Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
10 September 2026, 01:08:35

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,088 Posts in 15,338 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  กิจกรรมที่น่าสนใจ  |  งานอดิเรกที่น่าสนใจ  |  วาดภาพ  |  ภาพชุด "เด็กบ้านสวน" 111 - 120
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: ภาพชุด "เด็กบ้านสวน" 111 - 120  (Read 63 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« on: 02 September 2026, 13:17:43 »

ภาพชุด "เด็กบ้านสวน" 111 - 120


111
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2956311471056775&set=a.650043793159065

เด็กบ้านสวน
24 กุมภาพันธ์ 2020
 ·
#งานวัดตอนที่หนึ่ง #เด็กบ้านสวน #คนไทยสู้ๆ

ผ่านปีใหม่มาไม่เท่าไหร่เราเจอแต่เรื่องร้ายๆมามากมายทั้งเชื้อโรคร้าย เหตุการณ์น่าสลด และภาวะเศรษฐกิจ ผมขอเป็นกำลังใจให้ท่านผู้อ่านและคนไทยทั้งหลาย ให้มีกำลังกายและใจ สู้และผ่านพ้นสิ่งแย่ๆทั้งหลายไปด้วยกันนะครับ

วันนี้ผมขอพาท่านผู้อ่านไปเที่ยวงานวัดเขมาภิรตาราม ในสมัยผมยังเด็กนั่นแหละครับ

ตอนนั้นงานวัดเขมาฯจะมีเพียงปีละครั้ง ก่อนวันมาฆบูชาหนึ่งอาทิตย์ เพื่อเป็นการบูชาพระบรมสารีริกธาตุที่อยู่ในองค์เจดีย์ใหญ่นั้น

ยุคที่บ้านเมืองยามกลางคืนยังไม่สว่างไสวด้วยแสงไฟฟ้า และร้านรวงเหมือนสมัยนี้ ชาวสวนเราเดินแถวออกมาจากวัดฝางตามทางมืดๆโดยมีไฟฉายคอยส่องทาง และไฟถนนริบหรี่ เพียงโผล่มาปากซอย เราก็ตื่นตาที่ได้เห็นแสงไฟฟ้าสว่างจ้า ส่องเด่นอยู่ท่ามกลางความมืดสลัวของทั้งเมือง

แสงจากหลอดไฟฟ้าเมื่อก่อนนี้ไม่ใช่ของหาได้ง่ายนักนะครับ ยิ่งเป็นแสงไฟฟ้าจากหลอดไฟหลายร้อยดวงด้วย แทบทำให้เรานึกว่าเป็นยามกลางวันกันเลยทีเดียว แค่นั้นก็สร้างความคึกคักให้ละแวกนั้นได้โขแล้ว

งานวัดเขมาฯสมัยนั้นยิ่งใหญ่จนแทบจะเป็นงานประจำจังหวัดกันเลยทีเดียว รายรอบองค์พระเจดีย์จะมีซุ้มของส่วนราชการทั้งหลายนำของดีมาจัดแสดง ทั้งงานหัตถกรรม งานช่างฝีมือ อาทิ สินค้าของกรมราชทัณฑ์ การออกร้านและการละเล่นเต็มไปหมด

ที่ลานโรงเรียนวัดเขมาฯของผม สมัยนั้นมีคณะตะกร้อรอดบ่วงมาเตะเก็บคะแนนชิงถ้วยระดับชาติด้วย ทั้งคณะของการไฟฟ้า ของตำรวจ โชว์ลีลาดีด ไขว้ กันอย่างน่าสนุกคนมุงดูกันเต็มลานทีเดียว

รอบอุโบสถมีเสียงประกาศเชิญชวนทำบุญดังไม่ขาดหู รอบๆก็มีเสียงร้านรวงต่างๆเชิญชวนคนมาเที่ยวให้มาเป็นลูกค้ากันจ้อกแจ้กจอแจ พาให้ใจเราคึกคักตามไปด้วย

การละเล่นต่างๆทั้งรถบั๊ม ชิงช้าสวรรค์ ยิงปืนจุกน้ำปลา บ้านผีสิง ของแปลกทั้งเมียงู เด็กสองหัว ผีหัวขาด ฯลฯ ลิเก สาวน้อยตกน้ำ ทีคอยเรียกเงินจากกระเป๋าเหล่านักท่องเที่ยวทั้งชายหญิง

วันนี้ผมพาไปดูภาพรวมๆก่อนแล้วกันนะฮะ แล้ววันหลังผมจะเขียนมาเล่าไปทีละจุดๆ หวังว่าท่านผู้อ่านจะรอติดตามต่อไปนะครับ

สำหรับศิษย์เก่า #โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม วันนี้ผมเลยเขียนภาพโรงเรียนเก่าในยุคของผม คุณครูวรรณ จันทร์เพ็ชร และครูสนิทพงศ์ นวลมณี มาฝากแทนความคิดถึงด้วยนะครับ
 .



 .

.......................................................................


112
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2987637061257549&set=a.650043793159065

เด็กบ้านสวน
9 มีนาคม 2020
 ·
#งานวัดตอนที่สอง #ตะกร้อลอดห่วง #เด็กบ้านสวน #คนไทยสู้ๆ

ช่วงนี้มีแต่ข่าวน่าหวาดวิตก ทั้งไข้หวัดโควิด19 ทั้งข่าวเศรษฐกิจของบ้านเราและทั้งโลก หวังว่าทุกท่านจะดำเนินชีวิตประจำวันด้วยความไม่ประมาท และมีสติ นะครับ ผมเชื่อว่าไม่ว่าเรื่องร้ายแรงแค่ไหนมันก็ต้องมีวันจบตามหลักอนิจจัง ซึ่งเป็นธรรมชาติของทุกสิ่งนะครับ และเราทุกคนจะผ่านมันไปด้วยกันอย่างแน่นอนฮะ

ผมขอเล่าเรื่องงานวัดเขมาภิรตารามสมัยนั้นต่อจากตอนที่แล้ว หวังเป็นเครื่องเบาสมองคลายกังวลให้ท่านผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อยนะฮะ

ก่อนเข้างานวัดทุกครั้ง ผู้คนโดยเฉพาะผู้ชายตั้งแต่เด็กๆไปจนถึงผู้เฒ่าทั้งหลาย มักจะตรงดิ่งไปที่ลานหน้าอาคารโรงเรียนวัดเขมาฯก่อน เพื่อดูกีฬาตะกร้อลอดห่วงกัน ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในสนามใหญ่ของกีฬาตะกร้อลอดห่วง ก่อนที่จะมาจบสนามสุดท้ายที่งานกีฬาพื้นบ้านไทยที่สนามหลวงทุกหน้าร้อนกันนะครับ

ตะกร้อลอดห่วงเป็นกีฬาไทยที่เต็มไปด้วยศิลปะและความบันเทิงของชาวบ้านในยุคนั้นอย่างมากทีเดียวครับ เรามักใช้เป็นการอุ่นเครื่องก่อนเข้าไปเที่ยวดูความบันเทิงอื่นๆในงานวัดกันต่อไป

