Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
10 September 2026, 01:08:38

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,088 Posts in 15,338 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  หมวดหมู่ทั่วไป  |  ศาลาพักใจ  |  รายการโทรทัศน์ที่น่าดูมาก  |  เรื่องย่อละคร สะใภ้จ้าว (thairath.co.th)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] 2 Go Down Print
Author Topic: เรื่องย่อละคร สะใภ้จ้าว (thairath.co.th)  (Read 1501 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« on: 02 August 2026, 22:13:17 »

เรื่องย่อละคร สะใภ้จ้าว (thairath.co.th)


สะใภ้จ้าว  นิยาย  สถานีโทรทัศน์ช่อง 3  สะใภ้จ้าว

เรื่องย่อละคร สะใภ้จ้าว

สาลิน บรรณารักษ์สาวสวยของห้องสมุดแห่งหนึ่งย่านสุรวงศ์ เธอเป็นบุตรสาวในตระกูลผู้ดีเก่า ซึ่งบิดาเสียชีวิตเป็นเวลานานแล้ว กับ อุ่นเรือน ธิดาสาวชาวสวนเมืองนนทบุรี เมื่อสามีเสียชีวิตลง อุ่นเรือนยังคงสำนึกในบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนจาก คุณสร้อย พี่สาวของสามี ซึ่งคอยดูแลเธอและบุตรสาวทั้งสองมาเป็นเวลานาน เธอจึงตัดสินใจอยู่กับ ศรีจิตรา บุตรสาวคนโตที่บ้านราชดำริ ซึ่งเป็นบ้านของคุณสร้อย โดยยกสาลินให้คุณตาคุณยายซึ่งอยู่ที่บ้านสวนเมืองนนทบุรีเป็นผู้เลี้ยงดู สาลินเติบโตในบ้านสวนด้วยความรักความอบอุ่นจากคุณตาคุณยายอย่างเต็มที่ เธอเป็นเด็กสาวที่รักการอ่านหนังสือ เฉลียวฉลาด สดใส ร่าเริง และมีความเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ ผิดกับศรีจิตราผู้เป็นพี่สาวซึ่งเติบโตมาอย่างเรียบร้อย อ่อนหวาน เก่งการบ้านการเรือน และไม่มีปากเสียงใดๆ ทุกอย่างในการดำรงชีวิตของอุ่นเรือนและศรีจิตราจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณสร้อยผู้เป็นป้าทั้งสิ้น

ชีวิตยังคงดำเนินเช่นนี้เป็นเวลาช้านาน จวบจนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเสด็จพระองค์หญิงแห่งวังวุฒิเวสม์ ทรงมีรับสั่งให้ คุณสอางค์ นางข้าหลวงเก่าแก่ ซึ่งเป็นพี่สาวของคุณสร้อย ทาบทามศรีจิตราให้มาเป็นคู่หมั้นคู่หมายของ คุณชายดิเรกราชวิทย์ หรือ คุณชายโต แห่งวังวุฒิเวสม์ ทำให้คุณสร้อยรู้สึกปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก เธอจึงรีบจัดเตรียมขัดตัวอบร่ำให้แก่ศรีจิตราเตรียมตัวเข้าวังเป็นการด่วน แต่แล้วความฝันของคุณสร้อยก็ล่มไม่เป็นท่า เมื่อ จรวย สาวใช้ที่มีความทะเยอทะยานในวังเกิดตั้งท้องขึ้น และบุตรชายของจรวยนั้นก็สืบเชื้อสายวุฒิวงศ์จากคุณชายโตนั่นเอง แต่คุณสร้อยก็พิลาปรำพันอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อคุณสอางค์เดินทางมาแจ้งข่าวใหม่ คู่หมั้นคู่หมายคนใหม่ของศรีจิตราหาใช่ใครอื่นคือ คุณชายกิตติราชนรินทร์ หรือ คุณชายรอง นั่นเอง

คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง หนุ่มหล่อนักการฑูต ชายในฝันของสาวน้อยสาวใหญ่ค่อนพระนคร เขาไม่รู้สึกยินดียินร้ายนักกับการถูกจับคลุมถุงชนในครั้งนี้ ภายหลังจากอกหักจาก ม.ร.ว.หญิงเทพีเพ็ญแสง หรือ คุณหญิงก้อย อดีตคนรักเก่าที่หนีไปแต่งงานกับ อัศนีย์ เถลิงการ อภิมหาเศรษฐีชื่อดังของเมืองไทยที่ต่างประเทศทั้งที่ไม่ได้เลิกรากัน เขารู้สึกเสียใจและผิดหวังในตัวคุณหญิงก้อยเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็รู้สึกประหลาดใจในขณะเดียวกันเมื่อรู้ว่าเธอหย่าขาดกับอัศนีย์ภายหลังการแต่งงานไม่นานนัก และบินกลับเมืองไทยทันทีที่ไร้พันธะจากการสมรสแล้ว

ข่าวเตรียมการหมั้นหมายระหว่างศรีจิตราและคุณชายกิตติราชนรินทร์ สะเทือนไปถึงปลายสวน เมื่อสาลินรู้สึกไม่เห็นด้วยต่อการทาบทามหมั้นหมายในครั้งนี้ เธอจึงพยายามทำให้ศรีจิตราและอุ่นเรือนเปลี่ยนใจ ไม่ยอมทำตามที่คุณสร้อยและคุณสอางค์กำหนด แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจพี่สาวและมารดาได้ เมื่อทั้งสองอาศัยอยู่ในบ้านราชดำริอย่างเคารพนอบน้อม และเชื่อฟังคุณสร้อยพี่สาวสามีแต่โดยดีตลอดมา สาลินจึงเกิดความคิดใหม่ในการเปลี่ยนเป้าหมายจากพี่สาวและมารดาเป็นคุณชายรอง ด้วยความหวังว่าเมื่อฝ่ายชายเป็นฝ่ายปฏิเสธด้วยตนเองแล้วทุกอย่างจะเรียบร้อย สาลินจึงตัดสินใจพูดจากับคุณชายรองในเรื่องนี้ด้วยตัวเธอเอง คุณชายรองรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อสาวน้อยว่าที่น้องภรรยาของเขาเริ่มพูดคุยเรื่องกีดกันให้เขาออกจากชีวิตของศรีจิตรา แรกเริ่มเดิมทีเขารู้สึกรำคาญสาวน้อยคนนี้เป็นอย่างยิ่ง ด้วยท่าทางแข็งๆ ไม่หัวอ่อนอย่างพี่สาว วาจาที่ฉลาดเฉลียวทันคนของเธอทำให้กลายเป็นความประทับใจในเวลาต่อมาโดยที่ไม่รู้ตัว เขาจึงตกปากรับคำที่จะคืนดีกับหญิงก้อยอดีตคนรักเก่าเพื่อศรีจิตราจะได้เป็นอิสระจากการหมั้นหมายในครั้งนี้

คุณหญิงก้อยราชนิกุลสาวผู้สูงศักดิ์แห่งวังรัชนีกุล เธอเป็นธิดาคนเล็กของ ท่านจันทร์ และ หม่อมวาณี ด้วยความเป็นธิดาคนเล็กทำให้เธอถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจจากผู้เป็นมารดา เธอจึงมีนิสัยเย่อหยิ่งจองหอง ภาคภูมิใจและหลงในรูปโฉมความเป็นเจ้าของตนโดยไม่เคยเห็นหัวคนอื่น ต่างจาก คุณหญิงศศิรัชนี ผู้เป็นพี่สาวราวกับสีขาวและสีดำ เธอยินดีในการกลับมาของคุณชายรองคนรักเก่าเป็นอย่างยิ่ง เธอพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้คุณชายรองกลับมารักเธอดังเดิม โดยไม่แคร์ต่อตนเองหรือสังคมว่าเธอเป็นแม่หม้ายแม่ร้างมาก่อน แต่ความรักระหว่างเธอและคุณชายรองในครั้งนี้ดูแปลกไปจากครั้งก่อน เมื่อมีสาลินคอยทำหน้าที่เชื่อมความสัมพันธ์ ให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ แก่คุณชายรองอยู่เสมอ คุณชายรองรู้สึกขำในความเจ้ากี้เจ้าการของสาลินเป็นอย่างยิ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็แอบหลงรักในความฉลาดเฉลียวเจ้าเล่ห์เพทุบายของเธอทีละน้อยโดยที่ไม่รู้ตัว

ขณะที่ความสัมพันธ์ของคุณชายรองและสาลินกำลังงอกงามโดยไม่รู้ตัวนั้น ศรีจิตราได้ถูกส่งตัวเข้าวังเพื่ออบรมกิริยามารยาทในการเตรียมตัวเป็นสะใภ้จ้าว ระหว่างนั้นเธอได้มีโอกาสพบ คุณชายเล็ก หรือ ม.ร.ว. บดินทราชทรงพล เขาเป็นคุณชายเล็กแห่งวังวุฒิเวสม์ เป็นคุณชายที่ร่าเริง แจ่มใส สนุกสนาน และเปิดเผย เป็นวิศวกรของบริษัทน้ำมันแห่งหนึ่ง เธอรู้สึกดีที่มีเขาเป็นเพื่อนพูดคุยเรื่องราวทุกอย่างที่เธออยากพูดอยากเปิดเผย ต่างจากท่าทางที่เงียบขรึมและไว้ตัวของคุณชายรองผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมายเป็นอย่างมาก วันเวลาผ่านไปจึงเริ่มกลายเป็นความรักโดยที่ศรีจิตราไม่รู้ตัว ฝ่ายคุณชายเล็กนั้นแอบได้ยินแผนการของคุณสอางค์และคุณสร้อยในการจับคู่ให้เขาและสาลิน เขาจึงปลอมตัวเป็น นายพล วิศวกรไปตรวจปั๊มน้ำมันแถวเมืองนนทบุรีเพื่อทำความรู้จักกับสาลิน ด้วยอุปนิสัยที่คล้ายคลึงกันจึงทำให้ทั้งสองเป็นเพื่อนกันในเวลาต่อมา คุณชายเล็กมักแวะไปหาสาลินที่บ้านสวนเป็นประจำเกือบทุกอาทิตย์ เขามักนำขนมนมเนยจากในวังไปฝากเป็นประจำสม่ำเสมอ คุณชายเล็กชอบสาลินมาก มากจนกระทั่งเขาเองคิดว่ามันคือความรัก เขาจึงมักเล่าเรื่องของสาลินให้ศรีจิตราฟังอยู่เสมอ จนเธอรู้สึกสะท้อนในใจ ฝ่ายสาลินเองก็ไม่หยิ่งหย่อนกว่ากัน เมื่อเธอต้องพบปะพูดคุยกับคุณชายรองเป็นประจำในเรื่องรักๆใคร่ๆ ของเขา เธอจึงมักเล่าเรื่องนี้ให้นายพลของเธอฟัง โดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังนินทาพี่ชายของเขาอยู่นั่นเอง และในขณะเดียวกันกับที่ศรีจิตราเองก็เริ่มระแคะระคายเรื่องความสัมพันธ์ของคุณชายรองกับคุณหญิงก้อยจากการเป่าหูของจรวย ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะพูดถึงเรื่องนี้กับสาลินด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ในขณะที่สาลินเองกลับแปลความหมายไปในทางตรงข้ามว่า พี่สาวตนกำลังหลงรักผู้ชายที่ไม่รักตนเองเลย

ความรักระหว่างคุณหญิงก้อยและคุณชายรองเดินทางไปอย่างเรื่อยๆ ท่ามกลางความเบื่อหน่ายของคุณชายรอง เขาเริ่มเบื่อท่าทางเรื่องมากของหญิงก้อย วาจาที่ก้าวร้าวหยิ่งยโสโอหังของเธอเป็นอย่างยิ่ง แต่คนที่เขาอยากคุยด้วยและต่อปากต่อคำเสมอกลับกลายเป็นสาลิน แม่สาวเจ้าปัญหาที่เขาเคยรังแครังคัดในช่วงแรก หญิงก้อยเองรู้ดีถึงความผิดปกติของคุณชายรอง เธอพยายามตามสืบว่าใครกันทำให้คุณชายรองของเธอเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อรู้ว่าเป็นสาลิน เธอจึงร่วมมือกับอัศนีย์อดีตสามีเก่าของเธอและ วิรงรอง เพื่อนสาวบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ชื่อดังทำลายชื่อเสียงของสาลิน อัศนีย์เองด้วยพื้นฐานความเจ้าชู้ที่มีอยู่จึงยอมร่วมมือแต่โดยดี เขาเอาตัวเข้ามาทำความรู้จักกับสาลินโดยผ่านทาง จิตริณี เพื่อนในวัยเด็กของเขา ซึ่งทำงานเป็นบรรณารักษ์ที่เดียวกันกับสาลิน สาลินพยายามระวังตัวในทุกทาง แต่แล้วก็พลาดท่าเมื่อเธอถูกมอมยาและถ่ายภาพวาบหวามระหว่างเธอและอัศนีย์ จากการจัดฉากของหญิงก้อยในงานเปิดไนท์คลับของอัศนีย์ในวันหนึ่ง อัศนีย์พยายามปลุกปล้ำและฉวยโอกาสกับเธอ ซึ่งนั่นทำให้คุณชายรองโกรธมาก เขารู้ว่าเป็นแผนการของหญิงก้อยทั้งสิ้น แต่เรื่องราวยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้ เมื่อหญิงก้อยใช้วิรงรองเป็นเครื่องมือในการลงข่าวหนังสือพิมพ์ เรื่องเสด็จพระองค์หญิงพยายามจับคู่ให้กับบรรดาภาคิไนยของท่าน ซึ่งทำให้เสด็จพระองค์หญิงทรงกริ้วมาก คุณชายเล็กพยายามตามสืบจนทราบเรื่องราวทั้งหมด เขาจึงวางแผนการ และสามารถทำให้วิรงรอง อัศนีย์ และหญิงก้อยแตกคอกันในที่สุด ด้วยความเย่อหยิ่งจองหอง ไม่เห็นหัวคนอื่นของหญิงก้อยนั่นเอง ทำให้วิรงรองโกรธและไม่ยอมเป็นเบี้ยล่างของหญิงก้อยอีกต่อไป เธอตัดสินใจลงภาพความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่างเธอและอัศนีย์ภายหลังหย่าขาดกันแล้วจนเป็นข่าวฉาวโฉ่ไปทั่วเมือง และแก้ข่าวให้กับสาลินจนเธอกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกใส่ร้ายอย่างน่าสงสาร

คุณชายรองไม่อาจทนคบกับคุณหญิงก้อยได้อีกต่อแล้ว เขาจึงวางแผนให้เธอเป็นฝ่ายเลิกรากับเขาเสียเอง ด้วยการให้เสด็จพระองค์หญิงทรงแกล้งเล่นละครขับไล่เขาออกจากวัง เพียงเวลาไม่นานข่าวลือเรื่องคุณชายกิตติราชนรินทร์ถูกไล่ออกจากวัง ถูกประกาศตัดออกจากกองมรดกของสกุลวุฒิวงศ์ก็ดังกระฉ่อนไปทั่วพระนคร หญิงก้อยรู้สึกอับอายขายหน้าในการที่ต้องคบกับคุณชายซึ่งมีแต่ตัว จนยิ่งกว่ายาจกคนนี้มาก เธอรังเกียจสภาพความเป็นอยู่ของเขาเป็นอย่างยิ่ง และในที่สุดเมื่อความจนมาเคาะประตูบ้านความรักก็โบยบินออกทางหน้าต่างอย่างว่องไวรวดเร็ว หญิงก้อยตัดสินใจเลิกรากับคุณชายรองในเวลาไม่นานนัก ซึ่งต่างจากสาลินหญิงสาวอีกคนที่ใช้ชีวิตอยู่กับเขาได้ทุกสภาวะ อีกทั้งยังเข้าเฝ้าเสด็จพระองค์หญิงเพื่อทูลขออภัยโทษเรื่องคุณชายรองคบหากับหญิงก้อยว่าเป็นแผนการของเธอเองทั้งหมด คุณชายรองจึงรู้ในทันทีว่าแท้จริงแล้วเขาตัดสินใจไม่ผิดในการเลือกสาลินเป็นคู่ชีวิตของเขา เมื่อแผนการจบลง คุณชายรองตัดสินใจขอสาลินแต่งงานโดยที่ไม่เคยบอกรักเธอเลย

สาลินเองกลับรู้สึกผิดเมื่อคิดไปเองว่าต้องแต่งงานกับชายที่พี่สาวตนหลงรัก แต่แล้วความจริงก็เปิดเผย เมื่อศรีจิตรายอมรับกับน้องสาวของเธอว่าเธอแอบหลงรักคุณชายเล็ก ไม่ใช่คุณชายรอง และเธอก็เปิดเผยความในใจกับเขาไปแล้ว สาลินรู้สึกดีใจมากเมื่อความจริงเปิดเผยว่า แท้จริงแล้วนายพลเพื่อนสนิทของเธอคือ ม.ร.ว. บดินทราชทรงพล วุฒิวงศ์ คุณชายเล็กแห่งวังวุฒิเวสม์

ความรักกับความชอบใกล้กันนิดเดียว เมื่อคุณชายเล็กรู้ความรู้สึกในใจตนเองอย่างถ่องแท้แล้วว่า แท้จริงแล้วเขาเพียงแต่ชอบอัธยาศัยใจคอสาลิน ชอบมากๆจนคิดไปว่ามันคือความรัก แต่แท้จริงแล้วเขารักศรีจิตรามาเนิ่นนานแล้ว เขาจึงตัดสินใจไปทูลขอเสด็จพระองค์หญิง ขอแต่งงานกับศรีจิตราเป็นคู่ต่อไป หลังจากงานแต่งงานระหว่างสาลินกับกิตติราชนรินทร์ผ่านพ้นไป คุณชายรองตัดสินใจเล่านิทานเพื่อสารภาพรักกับสาลินในงานวันเล่านิทานที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีของห้องสมุดที่สาลินทำงานอยู่ เมื่อถึงตอนจบของนิทาน เขาคุกเข่าและขอแต่งงานกับเธอคล้ายเจ้าชายในนิทานไม่ผิดเพี้ยน ซึ่งสาลินตอบรับด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมไปด้วยความสุขที่สุด

และแล้วคุณสร้อยก็สมใจในที่สุด เมื่อหลานสาวทั้งสองได้เป็นสะใภ้จ้าวดังใจหวัง วันคืนที่เหลืออยู่จะช่วยประคองความรักที่อบอุ่นอ่อนโยน และเปี่ยมด้วยความเข้าใจระหว่างสาลินและกิตติราชนรินทร์ต่อไป และจะยังช่วยให้บดินทราชทรงพลมีศรีจิตราเป็นนางเซเฮราซาดนักเล่านิทานประจำตัวของเขาไปตลอดชีวิต

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #1 on: 02 August 2026, 22:14:31 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep1/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 1

ณ บ้านสวนริมคลองจังหวัดนนทบุรี...สาลินสาวสวยสุดแสบ หัวโจกเจ้าถิ่นกำลังบงการหมู่เด็กลูกสมุนฉกห่อขนมจากเรือพ่อค้า พร้อมกับส่งยิ้มร่า ร้องบอกจากต้นไม้ใหญ่ที่ตัวเองปีนไปซ่อน ให้พ่อค้าเก็บเงินจากคุณตาคุณยายของเธอ ซึ่งเป็นเจ้าของสวนใหญ่และบ้านเช่ามากมายในละแวกนั้น

พ่อค้าได้แต่ยิ้มเซ็งๆ แล้วพายเรือจากไป ไม่กล้าโวยเพราะสาลินเป็นหลานสาวคนเล็กของเจ้าของบ้านเช่าที่เขาอาศัยมานานปี สาวแสบเห็นพ่อค้าพายเรือพ้นคุ้งแล้ว จึงตะโกนขอส่วนแบ่งขนมจากลูกสมุน แต่ไม่ทันลิ้มรสของอร่อย ก็ต้องกรีดร้องเสียงหลง เมื่อพลัดหล่นจากต้นไม้ลงคลอง!

เวลาเดียวกันที่บ้านราชดำริ...คุณสร้อย เจ้าของบ้านสาวใหญ่วัยห้าสิบห้า ท่าทางเคร่งเครียด ระเบียบจัด กำลังเจ้ากี้เจ้าการเหล่าสาวใช้เรื่องงานบ้าน โดยมีศรีจิตรา หลานสาวคนโตและพี่สาวของสาลิน นั่งพับเพียบแกะสลักขิงดองกับอุ่นเรือนผู้เป็นแม่ไม่ไกลกันนั้น ทันใดนั้น... เสียงนาฬิกาตีบอกเวลาสิบเอ็ดโมง สร้อยก็เริ่มบ่น

“กี่โมงกี่ยามแล้วล่ะเนี่ย ดู๊...จะเที่ยงแล้วนี่ ทำไมไม่ลงครัว มานั่งลอยหน้าเสนอนวลอยู่ทำไมยะ”

อุ่นเรือนขยับตัวรับหน้า จะรีบไปทำมื้อกลางวันให้ แต่คุณสร้อยก็ไม่วายจู้จี้

“นี่แม่ศรี วันนี้แกงสะระหมั่นน่ะ ให้ถึงกะทิหน่อยนะ อย่าให้ใสเป็นแกงจืด ชืดๆชาดๆเหมือนอาม่าบ้านสวน”

“แกงคราวที่แล้วใสไปหรือคะคุณป้า”

“ก็อย่างงั้นสิยะ ใสเป็นน้ำล้างหัวล้าน”

กำไลกับพิศ สองสาวใช้ลอบส่งยิ้มให้กันขำๆ ก่อนจะยั่วประสาทเจ้าของบ้านสาวใหญ่เรื่องวิธีทำแกงตำรับชาววัง ซึ่งก็ได้ผล คุณสร้อยเอ็ดใหญ่และบ่นตามมาอีกกระบุงโกย แถมพาลกับศรีจิตรา

“นี่แม่ศรี...อยู่หน้าเตาน่ะเหมาะกับแกแล้ว เผื่อวันไหนบ้านแตกสาแหรกขาดขึ้นมา แกจะได้มีวิชาไปต้มยำทำแกงขาย ไม่ต้องไปตักอึรดผักให้เหม็นโฉ่เหมือนอาม่าแก”

ศรีจิตรากับอุ่นเรือนกลั้นยิ้มกันแทบแย่ ได้ยินบ่อยจนชินและไม่นึกถือสา เช่นเดียวกับกำไลและพิศ ทั้งหมดรู้ดีว่าคุณสร้อยจุกจิกและเหน็บไปแบบนั้นเอง แต่ในใจไม่ได้หมายความจริงจังอย่างที่พูดสักนิด

หลังส่งทุกคนเข้าครัว คุณสร้อยก็ได้ต้อนรับคุณสอางค์ พี่สาวคนสวย ข้าหลวงคนสนิทของเสด็จพระองค์หญิงแห่งวังวุฒิเวสม์ ซึ่งแวะมาแจ้งข่าวสำคัญ

และข่าวสำคัญที่ว่าก็ทำให้คุณสร้อยตามคุณสอางค์ไปเข้าเฝ้าเสด็จพระองค์หญิงถึงวังวุฒิเวสม์ในบ่ายวันเดียวกัน มาลาและวรรณา สองสาวต้นห้องเสด็จฯออกมา ต้อนรับ คุณสร้อยก็ทักทายอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะได้ยิ้มหน้าบานเป็นสองเท่า เมื่อเสด็จฯตรัสขอทาบทามศรีจิตราให้ ม.ร.ว.ดิเรกราชวิทย์ วุฒิวงศ์ หรือคุณชายโต

ooooooo

ข่าวขอทาบทามหลานสาวคนสวยของคุณสร้อยจากบ้านราชดำริ ให้เป็นคู่หมั้นคู่หมายของ ม.ร.ว.ดิเรกราชวิทย์ หรือคุณชายโต แพร่สะพัดทั่ววังวุฒิเวสม์ในวันเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่นมย้อย

นมย้อยเป็นนางข้าหลวงเก่าแก่แห่งวังวุฒิเวสม์ แม่นมของเหล่าคุณชายทั้งสาม คือ ม.ร.ว.ดิเรกราชวิทย์ หรือคุณชายโต ม.ร.ว.กิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรอง และ ม.ร.ว.บดินทราชทรงพล หรือคุณชายเล็ก จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นเสมือนนายอีกคน เพราะข้าหลวงเก่าแก่เป็นที่รักของเหล่าคุณชายยิ่งนัก

ข่าวจากตำหนักใหญ่ของเสด็จพระองค์หญิง ทำให้นมย้อยร้อนใจ แต่ก็ไม่กล้าบอกหม่อมอำพัน มารดาของสามคุณชาย ซึ่งเป็นคนโผงผางและขี้โวยวาย จึงไปดักรอพูดกับ ม.ร.ว.กิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรองแทน

จรวยสาวใช้หน้าคมทรงอวบประจำตำหนักเล็กของเหล่าคุณชาย ผ่านมาเห็นท่าทางแปลกๆของนมย้อย ก็อดสงสัยไม่ได้ และถึงกับหูผึ่ง เมื่อได้ยินนางข้าหลวงเก่าแก่พูดถึงข่าวใหญ่จากตำหนักใหญ่ของเสด็จพระองค์หญิง

“เสด็จท่านทรงตัดสินพระทัยแล้ว เรื่องคู่หมายคุณชายโตค่ะ เห็นว่าเป็นหลานสาวคนโตของคุณสอางค์”

“นมบอกหม่อมหรือยังครับ พี่ชายโตด้วย”

“ยังค่ะ เดี๋ยวหม่อมก็คงทราบจากเสด็จ แต่ที่อิฉันร้อนใจมาปรึกษาคุณรองก็เรื่องคุณโตกับ...แม่จรวยสาวใช้ค่ะ”

ชื่อตัวเองทำให้จรวยตาลุก แล้วก็ถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากปากนมย้อย

“คุณรองเพิ่งกลับจากต่างประเทศ คงไม่รู้เรื่องอะไร คุณโตเธอแอบมีอะไรลับๆกับแม่จรวยค่ะ มีมานานเป็นปีๆแล้ว...คุณรองคิดอ่านประการใดคะ จะตัดไฟแต่ต้นลม ให้แม่จรวยกลับต่างจังหวัดเลยดีไหมคะ เพราะถ้ายังปล่อยให้คาราคาซังแบบนี้ เรื่องอื้อฉาวไปถึงพระเนตรพระกรรณแน่ๆ”

“เรื่องนี้มีใครรู้บ้างครับ”

“ก็มีอิฉัน แม่น้อมกับนังเจียม บ่าวไพร่คนอื่นคงไม่มีใครรู้หรอกค่ะ”

จรวยว้าวุ่นใจมาก และไม่รอช้า ไปร้องไห้ขอความเห็นใจจากคุณชายดิเรกราชวิทย์หรือคุณชายโต

“หา...ฉันต้องแต่งงานกับหลานสาวคุณข้าหลวงใหญ่งั้นหรือ”

“ค่ะ...เสด็จรับสั่งแล้ว คุณนมก็จะไล่จรวยออกจากวัง เขาไม่ให้จรวยอยู่กับคุณชาย ขัดขวางความรักของเรา”

คุณชายโตได้ยินคำว่ารักก็ทำหน้าไม่ถูก ไม่อยากยอมรับนัก แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธ

“อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปก่อนไข้เลยน่าจรวย”

“ไม่ได้ค่ะคุณชาย จรวยไม่อยากจากคุณชายไปไหน จรวยรักคุณชาย คุณชายต้องช่วยจรวยนะคะ”

จบคำก็ถลาไปกอดขา คุณชายโตทำหน้าเอือมๆ ก่อนจะได้กลืนน้ำลายเอื๊อก เมื่อเห็นเนินอกอวบอิ่ม

“เอาน่า...เรื่องแต่งคงอีกนาน เราคงพอคิดอ่านหาทางออกได้”

จรวยดีใจ โผกอดคุณชายโตแน่น “สัญญานะคะว่า คุณชายจะไม่ทิ้งจรวย”

ไม่รู้ว่าเพราะเนินเนื้ออกอิ่ม หรือเพราะสำนึกจากใจกันแน่ ทำให้คุณชายโตยอมสัญญา ก่อนจะประคองสาวใช้ทรงอวบขึ้นเตียง กอดจูบลูบไล้กันนัวเนีย ไม่รู้เลยว่าคุณชายกิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรอง ผ่านมาเห็นทุกอย่างจากช่องประตู สีหน้าหนักใจ...ไม่รู้จะเตือนหรือไม่เตือนพี่ชายโตดี

ooooooo

ขณะที่ชาววังวุฒิเวสม์ตะลึงกับข่าวคู่หมั้นคู่หมายของคุณชายดิเรกราชวิทย์หรือคุณชายโต ที่บ้านราชดำริก็วุ่นวายกันใหญ่ เพราะคุณสร้อยดีใจจนเนื้อเต้น ที่ศรีจิตรา หลานสาวคนโตจะได้เป็นว่าที่สะใภ้จ้าว ศรีจิตราซึ่งง่วนกับงานครัวตั้งแต่บ่าย ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นรอยยิ้มน่าสงสัยของคุณสร้อยผู้เป็นป้า

“ต๊าย...หน้าเป็นมัน ฟันเป็นยาง ต่อไปนี้ห้ามลงครัวเด็ดขาดนะลูก”

“อ้าว...ไหนคุณป้าบอกให้ลงครัวไว้ เผื่อวันไหนตกระกำลำบากไงคะ”

“วุ้ย...ตกระกำลำบากอะไร มีแต่จะขึ้นสูงนั่งวอช่อฟ้าสาวิกากาญจน์น่ะสิ”

อุ่นเรือนซึ่งเพิ่งมาสมทบ สบตาศรีจิตรางงๆ คุณสร้อยฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะเฉลย

“ช่างไม่รู้อะไรเลย ตอนนี้แม่ศรีหลานฉันจะได้เป็นสะใภ้จ้าวแล้วน่ะสิยะ”

ศรีจิตราถึงกับอึ้ง เช่นเดียวกับอุ่นเรือน แต่คุณสร้อยก็ไม่สนใจ มัวปลื้มกับวาสนาของหลานสาว

“แหม เสียดาย คุณชายวังโน้นตัวเปล่าเล่าเปลือยอยู่ตั้งสององค์ ฉันก็มีหลานสาวตั้งสอง น่าจะเข้าคู่กัน”

หลานสาวอีกคนของคุณสร้อยก็คือสาลิน สาวสวยสุดแสบจากบ้านสวนริมคลองจังหวัดนนทบุรี อุ่นเรือนมั่นใจว่าคงเป็นไปไม่ได้ เพราะลูกสาวคนเล็กรักอิสระและดื้ออย่าบอกใคร ซึ่งคุณสร้อยก็รู้ดี แต่ก็อดหวังไม่ได้

“แม่สาลินน้องสาวเธอน่ะแม่ศรี...ใฝ่ต่ำ ให้มาอบรมเป็นผู้ดีก็ไม่ยอม อยากจมอยู่ท้องร่องท้องสวน วันๆ ดองผักหมักหญ้าจนเหม็นโฉ่ไปทั้งตัว อุ๊ย...จะอาเจียน!”

แน่นอนว่าสาลินคงไม่สะทกสะท้านกับคำครหาของคุณสร้อยเหมือนแม่กับพี่สาว และคุณสร้อยก็ตระหนักข้อนี้ดี เลยพยายามเลิกหวัง และมุ่งความสนใจไปที่การเตรียมความพร้อมให้ศรีจิตรา

และภารกิจแรกที่สาวสวยเรียบร้อยอย่างศรีจิตราต้องเจอคือการขัดผิว ซึ่งคุณสร้อยทุ่มเทมาก ขนทุกตำรับชาววังมาให้หลานสาวคนโต อุ่นเรือนเห็นหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของลูกสาว ก็อดสงสารไม่ได้ แต่ก็ขัดใจคุณสร้อย พี่สาวแท้ๆของสามีผู้ล่วงลับ ผู้มีพระคุณซึ่งอบรมเลี้ยงดูศรีจิตรามาตั้งแต่เด็กไม่ได้

ด้านสาลิน...ยังไม่รู้เรื่องพี่สาวถูกจับคู่ มัววุ่นวายเตรียมตัวสัมภาษณ์งานบรรณารักษ์ในห้องสมุด แต่ชุดสวยๆของสาวแสบบ้านสวนก็เปียกโชกและเต็มไปด้วยโคลน เมื่อถูกรถยุโรปคันยาวซึ่งแล่นผ่านแอ่งน้ำขังริมฟุตปาทสาดใส่!

สาลินโกรธมาก และไม่พลาดจะจดเลขทะเบียนรถเจ้าปัญหาไว้ในสมุดโน้ตที่พกติดตัวตลอด ก่อนจะแบกหน้าเลอะๆ กับชุดเปียกๆไปสัมภาษณ์งานที่ห้องสมุดประชาชนตามนัด

บราลีและลลิตา สองบรรณารักษ์สาวประจำห้องสมุด มองหน้าผู้สมัครสาวนามว่าสาลินด้วยแววตาอึ้งๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีใครกล้ามาสัมภาษณ์งานในสภาพเลอะเทอะแบบนี้ แต่คนทึ่งมากกว่า คงหนีไม่พ้นไนเจล บอสหรือหัวหน้าบรรณารักษ์หนุ่มชาวต่างชาติ ที่ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นสภาพสาลิน

แต่ถึงสภาพกับชุดจะไม่สร้างความประทับใจนัก แต่ความน่ารักสดใสของสาลินก็เอาชนะใจไนเจลได้ จนบราลีกับลลิตาถึงกับแปลกใจ ว่าบรรณารักษ์สาวคนใหม่มีอะไรดี...ไนเจลถึงได้ปลื้มขนาดนี้

ooooooo

และเพื่อต้อนรับบรรณารักษ์สาวคนใหม่ ไนเจลเลยพาสาลินไปเลี้ยงกลางวันที่ร้านอาหารหรู โดยมีบราลีกับลลิตาตามมาด้วย สาวแสบบ้านสวนอดเกรงใจไม่ได้ แต่เมื่อเห็นรถยุโรปคันยาว เลขทะเบียนคุ้นๆหน้าร้าน ก็เปลี่ยนใจ แทบจะถลาเข้าไปด้านใน...อยากจะเห็นนักว่าไอ้คนขับรถไม่มีมารยาทเมื่อเช้าหน้าตาเป็นเช่นไร

เจ้าของรถยุโรปคันยาวนั้นก็คือคุณชายกิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ ราชนิกุลหนุ่มรูปงาม ท่าทางสุขุม นักการทูตหนุ่มคนดัง ขวัญใจสาวๆทั่วพระนคร...แน่นอนว่าเขายังไม่รู้ตัวว่าก่อเรื่องอะไรไว้เมื่อเช้า มัวขับรถอย่างอารมณ์ดี เพราะมีนัดทานกลางวันกับหญิงคนรัก

และหญิงคนรักของคุณชายรอง ราชนิกุลหนุ่มนักการทูตจากวังวุฒิเวสม์ ก็คือ ม.ร.ว.เทพีเพ็ญแสง รัชนีกุล หรือคุณหญิงก้อย ราชนิกุลสาวสวยคนดัง ซึ่งมารอที่ร้านอาหารหรูตั้งแต่เช้า เพราะมีนัดถ่ายแบบและให้สัมภาษณ์

วิรงรองหรือติ่ง เพื่อนสาวคนสนิทของคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงและคอลัมนิสต์คนดัง ออกมาต้อนรับคุณชายรอง ซึ่งถึงกับยืนอึ้ง เมื่อเห็นบรรยากาศวุ่นวายของกองถ่าย เขาไม่รู้มาก่อนว่าสาวคนรักจะมีนัดถ่ายแบบวันนี้ วิรงรองก็อธิบายอะไรไม่ได้มาก นอกจากจะปล่อยให้สองหนุ่มสาวคู่รักคุยกันเอง

คุณหญิงก้อยเห็นชายคนรักก็รีบเดินมาหา หมุนตัวอวดชุดสวย ก่อนจะถามความเห็นเขา

“หญิงสวยมาก หรูหราเสียจนจะร่วมโต๊ะกลางวันกับผมได้ไหมเนี่ย”

“คุณรองขา หญิงคงไม่ใส่ชุดกรุยกรายนี้ไปลันช์ในห้องอาหารหรอกค่ะ เดี๋ยวจะหาว่าหลุดมาจากงานคาร์นิวัล”

“เสร็จงานแล้วใช่ไหมครับ จะได้ทานกลางวันกันเลย”

“ยังเลยค่ะ เหลือถ่ายอีกเซตหนึ่ง รอหญิงก่อนนะ”

“หญิงก้อย...ผมมีเวลาแค่ชั่วโมงครึ่ง ต้องรีบกลับไปกระทรวงให้ทันบ่ายสอง”

“ก็เลื่อนไปบ่ายสาม หรือลางานไปเลยสิคะ เพราะงานของหญิงก็ยังไม่เสร็จเหมือนกัน...รอนะคะ”

พูดจบก็หันไปเปลี่ยนชุดถ่ายแบบต่อ ทิ้งคุณชายรองให้มองตามด้วยความไม่ชอบใจ แต่ก็เลือกจะข่มอารมณ์หงุดหงิดไว้ ไม่อยากหาเรื่องทะเลาะให้กลายเป็นเรื่องใหญ่

อีกด้านของร้านอาหารหรู...หลังสั่งอาหารเรียบร้อย กลุ่มของสาลินก็ได้ตื่นเต้นใหญ่ เมื่อได้ยินจากบริกรว่ามีถ่ายแบบคนดัง โดยเฉพาะลลิตากับบราลี รีบวิ่งไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไนเจลได้แต่มองตามขำๆ ก่อนจะหันมาทำตาหวานใส่สาลิน จนบรรณารักษ์สาวคนใหม่รู้สึกอึดอัด ต้องขอตัวเข้าห้องน้ำดื้อๆ

ระหว่างที่สาลินหลบไปทำใจ บราลีกับลลิตาก็ตาโตกับบรรยากาศถ่ายแบบสุดเปรี้ยวของคุณหญิงก้อย และอดไม่ได้จะไปขอลายเซ็นเป็นที่ระลึก เมื่อราชนิกุลสาวถ่ายแบบเสร็จ

“เราเป็นคนทำข่าวค่ะ ขอลายเซ็นคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง เป็นเกียรติกับดิฉันหน่อยค่ะ”

“นักข่าวเหรอคะ ได้เลยค่ะ จากโทรทัศน์หรือสำนักพิมพ์ไหนคะ”

“อ๋อ...เซ็นตามนี้เลยนะคะ ลลิตา...บรรณารักษ์ห้องสมุดประชาชน”

คำว่าห้องสมุดทำให้คุณหญิงก้อยถึงกับชะงัก ยกเลิกการแจกลายเซ็น ก่อนร่วมกับวิรงรอง เอ็ดใส่สองสาวที่โกหกว่าเป็นนักข่าว แต่ลลิตาก็ไม่สะทกสะท้าน ย้อนกลับหน้าตายว่าไม่ใช่นักข่าว แต่ก็นำข่าวราชนิกุลสาวจากนิตยสารและหนังสือพิมพ์มาลงบอร์ดในห้องสมุดทุกวัน

คุณหญิงก้อยหัวเสียมาก เอ่ยปากไล่สองสาวจากห้องสมุด บราลีเห็นลลิตาหน้าเสีย เลยออกโรงปกป้องเพื่อนเต็มที่ ส่วนวิรงรองกลัวราชนิกุลสาวไม่พอใจ เลยวางท่าอวดเบ่งสองสาว

“รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร ฉัน...วิรงรอง เจ้าของคอลัมน์วิรงรองซุบซิบ ฉันสามารถเขียนข่าวเล่นงานห้องสมุดของพวกหล่อนให้ปิดตายไปทั้งชาติเลยก็ได้นะ”

บราลีไม่หวั่น ตอกกลับ “โถ...คุณวิรงรองซุบซิบ นินทาเรื่องในมุ้งชาวบ้านหากินไปวันๆ อย่าอวดอ้างสรรพคุณตัวเองให้มากนักเลยค่ะ อีพวกกินบนหลังคนแบบคุณน่ะ ระวังจะลงมาจากหลังคนไม่ได้ เพราะไม่มีแผ่นดินให้เหยียบ!”

ooooooo

หลังหลบไปทำใจเรื่องไนเจลจีบในห้องน้ำพักใหญ่ สาลินก็จะกลับโต๊ะ แต่ก็ดันมีเรื่องเสียก่อน เพราะถูกเข้าใจผิดจากลูกค้าหนุ่มโต๊ะวีไอพี ที่คิดว่าเธอเป็นสาวเสิร์ฟ!

คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ หงุดหงิดมาก เพราะไม่มีพนักงานมาต้อนรับหรือดูแลเหมือนเคย เมื่อเห็นหญิงสาวแต่งตัวสีคล้ายสาวเสิร์ฟ เลยร้องเรียกให้เอาเมนูมาให้

สาลินหันมาตามเสียง ก่อนจะย้อนถามนิ่งๆ “คุณพูดกับฉันเหรอคะ”

“แล้วจะให้ฉันพูดกับใคร ฉันนั่งมานานแล้วนะ นี่โต๊ะจองนะ บริการกันยังไง เรียกกัปตันมาให้หน่อย”

บรรณารักษ์สาวคนใหม่ไม่คิดมาก คว้าเมนูจากโต๊ะข้างๆให้ แล้วจะผละไป แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อลูกค้าหนุ่มส่งสายตาตำหนิมาให้ พร้อมสั่งอาหารชุดใหญ่ สาลิน มองมาอึ้งๆ ทำท่าเหมือนไม่เข้าใจ จนลูกค้าหนุ่มเหลืออด

“ต้องให้ฉันลุกไปให้เธอดูเมนูอาหารงั้นใช่ไหม”

น้ำเสียงหงุดหงิดของเขาทำให้สาลินต้องยื่นหน้าไปใกล้ จนได้กลิ่นโคโลญหอมอ่อนๆที่ทำให้ใจหวิว แต่ลูกค้าหนุ่มก็ทำให้หมดอารมณ์ เมื่อเขาดันวางท่าเป็นลูกค้าจอมหยิ่ง เรื่องมาก แถมสบประมาทเธออีกต่างหาก

“นี่เธอ...เพิ่งมาทำงานใช่ไหม อาหารที่ฉันสั่งก็ไม่เห็นจดเป็นเรื่องเป็นราว จำได้เหรอ”

สาลินชักฉุน เลยแกล้งรวนกลับ “ได้มั้ง...ฉันจำเก่ง”

คุณชายรองซึ่งอารมณ์ไม่ดีเรื่องคนรักอยู่แล้ว หมดความอดทน “มารยาทเธอทรามมาก ฉันคือลูกค้าวีไอพี เธอถูกอบรมมายังไง พูดจายอกย้อนกับลูกค้า หางเสียงสักนิดก็ไม่มี ชื่ออะไร ฉันจะรายงานเจ้านายเธอเดี๋ยวนี้”

คำขู่ของเขา ไม่ได้ทำให้สาลินเดือดร้อนนัก ลูกค้าหนุ่มยิ่งโมโห จะตามกัปตันของร้านมาเอาเรื่องเธอให้ได้ บรรณารักษ์สาวได้ยินบริกรคนอื่นเรียกเขาว่าคุณชาย ก็เบ้หน้า ก่อนจะนึกสนุกอาสาไปตามกัปตันให้ แล้วแกล้งทำลนลาน แอบเอาน้ำราดบนตัวเขาได้อย่างแนบเนียน

“อุ๊ย...ขอโทษค่ะ หนูผิดไปแล้ว เดี๋ยวหนูเช็ดให้”

คุณชายรองรีบยกมือกุมเป้ากางเกง ร้องห้ามเสียงเข้ม ข่มความอายแทบแย่ที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ในร้านอาหารหรู ต่างจากหญิงสาวต้นเรื่องในชุดสีคล้ายสาวเสิร์ฟ เดินลอยนวลจากไปดื้อๆ พร้อมรอยยิ้มสะใจที่ได้เอาคืน!

ทั้งเรื่องคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงและลูกค้าหนุ่ม คุณชายจอมหยิ่ง ทำให้สี่หนุ่มสาวจากห้องสมุดตัดสินใจกลับ ไม่อยู่กินให้เสียบรรยากาศและเสียอารมณ์ สาลินเห็นดีเห็นงามด้วย ไม่อยากอยู่รอให้คู่กรณีหนุ่มมาหาเรื่องอีก เลยรีบเดินนำออกไป พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นรถยุโรปคันยาวที่สาดน้ำโคลนใส่เธอเมื่อเช้า

“ไอ้รถเจ้ากรรมนี่แหละ ต้นเหตุเรื่องทั้งหมด ถ้าเจ้าคนขับไม่ขับให้โคลนสาดมาเต็มตัว ฉันก็ไม่ต้องเปลี่ยนเป็นชุดสาวใช้ ไม่ต้องถูกคุณชายคนนั้นเข้าใจผิดว่าฉันเป็นสาวเสิร์ฟ แล้วมาด่าฉันสาดเสียเทเสีย”

ลลิตาได้ยินคำว่าคุณชายก็ตาลุก “อุ๊ย...คุณชายคนไหนด่าเธอเหรอ มีคุณชายอยู่ในร้านด้วยเหรอ”

“ไม่ทราบค่ะ เห็นบ๋อยเรียกคุณชาย”

ไนเจลเห็นว่าเรื่องจะไปกันใหญ่ รีบตัดบทชวนกลับห้องสมุด “ผมว่าเรารีบไปจากร้านนี้เถอะครับ เพราะพวกคุณมีเรื่องกับทั้งคุณหญิงคุณชาย พวกเจ้าทั้งนั้น ถ้าฟ้องร้องค่าเสียหาย พวกเราจะหมดตูด!”

ooooooo

ความจริงจากปากกัปตันว่าหญิงสาวคู่กรณีไม่ใช่สาวเสิร์ฟของร้าน ทำให้คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองหน้าแตกละเอียด แถมหัวเสียไม่น้อย ต้องเสียเวลาไปทำให้กางเกงแห้งอยู่นาน

คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยถ่ายแบบเสร็จพอดี จึงมานั่งร่วมโต๊ะ อดขันไม่ได้ เมื่อได้ยินว่าชายคนรักมีเรื่องกับหญิงสาวแปลกหน้าเพราะความเข้าใจผิด จนทำให้กางเกงเปียก ต้องซักรีดใหม่ แต่คุณชายรองไม่ขำด้วย ขอตัวกลับกระทรวงดื้อๆ เพราะมีนัดประชุมสำคัญ ราชนิกุลสาวเลยตะบึงตะบอนใส่

“อะไรกัน ใจคอคุณจะให้หญิงทานคนเดียวเหรอคะ”

“ผมบอกแล้วไงว่าผมต้องกลับไปทำงาน วันนี้มีประชุมสำคัญด้วย”

“ดูคุณรองให้ความสำคัญกับงานมากกว่าหญิงเสียอีก”

“เปล่า...แต่สำหรับเจ้าหน้าที่การทูต การตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด”

คุณหญิงก้อยไม่พอใจมาก เริ่มรวน “ความผิดของหญิงใช่ไหม”

คุณชายรองส่ายหน้า “หญิงน่าจะบอกให้ผมทราบก่อนเรื่องถ่ายแบบ ถ้ารู้แต่แรกคงไม่นัดทานกลางวันแบบนี้”

“ได้ค่ะ...มันเป็นความผิดของหญิง การอยากจะเซอร์ไพรส์คุณชาย กลายเป็นความผิดมหันต์”

“ไม่ใช่อย่างนั้นเทพีเพ็ญแสง”

คุณหญิงก้อยเหยียดยิ้มเย็น “มันเป็นอย่างนั้น... คุณชายกิตติ หญิงไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณชายแล้วค่ะ เชิญกลับไปทำงานได้ เพราะหญิงก็จะกลับแล้วเหมือนกัน!”

พูดจบก็สะบัดหน้าหนี ทิ้งคุณชายรองให้มองตามด้วยแววตาอ่อนใจ อยากตามไปง้องอนเหมือนเคย แต่ ก็ติดประชุมสำคัญ จนไม่เหลือเวลาจะคิดเรื่องอื่นแล้ว

คุณชายรองไม่ได้ตามง้อจริงๆ คุณหญิงก้อยเลยยิ่งเคือง และกลับไปอาละวาดที่วังรัชนีกุล โดยมีหม่อมวาณี มารดาซึ่งรักเธอปานแก้วตาดวงใจตามปลอบประโลมไม่ห่าง ม.ร.ว.ศศิรัชนี รัชนีกุล หรือคุณหญิงกลาง พี่สาวคุณหญิงก้อย ได้แต่มองท่าทางเอาแต่ใจของน้องสาวด้วยแววตาเอือมระอา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำใจ

เย็นวันเดียวกันที่บ้านสวน...สาลินหอบกระเป๋าและถุงเสื้อผ้ามานั่งหน้างอ ยกมือไหว้คุณตาคุณยาย ก่อนจะสาธยายถึงเรื่องวุ่นวายตลอดทั้งวัน ไล่ตั้งแต่เรื่องเสื้อชุดใหม่เอี่ยมเตรียมสัมภาษณ์ถูกน้ำโคลนสาด จนต้องเปลี่ยนเป็นชุดแม่บ้านห้องสมุด จนถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสาวเสิร์ฟ!

คุณตาคุณยายสนใจแค่เรื่องงานของหลานสาว และเมื่อได้ยินว่าได้งานสมใจ ก็ไม่เห็นเรื่องอื่นสำคัญ

“ได้งานแล้วแม่มานั่งทำหน้างอคอคอดทำไมยะ”

“ก็เพราะชุดแม่บ้านนี่แหละคุณยาย ทำให้อีตาคุณชายทำท่าโก้คนหนึ่งคิดว่าหนูเป็นสาวเสิร์ฟ”

“อ้าว...ก็เราแต่งชุดนี้ คนเขาก็เข้าใจผิดเป็นธรรมดา”

“คุณตาขา...หนูสาวออกอย่างนี้ บอสยังชมเลยว่าหนูอยู่ในชุดแม่บ้านก็ยังสวย อีคุณชายตาต่ำแยกไม่ออก”

“ย่ะ...แม่ตาสูง รีบไปเปลี่ยนชุดเถอะ เดี๋ยวฉันจะแยกแยะไม่ออกอีกคนจะใช้หล่อนไปล้างนังมอม”

สาลินขยับตัวจะไปทำตามที่คุณยายสั่ง แต่ก็อดเข่นเขี้ยวในใจไม่ได้

“อย่าให้เจอนะทั้งนายคุณชาย ทั้งอีตาคนขับรถนั่น!”

ooooooo

คุณตาคุณยายทำพิธีไหว้บรรพบุรุษตามประเพณีคนจีนซึ่งยึดถือมานานในวันต่อมา อาหารคาวหวานมากมายถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะยาวซึ่งตั้งไว้กลางแจ้ง สาลินกับแกะลูกสมุนเอกไม่ได้ช่วยอะไรมาก นอกจากยืนดูห่างๆ และรอคอยเวลาธูปหมด จะได้เอาของไหว้มากินให้อิ่มหนำเหมือนเคย

สองตายายได้แต่ส่ายหน้าขำๆ อ่อนใจเหลือเกินกับความทโมนและความแสบของสาลิน แต่ก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรมาก นึกเอ็นดูด้วยซ้ำ เพราะรู้แน่ว่าเนื้อแท้หลานสาวคนนี้จิตใจดีแค่ไหน

“แม่คุณ...ไปเร่งเจ้าท่าน ระวังให้ดีเถอะ ท่านจะมาหักคอ”

“แหมคุณยายขา...หักทำไมคะคอหนู หักคอเป็ดดีกว่า แล้วคุณยายจะให้เอาอะไรไปบ้านโน้นบ้างล่ะคะ”

“แม่ศรีชอบขนมเทียน แม่หนูน่ะชอบฟักเชื่อม”

“ที่หนูห่วงไม่ใช่ของโปรดแม่กับพี่ศรีหรอกค่ะ แต่หนูห่วงว่าจะเอาอะไรไปถึงจะสมพระยศพระเกียรติคุณป้าต่างหาก คราวก่อนเอาไปให้น้อยหน่อย ยังโดนคุณป้ากระทบกระเทียบเปรียบเปรยตั้งนาน”

คุณตาคุณยายมองหน้ากันยิ้มๆ ก่อนจะปลอบให้หลานสาวคนเล็กทำใจ ที่ต้องมีญาติเป็นตระกูลผู้ดีเก่าอย่างคุณสร้อยกับคุณสอางค์ ซึ่งก็พิธีมากไปอย่างนั้นเอง แต่ไม่ได้หวังหรือเจตนาร้ายอะไรเลย...

ข่าวเรื่องเสด็จพระองค์หญิงทาบทามหลานสาวคนโตของคุณสร้อยให้คุณชายดิเรกราชวิทย์ หรือคุณ

ชายโตแห่งวังวุฒิเวสม์ รู้ถึงหูหม่อมอำพันจนได้ ยินดีปรีดาเป็นอย่างยิ่ง ที่ลูกชายคนโตได้รับพระเมตตา นมย้อยซึ่งแวะมาคุยด้วยเพื่อหยั่งเชิง ไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากพูดอ้อมๆ

“อิฉันคิดว่าเสด็จทรงโปรดคุณชายรองอย่างกับอะไรดี”

“ก็ทรงเลี้ยงมาก็คงโปรดหรอก แต่ก็คงโปรด

ชายโตมากกว่า เพราะชายโตน่ะน่ารัก เข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่ได้ไม่มีที่ติ แต่ชายรองน่ะมัวแต่ทำขรึม วางท่าเป็นนักเรียนอังกฤษ จะพูดอะไรทีทำยังกับกลัวดอกพิกุลร่วง”

“แหม...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะหม่อม”

“อีกอย่าง...เสด็จคงทรงเห็นว่าตารองมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว แม่หญิงก้อยนั่นไงล่ะ ไม่ได้ตัวเปล่าเหมือนชายโต”

จรวยซึ่งรับหน้าที่บีบนวดให้หม่อมอำพัน ได้ยินก็ของขึ้น ลงแรงมือมากกว่าที่เคย จนหม่อมร้องเสียงหลง แต่ไม่ทันโดนเอ็ด เสียงรถยนต์สองคันของคุณชายโตกับคุณชายรองก็ดังขึ้นเสียก่อน

จรวยถลาไปต้อนรับคุณชายโตด้วยสีหน้าแช่มชื่นอย่างปิดไม่มิด คุณชายรองซึ่งหอบหิ้วกระเป๋าและเอกสารมากมาย แต่ไม่มีใครมาต้อนรับ อดมองไปทางพี่ชายด้วยแววตาเหนื่อยใจไม่ได้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากขอเวลาส่วนตัวพี่ชายคืนนี้ เพื่อพูดบางอย่างให้จบเสียที

นมย้อยมองจากด้านในตำหนักเล็ก เห็นทุกอย่าง ก็ได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ และอดเปรยถึงคุณชายเล็ก หรือคุณชายบดินทราชทรงพล หนุ่มหล่อเจ้าสำราญประจำตำหนักเล็กไม่ได้

หม่อมอำพันได้ยินชื่อลูกชายคนเล็ก ก็นึกหงุดหงิด “ไปคิดถึงมันทำไม ฉันห้ามไม่ให้มันไปเมืองนอก มันก็ไม่ฟัง ดิ้นรนจะไปเองจนได้ ดีไม่ดี ป่านนี้กลายเป็นไอ้จิ๊กโก่โร่ ได้นังแหม่มเป็นเมียกี่โขลงแล้วก็ไม่รู้”

“อุ๊ย...ไม่หรอกค่ะ คุณเล็กเธอเป็นคนใฝ่ดีจะตาย”

“นี่นมย้อย...ว่าฉันเลี้ยงลูกลำเอียงหรือ”

นมย้อยเกือบตอบว่าใช่ แต่สองคุณชายและจรวยมาถึงห้องโถงเสียก่อน เลยลุกไปต้อนรับทักทายเหมือนเคย หม่อมอำพันลูบหัวลูบหลังคุณชายโตด้วยความเอ็นดู โดยมีสายตาของคุณชายรองมองมาด้วยความน้อยใจ จนนมย้อยทนไม่ไหว ต้องเข้าไปเอาน้ำในครัวและมาพูดคุยด้วยเหมือนเคย

ท่าทางสนิทสนมของจรวยกับคุณชายโตเป็นไปตามที่นมย้อยเคยบอกอย่างไม่ต้องสงสัย คุณชายรองได้แต่มองตามด้วยสีหน้าหนักใจ...เห็นทีจะต้องเร่งพูดจากับพี่ชายให้รู้เรื่อง ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป

ooooooo

สาลินหอบข้าวของไหว้ไปหาแม่กับพี่สาวถึงบ้านราชดำริในเย็นวันเดียวกัน อุ่นเรือนกับศรีจิตราดีใจมาก ได้เจอหน้าสาวแสบบ้านสวน ต่างจากคุณสร้อย ซึ่งตั้งตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหลานสาวคนเล็กมาตลอด

“หล่อนเองหรือยะ แม่ลำโพงงานวัด มาทีเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน”

“แหม...บ้านแถวนี้ที่กว้างเป็นไร่ อย่างเก่งก็ได้ยินแค่หลังถัดไป ไม่ถึงแปดบ้านหรอกค่ะ”

คุณสร้อยค้อนตาคว่ำ อยากจะหยิกหลานสาวคนเล็กให้เนื้อเขียว แต่ก็ต้องข่มอารมณ์ไว้

“แล้วนี่ขนอะไรมา ไหว้เจ้าไหว้ก๋งองค์ไหนกันยะ”

“หนูก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ว่าไหว้กี่อย่างก็ขนมาให้คุณป้าหมดเลยค่ะ”

พูดจบก็ยกชะลอมผลไม้และถุงข้าวของไหว้มาอวด กลิ่นหอมของอาหารคาวหวาน และสีสันสดใสของผลไม้จากสวน ทำให้คุณสร้อยกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ก่อนจะกลบเกลื่อน ทำท่าเหม็นเบื่อ

“แต่ก็อย่างว่า ของไหว้ก็เท่านี้ ซ้ำๆซากๆ ซ้ำยังขนมาท่วมหัวท่วมหู”

อุ่นเรือนส่งสายตาปรามลูกสาว ก่อนจะพยายามไกล่เกลี่ย ให้นำไปแจกเพื่อนบ้าน คุณสร้อยนึกขวาง แหวลั่นด้วยความลืมตัว ออกอาการเป็นหวงข้าวของทันที

“เรื่องอะไร เดี๋ยวเขาจะหาว่าประจบประแจง พวกนั้นน่ะ ท้องยุ้งพุงกระสอบ ของแค่นี้ไม่ครนามันหรอก”

บรรดาสาวใช้ในบ้านมองหน้ากันงงๆ ก่อนจะหัวเราะ ไม่ถือสาหาความเจ้านายสาว ที่ช่างค่อนแคะแดกดันไปตามประสา เช่นเดียวกับสาลิน กลั้นยิ้มแทบแย่เมื่อเห็นท่าทางขี้หวงของป้า อยากจะแหย่ให้หายคิดถึงอีกหลายยก แต่ก็ต้องเบิกตาโพลงเสียก่อน เมื่อเห็นศรีจิตราเดินออกจากกระโจมอบผิว

“อุ๊ย...พี่ศรีเป็นอะไรคะ ตัวเหลืองอย่างกับสูบฝิ่น”

ศรีจิตรายิ้มเจื่อน อธิบายเสียงอ่อน “พี่เพิ่งออกจากกระโจมอบตัว เหลืองนี่เหลืองขมิ้นยายสา”

สาลินคว้ามือพี่สาวมาดม ก่อนจะหัวเราะ “พี่ศรีกลิ่นเหมือนไก่ย่างหน้าสถานีเลย”

คุณสร้อยไม่ขำด้วย เอ็ดลั่น “ดูปากมัน แม่คนนี้ ของดีว่าเน่า ขี้เต่าว่าหอม พี่สาวหล่อนน่ะ เขาต้องอบร่ำตามตำรับชาววัง เพราะอีกหน่อยก็ต้องถวายตัวเข้าวังเสด็จแล้ว”

สาลินตาโต “ถวายตัว เข้าวังทำไมคะ”

“จะทำไม ก็ไปเตรียมตัวให้พร้อมน่ะสิ”

“เตรียมตัวให้พร้อม พร้อมทำไมคะ”

“ก็พร้อมจะเป็นสะใภ้จ้าวน่ะสิยะ ไม่เหมือนนังบางคน อย่างดีก็เป็นได้แค่สะใภ้ไพร่!”

ooooooo

คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ นั่งมองเวลาในห้องอย่างใจเย็น ก่อนจะลุกไปคุยกับพี่ชายตามนัด แต่กลับต้องถอยแทบไม่ทัน เมื่อแอบเห็นจรวยเข้าไปในห้องพี่ชาย...

คืนเดียวกันที่บ้านราชดำริ...สาลินอยู่ค้างกับแม่และพี่สาว เบื่อจะเล่าเรื่องงานของตนเต็มที แต่อยากรู้เรื่องคู่หมั้นคู่หมายของพี่สาว ราชนิกุลหนุ่มจากวังวุฒิเวสม์มากกว่า

“คุณชายคนไหนคะ ที่จะมาเป็นคู่หมายของพี่ศรี”

“พี่ก็ยังไม่รู้เลยว่าคนไหน”

“หา...แล้วจะแต่งกันไปได้ยังไง”

“ก็อีกหน่อย คงจะได้เจอตัวทำความรู้จักกัน”

“โธ่...ใครก็ไม่รู้ หน้าตายังไงก็ไม่รู้ ถ้าเกิดปากเบี้ยว ตาเหล่ ฟันเหยินล่ะ”

อุ่นเรือนกับศรีจิตรายิ้มขัน อ่อนอกอ่อนใจเหลือเกินกับวาจาเปรียบเปรยของสาลิน ต่างจากคุณสร้อย ซึ่งผ่านมาได้ยินโดยบังเอิญ ถึงกับหูผึ่งและแทบเต้นเมื่อได้ยินคำพูดแดกดันของหลานสาวคนเล็ก

“ถึงแม่กับพี่ศรีจะบอกว่าคุณชายวังนั้นงามกันทุกคน...แต่นิสัยใจคอล่ะคะ ถ้าเกิดใจทมิฬหินชาติ หรือขี้เหล้าเจ้าชู้เป็นไฟ หรือว่ามีเมียเก็บซุกไว้แล้วละคะ”

ในที่สุดสร้อยก็ทนไม่ไหว ต้องโผล่ไปแหวใส่หลานสาวคนเล็ก “ว้าย...นังสู่รู้ ไปว่าคุณชายเขา พี่เราน่ะเขาจะได้เป็นสะใภ้จ้าว แทนที่จะดีใจ ติดใบบุญพี่เขาไปอบร่ำเป็นผู้ดิบผู้ดีชาววัง กลับมาเสี้ยมพี่สาวไม่ให้แต่งเสียนี่”

“คุณป้าขา...หนูไม่อยากไปอบร่ำเป็นชาววังหรอกค่ะ เจ้าเดี๋ยวนี้ขายวังกินถมถืดไป อีกอย่าง...นี่มันยุคอวกาศแล้วนะคะ มันหมดยุคคลุมถุงชนแล้ว”

“แม่อุ่น...ดูลูกสาวหล่อนนะ นี่คงอ่านหนังสือพวกหัวรุนแรงมาแน่ๆ ถึงได้มีความคิดขวางโลกแบบนี้”

“สาไม่ได้ขวางโลก แต่สาเชื่อว่าคนเราแต่งงานกัน ก็ต้องแต่งกันเพราะความรัก ไม่ใช่ถูกบังคับแต่ง”

“แหม...แม่หัวสมัย แก่แดดนักนะ รู้จักด้วยเหรอความรักน่ะ”

“ก็อ่านในหนังสือไงคะ”

“อ้อ...นิยายประโลมโลกทั้งนั้น ไม่ต้องมาเถียงฉัน ฉันน่ะผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านโลกมามากกว่าแก”

“แล้วคุณป้ารู้จักความรักด้วยเหรอคะ”

คุณสร้อยอ้าปากค้าง เพราะตัวเองก็เป็นสาวโสดไม่ได้แต่งงาน อุ่นเรือนกลัวจะเป็นเรื่อง ร้องสั่งให้ลูกสาวคนเล็กขอโทษพี่สาวสามี แต่คุณสร้อยก็โบกมือห้ามเสียก่อน

“ไม่ต้องขอโทษ แต่ฉันจะสำเร็จโทษมัน ไม้เรียวอยู่ไหน ไม้แขวนเสื้อก็ได้!”

จบคำก็คว้าไม้แขวนเสื้อใกล้มือไล่ตีสาลิน แต่สาวแสบบ้านสวนก็ไวเหลือเชื่อ หนีไปได้ทุกครั้ง จนคุณสร้อยถอดใจ ล้มเลิกความคิดจะลงโทษหลานสาวคนเล็ก อุ่นเรือนโกรธมาก ร้องเรียกให้ลูกสาวคนเล็กเอ่ยคำขอโทษ สาลินรู้สึกผิดไม่น้อย จึงยอมคลานมากราบใกล้ๆ แต่ไม่วายเถียงแทนพี่สาว

“แต่แหม...หนูเห็นว่าเราเข้ายุคอวกาศไปเดินดวงจันทร์กันแล้ว ทำไมเรายังติดธรรมเนียมโบราณกันอยู่”

“อย่ามาเห่อเรื่องเหยียบดวงจงดวงจันทร์เลยเขาเหยียบกันมานมนานกาเลแล้ว”

สาลินทำหน้างงๆ คุณสร้อยก็ตกหลุมพราง อธิบายเสียงห้วน “จะใคร...ก็คนไทยน่ะสิ เราถอดจิตไปดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์มาแต่ไหนแต่ไร อย่าได้เห่อเชื่อฝรั่งมันเชียว”

สามแม่ลูกกลั้นหัวเราะกันแทบแย่ ปล่อยให้คุณสร้อยโอ่เรื่องวาสนาของศรีจิตราด้วยความภาคภูมิใจ

“ยายศรีน่ะ ได้เป็นสะใภ้วังวุฒิเวสม์ก็เพราะฉัน ฉันอบรมขัดเกลายายศรีมากับมือ จนเป็นผู้รากมากดี เป็นแม่ศรีเรือน เสด็จทรงเล็งเห็นถึงได้ทรงเลือกยายศรี”

“เป็นพระคุณเหลือเกินค่ะ แล้วตกลงพี่ศรีจะเป็นคู่หมายใครคะ”

“คุณชายโตไงยะ เป็นข้าราชการอนาคตไกล ต่อไปก็จะได้เป็นคุณชายปลัด เป็นคุณชายเจ้ากระทรวง โก้หร่าน เหมาะกับยายศรีราวกิ่งทองใบหยก”

คุณสร้อยวาดฝันคนเดียวอย่างมีความสุข โดยมีสามแม่ลูกมองมาอึ้งๆ ถึงบางอ้อสักทีว่าว่าที่คู่หมั้นของศรีจิตรา ก็คือคุณชายดิเรกราชวิทย์ หรือคุณชายโตแห่งวังวุฒิเวสม์นั่นเอง!

ooooooo

หลังชวดคุยกับพี่ชายเมื่อคืน เพราะถูกจรวยตัดหน้าเข้าไปบำเรอสวาทก่อน คุณชายกิตติราชนรินทร์ หรือคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ก็ตัดสินใจพูดเรื่องหมั้นหมายกับพี่ชายในเช้าวันรุ่งขึ้น

คุณชายดิเรกราชวิทย์หรือคุณชายโตถอนใจเฮือกใหญ่ เมื่อน้องชายคนรองเสนอให้เลิกกับจรวย และเตรียมตัวแต่งงานกับเจ้าสาวที่เสด็จพระองค์หญิงจัดหาให้

“นายจะให้ฉันไปรักกับยายหลานสาวคุณสอางค์อะไรนั่น ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตางั้นหรือ”

“พี่จะขัดพระประสงค์ของเสด็จหรือครับ”

“ฉันยอมแต่ง แต่ฉันก็ต้องมีเมียรองไว้ปรนนิบัติส่วนตัวฉันเหมือนกัน”

คุณชายรองถึงกับกุมขมับ แต่ยังพยายามเจรจาอย่างใจเย็น “หมายความว่าพี่จะไม่เลิกกับจรวย...ถ้าอย่างนั้นผมเห็นว่าพี่ก็ควรกราบทูลความจริงเด็จป้าทั้งหมด เรื่องการหมั้นหมายจะได้ล้มเลิกไป”

“ชายรอง...เรื่องนี้ให้เป็นหน้าที่พี่ตัดสินใจดีกว่านะ ถึงเสด็จจะทรงมอบหมายให้นายเป็นคนดูแลคนในตำหนักเล็ก แต่ไม่ได้หมายความว่านายจะมาควบคุมเรื่องส่วนตัวของพี่ได้”

ขาดคำจรวยซึ่งแอบฟังตลอด ก็ถลาออกไปพร้อมรองเท้าขัดใหม่เอี่ยมในมือ คุณชายรองหัวเสียมาก ที่สาวใช้เจ้าปัญหาโผล่มาขัดจังหวะ แต่ก็ทำได้แค่ฮึดฮัดจากไป ทิ้งคุณชายโตให้มองไปทางสาวใช้ทรงอวบอย่างรู้ทัน

“ตั้งใจใช่ไหมเนี่ย...เธอนี่ร้ายไม่ใช่เล่น”

จรวยวางรองเท้า ก่อนโผกอดเขาแน่น “ไม่มีใครมาพรากจรวยไปจากคุณชายได้หรอกค่ะ”

การเจรจากับพี่ชายล้มเหลวไม่เป็นท่า ทำให้คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองหงุดหงิด แต่ก็ต้องพยายามข่มอารมณ์ ปรับสีหน้าให้เข้าที่เข้าทาง เพราะต้องไปง้องอนหญิงคนรักถึงวังรัชนีกุล

คุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลาง พี่สาวคนเดียวของคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง หรือคุณหญิงก้อย รีบมาต้อนรับราชนิกุลหนุ่ม ก่อนจะผายมือให้เข้าไปด้านใน ที่ซึ่งน้องสาวจอมเอาแต่ใจของตนนั่งเล่นอยู่

คุณหญิงก้อยแกล้งโกรธได้ไม่นาน ก็ต้องใจอ่อน เมื่อเจอลูกอ้อนของชายคนรัก

“ได้โปรดเข้าใจผมด้วยนะครับ เรื่องการตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับนักการทูต”

“หญิงเข้าใจค่ะคุณรอง แต่คุณรองทำเหมือนหญิงไม่มีหัวจิตหัวใจ ไม่แคร์ความรู้สึกของหญิงเลย”

“ใครว่า...หญิงก้อยคือคนที่ผมแคร์มากที่สุด แต่หญิงต้องเข้าใจด้วยว่าถ้าเราแต่งงานกัน หญิงคือภริยาท่านทูตในอนาคต มีหน้าที่ต้องสนับสนุนงานของสามีในทุกๆด้าน หญิงจะเอาตัวเป็นที่ตั้งแบบนี้ไม่ได้”

คุณหญิงก้อยชะงัก ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ต้องพยายามระงับ และตั้งใจฟังสิ่งที่เขาพูด

“หญิงต้องตามผมไปอยู่ต่างประเทศ และอาจจะย้ายไปหลายประเทศด้วยซ้ำ หญิงต้องปรับตัวให้เข้ากับผู้คน หรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปให้ได้ เข้าใจใช่ไหมครับ”

“ค่ะ...เข้าใจค่ะ หญิงต้องหมุนไปตามโลกของคุณชายท่านทูต”

“ไม่เอาน่ะ อย่าพูดประชดแบบนี้ หญิงต้องเลิกทำตัวเหมือนเด็กๆที่ต้องให้ใครต่อใครมาพะเน้าพะนอเอาใจตลอดเวลา หญิงเป็นผู้ใหญ่แล้วนะครับ”

คุณหญิงก้อยข่มความไม่พอใจอย่างสุดความสามารถ ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้ม เมื่อชายคนรักเกริ่นถึงเรื่องแต่งงาน พร้อมกับมอบแหวนเกลี้ยงมีหัวฝังพลอยซึ่งเขาใส่ติดตัวเสมอให้

“นี่ยังไม่ใช่แหวนหมั้น แต่เป็นแหวนที่ผมรักมากที่สุด ขอให้แหวนนี้เป็นแหวนแทนใจผม”

“นี่แหวนผู้ชายนี่คะ”

“แหวนนี้ท่านพ่อทรงสวมติดนิ้วเสมอ แล้วท่านพ่อประทานให้ผมก่อนท่านสิ้น”

ooooooo

แหวนแทนใจของคุณชายกิตติราชนรินทร์ ไม่ได้ทำให้คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงซาบซึ้งใจ แต่ทำให้อึดอัดมากกว่า เพราะเหมือนเป็นการผูกมัดแบบสมถะที่เธอแสนจะไม่ชอบ วิรงรองรู้นิสัยใจคอเพื่อนสาวดี แต่ก็ไม่อยากให้คิดมาก เพราะราชนิกุลหนุ่มก็มีดี เป็นถึงว่าที่ท่านทูตอนาคตไกล

“ภริยาทูตงั้นหรือ ตกลงแต่งงานกันไป ฉันต้องกลายเป็นยายเมียทูต เดินตามผัวต๊อกๆ ไปอยู่ประเทศโน้น ประเทศนี้ ต้องทำพินอบพิเทากับทุกคนทุกสังคมที่ผัวพาไปรู้จัก”

“นั่นแหละหน้าที่ภริยาผู้เพียบพร้อม เธอไม่ต้องการหรอกเหรอ”

“แล้วชีวิตฉันอยู่ที่ไหนล่ะ ฉันก็อยากมีชีวิตของฉันเองบ้างสิ นี่มันยุคเสมอภาคทางเพศแล้วนะ”

“หญิงก้อยขา หัวสมัยใหม่มากไม่ได้นะคะ เพราะหญิงกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายหัวเก่าอย่างคุณชายรอง”

คุณหญิงก้อยส่ายหน้าเนือยๆ เบื่อและเซ็งเต็มทีกับจารีตและขนบธรรมเนียมบ้าๆของประเทศบ้านเกิด ที่ทำให้เธอสูญเสียอิสรภาพ วิรงรองเห็นใจราชนิกุลสาวมาก เลยคิดช่วยด้วยการชวนไปปาร์ตี้แก้เครียดกับกลุ่มเพื่อนของเธอ

กลุ่มเพื่อนของวิรงรองประกอบด้วย อัศนีย์ เถลิงการ เศรษฐีหนุ่มรูปหล่อพ่อรวย จิตติณ หนุ่มสังคมผู้รักสนุก จิตริณี นักเรียนนอกคนสวย ซึ่งแอบรักอัศนีย์มานาน...ทั้งหมดรวมตัวกันเป็นครั้งแรก หลังกลับจากเมืองนอกเมื่อไม่กี่วันก่อน และคืนนี้วิรงรองก็นัดเดตอัศนีย์ ให้แก่คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย สาวสังคมคนดังแห่งพระนคร

การเจอกันครั้งแรกของอัศนีย์กับคุณหญิงก้อยร้อนแรงกว่าที่คิด สองหนุ่มสาวเต้นรำคลอเคลียไม่ห่าง และพลอดรักในมุมลับตาแบบไม่สนใจใคร แต่ก็หนีไม่พ้นสายตาศุภร เพื่อนหนุ่มคนสนิทของคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง ซึ่งไม่รอช้า รีบโทร.บอกราชนิกุลหนุ่มให้รีบออกมาดูพฤติกรรมของหญิงคนรัก

คุณชายรองหัวเสียมาก ต้องดื่มเหล้าย้อมใจ เมื่อทราบจากคุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลางว่าคุณหญิงก้อยอ้างชื่อเขาไปเที่ยวกลางคืน และเมื่อศุภรโทร.บอกเรื่องพฤติกรรมของเธอในไนต์คลับ ราชนิกุลหนุ่มก็มีสีหน้าเหมือนคนอกหัก จนนมย้อยสังเกตเห็น และพยายามคะยั้นคะยอให้ระบายความอึดอัดใจ

“คุณน่ะผิดกับคุณชายเล็กจริงๆ รายนั้นมีอะไรก็เล่าหมด แต่คุณน่ะชอบเก็บไว้กับตัว แล้วก็เครียดคนเดียว”

“ผมไม่อยากให้ใครเป็นภาระนี่ครับ”

“ไม่ใช่ภาระอะไรเลย ถ้าคุณระบายออกมาเสียบ้าง ก็ไม่ต้องแบกภาระหนักอึ้งไว้คนเดียว”

“นมครับ...ผมกำลังสงสัยว่าหญิงก้อยรักผมบ้างไหม”

นมย้อยตอบแทนไม่ได้ คุณชายรองเลยหอบสภาพเมาแอ๋ไปหาคำตอบเอง ด้วยการตามไปดูให้เห็นกับตาที่ไนต์คลับ โดยมีศุภรตามประกบ และภาพบาดตาระหว่างหญิงคนรักกับหนุ่มหล่อพ่อรวย ก็ทำให้ราชนิกุลหนุ่มของขึ้น อาละวาดหนักเพราะฤทธิ์น้ำเมา ก่อนจะพยายามลากคุณหญิงก้อยไปคุยกันให้รู้เรื่อง

อัศนีย์โกรธมากที่ถูกหยาม ทำท่าจะมีเรื่องชกต่อย ศุภรเลยรีบเข้าขวางแทนเพื่อนรัก ก่อนจะประกาศลั่นว่าคุณหญิงก้อยเป็นคนรักของคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ แต่หนุ่มหล่อพ่อรวยก็ไม่สนใจ สวนกลับ

“จะชายรอง หรือชายกระโปรงที่ไหน หรือใครมันจะรักใคร ฉันไม่สน ถ้าคุณหญิงไม่อยากไปกับไอ้คนนี้ แล้วมาใช้กำลังบังคับแบบนี้ ฉันถือว่าฉันปกป้องคุณหญิงโว้ย”

ศุภรทนไม่ไหว แหวลั่นปกป้องศักดิ์ศรีเพื่อนหนุ่มราชนิกุล “เฮ้ย...ให้คนที่เขาเป็นแฟนกันปกป้องกันเองดีกว่านะ โดยเฉพาะปกป้องจากไอ้พวกแย่งแฟนคนอื่นหน้าด้านๆน่ะ!”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #2 on: 02 August 2026, 22:17:20 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep2/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 2

สองหนุ่มต่างฐานันดรจะวางมวยกลางไนต์คลับดัง วิรงรองกลัวเป็นเรื่อง เลยขอร้องให้คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยกลับไปกับคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองเสียก่อน อัศนีย์ได้แต่มองตามด้วยความไม่ชอบใจ อยากไปตะบันหน้าราชนิกุลหนุ่มให้หายแค้น แต่ก็ถูกจิตริณีขวางไว้

“ไปจีบแฟนคนอื่นน่ะ ไม่รู้สึกว่าทำผิดเลยหรือ”

“ใครว่าจีบ แค่ขอจูบเท่านั้นเอง เธอรู้จักมันไหม”

“คุณชายกิตติราชนรินทร์ วุฒิวงศ์...เธอไม่ควรไปมีเรื่องกับเขาเลยนะ”

“โธ่...ไอ้เจ้าหางแถว ฉันไม่สนสักนิด”

“ควรจะสนไว้บ้าง ถึงเธอจะเป็นลูกอภิมหาเศรษฐี แต่ก็แค่ลูกพ่อค้า จะไปเทียบอะไรกับลูกเจ้าลูกนาย”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งอัศนีย์ยืนฮึดฮัดคนเดียว หมายมั่นปั้นมือ ต้องแย่งคุณหญิงก้อยมาครองให้ได้!

