|
ppsan
|
 |
« on: 01 September 2026, 21:26:59 » |
|
ภาพชุด "เด็กบ้านสวน" 51 - 60
51 https://www.facebook.com/photo/?fbid=1716351338386134&set=pb.100044603491726.-2207520000
(***หมายเหตุ : ท่านใดอยากอ่านคอมเมนต์แสดงความคิดเห็น ให้คลิกที่ลิงก์ข้างบน เข้าอ่านได้)
.
เด็กบ้านสวน 14 มกราคม 2018 · #สนามเด็กเล่นตอนที่หนึ่ง #เด็กบ้านสวน
เขียนเรื่องนี้ใกล้กับวันเด็กพอดีเลย ถ้าพูดถึงเด็กผมก็มักคิดถึงหลายๆเรื่อง ที่แวบมาก่อนเพื่อนก็คือ สนามเด็กเล่น
โรงเรียนผมคือ #โรงเรียนวัดพลับพลาศิริวิทยา เป็นโรงเรียนวัดเล็กๆอยู่หลัง #โรงเรียนสตรีนนทบุรี เป็นโรงเรียนวัดที่ล้อมรอบด้วยสุเหร่า คือ นักเรียนนับถือทั้งศาสนาพุทธและอิสลาม ปนกัน โดยมีครูใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ ครบถ้วนทุกศาสนา
มีเรื่องให้คิดถึงมากมายที่โรงเรียนนี้ที่ปัจจุบันไม่มีอยู่แล้ว แต่ก่อนผมจะแชเชือนไปมาก ขอกลับมาเรื่องเล่นดีกว่า
เด็กนักเรียนสมัยนั้นยังไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีมือถือ การเล่นของรุ่นเราจึงออกไปทางใช้เรี่ยวแรงกันมากกว่า
และเวลาเด็กเล่น เราก็เล่นกันอย่างจริงจังสุดๆ สนุกเต็มที่ หัวเราะและร้องไห้กันอย่างไม่ต้องอั้น
การละเล่นหลักๆที่เล่นกัน ถ้าของเหล่าเด็กผู้หญิงก็คือ กระโดดหนังยาง พวกหล่อนก็เล่นกันอย่างทุ่มเท ถึงขนาดถอดรองเท้าหรือถุงเท้าโดดกันเลยทีเดียว ไล่ทีละอี (ขออภัยที่ไม่สุภาพ) ไป อย่าง อีตาตุ่ม...อีแข้ง..อีเข่า..อีตะโพก...อีเอว...อีอก...อีคอ...อีหู...อีหัว และ อีชู นอกจากทุ่มเทสุดๆแล้ว พวกหล่อนยังเก่งเสียจนพวกเราผู้ชายยังยอมแพ้
เด็กกลุ่มที่ห้าวหน่อยจะเล่น ‘โบราณเรียกชื่อ’ โดยจะใช้ลูกปิงปองนี่แหละ คนโยนคนแรกก็จะโยนลูกให้สูงที่สุด แล้วตะโกนเรียกชื่อเพื่อน
คนที่ถูกเรียกต้องรีบวิ่งมารับลูกปิงปองให้ได้ก่อนตกถึงพื้น ถ้ารับได้ก็โยนและเรียกชื่อคนอื่นต่อไป
ถ้ารับไม่ได้ต้องเอาลูกปิงปองนั้น ปาอัดใส่ใครก็ได้ แล้วคนที่โดนปาก็จะเป็นคนเริ่มใหม่
เป็นการเล่นที่ตื่นเต้นมากและก็เจ็บๆแสบๆคันๆด้วยถ้าโดนลูกปิงปองปาใส่ ไม่รู้ทำไมถึงเรียก ‘โบราณเรียกชื่อ’ เหมือนกัน
ที่ฮิตกว่านั้นก็คือ การทอยเส้น ด้วย‘ตุ๊กตุ่น’ ที่ไม่เห็นเด็กสมัยนี้เล่นกันแล้ว
#ตุ๊กตุ่น ก็คือ หุ่นพลาสติกตัวเล็กๆทำเป็นรูปยอดมนุษย์ เช่น ไอ้มดแดง หรือ อุลตร้าแมน ที่ขายตามร้านชำ หรือร้านของเล่นหน้าโรงเรียน มักจะมียี่ห้อเดียวคือยี่ห้อที่ปั๊มตรามดแล้วมีถาษาญี่ปุ่นยึกยือกำกับไว้ ถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าของเด็กผู้ชายสมัยนั้นทีเดียว ตุ๊กตุ่นจะมีสองแบบคือ ทำจากพลาสติกสีโปร่งแสงเรียก ตุ๊กตุ่นใส กับแบบทึบแสงที่เราเรียกว่า ตุ๊กตุ่นแข็ง
เวลาใช้ทอยเส้น เราจะใช้ตุ๊กตุ่นใส เพราะว่ากันว่า ‘หนึบดี’ หนึบก็คือได้น้ำหนัก พอปาไปแล้วหยุดอยู่กับที่ ไม่กระเด้งกระดอนไปจากเส้นเป้าหมาย บางคนอยากให้หนึบมากขึ้น ก็จะใช้ลวดพันแขนขาตุ๊กตุ่นไว้อีกด้วย
การทอยเส้น เราก็จะขีดเส้นสองเส้น ห่างกันสัก 5 เมตร ยืนหลังเส้นแรก แล้วก็โยนตุ๊กตุ่นไปให้ใกล้อีกเส้นที่สุด ถ้าทับเส้นเรียกว่า ‘คาบเส้น’ คนที่ทอยใกล้สุดก็จะเอา ตุ๊กตุ่นของตน ปาให้โดนของเพื่อน เรียกว่า ‘เตี๊ยม’ ใครเตี๊ยมโดนก็ได้กินไป ซึ่งก็จะกินหรือจ่ายกันด้วย ตุ๊กตุ่นทึบ ใครเตี๊ยมไม่โดนก็อดกิน ต้องให้คนที่ใกล้เส้นที่สุดคนถัดไปเตี๊ยม เพื่อกินคนอื่นแทน
และเรื่องหลักของวันนี้คือ #ดีดลูกหิน
ลูกหินก็คือ ลูกทรงกลมป๊อก ทำจากอะไรก็ได้มีหลายแบบ ราคาก็ตั้งแต่ ลูกหินดินเผาธรรมดาๆราคา 50 สตางค์ไปจนถึงลูกสีขาวจั๊วที่เราเรียกว่าลูกหินอ่อนราคา 2 บาท
วิธีเล่นก็คือใช้ส้นเท้ากดไปในดินให้เป็นหลุมสวย หลังจากนั้นก็ต่างคนทอยลูกหินของตนให้ใกล้หลุมที่สุด
คนใกล้สุดจะได้ดีดลูกหินของตนไปกระแทกของคนไกลกว่าถัดไปเรื่อยๆ โดยทุกครังที่จะดีดลูกที่อยู่ไกลมาก เราสามารถย่นระยะด้วยการดีดลูกหินเราให้ลงหลุม เรียกว่า การหยอด
เรื่องก็คือ ผมมีลูกหินราคาถูกๆอยู่ลูกนึง แต่เป็นลูกหินคู่มือที่แทบไม่เคยพ่ายแพ้ใคร เป็นลูกหินที่รักและมั่นใจมาก
วันนึงเพื่อนคนนึงเอาลูกเหล็กขนาดค่อนข้างใหญ่มาเล่น ซึ่งมันคงเคยเป็นลูกปืนรถยนต์ที่อยู่ในล้อรถเพื่อลดการเสียดทานน่ะ
ด้วยความมั่นใจ ผมท้าทายให้เค้าดีดลูกเหล็กนั่นใส่ลูกหินของผมเต็มแรง ซึ่งเค้าก็รับและดีดลูกหินสุดรักของผมไปเสียจนไกลริบ
ด้วยความเป็นห่วง ผมรีบวิ่งไปดูลูกหินของผม ปรากฏว่า สิ่งที่เหลือคือ ซากที่แตกกระจัดกระจายเป็นเสี่ยงๆของลูกหินของผมเอง
แม้จะเป็นฝ่ายท้าทายเค้าเอง และตัวผมเองก็ไม่เป็นคนที่พูด ‘มึงๆกูๆ’ แต่วินาทีนั้นด้วยน้ำตาที่เอ่อท้น ความคิดของผมมันพูดขึ้นว่า ‘มึงใช้ลูกเหล็ก มึงโกงกู’
ขออภัยที่วันนี้อาจยาวหน่อยเพราะต้องเลคเชอร์กติกาให้ฟังกันทีละการละเล่น นี่ยังไม่นับโปลิศจับขโมย หรือซ่อนแอบ ที่เด็กสมัยนี้ยังเล่นกันอยู่
ยังมีการละเล่นอื่นอีกบ้าง ไว้ต่อในตอนที่สองเมื่อโอกาสอำนวยนะฮะ .