คณะนึงจะมีอยู่ 6-7 คน ผลัดกันชงกันเตะลูกหวายให้เข้าไปในห่วงที่แขวนอยู่ โดยแต่ละท่าจะมีคะแนนกำกับไว้ตั้งแต่ ท่าง่ายอย่างลูกโหม่งหรือลูกไหล่ 10 คะแนนไปจนถึงลูกกระโดดพับหลังตบบ่วงมือที่เป็นท่ายาก 50 คะแนน อย่างในภาพคนทางซ้ายกำลังใช้ท่าลูกข้างบ่วงมือ ( ท่านี้รู้สึกจะ 15 คะแนน ) ขณะที่ผู้เล่นทางขวาใช้ท่าลูกไขว้หน้าด้วยหลังเท้า ( 30 คะแนน ) น่ะฮะ

แต่ละคณะจะใช้เวลา 40 นาทีไล่เก็บคะแนนกันไป ลีลาการเตะสมัยนั้นต้องเรียกว่า แม่นฉมังและแพรวพราวกันเหลือเกิน

ด้วยฝีมือที่เหนือชั้นของนักตะกร้อ ความคึกคักของกองเชียร์ที่คอยส่งเสียงเฮสนั่นทุกครั้งที่ลูกหวายเข้าห่วง รวมทั้งลีลาการพากย์ของพิธีกรผู้พากย์ที่ทั้งตลกและยียวน ชวนให้หัวเราะกันเป็นระยะๆ

ยิ่งช่วง 10 นาทีสุดท้ายจะมีการเชิดปี่พาทย์แบบเดียวกับกีฬามวยไทยด้วย ยิ่งพาให้อารมณ์ของทั้งสนามตะกร้อครึกครื้นชื่นมื่นและสนุกกันอย่างเต็มอิ่มทีเดียวครับ

สมัยนั้นมีคณะตะกร้อชื่อดังมากมาย ทั้งคณะจากหน่วยงานราชการ เช่น การไฟฟ้า หรือตำรวจ และคณะกีฬาตะกร้อซึ่งบริษัทเอกชนใหญ่ๆอย่าง ธนาคาร หรือ วัสดุก่อสร้าง เป็นผู้สนับสนุน

น่าเสียดายนะฮะที่กีฬาที่มีคุณค่าเหล่านี้ กลายเป็นของหาดูยากไปเสียแล้ว ขนาดคนไทยเราบางคนยังไม่เคยมีโอกาสได้ดูชมกันสักครั้งเลยครับ

หวังว่าเหล่านักกีฬาตะกร้อจะยังเดินสายไปเล่นโชว์หรือแข่งขันกัน และหวังว่าคนไทยจะมีโอกาสได้เข้าไปชมไปเชียร์เพื่อให้กำลังใจนักกีฬา และเพื่อทุกคนจะได้มีส่วนร่วมกันรักษากีฬาสมบัติชาตินี้ให้ยืนยงสืบไปนะครับ

สุดท้ายนี้ ขอคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้ท่านผู้อ่านคนไทยปลอดภัยและผ่านพ้นจากสิ่งร้ายๆที่แวดล้อมเราอยู่ทุกวันนี้ไปได้อย่างเร็ววันนะครับ
 .



 .

.......................................................................


113
https://www.facebook.com/dekfarmhouse/posts/pfbid02PEHkqFMbAzCuGNCnNNgQ3XnN7S1QJJBFCkYyoswbHBttDZEwF64zSPbtg4Z7QwPYl

เด็กบ้านสวน
13 เมษายน 2020
 ·
#งานวัดตอนที่สาม #เด็กบ้านสวน #คนไทยสู้ๆ #คุณหมอคุณพยาบาลสู้ๆ
#สวัสดีปีใหม่ไทยท่านผู้อ่านทุกท่านฮะ
ปีนี้เป็นวันสงกรานต์ที่แปลกกว่าทุกปี แทนที่เราจะได้ใกล้ชิดกันเพื่อแสดงความรักในวันครอบครัว กลับกลายเป็นว่าต้องแสดงความรักด้วยการอยู่ห่างๆกัน
ไม่ง่ายเลยในการทำงานช่วงนี้ครับ ทั้งด้วยเรื่องเชื้อโควิด การเวิร์กฟรอมโฮม ทำให้หลายอย่างกระพร่องกระแพร่งด้วยความไม่คุ้นชิน
เพราะหลายๆท่านต้องอยู่ห่างๆกัน ผมเลยเขียนรูปนี้เป็นตัวแทนแห่งความใกล้ชิดที่เราทุกคนเคยมีให้แก่กัน
เป็นภาพชุดงานวัดชิ้นที่สาม ผมตั้งใจเขียนเรื่องของกินเล่นในงานวัด เพราะก่อนไปทำบุญเที่ยวเล่น เรามักจะเดินเรียบเคียงเพื่อหาของกินให้สนุกปากสนุกท้องกันก่อนน่ะฮะ
ชิ้นนี้ผมคงไม่เล่าอะไรมากมาย เพราะพยายามให้ภาพสื่อเล่าเรื่องราวในตัวของมันเองน่ะฮะ
ผมใส่เรื่องราวที่หลายๆท่านคงเคยพบเจอมากับตัวเอง จึงขอเว้นวรรคไว้ให้ภาพนี้เป็นเรื่องราวของผู้อ่านแต่ละท่านที่จะระลึกถึงเรื่องราวนั้นออกมาเองนะฮะ
ผมขอชวนท่านผู้อ่านมาลองเล่นเกมกันว่าในรูปล่าสุดนี้มีอะไรบ้าง
บางส่วนต่อเนื่องจากรูปที่แล้วที่เป็นเรื่องตระกร้อลอดห่วงนะครับ เพราะเป็นเรื่องราวต่อเนื่องกันของการเดินเที่ยวงานวัดน่ะครับ
แล้วผมจะเขียนรูปชุดงานวัดตอนต่อๆไปตามมา กรุณารออ่านและให้กำลังใจด้วยนะครับ
ท้ายนี้ผมหวังว่า คุณหมอคุณพยาบาล ผู้ป่วยและผู้เสี่ยงติดเชื้อโควิดทุกท่านจะปลอดภัย และขอให้เรารอดพ้นจากโรคร้ายนี้ได้ในเร็ววันนะฮะ
ในปีใหม่ไทยนี้ ขออำนาจคุณพระรัตนตรัย ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จงดลบันดาลให้ท่านผู้อ่านและครอบครัว ประสบแต่ความสุขความเจริญครับ
 .







.
.


คนร้าย1


 .

คนร้าย2


 .

คนนี้น่าสงสัย


 .

.......................................................................


