Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
02 November 2026, 15:35:26

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,712 Posts in 15,718 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  กิจกรรมที่น่าสนใจ  |  กิจกรรมในวันหยุดพิเศษ  |  ปราสาทเมืองต่ำ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: ปราสาทเมืองต่ำ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ  (Read 118 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 14,523


View Profile
« on: 23 September 2026, 22:08:57 »

ปราสาทเมืองต่ำ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ


ปราสาทเมืองต่ำ

ทริปเขาใหญ่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ ค่ะ ภาพเยอะหน่อยนะคะ จะทำตอนเดียวเลยอัดซะแน่นเลย

ปราสาทเมืองต่ำ ตั้งอยู่ที่ ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ห่างจากปราสาทพนมรุ้งมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ ๘ กิโลเมตร ปราสาทเมืองต่ำ เป็นศาสนสถานที่สร้างตามคติความเชื่อทางศาสนาฮินดู สันนิษฐานว่าคงสร้างขึ้นเพื่อถวายพระศิวะ มีลักษณะเป็นศาสนสถานประจำเมืองหรือประจำชุมชน

จากการศึกษาทางโบราณคดีพบว่า มีการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณในละแวกนี้เป็นชุมชนขนาดใหญ่หลายชุมชน เช่นชุมชนบ้านโคกเมือง โคกยายคาน โคกสลองตอง เป็นต้น โบราณวัตถุที่ขุดพบได้แก่ เครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเช่น ภาชนะดินเผาเนื้อดิน เครื่องถ้วยชามเคลือบสีน้ำตาลและเคลือบสีเขียว เป็นจำนวนมาก หลักฐานเหล่านี้แสดงถึง การตั้งถิ่นฐานของชุมชนที่มีอายุใกล้เคียงกับการสร้างปราสาท ซึ่งเป็นอิทธิพลศิลปะขอมแบบคลัง และแบบบาปวน กำหนดอายุประมาณครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ ๑๖ หรือราว ๑,๐๐๐ ปีมาแล้ว

ตำแหน่งที่ตั้งของปราสาทเมืองต่ำ อยู่บนเส้นทางอารยธรรมขอมจากเมืองพระนครในประเทศกัมพูชา ขึ้นสู่ทางเหนือผ่านเทือกเขาพนมดงรักผ่านกลุ่มปราสาทตาเมือน จังหวัดสุรินทร์ ผ่านปราสาทเมืองต่ำสู่ปราสาทพนมรุ้งไปยังปราสาทพิมายจังหวัดนครราชสีมา อาจกล่าวได้ว่าชุมชนโบราณที่ปราสาทเมืองต่ำ มีความสัมพันธ์กับชุมชนโบราณใกล้เคียงบนเส้นทางอารยธรรมขอมจากเมืองพระนคร สู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

ข้อมูลจาก แผ่นพับ และ //www.ปราสาทหินเมืองต่ํา.com/


จอดรถเสร็จ เราเดินมาด้านหน้าทางเข้าก่อนค่ะ บาราย (ทะเลเมืองต่ำ)

ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของปราสาทเมืองต่ำลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ชาวบ้านเรียกว่า “ทะเลเมืองต่ำ” มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าตามแนวทิศเหนือ – ใต้

ขนาดกว้าง x ยาว ประมาณ ๕๑๐ x ๑,๐๙๐ เมตร ลึกประมาณ ๓ เมตร ขอบสระก่อด้วยศิลาแลง กึ่งกลางขอบสระด้านทิศตะวันออก – ตะวันตก มีท่าน้ำก่อด้วยศิลาแลง มีบันไดทางลงประมาณ ๕ ขั้น




บาราย เป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา หมายถึง มหาสมุทรของจักรวาลที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ และยังเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงชุมชนในสมัยโบราณอีกด้วย

ไม่ได้เดินเข้าไปค่ะ




ซุ้มที่จำหน่ายบัตรเข้าชม แต่เราใช้บัตรเดิม เป็นบัตรรวมจากปราสาทพนมรุ้ง




ที่นี่...ปราสาทเมืองต่ำ ข้อมูลแผ่นพับ ทั้งเว็บ ทำข้อมูลละเอียดดีค่ะ ชอบ ลอกมาหมดเลย




เดินไปตามทางนี้เลยค่ะ




หน้าบันจากปราสาทประธาน ของปราสาทเมืองต่ำ สลักภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ศิลปะเขมรแบบบาปวน อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖

.