.
.......................................................................
52 https://www.facebook.com/photo/?fbid=1723383891016212&set=pb.100044603491726.-2207520000
เด็กบ้านสวน 21 มกราคม 2018 · #จุดเริ่มต้น #เครื่องเขียน #เด็กบ้านสวน
ผมสารภาพเลยว่าเป็นคนที่ไม่ได้วาดรูปเก่งกาจอะไร แค่สนุกและมีความสุขกับการวาดรูปที่อยู่ในหัวออกมา
ที่บอกในเพจว่าเป็น ‘ศิลปิน’ ก็เพราะมันไม่มีข้ออื่นให้ติ๊กตอนสร้างเพจใหม่ๆ เพราะไม่รู้เรื่องอะไรเลยตอนทำเพจ
ขณะที่ผมกำลังทำงานอีกชิ้นอยู่ ผมก็นึกถึงตอนเด็กๆที่เราวาดรูปอย่างมีความสุขมากๆ ซึ่งก็คงเหมือนท่านผู้อ่านตอนเด็กๆแหละครับ ที่เวลาคุณๆวาดภาพเล่นก็คงไม่หนี รูปทะเล มีภูเขาสามสี่ยอด มีเรือใบ มีต้นมะพร้าวใบแหลมๆ และดวงอาทิตย์กลมโต รัศมีเป็นแฉกๆ
ไม่รู้ว่าภาพพวกนี้ฝังลึกติดอยู่ในหัวตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งที่ไม่เคยไปทั้งทะเล และภูเขา แต่เมื่อเริ่มจับดินสอวาดรูป ภาพนี้ก็จะปรากฏขึ้นในหัวแบบอัตโนมัติทันที
เมื่อนึกถึงตอนนั้น เหล่าเครื่องเขียนในสมัยนั้นก็จะวูบเข้ามาในความคิดให้คิดถึงอีกด้วยเช่นกัน
ผมไม่ได้มีมากมายเหมือนที่วาดในภาพหรอกนะครับ มีไปทีละอย่าง หายไปทีก็ซื้อใหม่ที คุณๆก็รู้ของพวกนี้หายได้ง่ายมากอย่างกับล่องหน เมื่ออยู่ในมือเด็กๆอย่างเรา
ท่านผู้อ่านก็คงเคยได้ผ่านมือเครื่องเขียนเหล่านี้มาบ้างเป็นบางชิ้นนะฮะ
เราเริ่มทวนความจำกันที่ ยางลบ เอบีซี มันก็เป็นยางลบก้อนบางๆนั่นแหละ แต่เหนียวหนึบนักแล นอกจากมีตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวใหญ่ไว้ให้ท่องเล่นแล้ว ตรงหัวมันจะเป็นยางสีๆ ทั้งแดง เขียว เหลือง ผมก็ไม่รู้ว่าส่วนนี้มีไว้ทำไม นอกจากเอาไว้ให้แทะเล่นจนส่วนนี้หลุดออกมาจากตัวยางลบนั่นแหละ
ต่อจากนั้นก็เป็นสีเทียนจากจีนแดง ห่อมักพิมพ์เป็นรูปสไตล์ ศิลปะสังคมนิยม แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็ก เช่น งิ้ว หรือกีฬาต่างๆ เหล่านี้มักเป็นกล่องกระดาษแข็ง ส่วนที่ผมจำได้แม่นคือห่อที่เป็นกระดาษอ่อนๆพับๆติดกาวสีฟ้าทึมๆ พิมพ์เป็นรูปการ์ตูนหน้ากากเสือ การ์ตูนดังสมัยนั้น สีนี้จะเป็นฟิลลิ่งขี้ผึ้งมากๆ อยู่ในกระเป๋าตากแดดนิดหน่อย ก็อ่อนยวบละลายเหมือนเทียนได้ ใช้ไม่หมดเพราะมักจะหายหมดเสียก่อน
ไม้บรรทัดสามมิติ มันเป็นไม้พลาสติกที่มีรูปสวยๆ จำได้ว่าเป็นรูปแมลง ผีเสื้อ ด้วง เวลาขยับไม้ รูปก็จะขยับวูบวาบตาม มีอยู่อันเดียวจนหักไปแล้วไม่ได้มีใหม่อีกเลย
ยางลบปากกา ไอ้ก้อนแบนๆรูปหกเหลี่ยม หุ้มที่จับพลาสติกมีแปลงปัดตรงปลายนั่นแหละฮะ บอกได้เลยว่ายางลบนี้มันเป็นอมตะ เพราะใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมดซะที เวลาใช้ก็แตะน้ำลายแล้วก็ลบตรงที่เขียนผิด ลบจนกระดาษสมุดโหว่เป็นรูทั้งเล่ม ยางลบปากกานี่ก็แค่สึกกร่อนไปเล็กน้อย จะหมดก็เพราะเราเอามาล่อนเล่นใส่หัวกันจนหายมากกว่า
มีดโกนพับ และมีดโกน มีดโกนพับก็เป็นใบมีดที่ตอกหมุดตาไก่ ให้หมุนพับเข้าไปในปลอกพลาสติกได้ เวลาใช้ก็ดึงสันมีดตรงช่องเว้าๆออกมา มีดโกนอีกแบบจะคล้ายมีดโกนหนวด จะบางกว่าคมและน่าหวาดเสียวเวลาใช้กว่า มันเป็นใบมีดบางเสียบไว้กับด้ามสังกะสี สีฟ้าอมเขียว ผมเชื่อว่ามือของท่านผู้อ่านเกือบทั้งหมดเคยผ่านการบาดเชือดเฉือนของเครื่องเขียนชิ้นนี้มาแล้วทั้งนั้น
แป้งเปียก ขวดสีเขียวตุ่น ตราอะไรไม่รู้ รู้แต่ที่ฝามีรูประฆังกับตัวหนังสือจีน เด็กๆมักเอาไว้ทำงานฝีมือ ไม่ติดเหนียวเท่ากาวลาเท็กซ์ เพราะแป้งเปียก ชื่อก็บอกว่าทำจากแป้งเอามากวนความร้อนให้เหนียว ราคาถูกมากกว่ากาวชนิดอื่น ผมมักใช้ในการติดกระดาษทำว่าวเล่นมากกว่าใช้ทำงานเรียน
กาวลาเท็กซ์ น่าจะตราเรือใบ เป็นอะไรที่ใช้บ่อยใช่มากที่สุด แต่ก็ใช้ไม่เคยหมดเพราะแห้งกรังคาขวดก่อนทุกครั้ง แต่เวลาจำเป็นแล้วใกล้หมดเราก็เอา มีดผ่าขวดแบะออกมาใช้จนเกลี้ยงเช่นกัน ที่สำคัญเราชอบเอามาทำนิ้วปลอมเล่น โดยทากาวที่นิ้วรอหมาดแล้วทาทับไปสองสามครั้ง พอแห้งก็ลอกออกมา ยัดสำลีเข้าไป แล้วทาสีให้เหมือนนิ้วขาดและรอยคราบเลือดไว้หลอกกันเล่น
กบเหลาดินสอและ สีไม้ สองอันนี้ไม่ต้องเล่าอะไรเพราะปัจจุบันยังมีอยู่นะฮะ
