Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
10 September 2026, 01:22:16

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,088 Posts in 15,338 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  หมวดหมู่ทั่วไป  |  ศาลาพักใจ  |  รายการโทรทัศน์ที่น่าดูมาก  |  เรื่องย่อละคร สะใภ้จ้าว (thairath.co.th)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: 1 [2] Go Down Print
Author Topic: เรื่องย่อละคร สะใภ้จ้าว (thairath.co.th)  (Read 1517 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #15 on: 02 August 2026, 22:30:41 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep15/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 15

สาลินไม่มีปัญหากับการนั่งรถบุโรทั่งของ คุณชายรอง แม้เสียงเครื่องยนต์ กับอาการสั่นสะเทิ้นทั้งคันจะทำให้น่าหวาดเสียวบ้าง แต่บรรณารักษ์สาวก็หาทางปรับตัวจนได้ ด้วยการเอาผ้าพันคอผูกเบาะกับมือจับประตู แถมนั่งหัวเราะคิกคักไม่หยุดจนราชนิกุลหนุ่มอดทึ่งไม่ได้

“นี่เธอ...หาเรื่องเล่นสนุกได้ทั้งวันจริงๆนะ เธอเคยเป็นทุกข์เป็นร้อนอะไรบ้างไหมนี่”

“มีสิ...ก็ที่เสด็จฯกริ้วคุณ จนคุณต้องออกจากวังไง”

“ฉันไม่เป็นอะไรหรอกน่า นี่เธอหิวหรือยัง ภัตตาคารข้างหน้านี่อาหารอร่อยนะ”

“อุ๊ย...ไม่เอาค่ะ มันเลี่ยน ใส่ผงชูรสเยอะ อีกอย่างมันก็แพงด้วย”

“ฉันแค่ถูกไล่ออกจากวัง ไม่ถึงกับหมดตัวหรอกนะ”

“เอ๊ะ...แต่เมื่อกี้คุณบอกคุณศุภรว่าคุณยอบแยบเต็มที ยังไงกันแน่”

“เอ่อ...ก็ใช่ ฉันลืมตัวบ่อยๆว่าฉันยังเป็นคุณชายวังวุฒิเวสม์อยู่ ตอนนี้ฉันเป็นแค่ยาจก จะสุรุ่ยสุร่ายไม่ได้”

“ดีค่ะ เอาอย่างนี้...แวะตลาดให้หน่อย เดี๋ยวฉันซื้อของสดไปทำให้คุณทานเอง ประหยัดกว่าตั้งเยอะ”

นอกจากไม่รังเกียจอาหารบ้านที่ต้องลงครัวเองแล้ว สาลินยังไม่มีท่าทางสะดีดสะดิ้ง เมื่อเห็นบ้านเช่าทรุดโทรมของคุณชายรอง แถมหยิบโน่นจับนี่มาล้อเลียน จนเขาอดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้

“เธอนี่เจ้าวางแผนนะ หาของสารพัดในสวนมาเล่นพิสดารแบบนี้”

“สนุกจะตาย ฉันเคยแกล้งยายพิณ กรี๊ดบ้านแตก ในวังคงไม่เล่นอะไรแบบนี้หรอก คงเล่นแต่ตุ๊กตาชาววัง”

“ใครว่า...ในวังน่ะ มีต้นไม้เยอะอย่างกับป่า เด็จป้าทรงหาอะไรแปลกๆมาให้เราสามคนเล่นประจำ ทรงสอนฉันเล่นด้วงกว่าง ทรงให้ฉันเลี้ยงปลากัดด้วยนะ”

“เสด็จพระองค์หญิงน่ะหรือคะ”

“คุณสอางค์บอกว่าสมัยเรียน เด็จป้าทรงเป็นหัวโจก พาสมุนเล่นอะไรแผลงๆร้อยแปด คงแบบเธอนั่นแหละ”

เวลาเดียวกันที่ร้านทำผม...คุณหญิงก้อยต้องพยายามข่มอารมณ์ เมื่อเจอกับสายตาและเสียงซุบซิบจากผู้คนรอบข้าง ไม่เว้นแม้แต่จรวย ลูกค้าประจำคนใหม่ ที่แสร้งตีหน้ายิ้ม ทำท่าเหมือนเข้าอกเข้าใจ

“รวยเสียใจด้วยนะคะ เรื่องคุณชายรองถูกเนรเทศออกจากวัง คุณหญิงเลยไม่มีโอกาสได้อยู่เรือนหอ”

“ฉันดีใจต่างหากที่ไม่ต้องเข้าไปอยู่ในวัง คุณรองออกจากวังนั่นก็เพื่อฉัน”

“แต่ก็แปลกนะคะ เสด็จฯยังทรงให้สร้างเรือนหอต่อ ของหมั้นของแต่งก็ทำกันอยู่ต่อเนื่อง”

คุณหญิงก้อยหูผึ่ง ยิ้มบางๆอย่างมีความหวัง “ก็เป็นไปได้ ที่เด็จป้าทรงขู่ไปอย่างนั้น เมื่อฉันกับคุณรองแต่งงานกัน เด็จป้าคงพระทัยอ่อน ยอมรับคุณรองกับฉันกลับเข้าวังตามเดิม เรือนหอก็คงเป็นของฉันนั่นแหละ”

จรวยลอบเบ้หน้าอย่างรู้ทัน ก่อนจะตีหน้าซื่อเหมือนไม่รู้อะไร “รวยก็ไม่แน่ใจนะคะ เพราะเห็นลือกันว่าคุณชายเล็กจะเป็นเป้าหมายคนต่อไป ถ้าไม่จับคู่ยาย

คนน้อง ก็อาจจะเป็นคนพี่เหมือนเดิม”

“ทำไมเธอคิดอย่างนั้น”

“ก็ตอนนี้นังคนพี่เป็นหม้ายขันหมากแล้ว แต่เสด็จฯไม่ทรงเฉดหัวมันออกไปเสียที ยังลอยหน้าในวังเหมือนเดิม”

คุณหญิงก้อยเริ่มคล้อยตามข้อสังเกตของจรวย ความริษยาและโกรธแค้นแล่นพล่าน จนหลุดปากสั่งเหมือนเคย ให้อีกฝ่ายสืบหาวันเวลาที่ศรีจิตราจะมาเสริมสวยอีก...อยากเจอน้ำหน้านัก อีนังหน้าด้าน ชุบมือเปิบ!

ooooooo

บททดสอบสาลินของคุณชายรองเป็นไปด้วยความราบรื่น บรรณารักษ์สาวบ้านสวนเพลิดเพลินกับทุกอย่าง ทั้งทำความสะอาดบ้าน ทำกับข้าว และรับประทานร่วมกันอย่างสนุกสนาน ต่างจากบรรยากาศที่วังรัชนีกุล แทบร้อนเป็นไฟ เพราะพาดหัวข่าวใหญ่เรื่องคุณชายรองถูกเนรเทศจากวังวุฒิเวสม์

เช่นเดียวกับสถานการณ์ของคุณหญิงกลาง ยังไม่รู้เรื่องศุภรเล่นละครเพื่อช่วยเพื่อนรักอย่างคุณชายรอง เลยเคืองไม่หาย และพลอยทำให้ทุกคนในวังเป็นกังวลไปด้วย

ขณะที่ข่าวฉาวของคุณชายรองกระฉ่อนทั่วเมือง อัศนีย์ก็เดินตามแผน ทวงสัญญาให้สาลินไปทำงานที่ไนต์คลับด้วย แต่เธอก็บ่ายเบี่ยง หนีหน้าเขาเสมอ จนเขาต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากจิตริณี

จิตริณีลำบากใจไม่น้อย แต่เห็นแก่เพื่อนเก่าจากนิวยอร์ก เลยช่วยกล่อมสาลินให้ไปเจออัศนีย์ที่สปอร์ตคลับในวันต่อมา โดยอ้างว่าจะได้เจอคุณชายรองด้วย บรรณารักษ์สาวจึงยอมตกลง แต่กระนั้น...เพื่อกันไม่ให้เรื่องเลยเถิดเหมือนที่ผ่านมา จิตริณีเลยพ่วงตัวเองไปด้วยเพราะไม่อยากให้สาลินไปตามลำพังกับเสือผู้หญิงอย่างอัศนีย์

และในวันเดียวกันนั่นเอง...คุณชายรองก็มุ่งหน้ามาที่สปอร์ตคลับจริงๆ พร้อมกับคุณหญิงก้อย แต่เพราะสภาพรถบุโรทั่งไม่อำนวย สองหนุ่มสาวคู่รักเลยต้องนั่งมองหน้ากันเครียดๆ ไปไม่ถึงไหนสักที

“หญิงบอกแล้วใช่ไหม ให้เอารถของหญิงมา ตายจริง...เดี๋ยวต้องมีคนรู้จักเราผ่านมาเห็นแน่ๆ”

“ทำไมหรือหญิง หญิงอับอายที่อยู่กับผมหรือ”

คุณหญิงก้อยหน้าเจื่อน อยากบอกว่าใช่ แต่กลับปั้นหน้าเศร้าพูดอีกอย่าง “หญิงไม่อายหรอกค่ะ แต่ว่าคนพวกนี้ซุบซิบเป็นงานอดิเรก นินทาเป็นงานประจำ หญิงไม่อยากให้คุณรองต้องเป็นขี้ปากชาวบ้าน”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ผมเริ่มจะชินแล้วล่ะ”

สีหน้าจริงจังของชายคนรัก ทำให้คุณหญิงก้อยอยากกรีดร้องให้หายคลั่ง เพราะแน่ใจว่าคงทำใจให้ชินกับเรื่องบ้าๆพวกนี้ไม่ได้ และคุณชายรองก็ทำให้เธอยิ่งมั่นใจ เมื่อเขาขอร้องให้เธอช่วยเข็นรถ!

คุณหญิงก้อยกำลังจะเป็นบ้า แต่ไม่มีทางเลือก ต้องกระย่องกระแย่งช่วยคุณชายรองเข็นรถ แต่ก็เหมือนโชคจะเข้าข้าง เมื่อรถคันหรูของอัศนีย์แล่นมาจอดขนาบ พร้อมกับสาลินและจิตริณีที่รีบเปิดประตูมาดู

อัศนีย์กลั้นขำแทบแย่เมื่อเห็นสภาพอดีตภรรยา แต่ก็ไม่ไร้น้ำใจ เสนอตัวช่วยเหลือคุณชายรองอีกแรง

“อย่าเรียกผมคุณชายเลยฮะ ผมกำลังทำตัวให้ชินกับการเป็นยาจก”

“มาครับ ผมจะช่วยลากไปอู่”

“ไม่ต้องหรอกครับ เดี๋ยวผมโทรศัพท์เรียกรถลากดีกว่า แต่ถ้าจะกรุณา ช่วยพาคุณหญิงไปสปอร์ตคลับก่อน”

“ผมยินดีช่วยเหลือครับ แต่ไม่รู้ว่าคุณหญิงจะยินดีหรือเปล่า”

คุณหญิงก้อยเชิดหน้า โพล่งออกไปอย่างไม่แคร์ใคร “ไม่ยินดีค่ะ แต่ฉันไม่มีทางเลือก ขอตัวนะคะคุณรอง”

พูดจบก็ผละไปขึ้นรถอัศนีย์ สาลินเลยอาสาช่วยแทน ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก มีเพียงจิตริณีมองมาด้วยแววตารู้ทันและชอบใจ แต่ก็ไม่อยากพูดอะไรมาก ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องตัดสิน

ooooooo

สาลินอยู่ช่วยคุณชายรองจนเขานำรถมาถึงสปอร์ตคลับจนได้ ท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน แต่ไม่ใช่คุณหญิงก้อย หมั่นไส้บรรณารักษ์สาวบ้านสวนมาก และอดไม่ได้จะถากถาง เมื่อสบโอกาสเจอกันในห้องน้ำ

“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่อง เธอกำลังถูกจับคู่กับ นายเล็ก หรือว่าเธอจะแก้ข่าว”

“ขอแก้ข่าวค่ะ เพราะฉันกับคุณชายเล็กคงไม่ใช่คู่กันแน่ๆ”

“ก็ดีนะ ที่เธอยังจงรักภักดีกับอาร์นี่”

“ก็ขอแก้ข่าวอีกค่ะ เพราะฉันไม่เคยจงรักภักดีกับคุณอัศนีย์หรือใครทั้งนั้น”

“งั้น...เธอก็ไม่ได้หวังจะครอบครองเรือนหอล่ะสิ”

สาลินนิ่วหน้าไม่เข้าใจ แต่เพียงแวบเดียวก็ปะติดปะต่อเรื่องได้

“เฮ้อ...คุณหญิงคะ ฉันว่าคุณหญิงคิดมากไปแล้วล่ะ”

“ฉันไม่ได้คิดมาก แต่ฉันคิดรอบคอบต่างหาก ถึงเธอไม่คิด แต่พี่สาวเธอคงคิด ไม่อย่างนั้นทำไมยังลอยหน้าอยู่ในวัง ทั้งๆที่เป็นหม้ายขันหมากไปแล้ว”

“ใครจะอยู่หรือไปจากวัง เสด็จฯเป็นผู้ประทาน อนุญาต ไม่ใช่เข้าออกตามอำเภอใจ”

สองสาวคงเถียงกันอีกนานถ้าจิตริณีไม่เข้ามาขวางก่อน คุณหญิงก้อยหัวเสียมาก สะบัดหน้าหนีไปซ้อมเทนนิสกับวิรงรองแทน ทิ้งจิตริณีกับสาลินให้มองตามเครียดๆ...ดูท่าว่าเรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ

ฟากอัศนีย์...กล่อมคุณชายรองให้ไปร่วมงานเปิดตัวไนต์คลับของเขาในอีกไม่กี่วัน ราชนิกุลหนุ่มบ่ายเบี่ยง ไม่อยากไปให้หงุดหงิด แต่ก็ต้องลังเล เมื่ออีกฝ่ายบอกว่าสาลินจะมาร่วมงานด้วย ในฐานะหัวหน้าประชาสัมพันธ์คนใหม่

อีกมุมหนึ่งของสนามเทนนิส...วิรงรองมองดูการสนทนาของอัศนีย์กับคุณชายรองด้วยความสงสัย แต่ที่อยากรู้กว่า คือการปรากฏตัวของสาลิน คู่ปรับและศัตรูหัวใจของคุณหญิงก้อย

“ไม่นึกนะหญิง ว่าแม่สาลินจะกล้ามาเผชิญหน้ากับหญิงวันนี้ด้วย”

“ยายบ้านสวนนั่นดูไม่กลัวเกรงอะไร กล้าเผชิญหน้า ผิดกับเธอ ลอบทำร้ายฉันลับหลัง”

“พูดอะไรน่ะหญิง ฉันไปทำร้ายเธอลับหลังตอนไหน”

“ก็ที่เธอแส่ลงข่าวคุณรองน่ะสิ เธอจงใจแกล้งฉันใช่ไหม”

“โถ...กลั่นแกล้งอะไรกันจ๊ะ ฉันแค่ทำตามเสาวนีย์ของหญิง”

“ฉันไปสั่งอะไรเธอตั้งแต่เมื่อไหร่”

“อ้าว...ก็ที่หญิงกำชับฉันไง ว่าให้มีข่าวหญิงกับคุณรองต่อเนื่องเป็นชุด เริ่มจากข่าวแต่งงานภายในสองเดือน”

“แต่เธอก็น่าจะรู้ว่าข่าวนี้ไม่น่าเขียน ถ้าเธอยังมีสมองอยู่บ้าง”

“นี่ฉันก็ใช้สมองเขียนแล้วนะหญิง เพราะเนื้อหาข่าวก็คือคุณชายรองยอมสละได้ทุกสิ่งเพื่อความรัก คุณชายยอมทิ้งยศศักดิ์เพื่อคุณหญิงยอดดวงใจ ไม่มีอะไรในโลกนี้ งดงาม เลอค่า ไม่มีวันแปดเปื้อนเท่าเธอ”

“ก็ได้...ฉันยกโทษให้”

“โอ...เป็นพระกรุณาเพคะ”

พูดจบก็ยิ้มหยัน แล้วผละไปสมทบจิตริณีและสาลิน คุณหญิงก้อยมองตามด้วยความแค้นใจ และฉวยโอกาสเอาคืน ด้วยการแอบฟาดไม้แร็กเกตที่ไหล่คอลัมนิสต์สาวอย่างแรง!

ooooooo

เหตุการณ์หลังจากนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย วิรงรองถูกส่งตัวไปทำแผลที่ห้องพยาบาลของสปอร์ตคลับ โดยมีคุณชายรอง อัศนีย์ จิตริณีและสาลินล้อมหน้าล้อมหลังไม่ห่าง มีเพียงคุณหญิงก้อย แอบมองด้วยความสะใจ จิตริณีหันมาเห็นพอดี และสังหรณ์ใจบางอย่างว่าเหตุการณ์ครั้งนี้คงไม่ใช่อุบัติเหตุและเลขานุการสาวก็ได้พิสูจน์ความจริง เมื่อคุณหญิงก้อยหลุดปากหลังจากนั้น

“แหม...ยายติ่งนี่ก็สำออยนะคะ แผลเล็กแค่นี้เอง ร้องจะเป็นจะตาย”

“ดิฉันว่าไม่ใช่แค่แผลนะคะ เพราะที่ไหล่ก็โดนแร็กเกตคุณหญิงฟาดเข้าเต็มๆ ยกแขนแทบไม่ขึ้น”

“คุณพูดเหมือนฉันตั้งใจทำอย่างนั้น”

“ฉันไม่ได้กล่าวหาคุณหญิงนะคะ อย่าเพิ่งร้อนตัว”

คุณหญิงก้อยแทบคลั่ง แต่ต้องเก็บอาการไว้ไม่กระโตกกระตากให้ถูกจับได้ จนเมื่อวิรงรองออกจากห้องพยาบาล และต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจอีกรอบ ราชนิกุลสาวก็ไม่รอช้า จะขอให้อดีตสามีไปส่งที่วัง

คุณชายรองพยายามทัดทาน แต่ราชนิกุลสาวหัวสูงก็ไม่เปลี่ยนใจ สาลินเลยอาสาไปกับคุณชายรองแทน

“งั้นฉันไปกับคุณชาย ฉันช่วยเข็นได้สบายมาก คุณอัศนีย์ไปส่งคุณหญิง คุณจินนี่ก็ไปส่งคุณติ่ง”

เป็นอันว่าทุกคนแยกย้ายตามนั้น สาลินรอจนทุกคน ออกไปแล้ว จึงหันมาขอคุณชายรองให้ไปส่งแค่ถนนใหญ่ เพราะคิดว่ารถเขาคงไปไม่ถึงเมืองนนท์แน่ คุณชายรองปลื้มที่เธอเป็นห่วง แต่ต้องตีหน้าขรึม และแกล้งไอเหมือนคนไม่สบาย บรรณารักษ์สาวเลยเปลี่ยนใจ ไปส่งเขาถึงบ้านเช่าแทน

