Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
10 September 2026, 01:08:59

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,088 Posts in 15,338 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  กิจกรรมที่น่าสนใจ  |  กิจกรรมในวันหยุดพิเศษ  |  ปราสาทหินพิมาย ตอนที่ ๑ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: ปราสาทหินพิมาย ตอนที่ ๑ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ  (Read 25 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« on: 07 September 2026, 16:27:10 »

ปราสาทหินพิมาย ตอนที่ ๑ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ


ปราสาทหินพิมาย ตอนที่ ๑

ทริปวังน้ำเขียว ๕-๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เกริ่นกันไว้นานเลยค่ะ มาเที่ยววังน้ำเขียวรอบนี้ เราตั้งใจจะมาปราสาทหินพิมาย เคยมาครั้งแรกนานแล้ว ตอนนั้นเมฆยังไม่ขวบเลยด้วยซ้ำ (ไม่เคยอัพบล็อกไว้ด้วยค่ะ)

หาข้อมูลจะเขียนเรื่องนี้ ทั้งจากในเน็ตและรื้อหนังสือที่บ้านไปเจอ อสท. ฉบับเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๗ เส้นทางปราสาทหิน เยือนถิ่นอีสานใต้ พิมาย-โคราช พร้อมคู่มือท่องเที่ยวเส้นทางปราสาทหินพอดิบพอดี แต่ช้าไปหน่อย ที่ไม่ได้เจอก่อนไป...ขอลอกเอามาไว้ที่นี่เลยนะคะ ใครไม่ชอบอ่านตัวหนังสือเยอะๆ เลื่อนเมาส์ผ่านได้เลยค่ะ ไม่ว่ากัน (ข้อมูลบางส่วนลอกมาจากในเน็ตหลายที่ค่ะ ไม่ได้ลงอ้างอิงไว้ให้นะคะ)

ข้อแนะนำในการเดินชมปราสาทหิน

ปราสาทหิน เป็นลักษณะทางสถาปัตยกรรมเฉพาะที่นิยมสร้างในสมัยขอม ซึ่งแตกต่างไปจากสมัยอื่นๆ แต่ละแห่งนิยมสร้างด้วยวัสดุที่หาได้ง่ายในพื้นที่ใกล้เคียง เช่น หินทราย อิฐ ศิลาแลง แต่ที่นิยมสูงสุดคือ หินทราย ซึ่งนำมาแกะสลักเป็นทับหลัง หน้าบัน และซุ้มประตู เพราะมีความสวยงามและทนทานสูง แต่ละสมัยล้วนมีแบบแผนทางสถาปัตยกรรมการวางรูปทรงเฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป ผังของสถาปัตยกรรมจะทำให้เข้าใจคติเกี่ยวกับการก่อสร้างของช่างในสมัยนั้นๆ เป็นอย่างดี

โบราณสถานส่วนใหญ่ในประเทศไทยนิยมสร้างเป็นศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์ หรือไ่ม่ก็ศาสนาพุทธ ลวดลายประดับตกแต่งสถาปัตยกรรม เช่น ลวดลายแกะสลัก ลายปูนปั้น ภาพวาดจิตรกรรม จะทำให้ทราบว่าเป็นโบราณสถานในศาสนาใด และทำให้รู้เรื่องราวทางพุทธศาสนาที่ช่างต้องการถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังได้รับรู้

การเที่ยวชมปราสาทหินให้สนุกและเป็นประโยชน์มากขึ้น หากเรารู้จักสังเกตและศึกษาหาความรู้ มีการเตรียมตัวที่ดีเพื่อที่จะได้ทั้งความรู้ความเพลิดเพลิน และปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องในการเที่ยวชม

๑. ศึกษาหาข้อมูลโบราณสถานที่จะไป หรือนำเอกสารข้อมูลติดตัวไปด้วย เพื่อความเข้าใจและสามารถกำหนดเวลาในการเที่ยวชมได้

๒. เตรียมอุปกรณ์เสริมในการเที่ยวชม โดยอาจจะสเก็ตช์ภาพ หรือวาดภาพ ถ่ายภาพ จดบันทึก เพื่อความเพลิดเพลินและข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในอนาคต

๓. ควรเดินชมตามเส้นทางที่กำหนด ไม่ปีนป่าย เหยียบ สัมผัส หรือขูดขีดตัวปราสาทหรือลวดลายใดๆ อันจะทำให้เกิดความเสียหาย เพราะวัสดุต่างๆ มีอายุเก่าแก่จึงชำรุดได้ง่าย

