หนูดีก็ลำบากใจ ไหนจะพี่ภูมิอีก”

เรื่องความรักระหว่างทีเกื้อกับสัตตบงกชคงต้องใช้เวลาทำใจอีกนาน แต่เรื่องการตายของเกริกภพเป็นปัญหาหนักอกเฉพาะหน้าที่ทำให้ตำรวจหนุ่มต้องประสาทเสีย

“คุณหญิงพูดก็ถูก...เกื้ออยากเอาชนะ เลยทำให้เหยื่อต้องตาย เกื้อควรเห็นความปลอดภัยของเหยื่อมากกว่านี้”

“ก็เก็บไว้เป็นบทเรียน”

“ปีนี้ต้องเป็นปีชงดวงตกแน่ๆ ทำงานพลาด ทำเหยื่อตาย แม่เลี้ยงด่า แถมแฟนเก่าก็มาคบกับพี่ชายอีก”

“เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

“สุดท้ายเกริกภพก็โดนมันฆ่าจนได้ ไหนเอื้อว่ามันแค่ต้องการสั่งสอนเหยื่อเฉยๆ ไม่ได้ตั้งใจจะเอาชีวิต”

“เอื้อคิดแบบนั้นจริงๆ เอื้อก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเขาจะเลวร้ายถึงขนาดนี้”

“สงสารก็แต่ลูกเกริกภพ ต้องกำพร้าพ่อตั้งแต่ยังเด็ก...”

บทสนทนาของพี่น้องฝาแฝดทำให้คิมสะเทือนใจมาก ยิ่งได้เห็นภาพลูกชายของเกริกภพร้องไห้เพราะสูญเสียพ่อ ยิ่งทำให้พูดไม่ออก...เริ่มไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เกิดทั้งหมด โดยเฉพาะการล้างแค้นแบบฮันเตอร์คือสิ่งที่เขาต้องการหรือไม่

ฮันเตอร์รับรู้ได้จากญาณพิเศษถึงใจที่ลังเลของศิษย์เอก และไม่รอช้าจะไปพบเพื่อสั่งสอนและเตือนสติ

“แกจะมางานนี้ทำไม...มาให้ตัวเองอ่อนแอแบบนี้น่ะเหรอ”

“ผมไม่อยากฆ่าใครแล้ว”

“แล้วแกไม่คิดจะล้างแค้นให้ครอบครัวแกแล้วเหรอ”

“คนชั่วพวกนั้นฆ่าพ่อแม่ผม ผมเลยต้องกลับมาล้างแค้น แล้วลูกพวกนั้นจะไม่แค้นผม แล้วมาล้างแค้นแบบที่ผมทำตอนนี้เหรอ ตอนผมเห็นเด็กคนนั้นร้องไห้ ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าผมก็ไม่ต่างจากคนพวกนั้นที่ฆ่าพ่อของเขาเหมือนกัน”

“ฉันเลือกลูกศิษย์มาผิดจริงๆ ถ้าฉันรู้ว่าแกอ่อนแอแบบนี้ ฉันคงทิ้งให้แกตายไปนานแล้ว”

“ผมขอโทษครับที่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง”

“ถ้าแกยังอ่อนแอ คิดอะไรแบบนี้อยู่ ต่อไปฉันจะจัดการเอง!”

ooooooo

บรรยากาศงานศพของเกริกภพเต็มไปด้วยความหดหู่ เหล่าอดีตสมาชิกกลุ่มทุนทีบีและเพื่อนพ้องของเขามาร่วมกันพร้อมหน้า รวมทั้งบดินทร์แขกพิเศษจากต่างแดนที่ทำให้สีหน้าของเหล่าสมาชิกซีดเผือด!

บดินทร์เป็นอดีตสมาชิกกลุ่มทุนทีบีด้วยเช่นกัน แต่เพราะเขาเลือกไปอยู่ต่างประเทศหลังจากนั้น เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสพบเจอหรือสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนเก่า และเขาก็เป็นคนหนึ่งที่ไม่เชื่อว่าทรงพลจะตายเพราะหนีคดี

“จนถึงวันนี้ผมก็ยังไม่อยากเชื่อว่าท่านทรงพลจะโกงและค้ายาจริงๆ ผมว่าท่านจะต้องโดนใส่ร้ายแน่ๆ”

สีหน้าและปฏิกิริยาของเหล่าสมาชิกกลุ่มทุนทีบีทำให้คิมสงสัย เช่นเดียวกับธีรภูมิกับสัตตบงกชที่เชื่อว่าต้องมีบางอย่างเบื้องหลังการตายของทรงพลเมื่อหลายปีก่อน

“พี่ภูมิพอจะทราบเรื่องที่ผู้ชายคนนั้นพูดไหมคะ เรื่องทีบีกรุ๊ป แล้วก็ท่านทรงพล”

“พี่รู้แค่ว่าทีบีกรุ๊ปก่อตั้งช่วงยุคฟองสบู่แตก ตอนนั้นหลายบริษัทล้มละลายเป็นแถวๆ ท่านทรงพลเลยตั้งทีบีกรุ๊ปเพื่อรวมกลุ่มนักธุรกิจ คอยช่วยเหลือด้านการเงินการค้า จนหลายบริษัทผ่านพ้นวิกฤติมาได้ก็เพราะท่านทรงพลนี่แหละ”

สัตตบงกชพยักหน้ารับรู้ ธีรภูมิเลยอธิบายเพิ่มเกี่ยวกับทรงพล “พี่ก็ไม่เคยเจอท่าน แต่ได้ยินจากคุณพ่อว่าท่านเป็นคนเก่งมีน้ำใจ เป็นนักธุรกิจที่ดี มีแต่คนรักท่าน ท่านเลยมีอิทธิพลมากในหมู่นักธุรกิจ”

“แต่หนูดีคุ้นๆว่าท่านค้ายานี่คะ”

“ใช่...หลายปีก่อนท่านโดนจับข้อหาค้ายาเสพติด ท่านหนีออกนอกประเทศแล้วประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต หลายคนคิดว่าท่านโดนใส่ร้ายจากคนที่ท่านไปขัดผลประโยชน์”

ทีเกื้อไม่ได้เห็นภาพความผิดปกติของสมาชิกกลุ่มทุนทีบี แต่เห็นภาพบาดตาบาดใจของธีรภูมิกับสัตตบงกชพูดคุยกันอย่างใกล้ชิดสนิทสนม ตำรวจหนุ่มหงุดหงิดใจมากจนต้องผละไปนั่งคุยกับเอื้อกานต์

คุณหมอสาวไม่ทันสังเกตอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดของแฝดน้อง มัวสะระตะเรื่องการตายแบบผิดปกติของเกริกภพที่น่าจะมาจากอาคมของคนอื่น ไม่ใช่จากชายสวมหน้ากาก

“ตอนที่พี่ปะทะกับพลังของคนร้ายสองรอบ พลังมันแตกต่างกัน พลังที่มาในรอบที่สองมีทั้งกลิ่นของโทสะ โมหะ มีความเลือดเย็น เต็มไปด้วยความแค้น รุนแรงน่ากลัวกว่าพลังครั้งแรกเยอะ”

“เอื้อแน่ใจเหรอ”

“ที่สำคัญศพของเกริกภพ...ไม่มีสัญลักษณ์ของคนร้ายเหมือนศพรายก่อนๆด้วย”

“แล้วตอนเอื้อพิสูจน์ศพเกริกภพ ได้ลองใช้จิตสัมผัสดูเหมือนตอนคมกฤชรึเปล่า เผื่อจะเห็นว่าใครเป็นคนทำ”

“เอื้อมัวแต่เสียใจ ตกใจ เลยยังไม่เช็กน่ะ”

ทีเกื้อเลยพาแฝดพี่ไปตรวจสอบศพของเกริกภพกลางดึกของคืนนั้นเอง แต่ก็ไม่พบเบาะแส นอกจากพลังอาฆาตรุนแรงที่ตามหาตัวคนทำไม่ได้ นอกจากสถานที่ทำพิธีเป็นดาดฟ้าของตึกร้างแห่งหนึ่งเท่านั้น

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #3 on: 17 October 2026, 19:51:17 »


https://www.thairath.co.th/novel/ARKOM/ep4/page1

อาคม ตอนที่ 4

อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

เอื้อกานต์พยายามใช้สัมผัสพิเศษตามหาตัวคนปล่อยอาคมรอบสอง แต่ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากสถานที่ทำพิธีคือดาดฟ้าบนตึกร้างและหน้ากากที่เธอคุ้นตาเท่านั้น!

ภาพใครบางคนสวมหน้ากากจากในนิมิตทำให้เอื้อกานต์ตกใจมาก หลุดปากบอกทีเกื้อ

“คนร้ายเป็นคนละคนกัน ทั้งเสียง ทั้งลักษณะท่าทาง ไม่เหมือนกันเลย”

“เอื้อรู้ได้ยังไง...เคยเจอคนร้ายเหรอ”

“ก็เขาเคยช่วยเอื้อไว้”

เอื้อกานต์อึกอัก ไม่กล้ายืนยันว่าเป็นชายสวมหน้ากาก ซึ่งทีเกื้อก็จับสังเกตได้ รำพึงในใจ

“ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลย”

“ไม่เชื่อใจเอื้อเหรอ” คุณหมอสาวโพล่งดื้อๆ

“แอบอ่านใจเกื้ออีกแล้ว เสียเปรียบตลอด เอื้ออ่านใจเกื้อได้ แต่เกื้ออ่านใจเอื้อไม่ได้”

“เกื้ออยากไม่ฝึกสมาธิเองนี่ เตือนตั้งกี่ครั้งแล้ว”

“อย่าให้อ่านใจได้บ้างก็แล้วกัน!”

แม้จะกลบเกลื่อนท่าทีจากแฝดน้องได้ เอื้อกานต์ก็ยังไม่สบายใจ แอบส่งโทรจิตไปหาชายสวมหน้ากากจนได้ คิมที่กำลังคิดไม่ตกเรื่องเบาะแสจากเกริกภพที่ว่ามีคนบงการฆ่าพ่อของเขา เลยอดแปลกใจไม่ได้

“คุณคิดว่าผมเป็นคนฆ่าเกริกภพไม่ใช่เหรอ...แล้วจะมาหาผมทำไม”

“แต่มันก็ไม่ใช่ฝีมือคุณไม่ใช่เหรอ คุณเองก็เสียใจที่เขาตายเหมือนกันใช่ไหม”

“จะเสียใจทำไม ในเมื่อผมเลือกจะฆ่าพวกเขาเอง”

“ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงได้โกรธแค้นคนพวกนั้น แต่การฆ่าคนมันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก”

“ดีสิ...คนชั่วจะได้หมดไปจากโลกนี้”

“คุณก็จะเป็นคนชั่วเหมือนพวกนั้น ถ้าคุณจะทำลายคนเลวๆก็มีตั้งหลายวิธี ให้กฎหมายลงโทษเขาแทนก็ได้”

“ผมจะทำยังไงก็เรื่องของผม ไม่เกี่ยวกับคุณ!”

เอื้อกานต์ถึงกับผงะ อดน้อยใจไม่ได้จนต้องโพล่ง “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันต้องวุ่นวายกับคุณด้วย ฉันก็งงตัวเองเหมือนกัน ฉันรู้แต่ว่าฉันต้องช่วยดึงคุณออกมาจากความรู้สึกแบบนี้”

คิมปลื้มมากที่คุณหมอสาวเป็นห่วง แต่ก็ต้องเก็บอาการไม่ให้เธอเห็นความหวั่นไหว แม้แต่แดนที่แซวเขาทุกครั้งที่เจอหน้า จนแฮกเกอร์หนุ่มต้องเปลี่ยนไปถามแทนว่าเขามีความแค้นอะไรกับพวกเกริกภพนักหนา

“นายรู้แค่ว่ากฎหมายไม่สามารถทำอะไรคนชั่วพวกนี้ได้ ฉันเลยจะพิพากษาด้วยตัวเองก็เท่านั้น”

“แล้วพี่จะโอเคใช่ไหม ถ้ามีคนตายเพราะอาคมของพี่แบบนี้อีก...”

ooooooo

คำพูดเกลี้ยกล่อมของเอื้อกานต์จากนิมิตครั้งล่าสุดทำให้คิมได้ทบทวนเรื่องที่ผ่านมา ความแค้นเรื่องพ่อไม่สามารถดับได้เพราะความตายของใคร ยิ่งเห็นคนในครอบครัวของเหยื่อร้องไห้จะเป็นจะตาย เขายิ่งทรมานด้วยความรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก และคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปลี่ยนแปลงบางอย่าง...

ระหว่างที่คิมสะระตะเรื่องล้างแค้น...กลุ่มทุนทีบีก็มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อเกริกภพตาย ศักดิ์ชายก็เข้ามาบริหารกิจการแทน รวมทั้งดูแลเรื่องค่าเสียหายและค่าชดเชยให้พวกชาวบ้านในละแวกโรงงาน สัตตบงกชเกาะติดสถานการณ์และรายงานเป็นสกู๊ปพิเศษ ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี

ทีเกื้อก็เป็นอีกคนที่ตามดูสกู๊ปพิเศษของอดีตคนรัก แม้แต่ช่วงเวลาอารักขาพ่อแท้ๆก็ไม่เว้น ธีรนัฐเห็นลูกชายก็อดไม่ได้จะถามไถ่ด้วยความรักและเป็นห่วง

“ยังคิดมากเรื่องที่เกริกภพตายรึเปล่า...อย่าโทษตัวเองเลยนะ มันเป็นเหตุสุดวิสัย เราทำดีที่สุดแล้ว”

“ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอกครับ ห่วงตัวเองดีกว่า เหยื่อรายต่อไปอาจจะเป็นท่านก็ได้นะครับ”

“เรายังไม่หายโกรธพ่ออีกเหรอ”

ทีเกื้อไม่ยอมตอบคำถามนั้น สีหน้าเย็นชาจนธีรนัฐต้องตัดพ้อ

“เราจะคุยกันดีๆ สนิทสนมกันเหมือนพ่อลูกทั่วไปไม่ได้เลยเหรอ”

“อย่าดีกว่าครับ ผมไม่อยากมีปัญหากับคุณหญิง... ถึงเวลาพักของผมแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ...”

สัตตบงกชทำงานเสร็จก็หลบไปพัก พลันก็นึกถึงทีเกื้อด้วยความเป็นห่วง อยากโทร.หาแต่ไม่ทันได้ทำ ตำรวจหนุ่มก็โผล่มาแซวด้วยสีหน้ารู้ทันจนน่าหมั่นไส้

“อยากคุยกับผมแล้วทำไมไม่โทร.มาล่ะ คิดอะไรเยอะแยะ”

“ใครว่าฉันจะโทร.หาคุณ ฉันแค่กดเบอร์ผ่านๆ”

“ไม่ต้องโกหกหรอก เวลาคุณโกหกทีไร รูจมูกคุณจะบาน...คุณไม่รู้ตัวเหรอ”

คำพูดเย้าแหย่ของเขาทำให้สัตตบงกชอายมาก แหวเสียงเขียว

“ไอ้บ้า! ยอมรับก็ได้ว่าฉันโทร.หาคุณ ฉันมีข้อเสนอ...ฉันจะช่วยคุณสืบและตามหาคนร้ายเอง”

ทีเกื้อนิ่วหน้า ทำท่าเหมือนไม่เชื่อ สัตตบงกชเลยอธิบายข้อเสนอของตน

“ฉันมีข้อมูลคนร้ายในส่วนของฉัน คุณก็มีข้อมูลส่วนของคุณ ถ้าเอามารวมกัน ไม่นานก็น่าจะรู้ว่าเหยื่อรายต่อไปเป็นใคร ฉันได้ข่าว คุณได้ตัวคนร้าย วินๆทั้งสองฝ่าย คุณก็รู้ว่าฉันฉลาดแค่ไหน คุณน่ะ...ตามคนร้ายไม่ทันหรอก”

ทีเกื้อสนใจข้อเสนอของสัตตบงกชมาก แต่ฟอร์มจัดยังไม่ตอบตกลง และก็เพราะมัวรีรอนี่เอง เหตุร้ายก็เกิดจนได้ในบ่ายวันเดียวกันนั่นเอง!

ooooooo

เอื้อกานต์แทบนั่งไม่ติดเมื่อเกิดนิมิตว่าพ่อจะถูกทำร้าย ทีเกื้อก็กังวลไม่ต่างกัน พยายามระแวดระวังทุกทาง แต่สุดท้ายก็ป้องกันไว้ไม่ได้ เกิดเหตุร้ายกับกลุ่มของธีรนัฐจริงๆ

แต่เหยื่อที่ถูกทำร้ายกลับไม่ใช่ธีรนัฐ แต่เป็นเดชา เจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่มีชื่อเสียขายของคุณภาพต่ำและเอาเปรียบผู้บริโภค เขาถูกอาคมลึกลับบางอย่างสะกดจิตให้ฆ่าตัวตาย!

คิมไม่ได้ลงมือในเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่เป็นฮันเตอร์ที่ฉวยโอกาสสวมรอยทำให้พวกตำรวจเข้าใจว่าเป็นเขา แต่กระนั้น...คิมก็สัมผัสได้ถึงลางร้ายและรีบไปขัดขวางสุดความสามารถ พร้อมกับส่งข้อความไปหาทีเกื้อเพื่อให้ไปช่วยเดชาจากการกระโดดตึกฆ่าตัวตายอีกแรง

ทีเกื้อรวบตัวเดชาไว้ทันเวลา พร้อมๆกับที่คิมก็ทำลายพิธีของฮันเตอร์ได้สำเร็จ แต่ก็ต้องแลกกับพลังที่เสื่อมลงเพราะถูกลูกหลงอาคมของฮันเตอร์ทำร้าย

เดชาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยมีเอื้อกานต์เฝ้าดูแลอย่างดี ส่วนคิมไปเอาเรื่องกับฮันเตอร์

“ผมไม่อยากฆ่าใครแล้ว...เรื่องนี้เป็นความแค้นของผมกับเดชา ผมจะจัดการเองโดยใช้วิธีของผม”

“ไม่มีวิธีไหนดีและปลอดภัยเท่าการใช้อาคมอีกแล้ว”

“ฆ่าพวกมันก็แค่ตาย ไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวด ผมอยากให้พวกมันตายทั้งเป็น!”

ฮันเตอร์นิ่วหน้า อยากรู้ว่าด้วยวิธีอะไร คิมเลยประกาศจะใช้พลังสื่อเล่นงานแทนอาคม

“กฎหมายอาจทำอะไรไม่ได้ แต่สื่อเปิดโปงความชั่วของพวกมันได้ ผมจะหาหลักฐานเปิดโปงพวกมันเอง”

“แกคิดว่าพวกมันใช้เงินซื้อสื่อไม่ได้เหรอ”

“ผมสืบประวัติของธีรภูมิและสัตตบงกชมาเรียบร้อย สองคนนี้เป็นนักข่าวที่ดีเชื่อใจได้”

“วิธีการของแกมันง่ายเกินไป ฉันต้องการให้พวกมันทรมาน...ให้มันตายได้ยิ่งดี!”

คิมเห็นท่าอาจารย์จะกู่ไม่กลับ ยื่นคำขาดเสียงเรียบ

“งั้นอาจารย์ก็ลงมือเองเถอะครับ ถ้าอาจารย์ไม่ยอมใช้วิธีของผม ผมก็จะไม่ล้างแค้นให้อาจารย์”

“ถ้าฉันฆ่าพวกมันเองได้ ฉันทำไปนานแล้ว”

“ผมรู้ครับ...ลำพังอาคมของอาจารย์ก็ไม่แรงพอจะจัดการคนพวกนั้นได้ ต้องอาศัยคนที่มีฤกษ์เกิดแบบผม งั้นก็ขอให้อาจารย์ยอมทำตามผมสักครั้งเถอะนะครับ”

ฮันเตอร์ไม่มีทางเลือก ต้องยอมแบบเสียไม่ได้ แต่กระนั้นก็ไม่วายต่อรอง

“ถ้าแกอยากจะลองดูก็ตามใจ แต่ฉันบอกเลยว่าแกคิดผิด...ฉันจะให้เวลาแกสองอาทิตย์ ถ้าวิธีของแกไม่ได้ผล แกจะต้องกลับมาใช้อาคมล้างแค้นและจัดการคนพวกนี้เหมือนเดิม...ตกลงไหม”

คิมพยักหน้ารับ ก่อนจะก้มมองแผลจากอาคมที่แขน ฮันเตอร์เลยบอกวิธีรักษา

“เมื่อกี้แกโดนอาคม ช่วงนี้วิชาของแกอาจเสื่อม แกควรฝึกจิตมากขึ้น อาคมจะได้กลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิม”

ooooooo

ข้อความจากบุคคลปริศนาที่ส่งบอกทีเกื้อจนตามไปช่วยเดชาทันเวลา ทำให้เอื้อกานต์สงสัยพยายามใช้กระแสจิตตามหา แต่ก็ไม่พบร่องรอยนอกจากคนส่งเป็นผู้ชายและมีรอยแผลที่แขน และระหว่างที่เธอพยายามโทร.กลับนั่นเอง คิมก็โทร.มาแทรกเพื่อขอลาออกจากงานอาสาสมัคร

คิมยังไม่อยากให้ความลับเรื่องตนเป็นเจ้าของข้อความปริศนาแตก และอยากทุ่มเทให้การหาข้อมูลของเดชาเพื่อแฉ เลยนัดเอื้อกานต์มาพบเช้าวันต่อมาเพื่อบอกลา

เอื้อกานต์สงสัยและบ่นในใจด้วยความเป็นห่วง คิมเลยแกล้งพูดยิ้มๆ

“ผมมีความสุขมากที่ได้ทำงานกับหมอ ถ้ามีเวลาผมจะแวะมา หรือถ้าหมอมีอะไรก็ติดต่อผมได้ ผมจะไปช่วย”

“ได้...งั้นมื้อนี้ฉันจะเลี้ยงส่งคุณเอง...สั่งเลย”

“ผมกินจุนะ...ไหวเหรอหมอ”

“เต็มที่...ถ้าคิดว่าอัดเข้าไปได้”

คิมยิ้มกว้าง คว้าเมนูอาหารมาเลือกอย่างกระตือรือร้น โดยไม่รู้เลยว่าเอื้อกานต์หน้าซีดเผือด เมื่อเห็นรอยช้ำบนแขนเขา...มันช่างเหมือนกับรอยแผลของชายหนุ่มปริศนาในนิมิตของเธอเมื่อวันก่อนไม่มีผิด!

ไม่ใช่แค่เอื้อกานต์ที่ลำบากใจ คิมก็ปวดใจไม่แพ้กันที่ต้องห่างจากเธอ แดนได้แต่มองมาด้วยความเห็นใจ ก่อนจะช่วยหาข้อมูลเปิดโปงเดชาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของอีกฝ่าย ฮันเตอร์คอยจับตาดูศิษย์เอกกับแฮกเกอร์หนุ่มอย่างใกล้ชิด และตัดสินใจปรากฏตัวในหลายวันต่อมา

“แผนที่แกภูมิใจนักหนาไปถึงไหนแล้ว”

“ตอนนี้ผมกำลังหาข้อมูลเลวๆเกี่ยวกับมันและส่งให้พวกนักข่าวจัดการต่อ”

“ก็ดีนะ...ถ้าแกคิดจะเลือกวิธีนี้ ฉันก็เอาใจช่วย ขอให้แกจัดการพวกมันได้อย่างที่แกคิดก็แล้วกัน”

“ขอบคุณอาจารย์นะครับที่ยอมรับวิธีของผม”

คิมภูมิใจมากที่อาจารย์ยอมรับ แต่ที่เขาคาดไม่ถึงคือฮันเตอร์แค่มาดูลาดเลาเพื่อประเมินสถานการณ์เท่านั้น หลังจากนี้ต่างหากที่เขาจะจัดการเดชาขั้นเด็ดขาด

ด้านทีเกื้อ...หมกมุ่นกับสำนวนคดีของคมกฤชและเกริกภพจนจับประเด็นสำคัญได้ว่าคนร้ายสวมหน้ากากจะลงมือในคืนแรม ซึ่งรอบถัดไปก็อีกไม่กี่วัน โดยไม่รู้เลยว่าคิม...ไม่ได้คิดจะลงมือแต่เป็นฮันเตอร์ต่างหาก...

ooooooo

แผนของฮันเตอร์คือสร้างความเข้าใจผิด ฉวยโอกาสที่เดชาประมาทเรื่องการติดป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ในห้าง ทำให้ป้ายหล่นมาทับคนกลางห้าง ท่ามกลางความตกใจของใครหลายคน

หนึ่งในพยานสำคัญของเหตุการณ์นี้ได้แก่ฟ้านักข่าวของสถานีทีเอ็นนิวส์ เธอนำวิทยุมาร้องเรียนกับห้างเพราะคุณภาพไม่เป็นไปตามที่โฆษณา แต่บุญลือช่างซ่อมที่มีร้านเล็กๆใกล้กับห้างมาช่วยซ่อมแทน และเขาก็ถูกป้ายโฆษณาหล่นทับต่อหน้าต่อตาเธอ อาการสาหัสเป็นตายเท่ากัน!

ฮันเตอร์ตั้งใจใช้เหตุการณ์นี้ยุแยงคิมให้ทวีความเกลียดชังในตัวเดชา ซึ่งเดชาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง นอกเหนือจากความรับผิดชอบต่ออาการของบุญลือแบบขอไปทีแล้ว เขายังปัดความรับผิดชอบเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพตกต่ำของสินค้าจากลูกค้าอีกด้วย ศักดิ์ชายเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วงและอดเตือนด้วยความหวังดีไม่ได้

“คุณน่าจะเลิกทำแบบนี้ได้แล้วนะ ผมรู้ว่าคุณอยากประหยัดต้นทุน แต่ก็น่าจะหาวิธีอื่นที่ดีกว่านี้”

“โธ่คุณศักดิ์ชายก็คิดมาก ใครๆเขาก็ทำกัน ผมเป็นนักธุรกิจนะก็อยากได้กำไรเยอะๆเป็นธรรมดา”

คำพูดของเดชาทำให้ศักดิ์ชายเหนื่อยใจมาก และทนอึดอัดไม่ไหวต้องระบายกับธีรนัฐ

“เห็นเดชากลายเป็นแบบนี้ก็ยิ่งคิดถึงท่านทรงพลจริงๆ สมัยท่านยังเป็นประธานทีบีกรุ๊ป...ไม่มีใครกล้าทำแบบนี้เลย ทุกคนทำธุรกิจกันอย่างสุจริต”

“ตั้งแต่ท่านจากไป...ทีบีกรุ๊ปก็เริ่มแย่ลง ไม่มีใครมีอำนาจและทำให้ทุกคนเคารพได้เท่ากับท่านอีกแล้ว”

“ตอนนั้น...ถ้าผมไม่บอกให้ท่านหนีไป ท่านก็คงไม่ตายแบบนั้น”

“อย่าโทษตัวเองเลย...คุณก็พยายามเต็มที่แล้ว มันคงเป็นชะตากรรมของท่านที่ต้องจบชีวิตแบบนั้น...”

ท่าทีของเดชาที่มีต่อความทุกข์ร้อนของคนอื่นทำให้คิมโกรธมาก ฮันเตอร์สะใจกว่าใครที่ปั่นหัวศิษย์เอกสำเร็จ แต่กระนั้นก็ไม่วางใจ...กลัวว่าคิมจะใจอ่อนไม่ยอมใช้อาคมอย่างที่เคยประกาศไว้

การคาดการณ์ของฮันเตอร์ไม่เกินจริงเลย ความแค้นไม่ได้ทำให้คิมใช้อาคม แต่เลือกส่งอีเมลถึงสำนักข่าวเพื่อแฉเดชา สัตตบงกชเป็นผู้รับเรื่อง รีบนำไปรวมกับข้อมูลจากฟ้าพยานผู้เห็นเหตุการณ์ของบุญลือและไปหาทีเกื้อ

ทีเกื้อซึ่งหาเบาะแสเพิ่มเติมจากสำนวนคดีเก่าๆก็อยากเจออดีตคนรักเช่นกัน ทั้งสองเลยนัดเจอกันที่ห้างของเดชา แต่เธอก็ปล่อยให้เขารอนาน จนเขาอดแขวะไม่ได้

“นัดไว้กี่โมง นี่มันสายกี่ชั่วโมงแล้ว เป็นนักข่าวประสาอะไร...ไม่ตรงเวลา”

“ถ้ารอไม่ไหวก็ไม่ต้องรอ ทีเมื่อก่อนคุณสายสองสามชั่วโมง ฉันยังรอได้เลย”

สัตตบงกชหลุดปากไปแล้วถึงเพิ่งนึกได้ ทีเกื้อได้ที เย้าขำๆ

“จำได้ด้วย...แปลว่ายังไม่ลืมผมล่ะสิ”

แววตาวิบวับของเขาทำให้สัตตบงกชทำตัวไม่ถูก เฉไฉเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ

“นัดฉันมาที่นี่ทำไม คงไม่ได้หาข้ออ้างชวนมาเดตหรอกนะ”

“คุณรู้ได้ยังไง...ผมยังรู้สึกดีกับคุณอยู่จริงๆนะหนูดี”

คราวนี้สัตตบงกชอึ้งจริงๆ กลัวเขาจะยังไม่ลืมแล้วเธอจะต้องลำบากใจ และทีเกื้อก็คิดไม่ต่างกัน

“หน้าซีดเลย อย่าบอกนะว่าคุณคิดว่าผมคิดจริงๆ... หรือว่าคุณคิด”

“ไร้สาระ...ฉันเป็นแฟนพี่ชายคุณนะ มีอะไรก็รีบพูดมา”

“เดชาเป็นเหยื่อรายต่อไป ถ้าผมเดาไม่ผิด เป้าหมายต่อไป คนร้ายต้องมาป่วนห้างนี้แน่ ผมเลยนัดคุณมาที่นี่”

ท่าทางเป็นงานเป็นการของเขาทำให้สัตตบงกชอดน้อยใจไม่ได้ แต่ก็รีบปัดมันทิ้งเพราะคิดว่าเป็นเรื่องงาน

“ฉันก็มีข้อมูลเด็ดมาเหมือนกัน มีคนส่งเมลมาให้ฉันช่วยขุดประวัติเดชา บอกว่านายเดชาไม่ได้ทำธุรกิจใสสะอาดอย่างที่เห็น ฉันว่าต้องเป็นคนร้ายส่งมาแน่ๆ”

“คนร้ายจะบอกให้คุณทำแบบนี้ทำไม แค่ทำของใส่แบบทุกทีง่ายกว่าอีก”

“นั่นก็เป็นหน้าที่คุณต้องไปสืบเอาเอง ฉันให้ข้อมูลคุณได้แค่นี้...”

ooooooo

ขณะที่ทีเกื้อกับสัตตบงกชช่วยกันสืบเรื่องเดชาและชายสวมหน้ากาก เอื้อกานต์ที่คาใจเรื่องคิมก็พยายาม ตามหาความจริงเช่นกัน และภารกิจแรกที่ทำก็คือหาบ้านเขาให้เจอ

เอื้อกานต์ขับรถไปในซอยตามที่อยู่ที่เขาเคยกรอกตอนเป็นอาสาสมัคร แต่วนไปวนมาหลายรอบก็ยังไม่เจอ คุณหมอสาวโทร.เช็กกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลก็ได้รับการยืนยันว่าเป็นที่อยู่นี้จริง

เมื่อไม่มีทางเลือก เอื้อกานต์เลยโทร.หาเจ้าตัวเพื่อสอบถาม แต่ก็กระดากปากเกินกว่าจะบอกเหตุผลจริงๆที่ตามหาเขาถึงบ้าน เลยแถแบบส่งๆ

“ฉันจะขอให้คุณกลับมาทำงานที่จิตอาสาต่ออีกนิดได้ไหม...รอจนกว่าฉันจะหาคนใหม่มาแทนได้”

“ที่แท้...หมอก็จะโทร.มาง้อผมให้กลับไปทำงาน”

“แล้วได้รึเปล่า”

“ได้...แต่อย่านานนะหมอ ผมก็มีงานของผมเหมือนกัน...แล้วเจอกันที่โรงพยาบาลครับ”

คิมรับปากง่ายกว่าที่คิด เอื้อกานต์เลยจับสังเกตเขาทุกฝีก้าว โดยเฉพาะตอนทำงานในโรงพยาบาล และเมื่อสบโอกาสเขาช่วยคนไข้วัดความดัน คุณหมอสาวที่อยากพิสูจน์ความเชื่อของตนก็ไม่รอช้าจะวัดให้เขาบ้าง

เพราะการสัมผัสจะทำให้เธอเห็นความจริง เอื้อกานต์เลยหลอกล่อทุกทางเพื่อจับเขาวัดความดัน

แต่คิมก็ไหวตัวทัน เบี่ยงตัวหนี ก่อนจะอดรนทนไม่ไหวต้องโพล่งถามตรงๆ

“หมอเป็นอะไรเนี่ย”

“ก็จะวัดความดันให้คุณไง”

“แต่ผมว่าเหมือนหมอ...พยายามแตะเนื้อต้องตัวผมมากกว่านะ”

“ฉันจะไปทำแบบนั้นทำไม”

“หมอคงไม่ได้หลงเสน่ห์ผมหรอกนะ อ๋อ...ที่ตามตัวผมกลับมาทำงานนี่เป็นข้ออ้างใช่ไหม”

“เพ้อเจ้อ ไร้สาระ!”

แหวจบก็ผละไป คิมมองตามยิ้มๆ ก่อนจะหุบทันทีที่เอื้อกานต์ลับตา สำเหนียกได้ว่าเธอต้องสงสัยในตัวเขาแน่

เอื้อกานต์ไม่ยอมแพ้ แอบตามดูคิมห่างๆ เช่นเดียวกับสัตตบงกชที่พาฟ้าบุกห้างดังของเดชาเพื่อสืบเรื่องบุญลือ แต่ประชาสัมพันธ์ห้างก็ไม่ให้ความร่วมมือ ยืนยันเสียงแข็งว่าห้างนี้ไม่เคยมีอุบัติเหตุป้ายหล่นทับคน

ท่าทางพิรุธของประชาสัมพันธ์ทำให้สัตตบงกชเดาว่าเดชาคงปิดข่าว ไม่อยากให้ห้างเสียชื่อ แดนซึ่งมาสังเกตการณ์ที่ห้างก็คิดไม่ต่างกัน และไม่รอช้าจะกลับไปรายงานคิม

คิมถอนใจยาว เชื่อว่าสัตตบงกชไปอยู่ที่นั่นเพราะอีเมลของเขา เช่นเดียวกับธีรภูมิ แต่เรื่องปิดข่าวของเดชาเขาคงต้องใช้วิธีอื่นบีบให้เจ้าตัวสารภาพความจริงทั้งหมดให้ได้!

ooooooo

แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น คิมก็ต้องรับมือคุณหมอสาวที่สะกดรอยตามเขาตลอดทั้งวัน จากโรงพยาบาลที่เธอทำงานจนถึงโรงพยาบาลที่บุญลือรักษาตัว เขาพยายามอ่านใจเธอเหมือนเคย แต่เพราะอาคมของฮันเตอร์ทำให้พลังเขาเสื่อมอ่านใจเธอไม่ได้ เลยต้องเลือกปรากฏตัวแทน

“หมอตามผมมาทำไม”

คิมพยายามอ่านใจเพื่อจับโกหก แต่ก็ได้ผงะแทนเมื่อถูกเอื้อกานต์เปิดฉากตรงๆ

“ฉันรู้ความจริงเรื่องคุณหมดแล้ว...ตกลงคุณเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงให้ที่อยู่ปลอมกับโรงพยาบาล”

สีหน้าแววตาคาดคั้นของเธอทำให้คิมใจไม่ดี แต่ก็ยังใจดีสู้เสือ

“ผมคงเขียนผิด...นี่หมอตามผมมาเพราะผมกรอกที่อยู่ผิดเนี่ยนะ...หมอระแวงไปรึเปล่า”

“แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่”

“ผมก็มาทำข่าวไง...เมื่อวานมีอุบัติเหตุที่ห้างของเดชา ป้ายโฆษณาหล่นทับลูกค้าบาดเจ็บสาหัสอยู่ที่นี่”

“จริงเหรอ...ไม่เห็นมีข่าวออกมาเลย”

“ผมก็กำลังมาทำข่าวอยู่นี่ไง ถ้าไม่เชื่อ...หมอจะมาทำข่าวกับผมก็ได้นะ”

คำเชิญชวนของเขาท้าทายเธออย่างบอกไม่ถูกและเอื้อกานต์ก็ยอมตามไปจนได้ เลยได้เจอบุญลือ สภาพปางตายของเขาทำให้เธออดสงสารไม่ได้ คิมเลยถือโอกาสกระเซ้า

“ที่นี้เชื่อผมรึยัง”

“ฉันเชื่อว่าคุณมาทำข่าว แต่ฉันก็ยังไม่ไว้ใจคุณอยู่ดี...อย่าให้ฉันจับได้ก็แล้วกัน!”

สองหนุ่มสาวตั้งท่าจะผละไป แต่ลูกน้องของเดชาก็โผล่มาก่อน พร้อมเงินก้อนใหญ่ให้ญาติบุญลือ

“นี่เป็นค่าทำขวัญจากทางห้างครับ คุณเดชาให้ส่งมาให้”

“พ่อผมเข้าโรงพยาบาลสองวันแล้ว...เพิ่งจะโผล่หน้ามา ชีวิตพ่อผมทั้งคนมีค่าแค่นี้เองเหรอ”

“เงินแค่นี้ก็เยอะแล้วสำหรับชาวบ้านจนๆอย่างพวกแก!”

“จนแล้วไง...ให้รวยแต่เลวผมก็ไม่เอา ไม่มีความรับผิดชอบ จนป่านนี้ผมยังไม่ได้ยินคำขอโทษจากห้างลุงเลย”

“ถ้าไม่พอใจก็ไปฟ้องเอา แต่บวกลบคูณหารดูยังไงก็ไม่คุ้ม ส่วนเงินนี้จะเอาไม่เอาก็แล้วแต่...แล้วก็อย่าคิดเอาเรื่องนี้ไปพูดที่ไหนด้วย ฉันให้คนของฉันเฝ้าพวกแกเอาไว้แล้ว!”

ลูกน้องของเดชากลับไปแล้ว คิมกับเอื้อกานต์เลยไปคุยกันด้านนอก สภาพบุญลือน่าหดหู่มาก คิมเจ็บใจที่เดชาไม่รู้สึกผิดแถมเอาเงินฟาดหัวพวกญาติอีกต่างหาก

“มันใช้เงินปิดข่าว เสวยสุขบนกองเงินกองทองที่มันโกงมา ในขณะที่ครอบครัวนี้ต้องเสียหัวหน้าครอบครัวไป”

“มันคงเป็นกรรม ทุกครอบครัวต้องเคยเจอเรื่องแย่ๆ แต่ฉันเชื่อว่าสติจะทำให้ครอบครัวนี้ผ่านไปได้”

“แล้วทำไมคนพวกนี้ต้องมารับกรรมจากสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อด้วย”

“คุณมานั่งทุกข์ก็ไม่ได้ช่วยปัญหาอะไร ควรคิดว่าจะช่วยครอบครัวนี้ยังไงให้อยู่รอดไม่ดีกว่าเหรอ”

“ทำไมผมต้องช่วยด้วย ผมมาทำข่าว ไม่ได้มาทำมูลนิธิ!”

ooooooo

ท่าทางสงสัยของเอื้อกานต์ทำให้คิมร้อนตัวไม่น้อย พยายามอ่านใจเธอหลายครั้งแต่ก็ทำไม่ได้เหมือนเคย ดูท่าอาคมของเขาจะเสื่อมเพราะถูกลูกหลงจากอาคมของฮันเตอร์เมื่อคราวก่อนจริงๆ และฮันเตอร์ก็รู้ดี มาดักรอที่คอนโด

“ฉันอยู่ในห้องตั้งนาน แต่แกกลับจับพลังของฉันไม่ได้”

“ผมควรจะทำยังไงดีครับ”

“ก็แค่ฝึกสมาธิ...ฉันเอาตำราอาคมมาให้ แกอยากเรียนวิชาสะกดจิตกับวิชาอื่นๆเพิ่มไม่ใช่เหรอ”

พูดพลางยื่นตำราสำหรับฝึกอาคมให้ ก่อนจะเดินสำรวจรอบๆห้องศิษย์เอก

“ถึงเวลาที่แกจะต้องฝึกวิชาใหม่ๆดูบ้าง มีหลายวิชาหลายคาถาที่จะช่วยแกทำงานได้ง่ายขึ้น”

“ขอบคุณครับ...อาจารย์ให้วิชากับผมมามากเหลือเกิน”

“มนุษย์มีอาวุธที่มีพลังมหาศาลอยู่ในตัวทุกคน... นั่นก็คือจิต จิตคนเราสามารถทำอะไรที่เราคาดไม่ถึงได้หลายอย่าง แกต้องฝึกฝนจิตเพื่อที่จะสามารถควบคุมและใช้มันได้”

น้ำเสียงจริงจังของอาจารย์ทำให้คิมนิ่งฟังอย่างสงบ โดยไม่รู้เลยว่าฮันเตอร์กำลังปั่นหัวเขาอีกครั้ง

“ถ้าแกไม่อยากใช้อาคมทำร้ายเหยื่อก็ให้เลือกวิชาอาคมที่ไม่ต้องทำร้ายใครก็ได้ งานเราจะได้เร็วขึ้น”

“ขอบคุณครับอาจารย์”

หมดธุระแล้วฮันเตอร์ก็จะกลับ สวนทางกับแดนที่เพิ่งเข้ามาเลยฝากฝังให้ดูแลคิม แฮกเกอร์หนุ่มรับคำด้วยความเต็มใจ ก่อนจะมองตามฮันเตอร์ด้วยสายตาหลอนๆ... อาจารย์หนุ่มของคิมนั้นมีรังสีอำมหิตจริงๆ

แม้จะศึกษาอาคมชนิดใหม่จากตำราของฮันเตอร์ แต่คิมก็ไม่ล้มเลิกแผนใช้สื่อแฉพฤติกรรมของเดชา ธีรภูมิกับสัตตบงกชทึ่งกับข้อมูลเจาะลึกจากอีเมลลึกลับมากและไม่รอช้าจะนำไปทำข่าวจนกลายเป็นข่าวใหญ่ในเวลาไม่นาน

ข่าวใหญ่ทั้งหน้าทีวีและโลกออนไลน์ทำให้เดชาโกรธจัด อาละวาดกับลูกน้อง ก่อนจะปรี่ไปเอาเรื่องธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรเจ้าของสถานีทีเอ็นนิวส์ ธีรนัฐอ่อนใจมาก แต่อุดมการณ์ในงานสื่อก็ทำให้สวนออกไปเสียงเรียบ

“แล้วคุณเป็นอย่างในข่าวจริงรึเปล่า”

“จะจริงไม่จริง คุณก็ไม่ควรทำแบบนี้”

“ผมเป็นสื่อ ผมก็ต้องนำเสนอข่าวไปตามความจริง ต้องให้ข้อมูลที่แท้จริงกับประชาชน”

“ให้ข้อมูลที่แท้จริงงั้นเหรอ พูดอย่างกับว่าคุณทำหน้าที่สื่อได้ดีนัก สถานีนี้ก็ไม่ได้ใสสะอาดนักหรอก...ลืมไปแล้วเหรอว่าตัวเองเคยทำอะไรไว้บ้าง”

ธีรนัฐหน้าเสีย คุณหญิงอัปสรก็พูดไม่ออก เดชาได้ทีขู่ทิ้งท้าย

“ถ้าไม่แก้ข่าวให้...ผมจะแฉเรื่องที่ทุกคนเคยทำให้หมด...คุณก็รู้ว่าผมพูดจริงทำจริง!”

ooooooo

คำขู่ของเดชาทำให้ธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรลำบากใจมาก ไม่อยากขัดขวางงานของธีรภูมิลูกชายหัวแก้วหัวแหวน แต่ท่าทางเอาจริงของเดชาก็ทำให้ไม่มีทางเลือก ต้องมีคำสั่งออกไป

ธีรภูมินิ่วหน้าไม่เข้าใจ ยืนกรานจะทำทุกอย่างตามเดิม แฉพฤติกรรมขี้โกงของเดชาให้ทุกคนรู้

“คุณพ่อเป็นคนสอนผมเองว่าสื่อต้องทำหน้าที่นำเสนอความจริง ทำไมตอนนี้ถึงกลืนน้ำลายตัวเองล่ะครับ”

“ฉันไม่ได้สั่งในฐานะพ่อ แต่สั่งในฐานะเจ้าของบริษัทนี้ ถ้าแกขัดคำสั่ง...ก็เตรียมออกจากบริษัทนี้ไปได้เลย!”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งให้ธีรภูมิมองหน้าแม่งงๆ คุณหญิงอัปสรรักลูกชายมาก เสียใจและรู้สึกผิดที่ต้องทำร้ายจิตใจลูก แต่เพราะความลับในอดีต ทำให้เธอต้องช่วยสามีเกลี้ยกล่อมลูกชายอีกแรง

“คุณเดชาเป็นเพื่อนสนิทกับพ่อแม่ มีบุญคุณกันมา แม่ขอร้อง...เชื่อแม่เถอะนะลูก”

สัตตบงกชเห็นเหตุการณ์ตลอด เห็นใจคู่หมั้นหนุ่ม จนต้องตามไปปลอบ ธีรภูมิมองมาด้วยความซึ้งใจ แต่ก็ไม่วายประกาศกร้าวจะไม่เลิกทำข่าวเดชาเด็ดขาด

คิมยังไม่รู้เรื่องข่าวของสถานีทีเอ็นนิวส์ถูกยับยั้ง มัวตื่นเต้นจะทดลองอาคมใหม่ แดนตามไปสังเกตการณ์ด้วยถึงห้างของเดชา ซึ่งแผนก็คือแกล้งใช้เงินสดเหมาซื้อของในห้างไปขายต่อในราคาครึ่งต่อครึ่ง เดชาชอบใจมากที่ได้ยินว่ามีเศรษฐีเหมาซื้อของในห้าง โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วเงินสดเหล่านั้นคืออาคมหลอกตา!

ฮันเตอร์ตามมาสังเกตการณ์ด้วย รู้ดีว่าพลังอาคมของศิษย์เอกยังไม่เข้าที่ เลยท่องคาถาช่วยทำให้ใบไม้กลายเป็นเงินสดอีกแรง แถมทำมากกว่านั้นด้วยการใช้อาคมทำร้ายเดชา

คิมซึ่งกำลังดีใจที่แผนของตนได้ผล หุบยิ้มแทบไม่ทัน เมื่อเห็นเหตุร้ายที่เกิดกับเดชา ยิ่งเห็นหลังฮันเตอร์ไวๆ ยิ่งร้อนรน ต้องตามไปคาดคั้นเหตุผล

“ไหนอาจารย์บอกว่าจะไม่ยุ่ง จะให้ผมจัดการเองไงครับ”

“ถ้าฉันไม่ยุ่ง...แกคิดว่าแผนแกจะสำเร็จไหม...แกคิดว่าแกเสกใบไม้เป็นเงินได้เพราะฝีมือของแกเหรอ ...ก่อนจะมาหาเรื่องฉัน เอาเวลาไปฝึกอาคมให้กลับมาเหมือนเดิมจะดีกว่า”

โต้จบก็ผละไป ทิ้งคิมให้มองตามเครียดๆ คาดไม่ถึงเลยว่าอาคมของตนจะเสื่อมขนาดนี้...

ไม่ใช่แค่คิมที่ต้องเซ็ง ทีเกื้อก็มีอาการไม่ต่างกัน เรื่องเงินสดกลายเป็นใบไม้ในห้างทำให้เดชาหัวเสีย ท่านรองฯมาดูที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง ก่อนจะลงความเห็นว่าผู้กระทำเหตุนี้ต้องมีอาคมขั้นสูง

สัตตบงกชก็มาทำข่าวที่ห้างและดันเจอทีเกื้อที่ตามท่านรองฯมาคุยกับเดชา ท่าทางเคร่งเครียดของเขาทำให้อดแหย่ไม่ได้ อยากให้เขายิ้มได้เหมือนเคย แต่เขากลับเข้าใจว่าถูกหยามและหงุดหงิดมากกว่าเดิม

ooooooo

บัญชีรายรับรายจ่ายของห้างรวนหมดเพราะเหตุชายสวมหน้ากากสร้างสถานการณ์หลอกซื้อของในห้างไปขายตัดราคา เดชาแค้นแทบกระอักตะโกนลั่นท้าทายให้มาเจอตัวต่อตัว

คิมในสภาพชายสวมหน้ากากรออยู่แล้ว แกล้งปรากฏตัวรับคำท้า

“ได้...ต่อไปฉันจะจัดการแกต่อหน้าแบบนี้”

เดชาถึงกับตะลึงที่ได้เจอตัวจริงของชายสวมหน้ากาก แต่ยังทำปากกล้า บอกไม่กลัว

“ฉันรู้ว่าแกใช้อาคมทำอะไรฉันไม่ได้หรอก แกต้องรอให้ถึงวันแรม”

“ฉันใช้อาคมไม่ได้ แต่ใช้นี่ได้...”

พูดพลางยกมีดขู่ ก่อนจะเค้นคอให้พูดความจริง

“ฉันจะให้โอกาสแก สารภาพความผิดทั้งหมดซะ แล้วฉันจะไม่เอาชีวิตแก!”

คำขู่ทำให้เดชายอมทุกอย่าง คิมฉวยโอกาสนี้กดเปิดกล้องวีดิโอขนาดจิ๋วที่ซ่อนในกระเป๋าเสื้อ เดชากลัวหัวหด สารภาพหมดเปลือกว่านำสินค้าต่ำกว่ามาตรฐานมาขายในห้าง ส่วนเรื่องบุญลือก็ใช้เงินปิดปากพยานและปิดข่าวเพราะไม่อยากให้ห้างตนเสียชื่อเสียง แต่คิมก็ไม่พอใจแค่นั้น คาดคั้นให้เดชาสารภาพเรื่องทรงพลด้วย

“เรื่องท่านทรงพล...ฉันเป็นคนวางแผนใส่ร้ายท่านเอง ฉันอยากเป็นประธานทีบีกรุ๊ป อยากขยายธุรกิจเพิ่ม แต่ท่านพยายามขัดขวาง ตอนนั้นท่านทรงพลมีอำนาจมาก ฉันกับคนอื่นที่แกฆ่าไปแล้วเลยรวมหัวกันกำจัดท่าน”

คิมแทบข่มอารมณ์ไม่ไหว แต่เดชาก็ไม่ได้สังเกต เล่าเรื่องใส่ร้ายทรงพลต่อ

“ฉันบังคับให้เกริกภพเอายาไปยัดบ้านท่าน ก่อนจะแจ้งความและสร้างสถานการณ์ให้ทุกคนเข้าใจว่าท่านค้ายา ฉันก็แค่อยากให้ท่านติดคุก ไม่คิดว่าท่านจะหนีคดี แล้วเครื่องบินจะระเบิดแบบนี้”

วิธีการโดยละเอียดว่าแย่แล้ว แต่จนแล้วจนรอด... เดชาก็ไม่ปริปากบอกรายชื่อผู้สมคบคิด คิมตั้งท่าจะบีบบังคับอีกรอบ ถ้าทีเกื้อที่เฝ้าระวังอยู่แล้วจะไม่โผล่มา ขัดจังหวะ

คิมในสภาพชายสวมหน้ากากหน้าเสีย ก่อนจะ ยกมือยอมแพ้ ทีเกื้อขยับจะใส่กุญแจมือ แต่ก็ต้องสบถอย่างหัวเสียเมื่อจู่ๆชายสวมหน้ากากก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา!

ooooooo

แม้จะอาคมเสื่อมแต่คิมก็มีไหวพริบพอเอาตัวรอดได้ ทีเกื้อมองตามหลังไวๆของชายสวมหน้ากากด้วยความเจ็บใจ และรีบไปรายงานท่านรองฯถึงเหตุการณ์ทั้งหมด

รายละเอียดแปลกประหลาดและยากจะอธิบายทำให้ท่านรองฯนิ่วหน้า ก่อนจะฟันธง

“คงเป็นวิชาพรางตัว...สมัยก่อนพวกโจรที่มีวิชา ใช้กันเยอะ”

“ลูกเล่นเยอะแบบนี้ เมื่อไหร่ผมจะจับมันได้ วันนี้โชคดี...ผมเดาทางมันได้เลยตามไปช่วยทัน”

“ถือเป็นโชคดีของเดชา”

ทีเกื้อคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวก่อนจะออกความเห็น “ผมว่าคุณเดชากับคนร้ายต้องมีความแค้นส่วนตัวกันแน่ ตั้งแต่เกิดเรื่อง...เขาก็มีท่าทางแปลกๆ ผมถามอะไรก็ไม่ยอมบอก”

“ถึงเวลาเขาคงจะพูดเองแหละ”

“ก็หวังว่าจะยอมเปิดปากพูดก่อนจะเป็นศพเหมือนเหยื่อรายอื่นๆก็แล้วกัน”

ความมุ่งมั่นของทีเกื้อทำให้ท่านรองฯพอใจและอยากให้เขาลองวิธีอื่นบ้าง ซึ่งการศึกษาวิชาไสยศาสตร์และอาคมต่างๆก็น่าจะเป็นทางหนึ่งที่ทีเกื้อน่าจะลอง

ทีเกื้อรับคัมภีร์ไสยศาสตร์จากท่านรองฯมางงๆ ก่อนจะถามเพราะอดไม่ได้

“ท่านจะให้ผมทำของสู้กับคนร้ายเหรอครับ”

“ไม่ใช่...คนร้ายใช้วิชาพวกนี้เป็นอาวุธ ถ้าเราศึกษาเรื่องพวกนี้ก็จะได้รู้ว่าคนร้ายจะใช้อะไรโจมตี เราจะได้หาทางป้องกัน...นี่เป็นวิชาพื้นฐานการใช้อาคม อาจจะเป็นคนละศาสตร์กับของคนร้าย แต่ก็ยังดีกว่าเราไม่รู้อะไรเลย...”

คัมภีร์ไสยศาสตร์ทำให้ทีเกื้อสนใจมาก โดยเฉพาะเรื่องการสะกดจิต เอื้อกานต์เห็นแฝดน้องหมกมุ่นกับตำราก็อดอยากรู้ด้วยไม่ได้ ส่วนคิมไม่ได้สนใจสองพี่น้องฝาแฝด มัวคร่ำเคร่งกับการพิสูจน์ความจริงเรื่องพ่อจากคำพูดของเดชา ฮันเตอร์เลยฉวยจังหวะนี้ปั่นหัวศิษย์เอกอีกครั้งให้ทวีความแค้น

แต่ถึงจะถูกยุแค่ไหน คิมก็ยืนยันจะใช้สื่อเปิดโปงเดชา โดยจัดการส่งคลิปคำสารภาพไปให้นักข่าว ธีรภูมิกับสัตตบงกชตื่นเต้นมาก ยอมฝ่าฝืนคำสั่งของธีรนัฐ พร้อมเชิญตัวเดชามาให้สัมภาษณ์ในรายการด้วย

เดชาไม่มีทางเลือกต้องไปออกรายการ แต่ก็ไม่วายฟ้องเรื่องนี้ให้ธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรจัดการลูกชาย

ฮันเตอร์รับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษและไม่รอช้าจะไปเตือนคิมว่าแผนการจะถูกตลบหลัง

คำบอกเล่าของฮันเตอร์ไม่เกินจริงเลย คุณหญิงอัปสรใช้อำนาจภรรยาผู้บริหารสถานีบีบสัตตบงกชให้เปลี่ยนบทสัมภาษณ์และคำถามให้เอื้อประโยชน์กับเดชาใช้แก้ต่างในรายการ

“ไม่ได้หรอกค่ะ หนูดีทำแบบนี้ไม่ได้”

“ทำไมจะไม่ได้ นี่สถานีของฉัน เงินที่จ้างเธอก็เงินของฉันทั้งนั้น”

ทีเกื้อมาถึงสถานีพร้อมเดชา ทนไม่ไหว แกล้งแหย่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจแม่เลี้ยงที่มีต่ออดีตคนรัก

“ขี้โมโหแบบนี้...เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองก็แตกหรอกครับคุณหญิง ใจเย็นๆ ค่อยๆพูดก็ได้”

“หุบปากเลยนะ! แกไม่มีสิทธิ์มาออกความเห็น”

“ทำไมล่ะครับ...ผมอุตส่าห์เป็นห่วง อย่างน้อยคุณหญิงก็ได้ชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงผมนะครับ”

“ใครเป็นแม่เลี้ยงแก! ฉันไม่นับแกเป็นคนในครอบครัวฉันด้วยซ้ำ ออกไปเลยนะ...ไป!”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #4 on: 17 October 2026, 19:52:48 »


https://www.thairath.co.th/novel/ARKOM/ep5/page1

อาคม ตอนที่ 5

อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

ทีเกื้อกับคุณหญิงอัปสรคงโต้เถียงและลงไม้ลงมือกันไปแล้ว ถ้าธีรภูมิจะไม่มาขวาง และเมื่อเขารู้เรื่องคำสั่งของพ่อแม่ให้เปลี่ยนเนื้อหารายการเพื่อช่วยเดชา ก็โวยวายด้วยความไม่พอใจ

“คุณพ่อสอนผมเสมอว่าให้ทำหน้าที่สื่อให้ดี สื่อต้องเป็นกลาง ต้องทำเพื่อประชาชน แต่สุดท้ายคุณพ่อก็แพ้อำนาจเงิน แพ้อำนาจพวกมีอิทธิพลอย่างเดชา!”

ธีรนัฐพูดไม่ออก เช่นเดียวกับคุณหญิงอัปสร ธีรภูมิโมโหมาก แหวลั่น

“เงียบทำไมล่ะครับ...เถียงผมไม่ออกเหรอครับ”

“บางทีสื่อก็ต้องปิดหูปิดตา ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะไม่อยากให้สังคมวุ่นวายไปมากกว่าเดิม”

“ผมไม่สนใจคำแก้ตัวของคุณพ่อหรอกครับ คุณพ่อจะไล่ผมออกก็เชิญ ยังไงผมก็จะทำข่าวนี้”

พูดจบก็จะผละไป แต่ก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินพ่อพูดไล่หลัง “ก็ลองดู...ฉันไม่ไล่แกออกหรอก แต่ฉันจะไล่ลูกน้องแกออกให้หมด แกมีเงินเก็บ ตกงานเดือนสองเดือนก็ไม่เป็นไร แต่ลูกน้องแกที่ต้องหาเช้ากินค่ำ หาเงินเลี้ยงครอบครัว ต้องมาลำบากเพราะความดื้อรั้นของแก แกอยากให้มันเป็นแบบนั้นก็ตามใจ!”

คำสั่งขาดของพ่อทำให้ธีรภูมิไม่มีทางเลือก ต้องยอมเปลี่ยนเนื้อหารายการเพื่อช่วยแก้ต่างให้เดชา ทีมงานโดยเฉพาะสัตตบงกชฝืนใจมาก แต่ก็จำต้องระงับอารมณ์ไว้เพื่อความอยู่รอดของเหล่าพนักงาน

นอกจากพวกตำรวจจะมาอารักขาเดชาถึงห้องส่งสถานีแล้ว ทีเกื้อก็ขอให้เอื้อกานต์มาดูแลเจ้าของห้างดังอีกแรง โดยไม่รู้เลยว่าท่ามกลางทีมงานมากหน้าหลายตา ฮันเตอร์จะแฝงตัวอยู่ด้วยเพื่อสังเกตการณ์ทำงานของคิม

บรรยากาศการถ่ายทำรายการเต็มไปด้วยความอึดอัด ทุกคนต่างรู้ดีถึงความกร่างและเห็นแก่ตัวของเดชา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากปล่อยให้เขารับกรรมเมื่อถึงเวลาที่กำหนดเท่านั้น

สัตตบงกชรับหน้าที่สัมภาษณ์เดชาซึ่งตีหน้าเศร้าสวมบทเหยื่อสังคมผู้ถูกใส่ร้ายได้อย่างน่าหมั่นไส้ คิมเฝ้ามองทุกอย่างจากห้องควบคุมไฟด้วยแววตาโกรธจัด ก่อนจะร่ายอาคมสะกดจิตให้เดชาสารภาพทุกอย่าง และเพียงไม่กี่อึดใจนั่นเอง เจ้าของห้างดังก็เปลี่ยนท่าทีจากรู้สึกผิดเป็นแสยะยิ้มร้ายลำพองใจ

“ที่ผมพูดไปก่อนหน้านี้...ผมแค่สร้างภาพให้พวกคนดูหน้าโง่สงสารเท่านั้น จริงๆผมมันเลวมาก ทั้งเลว ทั้งโลภ...อยากรู้ไหมว่าผมเลวยังไง เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง...”

ooooooo

ไม่ใช่แค่เดชาที่ถูกสะกดจิต ธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรก็โดนอาคมวางยาสลบด้วย ทำให้ไม่สามารถขัดขวางหรือยับยั้งการให้สัมภาษณ์สารภาพความผิดทุกอย่างของเดชาได้ เดชาสารภาพทุกอย่าง ทั้งเรื่องขายของคุณภาพต่ำ โก่งราคาสินค้า ทีมงานต่างมองหน้ากันอึ้งๆ ก่อนที่สัตตบงกชจะเป็นฝ่ายได้สติ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบเพื่อถามย้ำ

“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าคุณเดชาจะใช้วิธีนี้”

“ผมเลวไหมล่ะ ทั้งเลว ทั้งโลภ แต่ก็ช่วยไม่ได้... ลูกค้าโง่เอง ผมก็ต้องโกยให้เต็มที่ เรื่องอะไรจะทิ้งเงินตั้งเยอะ”

“แล้วเรื่องอุบัติเหตุล่ะคะ”

“ผมก็เอาเงินฟาดหัว ขู่ให้เงียบ เอาลูกน้องไปเฝ้า เด็กกับยายแก่จนๆจะสู้นายเดชาที่มีเงินเป็นพันๆล้านได้ไง”

นอกจากนี้เดชายังสารภาพเรื่องตนใช้อำนาจเปลี่ยนแปลงเนื้อหารายการเพื่อแก้ต่างให้ตัวเองด้วย คิมสะใจมากและพยายามร่ายคาถาให้เขาเล่าเรื่องทรงพล แต่ก็ไม่ทันการณ์ ทีเกื้อสงสัยว่าเจ้าของห้างดังจะถูกสะกดจิตเลยตามร่องรอยไปจนเจอต้นตอที่ห้องควบคุมไฟ!

คิมจำต้องพักเรื่องทรงพลไว้และทำให้เดชาหมดสติ ส่วนตัวเองรีบหนี แต่ก็ถูกทีเกื้อกับนภตามไปดักหน้าดักหลัง จนต้องใช้ผงพรางตาช่วยให้หนีรอดไปได้ แต่โชคก็ไม่เข้าข้างคิมนัก เมื่อจู่ๆเอื้อกานต์ก็โผล่มาขวาง คุณหมอสาวเห็นหน้ากากในมือคิมก็ถึงกับพูดไม่ออก รู้โดยไม่ต้องถามว่าเขาก็คือชายสวมหน้ากากที่ทุกคนตามหา

คิมไม่มีทางเลือกต้องสะกดจิตคุณหมอสาวเพื่อเอาตัวรอด แต่ที่เขาไม่รู้คือ...อาคมของเขายังไม่แข็งแรง และเอื้อกานต์ก็จิตแข็งมาก ที่เขาหนีรอดไปได้ก็เพราะเธอยอมให้สะกดจิตเท่านั้น

ทีเกื้อเจ็บใจมากที่คลาดกับชายสวมหน้ากากอีกครั้ง เขากับนภรีบไปดูภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ก็ไม่มีร่องรอยอะไร เพราะฮันเตอร์ทำลายภาพทั้งหมดเพื่อช่วยศิษย์เอกเรียบร้อยแล้ว...

แม้จะรอดจากการถูกสะกดจิต แต่เดชาก็ต้องแค้นแทบกระอักเมื่อรู้ความจริงจากทีมงานว่าตนสารภาพทุกอย่างในรายการหมดแล้ว สัตตบงกชกับธีรภูมิเฝ้ามองเจ้าของห้างดังโวยวายด้วยความสมเพช ถอนใจหน่ายๆ

“คงยังทำใจไม่ได้ค่ะ”

“ใครจะทำใจได้ ทำเรื่องน่าอาย แฉตัวเองไปซะขนาดนั้น”

“ทีตอนทำเรื่องเลวๆไม่เห็นจะอาย”

“แอบสะใจเหมือนกันนะ โชคดีที่คนร้ายมาช่วย”

“นั่นสิคะ...บางทีคนเลวๆพวกนี้คงต้องให้คนร้ายจัดการ ดูสิ...ทั้งกฎหมาย ทั้งสื่ออย่างพวกเรายังทำอะไรไม่ได้”

ทีเกื้อผ่านมาได้ยินก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ ต้องโผล่ไปแขวะอดีตคนรัก

“แต่คนร้ายยังไงก็ทำผิดอยู่ดี”

“ฉันว่าบางทีให้โจรจัดการโจรด้วยกันอาจจะดีกว่าให้ตำรวจจัดการ ตำรวจอย่างคุณจะได้ไม่ต้องทำอะไร”

“ไหนว่าจะช่วยจับคนร้าย แต่ก็เข้าข้างคนร้าย”

“ฉันก็แค่พูดไปตามความจริง”

ธีรภูมิมองหน้าน้องชายกับคู่หมั้นสาวงงๆ ไม่รู้ว่าสองคนไปสนิทสนมขนาดต่อปากต่อคำได้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่คิดมาก เห็นเป็นเรื่องดีอีกต่างหากที่คนในครอบครัวจะช่วยเหลือกัน

ooooooo

เหตุการณ์พลิกผันที่สถานี เดชาสารภาพความจริง แทนที่จะแก้ต่างให้ตัวเอง กลายเป็นข่าวดังทั่วประเทศในวันเดียวกัน กว่าธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรจะฟื้น เรื่องราวทุกอย่างก็แพร่กระจายจนเกินระงับแล้ว

ธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรเครียดมาก กลัวความลับจากอดีตที่เดชาเป็นผู้กุมไว้จะถูกแฉ เพราะเหตุการณ์กลับตาลปัตร ต่างจากธีรภูมิกับสัตตบงกชที่สะใจมาก ส่วนทีเกื้อก็ต้องจมกับความแค้นใจเพราะคลาดกับคนร้ายอีกรอบ แต่กระนั้นก็ไม่ยอมแพ้ ตั้งหน้าตั้งตาหาทางจะจับชายสวมหน้ากากให้ได้ในครั้งต่อไป

เอื้อกานต์ไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของคนรอบข้าง มัวตื่นตะลึงกับความจริงเรื่องคิมคือชายสวมหน้ากากจนทำตัวไม่ถูก คิมก็มีอาการไม่ต่างกัน แต่เขาก็ไม่แน่ใจนักว่าคุณหมอสาวจะรู้เรื่องทั้งหมดจริงหรือไม่

ฮันเตอร์ดูจะสาแก่ใจกว่าใครทั้งหมด เพราะนอกจากเดชาจะโดนเล่นงานแล้ว คิมศิษย์เอกก็ต้องจนด้วยเหตุผลและหนทาง อาจต้องใช้อาคมอย่างเดิมเพราะแผนแฉออกสื่อดูจะไม่ค่อยราบรื่นและเขาก็เหลือเวลาไม่มากแล้ว เวลาที่สัญญากับฮันเตอร์ใกล้หมดลงทุกที คิมหนักใจมากแต่กังวลเรื่องเอื้อกานต์จะรู้ถึงตัวตนแท้จริงของเขามากกว่า เลยตัดสินใจหยั่งเชิงท่าทีของเธอในเช้าวันต่อมา

เอื้อกานต์ทำหน้าไม่ถูก ไม่พร้อมเผชิญหน้ากับเขาเลยพยายามบ่ายเบี่ยง แต่ก็ถูกคิมตามไปดักหน้า คุณหมอสาวพอเดาได้ว่าเขาคงร้อนตัว เลยแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ แต่ก็ไม่วายพูดเรื่องเดชา

“เมื่อวานคนร้ายสะกดจิตเดชาให้สารภาพผิด”

“ผมเห็นข่าวแล้ว”

“ฉันกลัวว่าคนร้ายจะทำอะไรที่ร้ายแรงกว่านี้อีก ถ้าเขาหยุดแค่นี้ก็โอเค คุณเดชาก็ได้บทเรียนแล้ว...ลึกๆฉันยังเชื่อในตัวเขาอยู่ เขาเคยช่วยฉัน ช่วยใครตั้งหลายคน แต่ถ้าตอนนี้มีเรื่องร้ายๆตามมาอีกฉันคงจะผิดหวังน่าดู”

“หมอจะไปผิดหวังทำไม ไม่ใช่เรื่องของหมอซะหน่อย”

จบคำก็ตัดบทชวนเธอไปกินข้าว เอื้อกานต์เซ็งมากแต่ก็ไม่ละความพยายามจะสืบเรื่องตัวตนของเขา

“ฉันก็ทำงานกับคุณมาสักพักแล้ว แต่ไม่ค่อยรู้เรื่องของคุณเลย”

“เรื่องผมไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก”

“ทำไมจะไม่น่าสนใจ...ชีวิตนักข่าวน่าสนใจออก แล้วที่บ้านคุณไม่ว่าเหรอ...ต้องมาทำอะไรเสี่ยงๆ”

“พ่อแม่ผมท่านเสียแล้ว...ผมตัวคนเดียว”

น้ำเสียงเศร้าๆของเขาทำให้เอื้อกานต์รู้สึกผิด แต่กระนั้นก็พยายามอ่านใจเขาไม่เลิก คิมซึ่งอาคมฟื้นตัวบ้างแล้วเพราะฝึกหนัก ได้ยินเสียงในใจเธอแบบขาดๆหายๆ แต่ก็พอจับใจความได้ว่าเธอต้องการอะไร

คิมบ่ายเบี่ยงเลี่ยงประเด็น ไม่อยากให้เธอรู้ความจริงเพราะไม่อยากให้เธอกับตนเสียใจไปมากกว่านี้ แต่ท่าทีของเอื้อกานต์ที่ทำท่าเหมือนน้อยใจก็ทำให้เขาเกือบใจอ่อน ถ้านภจะไม่โผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน!

ooooooo

ท่าทีสนิทสนมระหว่างเอื้อกานต์กับนภทำให้คิมหงุดหงิด แต่ก็ต้องเก็บอาการ เช่นเดียวกับทีเกื้อที่หัวเสียเพราะแผนจับตัวชายสวมหน้ากากพังไม่เป็นท่าทุกรอบ

สัตตบงกชผ่านมาเห็นเขาที่ต้องมาเฝ้าธีรนัฐตามหน้าที่ ก็อดไม่ได้จะถามไถ่และปลอบใจด้วยความเป็นห่วง

“ไม่แปลกหรอกที่คุณจะแพ้คนร้าย เพราะคนร้ายของคุณอยู่ในที่มืด ส่วนคุณอยู่ในที่แจ้ง คนร้ายเห็นความเคลื่อนไหวของคุณตลอดก็ต้องได้เปรียบอยู่แล้ว”

“ฟังดูมีเหตุผลนะ”

“ที่สำคัญคนร้ายมีวิชาอาคมเก่งกล้า ส่วนคุณทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง คุณจับทางได้ขนาดนี้ก็นับว่าเก่งแล้ว”

“ก็จริงของคุณ...ขอบคุณนะ”

“ไม่เป็นไรหรอก ยังไงเราก็เป็นเพื่อนกัน”

คำว่าเพื่อนกันของอดีตคนรักทำให้ทีเกื้อเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อธีรภูมิโผล่หน้ามา เขาเลยเลือกปลีกตัวไปหาธีรนัฐเพื่ออารักขาตามหน้าที่เหมือนเคย

ธีรนัฐเห็นท่าทางซึมๆของลูกชายคนเล็กก็อดไม่ได้จะชวนคุย

“ใกล้จะถึงวันครบรอบที่จะทำบุญให้แม่เราแล้วใช่ไหม ปีนี้พ่อว่าจะไปกับเราด้วย”

“ท่านจะมีเวลาเหรอครับ ปล่อยให้ผมกับเอื้อจัดการเองดีกว่าครับ”

“ถ้าเป็นเรื่องนี้...พ่อมีเวลาเสมอแหละ แต่เราไม่เคยเปิดโอกาสให้พ่อได้ทำหน้าที่นี้เลยต่างหาก”

“ท่านทำหน้าที่พ่อที่ดีให้กับพี่ภูมิ ทำหน้าที่สามีที่ดีให้กับคุณหญิงแค่นี้ก็พอแล้วครับ”

“แต่ว่าพ่อ...”