ฝ่ายวิรงรอง...ทึ่งกับความมีน้ำใจของสาลินไม่หาย เพราะอีกฝ่ายเป็นคนปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ และอดไม่ได้จะเปรยกับจิตริณีที่นั่งรถไปโรงพยาบาลด้วยกัน เลขานุการสาวยิ้มน้อยๆ บอกว่าสาลินเป็นคนดี แต่คนที่คอลัมนิสต์สาวต้องระแวงมากกว่าคือคุณหญิงก้อย ที่จงใจทำให้เกิดอุบัติเหตุนี้ขึ้น

ระหว่างที่จิตริณีเล่ารายละเอียดและข้อสันนิษฐานของตัวเองเรื่องคุณหญิงก้อยให้วิรงรองฟัง สาลินก็พาคุณชายรองกลับถึงบ้านเช่า แต่ก็ไม่วายห่วง อยากให้เขาแวะไปตรวจที่โรงพยาบาล

“ฉันนอนพักเดี๋ยวเดียวก็หาย แค่มึนหัวเท่านั้นเอง เธอกลับได้แล้วล่ะ”

“แล้วคุณอยู่คนเดียว ใครจะดูแลคุณ”

“เดี๋ยวฉันเรียกหญิงก้อยมาก็ได้ หญิงดูแลฉันได้อยู่แล้ว”

“คุณแน่ใจเหรอคะ”

“ทำไมพูดอย่างนั้น”

สาลินคันปากยิบๆ อยากเล่าเรื่องคุณหญิงก้อยจงใจทำร้ายวิรงรอง แต่ก็ยั้งปากไว้ได้ คุณชายรองแกล้งป่วยไม่เลิก แถมแอบเคี้ยวใบแก้วหน้าบ้านให้ตัวร้อน บรรณารักษ์สาวเลยต้องพาเขาไปแช่น้ำแข็งเพื่อลดไข้

คุณชายรองหนาวจนปากสั่น แต่ต้องแกล้งทำเป็นอาการดีขึ้นเพราะไข้ลด เพื่อให้สมบทบาทคนป่วย จนสาลินเชื่อสนิท และช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้อย่างไม่รังเกียจ

“เธอเคยทำมาก่อนหรือ เห็นเธอทำแผลให้คุณติ่งอย่างชำนาญ”

“ค่ะ...ฉันเป็นนางพยาบาลประจำบ้าน ใครเจ็บป่วยอะไรฉันรักษาได้หมด คุณตามีตำรับยาสมุนไพรตั้งหลายเล่ม ที่บ้านสวนก็ปลูกสมุนไพรไว้เยอะแยะ เราแทบไม่ต้องพึ่งยาหมอฝรั่งเลยนะ แม้แต่เจ้ามอมฉันก็เคยทำแผลให้มัน”

“ฉันว่าไข้ฉันน่าจะลดแล้วนะ เพราะน้ำมันเย็นขึ้นเรื่อยๆ”

“ค่ะ...เหมือนไข้จะลดแล้ว ทำไมเร็วจัง”

คุณชายรองไม่ตอบคำถามนั้น เฉไฉกลบเกลื่อนเอาตัวรอดไปได้ ซึ่งสาลินก็ไม่ได้ติดใจ ลงมือทำข้าวต้มให้กินอีกต่างหาก จนคนป่วยตัวปลอมปลื้มใหญ่...ถึงกับยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว

ooooooo

เพราะเหตุการณ์วุ่นวายที่สปอร์ตคลับ ทำให้คุณหญิงก้อยกลุ้มใจมาก อยากแต่งงานเป็นสะใภ้

วุฒิวงศ์ แต่ไม่อยากตกอับ ต้องกัดก้อนเกลือกินกับคุณชายรองที่บ้านเช่า และหนทางแรกที่เธอนึกถึง คือขอความช่วยเหลือจากท่านชายจันทร์ และทวงสมบัติหม่อมย่าที่ประทานให้เธอก่อนหน้านี้

“หม่อมย่ายกให้เธอเป็นทุนการศึกษา กับเป็นของขวัญแต่งงาน ตอนเธอไปอเมริกา เพื่อที่เธอจะเรียนไม่จบ และเพื่อแต่งแล้วหย่าสายฟ้าแลบ เธอน่ะผลาญสมบัติไปจนหมดไม่เหลือแม้สตางค์แดงเดียว”

“แล้วท่านพ่อจะช่วยหญิงกับคุณรองยังไงบ้างเพคะ หลังจากที่เราแต่งงานกันแล้ว”

“ทำไมต้องช่วย สมบัติของชายรองก็มีตั้งเยอะ”

“นั่นสมบัติเด็จป้าเพคะ ตอนนี้คุณรองกำลังลำบาก เพราะเหลือแต่เงินเดือนราชการ ธุรกิจก็ขาดทุน”

“อย่าว่าแต่ชายรองเลย ธุรกิจของรัชนีกุลก็อยู่ใต้ใบบุญของวังวุฒิเวสม์เหมือนกัน ถ้าฉันยื่นมือไปช่วย เสด็จพี่ไม่โปรดแน่ และถ้าเสด็จพี่กริ้วฉันขึ้นมาอีกคน เราจะเดือดร้อนกันหมด”

“ท่านพ่อเห็นแก่ตัวเอง ไม่เห็นแก่หญิงเลย”

หม่อมวาณีกับคุณหญิงกลางอ้าปากค้าง กลัว ท่านชายจันทร์จะกริ้ว แต่กลับตรัสสวนเสียงเรียบแทน

“แล้วเธอเล่า ตั้งแต่ลืมตาดูโลกขึ้นมานี่ เธอเคยเห็นแก่ใครอื่นบ้างไหม!”

แต่ถึงจะถูกประณามหยามเหยียดแค่ไหน คุณหญิงก้อยก็ไม่สลดและไม่สำนึก แถมวางแผนกับจรวยอีกต่างหาก เมื่ออีกฝ่ายโทร.แจ้งเรื่องศรีจิตรา ว่าที่เจ้าของเรือนหอหลังงามในวังวุฒิเวสม์จะไปทำผมในวันมะรืน

แผนกลั่นแกล้งศรีจิตราถูกตระเตรียมอย่างดี แต่ก่อนจะถึงวันนั้น คุณหญิงก้อยก็ต้องประสาท เมื่อแวะหาคุณชายรองในเช้าวันถัดมา แล้วเจอภาพบาดใจ สาลินกับชายคนรักคุยกันกะหนุงกะหนิง พร้อมมื้อเช้าชุดใหญ่

คุณชายรองถึงกับอึ้ง ไม่คิดมาก่อนว่าคุณหญิงก้อยจะแวะมา จึงเอ่ยปากชวนกินด้วยแบบแกนๆ

“แหม...ถ้าร่วมวงด้วย ก็ขัดความสำราญแย่เลยสิคะ”

“คุณหญิงคะ คุณชายไม่สบายตั้งแต่เมื่อวาน ฉันเลยมาดูแล”

“ตั้งแต่เมื่อวาน อ้อ...งั้นก็ดูแลต่อเนื่องมาถึงวันนี้สินะ ค้างอ้างแรมกันหรือเปล่า”

“ฉันคิดว่าฉันสมควรจะกลับแล้ว คุณชายคะ... หนังสือที่จะบริจาค ฉันมาเอาวันหลังแล้วกัน”

“เธอน่าจะบอกฉันด้วยนะ เพราะฉันก็มีของอยากบริจาคให้ทานเหมือนกัน”

“กรุณาอย่าเข้าใจผิดนะคะ คุณชายกับฉันบริสุทธิ์ใจ”

“เธอแน่ใจหรือ...ว่าเธอบริสุทธิ์ใจจริง”

“ฉันแน่ใจค่ะ...แน่ใจว่าฉันบริสุทธิ์กว่าคุณหญิง”

สาลินตอกพร้อมส่งสายตาไม่กลัว ก่อนจะสะบัดหน้าออกไปโดยไม่เหลียวหลัง คุณชายรองได้แต่มองตามเครียดๆ แต่เพื่อให้สมบทบาท เลยแกล้งอ้อนสาวคนรักให้ช่วยเช็ดตัวให้ เพราะเขายังอาการไม่ดี คุณหญิงก้อยอึกๆอักๆ ไม่อยากทำ แต่ก็ขัดไม่ได้ ยอมหยิบจับโน่นนี่แบบขอไปที

ooooooo

คุณหญิงก้อยแทบเป็นลม เมื่อต้องรับบทพยาบาลจำเป็น ดูแลคนป่วยอาการค่อนข้างหนักอย่างคุณชายรอง และเมื่อเขาแกล้งอ้วกคาอ่างอาบน้ำ ก็ทนไม่ไหวรีบผละไปด้วยความรังเกียจ พร้อมประกาศจะตามคนจากวังมาดูแลแทน คุณชายรองไม่ปฏิเสธและไม่ได้รั้งไว้ เพราะคิดว่าได้ผลการทดสอบที่น่าพอใจแล้ว

ส่วนสาลิน...หลังกลับจากบ้านเช่าคุณชายรอง ก็อดรนทนไม่ไหว ต้องไปขอเฝ้าเสด็จพระองค์หญิง เพื่อขอประทานอภัย คุณสอางค์ใจไม่ดี เกรงจะกริ้วเพราะมีรับสั่งห้ามพูดถึงคุณชายรอง แต่ก็ผิดคาด เมื่อเสด็จฯทรงอนุญาตให้บรรณารักษ์สาวบ้านสวนเข้าเฝ้าได้

แม้จะทรงพอเดาได้อยู่แล้วว่าสาลินมาขอเข้าเฝ้าด้วยเหตุอะไร แต่ก็ยังทรงตีหน้านิ่ง ทำเหมือนยังกริ้วหลานชายคนโปรด จนสาลินหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะเรื่องที่เกิดกับคุณชายรอง เธอเองก็มีส่วนผิด

“เรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความผิดคุณชายรอง แต่เป็นหม่อมฉันเองเพคะ...หม่อมฉันเห็นเขารักอยู่กับคุณหญิงก้อย ถ้าแต่งไปกับพี่ศรี พี่ศรีต้องไม่มีความสุข หม่อมฉันเลยทำทุกอย่างเพื่อให้คุณชายคืนดีกับคุณหญิงเพคะ”

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเธอหรอก เรื่องของเรื่องคือชายรองอยากขัดใจฉันอยู่แล้ว”

“แต่เรื่องความรัก เราไม่ควรบังคับใจใครนะเพคะ”

สาลินทูลโต้อย่างไม่ลดละ จนเสด็จฯก็อดทึ่งไม่ได้ แต่ยังทรงปั้นหน้านิ่ง รับสั่งย้อนเสียงเรียบ

“นี่เธอกำลังสอนฉันหรือ”

“มิได้เพคะ แต่หม่อมฉันแค่เห็นว่าคนเราควรจะแต่งงานกันด้วยความรักมากกว่าความเหมาะสม”

“แต่ฉันคิดว่าคนเราควรจะแต่งงานกันด้วยความรักเท่าๆกับความเหมาะสม”

“ถ้าเช่นนั้น คุณหญิงก้อยและคุณชายรองก็ควรแต่งงานกันสิเพคะ เพราะมีทั้งความเหมาะสมและ...ความรัก”

“ตรงกันข้ามในกรณีของสองคนนี้ ไม่มีความเหมาะสมอะไรเลย และไม่มีกระทั่งความรักด้วย เธอนี่... เก่งกล้าสามารถนักนะ กล้าขอในสิ่งที่คนทั้งวังนี้ไม่กล้าแม้แต่จะคิด”

“หม่อมฉันจำเป็นต้องกล้าเพื่อความถูกต้องเพคะ”

“อย่างนั้นหรือ ฉันคิดว่าเธอกล้า...เพื่อเทิดทูนความรักเสียอีก”

สาลินนิ่วหน้า ไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ไม่ทันทูลถาม ก็ทรงตัดบทก่อน เสด็จฯรอจนบรรณารักษ์สาวบ้านสวนลับตาแล้ว จึงพึมพำเบาๆ “ขอเวลาให้ฉันใคร่ครวญเรื่องนี้อีกสักนิด เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ฉันจะยกโทษให้ชายรอง ตอนนี้ให้เขารับกรรมที่เขาก่อขึ้นไปให้เต็มที่เสียก่อน”

เพราะสภาพยาจกของคุณชายรองแท้ๆทำให้คุณหญิงก้อยทนเฉยไม่ได้ วันต่อมาเลยมุ่งหน้าไปร้านทำผมเจ้าประจำ เพื่อระรานศรีจิตราและกดดันเรื่องเรือนหอ นักเล่านิทานสาว แม้จะอึดอัดใจมาก แต่ก็มีสติตั้งรับได้ดีเหมือนเคย จนคุณหญิงก้อยหน้าม้านและยอมถอยกลับไปเอง

ไม่ใช่แค่ศรีจิตราที่ต้องรับศึกหนัก สาลินก็ปวดประสาทไม่แพ้กัน เพราะถูกอัศนีย์ตื๊อให้ไปทำงานไนต์คลับตามสัญญา บรรณารักษ์สาวพยายามบ่ายเบี่ยง หลบเลี่ยงเต็มที่ แต่สุดท้ายก็จำใจต้องยื่นเรื่องขอลาออกจากห้องสมุด

ไนเจลไม่เข้าใจและทำท่าจะไม่ยอมรับ เช่นเดียวกับพนักงานคนอื่นๆ มีเพียงจิตริณีมองสาลินด้วยความเห็นใจมากกว่าคนอื่น ก่อนจะเอ่ยปากขอร้องไนเจลไม่ให้อนุมัติใบลาออกของสาลิน แต่ให้คิดว่าเป็นการไปพักร้อนเท่านั้น เพราะเชื่อว่าบรรณารักษ์สาวต้องได้กลับมาทำงานห้องสมุดอีกแน่...แค่รอเวลาเหมาะสมเท่านั้น

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #16 on: 02 August 2026, 22:31:52 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep16/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 16

เพราะความรักล้นอก ทำให้ศรีจิตราตัดสินใจบอกความในใจกับคุณชายเล็ก แต่บอกตรงๆไม่ได้ จึงต้องอาศัยการเล่านิทานสื่อความรู้สึกแทน และวันนี้ก็ได้ฤกษ์ดี เธอมานั่งคอยเขาที่ศาลากลางสวนเหมือนเคย พร้อมแต่งตัวสวยงาม ลวงให้เขามาติดบ่วงเสน่ห์และรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในหัวใจเธอ

ภารกิจบอกรักเริ่มต้นอย่างสวยงาม คุณชายเล็กแวะมาฟังนิทานเหมือนเคย แถมทำท่าทางเหมือนต้องมนต์สะกดอีกต่างหาก ศรีจิตราเลยเริ่มเล่าช้าๆว่าด้วยเรื่องหนึ่งในนิทานเวตาล กล่าวถึงสองศรีแม่ลูก พระมเหสีม่ายผู้เลอโฉมและพระธิดาพิลาสลักษณ์ ที่หนีเข้าป่าเพราะเมืองที่อยู่ถูกโจมตี

“ช่วงเวลาเดียวกัน...ท้าวจันทรเสนและพระราชบุตรประพาสป่า พบรอยเท้าสตรีสองนาง จึงตกลงกันว่าจะตามรอยเท้านี้ไป ถ้าเป็นนางงามจะอภิเษกด้วย โดยนางที่มีพระบาทใหญ่ น่าจะสูงวัยกว่า จะเป็นของพระราชา ส่วนนางพระบาทเล็กจะตกเป็นของพระโอรส และถือดำรินี้เป็นคำมั่น”

คุณชายเล็กทำหน้าพิกล แปลกใจไม่น้อยกับเงื่อนไขของสองพ่อลูก แต่ศรีจิตราก็ไม่ได้อธิบายอะไรมากกว่านั้น

“เมื่อทั้งสองพระองค์ตามรอยมาถึงต้นไม้ใหญ่ก็พบพระมเหสีและพระธิดาที่หลบซ่อนอยู่ ก็เกิดรักแรกพบ แต่ว่านางพระบาทเล็กกลับเป็นพระมเหสี จึงเกิดการแต่งงานแปลกประหลาด พ่อแต่งกับลูกสาว แม่แต่งกับลูกชาย เพราะกะขนาดรอยเท้าผิด ลูกกลายเป็นเมียพ่อ แม่กลายเป็นเมียลูก ลูกเป็นแม่เลี้ยงสามีแม่ แม่กลายเป็นลูกสะใภ้สามีลูก”

คุณชายเล็กหัวเราะ ชอบใจบทสรุปพิลึกพิลั่น เช่นเดียวกับมาลาและวรรณาซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วย มีเพียงศรีจิตราทำเพียงยิ้มบางๆ แล้วเอ่ยตบท้าย
“แล้วเวตาลก็ตั้งคำถามท้าววิกรมาทิตย์ว่าลูกหลานที่เกิดจากนางทั้งสองนั้น จะนับญาติ เรียกขานกันอย่างไร”

เหล่าคนฟังมองหน้ากันงงๆ ก่อนที่คุณชายเล็กจะเปิดฉากถามเหมือนเคย ศรีจิตราเลยโบ้ยให้ไปถามสาลิน คุณชายเจ้าสำราญถึงกับถอนใจยาว ไม่ชอบให้เธอเล่นบทแม่สื่อ เลยขอตัวดื้อๆ นักเล่านิทานสาวได้แต่มองตามด้วยสีหน้าอ่อนอกอ่อนใจ...ดูท่าเขาจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย ทั้งที่เธอก็บอกความในใจไปหมดแล้ว

ขณะที่ศรีจิตราคิดหนักเรื่องคุณชายเล็ก สาลินก็ต้องรับศึกหนักไม่แพ้กัน เมื่อคุณสร้อยทราบเรื่องงานใหม่ของเธอในไนต์คลับหรูของอัศนีย์ แล้วอาละวาดใหญ่ หัวเด็ดตีนขาด ก็จะไม่ยอมให้เธอไปทำงานสถานอโคจรแบบนั้น

“หนูทำงานตอนกลางวันต่างหากค่ะ เขียนข่าว ส่งข่าว ส่งรูป ต้องทำงานช่วงกลางคืนบ้างก็แค่วันพิเศษ”

“ฉันไม่อนุญาต แต่ที่แกออกจากห้องสมุดก็ดี ฉันจะพาแกเข้าวังฝึกมารยาท จะได้สนิทสนมกับคุณชายเล็ก”

สาลินหน้าบูด ไม่ชอบใจที่ถูกจับคู่ อุ่นเรือนสงสาร เลยพยายามช่วยพูด

“คุณพี่คะ ถ้ายายสาไม่อยากคบคุณชายเล็ก ก็อย่าไปบังคับเลยนะคะ คราวยายศรีก็กลืนไม่เข้า คายไม่ออกมาหนหนึ่งแล้ว อย่าให้ยายสาต้องไปเจออะไรแบบนั้นอีกเลย แค่นี้ก็อับอายขายหน้ามากพอแล้ว”

“นี่...แกกล้าดีมาพูดกับฉันอย่างนี้หรือ ไม่รู้ล่ะ... ยังไงฉันก็ไม่อนุญาตให้แกไปทำงานไนต์คลับต่ำๆแบบนั้น”

“หนูรับทราบค่ะ แต่หนูแค่มาเรียนให้ทราบเฉยๆ ไม่ได้มาขออนุญาตคุณป้าสักหน่อยนะคะ”

ooooooo

ข่าวการไปทำงานไนต์คลับของสาลินแพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความเป็นห่วงของบุคคลรอบข้าง โดยเฉพาะศรีจิตรา พยายามกล่อมให้น้องสาวเปลี่ยนใจ แต่สาลินก็ยืนยันตามเดิม เพราะไม่อยากผิดคำสัญญา

