Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
02 November 2026, 20:02:14

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,712 Posts in 15,718 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  หมวดหมู่ทั่วไป  |  ศาลาพักใจ  |  รายการโทรทัศน์ที่น่าดูมาก  |  นิยายเรื่อง นางสาวทองสร้อย (thairath.co.th)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: นิยายเรื่อง นางสาวทองสร้อย (thairath.co.th)  (Read 261 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« on: 11 October 2026, 16:18:23 »

นิยายเรื่อง นางสาวทองสร้อย (thairath.co.th)



https://www.thairath.co.th/novel/nangesaotongsoi

นางสาวทองสร้อย



เรื่องย่อละคร

หยิบละครดัง “นางสาวทองสร้อย” ปัดฝุ่นใส่ลูกเล่นใหม่แต่คงอรรถรสความคลาสสิก โดย “เอิน–ณิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล” ทายาทผู้จัดรุ่นใหญ่ “แม่ก้อย–ทาริกา ธิดาทิตย์” แห่งค่ายมาสเตอร์วัน

นางเอกไม่ใช่ใคร ก็หวานใจผู้จัด “จ๊ะ–จิตตาภา แจ่มปฐม” สลัดลุคหวานหั่นผมสั้นในบท “ทองสร้อย” สาวใช้จำเป็นปะทะพระเอก “ปอ–ทฤษฎี สหวงษ์” ในบท “คุณกลาง” เจ้านายสุดเฮี้ยบแนวถนัดสร้างความโรแมนติกคอมเมดี้สุดสนุก

เรื่องย่อ...ทองสร้อย ลูกสาวคนเล็กของ นายทองก้อน พงษ์เดชา เสี่ยใหญ่เจ้าของกิจการทางด้านสุขภาพที่หวังให้ลูกสาวแต่งงาน ในขณะที่ ทองสร้อย ยังสนุกกับงานคอลัมนิสต์กูรูด้านอาหารที่ปารีส ทองก้อน จึงบังคับ ทองโปรย พี่ชายของ ทองสร้อย วางแผนหลอก ทองสร้อย ว่าพ่อป่วยหนักให้รีบกลับมาดูใจ แต่กลับมาพบเซอร์ไพรส์งานแต่งของเธอกับ กุลชาติ หนุ่มเนิร์ดลูกชายเพื่อนสนิทพ่อที่เคยสัญญาใจกันไว้ ทองสร้อย ไม่ยอมโดนคลุมถุงชนหนีออกจากบ้านไปสมัครเป็นแม่บ้านประจำบ้านเวียงคีรี ปลอมตัวเป็นคนรับใช้ชื่อ ทองสร้อย นาไกล มีหน้าที่ทำอาหาร

ครอบครัวเวียงคีรี มี คุณใหญ่ คุณกลาง น้องชายร่วมมารดาของ คุณใหญ่ คุณแหว๋ว ภรรยาแค่ในนามของ คุณกลาง แต่ คุณแหว๋ว รักคุณกลางข้างเดียวและยังมี คุณเล็ก ทองสร้อย ต้องทำงานหนัก แถม คุณใหญ่ คอยกลั่นแกล้ง คุณกลาง เริ่มรู้สึกดีๆกับ ทองสร้อย เพราะติดใจรสชาติอาหารแต่บอกใครไม่ได้เพราะมี คุณแหว๋ว เป็นภรรยา คุณกลาง จับตาดูทองสร้อยเป็นพิเศษเนื่องจากความรู้ที่เกินคำว่าสาวใช้ทั้งด้านอาหารและภาษาอังกฤษ ขณะที่ คุณกลาง พยายามหาใบหน้าที่แท้จริงของ กูรูทางอาหารที่เขาชื่นชอบมากแต่ก็ไม่พบข้อมูลใด

ต่อมา ภายในงานเปิดตัวนิตยสารจากปารีสที่ ทองสร้อย มาในฐานะ มาดามฟองดู เธอตกใจเมื่อรู้ว่า คุณกลาง เป็นแฟนคลับตัวยง ทองสร้อย หนีออกมาจากงานแต่ คุณกลาง ไล่ตามจนเกิดเหตุทำให้หน้ากากหลุด คุณกลาง ประหลาดใจเพราะหน้าตานั้นคล้ายกับ ทองสร้อย แต่ มาดามฟองดู อยู่ในลุคของคุณหนูร้ายเอาแต่ใจ คุณกลาง จึงสับสนในตัว ทองสร้อย มากขึ้น ความจริงแล้วในวัยเด็ก คุณกลาง ได้พบเด็กหญิงคนนึงที่เข้ามาเติมสีสันให้กับชีวิต สอนเขาทำอาหารและขนมอย่าง ช็อกโกแลตฟองดู และยังทิ้งคำพูดว่า “โตขึ้นเป็นแฟนกันไหม” และต้องจากกันไปแต่ยังประทับใจ คุณกลาง มาถึงทุกวันนี้ ต่อมา ทองสร้อย ถูกพากลับมาที่บ้านเพื่อแต่งงานกับ กุลชาติ แต่สองพี่น้องก็ช่วยกันหนี ด้าน คุณกลาง มาตามหา ทองสร้อย ที่บ้านพงษ์เดชา ทองก้อน จึงใช้ คุณกลาง เป็นตัวจัดฉากว่า คุณกลาง เกิดอุบัติเหตุอาการสาหัสอยู่ที่โรงพยาบาล ทองสร้อย กลับมาและสารภาพว่า คุณกลาง คือความทรงจำในวัยเด็กของเธอ คุณกลาง ก็ได้รู้ว่า “มาดามฟองดู” และ “ทองสร้อย” นั้นคือคน คนเดียวกัน!!

สุดท้ายทั้งคู่จะได้ลงเอยหรือไม่ ร่วมด้วย นักแสดงสร้างสีสันคับคั่ง ทั้งนีโน่ เมทนี, กิ๊ก-มยุริญ, เดี่ยว-สุริยนต์, หญิง-รังสิกานต์, อู๋-สมิทธิ ลิขิตมาศกุล, มีน-อภิษฐา, วุฒน์-สุรินทร, แพง-ภิชาภัช, ใบเฟิร์น-อัญชสา, ก้อย-ศิรินุช, ทีน-ศราวุธ ละคร “นางสาวทองสร้อย” ออกอากาศทุกวันศุกร์-อาทิตย์ และหาอ่านได้ใน นสพ.ไทยรัฐทุกวัน.

ติดตามชม “นางสาวทองสร้อย...คุณแจ๋วหมายเลขหนึ่ง” กันอีกครั้ง ในช่วง “ละครดังข้ามเวลา” ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา 08.50-09.05 น. และ เวลา 09.15-10.25 น. เริ่ม 24 พฤศจิกายน 2565 “ดูช่อง 3 กด 33 ดูมือถือกด 3Plus”

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #1 on: 11 October 2026, 16:20:16 »


https://www.thairath.co.th/novel/nangesaotongsoi/ep1/page1

นางสาวทองสร้อย   ตอนที่ 1

ที่ฟิตเนสหรู เครือทองบริสุทธิ์...

ทองก้อน พงษ์เดชา ชายวัยใกล้ 50 แต่ยังดูแข็งแรง หนุ่ม สมาร์ท เท่ เจ้าของ TB Sport Club ส่งเวตที่กำลังยกให้ศักดิ์สิทธิ์คนสนิทเมื่อเห็นทองโปรยลูกชายคนรองเข้ามาบอกว่า “กำลังจะมาถึงแล้วครับ”

“ถึงเวลาสักที ฉันรอวันนี้มานานเหลือเกิน” ทองก้อนยิ้มพอใจ

“แต่มันคือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลนะครับพ่อ!!” ทองโปรยหนุ่มผู้มีหัวใจรักสิ่งแวดล้อมติง ถูกทองก้อนหันมองด้วยสายตาคมกริบ แค่นั้นทองโปรยก็ถอยกรูดไปยืนตั้งหลักทำใจดีสู้เสือ “ทั้งน้อง หรือต่อให้เป็นผมเอง ก็จะไม่มีทางยอม!” ทองโปรยถาม

ศักดิ์สิทธิ์หาเพื่อนว่าเป็นเขาจะยอมไหม ศักดิ์สิทธิ์บอกว่าไม่ “เห็นไหมครับ และผมก็เชื่อว่า ถ้าพ่อไปถามคนไทยทั้งประเทศ ก็ไม่มีใครยอม!”

“ฉันไม่สน ต่อให้คนทั้งโลก สามโลกเลยด้วยก็ได้ โพลออกมายังไง ฉันก็ไม่สน! หน้าที่แกคือ ถ้าฉันสั่งต้องทำตาม ไม่ต้องมาคิดแทน แต่ถ้าอยากจะคิดไปคิดเรื่องที่ฉันไม่ได้สั่ง! ไปได้แล้ว!”

“ครับ” ทองโปรยจำต้องรับคำรีบออกไป

“ทุกคำที่ออกจากปากนักธุรกิจเจ้าของสปอร์ตคลับระดับพันล้านอย่างนายทองก้อน พงษ์เดชา มันต้อง... ศักดิ์สิทธิ์!”

“ครับ นาย” ศักดิ์สิทธิ์ถลาเข้ามา

“ไม่ได้เรียก ไม่ต้องขาน ฉันหมายถึงคำพูดของฉันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใครก็มาลบหลู่หรือไม่ทำตาม...ไม่ได้!”

ทองก้อนหันเดินออกไปสีหน้ามุ่งมั่น แววตาเด็ดเดี่ยว เดินมาถึงหน้าสปอร์ตคลับ โดยมีศักดิ์สิทธิ์เดินตามและมีบอดี้การ์ดสองคนประกบซ้ายขวา เขาหยุดยืนที่หน้าสปอร์ตคลับอันยิ่งใหญ่ ประกาศย้ำสัตยาบันอย่างเด็ดเดี่ยว มั่นคงว่า

“ฉันจะไม่ยอมเป็นคนผิดสัญญา และก็จะไม่ยอมให้ใครมาผิดสัญญากับฉันด้วย วันนี้...ทุกคนจะได้เห็น ว่าฉัน พูดจริงและทำจริง!”

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ...ทองสร้อย พงษ์เดชา วัย 25 ปี ลูกสาวคนเล็กของทองก้อนที่ทั้งสวยและเก่ง เธอจบด้านฟู้ดสไตลิสต์จากปารีส เชี่ยวชาญด้านอาหารทุกประเทศ ทั้งยังเป็นคอลัมนิสต์ในนามปากกา “มาดามฟองดู” เดินทางมาถึงไทย

เธอเป็นหญิงเก่งที่ทำงานคล่องแคล่วว่องไว เธอสนุกกับการทำงานตลอดเวลาแม้แต่ขณะเดินทาง

ooooooo

ที่โชว์รูมใหญ่ เวียงคีรี อันเป็นธุรกิจของครอบครัว เวียงคีรี ที่ประกอบธุรกิจห้างค้าส่งสินค้าตบแต่งบ้านทุกชนิด เป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษ

ปัจจุบันมีคุณใหญ่หรือคุณพิกุลแก้ว สาวโสดวัย 35 ปี พี่สาวคนโตเป็นประธานบริหารและคุณกลางหรือพฤกษ์น้องชายวัย 26 ปี จบด้านการออกแบบตบแต่ง ภายในเป็นรองประธานและเป็นผู้จัดการด้านอินทีเรียดีไซน์

พฤกษ์มีเลขาชื่อเนรัญญา วันนี้แม้เธอจะเป็นหวัดงอมแงมแต่ก็มาทำงาน เธอเดินตามพฤกษ์ที่มาดูไซต์งานเอง ติงว่าเขาไม่น่าต้องมาเองเลยเพราะสถาปนิกกับฝ่ายประสานงานของเราก็อยู่ตรวจงานก่อนส่งมอบงานอยู่แล้ว พูดแล้วก็จาม ฮัดชิ้ว!

“เวียงคีรีเพิ่งรับเหมางานตบแต่งภายในโรงแรมในเครือของวีกรุ้ปทั้งหมด ผมอยากแน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อย”

เนรัญญาเตือนว่าขืนเขาไม่ปล่อยงานแบบนี้ไม่นานเส้นเลือดในสมองแตกแน่ ไอซียูนอนยาวเรียบร้อย ฮัดชิ้ว!

พฤกษ์หันมองดุๆ พูดเฉียบขาด “กลับไปซะ เนรัญญา” เธอนึกว่าเขาไล่ออกรีบขอโทษบอกว่าตนเป็นห่วงสุขภาพของเขาแค่ไม่อยากให้เขาทำงานเยอะจนมีปัญหาครอบครัว ตนก็แค่...

“ผมหมายถึงให้กลับไปพักผ่อนที่บ้าน ไม่ได้ไล่ออก หายเป็นหวัดค่อยกลับมาทำงาน อย่ามาแพร่เชื้อใส่ผม ไม่งั้นถูกไล่ออกจริงๆแน่ คนนะไม่ใช่เหล็ก พังแล้วก็ต้องพัก เข้าใจไหม!”

“อูยยย...เข้าใจค่ะ” พอพฤกษ์เดินออกไปเนรัญญามองเคลิ้ม “รู้นะว่าปากร้ายแต่ใจดี น่ารักอ่ะ...อุ๊ย...หยุด อย่าคิดแบบนี้ บาป...ฮ้าด...เช้ยยยย!!” เนรัญญาจามดังลั่นจนทุกคนในห้องโชว์รูมหันมอง เธอค่อยๆม้วนตัวเดินออกไปอีกทาง

ooooooo

พฤกษ์เดินมาถึงหน้าโชว์รูม พุฒิคนขับรถมา รออยู่แล้ว รีบเปิดประตูตอนหลังเชิญขึ้นรถเพื่อไป โรงแรมที่นัดหมาย

ที่หน้าโรงแรม PURE GOLDEN รถลีมูซีนจอดเทียบที่บันไดหน้าโรงแรม พนักงานโรงแรมกุลีกุจอมาเปิดประตูรถที่นั่งตอนหลัง

สาวสไตล์เปรี้ยว เท่ ใช้แบรนด์เนม ใส่แว่นกันแดดโฉบเฉี่ยว ก้าวลงจากรถลงมายืนสง่า เธอเดินเข้าไปในโรงแรมทั้งที่ยังคุยโทรศัพท์เป็นภาษาฝรั่งเศสอย่างติดพัน

อึดใจเดียว รถคันหรูของพฤกษ์ก็เข้ามาจอด พุฒิรีบลงไปจะเปิดประตูรถให้แต่พฤกษ์เปิดลงมาเองก่อนแล้ว ขณะเขาเดินเข้าโรงแรม มือถือเขาดังขึ้น

“ฮัลโหล จีจี้ คุณอยู่ที่โรงแรมหรือเปล่า” พฤกษ์เดินมาหยุดข้างๆทองสร้อยแต่หันหลังให้กัน “ดี...เพราะตอนนี้ผมก็อยู่ที่โรงแรมเหมือนกัน”

ทั้งพฤกษ์และทองสร้อยต่างคุยโทรศัพท์ธุระของตน เสร็จแล้วเก็บโทรศัพท์หันหน้ากลับมาหากัน แต่ต่างง่วนอยู่กับการเก็บโทรศัพท์จึงไม่มีใครเห็นใคร จากนั้นต่างแยกไปกันคนละทาง โดยทองสร้อยมองหาทองโปรย และพฤกษ์มองหาจีจี้

ooooooo

ทองโปรยเห็นทองสร้อยแล้วแต่ไม่กล้าไปเผชิญหน้า แอบอยู่หลังเสาโทร.หาแทน พอเห็นชื่อ “พี่ทองโปรย” ที่หน้าจอมือถือ ทองสร้อยรับสายเหวี่ยงใส่ทันที

“ไหนว่าคุณพ่อป่วยหนัก โคม่าอยู่โรงพยาบาล สร้อยก็รีบทิ้งทุกอย่างที่ปารีส แต่พอมาถึง กลับให้คนพามาที่โรงแรม คืออะไร! ตอบ!!” ทองโปรยสะดุ้งเฮือกบอกน้องให้ใจเย็นๆ ตนจะค่อยๆอธิบายให้ฟัง “มาพูดกันซึ่งๆหน้า! ไม่งั้นบึ้ม!”

“โอย...งั้นไม่ต้องพูด ไปเจอของจริงเลยดีกว่า คำตอบอยู่ที่ห้องแกรนด์บอลรูมชั้นสอง” พูดจบตัดสายทันที

ทองสร้อยหันมองรอบๆ เห็นหลังทองโปรยเดินอ้าวไปทางหนึ่งอยู่ไวๆ เธอโกรธจัดตะโกนลั่น

“ไอ้พี่ทองโปรย!!!” ทองสร้อยไม่แคร์สายตาที่มองมาเป็นตาเดียว แหวกผู้คนวิ่งไล่ตามทองโปรยไปทันที เธอวิ่งไม่เกรงใจใคร ไล่ตามทองโปรย ผ่านด้านหลังของจีจี้ ปากก็ตะโกน “ไอ้...พี่...ทอง...โปรยยยยยยย หยุดเดี๋ยวนี้...”

ทองโปรยไม่หยุด ทองสร้อยไล่ล่าอย่างดุเดือดจนพฤกษ์ต้องดึงจีจี้ให้พ้นวิถีพิฆาต เมื่อวิ่งไม่ทันใจ ทองสร้อยถอดรองเท้าส้นสูง 4 นิ้วหิ้ว วิ่งเท้าเปล่าตามไป แต่ทองโปรยไวทายาดวิ่งหายจากสายตาไปแล้ว

พฤกษ์ดึงจีจี้ถลำเข้าไปในอ้อมกอด พอทองสร้อยวิ่งผ่านไปก็บ่น

“มาไล่ตีอะไรกันที่นี่ ไม่อายชาวบ้านเขารึไง”

“ท่าทางเหมือนจะเป็นเมียที่จับได้ว่าผัวมีเมียน้อยนะคะ” จีจี้เลขาคุณใหญ่วัยยี่สิบเศษส่งสายตาให้พฤกษ์

ในอ้อมกอดเขา พฤกษ์รู้สึกตัวคลายแขนออกเอ่ยขอโทษถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า จีจี้ทำตาปริ๊บๆ บอกว่า “เป็นค่ะ... เป็นอะไรไม่รู้ ใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเหมือนอาการของคนที่กำลังตกหลุมรัก”

พฤกษ์รู้ทัน พูดกลบเกลื่อนเตือนสติในทีว่า “จะรักใครก็ดูดีๆ แต่อย่าไปรักคนที่มีครอบครัวแล้ว ผมไม่อยากให้ลูกน้องตายไปแล้วตกนรก ปีนต้นงิ้ว อยากให้ไปที่ดีๆ ที่เรียกว่าสุคติ” พูดแล้วเห็นจีจี้อึ้ง พฤกษ์ชวนรีบไปกันเถอะแล้วเดินนำไปเลย

จีจี้รู้ตัวว่าถูกด่าบ่นว่าแรงแต่ไม่แคร์ มองตามพฤกษ์ไปด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ จัดเสื้อผ้าให้เข้ารูปทรงแล้วรีบเดินตามไป

ooooooo

ทองสร้อยเดินหาทองโปรยไปเรื่อย นึกได้ว่าทองโปรยบอกให้ไปพบกันที่ห้องบอลรูม พอเจอเธอผลักประตูเข้าไป

ภายในห้อง บรรยากาศฟุ้งไปด้วยม่านหมอก ทองสร้อยตะลึงอึ้ง นึกถึงอดีตสมัยเด็กที่เคยเล่นกับพฤกษ์ ทองสร้อยเล่นขายของประสาเด็กผู้หญิง ชวนพฤกษ์โตขึ้นเราแต่งงานกันนะ พฤกษ์ถามว่ารู้เหรอว่าแต่งงานคืออะไร

“พ่อแม่แต่งงานกันแล้วได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา เราอยากให้เธออยู่ด้วย เธอจะได้เล่นกับเราทุกวัน”

“เล่นขายของน่ะเหรอ ไม่เอา เราไม่ใช่ผู้หญิง” เห็นทองสร้อยก้มหน้าเศร้า พฤกษ์ปลอบ “จะรอเราได้เหรอ เรายังไม่รู้เลยว่าจะได้กลับมาอีกไหม”

“รอสิ...เราจะรอ...” เด็กหญิงทองสร้อยกับเด็กชายพฤกษ์ยิ้มให้กันแล้วเดินจูงมือผ่านม่านหมอกไปด้วยกัน ด้วยความหวังว่า “ทุกอย่างจะเข้ามาหาคนที่อดทนรอได้... เท่านั้น”

ทองสร้อยสะดุ้งจากภวังค์ เห็นภายในห้องกลายเป็นห้องจัดแต่งงานที่สวยงาม ทุกอย่างพร้อมแล้ว ภายในห้องมีเจ้าบ่าวคือ กุลชาติ ยืนอยู่กับคุณพ่อคือสาทร ทั้งสองยิ้มดีใจให้ทองสร้อย ส่วนอีกฟากหนึ่ง มีกุลธิดาน้องสาวของกุลชาติกับศักดิ์สิทธิ์ยืนยิ้มให้ทองสร้อยอยู่

ขณะทองสร้อยยังไม่ทันตั้งตัว ก็ถูกบรรดาสาวๆ กลุ้มรุมกันเข้ามาใส่โน่นเติมนี่ติดกระโปรง จนกลายเป็นชุดเจ้าสาวสมบูรณ์สวยงามในพริบตา

“นี่มันอะไรกัน คิดจะทำอะไร!” ทองสร้อยได้สติร้องถาม วินาทีนั้น ทองก้อนกับทองโปรยก็เข้าประกบเธอทันทีทองโปรยกระซิบบอกน้องว่า

“เพราะสร้อยต้องเข้าพิธีแต่งงาน ใน...ฐานะเจ้าสาวของกุลชาติลูกชายของคุณลุงสาทรเพื่อนพ่อ”

ทองสร้อยช็อก!!!

ทองก้อนที่ยืนหนีบอยู่อีกข้างบอกลูกสาวว่า

“ตามคำสัญญาที่ฉันเคยให้ไว้กับพี่สาทรว่า เมื่อแกอายุครบยี่สิบห้าปีเมื่อไหร่ จะให้แต่งงานกับลูกชายคนโตของเขาเพื่อความสัมพันธ์ที่กระชับแน่นของครอบครัวเรา”

ทองสร้อยช็อกไปอีกครั้ง!!

แล้วทองก้อนกับทองโปรยก็หิ้วทองสร้อยเข้าไปทันที แขกต่างพากันแปลกใจที่เจ้าสาวถูกหิ้วจนเท้าลอยเข้าพิธี

“ปล่อยหนูนะ สัญญาของพ่อก็เป็นเรื่องของพ่อ ไม่เกี่ยวกับหนู!” ทองสร้อยดิ้นเร่าๆ แต่ถูกหนีบไว้แน่นดิ้นไม่หลุด

“เกี่ยวสิวะ แกเคยสัญญากับฉันว่าแกจะไม่ทิ้งฉันไปไหน แต่แกก็ทิ้งฉันไปอยู่ปารีส ให้กลับก็ไม่กลับ เพราะฉะนั้นนี่คือวิธีที่จะทำให้แกรักษาสัญญากับฉันด้วยการแต่งงานซะ!!”

ทองสร้อยโวยวายว่าตรรกะอะไรของพ่อ ทองโปรยเถียงแทนพ่อว่า “ตรรกะของพ่อ คืออะไรก็ได้ที่ทำให้ได้อย่างที่อยากได้ สั้นๆ...แถ!” เลยถูกทองก้อนเรียกปราม และทองสร้อยก็โวยวายว่าเพราะพ่อเป็นแบบนี้ใครๆถึงได้หนีพ่อไปหมด

“เหลือไอ้ทองโปรย”

“รวบรวมความกล้าได้เมื่อไหร่ก็ไปครับ” ทองโปรยเผลอโพล่งออกไป พอถูกทองก้อนถามว่าว่าไงนะ ทองโปรยก็ซีดเสียงอ่อยว่า เปล่าครับ ทองสร้อยเรียกพ่ออย่างอ้อนวอน ถูกทองก้อนตัดบทว่า

“พอแล้ว แกจะหาว่าฉันไม่มีเหตุผลไม่มีหัวใจอะไรก็ช่างหัวแก ฉันไม่แคร์ แต่วันนี้...แกต้องมีผัว!!”

“หนูไม่แต่ง!!” ทองสร้อยแผดเสียงลั่นจนทุกคน

ในห้องเงียบงันไปหมด ทองก้อนกับทองโปรยก็ชะงัก

ทองสร้อยมองไปที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างขอความช่วยเหลือ ศักดิ์สิทธิ์ถอนใจเฮือกก่อนตัดสินใจตะโกน

“ไฟไหม้!!!”

เท่านั้นเองคนในห้องแตกฮือวิ่งกันอลหม่านทุกคนต่างวิ่งหาคนของตัว บาทหลวงวิ่งอ้าวออกไปก่อนแล้ว ทองโปรยกับทองก้อนละล้าละลัง ทองสร้อยฉวยโอกาสนั้นสะบัดหลุดวิ่งออกจากห้องไปทันที ทองก้อนตะโกนให้ทองโปรยจับน้องไว้เอามาเข้าพิธีแต่งงานให้ได้ สาทรถามว่าจะแต่งกับใครถ้าเจ้าบ่าวถูกไฟคลอกตาย

“ก็แต่งกับศพมันไง!” ทองก้อนตะบี้ตะบัน แต่ไม่มีใครเล่นด้วยต่างหนีเอาชีวิตรอดกันอลหม่าน

ทองสร้อยวิ่งหนีออกไปได้ก็ถอดเครื่องประดับชุดเจ้าสาวทิ้งทีละชิ้น...ทีละชิ้นและต้องคอยเหลียวมองเฉวียงลูกน้องทองโปรยกับพวกที่ไล่ตามมา

ooooooo

พฤกษ์ตรวจงานเสร็จเขาหงุดหงิดมากที่งานไม่ได้ดั่งใจ สั่งจีจี้ให้รื้อทำใหม่หมด ถ้ายังไม่รู้ว่า มาตรฐานของตนเป็นอย่างไรก็คงมีผลต่ออนาคตของเธอที่นี่

ทองสร้อยวิ่งหนีมาถึงหน้าโรงแรม พฤกษ์เดินหงุดหงิดมาขึ้นรถ พุฒิมัวแต่เล่นไลน์กับชบาเมียที่เป็นแม่บ้านอยู่ที่บ้านพฤกษ์ ทองสร้อยมุดเข้าไปในรถเอาเสื้อนอกของพฤกษ์คลุมแล้วนั่งคุดคู้ที่พื้นรถคนละมุมกับที่พฤกษ์นั่งคุยโทรศัพท์กับพี่ใหญ่อยู่เลยไม่ทันได้สังเกต

ทองสร้อยโผล่หน้าออกมาดูพฤกษ์เป็นระยะ จนเขาเห็น ทุกคนตกใจที่เห็นกัน พุฒิรีบเอารถจอดข้างทาง

“คุณขึ้นรถผมมาได้ยังไง” พฤกษ์ตวาดถาม ทองสร้อยไม่ตอบแต่หนีลงจากรถวิ่งอ้าวไป พฤกษ์เห็นหลังไวๆ คล้ายจะจำได้แต่ก็ไม่ติดใจ ตำหนิพุฒิที่ดูแลรถยังไงคนขึ้นมาทั้งคนยังไม่รู้เรื่อง พุฒิสารภาพว่าตนมัวแต่แชทกับชบาเลยเผลอไป

“ไป ขึ้นรถ” พฤกษ์สั่งหงุดหงิด พุฒิรีบขึ้นรถขับออกไป

ooooooo

ทองสร้อยหนีไปได้แล้วจะเรียกแท็กซี่จึงรู้ว่าตัวเองมาตัวเปล่าไม่มีทั้งเสื้อผ้าและเงินติดกระเป๋าเลยแม้แต่บาทเดียว แต่ทองสร้อยก็ตัดสินใจโบกแท็กซี่ไปตายเอาดาบหน้า

ฝ่ายทองก้อนกับสาทร เมื่อรู้ว่าทองสร้อยหนีไปแต่ตัวก็เชื่อว่าไปได้ไม่ไกลเดี๋ยวก็ซมซานกลับมา

กุลธิดาถามทองโปรยว่าหาทองสร้อยเจอไหม พอรู้ว่าไม่เจอก็มีความหวังขึ้นมาว่าจะได้เป็นคู่สำรองทำให้สัญญาของทองก้อนเป็นจริง กุลธิดาดีใจดี๊ด๊าว่าตนพร้อมแล้ว ในขณะที่ทองโปรยพูดเซ็งๆว่า ตนไม่เคยพร้อมเลย

ทองก้อนถามกุลชาติว่ารักทองสร้อยจริงหรือเปล่า เขาบอกว่ารักจริงตนหลงรักทองสร้อยมาตั้งแต่เด็กแล้วทั้งๆที่มีผู้หญิงหลายคนอยากได้ตนแต่ตนไม่สนใจ ตนมั่นคงกับทองสร้อยตลอดมา ทองก้อนบอกว่า ทองสร้อยไม่ได้รักเขา

“ผมมั่นใจ หลังจากแต่งงานกันแล้ว ทองสร้อยต้องตกหลุมรักผมได้ไม่ยาก คุณอาเชื่อผมเถอะครับ ผมจะดูแลทองสร้อยให้ดีที่สุด”

“ถ้าทองสร้อยไม่ได้เต็มใจที่จะแต่งงานกับกุลชาติก็ช่างเถอะทองก้อนฉันไม่โกรธหรอก ฉันเข้าใจ ไม่เป็นไรนะถ้าแกจะไม่รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับฉัน” สาทรเอ่ย

“ผมไม่มีทางผิดคำสัญญา พี่ก็รู้ว่าคำพูดเป็นนายเรา ที่ผมประสบความสำเร็จมาได้ทุกวันนี้ นอกจากที่พี่เคยช่วยเหลือผมเอาไว้ก็เพราะคำพูดคำไหนคำนั้นของผม”

“แค่เงินสองพันที่ฉันให้แกไปทำทุน มันไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร”

“พี่ครับ สบายใจเถอะครับ สำหรับผมมันไม่ได้มีค่าแค่สองพัน แต่มันหมายถึงชีวิตทั้งชีวิตของผม พี่สบายใจเถอะครับ ภายในหนึ่งเดือน งานแต่งของลูกเราจะต้องเกิดขึ้น ทองสร้อยจะต้องกลับมาและเปิดใจรักกุลชาติ!!!”

ทองก้อนตวัดสายตามาสำทับทองโปรย ทองโปรยจะทักท้วงแต่ไม่กล้าพอ ทองก้อนยังคงพูดต่ออย่างมั่นใจว่า

“ทองโปรยจะช่วยผมตามทองสร้อยกลับมาเต็มที่ แต่ถ้ามันทำไม่ได้ ผมสู่ขอกุลธิดามาเป็นลูกสะใภ้เผื่อไว้เลยก็แล้วกัน”

ทองโปรยอึ้ง เครียดมองพวกสาทรอย่างไม่ไว้ใจ ในขณะที่ทางครอบครัวสาทรต่างยิ้มอย่างสมใจหมาย

ทองก้อนหน้านิ่ง มั่นใจมากว่างานนี้ต้องสำเร็จ ไม่มีวันล้มเหลวเด็ดขาด

ooooooo

ทองสร้อยนั่งแท็กซี่ไปหาเนรัญญาที่คอนโด บอกให้แท็กซี่รอแล้วขึ้นไปหาเพื่อน โชคดีที่เนรัญญาอยู่ เนรัญญาแปลกใจว่าทำไมจู่ๆทองสร้อยโผล่มาถามว่าไม่ใช่อยู่ปารีสหรือทำไมถึงได้เยินอย่างนี้ล่ะ

ทองสร้อยว้ากใส่ว่าขอค่าแท็กซี่หน่อย เนรัญญาถามว่านั่งแท็กซี่มาจากปารีสหรือ

“ฮ่วย! ผู้หญิงคนนี้พูดมากอีหลี” ทองสร้อยปล่อยภาษาอีสานออกมา เนรัญญาทึ่งที่ทองสร้อยยังพูดได้แต่ติงว่ามันเพี้ยนไปหน่อยนะ เสียชื่อหมด แม่เป็นถึงสาวเวียงจันทน์ถึงจะย้ายมาอยู่อุดรตั้งแต่เด็กแต่แกดัน...”

ทองสร้อยตัดบทว่าตนไม่ได้พูดกับใครนอกจากกับแม่และแม่ก็ตายไปนานแล้วเร่งให้เอาเงินค่าแท็กซี่มาเลยแปดสิบบาท เนรัญญาจึงหยิบเงินให้

ooooooo

ทองก้อนรู้ดีว่าคนที่ตะโกนว่าไฟไหม้จนงานล่มไม่เป็นท่าคือศักดิ์สิทธิ์ เมื่ออยู่กันสองคน ทองก้อนพูดอย่างเจ็บใจว่า

“ถ้าฉันไม่คิดว่านายเป็นเพื่อนที่ดูแลกันมานาน ฉันคงไล่ตะเพิดนายไปแล้วที่ร้องตะโกนไฟไหม้แบบนั้น”

“ผมรู้ว่าท่านทราบดี และขอบพระคุณครับที่ไม่ไล่ตะเพิดผม”

“แล้วยังไง จะหาทางส่งข่าวไปบอกทองสร้อยด้วยไหมว่าฉันกำลังส่งคนไปตามล่าหามันชนิดถ้าต้องพลิกแผ่นดินหาฉันก็จะทำ” ศักดิ์สิทธิ์ท้วงติงว่าเขาทำอย่างนั้นก็จะยิ่งผลักไสให้ทองสร้อยหนีไปจากชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ “ถ้าไม่บังคับ ฉันก็ไม่เคยได้อะไรจากพวกมัน”

“เคยลองใช้วิธีอื่นแล้วเหรอครับ วิธีบังคับ ได้ผลกับคุณทองโปรย แต่ไม่ได้ผลกับคุณทองสร้อย ท่านน่าจะทราบดี”

ทองก้อนตวาดว่าไม่ต้องมาสอน ศักดิ์สิทธิ์บอกว่าไม่ได้สอนแค่สะท้อน แล้วสะท้อนต่ออีกว่า

“ขอสะท้อนอีกอย่างนะครับ ไม่รู้สึกบ้างเหรอครับว่าครอบครัวคุณสาทรกำลังใส่หน้ากากคุยกับท่าน”

ทองก้อนบอกว่าทำไมจะไม่รู้ว่าพวกนั้นต้องการเงินจากตนมากแค่ไหน ย้อนถามว่าคิดหรือว่าตนจะถูกสาทรคนใจใหญ่มือเติบใช้เป็นเครื่องมือ พูดอย่างหมายมาดว่า “พวกเขาต่างหากที่กำลังถูกฉันสอนมวย”

แผนของทองก้อนคือ เมื่อแต่งงานกันแล้วจะไม่ให้จดทะเบียนสมรส และเงินที่จะให้สาทรเอาไปกู้สถานการณ์ธุรกิจไม่ได้ให้เปล่าๆ แต่จะให้กู้ สาทรต้องลุกขึ้นมาด้วยการลงมือทำไม่ใช่แบมือขอ นี่คือวีการตอบแทนผู้มีพระคุณที่ดีที่สุด ศักดิ์สิทธิ์ถามว่าเขาจะยอมแลกอิสรภาพของลูกๆ กับการตอบแทนผู้มีพระคุณรึ มีคนเห็นแก่ตัวมากขนาดนี้อยู่ในโลกด้วยหรือ

“คนอื่นหลอกท่านรู้ทัน แต่เวลาที่ท่านหลอกตัวเองกลับไม่รู้ เก็บหน้ากากไว้ใช้ที่อื่นเถอะครับ อย่าเอามาใส่กับคนในครอบครัวเลย ขอบพระคุณครับ” ศักดิ์สิทธิ์โค้งแล้วรีบออกไป ทองก้อนพูดอย่างไม่ยอมรับสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์เตือนสติว่า

“ฉันเป็นคนที่จริงใจที่สุดในโลกนะเว้ย!!!”

ooooooo

ทองสร้อยมาอยู่กับเนรัญญาที่กำลังเป็นไข้พอดี เธอบ่นกับเพื่อนอย่างกดดันเรื่องถูกพ่อหลอกว่าป่วยเรียกให้รีบกลับเมืองไทย ที่แท้หลอกให้มาแต่งงานกับผู้ชายที่เห็นหน้าแล้วยิ้มให้เหมือนอยากมีลูกกับตนสักสิบคน

ทองสร้อยกวาดบ้านไปก็บ่นไปไม่หยุด

“มันกล้าดียังไงมาแต่งงานกับฉัน มันคิดว่ามัน เป็นใคร แล้วมันคิดว่าฉันเป็นใคร ฉันคือนางสาวทองสร้อย พงษ์เดชา ที่คิดว่าชาตินี้จะไม่มีวันแต่งงานเลยด้วยซ้ำ” เนรัญญาผงกหัวขึ้นถามว่าผู้ชายหล่อไหม พอทองสร้อยบอกว่าจืดมากก็เชียร์ว่าสมควรหนี แล้วนอนต่อ ในขณะที่ทองสร้อยก็ยังบ่นไม่หยุด “พ่อนะพ่อ เผด็จการ แคร์แต่สัญญาที่ให้ไว้กับคนอื่น แต่ไม่แคร์หัวใจลูกเลย ฮึ่ย!!!”

ทองสร้อยทั้งกวาด เช็ด ล้าง ขัด ถู ทนเห็นพื้นห้องน้ำมีร่องดำๆไม่ได้ก็เอาแปรงสีฟันที่เนรัญญาเพิ่งซื้อมาขัดร่องดำออก เนรัญญาฟังเพื่อนบ่นแล้วถามว่าเคยลองคุยกับพ่อบ้างไหม

“ไม่ใช่ฉันไม่เคยคุย แกฟังที่ไหน คุยกันไม่เคยเกินสองประโยค พังทุกที คอยดูนะ ฉันจะหนีไปให้ไกล สุดหล้าฟ้าเขียว ถ้ายังคิดจับฉันคลุมถุงชน ชาตินี้ก็จะไม่เห็นหน้าฉันอีก” เนรัญญาติงว่ายังไงเขาก็พ่อนะ “จนกว่าเขาจะยอมล้มเลิกสัญญาบ้าบอนั่น จนกว่าจะเลิกยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง วันนั้นฉันถึงจะกลับมาอยู่กับเขาตามสัญญา”

จู่ๆเนรัญญาก็ไข้ขึ้นจนทนไม่ไหวบอกว่าตนจะตายแล้ว ทองสร้อยวิ่งพล่านหากุญแจรถและกระเป๋าเงินเพื่อพาเพื่อนไปส่งโรงพยาบาล

ooooooo

ที่บ้านเวียงคีรี บรรยากาศตึงเครียดเมื่อคุณใหญ่ไล่สาวใช้ที่เธอหาว่าแต่งตัวยั่วผู้ชาย ระแวงว่าจะอ่อยพฤกษ์ใช้เต้าไต่ขึ้นมาเป็นคุณนายคนที่สองออกจากงาน

เมื่อสาวใช้ไปไม่ทันใจก็โวยวายจนชบาเมียของพุฒิที่ดูแลคนใช้อยู่บอกว่านังเจีย คือเจียรนัยหลานสาวของตนกำลังช่วยขนของอยู่ คุณแหววภรรยาในทางนิตินัยของพฤกษ์เอาเงินใส่ซองให้สาวใช้และเรียกแท็กซี่ให้ ก็ถูกคุณใหญ่บ่นว่าให้ทำไม เพราะทำงานยังไม่ครบกำหนด แถมมีความผิดสมควรถูกไล่ออกโดยไม่จ่ายค่าแรงตามที่สัญญาระบุไว้

คุณแหววบอกว่าให้เป็นน้ำใจเร่งสาวใช้รีบรับไป สาวใช้ไหว้ขอบคุณแล้วรับซองเงินไป

“รีบๆไปซะ ถ่วงเวลารอใคร หา!! ไป๊!!!” คุณใหญ่ไล่เขวี้ยงกระเป๋าสาวใช้ออกไป กระเป๋าตกลงตรงเท้าพฤกษ์ที่กำลังเข้ามาพอดี เห็นสภาพและอารมณ์ของพี่สาวแล้ว พฤกษ์รู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เขาถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย

พฤกษ์นั่งคุยกับคุณใหญ่โดยมีคุณแหววนั่งสีหน้าไม่ค่อยดีเพราะรู้สึกเหมือนจะเป็นลม พฤกษ์ถามคุณใหญ่ว่านี่เป็นคนที่ห้าในเวลาไม่ถึงเดือนที่ถูกไล่ออก คราวนี้ไล่ออกด้วยเหตุผลอะไรหรือ คุณใหญ่อ้างว่าเป็นงานส่วนของตนเขาไม่ต้องก้าวก่าย พฤกษ์ดักคอพี่สาวว่า

“ที่พี่ใหญ่บ่ายเบี่ยงไม่บอกผม เพราะมันเกี่ยวกับผม”

“ไม่เกี่ยว! คุณแหววเมียเธอก็ไม่เกี่ยว” คุณใหญ่เสียงดังใส่ปิดปากน้องชาย แต่ที่มุมหนึ่ง ชบา พุฒิและเจียรนัยแอบฟังอยู่ เจียรนัยจีบปากจีบคอบ่นว่า

“โอย...ยังจะแถ คนเขารู้กันทั้งหมู่บ้านแหละว่าที่คุณใหญ่ไล่สาวใช้ออกบ่อยๆ เพราะกลัวจะมาทอดสะพานให้คุณกลาง” ถูกชบาเอ็ดเบาๆ ให้เก็บปาก! พอเจียรนัยหยุดพุฒิก็พูดต่อว่า

“คิดได้นะคนเรา คงจะว่างเลยฟุ้งซ่าน สงสัยต้องหาผัวให้คุณใหญ่สักคนแล้วมั้งเมียจ๋า แกจะได้เลิกวุ่นวายกับชีวิตครอบครัวคนอื่นสักที” ชบาถามว่าใครจะเอาพอพุฒิกับเจียรนัยทำเสียงสงสัย ชบาแก้เกี้ยวว่า

“ฉันหมายถึงคุณใหญ่ไม่คิดจะมีสามีหรอก กลัวช้ำใจ กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย”

พฤกษ์ฟังคุณใหญ่แล้วรู้ว่าพี่สาวคิดอะไร ยังไง ติงว่า “พี่ใหญ่ครับ ประวัติศาสตร์ไม่มีวันเหมือนเดิม ถ้าเราเรียนรู้จากความผิดพลาด และผมก็มั่นใจว่าผมไม่มีทางทำอย่างที่พี่ใหญ่กลัว”

“อย่าพูดเลยคุณกลาง คุณพ่อก็เคยพูดอย่างนี้กับคุณแม่ สุดท้ายก็ไม่รอด ไปคว้าเอาคนใช้ในบ้านทำเมีย ทำให้คุณแม่ต้องช้ำใจ”

คุณเล็กที่เป็นน้องคนละแม่ในชุดนักศึกษาเดินมาได้ยินพอดี เธอชะงัก พฤกษ์และคุณแหววเห็นคุณเล็กก็หน้าเจื่อน พยายามจะห้ามคุณใหญ่แต่ไม่ทัน

“ยังไม่พอ! ยังคลอดลูกออกมาให้เป็นตัวประจานความมักมากของตัว ประจานความสำส่อนของนังก้นครัว จนคุณแม่ต้องช้ำใจตาย!”

พฤกษ์และคุณแหววมองคุณเล็กอย่างเห็นใจ คุณใหญ่ มองตามสายตาเห็นคุณเล็กก็มองอย่างเกลียดชังและพูดต่อ

“พี่ไม่มีทางยอมให้เรื่องอัปยศแบบนี้มันเกิดขึ้นในบ้านอีกเป็นครั้งที่สอง พวกกำพืดต่ำแต่หวังสูง อยากสุขสบายด้วยการใช้เต้าไต่เหมือนแม่ของใครบางคน มันต้องถูกกำจัด!”

คุณเล็กยืนนิ่ง อึ้ง คุณใหญ่ลุกสะบัดเดินผ่านคุณเล็กไปไม่แม้แต่จะมอง พฤกษ์ลุกมาหาคุณเล็กตบไหล่ ปลอบใจเบาๆ

คุณเล็กพยายามไม่ให้น้ำตาไหลออกมา เข้มแข็ง ยิ้มสู้ เดินเข้าข้างใน พฤกษ์กับคุณแหววมองตามไปด้วยความเห็นใจ

คุณใหญ่เดินไปหยุดยืนที่หน้ารูปคุณพ่อและคุณแม่ ที่ติดคู่กัน บอกกล่าวท่านทั้งสองว่า

“ช่วยเข้าใจใหญ่ด้วยนะคะ คุณพ่อ คุณแม่ ใหญ่ ทำเพื่อปกป้องคนที่ใหญ่รักมากที่สุดเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ให้ทำเรื่องเสื่อมเสียและย่ำยีศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงอย่างที่คุณพ่อเคยทำกับคุณแม่...ใหญ่ทำหน้าที่ลูกของคุณพ่อได้แค่ยอมให้ลูกเมียน้อยมันอยู่ในบ้าน ได้เรียนได้มี ในสิ่งที่คุณพ่อจัดสรรให้มัน แต่คุณพ่อห้ามใหญ่เกลียดมันไม่ได้!”

คุณใหญ่ยืนจ้องรูปของคุณพ่อคุณแม่ด้วยความรู้สึกสะเทือนใจอย่างรุนแรง ก่อนจะเดินออกไป

ooooooo

พฤกษ์กับคุณแหววเดินมาเห็นคุณเล็กดูรูปแม่ในล็อกเกตที่ห้อยคอตัวเองอยู่อย่างเจ็บปวดจนน้ำตาไหลออกมาจนได้ พฤกษ์บอกคุณแหววว่าตนจะคุยกับคุณเล็กเอง เธอมีอะไรต้องทำก็ไปทำเถอะ

“ค่ะ แหววจะไปช่วยชบาเตรียมอาหารเย็น

นะคะ กำลังฝึกทำอาหารกับชบาวันหลังจะได้โชว์ฝีมือ ทำให้คุณกลาง...” พฤกษ์มัวแต่เป็นห่วงคุณเล็ก ไม่ได้ฟังคุณแหววพูด เขาผละไปทั้งที่คุณแหววยังพูดไม่จบ ทำให้คุณแหววอดน้อยใจไม่ได้

พฤกษ์เข้าไปนั่งคุยกับคุณเล็ก แสดงความยินดีที่คุณเล็กเรียนจบแล้ว ให้กำลังใจว่าคุณพ่อกับคุณแม่ของคุณเล็กก็คงดีใจเหมือนตน คุณเล็กขอบคุณที่ให้กำลังใจตนตลอดมา พูดอย่างซึ้งใจว่า “ถ้าไม่มีคุณกลาง เล็กก็คงไม่มีวันนี้”

พฤกษ์บอกว่าคุณเล็กเป็นน้องสาว ตนก็ต้องดูแล คุณเล็กพูดอย่างน้อยใจว่าก็มีแต่คุณกลางคนเดียวที่นับตนเป็นน้อง

พฤกษ์แก้ต่างให้พี่สาวว่าอย่าโกรธคุณใหญ่เลยเพราะกำลังหงุดหงิดเรื่องต้องหาสาวใช้คนใหม่ คุณเล็กบอกว่าตนเคยชินกับความเกลียดของคุณใหญ่ที่มีให้ตนแล้ว

“เคยชิน...แล้วเมื่อกี้ร้องไห้ทำไม ถ้าเคยชินต้องยิ้มสู้ เข้มแข็งไม่สะเทือนไม่ว่าคุณใหญ่ จะพูดหรือทำอะไรกับเรา”

“เมื่อกี๊เล็กคิดถึงแม่...อยากกอดแม่แล้วบอกแม่ว่า เล็กเรียนจบแล้วนะ” พูดแล้วน้ำตาซึมขึ้นมาอีก แต่พยายามเก็บกลั้นเอาไว้และยิ้มสู้ พฤกษ์มองอย่างเห็นใจ

ทันใดนั้น เจียรนัยวิ่งหน้าตื่นมาบอกว่า “คุณกลางขา ...คุณแหววหน้ามืดหมดสติค่ะ!” ทั้งพฤกษ์และคุณเล็กตกใจ

ooooooo

ทองสร้อยพาเนรัญญาเข้าโรงพยาบาล พบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ต้องนอนโรงพยาบาล ทองสร้อยคิดหนักว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี

คุณแหววเข้าโรงพยาบาลเดียวกัน หมอบอกพฤกษ์ว่าคุณแหววเธอซีดมากต้องให้เลือด พรุ่งนี้น่าจะกลับไป

พักต่อที่บ้านได้ บอกพฤกษ์ว่า “คุณกลางต้องคอยย้ำกับคุณแหววนะครับว่าภาวะเลือดจางของคุณแหววต้องกินยาบำรุงเลือดอย่าให้ขาด ไม่อย่างนั้นค่าเม็ดเลือดแดงจะตกมากจนทำให้หน้ามืดเป็นลมง่าย อันตรายนะครับ”

พออยู่กันลำพัง คุณใหญ่ตำหนิพฤกษ์ทันทีว่าควรเอาใจใส่ดูแลคุณแหววบ้าง ไม่ใช่ทิ้งๆ ขว้างๆ อย่างที่เป็นอยู่บ่นว่า

“ดูซิ มัวแต่ดูแลผัว ช่วยพี่ดูแลบ้านจนลืมกินยา หัวใจทำด้วยอะไรคุณกลาง ทำไมถึงได้แข็งกระด้างนัก”

“พี่ใหญ่รู้ดีแก่ใจว่าเพราะอะไร” พฤกษ์พูดแล้วเดินออกไป ทิ้งคุณใหญ่ให้นั่งอึ้งหงุดหงิดอยู่คนเดียว

เรื่องที่พฤกษ์บอกว่าคุณใหญ่รู้ดีแก่ใจว่าเพราะอะไรนั้น เป็นเรื่องที่สองพี่น้องรู้กัน คุณแหววนอนฟังอยู่เหมือนไม่รับรู้อะไร แต่ที่แท้ได้ยินทุกถ้อยคำ นอนน้ำตาไหลเป็นทาง

แต่ที่ทั้งสองไม่รู้คือ ก่อนหน้านี้ คุณแหววตั้งใจไม่กินยาตามหมอสั่งเพราะต้องการทำตัวให้อ่อนแอ เรียกร้องความสนใจจากพฤกษ์จนเป็นลมหมดสติไปนั่นเอง

ทั้งทองสร้อยและพฤกษ์ต่างออกมานั่งพักนอกห้องพักคนป่วย ต่างอยู่ในความคิดคำนึงของตัวเองจึงไม่ได้สนใจกัน กอปรกับทองสร้อยมีหน้ากากอนามัยคาดไว้ด้วย จึงยิ่งไม่เป็นที่สะดุดตากัน

ooooooo

ทองก้อนให้ทองโปรยตามล่าทองสร้อยจนเขารู้สึกว่าพ่อทำเหมือนน้องเป็นอาชญากรทั้งทองโปรยและเฉวียงเที่ยวออกตามหาทองสร้อย ที่สถานีขนส่ง รถไฟ ท่าเรือ ท่ารถ ทองก้อนสั่งให้เอกซเรย์ทุกตารางนิ้ว!

พอทองโปรยมีท่าทีอิดออด ทองก้อนก็แกล้งเปรยว่า “กุลธิดา อนาคตเจ้าสาวของแก ถ้าหาตัวทองสร้อยไม่เจอ!”

“ต้องเจอครับ” ทองโปรยกระตือรือร้นขึ้นมาทันที พอออกมาทองโปรยสั่งเฉวียงให้ไปจัดการตามที่พ่อสั่ง ส่วนตัวเองก็เค้นความคิดว่าจะตามหาทองสร้อยได้ที่ไหนบ้าง ฉุกคิดได้ว่าต้องตามหาจากเพื่อนเธอ เอาโทรศัพท์มือถือของทองสร้อยมาไล่ดูรายชื่อ เจอเป็นภาษาไทยอยู่ชื่อเดียวคือ “ไอ้เน” ทองโปรยรีบโทร.ทันที

ทองสร้อยดูเบอร์ที่โทร.เข้าเป็นเบอร์บ้าน สงสัยจะเป็นสายจากบ้านเนรัญญา เลยรับสาย

“ฮัลโหล...”

“ทองสร้อยใช่ไหม” ทองโปรยจำเสียงได้ร้องถามอย่างตื่นเต้น ทองสร้อยตกใจสบถออกมาเป็นภาษาฝรั่งเศส

“Merde!!” แล้วบีบจมูกทำเสียงอุบาทว์ถามว่า “ต้องการพูดกับใครคะ” แต่ทองโปรยรู้ทันยืนยันว่าตนจำเสียงทองสร้อยได้ ร้องเรียกราวกับเห็นน้องอยู่ตรงหน้า ทองสร้อยตกใจกดวางสายทันที แต่ทองโปรยก็ยังร้องเรียกไม่หยุดปาก

ทองก้อนได้ยินเสียงเรียกทองสร้อยของทองโปรย ก็คว้าโทรศัพท์ไปพูดรัวเป็นชุด

“ไอ้สร้อย!! กลับบ้านเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นฉันจะตัดพ่อตัดลูกกับแก เพราะแกมันอกตัญญู ทำให้พ่อแม่เสียใจ ตายไปตกนรกเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ อึ้ง...เงียบไปเลยล่ะสิ!” ทองก้อนเอะใจบอกว่าเงียบไปนะ ทองโปรยบอกว่าน้องวางสายไปก่อนพ่อเข้ามาแล้ว

“อ้าว! แล้วทำไมไม่บอก” ทองโปรยบอกว่าบอกไม่ทัน ทองก้อนสั่ง “ติดต่อกลับไปใหม่!”

ทองโปรยติดต่อกลับไปใหม่ แต่ทองสร้อยเห็นเบอร์แล้วไม่รับสาย

พฤกษ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ สังเกตอยู่ มองอย่างแปลกใจ ยิ่งเมื่อเห็นเธอตัดสายทิ้งก็มองขำๆว่าอะไรของเขานะ

ขณะพฤกษ์กำลังมองทองสร้อยขำๆนั่นเอง คุณใหญ่ เดินออกจากห้องพักคนป่วยของคุณแหวว ถามอย่างเอาเรื่องว่า

“แล้วจะเอายังไงเรื่องคุณแหวว ต้องให้พี่พูดอีกกี่ครั้งเธอถึงจะได้สติ”

“ผมต้องการหย่า” พฤกษ์โพล่งออกไป ถูกสวนทันควันว่า ไม่ได้! ทำไม!! “จะอยู่ต่อไปอีกทำไม ในเมื่อเราสองคนไม่ได้รักกัน” คุณใหญ่ด่าว่าเห็นแก่ตัว คิดถึงแต่ตัวเองไม่คิดถึงใจเมีย ใจพี่ ใจคนอีกหลายๆคนที่อยู่ในชีวิตเขา ถามประชดว่า

“อยากได้ชื่อว่าเป็นผู้ชายเห็นแก่ตัวอีกคน นอกจากคุณพ่อก็เอาเลย!” พฤกษ์ทนไม่ได้เดินเลี่ยงหนีไป “กลาง เดี๋ยวก่อน!! กลับมาคุยกับพี่ก่อน...” พฤกษ์ไม่สนใจ คุณใหญ่ หงุดหงิดบ่นว่าแล้วใครจะอยู่เฝ้าคุณแหวว นึกได้หยิบมือถือขึ้นมาโทร.บอกชบาให้ส่งเจียรนัยมาเฝ้าคุณแหววที่โรงพยาบาล

คุณใหญ่เครียดมากเมื่อพฤกษ์ประกาศว่าจะหย่ากับคุณแหวว

พฤกษ์ออกไปเดินข้างนอก ผ่านร้านขายของเด็กเล่น เห็นชุดหม้อข้าวหม้อแกงดินเผาเล็กๆ ก็อดคิดถึงอดีตที่ตนเคยเล่นขายของกับทองสร้อยไม่ได้ แต่เป็นความจำที่รางเลือนมาก เขานึกขำตัวเอง แล้วเดินผ่านร้านไป

ooooooo

ทองก้อนสั่งทองโปรยให้โทร.ตามล่าทองสร้อยให้ได้ แต่พอโทร.ไปก็กลายเป็นเสียงตอบรับว่าไม่สามารถติดต่อหมายเลขนี้ได้ในขณะนี้ ทองก้อนหงุดหงิดพยายามคิดว่าทองสร้อยไปอยู่ที่ไหน

เมื่อโทร.เข้ามือถือก็ปิดเครื่อง ทองโปรยจึงโทร.ไปที่ห้องพักของเนรัญญาที่คอนโดก็ไม่มีคนรับสาย ทองก้อนยิ้มอย่างเป็นต่อบอกทองโปรยว่า

“ตอนนี้ก็รู้แล้วว่า มันไปหาเพื่อน เพราะฉะนั้น เพื่อนมันคนนั้นอยู่ที่ไหน ไอ้สร้อยก็ต้องอยู่ที่นั่น เมื่อโทร.ไปแล้วไม่รับ ก็ต้อง...ไปหาถึงที่!!” ศักดิ์สิทธิ์ที่ฟังอยู่ติงว่าทองสร้อยก็คงคิดเหมือนท่าน มันคงไม่ง่าย “ก็ลองดู ระหว่างทองก้อนกับทองสร้อย ใครมันจะชนะ!!” พูดแล้วเดินออกไปทันที ศักดิ์สิทธิ์มองตามบ่นอย่างเหนื่อยใจ

“เอาชนะคะคานกับลูกตัวเอง ห่างไกลจากคำว่าโฮมสวีตโฮมเหลือเกิน”

ooooooo

พอเนรัญญารู้ว่าทองสร้อยปิดโทรศัพท์ก็แย่งมือถือไปบอกว่าเผื่อบอสตนโทร.มาเรื่องงานล่ะ? ทองสร้อย ถามว่าก็แล้วถ้าพี่ทองโปรยโทร.มาอีกล่ะ? เนรัญญาบอกว่าก็อย่ารับสายสิ!

ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรง ต่างมีเหตุผลของตัวเอง เนรัญญาบอกว่าถ้าทองโปรยโทร.มาเธอยิ่งต้องรับแล้วจะโกหกอะไรก็ได้ทำให้เขาเชื่อว่าเธอไม่ได้มาหาตน โต้เถียงกันแล้วต่างก็เครียดจนเนรัญญาปวดหัวรุนแรง ทองสร้อยบอกให้พักเสีย ขอโทษที่เอาเรื่องปวดหัวมาให้คิด รับว่าตอนนี้ตนไม่มีใครที่ไหนอีกแล้วนอกจากเธอคนเดียว

“แกเป็นเพื่อนฉัน แกมีปัญหาฉันก็ต้องช่วย” เนรัญญาถามว่าหิวไหมให้เอาเงินในกระเป๋าไปหาซื้อข้าวกินซื้อของใช้จำเป็น ตอนนี้เหลืออยู่หกร้อยบาทต้องใช้ให้ถึงสิ้นเดือน ทองสร้อยหนักใจว่าแล้วตนจะหนีไปไหนได้ไกลๆ คิดแล้วอัดอั้นแผดเสียงร้องออกมา ก็ถูกเนรัญญาเตือนว่าที่นี่โรงพยาบาลอย่าเสียงดัง ทองสร้อยเลยเข้าไปแผดเสียงในห้องน้ำแทน ยิ่งเห็นหน้าเยินๆของตัวเองในกระจกก็ยิ่งรับไม่ได้ แผดเสียงลั่น

“แอร๊ยยยยย!!! แค่ไม่ได้แต่งหน้าก็เหมือนฟองเต้าหู้เข้าไปแล้ว เหมือนอายุห้าสิบ...แอร๊ยยยยย!!!”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #2 on: 11 October 2026, 16:21:19 »


https://www.thairath.co.th/novel/nangesaotongsoi/ep2/page1

นางสาวทองสร้อย   ตอนที่ 2

ทองสร้อยสับสนกับชีวิตตัวเอง ที่ต้องหนีการตามล่าของพ่อมาอยู่กับเพื่อน เพื่อนก็ทั้งจนทั้งป่วย คิดไม่ออกว่าชีวิตต่อไปจะเป็นอย่างไร ไปยืนเถียงกับตัวเองในกระจกห้องน้ำ

“กลับบ้านเถอะ ไปหาพ่อ ยอมเล่นละครตบตาไปก่อนว่ายอม แล้วหาทางเอากระเป๋าคืนมา จากนั้นก็...ชิ่ง!” ทองสร้อยในกระจกบอก ทองสร้อยที่หน้ากระจกชะงักเริ่มคล้อยตาม ถามตัวเองว่า หรือจะยอมกลับไปก่อนดี

แต่พอคิดถึงความจริงที่ถูกพ่อเอากรอบมาครอบขีดเส้นให้เดินก็ฮึดขึ้นมา ใส่เป็นชุดอยู่หน้ากระจกทันที

“ถ้าเขาจะเข้าใจสักนิดว่า ชีวิตลูกเป็นของลูก เขาไม่มีสิทธิ์มาบังคับ ฉันคงไม่หนีไปเรียนเมืองนอก ทำงานเมืองนอก ไม่แน่นะ ฉันอาจจะหาสามีเป็นปารีเซียง มีลูก แก่ ตาย ฝังที่โน่นเลย! จบ!”

ทองสร้อยในกระจกถามว่าไหนว่าจะไม่แต่งงานเพราะกลัวเจอผู้ชายเหมือนพ่อ ทองสร้อยหน้ากระจกก็เปลี่ยนใหม่เป็นว่า “เอาใหม่...จะทำงานที่โน่น แก่ตายคนเดียว ฝัง จบ!”

เนรัญญาเข้ามาในห้องน้ำหิ้วถุงน้ำเกลือมาด้วย ถามว่าทะเลาะกับตัวเองอีกแล้วใช่ไหมสร้อย ทองสร้อยหันไปตกใจใจนึกว่าผีหลอก ขณะทั้งสองกำลังกลัวผี พยาบาลก็ผลักประตูเข้ามาเอายาก่อนนอนมาให้กิน ทองสร้อยตกใจแผดเสียงร้อง พยาบาลทำเสียงดุว่า “โรงพยาบาล ห้ามเสียงดัง” ทองสร้อยหยุดกึกพยักหน้าทำตาปริบๆ เนรัญญาพยักหน้าจ๋อยๆ

ooooooo

ฝ่ายทองก้อนเดินดูรูปครอบครัวที่ติดไว้ในบ้าน ทั้งตัวเองถ่ายกับภรรยา ถ่ายกับลูก และลูกๆ ถ่ายกันเอง ทุกคนน่ารัก อยู่ในวัยสดใส พอนึกถึงตอนนี้ ที่แต่ละคนแผลงฤทธิ์คะนองเดชกันแล้ว ทองก้อนรำพึงอย่างทำใจไม่ได้ว่า

“ทำไมมันต้องโต! มันน่าจะสตัฟฟ์ให้หยุดโตตั้งแต่หกขวบ!”

ศักดิ์สิทธิ์เอาเครื่องดื่มมาให้ ได้เห็นได้ยิน จึงตัดสินใจหยิบสมุดโน้ตเล่มเล็กขึ้นอ่านออกเสียงข้อความที่จดไว้...

“คณะอนุกรรมการพัฒนาครอบครัวและแก้ไขความรุนแรงต่อเด็กและสตรีได้กำหนดคุณลักษณะครอบครัวไทยที่พึงประสงค์เอาไว้ 8 ประการ”

ทองก้อนชะงัก จ้องหน้าศักดิ์สิทธิ์แบบ...พูดเรื่องอะไรของมัน! ศักดิ์สิทธิ์ทำไม่รู้ไม่ชี้ อ่านออกเสียงไปเรื่อยเจื้อยแจ้ว

“และหนึ่งในแปดข้อนั้นก็คือ สมาชิกทุกคนควรมีความรักใคร่กลมเกลียว สมานฉันท์ ช่วยเหลือเกื้อกูลเอื้ออาทร มีการพูดจาให้เกิดความเข้าใจกัน มีการแก้ปัญหาร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อป้องกันการล่มสลายของครอบครัว”

“พอ...” ทองก้อนร้องห้ามเบาๆ ยกถ้วยขึ้นแต่กินดื่มอะไรไม่ลง

“แถมอีกข้อ... ควรส่งเสริมความเป็นประชาธิปไตยให้ลูกรู้จักสิทธิและหน้าที่พลเมืองโดยทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง”

“หยุด!” ทองก้อนตวาดอย่างทนฟังไม่ไหว พอศักดิ์สิทธิ์หยุดอ่านก็ไล่ “กลับบ้านไปได้แล้ว” ศักดิ์สิทธิ์ยังไม่วายวอแวว่ายังเหลืออีกหกข้อที่ยังไม่ได้อ่าน เลยถูกตวาดเสียงเขียว “ยังอีก!!” ศักดิ์สิทธิ์เลยรีบเดินออกไป

ทองก้อนกระแทกถ้วยเครื่องดื่มโครม มองไปที่สมุดโน้ต นึกสนใจ เดินไปมา ทำท่าจะหยิบสมุดโน้ตแต่แล้วก็ชักมือกลับ เห็นทองโปรยเดินอิดโรยมายิ้มให้ ทองก้อนเหมือนเห็นข่าวดีในรอยยิ้มนั้น ก็แผดหัวเราะชอบใจล่วงหน้า

ooooooo

ทองสร้อยคิดหนักจนหลับฝันร้ายว่าพ่อตามเอาชุดแต่งงานมาโชว์ตรงหน้าถามว่าพร้อมหรือยัง

“ไม่แต่ง!!” ทองสร้อยตะโกนจนตกใจเสียงตัวเองตื่น เนรัญญาและพยาบาลที่กำลังวัดไข้ตกใจหันมอง พอทองสร้อยมองไปรอบห้องไม่เห็นพ่อก็ค่อยผ่อนคลาย เนรัญญาถามด้วยสายตาว่าเกิดอะไรขึ้น ทองสร้อยจะเล่าก็ถูกพยาบาลดุว่า

“โรงพยาบาล ห้ามเสียงดัง”

“ฉันฝันเห็นพ่อ” ทองสร้อยสีหน้ายังตื่นตระหนก บอกเนรัญญาเสียงแทบไม่หลุดจากปาก

พอพยาบาลออกไป เนรัญญาก็คว้าโทรศัพท์เพื่อโทร.ลางานกับบอสและฝ่ายบุคคล เธอโทร.รายงานพฤกษ์ขอลางานเพราะป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่นอนอยู่โรงพยาบาล พฤกษ์ถามว่าอยู่โรงพยาบาลไหน เนรัญญาก็บิดไปมาเขินจนตอบไม่ออก ทองสร้อยหมั่นไส้คว้ามือถือไปบอกให้พอได้แล้ว กระนั้นเนรัญญาก็ยังอุตส่าห์ส่งเสียงไปว่า

“แค่นี้ก่อนนะคะบอส อยากให้มาเยี่ยมนะคะ เหงามากค่ะ”

พฤกษ์งงๆ ดูนาฬิกาแล้วเดินออกไป

ooooooo

ทองสร้อยบอกเนรัญญาว่าตนอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว เนรัญญาถามว่าจะหนีไปไหนได้ เงินก็ไม่มี

“อีเมล! ฉันติดต่อเพื่อนที่ปารีสทางเมลก็ได้นี่นา ยืมเงินมันก่อน ให้โอนเข้าบัญชีแก จากนั้นค่อยว่ากัน ยืมมือถือหน่อย จะเข้าจีเมล” แต่พอรับมือถือมาปรากฏว่าแบตหมด!

ทองสร้อยจึงไปยืมเครื่องชาร์จแบตจากพยาบาล วิ่งกลับมาชนเข้ากับพฤกษ์ที่จะมาเยี่ยมเนรัญญาเข้าอย่างจัง พฤกษ์จำโทรศัพท์มือถือของเนรัญญาได้ หาว่าทองสร้อยขโมยโทรศัพท์มาจะลากไปที่ห้องเนรัญญา ทองสร้อยไม่ยอมไปจนพฤกษ์จะเรียก รปภ.จับส่งตำรวจจึงยอมไปด้วย

ทองก้อนนำทีมล่าไปที่โรงพยาบาล คาดคั้นเนรัญญาว่าทองสร้อยอยู่ไหน เนรัญญาบอกว่าตนไม่รู้ ถูกขู่หนักเข้าก็ร้องไห้โฮ พยายามแผดเสียงร้องเพื่อส่งสัญญาณให้ทองสร้อยที่ไปยืมเครื่องชาร์จกับพยาบาลรู้จะได้ไหวตัวทันไม่เข้ามา

พฤกษ์คุมตัวทองสร้อยขณะกำลังจะไปเยี่ยมคุณแหวว พอดีคุณแหววกับเจียรนัยเปิดประตูออกมา ทองสร้อยเกายุกยิกไปทั้งตัวเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ คุณแหววถามพฤกษ์ว่าทองสร้อยเป็นอะไร พฤกษ์บอกว่าเป็นหิด คุณแหววก็ค่อยๆถอยห่างไปอย่างไม่ให้น่าเกลียด

มือถือพฤกษ์ดังขึ้น เขาเห็นเป็นเบอร์จากพี่ใหญ่ จึงส่งทองสร้อยให้พุฒิคุมตัวไว้แล้วรับสายคุณใหญ่

“มีอะไรหรือเปล่าครับพี่ใหญ่”

“พี่โทร.หาเนรัญญาไม่ติด อยู่กับเธอหรือเปล่า” คุณใหญ่ถาม พฤกษ์บอกว่าเนรัญญาไม่สบายอยู่โรงพยาบาลห้องติดกับห้องคุณแหวว ตนกำลังจะไปหา คุณใหญ่รีบบอกว่า “บอกเนรัญญาว่าพี่ต้องการคนใช้ใหม่ เร็วที่สุด วันนี้ได้เลยยิ่งดี เพราะพี่ทนไม่ไหวแล้ว แต่มีข้อแม้ พี่ไม่เอาคนหน้าตาดี!”

ที่คุณใหญ่ต้องโทร.มาให้หาคนใช้อย่างเร่งด่วน เพราะไล่คนเก่าออกไประแวงว่าจะมาอ่อยพฤกษ์ คนที่มีอยู่ทุกคนก็มีงานล้นมือ เมื่อไม่มีคนใช้ก็ต้องทำเองปรากฏว่าทำไม่เป็นอีก เลยต้องยอมหาคนใช้ใหม่ด่วนจี๋ มีข้อแม้เดียวคือไม่เอาคนสวย

พฤกษ์คุยโทรศัพท์เสร็จ พุฒิบอกทองสร้อยว่าไปได้แล้ว ทองสร้อยดึงหน้ากากอนามัยปิดหน้าไม่พอ ดึงผมลงมาปรกหน้าปรกตาเพื่อไม่ให้ใครจำได้ คุณแหววกับเจียรนัยมองทองสร้อยงงๆ กับท่าทางแปลกๆของเธอ

พฤกษ์เข้าไปในห้องเนรัญญาเจอพวกทองก้อนอยู่ในห้องก่อนแล้ว ทองก้อนให้พฤกษ์เยี่ยมเนรัญญาก่อนเพราะตนยังคุยธุระไม่เสร็จ พฤกษ์บอกเนรัญญาว่าพี่ใหญ่ต้องการคนใช้แบบด่วนจี๋ช่วยหาให้ด้วย

ทองก้อนเห็นทองสร้อยหลบอยู่ข้างหลังพฤกษ์ถามว่านั่นใคร พฤกษ์บอกว่าตนก็กำลังจะถามเนรัญญาอยู่พอดีเลย

“อ๋อ...เป็นคนใช้คนใหม่ที่เนจะพาไปให้คุณใหญ่ไงคะ เขาเพิ่งมาจากอุบลเป็นญาติของแม่เนเอง มาให้เนช่วยหางาน เนกะอยู่แล้วว่าคุณใหญ่ต้องหาคนใช้ใหม่”

ทองก้อนกับทองโปรยเดินไปข้างหลังพฤกษ์เพื่อจะดูหน้าให้ชัดๆ ทองสร้อยดัดเสียงเว้าอีสานเสียงดังฟังชัดทันที

“โอ้ย...ข้อยปวดขี้!”

ทุกคนผงะ ทองสร้อยวิ่งเข้าห้องน้ำหลบไปจากภาวะคับขันทันที พอเข้าห้องน้ำก็ดึงหน้ากากอนามัยออก ส่องกระจกดูหน้าตัวเอง พึมพำอย่างกลุ้มใจกับชะตากรรมของตน “คนใช้เนี่ยนะ...ไอ้เน!!!”