114
https://www.facebook.com/photo/?fbid=3019818438039411&set=a.650043793159065

เด็กบ้านสวน
23 มีนาคม 2020
 ·
#คิดถึงสนามหลวง #ว่าว #เด็กบ้านสวน #คนไทยสู้ๆ #คุณหมอคุณพยาบาลสู้ๆ

ในวันที่ทุกๆคนอยู่กันลำบากจริงๆนะฮะ ไม่น่าเชื่อว่าโลกทั้งใบแทบจะหยุดหมุนด้วยเจ้าเชื้อไวรัสตัวเล็กที่มองไม่เห็นนี่ อาจจะไม่สนุกสักหน่อยกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่เราก็จะผ่านมันไปด้วยกันนะฮะ

เพจนี้อาจไม่สามารถช่วยเหลือสิ่งอื่นๆที่จำเป็นได้ ผมคงได้แต่มอบความสุขเล็กๆน้อยๆเพื่อให้ผู้อ่านทุกท่านลืมความทุกข์โศกไปได้สัก 5 นาที 10 นาที นะฮะ

วันนี้ผมขอแซงคิวเรื่องงานวัดมาก่อน เพราะเริ่มเข้าปลายเดือนมีนาคมของปีอีกครั้งแล้ว

ทุกปีช่วงปลายมีนาคม ยามลมร้อนลมว่าวเริ่มพัดผ่านบ้านเรา ตกเย็นหลายๆคนมักจะมุ่งหน้าไปหาความสนุกกันที่สนามหลวงครับ เพราะสมัยนั้นจะมีการจัดแข่งกีฬาพื้นบ้านให้เป็นที่ครื้นเครงกันหลากหลาย ทั้งแข่งว่าว เตะตะกร้อลอดห่วงกัน

ยามที่สนามหลวงยังมีธุรกิจเล็กน้อยมากมาย ทั้งธุรกิจขายอาหารนก เช่าเสื่อนั่งเล่น การนวด อาหารหาบเร่มากมายหลากหลาย ทั้งสุราปลาปิ้ง หาบเมี่ยงคำ จักรยานขายปลาหมึกปิ้ง หาบขนมจีนริมทางเดิน แผงขายว่าว ไปจนถึงอาหารอีสานหาบไปตำกันข้างเสื่อนั่นทีเดียว

เมื่อเราเลือกทำเลได้ หย่อนก้นลงเสื่อเช่า เลือกซื้อของกินเครื่องดื่มหลายอย่างเพียงแค่กวักมือเรียกมาแล้ว

ระหว่างคำคุย คำข้าว เราเพียงเงยหน้าขึ้นไป เราจะเห็นว่าวหลากหลายชนิด รูปร่างแตกต่างกันมากมาย ลอยเล่นลมแสดงให้คนชมอยู่เต็มบนท้องฟ้าไปหมด

ถ้าเป็นสนามหลวงด้านทิศเหนือ จะเป็นการแข่งว่าวกันอย่างสนุกของว่าวจุฬา และว่าวปักเป้า

ส่วนทางด้านทิศใต้นอกจากจะเป็นที่นั่งเล่นกันแล้ว ก็จะเป็นจุดเล่นว่าวของเหล่าเด็กๆที่ผู้ปกครองพาไปเที่ยว หรือนักเล่นว่าวมือสมัครเล่น เหล่านี้มักเป็นว่าวงู ว่าวผีเสื้อ กันครับ

สมัยนั้นที่เรารอดูคือทีมว่าวจากบริษัทใหญ่หลายๆแห่งมาเล่นว่าวแข่งกันให้ดู รวมถึง ปริญญา สุขชิต หรือซูเปอร์เป็ด นักเชียร์ทีมชาติ และนักเลงว่าวไทย ในสมัยนั้น แกจะใส่ชุดทหารไทยมาเล่นว่าวด้วยท่าทางสนุกสนานครื้นเครงแก่คนดู

ว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า เค้าแข่งกันยังไงหลายท่านอาจไม่เคยเห็น

เริ่มต้นเค้าจะแบ่งสนามหลวงทิศเหนือเป็นสองฟาก ฟากเหนือลมมักจะเป็นเขตแดนของว่าวจุฬา ส่วนด้านใต้ลมเขตแดนของว่าวปักเป้า

อาวุธของว่าวจุฬา จะเรียกว่า จำปา เป็นไม้เหลาเล็กๆมามัดรวมกันแล้วผูกไว้ที่คอซุงว่าว มีไว้เกี่ยวสายเชือกว่าวปักเป้า ถ้าเกี่ยวได้ก็จะวิ่งรอกเอาว่าวปักเป้ามาตกในเขตแดนว่าวจุฬาให้ได้

ส่วนอาวุธของปักเป้า จะเรียกว่าเหนียง เป็นเชือกผูกไว้ใต้คอซุงให้เป็นบ่วงครึ่งวงกลม เอาไว้คล้องหัวว่าวจุฬา เมื่อคล้องหัวจุฬาจนสิ้นฤทธิ์หนีไม่ได้ ก็จะวิ่งรอกเอาว่าวจุฬามาตกในเขตแดนว่าวปักเป้าเหมือนกัน

ไม่ทราบว่าหลายท่านยังจำตึกเก่าๆยุคนั้นได้มั้ยครับ ทั้งตึกกรมสรรพากร ตึกกรมประชาสัมพันธ์ที่ถูกเผาไป สำนักงานสลากกินแบ่งเก่า หรือตึกศาลฎีกาที่เพิ่งเปลี่ยนไปใหม่เมื่อปีสองปีนี่เอง ผมเขียนอาจจะสัดส่วนผิดไปบ้างก็ต้องขออภัยไว้ด้วยนะฮะ

สำหรับสมัยนี้ที่เด็กหลายคนอาจไม่เล่นว่าวกันแล้ว ผมจึงเขียนว่าวไทยหลายๆแบบที่คนสมัยผมนิยมทำเล่นกันนะฮะ

1. ว่าวจุฬา เป็นว่าวที่สง่างาม ปราดเปรียว กินลมโฉบซ้ายขวาแทบจะตลอดเวลา เป็นว่าวที่ทำยาก และมักทำตัวใหญ่ๆแข่งกันมากกว่า ชักว่าวนี้ขึ้นทีต้องใช้กันหลายคนทีเดียวครับแถมต้องมีเข่งเอาไว้ใส่ป่านเวลาสาวป่านเพื่อไม่ให้เชือกป่านพันกันเสียด้วย

2. ว่าวปักเป้า เป็นว่าวขนาดไม่ใหญ่มากรูปร่างสี่เหลี่ยม ผูกหางยาวด้วยผ้าหรือกระดาษ ทำเอาไว้แข่งกับว่าวจุฬาครับ

3. ว่าวอีลุ้ม เป็นว่าวรูปร่างเหมือนปักเป้าแต่ไม่มีหาง แต่จะผูกหูหรือพู่เอาไว้ เป็นว่าวที่เด็กๆรุ่นผมทำเล่นกันเยอะที่สุด เวลากินลมหรือติดลมบนแล้วจะปราดเปรียวกว่าปักเป้า

4. ว่าวอีแพรด หรือว่าวอีแพรก รูปร่างเหมือนว่าวอีลุ้ม แต่ปล่อยชายกระดาษทิ้งยาวลงมาข้างๆ ที่ชื่อนี้เพราะ เวลากินลมบินขึ้นกระดาษจะตีกับลมส่งเสียงดังแพรดๆ หรือเพราหางว่าวแผ่บานเหมือนหางนกอีแพรดผมก็ไม่แน่ใจ

5. ว่าวดุ๊ยดุ่ย เป็นว่าวที่มีสองห้อง ตรงหัวจะผูกคันธนูที่ใช้ป่านขึงใบลานให้ตึงและปรับเสียงด้วยขี้ผึ้งจากรังชันโรง ( ชันโรง เป็นแมลงจำพวกผึ้งขนาดเล็กไม่ดุ ) ยามโดนลมจะส่งเสียงออกให้ฟังกันเพลินๆ เป็นว่าวที่ทำยาก เหล่าผู้ใหญ่มักทำว่าวนี้ขนาดใหญ่ๆ ผูกแขวนไว้ให้กินลมบนส่งเสียงทั้งคืน