พุดซ้อนกับชบาแอบสาระแนจนรู้เรื่องสาลินเปลี่ยนงานด้วยจนได้ และไม่รอช้าจะแวะไปกระแนะ กระแหนคุณตาคุณยายถึงบ้านสวนเหมือนเคย แต่ก็ถูกตอกไม่ไว้หน้า จนต้องหนีกลับบ้านแทบไม่ทัน

คุณชายรองก็เป็นกังวลเรื่องสาลิน แต่เพราะมีแผนละครตบตาต้องดำเนินการ เลยต้องฝืนตีหน้านิ่งเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร และแผนขั้นถัดไปก็คือทำให้คุณหญิงก้อยหมดความอดทน เผยโฉมหน้าแท้จริงออกมาและคุณชายรองไม่ต้องรอนานเลย เพราะไม่กี่วันหลังจากนั้น คุณหญิงก้อยก็นัดมาพบเพื่อขอเรื่องสำคัญ

“เมื่อเราแต่งงานกัน หรืออาจจะก่อนแต่งก็ได้ หญิงอยากให้คุณรองไปกราบขอประทานอภัยเด็จป้าได้ไหมคะ ขอประทานน้ำสังข์จากพระองค์ท่าน”

“ทำไมครับ ทำไมต้องทำอย่างนั้น”

“ไม่อย่างนั้นเราจะหมดตัวกันทั้งคู่สิคะ”

“โธ่...หญิง แล้วหญิงคิดว่าเด็จป้าจะทรงยอมยกโทษให้เราอย่างนั้นหรือ”

“คุณเป็นคนโปรดของเด็จป้า กราบทูลว่าคุณสำนึกในความผิด เดี๋ยวก็พระทัยอ่อนเองล่ะค่ะ”

“คุณคงรู้จักเด็จป้าน้อยไป ท่านตรัสคำไหนต้องเป็นคำนั้น”

“แต่เราควรได้กลับไปใช้ชีวิตร่วมกันในวังวุฒิเวสม์ ได้อยู่เรือนหอหลังนั้น สมเกียรติ สมฐานะของเรา”

“กลับไปพึ่งใบบุญเด็จป้าน่ะหรือ ลืมเรื่องนั้นไปเถอะ ผมไม่มีทางกลับไปใช้สกุลวุฒิวงศ์ได้อีกแล้ว”

คุณหญิงก้อยเครียดหนัก อยากกรีดร้องให้หายบ้า แต่ก็ต้องเก็บอาการ ไม่ตีโพยตีพายให้ได้อาย คุณชายรองสังเกตเห็นอาการทุกอย่าง แต่ก็ทำเป็นโง่ ไม่รู้เรื่อง แกล้งตีมึนไปเรื่อยๆ

“หญิงเคยบอกว่าหญิงรักผมยิ่งกว่าทุกสิ่งในโลกไง”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง หญิงคงไม่ทิ้งคุณรองไปแต่งกับอัศนีย์หรอกค่ะ”

ในที่สุด...คุณหญิงก้อยก็หมดความอดทน เผยความในใจที่อัดอั้นมานาน คุณชายรองลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเล่นตามเกม แกล้งโง่ถามถึงสาเหตุที่เธอกลับมาหาเขา หลังเลิกรากับอัศนีย์

“หญิงกลับมาหาคุณรอง เพราะหญิงเวทนาความจงรักภักดีของคุณรองเท่านั้น”

“โอ...หญิงเวทนาความจงรักภักดีของผม หญิงคิดกับผมแบบนี้หรือ”

“แต่ว่ากันตามจริง คุณรองก็ไม่ได้จงรักภักดีอะไรกับหญิงนักหนา เพราะคุณรองยังมีแม่บรรณารักษ์อยู่ อีกคน”

คุณชายรองต้องกลั้นยิ้มแทบแย่ ไม่แสดงความยินดีออกไป แล้วแกล้งทำหน้าเหมือนจะขาดใจ

แต่คุณหญิงก้อยก็ยังไม่รู้เรื่อง คิดว่าตัวเองเป็นต่อ “ยอมรับความจริงเถอะค่ะคุณรอง เราสองคนน่ะ...แทบจะไม่มีเยื่อใยต่อกันมานานแล้ว แต่เมื่อคุณรองขอโทษและง้องอนหญิง หญิงถึงได้ให้โอกาสคุณรองอีกครั้งไงคะ”

“ผมทำยังไงหรือ”

“ก็ดอกไม้กับสร้อยไข่มุกไงคะ ถ้าหญิงรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า หญิงคงไม่รับไว้ คุณรองจะได้ไม่สิ้นเปลือง”

คุณชายรองหัวเราะเสียงหยัน “หญิงรู้ไหม ผมไม่รู้เรื่องดอกไม้กับสร้อยไข่มุกสร้อยเพชรอะไรนั่นสักนิด ผมไม่เคยส่งอะไรไป เพราะผมไม่แน่ใจว่าเราจบกันแล้ว แต่จู่ๆหญิงก็ติดต่อมา บอกให้เราเริ่มต้นใหม่ ผมก็เลยลองดู”

คุณหญิงก้อยถึงกับอ้าปากค้างกับความจริงตรงหน้า แต่ไม่ทันโต้ คุณชายรองก็โพล่งออกไปเสียก่อน

“รู้ไหม...ตั้งแต่ผมคบหญิงมา หญิงไม่เคยสำนึกในความผิดของตัวเองสักครั้ง แม้กระทั่งหญิงละเมิดคำมั่น ไปแต่งกับคนอื่นแล้วซานกลับมา หญิงอาจจะเอ่ยปากขอโทษ แต่ผมก็รู้ว่าใจจริงหญิงไม่เคยคิดว่าตัวเองผิด ผมคิดว่า...คงเป็นเพราะตั้งแต่เกิดมา หญิงไม่เคยคิดเลยว่าหญิงทำผิดอะไร...ใช่ไหม”

“อย่ามาอวดดี มาว่าหญิง นังนั่นเสี้ยมสอนคุณมาอย่างนั้นสิ”

“สาลินสอนอะไรผมหลายอย่าง สอนเรื่องการขอโทษ การให้อภัย การให้และการรับที่หญิงไม่รู้จัก”

น้ำเสียงชื่นชมยินดีของเขา ทำให้คุณหญิงก้อยหมดความอดทน กระชากสร้อยไข่มุกทิ้ง แล้วแหวลั่น

“พอ...เลิกพูดสักที ขอให้เราสองคนขาดจากกันเหมือนสร้อยจอมปลอมเส้นนี้!”

ooooooo

คุณชายเล็กในคราบพลช่างฟิต เป็นอีกคนที่ไม่เห็นด้วยและไม่อยากให้สาลินไปทำงานไนต์คลับ แต่เมื่อคัดค้านอย่างไรก็ไม่ได้ผล เลยพยายามโน้มน้าวเรื่องอื่นแทน เช่นเรื่องที่เธอไม่ยอมรับรักจากเขา

“น่า...เราสองคนน่ะมีอะไรเหมือนกันตั้งหลายอย่าง น่าจะดึงดูดมาอยู่คู่กัน”

“ใครบอกคุณล่ะ ตามหลักฟิสิกส์พื้นฐาน สิ่งที่เหมือนกันจะผลักกัน สิ่งที่ต่างกันต่างหากจะดึงดูดกัน”

“ว้าว...เหมือนแม่เหล็กขั้วบวกขั้วลบใช่ไหมฮะ”

“ใช่...คุณน่ะร่าเริง ช่างพูด ทำตัวง่ายๆไม่มีกฎเกณฑ์ เหมาะกับคนเงียบๆอยู่ในกรอบ เจ้าระเบียบเหมือนพี่ศรี”

“ส่วนคุณ...ร่าเริง ขี้เล่น ช่างเจรจา ไม่ถือตัว ก็ต้องเหมาะกับคนเย่อหยิ่ง เงียบขรึม ไว้ตัวและขี้เก๊กสินะ”

สาลินหัวใจวูบวาบ เมื่อคิดถึงคนที่เข้าข่าย จนต้องขอตัวไปทำใจในห้องน้ำ คุณชายเล็กได้แต่มองตามยิ้มๆ อยากให้อีกฝ่ายยอมรับใจตัวเอง แต่ไม่ทันคิดหาหนทาง ก็ต้องรีบขอตัว เมื่อจิตริณีโผล่มาทักทาย

จิตริณีเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนแปลกๆของคุณชายเล็กก็นิ่วหน้าสงสัย แต่เขาก็ไม่อยู่ให้ซักไซ้ จนเมื่อสาลิน

กลับจากห้องน้ำ ความสนใจของเธอก็เปลี่ยนไป เมื่อบรรณารักษ์สาวบ้านสวนขอร้องให้ไปร่วมงานเปิดตัวไนต์คลับเป็นเพื่อน เพราะไม่อยากไปคนเดียว

เพราะสถานการณ์ไม่น่าไว้ใจ กลัวเกิดเรื่องบัดสีกับสาลิน แล้วจะเป็นตราบาปติดตัวเธอตลอดชีวิตจิตริณีจึงยอมรับปาก แต่กระนั้น...เพื่อกันไม่ให้เรื่องบานปลาย เลยตัดสินใจไปหาคุณชายรองที่ร้านผ้าไหม และเล่าถึงสาเหตุที่สาลินต้องไปทำงานไนต์คลับกับอัศนีย์

คืนเดียวกันที่วังรัชนีกุล...คุณหญิงก้อยอารมณ์เสียค้างจากเมื่อกลางวัน เลยพาลอาละวาดอย่างหนัก จนข้าวของในวังกระจัดกระจายไปทั่ว ไม่เว้นแม้แต่ช่อดอกไม้แห้งที่เคยเข้าใจว่าเป็นของขวัญจากคุณชายรอง ท่านชายจันทร์กับหม่อมวาณีอยากจะเป็นบ้า ต่างจากคุณหญิงกลางที่ทำแค่ยิ้มหยัน

“ยิ้มอะไรคะพี่กลาง หรือพี่รู้ว่าดอกไม้นี่ไม่ใช่ของคุณรอง”

“จะใช่หรือไม่ใช่ เธอก็ไม่ควรทำลายข้าวของ เธอไม่ใช่เด็กสิบขวบนะ”

“หญิงจะทำลายให้มากกว่านี้อีกค่ะ หญิงจะทำให้ทุกคนไม่มีความสุขอีกเลย...คอยดูนะ”

“ก่อนที่จะเผาผลาญคนอื่น ไฟพยาบาทจะเผาผลาญเธอก่อน” ท่านชายจันทร์อดไม่ได้ ท้วงขึ้น

“ดีเพคะ...ให้มันมอดไหม้ไปให้หมดทุกคน จะได้สมพระทัยท่านพ่อไงคะ”

พูดจบก็ก้าวฉับๆกลับห้อง ทิ้งท่านชายจันทร์ให้มองตามด้วยความโกรธจัด จนหม่อมวาณีสะเทือนใจมาก

“ท่านเพคะ...หม่อมฉันขอประทานโทษ ที่เลี้ยงลูกผิดจนกลายเป็นไม้แก่เกินดัดแบบนี้”

สภาพหัวใจสลายของเมียรัก ทำให้ท่านชายจันทร์พลอยเจ็บด้วย หันไปมองคุณหญิงกลางแล้วพูดเบาๆ

“ใครว่า...เพราะลูกอีกคน เธอเลี้ยงได้ประเสริฐที่สุด เป็นความภูมิใจของรัชนีกุล”

สามพ่อแม่ลูกกอดกันแน่น ถ่ายทอดพลังใจให้กัน และกัน พร้อมความหวังว่าคุณหญิงก้อยจะสำนึกได้บ้าง

ooooooo

และแล้ววันงานเปิดตัวไนต์คลับก็มาถึง สาลินสวมชุดสวยไปร่วมงานพร้อมจิตริณี ซึ่งรับปากจะตามประกบเธอทุกฝีก้าว สร้างความหัวเสียให้แก่อัศนีย์เป็นอย่างมาก แต่คงไม่เท่ากับคุณหญิงก้อย ที่ต้องฉายเดี่ยวคืนนี้ ไร้เงาคุณชายรองที่เคยประกาศว่าจะแต่งงานกันภายในสองเดือน

วิรงรองกับจิตติณ สองกระจอกข่าวเฝ้ามองสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้าด้วยความอยากรู้ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว เมื่อคุณหญิงก้อยแหวใส่อัศนีย์เรื่องสร้อยมุกและดอกไม้ จิตติณร้อนตัวรีบโบ้ยความผิดให้สาลิน แต่อัศนีย์ก็พูดแก้ต่างให้ จนคุณหญิงก้อยเริ่มสับสนว่าใครคือ

ผู้บงการตัวจริงกันแน่

อัศนีย์เห็นท่าไม่ดี เลยพยายามกลบเกลื่อนด้วยการชวนทุกคนชมห้องทำงาน ซึ่งซ่อนผนังกระจกที่สามารถมองเห็นได้ด้านเดียวไว้ คุณหญิงก้อยมองมาด้วยความสนใจ ก่อนจะคิดแผนร้าย จะลวงสาลินให้มาที่นี่!

ด้านคุณชายรอง...ทนว้าวุ่นวายใจไม่ไหว ต้องบุกมาถึงงานเปิดตัวด้วยความเป็นห่วงสาลิน โดยไม่รู้เลยว่าบรรณารักษ์สาวกำลังตกอยู่ในอันตราย เพราะถูกคุณหญิงก้อยวางยานอนหลับในเครื่องดื่ม

และในขณะเดียวกันนั่นเอง...จิตริณีก็หัวเสียอย่างหนัก เมื่อรู้ความจริงจากอัศนีย์เรื่องสร้อยมุกและดอกไม้

“คุณหลอกถามฉัน ทำให้ฉันเข้าใจผิดว่าคุณกำลังคืนดีกับคุณหญิง ไม่นึกว่าคุณจะเล่นเกมสกปรกยิ่งกว่านั้น หลอกคุณหญิงกับคุณชายกิตติ เพื่อจะคว้าสาลินมาเป็นของคุณเอง”

“ยังไงผมก็ต้องขอบคุณคุณอยู่ดี เพราะแผนนี้สำเร็จอย่างน่าประทับใจ สมปรารถนากับทุกฝ่าย”

“ยกเว้นฉัน คุณทรยศต่อความเป็นเพื่อนของเรา ต่อความหวังดีของฉัน”

“ไม่เอาน่าจินนี่ ผมไม่ได้ทรยศ ยังไงคุณก็เป็นเพื่อนแสนดีที่สุดของผม”

จบคำก็ยกมือเธอมาจูบอย่างดูดดื่ม ก่อนจะหน้าหงาย เพราะถูกไนเจลดึงตัวออกมา จิตริณีถึงกับอ้าปากค้าง แต่ไม่ทันทักท้วง ก็ถูกลากตัวออกไปเสียก่อน ทิ้งอัศนีย์ให้มองตามด้วยแววตาสุดเคือง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

คุณหญิงก้อยรอจนเห็นว่าสาลินคอพับคออ่อนเพราะฤทธิ์ยา จึงเริ่มแผน เรียกอัศนีย์มาดูแลว่าที่ประชาสัมพันธ์คนใหม่ ซึ่งก็ไม่ผิดหวัง เพราะเศรษฐีหนุ่มหล่อพ่อรวยยิ่งกว่าเต็มใจ จะพาร่างสลบไสลไปพักในห้องทำงาน

จิตติณแอบรออยู่แล้ว พร้อมกล้องเตรียมถ่ายภาพฉาวเต็มที่ แต่อัศนีย์ซึ่งอุ้มสาลินเข้ามา ดันมีอาการปวดหลังกำเริบ เหตุการณ์เลยตาลปัตรไม่เป็นตามที่ต้องการ แถมเรื่องก็โกลาหลกว่าเดิมด้วยซ้ำ เมื่อคุณชายรองตามมาเจอ และซัดอัศนีย์เสียหมอบ โทษฐานคิดทำมิดีมิร้ายสาลิน!

คุณชายรองพาสาลินออกจากงานไปแล้ว แต่สถานการณ์ในงานเลี้ยงกลับไม่สงบ เมื่อไนเจลโวยวายใส่จิตริณีด้วยความหึงหวงสุดขีด อัศนีย์ในฐานะเจ้าของงานและเพื่อนเก่าจึงเข้าไปห้าม เลยถูกหมัดลูกหลงเข้าอย่างจัง

งานเปิดตัวไนต์คลับเปลี่ยนสภาพเป็นเวทีมวยหลังจากนั้น โดยมีอัศนีย์กับไนเจลเป็นคู่เอก แถมด้วยเหตุเพลิงไหม้ลุกลามเพราะเทียนล้ม จนต้องหนีตายกันให้วุ่น กลายเป็นงานเลี้ยงที่โกลาหลที่สุดในรอบปี

ooooooo



สภาพสลบไสลไม่ได้สติของสาลินทำให้คุณชายรองเป็นห่วงมาก และตัดสินใจแล่นรถไปจอดริมน้ำ รอจนกว่าเธอจะฟื้นจากฤทธิ์ยาแล้วจะพากลับบ้านสวน บรรณารักษ์สาวสะลึมสะลือตื่นหลังจากนั้นไม่นาน แต่ยังไม่รู้ตัวว่าอยู่ที่ไหน เห็นแค่ภาพรางๆ เหมือนว่าคุณชายรองจะอยู่ใกล้ๆ

“ช่วงหลังๆมานี่ ฉันฝันถึงคุณบ่อยมากเลย ในฝัน... บางทีคุณก็เป็นเจ้าชาย บางทีก็กลายเป็นอสูรร้าย”

คุณชายรองกลั้นขำแทบแย่ เมื่อได้เห็นเธอเพ้อเหมือนคนละเมอ “ส่วนเธอคือสาวงามสินะ”

“ใช่ ฉันคือโฉมงาม ส่วนคุณคืออสูร”

พูดจบก็คลำสะเปะสะปะไปเรื่อย และตื่นขึ้นในที่สุด พร้อมกับความจริงที่ว่าเธอออกจากงานเลี้ยงเรียบร้อยแล้ว คุณชายรองเล่าเรื่องทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องเธอถูกวางยาจนเกือบโดนอัศนีย์ทำมิดีมิร้าย

สาลินหน้าเจื่อนก่อนจะถอนใจยาว “แต่ก็ดีเหมือนกันที่เกิดเรื่อง ฉันจะได้มีข้ออ้างไม่ไปทำงานกับเขา”

“สัญญาแลกเปลี่ยนของเธอกับอัศนีย์น่ะจบไป ได้แล้ว”

“คุณรู้เรื่องนี้ด้วยหรือคะ”

“ฉันรู้สิ...ต่อไปนี้ก็เลิกคบกับมันสักที”

“ถึงคุณไม่บอก ฉันก็ไม่คบกับเขาอีกแล้ว”

“ทีนี้นายอัศนีย์จะมาทวงสัญญาบ้าๆอะไรจากเธอไม่ได้อีก อ้อ...แล้วก็เลิกคบกับเจ้าพลเสียด้วย”