๔. ไม่ลูบคลำแตะต้องลวดลายปูนปั้น ลวดลายแกะสลัก หรือภาพจิตรกรรมเขียนสีที่ปรากฎตามโบราณสถาน อันจะทำให้เกิดความชำรุดเสียหายได้

๕. ไม่หยิบฉวยโบราณวัตถุ หรืองัดแงะชิ้นส่วนโบราณสถานใดๆ ไปเป็นที่ระลึกโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้โบราณสถานชำรุดเสียหายและขาดหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์

๖. นอกจากเที่ยวชมในโบราณสถานแล้ว ควรแวะเข้าชมและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในพิพิธภัณฑ์ใกล้เคียง เพราะโบราณวัตถุชิ้นสำคัญๆ ที่พบหลังการบูรณะเกือบทั้งหมดจะถูกจัดแสดงไว้ที่นี่

*** เราไม่ได้ทำตามคำแนะนำหลายข้อเหมือนกัน
.




อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา ๐๗.๓๐-๑๘.๐๐ น.
ค่าเข้าชม ชาวไทยคนละ ๑๐ บาท ชาวต่างประเทศคนละ ๔๐ บาท
มีบริการยุวมัคคุเทศก์ซึ่งเป็นนักเรียนจากโรงเรียนพิมายวิทยานำชมสถานที่ฟรี
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร. ๐ ๔๔๗ ๑๕๖๘




จุดเริ่มต้น ทางเดินชมปราสาทหินพิมาย เมื่อเข้ามาบริเวณหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวแล้ว จะมองเห็นสะพานนาคราชเป็นลักษณะทางเดินยกพื้นสูงมีบันไดทางขึ้นลง ๓ ด้าน เชิงบันไดทำเป็นอัฒจันทร์ รูปปีกกา




พลับพลาเปลื้องเครื่อง

สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ ร่วมสมัยเดียวกับปราสาทหินพิมาย เป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายในอาคารแบ่งออกเป็นสองห้อง ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกภายนอกปราสาทพิมาย สันนิษฐานว่าใช้สำหรับเป็นที่พักในการเดินทาง และเตรียมพระองค์สำหรับพระมหากษัตริย์หรือเจ้านายชั้นสูง ยามเสด็จมาประกอบพิธีทางศาสนาภายในปราสาทหินพิมาย เพื่อที่จะเปลี่ยนเครื่องทรงและจัดของสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในปราสาท เดิมเรียกว่า คลังเงิน เพราะได้ขุดพบโบราณวัตถุเป็นจำนวนมาก ทั้งรูปเคารพ เครื่องประดับ และเหรียญสำริดเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๑




สะพานนาคราช

เป็นทางที่ทอดนำเข้าสู่ตัวปรางค์ ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าโคปุระด้านทิศใต้สร้างด้วยหินทราย มีผังเป็นรูปกากบาท กว้าง ๔ เมตร ยาว ๓๑.๗๐ เมตร ยกพื้นสูง ราวสะพานทำเป็นตัวนาค ที่ปลายราวสะพานทำเป็นรูปนาคราช ๗ เศียร ชูคอแผ่พังพานเปล่งรัศมีสวยงาม ที่เชิงบันไดนาคทั้งสองข้างมีสิงห์จำหลักจากหินประดับอยู่ข้างละตัว สิงห์มีท่าทางองอาจเสมือนเป็นผู้พิทักษ์โบราณสถาน ลักษณะทางศิลปกรรมของสิงห์และนาคนี้ คล้ายศิลปะที่นครวัดที่สร้างในช่วงรัชกาลพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ (พ.ศ.๑๖๕๖-๑๖๘๘) สะพานนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเดินทางเข้าสู่ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ตามคติความเชื่อเรื่องจักรวาล เชื่อว่าเป็นเส้นทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ คตินี้ถือสืบกันมาในศาสนาฮินดูและพุทธศาสนานิกายมหายาน






มองย้อนกลับไปค่ะ




ซุ้มประตูหรือโคปุระ และกำแพงแก้ว เดินตรงไปเรื่อยๆ ค่ะ




ภาพแกะสลักเหนือซุ้มประตู




ปราสาทหินพิมาย

อยู่ในความดูแลของอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ทั้งหมดรวม ๑๑๕ ไร่ ทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๒ ปราสาทหินพิมายจัดเป็นปราสาทขอมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย เป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาลัทธิมหายาน ในพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ สันนิษฐานว่าเป็นต้นแบบในการสร้างปราสาทนครวัดอันยิ่งใหญ่ เป็นปราสาทเพียงแห่งเดียวที่สร้างหันไปทางทิศใต้ ซึ่งเชื่อว่าเพื่อหันเข้าหาเส้นทางไปยังเมืองพระนครของเขมร สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๑ ศิลปะแบบบาปวน นครวัด บายน