6. ว่าวงูและว่าวผีเสื้อ เป็นว่าวแฟนซีรูปสัตว์ สีสันสวยงามมาก ยามที่ลอยอยู่บนฟ้านับหลายสิบตัวพร้อมๆกัน

ขณะเขียนรูปนี้ ผมก็คิดถึงความสุขเล็กๆในชีวิตยามที่เข้าไปอยู่ในบรรยากาศแบบนี้ และหวังว่าความสนุกเล็กๆน้อยๆเหล่านี้จะเวียนกลับมาหาเราอีกครั้งในภายหน้า

ผมขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน ผ่านวาระแห่งความทุกข์ที่เผชิญอยู่ในขณะนี้ และผ่านพ้นมันได้อย่างปลอดภัยทุกท่านนะครับ ทำตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข ใช้ชีวิตอย่างมีสติ และใช้วาระนี้เป็นบทเรียนแห่งความไม่ประมาทต่อไปในภายภาคหน้านะฮะ
 .



 .

.......................................................................


115
https://www.facebook.com/photo/?fbid=3138852189469368&set=a.650043793159065

เด็กบ้านสวน
11 พฤษภาคม 2020
 ·
#สวรรค์หลังห้อง #เด็กบ้านสวน #คนไทยสู้ๆ #คุณหมอคุณพยาบาลสู้ๆ

เรายังคงอยู่ในช่วงชีวิตที่ลำบากและต้องการการปรับตัวกันอยู่พอสมควร บางท่านอาจจะพบปัญหาทางเศรษฐกิจ ก็ขอให้ท่านอย่าพึ่งยอมแพ้นะฮะ ค่อยๆคิด และค่อยๆก้าวอย่างมั่นคง นึกถึงคำสอนของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ได้ทรงสอนและทรงปฏิบัติให้เราดูเป็นตัวอย่างไว้มากมาย แม้ว่าเราอาจจะต้องย้อนกลับเดินถอยหลังไปเริ่มต้นใหม่ตรงที่ที่เราจากมา แต่มันจะเป็นการเริ่มต้นใหม่อย่างมั่นคงนะครับ ผมเชื่อเช่นนั้น

มาเรื่องคุยเล่นของผมกับท่านผู้อ่านกันนะฮะหลังหายไปนานนมเพราะความไม่สะดวกในการทำงานช่วงนี้

สมัยที่เรายังอยู่ในวัยเรียน ยังเรียนๆปนเล่นๆ เป็นชีวิตที่ง่ายดีเหลือเกินนะครับเพราะไม่มีอะไรให้ต้องคิดหรือรับผิดชอบมากมาย

และจะยิ่งสนุกมากขึ้นตอนคุณครูไม่อยู่คุมในห้องเพราะต้องไปประชุมหรือดูงาน

ช่วงเวลานี้คุณครูมักให้การบ้านท้ายบทเรียนให้เสร็จในห้อง และอนุญาตให้ไปเล่นกับของเล่นหรืออ่านหนังสือหลังห้องเรียนได้ ถ้าทำการบ้านเสร็จแล้ว พร้อมทั้งกำชับไม่ให้ส่งเสียงดังไปรบกวนห้องเรียนอื่น

ขณะเดียวกันก้จะมอบหมายให้เด็กเรียนที่สุดในห้อง คอยจดชื่อเพื่อนนักเรียนที่ซุกซนและส่งเสียงดังเพื่อทำโทษตอนคุณครูกลับมา

แต่เชื่อเถอะฮะว่าห้ามให้ซนให้เล่นเอะอะไม่เคยได้สักหน จนคุณครูห้องข้างๆถือไม้เรียวโผล่หน้ามานั่นแหละฮะ

เราจะเร่งรีบทำการบ้านและลอกการบ้านกันให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อที่จะไปใช้เวลาสักนิดหน่อยที่หลังห้องจนได้

ต่างก็จะหาการละเล่นที่ฮิตในขณะนั้นมาเล่นกันอย่างไม่รู้เบื่อ

เด็กผู้ชายถ้าไม่หาหนังยางมาตั้งวงเป่ากบ ก็ตั้งวงเล่นงัดรูปลอกให้คว่ำทับกันเพื่อกินรูปลอกอันสวยๆที่เพื่อนๆแต่ละคนมี

เหล่าเด็กผู้หญิงนี่เค้าเล่นกันง่ายๆ แค่มีก้อนหินมนๆไม่มีคมมาเป็นอุปกรณ์เล่นหมากเก็บ บ้างก็ใช้นิ้วตัวเองนั่นแหละฮะ เอามาแบเล่นจ้ำจี้มะเขือเปราะกัน เอะอะล้งเล้ง

บ้างเรียบร้อยหน่อยก็ไปนั่งอ่านหนังสืออ่านเล่นหรือหนังสือนอกเวลากันหลังห้อง ( มักจะเป็นพวกคนที่ครูสั่งให้จดชื่อเพื่อนนั่นแหละฮะ )

แต่ที่ผมคิดถึงและอยากเล่นอีกครั้งมากๆเลยก็คือ สิ่งที่คุณผู้อ่านเห็นเป็นลักษณะรางอะไรบางอย่างนั่นแหละฮะ

พวกผมเรียกมันว่า ‘สนามแข่งรถดินน้ำมัน’ ครับ

เราจะรวบรวมดินน้ำมันของเพื่อนๆมา ปั้นเป็นรางยาวๆ ขดไปขดมา มีทั้งอุโมงค์รอด ทั้งสะพานน่าหวาดเสียว แล้วกดตรงกลางให้เป็นร่องคล้ายๆถนน ส่วนขอบทาง เราจะกดบางส่วนให้เป็นรูเป็นร่อง เพื่อเป็นช่องกับดักให้ก้อนดินน้ำมันหลุดออกจากทางออกมา

ส่วนรถที่เราใช้แข่ง ก็เป็นก้อนดินน้ำมันปั้นกลมๆ ให้เราใช้เป่าวิ่งไปตามร่องถนนนั้น

วิธีเล่นก็คือ เด็กๆผลัดกันเป่าตามลำดับที่ยิ้งฉุบกันมาได้ ใครเป่าก้อนดินน้ำมันหลุดออกจากถนนก็ต้องหยุดที่จุดนั้น แล้วให้คนอื่นเป่าต่อๆกันไป ใครถึงเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะ

สารภาพว่าตอนเราเล่นกันสมัยนั้น ภาพที่ปรากฏในหัวเรา เป็นภาพสนามแข่งรถวิบากอย่างแท้จริงเลยนะฮะ และเวลาเล่นเราก็เล่นกันอย่างเอาจริงเอาจังกันมากๆ ต่างหาเทคนิกการเป่าลูกดินน้ำมันมาโชว์กันอย่างเต็มความสามารถเลยทีเดียว

เขียนไปผมก็อยากลองเล่นอีกสักครั้งจริงๆครับ การละเล่นเมื่อก่อนนี่ง่ายทั้งวิธีเล่น ทั้งอุปกรณ์การเล่น ทั้งได้พูดคุยกับเพื่อนฝูง จริงๆนะฮะ

ใครที่ต้องกักตัวอยู่บ้าน หรือ เวิร์ก ฟรอม โฮม ลองหัดทำเล่นกับลูกๆหลานๆ ก็คงสนุกดีเหมือนกันนะฮะ

ท้ายที่สุดนี้ หวังว่าทุกท่านจะปลอดภัยทั้งในด้านสุขภาพ หรือด้านเศรษฐกิจ แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อน้อยลงก็อย่าเพิ่งประมาทนะฮะ เพื่อตัวคุณผู้อ่านเอง และคนที่ทุกท่านรัก ที่ทุกคนจะได้กลับมาใกล้ชิดกันอีกครั้ง หลังการผ่านพ้นไปของโควิดครับ
 .