ทองก้อนยังติดใจสงสัยเคาะประตูห้องน้ำรัว ทองสร้อยใจสั่นนึกว่าเสร็จแน่แล้ว พอดีมือถือเนรัญญาดังขึ้น เป็นสายจากจีจี้เลขาคุณใหญ่ เนรัญญาเลยโมเมทำเป็นว่ารับสายทองสร้อย จงใจพูดเสียงดังให้ทองก้อนได้ยินว่า

“แกจะโทร.มาทำไมตอนนี้ หา! พ่อแกอยู่กับฉันเนี่ย!”

ทองก้อนหันขวับ เดินคุกคามเข้าหาเนรัญญา ในขณะที่ทองสร้อยลุ้นอยู่ในห้องน้ำว่า จะรอดไหมเนี่ย...รอดไหมเนี่ยยย?!

ooooooo

จีจี้กับเนรัญญาต่างพูดกันคนละเรื่อง เนรัญญาหลอกจนทองก้อนเชื่อ กระชากโทรศัพท์จะคุยเอง ยื้อกับเนรัญญาจนพฤกษ์ขอร้องให้พอเถิดเพราะเนรัญญากำลังไม่สบาย แต่ทองก้อนก็แย่งโทรศัพท์ไปจนได้

เนรัญญาแกล้งทำเป็นเผลอบอกว่าทองสร้อยวางสายไปแล้ว ทองก้อนคาดคั้นถามว่ามันอยู่ไหน เนรัญญาหลอกว่าอยู่ที่คอนโดตน ทองก้อนสั่งให้เอากุญแจมา ขู่ห้ามโทร.บอกทองสร้อยให้รู้ตัว ไม่อย่างนั้นโรงพยาบาลแตกแน่

พอได้กุญแจ ทองก้อนกับแก๊งล่าทองสร้อยก็เดินกร่างออกไป พฤกษ์ถามเนรัญญาว่าพ่อเพื่อนเธอตามหาใคร

“เพื่อนมันหนีออกจากบ้านมาหาเนค่ะ เพราะไม่อยากให้พ่อเผด็จการจับคลุมถุงชน” พฤกษ์ถามว่าสมัยนี้ยังมีอีกหรือ แต่คาดว่าคงไม่รอด “เนช่วยอะไรมันไม่ได้แล้ว ขอให้มันโชคดี” เนรัญญามั่วเอาตัวรอดไปได้ตามสถานการณ์

ทองสร้อยเห็นข้างนอกปลอดภัยแล้วจึงออกจากห้องน้ำ พฤกษ์ถามว่าเสร็จธุระแล้วหรือ ทำไมไม่ได้ยินเสียงชักโครก ทองสร้อยบอกว่าลืมแล้วเข้าไปกดชักโครกแก้เกี้ยว พฤกษ์ถามเนรัญญาว่าแบบนี้จะไปเป็นคนใช้ได้หรือเรื่องพื้นฐานแค่นี้ยังลืม เนรัญญารับรองว่าทำได้ แม้เพื่อนจะขี้ลืมแต่ก็พร้อมมาก เพราะขืนไม่ไปทำงานมีหวังซวยแน่

“ทำไมต้องซวย มีอะไร”

“อ๋อ...คืองี้ค่ะ ทองสร้อยเนี่ยมาแบบตัวเปล่า เพราะพอถึงกรุงเทพฯปั๊บก็ถูกวิ่งราวเอาไปหมดทั้งกระเป๋าเลย ทั้งเสื้อผ้า ทั้งเงิน ขืนไม่รีบทำงานก็ไม่มีเงินส่งไปให้ผัว เอาไปส่งดอกเบี้ย ธ.ก.ส. ที่นาก็ถูกยึด จริงป่ะ!”

ทองสร้อยอึ้งทึ่งกับการมโนของเพื่อน แต่พอดีเจียรนัยมาบอกพฤกษ์ว่าคุณแหววให้มาถามว่าเมื่อไหร่จะได้กลับบ้าน พฤกษ์บอกว่ากำลังจะไปเดี๋ยวนี้หันสั่งทองสร้อยก่อนออกไปว่า

“ทองสร้อยเตรียมตัวให้พร้อมไปกับฉันภายในห้านาที ฉันจะไปรอข้างนอก” แล้วบอกเนรัญญา “ผมจะเชื่อใจคุณนะ คิดว่าคงไม่แนะนำคนผิดให้”

พอพฤกษ์ออกไป ทองสร้อยเล่นงานเพื่อนทันที

“ไอ้เน! จะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษากันก่อน ให้ฉันเป็นญาติแก มาจากอุบลไปเป็นคนใช้ เริ่มงาน

วันนี้ แถมมีผัวแล้วด้วย ไอ้บ้า!!” ทองสร้อยจ้องหน้าเพื่อนด้วยสายตาอำมหิตมาก จับแขนเนรัญญาที่กำลังให้น้ำเกลืออยู่ เนรัญญาตกใจถามว่าจะทำอะไรตน!

ทองสร้อยยื่นคำขาดว่าถ้ากลัวตนจะทำอะไรก็ให้ไปบอกพฤกษ์ว่าตนขอถอนตัวเพราะตนเป็นเซเลบ เน็ตไอดอลไม่ไปรับใช้ใครเด็ดขาด เนรัญญาบอกก็ได้ถ้าเธอตอบคำถามตนได้ ทองสร้อยบอกให้ถามมาเลย

“แล้วแกจะไปซ่อนตัวจากพ่อแกที่ไหน ในเมื่อตอนนี้เงินก็ไม่มีและแกก็ยังไม่ได้ส่งเมลไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนที่ปารีสและฉันก็เชื่อว่า พ่อแกต้องย้อนกลับมาที่นี่ในอีกไม่ช้าเพราะจับได้ว่าฉันโกหก และเชื่อว่าเขาต้องส่งคนมาจับตาดูฉันอยู่ในตอนนี้ และนับจากนี้ไปด้วย”

ทองสร้อยอึ้ง เนรัญญาเร่งให้ตอบ ทองสร้อยบอกว่าตนยังไม่รู้

“งั้นก็รีบไปซะ แล้วค่อยหาทางหนีทีไล่กันอีกที ก่อนที่พ่อแกจะโผล่มา” ทองสร้อยถามว่าแล้วเธอล่ะ “ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน ยังไงฉันก็มีพยาบาลดูแล ดูแลตัวเองก่อนนะสร้อยฉันหายดีแล้วจะรีบออกไปช่วย จำไว้นะถ้าไม่อยากให้แกและฉันมีปัญหา ก็อย่าทำตัวมีพิรุธให้บอสจับได้ว่าเราโกหก ไม่งั้นฉันซวย ถูกไล่ออกแน่”

ทองสร้อยบอกว่าจะให้ตนเป็นอะไรก็ยอมทั้งนั้นแต่ทำไมต้องให้ตนมีผัวด้วย? เนรัญญาบอกว่าเพื่อให้เจ้านายไว้ใจเธอ บอกทองสร้อยไม่ต้องซักอะไรมาก ไปอยู่บ้านนั้นเดี๋ยวก็รู้เอง แต่ตอนนี้ต้องแอ๊บก่อน

ทองสร้อยแอ๊บให้ดูถามว่าเนียนไหม

“ไม่ได้เรื่อง ตั้งสติใจเย็น คิดถึงตอนที่แกทำกับข้าวสิ แกเคยบอกฉันว่า เวลาที่แกทำกับข้าวคือเวลาที่แกเป็นตัวของตัวเอง เป็นเวลาที่แกมั่นใจ เป็นเวลาที่โลกทั้งโลกอยู่ในมือของแก แกสามารถควบคุมทุกอย่างไว้ในมือได้!”

ทองสร้อยหลับตา ตั้งสติ พอลืมตาก็บอกเนรัญญาว่า

“ขอบใจมากนะเน ทุกอย่างจะต้องเพอร์เฟกต์ สมบูรณ์แบบเมื่อผ่านมือทองสร้อย!”

แล้วนางสาวทองสร้อยก็ลั้ลลาออกไป กระนั้น เนรัญญาก็ยังมองอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้ อวยพรเพื่อนรักขอให้โชคดี แล้วทิ้งตัวลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อน

ooooooo

พฤกษ์ไปรับคุณแหววที่ห้อง พอคุณแหววเห็นทองสร้อย ถามพฤกษ์ว่ามีอะไรกันหรือ ทองสร้อยตอบแทนว่าตนกำลังจะไปเป็นคนใช้ที่บ้านคุณบอสเด้อ

คุณแหววมองสงสัยเพราะเมื่อกี้เห็นเป็นหิด พฤกษ์บอกว่าเดี๋ยวเราค่อยคุยกันที่รถแล้วชวนไปกันเลย

ทองสร้อยทำหน้าที่สาวใช้ทันที ปรี่เข้าไปจะช่วยคุณแหววถือของ คุณแหววผงะเล็กน้อยถามว่าหายดีแล้วหรือ ทองสร้อยทำหน้าสงสัย คุณแหววถามว่าเธอคันเพราะเป็นหิด ถามว่ามียาไหมหรือจะให้หมอตรวจดูอีกที

ทองสร้อยแก้ปัญหาไปตามสถานการณ์และความกะล่อนว่า ตนไม่แน่ใจ มีความรู้น้อยเรียนจบแค่ ป.6 เลยไม่รู้ว่าที่คันๆอยู่นี้เรียกหิดหรือเปล่า ทองสร้อยพล่ามเสียจนพฤกษ์บอกให้พอพูดมากไปแล้ว ตอบแค่ว่าเป็นหรือไม่ก็พอ

“ฉันคิดว่าไม่เป็นค่ะ ข้อยแค่คันเฉยๆ”

“ฉันก็คิดว่าไม่น่าจะเป็น ผิวพรรณเธอไม่น่าจะเป็นชาวนาหรือคนที่ทำงานใช้แรงงานอาบเหงื่อต่างน้ำด้วยซ้ำ มันดูบอบบางเกินไป” พฤกษ์มองสำรวจจนทองสร้อยอึ้งรีบแก้สถานการณ์ทำทะเล้นกลบเกลื่อนว่า

“โอย...คุณบอสไม่เห็นในร่มผ้าข้อย ดูไหมข้อยจะเลิกผ้า...” ทองสร้อยจะถลกผ้าให้ดู

“หยุด! อย่าล้น! จำไว้นะถ้าจะทำงานที่บ้านฉัน พูดให้น้อยที่สุด”

ทุกอิริยาบถอยู่ในสายตาของเฉวียงที่ทองโปรยสั่งให้มาติดตามการเคลื่อนไหวที่โรงพยาบาล เฉวียงหยิบมือกดเบอร์โทร.รายงานทองโปรยทันที ในขณะที่พฤกษ์ยังอบรมทองสร้อยต่อว่า

“แสดงความคิดเห็นเท่าที่จำเป็น ไม่งั้นอาจจะมีปัญหากับคนที่ใหญ่ที่สุดในบ้านได้”

“ใครหรือคะ??” ทองสร้อยถามเตรียมรับมือ

ooooooo

ทองสร้อยมาถึงบ้านเวียงคีรี ถูกพาไปนั่งพับเพียบก้มหน้างุดอยู่ต่อหน้าคุณใหญ่ที่นั่งหลังตรงคอแข็งอยู่บนเกาอี้โดยมีพฤกษ์และคุณแหววนั่งอยู่ด้วย นอกนั้นมีชบา พุฒิ เจียรนัยยืนอยู่รอบนอก

คุณใหญ่ใช้สายตาคมกริบมองสำรวจทองสร้อยอย่างละเอียดลออ ถามว่าชื่ออะไร นามสกุลอะไร ทองสร้อยบอกว่า

“ชื่อทองสร้อย เดินไกล” ถูกคุณใหญ่จับผิดทันทีว่าเมื่อกี๊บอกว่านามสกุล นาไกล ทองสร้อยทำหน้าละเหี่ยบอกว่า

“อ้อ...นาไกลแหละค่ะ พอดีนาข้อยกว่าจะไปถึง เดินไกล๊...ไกล ข้อยมัวแต่คิดถึงผัวคิดถึงนาตัวเอง มันเลยพูดจาสับสนค่ะ” คุณใหญ่ย้ำถามว่ามีผัวแล้วแน่นะ “ตอนแรกข้อยก็ไม่ได้อยากมี มารู้ตัวอีกทีมันมีไปแล้ว เลยต้องมีค่ะ”

“ท่าจะประสาท” คุณใหญ่พึมพำถามพฤกษ์ว่า “เช็กได้ไหมคุณกลาง ว่ามันมีผัวแล้วจริงๆ”

“ว้าย!! ข้อยให้ผัวข้อยเช็กได้คนเดียว คนอื่นเช็กบ่ได้!”

ทุกคนอึ้ง คุณใหญ่บอกว่าจะให้เช็กข้อมูลว่ามีผัวเป็นตัวเป็นตนอยู่จริงๆต่างหาก ถามดุๆว่าคิดว่าจะให้เช็กอะไรหา! ทองสร้อยขอโทษก็ถูกคุณใหญ่ด่าว่า “ความคิดต่ำเหมือนกำพืด!”

ทองสร้อยกำมือแน่นที่ถูกด่าถึงกำพืด คุณใหญ่สั่งให้ไปแจ้งบัตรประชาชนหาย รีบไปทำแล้วเอามาเก็บไว้ที่ตน

พฤกษ์เห็นความ “เข้ม” ของคุณใหญ่ติงว่าคนใช้หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร ทองสร้อยเป็นญาติของเนรัญญาและเนรัญญาก็รับประกันแล้ว พี่ใหญ่น่าจะโอเคแล้ว ให้ทองสร้อยเริ่มงานได้เลยกระมัง คุณใหญ่นิ่ง คุณแหววบอกทองสร้อยให้ตามไปตนจะพาไปห้องพักแล้วจะบอกว่าต้องทำอะไรบ้าง

พอทองสร้อยจะลุกไป คุณใหญ่เรียกไว้ย้ำปรามว่า อย่าลืมว่าตนจับตาดูอยู่ ถ้าทำให้ตนไม่พอใจแม้แต่เรื่องเล็กน้อยตนมีสิทธิ์ไล่กลับไปไถนากับผัวโดยไม่ต้องจ่ายค่าแรง และถ้าคิดจะขโมยของติดมือไปละก็ จะแจ้งตำรวจจับให้ติดคุกหัวโตไปเลย

“งั้นไล่ข้อยออกตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ!!” ทองสร้อยท้าอย่างเหลืออดเหลือทนกับการจิกของคุณใหญ่

คุณใหญ่โมโหตวาดว่าอย่าท้านะ ชบาหนาวเยือกรีบบอกว่าอย่าเพิ่งไล่ออกเลยคนใช้หายาก ตนจะช่วยดูแลให้เอง

“ก็นี่ไง ที่มันทำอยู่ ไม่มีมารยาท ไม่มีสัมมาคารวะ พ่อแม่แกไม่ได้สั่งสอนมาหรือว่าควรทำตัวยังไงกับคนที่ให้เงินจ้างแกทำงาน” ทองสร้อยนิ่งแต่ในใจแทบระเบิด “คงจะไม่ได้สอน ฟังไว้เลยนะ แกควรจะนอบน้อมกับเจ้านาย ไม่ใช่ทำตัวจองหองพองขน อย่าเอาสันดานสถุลมาใช้ในบ้านผู้ดี!”

ทองสร้อยเจ็บจี๊ดๆ อยู่ในใจปะทะสายตากับคุณใหญ่ท่ามกลางความตกใจของทุกคน

ooooooo

เมื่อเรียนจบคุณเล็กไปหางานทำ วันนี้ไปสมัครงานที่ฟิตเนส TB ขณะนั่งรอสัมภาษณ์ พนักงานมาบอกว่าผู้จัดการติดธุระอยู่ข้างนอกให้รอไปก่อน

คุณเล็กถามว่านานไหม พนักงานบอกว่าไม่ทราบ ถามว่ามีธุระสัมภาษณ์งานที่อื่นต่อหรือ

“ไม่มีค่ะ วันนี้สัมภาษณ์ที่นี่ที่เดียว รอได้ค่ะ” พนักงานจึงให้ไปเดินดูสถานที่ของที่นี่ก่อนก็ได้ คุณเล็กขอบคุณ แต่พอพนักงานเดินไป คุณเล็กบ่นอย่างหงุดหงิด “เบื่อจริงๆคิดว่าเวลาของคนอื่นสำคัญน้อยกว่าของตัวเองรึไง” รู้สึกเบื่อๆเลยลุกเดินออกไป

คุณเล็กเดินดูจนเบื่อ เดินกลับมาหายอดชายเลขาของทองโปรยบอกว่าจะกลับแล้ว ยอดชายบอกว่าผู้จัดการกำลังมา

คุณเล็กไม่รอเพราะรอมาหลายชั่วโมงแล้ว และคิดว่าจะไม่มาสมัครงานที่นี่แล้วด้วย

แต่พอเดินออกไปก็สวนกับทองโปรยที่กำลังเข้ามา ทองโปรยเห็นความสวยใสของคุณเล็กก็ตกหลุมรักทันที มองเพลินและเดินตาม ขณะคุณเล็กควานหากุญแจรถทำเอกสารสมัครงานหล่น พอก้มลงเก็บทองโปรยก็เก็บยื่นให้แล้ว แต่พอคุณเล็กรับก็ไม่ยอมปล่อยจับอยู่อย่างนั้นจนรถที่จะขับผ่านบีบแตรขอทาง ทองโปรยตกใจปล่อยมือหันมอง พอหันมาอีกทีคุณเล็กก็หายไปแล้ว

ทองโปรยมองหาอย่างแสนเสียดาย เฉวียงโผล่มาเรียก “นายครับ” ทำเอาทองโปรยตกใจร้อง “เฮ้ย!!”

เมื่อเฉวียงเล่าเรื่องทองสร้อยไปเป็นคนใช้ที่บ้านเจ้านายเนรัญญาให้ฟัง ทองโปรยกำชับเฉวียงอย่าบอกใครเพราะตนจะไม่มีทางให้พ่อจับทองสร้อยไปแต่งงานเด็ดขาด

“แต่นายก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานแทนคุณทองสร้อย”

“จะไม่มีใครถูกพ่อบังคับจับคลุมถุงชนเด็ดขาด ฉันต้องคุยกับทองสร้อย เราต้องหาทางออกด้วยกัน” ทองโปรยเครียด

ooooooo

ทองสร้อยเกือบจะทนคุณใหญ่ไม่ได้อยู่แล้ว แต่พอคิดถึงคำเตือนของเนรัญญาก็จำต้องกัดฟันทน ยอมไหว้ขอโทษคุณใหญ่ยอมรับว่าตนไม่มีสัมมาคารวะเอง ไม่คิดจะลาออกแล้ว ตนไม่มีที่ไปและอยากทำงานที่นี่

คุณใหญ่วางกฎเกณฑ์เพิ่มว่าอยู่ที่นี่ต้องพูดแต่ภาษากลางเท่านั้น ภาษาบ้านๆให้เอากลับไปพูดกับคนบ้านเดียวกัน แล้วสั่งชบาให้พาตัวไปสอนงาน

ทองสร้อยถามชบาว่าหม้อดำไหม อาสาขอล้างหม้อบอกว่าถือเป็นวิธีแก้เครียดที่ทำเป็นประจำ ดังนั้นหม้อทั้งบ้านจึงถูกขนมากองให้ทองสร้อยขัดล้าง แม้ที่ล้างแล้วก็ขนมาเพราะทองสร้อยจะขัดหม้อให้หายเครียด

คุณใหญ่ยืนมองทองสร้อยขัดหม้อ บอกชบาว่า

มันคงไม่ใช่แค่สาวบ้านอกคอกนาการศึกษาต่ำและมีผัวแล้วอย่างที่บอกคุณกลาง สั่งชบาจับตาดูให้ดีอย่าให้สร้างความเดือดร้อน กดให้ยิ่งต่ำได้ก็ยิ่งดีจะได้ไม่คิดว่าเราเป็นหมูให้เชือดง่ายๆ

คุณแหววเห็นทองสร้อยถูกคุณใหญ่จิกไม่ปรานีก็สงสาร บอกเจียรนัยให้ไปตามทองสร้อยมา บอกพฤกษ์หมายให้เขาดูตัวเองดีว่า

“แหววไม่อยากให้ทองสร้อยเครียดน่ะค่ะ อยากดูแลให้เขาได้สบายใจจะได้อยู่กับเราไปนานๆ ดีไหมคะ”

พอทองสร้อยมา คุณแหววยื่นซองเงินให้ บอกให้เอาไปซื้อเสื้อผ้าของใช้ก่อนเพราะกว่าเงินเดือนจะออกอีกนาน เงินเดือนออกค่อยทยอยคืนก็ได้ เดี๋ยวจะไม่เหลือส่งไปให้สามีที่ต่างจังหวัด ทองสร้อยรับไว้ ไหว้ขอบคุณ

“ทองสร้อยดูไม่เหมือนคนที่เคยทำงานหนักอย่างที่บอกไว้เลยนะจ๊ะว่าจะทักตั้งแต่ที่กลับจากโรงพยาบาล แล้ว ผิวพรรณดีไม่มีคล้ำเสียหรือกร้านแดด หน้าตาก็หมดจด” คุณแหววชม

เจียรนัยรีบเสริมว่าจริง ตนอยากผิวดีอย่างนี้บ้างถามทองสร้อยว่าใช้ครีมอะไร คุณแหววเองก็อยากรู้ว่าทองสร้อยดูแลตัวเองยังไง ทองสร้อยคิดหาทางออก

นึกถึงตอนเด็กๆ ที่แม่ทำครีมบำรุงผิวให้ยังพอจำได้ เลยโมเมบอกว่าใช้มะขามเปียก เป็นสูตรของยายที่ทำให้ แม่เป็นคนเวียงจันทน์พอแต่งงานก็มาอยู่กับพ่อที่อุดร

บอกพอเลาๆ แล้วทองสร้อยรีบขอตัวไปทำงานบอกว่ามีคนคอยจับตาดูอยู่

พฤกษ์เห็นคุณแหววปฏิบัติดีต่อทองสร้อยเห็นว่าเธอเป็นคนดีรู้สึกสงสารแต่ยังไงก็ทำใจรักไม่ได้ เขาลุกเดินไป คุณแหววมองตามไปอย่างน้อยใจที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวอีกแล้ว

ooooooo

พฤกษ์เข้าไปในสตูดิโอ ร่างภาพลายเส้นบน กระดาษที่ว่างเปล่า เขาวาดอย่างระบายอารมณ์ นึกถึงที่ถูกคุณใหญ่ตำหนิเรื่องคุณแหวว ก็ยิ่งเครียดวาดแล้วขยำทิ้ง วาดใหม่ก็ขยำทิ้งอีก

พฤกษ์หันไปหยิบเฟรมที่ร่างลายเส้นเป็นเด็กสองคนเล่นหม้อข้าวหม้อแกงกันกลางทุ่งแต่ยังไม่ได้ลงสี ดูแล้วเห็นว่ายังมีรายละเอียดที่ไม่สมบูรณ์จึงหยิบดินสอมาเติมลงไปทำให้ลายเส้นสมบูรณ์ขึ้น

ขณะวาดรูป พฤกษ์เหมือนหลุดไปสู่อีกโลกหนึ่ง แต่ก่อนที่สมาธิจะกระเจิง เขาวางมือ คลุมผ้า เดินออกไป เจอคุณใหญ่มายืนรออยู่ เขาดูออกว่าต้องมีปัญหา จึงเตรียมเคลียร์กับพี่สาว

คุณใหญ่หาว่าเขากำลังปกปิดอะไรตนอยู่ ทองสร้อยไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาแต่เป็นผู้หญิงลับๆของเขา มโนไปไกลว่า

“พี่รู้ทันนะคุณกลาง ที่เธอกลับบ้านดึก ปลีกตัวเหินห่างเมีย เพราะเธอมีผู้หญิงอยู่นอกบ้าน แต่ตอนหลังก็กลัวจะผิดสังเกตที่หายออกไปบ่อยๆ เลยเอาเมียน้อยมาอยู่ใกล้ตัวเสียเลย แล้วให้ยัยเนรัญญาช่วยเธอโกหก”

พฤกษ์เห็นพี่สาวฟุ้งซ่านมากชวนไปเที่ยวยุโรปให้ผ่อนคลายสักสองอาทิตย์ไหม บ่นว่าแค่นี้ชีวิตตนก็ซับซ้อนยุ่งยากพอแล้วอย่าหาเรื่องมาให้อีกเลย

“งั้นก็เลิกคิดที่จะหย่ากับคุณแหววเสีย พี่จะได้ไม่ต้องเครียด อย่าลืมนะว่าถ้าเธอทำให้คุณแหววเสียใจเมื่อไหร่ พวกเราไม่มีใครอยู่อย่างเป็นสุขแน่ เวียงคีรีจะต้องสั่นคลอน”

พฤกษ์อึ้ง เครียด และสับสน เพราะคุณแหววได้รับมรดกจากพ่อที่ตายและเป็นหุ้นส่วนธุรกิจเวียงคีรีถึงครึ่งหนึ่ง!

ooooooo

ทองสร้อยช่วยชบาอยู่ในครัว เห็นชบาล้างผักแล้วตกใจ บอกว่าล้างอย่างนี้สารเคมีตกค้างจะไปตกค้างในร่างกายเราแล้วสอนวิธีล้างที่ถูกต้องให้ ชบาหมั่นไส้ที่ทองสร้อยทำเป็นรู้มากเลยให้ทำกับข้าวมื้อเย็นขึ้นโต๊ะเจ้านายเลยแล้วกัน

คุณเล็กกลับถึงบ้านรู้จากชบาที่กำลังเดินออกจากครัวว่าได้คนใช้คนใหม่มาแล้วและแนะนำให้รู้จักกัน คุณเล็กถามทองสร้อยว่าทำกับข้าวเป็นด้วยหรือ ดีเลยถ้าทำอร่อยจะได้เปลี่ยนแม่ครัวเพราะเดี๋ยวนี้ชบามือตก หยอกชบาแล้วเดินออกไปด้วยกัน

ทองสร้อยพลั้งปากกับชบาว่าถ้ามีเงินก็จะหนี พอถูกชบาซักไซ้ก็เฉไฉว่าจะหนีออกไปซื้อของที่ร้านหน้าหมู่บ้านแต่พอชบาออกไปกับคุณเล็กแล้ว ทองสร้อยเอาซองเงินที่คุณแหววให้มาแกะดูมีอยู่หนึ่งพันบาท ก็คิดว่าจะทำอย่างไรดี

ระหว่างคุณเล็กเดินไปกับชบา ได้ยินชบาพูดถึงทองสร้อยว่าดีหน่อยที่มีผัวแล้วไม่อย่างนั้นคุณใหญ่คงไม่รับไว้ แต่ก็สั่งให้ตนจับตาดูให้ดีเพราะรู้สึกทองสร้อยไม่ใช่คนธรรมดาแน่ คุณเล็กเอง แม้เห็นทองสร้อยเพียงแว่บเดียวก็รู้สึกว่าทองสร้อยไม่ธรรมดาบอกชบาว่าตนจะช่วยดูให้อีกคน

ทองสร้อยเตรียมทำอาหารอย่างคล่องแคล่วทะมัดทะแมงและมีความสุข พฤกษ์เจอชบาถามว่าไม่เตรียมทำอาหารหรือ พอรู้ว่ามื้อนี้ให้ทองสร้อยทำแทน เขาเดินไปดูที่ครัว ทองสร้อยผัดผักบุ้งไฟแดงเสร็จตักใส่จานหมุนกลับมาเจอพฤกษ์ยืนในระยะใกล้ เลยทำอาหารหกใส่ลวกมือเขาจนร้อง

“โอ้ย!!! ร้อน!!!!”

ทองสร้อยตกใจอุทานขอโทษเป็นภาษาฝรั่งเศสพฤกษ์ได้ยินก็มองอึ้ง ทองสร้อยเองก็ตกใจที่เผลออุทานออกมา แต่ก็รีบกลบเกลื่อนหาอุปกรณ์มาล้างแผล หาผ้าสะอาดไม่เจอจึงไปลากชบาที่อยู่กับคุณใหญ่หลบแว้บออกมา

ทองสร้อยล้างแผลให้พฤกษ์อย่างคล่องแคล่วถูกวิธีจนเขาแปลกใจ เธอบอกว่าอยู่ในครัวต้องรู้เรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว พฤกษ์เลยไม่ติดใจ

คุณใหญ่เห็นชบาหายไป เดินมาเจอรู้ว่าทองสร้อยทำอาหารร้อนๆหกรดพฤกษ์และกำลังทำแผลให้อยู่ในครัว คุณใหญ่เข้าไปอย่างเอาเรื่องทันที ทองสร้อยกำลังทำแผลให้พฤกษ์อย่างใกล้ชิดผละจากกันแทบไม่ทัน

คุณใหญ่สั่งชบาให้ไปตามคุณแหววมาดูแลผัวตัวเองไม่ใช่หน้าที่ของคนอื่น ทองสร้อยบอกว่าตนก็ไม่ได้อยากดูแลผัวคนอื่นหรอกมันบาป คุณใหญ่โมโหหุนหันจะออกไป เหยียบผักบุ้งไฟแดงที่พื้นลื่นพรืด ทั้งพฤกษ์และทองสร้อยหลับตาปี๋

ooooooo

คุณใหญ่หกล้มในครัวเลยยิ่งไม่พอใจทองสร้อย ยิ่งพาลหาเรื่อง ทองสร้อยทำแผลให้ก็ตวาดให้ทำเบาๆ ทั้งๆที่ทองสร้อยก็ทำเบาอยู่แล้ว พอพฤกษ์บอกให้ใจเย็นๆก็หาว่าเขาเข้าข้างทองสร้อย จะให้คนใช้ขึ้นขี่คอตนหรือไง!

พฤกษ์เห็นท่าปล่อยให้คุณใหญ่จัดการเรื่องในบ้านเองมีหวังยุ่งไม่มีที่สิ้นสุดจึงขอเข้ามาจัดการปัญหาด้วย เพราะเบื่อคนใช้เข้าๆออกๆเต็มทีแล้ว คุณใหญ่ถามว่าถ้าตนไม่ยอมล่ะ

“ผมก็จะไล่ทองสร้อยออกเดี๋ยวนี้ รวมถึงชบา เจียรนัย นายพุฒิ นายตวง และตัดงบค่าใช้จ่ายคนรับใช้ทั้งหมด ไม่ต้องมีทำกันเอง ตัดไฟตั้งแต่ต้นลมจะได้ไม่ต้องมีปัญหา พี่ใหญ่ก็ไม่เครียด ผมก็ไม่เครียดจบ!”

สุดท้ายคุณใหญ่ต้องยอมตามที่พฤกษ์เสนอท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน ยกเว้นคุณแหววที่ระแวงทองสร้อย

เจียรนัยชอบทองสร้อยมากที่กล้าลุกขึ้นมาโต้แย้งกับคุณใหญ่ ทองสร้อยถามว่าพวกเธอทนอยู่กันมาได้ยังไง เจียรนัยบอกว่าเพราะพ่อแม่ของคุณๆ เขามีพระคุณกับครอบครัวพวกตน อยากให้ทองสร้อยอยู่ที่นี่ไปนานๆ เพราะตนกำลังเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แล้วถาม “หนูถามจริง พี่เป็นใครกันแน่” ทองสร้อยอึ้งไปก่อนย้อนถามว่าหมายความว่ายังไง

“แต่หนูรู้ว่าจริงๆแล้วพี่เป็นใคร”

ทองสร้อยตกใจกลัวถูกเจียรนัยจับได้ แล้วเจียรนัยก็พูดเองเออเองว่า

“พี่เป็นคนที่สวรรค์ส่งมาช่วยปลดแอกพวกเราไง เฮ!!” ทองสร้อยฟังแล้วโล่งใจ บอกว่าตนก็แค่เป็นคนที่ทนไม่ค่อยได้ถ้าถูกใครดูถูกแค่นั้นเอง “เห็นพี่กล้าหาญแบบนี้ หนูฮึกเหิมชะมัด” เจียรนัยบอก แล้วชี้แจงว่าตนไม่ได้ต้องการอะไรมาก “ขอแค่อย่ากดขี่จนรู้สึกว่าเราไม่ใช่คนเหมือนกันกับแกเท่านั้นเอง”

ooooooo

คุณเล็กเห็นความไม่ปกติในความสัมพันธ์ระหว่างพฤกษ์กับคุณแหวว เธอสนิทกับพฤกษ์มากจึงกล้าถามว่า ระหว่างเขากับคุณแหววไม่มีทางออกเลยหรือ บอกว่าคุณแหววรักเขามากทำทุกอย่างเพื่อเขา เขาไม่เคยใจอ่อนบ้างเลยหรือ

“มันไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เรารักใครสักคนได้ พอเถอะคุณเล็กพี่ตอบคำถามเรื่องนี้กับพี่ใหญ่จนเบื่อแล้วนะ จะให้พี่เบื่อเราอีกคนใช่ไหม”

“โอย...เล็กจะพูดแค่นี้แหละ กับ...จะเตือน...ระวังนะคะ ทำให้พี่แหววเสียใจมากๆเข้าสักวันนึงจากความรักมันจะกลายเป็นความเกลียด แล้วลงเอยด้วยโศกนาฏกรรมที่คุณกลางอาจจะคาดไม่ถึง ถ้าจะจบก็รีบจบเสียตั้งแต่ตอนนี้”

พูดแล้วย้ำให้พฤกษ์เอาไปพิจารณาด้วย พฤกษ์มองคุณเล็กที่เดินออกไปแล้วถอนใจเฮือก...ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ทองสร้อยหาทางที่จะโทรศัพท์ไปหาเนรัญญา แต่ไม่สบโอกาสสักที วันนี้มาตามคุณเล็กไปทานอาหารเจอคุณเล็กกำลังคุยกับเพื่อนเรื่องที่ตนไปสมัครงานที่ TB สปอร์ตคลับ ทองสร้อยแอบฟังหูผึ่ง เพราะเป็นสปอร์ตคลับของครอบครัว

ทองโปรยไปหาเนรัญญาที่โรงพยาบาลบอกว่าตนรู้ว่าทองสร้อยหนีไปอยู่ที่ไหน เนรัญญาตกใจจะเป็นลม ทองโปรยบอกอย่าเพิ่งเป็นลม เพราะ “พี่แค่อยากคุยกับทองสร้อย”

ฝ่ายทองสร้อยเมื่อหาโอกาสโทร.เองไม่ได้จึงแอบกระซิบชบาขณะยืนคอยรับใช้อยู่ที่โต๊ะอาหาร เอ่ยปากขออนุญาตชบาโทร.ไปหาผัวที่บ้านหน่อย ตนแค่อยากบอกว่า ตอนนี้ได้งานแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง ตนกลัวว่าเนรัญญาจะยังไม่ได้บอกให้

“เออๆๆ นังเจียให้มันยืมมือถือหน่อย อย่าคุยนานนะ เปลืองเงิน ให้ผัวแกโทร.กลับมาก็แล้วกัน”

“ได้จ้า” ทองสร้อยดีใจมากรีบออกไปกับเจียรนัย

พฤกษ์ปรายตามอง จับตาดูทองสร้อยอยู่ทุกฝีก้าว

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #3 on: 11 October 2026, 16:22:24 »


https://www.thairath.co.th/novel/nangesaotongsoi/ep3/page1

นางสาวทองสร้อย   ตอนที่ 3

ทองโปรยทั้งขู่ทั้งหว่านล้อมให้เนรัญญาบอกทองสร้อยว่าตนอยากคุยด้วย เนรัญญาไม่เชื่อ ทองโปรยยืนยันว่า

“พี่อยากคุยกับทองสร้อย เราสองคนพี่น้องจะหาทางออกเรื่องนี้ด้วยกัน คุณพ่อจะต้องเลิกบังคับให้เราสองคนแต่งงานกับคนที่เราไม่ได้รัก ฝากบอกเขาด้วยนะ ว่าคุณพ่อไม่รู้ว่าทองสร้อยอยู่ที่นั่น พี่ไม่ได้บอก และจะไม่มีทางบอก ยกเว้น...ทองสร้อยจะไม่ยอมมาคุยกับพี่” เนรัญญายังต่อสู้ความคิดอย่างหนักแต่ยังนอนหันหลังให้ ทองโปรยจึงกลับไป

พอทองโปรยกลับไป เนรัญญาไม่รู้จะเชื่อดีไม่เชื่อดี หันไปหยิบมือถือ จึงรู้ว่าไม่ได้ชาร์จแบต พอดีพยาบาลเอายาหลังอาหารมาให้ จึงเอยปากขอยืมที่ชาร์จแบตอีกที

ทองสร้อยคิดแต่จะหนีไปจากที่นี่ แต่เงินมีแค่พันเดียว อีกทั้งคิดว่าถ้าตนหนีเนรัญญาจะต้องเดือดร้อนแน่ ขณะกำลังว้าวุ่นใจนั้น เจียรนัยเคาะประตูเข้ามาบอกว่า

“พี่สร้อย...โทรศัพท์จากคุณเน เลขาคุณกลางญาติพี่”

ทองสร้อยดีใจมากขอบใจเจียรนัยแล้วรีบคุยกับเนรัญญาทันที

“ไอ้เน...ฉันไม่ไหวแล้วนะแก ตอนนี้ฉันมีเงินอยู่พันนึง ฉันจะหนี ฉันต้องหนีไปก่อนที่จะฆ่าพี่สาวบอสแกตาย!”

เนรัญญาบอกว่าไม่มีที่ไหนจะปลอดภัยสำหรับเธอมากกว่าที่นี่อีกแล้ว และเวลานี้ทองโปรยก็รู้แล้วด้วยว่าเธออยู่ที่นั่น ทองโปรยไม่ได้บอกเรื่องนี้กับทองก้อน แต่อยากคุยกับเธอเพื่อหาทางออกเรื่องนี้ด้วยกัน แต่ถ้าเธอไม่ยอมคุยด้วยก็ซวยแน่ เรื่องนี้ต้องถึงหูทองก้อนแน่ๆ ถามทองสร้อยว่าจะเอายังไงดี

ทองสร้อยไม่ทันตอบ ชบาก็มาเรียกให้ไปเก็บโต๊ะล้างจาน ทองสร้อยเซ็งมากต้องรีบไปตามคำสั่งชบาที่มายืนเร่งอยู่

ทองสร้อยเห็นความสัมพันธ์ที่ไม่ปกติของพฤกษ์กับคุณแหวว ถามเจียรนัยว่าสองคนนี้แต่งงานกันนานหรือยัง เจียรนัยทำเสียงชู่ว์ ห้ามพูดดัง แต่เล่าอย่างออกรสว่า

“เขาเพิ่งแต่งงานกันเมื่อปีที่แล้ว จู่ๆก็แต่งด้วยนะ สายฟ้าแลบเลย ตอนแรกหนูก็คิดว่าท้อง ที่ไหนได้ ไม่ใช่”

เจียรนัยเล่าไประวังไปว่า ทั้งสองคนแยกห้องนอนกันตั้งแต่คืนแรกจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยเห็นคุณกลางเข้าไปนอนกับคุณแหววเลย ทองสร้อยเดาไปต่างๆนานา เจียรนัยบอกให้เลิกเดาได้แล้ว ถามว่ามันแปลกๆไหม

เจียรนัยบอกว่านี่เป็นปริศนาดำมืดสำหรับพวกตน แต่เชื่อว่าพวกคุณๆรู้ เพียงแต่ไม่มีใครบอกความจริงกับเราทั้งหมด บอกเท่าที่เรารับรู้ว่าคุณแหววร่างกายไม่แข็งแรง คุณกลางเลยไม่อยากกวน

เจียรนัยเม้าท์จนคอแห้งแล้วบอกว่าต้องรีบไปอ่านหนังสือ นึกได้บอกทองสร้อยว่า ชบาฝากมาบอกว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นหกโมงเช้าทำกับข้าวให้คุณใหญ่ใส่บาตรแล้วแกจะพาไปจ่ายตลาด พอเจียรนัยออกไป ทองสร้อยพึมพำกับตัวเอง

“น่าแปลก...เหมือนไม่ได้รักกัน มองเมียตัวเอง เหมือนอากาศ หรือว่าเบื่อ! โอ๊ย...เอาเรื่องตัวเองให้รอดก่อนเถอะสร้อย พี่ทองโปรยพูดจริงหรือพูดเล่นเนี่ย” ทองสร้อยคิดหนัก

ooooooo

ทองโปรยรู้จากยอดชายเรื่องมีคนมาสมัครงานแต่รอไม่ไหวกลับไปแล้ว ซักถามพอรู้ว่าคือคนที่ตนเดินสวนกันก็ถามจนรู้ว่า เธอชื่อนารี เวียงคีรี ก็เฝ้าคิดเพ้อถึง จนสงสัยตัวเองว่าคิดถึงขนาดนี้เลยหรือ

ทองโปรยให้ยอดชายนัดนารีมาสัมภาษณ์ใหม่ แต่ยอดชายนัดไม่ได้สักทีเพราะเธอไม่รับสาย บอกว่าพรุ่งนี้จะโทร.ไปใหม่

ทองก้อนถูกสาทรรุกหนัก คืนนี้ก็พากุลธิดามาฝากทำงานกับทองโปรย ทองโปรยถามว่าจะทำงานในตำแหน่งไหน เธอโพล่งไปว่า

“ใจจริงอยากฝึกตำแหน่งภรรยาค่ะ แต่ว่ากลัวจะไม่งาม เดี๋ยวจะคิดว่าอยากแต่งงานจนตัวสั่นเกินไป เลยขอซ้อมแบบเบาๆ ด้วยตำแหน่งเลขาหน้าห้องของพี่ชายไปก่อน”

ทองโปรยบอกว่าตนมีเลขาอยู่แล้ว ทองก้อนขัดขึ้นทันทีว่างานเยอะแยะมีเลขาช่วยอีกคนก็ดี พอทองโปรยจะแย้งก็ตัดบท “ตามนั้น พรุ่งนี้มาเริ่มงานเลยลูก”

กุลธิดาดีใจมากกราบขอบพระคุณทองก้อน และฝากเนื้อฝากตัวฝากหัวใจกับทองโปรย

ทองก้อนถามว่าแล้วกุลชาติไปไหนถึงไม่มาด้วย สาทรบอกว่าไปตรวจไซต์งานต่างจังหวัด ช่วงนี้ขยันเตรียมตัวเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดี ทองก้อนหัวเราะร่า ชอบใจว่าที่ลูกเขย


เวลาเดียวกันนั้น กุลชาติกำลังแวะเติมน้ำมันที่ปั๊ม ทีแรกบอกว่าเติมห้าร้อยพอนึกได้ก็ขอเปลี่ยนเป็นสามร้อย เอากระเป๋าสตางค์มาเทให้หมด แต่ยังไม่ทันออกจากปั๊มก็ถูกพนักงานบริษัทไฟแนนซ์มายึดรถเพราะไม่ได้ส่งค่างวดมาสามงวดแล้ว ในที่สุดเขาก็ต้องส่งกุญแจรถให้พนักงานคนนั้น โมโหเลยเตะตู้เติมน้ำมันจนตัวเองเจ็บขาเดินกะเผลกๆออกไป

เพราะโมโหจนหน้ามืดตามัวเดินไม่ดูทาง ถูกรถคันหนึ่งเลี้ยวปราดเข้ามา กุลชาติหันไปเห็นตกใจเบิกตาโพลง!

ooooooo

พฤกษ์ยังจับผิดทองสร้อยตลอดเวลา วันนี้ก็ให้เธอตอบคำถามตนว่าเธอพูดภาษาฝรั่งเศสได้ด้วยหรือ!?

ทองสร้อยแกล้งถามถ่วงเวลาคิดว่ารู้ได้ยังไงว่าเป็นภาษาฝรั่งเศส พฤกษ์บอกว่าตนมีลูกค้าเป็นชาวฝรั่งเศสเคยได้ยินเขาพูดกัน คาดคั้นว่าเธอกับเนรัญญามีอะไรปกปิดตนอยู่ เธอพูดภาษาฝรั่งเศสได้ยังไง!

“แม่ข้อยสอน แม่เคยเป็นแม่บ้านนายที่เป็นคนฝรั่งเศสอยู่ที่เวียงจันทน์”

พฤกษ์จ้องหน้าถามว่าพูดได้แค่ไหน ทองสร้อยสู้ตาบอกว่าพูดได้แค่งูๆปลาๆ

จากการจ้องกันเต็มๆตาทำให้ต่างรู้สึกคุ้นตากัน ว่าเคยเห็นกันที่ไหน จะใช่คนที่เคยเจอหรือเปล่า

คุณแหววเดินมาหาพฤกษ์ที่สตูดิโอแต่ไม่เห็นเขา นึกสงสัยว่าเขาหายไปไหน ในขณะที่พฤกษ์ยังติดพันอยู่กับทองสร้อย ถามว่า “ฉันคุ้นหน้าเธอเหมือนเคยเห็นเธอ...ที่ไหนสักที่”

ทองสร้อยสะดุ้งโหยงแบบวัวสันหลังหวะปฏิเสธ วุ่นวายว่าไม่มีทาง ตนเพิ่งเคยมากรุงเทพฯ ยกเว้นเขาจะเคยไปที่บ้านตน คุณกลางคร้านที่จะซักไซ้บอกว่าช่างเถอะ ทองสร้อยก็บ่นว่าง่วงแล้วขอไปนอนก่อนแล้วรีบออกไป

คุณแหววมาแอบดูอยู่รีบหลบ ได้ยินพฤกษ์เรียกทองสร้อยไว้บอกว่ามีเรื่องจะเตือน ทองสร้อยขอไว้เป็นพรุ่งนี้ได้ไหม

“ไม่ได้” แล้วพฤกษ์ก็เตือนเรื่องที่เธอทะเลาะกับคุณใหญ่ว่า “พี่ใหญ่ผิดที่เอาแต่ใจและไม่มีเหตุผล แต่ถ้าเธอจะโต้เถียงพี่ใหญ่ ฉันก็ขอให้เธอพูดด้วยเหตุผล ด้วยความเคารพและให้เกียรติพี่ใหญ่ในฐานะนายจ้าง ไม่ใช่อย่างที่เธอทำเมื่อตะกี๊ ถ้าคิดจะอยู่ด้วยกันต่อไปและไม่อยากให้มีปัญหา”

“ข้อยอาจจะอยู่อีกไม่นาน”

“ฉันเข้าใจ พูดตรงๆว่าน่าเสียดายนะ แต่ก็นั่นแหละ ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันก็คงไม่ทน เพราะคนอย่างพี่ใหญ่คงไม่เปลี่ยนทัศนคติที่เคยมีได้ในเวลาสั้นๆ ถ้าเธอจะลาออกก็ไม่เป็นไร”

พฤกษ์ยิ้มให้ทองสร้อยอย่างเข้าใจเธอ ทองสร้อยมองเขาอย่างประทับใจที่เขาเข้าใจตน คุณแหววที่แอบดูอยู่รู้สึกไม่ไว้ใจทองสร้อยขึ้นมาทันที ยิ่งเห็นทองสร้อยมองตามพฤกษ์ไปอย่างชื่นชมก็ยิ่งไม่สบายใจ

เมื่อไปเล่าให้คุณใหญ่ฟัง คุณใหญ่รุ่มร้อนขึ้นมาทันที คิดว่าที่ตนด่าทองสร้อยไปนั้นยังไม่แสบพอต้องเอาให้หนักกว่านี้ เพื่อทองสร้อยจะได้ออกไปให้พ้นหูพ้นตา ถามคุณแหววอย่างระแวงว่า เกิดทองสร้อยกับพฤกษ์เป็น...พูดแค่นั้นก็หยุด ทำให้คุณแหววยิ่งไม่สบายใจ รบเร้าถาม

“พี่ใหญ่คะ...พี่ใหญ่คิดว่าคุณกลางกับทองสร้อยเป็นอะไรคะ” แต่คุณใหญ่ก็ยังนิ่ง

ooooooo

วันนี้ทองสร้อยตื่นมาทำอาหารให้คุณใหญ่ใส่บาตร ทองสร้อยทำเป็นชุดอย่างสวยงามจนชบาถาม ทึ่งว่าอะไรบ้างเนี่ย

“ของคาว ไข่ยัดไส้ ของหวานก็ผลไม้กระป๋องที่มีอยู่ ดอกไม้ก็ไปตัดมาจากต้นที่ปลูกอยู่ในบ้าน น้ำขวด ธูปเทียนก็มีอยู่แล้ว” สาธยายแล้วถามว่า ดีบ่ ชบาบอกว่าไม่ดี! ทองสร้อยถามว่าขาดอะไรหรือ

“เกินต่างหาก” เพราะคุณใหญ่ใส่บาตรพระรูปเดียวแต่ทองสร้อยทำของใส่บาตรถึงเก้าชุด “จำไว้เลยนะว่าคุณใหญ่นิมนต์ท่านเจ้าอาวาสมาแค่รูปเดียวเท่านั้น นี่ถ้าคุณใหญ่รู้ว่าแกทำมาตั้งเก้าชุดโดนเชือดแน่!”

ใส่บาตรและตั้งจิตอธิษฐานอยู่นานแล้ว คุณใหญ่สั่งชบาว่าเมื่อคืนไม่ได้กินข้าวเช้านี้ให้ตั้งโต๊ะเร็วหน่อยตนหิว ชบาถามทองสร้อยว่าได้ยินไหม

“ถ้าเป็นฝีมือคนอื่นฉันไม่กิน!” คุณใหญ่สวนทันควัน มองทองสร้อยตาคมกริบแล้วสะบัดไป ชบาถอนใจเฮือกบอกทองสร้อยให้ไปช่วยทำอาหารเช้าเสร็จแล้วจะพาไปจ่ายตลาด ต่อไปจะได้ไปเองได้ถูก

“เดี๋ยวก่อนจ้ะน้า ของใส่บาตรอีก 8 ชุด ข้อยขอเอาไปถวายพระท่านที่วัดได้บ่ ไหนๆข้อยก็ตั้งใจทำมาแล้ว” เห็นชบาอึ้ง ทองสร้อยหว่านล้อม “เจ้าของบ้านได้บุญนะน้า น้าก็ได้ในฐานะที่ช่วยส่งเสริม”

“ค่อยแวะไปที่วัดใกล้ๆตลาด” ชบาทำเป็นไม่สนใจอะไรมาก ทองสร้อยยิ้มแป้นดีใจรีบตามชบาไป

ooooooo

เพราะคุณใหญ่บอกคุณแหววว่าต้องตัดไฟแต่ต้นลมยังไงตนก็ต้องหาทางเฉดหัวทองสร้อยออกไป ส่วนคุณแหววก็ต้องลุกขึ้นมารุกบ้างก่อนที่ทุกอย่างจะ สายไป

คุณใหญ่ย้ำว่าอย่าเปิดช่องให้คุณกลางอยู่กับทองสร้อยตามลำพัง และต้องทำหน้าที่ภรรยาของตัวเองให้สมบูรณ์

เช้านี้คุณแหววจึงแต่งตัวสวยเป็นพิเศษ เข้าไปหาพฤกษ์ในห้องนอน ควงแขนบอกว่าจะพาไปรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน พฤกษ์มองแขนตัวเองบอกว่า “ผมเดินไปเองได้” คุณแหววอึ้งน้อยใจ พฤกษ์ถามว่า “มีอะไรอีกหรือครับ”

“ถ้าไม่มีอะไรแหววจะอยู่ใกล้คุณ หรือว่าคุยอะไรกับคุณไม่ได้เลยเหรอคะ...คุณเบื่อแหววใช่ไหมคะ”

พฤกษ์ยิ่งอึดอัด เห็นคุณแหววน้ำตาคลอ เขาถามว่าเป็นอะไรดูเธอไม่เป็นตัวของตัวเองเลย

“รู้ด้วยเหรอคะว่าตัวตนของแหววเป็นยังไง ทั้งๆที่คุณไม่เคยมองแหววเต็มตาเลยสักครั้งนับแต่แต่งงานกัน”

“เราเคยคุยกันแล้ว ผมจะไม่คุยเรื่องเดิมๆอีก” พฤกษ์เดินหนี คุณแหววตามไปถามอีกว่า

“แหววยังทำดีกับคุณไม่พออีกเหรอคะ ถ้ายังไม่พอ แหววต้องทำอะไร ยังไง มากแค่ไหน คุณบอกแหววสิคะ แหววจะทำ” พฤกษ์ขอให้พอเถอะถ้าอยากคุยให้ไปคุยกันสองคนก่อนที่คนอื่นจะมาได้ยิน “แหววทน

ไม่ไหวแล้วนะคะคุณกลาง แหววทนไม่ไหวแล้ว” คุณแหววยืนร้องไห้อยู่ตรงนั้น ทำให้พฤกษ์ยิ่งอึดอัดใจกลัวใครจะมาเห็น

เจียรนัยในชุดนักศึกษาเดินออกมาเห็นพอดี เธอตกใจรีบหลบออกไปหาชบาบอกว่า “บึ้มแล้ว!”

ooooooo

พฤกษ์ตามไปคุยกับคุณแหววที่หน้าห้องตน บอกให้คุณแหววใจเย็นๆ มีอะไรค่อยๆพูดกัน แต่พอพูดถึงความสัมพันธ์พฤกษ์ยังคงพูดคำเดิมว่าตนบอกแล้วคำตอบก็ยังเหมือนเดิม

คุณแหววถามว่าทำไมเขาถึงรักตนไม่ได้เพราะทองสร้อยหรือเปล่า

ทุกคนในบ้านทั้งคุณใหญ่และบรรดาคนใช้ต่างพากันมาแอบดูแอบฟังตามจุดต่างๆ พากันสะดุ้งเฮือก โดยเฉพาะทองสร้อยถึงกับหูตาเหลือก

พฤกษ์ถามว่าทองสร้อยเกี่ยวอะไรด้วย เพราะพี่ใหญ่บอกเธอใช่ไหม คุณแหววบอกว่าตนคิดและเห็นเอง

“ไร้สาระกันไปใหญ่แล้ว ฟังนะ ผมจะไม่ตอบเพราะมันไม่เคยเป็นเรื่องจริง และถ้าคุณยังไม่เลิกคิดอกุศลอย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ”

“คุณไม่เคยเกรงใจอะไรแหววที่เป็นเมียคุณอยู่แล้วนี่คะ อยากทำอะไรก็ทำเลยค่ะ แหววไม่กลัว อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” คุณแหววท้า พฤกษ์มองหน้าเธออย่างเหลืออดก่อนโพล่งไปว่า

“ผมต้องการหย่า!!! พร้อมเมื่อไหร่ก็บอกผม”

คุณแหววตกใจสุดขีด บรรดาที่แอบดูแอบฟังตกใจไม่น้อยกว่ากัน ต่างหันมองหน้าทองสร้อย เธอส่ายหน้าดิกว่าไม่เกี่ยว พฤกษ์ผละจากคุณแหววเจอคุณใหญ่เข้าอย่างจัง คุณใหญ่มองเขาอย่างผิดหวัง พฤกษ์บอกว่า

“ผมขอโทษด้วยครับพี่ใหญ่ ผมทำดีที่สุดแล้ว แต่ความอดทนของคนมีขีดจำกัด นี่คือฟางเส้นสุดท้ายของผม ทุกคนต้องยอมรับความจริงกันเสียที”

พฤกษ์ผละไป บรรดาที่แอบดูแอบฟังอยู่พากันหลบกลัวพฤกษ์เห็น คุณแหววทรุดนั่งร้องไห้อย่างหมดแรง คุณเล็กมองอย่างสงสารเห็นใจ ในขณะคุณใหญ่เข้ากอดปลอบอย่างเห็นใจ

“ไม่ต้องห่วงนะคุณแหวว มันจะต้องไม่จบแบบนี้ พี่สัญญา!!”

ooooooo

ชบาคาดคั้นทองสร้อยว่ามีอะไรกับพฤกษ์จริงหรือเปล่า ทองสร้อยปฏิเสธ เจียรนัยเชื่อทองสร้อยหาว่าคุณแหววมโนไปเอง

“ปวดกะโหลกแท้น้อ...คนบ้านนี้มีเรื่องมีราวเยอะแท้น้อ ถามจริง วันๆมีความสุขกันบ้างไหมเนี่ย” ทองสร้อยบ่น

“ฉันขอห้ามทุกคน ไม่ให้พูดเรื่องที่คุณกลางขอคุณแหววหย่าอีกเด็ดขาด เพราะมันจะไม่มีทางเกิดขึ้น” ชบาประกาศ เจียรนัยถามว่าใครจะกล้าพูด จะว่าไปก็สงสารคุณแหววนะ คุณกลางใจร้าย ทองสร้อยเซ็งจนอยากจะไปเสียให้พ้นๆ

คุณเล็กถามพฤกษ์ว่าแล้วจะทำอย่างไรต่อไป พฤกษ์บอกว่าตนจะทำในสิ่งที่ต้องทำ จะไม่สนใจอะไรอีกแล้ว คุณเล็กขอให้สู้ๆ ตนเป็นกำลังใจให้ พฤกษ์ขอบใจ บอกคุณเล็กก็ต้องสู้ๆ เพื่อสิ่งที่ควรจะเป็น พอพฤกษ์ขึ้นรถไป คุณเล็กปลุกใจตัวเองว่า

“ปัญหามีไว้ให้เผชิญหน้า ไม่ได้มีไว้ให้วิ่งหนี”

แต่นาทีนี้ ทองสร้อยบอกตัวเองว่าอยู่ไม่ได้แล้วแม้แต่วินาทีเดียวแล้วเก็บข้าวของอย่างเร่งรีบ บอกกับตัวเองว่า

“ฉันจะกลับไปเป็นมาดามฟองดูเหมือนเดิม!!”

แต่พอไปเถียงกับตัวเองในกระจกแล้วก็เปลี่ยนใจเมื่อเงาในกระจกบอกว่า

“การเผชิญหน้าคือการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของพวกเขา การอยู่ต่อไป ไม่หนี ทำหน้าที่ตัวเองอย่างเต็มที่และสมบูรณ์เป็นการยืนยันว่าเรามาดี ไม่ได้มีเจตนาอกุศลอย่างที่พวกขาคิดกับเธอ แล้วจะเปลี่ยนความคิดได้ในที่สุด”

คุณเล็กเข้าไปขออนุญาตพูดอะไรกับคุณแหวว คุณใหญ่ไม่ให้พูด คุณเล็กแย้งว่า

“แต่ก็ขอบพูดเถอะค่ะ อาจจะเจ็บ แต่จบ” เธอบอกว่าสงสารคุณแหววและคุณกลาง คุณใหญ่ดูถูกว่าลูกเมียน้อยก้นครัวอย่ามาตีเสมอพวกตน คุณเล็กบอกว่าไม่ต้องห่วงตนหางานได้เมื่อไหร่ก็จะไปจากที่นี่ทันที คุณแหววตกใจว่าตนไม่รู้เลย

“พี่แหววไม่จำเป็นต้องรู้เรื่องของเล็กซึ่งเป็นคนอื่นหรอกค่ะ เลิกหลอกตัวเองเสียทีต่างหาก คือเรื่องที่พี่แหววควรจะได้รู้สักที”

คุณแหววอึ้ง คุณใหญ่กลัวใครจะได้ยิน เห็นชบากับทองสร้อยยืนเจ๋ออยู่ยิ่งไม่พอใจ แว้ดทันทีตวาดลั่น

“นังเล็ก! ออกไปให้หมดเลย” หันเห็นคุณแหววช็อกเป็นครั้งที่สองก็ปลอบ “คุณแหวว...อย่าไปฟังมัน!”

คุณแหววลุกเดินไปด้วยความเสียใจ คุณใหญ่มองตาม ทั้งใจเสีย และสงสาร...

ooooooo

คุณเล็กเดินออกมา ทองสร้อยกับชบาตามออกมาติดๆ คุณเล็กบอกให้ไปหยิบกระเป๋าในห้องรับแขกให้ที ชบาอาสาไปหยิบให้ เร่งทองสร้อยให้รีบไปตลาดเสีย เจียรนัยรอแย่แล้ว

ทองสร้อยติงว่าชบายังไม่ได้บอกเลยว่ามีใครกินอะไรได้หรือไม่ได้บ้าง คุณเล็กตอบแทนว่ากินได้ทุกอย่างไม่มีข้อห้ามอะไรเป็นพิเศษขอแค่ให้สดสะอาดเท่านั้นพอ และรสก็ไม่จัดมากแต่ไม่จืดเหมือนที่ชบาทำ ถามทองสร้อยว่าจะไปตลาดใช่ไหม เดี๋ยวแวะไปส่งจะได้เร็ว

“ขอบคุณหลายเด้อค่ะ” ทองสร้อยยิ้มแป้น รู้สึกนิยมคุณเล็กที่มีน้ำใจและไม่ถือยศศักดิ์

วันนี้เป็นวันแรกที่กุลธิดาหรือดาด้า มาทำงานที่สปอร์ตคลับ เธอแต่งตัวแซ่บเว่อร์ร้องเรียกทองโปรยมาแต่ไกล ถลาเข้าควงแขนฉอเลาะว่า

“เลขาหน้าห้องคนใหม่และว่าที่ภรรยารายงานตัวค่ะ” แล้วทำเป็นอุทานตกใจรีบสวัสดีทองก้อน “สวัสดีค่ะคุณอา” ทองก้อนถามว่าพร้อมนะ เธอบอกว่าพร้อมตั้งแต่เกิดแล้ว พลางชม้ายไปทางทองโปรย

“ไป เราเข้าไปดูที่ทำงานของหนูกัน” ทองก้อนชวน

ทองโปรยถูกกุลธิดาควงแขนเดินเข้าไปโชว์ให้ทุกคนเห็นว่าตนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ทองโปรยถอนใจเฮือกเซ็งๆ

ooooooo

ที่ตลาด พฤกษ์สั่งข้าวเหนียวส้มตำจากรถเข็นของ “ป้าหน่อยร้อยสาก” นั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย กินไปก็ขำป้าหน่อยที่ตำส้มตำไปก็ปาสากใส่หัวบอยหลานชายตัวแสบที่มาเซ้าซี้ขอยืมเงิน จนได้ชื่อว่า “ป้าหน่อยร้อยสาก”

คุณเล็กส่งทองสร้อยกับเจียรนัยที่ตลาด บอกเจียรนัยว่าอย่าลืมกำชับทองสร้อยว่านั่งที่ไหนยังไงทองสร้อยชื่นชมคุณเล็กว่าใจดีจัง เจียรนัยบอกว่าน่าสงสาร ถามว่ารู้แล้วใช่ไหมว่าเพราะอะไร

“รู้...แล้วก็...เก่งจัง เก็บอารมณ์ได้ ใจเย็น ถ้าเป็นพี่นะ” เจียรนัยถามว่าพังใช่ไหม ทองสร้อยยิ้มๆ แล้วสองสาวก็ชวนกันไปซื้อของ ระหว่างนั้นเจียรนัยก็ทบทวนร้านที่จะไปซื้อของ คิวรถสองแถวและวัด จนทองสร้อยจำได้หมด

“โอเค มีอะไรฉุกเฉิน จำเบอร์โทรศัพท์บ้าน เบอร์หนูได้แล้วใช่ไหม” ทองสร้อยบอก บ่มีปัญหา “ดีใจจังที่พี่สร้อยยังอยู่ ไปนะ ตอนเย็นเจอกัน”

พอแยกกัน ทองสร้อยเห็นร้านอินเตอร์เน็ต “Superhero internet café” เธอดีใจมากพุ่งไปจะเปิดประตู

“ทองสร้อย” เสียงพฤกษ์เรียก ทองสร้อยเบรกหัวทิ่ม ยืนค้างตัวแข็งทื่อ ค่อยๆหันไป พฤกษ์ถามว่า “จะเข้าไปทำอะไรในร้านอินเตอร์เน็ต” ทองสร้อยอึกอัก พฤกษ์เห็นของในตะกร้าจ่ายกับข้าวถามว่า “แล้วนั่น จะเอาไปไหน? อะไร?”

พอตั้งหลักได้ ทองสร้อยก็ตอบอย่างไร้พิรุธ “กับข้าวถวายพระ อ๋อ...คือข้อยจะไปวัด ถวายเพล แต่หลง เลยจะเข้าไปถามคนในร้านเด้อค่ะ ว่าวัดไปทางไหน”

“ตามฉันมา...ฉันจะพาไปวัดเอง” พฤกษ์สั่ง ทองสร้อยเซ็งจนบอกไม่ถูก แอบมองไปที่ร้านอินเตอร์เน็ตตาละห้อย

ooooooo

ทองโปรยสั่งยอดชายให้ “ดูแล” กุลธิดา “เต็มที่” กุลธิดาเห็นท่าทางยอดชายจะมาเป็นก้างขวางคอตนก็บอกทองโปรยว่าไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย มันไม่ฟิน

ยอดชายทำตามแผนที่ทองโปรยสั่ง เข้มกับกุลธิดาบอกเธอว่า “ผมยินดีสอนงาน แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะครับ ถ้าไม่ขยัน ไม่ตั้งใจ ไม่เปิดใจเรียนรู้ สะกดคำว่า‘ตาย’ เป็นหรือเปล่าครับ”

“ฉันฆ่าไม่เคยตาย...จำไว้!” กุลธิดาเชิดหน้าท้าทาย

ยอดชายทำเสียงระฆัง แก๊ง! เริ่มงาน แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะ กุลธิดาเดินเชิดไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง ต่างปะทะเชือดเฉือนกันด้วยสายตาไม่มีใครยอมใคร

ส่งกุลธิดาถึงมือทองโปรยแล้ว ทองก้อนจะไปเยี่ยมกุลชาติที่ถูกรถชนนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ทองโปรยขอตามไปด้วย ถามว่าอยู่โรงพยาบาลไหนพอรู้ว่าอยู่โรงพยาบาลเดียวกับเนรัญญา ทองโปรยก็ชะงัก

“ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว บางทีทองสร้อยมันอาจจะย้อนกลับไปหาเพื่อนมัน ฉันรอให้แกตามหาอยู่คนเดียว ฉันคงต้องรอถึงชาติหน้า”

ทองโปรยเดินตามทองก้อนไปเซ็งๆ

ooooooo

คุณแหววเก็บตัวอยู่ในห้อง คุณใหญ่สั่งชบาทำอาหารไว้ ตัวเองไปยืนหน้าห้องหว่านล้อมว่าตนเข้าใจความรู้สึกของคุณแหววดีแต่คุณแหววก็ต้องรักตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ต้องทานข้าวทานยา ตนสั่งชบาให้ทำอาหารไว้ให้แล้ว

พอคุณใหญ่จะเดินไป คุณแหววก็เปิดประตูออกมาบอกว่าตนไม่อยากสู้ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีความหวัง คุณใหญ่ถามว่าใครว่าไม่มีความหวังเพียงแต่วันนี้ยังมองไม่เห็น คุณแหววถามว่าคุณใหญ่ไม่คิดว่าตนหลอกตัวเองอยู่หรือเพราะคุณกลางบอกแล้วว่าจะหย่า คุณใหญ่ยืนยันว่าจะไม่มีการหย่าถ้าตนยังอยู่ นอกเสียจากว่าคุณแหววจะไม่รักคุณกลาง ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วเท่านั้น

“แหววรักคุณกลาง แหววไม่อยากไปจากที่นี่ แหววอยากอยู่ใกล้ๆคุณกลาง แค่ได้รู้ว่าคุณกลางอยู่ใกล้ๆแหวว ต่อให้คุณกลางเกลียดและไม่อยากเห็นหน้าแหวว แหววก็ไม่สนใจอะไรแล้ว” คุณแหววร้องไห้

คุณใหญ่กอดคุณแหวว คิดหาทางที่จะทำให้พฤกษ์เปลี่ยนใจไม่หย่าให้ได้

ooooooo

ทองสร้อยไปวัดเตรียมประเคนอาหารคาวหวาน เขียนชื่อ “พิดสะหมัย นาไกล” วางลงบนถาดด้วย แต่พอจะยกอาหารประเคน ปรากฏว่าหนักยกไม่ขึ้น พฤกษ์ที่นั่งอยู่ข้างหลังจึงช่วยยก กลายเป็นประเคนอาหารถวายพระคู่กัน พุฒิที่นั่งมองอยู่ยิ้มอย่างรู้สึกดีกับภาพที่เห็น

ทองสร้อยเล่าว่า แม่ชอบพาตนเข้าวัดทำบุญ แม่สอนว่า “เราทำบุญได้หลายวิธี ไม่ใช่แค่นำอาหารมาถวายพระ ทำอะไรก็ได้ เสียสละทรัพย์ แรงกาย เวลา เมื่อเราเสียสละมันคือการได้รับ รับความสุขใจขณะที่เราให้ นั่นคือบุญ”

พฤกษ์ฟังแล้วชมว่าแม่เธอเป็นคนดีมาก คนแบบนี้แหละที่ใครๆก็อยากจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย พ่อเธอคงรักแม่เธอมากสินะ

“มาก...จนทำใจไม่ได้ตอนที่แม่ตาย แล้วต่อมาอีกไม่นาน พ่อก็ตายตามแม่ไป ตายไปจากลูกๆทุกคน”

ทองสร้อยเจ็บปวดเมื่อพูดถึงพ่อตัวเองจนพฤกษ์รู้สึกได้จึงเดินกันมาเงียบๆ

เดินมานอกวัดแล้วพฤกษ์ถามทองสร้อยว่าจากวัดกลับไปที่ตลาดเธอไปถูกใช่ไหม พฤกษ์ขอบใจที่เธอยัง ไม่ลาออก และหวังว่าเธอจะทนอยู่ต่อไปได้นานๆ ทองสร้อยมองหน้าเขารับคำ “ค่ะ” ต่างมองหน้ากันนิ่ง ความรู้สึกคุ้นชินแว่บขึ้นมาเหมือนเคยเห็นกันที่ไหนมาก่อน แล้วต่างก็สลัดความรู้สึกนั้นแยกกันไป โดยพฤกษ์จะกลับไปทำงานและทองสร้อยไปตลาด

แต่พอแยกกัน พฤกษ์ก็แอบดูว่าทองสร้อยจะไปไหน เห็นเธอเดินร้องไห้ก็ย้อนกลับมา เอาผ้าเช็ดหน้าให้ซับน้ำตา ซับเสร็จก็เก็บใส่กระเป๋า พฤกษ์ถามว่าไม่คืนหรือ

“กล้าใช้ผ้าเช็ดหน้าต่อจากสร้อยเหรอ ทั้งน้ำตาน้ำมูก” เขาเลยหยอกว่าอย่าลืมแช่น้ำยาฆ่าเชื้อให้ด้วย เร่งให้รีบไปเดี๋ยวตลาดวายจะไม่มีของ พอทองสร้อยจะไป พฤกษ์คว้ามือไว้บอกว่าจะไปส่งจะได้ถึงตลาดไวๆ แล้วลากทองสร้อยปลิวติดมือไป ทองสร้อยมองมือที่ถูกลากไปอย่างรู้สึกคุ้นมากๆ

ooooooo

ที่โรงพยาบาล...สาทรกำลังขย้ำคอกุลชาติ ที่ให้ไปตามหาทองสร้อยแต่กลับไปตามหาน้องแคนดี้ที่ห้วยขวาง อ้างว่าเพราะน้องเขายังทำใจไม่ได้ที่ต้องเลิกกับตน สำหรับทองสร้อยตนมั่นใจว่าถ้าได้มาอยู่ใกล้กันก็จะรักตนแถมรักมากด้วย

“ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ...นวดคลายเส้น?” ทองก้อนร้องทักเมื่อเห็นสาทรกำลังขย้ำคอกุลชาติอยู่

มาเยี่ยมไม่นานทองก้อนจะกลับ บอกสาทรว่า

ค่ารักษาพยาบาลไม่ต้องห่วง ตนดูแลเองเพราะกุลชาติได้รับบาดเจ็บเพราะไปตามหาทองสร้อยตนก็ต้องรับผิดชอบ สาทรทำทีจะท้วงติง ทองก้อนตัดบท “อย่าขัดใจผม”

สาทรหยุดทันทีทำเป็นเกรงใจแต่ที่แท้แอบดีใจ กุลชาติพลิกตัวหลบกลัวซ่อนพิรุธไม่อยู่ ทองโปรยเห็นสองพ่อลูกแล้วสัมผัสถึงความไม่น่าไว้วางใจ เมื่อออกจากห้องกุลชาติ ทองโปรยถามพ่อว่า

“พ่อครับ ขออนุญาตถามนะครับ มันจะเป็นไปได้ไหมว่า ถ้าผมพาทองสร้อยกลับมาได้ คุณพ่อจะยอมทบทวนเรื่องการแต่งงานระหว่างทองสร้อยกับกุลชาติอีกครั้ง”

“ทำไมต้องทบทวน” ทองก้อนเสียงขุ่น พอทองโปรยบอกว่าตนไม่แน่ใจว่า...ก็ถูกตัดบททันทีว่า “ไปแน่ใจมาก่อนแล้วค่อยมาคุยกับฉัน” ทองโปรยถามว่าแปลว่าจะไม่ทบทวนหรือ “แปลว่าแกก็จะไม่ตามหาทองสร้อยแล้วเอาตัวมันกลับมา!” ทองก้อนมองหน้าทองโปรยอย่างดุดัน

“เปล่าครับ” ทองโปรยพูดได้แค่นั้นก็ถูกทองก้อนตัดบท...