เวลาต่อมาที่หน้าวังรัชนีกุล...คุณหญิงก้อยรีบลงจากรถ ไม่อยากคุยหรือฟังอะไรจากชายคนรัก แต่คุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ก็ไม่ยอมง่ายๆ ถลาตามไปรั้งตัวไว้

“จะหนีไปไหน เราต้องคุยกับให้รู้เรื่อง ที่หญิงไปเฟลิตกับเจ้านั่น หญิงคิดอะไรอยู่”

“หญิงไม่คุยถ้าคุณชายยังเต็มไปด้วยอคติแบบนี้”

“อคติหรือ...ที่ผมเห็นหญิงแทบจะจูบเจ้านั่น นี่เรียกว่าอคติหรือครับ”

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณรองคิด คุณอัศนีย์เป็นเพื่อน เราแค่เต้นรำด้วยกัน แล้วเขาก็กระซิบข้างหูหญิงเท่านั้น แต่ความหึงหวงหน้ามืดตามัวของคุณรองต่างหากที่ตีความผิดเพี้ยนไปได้ถึงขนาดนั้น”

“ตาผมไม่ได้เพี้ยน ผมเห็นหญิงเฟลิตกับมัน”

“อย่าลืมสิคะว่าตรงนั้นเป็นที่มืด แล้วคุณชายก็เมาเสียขนาดนี้...คุณชายคิดว่าหญิงง่าย จูบกับผู้ชายที่เพิ่งรู้จักในคืนเดียวได้เหรอคะ คุณชายคิดว่าหญิงทำตัวต่ำ เหมือนหญิงข้างถนนแบบนั้นเลยงั้นเหรอ”

คุณชายรองเถียงไม่ออก น้ำเสียงแดกดันและน้ำตาของเธอทำให้ใจอ่อนยวบ ก่อนจะร้าวรานไปทั้งอก เมื่อเธอบอกเลิก และคุณหญิงก้อยก็รู้ถึงความได้เปรียบนี้ดี จึงแกล้งตีหน้าเศร้า ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

“ถ้าคุณชายรักหญิง...ก็อย่าทำร้ายหญิงแบบนี้สิคะ”

“ผมไม่ได้ตั้งใจ สัญญาครับ...จะไม่ทำร้ายจิตใจหญิงแบบนี้อีกแล้ว”

“ไม่รู้เหรอคะคุณรอง หญิงไม่มีวันปันใจให้ชายอื่น เพราะหญิงรักและเทิดทูนคุณรองเป็นเจ้าชีวิตของหญิงแท้ๆ”

ooooooo

ศุภรทำหน้าไม่อยากเชื่อ เมื่อได้ยินจากคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง เพื่อนหนุ่มจากวังวุฒิเวสม์ ว่าทุกอย่างเมื่อคืนจบลงด้วยดี คุณหญิงเทพี-เพ็ญแสงกับอัศนีย์เป็นแค่เพื่อนเท่านั้น

“หญิงก้อยรักฉัน เรารักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ไม่มีวันทรยศฉันเด็ดขาด”

“เอาๆ จะเชื่ออย่างนั้นก็ตามใจ แล้วตอนนี้หญิงก้อยไปไหนล่ะ”

“เขาขอพักผ่อนสักสองสามวันน่ะ”

แต่ที่คุณชายรองไม่รู้ คือสองสามวันของคุณหญิงก้อย ไม่ได้หมดไปกับการพักใจ แต่หายไปพัทยากับอัศนีย์ เพื่อนหนุ่มคนใหม่ที่ทำท่าจะได้เลื่อนตำแหน่งในเร็ววัน และหนุ่มหล่อพ่อรวยก็เร่งทำคะแนน ทั้งเอาอกเอาใจ ปรนเปรอด้วยข้าวของมีราคาและบริการหรู ปิดท้ายด้วยยื่นข้อเสนอขอให้เธอไปแต่งงานกันที่อเมริกา!

ระหว่างที่คุณหญิงก้อยหลงละเลิงกับคำขอแต่งงานและแหวนเพชรหรูจากอัศนีย์ กิตติคร่ำเคร่งกับการตรวจรายงานกิจการผ้าไหมซึ่งเปิดร่วมกับศุภรที่ร้านอาหารหรู เช่นเดียวกับสาลิน มาพักทานกลางวันกับบราลีและลลิตา และแล้วก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เมื่อบรรณารักษ์สาวคนใหม่เจอกับคุณชายคู่ปรับอีกครั้งที่หน้าห้องน้ำ สาลินชะงักไปอึดใจ ก่อนจะสะบัดหน้าหนี แต่ก็ถูกคุณชายคู่ปรับรั้งไว้

“เดี๋ยว...ตกลงวันนี้เธอเป็นพนักงานหรือเป็นลูกค้าของร้าน”

สาลินกวนประสาทกลับ “อยากให้ฉันเป็นอะไรล่ะ”

“จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ เธอต้องรับผิดชอบที่แกล้งทำน้ำเปียกกางเกงฉันวันนั้น”

“งั้นก็ต้องขอโทษฉันก่อนสิ ที่ว่าฉันไม่รู้ประสาบ้าง มารยาททรามบ้าง”

“ฉันมีสิทธิ์ว่าเธอในฐานะที่เธอเป็นสาวเสิร์ฟที่ไม่ได้เรื่อง”

“ถ้าคุณมีสายตาและมันสมองที่ได้เรื่องอยู่บ้าง น่าจะแยกแยะออกว่าฉันคือลูกค้า...ไม่ใช่สาวเสิร์ฟ”

กิตติพยายามข่มอารมณ์อย่างมาก ตอกกลับแบบไม่ไว้หน้า “ฉันแยกแยะไม่ออกหรอก เธอแต่งตัวหลอกได้เหมือนขนาดนั้น ตกลงแต่งหลอกชาวบ้านหวังทิป หรือหวังกินอาหารฟรีกันแน่”

สาลินโกรธมาก ต่อปากต่อคำกับเขาอีกหลายยก แต่คุณชายคู่ปรับก็ไม่ลดราวาศอกให้ จนบรรณารักษ์สาวเหลืออด คว้าแก้วจากถาดน้ำของบริกรมาราดลงเป้ากางเกงเขาจนเปียกชุ่ม!

แต่ความสะใจก็อยู่กับสาลินได้ไม่นาน เมื่อเธอกับบราลีและลลิตาเดินจ้ำอ้าวออกจากร้านอาหาร ก็ถูกกรรมตามสนอง เมื่อรถยุโรปคันยาวของคุณชายคู่ปรับแล่นผ่านแอ่งน้ำท่วมขัง สาดใส่เธอจนชุดเลอะเทอะอีกครั้ง

ooooooo

กระแสข่าวคู่หมั้นคู่หมายของคุณชายดิเรก-ราชวิทย์ หรือคุณชายโตหนาหูขึ้นทุกวัน จนจรวยอดร้อนใจไม่ได้ ต้องใช้ไม้ตาย แอบลอบเข้าห้องคุณชายโตอีกครั้ง และครั้งนี้ก็ได้ผลดีเกินคาด เมื่อหม่อมอำพันผ่านมาเห็น และถึงกับเป็นลมเมื่อได้เห็นลูกชายคนโตมีสัมพันธ์สวาทกับสาวใช้ทรงโต!

คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองถูกเรียกมาเป็นพยานหลังจากนั้น เมื่อหม่อมอำพันจัดแจงเรียกทุกคนมาพบ นมย้อยตามมาด้วย เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็เหมือนช่วยอะไรไม่ได้ เพราะหม่อมอำพันโมโหมาก จะส่งจรวยไปนอกเมือง ไม่ให้อยู่ปรนเปรอสวาทลูกชายให้รกหูรกตาอีก

จรวยแค้นมาก แต่พยายามข่มอารมณ์ไว้ บีบน้ำตาเรียกคะแนนความสงสาร จนคุณชายโตใจอ่อน

“หม่อมแม่ จรวยเป็นเมียผม ผมต้องรับผิดชอบ”

“มันจะมีแต่ผิดสิยะ ชอบไม่มี เธอนะเธอ ลองเสด็จทรงรู้เข้าเป็นได้ร้อนกันไปหมด นังจรวย...นับแต่นี้หล่อนห้ามเสนอหน้าขึ้นมาบนตำหนักอีก จำไว้นะยะ อย่าให้เรื่องนี้ถึงพระเนตรพระกรรณได้เป็นอันขาด”

จรวยกัดฟันแน่น จำต้องรับคำสั่งเพราะไม่มีทางเลือก หม่อมอำพันพอใจมาก แต่ไม่วายกำชับลูกชายคนรอง

“เธอด้วยชายรอง ช่วยกันปิดความให้ดี”

คุณชายรองก้มหน้ารับคำสั่งแบบเสียไม่ได้ ก่อนจะไประบายความไม่ชอบใจกับพี่ชายในเวลาต่อมา โดยเฉพาะที่อีกฝ่ายจะเก็บเรื่องจรวยเป็นความลับจากเสด็จพระองค์หญิง ตามคำสั่งของแม่

“ในเมื่อพี่บอกจะรับผิดชอบจรวย ก็ควรทำเป็นกิจจะลักษณะ หลานคุณป้าสอางค์จะได้ไม่เป็นหม้ายขันหมาก”

“ใครบอกว่าฉันจะให้เจ้าหล่อนเป็นหม้ายขันหมาก ฉันจะแต่งเมียตามที่ทรงโปรด แต่จะขอเมียบ่าวไว้รับใช้”

“แต่ผมว่ามันไม่ยุติธรรม ที่ผู้หญิงดีๆสักคนต้องมาโดนกดขี่แบบนี้”

“ชายรอง...แกอยู่อังกฤษมาแค่สามปี อย่ามาทำตามธรรมเนียมผู้ดีฝรั่งอั้งหม้อหน่อยเลย ฝรั่งมันผัวเดียวเมียเดียว แต่ผู้ชายไทยมีได้หลายเมีย บางคนมีเป็นสิบเป็นร้อยด้วยซ้ำ”

คุณชายโตผละไปแล้ว ไม่ได้ยี่หระหรือรู้สึกผิดกับพฤติกรรมของตนแม้แต่น้อย คุณชายรองได้แต่มองตามด้วยความเอือมระอา ก่อนจะพยายามสงบจิตสงบใจ เพราะต้องไปวังรัชนีกุลเพื่อเอาใจหญิงคนรัก

แต่คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย ก็ทำให้คุณชายรองแทบทรุด เมื่อเธอบอกจะไปเรียนต่อที่อเมริกา

“หญิง...เด็จป้าส่งผมไปอังกฤษ ต้องจากหญิงไปตั้งสามปี นี่กลับมาแทนที่จะได้อยู่ด้วยกัน หญิงกลับจะทิ้งผม”

“หญิงไม่ได้ทิ้งคุณรองนะคะ หญิงไปเพื่ออนาคตของเราต่างหาก คุณรองเคยพูดให้หญิงเตรียมตัวเป็นภริยาทูตในอนาคต ต่อไปคุณรองจะเป็นถึงเอกอัครราชทูต แล้วหญิงมีความรู้แค่นี้ จะออกหน้าออกตาทัดเทียมคุณรองได้ยังไง”

“หมายความว่าหญิงทำเพื่อผม”

“ไม่ใช่เพื่อคุณรอง จะให้หญิงทำเพื่อใครล่ะคะ”

คุณชายรองตามมารยาหญิงไม่ทัน เชื่อและปลื้มสุดหัวใจที่หญิงคนรักยอมทำเพื่อเขาขนาดนี้ ต่างจากคุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลาง พี่สาวคุณหญิงก้อย สังหรณ์ใจว่าการไปอเมริกาครั้งนี้ต้องไม่ธรรมดา

“หญิงก้อย...เรื่องนี้ปรึกษาท่านพ่อแล้วหรือยัง”

“ท่านพ่อเด็จต่างประเทศตลอด ทรงมีเวลาให้หญิงปรึกษาเหรอคะ”

“เฮ้อ...พี่ไม่รู้แล้วว่าเธอคิดอะไรอยู่ แต่มันดูมีเงื่อนงำยังไงชอบกล ตั้งแต่เธอหายไปพัทยาเมื่อสองสามวันก่อน...ที่ไปอเมริกา ไปเรียนแน่หรือ เธอไม่ใช่คนใฝ่เรียนเท่าไหร่”

“อ้อ...ค่ะ พี่หญิงคะ...ของเก่าพวกนี้ พี่ช่วยเอาไปบริจาคทีนะคะ หญิงไม่ใช้แล้ว”

จบคำก็เปลี่ยนเรื่อง ชี้ไปที่กองเสื้อผ้าบนเตียง พร้อมโยนแหวนเกลี้ยงหัวฝังพลอย ของแทนใจคุณชายรองลงกล่อง คุณหญิงกลางมองตามแล้วสงสัย อดไม่ได้ต้องหยิบมาดู เห็นรอยสลักสกุลวุฒิวงศ์ เลยตัดสินใจเก็บไว้ให้

ooooooo

คุณชายบดินทราชทรงพลหรือคุณชายเล็กแอบกลับจากเมืองนอก และตรงมาวังวุฒิเวสม์โดยไม่บอกให้ใครรู้ แถมนึกสนุก เข้าไปกราบหม่อมอำพันที่กำลังลุ้นไพ่ตัวโก่ง จนขาไพ่แตกกระเจิง!

อารมณ์เกรี้ยวกราดของหม่อมอำพัน ไม่ได้ทำให้คุณชายเล็กยี่หระนัก นึกขำมากกว่า จนเมื่อคุณชายรองกลับมาในเย็นวันเดียวกัน ต้องช่วยไกล่เกลี่ย แต่หม่อมอำพันก็ไม่หายเคือง

“ตารอง...ดูน้องแกนะ ทำอะไรอย่างนี้ไม่รู้ พิลึก พิเรนทร์ พิสดาร”

“โธ่หม่อม...ผมแค่ทักทายญาติมิตรหม่อมเล่นๆเท่านั้นเอง”

“เล่นๆอะไรยะ ท่านหญิงวาดเป็นลม ดีไม่ตายคาวงไพ่ คุณหญิงเสนาก็เกือบจมน้ำในบึงตาย คุณนายป๋อมก็ตกลงมาจากรั้ว ดีที่แข้งขาไม่หัก ดีนะยะเขาไม่ไปฟ้องผัวเขา”

“คุณนายผู้กำกับบาดเจ็บคาบ่อน ถ้าฟ้องมันจะเข้าตัวนะครับ”

หม่อมอำพันค้อนตาคว่ำ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง ทวงบุญคุณลูกชายคนเล็ก

“กลับมาก็ดี จะได้ช่วยฉันทำมาหากิน อย่าลืม มรดกของท่านพ่อก็แบ่งกันไปแล้ว มีติดตัวกันคนละกระผีกริ้น”

คุณชายเล็กยิ้มกว้าง ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ แถมโบ้ยไปให้พี่ชายคนโต “งั้นผมคงต้องพึ่งใบบุญพี่ชายโตแล้วล่ะครับ พี่ชายกำลังจะแต่งกับสาวเจ้าที่เสด็จประทานมาให้ คงได้สมบัติมาตั้งตัวไม่น้อยเชียวล่ะ”

คุณชายโตรีบออกตัว “นี่...นายอย่ามาพล่ามให้หม่อมแม่เข้าใจผิดเลย นายทำงานบริษัทน้ำมันฝรั่ง เขาจ่ายเป็นเงินดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทย มากกว่าฉันกับนายรองสี่ห้าเท่าตัว”

หม่อมอำพันตาโต เช่นเดียวกับจรวย ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณชายเล็กจะได้เงินเดือนมากมายขนาดนั้น คุณชายรองต้องช่วยยืนยันแทนน้องชายว่าเป็นความจริงแน่นอน

“อุ๊ย...ดีเลย เจียดมาให้แม่ใช้บ้าง จะไว้เป็นเงินทุนสำรอง เผื่อเหลือเผื่อขาด”

“หม่อมจะลงทุนที่ไหนหรือครับ”

“ก็ในวงสโมสรของฉันน่ะสิยะ”

คุณชายเล็กกลั้นยิ้มแทบแย่ ก่อนจะแซว “อ้อ... สโมสรบ่อนหม่อมอำพันน่ะเอง”

หลังพูดคุยกันตามประสาพี่น้องแบบพอหอมปากหอมคอ คุณชายเล็กก็ตามคุณชายรองไปเฝ้าเสด็จพระองค์หญิงที่ตำหนักใหญ่ สาวๆต้นห้องเสด็จฯยิ้มชอบใจใหญ่ ที่ขวัญใจคนดังอย่างคุณชายเล็กกลับจากเมืองนอก

เสด็จพระองค์หญิงก็ปลื้มใจกับความสำเร็จของหลานชายคนเล็ก แต่ไม่วายอ่อนใจกับคารมของอีกฝ่าย ที่ชอบค่อนแคะแดกดันตัวเองขำๆว่าเป็นลูกชายบ่าวไม่ใช่ราชนิกุลเหมือนพี่ชายอีกสองคน

“พูดอะไร...ลูกบ่งลูกบ่าว หม่อมแม่แกเขาไม่โกรธตายหรือ”

“โธ่...หม่อมนั่นแหละเป็นคนพูดพ่ะย่ะค่ะ ว่าพี่โตน่ะลูกหม่อม พี่รองน่ะลูกเสด็จ แต่เกล้าฯน่ะลูกนมย้อย”

“แกจะมาน้อยอกน้อยใจอะไรตอนนี้”

“ใครว่าเกล้าฯน้อยใจ เกล้าฯชอบจะตาย ว่าบ้านเกล้าฯน่ะไม่เหมือนใครดี จริงไหมพี่รอง”

คุณชายรองพลอยขำไปด้วย รู้ดีว่าน้องชายช่างเย้าแหย่ไปแบบนั้นเอง ไม่ได้คิดจริงจังอย่างที่พูด

คุณสอางค์ซึ่งนั่งฟังอยู่ด้วย อดหัวเราะด้วยความเอ็นดูไม่ได้ จนคุณชายเล็กสังเกตเห็น

“คุณสอางค์ นี่คุณสอางค์หรือครับ โธ่...ผมจำไม่ได้”

“อะไรกันคะ เห็นมาแต่อ้อนแต่ออก จำดิฉันไม่ได้”

“ก็ผมไม่อยู่สามสี่ปี แต่คุณสอางค์กลับสวยขึ้น สาวขึ้นกว่าเดิม แล้วผมจะจำได้ยังไงล่ะครับ”

คุณสอางค์ยิ้มไม่หุบ จนเสด็จฯอดขำไม่ได้ และอารมณ์ดีพอจะเย้าหลานชายคนเล็ก

“เฮ้อ...ฉันก็คิดว่าแกจะพาเมียแหม่มมาไหว้เสียอีก”

“โธ่...ยังหรอกพ่ะย่ะค่ะ เกล้าฯเป็นน้องเล็ก จะรีบร้อนทำไม รอให้พี่โต พี่รองแต่งก่อนเถอะพ่ะย่ะค่ะ”

คุณชายรองรีบออกตัวว่าคงอีกนาน เพราะคุณหญิงก้อยจะไปเรียนต่อ เสด็จฯไม่ชอบใจเรื่องราชนิกุลหญิงคนรักของหลานชายคนรองนัก เลยตัดบทเปลี่ยนเรื่องชวนทั้งสองทานมื้อเย็น

คุณชายเล็กเข้าใจทุกอย่าง ไม่คิดแสดงความเห็นอะไรเรื่องคนรักของพี่ชายคนรอง เช่นเดียวกับความลับของพี่ชายคนโต ที่เขาแอบเห็นจรวยลอบเข้าหาตั้งแต่คืนแรกที่เหยียบเมืองไทย

ooooooo

นอกจากจะทำให้หม่อมอำพันและทุกคนในตำหนักเล็กล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ของตัวเองกับคุณชายโตแล้ว จรวยยังแผนสูง หวังทำให้เสด็จพระองค์หญิงรู้ความจริงเรื่องนี้ด้วย หม่อมอำพันจะได้ไม่หาเรื่องส่งเธอออกนอกเมืองอีก และสาวใช้ทรงโตก็สบโอกาส เมื่อเสด็จฯเสด็จมาประทับที่ศาลาใกล้ตำหนักเล็ก

จรวยยอมขัดคำสั่งหม่อมอำพัน ยกถาดน้ำชาและของว่างมาเสิร์ฟ และแม้จะถูกกันท่าและกีดกันเท่าไหร่ สาวใช้ทรงโตก็ไม่สนใจ แกล้งทำท่าแพ้ท้องต่อหน้าเสด็จฯกับคุณสอางค์ จนความลับแตก!

“หม่อมฉันท้องกับคุณชายโตเพคะ”

คุณสอางค์ถึงกับเป็นลมเมื่อได้ยิน และไม่รอช้าจะไปแจ้งข่าวคุณสร้อย น้องสาวคนเดียวที่บ้านราชดำริ

“คุณชายโตได้นังข้าหลวงในตำหนักเป็นเมีย ถึงขั้นท้อง แล้วก็หลงหัวปักหัวปํา จะยกเป็นเมียออกหน้าออกตา”

“แล้วนี่แม่ศรีจะเป็นยังไง”

“จะเป็นยังไง ก็เป็นหม้ายขันหมากเหมือนฉันน่ะสิยะ”

จบคำก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น สงสารหลานสาวคนโตเหลือเกิน ต้องเจอเรื่องน่าเศร้าแบบตนในอดีต คือพลาดหวังจากท่านชายในวังวุฒิเวสม์ อุ่นเรือนพยายามปลอบไม่ให้สองสาวใหญ่คิดมาก ก่อนจะหน้าเสีย เมื่อศรีจิตราเดิน

เข้ามาในห้องโถง ในสภาพเตรียมพร้อมเข้ากระโจมอบผิว เหมือนเคย

คุณสร้อยเห็นหลานสาวก็อารมณ์เสีย แต่โทษใครไม่ได้ เลยไปเอ็ดกับบ่าวไพร่ที่ช่วยกันเตรียมกระโจม

“กางทำไมยะ เลิก...ไม่ต้องไปบ่มมันแล้วผิวชาววัง เอาเวลาไปบ่มมะม่วง บ่มละมุด ยังจะเกิดประโยชน์กว่า”

คุณสอางค์ร่ำไห้ด้วยความสะเทือนใจ คุณสร้อยต้องควักยาดมให้ โดยมีอุ่นเรือนดูแลไม่ห่าง ส่วนศรีจิตราได้แต่มองตามเครียดๆ อยากร้องไห้ตามใจแทบขาด แต่ก็ต้องกลั้นไว้ ไม่อยากทำให้ใครเป็นห่วง

สถานการณ์บ้านราชดำริว่าหดหู่แล้ว ตำหนักเล็กแห่งวังวุฒิเวสม์น่าสมเพชไม่ต่างกัน เมื่อจรวยปั้นหน้าโศก ร้องห่มร้องไห้ขอความเห็นใจจากหม่อมอำพัน พร้อมกับพร่ำขอโทษ ที่หลุดปากเรื่องความสัมพันธ์และเรื่องท้องกับคุณชายโต หม่อมอำพันไม่เชื่อ แถมดัดหลังเอาคืนด้วยการสั่งคุณชายเล็กให้สลับห้องกับคุณชายโต

คุณชายโตหน้าเสีย มั่นใจว่าตัวเองเสียตำแหน่งลูกชายคนโปรดแล้ว แต่ก็ต้องทำใจ ก้มหน้ารับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองก่อ ส่วนคุณชายเล็กได้แต่มองมาด้วยความเห็นใจ ไม่ได้อยากย้ายห้องเลย แต่ก็ขัดคำสั่งแม่ไม่ได้

เย็นวันเดียวกันที่บ้านราชดำริ...สาลินในชุดทำงาน ถลาเข้าคุยกับแม่และพี่สาวด้วยความเป็นห่วง

“พอหนูรู้ข่าวก็รีบมาเลย โทร.ไปบอกที่บ้านสวนแล้วค่ะว่าจะมาค้าง แล้วนี่จะเอายังไงคะ”

อุ่นเรือนเป็นคนตอบ “ก็ต้องยกเลิกทั้งหมด ที่เตรียมตัวจะเข้าวังก็ล้มไป”

“ผิดจากที่หนูว่าไหมล่ะ มีเมียซุกเมียซ่อนจริงๆ แล้วพี่ศรีก็เลยกลายเป็นแม่สายบัวแต่งตัวเก้อ”

ศรีจิตราถึงกับสะอึก น้ำตาเจียนไหลอย่างช่วยไม่ได้ อุ่นเรือนต้องปรามลูกสาวคนเล็กไม่ให้พูดมาก ก่อนจะผละออกจากห้อง ทิ้งให้สองพี่น้องปลอบใจกันตามลำพัง

“พี่ไม่เป็นไรหรอกสา แค่...รู้สึกอับอายเท่านั้น”

“ไม่ต้องอายนะ พี่ไม่ได้ทำผิดอะไร ความผิดอยู่ที่อีตาคุณชายนั่นต่างหาก!”

ท่าทางเป็นเดือดเป็นร้อนของน้องสาว จนพลอยร้องไห้ตาม ทำให้ศรีจิตราอดยิ้มไม่ได้

สาลินปาดน้ำตา พึมพำเสียงอ่อย “ก็หนูสงสารพี่ศรีนี่”

ooooooo

วันเวลาผ่านไป...สถานการณ์ในวังวุฒิเวสม์เริ่มเข้าที่เข้าทาง คุณชายโตใช้ชีวิตฉันผัวเมียกับจรวย ส่วนคุณชายเล็ก เริ่มทำงานที่บริษัทน้ำมันของฝรั่งอย่างเป็นทางการ มีเพียงคุณชายรอง ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม จนกระทั่งวันที่เขาได้ยินข่าวใหญ่ของหญิงคนรัก ที่บินลัดฟ้าไป
เรียนต่อที่อเมริกาเมื่อหลายเดือนก่อน

“บินลัดฟ้าจากเมืองไทยไปศึกษาต่อนิวยอร์กได้ไม่ถึงสามเดือน ม.ร.ว.เทพีเพ็ญแสง รัชนีกุล กลับแต่งงานเสียแล้วกับอัศนีย์ เถลิงการ ทายาทมหาเศรษฐีของนายอรรถ เถลิงการ เจ้าพ่อการตลาดของเมืองไทย”

พาดหัวข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์และภาพบรรยากาศงานแต่งหรูหราของราชนิกุลสาวกับหนุ่มหล่อพ่อรวย กลายเป็นข่าวดังทั่วพระนคร โดยเฉพาะฉบับของวิรงรอง ตีข่าวใหญ่ เพราะได้แหล่งข่าวดีจากนิวยอร์ก

และก็เพราะภาพข่าวงานแต่งของคุณหญิงก้อยกับอัศนีย์นี่เอง ทำให้ทุกคนที่วังวุฒิเวสม์ร้อนเป็นไฟ ไม่เว้นแม้แต่เสด็จพระองค์หญิง ทอดพระเนตรภาพและข้อความในข่าว แล้วก็ถอนพระทัยยาว

“น่าสมเพชแม่ก้อย...ดูรึเป็นลูกชาติลูกตระกูล กลับชิงสุกก่อนห่าม ไปรวบรัดแต่งงานที่โน่น”

คุณสอางค์พยายามมองโลกในแง่ดี “ข่าวบอกมีพระญาติไปร่วมงานเยอะแยะนะเพคะ”

“จริงที่ไหนกันเล่า มีแค่ตาจันทร์กับหม่อมวาณีบินไปกันแค่สองคน ตาจันทร์น่ะ คงอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แม่ก้อยนี่ก็เต็มที ทำอะไรก็เอาแต่ใจตัว ไม่รู้ว่าตารองรักใคร่อะไรนักหนา”

“แหม...ก็เธองามยังกะดาราฮอลลีวูด”

มาลากับวรรณา สาวๆต้นห้องเสด็จฯพยักเพยิดเห็นด้วย ก่อนจะซุบซิบกันว่าคุณหญิงก้อยอาจพลาดท่าเสียทีแล้ว ถึงต้องแต่งงานกะทันหัน คุณสอางค์ก็คิดไม่ต่างแต่ไม่กล้าพูด กลัวเสด็จฯจะคิดมากเพราะเป็นห่วงคุณชายรอง

ข่าวงานแต่งของคุณหญิงก้อย ทำให้คุณชายรองหัวใจสลายจริงๆ ยิ่งคุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลาง ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นความจริง ราชนิกุลหนุ่มก็แทบเข่าอ่อน หมดอาลัยจนไม่มีแก่ใจจะทำงาน

คุณชายโตเห็นน้องชายคนรองกลับมาถึงตำหนักเล็กในเย็นวันเดียวกัน ก็อดเห็นใจไม่ได้

“พี่เสียใจด้วยนะ...มันไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้เลย มีปัญหาส่วนตัวกันหรือเปล่า”

“เรื่องส่วนตัวไม่มีหรอกครับ ถ้าจะมีก็คงเพราะเรารวยไม่พอ เมื่อเทียบกับตระกูลเถลิงการ”

พูดจบก็จะเข้าห้อง แต่ไม่ทันขยับ หม่อมอำพันก็โผล่มาพร้อมหนังสือพิมพ์ในมือ โดยมีเจียมกับน้อม สาวใช้ประจำตำหนักเล็ก และจรวยซึ่งเริ่มท้องโย้นิดๆ เดินตามมาด้วย

“แม่นี่มันยังไงกัน รักใคร่กับลูกอยู่ดีๆ ดันไปเลือกไอ้เพลย์บอยลูกอาเสี่ยมาเป็นผัว...ทำไมใฝ่ต่ำแบบนี้ แต่ก็ดีแล้วเลิกๆกันไป ฉันไม่อยากได้สะใภ้คุณหญิง แต่ใจต่ำเหมือนนังคณิกา เท่าที่มีอยู่นี่ก็เกินทนแล้ว”

จรวยเจ็บใจนักที่ถูกพูดกระทบ แต่ก็ตอกกลับไม่ได้ คุณชายโตมองมาด้วยความสงสาร เลยออกรับหน้าแทน

“แม่ครับ...ทำไมว่าเมียผมอย่างนั้น จรวยกำลังท้อง เกิดแท้งขึ้นมาจะว่ายังไง”

“ก็ดีสิ ฉันจะได้ไม่ต้องมารับเลี้ยงหลานไพร่ๆของแก!”

จรวยร้องไห้โฮ คุณชายโตต้องพากลับห้อง โดยมีหม่อมอำพันเอ็ดไล่หลังอีกหลายประโยค คุณชายรองมองเหตุการณ์ทุกอย่างเซ็งๆ ก่อนจะแยกตัวไปสงบสติอารมณ์

คุณชายบดินทราชทรงพลหรือคุณชายเล็ก เป็นคนต่อมาที่พยายามจะปลอบใจพี่ชายคนรอง แต่ก็จำต้องถอย เมื่ออีกฝ่ายขอทำใจคนเดียว แม้แต่เสด็จพระองค์หญิง ก็อยากแวะไปดูอาการหลานชายคนโปรด แต่ต้องยับยั้งใจไว้ เพราะรู้จักนิสัยดีว่าคงอยากอยู่ตามลำพัง ไม่ชอบระบายความอึดอัดใจกับใคร

ooooooo

หลังงานแต่งงานหรูหราที่นิวยอร์ก คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย ก็หลงเพริศกับความสุขสบายที่สามีหมาดๆปรนเปรอให้ แต่เพียงไม่นาน... ราชนิกุลสาวก็เริ่มออกอาการ เพราะแม้อัศนีย์จะพยายามเอาใจ แต่ภรรยาจอมเจ้ายศเจ้าอย่าง ก็ถือตัว เย่อหยิ่ง และมองไม่เห็นหัวใครแม้แต่พ่อแม่สามี

ฝ่ายคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง พยายามทำใจจากอาการอกหัก ด้วยการทุ่มเทกับกิจการผ้าไหมที่ร่วมลงทุนกับศุภรเพื่อนสนิท เสด็จพระองค์หญิงเห็นดีเห็นงามด้วย และทรงช่วยสนับสนุนเท่าที่ได้ ต่างจากคุณสอางค์ เห็นว่าอาชีพพ่อค้าพ่อขายเป็นอาชีพสำหรับสามัญชน ไม่สมเกียรติเชื้อพระวงศ์

คุณชายรองส่ายหน้า อธิบายเหตุผลยิ้มๆ “โธ่...ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว งานสุจริตทุกอย่างก็มีเกียรติ ทั้งนั้นล่ะครับ อีกอย่าง...ยิ่งทำงานมาก ก็ยิ่งไม่มีเวลามาคิดอะไรฟุ้งซ่าน”

น้ำเสียงเรียบๆ ซ่อนความสะเทือนใจของหลานชายคนโปรด ทำให้เสด็จฯนึกเวทนา

“ตารอง...นึกซะว่าเป็นพรหมลิขิตลูก คู่กันแล้วไม่แคล้วกัน แต่ถ้าไม่ใช่เนื้อคู่ ให้ทำยังไงก็ต้องพราก”

“เนื้อคู่หรือพ่ะย่ะค่ะ เกล้าฯไม่รู้ว่าจะมีหรือเปล่า”

“พูดอะไรอย่างนั้นตารอง เราน่ะเพอร์เฟกต์ขนาดนี้”

“ไม่จริงหรอกพ่ะย่ะค่ะ ถ้าจริงเกล้าฯคงไม่ถูกทิ้ง”

“เรื่องแล้วไปแล้ว พูดไปก็ไม่มีประโยชน์ นี่ตารอง... หม่อมแม่เธอคงเกริ่นให้ฟังแล้วเรื่องหลานสาวคุณสอางค์”

คุณชายรองพยักหน้ารับ และไม่มีท่าทีขัดขืนอย่างที่เสด็จฯกับคุณสอางค์นึกกลัว

“แปลว่าเธอไม่มีอะไรขัดข้องใช่ไหม”

“อะไรที่ทำให้เด็จป้าพอพระทัย เกล้าฯก็ยินดีพ่ะย่ะค่ะ”

คุณสอางค์ตื่นเต้นมาก จนเสด็จฯต้องส่งสายตาปราม ก่อนจะรับสั่งกับหลานชายเสียงอ่อน

“งั้นก็ดีเลย ต่อไปป้าจะรับแม่ศรีจิตรามาอยู่ด้วยกันที่นี่ ให้เธอได้รู้จักมักคุ้นกันไว้”

เช้าวันต่อมาที่บ้านราชดำริ...คุณสร้อยนั่งบ่นและบงการทุกคนให้ทำงานเหมือนเคย โดยเฉพาะศรีจิตรา หลานสาวคนโต ถูกจ้ำจี้จ้ำไชมากที่สุด เพราะเป็นคนหัวอ่อนที่มักไม่ค่อยมีปากมีเสียง

คุณสอางค์มาถึงบ้านราชดำริหลังเช้าวันเดียวกัน พร้อมข่าวดีจากเสด็จพระองค์หญิง ที่ทรงอยากรับตัว ศรีจิตรามาอยู่ด้วยที่วังวุฒิเวสม์ คุณสร้อยเบิกตาโพลง เปลี่ยนท่าทีจากเจ้ากี้เจ้าการ เป็นประคบประหงมหลานสาวคนโตแทนศรีจิตราซึ่งเพิ่งออกจากครัวพร้อมชามใส่ไส้สาคู ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นท่าทีแปลกๆของคุณสร้อย

“ต๊าย...ไปแบกมาทำไม เดี๋ยวไหล่ล้าแขนโตพอดี หน็อย...นังพวกนี้ ให้หลานข้าไปแบกหามได้ยังไงยะ”

“มันก็ไม่ได้หนักอะไรนี่คะคุณป้า อ้าว...คุณป้าสอางค์มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

คุณสอางค์ส่งยิ้มให้หลานสาวคนโต “ป้ามาชิมสาคูไส้กุ้งของหนูสิลูก”

“ในครัวกำลังนึ่งชุดแรกอยู่ค่ะ น่าจะจวนแล้ว เดี๋ยวหนูลงไปดูให้นะคะ”

ศรีจิตราจะไปที่ครัว แต่ไม่ทันขยับ คุณสร้อยก็ถลาไปขวางไว้

“อุ๊ย...ไม่ต้องลูก ลูกศรีจ๋า เดี๋ยวโดนไอน้ำร้อนลวก ผิวจะเกรียมกรมไป”

ทุกคนบนเรือนทำตาปริบๆ โดยเฉพาะศรีจิตรากับอุ่นเรือน แต่คุณสร้อยก็ไม่สนใจ ร้องสั่งให้ทุกคนหยุดมือเรื่องอาหาร และเตรียมตั้งกระโจมอบผิวตำรับชาววังอีกรอบ!

ooooooo

กว่าขั้นตอนบำรุงผิวตำรับชาววังของคุณสร้อยจะจบสิ้น ศรีจิตราก็แทบน่วมไปทั้งตัว ทั้งขัด ทั้งอบจนผิวกลายเป็นสีเหลืองเหมือนไก่ย่างอย่างที่สาลินเคยเปรียบเปรยไว้ แต่ที่น่าหนักใจกว่าคือเรื่องคุณชายคู่หมายของเธอ พลาดจากคุณชายโตแล้วก็ไม่รู้ว่าเธอต้องหมั้นกับใคร

อุ่นเรือนสงสารและเห็นใจลูกสาวคนโตมาก แต่ก็ไม่อาจขัดคุณสร้อยได้ เลยได้แต่ปลอบให้มองในแง่ดี เพราะคุณชายคู่หมายครั้งนี้คือคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรอง น้องชายแท้ๆของคุณชายโต

“คุณชายคนที่สองของท่านชายศิริศุภเสกข์กับหม่อมอำพัน แต่เสด็จทรงอบรมเลี้ยงดูมา เลยเป็นหลานคนโปรด”

ศรีจิตราถอนใจยาว แม้จะได้หมั้นกับราชนิกุล แต่ก็อดกลัวไม่ได้

“แม่จำที่ยายสาเตือนเอาไว้ได้ไหมคะ”

“เตือนเรื่องอะไรกัน”

“ก็เตือนว่าคุณชายโตอาจมีเมียซุกเมียซ่อนแล้ว มันก็เป็นจริงด้วย หนูไม่รู้ว่าคุณชายรองนี่จะมีเรื่องอะไรอีก”

อุ่นเรือนโบกมือ ไม่อยากให้ลูกสาวคนโตคิดมาก “ไปเอานิยมนิยายอะไรกับยายสา ยายสาน่ะยังเด็ก ยังอยากมีพี่สาวเป็นเพื่อนเล่น ก็เลยไม่อยากให้หนูแต่งงาน เลยยกเรื่องโน้นเรื่องนี้มาขู่หนู”

รอยยิ้มให้กำลังใจของแม่ ทำให้ศรีจิตราเบาใจขึ้น แต่ก็ไม่วายกังวล กลัวจะเข้าอีหรอบเดิมอีก

ข่าวที่เสด็จพระองค์หญิงจะหาคู่หมั้นให้คุณชายรอง ทำให้หม่อมอำพันชอบใจมาก และเปลี่ยนท่าทีจากเย็นชาและหมางเมิน เป็นลูบหัวลูบหลังลูกชายคนรอง แบบที่ไม่เคยมาก่อน คุณชายรองก็รู้ดี แต่ก็อดชื่นใจไม่ได้ ที่แม่เอาอกเอาใจและทำตัวเหมือนแม่ที่รักและเอ็นดูเขาบ้าง

จรวยซึ่งท้องแก่ผ่านมาเห็นหม่อมแม่ผัวพะเน้า พะนอลูกชายคนรองก็หมั่นไส้ และอดไม่ได้ต้องไปนินทากับสามี คุณชายโตถอนใจยาว เข้าใจสถานการณ์ดี พยายามบ่ายเบี่ยงว่าแม่ก็รักลูกชายทุกคนในวันเงินเดือนออก จรวยไม่เชื่อนัก แต่ไม่ทันเถียง ก็ต้องยกมือกุมท้อง เพราะกำลังจะคลอด!

ระหว่างที่ทุกคนในวังวุฒิเวสม์เตรียมต้อนรับสมาชิกใหม่ ลูกคนแรกของคุณชายโตกับจรวย...คุณหญิงก้อยก็ตกใจแทบผงะ เมื่อตื่นเช้าในห้องเพนต์เฮ้าส์สุดหรูในนิวยอร์ก มาเจอกับพ่อแม่สามีที่ตนแสนรังเกียจ

อรรถ เถลิงการ เจ้าพ่อการตลาดคนดังของพระนครนั่งพุ้ยข้าวต้ม ในสภาพเหมือนชาวบ้านสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ส่วนทองนพคุณ แม่แท้ๆของอัศนีย์ ก็มีสภาพชาวบ้านไม่ต่างกัน นั่งตำหมากไม่ไกลกันนั้น โดยมีอัศนีย์สามีของเธอนั่งกินมื้อเช้าและพูดคุยกับทั้งสองอย่างสนุกสนาน

คุณหญิงก้อยไม่อยากออกไปทัก แต่ก็ต้องพยายามเก็บอาการต่อหน้าพ่อแม่สามี แต่อรรถก็ทำให้ราชนิกุลสาวแทบเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เมื่อเขาเอ่ยถามถึงเรื่องมีลูกของเธอกับอัศนีย์ ด้วยคำพูดโจ๋งครึ่ม

“อาตี๋มันเชิดสิงโตกับลื้อบ่อยไหม...เรื่องนับวันน่ะไม่มีประโยชน์ เชิดสิงโตทุกวันได้ผลกว่า ติดลูกทุกราย”

คุณหญิงก้อยอ้าปากค้าง แต่ไม่ทันสวน ทองนพคุณก็เย้าขำๆ “หรือว่าหนูคุณหญิงห่วงสวยไม่อยากท้อง...

ดูฉันสิ แต่ก่อนก็เอวเล็กเอวบางอย่างหนูคุณหญิงนี่แหละ แต่พอมีลูกหัวปีท้ายปี ไอ้ที่ตึงมันก็ยาน ที่แน่นมันก็หลวมโพลก”

จบคำก็หันไปหัวเราะกับสามี ก่อนจะบ้วนน้ำหมากลงกระโถนต่อหน้าราชนิกุลสาว คุณหญิงก้อยแทบอ้วก ทนรังเกียจไม่ไหว ต้องขอตัวไปทำใจในห้องดื้อๆ โดยมีสายตาของอัศนีย์มองตามด้วยความรู้ทัน แต่ก็ไม่คิดตามง้อหรือปลอบใจ เพราะคิดว่าคุณหญิงจะต้องรับครอบครัวของตนให้ได้

ooooooo

หลังเหตุการณ์มื้อเช้าอันน่ารังเกียจ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยก็เหมือนจะหมดความเสน่หาในตัวสามีลงดื้อๆ และอัศนีย์เองก็รู้ข้อนี้ดี เพราะก็เบื่อหน่ายพฤติกรรมเอาแต่ใจของภรรยาเจ้ายศเจ้าอย่างไม่ต่างกัน เลยไม่ขัดใจหรือขัดขวางเมื่อเธอขอหย่าในอีกไม่กี่วันต่อมา

และข่าวซุบซิบเกี่ยวกับคุณหญิงก้อยก็กระฉ่อนทั่วเมืองอีกครั้ง โดยฝีมือพาดหัวของวิรงรอง “บินลัดฟ้าจากนิวยอร์กสู่เมืองไทย ม.ร.ว.หญิงเทพีเพ็ญแสง เถลิงการ... แต่แปลกจัง กลับไร้เงาสามีหนุ่ม อัศนีย์ เถลิงการ เคียงข้าง”

คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองรู้ข่าวนี้จนได้ แม้ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับอดีตหญิงคนรัก แต่ความเจ็บช้ำที่เธอก่อไว้ ก็ทำให้เขาทิฐิไม่อยากรับรู้ข่าวของเธออีก ศุภรเข้าใจดี แต่ก็ยังอาสาจะถามจากเพื่อนที่นิวยอร์กให้

วันเดียวกันที่วังรัชนีกุล...บรรยากาศอึมครึมนับแต่วันที่คุณหญิงก้อยกลับเมืองไทย พร้อมข่าวใหญ่ว่าเธอหย่าขาดกับสามีหล่อพ่อรวยแล้ว ทำให้ทุกคนในบ้านร้อนรนแทบนั่งไม่ติด โดยเฉพาะท่านชายจันทร์ บิดาของคุณหญิงก้อย อยากเค้นความจริงจากปากลูกสาวคนเล็กมาก แต่ก็ต้องระงับไว้ ไม่อยากทะเลาะด้วย

แต่หม่อมวาณีก็กลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ เลยพยายามไกล่เกลี่ยบรรยากาศเหมือนเคย

“แม่ว่าเราจัดเลี้ยงฉลองอีกสักครั้งไหมลูก ญาติๆทั้งสองฝ่ายจะได้รู้จักมักคุ้นกัน”

คุณหญิงก้อยมีสีหน้าเย็นชา เอ่ยเสียงเรียบ “หญิงว่าไม่จำเป็นหรอกค่ะ”

“แล้วนี่เมื่อไหร่พ่ออัศนีย์จะตามมาล่ะลูก”

“เขาคงไม่ตามมาหรอกค่ะ แต่ถึงจะตามมา หญิงก็ไม่สนใจ เพราะหญิงกับเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว”

ท่านชายจันทร์ลุกพรวด หมดความอดทน เอ็ดลูกสาวคนเล็กลั่น ตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่านมาตลอดหลายวัน

“นี่หมายความว่ายังไง เธอช่วยบอกมาชัดๆหน่อยซิหญิงก้อย”

“หญิงกับอัศนีย์แยกทางกันแล้วเพคะ”

หม่อมวาณีตกใจมาก “อะไรกันหญิง อยู่กันก้นหม้อข้าวไม่ทันจะดำ”

“แต่งกันได้ยังไม่ถึงปี ตอนแต่งนั่นก็อับอายขายหน้ามาทีหนึ่งแล้ว แล้วทีนี้จะทำยังไง”

คุณหญิงก้อยยักไหล่ ไม่ยี่หระ “ก็ไม่เห็นต้องทำยังไงเลยนี่เพคะท่านพ่อ เมื่ออยู่กันไม่ได้ก็จบกัน หมดสมัยแล้วล่ะค่ะที่ต้องมาหวานอมขมกลืนอะไรอยู่ ต่างคนต่างไป ต่างมีอิสระจะเริ่มต้นใหม่”

ท่านชายจันทร์เหยียดยิ้มหยัน “อิสระที่จะแร่ไปมีผัวใหม่อย่างนั้นหรือ”

“หญิงคิดว่าอย่างนั้นเพคะ”

“หญิง...นี่ฉันไม่รู้จะพูดยังไงกับเธอแล้ว”

“งั้นหญิงก็ขอตัวก่อนนะเพคะ”

จบคำคุณหญิงก้อยก็ผละไป หม่อมวาณีทำท่าจะตามไปปลอบเหมือนเคย เลยถูกท่านชายจันทร์เอ็ด

“แม่วาณี...เธอเลิกประคบประหงมเอาใจมันเสียที ตามใจจนมองไม่เห็นหัวใครแล้ว เธอยังไม่รู้อีกหรือ”

ท่านชายจันทร์แยกตัวไปอีกคน ทิ้งหม่อมวาณีให้แทบเป็นลม คุณหญิงกลางเข้าประคอง พร้อมกับปลอบให้ค่อยๆคิดหาทางแก้ข่าว หม่อมวาณีพยักหน้า ก่อนจะรำพึงอย่างอ่อนใจ

“โธ่เอ๊ย...แม่คิดอยู่แล้วว่าต้องไปกันไม่รอด...อายุแค่นี้ต้องมาเป็นแม่ม่ายแม่ร้าง โธ่...กะอยู่แล้วว่าไอ้เจ้าอัศนีย์นี่ต้องก่อเรื่อง ถ้าเป็นชายรองก็ไม่เป็นอย่างนี้หรอก”

ooooooo

สาลินรับรู้ข่าวการกลับมาของคุณหญิงเทพี-เพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยด้วยความรู้สึกเฉยๆ ไม่เห่อ ไม่ตื่นเต้นเหมือนคนอื่น แต่กลับชอบใจมากกว่า เมื่อไนเจลบอสหนุ่มพาจิตริณี เลขาสาวสวยจบจากเมืองนอกมาให้รู้จัก

ฝ่ายคุณหญิงก้อย...ไม่แคร์ว่าใครจะอยากรู้อยากเห็นเรื่องเธอบ้าง เพราะมีเพียงคุณชายรองที่เธออยากให้สน และขั้นแรกของการขอคืนดีคือตามหาแหวนแทนใจของเขา

บ่าวไพร่ในวังรัชนีกุลวิ่งกันให้วุ่น เมื่อคุณหญิงก้อยมีคำสั่งให้ตามหาแหวนเกลี้ยงหัวฝังพลอย คุณหญิงกลางได้แต่มองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยความหน่ายใจ ก่อนจะตัดสินใจหยิบแหวนมาคืนเพื่อจบปัญหา

“เอ๊ะ...แล้วแหวนของหญิงไปอยู่กับพี่หญิงได้ยังไงคะ”

“หญิงจำไม่ได้หรือจ๊ะ ก่อนที่หญิงจะไปอเมริกาน่ะ หญิงโละของเก่าบอกให้พี่ไปบริจาค พี่เจอแหวนนี่ในกล่อง เห็นสลักชื่อวุฒิวงศ์ก็เลยบริจาคไม่ลง เลยตัดสินใจเก็บไว้ให้”

คุณหญิงก้อยไม่ได้ยี่หระกับน้ำใจพี่สาว สวมแหวนเกลี้ยงบนนิ้ว ก่อนจะพูดด้วยท่าทางอารมณ์ดี

“หญิงจะกลับไปหาคุณรอง ไปขอโทษทุกเรื่องที่หญิงทำพลาดไป”

“สิ่งที่เธอทำพลาด คือทรยศเขาอย่างเลือดเย็นที่สุด คิดว่าคุณรองเขาจะให้อภัยเธองั้นหรือ”

“พี่กลางถึงต้องช่วยหญิงไงคะ แค่นัดเดทให้หญิงก็พอ แล้วหญิงจะจัดการทุกอย่างเอง”

“แน่ใจในตัวเองมากเลยนะจ๊ะหญิง”

“แน่ใจสิคะ คุณรองรักหญิง เขาให้อภัยหญิงได้เสมอ”

ท่าทางมั่นใจของน้องสาวทำให้คุณหญิงกลางหนักใจมาก ไม่เห็นด้วยเลย แต่ก็ห้ามไม่ได้เพราะรู้นิสัยกันดี

เวลาเดียวกันที่ตำหนักเล็กวังวุฒิเวสม์...คุณชายบดินทราชทรงพลหรือคุณชายเล็ก ซึ่งเพิ่งกลับจากทำงานและรู้ข่าวการกลับมาของคุณหญิงก้อยแล้ว อดบ่นกับนมย้อยไม่ได้ ด้วยความเป็นห่วงพี่ชายคนรอง

“คู่กันแล้วต้องไม่แคล้วกัน ให้พลัดพรากยังไงก็ต้องหวนกลับมาเจอกัน แต่ถ้าไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่ค่ะ”

“ไม่รู้ว่าเรื่องพี่รองกับหญิงก้อยจะลงเอยแบบไหนนะครับ”

“เขาว่ากันว่า...คนคำนวณไม่สู้ฟ้าลิขิตนะคะ”

“นั่นน่ะสิฮะ เฮ้อ...ไปอยู่เมืองนอกสามสี่ปี คิดถึงนิทานของนมจังเลย”

“ดู้...โตจนป่านนี้แล้ว ยังจะฟังนิทานอีกหรือคะ เอาเรื่องอะไรดีคะ”

“เรื่องอะไรก็ได้ฮะ ขอให้จบแบบแฮปปี้หน่อยก็แล้วกัน”

จบคำก็นอนหนุนตัก ปล่อยให้นมย้อยเล่านิทานให้ฟังจนผล็อยหลับภายในเวลาไม่นานเหมือนตอนเด็กๆ

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #3 on: 02 August 2026, 22:18:15 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep3/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 3

คุณหญิงศศิรัชนีหรือคุณหญิงกลางทนเสียงรบเร้าน้องสาวคนเดียวไม่ไหว ยอมโทร.นัดคุณชายรองออกมาพบในคลับหรูของโรงแรมแห่งหนึ่ง โดยผ่านทางคุณชายเล็ก เพื่อนสนิทตั้งแต่วัยเด็ก

คุณชายรองไม่เต็มใจนัก แต่เมื่อน้องชายอ้างว่าคุณหญิงกลางมีเรื่องปรึกษาก็ปฏิเสธไม่ลง แต่แล้วก็ได้รู้ว่าตัดสินใจผิด เมื่อเห็นคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยปรากฏตัวพร้อมพี่สาว

คุณชายเล็กอึดอัดใจมาก แต่คงไม่เท่าคุณชายรองที่ทำท่าจะกลับ คุณหญิงก้อยถลาตามและขอให้เขาอภัย

“ผมเกรงว่าผมไม่มีสิ่งใดที่จะให้อภัยหญิง และช่วงเวลานี้ เวลาที่...”

“หญิงเป็นแม่ม่ายใช่ไหมคะ”

“ใช่ครับ...เราไม่ควรพบปะกัน มันจะเสียชื่อเสียงหญิงเอง โทษ...ผมขอตัว”

คุณชายรองลุกออกไป คุณหญิงก้อยรีบตาม ทิ้งคุณชายเล็กให้มองหน้าคุณหญิงกลางเครียดๆ

“หญิงกลาง...ทำไมไม่บอกก่อนว่าจะนัดหญิงก้อยมาพบพี่รอง”

“โธ่...ถ้าบอก คุณรองก็คงไม่มาหรอก จริงไหมคะ... เฮ้อ...หญิงไม่น่าทำแบบนี้เลย”

คุณหญิงก้อยไม่ได้ยี่หระแม้แต่น้อยที่ต้องทำให้ใครไม่สบายใจบ้าง เพราะภารกิจสำคัญทวงหัวใจอดีตคนรักสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด และครั้งนี้ราชนิกุลสาวก็ทุ่มสุดตัว โถมกอดคุณชายรองจากด้านหลัง พร้อมบีบน้ำตา

“คุณรอง...จะไม่ยกโทษให้หญิงเลยหรือคะ”

“เทพีเพ็ญแสง...ปล่อยผม”

“ไม่...ไม่ปล่อย จะปล่อยเมื่อคุณชายอภัยให้หญิง”

“บอกแล้วไงไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องให้อภัย”

“หมายความว่าคุณรองไม่แยแสในตัวหญิงแล้วใช่ไหมคะ”

“เปล่า...แต่หมายถึงสิ่งที่หญิงทำ มันเป็นสิทธิ์ของหญิง ผมเป็นแค่คนอื่นที่ไม่มีอำนาจอะไรไปตัดสินหญิงได้”

“เป็นแค่คนอื่นอะไร เราคือคนรักกัน หญิงรู้เต็มอกว่าหญิงทำลายความรักที่คุณรองมีให้หญิง แต่ขอ เวลาสักหน่อยเถอะค่ะ หญิงจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง”

น้ำตาของอดีตคนรัก ทำให้คุณชายรองทนใจแข็งไม่ไหว ยอมให้เธออธิบายเหตุผล คุณหญิงก้อยพอใจมาก และปั้นเรื่องโกหกว่าได้ยินข่าวลือเรื่องเสด็จพระองค์หญิงไม่ชอบเธอ จนต้องหาคู่หมั้นคู่หมายมาประทานให้อดีตคนรัก จนเธอเสียใจมาก ต้องหาทางไปเมืองนอก

“เป็นความโง่เขลาและดื้อรั้นของหญิงเองค่ะ ในช่วงเวลาที่สับสนนั้น หญิงอยู่ลำพังที่นิวยอร์ก มันทั้งเหงา ทั้งเศร้า หญิงต้องการใครสักคนเพื่อพักพิง หญิงเลยตัดสินใจผิดพลาดไปอย่างที่เห็น แล้วหญิงก็ได้บทเรียนอันแสนเจ็บแสบ เมื่อแต่งงานไปกับคนไร้ค่าที่สุดเมื่อเทียบกับคุณชาย”

คุณหญิงก้อยบีบน้ำตา ตีหน้าเศร้าได้อย่างแนบเนียน จนคุณชายรองใจอ่อนยวบ เชื่อหมดใจ

“ทั้งหมดเป็นความจริงใช่ไหม...เทพีเพ็ญแสง”

“ค่ะ...นี่คือความจริง โปรดยกโทษให้หญิง และมอบความรักให้หญิงเหมือนเดิมเถิดนะคะคุณชาย ไม่อย่างนั้น...หญิงคงมีชีวิตต่อไปในโลกนี้ไม่ได้อีกแล้ว หญิงรักคุณชายรอง ยกโทษให้หญิงนะคะ”

ooooooo

ยุทธการถ่านไฟเก่าของคุณหญิงก้อยสำเร็จสวยงามตามปรารถนา คุณหญิงกลางได้แต่มองภาพน้องสาวเต้นรำกับคุณชายรองจนดึกดื่นด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ต้องเปิดฉากถามถึงเรื่องทั้งหมดในเช้าวันต่อมา แล้วก็ถึงกับผงะ เมื่อน้องสาวคนเดียวบอกอย่างไม่อายว่ากุเรื่องทั้งหมด เพื่อให้ได้คืนดีกับคุณชายรอง

“หญิงอ้างถึงเสด็จป้าว่าทรงไม่ปลื้มหญิง ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงเสียด้วย คุณรองถึงได้เชื่อไงคะ”

“แล้วเธอยังกุเรื่องว่าเสด็จป้าทรงเตรียมคู่หมั้นคู่หมายให้คุณรองระหว่างเธอไปนิวยอร์ก เธอบังอาจมากเลยนะ”

“ช่วยไม่ได้ค่ะ นี่แหละเหตุผลดีที่สุดที่ช่วยแก้ต่างให้หญิงพ้นมลทิน คุณรองให้อภัยหญิงอย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ”

“ระวังเถอะ คุณรองไปสืบสาวราวเรื่องแล้วพบความจริง เขาจะไม่ให้อภัยเธอเลยในชีวิตนี้”

“ไม่มีวันค่ะ คุณรองไม่สงสัยหญิงอีกแล้ว นี่ไงคะ เดี๋ยวคุณรองก็จะมารับหญิงไปหัวหินด้วยกัน”

สีหน้าตกตะลึงของพี่สาว ไม่ได้ทำให้คุณหญิงก้อยสนใจนัก มัวเลือกชุดสวยเตรียมไปหัวหินกับคนรัก คุณหญิงกลางอยากจะเป็นบ้าตาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากทิ้งท้ายด้วยความหมั่นไส้

“แล้วก็ระวังไว้อีกเรื่อง ไอ้เรื่องคู่หมั้นคู่หมายที่กุขึ้นมา มันอาจจะเป็นจริงขึ้นมาก็ได้นะ”

คุณหญิงก้อยไม่สะทกสะท้านกับคำขู่ของพี่สาวเลย ออกจะเห็นขันด้วยซ้ำ เพราะคิดว่าของตายอย่างคุณชายรองไม่มีวันทิ้งหรือทำให้เธอช้ำใจแน่ และคืนวันแสนหวานที่หัวหิน ฉลองการกลับมาคืนดีของเขากับเธอก็ผ่านไปได้อย่างงดงาม แถมเลยเถิดถึงเช้าวันจันทร์ต่อมา ซึ่งเป็นวันทำงานของใครหลายคนและหนึ่งในหลายคนนั้นก็คือพวกสาลิน ทั้งบราลี ลลิตาและจิตริณี ซึ่งแวะมาทานมื้อกลางวันที่ร้านอาหารหรูเจ้าประจำ สาลินอิดออดไม่อยากกินที่นี่ กลัวเจอคุณชายคู่ปรับ แต่ก็ขัดเพื่อนไม่ได้ บราลี ลลิตาและจิตริณีเข้าไปนั่งแล้ว สาลินได้แต่มองเสื้อผ้าปอนๆเหมือนเด็กนักเรียนของตัวเองด้วยความเซ็ง ก่อนจะตาลุกวาว เมื่อเห็นรถยุโรปคันยาวของคุณชายคู่ปรับ จึงตัดสินใจไปแอบดูคุณชายรองไม่รู้ตัวว่ามีพวกถ้ำมองนอกรถ มัวพร่ำพลอดคำหวานกับคุณหญิงก้อยที่ยังสวมแหวนแทนใจของเขา

“หญิงใส่แหวนวงนี้ทุกวันเลยเหรอครับ”

“ทำไมถามอย่างนั้นคะ หญิงแทบไม่เคยถอดแหวนวงนี้ออกจากนิ้วต่างหาก”

“ทั้งๆที่แหวนวงอื่นของหญิงราคามากกว่านี้เป็นสิบเท่า”

“ของที่คุณรองให้หญิงมีค่ามากกว่าสิ่งใดค่ะ”

รอยยิ้มหวานของเธอ ทำให้คุณชายรองเหมือนต้องมนตร์ โน้มตัวจูบเธออย่างหลงใหล ไม่รู้เลยว่ากำลังทำให้ใครอีกคนอ้าปากค้าง ต้องเห็นภาพหนังสดหญิงชายพลอดรักกันกลางถนนกลางวันแสกๆ!

ooooooo

สาลินไม่อยากเชื่อเลยว่าราชนิกุลหนุ่มจะทำประเจิดประเจ้อแบบนี้ นึกรังเกียจและจะลุกกลับไปสมทบเพื่อนๆในร้าน แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้น ถูกคุณชายรองเห็นเข้าเสียก่อน

โชคดีที่คุณหญิงก้อยไปรอในร้านแล้ว เลยไม่ทันเห็นชายคนรักต่อปากต่อคำกับผู้หญิงคนอื่น แต่กระนั้นสาลินก็ไม่อยากเป็นเป้าสายตาใคร พยายามบิดมือจากเขา แต่คุณชายรองก็ไม่จบง่ายๆ จนเธอต้องโพล่งออกไป

“คุณกอดจูบผู้หญิงอยู่ริมถนน”

“นี่มันรถส่วนตัวของฉัน ถ้าเธอไม่โก้งโค้งมา สอดตาดูก็คงไม่เห็น”

“แต่นี่มันถนนสาธารณะ คนผ่านไปผ่านมาเป็นร้อย ถึงไม่สอดตาดูก็ต้องเห็น”

คุณชายรองมองหญิงสาวคู่ปรับตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นท่าทางกะโปโลเหมือนเด็ก เลยดุเสียงเข้ม

“ยังเด็กยังเล็กแต่เถียงคำไม่ตกฟาก นี่หนีโรงเรียนมาเที่ยวใช่ไหม แล้วยังมาถ้ำมองคนอีก ไม่มีมารยาท!”

“ฉันไม่ใช่เด็กนักเรียน แล้วที่ไม่มีมารยาทนั่นคือคุณ”

“ฉันน่ะนะ ฉันไม่มีมารยาทยังไง”

“ก็คุณมาเล่นหนังสดกลางวันแสกๆแบบนี้”

ท่าทางโกรธจัดของคุณชายคู่ปรับทำให้สาลินนึกขยาดไม่น้อย แต่ก็ทำใจกล้า โต้ว่ามาด้อมๆมองๆ รถเขาเพราะอยากให้แน่ใจ ว่ารถเขาคือคันเดียวกับที่ขับรถเหยียบแอ่งน้ำสาดโคลนใส่ชุดเธอถึงสองครั้งสองครา!

“ครั้งแรกเมื่อ 13 มิถุนายนปีก่อน ครั้งที่สองเมื่อ 20 กันยายน หลายเดือนก่อนเหมือนกัน ฉันจดไว้ถี่ถ้วน”

คุณชายรองอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะเหยียดยิ้ม “อ้อ...น่าเชื่อจริงนะ มีจดเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย”

“นี่คุณไม่เชื่อฉัน ว่าแต่ว่าสองวันก่อนนั้น คุณมาแถวนี้หรือเปล่า”

“ฉันเองก็เป็นคนจดบันทึกเหมือนกัน ฉันจะกลับไปดูบันทึกฉัน ว่าสองวันนั้นฉันมาแถวนี้หรือเปล่า และถ้าฉันมาจริง ฉันจะถือว่าฉันผิดจริงตามที่เธอกล่าวหา แล้วเธอต้องการให้ฉันทำอะไร”

สาลินแค่อยากได้คำขอโทษ แต่เขากลับบอกว่าไม่จำเป็น

“อ้อ...คุณชายผู้ดีอย่างคุณ ขอโทษใครไม่เป็น”

“เปล่า...แต่เพราะเธอก็ทำกางเกงฉันเปียกมาสองหนแล้วเหมือนกัน ถือว่าหายกัน!”

พูดจบก็ยิ้มกริ่มเป็นต่อ สะใจมากที่เห็นอีกฝ่ายกำหมัดแน่นด้วยความโมโห ก่อนจะหุบยิ้มแทบไม่ทัน ตามมาด้วยอารมณ์หงุดหงิด เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสะบัดหน้าเข้าไปในร้านอาหารหรูเสียแล้ว

หญิงสาวกะโปโลคู่ปรับหายไปไหนไม่รู้ แต่คุณชายรองก็ไม่คิดตามหา มัวปะเหลาะคุณหญิงก้อยให้หายงอนที่เขาไม่ไปเดินเล่นด้วย แต่จะไปทำงานหลังมื้อกลางวัน ราชนิกุลสาวพยายามข่มใจไม่อาละวาดปึงปังเหมือนเมื่อก่อน ปั้นหน้ายิ้มว่าเข้าใจดี จนเขานึกสงสาร เสนอให้ไปเดินห้างแล้วจะไปรับหลังเลิกงานอย่างเอาใจ

คุณหญิงก้อยพอใจมากที่คุณชายรองยอมลงให้ แต่ไม่นานก็ต้องอารมณ์เสีย เมื่อเจอจิตริณี เพื่อนสนิทอัศนีย์ที่หน้าห้องน้ำ ต่างจากอีกฝ่าย ไม่สะทกสะท้านกับสายตาเย็นชาของเธอเลย แถมมองมาอย่างท้าทายอีกต่างหาก จนราชนิกุลสาวเริ่มนั่งไม่ติด และเปลี่ยนใจไม่ไปเดินห้างแต่ขอให้คุณชายรองไปส่งสำนักพิมพ์ของวิรงรอง

สาลินซึ่งมาเข้าห้องน้ำกับจิตริณีถึงกับตาโต ได้เห็นคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อยตัวจริง แต่คนตื่นเต้นกว่าคือบราลีกับลลิตา ซุบซิบเรื่องราชนิกุลสาวกันอย่างสนุกสนาน บรรณารักษ์สาวรับฟังด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ก่อนจะอ้าปากค้าง เมื่อจิตริณีบอกว่าคุณหญิงก้อยมีอัศนีย์เป็นสามีแล้ว แต่กลับควงมากับคุณชายคู่ปรับของเธอ!

ooooooo

วิรงรองให้การต้อนรับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย ราชนิกุลสาวคนดังแห่งพระนครเป็นอย่างดี ตามประสาคนทำข่าวที่อยากได้ประเด็นไปลงหนังสือ แต่ท่าทางแช่มชื่นของอีกฝ่าย ก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้

“ไม่อยากจะเชื่อเลย เธอทิ้งทายาทมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองไทย”

“ก็แค่พวกนูโวริช เศรษฐีใหม่ มีแต่เงิน ไม่มีชาติ ไม่มีตระกูล คนอย่างฉัน ถ้าจะมีใหม่ก็ต้องดีกว่าเดิม”

“กับคุณชายรองงั้นสิ”

“ถ้าไม่นับเรื่องเงิน คุณรองเหนือกว่านายอัศนีย์ทุกอย่าง แล้วต่อให้นับเรื่องเงิน ก็ไม่แน่ว่าจะด้อยกว่า”

วิรงรองพยักพเยิดเห็นด้วย ได้ยินมาเหมือนกันว่าคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองเป็นหลานชายคนโปรดของเสด็จพระองค์หญิงแห่งวังวุฒิเวสม์ แต่ไม่ทันซักต่อ คุณหญิงก้อยซึ่งกลัวจิตริณีจะปากสว่างไปบอกอัศนีย์ เรื่องเธอกลับไปคืนดีกับอดีตคนรัก ก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“ฉันว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องประกาศสถานะโสดของฉันอย่างเป็นทางการ”

คอลัมนิสต์สาวยิ้มกว้าง ชอบใจที่มีข่าวให้เล่นโดยไม่ต้องตามหา และไม่รอช้าเรียกลูกน้องมาช่วยกันพาดหัวข่าว ราชนิกุลสาวซึ่งตั้งใจจะมาให้ข่าว ถึงกับทึ่งในความสามารถของอีกฝ่าย โดยเฉพาะบรรดาลูกน้องของวิรงรอง รู้เรื่องราวและข้อมูลของเธอหลังกลับจากเมืองนอก มากกว่าเธอรู้เรื่องตัวเองเสียอีก!

คืนวันเดียวกันที่ตำหนักเล็กวังวุฒิเวสม์...คุณชายรองรื้อหาสมุดบันทึกเมื่อหลายเดือนก่อน เพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาของหญิงสาวกะโปโลคู่ปรับ แต่ไม่ทันเจอ ก็ต้องหยุดไว้ เมื่อคุณชายเล็กแวะมาถามเรื่องคืนดีกับคุณหญิงก้อย

“อยากรู้จัง หญิงก้อยอ้างเหตุผลอะไร ถึงทำให้พี่ชายใจอ่อน อภัยหญิงก้อยทั้งหมด”

“มันเป็นความเข้าใจผิดที่ฉันพร้อมจะให้อภัย เพราะที่สุดแล้ว หญิงก้อยยังรักฉันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง บทเรียนนี้ทำให้หญิงก้อยรักฉันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ”

“ระวังนะครับ เด็จป้าจะกริ้ว และไม่ประทานอภัยให้พี่อีกเลย...เพราะพี่รับปากเด็จป้าแล้วเรื่องคู่หมาย”

วันเวลาผ่านไปเป็นเดือน...คุณชายรองกับคุณหญิงก้อย คืนดีกันอย่างเป็นทางการ แถมออกงานร่วมกันจนเป็นที่ซุบซิบทั่วพระนคร แต่ทางบ้านราชดำริก็ยังไม่รู้เรื่อง โดยเฉพาะคุณสร้อย หมายมั่นปั้นมือจะชุบตัวศรีจิตรา หลานสาวคนโตผู้หัวอ่อนให้งามหมดจด จนคุณชายแห่งวังวุฒิเวสม์ตะลึงให้ได้

ส่วนเสด็จพระองค์หญิงยังไม่ระแคะระคายเรื่องหลานชายคนโปรดคืนดีกับคนรักเก่า มัวตะลึงกับข่าวใหม่ซึ่งเพิ่งได้รู้ เรื่องลูกชายคนแรกของคุณชายโตกับจรวยที่ชื่อตุ้ม คุณสอางค์กับเหล่านางต้นห้องหน้าถอดสี แก้ตัวอึกอัก ไม่กล้าทูลก่อนหน้า เพราะกลัวจะทรงไม่ยอมรับเด็กน้อยสมาชิกใหม่เป็นพระนัดดาเสด็จฯถึงกับถอนใจยาว ไม่เห็นเป็นสาระสำคัญ ทรงเห็นว่าเหตุวุ่นวายที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ไม่ใช่ความผิดของเด็ก จะมีต้องระวังก็จรวย หลานสะใภ้คนโตที่ดูท่าหูตาจะไม่น่าไว้ใจ

คุณสอางค์และเหล่านางต้นห้องอาสาไปสืบความให้ แต่เสด็จฯก็ทรงห้ามไว้ ไม่อยากให้ยุ่งเรื่องตำหนักเล็ก ควรปล่อยเป็นภาระของหม่อมอำพันดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาเวียนหัวภายหลัง...

ooooooo

สาลินแบกหนังสือนิทานหลายเล่มมาถึงบ้านราชดำริ เห็นศรีจิตรานุ่งกระโจมอกนั่งขัดและอบผิวเหมือนเมื่อหลายเดือนก่อนก็นึกสงสัย จนเมื่อรู้ว่าพี่สาวจะถูกส่งตัวไปเป็นคู่หมั้นของคุณชายรองแห่งวังวุฒิเวสม์ ก็โวยวายใหญ่ กลัวพี่สาวต้องกลายเป็นแม่สายบัวเตรียมตัวเก้ออีกรอบ

ศรีจิตราหน้าเสีย นึกกลัวขึ้นมาจริงๆ จนอุ่นเรือนต้องปรามลูกสาวคนเล็กที่ชอบพูดถึงพวกคุณชายในแง่ร้าย

“ทีหนูกับพี่ศรี คลานตามกันมาแท้ๆ ยังไม่เหมือนกันเลย”

“ฮึ...แม่น่ะ ไปเข้าข้างอีตาคุณชายนั่นทำไม”

“แม่ยังไม่รู้จักตัวเลย แม่จะไปเข้าข้างเขาทำไม แม่แค่บอกว่าอย่าเพิ่งไปตั้งแง่ มีอคติกับเขาก่อนต่างหาก”

แม้คำพูดของแม่จะมีเหตุผล แต่สาลินก็ไม่เห็นด้วยอยู่ดี

“มันไม่ใช่พี่ศรีไปดูตัวเขาสิคะ เขาต่างหากเป็นคนดูตัวพี่ศรี”

“ใครจะเป็นฝ่ายดูใคร ก็ไม่เห็นจะเป็นไร”

“เป็นสิคะแม่ พี่ศรีน่ะดีทุกอย่าง อีตาคุณชายนั่นก็คงชอบ แต่ถ้าพี่ศรีเห็นเขาแล้วไม่ชอบ พี่ศรีก็ไม่มีสิทธิ์มีเสียงจะปฏิเสธ นี่แหละผู้หญิงสมัยนี้ เขาถึงลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิสตรี”

ศรีจิตราทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ อุ่นเรือนเลยต้องเอ็ดลูกสาวคนเล็กอีกรอบ แต่มีหรือสาลินจะยอม ยืนกรานว่าทุกอย่างที่พูดเป็นความจริงทั้งนั้น ศรีจิตรากลัวเรื่องจะไปกันใหญ่ เลยพยายามพูดให้น้องสาวสบายใจ

“เอาเถอะสา ยังไงพี่ก็ขอรู้จักตัวกันก่อน เขาอาจดีเพียบพร้อมทุกอย่างก็ได้ อีกอย่าง...พี่คงไม่โชคร้ายขนาดนั้น”

“พี่ศรีจะแน่ใจได้ยังไงว่าพี่จะไม่โชคร้ายซ้ำสอง”

สีหน้าหนักใจของพี่สาว ทำให้สาลินแอบรู้สึกผิด จนต้องเปลี่ยนเรื่อง คว้าถุงหนังสือนิทานมาอวดตามสัญญา ศรีจิตราเลยยิ้มได้บ้าง...อย่างน้อยๆ หนังสือนิทานก็คงทำให้เธอลืมเรื่องที่กังวลไปได้สักพัก...