“งั้นเสด็จฯจะทรงรับคุณกลับวังไหมคะ”

“ก็มีคนไปกราบทูลจนเด็จป้าพระทัยอ่อนแล้วนี่”

“ฉันแค่ทำเพื่อคุณ แล้วก็เพื่อพี่ศรี”

“แล้วจะทำเพื่อฉันอีกอย่างได้ไหมสาลิน”

สาลินนิ่วหน้า ก่อนจะเบิกตาโพลง เมื่อคุณชายรองประทับจูบอย่างดูดดื่ม เผยความรักและความรู้สึกโหยหาที่ถูกซ่อนไว้มาเนิ่นนาน กว่าเขาจะถอนจูบ เธอก็แทบหมดแรง พูดอะไรไม่ออก จนเมื่อเขามาส่งถึงบ้านสวน จึงได้ตัดสินใจโพล่งออกไปว่าเขาจูบเธอทำไมทั้งที่ยังรักกับคุณหญิงก้อย

“ฉันเลิกกับหญิงก้อยเมื่อวานนี้เอง แต่ความจริง... จะถือว่าเลิกมาปีหนึ่งแล้วก็ได้”

“เขารักคุณจะตาย”

“หญิงก้อยไม่เคยรักใคร เธอไม่เคยได้ยินหรือ เมื่อความจนมาเคาะประตู ความรักก็โบยบินออกนอกหน้าต่าง”

สาลินอึ้งไปอึดใจ เข้าใจทุกอย่าง แต่ยังรู้สึกผิดที่จูบกับเขา ซึ่งเป็นว่าที่คู่หมั้นของพี่สาว

“ฉันทำผิด ถ้าคุณเลิกกับคุณหญิง คุณก็ต้องกลับไปหาพี่ศรีนะคะ พี่ศรีรักคุณมาก”

“นี่เธอจะเสียสละไปถึงไหน เธอยอมทำเพื่อฉันมาแล้ว เธอยอมไปทำงานกับอัศนีย์เพื่อให้ฉันคืนดีกับหญิงก้อย”

“คุณจะแต่งงานกับพี่ศรีไหมคะ”

“ไหนว่าเธอไม่มีวันจะรับฉันเป็นพี่เขยไง”

สาลินน้ำตาไหล สะเทือนใจอย่างหนัก จนคุณชายรองต้องดึงตัวมากอดปลอบ พร้อมบรรจงจูบหน้าผากอยากให้เธออุ่นใจ แต่ไม่ทันทำอะไรมากกว่านั้น ผลก็โผล่มาเสียก่อน ทั้งสองเลยต้องผละออกจากกัน

ค่ำคืนวุ่นวายจบลงในที่สุด คุณชายรองส่งสาลินแล้วกลับวังวุฒิเวสม์ไม่ใช่บ้านเช่าเหมือนที่บอกกับทุกคน ด้วยความสุขกายสบายใจอย่างที่สุด เพราะค้นพบแล้วว่าผู้หญิงที่ตามหามาตลอดชีวิตคือใคร เช่นเดียวกับสาลิน...ถึงแม้จะรู้สึกผิดต่อศรีจิตราแค่ไหน ก็อดหวั่นไหวไม่ได้ เพราะแอบมีใจให้คุณชายรองไม่ต่างกัน

ooooooo

ทุกคนที่ตำหนักเล็กถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นคุณชายรองกลับวังอีกครั้ง พร้อมด้วยท่าทางยิ้มแย้ม และอารมณ์ดีเป็นพิเศษ จนทุกคนอดสงสัยไม่ได้ และคนที่กล้าเปิดฉากถามก็คือคุณชายเล็ก

“ตกลงมันเรื่องอะไรกันครับ อยู่ดีๆพี่ก็กลับมาไม่มีปี่มีขลุ่ย แถมยังบอกด้วยว่าเสด็จฯประทานอนุญาตแล้ว”

“ที่ฉันเคยบอกนายไง ฉันกำลังเล่นละครโรงใหญ่ แล้วตอนนี้ละครก็ใกล้จบแล้ว”

“ละคร...พี่เล่นละครตอนไหนไม่ทราบ”

“ก็ที่ฉันกลับไปรักกับหญิงก้อยใหม่นั่นไงล่ะ”

“นั่นไม่ใช่เรื่องจริงหรือฮะ แล้วที่เด็จป้าทรงเนรเทศพี่ออกจากวัง”

“เด็จป้าทรงร่วมแสดงอยู่ด้วย”

คุณชายเล็กอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่ชายคนรองกับเสด็จพระองค์หญิงจะเจ้าแผนการขนาดนี้

“แล้วที่พี่ถูกเนรเทศออกจากวัง ทำไมวันนี้พี่ถึงกลับมา”

“แผนสำเร็จไปแล้วขั้นหนึ่งน่ะสิ หญิงก้อยบอกเลิกฉันแล้วเมื่อวาน”

“หา...บอกเลิกแล้ว แล้วสาลินล่ะครับ”

“สาลิน...เอ่อ...ฉันเพิ่งพาเขาออกจากไนต์คลับนายอัศนีย์เมื่อกี้ เขาสัญญาจะไม่ไปทำงานกับอัศนีย์แล้ว”

“งั้นแผนของพี่ก็สำเร็จหมดแล้วนี่ครับ แล้วคุณศรีล่ะครับ พี่จะหมั้นกับเธอหรือเปล่า คุณศรีรักพี่มากนะครับ”

“พรุ่งนี้ฉันจะเข้าเฝ้าเด็จป้า ทุกอย่างจะลงเอยตามที่มันควรจะเป็น...”

คุณชายรองทิ้งท้ายไว้แค่นั้น เพราะหวังว่าทุกอย่างต้องเรียบร้อยและคลี่คลายในวันต่อมา โดยไม่รู้เลยว่าจะเกิดเรื่องเสียก่อน เมื่อพุดซ้อนกับชบาดันปากสว่าง เรื่องที่แอบเห็นเขากับสาลินยืนกอดกันหน้าบ้านสวนเมื่อคืน แล้วเอาไปโพนทะนาจนทั่วคุ้งน้ำเมืองนนท์

คุณตาคุณยายออกรับแทน จนสองแม่ลูกล่าถอยเหมือนเคย แต่กระนั้น...คุณตาคุณยายก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ กลับไปคาดคั้นความจริง จนสาลินต้องสารภาพว่าจูบกับคุณชายรองจริงๆ

ระหว่างที่คุณตาคุณยายคิดหาทางออกให้หลานสาวคนเล็ก ซึ่งดูท่าจะมีใจให้ว่าที่พี่เขยไม่น้อย ศรีจิตรากำลังคุยกับคุณชายรอง เรื่องละครฉากใหญ่ที่เขาร่วมมือกับเสด็จฯเพื่อลองใจคุณหญิงก้อย

“เธอรู้ได้ยังไง ฉันเห็นสายตาเธอวันนั้น เลยคิดว่าเธอคงรู้อะไรอยู่บ้างแน่ๆ”

“ค่ะ...บังเอิญสายตาดิฉันเหลือบไปเห็นสายพระเนตรของเสด็จฯเข้าพอดี”

“เธอมีสายตาที่แหลมคม จับสังเกตได้ดีจริงๆ คงยากที่จะมีใครหลอกเธอได้”

“แต่ก็ยังมีบางคนตั้งหน้าตั้งตาหลอกดิฉันอยู่”

“นั่นสินะ ใครกันที่ตั้งหน้าตั้งตาหลอกเธอ”

“อาจจะไม่ใช่แค่ดิฉัน แต่อาจจะหลอกทุกคน”

สองหนุ่มสาวมองหน้ากันยิ้มๆ รู้ดีทีเดียวว่าใคร แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะยังไม่รู้เรื่อง แถมยังตีมึนทำท่าเหมือนไม่รู้อะไรอีกต่างหาก จนคุณชายรองต้องทูลขอความช่วยเหลือจากเสด็จพระองค์หญิง

“แล้วทำไมป้าต้องรับบทป้าเผด็จการต่อ”

“งานนี้เพื่อให้เจ้าเล็กรู้ใจตัวเองเสียทีว่ามันรักใคร และควรจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไร”

ooooooo

การกลับมาของคุณชายรองนำมาซึ่งความยินดีของคนทั้งวังวุฒิเวสม์ มีเพียงจรวย คาใจว่าทุกอย่างจะเป็นละครตบตา จนต้องตามไปสาระแนจากเหล่าคุณข้าหลวงที่ตำหนักใหญ่ แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรนัก เลยพาลหัวเสียไประบายกับคุณชายโตอย่างสนุกปาก

“คงเสียดายมรดก เลยสลัดคุณหญิงทิ้งแล้วกลับมาวัง ทำเหมือนไม่เคยมีเรื่อง น่าสงสารคุณหญิงนะคะ โถ...คิดว่ารักแท้ไม่มีวันเสื่อมคลาย ลงท้ายเพื่อยศถา บรรดาศักดิ์ เพื่อสมบัติพัสถาน ความรักก็ไม่มีความหมาย”

คุณชายโตไม่ชอบใจที่เมียรักพูดถึงน้องชายในแง่ไม่ดี เลยตอกกลับแบบไม่ไว้หน้า

“นายรองกลับมา เราสามคนพี่น้องอยู่กันพร้อมหน้าฉันก็ดีใจ...ฉันเห็นนะ ได้ยินที่เธอโทร.รายงาน ทำตัวเป็นขี้ข้าหญิงก้อย ถ้ายังทำตัวเป็นบ่างอยู่ล่ะก็ ฉันจะเฉดหัวเธอออกจากวัง แล้วเธอก็จะไม่มีวันได้พบหน้าตาตุ้มอีก!”

ละครฉากใหญ่ของเสด็จพระองค์หญิงกับคุณชายรองเปิดฉากในวันถัดมา โดยมีเป้าหมายคือให้คุณชายเล็กยอมสารภาพความในใจและบอกรักศรีจิตรา และแผนทุกอย่างก็เริ่มด้วยการสารภาพความในใจของคุณชายรอง ว่าคงแต่งงานกับศรีจิตราไม่ได้ เพราะรักสาลินและต้องการแต่งงานกับเธอคนเดียว

คำประกาศของคุณชายรองจะแต่งงานกับสาลินคนเดียว แพร่สะพัดทั่ววังวุฒิเวสม์อย่างรวดเร็ว หม่อมอำพันกุมขมับ อยากจะเป็นบ้า กลัวลูกชายถูกไล่ออกจากวังอีกรอบเพราะขัดพระทัยเสด็จฯ แต่คนร้อนรนสุด คงหนีไม่พ้นคุณสอางค์ จนต้องแล่นไปแจ้งข่าวน้องสาวถึงบ้านราชดำริในเย็นวันเดียวกัน

คุณสร้อยได้ฟังเรื่องทุกอย่างแล้วถึงกับตาเหลือก ต้องหันไปแขวะอุ่นเรือนเพื่อระบายความหงุดหงิดใจพร้อม กับลามไปถึงสาลิน หลานสาวสุดแสบที่ทำงามหน้าตลอด

“นังสา...นังพ้าดสะเนอร์ ดู๊...มันกล้าแย่งกระทั่งคนรักของพี่สาว นี่มันคงยั่วยวนคุณชายรองจนหัวปักหัวปํา โธ่เอ๋ย...มัวแต่สอนให้แม่ศรีหวงเนื้อถนอมนวลเป็นเบญจกัลยาณี ลงท้ายกลับไปแพ้นังชะนีบ้านสวน”

คุณสอางค์ถอนใจเหนื่อยหน่าย แต่คุณสร้อยก็ไม่สนใจ พาลค่อนแคะอุ่นเรือนไม่หยุดหย่อน

“มันคงมารยาสาไถยเหมือนแก ที่มายั่วตาสาวิตรน้องชายฉันจนต้องถอนหมั้นคุณหญิงเหมรัศมีจันทร์”

“คุณพี่คะ...ถึงดิฉันกับยายสาจะโตมาจากบ้านสวน แต่รับรองว่าไม่มีใครสอนให้ยั่วยวนจับผู้ชาย เหมือนที่คุณพี่เสี้ยมสอนให้แม่ศรีแต่งตัวเป็นดาวยั่ว แถมมาบังคับให้ยายสาจับคุณชายเล็กด้วย”

คุณสร้อยอ้าปากค้าง ตั้งท่าจะด่ากลับเหมือนเคย แต่ก็ไม่ทันอุ่นเรือนที่ประกาศลั่น

“ดิฉันจะไปบ้านสวนเดี๋ยวนี้ ไปถามยายสาว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่!”

ooooooo

อุ่นเรือนอยากจะเป็นบ้าตายให้รู้แล้วรู้รอด เมื่อได้ฟังความจริงทั้งหมดจากปากลูกสาวคนเล็ก โดยเฉพาะเรื่องที่เจ้าตัวแสบดันไปจูบกับคุณชายรองจนฉาวไปทั่วคุ้งน้ำเมืองนนท์

“เขาไม่ได้ชอบหนู ที่เขาเจอหนูบ่อยๆเพราะมีเรื่องต้องตกลงกัน...หนูไม่อยากได้เขาเป็นพี่เขย”

คุณตาคุณยายมองหน้ากันขำๆ ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี กับความซื่อจนเกือบโง่ของหลานสาวคนเล็ก

“เออ...ดี ทะเลาะกันจนรักกัน”

“ไม่จริงนะคะคุณตา เขาไม่ได้รักหนู”

“ว่าแต่หนูรักเขาหรือเปล่าลูก” อุ่นเรือนอดไม่ได้ ถามขึ้น

“ไม่ค่ะแม่...หนูไม่ได้รักเขา พี่ศรีต่างหากที่รักเขา”

อุ่นเรือนสบตากับคุณตาคุณยายอึ้งๆ ไม่อยากเชื่อ แต่ก็ไม่อยากขัด ได้แต่นั่งฟังสาลินตีโพยตีพาย

“นี่พี่ศรีรู้เรื่องแล้วใช่ไหมคะ โธ่...แล้วพี่ศรีจะว่ายังไง พี่ศรีจะคิดยังไงคะ”

“พี่ศรีคิดยังไงแม่ไม่รู้หรอก แต่ที่แน่ๆตอนนี้คุณป้าใหญ่ คุณป้าสร้อย ออกโขนเต้นเร่าๆให้แม่พาหนูไปพบ”

คุณตาคุณยายของขึ้น โกรธที่สองป้าหยามหน้า จะเอาหลานสาวคนโปรดไปโขกสับ อุ่นเรือนต้องปลอบให้สบายใจ ว่าตั้งใจมาวันนี้เพื่อบอกไม่ให้สาลินโผล่ไปบ้านราชดำริเด็ดขาดจนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย

ระหว่างที่ทุกคนร้อนใจแทนศรีจิตรา ไม่เว้นแม้แต่หม่อมอำพัน ซึ่งปกติไม่ค่อยชอบหน้าว่าที่สะใภ้ชาวสวนเท่าไหร่นัก แต่ครั้งนี้กลับเห็นใจ เพราะอีกฝ่ายต้องกลายเป็นหม้ายขันหมากครั้งที่สองแบบไม่ได้ตั้งใจ นักเล่านิทานสาวกลับไม่เดือดร้อน แถมอารมณ์ดีเป็นพิเศษอีกต่างหาก เพราะน้องสาวจะได้สมรักกับคุณชายรอง

แต่จรวยกลับมองไม่ออก เชื่อสนิท เมื่อศรีจิตราแกล้งตีหน้าเศร้า ตอนเธอแวะไปคุยด้วย

“แหม...ผู้หญิงเรา ทุกข์อะไรจะเท่ากับต้องเป็นหม้ายขันหมาก ต้องถูกนินทาว่าร้าย ต้องอับอายไปทั่ว แต่เป็นหม้ายเหตุสุดวิสัยก็พอทำเนา แต่นี่ถูกมือดีแย่งคนรัก แล้วมือดีก็ใช่ใครที่ไหน น้องสาวในไส้ของตัวเองแท้ๆ”

ศรีจิตรากลั้นยิ้มแทบแย่ เดาว่าอีกฝ่ายคงสมรู้ร่วมคิดกับคุณหญิงก้อย ถึงพูดเหมือนกันไม่มีผิด

“แล้วถ้าเป็นคุณจรวย...จะทำยังไงคะ”

จรวยยิ้มร้าย ทุกอย่างเข้าทางอย่างที่คิดไว้“ถ้าเป็นดิฉัน...คงต้องหนีไปให้พ้นๆ แต่หนีไปไหนก็คงหนีความอับอายไม่ได้ เว้นแต่...จะตายให้มันพ้นๆไปค่ะ!”

ศรีจิตราลอบยิ้ม ก่อนจะนึกสนุก เมื่อได้ยินเสียงแตรรถคุณชายเล็ก แกล้งเดินสะเปะสะปะไปให้เขาชน!