 .

.......................................................................


116
https://www.facebook.com/photo/?fbid=3213259858695267&set=a.650043793159065

เด็กบ้านสวน
8 มิถุนายน 2020
 ·
#ตกของ #เด็กบ้านสวน

สมัยก่อนนั้นในฤดูเกี่ยวข้าว ชาวสวนเราก็จะรวบรวมผลไม้ในสวน ทั้งกล้วย ขนุน มะพร้าว และอื่นๆ ลงเรือจนเพียบแปล้แล้วพายขึ้นไปตามคลองบางเขนไปหาญาติหรือคนรู้จักที่ทำนาปลูกข้าว แถวทุ่งบางเขนทุ่งดอนเมือง เพื่อเอาไปแลกข้าวกลับมาไว้กินกันทั้งปีเลยทีเดียวครับ

เราเรียกวิธีการนี้ตามชื่อเรื่องที่ว่า ‘ตกของ’ แหละฮะ

ตามเรื่องที่พ่อเล่าให้ฟังจะอยู่ประมาณ ปี 2485-2490 ครับ

สมัยนั้นถนนและรถราแทบไม่มี จะไปที่ไหนๆก็ใช้วิธีพายเรือลัดเลาะกันไปแหละครับ คลองบางเขนก็ทอดยาวหลายกิโลเมตร เลาะผ่านวัดกล้วย วัดทอง ผ่านไปจนพอพ้นละแวกสวนที่ร่มรื่นไปจนถึงทุ่งบางเขน ทุ่งดอนเมืองที่ว่า

ในปีที่ว่าแถวนั้นยังเป็นทุ่งกว้างไร้ไม้ใหญ่ มีแต่ทุ่งนาและสันดอนที่มีแต่แดดจ้าส่องมาปะทะผิวดิน

ถ้าใครจำได้ ละแวกวัดบัวขวัญที่เห็นเต็มไปด้วยบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง และถนนหนทางทั้งบนดิน หรือทางด่วนยกระดับ และชุมชนที่หนาแน่นอย่างปัจจุบันนี้ สักสามสิบสี่สิบปีที่แล้วล้วนรายรอบไปด้วยทุ่งนาโล่งจนสุดลูกหูลูกตาไปทางทุ่งบางเขนโน่นทีเดียวครับ

หลายท่านอาจเคยเห็นปล่องไฟก่อด้วยอิฐดังในภาพแถว อยุธยา นครนายก หรือที่อื่นๆ แล้วอาจรู้สึกสงสัยว่ามันเป็นปล่องอะไร ปล่องอิฐที่ว่านี่คือ โรงสีไฟครับ ที่เค้าเรียกโรงสีไฟก็เพราะโรงสีเมื่อก่อนจะใช้เครื่องจักรไอน้ำในการสีข้าว ต้องมีหม้อต้มน้ำขนาดมหึมาใช้ไฟจากการเผาแกลบ เพื่อส่งไอน้ำไปยังเครื่องจักรเพื่อสีข้าวครับ

ส่วนชาวสวนสองคนที่กำลังพายเรือนำผลไม้ล่องขึ้นไปตามลำคลองเพื่อตกของแลกข้าวสารกลับมาเลี้ยงลูกๆ คือ ปู่กับย่าผมเองครับ

บ่อยครั้งที่ปู่ย่าไปค้างทางนั้นหลายคืน เพื่อรอเค้าเกี่ยวข้าวสีข้าวให้เสร็จ บางครั้งก็นานจนลุงผมต้องพาพ่อผมที่ยังเด็ก พายเรือแจวลำเล็กไปตามถึงบางเขนโน่น ผมไม่เคยรู้จักปู่ เพราะท่านเสียตั้งแต่ก่อนผมเกิดนานมาก จึงได้รู้เรื่องปู่บางเรื่องจากเรื่องราวที่พ่อผมเล่าให้ฟัง แต่ก็เพียงน้อยนิด

สมัยนั้นมีสนามบินดอนเมืองแล้ว ตอนนั้นเรียก ท่าอากาศยานกรุงเทพ ยังไม่มีสายการบินแห่งชาติ อย่าง บริษัทเดินอากาศไทยหรือการบินไทย เพราะตอนนั้นจะเดินทางเครื่องบินของไทยยังดำเนินการโดย บริษัทขนส่ง จำกัด ของรัฐบาลที่บริษัทอยู่แถวสี่พระยา บางรัก

ส่วนสายการบินในภาพเป็นของ บริษัทบริติช โอเวอร์ซี แอร์เวย์ คอร์ปปอเรชั่น หรือ BOAC นอกจากนั้นคงมีสายการบินเก่าแก่อย่าง เคแอลเอ็ม และ แพนแอม เป็นต้น

ที่อยากเขียนเรื่องนี้เพราะอยากบันทึกอีกเรื่องของความทรงจำของพ่อผม และชีวิตบางส่วนของปู่ย่าตัวเองไว้น่ะครับ ไม่อยากให้สูญหายไปพร้อมกับกาลเวลาฮะ

ช่วงนี้แม้โควิดจะลดน้อยลงทุกวี่วัน แต่ขอคุณผู้อ่านทุกท่านอย่าได้ประมาทนะฮะ รักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อคนที่ท่านรัก จนกว่าจะมีวัคซีนแล้วนั่นแหละเราถึงจะได้กลับมาใกล้ชิดกันทางสังคมได้อย่างเดิม และอย่างเบาใจด้วยนะครับ
 .



 .

.......................................................................


117
https://www.facebook.com/dekfarmhouse/posts/pfbid02y2wNtWUNMLGejNRe8JBUS1Td1ezFd7zu5Ysu81NXLg2H3iVmboYPzNMLTucvqiUol

เด็กบ้านสวน
5 กรกฎาคม 2020
 ·
#งานวัดตอนที่สี่ #เด็กบ้านสวน

วันนี้เป็นวันพระใหญ่อีกหนึ่งวัน หวังว่าท่านผู้อ่านทุกท่านจะมีร่างกายและจิตใจที่ผ่องใสทุกท่านนะครับ