สมุดวาดเขียน เล่มละ 2-3 บาท เป็นกระกาษปอนด์ขาวๆบางๆ เย็บมุงหลังคาด้วยลวดเย็บ มักเป็นขนาด a 4 แต่ที่จำขึ้นใจคือ ปกทุกปกต้องมีรูปวีนัส ยืนแขนกุดอยู่เสมอมา เพราะเป็นสมุดยี่ห้อวีนัส ปัจจุบันยังอยู่หรือเปล่าก็ไม่ทราบได้
ท้ายสุดดินสอ อะพอลโล เป็นดินสอที่เปลี่ยนไส้ได้ จะมีไส้อันเล็กๆในปลอกพลาสติก เรียงต่อๆกันยาวอยู่ในปลอกปากกาพลาสติกใสเปล่าๆ เมื่ออันแรกกุดหรือหัก เราจะถอดไส้อันแรกเอาไปเสียบในรูที่ท้ายตัวดินสอ ไส้เก่าก็จะดันไส้ใหม่ที่แหลมอยู่ขึ้นมาแทนเรื่อยๆอย่างนี้จนไส้กุดหมด จึงโละไปซื้อไส้แผงใหม่มาใส่แทน
อันท้ายสุดไม่ใช่เครื่องเขียน แต่เด็กๆเราต้องมีติดไว้เสมอ คือ ไม้ไอติม ทั้งเอาไว้เล่นและเอาไว้ทำงานฝีมือ ผมว่าหลายท่านคงเคยผ่านการทำกระเช้าต้นไม้ หรือกระบอกใส่ดินสอด้วยไม้ไอติมมาแล้วนะฮะ นอกจากนี้ยังเอาไว้ดีดหนังยางใส่กัน เล่นต่อไม้ไอติมให้สูงๆ และอีกมากมาย ถ้าคิดออกขึ้นมา มผจะลองเขียนเรื่องไม้ไอติมอีกครั้งนะฮะ
อ้อผมเขียนเรือพับด้วยกระดาษไว้ด้วย ไว้ใส่เศษดินสอกับขยะเล็กๆน้อยๆ ไม่ทราบว่าพวกท่านผู้อ่านลืมเรือและเครื่องบินกระดาษ เพื่อนเล่นยามยาก เวลาไม่มีของเล่นของพวกเราๆกันไปหรือยัง
โปรดอย่าลืมความสนุกง่ายๆในวัยเด็กเพื่อมาเป็นพลังใจเล็กๆน้อยๆ ในช่วงวัยที่วุ่นวายกับภารกิจกันนะฮะ .

.
.......................................................................
53 https://www.facebook.com/dekfarmhouse/posts/pfbid02e7horJeh29Y6xWdSYdsNTfkMUc43GoyyrtuuDQNXd4HKTrGmsxgvusSzQPzaUpRhl
เด็กบ้านสวน 26 มกราคม 2018 · #สนามเด็กเล่นตอนที่สอง #เด็กบ้านสวน
หลังจากนั้นมีอะไรอีกล่ะที่เด็กสมัยนี้ไม่เล่นกันแล้ว
ผมนึกถึงการเล่น #ทอยเส้น กินสตางค์ การเล่นก็เหมือนทอยเส้นด้วยตุ๊กตุ่นนั่นแหละครับ แต่เราจ่ายกันด้วยเงิน
เงินที่ว่านี้ก็ไม่ใช่อะไร คือ ซองบุหรี่สีสวยๆที่เราต่างหาได้จากที่ต่างๆ เอามาพับเป็นรูปสามเหลี่ยม แต่ละสีก็แทนมูลค่าเงิน เช่น ซองขาวๆอย่าง รวงทิพย์ เกล็ดทอง สามิต ก็แทนเงิน สิบบาท ซอง สายฝน สีเขียวๆก็แทน ยี่สิบบาท ซองแดงๆอย่าง กรองทิพย์ หรือ รอแยล สแตนดาร์ดที่เป็นภาษาฝรั่ง เราก็แทนเป็น หนึ่งร้อยบาท
ถ้าไม่มีของเล่นอย่างลูกข่างหรือตุ๊กตุ่น เราก็เล่นกันอย่างง่ายๆคือหาหญ้าแพรกเส้นยาวๆ หรือดอกหงอนไก่มาผลัดกันตี ใครหมดก่อนก็ถือว่าแพ้ นอกจากนั้นสาวๆเค้ายังตั้งวงเล่น #หมากเก็บ กันอย่างมิรู้เหน็ดเหนื่อย
ที่เล่นด้วยกันได้ทั้งชายหญิงและสนุกมาก ก็คือ #ตั้งเต เด็กๆเก็บก้อนหินมาขีดเส้นตารางมีหัวกระโหลก ผลัดกันทอยหินหรือเบี้ย ตามคิวแล้วก็ กระต่ายขาเดียวไปเก็บหิน โดดไปจนถึงตารางสุดท้ายก็พักเอาขาลงได้ แล้วก็กระต่ายขาเดียวกลับมา เล่นไปทีละตาๆ
พอครบก็มีการวางหินบนหลังเท้า เดินไปทีละตาๆ พอตาสุดท้ายก็ปล่อยหินลง เพื่อพัก แล้วก็ทำอย่างเดิมเดินกลับมา ต่อด้วยการหลับตา ก้าวทีละก้าวให้ลงตรงช่องตารางพอดี แล้วลืมตาดูว่าเหยียบเส้นตารางหรือเปล่า ถ้าเหยียบเส้นก็ตาย
ถ้าผ่านได้ ก็ทอยหินไปที่หัวกระโหลก เขย่งก้าวกระต่ายขาเดียวไปตามตารางและไปจบที่นอกตารางของหัวกระโหลก หันหลังเอามือหยิบหิน เมื่อได้แล้วก็หันหลังทอยข้ามหัวไปที่ตาราง หินตกช่องไหนก็ถือว่าตารางนั้นเป็นบ้านของเรา สามารถพักขาได้เมื่อเล่นตาต่อไป และคนอื่นห้ามกระโดดมาลงบ้านเรา ต้องเขย่งกระต่ายขาเดียวข้ามไปซึ่งจะทำให้ยากขึ้นเพราะต้องโดดไกลกว่าเดิม
ที่สำคัญคือใครหันหลังทอยแล้วหินไปตกบ้านตัวเองถือว่าบ้านไฟไหม้กลายเป็นไม่มีเจ้าของเหมือนเดิม และการเล่นทุกครั้งห้ามเหยียบเส้นหรือทอยเบี้ยทับเส้น ไม่งั้นถือว่าตายต้องให้คนอื่นเล่น แค่คิดผมก็สนุกแล้ว
นอกจากนี้ยังมีหลายอย่างที่ไม่ได้เขียนไว้ เพราะเด็กยุคนี้น่าจะเล่นกันอยู่ ทั้ง โพงพาง แม่งู ลิงชิงหลัก รีรีข้าวสาร มอญซ่อนผ้า โดดกิงก่องแก้ว ผมต้องขออภัยเป็นอย่างสูงเพราะพื้นที่ไม่พอนะครับ
ส่วนภาพนี้ผมนึกสนุกเขียนขึ้นต่อจากภาพแรกให้เรียงกันได้ เลยออกมามีภาพยาวให้ท่านผู้อ่านดูเล่นด้วย
ตอนสนามเด็กเล่นนี้ผมเขียนด้วยความรู้สึกคิดถึง #โรงเรียนวัดพลับพลาศิริวิทยา ที่เคยอยู่ ด้วยความเคารพรักและคิดถึงครูบาอาจารย์ทุกท่าน #คุณครูใหญ่สุนิตย์ โรจนรัตน์ คุณครูอ้อย คุณครูเปิ้ล คุณครูพิกุล คุณครูตี่ คุณครูตุ่ม คุณคุณประภาศ เพื่อนๆในสุเหร่า และนอกสุเหร่าที่ป่านนี้น่าจะมีครอบครัวลูกเต้าไปกันหมดแล้ว ถึงไม่ได้พบกันก็ยังระลึกถึงเสมอนะครับ .