ทับหลังจากปราสาทประธาน ของปราสาทเมืองต่ำ สลักภาพพระอินทร์ประทับเหนือหน้ากาล ศิลปะเขมรแบบบาปวน อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖




เดินไปเรื่อยๆ




กำแพงแก้วและซุ้มประตู

กำแพงแก้วก่อด้วยศิลาแลงมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าบนสันกำแพงประดับด้วยบราลีกึ่งกลางกำแพงแก้วมีซุ้มประตู หรือโคปุระขนาดใหญ่ก่อด้วยหินทราย บริเวณห้องกลางมีลวดลายแกะสลักรูปดอกบัว ๘ กลีบ




อาจหมายถึง การจำลองผังของจักรวาล อันประกอบด้วยทิศสำคัญ ๘ ทิศ หรืออาจบ่งบอกถึง ความบริสุทธิ์ ความเป็นสิริมงคล






ทับหลังรูปพระกฤษณะปราบนาคกาลิยะ

นาคกาลิยะ ได้คายพิษลงในแม่น้ำ จนทำให้น้ำเป็นพิษชาวเมืองเดือดร้อน พระกฤษณะจึงเสด็จไปปราบ ทับหลัง ๓ ชิ้น ที่ปราสาทเมืองต่ำ

เป็นภาพเหตุการณ์ตอนนี้ กล่าวคือสลักรูปพระกฤษณะประทับท่ามกลางนาคกาลิยะ ๗ เศียร โดยใช้มือและเท้าต่อสู้ จนนาคกาลิยะพ่ายแพ้ รูปแบบศิลปะขอมแบบบาปวน








น่าจะเป็นตรงนี้...บริเวณห้องกลางมีลวดลายแกะสลักรูปดอกบัว ๘ กลีบ




ลานปราสาทและสระน้ำ

อยู่ระหว่างระเบียงคดกับกำแพงแก้วมีสระน้ำเป็นรูปตัวแอล (L) ตามแนวของกำแพง ที่ว่างระหว่างสระน้ำเป็นทางเดินในแนวตรงกับซุ้มประตูระเบียงคดและซุ้มประตูกำแพงแก้ว




สระทั้งสี่กรุด้วยก้อนศิลาแลง เรียงเป็นขั้นบันไดลงไปถึงก้นสระ ขอบบนสุดสลักเป็นลำตัวพญานาคหินทรายทอดตัวไปตามแนวขอบสระชูคอแผ่พังพานที่มุมสระ

.

พญานาคมี ๕ เศียร เศียรของพญานาคมีลักษณะเกลี้ยงๆ ไม่มีรัศมี หรือ เครื่องประดับศีรษะ รูปแบบศิลปะขอมแบบบาปวน อายุประมาณครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ ๑๖




สระน้ำทั้ง ๔ อาจมีความสัมพันธ์กับข้อความในจารึกที่เสาประดับกรอบประตูชั้นในของซุ้มประตูกำแพงแก้วด้านทิศตะวันออก กล่าวว่า สายน้ำเป็นเครื่องรักษาเทวสถาน

.

ระเบียงคดและซุ้มประตู

ระเบียงคดเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีลักษณะเป็นห้องแคบๆ ยาวๆ ล้อมรอบกลุ่มปราสาทอิฐและบรรณาลัย มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ก่อด้วยหินทรายกว้างประมาณ ๒ เมตรต่อกันโดยรอบ

แต่ไม่สามารถเดินทะลุถึงกันตลอดพื้นระเบียงคดปูด้วยศิลาแลง กึ่งกลางระเบียงคดแต่ละด้านมีซุ้มประตูหรือโคปุระขนาดใหญ่ ก่อด้วยหินทราย มีแผนผังเป็นรูปกากบาท