ดังนั้นวันนี้ผมจะพาท่านผู้อ่านไปเที่ยวงานวัดกันต่อจากสามตอนที่ผ่านมาครับ

ท้ายวัดเขมาภิรตาราม ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ร้านรวงที่เอิกเกริกขายความสนุกสนานต้องเสียงดังด้วยเครื่องเสียงต่างๆ จะถูกเอามารวมกันอยู่ที่นี่ ในสมัยนั้นถึงเครื่องเสียงจะดังอย่างไรเหล่าผู้ดูแลร้านก็ไม่เคยใช้เสียงดังหนวกหูจนไปกลบเสียงป่าวประกาศกิจกรรมทางธรรมะที่อยู่ภายในบริเวณโบสถ์เลย เดินเล่นทั่วงานก็ยังได้ยินเสียงประกาศให้ทำบุญด้วยการซื้อกระเบื้องบูชา ทำบุญลูกนิมิต เชิญชวนซื้อดอกไม้ธูปเทียนเดินเวียนเทียนอยูตลอดเวลา
เด็กๆอย่างพวกผม สิ่งที่สร้างความคลั่งไคล้ขนาดหนักถ้าไม่นับลูกชิ้นขนาดลูกนิมิตที่เพิ่งมีขึ้นในสมัยสามสี่สิบปีที่แล้ว ก็คือ ร้านยิงปืนจุกน้ำปลาแหละฮะ

ร้านยิงปืนจุกน้ำปลาสมัยนั้นไม่มีของรางวัลมาเชื้อเชิญเรียกลูกค้าเหมือนยุคนี้ เพราะเมื่อก่อนขายความสนุกกันอย่างเดียว แค่ได้ยิงให้โดนตุ๊กตาหล่นจากชั้น หรือขอให้โดนป้ายไม้ข้างกล่องคิงคองให้ล้มจนเจ้าคิงคองตีฉาบส่งเสียงหัวเราะอย่างน่าขันก็พอแล้ว

ยิ่งถ้าบางร้าน เด็กๆจะแข่งกันเก็บจุกน้ำปลาที่หล่นเกลื่อนออกมาหน้าร้านหลังร้าน มือกอบจุกน้ำปลาไปขอยิงฟรีๆ เจ้าของร้านก็ใจดีถือว่าเป็นค่าจ้างเก็บจุกน้ำปลามาคืนให้ นี่ยิ่งทำให้เด็กที่ไม่ค่อยมีเงินเล่น ดีใจกันยกใหญ่ การเล่นปืนจุกน้ำปลานี่ถือว่าเป็นการออกร้านที่คลาสสิกมาจนถึงปัจจุบันทีเดียว

บ้านผีสิงและของแปลกต่างๆ แค่ฟังเสียงประกาศท้ายทายให้คนเข้าไปเล่นกับเสียงกรีดร้องที่ทางร้านเปิด ก็ชวนให้เด็กๆขวัญผวาขนหัวลุกกันแล้ว และเราก็อยากเข้าไปดูผีกันจริงๆเสียด้วย เพราะเคยแต่นึกเอาเองจากเรื่องที่เค้าเล่าๆกันมา ถ้าได้เห็นกระสือจริงๆลอยอยู่ในตู้ คงนับเป็นกำไรชีวิตอย่างนึงได้เลย แต่เด็กๆมักถูกผู้ปกครองห้ามไม่ให้เข้าครับ เพราะข่าวลือเล่าอ้างกับพวกการแสดงที่ไม่เหมาะกับเด็กต่างๆ ที่มักมีเรื่องสยองปนสยิว เช่นการแสดงเมียงูนั่นแหละฮะ

ส่วนแฟนๆลิเกก็ต้องนั่งรอวิกกันดึกหน่อยเพราะเค้าต้องรอให้ร้านรวงต่างๆเริ่มปิดก่อน เหล่าผู้เฒ่าผู้แก่แต่ละท่านก็เตรียมตัวมาพร้อมและนั่งรออย่างอดทนทีเดียว ทั้งตระกร้าหมาก ถั่วต้ม เมล็ดแตงโม ที่เป็นเสบียงฆ่าเวลา

ในงานวัดนี่มักของกินที่ผมชอบอยู่อย่างคือร้านข้าวเกรียบ ทั้งข้าวเกรียบว่าวแผ่นเบ้อเริ่มเทิ่ม และข้าวเกรียบเมืองเพชรที่กรอบแข็งแต่ย่างจนหอมกลิ่นงาในตัวข้าวเกรียบ ร้านข้าวโพดต้ม แล้วเอามาย่างให้หอมฉุยจุ่มน้ำเกลือไปย่างไป จะกินอย่างต้มหรือจะกินอย่างปิ้ง ก็แล้วแต่อัธยาศัย

โอย…ร้านรวงงานวัดเมื่อก่อนนี่หลากหลายและมักมีของแปลกตามาให้เห็นจนเล่าไม่หวาดไม่ไหวทีเดียวครับ นี่ผมเล่ามาตอนที่สี่แล้ว เพิ่งเลยครึ่งทางมานิดเดียวเองครับ

แล้วผมจะทยอยมาเล่าต่อให้งานภาพชุดนี้เป็นชุดงานวัดในความทรงจำของผมจนครบนะครับ หวังว่าท่านผู้อ่านจะไม่เบื่อไปเสียก่อน
ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิทั้งหลายจงดลบันดาลให้ท่านผู้อ่านและครอบครัวมีความสุขมีสุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บทำสิ่งใดๆได้สำเร็จอย่างที่ตั้งใจในวันพระใหญ่นี้นะครับ
 .









 .

.......................................................................


118
https://www.facebook.com/photo/?fbid=3349795005041751&set=a.650043793159065

เด็กบ้านสวน
27 กรกฎาคม 2020
 ·
#สิ่งที่ใกล้จะหายไป #เด็กบ้านสวน

บ่อยครั้งนะครับที่สังคมตื่นตัวยามเมื่อข่าวร้ายเกี่ยวกับชีวิตของเหล่าสัตว์ใหญ่ๆ ที่มีเสน่ห์และน่าตื่นตาตื่นใจ เช่น เสือ วัวแดง ถูกพรานป่าลักลอบล่า ซึ่งเป็นเรื่องน่าสลดใจเหลือเกิน

บางครั้งเราก็อาจจะลืมไปว่า ในทุกวินาทีนี้ สิ่งมีชีวิตเล็กๆอีกมากมายก็กำลังทะยอยลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย

พวกแมลงที่ทำหน้าที่ผสมพันธุ์เกสรให้พืชพันธุ์เกือบทุกชนิดบนโลก แมลงที่คอยเป็นตัวห้ำตัวเบียนของศัตรูพืชเกษตร และแมลงที่มีความสวยงามยามเมื่อได้มองดูเล่น

สมัยเด็กๆผมเห็นแมลงเหล่านี้จนชินตา แทบจะทุกวันหรือทุกคืนในตลอดปี ซึ่งปัจจุบันนี้ชุมชนเมืองขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนไปของสภาพภูมิประเทศทำให้แมลงหลายชนิดต้องถอยร่นห่างจากเราไปมากๆขึ้น จนแม้แต่ผมเองก็ไม่ได้เห็นแมลงสวยๆเหล่านี้มาหลายปีแล้ว บางชนิดอาจถึงสิบปีเลยด้วยซ้ำ

หิ่งห้อย ที่กระพริบแสงไฟเหลืองนวลเพื่อมารวมกลุ่มกันให้ดูเล่นยามค่ำคืน โดนแสงไฟฟ้าจากตัวเมืองรบกวนจนยากที่จะพบเห็นในปัจจุบัน แม้แต่อัมพวา และ บางลำพู เองที่เป็นถิ่นดูหิ่งห้อยเก่าแก่ ก็แทบจะเห็นได้ยากไปแล้ว ถึงขนาดต้องไปดูกันตามต่างจังหวัดไกลๆทีเดียวครับ