ด้านหม่อมอำพัน...เห่อตุ้มหลานชายคนแรกจนรู้กันทั่ววัง คุณชายโตปลื้มใจมาก ตามประสาคนเป็นพ่อที่อยากให้ทุกคนชมชอบลูกตัวเอง ส่วนจรวยกลายเป็นคุณนายหม่อมเต็มตัว แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าหรูหรา แต่ก็หัวสูง ไม่เห็นหัวใคร แม้แต่เพื่อนสาวใช้ที่เคยทำงานด้วยกันอย่างเจียม ซึ่งถูกส่งมาช่วยเลี้ยงทารกตัวน้อย

แต่กระนั้น...อารมณ์ของหม่อมอำพันก็ลมเพ ลมพัด ในวันเสียไพ่ก็หงุดหงิด พาลลงกับคนทั่ววัง ไม่เว้นแม้แต่ตุ้มหลานชายคนโปรด จรวยเบื่อหน่ายมาก และอดไม่ได้จะไปค่อนแคะหม่อมแม่ผัวลับหลังกับคุณชายโต

“นี่จรวย...เธอจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมานะ หม่อมแม่น่ะ โปรดตาตุ้มอย่างกับอะไร”

“อูย...ขนาดโปรดยังต้องระเห็จลงมาอยู่ชั้นล่าง ถ้าหม่อมรัก คงต้องไปอยู่เรือนแถวกับนังเจียมมังคะ”

เจียมชักสีหน้าที่ถูกแขวะ แต่ไม่นานก็เหยียดยิ้ม ย้อนเสียงหยัน “แหม...ที่จริงอยู่เรือนแถวน่ะสบายนะคะ เย็นทั้งกายเย็นทั้งใจ ไม่ร้อนเหมือนอยู่บนตำหนัก คุณจรวยก็น่าจะรู้ดีนี่คะ”

ooooooo

หลังพูดคุยกับแม่และพี่สาวจนหนำใจ สาลินก็จะกลับบ้านสวน อุ่นเรือนเลยให้ไปลาคุณสร้อย ซึ่งผล็อยหลับมาตั้งแต่กลางวัน บรรณารักษ์สาวคลานไป กราบตามที่แม่สั่ง ก่อนจะสะดุ้ง เมื่อคุณป้าจอมโวยลืมตา!

สาลินรีบบอกว่าเอาหนังสือนิทานฝรั่งมาฝาก ศรีจิตรา คุณสร้อยเลยขอดู ก่อนจะตบอกผาง

“ว้าย...นิทานอะไร มีนอนเตียงจูบกัน ว้าย... บัดสีบัดเถลิง ฉันกะแล้วนังเด็กคนนี้ ไปทำงานกับฝรั่งมังฆ้อง ต้องใจแตก แล้วเลยมาพาให้เธอใจแตกตาม”

ศรีจิตรากลั้นยิ้มแทบแย่ ก่อนบอก “โธ่...นั่นมันเรื่องเจ้าหญิงนิทราค่ะคุณป้า”

คุณสร้อยค้อนหลานตาคว่ำ คว้าเล่มอื่นมาดู แล้วก็ถึงกับตาโตอีกรอบ

“แล้วนี่เรื่องอะไร อีนางเอกถึงแก้ผ้าหมดตัว ยังดีมีผมยาวปิดนมต้มไว้”

สาลินหัวเราะเบาๆตอบแทนพี่สาว “อ๋อ...เรื่องเงือกน้อยค่ะ นางเอกกินยาวิเศษ หางปลาเลยกลายเป็นขาค่ะ”

แต่เล่มไหนก็ไม่ทำให้คุณสร้อยประสาทเสียเท่าเล่มที่ชื่อว่าเสียวสวาด ถึงกับโยนทิ้งคล้ายเป็นสิ่งปฏิกูล

“นี่คือที่เขาเรียกหนังสือปกขาวใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ...ปกขาวแล้วก็เดินทองด้วยค่ะ” สาลินตอบรับยิ้มๆ

“ว้าย...หนังสือลามก”

“ไม่ใช่ค่ะ เป็นเรื่องตลก แต่มีสัปดนนิดหน่อย”

สาวใช้ที่บ้านต่างพากันมุงดูด้วยความอยากรู้ คุณสร้อยเลยสั่งให้ไปเผาทิ้ง สาลินกลัวไปกันใหญ่ เลยเฉลยว่าเสียวสวาดเป็นนิทานพื้นบ้านอีสาน แปลว่าเฉลียวฉลาด เป็นเรื่องคนเจ้าปัญญาเหมือนศรีธนญชัย

คุณสร้อยถึงบางอ้อ แต่ก็ไม่อนุญาตให้อ่านอยู่ดี ศรีจิตราได้แต่ก้มหน้ารับคำสั่ง จนคนสั่งเองก็นึกสงสาร ปลอบให้รอไปอ่านหนังสือดีๆในห้องสมุดวังวุฒิเวสม์...รับรองได้อ่านจนเบื่อแน่ มีเป็นหมื่นเป็นแสนเล่ม

ระหว่างที่สาวๆบ้านราชดำริเตรียมตัวเข้าวัง...เหล่าคุณชายที่วังวุฒิเวสม์ก็ต้องกุมขมับ เมื่อหม่อมอำพันบ่นไม่หยุดปาก โดยเฉพาะกับลูกชายคนเล็ก ที่ต้องออกตรวจตามปั๊ม ตากแดดตากลม ไม่สมเกียรติเชื้อพระวงศ์ คุณชายโตกับคุณชายรองต้องช่วยกันพูดว่าเงินเดือนของคุณชายเล็กมากกว่าทั้งสองรวมกันไม่รู้กี่เท่า

“นี่อย่ามาเข้าข้างมันนะยะ สิบพ่อค้ายังไงก็ไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง”

คุณชายรองชี้แจงอย่างใจเย็น “ยุคมันเปลี่ยนไปแล้วนะครับ ตอนนี้พระยาก็แทบไม่เหลือแล้ว”

“ถ้าเหลือ ก็เหลือพระยาเทครัวน่ะครับ”

คุณชายเล็กแซวขำๆ จนหม่อมอำพันอดค้อนไม่ได้ นมย้อยกลั้นขำแทบแย่ ก่อนจะช่วยไกล่เกลี่ยด้วยการดึงให้คุณชายเล็กไปอาบน้ำ คุณชายโตกับคุณชายรองตามไปด้วย ทิ้งหม่อมอำพันให้ฮึดฮัดคนเดียว ไม่มีใครกล้าเข้าหน้า

ooooooo

สองสัปดาห์ต่อมาที่วังวุฒิเวสม์...สถานการณ์ของเหล่าคุณชายยังเหมือนเดิม คุณชายโตเริ่มชินกับความเป็นพ่อ คุณชายเล็กมุ่งมั่นกับงานบริษัทฝรั่งจนกลับบ้านไม่เป็นเวล่ำเวลา ส่วนคุณชายรองเคร่งขรึมเหมือนเคย แต่คงไม่ใช่กับคุณหญิงก้อย หญิงคนรักที่มาพลอดรักกันที่ตำหนักเล็กแทบทุกเย็น

มาลากับวรรณาซึ่งมาเก็บมะลิตามคำสั่งคุณสอางค์ผ่านมาเห็นฉากเด็ด คุณชายรองกกกอดคุณหญิงก้อยกลางสวนก็ตาโต และไม่รอช้าจะไปรายงานคุณสอางค์ แม่บ้านของตำหนักใหญ่

“อ้าว...แล้วที่มีข่าวว่ากลับมาก่อน ผัวเศรษฐีจะตามมาวันหลังล่ะ”

“ข่าวปล่อยเพราะกลัวเสียหน้าน่ะสิคะ ความจริงคือคุณหญิงเธอถูกผัวทิ้ง เลยซมซานกลับมาเมืองไทย พอถึงก็โร่กลับมาหาถ่านไฟเก่า เป่ากันแป๊บเดียวก็ไฟติดแดงโร่ขึ้นมา นี่อิฉันสองคนเห็นเป่ากันคาตาเลยค่ะ”

มาลากับวรรณาหัวเราะคิกคักกันใหญ่ คุณสอางค์ต้องส่งสายตาปราม ก่อนจะถอนใจยาว

“เฮ้อ...ถ้าเสด็จทรงทราบคงกริ้ว ช่วยๆกันปิดความอย่าให้ทรงทราบแล้วกัน ไม่งั้นคุณชายรองโดนขนาบแน่”

คุณสร้อยทราบเรื่องคุณชายรองกับคุณหญิงก้อยจากคุณสอางค์ในเวลาต่อมา เซ็งสุดขีดที่หลานสาวคนโตต้องอยู่ในสภาพเหมือนคราวที่แล้ว และพาลหงุดหงิดเมื่อสาวใช้มาขออนุญาตไปตลาด

“ขมิ้นกับมะขามเปียกหมดเจ้าค่ะ ขัดผิวคุณศรีเมื่อเช้าจนหมดเกลี้ยงเลยเจ้าค่ะ”

“ว้าย...สิ้นเปลืองอะไรขนาดนี้ไม่รู้ พอๆ เลิกๆ ทีนี้ไม่ต้องข่งต้องขัดกันแล้ว เลิกเด็ดขาด!”

ศรีจิตราได้ยินก็ถามเสียงซื่อ “งั้นทีนี้หนูก็ลงครัวได้แล้วใช่ไหมคะคุณป้า”

“ย่ะ...ตามใจย่ะแม่คุณ เอาให้ผิวไหม้ เขม่าจับเลยนะยะ”

คุณสอางค์ไม่ชอบที่น้องสาวช่างค่อนช่างแคะ เลยหยิกปรามจนเนื้อเขียว แต่คุณสร้อยก็ไม่สำนึก บ่นโน่นนี่ไม่หยุด จนศรีจิตราใจไม่ดี อุ่นเรือนสงสารลูกมาก แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากปลอบให้ทำใจ

“ถ้ามีเรื่องอะไรขึ้นมาจริง คุณป้าก็บอกเองล่ะจ้ะ”

“ค่ะ...เราสองคน อะไรก็สุดแท้แต่คุณป้า เฮ้อ...บางที หนูก็อิจฉายายสาจัง”

ooooooo

และแล้วเวลาที่คุณหญิงก้อยรอคอยก็มาถึง หนังสือพิมพ์ของวิรงรองตีข่าวเรื่องเธอเลิกกับอัศนีย์ บราลีกับลลิตา สองสาวบรรณารักษ์เห็นแล้วก็ซุบซิบใหญ่ จิตริณีเพิ่งมาถึง เลยเดินมาดูหนังสือพิมพ์ด้วย

“ต๊าย...ออกข่าวแล้วหรือนี่”

ลลิตาเลิกคิ้ว ก่อนจะตาโต “อุ๊ย...แปลว่าคุณจิตริณีรู้ข่าวนี้มานานแล้วหรือคะ”

“ค่ะ...อัศนีย์เป็นเพื่อนฉันเอง คุณหญิงก้อยเลิกกับอัศนีย์มาสามเดือนแล้ว แต่ว่ามีการปิดข่าวไว้”

“หรือคะ แล้วทำไมถึงมาเปิดข่าวตอนนี้ล่ะคะ”

“คงเพราะ...คุณหญิงก้อยเธอมีคู่ควงคนใหม่แล้วน่ะสิคะ ที่เราเห็นเมื่อวันก่อน”

ลลิตากวาดตาดูภาพข่าวในหนังสือพิมพ์ เห็นภาพคุณชายกิตติราชนรินทร์ควงคู่กับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงในงานแฟชั่นโชว์เด่นหรา บราลีชะโงกมาดูด้วย จำได้ทันทีว่าเขาคือคนเดียวกับคุณชายคู่ปรับของสาลิน

จิตริณีไม่ได้สนว่าคุณชายรองจะเป็นคู่ปรับใคร แต่อยากให้บราลีกับลลิตารู้ความจริงเรื่องคุณหญิงก้อยมากกว่า

“ความจริงก็ไม่ใช่คนใหม่หรอกค่ะ คุณชายกิตติเป็นคนรักเก่าของคุณหญิง ก่อนมาแต่งงานกับอัศนีย์”

บราลีกับลลิตาอยากจะซักต่อมาก แต่จิตริณีเลขาสาวคนสวยของไนเจลก็ผละไปทำงานเสียแล้ว จังหวะ เดียวกัน...สาลินก็มาถึง ทันเวลาเข้างานพอดี สองสาวเลยลองหยั่งเชิงถามว่ารู้จักคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือไม่

“นี่...ฉันวิ่งมาเหนื่อยแทบตับแลบ มาถามอะไร ฉันไม่ใช่ผู้ดี ฉันเป็นชาวสวน ไม่เคยรู้จักคุณชายคนไหนทั้งนั้น”

“งั้นเธอรู้ไหมว่าคุณชายขี้เก๊กของเธอคือใคร” ลลิตาแกล้งถาม สาลินไม่สนใจ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ลลิตาเลย ตัดสินใจไม่บอกเรื่องคุณชายกิตติราชนรินทร์...ปล่อยให้สาลินรู้เอง อยากรู้เหมือนกันว่าบรรณารักษ์สาวชาวสวนจะทำเช่นไรถ้ารู้ว่าเขาเป็นใคร

เช้าวันเดียวกันที่ตำหนักใหญ่วังวุฒิเวสม์...คุณสอางค์แทบเป็นลมเมื่อเห็นข่าวใหญ่ของคุณหญิงก้อย

“ถ่านไฟเก่าคุ ลุกโพลงแทบมอดไหม้ คงจะมีข่าวดีเร็วๆนี้”

มาลากับวรรณาพลอยแตกตื่นไปด้วย ก่อนจะช่วยกันกับคุณสอางค์หาทางเอาหนังสือพิมพ์ไปซ่อน แต่ไม่ทันขยับ ทั้งสามก็ต้องหน้าซีด ตัวชา เมื่อเสด็จพระองค์หญิงรับสั่งถามหา

“ไหน...เอาหนังสือพิมพ์มาซิ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าเขาลงข่าวตารองกับยายก้อยว่ายังไง”

คุณสอางค์ตาเหลือก “เสด็จทรงทราบได้ยัง ไงเพคะ”

“บรรดาญาติมิตรฉัน เขาส่งข่าวกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว ตารองนะตารอง คิดสั้นจริงๆ”

“โธ่...คนเคยรักกันมาตั้งนาน คุณชายรองน่ะ รักคุณหญิงก้อยมากนะคะ”

“ตารองน่ะรักจริง แต่ยายก้อยน่ะรักชายรองจริงหรือ ถ้ารักจริงจะทำกับตารองอย่างนั้นได้ยังไง”

มาลากับวรรณาพยักพเยิดเห็นด้วย คุณสอางค์ได้แต่ส่งสายตาปราม ก่อนจะถามความเห็นของเสด็จฯ

“ถึงจะเป็นหลาน แต่ฉันก็ไม่ขอเอายายก้อยเป็นสะใภ้เด็ดขาด งานนี้ฉันขอเป็นแม่เลี้ยงใจร้ายสักหน่อยเถอะ”

“แล้วเรื่องแม่ศรีล่ะเพคะ”

“ให้เตรียมตัวเข้าวังได้แล้ว”

ooooooo

บรรยากาศที่บ้านราชดำริวุ่นวายกันใหญ่ เพราะคุณสร้อยมีคำสั่งเตรียมตัวศรีจิตราให้พร้อมเข้าวัง ต่างจากบรรยากาศที่ตำหนักเล็กของวังวุฒิเวสม์ หม่อมอำพันหนักใจมาก เมื่อเสด็จพระองค์หญิงมีรับสั่งถามถึงเรื่องระหว่างลูกชายคนรองกับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง ราชนิกุลสาวคนดังที่เพิ่งหย่า!

คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองถอนใจ ยาว “ผมกับหญิงก้อยรักกันมากนะครับหม่อมแม่”

“จ้า...รักมาก ก็เลยจะรับของเหลือเดนมารับประทาน”

“หม่อมแม่...หญิงก้อยเป็นคนดี แค่ผิดพลาดครั้งเดียว”

“จ้ะ...หญิงก้อยน่ะดี วิเศษ เลิศล้ำสารพัด แต่ไอ้ที่ผิดพลั้งไปครั้งเดียวน่ะ เสด็จไม่มีวันยอมหรอก”

คุณชายรองมีความหวังว่าเสด็จพระองค์หญิงจะเข้าใจ แต่หม่อมอำพันกลับไม่คิดเช่นนั้น

“แกทำฉัน...เอ๊ย...ทำเด็จป้าทรงผิดหวังมาทีหนึ่งแล้วชายรอง เธอจะมาทำซ้ำสองซ้ำสามอีกหรือ”

“หม่อมแม่ครับ อะไรจะสนองพระเดชพระคุณเด็จป้า อะไรที่ทำให้หม่อมแม่พอใจ ผมทำได้เสมอ”

หม่อมอำพันยิ้มออก คิดว่าลูกชายจะเชื่อฟัง แต่ก็ต้องยิ้มค้าง เมื่อได้ยินประโยคต่อมา

“แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับผม ขอเวลาผมคิดใคร่ครวญดูก่อนได้ไหมครับ แล้วผมจะกราบทูลเด็จป้าเอง”

หม่อมอำพันสะบัดหน้าผละไปแล้วด้วยอารมณ์หัวเสียสุดขีด คุณชายดิเรกราชวิทย์หรือคุณชายโต เห็นและได้ยินทุกอย่าง อดเข้ามาตบบ่าน้องชายคนรองด้วยความเห็นใจไม่ได้

“นายเคยให้ฉันตัดใจจากจรวย แล้วตอนนี้เป็นยังไงล่ะ ถึงคราวตัวเองบ้าง นายก็ตัดใจจากหญิงก้อยไม่ได้”

“อย่าเปรียบกันครับ เพราะผมเลือกหญิงก้อยคนเดียว ไม่ใช่เหมาหมดแบบพระยาเทครัวอย่างพี่”

พูดจบก็แยกตัวเข้าห้อง ทิ้งคุณชายโตให้มองตามด้วยความหมั่นไส้ คุณชายเล็กผ่านมาทันได้ยินประโยคสุดท้ายของพี่ชายคนรอง ก็อดขำไม่ได้ จนนมย้อยที่ตามมาดูแล ต้องส่งสายตาปราม ก่อนจะถอนใจยาว

“อิฉันน่ะสงสารคุณศรีจิตราจริงๆ ถ้าเธอรู้ว่าทางเราไม่อยากแต่งกับเธอทั้งพี่ทั้งน้อง เธอจะรู้สึกยังไง”

“อยากเห็นตัวจริงเสียแล้วสินม สวยไหม”

“ยังไม่เคยเห็นเลยค่ะ เห็นคุณสอางค์บอกว่าสวยมาก”

วันต่อมาที่บ้านราชดำริ...คุณสร้อยอารมณ์เสียแต่เช้า เมื่อตื่นมาเจอเหล่าคนงานก่อสร้างจากบ้านข้างๆ ส่งเสียงแซวด้วยความคึกคะนอง ทุกคนในบ้านก็พลอยประสาทเสียไปด้วย เพราะเจ้าของบ้านสาวใหญ่โวยวายไม่หยุด กลัวเหล่าคนงานกล้ามโตจะกลัดมัน บุกมาทำมิดีมิร้าย ถ้าพวกสาวๆไปป้วนเปี้ยนใกล้ๆ

สาลินแวะมาเยี่ยมพี่สาวกับแม่ในเช้าวันเดียวกัน เลยโดนลูกหลงไปด้วย แต่มีหรือสาวแสบบ้านสวนจะเชื่อ รอเวลาให้คุณสร้อยไปจ่ายตลาด แอบขอพี่สาวไปสอยมะม่วงที่บ้านข้างๆ

เวลาเดียวกันนั้น...คุณสอางค์ก็นั่งรถคุณชายรองเข้ามา ศรีจิตราเลยได้โอกาสแอบมองว่าที่คู่หมั้นหนุ่มเป็นครั้งแรก แล้วก็ถึงกับน้ำตาคลอเมื่อได้ยินเขาบ่นกับคนขับรถเต็มสองหู ว่าเขาไม่ได้อยากมาเจอเธอที่นี่ แต่ถูกคุณสอางค์กับเสด็จพระองค์หญิงหว่านล้อม เลยปฏิเสธไม่ได้

ระหว่างที่ทุกคนในบ้านราชดำริตามหาศรีจิตรากันให้วุ่น คุณชายรองก็เดินเล่นชมสวนไปเรื่อย จนออกนอกเขต ราชนิกุลหนุ่มก็หมุนตัวกลับ แต่ดันไปสะดุดตากับกองผ้าถุงเป็นวงๆใต้ต้นมะม่วง!

ooooooo

นอกจากผ้าถุงปริศนาใต้ต้นมะม่วง คุณชายรองก็ต้องแปลกใจกว่าเดิม เมื่อได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวคนหนึ่ง ให้ช่วยพยุงเธอลงจากต้น แต่คงเพราะไม่เคยชิน ราชนิกุลหนุ่มเลยเก้ๆกังๆ ถูกเศษใบไม้กองใหญ่หล่นใส่ แถมด้วยช่อมะม่วงที่หล่นตามมา แต่โชคดีที่เขาหลบทัน
สาลินเบิกตาโพลงเมื่อเห็นชายหนุ่มที่ช่วยเธอเต็มตา เช่นเดียวกับราชนิกุลหนุ่ม ถึงกับผงะ

“อย่า...อย่าบอกนะว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญที่ต้องมาเจอเธอที่นี่”

“เวรกรรมทำเข็ญ ฉันอยู่ของฉันดีๆ คุณตามรังควานฉันถึงที่นี่”

“เธออยู่ที่นี่เหรอ อย่าบอกนะว่าเธออยู่ที่บ้าน...”

คุณชายรองทำท่าเหมือนจะชี้ไปทางบ้านราชดำริ แต่หญิงสาวคู่ปรับก็ไม่ตอบ แถมย้อนถาม

“แล้วคุณล่ะมาทำอะไรที่นี่ บ้านคุณหญิงรัชฎา อ้อ...คงมาหาลูกสาวคุณหญิงสินะ นักเรียนนอกเหมือนกันนี่”

“วันนี้ฉันโชคร้ายจริงๆ คนหนึ่งถูกฉันบังคับให้มาเจอ ส่วนเธอ...ไม่ได้อยากเจอแต่ก็ต้องมาเจอจนได้”

สาลินรำคาญท่าทางหยิ่งๆของคุณชายคู่ปรับ เลยวางแผนแกล้งแขวะ จนเขาทนไม่ไหว เอ็ดลั่น

“ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นเธอนะ สารภาพมาซะดีๆว่าเธอว่าฉัน แล้วขอโทษฉันด้วย”

“ไม่...นอกจากจะไม่ขอโทษ ฉันจะลงโทษคุณอีกต่างหาก”

“ลงโทษฉัน ยังไงเหรอ จะเอาน้ำมารดฉันล่ะสิ เสียใจนะ...ในสวนอย่างนี้คงไม่มีน้ำไว้ราดกางเกงฉันหรอก”

“ไม่ต้องใช้น้ำก็ได้นี่ค่ะ ฉันราดด้วยไอ้นี่ก็ได้”

จบคำก็คว้ากระจาดโกยเศษใบไม้ใต้ต้นโยน

ใส่เขา คุณชายรองโมโหมาก ลืมตัวคว้ากิ่งไม้แห้งไล่ตีหญิงสาวคู่ปรับจนเหนื่อยหอบ แต่ก็ตามไม่ทัน แถมกลายเป็นที่ขำขันของเหล่าคนงาน สาลินสะใจมาก ยิ้มเยาะชอบใจ ก่อนจะผละไปดื้อๆ ทิ้งคุณชายคู่ปรับให้มองตามด้วยความแค้นใจ พร้อมกับอาฆาตไล่หลัง

“ยายเด็กบ้า อ้อ...คงเป็นพวกคนงานบ้านนี้ ถึงได้ไม่มีใครสั่งสอน!”

ooooooo

สุดท้ายคุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองก็กลับก่อน ไม่รอเจอศรีจิตราว่าที่คู่หมั้นสาว โดยไม่ยอมบอกเหตุผล คุณสร้อยกับคุณสอางค์เสียดายมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากร้องสั่งบ่าวไพร่ให้ช่วยกันตามหาศรีจิตรา ซึ่งจู่ๆก็หายตัวไปตอนคุณชายรองมาที่บ้าน

ศรีจิตราไม่ยอมออกไปหาสองป้าตามคำร้องเรียก ยังทำใจไม่ได้เรื่องความรู้สึกจริงๆของคุณชายรอง จนกระทั่งสาลินกลับมา เลยขอให้น้องสาวบอกกับทุกคนว่าแอบไปเก็บมะม่วงข้างบ้านด้วยกัน

สาลินเห็นท่าทางแปลกๆของพี่สาว ก็สงสัยแต่ไม่กล้าถาม จนเมื่อได้ยินเรื่องจากสองป้า เลยถึงบางอ้อ “หวังว่าจะให้เจอกัน ทำความรู้จักก่อนที่เราจะเข้าวัง ความหวังฉันพังหมด”

สาลินอดไม่ได้ เถียงแทนพี่สาว “ถ้าเขาอยากเจอจริง เขาก็ต้องอยู่รอสิคะคุณป้า แสดงว่าเขาไม่อยากเจอ”

สองป้าถึงกับอึ้ง เห็นด้วยแต่ก็ไม่วายมีความหวัง หากคุณชายรองได้เจอความน่ารักของศรีจิตราก็คงดีสายตาเต็มไปด้วยคำถามของน้องสาว ทำให้ศรีจิตรายอมสารภาพ ว่าเห็นคุณชายรองตัวจริงแล้ว แต่ ที่ไม่ไปพบ เพราะเห็นท่าทางเขาหยิ่งๆ ติดจะเย็นชา ดูเหมือนไม่ค่อยเป็นมิตร สาลินพอจะเข้าใจ เพราะเธอก็เพิ่งปะทะคารมกับคุณชายคู่ปรับมาเมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อน

“มาอีหรอบเดียวกันเลย แล้วทำไมพี่ไม่แสดงตัว แถมโกหกว่าไปเก็บมะม่วงกับสาอีก”

“พี่ไม่อยากเจอเขาตอนนี้น่ะสิ”

สาลินพยักหน้ารับรู้ “สาเข้าใจ พวกคุณชายขี้เก๊ก หยิ่งๆ น่าหมั่นไส้ คิดว่าตัวเองวิเศษคนเดียว คนอื่นต่ำต้อยหมด ถ้าพี่ไม่ชอบเขานะ ทูลเสด็จปฏิเสธการหมั้นหมายไปเลย”

“ยายสา...อย่าให้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นเลย”

“เมื่อกี้คุณป้าบอกชื่อกิตติ...กิตติอะไรคะ”

“กิตติราชนรินทร์ วุฒิวงศ์”

“ยี้...คนอะไร ชื่อยาวตั้งวา ยาวกว่านามสกุลอีก เอาไปตั้งชื่อคนได้อีกสามสี่คน!”

หลังจากวันนั้น เรื่องคุณชายชื่อยาวก็ไม่ได้เข้ามาในหัวสาลินอีก สาวแสบบ้านสวนสนุกกับงานบรรณารักษ์ และเพลิดเพลินกับบรรยากาศบ้านสวนเมืองนนท์

เหมือนเคย แต่ก็อดใจหายไม่ได้ เมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของทุกอย่างรอบตัว ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนบ้านตั้งแต่เด็ก ที่ยกฐานะมาเป็นพวกเศรษฐีใหม่

คุณนายพุดซ้อนกับชบา สองแม่ลูกเป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่ของคุณตาคุณยายของสาลิน แต่ทำมาค้าขึ้น เป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน จึงมีฐานะร่ำรวย เลยถือโอกาสเปลี่ยนชื่อแส่เป็นคุณนายพุทธชาติกับชบาทิพย์

สาลินไม่ได้ติดใจหรือนึกหมั่นไส้สองแม่ลูก เข้าใจมากกว่า ว่าความเปลี่ยนแปลงเป็นของธรรมดา เกิดขึ้นได้กับทุกที่และกับทุกคน และครั้งนี้สองแม่ลูกก็ไม่ได้ทำอะไรผิด แค่พัฒนาตัวเองและทำให้ชีวิตดีขึ้นเท่านั้น

ระหว่างที่สาลินกับศรีจิตราดำเนินชีวิตเหมือนปกติ...คุณชายรองก็สานต่อความสัมพันธ์กับคุณหญิงก้อย จนแน่นแฟ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม จนคนทั้งวังรู้กันทั่ว เสด็จพระองค์หญิงรับฟังทุกอย่างจากคุณสอางค์และคุณสร้อยด้วยความหนักใจ โดยเฉพาะเรื่องที่คุณชายรองชอบพาคุณหญิงก้อยมาพลอดรักที่ตำหนักเล็กแทบทุกเย็น

“ก็นี่แหละ ฉันถึงจะได้ให้ศรีจิตรามาอยู่ที่นี่ ตารองจะได้เลิกพาหญิงก้อยมาสักที”

แต่กระนั้นคุณสอางค์กับคุณสร้อยก็กลัวคุณชายรองจะทำเฉย เสด็จฯเลยปลอบให้ทำใจ

“เรื่องจะไปยื่นคำขาดแบบนั้น ฉันทำไม่ได้หรอก ตารองโตป่านนี้แล้ว ให้เขาตัดสินใจเอง”

สองป้าจำต้องรับสภาพ ยอมให้ทุกอย่างเป็นไปตามพรหมลิขิต แต่ก็ไม่มั่นใจนัก จนเสด็จฯต้องทรงย้ำ ว่าไม่มีวันรับคุณหญิงก้อยเป็นสะใภ้ตระกูลวุฒิวงศ์แน่นอน

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #4 on: 02 August 2026, 22:19:13 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep4/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 4

ระหว่างที่คุณสร้อยและคุณสอางค์เข้าเฝ้าเสด็จพระองค์หญิงที่ตำหนักใหญ่ บรรดาสาวๆต้นห้องต่างพากันรุมล้อมวงนั่งฟังคุณชายเล็ก ราชนิกุลหนุ่มหล่อเจ้าสำราญ เล่าถึงเมืองนอกเมืองนาที่ศาลากลางสวน กว่าสองป้าจะรู้และมาตามกลับตำหนัก คุณชายเล็กก็แทบจะไม่เหลือเรื่องเล่า

หลังทักทายพอหอมปากหอมคอ คุณชายเล็กก็อาสาไปเชิญเสด็จพระองค์หญิงมารับของว่างด้วยกันที่ศาลากลางสวน ทิ้งสองป้าให้มองตามด้วยความชอบใจในอัธยาศัยแจ่มใสและไม่ถือเนื้อถือตัว จนนึกอยากจับคู่ให้

“นี่แม่สร้อย...คุณชายเล็กน่ะยังตัวเปล่าเล่าเปลือย อย่าลืมสิ เรายังมีหลานสาวอีกคน”

คุณสร้อยคิดนิดเดียว ก่อนจะส่ายหน้า “แม่สาลินน่ะหรือ ว้าย...ไม่ไหวล่ะค่ะคุณพี่ แม่นั่นน่ะ ยิ่งกว่าทหารพระราม กิริยามารยาทยังกับแก้วหน้าม้า ให้อยู่ก้นสวนเมืองนนท์น่ะดีแล้ว”

“แหม...คุณชายเล็กก็ซุกซนหยอกอยู่เมื่อไหร่ อาจจะติดเนื้อต้องใจก็ได้”

“หนูกลัวจะขายหน้าวันละห้าเบี้ย”

“ก็เอาแม่สาลินมาฝึกซะในวัง”

“หนูก็ยังกลัวว่าจะเป็นทหารพระลักษณ์”

สองป้าเถียงกันไม่รู้จบ ตามประสาคนชอบจับคู่ ไม่รู้เลยว่าคุณชายเล็กแอบได้ยินทุกอย่างจากซุ้มต้นไม้ไม่ไกลกันนั้น แต่กลับไม่โกรธจอมวางแผนการเลย นึกสนุกตามไปด้วยซ้ำ

คืนเดียวกันนั้น...คุณชายเล็กก็ได้โอกาสเหมาะ ตะล่อมถามเรื่องสาลินจากคุณสร้อย ระหว่างทางไปส่งอีก ฝ่ายถึงบ้านราชดำริ เพราะรถเธอเสีย จนได้รู้ว่าบ้านสวนของสาลินอยู่เยื้องตลาดใหญ่ ใกล้กับปั๊มน้ำมัน

กว่าจะถึงบ้านราชดำริ คุณชายเล็กก็หลอกถามเรื่องสาลินได้อีกกระบุงโกย โดยที่คุณสร้อยไม่ระแคะระคาย ราชนิกุลหนุ่มหมายมั่นปั้นมือจะไปดูหน้าตาสาลินถึงบ้านสวนให้ได้ แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น เขาก็ต้องตะลึงเสียก่อน เมื่อเห็นหน้าหญิงสาวหนึ่งในสองคนที่มาเปิดประตูให้คุณสร้อย

ศรีจิตราเห็นหน้าคนขับรถคันโก้มาส่งคุณสร้อย ก็ตกในภวังค์ไม่ต่างกัน แต่เสียงร้องเรียกจากเด็กในบ้าน ก็ทำให้ได้สติ และคิดเอาเองว่าเขาคงเป็นคนขับรถจากวังวุฒิเวสม์

ooooooo

คุณชายรองเมินเฉยต่อคำสั่งของเสด็จพระองค์หญิงเรื่องคู่หมั้นคู่หมาย ควงคุณหญิงก้อย ราชนิกุลสาวคนดังแห่งพระนครไปไหนต่อไหนแทบทุกวัน เช่นเดียวกับวันนี้ ที่เขาพาเธอไปเล่นเทนนิสที่สโมสร

แม้คุณชายรองจะเอาอกเอาใจแค่ไหน คุณหญิงก้อยก็อดเบื่อไม่ได้ เพราะท่าทางนิ่งเฉยและติดจะถือตัวของราชนิกุลหนุ่ม และวันนี้เขาก็ทำให้เธอเซ็งสุดขีด เมื่อเห็นกลุ่มวิรงรอง เธอเลยรีบปลีกตัวไปทัก ทิ้งคุณชายรองให้มองตามด้วยความไม่ชอบใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งรอ

วิรงรองมองราชนิกุลสาวคนดังที่เธอแอบตามมาด้วยแววตาสาสมใจ เมื่ออีกฝ่ายเดินมาใกล้ ก็รีบปรับสีหน้าเป็นไม่รู้ไม่ชี้ และอ้างว่าทุกอย่างเป็นความบังเอิญ คุณหญิงก้อยไม่เชื่อ รู้ทันแต่ก็ไม่ถือสา เพราะอยากมีเพื่อนสังสรรค์ และกลุ่มของวิรงรอง ซึ่งมาพร้อมกับจิตติณและจิตริณีก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อย

จิตติณสบตากับวิรงรอง ก่อนจะหันไปทางคุณหญิงก้อย และเอ่ยถึงเรื่องที่ทำให้พวกเขาถ่อมาถึงนี่

“นายอัศนีย์น่ะครับ จะกลับกรุงเทพฯเร็วๆนี้”

“แล้วทำไมฉันต้องรับรู้คะ”

“เจ้าอัศอยากพบคุณหญิงนี่ครับ คงมีเรื่องเกี่ยวกับเอกสารบางอย่างที่คุณหญิงต้องเคลียร์ละมัง”

“ได้ค่ะ...บอกอาร์นี่นะคะว่าฉันพร้อมจะเจรจากับเขาทุกเรื่อง”

“แหม...มันได้ยินคงดีใจ”

“ค่ะ...แต่การเจรจาทั้งหมดผ่านทนายค่ะ”

พูดจบก็แยกตัวออกไป ทิ้งพวกวิรงรองให้มองหน้ากันอึ้งๆ ไม่คิดเลยว่าราชนิกุลสาวจะหัวหมอขนาดนี้

คุณหญิงก้อยไม่ได้สังสรรค์กับพวกวิรงรองอีกในคืนนั้น คุณชายรองสบายใจขึ้นมาก แต่ก็อารมณ์ดีได้ไม่นาน ก็ถึงกับหน้าถอดสี เมื่อดันได้ยินจิตติณกับจิตริณีซุบซิบกันแถวหน้าห้องน้ำ

“ที่ยายคุณหญิงแต่งกับอัศนีย์ เพื่อเงินหรือเปล่า” จิตริณีเปิดฉาก

“คงใช่...ได้ข่าวว่าฐานะที่วังยอบแยบเต็มทน ได้เงินจากเสด็จพระองค์หญิงช่วยจุนเจือ อีกอย่างที่ไอ้อัศมันเล่า พอยายคุณหญิงได้แหวนเพชรเข้าเท่านั้น...ใจอ่อน ตกลงไปอเมริกากับไอ้อัศทันที”

“งั้นคงไม่ใช่ความรักหรอกนะที่แต่ง ไม่งั้นคงไม่หย่าเร็วแบบนี้”

“ไอ้อัศมันบอก แรกๆก็รักกันดี แต่พอมาเจอพ่อกับแม่ไอ้อัศ ยายคุณหญิงก็เย็นชากับมัน แล้วขอหย่าเลย”

“เธอคงรับตระกูลพ่อค้าไม่ได้ละมัง เลยกลับไปหาคุณชายอีกครั้ง”

“เออ...ไอ้คุณชายนี่ก็โง่บรม ดันรับของเหลือเดนจากไอ้อัศหน้าชื่นตาบาน”

“แสดงว่าคุณชายเขารักจริงต่างหาก”

“รักจริงกับโง่บรม...ฉันว่าไม่ต่างกันนะ”

ooooooo

คำพูดซุบซิบของจิตติณกับจิตริณีทำให้คุณชายรองสับสน ไม่แน่ใจเป็นครั้งแรกว่าคุณหญิงก้อยรักและอยากกลับมาหาเขาจริงหรือไม่ และในระหว่างที่ครุ่นคิดอย่างหนักนั่นเอง คุณชายเล็กซึ่งกำลังเก็บข้อมูลเรื่องสาลินกับศรีจิตรา ก็แวะมาเพื่อหยั่งเชิงพี่ชาย แต่ราชนิกุลหนุ่มนักการทูตก็เย็นชา จำไม่ได้แม้แต่ชื่อ
ว่าที่คู่หมั้นตัวเอง

“เด็จป้าเคยตรัสชื่อมาหนเดียวเองเลยจำไม่ได้”

“ชื่อศรีอะไรสักอย่างหรือเปล่าฮะ”

“ไม่รู้...อีกอย่างเขาไม่ใช่คู่หมั้นฉัน ยังไม่มีเรื่องหมั้นหมายอะไรสักอย่าง”

“ไม่หมั้นก็ยิ่งกว่าหมั้นครับ ผมได้ข่าวว่าเด็จป้าจะให้ว่าที่พี่สะใภ้ผมเข้าวังอาทิตย์หน้านี้แล้ว พี่รองจะได้รู้จักไว้”

คุณชายรองชักสีหน้า สวนกลับเสียงเรียบ “ฉันไม่เห็นอยากรู้จักเลย”

“อ้าว...ใจคอพี่รองจะไปแนะนำตัวในคืนเข้าหอหรือครับ”

“บ้าน่ะสิ เรื่องมันยังไม่มีอะไรแน่นอน ฉันก็เลยไม่อยากเอาตัวไปพันหลัก”

“พี่รองคงไม่อยากทรยศหญิงก้อย”

“อย่าใช้คำว่าทรยศเลย ฉันแค่...ยังไม่อยากรู้จักเขา”

“ถ้าพี่รองเปิดใจทำความรู้จักเขาเสียก่อน เขาอาจจะสวย ฉลาดและแสนดีจนพี่รองชอบเขาได้สนิทใจก็ได้”

คุณชายรองส่ายหน้า ย้อนเสียงเรียบ “ถ้าลองเป็นนายถูกจับคลุมถุงชนบ้าง นายคงไม่หน้าระรื่นอย่างนี้หรอก”

“ไม่แน่นะฮะ ผมอาจจะถูกหมายหัวเป็นรายต่อไปก็ได้”

“ถ้าเป็นจริง นายจะทำยังไง”

“ผมก็จะรีบไปดูว่าที่เจ้าสาวของผมซะแต่เนิ่นๆ ไงครับ”

คุณชายเล็กทำตามที่พูดจริงๆในวันต่อมา เมื่อเขาในสภาพช่างฟิต ไปตรวจงานปั๊มเมืองนนท์ พุดซ้อนหรือชื่อใหม่ว่าพุทธชาติ เศรษฐินีเจ้าของปั๊มเห็นสภาพเขาหน้าดำเพราะน้ำมันเครื่อง ก็นึกดูถูก แต่ยังเวทนาไล่ไปล้างหน้าในห้องน้ำ ต่างจากชบาหรือชบาทิพย์มองตามช่างฟิตตาเยิ้ม เพราะชอบใจหน้าตาและรูปร่างของเขา

พุดซ้อนเห็นลูกสาวคอยื่นคอยาวตามช่างฟิตหน้าดำ ก็อดปรามไม่ได้

“ถึงจะพูดจาดี มีสัมมาคารวะ รู้จักที่ต่ำที่สูง แต่ยังไงก็พวกกรรมกร นี่ลูกชบาทิพย์ คุณแม่เปิดปั๊มน้ำมันก็เพื่อให้เธอดูแล มีสมบัติติดตัว เดี๋ยวนี้เราไม่ใช่ชาวสวนบ้านนอกแล้ว แต่เราเป็นคฤหัสต์ปัตตานี”

“คหปัตนีใช่ไหมคะ”

“นั่นแหละๆ ฉะนั้น...เธอก็ควรจะหมายสูงมองลูกเจ้า ลูกนาย ลูกเศรษฐี ไม่ใช่มองพวกช่างเครื่อง ช่างฟิต!”

และที่ปั๊มน้ำมันพุดซ้อนนี่เอง คุณชายเล็กหรือพล ชื่อที่เขาอนุญาตให้เพื่อนร่วมงานเรียก ก็ได้เจอสาลิน สาวแสบบ้านสวน หลานสาวคนเล็กของคุณสร้อยว่าที่คู่หมายของเขาเป็นครั้งแรก และมีโอกาสซ่อมรถให้เธอด้วย

สาลินไม่ได้สนใจช่างฟิตหนุ่มหน้าตาท่าทางดีเท่าไหร่นัก ทักทายสองแม่ลูกเจ้าของปั๊มสองสามคำ แล้วเดินกลับบ้านสวน โดยทิ้งผลคนงานเก่าแก่ของบ้าน ให้รอเอารถกลับหลังซ่อมเสร็จ คุณชายเล็กในคราบช่างฟิต ได้แต่มองตามสาวสวยบ้านสวนจนลับตา ก่อนจะหันมาสนใจเครื่องยนต์รถ พร้อมกับเงี่ยหูเก็บข้อมูลของสาลินจากพุดซ้อนไปด้วย

“ร่ำรวยไม่รู้เท่าไหร่ ที่ทางไม่รู้กี่ขนัด เชื้อสายขุนนางรางน้ำ จะออกรถใหม่กี่คันก็ได้ นี่ออกรถมือสองซะงั้น”

“อ้าวอีซ้อน...คนรวยจริงเขารู้จักใช้เงิน แต่อีคนรวยปลอมน่ะ วันๆมีแต่อวดรวย ซื้อนั่นซื้อนี่ ลงท้ายก็หมดตูด”

พุดซ้อนถึงกับสะอึกกับคำตอกกลับของผล คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตชื่อพลอดไม่ได้ หลุดขำตาม แต่ก็ต้องรีบทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นและไม่ได้ยิน เมื่อเห็นสายตาพิฆาตของพุดซ้อนคุณนายเจ้าของปั๊ม

ooooooo

สาลินลืมเรื่องช่างฟิตหนุ่มไปหมดแล้ว กลับถึงบ้านสวนก็เปลี่ยนเสื้อผ้า คว้าหนังสือเล่มโปรดเตรียมไปนั่งอ่านในสวน แต่ดันเห็นคุณยายกับพิณเมียของผลช่วยกันทำอาหาร เลยแวะไปคุยด้วย

“นี่คุณยายทำอาหารชาววังแข่งกับบ้านราชดำริหรือคะ”

“ชาววงชาววังอะไร อาหารไทยน่ะ ไม่มีชาวบ้าน ชาววังหรอกลูก คนไทยเราก็กินเหมือนกันทั้งนั้น เพียงแต่ทำให้ครบเรื่องกว่า ประณีตกว่าเท่านั้นเอง”

สาลินพยักหน้าหงึกๆ คว้าของทำอาหารมากินไม่หยุดปาก ก่อนจะปั้นหน้าทำท่าและเสียงเลียนแบบคุณสร้อย

“แกงเป็ดย่างใส่พุทราแดง หล่อนคงไม่เคยเห็นล่ะสิ หลานอาซิ้มบ้านสวน วันๆคงดูดแต่หนำเลี้ยบ”

คุณยายขำมาก ชอบใจท่าทางเลียนแบบของหลานสาว แต่ก็ไม่วายเอ็ดเบาๆ

“ล้อป้า ล้อเชื้อ ไม่เอาลูก รู้ไว้เถอะ หนูโชคดีกว่าใคร ของชาววัง ของพื้นบ้าน อาหารจีนก็รู้จักทั้งนั้น”

“ถ้าไม่รู้คงโดนพวกผู้ดีค่อนตายสิ ว่าเราเป็นพวกหลังเขาไกลปืนเที่ยง”

คุณตาเสริมเสียงขุ่น คุณยายต้องส่งสายตาปรามเบาๆ สาลินเห็นว่าคุยพอหอมปากหอมคอแล้ว เลยจะลุกไปอ่านหนังสือในศาลากลางสวนตามที่ตั้งใจแต่แรก คุณตาเลยร้องเรียกให้แกะตามไปเป็นเพื่อน

“คุณสาจะไปอ่านหนังสือ ให้เจ้าแกะไปซนให้หนวกหูทำไมคะ” พิณข้องใจ

“บ้านสวนตอนนี้มันไม่เหมือนก่อน ผู้คนคึ่กๆ ดีหรือร้ายยังไม่รู้ กันไว้ดีกว่าแก้”

สิ่งที่คุณตาคาดไว้ไม่เกินจริงเลย เพราะไม่กี่อึดใจต่อมา สาลินก็ได้เจอหน้าผู้บุกรุก!

คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตหนุ่มที่ปั๊มของพุดซ้อนนั่นเอง ที่แอบล้วงข้อมูลจากผล ลัดเลาะตามมาถึงสวนจนได้ และเมื่อเห็นสาวสวยเป้าหมาย ก็จะกระโดดข้ามท้อง ร่องไปหา แต่ไม่ทันขยับ ก็มีกระสุนดินปั้นยิงเฉียดหัว

“นั่นเป็นการเตือน เพราะที่ที่คุณยืนเป็นสวนของน้าพุดซ้อน แต่ถ้ากระโดดมาอีกก็เป็นสวนของฉัน”

สาลินเตือนขำๆ คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตเลยต้องส่งสายตาขอร้องไปทางเจ้าของหนังสติ๊กและกระสุนดินปั้น แกะมองไปทางลูกพี่สาว สาลินพยักหน้าให้ลดมือ คุณชายเล็กเลยหายใจได้ทั่วท้องบ้าง

“คุณคือช่างฟิตหน้าดำเมื่อกี้นี้หรือ”

“เห็นไหมว่าเรารู้จักกันแล้ว ทีนี้คุณจะอนุญาตให้ผมเข้าสวนได้หรือยัง”

คงเพราะสายตาอ้อนๆของเขา ทำให้สาลินใจอ่อนอนุญาต แกะขยับมาข้างลูกพี่สาวทันที คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตเลยควักรถของเล่นคันจิ๋วให้เป็นของผูกมิตร แกะอ้าปากค้าง อยากได้มาก และสาลินก็รู้ดี เลยพยักหน้าให้รับมา

เสียงพิณร้องเรียกให้ลูกชายมายกของว่างให้ลูกพี่สาว แกะเลยรีบวิ่งไป ช่างฟิตหนุ่มได้ยินเสียงก็หัวเราะ นึกรู้ว่าต้องเป็นเสียงของพิณแน่ สาลินขมวดคิ้ว ถามอย่างเอาเรื่องว่าเขาติดสินบนผลไปเท่าไหร่

“เปล่านะครับ ผมซ่อมรถแล้วแกก็ชวนคุย แกเล่าว่ามีลูกจอมซนชื่อเจ้าแกะ มีเมียเสียงแปดหลอดชื่อยายพิณ”

สาลินกลั้นหัวเราะแทบแย่ ช่างฟิตหนุ่มลอบมองด้วยความชอบใจ ก่อนจะเชิญตัวเองนั่งและชวนเธอคุย

“คุณอยู่ที่นี่มานานแล้วหรือครับ”

“ฉันอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เกิด”

“ท่าทางคุณ ไม่เห็นเหมือนสาวชาวสวนเลย”

“นี่คุณ...ตอนนี้เมืองนนท์จะเป็นกรุงเทพฯอยู่แล้ว ผู้หญิงชาวสวน เดี๋ยวนี้นุ่งกางเกงยืด ใส่ส้นสูง ผมยีโป่งทุกคน”

คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตนิ่งคิด ภาพพุดซ้อนและชบาลอยแวบในหัว พยักหน้าเห็นจริงกับสาลิน

“ผมเห็นแล้วฮะ ทั้งแม่ทั้งลูกสาวเจ้าของปั๊ม แต่ยังไงเขาก็ยังดูเหมือนสาวชาวสวน...ไม่เหมือนคุณ”

“คุณกำลังนินทาคหปัตนีประจำจังหวัดอยู่นะ สวนเขาน่ะ ตลอดคุ้งน้ำเลย”

“แล้วรู้ได้ยังไงฮะ ว่าเขตของใครแค่ไหน”

“เขาตอกหมุดไว้ตรงมุมสี่มุม แล้วถือร่องสวนเป็นเกณฑ์ไง”

“แล้วเวลาเก็บผลไม้ล่ะ ไม่มีใครเผลอไปเก็บในเขตคนอื่นบ้างหรือฮะ”

“คนที่นี่เขามีหิริโอตตัปปะ มีศีลธรรม ไม่เหมือนคนในกรุงเทพฯหรอก”

แกะยกถาดของว่างเข้ามาพอดี สาลินเลยแบ่งให้ คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตรีบตอบรับด้วยความยินดี

“คนแถวนี้เขาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีมิตรจิตมิตรใจ ไม่เหมือน...”

คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตต่อให้อย่างรู้ทันว่าคนกรุงเทพฯ สาลินพยักหน้า พูดต่อ

“แต่อีกหน่อยที่นี่ก็คงเปลี่ยนไปหมด เพราะความเจริญที่เข้ามานี่แหละ”

“ถ้าจริงเราก็ต้องทำใจว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นของเราอย่างแท้จริงเลย แม้แต่ชีวิตของเราเอง”

“บางที...พี่สาวฉันก็อาจถือคตินี้เหมือนกัน”

คุณชายเล็กหูผึ่ง อยากรู้เรื่องพี่สาวของเธอขึ้นมาทันที แต่เธอก็ตัดบทขอตัวกลับบ้านก่อน ราชนิกุลหนุ่มช่างฟิตได้แต่มองตามสาวสวยบ้านสวนด้วยความเอ็นดู และหมายมั่นปั้นมือจะกลับมาที่นี่อีกแน่

สาวสวยบ้านสวนกับช่างฟิตหนุ่มแยกย้ายกันไปแล้ว ไม่รู้เลยว่าพุดซ้อนกับชบาแอบเห็นจากมุมไกลๆ แม้จะไม่ได้ยินเสียงชัดๆ แต่พุดซ้อนก็คิดไปไกล ว่าสาลินเป็นสาวไวไฟ นัดเจอช่างฟิตหนุ่มที่เจอกันแค่แวบเดียว!

ooooooo

ระหว่างที่คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตแก้ตัวกับพุดซ้อนและชบาเรื่องบุกหาสาวถึงบ้านสวน สาลินก็นึกสนุก แกล้งฟ้องคุณตาคุณยายว่าผลเป็นตัวการชักศึกเข้าบ้าน พาผู้ชายแปลกหน้ามาหาเธอในสวน

คุณตาถึงกับตาเขียว ขยับไม้ตะพดในมือ พร้อมกับที่พิณทำท่าจะคว้าตะบันหมากปาหัวผัว

ผลหน้าเสีย ละล่ำละลักแก้ตัว “โธ่...เขามาช่วยซ่อมรถให้ฟรีๆ คุยก็สนุก เขาถามว่าสวนแถวนี้เดินเล่นได้ไหม นังชบามันก็บอกว่าได้ ผมก็บอกว่าสวนท่านก็อยู่ถัดไป”

คุณตาคุณยายถึงบางอ้อ แกะขยับมาฟังใกล้ๆ สาลินเลยถือโอกาสป่วนอีกรอบ

“ไม่ใช่แค่นั้นนะคะ เขายังเอารถของเล่นมาติดสินบนเจ้าแกะ แถมยังรู้ว่ายายพิณเสียงแปดหลอด”

สายตาเอาเรื่องของพิณทำให้ผลหน้าเจื่อน ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงเอ็ดคุณตาคุณยาย ที่เขาพูดมากจนเป็นเรื่อง สาลินนึกสงสาร พยายามช่วยไกล่เกลี่ย คุณตาคุณยายเลยลดท่าทีลง แต่ไม่วายกำชับหลานสาวคนเล็กให้ระวังตัว และหากช่างฟิตหนุ่มแวะมาอีกครั้งก็ให้พามาพบท่านทั้งสองที่บ้าน...

คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตชื่อพล เดินผิวปากเข้าตำหนักเล็กอย่างอารมณ์ดี จนคุณชายรองซึ่งแต่งตัวพร้อมไปเที่ยวกับคุณหญิงก้อย อดทักไม่ได้ แต่ไม่ทันได้คำตอบ หม่อมอำพันซึ่งหงุดหงิดเพราะเสียไพ่ก็โผล่มา

สองหนุ่มพี่น้องไม่อยากฟังแม่บ่น เลยขอตัวไปข้างนอกดื้อๆ เช่นเดียวกับคุณชายโตกับจรวยซึ่งผ่านมาหลังจากนั้น รีบผละไปดูลูกชายในห้องนอน โดยทิ้งนมย้อยกับสาวใช้ในตำหนักให้รับหน้าหม่อมอำพันด้วยความเหนื่อยใจ

คืนเดียวกันที่บ้านสวนเมืองนนท์...สาลินนั่งคว้านเงาะไปกินไปอย่างมีความสุข แต่เมื่อคุณยายถามถึงว่าที่คู่หมั้นของศรีจิตรา ก็อารมณ์เสีย กระแทกกระทั้นคว้านเงาะจนช้ำแทบทุกลูก

“ชื่อคุณชายกิตติราชนรินทร์ วุฒิวงศ์ค่ะ คนอะไรชื่อยาวตั้งโยชน์ ยาวกว่านามสกุลอีก...แหยะ!”

น้ำเสียงบ่งบอกว่าไม่ชอบของหลานสาว ทำให้คุณยายอดส่ายหน้าอ่อนใจไม่ได้

“แล้วกันแม่คุณ มันเรื่องอะไรไม่ชอบ ยังไม่ทันเห็นหน้าค่าตาเขาสักหน่อย”

“ถึงไม่เห็นก็ไม่ชอบค่ะ มีอย่างหรือคะ ตัววิเศษแค่ไหน ต้องให้พี่ศรีไปปรนนิบัติ ผู้หญิงสมัยนี้ไม่ใช่อีเย็นนะคะ”

จบคำก็คว้านเงาะเข้าปาก แต่คงออกแรงมากไป เลยช้ำอีกลูก คุณยายเลยอดดุไม่ได้ “เออ...ทำงานไปก็กระแทกกระทั้นไป มันจะดีได้ยังไง เฮ้อ...เรื่องพี่ศรีน่ะ ดูๆกันไปเถอะ เราน่ะมันพวกเสมอนอก ไม่ได้ร้องได้รำกับเขา”

สาลินตอบรับแบบขอไปที แต่ในใจหมายมั่นจะช่วยพี่สาวเต็มที่ หากคุณชายวังโน่นทำให้พี่สาวเตรียมตัวเก้ออีก

ooooooo

คุณหญิงก้อยกวาดตาทั่วไนท์คลับหรู ไม่เจอคนในแวดวงสังคมที่คุ้นหน้า ก็เบ้หน้าด้วยความเบื่อหน่าย ส่วนคุณชายรองซึ่งนั่งอึดอัดอยู่ไม่ไกลกันนั้น กลับไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบข้าง แต่นึกสงสัยคนรักมากกว่า

“แหวนหายไปไหนครับหญิง”

คุณหญิงก้อยสะดุ้ง ก้มมองนิ้วว่างเปล่าของตน “หัวแหวนพลอยมันคลอนอีกแล้วค่ะ ให้ช่างซ่อมอยู่”

“ผมน่าจะซื้อแหวนเพชรน้ำงามให้คุณนะ...หมายถึงวันหมั้นผมจะสวมแหวนเพชรน้ำงามที่สุดให้คุณ”

เพราะคำพูดของจิตติณกับจิตริณีเมื่อหลายวันก่อนแท้ๆ ทำให้ราชนิกุลหนุ่มลองหยั่งเชิงแบบนั้น โชคดีที่คุณหญิงก้อยไม่ทันสะกิดใจ ราชนิกุลหนุ่มเลยไม่ต้องลำบากใจตอบคำถาม

แต่โล่งใจไม่นาน คุณชายรองก็ต้องหงุดหงิด เมื่อคุณหญิงก้อยเจ้ากี้เจ้าการเรื่องการแต่งตัวของเขาตอนจะไปเต้นรำ ราชนิกุลหนุ่มจะไม่ตามใจ แต่เมื่อเธอขู่จะไปหาคู่เต้นอื่น ก็หมดทางเลือก

เช้าวันต่อมา...คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตชื่อพลไปตรวจงานที่ปั๊มน้ำมันของพุดซ้อนอีกครั้ง และเมื่อเสร็จงาน เขาก็ไล่เพื่อนร่วมงานกลับ ส่วนตัวเองถอดเสื้อชุดช่าง เผยให้เห็นชุดหล่อสะอาด เดินดุ่มๆไปหาสาลินที่บ้านสวน สองแม่ลูกเจ้าของปั๊มเห็นเข้าก็ไม่รอช้า ปิดปั๊มแล้วรีบตามติด ตามประสาพวกช่างสอดรู้สอดเห็น

สาลินเงยหน้ามองผู้บุกรุกหนุ่มหน้าเดิมด้วยท่าทางนิ่งสงบ ก่อนจะทักเสียงเรียบ

“คุณเข้ามานี่ ขออนุญาตใครหรือยัง”

“อ้าว...ก็คุณบอกว่าแถวนี้มีแต่คนใจดี ผมก็มาผูกมิตรไง”

“คุณจะมาผูกมิตรทำไม คนแถวนี้มีแต่ชาวบ้านชาวสวน ไม่มีผู้ลากมากดี ขุนนางรางน้ำที่ไหน”

“นี่คุณแอนตี้พวกผู้ดีหรือ ทำไมล่ะ”

“เพราะฉันเป็นลูกหลานเจ๊กชาวสวนมั้ง”

จบคำก็ลุกพรวด บอกให้เขาตามไปผูกมิตรกับคุณตาคุณยายที่บ้าน ช่างฟิตหนุ่มหน้าเจื่อน กลัวถูกไม้ตะพดตีหัว สาลินเลยถือโอกาสขู่ “คงไม่หรอก เพราะคุณตาไม่ชอบใช้ไม้ตะพด...คุณตาถนัดแต่ปืนลูกซอง”

สาลินเดินนำช่างฟิตหนุ่มเข้าบ้านไปแล้ว สองแม่ลูกเจ้าของปั๊มได้แต่มองตามอึ้งๆ ชบานั้นนึกเสียดายหุ่นล่ำๆ ต่างจากพุดซ้อน มั่นใจกว่าเดิมว่าสาวสวยบ้านสวนแอบเล่นงูกินหางกับช่างฟิตหนุ่มแน่ๆ

คุณชายเล็กในคราบช่างฟิตถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อเจอสายตาทมึงถึงของคุณตาคุณยาย รวมทั้งผลกับพิณ แต่เพียงไม่นาน ราชนิกุลหนุ่มก็เอาตัวรอดจนได้ ชวนคุยจนบรรยากาศคลี่คลาย กลายเป็นถูกคอ

สาลินซึ่งนั่งมองเหตุการณ์ทุกอย่าง อดทึ่งไม่ได้ แล้วก็ถึงกับยิ้มกว้าง เมื่อได้รู้ชื่อของเขาเป็นครั้งแรก

“ผมชื่อพลครับ พล พ.พาน ล.ลิง”

“ดีจัง ชื่อสั้นดี”

พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตนิ่วหน้าด้วยความสงสัย สาลินเลยอธิบายขำๆ

“ก็ฉันเพิ่งไปรู้จักคนชื่อยาวเกินมนุษย์มาน่ะสิ ชื่อคนเดียวเอาตั้งชื่อชาวบ้านได้ห้าหกชื่อ”

“ชื่ออะไรหรือครับ”

“ชื่อกิตติราชนรินทร์”

ช่างฟิตหนุ่มแทบจะสำลักน้ำชาที่ดื่ม ก่อนจะหัวเราะชอบใจ

“ชื่อยาวจริงๆด้วย แต่ชื่อพวกนี้เป็นชื่อที่เจ้านายประทานมา ไม่มีใครอยากใช้ชื่อยาวๆให้เพื่อนล้อหรอก”

“คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นชื่อเจ้า”

“ผมก็รู้แล้วกันน่า”

ooooooo

ในที่สุดก็ถึงวันที่ศรีจิตราเข้าวัง เสด็จพระองค์หญิงมองท่าทางกิริยามารยาทเรียบร้อยของว่าที่คู่หมั้นหลานชายด้วยความพอพระทัย จนถึงกับตรัสชมคุณสร้อยที่อบรมเลี้ยงดูหลานมาอย่างดี

คุณสร้อยยิ้มรับแก้มแทบปริ “อุ๊ย...เหนื่อยสายตัวแทบขาดเพคะ กว่าจะได้ขนาดนี้”

เสด็จฯส่ายหน้าขำๆ ก่อนจะเบือนพระพักตร์ไปทางอุ่นเรือน

“สวยเหมือนแม่นี่เอง ไหน...อุ่นเรือนเข้ามาใกล้ๆซิ”

อุ่นเรือนตื้นตันมาก ขยับมาใกล้ลูกสาวแล้วหมอบกราบ

“ผิวพรรณวรรณะจมูกปากมาจากแม่ แต่คิ้วกับตาเหมือนตาสาวิตร”

“เพคะ แม่ศรีเหมือนพ่อ...เหมือนคุณสาวิตรมากเพคะ”

“อุ่นเรือน...ฉันขอลูกสาวมาอยู่ด้วยกันที่นี่ อย่าห่วงเลยนะ ฉันจะดูแลให้ดีที่สุด”

“เป็นพระกรุณาเพคะ แต่วิสัยแม่ ถึงยังไงก็ห่วงเพคะ”

คุณสร้อยตาเขียวปัด แทบจะกราดมาหยิกน้องสะใภ้ แต่เสด็จฯกลับไม่ถือสา และประทานอนุญาตให้สองแม่ลูกเจอกันบ่อยตามที่ต้องการ หลังจากนั้นก็ทรงหันไปสร้างความคุ้นเคยกับศรีจิตรา ชี้ชวนให้เห็นถึงข้อดีของการย้ายมาอยู่วังวุฒิเวสม์ คือจะได้ฝึกหัดทำงานจากข้าหลวงเก่าแก่ฝีมืองดงามไม่แพ้วังไหนๆ

มาลากับวรรณาพยักพเยิดรับสมอ้างเต็มที่ เลยถูกเสด็จฯเอ็ด

“ข้าหมายถึงข้าหลวงผู้ใหญ่ ไม่ใช่หล่อนสองคน ดูรึให้ร้อยกระแต ไพล่ไปเหมือนชะนี”

คุณสร้อยกับคุณสอางค์พลอยขำ เช่นเดียวกับ ศรีจิตรา เสด็จฯหันมาเห็นก็อดชมไม่ได้

“น่าเอ็นดูจริง จะยิ้มจะแย้มอะไรก็ไม่งามเกินเหมือนสาวๆสมัยนี้”

“จริงเพคะ สาวๆสมัยนี้เหมือนม้าดีดกะโหลก หัวเราะทีเห็นไปถึงลิ้นไก่” คุณสอางค์เสริม

“เพคะ ยิ่งแม่หลานสาวหม่อมฉันอีกคน พูดแล้วอ่อนใจเพคะ”

ถ้อยคำของคุณสร้อย ทำให้เสด็จฯสนพระทัยว่าใครคือหลานสาวอีกคน อุ่นเรือนเป็นคนกราบทูล

“ยายสา...เอ่อ...สาลินอยู่ที่บ้านเดิมหม่อมฉันที่สวนนนท์เพคะ ได้อาศัยแกดูแลตากับยายแทนหม่อมฉัน”

คุณสร้อยอดค่อนแคะไม่ได้ “เพคะ เลยแก่นแก้วแววชะนีอยู่ในสวน”

คุณสอางค์ส่งสายตาปรามน้องสาว “หม่อมฉันน่ะอยากให้เข้ามาอบรมในวังเพคะ แต่แม่สร้อยขัดไว้”

“อย่าให้หม่อมฉันขายหน้าวันละห้าเบี้ยเลยเพคะ ถ้าจะให้มาจริงก็ต้องอบรมอีกนาน”

เสด็จฯส่ายพระพักตร์ ตัดบท “จะมาเที่ยวเกณฑ์ใครให้เข้าวังหมดน่ะไม่ได้หรอกแม่สร้อย โลกวันนี้มันเปลี่ยนไปขนาดไหนแล้ว น้องสาวแม่ศรีจิตราดูแลตายายแทนแม่ได้ก็ถือว่าใช้ได้”

“แหม...อย่าให้หม่อมฉันต้องพูดเลยเพคะ แม่สาลินนี่”

“ไม่พูดก็ไม่ต้องพูด ดู๊...มานินทาลูกสาวเขาต่อหน้าแม่ มาว่าน้องสาวต่อหน้าพี่ ไม่มีใครเขาอยากฟังหรอก!”

หลังจากนั้นคุณสอางค์ก็พาศรีจิตราไปดูห้องที่ตกแต่งใหม่เพื่อต้อนรับโดยเฉพาะ โดยมีคุณสร้อย อุ่นเรือน มาลาและวรรณาตามมาด้วย สาวเรียบร้อยจากบ้านราชดำริกวาดตามองรอบห้องด้วยความชอบใจ ก่อนจะก้มลงกราบขอบคุณป้าทั้งสอง และปิดท้ายกราบลาอุ่นเรือน

“หนูอยู่นี่ขอให้อยู่เย็นเป็นสุขนะลูก”

“ยังไงก็ไม่ใช่บ้านเรา หนูกลัวจังค่ะ”

“คนดีตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ยิ่งเสด็จฯทรงเมตตาอย่างนี้ อย่ากลัวเลยลูก”

สองแม่ลูกกอดกันทั้งน้ำตา คุณสอางค์และสองสาวใช้ต้นห้องเสด็จฯพลอยซึ้ง ต่างจากคุณสร้อย ค่อนแคะแดกดันตามประสา เลยถูกคุณแม่บ้านแห่งตำหนักใหญ่หยิกจนเนื้อเขียว!

ooooooo

บรรยากาศในวังวุฒิเวสม์ไม่เลวร้ายนักสำหรับศรีจิตรา แม้ต้องไกลจากแม่และญาติพี่น้อง แต่ก็มีเรื่องน่าสนใจให้เรียนรู้มากมาย แถมมีมาลากับวรรณาเป็นเพื่อนคลายเหงาที่ดี อย่างเช่นเย็นวันนี้ที่สองสาวเชิญชวนเธอไปเก็บดอกไม้ในสวนมาทำงานฝีมือถวายเสด็จพระองค์หญิง

แต่การเก็บดอกไม้ก็ไม่สนุกอย่างที่คิด เพราะ

ศรีจิตราดันเห็นคุณชายรองนั่งอ่านหนังสือในสวน เธอไม่กล้าสู้หน้าเพราะยังสะเทือนใจกับท่าทางเขาเมื่อคราวก่อน เลยหมุนตัวกลับไปสมทบมาลาและวรรณาที่อีกด้านของสวน

จรวยผ่านมาเห็นหญิงสาวแปลกหน้า พูดคุยกับมาลาและวรรณาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก็อดไม่ได้จะไปสืบ และเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายคือศรีจิตรา ว่าที่คู่หมั้นของคุณชายรอง ก็ไม่รอช้าจะวางท่าเบ่งใส่

“เก็บดอกไม้ก็ระวังหน่อย อย่าเลยเถิดมาเก็บถึงเขตตำหนักเล็ก พวกฉันก็ต้องใช้ดอกไม้ทำงานฝีมือเหมือนกัน”

มาลาเป็นเดือดเป็นร้อนแทนศรีจิตรา เลยแกล้งแขวะ “งานฝีมือหรืองานรำพัดคะ”

จบคำก็หันไปหัวเราะกับวรรณา จรวยกัดฟันแน่น สะบัดหน้าหนีเพราะเถียงสู้ไม่ได้ ทิ้งให้ศรีจิตรามองตามงงๆ แต่ก็ไม่ทันซักอะไร สองสาวต้นห้องเสด็จฯก็เปลี่ยนเรื่องและพากลับตำหนักใหญ่เสียก่อน

กว่าคุณชายรองจะรู้เรื่องศรีจิตราย้ายมาอยู่ตำหนักใหญ่ก็เย็นวันเดียวกัน แต่ไม่ใช่เพราะเสด็จฯทรงส่งข่าวบอก แต่เพราะแอบได้ยินจากบทสนทนาของคุณชายโตและจรวย

“หลานคุณสอางค์เข้ามาอยู่ในตำหนักแล้วหรือ”

“ค่ะ...มาวันนี้แหละ แต่ที่จริงก็ดูเหมาะกับคุณรองดี”

คุณชายรองเงี้ยหูฟังเต็มที่ แล้วก็ถึงกับหน้าเครียด เมื่อได้ยินเหตุผลของจรวย

“ก็เย็นๆชืดๆเหมือนคุณรองน่ะสิคะ แต่คุณชาย...ถ้าหลานคุณสอางค์มาอยู่ที่นี่ แล้วจรวยกับคุณโตจะเป็นยังไง”

“จะเป็นยังไง ไม่เข้าใจคำถาม”

“เราจะเป็นรองเขาน่ะสิคะ ยิ่งจรวยถูกดูถูกว่าเป็นเมียบ่าว เมียนอกคอกอยู่แล้ว ต่อไปเขาคงเฉดหัวออกจากวัง”

“โธ่...ไม่อย่างนั้นหรอกน่าจรวย ใครจะมาเฉดหัวเธอได้ เธอเป็นเมียฉันนะ”

จรวยสะอื้น บีบน้ำตาเรียกความสงสาร คุณชายโตต้องกอดปลอบ ไม่รู้เลยว่าคุณชายรองแอบมองจากอีกมุมด้วยแววตาสมเพช ก่อนจะผละไปเงียบๆ ยังคิดไม่ตกว่าจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไรดี

คืนแรกในวังวุฒิเวสม์ของศรีจิตราไม่เงียบเหงาและอ้างว้างอย่างที่นึกกลัว คุณสอางค์ มาลาและวรรณาแวะมาคุยด้วย เล่าถึงความหลังกันใหญ่ โดยเฉพาะอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อนของคุณแม่บ้าน ซึ่งเคยเป็นถึงคู่หมั้นของท่านชายใหญ่แห่งวังวุฒิเวสม์ แต่ก็ต้องเป็นหม้ายขันหมาก เพราะท่านชายสิ้นพระชนม์เสียก่อน

บทสนทนาของสี่สาวลากยาวถึงอดีตของคุณสร้อย ที่หน้าตาเคร่งขรึมและจริงจังกับทุกเรื่องตั้งแต่เด็ก แต่ที่ทำให้ศรีจิตรานิ่วหน้าด้วยความสงสัย ก็เมื่อได้ยินชื่อคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือคุณหญิงก้อย คุณสอางค์ใจไม่ดี ไม่อยากให้หลานสาวคิดมาก เลยตัดบทและกลบเกลื่อนว่าราชนิกุลสาวเป็นแค่ญาติห่างๆของเสด็จฯเท่านั้น

ศรีจิตราไม่ได้คิดเรื่องคุณหญิงก้อยอีกเลยหลังจากนั้น และลืมสนิท เมื่อคุณสอางค์ มาลาและวรรณาออกจากห้อง แต่กระนั้น...เธอก็นอนไม่หลับเพราะแปลกที่ จึงไปรับลมที่หน้าต่าง แล้วก็ได้เห็นภาพที่ทำให้หัวใจเต้นแรง!