.
.......................................................................
54 https://www.facebook.com/photo/?fbid=1735906876430580&set=pb.100044603491726.-2207520000
เด็กบ้านสวน 2 กุมภาพันธ์ 2018 · #ผีถ้วยแก้ว!! #เด็กบ้านสวน
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แม่ของผู้เขียนเล่ามาให้ฟังตลอด ตั้งแต่ผู้เขียนยังเด็กจนปัจจุบัน
เหตุการณ์เกิดเมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว สมัยแม่ของผมยังเป็นนักเรียนประจำอยู่ที่ #โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ สมัยที่ยังตั้งอยู่ด้านหลังโรงพยาบาลวชิระ
#โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ สมัยนั้นเป็นอาคารวังเก่า เรือนนอนเด็กประจำเป็นเรือนไม้ มองเห็นด้านหลัง #วัดส้มเกลี้ยง และ #สะพานซังฮี้
แม่ผมเรียนอยู่ห้องเดียวกับพี่สาวของดาราดัง คุณอรัญญา นามวงศ์ ด้วยนะครับ ขออวดหน่อย 555
ยามค่ำคืนของเด็กนักเรียนประจำ ย่อมมีเรื่องผีๆสางๆเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งเรื่องนี้ก็คือ #ผีถ้วยแก้ว นั่นแหละฮะ
#ผีถ้วยแก้ว วิธีเล่นก็คือจะมีกระดานกระดาษ ตีช่องเป็นตาราง เขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ ตัวเลข และคำว่า ใช่ ไม่ใช่ เอาไว้
ตรงกลางตารางมีช่องคำว่า ‘พัก’ ให้ดวงวิญญาณพัก และเป็นจุดเริ่มต้นการเล่น ส่วนริมตารางจะมีช่องคำว่า‘ออก’ เมื่อจะเชิญวิญญาณ ออกจากการเล่น
เมื่อเริ่มเล่นผู้เล่นก็จะจุดธูป เชิญวิญญาณที่อยู่แถวนั้นหรือที่รู้จัก มาเข้าสิงสถิตย์ในถ้วยแก้ว หลังจากนั้นผู้เล่นก็เอานิ้วกดลงไปบนก้นถ้วยที่คว่ำอยู่บนตาราง แล้วถามคำถามต่างๆ ถ้วยก็จะเลื่อนไปมาตามตารางสะกดตัวอักษรเป็นคำๆออกมาเป็นคำตอบ
คืนเกิดเหตุที่ว่านั้น วงผีถ้วยแก้ว ของเหล่าเพื่อนๆแม่ก็เล่นกันอยู่ในเรือนนอนชั้นบน โดยแอบครูเล่นกันหลังการเดินตรวจเรือนนอนของคุณครูแล้ว
ขณะที่กำลังเล่นกันอยู่ ก็มีเพื่อนคนนึงจะลงไปเข้าห้องน้ำข้างล่างเมื่อออกไปจากห้องตรงหัวกระได สิ่งน่าสะพรึงกลัวก็บังเกิด เมื่อปรากฏเงาเลือนรางของร่างหนึ่งขึ้นตรงหัวมุมเรือนนอนให้เธอคนนั้นเห็นเต็มตา
เพื่อนแม่คนนั้นหายปวดเป็นปลิดทิ้ง กระโจนกลับเข้ามาในห้องที่เล่นผีถ้วยแก้วกันอยู่นั้นทันที ด้วยความตื่นตระหนก
แน่นอน มันไม่ใช่เงาของเพื่อนคนใดคนหนึ่ง และไม่ใช่เงาของคุณครูเวรแน่ๆ แล้วเงานั้นเป็นเงาของใครหรือสิ่งใดกันล่ะ
ทั้งวงต่างสันนิษฐานกันไปต่างๆนาๆ บ้างก็ว่าเป็นดวงวิญญาณที่ถูกเชิญมาเข้าในถ้วยแก้ว
บ้างก็ว่าเป็นดวงวิญญาณของเพื่อนผี มารอเพื่อนที่ถูกเชิญมาเข้าในถ้วยแก้วดวงนั้น
แล้วท่านผู้อ่านล่ะครับ ท่านว่าเป็นเงาของสิ่งใด
แต่แน่นอนว่า วงผีถ้วยแก้ว ของเหล่าเพื่อนๆแม่นั้น ไม่คิดที่จะเล่น ผีถ้วยแก้วกันอีกต่อไปเลย .

.
.......................................................................
55 https://www.facebook.com/photo/?fbid=1746897848664816&set=pb.100044603491726.-2207520000
เด็กบ้านสวน 13 กุมภาพันธ์ 2018 · #อุ่นเครื่องก่อนหน้าว่าว #ว่าวกระบอก #เด็กบ้านสวน
เมื่อเข้าเดือนกุมภาพันธ์ เด็กๆกำลังเข้าช่วงสอบปลายภาค ก่อนจะปิดเทอมฤดูร้อน ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่อากาศยังกึ่งหนาวกึ่งร้อน คือลมเย็นยังพัดมาต้องกายบ้าง แต่แดดก็จะสาดแรง ชวนให้เพลียแล้วก็ผลอยหลับคาโต๊ะเรียน
ก่อนลมว่าวช่วงมีนา-เมษา จะพัดมา เป็นช่วงให้เราได้เตรียมตัวในการที่จะเหลาและทำว่าวไว้โฉบ เกี่ยว กันให้ขาดลอย
แต่ในระหว่างที่ยังมีลมอุ่นๆอ่อนๆและเอื่อยๆ พัดมาอยู่ตลอดเวลา ผมมักจะทำว่าวอีกชนิดนึง ขึ้นมาแขวนไว้ปลายลำไผ่ ให้ล่อนล้อรับลมเล่นเพื่อดูเพลินๆ หรือผู้ใหญ่เค้ามักทำไว้ให้เด็กเล็กๆที่ยังไม่มีเรี่ยวแรงวิ่งว่าว ได้หัดวิ่งชักว่าวกระบอกนี้กันก่อนโตพอและมือหนาพอที่ป่านว่าวจะไม่บาดมือ
ว่าวนี้เรียกว่า #ว่าวกระบอก ทำได้ง่ายๆจากกระดาษสมุดเรียนที่เหลือไว้ให้เขียนรูปเล่นอยู่ถึงค่อนๆเล่มหลังจากจบเทอมการศึกษา
เราฉีกกระดาษออกมาจากสมุด แล้วพับด้านข้างเข้าหาตัวเราทั้งสองด้าน ซึ่งก็จะออกมาคล้ายๆทรงรางน้ำนั่นแหละฮะ
แล้วเราก็เอากระดาษอีกแผ่น มาตัดเป็นเส้นๆ เอาแป้งเปียกทาต่อๆกันให้ยาวๆเป็นหางว่าว ยิ่งหางยาวยามรับลมก็ยิ่งพลิ้วสวยงาม แต่ถ้ายาวเกินไปก็จะหนัก ทำให้ว่าวล้อรบลมไม่ไหว
เมื่อติดหางเรียบร้อย เราก็เอาด้ายเย็บผ้าเนี่ยแหละ ขโมยของแม่มาซักม้วน สัมยนั้นม้วนละบาทเท่านั้น มาผูกเป็นซุงว่าว และใช้เป็นเชือกว่าวไปในตัว
แขวนไว้ที่ชายคาบ้านบ้าง กิ่งไม้ยืนต้นตายบ้าง ไม่ก็หน้าพัดลมนี่แหละแต่ใช้เชือกสั้นหน่อย ให้รับลมง่ายๆ พอลมมา ว่าวกระบอกของเราก็จะรับลมไปลอยนิ่งๆ หางก็จะพลิ้วไหวล้อเล่นไปกับลม นั่งดูได้เพลินเป็นชั่วโมงๆเชียวล่ะ
ว่าวปักเป้าหรืออีลุ้มตัวใหญ่ๆนี่เราเอาไว้ชักเอาสนุกเอามัน แต่ว่าวกระบอกนี่เราเอาไว้ดูให้เพลินให้สงบ
เดี๋ยวนี้ไม่รู้ว่ายังมีเด็กทำเล่นกันอยู่หรือไม่ อุปกรณ์ก็ง่ายๆราคาถูกๆ แต่รู้ว่ายามผมนั่งตกปลาริมท้องร่องไม่ต้องหมกมุ่นว่าจะได้ปลาหรือไม่ แล้วดูว่าวกระบอกลอยพลิ้วรับลม ไม่มีเสียงเครื่องจักรเครื่องยนต์ มีแต่เสียงลม หรีดหริ่ง จักจั่น ดังเป็นระยะๆ เหมือนเพลงกล่อม มันช่างเป็นชั่วโมงที่สงบที่สุดชั่วโมงหนึ่งในชีวิตครับ .