คุณชายเล็กตกใจมาก รีบอุ้มร่างหมดสติของศรีจิตราขึ้นตำหนัก เสด็จพระองค์หญิง คุณสอางค์และเหล่าข้าราชบริพารแตกตื่นไม่แพ้กัน ก่อนจะพากันถอนใจอย่างโล่งอก เมื่อหมอบอกว่าศรีจิตราปลอดภัยแล้ว เพียง แต่ตกใจมากจนหมดสติ เลยต้องให้ยานอนหลับแก้เครียด

จรวยเฝ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยท่าทีตื่นตระหนก ก่อนจะหลุดปาก ใส่ไคล้ว่าศรีจิตราเล่นละครตบตาทุกคน เสด็จฯกับทุกคนที่ตำหนักใหญ่มองมาตาขวาง พร้อมลางสังหรณ์บางอย่างว่าจรวยอาจมีส่วนกับเรื่องนี้...

ooooooo

คุณชายเล็กไม่ได้สนใจท่าทางแปลกๆของจรวย มัวพะวงกับอาการของศรีจิตรา จนต้องผละไปเฝ้าเธอข้างเตียง มาลากับวรรณาสบตากันยิ้มๆ ก่อนจะขอตัวออกไป ทิ้งให้สองหนุ่มสาวคุยกันตามลำพัง

“นี่คุณศรีผิดหวังถึงขนาดต้องทำร้ายตัวเองแบบนี้หรือฮะ”

ศรีจิตราสะลึมสะลือเพราะฤทธิ์ยานอนหลับ “ความรัก...มักคือความทุกข์ไงคะ”

“คุณศรีฮะ...เหตุการณ์เมื่อกี้ทำให้ผมรู้ว่าความเป็นความตายอยู่ใกล้แค่ไหน ต่อไปนี้ผมจะไม่รีรออะไรต่อไปอีกแล้ว ผมจะไม่เก็บอะไรไว้ในใจอีกแล้ว เพื่อที่ผมจะไม่ต้องมาเสียใจไปตลอดชีวิต ผมจะบอกคุณศรีทุกอย่าง”



“ถ้าอย่างนั้น...บอกฉันหน่อยสิคะว่าคุณพลคือใคร”

“ฮะ...นายพลคือผมเอง ตอนผมไปเรียนต่อ ผมเป็นเพียงเจ้าพล เด็กนักเรียนทุนจนๆที่ต้องเสิร์ฟอาหาร ล้างจานหรือเล่นกีตาร์เปิดหมวกริมถนน ผมถือว่าชื่อพล เป็นชื่อจริงๆของผม ยิ่งกว่าชื่อบดินทราชทรงพลเสียอีก”

“แล้วคุณไปเจอยายสาได้ยังไงคะ”

“ผมได้ยินคุณป้าคุณอยากจับคู่ให้ เลยอยากไปเห็นตัวก่อน ผมทำเรื่องขอไปตรวจปั๊มเส้นเมืองนนท์ พอผมเจอคุณสา เขาก็ทำท่าแอนตี้ผู้ดี แอนตี้คุณชายจนผมไม่กล้าบอกว่าเป็นใคร ผมก็เลยเป็นนายพลของคุณสาตลอดมา”

ศรีจิตรายิ้มทั้งน้ำตา ก่อนจะถามตรงๆว่าเขาคิดเช่นไรกับสาลิน แต่ไม่ทันฟังคำตอบ ก็ผล็อยหลับไปก่อน

“ผมชอบคุณสามาก มากจนผมคิดว่ามันคือความรัก จนกระทั่งเวลาผ่านไป ยิ่งผมได้อยู่ใกล้คุณ ผมก็พบว่าผมชอบคุณสาแบบเพื่อน แต่ผมรักคุณฮะ...คุณศรี รักจนหมดทั้งชีวิตจิตใจของผม”

พูดจบก็ยกมือเธอขึ้นจูบ เลยได้รู้ว่าอีกฝ่ายหลับไปแล้วเพราะฤทธิ์ยา

“ได้ยินไหมฮะคุณศรี อ้าว...คุณศรี หลับไปตั้งแต่ตอนไหน”

และแล้วความจริงก็เปิดเผยจนได้ ว่าจรวยยุยงให้ศรีจิตราฆ่าตัวตาย แม้นักเล่านิทานสาวจะไม่เป็นอะไรมาก แต่ก็ทำให้ทุกคนเป็นห่วง หม่อมอำพันได้ที แหวใส่สะใภ้คนโตใหญ่ที่ทำให้วุ่นกันทั้งวัง แต่จรวยก็ไม่สำนึก แถกลบเกลื่อน จนคุณชายโตต้องออกโรงเอง

“ฉันเตือนเธอมาหลายครั้งแล้วนะ แต่เธอไม่เคยสำนึก เธอเคยรักฉัน รักตาตุ้มบ้างไหม”

“คุณชายพูดอะไร ที่รวยทำเพราะรักครอบครัว ไม่อยากให้สะใภ้เอกมาแย่งทุกอย่างจากเรา”

“นั่นไม่เรียกว่าความรัก มันคือความริษยาต่างหาก เสียแรงนะจรวยที่ฉันรักเธอ”

จรวยตาโต ไม่อยากเชื่อหู แต่คุณชายโตก็ไม่สนใจเผยความอึดอัดใจอย่างหมดเปลือก

“ทีแรกมันอาจจะเป็นแค่ความปรารถนา แต่หลังจากมีตาตุ้ม ฉันก็รู้แล้วว่าฉันต้องรับผิดชอบทั้งเธอและลูก และนั่นล่ะคือความรักความห่วงใย และเธอก็ทำลายมันไปจนหมดสิ้น”

“คุณชาย...ไม่นะคะ รวยกราบล่ะ”

“ไม่ต้องมาบีบน้ำตา เก็บข้าวของแล้วลาลูกซะ ห้ามกลับมาที่นี่อีก แล้วก็ห้ามพบหน้าลูกอีกนับแต่นี้เป็นต้นไป”

จรวยตาเหลือก ถลาไปคว้าลูกชายมากอดแนบอก ร้องไห้โฮเมื่อคิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้ากันอีก คุณชายโตเห็นน้ำตาเมียก็ใจอ่อน ยอมให้โอกาสอีกครั้ง แต่อยากดัดสันดานปากร้ายสอดเสียด เลยพูดกดดันทิ้งท้าย

“เธอเป็นเมียฉัน เป็นแม่ตาตุ้ม และไม่ว่ายังไงก็เป็นวุฒิวงศ์อีกคน ขอให้เธอนึกถึงบุญคุณของวุฒิเวสม์ ร่มไม้ใบบุญของหม่อมแม่ อีกทั้งพระกรุณาของเด็จป้าและตรองดูให้ดีๆ ว่าต้องทำยังไงให้สมเป็นสะใภ้ใหญ่ของวังนี้!”

ooooooo

ผลกรรมที่เคยพูดจายุแยงสอดเสียดของจรวย ทำให้ทุกคนในวังวุฒิเวสม์พากันเกลียดขี้หน้า ไม่ยอมเสวนาด้วยเหมือนเคย จรวยไม่ท้อ แม้จะสำนึกผิดได้แล้ว แต่ก็เข้าใจว่าคงต้องใช้เวลาให้ทุกคนยอมรับ

ส่วนศรีจิตรา...ฟื้นจากอาการอ่อนเพลีย จึงตัดสินใจลากลับบ้าน ไม่อยากอยู่วังต่อให้เป็นที่ครหา แต่เมื่อไปกราบลาเสด็จพระองค์หญิง กลับไม่ทรงเห็นด้วย

“ไม่ว่ายังไง เธอก็เป็นเหมือนลูกสาวของฉัน”

“เป็นพระกรุณาล้นพ้นเกล้าเพคะ ที่หม่อมฉันทูลลาไม่ใช่แค่เพราะเสียงครหา หรือไม่ใช่เพราะคำสมเพชเวทนา แต่เพราะ...หม่อมฉันอยากได้ดูแลแม่บ้างเพคะ”

“เธอกับสาลินนี่ เอาเข้าจริงก็ช่างเจรจา อ้างเหตุอ้างผลไม่ได้แพ้กันเลย”

“เป็นพระกรุณาที่ทรงโปรดยายสาเพคะ ยายสาจะเป็นศรีสะใภ้ที่ดี...ดีกว่าหม่อมฉันอีกเพคะ”

เสด็จฯทรงต้องกลั้นสรวลแทบแย่ ก่อนจะตรัสด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“แต่ฉันต้องการเธอเป็นสะใภ้ของฉัน แล้วใครก็ขัดไม่ได้ แต่เอาเถอะ...อยากไปเยี่ยมแม่ก็ไป ฉันอนุญาต”

ศรีจิตราออกจากวังวุฒิเวสม์พร้อมคุณสอางค์ในบ่ายวันเดียว สวนกับรถคุณชายเล็ก ซึ่งมองตามเหลียวหลัง ใจไม่ดีเลย เมื่อเห็นหญิงสาวที่ตัวเองหลงรักออกจากวัง

แต่ถึงใจไม่ดีแค่ไหน คุณชายเล็กก็ทำได้แค่รอ ให้เธอกลับมาเพื่อทวงถามความในใจ ต่างจากคุณสร้อย เป็นเดือดเป็นร้อน ตีโพยตีพายเป็นการใหญ่ ที่หลานสาวคนโตต้องระเห็จออกจากวังมาอยู่บ้านเธอ คุณสอางค์ พยายามไกล่เกลี่ย แต่คุณสร้อยก็ของขึ้นจนขาดสติเสียแล้ว

“หนูจะพูด หนูน่ะ...เจ็บช้ำน้ำใจมานานแล้ว ตั้งแต่นังบ้านสวนเข้ามา บ้านภักดีนฤนาถก็มีแต่กาลกิณี ตั้งแต่ได้มันมาเป็นสะใภ้ เสด็จพระองค์ชายก็สิ้น พี่ใหญ่ก็เป็นหม้ายขันหมาก ตาสาวิตรก็ตาย หนูก็ไม่มีผัว!”

สาวใช้ในบ้านก้มหน้าซ่อนยิ้มกันแทบแย่ เช่นเดียวกับอุ่นเรือน ที่พยายามจะตีหน้านิ่งกว่าที่เคย

“ตอนเสด็จพระองค์ชายสิ้นน่ะ ดิฉันยังเรียนชั้นประถมอยู่ ส่วนคุณสาวิตรก็เสียด้วยโรคประจำตระกูลของคุณพี่ ส่วนเรื่องคุณพี่หาผัว เอ๊ย...สามีไม่ได้ ก็น่าจะ เป็นเพราะผู้ชายน่ะ เขาทนความเพียบพร้อมของคุณพี่ไม่ได้มากกว่า”

“ว้าย...แก โอหังบังอาจยังไงมาว่าฉัน บุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่รดหัวแกมายี่สิบสามสิบปีน่ะ เคยสำนึกไหม”

“บุญคุณน่ะ ถ้าหมั่นทวง มันก็หมดได้เหมือนกันนะคะ”

คุณสอางค์อ้าปากค้าง พยายามส่งสายตาห้ามน้องสะใภ้ แต่อุ่นเรือนก็หมดความอดทนแล้ว

“ดิฉันกับแม่ศรีอยู่บ้านนี้เพื่อสนองคุณคุณพี่ที่อุตส่าห์ให้ที่พักพิง แต่เมื่อคุณพี่เห็นว่าดิฉันกับแม่ศรีเป็นภาระ เป็นสิ่งรกหูรกตา เป็นที่อึดอัดขัดใจ ทางเดียวที่จะสนองคุณได้ ก็คือดิฉันกับลูกขอกราบลา!”

เป็นอันว่าอุ่นเรือนกับศรีจิตรากลับไปอยู่บ้านสวน พร้อมหน้าพร้อมตากับสาลินและคุณตาคุณยาย

อีกครั้ง หลังจากต้องพรากจากกันมานาน เพราะต้องไปทดแทนบุญคุณคุณสร้อย ศรีจิตราสบายใจมาก ต่างจากสาลิน ไม่กล้าออกไปสู้หน้าพี่สาว เพราะปักใจว่าตัวเองเป็นมือที่สาม แย่งคุณชายรองไป

ooooooo

คุณหญิงก้อยไม่ยี่หระกับข่าวย้ายกลับวังของอดีตคนรักอย่างคุณชายรอง รวมทั้งข่าวการเข้าโรงพยาบาลของอดีตสามีอย่างอัศนีย์ เพราะอาการปวดหลังกำเริบด้วย วิรงรองแวะมาสังสรรค์ด้วยเหมือนเคย แต่ไม่ใช่เพราะอยากเป็นเพื่อนคุยที่ดี แต่อยากได้ข่าววงในมากกว่า

แล้วก็ไม่เสียเที่ยว เมื่อจรวยในมาดใหม่ ไม่เป็นดาวยั่วหรือบ่างช่างยุเหมือนเคย แวะมาทำผมร้านเดียวกัน และแจ้งข่าวเรื่องคุณชายรองย้ายกลับวัง พร้อมกับประกาศจะแต่งงานกับสาลินแต่เพียงผู้เดียว คุณหญิงก้อยไม่อยากเชื่อ มั่นใจว่าอดีตคนรักต้องถูกเฉดหัวจากวังอีกแน่ เพราะสาลินเคยเป็นข่าวกับอัศนีย์

แต่จรวยก็ทำให้คุณหญิงก้อยหน้าแตก ด้วยการเฉลยถึงละครตบตาก่อนหน้านี้

“ที่เสด็จฯทรงเนรเทศคุณชายรองคราวก่อน เป็นการเล่นละครค่ะ คุณชายวางแผนกับเสด็จฯ เพราะรู้ว่าถ้าคุณชายตกต่ำ คุณหญิงคงจะทิ้งคุณชายอีกหน เอ่อ...รวยขอโทษนะคะที่ต้องพูดความจริง ขอตัวนะคะ”

จรวยแยกไปแล้ว ทิ้งให้คุณหญิงก้อยเต้นผาง ร้อนถึงวิรงรอง ต้องช่วยเต้าข่าวใหญ่เหมือนเคย และครั้งนี้ก็เป็นข่าวฉาวพาดพิงเสด็จพระองค์หญิงแห่งวังวุฒิเวสม์ ในฐานะเจ้าย่ายุคจรวด เจ้ากี้เจ้าการจับคู่ให้ลูกหลาน!

วันเดียวกันที่บ้านสวนเมืองนนท์...สาลินแอบเคี้ยวใบแก้วจนหมดกิ่ง หวังให้ตัวร้อน จะได้ไม่ต้องเจอหน้าพี่สาวหรือแม่ให้อึดอัดใจ แต่คงรีบเกินไป แผนเลยไม่สำเร็จ แถมขายหน้าอีกต่างหาก ที่ตัวดันเย็นเพราะตื่นเต้นเกินเหตุ

ศรีจิตราส่ายหน้าอ่อนใจกับวิธีแก้ปัญหาของน้องสาว แต่ไม่ทันสะสางและซักไซ้ ก็ต้องผละไปข้างล่าง เมื่อได้ยินจากพิณว่ามีแขกคนสำคัญมาเยือนบ้านสวน

คุณชายรองนั่นเองที่แวะมาขอขมาคุณตาคุณยายและอุ่นเรือนอย่างเป็นทางการ ศรีจิตราไม่ได้ไปรับหน้า ได้แต่แอบยืนฟังอยู่ไม่ไกลกันนั้น เช่นเดียวกับสาลิน แต่คนละมุมกัน

คุณตาคุณยายมองหน้าคุณชายรองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะถอนใจโล่งอก เมื่อเขาสารภาพความผิดทุกอย่าง แถมสารภาพความในใจอีกต่างหากว่ารักสาลินและต้องการแต่งงานกับเธอคนเดียว

แน่นอนว่าทุกคนได้ยินคำสารภาพรักของคุณชายรอง มีเพียงสาลินที่ไม่รู้ เพราะเสียงเรือหางยาวข้างนอกกลบเสียงจนฟังไม่ชัด และเมื่อคุณชายรองขอพบศรีจิตราหลังจากนั้น เธอก็เข้าใจผิดคิดว่าเขามาปรับความเข้าใจกับพี่สาว

แท้จริงแล้วคุณชายรองมาหาศรีจิตราเพื่อขอโทษถึงทุกเรื่องที่ผ่านมาและขอให้เธอเปิดใจกับคุณชายเล็ก

“ผมขอโทษที่ละลาบละล้วง แต่ผมคิดว่าผมทราบว่าคุณศรีมีใจให้ใคร”

“ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ เรื่องอะไรในใจ ดิฉันบอกเขาไปหมดแล้ว แต่เขาบอกดิฉันว่าเขารักคนอื่น”

คุณชายรองไม่เชื่อ จะกลับไปถามน้องชายให้รู้เรื่อง แต่ศรีจิตราก็ห้ามไว้ เพราะอยากให้เขาคิดได้เอง

กว่าคุณชายรองจะกลับ สาลินก็กลุ้มแทบแย่ ศรีจิตรารู้ดี เลยตัดสินใจคุยกับน้องสาวตรงๆ

“ใครบอกสาว่าพี่รักคุณชายรอง”

“ก็พี่ศรีบอกสาเอง สาได้ยินเต็มสองหู สาจำได้”

“วันนั้นพี่พูดแค่ว่าพี่รักคุณชาย พี่ไม่ได้ระบุสักหน่อยว่าพี่รักคุณชายคนไหน”

“แปลว่าพี่ศรีไม่ได้รักคุณชายรอง แล้วพี่ศรีรักคุณชายคนไหน...ใช่แล้ว คุณชายเล็ก วันวันหนึ่งพี่ศรีพูดถึงแต่เขา”

“ก็เหมือนกับที่วันวันหนึ่ง สาพูดถึงแต่คุณชายรองน่ะแหละ”

สาลินหน้าแดงก่ำ ศรีจิตราเลยกล่อมให้เลิกตั้งแง่ แล้วเปิดใจยอมรับความจริงเสียที แต่บรรณารักษ์สาวก็ยังรั้น

“เขาไม่ได้รักสา เขาไม่เคยบอกรักสาสักคำ”

“แต่เมื่อกี้พี่ได้ยินเต็มสองหู คุณชายรองบอกว่ารักสา คุณตา คุณยาย แม่ ยายพิณ ได้ยินทุกคน”

สาลินตาโต รำพึงเสียงอ่อนแรง “เรือหางยาวเจ้ากรรม...พี่ศรีได้ยินจริงหรือคะ”

“ได้ยินสิ พี่แอบฟังอยู่ตรงหัวบันได”

“เหมือนสาเลย ฮึ...แต่ถ้าเขารักสา เขาก็ต้องมาบอกกับสาเองสิ!”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #17 on: 02 August 2026, 22:33:06 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep17/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 17

หลังเคลียร์กับศรีจิตราจนรู้แน่ว่าเธอมีใจให้คุณชายเล็ก คุณชายรองก็ไปกระเซ้าและกดดันน้องชายให้รีบไปสารภาพรักและเผยความในใจ แต่คุณชายเจ้าสำราญก็ไม่มั่นใจ

“ผู้หญิงน่ะเหมือนไม้เลื้อย เมื่อทุกคนบอกว่า พี่รองคือหลัก เขาก็พร้อมจะผูกพัน แล้วรักพี่รองเต็มหัวใจ”

“นายสิไม่รู้ ผู้หญิงเหมือนไม้เลื้อย ใครอยู่ใกล้ก็พร้อมเกี่ยวพันรักใคร่ แล้วนายน่ะใกล้คุณศรีกว่าฉันพันเท่า”

“พี่รองกำลังจะบอกว่าเธอรักผม”

“ใช่...เขาพยายามทำทุกอย่างให้นายรู้ว่าเขารักนาย”

คุณชายเล็กอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อหู “แล้วทำไมพอผมเปิดใจว่ารักเขา เขาก็หอบผ้าหนีผมไปเลยล่ะฮะ”

“ฉันจะไปรู้เหรอว่านายไปทำผิดตอนไหน แต่ที่คุณศรีบอกฉัน คือเรื่องอะไรในใจเขา เขาบอกนายไปหมดแล้ว”

คุณชายรองไม่ได้ขยายความมากกว่านั้น คุณชายเล็กเลยต้องไปพึ่งนมย้อยให้ช่วยไขปริศนาให้ โดยเฉพาะเรื่องที่ศรีจิตราเล่านิทานเรื่องเจ้าชายวัชรมงกุฎเมื่อหลายวันก่อน

“คุณชายไม่รู้เลยหรือคะ ว่าคุณศรีเล่านิทานทำไม”

“ผมชักรู้สึกตงิดๆแล้วฮะ ไหนนมลองทายปริศนาสิฮะ”

“นิทานเรื่องแรก...คุณศรีเธอบอกว่าเธอรักเจ้าชายคนหนึ่ง แต่ไม่อาจบอกตรงๆได้ และเรื่องที่สิบก็บอกว่าคู่ที่วางแผนไว้ อาจมีการสลับคู่กันได้น่ะสิคะ”

คุณชายเล็กนิ่งคิดตาม ภาพศรีจิตรากับดอกบัว อากัปกิริยาต่างๆของเธอก่อนหน้าย้อนมาในหัวอีกครั้ง ทำให้เขาถึงบางอ้อในที่สุด จนต้องโผกอดนมย้อยด้วยความดีใจสุดขีด

“นม...นมฉลาดเหมือนพุทธิศริระ คนสนิทของเจ้าชายเลย”

“ค่ะ...ส่วนคุณเล็กก็โง่เหมือนเจ้าชายวัชรมงกุฎไม่มีผิด!”