“ผมว่าเราอย่าพูดเรื่องนี้กันอีกเลยนะครับ”

ทีเกื้อตัดบทแล้วผละไป ทิ้งให้ธีรนัฐมองมาด้วยแววตาเศร้าๆ เสียใจที่ลูกชายคนเล็กไม่เคยเปิดใจให้...

ข่าวฉาวของเดชาทำให้ผู้คนตาสว่าง แห่กันช่วยเหลือบุญลือจนกลายเป็นกระแสในชั่วข้ามคืน ศักดิ์ชายก็มีส่วนด้วย เขามอบเงินบริจาคให้ครอบครัวบุญลือ ช่วยเหลือทุกอย่างจนทุกฝ่ายพอใจ

คิมสะใจมากที่เห็นความตกต่ำของเดชาเพราะถูกผู้คนประณาม และอดปลื้มแทนครอบครัวบุญลือไม่ได้ที่มีผู้คนมากหน้าหลายตายื่นมือให้ความช่วยเหลือ ธีรภูมิกับสัตตบงกชก็ดีใจที่มีส่วนช่วยตีแผ่ความจริงเรื่องนี้ แต่กระนั้นก็ยังมีเรื่องคาใจเกี่ยวกับทรงพลที่ธีรนัฐ คุณหญิงอัปสร และเดชาเหมือนจะมีความลับ!

ความลับจากอดีตกลายเป็นเครื่องมือต่อรองของเดชาอีกครั้ง เมื่อเขาแค้นใจเรื่องถูกแฉออกสื่อจนต้องเรียกตัวคุณหญิงอัปสรมาขู่ให้จัดการแก้ข่าวอีกรอบ แลกกับการกุมความลับนั้นต่อไป

“จะให้ฉันลงข่าวใส่ร้ายคนร้ายเนี่ยนะ ฉันทำตามที่คุณสั่งไม่ได้หรอก เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ฆ่าคน จะให้เขียนว่าเขาฆ่าได้ยังไง หลักฐานอะไรก็ไม่มี”

“ถ้าคุณหญิงไม่ช่วยผม ไม่จัดการเรื่องนี้ให้ผม ผมจะแฉเรื่องชั่วๆของสถานีให้หมดเลย!”

ooooooo

คุณหญิงอัปสรไม่มีทางเลือก จำต้องทำตามที่เดชาขอ เปิดแถลงข่าวให้เดชาโยนความผิดทุกอย่างให้ชายสวมหน้ากาก ธีรภูมิพยายามคัดค้าน แต่ก็ขัดแม่ไม่ได้เพราะเธอบอกว่าเป็นคำสั่งในฐานะผู้บริหารและเจ้าของสถานีการแถลงข่าวของเดชากลายเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง คิมนั่งดูด้วยสีหน้าสงบ ต่างจากแดนที่เป็นเดือดเป็นร้อน

“รู้แล้วพี่ยังใจเย็นนั่งนิ่งแบบนี้อีกเหรอ”

“เขาก็พูดถูก...พี่ฆ่าคน เป็นฆาตกรจริงๆ”

พูดพลางมองหน้าจอ เห็นเดชาตีหน้าเศร้าเคล้าน้ำตาบอกว่าถูกสะกดจิตเลยพูดอะไรที่ไม่จริง

“ผมก็ไม่อยากใส่ร้ายใคร แต่ก็เป็นไปได้ว่ารายการต้องการสร้างกระแสเรียกเรตติ้ง ผมเลยตกเป็นเหยื่อ...เรื่องที่ผมพูดทุกอย่างไม่เป็นความจริง ผมมีหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ทุกอย่าง ขอให้สังคมให้ความเป็นธรรมกับผมด้วย”

คิมยังไม่พูดอะไรเหมือนเคย ต่างจากแดนที่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

“ยังกล้าโกหกหน้าด้านๆอีก ไม่มีใครเชื่อมันหรอก”

“เชื่อไม่เชื่อ ผลก็ไม่ต่างหรอก ยังไงกฎหมายก็ทำอะไรไอ้เดชาไม่ได้”

“ก็จริงของพี่ เวลาผ่านไปคนก็ลืม แล้วมันก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตสวยๆได้เหมือนเดิม”

“มันก็เป็นแบบนี้ทุกราย”

“ทำไมเราถึงไม่สามารถจัดการคนชั่วได้ซะที”

“บางทีวิธีแบบนี้อาจจะไม่ได้ผลอย่างที่อาจารย์ว่าก็ได้”

“ถ้างั้นพี่จะกลับไปใช้อาคมเหมือนเดิมเหรอ”

“ก็อาจจะต้องเป็นแบบนั้น...”

การออกมาแถลงข่าวแก้ต่างให้ตัวเองของเดชา ไม่ได้ทำให้แค่คิมแค้นแทบกระอัก เอื้อกานต์ก็เป็นกังวลใจมาก กลัวคิมจะโมโหจนขาดสติและลงมือใช้อาคมอีกครั้ง ธีรภูมิกับสัตตบงกชก็มีอาการไม่ต่างกัน แม้กระแสตอบรับรายการจะเป็นไปด้วยดี แต่ก็บั่นทอนศักดิ์ศรีทั้งสองในฐานะสื่อมวลชนมากจนแทบไม่อยากเจอหน้าใคร

แต่คนที่เลือกจะตอบโต้เดชาอย่างจริงจังก็คือคิม เขาแฝงตัวเข้าไปในห้างของอีกฝ่ายเพื่อร่ายอาคมสั่งสอน แต่ไม่ทันลงมือ เอื้อกานต์ก็โผล่มาขัดจังหวะ

เอื้อกานต์เห็นคิมหน้าเสียก็แกล้งชวนกินข้าวกลบเกลื่อน คิมต้องยอมไปด้วยแบบไม่มีทางเลือกนัก ก่อนจะลอบถอนใจหนักหน่วงเมื่อเธอพูดถึงข่าวของเดชา

“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าชายสวมหน้ากากคนนั้นจะเป็นฆาตกรต่อเนื่องฆ่าคน...ไร้สาระ! วันนั้นเขายังมาสะกดจิตคุณเดชาให้เปิดเผยความจริงช่วยคนอยู่เลย”

คิมยิ้ม นึกยินดีที่เธอเข้าข้างและเข้าใจ และเอื้อกานต์ก็รู้ดีแต่ยังตีมึนทำไม่รู้ไม่ชี้

“จะว่าไปอย่างน้อยสิ่งที่เขาทำก็ได้ผลนะ ตอนนี้ไม่มีใครเชื่อคำโกหก คำแก้ตัวของเดชาแล้ว ที่สำคัญทุกคนได้รู้เรื่องลุงบุญลือ ตอนนี้มีคนบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัวลุงเต็มไปหมดเลย”

“แต่สุดท้าย...คนชั่วพวกนี้ก็เดินลอยหน้าลอยตาในสังคมได้เหมือนเดิม”

“แต่สักวันเขาก็จะได้รับกรรมของเขาเอง”

“แต่มันช้าเกินไป...ผมว่าสมควรแล้วที่คนร้ายจะทำของใส่คนพวกนี้ คงมีวิธีนี้อย่างเดียวที่จะหยุดคนพวกนั้นได้!”

ooooooo

เอื้อกานต์คงจะเกลี้ยกล่อมคิมอีกนานให้ล้มเลิกความตั้งใจจะเล่นงานเดชา หากฮันเตอร์จะไม่โผล่มาทวงสัญญาจากศิษย์เอก เพราะถึงกำหนดเวลาที่ต่อรองไว้

“เห็นไหมว่าทั้งกฎหมายและสื่อ ไม่มีอะไรจะสามารถเล่นงานคนชั่วพวกนี้ได้หรอก ถึงจำเป็นต้องมีฮันเตอร์คอยจัดการคนอย่างพวกมัน สื่อก็อาจจะช่วยแค่ตีแผ่เปิดหูเปิดตาให้คนรู้แต่ก็ลงโทษไม่ได้”

“ผมเชื่อแล้วครับ ผมไม่สามารถทำอะไรเดชาได้จริงๆ”

“กลับมาล้างแค้นโดยใช้อาคมทำลายพวกมันเหมือนเดิมซะ...นี่คือทางที่ดีที่สุด”

คิมมีท่าทางลำบากใจมาก แต่ฮันเตอร์ก็ไม่สนใจอะไรนอกจากการล้างแค้น

“อีกไม่กี่วันจะมีงานสัมมนานักธุรกิจไทยที่หัวหิน ฉันอยากให้แกลงมือ...จะได้เป็นเยี่ยงอย่างนักธุรกิจคนอื่น”

“ครับอาจารย์...ผมจะลงมือจัดการเหยื่อในวันนั้น”

เมื่อแดนรู้เรื่องในเวลาต่อมาก็เครียดแทน รู้ดีว่าคิมไม่อยากใช้อาคมแต่ขัดฮันเตอร์ไม่ได้

“ถ้าพี่ลำบากใจ ไม่อยากทำตามอาจารย์ก็ไม่เห็นต้องทำ อาจารย์ก็ดูแปลกๆ ดูท่านก็ไม่ได้หวังดีกับพี่เท่าไหร่”

คิมถอนใจยาว เอ่ยเสียงเรียบ “พี่รู้...แต่ท่านเคยช่วยชีวิตพี่ไว้ ถ้าไม่ได้อาจารย์ พี่ก็คงจะตายไปแล้ว ถึงท่านจะเป็นยังไง หรืออาจจะหลอกใช้พี่ สำหรับพี่ ท่านก็คือผู้มีพระคุณ”

“เหมือนที่พี่มีบุญคุณกับผมน่ะเหรอ”

“คงงั้นมั้ง...ท่านสอนอาคมให้พี่ ดูแลพี่เหมือนลูกคนหนึ่ง”

“งั้นก็แล้วแต่พี่ พี่คิมจะทำอะไร ผมก็ขออยู่ทีมพี่เสมอ...”

ระหว่างที่พวกคิมเตรียมลงมือเล่นงานเดชาอีกครั้ง ทีเกื้อก็นำเบาะแสสำคัญเกี่ยวกับชายสวมหน้ากากจากสำนวนคดีก่อนๆที่จะลงมือทุกคืนแรมไปบอกท่านรองฯ

“ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด วันที่คนร้ายจะลงมืออีกครั้ง...ตรงกับวันสัมมนานักธุรกิจที่หัวหินพอดี”

“ระหว่างนี้คนร้ายคงต้องพยายามหาของสำคัญของเดชาเพื่อไปทำของแน่นอน”

“ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ ผมจะอาศัยจังหวะนี้จับคนร้ายอีกครั้ง”

“แล้วมีแผนรึยัง”

“คงต้องคุมเข้มตามติดเหยื่อไว้ก่อน คนร้ายต้องวนเวียนอยู่รอบตัวเหยื่อแน่ๆ”

“ถ้าเรามีอาคมเหมือนคนร้าย เราคงไม่ต้องมานั่งงมเข็มในมหาสมุทรแบบนี้...นายไม่ลองฝึกอาคมดูล่ะ เผื่อจะช่วยให้ไล่ตามคนร้ายทันบ้าง”

คำพูดทีเล่นทีจริงของท่านรองฯทำให้ทีเกื้อคิดจะลองฝึกอาคม เมื่อเอื้อกานต์รู้เรื่องก็ถึงกับพูดไม่ออก

“มันอาจจะเป็นทางเดียวที่ทำให้จับคนร้ายได้เร็วขึ้น...เกื้อพอมีสัมผัสพิเศษอยู่บ้าง น่าจะเรียนรู้ได้ไม่ยาก เกื้อเลยอยากให้เอื้อสอนฝึกจิตให้หน่อย”

“สอนไม่ยากหรอก แต่เอื้อก็ไม่ได้มีวิชาอาคมอะไร เอื้อแค่สามารถใช้พลังจิตกำหนดบางอย่างได้เท่านั้นเอง”

ทีเกื้อพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะนิ่วหน้าไม่เชื่อ

เมื่อแฝดพี่บอกว่ากำลังฝึกอ่านใจคน เอื้อกานต์เลยพิสูจน์ด้วยการลองอ่านใจผู้คนรอบข้าง ซึ่งก็ทำได้แม่นยำมาก

“สอนเกื้อด่วนเลย ถ้าเกื้อฝึกจิตได้แบบเอื้อ คงจับโกหกคนร้ายได้”

“ฝึกไม่ยาก แต่ก่อนอื่นเกื้อต้องฝึกสมาธิให้นิ่งกว่านี้ ถ้าสมาธินิ่ง เกื้อจะสามารถอ่านใจคนอื่นได้แม่นยำขึ้น”

ooooooo

งานสัมมนานักธุรกิจที่หัวหินเป็นงานใหญ่ที่หลายคนจับตามอง แม้แต่สถานีทีเอ็นนิวส์ของธีรนัฐก็เตรียมส่งทีมงานไปทำข่าว โดยงานนี้ธีรภูมิมอบหมายให้สัตตบงกชเป็นหัวหน้าทีม

ทีเกื้อก็เตรียมตัวไปอารักขาพ่อถึงหัวหินด้วย แต่ก่อนจะถึงวันนั้นก็ต้องประสาทเสียกับแม่เลี้ยงคู่ปรับที่กีดกันเขาไม่ให้เข้าใกล้พ่อ แต่แท้จริงแล้วคุณหญิงอัปสรไม่อยากให้คนนอกแอบฟังการประชุมของสมาชิกกลุ่มทุนทีบี เลยกันทีเกื้อออกไป ลูกเลี้ยงหนุ่มยอมแบบเสียไม่ได้ เลยไม่ทันได้ยินเหล่าสมาชิกหารือเรื่องประธานกลุ่มคนใหม่อย่างเคร่งเครียด

ฮันเตอร์แฝงตัวไปเสิร์ฟน้ำให้เหล่าสมาชิก เลยได้รู้ว่าเหล่าสมาชิกมีเรื่องคิดไม่ตกเกี่ยวกับการเลือกประธานคนใหม่ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก นอกจากร่ายอาคมใส่เดชาให้สำลักเครื่องดื่มออกมาเป็นเลือด!

ไม่มีใครรู้แน่ว่ากาแฟที่กลายเป็นเลือดคือเรื่องจริงหรืออาคมของใคร แต่เพียงเท่านั้นก็ทำให้เหล่าสมาชิกแทบนั่งไม่ติด กลัวว่างานสัมมนานักธุรกิจที่จะมาถึงอาจมีเรื่องไม่ดีรออยู่...

ทีเกื้อไม่ได้สนใจพวกเดชา มัวมุ่งมั่นกับการฝึกจิตตามแบบที่เอื้อกานต์สอน และเหยื่อคนแรกที่เขาเลือกจะทดลองฝีมือก็คือสัตตบงกช แต่หัวใจเจ้ากรรมก็ทำพิษ...แทนที่เขาจะอ่านใจเธอแต่กลับถูกเธอสะกดแทน

ใบหน้าสวยใส โดยเฉพาะริมฝีปากน่าจูบของเธอทำให้ทีเกื้อถึงกับเคลิ้ม สัตตบงกชเห็นเขาจ้องเธอตาไม่กะพริบเลยแกล้งแหย่ว่าเขาคงอยากสะกดจิตเธอ

“คุณรู้ได้ไง”

“ฉันก็ทำได้เหมือนกัน”

ทีเกื้อถึงกับอึ้ง สัตตบงกชเห็นหน้าเขาก็หลุดขำ

“ฉันล้อเล่น...ฉันเห็นคุณอ่านหนังสือพวกนี้อยู่ ฉันเลยเดาเอา”

“แอบสนใจเรื่องผมเหมือนกันนะเนี่ย”

“แล้วนึกไงมาสนใจเรื่องพวกนี้”

“ผมกำลังพยายามหาทางฝึกอาคมบ้าง จะได้ตามเกมคนร้ายได้ทัน”

สัตตบงกชพยักหน้ารับรู้ แอบอดเอาใจช่วยเขาไม่ได้ที่มุ่งมั่นจะจับคนร้าย แต่ก็ต้องพยายามเก็บอาการไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขากับเธอเป็นคนรักกันมาก่อน...

ไม่ใช่แค่ทีเกื้อที่พยายามอ่านใจสัตตบงกช เอื้อกานต์ก็พยายามอ่านใจคิมเช่นเดียวกัน แต่เพราะเขาฟื้นอาคมจนเกือบเป็นปกติแล้ว เลยอ่านใจเขาไม่ได้เหมือนเคย แต่เป็นเขาที่อ่านใจเธอได้ว่าอยากรู้เรื่องเขามากแค่ไหนและท่าทางของคุณหมอสาวก็ทำให้คิมอดแกล้งถามไม่ได้

“ผมสงสัยมานานแล้ว ทำไมหมอถึงต้องสนใจเรื่องของผมขนาดนี้ด้วย”

เอื้อกานต์ถึงกับอึ้งไปก่อนจะแก้ตัวแบบขอไปทีว่าเขาหน้าเหมือนคนรู้จัก

“คนรู้จักหรือแฟนเก่าหมอ”

คุณหมอสาวสะเทือนใจมาก แต่ไม่ทันตอบ คิมก็ดักคอ

“คนอย่างผมคงไม่เหมือนแฟนเก่าหมอหรอก หมออย่าสนใจเรื่องของผมอีกเลย”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งให้เอื้อกานต์มองตามเครียดๆ อยากตามไปคุยให้รู้เรื่อง แต่ทีเกื้อก็โทร.มาโวยวายเสียก่อน

“เกื้อก็ทำตามที่เอื้อแนะนำแล้วนะ ไม่เห็นจะอ่านใจใครได้เลย”

“มันต้องใช้เวลาบ้างสิ ถ้าทำง่ายๆวันเดียว คนเขาก็ฝึกจิตแบบนี้กันหมดแล้ว”

“แบบนี้ชาติไหนเกื้อจะจับคนร้ายได้เนี่ย”

น้ำเสียงหงอยๆของแฝดน้องทำให้เอื้อกานต์อดขำไม่ได้ รู้ทันว่าอีกฝ่ายคงแอบอ่านใจสัตตบงกช ทีเกื้ออึกอัก พยายามแก้ตัว เฉไฉเบี่ยงเบนประเด็นไปเรื่อยๆ ก่อนจะนึกได้ว่าแฝดสาวอาจช่วยงานเขาเกี่ยวกับเดชาได้...

ooooooo

งานที่ทีเกื้ออยากให้แฝดพี่ช่วยคืออ่านใจเดชาเพื่อล้วงความลับเรื่องของรักของหวง เดชาไม่รู้ตัว แต่ก็ตั้งใจจะไม่บอก เพราะกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนที่เกิดกับเกริกภพ แต่กระนั้นเอื้อกานต์ก็หลอกถามจนรู้ในที่สุดว่าของรักของหวงของเดชาก็คือเงิน!

สองพี่น้องฝาแฝดเตรียมแผนปกป้องเดชาเต็มที่ โดยไม่รู้เลยว่าในช่วงเวลาเดียวกัน ฮันเตอร์กับคิมก็ฝึกวิชาถอดจิตเพื่อไปล้วงความลับเรื่องของรักของหวงจากเดชา

“ถ้าผมสามารถถอดจิตได้เหมือนอาจารย์ งานของเราก็จะง่ายขึ้น”

“แต่วิชานี้มันยากและอันตรายไปสำหรับแก แกอาจจะกลับเข้าร่างไม่ได้ก็ได้นะ”

“อาจารย์สอนผมเถอะนะครับ ทุกวันนี้ชีวิตผมก็เหมือนคนตายไปแล้ว ผมพร้อมจะเสี่ยงครับ”

นอกจากจะสอนคาถาสะกดจิต ฮันเตอร์ยังมอบยาสะกดจิตไว้ด้วย ซึ่งยาตัวนี้จะช่วยให้การสะกดจิตได้ผลแน่นอนและรุนแรงขึ้น แม้เหยื่อจะอยู่ระยะไกล ผู้ใช้ก็จะสะกดจิตได้

คิมเริ่มทดลองใช้ยาและคาถาของฮันเตอร์ในคืนเดียวกันนั่นเอง ด้วยการถอดจิตไปสืบความลับเรื่องของรักของหวงในบ้านเดชาจนได้รู้ว่าของสิ่งนั้นก็คือธนบัตรเก่าๆในตู้เซฟ!

เจนคู่ขาของเดชาเห็นเขามีท่าทีแปลกๆกับธนบัตรก็อดถามด้วยความอยากรู้ไม่ได้

“นี่เป็นเงินที่ฉันขายของได้ครั้งแรกในชีวิต ฉันก็เลยเก็บเอาไว้เป็นกำลังใจนึกถึงวันแรกที่เริ่มค้าขาย”

“อย่างนี้นี่เอง แล้วจำได้ไหมคะว่าขายอะไร”

“จำได้สิ...ขายของเล่นให้เด็กคนหนึ่ง เด็กคนนั้นมีความสุขมาก จนถึงวันนี้...ฉันยังจำรอยยิ้มเด็กคนนั้นได้เลย”

คิมดึงตัวเองจากนิมิต รู้แล้วว่าของรักของหวงของเดชาคืออะไร แดนที่รอรับคำสั่งตั้งท่าจะถาม แต่ก็ถูกคิมไล่กลับบ้านก่อน เพราะอยากอยู่ตามลำพัง

แท้จริงแล้วเอื้อกานต์ส่งโทรจิตมาหา เป็นห่วงไม่อยากให้เขาใช้อาคมเล่นงานเดชา

“ฉันเป็นห่วงคุณนะ...แล้วฉันก็ลำบากใจด้วยที่ต้องช่วยคุณแบบนี้ คุณจะทำให้มือตัวเองเปื้อนเลือด มีบาปติดตัวเหมือนคนพวกนั้นไปทำไม ฉันขอร้อง...ปล่อยเดชาไปเถอะนะ”

คิมไม่ได้ตอบอะไร แต่ลงมือวางแผนจะขโมยของรักของหวงของเดชาในวันต่อมาด้วยการวางยาสะกดจิตเจน โดยนึกไม่ถึงเลยว่าทีเกื้อที่ฝึกสมาธิเพื่ออ่านใจคนจะเกิดนิมิตว่าเจนจะก่อเรื่อง

เอื้อกานต์รับฟังเรื่องนิมิตของแฝดน้องด้วยท่าทีนิ่งสงบ ก่อนจะรีบตามประกบเดชาที่พาเจนไปช็อปปิ้งในห้างของตัวเอง คิมเฝ้ารออยู่แล้ว เมื่อมีโอกาสตอนเจนไปลองเสื้อก็จัดการป้ายยาสะกดจิตทันที

เจนไม่รู้ตัวเลยว่ามียาสะกดจิตป้ายที่เสื้อ เช่นเดียวกับเอื้อกานต์ที่คิดว่าตนเองโผล่มาขวางคิมทันเวลา และเมื่อเจนแยกไปสมทบเดชา คุณหมอสาวก็หันไปจ้องหน้าเอาเรื่องคิม

“คุณมาทำอะไรที่นี่”

“ผมก็...มาซื้อของน่ะสิ”

“แผนกผู้หญิงเนี่ยนะ”

“ผมก็มาซื้อให้แฟนผมไง หมอนั่นแหละมาทำอะไร”

คำว่าแฟนจากปากเขาทำให้เอื้อกานต์หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ทำเป็นนิ่ง โต้กลับ

“ฉันก็มาดูแลคุณเดชาไง”

“แน่ใจเหรอหมอว่ามาดูแลเดชา ผมนึกว่าหมออยากอยู่ใกล้ชิดแฟนซะอีก”

คิมอดแขวะถึงนภที่มาด้วยกันไม่ได้ หมั่นไส้ที่เห็นคุณหมอสาวให้ความสนิทสนม

“คุณจะคิดยังไงก็แล้วแต่...แต่ฉันตั้งใจมาดูแลคุณเดชาจริงๆ”

“หมอทิ้งคนไข้ที่น่าสงสารตั้งหลายคนเพื่อมาดูแลคนชั่วอย่างไอ้เดชาเนี่ยนะ”

“จะคนดีคนชั่วก็คือคนเหมือนกัน...ฉันก็อยากกลับไปรักษาคนไข้ แต่ที่ฉันต้องมาทำอย่างนี้ก็เพราะคนร้าย นั่นแหละที่ไม่ยอมหยุดซะที...ไม่รู้จะโกรธเกลียดอะไรนักหนา!”

ooooooo

คำพูดเตือนสติของเอื้อกานต์เปลี่ยนใจคิมไม่ได้ เดินหน้าตามแผนเดิม ทีเกื้อกับเอื้อกานต์เลยต้องเตรียมเฝ้าระวังเจนตลอดเวลา เพราะกลัวว่าคู่ขาสาวของเดชาจะแอบขโมยของรักของหวงตามนิมิตของทีเกื้อจริงๆ

พร้อมกันนั้นสองพี่น้องฝาแฝดก็ช่วยกันวางแผนตลบหลัง หลอกล่อให้คิมเข้าบ้านเดชาเพื่อจับให้ได้คาหนังคาเขา แล้วทุกอย่างก็เหมือนจะเป็นไปตามแผน เจนโดนสะกดจิตตามคาด และขโมยของรักของหวงของเดชาออกไปให้ที่จุดนัดพบ ทีเกื้อรีบตามประกบแต่กลับต้องหัวเสียอย่างหนัก เมื่อเห็นว่าคนที่มาเอาของไม่ใช่คิมแต่เป็นอดีตคนรัก!

สัตตบงกชนั่นเองที่โผล่ไปขัดจังหวะด้วยความเป็นห่วงเขา ทีเกื้อโมโหมาก เพราะนอกจากจะจับคนร้ายไม่ได้ ของที่เจนขโมยมาส่งให้ชายสวมหน้ากากก็ดันหายไปอีกต่างหาก!

ฝีมือของฮันเตอร์กับแดนนั่นเองที่ร่วมกันตลบหลังพวกทีเกื้ออีกชั้น ด้วยการหลอกล่อตำรวจหนุ่มให้ตามเจนออกจากบ้านเดชา เพื่อเปิดโอกาสให้คิมเข้าไปขโมยของที่ถูกซ่อนอย่างมิดชิดในตู้เซฟ

แต่พวกคิมก็คงคิดไม่คิดว่าเอื้อกานต์จะเดาทางได้และมาดักรอ

“ฉันรอตั้งนาน แล้วคุณก็มาจริงๆด้วย...สุดท้ายคุณก็ไม่ทำตามที่ฉันขอ”

คิมใจเสียแต่ยังพยายามเก็บอาการและอ่านใจคุณหมอสาว

“ฉันรู้ความจริงหมดแล้ว ฉันรู้ว่าคุณคือใคร ทำไมคุณต้องทำให้ฉันลำบากใจด้วย”

คราวนี้คิมถึงกับอึ้งไป แต่ไม่ทันโต้ เสียงนภก็ดังขึ้น ประกาศกร้าวให้เขายอมมอบตัว แต่คิมก็หาทางหนีไปจนได้ พร้อมความโล่งใจของเดชาเพราะของรักของหวงยังอยู่ในตู้เซฟ

เดชาปลื้มมากที่พวกตำรวจช่วยป้องกันของไว้ได้ ทีเกื้อหมั่นไส้เลยอดแขวะไม่ได้

“เพราะคุณไม่ยอมบอกที่ซ่อนของของคุณ ผมเลยต้องใช้วิธีนี้...เห็นไหมว่าถ้าคุณพลาดนิดเดียว คนร้ายคงเอาของไปได้แล้ว คุณประมาทคนร้ายเกินไป”

“ก็ผมไม่รู้นี่ว่ามันจะเก่งกาจ รู้ทุกเรื่องแบบนี้”

เอื้อกานต์ห้ามทัพสองหนุ่มด้วยการขอดูธนบัตรชัดๆ ใช้สัมผัสพิเศษเพื่อรับรู้เรื่องราวความเป็นมาของมัน แต่จับเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล เพราะธนบัตรในตู้เซฟเป็นของปลอม!

ท่าทางแปลกๆของเอื้อกานต์ทำให้เดชาสงสัย แต่เธอก็เฉไฉกลบเกลื่อนไปได้ แต่ทีเกื้อไม่เชื่ออาการเสแสร้งนั้น รอจนได้อยู่ตามลำพังจึงคาดคั้นจากแฝดพี่จนได้รู้ความจริงเรื่องธนบัตรของจริงถูกขโมยไปแล้ว

“เอื้อต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับนะ อย่าให้คุณเดชารู้เด็ดขาด เกื้อไม่อยากให้เขาเครียด”

“เอื้อรู้...ถ้าจิตใจเกิดความกลัว ความอ่อนแอก็จะตามมา คนร้ายก็จะทำของได้ง่ายขึ้น”

“ระหว่างนี้เกื้อจะพยายามตามหาคนร้ายให้ได้”

“เดี๋ยวเอื้อจะช่วยอีกแรง...”

ooooooo

แดนตกใจมากเมื่อรู้จากคิมว่าเอื้อกานต์รู้ ความจริงเรื่องชายสวมหน้ากากแล้ว แต่ไม่ทันช่วยแก้ปัญหา ฮันเตอร์ก็โผล่มาเอาของรักของหวงของเดชาเสียก่อน เพราะอยากทำพิธีด้วยตัวเอง

คิมไม่อยากให้อาจารย์ลงมือเอง กลัวเดชาจะถึงแก่ชีวิต เลยได้แต่บ่ายเบี่ยงและอาสาจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ฮันเตอร์ยอมแบบไม่เต็มใจนัก หมายมั่นปั้นมือในใจจะต้องหาทางทำอาคมซ้ำศิษย์เอกให้ได้!

เดชายังไม่รู้ตัวจะถูกปองร้ายในอีกไม่กี่วัน มัวย่ามใจที่พวกตำรวจช่วยปกป้องของรักของหวงไว้ได้ ท่านรองฯเหนื่อยหน่ายใจมาก แต่ก็พยายามป้องกันอีกทางด้วยการแจกสร้อยหินดำแก่สมาชิกกลุ่มทุนทีบี

“มันแค่ป้องกันให้คนร้ายทำอะไรได้ยากขึ้นก็เท่านั้น...ทางที่ดีที่สุดพวกคุณต้องหมั่นฝึกสมาธิ ทำบุญ อยู่ในศีลในธรรม ความดีและจิตที่บริสุทธิ์จะช่วยปกป้องพวกคุณจากมนต์ดำได้ดีที่สุด”

สมาชิกกลุ่มทุนทีบีมองหน้ากันเครียดๆ ก่อนที่ท่านรองจะเป็นฝ่ายทิ้งท้ายเสียงเข้ม

“พวกคุณกำลังจะไปงานสัมมนานักธุรกิจไทยใช่ไหม...วันประชุมเป็นคืนเดือนมืด...ผมอยากให้ทุกคนระวัง คนร้ายอาจจะทำของ เล่นงานใครก็ได้ เพราะฉะนั้นไม่ควรประมาทเด็ดขาด!”

คำเตือนของท่านรองฯทำให้สมาชิกกลุ่มทุนทีบีเริ่มวิตก กลัวเป็นเหยื่อรายต่อไปของชายสวมหน้ากาก แต่ที่พวกเขาไม่รู้คือคิมไม่ได้คิดถึงแผนการที่จะลงมือเลย มัวคิดไม่ตกเรื่องที่เอื้อกานต์รู้ความจริงมากกว่า

ท่าทางผิดหวังของเอื้อกานต์มีผลต่อใจคิมอย่างน่าประหลาด และเขาก็ไม่รอช้าจะบุกไปเคลียร์กับเธอถึงโรงพยาบาล แต่คุณหมอสาวไม่พร้อมจะเผชิญหน้าเลยพยายามบ่ายเบี่ยง คิมน้อยใจมากแต่ก็ได้ใจชื้นหลังจากนั้น เมื่อได้ยินจากพยาบาลว่าคุณหมอสาวเป็นคนรักเดียวใจเดียว และเธอคงยังไม่ลืมคนรักเก่า...

เอื้อกานต์อึดอัดใจมากที่ต้องเจอหน้าคิม ยังทนมองหน้าเขาไม่ได้เพราะรู้ดีว่าเขาเป็นตัวการเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมา คุณหมอสาวพยายามระงับความฟุ้งซ่านและมุ่งมั่นกับงาน แต่ทำได้แวบเดียวก็ต้องพักไว้ก่อน เมื่อธีรนัฐมาหาเพื่อขอไปร่วมงานทำบุญครบรอบวันตายนวลแม่แท้ๆของฝาแฝด

“เอื้อดีใจนะคะที่คุณพ่อจะไป คุณแม่เองก็ต้องดีใจแน่ๆเลยค่ะ”

“แต่เกื้อคงไม่คิดแบบเอื้อแน่”

สีหน้าเศร้าๆของพ่อทำให้เอื้อกานต์สงสาร อาสาจะช่วยพูดกับแฝดน้อง

“ขอบใจมากนะเอื้อ ช่วยพูดกับน้องให้พ่อด้วย”

“ได้ค่ะ...เกื้อดื้อมาก ไม่รู้ว่าจะยอมไหม แต่เอื้อจะพยายามค่ะ”

ทีเกื้อยังไม่รู้ตัวว่าพ่อแท้ๆจะไปร่วมงานบุญด้วย มัวหมกมุ่นกับเรื่องราวในอดีตตอนเพิ่งย้ายมาอยู่กับพ่อใหม่ๆ เขากับเอื้อกานต์ถูกคุณหญิงอัปสรทำร้ายร่างกายและจิตใจเสมอ จนคุณย่าทนไม่ไหวออกโรงปกป้อง

“ถึงเธอจะไม่เมตตาเด็กกำพร้าลูกเมียน้อย ไม่ยอมรับมัน แต่ยังไงมันก็หลานฉัน...เธอไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้”

“ถ้าจะให้อยู่ที่นี่...ก็ต้องทำตามกฎของหนู ถ้าหนูว่าผิดก็คือผิด”

“งั้นก็ให้มันมาอยู่ที่เรือนหลังเล็กกับฉันก็แล้วกัน จะได้ไม่ไปขัดหูขัดตาเธอ”

“ก็ดีค่ะ...หนูก็อยากให้มันเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่หนูขอย้ำอีกครั้งนะคะ อย่าให้มันใช้นามสกุลนัฐเด็ดขาด เพราะหนูจะไม่ให้มันได้ชื่อว่าเป็นทายาท มีส่วน ในสมบัติที่หนูหามาแน่นอน”

“ได้! ถึงมันไม่ได้ใช้นามสกุลพ่อ แต่ฉันยอมรับว่ามันเป็นหลาน ทุกคนในบ้านรู้ เธอปิดปากทุกคนไม่ได้หรอก!”

ooooooo

.

..........

https://www.thairath.co.th/novel/ARKOM/ep6/page1

อาคม ตอนที่ 6

อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

ภาพความทรงจำเกี่ยวกับคุณย่าเลือนหาย ทีเกื้อดึงตัวเองจากอดีตทันทีที่รู้ตัวว่าไม่ได้อยู่ตามลำพัง สัตตบงกชนั่นเอง เธอเห็นรถเขาที่หน้าบ้านเลยแวะมาเพราะยังไม่ถึงเวลานัดกับคุณหญิงอัปสรว่าที่แม่สามี

ท่าทางซึมๆของทีเกื้อทำให้สัตตบงกชเดาว่าเขาคงคิดถึงคุณย่า

“ฉันจำได้ว่าคุณเคยพูดถึงคุณย่าให้ฉันฟังบ่อยๆ”

“ใช่...ตั้งแต่คุณแม่เสีย ผมย้ายมาอยู่ที่นี่ ก็มีคุณย่าเนี่ยแหละที่คอยดูแลปกป้องผมกับเอื้อ ท่านเป็นเหมือน ทั้งพ่อและแม่สำหรับผม จนคุณย่าเสียเราก็ย้ายออกจากบ้านนี้ทันที คุณเลยไม่เคยเจอท่านกับคุณพ่อผมเลย”

แววตาเข้าอกเข้าใจของเธอทำให้ทีเกื้อสบายใจและไว้ใจมากพอจะพูดถึงคุณย่าต่อ

“คุณย่ามักพูดเสมอว่าท่านไม่ค่อยแข็งแรง คงอยู่ได้ อีกไม่นาน แต่ท่านจะอยู่ส่งเราสองพี่น้องจนถึงฝั่ง เสียดายที่ท่านอยู่ไม่ถึงตอนที่ผมได้เป็นตำรวจ”

“ถ้าท่านเห็นคุณวันนี้ ท่านคงภูมิใจมาก”

สองหนุ่มสาวผสานสายตากันด้วยความเข้าใจ ก่อนที่สัตตบงกชจะได้สติก่อนและชวนเขาไปรอธีรนัฐที่บ้านใหญ่ ทีเกื้อไม่ขัดเพราะต้องอารักขาพ่อตามหน้าที่ แต่คุณหญิงอัปสรกลับไม่คิดเช่นนั้น โวยวายทันทีที่เจอหน้าลูกเลี้ยงหนุ่ม

“ใครอนุญาตให้แกเข้ามาในบ้านนี้!”

สัตตบงกชหน้าเสีย ตั้งท่าจะอธิบายแต่ก็ช้ากว่าทีเกื้อที่ออกตัวปกป้องเธอเต็มที่

“ขอโทษนะครับ...การที่ผมมาทำงานตามคำสั่ง มันผิดตรงไหน และสร้างความเดือดร้อนให้คุณหญิงยังไง”

“ไม่ผิด...แต่ฉันไม่พอใจให้แกมาเหยียบบ้านนี้อีก”

“แต่เผอิญว่าพ่อแท้ๆของผมอยู่ที่นี่ สายเลือดตัดยังไงก็ไม่ขาดหรอกครับ การที่ผมได้ดูแลอารักขาพ่อตัวเองแบบนี้ ก็เป็นสิ่งที่ลูกกตัญญูควรทำไม่ใช่เหรอครับ ความพอใจไม่พอใจของคุณหญิงคงห้ามผมไม่ได้หรอกครับ”

“แก...ไอ้ลูกเมียน้อย ออกจากบ้านฉันไปเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

แหวจบก็ผลักทีเกื้อ สัตตบงกชเข้าขวางเลยล้มกระแทกพื้น ทีเกื้อจะประคองแต่ก็ช้ากว่าธีรภูมิ โผล่มาขัดจังหวะ แยกแม่ออกจากน้องชายคนละแม่และดูแลคู่หมั้นสาวอย่างอ่อนโยน...

ooooooo

ภาพบาดตาบาดใจระหว่างธีรภูมิกับสัตตบงกชทำให้ทีเกื้องุ่นง่านมาก ทั้งน้อยใจและช้ำใจเพราะยังตัดใจจากเธอไม่ได้ ไม่ต่างจากเอื้อกานต์ที่นั่งจ้องภาพถ่ายเก่าๆของตนกับทรงกลดแฟนหนุ่มผู้ล่วงลับ

ทีเกื้อเห็นแฝดพี่มองภาพแฟนหนุ่มแล้วทำหน้าเศร้า ก็อดถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงไม่ได้ เอื้อกานต์ถอนใจยาว ก่อนจะบอกว่าทำใจได้นานแล้วแต่ยังคิดถึงทรงกลดไม่เคยเปลี่ยน

“เกื้อก็เก่งนะ...ทำใจเรื่องพี่กลดได้”

“เพราะเอื้อยอมรับความจริงตะหาก...มีพบก็ต้องมีจาก ถ้าเรายอมรับความจริงได้เร็ว มันก็เจ็บไม่นาน ถ้าไม่รู้จักยอมรับมัน ใจมันก็จะเจ็บซ้ำซากเรื่องเดิมไม่ไปไหน”

“เหมือนเกื้อตอนนี้ใช่ไหม ดูสิ...อกหักตั้งนาน ไม่หายซะที หมอช่วยรักษาหน่อยสิ ดามให้หน่อย”

“งั้นขอไปถามหมอกระดูกก่อนก็แล้วกันว่าจะใช้เหล็กดาม...หรือหักมันทิ้งเลยดี”

เอื้อกานต์แหย่แฝดน้องแบบทีเล่นทีจริง ก่อนจะปลอบอย่างจริงจังให้พยายามทำใจเรื่องสัตตบงกช ทีเกื้อรับปากแบบขอไปที ก่อนจะต้องหน้าตึงเมื่อได้ยินสาเหตุที่แฝดพี่นั่งรอเขากลับบ้านจนดึกดื่น

“คุณพ่ออยากไปทำบุญกับเราด้วย แต่ท่านกลัวว่า เกื้อจะไม่ยอม เลยให้พี่มาพูดกับเกื้อ”

“เขาจะอยากไปทำไม เขาเห็นแก่ตัว มีคุณหญิงอยู่แล้ว ยังมาหลอกแม่เรา แม่คงไม่อยากให้เขาไปงานหรอก”

“เกื้อรู้ได้ยังไง เกื้อเป็นแม่เหรอ...นี่มันเป็นเรื่องในอดีต เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เกื้อควรจะลืมได้แล้ว...ทุกข์เปล่าๆ”

คำพูดเตือนสติของแฝดพี่ทำให้ทีเกื้อเถียงไม่ออก เอื้อกานต์เลยถือโอกาสหว่านล้อมต่อ

“เกื้อติดปฏิบัติภารกิจต้องคอยดูแลพ่อ ถ้าพ่อไปทำบุญด้วย เกื้อจะได้ไม่ลำบากใจว่าต้องลางาน”

“ถ้าเอื้อยืนยันแบบนี้ ก็แล้วแต่นะ...ทำไมมีแต่เรื่องที่ฟังแล้วเจ็บเนี่ย...เบื่อจริงๆ”

“ความเบื่อก็มาจากจิตของเกื้อ...”

“พอๆ ฟังเอื้อเทศน์...เกื้อไปวางแผนรับมือคนร้ายวันสัมมนาดีกว่า...”

แม้รู้ดีว่าทีเกื้อจะดูแลพ่ออย่างดี แต่เอื้อกานต์ก็ยังไม่สบายใจ เพราะดันเกิดนิมิตว่าจะเกิดเหตุร้ายกับเดชา คุณหมอสาวระแวงว่าคิมจะลงมืออีกครั้ง เลยวางแผนชวนเขาไปทำบุญครบรอบวันตายแม่ด้วย

คิมยอมรับปากทั้งที่รู้ว่าเป็นแผนของคุณหมอสาว เมื่อแดนรู้เรื่องก็กังวลแทน กลัวแผนเล่นงานเดชาจะเหลว แต่คิมกลับไม่คิดมากเพราะเตรียมแผนสำรองไว้ และเขาจะลงมือคนเดียว ไม่ให้แดนกับฮันเตอร์เข้ามายุ่ง

ฮันเตอร์ไม่พอใจที่ศิษย์เอกไม่ให้ไปด้วย หรือแม้แต่บอกแผนจัดการกับเดชาที่งานสัมมนา แต่เขาก็ไม่ยี่หระ คิดไว้แล้วจะต้องหาทางซ้ำรอยคิมและปลิดชีวิตเดชาให้ได้!

นอกจากธีรนัฐจะขอไปร่วมงานทำบุญกับทีเกื้อและเอื้อกานต์ ธีรภูมิก็ขอตามไปด้วยพร้อมสัตตบงกช

“เห็นคุณพ่อจะแวะไปทำบุญให้แม่เกื้อก่อน พี่เลยอยากไปด้วย เกื้อคงไม่ว่าอะไรพี่นะ”

ทีเกื้อหงุดหงิดอยู่แล้วเรื่องพ่อ ต้องมาอึดอัดเพราะอดีตคนรักอีก แต่ก็ไม่มีทางเลือกต้องยอมแบบเสียไม่ได้

“จะว่าอะไรล่ะครับ...เมื่อก่อนพี่ก็ไปกับผมกับคุณย่าตลอดอยู่แล้ว ส่วนหนูดี...อีกหน่อยเขาก็จะมาเป็นครอบครัวเดียวกับเรา ผมจะได้แนะนำให้แม่ผมรู้จักแฟนพี่ด้วยไงครับ”

สัตตบงกชหน้าเสีย แต่กลบเกลื่อนด้วยการชวนทุกคนขึ้นรถไปบ้านสวนของฝาแฝด ธีรภูมิยิ้มแย้มตอบรับ ก่อนจะไล่คู่หมั้นสาวไปนั่งข้างคนขับคู่กับทีเกื้อ ส่วนตัวเองจะนั่งด้านหลังกับธีรนัฐ...

ooooooo

เอื้อกานต์ล่วงหน้าไปบ้านสวนของแม่กับตา ตั้งแต่เช้าวันเดียวกัน ตาชมกับยายยิ้มคนเฝ้าบ้านออกมาต้อนรับและช่วยคุณหมอสาวเตรียมห้องพักสำหรับแขกจากกรุงเทพฯ ส่วนคิมไม่ได้มาพร้อมคุณหมอสาว แต่โทร.บอกจะตามไปช่วยเตรียมงานตอนเย็นเพราะติดธุระสำคัญ

คิมหลบไปเตรียมงานเล่นงานเดชาในวันงานสัมมนา โดยไม่รู้เลยว่าฮันเตอร์ชิงลงมือตัดหน้าด้วยการวางยาทุกคนบนรถทีเกื้อ ตำรวจหนุ่มเห็นบางอย่างผิดปกติข้างทาง เหมือนมีแก๊งปาหินมาดักเล่นงานเลยลงไปดู แต่ก็ต้องวิ่งกลับรถแทบไม่ทันเมื่อเอื้อกานต์เกิดนิมิตพิเศษบอกว่าทุกคนบนรถกำลังตกอยู่ในอันตราย!

ทีเกื้อวิ่งกลับรถแบบไม่คิดชีวิต พลันต้องเบรกตัวโก่งเมื่อเจอแก๊งปาหินที่ถูกฮันเตอร์สะกดจิตมาอีกทีดักหน้า ตำรวจหนุ่มรีบจัดการแก๊งปาหินในไม่กี่อึดใจ พร้อมกับกลุ่มควันดำที่ลอยออกจากร่าง!

กว่าทีเกื้อจะถึงรถ ทุกคนก็สลบไสลไม่ได้สติแล้ว ตำรวจหนุ่มรีบเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้ทุกคนและรีบพาไปบ้านสวนเพื่อให้แฝดพี่ดูอาการ เอื้อกานต์รออยู่แล้วและปฐมพยาบาลทุกคนจนพ้นขีดอันตราย แต่สัตตบงกชดูจะอาการหนักกว่าเพื่อนเพราะนั่งข้างคนขับทำให้ได้รับผลจากยาสะกดจิตมากกว่าทุกคน

เอื้อกานต์บงการให้แฝดน้องอุ้มสัตตบงกชไปพักในห้องของเธอ ทีเกื้อปฏิเสธเพราะไม่อยากรู้สึกผิดต่อธีรภูมิ แต่แฝดพี่ก็หว่านล้อมจนต้องยอมในที่สุด แล้วเขาก็ได้ค้นพบความลับของเธอที่ยังเก็บแหวนของเขาไว้ ทีเกื้อต้องเก็บความข้องใจเรื่องแหวนไว้ก่อน และหันมาสนใจเรื่องเหตุร้ายวางยาสลบบนรถแทน

“พวกแก๊งปาหิน...มันคงเอายาอะไรสักอย่างผูกกับก้อนหิน พอยาแตกใส่กระโปรงรถ มันเลยระเหยเข้าไปในรถได้ น้ำยาตัวนี้แหละ...เอื้อรู้จักไหม...เกื้อว่าน่าจะเป็นฝีมือคนร้ายรายเดิมแน่ๆ”

เอื้อกานต์รับกระดาษทิชชูที่แฝดน้องเก็บน้ำยาสีเขียวบนกระโปรงรถมาดมแล้วส่ายหน้า

“เป็นไปได้ไหมว่าเหยื่อรายต่อไปจะเป็นคุณพ่อ”

“ก็ไม่แน่นะ...แต่ไม่น่าใช่ คนร้ายอาจเข้าใจผิดว่ารถคันนี้เป็นของเดชามากกว่า เพราะทีมของนภก็ใช้รถรุ่นนี้”

เหตุร้ายที่เกิดกับพวกทีเกื้อรู้ถึงหูเดชาในเวลาต่อมา เจ้าของห้างดังย่ามใจมาก เพราะเชื่อว่าชายสวมหน้ากากเปลี่ยนเป้าหมายจากเขาเป็นธีรนัฐ ฮันเตอร์ เฝ้ามองอยู่แล้วจากมุมไกลๆเลยคิดจะสั่งสอน!

ภาพอดีตอันโหดร้ายที่เมียและลูกของฮันเตอร์ถูกเกริกภพฆ่าตายทำให้ฮันเตอร์กัดกรามแน่น ก่อนจะใช้จังหวะที่เดชาใช้ห้องเซาน่าร่ายอาคมทำให้ร้อนผ่าว ทั้งตัวและล็อกประตู!

เดชาหน้าซีดเผือด คิดว่าต้องตายอย่างน่าอนาถในห้องเซาน่า ฮันเตอร์สะใจมาก เร่งท่องอาคมให้เร็วและรุนแรงขึ้น แต่โชคก็ไม่เข้าข้าง เมื่อมีพนักงานมาเปิดประตู เดชาเลยรอดตายหวุดหวิด...

ooooooo

ระหว่างที่เดชาทนทุกข์ทรมานเพราะอาคมของฮันเตอร์ คณะของทีเกื้อก็อาการดีขึ้นมาก ธีรนัฐกับธีรภูมิฟื้นจากยาสลบแล้ว คงมีเพียงสัตตบงกชที่นอนไม่ได้สติในห้องของเอื้อกานต์ แต่รอไม่นานสัตตบงกชก็ฟื้นและมาสมทบทุกคน ทีเกื้อเลยถือโอกาสถามถึงเรื่องราวทั้งหมด

“เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ผมลงจากรถ”

ธีรภูมิเล่าแทนทุกคน “พอเกื้อออกไปได้สักพักก็มีกลิ่นเหม็นลอยเข้ามากับแอร์ พี่แล้วก็ทุกคนก็เริ่มหายใจติดขัด กำลังจะเปิดประตูออกมาข้างนอก แต่ก็หน้ามืดวูบไปซะก่อน รู้สึกตัวอีกทีก็มาอยู่ที่นี่แล้ว”

“คงเป็นยาสลบที่ติดมากับก้อนหิน ยาคงมีฤทธิ์แรงมาก ถึงทำให้ทุกคนเป็นได้ถึงขนาดนี้”

ทีเกื้อหมายถึงก้อนหินที่แก๊งปาหินขว้างมาหน้ากระจกรถเพื่อก่อกวน เอื้อกานต์สงสัยว่าอาจเป็นฝีมือของคิม แต่ไม่ทันได้สะระตะ เจ้าตัวที่เธอนึกถึงก็โผล่มา ใบหน้าของแขกคนล่าสุดของบ้านสวนทำให้ทีเกื้อพูดไม่ออก และแทบทนรอไม่ไหวจะได้อยู่ตามลำพังกับแฝดพี่

“หน้าเขาเหมือนพี่กลดจริงๆด้วย”

“ตอนแรกเอื้อก็คิดแบบนั้น แต่ไม่ใช่แน่ๆ เอื้อลองใช้จิตสัมผัสดูแล้ว ความรู้สึกต่างจากพี่กลดมาก”

“ไม่ต้องใช้จิตสัมผัสหรอก ดูแค่บุคลิก ลักษณะ ท่าทาง การพูด...เกื้อก็ว่าไม่ใช่”

“พี่กลดตายไปแล้ว เราก็รู้ชัดเจน...มันคงไม่มีปาฏิหาริย์อะไรให้เขาฟื้นมาได้หรอก”

“ถึงเขาจะไม่ใช่พี่กลด แต่เกื้อรู้สึกติดใจบางอย่างกับผู้ชายคนนี้บอกไม่ถูก พูดถึงก็มาแล้ว...งั้นเกื้อไปก่อนนะ”

คิมอึดอัดที่ต้องอยู่ท่ามกลางครอบครัวฝาแฝด เหตุร้ายบนรถทำให้บรรยากาศอึมครึมและเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก เอื้อกานต์ที่พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวระแวงว่าเขาอาจเป็นคนทำร้ายพ่อเลยงอนไม่ยอมพูดด้วย ท่าทางของคุณหมอสาวทำให้คิมรีบตามไปเคลียร์ แล้วก็ต้องผงะเมื่อเธอเปิดฉาก

“ฉันรู้แล้วว่าคุณเป็นใคร...แต่ที่ไม่พูด แกล้งทำเป็นไม่รู้เพราะคิดว่าคุณจะหยุด...ที่พ่อฉันเป็นแบบนี้เพราะฝีมือคุณใช่ไหม คุณสะกดจิตแก๊งปาหินมาทำร้ายพ่อฉัน”

“ไม่ใช่...ผมไม่ได้เป็นคนทำ ถ้าหมอไม่เชื่อก็ลองอ่านใจผมดูสิ...หมอทำได้ไม่ใช่เหรอ”

พูดจบก็สบตาวัดใจกับคุณหมอสาว เอื้อกานต์จ้องไม่นานก็เขิน หลบตา

“ไม่ใช่ฝีมือคุณจริงๆเหรอ”

“อาจจะเป็นแก๊งปาหินจริงๆก็ได้”

“ฉันจะลองเชื่อใจคุณดู...ที่ผ่านมาคุณอ่านใจฉันตลอดเลยเหรอ แบบนี้ก็รู้หมดสิว่าฉันคิดอะไรบ้าง”

“รู้ทุกเรื่องที่หมอว่าผมในใจ...”

เอื้อกานต์อายมากเพราะเคยนินทาเขาในใจหลายรอบ คิมไม่ถือสา ชอบใจด้วยซ้ำที่ปรับความเข้าใจกับเธอได้...

ooooooo

หลังแยกจากแฝดพี่ ทีเกื้อก็แวะไปกราบคุณตาในห้องพระ ภาพใบหน้าดุดันของดาบอินตาแท้ๆของฝาแฝดไม่ได้ทำให้ตำรวจหนุ่มนึกกลัว แต่รักและคิดถึงเหมือนที่เคยมาตลอด

“ผมรู้ว่าตาไม่ชอบพ่อมาก แต่วันนี้ผมพาพ่อมาค้างที่นี่ คุณตาอย่าโกรธผมนะครับ”

ธีรนัฐพ่อแท้ๆของฝาแฝดเป็นลูกเขยที่ดาบอินไม่เคยยอมรับ และประกาศกร้าวให้เลิกรากับนวลลูกสาวคนเดียว ทีเกื้อยังจำได้...พ่อเคยมาเยี่ยมเขากับเอื้อกานต์แต่ตาไม่ให้พบ

“ให้โอกาสให้ผมได้เจอลูก ได้ดูแลลูกแล้วก็นวลเถอะนะครับ”

“ไม่จำเป็น...ลูกกับหลานฉัน ฉันดูแลเองได้”

“แต่นวลเป็นเมียผมนะครับ”

“เมียเหรอ...แกหลอกลวงลูกสาวฉัน ทำลูกสาวฉันท้อง ทั้งที่ตัวเองมีเมียแล้ว ฉันไม่เอาปืนไล่ยิงก็บุญแล้ว”

“ผมขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะหลอกนวลเลย ผมรักนวลจริงๆ”

“ถ้ารักลูกสาวฉันจริง ก็ช่วยเลิกติดต่อ แกคงไม่อยากให้คนที่แกรักขึ้นชื่อว่าเป็นเมียน้อยแย่งสามีคนอื่นใช่ไหม”

ธีรนัฐหน้าเสียเถียงไม่ออก ดาบอินเลยหันไปปรามนวลลูกสาวและแม่แท้ๆของฝาแฝดบ้าง

“เราก็เหมือนกัน...ผิดครั้งแรกเพราะเราไม่รู้...พ่อไม่ว่า แต่ตอนนี้รู้ว่าเขามีเมียแล้ว ถ้ายังไปยุ่งกับเขาอีกก็เท่ากับเป็นชู้ พ่อจะไม่ยอมให้ลูกสาวคนเดียวของพ่อเป็นชู้กับใคร!”

ทีเกื้อดึงตัวเองจากอดีต ครั้งนั้นคือครั้งแรกที่เขาได้รู้ว่าพ่อมีภรรยาอีกคนซึ่งก็คือคุณหญิงอัปสรแม่เลี้ยงคู่ปรับ ตำรวจหนุ่มถอนใจยาวเมื่อคิดถึงเรื่องตัวเอง...เรื่องพ่อก็แย่แล้ว แต่เรื่องอดีตคนรักก็หนักหน่วงไม่แพ้กัน

“ผมกำลังไปชอบคนที่เขามีเจ้าของอยู่แล้วเหมือน กับแม่...ผมควรทำยังไงดีครับ ทั้งเรื่องความรัก เรื่องงาน ไม่มีอะไรดีสักอย่าง คนร้ายผมก็ยังตามจับไม่ได้ ท่านรองเล่าว่าคุณตาเก่งมาก มีวิชาอาคม...ถ้าคุณตาอยู่คงช่วยผมได้เยอะ”

พูดพลางส่งสายตาขอความเห็นใจไปที่ภาพคุณตา พลันก็เกิดลมพัด...สมุดเล่มหนึ่งหล่นจากชั้น ทีเกื้อเอื้อมมือ ไปหยิบแล้วก็สะดุดกับชื่อบนหน้าปกที่เขียนด้วยลายมือของคุณตาว่าอาคม!

ขณะที่ทีเกื้อขะมักเขม้นกับตำราอาคมของคุณตา ธีรนัฐก็เพลิดเพลินกับภาพถ่ายของนวล...ภรรยาอีกคนและแม่ของฝาแฝดในห้องของเธอ แต่ฤทธิ์ยาสลบก็ทำให้เขายังอ่อนเพลีย ผล็อยหลับในที่สุด

ภาพลานโล่งปรากฏในห้วงความฝัน ธีรนัฐกวาดตามองรอบตัว ก่อนจะเบิกตาโพลงเมื่อเห็นนวล เธอเดินมาหาเขาช้าๆ และปล่อยให้เขาจับมือด้วยท่าทีสงบเหมือนคนที่ปล่อยวางแล้ว

ธีรนัฐดีใจมากที่ได้เจออดีตภรรยาผู้ล่วงลับ รู้สึกผิดกับเธอเหลือเกินที่ไม่เคยรับผิดชอบหรือดูแลเธอได้

“ผมขอโทษ...ถึงผมจะไม่ได้บอกว่ามีภรรยาแล้ว แต่ความรักที่ผมมีให้คือความจริง ผมไม่เคยหลอกคุณ เลยนะ”

“ฉันรู้ว่าคุณรักฉันมาก แต่ฉันก็ต้องออกจากชีวิตคุณ เพราะฉันรักคุณ ฉันไม่อยากทำลายครอบครัวคุณ”

“ผมรู้ว่าความสัมพันธ์ของเรามันผิด แต่ผมก็หักห้ามใจไม่ได้จริงๆ...ผมขอโทษ”

“คุณหญิงเป็นคนที่จะสามารถสนับสนุนหน้าที่การงานของคุณได้ คุณต้องดูแลเธอให้มากๆนะคะ”

“ทำไมผมไม่เจอคุณก่อนที่แม่จะบังคับให้ผมแต่งงาน...ผมคิดถึงคุณเหลือเกิน”

“ฉันตั้งใจจะมาเตือนคุณ คุณต้องระวังตัวด้วยนะคะ...อย่าประมาท รักษาตัวให้ดี...”

ooooooo

คำเตือนจากนวลทำให้ธีรนัฐกังวลอย่างบอกไม่ถูก เอื้อกานต์มาเชิญไปกินข้าวก็ขอตัวพักผ่อนดื้อๆ ทีเกื้อไม่ได้สนใจพ่อนัก มัวช้ำใจเมื่อเห็นธีรภูมิเอาใจใส่สัตตบงกชอย่างดี

“ดูพี่จะรักหนูดีมากเลยนะครับ”

“หนูดีน่าสงสาร...โดนที่บ้านบังคับให้แต่งงานกับพี่ พี่อยากดูแลเขาให้ดีที่สุด”

“โดนบังคับเหรอครับ”

“ใช่...ตอนนั้นบ้านหนูดีเป็นหนี้คุณแม่ พ่อหนูดี เสียชีวิตกะทันหันเลยทำให้ธุรกิจขาดทุน”

ทีเกื้อถึงกับอึ้งไป ธีรภูมิไม่ทันสังเกตท่าทางผิดปกติ ของน้องชายคนละพ่อ แต่ไว้ใจมากพอจะเล่าความเป็นมาของคู่หมั้นสาวที่ต้องเสียสละเพื่อความสุขของคนอื่นรอบตัว

ครอบครัวของสัตตบงกชเป็นหนี้ก้อนโตหลังจากพ่อตาย และเธอต้องรับผิดชอบ หากไม่อยากให้บ้านถูกยึด ครั้งแรกเธอไม่เชื่อแต่แม่ก็ช่วยยืนยันด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“บ้านเราเป็นหนี้ขนาดนี้ได้ยังไงคะ ก่อนหน้าบริษัทเราก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย”

“ใครว่าล่ะ...บริษัทเราขาดทุนมานานแล้ว แต่ที่อยู่รอดมาได้เพราะพ่อแกไปยืมเงินคุณหญิงมาหมุนตะหาก”

“ใจเย็นๆนะคะแม่ หนูดีจะทำงานใช้หนี้คุณพ่อให้เองค่ะ”

“เงินเดือนนักข่าวน่ะเหรอ ชาติไหนจะใช้หมด คุณหญิงยื่นข้อเสนอให้แกแต่งงานกับคุณภูมิแล้วจะยกหนี้ให้”

“ไม่ได้นะคะคุณแม่”

“ถ้าแกไม่อยากให้บ้านเราโดนยึด ให้ครอบครัวโดนฟ้องล้มละลาย ทำให้ตระกูลเก่าแก่ของเราต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง แกก็ต้องแต่งงานกับคุณภูมิซะ จะได้ล้างหนี้ให้ครอบครัวเรา”

ไม่ใช่แค่สัตตบงกชที่แทบช็อกเมื่อได้ยินข้อเสนอจากแม่ ธีรภูมิก็มีอาการไม่ต่างกัน

“แกก็สนิทกับหนูดี ทำงานด้วยกัน หนูดียอมรับแกได้ทุกอย่าง ไม่มีใครเหมาะกับแกมากกว่าหนูดีอีกแล้ว”

“แต่ผมกับหนูดี...เรารักกันแบบพี่น้องนะครับ”

“ตอนนี้เป็นพี่น้อง อยู่กินกันไป เดี๋ยวก็รักกันเอง...

ไม่รู้แหละ ยังไงแกก็ต้องแต่ง!”

“ไม่ครับ...ผมไม่แต่ง! แม่อยากให้ผมต้องทรมานไปตลอดชีวิตเหรอครับ”

“แต่ภูมิก็ต้องเห็นแก่หน้าแม่เหมือนกัน หนูดีมาจากตระกูลเก่าแก่ แต่งงานกับหนูดี...ครอบครัวเราจะได้เชิดหน้าชูตาไปด้วย นี่เป็นทางเดียวที่แม่จะไม่อายใคร แม่จะไม่ยอมเสียหน้าเด็ดขาด”

ทีเกื้อได้ฟังเรื่องราวของอดีตคนรักจากธีรภูมิก็หน้าซีด รู้สึกผิดและเสียใจกับเธอที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้ ธีรภูมิไม่ทันเห็นท่าทางผิดสังเกตของน้องชายคนละพ่อ แต่เล่าเรื่องการตัดสินใจของเขาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“คุณแม่เห็นว่าหนูดีมีชื่อเสียง มาจากครอบครัวที่ดี พี่คิดว่าแต่งงานกับหนูดีก็ดีกว่าแต่งกับคนอื่น พี่เลยเลือกจะแต่งกับหนูดีทั้งที่รู้ว่าหนูดีมีแฟนอยู่แล้ว หนูดีต้องทำเพื่อครอบครัวเลยยอมมาแต่งงานกับพี่เพื่อล้างหนี้”

แต่ถึงจะสงสารแค่ไหน ทีเกื้อก็อดน้อยใจอดีตคนรักไม่ได้ที่ตัดสินใจทิ้งเขาโดยไม่บอกความจริง

“น่าสงสารตรงไหน เขาทิ้งแฟนแล้วเลือกเงินนะครับ”

“ไม่หรอก...ตอนแรกหนูดีมาหาพี่ ขอให้พี่ปฏิเสธการแต่งงานเพราะหนูดีรักแฟนมาก หนูดีเล่าเรื่องทุกอย่างให้พี่ฟัง แต่พี่เองเนี่ยแหละที่เห็นแก่ตัว....กล่อมจนหนูดีต้องเลิกกับแฟน”

ooooooo

ความจริงจากธีรภูมิทำให้ทีเกื้อไม่กล้าสู้หน้าอดีตคนรัก สัตตบงกชก็ไม่พยายามสบตาเพราะอึดอัดใจที่ต้องอยู่ท่ามกลางอดีตคนรักและคู่หมั้นหนุ่ม แต่ตาชมกับยายยิ้มก็ทำเสียเรื่องจนได้ เมื่อทั้งสองแซวทีเกื้อเรื่องแฟนสมัยเรียนที่สัญญาจะพามาบ้านสวน สัตตบงกชหูผึ่งแล้วเกือบกลั้นยิ้มไม่อยู่เมื่อได้ยินธีรภูมิเย้าทีเกื้อ

“ขนาดนี้แปลว่ารักจริงนะเนี่ย คนอย่างหมอนี่... ถ้าไม่มั่นใจว่ารัก ไม่คิดพามาไหว้คนที่รักที่สุดหรอก”

“ยายก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน เกื้อบอกว่าเป็นผู้หญิงที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข อยากปกป้องไปตลอดชีวิต”

ยายยิ้มพูดตามที่จำได้ ทำเอาสัตตบงกชหน้าแดงแต่ยายยิ้มคงไม่ทันมอง

“แล้วทำไมช่วงนี้เงียบไปล่ะ ไม่เห็นพูดถึงเลย”

“ผมเลิกกับเขาแล้วครับ เขาเจอผู้ชายที่ดีกว่าก็เลยทิ้งผมไป”

เอื้อกานต์เห็นบรรยากาศเริ่มอึดอัดเลยเปลี่ยนเรื่องช่วยแฝดน้อง แต่กลายเป็นตัวเองต้องพูดไม่ออกแทน เมื่อถูกธีรภูมิถามถึงทรงกลดแฟนหนุ่มผู้ล่วงลับ ตาชมกับ ยายยิ้มเงียบกริบ เช่นเดียวกับทีเกื้อ ธีรภูมิสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแปลกๆเลยนึกรู้ว่าถามผิดเรื่อง แต่เอื้อกานต์ก็คลี่คลายความรู้สึกผิดของเขาด้วยการเอ่ยเสียงเรียบ

“ตาชมยายยิ้มเขากลัวพูดถึงแล้วเอื้อจะเสียใจค่ะ แฟนเอื้อเขาเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว”

“เสียใจด้วยนะเอื้อ”

“เอื้อทำใจได้แล้วค่ะ”

“ทำใจได้...แต่ทำไมถึงไม่คิดจะมีแฟนใหม่ซะที”

“เอื้อเขาบอกว่าชาตินี้เขาจะครองตัวเป็นแม่ชี... จะไม่รักใครอีก” ทีเกื้อเย้าแฝดพี่ขำๆ

“เว่อร์ไปแล้ว พี่แค่ยังไม่เจอคนที่ดีอย่างเขาก็เท่านั้น”

คิมที่นั่งฟังอยู่ด้วยตาวาวด้วยความชอบใจ แต่ไม่ทันถามอะไร ธีรภูมิก็โพล่งขึ้นยิ้มๆ

“แปลว่าแฟนเก่าเอื้อคงต้องหล่อและดีพร้อมมากแน่ๆ”

ยายยิ้มเป็นฝ่ายตอบแทนด้วยน้ำเสียงภูมิใจนักหนา “พ่อทรงกลดทั้งหล่อ ทั้งเป็นคนดี ครอบครัวก็ดี แถมยังรักหนูเอื้อมากด้วย...จะว่าไปก็หน้าคล้ายๆพ่อหนุ่มคนนี้เลย...หรือว่าพ่อหนุ่มคนนี้จะไม่ใช่เพื่อนซะแล้ว”

พูดพลางปรายตาไปทางคิม เอื้อกานต์เขินมากรีบแก้ตัวทันควัน

“เพื่อนจริงๆค่ะ...ไม่มีอะไร”

เอื้อกานต์กับคิมมองหน้ากันเขินๆ ต่างจากคู่ทีเกื้อกับสัตตบงกชที่กระอักกระอ่วนใจมาก แต่กระนั้น...เรื่องดีๆ

ของกันและกันก็ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวก่อนหน้าเลือนหาย และเมื่อสบโอกาสได้อยู่กันตามลำพัง เธอก็ไม่รอช้าจะชวนคุย

“ใจลอยไปไหน”

“คิดถึงตอนที่เราเคยคบกันน่ะ”

“เพิ่งรู้ว่าตอนนั้นฉันเป็นนางฟ้าของคุณ”

“มันก็เป็นแค่อดีต”

“ตอนคบกัน...ฉันไม่เห็นรู้สึกเลยว่าคุณชอบฉันขนาดนี้”

สัตตบงกชแซวยิ้มๆ ก่อนจะหน้าเจื่อนเมื่อเขาเปิดฉากถามตรงๆ

“ทำไมตอนนั้นถึงไม่บอกปัญหาที่บ้านให้ฟัง ทำไมถึงเลือกจะโกหกว่าไม่รักกัน ปล่อยให้เข้าใจผิดตั้งนาน”

“คุณรู้ได้ยังไง...ตอนนั้นฉันมีทางเลือกแค่สองทาง คือซื่อสัตย์ต่อหัวใจตัวเอง ไม่ยอมทำร้ายหัวใจคนที่ตัวเองรัก กับสองเป็นลูกที่ดี ไม่ทำให้แม่ต้องเสียใจ ทำหน้าที่ทายาทที่ดี รักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ถ้าเป็นคุณ...คุณจะทำยังไง”

ทีเกื้อถึงกับตอบไม่ถูก แต่เพียงไม่นานก็ตั้งสติได้ถามอีกเรื่องที่คาใจ

“แล้วตอนนี้ล่ะ...คุณรู้สึกยังไง ทำไมถึงยังเก็บแหวนผมไว้”

“ฉันว่าอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย ยังไงเรื่องของเรามันก็ไม่มีทางกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วล่ะ”

“ผมขอโทษ...ผมรู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่ผมก็ยังอยากรู้ความจริง”

“รู้ไปแล้วได้อะไร”

“นั่นสิ...รู้ไปแล้วได้อะไร ยังไงผมก็ไม่มีทางทำร้ายพี่ชายที่ตัวเองรักเหมือนกัน”

สองหนุ่มสาวมองหน้ากันเครียดๆ ก่อนจะถอนใจยาวให้แก่ชะตากรรมความรักของตน โดยไม่รู้เลยว่า

ธีรภูมิแอบมองทั้งสองด้วยความสนใจจากมุมไกลๆ...ไม่รู้ว่าไปสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อไหร่

ooooooo

ระหว่างที่ทีเกื้อกับสัตตบงกชเคลียร์ใจ เอื้อกานต์ ก็นั่งมองหน้าคิมที่มาช่วยเตรียมของทำบุญด้วยแววตา เพ่งพินิจ อากัปกิริยาหลายอย่างของเขาชวนให้คิดถึง ทรงกลดอดีตคนรักผู้ล่วงลับของเธออย่างประหลาด

คิมเห็นคุณหมอสาวจ้องหน้าเขาก็อดไม่ได้จะแกล้งถาม

“แฟนคุณหน้าเหมือนผมมากเลยเหรอ...แล้วคุณลืมเขาได้รึยัง”

“ฉันทำใจได้แล้ว...ไม่เสียใจ แต่ฉันไม่มีวันลืมเขาหรอก”

“แต่เขาตายไปแล้ว คุณจะจำเขาไว้ทำไม”

“ไม่รู้สิ...ถึงพี่กลดจะตาย แต่เขาไม่เคยตายจากความ ทรงจำฉัน ฉันยังจำทุกความทรงจำระหว่างเขากับฉันได้ เขาเป็นรักแรกของฉัน...เป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัยเรียน กฎหมาย...”