.
.......................................................................
56 https://www.facebook.com/photo/?fbid=1753579051330029&set=pb.100044603491726.-2207520000
เด็กบ้านสวน 19 กุมภาพันธ์ 2018 · #อยากสวยเมื่อวันมีสิว #เด็กบ้านสวน
เดี๋ยวนี้สถานเสริมความงามทั้งร้านเสริมสวยและคลินิกความงามเปิดไว้รอคุณผู้หญิงทั้งหลายกันแทบจะทุกหัวถนน
ในสมัยก่อนก็จะมีแต่ร้านทำผมแต่งเล็บ ถ้าอยากสวย เหล่าคุณๆก็ต้องดูแล สรรหาเครื่องประทินผิว ทั้งครีมทั้งแป้งมาโปะมาโบ๊ะหน้ากันเอาเอง
และแน่นอนเมื่อเริ่มวัยสาว สิ่งที่จะมาเยี่ยมเยียนบนใบหน้าคุณๆก่อนเพื่อน ก็คือเม็ดสิว ซึ่งมีตั้งแต่เม็ดเล็กๆเหมือนผด ไปจนถึงขนาดใหญ่คือสิวหัวช้าง
ผมเขียนภาพนี้ขึ้นมาเพราะนึกถึงการเป็นสิวในสมัยนั้น ซึ่งมีครีมหรือแป้งทาแก้สิวฝ้ากันไม่กี่ยี่ห้อ บางยี่ห้อก็หายไปจากตลาดแล้ว บางยี่ห้อก็ยังคงมีอยู่แต่เปลี่ยนรูปแบบให้ทันสมัยขึ้น
ไม่ใช่ว่าเรื่องจริงบ้านสวนผมจะวางเครื่องแป้งอย่างที่เห็นเยอะๆราวกับร้านเครื่องสำอางค์อย่างที่ผมเขียนหรอกนะฮะ ผมแค่นึกถึงยี่ห้อนั้นนี้ในสมัยก่อน แล้วก็เขียนขึ้นมารวมๆกันไว้
อย่างที่จำได้ชัดๆหน่อยก็คือ #วิเศษนิยม ที่เอามาละลายน้ำให้ข้นทาแก้สิว หรืออาจใช้ #ทิพย์นิยม ซึ่งคล้ายๆกัน #ผงพิเศษตราร่มชูชีพ ที่อยู่ยั้งยืนยงเป็นขวัญใจบ้านๆแบบเราๆทั้งหลาย #แป้งน้ำสมใจนึก #แป้งน้ำมองเล่ย่ะ #แป้งน้ำพรรณงาม #แป้งน้ำควินา #แป้งผงโกริน
อีกทั้งยังมีครีมต่างๆที่ใช้ทาแก้สิว ซึ่งก็ถือว่าทันสมัยมากในสมัยนั้นทั้ง #ครีมกวนอิม ของคุณประจวบ จำปาทอง #ครีมมัม ที่ทาทั้งหน้าและรักแร้
สบู่แก้สิวฝ้าอีกหลากหลายยี่ห้อ #สบู่ด๊อกเตอร์มนตรี อันนี้ผมใช้ตอนเป็นวัยรุ่นแหละฮะ #สบู่ซินธอล #สบู่ยาอาเซปโซ และ #สบู่ยาเด๊กโซ
พอเขียนถึงสิ่งเหล่านี้ผมเลยเขียน #วีโต้ปราบเต่า กะ #แป้งไอโอเดิร์ม อีกทั้ง #สบู่โรเซท ที่ใครๆคุ้นเคยไปด้วย และ #สบู่ขิงตราเจดีย์ ที่ผมชอบกลิ่นมากๆด้วย #ครีมตราภูเขาเฮสลีนสโนว์ และ #ยาสระผมกันรังแคจัสโมเดิร์น แต่ที่ผมใช้ในชีวิตจริงช่วงนั้นคือ ก้อนใสๆเหมือนน้ำแข็งที่วางอยู่ข้างล่าง...มันคือ #สารส้มทาแก้เต่ารักแร้ฮะ
งานชิ้นนี้อาจเกี่ยวกับสินค้าไปหน่อย ผมไม่ได้ค่าโฆษณาใตๆนะฮะ ( ถ้าเจ้าของสินค้าเห็นแล้วจะให้ก็ไม่ว่ากัน ฮ่าๆๆๆ ) แต่ที่เขียนถึงสิ่งเหล่านี้เพราะผมเติบโตมากับเค้า มันเป็นวัตถุแห่งยุคสมัยที่ชวนให้ผมคิดถึงวันเก่าๆน่ะฮะ
และผมก็เชื่อว่าหลายๆท่านที่ติดตามเพจอยู่ก็เคยใช้อันใดอันหนึ่งมาบ้างแล้ว และคงมีความสุขเล็กๆบ้างถ้าได้นึกถึง .

.
.......................................................................