ระหว่างที่สี่หนุ่มสาววุ่นวายกับเรื่องรักสลับคู่ คุณหญิงก้อยก็เปิดเกมรบเต็มที่ ด้วยข่าวพาดหัวใหญ่ จาบจ้วงถึงเสด็จพระองค์หญิงว่าเป็นเจ้าย่ายุคจรวด เจ้ากี้เจ้าการจับคู่ให้ลูกหลาน เมื่อคุณสร้อยกับคุณสอางค์ทราบเรื่องก็เป็นเดือดเป็นร้อนมาก และไม่รอช้าจะไปคาดคั้นความจริงจากสาลินและศรีจิตราว่าเป็นคนให้ข่าวเสียหายนี้หรือไม่

ooooooo

สาลินไม่ได้ร้อนรนกับข่าวฉาว กำลังตื่นเต้น ที่ไนเจลยอมรับเธอเข้าทำงานในห้องสมุดอีกครั้ง ตามคำขอร้องของจิตริณี แต่กระนั้น...บรรณารักษ์สาวก็ต้องรับศึกหนัก เมื่อถูกคุณสอางค์กับคุณสร้อยบุกเอาเรื่องถึงบ้านสวน

สมาชิกบ้านสวนอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา พูดคุยกันอย่างสนุกสนานเรื่องทำอาหาร แต่คงไม่เข้าหูสองป้าบ้านราชดำริ โดยเฉพาะคุณสร้อย ค่อนแคะแดกดันสาลินกับศรีจิตราไม่หยุด จนคุณตาคุณยายเริ่มไม่ชอบใจ

สองพี่น้องเห็นท่าไม่ดี ยกมือไหว้และพยายามไกล่เกลี่ย แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผล

“อ้อ...ยังดี ยังสอนลูกหลานให้มีสัมมาคารวะ รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่”

“ย่ะ...แต่หล่อนน่ะคงไม่มีใครสอน ถึงได้ไม่มีสัมมาคารวะ ไม่รู้จักหัวหงอกหัวดำ” คุณยายอดไม่ได้ สวนกลับ

คุณสอางค์หน้าเสีย ส่วนคุณสร้อยหน้าม้าน แต่ยังเชิดหน้า แหวลั่นเรื่องข่าว

“ข่าวมันว่าหล่อนสองคนน่ะยินดีพลีกายให้คุณชายรองเชยชมพร้อมๆกัน”

สมาชิกบ้านสวนมองหน้ากันอึ้งๆ ศรีจิตราตั้งสติได้ก่อน ท้วงขึ้น

“คุณป้าขา...ไปเชื่อหนังสือพิมพ์ทำไมคะ คุณรองบอกว่าจะแต่งกับยายสา ไม่ใช่หนู”

“ใช่...คุณชายรองพูดอย่างนั้น แต่หล่อนสองคนวางแผนอะไรไว้หรือเปล่า พอเกิดเรื่อง ฉันก็คิดว่าจะถึงกับตัดพี่ตัดน้อง ที่ไหนได้มากอดกันหน้าระรื่น หรือว่าตกลงกันได้ จะเป็นพระเพื่อนพระแพงยุคจรวดเหมือนในข่าว”

สาลิน ศรีจิตราและอุ่นเรือนถึงกับพูดไม่ออก ต่างกับคุณตาคุณยาย เต้นผางแทนหลานสาวจนเกือบมีวางมวย แต่คุณสร้อยก็ไม่สนใจ ค่อนขอดสาลินไม่หยุด

“แกอย่ามาทำตะแบงข้างๆคูๆ ยังไงแกก็ตัวต้นเหตุแห่งความงามหน้า”

“ใครกันแน่ที่ตะแบง ที่คุณชายรองมารักยายสา ไม่ใช่เรื่องงามหน้า แต่เป็นเรื่องได้หน้าต่างหาก” คุณยายโต้

“อ้อ...ผู้ใหญ่ก็เป็นซะเอง ที่เลวว่าน่ารัก ที่เป็นกงจักรก็ว่าดอกบัว”

คุณตาเหลืออด ตั้งท่าจะโต้กลับคุณสร้อย แต่ก็ช้ากว่าคุณยาย “คนเป็นผู้ใหญ่น่ะ มีอะไรก็ต้องเยือกต้องเย็น มาคิดอ่านแก้ไขกัน ไม่ใช่มาด่ากันฉอดๆ เอ๊ะ...หรือว่ายังไม่ใช่ผู้ใหญ่พอ เพราะยังไม่มีผัวกันทั้งคู่”

สองป้าสะดุ้งสุดตัว ถอยกลับแทบไม่ทัน เลยไม่ทันเห็นสีหน้าของทุกคนที่บ้านสวน หัวเราะชอบใจกันใหญ่ที่ทำให้สองป้ากระเจิงกลับไปจนได้...โธ่เอ๊ย...
นึกว่าจะแน่!

ooooooo

อัศนีย์ออกจากโรงพยาบาลในอีกไม่กี่วันต่อมา โดยมีโสภาพรรณ คุณครูคนสวย ลูกสาวคนเล็กของรัฐมนตรีคนดังที่เคยพบกันตอนงานเปิดตัวไนต์คลับ เป็นพยาบาลส่วนตัว ความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของเศรษฐีหนุ่มทำท่าจะไปด้วยดี แต่ก็มีอันต้องชะงัก เมื่อทราบจากวิรงรองว่าสาลินไม่ได้มาทำงานที่ไนต์คลับ

อัศนีย์บุกถึงห้องสมุดในวันเดียวกันเพื่อทวงสิทธิ์ที่เขาเคยได้รับ แต่สาลินก็ปฏิเสธอย่างไม่ไยดี พร้อมประกาศว่าสัญญาทั้งหมดเป็นโมฆะตั้งแต่ตอนที่เขาลวนลามเธอในคืนเปิดตัวแล้ว เศรษฐีหนุ่มอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะเถียงว่าเขาไม่ได้ทำอย่างที่เธอหรือคุณชายรองกล่าวหา แต่เขามีอาการปวดหลังกำเริบ เลยล้มไปทับเธอ

สมาชิกห้องสมุดมองมาด้วยความสมเพชเวทนา ทั้งข้ออ้างข้างๆคูๆและสภาพกะย่องกะแย่งของเขา แต่กระนั้น...อัศนีย์ก็ไม่สนใจ ยืนกรานกระต่ายขาเดียว จะให้เธอมาทำงานด้วย สาลินคร้านจะเถียง ตอกกลับหน้านิ่งว่าคงไม่มีวันนั้น เพราะคุณชายรองไม่ได้คืนดีกับคุณหญิงก้อยแล้ว แต่มาขอเธอแต่งงานต่างหาก!

อัศนีย์อ้าปากค้าง ก่อนจะปล่อยหมัดเด็ด ถามแทงใจดำ

“ผู้ชายน่ะ...เวลาอยากได้ผู้หญิงจะพูดอะไรก็ได้ทั้งนั้น ว่าแต่...คุณชายรองเคยบอกรักคุณแล้วหรือยัง”

ถึงคราวสาลินผงะบ้าง อ้ำๆอึ้งๆ ดวงตาไม่มั่นใจ เลยเข้าทางอัศนีย์

“คงไม่ล่ะสิ โธ่เอ๋ย...น่าเวทนาเหลือเกิน”

จิตริณีเห็นท่าไม่ดี พยายามเข้ามาเตือนสติให้เชื่อมั่นในความรักของคุณชายรอง เช่นเดียวกับสมาชิกห้องสมุดคนอื่นๆ ปกป้องสาลินเต็มที่ อัศนีย์เลยต้องหอบสภาพกะเผลกกลับไปก่อน แต่ก็ยังไม่หมดหวัง...จะต้องชิงตัวบรรณารักษ์สาวคนสวยมาทำงานด้วยให้ได้!

เพราะคำพูดสอดเสียดของอัศนีย์แท้ๆ ทำให้สาลินระแวง ไม่ยอมแต่งงานกับคุณชายรอง จนทุกคนในบ้านสวนอ่อนใจ และเมื่อคุณชายเล็กในสภาพพลช่างฟิตแวะมาหาในบ่ายวันเดียวกัน เธอก็ระบายใส่ด้วยความอึดอัดใจ โดยเฉพาะเรื่องศรีจิตราอกหัก ทำให้เธอรู้สึกผิดมาก จนคิดจะจับคู่เขากับพี่สาวอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้คุณชายเล็กกลับไม่ปฏิเสธ แถมหลอกถามจากเธออีกต่างหากว่าศรีจิตรามีใจให้ใคร

“นี่คุณ...ห้ามบอกใครนะ พี่ศรีเขารักคุณชายเล็ก แต่อีตาคุณชายเพื่อนคุณน่ะ ตาไม่มีแวว ดันไปรักคนอื่น เห็นว่าเป็นยายประหลาดแถวบ้านสวน พี่ศรีอกหักเลยระเห็จออกจากวัง”

คุณชายเล็กตาเป็นประกาย “พี่ศรีบอกคุณอย่างนั้นหรือฮะ”

“ฮือ...อีตาคุณชายเล็กนี่คงตาถั่ว”

“โธ่...อย่าว่าเขาบ่อยนักสิครับ”

“ก็มันจริงนี่ พี่ศรีน่ะดีแสนดีไม่ยักชอบ ดันไปชอบยายแจ๊ดแจ๋ ฮึ...ยายนั่นจะมาสู้พี่ศรีได้ยังไง”

ท่าค้อนลมค้อนแล้งของเธอ ทำให้คุณชายเล็กต้องกลั้นหัวเราะ

“นี่...ตกลงคุณจะยอมช่วยรักษาแผลหัวใจให้พี่ศรีใช่ไหม”

“ฮะ...ผมว่าไม่มีใครจะรักษาแผลใจให้คุณศรีได้ดีเท่าผมอีกแล้ว”

คุณชายเล็กปลื้มมาก โดยไม่รู้ว่าศรีจิตราแอบได้ยินทุกอย่าง และตัดสินใจปรากฏตัว!

ใบหน้ายิ้มแย้มและสายตารู้ทันของศรีจิตรา ทำให้คุณชายเล็กไปไม่ถูก ยิ่งเมื่อเธอแกล้งเย้าเรื่องสับสนระหว่างเขากับพลช่างฟิต ยิ่งร้อนรนจนนั่งไม่ติด กลัวสาลินจะโกรธจนต้องรีบขอตัวกลับ พร้อมคำสัญญาเป็นนัยๆกับศรีจิตรา จะกลับมาอีกครั้ง...พร้อมความจริงบางอย่างและความรู้สึกในใจที่เก็บไว้มานาน

ooooooo

คุณชายเล็กในคราบพลช่างฟิตออกจากบ้านสวนมาตรวจปั๊มหลังจากนั้น โดยมีพุดซ้อนกับชบาตามป่วนเหมือนเคย แต่ทุกอย่างก็ต้องโกลาหล เมื่ออัศนีย์แล่นรถมาจอด หวังจะบุกหาสาลิน คุณชายเล็กเลยต้องสวมบทเป็นตัวเอง แล้วยกบทบาทพลให้สมชาย ช่างฟิตตัวจริงที่เป็นคู่หูมาตรวจปั๊มด้วย

อัศนีย์ไม่ได้ติดใจบทบาทพลอย่างที่นึกกลัว แต่จ้องหาเรื่องคุณชายเล็กมากกว่า เหมือนจะจับผิดว่าอีกฝ่ายแวะมาแถวนี้เพราะมาติดพันสาลินเหมือนคุณชายรอง

“ผมมาตรวจปั๊ม ได้ข่าวว่าเธอลาออกจากไนต์คลับคุณแล้วนี่ เป็นโชคดีที่เธอไม่ต้องไปทำงานที่อโคจรแบบนั้น”

“เฮ้ย...พูดให้เกียรติกันหน่อย ฝากไปบอกพี่นายเลยนะ ว่าฉันจะตามตัวสาลินมาทำงานกับฉันให้ได้ แล้วก็ไม่ต้องมาเล่นละครหลอกสาลินว่าเลิกกับหญิงก้อยแล้ว มุกนี้มันตื้นเกินไป”

“เฮ้อ...บอกให้เอาบุญว่ะ พี่รองไม่ได้เล่นละครหลอกสาลิน ที่พี่รองกลับมาหายายก้อย เขาเล่นละครหลอกทั้งนายทั้งยายก้อยให้ตายใจต่างหาก แล้วพี่รองก็ชนะได้สาลินกลับคืนมา”

“ถ้าอย่างนั้น...ฉันขอเอาคืนด้วยแผลบนหัวแกแล้วกัน ฝากไปให้พี่แกดูต่างหน้า!”

อัศนีย์เงื้อไม้เท้าในมือ หวังฟาดคุณชายคู่ปรับให้หายแค้น แต่อีกฝ่ายก็ตั้งรับทัน แถมโต้กลับจนถึงกับเซไปข้างรถ ต้องถอยกลับแทบไม่ทัน พุดซ้อนยืนมองเหตุการณ์วุ่นวายแล้วกรีดร้องโวยวายราวกับคนบ้า เพราะคิดว่าช่างฟิตขาประจำเป็นพวกไพร่เลือดร้อน ต่างจากชบา ปลื้มใจได้เห็นมาดเถื่อนตามประสาพวกบ้าผู้ชาย

คุณชายเล็กกับสมชายแยกตัวกลับแล้ว แต่อัศนีย์ดันไปไม่ถึงไหน ถูกชบาลากตัวเข้าห้อง และฉวยโอกาสตอนเขาหมดสติ เช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ กว่าเศรษฐีหนุ่มจะรู้สึกตัวอีกครั้ง เสื้อผ้าหรูก็หลุดจากตัวเกือบหมด

“อย่าห่วงเลยค่ะ ชบาไม่เห็นอะไรเลย นี่ชบาก็เตรียมน้ำอุ่นไว้แล้ว”

สายตายั่วยวนของชบา ทำให้อัศนีย์ขนลุกซู่

ตวัดผ้าห่ม คว้าเสื้อผ้ามาแต่งตัวลวกๆ แล้วเผ่นหนีอย่างไม่เหลียวหลัง ทิ้งชบาให้มองตามด้วยแววตาหยาดเยิ้ม “อย่าห่วงเลยค่ะ...ชบาเห็นทุกอย่างหมดแล้ว!”

คืนเดียวกันที่วังวุฒิเวสม์...คุณชายรองถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นสมุดบันทึกที่เคยตามหาในมือตุ้ม

หลานชายคนเดียว และเมื่อสืบสาวราวเรื่อง เลยได้รู้ว่าไม่ใช่ เพราะความจงใจของจรวย แต่เพราะหม่อมอำพันเคยใช้มันเป็นสมุดจดแต้มไพ่ สะใภ้ใหญ่ตำหนักเล็กเลยกล้าหยิบมาให้ลูกเล่น

เป็นอันว่าจรวยรอดพ้นข้อกล่าวหามาได้ แถมได้รับการยอมรับจากคนในวังมากขึ้นด้วย ส่วนคุณชายรองก็ได้ค้นพบหลักฐานที่คาใจมานาน ว่าเขาเป็นคนขับรถสาดโคลนใส่สาลินถึงสองครั้งสองคราหรือไม่...

ooooooo

และแล้ววันสำคัญของสองคุณชายแห่งวังวุฒิเวสม์ก็มาถึง เมื่อเสด็จพระองค์หญิงมีพระประสงค์จะไปทำบุญที่วัดเมืองนนท์ เพื่อทาบทามขอสาลินจากครอบครัว และให้คุณชายเล็กได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

ชาวบ้านสวนตะลึงตาค้าง เมื่อได้ยลพระสิริโฉมของเสด็จฯและสองคุณชาย โดยเฉพาะพุดซ้อน หน้าแตกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อได้รู้ว่าแท้จริงพลช่างฟิตคือคุณชายเล็กปลอมตัวมา แต่ที่เคืองมากสุด คงหนีไม่พ้นสาลิน เพราะถูกหลอกมาเป็นปีๆ แถมเอาความลับ ความในใจมากมายไปเผยจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน

ศรีจิตราเห็นสภาพหน้าจ๋อยๆของคุณชายเล็ก ก็อดสงสารไม่ได้ เลยพยายามช่วยไกล่เกลี่ย และก็ดูจะได้ผลดีเกินคาด เพราะไม่มีใครติดใจอะไรนัก มีแค่สาลินกับคุณชายรองที่เมินหน้าหนี ไม่ยอมพูดด้วยเหมือนเคย

ฝ่ายเสด็จฯ...ทอดพระเนตรเห็นครอบครัวสาลิน พร้อมหน้า ก็ทรงเปิดฉากเจรจาทาบทามสาลินให้หลานชายคนรอง แต่สาวแสบบ้านสวนกลับทูลบ่ายเบี่ยง จนทุกคนรอบด้านถึงกับหน้าเสีย เกรงเสด็จฯจะกริ้ว แต่ผิดคาด ทรงพระสรวลน้อยๆแล้วขอตัวไปคุยกับเจ้าอาวาส ทิ้งให้สาลินมองหน้ากับคนอื่นเครียดๆ

กว่างานบุญจะจบลงได้ ก็เป็นเวลาบ่ายคล้อย เสด็จฯเสด็จกลับแล้วพร้อมคุณสอางค์กับนมย้อย ส่วนสองคุณชายเลือกนั่งเล่นที่บ้านสวนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศและหาทางสารภาพความจริงกับสองศรีพี่น้อง

แต่ก่อนจะเคลียร์ใจกับสองสาว สองคุณชายต้องเคลียร์กันเองก่อน โดยเฉพาะเรื่องที่คุณชายเล็กคือพลช่างฟิต

“แกปั่นหัวฉัน ปั่นหัวทุกคนมาตลอดเลยนะเจ้าเล็ก แกทำไปทำไม”

“โธ่...ก็พอๆกับที่พี่เล่นละครหลอกทุกคนนั่นแหละครับ”

“ไม่เหมือน...ที่ฉันทำเพื่อให้เรื่องมันยุติ แต่ของแก...ทำให้เรื่องมันวุ่นวายขึ้นไปอีก”

“ผมก็อยากลองใจพี่ ลองใจคุณสาบ้างสิครับ”

“แกจะมาลองใจอะไรฉัน”

“พี่รองอย่าลืมนะ ผมน่ะทำความรู้จักกับคุณสามาก่อนพี่ด้วยซ้ำ แล้วผมก็ชอบเขามากๆ กะจะจีบ แต่แล้ววันหนึ่งพี่ก็มาแสดงตัวว่าพี่ชอบเขา แถมหึงเป็นบ้าเป็นหลัง”

คุณชายรองหน้าแดง เขินนิดๆ “ฉันแสดงออกขนาดนั้นเชียว”

“นี่ไง...ไม่รู้ตัวเอง พี่น่ะหึงหวง ทำตัวเป็นเจ้าข้าว เจ้าของเสียจนผมหมั่นไส้ เลยลองแกล้งเล่นสองบทบาทเสียเลย เป็นเจ้าพลรูปหล่อไง แล้วตอนนั้นก็คิดว่าใครดีใครได้”

“แล้วทำไมแกถึงยอมยกธงขาว”

คุณชายเล็กถอนใจยาว ยิ้มบางๆเมื่อคิดถึงฉากบอกรักของตนกับสาลินเมื่อหลายวันก่อน “ผมขอความรักเขา แต่เขาไม่ได้รักผม ผมถึงได้รู้ตัวว่าผมรักเขาแบบน้องหรือเพื่อน จริงๆคนที่ผมรักมากที่สุดคือคุณศรีต่างหาก”

“เฮ้อ...วันเวลาชักพาให้นายกับฉันพบสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆเสียที นั่น...สาลินอยู่นั่น ไปขอโทษเธอเสียให้เป็นเรื่องเป็นราว แล้วนั่นก็คุณศรี อยู่ที่ศาลา...