“ห้องเนรัญญาอยู่ไหน?” ทองก้อนถามขึงขัง

แล้วพากันเดินตรงไปที่ห้องเนรัญญา ปรากฏว่าเจ้าตัวไม่อยู่ แต่ป้ายชื่อหน้าห้องยังอยู่ ทองก้อนพึมพำอย่างหงุดหงิด “แล้วมันไปไหน!!”

เนรัญญาลงไปคุยโทรศัพท์กับทองสร้อยที่โทร.จากตู้โทร.สาธารณะ บอกทองสร้อยว่าตนไม่มีไข้แล้วพรุ่งนี้จะขอหมอกลับบ้าน ทองสร้อยเร่งให้รีบออกแล้วมาหาตนเลย เพราะ “เราต้องสุมหัวกันด่วน!”

พอวางสายกับทองสร้อย เนรัญญาเห็นทองก้อน ทองโปรย เฉวียง และบอดี้การ์ดกำลังเดินมองหาไปทั่วบริเวณ เนรัญญารีบหลบ พึมพำสยอง “พ่อแกเป็นคนที่น่ากลัวมากจริงๆทองสร้อย เกาะไม่ปล่อยเลย” แล้วรีบหลบไป

ทองก้อนตามไล่ล่าเนรัญญาจนเหนื่อย ทองโปรยเห็นพ่อหน้าซีด ถามว่าไหวไหมจะหาหมอไหม ทองก้อนที่ไม่ยอมรับความจริงของตัวเอง ทีแรกก็ตอบ ไหว! ต่อมา ก็ตอบ ไหวววว...สุดท้ายตอบเสียงยาน หวายยยยย...

เมื่อหาข้างล่างไม่เจอ ทองก้อนจะกลับไปหาที่ห้องพักคนป่วยอีกครั้ง เฉวียงถามทองโปรยว่าจะทำอย่างไรดี

“แกไปตามหาเนรัญญา ถ้าเจอ พาตัวไปซ่อน ปล่อยให้พ่อฉันเดินหาไป” เฉวียงถามว่าทำแบบนี้ทำไม “ฉันอยากเห็นพ่อเป็นลม” แล้วไล่เฉวียงให้รีบไปทำตามคำสั่ง

ooooooo

เนรัญญาจะกลับห้องเดินสวนกับสาทร อึดใจเดียวก็เห็นทองก้อนกับบอดี้การ์ดเดินมา เธอตกใจหันรีหันขวางแล้วรีบหลบเข้าไปในห้องของกุลชาติที่ยังนอนหันหลังให้ประตูคุยมือถือกับเพื่อนอยู่

กุลชาติได้ยินเสียงคนเข้ามานึกว่าเป็นพยาบาล บอกขอน้ำสักแก้ว เนรัญญาดัดเสียงรับคำ กุลชาติยังคุยกับเพื่อนต่อ

“เออ...พ่อฉันกับคุณอาทองก้อนเคยสัญญากันไว้เมื่อตอนหนุ่มๆว่าจะให้ลูกสาวเขากับฉันแต่งงานกัน...”

เนรัญญาชะงักกึกเมื่อได้ยินชื่อทองก้อน เธอเงี่ยหูฟัง

“เฮ้ย ฉันไม่เคยแคร์ว่าต้องรักหรอกว่ะ เอาแค่ได้แต่งก็พอ เพราะพ่อฉันกำลังแย่ ต้องพึ่งบ้านเขา...รวยมากว่ะ เจ้าของสปอร์ตคลับอันดับหนึ่งของเมืองไทยเลยนะเว้ย...ทองสร้อยก็น่ารักดี ตอนนี้ไม่รัก อยู่ๆไปฉันก็คงรักเองแหละ และถ้าทองสร้อยได้รู้จักฉันจริงๆเมื่อไหร่ รับรอง...รักฉันหัวปักหัวปําแน่ ฮ่ะๆๆ ก็คนมันหล่อ!”

เนรัญญาชะงักกึก ถามกุลชาติว่าชื่ออะไรนะ เขาบอกชื่อทองสร้อย เธอถามนามสกุล เขาบอกพงษ์เดชา เนรัญญาเลยรู้ว่า หมอนี่เองที่ทำให้ทองสร้อยต้องหนีเตลิดมา กุลชาติรู้สึกผิดสังเกตหันมาเห็นเนรัญญาถามว่าเธอเป็นใคร เข้ามาได้ยังไง

“เพราะนายทำให้ชีวิตเพื่อนฉันพลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้า ไอ้มนุษย์เห็นแก่ตัว” กุลชาติถามว่าอยู่ๆ มาด่าตนได้ไงยัยมนุษย์ป้า “มนุษย์ป้าหรือ??? อ๊าย...” เนรัญญาฉุนขาดสาดน้ำใส่หน้ากุลชาติ วางแก้วแล้วปราม “จำไว้เลย บอกเลย นายจะไม่มีทางได้ในสิ่งที่ต้องการ และถ้ายังกล้าปากเสียใส่คนอื่น แต่ไม่ดูตัวเอง คราวหน้า น้ำร้อน!” เนรัญญาหุนหันออกไป

“เฮ้ย!! อะไรเนี่ย?? เฮ้ย!! ยังไง...เฮ้ย!!!” กุลชาติงงเป็นไก่ตาแตก

ooooooo

คุณใหญ่หาทางแกล้งทองสร้อยหมายบีบให้ทนไม่ได้ลาออกไปเอง สั่งชบาไม่ต้องทำความสะอาดบ้าน ให้ไปทำอาหารอย่างเดียวและเจียรนัยก็ให้ดูแลคุณแหววอย่างเดียว ทุกอย่างในบ้านให้ทองสร้อยทำคนเดียว ถ้าไม่ไหวก็ลาออกไปเสีย

“ทองสร้อยเอ๊ย...ถึงเวลาเจอด่านสิบแปดอรหันต์ของจริงแล้ว” ชบารำพึงด้วยความเป็นห่วงทองสร้อย ฉุกคิดได้ว่าทองสร้อยไปตลาดนานแล้วยังไม่เห็นกลับ ระแวงว่า “หรือว่า...มันจะหนี เวร!!”

ทองสร้อยย้อนกลับไปที่ร้านอินเตอร์เน็ต เปิดหน้าอีเมล ของตนมีข้อความเข้ามาเพียบ! เธอคลิกอ่านอย่างเร็ว

“ติดต่อทางมือถือไม่ได้ อยากคุยเรื่องงานอีเวนต์เปิดตัวแมกกาซีนเมืองไทย...โอยเอาไว้ก่อนเหอะอองตวน!” ทองสร้อยรีบตอบกลับเป็นภาษาฝรั่งเศสว่าจะกลับไปภายในไม่กี่วันแล้วจะติดต่อกลับอีกที แล้วพิมพ์ข้อความต่ออย่างคล่องแคล่วว่องไว “แต่ตอนนี้...ฉันต้องการความช่วยเหลือด่วน ฉันไม่เคยเอ่ยปากถ้าไม่จำเป็น เธอคงรู้จักฉันดี...ฉันต้องการเงิน!! ช่วยส่งเข้าบัญชีของเพื่อนฉัน...” แต่แล้วก็มึนเพราะไม่ได้ถามเลขบัญชีของเนรัญญามา เลยต้องพิมพ์ว่า “แล้วฉันจะเมลส่งมาอีกที ขอบคุณมาก รักเธอ มาดามฟองดู”

ส่งอีเมลถึงเพื่อนได้ก็โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง พอถามบอยที่เฝ้าร้านอยู่ว่าเท่าไหร่ บอยที่กำลังเล่นเกมเมามันถามว่ากี่ชั่วโมง พอรู้ว่าสิบห้านาทีบอยบอกสิบบาทวางไว้แล้วไสหัวไปเลย ทองสร้อยบอกว่าเจ๋งมากวางเงินแล้วออกไป โดยที่บอยไม่แม้แต่จะมองเธอสักแว่บ ยังคงจ้องจอเล่นเกมต่ออย่างเมามัน

เนรัญญาเปิดประตูห้องก็ถูกเฉวียงฉุดไปบอกว่าทองโปรยให้พาเธอไปซ่อนไม่ให้ทองก้อนเจอเธอ แล้วก็โทร.บอกทองโปรย ทองโปรยเริ่มแผนหลอกทองก้อนทันที ให้วิ่งหาเนรัญญาที่ห้องไม่เจอ หลอกให้ไปหานอกห้องอีก

“ขอโทษนะครับพ่อ ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ ก็ไม่รู้จะใช้วิธีไหนที่จะทำให้พ่อได้เจอกับหมอ” ทองโปรยพูดแล้วรีบตามทองก้อนไป ทองก้อนหลงกลวิ่งตามหาเนรัญญาจนเป็นลม

ทองสร้อยจัดการธุระของตนเสร็จก็รีบกลับ เจอรถเข็นขายส้มตำของป้าหน่อยกลิ่นปลาร้าฉุยยวนใจเลยแวะซื้อ เร่งป้าหน่อยให้รีบตำตนออกมานานแล้วต้องรีบกลับไปทำกับข้าวอีกเดี๋ยวเจ้านายจะด่าเอา ป้าหน่อยถามว่าทำงานที่ไหน พอทองสร้อยบอกว่าบ้านเวียงคีรี ป้าหน่อยถามว่าบ้านคุณกลางใช่ไหม กิ๊กป้าเองเพราะคุณกลางชอบมากินส้มตำที่ร้านเป็นประจำ
ป้าหน่อยตำเสร็จใส่ถุงให้ ทองสร้อยจ่ายเงินแล้วเดินอ้าวไป ป้าหน่อยมองตามพึมพำ

“เออ...รูปร่างหน้าตาไม่น่าจะมาเป็นคนใช้” แล้วก็ทำท่าจะเป็นลมเพราะรัวสากตำส้มตำครกนี้จนหมดแรง

ทองสร้อยออกมาเรียกแท็กซี่กลับไปอย่างด่วนจี๋

ฝ่ายทองโปรย พอพาทองก้อนไปห้องฉุกเฉินแล้วก็โทร.บอกเฉวียง

“ฮัลโหล...เฉวียง พาเนรัญญากลับห้องได้แล้ว แล้วรีบมาที่ห้องฉุกเฉิน ฉันจะไปคุยกับเนรัญญา” วางสายแล้วหันมองทองก้อนอย่างรู้สึกผิดกับพ่อ

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #4 on: 11 October 2026, 16:23:30 »


https://www.thairath.co.th/novel/nangesaotongsoi/ep4/page1

นางสาวทองสร้อย   ตอนที่ 4

คุณใหญ่ไปหาพฤกษ์ที่ห้องทำงาน ไล่จีจี้ให้ออกจากห้องแล้วคุยกับพฤกษ์เรื่องคุณแหวว

“ไหนเธอบอกว่าเธอบริสุทธิ์ใจเรื่องนังทองสร้อย” พฤกษ์ตอบงงๆ ว่ามันก็เป็นอย่างนั้น “แต่เธอขอหย่าทั้งที่เธอคุยกับพี่แล้วว่ามันจะไม่มีทางเกิดขึ้น”

พฤกษ์ยืนยันว่าเรื่องหย่าของตนกับคุณแหววไม่เกี่ยวกับทองสร้อย แต่คุณใหญ่จะให้เกี่ยวให้ได้ หาว่าทองสร้อยเป็นต้นเหตุให้เขาพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด

“ใช่ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรพูดในตอนนี้ แต่ผมควรจะพูดมาตั้งนานแล้ว ผมแต่งงานจดทะเบียนกับคุณแหวว เพราะพี่ใหญ่ขอร้อง ที่ผมยอมเพราะผมเองก็ต้องการช่วยให้คุณลุง พ่อของคุณแหววจากโลกนี้ไปอย่างสงบ หมดห่วง ที่มีคนมาช่วยดูแลลูกสาวเพียงคนเดียวของท่าน ไม่ได้แต่งเพราะความรัก พี่ใหญ่ลืมไปแล้วเหรอครับ”

คุณใหญ่อึ้งพูดไม่ออก แต่ก็ไม่ยอมรับ พฤกษ์จึงทบทวนให้ฟังว่า

“งั้นผมจะพูดอีกที ว่าเรามีข้อตกลงกันว่า หลังจากที่จัดการงานศพของคุณลุงเรียบร้อยแล้ว ผมกับคุณแหววจะหย่ากัน แต่นี่งานศพของคุณลุงก็ผ่านไปเป็นปีๆแล้ว...”

คุณใหญ่ขัดขึ้นทันทีว่าคุณแหววรักเขามาก เธอ พยายามทำดีที่สุดเพื่อให้เขารักและเป็นสามีภรรยากันได้จริงๆ

“มันไม่มีทาง ไม่รักก็คือไม่รักครับ!”

“แล้วถ้าคุณแหววหย่ากับเธอ โกรธเธอ แล้วถอนหุ้นของคุณพ่อเธอที่มีอยู่ที่เวียงคีรีครึ่งหนึ่งมันจะทำให้เธอรักคนอื่นมากขึ้นหรือเปล่านอกจากรักตัวเองหา!!” พฤกษ์อึ้งอัดอั้นที่คุณใหญ่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาค้ำคออีก “เธอห่วงแต่อิสรภาพของตัวเอง แต่ทำให้บริษัทต้องตกต่ำเพราะขาดสภาพคล่อง ขาดความน่าเชื่อถือ โปรเจกต์ที่กำลังขยายไปต่างประเทศจะทำยังไง พนักงานเป็นพันชีวิต จะทำยังไง เธอรับผิดชอบไหวเหรอคุณกลาง”

“ผมหาทางออกได้!”

“ยังไง!!?? ขายบ้านที่เราซุกหัวนอนอยู่ ขายรถ เครื่องเพชรของพี่ เอากระเป๋ารองเท้าพี่ไปด้วยเลยไหม ขายมันให้หมดแม้กระทั่งส่วนของนังลูกเมียน้อยเพื่อมารับผิดชอบความผิดพลาดของเธอ เอาไหม!!”

“มันคือความผิดพลาดของผมเหรอครับ?”

“ใช่! หน้าที่ของเธอคือดูแลทุกคน ทุกอย่างในเวียงคีรี ในฐานะผู้ชายของบ้าน การรักคุณแหววและรักษาชีวิตคู่เอาไว้ให้ได้ก็เป็นหน้าที่ที่เธอต้องทำ!” พฤกษ์อัดอั้นตันใจไม่รู้จะพูดอย่างไรให้คุณใหญ่เข้าใจ ในขณะที่คุณใหญ่ก็รุกฆาตว่า “ถ้าเธอไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นลูกอกตัญญู!!”

ooooooo

คุณแหววพยายามปรับปรุงตัวเองเพื่อให้พฤกษ์รัก เธอขอให้ทองสร้อยช่วยสอนทำกับข้าวให้ บอกทองสร้อยว่า

“แม่ฉันเคยบอกเอาไว้ว่า เสน่ห์ปลายจวักผัวรัก จนตาย...แต่ฉันทำกับข้าวไม่เป็นเลย แถมสุขภาพก็ไม่ดี ช่วยอะไรคุณกลางไม่ได้เลยสักอย่าง เพราะอย่างนี้คุณกลางถึงได้...ไม่รักฉันเลย”

คุณแหววร้องไห้จนตัวโยน ทองสร้อยเข้าไปปลอบ คุณแหววบอกว่า ตอนนี้คุณกลางกำลังจะไปรักคนอื่น ฉันรู้ พูดแล้วมองทองสร้อยอย่างมีความหมาย ทองสร้อยบอกว่าคุณแหววกำลังคิดผิดเกี่ยวกับตน ทั้งยืนยันและสาบานว่า ตนไม่ได้ทำอย่างที่คุณแหววคิด ตนมาที่นี่ เพราะต้องการที่อยู่ ต้องการงานทำแลกเงินเท่านั้น ย้ำให้คุณแหววเห็นถึงความแตกต่างว่า

“สร้อยเป็นแค่คนใช้ เป็นแจ๋ว เป็นลูกจ้าง ไม่ใช่คนที่คุณควรจะมาใส่ใจด้วย คนที่คุณควรคิดถึงให้มากคือคุณกลาง”

“ถ้าอย่างนั้น เธอช่วยฉันได้ไหมทองสร้อย ช่วยทำให้คุณกลางรักฉันที” ทองสร้อยถามว่าช่วยอีหยัง? “ช่วยสอนฉันทำกับข้าวหน่อยได้ไหม ฉันอาจเป็นภรรยาที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่คุณกลางไม่ได้ ฉันก็ขอเป็นภรรยาที่อยู่ข้างหลัง ดูแลและสนับสนุนให้เขาสบายใจที่สุดนะทองสร้อย”

ทองสร้อยคิดหนักสงสารคุณแหวว แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ฝ่ายพฤกษ์ คุณกลางของคุณแหววและคุณใหญ่ ก็คิดหนัก ยิ่งคิดถึงที่คุณใหญ่พูดถึงอดีตที่ธุรกิจของเวียงคีรีกำลังเจอปัญหาฟองสบู่แตกทำท่าจะล้มละลายแต่พ่อของคุณแหววเข้ามาช่วยกู้วิกฤติในฐานะเพื่อนสนิทของพ่อแล้วย้ำกับเขาว่า

“ถ้าเธอยังมีสำนึกอยู่บ้างก็ควรจะดูแลคุณแหววต่อไป”

“พี่ใหญ่...มันคนละประเด็น มันไม่...”

“แต่ถ้าเธอยังยืนกรานที่จะคิดถึงแต่ความสุขของตัวเองก็ทำไป แล้วอย่ามาเรียกฉันว่าพี่อีก... เราขาดกัน! ฉันไม่อยากนับญาติกับผู้ชายเห็นแก่ตัวเหมือนพ่อ!”

คิดแล้วพฤกษ์เครียดหนัก กลับถึงบ้านเย็นนี้ เขาถามชบาทันทีว่าพี่ใหญ่อยู่ไหน?

ooooooo

ทองสร้อยตัดสินใจไปหาคุณแหววที่ห้อง คุณใหญ่เห็นจึงตามไปแอบฟังด้วยความสงสัยว่าทองสร้อยไปหาคุณแหววทำไม คุณใหญ่เอาหูแนบประตูแอบฟังแต่ไม่ได้ยิน พอหันกลับก็สะดุ้งเฮือกเมื่อเจอพฤกษ์ยืนชิดอยู่ข้างหลัง!

คุณใหญ่มโนว่าพฤกษ์คงคิดเรื่องคุณแหววได้แล้ว ขอบใจที่ไม่เป็นคนเห็นแก่ตัว เร่งให้รีบไปคุยกับคุณแหวว พฤกษ์บอกพรุ่งนี้ได้เลยยิ่งดี คุณใหญ่ดีใจมากคาดหวังว่าอีกไม่นานตนจะได้อุ้มหลาน บอกพฤกษ์ว่าขอหลานคนแรกเป็นผู้ชาย

“พรุ่งนี้เช้าผมจะพาคุณแหววไปที่สำนักงานเขตเพื่อเซ็นใบหย่าครับ” พฤกษ์พูดชัดๆ คุณใหญ่ถึงกับอ้าปากค้าง “เรื่องขอหย่า กับการไม่ทำหน้าที่ดูแลบ้านและธุรกิจของเวียงคีรีมันเป็นคนละเรื่องกัน ผมขอยืนยันว่าผมจะทำหน้าที่ผู้ชายของบ้านอย่างเต็มที่และจะเรียกพี่ใหญ่ว่าพี่เหมือนเดิม ความเป็นพี่น้องของเราไม่มีทางตัดขาดจากกันได้ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ตาม ตามนี้นะครับ”

พูดจบพฤกษ์เดินไปเลย คุณใหญ่ยังช็อก ชบากับพุฒิรออยู่ที่มุมหนึ่งพร้อมยาลมยาหม่อง พอคุณใหญ่ทำท่าจะล้มก็พุ่งเข้ามาประคองเอายาให้ดมอย่างรู้ สถานการณ์

ฝ่ายทองสร้อยเข้าไปคุยกับคุณแหวว รับปากจะสอนทำกับข้าวให้ คุณแหววให้เงินเป็นพิเศษนอกเหนือจากงานหน้าที่ ทองสร้อยไม่เอา คุณแหววสั่ง “เธอไม่เอา แต่ฉันจะให้ อย่าขัดใจฉัน” ทองสร้อยสัมผัสได้ถึงความเอาแต่ใจของคุณแหววเลยรับไว้

“เธอว่าคุณกลางจะยอมใจอ่อนไหม” คุณแหววถามอย่างมีความหวังขึ้นมา

“เอาตรงๆนะคะ คุณกลางสร้อยไม่รู้ แต่ที่สร้อยรู้ พ่อของสร้อยติดแม่มากจนไม่ยอมกินข้าวนอกบ้าน ไม่ยอมไปไหน แม้แต่ตอนแม่จะตาย แกยังไม่ยอมให้แม่ตายเลยค่ะ”

คุณแหววขำจนหัวเราะออกมา แล้วรีบขอโทษว่าตนไม่น่าหัวเราะเรื่องแม่ทองสร้อย ทองสร้อยบอกว่าไม่เป็นไรเพราะตนนึกถึงเรื่องนี้ทีไรก็ยังอดขำเองไม่ได้เลย คุณแหววกังวลอีกว่ากลัวคุณกลางจะไม่ให้อภัยตนจะไม่ยอมกินอาหารที่ตนทำ พอทองสร้อยบอกว่าอย่าเพิ่ง คิดมาก คุณแหววก็รำพึงรำพันว่า

“ทุกวันนี้ฉันอยู่ด้วยความกลัวนะ กลัวว่าฉันจะอยู่ได้ยังไงถ้าคุณกลางหมดรักฉันขึ้นมาแล้วจริงๆ ฉันจะทนใช้ชีวิตไปคนเดียวได้ยังไงโดยไม่มีคนที่ฉันรัก แล้วมันก็เป็นความจริง แต่มันคงจะสายเกินไป ฉันต้องบ้าแล้วแน่ๆ มันจะมีประโยชน์อะไรที่จะทำให้คนที่หมดใจกลับมารักเราเหมือนเดิม”

“คุณแหววใจเย็นก่อนค่ะ คุณแหววไม่ต้องกลัว คุณแหววมีความรักที่ยิ่งใหญ่เป็นแรงผลักดัน มันจะทำให้คุณแหววทำอะไรก็ได้ในโลกนี้ เชื่อสร้อยนะคะไม่ต้องกลัว”

คุณแหววอึ้ง ทึ่งในคำปลอบโยนและให้กำลังใจของทองสร้อย

“แล้วคุณกลางก็จะสัมผัสได้ถึงความรักที่คุณแหววพยายามจะถ่ายทอดผ่านอาหารที่คุณแหววทำ สร้อยจะช่วยคุณแหววเต็มที่ คุณกลางจะต้องมองเห็นความทุ่มเทของคุณแหววค่ะ คุณกลางจะต้องตาสว่างว่ารักแท้อยู่แค่เอื้อม... อยู่ในบ้านไม่ใช่นอกบ้าน”

“ทองสร้อย...” คุณแหววเรียก ถามทึ่งว่า “ที่เธอพูดเมื่อกี๊ เธอพูดจากความรู้สึกของเธอเองหรือไปจำมาจากที่ไหน”

ทองสร้อยหน้าเจื่อนเมื่อรู้ว่าตัวเองหลุดไปเยอะ คิดหาทางแก้ตัว พลันก็หัวเราะเสียงดังกลบเกลื่อน จนพฤกษ์ที่จะมาคุยกับคุณแหววได้ยินเสียงหัวเราะ เขาชะงักกึกเปลี่ยนใจหันหลังเดินกลับไป

ทองสร้อยหัวเราะลั่นบอกว่าตนอ่านเจอในนิยาย ไม่ได้พูดเอง ถามคุณแหววว่ารู้สึกว่าตนดูดีและสวยขึ้นมากเลยใช่ไหม ทำให้คุณแหววหัวเราะขำออกมา ขอบใจทองสร้อยที่ให้กำลังใจ ทองสร้อยปลุกใจให้คุณแหววสู้ๆ

แต่พอออกจากห้องคุณแหวว ทองสร้อยพึมพำ

“ไก่ได้พลอยอีกคนหนึ่งแล้วสินะ พวกบ้างานจนลืมเมีย เกลียดอะไรทำไมต้องเจอ!!”

ooooooo

ทองโปรยไปหาเนรัญญาที่ห้องพักในโรงพยาบาล บอกว่าเธอน่าจะเห็นแล้วว่าตนอยู่ข้างเดียวกับทองสร้อย

“พี่อยากคุยกับทองสร้อย บอกทองสร้อยว่าอย่าหนีเลย” ทองโปรยฝากความ

เนรัญญาอึ้ง มองหน้าทองโปรยอย่างครุ่นคิด เมื่อเห็นสายตาที่จริงใจของเขา

ทองก้อนไม่ยอมนอนโรงพยาบาล ศักดิ์สิทธิ์จึงพากลับมานอนที่บ้าน ขณะทองโปรยคุยกับศักดิ์สิทธิ์อยู่นั้น จู่ๆทองก้อนก็ลุกพรวดขึ้นมา ทั้งสองตกใจถามว่าทำไมไม่นอน

“ฉันไม่นอน! จะนอนได้ยังไง ฉันหิว!!” ทองก้อนลุกขึ้นมาโวยวายหลังจากนอนพักจนมีแรงขึ้นมาแล้ว

สาวใช้จัดข้าวกล้อง ปลาทะเลนึ่ง ผักลวกจิ้มน้ำพริกมาให้ ทองก้อนโวยวายว่าตนไม่ใช่ไก่ไม่กินข้าวกล้องถามว่าใครสั่งให้จัดอาหารพวกนี้มา!!

ศักดิ์สิทธิ์กับทองโปรยต่างเกี่ยงกันที่จะเข้าไปรองรับอารมณ์ของทองก้อน ใช้เวลาตั้งสติรวบรวมความกล้าอยู่หลายนาทีจึงเดินตามกันเข้าไปโดยทองโปรยเดินตามหลัง อาศัยศักดิ์สิทธิ์เป็นเกราะกำบัง พอเข้าไปทองก้อนสั่ง ให้อธิบายมาว่าทำไมจัดอาหารแบบนี้มาให้ตน

“ท่านจำเป็นต้องรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเหล่านี้ จากการที่ท่านเป็นลมล้มในโรงพยาบาลเมื่อกลางวัน เกิดจากความดันโลหิตสูง จนเกือบทำให้เส้นเลือดในสมองแตก ไม่นับแนวโน้มของการเป็นโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ไตรกลีเซอไรด์สูงและอีโก้สูง” ศักดิ์สิทธิ์แอบแถมอีโก้ให้อีกโรค

ทองก้อนสวนทันควันว่าอีโก้ไม่ใช่โรค ตนไม่กินอาหารพวกนี้เพราะตนไม่ใช่ไก่ ไม่ใช่วัวควาย ตนเป็นสัตว์กินเนื้อ

“ถ้าอย่างนั้นก็เตรียมตัวล้มป่วยนอนโรงพยาบาล ค่อยๆหมดลมหายใจลาจากโลกนี้ไป แล้วปล่อยคุณทองสร้อยบินกลับไปปารีส ไปใช้ชีวิตอย่างที่เธอปรารถนาได้อย่างโล่งใจ เพราะไม่มีพ่อคอยเป็นก้างขวางคอ” แล้วสั่งสาวใช้ “เอาไปเก็บแล้วยกหมูหันมา หนังไก่ทอดด้วย เปลี่ยนเป็นข้าวสวย ยาทุกอย่างที่หมอจัดเตรียมไว้ให้ทาน เอาไปทิ้งให้หมด”

พอคนใช้จะออกไป ทองก้อนตวาด

“ทุกคนหยุด! ฉันจะกิน ฉันจะไม่ยอมตาย ฉันจะอยู่ค้ำฟ้าเป็นก้างขวางคอแก ทองสร้อย!”

ทองก้อนกินข้าวเอาจริงเอาจัง แม้ไม่ถูกปากแต่ความทิฐิจะเอาชนะทองสร้อยก็ต้องฝืนกิน

ทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์แอบยิ้มให้กันโล่งใจที่ปราบพยศทองก้อนได้สำเร็จ

ooooooo

พอทองสร้อยออกจากห้องคุณแหววก็จ๊ะเอ๋กับพฤกษ์ที่ดักรออยู่ เขาถามว่าไปคุยอะไรกับคุณแหวว ทองสร้อยอึกอัก ถูกถามดุๆว่าเธอมีอะไรกับคุณแหวว?!

ทองสร้อยตั้งหลักได้ย้อนถามว่าปกติไม่เคยเห็นสนใจคุณแหววแล้วจะมาถามทำไม พฤกษ์ปรามว่าเธอจะทำตัวสนิทสนมกับเจ้านายตนไม่ว่า แต่ตนถามต้องตอบและอย่าตีฝีปากเรื่องส่วนตัวของตน สั่งชงกาแฟไปให้ที่สตูดิโอด้วย

พอพฤกษ์เดินไป ทองสร้อยก็แอบแลบลิ้นปลิ้นตาหลอก พฤกษ์หันมาพอดี ทองสร้อยเลยแกล้งทำเป็นเต้นแอโรบิกเต้นไปบ่นไป “โอ๊ยยยย...เมื่อยอีหลี!!” พอถูกพฤกษ์สั่ง “กาแฟ!” ทองสร้อยก็วิ่งแจ้นออกไป พฤกษ์มองแล้วอดขำไม่ได้

ทองสร้อยกลับมาที่บ้านเจอชบากับพุฒิกำลังหายาหอมกันวุ่น ทองสร้อยถามว่ามีอะไรจะให้ช่วยไหม ชบาบอกว่าอย่าได้เสนอหน้าเข้าไปให้คุณใหญ่กระอักเลือดออกมา แล้วก็อย่าเพิ่งนอนเดี๋ยวมีเรื่องจะคุยด้วย

ทองสร้อยเลยไปชงกาแฟให้พฤกษ์แต่ไม่รู้เขาดื่มสูตรไหน เลยมั่วชงกาแฟดำใส่โกโก้ให้ พอเอากาแฟสูตรมั่วไปให้ ทองสร้อยบอกพฤกษ์ว่าคุณใหญ่เป็นลม ถามว่าไม่ไปดูหน่อยหรือ พฤกษ์พูดอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่าเดี๋ยวก็หาย ทองสร้อยเดินออกไปบ่นเซ็งๆกับความ สัมพันธ์ของคนครอบครัวนี้...

“อืม...ดี...พี่น้องบ้านนี้ เป็นศัตรูกันหมด อยู่กันดีๆไม่ชอบ”

ooooooo

คุณเล็กกลับมาพอรู้ว่าคุณใหญ่เป็นลมก็รีบไปช่วยดูแล แม้จะถูกคุณใหญ่ตะบึงตะบอนใส่กระทั่งไล่ไม่ให้มายุ่งกับตน คุณเล็กก็ไม่สนใจ ช่วยชบากับพุฒิดูแลจนคุณใหญ่ดีขึ้นจึงขอตัวไป

ทองสร้อยเจอเจียรนัยเพิ่งกลับมา ถามว่าทำไมกลับมืดจัง เจียรนัยเล่าอย่างท้อใจว่าเพื่อนติวภาษาอังกฤษให้ บ่นอย่างท้อใจว่าเพื่อนติวให้ทั้งวันไม่เข้าสมองสักอย่าง ถามทองสร้อยว่าทำไมเกิดมาจนแล้วต้องสมองน้อยด้วยหรือ

“อย่าคิดอย่างนี้เด็ดขาด แล้วก็ห้ามร้องไห้เสียน้ำตาน้อยเนื้อต่ำใจตัวเอง ไม่มีอะไรที่เราทำ ไม่ได้ถ้าเราพยายาม ต่อให้คนไอคิวต่ำก็จำได้ถ้าฝึกฝน ไม่เกี่ยวกับเกิดมารวยหรือจน จำไว้ว่าคนรวยก็โง่ได้พอๆกับเรา ถ้าเขาไม่พยายาม”

ทองสร้อยให้กำลังใจและถามอย่างห่วงใยว่ากินข้าวหรือยัง พอรู้ว่ายังก็บอกให้ไปตักข้าวกินเสีย

พอเจียรนัยลุกไปตักข้าวกิน ทองสร้อยมองตามไปด้วยความสงสาร

ชบาถูกคุณใหญ่ดุที่ยังไม่บอกงานของทองสร้อยที่คุณใหญ่จัดแบ่งให้ใหม่ เช้าวันรุ่งขึ้น พอชบาเจอทองสร้อยกำลังเตรียมทำอาหารใส่บาตรในครัวจึงบอกว่า

“ต่อไปนี้ เรื่องกับข้าวกับปลาฉันจะทำเองนะ ส่วนแกก็...” ชบาลำบากใจที่จะพูด จนทองสร้อยถามแล้วถามอีกจึงบอกว่า “รายการงานบ้านที่แกต้องทำทั้งหมดตามคำสั่งคุณใหญ่ เพียงคนเดียว! ห้ามคนอื่นช่วยคือ ดูดฝุ่น เช็ดฝุ่น กวาดบ้าน ถูบ้านทั้งหลัง ซักผ้า รีดผ้า ทำห้องคุณๆ รวมทั้งห้องน้ำให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้อยู่เสมอ รดน้ำต้นไม้ กวาดใบไม้ ล้างรถ เช็ดรถคุณๆ ให้เงาวับราศีจับสมศักดิ์ศรี นี่คืองานประจำวัน ส่วนงาน ประจำสัปดาห์แกจะต้อง...”

“บ้าไปแล้ว!!!” ทองสร้อยขัดขึ้นอย่างทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว

ooooooo

เช้านี้คุณใหญ่แปลกใจที่เห็นคุณแหววตื่นแต่เช้า เธอบอกว่าเมื่อคืนนอนหลับสนิท เช้านี้ตั้งใจมาใส่บาตร กับคุณใหญ่

คุณแหววยิ้มพรายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนคุณใหญ่สงสัยถามว่าเมื่อคืนคุณกลางคุยอะไรด้วยหรือ

แล้วคุณใหญ่ก็ยิ่งแปลกใจเมื่อคุณแหววบอกว่าเมื่อคืนไม่เจอคุณกลางเลย คุณกลางอยู่ในสตูดิโอทั้งคืน ถามว่าหรือเป็นเรื่องที่ทะเลาะกับคุณใหญ่เมื่อคืน เกี่ยวกับตนด้วยใช่ไหม?

คุณใหญ่บอกว่าคุณกลางอาจเปลี่ยนใจ ตนภาวนาขอให้การเป็นลมของตนไม่ได้สูญเปล่า คุณแหววไหว้คุณใหญ่ที่ต่อสู้เพื่อตนตลอดมา บอกคุณใหญ่ว่า...

“แหววคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่แหววจะลุกขึ้นมาทำให้คุณกลางเปลี่ยนใจด้วยวิธีของแหววเองบ้าง”

“คุณแหววจะทำอะไร ยังไง”

“อย่าไล่ทองสร้อยออกเลยนะคะ”

คุณใหญ่อึ้ง ชักสีหน้าขึ้นมาทันที ต่อว่าคุณแหววว่าถูกทองสร้อยหลอกให้ตายใจและเลิกระแวงว่าจะถูกตีท้ายครัว คุณแหววบอกว่า “ไม่หรอกค่ะ” คุณใหญ่ถามอีกว่าไม่เชื่อตนแล้วใช่ไหม “ไม่ใช่ค่ะ”

“งั้นก็อย่ามาขอร้องพี่ไม่ให้ไล่มันออกไปจากบ้านหลังนี้ ถ้าไม่อยากให้ชบาสอนทำอาหารก็ไปเปิดตำราดูหรือไม่ก็เปิดดูในยูทูบ จบนะ” เมื่อคุณแหววพยักหน้าจำยอม คุณใหญ่ชวนไปใส่บาตร กรวดน้ำ แผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ทองสร้อยก็เป็นหนึ่งในเจ้ากรรมนายเวรของเรา จะได้ไปจากชีวิตเราเสียที

คุณใหญ่ไปยืนรอชบาเห็นยังไม่ออกมาก็ตะโกนเรียกอย่างหงุดหงิดอบอกว่าสายแล้วอย่าให้ตนรอ

คุณแหววได้แต่ยืนมองคุณใหญ่อยู่อย่างอึดอัด

ooooooo

วันนี้ทองสร้อยเริ่มทำงานตามที่คุณใหญ่กำหนด ชบาเห็นทองสร้อยขัดพื้นเอาเป็นเอาตายถามว่าทำได้หรือเปล่า บอกทองสร้อยว่าจะไม่ทำก็ได้แต่พวกตนทั้งครอก มีตน ตาพุฒิและนังเจียต้องลากกระเป๋าออกจากบ้านนี้ไป

ทองสร้อยถามว่าแล้วถ้าตนลาออกล่ะ ชบาบอกว่าถ้าคุณใหญ่สืบได้ว่าทองสร้อยลาออกเพราะอะไรและถ้าคุณกลางรู้เรื่องนี้ พวกตนก็ต้องถูกไล่ออกยกครอกอยู่ดี

“สร้อยเป็นตัวซวยของพวกน้าหรือเปล่า” ชบาบอกว่าไม่ใช่แต่ทองสร้อยดันเกิดมาสวยเลยทำให้คุณใหญ่ไม่ไว้ใจทั้งที่ไม่มีอะไรในกอไผ่ระหว่างทองสร้อยกับคุณกลาง ทองสร้อยถามว่าน้าชบาเชื่อตนหรือ “เชื่อ...ฉันเชื่อว่าแกเป็นคนดี”

เป็นคำตอบที่ทำให้ทองสร้อยซาบซึ้งใจจนโผกอดชบา ชบาบอกว่าจริงๆแล้วตนไม่อยากให้ใครต้องถูกไล่ออกเลย ทองสร้อยบอกว่าคุณใหญ่เป็นคนมีปัญหาทางจิต ชบาบอกว่าไม่ได้เป็นโรคจิต แค่บ้า! พูดแล้วตกใจรีบปิดปาก

“น้ารู้อะไรไหม โรคนี้แก้ง่ายนิดเดียว...มันเกิดจากความเอาแต่ใจตัวเอง อยากได้ต้องได้มาตลอด ไม่เคยมีใครขัดใจ เพราะฉะนั้น...” ทองสร้อยสีหน้าเจ้าเล่ห์ จนชบาถามว่าอะไร? ทำไง! ทองสร้อยไม่ตอบแต่เตรียมแผนแก้เผ็ดคุณใหญ่ในใจ

ooooooo

ทองสร้อยเตรียมอุปกรณ์การทำงานตามที่คุณใหญ่สั่ง ปลุกใจตัวเองออกท่าออกทางฮึดสู้ว่า

“สร้อยจะถึกให้คุณใหญ่เห็นว่า อย่าประมาทแรงฮึดของคนที่กำลังถูกกดขี่ พลังมันเหมือนลาวาที่รอวันปะทุออกจากปล่องภูเขาไฟ ระเบิดเมื่อไหร่พลังทำลายล้างจะรุนแรงมหาศาล” ชบาฟังแล้วมองหน้าชมว่าเข้าใจเปรียบเทียบ ถามว่าจบแค่ ป.6 แน่นะ ทองสร้อยบอกว่าเรื่องนี้โรงเรียนไม่มีสอนแต่มันต้องเรียนจากมหาวิทยาลัยชีวิต เรียนจากชีวิตจริง

ทองสร้อยพูดเสียจนชบาพลอยฮึดขึ้นมาด้วย ร้องปลุกใจ “สู้ๆ ทองสร้อย ไอดอลสู้ชีวิต สู้ไว้!”

คุณเล็กกับพฤกษ์มายืนดูทองสร้อยที่ทำงานมือเป็นระวิง คุณเล็กตั้งข้อสังเกตกับพฤกษ์ว่า เมื่อคืนตนได้ยินทองสร้อยคุยและให้กำลังใจเจียรนัยเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษ เห็นทองสร้อยดูหนังสือเรียนภาษาอังกฤษของเจียรนัยท่าทางเหมือนอ่านออก ตนเชื่อว่าทองสร้อยไม่ใช่พวกมิจฉาชีพ

“เราอาจจะเคยชินกับการสร้างกำแพงกับคนอื่นๆ มากเกินไป จนทำให้สงสัยในตัวทองสร้อย” พฤกษ์มองในแง่ของตัวเอง บอกคุณเล็กว่า “เราควรให้โอกาสทองสร้อย ตราบใดที่ไม่ได้ทำอะไรให้เราเดือดเนื้อร้อนใจ”

เมื่อถึงเวลาอาหารเช้า ชบากับเจียรนัยเอาข้าวต้มมาเสิร์ฟ พฤกษ์ถามว่าใครทำ ชบาบอกว่าตนทำ ถูกคุณใหญ่ ดักคอว่าเมื่อก่อนไม่เห็นมีปัญหาแต่พอกินฝีมือทองสร้อยไม่กี่มื้อถึงกับกินไม่ได้ขึ้นมาเลยหรือ เลยปะทะคารมกันประสาต่างก็ระแวงกัน จนคุณแหววถามพฤกษ์ว่า

“แล้วถ้าแหววจะลงมือทำอาหารอย่างที่คุณกลางอยากรับประทานบ้าง คุณกลางจะโอเคไหมคะ”

“อยากทำอะไรก็ทำเถอะครับ” พฤกษ์ตอบอย่างขอไปที ทำให้คุณแหววหน้าเสียแต่พยายามข่มไว้ คุณใหญ่ไม่พอใจแต่เก็บไว้ก่อน พฤกษ์กินข้าวต้มคำเดียวก็ลุกจากโต๊ะ บอกว่าจะรีบไปทำงาน ถามคุณเล็กว่าวันนี้จะไปสมัครงานอีกหรือเปล่า

“ไม่ค่ะ เล็กตั้งใจจะอยู่บ้าน เผื่อคุณใหญ่เป็นอะไรขึ้นมาอีกจะได้มีคนคอยช่วยชบาดู”

คุณใหญ่กระชากเสียงบอกว่าตนแข็งแรงดี ไม่ต้องมาสาระแน แต่พฤกษ์บอกคุณเล็กว่าทำถูกแล้ว เขาหันบอกคุณแหววว่าเย็นนี้ตนมีเรื่องจะคุยด้วย แล้วจะรีบกลับ คุณแหววนิ่งไปอย่างนึกกังวล ว้าวุ่นใจ กลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้น

ooooooo

กุลธิดาไปทำงานได้ไม่กี่วันก็ไม่มา ทองโปรยถามยอดชายว่าทำยังไงเธอถึงได้ถอดใจ

กุลธิดาโวยวายกับสาทรที่บ้านว่าตนถูกใช้งานอย่างกับวัวกับควาย เล่าอย่างเจ็บใจว่า หลังจากปล่อยให้ตนนั่งหายใจทิ้งจนเบื่อ ไอ้เลขาฝ่ายขวาหน้าห้องพี่ชายก็ใช้ให้ไปขัดห้องน้ำ ซื้อข้าวกลางวัน ยืนโบกรถเป็นเพื่อนยาม เช็ดทำความสะอาดดัมเบล กุลชาติฟันธงว่าถูกแกล้งแน่ๆ บ่นพี่สาวว่าโง่ไปยอมให้มันใช้ทำไม

“ก็มันบอกว่าพี่ชายชอบผู้หญิงถึกๆ พี่เลยยอม” แล้วบ่นว่ากว่าจะได้ผู้ชายคนหนึ่งทำไมมันยากอย่างนี้ กุลชาติแนะว่าให้ไปศึกษามารยาหญิงจากเพื่อนพี่ที่แต่งงานแล้วสิ กุลธิดานึกได้รีบไปหาคุณแหววเพื่อขอบทเรียนมัดใจผู้ชาย

คุณแหววแปลกใจที่ร้อยวันพันปีกุลธิดาไม่เคยมา จู่ๆก็โผล่มาไม่บอกกล่าว ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า กุลธิดาถามไม่อ้อมค้อมว่า “ทำยังไงถึงจะมัดใจผู้ชายได้ในเวลาอันสั้น สั้นมาก ไม่เกินหนึ่งเดือน”

ขณะคุณแหววอึกอัก พฤกษ์กลับมาพอดี กุลธิดาตื่นเต้นได้เจอสามีเพื่อนรีบสวัสดี พฤกษ์เห็นว่าคุณแหววมีแขกอยู่บอกว่าตนรอแล้วกัน กุลธิดาตาโตถามเป็นนัยว่าตนมาเป็นก้างขวางคอใช่ไหม ดี๊ด๊าดีใจว่ารู้แล้วว่าตนควรทำอย่างไรที่จะมัดใจผู้ชายได้สำเร็จ บอกคุณแหววว่า

“นี่คือคำตอบ ต้องทำแบบเธอ ต้องทำแบบเธอ... ขอบใจมากเพื่อนรัก บาย!” กุลธิดาเหมือนจะรีบไปสู่ภาคปฏิบัติ ย้ำกับตัวเองให้จำขึ้นใจว่า “ผู้ชายจะตายรังกับผู้หญิงที่เรียบร้อย หวานแหววเสมอ โอเค! พร้อม!! ฉันจะเป็นคนเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้” แล้วซ้อมไหว้ทองโปรยอย่างอ่อนช้อย พูดเสียงหวาน “สวัสดีค่ะพี่ชาย”

คุณแหววตามไปเรียกอยากให้กุลธิดาอยู่คุยด้วยนานๆ เพราะใจยังไม่พร้อมที่จะคุยกับพฤกษ์

ฝ่ายคุณใหญ่ยังมุ่งมั่นที่จะเขี่ยทองสร้อยออกไปให้ได้ นอกจากจัดงานอย่างหนักหนาสาหัสให้ทำแล้ว พอนึกได้ก็เพิ่มอีกว่าห้ามพูดภาษาอีสานในบ้านนี้ ถ้าจับได้ไล่ออกทันที!

ooooooo

ทองโปรยยังฝังใจกับสาวน้อยที่ชื่อ นารี เวียงคีรี สั่งยอดชายให้โทร.ตามมาสัมภาษณ์ ยอดชายโทร.จนท้อก็ไม่รับสาย เอาใบสมัครของคนอื่นอีกเป็นกระบะไปให้เลือก ทองโปรยไม่ถูกใจสักคนกำชับให้ลองตาม นารี เวียงคีรี อีกที

“ทำไมซื้อลอตเตอรี่ไม่ถูกอย่างนี้บ้างนะ จีบเขาชัวร์” ยอดชายฟันธง แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเลขาที่ดีต้องสนับสนุนเจ้านายทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ก็กดเบอร์คุณเล็ก นั่งลุ้นรอสาย ตั้งสติเตรียมตัวเรียบเรียงคำพูดเพื่อโน้มน้าวจูงใจเต็มที่

คุณเล็กดูมือถือตัวเอง เห็นมิสคอลประมาณสามสิบสายเป็นเบอร์ที่ออฟฟิศทองโปรยซ้ำๆ 15 ครั้ง เบอร์มือถือของยอดชายอีก 15 ครั้ง

“เฮ้อ...ยังไงก็จะคุยให้ได้ใช่ไหม” คุณเล็กโทร.กลับอย่างตัดรำคาญ สายเรียกครึ่งตู๊ดเท่านั้นปลายสายก็รับเสียงยาน

“ฮัลโหลลลลลลล...”

“อุ๊ย...เอ่อ...” คุณเล็กตั้งหลักทำเสียงเข้ม “นารี เวียงคีรี ค่ะ”

ฝ่ายทองโปรยก็เกาะติดเนรัญญาให้ติดต่อทองสร้อยมาคุย จนเนรัญญาบอกว่าจะรีบนัดทองสร้อยให้ ทองโปรยไม่ทันใจจะไปเอง

“ไม่ได้เด็ดขาดค่ะ ตอนนี้คนในบ้านนั้นไม่มีใครรู้ตัวตนที่แท้จริงของสร้อย ถ้าพี่ไปความจริงถูกเปิดเผยหนูซวยก่อนคนแรกเลย พี่คะ...หนูตกงานไม่ได้นะคะ...” ทองโปรยเสนอให้ไปทำงานกับตนก็ได้ “แต่ยังไงหนูก็ไม่อยากทำให้ตัวเองประวัติเสีย” ทองโปรยบอกว่างั้นตนจะรอเมื่อไหร่ก็รีบบอกด้วย

เนรัญญาจะไปที่รถของตัวเอง เดินชนรถเข็นของกุลชาติเข้าอย่างจัง พอเห็นหน้ากันจะจะ ต่างก็ของขึ้นทันที กุลชาติด่าว่ามนุษย์ป้ามีตั้งสี่ตายังชนเข้ามาได้ เนรัญญาถูกเรียกมนุษย์ป้าก็ฉุนขาด เอานิ้วจิ้มที่แผลกุลชาติจนร้องจ๊าก สาทรเดินมาพอดีถามว่ามีอะไรกัน กุลชาติฟ้องให้พ่อช่วยด้วย ยัยป้านี่ทำตน

พอเนรัญญารู้ว่าสาทรเป็นพ่อของกุลชาติ เธอยกมือไหว้ลวกๆ ประกาศตัวว่า

“ด้วยความเคารพ ไม่ได้จะลามปามนะคะ หนูเป็นเพื่อนรักของทองสร้อย ขอประกาศตัวตรงนี้เลยว่า ทองสร้อยไม่มีทางแต่งงานกับไอ้กากนี่แน่นอน อย่าเสียเวลาเลยค่ะ”

เนรัญญาประกาศกร้าวว่าตนจะ ขัดขวางทุกอย่างที่เป็นไปได้ให้ผู้ชายกากๆคนนี้หลุดไปจากวงโคจรชีวิตของทองสร้อยให้ได้ แล้วไหว้ลาไปอย่างเร็ว ทิ้งให้สองพ่อลูกอึ้ง พอตั้งหลักได้ กุลชาติก็ทำปากกล้าท้าทาย

“ก็ลองดู ขวางได้ก็ขวางให้ตลอดนะ ยัยมนุษย์ป้า!!”

ooooooo

วันนี้พฤกษ์กลับเร็วกว่าปกติ บอกคุณเล็กให้ช่วยหน่อย ตนอยากคุยกับคุณแหววตามลำพัง ไม่อยากถูกคุณใหญ่จับตามองเหมือนทำกับทองสร้อย

ทองสร้อยทำงานตัวเป็นเกลียว เห็นประตูห้องสตูดิโอของพฤกษ์เปิดอยู่ก็ย่องเข้าไป เจอเฟรมรูปตั้งอยู่ก็ค่อยๆเปิดผ้าคลุม พอเห็นภาพเด็กหญิงกับเด็กชายเล่นหม้อข้าวหม้อแกงกันอยู่ทองสร้อยมองอึ้ง พลันความจำก็แว่บขึ้น นึกถึงตอนที่ตัวเองเล่นกับพฤกษ์ตอนเด็กๆ แต่ก็ถามตัวเองว่าใช่หรือ ไม่ใช่หรอก ไม่บังเอิญขนาดนี้

เพื่อพิสูจน์ให้ชัด ทองสร้อยเชื่อว่าถ้าใช่ต้องมีรูปเก็บไว้แน่ จึงปีนขึ้นไปหยิบอัลบั้มรูปที่อยู่บนสุดของชั้นวางหนังสือ เขย่งมากไปเลยตกลงมาแต่มือยังถืออัลบั้มกอดไว้แน่น

พฤกษ์เข้ามาพอดี! เห็นทองสร้อยนอนกอดอัลบั้มอยู่ ถามดุๆว่ามานอนทำอะไรตรงนี้!

ฝ่ายคุณแหววที่ยังนั่งทำใจอยู่นั้น คุณเล็กเข้ามาบอกว่าคุณกลางรออยู่ที่ห้องทำงาน เธอจึงลุกไปกลัวๆกล้าๆ เดินไปเคาะประตูสตูดิโอ เรียกเบาๆ “คุณกลางคะ...”

คุณแหววได้ยินเสียงทองสร้อยโต้เถียงกับพฤกษ์ที่คาดคั้นถามว่าเข้ามาในห้องตนทำไม ทองสร้อยอ้างว่ามาเช็ดฝุ่น พฤกษ์ไม่เชื่อหาเรื่องจับผิดให้ได้ จนได้ยินเสียงคุณแหววร้องเรียกที่หน้าห้องอีก ทองสร้อยตกใจผลักพฤกษ์อย่างแรง เขาตกใจคว้าทองสร้อยไว้ เลยล้มไปด้วยกันดังโครม!

ทองสร้อยจะร้อง พฤกษ์เอามือปิดปากไว้ ส่วนคุณแหววได้ยินเสียงโครมข้างในก็ยิ่งระแวงนึกถึงเมื่อครู่นี้ที่ได้ยินเจียรนัยถามชบาว่า ทองสร้อยทำความสะอาดสตูดิโอคุณกลางเสร็จหรือยัง ก็ร้อนผ่าวไปทั้งตัว เชื่อว่าทั้งสองอยู่ในห้องด้วยกัน ตัดสินใจเคาะประตูอีกครั้ง

“คุณกลางคะ แหววเข้าไปนะคะ”

“ครับ”

“อยู่คนเดียวเหรอคะ”

“ใช่ผมอยู่คนเดียว หรือคุณคิดว่าผมอยู่กับใคร” พฤกษ์ทำหน้าตาย คุณแหววบอกว่าตนได้ยินเหมือนเสียงเขาคุยกับใครอยู่”

คุณแหววบอกว่าตนรู้ว่าทองสร้อยมาทำความสะอาดในห้องนี้และยังทำไม่เสร็จ พฤกษ์บอกว่าก็ลองเข้าไปดู คุณแหววกลับไม่กล้ากลัวจะผิดใจกัน บอกว่าไม่ต้อง ตนเชื่อเขา พฤกษ์บอกงั้นเราคุยเรื่องของเรากัน แต่ชวนไปคุยที่อื่นอ้างว่าตนไม่ชอบให้ใครเข้าไปในห้อง

พอทั้งสองออกไป ทองสร้อยที่หลบอยู่ถอนใจโล่งอกเหมือนรอดตาย!

ทองสร้อยคิดทบทวน เชื่อว่าพฤกษ์คือเด็กผู้ชายในรูปที่เล่นหม้อข้าวหม้อแกงกับตน แต่บอกตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะให้เขารู้ว่าเด็กผู้หญิงในรูปคือตนไม่ได้!

“พี่สร้อย...คุณเลขามาหา!!” เสียงเจียรนัยมาร้องบอกอยู่หน้าห้อง ทองสร้อยดีใจจนยิ้มออกมา พอไปเจอกันทองสร้อยโดดกอดเพื่อนรักดีใจจนน้ำตาซึม เนรัญญาถามว่าเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น?

ooooooo

พฤกษ์กับคุณแหววไปยืนคุยกันที่มุมหนึ่งในบ้านเวียงคีรี ต่างยืนนิ่งกันอึดใจ พฤกษ์จึงเอยขึ้นก่อนว่า

“หวังว่าคุณคงเข้าใจ มันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้อง... หย่าขาดจากกัน”

“ค่ะ แหววเข้าใจดีในเมื่อคุณชัดเจนขนาดนี้ แหววก็จะหย่าให้คุณไม่ให้คุณต้องพูดเรื่องนี้อีก แหววจะยอมรับมัน”

พฤกษ์นิ่งไปอย่างคาดไม่ถึงว่าจะง่ายอย่างนี้ พอเขาเอ่ยเรื่องทรัพย์สิน คุณแหววพูดแทรกขึ้นทันทีว่าตนไม่มีทางถอนหุ้นจากเวียงคีรี ขอให้เขาสบายใจได้ ถ้าตนทำอย่างนั้นจะเอารายได้มาจากไหน เพราะสุขภาพไม่ดี ไปทำงานที่ไหนก็ไม่ได้ ต้องอยู่คนเดียวและไม่มีใครดูแลอีกแล้ว

แต่เธอมีเรื่องอยากจะขอเป็นครั้งสุดท้าย คือขอเวลาจนกว่าตนจะหาบ้านใหม่ที่ถูกใจได้ค่อยย้ายออกไป และอย่าเพิ่งบอกเรื่องที่เราหย่ากันให้ใครรู้ จนกว่าจะถึงวันที่ตนย้ายออกเพราะไม่อยากเห็นสายตาสมเพชของใคร โดยเฉพาะ...คนใช้

พฤกษ์บอกให้เธออยู่ที่นี่ได้เท่าที่เธอจะพอใจ และขอโทษที่ตนตอบรับความรู้สึกของเธอไม่ได้ คุณแหววพูดอย่างซึ้งใจว่าตนเป็นหนี้บุญคุณที่เขายอมเสียสละเพื่อตน ชมว่าเขาเป็นคนดีมาก เสียดายที่ตนไม่มีโอกาสได้เป็นคนที่เขารักได้จริงๆ แต่ตนก็จะไม่รั้งเขาไว้อีกแล้ว จะขอเป็นเพื่อนที่ดีคอยช่วยเหลือและดูแลเขาเท่าที่เพื่อนคนหนึ่งจะทำได้ จะได้ไหม

“ได้สิ ผมจะดีใจมากถ้าเรายังเป็นเพื่อนกันได้ ผมดีใจที่คุณไม่ได้ตัดขาดผมไปจากชีวิต มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมาก”

“แหววไม่มีทางตัดคุณไปจากชีวิตของแหววหรอกค่ะ มิตรภาพของเรามันต้องสวยงามตลอดไป”

พฤกษ์กอดปลอบใจคุณแหวว โดยไม่รู้เลยว่า ทุกคำพูดของคุณแหววนั้นซ่อนไว้ถึงการไม่ยอมปล่อยเขาไป...

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #5 on: 11 October 2026, 16:24:31 »


https://www.thairath.co.th/novel/nangesaotongsoi/ep5/page1

นางสาวทองสร้อย   ตอนที่ 5

ทองสร้อยเช็ดน้ำตาแล้วผละออกจากเนรัญญา เนรัญญาบอกว่าตนมีเรื่องต้องคุยกันยาว ชวนไปคุยที่อื่นน่าจะปลอดภัยกว่า ทองสร้อยให้เพื่อนช่วยออกอุบายพาไป

เนรัญญาบอกชบาว่าทองสร้อยปวดท้องจะพาไปหาหมอ ชบาบอกให้รีบไปเลยเพราะเห็นทองสร้อยหน้าซีดตั้งแต่เมื่อสายๆแล้ว เดี๋ยวตนกับเจียรนัยจะช่วยกันทำงานเอง บอกว่าที่ตลาดมีคลินิกใกล้ที่สุดแล้ว

พฤกษ์เห็นเนรัญญาพาทองสร้อยออกไป ถามชบาว่าจะไปไหนกัน ชบาบอกว่าไปหาหมอ เขามองอย่างสงสัย เมื่อสงสัยก็ต้องตามไปดู!

เนรัญญาให้ทองสร้อยไปนั่งรอในรถ ประเดี๋ยวตนขอไปสวัสดีบอสก่อน แต่ที่แท้แอบไปโทร.บอกทองโปรย

เวลาเดียวกัน ยอดชายกำลังคุยกับคุณเล็กดี๊ด๊าดีใจที่คุณนารีโทร.กลับมา กุลธิดาฟังหูผึ่งถามว่าใครคือนารี

“ตกลงฉันจะไปสัมภาษณ์งานค่ะ และขอโทษที่พูดจาไม่ดีกับคุณ”

ยอดชายพร่ำเพ้อไปตามประสาว่านี่คือบุพเพสันนิวาส คุณเล็กยิ่งสงสัย ตัดบทถามว่า แล้วจะนัดให้ตนไปตอนไหนดี

“ตอนนี้เลย บอสกำลังเข้าออฟฟิศครับ อยู่ที่หน้าประตูทางเข้าแล้ว ผมจะรายงานบอสเลย บอสต้องแฮปปี้และดีใจมากที่สุดแน่ๆ สำหรับผลงานของผมในครั้งนี้ เดี๋ยวพบกันครับ สวัสดีครับ”

ยอดชายวางสายลั้ลลามาก แต่แล้วก็หน้าเจื่อนเมื่อเจอกุลธิดายื่นหน้ามาถามว่า “นารีคือใคร!”

“คือผู้หญิงที่บอสหลงรักและอยากใกล้ชิดด้วย ส่วนเธอคือไส้ติ่งที่บอสปรารถนาเหลือเกินที่จะตัดออกไป โอ๊ะ...ไม่ๆเธอมันคือเนื้อร้าย คือมะเร็งระยะลุกลาม... เคลียร์!”

“ไม่เคลียร์! พี่ชาย!! ฉันอยากคุยกับพี่ชาย!!” กุลธิดาเต้นเร่าๆ พอดีทองโปรยโผล่มาเห็น เขาหดหัวกลับแทบไม่ทัน ยอดชายเห็นกุลธิดากำลังหันหน้าไปทางทองโปรย เลยจับหันกลับมาหันไปหันมากันอยู่ตรงนั้นจนทองโปรยหลบออกไปได้สำเร็จ

ยอดชายนึกได้ว่าคุณนารีกำลังจะมา ร้อนใจไม่รู้จะบอกทองโปรยอย่างไรดี

ฝ่ายทองโปรยหลบหน้ากุลธิดาออกไป ก็ได้รับโทรศัพท์จากเนรัญญา เขาดีใจมากบอกว่าจะไปเดี๋ยวนี้เลย ทองโปรยวิ่งอ้าวออกไปสวนกับคุณใหญ่ที่เพื่อนพามาเข้าฟิตเนส แต่คุณใหญ่ไม่มีรสนิยมแบบเพื่อนเลยเดินเชิดออกไป ปล่อยให้เพื่อนยืนอึ้งอยู่กับบรรทัดที่ยิ้มหล่อออกมารับ

“งี้แหละ ถึงได้เป็นสาวแก่ขึ้นคานอยู่ พี่เข้าไปก่อนนะ” เพื่อนคุณใหญ่เดินเข้าไป

“หืม...อย่าให้มีโอกาสนะ จะจัดให้หมดตัวเลย” บรรทัดเจ็บใจที่คุณใหญ่ไม่เล่นด้วย

ooooooo

สายของทองก้อนโทร.มารายงานอะไรบางอย่าง ทองก้อนลุกพรวดจะออกไปให้ได้ ศักดิ์สิทธิ์หลอกล่ออย่างไรก็ไม่เชื่อรั้งก็ไม่อยู่ ศักดิ์สิทธิ์เลยได้แต่ถอนใจมองตามไปอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร

ทองสร้อยเล่าให้เนรัญญาฟังว่า บอสของเธอคือพี่คนที่เคยเล่นหม้อข้าวหม้อแกงกันตอนเด็กๆที่เวียงจันทน์ ทองสร้อยเร่งให้รีบเดินตนอยากกินส้มตำร้านป้าหน่อยร้อยสากเต็มทีแล้ว เนรัญญาทำทีถามว่าร้านอยู่ตรงไหน

“ซอยสามท้ายตลาด” ทองสร้อยบอกเนรัญญาทำทีเช็กไลน์ในมือถือ แต่ที่แท้แอบพิมพ์ข้อความบอกทองโปรยว่าซอยสามท้ายตลาด แล้วรีบเดินตามทองสร้อยไป แต่ข้างหลังสองสาว พฤกษ์กับพุฒิสะกดรอยตามมาอย่างกระชั้นชิด!

พอมาถึงร้านป้าหน่อยร้อยสาก ทองสร้อยอวดเพื่อนว่าร้านนี้อร่อยแซ่บเว่อร์ จนอยากจะเอาไปลงในคอลัมน์ มาดามฟองดูฉบับใหม่ รับรองปารีสต้องสะเทือนแน่

ทองสร้อยยังไม่ทันสั่งส้มตำ ทองโปรยกับเฉวียงก็พรวดเข้ามาลากเก้าอี้นั่งด้วย บอกให้สั่งเผื่อด้วยเอาตำไทยไม่พริก ทองสร้อยผงะแทบตกเก้าอี้ หันไปตวาดเรียก “ไอ้เน!!”

“ฉันขอโทษ แต่มันจะเป็นผลดีกับตัวแกนะ”

พฤกษ์กับพุฒิซุ่มดูอยู่ พฤกษ์ถามว่าผู้ชายคนนั้นใคร พุฒิไม่รู้จักแต่สงสัยจะเป็นผัวทองสร้อยหรือเปล่า น่าจะเป็นคนหล่อๆ เพราะหน้าคล้ายทองสร้อยมาก

“คืองี้นะ สร้อย พี่อยากจะ...” ทองโปรยพูดได้แค่นั้นก็ชะงักกึก เมื่อทองสร้อยลุกพรวดวิ่งหนีไป แต่วิ่งได้ไม่กี่ก้าวก็เบรกแทบหงายหลังเมื่อเจอทองก้อนกับบอดี้การ์ดมายืนเป็นแผงดักอยู่ ทองโปรย เนรัญญา และเฉวียงลุกยืนทันทีเช่นกัน

“หน้าคุ้นๆนะ” พฤกษ์กระซิบกับพุฒิ เห็นทองก้อนกับทองสร้อยสะอึกเข้าไปยืนประจันหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมถอย ทองก้อนยิ้มอย่างเป็นต่อ แต่ทองสร้อยสีหน้ากังวล เครียดกับสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้

พฤกษ์อยากรู้มากว่าผู้ชายที่มาพบทองสร้อยเป็นใคร แต่พอดีจีจี้โทร.มา พอฟังปลายสายพฤกษ์ตกใจบอกจีจี้ให้ถ่วงเฮียไว้ก่อนตนจะไปเดี๋ยวนี้ ก่อนไปยังหันมองชายแปลกหน้าที่มาพบทองสร้อยอย่างติดใจสงสัย

ooooooo

ทองก้อนกับทองสร้อยจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้น ป้าหน่อยร้อยสากเห็นทองสร้อยถูกคุกคามเลยเข้าไปยืนกั้นกลาง ถามทองก้อนว่ามีอะไรกับทองสร้อยหรือ?!

ทองก้อนเคยแต่ใหญ่ สั่งอะไรต้องได้อย่างนั้น พอถูกป้าหน่อยที่ไม่รู้จักมาทำกร่างก็ไม่พอใจ แต่ป้าหน่อยไม่สนใจถามว่าแต่งตัวก็ดูดีแต่ทำไมมารยาททราม พ่อแม่ไม่สั่งสอนบ้างรึไง

ทองก้อนมัวแต่โต้เถียงกับป้าหน่อย ทองสร้อยฉวยโอกาสวิ่งหนีไป ทองก้อนสั่งบอดี้การ์ด

“ไม่ต้องสนใจอีป้านี่ ตามไป!!”

ป้าหน่อยไล่ทุบทองก้อนขัดขวางไม่ให้ตามทองสร้อยไป ส่วนทองโปรยก็วิ่งไล่ตามทองสร้อย ร้องเรียกให้หยุดคุยกันก่อน “ไอ้สร้อย เรามาดี!” เนรัญญาวิ่งพลางตะโกน ถูกทองสร้อยด่าสวนมาว่า “ไอ้เพื่อนทรยศ!” แล้ววิ่งอ้าวต่อไป

เนรัญญาเห็นบอดี้การ์ดของทองก้อนวิ่งกวดทองสร้อยไป ถามทองโปรยว่าเอาไงดี แบบนี้ทองสร้อยแย่แน่เลย

“ช่วยทองสร้อย อย่าให้ถูกบอดี้การ์ดพ่อจับได้ เฉวียงลุย!” แล้วทั้งทองโปรยและเฉวียงก็วิ่งตามทองสร้อยไป

ทองก้อนถูกป้าหน่อยสกัดไว้ พอดีบอยจะมากินข้าวป้า หน่อยเลยตะโกน “ไอ้บอย ขออาวุธ” บอยไปหยิบสากเขวี้ยงไปให้ป้าหน่อย ทองก้อนเห็นสากบินมาก็ตกใจ ทำเป็นมองไปข้างหลังป้าหน่อยยกมือไหว้ทัก “สวัสดีครับหม่อม” ป้าหน่อยเสียรู้หันไปดู ทองก้อนฉวยโอกาสวิ่งตามทองสร้อยไปอีกคนจนได้

เนรัญญาขัดขวางบอดี้การ์ดของทองก้อนเพื่อช่วยทองสร้อยสุดฤทธิ์ แต่พอถูกมันขู่ “แฮ่!!” ทีเดียวก็ตกใจจนเป็นลม ทองโปรยกับเฉวียงเลยต้องเข้าประคองไว้ ทองก้อนจิกตาด่าทองโปรยว่า

“แกปิดบังฉันเรื่องทองสร้อย เพราะแกคิดจะหาทางช่วยมัน และขัดคำสั่งศักดิ์สิทธิ์ของฉัน ต่อไปนี้ ฉันจะทำทุกอย่างเองแกไม่ต้องยุ่ง และอย่าให้รู้ว่าแกแอบทำอะไรลับๆ เพื่อต่อต้านฉัน ถ้ารู้ฉัน...ฉันไม่เอาแกไว้แน่!”

ทองก้อนด่าทองโปรยแล้วรีบตามทองสร้อยไป เนรัญญาหรี่ตามองถามทองโปรยว่า “ไปกันหมดแล้วใช่ไหมคะ”

“โฮ่ย!!” พอทองโปรยรู้ว่าเนรัญญาแกล้งเป็นลมก็แทบจะจับทุ่มเสียให้หายโมโห

ทองสร้อยหนีไปหันรีหันขวางเห็นร้านอินเตอร์เน็ตเลยมุดเข้าไป พอพวกทองก้อนวิ่งตามมาก็ไม่เห็นแล้ว

ooooooo

คุณเล็กมารอทองโปรยที่หน้าห้องทำงานเขาอยู่นาน ทนไม่ไหวลุกขึ้นไปต่อว่ายอดชาย

“ให้ฉันมาเลยฉันก็มา ให้ฉันรอฉันรอได้ แต่ที่ฉันจะไม่ทนคือไม่รู้จะต้องรอจนถึงเมื่อไหร่!!”

“เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นแหละครับ” ยอดชายพยายามทำเป็นพูดติดตลกให้คลายเครียด แต่คุณเล็กไม่ขำ

ยอดชายชี้แจงว่า ตนพยายามติดต่อผู้จัดการอยู่แต่ไม่รับสายเลย คาดว่าคงมีเรื่องซีเรียส เลยจู่ๆเข้าออฟฟิศไม่ได้

คุณเล็กเห็นกุลธิดาจ้องตนตาเขียวตาขวางอยู่นาน ถามยอดชายว่า เขาจะจ้องตนแบบนี้อีกนานไหม กุลธิดาถามคุณเล็กเสียงขุ่นว่า “รู้ไหม ฉันเป็นใคร” พอคุณเล็กบอกว่าไม่ทราบ กุลธิดาเชิดหน้าใส่ว่า “ฉันคือว่าที่คู่หมั้นของผู้จัดการที่นี่”

“อ๋อ...ค่ะ” คุณเล็กเบือนหน้าหนีหน่ายๆกับท่าทางล้นๆของกุลธิดา แต่ฝ่ายนั้นก็ยังนั่งจ้องตาไม่กะพริบ

เวลาเดียวกันนั้น ทองสร้อยที่หนีเข้าร้านอินเตอร์เน็ต ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อทองก้อนกับบอดี้การ์ดผลักประตูเข้ามา ทองสร้อยมุดเข้าใต้โต๊ะทำตัวเล็กลีบที่สุด หายใจไม่ทั่วท้องเมื่อเห็นทองก้อนเดินใกล้เข้ามา...ใกล้เข้ามาทุกที!