คุณชายเล็กในสภาพเลอะน้ำมันเครื่องไปทั้งตัวเพราะกำลังซ่อมรถ ศรีจิตราเลยเข้าใจผิด คิดว่าเขาเป็นคนขับรถ แต่เมื่อเขาถอดเสื้อนอก เห็นแผงกล้ามอกเป็นมัดๆ ก็ทำให้เธอหายใจติดขัดอย่างช่วยไม่ได้ และเมื่อเขาหันมาเหมือนจะรู้ว่ามีคนแอบดู สาวเรียบร้อยจากบ้านราชดำริก็รีบหลบ ราวกับสาวแรกรุ่นที่แอบมองหนุ่มในฝันไม่มีผิด!

ooooooo

คืนเดียวกันที่ไนท์คลับหรู...คุณหญิงก้อยกำลังเซ็งสุดขีด เมื่อค่ำคืนแสนหวานของเธอกับคุณชายรองกลับต้องเจอกับบรรยากาศหน้าเบื่อ ผู้คนซ้ำหน้า ซ้ำกลุ่ม และซ้ำชุด!

คุณชายรองถอนใจเหนื่อยหน่าย พยายามพูดในแง่ดี ว่าคงไม่มีใครจำได้ แต่คุณหญิงก้อยกลับไม่คิดเช่นนั้น

“หญิงก็คงจำไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าชุดเขาไม่เร่อร่าเหมือนเป็นพวกเศรษฐีใหม่ขนาดนั้น”

“แต่หญิงเองก็คุ้นเคยกับพวกนี้หลายคนไม่ใช่หรือครับ”

“แค่บางคนเท่านั้นล่ะค่ะ บางคนที่มีรสนิยมบ้าง แต่ไม่ใช่พวกตู้ทองเคลื่อนที่แบบนั้น”

จบคำก็โบกไม้โบกมือให้เหล่าเศรษฐีใหม่ ปั้นหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณชายรองได้แต่มองตามด้วยความอ่อนใจ ก่อนจะชักสีหน้า เมื่อคนรักทำท่าจะไปทักทายกลุ่มของวิรงรอง

“หญิง...นัดเพื่อนกลุ่มนี้มาเหรอ”

“ไม่ได้นัดค่ะ ยายติ่งเขาก็มาของเขา”

“บอกตามตรงนะ ผมไม่ชอบเพื่อนกลุ่มนี้ของหญิงเลย”

“เข้าใจค่ะ ถึงได้ไม่เรียกมาจอยกับเราไงคะ”

คุณหญิงก้อยไม่ทำจริงตามที่พูดจริงๆ วิรงรองพร้อมกับสมาชิกหน้าเดิม อย่างจิตติณและจิตริณีเลยเป็นฝ่ายเดินไปหา พร้อมกับข่าวใหญ่ ว่าจะมีมหาเศรษฐีลงทุนเปิดคลับใหม่ที่หรูและใหญ่ที่สุดในเมืองไทยเร็วๆนี้

คุณชายรองรับฟังเรื่องเห่อเศรษฐีด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย คุณหญิงก้อยเลยตัดสินใจพาเขาแยกไป ส่วนตัวเองก็ย้อนไปสังสรรค์กับกลุ่มวิรงรองตลอดทั้งคืน คุณชายรองได้แต่มองตามด้วยความไม่ชอบใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากดื่มเหล้าย้อมใจจนเมาฟุบหลับคาโต๊ะ!

หลังจากให้ศรีจิตราย้ายมาอยู่ที่ตำหนักได้สองวัน เสด็จพระองค์หญิงก็มีรับสั่งให้หม่อมอำพันเข้าเฝ้า เพื่อแนะนำให้รู้จักว่าที่ลูกสะใภ้ ศรีจิตราก้มกราบด้วยท่าทางนอบน้อม หม่อมอำพันรับไหว้แต่ไม่วายพูดกระทบคุณสอางค์

“คุณสอางค์คง...วางแผนอบรมอยู่นานสิคะ”

“ไม่นานเท่าไหร่หรอกค่ะหม่อม เด็กเองก็มีแววหงส์อยู่แล้ว ถ้าเป็นแววกาล่ะก็ ยังไงก็อบรมไม่ได้ค่ะ”

“แต่ถ้าหงส์ลงปลักล่ะก็ มันอาจจะดำกว่ากาอีกนะคะ”

สองสาวต่างฐานันดรไม่มีทีท่าจะยอมกัน เสด็จฯเบื่อจะฟังเลยรับสั่งปราม

“พอๆ เรื่องกาเรื่องหงส์นี่ ฉันไม่ได้จะทำสวนนก... ฉันคิดว่าตารองได้รู้จักมักคุ้นกับศรีจิตราแล้วคงพอใจ”

“อะไรที่เสด็จป้าประทานให้ ชายรองคงพอใจเสมอล่ะเพคะ”

“แต่บางที ฉันเห็นตารองไปพอใจกับของที่ฉันไม่ได้ให้นี่นะ”

“ตารองคงจะจัดการได้เร็วๆนี้ล่ะเพคะ”

“นั่นสิ ฉันก็หวังว่าตารองจะยุติเรื่องวุ่นวายทั้งหลายของเขาได้เสียที”

“หม่อมฉันก็หวังอย่างนั้นเหมือนกันเพคะ”

แม้จะรับปากเสด็จพระองค์หญิงแบบนั้น แต่หม่อมอำพันกลับไม่มั่นใจเลยว่าลูกชายคนรองจะทำได้ตามที่หวัง และเมื่อกลับตำหนักเล็ก ก็อดไม่ได้จะพาลไปลงกับตัวต้นเรื่อง

“มาแล้ว ลูกสะใภ้ฉัน เสด็จทรงโปรดมากๆด้วย ตารอง...เธอจะว่ายังไงล่ะ เสด็จทรงเตือนมาแล้วนะเรื่องแม่หญิงก้อยของเธอ ตกลงจะเลือกใคร นางในวรรณคดีหรือนางเอกจากแมกกาซีน”

“ผมบอกแล้วไงครับ เมื่อผมตัดสินใจ ผมจะกราบทูลเสด็จทันที”

“เฮ้อ...ฉันไม่รู้แล้ว ให้เสด็จทรงขนาบเธอเองแล้วกัน ดูซิ...ต้องไปดูหน้าสะใภ้ ฉันเสียงานเสียการไปทั้งวัน!”

พูดจบก็ผละไปหาวงไพ่ตามเคย ทิ้งคุณชายรองให้นั่งกลุ้มอยู่กับนมย้อย

“นมครับ...เรื่องความรัก ไม่ใช่เรื่องที่จะจับคู่กันแล้วเกิดเป็นความรักขึ้นได้ง่ายๆนะครับ ผมเองก็มีคนรักแล้ว”

“คุณรอง...อย่าลืมนะคะว่าคุณรับปากกับเสด็จแล้ว”

“ผมจะต้องทำยังไงล่ะครับผม”

“ก็ลองพบคุณศรีเธอก่อนสิคะ ทำความรู้จักกันก่อน”

แต่คุณชายรองคงใช้เวลาคิดนาน เสด็จพระองค์หญิงเลยทรงออกโรงเอง โดยมีรับสั่งให้คุณชายรองมารับประทานมื้อเย็นกับศรีจิตรา งานนี้คุณสอางค์ทุ่มสุดตัว จัดแจงทุกอย่าง ทั้งเสื้อผ้าหน้าผมให้หลานสาว เช่นเดียวกับหม่อมอำพัน ที่แม้จะไม่ชอบหน้าว่าที่ลูกสะใภ้ แต่ก็ขัดรับสั่งเสด็จฯไม่ได้

คุณชายรองรับคำสั่งแม่ด้วยความลำบากใจ สุดท้ายก็เลือกปฏิเสธ เพราะมีนัดกับคุณหญิงก้อยแล้ว

“นัดได้ก็เลิกได้ ฉันอยากจะเตือนเธอเป็นครั้งที่ร้อยว่าเสด็จป้าไม่ทรงโปรดหญิงก้อย”

“หญิงก้อยไม่ได้ทำผิดคิดร้ายอะไร หญิงก้อยพลาดไปเพราะอ่อนต่อโลก”

“อ่อนต่อโลกหรือว่าเจนโลกกันแน่ยะ”

“ไม่ว่ายังไง หญิงก้อยก็ควรได้โอกาสแก้ตัว”

“การแก้ตัวน่ะทำได้หลายทาง ไม่จำเป็นต้องแก้โดยการแต่งงานกับเธอ ตอนนี้เธอน่ะเป็นของต้องห้ามไปแล้ว”

พูดจบหม่อมอำพันก็สะบัดหน้าออกไป ทิ้งคุณชายรองให้นั่งนิ่งตามลำพัง นมย้อยได้ยินทุกอย่าง สงสารราชนิกุลหนุ่มมาก แต่ก็ทำได้แค่เดินไปลูบหลังปลอบใจ พร้อมกับแนะให้โทร.ไปเลื่อนนัดคุณหญิงก้อย

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #5 on: 02 August 2026, 22:20:14 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep5/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 5

คุณหญิงก้อยในชุดกรุยกรายอยู่บ้านนั่งอ่านแมกกาซีนในห้องโถงวังรัชนีกุล โดยมีท่านชายจันทร์ หม่อมวาณีและคุณหญิงกลางทำกิจกรรมส่วนตัวอื่นๆไม่ไกลกันนั้น แต่ความสงบที่หาได้ยากยิ่ง ก็ต้องมลายหาย เมื่อหม่อมวาณีเปิดประเด็นถามถึงคุณชายรองกับลูกสาวคนเล็ก

“หญิงเบื่อจังเลยค่ะ คุณรองมารับหญิงไปเที่ยวคลับ แต่ไม่ได้สนุกไปกับหญิงด้วย คืนก่อนหญิงเต้นระบำกับยายวิรงรอง สนุกจะตาย แต่คุณรองกลับนั่งหลับ”

คุณหญิงกลางอดไม่ได้ แกล้งแขวะว่าคุณชายรองคงเบื่อพวกวิรงรอง ที่ชอบเอาเรื่องชาวบ้านไปลงข่าวซุบซิบ คุณหญิงก้อยชักสีหน้า โต้ว่าคอลัมนิสต์สาวเป็นเพื่อน คงไม่ทำแบบนั้น ท่านชายจันทร์เลยสวนออกไปอย่างเหลืออด

“ดีนะ...คบยายนี่เป็นเพื่อน ทั้งๆที่มันเอาข่าวเสียๆหายๆของแกไปลงหากิน ทั้งเรื่องหย่าผัว แล้วกลับมาคบคนรักเก่าหวังจะได้เป็นผัวใหม่ แกโง่จนดูไม่ออกเหรอ ว่านังเพื่อนคนนี้มันหากินกับข่าวฉาวๆของแก”

คุณหญิงก้อยโกรธมาก แต่ยังทิฐิ “หญิงก็ชอบจะเป็นข่าวฉาวๆนี่เพคะ มันสนุกออก”

“งั้นแกก็ควรจะเลิกคิดเป็นสะใภ้เจ้าให้วุฒิวงศ์ได้แล้ว เพราะนั่นเขาผู้ดีแท้ ไม่ใช่ไพร่อย่างแก!”

คำพูดของท่านพ่อ แทงใจดำอย่างแรง จนคุณหญิงก้อยทนฟังแทบไม่ไหว ต้องลุกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก แต่ไม่ทันหายกรุ่น ก็ต้องมาหัวเสียอีกรอบ เมื่อคุณชายรองโทร.มายกเลิกนัด

“หญิง...เด็จป้ามีรับสั่งให้ผมร่วมโต๊ะเสวยด้วย หญิงไม่โกรธผมนะ หญิงก็ทราบดี”

“ค่ะ...หญิงทราบดีว่าประกาศิตของเด็จป้า ต้องสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น”

คุณชายรองถอนใจหนักหน่วง “หญิง...ผมขอแก้ตัวพรุ่งนี้นะครับ”

“หญิงจะไปวันนี้ หญิงแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงไม่ยอมเป็นแม่สายบัวแต่งตัวค้างหรอกค่ะ”

“หญิงจะไปยังไงคนเดียว”

“อย่าห่วงเลยค่ะ ยังมีใครอีกเยอะแยะที่เต็มใจพาหญิงไป...สวัสดีค่ะ”

พูดจบก็วางสายทันที หม่อมวาณีถลามาหา ไม่สบายใจเลยที่ลูกสาวคนเล็กเอาแต่ใจ

“หญิงไม่ชอบคนไม่รักษาคำพูดค่ะ หญิงเกลียดคนโกหก”

หม่อมวาณีทำท่าจะท้วง แต่ก็ช้ากว่าท่านชายจันทร์ ที่ทนไม่ไหวต้องโพล่งออกไป

“แล้วใครที่โกหกว่าแต่งตัวแล้ว ใครที่รักษาคำพูดด้วยการแต่งงานกับไอ้เศรษฐีใหม่ที่เพิ่งเจอแค่เดือนเดียว!”

คุณหญิงก้อยตาวาวด้วยความโกรธจัด กรีดร้องเสียงหลง ผลักแจกันล้มแตกกระจาย แล้ววิ่งหนีขึ้นห้อง ท่านชายจันทร์จะผวาตามไปเอาเรื่อง หม่อมวาณีเข้าขวาง และพยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์เหมือนเคย

“โธ่...ท่านเพคะ อย่าทรงดุด่าลูกอีกเลย หญิงคงเสียใจมาก แต่ก่อนไม่เห็นเคยเป็นแบบนี้”

คุณหญิงกลางเห็นเหตุการณ์ตลอด ส่ายหน้าเบาๆด้วยความเอือมระอา

“จริงหรือคะหม่อมแม่ ตอนเด็กๆ พอไม่ได้ดั่งใจ หญิงก็จะอาละวาดร้องกรี๊ดๆแบบนี้ล่ะค่ะ ตอนนั้นหญิงน่ารักเหมือนตุ๊กตา ไม่ว่าจะทำอะไร ก็มีแต่คนเห็นว่าน่ารักไปหมด”

หม่อมวาณีชะงัก เถียงไม่ออกเพราะลูกสาวคนโตพูดจริงทุกอย่าง เช่นเดียวกับท่านชายจันทร์ อ่อนท่าทีลงเพราะฉุกใจคิดได้ว่าตัวเองก็มีส่วนผิด ทำให้คุณหญิงก้อยเอาแต่ใจแบบนี้

ooooooo

ปฏิกิริยาตอบกลับของคุณหญิงก้อย ทำให้คุณชายรองเครียดหนัก แต่กระนั้น...เขาก็ขัดรับสั่งเสด็จพระองค์หญิงไม่ได้ นมย้อยกับคุณชายเล็กได้แต่รับฟังด้วยความเห็นใจ แต่ก็ไม่อยากให้คุณชายนักการทูตปิดกั้นตัวเอง

“เจ้าประคู้น ขอให้เหมือนอิเหนาเจอหน้าบุษบาทีเถอะ”

คุณชายเล็กนิ่วหน้า ไม่เข้าใจเพราะไม่เคยรู้เรื่องวรรณคดีเรื่องอิเหนา นมย้อยเลยอธิบายเสียงอ่อน

“ก็อิเหนาหมั้นกับบุษบา แต่ไปเจอนางจินตหราเข้าก็หลง ไม่ยอมเจอหน้าบุษบาไงคะ”

“โอ้โฮ...นี่มันเรื่องของพี่รองชัดๆเลยนี่ฮะ แล้วยังไงฮะ”

“จนกระทั่งเกิดสงคราม อิเหนาต้องไปช่วยรบ ถึงได้เจอหน้าบุษบาเป็นครั้งแรก”

นมย้อยยิ้มกว้างเพ้อฝัน คุณชายเล็กต้องสะกิดให้เล่าต่อถึงปฏิกิริยาของอิเหนา

“ก็...หันไปรับไหว้นางเทวี ภูมีดูนางไม่วางตา”

เวลาเดียวกันที่ห้องศรีจิตรา...คุณสอางค์แวะมาดูความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย คิดไม่ต่างกับนมย้อยเลย เห็นหลานสาวคนโตงามสรรพในชุดที่เตรียมไว้

“หลานสาวฉันงามเหมือนบุษบา พ่ออิเหนาคงลืมแม่จินตหราได้เสียทีล่ะทีนี้”

ศรีจิตราขมวดคิ้ว ก่อนจะถามขึ้น “จินตหรา...มีจินตหราจริงๆใช่ไหมคะ”

“ว้าย...ไม่มี จินตหราอะไรไม่มี กลอนมันพาไปน่ะลูก”

คุณสอางค์พยายามกลบเกลื่อนเต็มที่ พร้อมกับถลึงตาใส่มาลาและวรรณา ไม่ให้หลุดปากเรื่องคุณหญิงก้อย ศรีจิตราลอบมองท่าทางผิดสังเกตนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ แต่ก็ไม่กล้าซักอะไรมาก นอกจากรอดูเหตุการณ์ไปก่อน

และแล้วเวลานัดหมายก็มาถึง ศรีจิตราตื่นเต้นแทบแย่ แต่ไม่นานก็เลือนหาย เมื่อคุณชายรองไม่มาสักที เสด็จพระองค์หญิงทรงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ แต่ก็ทรงพยายามทำเฉย รอจนคุณชายรองยอมปรากฏตัว

คุณสอางค์กับบรรดาสาวๆต้นห้องลุ้นกันใหญ่ อยากให้คุณชายรองตะลึงลานกับความงามแบบเรียบง่ายของว่าที่คู่หมั้นสาว แต่ราชนิกุลหนุ่มก็ทำให้ผิดหวัง

เมื่อเขาไม่มีท่าทีกระตือรือร้นหรือท่าทางสนใจเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

เสด็จพระองค์หญิงกับคุณสอางค์ ไม่ยอมแพ้ ช่วยกันเปิดโอกาสให้ทั้งสองได้ใกล้ชิด โดยจัดให้คุณชายรองพาศรีจิตราชมรอบตำหนักเล็ก ราชนิกุลหนุ่มรับปากตามมารยาท ศรีจิตราก็ทราบดี แต่ก็ขัดรับสั่งเสด็จฯไม่ได้

คุณชายเล็กนั่งดูโทรทัศน์คอยอยู่แล้ว เมื่อคุณชายรองกลับจากทานมื้อเย็นกับเสด็จฯแล้วเขาก็ไม่รอช้า ถามถึงว่าที่คู่หมั้นของอีกฝ่าย ราชนิกุลหนุ่มนักการทูตทำหน้าเบื่อหน่าย ก่อนจะตอบว่าศรีจิตรามีท่าทางเหมือนหุ่น

“แปลว่าอะไรครับพี่รอง...เธอสวยเหมือนหุ่นนางละคร หรือว่าไม่มีชีวิตชีวาเหมือนหุ่น”

“ถูกทุกข้อ”

“สวยเหมือนหุ่นนี่ผมพอจะนึกออก แต่ไม่มีชีวิตนี่มันประมาณไหนกันครับ”

“ก็เขาทำหน้านิ่งๆเฉยๆตลอดเวลา แล้วก็ไม่มีปากมีเสียง แทบไม่พูดอะไรเลย นอกจากเพคะกับค่ะน่ะสิ”

คุณชายเล็กรับฟังยิ้มๆ อดนึกถึงสาลินน้องสาวของศรีจิตรา ซึ่งมีบุคลิกต่างกันไม่ได้ จนถึงกับรำพึงเบาๆ

“ไม่ยักกะเหมือนน้องสาวแฮะ”

ooooooo

คุณชายเล็กได้พิสูจน์ความจริงด้วยตัวเองในเช้าวันต่อมา เมื่อบังเอิญเห็นศรีจิตราถือขันใส่ดอกไม้เดินผ่านมา ระหว่างที่เขาซ่อมเครื่องรถยนต์หน้าตำหนักเล็ก แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่รู้จักเขา แถมดันเข้าใจผิด คิดว่าเขาคือยอด คนขับรถประจำวังอีกต่างหาก เพราะเคยเห็นเขาขับรถไปส่งคุณสร้อยเมื่อไม่กี่วันก่อน

ส่วนศรีจิตรา...ประหม่าและทำอะไรไม่ถูก เมื่อได้ประจันหน้าคนขับรถหนุ่มหล่อ ซึ่งเคยแต่แอบมองเขาจากหน้าต่างห้องเมื่อหลายคืนก่อน ยิ่งเขาเย้าแหย่ ยิ่งหน้าแดง เผลอทำขันหลุดมือ จนเขาต้องมาช่วยเก็บ แล้วก็ถึงกับตัวชาวาบ เมื่อมือเธอดันสัมผัสมือเขาอย่างจัง!

สองหัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยมาก่อน โดยเฉพาะศรีจิตรา กว่าจะตั้งสติได้ หัวใจก็แทบหลุดจากร่าง ส่วนคุณชายเล็กสบตาหวานนั้นอึ้งๆ แปลกใจไม่น้อย เพราะไม่เคยเห็นผู้หญิงเรียบร้อยทุกกระเบียดเท่าเธอ แต่ไม่ทันขอโทษหรือแก้ตัว ศรีจิตราก็ดึงมือออกแล้วผละไปแล้ว

คุณชายเล็กไม่ได้ตามไปเซ้าซี้หรือแก้ตัว แต่ใช้ให้ยอด คนขับรถตัวจริงซึ่งเขาส่งไปหยิบของก่อนหน้า นำขันดอกไม้ไปคืนถึงตำหนักใหญ่ ศรีจิตราถึงกับทำหน้าไม่ถูก เมื่อเห็นขันในมือมาลากับวรรณา

“คุณศรีขา...นายยอดเอาขันดอกไม้มาคืนค่ะ คุณศรีไปลืมไว้ได้ยังไงคะ”

“ไม่ได้ลืมหรอกค่ะ แค่ทิ้งไว้ ว่าจะกลับไปเอาทีหลัง...เอ่อ คนขับรถตำหนักเล็กชื่อนายยอดหรือคะ”

สีหน้างงๆของมาลากับวรรณา ทำให้ศรีจิตราถึงกับหน้าเจื่อน ก่อนจะแก้ตัวแกนๆว่าเคยเจอยอดเมื่อหลายวันก่อน ตอนเขาขับรถไปส่งคุณสร้อยที่บ้านราชดำริ สองสาวต้นห้องเลยไม่สงสัย

“อุ๊ย...หน้าเจ้ายอดนี่จำง่ายค่ะ เห็นหน้าแล้วเอาไปฝันร้าย”

“เอ...ทำไมล่ะคะ นายยอดเขาก็หน้าตาดีเหมือนกันนี่คะ”

พูดจบก็หน้าแดง ต้องรีบขอตัวดื้อๆ ทิ้งให้มาลาและวรรณามองตามขำๆ

“ว้าย...คุณศรีนี่ช่างประชดประชันเหมือนกันนะนี่ นายยอดน่ะ...ตัวดำเป็นเหนี่ยงเชียว”

หลังเจอพี่สาวตอนเช้า คุณชายเล็กในคราบพลช่างฟิตก็แวบมาบ้านสวนเมืองนนท์บ่ายวันเดียวกันเพื่อเจอน้องสาวจอมแสบ สาลินต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี เพราะเขามาเยี่ยมพร้อมขนมตำรับชาววังตะกร้าใหญ่

หน้าตาและรสชาติขนม ทำให้ชาวสวนเมืองนนท์ติดใจกันทั้งบ้าน โดยเฉพาะสาลิน หยิบเข้าปากไม่หยุด จนคนถือมาให้ยิ้มปลื้ม ก่อนจะหน้าถอดสี เมื่อเธอถามถึงคนทำขนมพวกนี้

“แม่ย้อยของคุณเป็นชาววังหรือคะ”

“ครับ...เลี้ยงผมในวังมาตั้งแต่เด็ก”

“คุณถูกเลี้ยงในวังงั้นหรือ”

คำถามของสาลินทำให้ทุกคนในบ้านเงียบกริบ หันมองเขาเป็นตาเดียวเหมือนจะคาดคั้นคำตอบ แต่คุณชายเล็กก็เอาตัวรอดไปได้ แถมทำให้สาลินหัวเราะเสียงดังลั่น เพราะเขาทำให้เธอคิดถึงคุณสร้อย

“สมมติว่าคุณเอาขนมไปให้คุณป้าสร้อยนะ คุณป้าจะบอกว่า...”

สาลินเงียบไปอึดใจ ก่อนจะทำหน้าเคร่ง มือเท้าหมอนขวาน เลียนแบบเสียงป้า “ขอบใจย่ะ เอามาทำไม ของที่นี่ทำอยู่บ่อยๆ อย่างขนมค้างคาวนี่ ตำรับเจ้าครอกวัดโพธิ์เชียวนะยะ ส่วนขนมทองเอกนี่ก็ตำรับท้าวทองกีบม้า สืบทอดมาตั้งแต่แผ่นดินพระนารายณ์”

ท่าทางของสาลิน ทำให้พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิต รวมทั้งคนอื่นๆหัวเราะลั่น สาลินยิ้มรับด้วยความภูมิใจ ก่อนจะเล่าต่อด้วยน้ำเสียงเป็นตัวเอง ว่าคุณสร้อยจะไม่จบแค่นั้น แต่จะส่งของตอบแทนให้เขาภายในสามวัน

“คุณจะได้ทุกอย่างที่คุณให้ แต่ต้องวิเศษกว่า วิจิตรกว่า วิลิศมาหรากว่าสิบเท่า เพื่อบอกว่านี่ต่างหากของแท้”

ทุกคนพากันขำกลิ้ง จนคุณยายต้องปรามหลานสาว ไม่ให้นินทาคุณสร้อยมากไปกว่านี้ สาลินทำท่าจะเถียง แต่ก็ได้ตื่นเต้นยินดีเสียก่อน เมื่อเห็นอุ่นเรือนหอบกระเป๋าเดินทางใบเล็กเข้ามา...

ooooooo

สองแม่ลูกทักทายกันด้วยความคิดถึง เป็นที่ปลาบปลื้มใจของคุณตาคุณยาย รวมถึงพลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตด้วย แต่ที่ทำให้บรรยากาศเสีย ก็เมื่ออุ่นเรือนถูกคุณตาคุณยายเอ็ดเรื่องศรีจิตรา ซึ่งถูกคุณสร้อยบงการชีวิตทุกอย่าง แม้แต่เรื่องหมั้นหมายแต่งงาน ก็บอกหรือแสดงความเห็นไม่ได้ สาลินเห็นแม่หน้าเสีย ก็ออกโรงปกป้อง “แหม...

คุณป้าสร้อยเลี้ยงพี่ศรีมา แม่เลยไม่อยากขัดใจ อย่าว่าแม่เลยนะคะคุณตาคุณยาย ถ้าจะให้ดี ไปต่อว่าคุณป้าสร้อย ที่บ้านราชดำริเลยดีกว่า สาจะเสมอนอกให้เลย”

คุณตาคุณยายหลุดขำกันใหญ่ เช่นเดียวกับพล สาลินหันมาเห็นแล้วนึกขึ้นได้ รีบไล่เขากลับบ้านดื้อๆ

ไม่กี่อึดใจต่อมา พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตก็มาเดินไต่สะพานข้ามท้องร่องในสวน โดยมีสาลินตามมาส่ง พร้อมความรู้สึกผิดนิดๆที่ไล่เขากลับบ้าน ดื้อๆ เพราะไม่อยากให้เขารู้เรื่องภายในครอบครัว

พลส่ายหน้า ยิ้มกว้าง แล้วแกล้งพูด “โธ่...ผมไม่รู้เรื่องอะไรสักหน่อย แค่รู้ว่าพี่สาวคุณโดนคุณป้าจอมเผด็จการส่งเข้าวังเสด็จพระองค์หญิง เพื่อไปแต่งงานกับคุณชายชื่อยาวแค่นั้นเอง”

สาลินถึงกับอ้าปากค้าง “นี่คุณปะติดปะต่อเรื่องได้ขนาดนี้เชียวหรือ”

“ผมเป็นคนมีความสามารถพิเศษ”

“โธ่...สงสารพี่ศรี ทำไมต้องถูกคลุมถุงชนแบบนี้”

“นี่ผมเพิ่งได้ยินคนบ่นเรื่องนี้เหมือนคุณเปี๊ยบเลย”

พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตหมายถึงคุณชายรอง แต่สาลินไม่ได้ติดใจ มัวพิลาปรำพันเรื่องพี่สาว จนเขาต้องปลอบให้ทำใจ ก่อนจะแยกย้ายกันเมื่อสุดเขตสวน แต่พลันสองหนุ่มสาวก็ต้องวกมาเจอกันใหม่ไม่กี่อึดใจต่อมา เมื่อพลเจอพุดซ้อนกับชบาซึ่งมาแอบฟังจากในพุ่มไม้เข้าอย่างจัง!

สาลินกับพลกลั้นยิ้มแทบแย่ เมื่อเห็นท่าทางอึกๆอักๆของสองแม่ลูกเจ้าของปั๊ม เลยรวมหัวกันแกล้งสองแม่ลูก พุดซ้อนกับชบาหน้าเสีย รีบอ้างว่ามาเก็บผักไปทำอาหารแล้วรีบขอตัวดื้อๆ

คืนเดียวกันนั้น...สาลินขนขนมของพลไปกินกับแม่ในห้อง เพลิดเพลินกับรสชาตินุ่มลิ้น แล้วตัดสินใจถามแม่ถึงศรีจิตรา ว่าจะมีความสุขกับชีวิตแต่งงานหรือไม่ อุ่นเรือนปลอบให้ทำใจ เพราะไม่มีใครควบคุมชะตาชีวิตตัวเองได้

“ดูอย่างแม่ โตขึ้นมาจากสวนแท้ๆ แต่กลับมาเจอลูกพระยา นักเรียนนอกจากอังกฤษอย่างพ่อได้”

“พ่อกับแม่เจอกัน รักกันเอง ไม่มีใครกะเกณฑ์ แต่กับพี่ศรี หนูสงสัยว่าคุณชายชื่อยาวนั่นจะรักพี่ศรีไหม แล้วยังครอบครัวเขาอีก ว่าที่แม่สามีจะรังแครังคัดพี่ศรี หรือเปล่า”

“มันก็คงไม่เลวร้ายไปหมดหรอกลูก ดูอย่างแม่ ถ้าทุกอย่างมันแย่ แม่คงทนอยู่บ้านคุณพ่อไม่ได้จนป่านนี้”

สาลินพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะหันไปสนใจขนมชาววังอย่างจริงจัง จนอุ่นเรือนอดไม่ได้ ต้องถามถึงคนให้

“นายพลนี่...เขามาชอบหนูหรือลูก”

“ไม่รู้สิคะ แต่เขาชอบมาคุยกับหนู”

“แล้วหนูชอบเขาหรือเปล่า”

“ชอบสิคะ...หนูชอบขนมของตานี่ม้ากมาก”

ooooooo

คุณชายกิตติราชนรินทร์หรือคุณชายรองยังพยายามค้นหาสมุดบันทึก เพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหาจากคู่ปรับสาวที่เจอกันโดยบังเอิญบ่อยๆที่ร้านอาหารหรู แต่ก็ต้องหยุดการค้นหากลางคัน เมื่อคุณชายเล็กแวะมาคุยด้วย

สีหน้าหมองๆของพี่ชาย ทำให้คุณชายเล็กเดาว่าคงมีเรื่องกับคุณหญิงก้อย แต่ไม่ทันซักถาม ก็ได้หัวเราะพรึ่ด เมื่อตาดันไพล่ไปเห็นนามบัตรพี่ชาย คุณชายรองนิ่วหน้า ก่อนจะตาเขียวด้วยความโกรธ เมื่อน้องชาย บอกว่ามีคนวิจารณ์ชื่อกิตติราชนรินทร์ว่ายาวมาก จนเอาไปตั้งชื่อคนได้อีกหลายคน

“แล้วเพื่อนช่างวิจารณ์ของแกนี่เป็นใคร ฉันรู้จักไหม ผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“ถ้าเป็นผู้ชายแล้วพี่รองจะทำไมหรือฮะ”

“ฉันก็อาจจะต่อยปากสั่งสอนที่บังอาจมาวิจารณ์ชื่อที่เสด็จป้าประทานให้น่ะสิ”

“แล้วถ้าเป็นผู้หญิงล่ะฮะ”

“ฉันก็จะบอกเจ้าหล่อนว่าอย่าปากคอเราะรายนัก”

คุณชายเล็กนึกขำ ชักอยากเห็นจริงๆ ว่าหากพี่ชายได้เจอสาลินจะเป็นเช่นไร คุณชายรองไม่ทันสังเกตสายตาเจ้าเล่ห์ของน้องชาย มัวหมกมุ่นกับความคิดตัวเอง ที่มีภาพของคู่ปรับสาวผุดขึ้นมา

“ไม่รู้เป็นยังไง ผู้หญิงสมัยนี้ปากคอร้ายกาจ เถียงฉอดๆ เถียงคำไม่ตกฟาก ยิ่งยายเด็กบ้านั่น...”

“ฮะ...เด็กบ้าที่ไหนกันฮะ”

“ช่างเถอะ แกไม่รู้จักหรอก แล้วฉันก็คงจะไม่เจอะเจอเจ้าหล่อนอีกแล้วในชีวิตนี้”

คุณชายเล็กลืมเรื่องเด็กบ้าของพี่ชายไปเลยหลังจากนั้น และมุ่งหน้าไปตำหนักใหญ่ เพื่อเอานาฬิกาของเสด็จพระองค์หญิงไปซ่อม แต่ไม่ทันได้เอาไป ก็ต้องชะงัก เมื่อถูกหาว่าเป็นขโมย!

ศรีจิตรานั่นเอง ผ่านมาเห็นเขาทำด้อมๆมองๆในห้องโถง และยังเข้าใจผิด คิดว่าเขาเป็นคนขับรถ เลยคิดว่าเขาเป็นหัวขโมย คุณชายเล็กถึงกับคราง ก่อนจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เมื่อได้ยินเธอเรียกเขาว่ายอด

“มีอะไรให้ผมรับใช้ครับคุณผู้หญิง”

“ฉันไม่มีอะไรให้เธอรับใช้ แต่เธอทำอะไรลงไปก็น่าจะรู้ตัว”

“โธ่...คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้เจตนา”

“ถ้าเธอไม่เจตนา เธอก็คงไม่ทำอะไรแย่ๆอย่างนั้น”

คุณชายเล็กสวมบทยอด ทำหน้ามึนไม่รู้ไม่ชี้ จนศรีจิตราต้องกุมขมับ

“ผมไม่ได้ตีฝีปาก แต่ว่ามันผิดขนาดนั้นเชียวหรือครับ กะอีแค่ผมจับมือคุณโดยบังเอิญเนี่ย”

ศรีจิตราหน้าแดง เมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้า “นี่เธอ อย่ามาพูดเฉไฉออกนอกเรื่องนะ”

“อ้าว...ไม่ใช่เรื่องที่คุณพูดหรือครับ ให้ตาย ผมขอยืนยันว่าที่ผมจับมือคุณเป็นเรื่องบังเอิญ”

“หยุดพูดนะ ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ฉันหมายถึง เรื่องที่เธอขโมยของ”

คุณชายเล็กหรือคนขับรถในสายตาศรีจิตราพยักหน้าเออออ ก่อนจะวกมาเรื่องเมื่อเช้าหน้าตาย

“เรื่องขันดอกไม้น่ะ ผมฝากคนเอามาคืนคุณแล้ว นี่คุณยังไม่ได้อีกหรือฮะ โธ่...ผมจะขโมยขันคุณทำไม”

“ฉันไม่ได้หมายถึงขันใบนั้น แต่หมายถึงนาฬิกาในมือเธอ”

คุณชายเล็กแกล้งทำหน้าสำนึกผิด ทำท่างกๆเงิ่นๆ ส่งนาฬิกาคืน แต่คงรีบไปหน่อย เลยหลุดมือ ศรีจิตราก้มลงเก็บ เลยได้สัมผัสมือเขาอีกรอบ คุณชายเล็กมองมายิ้มๆ ก่อนจะเย้า

“คราวนี้เป็นอุบัติเหตุนะครับ”

ศรีจิตราหน้าแดงก่ำ ส่งเสียงเข้มแก้เก้อ “เธอไปได้แล้ว”

ooooooo

คุณชายรองพยายามง้องอนคนรักอย่างไม่ย่อท้อ แต่คุณหญิงก้อยก็เล่นแง่ ไม่ยอมรับสาย คุณหญิงกลางรำคาญ เลยรับสายแทนเพื่อหยั่งเชิงอีกฝ่าย คุณหญิงก้อยได้แต่มองตามเครียดๆ แม้จะเอะอะโวยวายไม่ชอบใจพี่สาว แต่ก็อดอยากรู้ไม่ได้ว่าชายคนรักจะมีท่าทีเช่นไร

แต่จนแล้วจนรอด คุณหญิงกลางก็ไม่ปริปากว่าคุณชายรองคิดเช่นไร คุณหญิงก้อยเลยได้แต่งุ่นง่าน

คนเดียว และพาลหงุดหงิดไปทั่ว จนใครก็เข้าหน้าไม่ติด หม่อมวาณีกลุ้มใจมาก ยิ่งลูกสาวคนเล็กมาขอเงินก้อนใหญ่ไปจับจ่ายแก้เซ็ง ยิ่งเครียดหนัก คุณหญิงกลางต้องปลอบให้ทำใจ เพราะน้องสาวนั้นนิสัยเสียเกินแก้แล้ว

“จ่ายไปเถอะค่ะ เผื่อหญิงก้อยจะอารมณ์ดีขึ้น”

“เฮ้อ...ชายรองนะชายรอง จะง้อหญิงก้อยหน่อยก็ไม่ได้ ดูซิปั่นป่วนไปหมดแล้ว”

“หม่อมแม่คะ คุณรองน่ะง้อจนไม่รู้จะง้อยังไงแล้วนะคะ ทางเรานี่แหละเล่นองค์ ไม่ยอมคุยด้วยสักที”

“แหม...ง้ออีกสักนิด หญิงก้อยก็คงใจอ่อน นี่ใจคอหญิงกลางจะไม่ช่วยน้องเลยหรือ”

คุณหญิงกลางไม่ตอบ แต่ชี้ชวนให้แม่ดูเค้กสายรุ้งก้อนใหญ่ที่เพิ่งทำเสร็จ

“จะทำขนม ทำให้ได้อะไรขึ้นมาน่ะ น้องกำลังไม่สบายใจ มามัวเสียเวลาทำอะไรก็ไม่รู้”

คุณหญิงกลางยิ้มเจ้าเล่ห์ “วันก่อนนายเล็กเอาขนมนมย้อยมาให้ตั้งหลายอย่าง หญิงก็เลยจะทำเค้กไปตอบแทน พอหญิงอบเสร็จ หม่อมแม่ก็เอาไปเยี่ยมหม่อมอำพันไงคะ แล้ววันนั้น...ก็บังเอิญมีหญิงก้อยติดรถไปด้วย”

หม่อมวาณีตาโต ชอบใจในความฉลาดของลูกสาว คุณหญิงกลางได้แต่ยิ้มเนือยๆ ย้อนเสียงเรียบ

“ค่ะ...คงไม่เสียเวลา มามัวทำอะไรก็ไม่รู้แล้วนะคะ”

เช้าวันต่อมาที่วังวุฒิเวสม์...ศรีจิตราไปเดินเล่น เลยได้พบกับจรวยอีกครั้ง และครั้งนี้สะใภ้ใหญ่ของหม่อมอำพัน ก็ไม่รอช้า ยุแยงให้ศรีจิตราเข้าใจผิดเรื่องคุณหญิงก้อยกับคุณชายรอง

“คุณหญิงก้อยเธอเป็นคนรักของคุณชายรอง

ใช่ไหมคะ”

“ว้ายตายจริง คุณก็ทราบหรือ ฉันคิดว่าเขาปิดบังงำความไม่ให้คุณรู้เสียอีก คุณชายรองกับคุณหญิงก้อยน่ะ รักกันสุดสวาทขาดใจเชียวค่ะ เธอมาพลอดรักกันที่ตำหนักนี้บ่อยๆ”

ศรีจิตราหน้าซีด จรวยสะใจมาก แต่ไม่ทันซ้ำ มาลากับวรรณาก็โผล่มาดึงศรีจิตรากลับตำหนักใหญ่ก่อน

ระหว่างที่ศรีจิตราประสาทเสียเรื่องว่าที่คู่หมั้น สาลินก็เตี้ยมกับแม่ หอบชะลอมผลไม้มากมายไปเยี่ยมป้าที่บ้านราชดำริ คุณสร้อยทำเป็นปั้นปึ่งทั้งที่ในใจชอบมากเหมือนเคย สาลินเลยเข้าแผน ด้วยการเกริ่นว่าจะแบ่งผลไม้บางส่วนไปเยี่ยมพี่สาวและกราบเสด็จพระองค์หญิง คุณสร้อยได้ยินก็ตาโต อุทานลั่น

“ว้าย...จะเข้าวังหรือ ฉันต้องไปด้วย ขืนไม่ไป เดี๋ยวแกไปแสดงอิทธิฤทธิ์อวดชาววัง นี่ฉันเตือนไว้นะ จะเดินจะลุกจะนั่ง ก็ต้องระวังมากๆ อย่าให้ใครเขาว่าได้ว่าหลานคุณสอางค์ คุณสร้อย มารยาทอย่างกับนางสำเพ็ง”

“มารยาทนางสำเพ็งเป็นยังไงหรือคะ”

คุณสร้อยจะตอบ พลันก็คิดได้ว่าไม่ควร เลยขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อดื้อๆ สาลินคาใจเลยซักไซ้จากแม่ อุ่นเรือนมีสีหน้าลำบากใจมาก ได้แต่อึกๆอักๆบอกลูกว่าเป็นคำไม่ดี...อย่าสนใจเลย

ooooooo

แผนการของคุณหญิงกลางเริ่มต้นเช้าวันเดียวกัน ท่ามกลางความไม่พอใจของคุณหญิงก้อย ซึ่งถูกแม่ขอร้องแกมบังคับให้ขับรถพาไปส่งเค้กตามบ้าน

ญาติสนิทมิตรสหาย แต่ที่ที่ทำให้ราชนิกุลสาวคนดังไม่เต็มใจไปมากสุด คงหนีไม่พ้นวังวุฒิเวสม์ ไม่อยากเจอคุณชายรองให้เสียหน้า

และเพื่อกันแผนผิดพลาด คุณหญิงกลางเลยโทร.ขอความช่วยเหลือจากคุณชายเล็ก ให้ช่วยถ่วงเวลาคุณชายรอง ไม่ให้ออกไปไหนจนกว่าแม่กับน้องสาวจะถึง

คุณชายเล็กต้องยอมแบบเสียไม่ได้ หลอกให้พี่ชายเขียนจดหมาย แต่กลับไม่อยู่รอรับหม่อมวาณีกับคุณหญิงก้อย โบ้ยให้นมย้อยรับหน้าที่ต่อแทน ส่วนตัวเองรีบคว้าโหลขนมหลายอย่างไปเยี่ยมสาลินที่บ้านสวนเมืองนนท์

แต่ขับออกไปไม่ถึงรั้วหน้าบ้าน คุณชายเล็กก็ต้องเหงื่อตก เมื่อเห็นรถจากบ้านราชดำริแล่นสวนมา ราชนิกุลหนุ่มเจ้าสำราญยกมือไหว้คุณสร้อยเร็วๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนี ไม่อยากให้อุ่นเรือนซึ่งนั่งมาด้วยเห็นหน้าชัดๆ และโชคก็เป็นของเขา เพราะอุ่นเรือนไม่เห็นจริงๆ รวมถึงสาลิน ซึ่งนั่งมาด้วยแต่เขามองไม่เห็น

แผนของคุณหญิงกลางเรียบร้อยดีและได้ผลเกินคาด คุณชายรองกับคุณหญิงก้อยคืนดีกันตามหวัง หม่อมวาณีเลยเบาใจ ยอมให้ลูกสาวปรับความเข้าใจกับคนรักตามลำพัง ส่วนตัวเองแอบไปเล่นไพ่แก้เซ็งกับหม่อมอำพัน

ฟากสาลิน ไม่ได้เข้าเฝ้าเสด็จพระองค์หญิง เพราะทรงมีธุระข้างนอกพร้อมคุณสอางค์ คุณสร้อยเลยแวบไปเอนหลัง ทิ้งให้สาลิน อุ่นเรือนและศรีจิตราพูดคุยกันในห้อง สาลินก็ไม่รอช้า ซักไซ้พี่สาวเรื่องว่าที่พี่เขย แต่ศรีจิตราก็ตอบอะไรไม่ได้ จนสาวแสบบ้านสวนเหลืออด ประกาศกร้าวจะเอาชะลอมผลไม้ที่เตรียมมาไปส่งถึงตำหนักเล็กเอง

“ว้ายยายสา...เอาไปทำไมกันลูก น่าเกลียดตาย”

“แต่เอาของฝากมาเยอะแยะ แล้วไม่ให้เขาเลยไม่น่าเกลียดกว่าหรือคะแม่”

“แต่มันเหมือนเรา...อยากรู้จักเขาจนออกนอกหน้า”

“ไม่ใช่แม่นี่คะ แต่เป็นสาเองที่เอาของมาไหว้เขา ไม่น่าเกลียดหรอกค่ะ”

“แต่ลองเรียนคุณป้าก่อนไม่ดีกว่าหรือลูก”

“ว้า...เอาอีกแล้ว รายงานคุณป้าก่อนอีกแล้ว อีกหน่อยสามีจะหอมแก้ม ถ้าคุณป้าไม่อนุญาตก็ไม่ได้สิคะ”

อุ่นเรือนกับศรีจิตราถึงกับกุมขมับ อ่อนใจกับคารมวกวนป่วนประสาทของสาลินเหลือเกิน สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องปล่อยให้สาวแสบบ้านสวนแบกชะลอมไปตำหนักเล็กอย่างที่ตั้งใจ

ooooooo

หลังขออนุญาตคุณสร้อยเรียบร้อย สาลินก็หอบหิ้วชะลอมใบใหญ่ไปตำหนักเล็ก แต่ดันทะเร่อทะร่าไม่ทันระวัง เลยได้เห็นฉากรักหวานดูดดื่มของคุณชายขี้เก๊กกับคุณหญิงหัวสูงเข้าอย่างจัง!

คุณชายรองกับคุณหญิงก้อยถึงกับอ้าปากค้าง เช่นเดียวกับจรวย ซึ่งแอบดูฉากเด็ดจากอีกมุม สาลินยืนอึ้งไปอึดใจ ภาพเก่าๆรวมทั้งคำบอกเล่าเกี่ยวกับคู่รักราชนิกุลผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง ทั้งฝ่ายหนึ่งที่เป็นแม่ม่ายเพิ่งหย่า และอีกฝ่ายที่เป็นอดีตคนรักซึ่งอาจเป็นชู้กับเมียชาวบ้านมานาน

แต่ที่แย่กว่านั้นคือความจริงจากปากคุณชายขี้เก๊ก ที่ว่าหม่อมอำพันคือแม่ของเขา สาลินถึงกับพูดไม่ออกไปพักใหญ่ คุณหญิงก้อยเลยถือโอกาสจิกกัดด้วยความหมั่นไส้ จนสาวแสบบ้านสวนทนไม่ไหว ส่งชะลอมให้

“รบกวนเรียนหม่อมอำพันว่าเป็นของฝากเมืองนนท์ น้องสาวคุณศรีจิตรา ว่าที่ลูกสะใภ้หม่อมฝากมาให้”

คุณชายรองตัวชา ก่อนจะหน้าซีด เมื่อเห็นสีหน้าของคนรัก และเมื่อเขายืนยันว่าทุกอย่างเรื่องจริง ศรีจิตราคือว่าที่คู่หมั้นที่เสด็จฯประทานให้ คุณหญิงก้อยก็สติแตก กรีดร้องโหยหวน ถลาไปขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที!

เสียงกรีดร้องของคุณหญิงก้อย ทำให้ทุกคนในวังแตกตื่น ตามหากันให้วุ่นว่าเสียงโหยหวนที่ว่าเป็นของใคร มีเพียงคุณชายรองกับสาลินเท่านั้น ไม่สนว่าใครจะแตกฮือแค่ไหน มัวโต้เถียงกันอย่างดุเดือดถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิด

“มันกงการอะไรของเธอต้องมาแส่เรื่องฉัน แม่นักถ้ำมอง”

“ฉันไม่ได้ถ้ำมอง คุณต่างหากพวกชอบโชว์”

“นี่มันบ้านของฉัน แล้วก็มุมลับตา”

“ถ้าลับตาจริง ฉันก็คงโผล่เข้าไปไม่ได้”

คุณชายรองขบกรามแน่น พยายามข่มอารมณ์ “นี่เธอก่อเรื่องอะไรไว้รู้ไหม”

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ว่าคนที่เล้าโลมผู้หญิงกลางวันแสกๆบ่อยๆ จะเป็นคนที่ขับรถสาดโคลนใส่ฉันสองหน เป็นคนปากจัดด่าฉันเสียๆหายๆ และเป็นคน...ที่พี่สาวฉันต้องแต่งงานด้วย”

คุณชายรองแทบคลั่ง สวนกลับทันควัน “ฉันก็ไม่คิดเหมือนกัน ว่าแม่นักถ้ำมองเป็นกิจวัตร ราดน้ำรดกางเกงฉันถึงสองครั้ง แถมเถียงคำไม่ตกฟาก จะเป็น... น้องสาวคนที่ฉันต้องแต่งงานด้วย”

สาลินเหยียดยิ้ม ถามเสียงเยาะ “อ้อ...รู้ตัวเหมือนกันหรือ ว่าคุณต้องแต่งงาน”

“งั้นก็รู้ไว้ว่าฉันไม่ได้อยากแต่งกับพี่สาวเธอเลย”

“ฉันก็ไม่อยากได้คุณมาเป็นพี่เขยเหมือนกัน”

“อ้อ...ไม่อยากได้ฉันเป็นพี่เขย แต่วิ่งวุ่นเอาของกำนัลมาให้ถึงที่”

“นั่นเขาเรียกว่าน้ำใจ เพราะแถวบ้านฉัน ทุกคนมีน้ำใจไมตรีต่อกัน”

คุณชายรองกำลังจะหมดความอดทน กัดฟันบอกให้เธอขอโทษที่สบประมาทเขา แต่มีหรือสาลินจะยอมง่ายๆ

“ฉันขอโทษ...ขอโทษที่คิดว่าคุณเป็นคนดีเหมือนคนอื่นแถวบ้านฉัน”

“พูดจาก้าวร้าวอวดดีนักนะ ต่อไปอย่าได้เหยียบเข้ามาในวังนี้อีกเป็นอันขาด”

“เสียใจ เสด็จฯโปรดให้ฉันมาเยี่ยมพี่สาวได้ทุกเมื่อที่ต้องการ”

“ฉันจะทูลเสด็จป้าว่าเธอก้าวร้าวเล่นลิ้นยังไงบ้าง”

“ฉันก็จะทูลเสด็จฯว่าคุณเล่นลิ้นแลกลิ้นกับผู้หญิงอื่นยังไงบ้าง”

คุณชายรองตาโต เอ็ดเสียงเขียว “ฉันไม่เคยเห็นใครพูดจาส่อนัยทางเพศได้เท่าเธอ”

“ฉันก็ไม่เคยเห็นใคร แสดงพฤติกรรมส่อนัยทางเพศได้ทุกที่ทุกเวลาอย่างคุณ”

สาลินโต้กลับไม่ลดละ ก่อนจะโวยลั่นที่เขาเอาเปรียบพี่สาว ด้วยการดึงดันเรื่องคุณหญิงก้อย

“อย่าคิดนะว่าพี่สาวฉันอยากเป็นสะใภ้เจ้าจนตัวสั่น คุณรักคนอื่น ทำไมไม่คัดค้านผู้ใหญ่”

เป็นครั้งแรกที่คุณชายรองอึกๆอักๆ เถียงไม่ออก สาลินเลยยิ่งย่ามใจ พูดแทงใจดำ

“คุณไม่กล้าขัดใจผู้ใหญ่สินะ เลยเอาใจผู้ใหญ่โดยให้ผู้หญิงคนหนึ่งมารับเคราะห์ ทูลเสด็จฯสิว่าคุณไม่แต่งงาน เพราะคุณรักคนอื่น พี่สาวฉันจะได้ไม่ต้องรับเคราะห์ ได้เจอคนที่รักเขาจริงๆ คุณก็จะได้รักคนที่รักคุณจริงๆเหมือนกัน”

ooooooo

คุณชายรองกับสาลินแยกย้ายกันแล้ว แต่ทั่วทั้งวังยังตื่นตระหนกไม่เลิก กับเสียงกรีดร้องโหยหวนปริศนา รวมถึงซากข้าวของแตกกระจายทั่วตำหนักเล็ก ซึ่งจรวยเป็นคนเฉลยภายหลัง ว่าเป็นผลพวงความโกรธของคุณหญิงก้อย

คุณสร้อยลมแทบจับ เมื่อหลานสาวคนเล็กเล่าหน้าตายว่าเพิ่งก่อเรื่องที่ตำหนักเล็ก แต่สีหน้าเป็นกังวลของพี่สาวก็ทำให้สาลินไม่กล้าลงรายละเอียดเรื่องคุณชายรองกับคุณหญิงก้อย ได้แต่เสหยิบของว่างเข้าปาก ยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงรสชาตินุ่มลิ้น แต่ก็ไม่วายสงสัย เพราะรสชาติขนมชาววังพวกนี้คุ้นลิ้นอย่างบอกไม่ถูก

กว่าจะปลีกตัวจากคุณสร้อยได้ สาลินก็เฉไฉจนเหนื่อย และเมื่อได้อยู่ตามลำพังกับแม่ ก็ไม่รอช้าจะระบายให้ฟังด้วยความอึดอัดใจ โดยเฉพาะเรื่องปฏิกิริยาของ คุณชายรองที่มีต่อศรีจิตรา

“สาไปเจอพี่เขยของสา กำลังกอดจูบ โอ้โลมปฏิโลมกับยายคุณหญิงเทพีเพ็ญแสงค่ะ”

อุ่นเรือนยกมือทาบอก สาลินลำบากใจมาก แต่ สุดท้ายก็โพล่งออกไป

“แล้วคนที่ว่าใส่หน้าหนู ว่าเขาไม่ได้อยากได้ใคร่ดีกับของของเรา ไม่ใช่แม่จรวย แต่เป็นนายคุณชายรองนี่ต่างหาก แล้วเขาก็ไม่ได้พูดถึงมะม่วงนะคะ แต่เขาพูดออกมาตรงๆว่าเขาไม่ได้อยากแต่งงานกับพี่ศรีแม้แต่นิดเดียว”

“คุณพระ คุณเจ้า นี่อย่าบอกให้พี่ศรีรู้นะลูก”

“สาก็ไม่กล้าบอกหรอกค่ะ สาสงสารพี่ศรี”

อุ่นเรือนร้อนใจมาก เช่นเดียวกับสาลิน ที่แม้จะยังไม่รู้จะช่วยพี่สาวเช่นไร แต่ก็ปฏิญาณเสียงเข้ม

“สาจะทำทุกอย่าง ไม่ให้อีตาคุณชายรองนี่มาเป็นพี่เขยของสา!”

เวลาเดียวกันที่ห้องคุณชายโตตำหนักเล็ก...จรวยเล่าถึงเหตุการณ์วุ่นวายระหว่างคุณชายรองกับคุณหญิงก้อย อย่างเมามัน ขัดใจไม่น้อยที่น้องสาวคนสวยของศรีจิตรามาทำให้ความแตก

“ฉันงง...เธอจะไปขัดใจทำไม มันเกี่ยวอะไรกับเธอ”

“โธ่คุณโตขา...พอคุณหญิงก้อยรู้ความจริง เธอต้องเลิกกับคุณรองแน่ๆ แล้วถ้าคุณรองเลิกกับคุณหญิงก้อย ก็ต้องมาแต่งกับคุณศรี แต่งกันเมื่อไหร่ คุณรองจะมีอำนาจปกครองตำหนักนี้คนเดียว คุณโตกับจรวยและตาตุ้มจะเป็นแค่คนอาศัย จะถูกเฉดหัวไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้”

“น้องชายฉันไม่ใช่คนอย่างนั้น แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องของเธอเลย อย่ายุ่งดีกว่า”

“ยังไงก็ยุ่งไปแล้วล่ะค่ะ เพราะจรวยบอกเรื่องยายคุณหญิงก้อยรักกับคุณรองให้ยายศรีสนิมสร้อยฟังไปแล้ว”

“จรวย...อย่ายุ่งเรื่องนี้อีก ถ้าไม่เลิกยุ่ง ฉันนี่แหละจะเฉดหัวเธอออกจากบ้าน เอาตาตุ้มไปอาบน้ำ!”

ooooooo

กว่าสาลินจะกลับถึงบ้านสวนเมืองนนท์ก็บ่ายจัดของวันเดียวกัน พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตมารออยู่นานแล้ว พร้อมกับโหลขนมหลายใบ สาลินยิ้มยินดี ก่อนจะบอกหน้าตายว่าหายไปตั้งแต่เช้า เพราะไปเยี่ยมพี่สาวที่วังวุฒิเวสม์พร้อมกับแม่และป้า

หลังจากนั้นสาลินก็เล่าถึงเหตุการณ์วุ่นวายที่ตำหนักเล็ก พลมีสีหน้าตกใจมาก จนถึงกับหลุดอุทานออกไป แต่สาลินก็ไม่ได้สนใจ มัวฟ้องคุณตาคุณยายด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว เรื่องพี่สาวต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แถมยังมีคนรักอยู่แล้ว อย่างคุณชายกิตติราชนรินทร์ วุฒิวงศ์!

พลเกือบสำลักน้ำชา เมื่อได้ยินชื่อพี่ชาย กลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ เมื่อสาลินบอกว่าจะทำทุกทาง ไม่ให้พี่สาวได้แต่งงานกับราชนิกุลหนุ่ม และแผนแรกที่เธอจะทำ คือจัดแจงให้พี่สาวไปรักกับคนอื่น

คุณยายตบอกผ่าง “อกจะแตก คิดอะไรโลดโผนอย่างนั้นยายสา”

“จริงนะคะ ทีเขายังรักคนอื่นได้ เราก็หาคนรัก ของเราบ้างสิคะ”

พลกลัวเรื่องไปกันใหญ่ เลยพยายามเปลี่ยนเรื่อง แต่กระนั้น...สาลินก็วกกลับมาจนได้ ระหว่างทางที่พาเขาไปส่งที่สุดเขตสวน ราชนิกุลหนุ่มในคราบช่างฟิตเริ่มใจไม่ดี แต่ยังใจแข็ง กล่อมให้เธอลองให้โอกาสคุณชายรองสักครั้ง

“ฉันว่ายาก ก็แม่คุณหญิงคนรักของว่าที่พี่เขยฉัน ทั้งสวย ทั้งหรู จริตจก้านแพรวพราว คงยากจะหมดรักง่ายๆ”

“ว้า...ทำไมจะยอมยกธงขาวง่ายๆอย่างนั้น”

“ก็เพราะคนอย่างเขา ไม่น่าจะได้พี่สาวที่แสนดีของฉันไปเป็นคู่ชีวิตน่ะสิ”

พุดซ้อนกับชบาแอบเงี้ยหูฟังจากมุมไกลๆเหมือนเคย เบ้หน้าให้กันด้วยความหมั่นไส้ เมื่อเห็นสาลินกับพลคุยกันถูกคอ พลันก็ได้เบิกตาโพลง เมื่อได้ยินประโยคต่อมาของสาลิน

“นี่คุณ...ฉันอยากได้คุณมาเป็นพี่เขยฉัน แทนอีตาคุณชายบ้ากามนั่น”

พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะปฏิเสธ ไม่อยากเกี่ยวข้องด้วย สาลินทำท่าจะเกลี้ยกล่อมเขาอีกครั้ง แต่ดันได้ยินเสียงขลุกขลักเหมือนมีคนหลบในพุ่มไม้ไม่ไกลกันนั้น เลยเปลี่ยนท่าทางเป็นนึกสนุก รวมหัวกับช่างฟิตหนุ่มทำให้พุดซ้อนกับชบาออกจากที่ซ่อนจนได้

เหตุการณ์ที่บ้านสวนจบลงด้วยความสนุกสนาน ต่างจากสถานการณ์ที่วังรัชนีกุล คุกรุ่นและน่าอึดอัดเหลือเกิน เพราะคุณหญิงก้อยเก็บตัวเงียบในห้อง นับตั้งแต่กลับจากวังวุฒิเวสม์ หม่อมวาณีกลุ้มใจมาก คุณหญิงกลางต้องปลอบให้ทำใจ เพราะดูท่าน้องสาวคงโกรธอีกนาน เพราะเรื่องคุณชายรองมีคู่หมั้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย

หม่อมอำพันก็ร้อนใจไม่ต่างกัน เพราะลูกชายคนรองยืนกรานจะไม่บอกเลิกคุณหญิงก้อย แถมพาลไปลงกับศรีจิตราอีกต่างหาก ที่มีน้องสาวชาวสวนที่ชอบเถียงคำไม่ตกฟาก

“ถึงเขาจะเป็นชาวสวน ก็ไม่ได้กระจอกงอกง่อย ตาเขาเป็นคหบดี ยายเป็นลูกสาวเจ้าสัว ปู่เป็นพระยา

ย่าเป็นหม่อมเจ้า และที่สำคัญ เขาเป็นสาวบริสุทธิ์ไม่ได้มีผัว... เอ๊ย...ผ่านมือชายมาแล้วอย่างหญิงก้อย”

คุณชายรองหน้าเสีย หม่อมอำพันนึกสงสาร แต่ไม่วายเตือนสติให้คิดดีๆก่อนจะผละไป

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #6 on: 02 August 2026, 22:21:14 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep6/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 6

คำพูดเตือนสติทิ้งท้ายของแม่ ทำให้คุณชายรองเครียดหนัก จนต้องไประบายกับน้องชายคนเล็กด้วยความอึดอัดใจ คุณชายเล็กได้ยินวีรกรรมของสาลินมาก่อนหน้านั้น กลั้นขำแทบแย่เมื่อเห็นอาการพี่ชาย แต่ก็บอกอะไรไม่ได้ นอกจากพูดเป็นนัยๆว่าหลานสาวสองคนของคุณสอางค์ ไม่น่าเป็นคนเลวร้ายอย่างที่อีกฝ่ายคิด

หลังจากเป็นที่ระบายให้พี่ชาย คุณชายเล็กก็แวะไปตำหนักใหญ่เพื่อเข้าเฝ้าเสด็จพระองค์หญิง แต่ไม่ทันได้ทำตามที่ตั้งใจ ก็ต้องเจอข้อกล่าวหาว่าเป็นขโมยอีกรอบจากศรีจิตรา ที่ยังเข้าใจว่าเขาคือยอด คนขับรถประจำวัง

“เธอ...วางรูปเทพธิดาวีนัสลงเดี๋ยวนี้นะ”

คุณชายเล็กแกล้งทำหน้าเหลอหลา “หา...นี่น่ะเหรอครับรูปปั้นวีนัส ไม่น่าเชื่อเลย โธ่...เป็นเทพธิดาของความรักทั้งที ก็น่าจะสวยหน่อยสิครับ นี่เอวก็หนา อ้วนก็อ้วน อกก็ห่าง ถ้าสวยอย่างคุณ ค่อยสมเป็นเทพธิดาแห่งความรัก”

ศรีจิตราถูกเกี้ยวตรงๆก็ถึงกับอึ้ง แล้วทำเป็นเย็นชากว่าเดิม

“นี่นายยอด เธอไม่ต้องทำมาพูดเฉไฉ วางรูปวีนัสลง แล้วก็ที่เธอซุกไว้ในอกเสื้อด้วย”

คุณชายเล็กแสร้งตีหน้าเศร้า สำนึกผิด วางรูปปั้นวีนัสและรูปปั้นนกที่หยิบก่อนหน้าลง ศรีจิตราเห็นหน้าจ๋อยๆก็นึกสงสาร แต่ต้องฝืนใจทำเสียงแข็ง ไล่เขาออกจากตำหนักใหญ่

“จำไว้นะ...ว่านี่เป็นครั้งที่สอง ถ้ามีครั้งที่สามอีก ก็ถือว่าเธออาการหนัก ยากจะเกินแกงแล้ว”

ท่าทางขึงขังของเธอ ทำให้คุณชายเล็กนึกเอ็นดูมากกว่าโกรธ แต่ก็ยังไม่ยอมเฉลยความจริง

“แล้วคุณจะทำยังไง ถ้าผมจะเอาของพวกนี้ไปจริงๆ”

“ฉันก็จะกราบทูลเสด็จตามความเป็นจริงให้ไล่เธอออกจากวัง”

คุณชายเล็กไม่กลัวคำขู่แม้แต่น้อย แกล้งทำหน้าเหี้ยม คว้านาฬิกาเจ้าปัญหาคราวที่แล้วมาถือไว้

“นี่คงถือเป็นครั้งที่สามแล้ว”

“นี่...เธอมันสันดานโจร ไม่สำนึกจริงๆ”

จบคำก็หยิบแจกันใกล้มือจะปาใส่เขา พร้อมตะโกนเรียกสาวๆในตำหนักมาจับขโมย มาลากับวรรณาวิ่งนำมาก่อนคนอื่น แต่ไม่ได้จับคนขับรถหนุ่มอย่างที่ต้องการ แต่กลับทำให้ศรีจิตราแทบล้มทั้งยืน เมื่อสาวใช้ทั้งตำหนักยืนยันว่า หัวขโมยหนุ่มรูปหล่อที่เธอเคยเข้าใจมาตลอดว่าคือคนขับรถ แท้จริงแล้วคือคุณชายเล็กแห่งวังวุฒิเวสม์!

ooooooo

เครื่องเสวยสีสันสวยงามบนโต๊ะไม่ได้ทำให้ศรีจิตราตื่นตาตื่นใจเหมือนเคย เพราะหัวเสียไม่หายที่ถูกปั่นหัว และคุณชายเล็กก็รู้ตัวดี แต่ยังแกล้งทำตาหวานใส่เหมือนจะเย้า จนเธอทำตัวไม่ถูก

แต่หากไม่นับเรื่องแกล้งให้เข้าใจผิดก่อนหน้า

ศรีจิตราก็อดทึ่งไม่ได้ เมื่อได้ยินสิ่งที่เสด็จพระองค์หญิงตรัสกับคุณชายเล็ก ถึงวีรกรรมสมถะติดดินของเขา เมื่อครั้งไปใช้ชีวิตเมืองนอก แต่อารมณ์ที่เริ่มดีขึ้นก็ต้องขุ่นมัวอีกครั้ง เมื่อเสด็จฯทรงถามถึงนาฬิกาเรือนที่เสียในตำหนัก และอยากให้หลานชายคนเล็กเอาไปซ่อม

“โธ่...ไม่ลืมพ่ะย่ะค่ะ เกล้ามาเอาตั้งหลายหนแล้ว ไม่ทรงเชื่อก็ถามคุณคนนี้ดูก็ได้”

คุณคนนี้ของคุณชายเล็ก จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากศรีจิตรา ที่ถึงกับหน้าเจื่อนเมื่อถูกโบ้ยดื้อๆ

“แต่ว่ามีเหตุขัดข้องทุกครั้ง เกล้าก็เลยเอาไปไม่ได้สักที ไม่ทรงเชื่อก็ถามคุณคนนี้ดูก็ได้”

เสด็จฯปะติดปะต่อเรื่องไม่ได้ ยังไม่เข้าใจว่าคุณคนนี้คือใคร คุณชายเล็กเลยแกล้งกลบเกลื่อน

“คือว่า...นาฬิกาตรงนั้นมันมีหลายเรือนพ่ะย่ะค่ะ เกล้าก็เลยไม่ทราบว่าเรือนไหน”

ศรีจิตรารู้ว่าเขาตั้งใจจะยั่วประสาทให้เธอยอมรับ เลยสวนกลับเสียงเรียบ

“แต่ดิฉันทราบค่ะว่าเรือนไหน เดี๋ยวดิฉันจะหยิบให้คุณชายเอง”

นาฬิกาเจ้าปัญหาถูกวางบนมือคุณชายเล็กหลังจากนั้นไม่นาน พร้อมคำพูดค่อนแคะของศรีจิตรา

“ความจริง...คุณควรจะเอาไปตั้งนานแล้ว ถ้าไม่มัวเล่นสนุกอยู่”

คุณชายเล็กยังทำเป็นไม่รู้เรื่อง “เล่นสนุก...เล่นสนุกอะไรกันครับ”

“ก็...เล่นสนุกกับความโง่ของดิฉันไงคะ”

น้ำเสียงประชดประชันของเธอทำให้เขาอยากแก้ตัว แต่ไม่ทันขยับปาก คุณสอางค์กับคุณสร้อยก็เดินมาเสียก่อน คุณชายเล็กเลยเสนอตัวไปส่งคุณป้าจอมจู้จี้แห่งบ้านราชดำริ

“วุ้ย...ถ้ารู้อย่างนี้ไม่เอารถที่บ้านมาหรอกค่ะ แต่ไม่รบกวนดีกว่า คราวที่แล้วไปส่ง ดิฉันยังเกรงใจแทบแย่”

คุณชายเล็กทำหน้างง ก่อนจะยิ้มกว้าง เมื่อได้ยินคุณสร้อยถามศรีจิตราให้แน่ใจ แต่เธอก็ปฏิเสธว่าจำไม่ได้

“คุณศรีจิตราคงจำได้แต่ตอนที่นายยอดไปส่งมั้งครับ”

ศรีจิตราอับอายมาก แต่ก็ต้องสงบท่าทีไว้ รอจนคุณป้าทั้งสองผละไป จึงหันไปเอาเรื่องราชนิกุลหนุ่มช่างแกล้ง แต่คุณชายเล็กก็รู้แกว ส่งยิ้มกวนประสาทและขอตัวกลับตำหนักเล็กดื้อๆ ทิ้งสาวเรียบร้อยจากบ้านราชดำริให้ฮึดฮัดคนเดียวด้วยความเจ็บใจ...อย่าให้มีคราวหน้าก็แล้วกัน!

ooooooo

พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตแวะไปหาสาลินเหมือนเคยในวันต่อมา สาวแสบบ้านสวนให้การต้อนรับอย่างดี ตามประสาคนคุ้นหน้าคุ้นตา แถมระบายใส่เขาอย่างอึดอัดใจอีกต่างหาก เรื่องไนเจลเจ้านายหนุ่มตาน้ำข้าวตั้งชื่อฝรั่งให้พนักงานทุกคนในห้องสมุด และชื่อของเธอก็คือลินซี่

“เจ้านายฝรั่งบอกว่าชื่อคนไทยเรียกยาก คุณบรรณารักษ์ที่จบมาจากนิวยอร์กเลยเสนอให้ทุกคนมีชื่อฝรั่ง”

“โธ่...เรื่องธรรมดาจะตาย ตอนไปเรียนเมืองนอก ผมยังชื่อพอลเลย”

เรื่องเขามีชื่อฝรั่งไม่น่าแปลกใจเท่าเขาเคยไป

เรียนเมืองนอก และสายตาเป็นคำถามของเธอก็ทำให้พลต้องแก้ตัวเจื่อนๆ ว่าเจ้านายเคยส่งไปดูและเรียนงานที่เมืองนอก

สาลินพยักหน้ารับรู้ ไม่ติดใจอะไร “ฉันไม่เข้าใจเลย ทำไมคนไทยถึงเห่อฝรั่งกันนัก”

“โธ่...เราเห่อมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่สี่แล้วมังครับ”

“เนี่ย...เมื่อวานฉันนั่งรถผ่านร้านนนท์เกษา เห็นเขายกป้ายใหม่เป็นร้านนนท์บาร์เบอร์ นอกจากเห่อฝรั่ง ก็ยังเห่อคนรวย เห่อผู้ดีอีกต่างหาก เฮ้อ...นี่ฉันเป็นห่วงพี่สาวฉันจัง”

บทสนทนาวกมาเรื่องของศรีจิตราจนได้ พลต้องปลอบให้คิดในแง่ดี เพราะอีกฝ่ายอาจเป็นที่ชื่นชมชื่นชอบของคุณชายชื่อยาวว่าที่คู่หมั้นก็ได้ แต่สาลินกลับไม่คิดเช่นนั้น

“ใครจะรู้ เขาผู้ดีเก่าเหง้าผู้ดีเขาอาจทำเชิดหัวสูง เห็นพี่สาวฉันต้อยต่ำจนเขาไม่อยากชายตามองก็ได้”

“นี่...คุณรู้ได้ยังไงว่าพี่เขยคุณเป็นอย่างนั้น”

“ก็ฉันเคยเจอ คุณชายจอมเก๊กทำเชิดอยู่คนหนึ่งน่ะสิ เจ้าประคู้ณ...อย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย”

“แหม...ว่าที่พี่เขยคุณ เขาคงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก”

“จะว่าได้เหรอ อีกอย่าง เขาอาจจะรักอยู่กับคุณหญิงคุณหยัง แม่กระชังก้นใหญ่คนหนึ่งก็ได้”

พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตถึงกับสะดุ้ง สาลินพูดราวกับรู้ทุกอย่าง และเมื่อเขากลับถึงวังวุฒิเวสม์ในคืนเดียวกัน นมย้อยก็ตอกย้ำความคิดเขา ด้วยการปรับทุกข์เรื่องคุณชายรอง

“เสด็จฯทรงรับหนูศรีเข้ามาแบบนี้ ก็แปลว่าทรงไม่ยอมรับหญิงก้อยเด็ดขาด”

คุณชายเล็กอดเย้าไม่ได้ “หนูศรี...นี่แปลว่านมไปสนิทสนมกับเขามาแล้วหรือ”

“ก็ใช่สิคะ เธอทั้งสวย ทั้งเรียบร้อย คุยด้วยแล้วเย็นตาเย็นใจค่ะ”

“แหม...แต่ตอนผมเจอไม่ยักกะเย็นเท่าไหร่ ค่อนข้างร้อนเลยล่ะนม”

“นี่คุณเล็กก็เจอหนูศรีมาแล้วหรือคะ คุณเล็กคงไปซุกซนอะไรเข้าสิคะ เธอถึงร้อนใส่”

“โธ่...เปล่าสักหน่อย นี่ไม่ทันไรเลย นมไปเข้าข้างเขาแล้ว”

“หนูศรีน่ะ ใครเข้าใกล้ก็รักทั้งนั้นแหละค่ะ”

คำโฆษณาชวนเชื่อของนมย้อย ทำให้คุณชายเล็กยิ้มบางๆ เพราะมันเหมือนคำพูดของสาลินไม่มีผิด และเมื่อนมย้อยถามเขาถึงศรีจิตราบ้าง เขาก็ตอบไปตามที่รู้สึก

“สวย...เหมือนนางในวรรณคดีมั้งครับ”

นมย้อยมองค้อน คิดว่าเขาแกล้งพูดประชด “คุณไม่ชอบแบบนี้ แต่คุณรองอาจจะชอบก็ได้”

“แหม...นมรู้ด้วยหรือว่าผมชอบผู้หญิงแบบไหน”

“จะแบบไหน ก็แบบที่เปรี้ยวปรู๊ดปร๊าด ซุกซนแบบคุณน่ะสิคะ”

คุณชายเล็กไม่เถียง แต่บอกตรงๆว่าแอบไปคุยอยู่หนึ่งคน ไม่เปรี้ยวแต่ซนมากกว่า นมย้อยหูผึ่ง ซักใหญ่ด้วยความอยากรู้ว่าเป็นลูกสาวบ้านไหน ราชนิกุลหนุ่มเจ้าสำราญไม่ตอบ แต่บอกใบ้เป็นนัยๆ

“ไม่ใช่คนห่างไกลหรอกฮะ โลกเรายิ่งกลมเกินเหตุอยู่ด้วย”

“อ้อ...คนนี้ล่ะสิ ที่คุณขนขนมนมไปให้จนหมดตำหนัก ขาไพ่จะกินขนม ต้องทอดข้าวตากโรยน้ำตาลให้แก้ขัด!”

ooooooo

คุณชายเล็กไม่ถือสาคำพูดประชดประชันของนมย้อย และลืมมันสนิทในเช้าวันต่อมา ต่างกับคุณชายรอง แค้นฝังหุ่นกับวีรกรรมสุดแสบของน้องสาวคนเดียวของศรีจิตรา เจ้าของมะม่วงรสดีที่วางตรงหน้า คุณชายเล็กเห็นพี่ชายทำหน้าบอกบุญไม่รับ เลยแกล้งกระเซ้าว่าคงเพราะมะม่วงเปรี้ยวไม่ถูกใจ

“ไม่ใช่...ฉันหมายถึงยายเด็กปากจัดเจ้าของมะม่วง ปากร้าย อวดดี ไม่มีมารยาท”

“พี่รองเกลียดเขาเรื่องปากจัด หรือว่าเรื่องที่ทำให้หญิงก้อยรู้เรื่องคุณศรีกันแน่”

“ทั้งสองอย่างนั่นแหละ”

“แต่ผมว่าที่จริงพี่รองน่าจะขอบใจ...ยายเด็กปากจัดนั่นมากกว่า เพราะเขาทำให้เรื่องดำเนินต่อไปไม่คาราคาซังไงฮะ พี่รองต้องตัดสินใจได้แล้ว ถ้าเลือกหญิงก้อยก็ต้องกราบทูลเด็จป้าไปตรงๆ”

“ฉันไม่อยากได้ชื่อว่าอกตัญญู ฉันอยากทดแทนพระคุณเด็จป้า”

คุณชายเล็กถอนใจยาว เปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงเป็นจริงจัง “งั้นก็ต้องกราบทูลเด็จป้าว่าขอตอบแทนพระคุณแบบอื่น ไม่ต้องเอาชีวิตไปจมอยู่กับผู้หญิงที่ไม่ได้รัก...

