|
ppsan
|
 |
« on: 23 September 2026, 22:02:18 » |
|
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง (๑) โดย สายหมอกและก้อนเมฆ
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง (๑)
ปราสาทพนมรุ้ง อยู่ในความดูแลของอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ในเขตตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ตัวปราสาทตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งซึ่งเป็นภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว บูรณะเสร็จสมบูรณ์และประกาศเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ในปี พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นโบราณสถานศิลปะลพบุรีที่มีความงดงาม และมีความสำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
ศาสนาสถานแห่งนี้ สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่องค์พระศิวะ เทพเจ้าสูงสุดในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย เขาพนมรุ้งและปราสาทบนยอดเขาจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาสอันเป็นที่ประทับของพระศิวะ และยังเป็นสัญลักษณ์ของศูนย์กลางจักรวาลอีกด้วย สิ่งก่อสร้างบนยอดเขามีการก่อสร้างหลายยุคสมัยตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๕-๑๘ เป็นปราสาทหินเพียงแห่งเดียวในเมืองไทยที่ตั้งอยู่บนยอดเขา
ชื่อ "พนมรุ้ง" มาจากภาษาเขมรว่า "วนํรุง" แปลว่า ภูเขาอันกว้างใหญ่โดยคำนี้ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกอักษรขอมพบที่ปราสาทพนมรุ้ง และยังปรากฏชื่อผู้สร้างปราสาทคือ "นเรนทราทิตย์" เชื้อสายราชวงศ์มหิธรปุระ ผู้เกี่ยวข้องเป็นพระญาติกับพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ผู้สร้างปราสาทนครวัด
จุดเด่นที่น่าสนใจ เป็นศาสนสถานที่มีอายุยาวนาน จึงมีศิลปกรรมปรากฎอยู่หลายสมัย นับตั้งแต่สมัยเกาะแกร์-บาปวน-สมัยนครวัดตอนต้น
.
๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เวลา ๑๑.๐๔ น.

ค่อยๆ ไปเนาะ ดูถนนหนทางไปด้วย เผื่ออีก ๒๐-๓๐ ปีข้างหน้า อาจจะไม่เป็นแบบนี้

ป้ายเข้าเขตอุทยานฯ ด้านขวามือค่ะ

แผนที่คู่มือท่องเที่ยวเส้นทางปราสาทหิน จากอนุสาร อ.ส.ท. ฉบับเส้นทางปราสาทหิน พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ถึงแล้ว...



ร้านขายของก่อนถึงทางเข้า

อัตราค่าธรรมเนียม ๒ ปราสาท คนละ ๓๐ บาท ถูกแสนถูก คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม

ภายในอาคารแสดงนิทรรศการและโบราณวัตถุบางส่วนค่ะ

จารึกปราสาทพนมรุ้ง เป็นหินทราย รูปใบเสมา สภาพสมบูรณ์ อักษรขอมโบราณ ภาษา สันสกฤต - เขมร พ.ศ. ๑๕๒๐


แท่นวางรูปเคารพ


ใบเสมา


โกลนประติมากรรม





จากแผ่นพับของอุทยานฯ ค่ะ

เริ่มต้นจากตรงนี้เลยค่ะ เส้นทางอีกไม่ไกล แต่ร้อนโจ๊นนนน ค่ะ

บันไดต้นทาง (หมายเลข ๑)
ตั้งอยู่บริเวณตระพักเขาด้านล่างทางทิศตะวันออก ก่อด้วยศิลาแลงเป็นชั้นๆ ๓ ระดับ สุดบันไดขึ้นมาเป็นชาลารูปกากบาท ปูด้วยศิลาแลง สันนิษฐานว่า เป็นฐานพลับพลาโถงสร้างด้วยไม้มุงกระเบื้อง
.
ทางดำเนิน (หมายเลข ๓)
เป็นทางเดินที่ต่อลงมาจากชาลารูปกากบาททอดไปยังสะพานนาค ปูพื้นด้วยศิลาแลง ขอบเป็นหินทราย สองข้างทางมีเสาหินทรายยอดคล้ายดอกบัวตูมจำนวน ๗๐ ต้น เรียกว่า "เสานางเรียง"





เสานางเรียง หรือ เสานางจรัล

ยิ่งเป็นสถานที่ ที่ไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่จะได้ไปซ้ำอีก ยิ่งถ่ายมาเยอะ หลอนกันแล้วใช่มั้ย