เอื้อกานต์ยิ้มบางๆเมื่อคิดถึงคนรัก ภาพในความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนทำให้อดพูดถึงทรงกลดไม่ได้

“เขาเป็นคนดี รักความถูกต้องมาก เชื่อมั่นในความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรม ถ้าเขายังอยู่ก็คงทำงานช่วยเหลือคนที่โดนเอาเปรียบอย่างที่ฝันไว้เหมือนกับคุณแหละ ต่างจากคุณตรงที่เขาจะไม่ทำร้ายใคร แต่เขา จะใช้กฎหมายจัดการกับพวกคนชั่วแทน”

คิมได้ฟังก็หน้าเจื่อน รู้สึกผิดแต่เขาก็ถอยไม่ได้แล้ว และเอื้อกานต์ก็พอเดาได้ ทิ้งท้ายเสียงเรียบ

“ฉันเองก็เบื่อจะขอร้องให้คุณหยุดแล้ว แต่ฉันอยากให้คุณลองคิดดูดีๆว่าคุณมีความสุขไหมตอนเกริกภพตาย...แล้วพอเกริกภพตายไป มันมีอะไรดีขึ้นบ้างไหม สังคมดีขึ้นรึเปล่า คนที่เคยถูกเกริกภพทำร้าย มีความสุขหรือมีชีวิตที่ดีขึ้นบ้างไหม ทุกอย่างในสังคมมันก็ยังเป็นเหมือนเดิมอยู่ดี”

คำพูดทิ้งท้ายของเอื้อกานต์ทำให้คิมลังเลเรื่องใช้อาคมเล่นงานเดชาอีกครั้ง ฮันเตอร์ที่มาแอบดูศิษย์เอกจากมุมลับตาเคืองมาก และหมายมั่นปั้นมือจะลงมือจัดการเอง!

หลังช่วยกันเตรียมของทำบุญ เอื้อกานต์ก็พาคิมไปพัก เขาต้องนอนบนชานบ้านคืนนี้ คุณหมอสาวเลยจะช่วยกางมุ้งโดยมีเขาเป็นลูกมือ และท่าทางของเขาก็ทำให้เธอคิดถึงทรงกลดอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะ ตอนที่เธอกับเขาช่วยกันกางมุ้งเป็นครั้งแรกจนกลิ้งไปนอนกอดกันบนพื้น

เอื้อกานต์ยังจำได้ดี ทรงกลดมองหน้าเธอผ่านมุ้งที่คลุมตัว ทำให้เห็นหน้าไม่ชัด

“พี่ไม่อยากให้มีมุ้งตอนนี้เลย...พี่มองเห็นหน้าเอื้อไม่ชัด พี่อยากเห็นหน้าเอื้อชัดๆ”

สองหนุ่มสาวคงจูบกันแล้ว ถ้าจะไม่มีเสียงจิ้งจกร้องทักจนผละจากกันเสียก่อน เอื้อกานต์ดึงตัวเองจาก ภวังค์ หลังจากนั้นหน้าแดงด้วยความเขินอายเมื่อคิดถึงอดีตแสนหวาน คิมสังเกตเห็นท่าทางนั้นและอดเย้าไม่ได้ปลื้มใจมากที่ได้ใกล้ชิดเธอ แต่ก็กลัวใจตัวเองจะถลำลึกและทำให้เธอเสียใจกว่าเดิม

ขณะที่คิมกับเอื้อกานต์ต่อสู้กับหัวใจตัวเอง ทีเกื้อก็ขะมักเขม้นกับการอ่านตำราอาคมของดาบอิน และทดลองคาถาต่างๆที่คุณตาบันทึกไว้ แต่ที่ทำให้เขาสนใจมากสุดคงเป็นหน้าที่พูดถึงวิธีการตามหาอาคม

“วิธีการตามที่มาของอาคม...หากผู้ใช้อาคมฝ่ายตรงข้ามปล่อยของมา เราสามารถฉวยโอกาสนี้ ตามแหล่งอาคมกลับไป วิธีนี้จะสามารถทำให้เห็นหน้าของผู้ปล่อยของและสถานที่ที่ปล่อยของออกมาได้”

ทีเกื้อมุ่งมั่นจะตามหาตัวชายสวมหน้ากากให้ได้ เพราะเชื่อว่าอีกฝ่ายเป็นคนร่ายอาคมทำร้ายเหยื่อในคดีก่อนๆ โดยไม่รู้เลยว่าเวลาเดียวกันนั่นเอง มีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาถึงชานบ้านสวน!

ฮันเตอร์นั่นเองที่แวะมา คิมยังไม่รู้ตัวเพราะเพิ่งตื่นจากฝันร้ายเพราะถูกวิญญาณที่เคยเล่นงานรังควาน

“ทำไมชอบฝันซ้ำๆแบบนี้นะ”

“เพราะมันคือจิตใต้สำนึกของแกไง แกลังเลที่จะจัดการเหยื่อใช่ไหม...”

ooooooo

คำถามของฮันเตอร์ทำให้คิมถึงกับอึ้ง แม้จะไม่แปลกใจที่อาจารย์หนุ่มใหญ่รู้ทัน แต่ก็เลือกจะเงียบไม่ตอบคำถามนั้น ท่าทางนั้นทำให้ฮันเตอร์โกรธจัด แต่พยายามข่มอารมณ์และหว่านล้อมศิษย์เอกอีกรอบ

“แกรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงช่วยแกออกมาจากเครื่องบินวันนั้น...เพราะฉันเห็นแววตาที่สิ้นหวังของแก แววตาของคนที่ถูกเอาเปรียบ แววตาของคนเกลียดความอยุติธรรมในสังคม หมดศรัทธากับกฎหมาย แววตาแบบนี้แหละที่ฉันตามหา...คนที่จะมารับหน้าที่ทำงานแทนฉันได้”

“ผมทราบครับ...และผมก็ยินดีจะทำงานให้อาจารย์เหมือนเดิม แต่ที่ผมลังเลเพราะผมไม่อยากฆ่าใครอีก ผมไม่อยากจมอยู่กับฝันร้ายซ้ำซากแบบนี้แล้ว”

“จำวันที่แกมาขอเรียนวิชาจากฉันเพราะอยากจะล้างแค้นให้พ่อได้ไหม...ตอนนั้นฉันบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าถ้าเลือกทางนี้ ชีวิตแกก็จะเปลี่ยน แกจะกลายเป็นผู้ก่อกรรมร้าย และแกก็ยืนยันจะเลือกทางนี้”

คิมหรือทรงกลดพยักหน้ารับ จำเงื่อนไขการฝึกอาคมได้ดี แต่สถานการณ์เลวร้ายที่ผ่านมาและคำพูดเตือนสติของเอื้อกานต์ก็ทำให้เขาเปลี่ยนใจ และฮันเตอร์ก็รู้ดี ประกาศย้ำเสียงเข้ม

“อย่าให้อะไรทำให้จิตใจแกหวั่นไหว กว่าแกจะฝึกมาจนถึงวันนี้ได้ไม่ใช่ง่ายๆ คิดถึงหน้าพ่อแม่แกตอนที่ตายไว้ แกเลือกทางนี้แล้ว จะหันหลังกลับไม่ได้ แกจะต้องลืมชีวิตในอดีตของแกให้หมด ลืมว่าตัวเองเคยเป็นทรงกลด ตอนนี้ทรงกลดตายไปแล้ว...เหลือแค่คิมเท่านั้น!”

คำพูดของอาจารย์ทำให้คิมฮึกเหิมอีกครั้ง แต่ก็ต้องหวั่นไหวในเช้าวันต่อมาเมื่อได้ยินคำเทศนาของหลวงพ่อ ตอนที่ครอบครัวของฝาแฝดแวะไปทำบุญให้นวลแม่แท้ๆ ที่วัด

“สัตว์โลกทุกคนมีกรรมของตัวเอง จงอย่าเอาตัวเองไปผูกกับกรรมของใคร...ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นหน้าที่ของกฎแห่งกรรมเถอะนะโยม”

คิมรู้ตัวดีว่าหลวงพ่อตั้งใจพูดกับเขา แต่ภารกิจของอาจารย์หนุ่มใหญ่และความแค้นที่พ่อแม่ถูกฆ่าตายก็ทำให้เขาถอยไม่ได้ เช่นเดียวกับทีเกื้อที่ทิฐิไม่ยอมพูดดีๆกับธีรนัฐ พยายามเลี่ยงไม่ยอมอยู่ใกล้ถ้าไม่จำเป็น

“เมื่อไหร่เราจะพูดกับพ่อดีๆซะที”

“คงต้องรอให้ผมลืมเรื่องที่พ่อเคยทำไว้กับผมและแม่ก่อน”

“พ่อรู้ว่าพ่อทำผิดต่อแม่เรา แต่พ่อก็พยายามชดเชยให้เท่าที่พ่อคนหนึ่งจะทำได้ ทำไมเราถึงไม่เคยเข้าใจพ่อ”

“ผมก็พยายามเข้าใจพ่อ แต่ตลอดเวลาที่ผมอยู่บ้านพ่อ ผมโดนภรรยาพ่อดุด่า ดูถูกแม่ต่างๆนานา พ่อทำอะไรบ้างครับ...พ่อไม่เคยแสดงออก ไม่เคยออกตัวปกป้องผมกับเอื้อด้วยซ้ำ ตอนนี้จะมาเรียกร้องอะไร มันคงสายไปแล้ว”

สัตตบงกชแอบได้ยินทุกอย่างโดยบังเอิญ สงสารทั้งอดีตคนรักและพ่อของเขา เลยพยายามจะช่วยเตือนสติ

“ยังไงพ่อก็เป็นพ่อ คุณตัดเขาไม่ขาดหรอก ทำไมไม่ปรับความเข้าใจแล้วคุยกันดีๆ บางทีอะไรๆอาจดีขึ้นก็ได้”

“คุณไม่ใช่ผม...จะมารู้อะไร ถ้าจะมาเทศน์ก็นิมนต์ไปไกลๆเลย”

“พ่อแม่แต่ละคนมีวิธีแสดงความรัก มีความใส่ใจที่แตกต่างกัน การที่พ่อคุณไม่ออกตัวปกป้องเวลาทะเลาะกับคุณหญิง ก็อาจเป็นวิธีปกป้องคุณในแบบของท่านก็ได้นะ ฉันรู้จักคุณหญิงดี...ถ้าพ่อคุณยิ่งออกตัวปกป้องคุณมากเท่าไหร่ คุณหญิงท่านก็จะยิ่งโมโหและยิ่งหาเรื่องมากขึ้นไปอีก...คุณเองก็น่าจะรู้”

“แล้วยังไง...ก็เลยต้องปล่อยให้คุณหญิงทำแบบนี้กับผมเหรอ”

สัตตบงกชไม่ตอบแต่เปลี่ยนเรื่องถามถึงวิธีรับมือคนร้ายที่จะเล่นงานพวกเดชาในงานสัมมนา ทีเกื้อบอกว่าจะลองใช้วิธีของคุณตาที่เขียนในตำราอาคมเพื่อจับตัวคนทำของให้ได้แบบคาหนังคาเขา พิธีกรสาวเป็นห่วง พยายามยับยั้งแต่เขาก็ยืนกรานจะทำ แถมชวนให้เธอเตรียมตัวมาทำข่าวอีกต่างหาก

ooooooo

เหตุคนร้ายสะกดจิตแก๊งปาหินและทำให้คณะของธีรนัฐสลบคาใจเอื้อกานต์มาก เธอพยายามปะติด ปะต่อเรื่องราว รวมทั้งท่าทีพิรุธของคิม แล้วแอบคิดว่าเขาอาจไม่ใช่คนร้าย คิมที่อ่านใจเธอได้แปลกใจมาก ตั้งท่าจะถาม แต่คุณหมอสาวก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“มาถึงขั้นนี้แล้ว คุณยังจะทำร้ายคุณเดชาอยู่อีกรึเปล่า”

“ผมสัญญาว่านี่จะเป็นเหยื่อรายสุดท้ายของผม”

เอื้อกานต์ถึงกับอึ้งไป ก่อนจะตีหน้านิ่งประกาศกร้าว “ถ้าคุณยืนยันจะทำต่อ ฉันก็จะเป็นคนขวางคุณเอง ฉันจะจับตาดูคุณไม่ให้คลาดสายตา ถ้าคุณหาทางไปจัดการเหยื่อได้ก็เชิญ”

พูดพลางพยายามอ่านใจเขาเพื่อจับโกหก แต่ก็อ่านไม่ได้เพราะอาคมของคิมกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว

“จะอ่านใจผมเหรอ คุณไม่มีทางอ่านใจผมได้หรอก ให้ผมอ่านใจคุณได้คนเดียวก็พอ”

แดนโทร.หาคิมหลังจากนั้นเพื่อเสนอตัวเป็นลูกมือเหมือนเคย แต่ครั้งนี้คิมปฏิเสธเพราะจะลงมือเอง เอื้อกานต์ส่งคณะของธีรนัฐขึ้นรถเพื่อไปร่วมงานสัมมนา พร้อมฝากฝังทีเกื้อให้ดูแลพ่อเป็นอย่างดี ส่วนคิมไม่ได้แยกตัวไปไหนอย่างที่เธอนึกกลัว แต่นั่งรถกลับกรุงเทพฯพร้อมเธอด้วยท่าทีผ่อนคลายสุดๆ

คิมแกล้งหลับตลอดทางกลับกรุงเทพฯ แต่ความจริงคือเขาถอดจิตไปทำพิธีเล่นงานเดชาให้ชักดิ้นชักงอกลางงานสัมมนา โดยมีฮันเตอร์คอยสังเกตการณ์ด้วยแววตาเคียดแค้น ทีเกื้อรีบเข้าประกบและพยายามช่วยเจ้าของห้างดังเต็มที่ แต่ก็เหมือนจะไม่ค่อยได้ผล เดชาจมดิ่งกับภวังค์มืดที่คิมสร้างขึ้นเสียแล้ว

เดชาหน้าซีดเผือด ลนลานด้วยความกลัวสุดขีดที่ถูกขังในขวดโหลที่เต็มไปด้วยเงินทอง คิมในสภาพ ชายสวมหน้ากากค่อยๆปรากฏตัว พร้อมคำถามกวนประสาท

“ได้อยู่บนกองเงินกองทองแบบนี้ไม่ชอบรึไง”

“เอาฉันออกไปที ฉันไม่อยากได้เงินพวกนี้แล้ว”

“ทำไมล่ะ...แกชอบเงินนี่ เงินที่แกหามา เงินที่แกชอบกำลังจะทับแกให้ตาย แกจะได้ตายไปกับสิ่งที่แกรักไง แกโลภมาก เห็นแก่เงิน ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง ตอนนี้พอจะตาย เงินทองที่แกหามาช่วยอะไรแกได้บ้าง”

“ปล่อยฉันไป...แกอยากได้เงินเท่าไหร่ อยากได้อะไรก็ว่ามา ฉันจะหาให้”

“สำหรับแก เงินอาจทำได้ทุกอย่าง แต่สำหรับฉัน... เงินคือตัวทำลาย ทำให้คนอย่างแกกลายเป็นสัตว์นรกฆ่าได้แม้แต่คนที่มีพระคุณกับแกอย่างท่านทรงพล”

“แต่ไม่ใช่เพราะเงินเหรอที่ซื้อทุกอย่างจนฉันรอดมาได้ทุกวันนี้”

“แต่มันซื้อชีวิต ซื้อครอบครัวของฉันที่ตายไปไม่ได้...ที่สำคัญมันซื้อชีวิตแกไม่ได้!”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #5 on: 17 October 2026, 19:54:24 »


https://www.thairath.co.th/novel/ARKOM/ep7/page1

อาคม ตอนที่ 7

อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรกับเดชา เขาดิ้นพล่านอย่างทุกข์ทรมานท่ามกลางความแตกตื่นของทุกคน ทีเกื้อรีบพาส่งโรงพยาบาล พร้อมโทร.บอกเอื้อกานต์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด

อาการของเดชาน่าเป็นห่วงมาก แพทย์สนามที่พยายามปั๊มหัวใจก็ช่วยไม่ได้ ทีเกื้อกลัวเจ้าของห้างดังจะขาดใจตายก่อนเลยอยากช่วย เอื้อกานต์ไม่เอะใจเรื่องคิมถอดจิต จะสอนวิธีแผ่พลังเมตตาให้แฝดน้อง แต่ไม่ทันลงมือก็เกิดควันดำกลุ่มใหญ่ลอยขวางหน้ารถพยาบาล พร้อมล้อรถที่แฟบลงทั้งสี่ล้อ!

นภที่ขับรถประกบรีบลงมาช่วย ทันเห็นภาพเดชาคลุ้มคลั่ง อาละวาดฟาดแขนขาจนพยาบาลสลบไป ทีเกื้อถลาไปห้าม กดให้นอนและเริ่มทำตามคำสอนของเอื้อกานต์

“ก่อนอื่นจะต้องตั้งจิต รวบรวมสมาธิให้ดี ถ่ายทอดพลังตัวเองไปต้านพลังฝ่ายตรงข้าม...ใช้พลังความเมตตาในใจของเกื้อต่อสู้กับพลังแห่งความเกลียดชังอาฆาตแค้น ขับไล่ความชั่วร้ายออกไป จิตที่เกิดความเมตตา อยากช่วยเหลือ จะทำให้ใจฝ่ายตรงข้ามสงบลง”

เอื้อกานต์บอกให้แฝดน้องตั้งจิตให้มั่น ถ่ายทอดพลังเมตตาผ่านฝ่ามือช้าๆตามจังหวะปั๊มหัวใจ ความมุ่งมั่นและจิตแข็งแกร่งของทีเกื้อทำให้เดชาสงบลง คิมแปลกใจมาก แต่ไม่ทันตอบโต้ ก็ต้องรีบถอดจิตกลับเพราะทีเกื้อกำลังใช้พลังจิตตามหาที่มาของอาคมทำร้ายเดชา!

พลังดำของคิมถูกพลังขาวของทีเกื้อตามเล่นงานจนเกือบพลาดท่าถูกแฉตัวตน ฮันเตอร์ที่ตามมาดูผลงาน เห็นศิษย์เอกจะเสียทีเลยร่ายคาถาช่วยจนทีเกื้อถูกผลักกลับ อาคมจากฮันเตอร์ทำให้คิมรอด แต่ทีเกื้อกำลังจะตาย เอื้อกานต์ที่ใจไม่ดีเพราะเป็นห่วงแฝดน้องรีบตามมาโรงพยาบาล ทันได้รู้ข่าวเดชาพ้นขีดอันตรายและช่วยแฝดน้องได้ทันเวลา

เอื้อกานต์ขับพลังดำออกจากตัวแฝดน้องจนหมด โดยไม่รู้เลยว่าพลังดำเหล่านั้นวิ่งกลับไปหาเจ้าของ คิมไม่ทันตั้งตัว ถูกพลังดำของตัวเองที่ใช้ตอบโต้ทีเกื้อ เล่นงานแทบกระอัก!

คิมคิดถึงคำสอนของฮันเตอร์ “ถ้าของที่ส่งไปถูกแก้ มันจะย้อนมาที่ตัวเราโดยอัตโนมัติและจะรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แกต้องตั้งสติให้มั่น ระลึกถึงบทสวดแก้ไขคลี่คลายมนต์ดำต้านพลังอาคมกลับออกไป อาคมจะย้อนกลับไปทำร้ายคนที่แก้อาคมของแก”

คำสอนของฮันเตอร์ทำให้คิมรีบสวดคาถาป้องกันของทำร้ายตัวเอง แต่เพียงไม่นานก็คิดได้ว่าเอื้อกานต์เป็นคนแก้อาคม เขาเลยตัดสินใจหยุดและยอมรับอาคมนั้นคืนแต่โดยดี

ooooooo

ทีเกื้อยังอ่อนเพลียแต่อาการดีขึ้นมาก เขาโล่งใจที่เดชาพ้นขีดอันตราย แต่ก็ไม่วายสงสัยเรื่องตนถูกอาคมเล่นงานเกือบตาย เอื้อกานต์ฟังลำดับเรื่องราวจากแฝดน้องแล้วจึงได้คำตอบ

“เพราะเกื้ออยากเอาชนะไง...ตอนแรกเกื้อมีจิตเมตตา จิตบริสุทธิ์ที่อยากช่วยเดชา พลังบริสุทธิ์เลยเอาชนะพลังคนร้ายได้ แต่พอจิตเกิดโทสะ...อยากเอาชนะ ลืมจิตเมตตาอยากช่วยเหลือ เมื่อใจมีโทสะ เกิดเป็น

ขั้วเดียวกับสิ่งที่ส่งมาพร้อมกับอาคม มันจึงดูดผสานเข้ากันเป็นเนื้อเดียว เมตตาหายไปแล้ว ไม่เหลือสิ่งใดที่เป็นขั้วตรงข้าม โทสะดึงดูดซึ่งกันและกัน มนต์ดำจากอาคมร้ายจึงย้อนกลับมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงกว่าเดิมถึงสองเท่า!”

นอกจากเรื่องอาการของแฝดน้องและเดชา เอื้อกานต์ก็ห่วงคิมกลัวจะถูกจับได้ พยายามปกปิดและกลบเกลื่อนท่าทางพิรุธจากทีเกื้อที่รุกหนักเพราะสงสัยอาการของแฝดพี่ โชคดีที่สัตตบงกชบุกมาถึงโรงพยาบาลเสียก่อน คุณหมอสาวเลยรอดตัวและเปลี่ยนมาเย้าแฝดน้องแทน

เอื้อกานต์ทิ้งแฝดน้องให้สัตตบงกชดูแล ส่วนตัวเองโทร.หาคิม แต่เพียรโทร.เท่าไหร่เขาก็ไม่รับสาย คุณหมอสาวหงุดหงิดมาก แต่ไม่ทันทำอะไรก็ต้องรีบไปที่ห้องของเดชาที่จู่ๆก็อาการกำเริบ!

เดชาดิ้นพล่านทุรนทุรายด้วยความทรมาน เอื้อกานต์จะไปช่วยแต่พลันทุกอย่างก็อยู่ในความสงบ เพราะคิมตามหาต้นตออาคมจนเจอ...ฮันเตอร์นั่นเองที่กำลังทำพิธีบนดาดฟ้าโรงพยาบาล

“คนที่ทำของซ้ำใส่เหยื่อ ให้เหยื่อตายมาตลอด...คืออาจารย์เองเหรอครับ”

คิมโกรธมากที่รู้ว่าอาจารย์สอดแทรกภารกิจและคอยจับผิด แต่พยายามระงับอารมณ์เต็มที่ เริ่มมั่นใจว่า ความตายของเหยื่อรายก่อนหน้า รวมทั้งเหตุการณ์แก๊งปาหินจะเป็นฝีมือของอีกฝ่าย

“ผมสงสัยมาสักพักแล้ว ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้ฆ่าเหยื่อ ผมอยากรู้ว่าเป็นเพราะอะไร เพราะฝีมือของใคร แล้ววันนี้ผมก็ได้รู้ความจริงว่าทุกอย่างเป็นฝีมืออาจารย์ อาจารย์ทำแบบนี้ทำไมครับ”

“เพราะคนพวกนั้นมันสมควรตาย แล้วแกมันอ่อนแอ ไม่ยอมทำตามคำสั่งฉัน ฉันเลยต้องลงมือเอง”

“ผมไม่เคยฆ่าใครแต่อาจารย์หลอกให้ผมทำ ทำให้ผมรู้สึกผิด เข้าใจว่าตัวเองเป็นคนฆ่าทุกคน อาจารย์ฆ่าทุกคนแล้วโยนความผิดให้ผม อาจารย์ก็ไม่ต่างจากคนพวกนั้นที่ให้ผมเป็นเหยื่อ เป็นแพะรับบาปของอาจารย์หรอกครับ”

ฮันเตอร์โมโหมาก ตบหน้าศิษย์เอกอย่างแรงแล้วผละไปดื้อๆ คิมน้ำตาคลอด้วยความสะเทือนใจสุดขีด เสียใจที่ผู้มีพระคุณทำร้ายและทรยศความเชื่อใจของเขาขนาดนี้ เอื้อกานต์ที่สัมผัสถึงตัวเขาได้ยินทุกอย่างแบบไม่ตั้งใจ รู้สึกเศร้าไปกับเขาด้วย สงสารที่เขาถูกใช้เป็นเครื่องมือแก้แค้นแบบนี้ เอื้อกานต์เป็นห่วงคิมมาก ตามไปปลอบแต่กลับถูกเขาอ่านใจแทน

“คุณรู้แล้วใช่ไหมว่าผมเป็นคนทำร้ายคุณเดชา...ไม่โกรธผมเหรอ”

“ก็คนที่ทำให้เหยื่อตายไม่ใช่คุณไม่ใช่เหรอ มีคนทำอาคมซ้ำรอยคุณ...ความจริงฉันรู้เรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว ฉันเคยนิมิตเห็นผู้ชายที่คุยกับคุณบนดาดฟ้ามาก่อน เขาเป็นใครเหรอ”

“อาจารย์ผมเอง...อาจารย์เป็นคนช่วยชีวิตผมเอาไว้”

คุณหมอสาวจะซักต่อแต่ก็ถูกเขาตัดบทชวนไปดูอาการของเดชาแทน...

ooooooo

เดชารอดตายอีกครั้งแต่ก็เสียสติ คลุ้มคลั่งกลัวคนมาฆ่า เป็นที่น่าเวทนาและหวาดผวาของผู้คนที่รู้ข่าว โดยเฉพาะสมาชิกกลุ่มทุนทีบีที่เหลือ ศักดิ์ชาย ธีรนัฐและคุณหญิงอัปสรกลัวจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป

ฮันเตอร์เจ็บใจมากที่เดชาไม่ตายอย่างที่หวัง และเขาก็ทำของซ้ำไม่ได้แล้วเลยได้แต่แวะไปเยี่ยม ทำให้อีกฝ่ายขวัญเสียจนเสียสติยิ่งกว่าเก่า ด้วยการเล่าถึงความแค้นฝังแน่นในอดีต...

ความแค้นของฮันเตอร์เริ่มต้นเมื่อหลายปีก่อน...เขาเคยเป็นแกนนำต่อต้านนายทุนที่จะสร้างนิคมอุตสาหกรรมในชุมชนแห่งหนึ่งย่านชานเมือง เกริกภพกับเดชานั่นเองที่เป็นตัวตั้งตัวตีและหาทางปิดปากทุกวิถีทาง แต่ฮันเตอร์ก็ไม่ยอม จนกระทั่งวันหนึ่ง...ชีวิตของฮันเตอร์ก็ได้เปลี่ยนไปตลอดกาล ครอบครัวของฮันเตอร์ถูกฆ่าตายอย่างเลือดเย็น พร้อมบ้านที่ถูกเผากลายเป็นเถ้าถ่าน แม้เขาจะรอดมาได้แต่ก็สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งลูกและภรรยาอันเป็นที่รัก กลายเป็นคนโดดเดี่ยวถึงวันนี้

ฮันเตอร์ดึงตัวเองจากอดีต ส่งสายตาเคียดแค้นให้เดชาที่มีส่วนทำให้ชีวิตเขาพัง

“แกฆ่าลูก ฆ่าเมียฉัน...ทีนี้เข้าใจรึยังว่าทำไมฉันถึงได้จ้องทำร้ายพวกแก ครอบครัวฉันทำผิดอะไร ทำไมเขาต้องมาตายเพราะคนชั่วอย่างพวกแกด้วย แกอาจจะรอดมาได้ แต่ฉันจะส่งคนที่มันสมรู้ร่วมคิดตามไอ้เกริกภพให้หมด!”

เดชาเบิกตาโพลง อยากแผดเสียงไล่แต่ก็ไร้เรี่ยวแรง คิมที่มาแอบดูอาการเห็นว่าเขายังไม่ตายก็หมดห่วง แต่เพียงไม่นานก็ต้องถอนใจยาวเมื่อเห็นว่าฮันเตอร์มาปรากฏตัวไม่ใกล้ไม่ไกล

คิมไม่รอช้า ผละจากเอื้อกานต์และตามมาเคลียร์กับฮันเตอร์อีกครั้ง

“เดชาเสียสติ เป็นบ้า หมดสภาพขนาดนี้...อาจารย์ยังจะมาทำร้ายเขาอีก”

“ถ้าฉันทำได้ ฉันทำไปแล้ว”

“แค่นี้เขาก็ไปทำร้ายใครไม่ได้แล้ว ยังไม่พอใจอีกเหรอครับ”

“ใช่...ฉันไม่พอใจ แต่ฉันก็ทำอะไรมันไม่ได้ เพราะฉันทำของซ้ำเหยื่อรายเดิมไม่ได้...พอใจไหม!”

แหวจบก็หายตัวไป จังหวะเดียวกับที่เอื้อกานต์โผล่มาเพราะด้วยความเป็นห่วง

“คุณจะเล่าเรื่องคุณให้ฉันฟังได้รึยังว่าคุณเป็นใครกันแน่ เกิดอะไรขึ้นกับคุณ ทำไมต้องทำร้ายทุกคนแบบนี้”

คิมมีท่าทีอึกอัก เอื้อกานต์เลยพยายามเกลี้ยกล่อม

“ฉันรู้เรื่องคุณขนาดนี้แล้ว...คุณยังไม่ไว้ใจฉันอีกเหรอ”

“ผมไว้ใจคุณ แต่ผมไม่ไว้ใจคนรอบตัวคุณ...น้องชายคุณเป็นศัตรูกับผม จ้องจับผมอยู่ ถ้าคุณรู้เรื่องของผม คุณจะไม่ลำบากใจมากขึ้นเหรอที่ต้องปิดน้องคุณ ทางที่ดีคุณอย่ารู้เลยดีกว่า”

“ก็จริงของคุณ แค่ทุกวันนี้ฉันก็รู้สึกผิดกับเกื้อจะแย่”

“เอาเป็นว่าผมสัญญาว่าผมจะหยุดเรื่องทุกอย่างแค่นี้ เดชาจะเป็นเหยื่อคนสุดท้ายของผม”

แววตาจริงจังของเขาทำให้เอื้อกานต์ต้องชั่งใจ ก่อนจะตัดสินใจเชื่อด้วยสัญชาตญาณ สองหนุ่มสาวส่งยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ โดยไม่รู้เลยว่านภแอบมองจากมุมห่างๆ...สัมผัสได้ชัดเจนนาทีนั้นเองว่าคิมคือศัตรูหัวใจ

ooooooo

ทีเกื้อเจ็บใจที่จับชายสวมหน้ากากไม่ได้ หลังจากแน่ใจว่าเดชาพ้นขีดอันตราย เลยกลับไปคอนโดและกางตำราอาคมของคุณตาเพื่อหาวิธีใหม่ และส่วนหนึ่งของตำราก็ทำให้เขาฉุกคิด

“สำหรับข้าพเจ้าในเวลานี้...วิชาอาคมต่างๆเป็นแค่เครื่องมือกำกับจิต ชี้นำว่าจะใช้พลังอำนาจแห่งจิตไปในทิศทางใด...ดีหรือชั่ว...เพื่อสนองกิเลสตัณหาหรือเพื่อเรียนรู้กิเลสตัณหาของตน ข้าพเจ้าพบว่ามีสิ่งหนึ่งที่อยู่เหนืออาคมเหล่านั้น เป็นสิ่งง่ายๆธรรมดาที่ชาวพุทธทั่วไปรู้จักแต่มักมองข้าม...สิ่งนั้นคือวิบากกรรม”

“นี่ก็คงเป็นวิบากกรรมของเดชาใช่ไหมครับคุณตา...”

เอื้อกานต์กลับมาเห็นแฝดน้องทำหน้าเศร้าก็อดปลอบไม่ได้ เชื่อว่าชายสวมหน้ากากคงทำงานนี้เป็นครั้งสุดท้าย ทีเกื้อรู้สึกแปร่งหูเลยพยายามซักไซ้ว่ารู้ได้อย่างไร แต่คุณหมอสาวก็เฉไฉเอาตัวรอดจนได้

หลังเหตุการณ์ที่งานสัมมนา เดชากลายเป็นคนเสียสติ สัตตบงกชกับธีรภูมิเลยตกลงใจไม่ทำข่าวขุดคุ้ยเพราะไม่อยากซ้ำเติมเจ้าของห้างดังมากกว่านี้ แต่ที่ทำให้สองหนุ่มสาวจากทีเอ็นนิวส์สนใจกว่าคงเป็นเบาะแสจากเดชาขณะสติยังดีว่าชายสวมหน้ากากพยายามคาดคั้นความจริงเกี่ยวกับการตายของทรงพล

ขณะที่ธีรภูมิกับสัตตบงกชค้นหาความจริงเกี่ยวกับ การตายของทรงพล ศักดิ์ชายก็เครียดหนัก หวั่นใจจะกลายเป็นเหยื่อคนต่อไปของชายสวมหน้ากากและความลับที่เก็บงำมานานจะเปิดเผย!

ข้อมูลเกี่ยวกับคดีของทรงพลหาได้ยากเต็มที เท่าที่มีก็เป็นข้อมูลเก่าๆที่นักข่าวเขียนขึ้นเท่านั้น ธีรภูมิไม่พอใจแค่นั้นเลยไปขอความช่วยเหลือจากธีรนัฐเพราะจำได้ว่าเคยสนิทสนมกับทรงพลเมื่อครั้งมีชีวิต

ธีรนัฐมีท่าทางลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมเล่าทุกอย่าง ธีรภูมิเลยรีบนำข้อมูลไปแชร์กับสัตตบงกชและทีเกื้อ

“จำคดีดังที่มีโจรยกเค้าบ้านท่านทรงพลเมื่อหลายปีก่อนได้ไหม”

“จำได้สิครับ...คดีนี้พาดหัวข่าวทุกฉบับ ตำรวจจับโจรได้เร็วมาก แถมพบของกลางเป็นเงินสดเกือบร้อยล้าน”

ทีเกื้อเป็นคนตอบเพราะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับทรงพลมาก่อน ธีรภูมิพยักหน้าพอใจก่อนเล่าต่อ

“คนร้ายสารภาพหมดเปลือกว่ายกเค้าบ้านท่านทรงพลจริง แถมให้การว่าบ้านท่านมีเงินสดมากกว่านี้”

“แต่ตอนนั้นตำรวจไปตรวจสอบที่บ้านท่านเรียบร้อย ก็ไม่พบอะไรนี่คะ” สัตตบงกชแย้งงงๆ

“ใช่...ตอนนั้นท่านทรงพลก็เลยรอดตัวไป แต่ท่านก็โดนกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์ แถมยังมีข่าวท่านเกี่ยวข้องกับคดียาบ้าในคุกด้วย ตอนนั้นสื่อประโคมข่าวกันใหญ่ ท่านทนความกดดันไม่ไหวเลยหนีออกนอกประเทศ แต่โชคร้ายเครื่องบินตกเสียชีวิตทั้งครอบครัวซะก่อน”

ทีเกื้อเสริมว่าทรงกลดลูกชายคนเดียวของทรงพล แฟนหนุ่มของเอื้อกานต์ก็ตายจากเหตุการณ์เครื่องบินตกครั้งนี้ด้วย จากที่เคยเจอหน้ากันหลายครั้ง ตำรวจหนุ่มไม่เชื่อว่าทรงพลหรือทรงกลดจะเกี่ยวข้องกับเรื่องสกปรกพวกนี้

ธีรภูมิก็คิดเช่นนั้น เพราะธีรนัฐก็ยืนยันว่าทรงพลเป็นนักธุรกิจซื่อตรงและมือสะอาด

“คุณพ่อเล่าว่าคนที่พยายามจะขึ้นมาแทนตำแหน่งประธานทีบีกรุ๊ปต่อจากท่านทรงพลคือคุณเดชา คุณเดชาเป็นคนสั่งให้ดำเนินคดีกับท่านให้เร็วที่สุด ส่วนคนร้ายที่มายกเค้าบ้านท่านทรงพลก็คือคนของคุณเกริกภพ”

ข้อมูลจากธีรนัฐทำให้ทีเกื้อตื่นเต้นมาก เพราะหากโยงเบาะแสคดีเกริกภพและเดชาเข้าด้วยกันจะพบว่า เหยื่อทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของทรงพลทั้งหมด และเรื่องที่เกิดขึ้นก็อาจเป็นการล้างแค้นของใครบางคน...

ooooooo

ใครบางคนคนนั้นก็คือคิมหรือทรงกลด ลูกชาย คนเดียวของทรงพลที่เกือบตายในเหตุการณ์เครื่องบินตก แต่เขาฟื้นมาได้อีกครั้งเพราะความช่วยเหลือของฮันเตอร์

การล้างแค้นของคิมดำเนินไปจนมีคนตายหลายคน รวมทั้งรายล่าสุดคือเดชาที่เสียสติกลายเป็นคนบ้าเห็นภาพหลอน คิมเลยตัดสินใจจะหยุดเรื่องล้างแค้นเพราะไม่อยากทำผิดและทำบาปไปมากกว่านี้

“ผมตั้งใจจะหยุดแค่นี้ ผมจะไม่ตามหาว่าใครร่วมมือกันทำร้ายพ่อแล้ว พ่ออย่าโกรธผมนะครับ”

คิมพูดกับรูปพ่อเสียงเบา ก่อนจะหน้าตึงเมื่อได้ยินคำถามของฮันเตอร์ที่ถอดจิตมาหา

“แน่ใจเหรอว่าไม่อยากรู้แล้วว่าใครฆ่าพ่อแกอีก”

ไม่มีเสียงตอบจากศิษย์เอก ฮันเตอร์เลยพยายามหว่านล้อมอีกครั้ง

“ฉันจะมาบอกว่าเหยื่อรายต่อไปเป็นใคร...แกไม่อยากรู้จริงๆเหรอ”

“ผมไม่อยากรู้ครับ”

“ออกมาหาฉัน ถ้าไม่อยากเสียใจทีหลัง ฉันจะรอที่เดิม”

“ผมขอโทษครับ...แต่ผมคงไม่ไป ผมไม่อยากรู้จริงๆ”

“ฉันจะส่งรูปเหยื่อรายต่อไปให้แกดูก่อน เผื่อแกจะเปลี่ยนใจ”

จบคำก็หายวับทิ้งไว้แค่ภาพของธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรในมือถือของศิษย์เอก!

คิมตกใจมาก และเปลี่ยนใจไปคุยกับฮันเตอร์ให้รู้เรื่อง

“ผมไม่เชื่อว่าครอบครัวนี้จะเป็นคนทำร้ายพ่อ เขาเป็นเพื่อนสนิทของพ่อด้วยซ้ำ”

“จะไม่ได้ทำได้ยังไง...ในเมื่อสถานีโทรทัศน์ของเขาเนี่ยแหละที่เป็นคนทำข่าวใส่ร้ายพ่อแก...พวกมันตั้งใจปั่นข่าวสร้างกระแส เขียนข่าวจากขาวเป็นดำ บีบจนพ่อแกทนแรงต่อต้านจากสังคมไม่ไหว ต้องหนีออกนอกประเทศ”

คิมถึงกับอึ้งไป สิ่งที่ฮันเตอร์พูดเป็นความจริงจนเถียงไม่ออก

“แกเองก็น่าจะจำได้ไม่ใช่เหรอว่าตอนนั้นนักข่าวมันบีบพ่อแกยังไงบ้าง...ลองคิดดูดีๆสิ คนที่แนะนำให้พ่อแกหนีออกจากประเทศจนเครื่องบินระเบิดก็คือธีรนัฐไม่ใช่เหรอ”

ฮันเตอร์พยายามปั่นหัวทุกทาง แต่คิมก็ไม่ปักใจเพราะเชื่อว่าครอบครัวอดีตคนรักของเอื้อกานต์ไม่ใช่คนไม่ดี...

ท่านรองฯเรียกตัวทีมงานประชุมเรื่องคดีเหมือนเคย ทีเกื้อมั่นใจว่าธีรนัฐจะเป็นเหยื่อรายต่อไปของชายสวมหน้ากากเพราะเบาะแสจากคดีก่อนหน้า โดยเฉพาะเหตุแก๊งปาหินที่ลอบโจมตีรถของเขากลางทาง

ทีเกื้อขอเวลาเช็กเบาะแสเพิ่มเติมแล้วจะรีบรายงาน ท่านรองฯพยักหน้ารับรู้และส่งของขวัญฝากให้เอื้อกานต์ที่ช่วยงานทางการ นภหูผึ่งรีบคว้าของขวัญจะเอาไปให้แทน ทีเกื้อยอมยกให้แต่ก็อดเย้าไม่ได้

“แกก็รู้ว่าฉันรักเดียวใจเดียว จริงจังกับหมอเอื้อ มานาน แกก็อย่าหวงพี่สาวนักเลย”

ทีเกื้อเข้าใจความรู้สึกเพื่อนคู่หูดี แต่ก็อยากเตือนสติด้วย “ไม่ได้หวง...แต่ห่วงแกต่างหาก เพราะแกเป็นเพื่อน ฉันเลยไม่อยากให้แกเสียใจ บอกตรงๆ...

ฉันไม่เห็นท่าทีว่าเอื้อจะสนใจใครเลย”

“ถ้าหมอเอื้อยังไม่มีแฟน ยังไม่ได้ชอบใคร ฉันก็ยังมีโอกาสไม่ใช่เหรอวะ”

“งั้นก็ตามใจ ฉันจะเอาใจช่วย”

นภยิ้มร่าใจมาเป็นกอง “ขอบใจนะน้องเขย...”

ooooooo

คิมไม่กล้าสู้หน้าเอื้อกานต์นับตั้งแต่ได้ข้อมูลจากฮันเตอร์ว่าธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรคือเหยื่อรายต่อไป คุณหมอสาวแปลกใจมากที่จู่ๆเขาก็หายหน้า พยายามโทร.หาก็ไม่ยอมรับสาย

เอื้อกานต์คาใจมาก แต่ไม่ทันเคลียร์กับคิม นภก็โผล่มาพร้อมของขวัญจากท่านรองฯ คุณหมอสาว ยิ้มรับและทักทายตามมารยาท แต่เขาก็ทำให้เธอต้องอึดอัดเพราะคำพูดเกี้ยวพา

“ถ้าเอื้ออยากได้คนดูแลแบบคุณศักดิ์ชายก็บอก นะครับ ผมยินดี...ผมจะปกป้องเอื้อด้วยชีวิตเลย”

“อย่าดีกว่าค่ะ เอื้อไม่อยากเป็นเหยื่อรายต่อไป ของคนร้าย”

คุณหมอสาวบอกปัดแบบขอไปที ก่อนจะอ่านใจ เขาได้ว่ากำลังจะบอกรัก เลยรีบพูดดักคอ

“ยังไงก็ต้องขอบคุณมากนะคะที่หวังดีกับเอื้อ เป็นห่วงเอื้อ เอื้อดีใจนะคะที่มีเพื่อนที่ดีอย่างคุณ”

นภหน้าเจื่อน ก่อนจะสารภาพตามตรง

“แต่ผมอยากเป็นมากกว่านั้นนะครับ”

“เอื้อรู้นะคะว่าคุณคิดยังไงกับเอื้อ แต่เอื้อยังไม่พร้อมจะมีใครตอนนี้จริงๆค่ะ”

เอื้อกานต์เลือกพูดตามตรง แต่นภก็ยืนกรานจะรอเพราะคิดว่ายังมีหวัง...

นภกลับไปแล้ว ทิ้งความสับสนไว้ให้เอื้อกานต์ต้องคิดหนักว่าเธอรู้สึกเช่นไรกันแน่...โดยเฉพาะกับคิม คุณหมอสาวหยิบภาพถ่ายใบเก่าของเธอกับทรงกลดมาดูเงียบๆ ก่อนจะพึมพำ

“พี่กลด...เอื้อคิดถึงพี่กลดจังเลยค่ะ เอื้อเจอคนหน้าเหมือนพี่กลดด้วยค่ะ...เขาชื่อคิม”

คิมได้ยินเสียงของเธอเพราะจิตสื่อถึงกันได้ สะเทือนใจมากที่ทำให้เธอสับสน

“ยิ่งเอื้ออยู่ใกล้เขา...เอื้อก็ยิ่งรู้สึกว่าเขามีอะไรหลายอย่างเหมือนพี่กลดเลยค่ะ เขารักความถูกต้องเหมือนพี่กลด แต่เขากลับใช้วิธีการที่ผิดจัดการ เอื้อจะช่วยเขายังไงดีคะ”

เอื้อกานต์ถอนใจหนักหน่วง โดยไม่รู้เลยว่าคิมก็ปวดใจไม่แพ้กัน

“ผมไม่น่ามาเจอคุณเลย...”

ไม่ใช่แค่พวกตำรวจที่ตามหาเบาะแสชายสวมหน้ากาก สัตตบงกชก็พยายามไม่แพ้กัน เธอหมกมุ่นกับข้อมูลมากมายจากทีมงานจนไม่กินข้าวกินปลา ทีเกื้อรู้ก็เป็นห่วง แต่ก็ปากหนักไม่ยอมเตือนดีๆ

“จะเอาโล่นักข่าวดีเด่นรึไงคุณ หรืออยากตายในหน้าที่พร้อมผม เก่งทุกเรื่อง รู้ทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้กลับไม่รู้”

“ฉันรู้แต่ไม่อยากทำ...มีไรปะ”

“ระวังเถอะ กระเพาะจะทะลุ”

ทีมงานเห็นท่าไม่ดี คะยั้นคะยอให้ไปกินข้าวด้วยกัน สัตตบงกชก็คร้านจะเถียงกับอดีตคนรักเต็มทีเลยยอมไปแบบเสียไม่ได้ ทีเกื้อมองตามยิ้มๆ ชอบใจที่เธอยอมดูแลตัวเองบ้าง โดยไม่รู้เลยว่าคุณหญิงอัปสรผ่านมาเห็นทุกอย่างโดยบังเอิญ และระแวงว่าลูกเลี้ยงหนุ่มคู่ปรับจะแย่งคู่หมั้นของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน!

ooooooo

ท่าทางหงุดหงิดของแม่ทำให้ธีรภูมิแปลกใจและอดถามไม่ได้ คุณหญิงอัปสรเป็นห่วงความรู้สึกลูกชายคนเดียว อึกๆอักๆ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องโพล่งออกไป

“ถ้าไอ้ลูกเมียน้อยมันยังวนเวียนในตึกนี้ แม่คงไม่มีทางอารมณ์ดีหรอก”

“คุณแม่ก็ไม่ต้องสนใจสิครับ”

“ไม่สนใจได้ยังไง แม่เห็นมันไปสนิทสนมกับหนูดี”

ธีรภูมิหน้าเสียแต่พยายามเก็บอาการ แอบสังเกตเหมือนกันแต่ไม่อยากเต้นตามให้แม่เป็นกังวล

“สนิทกันก็ดีกว่าเกลียดกันนะครับ”

“แม่กลัวมันจะมาตีท้ายครัวเราน่ะสิ อย่าไว้ใจมันมาก บ้านนี้ไว้ใจไม่ได้ ชอบแย่งของคนอื่น เชื้อแม่มันคงแรง”

“คุณแม่คิดมากไป เกื้อกับหนูดีเขาไม่ใช่คนแบบนั้นนะครับ ผมเชื่อใจเขาสองคน”

“เชื่อไปเถอะ เรามันไม่ทันคน มองโลกในแง่ดีเกินไป พาหนูดีไปเลือกชุดแต่งงานได้แล้ว อย่ามัวชะล่าใจ!”

เตือนลูกชายคนเดียวไม่พอ คุณหญิงอัปสรก็ไปกดดันสามีให้ช่วยพูดด้วย ธีรนัฐลำบากใจไม่อยากบังคับลูกชายเลยพยายามบ่ายเบี่ยง คุณหญิงอัปสรขัดใจมาก แต่ไม่ทันโต้อะไร ทีเกื้อก็โผล่มาขัดจังหวะ

ทีเกื้อมาอารักขาธีรนัฐตามหน้าที่ แต่สีหน้าเอาเรื่องของคุณหญิงอัปสรทำให้ธีรนัฐตัดสินใจบอกให้ลูกชายคนเล็กไม่ต้องตาม ไม่อยากให้มีเรื่อง ทีเกื้อไม่ขัดและยอมนั่งรอที่บ้านแต่โดยดี

คิมเฝ้ารอธีรนัฐอยู่แล้วที่หน้าบ้าน อยากตามดูพฤติกรรมเพื่อเตรียมลงมือเหมือนเคย แต่ก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าฮันเตอร์โผล่มาประกบรถของธีรนัฐ!

สีหน้าดุดันของอาจารย์ทำให้คิมไม่ไว้ใจ แล้วก็จริงดังคาด ฮันเตอร์ใช้อาคมทำให้ธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรสลบ คิมร้อนรนมากรีบขับรถตามไปปาดหน้าฮันเตอร์เลยต้องลงไปคุยด้วย

“แกทำอะไรของแก ถ้าฉันเบรกไม่ทันขึ้นมาทำยังไง”

“ผมต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามอาจารย์...ว่าอาจารย์คิดจะทำอะไร”

“ฉันก็มาทำความรู้จักเหยื่อที่ต้องจัดการไง ครั้งนี้ฉันจะไม่อยู่เฉยๆให้แกจัดการคนเดียวอีกแล้ว ถ้าแกไม่จัดการ ฉันจะได้ลงมือเอง แกก็รู้ว่าฉันพูดจริงทำจริง”

“ไม่ต้องห่วงครับ...ผมจะจัดการเหยื่อรายนี้เอง อาจารย์แค่รอฟังข่าวอยู่เฉยๆก็พอ”

ฮันเตอร์ยอมรับปากแบบขอไปที ตั้งใจแล้วจะไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อรอดชีวิตแน่!

ooooooo

ธีรภูมิได้รับข้อความจากบุคคลปริศนา จึงรีบไปช่วยพ่อแม่ ซึ่งกว่าธีรนัฐจะฟื้น เขาก็แทบใจหายใจคว่ำ เพราะกลัวว่าคนร้ายจะเป็นคนเดียวกับที่สะกดจิตแก๊งปาหินเมื่อวันก่อน

ธีรนัฐก็คิดเช่นนั้น แต่ไม่อยากให้ลูกชายบอกใคร โดยเฉพาะเอื้อกานต์และภรรยา เพราะกลัวสติแตก

“พ่อไม่อยากให้เกื้อเครียด แล้วก็ไม่อยากให้วุ่นวาย ส่วนแม่เรา...ก็บอกแค่ว่าเขาเป็นลมตอนอยู่บนรถก็พอ”

“แต่ผมว่าตอนนี้คุณพ่อคงต้องระวังตัวให้มาก ดูท่าเรากำลังจะตกเป็นเป้าหมายรายต่อไปของคนร้าย”

การคาดการณ์ของธีรภูมิไม่เกินจริงเลย คิมก็เครียดไม่แพ้กัน เพราะหากปล่อยให้ฮันเตอร์ลงมือ ธีรนัฐคงไม่รอด และก็เพราะคิดแบบนั้น คิมเลยตัดสินใจถอดจิตไปลาเอื้อกานต์ในคืนเดียวกัน

เอื้อกานต์ไม่รู้ตัวว่ากำลังฝัน ถึงกับยืนตัวแข็งเมื่อจู่ๆคิมก็โผมากอด พร้อมเอ่ยคำขอโทษ คุณหมอสาวพยายามขืนตัวออก แต่ก็สัมผัสได้ถึงความเศร้าบางอย่างเลยเอื้อมมือลูบหลังเขาเพื่อปลอบใจ คิมน้ำตาคลอ อึดอัดใจที่ต้องเล่นงานครอบครัวของเธอ แต่ก็บอกอะไรไม่ได้ นอกจากถอดจิตหายไป...

เพราะความฝันบ้าๆนั่นแท้ๆทำให้เอื้อกานต์วิตกจริต และสุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องโทร.ไปตามเขาออกมา โดยอ้างว่าอยากให้ช่วยเลือกของขวัญวันเกิดให้พ่อ คิมไม่อยากไปแต่ฮันเตอร์ก็กล่อมให้ไปจนได้ เพราะเห็นเป็นโอกาสดีที่ศิษย์เอกจะหลอกถามข้อมูลของธีรนัฐมาเพื่อทำของเล่นงาน

เอื้อกานต์ทั้งใจเต้นและประหม่าที่ได้เจอเขา ยิ่งถูกเขาเย้าว่าอยากเจอ ยิ่งทำตัวไม่ถูก ต้องแก้ตัวเก้อๆว่าชวนมาเลือกของขวัญแทนทีเกื้อที่ไม่ถูกกับพ่ออย่างแรง

คิมเลยเลิกแกล้งและช่วยเลือกของขวัญอย่างตั้งใจ พยายามใช้เวลากับเธอที่อาจเป็นครั้งสุดท้าย

เอื้อกานต์เลยพลอยผ่อนอาการเกร็งๆ และผ่อนคลายมากพอจะเล่าเรื่องความสัมพันธ์ในครอบครัว

“ฉันกับคุณพ่อไม่ค่อยสนิทกัน ฉันไม่เคยซื้อ ไม่เคยทำอะไรให้ท่านเลย แต่หลังจากไปทำบุญให้คุณแม่ด้วยกัน ฉันก็อยากจะเปลี่ยน ฉันอยากเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบพ่อลูกดู ฉันจะพยายามหาทางให้เกื้อกลับมาดีกับคุณพ่อให้ได้”

“ดีแล้วล่ะ ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน อยากทำอะไรให้ท่านก็รีบๆทำ...ก่อนมันจะสายเกินไป”

เอื้อกานต์รู้สึกแปร่งหู แต่ไม่ทันซัก คิมก็พูดต่อ

“บางคนรอ...รอมีเงิน รอมีเวลา แล้วถึงจะซื้อของให้พ่อแม่ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ”

“นั่นสิ...ฉันกับพี่กลดก็เคยมาเลือกซื้อของขวัญให้พ่อพี่กลดเหมือนกัน พี่กลดตั้งใจจะซื้อเนกไทให้คุณพ่อตอนวันเกิด แต่ยังไม่ทันได้ให้ ทั้งคู่ก็มาเสียไปซะก่อน”

คำพูดถึงทรงกลดด้วยความคิดถึงของเอื้อกานต์ทำให้คิมถึงกับอึ้งไป ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

“ผมบอกแล้วไงว่าชีวิตคนเรามันไม่แน่นอนแต่พ่อคุณยังอยู่ ยังไม่สายไปหรอกถ้าคุณจะเริ่มความสัมพันธ์ดีๆ”

คำพูดให้กำลังใจของเขามีผลกับเอื้อกานต์มาก สองหนุ่มสาวยิ้มให้กันด้วยความเข้าอกเข้าใจ ก่อนที่คิมจะสะดุ้ง เพราะมีเสียงของฮันเตอร์ดังขึ้นในหัว เร่งให้เขาหลอกถามข้อมูลธีรนัฐจากเอื้อกานต์

คิมลำบากใจมาก แต่เมื่อคิดถึงแผนล้างแค้นให้พ่อก็จำต้องโพล่งออกไป

“แล้วพ่อคุณเป็นคนยังไงล่ะ ชอบอะไร เล่าให้ผมฟัง ผมจะได้ช่วยคิดถูกว่าคุณควรเข้าหาท่านยังไง...”

ooooooo

ธีรภูมิยังค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีทรงพลจนได้รู้ว่าเหยื่อของชายสวมหน้ากากทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับสมบัติของทรงพลที่ถูกขายทอดตลาดหลังจากเขาตาย ทั้งบ้าน ที่ดินและหุ้นในบริษัท

ทีเกื้อกับสัตตบงกชตื่นเต้นกับข้อมูลใหม่ และฟันธงว่าชายสวมหน้ากากต้องเป็นคนใกล้ชิดทรงพลที่ต้องการล้างแค้น แต่เพื่อความชัวร์สองหนุ่มสาวเลยร่วมมือกันแบบเฉพาะกิจ ลงภาคสนามตามสืบให้มากกว่านี้

ธีรภูมิจับตาปฏิกิริยาระหว่างทีเกื้อกับสัตตบงกชด้วยความสนใจ คำพูดและคำเตือนของแม่ลอยวนเวียนในหัว แต่เขาก็ยังไม่เชื่อ เพราะรักและไว้ใจน้องชายคนเดียวมาตลอด...

หลังซื้อของขวัญให้พ่อ เอื้อกานต์ก็อาสาไปส่งคิมถึงบ้านเพราะอยากรู้ที่อยู่ของเขา แต่คิมก็ปฏิเสธ และไม่ยี่หระเลยที่เห็นเธอแอบสะกดรอย เพราะอีกไม่นาน... เขาก็จะย้ายออกจากที่นี่

แดนมาช่วยเก็บของเตรียมย้ายออก อดสงสัยไม่ได้ว่าจะย้ายไปไหน คิมไม่พูดอะไร เพราะในใจมัวคิดถึงบ้านพักตากอากาศหลังเก่าของครอบครัวที่เขาเคยพาเอื้อกานต์ไปเจอพ่อแม่

วันเวลาดีๆเหล่านั้นทำให้คิมเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก เขาเลยใช้กุญแจผีไขเข้าไปในบ้านพักตากอากาศหลังนั้นในกลางดึกคืนเดียวกันเพื่อซึมซับบรรยากาศเก่าๆ และทันทีที่เขากลับ ทีเกื้อกับสัตตบงกชก็มาถึงเพื่อสืบเรื่องทรงพล

คิมจากไปแล้ว โดยนึกไม่ถึงเลยว่าทีเกื้อจะใช้พลังพิเศษสัมผัสของต่างๆในบ้านพักตากอากาศ จนได้รู้ว่าเขาเพิ่งออกไป ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศห่อเหี่ยวและหดหู่ รวมทั้งความจริงที่ว่าเขาคือชายสวมหน้ากาก!

สัมผัสพิเศษทำให้คิมรับรู้ถึงการมาถึงของทีเกื้อกับสัตตบงกช และเพื่อไม่ให้สองหนุ่มสาวแขกยามวิกาลของบ้านพักตากอากาศตามเจอตัวเขาในคืนนี้ เขาเลยต้องร่ายคาถาขังไว้ก่อน...

กว่าทีเกื้อจะหาทางออกมาได้ก็ดึกดื่น หัวเสียกลับคอนโด และไม่รอช้าจะคาดคั้นแฝดพี่เรื่องคิม เอื้อกานต์ไม่ยอมบอกอะไร เพราะเชื่อมั่นว่าคิมจะรักษาสัญญาว่าจะไม่ทำอาคมใส่ใครอีก ทีเกื้อหงุดหงิดมาก มั่นใจว่าแฝดพี่รู้เรื่องตัวตนแท้จริงของคิมว่าคือชายสวมหน้ากากแล้ว แต่ไม่ยอมเล่าเพราะมีความลับ!

ooooooo

ความลับของเอื้อกานต์ที่ไม่ยอมรับสายของเธอ เพราะมัวนั่งอ่านข้อมูลคดีเก่าๆของทรงพล ฮันเตอร์รอจังหวะนี้อยู่แล้ว จัดการร่ายคาถาทำให้คิมฝันถึงเรื่องราวในอดีตและความเลวร้ายของสื่อที่ขยี้ข่าวของทรงพล

คิมสะดุ้งตื่นหลังจากนั้น ก่อนจะพบว่าฮันเตอร์แวะมาหา

“แกจำได้ใช่ไหมว่าสื่อพวกนี้มันทำอะไรกับพ่อแกบ้าง”

“ครับ...มันใส่ร้ายพ่อผม ให้เป็นแพะรับบาป พวกมันทำมาหากินบนความทุกข์คนอื่น โดยไม่สนใจเลยว่ามีใครได้รับความเจ็บปวดจากข่าวที่พวกมันนำเสนอไปบ้าง”

“ดี...สื่อพวกนี้ควรจะได้รับบทเรียนซะ นับวันพวกมันยิ่งไร้จรรยาบรรณมากขึ้นทุกที”

แดนนั่งฟังอยู่ด้วย อดไม่ได้โพล่งขึ้น “ตอนพวกนายทุนเผาไล่ที่บ้านผม พวกนักข่าวก็ช่วยนายทุนปิดข่าวเหมือนกัน เรื่องไม่จริง พวกมันก็ตอกไข่ใส่สีจนเป็นเรื่องเป็นราว”

“พวกเขาก็คิดแต่จะทำข่าวเรียกเรตติ้งจนลืมหน้าที่ของสื่อที่แท้จริงกันหมดแล้ว ผมจะเตือนสติพวกเขาเองครับ!”

คิมประกาศกร้าวจะเอาคืนธีรนัฐ เช่นเดียวกับทีเกื้อที่ฝึกจิตทั้งคืนตามคำสอนของแฝดพี่และดาบอินตาแท้ๆ จนสามารถอ่านใจได้แม่นยำกว่าเดิม...เช้านี้เขาเลยตัดสินใจอ่านใจเอื้อกานต์จนได้ที่อยู่ของคิม

ทีเกื้อบุกถึงห้องพักของคิมในเช้าวันเดียวกัน โดยมีเกี้ยงอดีตขี้ยาที่เขาใช้เป็นสายสืบเสมอคอยให้ข้อมูล เพราะเป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในละแวกนั้น คิมกับแดนที่กำลังเก็บของรู้ว่าทีเกื้อจะบุกมาเลยไปซ่อนตัว

เกี้ยงพาทีเกื้อไปถึงหน้าห้อง ตำรวจหนุ่มเลยใช้กุญแจผีงัดเข้าไป คิมตัดสินใจเอาตัวเข้าล่อเพื่อให้แดนหนีไปก่อน แต่ไม่ทันได้ทำแบบนั้น ฮันเตอร์ก็โผล่มาจัดการทีเกื้อเสียก่อน ด้วยการบีบให้เลือกจะช่วยเกี้ยงที่โดนเหล่านักเลงท้องถิ่นที่โดนสะกดจิตซ้อม หรือจะไล่ตามจับตัวเขาที่ใช้อาคมปลอมตัวเป็นคิม

ทีเกื้อเลือกสู้เพื่อช่วยเกี้ยงจนเกือบหมดแรง จู่ๆกลุ่มนักเลงก็สลบเหมือดเพราะคิมตัวจริงเข้ามาขวาง!

เกี้ยงถูกทีเกื้อพาไปโรงพยาบาล ทิ้งคิมกับฮันเตอร์ให้เผชิญหน้ากันอย่างดุเดือด

“อาจารย์หลอกใช้ผมไม่พอ ยังจะขโมยร่างผมมาใช้ทำร้ายคนอื่นอีกเหรอครับ”

“อย่าว่าแต่ร่างกายแกเลย แม้แต่ชีวิตแกก็เป็นของฉัน อย่าลืมว่าฉันเป็นคนช่วยชีวิตแกเอาไว้”

คิมเถียงไม่ออก แต่ก็สบตาไม่หลบจนฮันเตอร์โกรธจัด เอ็ดลั่น

“แกนั่นแหละ...จะทำอะไรขัดใจฉันไปถึงเมื่อไหร่”

“ก็ต่อเมื่ออาจารย์มีความคิดเหมือนผม”

“งั้นฉันกับแกก็คงต้องเป็นศัตรูกันแล้วล่ะ!”

ooooooo

.

..........

https://www.thairath.co.th/novel/ARKOM/ep8/page1

อาคม ตอนที่ 8

อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

ทีเกื้อกับสัตตบงกชมาเฝ้าอาการเกี้ยงด้วยความเป็นห่วง โชคดีที่ช่วยทัน สายตำรวจและวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างเลยมีแค่แผลฟกช้ำตามตัว

“เพราะผู้กองต้องมาช่วยผมแท้ๆ เลยทำให้จับคนร้ายไม่ได้”

“ถึงจับได้ เราก็ได้แค่สอบสวน ยังทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เพราะเราไม่มีหลักฐาน ขอโทษนะที่ทำให้ต้องมาเจ็บตัว”

“ไม่เป็นไรผู้กอง...ผมลืมสนิทเลย ผมเจอรูปนี้อยู่ในกระเป๋ากางเกงผมด้วย ไม่รู้มาได้ยังไง”

พูดจบก็หยิบรูปใบหนึ่งออกจากกระเป๋า ทีเกื้อถึงกับอ้าปากค้าง เช่นเดียวกับสัตตบงกชที่ชะโงกหน้ามาดู เพราะภาพถ่ายนั้นคือตอนทีเกื้อแวะมาหาข้อมูลที่บ้านพักตากอากาศของทรงพลเมื่อวันก่อน

คิมเป็นคนใส่รูปถ่ายใบนั้นในกระเป๋าเกี้ยงเพราะกลัวความเหี้ยมของฮันเตอร์ เมื่อแดนรู้เรื่องก็สงสัย แต่พอรู้ว่าฮันเตอร์ปลอมตัวเป็นคิมเพื่อจัดการทีเกื้อก็พยักหน้าเข้าใจ

“แล้วอาจารย์ปลอมตัวเป็นพี่แบบนี้ได้ อีกหน่อยเขาจะไม่ใช้ร่างพี่ไปทำอะไรต่ออะไรเหรอ”

“ไม่หรอก...การทำแบบนี้ต้องใช้พลังจิตสูงมาก ช่วงนี้อาจารย์ทำผิดกฎการใช้อาคม คงต้องฟื้นฟูพลังน่าดู”

ฮันเตอร์ทำผิดกฎการใช้อาคมจริง ทั้งทำของซ้ำใส่เดชาและปลอมตัวเป็นคิม ทำให้ต้องพักฟื้นยาวตามที่คิมคาดไม่มีผิด เปิดโอกาสให้พวกตำรวจ โดยเฉพาะทีเกื้อมีเวลาทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมามากขึ้น

สัตตบงกชเห็นอดีตคนรักทำหน้าเครียด ก็อดถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“เกี้ยงปลอดภัยแล้ว คุณจะเครียดเรื่องอะไรอีก”

“เครียดสิ...ที่ผ่านมาคนร้ายจะโหดจะเก่งแค่ไหนก็คนธรรมดา ใช้อาวุธที่เรามองเห็น จับต้องได้ แต่คนร้ายรายนี้ใช้อาวุธที่มองไม่เห็น ถึงเรามั่นใจว่ามันเป็นใคร แต่เราก็ไม่มีหลักฐานพยานมาเอาผิดทางกฎหมายได้อยู่ดี”

“นั่นสิ...ถ้าคนร้ายไม่สารภาพซะอย่าง เราจะใช้หลักฐานอะไรให้ศาลรับฟ้อง”

พูดจบก็คิดได้ ยื่นซองเอกสารสำคัญเกี่ยวกับข้อมูลทรงพลให้

“นี่ข้อมูลนายทรงพล ทั้งคดีที่ถูกกล่าวหา สาเหตุการตาย รวมถึงญาติพี่น้อง ลูกหลานทุกคนที่ยังมีชีวิต”

“ขอบคุณมากนะ...ผมเชื่อว่าคนร้ายต้องเป็นคนใกล้ชิดลุงทรงพล เผลอๆอาจเป็นคนที่เราคิดไม่ถึงและรู้จักดี”

ทีเกื้อค่อนข้างมั่นใจว่าชายสวมหน้ากากคือคิมหรือทรงกลด อดีตคนรักผู้ล่วงลับของเอื้อกานต์ แต่ก็เลือกไม่บอกสัตตบงกชเพราะอยากรวบรวมหลักฐานและข้อมูลให้มากกว่านี้

ooooooo

แหล่งข้อมูลแรกที่ทีเกื้อคิดถึงก็ไม่ใช่คนไกลที่ไหน...เอื้อกานต์พี่สาวฝาแฝดนั่นเองที่น่าจะรู้ดีที่สุด ทั้งความลับเรื่องคิมคือชายสวมหน้ากากและทรงกลด... อดีตคนรักของเธอ แต่การคาดคั้นความจริงจากเอื้อกานต์ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาเลยต้องตะล่อมถามอย่างละมุนละม่อม

“เอื้อยังคิดถึงพี่กลดอยู่รึเปล่า”

“ทำไมถึงถามอย่างนี้ล่ะ”

“เกื้อคิดถึงลุงทรงพล...น่าแปลกนะ เกื้อมีโอกาสเจอท่านครั้งเดียว แต่เกื้อกลับรู้สึกดีกับท่านมากๆ ตอนเกิด คดี...เกื้อแทบไม่อยากเชื่อว่าท่านมีส่วนร่วม พอรู้ข่าว เครื่องบินตก เกื้อก็ช็อก รู้สึกเหมือนสูญเสียคนที่เรารักเคารพไป”

ชื่อของทรงกลดและเรื่องโศกนาฏกรรมของครอบครัวเขาทำให้เอื้อกานต์หน้าเสีย ทีเกื้อลำบากใจมาก แต่ก็จำต้องหลอกถามเพื่อข้อมูลในการสืบคดี

“ช่วงนั้นพี่กลดเล่าเรื่องอะไรเกี่ยวกับท่านให้ฟังบ้างไหม มีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นก่อนจะเกิดอุบัติเหตุบ้างรึเปล่า”

“พี่กลดไม่เคยเล่าเรื่องที่บ้านให้ฟังหรอก ทำไมจู่ๆ ถามแบบนี้ล่ะ”

“ก็แค่อยากรู้ตามนิสัยตำรวจน่ะ...ร้อนจัง ไปอาบน้ำ ดีกว่า”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งเอื้อกานต์ให้มองตามงงๆ ก่อนจะตาลุกวาวด้วยความโกรธ เมื่อเหลือบไปเห็นแฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับทรงกลดและการตายของทรงพล

“นี่มันเรื่องอะไรกัน เกื้อกำลังสืบอะไรเกี่ยวกับบ้านพี่กลดกันแน่ เล่าให้เอื้อฟังเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

ทีเกื้อมีท่าทีอึกอักอย่างเห็นได้ชัด แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเล่า

“เหยื่อที่ตายทั้งหมดมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลุงทรงพลจริงๆ เกื้อสงสัยว่าคดีมีเงื่อนงำแปลกๆ คุณลุงอาจโดนกล่าวหา เครื่องบินลำที่ตกนั่นก็มีเงื่อนงำเหมือนมีการปิดบังข้อมูล”

“เอื้อไม่อยากจะเชื่อเลย”

ท่าทางตะลึงงันของแฝดพี่ทำให้ทีเกื้อเชื่อว่าตัวเองมาถูกทาง “คิม...ฆาตกรคนนั้นต้องเกี่ยวข้องกับลุงทรงพลแน่ๆ เขาไม่ได้เป็นคนดีอย่างที่เอื้อคิด เมื่อวานเกื้อก็เจอมัน มันยังทำร้ายสายของเกื้อเลย”

“พี่จะไปถามเขาให้รู้เรื่องว่าเขาเป็นอะไรกับคุณลุง”

“เอื้อไปก็ไม่เจอหรอก มันย้ายที่อยู่หนีไปแล้วมันรู้ความเคลื่อนไหวของเรา เมื่อวานมันทิ้งรูปนี้ไว้ให้เกื้อเลย”

“เอื้อจะลองใช้พลังจิตสืบดู บางทีอาจจะรู้ว่าคิมอยู่ที่ไหน...”