ด้วงแรดมะพร้าว อาจจะเป็นศัตรูพืชนะฮะ แต่สำหรับเด็กสวนภาคกลางอย่างเราที่ไม่มีด้วงกว่างเท่ๆอย่างทางเหนือให้เล่น เราก็จับมาใส่กล่องไว้ดูเล่นแก้ขัดจนเบื่อก็ปล่อยไป ยังพอมีให้เห็นมาเล่นแสงไฟฟ้าจนตกลงมาบนพื้น และก็มักกลายเป็นเหยื่อของล้อรถที่ทับจนบี้แบนคาถนนอย่างน่าสงสารน่ะฮะ

แมลงทับ สีเขียวสวยตามต้นมะขามเทศ ถึงไม่ใช่แมลงหาดูง่ายนักในสวนผลไม้ แต่ก็ยังเคยเห็นบินประปรายเมื่อหลายๆปีก่อน แต่สมัยนี้ครับ

แมลงช้าง ที่เราชอบเอาไม้เขี่ยเล่นจากรูของมันตามใต้ถุนบ้าน หรือบางครั้งก็เอามดแดงไปปล่อยในรูให้มันออกมาจับ อย่างน่าตื่นเต้น

แมลงดานา ยี่สิบกว่าปีก่อน สมัยผมมาทำงานแถวบางลำพูใหม่ๆ ยังเคยเห็นมันตัวเป็นๆมาเล่นแสงไฟฟ้าที่เสาไฟหัวมุมถนนเจ้าฟ้า ยุคที่ยังเป็นตึกกรมสรรพกรอยู่เลยครับ

ตั๊กแตนต่อยมวย รวมถึงตั๊กแตนใบไม้และตั๊กแตนกิ่งไม้ สมัยยังเด็กยังได้จับเล่นได้ตัวใหญ่ๆขนาดครึ่งฝ่ามือเลยทีเดียวนะฮะ

เต่าทอง ที่เจอะเจอบ่อยครั้งตามแพผักบุ้งในละประโดง ขนาดกำผักบุ้งสมัยนั้นที่เค้ากำมาขายเป็นมัดๆยังมีเต่าทองสีแปลกๆสวยๆติดมาเสมอเทียว

ยังไม่นับแมลงปอและผีเสื้อที่พอให้เห็นในเมืองบ้าง

วิถีชีวิตเกษตรที่เปลี่ยนไปเป็นอุตสาหกรรมการเกษตร การใช้ยาฆ่าแมลง การเปลี่ยนไปของวิถีชีวิตคนเมืองและคนชนบท ไม่ใช่มีผลกระทบกับคนด้วยกัน แต่มันสั่นสะเทือนไปถึงชีวิตสัตว์ร่วมโลกตั้งแต่ขนาดใหญ่โต ไปจนถึงขนาดเล็กจิ๋วอย่างแมลงสวยๆที่หลายๆชนิดก็ไร้พิษภัยและไร้ซึ่งสิ่งป้องกันตัวอย่างน่าใจหาย

ถ้าเราใช้ชีวิตที่มีการเบียดเบียนกันและกันให้น้อยลง เผื่อแผ่โลกใบนี้ให้กับเจ้าของเดิมสักนิด เพื่อให้โลกใบนี้ยังน่าอยู่เหมือนเดิมก็คงจะดีนะฮะท่านผู้อ่าน
 .



 .

.......................................................................


119
https://www.facebook.com/photo/?fbid=3421670464520871&set=a.650043793159065

เด็กบ้านสวน
21 สิงหาคม 2020
 ·
#ร้องไห้ #เด็กบ้านสวน

สมัยที่ยังเด็กๆ พวกเราร้องไห้ได้เป็นวรรคเป็นเวร ไม่ว่าจะหกล้ม ไม่สบาย อยากได้ของเล่น โดนดุมา เราก็ระบายออกมาด้วยการร้องไห้

แต่พอโตขึ้นนับวัน เราร้องไห้น้อยลงๆ ไม่ว่าจะเจอปัญหาแค่ไหน เศร้าอย่างไรเราก็เก็บไว้ในใจ ไม่ร้องไห้ออกมาให้ใครเห็น หรือว่าเราใจแข็งแกร่งขึ้น อดทนขึ้น หรือว่าเพราะเราไม่อยากให้คนที่เรารัก ให้พ่อแม่ บุตรธิดา สามีภรรยา เป็นห่วง ทั้งที่ใจจริงๆก็อยากร้องไห้โฮระบายออกมาให้เหมือนในวัยเด็กๆ

ด้วยปัญหามากมายที่รุมเร้าเราในยามที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หลายครั้งที่เราคงอยากก้มลงไปซบตักแม่ร้องไห้จนน้ำตาชุ่มผ้าถุง ให้แม่ลูบหัวตบก้นจนน้ำตาแห้งและหลับไปกับตักนั้น เหมือนครั้งที่เรายังเป็นเด็ก

แต่ยามที่พ่อแม่ท่านชราภาพลงในทุกวัน เราก็ต้องกลืนความเศร้าเก็บไว้ เพื่อไม่ให้ท่านต้องมาร่วมทุกข์ใจและเป็นกังวลกับปัญหาต่างๆร่วมกับเรา

เติบโตขึ้นแค่ไหน เป็นผู้ใหญ่ขึ้นแค่ไหน เราก็ยังอยากจะร้องไห้บ้างเหมือนกันนะฮะ

รำลึกถึงพระคุณแม่ และสุขสันต์วันแม่ ทุกท่านย้อนหลังไปในคราวเดียวกันกับเรื่องราวในตอนนี้ด้วยครับ
 .



 .

.......................................................................


120
https://www.facebook.com/photo/?fbid=3531182980236285&set=a.650043793159065

เด็กบ้านสวน
25 กันยายน 2020
 ·
#เด็กบ้านสวน #สื่อสาร

เขียนที่ จังหวัดนนทบุรี

วันที่ 25 กันยายน 2563

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับ จำได้มั้ยครับเมื่อก่อนพวกเราสื่อสารกันยากลำบากมากแค่ไหน จะคุยจะถามสารทุกข์สุขดิบกันที เราต้องใช้เวลามากมาย ตอนนั้นกว่าจะรู้เรื่องราวแต่ละอย่างก็ต้องอดทนรอกันจนข้ามวันเลยทีเดียว ต่างจากในวันนี้ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยและรวดเร็วฉับไวเหลือเกิน

คุณรุ่นๆเราคงจำได้ถึงการเขียนและส่ง #จดหมาย ไปคุยกับเพื่อน กับญาติผู้ใหญ่ในต่างจังหวัด ส่งจดหมายไปแสดงความในใจกับคนรัก ส่งไปชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อไปขอสูตรอาหาร หรือชิงโชค ส่งไปขอเพลงจากนักจัดรายการวิทยุ ส่งไปตามนิตยสารเพื่อขอรูปถ่ายดาราคนโปรด หรือแม้แต่ส่งไปแนะนำตัวเพื่อหาคู่