แล้วมันก็ไม่ยุติธรรมกับคุณศรีจิตราด้วย”

“รู้ไหม...นายนี่พูดเหมือนยายเด็กปากดีคนนั้น ทุกคำ”

“หรือฮะ...สงสัยผมกับเขาเป็นคนประเภทเดียวกัน”

คุณชายเล็กพูดยิ้มๆ แต่คุณชายรองกลับไม่ตลกด้วย...เกลียดขี้หน้ายายเด็กปากดีนั่นจริงๆ

เช้าวันเดียวกันที่วังรัชนีกุล...คุณหญิงก้อยอาละวาดไม่หยุด ข้าวปลาอาหารไม่ยอมแตะ หม่อมวาณีร้อนใจมาก จนไม่เป็นอันทำอะไรด้วยความเป็นห่วงลูก คุณหญิงกลางเลยต้องออกโรง จัดการน้องสาวคนเดียวเอง

“จะออกฤทธิ์ออกเดชไปถึงไหนหญิงก้อย หม่อมแม่ทุกข์ใจแค่ไหนรู้บ้างหรือเปล่า”

“แล้วหญิงล่ะ หญิงก็ทุกข์ใจ โดนคุณชายรองหลอกเรื่องคู่หมั้น มีใครเห็นใจหญิงบ้าง”

“ที่จริงเธอเป็นคนหลอกชายรองเองนะ เธอกุเรื่องเสด็จฯทรงจับคู่ให้คุณรองแล้วมันก็กลับมาสนองเธอ”

“พี่กลางจะมาพูดซ้ำเติมหญิงอีกทำไมคะ”

“เธอควรจะรู้ตัวเองบ้างว่าหลายเรื่องที่เธอทำน่ะมันผิด มันไม่สมควร”

คุณหญิงก้อยยังไม่สำนึก แต่ไม่ทันโต้พี่สาว สาวใช้ก็มารายงานว่าคุณชายรองขอพบ คุณหญิงกลางแนะให้พูดกันให้รู้เรื่อง แต่ราชนิกุลสาวหัวสูงปฏิเสธ งอนไม่เลิกเพราะเชื่อว่าเขาต้องแต่งงานตามที่เสด็จพระองค์หญิงต้องการแน่

แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น คุณหญิงก้อยก็แอบไปยืนฟัง ระหว่างที่คุณหญิงกลางไปรับหน้าชายคนรัก

“ถ้าหญิงก้อยพร้อมจะแต่งงานกับผม ผมก็พร้อมที่จะขัดพระทัย ผมพร้อมจะเป็นหลานทรยศ”

คุณหญิงก้อยยิ้มสาสมใจ ต่างจากคุณหญิงกลางกับหม่อมวาณี สีหน้าเป็นกังวล กลัวจะเป็นเรื่องใหญ่ หากราชนิกุลหนุ่มขัดรับสั่งเสด็จพระองค์หญิงจริงๆ

คุณชายรองเห็นว่าหญิงคนรักคงไม่ยอมพบตนจริงๆ เลยขอตัวกลับ คุณหญิงก้อยปรากฏตัวทันทีที่ลับหลังชายคนรัก คุณหญิงกลางมองมาอย่างรู้ทัน และไม่รอช้าจะถามเสียงเครียด

“แล้วจะยังไง คุณรองพร้อมจะทิ้งทุกอย่างเพื่อเธอแล้วนะ”

“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่หรือคะ”

หม่อมวาณีพยายามไกล่เกลี่ย “งั้นแม่จะเรียกชายรองมาคุยอีกที เย็นนี้ดีไหมลูก”

แต่คุณหญิงก้อยก็เล่นตัวไม่เลิก “ยังค่ะ เขาทำให้หญิงเสียหน้า เขาทำให้หญิงไม่พอใจ ฉะนั้น...เขาต้องรอไปก่อน หญิงอยากให้เขาทุรนทุราย ให้เขาทุกข์ ให้เขาทรมานใจที่กล้าทำกับหญิงแบบนี้”

หม่อมวาณีอยากจะเป็นบ้า แต่ก็ไม่กล้าท้วงอะไรเหมือนเคย ต่างจากคุณหญิงกลางที่ยุส่ง

“ก็ดีเหมือนกันค่ะ ให้คุณรองเธอรอไป เผื่อเธอจะคิดได้ว่าไม่ควรต้องรออีกต่อไป!”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งคุณหญิงก้อยกระทืบเท้าเร่าๆด้วยความหัวเสียสุดขีด โดยมีหม่อมวาณีคอยปลอบตามเคย

ooooooo

ศรีจิตรากลุ้มใจไม่เลิกเรื่องแต่งงานกับคุณชาย รอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ออก เมื่อมาลากับวรรณานำนิตยสารฝรั่งมาให้เลือกแบบชุดแต่งงาน คุณสอางค์แวะมาคุยด้วย และถือโอกาสถามถึงคุณชายเล็ก เพราะอยากจะจับคู่ให้กับสาลิน

เพราะวีรกรรมหน้าแตกก่อนหน้า ทำให้ศรีจิตรามีท่าทีอึกอัก แต่ก็พยายามข่มอาการ

“ก็...ดูรื่นเริงดีค่ะ หนูไม่เคยเห็นเสด็จทรงพระสำราญขนาดนี้ คุณชายเล็กนี่ลูกคนโปรดของหม่อมหรือคะ”

“อุ๊ย...ไม่ใช่จ้ะ ลูกรักน่ะคุณชายโต ส่วนคุณชายรองน่ะ หม่อมอำพันลงมาถวายเสด็จ เลยเป็นพระภาติยะคนโปรด ส่วนคุณชายเล็กน่ะ ตอนเกิดมาหม่อมเสียไพ่หลายหมื่น เลยพาลโกรธลูก ยกให้นมย้อยเลี้ยง”

ศรีจิตราตาโตไม่อยากเชื่อ มาลากับวรรณาหัวเราะคิกคัก จนคุณสอางค์ต้องส่งสายตาปราม

“แต่นมย้อยน่ะเลี้ยงคุณชายเล็กมาดีเหลือเกิน คุณชายเล็กเป็นเด็กดี ช่างพูดช่างเจรจา ไม่ถือตัวเลย”

ศรีจิตราอดค่อนแคะไม่ได้ “ค่ะ...แล้วก็ช่างเล่นเกินไปนิดหนึ่งด้วย”

แต่คุณสอางค์ก็ไม่ทันจับผิดน้ำเสียงหลานสาว มัวแต่นึกถึงเรื่องจับคู่ “ป้าถึงอยากให้รู้จักยายสาไง”

ชื่อของสาลิน ทำให้ศรีจิตรายิ้มออก นึกถึงความซนและความแสบของน้องสาว แล้วก็อดคล้อยตามคุณสอางค์ไม่ได้ ว่าคงเป็นการจับคู่ที่โกลาหลน่าดู เพราะว่าที่คู่หมั้นหนุ่มสาวไม่ธรรมดา แต่แล้วบรรยากาศสนุกสนานก็ต้องหมองลง เมื่อเธอดันเปิดไปเจอรูปถ่ายแบบของคุณหญิงก้อยในนิตยสารฝรั่ง

มาลากับวรรณาหน้าเสีย เช่นเดียวกับคุณสอางค์ ถึงกับคว้านิตยสารในมือหลานสาวมาปิด แล้วพยายามกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่อง ศรีจิตราเห็นว่าไม่มีประโยชน์เลยโพล่งออกไปตรงๆว่ารู้เรื่องคุณหญิงก้อยรักกับคุณชายรองแล้ว

คุณสอางค์เบิกตาโพลง ดุมาลากับวรรณาใหญ่ เพราะเข้าใจว่าเป็นคนปากสว่าง ก่อนจะหันไปปลอบหลานสาว

“คงมีนังบ่างช่างยุบอกหนูสินะ เรื่องนี้มันยืดเยื้อมานาน ตั้งแต่คุณชายรองยังรุ่นๆ แต่ก็เลิกรากันไปทีหนึ่ง เพราะคุณหญิงก้อยเกิดแปรใจไปแต่งกับคนอื่น แล้วยังไงไม่รู้ เกิดเลิกร้างกับผัวหันมาหาคุณรองใหม่”

ศรีจิตราพยักหน้ารับน้อยๆ แต่สีหน้าหนักใจเหลือเกิน จนคุณสอางค์เริ่มใจไม่ดี

“ไอ้ข้างนี้ก็ใจอ่อน ผู้หญิงมาขอคืนดี เสด็จฯทรงกริ้วนักถึงได้ขอหนูมาอยู่นี่ไง อย่าไปฟังเสียงนกเสียงกาเลยนะลูก หนูคือสะใภ้ที่เสด็จฯทรงเลือก ต่อให้สิบคุณหญิงก้อยก็ทำอะไรหนูไม่ได้”

วันเดียวกันที่วังรัชนีกุล...คุณชายรองแวะมาง้องอนหญิงคนรักเหมือนเคย แต่ไม่ทันได้พบ เขาก็ต้องหน้าเสีย เมื่อได้ยินคุณหญิงก้อยพูดกับคุณหญิงกลาง ให้ฝากไปบอกเขา

“บอกเขาด้วยนะคะว่าขอให้เขาทำตามพระประสงค์ของเด็จป้า ไปแต่งงานกับแม่ผู้หญิงบ้านนอกนั่นซะ!”

คุณชายรองยืนนิ่ง แล้วก็ถึงกับตัวชาเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของหญิงคนรัก

“เมื่อเด็จป้าจงเกลียดจงชังหญิงนัก หญิงก็ไม่อยากไปร่วมวงศ์วานว่านเครือเหมือนกัน ปล่อยหญิงไปเถอะค่ะ อย่าให้หญิงต้องทำให้คุณรองกลายเป็นหลานอกตัญญูเลย”

คำพูดประชดแดกดันถึงเสด็จพระองค์หญิง ทำให้คุณชายหน้าตึง และตัดสินใจเผชิญหน้ากับหญิงคนรัก พร้อมกับยอมรับคำพูดขอตัดความสัมพันธ์ของเธอทุกอย่าง แล้วขอตัวดื้อๆ หม่อมวาณีร้อนใจแทนลูกสาว เช่นเดียวกับคุณหญิงกลาง ต่อว่าน้องสาวใหญ่ที่พูดอะไรไม่รู้จักคิด

“เพราะทำอะไรเอาแต่อารมณ์อย่างนี้ไง ถึงได้หน้าชื่นอกตรมอย่างนี้”

แต่คุณหญิงก้อยก็ทิฐิ ไม่สำนึก จนท่านชายจันทร์ซึ่งแอบฟังอยู่นาน อดไม่ได้ ต้องออกโรงค่อนแคะแดกดันลูกสาวด้วยตัวเอง “ไม่ใช่แค่มันหรอก พ่อ แม่ พี่ ก็หน้าชื่นอกตรมไปด้วย!”

คุณหญิงก้อยแทบกรี๊ด แต่ก็ทำได้แค่ประชดกลับ “ถ้าเช่นนั้น หญิงก็ขอประทานอภัยด้วยเพคะ”

พูดจบก็สะบัดหน้าหนีขึ้นห้อง ทิ้งท่านชายจันทร์ให้มองตามด้วยความโมโห โกรธนักที่ลูกสาวคนเล็ก ซึ่งเป็นดั่งแก้วตาดวงใจของคนทั้งวัง ก่อเรื่องงามหน้าไม่เว้นแต่ละวันจนอับอายทั่วพระนคร แถมไม่สำนึกแบบนี้

ooooooo

คำพูดตัดรอนของคุณหญิงก้อย ทำให้คุณชายรองหัวเสียมาก จนอยากไปเที่ยวแก้เซ็ง แต่กลับไม่มีเพื่อนคนไหนไปด้วย สุดท้าย…ราชนิกุลหนุ่มขี้เก๊กเลยต้องไปพาลใส่ตัวต้นเรื่องที่ทำให้เขามีสภาพเช่นนี้

สาลินนั่นเองเป้าหมายของคุณชายรอง และเขาก็ไม่รอช้าจะไปดักรอเธอที่ถนนใกล้ห้องสมุดในเย็นวันเดียวกัน บีบแตรดังสนั่น จนผู้คนละแวกนั้นแตกตื่น บรรณารักษ์สาวคู่ปรับตาโต เอาเรื่องเสียงเข้ม

“นี่คุณ...จะบ้าหรือ ฉันเกือบหัวใจวาย”

“เห็นเก่งกล้าสามารถ แค่นี้ไม่น่าตกใจ”

สาลินเชิดหน้า สวนกลับอย่างไม่กลัว “ตกใจสิ แต่ไม่ตกใจเท่าเวลาเห็นคนมาเล่นหนังสดต่อหน้า”

คุณชายรองตาวาว โกรธมากแต่พยายามข่มไว้ แล้วขอแกมบังคับให้เธอไปคุยธุระด้วย บราลีกับลลิตาซึ่งเดินมากับสาลินด้วยถึงกับอึ้ง สังหรณ์ว่าคุณชายขี้เก๊กกับบรรณารักษ์สาวบ้านสวนจะมีอะไรปิดบัง แต่ไม่ทันถาม สาลินก็ตัดปัญหาไทยมุงด้วยการตกลงไปคุยกับเขา

สาลินนั่งตัวเกร็งไปตลอดทาง ใจตุ๊มๆต่อมๆ กลัวเขาพาไปทำมิดีมิร้าย แต่แล้วก็ได้ถอนใจโล่งอก เมื่อเขาแล่นรถมาจอดในสวนสวย เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และสระน้ำกว้าง น่าเดินเล่นและพักผ่อนหย่อนใจเป็นที่สุด

ภาพหญิงสาวตื่นเต้นกับธรรมชาติงดงามทำให้คุณชายรองเพลิดเพลินชั่วขณะ ก่อนจะเข้าเรื่องเสียงเข้ม

“เธอเป็นคนทำให้ฉันลำบาก เพราะฉะนั้น เธอต้องเป็นคนแก้ไขเรื่องนี้”

“เรื่องอะไรกัน อ๋อ...เรื่องที่คุณถูกคู่รักของคุณโกรธ เพราะคุณต้องแต่งงานกับพี่สาวฉันน่ะหรือ”

คุณชายรองพยักหน้ารับไม่ปฏิเสธ สาลินส่ายหน้า ถอนใจยาวปลงๆ

“พุทโถ พุทถัง...คุณนี่พาลพาโลจริงๆ ยังไงคู่รักของคุณก็ต้องรู้เรื่องนี้วันยังค่ำ ถึงไม่รู้จากฉัน ก็ต้องรู้จากคนอื่น คุณคิดจะหลอกคู่รักของคุณไปอีกนานเท่าไหร่”

“ฉันไม่เคยคิดหลอกใคร ฉันกำลังรอจังหวะเหมาะๆบอกเขาอยู่”

“นั่นไง ฉันก็เลยช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น”

“ง่ายบ้าอะไรกัน เขารู้จากฉัน กับรู้จากเธอน่ะ มันต่างกันมากรู้ไหม”

สาลินนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะพยักหน้ารับรู้ พอเข้าใจความอึดอัดของเขา แต่ก็ยังไม่เปลี่ยนความตั้งใจเดิม

“คุณหาทางกราบทูลเสด็จหรือยัง ว่าจะไม่แต่งงานกับพี่สาวฉัน”

คุณชายรองส่ายหน้า ยังหาโอกาสไม่ได้ สาลินไม่เชื่อคำแก้ตัวแบบขอไปทีของเขาเลยแม้แต่น้อย

“ขนาดเด็กโตมากับเรือกกับสวนอย่างฉัน ยังรู้จักความรับผิดชอบ แต่เด็กโตมาในรั้วในวังอย่างคุณ น่าจะมีความรับผิดชอบสูงส่งกว่าฉัน...แต่นี่เปล่าเลย”

“เธอจะว่าวังวุฒิเวสม์ไม่ได้อบรมสั่งสอนฉันใช่ไหม”

เพราะความโมโหแท้ๆ ทำให้คุณชายรองก้าวไปจับไหล่เธอ บีบแน่นตามอารมณ์พลุ่งพล่าน สาลินเจ็บไม่น้อย แต่ไม่กลัว แถมท้าอีกต่างหากให้เขาหักคอเธอถ้าต้องการ

คุณชายรองเริ่มรู้สึกตัว คลายมือออก “ถ้าไม่คิดว่าฉันต้องแต่งงานกับพี่สาวเธอล่ะก็ ฉันทำไปแล้ว”

“ที่ไม่ทำเพราะว่าคุณขี้ขลาดมากกว่ามั้ง รู้ไว้...ว่าฉันไม่อยากให้พี่สาวฉันแต่งงานกับคุณ เพราะคนขี้ขลาด เห็นแก่ตัว และพาลพาโลอย่างคุณน่ะ ไม่สมควรเป็นผู้คุ้มครองใครทั้งนั้น และคุณมันงก ที่คุณปฏิเสธการแต่งงานกับพี่สาวฉัน เพราะคุณงก อยากได้สมบัติจากเสด็จ!”

พูดจบก็สะบัดหน้าหนีไปอีกทาง คุณชายรองถึงกับสะอึก ก่อนจะตั้งสติได้ ตามติด

“ด่าฉันแล้วทำเป็นเดินหนี พูดให้จบสิ ฉันเป็นคนยังไงอีก”

“ได้...ผู้ชายอย่างคุณ ถ้าแต่งงานกับคนที่คุณไม่ได้รัก คุณคงจะตั้งหน้าตั้งตาทรมานใจเขาอย่างอยุติธรรมที่สุด”

คุณชายรองยิ้มหยัน “ช่างรู้ดีนักนะ”

สาลินเหยียดยิ้มเย็น ก่อนจะตอกกลับไม่ไว้หน้า “และผู้ชายอย่างคุณ ถ้าแต่งงานกับคนที่คุณรักทูนหัวทูลเกล้า คุณคงหลับหูหลับตาให้เขาสนตะพายจูงจมูกไปได้ทุกที่...ใช่หรือเปล่า”

ooooooo

คุณชายรองคงจะเถียงเอาชนะจนได้ ถ้าฝนจะไม่ตก สาลินรีบไปหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ ราชนิกุลหนุ่มขี้เก๊กขยับตาม สองสายตาประสานกันชั่วอึดใจ เกิดประกายประหลาดแล่นทั่วร่าง แต่เขาก็พยายามกลบเกลื่อนไว้ แล้วจัดการลากตัวหญิงสาวคู่ปรับขึ้นรถ ก่อนจะเปียกปอนไปมากกว่านี้

แต่กว่าจะฝ่าฝนขึ้นรถได้ สองหนุ่มสาวคู่ปรับก็เปียกตั้งแต่หัวจดเท้า โดยเฉพาะสาลิน เปียกทั้งตัวจนเสื้อที่สวมแนบสนิทกับเนื้อ เน้นส่วนเว้าโค้งจนคุณชายรองเริ่มหายใจติดขัด แต่เพียงไม่นาน ราชนิกุลหนุ่มขี้เก๊กก็ตั้งสติได้ เมื่อได้ยินเสียงห้วนๆขอลงจากรถของเธอ

“จะลงไปให้เปียกกว่านี้...หรือว่าตอนนี้ผ้ามันยังแนบเนื้อไม่พอ”

“คุณ...อีพวกจิตทราม ฉันบอกให้หยุดรถ”

“แล้วเธอจะกลับยังไง แท็กซี่คงชอบเสื้อบางๆของเธอ”

สาลินโมโหมาก ที่เขาพูดจาหยาบคาย คุณชายรองยักไหล่ ไม่ยี่หระ

“อ้าว...เธอชอบความจริง ชอบคนตรงไปตรงมาไม่ใช่หรือ ฉันก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง”

“ความจริง...แต่มันไม่สุภาพก็ไม่ควรพูด”

เมื่อไปไหนไม่ได้ สาลินเลยต้องหาทางแก้เฉพาะหน้า ควักผ้าเช็ดหน้าผืนโตของตัวเองมาสอดบังเสื้อชั้นในไว้ คุณชายรองใจหายวาบ กลัวแทบแย่เพราะเธอทำท่าเหมือนจะถอดเสื้อ

“ฉันไม่ใช่พวกชอบทำประเจิดประเจ้อในรถโชว์คน...เหมือนใครบางคน”

“นี่เธอเห็นฉันเป็นคนจิตทราม หมกมุ่นในกามารมณ์ตลอดเวลาสินะ”

สาลินไม่ตอบ มัวแต่กอดตัวเองด้วยความหนาวสั่น คุณชายรองสงสาร เลยหยิบเสื้อนอกของเขาส่งให้ สาวแสบบ้านสวนจำต้องละทิฐิ รับมาสวมไว้ และขนาดเสื้อที่ใหญ่เกินตัว ก็ทำให้เธอน่าเอ็นดูโดยไม่รู้ตัว

คุณชายรองคงจะเพลิดเพลินกับภาพตรงหน้าอีกพักใหญ่ ถ้าเธอจะไม่ส่งตาขวางมาให้

“เราน่ะเป็นผู้หญิง จะทำอะไรให้นึกถึงความเป็นผู้หญิงให้มาก อย่าคิดว่าจะทำอะไรอย่างผู้ชายได้เสียทุกอย่าง”

“คุณไม่ต้องมาสั่งสอนฉัน อย่างน้อย...สิ่งที่ฉันพูดวันนี้ ฉันแน่ใจว่าฉันทำถูกทุกอย่าง”

คุณชายรองถอนใจยาว พูดเสียงเรียบ “บางอย่าง...เธอพูดถูกบางอย่างเท่านั้นแหละ”

บรรยากาศบนรถดีขึ้นมากหลังจากนั้น สาลิน อดแปลกใจไม่ได้ ที่จู่ๆราชนิกุลหนุ่มคู่ปรับก็ยอมรับความคิดเห็นของเธอง่ายๆ ที่สำคัญ...รู้สึกปลื้มไม่น้อย ที่เขามีน้ำใจอาสาไปส่งถึงบ้านสวนเมืองนนท์ แต่เพราะความอ่อนเพลียจากฝนและคร่ำเคร่งกับงานตลอดวัน ทำให้สาวแสบบ้านสวนเผลอหลับก่อนถึงบ้าน และหลับสนิทเป็นตาย ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำตอนเขาแวะเติมน้ำมันใกล้บ้าน

พุดซ้อนกับชบาเจ้าของปั๊มช่างสอด เห็นชายหนุ่มหน้าตาท่าทางดีมาเติมน้ำมัน ก็ถลาไปรับหน้าและบริการอย่างดี ก่อนจะผงะ ตาโตด้วยความตกใจสุดขีด

เมื่อเห็นหน้าผู้โดยสารสาวคนสวยที่นั่งพิงเบาะหลับมากับเขาชัดๆ

ลูกค้าหนุ่มท่าทางดีจ่ายค่าน้ำมันและขับออกไปแล้ว สองแม่ลูกถึงได้มองตากันอึ้งๆ ก่อนที่พุดซ้อนจะเป็นฝ่ายทนไม่ได้ โพล่งออกไป “ว้าย...หนูสา ไปออกแรงทำอะไรมา ถึงได้อ่อนระโหยโรยแรงตะแคงหลับอย่างนี้!”

ooooooo

ไม่กี่อึดใจต่อมา คุณชายรองก็แล่นรถมาจอดหน้าบ้านสาลิน ก่อนจะแกล้งเย้าขำๆว่าเธอหลับตลอดทาง สาลินโมโหมาก แต่ต้องพยายามข่มอารมณ์ไว้ เพราะเห็นแก่ความดีของอีกฝ่ายที่มาส่ง แต่ความอดทนทุกอย่างก็ต้องพัง เมื่อเขายั่วประสาทเธอกลับ ด้วยการตอบรับคำเชิญของคุณตาคุณยาย อยู่กินข้าวเย็นด้วย

แม้จะแก้เผ็ดได้ด้วยการอยู่กินข้าวเย็นด้วย แต่คุณชายรองก็ถึงกับหน้าตึง เมื่อได้ยินคนทั้งบ้านเธอ ไม่เว้นแม้แต่ผู้อาวุโสอย่างคุณตาคุณยาย เรียกเขาเป็นเสียงเดียวกันว่าคุณชายชื่อยาว สาลินทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วถือโอกาสระหว่างที่เขาคุยกับคุณตาคุณยาย ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า

เย็นวันเดียวกันที่ตำหนักเล็กวังวุฒิเวสม์...

ฝนตกหนักไม่ต่างจากที่เมืองนนท์ คุณชายเล็กเลยไม่ได้ออกไปไหน แต่นั่งเล่นอ่านหนังสือบนตำหนัก นมย้อยยกถาดสำรับเครื่องเสวย จะให้สาวใช้ยกไปถวายเสด็จพระองค์หญิง แต่จรวยยึดสาวใช้ไว้ให้ช่วยเลี้ยงลูกหมด เลยไม่มีใครว่างไปให้ คุณชายเล็กเลยอาสาไปถวายเอง

ลับหลังคุณชายเล็ก จรวยก็ทำหน้าหงิกใส่ นมย้อยเลยถือโอกาสพูดกระแทกจรวยให้น้อมฟัง

“คุณชายเล็กน่ะ เธอมีน้ำใจ ไม่เคยถือตัวช่วยอะไรได้เธอช่วยทุกอย่าง ผู้ดีแท้ๆน่ะ เขาถ่อมตัวอย่างนี้แหละ”

“ค่ะคุณนม...ไม่เหมือนพวกผู้ดีจอมปลอมนะคะ วันๆนั่งกรีดกรายชี้นิ้ว คอยให้บริวารมารองมือรองเท้า!”

คุณชายเล็กก็อดหมั่นไส้จรวยไม่ได้เหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากเก็บมาใส่ใจ ตั้งหน้าตั้งตาเดินหลบฝน จะยกสำรับไปถวายเสด็จฯ แต่ไปไม่ถึงไหน ก็ต้องหยุดพักที่ศาลากลางสวน พร้อมเพื่อนร่วมชะตากรรมคนสวย ที่เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้เจอในเวลานี้ ศรีจิตรานั่นเองที่มาเดินเล่นแล้วติดฝน เธออดประหม่าไม่ได้ เมื่อต้องติดแหง็กกับราชนิกุลหนุ่มเจ้าสำราญ แต่ยังตีหน้านิ่ง เสบอกให้เขาส่งถาดสำรับมา เธอจะถือไปถวายเสด็จฯเอง แต่เขาก็ปฏิเสธ

“นี่จะไล่ผมกลับแล้วหรือฮะ”

“ดิฉันไม่ได้ไล่คุณชายกลับ แต่ดิฉันเห็นว่าไม่สมควรที่คุณชายจะมาทำอะไรแบบนี้”

“แบกถาดนี่นะครับ...โธ่...สมัยอยู่เมืองนอก ผมทำมากกว่านี้อีก ทั้งรับออเดอร์ เสิร์ฟอาหาร เช็ดโต๊ะ ล้างจาน เทขยะ วันดีคืนดียังต้องไปทอดเนื้อหน้าเตาด้วย”

ศรีจิตราอดทึ่งไม่ได้แต่ก็ยังสองจิตสองใจ เชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง กลัวถูกหลอกปั่นหัวเหมือนคราวที่แล้ว คุณชายเล็กต้องยืนยันว่าทุกอย่างเป็นความจริง พร้อมกับสาบานให้ฟ้าผ่า หากเขาพูดไม่จริง

ขาดคำฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงสะเทือนทั้งศาลา คุณชายเล็กหลบวูบ จนศรีจิตราถึงกับยิ้มขัน และท่าทางกับรอยยิ้มของเธอนี่เอง ก็ทำให้ราชนิกุลหนุ่มคิดได้ว่า...เธอก็มีความรู้สึก ไม่ใช่หุ่นกระบอกอย่างที่พี่ชายเขาเคยค่อนขอด

สองหนุ่มสาวกำลังดื่มด่ำบรรยากาศดีๆแต่พลันก็ต้องขยับหากันโดยไม่ตั้งใจ เมื่อเห็นว่าฝนเริ่มตกหนักขึ้น สองสายตาประสานโดยไม่ทันตั้งใจ ศรีจิตรามีสีหน้าประหม่าและเป็นกังวล จนเขาอดเย้าไม่ได้

“คุณทำเหมือนหายใจไม่ออก...หรือว่าผมอยู่ใกล้เกินไป เอางี้ไหมฮะ ผมจะไปยืนนอกศาลา จะได้ไม่ผิดจารีต”

ศรีจิตรายิ้มบางๆ “นี่ไม่ใช่เรื่องม่านประเพณีนะคะ”

“แน่ะ...คุณรู้จักนิยายเรื่องนี้ด้วย นมย้อยเล่าให้ผมฟัง นมย้อยน่ะเป็นขุมคลังนิทานเลยนะครับ ตอนเด็กพอผมนอนไม่หลับ นมย้อยจะจับผมหนุนตัก แล้วเล่านิทานกล่อมจนผมหลับ”

ท่าทางเหมือนกลับไปเป็นเด็กและน้ำเสียงอ่อนโยนที่พูดถึงนมย้อยทำให้ศรีจิตราอดมองมาด้วยความชื่นชมไม่ได้ รู้สึกดีกับเขามากขึ้น จนแทบไม่เหลืออคติเดิมๆ แต่ที่ทั้งสองคนไม่รู้คือจรวยแอบเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างจากพุ่มไม้ไม่ไกลกันนั้น และอดคิดอกุศลไม่ได้ ว่าศรีจิตราคงให้ท่าไม่เลือก ไม่เว้นแม้แต่น้องชายคนเดียวของว่าที่คู่หมั้น!

ooooooo

สาลินเปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้านแล้วเมื่อลงมาร่วมวงกินข้าว คุณชายรองมองมายิ้มๆ นึกชมสาวแสบคู่ปรับในใจ ว่าแต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักไปอีกแบบ ต่างจากสาลินหงุดหงิดไม่เลิกที่เห็นเขานั่งคุยกับทุกคน ในบ้านเธออย่างถูกคอ ไม่กลับหรือขอตัวอย่างที่คิดไว้ แถมทำตัวเป็นกันเองจนทุกคนหายเกร็ง

ที่แย่กว่านั้นคือหลังมื้อเย็นแสนอร่อย เธอก็ถูกคุณตาคุณยายบังคับให้เดินไปส่งเขาถึงรถ และคุณชายชื่อยาวก็รู้ทันเสียทุกอย่าง ทำหน้าและท่าทางกวนประสาทเหมือนจะเย้า จนเธอแทบหมดความอดทน

คุณชายรองเห็นท่าทางกระฟัดกระเฟียดของอีกฝ่าย ก็นึกเอ็นดูมากกว่าโกรธ แต่ยังตีหน้าขรึมขอเสื้อนอกคืน

“ฉันจะเอาไปซักให้ก่อน”

“ไม่ต้องก็ได้มั้ง มันไม่ได้เปื้อนเนื้อเปื้อนตัวอะไรเธอนี่ เพราะเธอเอาผ้าเช็ดหน้าสอดไว้แล้วไม่ใช่หรือ”

สาลินหน้าแดง แทบเต้นเร่าๆด้วยความอาย แต่ยังพยายามข่มอารมณ์เพราะเห็นแกะยืนจ้องอยู่ไม่ไกลกันนั้น

“ที่ฉันซักให้ก็เพราะฉันเป็นคนรับผิดชอบต่างหาก”

“ก็ได้ แต่เสื้อนอกฉันเป็นของมียี่ห้อ หรูหรา ราคาแพง ซักหนักมือไปเดี๋ยวจะช้ำชอกเป็นริ้วเป็นรอยหมด”

สาลินกัดฟันกรอด ก่อนจะย้อนเสียงห้วน “ฉันจะส่งซักแห้ง ไม่ซักให้เปลืองมือหรอก”

“แต่คงเปลืองเงินน่าดู”

พูดจบก็ยิ้มเย้าๆ แล้วขอตัวขับรถกลับ ทิ้งสาลินให้มองตามด้วยความเจ็บใจ...ฝากไว้ก่อนเถอะอีคุณชายขี้เก๊ก!

คุณชายรองกลับถึงตำหนักเล็ก พร้อมกับดอกไม้กลัดกระดุมเสื้อที่สาลินทำหล่นไว้บนรถ จังหวะเดียวกับที่คุณชายเล็กก็เพิ่งรับมื้อค่ำกับนมย้อยเสร็จ สองหนุ่ม นี่น้องเลยมีโอกาสคุยกันเรื่องคุณหญิงก้อย โดยเฉพาะคุณชายรอง ได้ระบายความอึดอัดใจและบ่นเซ็งๆที่ต้องรับมือความแสบของน้องสาวคนเดียวของศรีจิตรา คุณชายเล็กตีบทแตก ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ย้อนถามถึงน้องสาวคนเดียวของศรีจิตรา

“นายไม่รู้จักหรอก แม่นี่ชื่อสาลิน”

คุณชายเล็กกลั้นขำแทบแย่ ย้อนถามหน้าตาย “นั่นสิฮะ ผมจะรู้จักได้ยังไง เขาชื่อสาลินเหรอฮะ คือคนที่เอาผลไม้มาให้บ้านเรา แล้วเจอพี่รองจู๋จี๋กับหญิงก้อย และก็เลยทำให้ความแตก หญิงก้อยเลยรู้เรื่องคุณศรีใช่ไหมฮะ”

คำพูดสาธยายเป็นฉากๆของน้องชาย ทำให้คุณชายรองอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะเริ่มจับผิด คุณชายเล็กกลัวถูกซักแล้วความจะแตก เลยแกล้งเฉไฉกลบเกลื่อน เปลี่ยนไปคุยถึงวันที่คุณหญิงก้อยรู้เรื่องศรีจิตรา

“เห็นว่าวันนั้น คุณสาลินอะไรเนี่ย เล่นงานซะพี่รองตั้งตัวไม่ติด”

“แกก็ยังเทียบไม่ได้กับที่เขาด่าฉันสาดเสียเทเสียวันนี้”

“ยังไงฮะ พี่รองไปเจอเขาที่ห้องสมุดหรือ”

คุณชายรองนิ่วหน้า “แกรู้ได้ยังไงว่าเขาทำงานห้องสมุด”

“เหมือนกับ...เอ่อ...คุณศรีเคยเล่าฮะ ว่าแต่ว่าเขาว่าอะไรพี่รองมั่ง”

“เขาว่า...จนฉันแทบจะบีบคอเขาตายคามือ แต่ที่เขาว่าฉันเป็นจริงเกือบทั้งหมด”

คุณชายเล็กอึ้งไปอึดใจที่ได้ยินพี่ชายยอมรับความคิดเห็นคนอื่น แต่คุณชายรองก็ไม่ทันสังเกต

“เขาว่าฉันขี้ขลาด กลัวไปหมด กลัวหญิงก้อยโกรธ กลัวเด็จป้าเสียพระทัย กลัวต้องกลายเป็นคนอกตัญญู”

“แล้วตรงไหนฮะที่ไม่จริง”

“ก็ตรงที่เขาว่าฉันงก อยากได้มรดกเด็จป้า จนดึงพี่สาวเขามารับเคราะห์น่ะสิ”

คุณชายเล็กหัวเราะเบาๆก่อนจะแกล้งพูดให้พี่ชายได้คิด

“แปลกนะฮะ...เขาเพิ่งเจอพี่รองแค่สองหน แต่สามารถพูดเอาชนะพี่รองให้ยอมรับได้”

“นี่แกหมายความว่ายังไง”

“ก็ในบ้านนี้พี่รองเป็นคนดูแล ถึงบางทีพี่รองจะทำอะไรไม่เข้าท่า ก็ไม่มีใครกล้าพูดหรอกฮะ”

คุณชายรองทำหน้าไม่อยากเชื่อ “นี่ฉันเป็นคนแบบนั้นจริงหรือ...”

เพราะเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อเย็นทำให้สาลินเก็บไปฝันว่ามีงูตัวใหญ่รัดตัวจนแทบหายใจไม่ออก แต่เมื่อเล่าให้คุณตาคุณยาย รวมทั้งผลกับพิณฟัง ทุกคนกลับยิ้มขำๆไม่ได้บอกว่าเป็นฝันร้าย แต่บอกเป็นนัยๆว่า เป็นฝันดีมากกว่า...ที่สาวแสบบ้านสวนจะได้เจอเนื้อคู่ตัวเป็นๆ

ส่วนคุณชายรองไม่ได้ฝันร้ายแต่พฤติกรรมรวมทั้งคำพูดคำจาหลายอย่างของสาลินวันนี้ ก็ทำให้เขาได้คิดและทบทวนตัวเองมากขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งเห็นดอกไม้กลัดเสื้อของเธอที่หล่นในรถ ก็ทำให้นึกฉงน...อยากรู้จริงๆว่าน้องสาวสุดแสบของศรีจิตราเป็นคนอย่างไรกันแน่

จรวยอดใจรอแทบไม่ไหว เมื่อมีโอกาสได้อยู่ตามลำพังกับคุณชายโตเช้าวันต่อมา ก็นินทาถึงพฤติกรรมลับๆล่อๆระหว่างศรีจิตรากับคุณชายเล็ก ซึ่งแอบไปคุยกันกะหนุงกะหนิงท่ามกลางสายฝนที่ศาลาในสวน

“สงสัยว่า...เสด็จฯอาจทรงจับคู่ผิดคนก็ได้ คนพี่ที่ต้องแต่งไม่ได้รัก กลับไปรักคนน้อง”

คุณชายโตส่งสายตาปรามเมีย แต่ไม่ทันดุอะไร คุณชายเล็กซึ่งลงมาทันได้ยินก็ปรากฏตัว ตอกกลับจรวยจนอีกฝ่ายเข้าหน้าไม่ติด ต้องวิ่งร้องไห้ออกไป คุณชายโตมองตามแล้วได้แต่ส่ายหน้าเซ็งๆ

“ขอโทษพี่ด้วยที่ต้องเตือนแรงๆ ผมกลัวว่าถ้าจรวยเอาเรื่องไปลือแบบนี้ คนที่จะเสียคือคุณศรีจิตรา”

“เฮ้อ...ถ้าฉันเชื่อนายรอง ตัดใจจากจรวยแต่แรก ฉันคงไม่ต้องทนเรื่องแบบนี้”

“พี่โตพูดแบบนี้หมายความว่าพี่โตจะยอมแต่งงานแทนพี่รองเหรอครับ”

“ฉันว่านายอย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย แต่ก็แปลกนะ...นายรองไม่ยักสนใจคุณศรีจิตรา”

“พี่รองรักหญิงก้อยครับ คงไม่เหลือใจให้ใครแล้ว”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #7 on: 02 August 2026, 22:22:23 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep7/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 7

ความสอดรู้สอดเห็นของจรวย ทำให้คุณชายเล็กหัวเสียแต่เช้า ไม่ต่างจากสาลิน หงุดหงิดไม่เลิกเรื่องคุณชายรองมาส่งเมื่อคืน แถมได้คะแนนความดีความชอบจากคนทั้งบ้านสวน!

เมื่อพลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตมาเยี่ยมเหมือนเคย สาลินก็อดไม่ได้ ต้องนินทาคุณชายขี้เก๊ก ว่าที่คู่หมั้นของพี่สาวให้ฟัง พลได้ฟังเรื่องราวโดยละเอียดก็กลั้นยิ้มแทบแย่ แต่ก็ตอบโต้หรือพูดแก้ต่างอะไรให้พี่ชายไม่ได้ กลัวสาวแสบบ้านสวนรู้ความจริงแล้วเขาจะไม่ได้มานั่งเล่นคุยกับเธอที่นี่อีก

เช้าวันเดียวกันที่ศาลาการเปรียญ...คุณตาคุณยายทิ้งให้สาลินเฝ้าบ้านกับพิณและแกะ ส่วนท่านทั้งสองมาร่วมงานเลี้ยงพระเพลพร้อมญาติมิตรในละแวกเดียวกันเนื่องในวันพระเหมือนเคย แต่บรรยากาศชื่นมื่นอิ่มบุญ ก็มีอันต้องขุ่นมัว เมื่อพุดซ้อนกับชบาถือปิ่นโตเถามหึมามาร่วมงาน

อาหารเหลาสุดหรูที่สองแม่ลูกเจ้าของปั๊มหอบหิ้วมาจากพระนคร ทำให้ชาวบ้านอิ่มหมีพีมันถ้วนหน้า แต่เรื่องเล่าซุบซิบของสองแม่ลูกต่างหาก ทำให้คุณตา

คุณยายหน้าตึง เพราะดันเป็นเรื่องของหลานสาวคนเล็ก ที่สองแม่ลูกเห็นนอนสลบไสลไม่ได้สติมาในรถกับชายหนุ่มท่าทางดีเมื่อคืนก่อน!

เสียงชาวบ้านดังเซ็งแซ่หลังจากนั้น คุณยายกลัวเรื่องจะลุกลาม เข้าใจผิดไปใหญ่ เลยตัดสินใจแถลงไขเรื่องทั้งหมด พร้อมประกาศว่าชายหนุ่มท่าทางดีคนนั้นคือคุณชายกิตติราชนรินทร์ วุฒิวงศ์...ว่าที่พี่เขยของสาลิน

เหตุการณ์กลับตาลปัตรหลังจากนั้น สาลินรอดพ้นข้อกล่าวหาอกุศลอย่างหวุดหวิด เพราะชาติตระกูลสูงส่งของคุณชายรองแท้ๆ ทำให้บรรดาชาวบ้าน โดยเฉพาะพุดซ้อน เลิกคิดและหมดข้อกังขาเรื่องเมื่อคืน

แต่กระนั้น...คุณตาคุณยายก็ยังไม่สบายใจ เมื่อกลับถึงบ้านสวน แล้วเจอพลนั่งคุยกับหลานสาวเจ้าปัญหาอย่างสนิทสนม ก็อดของขึ้นไม่ได้ แต่พยายามข่มอารมณ์ไว้ แล้วตีหน้าเข้ม เอ่ยปากขอให้พลกลับไปก่อน

พลเห็นท่าคุณตาคุณยายก็เริ่มเครียด รีบขอตัวกลับ โดยมีสาลินมองตามงงๆ ก่อนจะหันมากระเง้ากระงอด

“ทีคุณพลไปไล่เขากลับ แต่กับอีตาคุณชายชื่อยาวนั่นต้อนรับใหญ่”

“นั่นเขาจะมาดองกับเรา ก็ต้องรู้จักมักคุ้นกันไว้สิจ๊ะ แต่นายพลนี่ ลูกเต้าเหล่าใครก็ไม่รู้”

“เขาดู...เปิดเผย จริงใจ ตรงไปตรงมาดีออกค่ะคุณยาย”

“ยายสาเอ๊ย คบคนน่ะ เขาต้องดูนานๆลูก อย่ารีบด่วนตัดสินใครเลย”

คุณยายพยักหน้าเห็นด้วยกับคุณตา แล้วอธิบายเหตุผล “ที่ฉันให้เขากลับแต่หัววันน่ะ ไม่ได้รังแครังคัดอะไร แต่ว่าช่วงนี้มีนังพวกตาผีจมูกมด คอยสอดส่ายสายตาหาเรื่องหนูอยู่”

สาลินไม่เข้าใจ เพราะก่อนหน้านี้ พิณก็นั่งฟังเธอคุยกับพลด้วย คุณยายเลยต้องไขข้อข้องใจว่าไม่เกี่ยวกับพล แต่เพราะวันนี้พุดซ้อนเอาเรื่องเธอกับคุณชายรองไปซุบซิบในทางเสียหาย

“มันไม่อะไรหรอกย่ะ ถ้าแม่นั่งรถเขามาเฉยๆ ไม่ใช่คนนอนหลับใหลไม่ได้สติขนาดนั้น”

“หนูแค่หลับตาเล่นๆ เอ๊ะ...แล้วยายซ้อนมาเห็นได้ยังไง”

“อุ๊ยตาย...แค่หลับตาเล่นๆ แต่ไม่รู้เลยหรือว่าคุณชายรองเขาเข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มยายซ้อนตั้งนานสองนาน”

สาลินหน้าเจื่อน แก้ตัวเสียงอ่อย “ก็ลมมันเย็น หนูก็ต้องเคลิ้มไปบ้างสิคะ”

คุณตาเห็นท่าสาลินก็นึกขำ ก่อนจะเล่าว่าคุณยายถึงขั้นยอมโกหกเพื่อปกป้องหลานสาว โดยเฉพาะเรื่องที่เธอหลับมาตลอดทางเพราะเป็นไข้ ไม่ใช่เพราะอย่างอื่น

“แล้วพอบอกว่าเป็นคุณชาย เป็นหม่อมราชวงศ์ เป็นพระภาติยะเสด็จพระองค์หญิง ก็เลยคดีพลิก ยายซ้อนเห่อเจ้า ปลาบปลื้มประโลมใจ เลิกคิดอกุศลได้”

สาลินหน้าหงิก “พอเห็นเป็นเจ้า เป็นหม่อมเข้าล่ะก็ กลายเป็นสัปบุรุษบริสุทธิ์ผุดผ่องขึ้นมาเชียวหรือคะ ฮึ...อีตานี้แหละ คุณชายชื่อยาว เสือผู้หญิงแท้ๆเชียว หนูเจอทีไรก็เห็นเขาโอ้โลมปฏิโลม กอดจูบลูบคลำผู้หญิงทุกที”

คุณยายส่ายหน้า อ่อนใจกับอคติของหลานสาว อดไม่ได้จะเหน็บด้วยความหมั่นไส้

“อ้อ...เขาเป็นเสือผู้หญิง แล้วยังมีหน้าไปหลับใหลไม่ได้สติในรถเขาอีกนะจ๊ะ”

“ฮึ...หนูอยากให้ยายซ้อนรู้ว่าอีตาคุณชายนี่ไม่ใช่คนดี”

คุณยายอยากจะหยิกหลานให้เนื้อเขียว แต่ก็ทำได้แค่ยุส่ง “งั้นเดี๋ยวก็ไปหายายซ้อน บอกว่าที่ฉันพูดน่ะผิด ที่จริงคุณชายเป็นเสือผู้หญิงตัวฉกาจ หนูเลยนอนแผ่หมดเรี่ยวหมดแรง...ดีไหมจ๊ะ”

ooooooo

นอกจากเรื่องของคุณชายรองจะทำให้เธอดังไปทั่วคุ้งน้ำเมืองนนท์แล้ว สาลินยังต้องตอบ

คำถามเพื่อนร่วมงานที่ห้องสมุดในวันต่อมา โดยเฉพาะจากบราลีกับลลิตา ว่าเหตุใดเธอต้องขึ้นรถไปกับคุณชายรอง

สาลินเอาตัวรอดได้อย่างข้างๆคูๆ แต่ก็ไม่มีใครถือสาหรือตามซักไซ้ เพราะมัวตื่นเต้นกับข่าวใหญ่มากกว่า ที่ว่าอัศนีย์ เถลิงการ อดีตสามีรูปหล่อพ่อรวยของคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง กลับถึงเมืองไทยแล้ว

บราลีกับลลิตาซุบซิบเรื่องข่าว ลุ้นใหญ่ว่าเศรษฐีหนุ่มรูปหล่อพ่อรวยจะถ่านไฟเก่าคุโชนกับอดีตภรรยาสาวสวยคนดังแห่งพระนครหรือไม่ จิตริณีรับฟังทั้งสองพูดกันด้วยความเบื่อหน่าย สาลินเห็นว่าเลขาสาวเป็นเพื่อนอัศนีย์ เลยถามด้วยความอยากรู้ แต่ไม่ทันได้ถาม สองสาวก็ต้องแยกย้ายเพราะได้เวลาเข้างาน

เช้าวันเดียวกันที่วังรัชนีกุล...ข่าวอัศนีย์กลับมาเมืองไทย ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารขุ่นมัวไม่น้อย โดยเฉพาะจากคุณหญิงก้อย มีสีหน้าเย็นชาทันทีที่ได้ยินชื่ออดีตสามี หม่อมวาณีหน้าเสีย พยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์เหมือนเคย คุณหญิงกลางรำคาญท่าทางยโสของน้องสาว เลยแกล้งพูดเรื่องคุณชายรอง ว่าคงวุ่นเรื่องงานหมั้นน่าดู

ได้ผล...คุณหญิงก้อยไม่ต่อปากต่อคำกับแม่อีก แต่ผละขึ้นห้องดื้อๆ หม่อมวาณีมองตามด้วยความอ่อนใจ ก่อนจะหันมาเอาเรื่องลูกสาวคนโตที่ตั้งใจกวนน้ำให้ขุ่น

“วันนั้นหม่อมแม่ก็พูดเองไม่ใช่หรือคะ ว่าคุณรองควรคิดให้รอบคอบเรื่องขัดพระทัยเด็จป้า”

“เฮ้อ...แต่ฝ่ายเราล่ะลูก จะเป็นยังไง โธ่เอ๋ย... หญิงก้อย วันๆไม่กินอะไร ผอมแทบปลิวลมอยู่แล้ว ชายรองก็ช่างกระไร ไม่มาดูดำดูดีเลย แล้วไอ้เจ้าอัศนีย์นี่อีก ไม่รู้จะกลับมาทำไมตอนนี้”

คุณหญิงกลางยิ้มเยาะ “ดีออกค่ะหม่อมแม่ หญิงก้อยจะได้เลิกเบื่อไงคะ”

ขณะที่ตัวเองเป็นหัวข้อสนทนาของผู้คนค่อนพระนคร อัศนีย์ก็ไปปรากฏตัวที่ห้องสมุดช่วงสายวันเดียวกัน สาลินตะลึงกับความหล่อชั่วอึดใจ ก่อนจะตั้งสติได้ และให้การต้อนรับตามประสาบรรณารักษ์ที่ดี หนุ่มหล่อพ่อรวยเห็นท่าอึ้งๆของเธอ ก็อดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ก่อนจะถามหาจิตริณี เพื่อนเก่าจากนิวยอร์กที่ไม่ได้เจอกันนาน

ท่าทางกระดี๊กระด๊าที่ได้เจอเพื่อนเก่าของจิตริณีหรือจินนี่ ทำให้ทุกคนมองมาด้วยอาการแตกต่างกัน สาลินถึงกับอ้าปากค้าง บราลีกับลลิตาเบิกตาโพลงด้วยความคาดไม่ถึง แต่คนอาการหนักที่สุด คงหนีไม่พ้นไนเจล เจ้านายหนุ่มตาน้ำข้าวที่ตกหลุมรักเลขาสาวตัวเองอย่างจัง หึงและหวงจนแสดงอาการอย่างออกนอกหน้า

และเมื่ออัศนีย์เอ่ยปากชวนเพื่อนสาวไปกินมื้อกลางวันที่ร้านอาหารหรู ไนเจลก็หงุดหงิดงุ่นง่านมาก และไม่รอช้าจะลากตัวสาลินออกไปกินข้าวสองต่อสองบ้าง แต่ไม่ใช่เพราะประชดจิตริณี แต่อยากสืบเรื่องบางอย่างมากกว่า...

อัศนีย์พาจิตริณีไปนั่งร้านหรูแห่งหนึ่งไม่ไกลจากห้องสมุดนัก พร้อมกับสั่งเครื่องดื่มโปรดของเธออย่างรู้ใจ

“ยังไม่เปลี่ยนใจชอบอย่างอื่นใช่ไหม”

“ฉันไม่ใช่คนชอบเปลี่ยนใจบ่อยๆอย่างเธอนี่”

“ใครว่าผมชอบเปลี่ยนใจ ผมแค่ชอบลองของใหม่”

จิตริณีเหยียดยิ้มเย็น ก่อนจะย้อนอย่างรู้ทัน “แปลว่า...ของเก่าก็ไม่ทิ้ง ของใหม่ก็อยากลองใช่ไหม แล้วทำไมของใหม่ลองไม่ถึงปี ถึงกลายเป็นของเก่าที่ทิ้งขว้างกันได้ล่ะ”

อัศนีย์ยิ้มพราย ตอบอย่างไม่ปิดบังว่าของเก่าอย่างคุณหญิงก้อยเอาใจยาก เอาแต่ใจตัวอย่างที่สุด!

“แปลกจัง คุณเองก็เอาแต่ใจ เจ้าอารมณ์เป็นที่หนึ่ง น่าจะอยู่กันได้”

“ใครว่า...แข็งกับแข็งมาเจอกัน มันก็เลยหักเป๊าะต่างหาก”

“ข่าวว่าคุณกลับมาตั้งเกือบเดือนแล้ว ไปมัวทำอะไรอยู่”

“ล่องเรือไปเรื่อยๆ แวะพัทยา ผมว่าต่อไปที่นั่นน่าจะบูม เป็นแหล่งท่องเที่ยวได้”

จิตริณีส่ายหน้าเบาๆ อัศนีย์ก็เป็นแบบนี้เอง ลมเพ ลมพัดไปเรื่อยๆตามใจปรารถนา และในกรณีของอดีต ภรรยา เธอก็ไม่แปลกใจเลย เพราะเพื่อนหนุ่มหล่อพ่อรวยของเธอคนนี้ ไม่ใช่คนที่ยอมให้ใครมากดหัวง่ายๆ

ท่าทางเข้าอกเข้าใจของเพื่อนเก่าอย่างจิตริณี ทำให้อัศนีย์สบายใจขึ้น ที่ผ่านมาเขาเหนื่อยและเครียดมามาก ทั้งเรื่องงานและเรื่องอดีตภรรยา แต่บทสนทนาสั้นๆง่ายๆกับเพื่อนเก่าอย่างเธอก็ช่วยให้เขาผ่อนคลายได้มากจริงๆ

ooooooo

ไม่ใช่แค่อัศนีย์กับจิตริณีเท่านั้นที่ไปนั่งจิบเครื่องดื่มในร้านอาหารหรู คุณชายรองกับศุภร หุ้นส่วนและเพื่อนสนิท ก็ไปนั่งกินมื้อกลางวัน พร้อมกับคุยเรื่องงานด้วยเช่นกัน แต่สีหน้าผ่องใสไม่เหมือนคนเพิ่งอกหักของราชนิกุลหนุ่ม ก็ทำให้ศุภรอดสงสัยไม่ได้ คุณชายรองทำหน้าไม่เชื่อ แต่ไม่ทันแก้ตัว ก็ต้องตะลึงตาค้างเสียก่อน

และภาพที่ทำให้คุณชายรองถึงกับพูดไม่ออก ก็คือภาพของสาวแสบบ้านสวน ที่เขาเพิ่งขับรถไปส่งเมื่อคืนก่อน ควงกับชายหนุ่มตาน้ำข้าวท่าทางดีมากินมื้อกลางวันในร้านเดียวกัน!

สาลินไม่ได้รับรู้ถึงสายตาอำมหิต มัวตั้งหน้าตั้งตาเป็นศิราณีให้เจ้านายหนุ่ม ซึ่งกำลังคลั่งเพราะพิษรักแรงหึงที่เห็นจิตริณีเลขาสาวไปกินข้าวกับเพื่อนเก่ารูปหล่อพ่อรวยอย่างอัศนีย์ แต่เจ้ากรรม...กิริยาพูดคุยกันอย่างสนิทสนมของเจ้านายลูกน้อง กลับทำให้คุณชายรองกับศุภรเข้าใจผิด คิดว่าทั้งสองกำลังพลอดรัก

อีกด้านหนึ่งของร้านอาหารหรู...บทสนทนาของสองเพื่อนเก่าเปลี่ยนประเด็นจากเรื่องคุณหญิงก้อย เป็นเรื่องระหว่างเลขาสาวกับเจ้านายหนุ่มขี้หึง อัศนีย์รู้ทันตามสัญชาตญาณหนุ่มเจ้าสำราญ ว่าไนเจลต้องคิดอะไรบางอย่างกับเพื่อนเก่าของเขาแน่ จิตริณีก็รู้ดีและไม่คิดจะปิดบังเพื่อนหรือปิดโอกาสเจ้านายหนุ่ม แต่ที่ทำให้เธอสนใจมากกว่า กลับเป็นท่าทีสนอกสนใจของเพื่อนหนุ่มที่มีต่อบรรณารักษ์สาวบ้านสวน

“โธ่...ผมเห็นแกหน้าตาเก๋ดี ท่าทางก็รื่นเริง ก็แค่อยากรู้จักเอาไว้เท่านั้น”

แม้จะเจอสายตาออดอ้อนที่เคยใช้ได้ผลมาตลอด แต่คราวนี้จิตริณีกลับตัดบทดื้อๆ

“ธรรมชาติอยากลองของใหม่ของคุณสินะ...เด็กคนนี้เป็นเด็กดี ฉันไม่ให้ท้ายคุณเด็ดขาด!”

แต่ถึงจะถูกจิตริณีกันท่าแบบนั้น อัศนีย์ก็ไม่ยี่หระ ตั้งใจไว้แล้ว จะต้องทำความรู้จักสาวน้อยหน้าเก๋ เด็กดีของเพื่อนสาวให้ได้ แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น เศรษฐีหนุ่มรูปหล่อพ่อรวยก็ต้องเจอกับคู่ปรับเก่าโดยบังเอิญที่หน้าห้องน้ำก่อน

คุณชายรองเกือบมองผ่านชายหนุ่มหน้าตาดีที่เดินสวนกันอยู่แล้ว ถ้าอีกฝ่ายจะไม่ส่งยิ้มกวนประสาทมาให้ พร้อมกับแนะนำตัวอย่างเป็นทางการว่าเขาคืออัศนีย์ เถลิงการ

“อ้อ...เสียใจด้วยกับการหย่าร้างของคุณกับหญิงก้อย”

“ผมก็ยินดีด้วย ที่หญิงก้อยกลับไปหาคุณชายอีกครั้ง”

ถ้อยคำสวนกลับแบบยียวนทำให้คุณชายรองถึงกับหน้าตึง แต่ไม่ทันตอกกลับ ไนเจลก็เดินออกจากห้องน้ำอีกคน สองหนุ่มคู่ปรับถึงกับชะงัก อัศนีย์เป็นฝ่ายตั้งหลักได้ก่อน ทักยิ้มๆอย่างรู้ทัน ว่าเจ้านายหนุ่มของเพื่อนสาวคงแอบตามมาสังเกตการณ์ ส่วนคุณชายรองยังคงอึ้ง เพราะจำได้ดีว่าหนุ่มตาน้ำข้าวตรงหน้าคือคนที่ควงมากับสาลิน

คุณชายรองมองคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยความงุนงง เพราะนอกจากหนุ่มตาน้ำข้าวที่ชื่อไนเจลจะไม่สนใจเขาแล้ว ยังต่อปากต่อคำกับอัศนีย์ไม่หยุดปาก แต่ก็พอจับความได้ว่าเกี่ยวกับหญิงสาวที่ชื่อจิตริณีหรือจินนี่

ศุภรออกจากห้องน้ำในจังหวะเดียวกันนั้นเอง คุณชายรองเลยจะขอตัวจากสถานการณ์น่าเบื่อนี้ แต่ไม่ทันขยับ ก็ต้องหูผึ่ง เมื่อได้ยินอัศนีย์กับไนเจลพูดถึงบรรณารักษ์สาวบ้านสวนที่ชื่อว่าสาลินหรือลินซี่!

ooooooo

กว่าคุณชายรองกับศุภรจะปลีกตัวจากสนามรบ ของอัศนีย์กับไนเจลได้ก็แทบแย่ และแม้เรื่องของสาลินจะน่าสนใจ ก็ดึงเขาไว้ไม่ได้ แต่ไม่ทันได้ออกจากร้านอาหาร ราชนิกุลหนุ่มก็ต้องรับศึกหนักอีกรอบ เมื่อดันเจอกับบรรณารักษ์สาวบ้านสวน หัวข้อสนทนาของสองหนุ่มที่เขาเพิ่งหาทางหนีออกมาได้เมื่อครู่ใหญ่

สาลินตะลึงไม่แพ้กันเมื่อเห็นหน้าราชนิกุลหนุ่ม แต่ครั้นได้ยินเหตุผลที่เจอเขาแถวนี้บ่อยๆ ว่าเป็นเพราะเขากับศุภรเปิดร้านผ้าไหมด้วยกัน เลยต้องมาตรวจงาน ก็ถึงกับตาวาว

“คุณเปิดร้านมาสองปีแล้ว ก็เป็นไปได้ที่คุณจะแวะมาร้านบ่อยๆ แล้วขับรถสาดโคลนใส่ฉันตั้งสองหน”

“อาจจะใช่ แล้วก็อาจไม่ใช่ก็ได้ ตราบใดที่ฉันยังไม่เจอสมุดบันทึก ฉันก็ยังสรุปไม่ได้”

“อย่างคุณต่อให้หาเจอ ต่อให้ตรงกับวันที่ฉันกล่าวโทษ คุณก็คงไม่ยอมรับความจริงหรอก”

“รู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นคนแบบนั้น”

“โธ่...แค่เรื่องพี่สาวฉันกับยายแฟนหญิงเทโพของคุณ คุณยังไม่กล้าทูลเสด็จฯเลย ยอมรับความจริงไหมล่ะ”

“นี่เธอ...อย่ามาหาเรื่องฉันเกินไปนักนะ เธอมันก็แค่...”

“บรรณารักษ์ห้องสมุดฝรั่ง”

คุณชายรองโกรธจนพูดไม่ออก แต่ไม่ทันตอกกลับ ไนเจลก็หุนหันออกจากร้าน พร้อมลากตัวเธอกลับห้องสมุด ตามมาด้วยอัศนีย์ซึ่งแววตาเต็มไปด้วยความสนุกสนานที่ได้ยั่วประสาทเจ้านายหนุ่มของเพื่อนสาว

ท่าทางเกือบจะฆ่ากันตายของอัศนีย์กับไนเจลไม่ได้คาใจศุภรเท่าเรื่องเพื่อนหนุ่มต่อล้อต่อเถียงกับบรรณารักษ์สาวเหมือนเด็กๆ ทั้งที่สาลินก็ดูเรียบร้อยในสายตาเขาแท้ๆ

“อย่าให้หน้าซื่อๆหลอกแกได้เชียว ยายเด็กนั่นร้ายจะตาย เจ้าหล่อนเล่นงานฉันฉอดๆ...ไม่เห็นหรือ”

“เห็น...แต่ฉันงง นายกับเด็กนี่ต้องมีอะไรมากกว่าแค่นายขับรถทำโคลนเปื้อนชุดเขาแน่”

“ก็ยายคนนี้แหละที่เอาน้ำมาราดกางเกงฉัน”

“อ้อ...แล้วมีอะไรมากกว่านั้นอีกหรือเปล่า เห็นพูดถึงพี่สาวเขากับหญิงเทโพและเสด็จฯ มันอะไรกัน”

“เรื่องมันยาวว่ะ ฉันไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง”

“ว่ามา...เริ่มต้นที่คุณหญิงเทโพนี่ ใช่คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงหรือเปล่า แล้วเสด็จฯใช่เสด็จป้าของแกหรือเปล่า แล้วพี่สาวเขาเป็นใคร เกี่ยวอะไรกับแก และที่สำคัญ...สวยไหม...”

เย็นวันเดียวกันที่ตำหนักเล็กวังวุฒิเวสม์...ทุกคนยกเว้นจรวย เพลิดเพลินกับผ้าไหมผืนสวยเนื้อดีที่คุณชายรองหอบหิ้วมาฝากจากร้าน คุณชายเล็กเฝ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยความชอบใจ ก่อนจะหันไปคุยกับพี่ชายเลยได้รู้ว่าอีกฝ่ายแวะไปตรวจงานที่ร้านและได้เจอกับสาลินโดยบังเอิญ

คุณชายเล็กไม่ทันระวัง หลุดปากว่าสาลินทำงานเป็นบรรณารักษ์ในห้องสมุดฝรั่งแถวสุรวงศ์ คุณชายรองถึงกับนิ่วหน้าที่น้องชายรู้เรื่องสาวแสบบ้านสวนมากกว่าเขาเสียอีก แต่ก็ไม่ได้ติดใจจะซักไซ้

“เป็นบรรณารักษ์หรือ แต่ปากคอเราะราย กล้าหาญชาญชัยเหมือนแม่ค้าตลาดสดไม่มีผิด”

“โธ่...อย่าด่วนตัดสินใจใครง่ายๆสิครับ หน้าปกกับเนื้อในอาจไม่เหมือนกันก็ได้”

พูดจบก็นึกถึงภาพสาลินจีบปากจีบคอแขวะเรื่องชื่อยาวของพี่ชาย จนต้องหลุดหัวเราะอีกรอบ คุณชายรองเห็นรอยยิ้มเหมือนมีเลศนัยของน้องชาย ก็เริ่มเอะใจ แต่คุณชายเล็กก็แก้ตัวง่ายๆ

“ไม่มีอะไรครับ แค่ขำว่าตอนนี้ผมเจอแต่คนชอบตัดสินใครต่อใครง่ายๆอยู่ซะเรื่อย”

ooooooo

นมย้อยหอบผ้าไหมหลายพับที่คุณชายรองหิ้วมาฝากไปแจกจ่ายให้บรรดาสาวใช้ในครัว โดยมีน้อมกับเจียมเป็นเหมือนผู้ช่วยคอยบอกคอยแนะให้สาวๆ แต่กระนั้นก็ไม่วายจิกกัดไปถึงจรวยที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันนั้น

จรวยทนฟังไม่ได้ ฮึดฮัดกลับตำหนัก น้อมมองตามขำๆ มั่นใจว่าคุณชายรองไม่หอบผ้าไหมมาฝากพี่สะใภ้ เพราะเหม็นขี้หน้า นมย้อยไม่เชื่อและไม่อยากให้ใครมองราชนิกุลหนุ่มไม่ดี เลยแก้ต่างแทน

“คุณชายเธอไม่คิดเล็กคิดน้อยหรอก แต่วันก่อนคุณชายโตเพิ่งทะเลาะกับแม่จรวย...ก็เรื่องเธอขนตัดเสื้อเดือนที่แล้วสิบชุดน่ะสิ คุณรองเธอคงเห็นว่าถ้าให้จรวย ผัวเมียจะทะเลาะกันอีก”

จรวยไม่ได้ยินคำของนมย้อย เลยกลับมาโวยวายใหญ่กับสามี คุณชายโตรับฟังด้วยความเบื่อหน่ายและได้แต่ปลอบไปตามแกน ว่าให้ต่างคนต่างอยู่ ไม่เห็นต้องทำให้เรื่องวุ่นเหมือนที่ผ่านมา

“ค่ะ...ตอนนี้ก็พอทำเนา แต่พออีกหน่อยแต่งงานไป แม่หลานสาวคุณสอางค์ แม่ชาวสวนนั่นคงเข้ามาวางท่าเป็นสะใภ้เอก คอยชี้นิ้วรดหัวรวยอีกคน”

“ใครจะกล้ามาทำอย่างนั้น เด็จป้าก็อยู่ หม่อมแม่ก็อยู่ทั้งคน”

“แล้วถ้าเสด็จฯสิ้น หม่อมแม่สิ้นล่ะคะ เราไม่บ้านแตกสาแหรกขาดหรือ”

วาจาเหมือนไม่ยอมจบของจรวย ทำให้คุณชายโตหัวเสียมาก แต่ครั้นเห็นสายตาและท่าทางยั่วยวนของอีกฝ่าย ก็ทำให้ใจอ่อนยวบ ทำท่าจะโผหาด้วยแรงพิศวาสเหมือนทุกครั้ง แต่เสียงร้องโยเยของลูกชายคนเดียวก็ทำให้สองผัวเมียต้องผละจากกัน...โอ๊ย อารมณ์เสีย จะมาแหกปากร้องอะไรตอนนี้นะ!

วันเดียวกันที่โรงแรมหรู...อัศนีย์นัดเจอเพื่อนเก่าอย่างจิตติณกับวิรงรอง พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะเรื่องกิจการใหม่ของเศรษฐีหนุ่มหล่อพ่อรวย ที่อยากเปิดไนต์คลับใหญ่และโก้ที่สุดในพระนคร วิรงรองตื่นเต้นมาก จนอดไม่ได้บ่นกับจิตติณด้วยความเสียดายแทนคุณหญิงก้อยที่หย่าขาดจากอัศนีย์

“เฮ้ย...เลิกกันไปตั้งครึ่งค่อนปีแล้วนะ”

“ใครจะรู้ เขาอาจจะยังรักกันอยู่ก็ได้”

“อ้าว...ก็หญิงก้อยหวนไปคืนดีกับแฟนเก่าแล้วนี่”

“แต่ช่วงหลังมานี่ ดูจะระหองระแหงกันอีกแล้ว”

สายตาเจ้าเล่ห์ของคอลัมนิสต์สาวทำให้จิตติณนิ่วหน้า วิรงรองเลยขยายความยิ้มๆ

“ถ้าถ่านไฟเก่ามันยังคุอยู่ ก็น่าจะทำให้มันรุ่งโรจน์โชติช่วงขึ้นมาอีกครั้ง”

จิตติณหัวเราะเบาๆ “ให้ตาย...พวกผู้หญิงอย่างเธอ ทำไมชอบจับคู่ให้คนโน้นคนนี้นัก แล้วแน่ใจหรือว่าอาร์นี่จะไม่ไปเจอที่หมายใหม่แล้ว...ฉันรู้จักสันดานมันดี”

การคาดเดาของจิตติณไม่เกินจริงเลย และที่หมายใหม่ของอัศนีย์ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นบรรณารักษ์สาวหน้าตาน่ารักแห่งห้องสมุดฝรั่งนั่นเอง และวันนี้เขาก็เดินเกมรุกอย่างเต็มตัว ด้วยการบุกหาเธอถึงห้องสมุดแล้วพยายามจะเชิญชวนให้ไปกินมื้อกลางวันด้วยกัน

สาลินเห็นสายตากรุ้มกริ่มของเขาก็เริ่มอึดอัด แต่ยังตีหน้านิ่ง ปฏิเสธยิ้มๆ

“ผู้หญิงไทย เขาไม่ไปไหนสองต่อสองกับผู้ชายที่ไม่รู้จักกันอย่างนี้หรอกค่ะ”

“อะไร...แต่เมื่อวานผมกับคุณเจอกันตั้งสองครั้งแล้ว”

สาลินอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะยิ้มหวานผายมือไปทางแว่น เด็กหนุ่มแว่นหนาที่เพียรจีบเธอมานาน

“เห็นคุณนักศึกษาแว่นนี่ไหมคะ เอ่อ...ฉันคงไปทานกลางวันกับเขาน่ะค่ะ”

“สักวันหนึ่ง คุณจะต้องยอมรับว่าเรารู้จักกัน!”

ooooooo

อัศนีย์กลับไปแล้ว ไม่ทันเจอจิตริณี ซึ่งนิ่วหน้าด้วยความแปลกใจ เพราะได้ยินจากสาลินว่าเพื่อนหนุ่มแวะมายืมหนังสือ แต่ไม่ทันยืมก็กลับไปเสียก่อน สาลินไม่ได้อธิบายความอะไรมาก มัวโล่งใจที่บอกปัดเศรษฐีหนุ่มพ่อรวยไปได้ ก่อนจะส่งสายตาขอบคุณไปทางแว่น ที่ยอมให้เธอใช้เป็นข้ออ้าง

และแล้วเวลาพักเที่ยงก็มาถึง ไนเจลไปกับจิตริณีตามประสาคนจีบกันใหม่ๆ ทิ้งสาลินให้ไปกินข้าวข้างทางกับบราลีและลลิตา แต่ไม่ทันได้กิน บรรณารักษ์สาวบ้านสวน ก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความดีใจ เมื่อเจอกับพลโดยบังเอิญ

เป็นอันว่าสาลินตัดสินใจไปกินมื้อกลางวันกับพล แถมเสนอตัวเป็นเจ้ามือเลี้ยงอีกต่างหาก พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตตอบรับด้วยความยินดี ก่อนจะยิ้มแหย เมื่อเธอวกมาที่บทสนทนาคราวที่แล้ว อยากจะจีบเขาเป็นพี่เขย แทนคุณชายชื่อยาวขี้เก๊กและเย่อหยิ่ง

พลพยายามแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่อยากเอาตัวไปเกี่ยวให้เรื่องวุ่นกว่านี้ แต่ก็ดูเหมือนสาลินจะไม่ยอม

“ทำไมจะไม่ได้ พี่สาวฉันทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งดี คุณเห็นปุ๊บก็ต้องชอบปั๊บ”

พลอมยิ้ม ชอบใจและนึกเอ็นดูท่าทางคนอวดพี่สาว “ก็อาจจะจริงนะ แต่ถ้าพี่สาวคุณดีขนาดนั้น จะเหมาะกับช่างฟิตอย่างผมได้ไง เธอเหมาะกับคนดีๆอย่างคุณชายชื่อยาวมากกว่า”

“ใครบอกว่าอีตานั่นดี ทั้งเย่อหยิ่ง ทั้งอวดวิเศษ ทั้ง...”

“มักมากในกามารมณ์”

สาลินหน้าเจื่อน “ฉันกำลังจะพูดว่าทั้งที่มีคู่รักอยู่แล้วต่างหาก โธ่...พี่สาวฉันต้องเสียใจตายแน่”

“ถ้าพี่สาวคุณดีพร้อม เขาก็ต้องเห็นสิฮะ”

“ไก่ได้พลอยมีถมไป แถมอีตาคุณชายนี่เป็นไก่ตาบอดด้วย”

พลหัวเราะ คิดถึงคำพี่ชายอย่างช่วยไม่ได้ “คุณนี่ปากจัดอย่างที่เขาว่าจริงๆ”

มื้อกลางวันของพลกับสาลินจบลงอย่างสวยงามและอิ่มแปล้ ช่างฟิตหนุ่มอาสาไปส่งบรรณารักษ์สาวถึงห้องสมุด แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจดื้อๆ เพราะดันเห็นพี่ชายคนรองกำลังเดินมาจากอีกมุม สาลินไม่รู้เรื่องได้แต่มองตามหลังช่างฟิตหนุ่มงงๆ ก่อนจะแทบผงะ เมื่อหันมาเจอคุณชายรองในระยะประชิด!