ชื่อ พิมาย นั้น น่าจะเป็นคำเดียวกันกับชื่อ วิมาย ที่ปรากฏอยู่ในจารึกภาษาเขมรบนแผ่นหินกรอบประตูระเบียงคดด้านหน้าของปราสาทพิมาย

คำว่า พิมาย ปรากฏเป็นชื่อเมืองในศิลาจารึกพบในประเทศกัมพูชาหลายแห่ง แม้รูปคำจะไม่ตรงกัน แต่เป็นที่เชื่อกันว่า น่าจะหมายถึงเมืองพิมายอันเป็นที่ตั้งของปราสาทพิมาย โดยเรียก เมืองวิมาย หรือวิมายะปุระ (จารึกปราสาทพระขรรค์ พุทธศตวรรษที่ ๑๘) โดยเฉพาะข้อความในจารึกปราสาทพระขรรค์ที่กล่าวว่า พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ โปรดให้สร้างที่พักคนเดินทาง จากราชธานีมาเมืองพิมาย รวม ๑๗ แห่ง แสดงถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่างเมืองพิมายกับเมืองพระนครหลวงของอาณาจักรเขมร และแสดงว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญไม่น้อย








หน้าต่างหลอดประดับด้วยลูกมะหวด (ที่ปราสาทหินพนมวันก็เป็นแบบนี้ค่ะ)




ชาลาทางเดิน

ชาลาทางเดินก่อสร้างด้วยหินทราย เชื่อมต่อระหว่างซุ้มประตูด้านทิศใต้ของระเบียงคดที่ล้อมรอบปราสาทประธาน โดยทำทางเดินยกพื้นสูงประมาณ ๑ เมตร แบ่งเป็น ๓ ช่องทางเดิน ผังทำเป็นรูปกากบาท จากการบูรณะพบเศษกระเบื้องมุงหลังคาและบราลีดินเผาจำนวนมาก สันนิษฐานว่าเดิมคงเป็นระเบียงโปร่ง หลังคามุงกระเบื้อง รองรับด้วยเสาไม้




ชอบต้นไม้ใหญ่ที่นี่ ถ่ายมาหลายภาพ มีหลายต้น เผื่ออีก ๒๐-๓๐ ปีข้างหน้า เราจะมีภาพเปรียบเทียบ...เคยมีอยู่และยังคงอยู่




กำแพงชั้นในและซุ้มประตู

สร้างด้วยหินทรายเป็นห้องยาวต่อเนื่องกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบลานปราสาทชั้นใน กว้าง ๒.๓๕ เมตร ยาวจากเหนือจรดใต้ ๗๒ เมตร จากตะวันออกถึงตะวันตก ๘๐ เมตร อยู่สูงจากพื้นดิน ๑ เมตร ภายในเดินทะลุถึงกันได้ ส่วนผนังด้านนอกปิดทึบ ทำเป็นหน้าต่างหลอดประดับด้วยลูกมะหวด






มุมมหาชนที่ใครมาปราสาทหินพิมายต้องมีมุมนี้ค่ะ ปรางค์ประธาน (กลาง) ปรางค์หินแดง (ซ้าย) ปรางค์พรหมทัต (ขวา)






เห็นไกลๆ ข้างหน้า หมอกกับเมฆค่ะ




มองกลับไป...






ซุ้มประตูและระเบียงคด

เดินมาถึงระเบียงนี้ถือว่าเข้าสู่เขตชั้นในของปราสาทหินแล้ว พระระเบียงแต่ละด้านมีซุ้มประตูหรือโคปุระชั้นในอยู่กึ่งกลาง เป็นอาคารก่อด้วยหินทรายยกพื้นสูง อยู่ล้อมรอบปราสาทประธาน ระเบียงคดมีลักษณะคล้ายกำแพงแก้วทั้ง ๔ ด้าน โดยมีตำแหน่งที่ตั้งตรงกับแนวของประตูเมือง และประตูทางเข้าปราสาทประธาน ปรากฏหลักฐานสำคัญที่ซุ้มประตูด้านทิศใต้ บริเวณกรอบประตูพบจารึกภาษาเขมร อักษรขอมโบราณ ระบุศักราชตรงกับ พ.ศ. ๑๖๕๑-๑๖๕๕ กล่าวถึงการสร้างรูปเคารพ การสร้างเมือง ตลอดจนปรากฏพระนามของขุนนางชั้นสูง และพระนามพระมหากษัตริย์คือ พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ ๑