57 https://www.facebook.com/photo/?fbid=1761042890583645&set=pb.100044603491726.-2207520000
เด็กบ้านสวน 26 กุมภาพันธ์ 2018 · #ถนนติวานนท์และไก่อบฟาง #เด็กบ้านสวน
ทุกวันนี้ผมยังต้องนั่งรถเมล์ไปกลับจากบ้านและที่ทำงานบนถนนติวานนท์ทุกวัน ในตัวเมืองนนท์สมัยเมื่อสัก 35-40 ปีที่แล้วมีถนนสำคัญอยู่ไม่กี่สาย ถนนพิบูลย์สงคราม ถนนกรุงเทพ-นนท์ และถนนติวานนท์ และที่ตัดเพิ่มในภายหลังคือถนนแจ้งวัฒนะ ถนนงามวงศ์วาน และถนนรัตนาธิเบศร์
วันนี้ผมจะเล่าเรื่อง #ถนนติวานนท์ ครับ สมัยนั้น ถนนติวานนท์ยังเป็นถนนราดยางมะตอยเล็กๆสองเลนรถวิ่ง ยกคันสูงจากสองฟากที่ด้านหนึ่งเป็นสวน ส่วนอีกด้านเป็นทุ่งนาสุดลูกหูลูกไปไถึงถนนเรียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตลาดขวัญโน่นเลย
ทั้งสองฟากจะขนาบไปด้วยลำคลองเล็กๆที่มีบัวหลวงปลูกชูดอกใบสวยงาม และร่มรื่นไปด้วยต้นก้ามปูขนาดใหญ่ที่เรียงรายเป็นระยะ จนแทบเป็นน้องๆอุโมงค์ต้นไม้
ยามผมนั่งรถเมล์สาย 63 เมื่อพ่อแม่พาไปเยี่ยม คุณตาคุณยายที่บ้านน้าชายแถววัดบัวขวัญ ณ ริมถนนติวานนท์ฟากที่เป็นทุ่งนาจะมีสิ่งที่น่าตื่นเต้นอยู่ 2 อย่าง
อย่างแรกคือ ช้างเร่ร่อน ที่เค้าเอามาเดินในเมืองเพื่อแสดงโชว์หรือขายถั่วอ้อยให้ช้างกิน มักจะมายืนกินหญ้าอยู่กลางทุ่งริบๆ บางครั้งมีให้เห็นเป็นฝูงใหญ่ทีเดียวในตอนนั้น ก่อนที่ราชการจะห้ามช้างเร่ร่อนในที่สุดฮะ
อย่างที่ 2 ที่เป็นพระเอกในตอนนี้ คือ ‘ไก่อบฟาง’ คนขายจะตั้งร้านอยู่ริมถนน เหมือนที่คุณเห็นร้านโรตีสายไหมยามไปอยุธยา หรือร้านหมูหันไก่ย่างที่อยู่ริมถนนรังสิต-องครักษ์นั่นแหละฮะ
ภาพที่เห็นจะเป็นกองฟางพะเนินเทินทึกเป็นระยะ อีกทั้งปี๊บหลายใบที่เป็นคราบเขม่าควันดำปี๋
คนขายเค้าจะเอาไก่ที่หมักเครื่องเทศไว้แล้ว มาเสียบไม้ปักไว้บนพื้นดินนั่นแหละฮะ แล้วเอาปี๊บครอบไว้ พูนดินไว้ตรงรอยต่อปี๊บกับพื้น กันเปลวไฟลามเข้าไปไหม้ไก่
จากนั้นจะเอาฟางข้าวคลุมปี๊บนั้นจนมิดแล้วจุดไฟ อบไก่ในนั้นจนสุกสีแดงสวยน่ากินมาก แต่ผมไม่เคยได้มีโอกาสกินหรอกนะฮะเพราะถือว่าเป็นของแพงพอสมควรในสมัยนั้น
ภายหลังมีการขยายถนนและเมืองเจริญไปถึงทุกอย่างที่เคยเป็นความทรงจำในภาพก็เลือนหายไป
อ้อ ถ้าท่านสังเกตในภาพจะเห็นโรงเรียนมีธงชาติอยู่ โรงเรียนนั้นชื่อ #โรงเรียนติวานนท์ศึกษา อยู่ปากซอย #เรวดี หลายท่านคงรู้จักนะฮะ เดี๋ยวนี้ตัวอาคารยังอยู่แต่เป็นอาคารร้างไม่มีโรงเรียนอีกต่อไปแล้วครับ
ส่วนภาพเล็กๆที่ผมสเกตช์ไว้นั่นคือ #ถนนติวานนท์ ในปัจจุบันครับ มีทั้งอาคารพาณิชย์ คอนโดฯ และรถไฟฟ้าสายสีม่วงครับ เอาไว้ให้ท่านผู้อ่านดูเปรียบเทียบเล่นๆนะฮะ
ผมเชื่อว่าที่ที่ท่านผู้อ่านอาศัยอยู่ในปัจจุบันก็คงเป็นไปในแบบเดียวกัน ในแบบที่ไม่อาจย้อนกลับไปได้ เหลือไว้ในความทรงจำให้ท่านๆได้คิดถึงเช่นกันนะฮะ .

.
.......................................................................
58 https://www.facebook.com/photo/?fbid=1769766419711292&set=pb.100044603491726.-2207520000
เด็กบ้านสวน 6 มีนาคม 2018 · #อาวุธสู้ร้อน #เด็กบ้านสวน
ทุกครั้งยามเข้าหน้าร้อน นอกจากการเล่นว่าว โดดน้ำเล่น เราก็ยังมีวิธีสู้แรงร้อนระอุของแดดด้วยของกิน
ของกินที่ว่านั่นก็คือเหล่า ‘#ไอติม’ หรือ ‘#ไอศกรีม’ หลากหลายประเภท ถ้าไม่นับรวม เหล่าน้ำหวานทั้งหลายที่ใส่ถุงแช่จนเย็นเป็นน้ำแข็ง ยามกินก็ใช้ปากเจาะก้นถุงดูดเอาๆ
#ไอติม ที่ถือว่าบ้านๆที่สุดและราคาถูกที่สุดในสมัยนั้น ก็จะเป็น #ไอติมหลอด ที่พ่อค้าจะใส่น้ำหวานสีและรสต่างๆในหลอดกระบอกโลหะ แล้วใส่ไปในช่องของถังโลหะที่ใส่น้ำแข็งโรยเกลือเอาไว้ จากนั้นก็จะจับเขย่าซ้ายขวาๆเสียงดังโกรกกราก พอเริ่มแข็งตัวก็เสียบไม้ลงไปเป็นด้ามจับ ไม่นานนักน้ำหวานที่ว่าก็จับตัวแข็งเป็นไอติมให้เราดูดกินชื่นใจจนปากซีดเลยทีเดียว
บางแห่งที่ทำมาสำเร็จแล้วใส่กระติกแขวนหัวไหล่มาเดินขาย มีวิธีเรียกลูกค้าด้วยโฆษณาว่าได้ไม้แดงสามารถเอามาแลกกินฟรีได้อีกด้วย
ถ้ามีทุนทรัพย์ขึ้นมาหน่อยจะเป็น #ไอติมตัด เป็นไอติมมีส่วนผสมของครีมอยู่บ้าง ทำเป็นก้อนสี่เหลี่ยมห่อพันด้วยกระดาษ เมื่อจะขายเค้าก็จะเอาขึ้นมาตัดให้ได้ขนาด แล้วเสียบไม้จับ ขนาดเล็ก 1 บาท ใหญ่ขึ้นมาก็ 2 บาทจะได้เยอะจนต้องเสียบไม้จับให้ถึง 2 อัน
ตามร้านชำจะมีไอติมแช่ไว้ในถังน้ำแข็งก้อน เป็นไอติมที่ทำจากน้ำหวานใส่ในหลอดพลาสติกแช่เย็นจนแข็งเป็นน้ำแข็ง รูปร่างของหลอดมักจะทำเป็นรูปขวดน้ำหวาน หรือฝักข้าวโพด มักขายกันอันละ 1 บาท เวลาจะกินก็ต้องใช้ฟันกัดจุกพลาสติกให้ขาด แล้วดูดน้ำหวานเย็นจัดข้างใน ซึ่งหลอดพลาสติกที่เหลือจากการกิน เด็กอย่างเรายังเอาไปใส่น้ำเล่นกันได้อีก
นอกจากนั้นก็มี #ไอติมแท่ง รสชาติต่างๆทั้ง ถั่วดำ ข้าวโพด ลอดช่อง และรสน้ำต่างๆเช่น กาแฟ น้ำแดง ซึ่งเดี๋ยวนี้มียี่ห้อดังๆไปขายในร้านสะดวกซื้อเสียด้วยซ้ำ
#ไอติม ที่ดูเป็น #ไอศกรีม จริงๆขึ้นมาหน่อยและมียี่ห้อด้วย ที่จำได้ก็ #ไอศกรีมอาปาเช่ ที่โลโก้จะเป็นรูปหัวอินเดียนแดง เป็น #ไอศกรีม ราคาถูกไล่ตั้งแต่ ไอศกรีมแบบแท่งราคา 1 บาท ไอศกรีมถ้วยก็ 2 บาท ไปจนถึง 3 บาท ก็จะเป็นไอศกรีมโคนแบบ คอนเน็ตโต สมัยนี้ แต่โคนของ อาปาเช่ มักจะเหลวเป๋วเหนียวหนึบมาตั้งแต่ในรถขาย
ถ้าไอศกรีมไฮโซในสมัยนั้นเลยก็จะเป็น #ไอศกรีมโฟร์โมสต์ มีหลากหลายแบบมาก แต่ที่ผมเคยกินก็แบบถูกๆหน่อยเป็น ไอศกรีมถ้วย ถ้าถ้วยแบนๆตื้นๆก็ 2 บาท ถ้าถ้วยสูงหน่อยก็คง 3 บาท #ไอศกรีมโฟร์โมสต์ นี่เค้ามีร้านที่ดังมากคือ #ศาลาโฟร์โมสต์ ตรงอนุสาวรีย์ชัยฯ คงเป็นร้านที่คนหนุ่มสาวสมัยนั้นใช้เป็นที่นัดพบกินไอศกรีมกันอย่างร้านชื่อดังสมัยนี้
ไอศกรีมยี่ห้อดังอีกยี่ห้อคือ #ไอศกรีมครีโม เป็นไอศกรีมแบบเดียวกับโฟร์โมสต์ อร่อยดีทีเดียวไม่ทราบว่าสมัยนี้ยังมีอยู่มั้ย
เหล่าอาวุธสู้ร้อนสมัยก่อนราคาไม่แพงมากมายเท่าไหร่เด็กอย่างเราก็พอสู้ไหว ถ้าเทียบกับสมัยนี้พาลจะทำให้กระเป๋าตังค์ของเหล่าผู้ปกครองร้อนฉ่าขึ้นมาจนต้องปาดเหงื่อแทน .