สะพานนาคราชชั้นที่ ๑ (หมายเลข ๔)
เป็นจุดเชื่อมทางดำเนินกับบันไดทางขึ้นปราสาทและทางลงสู่สระน้ำปากปล่องภูเขาไฟ ก่อด้วยหินทรายผังเป็นรูปกากบาท ราวสะพานทำเป็นลำตัวพญานาค ๕ เศียรหันหน้าออกแผ่พังพานทั้ง ๔ ทิศ พญานาคมีรัศมีเป็นแผ่นสลักลายในแนวนอน อันเป็นลักษณะศิลปกรรมแบบนครวัด อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๗ กลางสะพานสลักลายเส้นเป็นรูปดอกบัวบาน ๘ กลีบ อาจหมายถึงทิศทั้งแปดแห่งจักรวาล และเทพประจำทิศทั้งแปดในศาสนาฮินดู หรือเป็นยันต์สำหรับบวงสรวง สะพานนาคราชมีความหมายเชิงสัญลักษณ์เปรียบเหมือนสะพานเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับสวรรค์



พญานาค ๕ เศียร



บันไดขึ้นปราสาท (หมายเลข ๕)
เป็นทางเดินขึ้นไปยังลานบนยอดเขาทำเป็นบันไดหินทรายมี ๕ ชั้น ระหว่างบันไดแต่ละชั้นมีชานพักทั้งสองข้าง มีฐานหินทรายรูปกรวยเจาะรูตรงกลางติดตั้งอยู่ทุกชิ้น

น่าจะเป็นตรงนี้มังคะ ภาพสลักลายเส้นเป็นรูปดอกบัวบาน ๘ กลีบ
เงาที่เห็น มีนักท่องเที่ยว ๓-๔ คน เค้ามายืน...สวด แล้วแบมือเหมือนรับพลังอะไรซักอย่าง

จากมุมนี้มองไป เห็นเป็นรูปกากบาท ชัดเลยค่ะ

บันไดขึ้นปราสาท...ข้อเข่าไม่ดีนี่ เดี้ยงเหมือนกันเนาะ

ขึ้นบันไดมา มองกลับไป...จุดนี้เห็นชัดกว่าค่ะ สะพานนาคราชชั้นที่ ๑ เป็นรูปกากบาท

ลานด้านหน้าปราสาท (หมายเลข ๖)
จากชานบันไดชั้นที่ ๕ เป็นลานโล่งกว้างอยู่ด้านหน้าระเบียงคด ลานดังกล่าวตั้งอยู่บนฐานซึ่งเกิดจากการถมปรับระดับพื้นที่ภูเขา เพื่อประโยชน์ใช้สอย ลักษณะเป็นยกพื้นเตี้ยๆ รูปกากบาทก่อด้วยศิลาแลง ผังรูปกากบาทนี้ทำให้เกิดช่องทางและช่องสี่เหลี่ยมคล้ายสระเล็กๆ ๔ ช่อง


สะพานนาคราชชั้นที่ ๒ (หมายเลข ๗)
สะพานนาคราชช่วงนี้มีผังและรูปแบบเหมือนกับสะพานนาคราชชั้นที่ ๑ แต่มีขนาดย่อมกว่า ตรงกลางของสะพานมีภาพสลักรูปดอกบัวบาน ๘ กลีบเช่นเดียวกัน




ภาพสลักหน้าบันซุ้มประตูทิศตะวันออก "โยคะทักษิณามูรติ"




ซุ้มประตูและระเบียงชั้นใน (หมายเลข ๙)
ก่อนถึงตัวปราสาทประธาน มีระเบียงคดล้อมเป็นกำแพงชั้นในก่อเป็นห้องยาวต่อเนื่องกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแต่ไม่สามารถเดินทะลุถึงกันได้เพราะมีผนังกั้นเป็นช่วงๆ กึ่งกลางระเบียงคดมีซุ้มประตูหรือโคปุระทั้ง ๔ ด้าน ผนังด้านนอกมีหน้าต่างหลอกทั้ง ๔ ด้าน หน้าบันของระเบียงคดด้านทิศตะวันออกเป็นภาพฤาษี สันนิษฐานว่า หมายถึงพระศิวะในปางผู้รักษาโรคภัยไข้เจ็บและอาจหมายรวมถึง นเรนทราทิตย์ผู้สร้างปราสาทพนมรุ้งแห่งนี้ด้วย










ภาพสุดท้ายของตอนนี้ก่อนค่ะ

.
อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ตู้ ปณ. ๓ ปท. นางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ๓๑๑๑๐
เวลาทำการ เวลา ๐๖.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ โทร. ๐๔๔ ๖๖๖๒๕๑-๒ โทรสาร. ๐๔๔ ๖๖๖๒๕๒
อัตราค่าธรรมเนียมเข้าชม ชาวไทย บัตรราคา ๒๐ บาท ชาวต่างประเทศ บัตรราคา ๑๐๐ บาท
.
Create Date : 09 มิถุนายน 2557 Last Update : 23 กันยายน 2558 14:55:58 น.
.
ที่มา : อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง (๑) https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=morkmek&month=06-2014&date=09&group=10&gblog=81
.
|