ในตอนนั้นเราใช้เวลาเป็นค่อนวัน เพื่อประดิษฐ์ประดอยข้อความแทนคำพูดในใจ เราเขียนไปเราก็นึกไปถึงยามที่ผู้รับได้รับและอ่านจดหมายนั้น ว่าเค้าจะปลาบปลื้มมีความสุขถึงขนาดไหน

และหลังจากส่งแล้วก็ถึงคราวเรากระวนกระวาย นั่งนับวันและอดทนรอจดหมายตอบกลับอยู่ทุกวี่วัน จนถึงขนาดต้องมานั่งรอบุรุษไปรษณีย์กันที่หัวตีนบันไดบ้านเลยทีเดียว

แต่ถ้ามีเรื่องด่วนขึ้น เราก็จะต้องเดินทางไปที่ทำการไปรษณีย์เองเลย เพื่อกรอกแบบฟอร์มส่ง #โทรเลข เครีื่องมือสื่อสารที่ด่วนที่สุดในสมัยนั้น ต้องเขียนให้สั้นกระชับที่สุด เพราะไปรษณีย์เค้าคิดค่าบริการตามจำนวนตัวอักษร ดังนั้นต้องเป็นเรื่องด่วนจริงๆ เช่น ข่าวต่างๆจากทางบ้านต่างจังหวัด หรือ ให้ไปรับธนานณติค่าเล่าเรียนที่ทางบ้านส่งมา เป็นหลัก

ผมเดาว่าหลายท่านคงเคยไปส่งโทรเลขให้ตัวเองเป็นที่ระลึกในวันที่กรมไปรษณีย์ประกาศเลิกให้บริการโทรเลขเมื่อ พฤษภาคม 2551 กันนะครับ เพราะผมก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นเช่นกัน

บ้านไหนที่มีฐานะหน่อย ก็จะขอติดตั้ง #โทรศัพท์ ไว้ในบ้านแต่มีไม่มากนักหรอกครับเพราะค่าบริการและขอติดตั้งต้องเตรียมเงินไว้หลายพันบาทในสมัยนั้นเป็นราคาที่สูงมากเพราะข้าวแกงหรือก๋วยเตี๋ยวยังชามละ 5-10 บาทอยู่เลย อีกทั้งต้องรอสิ่งที่องค์การโทรศัพท์เรียกว่า ‘คู่สาย’ ครับ รอกันนับเดือนเลยทีเดียว

เราจึงมักใช้โทรศัพท์ที่ตามร้านชำใหญ่ๆตั้งไว้ให้คนใช้บริการ จน #โทรศัพท์สาธารณะ ขององค์กรเริ่มมีมากขึ้นทั้งตั้งตามร้านค้าใหญ่ๆ และบ้างก็เป็นตู้โทรศัพท์ที่ต้องมีสมุดหน้าเหลืองรวบรวมรายชื่อผู้ใช้โทรศัพท์วางไว้ให้ใช้ค้นหาด้วย

ท่านผู้อ่านคงจำภาพที่คนเข้าคิวต่อแถวเพื่อใช้บริการโทรศัพท์ บางคนก็กำเหรียญเงินเป็นกำมือเพื่อจะโทรฯไปจีบสาว หรือ โทรฯไปต่างจังหวัด นะครับ

อีกอย่างที่ทั้งชวนหัวเสียและชวนดีใจก็คือการลุ้นว่า โทรศัพท์ตู้นั้นจะผิดพลาดกินเหรียญเราไปฟรีๆ หรือบางครั้งก็คายเหรียญมามากมายจนเราได้เงินเหรียญกลับมาเต็มกระเป๋ากัน

พอการใช้โทรศัพท์แทบจะกลายเป็นของปกติ แต่คนเราก็ยังอยากได้ความเร่งด่วนขึ้นไปอีก จึงมีผู้ให้บริการ #เพจเจอร์ หรือวิทยุติดตามตัว เป็นเครื่องสี่เหลี่ยมเล็กๆใช้เหน็บข้างเข็มขัด เวลามีใครตามตัวหรือส่งข้อความมาเราก็ต้องวิ่งตัวปลิวไปหาโทรฯเช็กข้อความกับโอปะเรเตอร์ และในตอนหลังๆบางเครื่องก็มีตัวหนังสือข้อความมาแสดงเลยทันที

หลายท่านคงเคยยอมขวยอายด้วยการโทรฯไปบอกข้อความรักผ่านโอปะเรเตอร์เพื่อส่งไปยังเพจเจอร์ถึงสาวหรือหนุ่มที่เคยจีบกันนะฮะ เป็นความรู้สึกจั๊กจี้หัวใจดีเมื่อนึกถึง

แต่แล้ว เพจเจอร์ก็ถูกยึดครองแทนที่ด้วย #โทรศัพท์มือถือ ยุคปี 2530 เป็นต้นมา ตอนแรกก็เพียงในกรุงเทพฯ และขยายออกไปหัวเมืองต่อมา แต่ราคาก็แพงหลักหมื่นหลักแสนทีเดียวต้องเศรษฐีจริงๆถึงจะมีปัญญาซื้อ พอราคาเริ่มถูกลงก็มีธุรกิจใหม่ตามศูนย์กลางคมนาคมไปหมดคือตั้งโต๊ะให้บริการโทรศัพท์มือถือคิดค่าบริการเป็นรายนาที คนก็เข้าคิวต่อแถวยาวกันอีกครั้ง

จนปัจจุบันทุกคนแทบจะเลิกใช้โทรศัพท์กันแล้วเพราะใช้การติดต่อทางอินเตอร์เน็ต หรือโทรผ่านโซเชียลแอปปลิเคชั่นทั้งหลายที่เร็วเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส วินาทีนั้นๆข้อความก็ถูกส่งออกไปสู่ผู้รับสารแล้วในทันที

แต่ท่านผู้อ่านสังเกตมั้ยครับว่ายิ่งเราสื่อสารกันได้รวดเร็วเท่าไหร่ พิมพ์ตัวหนังสือตอบโต้กันมากเท่าไหร่ เรากลับยิ่งเข้าใจกันน้อยลง เราเอาความรู้สึกตัวเองเป็นที่ตั้งมากขึ้นโดยไม่คิดจะถนอมน้ำใจของคนที่เราจะสื่อสารด้วย บางครั้งถึงกับทะเลาะกับคนที่เราไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำในโลกโซเชียลต่างๆ เราตอบสนองต่ออารมณ์ของตัวเองอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันยั้งคิดว่าผู้ที่สื่อสารกับเราจะรู้สึกอย่างไร

ถ้าเราทุกคนไตร่ตรองในสิ่งที่เราจะพูดออกไปเสียก่อน อดใจสื่อสารช้าลงสักนิด ผมว่าสารที่สื่อออกไปก็จะมีคุณค่า และผู้ที่เราสื่อสารด้วยก็คงจะมีความสุขกันทุกคนนะครับ

บางครั้งความช้าและการรอคอย ก็ทำให้สิ่งที่เรารอคอยอยู่มีคุณค่าเพิ่มขึ้นอีกโขเลยนะฮะ

ด้วยรักและเคารพท่านผู้อ่าน

เด็กบ้านสวน

ป.ล.ตัวหนังสือเยอะไปนิด กับ หายไปทำงานภาพประกอบเสียพักหนึง ขอโทษด้วยนะครับ
 .



 .



Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.067 seconds with 16 queries.