๑๓.๕๙ น. วันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗




กลุ่มปราสาทอิฐ

เป็นอาคารสำคัญที่สุด สร้างอยู่ตรงกลางใช้เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพ และประกอบพิธีบวงสรวงเทพเจ้า ประกอบด้วยปราสาทอิฐ ๕ องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน

องค์ปราสาทก่อด้วยอิฐเรียงเป็น ๒ แถว แถวหน้า ๓ องค์ และแถวหลัง ๒ องค์ กลุ่มปราสาทอิฐ ๕ องค์นี้ แสดงสัญลักษณ์แทนเขาพระสุเมรุศูนย์กลางจักรวาล








บรรณาลัย

หมายถึง หอเก็บรักษาคัมภีร์ หรือหนังสือสำคัญทางศาสนาอาจใช้เป็นสถานที่ประดิษฐานรูปเคารพทางศาสนาด้วย




ปราสาทแถวหน้าองค์ทิศเหนือ

ก่อสร้างด้วยอิฐ เดิมมีลวดลายปูนปั้นประดับ ทับหลังสลักภาพ พระศิวะคู่กับพระอุมาประทับนั่งเหนือโคนนทิ เรียกภาพตอนนี้ว่า "อุมามเหศวร"




ปราสาทประธาน

ตั้งอยู่ตรงกลางของแถวหน้า มีขนาดใหญ่กว่าปราสาทบริวาร หักพังเหลือเพียงฐาน รูปแบบโดยรวมเหมือนกับปราสาทบริวาร จะต่างกันบ้าง คือ ปราสาทประธานมีมุขด้านหน้า

จากการขุดแต่งพบว่า เดิมประสาททั้งหลังประดับตกแต่งผนังด้วยปูนปั้น สาเหตุที่ปราสาทพังลงมา เนื่องจากไม่สามารถรองรับน้ำหนักเครื่องบนยอดปราสาท ทำให้ฐานทรุดตัวในลักษณะจมลง




ปราสาทแถวหน้าองค์ทิศใต้

ก่อสร้างด้วยอิฐ เดิมมีลวดลายปูนปั้นประดับทับหลังสลักภาพเทพเจ้านั่งชันเข่า (มหาราชลีลา) เหนือหน้ากาล สันนิษฐานว่าเทพเจ้านี้หมายถึงพระอินทร์ เทพผู้รักษาทิศตะวันออก






บัวยอดปราสาท




ปราสาทบริวาร

มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีประตูทางเข้า - ออก ด้านเดียว คือ ด้านทิศตะวันออก เหนือกรอบประตูเป็นทับหลังแกะสลักลวดลาย




ส่วนผนังด้านอื่นก่อทึบเป็นประตูหลอก ทำเป็นรูปบานประตูสองบานปิดเข้าหากัน มีอกเลาอยู่ตรงกลางเลียนแบบบานประตูไม้






เดินออกมาแล้วค่ะ...ลานปราสาทและสระน้ำ




ระเบียงคดและซุ้มประตู






ชอบมุมนี้ค่ะ

.

พญานาคมี ๕ เศียร เศียรของพญานาคมีลักษณะเกลี้ยงๆ ไม่มีรัศมี หรือ เครื่องประดับศีรษะ รูปแบบศิลปะขอมแบบบาปวนอายุประมาณครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ ๑๖








แอบส่องเลนส์... เห็นพี่เค้าตั้งแต่ที่ปราสาทพนมรุ้งแล้ว














ที่เล่าให้ฟังตอนก่อน (ปราสาทพนมรุ้ง) เหมือนอธิษฐาน...ลวดลายแกะสลักรูปดอกบัว ๘ กลีบ
ภาพสุดท้ายแล้วค่ะ เยอะมาก



.

เวลาทำการ
เวลา ๐๖.๐๐ - ๐๘.๐๐ น. ทุกวัน
ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์

อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม
ชาวไทย บัตรราคา ๒๐ บาท
ชาวต่างประเทศ บัตรราคา ๑๐๐ บาท

.

Create Date : 30 มิถุนายน 2557
Last Update : 30 มิถุนายน 2557 5:20:37 น.

.


ที่มา : ปราสาทเมืองต่ำ 
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=morkmek&month=06-2014&date=30&group=10&gblog=87

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.039 seconds with 16 queries.