โชคดีที่บอยกลับมาพอดี บอยจำทองก้อนกับพวกบอดี้การ์ดได้ ชี้หน้าบอกว่าจะแจ้งตำรวจเอาตัวไปสอบสวน

“เฮ้ย อย่าเปรี้ยวกับพี่! มองหน้าพี่ไว้ให้ดีแล้วมองที่ปากพี่” บอยทำท่าสยองตะโกนด่าไอ้เกย์เฒ่า “เดี๋ยวตบปากแตก ฟัง!! ฉันไม่ได้พิศวาสแก แต่กำลังจะเตือนว่าถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็อยู่เฉยๆ ไปบอกป้าแกด้วย อยู่เฉยๆ ไม่งั้นมีเฮ ฉันเป็นเพื่อนเจ้าของตลาด พวกแกจะไม่มีที่ให้ทำมาหากิน!” ชี้หน้าขู่แล้วทองก้อนเดินออกไป

ทองสร้อยมุดอยู่ใต้โต๊ะแทบไม่กล้าหายใจ พอทองก้อนออกไปก็โผล่ออกมาขอโทษบอยที่ทำให้เดือดร้อน บอยเตือนทองสร้อยให้ระวังตัวไว้มีอะไรจะให้ช่วยก็บอก คุยว่าพวกตนเพียบในร้านนี้เด็กตนทั้งนั้น แต่พอหันมอง เห็นพวกนั้นวิ่งเตลิดออกจากร้านไปหมดแล้ว!

ooooooo

พฤกษ์กลับไปพบเสี่ยรับเหมาที่ออฟฟิศเวียงคีรี ถูกผู้รับเหมามาต่อรองเรื่องงบประมาณที่ต้องแก้งานใหม่ เพราะพฤกษ์สั่งแก้แล้วแก้อีกก็ยังไม่พอใจ

ผู้รับเหมาพูดอย่างไม่พอใจมากว่ามันไม่ไหว ตนพยายามขอคุยด้วยก็ไม่ได้เพราะจีจี้บอกว่าไม่ว่าง เฮียบอกพฤกษ์ว่าจะขนคนงานและเครื่องมือทุกอย่างกลับ

“ใจเย็นๆก่อนนะเฮีย” พฤกษ์พยายามหว่านล้อม

“เมื่อก่อนผมเย็นได้เพราะคุณยังไม่เยอะ แต่ตอนนี้คุณเยอะ เครียดอะไรก็อย่ามาลงกับพวกผม ขืนคุณไม่จบผมก็แย่คุณก็แย่ แย่กันทั้งหมด” ผู้รับเหมาพูดออกตัวก่อนจะสอนว่า “อย่าหาว่าสอนว่าสั่งเลยนะ แต่เพราะเห็นคุณเหมือนลูกหลาน คนจะทำการใหญ่มันต้องมีแขนขา ไม่ใช่ทำเองทุกอย่าง เราจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันเพราะเรื่องไร้สาระนี่อีก”

“ขอบคุณครับ” พฤกษ์เสียงอ่อย จีจี้เดินไปส่งผู้รับเหมา ในขณะที่พฤกษ์นั่งเครียด ไม่ทันไรคุณใหญ่ก็โผล่มาถามเรื่องที่เขาคุยกับคุณแหววเมื่อคืน พฤกษ์บอกว่าเรื่องนี้ขอให้เป็นเรื่องระหว่างตนกับคุณแหววคนอื่นไม่เกี่ยว

คุณใหญ่โกรธที่พฤกษ์ถือว่าตนเป็นคนอื่น พอดีจีจี้มาเคาะประตูเรียก พฤกษ์บอกคุณใหญ่ว่าขอคุยงานก่อน

“เมื่อฉันยุ่งกับชีวิตของพวกเธอไม่ได้ก็จงอย่ามายุ่งกับชีวิตของฉัน ต่างคนต่างอยู่” คุณใหญ่พูดอย่างเจ็บใจ

“แล้วแต่พี่ใหญ่ครับ” พฤกษ์ตอบอย่างเหนื่อยหน่าย มองคุณใหญ่ที่เดินออกไปอย่างโล่งใจ

จากกรณีผู้รับเหมามาโวยวายเรื่องการซ่อมแซมปรับเปลี่ยนงานหลายรอบ และสอนการทำงานแก่พฤกษ์ ทำให้เขาได้คิด บอกจีจี้ว่า

“เกิดเรื่องแบบนี้น่ะดีแล้ว จะได้มีคนมา ช่วยเตือน สติผม สงสัยผมต้องหาคนมาเป็นมือขวามือซ้ายอย่างที่เฮียเขาแนะนำแล้วจริงๆ” พฤกษ์สั่งจีจี้ว่า พรุ่งนี้เนรัญญากลับมาทำงานให้ลงประกาศรับสมัครเลย

ooooooo

กุลธิดายังจ้องคุณเล็กไม่วางตา คุณเล็กทนไม่ไหวถามเธอว่าเราจะเอายังไงกันดี กุลธิดาย้ำว่า

“จำเอาไว้นะว่าฉันคือตัวจริง”

พอดียอดชายบอกว่าติดต่อบอสได้แล้ว กุลธิดาพุ่งเข้าแย่งโทรศัพท์ไป ยอดชายเลยฉุดมือคุณเล็ก คว้ากระเป๋าและของที่จำเป็นในการทำงานพาวิ่งออกไป กุลธิดาไม่เห็นเพราะมัวพูดโทรศัพท์ฉอเลาะออดอ้อนทองโปรยอยู่

กุลธิดาพูดอยู่นานแต่ไม่ได้ยินเสียงปลายสายเลย เอะใจมองโทรศัพท์ปรากฏว่าไม่ได้ต่อสาย เธอกรี๊ด งอแงทันที

“คุณพ่อขา...พี่ชายใจร้าย!!!”

เนรัญญาพาทองโปรยไปจอดรถที่หน้าบ้านเวียงคีรีเพื่อดักรอทองสร้อยที่ยังกลับไม่ถึงบ้าน

ทั้งสองนั่งรอจนหลับอยู่ในรถ ทองสร้อยมาเคาะกระจกเรียก แล้วพากันไปนั่งคุยที่ร้านกาแฟ เนรัญญาบอกทองสร้อยว่าทองโปรยหวังดีกับเธอกับพ่อเธอ เขาอยากเจอเธอเพราะอยากจะช่วยหาทางออกให้ ทองสร้อยขอเวลาคิด

“เราไม่มีเวลาแล้วสร้อย ยิ่งปล่อยนานไปครอบครัวเราจะยิ่งแตกแยก วิญญาณแม่ที่เฝ้ามองเราอยู่จะเป็นสุขได้ยังไง”

“แล้ว...ต้องทำอะไร ยังไง” ทองสร้อยท่าทีอ่อนลงเมื่อทองโปรยพูดถึงแม่

“เราต้องร่วมมือกันทำให้พ่อเปลี่ยนใจหรืออย่างน้อยก็ยอมลดทิฐิ คิดทบทวนเรื่องนี้ และสร้อยเองก็ต้องให้โอกาสพ่อ กล้าไปเผชิญหน้ากับพ่อเพื่อคุยเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องเป็นราว...ได้ไหม”

ทองสร้อยขอเวลาและความเงียบ ทั้งทองโปรยและเนรัญญาต่างพยายามเงียบ แม้แต่ลมหายใจก็ยังผ่อนเบาๆ ลุ้นให้ทองสร้อยคิดได้และตัดสินใจอย่างที่คาดหวัง

จู่ๆมือถือของทองโปรยก็ดังขึ้น ทุกคนร้องโอย... อย่างหมดแรง มองหน้ากันเซ็งๆ

ด้วยการหว่านล้อมสุดฤทธิ์ของทองโปรย ทองสร้อยตกลงเอาไงเอากัน แต่ตนมีเวลาจำกัด ตนมีงานมีความรับผิดชอบที่โน่นที่จะต้องไปจัดการ ไม่เกินหนึ่งเดือน ตนให้ได้แค่นี้

“พี่สัญญา พี่จะรีบหาทางทำให้พ่อใจอ่อนลง แต่ถ้าทำไม่ได้พี่จะเอาพาสปอร์ตและทุกอย่างของสร้อยมาคืน ให้สร้อยกลับไปใช้ชีวิตของสร้อยเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าพ่อจะกำลังไม่สบายก็เถอะ”

ทองสร้อยถามว่าพ่อเป็นอะไร ทองโปรยเล่าให้ฟังว่าพ่อต้องยอมรับแล้วว่าตัวเองสังขารร่วงโรย เนรัญญาเสริมว่าวันก่อนก็ไปเป็นลมที่โรงพยาบาลที่ตนแอดมิด ทั้งสองช่วยกันพูดอย่างรู้ใจทองสร้อยว่าเป็นห่วงพ่อ แล้วต่างก็ลุ้นให้เธอตัดสินใจ

“สร้อยจะรอฟังข่าว อยากให้ทำอะไรก็สื่อสารมาแล้วกัน” ทองโปรยจะซื้อมือถือให้ใช้ “ไม่เอาเดี๋ยวจะส่อพิรุธ เกิดพลาดขึ้นมาเดี๋ยวจะยุ่ง ผ่านไอ้เนน่ะดีแล้ว”

ขณะที่ทั้งสามกำลังยืนคุยกันอยู่นั่นเอง คุณเล็กมาเห็นพอดี เนรัญญากระซิบบอกทองโปรยว่าคุณเล็กเป็นเจ้านายทองสร้อยที่บ้านเวียงคีรี ทองโปรยตกใจ ทองสร้อยถามคุณเล็กว่ามาทำอะไรหรือ

“เล็กมาสัมภาษณ์งานกับผู้จัดการ TB”

ยอดชายจะแนะนำว่าคือทองโปรย ก็ถูกทองโปรยเอามือปิดปาก บอกว่ามีหอมติดอยู่ที่มุมปาก ยอดชายรับมุกกลบเกลื่อนไร้พิรุธ ในขณะที่คุณเล็กมองทองโปรยรู้สึกคุ้นหน้า บอกว่าเราเคยเจอกัน ถามทองสร้อยว่ารู้จักกันหรือ

ทั้งทองสร้อยและทองโปรยตั้งตัวไม่ทันต่างอึกอัก อึ้งๆ คุณเล็กมองทุกคนงงๆ

ooooooo

บรรยากาศที่โต๊ะกาแฟ ทุกคนทั้งตื่นเต้นและอึมครึม คุณเล็กมองทองสร้อยและทองโปรยอย่างสงสัย

ยอดชายนั่งอยู่ข้างทองโปรยก้มหน้าก้มตาอ่านข้อความในไลน์มือถือของตัวเอง เป็นไลน์จากทองโปรยสั่งว่า “ฉันคือคนขับรถ ไม่ใช่ผู้จัดการ” ยอดชายเลยต้องเรียกทองโปรยเป็นเฉวียง

“โลกกลมจังเลยนะ พี่ชายของทองสร้อยทำงานอยู่กับผู้จัดการของ TB” คุณเล็กพาซื่อ ทองสร้อยรีบผสมโรงว่าใช่โลกกลมอย่างไม่น่าเชื่อ ซ้ำความบังเอิญก็บังเอิ๊ญ...บังเอิญจริงๆ ตนมาทำธุระแถวนี้กับเนรัญญาเลยได้เจอกัน

คุณเล็กถามยอดชายว่าแล้วทองโปรยไปรอที่ไหนหรือ พลันเฉวียงก็โผล่มาในมาดของทองโปรย คุณเล็กไหว้ทัก

“สวัสดีค่ะ ในที่สุดเราก็ได้เจอกันนะคะคุณทองโปรย”

“ครับ ยินดีมากครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา เริ่มงานวันไหนได้ครับ”

“ไม่ทำค่ะ” คุณเล็กตอบห้วน สั้น ชัดเจน จน ทุกคนเหวอ “ฉันเลือกที่จะไม่มีเจ้านายแบบนี้ค่ะ วันนี้ฉันมาเพื่อจะได้พูดกับคุณต่อหน้าอย่างจริงจัง และไม่อยากเป็นสาเหตุให้คุณยอดชายต้องถูกไล่ออก เพราะเจ้านายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้อย่างคุณ ฉันยอมตกงานดีกว่า ไม่ต้องโทร.ตามฉันอีก!”

ทุกคนอึ้ง เหวอ โดยเฉพาะทองโปรยเหวอแล้วเหวออีก คุณเล็กถามเนรัญญากับทองสร้อยว่าเสร็จธุระหรือยัง ทั้งสองตอบพร้อมกันอย่างไม่ตั้งใจว่า “เสร็จแล้วค่ะ”

“งั้นกลับกับเล็กไปก่อนนะคะคุณเลขา ไปนะ เฉวียง” ว่าแล้วจูงมือทองสร้อยออกไป ทั้งยอดชาย เฉวียง เนรัญญามองทองโปรยเป็นตาเดียว ส่วนเจ้าตัวยังนั่งเหวอค้างอย่างคาดไม่ถึง

ooooooo

พฤกษ์กลับถึงบ้านก็เรียกชบามาถามหาทองสร้อย ชบาบอกว่ายังไม่กลับเลยบ่นว่าไปตลาดทีไรกลับช้าทุกที พฤกษ์สั่งให้โทร.ตาม ชบาบอกว่าโทร.แล้วแต่คุณเลขาไม่รับสาย

“เดี๋ยวฉันโทร.เอง” พฤกษ์เดินออกไปอย่างหงุดหงิด พุฒิบ่นว่าเป็นอะไรของเขาสงสัยเครียดจนเพี้ยนไม่รู้จะลงที่ไหนเลยไปลงที่ทองสร้อยหาทางจับผิดเรื่องเมื่อกลางวันที่ตลาด ชบาถามว่ามีอะไรหรือ

คุณแหววแอบฟังอยู่ด้วยความอยากรู้ ครู่หนึ่งคุณแหววยกกาแฟไปให้พฤกษ์เห็นเขาโทร.แล้วไม่มีคนรับสาย กดตัดแล้วโทร.ใหม่อย่างหงุดหงิด คุณแหววถามว่าโทร.หาใครหรือ เขาบอกว่าเนรัญญา

“ตามตัวทองสร้อยเหรอคะ” คุณแหววถาม พอพฤกษ์บอกว่าใช่ เธอก็บ่นว่า “เห็นว่าไม่สบาย ก็น่าจะรีบกลับมาพักผ่อน ไม่รู้จะชวนกันไปเถลไถลที่ไหนนะคะ เหลวไหลจัง”

พฤกษ์ผสมโรงว่าเหลวไหลมากด้วย บ่นเนรัญญาว่ารู้ว่าตนไม่ชอบที่ไม่รับสาย หรือถ้าติดธุระอะไรอยู่ก็สมควรที่จะโทร.กลับได้แล้ว บ่นแล้วลุกไป คุณแหววบอกว่ากาแฟยังไม่หมดเลย

“ผมไม่ดื่มแล้ว ขม”

“ขม? ปกติก็ดื่มแบบนี้” คุณแหววมองตามอย่างสังเกตหาพิรุธ

ฝ่ายคุณใหญ่ยังตามจิกตามกัดทองสร้อยทุกฝีก้าว วันนี้ก็ถามชบาว่าทองสร้อยทำงานครบตามที่ตนกำหนดหรือเปล่า และคอยจับผิดว่าชบาช่วยทองสร้อยหรือเปล่า ชบาบอกว่าเปล่า

“แล้วไป อย่าเชียวนะ! เอ๊ะ แล้วนังทองสร้อยอยู่ไหน ทำอะไรอยู่ตอนนี้” ชบาอึกอัก เจียรนัยแอบอยู่แถวนั้นส่งสัญญาณว่าทองสร้อยยังไม่กลับ ชบาเลยโมเมว่าเห็นทองสร้อยอยู่ที่สนามหน้าบ้าน คุณใหญ่ลุกไปทันที ชบาพยายามหาเรื่องคุยถ่วงเวลา แต่โชคดีที่คุณเล็กกับทองสร้อยกลับมาพอดี คุณใหญ่หาเรื่องจับผิดอีกว่าทำไมทองสร้อยมากับคุณเล็ก??

“หลังจากที่ทองสร้อยไปหาหมอ ไม่ได้เป็นอะไรมาก คุณเลขาก็เลยพาไปซื้อของใช้ที่จำเป็นที่พลาซ่าใกล้บ้านเรา พอดีเล็กมีธุระที่นั่น ไปเจอพอดีเลยพากลับมาด้วยกัน” คุณเล็กชี้แจงตามจริง คุณใหญ่หาเรื่องอีกจนได้ว่าทองสร้อยเอาเวลาทำงานไปช็อปปิ้ง คิดหางานเพิ่มให้ทองสร้อยทำจนไม่มีเวลาขยับไปไหน ก็พอดีพฤกษ์มาเรียก คุณใหญ่เลยใส่ไปเป็นชุดว่า

“บอกแล้วไงว่าอย่ามายุ่ง เราต่างคนต่างอยู่ พี่ทำหน้าที่ที่ควรทำในบ้านหลังนี้ คนใช้ไม่ควรว่างงานและไม่มีสิทธิ์เอาเวลางานไปทำเรื่องส่วนตัว คุณกลางอย่ามาก้าวก่าย เหลือพื้นที่ให้พี่ได้ยืนบ้างเถอะ!”

“พี่ใหญ่พูดก็มีเหตุผลนะคะคุณกลาง วันนี้ทองสร้อยเหลวไหลจริงๆ จะไปไหนต่อก็ไม่บอกเอาไว้ ทำแบบนี้ ไม่ถูก” คุณแหววผสมโรงเล่นงานทองสร้อย พฤกษ์เลยต้องเงียบ

คุณเล็กนึกเป็นห่วงทองสร้อย ในขณะที่คุณใหญ่ก็หน้านิ่วคิ้วขมวดหาทางที่จะเล่นงานทองสร้อยให้หนักกว่าเดิม

ooooooo

ทองสร้อยเองก็เล่าให้ชบาฟังอย่างที่คุณเล็กเล่า พุฒิฟังแล้วบอกว่าไม่เห็นจะมีพิรุธอะไรน่าสงสัย ทำไมคุณกลางถึงได้ตั้งหน้าตั้งตาจับผิดนักก็ไม่รู้ บอกทองสร้อยว่า

“รู้ไหมว่าคุณกลางลากฉันสะกดรอยตามแกไปที่ตลาดด้วย” ทองสร้อยตกใจตาเหลือก “เห็นผู้ชายใครก็ไม่รู้อยู่กับแกที่ร้านส้มตำป้าหน่อย บอกว่าหน้าคุ้นๆ” ทองสร้อยตาเหลือกเป็นครั้งที่สอง เจียรนัยถามว่าสร้อยไปเจอใครหรือ ทองสร้อยบอกว่าคนรู้จัก

ชบาบ่นว่าอะไรก็ไม่รู้จะให้ทองสร้อยอยู่เป็นสุขสักวันไม่ได้เลยรึไง เดี๋ยวทนไม่ไหวลาออกไปแล้วจะรู้สึกทั้งบ้าน

ทันใดนั้นเอง พฤกษ์มาสั่งทองสร้อยให้ไปหาที่สตูดิโอและให้ชงมอคค่าอย่างที่เคยชงไปให้ด้วย

“จะโดนอะไรอีกไหมเนี่ย” เจียรนัยวิตกแทน พุฒิบอกว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิดอย่าไปยอม ชบาเห็นด้วย บอกทองสร้อยให้เชิดหน้าเข้าไว้เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ทองสร้อยสะดุ้งแล้วสะดุ้งอีกแบบวัวสันหลังหวะ แต่ไม่กล้าพูดออกไป ปลุกใจตัวเองว่า มีสติ ไม่ตื่นเต้น เอาไงเอากันวะ!

พฤกษ์นั่งดูไอจีของมาดามฟองดูที่อัพโหลดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วอย่างสนใจอยู่ในสตูดิโอ

ทองสร้อยมาถึงหน้าสตูดิโอ ตื่นเต้นจนมือสั่น ยิ่งพยายามบังคับไม่ให้สั่นก็ยิ่งสั่น พอเข้าไปก็ยิ้มกลบเกลื่อนความตื่นเต้น ยื่นแก้วมอคค่าให้ พฤกษ์มองมือทองสร้อยเขม็ง แล้วสั่งให้ตามเข้าไปในห้อง ทองสร้อยพยายามบ่ายเบี่ยงแต่เมื่อเป็นคำสั่งที่รู้อยู่แล้วว่าขัดไม่ได้ก็ต้องเดินตามเข้าไป

พอเข้าไปในห้อง พฤกษ์รุกทันทีว่า เนรัญญาเพิ่งส่งข้อความมาบอกตนว่าเธอไม่ได้ไปหาหมอ ทองสร้อยแก้ตัวว่าพอไปถึงก็หายปวดท้อง เมื่อจับผิดตรงนี้ไม่ได้ พฤกษ์ถามว่า

“ผู้ชายสองคนซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ฉันเจอที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นพ่อและพี่ชายของเพื่อนเนรัญญา มาหาเธอที่ร้านส้มตำทำไม” เห็นทองสร้อยอึ้ง เขาย้ำ “ห้ามโกหก!!”

“ก็ได้ค่ะ สร้อยจะตอบ ก็เพราะยังตามหาลูกสาวเขาไม่เจอ ก็เลยตามมาถามกับไอ้เน กับสร้อย” พฤกษ์ถามว่าจริงหรือ ทองสร้อยดราม่าทันที รำพึงรำพันว่า “งานหนักสร้อยทนได้ แต่สร้อยจะไม่ทนถ้าถูกจับผิดอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่สร้อยบริสุทธิ์ใจ”

เจอบทนี้ของสร้อยเข้าพฤกษ์ก็อึ้ง

“คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก แต่ถึงจะอยู่ยากยังไง สร้อยก็จะอดทน ยิ่งคุณกลางกดดันสร้อยมากเท่าไหร่ สร้อยก็จะยิ่งไม่ไปไหน เพราะสร้อยไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ตอนนี้สร้อยต้องไป...เพราะสร้อยอยากร้องไห้ แต่ไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา”

ทองสร้อยทำเป็นกลืนก้อนสะอื้นรีบลุกไป พฤกษ์พาซื่อรู้สึกแย่กับตัวเองถอนใจบ่นงึมงำ

“เฮ้ออออ...หรือว่าเราจะเยอะไปจริงๆ”

พอทองสร้อยออกจากห้องก็ยิ้มเผล่ทั้งที่น้ำตายังเกาะที่แก้ม พึมพำทึ่งตัวเองว่า “ทำได้ไงเนี่ย...นางเอกเว่อร์อ่ะ...”

ooooooo

ทองโปรยตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน ยังไงก็ต้องคุยกับพ่อเรื่องทองสร้อยให้รู้เรื่อง พอเข้าไปที่โต๊ะอาหารที่ทองก้อนนั่งกินอยู่คนเดียว ทองก้อนถามทันทีว่า

“ไอ้สร้อยมันอยู่ไหน” ทองโปรยบอกว่ายังบอกไม่ได้ “งั้นก็หมดเรื่องคุย ฉันต้องการรู้แค่ว่ามันอยู่ไหน”

“น้องจะมาหาพ่อเอง ถ้าพ่อยอมเปลี่ยนใจเลิกบังคับให้แต่งงานกับกุลชาติ” ทองก้อนนิ่งเงียบไป ทองโปรยนึกว่าพ่อใจอ่อนแล้วถามกลัวๆกล้าๆว่า “ได้ไหมครับพ่อ พ่อยอมที่จะยกเลิกการแต่งงานแบบคลุมถุงชนงี่เง่านั่นแล้วใช่ไหมครับ”

“แกว่าการตัดสินใจของฉันเป็นเรื่องงี่เง่าหรือไอ้ทองโปรย!! อย่ามาต่อรอง อย่ามาคิดล้มล้างการตัดสินใจของฉัน ถ้ามันจะเปลี่ยนแปลง มันต้องเกิดจากตัวฉัน ไม่ใช่การยื่นข้อเสนอของมัน” ทองก้อนโมโหสั่งทองโปรยต่อไปไม่ต้องมาร่วมโต๊ะกับตนจนกว่าจะสำนึกผิดและเลิกปกป้องทองสร้อย

ทองโปรยขยับจะเถียง ถูกศักดิ์สิทธิ์เอามือแตะไหล่ห้ามไว้ เลยนิ่ง

“แกไม่บอกฉันก็ไม่เป็นไรเพราะฉันไม่ง้อ ฉันมีวิธีที่จะลากตัวมันมาเข้าพิธีแต่งงานเองได้ ย้ำ! ฉันทำได้โดยไม่ต้องพึ่งแก อยู่ให้ห่างๆจากเรื่องนี้!”

ooooooo

ทองสร้อยรีดผ้าอย่างพิถีพิถัน รีดไปก็นึกถึงแม่ ที่ทั้งทำให้ดูและสอนว่า ลูกจะทุ่มเทกับงานนอกบ้าน ก็ได้แต่อย่าลืมคนในบ้าน

รีดผ้าให้พฤกษ์แล้วอดคิดไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ตนไม่ได้ดูแลพ่อแต่กลับต้องมาดูแลผู้ชายของบ้านคนอื่นแทน

รีดเสร็จเอาทั้งเสื้อและกางเกงไปไว้ที่ห้องพฤกษ์ ปรากฏว่าไปหน้ามืดในห้องเขา พฤกษ์เข้ามาเจอพอดีเลยประคองไว้พาไปนอนที่เตียง ถอยออกมายืนมองทองสร้อยไม่รู้จะทำอย่างไรดี เลยเอามือถือมากดเบอร์โทร.ออก แต่ไม่มีคนรับสาย หันมองทองสร้อยที่นอนหมดสติอยู่ที่เตียงอย่างกังวล

พฤกษ์เอาผ้าขนหนูผืนเล็กชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ทองสร้อย เอามืออังจมูกแล้วโล่งใจที่ยังไม่ตาย หันรีหันขวางจะหายาดมก็ไม่มี ตัดสินใจวิ่งออกจากห้องไป

พฤกษ์ไปถึงมุมพักผ่อนของพวกคนใช้ ได้ยินพวกชบากำลังคุยกันถึงทองสร้อยที่ต้องทำงานหนัก ชบากำชับว่าอย่าแพร่งพรายเรื่องนี้ให้คุณกลางรู้เด็ดขาด พฤกษ์โผล่ไปถามว่าเรื่องอะไร บอกพวกชบาว่าทองสร้อยทำงานหนักจนเป็นลมอยู่ที่ห้องตน ชบาเรียกเจียรนัยให้ช่วยกันไปเอาทองสร้อยออกจากห้องคุณกลางเร็ว

เวลาเดียวกันนี้ คุณแหววคุยกับคุณใหญ่อยู่อีกมุมหนึ่งของบ้าน คุณแหววเล่าว่า

“วันนั้นคุณกลางมาขอโทษแหววที่พลั้งปากขอหย่ากับแหววเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เราสองคนตกลงกันว่าจะให้โอกาสกันและกันต่อไปค่ะ” เห็นคุณใหญ่ดีใจ คุณแหววเอ่ยปาก “แต่แหววอยากจะขอร้องพี่ใหญ่เรื่องนึงได้ไหมคะ คือคุณกลางรู้สึกผิดมากที่ทำให้เราสองคนไม่สบายใจ แหววอยากจะขอร้องพี่ใหญ่อย่าพูดถึงเรื่องที่คุณกลางเคยขอหย่าแหววอีก คุณกลางคงสะเทือนใจถ้าได้ยิน”

คุณใหญ่นอกจากจะให้ตามที่คุณแหววขอแล้วยังให้กำลังใจว่า เห็นไหมว่าคุณกลางเห็นความดีของคุณแหววจนใจอ่อนแล้ว

“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่พี่ใหญ่เมตตาแหวว แหววจะทำให้ดีที่สุดค่ะ เห็นพี่ใหญ่อารมณ์ดีแบบนี้ ดีจังค่ะ”

ขณะนั้นเอง พฤกษ์ที่นำพวกชบาจะไปเอาทองสร้อยออกจากห้องตน เห็นคุณใหญ่คุยอยู่กับคุณแหวว เลยต้องพากันหลบ คลานสูงคลานต่ำกันกระดืบๆ ไม่ให้คุณใหญ่กับคุณแหววเห็น มีแต่พฤกษ์ที่ยืนหัวโด่อยู่ คุณแหววเลยเรียกไปคุยอารมณ์ดีจนพฤกษ์แปลกใจ

พฤกษ์พะวักพะวนเป็นห่วงทองสร้อย คุยครู่เดียว ก็บอกว่าง่วงขอกลับไปนอน แล้วมาเร่งพวกชบาที่ยังคลานกระดืบๆอยู่ เร่งให้รีบไปไวๆ โดยให้มือถือพุฒิไว้ดูต้นทางถ้าคุณใหญ่กับคุณแหววขึ้นข้างบนให้โทร.บอกทันที

ooooooo

ทองสร้อยที่นอนเป็นลมอยู่...ฝันถึงวัยเด็กที่เล่นหม้อข้าวหม้อแกงกับพฤกษ์ คุยกันคิดถึงคนที่เขียนแนะนำอาหาร พฤกษ์บอกว่าคนเขียนต้องมีนามปากกา เพราะถ้าแนะนำว่าอร่อยแต่ไม่ถูกปากคนกิน โดนด่าจะได้ไม่เดือดร้อน

พฤกษ์เสนอให้ทองสร้อยใช้นามปากกา มาดามฟองดู ทองสร้อยชอบใจมาก บอกว่าตนคือ “มาดามฟองดู”

ทองสร้อยฝันถึงอดีตแล้วเพ้อออกมาเบาๆว่า “เค้าคือมาดามฟองดูนะ”

คุณเล็กกำลังกลุ้มใจที่ยังหางานทำไม่ได้ จะมาคุยกับพฤกษ์ พอเธอเคาะประตู ทุกคนในห้องก็ตึงเครียดหนัก เพราะถ้าคุณเล็กเข้ามาตอนนี้ต้องเห็นทองสร้อยนอนอยู่บนเตียงคุณกลางแน่ๆ คุณเล็กเคาะประตูเรียกไม่หยุด ชบาจึงเอาผ้าห่มคลุมร่างทองสร้อยไว้มิดชิด คุณกลาง จึงไปเปิดประตูถามคุณเล็กว่ามีอะไร

“เล็กจะปรึกษาเรื่องงาน...ขอเข้าไปคุยข้างในได้ไหมคะ...เล็กไม่อยากให้คุณใหญ่ได้ยิน” พฤกษ์ตัดสินใจรีบดึงคุณเล็กเข้าไปในห้อง ชบากับเจียรนัยทำเป็นขึ้นไปนั่งทับร่างทองสร้อยใต้ผ้าห่มไว้ พฤกษ์ตกใจบอกว่าเดี๋ยวทองสร้อยกระดูกหักกันพอดี คุณเล็กจึงรู้ว่าทองสร้อยนอนที่เตียงพฤกษ์!

พฤกษ์สั่งให้เอาผ้าห่มออก ก็พอดีทองสร้อยรู้สึกตัว คุณเล็กตกใจถามว่าทองสร้อยเป็นอะไร? และมาอยู่ในห้องนี้ได้ยังไง?

“เป็นลมอยู่ที่หน้าห้องพี่ พี่ไม่รู้จะทำไงเลยเอาเข้ามานอนพักในห้องก่อน พี่ให้ชบามาช่วยเอาตัวไป แต่ต้องไม่ให้คุณใหญ่คุณแหววเห็นว่าออกมาจากห้องพี่”

ระหว่างนั้นทองสร้อยร้องหิวน้ำ พฤกษ์รีบไปรินน้ำ มาประคองทองสร้อยขึ้นกินน้ำเอง ทั้งคุณเล็กและพวกชบามองกันอึ้ง เพราะไม่เคยเห็นพฤกษ์ในมุมนี้มาก่อนเลย

ooooooo

พุฒิยืนดูต้นทางอยู่อย่างกระวนกระวายใจไม่เห็นพวกชบาลงมาสักที โชคร้ายคุณใหญ่กับคุณแหววมาเจอถามว่ามาทำอะไรตรงนี้ พุฒิแถไปว่า ชบาให้ตนมาเชิญคุณใหญ่กับคุณแหววไปที่ครัวหน่อย

คุณใหญ่ไม่พอใจถามว่าทำไมชบาไม่มาเอง พุฒิ บอกว่าไม่รู้แต่ชบากำชับว่าต้องให้ไปให้ได้เพราะมีเรื่องสำคัญมาก คุณใหญ่ไม่พอใจชวนคุณแหววไปด่าชบากัน พอคุณใหญ่กับคุณแหววไป พุฒิก็ส่งสัญญาณให้พฤกษ์รีบลงมาเร็วๆ!

พฤกษ์บอกชบาให้รีบพาทองสร้อยลงไป ชบาถาม ทองสร้อยว่าเดินไหวไหม ทองสร้อยกลับเป็นลมไปอีก

“ต้องแบกลงไปแล้วล่ะค่ะ ถึงที่บันไดข้างล่างก็ปลอดภัยแล้วค่ะ ที่เหลือชบาจัดการเอง” พฤกษ์แบกทองสร้อยขึ้นหลังทันที ชบาสั่ง “นังเจีย เปิดประตูเร็ว!”

ทองสร้อยอยู่บนหลังพฤกษ์ แอบยิ้มเมื่อนึกถึงวัยเด็กที่ตนเคยขี่หลังพฤกษ์เล่นกัน และนาทีนี้เธอก็กำลังขี่หลังพฤกษ์อยู่ ทองสร้อยยิ้มอย่างมีความสุข ในขณะที่พฤกษ์แบกเธอลงบันไดไปอย่างระมัดระวัง

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #6 on: 11 October 2026, 16:25:32 »


https://www.thairath.co.th/novel/nangesaotongsoi/ep6/page1

นางสาวทองสร้อย   ตอนที่ 6

อัลบั้ม: นางสาวทองสร้อย...คุณแจ๋วหมายเลข 1

คุณใหญ่เดินอ้าวไปที่ครัวถามพุฒิอย่างเอาเรื่องว่าชบาอยู่ไหน! พุฒิตกใจบอกว่าคงอยู่ในห้องน้ำให้คุณใหญ่รอแป๊บ

คุณแหววสงสัยถามพุฒิว่ามีอะไรกันแน่ ดูแปลกๆ พุฒิบอกว่าไม่มีอะไร ทุกอย่างปกติ ทั้งที่ตัวเองใจเต้นระส่ำ โชคดีมือถือของพุฒิดังขึ้น พุฒิไปยืนขวางประตูรับสาย

“ว่าไงครับ คุณกลาง!!”

“ฉันเอง” เสียงชบาบอก มองพฤกษ์ที่กำลังแบกทองสร้อยเข้าห้อง “คุณกลางต้องแบกนังทองสร้อยมานอนที่ห้อง เพราะมันยังไม่ฟื้นเลยตอนนี้...เรียบร้อย”

“อ้อ...เหรอครับ...ได้ครับ...อ๋อ...พอดีผมอยู่กับคุณใหญ่และคุณแหววในครัวครับ”

เมื่อมาเจอคุณใหญ่ที่ครัว ชบาถูกคุณใหญ่สั่งให้พูดเรื่องสำคัญมาไม่อย่างนั้นจะด่าสามวันไม่จบ

“เรื่องสำคัญที่ไอ้พุฒิมันหมายถึงก็คือ ชบารู้สึกซาบซึ้งใจที่คุณใหญ่ให้นังทองสร้อยมันทำกับข้าวแทนชบาค่ะ ชบาจะได้ไม่รู้สึกแย่เวลาเห็นหน้าคุณกลางรับประทานกับข้าวฝีมือชบา และที่สำคัญ...นังทองสร้อยจะได้ไม่มีเวลาว่าง ให้มันทนไม่ไหว แล้วลาออกไปเลย”

“ชบา ทำไมคิดแบบนั้นกับทองสร้อยล่ะ ไม่ดีเลย” คุณแหววติง

“อ๋อ...คุณใหญ่ให้คิดค่ะ”

“เงียบไปเลย!!” คุณใหญ่แหว “คราวนี้ฉันให้อภัยเพราะเป็นเรื่องที่ถูกใจฉัน แต่คราวหลังอย่าเยอะ! รำคาญ!!”

พอคุณใหญ่ออกไป ชบาก็หันมาขย้ำพุฒิที่ปั้นเรื่องจนตนเกือบเอาตัวไม่รอด

ooooooo

พฤกษ์เพิ่งรู้จากคุณเล็กว่าที่ทองสร้อยเป็นลมเพราะงานเยอะพักผ่อนน้อย อ่อนเพลียและยังไม่ได้กินข้าว

ฟังแล้วพฤกษ์รู้สึกแปลกๆ เพราะคนใช้ในบ้านมีหลายคนทำไมทองสร้อยจึงต้องทำงานหนักจนเป็นลม คุณเล็กรู้สึกว่าพฤกษ์ห่วงใยทองสร้อยมาก แต่เมื่อเขาอ้างว่าตนก็เป็นห่วงทุกคนในบ้านนั่นแหละ คุณเล็กเลยเงียบไป เรื่องที่ตั้งใจคิดจะมาปรึกษาเขา เธอบอกว่าเอาไว้ก่อนก็แล้วกันเพราะรู้สึกวันนี้เขาจะเหนื่อยมาก

“เหนื่อยเพราะเรื่องทองสร้อยนั่นแหละ หึๆ มีเรื่องให้เหนื่อยได้ไม่เว้นแต่ละวัน” พฤกษ์ทำเป็นบ่นแต่ขำๆ

คุณเล็กรู้สึกถึงความผูกพันของพฤกษ์ที่มีต่อทองสร้อยโดยที่เขาไม่รู้ตัว

คืนนี้...ทองสร้อยนอนฝันถึงสมัยเด็กที่ได้ฟังแม่ร้องเพลงกล่อมเด็กภาคอีสาน เนื้อหารำพันถึงความรักความห่วงใยที่แม่มีต่อลูก ตื่นเช้าขึ้นมา พอคุณใหญ่มาจิกเรียกแต่เช้าตรู่ ทองสร้อยลุกพรวดฮึดขึ้นมาเพราะได้พลังจากเพลงกล่อมเด็กของแม่ในฝัน พอคุณใหญ่ตะโกนถามว่าไหลตายไปแล้วหรือถึงปลุกไม่ตื่น ทองสร้อยก็ร้องตอบ...

“คนอย่างทองสร้อย ตายยากเด้อค่ะ คุณใหญ่!”

ooooooo

คืนนี้ศักดิ์สิทธิ์เอาเครื่องดื่มไปให้ทองโปรยที่สนามหน้าบ้าน ทองโปรยดื่มแล้วบ่นว่าคิดถึงมอคค่าฝีมือทองสร้อย อยากให้น้องชงให้ดื่มทุกคืน

ศักดิ์สิทธิ์ถามแซวๆว่ามัวแต่ติดน้องเมื่อไหร่จะติดสาวๆบ้าง? จะได้มีชีวิตของตัวเอง

“ถ้าปัญหาที่บ้านยังแก้ไม่ได้ ผมก็ไม่อยากไปไหน” ศักดิ์สิทธิ์ถามว่าได้ข่าวคุณทองรำไพบ้างไหม ทองโปรยถอนใจบอกว่า “เขียนอีเมลคุยกันทุกเดือนครับ หลานกำลังจะเข้าอนุบาลแล้ว”

เมื่อเอ่ยถึงทองรำไพ ทั้งทองโปรยและศักดิ์สิทธิ์ถอนใจด้วยความรู้สึกเดียวกัน ทองโปรยเอ่ยขึ้นว่า

“ผมเข้าใจพ่อนะครับ คงกลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เลยหาทางป้องกัน แต่ก็นะ...มันไม่ใช่วิธีที่ดีเลย สักวัน...เรื่องทั้งหมดมันคงคลี่คลาย”

ทองก้อนอยู่ที่ชั้นสองของบ้านมองทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์คุยกันอยู่ที่สนามอย่างไม่ไว้ใจ หยิบมือถือโทร.ออกทันที

“กุลชาติ พรุ่งนี้แวะมาหาอาหน่อยนะ” โทร.สั่งแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์

ooooooo

ที่มุมหนึ่งหน้าห้องพักคนใช้ ชบา พุฒิและ เจียรนัย คุยกันถึงทองสร้อย ชบาบอกว่าเราจะลาออกถ้าคุณใหญ่ยังใช้งานทองสร้อยเยี่ยงทาสอย่างนี้ พูดแล้วแย้งเองว่าคุณใหญ่คงไม่ฟังพวกเราหรอก พูดไปก็เท่านั้น

เจียรนัยถามว่า ที่ผ่านมาทองสร้อยยอมเหนื่อยเพื่อไม่ให้พวกเราต้องตกที่นั่งลำบาก เราจะนิ่งดูดายไม่ช่วยทองสร้อยได้อย่างไร ประกาศอย่างห้าวหาญว่า “ออกก็ออก! เราต้องช่วยพี่สร้อย”

พุฒิบอกชบาว่าถึงเวลาที่เราต้องเลือกแล้ว เลือกเพื่อคืนความสุขสู่เวียงคีรี เจียรนัยบอกว่าตนเลือกอยู่ข้างความถูกต้อง พุฒิเอาด้วย ชบามองทั้งสองอย่างสับสนว่าตัวเองจะเอายังไงดี?

เช้าเดียวกัน พฤกษ์แต่งตัวจะไปทำงาน เจอคุณแหววแต่งตัวสวยยิ้มแย้มแจ่มใสมาถามว่าจะรีบไปออฟฟิศหรือ พฤกษ์ตั้งหลักไม่ทันอึกๆอักๆ คุณแหววทำท่าตกใจบอกว่ายังไม่มีใครตั้งโต๊ะแน่เลย พฤกษ์บอกไม่เป็นไรตนรีบ

“อาหารเช้าสำคัญที่สุดนะคะ ไม่ได้ค่ะ อย่าดื้อ กาแฟสักแก้วนะคะ กับอาหารเช้าง่ายๆ ถ้ารีบ ก็เอาไป รับประทานที่ออฟฟิศก็ได้ เดี๋ยวแหววเตรียมให้ รอสักครู่ นะคะ”

คุณแหววรีบออกไปทันที พฤกษ์บอกว่าตนไม่หิว แต่คุณแหววก็ยังเดินอ้าวไปอย่างอิ่มอกอิ่มใจที่จะได้ดูแลเขา

พอคุณแหววไปแล้ว พฤกษ์คิดเป็นห่วงทองสร้อยขึ้นมาเลยเดินออกไป เดินมาใกล้หน้าห้องพักทองสร้อย เขายืนเก้ๆกังๆ ชบา พุฒิ และเจียรนัยเดินมาเจอ ต่างชะงัก มองกันอึ้ง แล้วทุกคนก็อึ้งยิ่งขึ้นเมื่อได้ยินเสียงทองสร้อยถามขึ้นว่า

“มีอะไรกันหรือเปล่าคะ”

“อ้าว...ทองสร้อย เป็นไง ตื่นแล้วหรือ” พฤกษ์ทักกลบเกลื่อน ถูกทองสร้อยย้ำถามว่าตกลงมีอะไรกันหรือเปล่า

พุฒิบอกว่าตกใจที่จู่ๆก็เห็นคุณกลางอยู่ตรงนี้ ชบาบอกว่าแปลกใจที่เห็นคุณกลางหันรีหันขวางอยู่แถวๆหน้าห้องทองสร้อย เจียรนัยโพล่งไปว่า “สงสัย...ว่าคุณกลางมีอะไรกับพี่สร้อยหรือเปล่า” ทำเอาพฤกษ์เซ็ง ส่วนทองสร้อยมองหน้าพฤกษ์ตาแป๋ว แปลกใจ

พฤกษ์ถูกทุกคนมองเป็นตาเดียวกันก็ยอมรับว่า จะมาดูว่าเมื่อคืนทองสร้อยเป็นลมหายดีหรือยัง ต้องไปหาหมอไหม ชบา พุฒิและเจียรนัยร้องพร้อมกันว่า

“อ๋อออ...เป็นห่วงทองสร้อย”

ชบาบอกทองสร้อยให้ขอบคุณที่คุณกลางเป็นห่วง พอทองสร้อยขอบคุณ พฤกษ์เขิน เลยแก้เกี้ยวทำเป็นโวยพุฒิว่าตนจะรีบไปออฟฟิศ สั่ง “เจ็ดโมงล้อหมุน!” แล้วเดินลิ่วกลับเข้าบ้านไปทันที ทำเอาพุฒิตั้งหลักไม่ทัน

ooooooo

คุณแหววเข้าครัวเตรียมวัตถุดิบจะทำคลับแซนด์วิชให้พฤกษ์ ท่าทางเก้ๆ กังๆ พอเริ่มทอดไข่ดาว ก็ยืนเสียห่าง กลัวน้ำมันกระเด็นโดน ทองสร้อย เลยเข้ามาถามว่ามีอะไรจะให้ช่วยไหม

“มาพอดีเลย ฉันกลัวน้ำมันกระเด็น ทำให้หน่อยสิ คุณกลางจะรีบไปทำงาน ฉันอยากทำอาหารเช้าง่ายๆ ให้คุณกลางเอาไปทานที่ออฟฟิศ” ทองสร้อยเข้ามาอาสาจะทำให้ “แซนด์วิชแหละ มีไข่ดาวด้วย ท่าทางจะง่าย”

“คลับแซนด์วิช เดี๋ยวสร้อยสอนนะคะ มีวิธีไม่ให้น้ำมันกระเด็นค่ะ” พอทองสร้อยขยับจะลงมือ คุณแหวว ขัดขึ้นว่าให้ทองสร้อยทำเองจะได้เร็ว ตนยืนดูก็พอ ถ้าง่ายๆ ดูแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ทำเองเป็น “ดูโดยไม่ลงมือทำมันจะเป็นได้ยังไงคะ มาค่ะ เดี๋ยวสร้อยสอน”

“ทองสร้อย อย่าดูถูกกันนะ เธอจะสอนฉันได้ ก็ต่อเมื่อฉันสั่งให้สอน!”

“ก็ได้ค่ะ ยังไม่สั่งให้สอน สร้อยก็จะไม่สอน” ทองสร้อยแอบถอนใจที่คุณแหววเอาแต่ใจ หันไปลงมือทำคลับแซนด์วิชอย่างคล่องแคล่ว ทำเสร็จใส่จานอย่างสวยงาม พอจะยกจานแซนด์วิช คุณแหววรีบแย่งไป

“ฉันเอาไปเอง ไปชงกาแฟให้คุณกลางแล้ววางไว้ ฉันจะยกไปเสิร์ฟคุณกลางเอง รู้ใช่ไหมว่าคุณกลางชอบแบบไหน”

“ทราบค่ะ” ทองสร้อยมองคุณแหววที่ยกจานคลับแซนด์วิชออกไปอย่างอิ่มอกอิ่มใจ ก็รู้สึกแปลกๆ

ooooooo

เมื่อทั้งพุฒิและเจียรนัยฮึดจะช่วยทองสร้อย ชบาจึงเอาด้วย ทั้งสามรวมหัวกันไปบอกคุณใหญ่ว่ามีเรื่องด่วนลับจะคุยด้วย คุณใหญ่โกรธหาว่าพวกนี้ชักจะเหิมเกริม

ชบาบอกว่าถ้าไม่ให้ความร่วมมือตนจะฟ้องคุณกลาง คุณใหญ่จึงพาทั้งสามคนไปคุยกันที่ห้องของตน พอฟังข้อเสนอก็โมโหขึ้นมาอีกหาว่าทองสร้อยใช้ให้พวกนี้มาต่อรองกับตน เสียงแข็งใส่ว่าไม่มีทาง! เพราะถ้าทองสร้อย ทำไม่ไหวก็จะลาออกเอง พุฒิบอกว่าทองสร้อยไม่มีทางพูดอย่างนั้นแน่เพราะไม่อยากตกงาน

“ก็ทนไป”

“งั้นพวกเราลาออก” เจียรนัยโพล่งออกไป

“ไปเลย!”

ทุกคนอึ้ง ชบาคิดในใจว่าจะเอาอย่างไรดี กลับก็ไม่ได้ ไปต่อก็ไม่ถึง ตัดสินใจฮึดสู้ ขอให้คุณใหญ่พิจารณาอีกครั้ง แล้วทั้งสามก็ช่วยกันจาระไนความดีของทองสร้อยว่า

หนึ่ง...ทองสร้อยมีน้ำใจไม่นิ่งดูดาย ช่วยทำงานทุกอย่างโดยไม่ปริปากบ่น ถึงจะไม่ใช่หน้าที่ สอง...มันซื่อสัตย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง คุณใหญ่ไม่ให้พวกตนช่วย ทองสร้อยเองก็ไม่ยอมให้พวกตนช่วย ใจของทองสร้อย สุดยอดจริงๆ! และสาม...ทองสร้อยทำตามคำสั่งของคุณใหญ่ทุกประการไม่ขาดเลยสักข้อและไม่เคยเอาเรื่องนี้ไปฟ้องคุณกลาง

“เพราะฉะนั้น พวกชบาเลยคิดว่าคุณใหญ่น่าจะเมตตามันบ้าง เหมือนที่เมตตาพวกชบา อย่าอคติรังเกียจมันเลยค่ะ มีคนดี ทำงานดีมาอยู่ด้วยแล้ว ควรรักษาเอาไว้นานๆนะคะ”

คุณใหญ่ยังนิ่งอึ้ง เจียรนัยบอกว่า “งั้นเจียจะไปฟ้องคุณกลางว่าคุณใหญ่ใจร้ายยังไง ทีนี้คุณใหญ่จะได้รู้สึกเวลาที่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่มีคนดีทำงานดีอย่างป้าอย่างพี่สร้อยอยู่ที่นี่อีกแล้ว”

“แกจะไปฟ้องคุณกลางไม่ได้!” คุณใหญ่ปราดเข้าคว้ามือเจียรนัย ยื้อยุดกันชุลมุน ชบากับพุฒิมองกันว่าจะเอาไงดี? “นังเจีย! อย่าออกไปนะ ชบา ไอ้พุฒิ มาห้ามมันที ฉันจะไม่ไหวแล้ว” คุณใหญ่ยื้อยุดจนเยิน

เจียรนัยถามว่าคุณใหญ่จะมาห้ามตนทำไม ให้คุณกลางรู้ไปเลยเรื่องจะได้จบ คุณใหญ่อ้างว่าคุณกลางกำลังดีๆกับตนจะมาทำให้เสียเรื่องทำไม เมื่อไม่มีใคร เห็นด้วยกับตน คุณใหญ่ยอมตามเงื่อนไขของทั้งสาม แต่ยังพูดไว้เชิงว่า

“ตอบแทนความดีเล็กๆน้อยๆที่พวกแกซื่อสัตย์กับฉันมาตลอดเวลา ส่วนความดีของนังทองสร้อย ฉันยังไม่เห็นนอกจากความอวดเก่งว่ามันจะงัดกับฉัน ได้ บอกไว้เลยนะว่ากระดูกคนละเบอร์!”

พอดีทองสร้อยมาหาคุณใหญ่ตามคำสั่งที่จะเพิ่มงานให้ทำ แต่ทองสร้อยต้องแปลกใจ เมื่อคุณใหญ่กลับบอกว่า

“ยกเลิกคำสั่งฉันที่ให้เธอทำงานทุกอย่างในบ้าน ส่วนจะให้ทำอะไรบ้าง ให้ชบาเป็นคนจัดการ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ยุ่ง! ยกเว้น...ถ้าหางเธอโผล่เมื่อไหร่ เมื่อนั้น ฉันจะเชือดเธออย่างไม่ปรานี!”

ทองสร้อยอึ้ง แปลกใจ มองหน้าชบา พุฒิ และเจียรนัยเชิงถาม ทั้งสามต่างยิ้มให้กำลังใจ ทองสร้อยก็ได้แต่มองงงๆ

ทองสร้อยสงสัยว่าเป็นไปได้อย่างไรที่คุณใหญ่เปลี่ยนแปลงคำสั่ง ถามว่าคุณใหญ่ล้มหัวฟาดพื้นรึไง

ชบาบอกว่าคุณใหญ่แกคิดของแกเอง พุฒิบอกว่าก็รู้อยู่ว่าคุณใหญ่แกผีเข้าผีออก ชบาตัดบทว่าไม่ต้องถามมาก งานของทองสร้อย ก็ให้ทำกับข้าว งานบ้านอื่นก็ทำอย่างที่ตนเคยสั่งไว้คือทำความสะอาดก็พอ เรื่องซักรีดพวกตนทำเอง

“ขอบคุณทุกคนนะ ที่ช่วยพูดกับคุณใหญ่ให้” ทั้งสามตกใจถามว่ารู้ได้ไง! “รู้แล้วกันน่า งั้น...สร้อยไปเตรียมอาหารเช้านะ เสร็จแล้วจะได้ไปจ่ายตลาด” พูดแล้วทองสร้อยเข้าไปกอดทีละคน...ทีละคน พวกนั้นยังอึ้งว่าทองสร้อยรู้ได้ยังไง?

ooooooo

กุลชาตินั่งแท็กซี่มาหาทองก้อนที่บ้าน ทองก้อน ชวนไปคุยกันส่วนตัว พูดเหน็บทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์ที่ยืนอยู่แถวนั้นว่าแถวนี้หมูหมากาไก่มันเยอะรำคาญ

ศักดิ์สิทธิ์คุยโวกับทองโปรยว่าไม่ต้องห่วง ตนสั่งติดกล้องวงจรปิดในห้องทำงานและห้องนอนของท่านไว้โดยที่ท่านไม่ทราบ แต่พอทั้งสองแอบดูทองก้อนคุยกับกุลชาติ ปรากฏว่าไม่มีเสียง เห็นแต่ทั้งสองขยับปากคุยกันงุบงิบเงิบงาบ ศักดิ์สิทธิ์บอกว่าไม่เป็นไร

ตนจะอ่านปากให้เอง เพ่งมองจอแล้วอ่านปากให้ฟังว่า “วันจันทร์สีเหลือง...”

ทองโปรยฟังแล้วเซ็งเดินหงุดหงิดออกไป ปล่อยให้ศักดิ์สิทธิ์อ่านปากบ้าบอไปคนเดียว

ทองก้อนถามกุลชาติว่ารักลูกสาวตนจริงหรือเปล่า ดักคอว่าอยากแต่งงานกับทองสร้อยเพราะเงิน? กุลชาติอุทานถาม

“คุณอา...รู้ได้ยังไงครับ”

“อารู้ทุกอย่าง แต่อาไม่สน ไม่จำเป็นต้องมีความรัก ขอแค่มีงานแต่งงานเท่านั้น ถ้าเธอตามทองสร้อยกลับมาให้อาได้ เท่ากับเธอได้ตอบแทนบุญคุณพ่อ ช่วยกอบกู้ ธุรกิจ ซึ่งอายินดีสนับสนุน อาจะไม่มีทางให้ความช่วยเหลือ ทางด้านการเงินกับคนนอกที่ไม่ได้เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน”

“ครับ”

“และถือว่าเธอเป็นคนช่วยให้อาไม่ต้องเป็นคนผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับพ่อเธอ และถือว่าเธอได้ธำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของคำพูดอา”

“รู้สึก...ยิ่งใหญ่มากเลยครับ”

“ใช่! มันคือภารกิจที่ยิ่งใหญ่ ที่ต้องทำให้สำเร็จ! มันคือเรื่องคอขาดบาดตายที่ถ้าตามทองสร้อยกลับมาแต่งงานไม่ได้ อาไม่มีทางนอนตายตาหลับ เข้าใจไหม!”

กุลชาติรับคำแข็งขันทันทีว่าเข้าใจและจะทำให้สำเร็จ ทองก้อนย้ำว่าอย่าให้ใครรู้ความเคลื่อนไหวของเขาเด็ดขาดโดยเฉพาะคนสนิทของตนเพราะ “ทุกคนมันกลายเป็นปฏิปักษ์กับอาไปหมดแล้ว!” แล้วแนะกุลชาติว่า “ไปตามที่เนรัญญา เพื่อนสนิทของทองสร้อย จำไว้นะ เธอคือความหวังเดียวของอาในตอนนี้!”

กุลชาติเริ่มงานทันที นั่งแท็กซี่ไปซุ่มที่หน้าบ้านเนรัญญา ซุ่มคอยอยู่นานจนกุลชาติถอนใจเบื่อหน่าย แต่ก็ปลุกใจตัวเองว่าภารกิจที่ยิ่งใหญ่ มาจากความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ แล้วตั้งหน้าตั้งตาซุ่มต่อ นานเข้าก็บ่น

“ยังไม่ออกไปทำงานอีก ชักล้าชิบเป๋งยัยป้าเอ๊ย”

ที่แท้เนรัญญากำลังคุยโทรศัพท์กับทองสร้อย เนรัญญาส่งข่าวว่าทองก้อนเรียกกุลชาติไปที่บ้าน ทองสร้อย เชื่อว่าต้องสั่งให้ตามหาตนแน่ แต่ไม่ต้องห่วง ขอเวลาอีกแค่เดือนเดียวทุกอย่างจะต้องคลี่คลาย ฝากให้บอกทองโปรยซื้อมือถือให้ด้วยจะเอามาทำงาน

คุยกับทองสร้อยเสร็จ เนรัญญาโผล่หน้าต่างดูเห็นรถแท็กซี่จอดอยู่ พึมพำสงสัย

“มาจอดตั้งแต่ยังไม่เก้าโมง...ตอนนี้เก้าโมงครึ่ง มารอใคร...ผิดสังเกต”

เนรัญญาตื่นตัวระมัดระวังเต็มที่ เธอรีบออกจากบ้าน ไปทันที

ooooooo

เนรัญญาลงไปดึงหูกุลชาติลากลงจากรถบอกว่า ตนไม่มีวันทำพลาดให้เขาได้เจอทองสร้อยเด็ดขาด ด่าว่ามุ่งจะจับผู้หญิงรวย เกาะผู้หญิงกิน ผู้ชายแบบนี้ตายไปแล้วเสียงก่นด่ายังจะตามไปถึงนรก

กุลชาติบ่นว่าด่าเจ็บ เนรัญญาบอกว่าจะเจ็บกว่านี้ถ้าเขายังคิดจะแต่งงานกับทองสร้อยอีก ด่าแล้วสะบัดไปเลย กุลชาติเจ็บจนจุกมองตามเนรัญญาไปด้วยความสะเทือนใจ

พฤกษ์เอาคลับแซนด์วิชไปกินที่ทำงาน ชมว่าอร่อยมาก พอพุฒิมาเก็บจานและถ้วยกาแฟไปแล้ว เขาเปิดคอมพิวเตอร์ดูเห็น ig มาดามฟองดูยังเป็นรูปเดิม ก็บ่น “ทำไมไม่อัพรูปเลย”

ทองสร้อยไปซื้อผักสดในตลาดเลือกที่สวย สด จริงๆ หิ้วตะกร้ามาที่ร้านอินเตอร์เน็ต จัดผักใส่ตะกร้าให้ดูสวยงามแล้วขอยืมมือถือบอยถ่ายรูป...

ต่อมาพฤกษ์เปิดคอมพิวเตอร์ดู เห็นรูปของมาดามฟองดูเปลี่ยนไปแล้ว เป็นรูปตะกร้าผักของทองสร้อยนั่นเอง ที่ทำให้พฤกษ์ทึ่งมากคือข้อความที่ว่า

“เสน่ห์ตะวันออก เมื่อฉันกลับบ้าน ที่แรกที่ฉันคิดถึง คือตลาดสด” พฤกษ์อึ้งเมื่อรู้ว่ามาดามฟองดูเป็นคนไทย

ooooooo

คุณเล็กโทร.บอกพฤกษ์ว่าคุณแหววเป็นลมขณะกำลังให้ทองสร้อยสอนทำกับข้าวอยู่ ถามว่าเขาจะกลับมาดูหน่อยไหมเพราะดูท่าทางคุณแหววอยากให้เป็นอย่างนั้น แต่คุณกลางติดประชุมสำคัญ

พฤกษ์ถามคุณเล็กว่าที่มีเรื่องจะปรึกษานั้น ให้มาคุยกันที่ออฟฟิศดีไหม คุณเล็กรับปากจะไป พอดีคุณแหววเดินมาถามว่าคุณกลางว่าอย่างไรบ้าง คุณเล็กนิ่งไปอึดใจจึงบอกคุณแหววว่าคุณกลางติดประชุมสำคัญ ปลีกตัวมาไม่ได้

คุณแหววผิดหวังมากถามว่าแล้วคุณกลางบอกหรือเปล่าว่าจะกลับมาเร็วไหม คุณเล็กบอกว่าคุณกลางไม่ได้บอกแต่ตนกำลังจะไปหาคุณกลางที่ออฟฟิศ

“พี่ไปด้วย” คุณแหววโพล่งออกไป คุณเล็กติงว่าคุณแหววยังไม่หายดี พักผ่อนดีกว่า “ไม่พัก!” คุณแหววตวาด จนคุณเล็กแปลกใจเพราะไม่เคยเจออารมณ์แบบนี้ของคุณแหววมาก่อนและรู้สึกไม่ดีนักกับท่าทีของคุณแหวว

เมื่อทองสร้อยมาร่วมวงเม้าท์เจ้านายกับชบาและเจียรนัยแถวที่นั่งพักริมครัว ชบาถามทองสร้อยว่าเจออะไรมา

“ก็ตามที่คุณแหววบอกทุกคนแหละ คงตั้งใจฟังสร้อยสอนทำกับข้าวมากไปหน่อยเลยเครียด ขอตัวนะหมดเรื่องเม้าท์แล้ว” ทองสร้อยรีบปลีกตัวไป ถอนใจเฮือกใหญ่ เมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนได้เจอมาที่ห้องครัว

นั่นคือคุณแหววมาบอกทองสร้อยว่ามีเรื่องจะให้ช่วย คือ...

“อย่าบอกคุณกลางนะว่าคลับแซนด์วิชเป็นฝีมือเธอ ให้บอกว่าฉันทำเอง เธอแค่บอกวิธีทำ ฉันเคยบอกเธอแล้วใช่ไหม ว่าฉันอยากทำให้คุณกลางประทับใจและรักฉันมากๆ ตอนนี้เราสองคนกำลังพยายามปรับตัว ที่จะรักษาชีวิตการแต่งงานเอาไว้ ไม่ว่าวิธีไหน ฉันก็จะทำ ช่วยฉันได้ไหม”

ทองสร้อยไม่ทันตอบ คุณแหววก็เครียดจนเป็นลม ทองสร้อยตกใจร้องเรียกเจียรนัยให้รีบมาช่วยดูแล

ooooooo

คุณเล็กกำลังจะออกจากบ้าน เห็นทองสร้อยถือไม้กวาดและอุปกรณ์ทำความสะอาดบ้านมา ถามว่าหายดีแล้วหรือ คุณเล็กเตือนให้ดูแลตัวเองด้วยอย่าลืมกินข้าวให้ตรงเวลา ยังไงทองสร้อยก็ยังมีสามีที่รักคอยเป็นห่วงอยู่

ความมีน้ำใจอ่อนโยนของคุณเล็ก ทำให้ทองสร้อยพึมพำออกมาว่า

“มิน่า พี่ทองโปรยถึงได้หวั่นไหวกับคุณเล็ก... นางฟ้าชัดๆ”

พูดไม่ทันขาดคำ กริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น คุณเล็กไปถึงประตูพอดี พอประตูเปิดออก คุณเล็กชะงักกึกเมื่อเห็นทองโปรยยืนยิ้มเผล่อยู่ ทองสร้อยมองออกมาเห็นทองโปรยก็ตกใจ

พอทองโปรยเห็นคุณเล็กก็ลืมทองสร้อยเสียสนิท ทักทายคุณเล็กกะลิ้มกะเหลี่ย คุณเล็กถามตามอัธยาศัยว่ามาหาทองสร้อยหรือ แล้วเชิญเข้าบ้าน

ทองสร้อยบ่นว่ามาทำไมเดี๋ยวเจ้านายเห็นเข้าเป็นเรื่องแน่ คุณเล็กบอกว่าถ้ามีธุระสำคัญจริงๆ ไม่มีใครว่าอะไรหรอก

“ผมจะซื้อมือถือให้ทองสร้อย แต่เลือกไม่เป็นครับ ไม่รู้ว่าผู้หญิงจะชอบแบบไหน ถ้าเป็นผมแค่โทร.เข้าโทร.ออก ส่งข้อความได้ก็พอ เลยจะมาถามทองสร้อยก่อนครับ”

“ขอสมาร์ทโฟนแบบพื้นๆ ไม่ต้องดีมาก แบบว่ามีกล้องแชตได้ โซเชียลได้” ทองสร้อยพูดคล่องปรื๋อจนคุณเล็กมองทึ่ง ทองสร้อยรีบแก้ตัวกลบเกลื่อนว่า “เอาไว้แชตกับผัวค่ะ เหมือนที่น้าชบาชอบแชตไลน์กับน้าพุฒิน่ะค่ะ กลัวน้อยหน้า”

ทองโปรยออดอ้อนให้คุณเล็กช่วยไปเลือกให้ จนคุณเล็กใจอ่อนยอมไปช่วยเลือกให้แต่ขอโทร.บอกคุณกลางก่อน

คุณเล็กพาทองโปรยไปซื้อมือถือให้ทองสร้อยเสร็จ ทองโปรยขออนุญาตเลี้ยงไอศกรีมเพื่อถ่วงเวลาอยู่กับคุณเล็ก แต่ระหว่างทานไอศกรีม ทองโปรยเขินจนทำไอศกรีมจิ้มเข้าที่อกเสื้อคุณเล็ก ทองโปรยตกใจ ควักผ้าเช็ดหน้าเช็ดหมับเข้าที่หน้าอกคุณเล็กเต็มมือ คุณเล็กทั้งอายทั้งโกรธต่อยเปรี้ยงเข้าเบ้าตาทองโปรยเต็มๆ แล้วเดินหนี

ทองโปรยตามไปขอโทษ คุณเล็กบอกว่าตนรู้ว่าเขาไม่ตั้งใจแต่ตอนอายเลยต่อยไปไม่ตั้งใจ ขณะเดินมาด้วยกัน เด็กคนหนึ่งวิ่งเล่นมาชนคุณเล็กจนเสียหลักเซเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของทองโปรย ต่างกอดกันอึ้งอยู่อึดใจ พอรู้ตัวก็ผละออก คุณเล็กเขินและอายเลยต่อยซ้ำเข้าที่ตาข้างเดิมของทองโปรยอีกที!

พอแยกกันกลับ ต่างก็ไปนั่งใจเต้นระทึกตื่นเต้นกับสัมผัสที่ได้รับอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

คุณใหญ่ไปหาพฤกษ์ที่บริษัท รอจนเขาประชุมเสร็จออกมา พฤกษ์ถามว่าอะไรทำให้พี่ใหญ่ไม่โกรธตนและใจเย็นกับตนเรื่องคุณแหววได้

“คุณแหววมาบอกพี่ว่า เธอกับคุณแหววตกลงใจที่จะเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้งโดยไม่มีการหย่า นี่พี่ไม่ได้บังคับหรือฝืนใจคุณกลางเลยนะ พี่ดีใจมากรู้ไหม นอกจากที่คุณกลางจะมีความสุขเองแล้ว ยังทำให้คนรอบข้างมีความสุขไปด้วย เป็นบุญนะคุณกลาง”

พฤกษ์ฟังแล้วเก็บความแปลกใจไว้ เมื่อกลับถึงบ้านก็เรียกทองสร้อยไปหาที่สตูดิโอทันที จ้องหน้าถามว่า

“ใครเป็นคนทำแซนด์วิชเมื่อเช้า!”

“คุณแหววทำค่ะ” สร้อยตอบหนักแน่นมั่นใจ พฤกษ์ถามว่าจะให้ตนเชื่อคำพูดของเธอหรือ ย้ำว่าตนไม่ชอบคนโกหก

“ที่สร้อยพูดไม่ได้ทำร้ายใคร และผลของการโกหกนั้น ถ้ามันทำให้ทุกคนสบายใจ เราควรเลือกที่จะเชื่อคำพูดที่เราคิดว่าโกหกหรือเปล่า”

พฤกษ์มองทึ่งในคำพูดและความคิดของทองสร้อย เธอถามว่า “เชื่อคำพูดของสร้อยหรือเปล่าคะ”

“ฉันจะเชื่อเธอ แต่จะให้ดีทีหลังไม่ต้องโกหกเพื่อใครอีก เพราะเมื่อมีการโกหกครั้งแรก มันก็จะมีครั้งต่อๆไป สุดท้ายเราก็จะลืมว่าความจริงคืออะไรกันแน่” พูดพลางพฤกษ์ลงสีรูป ทองสร้อยถามว่ารูปนี้คือรูปอะไรหรือ “รูปในความทรงจำของฉัน” ทองสร้อยถามอีกว่าแล้วเด็กในรูป...ใครคะ “ฉันเอง กับ...มาดามฟองดู”

ทองสร้อยตะลึงอึ้งตาค้างกับคำตอบนั้น!

ooooooo

พฤกษ์มองรูปที่วาดบนขาตั้ง ทองสร้อยยืนเกร็งไม่นึกว่าเขาจะจำได้ แต่เขาก็เล่าเรื่องราวในอดีตได้อย่างละเอียดว่า

“ฉันเคยรู้จักเด็กคนนี้เมื่อตอนที่ยังเด็ก เด็กมาก...จนฉันลืมเธอไปแล้ว จู่ๆความทรงจำมันก็หวนกลับมาอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน จนจำได้ทุกอย่าง” ทองสร้อยถามทึ่งว่าทุกอย่างเลยหรือ “ใช่ และทุกคำพูด ทำให้จำได้ว่า ฉันติดค้างคำสัญญากับเด็กผู้หญิงคนนั้น”

ทองสร้อยอึ้งแล้วอึ้งอีกเมื่อเขาลำดับเรื่องราวและความจำฝังใจที่แม้จะผ่านเลยมาเกือบยี่สิบปีเขายังจำได้ นั่นคือ ครั้งหนึ่งเขาถ่ายรูปทองสร้อยและสัญญาว่าจะเอามาให้เธอ

แต่จู่ๆคุณพ่อเขาก็พากลับกะทันหัน รูปที่เขาตั้งใจเอามาให้ทองสร้อยจึงยังถืออยู่ในมือขณะถูกพ่อเรียกให้ขึ้นรถกลับ

ก่อนที่จะรู้จักกันนั้น เด็กชายพฤกษ์ตามพ่อที่ไปทำธุรกิจที่เวียงจันทน์ และทองสร้อยก็เป็นลูกสาวของซัพพลายเออร์ชาวเวียงจันทน์ เด็กหญิงทองสร้อยเล่นหม้อข้าวหม้อแกงและถูกเพื่อนรุ่นเดียวกันรังแกกระทั่งรวมหัวกันไม่เล่นกับเธอ เวลานั้นนอกจากพฤกษ์จะปกป้องเธอแล้วยังเล่นเป็นเพื่อนเธอด้วย

แต่การจากกันเกือบยี่สิบปีก็ไม่ได้ลบเลือนความรู้สึกดีๆที่เด็กทั้งสองมีต่อกัน ทุกอย่างยังแจ่มชัดในความทรงจำ จนกระทั่งวันนี้...พฤกษ์สารภาพกับทองสร้อยว่า

“ฉันสัญญากับเด็กคนนั้นว่า ฉันจะล้างรูปนี้แล้วเอาไปให้เขาก่อนที่ฉันจะกลับกรุงเทพฯ” เขาไปหยิบรูปยื่นให้เธอ

“แต่คุณกลางก็ไม่ไป” ทองสร้อยจำได้แม่นยำเช่นกัน

พอเล่าเรื่องในอดีตที่ฝังใจแล้ว พฤกษ์บอกว่าตนจะไปหาคุณแหวว บอกทองสร้อยว่า เรื่องที่ตนถามเธอนั้นไม่ต้องบอกคุณแหวว ขอรูปที่ให้ทองสร้อยดูคืน จากนั้นพูดหน้านิ่งตามแบบของคุณกลางคนเดิมว่า

“ออกไปได้แล้ว หมดธุระแล้ว”

ทองสร้อยรีบไปบอกชบาว่าคุณกลางไปหาคุณแหวว กลัวว่าทั้งสองจะทะเลาะกันอีก

ทั้งสองไม่ทะเลาะกัน แต่สร้างความเกลียดชังทองสร้อยให้คุณแหววอย่างลึกซึ้ง เมื่อพฤกษ์พูดดักคออย่างรู้ทันว่าคลับแซนด์วิชนั้นเธอไม่ได้ทำเองแต่เป็นฝีมือทองสร้อย เขาไม่ได้ตำหนิคุณแหววแต่เห็นถึงความตั้งใจที่เธออยากทำให้ตนสบายใจ

ฝ่ายคุณใหญ่โทร.แจ้งมาว่าเย็นนี้จะไม่กลับมาทานข้าวที่บ้าน ที่โต๊ะอาหารจึงมีแต่คุณกลาง คุณแหววและคุณเล็ก แม้ระหว่างทานข้าวคุณแหววจะอ่อนหวานยิ้มแย้ม แต่ในใจลึกๆนั้นเต็มไปด้วยความโกรธทองสร้อย!

ooooooo

คุณใหญ่ถูกใครบางคนเดินชนจนเซถลาไปอยู่ในอ้อมแขนของบรรทัด เทรนเนอร์ล่ำบึ้กหน้าออฟฟิศเวียงคีรี ต่างตกอยู่ในภวังค์ของอ้อมกอดและสายตาที่สบประสานกันอย่างใกล้ชิด

พฤกษ์ทำแผลถลอกให้คุณใหญ่ แม้จะทำอย่างเบามือคุณใหญ่ก็โวยวายราวกับเจ็บเจียนตาย บรรทัดแสดงทั้งความเป็นสุภาพบุรุษ ดิบ เถื่อน โหดนิดๆ จนคุณใหญ่ไม่กล้าโวยวาย และเริ่มอึ้งกับลีลาของบรรทัดแต่ก็ยังไว้ฟอร์มของคุณใหญ่ผู้ไว้ตัว

คุณแหววดักถามทองสร้อยขณะยกซุปร้อนๆไปเสิร์ฟว่าบอกอะไรคุณกลาง ทองสร้อยบอกว่าตนยังไม่เจอคุณกลางเลย ถูกคุณแหววปัดชามซุป ทองสร้อยถูกน้ำซุปลวกเล็กน้อย ทองสร้อยถามอย่างไม่พอใจว่าทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย!