ซุ้มประตู




บริเวณกลางซุ้มประตูจะมีหลุมบรรจุวัตถุมงคล ป้ายสีเหลืองบอกว่า ห้ามโยนเหรียญ




หลุมบรรจุวัตถุมงคล

การวางหลุมบรรจุวัตถุมงคล เปรียบเสมือนกับเป็นการวางศิลาฤกษ์ในการสร้างปราสาท โดยจะบรรจุของมีค่าไว้ด้านใน แบ่งออกเป็น ๓ จำพวก พวกแรกจะมี ๙ หลุม ๙ หลุมนี้จะบรรจุแร่รัตนชาติจำพวกพลอยแดงพลอยขาว ส่วน ๕ หลุมโดยรอบ จะเป็นหลุมบรรจุแผ่นทองคำ ซึ่งแกะสลักเป็นรูปดอกบัวแปดกลีบ หมายถึง มงคลสี่ประการ แปดพยางค์ คือ


ชัยยะ คือ ขอให้มีชัย
ฤทธิ คือ ขอให้มีฤทธิ์
สวัสดิ คือ ขอให้มีความสุข
ลาภ คือ ขอให้มีลาภ


และหลุมทางด้านสามเหลี่ยมเป็นหลุมที่บรรจุพระพิมพ์ดินเผารูปพระพุทธรูปปางนาคปรก ซึ่งจะมีลักษณะคล้ายกับพระพุทธรูปที่อยู่ด้านในปรางค์ประธานแต่มีขนาดเล็กกว่า

หลุมบรรจุวัตถุมงคลนี้ ได้พบก่อนวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๒ เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเทพฯ ได้เสด็จมาเป็นองค์ประธาน เปิดปราสาทหินพิมายให้เป็นอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ในตอนนั้นทหารได้นำเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด มาตรวจพื้นที่โดยรอบปราสาทโดยเมื่อผ่านบริเวณนี้แผ่นทองคำ ได้ทำปฏิกิริยากับเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดเหล่าทหารจึงได้งัดแผ่นหินบริเวณนี้ออกมา พบกับหลุมบรรจุวัตถุมงคลเหล่านี้และได้นำของมงคลเหล่านี้ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย






ปรางค์ใหญ่ หรือปรางค์ประธาน

ก่อด้วยศิลาทรายสีขาวล้วน เป็นปราสาทหินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทย แตกต่างจากปราสาทขอมโดยทั่วไปคือ มีมณฑปอยู่ที่เรือนธาตุทางทิศใต้ และมีลายจำหลักรูปครุฑแบกบนยอดปราสาททั้ง ๔ ทิศ ภาพจำหลักศิลาทางพุทธศาสนาบนทับหลังเหนือประตูชั้นในรอบองค์ปรางค์ทั้ง ๔ ทิศ ทิศใต้เป็นภาพพระพุทธรูปปางนาคปรก ล้อมรอบด้วยพระพุทธรูปทรงเครื่อง ๕ องค์ ทิศเหนือเป็นรูปพระโพธิสัตว์ ๕ องค์ ทิศตะวันตกเป็นพระพุทธแสดงธรรมเทศนาแก่พญามารและบริวาร ทิศตะวันออกเป็นรูปพระโพธิสัตว์ไตรโลกยวิชัย ๔ พักตร์ ๘ กร และพระพุทธรูปปางสมาธิทรงเครื่อง ๑๐ องค์ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงว่าปราสาทหินพิมายเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนา บริเวณหน้าบันและทับหลังด้านนอกประดับตกแต่งด้วยภาพจำหลักเกี่ยวกับศาสนาพราหมณ์-ฮินดู






แกะสลักทีละก้อน แล้วนำมาวางซ้อนเรียงกัน...








ตอนทำรูปมีงงๆ เหมือนกัน ถ่ายโดดไปโดดมา...ศิลาทรายขาวล้วน ยังเป็นปรางค์ประธานอยู่นะคะ








ระเบียงคด




ด้านนี้กำลังบูรณะ




ภาพสุดท้าย เดี๋ยวต่อตอนจบค่ะ



.

Create Date : 19 มิถุนายน 2556
Last Update : 19 มิถุนายน 2556 5:28:48 น.

.


ที่มา : ปราสาทหินพิมาย ตอนที่ ๑
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=morkmek&month=06-2013&date=19&group=10&gblog=51

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.058 seconds with 16 queries.