ไปบอกเธอเสียทีว่านายฉลาดขึ้นแล้ว”

ooooooo

คุณชายเล็กต้องทำใจอยู่นาน กว่าจะกล้าไปสารภาพความผิดทั้งหมดต่อหน้าสาลิน สาวแสบต้องกลั้นขำแทบแย่ เมื่อเห็นหน้าจ๋อยๆของเขา แต่ก็ต้องตีหน้าบึ้งใส่ เพราะไม่อยากให้เขาได้ใจ

“โธ่...เราดื่มชาสาบานกันแล้วนะฮะ ว่าใครทำผิด ก็จะให้อภัยโดยไม่มีเงื่อนไข”

“คุณหลอกฉัน หลอกมาเป็นปีๆ ฮึ...พี่ศรีก็ ทั้งๆที่รู้ก็ไม่ยอมบอกฉันแต่แรก”

“ไม่โกรธนะ ไม่โกรธผมนะ ผมขอโทษแล้ว”

สายตาอ้อนวอนเหมือนเด็กๆของเขา ทำให้สาลินใจอ่อน

“ไม่โกรธก็ได้ คุณน่ะเจ้าเล่ห์เพทุบายแบบนี้เอง พี่ศรีเลยชอบ”

“ก็เหมือนคุณนั่นแหละ พี่รองเลยชอบคุณไง”

“อย่าพูดเรื่องพี่ชายคุณให้ฉันฟังอีกนะ”

“รู้ไหมฮะ ผมทำอะไรคุณก็ไม่โกรธ เพราะเราเป็นเพื่อนกัน แต่กับบางคน...เขาทำอะไรผิดนิดผิดหน่อย ก็ขัดตาขัดใจ ตั้งแง่ไปกับเขาทุกอย่าง แต่ขณะเดียวกันก็รักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น”

สาลินหน้าแดง แต่ก็พยายามปั้นหน้านิ่ง เหมือนไม่ยี่หระต่อความรู้สึกของคุณชายรอง คุณชายเล็กมองมาอย่างรู้ทัน แต่ไม่อยากเซ้าซี้ กลัวเธอเขินจนทำอะไรไม่ถูก เลยเลือกแยกไปปรับความเข้าใจกับศรีจิตราแทน

สาลินเดินหน้าบูดมานั่งเล่นที่ศาลาริมน้ำ

หงุดหงิดไม่หายที่คุณชายรองจอมเก๊ก เปิดใจสารภาพความรักต่อหน้าทุกคน แต่กลับไม่มาบอกเธอตรงๆ และเมื่อได้เจอคุณชายต้นเรื่อง ความหวังริบหรี่ก็กลายเป็นศูนย์ เมื่อเขามาสารภาพผิดเรื่องขับรถเหยียบโคลนใส่เธอ แต่ไม่ยอมสารภาพความในใจ

ต่างจากคู่ของคุณชายเล็กกับศรีจิตรา ไม่อ้อมค้อม โยกโย้ แต่เลือกจะเคลียร์เรื่องที่คาใจ

“คุณศรีฮะ...ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณศรีต้องออกจากวัง วันนั้นผมเปิดใจกับคุณศรีหมดแล้ว”

“ก็คุณชายสารภาพกับดิฉันว่าคุณชายชอบยายสาไม่ใช่หรือคะ”

“แล้วต่อจากนั้นล่ะฮะ”

“ยาที่คุณหมอให้ดิฉันแรงมากค่ะ ดิฉันเลยหลับไปก่อน”

“เฮ้อ...กะอยู่แล้ว คุณหมอนี่เองที่ทำผิด แล้วคุณศรีอยากให้ผมฉายหนังซ้ำไหมครับ”

ศรีจิตราพยักหน้ายิ้มๆ คุณชายเล็กเลยเอื้อมไปกุมมือเธอ พร้อมคุกเข่าตรงหน้า

“ผมพูดว่าชอบคุณสามาก...มากจนคิดว่าเป็นความรัก จนเมื่อผมได้อยู่ใกล้คุณศรี ผมถึงได้รู้ว่าผมชอบคุณสาแบบเพื่อน ผมชอบคุณสา...แต่ผมรักคุณฮะ... รักหมดทั้งชีวิตจิตใจของผม”

จบคำก็ก้มลงจูบมือ ส่งความรู้สึกอุ่นวาบไปถึงหัวใจของศรีจิตรา

“ตอนนี้ฉันรู้แล้วค่ะ...ฉันรู้แล้ว”

ooooooo

หลังเกือบก่อเหตุวิวาทที่บ้านสวน คุณสร้อยก็เดินสายทำบุญเก้าวัดเพื่อล้างซวย และเมื่อกลับเข้าพระนครอีกครั้ง ก็รีบไปทูลเสด็จพระองค์หญิง ถึงข่าวดีว่าตนมีหลานสาวอีกสองคนให้ทรงพิจารณา

เสด็จฯส่ายพระพักตร์อ่อนใจ ก่อนจะตรัสถึงข่าวฉาวเมื่อหลายวันก่อน รวมถึงเรื่องวุ่นวายของสองคุณชาย

“นี่แม่สร้อย...มันยุคจรวดแล้ว ผู้คนก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว เราจะมายึดมั่นถือมั่นคลุมถุงชนอยู่ได้ยังไง”

คุณสร้อยหน้าเสีย แต่ยังยืนกรานตามอุดมการณ์เดิม “เราก็ปฏิบัติกันมาแต่เก่าก่อน ถ้าเราเปลี่ยน ก็แปลว่าเราต้องยอมแพ้ ยอมตามโลกสมัยใหม่หรือเพคะ... หม่อมฉันยอมตายซะดีกว่า”

“อะไรใหม่ๆ ไม่ได้แปลว่ามันจะเลวร้ายไปหมดนี่ อะไรดีเราก็รับไว้ อะไรแย่เราก็อย่าไปรับมัน”

“เพคะ...อย่างนังชะนีบ้านสวนนั่น เป็นไงเป็นกัน อย่าทรงยอมนะเพคะ”

เสด็จฯถอนใจเหนื่อยหน่าย คร้านจะตรัสเถียงด้วย โชคดีที่คุณชายเล็กแวะมาแจ้งความคืบหน้าเรื่องเกลี้ยกล่อมสาลินเสียก่อน หัวข้อสนทนาของคุณสร้อยเลยต้องพับไป

“เกล้ากับคุณศรีกล่อมยังไงก็ไม่สำเร็จพ่ะย่ะค่ะ สรุปว่าจัดงานแต่งเกล้ากับคุณศรีก่อนก็ได้พ่ะย่ะค่ะ”

คุณสร้อยสะดุ้งสุดตัว คุณสอางค์เลยช่วยเฉลย ว่าหลานสาวทั้งสองได้เป็นศรีสะใภ้เจ้าแน่ และตอนนี้ก็ต้องทำให้สาลินใจอ่อนยอมแต่งงานกับคุณชายรองเสียก่อน คุณชายเล็กถึงจะได้แต่งงานกับศรีจิตรา

“ก็แปลว่า...สองคู่ชู้ชื่นอย่างที่หวังไว้ แค่สลับคู่เท่านั้นเอง”

“ฮือ...ไม่มีใครเป็นหม้ายขันหมากแล้ว”

“อาถรรพณ์ถูกล้าง แล้วเรื่องมันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่พี่สอางค์”

ท่าทางตื่นเต้นเหมือนเด็กๆของคุณสร้อย ทำให้เสด็จฯทรงพระสรวล ตรัสตอบแทน

“ฉันเห็นมาตั้งปีแล้ว คู่ตารองกับสาลินน่ะเริ่มก่อน คู่ตาเล็กกับแม่ศรีน่ะเริ่มทีหลัง”

“นี่ทรงรู้มาตั้งนานแล้วหรือเพคะ”

คุณสอางค์อดไม่ได้ โพล่งถาม “ทรงงำความปิดเงียบ แกล้งหม่อมฉันสองคนให้วิ่งวุ่นเป็นนังบ้าใช่ไหมเพคะ”

“ก็ใช่น่ะสิ...สนุกจะตาย!”

เพราะเข้าทางสาลินไม่ได้ผล เสด็จฯเลยทรงเปลี่ยนวิธีใหม่ เรียกตัวหลานชายคนโปรดมาพบในคืนเดียวกัน

“นี่สาลินเขาโกรธเธอเรื่องอะไร”

“เกล้าไม่ทราบเลยพ่ะย่ะค่ะ ใจสตรียากแท้หยั่งถึงจริงๆ”

“ผู้หญิงน่ะไม่มีอะไรหรอก นอกจากเจ้าเล่ห์เพทุบาย มารยาร้อยเล่มเกวียน แล้วก็ปากไม่ตรงกับใจ”

“แค่นั้นก็ก่อสงครามได้แล้วนะพ่ะย่ะค่ะเด็จป้า แต่ดูท่าเขาจะโกรธเกล้าจริงๆ หรือว่าเขาไม่ได้รักเกล้า”

“สมน้ำหน้า เธออยากไปรังแกเขา”

“เกล้าไม่ได้รังแก เกล้าจูบเพราะเกล้ารักเขาจนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว”

ท่าทางร้อนรนของหลานชายคนโปรด ทำให้เสด็จฯทรงฉุกพระทัย

“เอ๊ะ...นี่เธอไปจูบเขา ไปเที่ยวประกาศว่าจะแต่งงานกับเขาน่ะ จริงๆแล้วเธอเคยบอกรักเขาหรือเปล่า”

“บอกพ่ะย่ะค่ะ เกล้าทูลหน้าพระพักตร์เด็จป้า บอกต่อหน้าคุณตา คุณยาย คุณแม่”

“อ้าว...แล้วเจ้าตัวเขาล่ะ เคยบอกต่อหน้าเขาหรือเปล่า เคยคุกเข่ากุมมือขอความรักเขาไหม”

“ต้องทำด้วยหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ยังจะมาถาม สำหรับผู้หญิง...ต่อให้เธอเอาเพชรเท่าภูเขามาให้ ก็ไม่มีค่าเท่าคำว่ารักจากปากเธอหรอก!”

ooooooo

หลังประกาศตัวเป็นทางการ คุณชายเล็กก็ไปตรวจปั๊มเมืองนนท์โดยไม่ต้องปลอมตัวอีก เลยมีโอกาสรู้เรื่องชบาลูกสาวคนเดียวของพุดซ้อนหนีออกจากบ้าน แถมหอบเงินและเครื่องเพชรของแม่ไปตั้งตัว

พุดซ้อนเต้นผาง แบกหน้าโทรมๆไปฟ้องเขาใหญ่ เรื่องลูกสาวคนเดียวทำงามหน้า หนีจากบ้านไปตามหาผัว แต่คุณชายเล็กทำอะไรไม่ได้ นอกจากรับฟังและปลอบให้ทำใจ...เดี๋ยวตั้งตัวได้ ชบาคงกลับมาเอง

ส่วนสาลิน...ใช้ชีวิตเป็นปกติ โดยไร้วี่แววคุณชายรองตามปรับความเข้าใจอย่างที่หวัง แต่ที่เธอไม่รู้ คือเขาแวะมาปรับความเข้าใจกับเธอแล้วในวันหนึ่ง แต่ต้องกลับก่อนเพราะเห็นภาพบาดใจ

และภาพบาดใจก็คือภาพสาลินปลอบใจไนเจล ที่มีเรื่องกระเง้ากระงอดกับจิตริณี สมาชิกห้องสมุดทุกคนก็ทราบดี และชินแล้วกับอาการเจ้านายหนุ่ม แต่คุณชายรองคงไม่ชินด้วย เลยผละไปก่อน โดยไม่แม้แต่จะรอเจอสาลิน

แต่เพียงไม่นาน คุณชายรองก็คิดได้ว่าไม่ควรระแวงสาลินเพราะเรื่องเล็กน้อย เลยคิดจะสารภาพรักอย่างจริงจัง และสิ่งสำคัญที่ต้องการก็คือแหวนทับทิมวงเก่าที่เคยมอบให้คุณหญิงก้อย โดยผู้อาสาไปเอาคืนให้ก็คือคุณชายเล็ก เพราะเขาไม่อยากย่างกรายไปที่วังรัชนีกุลอีกแล้ว

ปฏิบัติการตามทวงแหวนของคุณชายเล็กเริ่มขึ้นในเย็นวันเดียวกัน โดยมีศุภรไปเป็นเพื่อน เพื่อปรับความเข้าใจกับคุณหญิงกลาง ว่าเรื่องคราวก่อนเป็นละครตบตาที่คุณชายรองขอให้ช่วย ซึ่งคุณหญิงกลางก็เข้าใจดี ต่างจากคุณหญิงก้อยถึงกับเต้นผางเมื่อรู้ว่าคุณชายรองจะขอแหวนคืนไปหมั้นสาลิน

“เห็นไหมคะว่าเด็จป้าอยุติธรรมแค่ไหน อคติกับหญิงสารพัด แต่กับนังหลานสาวแม่บ้านนั่นทรงยอมง่ายๆ”

“ใครบอกว่าเสด็จป้าทรงยอมง่ายๆ ทรงลงทุนลงแรงไปตั้งเยอะ ทรงอุตส่าห์เล่นละครร่วมกับคุณรอง ทรงทำเป็นเนรเทศคุณรองออกจากวัง เพื่อพิสูจน์ว่าใครรักคุณรองที่ตัว ใครรักที่เปลือกไงจ๊ะ”

“พี่หญิง...พี่หญิงรู้ได้ยังไง อ้อ...หรือว่าคุณเล็กกับนายศุภรเอามาเที่ยวพูด”

“ข่าวจากวังวุฒิเวสม์มาสายตรงที่วังรัชนีกุลเสมอจ้ะ เพียงแต่รู้จากคุณศุภรเพิ่ม ว่าเขาก็ต้องเล่นละครด้วย ก็เจ้าของรถบุโรทั่งที่เธอนั่งอยู่นั่นไง”

พูดจบก็ผละไปเข้าครัว ทิ้งคุณหญิงก้อยให้กรีดร้องราวกับคนบ้าคนเดียว

“อ้อ...ร่วมมือเป็นทีม ได้ค่ะ...งานนี้หญิงก็จะให้เด็จป้าได้ทรงรู้ว่านังศรีสะใภ้...เคยทำระยำตำบอนอะไรไว้บ้าง!”

ooooooo

คุณหญิงก้อยนัดจรวยมาพบในวันต่อมา เพื่อฝากแหวนทับทิมของคุณชายรองไปคืน พร้อมกับยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลให้ด้วย จรวยรับมาแบบงงๆ และก็เพราะความสงสัยเลยตัดสินใจเปิดดู...

ภาพถ่ายหลายใบของสาลินในวันเปิดตัวไนต์คลับ เหมือนกำลังเริงรักกับอัศนีย์ ทำให้จรวยถึงกับพูดไม่ออก และตัดสินใจจะซ่อนไว้ใต้ผ้าปูเตียง ไม่ให้คนในวังล่วงรู้ แต่ความลับก็ไม่มีในโลก หม่อมอำพันตามมาพบจนได้

“นังหลานสาวยายคุณแม่บ้าน...นี่ใช่ไหมที่เขาลือกัน ว่าไปเป็นนังพาสสะเน่อร์ เบียร์ฮอลล์ แหม...ทำงานได้ไม่เท่าไหร่ ขึ้นเตียงกับนายจ้างเสียแล้ว หัวเด็ดตีนขาด ฉันไม่ยอมมีสะใภ้เป็นนางออหรี่หรอก!”

หม่อมอำพันทำตามที่พูดจริงๆ เริ่มตั้งแต่ทูลฟ้องเสด็จฯ ประกาศกร้าวต่อหน้าสองป้าบ้านราชดำริ จะไม่ยอมรับสาลินเป็นลูกสะใภ้ คุณชายรองหนักใจมาก แต่ก็เพียงไม่นาน ตัวช่วยก็ปรากฏตัว

จิตริณีหรือจินนี่ในตะเกียงแก้วประจำห้องสมุดนั่นเอง ที่แวะมาไขข้อข้องใจในบ่ายวันหนึ่ง

“หลายวันก่อน ฉันได้ข่าวว่าคุณมีเรื่องผิดใจกับสาลินอีกแล้ว เรื่องไนเจลกับคุณสา”

“ไม่ใช่หรอกครับ ผมเชื่อใจสาลิน คนเราต้องเชื่อมั่นในคนที่เรารัก”

“ฉันดีใจที่ได้ยินค่ะ แล้วบอกได้ไหมคะว่าทำไมไม่เคลียร์กับสาลินตั้งแต่ตอนนั้น”

“ผมแค่รู้สึกว่าหลังจากที่ผมขอเธอแต่งงาน เธอก็ห่างเหินผม เห็นเธอปลอบมิสเตอร์ไนเจลแล้วอดน้อยใจไม่ได้”

“ให้เธอตั้งตัวหน่อยสิคะ กลับไปหาเธออีกครั้งพร้อมดอกไม้สวยๆ คุณหายไปหลายวันแล้วนะ...เธอคิดถึงคุณ”

คุณชายรองอมยิ้มเขินๆ “แล้ว...เมื่อไหร่ดีล่ะครับ ที่เธอจะไม่ปฏิเสธผมอีก”

จิตริณีเลยชวนเขามาร่วมกิจกรรมเล่านิทานของห้องสมุด คุณชายรองคิดหนัก แต่เพื่อสาลินเลยตกลงด้วยความยินดี ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม เมื่อคิดได้ว่ายังมีเรื่องน่าห่วงเกี่ยวกับสาลินที่อยากให้จิตริณีช่วย

ภาพล่อแหลมของสาลิน ทำให้จิตริณีต้องไปดักเจอคุณหญิงก้อยที่ร้านทำผมเจ้าประจำ เพื่อยับยั้งแผนการร้าย แต่ก็ต้องหัวเสียเสียก่อน เมื่อถูกอีกฝ่ายมองมาด้วยสายตาเหยียดๆ

“เธอมาร้านแบบนี้เหมือนกันหรือ”

“ถึงดิฉันไม่ใช่เจ็ตเซต แต่ก็ไม่ใช่ยาจกนี่คะ”

“ตาย...นี่เธอมีปมเรื่องความรวยความจนอะไรนี่ด้วยหรือ”

“คนที่มีปมเรื่องความรวยความจน เจ้าชายกับยาจกนี่ น่าจะเป็นคุณหญิงมากกว่านะคะ”

คุณหญิงก้อยตาวาว โกรธจัดที่ถูกพูดแทงใจดำ “นี่เธอประกาศตัวเป็นพวกแม่นั่นสินะ”

“คุณหญิงประกาศตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามกับดิฉันมาตั้งแต่แรกต่างหากค่ะ”

“ก็ใช่สิ เพราะเธอน่ะเครซี่อัศนีย์ออกหน้าออกตาขนาดนั้น”

“แหม...ดิฉันแค่เป็นเพื่อนสนิทของอาร์นี่เท่านั้นเอง”

คุณหญิงก้อยยิ้มเยาะ ย้อนเสียงหยันว่าสนิทแค่ไหน จิตริณีได้ทีตอกกลับ

“ก็แค่เป็นที่ปรึกษาให้ทุกเรื่องเท่านั้นเอง อย่างเรื่อง...เขามาปรึกษาดิฉัน ว่าถ้าเขาอยากคืนดีกับคุณหญิงจะทำยังไงดี...ดิฉันเลยแนะนำ ว่าแค่ดอกไม้แพงที่สุด พร้อมด้วยสร้อยเพชรหรือสร้อยไข่มุก”

คุณหญิงก้อยถึงกับพูดไม่ออก จิตริณีเลยส่งยิ้มเชือดเฉือนให้ พร้อมกับโน้มตัวมากระซิบข้างหู

“อาร์นี่ให้คุณติ่งจัดการเรื่องดอกไม้ ให้จิตติณ เลื่อมประภัส ฉัตรอาชา จัดการเรื่องสร้อยเพชร ส่วนอาร์นี่... เป็นคนเขียนการ์ดด้วยลายมือเขาเอง เขาหลอกใช้ไอเดียฉัน หลอกใช้คุณหญิงให้เป็นเครื่องมือดึงคุณชายรองไปจากสาลิน เพื่อที่เขาจะได้ครอบครองสาลินไงคะ”

ความจริงจากปากจิตริณีทำให้คุณหญิงก้อยแทบล้มทั้งยืน ก่อนจะตาลุกวาวด้วยความโกรธจัด ผลุนผลันออกจากร้านไปเอาเรื่องอดีตสามี ทิ้งเลขาสาวคู่ปรับให้มองตามยิ้มๆ...สมน้ำหน้ายายคุณหญิงหัวสูง!

ooooooo

ไนต์คลับของอัศนีย์แทบแตก เมื่อคุณหญิงก้อยไปอาละวาด แต่วิรงรองกับจิตติณก็ปากแข็ง ปฏิเสธไม่รู้เรื่องดอกไม้กับสร้อยมุก ร้อนถึงอัศนีย์ต้องมาแก้ต่างแทน แต่คุณหญิงก้อยก็ไม่หยุดโวยวาย จนเขาต้องห้ามด้วยจูบเร่าร้อนและเพลิงสวาท โดยมีวิรงรองกับจิตติณเป็นช่างภาพจำเป็น แอบเก็บภาพห่างๆแต่ไม่พลาดสักกระบวนท่าเดียว!