เอื้อกานต์ใช้สัมผัสพิเศษกับรูปถ่ายของแฝดน้องจนรู้ว่าเหยื่อรายต่อไปของคิมคือธีรนัฐ สองพี่น้องร้อนใจมาก รีบส่งคนตามประกบพ่ออย่างใกล้ชิด คิมรับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวของฝาแฝด โดยเฉพาะเอื้อกานต์ที่เพียรโทร.หาเขาตลอดทั้งวัน แต่เขาก็ไม่รับสาย ได้แต่พร่ำบอกเธอในใจให้ตัดใจจากเขาเสียที

แดนเห็นรุ่นพี่หนุ่มที่เคารพนั่งดูรูปเก่าๆสมัยเป็นทรงกลดถ่ายคู่กับเอื้อกานต์ด้วยสีหน้าเศร้าๆก็อดแนะไม่ได้

“ผมว่าพี่น่าจะเล่าความจริงให้หมอเอื้อฟังนะ ผมว่าหมอจะต้องเข้าใจพี่”

“พี่ไม่ต้องการให้เขามายุ่งเรื่องนี้ พี่เลือกจะใช้ชีวิตอย่างโจร ถ้าพี่ยังยุ่งกับเขา...สักวันเขาอาจต้องเดือดร้อนเพราะพี่ พี่ไม่ควรคิดอะไรทั้งนั้น หน้าที่พี่ตอนนี้คือการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับครอบครัวเท่านั้น!”

ooooooo

ระหว่างที่คิมกับแดนเตรียมงาน ธีรนัฐกลับไม่ค่อยกังวลเรื่องตัวเอง วุ่นวายกับงานบริหารสถานีเหมือนเคย โดยมีธีรภูมิเป็นกำลังสำคัญ ร่วมด้วยสัตตบงกชคู่หมั้นของธีรภูมิและพิธีกรสาวที่มีอุดมการณ์ทำงานแรงกล้า อย่างเช่นวันนี้ที่เธอหงุดหงิดมาก เพราะต้องอ่านข่าวที่เต็มไปด้วยภาษาใส่สี ข้อมูลบิดเบือนและเนื้อหาสาระเกินจริง

ธีรนัฐได้ยินว่าที่ลูกสะใภ้บ่นก็ไม่ถือสา กลับถือโอกาสสอนด้วยความเอ็นดู

“คิดว่านักข่าวมีหน้าที่อะไร”

“รายงานความเป็นจริงให้สังคมตื่นตัวกับเรื่องต่างๆ ที่เราจะบอกค่ะ”

“แล้วถ้าไม่มีคนดูข่าวของเราล่ะ หน้าที่ของเราถือว่าสัมฤทธิ์ผลไหม”

สัตตบงกชส่ายหน้า ธีรนัฐยิ้มรับก่อนอธิบายเสียงอ่อน “ถ้าไม่มีคนดูข่าวเรา สิ่งที่เราจะสื่อก็ไม่มีความหมาย การแต่งเติมนิดๆหน่อยๆเพื่อทำให้คนดูหันมาสนใจ ตื่นตัวกับเรื่องที่เราจะนำเสนอ มันจะไม่เป็นประโยชน์มากกว่าเหรอ ยุคนี้เราจะมัวทำข่าวแบบเดิมไม่ได้แล้ว คนบริโภคเปลี่ยนไป เราก็ต้องปรุงข่าวให้ถูกปากคนกิน”

“แต่มันก็ไม่ถูกต้องอยู่ดีนะคะ”

“ถูกไม่ถูกเราดูกันที่เจตนา พวกเราไม่ได้มีเจตนาไม่ดี และไม่ได้ทำให้ใครเสียหาย”

ธีรนัฐส่งยิ้มบางๆให้ว่าที่ลูกสะใภ้ แต่พลันต้องหน้าซีดเมื่อจู่ๆก็มีเสียงในหัว

“แน่ใจเหรอว่าจะไม่มีใครเสียหายเพราะข่าวของแก!”

ฮันเตอร์นั่นเองที่ร่ายอาคมส่งเสียงเข้าในหัวธีรนัฐเพื่อข่มขวัญ ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด คำขู่นั้นทำให้ธีรนัฐหวนคิดถึงเรื่องเลวร้ายในอดีตที่เขามีส่วนทำให้เกิด...คดีของ ทรงพลเมื่อหลายปีก่อน ข่าวนี้เป็นที่สนใจของผู้คนมากมาย และคุณหญิงอัปสรภรรยาของเขาก็ไม่รอช้าจะขยี้ข่าวนี้เพื่อสร้างกระแสและเพิ่มยอดขาย

ธีรนัฐจำได้ดี...เวลานั้นเขาคัดค้านอย่างหนักที่ภรรยาจะให้เสนอข่าวโจมตีทรงพล

“ทรงพลนักธุรกิจชื่อดังซึ่งเบื้องหลังพัวพันการค้า ยาเสพติด พาครอบครัวขึ้นเครื่องบินหลบหนีคดี สุดท้ายไปไม่รอด เครื่องบินระเบิดตายยกครัว...นี่เราต้องเขียนข่าวขนาดนี้เลยเหรอ”

“ข่าวแบบนี้แหละคนดูชอบ”

“แต่มันไม่ถูกต้อง ข่าวก็ไม่จริง ผมไม่เห็นด้วยเลยที่เราปั่นข่าวใส่ร้ายใคร...ที่สำคัญคนนั้นดันเป็นคนที่เรา นับถือ”

“คนตายไปแล้ว ลุกมาโวยวายไม่ได้หรอกคุณ ถ้าคุณไม่กล้าทำ เดี๋ยวฉันทำเอง!”

เพราะขัดภรรยาไม่ได้ ธีรนัฐเลยต้องรู้สึกผิดถึงทุกวันนี้ คุณหญิงอัปสรแวะมาคุยเรื่องงาน เห็นสามีทำหน้าเหมือนมีเรื่องคิดมากก็อดไม่ได้จะซักไซ้ด้วยความเป็นห่วงและอยากรู้

“ผมแค่คิดว่ากว่าเราจะมาถึงจุดนี้ เราเคยทำข่าวทำร้ายใครไปบ้าง”

“เราทำข่าวนะคะ ไม่ได้ทำรายการธรรมะ มันก็ต้องมีกระทบกระทั่งคนอื่นบ้าง...เป็นธรรมดา สถานีเราอยู่ได้เพราะเงินนะคะ มันคือธุรกิจ เรื่องแบบนี้ใครๆเขาก็ทำกันทั้งนั้นแหละ คุณอย่ามาเป็นคนดีไปหน่อยเลย”

“ผมกลัวว่าสักวัน...เรื่องนี้มันจะย้อนกลับมาทำร้ายเรา...”

ความกลัวของธีรนัฐไม่เกินจริงเลย เพราะคิมเริ่มลงมือสั่งสอนสถานีของเขาในวันเดียวกัน ด้วยการตัดไฟระหว่างออกอากาศและแทรกภาพพร้อมอักษรพาดหัวข่าวว่าทีเอ็นนิวส์เป็นสำนักข่าวจอมปลอม!

ooooooo

การแทรกสัญญาณและการตัดไฟของคนร้ายปริศนาทำให้ทีมงานสถานีวุ่นวายกันไปหมด ธีรนัฐที่นั่งดูทุกอย่างจากห้องทำงานตกใจมาก เช่นเดียวกับทีเกื้อที่มาเฝ้าอารักขาตามหน้าที่

ธีรภูมิที่อยู่หน้างานพยายามสั่งให้ทีมงานตัดสัญญาณแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ สัตตบงกชหน้าเครียด อยากช่วยหาทางแก้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน คิมเฝ้ารอจังหวะอยู่แล้ว ปรากฏตัวให้เห็นเป็นชายสวมหน้ากากบนหน้าจอสถานี

“เห็นข่าวแบบนี้แล้วรู้สึกยังไง ข่าวที่ไม่เป็นความจริง ข่าวที่ใช้ถ้อยคำรุนแรง”

ทีมงานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก คิมสะใจมาก ประกาศกร้าว

“ฉันต้องการให้สถานีคุณนำเสนอข่าวเปิดเผยความจริงเรื่องคุณทรงพล...สถานีคุณ...เคยนำเสนอข่าวผิดพลาดให้คนเข้าใจคุณทรงพลผิดๆ ฉันจะให้โอกาสคุณได้แก้ตัว สารภาพความผิดของตัวเองซะ!”

คิมให้เวลาทีมงานหนึ่งวันแฉข่าวฉาวที่เคยปกปิด ธีรภูมิกับสัตตบงกชรับปากจะทำ พร้อมสั่งทีมงานให้เช็กสัญญาณจากด้านนอก ซึ่งก็ถือเป็นโชคดีที่ชายสวมหน้ากากไม่ได้ถ่ายทอดภาพแทรกนั้นออกไป แต่ตัดเป็นจอดำเหมือนเป็นแค่ความผิดปกติของสถานีมากกว่า

ธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสรยืนกรานเสียงแข็งไม่ยอมให้ทำข่าวทรงพล ธีรภูมิ ทีเกื้อและสัตตบงกชพยายามคัดค้านและขอเหตุผล แต่สองสามีภรรยาผู้บริหารสถานีก็ไม่ยอมท่าเดียว

คุณหญิงอัปสรร้อนรนมาก รีบโทร.หาศักดิ์ชายเพื่อขอความช่วยเหลือ

“คุณรู้จักหมอทำอาคมเก่งๆใช่ไหม แนะนำให้ฉันรู้จักหน่อย ตอนนี้สถานีฉันเป็นเป้าไอ้ฆาตกรนั่น”

“ไม่ต้องห่วง...เรื่องนี้เดี๋ยวผมจัดการให้ ผมจะให้หมอไปทำพิธีที่สถานีโทรทัศน์คุณเอง”

“ขอบคุณคุณมากนะ”

“แล้วคุณพอเดาได้ไหมว่าคนร้ายจะเป็นใคร”

“ฉันไม่รู้...รู้แต่มันต้องเกี่ยวข้องกับท่านทรงพลแน่!”

ศักดิ์ชายพลอยเป็นกังวล กลัวเรื่องมาถึงตัวและตนจะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปของชายสวมหน้ากาก เลยรีบส่งลูกน้องไปสืบทุกอย่างเกี่ยวกับครอบครัวทรงพล

ไม่ใช่แค่พวกธีรภูมิที่ช่วยหาข้อมูลคดีทรงพล เอื้อกานต์ก็จะช่วยด้วย และวันนี้เธอก็ตั้งใจแล้วจะไปหาข้อมูลที่บ้านตากอากาศของทรงพล ทีเกื้อเป็นห่วงไม่อยากให้ยุ่ง แต่เธอก็ไม่ยอม

“ทำไมล่ะ...เรื่องนี้เกี่ยวกับครอบครัวพี่กลด เอื้ออยู่เฉยๆไม่ได้หรอก ยิ่งถ้าคดีนี้มีเบื้องหลัง เอื้อยิ่งต้องรีบหาความจริง เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้คุณลุง”

“แต่นี่มันไม่ใช่หน้าที่ของเอื้อ”

“ถ้าเกื้อไม่ให้เอื้อช่วย เอื้อก็จะหาทางสืบเรื่องนี้เอง!”

ooooooo

เอื้อกานต์ทำตามที่ประกาศทุกอย่าง บุกเดี่ยวถึงบ้านพักตากอากาศของครอบครัวทรงพลในคืนเดียวกัน โดยไม่รู้เลยว่าลูกน้องของศักดิ์ชายที่ถูกส่งมาแอบดูห่างๆ และกำลังหาทางจับตัวเธอไปสอบสวน!

คิมเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง เขาช่วยเธอไว้ทันเวลาและพาไปคุยอีกมุม

“คนพวกนั้นเป็นใคร”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...แล้วคุณล่ะ คุณเป็นใครกันแน่”

เจอคำถามเหวี่ยงๆของเธอ คิมก็ถึงกับพูดไม่ออก เอื้อกานต์เลยยิ่งของขึ้น

“ที่ฉันเตือนคุณไป ขอร้องให้คุณหยุด สุดท้ายคุณก็ไม่คิดจะหยุดจริงๆ แล้วตอนนี้คุณยังคิดจะทำร้ายพ่อฉันอีก ที่คุณมาตีสนิทกับฉันก็เพราะเรื่องนี้ใช่ไหม”

“ใช่...ผมต้องการจะหลอกใช้คุณ เพื่อสืบเรื่องพ่อของคุณ”

คิมตั้งใจพูดให้เธอตัดใจ ซึ่งก็ได้ผล เอื้อกานต์เสียใจมาก ตัดพ้อด้วยท่าทางเจ็บปวด

“คุณเป็นคนแบบนี้เองสินะ ฉันดูคนผิดไปจริงๆ ต่อให้ฉันขอร้องคุณ คุณก็ยังยืนยันจะทำร้ายพ่อฉันใช่ไหม”

“ใช่...แล้วคุณก็ควรถอยไป อย่ามายุ่งกับเรื่องนี้ ผมไม่อยากทำร้ายคุณ”

“ไม่...ฉันจะทำทุกทางเพื่อปกป้องพ่อฉัน และถ้าคุณยังยืนยันแบบนี้ ต่อไปนี้...ฉันกับคุณคงต้องเป็นศัตรูกัน!”

เอื้อกานต์ผละไปแล้วทิ้งคิมให้มองตามด้วยสีหน้าเศร้าๆ ฮันเตอร์เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง รอจังหวะ...ทันทีที่ศิษย์เอกอยู่ตามลำพังก็ดุและเตือนสติ

“ความรักจะทำให้อาคมแกเสื่อมลง...ถ้าแกยังชอบหมอเอื้ออยู่ มันจะทำให้การล้างแค้นของเรายุ่งยาก ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นจุดอ่อน และจะย้อนกลับมาทำร้ายแก”

“ผมกำลังพยายามอยู่ครับ”

สีหน้าลำบากใจของคิมทำให้ฮันเตอร์โมโหประกาศกร้าว “ถ้าแกทำไม่ได้ ฉันจะเป็นคนจัดการให้ผู้หญิงคนนั้นออกจากชีวิตแกเอง ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางการล้างแค้นของเราเด็ดขาด!”

คำขู่ทิ้งท้ายของฮันเตอร์ทำให้คิมหนักใจ ทั้งเรื่องทำของใส่ธีรนัฐและตัดใจจากเอื้อกานต์ แดนที่มาช่วยย้ายของไปบ้านหลังเก่าของทรงพลเข้าใจความรู้สึกดี พยายามชวนคุยเปลี่ยนเรื่อง

“พี่จะย้ายมาอยู่บ้านตัวเองเนี่ยนะ แล้วจะไม่อันตรายเหรอพี่”

“ที่ที่อันตรายก็คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด พวกตำรวจคิดไม่ถึงหรอกว่าเราจะกลับมาอยู่ที่นี่ ที่สำคัญ...พี่อยากให้บ้านหลังนี้คอยเตือนสติพี่ จะได้เลิกคิดเรื่องอื่นพี่จะได้นึกถึงความเจ็บปวด...ว่าพวกมันเคยทำอะไรไว้กับพ่อพี่บ้าง!”

ooooooo

สารจากชายสวมหน้ากากทำให้ธีรนัฐนอนไม่หลับ ความคิดวนเวียนถึงเรื่องราวในอดีตตอนที่เขายอมให้ทีมงานทำข่าวทำร้ายความรู้สึกของใครหลายคน ฮันเตอร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น ตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นแกนนำต่อต้านการสร้างนิคมอุตสาหกรรมของเกริกภพกับเดชาเมื่อหลายปีก่อน

ฮันเตอร์ผูกใจเจ็บเรื่องนี้มาก นอกจากสมาชิกครอบครัวของเขาที่ต้องตายอย่างโหดร้ายและเลือดเย็นด้วยฝีมือของเกริกภพ สำนักข่าวทีเอ็นนิวส์ของธีรนัฐและคุณหญิงอัปสรก็ช่วยปิดข่าวด้วย ความแค้นนี้ทำให้ฮันเตอร์อยากให้คิมจัดการพวกธีรนัฐ แต่ศิษย์เอกกลับรั้งรอและเลือกจะข่มขู่ให้ทำข่าวที่เคยปกปิดเกี่ยวกับทรงพลแทน

ทีเกื้อพยายามช่วยเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะความปลอดภัยของธีรนัฐที่เป็นเป้าหมายสำคัญของชายสวมหน้ากาก ด้วยการกำชับให้พ่อดูแลของรักของหวงให้ดี ตำรวจหนุ่มมั่นใจว่าคิมหรือชายสวมหน้ากากจะลงมือในคืนแรม ซึ่งก็ไม่ผิดคาด คิมตั้งใจไว้แบบนั้นจริงๆ

ฮันเตอร์หน้าเครียด ย้ำศิษย์เอกให้รีบลงมือ “มีคนเริ่มจับทาง ติดตามเราแบบนี้ เราต้องเร่งมือ จะมัวชักช้าเสียเวลาไม่ได้...แกควรหาของสำคัญของเหยื่อเพื่อไปทำของได้แล้ว ฉันวางยาสะกดจิตหนูดีกับภูมิไว้ให้แล้ว แกแค่จัดการสะกดจิตให้สองคนนี้ไปขโมยของมาซะ...อย่าทำให้ฉันต้องอารมณ์เสียอีก!”

“ครับ...คืนนี้ผมจะสะกดจิตสองคนนั้นให้ไปเอาของเอง”

สองคนนั้นของคิมคือธีรภูมิกับสัตตบงกช สองหนุ่มสาวถูกสะกดจิตให้ทำตามคำสั่งในวันรุ่งขึ้น โดยที่ทีเกื้อกับเอื้อกานต์ไม่รู้ตัว มัวปรับทุกข์กันในเช้าวันต่อมาด้วยความเป็นห่วงธีรนัฐ

“ตอนเกิดเรื่องพี่กลด เอื้อเคยเสียใจมากมาครั้งหนึ่งแล้ว พอรู้ว่าเหยื่อรายต่อไปคือคุณพ่อ ใจเอื้อก็ไม่อยู่กับตัว เอื้อไม่อยากให้ตัวเองเจอความสูญเสียแบบวันนั้นอีก”

“ถึงเกื้อจะไม่ถูกกับพ่อ แต่เกื้อก็ไม่มีทางให้พ่อตัวเองเป็นอะไรไปหรอก เอื้ออยู่เฉยๆ เกื้อจะจัดการเรื่องนี้เอง”

“เอื้อก็เป็นลูกของพ่อคนหนึ่ง จะให้เอื้ออยู่เฉยๆได้ยังไง”

“พ่อยังไม่เป็นไรสักหน่อย จะทุกข์ใจล่วงหน้าทำไม เอื้อเคยสอนเกื้อเองนะว่าชีวิตและจิตเป็นสิ่งไม่เที่ยง แปรเปลี่ยนไปเรื่อยไม่ยอมหยุด ความสุขความทุกข์ก็แค่อะไรบางอย่างที่ผ่านเข้ามา แล้วก็จะเวียนจากไป ถึงแม้จิตใจไม่ใช่สิ่งที่จะบังคับ ควบคุมให้มันเป็นไปได้อย่างต้องการได้ แต่เอื้อก็ต้องทำให้ได้”

คำปลอบของแฝดน้องทำให้เอื้อกานต์อดขำไม่ได้ แต่ไหนแต่ไรมีแต่เธอคอยเตือนสติ แต่วันนี้ทุกอย่างตรงกันข้าม ทีเกื้อตั้งหน้าตั้งตาปลอบโดยยกคำพูดของเธอมาอ้าง

สองพี่น้องฝาแฝดมองหน้ากันด้วยความรักและเข้าใจ ก่อนจะหน้าซีดเผือดในอึดใจต่อมา เมื่อธีรภูมิโทร.มาแจ้งข่าวร้ายว่าธีรนัฐหายตัวไปจากสถานี!

ooooooo

ทีเกื้อกับเอื้อกานต์รุดไปโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วงพ่อ ก่อนจะได้ถอนใจโล่งอกเมื่อพบว่าธีรนัฐปรากฏตัวอย่างปลอดภัย และที่หายตัวไปเพราะเกิดหน้ามืดเป็นลมในห้องน้ำ

เอื้อกานต์ตรวจอาการให้พ่ออย่างละเอียดลออ กว่าจะเบาใจได้ว่าไม่เป็นอะไรมาก ทีเกื้อกับธีรภูมิก็ช่วยกันขอร้องให้ดูแลตัวเอง ธีรนัฐพยักหน้ารับรู้ก่อนจะปลอบลูกๆทั้งสาม

“ไม่ต้องห่วงพ่อหรอก คนร้ายต้องใช้ของของพ่อเพื่อมาทำของไม่ใช่เหรอ ท่านรองบอกให้พ่อซ่อนของรักของสำคัญไว้ในที่ที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว”

“แต่ทางที่ดีเราไม่ควรประมาท ระวังไว้ทุกทางจะดีกว่านะครับ”

ทีเกื้อเตือนด้วยความหวังดี เอื้อกานต์เลยถือโอกาสสำทับ

“คุณพ่อต้องรักษาศีลห้าอย่างเข้มงวด ใช้พลังศีลห้าเป็นเกราะคุ้มตัว ถ้ามีเวลาเอื้ออยากให้ไปทำบุญกับคนตกทุกข์ได้ยากด้วยจิตที่มีเมตตาจริงๆ เพราะความเมตตาเป็นพลังฝ่ายตรงข้ามกับฝั่งโทสะจะช่วยคุ้มกันพ่อได้อีกชั้นหนึ่งค่ะ”

ธีรนัฐรับปากแต่โดยดี แต่เอื้อกานต์ก็ยังไม่หมดห่วง

“ที่สำคัญต้องระวังอารมณ์ตัวเอง โดยเฉพาะความหงุดหงิด โกรธเคือง อย่าปล่อยให้มันครอบงำ เพราะอารมณ์พวกนี้เป็นความรู้สึกฝ่ายเดียวกับคนร้าย มันจะดึงดูดหากัน ทำให้พลังร้ายเข้าถึงตัวคุณพ่อง่าย”

“นี่เป็นคำแนะนำจากแพทย์หญิงแผนปัจจุบันจริงๆเหรอ”

ธีรภูมิเย้าน้องสาวขำๆ เอื้อกานต์ยิ้มรับแห้งๆ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังเมื่ออยู่ตามลำพังกับทีเกื้อ

“เรารู้แล้วว่าคุณพ่อเป็นเป้าหมายต่อไป ยังไงเกื้อต้องดูแลคุณพ่อให้ดีนะ เอื้อสังหรณ์ใจไม่ดีเลย”

“คิมคงพยายามหาทางขโมยของของคุณพ่ออยู่แน่ๆ”

“เอื้อก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะใช้วิธีไหนมาขโมยของ...”

วิธีของคิมคือใช้ธีรนัฐเป็นตัวล่อ ทำให้ทีเกื้อหัวหมุนตามหาที่สถานี และฉวยจังหวะนี้สะกดจิตสัตตบงกชให้เข้าไปขโมยของรักของหวงของธีรนัฐที่บ้าน แต่เพราะพลังจิตวอกแวกคิดถึงเอื้อกานต์ ทำให้เขาพลาด!

สัตตบงกชหลุดจากมนต์สะกดของคิมแบบงงๆ แต่ไม่ทันสะระตะอะไร คุณหญิงอัปสรก็มาเจอ และท่าทางอึกๆอักๆของเธอก็ทำให้คุณหญิงอัปสรเข้าใจผิด คิดว่าเธอมาถึงบ้านเพื่อพูดเรื่องสมบัติเก่า

“แม่เธอต้องการอะไรอีก สินสอดที่ฉันให้เธอไปก็มากพอแล้วนะ ทรัพย์สินอื่นๆที่แม่เธอเที่ยวไปจำนำจำนองเอาไว้ ฉันก็ไปไถ่ถอนมาจนหมด แค่ยังไม่ยกให้เธอตอนนี้เท่านั้น”

“ทั้งคุณแม่และหนูดีเข้าใจเหตุผลที่คุณหญิงเก็บของพวกนี้ไว้ ที่จริงก็เป็นบุญคุณเหลือเกินที่คุณหญิงไปไถ่ถอนมาให้ ลำพังหนูดีกับคุณแม่คงไม่มีปัญญา”

สัตตบงกชตอบอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว แต่คุณหญิงอัปสรที่อคติสงสัยว่าเธออาจปันใจให้ทีเกื้อกลับมองไม่เห็น และขู่จะยึดข้อเสนอและสมบัติคืนทั้งหมดหากไม่มีงานแต่งงานระหว่างเธอกับธีรภูมิ

ooooooo

ระหว่างที่สัตตบงกชอึดอัดใจเรื่องแต่งงาน

ทีเกิื้อนั่งคาดคั้นพ่ออย่างจริงจังเรื่องทรงพล ธีรนัฐบ่ายเบี่ยงไม่อยากเล่าเรื่องในอดีต แต่ทีเกื้อก็ไม่ท้อ พยายามซักไซ้เต็มที่

“แล้วคุณพ่อว่าท่านทรงพล...ผิดจริงไหมครับ”

“เรื่องนั้นพ่อตอบไม่ได้หรอก พ่อบอกได้แค่ว่าพ่อเป็นคนไปบอกข่าวท่านทรงพลให้ท่านรีบหนีไปต่างประเทศโดยเร็วที่สุดก่อนจะมีการออกหมายศาลและคำสั่งห้ามออกนอกประเทศ แต่พ่อคิดไม่ถึงว่าเครื่องบินลำที่ท่านและครอบครัวโดยสารมันจะเกิดเหตุระเบิดจนทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิตทั้งหมด”

“อาจจะเพราะเหตุนี้...คุณพ่อเลยเป็นเหยื่อรายต่อไป”

“จะว่าไปพ่อก็สมควรโดนหนักสุด เพราะพ่อเป็นคนแนะนำให้ท่านขึ้นเครื่องบินลำนั้น...”

ข้อมูลจากธีรนัฐไม่ได้ช่วยอะไรมาก แต่ก็ยืนยันได้ว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีของทรงพลเมื่อหลายปีก่อน ทีเกื้อรวบรวมข้อมูลแวดล้อมอื่นๆ และตัดสินใจเปิดใจกับเอื้อกานต์เรื่องคิมหรือชายสวมหน้ากาก

“เกื้อสงสัยว่าคิมคือพี่กลด”

“ทำไมอยู่ๆเกื้อถึงกลับมาสงสัยเรื่องนี้อีก”

“ไม่รู้สิ...ข้อมูลที่ได้มามันเชื่อมโยงกับลุงทรงพล และตอนเจอคิม...เกื้อก็แปลกใจที่เขาเหมือนพี่กลดมาก แต่เกื้อไม่ติดใจเพราะมันเป็นไปไม่ได้ พี่กลดตายแล้ว ทุกคนก็รู้ แต่พอมาเจอคดีนี้...มีแต่เรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้น เกื้อเลยคิดว่าไม่แปลก...ถ้าพี่กลดจะมีชีวิตรอดมาได้”

“เอื้อก็เคยสงสัย แต่เอื้อใช้จิตดูแล้ว คิมไม่ใช่พี่กลด จิตใจเขาเยือกเย็น เย็นชา ไม่อบอุ่นแบบพี่กลด”

“แต่เอื้อก็เคยอ่านจิตคิมพลาดมาแล้วนะ เขามีจิตที่แข็งกว่า การจะปกปิดตัวตนแค่นี้ไม่ใช่เรื่องยาก อีกอย่าง...ถ้าคิมเป็นพี่กลดจริงก็ไม่แปลกที่ใจของเขาจะเปลี่ยนไปเพราะเหตุการณ์ครั้งนั้น...เอื้อลองใช้ใจตัวเอง ใช้ความรู้สึกแรกของตัวเองคิดดูสิว่าคิมใช่พี่กลดรึเปล่า เอื้อสนิทกับพี่กลดที่สุด เอื้อน่าจะรู้ดีกว่าใคร”

ภาพอดีตเมื่อหลายวันก่อน ตั้งแต่เจอคิมวันแรกผุดในหัว เอื้อกานต์เลยเริ่มฉุกใจ

“แล้วเกื้อมาบอกเรื่องนี้กับเอื้อทำไม”

“ถ้าคิมกับพี่กลดเป็นคนคนเดียวกันจริงๆ คนที่จะหยุดพี่กลดและกล่อมพี่กลดได้ก็มีแต่เอื้อเท่านั้น”

คำแนะนำของแฝดน้องทำให้เอื้อกานต์ไปไหว้อัฐิครอบครัวทรงพลในเช้าวันต่อมา คิมก็มาเช่นกัน และสัมผัสพิเศษที่ทั้งสองสื่อถึงกันได้ก็ทำให้เธอรู้จนได้ว่าเขาอยู่ที่นั่นด้วย

“เอื้อรู้นะคะว่าพี่อยู่แถวนี้ พี่ไม่ต้องออกมาคุยกับเอื้อก็ได้ค่ะ...แค่ฟังเอื้อพูดก็พอ”

คิมได้ยินเธอจากมุมไกลๆ แต่กลับไม่ปรากฏตัวให้เห็น

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่...ทำไมตอนนี้พี่กลด...คนที่เคยศรัทธาในกฎหมาย คนที่เชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมถึงได้เป็นแบบนี้ พี่กลดจำเรื่องคุณยายที่พี่กลดเคยช่วยได้ไหม...”

ภาพความทรงจำเมื่อหลายปีก่อนผุดในหัวคิม เมื่อครั้งที่เขาเป็นทรงกลด ตอนนั้นเขาเป็นแค่นักเรียนกฎหมายที่เชื่อมั่นในกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เวลานั้นเอื้อกานต์ภูมิใจในตัวเขามาก โดยเฉพาะเมื่อเขายืนหยัดข้างความถูกต้อง เรียกร้องสิทธิและความยุติธรรมให้คุณยายที่ถูกขู่ให้ขายที่ดิน

“พี่สอนเอื้อให้ศรัทธาในกฎหมาย พี่บอกว่าพี่จะใช้กฎหมายลงโทษคนผิด เป็นผู้พิพากษาที่เที่ยงธรรม ซื่อตรง พี่ลืมคำพูดตัวเองไปแล้วเหรอ...กลับมาเป็นพี่กลดของเอื้อคนเดิมเถอะนะคะ”

คำขอร้องของเอื้อกานต์อดีตคนรักทำให้คิมหรือทรงกลดใจอ่อน แต่เพราะเส้นทางอาคมและการล้างแค้นที่ตนเลือกทำให้เขาตั้งใจจะตัดใจจากเธอจริงๆ

ooooooo

ความจริงเรื่องคิมคือทรงกลดถูกเปิดเผย แดนตกใจมากที่เอื้อกานต์กับทีเกื้อรู้เรื่องทั้งหมด แต่คนโมโหสุดคงหนีไม่พ้นฮันเตอร์ รำคาญและเกลียดชังความใจอ่อนของศิษย์เอกจนต้องกำชับให้ตัดใจจากเอื้อกานต์โดยเร็วที่สุด!

ไม่ใช่แค่คิมที่ต้องเสียใจ เอื้อกานต์ก็สะเทือนใจมากที่รู้ว่าคิมคือทรงกลด ทีเกื้อได้แต่รับฟังด้วยความเห็นใจ

“ก่อนหน้านี้...เอื้อไม่เคยติดใจเลยว่าคิมคือพี่กลด ทั้งที่เขาสองคนมีอะไรหลายอย่างคล้ายกันมาก”

“ทั้งเอื้อและเกื้อก็ไปงานศพพี่กลด ข่าวก็ออกว่าเครื่องบินระเบิด ไม่มีใครรอด ใครจะเชื่อว่าพี่กลดจะรอดมาได้”

“ถ้าคุณลุงทรงพลถูกใส่ร้ายจริงก็น่าสงสารครอบครัวท่านมากนะ ท่านเป็นคนดี เป็นที่เคารพ มีหน้ามีตาในสังคม แต่ถูกทำร้าย ทำให้ไม่มีที่ยืนในสังคม”

“พี่กลดก็กำลังรุ่ง มีชีวิตที่ดีมาก อยู่ๆแค่คืนเดียว ชีวิตคนเราจะเปลี่ยนไปได้”

“เพราะเหตุการณ์วันนั้น ทำให้พี่กลด...คนที่เอื้อเคยรู้จักเปลี่ยนไปเป็นคนละคน คนที่เคยศรัทธากับกฎหมายกลายเป็นคนทำลายกฎหมาย...เอื้อต้องทำให้พี่กลดคนเดิมกลับมาให้ได้”

“แต่มันก็น่าแปลกนะ พี่กลดจะรอดจากอุบัติเหตุได้ยังไง...”

ฮันเตอร์กลัวคิมหรือทรงกลดจะทำแผนล่ม เร่งมือให้ขโมยของรักของหวงของธีรนัฐ เอื้อกานต์รับรู้ได้จากสัมผัสพิเศษที่สื่อกับคิมได้เลยรู้ว่าเขาจะลงมือขโมยของธีรนัฐด้วยการสะกดจิตคนรอบข้าง จึงรีบไปดูแลพร้อมกับทีเกื้อ โดยมีธีรภูมิกับสัตตบงกชช่วยเฝ้าระวังอีกทาง

เพราะเป้าหมายของคิมหรือทรงกลดคือของรักของหวงของธีรนัฐ ทีเกื้อเลยต้องหว่านล้อมให้พ่อยอมบอกว่าของรักนั้นคืออะไร ธีรนัฐหนักใจมากแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพาลูกชายคนเล็กไปห้องทำงานและยื่นกล่องไม้เก่าๆที่มีจดหมายปึกใหญ่จากนวลแม่ของฝาแฝดบอกเล่าเรื่องราวการเติบโตของพวกเขา

“แม่เราเขียนจดหมายเล่าเรื่องเกื้อกับเอื้อส่งมาเสมอ ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่พ่อก็รู้เรื่องของลูกทั้งสองตลอด”

ทีเกื้อน้ำตาคลอ คิดไม่ถึงว่าพ่อจะรักและห่วงใยเขากับเอื้อกานต์ขนาดนี้

“ที่ผ่านมา...ผมเข้าใจพ่อผิดมาตลอด ผมคิดว่าพ่อทิ้งผมกับเอื้อไปแล้ว...ผมขอโทษครับพ่อ”

สองพ่อลูกกอดกันด้วยความรักเป็นครั้งแรก โดยไม่รู้เลยว่าฮันเตอร์ถอดจิตมาเห็นทุกอย่าง และไม่รอช้าจะให้คิมหรือทรงกลดกับแดนหาทางเข้ามาขโมยของรักชิ้นนี้ไปให้ได้!

ooooooo

คิมลำบากใจมาก ไม่อยากทำร้ายธีรนัฐจึงพยายามคิดหาทางบ่ายเบี่ยง แต่กระนั้น...เขาก็ลงมือขโมยของรักของหวงของธีรนัฐในคืนเดียวกัน ทีมตำรวจนำโดยทีเกื้อกับนภเฝ้าระวังทุกมุมบ้านอย่างดี พร้อมด้วยเอื้อกานต์และธีรภูมิเป็นกำลังเสริม แต่กระนั้นก็พลาดท่าเมื่อคิมส่งสารท้าทายผ่านทางโทรศัพท์

“คนของผู้กองโดนสะกดจิตเรียบร้อยแล้ว ลองหาดูสิว่าเป็นใคร...ที่จะเป็นคนเข้าไปขโมยของ”

ทีเกื้อกับเอื้อกานต์รีบมองหาว่าใคร แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อพบว่าคนงานในบ้านล้วนถูกสะกดจิต แต่คนที่ถูกสะกดจริงๆก็คือสัตตบงกชซึ่งสบโอกาสตอนทุกคนวิ่งวุ่น หลบไปรื้อของในห้องธีรนัฐ แต่ก็พลาดถูกทีเกื้อจับได้!

คิมหรือทรงกลดเลยต้องถอนมนต์สะกด สัตตบงกชเลยเป็นลมและถูกพาตัวไปพัก ทีเกื้อคิดว่าทุกอย่างจะจบ แต่กลายเป็นว่าธีรภูมิกลับถูกสะกดจิตอีกคนให้ไปขโมยกุญแจเซฟ

ทีเกื้อรู้สึกได้ถึงพิรุธของพี่ชายคนละแม่เลยตามไปจับตัว โดยไม่รู้ตัวว่าจะพลาดอีกรอบเพราะธีรภูมิไม่ได้ถูกสะกดให้ขโมยของ แต่ถูกสะกดให้ขโมยกุญแจมาให้คิมหรือทรงกลดเท่านั้น

แต่แผนของคิมหรือทรงกลดก็ตบตาเอื้อกานต์ไม่ได้ เธอมาดักรอหลังบ้านตอนเขากำลังจะหนี

“ตกลงพี่กลดจะไม่หยุดใช่ไหม จะฆ่าพ่อเอื้อให้ได้เลยใช่ไหม”

“คุณนั่นแหละที่ต้องถอยไป และอย่าเรียกผมว่าพี่กลดอีก...ผมไม่ใช่ทรงกลด!”

พูดจบก็จะหนี เอื้อกานต์ไม่ยอมตามไปยื้อ นภโผล่มาพอดี คิมหรือทรงกลดเลยจำต้องใช้อดีตคนรักเป็นตัวประกัน ก่อนจะใช้ระเบิดควันพรางตัวและหนีไปจนได้

คิมเห็นว่าหนีมาไกลแล้วจึงปล่อยตัวเอื้อกานต์ พร้อมขอร้องให้เธอเลิกยุ่งเรื่องนี้

“ถ้าเอื้อเลิกยุ่ง แล้วพี่กลดจะยอมหยุดไหมคะ...ถ้าอย่างนั้นมาบอกให้เอื้อหยุดทำไม”

“เพราะไม่ต้องการทำร้ายคนดี”

“แล้วพ่อเอื้อทำไม่ดีตรงไหน”

“ทำไมไม่ไปถามเขาเองล่ะ”

จบคำก็หมุนตัวเดินหนี เอื้อกานต์ช้ำใจมาก ตะโกนไล่หลังขอร้องเขาในฐานะอดีตคนรัก

“พี่กลด...หยุดเถอะนะ อย่าตกอยู่ในวังวนแห่งความเคียดแค้นชิงชังอีกเลย”

คิมชะงักเล็กน้อย ก่อนจะตัดใจเอ่ยทิ้งท้ายเสียงเรียบ

“ลืมทรงกลดคนนั้นเถอะนะ...เอื้อ”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #6 on: 17 October 2026, 19:56:02 »


https://www.thairath.co.th/novel/ARKOM/ep9/page1

อาคม ตอนที่ 9

อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

เอื้อกานต์เกลี้ยกล่อมคิมหรือทรงกลดไม่สำเร็จ เช่นเดียวกับทีเกื้อที่ตัดใจจากสัตตบงกชอดีตคนรักไม่ได้สักที อย่างเช่นตอนนี้ที่เขาเฝ้ามองเธอสลบไสลเพราะอาคมของคิมด้วยความเป็นห่วง

ธีรภูมิแอบเห็นทุกอย่าง สงสัยในความสัมพันธ์ของทั้งสองจนต้องไปดักคุยกับน้องชายคนเดียว

“พี่ถามตรงๆนะ...เกื้อกับหนูดีรู้จักกันมาก่อนใช่ไหม เราสองคนเคยคบกันมาก่อนใช่ไหม”

“ครับ...ผมกับหนูดีเคยคบกัน แต่มันก็เป็นแค่อดีต ผมขอโทษนะครับที่ปิดบังเรื่องนี้ ผมไม่อยากให้พี่คิดมาก”

“ห่วงความรู้สึกพี่แล้วความรู้สึกตัวเองล่ะ พี่รู้นะว่าหนูดีกับเกื้อยังรู้สึกดีๆต่อกันอยู่...”

สัตตบงกชอาการดีขึ้นและฟื้นหลังจากนั้น ทีเกื้อเลยพาไปส่งบ้าน แต่ท่าทางเอาใจใส่ของเขากลับทำให้คุณหญิงอัปสรตาลุกด้วยความโกรธจัด อคติที่บังตาก่อนหน้าทำให้ปักใจว่าลูกเลี้ยงหนุ่มจะแย่งคู่หมั้นลูกชาย

“พวกแกนี่ชอบทำอะไรลับหลังเหมือนกันหมด ถ่ายทอดกันมาทั้งแม่ทั้งลูก พอโดนจับได้ก็หนีไม่กล้าสู้หน้า”

ทีเกื้อพยายามจะอธิบายแต่คุณหญิงอัปสรก็ไม่ฟัง ดูถูกถากถางลามไปถึงเรื่องนวลจนหวิดจะมีเรื่องกันเหมือนเคย ถ้าเอื้อกานต์จะไม่มาห้ามและลากตัวแฝดน้องไปสงบสติอารมณ์อีกทาง

“เรื่องมันแล้วไปแล้ว ไม่ว่าเขาจะพูดอะไร ถ้อยคำเหล่านั้นมันก็จะเงียบไปเอง ถ้าเราไม่สนใจจะจำ ไม่เก็บมาคิดซ้ำ เรื่องมันก็จบ ไม่ต้องทุกข์ใจอีก”

“ใครจะไปทำได้ แล้วเอื้อหายเจ็บเหรอที่เขาว่าแม่เรา”

“ก็หายไม่หมดหรอก แต่เอื้อมีเกื้อ...ไออุ่นจากคนที่เรารักเป็นยาสมานแผลชั้นดีช่วยให้หายเจ็บ...หรือไม่จริง”

“นั่นสิ...ถึงไม่มีใคร เกื้อก็มีเอื้อ เรามีกันและกัน...ถ้าวันหนึ่งเกื้อไม่มีเอื้อ ไม่อยากคิดเลยว่าเกื้อจะอยู่ยังไง”

“เอื้อไม่ทิ้งเกื้อไปไหนหรอก...”

คุณหญิงอัปสรระแวงทีเกื้อมาก ตัดสินใจกดดันสามีในเช้าวันต่อมาให้ประกาศเรื่องแต่งงานของธีรภูมิ

“หลังจากฉลองวันเกิดให้คุณในงานเลี้ยงบริษัท ฉันจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่าตาภูมิกับหนูดีกำลังจะแต่งงานกัน ไอ้เด็กนั่นมันจะได้ไม่กล้ามายุ่งกับหนูดีอีก”

ธีรนัฐมีท่าทีลำบากใจ แต่คงไม่อึดอัดใจเท่าธีรภูมิที่เพิ่งรู้ความจริงเรื่องทีเกื้อกับสัตตบงกชเคยรักกัน

“คุณแม่ครับ...ผมว่ามันไม่เร็วไปเหรอครับ อย่างน้อยเราก็น่าจะถามหนูดีก่อน”

“ไม่ต้องถามแล้ว...แม่จะไม่มีวันยอมให้ลูกเมียน้อยมาแย่งคู่หมั้นลูกไปเด็ดขาด คุณคงไม่ขัดข้องอะไรนะคะ”

“คุณจะทำอะไรก็ทำเถอะ...คุณไม่เคยปรึกษาอะไรผมอยู่แล้วนี่”

“พูดถึงนังนวลเป็นไม่ได้เลยนะ!”

ขาดคำก็เดินหนี แต่คุณหญิงอัปสรก็ไม่ยอมจบ ปรี่ตามไปเคลียร์ ธีรนัฐเลยพูดตรงๆ

“ผมจะไม่พูดถึงอดีต แต่จะพูดเรื่องเจ้าภูมิ...ให้เขาตัดสินใจชีวิตตัวเองเถอะ คุณบงการแค่ผมคนเดียวไม่พอรึไง”

“คุณหมายความว่าไง”

ธีรนัฐถอนใจยาว ก่อนจะระบายอย่างอัดอั้น “ตั้งแต่เราแต่งงาน...คุณกดดัน บงการชีวิตจนผมไม่เป็นตัวของตัวเอง คุณอยากให้ลูกอึดอัด ไม่มีความสุขเวลาอยู่ใกล้คุณแบบผมเหรอ”

“ใช่! ที่ผ่านมาฉันชี้นำชีวิตคุณมากไป บงการชีวิตคุณมากไป ตั้งความหวังกับคุณสูง แต่ฉันทำก็เพราะรัก เพราะหวังดี ต้องการให้คุณไปสู่จุดสูงสุดในชีวิตเร็วๆ ฉันไม่คิดว่าทำอะไรผิด ทุกสิ่งที่ทำไปเพราะความหวังดีทั้งนั้น”

“แล้วคุณเคยคิดไหมว่าทำแบบนี้มันทำร้ายผม มันทำให้ความสุขที่เราเคยมี มันเปลี่ยนไปเพราะตัวคุณเอง”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งคุณหญิงอัปสรให้เต้นผาง ตะโกนไล่หลังด้วยความโมโห

“ใช่สิ! คุณคงอยากได้ความรักความหวังดีจากนังนวลมากกว่าฉันใช่ไหมล่ะ!”

ooooooo

ความโกรธแค้นของคุณหญิงอัปสรแผดเผาใจจนแทบทนไม่ไหว ฮันเตอร์ที่แฝงตัวมาสืบความในบ้านธีรนัฐเห็นทุกอย่าง และไม่รอช้าจะขโมยดอกกุหลาบแห้ง...ของขวัญชิ้นแรกจากธีรนัฐและของรักของหวงของคุณหญิงอัปสร!

เป้าหมายแท้จริงของฮันเตอร์ก็คือคุณหญิงอัปสร ไม่ใช่ธีรนัฐตั้งแต่แรก คิมกับแดนมัววางแผนบ่ายเบี่ยงเรื่องทำของใส่ธีรนัฐเลยไม่ทันสังเกต เลยแทบผงะเมื่อรู้ความจริงจากฮันเตอร์ที่แวะเอากุหลาบมาให้ทำพิธี

“เหยื่อที่เราจะลงมือไม่ใช่ธีรนัฐ แต่เป็นคุณหญิงอัปสร...ฉันจัดการเอาของมาเรียบร้อย ฉันแค่ต้องการให้แกหลอกล่อตำรวจให้พุ่งความสนใจไปที่ธีรนัฐ...ก็เท่านั้น ขอบใจนะ...แกทำหน้าที่แกได้ดีแล้ว”

คิมตกใจและเจ็บใจจนพูดไม่ออก และฮันเตอร์ก็รู้ดี เยาะเย้ยและขู่เสียงกร้าว

“ทำไม...ถึงกับพูดไม่ออกเลยเหรอ ตอนนี้แกไม่มีทางเลือก...ถ้าแกไม่ลงมือฆ่าเหยื่อ ฉันจะฆ่าแดน!”

คำขู่ของฮันเตอร์ทำให้คิมหรือทรงกลดหนักใจมาก แต่ไม่ทันคิดหาทางออก ทีเกื้อก็บุกมาถึงบ้านเก่าของทรงพล สถานที่กบดานแห่งใหม่ของเขา พร้อมจดหมายนัดพบแบบตัวต่อตัว

แดนเป็นห่วงไม่อยากให้ไป แต่คิมก็เลือกจะไปเพราะต้องการความช่วยเหลือบางอย่างจากทีเกื้อ

ทีเกื้อนัดพบเพื่อขอร้องให้เปลี่ยนใจไม่ทำของใส่ธีรนัฐ คิมรู้ดีแต่ยังยียวนกวนประสาท

“ผมทำผิดกฎหมายเหรอครับผู้กอง...ทำไมถึงต้องหยุด”

“ถ้าตามกฎหมาย เวลานี้คุณไม่ได้ทำผิด ไม่มีหลักฐานสักชิ้นว่ามือคุณเปื้อนเลือด แต่ถ้าพูดในแง่กฎแห่งกรรม แค่มีเจตนาอยากฆ่า มันก็เป็นกรรมฝ่ายอกุศลแล้ว คุณถามตัวคุณเองดีกว่าว่ากำลังคิดอะไรอยู่”

คิมหรือทรงกลดหัวเราะอย่างขมขื่น ทีเกื้อเลยถือโอกาสนี้เกลี้ยกล่อม โดยยกชื่อทรงพลมาอ้าง

“ถ้าท่านทรงพลรู้ว่ามีใครบางคนกำลังล้างแค้นด้วยวิธีนี้ให้ท่าน...ท่านคงเสียใจมาก”

“คุณจะมารู้ใจท่านได้ยังไง”

“ท่านเป็นคนที่ผมเคารพและนับถือ ท่านเป็นตัวอย่างของคนสู้ชีวิต เป็นเด็กต่างจังหวัด ตั้งใจเรียนจนสอบได้เป็นผู้พิพากษาตั้งแต่อายุยังน้อย ตลอดชีวิตการทำงานของท่านไม่เคยมีเรื่องเสียหาย”

คิมขบกรามแน่น ยิ่งคิดถึงชะตากรรมของพ่อ ยิ่งแค้นใจ “ใช่! ท่านเป็นคนดี ไม่เคยทำอะไรด่างพร้อย แต่สุดท้ายท่านก็โดนใส่ความจนสูญเสียชื่อเสียง ทรัพย์สิน รวมถึงชีวิตตัวเองและครอบครัว”

“เพราะแบบนี้คุณเลยต้องการทวงความยุติธรรมให้ท่านใช่ไหม”

คิมไม่ตอบคำถามนั้น ทีเกื้อเลยมั่นใจว่ากระแทกถูกจุด

“ผมขอร้อง...หยุดแค่นายเดชาได้ไหม ถ้าคุณธีรนัฐเป็นเหยื่อรายต่อไป ถ้าท่านทำอะไรให้คุณเจ็บปวด สูญเสีย ผมขอรับผิดชอบเรื่องนี้แทนท่านเอง ถ้าคุณจะทำอะไรก็ให้มาลงที่ผม”

“ทำไมคุณต้องมารับผิดแทนคนอื่นด้วย”

“ท่านเป็นพ่อผม...พ่อที่ผมบอกใครไม่ได้ พ่อที่ผมไม่มีสิทธิ์ใช้นามสกุลเขา ไม่มีโอกาสเรียกว่าพ่อต่อหน้าคนทั่วไป เป็นพ่อที่ไม่สามารถมาร่วมยินดีกับผมในวันที่ผมได้รับพระราชทานกระบี่ เป็นพ่อที่ไม่เคยมาเยี่ยมผมเวลาเจ็บตัว โดนยิง แต่ยังไงเขาก็เป็นพ่อผม... เป็นพ่อผู้ให้กำเนิด”

“ผู้กอง...ชีวิตผู้กองคนเดียวมันไม่สามารถชดใช้ความสูญเสียของครอบครัวทั้งครอบครัวได้หรอก”

“ผมจะใช้กฎหมายทวงความยุติธรรมให้เอง”

“กฎหมายน่ะเหรอ...ครั้งหนึ่งผมก็เคยเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริง คนดีไม่มีทางต่อสู้กับคนชั่วๆได้”

ทีเกื้อขยับปากจะค้าน แต่พลันก็ได้กลิ่นฉุนจัดทำให้หมดสติหลังจากนั้น อาคมสลบจากคิมนั่นเองที่ตั้งใจทำให้เป็นแบบนี้ และเข้าแผนของตนคือทิ้งภาพถ่ายเป็นเบาะแสเกี่ยวกับการทำอาคมในวันรุ่งขึ้น...

ooooooo

เพราะภาพใบนั้นจากคิม ทำให้ทีเกื้อรู้ว่าธีรนัฐจะถูกเล่นงานในวันเลี้ยงวันเกิดซึ่งถูกจัดที่สถานี เขารีบจัดแจงให้ทีมตำรวจอารักขารอบงาน โดยมีเอื้อกานต์มาช่วยอีกแรงด้วยความเป็นห่วงพ่อ

ด้านคิมกับแดน...ได้แต่หวังว่าแผนถ่วงเวลาให้ทีเกื้อขัดขวางการทำอาคมจะสำเร็จ โดยไม่รู้เลยว่า

ฮันเตอร์จะรู้ทันและตลบหลังด้วยการจับตัวแดนเป็นตัวประกัน บีบบังคับให้ศิษย์เอกจัดการทำอาคมตามแผน

“ถ้าเหยื่อไม่ตายในคืนนี้ แดนจะต้องตาย ฉันให้เวลาแกถึงเที่ยงคืนเท่านั้น ระเบิดนี่จะทำงานทันที!”

คิมไม่มีทางเลือกต้องลงมือร่ายอาคมตามแผน โดยมีฮันเตอร์จับตามองตลอด ก่อนจะผละไปเล่นงานทีเกื้อที่แอบไปสืบเรื่องทรงพลในบ้านพักตากอากาศ จนเจอห้องลับและความลับที่ว่าคุณหญิงอัปสรคือคนได้

ผลประโยชน์จากทรัพย์สมบัติที่ถูกขายทอดตลาดของทรงพล และเธอก็คือเหยื่อในคืนนี้...ไม่ใช่ธีรนัฐ!

ทีเกื้อไม่รอช้าจะไปบอกความจริงกับทุกคน แต่ฮันเตอร์ก็ทำให้เขาสลบ ไปขัดขวางพิธีกรรมของคิมไม่ได้ แต่กระนั้น...ฮันเตอร์ก็นำความลับเรื่องคุณหญิงอัปสรไปโยนใส่หน้าธีรนัฐในเวลาต่อมา

ธีรนัฐโกรธมาก รีบนำซองเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์สินของทรงพลไปคาดคั้นความจริงจากภรรยา

“คุณหลอกใช้ผมให้หลอกท่านไปตายได้ยังไง คุณทำแบบนี้ได้ยังไง”

“ฉันก็แค่ทำตามที่พวกนั้นบอก ฉันไม่รู้ว่าเครื่องบินลำนั้นมีระเบิด”

“ผมไม่เชื่ออะไรคุณอีกแล้ว”

“ฉันทำไปเพราะต้องการช่วยคุณ ฉันโดนขู่... ถ้าไม่ทำตามมันจะฆ่าคุณ”

ธีรนัฐถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด “ผมจะสารภาพเรื่องราวทั้งหมดกับสื่อ ผมจะล้างมลทินให้ทรงพลเอง รวมทั้งเรื่องที่เราเคยทำข่าวผิดๆด้วย ผมจะไม่ใช้ชีวิตแบบคนขี้ขลาดอีกแล้ว”

“ถ้าทรงพลไม่ตาย เราจะมีวันนี้ไหม ทรงพลตายแค่คนเดียวแต่ชีวิตหลายๆคนดีขึ้น รวยขึ้น”

“ผมผิดหวังในตัวคุณหญิงจริงๆ ถ้าต้องขายคนที่เรานับถือผมยอมตายดีกว่า ผมไม่ได้มีจิตใจสกปรกแบบคุณ”

คุณหญิงอัปสรช้ำใจมาก พาลเคืองถึงนวลเหมือนเคย “ใช่สิ! ฉันมันเลว ต่อให้ฉันทำดีแค่ไหนคุณก็ไม่เคยรักฉัน ที่แต่งงานกับฉันก็เพราะต้องการให้ฉันสนับสนุนเรื่องงาน ยังไงใจคุณก็มีแต่นังนวล...นังเมียน้อยนั่น!”

“ดูท่าเราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ”

พูดจบก็ปึงปังจากไป ทิ้งคุณหญิงอัปสรให้หัวเสียคนเดียว โดยไม่รู้เลยว่าคิมหรือทรงกลดถอดจิตมาเห็นทุกอย่าง ขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจ ส่วนฮันเตอร์สะใจมาก ปั่นหัวศิษย์เอกอีกรอบ

“คุณหญิงเลวกว่าที่แกคิดไว้เยอะ เนี่ยแหละคือด้านมืดของมนุษย์ คิดถึงแต่ผลประโยชน์ตัวเอง มันทำข่าวใส่ร้ายพ่อแก ทำให้ชีวิตแกเป็นแบบนี้ อย่าลังเลที่จะฆ่าคนแบบนี้!”

ระหว่างที่คิมเตรียมเล่นงานคุณหญิงอัปสร ทีเกื้อก็ฟื้นและโทร.บอกเอื้อกานต์ว่าเหยื่อคนต่อไปไม่ใช่ธีรนัฐแต่เป็นคุณหญิงอัปสร แต่ฮันเตอร์ก็ร่ายอาคมขัดขวางทำให้สัญญาณมือถือขาดหาย เอื้อกานต์เลยยังไม่รู้เรื่อง

ธีรภูมิกับสัตตบงกชทำหน้าที่รับแขกแทนธีรนัฐกับคุณหญิงอัปสร แต่สีหน้าของพิธีกรสาวก็ไม่สดใสนัก หัวหน้าฝ่ายรายการของสถานีพอเดาได้ และคิดว่าเธอคงคิดมากเรื่องทีเกื้อ

“ลำบากใจที่ต้องแต่งงานกับพี่ใช่ไหม”

“หนูดียินดีแต่งงานกับพี่ชายแสนดีอย่างพี่ภูมิค่ะ”

“เรารู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร รอผ่านวันนี้ไปก่อน เราค่อยหาทางแก้กันนะ”

“ขอโทษนะคะพี่ภูมิ”

“คิดมาก...พี่ต้องขอโทษเราแทนคุณแม่ต่างหากที่กดดันหนูดี”

ooooooo

ทีเกื้อรีบกลับไปที่งานเลี้ยงเพื่อแจ้งข่าวร้ายของคุณหญิงอัปสร แต่ก็ไม่ทันการณ์ คิมลงมือร่ายอาคมใส่แม่เลี้ยงของเขาเสียก่อน ธีรนัฐโถมตัวไปรับทันทีที่เห็นกลุ่มควันดำพุ่งมา แต่ฤทธิ์ของมันก็มีผลกับคุณหญิงอยู่ดี

กุหลาบแห้งของรักของหวงของคุณหญิงอัปสรกลายเป็นเถ้าถ่านตรงหน้าคิม พร้อมอาการหมดสติของคุณหญิงและความวุ่นวายของเหล่าทีมงาน แขกเหรื่อและพวกตำรวจ!

เอื้อกานต์ร้อนใจมาก ถลาไปช่วยอย่างเต็มกำลังแต่ก็ทำให้แม่เลี้ยงฟื้นไม่ได้ คุณหมอสาวตัดสินใจพาส่งโรงพยาบาลโดยไม่รู้เลยว่าเวลานั้นเองแม่เลี้ยงกำลังเผชิญหน้ากับคิมในนิมิตพิเศษ

คิมในสภาพชายสวมหน้ากากไม่รอช้า รัวคำถามใส่คุณหญิงอัปสร

“ทำไมถึงทำแบบนี้กับครอบครัวท่านทรงพล ทำไมต้องทำข่าวใส่ร้ายท่าน หลอกให้ท่านตาย”

คุณหญิงอัปสรอ้าปากค้าง พูดไม่ออก คิมยิ่งโมโห โพล่งอย่างอัดอั้น

“ครอบครัวท่านก็อยู่อย่างมีความสุข ทุกคนกำลังมีชีวิต มีอนาคตที่ดี แต่พวกแกทำลายทุกอย่าง เพราะความโลภ ความเห็นแก่ตัวของคนชั่วอย่างพวกแก ทำให้คนดีๆอย่างพ่อต้องเป็นแพะ ต้องอับอาย ต้องตายอย่างอนาถ!”

ภาพอดีตตอนเครื่องบินตกลอยมาในหัว ทรงพลตายในสภาพเลือดท่วมตัว คิมจำได้ดีว่าตนพยายามคลานไปหาพ่อแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ท่านสิ้นใจก่อนจะได้สั่งเสียอะไรกับลูกชายคนเดียว

คุณหญิงอัปสรกลัวมาก แต่ยังปากดี “เพราะท่านเป็นคนดีเกินไป ท่านอยากจะเปิดโปงธุรกิจมืดของพวกมัน ถ้าท่านอยู่เงียบๆ ไม่พูดมาก ไม่ไปขัดแข้งขัดขาใคร ก็คงไม่ต้องตายแบบนี้หรอก”

“เพราะกฎหมายจัดการคนชั่วอย่างพวกแกไม่ได้ ฉันเลยต้องลงมือเอง!”

ขาดคำของคิม ภาพตรงหน้าคุณหญิงอัปสรก็วูบไป เอื้อกานต์ที่พยายามช่วยชีวิตแม่เลี้ยงใจไม่ดี แต่ก็ไม่ยอมแพ้ ตั้งหน้าตั้งตาแผ่เมตตาให้คิมและพร่ำบอกแม่เลี้ยงให้ฮึดสู้อีกครั้ง

“ฟื้นสิคะคุณหญิง...คุณหญิงต้องหลุดพ้นจากความแค้นนะคะ เมตตาศัตรูตรงหน้า ถึงแม้เขาจะเกลียดคุณหญิง คุณหญิงก็ต้องเมตตา เหมือนที่เอื้อไม่เคยโกรธคุณหญิงเลย”

ขาดคำพลังสีขาวอบอุ่นก็ออกจากเอื้อกานต์ ขยายไปทั่วตัวคุณหญิงอัปสร พร้อมๆกับกระแสจิตของคุณหมอสาวที่ถูกส่งถึงคิมให้เขาปล่อยวางความแค้นในอดีต

คิมคงจัดการคุณหญิงอัปสรไปแล้ว ถ้าเขาจะไม่ได้ยินเสียงเอื้อกานต์ขอร้องให้ยุติความแค้นทั้งหมด ฮันเตอร์โกรธมากที่ศิษย์เอกใจอ่อน ร่ายอาคมสีดำใส่คุณหญิงอัปสรแทน แต่เอื้อกานต์ดันโถมตัวมารับ!

ooooooo

เอื้อกานต์กับคุณหญิงอัปสรถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้น คิมหรือทรงกลดร้อนรนและรู้สึกผิดมากที่อาคมของเขาทำให้คุณหมอสาวต้องเอาชีวิตมาเสี่ยง จนต้องรีบไปดูอาการถึงโรงพยาบาล ฮันเตอร์โผล่มาขวาง ยกเรื่องแดนมาขู่ เลยถูกศิษย์เอกตอกกลับอย่างรู้ทันว่าแดนไม่มีทางตาย เพราะอาจารย์ไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าอยู่แล้ว

ทีเกื้อร้อนใจมากเมื่อรู้ว่าแฝดพี่อาการโคม่า เร่งรุดไปโรงพยาบาลด้วยท่าทางเครียดจัด ธีรนัฐก็มีอาการไม่ต่างกัน ธีรภูมิต้องคอยปลอบและให้กำลังใจว่าเอื้อกานต์เป็นคนดี ต้องไม่เป็นอะไรเพราะอาคมแบบนี้แน่

คุณหญิงอัปสรอาการเพียบหนักไม่ต่างจากเอื้อกานต์ เป้าหมายของฮันเตอร์คือเธอ พลังสีดำเลยส่งผลกับเธอมากกว่าใคร และผลพวงจากอาคมของฮันเตอร์ก็ทำให้เธอติดในบ่วงนิมิตดำมืดที่เขาก่อขึ้น

ภาพเหตุการณ์ในอดีตปรากฏขึ้นอีกครั้ง เริ่มตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนตอนเธอหัวเสียเมื่อรู้ว่าธีรนัฐมีนวลเป็นภรรยาอีกคนและมีฝาแฝดเป็นพยานรัก ตามมาด้วยเหตุการณ์ของทรงพลที่เธอยืนกรานจะขยี้ข่าว

และทำทุกทางเพื่อชิงทรัพย์สมบัติของเขามาเป็นของตน ตบท้ายด้วยจรรยาบรรณแบบป่วยๆของเธอที่ชอบทำข่าวฉาวกระชากเรตติ้ง

เพราะความแค้น ความเกลียดชัง และความโลภแท้ๆทำให้คุณหญิงอัปสรติดบ่วงตัวเอง ความอยากเอาชนะโดยเฉพาะเรื่องนวล ทำให้พลังมืดของคิมกับฮันเตอร์เล่นงานเธอได้ขนาดนี้

คุณหญิงอัปสรน้ำตาไหล หลับตาช้าๆ นึกถึงคืนวันเก่าๆตอนเธอขอให้ธีรนัฐเลิกกับนวล

“ผมเลิกกับเขาไม่ได้ เขามีลูกกับผมตั้งสองคน”

“แล้วยังไง คุณจะยกมันมาเทียบเท่าฉันเหรอ อย่าลืมว่าฉันก็มีตาภูมิ แล้วฉันก็เป็นเมียแต่งคนเดียวของคุณ”

“เขาก็อยู่ของเขา คุณก็อยู่ของคุณ ไม่เกี่ยวกัน แต่ผมก็ต้องไปดูแลส่งเสียเขาบ้าง”

“ไม่ได้...สัญญาสิว่าคุณจะไม่ไปยุ่งกับมัน คุณต้องมีแต่ฉันกับลูกเท่านั้น”

ธีรนัฐไม่ยอมสัญญา เดินหนีดื้อๆ ทิ้งคุณหญิงอัปสรให้เต้นผาง แหวไล่หลังเสียงเขียว

“เกลียด เกลียด ฉันเกลียดพวกมันทุกคน นังแพศยา เด็กแฝดนรก เกิดมาเป็นมารชีวิตฉัน พวกแกมีความสุขบนความทุกข์คนอื่น ฉันอยากฆ่าแก เผาแกให้วอดวายไม่ให้เหลือซาก!”

คุณหญิงอัปสรดึงตัวเองจากอดีต พร้อมความรู้สึกผิดและเสียใจกับการกระทำของตัวเองเป็นครั้งแรก ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงจากมัจจุราช

“รู้สึกยังไงบ้าง...ที่ได้เห็นภาพการกระทำของตัวเองที่เคยทำในอดีต”

“ฉันไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองคือใคร เกิดมาเพื่ออะไร แล้วที่แสดงบทต่างๆเหล่านั้นมาได้อะไร ในเมื่อสุดท้ายฉันก็ต้องมารับบทตายในอีกไม่กี่นาที”

“มนุษย์เราไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย ความตายต่างหากที่ยิ่งใหญ่กว่า เพราะความตายเป็นสิ่งที่เราไม่อาจควบคุมได้ ความตายที่กำลังจะกลืนกินเรา โดยเราไม่มีโอกาสขัดขืนได้เลย”

“สุดท้ายฉันก็ต้องแพ้ให้กับความตาย...ฉันจะไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างเดิม ไม่สามารถอยู่ร่วมกับคนที่รัก คนที่คุ้นเคย ไม่อาจรักษาลมหายใจอันมีค่าได้อีกตลอดไป ...ฉันยังไม่อยากตาย”

เสียงคร่ำครวญของคุณหญิงอัปสรดังโหยหวนหลังจากนั้นวิญญาณน้อยใหญ่รวมถึงเจ้ากรรมนายเวรของเธอตามมาหลอกหลอนและพยายามลากเธอไปอยู่ด้วย คุณหญิงอัปสรกรีดร้องเสียงหลง ดิ้นรนเอาตัวรอด

พลันก็ต้องเบิกตาโพลงเมื่อเห็นแสงสว่างจากด้านบน พร้อมการปรากฏตัวของเอื้อกานต์

เอื้อกานต์ใช้พลังเมตตาช่วยแม่เลี้ยง มัจจุราชเห็นดังนั้นเลยโพล่งขึ้น

“ตามกฎแห่งกรรม...กรรมของใครคนนั้นต้องชดใช้ เจ้าทำแบบนี้หมายความว่ายินดีจะรับกรรมแทนงั้นสิ”

คำถามของมัจจุราชทำให้เอื้อกานต์นิ่งงันชั่วอึดใจ ก่อนจะพยักหน้ายอมรับ คุณหญิงอัปสรเลยได้ลมหายใจคืนอีกครั้ง พร้อมกับสัญญาณชีวิตของคุณหมอสาว

ที่กลายเป็นเส้นตรง!

ooooooo

ทีเกื้อหัวใจสลายเมื่อได้ยินข่าวร้ายจากหมอว่าเอื้อกานต์หมดลมหายใจ ถลาเข้าไปหาถึงในห้องฉุกเฉิน คว้ามือแฝดพี่มากุม ฟูมฟายแทบจะขาดใจ

“มันคุ้มค่าแล้วเหรอจะเอาชีวิตมาแลกกับคนอย่างคุณหญิง....ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยเอื้อ”

พลันคำพูดของแฝดพี่ในอดีตก็ลอยมาในหัว

“เอื้อมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น มีความสุขที่ได้เห็นคนป่วยรอดชีวิต ต่อให้คนนั้นเป็นคนเลวร้าย ถ้ามีหนทางช่วยเหลือ ถึงแม้ต้องเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก เอื้อก็ทำโดยไม่ลังเล”

ทีเกื้อน้ำตาไหลพราก เสียใจเจียนคลั่ง ประกาศกร้าว

“เกื้อก็จะไม่ปล่อยให้เอื้อตายเหมือนกัน เอื้อต้องสู้ ต้องฟื้นขึ้นมาสิ ไหนบอกจะไม่ทิ้งเกื้อไปไหนไง!”

พูดจบก็พยายามปั๊มหัวใจอย่างบ้าคลั่ง พร้อมภาพ ความทรงจำระหว่างเขากับแฝดพี่ผุดในหัวอีกครั้ง...เวลานั้นสองพี่น้องฝาแฝดทะเลาะกันกลางสนามเด็กเล่น นวลรีบมาห้ามและปรามอย่างใจเย็น

“จะทะเลาะกันไปทำไมลูก เป็นพี่น้องกันแท้ๆ”

“ก็เอื้อมาหาเรื่องก่อน”

“ใครจะทะเลาะใครก่อนแม่ไม่รู้หรอกนะ แต่เราน่ะให้อภัยกันได้ไหม เอื้อ เกื้อมีกันแค่สองพี่น้องเท่านั้น คุณตาท่านก็เสียแล้ว ถ้าแม่ตายไปอีกคน ลูกจะทำยังไง”

“ไม่เอา...เอื้อไม่ยอมให้แม่ตาย”

เอื้อกานต์โผกอดแม่แน่น ทีเกื้อก็เช่นกัน นวลเลยโอบลูกทั้งสอง ก่อนสอนเสียงอ่อน “ความตายมันเอาแน่เอานอนไม่ได้หรอกนะ แม่อาจอยู่ได้อีกไม่นาน คราวนี้ก็เหลือลูกสองคน ถ้ายังทะเลาะกัน ไม่รักกัน ต่อไปลูกจะพึ่งใคร...รู้ไหมทำไมแม่ถึงตั้งชื่อลูกว่าเอื้อกับเกื้อ... เพราะแม่อยากให้ลูกทั้งสองเอื้อเฟื้อเกื้อกูลต่อกันในยามยากลำบาก”

ภาพอดีตหายวับไปแล้ว ทีเกื้อดึงตัวเองกลับมา แต่เอื้อกานต์ก็ยังไม่ฟื้น

“กลับมาสิเอื้อ...เอื้อต้องสู้สิ เอื้อยอมเสียสละช่วยคนอื่น แล้วจะมาตายแบบนี้ไม่ได้นะ!”