คุณชายรองก็ตกใจไม่แพ้กัน คาดไม่ถึงว่าจะได้เจอเธอโดยบังเอิญอีกครั้ง แถมอะไรดลใจไม่รู้ ทำให้เขาชวนเธอขึ้นรถ เพื่อไปส่งห้องสมุด สาลินปฏิเสธ เขาเลยแกล้งถามว่ากลัวอะไร

สาลินเชิดหน้า ตอบเสียงเรียบ “ฉันกลัวเป็นหนี้บุญคุณใคร”

“อย่ากลัวเลย เพราะตอนนี้เธอก็เป็นหนี้ฉันอยู่แล้ว”

“ใครเป็นหนี้อะไรคุณ พูดมานะ”

“ก็ใครล่ะที่เสื้อเปียกฝนจนมองเห็นทะลุปรุโปร่งถึงเนื้อใน...จนฉันต้องเสียสละเสื้อให้ใส่”

“ไม่ต้องมาเท้าความ แล้วฉันเป็นหนี้อะไร”

“นี่เธอความจำเสื่อมหรือ เสื้อฉันยังอยู่กับเธอ”

สาลินถึงกับอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะกล้าทวงแบบนี้ แต่คุณชายรองก็ไม่สน อาศัยข้ออ้างนี้ บังคับแกมขู่ให้เธอนั่งรถไปกับเขาจนได้ โดยมีพลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตแอบมองตามจากมุมไกลๆ อดแปลกใจไม่ได้ที่พี่ชายรองสนิทสนมกับบรรณารักษ์สาวมากกว่าที่คิด จนถึงกับพานั่งรถไปด้วย

ooooooo

เพราะข้ออ้างนั่นแท้ๆ ทำให้สาลินยอมนั่งให้คุณชายรองขับมาส่งถึงห้องสมุด แต่เมื่อถึงเขากลับบอกไม่ให้เธอไปเอาเสื้อที่ร้านซักแห้ง แต่ย้อนถามถึงการยืมหนังสือในห้องสมุดแทน

คุณชายรองนึกขำท่าทางงอนเหมือนเด็กๆ แต่ก็ยังตีหน้าขรึม แก้ตัวเสียงเรียบ

“ฉันก็แค่อยากรู้...ว่าเธอทำงานเป็นบรรณารักษ์จริงๆน่ะสิ ไม่ใช่สาวเสิร์ฟหรือเด็กเลี้ยงแกะ”

สาลินกัดฟันกรอด “เมื่อรู้แล้วก็กลับไปได้”

“หนังสือเยอะดีนะ ขอฉันดูหนังสือหน่อย เผื่อจะยืมกลับไปอ่านบ้าง”

“ต้องเป็นสมาชิก”

“ก็สมัครให้ฉันสิ”

การปรากฏตัวของคุณชายรอง ทำให้พนักงานสาวๆ แตกตื่น โดยเฉพาะแก๊งบรรณารักษ์อย่างบราลีกับลลิตา ถึงกับตาโต เมื่อได้เห็นท่าทางเรียบง่ายและเป็นกันเองของเขา แต่ราชนิกุลหนุ่มก็ไม่ได้สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นของใคร มัวจ้องจับผิดสาลิน ที่ชอบไปกิน

มื้อกลางวันกับผู้ชายมากหน้าหลายตา ไม่เว้นแม้แต่ไนเจลผู้เป็นเจ้านาย

“วันนี้ไม่ใช่เวรของบอสค่ะ วันนี้ฉันไปทานกับคุณพลหนุ่มปั๊ม”

“พล...หนุ่มปั๊ม อ้อ...มีหลายคน คงไม่รวมนายเศรษฐีอัศนีย์นั่นอีกคนนะ”

“อัศนีย์...คุณอัศนีย์มาเกี่ยวอะไรด้วย”

“ไม่รู้สิ เห็นเขาพูดถึงเธอว่าน่ารักอย่างโน้นอย่างนี้”

“เหรอคะ คุณอัศนีย์เขาชมฉันเหรอ แหม...น่าปลื้มใจ รู้จักกันแค่แป๊บเดียว เมื่อกี้ก่อนเที่ยงเขาก็แวะมาหาฉัน”

คุณชายรองนิ่วหน้า หงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล “เหรอ...นายอัศนีย์มาหาเหรอ”

“เขามาชวนฉันไปทานกลางวัน แต่พอดีฉันมีนัดกับคุณพลน่ะค่ะ”

คุณชายรองมองมาด้วยความหมั่นไส้ สาลินเลยแกล้งยั่วด้วยการบอกให้แว่นเตรียมตัวเป็นคู่เดต

มื้อกลางวันของเธอในวันพรุ่งนี้ คุณชายรองหน้าตึง เกือบจะโต้แล้ว แต่ก็ต้องสงบท่าทีไว้ เมื่อไนเจลกลับเข้ามาพร้อมกับจิตริณี แล้วถือโอกาสขอตัวดื้อๆ โดยมีสาลินตามไปส่ง

“ขอบใจที่ให้ยืมหนังสือ ครบกำหนดแล้วฉันจะแวะมาคืน”

“ดีค่ะ เพราะฉันจะเอาเสื้อสูทมาคืนคุณด้วย”

สีหน้าเฉยชาของเธอ ทำให้คุณชายรองหัวเสียขึ้นมาอีก รื้อเรื่องหนุ่มๆรอบตัวเธอมาชวนทะเลาะอีกรอบ

“พี่สาวเธอ เขารู้ไหมนะว่าเธอ...มีคู่เดตทานกลางวันเยอะขนาดนี้”

“รู้สิ...ฉันไม่เคยปิดบังพี่ศรีอยู่แล้ว”

“พี่สาวเธอไม่เตือนบ้างหรือไง เที่ยวหว่านเสน่ห์ไปทั่วแบบนี้”

“คุณนี่ตัดสินคนอย่างใจแคบที่สุด ทุกคนที่ฉันไปทานด้วยคือเพื่อน คือนาย ฉันไม่ได้คิดอะไรด้วยสักหน่อย”

“แต่ผู้ชายพวกนั้นคิด และเธอก็เปิดโอกาสให้เขาเสียด้วย”

สาลินโมโหมาก โพล่งออกไปด้วยความหงุดหงิด

“ฉันเป็นห่วงพี่ศรีจริงๆ ที่ต้องมาแต่งงานกับผู้ชายใจแคบ และดูถูกผู้หญิงอย่างคุณ”

“นี่มันจะมากไปแล้วนะ”

คุณชายรองทำท่าจะเอาเรื่อง แต่เธอก็ตัดบทดื้อๆ

“ลาก่อนค่ะ อ่อ...หนังสือต้องคืนตรงเวลานะคะ

ถ้าเลยกำหนดต้องถูกปรับวันละสิบบาท หนังสือหายากค่ะ”

ooooooo

วีรกรรมหัวกระไดไม่แห้งของสาลิน ทำให้แก๊งบรรณารักษ์ รวมทั้งจิตริณีมองมาด้วยความอยากรู้ แต่สาวแสบบ้านสวนก็ไม่ให้ความกระจ่างกับใครแถมเถียงข้างๆคูๆอีกต่างหาก ว่าสามหนุ่มที่แวะเวียนมา เป็นแค่คนรู้จัก

ไม่ใช่แค่สาลิน ต้องรับศึกหนักจากเพื่อนร่วมงาน คุณชายรองก็ต้องตอบคำถามน้องชายไม่แพ้กัน ที่เขาไปโผล่หน้าแถวห้องสมุดสุรวงศ์ แถมต่อล้อต่อเถียงกับหญิงสาวแปลกหน้าแต่ท่าทางเอาเรื่องคนหนึ่งด้วย

“จะใครซะอีกล่ะ นี่แหละ...แม่สาลิน น้องสาวศรีจิตรา”

“อ๋อ...น้องเมียในอนาคตของพี่รองนี่เอง”

“นายเรียกแบบนี้แล้วฟังพิลึก”

“เอ...แปลกนะ ท่าทางพี่รองดูจะสนิทกับว่าที่น้องเมียมากกว่าว่าที่เมียเสียอีก”

คุณชายรองหน้าเจื่อน ก่อนจะตีหน้าเข้มเหมือนเคย พร้อมกับโต้ว่าไม่มีอะไร

“แต่ผมดูเหมือนจะมีอะไรนะครับ ดูเหมือนจะ มีการต่อปากต่อคำ มีการทะเลาะและมีการงอนป่องๆ ใส่กันด้วย”

น้ำเสียงล้อๆของน้องชาย ทำให้คุณชายรองเริ่มอารมณ์ไม่ดี

“นายเล็ก...นายอยากโดนต่อยปากไหม”

“อย่านะฮะ ผมยังอยากกินน้ำพริกอยู่”

คุณชายเล็กโอดขำๆ ก่อนจะนึกถึงสาลิน ที่ทำท่าหาเรื่องจะต่อยพี่ชายเขาให้ได้ แต่ก็ทำได้แค่อมยิ้ม จนคุณชายรองเริ่มสงสัย แต่ช่างฟิตหนุ่มเจ้าสำราญก็ไม่อธิบายอะไรมาก นอกจากเตือนให้พี่ชายระวังตัวดีๆเท่านั้น

“เผื่อโจทก์ของพี่รอง จะหานักเลงมาจัดการ”

คำเตือนของน้องชายไม่ได้อยู่ในห้วงความคิดของคุณชายรองตลอดบ่าย มัวสนใจหนังสือที่เพิ่งยืมจากห้องสมุดมากกว่า จนกระทั่งน้องชายเจ้าสำราญแวะมาชวนไปกินมื้อเย็นกับเสด็จพระองค์หญิง

คุณชายรองไม่อยากเจอหน้าศรีจิตราให้อึดอัดใจ เลยจะปฏิเสธ คุณชายเล็กเลยต้องอ้อน

“โธ่ ตั้งแต่คุณหนูศรีมาอยู่วัง พี่รองเจอเธอแค่ครั้งเดียว ใจคอจะไม่ยอมไปพบเธออีกเลยหรือครับ น่า...ไปนะ”

คุณชายเล็กเห็นพี่ชายไม่ขยับ แถมกุมหนังสือแน่น เลยถือวิสาสะหยิบดู

“หนังสือห้องสมุด แน่ะ...ไปห้องสมุดคุณสาน้องสาวคุณศรีมาแน่ๆเลย”

“ฉันไปส่งเขา”

“แล้วก็ยืมหนังสือเขามาเสียด้วย เป็นยังไงครับ บรรยากาศดีน่าไปนั่งอ่านหนังสือไหม”

“ห้องสมุดน่ะดี แต่คนไม่ค่อยดี มีแต่คนเพี้ยนๆ ยายเด็กนั่นถึงทำงานที่นั่นได้”

“คนหนึ่งเพี้ยน อีกคนมักมากในกามารมณ์ ขนมพอสมน้ำยาจริงๆ”

คำพูดแปลกๆของน้องชายทำให้คุณชายรองเอะใจ คุณชายเล็กขี้เกียจแก้ตัวเลยเฉไฉดื้อๆ เปลี่ยนเรื่องเป็นคะยั้นคะยอให้พี่ชายไปตำหนักใหญ่ด้วยกัน คุณชายรองรำคาญเลยยอมไปด้วยแบบเสียไม่ได้

ooooooo

เสด็จพระองค์หญิงแย้มสรวลด้วยความชอบพระทัย ที่หลานชายสองคนมาร่วมโต๊ะเสวย และทรงอารมณ์ดีมากพอจะชวนคุยถึงความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ที่อะไรก็ไม่เป็นเหมือนอดีต คนหนุ่มสาวไม่ได้เก็บตัวกับบ้าน แต่มีโอกาสไปข้างนอก เปิดหูเปิดตา และเปิดโลกทัศน์ให้ทัดเทียมนานาชาติ

“ศรีจิตราก็ชอบอ่านหนังสือ คนอ่านหนังสือน่ะ ฉลาด หูตากว้างไกล มีความคิดความอ่าน”

ถ้อยรับสั่งชื่นชมทำให้ศรีจิตราปลื้มมาก คุณชายเล็กมองมาด้วยความเอ็นดู พูดสนับสนุน

“จริงพ่ะย่ะค่ะ วันก่อนเกล้าคุยกับคุณศรีเรื่องนิทานอยู่นาน คุณศรีรู้จักนิทานมาก พอๆกับนมย้อยเลยพ่ะย่ะค่ะ”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกเพคะ หม่อมฉันน่ะชอบอ่านแค่พวกนิทาน ต้องยายสา...สาลินน้องสาวหม่อมฉันสิเพคะ ยายสาอ่านหนังสือทุกเรื่องทุกแนว จนแทบจะหมดห้องสมุดที่ทำงานอยู่แล้วเพคะ”

ชื่อของสาลินทำให้ชายหนุ่มสองคนบนโต๊ะเสวยอมยิ้ม จนเสด็จฯอดแปลกพระทัยไม่ได้ แต่ก็ทรงเก็บพระอาการไว้ จนเมื่อหลานชายคนโปรดอย่างคุณชายรอง ขอให้สาลินเป็นคนพาศรีจิตราไปเที่ยวนอกวังแทนตัวเอง เลยถือโอกาสถามจากคุณสอางค์ จึงได้ทรงทราบว่าสาลินเป็นบรรณารักษ์ และไม่ได้พามาเฝ้าเพราะชอบเล่นซนเป็นลิงทโมน

เสด็จฯได้ยินข้าหลวงคนสนิทอ้างถึงคุณสร้อย ผู้เป็นน้องสาวไม่ขาดปากถึงเรื่องสาลิน เลยทรงซักไซ้ใหญ่ จนคุณสอางค์ต้องสารภาพว่าไม่ได้เจอหลานสาวคนเล็กสุดแสบมาเกือบห้าปีแล้ว

“พวกฟังความข้างเดียวอีกแล้ว สิ่งที่เห็นและความจริงอาจไม่ตรงกันก็ได้ เขาถึงว่าอย่าตัดสินหนังสือจากปก”

และก็คงเพราะข้อกังขาเรื่องสาลินนี่เอง ทำให้เสด็จฯมีรับสั่งให้เข้าเฝ้า อยากทอดพระเนตรด้วยองค์เอง ว่าจะหน้าตาสะสวยเหมือนศรีจิตราหรือไม่ คุณชายเล็กแกล้งทูลว่าสวยไม่แพ้กัน เพราะเคยเห็นตอนพี่ชายยืนคุยกับเธอเมื่อกลางวัน ศรีิจิตราถึงกับอึ้ง ต่างจากเสด็จฯที่มีรับสั่งถามเสียงนุ่ม

“แล้วเธอไปรู้จักน้องสาวศรีจิตรามาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“หลายวันมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ สาลินมาที่นี่ แล้วเอาผลไม้ไปให้หม่อมแม่ เลยได้พบกับเกล้า”

ทุกคนเลยถึงบางอ้อ จำได้ดีถึงวันที่คุณหญิงก้อยมาอาละวาดที่ตำหนักเล็ก จนได้ทราบความจริงเรื่องคุณชายรองมีว่าที่คู่หมั้นคนใหม่แล้ว แต่กระนั้น...เสด็จฯก็ยังมีพระประสงค์ให้สาลินเข้าเฝ้าอยู่ดี สร้างความปลาบปลื้มใจให้แก่คุณสอางค์เป็นอย่างมาก ต่างจากสองคุณชาย กลัวเรื่องยุ่งไปกันใหญ่ เช่นเดียวกับศรีจิตรา อดแปลกใจไม่ได้ เรื่องน้องสาวเคยเจอกับคุณชายหนุ่มว่าที่คู่หมั้น แต่กลับไม่เคยเล่าให้เธอฟัง

หลังมื้อเย็นกับเสด็จฯ สองคุณชายก็เดินกลับตำหนักเล็ก คุณชายรองหงุดหงิดไม่หาย ที่น้องชายเจ้ากี้เจ้าการ ยุยงให้เสด็จฯมีรับสั่งให้เขาพาศรีจิตราไปเที่ยวนอกบ้าน

“โธ่พี่รอง...จะแต่งกันอยู่แล้ว ยังเมียงมองกันไป แอบดูกันมา นี่มันยุคอวกาศแล้วนะครับ ไม่ใช่ยุคสร้างกรุง”

“ฉันรู้...แต่ที่ฉันไม่อยากทำตัวสนิทสนมกับเขา ก็เพราะฉันไม่คิดว่าฉันต้องแต่งกับเขา”

คุณชายเล็กอ้าปากค้าง “พี่รองจะขัดพระทัยเด็จป้าหรือฮะ”

“ฉันแค่อยากขอเวลาสักหน่อย หาจังหวะที่เหมาะจะกราบทูลเท่านั้น”

“ผมเห็นว่าคุณศรีเป็นคนน่ารัก คุ้นเคยกันไว้ก็ไม่มีอะไรเสียหาย”

“เขาไม่เห็นพูดอะไรกับฉันสักคำ ผิดกับแม่น้องสาว”

คุณชายเล็กหัวเราะ ก่อนจะแนะยิ้มๆ “โธ่...ก็ลองคุยกับเขาดูสิฮะ วันก่อนคุณศรีคุยกับผมตั้งหลายเรื่อง เขาถามผมเรื่องเมืองนอก เรื่องงานที่บริษัท เรื่องการควบคุมคุณภาพของปั๊ม”

“คิดว่าเขาคุยกับแกแต่เรื่องนิทานเสียอีก”

“ฟังดูก็รู้ฮะ ว่าคุณสร้อยคงเลี้ยงแบบปิดหูปิดตา ให้อยู่แต่กับบ้าน ผมถึงอยากให้เขาไปเปิดหูเปิดตาบ้าง”

“ความจริง คนที่น่าจะอาสาพาเขาเที่ยวก็คือแก”

“ขนาดเสนอว่าให้เป็นพี่รอง เด็จป้ายังทรงลังเลเลย เรื่องผมยิ่งไม่ต้องพูดถึง”

“งั้นก็ดีแล้ว ให้แม่น้องสาวเป็นคนพาไป”

“ขอถามหน่อยเถอะ ทำไมพี่รองถึงเจาะจงให้คุณสาเป็นคนพาไป”

สรรพนามเรียกขานสาลินว่าคุณสา ทำให้คุณชายรองนิ่วหน้า คุณชายเล็กอึกๆอักๆ ก่อนจะแถว่าเรียกเหมือนที่เรียกศรีจิตราเพราะเป็นพี่น้องกัน ก่อนจะขอตัวดื้อๆ ไม่อยากคุยต่อให้พี่ชายสงสัยมากกว่านี้

ooooooo

เพราะความคาใจเรื่องน้องสาวไม่บอกเรื่องที่เคยเจอคุณชายรองแท้ๆ ทำให้ศรีจิตราเงียบไปพักใหญ่ คุณสอางค์ มาลากับวรรณาเลยเข้าใจว่าเธอน้อยใจว่าที่คู่หมั้น ที่มีท่าทีเย็นชา ไม่อ่อนหวานเหมือนเวลาอยู่กับเสด็จพระองค์หญิง ศรีจิตราเลยต้องแก้ตัวเป็นการใหญ่ว่าไม่ได้คิดมาก แต่กำลังตื่นเต้นมากกว่าที่จะได้ไปเที่ยวกับสาลิน

สองสามวันต่อมา...สาลินก็ถูกคุณสร้อยเรียกไปพบ เพื่อแจ้งข่าวว่าเธอต้องเข้าวังวุฒิเวสม์ เข้าเฝ้าเสด็จฯตามที่มีพระประสงค์ บรรณารักษ์สาวปฏิเสธไม่ออก แต่ที่ทำให้ลำบากใจมากกว่า คือบทเรียนสุดโหดของคุณสร้อย จะให้เธอค้างคืนบ้านราชดำริ เพื่อเตรียมตัวซักซ้อมท่าทางให้เป็นสาวชาววังเต็มตัว

แค่เห็นพี่สาวตัวเหลือง หน้าซีด แถมเมื่อยไปทั้งตัวก็นึกขยาดแล้ว สาลินเลยหาทางเอาตัวรอด ด้วยการอ้างว่าคุณยายไม่สบาย เลยอยู่ค้างไม่ได้ ต้องกลับไปเฝ้าดูแลคุณยายที่บ้านสวน

อุ่นเรือนหน้าเสีย รีบขอพี่สะใภ้ไปดูอาการแม่ คุณสร้อยอยากจะเป็นลม แต่ก็ไม่ใจดำ เอ่ยปากอนุญาต พร้อมกับเจียดยาหอมอย่างดีฝากไปด้วย แต่เมื่อถึงบ้านสวน อุ่นเรือนเลยได้รู้ว่าถูกลูกสาวหลอกเสียสนิท!

คุณยายมีอาการคลื่นเหียน แน่นอก คล้ายจะเป็นลมจริง เพราะดันนึกสนุกเอาชุดที่เคยใส่ตอนสาวๆมาใส่อวดคนทั้งบ้าน แต่ขนาดที่เล็กมาก ทำให้คุณยายเกือบเป็นลม อุ่นเรือนเห็นแม่เต้นรำได้ จึงหันไปเอาเรื่องสาลิน คุณยายได้ยินเข้า พยายามปะติดปะต่อเรื่องราว แล้วจึงหันไปดุหลานสาวคนเล็กอีกต่อ

“อ้าว...แม่คุณ แม่ทูนหัว มาแช่งอะไรฉันอีกยะ”

“หนูไม่ได้แช่งสักหน่อย ที่หนูบอกคุณป้าน่ะ หนูพูดความจริงทั้งนั้น”

“อ้อ...ความจริงทั้งนั้น ไหนบอกซิว่าฉันไข้หนักเจียนตายแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่”

หลังจากนั้นเรื่องราวเมื่อวันก่อน เผยให้เห็นถึงวีรกรรมสุดโลดโผนของคนเล่า โดยมีผู้เป็นยายตามดุ ก็ถูกถ่ายทอดให้ทุกคนฟัง คุณยายอยากจะเป็นบ้า แต่ก็ดุหลานสาวคนเล็กไม่ลง ได้แต่ค่อนแคะเหน็บแนมไปตามประสา

“แต่ว่าทุกอาการของฉัน เกิดจากน้ำมือแกสินะ แม่มะกอกสามตะกร้า”

“ไม่ใช่มะกอกสามตะกร้าหรอกค่ะ ต้องเรียกว่าแม่เสียวสวาด!”

จบถ้อยคำของอุ่นเรือน ทุกคนในบ้านก็มองมาเป็นตาเดียว โดยเฉพาะคุณตาคุณยาย เอ็ดใหญ่ที่ลูกสาวว่าหลานสาวคนโปรดด้วยคำสองแง่สองง่าม อุ่นเรือนหน้าเสีย สาลินหัวเราะงอหาย ก่อนจะแก้ตัวให้แม่

“มันเป็นคำอีสานค่ะ แปลว่าเฉลียวฉลาด”

ทุกคนถอนใจเฮือก คุณยายเลยวกเข้าเรื่องเดิม

“เดี๋ยว...แล้วแกเอาเรื่องตายเรื่องเป็นฉันไปหลอกคุณป้าทำไม”

“ถ้าไม่บอกอย่างนี้ คุณป้าจะยอมให้แม่มาหรือคะ”

สายตาออดอ้อนของลูกสาวก็ทำให้อุ่นเรือนโกรธไม่ลง เช่นเดียวกับคุณตาคุณยาย ใจอ่อนยวบเมื่อคิดได้ว่าหลานสาวทำเพราะคิดถึงแม่ แต่ไม่ทันได้แยกย้ายไปนอนและคุยกันให้หายคิดถึง สาลินก็โพล่งออกมา

“คืนนี้ยังคุยกันไม่ได้ค่ะ เพราะแม่กับคุณยายมีงานสำคัญ เสด็จพระองค์หญิงโปรดให้หนูเข้าเฝ้าพรุ่งนี้ แม่กับคุณยายต้องฝึกซ้อมให้หนูเต็มที่เลยนะคะ เอาแบบส่งอาภัสราเข้าประกวดงานวชิราวุธเลยนะคะ”

บทเรียนเข้มข้นจากคุณยายกับแม่ เลยถูกถ่ายทอดให้สาลินอย่างเร่งด่วน ตอนแรกบรรณารักษ์สาวก็ล้มลุก คลุกคลานแทบแย่ แต่หลังจากฝึกซ้อมหลายครั้ง ก็เปลี่ยนลิงทโมนให้กลายเป็นสาวชาววังจนได้

แต่ภารกิจเปลี่ยนโฉมสาวทโมนก็ไม่จบแค่กิริยาท่าทาง แต่รวมไปถึงการบ่มและขัดผิวตามแบบฉบับคุณสร้อยด้วย และอุ่นเรือนก็เตรียมตัวมาอย่างดี จนสาลินเริ่มขยาด ผู้เป็นแม่เลยต้องใช้ไม้ตาย

“เดี๋ยวหนูจะแพ้พี่ศรี แม่จะแพ้คุณป้าสร้อยนะลูก”

ชื่อคุณสร้อยทำให้สาลินนึกฮึด “งั้นหนูจะไม่ขี้เกียจแล้วค่ะ เดี๋ยวขัดสีฉวีวรรณหนูสามรอบก็ได้”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #8 on: 02 August 2026, 22:23:37 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep8/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 8

ค่ำคืนแห่งการเปลี่ยนโฉมนางทโมนให้เป็นสาวชาววังจบลงอย่างสวยงาม ท่ามกลางความง่วงงุนและอาการปวดเมื่อยทั้งร่างของสาลิน แต่ผลลัพธ์ก็เป็นที่น่าพอใจมาก แต่คงไม่ใช่สำหรับคุณสร้อย ด้วยฝังใจเสียแล้วว่าหลานสาวคนเล็กเป็นพวกกระโดกกระเดกไม่เรียบร้อยเหมือนพวกทหารพระรามกลับชาติมาเกิด!

การมาถึงของสาลิน น้องสาวคนเดียวของศรีจิตรา ทำให้ผู้คนในวังวุฒิเวสม์ตื่นเต้นมาก ไม่เว้นแม้แต่คุณชายรอง ถึงกับตะลึงตาค้าง ที่ได้เห็นบรรณารักษ์สาวคู่ปรับในสภาพสวยงาม ผุดผาด เหมือนหญิงสาวชาววังไม่มีผิด

แต่คนตื่นเต้นสุดคงหนีไม่พ้นคุณสอางค์ ด้วยคำพูดของน้องสาวยังฝังหัว ทำให้ระแวง กลัวหลานสาวคนเล็กจะทำให้ขายหน้า แต่สาลินก็ทำให้สองป้าอ้าปากค้าง เมื่อเธอสามารถหมอบคลานและสำรวมกิริยามารยาทได้อย่างนุ่มนวล จนแม้แต่เสด็จพระองค์หญิงยังอดทอดพระเนตรด้วยความพอพระทัยไม่ได้

“หน้าตาสดใสดีจริง ท่าทางคล่องแคล่วไม่กลัวใคร แต่หมอบคลานกราบกรานอะไรก็เรียบร้อย”

สาลินใจเต้น ก้มหน้าซ่อนยิ้ม ศรีจิตรามองไปทางน้องสาวด้วยความชื่นชมและเอ็นดู โดยมีคุณสอางค์กับคุณสร้อยเฝ้ามองอย่างระแวดระวัง กลัวสาลินจะดีแตกตอนท้าย แต่เสด็จฯกลับไม่ทรงคิดเช่นนั้น

“สอางค์...ไหนเธอบอกว่าแก่นแก้วทโมนไพร”

“หม่อมฉันไม่ได้บอกเพคะ แต่แม่สร้อยตัวดีเป็นคนบอกเพคะ”

คุณสร้อยสะดุ้งเฮือก สีหน้าเจื่อนอย่างเห็นได้ชัด รีบแก้ตัวอึกๆอักๆ

“ก็...ก็ปกติอยู่กับหม่อมฉัน ถ้าไม่ทำข้าวของแตก ก็ไปห้อยโจนทะยานบนต้นไม้ ไม่ก็ควบเป็นม้ามโนทัย วันนี้ที่เป็นอย่างนี้ได้ ก็แปลว่าที่หม่อมฉันอบ หม่อมฉันรม มันซึมเข้าไปได้น่ะสิเพคะ”

สาลินตาโต ทำท่าจะเถียงป้าเหมือนเคย แต่ศรีจิตราส่งสัญญาณขอไว้ เลยต้องพยายามข่มอารมณ์ ก่อนจะเงยหน้ายิ้มหวานกับเสด็จฯ เมื่อทรงมีรับสั่งถามด้วยความเอ็นดู

“จริงไหมสาลิน เธอน่ะ...เป็นประเภททำได้ทุกอย่าง แต่พอใครมากะเกณฑ์ จ้ำจี้จ้ำไช ก็พาลไม่ทำใช่ไหม”

“อาจเป็นได้เพคะ”

“จบห้องแปดแล้วยังไงนะ”

“หม่อมฉันไปเรียนต่ออนุปริญญาสองปีด้านบรรณารักษ์ พอจบก็ทำงานห้องสมุดฝรั่งที่สุรวงศ์เพคะ”

“ดูสิ ทำงานทำการแล้ว แต่หน้าอ่อนอย่างกับเด็กนักเรียน”

“ใครๆก็พูดกันแบบนี้กับหม่อมฉันบ่อยๆเพคะ”

สีหน้ายิ้มแย้มของหลานสาวคนเล็ก ทำให้คุณสร้อยนึกหมั่นไส้ อดแขวะไม่ได้

“อูย...เสด็จฯทรงชมเข้าหน่อย ก็หน้าเห่ออย่างกับได้ขึ้นปราสาท”

“แล้วจะให้หลานหน้างอคอคอดเป็นนิจศีลแบบเธอหรือ”

คุณสร้อยถึงกับหงอ เมื่อถูกเสด็จฯทรงตอกกลับ เรียกเสียงหัวเราะจากคนอื่น โดยเฉพาะบรรดานางข้าหลวงที่มาแอบดูสาลิน น้องสาวคนเดียวของศรีจิตรา...ว่าที่สะใภ้รองแห่งวังวุฒิเวสม์

และด้วยความเอ็นดูสาลินแท้ๆ ทำให้เสด็จฯมีรับสั่ง อยากให้เธอมาอยู่ในวังกับพี่สาว คุณสอางค์กับคุณสร้อยตื่นเต้นกันใหญ่ กระซิบกระซาบให้หลานสาวคนเล็กตอบรับ แต่สาลินก็เลือกจะปฏิเสธตรงๆ อยากอยู่ดูแลคุณตาคุณยายที่บ้านสวนมากกว่า เพราะท่านทั้งสองไม่มีใคร ที่สำคัญ...อยู่บ้านสวนก็เป็นอิสระดี

ศรีจิตราใจหายวาบ เกรงเสด็จฯจะกริ้ว เช่นเดียวกับคุณสอางค์กับคุณสร้อย ส่งสายตาดุใส่สาลินใหญ่ที่กล้าทูลปฏิเสธ แต่เสด็จฯก็ทรงทำให้ทุกคนแปลกใจ ด้วยการยอมรับการตัดสินใจของสาลิน

“เด็กรู้จักกตัญญู ดูแลคุณตาคุณยายแทนแม่... พูดกันตรงๆแบบนี้แหละดี ไม่ใช่อมพะนำไว้ แล้วมาหวานอมขมกลืนทีหลัง ไอ้เรื่องอิสระน่ะ เป็นใครก็ไม่ชอบถูกบังคับจู้จี้กันทุกคนแหละ”

ooooooo

การมาของคุณสร้อยและหลานสาวคนเล็ก ไม่เพียงทำให้ตำหนักใหญ่ครื้นเครง แต่ยังทำให้ตำหนักเล็กพลอยวุ่นวายไปด้วย โดยเฉพาะนมย้อย ต้องเตรียมสำรับกลางวันมากขึ้นเป็นพิเศษ คุณชายเล็กมองว่าเป็นเรื่องน่ายินดี ไม่ใช่แค่เพราะจะได้กินของอร่อย แต่จะได้ถือโอกาส ปันบางส่วนไปกำนัลสาวแสบบ้านสวนเมืองนนท์ด้วย

กว่าจะเข้าเฝ้าเสด็จพระองค์หญิงเสร็จ สาลินก็เกร็งจนเมื่อย แต่ยังแสร้งตีหน้านิ่ง ทำตัวเรียบร้อยต่อเนื่องจนศรีจิตราซึ่งรู้ทันความแสบของน้องสาว ต้องฟาดเพียะเข้าให้ด้วยความหมั่นไส้

“นี่ยายสา...เลิกทำเป็นเล่นสักที”

สาลินแกล้งโอดก่อนจะหลุดหัวเราะ แล้วลงไปนอนแผ่หราบนเตียง กิริยากลับกลายเป็นธิดาวานรเหมือนเคย

“ใครบอกว่าสาทำเล่น สาฝึกเอาจริงเอาจังอยู่ครึ่งค่อนวันกะครึ่งคืน ตอนเช้ายังมีซ้อมใหญ่อีก”

“เห็นไหมล่ะ สาน่ะจะทำดีก็ทำได้ เสด็จฯโปรดสามากนะ”

“นั่นสิ...ทีแรกสากลัวจะตาย นึกว่าจะทรงดุ ที่ไหนได้... พระทัยดีที่สุด แล้วเสด็จฯทรงให้สามาเฝ้าทำไมคะพี่ศรี”

ศรีจิตรานิ่งไปอึดใจ ก่อนจะบอกว่าเป็นพระประสงค์เสด็จฯ ให้อีกฝ่ายพาเธอไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้างรวมทั้งไปจับจ่ายซื้อเสื้อผ้าเตรียมสำหรับงานหมั้นที่จะมาถึง สาลินถึงกับผงะ ของขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อคิดได้ว่าคุณชายขี้เก๊ก ไม่ได้ทำตามสัญญา ยอมให้มีการแต่งงานเกิดขึ้นจนได้!

ความจริงจากปากพี่สาว ทำให้สาลินทนนั่งเฉยไม่ไหว ต้องแล่นไปเอาเรื่องคุณชายขี้เก๊กถึงตำหนักเล็ก คุณชายรองไม่มีทีท่าเดือดร้อน เตรียมตั้งรับอย่างเต็มที่ ต่างจากคุณชายเล็ก ลุกพรวดและขอตัวดื้อๆ กลัวสาลินจับได้

สาลินมาถึงตำหนักเล็กในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา คุณชายรองตีหน้าขรึม ยืนยันจะทำตามที่สัญญาแน่ สาวแสบบ้านสวนไม่เชื่อนัก แต่ก็ยอมผ่อนท่าทีลง ปล่อยให้เขามีเวลาทำตามที่บอก พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นตะกร้าบรรจุกับข้าวและขนมหลายอย่าง หน้าตาคุ้นๆ คุณชายเล็กซึ่งแอบมองจากมุมลับตา ใจหายวาบ กลัวความแตก แล้วก็ได้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อเธอไม่ได้ติดใจอะไร

ความสดใสร่าเริงของสาลินทำให้เสด็จพระองค์หญิงพอพระทัยมาก จนคุณสอางค์กับคุณสร้อยเป็นปลื้ม และเกิดความคิดจะจับคู่หลานสาวคนเล็กให้คุณชายเล็ก ศรีจิตราผ่านมาโดยบังเอิญ อดขำไม่ได้เมื่อได้ยินแผนของสองป้า

“ต่อไปนี้แม่สร้อยต้องพายายสามาที่นี่บ่อยๆ ฉันจะได้จัดการให้เจอคุณชายเล็ก แต่ว่าเราต้องทำทุกอย่างให้มันแนบเนียน เป็นบังเอิญ เป็นฟ้าลิขิต เป็นธรรมชาติ เพราะยังไงเราก็ฝ่ายหญิง ถ้าคนรู้มันจะน่าเกลียด”

สองป้าคงวางแผนกันอีกนาน ถ้าศรีจิตราจะไม่เคาะประตูขัดจังหวะ พร้อมแจ้งว่าเธอกับสาลินจะไปเดินซื้อของสัปดาห์หน้า สองป้าเลยลืมเรื่องจับคู่เสียสนิท มัวบ่นด้วยความเป็นห่วง ไม่อยากให้สองสาวไปด้วยกันตามลำพัง

ooooooo

ขณะที่สถานการณ์ของวังวุฒิเวสม์เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ สถานการณ์ของคุณหญิงก้อยที่โรงแรมหรูเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย ต้องเจอผู้คนซ้ำๆ และเรื่องเดิมๆที่ไม่ทำให้เธอตื่นเต้นเหมือนเคย

วิรงรองซึ่งตามประกบราชนิกุลสาวหัวสูงเพื่อหาข่าว มองมาด้วยสีหน้าเอือมระอาไม่แพ้กัน นึกหมั่นไส้แทบแย่ แต่ก็ทำได้แค่ปั้นหน้ายิ้มแย้มชวนคุย ตามประสากระจอกข่าวที่ดี

“เธอนี่พิลึกจริง นั่นก็เบื่อนี่ก็เบื่อ ถามจริงๆเถอะ มีอะไรหรือเปล่า ฉันเห็นเธออารมณ์เสียมาเป็นเดือนแล้ว”

“ไม่มีอะไร แต่เธอก็รู้ว่าพระนครน่าเบื่อจะตายไป”

“ต๊าย...ฉันลืมไปว่าคุยกับอดีตนิวยอร์กเกอร์อยู่ เออ... หญิงก้อย อาทิตย์หน้าจะวันเกิดฉันล่ะ ฉันอยากจะจัดปาร์ตี้ อยากแต่งเป็นสไตล์เมษาฮาวายหรือชุดว่ายน้ำ เธอว่าแบบไหนดี”

“แบบไหนก็น่าเบื่อทั้งนั้น”

วิรงรองแอบเบ้หน้า เกือบจะหลุดปากจิกกัดอยู่แล้ว ถ้าจิตติณจะไม่พาแขกคนสำคัญเข้ามาเสียก่อน

คุณหญิงก้อยถึงกับหน้าตึง เมื่อได้เห็นหน้าแขกพิเศษของวิรงรอง ต่างจากอัศนีย์ สีหน้าระรื่นเหมือนได้เจอของถูกใจ วิรงรองเห็นเป็นโอกาสเหมาะจะเขี่ยถ่านไฟเก่าให้คุอีกครั้ง แต่ราชนิกุลสาวก็ไม่ให้ความร่วมมือ ขอตัวดื้อๆ

อัศนีย์ตามติด วิรงรองมองตามด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ คว้ากล้องใส่มือจิตติณแล้วลากไปถ่ายภาพอดีตสามีภรรยาคนดัง ด้วยความหวังจะได้ข่าวใหญ่ข่าวร้อน...เอาให้ฉาวไปทั้งพระนครเลยทีเดียว!

ทั้งที่ลั่นวาจาไปแล้วแท้ๆ ว่าไม่ได้เคยหลบหน้าใคร แต่ท่าทางเหมือนกำลังหนีอะไรบางอย่างของคุณหญิงก้อย ก็ทำให้อัศนีย์หัวเสีย ต้องตามไปพูดกันให้รู้เรื่อง

“สิ่งที่คุณหญิงทำนี่แหละเรียกว่าหลบหน้า ทำไมไม่คิดว่าสิ่งที่แล้วไปแล้วเป็นอดีต เราอยู่ในปัจจุบันก็พอ”

“ใช่...เพราะสิ่งที่แล้วไปแล้ว มันไม่มีความสลักสำคัญต่อฉันเลย...แม้แต่เพียงปลายเล็บ”

“นั่นสิ...ได้ข่าวว่าตอนนี้คุณหญิงกำลังมีความสุข”

คุณหญิงเหยียดยิ้มเย็น ตอกกลับอย่างมีมาด “คนอย่างฉัน มีความสุขเสมอ ไม่มีอะไรทำให้ฉันหมดความสุขได้หรอก เพราะโลกนี้ ไม่มีอะไรสำคัญกับฉันเท่ากับตัวฉันเอง”

“โอ...เรื่องนี้ผมรู้ดี รู้ซึ้งเข้าไปถึงจิตวิญญาณเชียวล่ะ”

สีหน้าเย้ยหยันของอดีตสามี ทำให้คุณหญิงก้อยโกรธมาก จะผละไป แต่ก็ถูกเขารั้งตัวไว้

“คุณหญิงเวลาสะบัดสะบิ้งแบบนี้ มันยั่วอารมณ์ผัวเก่าคนนี้ดีนัก”

คุณหญิงก้อยพยายามสะบัดตัวออก แต่ก็ถูกเขากระชากมากอดไว้ พร้อมสีหน้าดุดัน

“หยาบคาย ถ้าไม่ปล่อยฉันจะเรียกพนักงาน”

“เอาสิ...อยากให้เป็นข่าวหรือไง คุณหญิงถูกผัวเก่าปล้ำกลางโรงแรมหรู”

คุณหญิงก้อยโมโหมาก ดึงตัวสุดแรง แล้วตบอดีตสามีจนหน้าหัน แต่เขาก็ยังยิ้มได้ วิรงรองกับจิตติณซึ่งแอบถ่ายภาพล่อแหลมของอดีตสามีภรรยาจนพอใจ จึงแสร้งตีหน้าตกใจ แล้วออกไปไกล่เกลี่ย

“จากก้นบึ้งหัวใจฉันเลยนะ ฉันเสียดายแทนเธอสองคนจริงๆ” วิรงรองเปิดฉาก

“ถ่านไฟเก่าหรือ...คนอย่างฉันไม่มีวันหวนคืน มีแต่จะก้าวไปข้างหน้า” คุณหญิงก้อยตอก

“แต่อาร์นี่เป็นม้าฝีเท้าดีนะครับ อาจจะวิ่งไปดักรอคุณหญิงอยู่ปลายทางก็ได้”

คำพูดของจิตติณทำให้คุณหญิงก้อยตาวาว ก่อนจะยอมผ่อนท่าที เมื่อถูกหว่านล้อมให้สงบศึกหนักเข้า แต่กระนั้น...ราชนิกุลสาวคนดังแห่งพระนครก็วางท่ามากเหมือนเคย...ไม่ยอมสงบจริงๆ

ooooooo

แม้จะรับปากสงบศึกปะทะอารมณ์ แต่คุณหญิงก้อยก็ก่อสงครามประสาทกับอดีตสามีไม่เลิก จนเขานึกอยากเอาชนะ เมื่อเธอจะกลับวังรัชนีกุล เลยอาสาไปส่ง

“มันไม่ใช่ธุระของคุณที่จะไปส่งฉัน”

อัศนีย์ยิ้มยั่ว “สามีเก่าจะไปส่งอดีตภรรยามันเสียหายอะไรล่ะครับ เอาน่า...สงครามเย็นของเรามันต้องมีการติดพันนัวเนียกันบ้าง ไม่งั้นจะเรียกว่าสงครามได้ยังไง”

วิรงรองกับจิตติณมองตามอดีตสองสามีภรรยาที่ขึ้นรถไปด้วยกันยิ้มๆ นึกกระหยิ่มใจที่แผนสร้างสถานการณ์จุดถ่านไฟเก่าเพื่อหาข่าวฉาวของตนได้ผลเกินคาด แถมทำให้เพื่อนรักร่วมวงสังคมชั้นสูงคืนดีกันอีก

แต่ที่คอลัมนิสต์สาวกับช่างภาพจำเป็นไม่รู้ คือบรรยากาศบนรถอัศนีย์ เต็มไปด้วยความอึดอัด โดยเฉพาะจากคุณหญิงก้อย ที่อดเสียดายลึกๆไม่ได้ เมื่อพิจารณาความหรูหรารอบตัว ไม่เว้นแม้แต่คนขับรถกิตติมศักดิ์!

และคงเพราะมัวแต่เหม่อ เลยไม่ทันรู้ตัว ยกมือเสยผม เผยให้เห็นนาฬิกาเรือนเล็กแต่หรูหรา ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่อดีตสามีมอบให้ก่อนหย่า อัศนีย์ถึงกับยิ้มเยาะเล็กๆ รู้ดีแก่ใจว่าอดีตภรรยาเป็นคนเช่นไร และไม่รอช้าเลยจะกำราบให้หายแค้น ที่ถูกเธอปั่นหัวป่วนประสาทตลอดทั้งวัน

“ขอบคุณนะครับ...ที่คุณหญิงยังใส่นาฬิกาเรือนนี้อยู่”

คุณหญิงก้อยชะงัก แต่ยังเชิดหน้า เอ่ยขอบคุณตามมารยาทและขอตัวเข้าวัง โดยมีอัศนีย์มองตามยิ้มๆ บรรดาสาวใช้เห็นสีหน้าเจ้านายสาวก็เตรียมหลบกระสุนเต็มที่ แต่ก็ผิดคาด เพราะราชนิกุลสาวไม่ได้อาละวาดอย่างที่นึกกลัว

หม่อมวาณีปลื้มมากที่ลูกสาวคนเล็กกลับวังแต่หัววัน ไม่ได้ไปสังสรรค์จนดึกดื่นเหมือนเคย แต่อารมณ์ดีๆก็ต้องจางหาย เมื่อได้รู้ว่าชายหนุ่มที่มาส่งลูกสาวคืออัศนีย์ เถลิงการ...อดีตสามีรูปหล่อพ่อรวยของลูกสาวคนเล็ก!

คุณหญิงกลางลอบถอนใจอย่างหนักหน่วง เมื่อได้เห็นอาการตีโพยตีพายของแม่

“หม่อมแม่คะ...สมัยนี้น่ะ ถึงจะเลิกร้างกันแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกันได้”

“ไม่มีทางหรอก มีแต่จะตะขิดตะขวงใจมากกว่า ทำไมต้องเป็นแบบนี้ก็ไม่รู้ ถ้าท่านพ่อทรงทราบ เดี๋ยวก็กริ้ว”

หม่อมวาณีโวยไม่เลิก จนคุณหญิงกลางอ่อนใจ ต้องปล่อยให้แม่บ่นไปเรื่อยๆ...เหนื่อยเมื่อไหร่คงหยุดเอง

ooooooo

ภาพกอดรัดฟัดเหวี่ยงของอดีตสามีภรรยาคนดังอย่างอัศนีย์กับคุณหญิงก้อย กลายเป็นข่าวใหญ่วันรุ่งขึ้น พร้อมภาพประกอบและพาดหัวข่าวสุดฉาว โดยคอลัมนิสต์สาวเจ้าของคอลัมน์วิรงรองจ๊ะจ๋า

“ตุ๊กตาหน้ารถของอัศนีย์ เถลิงการ คนล่าสุดไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ ม.ร.ว.เทพีเพ็ญแสง อดีตภรรยา...มีคนเห็นทั้งคู่ช่วยกันเป่าถ่านไฟเก่าจนลุกสว่างวาบ ไม่แพ้พลุปีใหม่...”

บรรดาสาวใช้ตำหนักเล็ก รวมทั้งนมย้อยใจไม่ดี พยายามจะเอาหนังสือพิมพ์ไปซ่อน แต่จรวยก็แอบหยิบไปวางให้คุณชายรองอ่านจนได้ โชคดีที่เขาไม่เห็นและไม่สนใจข่าวซุบซิบ แผนยุยงของจรวยเลยยังเป็นหมัน

ขณะที่สถานการณ์ในวังวุฒิเวสม์ยังเงียบสงบ สถานการณ์ที่วังรัชนีกุลร้อนเป็นไฟ เมื่อหม่อมวาณีได้อ่านข่าวซุบซิบของลูกสาว คุณหญิงกลางหยิบมาอ่านบ้างแล้วยิ้มหยัน

“ก็ไม่ดีหรือคะ หญิงก้อยจะได้มีสามีเดียว ไม่มีใครครหา”

“น้อยไปสิ แค่นี้ก็โดนนินทาจนไม่รู้จะยังไงแล้ว ฮึ...ไอ้เจ้าเสือผู้หญิงนี่มันจะมาจริงใจกับใคร ขืนไปคืนดีกับมัน ก็ไม่แคล้วน้ำตาเช็ดหัวเข่า โดนมันทิ้งอีก”

“แต่คราวที่แล้วน่ะ หญิงก้อยเป็นฝ่ายทิ้งนะคะ”

“ไม่รู้ล่ะใครทิ้งใครก่อน ถ่านไฟเก่าที่มันมีแต่ขี้เถ้า เป่าไม่ติดก็มีเหมือนกัน”

“ค่ะ...ถ่านไฟเก่าแบบคุณรองก็อาจเป็นอย่างนั้นด้วย”

หม่อมวาณีถึงกับอึ้ง แต่ก็เถียงไม่ออก เพราะลูกสาวคนโตพูดถูกทุกคำ

ไม่ใช่แค่หม่อมวาณีที่เป็นเดือดเป็นร้อนแทนลูกสาวคนเล็ก ราชนิกุลสาวหัวสูงต้นเรื่องก็ประสาทเสียไม่แพ้กัน และไม่รอช้า จะโทร.ไปเล่นงานคอลัมนิสต์สาวคนดัง

“เรื่องอะไรอีกล่ะคะเจ้าหญิง”

“ไม่ต้องมาทำเป็นไขสือยายติ่ง ฉันพูดถึงข่าวที่เธอเสกสรรปั้นน้ำเป็นตัวขึ้นมา”

“แหม...ก็แค่ยั่วเย้ากระเซ้าแหย่เล่นๆ”

“แต่ฉันไม่เล่นด้วย”

“ไม่เล่นก็ไม่เล่น พูดจริงๆนะหญิง ใครๆทุกคนน่ะอยากให้เธอคืนดีกัน”

“ถ้าอย่างนั้น ใครๆทุกคนก็เตรียมผิดหวังก็แล้วกัน”

“หรือว่าเธอกลัวคุณชายรองโกรธ”

คุณหญิงก้อยเงียบไปอึดใจ ก่อนจะสวนกลับหยิ่งๆ

“โกรธก็โกรธไป ฉันไม่แคร์หรอก”

วิรงรองเบ้หน้าด้วยความหมั่นไส้ แต่ยังแสร้งเป็นห่วง “นี่...เธอกับคุณชายรองมีปัญหาอะไรกันแน่”

“เปล่า...ไม่มีปัญหาอะไร แค่ฉันรำคาญความลูกแหง่ติดเด็จป้าของเขา อะไรก็สุดแท้แต่เด็จป้า ตัดสินใจอะไรไม่ได้สักอย่าง ชักช้าน่ารำคาญ”

วิรงรองตาวาว รีบจดประเด็นสำคัญเรื่องปัญหาระหว่างคุณชายรองกับคุณหญิงก้อย “งั้นข่าวของฉันวันนี้ อาจเป็นผลดีกับเธอ คุณชายรองจะได้รู้ว่าเขามัวชักช้าไม่ได้ เพราะเธอเป็นกระดังงาลนไฟที่หอมหวนทวนลมขนาดนี้”

คุณหญิงก้อยคิดตาม แล้วขอวางสายดื้อๆ ยิ้มพรายด้วยความชอบใจ อารมณ์เสียๆก่อนหน้าแทบไม่มีเหลือ

ooooooo

จรวยไม่ยอมแพ้ หาเรื่องเอาหนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวฉาวของอัศนีย์กับคุณหญิงก้อยไปกางแผ่บนโต๊ะอาหารให้คุณชายรองรู้จนได้ คุณชายเล็กซึ่งเห็นเป็นคนแรก ปรายตามองพี่สะใภ้อย่างรู้ทัน ก่อนจะถอนใจยาว หันไปทางพี่ชายคนรองที่มีสีหน้านิ่งขรึมเหมือนเคย ดูไม่โกรธและไม่หึงอย่างที่นึกกลัว

“มันก็อาจจะทั้งโกรธ ทั้งหึง แต่แปลก...ที่รู้สึกชัดที่สุดคือเบื่อ”

“แล้วมันยังไงแน่ นี่พี่รอง...ยังรักหญิงก้อยอยู่หรือเปล่า”

“ฉันกับหญิงรักกันมาเกือบสิบปีแล้วนะ”

“แล้วตอนนี้...กับภาพข่าวแบบนี้ล่ะครับ”

คุณชายรองอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “ไอ้เรื่องแต่งงานกับศรีจิตรานี่ ถ้านายเป็นฉัน นายจะทำยังไง”

“ถ้าผมเป็นพี่รอง ผมก็จะทำตามใจน่ะสิ จะมีประโยชน์อะไร ถ้าแต่งกับคนหนึ่ง แล้วหัวใจไปอยู่กับอีกคน”

คำพูดน้องชายแทงใจดำอย่างแรง แต่กระนั้น... คุณชายรองก็ยังเกรงพระทัยเสด็จพระองค์หญิง

“ถ้าเป็นผม...ผมจะทูลเด็จป้าให้เด็ดขาด และต้องยอมให้เด็จป้ากริ้วด้วย”

“ถ้าเด็จป้ากริ้ว เรื่องก็จะใหญ่โต ดีไม่ดี ฉันอาจจะถูกตัดจากกองมรดก ต้องระเห็จไปอยู่ที่อื่น”

“จะขนาดนั้นเลยหรือครับ”

“เสด็จฯตรัสคำไหนต้องเป็นคำนั้น”

คุณชายเล็กยิ้มให้กำลังใจพี่ชายคนรอง “ก็ไม่เห็นจะเป็นไรนี่ครับ เงินส่วนตัวของพี่รองก็มี เงินเดือนก็ตั้งหลายพัน ร้านผ้าไหมก็ทุนคืนแล้ว หญิงก้อยเองก็น่าจะหางานหาเงินได้”

“แต่ฉันไม่แน่ใจว่าหญิงก้อยจะทนความลำบากได้หรือเปล่า”

“ถ้าหญิงก้อยรักพี่รองจริง ก็ต้องทนได้สิฮะ ข้อสำคัญพี่รองต้องพูดกับเธอให้เข้าใจ”

“แต่หญิงไม่ยอมเจอฉันเลย แล้วจะให้ฉันทำยังไง”

ระหว่างที่สองคุณชายคิดหนัก จะจัดการคลี่คลายสถานการณ์ของคุณหญิงก้อย จรวยก็แอบเอาเรื่องทั้งหมด ไปยุแยงคุณชายโต ให้ช่วยทำให้คุณชายรองกับคุณหญิงก้อยคืนดี ซึ่งก็ได้ผลดีเกินคาด คุณชายโตเชื่อสนิทว่าภรรยาจอมสอดรู้เป็นห่วงน้องชายคนรอง เลยตัดสินใจไปปรึกษากับคุณชายเล็กในเวลาต่อมา

คุณชายเล็กนิ่วหน้า แปลกใจไม่น้อยที่จู่ๆพี่ชายคนโตก็มาถามเรื่องพี่ชายคนรองกับหญิงคนรัก

“ทำไมพี่จะไม่สนใจ เพราะพี่เองก็มีส่วนกับเรื่องนี้ด้วย...เรื่องแต่งงานกับศรีจิตรา ความจริงน่ะมันเรื่องของฉัน แต่ชายรองดันต้องมารับเคราะห์แทน”

“แหม...มันคงไม่ใช่เคราะห์ร้ายขนาดนั้นมังฮะ”

“ยังไงก็เถอะ ถ้าชายรองรักกับหญิงก้อยก็ไม่น่าต้องมาเป็นเหยื่อการคลุมถุงชนแบบนี้”

“แล้วพี่โตมาบอกผมทำไม”

“ก็นายน่าจะเป็นสื่อให้ชายรองกับหญิงก้อยคืนดีกันได้น่ะสิ”

“นี่พี่โตคิดเองหรือมีใครบอกครับ”

คุณชายเล็กมองลุ้นๆ หวังให้พี่ชายคนโตห่วงจากใจจริง แต่ก็กลับต้องถอนใจเมื่อได้ยินคำตอบ

“จรวยน่ะ...มานั่งบ่นว่าห่วงชายรอง แล้วแนะนำให้ฉันมาพูดกับแก”

ooooooo

คุณชายเล็กสวมบทกามเทพให้พี่ชายคนรอง ไปเจรจากับคุณหญิงก้อยถึงวังรัชนีกุลในเช้าวันต่อมา หม่อมวาณีกับคุณหญิงกลางให้การต้อนรับเป็นอย่างดี แม้จะอดเป็นกังวลไม่ได้ เมื่อได้ยินเป้าหมายของราชนิกุลหนุ่ม

“พี่รองน่ะ...เขาตัดสินใจแล้ว จะขัดพระทัยเด็จป้า ไม่แต่งงานกับหลานคุณสอางค์”

หม่อมวาณีตื่นเต้นมาก ต่างจากคุณหญิงกลาง ที่ยังแบ่งรับแบ่งสู้ แล้วเรื่องก็ไม่ง่ายจริงๆ เมื่อคุณหญิงก้อยยอมเจอกับคุณชายรองเพื่อคืนดี แต่กลับตั้งเงื่อนไขไว้ด้วย

“เมื่อไหร่มันไม่สำคัญเท่าอย่างไรหรอกค่ะ หญิงอยากให้การที่คุณรองกลับมาหาหญิง มันเป็นโอกาสพิเศษ ให้มันมีบรรยากาศ มีสักขีพยาน และมีแต่ความชื่นชมยินดี”

ภาระหน้าที่สร้างสถานการณ์พิเศษ ให้มีสักขีพยานและความชื่นชมยินดีตกเป็นของวิรงรองแบบไม่ต้องสงสัย เพราะคุณหญิงก้อยจะถือโอกาสใช้ปาร์ตี้วันเกิดของคอลัมนิสต์สาวให้เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์

จิตติณซึ่งแวะมาหาวิรงรองเหมือนเคย รับฟัง แผนการทั้งหมด แล้วก็อดทึ่งไม่ได้

“แล้วเธอเขียนข่าวเชียร์เพื่อให้ไอ้อัศคืนดีกับคุณหญิงยังไงหว่า มันถึงกลับตาลปัตรแบบนี้”

“ก็ใช่น่ะสิ แต่ก็อีข่าวนี้แหละ ทำให้คุณชายรองตัดสินใจคืนดีกับหญิงก้อย”

“งั้น...งานนี้ไอ้อัศจะมาได้ยังไง”

“ห้ามเด็ดขาด...หญิงก้อยห้ามเชิญอาร์นี่มาเด็ดขาด เซ็งจริงๆ...งานวันเกิดฉัน ฉันเป็นเจ้าของวันเกิด ควรจะเด่นล้ำที่สุดในงาน นี่คุณเธอจะมาขโมยซีนเป็นนางเอกของงานแทนฉัน!”

การ์ดเชิญไปปาร์ตี้งานวันเกิดของวิรงรองมาถึงมือคุณชายรองในวันต่อมา คุณชายเล็กรู้เรื่อง ก็รีบไปชี้แจง

“หญิงก้อยจะไปงานนี้ บอกว่าถ้าพี่รองอยากเจอเธอ ก็ไปเจอที่งานได้”

“ทำไมหญิงไม่พูดกับฉันตรงๆ”

“ตามประสาหญิงก้อยแหละฮะ ขอไว้ท่าก่อน มีอะไรก็ไปพูดกันในงานแล้วกันฮะ”

“แต่ฉันไม่ชอบกลุ่มเพื่อนของคุณติ่ง น่ารำคาญ โดยเฉพาะนายคนที่ชื่อจิตติณอะไรนั่น”

“ก็อยู่ในงานสักพัก แล้วค่อยปลีกตัวออกมาสองคนก็ได้นี่ฮะ”

คุณชายรองพยักหน้าแบบเสียไม่ได้ จนคุณชายเล็กนึกเอะใจ

“นี่พี่รองไม่ดีใจเลยหรือฮะ ที่เรื่องยุ่งๆนี่จะได้จบเสียที”

“ก็เพราะฉันรู้ไง ว่าถึงเรื่องนี้จบลง เรื่องยุ่งเรื่องใหม่มันก็จะเกิดแทนที่”

“นี่แหละครับชีวิต เขาว่าไงนะ...โลกนี้คือละคร”

“โลกนี้คือละครโรงใหญ่ ชายหญิงไซร้คือตัวละครนั่น”

“แต่งานนี้พี่รองไม่ใช่ตัวละครธรรมดา แต่เป็นพระเอกเลยนะครับ”

คุณชายรองเหยียดยิ้มเย็น นึกกังวลและสมเพชตัวเองไม่น้อย คุณชายเล็กต้องปลอบและให้กำลังใจ ให้สู้เพื่อความรัก แต่กลับต้องพูดไม่ออก เมื่อพี่ชายคนรองประกาศให้เขาไปร่วมงานปาร์ตี้จอมปลอมนี้ด้วย

ooooooo

อารมณ์ขุ่นมัวที่ต้องเตรียมตัวเตรียมใจไปเล่นละครฉากใหญ่ในงานปาร์ตี้วันเกิดของวิรงรองจางหายลง เมื่อคุณชายรองได้เจอหน้าบรรณารักษ์สาวบ้านสวนในวันต่อมา ตอนเขาเอาหนังสือไปคืน

แต่สาลินกลับไม่รู้เรื่อง และมองไม่เห็น มัวซุบซิบค่อนแคะเรื่องเขากับจิตริณี

“นี่เอาหนังสือไปเกือบสองอาทิตย์ ยังไม่เอามาคืน อย่าบอกบอสนะคะว่าฉันขู่จะปรับอีตาคุณชายตั้งห้าบาท”

จิตริณีเห็นคุณชายรอง เลยพยายามส่งสัญญาณเตือน แต่ก็ไม่ทัน ราชนิกุลหนุ่มโพล่งขัดขึ้นเสียก่อน

“กลัวต้องถูกปรับน่ะ เลยรีบเอาหนังสือมาคืนเธอ”

สาลินถึงกับเก้อไป แต่ยังเชิดหน้า ทำเป็นไม่กลัว “มานานแล้วหรือคะ”

“ก็...นานพอจะได้ยินเธอด่าฉันทั้งหมดแหละ”

แม้จะเขม่นหน้ากันไม่น้อย แต่สุดท้ายคุณชายรองก็ชวนเธอไปกินกลางวันด้วยจนได้ สาลินไม่เล่นตัวมาก ยอมออกไปกับเขา พร้อมกับหวังเต็มเปี่ยมจะหลอกให้เขาเลี้ยงเธอจนหมดตัว

แต่กระนั้น...คุณชายรองก็ไม่ยี่หระ ผ่อนคลายกว่าเคยด้วยซ้ำ ที่ได้เดินเล่นซื้อของกินริมถนนตลอดทาง สาลินเองก็อดแปลกใจไม่ได้ แต่ไม่ทันสรตะอะไรมาก ก็ตาโตเสียก่อน เมื่อเห็นขนมถูกใจข้างทาง

และคงเพราะความรีบร้อนปนตะกละนั่นเองทำให้ขนมร้อนๆเกือบลวกปาก สาลินแทบน้ำตาไหล โบกมือไล่ลมร้อนออกจากปากใหญ่ จนคุณชายรองต้องกลั้นยิ้ม

“นี่คุณ...อย่ามายิ้มยั่วฉันนะ”

“ฉันไปยั่วอะไรเธอ ฉันแค่ถามดู เผื่อว่าฉันจะ ซื้อบ้าง”

“ผู้ดีอย่างคุณ กินขนมติดดินอย่างนี้เป็นด้วยหรือ”

“เป็นสิ อย่างน้อยฉันก็รู้ว่า...ควรจะรอให้มันเย็นลงก่อนแล้วค่อยกิน”

สาลินแทบเต้น แต่ต้องพยายามข่มอารมณ์ไว้ ก่อนจะโวยลั่น เมื่อเขาเดินนำไปทางโรงแรมหรู

“นี่คุณ...จะพาฉันเข้าโรงแรมหรือ”

“พูดให้ดีๆ พาเธอไปกินข้าวในโรงแรม ฉันอยากพาเธอไปร้านผ้าไหมฉันด้วย”

“เพื่ออะไร...จะอวดว่าคุณไม่ได้มีแค่เงินเดือนกระทรวง ยังทำธุรกิจส่วนตัวด้วยงั้นหรือ ฮึ...ถึงจะอวดรวยแค่ไหน ฉันก็ไม่ใจอ่อนให้คุณแต่งงานกับพี่ศรีหรอก”

“เธอนี่มันเพ้อเจ้อจริงๆนะ ไปร้านผ้ากับฉันแล้วฉันจะบอกข่าวดีให้เธอฟัง”

ขณะที่สองหนุ่มสาวคู่ปรับนั่งกินข้าวในโรงแรมหรู... อัศนีย์ก็เดินยิ้มกริ่มเข้าห้องสมุด หวังใจจะชวนสาลินออกไปกินกลางวันด้วยให้ได้ แต่เศรษฐีหนุ่มหล่อพ่อรวยก็ต้องหัวเสีย เมื่อรู้จากจิตริณีว่าคุณชายรองตัดหน้าไปแล้ว

และก็คงเพราะความเจ็บใจนี่เอง ทำให้อัศนีย์คิดแผนชั่ว หาทางเอาคืนคุณชายรองบ้าง ด้วยการโทร.ไปยุแยงคุณหญิงก้อยให้รีบมาเจอ และตามไปจับผิดชายคนรักที่อาจกำลังปันใจให้บรรณารักษ์สาวบ้านสวน!

ooooooo

คุณชายรองพาสาลินมาถึงร้านผ้าไหมในเวลาต่อมา พร้อมแจ้งข่าวดีตามสัญญา ว่าเขาจะคืนดีกับคุณหญิงก้อยในอีกไม่กี่วัน บรรณารักษ์สาวนิ่วหน้า เพราะข่าวลือที่ยินก่อนหน้าไม่ได้เป็นเช่นนั้น

“แล้วทำไมถึงมีข่าวกับภาพคุณหญิงก้อยและคุณอัศนีย์กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างนั้นล่ะ”

“เธอจะเอานิยายอะไรกับข่าวซุบซิบ เอาเป็นว่าฉันจะคืนดีกับหญิงก้อยแล้วกัน เธอคงสบายใจได้”

“สบายใจสิ สบายใจที่สุดเลย พี่ศรีก็คงสบายใจเหมือนกัน”

หลังข่าวดี บรรยากาศระหว่างสาลินกับคุณชายรองก็ดีขึ้นมาก จนเขากล้าขอให้เธอเลือกของขวัญให้เพื่อน บรรณารักษ์สาวไม่เห็นเป็นเรื่องเหลือบ่ากว่าแรงเลยยอมช่วย แล้วรสนิยมของเธอก็ทำให้เขาอดชื่นชมไม่ได้

“ตกลงเอาผืนนี้ เธอก็มีรสนิยมดีเหมือนกันนี่”

“เปล่า...ฉันเลือกเพราะเห็นว่ามันแพงดีต่างหาก”

“จะถูกจะแพงมันก็ร้านฉันเอง ยังไงฉันก็ไม่ล่มจมหรอก”

และเพื่อเป็นการตอบแทน คุณชายรองเลยเสนอจะซื้อผ้าผืนที่เธอชอบให้ แต่เธอก็ปฏิเสธ

“ไม่เอาหรอก ดูๆแล้วมันหรูหราเกินไปสำหรับมนุษย์เดินดินกินข้าวแกงโหนรถเมล์อย่างฉัน”

คุณชายรองยืนยัน “ฉันซื้อให้เธอเอง”

“ไม่ต้องเอาใจฉันแบบนี้หรอก เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าฉันเป็นหนี้บุญคุณคุณ ทั้งๆที่คุณจะไม่ได้เป็นพี่เขยฉันแล้ว”

จู่ๆคุณชายรองก็ของขึ้น คว้ามือเธอหมับ ก่อนจะดันเข้ามุม แล้วพูดเสียงเข้ม

“จำไว้นะ...ที่ฉันซื้อให้เพราะอยากซื้อให้ ไม่ได้คิดว่าซื้อเพราะอยากได้เธอเป็นน้องภรรยาเหมือนกัน”

ภาพสองหนุ่มสาวคุยกันลับๆล่อๆในมุมมืด ทำให้คุณหญิงก้อยกับอัศนีย์ซึ่งแอบมองจากนอกร้านตกตะลึง ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะตั้งหลักได้ก่อน และทำท่าจะเข้าไปเอาเรื่องชายคนรักและยายผู้หญิงหน้าด้าน!

“ยายเด็กนั่นคือยายเด็กชาวสวน น้องสาวว่าที่คู่หมั้นคุณรองใช่ไหมคะ”

“เอ...ผมไม่ยักรู้ นายคุณชายรองมีว่าที่คู่หมั้นแล้วเหรอครับ”

“ค่ะ...เป็นพระประสงค์เสด็จป้า ก็เหตุนี้แหละที่ฉันเลิกคุยกับเขา...แล้วคุณรองพาแม่นี่มาที่นี่ทำไม”

“เด็กนั่นเป็นบรรณารักษ์ห้องสมุดฝรั่งที่สุรวงศ์น่ะครับ เห็นว่านายคุณชายไปมาหาสู่ประจำ แถมยังยืมหนังสือคืนหนังสือกันด้วย แล้วยังพากันไปไหนต่อไหนตามลำพังบ่อยๆ”

คุณหญิงก้อยเลือดขึ้นหน้า ตั้งท่าจะเข้าไปในร้าน อัศนีย์ต้องตามไปรั้งไว้

“ปล่อยฉัน...ฉันจะไปฉีกหน้าทั้งคู่ ให้คาหนังคาเขาไปเลย”

“ไม่งามสำหรับคุณหญิงหรอกครับ ในร้านมีลูกค้า อีกอย่าง...ถ้าเป็นแบบนี้ แสดงว่านายคุณชายจะทำตัวเป็นพระยาเทครัว รวบทั้งพี่สาวน้องสาว คนมักมากแบบนี้คุณหญิงจะไปสนใจทำไม”

คุณหญิงก้อยยิ่งคิดยิ่งแค้น เกือบเถียงแล้ว แต่ก็ต้องอั้นไว้ เมื่อศุภรเดินผ่านมา อัศนีย์รีบคว้าตัวอดีตภรรยามากอดบังหน้า ก่อนจะทำตาโต เมื่อเธอเสนอแผนเอาคืนชายคนรัก ด้วยการเชิญเขาไปงานปาร์ตี้วันเกิดของวิรงรอง

“สามีเก่าต้องไปเผชิญหน้ากับคนรักเก่า มันจะดีหรือครับคุณหญิง”

“จะห่วงทำไมล่ะคะ...ของเก่าด้วยกันทั้งคู่!”

ooooooo

หลังสถานการณ์น่าอึดอัดในมุมลับตาของร้าน สาลินก็มองมาด้วยสายตาแปลกๆ จนคุณชายรองเริ่มรู้สึกผิดที่ออกอาการมากเกินไป แต่กระนั้นก็ยังปั้นหน้านิ่ง ชวนคุยเรื่องอื่นเพื่อคลี่คลายสถานการณ์

“แล้วเธอคิดว่าฉันจะซื้ออะไรให้หญิงก้อยดี”

“คุณจะง้อผู้หญิง คงไม่มีอะไรดีเท่าดอกไม้ เอาดอกไม้อะไรก็ได้ที่สวยๆ...แล้วก็แพงๆ”

“ทำไมเธอต้องเน้นว่าแพงๆด้วยนะ เธอคิดว่าคนในแวดวงฉันมีแต่คนหน้าเงินหรือ”

“เปล่า...ฉันเห็นว่าคุณเป็นคนมีเงินต่างหาก ควรจะกระจายรายได้ของคุณไปทั่วๆ”

จบคำก็คว้าดอกไม้สวยใกล้มือยื่นให้ เหมือนจะบอกว่าประมาณนี้คงใช้ได้ คุณชายรองตั้งท่าจะถามต่อ แต่ก็ต้องยั้งไว้ก่อน เมื่อศุภรปรากฏตัวพร้อมรอยยิ้มร่า เมื่อเห็นหน้าแขกสาวคนสวยของเพื่อนรักและหุ้นส่วน

แต่ไม่ทันที่ศุภรจะได้คุยด้วย สาลินก็วิ่งหน้าตั้งออกจากร้าน เมื่อเห็นนาฬิกาบอกเวลาเข้างานครึ่งบ่าย คุณชายรองส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจระคนเอ็นดู ก่อนจะหันมาตอบคำถามเพื่อนรักที่มองมาด้วยความสงสัย

“เขาไม่ได้ควงมากับฉัน เขาแค่มาช่วยเลือกของขวัญให้ฉัน”

ศุภรยิ้มบางๆ ชมใหญ่ว่าสาลินเป็นคนน่ารัก สดใส น่าคุยด้วย จนคุณชายรองนึกหมั่นไส้

“ทำไมหมู่นี้ถึงได้ยินคนชมโฉมแม่นี่บ่อยเหลือเกิน”

“อ้าว...แล้วนายไม่เห็นว่าเขาน่ารักเหรอ”

ไม่ใช่แค่คุณชายรองต้องนั่งตอบคำถามของเพื่อนรัก สาลินก็ถูกไล่ต้อนไม่แพ้กัน แต่เธอก็เอาตัวรอดไปได้ พร้อมกับข้ออ้างหนักแน่น ว่ากำลังช่วยให้คุณชายชื่อยาวได้คืนดีกับคุณหญิงเทโพคนดังต่างหาก!

แต่ข้ออ้างของสาลิน กลับใช้ไม่ได้กับจิตริณี ซึ่งสังหรณ์ใจบางอย่าง กลัวเกิดเรื่องไม่ดีกับอีกฝ่าย เพราะเห็นท่าอัศนีย์แล้วไม่ไว้ใจ บรรณารักษ์สาวเลยต้องเล่ารายละเอียดให้ฟัง

“เมื่อกี้อีตาคุณชายให้ฉันไปที่ร้านผ้าไหมของเขา เธอให้ฉันเลือกของขวัญจะเอาไปให้คุณหญิงก้อยน่ะ”

“เขาจะคืนดีกันหรือคะ”

“คุณชายบอกอย่างนั้น ที่ฉันสงสัยก็คือตกลงคุณหญิงก้อยเขาคืนดีกับคุณอัศนีย์ตามข่าวหรือเปล่าคะ”

“ข่าวโคมลอยค่ะ อาร์นี่บอกฉันแล้วว่าไม่ใช่เรื่องจริง”

“โล่งอก...ถ้าอย่างนั้นงานนี้ คุณชายรองคืนดีคุณหญิงก้อยแน่ๆ พี่สาวฉันจะได้พ้นถูกจับแต่งงานเสียที”

จิตริณีนิ่วหน้า ย้อนถามงงๆ “พี่สาวคุณ...ถูกจับแต่งงานกับคุณชายหรือคะ”

สาลินยกมือปิดปาก แอบรู้สึกผิดที่หลุดปากเรื่องพี่สาว จิตริณีถึงกับถอนใจ

“เอาล่ะ...ฉันพอจะปะติดปะต่อเรื่องได้แล้ว ว่าทำไมคุณถึงต้องไปยุ่งกับคุณชายรองขนาดนั้น”

“ขอร้องนะคะ อย่าเล่าให้ใครฟัง”

“ค่ะ...แต่คุณต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังก่อน...”

ooooooo

และแล้วงานปาร์ตี้วันเกิดของวิรงรองก็มาถึง เจ้าของงานเดินถ่ายรูปกับแขกทั่วงาน โดยมีจิตติณเป็นช่างภาพจำเป็น บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและหรูหรา แต่หม่อมวาณีกับคุณหญิงกลาง ซึ่งมาช่วยงานเพราะเห็นแก่คุณหญิงก้อย กลับมองหน้ากันด้วยความกังวล กลัวเกิดเรื่องมากกว่าได้เรื่อง

วิรงรองยังไม่รู้ถึงแผนการล่าสุดของคุณหญิงก้อย ยืนยันกับหม่อมวาณีและคุณหญิงกลางว่าอัศนีย์จะไม่มาที่นี่แน่ เพราะเธอได้รับคำสั่งมาจากคุณหญิงก้อย จะไม่ชวนเศรษฐีหนุ่มหล่อพ่อรวยมาทำให้แผนล่ม

อัศนีย์ไม่ปรากฏตัวจริงๆตามคาด หม่อมวาณีกับคุณหญิงกลางเลยคลายใจลง จนเมื่อคุณชายรอง คุณชายเล็กและศุภรมาถึง พร้อมช่อดอกไม้และกล่องของขวัญ สองแม่ลูกก็ได้ถอนใจโล่ง ที่ภารกิจนี้น่าจะจบลงด้วยดี

งานปาร์ตี้ยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แต่คุณหญิงก้อยก็ยังมาไม่ถึง คุณชายรองเลยต้องรออย่างอดทน ท่ามกลางสายตาเห็นใจของคุณชายเล็ก ศุภรและคุณหญิงกลาง

“นี่ถ้าพี่รองไม่ชวนมานะ ผมไม่มางานนี้ให้เสียเวลาหรอก เหม็นขี้หน้าคนในงานนี้เต็มที”

“นายเล็กพูดตรงใจ ฉันเองก็ไม่อยากมาเหมือนกัน แต่ขัดนายรองไม่ได้” ศุภรเห็นด้วย

“คุณเล็ก...คุณเองก็จบจากอเมริกา ศิษย์เก่าเหมือนพวกเขานะคะ”

คุณชายเล็กส่ายหน้า สวนกลับทันควัน “ไม่เหมือนครับคุณกลาง...พวกผมถูกสอนให้รักจรรยาบรรณ อาชีพของตัวเอง แต่ยายวิรงรองไม่มีจรรยาบรรณในงานข่าวของหล่อน”

ศุภรสนับสนุน “ถูกต้อง...เอาข่าวเสียๆหายๆคนอื่นลงหากิน บางทีก็จริง บางทีก็เท็จ ใครจะเสียหายยังไงก็ช่าง”

สามหนุ่มสาวคุยกันถูกคอ และคงคุยแก้เบื่อกันอีกนาน ถ้าคุณหญิงก้อยจะไม่ปรากฏตัวในชุดหรูหรากลางงานเสียก่อน คุณชายรองไม่รอช้า คว้าช่อดอกไม้ที่เตรียมมาง้อ และลากเธอไปคุยในมุมลับตา

คุณหญิงก้อยเหยียดยิ้มเย็น แกล้งพูด “หญิงยังไม่ได้ทักทายเพื่อนๆเลยนะคะ”

“อยู่กับผมก่อนเถอะ คิดถึงหญิงเหลือเกิน”

“เหรอคะ...คิดถึงหญิง หรือคิดถึงหญิงอื่นกันแน่”

คุณชายรองนิ่วหน้าไม่เข้าใจ “พูดอะไรน่ะหญิงก้อย”

“หญิงแค่รู้สึกว่าช่วงเวลาที่เราห่างกันไป คุณชายอาจจะหันไปหาแม่หญิงชาวสวนคนนั้นไปแล้ว”

“หญิงชาวสวน...ศรีจิตราน่ะหรือ ผมถึงต้องพบหญิงวันนี้ไงครับ เพื่อยืนยันว่าผมจะแต่งงานกับหญิงเท่านั้น”

“จะขัดพระประสงค์เด็จป้าหรือคะ”

“ครับ...ผมจะกราบทูลเด็จป้าว่าผมตัดสินใจแล้ว ผมจะแต่งงานกับหญิงที่ผมรักคือหญิงก้อยคนเดียวเท่านั้น”

คุณหญิงก้อยเบือนหน้าหนี พยายามข่มอารมณ์พลุ่งพล่าน พลันเสียงเพลงโปรดก็ดังขึ้น ราชนิกุลสาวเลยขอตัวไปเต้นดื้อๆ คุณชายรองหน้าตึง ไม่ได้ตามไปห้าม แต่กลับคว้าแก้วเหล้ามาดื่มพรวดแก้เซ็งแทน

เสียงเพลงเต้นรำดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง แขกเหรื่อทุกคนยกเว้นคุณชายรอง ออกไปเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ไม่เว้นแม้แต่คุณชายเล็กกับศุภร ซึ่งชื่นชอบการเต้นรำเป็นทุน แต่เพียงไม่นานวงเต้นรำก็ต้องแตกฮือ เมื่อคุณชายเล็กกับศุภรทำท่าจะมีเรื่องชกต่อยกับพวกจิตติณ

คุณชายรองเห็นท่าไม่ดี และอยากออกจากงานปาร์ตี้ห่วยๆนี้เต็มที เลยตรงไปลากตัวหญิงคนรักมาพูดให้จบเรื่อง แต่เธอก็สะบัดตัวออก พร้อมประกาศลั่นว่าเธอกับเขาไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก!