คุณแหววหาว่าทองสร้อยทรยศตน พอทองสร้อยจะชี้แจงก็ถูกสั่ง “ไม่ต้องพูด ฟังไว้ฉันจะไม่เชื่อคำพูดของจิ้งจกเปลี่ยนสีอย่างเธออีกแล้ว เธอทำให้ฉันขายหน้าคุณกลาง เตรียมตัวไว้เลยว่าเธอจะอยู่อย่างไม่เป็นสุขแน่”

“เมื่อไหร่มันจะจบเสียที” ทองสร้อยพึมพำอย่างเหนื่อยใจ

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #7 on: 11 October 2026, 16:26:27 »


https://www.thairath.co.th/novel/nangesaotongsoi/ep7/page1

นางสาวทองสร้อย   ตอนที่ 7

ทองสร้อยรีบเข้าครัวไปตักซุปใหม่ วานเจียรนัยให้ยกไปเสิร์ฟ แล้วตัวเองไปเข้าห้องน้ำ ส่งไลน์ถึงเนรัญญาว่า

“ฉันกำลังจะประสาทเสีย” เนรัญญาอ่านแล้วงง ทองสร้อยส่งมาอีกว่า “เมียบอสแกกำลังเป็นบ้า บอกเลย!ว่ากลัวใจผู้หญิงคนนี้มาก” เนรัญญาหาว่าทองสร้อยนั่นแหละบ้า เพราะคุณแหววออกจะเป็นคนดี

ทั้งสองส่งไลน์คุยกัน จนสุดท้ายเนรัญญาพึมพำอย่างหนักใจว่า

“ฉันจะช่วยแกจบปัญหานี้ให้เร็วขึ้นได้ยังไงดี...มันก็ต้องย้อนกลับไปที่ต้นเหตุของปัญหาสินะ...ไอ้กาก!!”

เนรัญญาลุกพรวดขึ้นด้วยความมุ่งมั่นบางอย่างสาทรมาเจอกุลธิดาและกุลชาติอยู่บ้านก็ตวาดถามว่าทำไมอยู่บ้าน ทำไมไม่ไปตามหาทองสร้อย ถามกุลธิดาว่าทำไมไม่ไปทำงาน กุลธิดาบอกว่าตนจะไม่ไป เหยียบที่นั่นอีกจนกว่าทองโปรยจะเคลียร์เรื่องผู้หญิงที่ชื่อนารี เวียงคีรี!

“แล้วแกล่ะ ชาส์ล” สาทรถามกุลชาติ เขาบอกว่าพวกเรากำลังทำในสิ่งที่คนบางคนเรียกว่าไม่มีศักดิ์ศรีอยู่ ถูกตะคอกทันทีว่า “ฉันถามแกข้อเดียว ศักดิ์ศรีมันช่วยให้รอดพ้นจากการล้มละลายหรือต้องระเห็จออกจากบ้านที่เคยซุกหัวนอนไปนอนข้างถนนได้หรือเปล่า!”กุลชาติอึ้ง ก้มหน้านิ่ง

“อย่าถามหาคำว่าศักดิ์ศรีในขณะที่เรากำลังตกอยู่ในสภาพหมาจนตรอก! ไปทำในสิ่งที่ต้องทำ ไม่มีเงื่อนไข ไม่มีทางเลือกสำหรับพวกแกแล้ว มีแต่คำว่าต้องทำ ต้องได้! ก่อนที่ฉันจะฆ่าพวกแกให้ตายคาบ้าน!! ไป๊!!!”

ทั้งกุลธิดาและกุลชาติต่างรีบลุกหนีไปให้พ้นหน้าสาทรทันที ทิ้งสาทรให้ทุ่มตัวนั่งเครียดตาขวางอยู่คนเดียว

ooooooo

นับวันทั้งคุณเล็กและพฤกษ์ ต่างสงสัยตัวเองว่าตนรู้จักคุณแหววจริงๆหรือเปล่า วันนี้ทองสร้อยก็ถูกคุณแหววดักเรียกเล่นงานขณะจะกลับห้องพัก

“คิดเหรอว่าปิดเรื่องที่ฉันทำกับเธอไว้ แล้วจะเปลี่ยนความคิดฉันที่มีต่อเธอได้”

“สร้อยทำ เพราะไม่เห็นประโยชน์ที่จะพูด ไม่ได้อยากจะเปลี่ยนความคิดคุณแหววให้มารู้สึกดีกับสร้อย”

“ฉันเริ่มจะเห็นด้วยกับคุณใหญ่แล้วล่ะ ว่าเธอมันอวดดี เพราะคิดว่าคุณกลางกับคุณเล็กปกป้องเธออยู่งั้นสิ” แล้วสั่งทองสร้อยว่าคุณใหญ่ยังไม่กลับมาให้รอก่อน ยังเข้านอนไม่ได้ ทองสร้อยบอกว่าน้าชบารออยู่ คุณแหววแว้ดใส่ทันทีว่า

“ฉันสั่งให้เธออยู่ด้วย! จะไปฟ้องคุณกลางก็ได้นะ ถ้าเธอคิดว่าฉันใช้งานเธอเกินความจำเป็น แต่ไม่ต้องใช้สมองคิดมากก็น่าจะรู้นะ ผัวเมียนอนคุยกันกับคนใช้อย่างเธอ คุณกลางจะเลือกเชื่อใคร แต่ถ้าทนไม่ไหวก็ออกไป”

“ทำไมคุณแหววถึงได้เกลียดสร้อยนักคะ สร้อยทำอะไรให้เหรอคะ” ทองสร้อยมองหน้าคุณแหววตาเป๋ง

“ยิ่งเธอทำหน้าซื่อใสใส่ฉันแบบนี้ ฉันยิ่งคิดว่าเธอเป็นคนที่ร้ายกาจมาก จนฉันไม่อยากเห็นเธออยู่ใกล้ตัวอีก อยู่ให้ห่างๆฉันนะ!”

คุณแหววเดินเชิดไป ทองสร้อยเจ็บจี๊ดอยู่ข้างหลัง อย่างอยากจะระเบิดใส่บ้าง แต่ทำได้แค่บ่นเป็นภาษาฝรั่งเศสอย่างคั่งแค้นเท่านั้น

ooooooo

คุณเล็กคุยกับพฤกษ์ถึงตัวตนที่แท้จริงของคุณแหวว แต่พฤกษ์ไม่อยากสนใจมากเพราะอีกไม่นานตนก็จะต่างคนต่างอยู่กับคุณแหววแล้ว เมื่อรู้ว่าคุณเล็กยังไม่ได้งานจึงชวนไปทำงานด้วยกัน จะทำอะไรได้บ้างพรุ่งนี้ไปคุยกันที่ออฟฟิศ

เมื่อคุณเล็กไปแล้ว พฤกษ์หันมาสนใจรูปวาดของตัวเองต่อ ดูรูปแล้วพึมพำ “มาดามฟองดู...”

ทองสร้อยเข้าห้อง โทร.ระบายอารมณ์เรื่องคุณแหววให้เนรัญญาฟัง ก็มีเสียงเคาะประตูขัดขึ้น ทองสร้อยบอกเอาไว้ค่อยโทร.คุยกันที่ตลาดแล้วกัน คุยที่บ้านอุปสรรคเยอะ แล้วไปเปิดประตู เจอเจียรนัยยิ้มอย่างเป็นต่อรออยู่ ชูมือถือให้ดูบอกว่ามีงานต้องแฉ เป็นคลิปที่เจียแอบถ่ายตอนคุณแหววขู่ทองสร้อยนั่นเอง เจียรนัยรุกทองสร้อย “ว่าไงพี่ เกิดอะไรขึ้น”

พอทองสร้อยบอกว่าไม่มีอะไร เจียรนัยก็ขู่ว่าจะเอาคลิปนี้ไปให้ป้าชบาดู ทองสร้อยเลยบอกว่าเรื่องคุณแหววอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ถามว่าคุณแหววกับคุณกลางจะคืนดีกันแล้วหรือรู้ไหม ถ้าเรื่องนี้ถึงหูคุณกลางจะทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกแน่แล้วขอให้เจียรนัยลบคลิปเสีย ถ้าไม่ลบตนก็จะไม่สอนภาษาอังกฤษให้เจียรนัยยอมลบคลิป แต่ยังไม่ทันลบเพื่อนก็โทร.เข้ามาเลยรับสายคุยกับเพื่อน อวดเพื่อนว่าตนมีคนติวภาษาอังกฤษให้แล้วไม่ต้องกวนเพื่อนอีกต่อไปแล้ว

ooooooo

ชบารอเปิดประตูรับคุณใหญ่มีทองสร้อยอยู่เป็นเพื่อนตามคำสั่งของคุณแหวว ครู่หนึ่งพฤกษ์ออกมาเจอถามว่าคุณใหญ่ยังไม่มาอีกหรือ ถามไม่ทันขาดคำรถคุณใหญ่ก็แล่นมา ทองสร้อยกับชบารีบไปเปิดประตูให้

ปรากฏว่าคุณใหญ่กลับมากับบรรทัด เทรนเนอร์ของ TB Sportclub พอลงจากรถ บรรทัดก็แนะนำตัวเองกับพฤกษ์พร้อมมอบนามบัตรให้ พอพฤกษ์ดูนามบัตรก็ยิ้มตามมารยาทอย่างไว้ตัว แต่พอบรรทัดเห็นความน่ารักของทองสร้อยก็ดี๊ด๊าจะเข้าไปทัก คุณใหญ่บอกว่านั่นคนใช้ไม่ต้องรู้จักหรอก พูดอ่อนโยนกับบรรทัดว่า

“ขอบใจนะสำหรับทุกอย่างที่เธอทำให้ฉันวันนี้ เป็นมื้อเย็นที่อร่อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยกินมา”

บรรทัดชี้แจงให้ทุกคนฟังว่า “มันบังเอิญมากเลยครับ ที่ผมแวะไปหาน้องสาวที่ตึกนั่นพอดี ทำให้ผมได้รู้จักกับคุณใหญ่ ได้เพื่อนที่น่ารักเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง” คุณใหญ่เสริมอย่างตื่นเต้นว่าน้องสาวเขาคือจีจี้เลขาของพฤกษ์นั่นเอง พฤกษ์ตัดบทว่าตนมีเรื่องจะปรึกษา คุณใหญ่จึงบอกบรรทัดให้กลับดีๆ ให้เรียกแท็กซี่ได้ บรรทัดจึงลากลับ

ทองสร้อยเห็นคุณใหญ่เดินเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์ดี...ดีอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ก็รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลในความสัมพันธ์ระหว่างคุณใหญ่กับบรรทัด

พฤกษ์ติงคุณใหญ่เรื่องการคบกับบรรทัดว่าระวังหน่อยก็แล้วกันเพราะเพิ่งเจอกันแค่วันเดียว รู้สึกคุณใหญ่จะไว้ใจเขามาก คุณใหญ่อ้างว่าเขาเป็นคนดีมีน้ำใจ แต่ถ้าคุณกลางขอ ตนก็มีเรื่องจะขอเหมือนกัน

“คือถ้าอยากเห็นพี่มีความสุขก็จงไม่ไว้ใจบรรทัดอยู่ห่างๆ พี่ดูแลตัวเองได้” พอพฤกษ์รับคำคุณใหญ่ก็ขอตัวไปพักผ่อน พฤกษ์เห็นรอยยิ้มอิ่มเอิบใจมีความสุขของคุณใหญ่แล้วก็ยิ่งกังวลใจ และเป็นห่วงพี่สาว

ooooooo

ทองสร้อยถือตะกร้าไปตลาดพลางโทร.หาทอง-โปรยอ่อยว่ามีข่าวมาบอก ทองโปรยถามทันทีว่า ข่าวคุณเล็กหรือเปล่า ทองสร้อยบอกว่าใช่ แต่พอทองโปรยเร่งให้บอกกลับยักท่าว่า

“ไม่บอก...เล่าความคืบหน้าเรื่องพ่อมาก่อนว่าพี่จัดการไปถึงไหนแล้ว พ่อยอมใจอ่อนกับเรื่องของสร้อยหรือยัง” พอทองโปรยบอกว่ายัง ทองสร้อยตัดบทแล้วตัดสายเลยว่า “งั้นไม่เล่า แค่นี้นะ”

พอทองโปรยหันเดินเข้าบ้านก็เจอศักดิ์สิทธิ์ยืนอยู่ เขาถามว่าวันนี้พ่อสั่งให้ลูกน้องไปทำอะไร พอรู้ก็รีบโทร.บอกทองสร้อยทันทีว่าพ่อมีการเคลื่อนไหว แต่ทองสร้อยอยู่ที่ร้านส้มตำทั้งเสียงตำของป้าหน่อยและเสียงลูกค้าเร่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจหนวกหู ทองสร้อยเลยบอกว่าไว้ค่อยคุยกันวันหลังแล้วกัน ตนกำลังทำงานอยู่

ทองสร้อยจัดส้มตำในจานแล้วถ่ายรูปในมุมต่างๆ โดยที่ป้าหน่อยไม่เห็นเพราะมัวแต่รัวสากมือเป็นระวิงอยู่

หลังจากนั้น พฤกษ์เปิด ig พบเปลี่ยนภาพเป็นจานส้มตำแล้ว เขาชวนพุฒิกับคุณเล็กไปร้านส้มตำป้าหน่อยกันเลย

ทองสร้อยกินส้มตำจานนั้นอย่างเอร็ดอร่อยจนหมดจาน จ่ายเงินแล้วกลับ

พอไปถึงร้านส้มตำ พฤกษ์มองหาไปทั่วร้านก็ไม่เห็นมาดามฟองดู ขยับจะถามป้าหน่อยหลายครั้ง แต่ป้าหน่อยก็คุยจ้อกับลูกค้าและแฟนคลับปากไม่ได้หยุด หูไม่ว่างที่จะฟัง สุดท้ายพฤกษ์ก็ไม่ได้ถาม

พอออกมาเดินในตลาด คุณเล็กถามว่าเขาถามหาใครกับป้าหน่อยหรือ

“มาดามฟองดู”

พุฒิกับคุณเล็กต่างงง พฤกษ์บอกให้ไปรอที่รถก่อนเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่ามาดามฟองดูคือใคร

ooooooo

ทองสร้อยซื้อกับข้าวเสร็จก็แวะไปที่ร้านเน็ต ส่งต้นฉบับ “ส้มตำ เสน่ห์ตะวันออก เสน่ห์เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่า” แล้วบอกเพื่อนว่าตนยังไม่มีกำหนดกลับฝรั่งเศส เรื่องเงินไม่รบกวนแล้ว และให้เบอร์ติดต่อตนไว้ด้วย

กดส่งไปได้ครู่เดียวก็มีอีเมลของอองตวนเข้ามา ทองสร้อยรีบเปิดอ่าน

“อีกสองสามวันฉันจะไปเมืองไทยเพื่อเตรียมงานอีเวนต์เปิดตัวแมกกาซีนของเราที่นั่น วันงานถูกกำหนดแน่นอนแล้วเธอคือเซเลบริตี้คนเดียวของงาน บก.โมโหมากที่ติดต่อคุยงานกับเธอไม่ได้เลย เราต้องเจอกัน ถ้าไม่อยากให้ตำแหน่งคอลัมนิสต์ของเธอสั่นคลอน”
อ่านอีเมลแล้ว ทองสร้อยอึ้ง เครียดขึ้นทันที

พอทองสร้อยออกจากร้านเน็ต ก็ถูกลูกน้องทองก้อนที่ออกตระเวนเอารูปทองสร้อยเที่ยวถามชาวบ้านว่าใครเคยเห็นคนนี้บ้างทำราวกับตามหาคนหาย บังเอิญมันเห็นทองสร้อยเข้า พอรายงานทองก้อน เขาสั่งให้ตามต่อไป เชื่อว่าทองสร้อยต้องกลับมาที่นี่อีกแน่นอน

ลูกน้องทองก้อนสะกดรอยทองสร้อยทันที แต่ทองสร้อยรู้ตัวเลยวิ่งหนีเอาดื้อๆ ไม่รู้จะหนีไปไหนเลยวิ่งเข้าร้านเน็ตของบอย ลูกน้องทองก้อนตามเข้าไปจะจับ ทองสร้อยโวยวายขึ้นว่าถูกจับนม เลยถูกวัยรุ่นในร้านเน็ตรุม กินโต๊ะจนต้องหนีออกไป แต่มันก็วิ่งไล่ตามทองสร้อยไปอีก

ทองสร้อยวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากป้าหน่อย บอกป้าหน่อยว่าถ้ามีใครมาถามหาตนอย่าบอกเพราะตนกำลังอยู่ในอันตราย ป้าหน่อยรับคำ แต่ยังงงๆว่ามีเรื่องอะไรกัน

ฝ่ายสาทรสายป่านจะขาดอยู่รอมร่อ ทนรอลูกสองคนมาดองกับทองก้อนไม่ไหว จึงเอ่ยปากขณะเล่นกอล์ฟด้วยกัน ทองก้อนไม่ไว้ใจเกรงสาทรจะเอาไปถลุงในบ่อนหมด ยืนยันคำเดิมว่าจะให้เงินก็ต่อเมื่อเราได้ดองเป็นญาติกันเท่านั้น

ooooooo

รุ่งขึ้นก็เกิดเหตุการณ์แปลกประหลาดเมื่อกุลธิดาไปนอนอยู่ที่ห้องทำงานของทองโปรย เธอกอดทองโปรยร้องไห้โฮๆ บอกว่าตนถูกพ่อไล่ออกจากบ้าน ตนต้องกลายเป็นคนที่มีปัญหาทางบ้าน อ้อนขอไปอยู่กับเขา

ทองโปรยขอให้กุลธิดาออกไปจากชีวิตตนเสียที เธอเป็นลูกสาวเพื่อนพ่อ ตนไม่อยากรุนแรงจนมองหน้ากันไม่ติด กุลธิดาตัดพ้อว่าใจร้าย

“ผมไม่ได้ใจร้าย แต่ผมต้องยืนยันความรู้สึกของตัวเอง ผมไม่มีทางแต่งงานกับคุณแน่นอน ขอให้จำไว้ผมมีคนที่รู้สึกดีด้วยอยู่แล้ว และผมจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้น” ทองโปรยประกาศชัดเจน หนักแน่น แล้วบอกให้ยอดชายส่งแขก!

กุลธิดาเปลี่ยนท่าทีจากออดอ้อนกลายเป็นโกรธ ประกาศว่าถ้าตนไม่ได้พี่ชายก็ไม่ต้องมีใครได้ ตนจะตามราวีให้ถึงที่สุด คำราม “นังนารี เวียงคีรี ชื่อนี้ฉันจะจำไว้จนตาย!”

ooooooo

คุณเล็กไปทำงานกับพฤกษ์ เขาให้เนรัญญาสอนงานให้ พอคุณใหญ่มาเห็นคุณเล็กอยู่ที่ออฟฟิศก็ไม่พอใจถามว่ามาทำอะไร พฤกษ์บอกว่ามาช่วยงานตน คุณใหญ่ก็เหยียดปากบอกว่าดีเหมือนกันจะได้ไม่รกหูรกตาที่บ้าน

พฤกษ์ถามว่าคุณใหญ่มีธุระอะไรหรือเปล่า คุณใหญ่บอกว่าจะทำห้องฟิตเนสที่บ้าน อยากออกกำลังกายให้แข็งแรง อยากฟิตแอนด์เฟิร์มสมวัยเพราะตอนนี้ตนอ้วนมาก พฤกษ์มองสำรวจถามว่าอ้วนตรงไหน

“ผู้ชายจะไปรู้อะไร มันต้องผู้หญิงด้วยกันถึงจะมองเห็น” คุณใหญ่คิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ ขณะเดินเข้ามาในออฟฟิศเจอจีจี้ คุณใหญ่รีบชมบรรทัดกับจีจี้ว่า “พี่ชายเธอเป็นคนดีมากนะ ฉันรู้สึกได้” ชมแล้วจะไปหาพฤกษ์ที่ห้อง จีจี้เรียกไว้ ทักว่าเจอคุณใหญ่เมื่อวานยังไม่อ้วนอย่างนี้เลย คุณใหญ่ตกใจถามว่ามากไหม จีจี้ตอบทันทีว่า

“พอสมควรค่ะ พออายุเยอะ ร่างกายไม่ค่อยเผาผลาญ ทานตอนเย็นยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ออกกำลังกายล่ะคะคุณใหญ่ พี่บรรทัดเขาช่วยให้คำปรึกษาได้นะคะ เขาเป็นเทรนเนอร์นะ...”

นี่เอง คุณใหญ่จึงเสนอพฤกษ์ว่าอยากทำห้องฟิตเนสที่บ้าน อ้างว่าไม่อยากออกไปนอกบ้านเพราะรถติดไม่ชอบคนเยอะ บอกพฤกษ์ให้ลูกน้องไปทำห้องฟิตเนสให้ตน แล้วบอกว่าเย็นนี้ไม่ต้องรอ ตนคงดินเนอร์ข้างนอก

พฤกษ์สังเกตพี่สาวตน รู้สึกว่าพักหลังแต่งตัวสวยและดูวัยรุ่นขึ้น ก็นึกกังวลใจ

ooooooo

ขณะทองสร้อยกำลังกลุ้มใจเรื่องที่ต้องไปงานเปิดตัวหนังสือนั้น ชบาก็มาบอกว่าคุณแหววให้ไปหา พอไปหาคุณแหววบอกว่าทองสร้อยยังไม่ได้เอาบัตรประชาชนให้คุณใหญ่ เร่งให้รีบไปแจ้งหายและทำมาให้เร็วที่สุด ถามว่าจะได้วันไหน

ทองสร้อยปิ๊งขึ้นมาทันที คิดจะฉวยโอกาสนี้ลางาน ไปหลายวันแล้วแว่บไปงานอีเวนต์ แต่คุณแหววไม่อนุญาต ทองสร้อยคิดหนัก เลยโทร.ไปขอให้ทองโปรยช่วยทำบัตรประชาชนปลอมให้ ทองโปรยบอกว่าไม่ทำเรื่องผิดกฎหมาย แต่อาสาจะไปขโมยบัตรจริงของทองสร้อยที่ห้องพ่อให้

“จะบ้าเหรอ บัตรจริงสร้อยนามสกุลไม่เหมือนกับที่บอกเจ้านาย ตอนนี้สร้อยคือทองสร้อย นาไกล ไม่ใช่ พงศ์เดชา”

ทองโปรยบอกว่าให้ฝ่ายกราฟฟิกที่นี่ช่วยทำก็ได้ แต่ถ้าไม่บอกอะไรเกี่ยวกับคุณเล็กก็ไม่ทำให้ ทองสร้อยจึงบอกว่าตอนนี้คุณเล็กไปทำงานกับคุณกลางที่ออฟฟิศ

ทันใดนั้น ทองก้อนเปิดประตูผลัวะเข้ามาถามทองโปรยเสียงดังว่า “หนูดาด้าบอกว่าแกไล่เขาเหมือนหมูเหมือนหมารึไอ้ทองโปรย” ทองสร้อยเงียบกริบเงี่ยหูฟังได้ยินทองก้อนเล่นงานพี่ชายว่า “จำไม่ได้หรือไง ถ้าไอ้สร้อยไม่กลับมาแต่งงานกับตากุลชาติ แกก็ต้องแต่งงานกับหนูดาด้าอย่างไม่มีทางเลี่ยง แกต้องทำดีกับเขา มันคือแผนสองของฉัน!”

ทองสร้อยรู้ถึงความลำบากของพี่ชาย เธอบอกตัวเองว่าจะหลบอยู่อย่างนี้ไม่ไหวแล้ว

ฝ่ายทองโปรยถูกทองก้อนยื่นคำขาดเช่นนั้นก็ขอให้ยอดชายช่วยทำบัตรประชาชนปลอมให้ทองสร้อยหน่อย

กุลชาติลุยรุกเนรัญญาเพื่อสืบไปถึงทองสร้อย เนรัญญารำคาญแต่ทั้งด่าทั้งไล่กุลชาติก็ยังตามตื๊อ จนสุดท้ายเนรัญญาบอกว่า “การที่นายมาป้วนเปี้ยนรอบตัวฉัน มันไม่ช่วยอะไรเลย แถมยิ่งแย่กว่าเก่าด้วยซ้ำ กลับไปคิดหาวิธีใหม่ไป”

พอกุลชาติเดินคอตกกลับไป เนรัญญารู้สึกว่าตัวเอง พูดแรงไป มองกุลชาติอยากตามไปขอโทษ

กุลชาติเดินหงุดหงิดผิดหวังเตะโน่นนี่ระบายอารมณ์ พอเตะถูกกระป๋องเครื่องดื่มที่มีคนทิ้งไว้ ก็เดินไปหยิบทิ้งใส่ถังขยะ เห็นคุณยายหิ้วตะกร้าขายขนมจะข้ามถนนก็ช่วยถือให้ พาข้ามถนน พอข้ามถนนไปอย่างปลอดภัยแล้ว ก็ช่วยเหมาขนมของยายทั้งหมดด้วย

ooooooo

ทองสร้อยโทร.หาเนรัญญาปรากฏว่าสายไม่ว่าง บ่นหงุดหงิดพลางเดินออกไป พลันก็ชะงักกึกเมื่อพฤกษ์ปาดหน้ามาขวางถามว่า

“ไปไหน!!”

ทองสร้อยตั้งสติครู่หนึ่ง จึงดราม่าว่า “สร้อยเลิกกับผัว” พอถูกพฤกษ์ซักหนักเข้า ทองสร้อยก็เอาเรื่องราวในละครมาเล่าเป็นตุเป็นตะจนพฤกษ์เชื่อ แสงความเห็นใจ จนทองสร้อยรู้สึกประทับใจในความมีน้ำใจของเขา

เมื่อพฤกษ์หว่านล้อมให้คุยกันเพื่อแก้ปัญหาในครอบครัว

“ถ้าสร้อยให้อภัยเขา กลับมาอยู่ด้วยกัน มันก็ไม่มีทางเหมือนเดิมอีก อย่าเปลี่ยนใจสร้อยเลยค่ะ ศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงมันอยู่ตรงนี้”

พฤกษ์อาสาจะไปคุยกับสามีของทองสร้อยให้ พฤกษ์บอกให้พาเขามาพบตน ทองสร้อยตกใจ ก็พอดี มีสายเข้ามือถือ พฤกษ์บอกให้รับ เผื่อมีเรื่องสำคัญ

เป็นสายจากยอดชายที่โทร.มาถามเกี่ยวกับการทำบัตรประชาชนที่ทองโปรยสั่งไว้ ทองสร้อยอึกอักเลยสวมรอยทำเป็นว่าสามีโทร.มาจริงๆ ทั้งตัดพ้อต่อว่าประกาศ ตัดญาติขาดมิตรกัน ยอดชายงงเป็นไก่ตาแตก ตนพูดไปเรื่องหนึ่งแต่ทองสร้อยพูดอีกเรื่องหนึ่ง สุดท้ายทองสร้อยตัดบท

“วางหูไปได้แล้ว บักห่านี่!”

“เอามานี่ ฉันคุยเอง อย่าเพิ่งวางสาย” พฤกษ์แย่งมือถือไปพูดเอง “ฮัลโหล...ผมพฤกษ์นะ เป็นเจ้านายของทองสร้อย คุณเป็นสามีทองสร้อยใช่ไหม”

“ไม่ใช่ครับ” พฤกษ์หันบอกทองสร้อยว่าเขาบอกว่าไม่ใช่สามีเธอ ยอดชายได้ยินเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น รีบแก้สถานการณ์ทันที บอกว่า “ใช่ครับ ผมเป็นผัวของทองสร้อยครับ ชื่อยอดชายเรียกใหม่ว่าเป็นอดีตผัว”

พฤกษ์ถามว่าเขาอยู่ไหน ยอดชายบอกว่ามาธุระอยู่ที่กรุงเทพฯ พฤกษ์บอกทองสร้อยเดี๋ยวไปด้วยกัน ให้ไปตามพุฒิมา

คุณแหววมาได้ยินพอดีถามว่าจะไปไหนไปทำอะไรกัน พฤกษ์บอกว่าจะพาทองสร้อยไปทำธุระ ทำให้คุณแหววยิ่งระแวง จนทองสร้อยบอกว่า “คุณกลางจะพาสร้อยไปคุยกับผัวค่ะ” ถูกคุณแหววซักอีกว่าทำไมต้องไป ไปที่ไหน พฤกษ์ไม่สนใจเร่งทองสร้อยให้ไปตามพุฒิมาเร็วๆ

เมื่อทองสร้อยไปแล้ว คุณแหววยังซักถามและตัดพ้อต่อว่าพฤกษ์ที่ให้ความสนใจทองสร้อยมาก

“ทองสร้อยเป็นเด็กในบ้านที่ผมต้องดูแลทุกเรื่อง ในฐานะที่ผมเคยมีประสบการณ์จากพ่อของผม ถ้าความรักของเขาทั้งคู่ ต้องพังลงเพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ มันน่าเสียดาย...ถ้าสามีของทองสร้อยยังรักทองสร้อย สองคนยังรักกัน ก็ควรจะให้อภัยกันได้ แล้วใช้ชีวิตคู่ต่อไป”

“คุณคิดว่าจะช่วยสองคนนั้นได้เหรอคะ”

“ผมจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ผมทำได้ จะให้ผมนิ่งเฉยกับความทุกข์ของคนในบ้านผมทำไม่ได้”

พฤกษ์ผละไปแล้ว คุณแหววยืนมองตามพึมพำอย่างเจ็บใจ

“ยกเว้นความทุกข์ของฉัน ที่คุณสามารถทำเฉย และไม่สนใจได้”

ooooooo

ทั้งชบาและพุฒิต่างเอาใจช่วยทองสร้อย ชบากำชับทองสร้อยว่า

“คุยดีๆนะสร้อย ผัวเมียกันอะไรให้อภัยได้ก็ลืมๆ เสียคิดถึงตอนรักกันใหม่ๆเข้าไว้นะ คนรักกันต้องให้โอกาสกันอย่าให้อีมือที่สามที่ไหนมันเอาชนะความรักของแกสองคนได้”

“ขอบคุณมากจ้ะน้า” ทองสร้อยซึ้งในความรักความห่วงใยของชบา ขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดมากที่หลอกพวกเขา

“คุณกลางคือคนที่แกควรจะขอบคุณมากที่สุด อุตส่าห์ยอมเสียเวลาไปช่วยคุย ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองและเสี่ยงมากที่จะถูกผัวแกต่อยกลับมา”

“จ้ะ” ทองสร้อยยิ่งฟังก็ยิ่งจ๋อย เดินซึมๆออกไป

ทองโปรยรู้เข้าก็จะไปกับยอดชายด้วยเผื่อมีอะไรจะได้ช่วยกันแก้สถานการณ์ ยอดชายต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ให้สมกับเป็นสามีของสร้อยที่เป็นเกษตรกร โดยยืมเสื้อผ้าของ รปภ.มาใส่แทน

ฝ่ายคุณใหญ่คลั่งไคล้บรรทัดจนวันนี้ไปหาถึงฟิตเนส จอดรถแล้วโทร.ถามบรรทัดว่าอยู่ไหน ตนมาถึงฟิตเนสแล้วมีเรื่องอยากคุยด้วย

บรรทัดโกหกว่าออกไปเทรนลูกค้าข้างนอก แต่ที่แท้อยู่ที่ห้องพักกับนิรมลและกำลังมีปัญหากันเพราะบรรทัดกินบะหมี่สำเร็จรูปซองสุดท้ายโดยไม่แบ่งให้นิรมล คุณใหญ่ได้ยินเสียงโต้เถียงกันถามว่าใคร บรรทัดบอกว่าเสียงคนใช้บ้านที่ตนมาเทรนให้ คุณใหญ่จึงเร่งให้รีบมาตนรออยู่ มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย

นิรมลกัดไม่ปล่อยถามบรรทัดว่าคุยกับใคร!ตนจะไปตบมัน บรรทัดบอกให้ใจเย็นๆ จะไปตบขุมทรัพย์เราได้ยังไง

“ขุมทรัพย์?? หมายความว่า??” นิรมลตาโต

“นังคุณใหญ่ไฮโซคอแข็งนั่น มันกำลังตกหลุมรักและหลงเสน่ห์พี่แล้วน่ะสิ น้องนิจ๋า...มันนัดพี่ไปเจอที่ฟิตเนส”

นิรมลเร่งให้รีบไปเลยแล้วแย่งบะหมี่สำเร็จรูปไปกินแทน บรรทัดขอค่ารถเพราะเมื่อวานเขาเลี้ยงคุณใหญ่จนเงินเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่ค่ารถจะไปทำงาน

ooooooo

กุลธิดาถูกทองโปรยไล่จึงไปหาคุณแหววขออยู่ด้วย บอกคุณแหววว่าพ่อไล่ตนออกจากบ้านเพื่อไปมัดใจผู้ชายเผื่อน้องชายตนไม่ได้แต่งงานกับทองสร้อย

คุณแหววสะดุดชื่อทองสร้อย กุลธิดาบอกว่าทองสร้อยคือลูกสาวของอาทองก้อน เพื่อนรักของพ่อ ท่านสองคนสัญญากันว่าจะให้ทองสร้อยแต่งงานกับกุลชาติน้องชายตน คุณแหววถามว่า พ.ศ.นี้จะมีคนชื่อทองสร้อยสักกี่คน

“ไม่มีหรอก เดี๋ยวนี้ไม่มีใครชื่อเชยๆแบบนี้แล้ว แต่ถึงชื่อนางจะเชย แต่ตัวนางเดิร์นนะ นางทำงานอยู่ปารีสแบบเป็นเชฟน่ะ โอ๊ยยยย เริ่ด!” พอคุณแหววอยากเห็นหน้า กุลธิดาตอบรับทันที “ไม่มีปัญหา จัดไป!” แต่พอเปิดมือถือจึงรู้ว่าลบรูปทองสร้อยไปหมดแล้ว ถามคุณแหววว่า

“ทำไมเธอถึงอยากเห็นหน้าทองสร้อยนักล่ะ”

คุณแหววบอกว่าต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่างแต่ไม่ยอมบอกกุลธิดาย้ำให้หารูปทองสร้อยให้ได้ก่อน พลางลากกระเป๋ากุลธิดาออกจากบ้านไปส่งที่แท็กซี่ให้กลับไป

พอผลักไสกุลธิดากลับไปได้แล้วคุณแหววกลับ ครุ่นคิดชื่อ “ทองสร้อย พงษ์เดชา” อย่างอยากเห็นตัวมาก!

ooooooo

ทองสร้อยเครียดหนักใจที่จะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ยังไม่รู้จะเป็นอย่างไร บอกพฤกษ์ว่าขอเข้าห้องน้ำแล้วโทร.นัดทองโปรยกับยอดชายไปเตี๊ยมกัน ยอดชายต้องสวมรอยเล่นบทสามีทองสร้อยให้เนียนอย่าให้พฤกษ์จับได้เด็ดขาด

ทองโปรยถามว่าแล้วทองสร้อยกับสามีจะลงเอยอย่างไร ทองสร้อยบอกให้เลิกกันไปเลยจะได้ไม่ต้องมีปัญหาตามมาอีก

“ถ้าไม่อยากมีปัญหาอีก ทางเดียวคือเราต้องจบเรื่องนี้นะสร้อย” ทองโปรยย้ำ ทองสร้อยถามว่าพ่อยังไม่มีท่าทีจะยอมอ่อนข้อให้ตนเลยไม่ใช่หรือ “สร้อยก็ต้องไปเจอพ่อ และแสดงความเด็ดขาดให้พ่อเห็น คุยอย่างคนที่เป็นผู้ใหญ่คุยกัน”

“แต่ตอนนี้ไปคุยเรื่องผัวๆ เมียๆ ให้จบก่อนดีไหมครับ คือไม่อยากเป็นเกษตรกรที่มีกำนันเป็นไอดอลนานนักนะครับมันเสียเรตติ้ง” ยอดชายย้ำเตือน ทองสร้อยเห็นด้วย พยักหน้าให้กันอย่างพร้อมจะผนึกกำลังกันสู้!

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #8 on: 11 October 2026, 16:27:25 »


https://www.thairath.co.th/novel/nangesaotongsoi/ep8/page1

นางสาวทองสร้อย   ตอนที่ 8

คุณใหญ่ที่ไปนั่งรอบรรทัดที่ฟิตเนส ถูกทองก้อนกับบอดี้การ์ดคุยกันถึงการตามล่าทองสร้อย จนเกิดความรำคาญ สั่งพนักงานให้เอาคนไม่มีมารยาทนี้ออกไปก่อนที่จะเสียลูกค้าอย่างตน

หารู้ไม่ ไปสั่งพนักงานให้จัดการเจ้าของธุรกิจ ต่างคนต่างใหญ่เลยบอกชื่อตัวเองอวดบารมีข่มกัน

“ผมชื่อนายทองก้อน พงษ์เดชา เจ้าของที่นี่ ใหญ่พอไหม!”

“เหรอ...งั้นเตรียมตัวเจ๊งได้เลย เพราะฉัน พิกุลแก้ว เวียงคีรี เซเลบริตี้ที่มีสื่อเป็นคอนเน็กชั่นอยู่ในมือหลายสำนัก จะเล่นงานฟิตเนสที่เจ้าของมันไม่แคร์หัวลูกค้าให้ล่มจม!”

ทองก้อนไม่ได้สนใจคำขู่เลย แต่กลับฉุกคิดนามสกุล “เวียงคีรี” นึกขึ้นได้ว่ากุลธิดาเคยมาฟ้องว่าทองโปรยกำลังตามจีบนารี เวียงคีรี ทองก้อนรีบตามคุณใหญ่ไป ตามไปทันก็คว้ามือคุณใหญ่ถามทันทีว่า

“คุณเป็นอะไรกับผู้หญิงชื่อ นารี เวียงคีรี”

“ฉันยิ่งไม่อยากคุย! ไม่ปล่อยเจอฟาด!” ขาดคำคุณใหญ่เอากระเป๋าฟาดทองก้อนไม่ยั้ง ปากก็ตะโกน “ฉันไม่คุย เพราะฉันไม่อยากจะให้ชื่อนังน้องสาวลูกเมียน้อยมันเป็นเสนียดปากฉัน”

พอทองก้อนรู้ว่า นารี เวียงคีรี เป็นใคร เป็นอะไรกับคุณใหญ่ก็ไม่สนใจคุณใหญ่อีก ปล่อยแล้วชี้ทางออกให้ พอคุณใหญ่กระฟัดกระเฟียดออกไปแล้ว ทองก้อนพึมพำ

“น้องสาวลูกเมียน้อยเหรอ...อืม...น่าสนใจ ท่าทางจะเป็นเด็กมีปัญหา” แล้วสั่งบอดี้การ์ดแทบไม่หายใจ

“สืบหาประวัติตระกูลเวียงคีรีให้ละเอียด มีธุรกิจอะไรบ้าง มีใครบริหาร พนักงานมีกี่คน รวมถึงแผนที่บ้านด้วย ด่วนที่สุด!” พอบอดี้การ์ดรับคำและวิ่งออกไปแล้ว ทองก้อนจิกตาพึมพำ “ผู้หญิงที่ทำให้ไอ้ทองโปรยกล้าแข็งข้อกับฉัน ฉันต้องรู้จักให้ละเอียด เจาะลึกไปถึงรูขุมขน ...บางทีอาจจะมีอะไรดีๆรอฉันอยู่ก็ได้ หึๆๆ...เวียงคีรี!”

ooooooo

แอบไปเตี๊ยมกันก่อนไปพบพฤกษ์ที่รออยู่ในร้านอาหารแล้ว ทองสร้อยนึกได้บอกว่าทองโปรยไปพบพฤกษ์ไม่ได้เพราะเคยเจอทั้งที่โรงพยาบาลและร้านส้มตำป้าหน่อยมาแล้ว

แต่ช้าไปแล้ว พฤกษ์เห็นเสียก่อน เขาเดินเข้ามาทักอย่างจำได้แม่นยำว่า

“คุณคนนี้...มากับเธอได้ยังไงทองสร้อย ผมจำคุณได้ที่โรงพยาบาลและร้านส้มตำของป้าหน่อย” ทองโปรยผสมโรงว่าตนก็จำได้ว่าเขาคือเจ้านายของน้องเนและเป็นเจ้านายของทองสร้อย ขณะพฤกษ์งงๆกับการเจอทองโปรยนั่นเอง ทองสร้อยก็พูดแทรกขึ้นว่า

“คืออย่างนี้ค่ะ พอดีผัวสร้อยค่ะ มากรุงเทพฯเพราะจะมาทำงานกับพี่เขาค่ะ”

“ใช่ครับ” ยอดชายลืมตัวว่าตนกำลังเล่นเป็นสามีทองสร้อยรับลูกช่วยทองสร้อย “คุณเนแนะนำให้ผมครับว่าคุณทองโปรยกำลังหาคนขับรถ” พูดไปแล้วรู้ว่าพลาดเลยแกล้งเก๊กขรึมทำไม่รู้ไม่ชี้

“สวัสดีครับ ผมทองโปรยเจ้านายของสามีทองสร้อย ซึ่งเป็นญาติกับน้องเนซึ่งน้องเนเป็นเพื่อนกับน้องสาวของผมที่หายตัวไป” ทองโปรยแนะนำตัวเองคล่องปรื๋อราวกับท่องไว้

“สวัสดีครับ ผมชื่อ...เฉวียง เป็นคนขับรถของคุณทองโปรย พี่ชายของเพื่อนคุณเน ซึ่งเป็นญาติของทองสร้อย ซึ่งกำลังจะเป็นอดีตเมียผม” ยอดชายเอาบ้าง

ทองสร้อยฟังแล้วอยากจะบ้าตาย ส่วนพฤกษ์ มองหน้าทองสร้อยที ทองโปรยที ยอดชายที จนทั้งสามอึดอัดแต่ยังฉีกยิ้มทำหน้าใสซื่อแอบลุ้นกลัวพฤกษ์จะสงสัย พฤกษ์ยังจ้องหน้าทั้งสองเขม็ง แต่ทำเหมือนไม่ติดใจสงสัยอะไร

“ยินดีที่ได้รู้จักทั้งสองคนครับ ผมอาสามากับคุณเฉวียง เพราะเขามาไม่ถูก ยังไม่คุ้นเส้นทาง ขอตัวนะครับ” แล้วหันบอกยอดชาย “เสร็จเรียบร้อยแล้วโทร.หาฉัน เป็นกำลังใจนะ ทั้งสองคน”

ทองโปรยยิ้มให้กำลังใจกันกับทองสร้อย แล้วออกไปซุ่มดูเหตุการณ์กับเฉวียง

ทองสร้อยกับยอดชายยกมือไหว้ขอบคุณทองโปรยแล้วมองหน้ากันไปมา ต่างยังพูดอะไรไม่ออก

แต่ทองโปรยไปซุ่มดูอยู่ไม่นานก็ได้รับโทรศัพท์จากเนรัญญาแจ้งว่าคุณเล็กกำลังจะกลับแล้ว ทองโปรยจึงให้เฉวียงซุ่มดูต่อไปส่วนตัวเองรีบผละไป บอกเฉวียงว่าจะไปดูแลหัวใจตัวเอง

ooooooo

พฤกษ์เห็นทองสร้อยกับยอดชายต่างเงียบจึงเป็นฝ่ายสร้างบรรยากาศให้ทั้งสองได้คุยปรับความเข้าใจกัน แต่เพราะทองสร้อยต้องการให้เรื่อง “จบ” จึงหาเรื่องทะเลาะตบตีกับยอดชาย

ยอดชายเล่นบทแมนอยู่ได้ไม่นานก็ทนไม่ไหว เลยประกาศว่าตนเป็นเกย์ ที่เห็นอยู่นี่ตนแอ๊บแมนเท่านั้น พฤกษ์สะอึกอึ้งหันมองทองสร้อยอย่างสงสาร ทองสร้อยผสมโรงด่ายอดชายว่า

“มิน่าล่ะ ตั้งแต่คืนแต่งงาน แกถึงไม่เคยทำการบ้านอีกเลย!! ไอ้คนโกหก มาหลอกฉันทำไม ฉันเจ็บ!!! ไปให้พ้นบักห่า!!”

ยอดชายถามพฤกษ์ว่ามีอะไรจะคุยกับตนอีกไหม พอพฤกษ์บอกว่าไม่มี ยอดชายก็เดินสะบัดสะบิ้งไป

ทองสร้อยแอบถอนใจโล่งอกที่เรื่องจะได้จบเสียที ในขณะที่พฤกษ์เชื่อสนิท เขามองทองสร้อยอย่างสงสารไม่กล้าพูดอะไรให้สะเทือนใจอีก

ยอดชายออกมาเจอเฉวียง พอเฉวียงรู้ว่าเรื่องจบ เคลียร์แล้วก็ชวนกลับ ยอดชายบอกว่าตนยังกลับไม่ได้เพราะต้องถ่ายรูปทองสร้อยอีก เฉวียงถามว่าแล้วจะแยกทองสร้อยออกจากพฤกษ์ได้อย่างไร ยอดชายบอกเดี๋ยวตนจัดการเอง

พฤกษ์สงสารทองสร้อยที่เพิ่งรู้ว่าสามีเป็นเกย์ ปล่อยให้เธอนิ่งทำใจอยู่ครู่หนึ่งจึงชวนไปกินข้าวปลอบใจ พาเธอเข้าร้านหรูบอกว่า “ฉันอยากให้เธอรับประทานอาหารอร่อยๆ รู้ไหมว่ามันช่วยคลายเครียดและทำให้อารมณ์ดีขึ้น ฉันว่าเธอน่าจะรู้ดี” ทองสร้อยบอกว่าตนไม่เคยกิน “ไม่เคยก็เคยซะ มาเป็นคนที่ชิมฝีมือคนอื่นบ้าง มันจะทำให้เธอเกิดแรงบันดาลใจต่อยอดไปสร้างเมนูของเธอเอง หรือเรื่องอื่นๆเรื่องอะไรก็ได้ในชีวิต” แล้วเลื่อนเมนูให้ทองสร้อยสั่งอาหาร

ทองสร้อยเลือกอยู่นาน พอพฤกษ์บอกให้สั่ง เธอใช้วิธีจิ้มบอกพนักงาน แล้วถามพฤกษ์ว่าเขาจะรับประทานอะไรดี

“ขอเหมือนเดิม” พฤกษ์สั่งพนักงาน เห็นทองสร้อยมองแปลกใจ เขาชี้แจงว่า “ที่นี่เป็นร้านประจำของครอบครัว ตอนคุณพ่อคุณแม่ยังอยู่ ท่านพาพวกเรามากินบ่อยมาก มากี่ครั้งฉันก็สั่งเหมือนเดิมตั้งแต่เด็ก”

ทองสร้อยถามว่าไม่เบื่อหรือ “ไม่...มันทำให้ฉันคิดถึงบรรยากาศอบอุ่นเหมือนตอนที่คุณพ่อคุณแม่ท่านยังอยู่ เหมือนตอนที่ฉันกับพี่ใหญ่ยังคุยกันได้นานกว่าตอนนี้”

ฟังพฤกษ์แล้วทองสร้อยรู้สึกเห็นใจและอยากจะคุยกับเขามากขึ้น ส่วนพฤกษ์เห็นทองสร้อยอารมณ์ดีขึ้นก็โล่งใจ

ooooooo

ยอดชายกับเฉวียงตามไปเฝ้าพฤกษ์กับทองสร้อยที่หน้าร้านอาหาร เห็นบรรทัดเดินกะหนุงกะหนิงเข้ามากับคุณใหญ่ก็สงสัยว่าบรรทัดมากับใคร ยอดชายจึงถ่ายรูปทั้งสองไว้

ฝ่ายพฤกษ์กับทองสร้อยเริ่มคุยกันด้วยความรู้สึกสนิทสนมมากขึ้น ต่างถามถึงความรู้สึกที่มีต่อสิ่งที่ตัวเองชอบ พฤกษ์ถามทองสร้อยว่าทำไมถึงชอบทำอาหาร ทองสร้อยเล่าอย่างมีความสุขว่า

“สร้อยคิดอยู่อย่างเดียวว่า ทำยังไงอาหารจานนี้ถึงจะอร่อย และสร้อยจะมีความสุขมาก เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของคนกินเพราะเขารู้สึกว่ามันอร่อย สำหรับสร้อย อาหารดีๆ เหมือนงานศิลปะและเป็นของขวัญที่โลกนี้มอบให้มนุษย์ ผ่านฝีมือแม่ครัวหรือพ่อครัวที่ทำหน้าที่เหมือนศิลปินผู้สร้างงานศิลปะด้วยความรักและภาคภูมิใจ”

พฤกษ์ทึ่งกับความคิดของทองสร้อยมาก พอทองสร้อยรู้ตัวว่ากำลังเพ้อและเผลอเลยแกล้งบ่นตัวเองว่าเพ้อเจ้อไปเรื่อยเปื่อย เปลี่ยนเรื่องถามเขาว่า “คุณกลางล่ะคะ คิดอะไรอยู่เวลาที่ทำงานของตัวเอง?”

“ฉันคิดอย่างเดียวว่าทำยังไงจึงจะทำให้บ้านหลังนี้น่าอยู่ที่สุด สไตล์อาจจะสำคัญแต่ถ้าขาดความรู้สึก บ้านก็ไม่ต่างอะไรจากโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ หรือตอนที่ฉันอยู่หน้าผ้าใบ ฉันก็แค่คิดว่า ฉันจะทำยังไงให้คนที่ดูรูปของฉันรู้สึกบางอย่างกับมันเหมือนที่ฉันรู้สึก”

“ศิลปะสัมผัสด้วยตาและรู้สึกที่หัวใจ” ทองสร้อยรำพึง ตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด

“อาหารสัมผัสได้ด้วยลิ้น แต่รู้สึกที่หัวใจ...เหมือน กัน” พฤกษ์อยู่ในอารมณ์เดียวกัน

ทั้งสองยิ้มให้กันดีใจที่มีมุมมองเหมือนกัน พลัน ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งหัวใจของทั้งสองก็ปะทุขึ้นเป็นประกายที่แววตา แต่พอรู้ตัวต่างก็ยกน้ำขึ้นดื่มกลบเกลื่อน พฤกษ์ถามอ่อนโยนว่า “สบายใจขึ้นแล้วใช่ไหม”

“ค่ะ” ทองสร้อยรับคำไม่กล้าสบตาอ่อนโยนของเขา

ooooooo

คุณใหญ่นั่งมองไปที่อีกโต๊ะหนึ่งถึงกับตาลุกโพลงเมื่อเห็นพฤกษ์นั่งทานอาหารอยู่กับทองสร้อย ตีหน้ายักษ์เดินไปที่โต๊ะพฤกษ์ทันที มองทองสร้อยอย่างรังเกียจถามว่าเป็นคนใช้มาตีเสมอเจ้านายได้ยังไง

คุณใหญ่ไม่กล้าโวยวายในร้านเพราะอายคนอื่นจึงเรียกพฤกษ์ให้ไปคุยกันข้างนอก บรรทัดได้ทีลุกมาทำกะลิ้มกะเหลี่ยกับทองสร้อย เลยถูกทองสร้อยทั้งต่อยและเตะผ่าหมากจนต้องเดินกุมเป้ากลับไปนั่งที่โต๊ะตามเดิม ยอดชายเห็นปลอดคนเลยรีบเข้าไปลากทองสร้อยไปถ่ายรูปเพื่อทำบัตรประชาชนตามคำสั่งของทองโปรย

ส่วนคุณใหญ่ตำหนิพฤกษ์ที่พาคนใช้มากินอาหาร พฤกษ์ชี้แจงเหตุผลให้ฟัง ถูกคุณใหญ่มองว่าพอทองสร้อยเลิกกับผัวเขาก็คิดจะ...ถูกพฤกษ์ขัดขึ้นว่า ตนคิดในฐานะเพื่อนมนุษย์ที่เห็นอกเห็นใจกันเท่านั้น

คุณใหญ่ด่าพฤกษ์ว่ากำลังเห็นกงจักรเป็นดอกบัว สักวันจะเสียใจเพราะทองสร้อย แล้วจะต้องมาขอโทษตนที่เตือนแล้วไม่เชื่อว่า “มันเป็นตัวอันตราย!!”

“ทองสร้อยไม่ใช่ตัวอันตราย เพื่อนพี่คนนั้นมากกว่าที่ควรจะระวัง”

“อย่ามายุ่ง ถ้าไม่อยากให้เราสองคนต้องแตกคอกันมากไปกว่านี้และถ้าไม่อยากให้บ้านบึ้ม!” คุณใหญ่ปรามแล้วผละไป พฤกษ์ถอนใจยาว นึกสงสารทองสร้อย มองไปไม่เห็นทองสร้อยจึงเดินตามหา

ยอดชายลากทองสร้อยไปถ่ายรูปเพื่อทำบัตรประชาชน ถ่ายเสร็จทองสร้อยขอดู เธอเปิดดูไล่ไปเรื่อยจนเห็นรูปคุณใหญ่กับบรรทัดที่ยอดชายแอบถ่ายไว้

“นี่มันรูปคุณใหญ่กับไอ้เทรนเนอร์หน้าหื่นนี่ ถ่ายไว้ทำไม”

“เพื่อเป็นประโยชน์ในอนาคต เพราะผมไม่ชอบหน้ามัน!”

“เม้าท์มา!” ทองสร้อยสั่งแล้วฟังข้อมูลของบรรทัดจากยอดชายอย่างตั้งใจ

ooooooo

คุณใหญ่กลับมาที่โต๊ะ บรรทัดถามว่าคุยกับน้องชายเรียบร้อยแล้วใช่ไหม คุณใหญ่ตะบึงตะบอนว่าไม่เรียบ! เบื่อ! เหนื่อย! เกลียดขี้หน้า!!

แล้วคุณใหญ่ก็ระบายอารมณ์ว่า ทองสร้อยมาเลิกกับผัวตนก็ยิ่งอยากไล่ไปให้พ้นๆ แต่ยังทำไม่ได้ ถ้าหาคนใช้ใหม่ได้วันนี้พรุ่งนี้จะบีบให้ออกจากบ้านไปไม่ทันเลย คอยดู!

บรรทัดวางแผนบางอย่างทันทีแต่ยังทำเป็นอุบๆ ไว้เรียกความสนใจจากคุณใหญ่

ทองสร้อยรับรู้พฤติกรรมของบรรทัดที่เกาะคุณใหญ่จากยอดชายก็สงสัยว่าบรรทัดกำลังจะทำอะไรกันแน่

พฤกษ์โทร.ตามหาทองสร้อย พอเจอกันทองสร้อยขอบคุณที่เขาปกป้องตนทุกครั้ง

“ทำตัวดีๆ ตั้งใจทำงาน อย่าทำให้ฉันผิดหวังแล้ว กัน” พลางชูถุงให้ดู “อาหารที่เราสั่ง กินที่ร้านคงไม่ได้แล้ว กลับไปกินที่บ้านแล้วกันนะ”

พอเนรัญญาโทร.บอกทองโปรยว่าคุณเล็กกำลังจะกลับ ทองโปรยก็รีบกลับออฟฟิศทันที เห็นคุณเล็กกำลังเดินออกจากออฟฟิศก็ทำเป็นมองไม่เห็นเดินผ่านไป แต่ที่แท้คุณเล็กเห็นแต่รีบเมินไปทางอื่นเพราะยังเขินอยู่ ทองโปรยเลยต้องแกล้งเดินกลับมาอีกที ทำเป็นเพิ่งเห็นเข้าไปทัก

“สวัสดีครับ” คุณเล็กหันมองแล้วเดินต่อ “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” คุณเล็กหันมองอีกทีแล้วเดินต่อ จนทองโปรยถามว่าหมุนไปหมุนมาไม่กลัวเวียนหัวหรือ คุณเล็กเวียนหัวจริงๆ กอปรกับกำลังเป็นไข้เลยเซจะล้ม ทองโปรยเข้าประคองไว้ถามว่าทนไหวไหม เอามืออังหน้าผาก “คุณเล็กตัวร้อนจี๋เลยครับ ไม่สบายใช่ไหม”

ทองโปรยยิ่งแสดงความห่วงใยใกล้ชิด คุณเล็กก็ยิ่งเขินเลยสะบัดหน้าไปทางอื่นพูดเสียงแข็งว่าไม่ต้องมายุ่งกับตนอีก ทำให้ทองโปรยนึกว่าเธอเกลียดขี้หน้าตนจริงๆ

ooooooo

ฟังคุณใหญ่ระบายความไม่พอใจทองสร้อยและหาทางกำจัดออกไปจากบ้านแต่ติดที่ยังหาคนใช้ใหม่ไม่ได้ บรรทัดฉวยโอกาสเสนอให้นิรมลเข้าไปทำแทน โกหกคุณใหญ่ว่านิรมลเป็นน้องสาวตน

คุณใหญ่นำข่าวดีมาบอกคุณแหววว่า “นังทองสร้อยจะต้องออกไปจากที่นี่โดยที่คุณกลางต้องเถียงไม่ขึ้นและปกป้องมันไม่ได้อีก”

คุณแหววได้แต่อึ้งๆว่าคุณใหญ่มีแผนอะไร

วันต่อมา บรรทัดมากดกริ่งที่หน้าบ้านเวียงคีรีแต่เช้า พานิรมลหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้ามาด้วย ทองสร้อยวิ่งไปเปิดประตู พลันก็ชะงักเมื่อเห็นทั้งสอง

“สวัสดีจ้ะทองสร้อย คุณใหญ่อยู่ใช่ไหม” บรรทัดทำเสียงหล่อ

บรรทัดกับนิรมลเข้ามาท่ามกลางความไม่ไว้วางใจของพวกคนใช้ในบ้านโดยเฉพาะทองสร้อยที่เคยถูกบรรทัดลวนลามที่ร้านอาหารลับหลังคุณใหญ่มาแล้ว

นิรมลมาเป็นคนรับใช้ในบ้านในนามว่าเป็นน้องสาวของบรรทัดและชื่อดาว แต่ลับๆแล้วคุณใหญ่จ้างมาเพื่อเป็นคนคอยรับใช้แผนการของคุณแหววที่วางแผนแกล้งทองสร้อยให้ถูกไล่ออกไป

คุณใหญ่และพฤกษ์นั่งซักถามนิรมล บรรทัดแย่งตอบแทนเสียเกือบหมด จนพฤกษ์ต้องบอกให้นิรมลเป็นคนตอบเอง

นิรมลดราม่าว่าชีวิตตนลำบากยากแค้น เรียนจบแค่ ม.3 พ่อกับแม่เลิกกันต้องออกมาทำงานดูแลยาย จนเมื่อเจ้านายเก่าเลิกจ้างเพราะย้ายไปอยู่เมืองนอก ตนไม่มีที่จะไป ขอเพียงมีใครสักคนเมตตาให้ตนได้ทำงานแลกที่อยู่แลกข้าวกินเท่านั้น

พฤกษ์ถามคุณใหญ่ว่าจะรับคนใช้ใหม่ทำไมไม่ถามตนสักคำ คุณใหญ่อ้างว่าตนไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ คุณแหววก็ประสานเสียงว่า สงสารเจียรนัยที่ต้องดูแลตนคนเดียวจนแทบไม่มีแรงอ่านหนังสือจึงรับดาวมาช่วยอีกคน

เมื่อตกลงรับนิรมลมาเป็นคนใช้แล้ว คุณแหววไปประกาศแก่บรรดาคนใช้ว่า

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดาวจะมาช่วยดูแลฉันแทนเจียรนัย”

บรรดาคนใช้ได้ฟังต่างมองหน้ากันอึ้ง

ooooooo

คุณใหญ่บอกคุณแหววว่าดาวจะคอยดูแลคุณแหวว จะใช้ให้ทำอะไรก็แล้วแต่ ตนอนุญาต ไม่สนว่าจะวิธีไหนที่จะทำให้ทองสร้อยออกไปจากที่นี่เร็วๆ

คุณแหววถามว่าแน่ใจหรือว่าเราจะไว้ใจบรรทัดได้จริงๆ คุณแหววปรามเคืองๆว่า

“อย่าตั้งคำถามกับวิจารณญาณของพี่ คนอย่างพี่คบคนยาก คุณแหววก็เห็น กว่าจะรับใครสักคนเข้ามาในชีวิตมันไม่ใช่ง่ายๆ ถ้าไม่ใช่คนดีจริงๆ ไม่มีทางที่พี่จะไว้ใจ จำไว้แค่ว่า นังดาวมันจะทำทุกอย่างตามที่เราบอกทันทีโดยไม่ลังเล ขอแค่มันได้เงินเดือน มีที่ซุกหัวนอนก็พอ คนที่หลังชนฝา อะไรมันก็ทำได้ทั้งนั้น หมายถึงเราสองคนด้วย”

แล้วแผนการก็เริ่มขึ้น เมื่อพฤกษ์สั่งทองสร้อยให้เอากาแฟไปให้ที่ห้องทำงาน คุณแหววกับนิรมลมาดักทองสร้อย คุณแหววบอกว่าตนจะเอาไปให้เอง พริบตานั้นก็ปัดถาดกาแฟจนถ้วยกาแฟตกแตก คุณแหววโวยวายลั่นจนพฤกษ์ออกมาดู

“ทองสร้อย ทำไมทำแบบนี้!!” คุณแหววตวาดถาม พฤกษ์ถามว่ามีอะไรกัน นิรมลสาระแนฟ้องว่าคุณแหววจะเอากาแฟไปให้คุณกลางถูกทองสร้อยปัดถ้วยกาแฟหกตกแตก ทองสร้อยปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำ ก็พอดีคุณใหญ่เข้ามาแทรกถามว่า มีอะไรกันเสียงดังลั่นบ้านไปหมด

ทองสร้อยตกเป็นจำเลย ทั้งคุณแหววและนิรมลรุมกันหาว่าทองสร้อยแกล้งปัดถ้วยกาแฟหกเพราะไม่พอใจที่คุณแหววจะเอากาแฟไปให้คุณกลางเอง พอทอง-สร้อยปฏิเสธ คุณใหญ่ก็สำทับว่าอย่ามาขึ้นเสียงกับเจ้านาย

“พอเถอะครับ” พฤกษ์หย่าศึก คุณใหญ่ถามว่าเรื่องนี้คุณกลางจะจัดการหรือจะให้ตนจัดการ พอพฤกษ์บอกว่าตนจัดการเอง คุณใหญ่ก็ดักคอว่าขอความเป็นธรรมให้คุณแหววด้วยก็แล้วกัน อย่าลำเอียงเข้าข้างคนใช้คนโปรดจนเกินไปนัก พฤกษ์โต้ว่า “ทองสร้อยไม่ใช่คนใช้คนโปรดของผมนะครับพี่ใหญ่”

“แต่ที่ทองสร้อยทำ เหมือนคนที่กำลังเป็นคางคกขึ้นวอ ไม่กลัวไม่เกรงแหววที่เป็นเจ้านาย เหมือนกำลังจะประกาศตัวเองกับแหววว่าเป็นคนสำคัญของคุณกลาง! พี่จะไม่ทนแล้วนะ ตกลงมันยังไงเนี่ยคุณกลาง อย่าบอกนะว่าที่คุณแหววพูดมันเป็นความจริง คุณกลางกำลังกลืนน้ำลายตัวเอง กำลังทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยคุณพ่อ!! พี่ไม่ยอม!!”

“เลิกไร้สาระกันเสียทีได้ไหมครับ ถ้าอยากได้ความยุติธรรมก็ฟังผม” พฤกษ์ขัดขึ้น แล้วให้พวกคนใช้ไปทำงาน ปรามอย่างรู้ทันว่า “แล้วห้ามมาแอบฟัง”

จากนั้นพฤกษ์คุยกับคุณใหญ่กับคุณแหววอย่างเป็นส่วนตัว พอพฤกษ์บอกว่าจะให้ตนเชื่อคำพูดที่เต็มไปด้วยอคติต่อทองสร้อยของคุณใหญ่ได้อย่างไร คุณแหววก็ผสมโรงว่าที่เขาทำแบบนี้ไม่ให้เกียรติตน หักหน้าตนและปกป้องคนใช้หาว่าตนเป็นคนผิด

“ผมกำลังปกป้องเกียรติของคุณอยู่ต่างหาก ด้วยการไม่คุยเรื่องนี้ต่อหน้าพวกคนใช้ ถ้าคุย คุณจะไม่เหลือความน่าศรัทธาในสายตาพวกเขาเลย” เห็นทั้งสองเงียบ พฤกษ์เสียงอ่อนลงว่า “ถ้าผมไม่มีความยุติธรรม มีแต่ความคิดที่เป็นอคติ คิดแต่จะเอาชนะห้ำหั่นกัน บ้านมันจะสงบสุขได้ยังไง ถ้าพี่ใหญ่หรือคุณแหววไม่เคารพการตัดสินใจของผม ผมก็ไม่ควรที่จะเป็นคนดูแลบ้านหลังนี้อีกต่อไป”

“คุณกลางหมายความว่ายังไงคะ” คุณแหววตกใจ

“ผมจะไปอยู่ที่อื่น ให้พี่ใหญ่กับคุณแหววอยู่กันเอง แล้วดูซิว่าจะอยู่กันได้ไหม”

พูดแล้วพฤกษ์เดินหน้าเครียดออกไป ทั้งคุณใหญ่และคุณแหววต่างอึ้งที่แผนการไม่เป็นไปอย่างที่คาด คุณใหญ่วิตกจริตกับคุณแหววว่า “วันนี้คุณกลางเมตตาเอ็นดูมัน ต่อไปอาจจะพัฒนาไปถึงขึ้นที่...โอ๊ย...ไม่อยากจะคิด ไม่อยากจะพูด เสนียดปากที่สุด...ยิ่งตอนนี้นังทองสร้อยมันเพิ่งเลิกกับผัว ไม่มีศีลข้อไหนมาขวาง มันก็ยิ่งง่าย”

คุณใหญ่พล่ามปลุกปั่นเป่าหูจนคุณแหววยิ่งเจ็บใจ คุณใหญ่ย้ำเข้าไปอีกว่า

“คุณแหวว ต้องรีบทำคะแนนมัดใจคุณกลางเร็วๆนะคะ ความรักระหว่างคุณกลางกับคุณแหววจะเป็นคาถากันผีอย่างนังทองสร้อยได้ดีที่สุด” พูดๆๆ แล้วลุกไป “ฉันเครียด ฉันต้องการผ่อนคลาย...ชบา!!”

ooooooo

ทองสร้อยไปนั่งเครียดอยู่คนเดียวที่มุมหนึ่งของบ้าน คุณเล็กไปนั่งข้างๆ รำพึงขึ้นว่าช่วงนี้มีแต่เรื่องนะ ทองสร้อยพยักหน้าเซ็งๆ ขอบคุณคุณเล็กที่มานั่งเป็นเพื่อน

คุณเล็กถามว่าอยู่บ้านที่มีแต่ปัญหาแบบนี้อึดอัดใจบ้างไหม ทองสร้อยบอกว่ามากกก...คุณเล็กถามว่าแล้วคิดจะลาออกไหม ทองสร้อยโพล่งไปทันทีว่าคิดวันละสามรอบ

“แล้วทำไมถึงไม่ลาออกล่ะจ๊ะ” ทองสร้อยอึ้ง คุณเล็กบอกว่าพูดความจริงกับตนได้เลยตนจะไม่มีทางทำร้ายทองสร้อยเด็ดขาด ทองสร้อยบอกว่าพวกชบาทุกคนเหมือนคนในครอบครัวตน เลยยังไม่อยากออก “ขอบใจนะทองสร้อย ที่ดีกับพวกเราอย่างนี้ จำไว้นะ ยังมีพวกเราที่เป็นกำลังใจให้เสมอ”

ทองสร้อยรำพึงอย่างซึ้งใจว่า “สมแล้วค่ะกับตำแหน่งนางฟ้าชัดๆของพี่...” ทองสร้อยหยุดกึก พอถูกคุณเล็กซักก็เฉไฉว่าของพี่เจีย เพราะตนนับถือเจียรนัยเหมือนพี่ แล้วถามคุณเล็กว่าขอถามอะไรหน่อยได้ไหม พอคุณเล็กอนุญาต ทองสร้อยถามตรงๆว่า

“คุณเล็กไม่ชอบพี่ชายของสร้อยหรือคะ” เห็นคุณเล็กอึ้ง ทองสร้อยบอกว่า “ที่เฉวียงกำลังกลุ้มใจว่าตัวเองทำอะไรผิดจนทำให้คุณเล็กโกรธหรือเปล่า คุณเล็กถึงทำเหมือน...ขอโทษนะคะ ที่ต้องใช้คำนี้...รังเกียจค่ะ”

คุณเล็กบอกว่าตนไม่ได้รังเกียจ แต่ที่เป็นอย่างนั้นเพราะ...คุณเล็กอายไม่กล้าพูด ทองสร้อยตัดบทว่าไม่เป็นไร ถ้าลำบากใจก็ไม่ต้องพูด ตนเชื่อว่าคุณเล็กคงมีเหตุผลส่วนตัว พอคุณเล็กขอบใจที่เข้าใจ ทองสร้อยขออีกครั้งว่า

“งั้นสร้อยขออนุญาตบอกพี่เฉวียงได้ไหมคะว่าคุณเล็กไม่ได้รู้สึกอย่างที่พี่เฉวียงเข้าใจ”

“เออะ...ก็ได้ บอกเขานะว่าอย่าเข้าใจเล็กผิด”

ทองสร้อยยิ้มโล่งใจ
ooooooo

ทองสร้อยนัดพบกับเนรัญญา ไปนั่งรอที่ร้านกาแฟ พนักงานเอาเบเกอรี่แนะนำของร้านมาเสิร์ฟ ทองสร้อยชอบใจเอามือถือถ่ายรูปไว้แล้วจึงชิม อร่อย ถูกปากจนยิ้มออกมา

เวลาเดียวกัน ทองก้อนก็ลุยไปที่บ้านเวียงคีรี เจอคุณใหญ่ ไม่ทันได้พูดอะไร ก็ทะเลาะกันโขมงโฉงเฉง พฤกษ์ที่ชวนคุณแหววออกไปดูบ้านกันได้ยินออกมาถามว่ามีเรื่องอะไร ถามว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร พี่ใหญ่ไปรู้จักได้อย่างไร คุณใหญ่บอกว่าไม่ได้รู้จักแต่บังเอิญดวงซวยไปเจอ เป็นเจ้าของสปอร์ตคลับ พฤกษ์จะเช็กให้ คุณใหญ่โพล่งบอกไปว่า

“TB!!! และชื่อมันพี่ก็จำได้แม่น จำได้ขึ้นใจไม่ลืม ทองก้อน พงษ์เดชา!” พูดแล้วพรวดขึ้นรถขับออกไปเลย

คุณแหววชะงัก สะดุดหูนามสกุลพงษ์เดชา พอทบทวนก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวที่ได้ฟังกุลธิดาเล่าเรื่องทองสร้อย พงษ์เดชา ขึ้นได้

พฤกษ์บอกคุณแหววว่าจะพาไปดูบ้านแต่พาไปนั่งที่ร้านกาแฟในห้างที่ขายเสื้อผ้าแบรนด์หรู บอกว่าตนซื้อบ้านไว้เรียบร้อยแล้ว ที่พาเธอมาที่นี่เพราะอยากคุยกันเป็นการส่วนตัว แต่พอเข้าไปนั่ง พฤกษ์เห็นทองสร้อยคุยกับพนักงานร้านขายเสื้อผ้าหรูอยู่ เขาลุกไปทันที

แต่ออกไปก็หาทองสร้อยไม่เจอ จึงกลับมาที่ร้านกาแฟ คุยกับคุณแหววอย่างตรงไปตรงมาว่า ตนรู้ว่าเธอไม่พูดความจริง ทั้งคลับแซนด์วิชและกาแฟที่มีช็อกโกแลตอยู่ข้างใต้กาแฟดำมีคนเดียวที่ชงได้คือทองสร้อย!