พลังเมตตาและความมุ่งมั่นของทีเกื้อก่อเกิดพลังสีขาวผ่านฝ่ามือ ทำให้เอื้อกานต์กลับมาหายใจอีกครั้งราวกับปาฏิหาริย์ แต่กระนั้น...ตำรวจหนุ่มก็ยังใจไม่ดี เพราะแฝดพี่หยุดหายใจไปนาน ฟื้นมาก็อาจเป็นเจ้าหญิงนิทรา

คิมหรือทรงกลดโผล่มาเยี่ยมเอื้อกานต์หลังจากนั้น สภาพอดีตคนรักยังสลบไสลไม่ได้สติ คำพูดของฮันเตอร์ลอยเข้ามาในหัวว่าเลือดของคนปล่อยอาคมจะช่วยล้างอาคมได้

ไม่รอช้า...คิมพยุงร่างเอื้อกานต์พิงอ้อมกอดตัวเอง ก่อนจะกัดปลายนิ้วตัวเองจนเลือดออกและบีบลงปากเธอ เวลาชั่วนาทีแต่ยาวนานเหลือเกินในความรู้สึกของเขา แต่อดีตคนรักก็ยังไม่ฟื้น

“ฟื้นสิ...เอื้อต้องฟื้นมาฟังคำขอโทษจากพี่”

พูดพลางกอดเอื้อกานต์แน่น ร้องไห้ฟูมฟาย ก่อนจะได้เบิกตาโพลงด้วยความดีใจเมื่อเห็นเธอฟื้น คุณหมอสาว ยินดีมากที่ได้เห็นแววตาอ่อนโยนของอดีตคนรักอีกครั้ง เชื่อว่าสิ่งที่เธอยอมแลกจะทำให้เขาคิดได้และกลับมาเป็นคนเดิม

“เอื้อรู้ตัวว่าคงอยู่ได้ไม่นาน เพราะพลังความแค้นนี้มันรุนแรงมาก...เอื้อเอาชีวิตตัวเองแลกกับชีวิตของคุณหญิงแล้ว ความแค้นนี้เอื้อขอรับไว้เอง...พี่กลดให้อภัยทุกคนเถอะนะ อย่าอาฆาตใครอีกเลย”

“เวลาแบบนี้ยังจะห่วงคนอื่นอีก จะเป็นห่วงมันทำไม”

“เอื้อทำเพราะเป็นห่วงพี่กลดที่สุด ไม่อยากให้พี่ต้องใช้ชีวิตแบบนี้ ต้องจมอยู่กับความแค้น อยากให้พี่มีชีวิตที่ดี ทำตามความฝันของตัวเอง...หนึ่งนาทีที่จมอยู่กับความแค้น เท่ากับพี่กลดได้พลาดสิ่งดีๆในชีวิตไป...”

เอื้อกานต์หมดสติไปอีกรอบ พร้อมๆกับทีเกื้อที่โผล่มาดูแฝดพี่ การปรากฏตัวของคิมทำให้ตำรวจหนุ่มโมโหมาก ถลาไปกระชากอีกฝ่ายออกมาและต่อยจนกระเด็นไปอีกทาง

“เพราะแก...เอื้อถึงเป็นแบบนี้ ถ้าเอื้อเป็นอะไรไป ฉันจะไม่ให้อภัยแกเลย!”

คิมถูกซ้อมจนน่วมแต่ไม่ยอมตอบโต้ ทีเกื้อเห็นดังนั้นก็พลันได้สติ คิมเลยถือโอกาสพูดทิ้งท้าย

“ไม่ต้องกลัว พี่ก็รักเอื้อเหมือนกัน ยังไงพี่ก็ต้องทำทุกทางเพื่อช่วยชีวิตเอื้อให้ได้”

ooooooo

แดนรอดตายอย่างที่คิมคาดการณ์ทุกอย่าง เลยรีบตามไปดักรออีกฝ่ายที่โรงพยาบาล เมื่อเห็นหน้าก็อดไม่ได้จะโวยวาย แต่คิมก็ไม่มีแก่จิตแก่ใจจะตอบโต้ ต้องรีบไปหาทางช่วยเอื้อกานต์

ฮันเตอร์ยืนรออยู่แล้ว ตั้งใจจะไม่บอกวิธีถอนอาคม แต่ท่าทางมุ่งมั่นของศิษย์เอกก็ทำให้เปลี่ยนใจ เพราะรู้ว่าคงห้ามไม่ได้ คิมคงทำทุกทางเพื่อช่วยอดีตคนรัก

“หมอเอื้อโดนอาคมอย่างหนัก มีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินเจ็ดวัน แกต้องใช้พลังบริสุทธิ์รักษา”

“แล้วต้องทำยังไงครับ”

“วิชานี้ชื่อว่าศาสตร์บริสุทธิ์...ปกติไสยศาสตร์จะมีทั้งฝ่ายขาวและฝ่ายดำ แต่วิชานี้ไม่ใช่ทั้งขาวและดำ แกจะต้องฟื้นฟูพลัง ฝึกจิตจนบรรลุ และใช้พลังจิตที่สะอาดบริสุทธิ์ขับอาคมและความแค้นออกไป”

“ขอบคุณครับที่ยอมช่วยผม”

ท่าทางมุ่งมั่นจะช่วยอดีตคนรักของคิมทำให้ฮันเตอร์หงุดหงิดมาก ดุเสียงเข้ม “ที่ฉันยอมบอก เพราะไม่มีใครเคยฝึกศาสตร์แขนงนี้ได้หรอก บางทีมันอาจเป็นแค่คำเล่าขานด้วยซ้ำ ยังไงหมอคนนั้นก็ต้องตาย!”

“จะให้ยากแค่ไหน ผมก็จะฝึกให้ได้ อาจารย์ช่วยผมด้วยนะครับ”

“แกมีเวลาแค่เจ็ดวันเท่านั้น ถ้าแกทำไม่ทัน หมอเอื้อยังไม่รู้สึกตัวอีก...เขาก็จะไม่รอด”

ระหว่างที่คิมหรือทรงกลดเตรียมถอนอาคมให้เอื้อกานต์ ทีเกื้อยังเฝ้าข้างเตียงแฝดพี่ไม่ห่าง พยายามส่งกระแสจิตขอร้องให้เธอกลับมาเหมือนเคย คุณหมอสาวได้ยินทุกอย่างแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะติดในนิมิตพิเศษที่ล้อมรอบด้วยพลังความแค้นของคิม เมื่อเขาละวางความโกรธแค้นในอดีตได้เท่านั้น เธอจึงจะหลุดออกมาได้

ธีรนัฐกับธีรภูมิเป็นห่วงทีเกื้อมาก พยายามกล่อมให้กลับบ้านไปพักและเปลี่ยนเสื้อผ้า คราแรกทีเกื้อจะไม่ยอม สัตตบงกชเลยต้องช่วยพูดอีกแรง ทีเกื้อเลยยอมกลับโดยสัญญาว่าจะรีบมาอีกครั้งในตอนเช้า

แต่เช้าวันต่อมา ทีเกื้อก็ต้องพบข่าวร้ายเมื่อรู้จากเหล่าคนเฝ้าว่าเอื้อกานต์หายตัวไปแล้ว!

ทุกคนวิ่งพล่านตามหาเอื้อกานต์ให้วุ่น ทีเกื้อดูจะอาการหนักกว่าคนอื่นเพราะรักและเป็นห่วง

แฝดพี่มาก พลันเขาก็เกิดนิมิตที่บอกว่าคิมหรือทรงกลดนั่นเองที่ลักพาตัวเอื้อกานต์ไปตั้งแต่เมื่อคืน

หลังตรวจสอบจนแน่ใจ ทีเกื้อก็รุดไปบ้านของทรงพล สถานที่กบดานล่าสุดของคิมเพื่อตามหาตัวแฝดพี่ แต่ก็ไม่พบใคร นอกจากแดนที่รับสารจากคิมมาบอกว่าเจอวิธีรักษาเอื้อกานต์แล้ว

“อย่าเกลียดพี่คิมเลย...พี่คิมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเหยื่อรายนี้หรอก”

“จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเขาก็คือคนร้าย”

“เพราะพี่คิมโดนขู่ ผมโดนจับเป็นตัวประกันพี่เขาเลยต้องทำ”

ทีเกื้อขมวดคิ้ว ก่อนจะหันมาสนใจสิ่งที่แดนจะบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“พี่คิมใบ้สถานที่ลงมือให้ผู้กองรู้ เพราะเขาต้องการให้ผู้กองมาขัดขวางได้ทัน กฎการทำอาคม...ถ้าพลาดจะไม่สามารถทำของซ้ำเหยื่อรายเดิมได้ แต่ที่ผิดแผนคืออาจารย์รู้ทัน เลยมาขวางผู้กองเอาไว้...”

ooooooo

ความจริงเบื้องหลังอันโหดร้ายจากแดนทำให้ทีเกื้อเข้าใจคิมหรือทรงกลด...อดีตคนรักของเอื้อกานต์มากขึ้น ยอมละมือไม่ตามหา ปล่อยให้สองคนที่เคยรักและยังรักกันมากได้เยียวยากันและกันอีกครั้ง

คิมพาเอื้อกานต์ไปบ้านพักกลางป่าลึก มุ่งมั่นกับการฝึกจิตบริสุทธิ์ตามคำบอกเล่าของฮันเตอร์

“การฝึกจิตขั้นสูง...มีความเสี่ยงมาก ร่างของแกอาจโดนปีศาจร้ายเข้าสิง อาจกลายเป็นคนเสียสติ ถ้าร้ายแรงที่สุด...แกอาจถึงตาย แต่ถ้ารอด...แกก็จะกลายเป็นคนใหม่ที่มีจิตที่แข็งกว่าใครๆ”

“ผมพร้อมจะเสี่ยงครับ”

“เริ่มแรก...แกต้องตั้งสมาธิจนจิตว่างเปล่า ทบทวนชีวิตตนเองจนเข้าใจแก่นแท้ของชีวิตแล้วหาจิตบริสุทธิ์ให้เจอ...เอื้อกานต์ถูกพลังความแค้นทำร้าย แกต้องใช้จิตฝ่ายตรงข้ามกับสิ่งที่แกปล่อยไปทำลายมัน”

การฝึกเพื่อหาจิตบริสุทธิ์ต้องการแรงกายและแรงใจอย่างหนักหน่วง คิมมุ่งมั่นมากเพราะอยากช่วยเอื้อกานต์ให้ฟื้นอีกครั้ง แต่เพราะการทำอาคมที่ผ่านมาทำให้มีมารผจญมากมายคอยขัดขวาง

และที่เลวร้ายสุดคงหนีไม่พ้นฮันเตอร์ที่ไม่อยากให้ศิษย์เอกทำสำเร็จ พยายามปล่อยของเพื่อขวางอีกทาง คิมค้นพบเรื่องนี้โดยบังเอิญเพราะฝึกหนัก แต่ยังทำเฉยเมื่ออาจารย์แวะมาหาและทำเป็นไม่รู้เรื่อง

“ฉันบอกแล้วว่ามันยาก ล้มเลิกความตั้งใจซะเถอะ”

“ไม่ครับ...ผมจะลองใหม่”

“มันไม่มีหวังหรอก ยังไงเอื้อกานต์ก็ต้องตาย”

“ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องช่วยเขาให้ได้”

“งั้นแกก็จัดการเอาเองก็แล้วกัน!”

คิมฝึกหนักอย่างไม่ลดละ วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในความรู้สึกของเขา แต่เอื้อกานต์ก็ยังไม่ฟื้น ต่างจากคุณหญิงอัปสรที่ฟื้นตัวในหลายวันต่อมา ธีรนัฐถอนใจโล่งอก ความโกรธขึ้งก่อนหน้าเลือนหายไปแล้ว เหลือไว้เพียงความรักและความห่วงใยที่เขามีให้เธอมาตลอดในฐานะภรรยาคู่ใจ

คุณหญิงอัปสรสำนึกผิด เหตุการณ์เฉียดตายที่ผ่านมาทำให้คิดได้ว่าตนเองเคยทำผิดบาปไว้หนักหนา ทั้งกับสามีและลูกฝาแฝดของเขา โดยเฉพาะเอื้อกานต์ที่เสียสละชีวิตตัวเองช่วยเธอไว้

อาการของเอื้อกานต์ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่คิมก็ไม่ท้อ พยายามทุกทางจะช่วยเธอให้ได้

“ตอนนี้พี่กลดที่ตายไปกลับมาแล้ว แต่เอื้อกลับจะจากพี่ไปอีก รีบฟื้นเถอะนะ...มาฟังคำขอโทษจากปากพี่”

น้ำตาของคิมหยดโดนมือของเอื้อกานต์ และคุณหมอสาวที่ถูกคุมขังด้วยจิตที่เต็มไปด้วยความแค้นของเขาก็สัมผัสมันได้ ความรู้สึกของเขาถูกส่งผ่านถึงเธอ เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจอย่างที่สุด แต่เธอก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้ นอกจากภาวนาขอให้เขาปล่อยวางความแค้นในอดีตเพื่อปลดปล่อยเธอ

คิมปวดใจมากที่อาคมของเขาทำให้เธอต้องอยู่ในสถานการณ์ลำบากแบบนี้ เอื้อกานต์เข้าใจความรู้สึกเขาดี และอดไม่ได้จะคิดถึงบทสนทนาก่อนเหตุการณ์เครื่องบินตก ตอนเขามาบอกลา

“พี่ต้องตามไปดูแลคุณพ่อคุณแม่ ท่านทั้งสองไม่มีใคร...เอื้อเข้าใจพี่นะ”

“ค่ะ...แต่ทำไมเราไม่สู้คะ”

“พี่สู้ทุกทาง แต่ฝ่ายนั้นจะเอาคุณพ่อเข้าคุกให้ได้ ถ้าไม่รีบตอนนี้ เขาจะออกหมายจับ เราจะยิ่งทำอะไรไม่ได้”

“เข้าใจค่ะ...เอื้อจะรอพี่กลด ไม่ว่ายังไง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เอื้อจะรอพี่กลดคนเดียว”

“พี่สัญญา...เมื่อไหร่ที่พ่อแม่พี่ปลอดภัย พี่จะกลับมาหา พี่จะกลับมาหาเอื้อแน่นอน”

“สัญญานะคะ”

“ไว้พี่กลับมา พี่จะพาเอื้อไปเที่ยวสวนดอกไม้ที่เอื้อชอบนะ...”

ooooooo

คำสัญญาในอดีตหล่อเลี้ยงใจของคิมกับเอื้อกานต์ให้มีกำลังใจจะสู้ต่อ เช่นเดียวกับธีรนัฐที่มีความหวังว่าลูกสาวคนเดียวจะปลอดภัย ทีเกื้อสงสารพ่อมาก ตัดสินใจบอกความจริงว่าคิมหรือทรงกลด...อดีตคนรักของเอื้อกานต์เป็นคนพาตัวเธอไปรักษา แต่เขาต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ บอกใครไม่ได้ทั้งสิ้น!

ระหว่างที่คิมฝึกหนักเพื่อช่วยเอื้อกานต์ ฮันเตอร์ก็มุ่งหน้าไปโรงพยาบาลเพื่อคาดคั้นความจริงจากคุณหญิงอัปสรเรื่องคนบงการเผาบ้านของเขา รวมทั้งฆ่าครอบครัวของทรงพล คุณหญิงอัปสรกลัวมาก อยากร้องให้คนช่วยแต่ก็ถูกพลังของฮันเตอร์สะกดให้ขยับตัวทำอะไรไม่ได้

แต่โชคก็ยังไม่ใจร้ายกับเธอนัก ทีเกื้อโผล่มาพอดี ฮันเตอร์เลยต้องใช้ระเบิดควันเพื่อหนี ทีเกื้อจะตามแต่ก็ต้องยั้งมือไว้เพราะคุณหญิงอัปสรแม่เลี้ยงคู่ปรับอาการไม่ดี เลยต้องเรียกคนมาช่วยแทน

คิมไม่ได้สนใจวีรกรรมของฮันเตอร์ มุ่งมั่นกับการฝึกและผจญศึกหนักจากวิญญาณร้ายที่เขาเคยใช้อาคมทำร้าย โดยเฉพาะเกริกภพที่อาฆาตแค้นเขามาก ยั่วโมโหและปั่นหัวทุกทางจนคิมแทบทนไม่ไหว

คำยั่วยุของเกริกภพทำให้การฝึกจิตล้มเหลว

ครั้งแล้วครั้งเล่า คิมโกรธมาก เกือบพลั้งมือทำลายวิญญาณและภาพหลอนของเกริกภพ แล้วตนเองจะต้องตายตามคำเตือนของฮันเตอร์ไปแล้ว ถ้าวิญญาณของทรงพลจะไม่โผล่มาห้าม

“กลด...อย่าแค้นพวกเขาเลยนะลูก ตอนนี้พ่อไม่ได้เจ็บแค้นใครแล้ว ที่พ่อต้องมาเจอเรื่องร้ายๆทั้งหมด มันอาจจะเป็นกรรมเก่าของพ่อเอง พ่ออยากให้ลูกหยุดสร้างเวรกรรมกับคนพวกนั้น”

“แต่มันทำร้ายพวกเรานะครับ”

“ลองใช้จิตที่เมตตาดูพวกเขาสิว่าพวกเขาน่าเวทนาแค่ไหน...”

คำพูดเตือนสติของทรงพลทำให้คิมเห็นภาพในอดีต พฤติกรรมของเหล่าวิญญาณร้ายที่เขาเคยทำอาคมใส่ทั้งเกริกภพ เดชา คมกฤชและคุณหญิงอัปสร ทุกคนล้วนทำเรื่องเลวร้ายเพราะความโลภและความเห็นแก่ตัว แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องรับผลกรรมอันแสนสาหัสกันถ้วนหน้า

“ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง อำนาจ เงินทอง ความรัก สุดท้ายตายไปเราก็เอาอะไรไปไม่ได้ แต่สิ่งที่จะอยู่ติดตัวเราไปจนตายก็คือความดี จำไว้นะกลด...ถึงสังคมจะบีบให้เราเป็นคนเลวแค่ไหน แต่เราก็ต้องอดทน การเป็นคนดีมันยาก แต่เราก็ต้องทำให้ได้...เข้าใจไหมลูกพ่อ”

“เพราะความแค้น...ทำให้ผมลืมจุดยืน ลืมอุดมการณ์ตัวเอง ทำให้ผมกลายเป็นแบบนี้”

“มันยังไม่สายกลด ขึ้นมาแล้วเริ่มต้นใหม่...”

จิตบริสุทธิ์ของคิมหรือทรงกลดเริ่มเผยตัวขึ้นเรื่อยๆ ทรงพลยินดีมากที่ลูกชายคนเดียวคิดได้ และฉวยโอกาสนี้พาจิตของลูกชายไปหาคุณหญิงอัปสรที่กำลังสำนึกผิดถึงเรื่องในอดีตกับธีรนัฐ

“หลังจากผ่านความเป็นความตายมา ทำให้ฉันคิดอะไรได้หลายอย่างเลยล่ะ ถ้าฉันหายดี...ฉันจะสารภาพเรื่องทุกอย่างที่ทำกับท่านทรงพล อยากจะขอโทษกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปทั้งหมด”

“ผมดีใจนะที่คุณคิดได้”

“แล้วฉันก็อยากขอโทษคุณด้วย...อภัยให้ฉันนะคะคุณ”

“ไม่เป็นไร...ผมไม่เคยโกรธคุณเลย”

ภาพสองสามีภรรยากอดกันด้วยความรักและเข้าใจทำให้คิมค่อยๆลดความแค้นในใจและพร้อมให้อภัย ทรงพลดีใจมากที่ลูกชายบรรลุการฝึก จึงอวยพรให้เขานำจิตบริสุทธิ์ไปช่วยเอื้อกานต์ได้สำเร็จ

คิมรีบถอดจิตและพาร่างที่ยังไม่ได้สติของเอื้อกานต์ไปสวนดอกไม้ตามที่เคยสัญญากับเธอในอดีต พลังสีขาวจากจิตบริสุทธิ์ของเขาค่อยๆไหลสู่ร่างคุณหมอสาว วิญญาณของเอื้อกานต์ที่ถูกคุมขังสัมผัสถึงพลังพิเศษนั้นได้ ยิ้มกว้างด้วยความยินดีที่คิมยอมละความแค้นและปลดปล่อยเธอจากจิตอาฆาตจนได้

ร่างกายของเอื้อกานต์ค่อยๆฟื้นตัว แต่คงไม่ทันใจคิมที่รอคอยด้วยความกังวล กลัวพลังจิตบริสุทธิ์จะไม่ได้ผลและเธอจะไม่ฟื้นตลอดกาล เขาก้มจูบเธอที่หน้าผากอย่างอ่อนโยน หวังเต็มหัวใจจะให้เธอลืมตามาฟังคำรักและคำขอโทษจากเขา แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนเขาเกือบถอดใจแล้ว ถ้าจะไม่เกิดปาฏิหาริย์เสียก่อน...

ooooooo

.

..........

https://www.thairath.co.th/novel/ARKOM/ep10/page1

อาคม ตอนที่ 10

อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

คิมดีใจมากที่เอื้อกานต์ฟื้น หัวใจที่เกือบสลายฉ่ำหวานไปด้วยความรักที่ฝังใจมานาน เอื้อกานต์ก็ยินดีไม่ต่างกัน ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองจะได้ตื่นมาพบอดีตคนรักอีกครั้ง

แดนรับหน้าที่ส่งสารบอกทีเกื้อเรื่องเอื้อกานต์ปลอดภัย คิมยืนฟังเอื้อกานต์คุยมือถือกับแฝดน้องด้วยสีหน้าเงียบสงบ รออย่างอดทนจนเธอวางสายจึงเอ่ยปาก

“แล้วพี่จะรีบพาเรากลับไปส่งนะ”

เอื้อกานต์ยิ้มกว้าง คืนวันเก่าๆย้อนมาอีกครั้ง

“พี่กลดยอมแทนตัวเองว่าพี่กับเอื้อแล้วเหรอคะ”

“แล้วไม่ดีเหรอ”

“เอื้อดีใจนะคะ ก่อนหน้านี้พี่กลดไม่ยอมแม้แต่จะให้เอื้อเรียกพี่ว่าพี่กลด”

“พี่ก็ดีใจเหมือนกันที่ได้เห็นเอื้อตื่นขึ้นมาเรียกพี่ว่าพี่กลดอีกครั้ง”

“เอื้อก็ต้องตื่นมาสิคะ พี่กลดอุตส่าห์พาเอื้อมาสวน สวยๆแบบนี้ทั้งที”

“ก็เอื้อเคยบอกพี่ว่าอยากมาที่นี่...งั้นเราไปเดินเล่นกันไหม”

พูดจบก็จูงมือเธอเดินเล่นในสวนดอกไม้อย่างมีความสุข ซึมซับช่วงเวลาดีๆที่ห่างหายมานาน...

ทีเกื้อยินดีมากเมื่อรู้ว่าแฝดพี่ปลอดภัย รีบแจ้งข่าวดีนี้ให้พ่อกับพี่ชายคนละพ่อรู้ รวมทั้งสัตตบงกช อดีตคนรัก ที่กระโดดจับมือเขาด้วยความดีใจ คุณหญิงอัปสรนั่งรถเข็นมาเห็นพอดี ทีเกื้อเลยร้อนใจมาก รีบตามไปอธิบาย

“เรื่องเมื่อครู่...ที่คุณหญิงเห็นผมกับหนูดี ผมกลัวคุณหญิงจะเข้าใจผิด”

“งั้นแกก็ยืนยันให้ฉันฟังทีสิว่าแกกับหนูดีไม่เคยมีใจให้กัน”

แววตาเอาเรื่องปนจับผิดของแม่เลี้ยงคู่ปรับทำให้ทีเกื้อหวั่นใจไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ยอมรับแบบลูกผู้ชาย

“ใช่...ผมกับหนูดีเคยมีใจให้กัน แต่นั่นก็นานมาแล้ว เราเลิกกันตั้งแต่หนูดีเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศ เลิกกัน ก่อนที่หนูดีจะรับหมั้นพี่ภูมิด้วยซ้ำ”

“แล้วตอนนี้ล่ะ ไม่มีใจต่อกันอีกแล้วใช่ไหม”

“มีใจหรือไม่มีใจ มันไม่ใช่ปัญหา เราสองคนโตพอจะยอมรับความจริงว่าอะไรคือเรื่องที่เหมาะสม สมควรทำ อะไรที่ไม่ใช่ก็ไม่ควรแม้แต่จะคิด เรื่องที่จบแล้วก็ต้องจบ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมารื้อฟื้นอีก”

“ฉันจะเชื่อคำพูดแกได้สักแค่ไหน...ว่าแกจะไม่เหมือนแม่แกที่ชอบลักกินขโมยกิน”

ทีเกื้ออึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างใจเย็น

“ใช่...แม่ผมเคยทำผิด สิ่งที่แม่ทำพลาดทำให้แม่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่หลายปี ผมจะไม่ยอมทำผิดแบบเดิมๆ อย่างที่แม่เคยทำหรอก”

“แกยินดีที่หนูดีจะแต่งงานกับภูมิงั้นสิ”

“ผมยินดีกับทุกสิ่งที่เขาเต็มใจเลือกเอง...คุณหญิงครับ...ผมขอร้องให้ดูหนูดีที่ปัจจุบัน ผมรับรองว่าหนูดีไม่มีทางทำเรื่องเสื่อมเสียให้คุณหญิงอย่างแน่นอน”

“ถ้าอย่างนั้นฉันถามข้อเดียว...แกยังรักเขาอยู่ไหม”

“ผมยังรักเธออยู่...เพราะรัก ผมถึงบากหน้ามาขอร้องคุณหญิงอย่างนี้ ผมถึงกล้าสัญญาต่อหน้าคุณหญิงว่าตราบใดที่หนูดีเป็นของพี่ภูมิ ผมจะไม่มีวันทำให้เธอเสื่อมเสียแม้แต่นิดเดียว”

คุณหญิงอัปสรบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกับคำพูดทีเกื้อ คาดไม่ถึงมาก่อนว่าลูกเลี้ยงหนุ่มจะรักและให้เกียรติอดีตคนรักถึงเพียงนี้ และเมื่อเธอตัดสินใจคุยกับสัตตบงกช ฝ่ายนั้นก็ทำให้เธอทึ่งไม่ต่างกัน

“ความรักมันไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดของหนูดีในเวลานี้ ตราบใดที่เรายังมีหน้าที่ตรงหน้า หนูดีขอรับรองด้วยชีวิตว่าจะไม่ทำเรื่องเสียหาย ทั้งต่อหน้าและลับหลังคุณหญิงเด็ดขาด!”

ooooooo

ความรักและความผูกพันระหว่างทีเกื้อกับสัตตบงกชทำให้คุณหญิงอัปสรคิดไม่ตก ต้องบากหน้าไปปรึกษาสามี ธีรนัฐเห็นท่าทางกลุ้มใจของภรรยาจอมบงการก็อดประหลาดใจไม่ได้

“คิดไม่ถึงว่าอยู่ด้วยกันมาเป็นสิบๆปี คุณหญิงเพิ่งจะมีเรื่องมาปรึกษาจริงจังครั้งแรก”

“ถ้าเป็นเมื่อก่อน...ฉันคงเฉดหัวมันทิ้งไปแล้ว เอาไว้ทำไมผู้หญิงแบบนี้”

“แล้วทำไมตอนนี้คุณถึงลังเล”

คุณหญิงอัปสรคิดนิดเดียว ก่อนจะถอนใจยาว “นั่นสิ...อาจเป็นเพราะเพิ่งผ่านความเป็นความตายมามั้ง ฉันได้มีโอกาสเห็นการกระทำของตัวเอง และที่ฉันรอดชีวิตมาได้ก็เพราะพี่สาวของเด็กคนนั้น”

ธีรนัฐรู้ดีว่าเด็กคนนั้นคือเอื้อกานต์ และน้ำเสียงของภรรยาก็ทำให้เขาใจชื้นและมีความหวัง

“เมื่อก่อนฉันทำเรื่องเลวร้ายไว้เยอะ ใช้วิชามารสารพัดในการทำธุรกิจ ฉันรวมหัวกับเดชา เกริกภพทำเรื่องร้ายๆไว้กับท่านทรงพล ฉันก็เลยต้องชดใช้กรรมเกือบตาย...ชีวิตที่เหลืออยู่ ฉันไม่อยากทำอะไรไม่ดีอีกแล้ว”

“ผมดีใจนะที่คุณคิดได้”

“แต่ฉันโมโห เสียดายเงินค่าสินสอดไถ่สมบัติมาให้มันตั้งเยอะ”

ท่าทางหงุดหงิดของเธอทำให้ธีรนัฐอดขำไม่ได้ ก่อนจะถามหยั่งเชิง

“คุณจะเสียดายเงินอีกไหม ถ้าสามารถทำใจยอมรับ เอื้อกับเกื้อเป็นคนในครอบครัวเดียวกับเรา”

ถึงจะใจอ่อนลงมาก แต่คุณหญิงอัปสรก็ยังทำใจไม่ได้จะยอมรับเอื้อกานต์และทีเกื้อเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอย่างเต็มหัวใจ ธีรนัฐเข้าใจดีและเต็มใจอย่างยิ่งจะให้เวลาเธอปรับตัว...

ขณะที่คุณหญิงอัปสรปรับตัว...คิมหรือทรงกลดกับเอื้อกานต์ก็เคลียร์หัวใจกัน สองหนุ่มสาวจูงมือกันชมดอกไม้พลางพูดคุยกันตามประสาคนรักที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหลังห่างหายไปหลายปี

“พี่คิดว่าเราจะไม่ได้เดินเล่นจูงมือกันแบบนี้อีกแล้วนะ”

“รู้ไหมคะว่าเอื้อมีเรื่องจะถามพี่กลดเยอะแยะเต็มไปหมด แต่พี่กลดก็เลี่ยงเอื้อตลอด”

“เลือกถามในเรื่องที่คิดว่าพี่จะตอบได้ก็แล้วกัน...”

เอื้อกานต์ซักไซ้เขาเรื่องเหตุการณ์เครื่องบินตก คิมไม่ได้เล่าอะไรมาก นอกจากเขารอดมาได้เพราะฮันเตอร์

“พี่รอดมาได้ยังไงไม่สำคัญหรอก รู้แค่พี่รอดมาได้ก็พอ”

“เอื้อก็สงสัยตั้งแต่ครั้งแรกว่าพี่เหมือนพี่กลด”

“แล้วเอื้อก็นอกใจพี่กลด แอบไปหวั่นไหวกับคิมด้วยใช่ไหม”

คิมเปลี่ยนเรื่องมาเย้าเธอดื้อๆ เอื้อกานต์เขินมากจนเขาอดแหย่ไม่ได้

“ไม่ได้เห็นเอื้อขี้งอนแบบนี้มาตั้งนาน”

“เอื้อไม่ได้เป็นแบบนั้นซะหน่อย”

“ไม่เป็นได้ยังไง เมื่อก่อนเอื้อขี้งอนมาก แถมยังชอบทำให้พี่ต้องคอยตามง้อตลอด”

“เอื้อเคยงอนพี่กลดแค่ครั้งเดียว ตอนที่พี่กลดหลอกเอื้อ ไม่ยอมพูดความจริงกับเอื้อต่างหาก”

“ตอนไหนเหรอ พี่จำไม่เห็นได้เลย...”

ooooooo

เอื้อกานต์พาคิมย้อนอดีตเมื่อหลายปีก่อน

ตอนเขายังเป็นทรงกลด นักเรียนกฎหมายที่เชื่อมั่นในความถูกต้องและความยุติธรรม ทั้งสองคบหาดูใจในฐานะคนรักมานานนับปี เขาเลยอยากพาเธอไปรู้จักพ่อแม่ แต่เอื้อกานต์ไม่มั่นใจ ประหม่าและกลัวจะทำให้เขาผิดหวังเลยพยายามบ่ายเบี่ยง

ทรงกลดรู้และเข้าใจความรู้สึกคนรักดี แต่ก็ไม่ยอมแพ้ เกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็น

“แค่ไปเที่ยวกับครอบครัวพี่ ไม่ได้แต่งเข้าบ้านพี่ซะหน่อย ไม่ต้องคิดมาก ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก”

“แต่เอื้อยังไม่รู้จักพ่อแม่พี่กลดเลย ท่านเป็นใคร ทำอะไร นิสัยยังไง เอื้อยังไม่รู้อะไรสักอย่าง”

“พ่อพี่เป็นคนต่างจังหวัด สมถะ อบอุ่น แต่เข้ามาทำธุรกิจเล็กๆที่กรุงเทพฯ ส่วนแม่พี่ก็เป็นแม่บ้าน ไม่ได้ทำงานอะไร...ตอนนี้รู้แล้ว ก็ไปได้แล้วนะ”

“อย่าเลย...เอาไว้โอกาสหน้าเถอะค่ะ”

“โอกาสไหนจ๊ะ เราคบกันมาเป็นปีแล้ว ถ้าพี่ไม่พาเอื้อไปให้พ่อแม่พี่รู้จักก็ถือว่าพี่ไม่ให้เกียรติเอื้อเลย”

รอยยิ้มออดอ้อนของคนรักทำให้เอื้อกานต์ใจอ่อนยวบ แต่ยังไม่ยอมตอบตกลง จนทรงกลดต้องดักคอ

“เอื้อไม่ใช่ไม่พร้อมหรอก แต่เอื้อรักพี่มากเกินไป ...เอื้อกลัวทำตัวไม่ถูก ไม่ดีพอตอนอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ของพี่ กลัวว่าถ้าทำอะไรพลาดไป พ่อแม่พี่อาจจะไม่ชอบเอื้อ”

“พี่กลดรู้ได้ไง”

“พี่อยู่ในใจเอื้อ...ทำไมพี่จะไม่รู้”

พูดพลางก้มจนชิด เอื้อกานต์เขินจัดผลักเขาออก ทรงกลดเลยถือโอกาสจับมือและพูดจากใจ

“ไม่ต้องกลัว...พี่รับรองว่าพ่อแม่พี่ต้องรักเอื้ออย่างที่พี่รัก พี่เล่าเรื่องเอื้อให้ท่านฟังจนท่านรู้จักเอื้อมากกว่าที่เอื้อคิดซะอีก ไม่แน่นะ...ถ้าท่านเจอเอื้อ ท่านอาจลืมพี่เลยก็ได้เพราะท่านอยากได้ลูกสาวมานานแล้ว...”

เพราะคำหว่านล้อมของทรงกลดทำให้เอื้อกานต์ยอมไปเจอพ่อแม่เขาจนได้ แล้วก็ต้องตะลึงมาก เมื่อพบว่าพ่อของคนรักไม่ใช่แค่เจ้าของกิจการธรรมดา แต่เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มทุนทีบีและเจ้าของกิจการหลายอย่าง ว่าที่คุณหมอสาวเวลานั้นเคืองมาก เดินงอนออกจากคฤหาสน์หรูหราของเขา ทรงกลดต้องตามง้อ

“พี่ก็รู้ว่าเอื้อไม่ชอบคนโกหก ทำไมพี่กลดต้องปิดบังเอื้อเรื่องที่บ้านด้วยคะ”

ทรงกลดยิ้มอ้อน อธิบายเสียงอ่อน “ก็พี่ไม่เห็นว่าการที่พ่อพี่เป็นนักธุรกิจ และแม่พี่มีเชื้อสายตระกูลเก่าแก่ จะมีความสำคัญกับความรักของเรานี่...เอาเป็นว่าพี่ขอโทษนะ”

“ค่ะ...เอื้อก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ”

“ไม่ว่าแต่ทำไมไม่ยิ้มเลยล่ะ...แต่พี่ก็ดีใจนะที่เอื้อโกรธขนาดนี้ เพราะแปลว่าเอื้อแคร์พี่มาก”

เอื้อกานต์นิ่วหน้างงๆ ทรงกลดเลยต้องเคลียร์กับเธออย่างจริงจัง

“ถ้าพี่อยากจะปิดเรื่องนี้คงไม่คะยั้นคะยอให้เอื้อมาที่นี่หรอก ที่พี่อยากให้เอื้อมารู้จักพ่อแม่ของพี่ก็เพราะพี่ต้องการแสดงให้เห็นว่าตัวพี่ไม่มีอะไรปิดบังเอื้ออีกแล้ว...พี่สัญญาจะไม่ปิดอะไรเอื้ออีก...ตกลงดีกันนะ”

บรรยากาศหวานชื่นในวันวานหวนมาอีกครั้ง เอื้อกานต์ดึงคิมหรือทรงกลดจากอดีต ก่อนจะตัดพ้องอนๆ

“แล้วสุดท้ายพี่กลดก็ปิดเอื้อเรื่องนี้อีก ปล่อยให้เอื้อเสียใจว่าพี่ตายไปแล้วตั้งนาน”

“เพราะจำเป็นน่ะ...ตอนมาเจอเอื้ออีกครั้ง พี่ก็เสียใจนะ แล้วก็รู้สึกว่าเอื้อเปลี่ยนไปมาก...ดูนิ่งขึ้น”

“ก็ตั้งแต่เกิดเรื่องกับครอบครัวพี่นั่นแหละค่ะ”

“เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้พี่เปลี่ยนไปเหมือนกัน แต่ตอนนี้พี่ก็ดีใจนะที่เราได้กลับมารักกันอีก”

“สัญญานะคะว่าพี่กลดจะไม่หายไปไหน จะไม่ทำให้เอื้อเสียใจอีก”

“ได้...พี่สัญญา พี่จะไม่หายไปไหน จะอยู่ใกล้ๆเอื้อทุกวันแบบนี้ตลอดไป”

พูดจบก็ดึงตัวมากอดแน่น เอื้อกานต์ดิ้นเบาๆด้วยความเขิน เลยถูกเขาแซว

“อย่าดิ้นสิ...นี่พี่กำลังใช้อาคมรักษาเอื้ออยู่นะ”

“ถ้าใช้อาคมช่วยคนอื่นแบบนี้ได้ก็คงจะดีนะคะ...”

ooooooo

ความปรารถนาของเอื้อกานต์คืออยากให้ยุติการล้างแค้น คิมหรือทรงกลดคิดหนัก อยากทำตามคำขอของเธอ แต่ก็ลำบากใจจะขัดใจฮันเตอร์ อาจารย์และผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขา

แต่เพราะบทสนทนากับวิญญาณของทรงพลและความเป็นความตายของเอื้อกานต์ก็ทำให้เขาเปลี่ยนใจ เช้าวันต่อมาเลยจัดเตรียมแผนเซอร์ไพรส์ให้เธอ

เอื้อกานต์ชอบใจมากกับอาคมแสนหวานของเขา แต่ตื่นเต้นกว่าเมื่อเขามีของขวัญที่อยากให้เธอรู้เป็นคนแรก

คิมส่งยิ้มบางๆให้ ก่อนจะดึงมือเธอมากุม “เมื่อก่อนพี่จมอยู่กับความแค้น คิดถึงแต่ตัวเองจนได้เจอเอื้อ...เอื้อทำให้พี่ได้ช่วยคน ทำให้พี่เริ่มรู้สึกดีๆกับการทำเพื่อคนอื่นอีกครั้ง”

“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“ใช่...หลังจากฝึกสมาธิเพราะต้องการจะช่วยเอื้อ พี่ก็ได้ทบทวนจนรู้แล้วว่าสิ่งที่พี่ต้องการคืออะไร...”

บทสนทนากับวิญญาณของทรงพลหวนมาในหัวคิมอีกครั้ง มันเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนตอนเขาทำสมาธิ วิญญาณของทรงพลมาเตือนสติลูกชาย ไม่ให้จองเวรและทำบาปมากไปกว่านี้

คิมคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการล้างแค้นของเขา แล้วก็คิดได้ว่ามันไม่ได้ทำให้มีความสุข มีแต่ทำให้ยิ่งรู้สึกผิดเพราะทำให้คนที่อยู่ข้างหลังคนชั่วเหล่านั้นต้องมีสภาพไม่ต่างจากเขา

วิญญาณของทรงพลพยายามพูดให้เขาคิดถึงความดี ความถูกต้องและความยุติธรรมที่เขายึดถือมาตลอด รวมทั้งกฎแห่งกรรมที่มีกระบวนการและระยะเวลาของมันเอง คิมได้ฟังก็ตาสว่าง สำนึกผิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา

“เพราะผมเกิดในครอบครัวที่ดี ถ้าไม่เจอเรื่องนี้ก็คงไม่รู้หรอกว่ามีคนไม่ได้รับความยุติธรรมในสังคมมากขนาดไหน หลายคนถูกเอาเปรียบ ไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องอะไรได้เลย”

“มันเป็นเรื่องปกติของธรรมชาติ...ที่ปลาใหญ่จะต้องกินปลาเล็ก มันอาจเป็นชะตากรรมของลูกที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้ รับรู้ถึงความลำบากของคนอื่น ชะตากรรม ที่ลูกต้องลุกขึ้นมาสู้เพื่อปกป้องคนเหล่านั้น”

คิมดึงตัวเองจากบทสนทนากับพ่อ หยิบหน้ากากที่เขาสวมตอนใช้อาคมมาเผา ก่อนจะบอกเอื้อกานต์ถึงการตัดสินใจจะยุติการล้างแค้น คุณหมอสาวดีใจมาก แต่กังวลแทนเรื่องที่เขาจะไปคุยกับฮันเตอร์

ฮันเตอร์ได้รู้เรื่องการตัดสินใจของศิษย์เอกในเย็นวันเดียวกัน โกรธมากแต่พยายามระงับไว้

“อาจารย์เคยสอนผมว่าไสยศาสตร์มีทั้งดีและไม่ดี ถ้าใช้ให้เป็นประโยชน์ก็จะเป็นคุณ ผมจะไม่ใช้อาคมทำร้ายใครแล้ว แต่จะใช้อาคมเพื่อทำลายคนเลวที่กฎหมายทำอะไรไม่ได้”

“อะไรทำให้แกคิดแบบนี้”

“ครอบครัวผมโดนใส่ร้าย แม้แต่กฎหมายก็ทำอะไรไม่ได้ ผมเลยอยากปกป้องคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมแบบผม ผมไม่อยากให้ใครต้องมารับกรรมเหมือนกับผมหรืออาจารย์อีก”

“อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อหน่อยเลย แกคนเดียวจะทำอะไรสังคมที่เต็มไปด้วยคนเลวแบบนี้ได้”

“แต่อย่างน้อย...ถ้ามีคนลุกขึ้นมาสู้ ทำให้พวกคนชั่วกลัวได้ ก็ยังดีกว่าเราไม่ทำอะไรเลยนะครับ ผมยอมถูกตำรวจตราหน้าว่าเป็นโจร แต่ผมขอเป็นโจรที่ปล้นความอยุติธรรมไปจากสังคม”

ฮันเตอร์หัวเราะเยาะ ตอกอย่างรู้ทัน “คิดจะกลับใจ เพราะผู้หญิงคนนั้นงั้นสิ...แต่มันสายไปแล้วล่ะ ต่อให้กลับใจตอนนี้ แกก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นฆาตกรที่ตำรวจตามล่า แกจะทำให้ผู้หญิงที่แกรักเดือดร้อนในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดกับแก แล้วแกเองจะเดือดร้อนเพราะผู้หญิงคนนั้น... จำคำฉันไว้ให้ดี!”

ooooooo

เพราะจดจ่อกับการช่วยชีวิตเอื้อกานต์ คิมหรือทรงกลดเลยลืมความจริงข้อนี้ เมื่อฮันเตอร์เตือนสติว่าวีรกรรมที่ผ่านมาของเขาอาจทำให้เธอเสี่ยงอันตราย เลยทำให้เขาต้องกลับมาคิดหนัก

แดนรับฟังด้วยความเห็นใจ แต่ก็ช่วยอะไรคิมไม่ได้มาก

“อาจารย์พูดถูก...ถึงกลับใจตอนนี้แต่มือเราก็เปื้อนเลือดไปแล้ว กลิ่นคาวเลือดมันยังติดมือ ถึงพี่จะใช้อาคมช่วยคน แต่สิ่งที่ทำก็เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และถ้าวันหนึ่งพี่โดนจับ...เอื้ออาจต้องกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับคนร้ายอย่างพี่”

“แต่ผมว่าถ้าหมอเอื้อรู้ว่าพี่ทำอะไร หมอเอื้อคงดีใจและอยากช่วยพี่นะครับ”

“แต่มันอันตราย เอื้อเกือบตายเพราะพี่มาแล้วครั้งหนึ่ง พี่จะไม่ยอมให้เอื้อเป็นอะไรไปอีก”

“แล้วพี่จะทำยังไง”

“พี่จะหายไปจากชีวิตของเอื้อ...”

คิมตัดสินใจจะออกจากชีวิตเอื้อกานต์อีกครั้ง รู้ดีว่าทำได้ยากเหลือเกิน แต่ก็เดินหน้าตามที่คิด แสร้งตีหน้ายิ้มแย้มและชวนเธอกินมื้อค่ำสุดโรแมนติก สร้างความทรงจำแสนหวานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสะกดจิตเธอ

“จงลืมเรื่องราวที่นี่ทั้งหมด ลืมความรักทั้งหมดที่มีให้ทรงกลด ทรงกลดได้ตายไปแล้ว”

เอื้อกานต์ไม่ทันตั้งตัว ถูกมนต์สะกดที่แข็งแรงเพราะการฝึกหนักก่อนหน้า ทวนคำของเขาเสียงเบา คิมสะเทือนใจมาก เฝ้ารอจนเธอหลับไปจึงกระซิบบอกลา ข้างหู

“หลับซะ...ช่วงเวลาดีๆที่นี่คือฝันดี แต่ถึงเวลาแล้วที่ต้องตื่นมาเจอความจริงแล้ว...ความจริงที่เราไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมและรักกันได้อีก”

คิมพาร่างสลบไสลของเอื้อกานต์ไปส่งคืนทีเกื้อในคืนเดียวกัน พร้อมบอกถึงการตัดสินใจของตน

“พี่ลบความทรงจำที่เคยพาเอื้อไปรักษาออกหมดแล้ว”

“หมายความว่าไงครับ”

“เอื้อจะจำได้แค่ว่าพี่คือคิมที่เป็นนักข่าวเท่านั้น... ส่วนทรงกลดได้ตายไปแล้ว”

“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย เอื้ออุตส่าห์ดีใจที่พี่กลดกลับมามีชีวิตอีกครั้ง”

“พี่เลือกจะเป็นคนดีที่ตายไป ดีกว่าเป็นคนเลวในสายตาของเอื้อ”

“แต่ผมไม่เคยมีอะไรปิดบังเอื้อ พี่กลดก็น่าจะรู้ดี”

แน่นอนว่าคิมรู้ดี แต่ก็อยากทำเพื่อความปลอดภัยของเอื้อกานต์ “ขอร้องให้ทรงกลดในความทรงจำของเอื้อเป็นผู้ชายที่ตายไปแล้ว แต่เป็นคนดีในหัวใจของเอื้อตลอดไปเถอะนะ ยังไงตอนนี้เอื้อก็มีความสุขดีไม่ใช่เหรอ”

ทีเกื้อรับฟังพลางคิดถึงคำพูดของแฝดพี่ในอดีต สมัยที่เธอคิดว่าทรงกลดตายไปแล้ว คุณหมอสาวทำใจได้ดี ยอมรับความจริงและมีชีวิตต่ออย่างมีความสุข และนั่นก็น่าจะดีที่สุดสำหรับเธอ

คิมเห็นทีเกื้อไม่โวยวายก็ถือโอกาสอธิบายความจริงจากใจ “พี่เป็นคนร้าย พี่ไม่อยากให้เอื้อเดือดร้อน รวมถึงตัวเกื้อก็ต้องลืมว่าพี่เป็นใครเหมือนกัน ตอนนี้พี่เป็นแค่ฆาตกรที่เกื้อต้องการจับเท่านั้น”

ทีเกื้อพยักหน้ารับรู้ ไม่เห็นด้วยแต่ก็เข้าใจเหตุผลอีกฝ่ายดี “ถึงสิ่งที่พี่ทำจะเป็นเพราะต้องการทวงความยุติธรรม แต่มันก็ผิดกฎหมาย ผมเป็นตำรวจ ถ้าพี่พลาดมีหลักฐานมัดตัวเมื่อไหร่ ผมก็คงต้องจับพี่”

“เกื้อทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ได้เลย”

กว่าเอื้อกานต์จะฟื้นก็เช้าวันต่อมา ธีรนัฐกับทีเกื้อ เฝ้าอาการเธออย่างใกล้ชิด จนมั่นใจว่าเธอจำอะไรเกี่ยวกับคิมไม่ได้ นอกจากหมดสติหลังช่วยคุณหญิงอัปสร ก็เบาใจอย่างบอกไม่ถูก

แม้จะไม่หลงเหลือความทรงจำเกี่ยวกับคิมและการช่วยชีวิตของเขา เอื้อกานต์ก็คาใจเรื่องคนร้ายที่ลงมือในงานสัมมนา ทีเกื้อหนักใจมากพยายามจะอธิบายแต่ไม่ทันขยับปาก คุณหญิงอัปสรก็แวะมาเยี่ยมเอื้อกานต์เสียก่อน

ธีรภูมิกับสัตตบงกชยินดีมากเมื่อเห็นเอื้อกานต์อาการดีขึ้น พูดคุยทักทายอย่างเป็นกันเอง คุณหญิงอัปสรเห็นท่าทางเหล่านั้นแล้วนึกกระดาก เป็นห่วงลูกเลี้ยงสาวแต่ก็ยังมีฟอร์ม

“ทุกคนเล่าให้ฉันฟังว่าเธอช่วยฉันไว้ และมันก็ตรงกับความทรงจำของฉัน ฉันเห็นเธอช่วยชีวิตฉันไว้”

“เอื้อเป็นหมอ...หน้าที่ของหมอคือรักษาคนไข้ จะรักษาแบบไหน แค่คนไข้หายป่วย เราก็พอใจแล้วค่ะ”

“ฉันไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร...โดยเฉพาะเธอ ฉะนั้น...มีอะไรให้ฉันช่วยก็บอก ฉันรับปากจะทำให้”

เอื้อกานต์ยิ้มรับขอบคุณ ท่ามกลางความปลื้มใจของทุกคนที่เห็นคุณหญิงอัปสรละวางความโกรธแค้นที่เคยมีและญาติดีกับฝาแฝดมากขึ้น

ooooooo

คิมหรือทรงกลดเฝ้ามองเอื้อกานต์ห่างๆด้วยความเป็นห่วง โล่งใจไม่น้อยเมื่อเห็นเธออาการดีขึ้นและเข้ากับคุณหญิงอัปสรได้ดีกว่าเดิม แต่กระนั้นก็อดวิตกไม่ได้ กลัวฮันเตอร์จะเจ็บแค้นและโผล่มาเล่นงานเธอ เลยจัดแจงฝากเธอไว้กับแดน ส่วนตัวเองรีบไปเจรจากับอาจารย์

การตัดสินใจของคิมหรือทรงกลดทำให้ฮันเตอร์ เครียดมาก กลัวใจศิษย์เอกจะขัดขวางแผนล้างแค้นให้ล้มเหลว จนเก็บไปฝันร้ายว่าต้องเผชิญหน้ากับคิม

“อาจารย์จะหยุดล้างแค้นได้ไหม”

“ไม่! ฉันไม่มีทางหยุด ฉันจะฆ่าทุกคน ทุกคนที่มันเคยทำกับครอบครัวฉัน รวมถึงทุกคนที่ขวางทางฉันด้วย”

“ถ้าอาจารย์ไม่หยุด ผมก็คงต้องหยุดอาจารย์เอง”

จบคำก็ถลาไปบีบคอ ฮันเตอร์สู้แรงศิษย์เอกที่ฝึกจิต มานานไม่ไหว เริ่มหายใจไม่ออก แต่คิมก็ไม่ปล่อยมือ

“ขอโทษครับ...ถ้าผมไม่ฆ่าอาจารย์ อาจารย์ก็ต้องฆ่าทุกคน ไม่ก็ลากผมเข้าสู่วังวนเดิม ผมต้องตัดไฟแต่ต้นลม”

ฮันเตอร์คิดว่าตัวเองตายไปแล้ว แต่กลับเป็นแค่สะดุ้งตื่นจากสมาธิ จังหวะเดียวกันนั่นเอง คิมตัวจริงก็โผล่มาหา เหตุการณ์ในฝันเมื่อครู่ทำให้ฮันเตอร์ใจไม่ดี และตัดสินใจวินาทีนั้นเองจะกำจัดศิษย์เอก!

คืนนั้นคิมไม่ได้เจอฮันเตอร์ แปลกใจไม่น้อยแต่ก็ไม่ติดใจนัก เขายังตามดูแลเอื้อกานต์ห่างๆ แต่ไม่ยอมปรากฏตัวให้เห็น ทีเกื้อรับรู้ทุกอย่าง ไม่สบายใจนักที่ต้องปิดบังแฝดพี่ แต่ก็เชื่อว่าเป็นทางเลือกดีที่สุดแล้ว

ฮันเตอร์ติดต่อมาในคืนต่อมา นัดเจอเพื่อบอกเรื่องบางอย่าง คิมไม่สบายใจนัก กลัวอาจารย์จะบังคับ ให้เขาทำอาคมทำร้ายใครอีก แต่กระนั้นก็ยอมรับปากเพื่อหยั่งเชิง...

แต่ก่อนจะถึงเวลานัด คิมก็บุกไปสถานีทีเอ็นนิวส์เพื่อขัดขวางการถ่ายรายการของธีรนัฐที่ตัดสินใจจะสารภาพความผิดเมื่อหลายปีก่อนที่เขากับคุณหญิงอัปสรทำข่าวใส่ร้ายทรงพล

คิมจัดการทำให้ไฟห้องส่งดับ ก่อนปรากฏตัวให้ทุกคนเห็นในสภาพชายสวมหน้ากากอีกครั้ง ธีรนัฐรู้ว่าเขาคือทรงกลดก็พยายามจะขอไถ่โทษ โดยมีธีรภูมิกับทีเกื้อสนับสนุน แต่คิมก็ปฏิเสธ

“ผมตัดสัญญาณออกอากาศของสถานีแล้ว จะไม่มีใครเห็นข่าวการสารภาพความผิดของคุณทั้งนั้น คุณไม่ใช่คนผิดและผมก็ไม่ได้ต้องการประจานคุณ ผมไม่อยากให้คนดีๆต้องมาหมดอนาคตแบบคุณพ่อ แค่ทำข่าวล้างมลทินให้ทุกคนเข้าใจท่านก็พอ...นี่เป็นหลักฐานที่แสดงว่าท่านไม่ได้ค้ายา”

จบคำก็ยื่นเอกสารหลักฐานให้ธีรนัฐที่มองมาอย่างซึ้งในน้ำใจ

“ขอบคุณแล้วก็ขอโทษกับสิ่งที่ครอบครัวอาทำไว้ทั้งหมด อาขอโทษที่ทำให้หลานกลายเป็นแบบนี้”

คิมพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยถึงสิ่งที่ตั้งใจมาบอก

“เอื้อกานต์ได้ชดใช้แทนคุณหญิงแล้ว ตามกฎจะไม่มีการทำของซ้ำเหยื่อรายเดิม...สบายใจได้ครับ”

“เรื่องท่านทรงพล...ไม่ต้องห่วงนะ อาจะสืบหาความจริง และทำข่าวเรื่องท่านเอง”

ธีรนัฐให้คำสัญญาหนักแน่น โดยมีธีรภูมิกับสัตตบงกชร่วมมืออย่างเต็มที่ ด้วยการทำรายการพิเศษให้ข้อมูลและแก้ต่างให้แก่คดีของทรงพลว่าเป็นการใส่ร้ายและปั้นเรื่องเพื่อสร้างหลักฐานเท็จ...

ooooooo

รายการพิเศษเกี่ยวกับคดีของทรงพลทำให้เกิดปฏิกิริยาแตกต่างกัน คิมพอใจมากที่คดีของพ่อถูกรื้อเพื่อความเป็นธรรม เช่นเดียวกับครอบครัวของธีรนัฐที่ได้ไถ่โทษจากเรื่องในอดีต ศักดิ์ชาย...สมาชิกกลุ่มทุนทีบีที่เหลือก็ดูจะให้ความสนใจมาก แต่ก็ยังสงวนท่าทีไม่ยอมพูดอะไร

คงมีเพียงฮันเตอร์ที่ไม่พอใจ คิดว่าวิธีการของคิมจะทำให้แผนล้างแค้นล่มไม่เป็นท่า เลยเรียกตัวมากำจัด ด้วยการใช้แดนเป็นเหยื่อล่ออีกครั้ง โดยไม่ลืมขู่ว่าครั้งนี้เขาเอาจริง!

เรื่องแดนก็ทำให้คิมเครียดมากแล้ว แต่ความจริงจากคุณหญิงอัปสรที่ว่ามีใครบางคนอยู่เบื้องหลังการวางระเบิดเครื่องบินที่ครอบครัวเขานั่ง ทำให้ประสาทเสียกว่า ทีเกื้อพยายามช่วยสืบแต่ก็ไม่ได้เบาะแสอะไรเพิ่ม

“ไหนพี่บอกว่าจะหยุดแล้วไง ผมขอร้องให้พี่หยุดล้างแค้นเถอะ พี่กลดที่ผมรู้จัก...เป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น ผมไม่อยากเป็นศัตรูกับพี่...อย่างน้อยก็คิดว่าทำเพื่อเอื้อก็ได้”

“ถ้ามีใครสักคนฆ่าเอื้อ แล้วฉีกร่างเอื้อเป็นชิ้นๆ ซากศพกระจัดกระจาย เกื้อจะหยุดได้ไหม”

คำถามทีเล่นทีจริงแต่ทำให้ทีเกื้อถึงกับอึ้ง จนคิมเลยต้องรีบพูด

“พี่ล้อเล่นน่ะ...พี่แค่อยากรู้ความจริง พี่ตั้งใจจะเลิกล้างแค้นแต่พี่จะใช้อาคมช่วยเหลือคน ให้บทเรียนกับคนชั่ว”

“ถ้าพี่ตั้งใจจะใช้อาคมช่วยเหลือคน ผมก็จะไม่ขัดขวาง”

“เสียดายวิชาอาคมที่เรียนมาน่ะ ต้องใช้ให้เป็น ประโยชน์ซะหน่อย”

“แต่ก็อย่าพลาดทิ้งหลักฐานหรือทำร้ายใครล่ะ ผมไม่อยากไล่จับพี่อีก”

“ขอบใจมากนะ”

“พี่เลือกจะหยุด แล้วอาจารย์พี่จะยอมเหรอ...”

คิมรู้คำตอบดีอยู่แล้ว และยิ่งมั่นใจเมื่อฮันเตอร์ส่งสารมาขู่

“รถไฟขบวนต่อไปกำลังมาในอีกหนึ่งชั่วโมง ถ้าแกไม่อยากให้แดนเป็นอะไรก็มาให้ทัน...ครั้งนี้ฉันทำจริง!”

แดนถูกจับมัดกับเก้าอี้กลางรางรถไฟ โวยวายใส่ฮันเตอร์ที่ชอบจับเขาเป็นตัวประกัน คิมมาถึงไม่นานหลังจากนั้น จะรีบแก้มัดให้ แต่กลับถูกฮันเตอร์ตลบหลังด้วยการสะกดจิตแดนให้มัดตัวเขาไว้แทน

คิมมีท่าทีสงบนิ่งอย่างประหลาด ก่อนจะถามเสียงเย็น

“อาจารย์ต้องการอะไร”

“ฉันต้องการชีวิตแก! จำวันแรกที่เราเจอกันได้ไหม ...วันนั้นฉันเคยบอกแกแล้วใช่ไหมว่าถ้าเข้ามาในวังวนนี้แล้วจะออกไปไม่ได้ ทางเดียวที่จะไปจากวิบากกรรมนี้ได้คือความตาย”

น้ำเสียงดุดันของอาจารย์ไม่ได้ทำให้คิมตื่นตระหนก ตอบกลับอย่างใจเย็น “ผมรู้ครับ ถึงได้มาที่นี่...ตั้งแต่อาจารย์ช่วยชีวิตผมไว้ ชีวิตผมก็เป็นของอาจารย์ อาจารย์จะทำอะไร จะให้ผมเป็นหรือตาย...ผมก็ไม่ขัด”

ท่าทีนิ่งสงบของศิษย์เอกทำให้ฮันเตอร์โมโหอย่างบอกไม่ถูก “ดี! ฉันจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงจัดการแก ฉันต้องกำจัดแก แกรู้ความลับของฉันมากไป และฉันก็ไม่ต้องการให้ใครมาขัดขวางแผนการของฉัน!”

พูดจบก็ตั้งท่าจะเล่นงานศิษย์เอก แต่กลับทรุดลงพื้นอย่างอ่อนแรง วิญญาณของเกริกภพกับคมกฤชนั่นเองที่แค้นฮันเตอร์และตามมาเอาคืน คิมตกใจมากรีบท่องคาถาเพื่อช่วยอาจารย์

ฮันเตอร์เห็นศิษย์เอกพยายามช่วยก็ข้องใจ อดทนรอจนพวกวิญญาณร้ายหายไปแล้วจึงถาม

“แกใช้อาคมได้ แล้วทำไมแกถึงไม่ใช้แต่แรก ทำไมถึงยอมให้ฉันจับง่ายๆแบบนี้”

“ผมเคยบอกอาจารย์แล้วว่าผมไม่มีวันทำร้ายอาจารย์”

“ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไป แต่ถ้าครั้งหน้าแกมาขวางทางฉัน ฉันจะไม่ไว้ชีวิตแกอีกแล้ว!”

ประกาศกร้าวก่อนจะผละไป คิมเสียใจมากและอดไม่ได้จะตะโกนไล่หลัง

“ผมจะพิสูจน์ให้อาจารย์เห็นว่าวิธีของอาจารย์ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น สักวันอาจารย์ต้องเห็นด้วยกับวิธีของผม”

“ไม่จำเป็น...เพราะต่อไปนี้ ฉันกับแกตัดขาดจากกัน แกไม่ใช่ศิษย์ฉันอีกต่อไป!”

“ถึงอาจารย์จะไม่เห็นผมเป็นลูกศิษย์ แต่สำหรับผมยังไงอาจารย์ก็ยังเป็นอาจารย์ เป็นผู้มีพระคุณของผม... ผมยินดีช่วยเหลืออาจารย์ทุกอย่าง”

ooooooo

คิมพาแดนออกจากรางรถไฟอย่างปลอดภัย ทั้งสองเลือกจะเก็บตัวอย่างเงียบที่สุดเพื่อดูท่าทีของฮันเตอร์อีกครั้ง ส่วนทางตำรวจก็ยังไม่วางใจ โดยเฉพาะท่านรองฯ กลัวชายสวมหน้ากากจะลงมืออีก เลยสั่งให้ลูกน้องอารักขาสมาชิกกลุ่มทุนทีบีที่เหลือเหมือนเดิม

ทีเกื้อเชื่อว่าคิมหรือทรงกลดจะรักษาสัญญา เลยไม่สนใจเรื่องอารักขาสมาชิกกลุ่มทุนทีบีมากนัก แต่เครียดเรื่องนัดพบคุณหญิงอัปสรพร้อมแฝดพี่มากกว่า เอื้อกานต์เข้าใจความอึดอัดนี้ดี แต่ก็ยืนยันไปพบตามนัด

คุณหญิงอัปสรรออยู่แล้วพร้อมธีรภูมิกับสัตตบงกช คอยสังเกตท่าทีของทีเกื้ออย่างใจเย็นท่ามกลางความ กระอักกระอ่วนใจของคนอื่นๆ โดยเฉพาะเอื้อกานต์ที่สงสารแฝดน้องจับใจ

“อึดอัดอะไรก็ระบายได้นะ...เอื้อไม่อยากเห็นเกื้อทุกข์ ไม่มีความสุขแบบนี้ เกื้อก็รู้ว่าถ้าเกื้อทุกข์ เอื้อก็ทุกข์ด้วย”

“เกื้ออึดอัดที่ต้องมาเจอหนูดี”

“ถ้ามันเลี่ยงจะเจอไม่ได้ เกื้อก็ต้องทำใจให้ได้เร็วๆ”

“เพราะทำใจยากเลยเลือกจะเลี่ยงไง เกื้อไม่อยากเป็นปัญหาให้พี่ภูมิกับหนูดี ทั้งสองคนเป็นคนที่เกื้อรัก...”

ธีรภูมิได้ยินสองพี่น้องฝาแฝดคุยกันก็รู้สึกผิดมาก ตัดสินใจไปเจรจากับแม่

“คุณแม่ครับ...ช่วยยกเลิกงานแต่งงานของผมกับหนูดีเถอะครับ”

คุณหญิงอัปสรรับฟังด้วยสีหน้านิ่งสงบไม่แปลกใจที่ได้ยินเหมือนรออยู่นานแล้ว ธีรภูมิร้อนใจมาก พยายามหว่านล้อมหาเหตุผลให้แม่ยอมยกเลิกงานแต่ง

“คุณแม่ก็ทราบว่าผมกับหนูดีไม่มีทางรักกันได้ ผมไม่อยากทรมานที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ไม่ได้รัก”

“เพราะเรื่องหนูดีกับทีเกื้อใช่ไหม ถึงทำให้เราตัดสินใจแบบนี้”

“ผมไม่อยากเห็นแก่ตัว ยื้อผู้หญิงที่ผมรักเหมือนน้องมาอยู่กับผม และยังต้องทำร้ายความรู้สึกน้องชายผมอีก...คุณแม่ก็น่าจะรู้ดีว่าการใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เราไม่ได้รักมันทรมานขนาดไหน”

คุณหญิงอัปสรถอนใจยาว รู้ดีว่าความรักความผูกพันระหว่างเธอกับสามีเป็นแบบไหน มันทรมานและลูกชายคนเดียวก็เดาได้เพราะอยู่กับเธอมาตลอดชีวิต

“ภูมิคงเห็นตัวอย่างจากชีวิตแม่สินะ...งั้นก็แล้วแต่ภูมิตัดสินใจก็แล้วกัน”

ธีรภูมิอยากช่วยให้ความรักระหว่างทีเกื้อกับสัตตบงกชสมหวัง เช่นเดียวกับธีรนัฐที่ช่วยปกปิดเรื่องคิมหรือทรงกลดลูกชายคนเดียวของทรงพลจากศักดิ์ชายที่หวาดระแวง กลัวตัวเองจะเป็นเป้าหมายรายต่อไป...

ooooooo

ศักดิ์ชายวิตกกังวลเรื่องชายสวมหน้ากากมาก เลยไม่ได้สนใจวัฒน์ลูกชายคนเดียวที่เกกมะเหรกและอันธพาล และแล้วคืนหนึ่งลูกชายตัวดีของเขาก็ก่อเรื่อง...เมาขับรถชนคนแล้วหนี!

คิมกับแดนกลายมาเป็นพยานในที่เกิดเหตุโดยบังเอิญ รีบลงไปช่วยสองคนเจ็บ...ลุงชูกับลูกชาย...ส่งโรงพยาบาล ภรรยาของลุงชูถูกตามตัวมาหลังจากนั้น ทันเวลาหมอออกจากห้องฉุกเฉินพร้อมข่าวร้ายและข่าวดี

ข่าวดีคือลูกชายลุงชูพ้นขีดอันตราย แต่ข่าวร้ายคือตัวลุงชูเสียชีวิต ภรรยาของเขาถึงกับร่ำไห้อย่างไม่อาย โดยมีนภที่เพิ่งมาถึงในฐานะญาติผู้เสียชีวิตคอยปลอบและสัญญาจะนำตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้!

วัฒน์ประสาทเสียมาก เก็บตัวอยู่บ้านแต่ส่งคนไปสืบข่าวที่โรงพยาบาล คิมกับแดนเห็นพอดีเลยตัดสินใจจะช่วยเรียกร้องความยุติธรรมให้ครอบครัวลุงชูด้วยวิธีการบางอย่างที่ไม่ใช่การใช้อาคม

ข่าวอุบัติเหตุรถชนคนแล้วหนีกลายเป็นข่าวใหญ่ในวันต่อมา เหล่านักสืบโซเชียลและกองทัพนักข่าวรุมทึ้ง ประเด็นนี้และตามร่องรอยจนแทบจะฟันธงว่าคนขับคือวัฒน์ ลูกชายคนเดียวของศักดิ์ชาย นักธุรกิจใหญ่

ที่มีภาพลักษณ์ขาวสะอาด แต่คงเลี้ยงลูกผิดกลายเป็นพวกเกเรและขี้กร่าง ทำผิดนับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่เคยถูกจับ!

สัตตบงกชจับประเด็นนี้ และถือโอกาสนี้ทำข่าวเพื่อจับตัววัฒน์มาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ ศักดิ์ชายได้ข่าวก็ร้อนใจแต่พยายามเก็บอาการและให้สัมภาษณ์ถึงลูกชายคนเดียวว่าไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ

แต่กระนั้น...ความลับที่เขาพยายามปกปิดก็เผยตัว เมื่อสภาพบอบช้ำเพราะขับรถชนของลูกชายคนเดียว ทำให้ศักดิ์ชายต้องเรียกเอื้อกานต์มาดูอาการและทำแผลให้ถึงบ้าน

คิมหรือทรงกลดก็ถอดจิตไปที่บ้านศักดิ์ชายในวันเดียวกัน เพราะคิดแผนกับแดนจะหาหลักฐานมัดตัววัฒน์ที่กบดานอยู่ในบ้าน ไม่ได้ออกไปต่างจังหวัดอย่างที่ศักดิ์ชายให้ข่าวก่อนหน้า

“พี่จะแอบเข้าไปถ่ายคลิปเพื่อเป็นหลักฐานให้ทุกคนรู้ว่าวัฒน์อยู่ในบ้าน”

“จริงด้วย พี่คิมสุดยอดเลย...ถ้าทุกคนรู้ว่าวัฒน์ไม่ได้อยู่ต่างจังหวัดอย่างที่พูดก็จะกดดันให้มันออกมาเอง”

“ใช่...ที่เหลือก็ให้เป็นหน้าที่สื่ออย่างภูมิจัดการต้อนวัฒน์ให้สารภาพทุกอย่าง”

“จริงๆพี่แอบสะกดจิตให้มันพูดความจริงก็ได้นะ ไม่ต้องเหนื่อยจัดการเอง”

“แต่ถ้าเราใช้วิธีเดิม ตำรวจจะรู้ว่าฝีมือพี่ พี่ไม่อยากเป็นข่าว ...พี่อยากใช้อาคมเฉพาะเวลาจำเป็นจริงๆเท่านั้น”

เอื้อกานต์รู้เรื่องอุบัติเหตุของลุงชูจากทีเกื้อกับนภ เมื่อเห็นสภาพวัฒน์เลยปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ยิ่งเห็นวิญญาณลุงชูที่ผูกใจเจ็บตามเกาะหลังวัฒน์ ยิ่งมั่นใจและอดไม่ได้จะเตือนสติ

“นอกจากกินยาตามหมอสั่ง จริงๆหมออยากให้คุณไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรบ้างก็ดีนะคะ”

“หมอพูดอะไรครับเนี่ย”

“คุณอาจไม่เชื่อแต่ตามหลักพุทธศาสนา...มันอาจเป็นเรื่องของเวรกรรมที่เราเคยไปทำอะไรไว้กับใครก็ได้นะคะ”

“ไร้สาระน่ะ”

“ไม่เคยดูหนังผีเหรอคะที่พระเอกขับรถชนคนแล้วมีผีมาเกาะหลังน่ะค่ะ”

วัฒน์หน้าซีดเพราะมีชนักปักหลัง แต่เอื้อกานต์ก็รีบเปลี่ยนเรื่องและขอตัวกลับ เลยไม่ทันรู้ว่านอกจากวิญญาณของลุงชูที่เกาะหลังวัฒน์ ยังมีคิมที่แอบเข้ามาเก็บภาพเป็นหลักฐานด้วย!