สถานการณ์เริ่มร้อนระอุ แต่คงไม่สาแก่ใจคุณหญิงก้อย เพราะไม่กี่อึดใจต่อมา อัศนีย์...แขกไม่ได้รับเชิญก็ปรากฏตัว คุณหญิงก้อยไม่รอช้า ถลาไปทักทายอดีตสามีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมยืนประกบคู่ให้จิตติณและกระจอกข่าวซุบซิบในงานถ่ายภาพไปทำข่าว

อัศนีย์เห็นสีหน้าเหมือนจะระเบิดของคุณชายรองก็แอบรู้สึกไม่ดี ต้องขอตัวกลับหลังจากนั้น เพราะรู้สึกว่าเรื่องราวเริ่มเลยเถิด แต่คุณหญิงก้อยกลับไม่ยอม ยกมือโอบรอบคอเขา ทำท่าเหมือนจะจูบ แต่ไม่ทันได้ทำ ก็ต้องถลาตามแรงกระชากของคุณชายรองเสียก่อน ที่โมโหหึงจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้

“ปล่อยนะคุณชาย หญิงกำลังสนุกกับคนรักเก่าของหญิง”

“คนรักเก่างั้นหรือ”

“อ้อ...ยังไม่เข้าใจใช่ไหมคะ ใช้คำให้ตรงก็ได้...สามีเก่าก็แล้วกัน”

“หญิงกำลังจะบอกว่า...หญิงกลับไปคืนดีกับสามีเก่างั้นหรือ”

“นี่คือคำตอบค่ะ...”

จบคำก็ประกบปากจูบอดีตสามีอย่างดูดดื่ม เรียกเสียงฮือฮาและแสงแฟลชจากแขกเหรื่อในงาน คุณชายรองเดือดจัด ถลาไปต่อยอัศนีย์จนแทบคว่ำ แต่มีหรืออีกฝ่ายจะยอม สวนหมัดกลับจนหน้าช้ำไปตามๆกัน

วิรงรองเห็นว่าเหตุการณ์จะโกลาหลไปกันใหญ่ เลยพยายามจะห้าม แต่ก็พลาดท่าถูกผลักตกสระน้ำ!

เหตุการณ์เจ้าภาพสาวตกน้ำ ทำให้ทุกคนอยู่ในความสงบ คุณชายรองได้สติก่อนเพื่อน คว้าช่อดอกไม้เดินผ่านหน้าคุณหญิงก้อย ไปมอบให้คุณหญิงกลาง และขอตัวกลับพร้อมคุณชายเล็กและศุภร เช่นเดียวกับอัศนีย์ ที่หอบร่างสะบักสะบอมไปประจันหน้ากับอดีตภรรยา

“สมใจคุณหญิงแล้วใช่ไหม บอกตามตรงนะ คุณหญิงทำแบบนี้โง่สิ้นดีเลย...อย่าใช้ผมทำเรื่องบัดซบแบบนี้อีก!”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #9 on: 02 August 2026, 22:24:33 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep9/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 9

จบจากงานเลี้ยงจอมปลอมของวิรงรองกับคุณหญิงก้อย คุณชายรองกับคุณชายเล็กก็กอดคอกันไปเมาจนดึกดื่น กว่าจะกลับวังก็แทบคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว แต่กระนั้น...จิตสำนึกส่วนลึกก็ทำให้คุณชายรองอดตีโพยตีพายไม่ได้

“ฉันไม่น่าเสียรู้หญิงก้อยเลย เขาไม่อยากเจอฉัน เพราะคืนดีกับผัวเก่า วันนี้ก็ฉีกหน้าฉันต่อหน้าธารกำนัล”

แต่ถึงจะโวยวายแบบนั้น คุณชายรองก็ทำใจได้มากกว่าที่คิด เรื่องเลวร้ายที่คุณหญิงก้อยก่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้หัวใจรักภักดีของเขาชินชาเสียแล้ว จนไม่คิดกลับไปแก้ไขให้เหมือนเดิมอีก

เวลาเดียวกับที่วังรัชนีกุล...หม่อมวาณีกับคุณหญิงกลางประสาทเสียอย่างหนัก กับพฤติกรรมหน้าไม่อายของคุณหญิงก้อย แต่เจ้าตัวคนก่อเรื่องกลับไม่ยี่หระ และคิดว่าตัวเองทำเรื่องถูกต้องแล้ว

“โธ่...แล้วนี่ชายรองจะคิดยังไง หญิงนัดเขามาคืนดี คนก็รู้กันทั่ว แต่หญิงกลับพาเจ้าอัศนีย์มาฉีกหน้าเขา”

คุณหญิงก้อยตาลุกวาว ตอกกลับ “หญิงน่ะหรือคะฉีกหน้าเขา เขาต่างหากที่ฉีกหน้าหญิง หม่อมแม่กับพี่กลางเลิกคิดเสียทีว่าเขาเป็นคนดีวิเศษ รักเดียวใจเดียว ตลอดเวลาที่เขาหายหน้าไป เขาไปไหนทราบไหมคะ...เขาไปตามรับตามส่ง งอนง้อกระซิกกระซี้กับแม่ผู้หญิงคนหนึ่ง มีคนเห็นไม่เว้นแต่ละวัน”

หม่อมวาณีกับคุณหญิงกลางมองหน้ากันงงๆ ไม่อยากเชื่อ เพราะคุณชายรองอยากคืนดีกับคุณหญิงก้อยมาตลอด แต่ราชนิกุลสาวหัวสูงก็ยืนยันว่าเห็นภาพเขากับผู้หญิงอื่นด้วยตัวเอง

หม่อมวาณีเป็นเดือดเป็นร้อนแทนลูกสาวคนเล็กเหมือนเคย ต่างจากคุณหญิงกลาง ย้อนถามเสียงเรียบ

“แล้วทีหญิงทำกับเขาล่ะ”

“นั่นมันยังน้อยไปค่ะ เขาจะได้รู้ว่าคนอย่างหญิงไม่ใช่คนที่เขาจะกลับกลอก โผไปทางนั้นที ทางนี้ทีได้”

“นั่นหญิงพูดถึงชายรองหรือพูดถึงตัวเองกันแน่จ๊ะ”

คุณหญิงก้อยแทบเต้น แต่ก็พยายามปั้นหน้านิ่ง สั่งอย่างเอาแต่ใจเหมือนเคย

“อ้อ...แล้วช่วยเอาดอกไม้ช่อนั้นไปทิ้งให้พ้นหูพ้นตาหญิงด้วยนะคะ หญิงไม่อยากเห็น”

“ทิ้งได้จ้ะ...ถ้าดอกไม้นี้เป็นของหญิง แต่นี่คุณรอง ให้พี่กับมือ หญิงจึงไม่มีสิทธิ์ทิ้งขว้างเหมือนที่ชอบทำบ่อยๆ”

ท่าทางทะนุถนอมดอกไม้และรอยยิ้มเย้ยหยันของพี่สาว ทำให้คุณหญิงก้อยหมดความอดทน ถลาไปยื้อแย่ง พร้อมร้องสั่งให้พี่สาวทำตามต้องการ คุณหญิงกลางกลับยืนนิ่งแต่ตาลุกวาว โพล่งกลับไปเสียงเข้ม

“ฉันไม่ใช่คนที่เธอจะมาออกคำสั่ง”

จบคำก็สะบัดตัวออกจากน้องสาว หม่อมวาณีรีบไปประคองลูกสาวคนเล็ก พร้อมเอ็ดลูกสาวคนโตใหญ่ คุณหญิงก้อยได้ที ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความไม่พอใจ จนเสียงลอดไปถึงหูท่านชายจันทร์ซึ่งอยู่ในห้องทำงาน

“ฉันจะเขียนหนังสือ ต้องการความสงบ อย่าให้ตัวอะไรมาส่งเสียงรบกวนให้เสียสมาธิเป็นอันขาด แล้วถ้าอยากจะกรีดร้อง โน่น...ในสวนหลังวัง ไปอยู่กับลิงค่างบ่างชะนี ร้องหาผัวแข่งกับมันโน่น!”

ooooooo

เหตุการณ์วุ่นวายฉาวโฉ่ คุณหญิงเทพีเพ็ญแสงจูบกับอัศนีย์ สามีเก่ากลางงานเลี้ยงวันเกิดของวิรงรอง ฉีกหน้าคนรักเก่าอย่างคุณชายกิตติราชนรินทร์ กลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วพระนครในเช้าวันต่อมา

สาลินกลุ้มมาก กลัวพี่สาวต้องแต่งงาน เพราะคุณชายรองไม่ได้คืนดีกับคุณหญิงก้อย ส่วนทุกคนในวังวุฒิเวสม์ โดยเฉพาะเสด็จพระองค์หญิงก็ทรงรับรู้ข่าวด้วยความหนักใจ และพยายามปกปิดไม่ให้ศรีจิตรารู้เรื่อง แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะสาวเรียบร้อยจากบ้านราชดำริ เห็นภาพข่าวก่อนหน้านั้นแล้ว

ฝ่ายจรวย...ขัดใจที่ทุกอย่างไม่เป็นตามหวัง เลยเปลี่ยนแผน ยุยงศรีจิตราให้เข้าใจว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้คุณชายรองไม่ได้คืนดีกับคุณหญิงก้อย แต่ศรีจิตราก็ไม่หัวอ่อนจนขาดสติ คำพูดสอดเสียดของจรวยเลยทำอะไรเธอไม่ได้

ขณะที่ศรีจิตราควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง สาลินกลับหงุดหงิดไม่เลิก แถมพาลไปลงกับพลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตที่ไม่ยอมช่วยจีบพี่สาว ช่างฟิตหนุ่มได้แต่กลั้นยิ้ม ตีหน้าตื่นตกใจเต็มที่ เมื่อได้ยินเรื่องทุกอย่างตอนที่แวะไปกินกลางวันกับเธอในอีกสองสามวันต่อมา

“เขาถึงกับชกกันเลยหรือครับ”

“ค่ะ เฮ้อ...ฉันอยากเจออีตาคุณชายนี่อีกจัง”

“อ้าว...แล้วทำไมไม่ไปหาเขาที่วังล่ะ”

“ไม่ได้หรอก สองอาทิตย์ก่อนฉันก็เพิ่งไป อีกอย่างเขาอยู่อีกตำหนักหนึ่ง ขืนฉันไปเพ่นพ่านบ่อยๆคงไม่ได้”

“ใช่ฮะ ถ้าคุณไปเพ่นพ่านบ่อยๆคงเกิดเรื่องแน่”

สาลินมัวกลุ้มเรื่องพี่สาว เลยไม่ทันเอะใจคำพูดแปลกๆของอีกฝ่าย พลหรือคุณชายเล็กเลยรอดตัวไปได้ และถือโอกาสเอาความต้องการของเธอไปบอกพี่ชายคนรองในคืนเดียวกัน

“แล้วนายไปรู้มาจากไหนว่าเขาอยากพบฉัน”

“เอ้อ...คือว่าเพื่อนคุณสาคนหนึ่งทำงานที่บริษัทน้ำมัน คุณสาบ่นกับเขาว่าอยากพบพี่รอง ผมเลยมาส่งข่าว ว่าแต่...พี่รองอยากเจอว่าที่น้องสาวภรรยาหรือเปล่า ล่ะครับ”

“นายอยากเรียกชื่อเขาก็เรียกไป ทำไมต้องใช้คำแทนชื่อบ้าๆด้วย”

“บ้าตรงไหน ก็คุณสาเขาไม่ใช่น้องสาวว่าที่ภรรยา ของพี่รองหรือฮะ”

“เอาให้แน่...ว่าที่น้องสาวภรรยาหรือน้องสาวว่าที่ภรรยา”

“ก็เหมือนกันแหละ เขาไม่ใช่น้องเมียในอนาคตพี่รองหรือ”

“ใครจะไปกะเกณฑ์อนาคตได้...ออกไปได้แล้ว”

ooooooo

แม้จะทำท่าเหมือนไม่สนใจ แต่คุณชายรองก็โผล่ ไปหาว่าที่น้องสาวภรรยาถึงห้องสมุดในเย็นวันต่อมา สาลินถึงกับทำหน้าไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อถูกเพื่อนร่วมแก๊งมองมาด้วยความสงสัย เลยแก้เก้อด้วยการนั่งรถออกไปกับเขาดื้อๆ แต่ก็หนีไม่พ้นเพราะแก๊งเพื่อนสาวโบกรถแท็กซี่ตามติดด้วยความอยากรู้

สาลินมองสวนสวย สถานที่ที่เธอยืนเถียงกับเขาเมื่อคราวที่แล้วด้วยความรู้สึกแปลกๆ ไม่เข้าใจว่าเขาจะพามาทำไมอีก คุณชายรองเงียบไปอึดใจ ก่อนจะย้อนว่าได้ยินเรื่องเธออยากเจอเขามาจากพล เพื่อนของน้องชาย

“ใครกัน...คุณพลของเธอ”

“เพื่อนของฉันเองค่ะ ฉันบ่นกับเขาว่าอยากพบคุณ”

คุณชายรองเริ่มหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล “แล้วทำไมต้องบ่นผ่านคนอื่น เธอไม่รู้หรือว่าฉันอยู่ไหน”

“รู้...แต่จู่ๆจะให้ฉันเดินไปหาคุณที่ตำหนักได้ยังไง”

“ก็เธอทำมาหลายหนแล้วไม่ใช่หรือ”

“นี่คุณ...อย่ามานอกเรื่อง คุณพลเป็นเพื่อนที่แสนดี มีอะไรฉันก็เล่าให้เขาฟัง”

“อ้อ...สนิทชิดชอบกันมากสินะ”

“มากสิ มีอะไรฉันก็พูดกับเขาได้ทุกเรื่องแหละ”

คุณชายรองหมั่นไส้มาก แต่ต้องพยายามข่มไว้ แล้วเข้าเรื่อง ถามถึงสาเหตุที่เธออยากเจอเขา สาลินเลยถึงบางอ้อ ตอบตามตรงว่าเป็นเพราะข่าวใหญ่เมื่อหลายวันก่อนที่ว่าเขากับคุณหญิงก้อยยังไม่คืนดีกัน

“ใครว่า...ข่าวน่ะจริง แต่ว่าฉันกับหญิงก้อยไม่ได้โกรธกันอีกแล้ว เขากับฉันยังไม่เคยคืนดีกันต่างหาก”

“ฉันว่าคุณหญิงคงแค่ประชดคุณเท่านั้นแหละ อีกหน่อยก็คืนดีกันได้”

สาลินยังให้กำลังใจ จนคุณชายรองอดขำไม่ได้ “นี่ธุระของเธอ คือการมาอวยพรฉันหรือ”

“เปล่า...ฉันแค่อยากบอกคุณว่าตอนนี้ถึงคุณจะอกหักจากคุณหญิง แต่คุณก็ห้ามหันมาหาพี่สาวฉันเด็ดขาด”

คุณชายรองนึกสนุก แกล้งยั่ว “แม้แต่ให้เขาปลอบประโลมใจฉันบ้าง...ก็ไม่ได้เชียวหรือ”

“อย่านะ พี่ศรียิ่งสงสารคนง่ายอยู่แล้ว”

ภาพและเสียงหัวเราะของคุณชายรองกับสาลิน ทำให้พวกจิตริณีถึงกับอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อว่าสองหนุ่มสาวคู่ปรับจะญาติดีกันได้ แต่ที่แก๊งห้องสมุดไม่รู้และไม่ได้ยิน คือเรื่องที่สองหนุ่มสาวคุยกัน

“ฉันเข้าใจว่าเธอไม่อยากให้พี่สาวเธอแต่งงานกับฉัน เพราะฉันเป็นคนไม่ดี ขี้โมโห อวดดี เย่อหยิ่ง เห็นแก่ตัว แล้วก็เป็นคนขี้ขลาด พาลพาโลชอบหาเรื่อง”

“ใครว่า...แต่เพราะคุณชายรักกับคุณหญิงก้อยต่างหาก”

“แล้วถ้าฉันเลิกกับคุณหญิงให้เด็ดขาดล่ะ เธอจะว่ายังไง เธอจะยอมให้พี่สาวเธอแต่งงานกับฉันไหม”

“ก็มันเรื่องอะไรคุณต้องเลิกล่ะ มันไม่ทำให้อะไรดีขึ้นหรอก”

“ใช่...มันไม่ทำให้อะไรดีขึ้น แต่ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆ”

สาลินขยับมาจับแขนเขาอย่างลืมตัว พยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาเปลี่ยนใจอย่างสุดความสามารถ

“ฉันรู้ว่าคุณกำลังโกรธ กำลังแค้น กำลังอยากประชด แต่ว่ามันไม่มีประโยชน์”

“ทำไมจะไม่มีประโยชน์ ก็ฉันจะได้ตามพระทัยเด็จป้าไง”

“อ้อ...คุณตามพระทัยเสด็จป้า แต่พี่สาวฉันต้องมารับบาปกับคุณ”

“รับบาปอะไรกัน”

“คุณแต่งงานโดยปราศจากความรัก พี่สาวฉันไม่อกหักตายหรือ”

“อ้าว...แล้วฉันไม่อกหักเหมือนกันหรือไง”

สาลินอึ้ง แต่ยังโต้ “ถึงคุณจะอกหัก แต่พอเสด็จฯทรงยกสมบัติล้นฟ้าให้คุณ คุณจะไปสำเริงสำราญที่ไหนก็ได้”

“อ้าว...ถ้าฉันได้สมบัติ พี่สาวเธอก็ต้องได้เหมือนกัน”

“ยังไงผู้หญิงก็เสียเปรียบผู้ชาย คุณจะให้พี่สาวฉันไปหาความสุขนอกบ้านได้ยังไง”

“นี่เธออคติกับฉันเหลือเกินนะ โกรธกันตั้งแต่วันแรก แล้วยังเกลียดมาจนวันนี้”

“ใครว่าฉันเกลียด”

คุณชายรองขยับไปจับแขนเธอ ถามเสียงเครียด “ไม่เกลียด...แล้วทำไมตั้งแง่กับฉันขนาดนี้ล่ะ”

ภาพความใกล้ชิด ถึงขั้นจับมือถือแขนของทั้งสอง ทำให้แก๊งห้องสมุดถึงกับตาโต อยากรู้แทบคลั่งว่าสองหนุ่มสาวคู่ปรับคุยอะไรกันแน่ แต่ถึงจะพยายามเงี่ยหูแค่ไหนก็ไม่ได้ยิน

สาลินหน้าแดง ขืนตัวออก “ฉันไม่ได้เกลียดคุณ แค่ฉัน...ไม่อยากได้คุณเป็นพี่เขย”

“ฉันจำได้จนขึ้นใจแล้ว”

“ฉันขอโทษที่ฉันเคยว่าคุณแรงๆ ตอนนั้นฉันคิดว่าคุณเป็น...”

“เป็นพวกเซ็กซ์จัด หรือพวกชอบโชว์”

“ฉันจะพูดว่า ฉันคิดว่าคุณเป็นเสือผู้หญิงต่างหาก... เอาล่ะ บางครั้งฉันก็เป็นคนชวนคุณทะเลาะเอง แต่บ่อยๆเข้า มันเลยติดเป็นนิสัย ขอย้ำว่าฉันไม่ได้เกลียดคุณ ถึงฉันจะชอบทะเลาะกับคุณก็ตามที”

คุณชายรองนึกชอบใจอย่างบอกไม่ถูก จนถึงกับชวนเธอไปกินข้าวด้วย แต่เธอก็ปฏิเสธและขอตัวกลับบ้าน เขาเลยอาสาไปส่งและถือโอกาสขอกินมื้อเย็นกับคุณตาคุณยายด้วย สาลินไม่ขัด โบ้ยให้เขาไปถามท่านทั้งสองเอง คุณชายรองถึงกับยิ้มร่า และพาเธอกลับบ้านด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข...ไม่เหมือนคนอกหักเลยแม้แต่นิดเดียว!

ooooooo

บรรยากาศบนรถซึ่งไม่อึดอัดเหมือนเคย กลายเป็นสนามรบย่อยๆอีกรอบ เมื่อคุณชายรองแวะเติมน้ำมันจากปั๊มของพุดซ้อน แล้วดันได้ยินเรื่องความสนิทสนมของพลกับสาลิน ที่แวะเวียนหากันเกือบทุกวัน

สาลินไม่สะทกสะท้านกับสายตาจับผิดของเศรษฐินีเจ้าของปั๊ม ที่คิดเอาเองว่าเธออาจมีความสัมพันธ์พิเศษกับว่าที่พี่เขย มัวต่อปากต่อคำกับคุณชายขี้เก๊กเรื่องพล

“นายพลนี่คงมาหาเธอบ่อยสินะ ขนาดแม่ค้าปั๊มน้ำมันยังรู้”

“ใครว่าล่ะ เขาแค่มาหาฉันตอนเวลามีเวรมาตรวจปั๊ม”

“อ๋อ...ทำงานหน้าที่เดียวกับน้องชายฉัน”

“น้องชายคุณ...ชื่ออะไรนะ”

“หม่อมราชวงศ์บดินทราชทรงพล”

สาลินแกล้งตบอก แซวขำๆว่าชื่อน้องชายเขายาวกว่าชื่อเขาเสียอีก

“สู้ชื่อพลสั้นๆไม่ได้อย่างนั้นสิ”

“ฉันฝากขอบใจน้องชายชื่อยาวกว่าของคุณด้วยก็แล้วกัน ที่อุตส่าห์เป็นธุระให้”

“นายคนนี้ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน...คล้ายๆกับเธอนั่นแหละ”

มื้อค่ำบ้านสวนเมืองนนท์อบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มมากกว่าที่คิด คุณตาคุณยายให้การต้อนรับคุณชายรองเป็นอย่างดี โดยมีพิณคอยพินอบพิเทาตามประสาพวกเห่อเจ้าเหมือนเคย สาลินเห็นทุกคนเอาอกเอาใจเขา เลยแกล้งเหน็บด้วยความหมั่นไส้ แต่ก็ต้องหน้างอ เมื่อถูกคุณตาคุณยายส่งสายตาปราม

คุณชายรองดวงตาพราวระยิบระยับด้วยความชอบใจ เมื่อได้เห็นสีหน้าถูกดุของคู่ปรับสาว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นนิ่งขรึมเหมือนเคย เมื่อคุณตาคุณยายถามถึงศรีจิตรา หลานสาวคนโตด้วยความคิดถึง

“คุณศรีก็สบายดีครับ”

สาลินนิ่วหน้า ย้อนด้วยความสงสัยและจับผิด “คุณรู้ได้ยังไงว่าพี่ศรีสบายดี”

“ก็น้องชายฉัน เขาหมั่นไปดูแลถามทุกข์สุขบ่อยๆ”

“คนที่ทำงานบริษัทน้ำมัน ที่ชื่อยาวไม่แพ้คุณน่ะหรือ”

“ใช่...ไม่สั้นเหมือนชื่อพลหรอก”

คุณชายรองอดไม่ได้ แขวะถึงพลอีกจนได้ คุณตาคุณยายถึงกับมองหน้ากันงงๆ ก่อนจะพยายามไกล่เกลี่ย ด้วยการเอ่ยถึงหลานสาวคนโต ว่าไม่ได้เจอกันสองปีแล้ว คุณชายรองอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะเลิกกวนประสาทสาลิน และขอให้เธอพาพี่สาวออกจากวังมาเยี่ยมคุณตาคุณยายบ้าง

คุณตาคุณยายเป็นปลื้ม สาลินเองก็มองมายิ้มๆ...

ไม่อยากเชื่อเลยว่าอีตาคุณชายขี้เก๊กนี่ก็ใจดีเหมือนกัน

ความสนิทสนมและความใกล้ชิดของคุณชายรองกับสาลิน ทำให้คุณตาคุณยายอดเป็นกังวลไม่ได้ โดยเฉพาะคุณยาย ถึงกับตามไปคุยหยั่งเชิงกับหลานสาวคนเล็กถึงในห้องนอนกลางดึกคืนเดียวกันนั่นเอง

“วันนี้หนูไปหาแม่ศรีอีกหรือ คุณชายถึงได้มาส่ง”

“เปล่าค่ะ เขาไปเจอหนูแถวห้องสมุด หนูกับเขามีธุระคุยกันนิดหน่อย เรื่องเขาจะแต่งงานกับพี่ศรีน่ะค่ะ”

“แล้วนี่พี่ศรีเขารู้หรือเปล่า เรื่องที่คุณชายมาสนิทสนมกลมเกลียวกับหนู”

“ใครบอกคะว่าเขามาสนิทสนมกลมเกลียว วันนี้น่ะเป็นครั้งแรกนะคะที่เขาพูดดีๆกับหนู...และหนูไม่จิกกัดเขา”

คุณยายถึงกับตบอกผาง “นี่แม่คุณ พูดจาให้มันสมเป็นลูกผู้หญิงหน่อยได้ไหม”

“แต่ลงท้ายก็อดไม่ได้ค่ะ ก็เลยแขวะกันอีก...หนูคงชอบทะเลาะกับเขา”

คำพูดซื่อๆของหลานสาว ทำให้คุณยายถึงกับอึ้ง อยากจะพูดอะไรบางอย่างออกไป แต่สุดท้ายก็ต้องยั้งไว้ และเก็บไประบายกับคุณตาด้วยความอึดอัดใจ กลัวจะเข้าอีหรอบพี่เขยกับน้องเมีย คุณตารับฟังด้วยสีหน้าหนักใจไม่แพ้กัน แต่ก็พยายามปลอบคุณยายไม่ให้คิดมากหรือตีตนไปก่อนไข้เลย

ooooooo

ขณะที่ทุกคนในบ้านสวนเริ่มกังวลกับความสนิทสนมของสาลินกับคุณชายรอง คุณชายเล็กก็อดสงสัยไม่ได้เช่นกัน เมื่อเห็นพี่ชายเดินฮัมเพลงเข้าบ้าน พร้อมกับหน้าตายิ้มแย้ม อารมณ์ดีไม่เหมือนคนอกหัก

“ร้อยวันพันปี พี่รองไม่เคยฮัมเพลงที่ไหน เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ แล้วนี่ไปไหนมาครับ”

คุณชายรองเดินไปนั่งโต๊ะเขียนหนังสือ ก่อนจะตอบเสียงเรียบว่าไปเจอสาลินมา

“นี่พี่รองไปพบคุณสา เอ้อ...สาลินมาแล้วหรือครับ”

“ทำไมไม่เรียกว่า ว่าที่น้องสาวภรรยาในอนาคตอีกล่ะ”

คุณชายเล็กไม่สนคำเย้ากวนๆของพี่ชาย อยากรู้มากกว่าว่าสาลินมีธุระอะไร

“ก็ไม่มีอะไร...นอกจากพูดเป็นแผ่นเสียงตกร่องว่าไม่อยากให้ฉันเป็นพี่เขยในอนาคตของเขา”

คุณชายเล็กถึงบางอ้อ พอจะเข้าใจสถานการณ์ แต่ก็อยากรู้ความคิดของพี่ชาย แต่คุณชายรองก็ดันไม่ขยายความ แต่ไพล่ไปถามถึงพล ช่างฟิตหนุ่มปริศนาที่เข้านอกออกในบ้านสวนของสาลินจนแม้แต่เจ้าของปั๊มยังรู้

“โอ๊ยตาย...นี่พี่รองเจอยายพุดซ้อนแล้วหรือ”

“ยังไงนายเล็ก เพื่อนนายไปติดพันสาลินใช่ไหม”

“ง่า...ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่มีข้อมูลครับ”

“เอ๊ะ...แล้วทำไมนายรู้จักคุณนายพุดซ้อนล่ะ”

“ผมก็เคยไปตรวจปั๊มแถวนั้นเหมือนกันแหละ...ผมไปนอนแล้วดีกว่า”

พูดจบก็ขอตัว ทิ้งให้คุณชายรองมองตามงงๆ ก่อนจะหยิบสมุดบันทึก ซึ่งมีดอกไม้แห้งของสาลินที่เขาเก็บจากบนรถเมื่อคราวก่อนมานั่งดู อมยิ้มน้อยๆแล้วลงมือเขียนบันทึกประจำวันเหมือนเคย...

น่าแปลกที่สถานการณ์ในวังวุฒิเวสม์ไม่น่าอึดอัดเจียนระเบิดเหมือนที่ผ่านมา แม้จะเพิ่งผ่านเหตุการณ์ฉาวโฉ่ในงานปาร์ตี้วันเกิดของวิรงรองมาไม่ถึงอาทิตย์ แต่ทุกคนในวังก็อยู่ในความสงบดี คงมีเพียงจรวย เป็นเดือดเป็นร้อน และพยายามยุแยงศรีจิตราไม่หยุดหย่อน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะอีกฝ่ายไม่หลงลม

แต่กระนั้น...แผนการแต่งงานของคุณชายรองกับศรีจิตราก็ดำเนินต่อ ท่ามกลางความนิ่งเฉยของว่าที่บ่าวสาว แต่ตัวตั้งตัวตีอย่างเสด็จพระองค์หญิงกับคุณสอางค์ กลับไม่มีเวลาสนใจ มัวจัดแจงวางแผนให้คู่หมายใหม่อย่างคุณชายเล็กกับสาลิน และวันนี้ก็เป็นฤกษ์งามยามดี ให้สองหนุ่มสาวได้ทำความรู้จักกันเป็นครั้งแรก

ศรีจิตราต้องเข้าร่วมขบวนการอย่างเลี่ยงไม่ได้ และหน้าที่เธอวันนี้คือพยายามยื้อและถ่วงเวลาคุณชายเล็กไว้ที่ตำหนักใหญ่จนกว่าสาลินจะมาถึงตามแผน แต่ที่นักวางแผนทุกคนนึกไม่ถึง คือสาลินเปลี่ยนใจไม่เข้าเฝ้าตั้งแต่แรกที่มาถึงวังวุฒิเวสม์ แต่เลือกจะเดินชมสวนงามรอบตำหนัก

สาลินเดินลึกไปในสวนเรื่อยๆ พลันสายตาก็เหลือบเห็นศาลากลางสวน พร้อมข้าวของมากมายหลายอย่าง ทั้งสมุดบันทึก วางคู่กับดอกไม้แห้งคั่นหน้า สมุดวาดรูปเล่มใหญ่ ปากกาด้ามหรู หนังสือภาษาอังกฤษและซองใส่กล้องส่องนก สาวแสบบ้านสวนยื่นหน้าไปดูใกล้ๆ ก่อนจะอดทึ่งไม่ได้เมื่อเห็นภาพวาดนกนานาพันธุ์

คุณชายรองส่องกล้องมาเห็นก็ตกใจ รีบผละจากมุมที่ซ่อนตัวมาทักเสียงนิ่ง

“แอบดูอีกแล้วนะ ไม่เลิกนะนิสัยถ้ำมองแบบนี้”

“ฉันเปล่านะ ฉันเดินเล่น เห็นของวางอยู่ก็เข้ามาดู นี่ของของคุณหรือ”

“ใช่...และเธอก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”

“ฉันก็แค่ดู ทำไมหรือคะ...มีอะไรซุกซ่อนอยู่หรือไง”

คุณชายรองร้อนตัว รีบก้าวไปปิดสมุดบันทึก ไม่ให้เธอเห็นดอกไม้แห้งที่เขาแอบเก็บไว้ แล้วตีหน้าดุ

“มีธุระอะไรถึงมาที่นี่ มารบกวนความสงบของฉัน ...หรือว่าตั้งใจมาหาฉัน”

“ตั้งใจมาหาคุณเรื่องอะไรไม่ทราบ”

“ก็มาพูดซ้ำๆซากๆ เรื่องไม่ให้ฉันแต่งงานกับพี่สาวเธอไง”

“ถ้าพูดเรื่องนั้น ฉันไม่ต้องมาถึงที่นี่หรอก เสด็จฯ

รับสั่งให้ฉันเข้าเฝ้าวันนี้ต่างหาก ฉันจะพาพี่ศรีไปซื้อของ”

สีหน้ารั้นๆของเธอ ทำให้คุณชายรองนึกสนุก แกล้งเอ็ดที่อีกฝ่ายเอ้อระเหย ปล่อยให้เสด็จฯรอ สาลินคอหด แอบรู้สึกผิด รีบขอตัวดื้อๆ แต่ก็ไม่วายยั่วประสาทเขาทิ้งท้าย

“อ้อ...ถ้ารูปวาดนกนั่นเป็นฝีมือคุณชายจริง ก็นับว่ามีฝีมือเข้าที ส่วนดอกปีบอัดแห้งนั่น ก็น่ารักดีนะเจ้าคะ”

ooooooo

คุณชายเล็กอดแปลกใจไม่ได้ที่ถูกเสด็จพระองค์หญิงเรียกเข้าเฝ้าแต่เช้า แต่กระนั้น...ก็ไม่ติดใจสงสัยอะไรมาก เพราะมีศรีจิตราเป็นเพื่อนคุย ระหว่างที่นั่งกินมื้อเช้ารอเสด็จฯ

บทสนทนาของคุณชายเล็กกับศรีจิตราเริ่มต้นด้วยเรื่องรอบตัว อย่างอาหารเช้ามื้อใหญ่และรสนิยมเรื่องกาแฟ จนกระทั่งถึงเรื่องของสาลิน ที่เขาทราบมาว่าพี่ชายไปเจอตัวโดยบังเอิญเมื่อหลายวันก่อน เลยไปส่งถึงบ้านสวน

“ตายจริง ไม่รู้ว่ายายสาไปก่อเรื่องอะไรกับคุณชายรองหรือเปล่า”

“คงไม่ล่ะฮะ เพราะเห็นพี่รองอารมณ์ดีกลับมา แถมฮัมเพลงด้วยนะฮะ”

ศรีจิตรานิ่วหน้า แล้วยิ้มบางๆ เมื่อคิดถึงคำยุแยงของจรวยเมื่อวันก่อน นึกขอบคุณตัวเองที่มีสติพอ ไม่หลงคารมสอดเสียดของสะใภ้ใหญ่จากตำหนักเล็ก คุณชายเล็กเห็นเธอเงียบไป เลยชวนคุยเรื่องนิทาน

“ผมเคยบอกจะหานิทานมาให้คุณศรี แต่ต้องเล่าให้ผมฟังไงฮะ ผมชอบฟังนิทานแต่ไม่ชอบอ่านเอง”

“ดิฉันคงเล่าไม่เก่งเหมือนคุณนม”

“แต่คงน่าฟังกว่าหลายเท่าจริงๆนะฮะ”

“คงไม่หรอกค่ะ นี่ถ้าคุณนมมาได้ยินเข้าคงเสียใจแย่”

คุณชายเล็กยิ้มหวาน นึกเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก แต่ไม่ทันสรตะความรู้สึกตัวเอง คุณ

สอางค์ก็โผล่เข้ามาเสียก่อน พร้อมกับข่าวร้าย ว่าสาลินก็มาถึงแล้ว คุณชายเล็กนึกรู้ทันที ว่าทุกอย่างต้องเป็นแผนจับคู่ของเสด็จฯและคุณสอางค์แน่ เลยหาทางเอาตัวรอดออกจากตำหนักใหญ่ไปจนได้

แผนการจับคู่ของเสด็จฯกับคุณสอางค์เลยพังไม่เป็นท่า สาลินไม่ได้เจอหน้าคุณชายเล็ก แต่กระนั้น...สาวแสบบ้านสวนก็ไม่รู้เรื่องและไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตากินมื้อเช้าด้วยความเอร็ดอร่อย ไม่รู้เลยว่าคุณชายรองส่องกล้องมาจากมุมเดิม เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างและอดสงสัยไม่ได้ ว่าทำไมน้องชายถึงต้องหลบหน้า ไม่อยากเจอหน้าสาลิน

แล้วคำตอบก็วิ่งมาถึงในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา เมื่อคุณชายเล็กผ่านมาเจอเขากำลังส่องนก

“นายวิ่งออกมาทำไม...ทำไมไม่อยู่ทำความรู้จักกับสาลินก่อน”

“ไม่เอาครับ ผมไม่อยากถูกจับคู่ เสด็จฯทรงวางแผนให้ผมนัดบอดกับคุณสาน่ะครับ”

“นายคงกลัวเสียคุณธรรมน้ำมิตรกับเพื่อนนายมากกว่าล่ะมั้ง”

คุณชายเล็กนิ่วหน้า ก่อนจะยิ้มขัน เมื่อนึกขึ้นได้ว่าพี่ชายคงหมายถึงพล ช่างฟิตหนุ่มรูปหล่อผู้เป็นปริศนาเลยแกล้งรับสมอ้างและขอตัวดื้อๆ แต่ไม่วายทิ้งท้าย ขอให้อีกฝ่ายบอกทุกคนว่าเขาท้องเดินไม่หยุด และไม่พร้อมเจอใคร!

สาลินกินมื้อเช้าจนอิ่มแปล้ แต่ไม่วายถือกล้วยของโปรดมานั่งกินเล่นที่ศาลาใกล้ตำหนักใหญ่ คุณชายรองส่องกล้องเห็นเธอผละจากโต๊ะอาหาร จึงตามมาดู เลยได้ปะทะคารมกันอีกยก

“คุณมาทำอะไรตรงนี้ คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วมารบกวนความสงบของฉันทำไม”

“ฉันจะมาเฝ้าเด็จป้า แล้วก็ไม่รู้ว่าความสงบของเธอ คือเธอนั่งหลับอยู่”

“ใครบอกว่าฉันนั่งหลับ...ฉันแค่นั่งหลับตาเฉยๆ แล้วมันก็มีเคลิ้มไปบ้าง ก็ลมมันเย็น”

“ไม่ใช่หรอก แต่เธอกินไปไม่รู้กี่ขนาน พอหนังท้องตึง หนังตาก็หย่อนต่างหาก นั่นไง...กล้วยยังคามืออยู่เลย”

สาลินหน้าแดง อับอายเพราะจริงตามเขาพูดทุกอย่าง แต่ยังทำไม่รู้ไม่ชี้ กินกล้วยต่อหน้าตาเฉย พร้อมกับบ่นเซ็งๆ ที่ถูกลากตัวมาถึงวังวันนี้ ไม่ใช่แค่ต้องพาพี่สาวไปซื้อของตามนัด แต่ดันถูกจับนัดบอดกับคุณชายเล็กด้วย

คุณชายรองพยักหน้ารับรู้ ไม่แปลกใจเพราะได้ยินจากน้องชายก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ต้องนิ่วหน้ามากกว่า เมื่อเธอยื่นผ้าเช็ดหน้าซักรีดเรียบร้อยคืนให้ เขาทำท่านึกนิดเดียว ก่อนจะถึงบางอ้อ ว่าคือผืนที่เคยให้เธอยืมเช็ดมือเมื่อวันที่เขาพาเธอไปช่วยเลือกของขวัญที่ร้านผ้าไหมเมื่อหลายวันก่อน

“หวังว่าเจอกันคราวหน้า คงไม่มีชิ้นส่วนอะไรของฉันไปตกค้างกับเธออีกนะ”

สาลินเชิดหน้า คว้ากล้วยเข้าปากอีกรอบแล้วผละไป ทิ้งคุณชายรองให้มองตามอึ้งๆ

“ใครได้ไปเป็นลูกเป็นเมีย สงสัยต้องทำสวนกล้วย”

สองหนุ่มสาวคู่ปรับแยกย้ายไปคนละทางแล้ว ไม่รู้เลยว่าเสด็จพระองค์หญิงทอดพระเนตรเห็นทุกอย่างจากระเบียงชั้นบน พลางนึกสงสัย ว่าสองคนนี้ไปสนิทสนมกันตอนไหน...หรือว่าแผนการจับคู่จะผิดคู่ ผิดฝาผิดตัว!

ooooooo

ความจริงที่ว่าตัวเองถูกจับคู่นัดบอดกับคุณชาย เล็กแห่งวังวุฒิเวสม์ ทำให้สาลินหงุดหงิดมาก ต้องไประบายกับพี่สาวด้วยความอึดอัด ศรีจิตราต้องปลอบและกล่อมให้ลองพิจารณาคุณชายเล็ก เพราะเป็นคนดี สาลินเลยได้ที เสนอให้พี่สาวยอมไปพบพลเพื่อนชายแสนดีที่เธออยากแนะนำให้รู้จักเป็นการแลกเปลี่ยนคำขอของน้องสาวทำให้ศรีจิตราคิดหนัก แต่เมื่อเก็บไปใคร่ครวญอีกครั้งก็อดอยากรู้ไม่ได้ แต่กระนั้น...ความคิดของน้องสาวที่ว่ามีเพื่อนหนุ่มหน้าตาและนิสัยดีกว่าคุณชายเล็ก ก็ทำให้เธอหงุดหงิดแบบไม่มีเหตุผล

“ฮึ...นายพลของสา จะมาดีเท่าคุณชายเล็กได้ยังไง!”

ด้านอัศนีย์...เคืองไม่หายที่ถูกคุณหญิงก้อยใช้เป็นเครื่องมือปั่นหัวคุณชายรอง จนกลายเป็นข่าวฉาวโฉ่ทั่วพระนคร แถมพาลโกรธถึงเจ้าของปาร์ตี้วันเกิด ที่ยอมให้ราชนิกุลสาว อดีตภรรยาคนสวยใช้งานเป็นฉากสำคัญ

วิรงรองส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนจะพยายามหาข่าววงในเกี่ยวกับสาเหตุที่คุณหญิงก้อยฉีกหน้าคุณชายรองกลางงานจากอัศนีย์ แต่ก็ต้องยั้งไว้ เมื่อเห็นหน้าแขกคนสำคัญซึ่งเพิ่งมาถึงงานเลี้ยงคณะทูต อัศนีย์มองตาม อมยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วจะผละไปหา จิตติณกับวิรงรองรีบรั้งตัวไว้ ไม่อยากให้มีเรื่องอัศนีย์ทำแค่ยักไหล่ แล้วไปเผชิญหน้ากับคู่กรณีหนุ่ม วิรงรองกับจิตติณตามประกบไม่ห่าง แต่เศรษฐีหนุ่มรูปหล่อพ่อรวยก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรง นอกจากทักทายอย่างสุภาพ แถมจับมืออีกฝ่ายเพื่อสงบศึกกันอีกต่างหาก!

ภาพการจับมือของสองหนุ่มคู่กรณีกลายเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมในวันถัดมา คุณหญิงก้อยโกรธมาก และไม่รอช้าจะไปเอาเรื่องวิรงรองกับจิตติณ เจ้าของภาพข่าวกับพาดหัวฉาว คอลัมนิสต์สาวกับช่างภาพจำเป็นพยายามแก้ตัวและไกล่เกลี่ยสถานการณ์ แต่อัศนีย์ซึ่งทนฟังอยู่นาน ก็ทำให้ทุกอย่างพัง ด้วยการยั่วประสาทอดีตภรรยา

“ท่าทางคุณจะหวังให้ผมกับเขาฟาดปากกันทุกครั้งที่เจอหรือไง”

“ใช่...นั่นยังเข้าใจได้มากกว่า”

“ไม่หรอก แต่มันแปลว่าเขาหึงหวงคุณหญิง

น้อยกว่าที่คุณหญิงวาดหวังไว้ต่างหาก โธ่เอ๊ย...อุตส่าห์จูบผมต่อหน้าคุณชายสุดที่รัก แต่เขากลับไม่สะดุ้งสะเทือน”

“นี่อย่ามาทำเป็นรู้ดีนักเลย”

“โธ่...มีอะไรบ้างเกี่ยวกับคุณหญิงที่ผมไม่รู้ อย่าลืมว่าผมรู้จักคุณหญิงดีกว่าใครในโลกนี้ทุกคน รู้ดี...ทุกสัดส่วน ทุกตารางนิ้วบนเรือนกายคุณหญิงเชียวล่ะ”

คุณหญิงก้อยเดือดจัด ตบหน้าอดีตสามีฉาดใหญ่ แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน ยอกย้อนอย่างเจ็บแสบ

“เฮ้อ...อุตส่าห์ลงทุนขนาดนี้ เขายังไม่วิ่งมาหา แปลว่าอะไรรู้ไหม...คุณหญิงแพ้เด็กผู้หญิงคนนั้นเสียแล้ว ไม่กี่วันก่อน เขาก็มารับมาส่งกันอีก ทั้งๆที่เพิ่งมีเรื่องกับคุณหญิงมาหยกๆ เห็นว่าไปหวานกันในสวนสาธารณะเลยนะ”

แน่นอนว่าข่าวของอัศนีย์ต้องมาจากจิตริณี สายสืบคนสวยจากห้องสมุด คุณหญิงก้อยเชื่อสนิท และถึงกับเต้นผ่าง เมื่อเห็นสายตาและท่าทางสอดรู้สอดเห็นตามประสากระจอกข่าวของวิรงรองกับจิตติณ แถมรอยยิ้มเย้ยหยันของอดีตสามีก็ทำให้เธอโกรธจนตัวสั่น แทบจะกลั้นอารมณ์พลุ่งพล่านไว้ไม่ไหว

“ขอบใจ...ขอบใจที่อุตส่าห์สนใจเรื่องของฉันขนาดนั้น ขอบใจในความสาระแนของเธอด้วยยายติ่ง นายจิตติณ และฝากขอบใจนังผู้หวังดีจอมแส่จากห้องสมุดนั่นด้วย!”

พายุอารมณ์ของคุณหญิงก้อยไม่หยุดแค่นั้น แต่ทวีความรุนแรงไปถึงห้องสมุดในบ่ายวันเดียวกัน จนพนักงานทุกคนถึงกับผงะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าราชนิกุลสาวคนสวยจะปรากฏตัว สาลินฉีกยิ้มกว้างตามประสาบรรณารักษ์ที่ดี เสนอตัวให้บริการและความช่วยเหลือ แต่กลับถูกตอกกลับแบบไม่ไว้หน้า

“ขอบใจ แต่ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเธอ ฉันแค่มาดูหน้าเธอ ว่าทำหน้าที่บรรณารักษ์ ให้ยืมหนังสือเป็นรายอาทิตย์ หรือให้ยืมตัวเป็นรายวันหรือรายชั่วโมงด้วยกันแน่”

ทุกคนถึงกับอ้าปากค้าง โดยเฉพาะสาลิน อึ้งไปพักใหญ่เพราะยังตั้งตัวไม่ติด

“จะทำหน้าซื่ออีกนานไหม ทำหน้าไร้เดียงสาแบบนี้ใช่ไหม คุณชายถึงได้ติดใจนัก”

ไนเจลจะเข้าไปห้ามและปกป้องลูกน้อง แต่จิตริณีก็รั้งไว้ อยากให้รอดูท่าทีของสาลิน แล้วก็ไม่ผิดหวัง

“อ่อ...คุณหมายถึงคุณชายกิตติน่ะเอง คุณชายเคยมาหาฉันที่นี่หรือแถวๆนี้สามสี่หน เอ๊ะ...หรือห้าหกหน...”

สาลินพยายามตีหน้านิ่ง ตั้งรับอย่างมีสติ แต่ก็แทบทนไม่ไหว เมื่อได้ยินประโยคถัดมาของคุณหญิงก้อย

“นี่คงภูมิใจมากสินะ ที่จับคุณชายรองไว้ได้อยู่มือน่ะ แต่ฉันสงสัยว่าเธอจะจับไว้ให้พี่สาว หรือให้ตัวเองกันแน่!”

สาลินกลัวเรื่องไปกันใหญ่ เลยหยุดยั่วและพยายามอธิบายว่าตัวเองก็อยากให้อีกฝ่ายคืนดีกับคนรัก แต่ดูเหมือนคุณหญิงก้อยจะไม่รับฟัง สวนกลับด้วยสีหน้าโมโหสุดขีด

“ไม่ต้องมาพูดดีเข้าตัว ฉันรู้จักกำพืดผู้หญิงอย่างหล่อนดี พวกหญิงชาวสวน อยากไต่เต้ามาเป็นสะใภ้ผู้ดี สะใภ้เจ้า จำไว้ให้ขึ้นใจ คุณชายต้องซานกลับมาหาฉันแน่ๆ เพราะคนอย่างเธอ ไม่มีอะไรเทียบเคียงฉันได้!”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #10 on: 02 August 2026, 22:25:32 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep10/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 10

เหตุการณ์คุณหญิงก้อยบุกอาละวาดถึงห้องสมุด ทำให้สาลินประสาทเสียมาก เจ็บใจเหลือเกินที่ถูกหยามต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้ แต่กระนั้น...บรรณารักษ์สาวบ้านสวนก็กำลังใจดี มีเจ้านายและเพื่อนร่วมงานที่เข้าใจ พร้อมออกโรงปกป้องศักดิ์ศรีของเธอเต็มที่ เลยทำให้บรรยากาศหลังจากนั้น ไม่เลวร้ายเกินไปนัก

กว่าพลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตจะรู้เรื่อง ก็เย็นวันเดียวกัน เมื่อเขาแวะมาหาสาลินตอนเลิกงาน สาวแสบบ้านสวนหน้ามุ่ย เล่าให้ฟังโดยไม่ปิดบังว่าถูกคุณหญิงก้อยเหวี่ยงใส่เพราะหึงหวงคุณชายรอง

“แล้วคุณหญิงก้อยรู้ได้ยังไงว่าคุณสนิทสนมกับคุณชายรอง”

“ฉันไม่ได้สนิทสนม ฉันไปกับเขาเพื่อทะเลาะกัน”

พลลอบถอนใจยาว ดูท่าเรื่องจะยุ่งกันใหญ่ แต่เรื่องระหว่างเธอกับพี่ชายคนรองดูจะน่าเป็นห่วงกว่า เพราะดูท่าจะมีผู้ไม่หวังดีจ้องจับผิด และบุคคลผู้ต้องสงสัยคนแรกก็หนีไม่พ้นจิตริณี

“ก็เป็นไปได้นะ เพราะคุณหญิงเรียกคุณจินนี่ว่าอีกาคาบข่าว แต่เธอจะบอกคุณหญิงทำไม ในเมื่อเธอก็ไม่ค่อยชอบหน้าคุณหญิงก้อย แถมยังช่วยฉันต่อกรกับยายคุณหญิงด้วย”

พลทำหน้าเมื่อย พอจะเดาเรื่องทุกอย่างได้ แต่ก็พูดไม่ได้ เพราะเธอยังไม่รู้ความจริงว่าเขาคือคุณชายเล็ก

“ฉันอยากให้คุณชายรองคืนดีกับยายคุณหญิงนี่เร็วๆ เรื่องมันจะได้หายยุ่ง”

“แต่ผมชักสงสัยว่านายคุณชายรองน่ะ อยากกลับไปคืนดีกับคุณหญิงจริงหรือเปล่าน่ะสิ”

“ทำไมเขาถึงจะไม่อยากล่ะ”

“ใครจะรู้ล่ะฮะ สันดาน...เอ๊ย...นิสัยผู้ชายก็เหมือนผึ้ง ไม่หยุดแค่ดอกไม้เพียงดอกเดียวหรอก”

สาลินทำหน้าอึ้งๆ ไม่ขำด้วย แต่ก็ไม่กล้าซักมาก ไม่อยากให้เรื่องเข้าตัวทั้งที่ยังไม่เกิด สองหนุ่มสาวนั่งคุยกันไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้เลยว่าท่าทางสนิทสนมของพวกเขากำลังทำให้คุณชายรอง ซึ่งตั้งใจมาวนเวียนแถวห้องสมุดถึงกับพูดไม่ออก หงุดหงิดโดยไม่มีเหตุผล และเลือกเดินหนี ไม่โผล่ไปทักทายบรรณารักษ์สาวบ้านสวนอย่างที่ตั้งใจ

แต่กระนั้น...คุณชายรองก็อารมณ์ค้าง และพาลไปลงกับน้องชายเมื่อเขากลับถึงวังในคืนเดียวกัน เพราะเข้าใจว่าชายหนุ่มที่นั่งคุยกับสาลินเมื่อเย็นคือพลช่างฟิตเพื่อนร่วมบริษัทของอีกฝ่าย คุณชายเล็กไม่สนใจคำพูดค่อนแคะ แต่อยากรู้มากกว่าว่าพี่ชายอยากคืนดีกับคุณหญิงก้อยหรือไม่

“เรื่องมันมีอยู่ว่า...มีคนเห็นพี่รองไปรับน้องเมียในอนาคตจากที่ทำงานหลายครั้ง เขาก็เลยสงสัยว่าพี่รองอาจจะตัดสินใจเลิกทั้งสองทาง แล้วหันไปทางที่สามแทน”

คุณชายรองนิ่วหน้าไม่เข้าใจ คุณชายเล็กต้องอธิบายว่าทางเลือกที่สามก็คือสาลิน...ว่าที่น้องเมียในอนาคต!

คำพูดของน้องชายทำให้คุณชายรองถึงกับหน้าถอดสี ลุกพรวด จนคุณชายเล็กต้องหลบ

“ฉันไม่เตะนายหรอกน่า แต่ฉันอยากรู้มากกว่า...ว่าไอ้บ้าคนไหนคิดอะไรเพ้อเจ้อแบบนี้ ใช่...ฉันไปรับเขาบ่อยๆ แต่ทุกครั้งที่เจอกันก็มีเรื่องต้องเจรจา ไม่มีเรื่องพิศวาสอะไรแม้แต่สักนิด”

คุณชายเล็กจับสังเกตพี่ชาย กลั้นยิ้มแทบแย่ เมื่ออีกฝ่ายทำท่าฮึดฮัด เล่าว่าแอบเห็นสาลินอยู่กับพลเมื่อเย็น

“ฉันน่ะไม่สนิทสนมกับแม่คนนั้นเท่าเพื่อนแกหรอก อย่างน้อยฉันก็ไม่เคยไปกินข้าวกับเขาสองต่อสองเหมือนไอ้เจ้าพลนั่น นี่...ฉันรู้แล้ว ไอ้เพื่อนแกน่ะสิ ที่ใช้ให้แกมาถามฉัน มันหึงล่ะสิ”

ท่าทางขึงขังผิดปกติของพี่ชาย ทำให้คุณชายเล็กนึกสนุกแกล้งยั่ว “หวงมากกว่า”

“แล้วถ้าฉันเกิดชอบผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาจริงๆ แล้วจะว่ายังไง”

“แล้วพี่รองจะเอาคุณหญิงกับคุณศรีไปไว้ที่ไหนฮะ”

คุณชายรองมีสีหน้าเข้มขึ้น “ก็ช่างปะไร”

คุณชายเล็กตกใจมาก แต่คงไม่เท่าจรวยที่แอบฟังตลอด และอดสงสัยไม่ได้...ใครคือผู้หญิงคนนั้นกัน!

ooooooo

ขณะที่จรวยตามสืบเรื่องผู้หญิงคนใหม่ของคุณชายรอง มือที่สามระหว่างคุณหญิงก้อยและศรีจิตรา เสด็จพระองค์หญิงก็จัดแจงเตรียมงานแต่ง ด้วยการเรียกตัวหลานชายคนรองมาเลือกแบบเรือนหอร่วมกับศรีจิตรา แต่การเปิดโอกาสของเสด็จฯให้ทั้งสองอยู่ตามลำพัง กลับทำให้คุณชายรองได้รู้เรื่องสาลินมากขึ้นมากกว่า

“ยายสาชอบอ่านหนังสือค่ะ อ่านได้ตลอดวันตลอดคืน วันนั้นก็ขนซื้อมาหลายเล่ม”

“มิน่า...ถึงได้ทำงานเป็นบรรณารักษ์”

“ยายสาบอกว่าเป็นบรรณารักษ์จะได้อ่านหนังสือฟรีค่ะ”

“คนชอบอ่านหนังสือน่ะหูตากว้างไกล มีความคิดความอ่าน เธอน่าจะพาเขามาดูห้องสมุดของเด็จป้าบ้าง”

ศรีจิตรารับปากยิ้มๆ คุณชายรองเหลือบเห็นหนังสือนิทานข้างตัวเธอ เลยเล่าเรื่องน้องชายบ้าง

“นายเล็กก็ชอบฟังนิทาน นมย้อยน่ะรู้เรื่องนิทานเป็นพันๆเรื่อง นายเล็กนอนฟังนมย้อยจนหลับคาตักทุกวัน”

“สมัยเด็กดิฉันก็ทำอย่างนั้น”

“ไม่ใช่แค่สมัยเด็ก เมื่อวันก่อนเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นนายเล็กหนุนตักนมย้อยฟังนิทานอยู่”

“หรือคะ...ตายจริง คุณชายเล็กบางครั้งก็ทำตัวเป็นเด็กเหมือนยายสาไม่มีผิดเลยค่ะ”

สองหนุ่มสาวว่าที่คู่หมั้นได้คุยกันยาวๆเป็นครั้งแรก ไม่รู้ตัวเลยว่าเรื่องที่ต่างฝ่ายพูดถึงด้วยความสนุกสนาน ไม่ใช่เรื่องระหว่างตน แต่เป็นเรื่องของสาลินกับคุณชายเล็กต่างหาก!

เป็นอันว่าเรื่องเลือกเรือนหอยังไม่ได้เรื่อง คุณชายรองเห็นศรีจิตราสนิทสนมและถูกคอกับน้องชาย เลยมอบหมายให้ทำหน้าที่แทน คุณชายเล็กอึดอัดใจมาก แต่ก็ขัดพี่ชายไม่ได้ เลยขนหนังสือมากมาย รวมทั้งหนังสือนิทานที่เธอชอบ แวะไปให้ในอีกสองสามวันต่อมา

ศรีจิตราเห็นรายชื่อหนังสือกองสูงตรงหน้าแล้วต้องกลั้นยิ้มแทบแย่ เพราะเคยอ่านแล้วทุกเรื่อง แต่ไม่อยากหักหน้าคุณชายเล็ก เลยแกล้งบอกว่าไม่เคยอ่านสักเล่ม คุณชายเล็กยิ้มกว้าง รีบแนะนำด้วยความเต็มใจ บทสนทนาหลังจากนั้นเลยเป็นเรื่องเกี่ยวกับนิทานทั้งของไทยและต่างประเทศ โดยไม่ได้พูดถึงเรื่องเรือนหอเลยแม้แต่นิดเดียว

คุณสอางค์เห็นหลานสาวพูดคุยกับคุณชายเล็กอย่างสนิทสนม ก็ปลื้มใจมาก มั่นใจว่าได้เรื่องเรือนหอแน่ แต่เมื่อรู้ภายหลังว่าคุยกันแต่เรื่องนิทาน ก็ถึงกับเอ็ดใหญ่ ศรีจิตรานิ่งรับผิดเหมือนเคย ก่อนจะหน้าเสีย เมื่อป้ากำชับให้หาทางคุยเรื่องเรือนหอกับคุณชายรอง ส่วนกับคุณชายเล็ก...ให้พูดถึงคุณงามความดีของยายสาก็พอ!

ข้อสันนิษฐานของพลเมื่อหลายวันก่อน ทำให้สาลินตัดสินใจถามจิตริณีตรงๆ เลยได้รู้ความจริงอันน่าตกใจว่าอีกฝ่ายเป็นอีกาคาบข่าวจริง เพราะดันหลุดปากบอกอัศนีย์ เรื่องที่คุณชายรองแวะมารับมาส่งเธอบ่อยๆ

“ฉันต้องขอโทษด้วย เพราะเรื่องนั้น อาร์นี่เลยพาคุณหญิงไปแอบดูคุณอยู่กับคุณชายรองที่ร้านผ้าไหม”

“เป็นอย่างนี้นี่เอง คุณอัศนีย์ทำไปทำไมคะ”

“ฉันกำลังหาคำตอบอยู่นี่แหละค่ะ...”

ooooooo

จนแล้วจนรอด ศรีจิตราก็หาโอกาสคุยเรื่องเรือนหอกับคุณชายรองไม่ได้ กลายเป็นคุณชายเล็ก เป็นฝ่ายวาดแบบและเอามาให้เธอเลือกถึงตำหนักใหญ่แทน ศรีจิตรามองผลงานเขาด้วยความชื่นชม พร้อมกับแสดงความเห็นส่วนตัว ว่าอยากได้บ้านที่มีสวนดอกไม้เยอะๆ

คุณชายเล็กถึงกับยิ้มกว้างด้วยความชอบใจ “ดีจัง... นี่เป็นครั้งแรกที่คุณศรีออกความเห็นจริงๆจังๆ ไม่งั้นก็... อะไรก็ได้ ตามใจคุณชายเถอะค่ะ แล้วแต่คุณป้าค่ะ แล้วแต่จะทรงโปรดเพคะ”

ศรีจิตราต้องกลั้นยิ้มแทบแย่ “นี่ดิฉันพูดอยู่แค่นี้จริงๆหรือคะ”

“ฮะ...หัดทำอะไรตามใจตัวเองบ้างสิครับ”

ศรีจิตรายิ้มอายๆ พลันคำพูดของคุณสอางค์ก็ลอยมาในหัว ให้เธอพูดถึงสาลินกับคุณชายเล็ก

“ถ้ายายสาอยู่ช่วยออกความเห็นเรื่องบ้านก็จะดีหรอก”

“พิลึกตายสิฮะ ผมเป็นตัวแทนพี่รอง คุณสาเป็นตัวแทนคุณศรี ทั้งๆที่บ้านนี้ คนอยู่คือพี่รองกับคุณศรีนะฮะ”

“ก็ยายสามีความคิดแปลกดีนี่คะ”

คุณชายเล็กนิ่วหน้า ก่อนจะถอนใจยาว เมื่อสำเหนียกได้ถึงบางอย่าง

“นี่คุณป้าใหญ่ใช้คุณศรีมาเป็นกรมโฆษณาการ โฆษณาคุณสาอีกแล้วใช่ไหมฮะ”

“ค่ะ...แต่ดิฉันไม่ได้อยากทำเลยนะคะ”

“ดีออกฮะ คอยจับคู่ให้คนโน้นคนนี้ สนุกจะตายไป”

รอยยิ้มบางๆของศรีจิตราทำให้คุณชายเล็กถึงกับเคลิ้ม ต้องพยายามปลุกตัวเองแทบแย่ ไม่ให้คิดอะไรเรื่อยเปื่อย โดยไม่รู้เลยว่าเสด็จพระองค์หญิงทอดพระเนตรมาจากตำหนักใหญ่เหมือนเคย ครุ่นคิดนิดเดียวแล้วยิ้มกว้าง ...มั่นใจว่าการคาดการณ์บางอย่างของตนไม่ผิดแน่

หลังจากรับปากสาลิน จะไปตามหาความจริงจากปากเพื่อนเก่าจากนิวยอร์ก ว่าเหตุใดต้องทำเรื่องยุ่ง ป่วนจนคุณหญิงก้อยต้องมาอาละวาดสาลินถึงห้องสมุด จิตริณีก็รอเวลาอย่างใจเย็น แล้วโอกาสของเธอก็มาถึงในวันหนึ่ง เมื่ออัศนีย์แต่งตัวหล่อราวกับดารา แวะมาชวนสาลินไปกินกลางวัน

สาลินปฏิเสธ แถมต่อว่าเขาด้วยที่เอาเรื่องเธอไปบอกคุณหญิงก้อย ก่อนจะผละไปกินกลางวันกับไนเจลและแก๊งเพื่อนสาว อัศนีย์เลยต้องเบนเข็มไปที่เพื่อนเก่าอย่างจิตริณี ซึ่งตอบรับคำด้วยความยินดี

อัศนีย์ยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกซัก เล่าเรื่องงานเปิดตัวไนต์คลับหรูอย่างใจเย็นและเอาอกเอาใจเธอเหมือนเคย

“ช่วงนี้ผมวุ่นจังเลย ถ้ามีผู้ช่วยสักคนก็ดี”

“ช่วงนี้ฉันกำลังเบื่องานอยู่เลย จ้างฉันเป็นเลขาไหมล่ะ”

“ไม่ได้หรอก อย่างคุณน่ะ ต้องเก็บไว้เป็นที่ปรึกษา ผมจะเลือกคนที่เด็กกว่าผม จะได้เอ็ดหรือดุด่าว่ากล่าวได้”

“นอกจากนั้นก็ยังต้องสวย คล่องแคล่ว และปราดเปรียวด้วยใช่ไหม”

“นั่นไง คุณช่างเป็นที่ปรึกษาที่รู้ใจผมจริงๆ”

“เด็กสาวคนนั้น ฉันก็พอเห็นอยู่ แต่ก็คงยาก เพราะคุณทำให้เด็กตกใจเสียแล้ว”

คำพูดเป็นนัยๆของเพื่อนสาว ทำให้อัศนีย์ถึงบางอ้อ เดาว่าคงเป็นเรื่องเดียวกับที่สาลินโกรธเขา แต่กระนั้น...เศรษฐีหนุ่มหล่อพ่อรวยก็ไม่ยี่หระ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามต้องการแล้ว

“คุณว่าเด็กสาวอย่างสาลิน ถูกด่าว่าแย่งผู้ชายจากหญิงอื่น แถมผู้หญิงคนนั้นเป็นพี่สาวตัวเอง เธอจะทำยังไง”

จิตริณีนิ่งคิด ก่อนจะเบิกตาโพลง “ก็คง...ต้องถอยห่างจากผู้ชายคนนั้นให้ไกลที่สุด อ้อ...นี่คุณจะทำให้คุณชายรองแตกกับสาลิน ด้วยการหลอกใช้หญิงก้อย คุณนี่ร้ายที่สุด”

“ช่วยไม่ได้ครับ หญิงก้อยก็หลอกใช้ผมไปจูบต่อหน้าคุณชายเหมือนกัน ผมก็ต้องเอาคืนบ้าง!”

ooooooo

สาลินเหนื่อยใจมาก แม้เพื่อนร่วมงานทุกคนจะเข้าใจสถานการณ์ดี แต่เธอก็ไม่สบายใจที่ต้องเป็นผู้ต้องหามือที่สามแย่งผู้ชายของคนอื่น แต่กระนั้น... ตัวกลางต้นเรื่องอย่างคุณชายรองกลับไม่คิดแบบเดียวกัน เขาแวะเวียนมาตอแยเธอเรื่อยๆ และเย็นวันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่ง

สาลินพยายามหลบเลี่ยง แต่เขาก็ตามไปรั้งตัวไว้

“นี่เธอเป็นอะไร ฉันคิดว่าฉันพูดกับเธอรู้เรื่องแล้ว นี่เธอมาเล่นแง่อะไรอีกล่ะ”

“ฉันไม่มีแง่อะไรจะมาเล่น แต่ฉันไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด...ฉันกลัวเรื่องหึงหวง”

คุณชายรองชักสีหน้า เริ่มหงุดหงิด “หึงหวง...อ้อ... เธอคงกลัวนายเด็กปั๊มนั่นหึงล่ะสิ”

“เด็กปั๊ม เด็กปั๊มไหน นี่รู้ไว้ซะ เขาเป็นผู้ตรวจระดับสูงของบริษัทน้ำมัน ไม่ใช่เด็กล้างรถ”

“อ้อ...ขอโทษที่ไปลดชั้นคนของเธอ”

“นี่...อย่ามาพูดบ้าๆนะ ต่อไปนี้คุณเลิกมาที่นี่ มารับมาส่งหรือพาฉันไปไหนต่อไหนอีกแล้ว”

“เจ้าพลรูปหล่อนั่นมันคงสั่งมาสินะ ได้...ต่อไปฉันจะไม่มาให้นายคนนั้นของเธอเข้าใจผิดอีก”

“นี่คุณ...คนที่เข้าใจผิดน่ะ ไม่ใช่คุณพล แต่คือ...”

“อ้อ...แสดงว่ายังมีผู้ชายคนอื่นอีก นายอัศนีย์หรือเจ้านายของเธอล่ะ”

“เอ๊ะ...พูดจาให้เกียรติกันหน่อยนะ”

“ขอโทษที่ไปหลู่เกียรติผู้ชายของเธอ...ลาก่อน”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งสาลินให้มองตามอึ้งๆ เช่นเดียวกับจิตริณี แอบฟังตลอด และถึงกับคิดหนัก...หรือว่าเธอควรจะเล่าเรื่องแผนของอัศนีย์ให้คุณชายรองฟังดี

คุณชายรองหัวเสียมาก จนต้องพาลไประบายกับน้องชายด้วยความอึดอัดใจเหมือนเคย ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดสาลินต้องทำท่าทางเหมือนไม่อยากอยู่ใกล้หรือพูดคุยกับเขา

“ผมว่าพี่รองต้องเข้าใจผิดอะไรสักอย่างแน่ๆ”

“ก็เขาบอกฉันเองว่าเขากลัวเรื่องหึงหวง ไม่อยากให้ใครเข้าใจผิด”

และเรื่องหึงหวงที่ว่า คุณชายรองก็เข้าใจว่าต้องมาจากพลช่างฟิตแน่ คุณชายเล็กเลยถึงบางอ้อ

“นี่พี่รอง...เจ้าพลรูปหล่อน่ะ มันทำงานตำแหน่งเดียวกับผม ไม่ใช่เด็กเติมน้ำมันนะครับ”

“นั่นไง...เขาก็ออกรับแทนเจ้าพลเหมือนแกไม่มีผิด”

ท่าทางงุ่นง่านของพี่ชายทำให้คุณชายเล็กสงสัยบางอย่าง

“รู้ไหมฮะที่พี่รองพูดทั้งหมดน่ะ มันไม่เหมือนว่าเจ้าพลหึงพี่รองหรอกนะฮะ แต่เหมือนพี่รองหึงเจ้าพลมากกว่า”

“นี่นาย...อย่ามาพูดบ้าๆนะ ไม่มีวัน!”

สองพี่น้องทุ่มเถียงกันอย่างไม่ลดละ ไม่รู้เลยว่ามีสายตาของจรวยมองตามตลอด พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เพราะมีแผนบางอย่างและก็ไม่ต้องรอนานเลย เพราะโอกาสของเธอมาถึงในเย็นวันเดียวกัน

ศรีจิตราเห็นหน้าสะใภ้ใหญ่จากตำหนักเล็กก็ลอบถอนใจ ไม่อยากฟังคำยุแยงของอีกฝ่าย แต่ก็ต้องปั้นหน้านิ่งเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร จรวยเลยย่ามใจคิดว่าศรีจิตราต้องตามแผนของตนไม่ทันแน่

“หมู่นี้เห็นคุณชายเล็กมาสังสรรค์กับคุณศรีทุกวันเลยนะคะ”

“ไม่ได้สังสรรค์อะไรหรอกค่ะ แต่มาคุยกันเรื่องแบบบ้านที่จะสร้าง”

“แปลกนะคะ เรื่องเรือนหอนี่มันเรื่องของคุณชายรองแท้ๆ แต่กลับให้คนอื่นไปจัดการแทน”

“เห็นว่าคุณชายเธอไม่ค่อยว่างนี่คะ”

“ค่ะ...คุณชายเธอไม่ค่อยว่าง เพราะอะไรทราบไหมคะ”

“ดิฉันคงไม่ทราบดีทุกเรื่อง...เหมือนคุณจรวยหรอกค่ะ”

“อุ๊ย...เรื่องในวังไม่มีอะไรรอดหูรอดตารวยหรอกค่ะ คือ...ตอนนี้คุณชายรองเธอไปติดพันผู้หญิงคนใหม่ค่ะ!”

ooooooo

คำพูดจากจรวยไม่มีผลกับศรีจิตรามากนัก แต่ก็ทำให้สงสัยมากกว่าว่าผู้หญิงคนนั้นคือใครกันแน่ และในระหว่างที่ตามหาคำตอบนั่นเอง สาลินก็โผล่มาเยี่ยม และหลอกล่อให้เธอไปข้างนอกด้วย โดยอ้างว่าเป็นรับสั่งของเสด็จพระองค์หญิง โดยไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วน้องสาวจะพาเธอกลับไปค้างบ้านสวน

แน่นอนว่าแผนการนี้คุณชายรองเป็นคนต้นคิด เพราะสงสารคุณตาคุณยาย ไม่ได้เจอหน้าหลานสาวคนโตมาหลายปี และครั้งนี้สาลินก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ แต่ไม่วายเหน็บถึงเรื่องเมื่อคราวก่อน

“ฉันบอกแล้วไง ไม่มีเด็กปั๊มที่ไหนทั้งนั้นแหละ คนที่เขาหึงหวงฉันน่ะก็คือคุณ...”