คุณหญิงก้อยไม่รู้ตัวว่าตัวเองถูกแอบถ่าย มัวกระหยิ่มใจว่าแผนแฉสาลินออกสื่อต้องได้ผล และเมื่อคุณชายรองบากหน้ามาหาถึงวังรัชนีกุลในวันต่อมา ก็ต้อนรับด้วยวาจาเยาะเย้ยถากถาง

“ไงคะ...คงตระหนกกันทั้งวังสินะ ไม่ใช่แค่คำขู่นะคะ หญิงทำจริง ในอีกวันสองวันนี้ ทั้งข่าวและรูปอื้อฉาวของนังว่าที่สะใภ้แห่งวังวุฒิเวสม์ ทอดกายให้เศรษฐีหนุ่มราวกับนังหญิงแพศยาจะกระฉ่อนเมือง!”

หม่อมวาณีกับคุณหญิงกลางหน้าเสีย ตั้งท่าจะปรามคุณหญิงก้อยเหมือนเคย แต่ก็ช้ากว่าคุณชายรอง

“หญิง...หญิงก็รู้ว่ามันไม่ได้มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น”

“แต่หญิงมีภาพที่คนทั้งโลกจะเชื่อ”

“อย่าทำร้ายสาลินเลยหญิง ผมขอร้อง”

“งั้นก็คุกเข่าลงแทบเท้าหญิง แล้ววิงวอนสิคะ บางทีหญิงอาจจะใจอ่อนก็ได้”

คุณชายรองหน้าตึง หัวเสียมากที่ถูกหยามเกียรติ แต่ก็ต้องพยายามข่มอารมณ์ไว้

“ถ้าหญิงต้องการอย่างนั้นก็ได้...แต่หญิงควรรู้ไว้ ว่าผมไม่ได้คุกเข่าให้หญิง แต่ผมคุกเข่าให้กับคนที่ผมรักมากกว่าชีวิต มากกว่าทุกสิ่งในโลก มากกว่าที่เคยรักหญิง อย่างที่ไม่มีทางเปรียบกันได้”

คุณหญิงก้อยถึงกับผงะ เมื่อเห็นอดีตคนรักยอมลดศักดิ์ศรี คุกเข่าช้าๆ หม่อมวาณีทนไม่ไหว ถลาไปห้ามทั้งน้ำตา แต่ก็เหมือนจะเป็นการทำให้ความแค้นของคุณหญิงก้อยทวีความรุนแรงกว่าเดิม

“งั้นพรุ่งนี้มะรืนนี้ ก็จงดูข่าวนังคนที่คุณรักยิ่งกว่าชีวิตบนหน้าหนึ่ง แล้วก็อย่าลืมปลุกคนทั้งวังมาเป็นพยานด้วย โดยเฉพาะเด็จป้า พระเนตรจะได้สว่างเสียที”

“เด็จป้าพระเนตรสว่างมานานแล้ว ถึงได้ทรงทำทุกอย่างไม่ให้หญิงมาเป็นสะใภ้ไง”

“งั้นก็เตรียมตัวรับความอับอายไปทั้งวังวุฒิเวสม์เถอะ...อดีตว่าที่ท่านทูต!”

คุณหญิงกลางกลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ และน้องสาวตัวดีจะทำงามหน้ากว่านี้ เลยเอาตัวเข้าขวาง เช่นเดียวกับหม่อมวาณี ทำหน้าตาขึงขังและดุลูกสาวคนเล็กเป็นครั้งแรก

“คุณชายสูงส่งเกินไปจะคุกเข่าต่อหน้านังหญิงแพศยาคนนี้”

คุณหญิงก้อยหน้าเจื่อนและถึงกับเข่าอ่อน เมื่อได้ยินประโยคถัดมาของแม่

“ฉันว่าแกนั่นแหละ หญิงแพศยาตัวจริงมันคือแก ไป๊...ไปให้พ้นหน้าฉัน!”

เสียงกรีดร้องของแม่ไม่ได้ทำให้คุณหญิงก้อยสำนึก สะบัดหน้าหนีขึ้นห้องอีกต่างหาก จนหม่อมวาณีเกือบเป็นลม คุณหญิงกลางต้องคอยปลอบและถอนใจยาวเมื่อได้ยินเสียงรำพึงของแม่

“หญิงกลาง...นี่แม่เลี้ยงลูกให้เป็นปีศาจร้ายงั้นหรือ”

ooooooo

สายตาชิงชังของอดีตคนรัก วาจาเชือดเฉือนของแม่กับพี่สาว ทำให้คุณหญิงก้อยแค้นใจมาก และตัดสินใจเอารูปล่อแหลมของสาลินกับอัศนีย์ไปให้

วิรงรองลงหน้าหนึ่ง คอลัมนิสต์สาวพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่อยากทำลายชีวิตสาลินและทำให้อัศนีย์เสียชื่อเสียง แต่คุณหญิงก้อยก็ไม่ฟังเหตุผล

“ไม่ต้องมาสอนฉัน พวกเธอเป็นหนี้ฉันกันทุกคน ความแส่หวังดีของอัศนีย์กับพวกเธอ ทำให้คุณรองกับฉันต้องขาดกัน ทำให้นังสาลินกลายเป็นนางคู่บัลลังก์ เพราะฉะนั้น ...พวกเธอต้องช่วยฉันทำให้มันตกบัลลังก์ให้ได้”

วิรงรองเบื่อความเอาแต่ใจของราชนิกุลสาวเต็มที เลยสวนอย่างเหลืออด

“ตั้งแต่เราคบกันมา มีแต่ฉันทำโน่นทำนี่ให้ หญิงไม่คิดบ้างหรือว่าเธอก็เป็นหนี้ฉันเหมือนกัน”

“หนี้เธอ...เอาอะไรมาพูด เธอนั่นแหละหนี้ฉัน เพราะฉันลดตัวไปคบ เธอถึงลอยหน้าลอยตาในสังคมชั้นสูงได้”

“อ้อ...ที่ฉันมีชีวิตมาได้นี่ เป็นเพราะพระกรุณาของพริ้นเซสนี่เอง”

“ใช่...จงจดจำไว้ แล้วตอบแทนบุญคุณฉันมา แล้วถ้าเธอไม่ทำ ฉันก็มีเรื่องเธอจะแฉในหนังสือพิมพ์คู่แข่ง”

“เรื่องอะไรไม่ทราบ”

“ก็เรื่องที่เธอร่ำรวยอยู่ทุกวันนี้ ไม่ใช่เพราะขายข่าวคาวๆ แต่เพราะเธอยอมเป็นเมียน้อยให้เจ้าพ่อคนดังน่ะสิ”

ขู่จบก็ผละไป ทิ้งวิรงรองให้มองตามตาเขียว โดยมีจิตติณกับเหล่าลูกน้องคอยปลอบและเกลี้ยกล่อมไม่ให้ยอมเป็นเครื่องมือของคุณหญิงก้อย คอลัมนิสต์สาวนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะเหยียดยิ้มร้าย

“ฉันมีภาพข่าว ฉันก็ต้องลง ข่าวนี้ต้องลือลั่นที่สุดในบรรดาข่าวที่ฉันทำมา...นี่แหละคือจรรยาบรรณของฉัน”

วิรงรองทำตามที่ประกาศไว้จริงๆ แต่ไม่ใช่ภาพของสาลินที่เธอเอามาพาดหัว แต่เป็นภาพคุณหญิงก้อยเริงรักกับอัศนีย์เมื่อไม่กี่วันก่อนต่างหาก ทุกคนที่วังวุฒิ–เวสม์กับที่บ้านสวนถึงจะโล่งอก แต่ก็อดตกใจไม่ได้ เมื่อเห็นภาพหวาดเสียวอล่างฉ่างของราชนิกุลสาวคนดัง!

ภาพฉาวของคุณหญิงก้อยอาจทำให้หลายต่อหลายคนสะใจ ไม่เว้นแม้แต่ท่านชายจันทร์ ที่อยากให้ลูกสาวคนเล็กได้รับบทเรียนอย่างสาสม และครั้งนี้ก็ถือว่ารุนแรงพอสมควร

“เธอไม่เคยได้ยินหรือหญิงก้อย...ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว!”

คุณหญิงก้อยกรีดร้อง อาละวาดขว้างปาข้าวของระบายอารมณ์ หม่อมวาณีทนไม่ไหว ต้องปราดไปห้ามเหมือนเคย แต่ก็ถูกลูกสาวคนเล็กตอกจนหน้าหงาย

“หม่อมแม่ไม่มีสิทธิ์ว่าหญิง หญิงเป็นลูกหม่อมเจ้า หญิงคือหม่อมราชวงศ์หญิง แต่หม่อมแม่คือลูกไพร่!”

หม่อมวาณีหน้าซีด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นแดงก่ำเพราะโกรธจัด ฟาดหน้าลูกสาวคนเดียวเต็มแรง คุณหญิงกลางทำท่าจะไกล่เกลี่ยสถานการณ์ แต่ท่านชายจันทร์ก็ทรงโบกมือห้ามไว้

“เธอไม่ใช่เจ้า...เทพีเพ็ญแสง หม่อมราชวงศ์ที่กำกับหน้าชื่อเธอ ไม่ได้ช่วยกล่อมเกลานิสัยและสันดานของเธอให้พ้นจากความเป็นไพร่ เป็นนังแพศยา เธอมันคือความอับอายของรัชนีกุลต่างหาก”

จบคำ ท่านชายจันทร์ หม่อมวาณีและคุณหญิงกลางก็ผละไป ทิ้งคุณหญิงก้อยให้กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งคนเดียว ที่ทุกอย่างผิดแผนและไม่มีอะไรได้ดั่งใจสักอย่าง!

ooooooo

เป็นอันว่าทุกอย่างจบลงด้วยดี สาลินรอดจากการเป็นข่าวฉาว ส่วนคุณหญิงก้อย ได้รับผลกรรมอย่างสาสม กลายเป็นราชนิกุลสาวหัวสูงฉาวโฉ่ที่สุดในพระนคร คุณชายรองกับคุณชายเล็กนั่งมองข่าวด้วยความสังเวชปนเวทนา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากหวังว่าคุณหญิงก้อยจะสำนึกและกลับเนื้อกลับตัวในเร็ววัน

จบเรื่องข่าวฉาว คุณชายรองก็เดินหน้าตามหาหัวใจเต็มที่ และภารกิจสำคัญก็มาถึงในอีกไม่กี่วันต่อมา โดยมีคุณชายเล็กกับศรีจิตราร่วมขบวนการ พร้อมด้วยสมาชิกห้องสมุดเป็นกองหนุน เพราะอยากให้สาลินสมหวัง

กิจกรรมเล่านิทานเนื่องในวันหนังสือเด็กเริ่มต้นอย่างราบรื่น จนถึงคิวสำคัญของคุณชายรอง จะเล่านิทานเรื่องบิวตี้แอนด์เดอะบีสต์ หรือโฉมงามกับเจ้าชายอสูร จิตริณีเลยช่วยเปิดเรื่องให้

“เทพนิยายเรื่องนี้ กำลังบอกเราว่าเปลือกนอกของเราเหมือนหน้ากากที่บดบังความจริงภายใน ซึ่งเป็นเนื้อแท้ของเรานั่นเอง เด็กๆดูแล้วอย่าตัดสินใครหรืออะไรแค่เปลือกนอกหรือแค่ที่ตาเห็นนะคะ ภายในของเขาอาจจะงดงามอย่างที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ เชิญปรบมือต้อนรับเดอะบีสต์ด้วยค่ะ...”

เรื่องราวความรักความผูกพันระหว่างโฉมงามนามว่าเบลล์กับเจ้าชายอสูรในปราสาทร้างกลางป่า ดำเนินไปเรื่อยๆ โดยมีสาลินรับบทเป็นเบลล์ และคุณชายรองเป็นเจ้าชายอสูร ทั้งคู่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ทั้งจากความรู้สึกของตัวเองและจากเหตุการณ์รอบด้าน จนกระทั่งค้นพบหัวใจตัวเอง

ความรักของเบลล์ ทำให้เจ้าชายอสูรได้เปิดโลก เรียนรู้เรื่องการให้ การรับ ความเมตตา การรับผิดและการให้อภัย หลอมละลายความแข็งกระด้างในจิตใจ กลายเป็นความรักอันแสนหวาน

และในที่สุด...นิทานก็จบลงด้วยความรักและความสุข เช่นเดียวกับเรื่องของสาลินกับคุณชายรอง ก็ถึงเวลาสำคัญ เมื่อราชนิกุลหนุ่มจอมเก๊ก ยอมละมาดเย่อหยิ่ง คุกเข่าขอความรักและขอแต่งงานจากสาลิน

สาลินหน้าแดง คิดนิดเดียวแล้วพยักหน้ารับ “ตกลงค่ะ...ฉันจะแต่งงานกับคุณ”

คุณชายรองบรรจงสวมแหวนทับทิมให้ที่นิ้วนางข้างซ้าย สาลินซาบซึ้งจนน้ำตาคลอ

“แหวนนี่จะพาฉันไปที่ไหนบ้างคะ”

“ไปสู่หัวใจของฉันไง”

และแล้วเรื่องราวทุกอย่างก็จบด้วยดี นอกจากคุณหญิงก้อยจะได้รับกรรมที่ก่อแล้ว ทุกคนที่เหลือก็พบแต่ความสมหวัง คุณชายรองกับสาลิน คุณชายเล็กกับศรีจิตรา คุณหญิงกลางกับศุภร ไนเจลกับจิตริณี แม้แต่อัศนีย์ ก็ได้พบความรักใหม่กับโสภาพรรณ คุณครูพละในวิทยาลัย ลูกสาวรัฐมนตรีคนดัง แต่ที่ฮือฮาสุดคงหนีไม่พ้นชบา ได้ผัวสมใจ แต่ก็ทำให้พุดซ้อนเกือบเป็นลม เพราะผัวลูกสาวไม่ใช่เศรษฐีหรือราชนิกุลคนดัง แต่เป็นนิโกรร่างยักษ์ผิวดำสนิท!

งานมงคลสมรสระหว่างคุณชายรองกับสาลินมาถึงในเวลาต่อมา และกว่าพิธีการมากมายจะจบสิ้น สาลินก็แทบหมดแรง คุณชายรองเลยมอบของขวัญปลอบใจ เป็นหนังสือบันเทิงทศวารกับจันดาราที่เธอเคยอยากอ่านนักหนา

“ฉันบอกแล้วไงว่าถ้าเธอแต่งงานแล้ว ฉันถึงจะยอมให้อ่าน”

ค่ำคืนแสนหวานของคุณชายรองกับสาลินจบลงด้วยความสุข เช่นเดียวกับของคุณชายเล็กกับศรีจิตรา ที่นับวันความรักและความผูกพันจะมากล้นขึ้นทุกที

“โชคชะตานี่มันมหัศจรรย์จริงนะฮะ ไม่น่าเชื่อว่าผมจะมีคุณคอยเล่านิทานให้ผมฟังไปตลอดชีวิต”

“ฉันจะเป็นเซเฮราซาดของคุณค่ะ”

ชีวิตหลังแต่งงานของสาลินราบรื่นด้วยดี บรรณารักษ์สาวกลายเป็นคุณหญิงท่านทูตและว่าที่นักเขียนนิยายคนใหม่ โดยมีคุณชายรองเป็นกำลังใจสำคัญ ช่วยให้เธอทำงานที่รัก ส่วนคุณชายเล็กกับศรีจิตราก็จะมีงานมงคลในไม่ช้า แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น ก็ถูกสาลินใช้เรื่องราวของทั้งสองเป็นแรงบันดาลใจในการเขียนนิยายเสียก่อน

แต่ว่าที่นักเขียนใหญ่คงประสบการณ์น้อย เลยคิดไม่เสร็จสักที ศรีจิตราเลยเย้าให้หาตัวช่วย

“คุณรองคงต้องช่วยต่อจินตนาการให้ยายสาแล้วค่ะ”

สาลินเขินหน้าแดง คุณชายรองเลยส่งยิ้มหวานบาดใจให้ ก่อนจะเอ่ย

“จินตนาการที่คนแต่งขึ้น ก็ยังมหัศจรรย์ไม่เท่าสิ่งที่โชคชะตาบันดาลให้เป็นไปจริงไหม”

จบคำก็ยกแก้วขึ้นชนกับคนอื่นๆ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นในวังวุฒิเวสม์...สถานที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้น และทุกคนจะได้ครองคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดกาล

ooooooo

–อวสาน–

.


ที่มา : สะใภ้จ้าว
https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao

.




Logged
Pages: 1 [2] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.114 seconds with 16 queries.