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #7 on: 17 October 2026, 19:57:40 »


https://www.thairath.co.th/novel/ARKOM/ep11/page1

อาคม ตอนที่ 11

อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

คิมหรือทรงกลดรวบรวมหลักฐานและข้อมูลธุรกิจทุกอย่างของวัฒน์ ทั้งอาบอบนวด ผับ บาร์ ยาเสพติดและบ่อนการพนัน แดนทึ่งและตื่นเต้นมากกับข้อมูล ก่อนจะหุบยิ้มฉับเมื่อเห็นภาพบ่อนแห่งหนึ่ง...

ภาพบ่อนการพนันแห่งหนึ่งของวัฒน์ทำให้แดนคิดถึงพ่อ ครอบครัวเขาถูกสังหารเพราะพ่อติดการพนันอย่างหนัก ต้องหนีเจ้าหนี้จนเจอคิมที่ช่วยชีวิตไว้ แต่กระนั้น...อดีตอันโหดร้ายและเจ็บปวดก็ทำให้ลืมไม่ลง!

อดีตอันเลวร้ายพาแดนกลับไปที่หน้าบ้านเก่า ฮันเตอร์รอจังหวะอยู่แล้ว ฉวยโอกาสใส่ไฟและปั่นหัวแดนให้เพลิงแค้นที่พ่อแม่ต้องตายเพราะวัฒน์เป็นคนสั่งฆ่าปะทุอีกครั้ง

แดนมีสีหน้าตกใจมาก ไม่เคยรู้ว่าวัฒน์เป็นตัวการเรื่องทั้งหมด และฮันเตอร์ก็รู้ดี อาสาล้างแค้นให้หากเขายอมฝึกอาคมเป็นลูกศิษย์อีกคนเหมือนคิม ข้อเสนอของฮันเตอร์เย้ายวนใจมาก แดนคิดหนัก ลังเลอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังไม่รับปากเพราะไม่อยากใช้อาคมทำร้ายใคร

คิมเป็นห่วงแดนมาก ท่าทางหลังเห็นข้อมูลของ วัฒน์คาใจเขาอย่างบอกไม่ถูก แต่กระนั้นก็ห่วงเอื้อกานต์มากกว่า จนต้องนัดพบทีเกื้อเพื่อเตือนให้เฝ้าระวังเธอดีๆ

“พี่จะขอให้เกื้อช่วยดูเอื้อด้วย พี่ไม่ไว้ใจคนอย่างวัฒน์ ไม่อยากให้เอื้อไปยุ่งกับคนพวกนั้น”

“ผมก็ไม่อยากให้เอื้อยุ่งกับมันเหมือนกัน แล้วพี่ไปสืบเรื่องลุงชูใช่ไหม”

“ใช่...มันอยู่ในบ้าน ไม่ได้อยู่ต่างจังหวัดอย่างที่ให้ข่าว”

“ผมว่าแล้วว่ามันโกหก”

“พี่ถ่ายคลิปเอาไว้ ส่งให้คุณภูมิไปทำข่าวแล้วสื่อจะได้บีบให้มันออกมายอมรับความจริง”

“เรื่องเอื้อไม่ต้องห่วงนะ ผมจะเตือนเอื้อเอง”

ทีเกื้อทำตามที่พูดในคืนเดียวกัน ตะล่อมอย่างใจเย็นเพราะไม่อยากให้แฝดพี่ผิดสังเกต หรือจับได้ว่าเขาแอบติดต่อคิม แต่ท่าทางแปลกๆของเขาก็ทำให้เอื้อกานต์สงสัยและเก็บไปคิดมากจนฝันถึงคิม...

คิมถอดจิตมาหาเอื้อกานต์ในความฝัน คุณหมอ

สาวดีใจมากที่เห็นหน้าเขา ถามไถ่ด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง คิดว่าเขาหายหน้าหายตาเพราะรู้สึกผิดที่ทำร้ายคุณหญิงอัปสร

“ถ้าเป็นเรื่องนั้น...ไม่ต้องห่วงนะ เกื้อเล่าให้ฉันฟังหมดแล้วว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ แต่โดนอาจารย์คุณบีบ”

“อย่าอยู่ใกล้ผมเลย ลืมไปเถอะนะว่าเคยรู้จักคนอย่างผม”

“ฉันจะลืมเรื่องคุณได้ยังไง ฉันไม่เคยลืมเรื่องอะไรเกี่ยวกับตัวคุณเลย”

“คุณจำอะไรได้บ้าง”

“ฉันจำได้ว่าคุณคือ...มนุษย์หน้ากากที่ช่วยคนกำลังลำบาก เป็นนักข่าว เป็นจิตอาสาที่ช่วยงานฉัน”

“แค่นี้เหรอ”

“มีอะไรอีกเหรอ มีอะไรอีกที่ฉันจำไม่ได้”

“ผมก็เป็นคนร้ายที่ตำรวจตามล่าไง เพราะฉะนั้น... คุณอย่าตามหาผมอีกเลยนะ”

พูดจบก็ตัดใจเดินหนี แต่ก็ถูกเอื้อกานต์ตามไปรั้งตัวไว้

“อย่าไปเลยนะ”

“ถ้าหมอรั้งผมไว้แบบนี้ ผมจะตัดใจปล่อยหมอไปได้ยังไง”

คิมเอ่ยเสียงเศร้าแล้วหายวับไป ทิ้งเอื้อกานต์ให้วิ่งตาม ก่อนจะสะดุ้งตื่น พร้อมความจริงว่าเธอแค่ฝันไป!

ooooooo

การตัดใจจากเอื้อกานต์เป็นเรื่องยากลำบากสำหรับคิม ต่างจากเรื่องเล่นงานวัฒน์ที่คิมทำได้ดี รวบรวมข้อมูลและหลักฐานทุกอย่างส่งให้ธีรภูมิกับสัตตบงกชทำข่าวแฉ

หลังตรวจสอบข้อมูลจนแน่ใจ ธีรภูมิก็ส่งสัตตบงกชกับทีมภาคสนามไปทำรายงานพิเศษถึงหน้าบ้านวัฒน์ แน่นอนว่าเจ้าตัวไม่ออกมาให้สัมภาษณ์ตามคาด แต่รายการก็ได้รับความสนใจอย่างน่าตกใจ จนศักดิ์ชายที่นิ่งเฉย

มาตลอดเริ่มใจไม่ดี ตัดสินใจส่งภรรยากับหลานชายไปพักที่อื่น เหลือแค่วัฒน์ที่กำลังประสาทเสีย

“พ่อต้องช่วยผมด้วยนะ ผมไม่รู้ต้องทำยังไงแล้ว พวกมันไม่มีทางหยุดแน่ ถ้าผมไม่สารภาพความจริง”

“งั้นแกก็ออกไปสารภาพความจริงกับสื่อซะ...เรื่องจะได้จบๆซะที!”

ศักดิ์ชายจัดงานแถลงข่าวเกี่ยวกับข้อกล่าวหาของลูกชายคนเดียวในวันต่อมา สวมบทนักธุรกิจพ่อพระและใจบุญยืนยันกับนักข่าวว่าทุกอย่างเป็นการเข้าใจผิด วัฒน์อยู่ในรถคันนั้นที่ชนลุงชูแต่ไม่ใช่คนขับ

“ผมกับลูกเสียใจกับครอบครัวลุงชูจริงๆครับ หลังเกิดเรื่อง เราก็พยายามติดต่อครอบครัวคุณลุงเพื่อช่วยเหลือ”

แน่นอนว่าคำให้การของศักดิ์ชายเป็นที่โจษจันทั่วประเทศหลังจากนั้น หลายคนเชื่อว่าเป็นการหาแพะมารับบาปแทนลูกชายคนเดียว คิมที่แฝงตัวมาดูเหตุการณ์เจ็บใจมาก แต่คงไม่เท่าวิญญาณลุงชูที่ประกาศลั่นจะเอาคืน!

ธีรภูมิกับสัตตบงกชก็ไม่เชื่อคำให้การของศักดิ์ชาย มั่นใจว่าคือการโกหกเพื่อปกป้องลูกชายเหมือนเคย ธีรนัฐผ่านมาได้ยินพอดี ประสบการณ์และเรื่องวุ่นวายที่ผ่านมาทำให้อยากเตือนสติลูกชายกับว่าที่ลูกสะใภ้

“มันเป็นกฎธรรมชาติ ปลาใหญ่ต้องกินปลาเล็ก คนมีอำนาจมักเป็นผู้ชนะ ถ้ายอมรับความจริงข้อนี้ได้ เราก็จะไม่เสียเวลากับความไม่ยุติธรรม”
สัตตบงกชอดค้านไม่ได้ “ยอมรับง่ายๆแบบนี้ก็เท่ากับสื่ออย่างเรายอมแพ้ เพิกเฉยต่อความจริงน่ะสิคะ”

“เราไม่ได้ยอมแพ้ แต่แทนที่จะขุดคุ้ยหาสาเหตุกับสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ เราเอาเวลาไปทำข่าวที่เป็นประโยชน์ ป้องกันไม่ให้เรื่องร้ายๆแบบนี้เกิดขึ้นอีก เช่นข่าวรณรงค์ให้ออกกฎหมายเรื่องการขับรถ หรือข่าวอะไรที่เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ...ไม่ดีกว่าเหรอ”

ธีรภูมิพยักหน้ารับรู้แต่ก็ไม่วายเสนอความเห็น “ผมรู้ครับว่าการที่ผมพยายามหาคนผิด มันอาจไม่ได้เป็นประโยชน์เท่ากับข่าวที่คุณพ่อว่า แต่ผมก็ไม่อยากเพิกเฉยต่อความไม่ยุติธรรมเล็กๆน้อยๆ”

สัตตบงกชรีบเสริมคู่หมั้นหนุ่ม “ใช่ค่ะ...บางที บทเรียนครั้งนี้ก็อาจทำให้คนอย่างวัฒน์ไม่กล้าทำผิด เพราะรู้ว่ายังมีหลายคนจับจ้อง พร้อมจะพิพากษาเขาก็ได้นะคะ”

“งั้นคงแล้วแต่อุดมการณ์ของนักข่าวแต่ละคนว่าจะเลือกทางไหน ขอแค่เรามีเจตนาที่ดีต่อสังคมก็พอ...จริงไหม”

การแถลงข่าวของศักดิ์ชาย แก้ต่างให้วัฒน์ ทำให้หลายฝ่ายไม่พอใจ โดยเฉพาะภรรยากับลูกชายลุงชูสมาชิกครอบครัวที่เหลือของเหยื่อที่ต้องตายเพราะความประมาท แต่หาตัวคนรับผิดไม่ได้

นภมาเยี่ยมญาติสาวกับหลานชาย เจ็บใจแทนพวกเขามาก

ทีเกื้อที่มาเป็นเพื่อนต้องช่วยปลอบ “คนมีเงินก็ใช้เงินสร้างสถานการณ์ซื้อทุกอย่าง ซื้อแม้แต่ความผิดของตัวเอง ส่วนคนจนก็ต้องก้มหน้าเป็นเหยื่อของคนพวกนี้ต่อไป”

เอื้อกานต์ที่ดูแลลูกชายลุงชูช่วยพูดอีกแรง“กฎหมายทำอะไรไม่ได้ แต่สักวัน...เขาก็ต้องได้รับกรรมของตัวเอง”

“แต่กฎแห่งกรรมจะทำงานช้าไปน่ะสิ”

“ถ้าคนคนนั้นอยู่ก็คงดี เขาคงไม่อยู่เฉยแน่”

ทีเกื้อเหลือบมองแฝดพี่เงียบๆ มั่นใจว่าคนคนนั้นที่เธอหมายถึงก็คือคิม...

ooooooo

ทีเกื้อเป็นห่วงแฝดพี่มาก ตามไปปลอบและหยั่งเชิงเรื่องคิม เอื้อกานต์ตอบไม่ถูก คิดถึงและ

โหยหาแต่กลับจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้มาก นอกจากเขาเป็นนักข่าวและอาสาสมัครของโรงพยาบาล

คำตอบของเอื้อกานต์ทำให้ทีเกื้อถอนใจยาวโล่งอกที่แฝดพี่ไม่ได้ทุกข์ร้อนเรื่องคิม แต่ก็วางใจไม่ได้ โดยเฉพาะนิมิตกับสัมผัสพิเศษของอีกฝ่ายที่ไม่ธรรมดา...อาจคิดเรื่องคิมออกวันไหนก็ได้

การแถลงข่าวของพ่อทำให้วัฒน์ลำพองใจ ออกไปกร่างและเฉลิมฉลองกับกลุ่มเพื่อนในผับหรูใจกลางเมือง คิมคอยตามดูตลอด พยายามหาทางจับผิด แต่ไม่ทันลงมือ วิญญาณลุงชูที่ผูกใจเจ็บก็แผลงฤทธิ์เสียก่อน

นับตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุ วัฒน์ก็มีอาการเมื่อยและปวดตามเนื้อตัวอย่างบอกไม่ถูก วิญญาณลุงชูนั่นเองที่ตามเกาะและทำให้เขามีอาการแบบนั้น และวันนี้ที่ผับหรู วิญญาณอาฆาตก็ทำให้วัฒน์เกิดนิมิต!

วัฒน์ดื่มฉลองจนหนำใจจึงไปที่รถ และโดยไม่คาดคิด...มีรถพุ่งชนเขาอย่างแรง วิญญาณลุงชูมองสภาพเลือดท่วมตัวและอาการตะเกียกตะกายเพื่อเอาตัวรอดของวัฒน์ด้วยแววตาเคียดแค้น แหวลั่น

“โดนรถชนแบบนี้รู้สึกยังไงบ้าง”

วิญญาณลุงชูพูดพลางส่งสายตาเอาเรื่อง วัฒน์ กลัวมาก หลับหูหลับตาไหว้ขอชีวิต คิดว่าต้องตายแน่พลันก็รู้สึกตัวในเวลาต่อมาว่าทั้งหมดเป็นแค่ภาพหลอน... แต่มันก็เหมือนจริงเหลือเกิน

แววตาอาฆาตและสภาพเลือดท่วมตัวของวิญญาณลุงชูทำให้วัฒน์นอนไม่หลับ คิดมากสารพัดจนต้องไปฟ้องพ่อในเช้าวันต่อมา ศักดิ์ชายไม่เชื่อ สั่งให้เลิกเพ้อเจ้อและกลับไปทำงานตามปกติ

วิญญาณลุงชูตามหลอนวัฒน์อีกหลายครั้ง ทำให้เขาประสาทเสียจนต้องนัดพบเอื้อกานต์ที่โรงพยาบาล เพราะจำได้ว่าเธอเคยพูดถึงเรื่องกรรมและวิญญาณอาฆาต

“จำที่คุณหมอเตือนผมได้ไหมครับ...คุณหมอบอกให้ผมทำบุญ ผมก็ไปทำบุญแล้ว แต่ผมก็ยังนอนไม่หลับ หวาดผวาไปหมด หมอมียาอะไรให้ผมไหมครับ”

“โรคนี้...ยาอะไรก็รักษาไม่ได้หรอกค่ะ มันอยู่ที่ใจคุณ”

“ยังไงครับ แล้วผมควรทำยังไง”

“ถ้าคุณไม่ได้ทำอะไรผิด คุณก็จะไม่เป็นแบบนี้ คุณควรจะทำสิ่งที่ถูกต้อง”

วัฒน์หงุดหงิดมากที่เอื้อกานต์ไม่ช่วย แต่คุณหมอสาวก็ไม่สนใจ มัวมองตามคิมที่จู่ๆก็โผล่มาโรงพยาบาล ความจริงก็คือคิมเฝ้าตามดูเธออยู่แล้ว หลังตัดสินใจจะออกจากชีวิตเธอ เขาก็คอยตามดูแลห่างๆ

เอื้อกานต์เห็นเขาพยายามเดินหนี ก็วิ่งไปดักหน้าและชวนทานข้าว

“คิดยังไงถึงชวนผมกินข้าว ผมเป็นฆาตกร เป็นคนที่พยายามจะทำร้ายครอบครัวคุณนะ”

“เกื้อเล่าให้ฉันฟังแล้วว่าคุณไม่ได้ตั้งใจทำ”

“แต่ผมก็คือคนร้าย”

“ฉันรู้ว่าคุณไม่ใช่คนดีอะไร แต่ฉันก็ยังอดคิดถึงเรื่องคุณไม่ได้”

“คุณจะมาคิดถึงผมทำไม”

“ฉันก็ไม่รู้ ตั้งแต่ฉันฟื้น ก็รู้สึกอยากตามหาคุณ...รู้สึกเหมือนเรารู้จักกันมานาน...คุณอย่าหายไปไหนอีกเลยนะ”

น้ำเสียงอ้อนวอนของเธอทำให้คิมเกือบใจอ่อน แต่ยังทำไม่รับรู้ แกล้งเย้า

“หมอคงไม่ได้หลงรักผมหรอกนะ ถ้าเป็นแบบนั้นผมคงลำบากใจแย่”

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก ฉันรักพี่กลดคนเดียว ถึงเขาจะตาย...แต่ฉันก็ไม่เคยลืมเขาเลย”

คราวนี้คิมอึ้งไปจริงๆ สงสารทั้งเธอและตัวเอง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากทิ้งท้าย

“ผมตั้งใจจะไปกบดานไกลๆ คงไม่มาเจอหมออีก หมอก็อย่าติดต่อผมอีกเลยนะ”

ooooooo

ทีเกื้อแวะมาหาแฝดพี่พอดี ทันเห็นหลังคิมไวๆเลยตัดสินใจไปคุยด้วย ห่วงทั้งแฝดพี่กับอีกฝ่าย

จะต้องเผชิญหน้ากันบ่อยๆแล้วความจะแตกสักวัน

“พี่เลือกจะลบทุกอย่างระหว่างพี่กับเอื้อ เพราะ ฉะนั้น...พี่ก็ต้องทำใจให้ได้”

“แล้วตอนเกื้อเจอหนูดีกับพี่ชายเกื้อ...เกื้อทำใจได้ง่ายๆไหมล่ะ”

“ผมก็เตือนพี่ เพราะไม่อยากให้พี่เป็นเหมือนผมไง”

“พี่รู้ว่าควรทำยังไง แต่มันก็ทำใจไม่ได้”

“เอื้อก็คงทำใจไม่ได้เหมือนกัน ขนาดพี่ลบความทรงจำว่าพี่คือทรงกลด แต่เหมือนเอื้อก็ยังคิดถึงพี่ในฐานะคิม”

“พี่พลาดเอง พี่ไม่คิดว่าเอื้อจะพยายามตามหาคิมขนาดนี้”

ทีเกื้อมองมาด้วยความเห็นใจ คิมเลยได้สติ ทำเป็นเข้มแข็ง

“ที่ตามมาเพื่อจะแซวแค่นี้ใช่ไหม”

“ผมจะถามเรื่องความจำเอื้อเนี่ยแหละ พี่แน่ใจใช่ไหมว่าสะกดความทรงจำเอื้อไว้ดีแล้ว เอื้อเหมือนเริ่มสงสัยว่าตัวเองลืมอะไรไป พี่ระวังหน่อยก็ดีนะ ผมไม่อยากให้เอื้อจำพี่กลดได้”

คิมพยักหน้ารับรู้ รู้สึกหน่วงในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก และทีเกื้อก็เข้าใจดี

“ผมไม่ได้รังเกียจพี่ แต่ทางที่พี่เลือก...ไม่มีทางจะอยู่กับเอื้อได้ ผมไม่อยากให้เอื้อต้องเจ็บอีกตอนที่พี่จากไป...”

แดนมัวจมปลักกับความแค้นที่มีต่อวัฒน์จนไม่มีแก่ใจจะสนใจคนอื่น คิมเห็นแฮกเกอร์หนุ่มที่เคยยิ้มง่ายมีสีหน้าครุ่นคิดตลอดเวลาก็อดถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“ผมอยากล้างแค้นให้ครอบครัวผม พี่ช่วยผมทวงความยุติธรรมให้ครอบครัวผมด้วยได้ไหม”

“เรื่องครอบครัวแดน เราอาจจะจัดการอะไรไม่ได้เพราะมันก็นานมาก แล้วเราก็ไม่มีหลักฐาน”

“นั่นสิ...ขนาดเรื่องลุงชูยังทำอะไรมันไม่ได้เลย”

“แต่พี่จะจัดการเล่นงานมันจากธุรกิจมืดที่มันทำอยู่ตอนนี้แทน...พี่จะทำลายธุรกิจมืดของวัฒน์ทั้งหมดและจะทำให้มันโดนตำรวจจับให้ได้ เราต้องช่วยกันสืบว่ามันทำอะไรเลวๆไว้บ้าง”

“ครับพี่...ผมจะขุดเรื่องของมันให้หมด”

“สังคมต้องรับรู้เบื้องหลังเลวๆของมัน!”

ไม่ใช่แค่คิมกับแดนเท่านั้นที่จ้องจะเปิดโปงวัฒน์ ธีรภูมิกับสัตตบงกชก็มีความตั้งใจไม่ต่างกัน จะใช้อำนาจสื่อในมือหาข้อมูลแฉพฤติกรรมเลวร้ายของวัฒน์ให้ได้

“ถึงเราจะทำอะไรเรื่องลุงชูไม่ได้ แต่เราจะเล่นงานวัฒน์เรื่องธุรกิจผิดกฎหมายแทน เราต้องช่วยกันสืบเรื่องนี้”

สัตตบงกชรับปากแข็งขัน “หนูดีจะกัดมันไม่ปล่อยค่ะ หนูดีจะสืบมาให้ได้ว่ามันทำเรื่องชั่วๆอะไรไว้บ้าง เราต้องรีบเล่นข่าวนี้ ตอนนี้คนกำลังให้ความสนใจ”

“เราต้องตีเหล็กตอนกำลังร้อน ถ้ามัวชักช้า เกิดมีข่าวใหม่ คนจะลืมแล้วหันไปสนใจกับข่าวอื่นมากกว่า”

ไม่ทันขาดคำ...ฟ้าหนึ่งในทีมงานก็วิ่งกระหืด กระหอบมาแจ้งข่าวด่วน ซุบซิบจากวงในเกี่ยวกับธีรภูมิกับสัตตบงกชว่างานแต่งต้องล่มเพราะมีมือที่สามอย่างทีเกื้อ!

ooooooo

ทีเกื้อมองหน้าคนนั้นคนนี้งงๆ เพราะตั้งแต่เดินเข้าสถานีก็มีแต่คนส่งสายตาแปลกๆให้ นภมองมาด้วยความอึดอัดปนสงสารเพื่อนคู่หู ก่อนจะตัดสินใจบอกสาเหตุ

“มีข่าวลือว่าแกเป็นมือที่สามระหว่างหนูดีกับคุณภูมิ ทุกคนเลยเข้าใจว่าคุณภูมิยกเลิกงานแต่งเพราะคุณภูมิจับได้ว่าหนูดีนอกใจมาคบกับน้องชายต่างแม่ของ ตัวเอง...ซึ่งก็คือแก”

“ข่าวมันหลุดออกมาได้ยังไง”

“หลุดมาได้ไงไม่สำคัญหรอก ตอนนี้ทุกคนต่างก็อยากรู้ความจริงว่าแกไปแย่งแฟนพี่ชายแกมาใช่ไหม”

“ทำไมคนต้องให้ความสำคัญกับข่าวนี้มากขนาดนี้ด้วย มันน่าแปลกใจนะ ฉันไม่ใช่ดาราซะหน่อย”

“แกไม่ใช่ดาราแต่คุณหนูดีเป็นนักข่าวดัง แถมคุณภูมิก็ลูกเจ้าของสถานี เลยเป็นข่าวใหญ่แถมฉาวอีกต่างหาก”

คิมกับแดนก็ตกตะลึงกับข่าวนี้มาก มั่นใจโดยไม่ต้องเดาว่ามีคนปล่อยข่าวนี้เพื่อกลบกระแสเรื่องวัฒน์

“มีข่าวลือแบบนี้ได้ยังไง”

“ผมก็แปลกใจเหมือนกัน คนรู้เรื่องนี้กันได้ยังไง ทั้งๆที่แทบจะไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าผู้กองทีเกื้อเป็นน้องชายคุณภูมิ แปลว่าต้องเป็นคนสนิทที่ปล่อยข่าว”

“ไม่ต้องสืบเลยว่าเป็นแผนการของใคร มีอยู่คนเดียวที่ได้ประโยชน์จากข่าวลือนี้...”

คิมเดาว่าคนปล่อยข่าวก็คือศักดิ์ชาย ซึ่งก็จริงดังคาด เขาจัดแจงสั่งงานลูกน้องอย่างเคร่งเครียด

“จัดการปล่อยข่าวฉาวของพวกมันต่อไปเรื่อยๆ ปั่นกระแสในโซเชียลซะว่าเป็นรักสามเส้าระหว่างพี่น้องสายเลือดเดียวกัน เอาให้แรงๆฉาวๆไปเลย”

ลูกน้องรีบไปจัดการตามคำสั่ง วัฒน์ที่ยืนฟังตลอดยังหวั่นใจ

“พ่อแน่ใจเหรอว่าข่าวเน่าๆของพวกมันจะกลบข่าวผมได้”

“พอมีข่าวใหม่ คนก็จะลืมข่าวเก่าไปเอง คนต้องสนใจเรื่องคนดังเป็นชู้กันมากกว่าจะสนใจเรื่องลุงชูที่เป็นใครก็ไม่รู้อยู่แล้ว...แกก็อย่าไปสร้างข่าวอะไรเพิ่มอีกล่ะ”

ข่าวโจมตีวัฒน์เริ่มซา นักข่าวพากันจิกทึ้งเรื่องธีรภูมิกับสัตตบงกชแทน ทีเกื้อเป็นห่วงอดีตคนรักมาก แอบตามไปดูสถานการณ์ถึงสถานีทีเอ็นนิวส์ทันเวลา เจอเธอถูกเหล่านักข่าวรุมล้อมถามเรื่องรักสามเส้า

การปรากฏตัวของทีเกื้อยิ่งทำให้กระแสข่าวรุนแรงขึ้น ยกระดับเรื่องงานแต่งล่มธรรมดาเป็นรักสามเส้าระหว่างพี่น้อง และกลายเป็นเรื่องฉาวภายในครอบครัวในที่สุด

ทีเกื้อโมโหมาก แหวลั่นต่อหน้าเหล่านักข่าว “ผมกับหนูดีไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น และผมกับพี่ภูมิก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน เลิกให้ข่าวเสียๆหายๆพี่ชายผมได้แล้ว ถ้าพวกคุณยังตามมาอีก ผมจะจับพวกคุณให้หมด!”

ooooooo

สัตตบงกชมีท่าทีนิ่งสงบอย่างเหลือเชื่อ แม้จะปลื้มใจที่ทีเกื้อออกโรงปกป้อง แต่มีเรื่องหนักใจมากกว่าเพราะรู้ดีว่าเรื่องข่าวฉาวทั้งหมดมีที่มาที่ไปมาจากไหน

ทีเกื้อเป็นห่วงอดีตคนรัก หลังกันพวกนักข่าวออกไปได้จึงตามไปปลอบ

“ฉันเป็นนักข่าว ปกติเคยแต่สัมภาษณ์คนอื่น ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะเจอแบบนี้ เข้าใจหัวอกคนที่ฉันตามสัมภาษณ์เลย เหมือนกรรมตามสนอง”

“ผมขอโทษนะ...ทำให้มีข่าวเสียๆหายๆแบบนี้”

“ไม่ใช่เพราะคุณหรอก แต่เป็นเพราะวัฒน์ต่างหาก”

“คุณพูดแบบนี้หมายความว่าไง”

บทสนทนาระหว่างเธอกับศักดิ์ชายถูกนำมาถ่ายทอด หลังจากที่เขาแถลงข่าวปกป้องลูกชายคนเดียว

“ถึงวันนี้คุณจะหาแพะมารับผิดแทนได้ แต่สักวันความจริงก็ต้องปรากฏว่าคุณทำอะไรไว้”

“ดูคุณนักข่าวจะขยันหาข่าวให้คนอื่นจริงๆนะ แบบนี้น่าจะลองเป็นข่าวเองดูบ้าง จะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง”

“ฉันไม่เคยทำเรื่องชั่วๆให้เสื่อมเสีย ใครจะมาทำข่าวฉันคงยากหน่อย”

“ดูคุณจะแน่ใจจังนะ...”

สัตตบงกชไม่เคยคิดถึงคำพูดทิ้งท้ายนั้นอีก จนกระทั่งวันนี้...วันที่เธอกลายเป็นข่าวใหญ่

“ต้องเป็นฝีมือมันแน่ๆที่ปล่อยข่าวนี้ มันตั้งใจให้คนหันมาสนใจข่าวฉันเพื่อกลบข่าวฉาวของลูกตัวเอง”

“แล้วคุณเป็นยังไงบ้าง ตั้งแต่มีเรื่องตอนนั้น เราก็ไม่ได้เจอกันเลยนะ คุณคงไม่ได้ตั้งใจจะหลบหน้าผมใช่ไหม”

“คุณต่างหากที่ตั้งใจจะหลบหน้าฉัน”

“ถ้าคุณไม่ได้หลบหน้าผม ผมไม่ได้หลบหน้าคุณ ก็แปลว่าเราต่างคนต่างอยากเจอหน้ากันน่ะสิ”

“ไม่ได้หลบก็ไม่ได้หมายความว่าอยากเจอซะหน่อย”

“แต่ลึกๆผมกลับอยากเจอคุณนะ”

สัตตบงกชเขินมาก แต่ไม่ทันพูดอะไร ทั้งเธอและเขาก็ต้องรีบไปบ้านธีรนัฐเพราะคุณหญิงอัปสรเรียกพบ พิธีกรสาวมีท่าทางอึดอัดใจ ทีเกื้อเข้าใจดีสัญญาจะช่วยปกป้องเธอทุกทางไม่ให้เจอเรื่องวุ่นตามลำพัง!

คุณหญิงอัปสรไม่ได้กราดเกรี้ยวหรือโวยวายใส่ทีเกื้อกับสัตตบงกชเหมือนที่ทุกคนนึกกลัว แต่กลับรับฟังเรื่องราวด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ก่อนจะประกาศง่ายๆให้ลูกชายแต่งงานกับคู่หมั้นสาว

ธีรภูมิตกตะลึงมาก คัดค้านแม่เต็มที่แต่กลับถูกตอกเสียงเข้ม

“ก็เรื่องมันเป็นแบบนี้ จะให้แก้ปัญหายังไงล่ะ ถ้าไม่ใช้วิธีนี้...”

เอื้อกานต์ตามมาสมทบแฝดน้องด้วยความเป็นห่วง ธีรภูมิเครียดมาก อาสาจะจัดงานแถลงข่าวตามที่แม่ต้องการ แต่ไม่ยอมบอกว่าจะแก้ต่างกับพวกนักข่าวว่าอะไร

ooooooo

งานแถลงข่าวของธีรภูมิจัดขึ้นในเช้าวันต่อมาที่สตูดิโอของสถานีทีเอ็นนิวส์ ทุกคนในครอบครัวธีรนัฐมากันพร้อมหน้าพร้อมตา สายตาจดจ้องไปทางธีรภูมิกับสัตตบงกชที่นั่งอยู่ด้วยกันท่ามกลางเหล่านักข่าว

“สาเหตุที่ผมกับหนูดียกเลิกงานแต่งงาน ไม่ได้เป็นเพราะน้องชายผมเป็นมือที่สามอย่างที่ข่าวออกมา”

คิมก็มาร่วมงานนี้ สีหน้านิ่งสงบ จนกระทั่งธีรภูมิโพล่งเรื่องความรักของทีเกื้อ

“คนที่มาทีหลังไม่ใช่เกื้อ แต่เป็นผมต่างหาก...ทั้งสองรักกันมาก่อนแล้ว”

คุณหญิงอัปสรเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินคำบอกเล่าของลูกชาย ธีรนัฐต้องปรามด้วยสายตาให้เก็บอาการ เหล่านักข่าวฮือฮามาก แต่ธีรภูมิก็ยังรักษาท่าทีได้เป็นอย่างดี ก่อนจะเอ่ยถึงทีเกื้อน้องชายคนละแม่

“แม้เกื้อกับหนูดีจะเคยรักกัน แต่เกื้อก็ไม่เคยมีการกระทำอย่างที่ว่า มีแต่จะหลีกทางให้ผมกับหนูดี”

นักข่าวฮือฮาอีกรอบ โพล่งถามกันใหญ่ถึงสาเหตุการยกเลิกงานแต่งที่แท้จริง ธีรภูมินั่งเงียบอยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจบอกว่าทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะตัวเขาเอง

“ผมไม่ได้ชอบผู้หญิง! ผมเป็นเกย์ ผมเลยแต่งงานกับหนูดีไม่ได้ เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของผมเองครับ”

เสียงฮือฮาดังจากหมู่นักข่าวอีกรอบ เอื้อกานต์ ทีเกื้อ รวมทั้งคิมก็ตื่นตะลึงไม่ต่างกัน ต่างจากสัตตบงกช ธีรนัฐและคุณหญิงอัปสรที่รู้ความจริงทุกอย่างอยู่แล้ว แต่ที่คาดไม่ถึงคือการตัดสินใจบอกความจริงต่อหน้านักข่าวของธีรภูมิ

สัตตบงกชเข้าใจเหตุผลธีรภูมิดี แต่ทีเกื้อไม่รู้เรื่องมาก่อน อดไม่ได้จะเปิดอกเคลียร์

“พี่ไม่ชอบผู้หญิง แล้วพี่จะแต่งงานกับหนูดีทำไม ผมงงไปหมดแล้ว”

“พี่ชอบผู้ชาย คุณแม่รับไม่ได้ เลยบังคับให้พี่แต่งงานกับหนูดีเพื่อปกปิดเรื่องนี้กับสังคม”

“แล้วหนูดีรู้เรื่องรึเปล่าครับ”

“หนูดีก็รู้เรื่องทั้งหมดและยินดีที่จะแต่งงานเพื่อช่วยพี่ ตอนแรกพี่ก็ไม่อยากยอมรับเงื่อนไข แต่พี่อยากช่วยครอบครัวหนูดีที่กำลังลำบากเรื่องเงิน หนูดีเองต้องการช่วยพี่และต้องการตอบแทนบุญคุณที่คุณหญิงช่วยเหลือครอบครัวหนูดีเอาไว้ พี่เห็นว่าเป็นหนูดี พี่ก็ยิ่งสะดวกใจ เพราะพี่ก็รักหนูดีเหมือนน้องสาว”

“ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย”

“ตกใจมากใช่ไหมที่พี่ไม่ได้ชอบผู้หญิง พี่คงทำให้น้องชายผิดหวังมากใช่ไหม”

“ไม่ว่าพี่จะเป็นอะไร พี่ก็ยังเป็นพี่ชายของผมเสมอ...สิ่งที่พี่ทำวันนี้ มันแมนกว่าผู้ชายอย่างผมด้วยซ้ำ”

“ต้องขอบคุณเกื้อนะที่ทำให้พี่กล้าตัดสินใจ ทำอะไรให้มันถูกต้อง”

“ไม่ใช่ผมหรอกครับ เพราะตัวพี่เองต่างหาก”

“เกื้อต้องดูแลหนูดีให้ดีนะ ไม่ต้องเกรงใจหรือคิดมากเรื่องพี่อีกต่อไปแล้ว...”

ooooooo

เคลียร์กับทีเกื้อแล้ว ธีรภูมิก็ไปจัดการเรื่องแม่ที่เป็นลมหมดสติทันทีที่จบงาน โดยมีสัตตบงกชกับธีรนัฐตามไปคุยด้วย กลัวคุณหญิงอัปสรจะโกรธและอาละวาดใส่ธีรภูมิ

แต่คุณหญิงอัปสรก็ทำให้ทุกคนประหลาดใจด้วยการยอมรับการตัดสินใจของลูกชาย

“คุณแม่ไม่ว่า ไม่โกรธผมเลยเหรอครับ”

“ไม่โกรธก็แปลกใจ หรืออยากให้โกรธ”

ทุกคนมองหน้ากันอึ้งๆ ก่อนที่คุณหญิงอัปสรจะตัดบท

“ตั้งแต่ฉันเฉียดตายครั้งนั้นมาได้ ฉันก็ปลงแล้วล่ะ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด เราได้มีลมหายใจ ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขก็พอแล้ว ถ้ามันคือความสุขของภูมิก็ทำเถอะ”

“ขอบคุณครับคุณแม่...”

ครอบครัวธีรนัฐเข้าใจกันได้ในที่สุด ทุกอย่างจบลงได้ดี แลกกับข่าวฉาวใหญ่โตบนสื่อแทบทุกสำนัก วัฒน์กับศักดิ์ชายยิ้มให้กันด้วยความสะใจ

“คิดไม่ถึงว่าภูมิจะเป็นเกย์”

“นั่นสิ...พ่อก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน แต่ก็ต้องขอบคุณเขานะ เพราะข่าวนี้เลยทำให้คนลืมเรื่องของแกไปหมด”

“ผมคงต้องส่งผู้ชายไปขอบคุณมันซะหน่อยแล้ว”

ศักดิ์ชายไม่ต่อความยาว เปลี่ยนเรื่องถามถึงกิจการของเขาที่ให้ลูกชายดูแล

“ก็ดีครับ...เงินกำลังสะพัด มีหลายออเดอร์เข้ามา”

“แกเพิ่งมีเรื่องมาไม่นาน ช่วงนี้จะทำอะไรก็ระวังตัวด้วย อย่าเพิ่งทำอะไรเสี่ยงๆ”

“ผมไม่กลัวหรอก ช่วงนี้โกยได้ ผมก็ต้องโกย มัวแต่กลัวก็จนตายพอดี...”

วัฒน์ไม่สำนึกและใช้ชีวิตเสเพลต่อเรื่อยๆ ทีเกื้อไม่ได้สนใจนัก มัวตื่นเต้นกับความรู้สึกใหม่ที่ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับอดีตคนรัก เอื้อกานต์เฝ้ามองท่าทางเหมือนหนุ่มคลั่งรักของแฝดน้องด้วยแววตาขำๆ ก่อนจะเย้าพอหอมปากหอมคอ ทีเกื้อเขินแต่ไม่เถียง เพราะเป็นความจริงทุกอย่างที่เขาคิดจะคืนดีกับสัตตบงกช

แต่กระนั้นเรื่องที่คาใจสองพี่น้องฝาแฝดก็คือการเสียสละของธีรภูมิ

“เพราะข่าวลือบ้าๆ พี่ภูมิเลยต้องออกมาพูดเรื่องส่วนตัว เรื่องที่พี่ภูมิไม่อยากให้ใครรู้ในที่สาธารณะแบบนี้”

“แต่ถ้ามองในแง่ดี ต่อไปนี้พี่ภูมิก็ไม่ต้องอึดอัดที่จะต้องปกปิดเรื่องนี้กับใครอีกนะ”

“แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องจะให้คนทั้งประเทศรับรู้ พวกมันทำให้พี่ภูมิต้องอับอาย ผมจะหาทางแก้แค้นพวกมันให้ได้”

“เกื้อคิดจะทำอะไร”

“เกื้อจะตามสืบเรื่องชั่วๆของพวกมัน จะเปิดโปงให้มันได้รับความอับอาย แล้วเอื้อต้องช่วยเกื้อสืบเรื่องนี้ด้วย!”

ooooooo

เอื้อกานต์อยากทึ้งหัวตัวเองเมื่อได้ยินความ ต้องการของแฝดน้อง จะให้เธอลงพื้นที่สืบเรื่องวัฒน์กับเขาด้วย และงานแรกของเธอก็คือตามเขากับนภไปหาข้อมูลในผับ

คุณหมอคนสวยแปลงโฉมเป็นสาวเซ็กซี่เพื่อให้กลมกลืนกับบรรยากาศ นภมองตามด้วยความหลงใหลและชื่นชม เลยถูกทีเกื้อปรามด้วยสายตา เพราะไม่อยากให้เพื่อนคู่หูถลำลึกไปกับแฝดพี่มากไปกว่านี้

คิมกับแดนก็มาหาข้อมูลที่ผับในเวลาเดียวกัน โดยหาทางล้วงความลับของวัฒน์ผ่านทางเชอรี่คู่ขาสาวที่ตามติดวัฒน์ตลอด คิมรับหน้าที่ชวนคุย ส่วนแดนจะแอบเอาเครื่องดักฟังใส่กระเป๋าถือของเธอ แต่คงหลอกล่อด้วยท่าทางถึงเนื้อถึงตัวมากไป คิมเลยไม่รู้ตัวระหว่างนัวเนียใกล้ชิดเชอรี่ เอื้อกานต์ก็โผล่มาเห็น!

ปฏิบัติการแอบใส่เครื่องดักฟังสำเร็จด้วยดี คิมโล่งใจมาก แต่ก็ต้องหนักใจด้วยเรื่องหึงหวง เมื่อเห็นเอื้อกานต์อยู่ในชุดสวยท่ามกลางชายหนุ่มในผับหรู และเขาก็ไม่รอช้าจะตามไปคุยให้รู้เรื่อง

“คิดไม่ถึงว่าคุณหมอจะมาเที่ยวที่แบบนี้”

“ทำไมฉันจะมาเที่ยวที่นี่ไม่ได้ล่ะ คุณเถอะ...ที่แท้ก็หนีมากบดานอยู่กับสาวๆที่นี่เอง”

“ผมจะกบดานที่ไหนก็เรื่องของผม”

“ฉันจะมาเที่ยวที่ไหนก็เรื่องของฉันเหมือนกัน!”

สองหนุ่มสาวสบตากันด้วยความไม่ชอบใจ หึงหวงกันและกันโดยไม่รู้ตัว

“ตกลงหมอคบกับตำรวจคนนั้นแล้วเหรอ”

“แล้วคุณจะอยากรู้ทำไม”

“โอเค...ผมไม่อยากรู้ก็ได้ งั้นหมอก็อย่ามาเจอผมอีกสิ”

“ได้...งั้นก็ต่างคนต่างไป ไม่ต้องมายุ่งกันอย่างที่คุณว่า”

“ได้...คุณก็อย่าตามผมอีกล่ะ”

พูดจบก็จะผละไป แต่ไม่ทันขยับ คิมก็ต้องโผกลับไปหาเอื้อกานต์อีกครั้ง เมื่อจู่ๆไฟในผับก็ดับ!

ฝีมือฮันเตอร์นั่นเองที่เห็นความโกรธแค้นของแดนเป็นเครื่องมือ ร่ายอาคมวางเพลิงผับหรู คิมเห็นหลังอาจารย์ไวๆเลยรีบตาม แต่ก็คลาดกันก่อน จึงรีบไปหาแดนซึ่งมีท่าทีอึกอัก ไม่กล้าบอกความจริงว่าตนมีส่วนรู้เห็น

กว่าทุกอย่างจะสงบ ทุกคนก็ถูกต้อนออกมาข้างนอก หมด วัฒน์โวยวายใหญ่โต ก่อนจะนิ่วหน้าหุบปากฉับเมื่อลูกน้องรายงานว่าไม่มีความเสียหาย และไม่มีร่องรอยไฟไหม้แม้แต่จุดเดียว

ศักดิ์ชายโกรธมาก หน่ายใจกับลูกชายคนเดียวที่หาเรื่องวุ่นวายมาให้ไม่หยุดหย่อน

“ฉันเตือนแกแล้วใช่ไหมว่าให้ระวังตัว ฉันอุตส่าห์ยกกิจการทั้งหมดให้แกดูแล แต่ก็ไม่ได้เรื่อง!”

“พ่อให้ผมออกหน้าทำธุรกิจเลวๆพวกนี้ เพราะพ่อไม่อยากดูแย่ในสายตาคนอื่นมากกว่า อย่าให้ผมพูดเลย”

“แล้วไม่ใช่เพราะฉันดูน่าเชื่อถือเหรอ ฉันถึงคอยเป็นแบ็กให้แกได้ ช่วงนี้แกคงต้องระวังตัวให้ดี ดูท่าตอนนี้แกคงเป็นเป้าของมัน สั่งลูกน้องทุกคน ช่วงนี้ให้ตรวจตราดูแลทุกอย่างอย่างเข้มงวด...เข้าใจไหม!”

ooooooo

แม้จะก่อเรื่องให้ทุกคนแตกตื่น แต่เหตุเพลิงไหม้หลอกๆฝีมือฮันเตอร์ก็ทำให้คิมกับทีเกื้อล้วงข้อมูลลับๆของวัฒน์ออกมาได้หลายอย่าง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับธุรกิจมืด

ทีเกื้อฉวยจังหวะอลหม่านลอบเข้าห้องทำงานเพื่อขโมยข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ของวัฒน์ และเพื่อให้การเปิดโปงวัฒน์รวดเร็วขึ้น ตำรวจหนุ่มเลยนำข้อมูลทั้งหมดไปมอบให้คิม

“แล้วเอามาให้พี่ทำไม ทำไมไม่จัดการเอง”

“พี่อาจจะจัดการได้เร็วกว่าผม ผมอยากเป็นกองหนุนคอยช่วยพี่มากกว่า”

ข้อมูลจากทีเกื้อทำให้คิมกับแดนลงมือได้ง่ายขึ้น แอบตามไปส่งยาเสพติด ป่วนจนลูกค้าแตกกระเจิงและพาทั้งหมดส่งตำรวจ ซึ่งทีเกื้อตรึงกำลังรออยู่แล้วที่สถานี

วัฒน์โกรธมาก อาละวาดใหญ่โตเมื่อเห็นสัญลักษณ์ของชายสวมหน้ากากในโกดังเก็บของ คิมในคราบชายสวมหน้ากากรออยู่แล้ว และไม่รอช้าจะปรากฏตัวท้าทาย

“ฉันไปทำอะไรให้แกเจ็บช้ำน้ำใจนักหนา แกถึงได้ตามอาฆาตฉันขนาดนี้”

“อยากรู้ใช่ไหม ฉันจะทำให้แกรับรู้ความรู้สึกของคนที่แกทำร้ายเอง!”

คิมหรือชายสวมหน้ากากพาวัฒน์ย้อนอดีตเมื่อหลายปีก่อน สร้างนิมิตถึงเหตุการณ์ที่ครอบครัวแดนต้องประสบ โดยให้ศักดิ์ชายสวมบทเป็นพ่อของแดน วัฒน์เป็นตัวแดน วิ่งหนีพวกนักเลงที่มาทวงหนี้

นอกจากนี้คิมยังทำให้วัฒน์เห็นเหตุการณ์เลวร้ายอื่นๆ รวมทั้งอุบัติเหตุรถชนจนลุงชูตาย สภาพจมกองเลือดของทั้งพ่อและตัวเองทำให้วัฒน์ผวา ยิ่งเห็นวิญญาณลุงชูมาจ้องหน้าเอาเรื่องยิ่งกลัวสุดขีด

“อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันกลัวแล้ว”

“ขอโทษสิ่งที่ทำไว้กับครอบครัวลุงชูและครอบครัวแดนซะ ขอขมาให้พวกเขายกโทษให้แก”

“ฉันขอโทษ ฉันสำนึกแล้ว ปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันผิดไปแล้ว ให้อภัยฉันเถอะนะ”

พูดพลางคลานไปขอโทษ กราบขออภัยกับเรื่องที่ผ่านมาด้วยความกลัวตาย คิมสะใจมาก ก่อนจะดึงวัฒน์ออกจากอดีต จับมัดมือมัดเท้าไว้กับเสาไฟแดงกลางสี่แยก คล้องป้ายสำนึกผิด สารภาพความผิดทุกอย่าง

ภาพของวัฒน์ถูกแชร์บนโลกอินเตอร์เน็ต รวมทั้งสื่อทุกสำนัก ศักดิ์ชายโกรธมาก เรียกเอื้อกานต์มาดูอาการบอบช้ำทั้งทางกายและจิตใจของลูกชายคนเดียว ส่วนตัวเองสั่งการลูกน้องให้หาทางเล่นงานชายสวมหน้ากาก!

อาการทางกายของวัฒน์ไม่น่าห่วงมาก แต่อาการทางจิตที่คลุ้มคลั่งเพราะเห็นภาพหลอนทำให้เอื้อกานต์เป็นกังวล คิมคิดว่าให้บทเรียนแก่วัฒน์พอแล้ว แต่แดนยังไม่พอใจ

“บทเรียนแค่นี้มันยังไม่เท่ากับที่มันทำให้พ่อแม่ผมตายเลย”

“แล้วนายต้องการอะไร อยากให้เขาตายตามพ่อกับแม่นายไปงั้นเหรอ”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดี”

“ตอนนี้วัฒน์ได้รับบทเรียนของตัวเองจนไม่เหลืออะไรแล้ว พี่ไม่อยากให้แกจมกับความแค้นแบบพี่ อยากให้แกจบความแค้นแค่นี้ ถือว่าขอร้องเถอะนะ...”

คำพูดเตือนสติของคิมทำให้แดนคิดหนัก ฮันเตอร์รอโอกาสนี้อยู่แล้ว ถอดจิตมาหาและเริ่มปั่นหัว

“วิธีของคิมที่จัดการล้างแค้นให้แก ฉันว่ามันยังน้อยไป มันไม่สาสมกับที่พวกมันทำกับแกเลย”

“ถ้าอาจารย์อยากล้างแค้น อาจารย์ก็ทำเองสิ ทำไมต้องใช้ผม ใช้พี่คิม”

“ถ้าฉันทำได้ ฉันทำไปนานแล้ว ฉันไม่มายืมมือพวกแกหรอก...แกก็รู้ว่าดวงฉันไม่แรงและแข็งพอจะฆ่าพวกมันได้ทั้งหมด เชื่อฉัน...ล้างแค้นตามวิธีของฉัน รับรองแกหายแค้นแน่!”

ooooooo

.

..........

https://www.thairath.co.th/novel/ARKOM/ep12/page1

อาคม ตอนที่ 12

อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

วีรกรรมของคิมหรือชายสวมหน้ากากเป็นที่ชื่นชมของผู้คนทั่วประเทศ ภาพลักษณ์วายร้ายกลายเป็นฮีโร่ในสายตาของคนทั่วไป โดยเฉพาะเด็กๆและคนที่เขาเคยช่วยเหลือในอดีต เอื้อกานต์รับฟังเรื่องราวของเขาจากคนรอบข้างจนเริ่มหวั่นใจ กลัวชื่อเสียงจะทำให้เขามีจุดเด่นและได้รับอันตราย

ธีรภูมิกับสัตตบงกชก็คิดไม่ต่างจากเอื้อกานต์

ยิ่งเห็นแฟนเพจและการเรียกร้องขอความช่วยเหลือจากชายสวมหน้ากากยิ่งกลุ้มใจ กลัวชายสวมหน้ากากจะถูกตำรวจจับเสียก่อน

นภก็เป็นหนึ่งในตำรวจที่เฝ้าจับตาวีรกรรมของชายสวมหน้ากาก ตามติดทุกคดีและตั้งเป้าจะจับตัวมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ เพราะแม้ชายสวมหน้ากากจะช่วยเหลือผู้เดือดร้อน แต่ก็ใช้วิธีนอกกฎหมาย

ทีเกื้อที่รู้ดีว่าคิมคือชายสวมหน้ากาก พยายามช่วยพูดบ่ายเบี่ยงประเด็น จนท่านรองฯและนภหันเหความสนใจจากคดีของชายสวมหน้ากากเป็นคดีค้ามนุษย์ที่กำลังระบาดแต่หาตัวคนบงการไม่ได้

แน่นอนว่าทางตำรวจมั่นใจว่าคนบงการค้ามนุษย์มีพวกในหนุนหลังเลยยังจับไม่ได้ ทีเกื้อขอความ ช่วยเหลือจากคิมที่บังเอิญเจอกันในโรงพยาบาลที่เดชาพักรักษาตัว

“ตอนนี้พี่กลายเป็นคนดังแล้ว มีแต่คนพูดถึง แย่งซีนผม ไม่มีพื้นที่ให้ผมออกโรงเป็นพระเอกบ้างเลย”

“พี่ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นข่าวกลายเป็นคนดังแบบนี้เหมือนกัน ทำไงได้...คนมันจะดัง อะไรก็ฉุดไม่อยู่”

“อย่าดังมากก็แล้วกัน ยิ่งคนให้ความสำคัญกับพี่ ตำรวจก็จะยิ่งตามกลิ่นพี่ได้ง่าย ผมไม่อยากจับพี่เข้าคุก”

“ขอบใจนะ...แต่พี่อยู่ในที่มืด ไม่มีใครสนใจหรอก”

“แต่พี่เป็นเหมือนแสงสว่างสำหรับคนที่ต้องการความช่วยเหลือ มันเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีแสงสว่างออกมาจากตัวพี่ แต่ยิ่งพี่สว่างเท่าไหร่ มันก็ยิ่งอันตรายสำหรับตัวพี่”

“เอาเป็นว่าพี่จะระวังก็แล้วกัน...”

ooooooo

ระหว่างที่คิมกับทีเกื้อช่วยกันสืบคดีค้ามนุษย์ ฮันเตอร์ก็ซ้อนแผนด้วยการจับวิญญาณเกริกภพมาเป็นทาสรับใช้ บีบบังคับให้ไปล้วงความลับจาก เดชาที่เพิ่งได้สติแต่ไม่ยอมบอกใคร

เดชากลัวมาก ยอมคายความลับเรื่องคดีทรงพล รวมไปถึงคดีของฮันเตอร์เมื่อหลายปีก่อน ฮันเตอร์โกรธมากและไม่รอช้าจะไปเจรจากับคิมที่ไม่ยอมใช้อาคมเพื่อล้างแค้น

“แกเลิกล้างแค้นเพื่อมาทำเรื่องแบบนี้น่ะเหรอ คิดว่าตัวเองเป็นตำรวจรึไง”

“แล้วอาจารย์คิดว่าตัวเองเป็นผู้พิพากษารึไงครับ ถึงได้ใช้ศาลเตี้ยตัดสินและลงโทษคนอื่น”

“เดี๋ยวนี้แกกล้าเถียงฉันแล้วเหรอ”

“ผมขอให้อาจารย์เข้าใจผมด้วยเถอะครับ ผมไม่อยากใช้อาคมเพื่อความแค้นของตัวเองอีกแล้ว”

“แกก็เลยเลิกใช้อาคมจัดการคนชั่วอย่างนายวัฒน์ นายศักดิ์ชายงั้นสิ”

คิมพยักหน้ายอมรับ ฮันเตอร์หัวเสียมากแต่พยายามเก็บอาการ

“แปลว่าแกคงไม่สนใจแล้วใช่ไหมว่าเหยื่อรายสุดท้าย...คนที่วางแผนฆ่าพ่อแกคือใคร”

แววตามีเลศนัยของอาจารย์ทำให้คิมนิ่วหน้า ลึกๆก็อยากรู้ คิมหัวเราะรู้ทัน

“เคยได้ยินไหม...เรื่องเจ้ากรรมนายเวรที่ต้องวนเวียนมาเจอกัน ถึงจะหนียังไงก็หนีกันไม่พ้น”

“อาจารย์หมายความว่าไงครับ อาจารย์ต้องการจะบอกอะไรผมกันแน่”

“คนที่แกกำลังจ้องเล่นงานก็คือลูกของเหยื่อที่ทำร้ายพ่อแกนั่นแหละ!”

“ศักดิ์ชาย...เป็นคนสั่งฆ่าพ่อผมเหรอ”

ท่าทางตกตะลึงของศิษย์เอกทำให้ฮันเตอร์สาแก่ใจนัก ตอกย้ำและปั่นหัว

“ถึงแกไม่ได้ตั้งใจจะล้างแค้น แต่สุดท้ายสิ่งที่แกทำก็คือการล้างแค้นมันอยู่ดี”

“คิดว่าผมจะเชื่ออาจารย์เหรอ อาจารย์ใช้มุกนี้เพื่อหลอกให้ผมกลับมาทำงานให้อาจารย์มากกว่า”

“ถ้าแกไม่เชื่อก็ไปถามเดชาเองสิ ตอนนี้มันพูดรู้เรื่องแล้ว...ยังไงคนชั่วก็คือคนชั่ว สันดานไม่เปลี่ยนง่ายๆ หรอก ถ้าแกให้โอกาสมัน ไม่ฆ่ามันวันนี้ สักวันมันก็กลับมาทำเรื่องชั่วๆอีก จะมีคนที่เป็นเหยื่อของมันแบบแก แบบฉัน แบบแดนอีกมากมาย แกก็เห็นอยู่ ความตายเท่านั้นที่จะหยุดมันได้...จำคำฉันไว้!”

นอกจากฮันเตอร์ ศักดิ์ชายก็เป็นอีกคนที่ใช้เดชาเป็นเครื่องมือ แอบติดเครื่องดักฟังขนาดจิ๋วไว้และรอเวลาให้ชายสวมหน้ากากมาติดกับ คิมที่เพิ่งรู้เรื่องจากฮันเตอร์แวะมาเค้นความจริงพอดี เลยเข้าแผนพอดี

เดชาสารภาพหมดเปลือก คิมสะเทือนใจมากและ แม้จะรู้ว่าทุกอย่างเป็นกับดักของศักดิ์ชาย จะล่อตนไปฆ่าก็ตัดสินใจจะไปพบตามนัดเพื่อเคลียร์เรื่องทุกอย่าง วัฒน์ได้ยินแผนร้ายของพ่อก็เป็นห่วง แต่ศักดิ์ชายก็ยืนยันจะทำตามแผน โดยคาดไม่ถึงเลยว่าแผนจะรั่วเพราะใครบางคน

เอื้อกานต์นั่นเองที่แวะมาตรวจร่างกายวัฒน์ตามนัด สีหน้าเป็นกังวลของเขาทำให้คุณหมอสาวล่วงรู้ความลับในที่สุดว่าศักดิ์ชายมีแผนจะล่อชายสวมหน้ากากหรือคิมมาฆ่า!

ooooooo

คิมในคราบชายสวมหน้ากากไปพบศักดิ์ชายตามนัดเพื่อไขข้อข้องใจเกี่ยวกับคดีของพ่อ โดยเฉพาะสาเหตุที่ต้องฆ่ากัน แต่ที่เขาคาดไม่ถึงคือสีหน้าไม่ยี่หระของอีกฝ่ายที่รออยู่แล้วอย่างใจเย็น

“กล้ามากนะที่มาคนเดียว ท่านทรงพลคงเป็นคนสำคัญของแกสินะ ถึงยอมทำอะไรเพื่อคนที่ตายแล้วขนาดนี้”

ศักดิ์ชายทำการบ้านมาไม่น้อย และพอเดาได้ว่าชายสวมหน้ากากคือทรงกลด แต่อยากถามให้แน่ใจ

“ถ้าให้เดา...แกคงคือทรงกลดใช่ไหม”

“คนตายไปแล้วจะฟื้นมาได้ยังไง”

“นั่นสินะ...มันตายทั้งโคตร ไม่มีใครรอดมาได้”

“คุณอยู่เบื้องหลังในการฆ่าทรงพลจริงรึเปล่า”

“แกมีคำตอบในใจอยู่แล้วจะถามทำไม”

“ผมอยากรู้จากปากคุณมากกว่า...คุณเป็นเพื่อนสนิทท่าน คุณแค้นอะไรท่าน ทำไมต้องทำกับท่านขนาดนี้”

คำถามของชายสวมหน้ากากทำให้ศักดิ์ชายแสยะยิ้ม “ท่านเป็นคนซื่อตรง เป็นคนดีเกินไป อุดมการณ์ของท่านเลยขัดกับฉันหลายอย่าง แต่ฉันก็ทำอะไรท่านไม่ได้เพราะท่านมีอิทธิพลมาก มีแต่คนเคารพท่าน ฉันเลยคิดว่าควรจะโค่นท่าน แล้วหาคนอื่นมาเป็นประธานทีบีกรุ๊ปแทนดีกว่า ฉันเลยเป่าหูนักธุรกิจคนอื่นๆให้เกลียดท่าน”

คิมกำหมัดแน่น โกรธแต่พยายามข่มใจฟังแผนชั่วของอีกฝ่าย “ฉันเป่าหูเดชาให้มันอยากเป็นประธานทีบีกรุ๊ป หลอกให้มันวางแผนฆ่าท่าน ฉันบอกให้มันจัดฉากใส่ร้ายว่าท่านฟอกเงินและค้ายาบ้า”

ภาพความทรงจำในอดีต ตอนทรงพลถูกใส่ร้ายแวบมาในหัวอีกครั้ง คิมเจ็บปวดใจมาก

“ฉันสั่งให้มันกดดันคุณหญิงให้ทำข่าวกดดันท่านทรงพล ทำให้ท่านโดนกระแสสังคมวิพากษ์วิจารณ์จนทนความกดดันไม่ไหว เดชาหลอกให้คุณหญิงทำให้ท่านทรงพลขึ้นเครื่องบินหนีไปและฉันก็เป็นคนสั่งระเบิดเครื่องบินลำนั้นเอง”

เสียงระเบิดกับร่างจมกองเลือดของพ่อแม่ยังติดในหัว คิมแค้นมาก แต่ศักดิ์ชายกลับเล่าอย่างไม่รู้สึกผิด

“หลังจากนั้นเดชาก็ได้เป็นประธานทีบีกรุ๊ปสมใจ ส่วนคมกฤช เกริกภพ คุณหญิงและคนอื่นๆก็ได้แบ่งผลประโยชน์ของท่าน ส่วนฉันได้คนโง่ๆและอ่อนแออย่างมันมาเป็นประธานทีบีกรุ๊ป แต่ก็ทำให้ฉันจูงจมูกพวกมันได้ง่ายขึ้น ฉันเอาหลักฐานเรื่องนี้คอยแบล็กเมล์เดชาให้คอยทำตามฉัน โดยที่ฉันไม่ต้องลงมือทำอะไรเลย”

แผนการของศักดิ์ชายกระจ่างในหัว คิมหรือชายสวมหน้ากากแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่ เกือบจะได้เปิดฉากลงมือก่อนแล้ว ถ้าศักดิ์ชายจะไม่กระชากปืนมาจ่อยิงเขาก่อน!

คิมหรือชายสวมหน้ากากคิดหาทางออก แต่ก็ต้องถอยหลบแทบไม่ทันเมื่อมีรถคันหนึ่งแล่นมาขวางระหว่างเขากับศักดิ์ชาย เอื้อกานต์นั่นเองที่ตามมาช่วยด้วยความเป็นห่วง คิมตกใจมากที่เห็นเธอ แต่ไม่มีเวลาซัก ต้องรีบพาเธอหนีห่ากระสุนของเหล่าลูกน้องศักดิ์ชายไปจนถึงโกดังร้างแห่งหนึ่ง...

ooooooo

เหล่าลูกน้องของศักดิ์ชายตามติดชายสวมหน้ากากกับผู้ช่วยปริศนาจนถึงโกดังร้าง คิมกับเอื้อกานต์กอดกันกลมในซอกแคบๆ รอจนปลอดคนถึงได้มีโอกาสพูดกัน

“มาที่นี่ทำไม...มันอันตรายนะ”

“ฉันกลัวคุณได้รับอันตรายมากกว่า”

คิมถึงกับพูดไม่ออก ทั้งเคืองทั้งปลื้มที่เธอเป็นห่วง แต่อย่างหลังคงมีมากกว่าเลยกอดแน่นจนเธอรู้สึกผิดปกติ ค่อยๆลืมตาช้าๆ ความกลัวเหือดหายไปแล้ว เหลือแต่ความประหลาดใจ

“พวกมันไปแล้วนี่”

“ผมก็ต้องเช็กให้แน่ใจก่อน”

เอื้อกานต์แน่ใจแล้วว่าถูกหลอกกอด ผลักตัวออกเขินๆ

“นานขนาดนี้...พวกมันกลับถึงบ้านแล้วมั้ง”

“ขอบคุณนะที่มาช่วยผม”

แววตาจริงใจของเขาทำให้เอื้อกานต์ตัดสินใจพูด ตรงๆ “ถึงคุณพยายามจะไล่ฉันไป อยากให้ฉันออกไปจากชีวิตคุณ แต่ฉันก็ยังอดห่วงคุณไม่ได้อยู่ดี...อย่าหาย ไปไหนอีกเลยนะ ให้ฉันได้รู้ว่าคุณไปไหน ทำอะไรอยู่ก็ยังดี”

คิมใจอ่อนยวบ แต่ไม่ทันพูดอะไรก็ได้ยินเสียงเคาะประตูเหมือนมีคนขอให้ช่วย สองหนุ่มสาวรีบตามเสียงนั้นไป จนพบว่าแท้จริงแล้วโกดังแห่งนี้ก็คือที่กักขังเด็กและผู้หญิงจำนวนมาก

สองหนุ่มสาวมองหน้ากันอึ้งๆ รู้โดยไม่ต้องถามว่าโกดังแห่งนี้เป็นของใคร เพราะมันไม่ไกลจากที่นัดหมายกับศักดิ์ชาย เสียงร้องคร่ำครวญของเด็กๆและผู้หญิงทำให้คิมกับเอื้อกานต์ยิ่งเครียด แต่ก็จำต้องผละมาก่อน

ทันทีที่พ้นจากบริเวณโกดัง คิมกับเอื้อกานต์ก็ถึงกับถอนใจยาว

“ที่แท้เด็กที่หายไปก็เป็นฝีมือของศักดิ์ชายนี่เอง”

“ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ใจดีแบบนี้...จะค้ามนุษย์”

“เขาเลวกว่าที่คุณคิดไว้เยอะ”

“ฉันไม่สบายใจที่เราทิ้งเด็กพวกนั้นออกมา”

“ผมไม่ได้ทิ้ง แต่ขืนช่วยตอนนี้ รับรองโดนจับทั้งเด็ก ทั้งคนช่วยแน่ เรื่องใหญ่ขนาดนี้คงต้องให้เป็นเรื่องของตำรวจ...แล้วตกลงคุณมาช่วยผมได้ยังไง”

“ฉันได้ยินข่าวจากวัฒน์...”

เอื้อกานต์เรียบเรียงเรื่องที่แอบได้ยินจากวัฒน์หลังจากนั้น คิมซาบซึ้งใจมาก ก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดเพราะมีแผลจากการหลบหนี คุณหมอสาวเลยพาเขาไปทำแผล

ท่าทางเอาใจใส่ของคุณหมอสาวทำให้คิมยิ้มบางๆ ด้วยความปลื้มใจ อดแซวไม่ได้

“ถ้าหมอเป็นหมอประจำตัวให้ผม ทำแผลให้ผมได้ตลอดแบบนี้ก็คงดีสินะ”

“ไม่มีหมอคนไหนอยากทำแผลให้คนไข้แบบนี้บ่อยๆหรอก โดยเฉพาะถ้าคนไข้คนนั้นเป็นคนที่เรา...รู้จัก”

“แต่เจอหมอดีๆแบบนี้ คนไข้ที่ไหนจะอยากหายล่ะ...”

ooooooo

คิมตัดสินใจพักเรื่องแค้นส่วนตัวเพราะอยากช่วยเด็กและผู้หญิงที่ถูกล่อลวงมากกว่า แดนอาสาช่วยแข็งขัน ร่วมด้วยทีเกื้อที่อาสาจะขอกำลังเสริมจากท่านรองฯมาช่วยตัวประกันทั้งหมด

แต่หนอนในกรมตำรวจก็ทำให้แผนจับกุมและช่วยตัวประกันล้มเหลว ท่านรองฯโกรธมาก ถึงกับคาดโทษ ทีเกื้อให้ยุติการสืบคดีนี้ชั่วคราว หากฝ่าฝืนจะสั่งย้ายทันที

ทีเกื้อหอบสีหน้าหนักใจไปเจอคิมที่ยังไม่ยอมแพ้ หาทางจะช่วยเด็กและผู้หญิงให้ได้

“นี่เป็นข้อมูลเด็กทั้งหมด แผนที่โกดังของพวกมัน เส้นทางที่พวกมันน่าจะย้ายเด็กๆ พี่สำรวจไว้ให้หมดแล้ว”

“ตอนนี้ผมโดนท่านรองฯคาดโทษ ถ้าไม่มีหลักฐานชัดเจนหรือหมายศาล ผมก็คงพาตำรวจไปจับกุมมันไม่ได้”

“เพราะพี่ทำให้เราพลาดไปครั้งก่อนใช่ไหม”

“ไม่หรอก...เพราะพวกมันมีสายต่างหาก ถึงตอนนี้ผมพากำลังไปจับได้ มันก็ไหวตัวทันอยู่ดี หลายครั้งแล้วที่ตำรวจจะจับมัน แต่มันก็หนีได้ทันตลอด”

“เป็นแบบนี้ก็แย่...ปัญหาตอนนี้คือนายไม่สามารถพาตำรวจไปได้”

“ใช่...แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้มันหรอก ถึงจะมีแค่ผมคนเดียว ผมก็ต้องจับมันให้ได้”

“ถ้านายพาตำรวจไปไม่ได้ เราก็คงต้องลุยกันเอง แล้วล่ะ”

“พี่จะจัดการพวกนั้นเองคนเดียวเนี่ยนะ...”