คุณแหววหน้าชาที่ถูกจับเท็จได้ พฤกษ์บอกว่าเดี๋ยวจะให้พุฒิพาเธอไปส่งที่บ้าน ส่วนตน...ยังไม่กลับแล้วลุกเดินไป

คุณแหววทั้งโกรธทั้งแค้นที่เขาพามาร้านเบเกอรี่ที่ตนชอบแล้วเชือดอย่างเลือดเย็น!

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #9 on: 11 October 2026, 16:28:25 »


https://www.thairath.co.th/novel/nangesaotongsoi/ep9/page1

นางสาวทองสร้อย   ตอนที่ 9

ทองสร้อยบอกเจียรนัยให้แอบถ่ายรูปนิรมลแล้วส่งไลน์ให้ตนด้วย เมื่อเจียรนัยส่งรูปนิรมลทางไลน์ไปให้ ทองสร้อยส่งต่อไปให้ยอดชายถามมาในไลน์ว่า รู้จักผู้หญิงคนนี้ไหม

ยอดชายบอกว่านี่คือหนึ่งในเมียของนายบรรทัด ทองสร้อยบอกว่าเวลานี้นายบรรทัดเอาเมียคนนี้ไปเป็นคนรับใช้ในบ้าน คุณใหญ่ก็ไว้ใจ เรียกว่าหลงจนไม่ลืมหูลืมตา แต่ตนยังแฉเรื่องนี้ไม่ได้เพราะเกี่ยวพันกับตน แต่จะพยายามหาหลักฐานที่ผู้หญิงคนนี้เป็นเมียนายบรรทัดมาแฉโดยไม่ต้องให้ยอดชายมายืนยัน ฝากยอดชายหาหลักฐานเพิ่มเติมมาให้ด้วย

ฝ่ายเนรัญญาที่นัดพบกับทองสร้อยยังมาไม่ได้เพราะรถเสีย เป็นจังหวะที่กุลชาติไปตอแยที่บ้านพอดีเลยช่วยซ่อมให้ ซ่อมเสร็จขอน้ำดื่ม เนรัญญาวิ่งเข้าไปเอาน้ำให้ เป็นจังหวะที่ทองสร้อยโทร.ตามเนรัญญาพอดี มือถือเธอวางอยู่บนหลังคารถ กุลชาติเห็นไฟกะพริบชะโงกดูเห็นชื่อทองสร้อย เขาไม่กล้ารับแต่ดีใจมาก เพราะแน่ใจว่าเนรัญญากับทองสร้อยติดต่อกันอยู่

กุลชาติขอติดรถเนรัญญาไป ระหว่างนั้นเนรัญญาถามว่าเขาไม่มีรถใช้จริงๆหรือ กุลชาติบอกว่าไม่มีเพราะบ้านตนกำลังถูกฟ้องลมละลาย เนรัญญาส่งกุลชาติลงกลางทาง เขาลงเรียกแท็กซี่สั่งให้ตามรถเนรัญญาไปอ้างว่าจะตามจับเมียมีกิ๊ก

ฝ่ายพฤกษ์เมื่อแยกกับคุณแหววแล้วก็เดินไปเรื่อยเปื่อยไปจนถึงร้านขายทีวี เขาหยุดดูทีวีที่กำลังประชาสัมพันธ์งานแถลงข่าวเปิดตัวแมกกาซีน มีชื่อมาดามฟองดูอยู่กลางเฟรม บอกวันเวลาและสถานที่จัดงานชัดเจน

เป็นเวลาเดียวกับที่ทองก้อนกำลังเปิดดูไอแพด เป็นรายการเดียวกับที่พฤกษ์ดู ทองก้อนหัวเราะร่า

“ฮ่าๆๆ แล้วแกก็ต้องออกมาจากฉากหลังที่ซ่อนแกเอาไว้ ไม่ต้องให้ผู้ล่าอย่างฉันต้องออกแรงให้เหนื่อยอีก ฮ่าๆๆ”

ooooooo

เนรัญญาเพิ่งมาถึง เจอทองสร้อยยืนรออยู่ที่ ร้านขายเสื้อผ้าหรูอยู่อย่างกระวนกระวายใจ ส่งถุงใส่ของสดที่ทองสร้อยสั่งซื้อให้ ถามว่าทำไมไม่ไปหาซื้อที่ตลาดสดที่เดิมล่ะ

“ไปให้คนของพ่อฉันจับตัวอีกรึไง ตอนนี้คงวางกำลังกระจายไปทั่วตลาดแล้วล่ะ”

เนรัญญาถามว่าไหนบอกว่าจะไม่หนีจะไปคุยกับพ่อให้รู้เรื่องแล้วจะกลัวทำไมอีก ทองสร้อยบอกว่าตนต้องจัดการบางเรื่องที่บ้านให้เรียบร้อยก่อน ตอนนี้ยังไปไม่ได้ ส่วนเรื่องอะไรไว้วันหลังค่อยเล่า ตอนนี้ตนต้องรีบกลับ บอกเนรัญญาให้เอาชุดไปไว้ที่บ้านด้วยแล้วค่อยโทร.คุยกัน

แต่พอทั้งสองเดินออกจากร้านก็ตกใจช็อก เมื่อเห็นกุลชาติยืนอยู่หน้าร้าน พูดอย่างดีใจสุดๆ

“ผมเจอคุณแล้ว ทองสร้อย!”

“นายแอบตามฉันมา” เนรัญญาปราดเข้าไปตบหน้าเปรี้ยง แล้วจะซ้ำอีกที ทองสร้อยบอกให้พอได้แล้ว เนรัญญาจ้องหน้ากุลชาติ “จะถามใช่ไหมว่าตบนายทำไม ตอบให้เลย ไอ้คนโกหก ใช้ฉันเป็นเครื่องมือ ฉันเชื่อไปแล้วว่านายสำนึกได้จริงๆ ว่าการตามหาตัวทองสร้อยเป็นสิ่งสุดท้ายในโลกที่นายจะทำ และสิ่งแรกที่นายจะทำคือพิสูจน์ตัวเองให้ฉันเห็นว่านายไม่ได้กาก!”

กุลชาติพยายามจะชี้แจง แต่เนรัญญาไม่สนใจไล่ให้ไปบอกพ่อทองสร้อยเลยว่าเจอตัวแล้วให้มาจับไปเลยเขาจะได้แต่งงานจะได้ชื่อว่าเกาะเมียกินเต็มรูปแบบ ทองสร้อยลากเนรัญญาให้ไปกับตนส่วนกุลชาติเธอจ้องหน้าปรามว่า อย่าตามมาไม่อย่างนั้นจะไม่มีชีวิตรอดกลับไปฟ้องพ่อตนแน่!

ooooooo

ลากเนรัญญาออกมาแล้ว ทองสร้อยคาดคั้นถามว่าไปรู้จักกับกุลชาติได้อย่างไร ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ไม่ทันที่เนรัญญาจะเล่า ทองโปรยก็โทร.มาบอกทองสร้อยว่า ข่าวมาดามฟองดูจะไปปรากฏตัวในงานแถลงเปิดตัวแมกกาซีนกระจายไปทั่วแล้ว

ทองสร้อยถามว่าแล้วไง เป็นเรื่องปกติ เพราะแมกกาซีนดัง มาดามฟองดูก็ดัง แต่พอทองโปรยบอกว่าพ่อรู้แล้วว่ามาดามฟองดูคือเธอ ทองสร้อยก็ช็อกถามว่าใครปากสว่างไปบอกพ่อ!

“นั่นน่ะสิ” ทองโปรยพูดขาดคำก็นึกได้ สารภาพเสียงอ่อยว่า “เอ่อ...พี่เอง แต่อย่าเพิ่งโกรธพี่เลย คิดก่อนจะเอาไง พ่อไม่มีทางปล่อยให้สร้อยลอยนวลในงานนั้นแน่”

ทองสร้อยปรึกษากับเนรัญญา บอกว่า “ฉันไม่ไปไม่ได้ ฉันคือมืออาชีพ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็ต้องไป” เนรัญญาถามว่าถ้าพ่อเขาตามไปจริงๆ แล้วเธอจะหลบยังไง “แกและพี่ทองโปรยต้องช่วยฉัน” แล้วทองสร้อยก็ต้องรีบกลับไปที่บ้านเวียงคีรีเพราะออกมานานแล้ว บอกเนรัญญาว่า “แกไปคุยกับพี่ทองโปรย จะด้วยวิธีไหนก็แล้วแต่ กันไว้อย่าให้พ่อเข้าใกล้ตัวฉันได้เด็ดขาด!! จบแล้วคุยกัน”

ทองสร้อยวิ่งผละไปมองหาแท็กซี่จะกลับบ้าน จะวิ่งข้ามถนนไปเรียกฝั่งโน้นจะได้ไม่เสียเวลากลับรถ

ความรีบร้อนทำให้ทองสร้อยไม่ได้ดูรถ วิ่งออกไปเกือบถูกรถที่ขับมาอย่างเร็วชน ดีที่พฤกษ์มาดึงหลบทัน ทองสร้อยตกใจเมื่อรู้ตัวว่าอยู่ในอ้อมกอดของพฤกษ์ เขาถามดุๆ ว่ามาเดินข้ามถนนให้รถชนถึงที่นี่ได้ยังไง

ทองสร้อยขอให้ปล่อยตนก่อนได้ไหม พอพฤกษ์รู้ตัวว่ากอดทองสร้อยไว้แน่นก็รีบปล่อยเขินๆ แต่ก็ยังทำเสียงเข้มถามว่ามาที่นี่ได้ยังไง เห็นของสดในถุงถามว่าทำไมมาซื้อกับข้าวถึงที่นี่ เล่าความจริงมาเดี๋ยวนี้

“สร้อยมาหาเนกับพี่เฉวียงค่ะเพราะสร้อยเครียด เลยซื้อกับข้าวที่นี่เลย” พฤกษ์บอกว่าตนก็เครียดเหมือนกัน “เครียดเรื่องสร้อยใช่ไหมคะ ขอโทษที่คุณกลางต้องเครียดเพราะเรื่องของสร้อย”

“เพราะฉะนั้นอย่าทำให้ฉันผิดหวังที่ฉันเชื่อใจเธอ นี่ฉันพูดเรื่องความเชื่อใจเธอกี่รอบแล้วก็ไม่รู้นะ แต่มันคือสิ่งสำคัญที่คนอยู่บ้านเดียวกันต้องมีเลยต้องย้ำกับเธอบ่อยๆ”

ทองสร้อยถามหยั่งท่าทีว่าถ้ามีเหตุให้ตนต้องทำให้เขาผิดหวังล่ะ? พฤกษ์ตอบทันทีว่าเธอจะไม่มีโอกาสเป็นครั้งที่สอง เพราะตนถือว่าได้ให้โอกาสเธอแล้ว หลายครั้งด้วย ถามว่าต้องรีบกลับใช่ไหม ให้กลับแท็กซี่กับตนเลย แล้วจูงมือทองสร้อยข้ามถนน ต่างลืมตัวจับมือกันแน่น จดๆจ้องๆแล้วจูงมือวิ่งข้ามถนนไปด้วยกัน

ooooooo

ทองก้อนหมายมั่นปั้นมือว่าคราวนี้ต้องได้ตัวทองสร้อยแน่ๆ สั่งแกมขู่ศักดิ์สิทธิ์ว่า งานนี้ถ้าใครพลาดจองวัดได้เลย แต่ตัวเองก็เครียด พึมพำหมายมาด

“โชคไม่เข้าข้างแกไปตลอดหรอกไอ้ทองสร้อย ฉันจะรอเชือดแกนิ่มๆ ในวันนั้น!”

ฝ่ายเนรัญญารีบโทร.นัดทองโปรยมาปรึกษากันที่ร้านกาแฟในห้างว่าจะช่วยทองสร้อยอย่างไรดี พอดีคุณเล็กซื้อเสื้อผ้าเสร็จจะกลับ นึกได้ย้อนกลับไปที่ร้านกาแฟจะซื้อขนมไปฝากคุณแหวว เห็นทองโปรยนั่งคุยอยู่กับเนรัญญา คุณเล็กสังเกตการแต่งกายและอากัปกิริยาของทองโปรยแล้วนึกสงสัยว่า

“เนี่ยเหรอ...คนขับรถ มันดูดีได้ขนาดนี้เลยเหรอ?” แล้วนั่งสังเกตทองโปรยขณะรอรับขนมกลับบ้าน ในใจก็คิดว่าเจอกันอย่างนี้ถือโอกาสเคลียร์กันเสียก็ดี รับขนมจากพนักงานแล้วจึงเดินไปที่โต๊ะทองโปรยกับเนรัญญา

“สวัสดีค่ะ” คุณเล็กเข้าไปทัก ทองโปรยหันไปเห็นคุณเล็กก็แทบหงายตกเก้าอี้ บอกว่า ไม่คิดว่าจะเจอคุณเล็กที่นี่ “เล็กก็ไม่คิดว่าจะเจอคุณเลขากับ...เฉวียงที่นี่เหมือนกัน เจอกันก็ดีแล้ว เล็กมีเรื่องต้องคุยกับเฉวียง”

“อุ๊ยตาย...ลืมไปว่ามีธุระด่วน งั้นเนลาเลยนะคะ สวัสดีค่ะคุณเล็ก ไปนะพี่เฉวียง”

เนรัญญารู้งาน เปิดโอกาสให้ทั้งคู่เต็มที่ไหว้ลา แล้วโกยอ้าวไปเลย

แต่พอคุณเล็กคุยกับเฉวียง เธอบอกแค่ว่า “เล็กไม่ได้รังเกียจเฉวียงอย่างที่เฉวียงเข้าใจนะ ทองสร้อยได้บอกเฉวียงบ้างหรือยัง” พอทองโปรยบอกว่าโทร.บอกแล้ว เธอรวบรัด “ก็แค่นี้แหละ เล็กกลับล่ะ” ว่าแล้วลุกออกไปเลย

ทองโปรยตามมาถามว่าเรายังเป็นเพื่อนกันใช่ไหม คุณเล็กชะงักหันมายิ้มบอกว่า “ได้สิ เราเป็นเพื่อนกันได้” ทองโปรยยิ้มแฉ่งบอกว่าแค่นี้ก็ดีใจแล้ว พอคุณเล็กเดินไปแล้ว ทองโปรยมองตามพึมพำเศร้าๆ

“หวังว่าถ้าคุณรู้เหตุผลที่ผมโกหก คุณเล็กจะยังคงเห็นผมเป็นเพื่อน”

ooooooo

นิรมลหูตาล่อกแล่ก แอบเข้าไปในห้องคุณใหญ่หมายจิ๊กของมีค่าบอกตัวเองว่าคุณใหญ่มีมากมายจะหายไปสักชิ้นสองชิ้นคงไม่รู้ เจียรนัยมาเจอนิรมลก็ทำไก๋ว่า นึกว่าห้องนี้เป็นห้องคุณแหววเห็นรกๆเลยจะมาจัดให้

เจียรนัยชี้ว่าห้องคุณแหววอยู่โน่น นิรมลเลยทำหน้าจ๋อยเดินไป เจอคุณแหววกลับมาพอดีก็ทำประจ๋อประแจ๋เข้าไปทัก ถูกคุณแหววที่อารมณ์เสียจากข้างนอกมาตวาดว่า “ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน จะไปไหนก็ไป ไร้ ประโยชน์”

นิรมลเดินออกจากห้องคุณแหวว เจียรนัยแอบดูอยู่ที่ห้องคุณใหญ่ ยิ่งสงสัยพฤติการณ์ของนิรมล

ครู่หนึ่งพฤกษ์กับทองสร้อยกลับมาถึงบ้าน พุฒิแปลกใจว่าสองคนนี้มาด้วยกันได้ยังไง แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าคงไม่มั้ง บ่นตัวเองว่า “คิดอะไรวะไอ้พุฒิ!”

ฝ่ายทองสร้อยกลับถึงห้องก็ได้รับโทรศัพท์จากอองตวนที่ฝรั่งเศสแจ้งรายละเอียดที่ทองสร้อยต้องไปงานอีเวนต์ ทองสร้อยพูดภาษาฝรั่งเศสคล่องราวกับพูดภาษาตัวเอง นิรมลเดินมาจะเข้าห้องเพราะอยู่ห้องเดียวกับทองสร้อย ได้ยินทองสร้อยกำลังคุยภาษาฝรั่งเศสคล่องปรื๋อ เงี่ยหูฟังสงสัยว่าทองสร้อยพูดภาษาอะไร

ทองสร้อยบอกอองตวนว่า “ฉันมีเรื่องยุ่ง อาจจะไปเจอเธอไม่ได้ ช่วยส่งรายละเอียดทั้งหมดของงานมาให้ทางอีเมลของฉัน รับรองฉันไปปรากฏตัวแน่ ไม่ต้องเป็นห่วง...แล้วเจอกันวันนั้น สวัสดี”

เจียรนัยมาเห็นนิรมลแอบฟังทองสร้อยคุยโทรศัพท์ พอบอกทองสร้อย นิรมลแก้ตัวว่าตนไม่ได้แอบฟัง แต่ประตูห้องล็อกตนเลยเข้าไม่ได้ แล้วถามทองสร้อยว่าเมื่อกี๊พูดภาษาอะไร ทองสร้อยบอกว่าภาษาฝรั่งเศส ตนพูดได้แค่งูๆปลาๆ เพราะแม่เคยเป็นแม่บ้านให้ทั้งคนฝรั่งเศสและอเมริกัน ตนเลยพูดได้นิดๆหน่อยๆ เจียรนัยถามว่าแล้วคุยภาษาฝรั่งเศสกับใคร

“ญาติทางแม่พี่เขาโทร.มาหาจากฝรั่งเศส ชวนพี่ไปอยู่ด้วย” เจียรนัยถามว่าพี่คิดยังไง “พี่ยังไม่ได้คิด แต่อาจจะคิด”

นิรมลได้ข่าวเด็ด แจ้นไปบอกคุณแหววว่าทองสร้อยกำลังคิดจะไปจากที่นี่ เห็นว่าญาติทางโน้นชวนไปทำงาน

คุณแหววยิ่งระแวงว่า ทองสร้อยคนนี้กับทองสร้อยคนนั้นจะเป็นคนเดียวกันหรือไม่?

ooooooo

เมื่อคุณแหววไปเล่าให้คุณใหญ่ฟัง ทั้งสองต่างยิ้มอย่างมีความหวังว่าจะเฉดหัวทองสร้อยออกไปจาก บ้านนี้ได้แล้ว คุณแหววคิดไกลไปกว่านั้น บอกว่าอยากให้เรื่องจบแบบศพไม่สวย เชื่อว่าคุณกลางต้องเกลียดทองสร้อยแน่นอน เพราะว่า...

“คุณกลางเกลียดคนโกหกมากที่สุดใช่ไหมคะ และแหววกำลังรอหลักฐานบางอย่างที่จะแสดงให้คุณกลางเห็นว่าทองสร้อยคือผู้หญิงที่โกหกลวงโลก!”

“เล่ารายละเอียดให้ฟังเดี๋ยวนี้ คุณแหววไปรู้ อะไรมา”

เมื่อคุณใหญ่ให้บรรทัดไปหิ้วของให้ขณะตนไป ช็อปปิ้ง คุณใหญ่ถามว่าเขาเป็นลูกจ้างของทองก้อนพงศ์เดชาใช่ไหม ให้เล่าประวัติเจ้านายเขาให้ฟังอย่าง ละเอียดหน่อย ตนอยากรู้ว่าทองก้อนมีลูกกี่คน อะไร ยังไงบ้าง

“อ๋อ...ไม่รู้ครับ”

คุณใหญ่ลืมตัวแว้ดใส่ทันทีว่าทำงานประสาอะไรไม่รู้เรื่องเจ้านาย บรรทัดที่เหนื่อยล้าจากการหิ้วของเต็มสองมือฉุนขึ้นมาเรียกเสียงดังอย่างหมดความอดทน

“คุณใหญ่!!”

“บรรทัด...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...ฉัน...”

บรรทัดทุ่มถุงที่ถือลงพื้นถามว่าตนเป็นเพื่อนคุณใหญ่หรือเปล่า ฝ่ายนั้นรีบบอกว่าใช่ บรรทัดต่อว่าอย่างไม่พอใจว่า

“แต่คุณใหญ่กลับทำให้ผมรู้สึกเหมือนผมเป็นขี้ข้า เป็นกระโถนรองรับอารมณ์ ทั้งที่ผมให้เกียรติคุณใหญ่ แต่คุณใหญ่กลับกดขี่ไม่ให้เกียรติผม”

“ไม่จริง ฉันให้เกียรติเธอ”

“นี่หรือครับให้เกียรติผม เรียกให้ออกมาพบตอนไหนก็ต้องมา ให้ถือของหนักแค่ไหนก็ต้องถือ นึกจะอารมณ์เสียใส่ตอนไหนก็ทำ ผมสู้อดทนเพราะผมระ...” บรรทัดหยุดไว้แค่นั้น คุณใหญ่ใจเต้นรัวอยากฟังให้จบ ถามว่าอะไรนะ “ไม่มีอะไรครับ ผมไม่ได้พูดอะไร ผม... เจ็บนะครับ ที่ต้องทำแบบนี้ ลาก่อน”

คุณใหญ่ตามง้อ รบเร้าให้บรรทัดพูดให้จบ อยากจะได้ยินคำว่ารักจากปากเขา ตามง้อขอโทษ ถามว่าเขารู้สึกอะไรกับตน พอบรรทัดบอกว่า “ผมระ...ระ...รู้สึกดีกับคุณใหญ่มาก”

“ไม่ใช่รักเหรอ” คุณใหญ่ผิดหวัง บรรทัดตีขลุมว่ามันกำลังจะเป็นอย่างนั้น พูดแล้วทำเป็นเขินว่าตนพูดอะไรออกไป

ในที่สุดคุณใหญ่ก็หลงคารมของบรรทัด และกลายเป็นหลงในตัวเขา จนคืนนี้พากลับบ้านไปเรียกบรรดาคนใช้ พฤกษ์ และคุณแหววมาประกาศแก่ทุกคนให้รับรู้ทั่วกันว่า “พี่กับบรรทัดเราตกลงที่จะคบหาดูใจกัน”

พฤกษ์ คุณแหวว และคุณเล็ก ช็อก พวกคนใช้ตกใจต่างนิ่งอึ้ง โดยเฉพาะทองสร้อยตกใจมากกว่าเพื่อน!

“เอาล่ะ เป็นอันว่าทุกคนก็รับรู้กันแล้วว่า ต่อไปนี้ ทุกคนก็จะได้เจอกับบรรทัดบ่อย...” พฤกษ์ขัดขึ้นว่าแน่ใจแล้วหรือ “คุณกลาง! ถ้าพี่ไม่แน่ใจพี่ไม่ทำแบบนี้ อย่ามาสงสัยในวิจารณญาณของพี่ พี่บอกให้ทุกคนรับรู้ก็คือแค่รับรู้ ไม่ใช่ให้ขัด นี่คือชีวิตของพี่ ขอให้เคารพการตัดสินใจของพี่ด้วย”

เมื่อบรรทัดมาเป็นเทรนเนอร์ให้คุณใหญ่ ทำตัวสนิทสนม คุณใหญ่เองก็ทำเสมือนเขาเป็นสมาชิกใน ครอบครัว ทำให้ทั้งพฤกษ์และคุณเล็กเบื่อหน่ายไม่อยากอยู่เจอบรรทัด จึงออกไปทำงานกันแต่เช้า ไม่แม้แต่จะร่วมโต๊ะอาหารด้วย ที่โต๊ะจึงมีแต่คุณใหญ่ คุณแหวว และบรรทัดเท่านั้น

ooooooo

ทองสร้อยขออนุญาตพฤกษ์ว่าอาทิตย์หน้าตนจะลางานหนึ่งวันไปทำบัตรประชาชน พฤกษ์ให้ไปทำพรุ่งนี้เลย ทองสร้อยอ้างว่าญาติที่อุดรต้องใช้ทะเบียนบ้านตัวจริงทำธุระก่อนกว่าจะเสร็จก็อาทิตย์หน้า

เมื่อพฤกษ์อนุญาต ทองสร้อยดีใจมาก แต่นับวันพฤกษ์ก็ยิ่งสงสัยระหว่างทองสร้อยกับมาดามฟองดู ยิ่งเมื่อกลับมาที่ห้องเปิดดูอินสตาแกรมของทองสร้อยก็พึมพำกับตัวเองอย่างสับสน

“มาดามฟองดู...ทองสร้อย...มาดามฟองดู... ทองสร้อย...”

คืนนี้...ทองสร้อยแอบดูเห็นนิรมลหลับไปแล้วจึงคลุมโปงส่งไลน์ถามทองโปรยว่าพ่อมีการเคลื่อนไหวอะไรไหม ทองโปรยบอกว่าไม่แน่ใจเพราะตอนนี้ตนหนีออกจากบ้านมานอนที่ออฟฟิศแล้ว ทองสร้อยฟังแล้วไม่สบายใจ บอกพี่ชายว่าไม่ต้องทำอะไรแล้ว ตนจะช่วยตัวเอง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด

พอคุยกับทองโปรยเสร็จ ทองสร้อยดึงผ้าห่มลงนอนมองเพดาน อุปาทานเห็นแม่ยิ้มให้และร้องเพลงกล่อมเด็กให้ฟัง ทองสร้อยฮึดขึ้นมา ถามแม่ว่า “ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นใช่ไหมแม่...ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น...ดีขึ้น...” ทองสร้อยให้กำลังใจตัวเองจนหลับไป...

ยอดชายสืบเรื่องของบรรทัดไม่ได้ เพราะบรรทัดลาออกจากฟิตเนสมาเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้คุณใหญ่ ทองสร้อยจึงให้เขามาสืบที่บ้านเวียงคีรี ยอดชายจึงปลอมตัวเป็นช่างมาซุ่มดูอยู่หน้าบ้าน

ooooooo

เพราะศักดิ์สิทธิ์ไม่เห็นด้วยกับวิธีการจัดการกับทองสร้อยของทองก้อน เอาหนังสือธรรมะให้อ่านหมายให้ลดละทิฐิเอาชนะลง ถูกทองโปรยไล่ตะเพิดหลายครั้งเลยลาออก หลังจากนั้นไม่นานทองโปรยก็ทนไม่ได้ออกไปนอนที่ออฟฟิศอีกคน

“ไปกันให้หมด ไอ้พวกขี้แพ้ ฉันไม่มีทางง้อให้พวกแกกลับมา!!”

บอดี้การ์ดสองคนของทองก้อนรักและเคารพรักศักดิ์สิทธิ์มาก เมื่อศักดิ์สิทธิ์ลาออกจึงออกตาม และมาเป็นผู้ช่วยศักดิ์สิทธิ์ในการช่วยทองสร้อยจากการตามล่าของทองก้อน ศักดิ์สิทธิ์นำผู้ช่วยสองคนคือบีหนึ่งกับบีสองมาพบทองโปรย

“แล้วเราจะทำยังไงต่อครับ” ทองโปรยถาม

“ต้องแจ้งให้คุณทองสร้อยรับทราบ ว่าคุณท่านจะไปงานแน่นอนและให้ระวังตัวเอาไว้”

ooooooo

เนรัญญาหาเหตุลางานในวันงานเพื่อไปช่วยทองสร้อย เมื่อไปพบทองสร้อยในห้องแต่งตัว เนรัญญา เห็นทองสร้อยในชุดออกงาน เธอส่งหน้ากากให้เพื่อนแล้วมองอย่างชื่นชม

ที่ห้องจัดงาน คลาคล่ำไปด้วยผู้คน รวมทั้งทองก้อนกับกุลชาติและบอดี้การ์ด พฤกษ์ ทองโปรย เฉวียง บีหนึ่ง บีสอง และศักดิ์สิทธิ์ ทุกคนในงานใส่หน้ากากหมด

ทุกคนจับจ้องที่ทองสร้อยด้วยจุดมุ่งหมายต่างกัน

ศักดิ์สิทธิ์ถ่ายรูปทองก้อนในงานเพื่อให้พวก

ทองโปรยรู้ตัวและจับตาดูว่าเขาอยู่ตรงไหน มีการเคลื่อนไหวอย่างไร

ทองก้อนเรียกกุลชาติไปกำชับว่าต้องช่วยตนเอาตัวทองสร้อยกลับไปให้ได้ แต่หารู้ไม่ว่า กุลชาติแปรพักตร์ไปแล้ว เขาลากเนรัญญาออกไปบอกว่า “เราต้องช่วยกัน ไม่ให้อาทองก้อนจับตัวทองสร้อยได้” ทีแรกเนรัญญาก็ไม่ไว้ใจ จนเมื่อกุลชาติบอกว่าตนตัดสินใจแล้วว่าจะไม่แต่งงานกับทองสร้อย

แม้กุลชาติจะไม่บอกเหตุผล แต่เนรัญญาบอกกับตัวเองว่า “มีบางอย่างที่เปลี่ยนไปนะ...ฉันรู้สึกได้” พยายามไล่ความรู้สึกแปลกๆของตัวเองออกไปแล้วรีบเดินเข้าข้างใน

ooooooo

ฝ่ายบรรทัด หลังจากเข้านอกออกในบ้านเวียงคีรีราวกับคนในครอบครัวแล้วก็วางแผน “ได้คืบ เอาศอก”

วันนี้ขณะไปนั่งคุยกันที่ร้านอาหารหรู เขาตีหน้าเศร้าบอกคุณใหญ่ว่าตนเศร้าสะเทือนใจตัวเอง เพราะต้องให้รถคุณใหญ่มารับส่งทุกวันจนคนที่อพาร์ตเมนต์นินทากันว่าเป็นเด็กเลี้ยง เป็นผู้ชายขายตัว จะชี้แจงอย่างไรก็คงไม่มีใครเชื่อ ต่อไปตนจะขอมาเองกลับเองแม้จะต้องขึ้นรถเมล์หลายต่อและมอเตอร์ไซค์เข้าซอย แต่จะต้องขอเลื่อนเวลามาหาคุณใหญ่ออกไปสักสองชั่วโมงในการเดินทาง

“นานไป...ฉันทนคิดถึงเธอไม่ไหวหรอก”

ในที่สุดคุณใหญ่รับปากจะซื้อรถเงินสดให้ใช้ที่โต๊ะข้างๆนั้น ยอดชายแต่งหญิงนั่งจิบชาฟังหูผึ่ง ขย้อนจนลืมตัวอุทาน “คุณพระ ทุ่มทุนสร้างมาก” พูดลอยๆเตือนคุณใหญ่ว่า “มากไปสำหรับราคาของผู้ชายคนหนึ่ง”

บรรทัดหันมองอย่างไม่พอใจ รู้สึกคุ้นหน้า ยอดชายรู้ตัวว่าถูกจับได้รีบลุกหนี บรรทัดเห็นขนหน้าแข้งดำปื้ดของยอดชาย เขาลุกตามไปทันที

แต่ยอดชายก็เอาตัวรอดได้ อ้างว่ายอดชายคือน้องชายฝาแฝดของตน บรรทัดกระชากวิกผมออก ตะปบหน้าอกปลอมบีบอย่างแรง ความเลยแตก บรรทัดตะคอกถามว่าตามตนมาทำไม

“ไม่ได้ตาม มาเอง เอาวิกคืนมา!” แย่งวิกคืนแล้ววิ่งหนีไป บรรทัดมองตามอย่างเจ็บใจ รู้สึกเรื่องชักไม่ชอบมาพากล

ooooooo

ที่ห้องจัดงานเปิดตัวแมกกาซีน หลังจากพิธีเป็นทางการแล้ว จึงเป็นการเปิดตัวมาดามฟองดู ทองก้อนสั่งกุลชาติให้ไปจับตัวมาเลย

“เดี๋ยวก่อนครับคุณอา ถ้าทำแบบนั้น รปภ.ที่นี่เข้ามาชาร์จแน่ รอก่อนเถอะครับ”

“ก็ได้...รอจนมันเสร็จงานของมันก่อนก็ได้ จับตาไว้ให้ดี” ทองก้อนสั่งบอดี้การ์ดทั้งสอง

มาดามฟองดูเต้นรำกับแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน เมื่อพลิ้วผ่านมาทางพฤกษ์ เธอใจหาย เห็นคนอื่นๆเต้นไปที่กลางฟลอร์กันหมด ซ้ำพฤกษ์ยังเข้ามาเตรียมจะต่อคิวเต้นด้วย

แล้วพฤกษ์ก็เข้าไปขอเต้นด้วยจริงๆ กุลชาติรีบลากเนรัญญาเข้าไปเต้นด้วยเนียนๆ เตรียมหาจังหวะเข้าหาทองสร้อย เมื่อเต้นกับพฤกษ์ทองสร้อยประหม่าจนเหยียบเท้าเขา เธอรีบขอโทษ ในขณะที่พฤกษ์บอกเบาๆว่า

“ครับ...เอ่อ... ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนถาม...”

ทองก้อนกำลังเตรียมเข้าชิงตัวทองสร้อย ก็ถูกกุลชาติปราดเข้าเสียบเต้นกับทองสร้อย เนรัญญาจึงรีบหลบออกไป พฤกษ์คาใจรอจังหวะที่จะเข้าไปเต้นกับมาดามฟองดูอีกครั้ง แต่ไม่สำเร็จเพราะกุลชาติพาทองสร้อยเหินไปทางอื่นไกลจากทองก้อนและพฤกษ์ ทองก้อนมอง หัวเราะอย่างเป็นต่อ

“หึๆๆ แกเสร็จฉันแน่แล้ว ทองสร้อย!”

กุลชาติพาทองสร้อยไปทางประตูหลัง พอดีพิธีกรขอเสียงปรบมือให้มาดามฟองดู เธอจึงต้องมาโค้งขอบคุณอย่างสวยงาม แล้วค่อยๆถอยไป พอประตูปิดลงทองสร้อยก็หายไปทันที

“ตามมันไป!!” ทองก้อนตะโกนโมโหสุดขีด กุลชาติรับคำแล้ววิ่งออกไป เนรัญญาและเฉวียงผสมโรงวิ่งตามไป ในขณะที่พฤกษ์ก็วิ่งตามไปอีกคน แขกในงานต่างฮือฮากันงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

ทองสร้อยหนีออกไปได้ก็เลี้ยวไปทางหนึ่ง ทองก้อนกับกุลชาติไล่ตามมา ทองก้อนจะเลี้ยวตาม แต่กุลชาติรั้งไว้ถามว่าไหวหรือ พักก่อนไหม ทองก้อนบอกว่าตนฟิตมาก พร้อม! แล้ววิ่งนำไป

แต่วิ่งไปอึดใจเดียวทองก้อนก็เหนื่อยหอบ กุลชาติถามว่าจะเรียกรถพยาบาลไหม ทองก้อนหันตวาด

“เรียกมา แกโดนฉันตื้บแน่!” แล้ววิ่งไปหอบไป ทองโปรย เนรัญญาและเฉวียงวิ่งตามมา เห็นหลังพวกทองก้อนไวๆ ทองโปรยบอกว่า

“พ่อไปทางนั้น แสดงว่าเราต้องไปทางนี้” แล้ววิ่งแยกไปอีกทาง

ทองสร้อยวิ่งอ้าวสุดฝีเท้า พลันก็ชะงักเมื่อความคิดหนึ่งสั่งตัวเองว่าจะไม่หนีอีกแล้ว! ทองสร้อยหยุดกับที่ยืนหอบ หันกลับไปมองทางที่วิ่งมาด้วยสายตามุ่งมั่น

พฤกษ์ตามออกมาไม่เห็นใครแล้ว มองทางแยกแล้วเซ็งไม่รู้จะไปทางไหน จึงตัดสินใจกลับ

ทองโปรย เนรัญญา และเฉวียง วิ่งตามมาเห็นทองสร้อยยืนนิ่งอยู่ เขาโผเข้าหาน้อง

“สร้อย ดีใจจังที่ยังไม่โดนพ่อจับตัวไป”

“มายืนทำอะไรตรงนี้ รีบหนีไปกันเถอะสร้อย” เนรัญญาเร่ง เฉวียงบอกว่าตนจะรีบไปเตรียมรถ

“ฉันไม่ไป!” ทองสร้อยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวแล้วเดินย้อนกลับไป ทุกคนอึ้ง มองทองสร้อยที่เดินย้อนกลับไปทางเดิมด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคง ทองโปรยถามน้องอย่างงุนงงว่า

“สร้อย...จะไปไหน รอก่อน!!”

เวลาเดียวกันที่อีกมุมหนึ่ง ทองก้อนเดินโผเผ

จนกุลชาติต้องหิ้วปีก แต่เจ้าตัวยังปากแข็งว่าตนไม่เป็นอะไร มุ่งมั่นที่จะตามหาทองสร้อยต่อไป แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ทรุดลง

“อย่าดื้อเลยครับคุณอา ไม่ไหวก็คือไม่ไหว”

“ไหว!!” ทองก้อนลุกขึ้นยืน สูดลมหายใจลึกๆ พยายามจะก้าวเดินต่อไป

“พ่อคะ!” เสียงทองสร้อยเรียก ทุกคนชะงักกึกเห็นทองสร้อยยืนอยู่ มีทองโปรย เนรัญญา กับเฉวียงตามมาติดๆ

ทองก้อนอึ้ง คิดไม่ถึงว่าทองสร้อยจะมายืนเผชิญ หน้าตน

“สร้อยมาแล้ว จะเอาไงก็ว่ามา!” ทองสร้อยมองหน้าพ่อสีหน้ามุ่งมั่น

ooooooo

ที่บ้านใหญ่โตรโหฐานของทองก้อน...

ทองสร้อยยืนเผชิญหน้าพ่อ ข้างหลังเธอมีทองโปรย เนรัญญา บอดี้การ์ด บีหนึ่ง บีสอง ยืนประกบอยู่

“แน่จริง ทำไมไม่หนีไปให้ตลอด!!” ทองก้อนเปิดฉากอย่างแข็งกร้าว

“หนูเหนื่อยแล้ว หนูไม่อยากหนี หนูต้องการเจรจากับพ่อ!” แม้คำพูดจะยอมแต่น้ำเสียงไม่ยอม ทองก้อนถามว่าหนีไปอยู่ที่ไหนมา “พ่อไม่จำเป็นต้องรู้หรอก”

“ไหนๆวันนี้แกกับฉันก็มาเผชิญหน้ากันแล้ว

ทุกอย่างก็ควรจะเอาออกมากองตรงหน้า ไม่มีอะไรต้องปกปิด ถ้าไม่ ฉันไม่เจรจา”

ทองก้อนยื่นคำขาด ทำเอาทุกคนอึ้ง ทองสร้อยมองพ่ออย่างลังเลเพราะไม่อยากพาดพิงถึงบ้านพฤกษ์ ตัดสินใจตัดบท

“งั้นหนูก็ไม่เจรจา!! งานนี้มีแค่พ่อกับหนู เรื่องอื่น คนอื่นที่ไหนก็ไม่เกี่ยวทั้งนั้น”

ทองก้อนยืนกรานว่าเกี่ยว! ตนต้องการรู้ว่าเธอไปอยู่ไหนมา ทองสร้อยถามว่ารู้ทำไมในเมื่อเรื่องก็ผ่านไปแล้ว รู้ไปก็ไม่มีประโยชน์

ทองก้อนจะรู้ให้ได้ พาลว่าใครที่ช่วยทองสร้อยตนถือว่าเป็นศัตรูทั้งนั้น เนรัญญาบอกทองสร้อยว่างั้นก็ไปกันเถอะ ทองสร้อยถามว่าทำไมพ่อชอบทำให้เรื่องในชีวิตยุ่งยาก ทองก้อนสวนทันควันว่าตนไม่ได้ชอบ แต่ทองสร้อยนั่นแหละบีบคั้นให้ตนทำ

“พ่อผิดไม่เป็น?”

“เพราะฉันไม่ผิด!”

“งั้นลาก่อนค่ะ จนกว่าพ่อจะคิดได้และยอมเปิดใจว่าที่เรื่องมันเป็นแบบนี้เพราะพ่อ!” ทองสร้อยจะไป ถูกทองก้อนสั่งบอดี้การ์ดจับตัวไว้

ทองโปรยขอร้องพ่อว่าพอเถอะ เพราะไม่จำเป็นต้องทำอย่างนี้กับสร้อยกับตนหรือใครก็ตาม

“จำเป็นเพราะพวกแกมันดื้อด้าน”

“พ่อไม่ใช่ศูนย์กลางของโลกนี้ พ่อควบคุมชีวิตและความคิดของทุกคนไม่ได้หรอก ยอมรับเถอะค่ะ แค่นี้พ่อยังยอมเจรจากับสร้อยไม่ได้ เราคงไม่มีทางคุยกันรู้เรื่องแล้วล่ะ เจอกันเมื่อวันที่พ่อป่วยและไม่มีใครดูแลแล้วกันค่ะ”

ทองสร้อยหันหลังกลับ ทุกคนเดินตามเธอ ถูกทองก้อนสั่งบอดี้การ์ดใหม่อีก 5 คนมาขวาง ด่ากราดว่า

“พวกแกร่วมมือกับไอ้ศักดิ์สิทธิ์คอยกุดเขี้ยวเล็บฉัน แต่ฉันคือผู้ล่า เขี้ยวเล็บย่อมงอกใหม่ได้เสมอและแหลมคมมากกว่าเดิม เฮ้ย! ขังพวกมันทุกคนเอาไว้!”

ทองสร้อยกับทองโปรยกังวลกับสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #10 on: 11 October 2026, 16:29:26 »


https://www.thairath.co.th/novel/nangesaotongsoi/ep10/page1

นางสาวทองสร้อย   ตอนที่ 10

พฤกษ์กลับถึงบ้าน เจอคุณแหววดักรออยู่ ถามว่าไปงานไหนมาหรือ ดูจากชุดที่ใส่ ท่าทางจะเป็นงานเลี้ยงที่ดูหรูหราพอสมควร พฤกษ์ไม่ตอบแต่ขอตัวบอกว่าตนเหนื่อย

คุณแหววเข้าปัญหาทันที ถามว่าถ้าตนออกไปจากชีวิตเขาแล้ว เรายังเป็นเพื่อนกันอยู่หรือเปล่า พฤกษ์บอกว่าตนไม่ทราบ

“แปลว่า แม้แต่ความเป็นเพื่อนที่จะให้แหวว คุณกลางก็ยังลังเล มันทำให้แหววเองลังเลขึ้นมาเหมือนกัน” พฤกษ์ถามว่าลังเลเรื่องอะไร “มันคงน่าอึดอัดใจถ้าเรา สองคนมองหน้ากันไม่ติด ทั้งที่แหววยังจะต้องเข้าออกบริษัทในฐานะหุ้นส่วนของเวียงคีรี” เห็นพฤกษ์อึ้ง คุณแหววทิ้งไพ่ตาย “แหววจะถอนหุ้นทั้งหมดค่ะ”

แม้พฤกษ์จะตกใจ แต่เขาก็พูดอย่างหนักแน่นมั่นคงมากว่า ตนจะไปแจ้งพี่ใหญ่แล้วจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด

“หวังว่าคุณใหญ่คงจะไม่ขัดนะคะ” คุณแหววพึมพำอย่างมั่นใจว่าคุณใหญ่จะต้องขัดขวางและยื้อเวลาไว้ คุณแหววโทร.หากุลธิดาทันที รอสายพลางบ่นอย่างหงุดหงิด “มัวไปตายอยู่ไหน ทำไมยังมาไม่ถึงอีก ดาด้า!”

กุลธิดากำลังวุ่นอยู่กับกุลชาติและสาทร พอรับสายคุณแหววก็ขอร้องว่าอย่าเพิ่งวีนใส่ เพราะพ่อกำลังโกรธกุลชาติมาก คุณแหววไม่สนใจบอกว่านั่นเรื่องของเธอ แต่ตัวเธอจะต้องมาให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกัน

กุลธิดาต้องชั่งใจอย่างหนัก ในที่สุดเธอเลือกที่จะอยู่กับพ่อและน้องชาย แล้วปิดมือถือวิ่งตามพวกเขาเข้าบ้านไป

กุลชาติคุกเข่าขอร้องสาทรว่าอย่าให้ตนแต่งงานกับทองสร้อยเลย ถูกกุลธิดาตวาดให้ลุกขึ้น ทำแบบนี้ดูหมดท่ามาก ด่าน้องชาย “บ้าที่สุด!”

“แต่งงานกับผู้หญิงเพื่อเงิน มันน่าอายมากกว่านะพี่ด้า”

“แล้วระหว่างการรักษาหน้าของแก กับชีวิตฉัน แกจะเลือกอะไร” สาทรถาม เห็นกุลชาติอึ้งเพราะไม่เข้าใจ สาทรตวาดย้ำ “ฉันถามว่าแกจะเลือกอะไร!!!” กุลชาติถามว่าชีวิตของพ่อมาเกี่ยวอะไรด้วย “เพราะฉันจะต้องถูกไอ้เจ้าหนี้บ่อนมันสั่งเก็บถ้าไม่มีเงินไปใช้หนี้มัน!” เห็นลูกทั้งสองตกใจอึ้ง สาทรตะคอกถาม “แกจะเลือกอะไร!!”

ooooooo

เพราะอยู่ในบ้านทองก้อน พวกทองสร้อยถูกบอดี้การ์ดของทองก้อนล้อมเข้ามาจะจับทองสร้อยตามคำสั่งของทองก้อน พวกทองสร้อยต่อสู้กันสุดฤทธิ์ ทองก้อนนั่งที่เก้าอี้อาร์มแชร์ตัวใหญ่ดูการต่อสู้อย่างมีความสุข

ทองสร้อยหาช่องโหว่วิ่งฝ่าวงล้อมของพวกบอดี้การ์ดออกไป พวกทองโปรย เนรัญญา เฉวียง และบีหนึ่ง บีสอง ตกอยู่ในวงล้อมบอดี้การ์ดของทองก้อน พวกเขาถูกรุมร่วงไปทีละคน...ทีละคน เนรัญญาเห็นท่าไม่รอดเลยแกล้งเป็นลม

สุดท้ายทุกคนถูกบอดี้การ์ดจับได้ทั้งหมด ส่วนทองสร้อยวิ่งหนีไป ทองก้อนสั่งให้จับตัวไว้ให้ได้ ทองสร้อยวิ่งผ่านสาทร กุลธิดาและกุลชาติที่เดินชักแถวกันเข้ามา เห็นพวกทองก้อนวิ่งไล่ตามทองสร้อยเลยวิ่งตามไปด้วย

ทองสร้อยวิ่งขึ้นไปที่ห้องหนึ่งเห็นประตูเปิดอยู่ เธอเข้าไปในห้องปิดประตูล็อกทันที ทองก้อนทุบประตูสั่งให้เปิด ถ้าไม่เปิดจะพังประตูเข้าไป เนรัญญาถามทองโปรยว่าทองสร้อยจะหนีรอดไหม

“สร้อยคงไม่ได้หนี ถึงตอนนี้สร้อยหนีไม่ได้แล้ว สร้อยกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่างเพื่อให้พ่อเปลี่ยนใจ” ทองโปรยอ่านใจน้องออก และเชื่อมั่นอย่างนั้น

ทองสร้อยเปิดตู้มุดเข้าไปลึกที่สุดค้นหาอะไร บางอย่างในนั้น ท่ามกลางเสียงทองก้อนที่ทั้งทุบประตูและตะโกนอย่างโกรธจัดให้เปิดประตูเดี๋ยวนี้!!

ทองสร้อยหยิบกล่องในตู้ออกมาเป็นกล่องเก็บจดหมายและของจุกจิก ครู่หนึ่งเธอยิ้มดีใจเมื่อเจอสิ่งที่ต้องการ

ooooooo

ที่หน้าห้องทองสร้อย ทุกคนออกันอยู่อย่างใจจดจ่อ รวมทั้งสาทร กุลธิดาและกุลชาติด้วย

“ทองก้อน...มีเรื่องอะไรกัน” สาทรถาม

“ไอ้สร้อยมันคิดจะหนีไปอีกแล้ว”

“เพิ่งจะยอมกลับมา แล้วทำไมจะหนีอีกล่ะ นายไปทำอะไรลูก ทำไมไม่คุยกันดีๆ แบบมีเหตุผล”

“เคยคุยดีๆ แบบมีเหตุผลกับลูกตัวเองได้สำเร็จด้วยเหรอครับพี่”

“ไม่เคย”

“งั้นเงียบ!” ทองก้อนเสียงแข็ง สาทรอึ้ง เงียบ ทองก้อนหันไปสั่งบอดี้การ์ด “พังประตู!!”

พริบตานั้น ทองสร้อยเปิดประตูออกมา ยื่นซองจดหมายเก่าจนกระดาษเหลืองไปตรงหน้าพ่อ

“จดหมายของแม่!! จดหมายที่แม่เขียนบอกสร้อยเรื่องพ่อ พ่อไม่เคยรู้ แต่วันนี้สร้อยจะอ่านให้พ่อฟัง!”

ทองก้อนดูจดหมายในมือทองสร้อย ที่หน้าซองเป็นลายมือพิดสะหมัยเขียนจ่าหน้าซอง “ถึงทองสร้อย ลูกรักของแม่” ทองก้อนอึ้งไปอย่างสะเทือนใจ สาทรถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน ทองก้อนบอกว่าทุกอย่างกำลังจะเข้าที่ด้วยวิธีของตน

“วิธีที่พ่อเคยบอกกับแม่ว่า...เป็นวิธีที่พ่อจะไม่มีทางทำกับลูกๆเด็ดขาดแต่พ่อก็ลืม”

ทองก้อนหาว่าทองสร้อยมั่ว ทองสร้อยจึงเปิดซองจดหมาย เอารูปถ่ายคู่ของพ่อกับแม่เมื่อครั้งอยู่ที่เวียงจันทน์มาให้ดู เป็นรูปที่ทองก้อนเอาหูแนบท้องแม่ที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุข ทองก้อนสะอึกเมื่อเห็นภาพนั้น

“รูปนี้...” ทองสร้อยพูดต่อ “แม่กอดเอาไว้แนบอกในวันที่แม่ตาย วันที่พ่อมาไม่ทันดูใจแม่ เพราะพ่อเลือกที่จะอยู่กับอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ของพ่อ สร้อยแกะรูปนี้ออกจากมือแม่แทบไม่ออก...พ่อไม่รู้...”

ทุกคนอึ้ง...ทองก้อนพูดอะไรไม่ออก

“สร้อยจะอ่านให้ฟัง...ว่าพ่อเขียนอะไรไว้ข้างหลังรูปนี้” ทองสร้อยพลิกรูปอ่านข้อความที่สลักหลังไว้ ด้วยลายมือทองก้อนเอง “ผมสัญญาว่าผมจะเลี้ยงลูกทุกคนให้เป็นคนดี ให้เขามีทุกอย่าง ที่สำคัญผมจะให้โอกาส เขา...ได้เจอและได้รักคนที่ดีที่สุดสำหรับเขา เหมือนที่ผมได้รับโอกาสจากคุณ...รักนะ แม่หญิงคนงาม ของผม”

ทุกคนอึ้ง ตีบตันกับข้อความที่กินใจนั้น ทองสร้อยถามพ่อว่า

“พ่อจำได้ไหม...พ่อเคยบอกกับแม่ว่าพ่อจะให้ โอกาสลูกๆทุกคน”

ทุกคนมองไปที่ทองก้อน เขายืนนิ่งเหมือนรูปปั้น พูดไม่ออก แต่ในความรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนกลับ...

ooooooo

พฤกษ์เดินหาทองสร้อยไปทั่วบ้านแต่ไม่เจอ ถามชบาว่าทองสร้อยยังไม่กลับอีกหรือ

“ยังค่ะ คุณเลขาโทร.มาบอกว่าจะกลับค่ำๆค่ะ” เขาถามทำไมต้องค่ำ ชบาบอกว่าไม่ทราบเพราะคุณเลขาไม่ได้บอก

“เหลวไหล ผู้หญิงนี่เวลาเจอกันไม่ได้เลยนะ โทร.ตามที เอ่อ...ไม่ต้องฉันโทร.เอง...หรือชบาโทร.ดี ฉันโทร.เองดีกว่า”

พฤกษ์ลังเล เดินออกไป ทำท่าจะโทร.ถึงเนรัญญา แต่แล้วก็เปลี่ยนใจหาเบอร์ทองสร้อย แต่แล้วก็เปลี่ยนใจอีก สุดท้ายบอกตัวเองว่า

“รอให้ค่ำๆก่อนค่อยโทร.” แล้วเดินไปชงเครื่องดื่มเก้ๆกังๆ เพราะไม่เคยทำ

ooooooo

คุณแหววอารมณ์เสียที่ติดต่อกุลธิดาไม่ได้ ตวาดนิรมลที่จะมาจัดยาก่อนอาหารให้จนต้องออกไป

ขณะคุณแหววกำลังง่วนกับการโทร.หากุลธิดานั้น คุณใหญ่เข้ามาเรียก “คุณแหวว...” คุณแหววลืมตัวแว้ดใส่

“บอกว่าไม่ต้องมายุ่ง!” พอหันไปเห็นเป็นคุณใหญ่ก็รีบแก้ตัวบ่นว่าตนกำลังโมโหดาวไม่รู้ว่าเอายาก่อนอาหารไปไว้ที่ไหน คุณใหญ่ถามคุณแหววว่า ตนมอบหน้าที่ให้ดูแลคนใช้หนักไปหรือเปล่า “ไม่ค่ะ แหววทำได้ คุณใหญ่ไปไหนมาคะ ดูหน้าซีดๆนะคะ”

“ไปจองรถมา” คุณใหญ่พลั้งปากแล้วรีบแก้ตัวว่า “เอ่อ...เมารถจ้ะ แถวบ้านแฟนพี่รถติ๊ดติด พี่ขอตัวไปอาบน้ำอาบท่าก่อนนะ” พอคุณใหญ่เดินออกไป ก็ปาดเหงื่อเมื่อนึกถึงเรื่องจองรถให้บรรทัด

ฝ่ายคุณแหววก็หงุดหงิดต่อเมื่อโทร.หากุลธิดาไม่ได้แยกจากคุณใหญ่แล้ว บรรทัดไปหาจีจี้ตามที่นัดไว้ จีจี้บ่นว่าทำไมไม่นัดพบที่ห้อง ตนต้องมารอร้อนแทบตาย

“พี่สังหรณ์ใจว่ากำลังถูกจับตามองและถูกสะกดรอยตาม จะให้ตามไปถึงที่อยู่ไม่ได้ ผิดพลาดอะไรขึ้นมามันจะตามตัวพี่ถูก” จีจี้ถามว่าใครตาม พอรู้ว่าเลขาของนายเก่าที่ฟิตเนส ก็ถามว่าทำไมต้องตาม เขาโกงหรือขโมยอะไรมาหรือเปล่า

เมื่อบรรทัดปฏิเสธ จีจี้ทวงเงินที่ยืมไป บรรทัดควักมาให้แล้วยังเหลือแบงก์พันหลายใบในกระเป๋า จีจี้ดักคอว่าอย่าบอกนะว่าได้มาจากคุณใหญ่

“เบิกค่าจ้างล่วงหน้ามาได้สองเดือน แบบสบายๆ แถมด้วย...รถอีกคัน จองไปแล้ว” จีจี้อุทานทึ่ง บรรทัดโอ่ว่า “พี่ซะอย่าง ว่าแต่ว่า ติดธุระอะไรที่ไหนต่อหรือเปล่าจ๊ะ คืนนี้...พี่เหงา”

“เสียใจ...คนอย่างหนู เจ็บแล้วจำ ระหว่างเรา มีแค่เรื่องธุรกิจเท่านั้นเรื่องอื่นอย่าหวัง!” จีจี้สะบัดไปอย่างไม่แยแสบรรทัดมองตามเซ็งๆ แต่ไม่ติดใจเพราะมีเรื่องอื่นตื่นเต้นกว่า คือต้องรีบไปทำใบขับขี่เตรียมขับรถใหม่ป้ายแดง

ooooooo

ที่บ้านทองก้อน ทุกคนมองหน้าทองก้อนรอการตัดสินใจของเขา ทองสร้อยขอร้องพ่อฟังตนหน่อยได้ไหม

“ในจดหมาย...แม่แกเขียนไว้ว่ายังไง” ทองก้อนตัดบท

“แม่เขียนตอนที่แม่ยังมีแรงเขียน...แม่เขียนว่า... เวลาที่แม่ไม่อยู่แล้ว สร้อยกับพี่ๆต้องช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน ที่สำคัญช่วยดูแลพ่อแทนแม่ด้วย อย่าโกรธพ่อ ให้เข้าใจพ่อเยอะๆ พ่อทำทุกอย่างก็เพื่อพวกเราทุกคน โดยเฉพาะสร้อย...แม่เป็นห่วงหนูมากที่สุด เพราะหนูเหมือนพ่อมาก ยิ่งหนูเหมือนพ่อมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาส ทะเลาะกับพ่อได้มากกว่าคนอื่น”

ทุกคนฟังทองสร้อยอ่านจดหมายของแม่ด้วยความสะเทือนใจ ทองสร้อยนิ่งไปเหมือนทำใจ แล้วจึงอ่านต่อ

“แต่ให้จำไว้ว่า ไม่ว่าจะทะเลาะกันเรื่องอะไรก็ตาม มันเกิดจากความรักและความปรารถนาดีที่มีต่อกัน ไม่มีใครจริงใจกับเราเท่ากับคนในครอบครัวอีกแล้วจำคำแม่ไว้นะลูก จงเข้าใจ ให้อภัย ให้โอกาส และอย่าปล่อยมือจากกัน”

ความเงียบปกคลุมไปทั่ว ทองสร้อยค่อยๆลดจดหมายลง มองหน้าพ่อ เอ่ยอย่างผิดหวังว่า...

“สร้อยเก็บจดหมายไว้ที่นี่ หวังอยู่ลึกๆว่าพ่อจะเข้ามาค้นแล้วเจอมัน แต่พ่อก็ไม่ได้ทำอย่างนั้น”

“แกกำลังหาว่าฉันไม่เคยใส่ใจ สนใจแกเลยใช่ไหม ทำไมแกไม่คิดว่าฉันไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับเรื่องส่วนตัวของแก ฉันให้อิสระ”

“สร้อยจะหนีพ่อไปให้ไกลสุดหล้าฟ้าเขียวกว่านี้สร้อยก็ทำได้ แต่สร้อยก็ไม่ทำ เพราะหวังอยู่ลึกๆว่าพ่อจะคิดได้ว่า คำว่าให้อิสระจริงๆแล้วหมายความว่าอะไร”

ทองก้อนโมโหขัดขึ้นว่าไม่ต้องมาสั่งสอน ตนคิดได้เองว่าอะไรหมายความว่าอะไร ทองสร้อยย้อนถามว่าแล้วครอบครัวในความหมายของพ่อคืออะไร

“พ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่แตกแยกกระสานซ่านเซ็นไปคนละทิศละทาง” ทองก้อนเผลอหลุดออกมา

“แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีจับสร้อยแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก คนที่แต่งกับสร้อยเพื่อเงิน!”

สาทรโวยขึ้นว่าอย่ามองเจตนาตนผิดแบบนั้น กุลชาติกลับบอกว่าทองสร้อยมองถูกแล้ว ส่วนทองโปรยขอร้องทองก้อนว่าให้โอกาสทองสร้อยเถอะ อย่าผูกยึด สร้อยให้อยู่กับพ่อด้วยวิธีแบบนี้เลย

“ฉันบอกแล้วไง ว่าไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน ฉันพูดไว้ตรงนี้ คืนนี้เลย ถ้ามันไม่แต่งมันกับฉันขาดกัน!!”

“ได้ สร้อยจะแต่งงาน!” ทองสร้อยโพล่งออกไป ยังความตะลึงอึ้งแก่ทุกคน

ท่ามกลางเสียงหัวเราะลั่นอย่างผู้ชนะของทองก้อนนั้น ทองโปรยมองทองสร้อยอย่างคาดไม่ถึง เนรัญญาถามว่าทำไมเธอยอมง่ายๆแบบนี้

ทันใดนั้นกุลชาติโพล่งขึ้น “แต่ผมไม่...” พูดได้แค่นั้นก็ถูกสาทรขัดทันทีว่า “แกไม่แต่ง แกกับฉันก็ไม่ต้องมาเป็นพ่อลูกกัน” กุลชาติจะโต้ ถูกทองสร้อยจับมือไว้ให้หยุด บอกเขาว่า

“ถ้ามันจะทำให้พ่อของเราสบายใจ ถ้ามันจะไม่ทำให้เราเป็นลูกอกตัญญู เรายอมแต่งงานกันเถอะ”

สาทรกล่อมกุลชาติว่า “ตาชาร์ลส์ ถ้าแกห่วงศักดิ์ศรี กลัวใครจะหาว่าแกมาเกาะผู้หญิงกิน แกสบายใจได้แล้วนะ ทองสร้อยยอมแต่งงานกับแกด้วยความเต็มใจ เพราะอยากทำให้พ่อแม่มีความสุข แกไม่ได้ทำผิดอะไรกับใคร แกทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”

พอกุลชาติรับปากกับสาทรว่า ตนจะแต่งงานกับทองสร้อย ทั้งสาทรและทองก้อนก็ระเบิดหัวเราะออกมาราวกับจอมยุทธ์ผู้พิชิต สาทรเสนอว่าเราต้องหาฤกษ์กันใหม่ ทองก้อนบอกว่าพรุ่งนี้ไปปรึกษาพระอาจารย์เลย

ทองสร้อยปล่อยให้พ่อกับสาทรหัวเราะกันจนพอ แล้วจึงเอ่ยขอกับทองก้อนว่า ตนยอมแต่งงาน แต่ยังแต่งตอนนี้ไม่ได้ ขอเวลาอีกหนึ่งเดือนเพื่อทำภารกิจบางอย่างให้สำเร็จก่อนแล้วจะกลับมาแต่งงานตามสัญญา

ทองก้อนอึ้ง สาทรร้อนใจ ส่วนทองโปรยเชื่อว่าทองสร้อยต้องมีแผนอะไรแน่ๆ

ooooooo

คุณใหญ่โกรธและตกใจมากเมื่อพฤกษ์บอกว่าจะหย่ากับคุณแหวว คุณแหววจะถอนหุ้นทั้งหมดจากเวียงคีรี และตนก็ตัดสินใจแล้ว จะรีบดำเนินการให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด

“พี่ไม่ยอม!!!” คุณใหญ่โกรธจนตัวสั่น พฤกษ์บอกว่าพี่ใหญ่ต้องฟังตน มันเป็นความจริงที่ต้องยอมรับ “พี่ไม่ฟัง! พี่ไม่ยอมรับความจริงที่เห็นแก่ตัวของคุณกลาง!”

“ผมมีสิทธิ์เห็นแก่ตัว หลังจากที่พยายามทำเพื่อคนอื่น จนตัวเองไม่ได้รับความยุติธรรม!”

คุณใหญ่พรวดออกไปปิดประตูปังใส่หน้าพฤกษ์ เขาได้แต่ถอนใจ คุณแหววแอบดูจากประตูที่แง้มๆ อยู่ยิ้มกริ่มอย่างสมใจกับแผนที่ทำให้พฤกษ์ไม่อาจไปจากชีวิตตนได้

สาทรพยายามหว่านล้อมทองก้อนไม่ให้ยอมตามที่ทองสร้อยเสนอ ทองก้อนอ่านใจเขาออกว่าต้องการเงินถามว่าต้องการเท่าไร จะจ่ายมัดจำก้อนหนึ่งให้ก่อน

เพื่อเอาไปใช้หนี้ หลังจากแต่งงานแล้วจะจ่ายส่วนที่เหลือของหนี้ทั้งหมด พร้อมกับทำสัญญาว่า “กุลชาติ จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินก่อนสมรสของไอ้สร้อยแม้แต่บาทเดียว”

สาทรไม่พอใจ หาว่าทองก้อนใช้ลูกชายตนเป็นเครื่องมือดึงทองสร้อยให้กลับมาอยู่กับตัวเอง ทองก้อนบอกว่าตนทำได้แค่นี้แหละ สาทรใช้ไม้ตายว่าถ้าอย่างนั้นตนจะไม่ให้กุลชาติแต่งงานกับทองสร้อย ทองก้อนชะงักถามว่า

“พี่ต้องการเท่าไหร่”

“เท่ากับศักดิ์ศรีความเป็นลูกเขยของพงศ์เดชา” พูดแล้วเรียกกุลธิดากับกุลชาติกลับกุลธิดาเห็นรูปถ่ายทองก้อน ทองโปรยและทองสร้อยวางอยู่แอบจิ๊กติดมือไปในขณะเดินผ่านทองก้อนโกรธและไม่พอใจมากที่เกมพลิก กลายเป็นตนตกเป็นเบี้ยล่างของสาทร

ooooooo

พฤกษ์เป็นห่วงทองสร้อยจนพุฒิคุยกับชบาอย่างสงสัย นิรมลแอบได้ยิน คาบข่าวไปบอกคุณแหววทันที คุณแหววอารมณ์ปั่นป่วนมาก สั่งพุฒิขับรถออกไปทันที

ฝ่ายกุลชาติถูกสาทรคาดคั้นถามว่าอยากแต่งงานกับทองสร้อยจริงไหม กุลชาติบอกว่าอยากแต่ง แต่พอลับหลังพ่อก็โทร.ถามทองสร้อยว่ามีแผนอย่างไรถึงได้รับปากจะแต่งงานกับตน บอกหน่อยได้ไหมเพราะตนไม่อยากแต่ง

“แล้วฉันจะติดต่อไปไม่ต้องห่วง เราสองคนจะต้องเจอทางออก” แล้วบอกว่า คุยแค่นี้ก่อนเพราะแบตหมด

เนรัญญาขับรถไปส่งทองสร้อยที่บ้าน ระหว่างทางทองสร้อยบอกเธอว่ากุลชาติเปลี่ยนแปลงแล้วและเขาไม่ได้อยากแต่งงานกับตน ทำให้เนรัญญาใจชื้นขึ้น

พอทองสร้อยกลับเข้าบ้านเจอพฤกษ์รออยู่ เขาซักถามหน้าเครียดว่าไปไหนมาทำไมเพิ่งกลับ ระหว่างนั้นคุณใหญ่เข้ามาตำหนิคุณกลางว่ามัวแต่ห่วงทองสร้อย

รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมียตัวเอง พลางกระชากทองสร้อยออกไปจากพฤกษ์ด่าทองสร้อยว่าอ่อยพฤกษ์หวังใช้เต้าไต่ขึ้นมาเป็นคุณนาย และพยายามจะจิกตีทองสร้อย พฤกษ์เข้าขวางและคุณเล็กก็มาพาทองสร้อยออกไป

คุณใหญ่สั่งพฤกษ์ให้ไล่ทองสร้อยออกจากบ้านไป ไม่อย่างนั้นตนจะไล่ออกให้หมดทั้งทองสร้อยและคุณเล็ก พฤกษ์ยืนยันว่าตนไม่มีอะไรกับทองสร้อย ก็พอดีชบาเดินอ้าวมาบอกว่าคุณแหววให้พุฒิขับรถออกไปข้างนอกไม่รู้ไปไหน ชบาโทร.ถามพุฒิว่า คุณแหววให้พาไปไหน พุฒิบอกตนก็ไม่รู้เพราะคุณแหววสั่งแค่ตรงไป...เลี้ยวซ้าย...เลี้ยวขวาเท่านั้น

ooooooo

คุณเล็กพาทองสร้อยไปนั่งที่มุมสงบ ทองสร้อยยืนยันว่าตนไม่มีอะไรกับพฤกษ์ บอกคุณเล็กว่าตนรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้คุณกลางกับคุณแหววทะเลาะถึงกับจะหย่ากัน

“ไม่ใช่หรอก ยังไงสองคนนี้ก็ต้องหย่ากันอยู่แล้ว” ทองสร้อยตกใจ คุณเล็กจึงเล่าให้ฟังว่า “คุณกลางกับคุณแหววไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรัก แต่แต่งเพราะบุญคุณ มีการทำสัญญากันว่า เมื่อแต่งงานกันแล้ว และจัดการเรื่องงานศพของคุณพ่อคุณแหววเรียบร้อยครบหนึ่งปีเมื่อไหร่ คุณแหววจะหย่าให้คุณกลาง” ทองสร้อยอึ้ง คิดไม่ถึง

“แต่คุณแหววรักคุณกลางอยู่ข้างเดียวและยื้อเวลาเอาไว้ไม่ยอมหย่าเล็กก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณกลางอดทนอยู่ได้ยังไง และจะอดทนไปจนถึงเมื่อไหร่”

“คุณเล็ก!” พฤกษ์เรียกเสียงเข้ม ทั้งสองชะงักตกใจ พฤกษ์ตำหนิคุณเล็กว่าไม่ควรเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ทองสร้อยหรือคนอื่นฟัง เพราะจะทำให้คนอื่นมองคุณแหววไม่ดี แล้วบอกให้ทองสร้อยไปพักผ่อนเสีย

ooooooo

ตกกลางคืน คุณแหววกลับมาพร้อมกับกุลธิดา พามายืนยันกับทุกคนในบ้านว่าทองสร้อย นาไกล ที่แท้คือทองสร้อย พงศ์เดชา นั่นเอง

ทีแรกทองสร้อยไม่ยอมรับ แต่เมื่อกุลธิดาเอารูปมายืนยัน เธอจึงยอมรับ คุณกลางถามว่าทำไมเธอต้องโกหก ทองสร้อยขอโทษ บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจโกหกแต่จำเป็น

“เพราะสร้อยกำลังหนีพ่อที่บังคับให้สร้อยแต่งงาน เหตุการณ์ทุกอย่างทำให้สร้อยต้องตกกระไดพลอยโจนจนต้องมาเป็นคนใช้ที่นี่ สร้อยแค่ต้องการหลุมหลบภัย ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใคร สร้อยขอโทษทุกคนจริงๆค่ะ”

ทองสร้อยไหว้ขอโทษทุกคนแต่ไม่มีใครรับไหว้เลย แม้จะโล่งใจไปเรื่องหนึ่งแต่ทองสร้อยก็ยังอัดอั้นค้างคาใจเรื่องบรรทัด ตัดสินใจบอกว่า คุณใหญ่กำลังถูกบรรทัดหลอกลวงต้มตุ๋น

ไม่เพียงไม่รับฟัง หากทองสร้อยยังถูกคุณใหญ่ด่าลามปามไปถึงพ่อว่า พ่อลูกหน้าด้านเหมือนกันไม่มีผิด ไล่ทองสร้อยให้ออกจากบ้านไปเดี๋ยวนี้เลย พฤกษ์ไม่อยากให้ทองสร้อยเจ็บกว่านี้ จึงบอกเธอให้กลับบ้านไปเสีย ทองสร้อยครางอย่างผิดหวังว่า คุณกลางก็ไม่เชื่อตนหรือ เขาไม่ตอบ แต่เร่งให้เธอกลับบ้านไปเสีย

เนรัญญาขับรถมารับทองสร้อยที่หน้าบ้าน ปลอบใจเพื่อนว่าไม่ต้องคิดมากเพราะยังไงเรื่องนี้ก็ต้องเกิดขึ้น เร่งให้ขึ้นรถแล้วค่อยไปคุยกันต่อที่บ้านว่าจะเอาอย่างไรต่อไป

เรื่องของทองสร้อย ทำให้คุณเล็กฉุกคิดถึงทองโปรย ระแวงว่าเรื่องจะเป็นอีหรอบเดียวกันหรือเปล่า?