.
.......................................................................
59 https://www.facebook.com/photo/?fbid=1776281469059787&set=pb.100044603491726.-2207520000
เด็กบ้านสวน 12 มีนาคม 2018 · #โรงหนังภูธร #ศรีพรสวรรค์ #เด็กบ้านสวน
สมัยก่อนที่โรงหนังมัลติเพล็กซ์ยังไม่แพร่หลายทุกหัวมุมเมืองเหมือนสมัยนี้ เราๆก็ได้อาศัยโรงหนังสไตล์ภูธร ของแต่ละท้องถิ่นเป็นที่ชมมหรสพหาความสุขกันไป
ผู้เขียนเองไม่ใช่คนเข้าโรงหนังบ่อยเท่าไหร่ จำได้ว่าแค่เพียง 2-3 ครั้งเท่านั้น เพราะอาศัยดูการ์ตูนจากโทรทัศน์ช่องต่างๆเอา
ในเมืองนนท์เราก็มีโรงหนังภูธรชื่อดังๆที่แม้คนต่างถิ่นก็รู้จักอยู่ 3-4 แห่ง ได้แก่ โรงหนังนนทบุรีรามา ( ผู้อ่านหนุ่มๆที่ทันๆ ห้ามแอบหัวเราะนะฮะ ) ตัวอาคารยังอยู่แต่ทำเป็นร้านค้าแผงลอยอยู่ด้านหน้าแทน หลังปิดตัวลงจากการฉายหนังโป๊ และเป็นที่ล่าเหยื่อของสาวประเภทสอง
โรงศรีพรสวรรค์ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆกันที่ปัจจุบันไม่เหลือสภาพใดๆให้เห็นแล้ว เป็นโลตัสเอ็กเพรสมาสร้างอยู่แทน
นครนนท์รามาที่มีห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลอยู่ด้วยที่เพิ่งถูกทุบไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน
และงามวงศ์วานรามาที่ตัวอาคารยังอยู่ แต่ภายในดัดแปลงเป็นสนามแบตมินตันไปแล้ว
อ้อ...โรงเหล่านี้มักหนังมักจะเข้าฉายช้ากว่าโรงในกรุงเทพฯนิดหน่อย ก็เมื่อก่อนเมืองนนท์ก็ถือเป็นต่างจังหวัดเนาะฮะ
ตัวผมไม่เคยเข้าไปดูในโรงศรีพรสวรรค์มาก่อน แต่ไปบ่อยเพราะไปซื้อเทปเพลงที่มีแผงอยู่ข้างใต้โรงหนังนั่นเอง ตัวโรงอาจเขียนไม่เหมือนเพราะด้านหน้าต้องมีป้อมตำรวจกับสายไฟฟ้ารกรุงรังบังหน้าโรงอยู่เสมอ และภาพอ้างอิงก็หาไม่ได้เลยใช้โรงนั้นนี้มาประกอบเอากับความทรงจำ ท่านใดจำได้ช่วยบอกกล่าวผมหน่อยนะฮะ ในช่องคอมเมนต์ก็ได้ครับ
จำไม่ได้ แล้วจะเขียนโรงนี้ทำไม? เดี๋ยวผมจะเล่าเหตุผลให้ฟังตอนท้ายนะฮะ
ก่อนไปดูหนังเราก็มีขั้นตอนน่ารักๆในสมัยนั้น ถ้าทุกท่านจำได้ เราจะดูโปรแกรมหนังจากหน้าบันเทิงหนังสือพิมพ์ ที่เค้าจะมีตารางบอกโปรแกรมหนังของแต่ละโรงพร้อมเบอร์โทรศัพท์ไว้ เผื่อใครจะจองบัตร
หรือบางทีก็ดูเอาจากรถเร่โฆษณาหนัง ที่จะวิ่งไปตามถนนหนทางพร้อมป้ายโปรแกรมหนังติดข้างรถ ผู้ประกาศก็โฆษณากันไป เหมือนรถกับข้าวสมัยนี้
โรงหนังสมัยก่อนค่าบัตรก็ราคาไม่กี่บาท 10-20-30 บาท เด็กก็ไม่ต้องซื้อบัตรเพราะนั่งตักเอาได้
โรงหนังส่วนใหญ่ไม่มีเครื่องปรับอากาศหรอกฮะ เค้าจะตั้งพัดลมตัวใหญ่ๆไว้เป็นระยะๆเอา ใครขี้ร้อนหน่อยก็ดูไปเอาหนังสือพิมพ์พัดคลายร้อนกันไป
ถ้าช่วงไหน หนังดังมากๆจนที่นั่งไม่พอ ก็จะมีบัตรที่นั่งเสริม ซึ่งก็คือเก้าอี้กลมๆตามร้านก๋วยเตี๋ยวนั่นแหละ เอามาตั้งตามทางเดิน นั่งดูกันเอาตามอัธยาศัย
ทีนี้ทำไมผมถึงต้องเขียน โรงหนังศรีพรสวรรค์?
เรื่องเริ่มที่ช่วงปี 2523-24 เป็นช่วงที่หนังซูเปอร์แมน ที่คริสโตเฟอร์ รีฟฟ์, จีน แฮ๊กแมน และมารอน แบรนโด แสดงนำ เข้ามาฉายในไทยและกระแสก็ดังแบบถล่มทะลาย ใครใครก็ต้องอยากดูแม้แต่เด็กๆอย่างผม
ทั้งขอร้องทั้งงอแงให้พ่อพาไปดูให้ได้ จนพ่อยอมพาไป เมื่อถึงตัวจังหวัด ป้ายโฆษณาเรื่องซูเปอร์แมนของโรงศรีพรสวรรค์ตั้งตระหง่านอยู่ แต่ตรงข้ามป้ายรถตรงตลาด โรงหนังนนทบุรีรามาก็ขึ้นโปรแกรมตัวมหึมาว่าฉายเรื่อง ‘สามซูเปอร์แมน’
ทันควัน พ่อของผมจูงมือผมข้ามถนนเข้านนทบุรีรามา ด้วยเหตุผลว่า จ่ายบัตรถูกกว่า ( ตอนนั้นโรงนี้บัตรจะถูกกว่าศรีพรฯประมาณ 5 บาท ) แถมได้เห็นซูเปอร์แมนถึง 3 คน
เมื่อเข้าไปดูเราจึงพบว่า ‘สามซูเปอร์แมน’ คือหนังตลกฝรั่งเกรด บี ทั้งมุกฝืด และทะลึ่งลามก จนตอนนั้นเด็กอย่างผมยังต้องส่ายหน้า แต่กลับจำเรื่องได้ว่า เป็นเรื่องชายธรรมดาสามคน บินก็ไม่ได้ ยิงแสงจากตาก็ไม่ได้ เครื่องบินตกในป่าและกลายเป็นมนุษย์ประหลาดที่เหล่าคนป่ายกย่องเคารพบูชา และทำวีรกรรมเอะอะมะเทิ่งไปตามเรื่อง
ผมงี้นั่งน้ำตาซึม งอนพ่อไปหลายวัน ผมไม่ได้ดูซูเปอร์แมนที่ทั้ง ที่เก่ง ทั้งบินได้ก็จริง แต่เหตุการณ์กลับฝังอยู่ในความทรงจำอย่างที่คุยกับพ่อทีไรก็หัวเราะกันลั่นบ้านทีเดียว
แล้วท่านผู้อ่านล่ะฮะ โรงหนังในความทรงจำแถวบ้านท่านเป็นอย่างไร ท่านจำได้หรือเปล่าฮะ เล่าให้ผมฟังบ้างสิฮะ .