ศักดิ์ชายลำพองใจมากที่หลอกทีเกื้อได้ครั้งก่อน การซื้อขายมนุษย์รอบถัดไปเลยไม่มีการเลื่อน แต่เลือกจะสร้างสถานการณ์โดยใช้พวกตำรวจเป็นเครื่องมือ ล่อให้พวกชายสวมหน้ากากมาติดกับแทน

ท่านรองฯไม่รู้เรื่องแผนร้ายที่ซ่อนอยู่ของศักดิ์ชาย รับฟังแผนการจับตัวชายสวมหน้ากากด้วยสีหน้านิ่งสงบ

“เราต้องล่อให้มันออกมาครับ ตอนนี้คนร้ายมันกำลังเหลิงที่ทำตัวเป็นฮีโร่ช่วยคนไปทั่ว...ถ้าเราแจ้งเบาะแสปลอมให้คนร้ายออกมาช่วย มันต้องมาแน่ๆครับ”

“แต่มันฉลาด มันคงไม่เชื่อข่าวของเราง่ายๆหรอก”

“เรื่องนี้เดี๋ยวผมจัดการเอง ผมจะสร้างสถานการณ์ให้มันเชื่อว่ากำลังมีการค้ามนุษย์แล้วให้มันมาช่วย ท่านรองฯแค่เตรียมกำลังให้เต็มที่เพื่อจับมันตามที่ผมนัดหมายก็พอ”

ศักดิ์ชายรีบจัดการทุกอย่างตามแผน แสร้งปล่อยข่าวเรื่องนัดส่งเด็กกับผู้หญิงเพื่อล่อให้ชายสวมหน้ากากโผล่มาติดกับ โดยมีพวกตำรวจมาเป็นกำลังเสริม

เอื้อกานต์สังหรณ์ใจไม่ดี ติดต่อแฝดน้องไม่ได้ เลยต้องโทร.ตามกับนภที่ยอมเผยข้อมูลว่าทีเกื้อจะไปดักจับการค้ามนุษย์ คุณหมอสาวร้อนรนมาก มั่นใจว่าคิมต้องมีส่วนกับเรื่องนี้ เลยพยายามหาทางไปสังเกตการณ์ ด้วยการเกาะติดธีรภูมิกับสัตตบงกชที่จะไปทำข่าวตามคำเชิญของชายสวมหน้ากาก!

ooooooo

คิมเตรียมแผนตลบหลังไว้แล้ว เลยส่งอีเมล ไปเชิญธีรภูมิกับสัตตบงกชมาร่วมทำสกู๊ปพิเศษ ศักดิ์ชายมัวย่ามใจเลยคาดไม่ถึงว่าคิมในคราบชายสวมหน้ากากจะย้อนแผนเขาได้เจ็บแสบขนาดนี้

ทีเกื้อที่ร่วมมือกับคิมอย่างลับๆ เฝ้ามองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสินค้าจอมปลอมของศักดิ์ชายด้วยสีหน้าเงียบสงบ พลางครุ่นคิดถึงบทสนทนากับคิมเมื่อวันก่อนถึงแผนตลบหลังวันนี้

“พี่มีวิธีจะเรียกตำรวจไปที่ท่าเรือที่มันจะส่งเด็ก พี่จะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อให้ตำรวจมาจับพี่ ตอนนี้ศักดิ์ชายวางแผนดักจับพี่ เราก็จะเล่นตามเกมไปให้พวกมันจับ แล้วพี่จะพาตำรวจทั้งหมดไปที่ท่าเรือเอง”

คิมในสภาพชายสวมหน้ากากเริ่มดำเนินการ ตามแผน ถอดจิตล่อพวกตำรวจออกไปถึงท่าเรือ...สถานที่ แท้จริงที่ศักดิ์ชายมีนัดส่งเด็กและผู้หญิง หลอกล่อให้ตัวเองถูกตำรวจยิงจนเหมือนว่าตายแล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้ทีเกื้อนำกำลังสำรวจให้ทั่วจนพบตู้คอนเทนเนอร์ที่ซ่อนเหล่าตัวประกันไว้ทั้งหมด

ตัวประกันเด็กและผู้หญิงถูกช่วยออกมาได้อย่างปลอดภัย เอื้อกานต์ที่ยังเชื่อว่าคิมตายแล้ว วิ่งหน้าตื่นมาดู กวาดตามองรอบๆด้วยแววตาคาดหวัง แล้วก็ได้เบิกตาโพลงเมื่อเห็นคิมอยู่มุมหนึ่ง

คิมตกใจมากเมื่อเห็นว่าเอื้อกานต์ร้องไห้และโผมากอดเขาแน่น

“คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม ฉันเห็นคุณถูกยิง รู้ไหมว่าฉันใจหาย ตกใจมากแค่ไหน...ฉันกลัวคุณจะตายไปอีก”

น้ำตาของเอื้อกานต์ทำให้คิมทำตัวไม่ถูก ค่อยๆ ยกมือลูบหลังปลอบ

“ผมไม่เป็นไรแล้ว อย่าร้องเลย”

“อย่าทำอะไรเสี่ยงๆแบบนี้อีกนะ...ฉันขอร้อง”

“ผมขอโทษ”

เอื้อกานต์หงุดหงิดมาก แม้จะโล่งใจที่คิมปลอดภัยแต่ก็อยากรู้ความจริง เลยไปไล่เบี้ยกับแฝดน้อง ทีเกื้อต้องแบ่งรับแบ่งสู้ กลัวสัมผัสพิเศษของแฝดพี่ แต่ก็แกล้งทำเป็นขรึมย้อนถาม

“เอื้อจำได้ใช่ไหมว่าเขาเป็นใคร เอื้อไม่ได้ถูกสะกดจิตให้ลืมใช่ไหม”

“ใช่...เอื้อจำเรื่องราวได้ทั้งหมด แต่ที่แกล้งทำเป็นลืมเพราะไม่อยากให้พี่กลดไม่สบายใจ”

ทีเกื้อถึงกับอึ้งไป เหลือเชื่อกับความสามารถของแฝดพี่อย่างบอกไม่ถูก เอื้อกานต์รู้ว่าแฝดน้องต้องหนักใจ แต่ก็อยากให้เขาช่วยทำตัวเหมือนเดิม

“เกื้อช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับต่อได้ไหม เอื้ออยากรอให้พี่กลดสบายใจ พร้อมที่จะบอกความจริงกับเอื้อเอง”

ooooooo

ทีเกื้อลำบากใจมาก กลัวเก็บความลับของแฝดพี่ไม่ได้ แต่ก็เป็นโชคดีของเขา เพราะคิมไม่ได้สนใจเรื่องนี้นัก มัวยุ่งกับการทำศึกกับศักดิ์ชายที่ประกาศจะเอาคืนชายสวมหน้ากากให้ได้!

ความเคียดแค้นของศักดิ์ชายไม่ได้ทำให้คิมหวาดกลัว แต่เป็นการปรากฏตัวของฮันเตอร์มากกว่าที่ทำให้เหนื่อยใจ ต้องถูกกดดันและหว่านล้อมต่างๆนานาให้กลับมาใช้อาคมอีก

“นอกจากมันจะฆ่าครอบครัวแกแล้ว มันยังอยู่เบื้องหลังความชั่วอีกหลายอย่าง ทั้งค้ายา ค้ามนุษย์ แม้กระทั่งคดีของเกริกภพที่ปล่อยสารพิษจนทำให้คนเป็นโรค ก็เป็นฝีมือของมันทั้งนั้น มันตั้งใจปล่อยสารเคมีออกมาเพื่อจะได้ขายยาให้กับคนที่เป็นโรคและสุดท้ายมันก็เทกโอเวอร์โรงงานของเกริกภพมาเป็นของตัวเอง”

คิมนิ่งเงียบ เห็นจริงตามทุกอย่างแต่ยังลังเลจะกลับมาใช้อาคม ฮันเตอร์เลยต้องทิ้งท้าย

“ถ้าแกอยากช่วยคนอื่นที่ได้รับความเดือดร้อนเพราะศักดิ์ชาย แกก็ต้องใช้อาคมให้ฆ่ามันเท่านั้น ไม่งั้นคนอย่างมันก็จะทำร้ายคนอื่นไม่จบสิ้น!”

และก็เพราะเคร่งเครียดกับการล้างแค้นนี่เอง ทำให้พลังจิตของคิมเข้าสู่ด้านมืด หลายครั้งที่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้ กลายเป็นวายร้ายแววตาสีแดงก่ำที่พร้อมฆ่าทุกคน จนแม้แต่เอื้อกานต์ก็สัมผัสถึงพลังมืดนี้ได้ผ่านนิมิตพิเศษระหว่างที่เธอนั่งสมาธิ ใจไม่ดีเลยเพราะกลัวคิมจะมีอันตราย
เอื้อกานต์เป็นห่วงคิมมาก คิมเองก็คิดถึงเธอและแอบถอดจิตไปหาเพื่อระบายความหนักใจ

“ผมรู้แล้วนะว่าใครวางระเบิดฆ่าพ่อของผม...เขาก็คือศักดิ์ชาย อาจารย์บอกให้ผมใช้อาคมจัดการศักดิ์ชาย ถ้าไม่ทำ คนอย่างนั้นก็จะทำร้ายคนอื่น ถ้าเราไม่ฆ่าเขา เขาก็จะฆ่าเรา ผมควรทำยังไงดีถึงจะหลุดพ้นจากเรื่องพวกนี้ได้ ผมต้องกลับมาใช้อาคมทำร้ายคนอื่นอีกครั้งจริงๆเหรอ”

ท่าทางเหมือนคนสิ้นหวังของเขาทำให้เอื้อกานต์สงสาร อยากปลอบแต่ก็กลัวความลับเรื่องตนไม่ได้ลืมเรื่องเขา แถมมองเห็นร่างที่ถอดจิตของเขาอีกต่างหาก เลยต้องแก้เก้อด้วยการแกล้งโทร.ชวนเขามาเล่นเทนนิส

คิมแปลกใจที่เธอโทร.หา แต่คาดไม่ถึงมากกว่าที่เธอชวนเขาเล่นเทนนิส เอื้อกานต์ดีใจที่เขายอมมา อยากให้เขาผ่อนคลายจากเรื่องล้างแค้นและระบายทุกอย่างกับการตีเทนนิส

เกมการแข่งขันดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ความเครียดที่สั่งสมมานานทำให้คิมไม่ออมมือ เอื้อกานต์ยอมเป็นคู่เล่นเพื่อคลายเครียดให้เขาช่วงแรกๆ ก่อนจะยอมแพ้ในเวลาต่อมาเพราะหมดแรง

“ใจคอคุณกะจะเอาชนะให้ได้เลยใช่ไหม ถ้าฉันไม่หยุดก่อน คุณก็คงจะตีแบบนี้ไปเรื่อยๆเหรอ คุณตีไปหาฉัน ฉันตีไปหาคุณไปเรื่อยๆ แล้วเมื่อไหร่เกมจะจบ”

“นั่นสิ...เมื่อไหร่เกมจะจบ”

“แล้วคุณเหนื่อยไหม ถ้าเหนื่อยก็หยุดเถอะ”

“แต่ถ้าผมหยุด ผมก็จะแพ้ทันที ไม่ใช่แค่ผมแต่คนที่อยู่ข้างผม เชียร์ผม...เขาก็จะผิดหวังไปด้วย”

เอื้อกานต์เข้าใจความหมายของเขา เห็นใจและตั้งท่าจะปลอบ แต่คิมก็เปลี่ยนเรื่องคุยดื้อๆ

“แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าผมชอบตีเทนนิส”

“คุณชอบตีเทนนิสเหรอ...พี่กลดก็ชอบ เมื่อก่อนเวลาฉันเครียดๆ ฉันก็จะมาเล่นเทนนิสกับพี่กลดบ่อยๆ”

“คิดยังไงถึงพาผมมา”

“ฉันเครียดๆน่ะ และฉันก็รู้สึกได้ว่าคุณคงจะเครียดเหมือนกัน...การได้ออกกำลังกายแรงๆแบบนี้มันช่วยปลดปล่อยอารมณ์ความเครียดได้ดี ตีปัญหาทิ้งไป คุณจะได้รู้สึกดีขึ้นไง”

“จริงของคุณ...ผมก็ไม่ได้มาออกกำลังกายแบบนี้นานแล้วเหมือนกัน”

ooooooo

ผลงานของคิมในคราบชายสวมหน้ากากช่วยทางการทลายแผนค้ามนุษย์ได้กระแสตอบรับอย่างดี ชายสวมหน้ากากกลายเป็นฮีโร่ของคนทั้งประเทศ ธีรภูมิกับสัตตบงกชก็ร่วมเกาะกระแส เดินหน้าทำข่าวตีแผ่ความจริงเบื้องหลัง ด้วยความหวังว่าสักวันจะจับตัวการแท้จริงมาลงโทษให้ได้

แน่นอนว่ากฎหมายยังแตะตัวศักดิ์ชายไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน คิมกับแดนเลยต้องพยายามหนักขึ้น เพื่อจับตัวมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ แต่กระนั้น...ความแค้นที่ซุกซ่อนในใจก็ทำให้พลังมืดของคิมเริ่มออกอาการหนักข้อ และครั้งนี้ฮันเตอร์ก็เห็นความผิดปกตินั้นพอดี เลยจัดแจงลากตัวศิษย์เอกไปซัก

“แกเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของแกบ้าง เล่าให้ฉันฟังให้หมด”

“ช่วงนี้ผมมีอาการแปลกๆ ใจลอยๆ ได้ยินเสียงก้องของตัวเองบ่อยๆเหมือนผมควบคุมจิตตัวเองไม่ได้”

ฮันเตอร์ถึงกับอึ้งไป รู้ดีว่าศิษย์เอกเป็นอะไรแต่ไม่ยอมบอก และเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ

“แล้วเรื่องศักดิ์ชาย ตกลงแกจะว่ายังไง”

“ผมจะจัดการเองครับ มันเป็นความแค้นระหว่างผมกับเขา อาจารย์แค่อยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น”

พูดพลางเกิดประกายตาสีแดงก่ำเหมือนถูกพลังมืดครอบงำชั่วขณะ ฮันเตอร์เห็นอย่างนั้นก็แสยะยิ้มร้าย

“ก็ได้...ถ้าแกหาของสำคัญได้ก่อนฉัน ฉันจะให้โอกาสแกจัดการเหยื่อรายนี้ด้วยตัวเอง”

คิมรีบไปหาข้อมูลของศักดิ์ชายและสั่งแดนให้ช่วยด้วย กลัวฮันเตอร์จะเจอก่อนแล้วแผนล้างแค้นของตนจะเหลว เพราะเชื่อแน่ว่าหากเป็นเช่นนั้น ศักดิ์ชายคงตายก่อนได้ชำระบาปให้ทรงพล

“พี่มีแผนรึยังว่าจะจัดการศักดิ์ชายยังไง พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันแรมที่ต้องทำของแล้ว”

“เราต้องหาของรักของศักดิ์ชายให้ได้ก่อนที่อาจารย์จะหาเจอ”

“แล้วพี่จะให้ผมทำยังไง สั่งมาเลย เดี๋ยวผมจัดการให้”

“เราต้องบอกให้ศักดิ์ชายรู้ตัวว่าเราจะไปเอาของรักของมันคืนนี้ และจะลงมือจัดการมันคืนเดือนแรมวันพรุ่งนี้”

“แล้วพี่รู้เหรอว่าของสำคัญของมันคืออะไร...”

สารท้าทายจากชายสวมหน้ากากทำให้วัฒน์นั่งไม่ติด เป็นห่วงพ่อ แต่ดูเหมือนศักดิ์ชายจะไม่สะทกสะท้าน

“ไอ้หน้ากากมันบอกว่ามันจะมาขโมยของรักของฉันไปทำอาคมคืนนี้ มันตั้งใจจะทำอาคมใส่วันพรุ่งนี้”

“แปลว่าพ่อเป็นเหยื่อรายต่อไปของมัน เราจะทำยังไงกันดี”

“ไม่กลัวหรอก มันมาก็ดีสิ ครั้งนี้จะได้ฆ่ามัน”

“พ่อไม่กลัวแต่ผมกลัว ผมยังไม่อยากตาย เรารีบบอกท่านรองให้ส่งคนมาคุ้มกันเราดีกว่า”

“ไม่ต้อง...ฉันจัดการเอง แกจัดการชีวิตแกเถอะ จะได้เอาหลานกลับบ้านซะที ฉันคิดถึงหลานใจจะขาดแล้ว”

“เอาชีวิตให้รอดก่อนคิดถึงหลานเถอะครับ ถ้าคุณพ่อไม่สนใจ ผมจะบอกท่านรองให้เอง!”

ooooooo

วัฒน์เป็นเดือดเป็นร้อน แจ้นไปหาท่านรองฯเพื่อขอความช่วยเหลือ ท่านรองฯลำบากใจ รู้ดีว่าศักดิ์ชายไม่ใช่คนดีและอาจเป็นคนผิดตัวจริง แต่ก็ต้องตัดสินใจส่งทีเกื้อไปคุ้มกัน

ทีเกื้อนิ่วหน้า ก่อนจะสารภาพอย่างตรงไปตรงมาว่าไม่อยากรับงานนี้

“ที่หน้าโรงพักเราเขียนว่าอะไร”

“โรงพักเพื่อประชาชนครับ”

“งั้นคุณก็ต้องทำเพื่อประชาชน”

“แต่ไม่ใช่เพื่อประชาชนเลวๆอย่างมัน รู้อยู่เต็มอกว่ามันเลวแค่ไหน ผมทำใจปกป้องคนเลวๆไม่ได้หรอกครับ”

ท่านรองฯถอนใจยาว ก่อนยื่นคำขาด “แต่นี่คือคำสั่ง คือหน้าที่ของตำรวจ ถึงเราจะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาผิดแต่ในทางกฎหมาย...ถ้าไม่มีหลักฐาน เขาก็ยังคือผู้บริสุทธิ์ เป็นประชาชนคนหนึ่ง เราเป็นตำรวจจะเลือกปฏิบัติเพราะอารมณ์ส่วนตัว หรือเพราะความรู้สึกว่าเขาเป็นคนร้ายไม่ได้ เราต้องมีหลักฐาน”

คำสั่งของท่านรองฯทำให้ทีเกื้อไม่มีทางเลือก สัตตบงกชเห็นใจเขามากที่ต้องฝืนใจทำตามหน้าที่

“คุณไม่รู้หรอกว่าผมเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องปกป้องคนเลวๆอย่างมัน แต่ผมเป็นตำรวจมีหน้าที่ปกป้องประชาชน ประชาชนจะดีจะเลว ถ้าไม่มีหลักฐาน เขาก็คือคนบริสุทธิ์ที่ต้องช่วยเหลือ...ท่านรองเทศน์มางี้”

“เป็นตำรวจก็น่าลำบากใจเหมือนกันเนอะ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยคุณได้บ้างไหม”

“แค่อย่าเขียนข่าวแขวะตำรวจอย่างผมก็พอ...ไอ้ข่าวผมดูแลแต่คนรวย มีอำนาจ...มันตัดกำลังใจ”

“พูดดักซะงั้น...นี่ฉันเพิ่งคิดพาดหัวข่าวได้เลยนะ เอาเป็นว่าฉันก็ขอให้คุณปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จก็แล้วกัน”

ทีเกื้อกับนภไปคุ้มกันศักดิ์ชายตามคำสั่งท่านรองฯในคืนนั้นเอง มั่นใจว่าเตรียมการดีทุกอย่างแต่ก็ต้องพลาดท่าให้คิมจนได้ เมื่อวัฒน์หายตัวไปจากบ้าน!

ศักดิ์ชายถึงกับหน้าซีดเผือด จากเคยมั่นใจว่าตัวเองไม่มีของรักของหวง แต่กลับต้องสะอึกเมื่อพบว่าตัวเองมีคนที่รัก และวัฒน์...ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ทายาทเพียงคนเดียวของเขาก็คือคนคนนั้น

คิมรู้ดีและจัดการลักพาตัววัฒน์ออกจากบ้านอย่างง่ายดาย และให้แดนเฝ้าไว้ แต่ก็ถูกฮันเตอร์มาชิงตัว แดน พยายามขัดขวางแต่ไม่สำเร็จ คิมเลยต้องออกมายับยั้งด้วยตัวเอง

“อาจารย์จะเอาตัววัฒน์ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”

“แกนั่นแหละที่ต้องถอยไป ฉันแค่จะเอาตัววัฒน์ไปทำพิธี”

“แต่นั่นหมายความว่าต้องเราต้องฆ่าวัฒน์นะ”

“ถ้าไม่ทำ แล้วแกจะจับมันมาทำไม”

“ผมจับมันมาขู่พ่อของมันเฉยๆ ผมจะจัดการตามวิธีของผม”

“วิธีอะไร...เรามีเวลาแค่คืนนี้เท่านั้นนะ”

“ผมจะจัดการเองครับ อาจารย์ไม่ต้องห่วง”

ooooooo

จนแล้วจนรอด คิมก็ไม่บอกฮันเตอร์ว่าจะเล่นงานศักดิ์ชายวิธีไหน แต่ในคืนเดียวกันนั่นเอง คิมก็จัดการส่งคลิปวีดิโอวัฒน์ถูกมัดมือเท้าในบ่อทรายไปให้ดู พร้อมบอกสิ่งที่ต้องการ

“สารภาพความจริงทุกอย่างให้ทุกคนรับรู้ แล้วก็มอบตัวกับตำรวจซะ คุณมีเวลาถึงแค่เที่ยงคืน ถ้าไม่ยอมทำ จะทำของใส่ทันที ทั้งคุณและลูกจะต้องตายพร้อมๆกัน เลือกเอาก็แล้วกันว่าจะเลือกทางไหน”

ศักดิ์ชายถึงกับอึ้ง ก่อนจะอ้ำๆอึ้งๆถามถึงวิธีการสารภาพผิดเพื่อแลกกับชีวิตลูกชายคนเดียว

“ถ่ายทอดสดออนไลน์คำสารภาพผ่านทางโทรศัพท์ที่ส่งไปให้ ถ่ายทอดสดให้ทุกคนรับรู้ ผมตั้งค่าทุกอย่างเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าตัดสินใจรับข้อเสนอก็โทร.กลับมา”

พูดจบก็ตัดสาย ท่านรองฯที่คอยฟังตลอดรีบนำมือถือของศักดิ์ชายไปตรวจสอบ ก่อนจะผละไปดูลูกน้องทำงาน ทิ้งศักดิ์ชายให้อยู่เงียบๆคนเดียว คิดหนักจะทำตามที่ชายสวมหน้ากากเรียกร้องหรือไม่...

เอื้อกานต์รู้เรื่องทุกอย่างจากทีเกื้อ เป็นห่วงแฝดน้องและคิมมาก จนต้องอาสาตัวไปช่วยหลังเลิกงาน ยิ่งเกิดนิมิตพิเศษว่าศักดิ์ชายอาจมีอันตรายยิ่งร้อนรน อยากไปให้ถึงบ้านศักดิ์ชายไวๆ

ทั้งเอื้อกานต์และทีเกื้อเตรียมตั้งรับสถานการณ์เต็มที่ เช่นเดียวกับคิมที่พยายามควบคุมพลังของตนเอง ไม่ให้ถูกพลังมืดครอบงำ และอธิบายกับฮันเตอร์ถึงความตั้งใจของเขาจะชำระบาปให้พ่อ

“มาถึงขั้นนี้ แกจะไปให้โอกาสมันทำไม คนเลวๆ แบบนี้ ยังไงก็ต้องฆ่าถึงจะสะใจ ให้ตายทั้งพ่อทั้งลูก”

“แต่ถ้าทำแบบนั้น เราก็ไม่ต่างจากพวกมัน ผมอยากให้ความจริงเปิดเผย อยากให้เขาได้รับโทษมากกว่า”

“ฉันจะให้เวลาแค่คืนนี้ ถ้ามันไม่ตอบอะไร ต้องฆ่ามันทันที...ตกลงไหม”

คิมยอมรับเงื่อนไขแบบไม่มีทางเลือก ฮันเตอร์สะใจมากและแทบเก็บความยินดีไว้ไม่ไหว เมื่อถึงกำหนดแล้วศักดิ์ชายยังไม่ติดต่อมา ประกาศลั่นจะจัดการวัฒน์ให้สมแค้น

“หมดเวลาของแกแล้วคิม ถึงตาฉันจัดการกับมันแล้ว”

“แต่พลังและดวงของอาจารย์ไม่แรงพอจะทำของใส่พวกมันได้นะครับ”

คิมพยายามหว่านล้อม ไม่อยากให้วัฒน์ต้องตาย แต่ฮันเตอร์ก็ฉุดไม่อยู่แล้ว

“แค้นสุดท้าย...ฉันยอมแลก เปิดเครื่องปล่อยทราย ฉันจะทำพิธีฝังมันทั้งพ่อทั้งลูก!”

ฮันเตอร์เร่งร้อนจะทำพิธีฝังวัฒน์ให้ตายทั้งเป็น คิมกับแดนหมดทางยับยั้งและเกือบถอดใจแล้ว ถ้าศักดิ์ชายจะไม่โทร.มาเสียก่อน และยอมรับข้อแลกเปลี่ยนทุกอย่าง สารภาพความผิดในอดีตที่เคยทำกับทรงพล

คิมฟังคำสารภาพของศักดิ์ชายด้วยความสะเทือนใจ ความโกรธแค้นจางหาย แต่ก็ไม่วายต้องต่อสู้กับพลังมืดในตัวเองที่ร่ำร้องจะใช้อาคมฆ่าสองพ่อลูก

และฮันเตอร์ก็รู้ดี ท่าทางลุกลี้ลุกลนเพราะถูกพลังมืดครอบงำของศิษย์เอก ทำให้ตัดสินใจหักหลัง ไม่สนใจคำสารภาพของศักดิ์ชายและจัดการร่ายอาคมเล่นงานสองพ่อลูกทันที!

ooooooo

คิมถูกอาคมของฮันเตอร์เล่นงาน ทำให้ขยับตัวไปไหนไม่ได้ เช่นเดียวกับวัฒน์ที่ถูกอาคมทำให้หายใจไม่ออก ส่วนศักดิ์ชายก็ถูกดึงเข้าไปในนิมิตของฮันเตอร์ที่คาดคั้นให้เขาสารภาพความจริงในอดีต

ศักดิ์ชายกลัวตายแต่ไม่สำนึก ไม่รู้สึกผิดด้วยซ้ำที่เคยสั่งฆ่ายกครัวฮันเตอร์

“แต่แกไม่มีสิทธิ์ฆ่าใคร เพราะแก...แกทำให้พวกเขาต้องตาย”

แววตาเกรี้ยวกราดของฮันเตอร์ทำให้ศักดิ์ชายสติแตก แต่ก็ยังปากดีโต้กลับ “ครอบครัวแกตายเพราะแกต่างหาก แกเองที่อ่อนแอ ไร้อำนาจ ปกป้องคนที่ตัวเองรัก ไม่ได้ ถ้าแกมีอำนาจแบบฉัน แกก็จะไม่โดนทำร้ายแบบนี้”

“ต้องแข็งแกร่งและเลวแบบแกน่ะเหรอ”

“ใช่...โลกนี้คนที่แข็งแกร่ง คนที่มีอำนาจเท่านั้นที่อยู่ได้ ถ้าแกไม่สู้ ไม่เป็นฝ่ายล่า แกก็ต้องเป็นคนถูกล่า”

ฮันเตอร์กัดฟันแน่นด้วยความแค้น ก่อนจะหมดความอดทนเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของศักดิ์ชาย

“ถ้าตอนนั้นแกเป็นแบบตอนนี้ แกคงปกป้อง ครอบครัว แกได้สบายๆ พวกเขาคงไม่ต้องตาย แกนั่นแหละที่โง่!”

“งั้นตอนนี้ฉันขอเลือกเป็นฝ่ายที่จะล่าแกก็แล้วกัน”

ขาดคำก็บริกรรมคาถาให้ทรายฝังวัฒน์กับศักดิ์ชายเพื่อล้างแค้น เอื้อกานต์มาถึงบ้านศักดิ์ชายและรีบพาตัวส่งโรงพยาบาล พร้อมๆกับที่พวกตำรวจบุกมาถึงบ่อทรายและช่วยวัฒน์ได้ทันเวลา ฮันเตอร์เลยต้องยอมรามือ แต่ก็ไม่วายอาฆาตจะหาทางเอาชีวิตสองพ่อลูกให้ได้!

วัฒน์ยังอาการน่าเป็นห่วง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนศักดิ์ชายพ้นขีดอันตรายแล้วแต่ก็กลายเป็นเจ้าชายนิทรา ทุกคนรับรู้อาการของสองพ่อลูกด้วยความเวทนา คงมีเพียงฮันเตอร์ที่เจ็บใจมาก จนคิมต้องปรามเสียงเข้ม

“ทำไมอาจารย์ไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับผม”

“แบบนี้ก็ดีแล้ว เรื่องจบ การล้างแค้นสิ้นสุด ฉันจะไม่ยุ่งกับแกอีก แกจะได้ใช้ชีวิตให้เต็มที่...ไม่ดีใจเหรอ”

คิมบอกไม่ถูกว่าดีใจหรือไม่ เช่นเดียวกับธีรนัฐที่สังเวชใจกับเหตุการณ์วุ่นวายที่ผ่านมา โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับคดีทรงพล จนต้องเรียกธีรภูมิกับสัตตบงกชมาระบายความอึดอัดใจ

“สื่อที่อยู่ในมือเราสามารถช่วยคนได้ สามารถเป็น กระบอกเสียงให้คนที่ไม่มีทางสู้ได้ แต่ขณะเดียวกัน...ถ้าเราใช้ในทางที่ผิด มันก็เป็นเครื่องมือในการฆ่าคนได้เหมือนกัน จำไว้นะ...ต่อไปเราต้องทำงานเราด้วยความระมัดระวัง เพราะมันอาจทำร้ายหรือทำลายชีวิตใครได้...”

เรื่องศักดิ์ชายกับวัฒน์ไม่ทันเคลียร์ เดชาก็หายตัวจากโรงพยาบาล ทีเกื้อพยายามตามหาและโทร.ขอให้คิมช่วยอีกแรง คิมรับปากแต่แดนกลับเห็นว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ และรุ่นพี่หนุ่มควรสนใจเรื่องเอื้อกานต์มากกว่า

“ยังไงพี่กับหมอเอื้อคงหนีกันไม่พ้น ขนาดทรงกลดตายไปแล้ว ตั้งใจจะทิ้งทุกอย่าง แต่สุดท้ายก็มีเหตุให้มาเจอกันกับหมอเอื้ออีกจนได้ ต่อให้พี่จะหนีอีกกี่ครั้ง สุดท้ายพี่สองคนก็จะดึงดูดเข้าหากันอีกอยู่ดี”

“แต่ตอนนี้พี่ก็ไม่ต่างจากคนร้ายหนีคดี พี่ไม่อยากให้หมอเอื้อได้รับอันตรายเพราะพี่”

“แต่ผมไม่คิดเหมือนพี่นะ ถ้าผมเป็นพี่ ผมคงยิ่งอยากให้หมอมาอยู่ใกล้ๆผม ผมจะได้ปกป้องหมอได้ง่ายขึ้น”

คำแนะนำของแดนทำให้คิมคิดหนัก ก่อนจะตัดสินใจโทร.นัดเอื้อกานต์เพื่อสารภาพความจริงทั้งหมด แต่ไม่ทันได้ทำตามหวัง ร่างกายเขาก็มีปัญหาเพราะถูกพลังมืดครอบงำ!

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #8 on: 17 October 2026, 19:59:32 »


https://www.thairath.co.th/novel/ARKOM/ep13/page1

อาคม ตอนที่ 13

อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

คิมมีอาการทุรนทุรายเพราะพลังมืด แดนตกใจมาก พยายามยับยั้งอาการคลุ้มคลั่งแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก โชคดีที่คิมสลบและสงบไปเอง พร้อมการปรากฏตัวของฮันเตอร์

แดนเป็นห่วงคิมมาก กว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกตัวก็ลุ้นแทบแย่

“เกิดอะไรกับพี่กันแน่ ผมว่าอาการพี่คิมแปลกๆนะ”

ฮันเตอร์ถอนใจยาว ก่อนอธิบายเสียงเรียบ “เพราะแกฝึกพลังตอนช่วยหมอคนนั้นไง จำได้รึเปล่าฉันเคยเตือนแกแล้วว่าถ้าจะฝึกวิชานี้มันเสี่ยง ถ้าแกฝึกไม่สำเร็จ แกอาจจะกลายเป็นปีศาจหรือเสียสติได้”

“แต่เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้ว ทำไมอยู่ๆผมถึงเพิ่งมีอาการแบบนี้ได้ล่ะครับ”

“ตอนนั้นแกไม่เป็นอะไรเพราะแกไม่ได้ใช้อาคมในทางไม่ดี แต่พอแกกลับมาล้างแค้น พลังด้านมืดในจิตใจของแกเลยกลับมาครอบงำจิตใจของแก แกจะกลายเป็นครึ่งคนครึ่งปีศาจและจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้”

เพราะอาการดังกล่าวทำให้คิมเปลี่ยนใจไม่ไปพบเอื้อกานต์ คุณหมอสาวเสียใจแต่คาใจมากกว่าเพราะเชื่อว่าเขาไม่ใช่คนโลเล ต้องมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้เขาไม่มาตามนัด...

คิมกลุ้มใจมากเรื่องอาการผีเข้าผีออกของตน ฮันเตอร์ต้องเตือนให้ตั้งสติดีๆ

“แกต้องระวัง...โดยเฉพาะเวลาที่แกโกรธ ถ้าแกไม่สามารถกดจิตใจด้านมืดได้ ปีศาจก็จะครอบงำ แกจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้แล้วจะกลายเป็นอีกคนหนึ่ง แกต้องพยายามข่มจิตตัวเองให้เป็นกลางให้ได้”

“แล้วทำยังไงผมถึงจะหาย”

“ไม่มีวิธีที่แน่นอน แต่คงต้องใช้พลังที่ตรงข้ามกับพลังมืดในตัวของแก”

“พลังที่ตรงข้ามเหรอ...”

พลังตรงข้ามคือแบบไหน คิมก็คิดไม่ตก พยายามฝึกสมาธิด้วยวิธีต่างๆแต่ก็ยังควบคุมพลังด้านมืดได้

ไม่ดีนัก และวันหนึ่งพลังมืดก็แผลงฤทธิ์ ทำให้คิมสติแตกและคลุ้มคลั่งจะออกไปฆ่าศักดิ์ชาย!

แดนที่มาดูแลด้วยความเป็นห่วงพยายามขัดขวาง แต่ก็ถูกเล่นงานสะบักสะบอม ต้องโทร.ตามเอื้อกานต์ไปช่วย คุณหมอสาวตกใจมาก รีบผละไปห้องพักของศักดิ์ชาย ทันเวลาที่คิมในสภาพชายสวมหน้ากากมาถึงพอดี

เสียงร้องห้ามของคุณหมอสาวทำให้คิมได้สติ วิ่งหนีไปถึงสวนสาธารณะ เอื้อกานต์รีบตามไปด้วยความเป็นห่วง เห็นเขาดิ้นพล่านด้วยความทรมานก็อยากช่วยรักษา แต่เขาก็ผละหนี

“คุณคงกลัวผมแล้วใช่ไหม...ผมไม่ใช่คนเดิมแล้ว คุณรีบไปเถอะ ก่อนที่ผมจะทำร้ายคุณ”

“เอื้อไม่กลัวพี่กลดหรอกค่ะ...เอื้อจำได้ว่าพี่คือพี่กลด เอื้อไม่ได้ถูกลบความจำ”

“เอื้อจำพี่ได้เหรอ”

“ค่ะ...พี่กลดยังมีเอื้อนะคะ กลับมาเป็นคนเดิมเถอะนะคะ”

พูดพลางขยับไปใกล้ คิมรีบถอยหลัง ห้ามเสียงหลง

“อย่าเข้ามานะ...พี่ขอร้อง พี่ไม่อยากทำร้ายคนที่ตัวเองรัก”

เอื้อกานต์ไม่ถอย แต่โผไปกอดเขาจากด้านหลัง

“พี่กลดเป็นแบบนี้เพราะรักษาเอื้อ เอื้อจะทิ้งพี่กลดไปได้ยังไง”

น้ำตาของเอื้อกานต์ทำให้คิมใจอ่อนยวบ ค่อยๆ หมุนตัวไปเผชิญหน้า

“ตอนเอื้อไม่สบาย พี่กลดก็ใช้อาคมรักษาเอื้อ เอื้อจะรักษาพี่กลดเอง”

“เอื้อจะมารักษาพี่ได้ยังไง...”

เอื้อกานต์ไม่บอก แต่โถมตัวจูบเขาด้วยความรักสุดหัวใจ คิมตะลึงมาก ก่อนจะเคลิ้มจูบตอบอย่างดูดดื่ม ถ่ายทอดความรักลึกซึ้งที่มีให้กันและกันตลอดมา

ooooooo

ที่แท้พลังตรงข้ามของฮันเตอร์ก็คือพลังแห่งรัก คิมไม่อยากเชื่อแต่ก็ได้สัมผัสด้วยตัวเองเมื่อความรักบริสุทธิ์ของเอื้อกานต์ทำให้เขาได้สติจากพลังมืดและสงบลงในที่สุด

แต่กระนั้น...พลังมืดของเขาก็ไม่น่าตกใจเท่าเรื่องเอื้อกานต์ปกปิดความจริงที่ไม่ได้ถูกเขาลบความทรงจำมาตลอด แม้เธอจะอ้างว่าไม่อยากให้เป็นห่วง แต่เขาก็อดฉิวไม่ได้

“พี่กลดอยากหลอกเอื้อ ล้างสมองเอื้อก่อนทำไม เอื้อแค่รอ...อยากให้พี่กลดบอกความจริงกับเอื้อเอง”

“ความจริงที่พี่นัดเอื้อ พี่ก็ตั้งใจจะบอกความจริง พี่อยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเอื้อ...แต่ก็ดันเกิดเรื่องซะก่อน พี่เลยไม่ได้ไปหาเอื้อ คงเป็นเวรกรรมของพี่ เป็นบทลงโทษที่พี่ต้องรับ ต้องชดใช้กรรมในสิ่งที่พี่เคยทำร้ายคนอื่น”

“ทุกคนต่างก็ต้องมีกรรมของตัวเองทั้งนั้น เพียงแต่ได้รับในรูปแบบที่แตกต่างกัน”

“ขอโทษนะที่ผิดสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายใคร สุดท้ายพี่ก็ไม่ต่างจากคนชั่วที่ทำร้ายคนอื่น”

“แต่พี่กลดไม่ได้ใช้อาคมเพื่อทำร้ายใคร แต่ใช้อาคมเพื่อปกป้องคนที่ไม่มีทางสู้”

กำลังใจจากเอื้อกานต์ทำให้คิมปลื้มใจมาก

“ขอบคุณนะ ฟังเอื้อพูด...พี่ก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย”

“ไม่ว่าพี่กลดจะเป็นแบบไหน ต่อไปนี้เอื้อจะดูแลเอง เอื้อจะรักษาพี่จนกว่าพี่จะหายเป็นปกติ”

“รักษาแบบนี้น่ะเหรอ...”

พูดจบก็โน้มตัวจูบเธออีกรอบ เอื้อกานต์ไม่ทันตั้งตัวตกใจมาก ผละจากเขาเขินๆ คิมชอบใจ ยินดีที่ได้ปรับความเข้าใจกับเธอ และเขาก็ตัดสินใจจะไม่แยกจากเธออีกต่อไปแล้ว...

คิมกับเอื้อกานต์กลับมาเป็นคนรักกัน คนรอบข้างโดยเฉพาะทีเกื้อกับแดนดีใจมาก ยินดีที่ทั้งสองฝ่าฟันอุปสรรคจนถึงวันนี้ แต่กระนั้นเรื่องพลังมืดของคิมก็ยังเป็นปัญหา เจ้าตัวพยายามฝึกจิตทุกทางแต่ก็ยังควบคุมไม่ได้ดี เอื้อกานต์เห็นใจเขามาก แวะเวียนมาหาและให้กำลังใจเขาตลอด

กำลังใจจากคนรักทำให้คิมฮึดสู้ แต่ก็อดบ่นไม่ได้

“พี่อุตส่าห์ล้างมลทินให้ครอบครัวได้ อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่แบบคนปกติ แต่ก็เหมือนมีกรรมต้องมาเจอเรื่องนี้ กลายเป็นคนครึ่งดีครึ่งร้าย ควบคุมตัวเองไม่ได้...นี่ใช่ไหมที่เขาบอกว่าถ้าขี่หลังเสือแล้วจะลงยาก”

“แทนที่จะคิดว่าเป็นบทลงโทษ ทำไมไม่คิดว่าเป็นบทพิสูจน์ความพยายามจะกลับตัวเป็นคนดีของพี่กลดล่ะคะ”

“บทพิสูจน์การเป็นคนดีเหรอ”

“ทุกคนก็มีด้านดีด้านไม่ดีเป็นของตัวเอง ไม่มีใครดีไปหมด ต่างที่เรารู้ตัวแล้วข่มจิตใจด้านมืดตัวเองไม่แสดงออกมาได้ไหม พี่กลดยังรู้ตัวและพยายามข่ม แก้ไข ไม่ปล่อยให้สิ่งไม่ดีครอบงำ”

“ขอบคุณนะเอื้อ...พี่จะพยายามจัดการกับจิตด้านมืดของตัวเองให้ได้ เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตกับเอื้อ”

“เอื้อจะรอค่ะ”

ooooooo

ความสัมพันธ์ของคิมกับเอื้อกานต์หวานชื่นอีกครั้ง เป็นกำลังใจ หยอกล้อและดูแลกันและกันเหมือนในวันวาน ฮันเตอร์เฝ้ามองทุกอย่างด้วยความไม่วางใจและคิดว่าควรจะเตือนสติศิษย์เอก

คิมไม่ยอมตัดใจจากเอื้อกานต์ เหตุการณ์ในอดีตทำให้คิดได้ว่าจะไม่ยอมสูญเสียเธออีกแล้ว เขายืนยันกับอาจารย์ว่าเธอคือคนในครอบครัวและหนึ่งในไม่กี่คนที่เขาไว้ใจมากที่สุด

แต่กระนั้นฮันเตอร์ก็ไม่ไว้ใจ ตัดสินใจเด็ดขาดจะกำจัดเอื้อกานต์ให้ได้ และเริ่มลงมือทันทีในเช้า

วันต่อมา ด้วยการสะกดจิตแดนให้โทร.ล่อคุณหมอสาวออกมาพบ โดยอ้างว่าคิมคลุ้มคลั่งจะกระโดดสะพานฆ่าตัวตาย!

ทั้งคิมและทีเกื้อพยายามติดต่อเอื้อกานต์แต่ก็ไม่ได้ผล แดนก็เช่นกัน คิมเลยโทร.หาเอื้อกานต์เตือนให้ระวังตัว แต่เธอก็ลังเลเพราะดูไม่ออกว่าคิมที่กำลังอาละวาดคือฮันเตอร์ปลอมตัวมา

คิมเห็นท่าไม่ดี ใช้พลังจิตสะกดรอยจนถึงสะพาน ทันเวลาฮันเตอร์ในคราบคิมจับตัวเอื้อกานต์เป็นตัวประกัน

“อาจารย์...ปล่อยเอื้อเดี๋ยวนี้! อาจารย์ต้องฆ่าอีกกี่คน อาจารย์ถึงจะหยุดได้”

“เพราะฉันจะหยุดไง ฉันถึงต้องทำแบบนี้”

“ผมไม่เข้าใจ”

“ฉันฆ่ามันก็เพื่อตัวแกเอง หมอคนนี้รู้เรื่องเรามากเกินไป มันจะทำให้เราเดือดร้อน ฉันต้องกำจัดมัน!”

ท่าทางของฮันเตอร์ทำให้คิมต้องใช้อาคมแย่งตัวเอื้อกานต์ แต่พลังของมันก็ทำให้ฮันเตอร์ดึงตัวเอื้อกานต์ตกลงสะพานไปด้วย คิมเลยต้องใช้อาคมเรียกตัวต่อแตนมาช่วยทั้งสองไว้ แต่กลับช่วยได้แค่เอื้อกานต์ คิมรอจนสาวคนรักปลอดภัย จึงได้กระโจนตามลงไปช่วยฮันเตอร์

อาการของฮันเตอร์น่าเป็นห่วง เพราะฝืนทำของใส่เหยื่อหลายต่อหลายครั้ง ทำให้ร่างกายย่ำแย่เต็มไปด้วยพลังชั่วร้ายที่ค่อยๆกัดกลืนร่างกายและจิตวิญญาณของเขา เอื้อกานต์เลยใช้พลังของตัวเองช่วยจนอาการดีขึ้น แต่ฮันเตอร์ก็ยังอ่อนเพลียมาก ต้องพักรักษาตัวอีกสักระยะ

หมดเรื่องฮันเตอร์ คิมก็หันไปดุเอื้อกานต์ที่ทำให้ต้องเป็นห่วงแทบบ้า

“ถ้าพี่ตามมาช่วยไม่ทันจะเป็นยังไง ทำไมไม่ระวังตัว”

“ก็เอื้อมัวแต่เป็นห่วงพี่กลดนี่คะ แล้วพี่ช่วยเอื้อได้ไงคะ”

“พี่เห็นแดนโดนสะกดจิตก็เลยพอเดาได้ แล้วทำไมตอนที่พี่โทร.ไปบอกยังจะเข้าไปช่วย ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ใช่พี่ตัวจริง”

“หมอไม่มีทางทิ้งคนที่กำลังจะตายหรอก...ต่อให้เป็นพี่กลดหรืออาจารย์ก็คือคน เห็นคนจะตาย เอื้อก็ต้องช่วย”

“แต่เขาหลอกเอื้อนะ”

“ถึงเขาจะหลอก แต่มันก็คุ้มที่เสี่ยง ดีกว่ามาเสียใจทีหลังนะคะ”

ฮันเตอร์รู้สึกตัวเพราะเสียงทุ่มเถียงของสองหนุ่มสาว คิมกลัวใจอาจารย์เลยไล่เอื้อกานต์ออกไปก่อน คุณหมอสาวเลยได้โอกาสรับสายทีเกื้อที่เพียรโทร.หาด้วยความเป็นห่วง

เมื่อเหลือกันตามลำพัง คิมก็ไม่รอช้าต่อว่าเป็นชุดที่ทำร้ายเอื้อกานต์ ฮันเตอร์ไม่เถียง แต่ท่าทีนิ่งๆของเขาก็ทำให้คิมระแวง กลัวอาจารย์จะไม่ละความพยายามทำร้ายเธออีก

“ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันไม่ลดตัวลงไปทำร้ายเหยื่อรอบสองหรอก...โดยเฉพาะถ้าเหยื่อคนนั้นใช้พลังช่วยฉันเอาไว้”

“ผมเคยบอกอาจารย์แล้วใช่ไหมว่าเอื้อเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมไว้ใจ เป็นเหมือนคนในครอบครัวที่ยังเหลืออยู่ของผม แต่อาจารย์กลับจะฆ่าเขา”

“ฉันทำเพราะหวังดีกับแก แต่สุดท้ายแกก็ทรยศเลือกทำร้ายฉันเพราะผู้หญิงคนนี้”

“ถ้าเพื่อปกป้องคนที่ผมรัก ผมทำได้ทุกอย่าง อาจารย์ก็รู้ว่าตั้งแต่ผมฝึกพลัง ผมมีจิตที่แข็งกว่าอาจารย์หลายเท่า ถ้าอาจารย์คิดจะทำอะไรเอื้ออีก ต่อให้อาจารย์เป็นอาจารย์ผม ผมก็ไม่ยอม!”

แววตาดุดันเอาจริงของศิษย์เอกทำให้ฮันเตอร์เริ่มเครียด แหวลั่น

“แกคิดจะเนรคุณฉัน จะล้มครูตัวเองอย่างนั้นเหรอ”

“อาจารย์บีบให้ผมต้องทำแบบนี้เอง”

“เลือกเอาว่าแกจะเลือกผู้หญิงคนนี้ หรือเลือกคนที่ช่วยชีวิตแกเอาไว้ ลืมไปแล้วเหรอว่าแกรอดตายมาได้ยังไง”

“ถ้าอย่างงั้นอาจารย์ก็เอาชีวิตของผมไปเถอะ แต่อย่าฆ่าใครอีก”

คำท้าทายของศิษย์เอกทำให้ฮันเตอร์เกือบพลั้งมือ แต่สุดท้ายก็ตัดใจทำไม่ลง

“ไปซะ...แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ฉันเคยตัดแกจากการเป็นศิษย์มาครั้งหนึ่ง แต่ฉันก็ตัดแกไม่ได้ เราถึงต้องวนเวียนมาเจอกันอีก แต่ต่อไปนี้...แกไม่ต้องเรียกฉันว่าอาจารย์ แกไม่ใช่ลูกศิษย์ของฉันอีกต่อไป!”

ooooooo

คิมเสียใจมากที่ต้องตัดขาดจากอาจารย์ ฮันเตอร์ ก็มีสภาพไม่ต่างกันแต่ด้วยเหตุผลที่แตกต่าง และแดนก็เป็นคนที่ดูออกเพราะคลุกคลีกับสองหนุ่มมานาน

“ที่อาจารย์ตั้งใจจะกำจัดหมอเอื้อเพราะกลัวว่า ความรักของหมอที่มีต่อพี่คิมจะทำให้จิตใจพี่คิมอ่อนโยนลง ทำให้พี่คิมด้านมืดตายลงใช่ไหม ถ้าด้านมืดในใจพี่คิมตายไป อาจารย์ก็จะไม่มีใครมาล้างแค้นให้”

“ใช่! ฉันยอมรับว่าการล้างแค้นของฉันยังไม่จบ ต้องให้ตายไปข้างฉันถึงจะพอใจ”

ฮันเตอร์พูดพลางหัวเราะ ก่อนจะย้อนแดนอย่างรู้ทัน

“แกเองก็ยังลังเล คิดจะล้างแค้นวัฒน์อยู่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ...ฉันพูดถูกใช่ไหม”

แดนอึ้งไปนิดเดียวก่อนจะยอมรับแบบเสียไม่ได้

“ใช่! ผมอยากล้างแค้นพวกมัน”

แต่กระนั้นความแค้นก็ไม่ได้ทำให้เขาขาดสติ พยายามหว่านล้อมให้เลิกใช้คิมเป็นเครื่องมือ

“ผมขอร้อง...อาจารย์ปล่อยพี่คิมไปได้ไหม ให้พี่คิมใช้ชีวิตอิสระกับคนที่เขารัก ผมจะเป็นตัวแทนพี่คิมล้างแค้นให้เอง...ผมจะเรียนอาคมล้างแค้นครอบครัวศักดิ์ชายให้ตายไปข้าง!”

ฮันเตอร์พอใจข้อเสนอของแดน ยอมรามือจากคิมชั่วคราว ปล่อยให้ศิษย์เอกมีช่วงเวลาที่ดีกับคนรัก เอื้อกานต์รับรู้เรื่องราวทุกอย่างด้วยความสบายใจมากขึ้น ก่อนจะเปลี่ยนไปห่วงทีเกื้อแทนที่ยังไม่ปรับความเข้าใจกับสัตตบงกช

ธีรภูมิก็กลุ้มใจไม่ต่างจากเอื้อกานต์ ไม่เว้นแม้แต่คุณหญิงอัปสรที่ทำใจเรื่องทีเกื้อได้แล้ว และอยากให้ลูกเลี้ยงหนุ่มอดีตคู่ปรับลงเอยกับสัตตบงกชเสียที สองแม่ลูกเลยร่วมกันคิดแผน โดยมีเอื้อกานต์เป็นตัวช่วย หลอกล่อทีเกื้อให้แต่งตัวหล่อไปกินข้าวที่โรงแรม เช่นเดียวกับสัตตบงกชที่โดนธีรภูมิหลอกมา

ทีเกื้อกับสัตตบงกชควรจะได้ใช้ช่วงเวลาดีๆและปรับความเข้าใจกัน แต่กลับต้องวิ่งไปสมทบกับบรรดาไทยมุงในโรงแรมเสียก่อน เมื่อมีเสียงตะโกนโหวกเหวกว่ามีคนถูกฆ่าตาย!

แต่ที่น่าตกใจกว่าคงเป็นสัญลักษณ์ของชายสวมหน้ากากที่ถูกทิ้งในที่เกิดเหตุ แถมยังไม่ใช่แค่เหตุการณ์เดียว แต่ยังตามมาด้วยเหตุฆาตกรรมแบบอุกอาจอีกหลายครั้ง ในอีกไม่กี่วันต่อมาสัญลักษณ์ของชายสวมหน้ากากถูกทิ้งไว้ทุกครั้ง ทำให้เหล่าตำรวจมั่นใจว่าเป็นฝีมือเขา แถมเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเหยื่อทั้งหมดเป็นนักธุรกิจของกลุ่มทุนทีบี เลยยิ่งมั่นใจว่าคนร้ายต้องเป็นเขา

เหล่าตำรวจหันมาสนใจคดีของชายสวมหน้ากาก ทีเกื้อใจไม่ดี เป็นห่วงคิมจนต้องปรับทุกข์กับเอื้อกานต์ คิมก็ร้อนใจพยายามสืบตามสถานที่เกิดเหตุ แต่ก็ไม่พบอะไร นอกจากเห็นนิมิตพิเศษว่าเดชาคือพยานคนสำคัญ

ooooooo

คิมพยายามตามรอยเดชาแต่ก็ไม่คืบหน้านัก เลยโทร.หาแดนให้ช่วยสืบด้วย แต่ท่าทางแปลกๆของหนุ่มรุ่นน้องก็ทำให้เอะใจ แอบตามไปจนรู้ว่าแดนแอบฝึกอาคมกับฮันเตอร์จะไปฆ่าศักดิ์ชาย!

พลังจิตของแดนยังอ่อนหัด แข็งแกร่งสู้พลังของคิมไม่ได้ แต่ฮันเตอร์ก็ไม่มีทางเลือกจะให้ลงมือในคืนแรมที่จะมาถึง เขาจัดการหาของรักของหวงที่อาจไม่รักมากเท่าวัฒน์แต่ก็ทำฤทธิ์เดชได้ไม่น้อย คิมพอเดาทางอาจารย์ได้เลยรีบไปยับยั้ง พร้อมกับโทร.บอกเอื้อกานต์ให้ไปดูแลศักดิ์ชาย

ฮันเตอร์รับสารภาพอย่างไม่ยี่หระ คิมโกรธมากแต่ไม่มีเวลาจะโวยวาย ต้องรีบไปห้ามแดน แต่เพราะพลังยังไม่แข็งพอ เมื่อพิธีถูกขัดขวาง แดนเลยถูกอาคมวิ่งเข้าร่างอย่างจัง!

ศักดิ์ชายรอดตายหวุดหวิด แต่ก็อาการหนักไม่น้อย เอื้อกานต์ต้องช่วยดูแลไม่ห่าง ส่วนแดนก็อาการเป็นตายเท่ากัน คิมเลยต้องใช้พลังจิตช่วยดึงอาคมออกจากร่าง กว่าจะฟื้นก็ต้องลุ้นแทบแย่

“ทำไมแกต้องทำแบบนี้ ทำไมต้องฝึกของสกปรกแล้วทำเรื่องแบบนี้”

“ผมอยากล้างแค้น...ผมไม่ลืมความแค้นที่พวกมันทำกับครอบครัวผม ผมจะทำให้พวกมันทรมานเหมือนที่มันเคยทำไว้กับครอบครัวของผม”

ความแค้นของแดนทำให้คิมสะเทือนใจมาก และสภาพของแดนเวลานี้ก็ทำให้คิดถึงตัวเองในอดีต

“พี่ไม่อยากให้ชีวิตแกต้องมาแปดเปื้อนมนต์ดำแบบพี่ แกอยากมีชีวิต มีจุดจบแบบพี่เหรอ”

“ผมยอมทำทุกอย่าง ถ้ามันจะทำให้หายแค้น”

“พูดแบบนี้หมายความว่าจะไม่หยุดใช่ไหม ถ้าแกไม่หยุด ไม่เชื่อฟังพี่แล้ว ก็ไม่ต้องมาเรียกพี่ว่าพี่อีก”

“ผมขอโทษครับพี่คิม...แต่ผมคงทำตามที่พี่พูดไม่ได้”

พูดจบก็เดินหนี ทิ้งคิมให้มองตามเครียดๆ และไม่รอช้าจะไปเจรจากับฮันเตอร์ เพราะเชื่อว่าแดนไม่ใช่คนหัวแข็ง คงไม่ยอมทำขนาดนี้หากไม่มีคนปั่นหัว!

ฮันเตอร์รออยู่แล้วอย่างใจเย็น ไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนเลยด้วยซ้ำเมื่อคิมมาหา

“ขอร้องเถอะครับอาจารย์ เลิกยุ่งกับแดน อย่าให้เขาต้องมาทำอะไรแบบนี้เลย อาจารย์กำลังทำให้เด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งต้องเดินทางผิดนะครับ”

“แกสองคนคงรักกันมาก...ที่แดนตัดสินใจทำงานให้ฉันก็เพราะต้องการให้ฉันเลิกยุ่งกับแกเหมือนกัน”

คิมถึงกับอึ้งไป เป็นห่วงแดน แต่ก็อยากช่วยศักดิ์ชายด้วย

“แต่ตอนนี้ศักดิ์ชายก็ได้รับกรรมแล้ว”

“แต่ฉันไม่พอใจ ฉันอยากจะฆ่ามัน บรรดาเมียเล็กเมียน้อยและลูกของมันจะได้ตีกันแย่งสมบัติ วิญญาณมันจะต้องช้ำใจกับความพินาศของสิ่งที่มันพยายามสร้างมาทั้งชีวิต!”

ความแค้นของฮันเตอร์ฝังรากลึกมากกว่าที่คิด คิมเหนื่อยหน่ายใจมาก แต่เพียรพยายามหว่านล้อมเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล เอื้อกานต์เข้าใจความรู้สึกเขาดี ช่วยปลอบและให้กำลังใจจนเขามีแรงฮึดมากขึ้น

แต่ความกังวลใจของเขาก็ก่อผลร้ายจนได้ เมื่อพลังมืดเข้าครอบงำเขาอีกครั้ง ทำให้เกิดนิมิตเห็นตัวเองทำร้ายและฆ่าคนในร้านอาหารแห่งหนึ่งจนไม่มีเหลือ แต่ที่ทำให้ทุกอย่างย่ำแย่ก็เมื่อเขาตื่นมาแล้วพบว่าเหตุฆาตกรรมหมู่นั้นไม่ใช่แค่เรื่องในนิมิต แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน!

ooooooo

ตำรวจฟันธงว่าเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องที่ผ่านมาเป็นฝีมือของชายสวมหน้ากาก ทั้งพยานและสัญลักษณ์ของเขาในที่เกิดเหตุกลายเป็นหลักฐานมัดตัวแน่นหนาให้ดิ้นไม่หลุด

นภเสนอตัวทำคดีและอาสาจะจับตัวชายสวมหน้ากากมาลงโทษ ทีเกื้อที่มั่นใจว่าไม่ใช่ฝีมือคิมพยายามบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนประเด็น แต่ก็ถูกท่านรองฯตัดบทให้จับตัวชายสวมหน้ากากมาสืบสวนให้ได้!

ธีรภูมิรับฟังข่าวเกี่ยวกับชายสวมหน้ากากด้วยความเห็นใจ มั่นใจว่าฝ่ายนั้นต้องไม่ใช่คนร้าย เมื่อดูจากหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา

สัตตบงกชกับธีรนัฐก็คิดไม่ต่างกัน เลยวางแผนร่วมกันจะทำข่าวพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้เขา

ระหว่างที่ทุกคนหาทางช่วย คิมกลับเก็บตัวในที่ซ่อนด้วยความหวาดระแวง กลัวพลังมืดจะทำให้เขาออกไปฆ่าคนอีกครั้ง เอื้อกานต์ที่เชื่อมั่นในตัวเขาต้องตามไปปลอบและให้กำลังใจ

“พี่กลัว กลัวไปหมด ไม่กล้านอน ไม่กล้าออกไปไหน พี่กลัวตัวเองไม่มีสติแล้วจะไปทำร้ายใคร”

“แล้วพี่จะขังตัวเองไปตลอดแบบนี้เหรอคะ”

“พี่ไม่รู้”

“เอื้อเชื่อว่าพี่กลดไม่ได้เป็นคนทำแน่นอน พี่กลดต้องพิสูจน์ตัวเองโดยการจับคนร้ายตัวจริงให้ได้สิคะ”

คำพูดปลอบประโลมของเธอทำให้คิมมีพลังใจขึ้นมาก

“พี่กลดออกไปข้างนอกกับเอื้อนะคะ เกื้อรอจะช่วยพี่อยู่เหมือนกัน”

ทีเกื้อรออยู่แล้วที่ร้านกาแฟ พร้อมเอกสารเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องก่อนหน้านี้

“นี่เป็นข้อมูลเหยื่อที่ถูกฆาตกรรมโดยคนที่สวมรอยเป็นพี่ ทุกคนล้วนเป็นนักธุรกิจและคนในบริษัทกลุ่มทีบีกรุ๊ป”

“พี่จะลองสืบดูว่าเหยื่อแต่ละรายเชื่อมโยงกัน ยังไงบ้าง เผื่อจะหาตัวคนร้ายได้ง่ายขึ้น”

“ผมเองก็ลองพยายามหาข้อมูลให้แล้ว แต่ก็ยังมืดแปดด้าน”

“พี่ต้องรู้ให้ได้ว่าเป็นฝีมือใคร ใครสวมรอยเป็นพี่...”

นอกจากข้อมูลจากทีเกื้อ ธีรภูมิกับสัตตบงกชก็อีเมลข้อมูลเกี่ยวกับเหยื่อส่งให้เขาด้วย คิมพยายาม

วิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ แต่ไม่ทันได้เรื่อง ก็มีบุคคลปริศนาส่งจดหมายมานัดเขาไปพบ

“ถ้าอยากรู้ว่าใครสวมรอยมนุษย์หน้ากากให้มาที่หอศิลป์ตอนเที่ยงคืน”

คิมไม่มีทางเลือก ออกไปพบบุคคลปริศนาตามนัด ก่อนจะพบว่าตัวเองติดกับ เมื่อที่นัดหมายไม่มีบุคคลปริศนา มีแต่ร่างทุรนทุรายของเดชาที่กำลังจะขาดใจตาย!

นอกจากเดชา นภก็เป็นอีกคนที่โผล่มาจับเขา คิมตกใจมากแต่ก็หนีไปได้ ทิ้งนภให้กลับสถานีตำรวจด้วยความเจ็บใจที่พลาดจับตัวชายสวมหน้ากากไม่ได้อีกแล้ว

ทีเกื้อคาใจมากที่มีคนส่งข่าวถึงนภ เช่นเดียวกับคิมที่สับสน กลัวว่าตนจะเป็นคนฆ่าเดชาเพราะถูกพลังมืด ครอบงำ แต่แดนที่แวะมาหาเขาเช้าวันต่อมากลับบอกว่า ไม่ใช่

“พี่ไม่ได้เป็นคนฆ่าเดชาหรอก”

“รู้ได้ยังไง”

“ผมเป็นห่วงพี่ ผมเลยตามพี่ แอบดูพี่อยู่ห่างๆ ผมเลยเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น”

“แล้วเราหายไปไหนมาตั้งนาน”

“ผมละอายใจ ไม่กล้ามาหาพี่ ผมขอโทษนะที่ผมไม่เชื่อฟังที่พี่เตือน”

“พี่ไม่อยากให้เราเดินทางผิด จมอยู่กับความแค้นเหมือนพี่ ตอนนั้นพี่ก็ไม่สามารถออกมาจากบ่วงกรรมนี้ได้”

“แต่ผมคงไม่สามารถลืมความแค้น ความทรงจำแย่ๆได้จริงๆ”

“พี่เข้าใจ...มันคงต้องใช้เวลา กว่าพี่จะผ่านจุดนั้นมาได้ก็นานเหมือนกัน นายเองก็ต้องทำให้ได้”

“คงจะยาก...ถ้าผมไม่เห็นพวกมันได้รับบทเรียน ผมก็คงไม่มีทางหายแค้นได้”

“พี่จะพิสูจน์ให้เองว่าวันหนึ่งกฎแห่งกรรมจะทำงานลงโทษพวกมัน”

“ก่อนที่พี่จะพิสูจน์ได้ ถ้าผมมีโอกาสฆ่าพวกมัน ผมคงไม่ทิ้งโอกาสที่ผมรอมาตลอดแน่ๆ”

ooooooo

นภไม่ละความพยายามจะจับตัวชายสวมหน้ากาก ทีเกื้อลำบากใจมาก บ่ายเบี่ยงเลี่ยงประเด็นทุกทาง แต่เพื่อนคู่หูก็ไม่ถอย แถมสเกตช์ภาพผู้ต้องสงสัยออกมาเหมือนคิมมากอีกต่างหาก

ทีเกื้อเครียดมาก กลัวคิมถูกจับ ตัดสินใจแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา

“แต่เราไม่มีหลักฐานนะครับว่ามนุษย์หน้ากากเป็นคนฆ่าเหยื่อแต่ละราย อาจเป็นมนุษย์หน้ากากคนอื่นก็ได้”

“แต่หลักฐานมันก็คาตา ตำรวจที่ไปกับผมทุกคนก็เห็นมนุษย์หน้ากากอยู่กับเหยื่อรายล่าสุด”

“แต่เราก็ไม่ได้เห็นตอนเขาลงมือสังหารนะ”

ท่านรองฯเห็นสองหนุ่มตั้งหน้าตั้งตาเถียงเลยตัดบท

“พอๆ เอาเป็นว่า...ประกาศจับตัวมนุษย์หน้ากากคนนี้ให้ได้ก่อน เรื่องอื่นเราค่อยมาสอบสวนทีหลัง”

การจับตาของพวกตำรวจทำให้คิมไปไหนมาไหนลำบาก ต้องหวาดระแวงตลอดเวลา กลัวถูกจับได้ เอื้อกานต์เห็นชายคนรักเครียดก็แวะไปหา ปลอบประโลมให้ตั้งสติ ก่อนจะถามถึงความคืบหน้าเรื่องตามหาคนสวมรอย

คิมสงสัยศักดิ์ชายเพราะเคยได้ยินฝ่ายนั้นกล่าวอาฆาต “เงินทำได้ทุกอย่าง มันสามารถซื้อให้ใครถูกหรือผิดก็ได้ ฉันสามารถชี้ให้ใครเป็นแพะก็ได้ ไม่เว้นแม้แต่แก สักวันฉันจะทำให้แกเป็นแพะแทนฉันให้ได้!”

ไม่น่าเชื่อว่าคำขู่ของศักดิ์ชายในตอนนั้นจะทำให้คิมจิตตกขนาดนี้

“พี่มั่นใจว่ามันตั้งใจจัดฉากใส่ร้ายพี่”

“แต่เขานอนไม่รู้สึกตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนะคะ”

“พี่ว่ามันต้องมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง พี่จะต้องไปพิสูจน์ให้แน่ใจ”

“ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้”

“ศักดิ์ชายพูดถูก...คนที่มีอำนาจเท่านั้นจะชี้เป็นชี้ตาย ยัดเยียดความผิดให้คนที่อ่อนแอกว่าได้ ถ้ามีเงินก็สามารถทำให้ใครถูกหรือผิด ทำให้ผิดเป็นชอบ ดีเป็นเลวได้”

“ถึงแม้ความอยุติธรรมจะกลายเป็นเรื่องถูกต้อง แต่สักวันความจริงก็ต้องปรากฏ พี่กลดต้องอดทนรอนะคะ”

คิมแชร์เรื่องข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับศักดิ์ชายกับแดน และเมื่อฮันเตอร์รู้เรื่องก็หัวเสียมาก

“คิมบอกว่าเป็นฝีมือไอ้ศักดิ์ชายเหรอ”

“วันนั้นเราไม่น่าพลาดเลย มันเลยกลับมาเล่นงานพี่คิมจนได้”

“ฉันบอกแล้วไงว่าคนเลวๆแบบนี้ ถ้าเราไม่ฆ่ามันก่อน มันก็จะฆ่าพวกเรา งานนี้ต้องตายไปข้างถึงจะจบ”

“แต่เราไม่สามารถทำของใส่มันได้แล้วนะครับ”

“ถ้าฆ่าด้วยอาคมไม่ได้ก็ฆ่ามันตรงๆไปเลย ครั้งนี้ฉันไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว”

ฮันเตอร์ตัดสินใจจะฆ่าศักดิ์ชายเพื่อจบปัญหาและความแค้น แดนมีท่าทีเหมือนไม่แน่ใจ แต่ก็จำต้องทำตามคำสั่งยอมขับรถไปส่งอาจารย์ถึงโรงพยาบาล

แผนทุกอย่างถูกวางอย่างดี ฮันเตอร์สะกดจิตเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่เฝ้าหน้าห้อง บุกเข้าไปหมายจะฆ่าศักดิ์ชายที่นอนเป็นผักในนั้น แต่ต้องผงะแทนเมื่อถูกหมออาคมที่ศักดิ์ชายจ้างไว้เล่นงาน!

ooooooo

คิมสังหรณ์ใจอยู่แล้วเรื่องศักดิ์ชาย ตามไปสังเกตการณ์ เลยช่วยฮันเตอร์ไว้ทันเวลา ศักดิ์ชายเลยพาหมออาคมที่จ้างก่อนหน้านั้นมาเปิดตัว พร้อมประกาศกร้าวจะเปิดศึกกับคิมและฮันเตอร์

“แกคิดว่าฉันนอนรอให้แกมาฆ่าอยู่ที่นี่เฉยๆ เหรอ...สุดท้ายแกก็โง่ติดกับฉันจนได้!”

หมออาคมร่ายคาถาสร้างกำแพงอาคมไว้รอบศักดิ์ชาย ทำให้ฮันเตอร์กับคิมทำอะไรไม่ได้

“อย่าพยายามเลย อาคมแกเสื่อมแล้ว”

ฮันเตอร์กัดฟันกรอด เจ็บใจมาก ศักดิ์ชายเห็นดังนั้นก็เย้ยด้วยความสะใจ

“รู้ไหมว่าฉันต้องอดทนนานแค่ไหนเพื่อรอให้อาคมแกเสื่อม ฉันจะได้ฆ่าแกได้ง่ายขึ้น ฉันต้องแกล้งทำเป็นโดนอาคม ตายทั้งเป็น นอนเป็นผัก ตามที่หมออาคมของฉันแนะนำ”

คิมยืนฟังทุกอย่าง สมองครุ่นคิด เลยถึงบางอ้อว่าหมออาคมคงอยู่ในเหตุการณ์ก่อนหน้ามาตลอด

“งั้นแกก็สวมรอยเป็นมนุษย์หน้ากากด้วยใช่ไหม”

“ฉลาดมาก ฉันอาศัยช่วงที่พวกแกคิดว่าฉันไม่รู้สึกตัว จัดการฆ่าตัดตอนทุกคนที่รู้ความลับเรื่องธุรกิจของฉัน เดชารู้ทันฉัน มันตั้งใจจะแฉ ฉันเลยนัดมันมาฆ่าแล้วโยนความผิดทั้งหมดให้แก”

“แกทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร”

“ฉันก็ต้องการให้แกรู้ไงว่าต่อให้แกเก่งแค่ไหน ฉันก็ทำให้แกเป็นแพะได้...จัดการลงมือฆ่ามันเลย!”

หมออาคมเตรียมทำตามสั่ง คิมกับฮันเตอร์อยากสู้แต่รู้ว่ายากเพราะอยู่ในกำแพงอาคมของอีกฝ่าย โชคดีที่แดนโผล่มาช่วยทันเวลา ขัดจังหวะพิธีหมออาคม คิมกับฮันเตอร์เลยรอดมาได้ แต่ก็อาการเพียบหนัก โดยเฉพาะคิมที่ดันโถมตัวไปรับอาคมจากหมออาคมที่ตั้งใจทำใส่ฮันเตอร์

ศักดิ์ชายฉวยโอกาสนี้หนีออกจากโรงพยาบาล ส่วนแดนก็พาคิมกลับที่ซ่อน โดยมีฮันเตอร์ตามมาด้วย พร้อมกับส่งสารถึงเอื้อกานต์เรียกตัวเธอมาช่วยรักษาชายคนรัก

เอื้อกานต์รักษาคิมด้วยพลังบริสุทธิ์เหมือนเคย เธออยากช่วยฮันเตอร์ด้วย แต่เขาไม่ยอม กลับไปนั่งสมาธิรักษาตัวเองตามลำพัง วิญญาณของเกริกภพปรากฏตัว ยืนมองด้วยความสมเพช กว่าฮันเตอร์จะรู้สึกตัวก็หลายอึดใจต่อมา

“ฉันมาตั้งนานแต่แกกลับไม่รู้ อาคมคงจะเสื่อมลงจริงๆสินะ”

“ไม่ต้องมาแสดงความคิดเห็น ไปตามหาศักดิ์ชายให้เจอ ไปสืบมาว่ามันซ่อนตัวอยู่ที่ไหน”

วิญญาณเกริกภพแสยะยิ้ม หัวเราะเยาะ “ยังคิดว่าตัวเองจะสั่งฉันได้อีกเหรอ เพราะแกฝืนร่างกายตัวเอง ทำอาคมไปหลายครั้ง พลังเลยไม่พอจะควบคุมวิญญาณฉันแล้ว”

ฮันเตอร์โกรธมาก พยายามท่องคาถาจะสั่งสอนวิญญาณเกริกภพ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

“ไม่ใช่แค่ใช้อาคมไม่ได้เหมือนเดิมแต่อายุขัยของแกเริ่มสั้นลงเรื่อยๆ อีกไม่นาน...แกก็จะได้มาอยู่กับฉันแล้ว!”

ooooooo

แม้เอื้อกานต์จะใช้พลังรักษาถอนอาคมให้คิมจนหมด แต่คิมก็อ่อนเพลียต้องนอนให้น้ำเกลือในห้อง เอื้อกานต์อาสาเฝ้าเขาตลอดคืน คิมตื่นมาเห็นเธอนอนฟุบข้างเตียงก็อดเอื้อมมือไปจับด้วยความเอ็นดูไม่ได้

เอื้อกานต์รู้สึกตัวตื่น เห็นชายคนรักฟื้นก็รีบถามด้วยความเป็นห่วง

“พี่กลดเป็นยังไงบ้างคะ”

“ได้รับพลังจากเอื้อ แถมตื่นมาก็เจอเอื้อคนแรก พี่ก็หายเป็นปลิดทิ้งเลย”

“แน่ใจนะคะ”

“ไม่แน่ใจหรอก ตอนพี่หลับไป พี่เห็นตัวเอง

ด้านมืดชัดขึ้น...มันพยายามควบคุมตัวพี่ ไม่ให้พี่รู้สึกตัว”

“คงเป็นเพราะร่างกายพี่อ่อนแอลง มันถึงพยายามควบคุมตัวพี่ได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ”

“แต่พี่คงหายเร็วกว่านี้ ถ้าเอื้อรักษาด้วยวิธีพิเศษแบบครั้งที่แล้ว”

เอื้อกานต์รู้ดีว่าหมายถึงจูบรักษา เขินแต่ก็ทำเป็นดุเสียงเข้ม

“ยังจะพูดเล่นอีก”

“ไม่ต้องกังวลหรอก พี่พยายามนั่งสมาธิรักษา จิตที่สงบนิ่งรู้ทันตัวเองคงทำให้ควบคุมจิตด้านลบของตัวเองได้”

“เอื้อสัญญาว่าจะหาทางรักษาให้หายขาดให้ได้”

“ขอบใจเอื้อมากนะ...”