ทองโปรยเองก็ร้อนใจ เมื่อรู้ว่าทองสร้อยถูกบ้านนั้นจับได้แล้ว ก็กลัวตัวเองจะถูกคุณเล็กโกรธไปด้วย

“เรื่องใครจะโกรธจะเกลียดสร้อยตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก แต่เรื่องที่คุณใหญ่กำลังถูกนายบรรทัดหลอกนี่สิ เรื่องใหญ่ เราต้องหาหลักฐานมาแฉมันให้เร็วที่สุด”

“เรา?!” ทองโปรยกับเนรัญญางงมาก

“ใช่ เรา! พี่ทองโปรยไม่อยากช่วยพี่สาวคุณเล็กเหรอ ส่วนแกไอ้เน...ไม่อยากแก้ตัวด้วยการช่วยพี่สาวเจ้านายแกเหรอ ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นี่คือการไถ่บาปของเราต่อบ้านเวียงคีรี” ทองสร้อยพูดเสียจนทั้งสองเห็นด้วย แต่ก็หนักใจกับภารกิจที่หนักอึ้งนี้

ooooooo

คืนนี้ขณะบรรทัดกำลังดื่มเหล้าเคล้ากิ๊กคนใหม่อยู่ในผับ พอได้รับข่าวจากนิรมลว่าทองสร้อยถูกไล่ออกจากบ้านไปแล้วก็ดีใจมากที่กำจัดขวากหนามที่เป็นอุปสรรคบนเส้นทางเศรษฐีของตนโดยที่ตนไม่ต้องลงแรงอะไรเลย

นิรมลขอกลับไปอยู่บ้าน บรรทัดบอกให้อยู่ที่นั่นก่อนเพื่อจับตาดูการเคลื่อนไหวของน้องๆคุณใหญ่ เผื่อพวกเขาระแวงหรือว่าสงสัยตน พูดแล้ววางสายหันไปกอดกิ๊กใหม่ถามคืนนี้จะไปต่อที่ไหนดี ระหว่างนั้นพี่อ้วนพี่ชายของนิรมลมาเจอ บรรทัดเลยถูกเล่นงานฐานมีเงินเที่ยวแต่ไม่ใช้หนี้และนอกใจน้องสาวตน

คืนนี้บรรทัดถูกรุมเสียคางเหลืองไปตามระเบียบ

ooooooo

หลังจากไล่ทองสร้อยออกไปสำเร็จแล้ว คุณแหววพยายามที่จะดูแลพฤกษ์แทนทองสร้อย หมายให้พฤกษ์เห็นความดีและอภัยให้ตน แต่ถูกพฤกษ์ปฏิเสธ แม้แต่กาแฟที่คุณแหววชงมาให้ก็ไม่รับไปดื่ม

คุณแหววพูดอย่างน้อยใจว่าเขาไม่เคยเปิดใจให้ตน ถามอย่างระแวงว่า หรือคุณกลางยังสับสนจะเปิดใจให้คนโกหกอยู่ เขาบอกว่าตนไม่ได้สับสนแต่เธอทำให้ตนชัดเจนมากขึ้นต่างหาก

“คุณกลางหมายความว่ายังไง”

“ผมตัดสินคนที่การกระทำและเจตนา ไม่ว่าเขา คนนั้นจะเป็นใคร แค่นี้คุณคงเข้าใจ” พูดแล้วลุกเดินไปเลย

คุณแหววอึ้ง ผิดหวัง และกลัวว่าพฤกษ์จะให้อภัยทองสร้อย

ooooooo

รุ่งขึ้นจากวันจัดงาน ทองสร้อยในรูปลักษณ์เฉี่ยวเฟี้ยว เดินฉับๆมาตามทางในออฟฟิศฟิตเนสจนผู้คนมองกันเกรียว เธอตรงไปที่โต๊ะทำงานของยอดชาย ดีดนิ้วเป๊าะตรงหน้าจนยอดชายสะดุ้ง รีบลุกทักทาย

“สวัสดีครับ ต้องการพบกับผู้จัดการเหรอครับ ผู้จัดการไม่อยู่ครับ เอ๊ะ...แล้วข้างนอกปล่อยผ่านเข้ามาได้ยังไง”

“ก็ไม่รู้สิ แค่บอกเขาว่าทองสร้อย น้องสาวผู้จัดการ เขาก็ให้เข้ามา”

พอยอดชายจำได้ก็กรี๊ดแตก “คุณทองสร้อย!!! คือดีงามมากเลยครับลุคนี้ โอว...เวรี่ๆ ปารีเซียง!!!”

“เราต้องคุยกันเดี๋ยวนี้” ทองสร้อยตึงเครียดจนยอดชายอึ้ง

ทองสร้อยบอกว่าเราต้องหาที่อยู่จริงของบรรทัดให้ได้ ตนจะให้เนรัญญาช่วยเขาอีกแรง และจะลองคุยกับคนในบ้านเวียงคีรีดูเผื่อดึงตัวมาเป็นสปายให้เราได้อีกทาง ย้ำกับยอดชายก่อนผละไปว่า

“แล้วจะติดต่อมาเรื่อยๆ จำไว้ คุยกับคนโกหก เราต้องโกหกมากกว่า จะเล่นงานพวกสิบแปดมงกุฎ เราต้องมียี่สิบมงกุฎ”

ยอดชายมองทองสร้อยที่ผละไป พึมพำอย่างทึ่ง ศรัทธา “ยูอาร์มายไอดอล!”

ooooooo

คุณเล็กกับพฤกษ์คุยกันถึงเรื่องทองสร้อยขณะรอลิฟต์ที่ออฟฟิศ คุณเล็กบอกว่าทองสร้อยทำไปเพราะความจำเป็นจริง พฤกษ์ถามว่ามั่นใจมาจากไหน

“เพื่อนคุณแหววยืนยันกับเล็กค่ะว่าเป็นเรื่องจริง” พฤกษ์มองหน้าเชิงถาม คุณเล็กจึงเล่าเหตุการณ์เมื่อวานให้ฟังว่า

หลังจากคุณแหววรับกุลธิดามาเป็นพยานยืนยันว่าทองสร้อย นาไกล กับ ทองสร้อย พงศ์เดชา เป็นคนเดียวกันแล้วก็เดินไปส่งกุลธิดาที่หน้าบ้านให้กลับเอง กุลธิดาไม่พอใจที่เวลาจะใช้งานตนคุณแหววถ่อไปรับมาเอง แต่พอใช้งานเสร็จก็ให้กลับเองอย่างไม่แยแส ไล่ให้รีบกลับไปเสียตนเพลีย

“หลอกใช้กันนี่ ใครกันแน่โกหกปลิ้นปล้อนหลอกลวงอย่างไม่น่าให้อภัย!! ไม่ใช่ทองสร้อยหรอกแต่เป็นเธอ” กุลธิดาด่าอย่างผิดหวัง คุณเล็กที่ตามไปสังเกตการณ์ รีบเข้าไปทักกุลธิดา พอหันมาเห็นคุณเล็กเธอด่าต่อ “นี่ก็ผู้หญิงที่พี่ชายอยากจะแต่งงานด้วยอีก! โอย...หนีไปทางไหนก็เจ็บ”

“เล็กไปส่งที่บ้านให้ค่ะ” กุลธิดามองหน้าถามจริงหรือ “เล็กถามคำเดียว ทองสร้อยพูดจริงหรือเปล่าคะ เรื่องที่หนีออกจากบ้านเพราะไม่อยากถูกพ่อจับแต่งงาน”

“จริง! ครอบครัวพี่สนิทกับครอบครัวทองสร้อยมาก พ่อเราสองคนเป็นเพื่อนร่วมน้ำสาบานกันเลย จะว่าไปก็เห็นใจนางนะ บอกพี่ๆเธอนะ อย่าโกรธทองสร้อยเลย มันจำเป็น โกรธพี่สะใภ้เธอดีกว่า หลอกใช้พี่ แต่พี่ก็โกรธเธอนะ แย่งหัวใจพี่ชายไปจากพี่ โอ๊ย...กลับเอง ไม่ต้อง!”

แล้วกุลธิดาก็วิ่งร้องไห้ออกไปอย่างอารมณ์สับสนมาก

คุณเล็กยืนยันกับพฤกษ์ที่ฟังแล้วอึ้งอยู่ว่า “ทองสร้อยถูกพ่อจับคลุมถุงชนจริงๆ ครอบครัวเพื่อนคุณแหววสนิทกับครอบครัวทองสร้อยมาก ข้อมูลทุกอย่างคือเรื่องจริง”

พอลิฟต์มาพฤกษ์เข้าลิฟต์แต่คุณเล็กยังยืนเหม่ออยู่ พอพฤกษ์เรียกเธอกลับเดินผละไปบอกว่า “ค่อยตามไปนะคะ”

คุณเล็กเดินไปพลางคิดไตร่ตรองเรื่องทองโปรย เจอเขาพอดี พอเจอก็ต่อยเปรี้ยง ก่อนพากันไปนั่งคุยกันที่มุมสวน คุณเล็กบอกว่าที่ตนต่อยเขาไม่ใช่เพราะโกรธแต่เป็นการขอโทษ

ทองโปรยมึน ไม่ว่าเธอจะโกรธ จะเขินและแม้แต่ขอโทษ วิธีเดียวของเธอคือต่อย! แต่ทองโปรยก็ยินดีเต็มใจอยากให้ต่อยเพราะนั่นแสดงว่าเธอยังมีไมตรีต่อตน คุณเล็กบอกว่า

“ฉันเข้าใจนะว่านายจำเป็นต้องช่วยน้องสาว ฉันเลยตัดสินใจจะให้โอกาสนายอีกครั้ง” ทองโปรย ดีใจคว้ามือไปกุมขอบคุณ “ปล่อยมือ! แต่ก่อนที่นายจะได้รับโอกาสจากฉัน ช่วยแนะนำตัวนายที่เป็นตัวนายจริงๆอีกครั้ง และไม่มีการโกหกอีก” ทองโปรยยิ้มหวานรับรองว่าจะไม่มีการโกหกอีกแล้ว

หลังการแนะนำตัวเองอย่างไม่โกหก คุณเล็ก เดินอ้าวออกไป ทองโปรยตามแจ คุณเล็กเลยให้ถือ กระเป๋าให้ ทองโปรยรับกระเป๋าไปถือแทบจะกอดไว้ แนบอกยิ้มแก้มแทบปริ คุณเล็กหันมาเห็นก็สั่งให้เดินห่างๆอีก ทองโปรยทำตามอย่างหมอบราบคาบแก้ว คุณเล็กเดินเชิดไป ทองโปรยเดินตามต้อยๆ เหมือนแมวเชื่องแต่แอบพึมพำ

“นางฟ้าของผม...ไว้จะเอาคืนทีหลังนะครับ”

ooooooo

ฝ่ายคุณใหญ่แสดงความยินดีกับคุณแหววที่เรื่องจบลงได้ แต่คุณแหววยังระแวงว่าลึกๆแล้วพฤกษ์ชอบทองสร้อย และเขาเป็นคนให้ความยุติธรรมกับทุกคน ถามอ้อนคุณใหญ่ว่ายังอยู่ข้างตนหรือเปล่า

พอคุณใหญ่บอกว่าตนไม่มีวันที่จะเห็นใครดีกว่าคุณแหววแน่นอน คุณแหววขอบคุณที่ยังรักตน อ้อนว่าตนไม่มีใครแล้วนอกจากบ้านเวียงคีรี โผกอดคุณใหญ่อย่างหวังเป็นที่พึ่ง

เนรัญญารู้สึกตัวเองทำผิดต่อพฤกษ์เข้าไปแสดงความรับผิดชอบด้วยการขอลาออก พฤกษ์สั่งให้เล่าความจริงทั้งหมดตั้งแต่ต้นให้ฟังอย่างละเอียด พอเนรัญญาเล่าจบ พฤกษ์ถามว่าแล้วทำไมทองสร้อยถึงทำอาหารเก่ง

เนรัญญาอึกอักเพราะทองสร้อยกำชับไว้ว่าเล่าเรื่องทุกอย่างของตนให้คุณกลางฟังได้เว้นแต่เรื่องมาดามฟองดู เพราะถ้าคุณกลางรู้ว่าตนคือเด็กผู้หญิงคนนั้น มันจะยิ่งเพิ่มปัญหาระหว่างเขากับคุณแหวว เนรัญญาเลยปดว่า เพราะทองสร้อยทำงานที่โรงแรม ที่ทำกับข้าวเก่งเพราะแม่สอนมาตั้งแต่เด็ก โตขึ้นก็ไปเรียนเพิ่มเติมทำให้คนโน้นคนนี้ชิมเป็นงานอดิเรก

พฤกษ์ไม่เชื่อแต่ไม่ว่าอะไร ฟังแล้วบอกเนรัญญาให้ออกไปได้แล้ว ส่วนเรื่องลาออกตนจะพิจารณาภายหลัง

“อย่าไล่ออกเลยนะคะ” ทองสร้อยก้าวเข้ามา เนรัญญาถามว่ามาได้ไง ทองสร้อยบอกว่าเดินมา ทำเอาพฤกษ์ที่กำลังเครียดหลุดขำออกมา แต่ก็รีบปรับเก๊กหน้าขรึมคิดอยากแกล้งทองสร้อยที่พูดจากวนๆขึ้นมา

ทองสร้อยบอกพฤกษ์ว่าอยากให้เข้าใจเจตนาของเนรัญญาและการกระทำของพวกตน ยืนยันว่าพวกตนไม่มีเจตนาร้าย พฤกษ์บอกว่าตนยังไม่อยากคุยเรื่องนี้ บอกเนรัญญาให้พาเพื่อนเธอออกไป แต่ก็ถามทองสร้อยว่ายังใช้โทรศัพท์เบอร์เดิมอยู่หรือเปล่า พอทองสร้อยบอกว่าใช้เบอร์เดิม ก็ทำเป็นพูดว่ายังไม่รู้ว่าจะโทร.หรือเปล่าเพราะบอกแล้วว่าขอคิดดูก่อน

พอออกจากห้องทำงานพฤกษ์ ทองสร้อยบอกเนรัญญาว่าถ้าเขาไล่ออกบอกด้วยตนจะคุยกับพี่ทองโปรย

ให้ บอกเนรัญญาว่าเอาไว้แฉเรื่องนายบรรทัดก่อนแล้วจะหนีไปสักพัก เนรัญญาขอให้ให้เวลาพฤกษ์สักพักคิดว่าคงไม่นานหรอกเพราะเมื่อกี๊เขายังขอเบอร์โทรศัพท์ไว้เลย

ขณะนั้นเอง จีจี้เดินเชิดสวนเข้าไปในห้องพฤกษ์ ทองสร้อยถามว่าใครหรือ ดูหน้าตาก็รู้เลยว่าร้าย

“นังจีจี้ ผู้หญิงที่เกิดมาเพื่อทำให้ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงเสื่อมเสีย เออ...ใช่! บอสเคยเล่าให้ฉันฟังว่านางเคยเป็นน้องสาวของนายบรรทัด”

ทองสร้อยอึ้ง สังหรณ์ใจบางอย่าง เธอวิ่งย้อนกลับไปทันที

“ไอ้สร้อย...จะไปไหน” เนรัญญาร้องถาม เห็นทองสร้อยวิ่งเข้าไปในห้องทำงานพฤกษ์เลยรีบตามเข้าไป

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #11 on: 11 October 2026, 16:30:36 »


https://www.thairath.co.th/novel/nangesaotongsoi/ep11/page1

นางสาวทองสร้อย   ตอนที่ 11

จีจี้วิ่งถลาเข้าไปหาพฤกษ์พลางร้องบอกว่าตนดีใจมากที่เรากำลังจะเป็นทองแผ่นเดียวกัน แล้วแกล้งเซไปซบอกพฤกษ์

พฤกษ์ไม่ทันตั้งตัวนั่งงงอยู่ ก็พอดีทองสร้อยกับเนรัญญาวิ่งตามกันเข้ามา เห็นภาพนั้นเต็มตา พอพฤกษ์รู้สึกตัวก็ผลักจีจี้ออกไป บอกว่าตนไม่ได้ทำอะไร จีจี้รีบแก้ตัวว่าตนสะดุดเท้าตัวเองจะล้มและบอสช่วยรับตัวไว้ เนรัญญาทำท่าจะทะเลาะกับจีจี้เรื่องซบอกพฤกษ์ ทองสร้อยบอกให้พอและเข้าเรื่องเลย พลางเข้าไปดันตัว พฤกษ์ออก จีจี้โวยวายร้องขอความช่วยเหลือจากพฤกษ์อ้างว่าทองสร้อยจะตบตน

ทองสร้อยกับเนรัญญาส่งสัญญาณให้กันแล้วเนรัญญาก็จับคางจีจี้บีบให้เชิดขึ้น ทองสร้อยใช้มือถือถ่ายรูปไว้ทันที จีจี้ถามว่าจะเอารูปตนไปทำอะไร ทองสร้อยไม่บอกแล้วออกไป เนรัญญาผลักจีจี้พ้นทางแล้วตามทองสร้อยออกไป

“จับตาดูจีจี้ให้ดีนะ รายงานความเคลื่อนไหวฉันด้วย ถ้ายอดชายยืนยันกับฉันว่าจีจี้คือเมียอีกคนของนายบรรทัด เราต้องรีบหาหลักฐานมายืนยันทันทีที่มากกว่าคำพูดของยอดชาย” ทองสร้อยพูดจบยอดชายก็โทร.เข้ามาพอดี ยืนยันว่าคนนี้ใช่เลยเมียอีกคนของนายบรรทัด ทองสร้อยบอกเนรัญญาว่า “พวกมันร่วมมือกันเป็นกระบวนการเลย”

เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ เนรัญญาเปลี่ยนใจไม่ลาออกจากงาน ย้อนกลับไปที่ห้องพฤกษ์บอกว่า

“บอสคะ เนเปลี่ยนใจไม่ขอลาออกค่ะ และถ้าบอสจะไล่เนออก เนก็จะไม่ออก”

คุณเล็กชื่นชมทองสร้อยขณะเดินคุยกันว่าที่ไม่หนีไปไกลกว่านี้เพราะทองสร้อยยังแคร์ครอบครัว ทองสร้อยขอบคุณคุณเล็กที่เข้าใจตน ไม่อย่างนั้นตนจะรู้สึกผิดกับทองโปรยไปตลอดชีวิต คุณเล็กถามว่าทำไมหรือ

“คุณเล็กคือผู้หญิงคนแรกที่พี่ทองโปรยเปิดใจด้วย หลังจากที่ผูกติดตัวเองกับพ่อทำงานมานาน แต่พี่ชายที่เป็นคนดีที่สุดในโลกของสร้อยต้องเสียใจเพราะต้องการปกป้องสร้อยแท้ๆ”

“ทองโปรยกับสร้อยทำให้เล็กได้คิดนะว่าครอบครัวเดียวกันต้องปกป้องซึ่งกันและกัน ต่อให้เขาทำให้เราเสียใจ ผิดหวังแต่เขาก็คือครอบครัวที่เราจะต้องรักและยืนหยัดเคียงข้าง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

“หมายถึงระหว่างคุณเล็กกับคุณใหญ่”

“ใช่...เล็กจะยืนหยัดเพื่อปกป้องคุณใหญ่จากนายบรรทัด ถึงคุณใหญ่จะเกลียดเล็กแค่ไหนก็ตาม”

“คุณเล็กคิดเหมือนกันกับสร้อย” สองสาวยิ้มให้กันอย่างซาบซึ้งในจิตใจของกันและกัน

ooooooo

บรรทัดโทร.ไปอ้อนคุณใหญ่ว่าตนไปช่วยผัวเมียทะเลาะกันเลยโดนลูกหลงเสียสะบักสะบอม คุณใหญ่จึงให้มาพักที่ห้องพักแขกที่บ้าน แล้วโทร.บอกพฤกษ์ว่าจะให้บรรทัดพักจนหายดีค่อยกลับ

พฤกษ์ติงว่าเกรงจะไม่เหมาะ คุณใหญ่ถามทันทีว่า หรือจะให้ตนไปอยู่บ้านเขา บรรทัดมาแอบฟังอยู่ ตีหน้าเศร้าบอกคุณใหญ่ว่า ตนควรกลับไปนอนรักษาตัวที่บ้าน ตนไม่อยากเป็นต้นเหตุให้คุณใหญ่กับพี่น้องต้องทะเลาะกัน

“ถ้าบรรทัดกลับไป ใหญ่จะโกรธแล้วก็ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก จำไว้นะ ไม่มีใครมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของใหญ่ทั้งนั้น”

บรรทัดยุแหย่เนียนๆว่าเกรงคุณใหญ่จะไม่มี อิทธิพลจริงเพราะเห็นทำอะไรก็ต้องบอกน้องๆทุกอย่าง แน่ใจหรือว่าความเห็นของน้องๆจะไม่มีผลต่อคุณใหญ่ คุณใหญ่ย้อนถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไรเขาจึงจะเชื่อ

“คุณใหญ่เป็นพี่คนโต ทำอะไรไม่จำเป็นต้องบอกใคร ถ้ายังบอกแสดงว่าคุณใหญ่ไม่มีชีวิตเป็นของตัวเองเลยผมคงลำบากใจที่อยู่ใกล้ตัวคุณใหญ่”

ฟังบรรทัดแล้วคุณใหญ่อึ้ง หวั่นไหวไปกับคำยุยงนั้น บรรทัดเห็นแล้วแอบยิ้มสมใจ

ooooooo

อยู่ๆพฤกษ์ก็สั่งพุฒิเอารถออกบอกว่าตนจะไปหาทองสร้อย พุฒิไม่รู้ว่าทองสร้อยอยู่ไหน เขาจึงให้โทร.ถามเนรัญญา แต่ไม่ทันถาม ทองก้อนก็มาหาพฤกษ์ที่ออฟฟิศ

พฤกษ์ถามทองก้อนว่าทองสร้อยอยู่ไหน ทองก้อนของขึ้นทันทีถามว่าจะเอาตัวกลับมาด่าอีกหรือ แล้วบอกว่า

“ที่มาวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้แหละ เวียงคีรีจะต้องรับผิดชอบการกระทำที่ทำกับลูกสาวของผม!” พฤกษ์

ถามว่าเขารู้เรื่องนี้เพราะทองสร้อยเล่าให้ฟังใช่ไหม “มันไม่ได้กลับบ้านไปเล่าอะไรให้ผมฟังเลยสักกะแอะ แต่ผมมีหูมีตา ผมรู้”

“ผมขอโทษและขอโทษแทนทุกคน” พฤกษ์ยกมือไหว้

“ไม่พอ! พวกคุณทำให้แผนของผมต้องผิดพลาด แทนที่มันจะจัดการเรื่องของพวกคุณให้เสร็จๆ แล้วกลับไปแต่งงานตามสัญญา แต่กลับถูกไล่ออกมา สรุปเรื่องของพวกคุณก็ยังไม่เรียบร้อย มันก็เลยยังไม่กลับ”

“เรื่องของพวกผม???”

“คุณรู้หรือเปล่าว่ามันกำลังจะจับผิดแฟนพี่สาวคุณให้ได้คาหนังคาเขาว่ามันเป็นสิบแปดมงกุฎ!”

“นายบรรทัด? ทองสร้อยพูดความจริง” พฤกษ์พึมพำกับตัวเอง

“มันเป็นลูกน้องเก่าของผม และผมก็รู้ประวัติมันดี เพราะได้ไปสืบค้นมาแล้ว” ทองก้อนยื่นมือไปที่บอดี้การ์ด บอดี้การ์ดหยิบซองเอกสารในกระเป๋าเสื้อนอกส่งให้ “นี่คือรายชื่อพวกไฮโซเซเลบทั้งหลายที่เคยถูกมันหลอก แต่ไม่มีใครไปแจ้งความ ผมจะให้คุณ”

“ทำไมถึงเอามาให้ผม” พฤกษ์แปลกใจ

“เพราะผมจะให้ไอ้สร้อยมันรู้ไม่ได้ว่าผมเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพวกคุณ แต่ผมเองอยากจะจบเรื่องนี้เร็วๆ ไอ้สร้อยมันจะได้กลับไปแต่งงานเสียที”

“ถ้าผมรับข้อมูลของคุณ แล้วไปดำเนินการต่อ จะทำให้นายบรรทัดดิ้นไม่หลุด เพราะมีหลักฐานแน่นหนา และทองสร้อยจะต้องแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รัก”

“ตามสัญญาที่มันให้ไว้กับผม” ทองก้อนยืนยัน แล้วมองหน้าพฤกษ์วัดใจว่าจะเอาอย่างไร

ฝ่ายทองสร้อยไปที่ร้านป้าหน่อยร้อยสากเพราะนัดพวกชบามาพบกันที่นี่ ป้าหน่อยตำส้มตำจนไม่มีเวลาดูหน้าใคร เพราะนับแต่ทองสร้อยเอาไปลงในคอลัมน์ของมาดามฟองดู ร้านป้าหน่อยก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ตำแทบไม่ทัน

บอยที่มาช่วยป้าหน่อยขายส้มตำจำทองสร้อยไม่ได้ บอกแต่ว่าหน้าคุ้นๆและทำท่าจะจีบ พอทองสร้อยบอกชื่อตัวเอง บอยจึงจำได้

พอดีพวกชบามา ทองสร้อยเรียกให้นั่ง ป้าหน่อยยังติดใจเรื่องราวของทองสร้อย ถามว่าแล้วจะทำอย่างไรต่อไป

“สร้อยก็...รีบหาคนที่สร้อยรัก จะได้แต่งงาน จบ!” ชบาถามว่าแล้วจะหาได้ง่ายอย่างนั้นเลยหรือ “ถ้ายังหาไม่ได้สร้อยก็ยื้อพ่อไปเรื่อยๆ นี่คือแผนของสร้อยที่ยอมรับปากพ่อ เพราะไม่งั้นพ่อก็ไม่เลิกตามเหมือนเป็นนักโทษ”
เจียรนัยติงว่าถ้าทองสร้อยทำแบบนั้นก็ผิดสัญญา ทองสร้อยยืนยันว่าตนจะกลับไปหาพ่อตามสัญญา จะอยู่ กับพ่อตามสัญญา ไม่ไปไหน แต่เจ้าบ่าวจะเป็นใคร ไม่ได้ อยู่ในสัญญา

ทองสร้อยเล่นหัวหมอกับพ่อ ซึ่งทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย

ooooooo

พอพฤกษ์รับซอง ทองก้อนหัวเราะชอบใจบอกว่าคุยกันง่ายๆแบบนี้สิ ถึงจะคบกันยืด

“ถ้าทองสร้อยรู้ว่าคุณมาหาผมและให้การช่วยเหลือผมอย่างลับๆแบบนี้ จะเกิดอะไรขึ้นครับ”

“มันก็จะด่าฉันว่าผิดสัญญา”

พฤกษ์ติงว่าทองสร้อยก็จะหนีไปอีก แล้วคืนซองวางบนโต๊ะ พูดเรียบๆแต่เจ็บว่า

“ซื่อสัตย์กับลูกทั้งต่อหน้าและลับหลังเถอะครับ ทำแบบนี้อาจทำให้ลูกไม่เชื่อใจคุณ”

“แล้วคิดว่าผมเชื่อคำพูดของมันได้หรือไง ทำไมผมจะรู้ไม่ทันว่ามันรับปากส่งเดชไปอย่างนั้น เพื่อยื้อเวลาผม มันกำลังเล่นเกม ผมก็ต้องรีบจบเกมเพื่อไม่ให้มันดิ้นไปไหนได้อีก!”

“แต่ผมก็ไม่อยากเป็นเครื่องมือให้ใครเล่นเกมอยู่ดี ขอตัวครับ...ผมจะหาหลักฐานทั้งหมดเอง ขอบคุณที่ชี้แนะ และสำหรับกาแฟ”

พฤกษ์ไหว้ลาแล้วเดินออกไป ทองก้อนอึ้ง ผิดแผน พึมพำเจ็บใจ

“มันจะเป็นคนดีมากไปแล้วนะโว้ย!!”

ooooooo

พฤกษ์เดินออกมาโทร.บอกพุฒิว่ารู้แล้วว่าทองสร้อยอยู่ไหน พุฒิบอกว่าตนก็รู้แล้วเหมือนกันว่าทองสร้อยอยู่ร้านส้มตำป้าหน่อย ถามว่าแล้วของเขาล่ะ พฤกษ์ไม่ตอบแต่เร่งให้รีบไปกันเลย

ทองสร้อยย้ำกับชบาและเจียรนัยที่กำลังจะแยกกันที่หน้าร้านป้าหน่อยว่า

“รีบๆนะเจีย น้าชบา ตามประกบพี่ดาวกับนายบรรทัด เจออะไรไม่ชอบมาพากลรีบถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานทันที”

เจียรนัยกับชบารับปากแข็งขันว่าไม่ต้องห่วง เราทำได้ พอชบากับเจียรนัยแยกไปแล้ว ทองสร้อยหันกลับมาก็เจอพฤกษ์เข้าอย่างจัง! ทองสร้อยสวัสดีอีกครั้ง พฤกษ์ทำไก๋ว่าบังเอิญจัง ทองสร้อยถามว่ามาทานส้มตำเหรอ พฤกษ์มองไปรอบๆ พูดกับป้าหน่อยว่าลูกค้าเยอะกว่าเดิมเยอะเลย

“เพราะมาดามฟองดูค่ะ ลูกค้าป้าบอกว่ามาตามคำแนะนำของมาดามฟองดู รู้จักไหมคะ ป้าไม่รู้จัก ประมาณแม่ช้อยนางรำรึเปล่าคะ”

“ประมาณนั้นแหละครับ เขามีชื่อเสียงระดับอินเตอร์เลยนะป้า” พฤกษ์มัวคุยกับป้าหน่อย ทองสร้อยเลยถือโอกาสขอตัวกลับ พฤกษ์พูดเบาๆว่าอยู่ก่อน ทองสร้อยถามว่าอะไรนะคะ เขาเลยพูดเสียงดังขึ้นว่า

“ช่วยอยู่ก่อน ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” แล้วพาไปนั่งที่อีกมุมหนึ่ง นั่งมองหน้าทองสร้อยนิ่ง...นาน...จนทองสร้อยอึดอัดถามว่าเขาจะคุยอะไร พฤกษ์บอกว่าตนเชื่อเธอ ไม่ติดใจอะไรแล้ว ถามว่าแล้วกำลังจะทำอะไรเรื่องจีจี้กับบรรทัดอีก

ถูกถามตรงประเด็นขนาดนี้ ทองสร้อยเล่าแผนการของตนให้ฟังตามตรงว่า

“พูดก็พูดค่ะ...สร้อยกำลังหาหลักฐานที่จะระบุให้ได้ว่านายบรรทัด จีจี้ และพี่ดาวที่นายบรรทัดพามา ร่วมมือกันหลอกลวงคุณใหญ่ การถ่ายรูปจีจี้ก็เป็นหนึ่งในกระบวนการพิสูจน์”

พฤกษ์ถามว่าแล้วพิสูจน์ได้หรือยัง ทองสร้อยบอกว่ากำลังจะวางแผนหาทางต่อไป ก็พอดีทองสร้อยได้รับโทรศัพท์จากเนรัญญาบอกว่าจับตัวจีจี้มาแล้ว ตอนนี้อยู่ที่บ้านตน ทองสร้อยตกใจรีบลุกไป พฤกษ์ถามว่าจะไปไหน

“ตามสร้อยมา แล้วคุณกลางจะเข้าใจทุกอย่าง”

พอทั้งสองไปถึงบ้านเนรัญญา พฤกษ์เห็นจีจี้ก็ถามว่าจับตัวจีจี้มาทำไม แล้วมองไปทางกุลชาติงงๆเพราะไม่เคยเห็นหน้า กุลชาติจึงแนะนำตัวเองว่า “กุลชาติครับ ว่าที่คู่หมั้นของทองสร้อยครับ สวัสดี”

ระหว่างนั้นทองสร้อยลากเนรัญญาไปถามว่าเอาอย่างนี้เลยหรือ เนรัญญาบอกว่าจีจี้เป็นคนขี้กลัว เอาอย่างนี้แหละเร็วดี ตนใจร้อนอยากเห็นจุดจบเร็วๆ ทองสร้อยเห็นด้วย แล้วสองสาวก็ย่างสามขุมเข้าหาจีจี้หน้าตาดุดันจนจีจี้กลัวลนลานปฏิเสธว่าตนไม่รู้เรื่อง ไม่เกี่ยวอะไรกับใครด้วย แล้วอ้อนพฤกษ์ให้ช่วยด้วย พฤกษ์บอกว่าตนก็อยากรู้ความจริงทั้งหมดเหมือนกัน

เมื่อจีจี้ปากแข็ง ทองสร้อยจึงเรียกยอดชายออกมา ยอดชายถามจีจี้ว่าจำตนได้ไหม จีจี้หน้าซีดเผือดไปทันที

ooooooo

ที่หน้าบ้านเวียงคีรี ทองโปรยขับรถมาส่งคุณเล็กที่หน้าบ้าน บรรทัดยุแหย่ทันทีว่านั่นแฟนคุณเล็กหรือ ทำไมไม่พาเข้าบ้านมาแนะนำให้คุณใหญ่รู้จักทั้งๆที่รู้ว่าคุณใหญ่อยู่บ้าน ยุว่าแบบนี้แปลว่าอะไร

“แปลว่ามันไม่ให้เกียรติฉัน” คุณใหญ่ของขึ้น บรรทัดยุแหย่ต่ออีกว่าแต่ถ้าไม่ใช่แฟน? คุณใหญ่ด่าทันทีว่า “มันก็แรดร่านเหมือนแม่มัน ไม่ใช่แฟนแต่ให้มาส่งถึงบ้าน”

“น้องชายก็ไม่ให้ความเคารพ น้องสาวก็ทำบัดสี บัดเถลิงในบ้าน ผมเป็นคุณใหญ่ผมไม่อยู่เฉยแน่ ทำไมไม่มีใครให้เกียรติคุณใหญ่เลย”

คุณใหญ่บ้ายุปรี๊ดแตกเดินอ้าวไปหาเรื่องคุณเล็กทันที ตวาดถามว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร แฟนหรือ! พอคุณเล็กบอกว่าไม่ใช่ คุณใหญ่ด่าไฟแลบลามปามถึงแม่คุณเล็กว่า แม่ลูกเหมือนกันไม่มีผิด กล้าพาผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาส่งที่บ้าน

คุณเล็กบอกว่าไม่ใช่ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ แต่เป็นพี่ชายของทองสร้อย ก็ถูกหาว่าเถียง ระหว่างนั้นบรรทัดสอดแทรกขึ้นว่า แสดงว่ารู้จักกับผู้ชายมาก่อนหน้านี้แล้วใช่ไหม คุณเล็กมองหน้าบอกว่า “ไม่ใช่เรื่องของคุณ”

“อย่าเสียมารยาทกับแฟนฉัน” คุณใหญ่แว้ดคุณเล็ก พอถูกคุณเล็กโต้ว่าเขาก็ไม่ควรเสียมารยาทยุ่งเรื่องของตน “ยุ่งได้ เพราะเรื่องของแกมันก็คือเรื่องของฉัน ตราบใดที่แกยังอยู่ในบ้านฉัน ตอบคำถามมา! แอบไปมั่วกับมันมาก่อนหน้านี้ลับหลังฉันแล้วใช่ไหม เชื้อไม่ทิ้งแถว แม่มันเป็นยังไง ลูกมันก็เป็นอย่างนั้น!”

ถูกคุณใหญ่ด่าตนคนเดียวไม่พอยังลามปามถึงแม่ คุณเล็กพยายามอดกลั้น แล้วขอตัวจะเข้าบ้าน

“ฉันยังพูดไม่จบ อย่าเดินหนีฉันนะ! นังเล็ก!!”

คุณเล็กเดินไปอย่างไม่สนใจ บรรทัดมาขวางให้คุณใหญ่มากระชากเงื้อมือจะตบ ถูกมือของใครคนหนึ่งมาจับตรึงไว้ คุณใหญ่ชะงักหันมอง เห็นทองโปรยปรากฏตัว อย่างเท่ พูดเรียบๆ แต่ทรงอำนาจ

“อย่าใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัวเลยครับ”

คุณใหญ่อึ้ง แต่พอบรรทัดเห็นทองโปรยก็ตกใจหน้าเผือด คุณเล็กรู้สึกขอบคุณทองโปรยแต่ก็สังหรณ์ใจว่าเรื่องนี้ยาวแน่...

ooooooo

ทองสร้อยเรียกยอดชายออกมา ถามจีจี้ว่ารู้จักผู้ชายคนนี้ไหม จีจี้ปากแข็งว่าไม่รู้จัก พอถูกคาดคั้นหนักเข้าก็เป็นลมไปเลย ร้อนถึงพวกทองสร้อยต้องช่วยกันปฐมพยาบาล

ทองสร้อยบอกทุกคนว่าถ้าจีจี้เป็นอะไรไป บรรทัดลอยนวลแน่ แล้วเราก็จะช่วยคุณใหญ่ไม่ทัน พฤกษ์ฟังแล้วรู้สึกประทับใจทองสร้อยที่ร้อนใจจะช่วยคุณใหญ่ทั้งที่ถูกเกลียดถูกแกล้งมาสารพัด

ที่หน้าบ้านเวียงคีรี...คุณใหญ่สั่งทองโปรยให้ปล่อยมือตนเดี๋ยวนี้ ทองโปรยไม่ปล่อยจนกว่าคุณใหญ่จะฟังคุณเล็กอธิบายเรื่องระหว่างตนกับคุณเล็กก่อน

คุณเล็กขอร้องทองโปรยให้ปล่อยคุณใหญ่ เขาจึงปล่อย แต่พอปล่อยคุณใหญ่ก็ตบหน้าคุณเล็กฉาดใหญ่! ทองโปรยโดดเข้าไปเอาตัวขวางไว้ คุณเล็กบอกให้ถอยไปแล้วยืนเผชิญหน้าคุณใหญ่บอกให้ลงโทษตนจนกว่าคุณใหญ่จะพอใจ คุณใหญ่ไม่ตบอีก แต่ไล่คุณเล็กให้ออกจากบ้าน สั่งชบากับเจียรนัยให้ไปเอาข้าวของของคุณเล็กโยนออกมานอกห้องให้หมด

เยาะเย้ยคุณเล็กว่า “ต่อให้คุณกลางรู้เรื่อง และคิดจะช่วยเธอ ถึงแม้จะต้องแตกหักกัน ฉันก็ไม่มีทางยอม เพราะฉันจะไม่ยอมเลี้ยงเธอไว้อีก นี่คือฟางเส้นสุดท้าย!”

ทองโปรยยืนอึ้ง รู้สึกว่าตัวเองผิดที่ทำให้คุณเล็กถูกคุณใหญ่เล่นงานจนไล่ออกจากบ้าน เขาขอโทษคุณเล็กถามว่าตนจะช่วยอะไรได้บ้าง คุณเล็กบอกให้ช่วยกลับบ้านไปก่อน ทองโปรยไม่อยากกลับกลัวเธอจะรับมือคุณใหญ่ไม่ไหว

“อาจจะแย่ แต่ไม่ได้แปลว่ายอม!”

ทองโปรยปลุกใจให้สู้ๆ ก็พอดีเฉวียงมาบอกว่าทองสร้อยโทร.มา ทองโปรยรับสาย พอทองสร้อยรู้ว่าคุณใหญ่ไล่คุณเล็กออกจากบ้านก็ตกใจ พฤกษ์เองก็ตกใจ พฤกษ์รีบกลับไปทันที ทองสร้อยบอกพฤกษ์ว่ามีอะไรก็ S.O.S. ไปที่หน้าบ้านเลยเพราะพี่ชายตนเตรียมพร้อมรออยู่ที่นั่นแล้ว พอพฤกษ์กลับไปทองสร้อยก็รีบกลับเข้าไปในบ้าน

ooooooo

คุณใหญ่ถูกบรรทัดเป่าหูยุยงจนเหมือนคนไม่มีสติ ขับไล่ไสส่งคุณเล็กไม่ฟังเสียงใคร แม้คุณแหววจะพยายามเตือนสติก็ไม่ได้ผล

คุณเล็กขึ้นไปที่ห้อง เห็นชบากับเจียรนัยที่โกยเสื้อผ้าของคุณเล็กโยนออกมานอกห้องพากันยืนหอบแฮ่กอยู่ ก็บอกคุณใหญ่ว่าขอเข้าไปล่ำลาห้องที่เคยอยู่ แล้วล็อกประตูทันที

คุณใหญ่โวยวายให้เปิดประตู ตะโกนจนเสียงแหบแห้ง คุณเล็กก็ไม่เปิด คุณใหญ่จึงให้ชบาไปเอากุญแจสำรองมา ชบาถ่วงเวลา ขณะเดียวกันก็ให้เจียรนัยโทร.บอกพฤกษ์เร่งให้รีบกลับมา

ที่แท้พฤกษ์มาถึงหน้าบ้านแล้ว เขาชวนทองโปรยเข้าไปด้วยกัน แต่ให้เฉวียงรอที่รถ

พอคุณใหญ่เห็นทองโปรยเข้ามากับพฤกษ์ ก็ถามอย่างไม่พอใจว่า “ให้ผู้ชายคนนี้เข้ามาทำไม คุณกลาง!”

“เข้ามาช่วยผมคุยกับพี่ใหญ่ ให้เลิกอคติกับน้องสาวของตัวเองเสียที”

“คุณเล็กไม่เคยทำความเสื่อมเสีย เธอเป็นคนดี จิตใจดี มีแต่ความปรารถนาดี ไม่เคยรังเกียจหรือแบ่งชนชั้นวรรณะกับใคร” ทองโปรยยืนยัน ทำเอาทั้งคุณใหญ่และบรรทัดอึ้ง คุณเล็กเงี่ยหูฟังอยู่ข้างในยิ้มดีใจ

พฤกษ์มองหน้าบรรทัดขอให้เขาช่วยไปอยู่ที่มุมไหนของบ้านก็ได้เพื่อให้พี่น้องได้คุยกัน คุณใหญ่ไม่ยอมจะตามไปด้วย พฤกษ์เข้าไปขวาง ขอร้องว่า

“พี่ใหญ่ครับ ผมขอ ช่วยคุยกับผม ซึ่งมันจะเป็นการคุยครั้งสุดท้าย”

“คุณใหญ่คะ คุยกับคุณกลางเถอะค่ะ แหววอยากให้พวกเราทุกคนอยู่กันอย่างสงบสุขเหมือนเดิม เหมือนตอนที่ก่อนทองสร้อยจะเข้ามานะคะ” คุณแหววขอร้องอีกคน คุณใหญ่จึงยอม พอคุณใหญ่เดินนำไป พฤกษ์เดินตาม คุณแหววจะตามไปด้วย พฤกษ์หันมาบอกว่า

“ผมตั้งใจจะคุยกับคุณหลังจากที่คุยกับพี่ใหญ่เรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่ตอนนี้”

คุณแหววหยุด อึ้ง ใจเสีย...คุณแหววที่จับแขนนิรมลอยู่จิกแขนนิรมลอย่างลืมตัวจนนิรมลร้องว่าเจ็บ คุณแหววจิกอย่างแรงอีกครั้งก่อนปล่อยมือ แล้วเดินออกไปอย่างว้าวุ่นใจ

“โอย... นังโรคจิต บ้านนี้มีแต่คนโรคจิต” นิรมลด่าทุกคนแล้วรีบชิ่งออกไปจากตรงนั้นทันที

ooooooo

จีจี้เป็นลมยาว ยังนอนแบ็บอยู่ ทองสร้อยหยิบมือถือของจีจี้ไปดู พบว่าเบอร์สุดท้ายที่ติดต่อมาคือเบอร์ของบรรทัด

ทองสร้อยบอกว่าจะให้บรรทัดรู้ไม่ได้ว่าจีจี้ถูกเราจับตัวอยู่ จนกว่าเราจะได้คำสารภาพของจีจี้ แล้วพาตำรวจไปลากคอบรรทัดที่บ้านเวียงคีรีเสียก่อน ทองสร้อยมองจีจี้อย่างกลุ้มใจที่ไม่ฟื้นเสียที เลยส่งข้อความให้ทองโปรยเฝ้าบรรทัดให้ดี

คุณใหญ่กับพฤกษ์ไปคุยกันสองคน คุณใหญ่ยืนเชิดคอแข็ง ในขณะที่พฤกษ์ก็เริ่มใช้ไม้แข็งว่า

“ถ้าพี่ใหญ่ไล่คุณเล็กออกจากบ้าน ถ้าอย่างนั้นผมก็จะเชิญพี่ใหญ่ออกจากบ้านหลังนี้ด้วยเหมือนกัน”

“เธอไม่มีสิทธิ์มาไล่พี่นะ พี่ก็มีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้เหมือนกัน”

“ก็เหมือนกับคุณเล็ก!” คุณใหญ่สวนทันควันว่าไม่เหมือน! “แต่ก็ไม่ต่างกัน เราต่างคนเป็นลูกของคุณพ่อและบ้านนี้คุณพ่อไม่ได้ระบุเอาไว้ว่าจะยกให้ใคร เพราะ ฉะนั้นทุกคนต่างก็มีสิทธิ์ในบ้านหลังนี้เท่าๆกัน”

“แต่มันเป็นลูกเมียน้อย!! คุณแม่ตรอมใจตายเพราะความไม่รู้จักพอของคุณพ่อ และความใจง่ายของแม่มัน”

“ผมไม่ปฏิเสธว่าคุณพ่อทำผิด ท่านเองก็ยอมรับผิดและเสียใจมาก แม่คุณเล็กเองก็เหมือนกัน แต่ยี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ที่พี่ใหญ่ลงโทษคุณเล็กซึ่งไม่รู้เรื่องความผิดพลาดของผู้ใหญ่เลย มันยังไม่พออีกเหรอครับ”

เห็นคุณใหญ่อึ้ง พฤกษ์เสียงอ่อนลงว่า

“เมตตาและให้โอกาสน้องที่มีเลือดของคุณพ่อเหมือนเราบ้างเถอะครับ อย่าให้แต่กับคนอื่น คนที่รู้หน้าแต่ไม่รู้ใจอย่างนายบรรทัด”

“เธอมันอคติ!”

“ผมก็ทำเหมือนกับที่พี่ใหญ่ทำ” คุณใหญ่อึ้งไปอีกครั้ง “รู้สึกยังไงบ้างครับ ถ้าผมไม่ให้โอกาสกับคนที่พี่ใหญ่รัก”

“พอได้แล้ว! เลิกพูด!!”

“ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วครับ ทุกคนมีฟางเส้นสุดท้ายเหมือนกัน พี่ใหญ่ไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล พี่ใหญ่จะไม่ได้ในสิ่งที่อยากได้ทั้งที่มันผิดอีก!”

คุณใหญ่ตกใจ ไม่คิดว่าพฤกษ์จะแข็งข้อขึ้นมาขนาดนี้ ในขณะที่พฤกษ์เองก็เผชิญหน้าคุณใหญ่อย่างไม่ยอมอีกต่อไป

เห็นคุณใหญ่นิ่งไปนาน พฤกษ์อ้อนวอนพี่สาวอีกครั้งว่า

“ขอโอกาสให้คุณเล็กเถอะครับ เปิดใจมองคุณเล็กใหม่ แล้วพี่ใหญ่จะเห็นว่า น้องเราเป็นคนดี และเชิดหน้าชูตาในเวียงคีรีคนหนึ่ง”

คุณใหญ่ไม่แสดงท่าที แต่เดินปึงปังไป พฤกษ์เรียกก็ไม่สนใจ เขาจึงตามไป

ooooooo

คุณใหญ่ตรงไปที่หน้าห้องของคุณเล็กที่ยังขังตัวเองอยู่ในห้อง หยุดยืนตรงประตู พูดเข้าไปในห้อง

“ฉันรู้ว่าแกยืนฟังอยู่ เกลียดก็คือเกลียด เกลียดไปแล้ว และเกลียดมานานแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำให้ฉันเปลี่ยนใจ แต่ขอให้อยู่ห่างๆ เพราะฉันไม่มีวันเลิกเกลียดแก”

พูดแค่นั้นแล้วคุณใหญ่หันหลังเดินออกไป พฤกษ์ถอนใจโล่งอกที่แม้คุณใหญ่จะยังจงเกลียดจงชังคุณเล็กแต่ยอมอ่อนข้อไม่ไล่คุณเล็กออกจากบ้าน

คุณเล็กเปิดประตูออกมาเห็นพฤกษ์ยืนอยู่ เธอน้ำตาซึมโผกอดพฤกษ์

“ขอบคุณนะคะคุณกลาง”

“อดทนหน่อยนะคุณเล็ก อีกไม่นาน สิ่งที่เราพยายามทำ จะต้องเอาชนะอคติในใจของพี่ใหญ่ได้”

“ค่ะ” สองพี่น้องต่างแม่กอดกันด้วยความรัก

บรรทัดมองอย่างเจ็บใจที่แผนการไม่เป็นไปอย่างที่คิด

ooooooo

บรรทัดเห็นพี่น้องในบ้านเวียงคีรีกำลังแตกแยก จึงสั่งนิรมลให้วางยาหมายเผด็จศึกคุณใหญ่คืนนี้ แต่ขณะนิรมลกำลังเทยาใส่เครื่องดื่มที่จะยกไปให้คุณใหญ่ ถูกเจียรนัยจับได้และแอบถ่ายคลิปไว้

ที่บ้านเนรัญญา จีจี้เริ่มรู้สึกตัวแล้ว ยอดชายเข้าไปถามอีกครั้งว่าจำตนได้หรือยัง จีจี้ส่ายหน้าอีก ยอดชายสาธยายว่า

“คุณเคยด่าผมว่าเก้งหรือไม่ก็กวางที่หน้าฟิตเนส TB ที่แฟนคุณทำงานอยู่ที่นั่นครั้งหนึ่ง แต่มีก่อนหน้านั้น คุณเข้ามาหานายบรรทัดก่อนที่จะมีแฟนอีกคนของมันเข้ามาไถเงินมัน หลังจากที่คุณกลับไปแล้ว”

ไม่ว่ายอดชายจะทบทวนความจำอย่างไร จีจี้ก็ทำตาใสซื่อบอกว่าจำไม่ได้ ไม่รู้จัก เนรัญญารุกว่าถ้าเธอยิ่งปฏิเสธก็ยิ่งมีความผิด ยอมรับมาเสียเถิดว่าเธอกับบรรทัดเป็นผัวเมียกัน ทองสร้อยก็สำทับว่า

“จะปฏิเสธเพื่อช่วยนายนั่นอยู่อีกทำไม รู้ไหมว่ามันสารภาพกับพวกเราหมดแล้วว่า...มันเป็นอะไรกับเธอมีแผนจะทำอะไรบ้าง” กระนั้นจีจี้ก็ยังปากแข็ง ทองสร้อยเลยให้ฟังคลิปเสียงจากมือถือของกุลชาติ

“จีจี้เป็นคนคิดทั้งหมด เลว ชั่ว!!” เสียงบรรทัดชัดมาก จีจี้ฟังแล้วด่าอย่างแค้นใจ “บรรทัด! ไอ้เลว!!!”

ที่แท้เป็นฝีมือของกุลชาติตัดต่อเสียงของบรรทัดด้วยแอพในมือถือของตน ที่ทั้งทองสร้อยและเนรัญญาเฝ้าดูและลุ้นอย่างตื่นเต้นนั่นเอง

ooooooo

คุณใหญ่ขึ้นไปเอนหลังที่ห้องนอนอย่างอ่อนเพลียและปวดหัว ครู่หนึ่งบรรทัดเอายาแก้ปวดหัวมาให้ บอกว่าเดี๋ยวดาวจะเอาน้ำมาให้ คุณใหญ่จะได้ทานยาแล้วนอนพักผ่อน บรรทัดมองอย่างหมายมั่นปั้นมือในแผนการของตน

ที่หน้าบ้านเวียงคีรี ทองโปรยยังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ เฉวียงชวนให้กลับกันก่อนไหมเพราะยังไม่เห็นสัญญาณ S.O.S มาเลย ทองโปรยบอกให้รอก่อน สั่งให้เฉวียงโทร.หาศักดิ์สิทธิ์ถามว่าพ่อเป็นยังไงบ้าง พอเฉวียงโทร.ก็ตกใจบอกทองโปรยว่า

“นายครับ...ท่านแย่แล้วครับ”

ทองก้อนอยู่ที่บ้าน นั่งหายใจหอบเหนื่อยอยู่บนเก้าอี้ แม่บ้านพยายามอ้อนวอนจะโทร.เรียกรถพยาบาล ทองก้อนปฏิเสธว่าตนไม่เป็นอะไร แค่เดินขึ้นลงบันได เหนื่อย เดี๋ยวก็หาย แม่บ้านบอกว่านานแล้วยังไม่หาย วัดความดันเมื่อกี๊ ตัวล่างสูง ศักดิ์สิทธิ์บอกว่าไม่ดี

“ไอ้ศักดิ์สิทธิ์มาเหรอ???” ทองก้อนเผลอดีใจ แม่บ้านรู้ตัวว่าพลาด ก้มหน้าอึกอัก ทองก้อนเองก็รู้ตัวว่าเผลอดีใจออกไป เก๊กขรึมเข้มเหมือนเดิมถามว่า “ฉันถามว่าไอ้ศักดิ์สิทธิ์มาเหรอ!!! แน่จริงออกมา อย่าหลบมันไม่แมน!!”

ศักดิ์สิทธิ์รู้ว่าความลับแตกแล้วเลยเดินออกมา ทองก้อนของขึ้นถามว่ามาทำไม ไม่รักแล้วมาทำไม ศักดิ์สิทธิ์บอกว่า

“ใจสั่งมาครับ”

“สั่งว่าอะไร!”

“สั่งว่า...อย่าปล่อยให้คนแก่เอาแต่ใจอยู่ตามลำพัง เพราะหัวใจอาจจะวายตายได้ เพราะไม่ยอมปล่อยวาง”

“ไอ้ปาก...ไอ้...ไอ้...” ทองก้อนหยุดหายใจหอบถี่เพราะความดันขึ้นสูงจนเวียนหัว ศักดิ์สิทธิ์รีบเข้าไปช่วยก็ยังทำเก่ง ตวาด “ไม่ต้องยุ่ง!”

“หยุดออกคำสั่งแล้วอยู่เฉยๆ” ศักดิ์สิทธิ์เสียงแข็งจนทองก้อนชะงัก ศักดิ์สิทธิ์สั่งแม่บ้านให้โทร.เรียกรถพยาบาล ทองก้อนโวยวายเหมือนเด็กไม่ได้ดั่งใจว่าไม่เอ๊า...ไม่ไปโรงพยาบาล ศักดิ์สิทธิ์รู้นิสัยทองก้อนดีเลยเสนอว่า “งั้นพบกันครึ่งทางโทร.ตามหมอมา” ทองก้อนจึงยอม

ooooooo

บรรทัดรอเครื่องดื่มที่สั่งนิรมลเอามาให้คุณใหญ่ทานยา บ่นว่าหายไปไหน ทำไมไม่มาสักที

เสียงนิรมลดังจากมุมหนึ่งว่าอยู่นี่ บรรทัดถามว่าทำไมช้า ทำอย่างที่ตนสั่งหรือเปล่า นิรมลบอกว่าทำแล้ว บรรทัดเร่งว่าทำไมไม่มาสักทีตนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว

“ผมก็รอจนแทบทนไม่ไหวเหมือนกัน” พฤกษ์พูดพลางเดินออกมาจากมุมหนึ่งพร้อมนิรมล

“อะไรเนี่ย!” บรรทัดตกใจ นิรมลรีบหลบไปอยู่ข้างหลังพฤกษ์ ทุกคนจ้องหน้าบรรทัดเขม็ง

คุณแหววขึ้นไปบอกคุณใหญ่ที่ห้องว่าคุณกลางให้เจียรนัยมาเชิญลงไปข้างล่าง คุณใหญ่ถามว่ามีเรื่องอะไร เจียรนัยบอกว่า “รีบลงไปเถอะค่ะ เดี๋ยวก็รู้ค่ะ”

บรรทัดโวยวายกับพฤกษ์ คุณเล็ก ว่า

“พวกคุณคิดจะทำอะไรกัน คุณใหญ่ต้องกินยา เธอไม่สบายเพราะเรื่องของพวกคุณ มันเรื่องอะไร ดาว!”

“รอให้พี่ใหญ่และคุณแหววมาก่อนค่อยพูด” พฤกษ์พูดไม่ทันขาดคำ เสียงคุณใหญ่ก็แทรกขึ้นว่า พี่มาแล้ว พลางเดินเข้ามาพร้อมคุณแหววและเจียรนัย พฤกษ์สั่งเจียรนัยว่า “เจีย...เปิดคลิปให้คุณใหญ่กับคุณแหววดู”

เป็นคลิปที่เจียรนัยถ่ายนิรมลขณะกำลังเทยาใส่เครื่องดื่ม ทั้งคุณใหญ่และคุณแหววตกใจ

“นิรมล อธิบายมาซิ ว่าเธอกำลังทำอะไร” พฤกษ์สั่ง บรรทัดโวยว่ามันชื่อดาวไม่ใช่นิรมล!! พฤกษ์สั่งย้ำ “นิรมล พูดให้หมด!” นิรมลจึงสารภาพต่อหน้าทุกคนว่า

“จริงๆแล้วหนูชื่อนิรมล พี่บรรทัดให้หนูเข้ามาเป็นคนใช้ในบ้านนี้ คอยหาทางกัดทองสร้อย แล้วก็...ที่เห็นในคลิป หนูถูกใช้ให้ใส่ยาบิวต์ให้คุณใหญ่ดื่ม” คุณใหญ่ ถามว่ายาอะไร! “ยาที่จะช่วยทำให้คุณใหญ่อยากมีผัวน่ะค่ะ พี่บรรทัดกะจะรวบหัวรวบหางคุณใหญ่คืนนี้”

“พอแล้ว!!” บรรทัดตวาด

“ไม่พอ!” นิรมลตวาดคืนอย่างไม่เกรงกลัว แล้วแฉต่อ “พอคุณใหญ่เป็นเมียพี่บรรทัดแล้ว เขาก็กะจะสูบเงินคุณใหญ่ให้มากที่สุด เอาไปใช้หนี้บ่อน แบ่งให้หนู แล้วมันก็จะหนี”

“มันโกหก มันปั้นเรื่องขึ้นมา คุณใหญ่อย่าไปเชื่อนะ แกถูกน้องๆคุณใหญ่จ้างให้มาพูดใส่ร้ายฉันใช่ไหม” บรรทัดโวยวาย

นิรมลบอกว่าเขาจะกันตนเป็นพยานไม่เอาผิดถ้าตนสารภาพว่าร่วมมือกับบรรทัด ถึงตนจะรักเขาแต่ก็ไม่อยากติดคุก

คุณใหญ่ตะลึงงันเมื่อรู้ความจริงว่านิรมลเป็นเมียบรรทัด ทันใดนั้นเสียงจีจี้ก็แทรกเข้ามาว่า

“ฟังคำพูดของฉันด้วยไหมล่ะ ไอ้พี่บรรทัด” จีจี้บอกว่าตนก็เป็นเมียของบรรทัดอีกคนที่เขาให้หลอกว่าเป็นน้อง

คุณใหญ่จะเป็นลมอีกครั้ง พฤกษ์ประคองไว้ให้กำลังใจว่าอดทนฟังความจริงทั้งหมดก่อน ในขณะที่บรรทัดหน้าซีดแล้วซีดอีก เป็นจำเลยที่ตกอยู่ในวงล้อม ของทุกคนในเวียงคีรี!

ooooooo

เมื่อบรรทัดถูกทั้งนิรมลและจีจี้แฉจนหมดเปลือก จึงหันไปอ้อนคุณใหญ่ ถามว่าไม่เชื่อพวกนั้นใช่ไหม ถูกคุณใหญ่ตบไปหลายฉาดด่าไอ้เลว ไอ้สิบแปดมงกุฎ! โถมเข้าตบตีบอกว่าจะแจ้งความจับเข้าคุก

“อีแก่เอ๊ย!!” บรรทัดจับมือคุณใหญ่เหวี่ยงล้มลงแล้ววิ่งหนี พฤกษ์สั่งให้ตามไปจับตัวมา บรรทัดวิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างบอกให้รีบไป มอเตอร์ไซค์รับจ้างถามว่าหนีใครมา โจรหรือเปล่า เลยถูกบรรทัดถีบตกรถ ขโมยรถขี่หนีไปได้ พุฒิกลับไปบอกพฤกษ์ว่ามันหนีไปได้ กุลชาติบอกว่าตนโทร.แจ้งตำรวจให้แล้ว แต่คุณใหญ่ต้องไปแจ้งความที่โรงพักด้วย

“คืนนี้พี่ใหญ่คงยังไปไหนไม่ได้” พฤกษ์บอก ทองสร้อยติงว่าถึงตำรวจจับตัวมันได้แต่ถ้าไม่มีเจ้าทุกข์ก็เอาผิดมันไม่ได้ พฤกษ์ถามว่าถ้ามีเจ้าทุกข์คนอื่นแจ้งล่ะ ทองสร้อยถามว่าใคร ก็พอดีทองโปรยโทร.เข้ามา ทองสร้อยรีบรับสาย...

“พี่กำลังไล่โทร.หาคนที่เคยถูกนายบรรทัดหลอกรีดไถเงิน กรรโชกทรัพย์ด้วยวิธีแบล็กเมล์ให้เขารีบไปแจ้งความ”

พฤกษ์หว่านล้อมจีจี้กับนิรมลว่าถ้าสองคนยอมช่วยตนจะไม่ให้พี่ใหญ่เอาผิด แต่ต้องสัญญาว่าจะไม่ทำผิดซ้ำอีก ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้ยาวแน่ ทั้งสองรีบรับคำ

บรรทัดหนีไปได้ไม่มีใครรู้ว่ามันหนีไปกบดานที่ไหน นิรมลบอกว่ามีคนช่วยได้ แล้วโทร.ทันที “เฮีย... จัดการไอ้บรรทัดให้หนูที!!”

หลังจากนั้นไม่นาน บรรทัดที่ไปหลบอยู่ในห้องพัก ก็ถูกลูกน้องเฮียเข้าไปแล้วปิดประตูห้อง จากนั้นก็มีแต่เสียงบรรทัดแว่วออกมา “อ๊อก...อ๊าก...โอย...เฮีย...ผมยอมแล้ว!!”

ooooooo

วันนี้ทองสร้อยไปหาพฤกษ์ที่บ้านแต่เช้า ถามว่าคุณใหญ่เป็นอย่างไรบ้าง พฤกษ์บอกว่ายังปิดประตูไม่ยอมให้ใครเข้า เก็บตัวอยู่แต่ในห้องตั้งแต่เกิดเรื่อง

“คุณใหญ่คงเสียใจและผิดหวังมาก”

“เธอไม่ควรนินทาฉันนะทองสร้อย!” เสียงคุณใหญ่แทรกเข้ามา พอทั้งสองหันไปเห็นคุณใหญ่ยืนหน้าบึ้งอยู่ ทองสร้อยรีบขอโทษ กำลังจะชี้แจงก็ถูกคุณใหญ่ตัดบท “คุณกลางออกไปก่อน พี่มีเรื่องจะคุยกับทองสร้อย”

พฤกษ์อึ้ง ในขณะที่คุณใหญ่ยังมีท่าทีแข็งกระด้าง ไม่มีทีท่าจะญาติดีกับทองสร้อยเลยแม้แต่น้อย

ครู่หนึ่ง คุณเล็กหน้าตาตื่นมาบอกพฤกษ์ว่าไม่รู้คุณใหญ่หายไปไหนที่ห้องก็ไม่มี พฤกษ์ทำเสียงชู่ว์บอกว่าคุณใหญ่อยู่กับทองสร้อยทางโน้น...

คุณเล็กถามว่าแล้วทำไมเขามายืนอยู่ตรงนี้ พฤกษ์บอกว่าคุณใหญ่ต้องการคุยเป็นส่วนตัวกับทองสร้อย คาดว่าคงอยากจะขอโทษแต่ไม่อยากให้เอิกเกริก

“งั้นคุณกลางอยู่ตรงนี้ แต่เล็กอยากรู้ เล็กขอเสียมารยาทนะคะ” แล้วคุณเล็กก็ผละไปแอบฟัง พฤกษ์ทำท่าจะห้าม แต่สุดท้ายก็ตามคุณเล็กไปเพราะตัวเองก็อยากรู้เหมือนกัน

ooooooo

คุณใหญ่เปิดฉากคุยกับทองสร้อยอย่างไว้ตัวตามฟอร์ม ถามว่าทำไมเธอถึงกลับมาช่วยตนจาก บรรทัด ทำไมไม่ไปให้พ้นๆ อยากทำตัวเป็นคนดีหรือ ทองสร้อยบอกว่าไม่ใช่ ตนแค่ทำอะไรได้ก็อยากทำ

“นั่นแหละ ที่เรียกว่าคนดี!!”

ทองสร้อยอึ้งที่ได้ยินคำนี้จากปากคุณใหญ่ คุณเล็กกับพฤกษ์ที่แอบฟังอยู่ก็อึ้งและดีใจ คุณใหญ่ยังคงพูดต่อแต่ยังไว้ฟอร์มตามเคยว่า

“ฉันได้เรียนรู้ว่า คนดีจริงๆ ไม่พูดว่าตัวเองดี แต่ทำให้เห็น ทำทั้งๆที่ไม่มีใครเชื่อ ส่วนคนอีกประเภท ที่พูดตลอดเวลาว่าตัวเองดีอย่างนั้นอย่างนี้ มันไม่ดีจริง เป็นแค่พวกอยากจะดี!...ที่ผ่านมา ฉันเลือกเชื่อคำพูดมากกว่าการกระทำ เชื่อแต่เหตุผลของตัวเองจนกลายเป็นอคติ...กว่าจะตาสว่างก็เกือบสายเกินไป ฉันดูโง่ในสายตาเธอมากหรือเปล่า”

“คุณใหญ่ไม่ใช่คนโง่ เพราะคนโง่จะมองไม่เห็นความผิดพลาดของตัวเอง”

“ถ้าฉันไม่โง่แล้วเรียกอะไร ฉันมองเธอ มองคุณเล็ก มองทุกคนที่คิดไม่เหมือนฉัน ทุกคนที่จริงใจกับฉัน เป็นศัตรูที่ต้องถูกกำจัด! ฉันคือคนประเภทไหนกันทองสร้อย ...หือ???”

ทองสร้อยพูดไม่ออกเมื่อเห็นน้ำตาสำนึกผิดของคุณใหญ่ พฤกษ์กับคุณเล็กอึ้งกับการเปลี่ยนแปลงของคุณใหญ่เช่นกัน

“ทุกคนพยายามเตือนฉัน พยายามให้สติ แต่ฉันก็ไม่เคยฟัง ฉันรู้สึกผิดเหลือเกิน ฉันทำร้ายน้องๆ ทำร้ายเธอ...”

พฤกษ์กับคุณเล็กมองคุณใหญ่ด้วยความเห็นใจ ตัดสินใจออกไปหาคุณใหญ่ที่ยืนหันหลังร้องไห้อยู่ ทองสร้อยตกใจกระซิบเตือนว่าคุณใหญ่สั่งเอาไว้แล้ว พฤกษ์กระซิบตอบว่า “เคยเชื่อที่ไหน”

คุณเล็กเอากระดาษทิชชูยื่นให้คุณใหญ่ พอคุณใหญ่หันมาเห็นพฤกษ์กับคุณเล็กก็ตกใจรีบหันหลังให้หยุดร้องไห้ทันที วางฟอร์มขรึมเหมือนเดิมถามว่า บอกแล้วไม่ใช่หรือว่าต้องการคุยกับทองสร้อยเป็นการส่วนตัวแล้วมาทำไม?

“ไม่ต้องการไหล่ของใครสักคนไว้ซบเวลาร้องไห้หรือครับพี่ใหญ่”

“ไม่!!” คุณใหญ่เสียงแข็งแล้วร้องไห้ฮือๆ ทันที พฤกษ์เดินเข้าหา คุณใหญ่หันซบไหล่น้องชายร้องไห้อย่างหนัก

ทองสร้อยกับคุณเล็กยิ้มให้กัน พฤกษ์ยิ้มกับทั้งสอง ปล่อยให้คุณใหญ่ซบไหล่ร้องไห้สะอึกสะอื้น

ooooooo

ทองก้อนอยู่ในภาวะทรุดโทรมห่อเหี่ยว อยู่อย่างเดียวดายในบ้านหลังใหญ่ มีเพียงแม่บ้านที่คอยดูแลรับใช้ ทองก้อนรำพึงอย่างคิดถึงพิสมัย...

“ทำไมไม่อยู่รอกันก่อน ผมไม่อยากอยู่คนเดียวแบบนี้...”

ทองก้อนพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล ถามแม่บ้านอย่างไม่ยอมเอ่ยชื่อว่าไอ้คนที่มาหาตนเมื่อคืนยังอยู่ไหม แม่บ้านทำไก๋ถามว่าคนไหนหรือ ทองก้อนโมโหแต่ยังทิฐิไม่ยอมเอ่ยชื่อ เมื่อถามแม่บ้านไม่ได้เรื่องก็ตะโกน

“พวกแกอยู่ที่ไหน ออกมา! ฉันคือผู้ล่า ฉันได้กลิ่นพวกแก...อยู่ไหน!!” เมื่อหาก็ไม่เห็น ตะโกนถามก็เงียบ ทองก้อนประกาศลั่น “ฟังนะโว้ย!! หรือถ้าพวกแกไม่ได้อยู่ที่นี่ ฉันก็กำลังส่งกระแสจิตไปถึงพวกแกว่า ฉันไม่มีวันยอมแพ้!”

ทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์ที่แอบฟังอยู่ หันมองหน้ากันทำตาปริบๆ

“มั่นใจเหรอครับ ว่าแผนหลอกท่านให้คิดว่าตัวเองโดดเดี่ยว มันจะช่วยให้ท่านได้คิด” ทองโปรยถาม ศักดิ์สิทธิ์บอกว่าตอนนี้ไม่แน่ใจแล้ว เพราะดูท่าทางฤทธิ์เดชของท่านไม่ได้ลดน้อยลงเลย “นั่นสิครับ ทำยังไงต่อไปดีครับ”

“สวดมนต์ขอให้มีปาฏิหาริย์ครับ” ศักดิ์สิทธิ์ตอบหน้าตาเฉย ทำเอาทองโปรยร้องอ้าว...พูดไม่ออกอีกเลย

เมื่อทองก้อนตามหาเรียกหาใครก็ไม่มีใครตอบรับ สุดท้ายบอกแม่บ้านว่าอยากนอน แม่บ้านจะพาไป ถูกสะบัดจนตัวเองเซบอกว่าไม่ต้อง เดินเองได้ แล้วเดินย่องแย่งไปทั้งที่พยายามฝืนให้ดูเข้มแข็งเต็มที่ แต่...ไม่ไหว...

ooooooo

คุณใหญ่ถามพฤกษ์ว่าเมื่อได้ยินที่ตนพูดหมดแล้วจะทำอย่างไรต่อไป พฤกษ์ย้อนถามว่าพี่ใหญ่อยากให้ทำยังไง

ขณะนั้นคุณแหววเดินเข้ามาแอบฟังอยู่มุมหนึ่งเงียบๆ

“พี่อยากให้ทุกคนอภัยให้พี่ พี่ผิดไปแล้ว พี่ขอโทษนะคุณกลาง โดยเฉพาะคุณเล็ก ที่พี่ใจแคบ ตัดสินคุณเล็กจากสิ่งที่คุณเล็กไม่ได้ก่อ ทั้งๆที่คุณเล็กทำตัวเป็นน้องที่ดี ของพี่มาตลอด”

คุณเล็กอึ้ง ตื้นตันใจ ในขณะที่พฤกษ์ตอบทันทีว่า...

“ผมให้อภัยพี่ใหญ่ได้เสมอ ผมรู้ดีว่าพี่ใหญ่ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องผม ส่วนคุณเล็ก...ว่าไง” คุณเล็กให้อภัยบอกว่าถ้าตนเป็นคุณใหญ่ก็คงทำอย่างคุณใหญ่ ขอบคุณคุณใหญ่ที่ให้โอกาสตนได้ทำหน้าที่น้องสาว ได้เป็นส่วนหนึ่งของเวียงคีรี

คุณแหววที่แอบฟังอยู่เจ็บใจ ที่เห็นทุกคนเข้าใจกันโดยเฉพาะพฤกษ์กับทองสร้อยที่สบตากันอย่างตื้นตันใจ แต่แล้วทุกคนก็อึ้ง เมื่อทองสร้อยเอ่ยขึ้นว่า

“สร้อยยังไม่ให้อภัยคุณใหญ่ค่ะ!”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 14,523


View Profile
« Reply #12 on: 11 October 2026, 16:31:55 »


https://www.thairath.co.th/novel/nangesaotongsoi/ep12/page1

นางสาวทองสร้อย   ตอนที่ 12 อวสาน

ทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์ยังซุ่มอยู่ในบ้านด้วยความเป็นห่วงทองก้อน พลันทั้งสองก็สะดุ้งโหยงเมื่อเสียงมือถือของทองโปรยดังขึ้น

ศักดิ์สิทธิ์บ่นเบาๆ ว่าทำไมไม่ปิดเสียง ทองโปรยขอโทษบอกว่าตนลืม แล้วรีบกดรับพูดเสียงเบามากๆ

“ฮัลโหล...ยอดชาย!! มาถึงแล้วเหรอ!!!”