.
.......................................................................
60 https://www.facebook.com/photo/?fbid=1787434741277793&set=pb.100044603491726.-2207520000
เด็กบ้านสวน 22 มีนาคม 2018 · #สวรรค์ที่หน้าโรงเรียน #เด็กบ้านสวน
ทุกครั้งเวลาเดินทางไปโรงเรียนวัดพลับพลา เราต้องผ่านหน้าโรงเรียนสตรีนนทบุรี และตรงนี้แหละที่เหล่าเด็กอย่างผมว่า มันคือสวรรค์ชัดๆ
ทำไมน่ะเหรอ ก็มันเต็มไปด้วยร้านค้าที่มีแต่ของล่อใจเด็กทั้งนั้น ในยุคสมัยนี้ก็มีให้เห็นแหละ แต่คงแตกต่างกว่ายุคอะนาล็อกของผมพอสมควร
เอาที่จำได้เนาะฮะ ไล่สายตาไปตามภาพ ที่ผมไม่ค่อยชอบเอาสักเท่าไรสมัยนั้น ก็คือ #ขนมกุ๋ยฉ่าย ก็มันมีแต่ผักนี่ แถมน้ำจิ้มซีอิ๊วดำก็ไม่ถูกปากซะเลย เด็กอย่างผมเลยขอผ่าน แต่ปัจจุบันอย่าให้เห็นเชียวถึงขนาดหัดทำมาแล้วนะครับ
#ร้านดอกกุหลาบ ก็มันหน้าโรงเรียนสตรีล้วนนี่ มักมีถังน้ำแช่ดอกกุหลาบแดงถังหนึ่ง ชมพูถังหนึ่ง ไม่รู้เอามาขายสาวๆ หรือหนุ่มๆโรงเรียนรายรอบที่มาจีบสาวๆกันแน่
แล้วก็ #ร้านขนมกับของเล่น ที่มีของเล่นและขนมราคาถูกหลากหลาย ของเล่นก็เช่น ปืนแก๊ป แก๊ป รูปลอกการ์ตูน ลูกหิน ตุ๊กตากระดาษที่เด็กผู้หญิงเอามาแต่งตัวกัน ตุ๊กตุ่นของเด็กผู้ชายและอีกมากมายไม่หวาดไหว เดินผ่านทีละลานตาจนใจละลาย และขาระทวย จนก้าวเดินผ่านไปไม่ไหว
#ร้านขนมโตเกียว ที่ผมไม่เคยกินขนมโตเกียวที่ไหนอร่อยเท่าที่นี่ จริงๆนะฮะ แป้งเค้าหนานุ่มไม่บางเฉียบเหมือนสมัยนี้ ไส้มีเพียง ไส้สังขยา กับไส้เผือก ราคาเพียง 1-2 บาท อันเบ้อเริ่มเทิ่มกินอิ่มเลย แถมแกใจดีมาก เพราะผมมักซื้อแบบไม่ใส่ไส้ แกละเลงแป้งให้เสียเต็มกระทะ ใส่เนยให้หอมฟุ้ง ราคาแค่ 2 บาทเอง หลังจบ ป.6 ก็ไม่เคยได้กินอีกเลย มารู้อีกทีว่าแกเสียไปนานแล้ว แต่รถเข็นที่แกใช้ขายขนมโตเกียวยังจอดทิ้งอยู่ในสภาพเดิมหน้าโรงเรียนวัดปากน้ำ เห็นทีไรก็คิดถึง
ถัดมาก็ #ร้านขนมฝรั่ง ของป้าบล ป้าบลเป็นเพื่อนแม่ แกขายแซนด์วิช แฮมเบอร์เกอร์ คุกกี้ แยมโรล ทุกอย่างราคา 2-5 บาท เป็นร้านที่ผู้ปกครองมักซื้อไว้ให้เด็กๆกินแก้หิว
#รถเข็นขายเครื่องเขียน เป็นรถเข็นสารพัดประโยชน์ มีทุกอย่างตั้งแต่ กิฟต์ช็อป ให้สาวๆซื้อของกระจุกกระจิก ไปจนถึงปากกาหมึกซึมในตู้กระจกที่ดูมีราคาแพง
#ร้านหนังสือการ์ตูนมือสอง สมัยการ์ตูนไม่มีลิขสิทธิ์ ทั้งของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ มิตรไมตรี และอีกมากมาย เล่มละ 2-3 บาท คนชอบการ์ตูนอย่างผมแคะกระปุกเงินเก็บจากค่าขนมไว้อุดหนุนประจำ
อีกฝั่งติดรั้วโรงเรียน ก็ได้แก่ #ร้านน้ำแข็งกด ท่านผู้อ่านคงรู้จักดีนะฮะ น้ำแข็งไสด้วยกบ อัดแน่นในแก้วพลาสติก เสียบไม้ ราดน้ำหวานและนมข้น ของหวานที่อยู่ในใจหลายๆท่าน
#ร้านป๋องแป๋ง ของเล่นที่ทำจากกระดาษย่น สีสันสดใสแบบจีนๆ ใช้เล่นด้วยการยืดๆหดๆ ด้ามไม้ที่ติดไว้กับกระดาษ มีทั้งยืดได้คล้ายมังกร เป็นโคมไฟจีน ที่สำคัญที่สุดคือ #ป๋องแป๋ง โครงกระดาษแข็งทรงกระบอกสั้นๆ ที่ขึงกระดาษแก้วสีแดงสดไว้ เวลาเล่นเอาด้ามมาปั่นด้วย 2 มือ ตุ้มเทียนเล็กๆที่ผูกไว้ข้างๆก็จะสะบัดมาตีกระดาษแก้ว เสียงดัง ป๋องแป๋งๆ ตามชื่อ สนุกกับเด็ก แต่กวนใจผู้ใหญ่หลายคนดีแท้
#น้ำตาลปั้น เค้าจะมีกระบะใส่น้ำตาลสีต่างๆที่น่าจะผสมแบะแซไว้ เอาตักมายังร้อนเหลวมาขึ้นรูปแล้วตัดแต่งด้วยกรรไกร ทำแป๊บๆออกมาเป็นรูปร่างตลกสวยงาม เค้ามักทำเป็นรูปลิงตกปลา ไม่ก็ไก่โต้ง อันละบาทสองบาทตามขนาด มันสวยจนเราไม่กล้าแทะให้เสียรูปเลยทีเดียว
ต่อไปเป็นร้านที่ผมไม่รู้ลืม #ร้านปูเสฉวน เป็นสัตว์คล้ายกุ้งมันจะหาเปลือกหอยมาเป็นบ้านที่อาศัยสอดตัวเข้าไป เค้าจะขายในกาละมัง ราคาก็ตามขนาดตั้งแต่ 1-3 บาท เด็กๆซื้อไปเป็นเพื่อนเล่นไม่กี่วันปูเสฉวนก็มักจะตาย หลังๆพอรู้ความเราก็เลิกซื้อเพราะสงสาร ที่มันอยู่ผิดที่ผิดถิ่นและเลี้ยงแล้วไม่รอด
#ร้านปลาสวยงาม เค้าจะเอาปลาใส่ถุง แขวนไว้บนด้ามไม้ ราคาสูงหน่อย เพราะเด็กๆมักขอให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ควักกระเป๋าจ่ายให้ ปลาก็มักเป็น ปลาทองตัวเล็กๆ ปลาสอด ปลาหางนกยูง สีสันสวยงาม
ที่เล่าเรื่องนี้ก็เพราะ หน้าโรงเรียนสมัยนั้นมันมีเสน่ห์มากและหลากหลายจนชวนให้เราอยากไปโรงเรียนด้วยส่วนนึงเชียวครับ
แล้วหน้าโรงเรียนของคุณผู้อ่านล่ะฮะ. .

.
|