ข่าวการหลบหนีออกจากโรงพยาบาลของศักดิ์ชายกลายเป็นข่าวใหญ่ ผู้คนมากมายให้ความสนใจ ไม่เว้นแม้แต่ครอบครัวของธีรนัฐที่รู้จักมักคุ้นกับศักดิ์ชายมานาน ธีรภูมิอยากช่วยชายสวมหน้ากาก พยายามหาข้อมูลจากพ่อแม่ แต่ก็ไม่รู้อะไรมาก นอกจากศักดิ์ชายอาจไปกบดานในบ้านพักสักหลัง แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าที่ไหน

สัตตบงกชก็ช่วยทำข่าว ให้ข้อมูลเผื่อมีใครพบเห็นศักดิ์ชายจะได้แจ้งตำรวจ โดยมีทีเกื้อเฝ้ามองตามด้วยความชื่นชม ปลื้มใจที่เธอเป็นคนเอาการเอางานและเห็นแก่ส่วนรวมมากขนาดนี้

ศักดิ์ชายนั่งฟังรายงานข่าวเกี่ยวกับตัวเขาด้วยท่าทางหัวเสีย ลูกน้องคนสนิท รวมทั้งหมออาคม ต้องพยายามปลอบให้ใจเย็น เพราะอาคมที่กำบังบ้านพักหลังนี้แน่นหนา ไม่มีทางที่ใครจะหาเจอง่ายๆ

เรื่องหลบหนีว่าแย่แล้ว ศักดิ์ชายยังต้องประสาทเสียกับข่าวเกี่ยวกับบรรดาเมียๆ ทั้งเมียหลวง เมียน้อย เมียเก็บที่ตบตีกันให้วุ่นวายเพื่อแย่งทรัพย์สมบัติของเขา

“ตอนฉันปกติไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น อยากจะได้ของของฉันนัก คอยดูฉันจะยกมรดกให้หลานฉันให้หมด”

“ผมว่าท่านหนีไปต่างประเทศก่อนดีกว่านะครับ”

“ฉันไปแน่ แต่ก่อนไปฉันขอคิดบัญชีกับพวกมันก่อนที่มันทำให้ฉันกลายเป็นแบบนี้”

และวิธีก็มาถึงมือเขาง่ายๆในเวลาต่อมา เมื่อลูกน้องนำภาพจากกล้องวงจรปิดของโกดังร้างมาให้ดู เลยเห็นว่าเอื้อกานต์เป็นคนขับรถมาช่วยชายสวมหน้ากาก ศักดิ์ชายนิ่งคิดก่อนแสยะยิ้มร้าย หาทางเอาคืนได้แล้ว...

ooooooo

ศักดิ์ชายมั่นใจว่าชายสวมหน้ากากต้องมีความสำคัญบางอย่างกับเอื้อกานต์ เลยส่งลูกน้องไปลักพาตัวคุณหมอสาว แล้วจัดการโทร.ไปขู่ชายสวมหน้ากากให้ออกมาเจอ

แต่ศักดิ์ชายก็ดันโทร.เข้าเบอร์มือถือที่คิมไม่ได้ใช้แล้ว แดนเป็นคนรับสายแทนแต่ไม่ยอมพูดอะไรให้จับได้ และรีบนำเรื่องไปบอกทีเกื้อให้หาทางไปช่วยเอื้อกานต์แทนคิมที่ยังบาดเจ็บ

“ผมไม่อยากให้พี่คิมรู้ กลัวพี่คิมจะโมโหแล้วกลายเป็นอีกคน เรื่องอาจจะยิ่งวุ่นวาย ผมไม่รู้จะบอกใคร ก็เลยมาบอกผู้กอง...ยังไงหมอเอื้อก็เป็นพี่ของผู้กอง”

“ฉันต้องลากคอไอ้ศักดิ์ชายมารับโทษให้ได้”

“แล้วเราจะทำยังไงกันดี ดูก็รู้ว่าเป็นกับดักเรียกพี่คิมไปฆ่า แต่ถ้าพี่คิมไม่ไปก็ไม่รู้หมอเอื้อจะเป็นยังไงบ้าง”

ทีเกื้อกลุ้มใจมาก ต้องการตัวช่วยเลยไปหาธีรภูมิกับสัตตบงกช แต่เรื่องก็ดันรู้ถึงหูธีรนัฐ ทำให้เรื่องยุ่งมากขึ้นเพราะคนหลังสุดตั้งท่าจะบุกบ้านศักดิ์ชายเพื่อหาตัวลูกสาวคนเดียว

“ตั้งแต่เล็กจนโต พ่อไม่เคยปกป้องลูกเลย ครั้งนี้ภูมิจะให้พ่ออยู่เฉยๆอีกเหรอ”

“ผมรู้ครับว่าพ่อเป็นห่วงเอื้อ ทุกคนก็ห่วงเอื้อไม่แพ้กัน เกื้อหาทางช่วยเอื้ออยู่แล้ว คุณพ่อเชื่อใจเกื้อนะครับ”

“ตอนนี้เราต้องทำตัวตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะคะ”

ธีรภูมิกับสัตตบงกชกล่อมให้ธีรนัฐตั้งสติ เพราะการบุกถึงบ้านศักดิ์ชายอาจทำให้สถานการณ์ของเอื้อกานต์หนักหนากว่าเดิม ธีรนัฐเป็นกังวลมาก แต่ก็ต้องยอมเพราะเหตุผลของทั้งสองฟังขึ้นไม่น้อย

ระหว่างที่พวกทีเกื้อหาทางช่วยเอื้อกานต์ คิมก็รักษาตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีฮันเตอร์แวะมาเยี่ยม ความสัมพันธ์ที่เคยเคืองกันดีขึ้นมาก แต่ไม่ทันได้เคลียร์กัน คิมก็ต้องผลุนผลันออกจากที่ซ่อนเพราะเห็นเอื้อกานต์จากนิมิตพิเศษว่าเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย

คิมไม่รอช้า บุกไปคาดคั้นทีเกื้ออย่างร้อนรนด้วยความเป็นห่วงเอื้อกานต์

“เกิดอะไรขึ้นกับเอื้อ...เอื้อโดนไอ้ศักดิ์ชายจับตัวไปใช่ไหม”

ทีเกื้อมีท่าทีอึกอัก รู้ดีว่าคิมต้องอ่านใจเขาได้เลยยอมสารภาพ

“ใช่...มันบอกให้พี่ไปตามนัดเพื่อแลกกับตัวเอื้อ”

“มันรู้ว่าเอื้อรู้จักพี่...มันนัดที่ไหน เมื่อไหร่ บอกมาให้หมด”

“ยังไม่ได้บอกสถานที่ คงกลัวพี่จะมาบอกตำรวจและเตรียมการได้ ผมให้เพื่อนช่วยจับสัญญาณโทรศัพท์ที่มันโทร.มาแต่ก็จับสัญญาณไม่ได้”

“พี่จะไปตามนัดของมัน พี่จะใช้ตัวเองล่อมันออกมา เกื้อต้องให้ตำรวจตามสะกดรอยพี่ไปเรื่อยๆ ถ้าถึงที่นัดหมาย เกื้อก็เรียกตำรวจไปจับศักดิ์ชาย”

“แล้วพี่กลดมั่นใจได้ยังไงว่าศักดิ์ชายจะอยู่ที่นั่น”

“มันแค้นพี่มาก พี่เชื่อว่ามันคงอยากจะเห็นหน้าพี่”

“โอเค...ผมจะลองคุยกับท่านรองฯดูว่าท่านจะยอมร่วมมือกับพี่เพื่อช่วยเอื้อไหม”

ท่านรองฯเห็นด้วยกับข้อเสนอจากชายสวมหน้ากาก แต่นภยังไม่ไว้ใจ กลัวจะถูกหักหลังแล้วแผนจะเหลวอย่างที่ผ่านมา ทีเกื้อตั้งท่าจะอธิบายแต่ก็ช้ากว่าท่านรองฯที่ตัดบทเสียงเรียบ

“เขายื่นข้อเสนอมาปรากฏตัวทั้งที่รู้ว่าเสี่ยงโดนจับเพื่อช่วยตัวประกัน แล้วเราจะปฏิเสธเขางั้นเหรอ”

“งั้นเราก็ร่วมมือกับเขา แต่หลังจากจับศักดิ์ชายช่วยหมอเอื้อแล้ว เราก็ควรจะจับเขาด้วย ยังไงเขาก็คือคนร้าย”

ooooooo

แม้รู้ตัวว่าจะถูกตำรวจจับกุมหลังช่วยเอื้อกานต์ คิมก็ยอมทำตามแผน ทีเกื้อลำบากใจมาก แต่ก็จำต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อนเพราะกลุ้มใจมากกว่าที่แฝดพี่กำลังตกอยู่ในอันตราย

สัตตบงกชเห็นท่าทางทีเกื้อก็เป็นห่วง ตัดสินใจโทร.ไปปลอบและให้กำลังใจ

“ฉันรู้เรื่องหมดแล้วนะ คุณเป็นยังไงบ้าง”

“ก็ไม่ค่อยโอเค”

“นั่นสิ...ฉันก็ถามอะไรโง่ๆ”

น้ำเสียงเก้อๆของเธอทำให้ทีเกื้อรู้สึกตัว แกล้งแหย่เพื่อให้เธอหมดห่วง

“จะโทร.มาให้กำลังใจผมเหรอ...แค่คุณโทร.มา ผมก็ได้กำลังใจแล้ว”

“ฉันเป็นกำลังใจให้ พี่เอื้อต้องปลอดภัย ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยได้ก็บอก คุณยังมีฉัน...ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ”

หลังคุยแผนกับทีเกื้อ คิมก็ไปเอาเรื่องแดน โทษฐานรู้เรื่องก่อนแต่ไม่ยอมบอก

“คราวหน้าอย่าทำอะไรแบบนี้อีกนะ ถ้าเอื้อเป็นอะไรขึ้นมา นายจะรับผิดชอบไหวไหม”

“ขอโทษครับ...ผมไม่อยากให้พี่ต้องไปเสี่ยงอีก”

“แล้วทางนั้นติดต่อมาอีกรึเปล่า”

“ผู้กองบอกว่าพี่จะร่วมมือกับตำรวจเหรอ แล้วถ้าเราโดนพวกตำรวจหักหลังล่ะจะทำยังไง มันไม่เสี่ยงไปเหรอ”

“เกื้อบอกพี่แล้วว่าหลังจากช่วยเอื้อได้ ตำรวจจะจับพี่ แต่ถ้าจะช่วยเอื้อกับจับคนร้ายได้...พี่ก็ยอม”

แดนเครียดมาก เป็นห่วงคิมจะถูกจับหรือถึงแก่ชีวิต เลยบากหน้าไปขอให้ฮันเตอร์ช่วย

“มันเป็นกับดักแน่ ผมบอกพี่คิมแล้วแต่พี่คิมยืนยันจะไปตามนัด อาจารย์เป็นคนเดียวที่ห้ามและช่วยพี่คิมได้”

“ที่ผ่านมา...มันเคยฟังฉันที่ไหน”

“ถ้าไม่งั้น...อาจารย์ก็ช่วยตามไปช่วยพี่คิมเถอะนะครับ อาจารย์ก็อยากล้างแค้นไม่ใช่เหรอ”

“ใช่...แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา ฉันทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น”

“แต่พี่คิมกำลังตกอยู่ในอันตรายนะครับ”

“คิมเลือกจะเดินไปในหลุมพรางเอง เขาเลือกที่จะตายเอง ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้”

ฮันเตอร์ไม่ได้บอกว่าช่วยไม่ได้เพราะตัวเองก็อาการแย่ แดนเลยเข้าใจผิดไปกันใหญ่

“ผมไม่คิดเลยว่าอาจารย์จะใจดำขนาดนี้ พี่คิมช่วยอาจารย์ไว้ตั้งหลายครั้ง ขนาดอาจารย์หลอกใช้พี่คิม...ทำกับเขาไว้สารพัด แต่พี่คิมก็ไม่เคยทิ้งอาจารย์เลย เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยอาจารย์ตลอด”

แดนแหวอย่างเหลืออด ก่อนจะทิ้งท้ายเสียงห้วน “อาจารย์ไม่ช่วยพี่คิมก็ไม่เป็นไร...แต่ผมจะไม่ยอมให้พี่คิมตายเด็ดขาด ผมอาจมีอาคมไม่เท่าอาจารย์ แต่ผมก็จะหาทางช่วยพี่คิมให้ได้ ต่อให้ต้องตายผมก็ยอม!”

ooooooo

.

..........

https://www.thairath.co.th/novel/ARKOM/ep14/page1

อาคม ตอนที่ 14 อวสาน

อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

คำพูดตราหน้าทิ้งท้ายของแดนทำให้ฮันเตอร์เครียดจัด ห่วงทั้งคิมและอาการสาหัสของตัวเองจนประสาทเสีย เขาพยายามนั่งสมาธิเพื่อรักษาตัวเองเหมือนเคย แต่ก็ไม่ค่อยได้ผล ของเสียมากมาย ผลพวงจากการทำคุณไสยในอดีตโผล่ให้เห็นชัดขึ้น พร้อมคำพูดเตือนจากอาจารย์ของเขาผุดในหัว

“หากทำผิดกฎของการทำอาคมเมื่อใด คุณไสยทั้งหลายจะย้อนกลับมาทำร้ายแก อาคมแกจะเสื่อมลง เมื่อใดที่อาคมเสื่อม...วิญญาณร้าย ภูตผีที่แกเคยเลี้ยง คนที่แกเคยทำร้าย เจ้ากรรมนายเวรก็จะตามกลับมาเอาชีวิตแก นั่นหมายความว่าอายุขัยของแกกำลังจะหมด”

ขาดคำของอาจารย์ วิญญาณผีร้ายที่เขาเคยทำของใส่ก็มารังควาน ทำทุกวิถีทางเพื่อดึงเขาให้ตายตกไปตามกัน ฮันเตอร์ดิ้นรนหนีสุดกำลัง แล้วแรงอาฆาตสุดท้ายก็ทำให้เขารอดอย่างหวุดหวิด!

เอื้อกานต์สลบไสลไปนานเพราะฤทธิ์ยาสลบ เธอสะดุ้งตื่นเวลาต่อมาเพราะนิมิตเลวร้าย ใครบางคนในคราบชายสวมหน้ากากถูกยิงในระยะเผาขน คุณหมอสาวพยายามเตือนศักดิ์ชาย แต่เขาไม่สนและไม่เชื่อ กลับยืนกรานจะส่งเธอไปเป็นเหยื่อล่อตามแผนเดิม

การหายตัวไปของเอื้อกานต์ทำให้ทุกคนวิตก โดยเฉพาะคนในครอบครัวที่ร้อนรนอยากช่วยตามหา ธีรภูมิต้องคอยปลอบไม่ให้พ่อแม่ประสาทเสีย รวมทั้งสัตตบงกชที่อยากไปออกภาคสนามเพราะเป็นห่วงทีเกื้อ

ศักดิ์ชายให้ลูกน้องนำตัวเอื้อกานต์ไปสวนสนุกพร้อมระเบิดเวลา และส่งคลิปไปให้ชายสวมหน้ากาก คิมโกรธมาก พยายามระงับอารมณ์รับฟังนัดหมายที่อีกฝ่ายต้องการให้เขาไปพบ

“ฉันให้เวลาแกแค่สามชั่วโมง มาหาฉันที่ประตูทางเข้าสวนสนุก ไม่งั้นฉันจะระเบิดหมอเอื้อพร้อมกับเด็กๆที่นี่”

“อยากจะฆ่าผมก็ทำที่ผมสิ ทำไมต้องเอาชีวิตของคนอื่นมาเล่นแบบนี้ด้วย”

“ถ้าฉันไม่ทำ...แกจะยอมมาเรอะ แกเป็นฮีโร่ชอบช่วยคนอยู่แล้วนี่ ลองดูว่าแกจะมาทันช่วยทุกคนไหม”

คิมรีบโทร.บอกทีเกื้อ พวกตำรวจเลยวางแผนแบ่งเป็นสามหน่วยเพื่อป้องกันระเบิด ช่วยเอื้อกานต์ตัวประกัน และจับตัวศักดิ์ชาย ทีเกื้อรับอาสาประกบชายสวมหน้ากาก เพื่อระวังหลังและช่วยเหลือแฝดพี่เมื่อถึงเวลาแดนรับหน้าที่ขับรถมาส่งคิมถึงหน้าสวนสนุก แต่ใจไม่ดี อยากขอไปช่วย

“ไม่ได้ มันอันตราย ห้ามไป และห้ามตามมาเด็ดขาด”

คิมในสภาพชายสวมหน้ากากห้ามเสียงเข้ม ก่อนจะเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นท่าทีจ๋อยๆของอีกฝ่าย

“ขอบใจมากนะที่เป็นห่วงพี่ พี่สัญญาว่าพี่จะกลับมา แต่ถ้าพี่กลับมาไม่ได้จริงๆ เกิดเป็นอะไรขึ้นมา พี่ขอให้นายเลิกอาฆาต คิดล้างแค้นใครอีกจะได้ไหม ใช้ชีวิตให้ดี ในทางที่ถูก...อย่าเดินทางผิดๆแบบพี่”

พูดจบก็ผละไปทันที ทิ้งแดนให้มองตามเครียดๆ ก่อนจะหยิบมือถือมาเปิดโปรแกรมติดตามตัว แสงไฟกะพริบแสดงว่าคิมเคลื่อนตัวเข้าด้านในทำให้เขายิ้มได้ ...แค่นี้ก็รู้แล้วว่าจะตามไปทางไหน

ooooooo

แดนแอบสะกดรอยคิมแบบห่างๆ ต่างจากทีเกื้อที่นัดแนะกันไว้แล้ว แถมจะสื่อสารผ่านโทรจิตเพื่อไม่ให้พวกศักดิ์ชายจับได้ และทุกอย่างก็ทำท่าเหมือนจะลงตัว คิมในสภาพชายสวมหน้ากากกลมกลืนกับบรรยากาศสวนสนุกเป็นอย่างดี จนกระทั่งมีเด็กคนหนึ่งนำถุงบรรจุเครื่องดักฟังมาให้ศักดิ์ชายโทร.เข้ามือถือคิมหลังจากนั้น สั่งให้ติดเครื่องดักฟังในถุง

“ฉันไม่รู้ว่าตำรวจติดเครื่องดักฟังไว้ที่แกรึเปล่า แต่ถ้าแกหลุดพูดข้อมูล สถานที่นัดหมายออกมาจากปากแกเมื่อไหร่ ฉันจะระเบิดสวนสนุกนี้พร้อมกับหมอทันที”

“คุณอยู่ที่ไหน บอกมาเลยดีกว่า อย่ามัวเสียเวลาเล่นลิ้นเลย”

“ใจเย็นๆสิ เราต้องมาเล่นเกมกันก่อน ต่อไปแกฟังฉันอย่างเดียวและไปตามที่ที่ฉันบอก”

“เล่นบ้าอะไรกัน!”

“ฉันต้องกันไม่ให้ตำรวจตามแกน่ะสิ คำใบ้แรก...ไปที่ชิงช้าสวรรค์ จะมีที่นัดหมายตำแหน่งต่อไป”

ศักดิ์ชายหวาดระแวงการปรากฏตัวของชายสวมหน้ากากมาก จึงหาทางให้อีกฝ่ายมาพบในที่ลับตา ทีเกื้อพยายามเกาะติด แต่ก็พลาดจนได้เมื่อคิมสั่งให้ไปพบศักดิ์ชายในบ้านผีสิง

คิมคลาดกับพวกตำรวจในที่สุด แต่แดนก็ใช้โปรแกรมติดตามตัวแกะรอยจนได้ และไม่รอช้าจะใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าทำให้อีกฝ่ายสลบ ก่อนจะสวมรอยเป็นชายสวมหน้ากากไปพบศักดิ์ชายและช่วยเอื้อกานต์แทน

ทีเกื้อร้อนใจมาก พยายามส่งกระแสจิตหาแต่คิมก็ไม่ตอบสนอง จนกระทั่งพบตัวคิมนอนไม่ได้สติในบ้านผีสิง เลยจะวิทยุไปบอกเจ้าหน้าที่คนอื่นให้มาช่วย แต่ก็ไม่มีสัญญาณเพราะหมออาคมของศักดิ์ชายร่ายอาคมสกัดไว้

คิมเป็นห่วงเอื้อกานต์ จะรีบไปช่วย แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเจอจดหมายบอกลาของแดน

“ผมขอโทษที่ทำแบบนี้...ผมไม่อยากให้พี่ต้องตาย อยากให้พี่ได้ใช้ชีวิตกับคนที่รัก ผมสัญญา...ผมจะช่วยหมอเอื้อให้ได้...ผมอยากเป็นฮีโร่แบบพี่มานานตอนนี้ผมได้เป็นพี่สมใจแล้ว”

ข้อความในจดหมายขอตายแทนของแดนทำให้คิมกับทีเกื้อเป็นกังวลรีบตามไปช่วย โดยไม่รู้ว่าพวกศักดิ์ชายจะเตรียมแผนตั้งรับไว้แล้ว ด้วยการพาตัวเอื้อกานต์ไปมัดกับเครื่องเล่นและระเบิดเวลา พร้อมมือปืนซุ่มยิงที่เตรียมสังหารชายสวมหน้ากากทันทีที่ปรากฏตัว

แดนโผล่มาตามนัดในคราบชายสวมหน้ากาก เอื้อกานต์ตะโกนบอกว่าทุกอย่างเป็นกับดัก แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้ว มือปืนเล็งมาที่เขา พร้อมการปรากฏตัวของคิมที่ถลามาผลักแดนออกจากวิถีกระสุน มือปืนไม่ยอมแพ้รัวกระสุนใส่คิมกับแดนไม่ยั้ง ทีเกื้อเลยต้องแยกไปช่วยเอื้อกานต์และรีบไปกู้ระเบิด

สถานการณ์ทำท่าจะเลวลง คิมกับแดนติดกับฝ่าดงกระสุนออกไปไม่ได้ เอื้อกานต์กับทีเกื้อก็กู้ระเบิดแข่งกับเวลา โดยมีเหล่าลูกน้องของศักดิ์ชายไล่ล่า

ศักดิ์ชายสะใจมากที่แผนลวงมาฆ่าทำท่าจะเป็นไปด้วยดี ถ้าลูกน้องจะไม่มาบอกข่าวร้ายเรื่องหลานชายคนเดียวมาเที่ยวสวนสนุก!

ศักดิ์ชายส่งลูกน้องไปคุ้มกันหลานชายและพากลับบ้าน ก่อนได้เบิกตาโพลงเมื่อเห็นกลุ่มควันสีดำขนาดใหญ่เคลื่อนตัวมาใกล้ ฮันเตอร์นั่นเองที่รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายร่ายอาคมมาช่วยศิษย์เอก

ooooooo

กลุ่มควันดำน่าสงสัยทำให้นภกับพวกตำรวจแตกตื่น ต้องพยายามตั้งสติจะเข้าไปช่วยทีเกื้อกับชายสวมหน้ากาก แต่ก็ถูกอาคมต่อแตนของฮันเตอร์รั้งไว้ไปไหนไม่ได้

ศักดิ์ชายเตรียมหนีพร้อมลูกน้อง แต่ก็ถูกฮันเตอร์ขวางไว้

“ในที่สุดก็ถึงเวลาล้างแค้นของฉันซะที”

“หมออาคมทำพิธีให้ฉันแล้ว แกใช้อาคมทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”

“ฉันก็ไม่คิดจะใช้อาคมทำร้ายแกเหมือนกัน...

วิธีนี้อาจทำให้แกตายง่ายไปหน่อย ไม่ทรมาน แต่ก็ดีกว่าฉันไม่ได้ทำอะไรเลย...วันนี้ฉันจะส่งแกไปลงนรก!”

พูดจบก็กระชากปืนมาเล็ง แต่ไม่ทันเหนี่ยวไก หมออาคมก็โผล่มา พยายามร่ายคาถาจัดการเหมือนครั้งที่แล้ว

“ฉันฝึกจิตมาอย่างดี อาคมเด็กๆอย่างแกทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”

หมออาคมถูกฮันเตอร์เล่นงานจนขยับตัวไม่ได้ ศักดิ์ชายเป็นรายต่อมา ถูกอาคมของฮันเตอร์ทำให้หายใจไม่ออก เกือบจะตายทั้งแบบนั้นแล้ว ถ้าพวกวิญญาณผีร้าย เจ้ากรรมนายเวรของฮันเตอร์จะไม่ปรากฏตัว!

ฮันเตอร์สติหลุด ทำให้อาคมหมดฤทธิ์ หมออาคมเลยจะเล่นกลับ เช่นเดียวกับศักดิ์ชายที่ผยองอีกครั้ง

“เสียใจด้วยนะ...ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายส่งแกไปลงนรก จัดการมัน!”

“แกฆ่าฉันไม่ได้หรอก ถ้าแกฆ่าฉัน...วิญญาณร้ายที่ฉันเลี้ยงไว้ก็จะถูกปลดปล่อย แกเองก็อาจจะโดนผีพวกนั้นทำร้ายไปด้วย แกก็รู้ว่าวิญญาณพวกนี้น่ากลัวแค่ไหน”

สิ่งที่ฮันเตอร์พูด หมออาคมรู้แก่ใจ เลยต้องยั้งมือและหาทางทำพิธีปล่อยผีในตัวฮันเตอร์ ศักดิ์ชายพยายามหาทางหนีทีไล่ แต่ไม่ทันได้ขยับ คิมก็โผล่มาขัดขวางและบีบบังคับให้ปล่อยตัวฮันเตอร์

แดนรีบถลามาพยุงฮันเตอร์ คิมจะจัดการกับศักดิ์ชาย แต่ก็ได้พูดไม่ออกแทนเมื่อเห็นลูกน้องของศักดิ์ชายนำตัวทีเกื้อกับเอื้อกานต์ที่ถูกจับได้ระหว่างกู้ระเบิดมาเป็นตัวประกัน

ศักดิ์ชายกลับมาเป็นต่อ และสั่งให้ลูกน้องจ่อปืนไปที่คิมอีกคน

“แกคือทรงกลดสินะ ดี...ฉันจะส่งแกไปหาพ่อแกเอง!”

ขาดคำก็จะเหนี่ยวไก แต่ก็ถูกฮันเตอร์ถลามารับกระสุนไว้เอง วิญญาณและผีร้ายพุ่งออกจากตัวฮันเตอร์ หมออาคมตกใจมาก รีบพาศักดิ์ชายกับคนอื่นๆหนี โดยมีทีเกื้อตามติด ทิ้งฮันเตอร์ให้สั่งเสียคิมเป็นครั้งสุดท้าย

“หมดเวลาของฉันแล้ว ฉันจะได้ไปพบลูกกับเมียซะที พวกเขารอฉันมานานแล้ว”

“อดทนไว้อาจารย์ ผมจะช่วยอาจารย์เอง”

“ฉันหลอกใช้แก ทำกับแกสารพัด แต่แกก็ยังช่วยฉัน เป็นศิษย์ที่ดีมาตลอด ฉันภูมิใจที่มีแกเป็นลูกศิษย์...แกเป็นคนดี แต่ฉันทำให้แกต้องกลายเป็นคนแบบนี้...ฉันขอโทษ”

“ไม่เลยครับ...อาจารย์ช่วยชีวิตผมไว้ ถ้าไม่มีอาจารย์...ผมคงตายไปนานแล้ว”

“นี่เป็นสิ่งเดียวที่ฉันจะชดใช้ให้แก และทำเพื่อแกในฐานะอาจารย์ ต่อไปนี้แกจะได้อิสระจากฉัน ใช้ชีวิตตามที่แกต้องการ ไม่ต้องอยู่ภายใต้เงาอาคมอีกแล้ว...แต่ก่อนจะถึงวันนั้น จัดการศักดิ์ชายให้ได้...ล้างแค้นมันแทนฉันด้วย!”

ฮันเตอร์หมดลมหายใจไปแล้ว คิมเสียใจมาก ความโกรธแค้นที่ถูกกดไว้ระเบิดออก พลังมืดที่รอเวลานี้มานานกลับมาผงาดอีกครั้ง พร้อมทั้งวิญญาณผีร้าย

จากตัวฮันเตอร์ที่พุ่งเข้าหาคิมอย่างจัง!

ooooooo

ทีเกื้อสมทบกับพวกนภและตามจับศักดิ์ชาย เอื้อกานต์ถูกจับเป็นตัวประกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่ยอมอยู่เฉย ฉวยโอกาสตอนเผลอกัดมือลูกน้องศักดิ์ชายแล้วหนีมาได้ นภเลยได้ช่องยิง แต่ศักดิ์ชายก็คว้าตัวหมออาคมมารับกระสุนแทน เช่นเดียวกับลูกน้องคนอื่นๆที่ยอมตายเพื่อเปิดทางให้ศักดิ์ชายหนี

แต่ศักดิ์ชายก็ไปไหนไม่รอด กรรมตามสนองเขาเร็วกว่าที่คิด เมื่อต้องเอาตัวเองไปบังหลานชายตัวเองที่กำลังจะโดนป้ายไฟขนาดใหญ่ในสวนสนุกหล่นทับเพราะแรงระเบิดของเขา!

ศักดิ์ชายคิดว่าตัวเองตายแล้ว เพราะในนาทีสุดท้ายก่อนหมดสติ...ภาพเก่าๆ โดยเฉพาะวีรกรรมร้ายๆที่เขาเคยทำ ทั้งโศกนาฏกรรมของครอบครัวฮันเตอร์ ครอบครัวลุงชูและครอบครัวของแดน...ก็ผุดในหัวเขา

เหตุการณ์ระเบิดในสวนสนุกทำให้ป่วนไปหมด นอกจากศักดิ์ชายที่ถูกนำตัวส่งห้องฉุกเฉินเพราะอาการสาหัส เอื้อกานต์ก็ถูกพาตัวไปตรวจอย่างละเอียด ทีเกื้อนั่งเฝ้าอยู่แล้ว และพยายามยับยั้งเมื่อแฝดพี่จะออกไปเจอคนรักให้ได้

“แดนพาพี่กลดหนีไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง”

“แล้วอาจารย์พี่กลดเป็นยังไงบ้าง”

“อาจารย์เสียชีวิตแล้ว เหมือนอาจารย์รู้ตัวว่าวันนี้ตัวเองต้องตาย เขาก็เขียนจดหมายสารภาพเอาไว้ว่าเขาคือมนุษย์หน้ากากที่ฆ่าทุกคน...อาจารย์ตั้งใจจะรับผิดทุกอย่างแทนพี่กลด”

“แต่ยังไงเอื้อก็ต้องไปหาพี่กลด เกื้ออย่าห้ามเลย เอื้อจะรีบไปรีบกลับ”

เอื้อกานต์รีบไปหาคิมหลังจากนั้น ทันเวลาเขากำลังยื้อยุดกับแดนจะไปฆ่าศักดิ์ชายล้างแค้นให้ฮันเตอร์

“เอื้อขอเถอะนะคะ...อย่าไปเลย จบเถอะค่ะ”

“แต่อาจารย์ตายเพราะพี่นะ”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ...อาจารย์ตั้งใจจะตายอยู่แล้ว ท่านรู้ตัวและก็เขียนจดหมายยอมรับผิดแทนพี่กลด ท่านทำแบบนี้เพราะอยากให้พี่ได้ใช้ชีวิตปกติ ถ้าพี่ยังเลือกที่จะเดินตามทางเดิมก็เท่ากับว่าการเสียสละของอาจารย์เสียเปล่านะคะ”

เหตุผลของเอื้อกานต์ทำให้คิมได้สติ แต่กระนั้นก็ร้องไห้โฮด้วยความเสียใจสุดขีด ต้องเสียอาจารย์ที่เคารพและผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิต คุณหมอสาวเข้าไป

กอดปลอบ โดยมีแดนมองมาด้วยความสงสารและเห็นใจ...

ศักดิ์ชายรอดตายจากบาดแผลรุนแรงและถูกนำตัวไปพักในเซฟเฮาส์ของตำรวจ ทีเกื้อพยายามเก็บ ทุกอย่างเป็นความลับ ไม่อยากให้คิมรู้และบุกไปล้างแค้น แต่ก็เกือบจะแพ้ทางสัตตบงกชที่นัดเจอเขาด้วยความอยากรู้

“ตกลงคุณมาหาผมเพื่อจะมาถามแค่เรื่องนี้ใช่ไหม”

“แล้วจะให้มาเพราะอะไรล่ะ”

“ก็มาเพราะคิดถึงผมไง...คิดถึงผมใช่ไหม”

“ให้ข่าวฉันมาก่อนสิ แล้วฉันจะบอก”

“งั้นป้อนไอติมผมก่อนแล้วจะบอก”

สัตตบงกชทั้งเขินทั้งฉิว แต่ก็ยอมป้อนไอศกรีมถึงปาก ทีเกื้อชอบใจมาก แต่ก็ไม่ยอมบอกความลับของราชการ สองหนุ่มสาวคงต่อปากต่อคำอีกนาน ถ้าทีเกื้อจะไม่เกิดนิมิตเห็นคิมบุกไปเอาชีวิตศักดิ์ชายเสียก่อน!

ooooooo

คิมคิดจะล้างแค้นให้ฮันเตอร์จริงๆ แดนพยายามขัดขวาง หว่านล้อมทุกทาง ทั้งเรื่องความผิดพลาดของเขาที่อยากล้างแค้นจนตัวเองเกือบตาย แต่คิมก็ไม่เปลี่ยนใจจะบุกไปฆ่าศักดิ์ชายให้ได้

ทีเกื้อรู้ดี เร่งขอกำลังเสริมจากท่านรองฯให้ช่วยคุ้มกันศักดิ์ชาย รวมทั้งโทร.บอกเอื้อกานต์ให้ไปช่วยด้วย แดนก็อาสาช่วยด้วยเช่นกันเพราะไม่อยากให้คิมทำผิดไปตลอดชีวิต

ความแค้นทำให้พลังมืดในตัวคิมควบคุมทุกอย่าง ทั้งผลักและดันให้เขาไปล้างแค้น เอื้อกานต์รู้ดี แต่ก็ทำได้แค่ภาวนาให้คนรักไม่ทำอะไรร้ายแรงก่อนเธอไปถึง เช่นเดียวกับทีเกื้อที่ไปดักรอหน้าเซฟเฮาส์

คิมร่ายอาคมทำให้นภกับพวกตำรวจคุ้มกันสลบ ก่อนจะเดินฝ่าจนถึงเซฟเฮาส์

“ผมรอพี่มานานแล้ว ตอนได้ยินเสียงปืนก็พอเดาได้ว่าตำรวจคงหยุดพี่ไม่ได้”

“แล้วเกื้อล่ะ...จะหยุดพี่อีกคนเหรอ”

“จำเป็นต้องฆ่าศักดิ์ชายให้ได้จริงๆ”

“จริง...ถ้ามันไม่ตาย จะมีอีกหลายคนเดือดร้อนเพราะมัน”

“งั้นผมจะพาพี่ไปหาเขาเอง...”

แทนที่จะขัดขวาง ทีเกื้อเลือกจะพาคิมไปหาศักดิ์ชายที่นอนรอความตายในเซฟเฮาส์ สภาพอดีตนายทุนยิ่งใหญ่ กลายเป็นคนป่วยอาการสาหัส มีบาดแผลพุพองเต็มตัวเพราะแรงระเบิดและถูกป้ายไฟหล่นทับน่าเวทนามาก

บาดแผลไฟคลอกทำให้ศักดิ์ชายทุกข์ทรมาน การมาถึงของคิมทำให้เขาเจ็บแค้น แต่ก็ทำได้แค่ท้าทายในใจ

“ฆ่าฉันเลยสิ ฉันรอให้แกมาลงมือกับฉันอยู่”

คิมอ่านใจได้ สวนกลับเสียงเรียบ

“คุณไม่ได้กลัวผมจะฆ่า แต่คุณกำลังนอนรอให้ผมมาฆ่า”

“ใช่...รู้ไหมฉันทรมานแค่ไหนเวลาที่ยาหมดฤทธิ์ มันทรมานจนฉันคิดว่าถ้าตายไปได้คงทรมานน้อยกว่านี้”

พลังมืดในตัวคิมเร่งให้เขาลงมือ แต่ภาพเก่าๆ... วีรกรรมร้ายแรงของศักดิ์ชายก็ผุดในหัว คิมสะเทือนใจมาก ความโกรธแค้นค่อยๆเลือนหายกลายเป็นความเวทนา

“นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกวิบากกรรม สิ่งที่อยู่เหนือวิชาคาถาอาคม สิ่งง่ายๆธรรมดาที่ชาวพุทธรู้จักแต่มักมองข้าม”

ทีเกื้อเห็นคิมอ่อนท่าทีก็พยายามกล่อมให้เปลี่ยนใจ

“ใช่ครับ...สิ่งที่ศักดิ์ชายได้รับยืนยันเรื่องวิบากกรรมได้ดี กฎแห่งกรรมจัดการคนผิด ตอนนี้ได้ทำงานแล้ว”

“ถึงเขาไม่โดนอาคมจากพี่ เขาก็กำลังรับกรรมที่ก่อ ความทุกข์ทรมานที่เขาได้รับเลวร้ายกว่าความตายซะอีก”

“ตอนนี้กรรมได้ตัดหน้าทำหน้าที่ไปแล้ว พี่จะปล่อยให้กฎแห่งกรรมทำงานต่อไป หรือเข้าแทรกแซงด้วยการลงมือสังหารคนป่วยกำลังจะตายแบบนี้ด้วยมือพี่ก็ตามใจ”

คำพูดเตือนสติของทีเกื้อทำให้คิมได้คิด

“ผมแค้นคุณก็จริง แต่ก็ดีใจที่ไม่ต้องเปลืองแรง”

“ทำไมไม่ฆ่าฉันล่ะ...รู้ไหม...ฉันทำเรื่องเลวร้ายมากแค่ไหน ไม่ใช่แค่กับพ่อแก ยังมีอีกหลายคนที่แกยังไม่รู้”

“ผมรู้...แต่ผมก็รู้ด้วยว่าทุกสิ่งที่คุณกระทำ ได้รับผลตอบแทนกลับมาอย่างสาสมแค่ไหน”

ศักดิ์ชายพยายามปั่นหัวและยั่วยุทุกทาง คิมพยายามยับยั้งชั่งใจอย่างมาก แต่ก็เกือบระงับไม่อยู่เมื่ออีกฝ่ายใช้เรื่องพ่อมาป่วนประสาท ทีเกื้อเห็นท่าไม่ดี เข้าไปกล่อมให้สงบ

“อย่าฆ่าเขา ยังไงเขาก็ต้องตายอยู่ดี ปล่อยเขาไปเถอะ”

“ปล่อยมันไปเหรอ...รู้ไหมหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่พ่อโดนใส่ความ สอบสวน สังคมประณามกับความผิดที่ไม่ได้ก่อ ฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง ต้องใช้ชีวิตยังไง!”

พลังมืดในตัวคิมควบคุมทุกอย่างในตัว และเกือบทำสำเร็จถ้าเอื้อกานต์จะไม่ปรากฏตัว คุณหมอสาวถลาไปกอดคนรักแน่น ถ่ายทอดพลังขาวขับไล่ความชั่วร้ายจากพลังมืดให้หมดจากตัวเขา

สองพลังต่างขั้วต่อสู้กันอย่างดุเดือด คิมเห็นหน้าคนรักก็ได้สติเล็กน้อย

“ถอยไป...พี่ไม่อยากทำร้ายเอื้อ”

“ไม่ค่ะ...เอื้อจะไม่ยอมให้พี่กลดทำร้ายใครเหมือนกัน”

“ถ้าเอื้อไม่ปล่อย พลังที่ต้านกันอยู่ของเราจะทำให้เราตายทั้งคู่นะ”

“ถ้าพี่กลดไม่หยุด เอื้อก็ยอมตายพร้อมพี่กลดค่ะ เอื้อยอมตายเพื่อให้พี่ทำสิ่งที่ถูก”

“นี่ไงสิ่งที่ถูกต้อง พี่ต้องทำเพื่ออาจารย์ เพื่อทุกคน อาจารย์ต้องตายเพราะมัน”

แดนที่ได้แต่ยืนดูห่างๆมาตลอด ได้โอกาสจะโต้แทนคุณหมอสาว

“ไม่จริงครับ อาจารย์ต้องตายอยู่แล้ว อาจารย์ทำแบบนี้เพราะต้องการให้พี่แค้น”

“หมายความว่าไง”

“อาจารย์รู้ว่าตัวเองต้องตาย อาจารย์อาคมเสื่อมครับ”

ooooooo

ความจริงจากแดนทำให้คิมสูญเสียการควบคุมพลัง เอื้อกานต์เลยใช้พลังขาวของตัวเองควบคุมเขาไว้ได้ แต่กระนั้นผลของมันก็ทำให้เขาหมดสติ แถมถูกพลังมืดในตัวควบคุมไว้ได้อีกต่างหาก

พลังมืดในตัวข่มขู่ให้คิมยอมยกร่างให้เพื่อไปล้างแค้นศักดิ์ชาย เอื้อกานต์ถอดจิตไปหา เห็นเขาถูกขังไว้ด้วยกำแพงของพลังมืดก็พยายามช่วยพูดเตือนสติ

“พี่กลด...อย่าไปฟังเขานะคะ คาถาอาคม...อาจเป็นอาวุธชิ้นหนึ่งที่มีทั้งคุณและโทษ อยู่ที่เจ้าของอาคมจะเลือกใช้ ที่ผ่านมาพี่และอาจารย์ใช้อาคมในการทำลายฆ่าคนเลว ก่อความเดือดร้อนแก่คนอื่น จนสุดท้ายมันสะท้อนกลับมาทำร้ายตัวพี่เอง ทำให้พี่กลายเป็นแบบนี้”

พลังมืดโกรธมาก แหวลั่นให้คิมกลับไปล้างแค้น แต่เอื้อกานต์ก็ไม่สนใจ

“เขาต้องการให้จิตพี่สกปรก จะได้ยึดร่างพี่ได้”

คำพูดของทั้งสองฝ่ายทำให้คิมสับสน และนั่นก็ทำให้พลังมืดอ่อนแรง เอื้อกานต์เห็นดังนั้นก็ถึงบางอ้อ

“ฉันรู้แล้ว...แกคงเกิดขึ้นมาจากความแค้นในใจพี่กลดสินะ ถ้าพี่กลดหายแค้น...แกก็จะตายไป แกไม่ใช่ร่างพี่กลด แต่แกเป็นปีศาจในใจพี่กลด...ฉันรู้แล้วว่าจะกำจัดแกยังไง”

พลังมืดอ่อนแรงลงเรื่อยๆ พร้อมสติของคิมที่มีมากขึ้น เอื้อกานต์รีบสำทับ

“พี่กลดฟังเอื้อนะคะ พี่กลดต้องอภัยให้ศักดิ์ชายนะคะ...คนก็มีทั้งดีและไม่ดี ตลอดชีวิตของคนหนึ่งต่างมีโอกาสทำดีทำชั่วหลายครั้ง และคนเราก็ต้องได้รับทั้งผลดีและผลชั่วของตัวเองไปเรื่อยๆ คนดี...สามารถทำสิ่งที่ผิดพลาดได้ คนที่ไม่ดี...ก็สามารถทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้เหมือนกัน”

คิมตั้งใจฟังสิ่งที่คนรักพูด ต่างจากพลังมืดที่พยายามคัดค้าน แต่เอื้อกานต์ก็ไม่ยี่หระ

“คนเราเกิดมาด้วยความไม่รู้...ทำผิดด้วยแรงขับของกิเลสและรับกรรมด้วยกฎอันเที่ยงตรงของวัฏสงสาร คนดีอาจพลาดพลั้งทำผิดได้ คนชั่วก็อาจสร้างกรรมดีได้ไม่น้อย...ดูคนรอบตัวพี่กลดสิ ทั้งอาจารย์ เดชาหรือศักดิ์ชาย ทุกคนต่างก็ก่อกรรมต่างๆเพราะแรงขับดันภายในจิตใจ หลายอย่างในโลกทำให้คนเราต้องดิ้นรน กระเสือกกระสน ทำกรรมดีและกรรมชั่ว...จนกระทั่งรับผลกรรมเหล่านั้น”

คำพูดของเอื้อกานต์ทำให้คิมได้สติ เหตุการณ์ที่ผ่านมาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดี

“แม้แต่ตัวพี่กลดเอง...เคยเป็นคนดี ทำเพื่อคนอื่น มีชีวิตที่ดี แต่เพราะแรงขับความแค้นเลยทำให้พี่กลดทำอะไรที่ผิดพลาดไปได้ มันเป็นอย่างหนึ่งในวัฏสงสาร”

พลังมืดค่อยๆจางหายตามสติที่มากขึ้นของคิม เอื้อกานต์เห็นดังนั้นก็ดีใจมาก

“พี่กลดต้องสู้กับมารในใจให้ได้นะคะ ต้องให้อภัย ทุกคนรักพี่และรอพี่อยู่นะคะ”

“ใครจะมารอพี่ ไม่มีใครต้องการพี่”

“ก็คนที่พี่กลดเคยช่วยไงคะ...คนที่ถูกสังคมทอดทิ้ง คนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมและคนอื่นๆที่รอดตายได้เพราะพี่กลด พี่เป็นฮีโร่เป็นแสงสว่างของพวกเขานะคะ”

ภาพเก่าๆไหลมาในหัว ตอนคิมช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กจากการค้ามนุษย์ เอื้อกานต์เห็นท่าทางคนรักก็มั่นใจว่าตัวเองมาถูกทางแล้ว

“พี่กลดเป็นความหวังของคนที่ไม่มีทางสู้ เป็นตัวแทนของความยุติธรรม ทุกคนกำลังรอให้พี่กลดไปช่วย...พี่กลดจะทิ้งพวกเขาได้ลงคอเหรอคะ พี่กลดก็ต้องกลับไปทำสิ่งที่ดี ต้องกลับไปปกป้องพวกเขานะคะ...”

ooooooo

คำพูดเตือนสติของเอื้อกานต์ดึงคิมกลับมาจนได้ เมื่อฟื้นจากอาการสลบ เขาก็รีบไปหาศักดิ์ชาย เอื้อกานต์ตกใจมาก กลัวใจเขาจะล้างแค้น แต่ทุกคน

ในเซฟเฮาส์ก็ต้องแปลกใจเมื่อคิมไม่ได้ฆ่าแต่ใช้พลังรักษาบาดแผลให้แทน

ศักดิ์ชายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหลังจากนั้น ผลการตรวจสร้างความประหลาดใจให้ใครหลายคน เพราะอาการของศักดิ์ชายไม่ได้ทรุด แต่บาดแผลกลับดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

ทีเกื้อยืนดูอาการของศักดิ์ชายด้วยความทึ่ง และอดไม่ได้จะไปถามความจริงจากคิม

“พี่ใช้อาคมบรรเทาความทรมาน เพื่อยืดเวลาความตายให้เขา เขาจะมีชีวิตอยู่ได้อีกหนึ่งเดือน”

“ผมดีใจนะที่พี่หยุด แถมยังใช้อาคมรักษาศักดิ์ชายอีก...ทำไมพี่ถึงเปลี่ยนใจ”

คิมถอนใจยาว ก่อนจะบอกถึงสิ่งที่อยู่ในใจ “ถ้าพี่ต้องฆ่าคนที่มีชีวิตอยู่เหลือไม่กี่วัน มันคงทำให้รู้สึกทุเรศตัวเอง อีกอย่าง ถ้าฆ่าเขาให้ตายตอนนี้ มันก็เป็นการปรานีเขาเกินไป”

“ตอนนี้เขาได้รับกรรมแล้ว เขาต้องทนอยู่กับความทรมานไม่ต่างกับการตายเสียอีก”

“ใช่...ไม่นานเขาก็ต้องตาย ช่วงเวลาสั้นๆนี้พี่อยากให้โอกาสเขาแก้ตัว ฝากบอกเขาด้วยว่าถ้าเขาใช้เวลาที่เหลืออยู่ทำสิ่งดีๆเพื่อชดใช้ความผิดให้เป็นประโยชน์แก่คนอื่น มันก็จะเป็นเวลาที่มีค่ามากกว่าเวลาของเขาทั้งชีวิต”

ทีเกื้อนำคำพูดของคิมไปบอกศักดิ์ชาย ส่วนคิมก็ไปเจอเอื้อกานต์ที่รอฟังคำอธิบายของเขาเช่นกัน

“พี่กลดตัดสินใจถูกแล้วค่ะ ที่ใช้อาคมช่วยศักดิ์ชาย”

“พี่ก็เกือบตัดสินใจพลาดเหมือนกัน ถ้าเอื้อไม่เตือนสติไว้”

“เพราะตัวพี่กลดเองต่างหากค่ะ ที่ต่อสู้กับความแค้นและสามารถเอาชนะมารในใจตัวเองได้”

“ขอบใจมากนะเอื้อที่ไม่ทิ้งพี่ไปไหน...ขอบใจมากจริงๆ...”

เรื่องราวทำท่าจะจบด้วยดี คิมกับเอื้อกานต์ได้กลับมารักกัน แม้จะเปิดเผยใครต่อใครไม่ได้ แต่ก็มีความสุขดี เช่นเดียวกับเรื่องของทีเกื้อกับสัตตบงกชที่มีโอกาสได้ปรับความเข้าใจ

ทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะธีรภูมิกับคุณหญิงอัปสรลุ้นสุดตัว ทีเกื้อเลยไม่รอช้านัดสัตตบงกชออกมาพบ พิธีกรสาวรับนัด แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ที่เขานัดมากินข้าวในโรงแรมหรู

“เพิ่งทำคดีจบมาเหนื่อยๆก็ต้องอยากฉลอง กินอะไรดีๆบ้างสิ”

“แล้วเรื่องคดีเป็นยังไงบ้างคะ สรุปว่ายังไง ปิดจ๊อบเรียบร้อยไหม”

“คราวที่แล้วนัดมาก็เอาแต่ถามข่าว ครั้งนี้ก็เอาแต่ถามข่าว หน้าผมนี่เหมือนข่าวมากเลยเหรอ”

“อย่างอนสิ ฉันขอโทษ”

“อยากได้ข้อมูลนักก็เอาไปเลย เอาไปทั้งแฟ้มคดีเลย แล้วดูเอาเอง”

พูดพลางส่งแฟ้มคดีให้ สัตตบงกชหน้าเจื่อน ไม่กล้าเปิด

“คุณพูดแบบนี้ ใครจะกล้า”

“จะดูไม่ดู ไม่ดูผมเอาคืนแล้วนะ”

เพราะความอยากรู้แท้ๆทำให้สัตตบงกชเปิดแฟ้มคดี แล้วก็ได้เบิกตาโพลงเมื่อเห็นแหวนหมั้นถูกผูกติดไว้กับกระดาษ พร้อมข้อความขอแต่งงาน ทีเกื้อเห็นเธอหน้าแดงก็แกล้งเย้า

“ถ้าอยากจะหาข่าวจากผมทุกครั้งที่เจอแบบนี้ มาอยู่ด้วยกันทุกวันเลยไหม...จะได้ให้ข่าว ให้สัมภาษณ์ทุกคืนไปเลย จะเล่าแบบละเอียดทุกซอกทุกมุม ทุกเรื่องที่อยากรู้เลย”

สัตตบงกชอึ้งมาก ทีเกื้อเลยหยิบแหวนจากแฟ้มมายื่นตรงหน้า

“ผมกำลังขอแต่งงานอยู่นะ”

“แน่ใจแล้วเหรอ ฉันน่ากลัวนะ สัญชาตญาณนักข่าว ถ้าคุณทำอะไรผิดหรือนอกใจ ฉันกัดไม่ปล่อยแน่”

ทีเกื้อยิ้มกว้าง ก่อนจะชี้ที่แก้มตัวเอง “ถ้าเป็นคุณ...ผมยอมให้กัดทุกวันเลย...แต่กัดตรงนี้นะ”

ooooooo

คิมนำกระดูกของฮันเตอร์ไปโปรยต้นไม้ อยากให้อาจารย์อยู่ใกล้ธรรมชาติและไปสู่สุคติ แต่นอกจากฮันเตอร์จะไม่ได้ไปที่ที่เขาปรารถนา ยังปรากฏร่างเลือนรางให้เห็นอีกต่างหาก

“สุดท้าย...แกก็ไม่ล้างแค้นแทนฉัน”

“สรุปที่อาจารย์ช่วยผมเพราะหลอกใช้ผมจริงๆ เหรอครับ...อาจารย์เคยมองผมเป็นศิษย์บ้างไหม”

“ฉันตั้งใจช่วยแกจริงๆ แต่ฉันก็ตั้งใจทิ้งความแค้นให้แกสะสางทุกอย่างแทนฉัน”

“แม้แต่ความตายก็ยังทำให้อาจารย์หยุดความแค้นไม่ได้”

“ใช่....ถึงตอนนี้ฉันก็ไม่คิดว่าทำผิด ฉันทำสิ่งที่ควรทำ ฉันต้องการฆ่าคนเลว ทำลายโลกที่ไม่มีความยุติธรรม”

“มันก็แค่ข้ออ้างที่พยายามทำให้ตัวเองไม่ผิด มีตั้งหลายวิธีที่จะทวงความยุติธรรมโดยไม่จำเป็นต้องฆ่าใคร”

“วิธีโง่ๆแบบแกน่ะเหรอ ไม่ฆ่ามัน แถมยังเลือกจะช่วยมันแทนอีก”

คิมไม่สะทกสะท้านกับคำปรามาสของอาจารย์ “ผมอยากใช้อาคมที่ก่อประโยชน์แก่คนอื่น คนดีมีโอกาสทำชั่ว คนเลวก็อาจทำดีโดยที่ใครคิดไม่ถึง ถ้าเขารู้สึกตัวและมีโอกาส”

“คิดว่าคนชั่วอย่างมัน พอมีโอกาส...มันจะทำดีหรือไง มันคงตามเช็กบิลพวกที่คอยเขมือบสมบัติมันมากกว่า”

“หน้าที่ของผมคือให้โอกาส ที่เหลืออยู่ที่ตัวเขาเอง จะใช้โอกาสไปทำอะไร”

“ฉันจะคอยดูว่าโอกาสที่แกให้กับมัน มันจะได้ประโยชน์หรือสูญเปล่า”

แหวจบก็สลายร่าง ทิ้งคิมให้ถอนใจยาว ก่อนจะตะโกนทิ้งท้าย

“ผมจะพิสูจน์ให้อาจารย์เห็นครับ”

จบคำนั้นคิมก็สะดุ้งตื่น พร้อมความจริงที่ว่าตัวเองแค่ฝัน แดนเป็นคนพาร่างหมดสติของเขาไปพัก ก่อนจะช่วยปลอบเพราะคิดว่าเขาคงยังทำใจไม่ได้เรื่อง

ฮันเตอร์ คิมพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเปลี่ยนมาพูดเรื่องจดหมายลาของอีกฝ่ายที่เคยทิ้งไว้ให้ตอนแอบปลอมตัวเป็นเขาที่สวนสนุก

“อย่าทำอะไรแบบนี้อีกนะ ชีวิตเป็นของเราไม่ใช่ของพี่ แล้วก็ขอบใจมากที่คอยอยู่ช่วยพี่มาตลอด แต่ต่อไปเราต้องมีชีวิตของเรา...ต้องมีงานมีการที่ดีทำ ถ้าวันไหนพี่ไม่อยู่ เราจะได้อยู่ได้”

“พี่ก็พูดเป็นลาง พี่จะไปไหนล่ะ”

“อนาคตไม่มีใครรู้ วันหนึ่งพี่ก็ต้องรับกรรมที่ตัวเองก่อเหมือนกัน”

“แต่พี่ทำไปเพราะช่วยคนอื่น ทำไมต้องรับกรรมด้วย”

“บุญส่วนบุญ บาปส่วนบาป ใช่ว่าความดีที่เราทำจะล้างบาปจากการทำร้ายคนได้ ตอนนี้พี่ก็ได้แต่หวังว่าที่พี่ตัดสินใจให้โอกาสศักดิ์ชายจะทำให้เขาคิดได้จริงๆ”

ooooooo

สถานการณ์ทุกอย่างเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ความรักของคิมกับเอื้อกานต์ลงตัว เช่นเดียวกับทีเกื้อกับสัตตบงกช ศักดิ์ชายมีโอกาสไถ่โทษด้วยการก่อตั้งมูลนิธิเพื่อช่วยเหลือคนอื่น โดยตั้งชื่อว่ามูลนิธิทรงพล

วันเวลาผ่านไปจากวันเป็นเดือน ศักดิ์ชายเสียชีวิตแล้ว ธีรนัฐเลยรับหน้าที่เป็นตัวแทนจัดงานเปิดตัวมูลนิธิ

“มูลนิธิเราตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่คนที่ขาดความรู้ ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม หรือกลุ่มที่เราเรียกว่าเป็นแพะในคดีต่างๆ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทางกฎหมายแก่ทุกคน โดยไม่ยอมให้มีอิทธิพลอื่นมาแทรกแซง”

การเปิดตัวมูลนิธิได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมาก แม้ธีรนัฐจะออกหน้าเป็นประธานมูลนิธิ แต่คนส่วนมากก็รู้ดีว่าศักดิ์ชายต่างหากที่เป็นเจ้าของเงินทุนก่อตั้ง

“ท่านต้องการแสดงความสำนึกผิด ต้องการไถ่โทษ ขอขมาต่อท่านทรงพล มูลนิธินี้ถึงได้ชื่อว่าทรงพล ท่านทำผิดต่อหลายๆคนอย่างไม่น่าให้อภัย จนเกือบจะจบชีวิตเพราะฝีมือคนคนหนึ่ง”

คิมแฝงตัวมาฟังธีรนัฐด้วย ปลื้มใจที่การตัดสินใจให้โอกาสกับศักดิ์ชายได้ผลดีเกินคาด คนในครอบครัวธีรนัฐก็รู้เรื่องนี้ดี และรู้ด้วยว่าต้องเก็บเป็นความลับ ประกาศชื่อชายสวมหน้ากากต่อหน้าสาธารณชนไม่ได้

“ในช่วงเวลาสุดท้าย...คนคนนั้นก็เลือกจะให้โอกาสท่านได้สำนึกผิด ท่านต้องการใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้เกิดประโยชน์ จึงเรียกทนายส่วนตัวและผมมาคุยเรื่องมูลนิธินี้ ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิต...มูลนิธินี้จึงเกิดขึ้นได้จากการให้อภัยและการให้โอกาสของคนคนหนึ่งที่เคยตกเป็นแพะ”

คำพูดทิ้งท้ายของธีรนัฐทำให้คิมยิ้มบางๆ และเมื่อได้ยืนต่อหน้าภาพของทรงพลและฮันเตอร์ ซึ่งถูกติดไว้ภายในมูลนิธิในฐานะบุคคลสำคัญที่ทำให้เกิดมูลนิธินี้ คิมก็อดไม่ได้จะระบายความในใจ

“เห็นไหมครับ...ว่าโอกาสที่ผมให้ศักดิ์ชายทำให้เกิดมูลนิธินี้ ได้ช่วยเหลือคนที่ตกเป็นแพะอย่างครอบครัวพวกเราได้หลายครอบครัว ผมพิสูจน์ให้อาจารย์เห็นแล้วนะครับว่าคนดีมีโอกาสทำชั่ว คนชั่วก็มีโอกาสทำสิ่งที่ดี ทำให้เกิดประโยชน์กับคนอื่นได้เหมือนกัน”

เอื้อกานต์เดินมาสมทบคนรัก เห็นเขายิ้มก็พอเดาได้ว่าคิดอะไร

“ตอนนี้ทุกคนต่างก็ได้รับผลจากการกระทำของตัวเองกันหมดแล้วนะคะ...อาจารย์ ศักดิ์ชายหรือแม้แต่วัฒน์”

“นั่นสิ...ไม่รู้ว่าตื่นมาแล้ววัฒน์จะรับความจริงได้ไหมว่าพ่อเขาเสียชีวิตแล้ว”

“มันเป็นกรรมของเขาเองค่ะ”

“สักวันหนึ่งพี่เองก็ต้องรับกรรมเหมือนกัน แค่รอวันนั้นมาถึง...วันที่กฎแห่งกรรมทำงาน”

“อย่าคิดถึงวันนั้นเลยนะคะ...”

ooooooo

เอื้อกานต์อยากให้คิมคลายเครียดเรื่องอดีตรวมทั้งชะตากรรมของคนอื่นที่เขาควบคุมไม่ได้ เลยชวนเขาไปเที่ยว คิมปลื้มใจมาก พาเธอไปรำลึกความหลังที่ท้องฟ้าจำลอง...สถานที่เดตครั้งแรกของเธอกับเขา

บรรยากาศโรแมนติกท่ามกลางหมู่ดาวจำลองมากมายทำให้เอื้อกานต์ถึงกับเคลิ้ม คิมเฝ้ามองด้วยความเอ็นดู

“ถ้าเอื้อชอบดูดาว สักวันจะพาไปดูของจริงนะ”

“อย่าพูดเสียงดังสิคะ เดี๋ยวคนอื่นก็ว่าเอาหรอก”

“ไม่มีใครได้ยินหรอก เขาหลับกันหมดแล้ว”

เอื้อกานต์กวาดตามองรอบๆ เห็นว่าเพื่อนร่วมดูดาวหลับหมดแล้ว

“นี่พี่ใช้อาคมทำให้เขาหลับเหรอ”

“ก็พี่อยากดูดาวกับเอื้อสองคน”

“นิสัยไม่ดี”

“จำได้ไหมที่เราคุยกันสมัยเรียน...เอื้อฝันว่าอยากไปใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัด ไปเป็นแพทย์อาสาที่ชายแดน...เราไปทำตามฝันกันไหม ไปอยู่ด้วยกัน...ตลอดไป”

คิมพยายามขอแต่งงานแบบอ้อมๆ แต่เอื้อกานต์ก็ยังไม่เข้าใจ

“อยู่ด้วยกัน...หมายความว่าไง ชวนไปอยู่เฉยๆหรือขอแต่งงาน”

คำย้อนถามของเธอทำให้คิมอดหัวเราะไม่ได้ ก่อนจะย้ำชัดๆ

“เราแต่งงานกันนะ...ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันที่ที่ไม่มีใครรู้จักพวกเรา”

ถึงคราวเอื้อกานต์อึ้งบ้าง แต่ก็ตั้งตัวได้ในอึดใจต่อมา

“ถ้าพี่กลดสัญญาว่าจะไม่หายไปไหนอีก จะไม่ทิ้งเอื้อไป เอื้อก็ตกลงค่ะ”

“พี่สัญญา...ต่อไปนี้เราจะไม่จากกันไปไหนอีก พี่จะอยู่กับเอื้อตลอดไป พี่ให้สร้อยเส้นนี้แทนคำสัญญา”

พูดจบก็หยิบสร้อยมาสวมให้ ก่อนจะโน้มตัวหอมแก้มเธอแทนคำสัญญาจะอยู่ด้วยกันตลอดไป...

หลังตกลงแต่งงาน คิมกับเอื้อกานต์ก็จูงมือกันกลับ วาดฝันสวยงามถึงชีวิตคู่ร่วมกัน

“ไว้เราไปสร้างบ้านหลังเล็กๆบนภูเขากันนะ”

“ค่ะ...เอาเป็นบ้านไม้เล็กๆบนภูเขา ข้างบ้านมีลำธารเล็กๆ หน้าบ้านก็ปลูกดอกไม้ให้เต็มหน้าบ้านไปเลยค่ะ”

“ได้...แล้วพี่จะใช้อาคมเรียกผีเสื้อมาให้เอื้อดูทุกวันเลย”

“ขอแบบเป็นฝูงเลยนะคะ เป็นพันธุ์หายากๆตัวใหญ่ๆ”

“ให้พี่เรียกผีเสื้อสมุทรมาเลยไหม”

สองหนุ่มสาวหัวเราะให้กัน ก่อนจะหน้าเสียเมื่อคิมเกิดนิมิตเห็นวัฒน์ฟื้นและจะเผาโรงงานสารเคมี

เอื้อกานต์ตกใจมาก รีบตามคนรักไปดูเหตุการณ์ ทีเกื้อกับสัตตบงกชก็ไปด้วยเพื่อช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ แต่ก็เหมือนไม่ค่อยได้ผล วัฒน์คลุ้มคลั่งและโทษทุกคนที่ทำให้ศักดิ์ชายตายและชีวิตเขาพังแบบนี้

ooooooo

คิมแยกจากเอื้อกานต์ไปเกลี้ยกล่อมวัฒน์พร้อมทีเกื้อ เขาสวมหน้ากาก สะกดจิตวัฒน์จนสงบ แต่ห้ามระเบิดไว้ไม่ทัน ทีเกื้อเลยต้องพาวัฒน์หนี ทิ้งคิมไว้ตามลำพังเพื่อหาทางลดแรงระเบิด

แม้จะลดแรงระเบิดได้ แต่คิมก็หายตัวไป ไม่มีใครเห็นเขาอีกหลังจากนั้น เอื้อกานต์เสียใจมาก ร้องไห้ฟูมฟายจะเข้าไปค้นหาร่างของคิมในโรงงาน ธีรภูมิกับสัตตบงกชต้องช่วยกันห้ามเพราะไม่ปลอดภัย

ไม่มีใครพบศพของชายสวมหน้ากาก เอื้อกานต์หัวใจสลาย แต่ก็พยายามใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเหมือนที่ครั้งหนึ่งเคยทำได้ตอนรู้ว่าทรงกลดเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก ความหลังระหว่างเธอกับเขาเหมือนเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงให้มีความหวัง พร้อมๆกับเฝ้าดูความสำเร็จของคนอื่นๆ

แดนได้งานที่มูลนิธิทรงพลสมใจ ได้ช่วยเหลือคนอื่นตามที่รับปากคิมไว้ ส่วนทีเกื้อกับสัตตบงกชก็จะแต่งงาน เอื้อกานต์เลยหมดห่วง และตัดสินใจจะไปใช้ชีวิตอย่างสงบเป็นแพทย์อาสาตามชายแดนเหมือนที่ฝันไว้กับคิม เมื่อทีเกื้อรู้เรื่องก็ตกใจมาก มั่นใจว่าแฝดพี่เลือกไปปลีกวิเวกเพราะคิดถึงคิม

“มันเป็นสิ่งสุดท้ายที่เอื้อกับพี่กลดสัญญาว่าจะทำด้วยกัน ตอนนี้พี่กลดไม่อยู่แล้ว แต่เอื้อก็ยังอยากจะทำทุกอย่างแทนพี่กลด...อย่าห้ามเอื้อเลยนะ”

ทีเกื้อจนปัญญาจะห้าม ยอมให้แฝดพี่ไปตามต้องการ แต่ไม่วายกำชับให้ติดต่อมาบ้าง เอื้อกานต์เลยได้ไปเป็นแพทย์อาสาสมใจ ก่อนจะได้ยิ้มหน้าบานในอีกหลายวันต่อมา เมื่อพบว่ามีใครรออยู่

คิมนั่นเองที่โผล่มาพร้อมอาคมแสนหวาน ร่ายดอกไม้ ผีเสื้อและดวงดาวเป็นของขวัญให้คนรัก

“พี่ขอโทษนะที่ทำให้เอื้อรอนาน”

“พี่กลดรอดมาได้ยังไงคะ”

“พี่หนีออกมาทางหน้าต่าง ก่อนที่อาคารจะระเบิดน่ะ”

“แล้วทำไมไม่บอกเอื้อ ปล่อยให้เอื้อเสียใจตั้งนาน”

ท่าทางงอนๆของเธอทำให้คิมนึกเอ็นดู ดึงตัวมากอดก่อนจะบอกเหตุผล “พี่อยากให้มนุษย์หน้ากากตายไปจากทุกคน ตอนนี้พี่มาทวงสัญญาแล้วไง...สัญญาที่เราบอกว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป...แต่งงานกันนะ”

เอื้อกานต์ถึงกับไปไม่ถูกกับคำขอแต่งงานดื้อๆ คิมต้องแกล้งขู่

“ถ้าเอื้อไม่แต่ง พี่คงต้องทำของให้เอื้อยอม บอกพี่มานะว่าของสำคัญของเอื้อคืออะไร”

“งั้นพี่กลดก็คงต้องทำของใส่ตัวเองแล้วล่ะ เพราะพี่กลดคือคนสำคัญที่สุดสำหรับเอื้อ”

พูดจบก็โผกอด คิมกระชับอ้อมแขนแน่น พร้อมสัญญา

“วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายแล้วที่พี่จะใช้อาคม พี่จะใช้อาคมเพื่อคนที่พี่รัก”

“จะไม่ใช้อาคมช่วยคนอื่นแล้วเหรอคะ”

“ไม่ล่ะ...พี่จะใช้ความสามารถของพี่เองช่วยคนเหมือนคนปกติทั่วไป...”

คิมทำตามประกาศ โยนหน้ากากทิ้ง เลิกใช้อาคมและใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ

“ผมเองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้รับความยุติธรรมและตัดสินใช้อาคมจัดการคนชั่ว...แต่สุดท้ายอาคมก็กลับมาทำร้ายตัวผม...ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะทิ้งวิชาอาคมทั้งหมด ถึงไม่มีอาคม...ผมก็ยังช่วยคนได้ และถึงไม่มีมนุษย์หน้ากาก ก็ยังมีคนดีๆมากมายที่พร้อมจะช่วยเหลือกันในสังคม ใครๆก็สามารถเป็นฮีโร่ได้โดยไม่ต้องใช้อาคม...”

ooooooo

–อวสาน–

.




« Last Edit: 17 October 2026, 20:01:28 by ppsan » Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.222 seconds with 15 queries.