ทองโปรยเร้นตัวออกไปรับยอดชายเดินหลบมาตามหลืบราวกับกำลังทำจารกรรม ยอดชายถามว่ากำลังหลบใครหรือ

ทองโปรยรีบทำเสียงห้าม บอกให้พูดเบาๆ จะให้พ่อรู้ไม่ได้ว่าตนอยู่ที่นี่ เพราะตนกำลังเฝ้าท่านอยู่

“โอย...ครอบครัวนี้ซับซ้อนจังครับ” ยอดชายหรี่เสียงไม่ทัน แล้วทั้งสองก็สะดุ้งรีบหลบเข้ามุมเมื่อเสียง

ทองก้อนตวาดถาม

“เฮ้ย!! ใครอยู่ตรงนั้น?” เดินเซื่องมาหยุดที่ใกล้ๆ เงี่ยหูฟัง แล้วบ่น “ได้ยินเสียงเหมือนใครคุยกันนี่หว่า ...เฮ้ย!! แม่บ้าน ฉันนอนไม่หลับ!! ขอยาหน่อย” แล้วทองก้อนก็เดินหลุดไปจากตรงนั้น

ทองโปรยกับยอดชายมองหน้ากัน ถอนใจเบาๆ อย่างโล่งอก

ooooooo

เมื่อทองสร้อยพูดขึงขังว่าตนไม่ให้อภัยคุณใหญ่ ก็ทำเอาทุกคนสะอึกอึ้ง คุณใหญ่กับคุณเล็กหน้าเจื่อนเสียใจ ส่วนคุณแหววที่แอบฟังอยู่ลุ้นให้พวกนั้นปรับความเข้าใจกันไม่ได้ แล้วก็ยิ้มสมใจเมื่อได้ยินคุณใหญ่ พูดว่า

“ใช่สินะ ฉันทำผิดกับเธอไว้มาก มันก็สมควรแล้ว ถ้าเธอจะไม่ให้อภัยฉัน”

พฤกษ์ถามทองสร้อยอย่างเข้าใจไม่ได้ว่าพี่ใหญ่สำนึกผิดและขอโทษแล้วทำไมไม่ให้โอกาส ทองสร้อย ขัดขึ้นทันทีว่า

“เมื่อคุณใหญ่จะยอมให้อภัยตัวเองให้ได้เสียก่อนค่ะ” ทุกคนอึ้งรวมทั้งคุณแหววที่แอบฟังอยู่ “สร้อยให้อภัยคุณใหญ่ได้เสมอ ถ้าคุณใหญ่กล้าหาญที่จะให้อภัยตัวเองด้วย ไม่อย่างนั้นการให้อภัยของทุกคนก็จะไม่มีความหมายอะไรเลย”

คุณแหววแววตากร้าวอย่างผิดหวัง เจ็บใจ ทองสร้อยยังคงพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

“การกล่าวโทษตัวเอง ยิ่งตอกย้ำบาดแผลในอดีต มันทำให้คุณใหญ่ไม่สามารถเริ่มต้นใหม่ได้...ทำได้ไหมคะ”

“ทำได้สิ...ฉันทำได้ ขอบใจนะทองสร้อย...ขอบใจ” คุณใหญ่กระตือรือร้นจับมือทองสร้อยมองอย่างตื้นตันใจ

พฤกษ์เข้าไปกอดคุณใหญ่ คุณใหญ่ดึงคุณเล็กเข้าไปกอดอีกคน ทองสร้อยมองภาพสามพี่น้องกอดกันอย่างปลื้มปีติ

ที่มุมลับ คุณแหววมองภาพนั้นอย่างเจ็บใจ ครอบครัวยิ่งสุขสันต์ตัวเองก็ยิ่งแปลกแยก โดดเดี่ยว เธอค่อยๆเร้นตัวไปอย่างรู้สึกเป็นส่วนเกินที่ไร้ค่าของครอบครัวนี้...

ooooooo

วันนี้คุณใหญ่สั่งจัดโต๊ะอาหารเป็นพิเศษ เจียรนัยบรรจงจัดดอกไม้อย่างสวยงามเป็นพิเศษ คุณแหววมองอย่างแปลกใจ พอดีพุฒิเข้ามาทักว่า

“แหม้!! จัดโต๊ะต้อนรับทองสร้อยซะหรูเลยนะ”

เจียรนัยคุยอย่างดีใจออกนอกหน้าว่า พอคุณใหญ่รู้ว่าทองสร้อยจะมากินข้าวด้วยก็สั่งให้เตรียมกับข้าวเลี้ยง แต่จะยิ่งดีกว่านี้ถ้าทองสร้อยจะมาอยู่กับเราอีก พุฒิถามว่าในฐานะอะไร คนใช้ก็ไม่ได้แล้ว จะมาเป็นสะใภ้หรือคุณกลางก็มีเมียแล้ว

“นั่นสิ...น่าเสียดาย จะว่าไปคุณกลางกับพี่สร้อยเหมาะกันมากกว่าคุณแหววอีก”

พุฒิเสริมอย่างอารมณ์ดีว่า โดยเฉพาะตอนที่สองคนคุยกัน เถียงกัน ช่วยกันแก้ปัญหา มันช่างเหมือนกิ่งทองกับใบหยกจริงๆ พูดแล้วพุฒิเอามือปิดปากถามเบาๆ ว่าเราจะบาปไหมที่เม้าท์เจ้านาย

คุณแหววอารมณ์พุ่งปรี๊ดจนคุมตัวเองไม่ได้ คว้าแจกันใกล้มือขว้างแตกดังเพล้ง! พุฒิกับเจียรนัยตกใจหันมองเห็นคุณแหววกำลังคว้าแจกันอีกใบปาลงบนพื้นอีก ทั้งสองหน้าเจื่อน คุณแหววหันมองตาขวาง คว้าของใกล้มือปาแล้วปาอีก เสียงของแตกเสียงของหล่นดังตึงตังโครมคราม

ทองสร้อย พฤกษ์ คุณใหญ่และคุณเล็กได้ยินเสียงต่างมองหน้าถามกันด้วยสายตาว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วพากันไปยังต้นเสียง พอเห็นเศษแจกันแตกเกลื่อน ทุกคนตกใจ

“เกิดอะไรขึ้น??!!” พฤกษ์ถามพุฒิกับเจียรนัยที่ยืนจ๋อยอยู่ ทั้งคู่ไม่กล้าตอบ พฤกษ์รีบเข้าไปห้ามคุณแหววว่าอย่าทำแบบนี้ บอกให้หยุด คุณแหววแหวใส่ว่าไม่หยุด!

“คุณแหวว ใจเย็นๆ ค่อยๆพูดจากัน” คุณใหญ่หว่านล้อม ถูกคุณแหววตวาดลั่นว่า

“คุณใหญ่ไม่ต้องมาพูดกับแหวว คนทรยศ!! คุณใหญ่ เคยบอกว่าไม่ว่ายังไงก็จะอยู่ข้างแหวว คุณใหญ่ผิดคำพูด!” พอคุณใหญ่ถามว่าตนไม่ได้อยู่ข้างคุณแหววตรงไหน เธอแว้ดสวนทันควันว่า “ไปดีกับมันทำไม!”

คุณเล็กถามว่ามันไม่ดีตรงไหนที่พี่น้องเข้าใจกันทำดีต่อกัน คุณแหววยังพูดอย่างเจ็บแค้นว่า

“แล้วเฉดหัวพี่ทิ้งเพราะพี่มันหมดประโยชน์ ไม่มีค่า แค่ป่วยไปวันๆ เหมือนเป็นเนื้องอกของบ้านนี้ แล้วหันไปให้ค่าผู้หญิงคนนั้นแทน”

“คุณไม่มีค่า เพราะตัวเองไม่ให้ค่าตัวเองต่างหาก ไม่เคยมีใครคิดอย่างนั้นกับคุณเลย” พฤกษ์เตือนสติ

คุณแหววโทษว่าเพราะทองสร้อยมาแทรกในชีวิตแต่งงานของตนเลยทำให้ตนดูไร้ค่าในสายตาเขา คุณแหวว พุ่งเข้าไปจะทำร้ายทองสร้อย ทองสร้อยจับมือคุณแหววไว้บอกให้ตั้งสติหน่อย คุณใหญ่บอกให้พฤกษ์แยกคุณแหววออกมา พฤกษ์เข้าไปจับตัวคุณแหววบอกให้หยุด

“ไม่หยุด ได้ยินไหม ฉันรักคุณกลาง ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณกลาง ออกไปให้พ้นจากชีวิตครอบครัวฉัน ออกไป!!”

คุณแหววควบคุมสติไม่อยู่คลั่งจนหมดสติไป พฤกษ์บอกคุณเล็กให้รีบเรียกพุฒิเอารถออกเดี๋ยวนี้ พลางอุ้มคุณแหววออกไปท่ามกลางความเป็นห่วงของทุกคน

ทองสร้อยเสียใจที่ตัวเองเป็นต้นเหตุให้คุณแหววเสียใจจนหมดสติ ยิ่งเห็นรูปที่พฤกษ์กับคุณแหววแต่งงานวางอยู่ก็มองอย่างเศร้าสร้อยเสียใจ

ooooooo

นับวันทองก้อนก็ทำร้ายตัวเองด้วยการไม่ยอมกินยาไม่ยอมกินข้าวจนทองโปรยเป็นห่วง ตัดสินใจโทร.หาทองสร้อยบอกศักดิ์สิทธิ์อย่างหนักใจว่า

“ผมจะโทร.หาสร้อย สร้อยจะซื้อเวลาต่อไปอย่างนี้ เรื่อยๆไม่ได้ ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง มันก็ต้องจบ”

ทองสร้อยตัดสินใจจะไปจากที่นี่และไม่กลับมาอีก บอกพวกชบาว่าตนอยู่ผิดที่ผิดเวลา คุณแหววเองก็ระแวงตนมาแต่ต้นแล้ว เจียรนัยเสนอให้ตั้งกลุ่มไลน์ระหว่างพวกเราเพื่อติดต่อกัน ทองสร้อยเสนอว่าใช้ชื่อนี้ไหม “คุณแจ๋วหมายเลขหนึ่ง”

ทองสร้อยยังให้สูตรมอคค่าโนคน ที่ตนทดลองทำให้พฤกษ์ดื่มและเจียรนัยเป็นคนตั้งชื่อให้ บอกว่าพฤกษ์ชอบมาก

“นังเจีย...แกก็มีดีเหมือนกันนะเนี่ย” ชบาชม

“เจียมีดีอยู่ในตัวอีกเพียบ ยังมีเวลาให้ค้นหาตัวเองนะเจีย หาให้เจอแล้วลงมือทำ จำไว้ว่า เราจะทำอะไรก็ได้ในโลกนี้ ถ้าต้ังใจจริง อย่าเอาฐานะของเรามาเป็นตัวจำกัด ถ้าไม่เข้าใจหรือสงสัยภาษาอังกฤษตรงไหน ยังไงไลน์ถามพี่ได้”

ทองสร้อยบอกว่าจะคิดถึงทุกคน ถ้าไม่ตายเสียก่อนและมีโอกาสดีๆ จะมาหาทุกคนอีก ชบาอวยพรให้โชคดีขอให้จัดการปัญหาทุกอย่างได้เรียบร้อย

ทองสร้อยโบกมืออำลาทุกคนอย่างอาลัย แต่พอหันเดินไปข้างหน้า ทองสร้อยก็มุ่งมั่นเตรียมลุยเต็มที่

ooooooo

ไปถึงบ้าน เจอปัญหาใหญ่ที่ทองก้อนไม่ยอมกินยาไม่ยอมกินข้าว ทองสร้อยบอกทองโปรยว่าเดี๋ยวตนจัดการเอง!

ทองก้อนนอนเพลียอยู่บนเตียง พอเสียงเคาะประตูดังขึ้นก็ตวาดทั้งที่อ่อนแรงเต็มที

“ฉันไม่กิน! ไม่เอา!! ไปให้พ้น อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ” แต่เสียงเคาะประตูยังไม่หยุด โมโหเลยลุกเดินโผเผไปเปิดประตูตะคอก “อยากถูกไล่ออกรึไง!”

พอเห็นเป็นทองสร้อยถือถาดอาหารและถ้วยยายืนอยู่ตรงประตู ทองก้อนชะงักกึก ทองสร้อยบอกพ่อว่า

“กินก่อนแล้วค่อยไล่นะพ่อ”

“ไอ้สร้อย...” ทองก้อนครางออกมา

ศักดิ์สิทธิ์กับทองโปรยแอบติดตามสถานการณ์อยู่ ต่างเงี่ยหูฟัง แต่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ถามกันอย่างแปลกใจว่าทำไม เพราะปกติท่านเสียงดังมาก

“ทำอะไรกัน” เสียงสาทรถามจากข้างหลัง ทั้งสอง สะดุ้งรีบเอามือปิดปากตัวเองไม่ให้ร้องเสียงดัง สาทรยังมองหน้าทั้งสองรอคำตอบ ทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์มองหน้ากันอึดใจก็รุมเข้าหิ้วปีกลากสาทรออกไป

ลากไปจนไกลพอจะพูดกันได้แล้ว ทองโปรยบอกสาทรว่า

“พ่อกับทองสร้อยกำลังคุยเรื่องสำคัญกันอยู่ ไม่อยากให้ใครขัดจังหวะครับ”

“เรื่องของลุงก็สำคัญ และต้องคุยเดี๋ยวนี้”

สาทรจะไปหาทองก้อนให้ได้ ศักดิ์สิทธิ์กับทองโปรยช่วยกันยื้อไม่อยู่ก็ล็อกไว้ แต่ก็ยังถูกสาทรที่ฮึดเต็มที่ลาก

ทั้งสองห้อยเป็นพวงจะไปที่ห้องทองก้อนให้ได้

ooooooo

ในห้อง...ทองก้อนจ้องหน้าทองสร้อยอยู่นาน จนทองสร้อยถามว่าจะจ้องหน้ากันอย่างนี้อีกนานไหม ทองก้อนบอกว่าสักพัก ทองสร้อยถามว่าเพื่ออะไร

“ฉันจะมองหน้าแกให้แน่ใจว่า ที่แกกลับมาหาฉันวันนี้ จะไม่มีการตุกติก” ทองสร้อยบอกไม่มี ก็ไม่เชื่อ ทองสร้อยเลยบอกว่ามี “นั่นไง! คนอย่างแกมันต้องมีอะไรซ่อนอยู่ ฉันเดาถูก”

“เพราะตัวเองเป็นแบบนี้ไง เลยคิดว่าคนอื่นจะต้องเหมือนตัวเองไปด้วย”

“ไอ้สร้อย!!” ทองก้อนของขึ้น ทองสร้อยที่แม่พิดสะหมัยบอกว่านิสัยเหมือนพ่อก็ของขึ้นเช่นกัน แต่ยังบอกพ่อว่า

“สร้อยจะพยายามใจเย็น เราจะคุยกันด้วยเหตุผล แต่สร้อยจะแต่งงานกับผู้ชายที่สร้อยเลือกเองโดยอยู่บนพื้นฐานของความรัก”

“ซึ่งไม่มี! หรือถ้าจะมีฉันก็อาจจะตายก่อนได้เห็นวันนั้น”

“ใช่” ทองสร้อยตอบหนักแน่น ทองโปรยหาว่าทองสร้อยผิดสัญญา “สร้อยบอกว่าสร้อยจะกลับมาหาพ่อ สร้อยก็กลับมาแล้วไง แต่ไม่ได้บอกว่าจะกลับมาแต่งงานกับผู้ชายที่พ่อจะยัดเยียดให้ แปลว่าสร้อยไม่ได้ผิดสัญญา”

“แกเล่นตุกติก”

“สร้อยเหมือนพ่อไม่ใช่เหรอ” ทองก้อนเครียดจนทรุดนั่ง “โอเค สร้อยจะพยายามใจเย็น...สร้อยจะอยู่กับพ่อ ไม่กลับไปฝรั่งเศส ขอแค่พ่อยอม ยอมไม่ได้แปลว่าแพ้ แต่แปลว่ารักและเข้าใจ”

ทองก้อนอึ้ง ทองสร้อยมองลุ้นว่าพ่อจะตัดสินใจอย่างไร

ทันใดนั้น เสียงสาทรก็มาตะเบ็งอยู่หน้าห้อง

“ทองก้อนนนน!!!!”

ทองก้อนขยับจะไปเปิดประตู ทองสร้อยไม่ยอมให้ไป บอกให้ตอบตนก่อน

“ฉันไม่ยอม!!” ทองก้อนตอบแล้วเดินออกไปทันที ทองสร้อยมองตามพ่อไปอย่างผิดหวัง...

ooooooo

ทองสร้อยตัดสินใจวิ่งผ่ากลางทุกคนออกไป สาทรบอกทองก้อนให้บอดี้การ์ดไปเอาตัวมาเพราะทองสร้อยกำลังจะหนี

“ไม่ต้องหรอกครับพี่ ปล่อยให้มันไปทำใจสักพัก เมื่อได้เวลาแล้ว ผมจะส่งคนไปตามมันกลับมาเอง มันหนีไปไหนไม่พ้นหรอก เราไปว่าเรื่องของเรากันดีกว่า”

“ดี” สาทรตอบรับทันที เมื่อไปนั่งคุยกัน สาทร บอกว่า “ฉันมาคิดใหม่แล้วนะ ฉันอาจจะบีบคั้นแกเกินไปเรื่องเงื่อนไขเงินสินสอด ความจริง เท่าที่แกยื่นข้อเสนอให้ มันก็ดีอยู่แล้ว”

“พี่กำลังจะบอกว่ากำขี้ดีกว่ากำตดใช่ไหม”

“ทำนองนั้น...เอ๊ย! ไม่ใช่ ฉันหมายความว่า มันก็เหมาะสมดีแล้ว เราหาฤกษ์หายามกันเลยดีกว่านะ”

“ผมจะไม่แต่งงานกับทองสร้อย!” เสียงกุลชาติแทรกเข้ามาพร้อมกับจูงเนรัญญาในชุดโทรมๆที่ออกมาซื้ออาหารแล้วถูกกุลชาติพามา เนรัญญาหลบๆอยู่หลังกุลชาติอายๆ ที่มาในชุดโทรมๆเยินๆ

สาทรโกรธแทบกระอักเลือด ลากกุลชาติแยกไปกัดฟันถาม

“ไอ้ชาร์ลส์! ทำแบบนี้ ตั้งใจจะฉีกหน้า ขัดคำสั่ง ฉันใช่ไหม!”

“ไม่ได้ฉีกหน้าคุณพ่อ แต่ขัดคำสั่งน่ะ ใช่ครับ เราควรจะพูดกันอย่างเปิดเผยให้คุณอาและทุกคนได้ยินกันนะครับ หมดเวลาจะมาปิดบังกันแล้ว ไปครับ” กุลชาติจูงมือพ่อกลับไปเข้ากลุ่มตามเดิม

“ปิดบังอะไร กุลชาติ” ทองก้อนจ้องหน้าถาม

“ผมไม่ได้อยากแต่งงานกับทองสร้อยเพื่อเอาเงินมาช่วยกู้ฐานะของครอบครัว” ทองก้อนถามว่าทำไม กุลชาติจูงมือเนรัญญาออกมาตอบอย่างผ่าเผยว่า “เพราะคนนี้ครับ”

“ฉันไม่เชื่อ! ทองก้อนแกไม่ต้องไปเชื่อมัน ไร้สาระ เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่ยอมรับ”

“พ่อไม่ยอมรับไม่เป็นไรครับ เพราะนี่คือชีวิตของผม ที่ผมต้องเลือกเอง”

สาทรทำท่าจะด่ากุลชาติ ถูกทองก้อนยกมือห้าม บอกว่า “ให้ลูกพี่เขาพูดเถอะครับ”

“เขาทำให้ผมสำนึกว่าศักดิ์ศรีของลูกชาย ควรจะช่วยกู้ฐานะของครอบครัวด้วยการใช้แรงงานแรงสมองไม่ใช่ความเป็นผู้ชายหรือใช้ประโยชน์จากคำสัญญาที่คุณอากับพ่อให้กันไว้”

“พูดจบแล้วใช่ไหม” ทองก้อนถาม พอกุลชาติตอบครับ ทุกคนก็หันมองทองก้อนว่าจะพูดอะไร

ทองก้อนกวาดตามองไล่ไปทีละคน ทั้งพวกที่เป็นฝ่ายกุลชาติ และฝ่ายสาทร จนมาหยุดที่สาทร ถอนใจเฮือกอย่างหนักหน่วง ก่อนพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า

“ทองสร้อยและกุลชาติ ต้องได้แต่งงาน! ไม่อย่างนั้น ฉันไม่ยอม!!!”

ทองโปรย ศักดิ์สิทธิ์ กุลชาติ และเนรัญญาตกใจ ในขณะที่สาทรยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ

ooooooo

ทองสร้อยออกเดินเรื่อยเปื่อยไปตามทาง ทั้งเสียใจและผิดหวัง จนมาเห็นคัตเอาต์โฆษณาการท่องเที่ยวเชิญชวนไป สปป.ลาว ทองสร้อยหยุดมองอย่างสนใจ

เวลาเดียวกัน คุณใหญ่ที่ชวนพฤกษ์คุยกันเรื่องคุณแหววนั้น ทั้งสองนั่งดื่มเครื่องดื่มอย่างผ่อนคลายคุยกันอย่างเปิดใจยอมรับความจริง คุณใหญ่ถามพฤกษ์ว่าเรื่องคุณแหววจะเอาอย่างไร เขาตอบแทบไม่ต้องคิดว่า “เหมือนเดิมครับ”

“พี่ก็ทำดีที่สุดแล้ว ต่อไปนี้ พี่จะไม่ยุ่งเรื่องนี้อีกน่าสงสารคุณแหวว”

“ผมเองก็สงสาร แต่มันคนละเรื่องกับที่ต้องฝืนใจอยู่ด้วยกัน ทั้งๆที่ไม่ได้รัก” คุณใหญ่บอกว่าตนผิดเองตั้งแต่ต้น พฤกษ์บอกว่า “ผมก็ผิด ที่ยอมพี่ใหญ่ตั้งแต่ต้น เราทุกคนต้องเจ็บปวดกับการไม่กล้าเผชิญความจริงใช้ชีวิตอยู่ด้วยการหลอกลวง หลอกลวงพ่อคุณแหวว

คุณแหววก็หลอกตัวเองว่าจะทำให้ผมรักเธอได้”

“นั่นสินะ ถ้ายอมรับความจริงกันตั้งแต่แรก เราก็จะได้แก้ปัญหากันให้จบเสียตั้งแต่ตอนนั้น ไม่ใช่เลี้ยงไข้ปล่อยเรื้อรังจนแก้ไขยากมาถึงตอนนี้”

พฤกษ์บอกว่ารอให้คุณแหววหายตนจะคุยกับเธอให้เด็ดขาด คุณใหญ่ถามว่า เขาชอบทองสร้อยใช่ไหม

“ผมยอมรับว่าผมประทับใจทองสร้อย แต่ผมไม่กล้าคิดถึงอนาคต ทองสร้อยคงตัดสินใจที่จะไปจากพวกเรา เพราะไม่อยากเป็นต้นเหตุทำให้คุณแหววเจ็บปวดแน่นอน ถึงได้ปิดมือถือ ติดต่อไม่ได้เลยแบบนี้”

“แปลว่า...ถ้าทองสร้อยจะจากไปแบบนี้เธอก็จะปล่อยไป” พฤกษ์ตอบเบาๆว่าครับ คุณใหญ่อึ้ง พึมพำ “ก็น่าเสียดาย ถ้ามันเป็นอย่างนั้น พี่เอาใจช่วยคุณกลางให้จบเรื่องที่เป็นความผิดพลาดในอดีตให้ได้เร็วๆ จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป็นชีวิตของตัวเองอย่างมีความสุขนะ”

“ขอบคุณครับพี่ใหญ่”

พฤกษ์ยกเครื่องดื่มดื่มเงียบๆ ใจคิดถึงทองสร้อย มองกระดาษจดสูตรมอคค่าโนคนที่ทองสร้อยจดให้เจียรนัย ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้ เขาลุกขึ้นทันทีจนคุณใหญ่แปลกใจ

พฤกษ์เข้าไปในห้องสตูดิโอคลิกเข้าบล็อกของมาดามฟองดู เห็นข้อความและรูปต่างๆมากมาย เห็น ข้อความที่มาดามฟองดูเขียนด้วยลายมือตัวเอง เขายกกระดาษจดสูตรมอคค่าโนคนขึ้นมาเทียบ เป็นลายมือเดียวกัน!

“ทองสร้อย คือ มาดามฟองดู!!!” พฤกษ์อุทานตื่นเต้นจนขนลุก!

ooooooo

ที่บ้านทองก้อน...ทองโปรย ศักดิ์สิทธิ์ เนรัญญา และกุลชาติ นั่งคุยกันเหวอๆ ทองโปรยถามว่าจะเอายังไงต่อดี เนรัญญาถามว่าจำเป็นต้องทำตามที่พ่อ

เขาสั่งด้วยหรือ? กุลชาติเสนอว่ายอมเถอะ เนรัญญาจะทักท้วง แต่ศักดิ์สิทธิ์ขัดขึ้นว่า

“ถ้าเราไม่ทำตามคำสั่งของท่าน...เรื่องก็จะไม่จบ เรามาถึงทางตันกันแล้วนะครับ”

“นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน พี่ขอร้องนะ ทำตามที่พ่อพี่บอกเถอะน้องเน ชาร์ลส์” ทองโปรยสรุป

เนรัญญาสบตากับกุลชาติอย่างยุ่งยากใจ ก็พอดีมือถือเธอดังขึ้น เป็นสายจากพฤกษ์

เมื่อเนรัญญาไปที่บ้านเวียงคีรี พฤกษ์คาดคั้นถามเรื่องทองสร้อย เนรัญญาปดว่าตนไม่รู้อะไรเลยทองสร้อยก็ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟัง

“คุณเน ทองสร้อยคือมาดามฟองดูใช่ไหม” พฤกษ์ ถาม เนรัญญาส่ายหน้า เขาเสียงเข้มว่า “อย่าโกหก”

เนรัญญาตกใจพยักหน้าแล้วส่ายหน้า พฤกษ์ถามว่าแปลว่าอะไร

“แปลว่า จริงๆแล้วน่ะใช่ แต่หนูไม่อยากบอกว่าใช่ โอย...สร้อย ฉันขอโทษจริงๆ ฉันก็ไม่ได้อยากบอกหรอกนะ แต่บอสก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นพี่ชายคนนั้นที่แกรอจะเจอ เขาก็ตามหาแก อุ๊บ...”

เนรัญญาพล่ามยาว พอรู้ตัวก็รีบหยุดยิ้มแห้งๆ พฤกษ์ยิ้มดีใจที่รู้เรื่องทองสร้อยจากอาการตกใจของเนรัญญา ถามว่าตอนนี้ทองสร้อยอยู่ที่ไหน

“ไม่ทราบจริงๆค่ะ ไม่มีใครรู้เลยว่าทองสร้อยไปไหน เนกลับบ้านไปเมื่อกี๊ ของของสร้อยทุกอย่างก็ไม่อยู่แล้ว โทร.ไปก็ปิดเครื่อง ไม่ส่งข่าว ไม่บอกอะไรเลย ไม่...”

“พอ!”

“เนเข้าใจนะคะ ถ้าบอสจะอยากเจอสร้อย แต่สร้อยไม่อยากถูกคุณแหววเกลียดมากไปกว่านี้ อย่าตามหาสร้อยเลยนะคะ ให้มันไปที่ชอบที่ชอบของมันเถอะ”

พฤกษ์เครียด อยากเจอทองสร้อยแต่ปัญหากับคุณแหววก็ยังคาราคาซังอยู่

ooooooo

เช้านี้ ทองสร้อยเดินรับแสงอาทิตย์อุทัยอยู่ที่เวียงจันทน์แล้ว เธอส่งอีเมลมาให้เนรัญญา เล่าและบรรยายความรู้สึกนึกคิดของตัวเองว่า

“สบายดีนะเน...ฉันสบายดี แค่ร่างกายนะ แต่หัวใจคงต้องเยียวยาสักพัก การอยู่คนเดียวในที่ที่ไม่มีใครรู้จัก น่าจะช่วยได้ แต่ฉันไม่บอกแกหรือใครหรอกนะ ว่าฉันอยู่ที่ไหน...”

ระหว่างนั้นพฤกษ์เข้ามา เนรัญญารีบสวัสดีก่อน เขาถามว่าทำอะไรอยู่ เธอปดว่าอ่านฟอร์เวิร์ดเมลจากแผนกต่างๆ

“ทองสร้อยติดต่อมาอีกไหม” เนรัญญาตอบเบาๆ ว่าไม่ค่ะ ฟังน้ำเสียงและท่าทางมีพิรุธของเนรัญญา พฤกษ์รู้ว่าเธอปด เลยพูดให้สบายใจว่า “ผมแค่เป็นห่วง อยากให้เขาสบายดีไม่ต้องกลัวว่าผมจะถามหรือไปยุ่งกับเขาอีก”

พอพฤกษ์เดินเข้าห้องทำงาน เนรัญญารีบอ่านข้อความในอีเมลต่อ

ทองสร้อยเดินไปจนถึงจุดที่เคยนัดพบกับพฤกษ์ในวัยเยาว์เพื่อจะเอารูปให้แต่พฤกษ์ไม่มา บรรยายในอีเมลว่า

“ฉันเที่ยวบอกใครต่อใครว่า ให้เผชิญกับความจริง อย่ายอมแพ้ให้กับความไม่ถูกต้อง...ฉันได้เห็นตัวอย่างของคนที่พยายามต่อสู้เพื่อครอบครัว ไม่ยอมถอดใจ

แล้ววันหนึ่ง ผลที่ออกมาก็ช่างหอมหวาน ด้วยความอดทนที่จะก้าวผ่านปัญหาทุกอย่าง เพราะความรัก ความเข้าใจ และการให้อภัยเป็นพื้นฐาน...”

ทองสร้อยนึกถึงภาพพฤกษ์ คุณใหญ่ และคุณเล็กสวมกอดกันด้วยความเข้าใจในวันนั้น... เธอเขียนต่อว่า...

“ฉันเรียนรู้จากพวกเขา และพยายามเอามาใช้กับเรื่องของตัวเอง...แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ฉันยอมรับว่าฉันถอดใจ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป รู้อย่างเดียวว่า...ยังไงฉันก็ไม่ยอมถูกพ่อบังคับ...ความสัมพันธ์ของครอบครัว

ฉันจะเป็นยังไงต่อ เดี๋ยวค่อยว่ากัน แต่ตอนนี้ ฉันอยากพัก ฉันต้องการพลังผลักดันให้ฉันเข้มแข็งและไปต่อได้...

สุดท้าย...ฝากให้กำลังใจคุณกลางด้วยนะ แต่อย่าบอกว่าฉันบอก... สู้ๆ!! ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็สู้ๆ!! คุณกลางเป็นคนดี สมควรได้รับสิ่งดีๆตอบแทน สู้ๆ!!”

ขณะพฤกษ์นั่งเครียดคิดว่าจะเคลียร์กับคุณแหววอย่างไรดีอยู่นั้น จู่ๆเนรัญญาก็เปิดประตูผลัวะเข้ามา ชูสองนิ้วให้ร้องปลุกใจ “สู้ๆค่ะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็สู้ๆ บอสเป็นคนดี สมควรได้รับสิ่งดีๆตอบแทน สู้ๆ!”

เนรัญญาโผล่มาปลุกใจแล้วผลุบหายไป แม้จะไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ในยามนี้ก็ทำให้พฤกษ์เชื่อมั่นกับสิ่งที่กำลังจะทำ

ooooooo

ทองโปรยมาหาคุณเล็กที่บ้านเวียงคีรี คุยกันถึงคุณแหววด้วยความเป็นห่วง คุณเล็กเล่าอย่างเข้าใจคุณแหววว่าที่อาการแย่ลงแบบนี้เพราะทำตัวเองประชดคุณกลาง

คุณเล็กเล่าว่าคุณแหววเป็นลูกคนเดียวของครอบครัว เลี้ยงดูมาราวกับไข่ในหิน ไม่เคยถูกขัดใจ สมหวังทุกอย่างมาตลอดชีวิต เมื่อมาผิดหวังเรื่องคุณกลาง จึงทำทุกอย่างเพื่อเรียกร้องความสนใจหวังให้คุณกลางใจอ่อน คุณเล็กถอนใจรำพึงว่า

“มีหลายอย่างเกี่ยวกับตัวคุณแหววที่เราไม่เคยเห็นก็ได้เห็น”

“เวลาและสถานการณ์ทำให้เราเห็นในสิ่งที่คนพยายามปิดบังเอาไว้ ใครซ่อนอะไรไว้ยังไง...ก็จะเปิดเผยออกมาให้เราเห็น” ทองโปรยพูดอย่างมองทะลุ แล้วทำกรุ้มกริ่ม “เหมือนผมตอนนี้ ปิดยังไง ซ่อนยังไงก็ไม่ไหว... ว่ารักมาก...”

คุณแหววทำเสียงดุว่าวกเข้าเรื่องนี้อีกแล้ว ก็พอดีคุณใหญ่กลับจากข้างนอก ทองโปรยรีบสวัสดีและนั่งสงบเสงี่ยม คุณใหญ่ถามว่ามานานแล้วหรือ

“เพิ่งมาครับ ตอนแรกจะเข้าไปสวัสดีแต่คุณเล็กบอกว่าคุณใหญ่ไม่อยู่”

“ใช่...ฉันไปรับคุณแหววกลับบ้านกับคุณกลาง” คุณเล็กถามว่าพี่แหววเป็นอย่างไรบ้าง “คุณกลางกำลังคุยอยู่ ก็ภาวนาให้เขาจัดการให้เรียบร้อย”

ทองโปรยเห็นคุณใหญ่มาก็เกร็งรีบลากลับ พอทองโปรยไปแล้วคุณใหญ่บอกคุณเล็กว่า

“จะว่าไป นายทองก้อนนั่นก็มีบุญนะ ตัวเองประสาทจนเพี้ยนแท้ๆ แต่ลูกๆกลับดีเชียว”

“ค่ะ” คุณเล็กรับคำงงๆ กับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคุณใหญ่

“ผู้ชายดีๆเดี๋ยวนี้หาไม่ค่อยได้ รักษาไว้ดีๆ”

“ค่ะ” คุณเล็กรับคำด้วยความปลื้มปีติที่คุณใหญ่ไฟเขียวให้ตนรักกับทองโปรยแล้ว

ooooooo

คุณแหววขึ้นไปนอนพักที่ห้องนอน เจียรนัยห่มผ้าให้ ก็พอดีพฤกษ์เข้ามา เจียรนัยจะออกไป คุณแหววดึงมือไว้บอกให้อยู่กับตน แต่พฤกษ์บอกให้ออกไป เจียรนัยจึงขออนุญาตคุณแหววออกไป คุณแหววเลยพลิกนอนหันหลังร้องไห้

“อยากร้องไห้ก็ร้องเถอะ ไม่ต้องฝืนอีกแล้ว อย่าปิดบังความรู้สึกหรือตัวตนที่แท้จริงของตัวเองอีกเลย”

คุณแหววอึ้ง หันมองพฤกษ์ เขายื่นมือถือตัวเองให้คุณแหววดูคลิปที่คุณแหววทำร้ายทองสร้อย บอกว่าเจียรนัยเป็นคนถ่าย ทองสร้อยสั่งแล้วว่าให้ลบแต่เจียรนัยคงลืม จนมาเจอว่ายังอยู่เจียรนัยจึงเอามาให้ตนดู

“คนทรยศ! ยังทำร้ายหัวใจกันไม่พอใช่ไหม รักทองสร้อยกันมากใช่ไหม ก็ไปสิ ไปเอาตัวมันมาอยู่ด้วยเลย”

“ทองสร้อยไปแล้ว และไม่คิดจะกลับมา เพราะไม่อยากทำร้ายความรู้สึกคุณ ตอนนี้ไม่มีใครที่จะสร้างปัญหาให้เรา นอกจากเราเอง เรามาคุยกันแค่เราเถอะคุณแหวว”

คุณแหววกรีดร้อง ปฏิเสธไม่คุย ไม่มีอะไร ตนไม่ยอมรับความจริงอะไรทั้งนั้น ไม่ยอม!! พฤกษ์ต้องกอดเธอไว้พยายามปลอบให้ใจเย็นๆ คุณแหววกอดพฤกษ์ไว้แน่นร้องไห้กับอกเขา พฤกษ์กอดเธอไว้อย่างสงสาร แต่ต้องทำใจแข็งไว้

พฤกษ์พาคุณแหววไปที่หน้ากระจก บอกให้เธอดูสภาพตัวเองที่ทรุดโทรม เธอบอกว่าน่าเกลียดจนไม่อยากดู

“ผมเห็นอะไรรู้ไหม ผมเห็นคนที่ไม่รักตัวเอง คนไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง คนที่ทำร้ายตัวเองทุกๆวัน ด้วยการไม่กินยา ด้วยการคิดแต่จะเรียกร้อง ทั้งๆที่ไม่มีทางเป็นไปได้ คุณไม่ได้รักผมหรอกเพราะขนาดตัวเองคุณยังไม่รัก แล้วคุณจะรักใครเป็น”

เห็นคุณแหววอึ้ง พฤกษ์ยังยืนอยู่หน้ากระจกกับเธอ พูดเสียงอ่อนลงว่า

“ถ้าคุณรักตัวเอง ถึงไม่มีผม ไม่มีใคร คุณก็จะอยู่ได้... อยู่ได้เพราะศักดิ์ศรี เพราะคุณค่าของตัวเอง คุณอยู่ได้เพราะตัวเอง ไม่ใช่เพราะคนอื่น” พฤกษ์ค่อยๆ ปล่อยมือคุณแหวว บอกเธอว่า “ผมรักคุณได้นะ แต่ไม่ใช่อย่างที่คุณอยากให้เป็น ผมรักคุณในฐานะที่คุณเป็นเหมือนคนในครอบครัว เป็นน้องสาวที่ผมต้องดูแล ผมจะไม่ทอดทิ้งคุณ”

“ทำไมถึงเป็นทองสร้อย ทำไมถึงไม่เป็นแหววคะ...” พฤกษ์บอกว่าตัวเธอเองรู้ดี “ถ้าแหววยังอยากจะมีคุณในชีวิต ก็คือเป็นอย่างที่ทองสร้อยเป็นให้ได้ กับเป็นน้องสาวคุณให้ได้ แต่ต้องตัดใจและเลิกรักคุณ...แต่ตอนนี้แหววทำไม่ได้เลยสักข้อค่ะ” คุณแหววยิ้มให้พฤกษ์เศร้าๆ แต่...อย่างคนที่ตัดสินใจแล้ว

ในที่สุดคุณแหววก็เข้มแข็งพอที่จะออกไปจากชีวิตพฤกษ์ แม้จะเศร้าแต่วันนี้เธอเข้มแข็งพอที่จะยืนอยู่ด้วยตัวเองแล้ว

แม้ชบากับเจียรนัยจะสงสารคุณแหวว แต่ก็นึกถึงทองสร้อย ชบาบอกว่ารอพุฒิกลับมาแล้วจะถ่ายคลิปบอกทองสร้อยเรื่องคุณแหวว

ooooooo

เมื่อเคลียร์กับคุณแหววได้แล้ว พฤกษ์ไปหาทองก้อนอย่างไม่ให้เขารู้ตัวเพราะรู้ว่าถ้าทองก้อนรู้ตัวก่อนการเจรจาจะยุ่งยากซับซ้อนมาก

แม้จะจู่โจมเข้าหา พฤกษ์ก็ยังต้องเจอกับลีลามากมายของทองก้อนจนสุดท้ายเขาถามตรงๆว่า

“รู้หรือยังครับว่าทองสร้อยอยู่ที่ไหน” ทองก้อนบอกว่ายังไม่รู้ “คุณทำอะไรก็ได้ในโลกใบนี้ แต่ลูกสาวทั้งคนหายไป ผมไม่เชื่อว่าคุณไม่รู้”

ทองก้อนตอบกวนๆ ว่าที่ไม่รู้เพราะไม่อยากไปตามหา พฤกษ์ถามว่าจะรอถึงเมื่อไหร่? รออะไรอยู่?

“ก็มันเรื่องของผม ไม่ใช่เรื่องของคุณมายุ่งอะไรกับผมเนี่ย มาขอร้องเรื่องอยากรู้ว่าไอ้สร้อยอยู่ไหนแค่นี้ใช่ไหม งั้นก็...สวัสดี” ทองก้อนตัดบทเอาดื้อๆ

พฤกษ์ตัดสินใจรวบรวมความกล้าขอโอกาสให้ทองสร้อย อย่าให้ทองสร้อยแต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รักเลย

“ก็ถ้ามันมีคนที่มันรักและถ้าผมพิจารณาแล้วว่า ไม่ได้ขี้เหร่ ผมก็จะไม่ทำอย่างนี้ แต่นี่มันไม่มี ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่รู้จะมีหรือเปล่า”

พฤกษ์รวบรวมความกล้าอีกครั้ง ขอโอกาสให้ตนเป็นคนนั้น ก็ถูกทองก้อนถามว่าคนไหน จนทองโปรยที่แอบฟังอยู่ทนไม่ไหวโพล่งไปว่า

“พ่อก็...อย่าลีลามากนักสิครับ” ทองก้อนโวยวายว่ามาแอบฟังตนหรือ ศักดิ์สิทธิ์บอกว่าถ้าไม่แอบฟังก็ไม่มีใครเบรกท่านได้ เดี๋ยวก็วืดหรอก

“ไม่ได้ลีลา แค่อยากจะฟังให้ชัดๆ เป็นคนไหน? คนอะไร? ยังไง?” ทองก้อนตะแบง

“เป็นคนรักของทองสร้อยครับ” พฤกษ์บอกทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์ดีใจที่พฤกษ์พูดออกมา แต่ยิ้มไม่ทันไรก็ต้องหุบยิ้มทันทีเมื่อทองก้อนโพล่งออกไปว่า

“ไม่อนุญาต!” พูดแล้วเดินหนี พฤกษ์ไม่ยอมแพ้เดินตามไป โดยมีทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์เดินตามไปเป็นกองหนุนอย่างแข็งขัน

“ผมขอเหตุผล” พฤกษ์ตามไปตื๊อ ถูกทองก้อนบ่นว่าดื้อเหมือนทองสร้อยไม่มีผิด “ทองสร้อยไม่ได้ดื้อ ถ้ามีเหตุผลที่ดีให้เธอ ผมเองก็เหมือนกัน ถ้ามีเหตุผลดีพอ ผมก็จะถอย”

“ได้! ที่ผมไม่อนุญาต เพราะผมยังไม่รู้เลยว่า ไอ้สร้อยมันจะโอเคกับคุณหรือเปล่า ผมรู้นิสัยมันดี มันไม่มีทางเปิดโอกาสให้คุณ เพราะมันไม่อยากถูกเมียเก่าคุณตามมาตบ!”

“แล้วถ้าทองสร้อยโอเคล่ะครับ”

“ก็ขอให้ผมได้ยินจากปากของมัน พามันมาหาผม มาพูดกับผม มาแสดงจุดยืนว่ามันกับคุณโอเคกัน!” พอพฤกษ์รับปากว่าได้ ทองก้อนเพิ่มเงื่อนไขทันทีว่า “ภายในสามวัน ถ้าไม่ทัน เกมโอเว่อร์!!!”

“ผมไม่ยอมให้เกมโอเว่อร์แน่ๆ” พฤกษ์ยืนยันหนักแน่น ได้รับเสียงเชียร์จากทองโปรยให้สู้ๆ พฤกษ์หันไปขอบคุณ แล้วเดินออกไปอย่างมาดมั่น

ทองก้อนมองตามยิ้มพอใจที่ได้แกล้งพฤกษ์จนหนำใจ ทองโปรยกับศักดิ์สิทธิ์เหล่ทองก้อนถอนใจดังๆ พูดลอยๆ

“เยอะ!!!”

ทองก้อนสะดุ้ง แต่นาทีนี้สะใจมากกว่า เลยนั่งหัวเราะคนเดียวอย่างมีความสุข

ฝ่ายพฤกษ์กลับไปที่สตูดิโอ ยืนมองรูปมาดามฟองดู ครุ่นคิด...

“ฉันจะหาเธอเจอได้ยังไง...ทองสร้อย...”

ooooooo

ไปถึงเวียงจันทน์ สิ่งแรกที่ทองสร้อยทำ คือไปที่สถูปเก็บกระดูกของพิดสะหมัยผู้เป็นแม่ ยืนสงบนิ่ง วางพวงมาลัยมะลิสด บอกกล่าวและฟ้องแม่ว่า

“สร้อยมาเยี่ยมแม่นะคะ แล้วก็...หนีพ่อมาอีกแล้ว...ไม่มีแม่ ชาตินี้หนูคงคุยกับพ่อไม่รู้เรื่อง”

คืนนี้ ทองสร้อยพิมพ์แชตกับเนรัญญาในห้องพักที่โรงแรม เนรัญญาถามว่า

“สร้อย...สบายใจขึ้นบ้างหรือยัง ฉันไม่ได้บอกใครเลยนะ ว่าแกส่งอีเมลหาฉัน”

“ขอบใจนะไอ้เน...แกเป็นซุปเปอร์เบสต์ๆๆๆเฟรนด์ของฉันจริงๆ โชคดีที่สุดที่ฉันมีแก Thank Godddd!!!”

“แกรู้ไหม ว่าบอสหย่ากับคุณแหววแล้ว และคุณแหววก็ยอมถอดใจจากบอส ออกจากบ้านเวียงคีรีไปแล้ว...ยอมตัดใจจากบอสไปแบบสวยๆ เชิดๆ แกคิดจะไม่เจอบอสอีกจริงๆเหรอ ท่าทางบอสคิดถึงแกมากนะ”

“ไม่”

“แต่ฉันก็บอกบอสไปอย่างที่แกเคยบอกฉัน ว่าแกไม่อยากฉี่รดทับรอยใคร” ถูกทองสร้อยด่าว่าบ้า ตนไม่ใช่หมานะ

“แต่จะว่าไป มันก็ไม่เกี่ยวกันนะ บอสแต่งงานกับคุณแหววทั้งที่ไม่ได้รัก แต่งเพราะจำเป็น ก็ไม่ถือว่าบอสถูกฉี่รดแล้วนะเว้ย”

“แล้วไง ก็ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขา”

“แต่ฉันรู้นะ ว่าแกก็แอบติ๊ดๆกับบอส แต่แกพยายามไม่คิด แต่ตอนนี้คิดใหม่ได้นะสร้อย ฉันเสียดาย ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง ให้โอกาสบอสเถอะนะแก”

“แต่ฉันยังไม่คิดอะไรทั้งนั้นหรอกเน...ไม่อยากคิด” ปากพูดอย่างนั้น แต่พอพูดแล้วก็นั่งเหม่อใจลอยอยู่หน้าจอ...

ooooooo

วันนี้ทั้งทองก้อนและทองโปรยแต่งตัวหล่อเป็นพิเศษอย่างมีเรื่องสำคัญบางอย่าง

ทองโปรยถามว่าทำไมต้องเยอะอย่างนี้ ทำอะไรง่ายๆไม่เป็นหรือ ทองก้อนโอ่ว่านี่คือทองก้อนสไตล์ ง่ายๆ ก็ไม่ใช่ทองก้อน แล้วทองก้อนก็พูดถึงเหตุที่ทำให้ตนต้อง “เยอะ” อย่างสะเทือนใจว่า

“ตั้งแต่ที่แม่แกไม่อยู่...มันเหมือนขาดแรงบันดาลใจ แต่ฉันก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าไม่อยากตายทั้งเป็นตามแม่แกไป ฉันก็ต้องทำให้ตัวเองคึกคักด้วยวิธีนี้ อย่าว่าฉันเลย นี่ก็ถือว่าฉันยอมพวกแกสุดๆแล้ว”

“ทำไมพ่อถึงยอมครับ”

สีหน้าและน้ำเสียงของทองก้อนอ่อนลงอย่างที่ทองโปรยไม่เคยเห็นมาก่อน ตอบคำถามเขาว่า

“เพราะฉันรักพวกแกและตอนที่คุยกับไอ้สร้อย ก็เหมือนฉันเห็นหน้าแม่แกกำลังคุยกับฉันอยู่ ฉันไม่อยากให้แม่แกเสียใจ ฉันยอมผิดสัญญากับใครก็ได้ ยอมถูกด่าว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย แต่คนเดียวที่ฉันจะไม่ยอมผิดสัญญาด้วยเด็ดขาดคือ...แม่ของแก”

“พ่อ...” ทองโปรยอุทานอย่างซาบซึ้งใจ ทองก้อนเปลี่ยนอารมณ์เป็นเข้มขรึมตามเดิมเมื่อสั่งทองโปรยว่า

“อย่าลืมไปจัดการเรื่องลุงสาทรตามที่สั่งให้เรียบร้อยด้วย” ทองโปรยรับคำ คิดถึงการเคลียร์เรื่องสาทรที่เพิ่งผ่านไป

เวลานั้น สาทรมาหาทองก้อนที่บ้านโผเข้ากอดทองก้อนท่ามกลางความตะลึงของทุกคน เอ่ยอย่างปลื้มปีติว่า

“ขอบใจมากนะทองก้อนที่แกยืนหยัดในคำสัญญาของเรา แกคือไอดอลของฉัน”

“ครับพี่” ทองก้อนตอบสาทรแล้วเดินไปหา

กุลชาติที่ยืนหน้าเศร้าอยู่ “เอาให้รอดนะ อาจะได้ดูแลเรื่องงานแต่งของเธอให้” สาทรบอกว่ารอดอยู่แล้ว

ทองสร้อยไม่มีทางต้านเสน่ห์ของลูกชายตนได้ “ผมหมายถึง กุลชาติกับเนรัญญาครับ”

สาทรสะอึกหน้าเสีย ทุกคนอึ้งไปหมด อึดใจเดียว สาทรถามว่าทองก้อนเพี้ยนไปแล้วหรือเพราะเขาเพิ่งพูดเองว่ากุลชาติและทองสร้อยจะต้องได้แต่งงาน?

ทองก้อนตอบหน้าตาเฉยว่า

“แต่งงานกับคนที่ตัวเองรักครับ” สาทรโวยวายว่าทองก้อนผิดสัญญา “ใช่ครับ ผมยอมเป็นคนผิดสัญญา ดีกว่าต้องมาเห็นความทุกข์ของลูก” สาทรด่าว่าเขาไม่เป็นลูกผู้ชาย “ลูกผู้ชายในความหมายของผมตอนนี้ คือคนที่ต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ความถูกต้องของคนเป็นพ่ออย่างเราคือ ดูแลครอบครัวให้ทุกคนมีความสุขที่สุดนะครับพี่”

เห็นสาทรอึ้ง ทองก้อนพูดต่อว่า...

“ผมขอโทษ พี่อาจจะไม่ยกโทษให้ผม ผมก็เข้าใจ ผมไม่โกรธ เพราะผมเข้าใจว่าพี่ทำทุกอย่างเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับลูกๆ และการที่ลูกพี่แต่งงานกับลูกผม มันเป็นทางรอดเดียวของพี่”

สาทรฟังแล้วสะอึก ทองก้อนตัดสินใจคุกเข่าลงตรงหน้าสาทรท่ามกลางความตกใจของทุกคน สาทรอึ้งแล้วอึ้งอีก

“ขอให้ผมได้ขอขมาพี่ อนุญาตผมด้วย” สาทรถามว่าจะขอขมายังไงให้สมกับที่ทำให้ตนผิดหวัง “ผมจะจัดการเรื่องหนี้สินที่เป็นความทุกข์ของพี่ในตอนนี้ให้เรียบร้อยทั้งหมด ภายใต้เงื่อนไขเดียว ผมไม่ได้ให้ฟรี”

สาทรดีใจแต่พริบตาเดียวก็ร้องอ้าวเมื่อทองก้อนบอกว่าไม่ได้ให้ฟรี ทองก้อนลุกขึ้นพูดอย่างผ่าเผยว่า

“มันคือการซื้อธุรกิจทั้งหมดของพี่ และผมจะให้กุลชาติเข้ามาบริหารแทน ภายใต้การดูแลของทองโปรย จนกว่ากุลชาติจะแข็งแรง มีวิสัยทัศน์เหมาะสมกับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด วันนั้นทองโปรยและผมจะวางมือและโอนธุรกิจกลับไปเป็นของกุลชาติ ของครอบครัวพี่เหมือนเดิม”

ทั้งสาทรและกุลชาติต่างอึ้งแล้วอึ้งอีกกับการตัดสินใจของทองก้อน พูดจนทุกคนอึ้งแล้ว ทองก้อนถามอย่างอ่อนน้อม

“อนุญาตผมได้ไหมครับ พี่สาทร”

สาทรพูดไม่ออก รู้สึกตัวเองผิด แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ เขาซาบซึ้งกับความช่วยเหลือของทองก้อนจนพูดไม่ออก

เมื่อทุกอย่างเป็นที่เข้าใจกันแล้ว บรรดาผู้เกี่ยวข้องก็จะแยกย้ายกัน ทองก้อนยังไม่ให้ไป สั่งเข้ม

“ฟัง! เรื่องนี้ไอ้สร้อยจะรู้ไม่ได้เด็ดขาด รวมถึงไอ้คุณพฤกษ์นั่นด้วย เพราะถ้าไอ้สร้อยรู้ว่าฉันยอม มันก็ติดปีกไปไหนต่อไหนอีก แต่ฉันยังอยากให้มันมีผัวมันจะได้อยู่กับฉัน ดูแลฉัน” เนรัญญาบอกว่าทองสร้อย

ไม่เอาแน่ “แต่ฉันจะเอาและฉันก็รู้ด้วยว่าสองคนนั่นมันมีใจให้กัน แต่ด้วยกำแพงบางอย่างที่ยังขวางอยู่ ไอ้สร้อยมันเลยไม่เอา แต่ผู้ชายมันพร้อมจะเอา”

“คุณท่าน...พูดให้เพราะครับ อย่าลืมนะครับ เด็กและเยาวชนอาจจะได้ยิน ไม่ดี” ศักดิ์สิทธิ์ติง

“ไม่พูดก็ได้ แต่เป็นอันเข้าใจตรงกันนะ ทำให้ผู้ชายไปตามหามัน ให้มันเห็นความพยายามของผู้ชาย ฉันเชื่อว่ามันต้องใจอ่อน และกลับมาหาฉัน ทำตามสัญญา... ไม่มีใครต้องผิดสัญญากับใคร ขอให้ฉันผิดคนเดียวก็พอ”

ทุกคนอึ้ง...

“โคตรยอมเลย...แต่ถ้าแผนนี้รั่วไหล! ทุกอย่างยกเลิก!!” ทองก้อนประกาศิต ทำให้ทุกคนอึ้งไปอีกครั้ง

ooooooo

แผน “โคตรยอม” ของทองก้อน ยังความซาบซึ้งใจแก่ทองโปรย ซึมซับความรักที่พ่อมีต่อลูกอย่างลึกซึ้ง

วันนี้ทองโปรยเห็นทองก้อนแต่งตัวจะออกนอกบ้าน ทองโปรยเรียกพ่อไว้ พอทองก้อนหันมา เขาเอ่ยประโยคที่ตกผลึกอยู่ในใจแต่ไม่เคยบอกพ่อตรงๆว่า

“พ่อครับ ผมรักพ่อครับ”

ทองก้อนเดินเข้ามากอดและตบไหล่ลูกชายแมนๆ พูดจากหัวใจที่ไม่เคยบอกลูกเช่นกันว่า

“ขอบใจนะไอ้ลูกชาย ฉันก็รักแก รักทุกคนในทองแฟมิลี่” ทองก้อนหัวเราะสบายๆเดินออกไป ทองโปรยมองตามพ่อไปด้วยความรักและศรัทธาล้นเปี่ยม...

ทองก้อนไปนั่งดื่มกับรูปของพิดสะหมัยที่มุมบ้านสงบสวยงาม ชูแก้วเอ่ยอย่างมีความสุขมาก...

“เอ้า...ชน สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานของเรานะจ๊ะ พิดสะหมัย” วางแก้วแล้วบอกว่า “มีผู้ชายมาชอบไอ้สร้อยด้วยแหละ พูดตามตรง ผมเองก็ชอบผู้ชายคนนั้นนะที่กล้าล้วงคองูเห่า น่าจะเป็นคู่ต่อสู้ที่สมศักดิ์ศรี คิดแล้วตื่นเต้น ซาบซ่า...สรุป ผมต้องช่วยเขา”

พูดเสร็จทองก้อนหยิบมือถือขึ้นมากดทันที...

“ทองโปรยเหรอ... บอดี้การ์ดฉันเพิ่งรายงานว่าเจอไอ้สร้อยแล้ว...ฉันก็แค่อยากจะบอกแกไว้เฉยๆ อย่าให้รู้นะว่าแกแอบไปบอกไอ้ผู้ชายคนนั้น เดี๋ยวมันจะง่ายเกินไป”

ทองโปรยรักษาสัญญาที่ให้กับพ่อไว้อย่างเคร่งครัด ไม่บอกทองสร้อยแต่บอกคุณเล็ก คุณเล็กไปหาพฤกษ์ที่สตูดิโอ เห็นนั่งดูรูปมาดามฟองดูอยู่ คุณเล็กถามว่ากำลังคิดว่าจะตามทองสร้อยได้ที่ไหนใช่ไหม พฤกษ์ถามว่ารู้ได้ไง แฟนรายงานล่ะสิ

พฤกษ์บอกว่าตนไม่เชื่อว่าพวกเขาไม่รู้ว่าทองสร้อยอยู่ที่ไหน

“คุณทองโปรยรู้ค่ะ แต่บอกไม่ได้ เดี๋ยวจะง่ายเกินไป” พฤกษ์ถามว่าชีวิตยังยากไม่พออีกหรือไง “ถ้าคุณกลางจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทองสร้อยคุณกลางก็ต้องทำใจนะคะ ครอบครัวนี้ซับซ้อน” พฤกษ์ถามว่าทองโปรยรู้ว่าทองสร้อยอยู่ไหนใช่ไหม “ค่ะ เดี๋ยวจะผิดแผน ผิดคำพูดกับพ่อของเขา แต่ให้เล็กมาบอกแทนค่ะ ความรักของพ่อกับแม่ทองสร้อยเกิดขึ้นที่ไหน ทองสร้อยก็กลับไปที่นั่น ที่ที่ความรู้สึกดีๆระหว่างคุณกลางกับทองสร้อยเกิดขึ้นเหมือนกัน”

“เวียงจันทน์ใช่ไหม” พฤกษ์มองที่รูปมาดามฟองดูอย่างตื่นเต้นดีใจ

ไวเท่าความคิด เพียงวันรุ่งขึ้น พฤกษ์ก็ไปถึงเวียงจันทน์พร้อมรูปวาดมาดามฟองดูที่ติดตัวไปด้วยอย่างทะนุถนอม

ทองสร้อยเห็นหลังพฤกษ์ยืนคุยกับเจ้าหน้าที่โรงแรม เธอรีบหลบไปทันที แต่แล้วใจที่ตรงกันก็ไปพบกันโดยบังเอิญที่จุดนัดพบในวัยเยาว์ ทองสร้อยจะหนีอีกแต่พฤกษ์ทักเสียก่อน

“สะสบายดี ทองสร้อย”

ทองสร้อยชะงักตัวชาวาบ ตั้งใจหนีและหลบ หน้าเขา แต่พอเห็นหน้าจังๆก็หวั่นไหวจนต้องพยายาม ระงับตัวเอง

ooooooo

ทองก้อนไปที่สถูปเก็บกระดูกพิดสะหมัยพร้อมดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ เขายืนมองรูปพิดสะหมัยด้วยความรักและคิดถึงอยู่นานจึงเอ่ย

“สบายดีพิดสะหมัย...เป็นครั้งแรกที่ผมกล้ามาหาคุณ หลังจากที่คุณตายแล้วพ่อแม่คุณขอเถ้ากระดูกคุณมาไว้ที่นี่ เพราะผมไม่อยากยอมรับว่าคุณตายไปแล้วจริงๆ แต่สุดท้ายผมก็ต้องยอมรับมัน เห็นน้ำตาลูกก็เหมือนเห็นคุณร้องไห้ ผมเจ็บนะ เหมือนคุณทวงสัญญากับผมว่าจะให้อิสระ จะทำทุกๆอย่างที่ทำให้พวกเขามีความสุข...ผมจะทำตามสัญญา...ผมขอโทษ และที่สำคัญ...
มีอีกคนที่ผมต้องไปขอโทษ...”

ขณะบอกกล่าวพิดสะหมัยนั้น ใจทองก้อนคิดถึงทองสร้อย อยากเจอ อยากขอโทษอย่างที่ใจคิด

ooooooo

เมื่อพฤกษ์เจอทองสร้อย แม้เธอจะหวั่นไหวแต่บังคับใจตัวเองไว้ ถามหน้าขรึมว่าเขามีอะไรก็พูดมาเลย พฤกษ์ยื่นรูปวาดที่เอามาให้ พอเปิดดูทองสร้อยอึ้ง ยิ่งเห็นเขาเขียนไว้ใต้ภาพว่า “มาดามฟองดู” ก็ใจเต้นแรง

พฤกษ์เองก็ทั้งตื่นเต้นเก้อเขินพูดแก้เกี้ยวว่ามาขอลายเซ็นของมาดามฟองดูในฐานะเป็นแฟนคลับมายี่สิบปีแล้ว

พฤกษ์ถามว่าทำไมเธอไม่บอกแต่แรกว่าตัวเองเป็นใคร ถามว่าคุณแหววเป็นเหตุผลด้วยใช่ไหม ทองสร้อยไม่ตอบเขาถามว่าเธอคงรู้เรื่องเขากับคุณแหววแล้วใช่ไหม ทองสร้อยแสดงความเสียใจด้วย พฤกษ์ยื่นปากกาให้ขอลายเซ็น เสร็จแล้วส่งคืน บอกว่า

“ฉันเอามาให้เธอ นี่คือของขวัญสำหรับเด็กน้อยคนนั้น คนที่ฉันไม่ได้มาหาเขาตามสัญญา ทั้งที่ฉันพยายามแล้ว แต่ก็มาไม่ได้ ฉันขอโทษ ยกโทษให้ฉันได้ไหม”

“สร้อยเข้าใจค่ะ แต่สร้อยไม่เคยโกรธ สร้อยรู้ว่าต้องมีความจำเป็นอะไรสักอย่างแน่ๆ”

“ทองสร้อยเข้าใจอะไรง่ายเสมอ ถ้ามีเหตุผลที่เพียงพอ”

ทองสร้อยขอบคุณสำหรับรูปวาด พฤกษ์บอกจากหัวใจว่า

“เธอเป็นคนทำให้ฉันวาดรูปนี้ได้สมบูรณ์ ทุกคนที่บ้านฝากความคิดถึงมาให้เธอนะ ไลน์กลุ่ม ‘แจ๋วหมายเลขหนึ่ง’พยายามส่งข้อความคุยกับเธอ แต่เธอก็ไม่ได้อ่าน” ทองสร้อยบอกว่าตนปิดเครื่อง “เธอควรเปิดอ่านนะ”

เมื่อทองสร้อยเปิดอ่าน เธอน้ำตาซึมซึ้งใจในความรักความผูกพันที่พวกชบาแสดงออกและเรียกร้องให้เธอกลับไปแต่เธอบอกพฤกษ์ว่าตนคงยังไม่กลับและไม่รู้จะกลับเมื่อไหร่ พฤกษ์ยกคำพูดของคุณใหญ่ที่ว่า

“ให้โอกาสฉันนะ...ก่อนฉันมา ฉันไปขออนุญาตจากพ่อของเธอให้ฉันได้เป็นคนรักของเธอ แต่ก็ไม่มีประโยชน์มันไม่สำคัญว่าฉันคิดยังไงกับเธอ สำคัญที่เธอคิดยังไงกับฉันมากกว่า เราจะกลับไปหาพ่อเธอ ท่านจะเลิกบังคับใจเธอทันที”

“แล้วถ้าไม่ล่ะ” ทองสร้อยถาม เห็นพฤกษ์หน้าเสีย เธอเอ่ย “ขอโทษด้วยนะคะคุณกลาง แต่สร้อยยังไม่พร้อม ลาก่อนค่ะ” ทองสร้อยเดินจากไป พฤกษ์มองตามใจเสีย ผิดหวัง นาทีนี้เขารู้สึกโดดเดี่ยว...อ้างว้าง...จับหัวใจ

แต่พอทองสร้อยเดินไป ก็ถูกทองก้อนมาดักพบ เธอตกใจ มองหาบอดี้การ์ดของทองก้อนเตรียมหนี ทองก้อนรีบบอกว่าตนมาคนเดียว พูดเสียงอ่อนโยน “คุยกันหน่อยนะ...”

ooooooo

ทองสร้อยอึ้งแล้วอึ้งอีก เมื่อได้ยินทองก้อนบอกว่าตนมาดี ตนขอโทษ ทั้งยังพูดอย่างที่ในชีวิตทองสร้อยไม่เคยได้ยิน

“ฉันยอมรับว่าฉันเหงา ฉันอยากให้ลูกๆทุกคนมาอยู่ใกล้ๆ แต่ฉันพูดไม่เป็น” ทองสร้อยใจอ่อนยวบ ทองก้อนยังพูดต่ออย่างชัดเจนทั้งที่เขินจนไม่กล้ามองหน้าทองสร้อย “แกโกรธฉันมาก ฉันรู้ ที่ฉันบอกว่าไม่ยอมรับแกในตอนนั้นหมายถึง...ฉันจะไม่ยอมทำร้ายความรู้สึกของแกอีก แต่พี่สาทรดันมาขัดจังหวะเสียก่อน จริงๆแล้ว...ฉันยอม...”

“พ่อ...” ทองสร้อยเรียกอย่างสะเทือนใจ คาดไม่ถึง แต่ก็ยังไม่อยากเชื่อเพราะเจ็บมาเยอะ จนทองก้อนเอ่ยอีกครั้ง...

“พ่อขอโทษ” ทองสร้อยใจอ่อนยวบโผกอดทองก้อนอย่างซึ้งใจบอกว่าตนก็ขอโทษที่หนีพ่อไป ตนควรจะเชื่อมั่นในตัวพ่อ ทองก้อนกอดทองสร้อยแน่นเอ่ยเสียงสะท้าน “ขอบใจนะลูก...” แล้วหันบอกรูปพิดสะหมัยว่า “ลูกมันยกโทษให้ผมแล้วนะ” ทองสร้อยก็บอกแม่ว่าตนขอโทษพ่อแล้วด้วย ตอนนี้ตนมีความสุขมาก

“จะมีความสุขมากกว่านี้อีก ถ้ามันยอมคนบางคนด้วยนะ” ทองก้อนบอกพิดสะหมัยแล้วบอกทองสร้อยว่า “ผู้ชายที่แกก็รู้ว่าใคร เขาตามแกมาไม่ใช่เหรอ” พอทองสร้อยบอกว่าตนปฏิเสธเขาไปแล้ว ทองก้อนก็อารมณ์ขึ้นทันที ฟ้องพิดสะหมัยว่า “ก็มันโง่นี่ ผู้ชายดีๆอย่างไอ้คุณกลางของ มัน ชาตินี้จะหาได้อีกหรือเปล่า ผิดแผนหมด ไม่ได้เรื่องเลย!!”

ทองก้อนถามว่าที่ปฏิเสธพฤกษ์เพราะไม่อยากฉี่ทับรอยใครใช่ไหม ไร้สาระ ทำไมต้องให้คนอื่นมาทำให้ปิดโอกาสตัวเอง ทองสร้อยบอกว่าคำว่าไร้สาระของพ่อมันคือศักดิ์ศรีของตน โง่ดีกว่าให้ชาวบ้านเม้าท์ลับหลัง บอกลาแม่ว่าแล้วจะมาใหม่แต่ไม่มากับพ่อแน่ แล้วเดินไปเลย

ooooooo

ทองสร้อยเดินไปไม่กี่ก้าวก็ได้รับคลิปจาก คุณแหวว ทองสร้อยเห็นคุณแหววที่หน้าจอหน้าตาสดใสกำลังพูดมือถือ

“ไม่ต้องรู้สึกผิดกับฉันหรอกนะ ฉันไม่ได้น่าสมเพชขนาดนั้น อยากดูเป็นคนดีในสายตาคุณกลางเหรอ...มุกตื้นๆ ฉันจะรอดูวันที่เธอถูกคุณกลางทิ้ง วันนั้นฉันจะหัวเราะสมน้ำหน้าเธอให้ดู เพราะผู้หญิงอย่างเธอมันไม่ได้มีค่า ไม่คู่ควรกับคุณกลาง! ฟังนะ ฉันยังไม่ถอดใจจากคุณกลาง ฉันจะรอวันที่คุณกลางกลับมาเป็นของฉัน!”

คลิปหยุด ทองสร้อยร้อนผ่าวไปทั้งตัว เปลี่ยนใจเป็นมุ่งมั่นทันที พูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “งั้นก็รอไปเถอะ เพราะฉันไม่ให้!!” ว่าแล้วก็วิ่งกลับไปทางเดิมเร็วราวกับเหาะ พอเจอทองก้อนก็รีบบอกแทบไม่ได้หายใจ “พ่อ...สร้อยยอมแล้ว สร้อยจะยอมให้โอกาสเขาและตัวเอง อวยพรด้วย”

“แซ่บๆเลยลูก” ทองก้อนวัยรุ่นสุดๆ ทองสร้อยหันไปทางรูปแม่ “แม๊กซี่ โบกู! อวยพรสร้อยด้วยนะคะแม่” พูดแล้วไหว้เอามือลูบหัวเอาฤกษ์ชัยแล้ววิ่งอ้าวไป ทองก้อนมองตามอย่างตื่นเต้น พูดกับพิดสะหมัยว่า

“เลี้ยงลูกเนี่ย เหนื่อยเนอะ แต่ก็มีความสุขดี ผมเข้าใจคุณแล้วล่ะ ว่าทำไมคุณถึงได้อุทิศตัวเองเพื่อพวกเรา รักนะนางฟ้าของผม”

ทองสร้อยวิ่งแทบเป็นเหาะไปยังจุดนัดพบกับพฤกษ์ในวัยเด็ก พลันก็นึกถึงมือถือ หยิบขึ้นมาดูมีมิสคอลจากพฤกษ์เป็นสิบสาย เธอรีบโทร.ไปหาเขา ถามว่าตอนนี้อยู่ไหน พฤกษ์บอกว่า “อยู่ข้างหลังคุณ”

ทองสร้อยดีใจขนลุกไปทั้งตัวถามว่าหายไปไหนมา เขาบอกว่ากำลังจะกลับกรุงเทพฯ แต่เจอนี่... เขาชูกรอบรูปวาดมาดาฟองดูให้พูดด้วยสีหน้าผิดหวังสุดๆ

“มาดามฟองดู ถูกทิ้งไว้ที่ข้างทาง ฉันไปเจอ คิดว่าเธอคงลืมหรือไม่ก็อาจจะทิ้ง พยายามโทร.หาแต่ไม่รับสาย เลยเดินมาที่นี่ เผื่อเจอจะได้ถามว่าถ้าจะทิ้งฉันขอเอากลับไปได้ไหม”

“ไม่ได้!” พฤกษ์มองหน้าเธองงๆ ไม่รู้ว่าเธอจะมาไม้ไหน วินาทีเดียวทองสร้อยก็ยื่นคำขาดว่า “ถ้าจะเอากลับไป ต้องพาฉันไปด้วย” พฤกษ์ยิ่งงง “ฉันยอม ยอมให้คุณเข้ามาในชีวิต ยอมให้เราศึกษาดูใจกันมากกว่านี้”

พฤกษ์ยิ้มดีใจมาก ทองสร้อยไม่ยอมถามว่ายิ้มๆ แค่นี้หรือ ไม่จับมือ? แล้วมองตา แล้วก็บอกว่า... พฤกษ์จับมือมองตาแล้วบอก “ขอบคุณ” ทองสร้อยทำหน้าผิดหวังถามว่าแค่เนี้ย? พฤกษ์ยื่นมือไปจับมือทองสร้อยนิ้วกับนิ้วสอดประสานกันแน่น บอกเธอว่า “เดินไปกับฉันนะ เดินไปด้วยกัน กลับบ้าน...ยิ่งใหญ่ยัง?”

“ที่สุดค่ะ” ทองสร้อยยิ้มสดใสเต็มหน้า จูงมือกันเดินไปอย่างมั่นคง

ที่บ้านทองก้อนวันนี้...มีรูปสมาชิกในบ้านวางเรียงกันตามลำดับ นับแต่รูปทองก้อนถ่ายกับทองสร้อยและทองโปรย รูปทองโปรยถ่ายกับคุณเล็ก รูปทองรำไพถ่ายกับครอบครัวสามีฝรั่งกับลูกน้อยน่ารัก และสุดท้าย...เป็นรูปทองสร้อยถ่ายคู่กับพฤกษ์

รูปถ่ายที่สวยงามวางอยู่ในบ้านใหญ่โตที่บัดนี้อบอวลด้วยความอบอุ่น อยู่กันด้วยความรักและเข้าใจกัน...

ooooooo

–อวสาน–

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.191 seconds with 15 queries.