คุณชายรองมีสีหน้าเข้มขึ้น “ฉันรู้แล้วล่ะว่ามีอีกหลายคนที่มารุมหึงหวงเธอ ไม่ต้องสาธยายหรอก ที่ฉันต้องเข้ามาดูแล เพราะวันนี้เป็นวันที่ฉันนัดเธอมารับพี่สาว ลืมแล้วหรือว่าฉันเป็นคนแนะนำทุกอย่าง ทั้งเรื่องวันนัด วันพากลับ แนะแม้กระทั่งวิธีจะกราบทูลเสด็จป้าให้ทรงอนุญาต”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ เป็นบุญคุณท่วมหัวท่วมหูดิฉันเหลือเกิน”

“ไม่ต้องมาทำประชดประชัน ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นกับเธอ”

“เข้าใจค่ะ แต่อยากบอกให้คุณเข้าใจไว้ด้วย ถึงคุณไม่แนะนำ ฉันก็เสียวสวาทพอ”

คุณชายรองแทบกุมขมับ “พูดอะไรน่ะ เป็นสาวเป็นนาง”

สาลินเชิดหน้า สวนกลับอย่างท้าทาย “เสียวสวาท... ภาษาลาวแปลว่าเฉลียวฉลาดค่ะ ฉันฉลาดพอจะคิดหาทางพาพี่ศรีไปได้โดยไม่ต้องพึ่งคุณ เพราะฉะนั้น... ไม่ต้องมาทวงบุญคุณ!”

คุณชายรองคงต่อปากต่อคำกับเธออีกนาน ถ้าศรีจิตราซึ่งเพิ่งกราบลาเสด็จพระองค์หญิงจะไม่ออกจากตำหนักเสียก่อน สาลินรีบวิ่งไปหาพี่สาว ศรีจิตราเห็นหน้าว่าที่คู่หมั้นหนุ่มเลยไปกล่าวลาและขออนุญาตเขาด้วย สาลินหมั่นไส้ท่าทางหยิ่งๆ เลยแกล้งเลียนแบบเสียงและท่าทางของพี่สาว

“คุณชายคะ...ดิฉันขออนุญาตพาพี่สาวไปเที่ยวสักสองสามวันนะคะ”

“ไม่ต้องมาขออนุญาตฉันหรอก เพราะเธอมันเสียวสวาทอยู่แล้ว”

“ขอบคุณค่ะคุณชายที่รู้ว่าฉันเสียวสวาท...ไปค่ะพี่ศรี”

ท่าทางระหว่างน้องสาวกับว่าที่คู่หมั้นหนุ่มทำให้ศรีจิตราสงสัย และอดไม่ได้จะตะล่อมถาม

“เธอทะเลาะกับคุณรองหรือเปล่ายายสา ท่าทีคุณรองโกรธๆ ดูปึ่งชายังไงพิกล”

“ก็ทะเลาะทุกครั้งที่เจอหน้ากันนั่นแหละ”

“ทะเลาะกันเรื่องอะไรหรือ แล้ว...เจอกันกี่ครั้งแล้ว”

“ก็...เจอกันหลายครั้ง ทุกครั้งสาก็จะขอตาคุณชายไม่ให้เขาแต่งงานกับพี่ศรี”

“ตายจริง...สากล้าพูดอย่างนั้นเชียว”

“ทำไมสาจะพูดไม่ได้คะ ก็เขารักคนอื่นอยู่ สาน่ะอยากให้เขาคืนดีกับยายคุณหญิงคุณหยัง แม่กระชังก้นใหญ่คนนั้นเร็วๆนี่แหละ เราถึงได้ทะเลาะกันทุกครั้ง เอ๊ะ...ตาคุณชายไม่เคยเล่าให้พี่ศรีฟังหรอกหรือคะ”

ศรีจิตราส่ายหน้าตอบว่าไม่เคย สาลินจะซักต่อ แต่ก็ถึงบ้านสวนก่อน สองสาวเลยรีบไปกราบคุณตาคุณยายและอุ่นเรือน โดยเฉพาะศรีจิตรา ดีใจจนน้ำตาไหลที่ได้มาที่นี่...ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

ooooooo

ระหว่างที่บ้านสวนเต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น สถานการณ์ที่วังรัชนีกุลกลับเต็มไปด้วยความอึดอัดใจ เพราะตั้งแต่งานปาร์ตี้วันเกิดของวิรงรอง คุณหญิงก้อยก็เจ้าอารมณ์ยิ่งกว่าเก่า จนทุกคนในวังเริ่มเอือมระอา

และวันนี้ก็เป็นวันแรกที่คุณหญิงก้อยยิ้มออกเมื่อได้ยินจากสาวใช้ว่าคุณชายจากวังวุฒิเวสม์มาขอพบ ราชนิกุลสาวตั้งท่าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวสวยมาต้อนรับ แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อเห็นว่าแขกหนุ่มไม่ใช่คุณชายรองแต่เป็นคุณชายเล็ก แถมเขายังมาหาคุณหญิงกลาง ไม่ใช่เธอ

“หญิงกลางอยากไปดูของขวัญกับผ้าไหมน่ะครับ ผมเลยอาสาพาไปร้านพี่รอง หญิงก้อยสนใจไปด้วยกันไหม”

“คุณชายคงหาอุบายให้หญิงไปพบสินะ ไม่มีวัน... ถ้าเขาอยากคืนดี เขาต้องมาหาหญิง ไม่ใช่หญิงไปหาเขา!”

พูดจบก็สะบัดหน้าเข้าวัง ทิ้งคุณชายเล็กให้มองหน้ากับคุณหญิงกลางงงๆ

“มันเรื่องอะไรกันครับ พี่รองไม่ได้ออกอุบายอะไรสักหน่อย อยู่ร้านหรือเปล่ายังไม่รู้เลย”

“อย่าไปสนใจเลยค่ะ ไปกันเถอะ”

หลังจากพูดคุยกับคุณตาคุณยายจนหนำใจแล้ว

ศรีจิตราก็ถือโอกาสชวนแม่ไปคุยตามประสาแม่ลูกบ้าง

“ยายสานี่จริงๆเลย แอบไปขอประทานอนุญาตให้หนูค้างคืนที่นี่ แถมแอบไปจัดกระเป๋าตอนไหนก็ไม่รู้”

“ก็นี่แหละลูกยายสา วันๆมีแต่เรื่องเล่นสนุก”

“ไม่เหมือนหนูนะคะ วันๆมีแต่เรื่องน่าหนักใจ”

ท่าทางและสีหน้าลูกสาวคนโต ทำให้อุ่นเรือนเอะใจ และเริ่มซักไซ้ถึงเรื่องราวต่างๆจนได้รู้ว่าเกิดเหตุการณ์วุ่นวายมากมาย แต่ที่น่าตกใจสุดคงหนีไม่พ้นข่าวล่าสุด ที่ว่าคุณชายรองมีผู้หญิงคนอื่นแล้ว

สาลินเดินผ่านหน้าห้องแม่กับพี่สาวโดยบังเอิญ อดไม่ได้จะเงี่ยหูฟัง

“แม่ขา...เราต้องตอบแทนพระคุณคุณป้า ด้วยความหวานอมขมกลืนแบบนี้หรือคะ”

“ลูกเอ๋ย...อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้เลยลูก หนูเป็นเด็กดี พระจะช่วยคุ้มครองหนู”

“แต่หนูเคยได้ยินมาว่าพระจะช่วยคนที่ช่วยตัวเองก่อนไม่ใช่หรือคะ”

สาลินไม่ทันคิดเลยว่าผู้หญิงคนใหม่นั้นจะเป็นตัวเอง เป็นเดือดเป็นร้อนแทนพี่สาวมาก จนถึงขั้นต้องไปเปิดอกคุยด้วย ศรีจิตราถอนใจยาวก่อนจะพูดถึงผู้หญิงคนใหม่ของคุณชายรอง ตามที่ได้ข้อมูลมาจากจรวย

“น่าจะเป็นผู้หญิงใจแตก เพราะคบผู้ชายทีเดียวหลายๆคน”

“ยี้...คบหญิงเสเพล อยากเห็นหน้ายายผู้หญิงคนนั้นจังเลยว่าสวยแค่ไหน สู้เราสองคนได้หรือเปล่า”

เวลาเดียวกันที่ร้านอาหารหรูไม่ไกลจากร้านผ้าไหม...คุณชายรอง คุณชายเล็ก คุณหญิงกลางและศุภรกำลังคุยกันอย่างออกรส โดยเฉพาะสองคนหลังได้ทำความรู้จักและสานสัมพันธ์กันมากขึ้น โดยมีสองคุณชายเป็นตัวกลาง

แต่ถึงจะรื่นเริงแค่ไหน คุณชายรองก็อดเหนื่อยใจไม่ได้ เมื่อได้ยินจากน้องชาย เรื่องคุณหญิงก้อยอยากให้เขาตามง้องอนเหมือนเคย...จนเริ่มจะปลงแล้วว่าความรักที่มีมาเนิ่นนานกำลังจะหมดแล้วจริงๆ

ooooooo

ศรีจิตราแปลกใจไม่น้อย เมื่อทราบความจริงจากปากน้องสาว ระหว่างที่ช่วยกันเก็บมะม่วงสวนเป็นของฝาก ว่าคุณชายรองเป็นต้นคิดให้น้องสาวขอประทานอนุญาตจากเสด็จพระองค์หญิง ให้เธอมาเยี่ยมบ้านสวน

“ตอนนั้นสายังคิดเลยว่าเขาเป็นคนดีมีน้ำใจ แต่ตอนนี้...สาไม่รู้แล้วว่าเขาทำเพื่ออะไร ผู้ชาย...ไว้ใจ ไม่ได้จริงๆ”

ท่าทางตะบึงตะบอนของน้องสาว ทำให้ศรีจิตราถึงบางอ้อ ว่าคงอารมณ์ค้างจากเรื่องที่คุยกัน

“ผู้ชายดีๆมีเยอะไป อย่างคุณชายเล็กเธอก็...”

“ฮึ...พี่ศรีรู้จักผู้ชายสักกี่คนกัน เลยเห็นดีเห็นงามไปหมด”

“แหม...แล้วสาน่ะ รู้จักผู้ชายมากนักหรือ”

“เยอะแยะไป ก็มีคุณตา ตาผล อีตาคุณชาย แล้วก็คุณพล ใช่แล้ว...พี่ศรีเจอคุณพลหน่อยเถอะ”

“มันจะเหมาะหรือสา”

“แหม...พี่ศรียังไม่ได้หมั้นกับเขาสักหน่อย ทำไมจะคบคนอื่นบ้างไม่ได้ ทีเขา...”

สาลินยั้งปากตัวเองไว้ทัน ไม่อยากให้พี่สาวคิดมาก เลยได้แต่บอกให้ลองคิดดู...เพราะอนาคตมันไม่แน่ไม่นอน

หลังจากพาคุณหญิงกลางส่งวังรัชนีกุลแล้วคุณชายเล็กในคราบพลช่างฟิตก็แวะมาเยี่ยมสาลิน เหมือนเคย แต่ก็ต้องหนีกลับแทบไม่ทัน เมื่อได้เจอศรีจิตรา กลัวความแตกแล้วเขาจะเข้าหน้าสาวแสบบ้านสวนไม่ติด

ศรีจิตราได้แต่มองตามเขางงๆ เข้าใจเองว่าเขาคงเขินที่ต้องเจอน้องสาวเธอ ว่าที่คู่หมายที่เสด็จฯกับคุณสอางค์พยายามจับคู่ให้ ต่างจากพุดซ้อนกับชบา เห็นพลพูดจากับศรีจิตราอย่างสนิทสนม ก็คิดเองเสร็จสรรพ ว่าช่างฟิตหนุ่มต้องเป็นพวกพระยาเทครัวแน่...หวังจะงาบทั้งพี่ทั้งน้อง!

นอกจากคิดอกุศลแล้ว พุดซ้อนยังเอาเรื่องของสาลินกับศรีจิตราและพลช่างฟิตไปซุบซิบต่อจนทั่ว ไม่เว้นแม้แต่ในศาลาวัด เมื่อทุกคนในละแวกสวนเมืองนนท์มารวมตัวกันเพื่องานบุญ คุณตาคุณยายฟังแล้วกลุ้มใจมาก ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับหลานสาวทั้งสองแน่ แต่ก็ไม่เต้นตามให้พุดซ้อนได้ใจ

สองพี่น้องบ้านสวนยังไม่รู้ตัวว่าเป็นหัวข้อสนทนาของคนละแวกบ้าน โดยเฉพาะศรีจิตรา แบกชะลอมผลไม้ของฝากไปถวายเสด็จพระองค์หญิงมากมาย จนถึงกับมีรับสั่งขอบใจ แถมเผื่อแผ่ความดีความชอบไปให้สาลินด้วย ที่ทำให้ศรีจิตรามีสีหน้าเปี่ยมสุขเช่นวันนี้ ด้วยการประทานงานเลี้ยงเต้นรำพร้อมอาหารค่ำหรูหราเพื่อตอบแทน

แต่กว่าจะถึงวันนั้น ศรีจิตราก็ต้องฝ่าด่านใหญ่ หอบชะลอมของฝากไปให้หม่อมอำพันที่ตำหนักเล็ก คุณสอางค์เป็นห่วงหลานสาว กลัวจะหัวอ่อนจนตามไม่ทันหม่อมนักพนันคู่ปรับ เลยตัดสินใจไปเป็นเพื่อน

ทุกคนที่ตำหนักเล็ก โดยเฉพาะคุณชายทั้งสามมองของฝากจากเมืองนนท์ด้วยความชอบใจ มีเพียงหม่อมอำพันกับจรวยเท่านั้นที่ตั้งแง่ พูดจาดูถูกและเหยียดชนชั้นอย่างออกนอกหน้า จนคุณสอางค์เหลืออดตอกกลับ

“ป้าจะกราบทูลเสด็จฯไม่ให้ยายศรีเยี่ยมกรายมา แถวนี้ พวกไพร่สถุลสกุลกามันเยอะ มันจะเป็นเสนียดแก่ตัว”

หม่อมอำพันอ้าปากค้าง ตั้งท่าจะไปตบคู่ปรับ จนเหล่าคุณชายต้องรีบรั้งตัวไว้

“อีกอย่าง...แถวนี้เหลือบริ้นไรที่มันชอบเกาะกินมันก็เยอะไม่ใช่น้อยหรอก ป้าจะกราบทูลเสด็จฯด้วยว่าเงินปีที่โปรดไว้จุนเจือคนที่นี่ แต่กลับเอาไปถลุงในบ่อนจนแทบฉิบหายขายตัว สมควรให้ท่านทรงตัด ทรงงดให้หมดสิ้น”

คุณชายรองกับคุณชายเล็กเห็นท่าไม่ดี เลยรีบพาสองป้าหลานแยกออกไป ส่วนคุณชายโตก็ต้องรั้งตัวแม่ไว้ ไม่ให้ตามไปตบคู่ปรับจากตำหนักใหญ่อย่างที่ตั้งใจ โดยมีจรวยมองมาด้วยสีหน้าสาสมใจ ชอบใจนักที่หม่อมแม่ผัวตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับว่าที่ลูกสะใภ้เช่นนี้... คราวนี้แหละจะได้ไม่มีสะใภ้คนไหนมาใหญ่ค้ำหัวฉัน!

ooooooo

คุณสอางค์กลับตำหนักใหญ่แล้ว โดยฝากหลานสาวคนโตไว้กับสองคุณชาย คุณชายรองเห็นว่าน้องชายคุยกับว่าที่คู่หมั้นถูกคอกว่า เลยผละไปดูแม่ ทิ้งศรีจิตราให้คุยกับคุณชายเล็ก จนได้รู้เรื่องระหว่างหม่อมอำพันกับคุณสอางค์ว่าทั้งสองเป็นคู่ปรับกันมานาน โดยเฉพาะคุณสอางค์ ถึงขั้นประกาศจะไม่มาเหยียบตำหนักเล็กอีก

“นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าคุณป้าจะยอมมาครั้งนี้ เพราะคุณศรีแท้ๆเชียว”

“เพราะเสด็จป้าต่างหากล่ะคะคุณเล็ก”

“คุณศรีครับ...เรื่องที่ผมไปพบคุณศรีที่บ้านสวนวันนั้น คุณศรีคงไม่บอกคุณสานะฮะ”

“ไม่บอกหรอกค่ะ แต่สงสัยว่าทำไมต้องปิดด้วย แล้วเมื่อไหร่คุณชายจะได้พบยายสาเสียที”

“อีกไม่นานหรอกครับ เราได้เจอกันแน่ๆ”

แต่วันนั้นของคุณชายเล็กก็ไม่รู้จะมาถึงเมื่อไหร่ แต่สำหรับคุณชายรอง แค่วันรุ่งขึ้นก็โผล่ไปให้สาลิน

เห็นหน้าแล้ว ด้วยข้ออ้างว่าอยากขอบคุณเรื่องผลไม้ของฝาก สาลินทำหน้าไม่อยากเชื่อ และพยายามปลีกตัวหนี กลัวถูกเข้าใจผิดจนมีเรื่องอีกรอบ เพราะรู้มาจากพี่สาวว่าเขามีผู้หญิงคนใหม่แล้ว

“ฉันไปเที่ยวควงใครต่อใครที่ไหนไม่ทราบ”

“ฉันไม่รู้หรอก ที่ฉันรู้คือผู้หญิงคนนั้นเป็นหญิงเสเพล คบผู้ชายไม่เลือกหน้า แล้วคุณก็ไปรับไปส่งแม่นั่นตลอด”

“ผู้หญิงที่ฉันไปรับไปส่งก็เห็นมีแต่เธอคนเดียว ฉันไม่มีผู้หญิงเสเพลที่ไหน”

“อย่ามาโกหก...นี่คุณ ก่อนที่เรือนหอจะเสร็จ คุณควรจะกราบทูลเสด็จฯ ล้มเลิกการแต่งงานกับพี่ศรีได้แล้ว เพราะสิ่งที่คุณทำตอนนี้ คุณไม่ให้เกียรติพี่สาวฉันอย่างที่สุด”

“ฉันว่าที่ไม่ให้เกียรติพี่สาวเธอคือเธอต่างหาก ได้ข่าวว่าเด็จป้าโปรดจะให้เธอเป็นคู่หมั้นคู่หมายกับเจ้าเล็ก แต่ดูสิ...เธอเที่ยวควงใครต่อใคร เดี๋ยวเศรษฐี เดี๋ยวยาจก เดี๋ยวไทย เดี๋ยวฝรั่ง”

สาลินโมโหมาก ทำท่าจะคว้าน้ำจากบริกรมาสาดใส่เขาอีกครั้ง โชคดีที่ศุภร ไนเจลและจิตริณีมาขวางไว้ สองหนุ่มสาวคู่กัดเลยผละจากกันได้ แต่กระนั้น...จิตริณีก็ไม่ไว้ใจ ตัดสินใจตามไปคุยกับคุณชายรองถึงร้านผ้าไหม และบอกความจริงเรื่องคุณหญิงก้อยบุกไปอาละวาดสาลินถึงห้องสมุด

ความจริงจากปากจิตริณีทำให้อารมณ์ขุ่นมัวหายเป็นปลิดทิ้ง คุณชายรองแทบจะยิ้มไม่หุบ และอารมณ์ดีมากพอจะวางแผนบางอย่างเพื่อต้อนรับเธอในวันงานเลี้ยงขอบคุณของเสด็จฯที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วัน...

และก็เพราะงานเลี้ยงนี่แท้ๆ ทำให้สาลินต้องฝึกมารยาทผู้ดีกับคุณสร้อยอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยมีอุ่นเรือนเป็นผู้ช่วยเหมือนเคย คุณชายรองทราบเรื่องทุกอย่าง และอดไม่ได้จะไปพบเธอถึงบ้านราชดำริในวันสำคัญ

“นี่...อย่าบอกนะว่าเรื่องให้ฉันมาฝึกมารยาทผู้ดี เป็นความคิดคุณ”

“เป็นพระดำริของเสด็จป้าต่างหาก เพียงแต่มีฉันคอยสนับสนุน”

“ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม อย่ามาใกล้ฉันอีก ฉันไม่อยากให้มีเรื่อง...หึงหวง”

“แล้วบอกฉันได้หรือยังล่ะ ว่าใครกันที่หึงหวงเธอกับฉัน”

“อ้าว...ก็คุณพูดเองว่านายพลเด็กปั๊ม”

“ฉันเพิ่งรู้มาว่าไม่ใช่นายคนนั้น บอกฉันได้ไหม”

“คุณอย่ารู้เลย เดี๋ยวคุณจะไม่สบายใจเปล่าๆ”

คุณชายรองมองมาด้วยสายตาเอ็นดูและมีหวัง “เป็นห่วงฉันด้วยหรือ”

สายตาอบอุ่นของเขาทำให้เธอประหม่า “ฉันเข้า บ้านดีกว่า เดี๋ยวจะโดนครหา”

“เธอไม่ต้องห่วงหรอกน่า เดี๋ยวฉันก็กลับแล้ว ที่จริงฉันควรกลับตั้งนานแล้ว แต่รออยู่เพื่อเจอเธอก่อน”

“อยู่เจอฉันทำไม”

“ก็จะถามให้แน่ใจว่าใครกันที่หึงเธอกับฉัน เมื่อไม่ได้คำตอบเพราะเธอไม่อยากให้ฉันไม่สบายใจ ฉันก็ขอขอบคุณเธอที่ยังเห็นแก่ฉันอยู่บ้าง ตอนนี้ฉันสบายใจมาก ฉันคงกลับสักที สวัสดีสาลิน พบกันอีกครั้งคืนนี้ที่วังวุฒิเวสม์”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #11 on: 02 August 2026, 22:26:38 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep11/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 11

แบบฝึกหัดมารยาทและความเป็นผู้ดีของสาลินดำเนินต่อไปที่บ้านราชดำริ ศรีจิตราเป็นผู้ช่วยอย่างดี และฉวยโอกาสเล่าให้น้องสาวฟัง เรื่องคุณสร้อยถูกคุณยายตอกกลับหน้าหงายเมื่อหลายวันก่อน ตอนที่สองป้าไปขออนุญาตให้สาลินมาค้างบ้านราชดำริเพื่อฝึกมารยาทผู้ดี

ศรีจิตราเห็นท่าทางตาโตของน้องสาวแล้วอดขำไม่ได้ ก่อนจะฟื้นความทรงจำเมื่อหลายวันก่อน ตอนคุณสร้อยถูกคุณยายเหน็บกลับ เรื่องอาหารฝีมือชาวสวนเป็นคนละชั้นกับอาหารตำรับชาววัง

“ถ้าจะวัดความเป็นไพร่หรือผู้ดี ไม่น่าจะวัดกันที่อาหารนะคะ เพราะอาหารทั้งของสวนของวัง มันก็มีคุณค่าในตัวทั้งนั้น แต่ไอ้ที่มันไร้ค่าจริงๆ มันต้องวัดกันที่นิสัย สันดานหรือกำพืดของคนค่ะ ประเภทที่เที่ยวดูถูกดูแคลนชาวบ้านเขาไปทั่ว ถือว่าตนนั่นเหนือกว่าคนอื่น นั่นแหละถือว่าเป็นไพร่ของแท้!”

คุณสร้อยถึงกับอ้าปากค้าง เถียงไม่ออกไปเลยหลังจากนั้น สาลินนึกภาพตามแล้วหัวเราะงอหาย อยากเห็นกับตาเหลือเกินตอนคุณป้าจอมเฮี้ยบจนมุม ฝ่ายอุ่นเรือน...เห็นว่าลูกสาวทั้งสองหายไปนาน เลยมาตามไปฝึกท่าทางและมารยาทบนโต๊ะอาหาร สาลินเลยหมดเวลาสนุก ต้องกลับสู่บรรยากาศการเรียนอันน่าเบื่ออีกครั้ง

กว่าจะจบบทเรียนบนโต๊ะอาหาร สาลินก็แทบหมดแรง แต่ก็ต้องฝืนใจตามพี่สาวกลับวังวุฒิเวสม์ เพื่อเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงตอนเย็น เวลาเดียวกันที่ตำหนักเล็ก... สถานการณ์วุ่นวายไม่แพ้ตำหนักใหญ่ สาวใช้วิ่งกันให้อลหม่าน ทั้งช่วยเตรียมของให้ตำหนักใหญ่และช่วยคุณชายรองกับคุณชายเล็กแต่งตัว

คุณชายรองรู้ตัวอยู่แล้ว เลยแต่งตัวเต็มยศอย่างสบายใจ ต่างจากคุณชายเล็ก มองคนนั้นทีคนนี้ทีงงๆ เพราะยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกจับคู่ แต่เพียงไม่นาน เมื่อสังเกตเห็นอาการแปลกๆของบุคคลรอบข้าง ก็ถึงบางอ้อ

คุณชายเล็กยังไม่พร้อมเจอสาลินเวลานี้ เลยหาเรื่องป่วนตำหนักเล็กด้วยการโทร.แจ้งตำรวจมาถล่มบ่อนของหม่อมอำพัน ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด บ่อนแตกกระเจิง สมาชิกน้อยใหญ่วิ่งหนีคนละทิศละทาง ร้อนถึงคุณชายโตต้องช่วยดูแลแม่ โดยมีคุณชายเล็กตามติด หวังใช้เป็นโอกาสหลบหน้าไม่ต้องเจอสาลิน

ด้านคุณชายรอง...ไม่ได้สนใจเรื่องบ่อนถูกถล่ม แต่มาเตรียมตัวต้อนรับแขกคนสำคัญที่ตำหนักใหญ่ แล้วก็สมการรอคอย เมื่อสาลินปรากฏตัวในชุดหรู สวยงามผิดหูผิดตา

“ฉันไม่เคยเห็นเธอแต่งตัวแบบนี้ แต่งตัวสวยขนาดนี้ นายเล็กตาค้างแน่ เดี๋ยวเธอก็คงได้เจอนายเล็กแล้วล่ะ”

“นี่พูดดีๆนะ ฉันไม่ได้แต่งตัวมาให้ใครดู ฉันไม่ใช่วัตถุทางเพศ”

“งั้นหรือ...แต่ฉันว่าคนเราก็เหมือนๆกัน ผู้ดีหรือยาจก...ผู้ชายก็ชอบมองผู้หญิงสวย ผู้หญิงก็ชอบมองผู้ชายหล่อ”

สองหนุ่มสาวคงต่อปากต่อคำอีกนาน ถ้าจะไม่ถึงเวลาที่เสด็จพระองค์หญิงนัดไว้ ทั้งสองเลยต้องไปนั่งตามตำแหน่งบนโต๊ะอาหาร แต่มื้อค่ำสุดหรูก็เริ่มไม่ได้ เพราะคุณชายเล็กยังไม่มา คุณสอางค์เริ่มหน้าไม่ดี ก่อนจะตาโตด้วยความตกใจ เมื่อมาลากับวรรณานำข่าวจากตำหนักเล็กมาแจ้งว่าบ่อนหม่อมอำพันโดนตำรวจบุกจับ!

ooooooo

งานเลี้ยงเลยต้องเริ่มโดยปราศจากคุณชายเล็ก แต่บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน และสาลินก็ผ่านพ้นทุกอย่างไปได้ด้วยดี โดยเฉพาะมารยาทบนโต๊ะอาหาร เพราะมีคุณชายรองคอยแนะและทำเป็นตัวอย่างตลอด

สาลินรู้สึกดีกับคุณชายรองมากขึ้น ที่อีกฝ่ายยอมช่วยเธอบนโต๊ะอาหาร จนยอมตามเขาไปสำรวจห้องสมุดประจำตำหนักใหญ่ หลังจากที่เสด็จฯทรงเอ่ยปากอนุญาต แต่อารมณ์ดีๆก็ต้องมาขุ่นมัวอีกครั้ง เมื่อเขาส่งสายตาปราม ไม่ให้เธอหยิบหนังสือเล่มใหญ่ชื่อบันเทิงทศวารและจันดารา

สาลินอยากอ่านหนังสือทั้งสองเล่มมาก แต่ก็ต้องตัดใจวางไว้ที่เดิม แล้วเสชวนเขาคุยเรื่องเรือนหอของพี่สาว คุณชายรองรู้ทัน ว่าเธอไม่อยากให้มีการสร้างเกิดขึ้น เลยแกล้งถามยิ้มๆ

“ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันแต่งงานกับพี่สาวเธอ เธอก็หาคนใหม่ให้ฉันสิ หาคนที่ผู้ใหญ่จะเห็นชอบด้วยน่ะ”

“ทำไมฉันต้องหาคนใหม่ให้คุณด้วย ที่คุณมีอยู่ยังไม่พอหรือไง”

“ไหน...อธิบายมาซิ เรื่องผู้หญิงคนใหม่ที่เธอว่า แถมเป็นหญิงเสเพลด้วยใช่ไหม”

“ใช่...ผู้หญิง เอ้อ...เสเพล ที่เขามีคนรักอยู่แล้ว เป็นพวกเด็กปั๊ม เขาบอกว่าคุณน่ะ ไปรับไปส่ง ไปทะเลาะหึงหวงให้คนเห็น แล้วก็ไปกินข้าวที่บ้านแม่คนนั้นบ่อยๆ”

คุณชายรองนิ่งคิดตาม ก่อนจะยิ้มกว้าง แล้วจับเธอหมุนตัวไปเผชิญหน้ากับกระจกบานใหญ่

“ฉันพอจะนึกออกแล้วว่าหญิงเสเพลคนนั้นเป็นใคร...เจ้าหล่อนก็ยืนอยู่นี่ไง”

สาลินมองภาพสะท้อนตัวเองด้วยความงงงัน “คุณหมายความว่าอะไร”

“ก็หมายความว่า...ช่วงสองสามเดือนนี้ ผู้หญิงคนเดียวที่ฉันเคยรับส่ง เคยทะเลาะ เคยไปกินข้าวด้วยก็คือเธอ”

“ตายจริง...คือฉัน แล้วยังเอาเรื่องของฉันไปลือว่าฉันเป็นหญิงเสเพล มีแฟนเป็นเด็กปั๊ม”

“เอาล่ะ...ทีนี้บอกฉันได้หรือยังว่าใครกันที่เอา เรื่อง...ของเราไปลือ”

คำว่าของเรา ทำให้สาลินทำหน้าไม่ถูก ความร้อน ไม่รู้มาจากไหนลามเลียไปทั่วตัวอย่างรวดเร็ว จนไม่รู้จะตอบคำถามเขาว่ายังไง เลยต้องเสไปยืนเลือกหนังสืออีกมุม คุณชายรองยิ้มขัน และตามมาพูดด้วยใกล้ๆ

“แต่ฉันพอจะรู้นะว่าคนคนนั้นเขาตามไปหึงหวงเธอถึงห้องสมุดด้วย...หญิงก้อยใช่ไหม”

“รู้ก็ดีแล้ว เขาไปอาละวาดถึงห้องสมุด ให้ฉันตกเป็นขี้ปากชาวบ้านอยู่ตั้งเป็นอาทิตย์”

“ฉันขอโทษจริงๆที่มีเรื่องแบบนี้ ขอโทษด้วย”

“คุณไม่เห็นต้องมาขอโทษเลย แค่กลับไปคืนดีกับคุณหญิงซะก็สิ้นเรื่อง”

“ฉันกับหญิงก้อยคงไม่มีอะไรกันแล้ว”

“ฉันไม่เชื่อหรอก คุณกับคุณหญิงรักกันจี๋จ๋าจะเป็นจะตาย จะมาเลิกกันง่ายๆได้ยังไง”

“คนเรา...มันเปลี่ยนใจกันได้เสมอ เธอไม่รู้หรือ”

สายตาวิบวับของเขา ทำให้สาลินเขินจัด ต้องหันหน้าหนี แต่คุณชายรองก็ตามเซ้าซี้ไม่เลิก

“แล้วถ้าฉันหมดรักในหญิงก้อย เธอจะหาผู้หญิงคนใหม่ให้ฉันได้ไหม”

สาลินไม่ทันตอบคำถามนั้น ศรีจิตราซึ่งแอบหลบมุมสังเกตการณ์มาตั้งแต่ต้น ก็ตัดสินใจปรากฏตัว บรรณารักษ์สาวเลยถือโอกาสเลี่ยงคำถามนั้น และแอบไปหยิบหนังสือสองเล่มที่หมายตาแต่แรก แต่คุณชายรองก็ตามไปดักคอไว้ทัน สาวแสบบ้านสวนเลยต้องตัดใจวางคืนที่เดิมอีกรอบ

ooooooo

งานเลี้ยงดำเนินต่อจนดึก โดยที่คุณชายเล็กก็ไม่ ได้มาร่วมงานตามคาด แต่สาลินก็ไม่ตัดใจ ฉวยโอกาสตอนทุกคนเผลอ แอบเข้าไปเอาหนังสือบันเทิงทศวารกับจันดาราจากห้องสมุด แต่ก็ถูกคุณชายรองจับได้อีกรอบ

“แต่ว่าเสด็จฯทรงประทานอนุญาตแล้วนะคะ”

“ถ้าทรงรู้ว่าเป็นสองเล่มนี้ล่ะก็ ไม่มีทางอนุญาตหรอก นี่เธอไม่รู้เลยหรือว่ามันเป็นยังไง”

“ทำไมฉันจะไม่รู้ มันเป็นเรื่อง...เอ้อ...วับๆแวมๆ”

“ไม่ใช่แค่วับๆแวมๆ มันโป๊กว่านั้น”

“แล้วทำไมคุณถึงอ่านได้”

“ก็ฉันเป็นผู้ชาย แล้วก็ไม่ใช่เด็กๆแล้วด้วย”

“ฮึ...ไหนคุณบอกว่าคุณนับถือความเสมอภาคทางเพศไง”

ท่าทางกระเง้ากระงอดของเธอ ไม่ดูขัดตาเหมือนเคย แต่น่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก

“เอาเถอะ...แล้ววันหลังฉันจะให้เธออ่าน”

“จริงเหรอ แล้ว...วันไหนล่ะ”

“วันที่เธอแต่งงาน มีสามีแล้วน่ะสิ”

สาลินหน้าแดง มองค้อนเขาวงใหญ่แล้วหมุนตัว อย่างเร็ว เลยเซจนเขาต้องช่วยจับ พร้อมกับเย้าขำๆ

“แค่นี้ก็หน้าแดงแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพราะอายหรือเพราะเหล้า ยังไงเธอก็ยังอ่านไม่ได้ กลับบ้านไปนอนได้แล้ว”

สาลินสะบัดหน้าขึ้นรถไปแล้ว คุณชายรองมองตามจนลับตา แววตาระยิบระยับ จนศรีจิตราซึ่งแอบมองจากอีกมุมอดยิ้มตามไม่ได้ แน่ใจเหลือเกินว่าตัวเองคิดไม่ผิด...ว่าที่คู่หมั้นหนุ่มคิดอะไรพิเศษกับน้องสาวเธอแน่ๆ

ไม่ใช่แค่ศรีจิตราที่สังเกตเห็นบรรยากาศแปลกๆ ระหว่างคุณชายรองกับสาลิน เสด็จพระองค์หญิงก็เป็นอีกคนที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง รวมทั้งเรื่องที่ศรีจิตราแอบมองจากอีกมุมด้วย ทรงแย้มพระโอษฐ์นิดๆ เพราะสิ่งที่ทรงคาดไว้ไม่ผิดเลย ก่อนทรงหันมาแสร้งตีหน้านิ่งกับคุณสอางค์ เหมือนกำลังเคืองหลานชายคนเล็กที่หายหน้าไม่มาร่วมงาน

“ฉันคิดว่าไอ้เจ้าเล็กจงใจหลบหน้าสาลิน”

“อะไรกันเพคะ คุณชายเล็กจะทำอย่างนั้นทำไม”

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง ไอ้เจ้าหลานคนนี้มันเจ้าเล่ห์แสนกล ไม่รู้ว่ามันมีแผนอะไรของมัน”

“ก็อย่างนี้แหละเพคะ ดิฉันถึงอยากให้จับคู่กับยายสา นิสัยใจคอเหมือนกันไม่มีผิด”

“แล้วเธอเห็นว่าศรีจิตราไว้ตัว เงียบขรึมเหมือนชายรองสินะ”

“เพคะ...ผัวเมีย เอ๊ย...สามีภรรยาต้องนิสัยใจคอเหมือนกันถึงจะไปกันได้”

ท่าทางมั่นอกมั่นใจของคุณสอางค์ ทำให้เสด็จฯทรงแย้มสรวล “มันก็น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ”

คุณสอางค์ไม่ได้ติดใจรับสั่งแปร่งๆของเสด็จฯแม้แต่น้อย มัวแต่เป็นปลื้มที่งานเลี้ยงจบลงด้วยดี แถมคุณชายรองก็มีท่าทีผ่อนคลาย เสวนากับหลานสาวทั้งสอง โดยเฉพาะศรีจิตราแบบญาติดีมากขึ้น เสด็จฯได้แต่ทอดพระเนตรมาด้วยความอ่อนใจ แต่ก็ไม่ทรงคิดขัด เพราะอยากให้ข้าหลวงคนสนิทเห็นด้วยตาตัวเองในอนาคตจะดีกว่า

ooooooo

เช้าวันต่อมา...คุณชายเล็กก็ถูกชำระความขนานใหญ่ โทษฐานเบี้ยวนัด ไม่มาร่วมงานเลี้ยงและเจอหน้าสาลิน แต่มีหรือคุณชายเจ้าสำราญจะสลด แถและอ้างโน่นนี่ไปตามเรื่อง จนเสด็จฯอดหน่ายใจไม่ได้

คุณสอางค์เห็นท่าไม่ดี เลยช่วยคิดแผนใหม่ คือจัด งานเลี้ยงฉลองวันประสูติของเสด็จฯ ซึ่งจะมาถึงในอีกไม่กี่วัน คุณชายเล็กหน้าเสีย ยังไม่พร้อมเจอหน้าสาลิน เลยแกล้ง ออกความคิดให้จัดเป็นงานเลี้ยงแฟนซีหน้ากากด้วย

ศรีจิตรานั่งนิ่ง รับฟังทุกอย่างด้วยท่าทางสงบ ทั้งที่ในใจตื่นเต้น จะได้เห็นละครฉากใหญ่ของใครบางคน ทั้งของคุณชายรอง คุณชายเล็ก ไม่เว้นแม้แต่คุณหญิงก้อย ซึ่งเสด็จฯประทานอนุญาตให้เชิญมาร่วมงานได้เหมือนทุกปี

และบ่ายวันเดียวกัน...ศรีจิตราก็นำเรื่องงานเลี้ยงแฟนซีหน้ากากไปบอกน้องสาวถึงห้องสมุด สาลินนิ่วหน้าไม่อยากไป เพราะต้องมีการแสดงร่วมกับพี่สาว แต่ที่ทำให้หงุดหงิดกว่าคือการที่เธอต้องไปเจอหน้าคุณชายเล็ก

ศรีจิตราพยายามกล่อมให้น้องสาวเปิดใจ และถือ โอกาสพาอีกฝ่ายไปเลือกซื้อผ้าจากร้านของคุณชายรองในเวลาต่อมา สาลินขัดไม่ได้ ต้องตามมาแบบไม่เต็มใจนัก แต่เมื่อได้เห็นผ้าผืนสวย ซึ่งเคยติดตาต้องใจตั้งแต่คราวที่แล้ว ที่เคยมาช่วยคุณชายรองเลือกของขวัญ ก็อดยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียวไม่ได้

คุณชายรองแอบมองตลอด และตัดสินใจปรากฏตัว สาลินเขินมาก เลยเสจิกกัดเขาเหมือนเคย คุณชายคู่ปรับตอกกลับจนเธอหน้าหงาย แล้วจัดแจงชวนให้ศรีจิตราไปช่วยเลือกผ้าถวายเสด็จฯ

สาลินรีบถลาตามพี่สาว โดยมีศุภรตามติดเพื่อแนะนำเรื่องผ้า คุณชายรองได้แต่มองตามนิ่งๆ ก่อนจะหันมาหยิบผ้าพับที่สาลินติดใจมากดู แววตาวิบวับเหมือน กับมีแผนบางอย่าง...

เวลาเดียวกันที่วังรัชนีกุล...สมาชิกทุกคนกำลังตื่นเต้น เมื่อได้ข่าวงานเลี้ยงแฟนซีหน้ากากฉลองวันประสูติของเสด็จพระองค์หญิง หม่อมวาณีกับท่านชายจันทร์ซาบซึ้งในน้ำพระทัยเสด็จฯมาก ที่ทรงไม่ถือสาเรื่องเก่าๆ

และเชิญไปร่วมงาน ต่างจากคุณหญิงก้อยต้นเรื่องฉาวโฉ่ทั้งหมด ที่ไม่รู้สึกผิดและคิดว่าเป็นเรื่องสมควรแล้ว

คุณหญิงกลางเห็นท่าไม่ดี กลัวท่านพ่อจะกริ้วเลยโพล่งออกไปเรื่องงานเลี้ยงที่จะมีการแสดงอวยพรด้วย คุณหญิงก้อยสบช่องรีบเสนอตัว พร้อมกับแขวะพี่สาวทันทีว่าคงไม่ถนัดเรื่องนี้

“จ้ะ...พี่ไม่ถนัดหรอก เพราะเรื่องต้องไปแสดง...จริตมารยาอะไรต่อหน้าคนเนี่ย หญิงคงถนัดกว่าพี่”

คุณหญิงก้อยเจ็บใจมาก แต่ก็ยังเชิดหน้าเหมือนไม่เป็นไร แถมโอ่ว่าตนมีคุณสมบัติดีกว่าว่าที่คู่หมั้นของคุณชายรองเป็นไหนๆ จนท่านชายจันทร์อดระอาใจไม่ได้ ต้องหันระบายกับหม่อมวาณีว่าคงต้องทำใจให้ชินกันทั้งวังเสียแล้ว...เพราะลูกสาวคนเล็กทำให้อับอายขายขี้หน้าไม่เว้นแต่ละวัน!

กว่าสองพี่น้องบ้านราชดำริจะเลือกผ้าเสร็จ ศุภรก็ยิ้มจนเมื่อย นึกเอ็นดูและชอบใจสองสาวไม่น้อย ที่เป็นคนอัธยาศัยและมารยาทดีกว่าที่คิด คุณชายรองได้ยินเพื่อนเพ้อถึงสองสาว ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ เลยแกล้งถาม ว่าหากต้องเลือกระหว่างสองสาว เพื่อนรักและหุ้นส่วนร้านผ้าไหมจะเลือกใคร

ศุภรพอมองออกว่าเพื่อนสนิทคิดอย่างไรกับสองสาว เลยแกล้งตอบว่าเลือกคนพี่ เพราะชีวิตจะได้สงบสุข คุณชายรองลอบถอนใจโล่งอก ก่อนจะหน้าตึง เมื่อจู่ๆเพื่อนก็เปลี่ยนใจ ชอบคนน้องมากกว่าเพราะชีวิตจะได้มีสีสัน

“แกมันเผด็จการ ต้องได้เมียหวานๆ นิ่งๆ ตามใจผัวแบบนี้แหละ คุณสาน่ะ...เหมาะกับฉันว่ะ”

“อย่ามาพล่าม แล้วหญิงกลางแกไม่สานต่อหรือวะ”

“ก็ไม่มีโอกาสนี่หว่า นะ...ถ้าฉันพลาดจากหญิงกลาง แกช่วยแนะนำสาลินให้ฉันหน่อย”

คุณชายรองโมโหหึง ตอกกลับอย่างลืมตัว “ไม่ได้... ฉันไม่ให้”

ศุภรกลั้นยิ้มแทบแย่ แกล้งย้อน “ฉันไม่ให้...อะไรวะ”

“คือ...สาลินเขามีแฟนแล้ว แกอย่ามาทำให้หญิงกลางเสียใจ งานประสูติเด็จป้า แกได้เจอหญิงกลางอีกแน่”

จบคำก็ฮึดฮัดผละไป ทิ้งศุภรให้มองตามเครียดๆ

“ไอ้หม่อมเอ๊ย...หลอกเข้าหน่อยก็แบไต๋ เอาไงวะ ...หมั้นคนพี่แต่กลับรักคนน้อง”

ooooooo

งานเลี้ยงแฟนซีหน้ากาก กลายเป็นหัวข้อสนทนาของทุกคนอย่างช่วยไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่คุณชายเล็กกับศรีจิตรา ซึ่งเจอกันบ่อยในระยะหลัง เพราะมีเรื่องเรือนหอต้องปรึกษาหารือ ก็อดคุยกันเรื่องนี้ไม่ได้

“วันงานประสูติ...คุณศรีจะแต่งแฟนซีอะไรครับ”

“ดิฉันกับพี่ๆที่ตำหนักจะรำถวายพระพรเสด็จฯท่าน ก็คงแต่งชุดที่รำน่ะค่ะ”

“โธ่...แล้วมันสนุกอะไรล่ะฮะ คุณศรีไม่ลองแต่งอะไรแปลกๆดูบ้างล่ะครับ สนุกจะตายเวลาเราแกล้งเป็นคนอื่น”

“เช่นแกล้งเป็นนายยอด...โจรขโมยนาฬิกาน่ะหรือคะ”

คุณชายเล็กคอหด ก่อนจะยิ้มกว้างประจบ วกมาเรื่องเดิมจนได้

“คุณศรีน่าจะเป็นนางเซเฮราซาด ในเรื่องอาหรับราตรี มานั่งเล่านิทานไงฮะ”

ศรีจิตราสบตาเขานิ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีด้วยความเขิน คุณชายเล็กก็รู้สึกแปลกๆไม่ต่างกัน เลยเสเปลี่ยนเรื่องอีกรอบ ด้วยการขอให้เธอเล่านิทานให้ฟังจนหลับไป ศรีจิตราได้แต่มองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก...ใจหายและแอบเศร้าอยู่ในที หากเขาต้องถูกจับคู่กับน้องสาวจริงๆ

แต่ถึงจะกังวลใจแค่ไหน ไม่กี่วันต่อมา ศรีจิตราก็ได้ยิ้มกว้าง เมื่อคุณชายรองแวะมาหาถึงตำหนักใหญ่ พร้อมหอบถุงผ้าจากร้านมาถวายเสด็จพระองค์หญิง และบางส่วนสำหรับเธอกับน้องสาวและก็เพราะผ้าพับผืนพิเศษที่เธอจำได้ดี ว่าน้องสาวติดใจนักหนา ทำให้ศรีจิตราไม่สนใจเสียงซุบซิบจากคนทั้งวัง ที่ว่าคุณชายรองอาจมีใจให้เธอแล้ว และเลือกจะไปหาน้องสาวถึงบ้านสวนมากกว่า

สาลินเห็นผ้าผืนที่ถูกใจก็ถึงกับตาโตด้วยความดีใจ แต่ก็แกล้งแขวะเจ้าของผ้าไม่เลิก

“ตายแล้ว...ตั้งหกเจ็ดหลา ไม่เป็นพันเป็นหมื่นหรือ โธ่พี่ศรี...ไปอุดหนุนคุณชายหน้าเลือดนั่นทำไม”

“เมื่อเช้า...คุณชายหน้าเลือดเอาผ้ามาถวายเสด็จฯ ให้คุณป้าใหญ่ ให้พี่ แล้วผืนนี้เธอเจาะจงให้สา”

สาลินอึ้งไปอึดใจ ไม่อยากเชื่อเลยว่าคู่ปรับหนุ่มจะใจดี

“เขาเอามาให้สาทำไมน่ะพี่ศรี”

“พี่จะไปรู้ได้ยังไงล่ะสา”

ศรีจิตราตอบกลับยิ้มๆ ตัดสินใจไม่บอกน้องสาวถึงเรื่องที่ตนคิดและสันนิษฐาน ปล่อยให้เวลาเป็นตัวบอกทุกอย่าง...เพราะมันต้องเป็นจริงตามที่เธอคิดแน่

จบเรื่องเสื้อผ้าก็มาถึงเรื่องการแสดงรำถวายพระพรของสองพี่น้อง ขณะที่คุณหญิงก้อยเตรียมซักซ้อมการแสดงอุปรากรเรื่องความรักและความตายอย่างเต็มที่ คุณสอางค์กับคุณสร้อยก็รับหน้าที่ฝึกท่ารำให้สองสาวพี่น้อง

สาลินทำได้ดีกว่าที่คิดไว้มาก แต่กระนั้น...คุณสร้อยก็ยังไม่พอใจ สั่งให้ต้มน้ำข้าวมาดัดมือหลานสาวให้อ่อนช้อย จนสาวแสบบ้านสวนอดโอดไม่ได้ ไม่อยากรำให้เจ็บตัวเลย แต่ก็ขัดสองป้าไม่ได้

คุณชายรองได้ยินว่าสองสาวมาฝึกรำที่ข้างตำหนักใหญ่ทุกเย็น ก็อดไม่ได้ หาเรื่องส่องดู จนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน ต้องมารอดูสองนางซ้อมรำ โดยเฉพาะคนน้อง ที่ทำให้เขาหัวเราะและยิ้มง่ายกว่าเมื่อก่อนโดยไม่รู้ตัว แต่บรรดาสาวใช้ในวังกลับเข้าใจว่าคุณชายรองแอบดูว่าที่คู่หมั้นสาว...เหมือนอิเหนาแอบดูบุษบาไม่มีผิด!

ooooooo

เพราะภารกิจในงานเลี้ยงแฟนซีหน้ากาก ทำให้ทุกคนต้องแยกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ ไม่เว้นแม้แต่คุณชายเล็ก ที่หายหน้าหายตาไปหลายวัน จนสาลินคิดเอาเองว่าเขาคงลืมแล้วว่ามีเธอเป็นเพื่อน

“โธ่...ก็ผมคนทำงานหาเช้ากินค่ำนี่ครับ แล้วอีกอย่าง...ผมไม่ได้หายไปสักหน่อย ผมก็ไปตรวจปั๊มยายซ้อนประจำ วันหนึ่งผมแวะไปที่บ้านสวน ไม่เจอคุณ แต่เจอผู้หญิงสวยๆท่าทางนุ่มนวลเหมือนชาววัง”

สาลินยิ้มหน้าบาน นึกรู้ว่าเขาเจอศรีจิตราแน่ “เป็นไง...พี่สาวฉันสวยไหม”

พลหรือคุณชายเล็กในคราบช่างฟิตตอบทันทีว่าสวยมาก สาลินชอบใจ แต่ก็แอบขัดใจเล็กน้อย ที่เขาอาย ไม่ยอมไปทำความรู้จักกับพี่สาวตามที่เคยขอร้อง ช่างฟิตหนุ่มกลัวเรื่องจะเข้าตัว เลยแกล้งเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง ชวนเธอไปกินข้าวแทน สาวแสบบ้านสวนรู้ทันแต่ไม่ติดใจมาก เพราะกำลังหิวพอดี

เรื่องราวความลำบากที่ต้องเตรียมตัวไปงานเลี้ยงแฟนซีหน้ากากที่วังวุฒิเวสม์ เลยถูกถ่ายทอดจากปากสาลินหลังจากนั้น คุณชายเล็กหรือพลช่างฟิตได้แต่รับคำและรับฟังไปเรื่อยๆ กลั้นยิ้มแทบแย่ เมื่อเธอเล่าถึงวีรกรรมสุดแสบระหว่างซ้อมรำ แต่พลันก็เกือบสำลัก เมื่อสาลินพูดถึงคุณชายเล็กด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้

“อีตาคุณชายเล็ก...ไม่เห็นจะอยากเจอเลย นี่เขาเป็นเพื่อนคุณใช่ไหม หน้าตาเป็นไง”

“หล่อ เท่ไม่แพ้ผมเท่าไหร่หรอกฮะ แต่ไม่ถึงกับเป็นเจ้าชายเจ้าเสน่ห์อย่างพี่...เอ้อ...คุณชายรอง”

สาลินเบ้หน้าด้วยความเซ็งสุดขีด “พี่ศรีน่ะ เชียร์ฉันกับอีตาคุณชายเล็กนี่เหลือเกิน บอกว่าดีอย่างนั้น

ดีอย่างนี้ ดีไปหมด ฮึ...ถ้าดีนักก็ให้พี่ศรีแต่งกับอีตานี่เองจะดีกว่า!”

เย็นวันเดียวกันที่บ้านสวน...อุ่นเรือนแวะมาหาลูกสาวคนเล็ก เพื่อมาช่วยคุณยายเย็บชุดไปงานให้ สาลินนั่งขยุกขยิกอยู่ไม่สุขจนเหล่าคนช่วยเหนื่อยใจ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี อุ่นเรือนถึงได้ถามถึงศรีจิตรา

“เออ...วันงานพี่ศรีเขาแต่งแฟนซีเป็นอะไรลูก”

“เขาไม่ยอมบอกค่ะ บอกว่าเป็นความลับ...เดี๋ยวนี้พี่ศรีเขาพิลึกๆนะคะ”

อุ่นเรือนกับคุณยายมองหน้ากันงงๆ สาลินเลยต้องขยายความ

“ก็มีลับลมคมใน มีพูดเล่น มีล้อเล่น สดชื่นกว่าแต่ก่อนเยอะ”

“ฮึ...ใครพ้นคุณป้าสร้อยของแกมาได้ ก็สดชื่นทั้งนั้นแหละ”

อุ่นเรือนส่งสายตาขอร้องแม่ ไม่อยากให้ค่อนว่าพี่สะใภ้ “แม่ว่า...เพราะเดี๋ยวนี้คุณชายรองมาสนิทชิดเชื้อด้วยมากกว่า คุณพี่สอางค์บอกว่าหมดเยื่อใยกับทางโน้นแล้ว พี่ศรีคงเข้าพิธีอย่างโล่งใจล่ะ”

สาลินหน้าหงิก โพล่งออกไปด้วยความหงุดหงิด “กะแล้วไม่มีผิด พอหมดหนทางก็หันมาหาพี่ศรี...อีตาบ้า!”

กว่าจะวัดตัวเสร็จ สาลินก็แทบหลับคากองผ้าผืนสวย พิณซึ่งตามมาช่วยอุ่นเรือนกับคุณยายจับผ้า อดเพ้อถึงคุณชายรองตามประสาพวกเห่อเจ้าไม่ได้ ว่ารูปงามและรู้ใจสาลินที่สุด ถึงเลือกผ้าได้ถูกใจและเข้ากับสีผิว อุ่นเรือนกับคุณยายได้แต่มองหน้ากันอึ้งๆ ไม่กล้าพูดอะไรมาก เพราะคุณชายรองเป็นว่าที่คู่หมั้นศรีจิตราไม่ใช่สาลิน!

ooooooo

และแล้วงานฉลองวันประสูติของเสด็จพระองค์หญิงก็มาถึง คุณหญิงก้อยแต่งตัวสวยแต่วัน โดยมีวิรงรองและบรรดาลูกน้องในสำนักพิมพ์มาช่วยแต่งหน้าแต่งผมให้ แต่กระนั้น...ทั้งหมดก็มีจุดประสงค์แฝง จะหลอกถามข่าววงในจากคุณหญิงก้อย โดยเฉพาะเรื่องว่าที่คู่หมั้นสาวคนสวยของคุณชายรอง

คุณหญิงก้อยเกือบหลุดปากด้วยความคะนองปาก แต่คุณหญิงกลางก็โผล่มาพร้อมถาดของว่างเสียก่อน

“หญิงก้อย...หวังว่างานนี้เธอคงไปด้วยเจตนาดีนะ ไม่มีอะไรแอบแฝง”

“พี่กลางหมายถึงอะไรคะ”

คุณหญิงกลางไม่ตอบทันที แต่เหลือบไปทางวิรงรองกับพรรคพวก

“ไม่มีอะไรหรอก คืนนี้ท่านพ่อทรงติดธุระ ทรงฝากเตือนเธอว่าอย่าทำเรื่องวุ่นอีก ท่านขายหน้ามามากพอแล้ว”

ระหว่างที่คุณหญิงก้อยแทบคลั่ง สามคุณชายแห่งวังวุฒิเวสม์ ก็แทบบ้าไม่ต่างกัน เมื่อเห็นชุดแฟนซีของหม่อมอำพันกับจรวย ซึ่งคว้านลึกเกือบเห็นทรวงอก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากควงทั้งสองไปออกงานที่ตำหนักใหญ่

เสด็จพระองค์หญิงทรงถึงกับรับสั่งไม่ออก เมื่อได้เห็นสองสาวต่างวัยจากตำหนักเล็ก ได้แต่ปลง และหันไปทักทายหลานชายทั้งสามที่แต่งตัวเป็นสามทหารเสือผู้หล่อเหลาแทน

เวลาเดียวกันที่หลังเวที...คุณหญิงก้อยซึ่งมาเตรียมตัวก่อนขึ้นแสดง เห็นสองพี่น้องบ้านราชดำริ กำลังเตรียมตัวรำถวายพระพรเช่นกันก็อดไม่ได้ ต้องไปกระแนะกระแหน ศรีจิตราไม่อยากมีเรื่อง เลยพยายามตัดบท แต่ราชนิกุลสาวหัวสูงก็ไม่ยอมจบ สาลินเลยต้องออกโรงเอง

“พวกเรามาแสดงความจงรักภักดีค่ะ ไม่ใช่มาแสดงความอิจฉาริษยา”

คุณหญิงก้อยตาวาว สวนกลับเสียงกร้าว “อย่างนั้นหรือ ฉันคิดว่าเธอมาแสดงสินค้าให้คนจับจองเสียอีก เพราะตั้งแต่ฉันมาถึง ก็ได้ยินคุณป้าทั้งสองของเธอ

โฆษณาหลานสาวสองคนไม่ขาดปาก”

ศรีจิตราหน้าซีดเผือด ผิดกับสาลินโต้กลับอย่าง

ไม่กลัว “แหม...คุณหญิงคงเข้าใจผิดแล้วค่ะ เพราะดิฉันกับพี่สาวคงไม่ต้องโฆษณามาก ไม่เหมือนใครบางคนที่ต้องโฆษณาชวนเชื่อมากหน่อย เพราะเป็นของมีตำหนิ”

คุณหญิงก้อยคงอาละวาดงานพังไปแล้ว ถ้าวิรงรองซึ่งหม่อมวาณีกำชับหนักหนา ไม่ให้ก่อเรื่องวุ่นวายจะไม่ห้ามเสียก่อน และจับแยกกันไปคนละทาง แต่ก็ไม่วายต้องกลับมาปะทะคารมกันอีกรอบ เมื่อคุณสอางค์กับคุณสร้อยแวะมาดูความเรียบร้อยของหลานสาวทั้งสอง

และครั้งนี้คุณหญิงก้อยก็เริ่มก่อนเช่นเคยด้วยการพูดจาค่อนแคะแดกดันสี่ป้าหลานว่าคงไม่คุ้นหูกับการแสดงอุปรากรของเธอ แต่ก็ถูกคุณสอางค์กับคุณสร้อยตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า จนราชนิกุลสาวหัวสูงหน้าหงาย ต้องแถไปใช้เรื่องเดิมๆในการข่มขวัญและดูถูกสาลินกับศรีจิตรา หลังจากที่สองป้าผละไปจากหลังเวทีแล้ว

“ติ่ง...ห้องนี้น่าจะแยกเป็นสัดส่วนนะ ว่าตรงไหนสำหรับเจ้า ตรงไหนสำหรับไพร่”

สาลินกับศรีจิตราชะงัก แต่เพียงไม่นาน บรรณารักษ์สาวบ้านสวนก็ยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วหันไปทางมาลากับวรรณา

“ตาย...งั้นคุณหญิงก็ต้องมานั่งกับเราสิคะ ใช่ไหมพี่มาลาพี่วรรณา”

มาลากับวรรณาพยักพเยิด หมั่นไส้ท่าทางหัวสูงของคุณหญิงก้อยเต็มที จนวิรงรองอดไม่ได้โต้กลับแทน

“นี่พวกเธอ...รู้ประสาบ้างนะ หญิงเป็นหม่อม ราชวงศ์หญิง จะไปนั่งกับพวกไพร่ได้ยังไง”

สาลินไม่สะทกสะท้าน ยิ้มหวานพร้อมกับอธิบายสองสาวต้นห้องของเสด็จฯ

“พี่ๆรู้ใช่ไหมคะ ว่าถ้าแบ่งง่ายๆ เจ้าก็คือผู้ที่เราต้องใช้ราชาศัพท์ด้วย นับตั้งแต่หม่อมเจ้าขึ้นไป”

มาลากับวรรณาผสานเสียงถามอย่างรู้กัน “ถ้าอย่างงั้น...หม่อมราชวงศ์ก็เป็น”

“ไพร่ค่ะ...ไพร่”

คุณหญิงก้อยเบิกตาโพลง ทำท่าจะมาเอาเรื่องเต็มที่ แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อคุณหญิงกลางปรากฏตัว พร้อมยืนยันคำพูดของสาลินว่าเป็นจริงทุกอย่าง ตามที่ล้นเกล้ารัชกาลที่สี่ทรงอธิบายไว้ คุณหญิงก้อยแทบคลั่ง อยากจะอาละวาดใส่พี่สาว แต่คุณหญิงกลางก็ไม่สนใจ แถมหันไปพูดคุยและแนะนำตัวกับสาลินและศรีจิตราอีกต่างหาก!

ooooooo

กว่าคุณหญิงก้อยจะสงบสติอารมณ์ได้ พวก หลังเวทีก็ใจเต้นไม่เป็นส่ำ กลัวใจราชนิกุลหญิงจะถล่มงานเหมือนตอนงานวันเกิดวิรงรอง แต่โชคดีที่เธอยังไม่อยากถูกเสด็จพระองค์หญิงเหม็นหน้ามากกว่านี้ เลยพยายามระงับอารมณ์ แต่ก็ไม่วายตามไปจิกกัดศรีจิตรา...ศัตรูหัวใจคนสำคัญในเวลานี้

“คุณหญิงคะ...กรุณาอย่ามองฉันด้วยสายตา แบบนั้น ถ้าคุณหญิงคิดว่าดิฉันมาแย่งคนรัก คุณหญิงก็คิดผิด”

“แหม...ร้อนตัวจริงนะ ฉันไม่ได้มาพูดกับเธอเรื่องแย่งคนรักอะไร แต่กำลังจะพูดถึงน้องสาวเธอ ที่กำลังแย่งคู่หมั้นจากพี่สาวตัวเองต่างหาก...เธอรู้ตัวบ้างไหม”

ศรีจิตราอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะลอบยิ้มช้าๆเพราะเป็นไปตามที่คิด แต่คุณหญิงก้อยก็ไม่ทันสังเกต

“ฉันมาพูดเพราะหวังดี ไม่อยากให้ชื่อเสียงของเธอสองคนมัวหมองไปมากกว่านี้ เพราะแม่น้องสาวปากดีของเธอกำลังถูกจับคู่กับคุณเล็ก ถ้าข่าวออกมาว่าไปมั่วกับคุณรอง มันจะอื้อฉาวไปกันใหญ่ พี่สาวถูกคุณชายวุฒิวงศ์ปฏิเสธถึงสองครั้งสองคน แต่แม่น้องสาวกะจะรวบหัวรวบหางทั้งพี่ชายรองและน้องชายเล็ก”

“หยุดความหวังดีของคุณหญิงไว้เท่านี้เถอะค่ะ เอาเป็นว่าข่าวของดิฉันกับสาลินคงไม่อื้อฉาวได้เท่ากับชีวิตแต่งงานแค่เจ็ดเดือนของคุณหญิงไปได้แน่ๆ”

คุณหญิงก้อยอ้าปากค้าง และเกือบจะสวนกลับแล้ว ถ้าอีกฝ่ายจะไม่ดักคอเสียงเรียบ

“อย่าหยาบคายสิคะ ผู้ดีแท้น่ะ...เขาไม่ใช้

ผรุสวาจาแบบนี้หรอกค่ะ ไม่มีธุระแล้ว ดิฉันขอตัว”

และแล้วเวลาของการแสดงก็มาถึง ศรีจิตรากับสาลินขึ้นไปรำถวายพระพรเป็นคู่แรก โดยมีมาลากับวรรณาตามประกบไม่ห่าง ท่าทางอ่อนช้อยและดวงหน้างดงามของทั้งสอง ทำให้เสด็จฯและแขกเหรื่อทุกคนประทับใจมาก แต่คงไม่เท่ากับคุณชายรองที่แกล้งแหย่น้องชายที่หลบหน้าสาลินมาตลอด

“ไง...วันนี้ยังจะหลบหน้าสาลินอีกไหม”

“ไม่แล้วฮะ คืนนี้ผมจะจองตัวคุณสาไว้ทั้งคืนเลย”

คำตอบของน้องชายทำให้คุณชายรองถึงกับอึ้ง ก่อนจะหันไปจับจ้องสาลินซึ่งรำเป็นตัวพระอย่างไม่วางตา คุณหญิงก้อยซึ่งแอบมองจากหลังเวทีไม่พอใจมาก จึงรวมหัวกับพวกวิรงรองช่วยกันตัดไฟบนเวที!

เสียงดนตรีและเสียงร้องเพลงหยุดกะทันหัน ศรีจิตรากับสาลินมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ยังไม่รู้จะแก้ปัญหาเช่นไร โชคดีที่เหล่าคุณชายหัวไว คว้าเชิงเทียน ใกล้มือมาจุดและไปรวมตัวกันหน้าเวที พร้อมกับส่งสัญญาณให้นักร้องร้องเพลงต่อ การแสดงรำถวายพระพรของสองสาวบ้านราชดำริเลยลุล่วงไปได้อย่างสวยงามและน่าประทับใจมากกว่าที่คิด

ขณะที่หน้าเวทีเต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นน่าประทับใจ ซุ้มอาหารรอบด้านก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพไม่แพ้กัน เมื่อศุภรซึ่งแต่งตัวเป็นทหารเสือเช่นเดียวกับเหล่าคุณชาย ตามหาคุณหญิงกลางจนเจอ แต่กระนั้น...ก็จนปัญญา ไม่รู้ว่าเธอแต่งแฟนซีเป็นเจ้าหญิงจากเรื่องไหน

“ฉันเป็นราพันเซล สาวน้อยบนหอคอยที่หย่อนเส้นผมให้เจ้าชายปีนขึ้นไปหาไงคะ”

“แล้วผมมีสิทธิ์ปีนขึ้นไปบนยอดหอคอยของคุณกลางได้บ้างไหมครับ”

“ถ้าคุณไม่กลัวคำสาปของแม่มดใจร้าย...ฉันก็ยินดีค่ะ”

ooooooo

การแสดงบนเวทีดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนถึงการแสดงของคุณหญิงก้อย ชุดบทเพลงแห่งความรักและความตาย ซึ่งดัดแปลงมาจากอุปรากรชื่อดัง ท่าทางและลีลาราวกับมืออาชีพของราชนิกุลหญิง สวยสดและงดงามมาก แต่คงไม่ใช่สำหรับสาลิน มาลาและวรรณา ที่เตรียมล้างแค้นจากหลังเวที!

สาลินรอจังหวะอยู่แล้ว เมื่อถึงช่วงสำคัญของการแสดง ก็จัดแจงโปรยพริกไทยทั่วเวที จนคุณหญิงก้อยและพวกพ้องเริ่มสำลัก ก่อนจะส่งเสียงจามลั่นให้อับอาย กลายเป็นความวุ่นวายหลังจากนั้น ร้อนถึงเหล่าคุณชายต้องมาช่วยแบกร่างนักแสดงสาวๆบนเวทีไปพักด้านหลัง โดยเฉพาะคุณชายรองที่ส่งสายตาตำหนิไปทางสาลินอย่างรู้ทัน

เรื่องสาลินยังไม่ได้ชำระ คุณชายรองก็ต้องมารับศึกหนัก เมื่อเจอลูกอ้อนของอดีตคนรัก

“คุณรอง...พาหญิงไปจากที่นี่เถอะค่ะ หญิงทนอยู่ในงานอีกไม่ได้แล้ว หญิงอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี”

“ไม่เป็นไรหรอกน่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ แล้วการแสดงของหญิงก็น่าสนใจไม่น้อย ใครๆก็ชื่นชม”

คุณหญิงก้อยหน้าบาน “คุณรองชอบหรือคะ”

“ชอบสิครับ อย่างน้อย...การแสดงของหญิงเมื่อกี้ มันบอกเล่าความจริงบางอย่าง”

“ความเจ็บปวดที่ต้องถูกพรากจากคนที่รัก”

คุณชายรองนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะตอบเสียงเรียบ “ถ้าเป็นการแสดงก็ใช่ครับ”

“นั่นล่ะค่ะความรู้สึกของหญิง...หญิงเสียใจที่ทำร้ายจิตใจคุณ ให้อภัยหญิงนะคะ แล้วเรามาเริ่มกันใหม่”

“อีกครั้งงั้นหรือ แล้วครั้งนี้ต้องเจ็บกันอีกหรือเปล่า”

“ไม่ค่ะ...หญิงสัญญา”

“งั้นสัญญาผมสักเรื่อง อย่าไประรานสาลินที่ห้องสมุดอีก มันไม่งามสำหรับความเป็นหม่อมราชวงศ์ของหญิง”

ชื่อของสาลินทำให้คุณหญิงก้อยลืมทุกอย่าง ลุกพรวดโวยวายเสียงดัง

“สารภาพแล้วใช่ไหมคะว่าคุณหลงเสน่ห์นังนั่น ทั้งๆที่เราเคยรักกันหมดหัวใจ”

“เทพีเพ็ญแสง...นี่แหละความจริงที่ผมพูดถึง ผมไม่แน่ใจแล้วว่าคุณเคยรักผมหรือใครบ้างไหม เพราะ

ความจริงที่ผมสัมผัส คุณมีแต่ความรักตัวเอง อ้อ...ขอชม

บทบาทหญิงเมื่อกี้ มันจริงกว่าที่หญิงเล่นในชีวิตประจำวันมากเชียวล่ะ”

พูดจบก็ผละออกไป ทิ้งคุณหญิงก้อยให้กรี๊ดคนเดียวอย่างบ้าคลั่ง จนเมื่อพวกวิรงรองออกมาเจอ ถึงได้สงบลงบ้าง แต่ไม่วายแค้นฝังหุ่น จะให้คอลัมนิสต์สาวหาทางประจานสาลินกับศรีจิตราให้ได้!

ooooooo

แยกจากคุณหญิงก้อยมาได้ คุณชายรองก็รีบไปตามหาตัวต้นเรื่องสุดแสบ แล้วก็ไม่นานเลย ก็เจอสาลินในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านหลังเวที สาวแสบบ้านสวนอดหวั่นไม่ได้ แต่ยังแข็งใจเชิดหน้า ทำไม่รู้ไม่ชี้

“เรื่องคุณหญิงก้อย ฉันไม่รู้เรื่องนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”

“ไม่ได้ทำหน่อย แต่ทำเยอะใช่ไหม เธอคิดว่าเรื่องเมื่อกี้ไม่มีหลักฐาน จับมือใครดมไม่ได้ล่ะสิ”

ขาดคำก็คว้ามือเธอมาดม สาลินถึงกับอึ้ง รีบดึงมือออก “คุณจะทำอะไร”

“ก็จับมือเธอดมไง นี่...กลิ่นพริกไทยยังคลุ้งอยู่เลย”

สาลินหน้าแดง ยกมือตัวเองดมแก้เก้อ แต่ดันจามประจานความผิดตัวเอง คุณชายรองกลั้นยิ้มแทบแย่แล้ว คว้าผ้าเช็ดหน้ายื่นให้ ก่อนจะผละไปพร้อมเสียงหัวเราะอันเป็นต่อ...

เหตุการณ์วุ่นวายจบลงพร้อมการแสดงบนเวที งานเลี้ยงหน้ากากกลายเป็นงานเต้นรำแบบเต็มตัว หนุ่มสาวต่างไปวาดลวดลายบนฟลอร์ไม่หยุดหย่อน ไม่เว้นแม้แต่ศุภรกับคุณหญิงกลาง ซึ่งแทบไม่ห่างกันเลยตั้งแต่เจอกัน

ฝ่ายคุณชายรอง...กวาดตามองรอบๆตัวด้วยความเบื่อหน่าย ก่อนจะตาเป็นประกายเมื่อเห็นสาลินในชุดสวย ที่เขาจำได้ขึ้นใจว่าเป็นผ้าผืนงามที่เขามอบให้เธอเป็นของกำนัล

ภาพสาวงามตรงหน้า ทำให้คุณชายรองซึ่งเพิ่งเปลี่ยนจากชุดทหารเสือเป็นชุดสูทเหมือนเคย อดใจไว้ไม่ไหว ต้องไปเผชิญหน้าและชวนคุยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แววตาเป็นประกาย

สาลินตาโต ตะลึงในความหล่อ ก่อนจะถามแก้เก้อ “นี่คุณมาทำอะไรตรงนี้คะ”

“ฉันเมา...เมาคนในงาน ยิ่งเวลาที่ทุกคนอวดอ้างสรรพคุณตัวเองพร้อมๆกัน”

“ความจริงคุณน่าจะชินแล้วนะ เพราะงานของคุณต้องเจอคนแบบนี้อยู่ประจำไม่ใช่หรือ เอ๊ะ...เมื่อกี้เห็นใส่ชุดทหารเสืออยู่ไม่ใช่หรือ ทำไมเปลี่ยนซะล่ะ”

“ฉันขอแต่งเป็นตัวฉันเองดีกว่า ฉันเบื่อทำตัวเป็นคนอื่น”

สาลินอมยิ้ม ก่อนจะหน้าตึง เมื่อเขาทำท่าเหมือนจะวิจารณ์ชุดสวยของเธอ

“ฉันกำลังจะบอกว่าเธอเหมือนกับเสด็จป้าตอนสาวๆต่างหาก”

“เดี๋ยวเหาก็ขึ้นหัวฉัน...จริงหรือคะ”

“จริง...เธอแต่งแบบนี้แล้ว...สวยดี”

“เป็นเพราะผ้าผืนนี้หรอก นี่ฉันยังไม่ได้ขอบคุณคุณเลย ที่ให้ผ้าผืนนี้ฉัน”

“ฉันให้ประชด เธอไม่รู้หรือ”

“รู้...แต่ก็ขอบคุณ”

คุณชายรองยิ้ม ไม่โกรธเหมือนเคย แต่กลับยื่นแขนให้เธอเกาะเข้างาน สาลินลังเลนิดเดียวก่อนจะตัดสินใจไปกับเขา โดยไม่รู้เลยว่าคุณชายเล็กแอบมองตามตลอด และอดเสียดายไม่ได้ที่ถูกพี่ชายตัดหน้า

แต่ก็เซ็งไม่นาน เสียงกรุ๊งกริ๊งด้านหลังก็ทำให้เขาหันไปมอง แล้วก็ถึงกับตะลึงตาค้าง เมื่อเห็นสาวงามในชุดเจ้าหญิงอาหรับ และกว่าจะรวบรวมสติและเอ่ยทักเธอออกไป ศรีจิตราก็ลุ้นแทบแย่

“ใช่แล้ว...คุณคือนางเซเฮราซาด นางเอกในเรื่องอาหรับราตรี นักเล่านิทาน ผมจำคุณศรีได้”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #12 on: 02 August 2026, 22:27:44 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep12/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 12

จรวยแอบเห็นเหตุการณ์วุ่นวายหลังเวทีทุกอย่าง และคิดแผนยุแยง ด้วยการไปคุยกับคุณหญิงก้อยว่าคุณชายรองยังไม่หมดรัก แต่ยังโกรธเท่านั้น ราชนิกุลสาวรับฟังด้วยใจเต้นรัว แต่ยังตีหน้านิ่ง

“จะให้ฉันเชื่อหรือ เมื่อกี้เขาเพิ่งตัดบทฉันไป เขาไม่เหลือเยื่อใยกับฉันแล้ว”

“โถ...จำใจทำน่ะสิคะ เพราะขัดเสด็จฯไม่ได้ คนที่เขาตัดบทจริงๆน่ะคือแม่สะใภ้เอกต่างหาก เธอไม่ดูดำดูดีตั้งแต่แม่นั่นเข้าวังแล้ว แม้แต่หน้ายังไม่มองเลยค่ะ”

คุณหญิงก้อยนิ่วหน้าไม่อยากเชื่อ “ทั้งที่จะหมั้นกันอยู่แล้วเนี่ยนะ”

จรวยแสร้งยิ้มหวาน เล่าทุกอย่างราวกับเป็นละครฉากหนึ่ง “มันฝันไปฝ่ายเดียวน่ะสิคะ สองยายแก่มันหวังจะใช้หลานมาฮุบสมบัติเสด็จฯ แถมยังเอาแม่น้องสาวมายัดเยียดให้คุณชายเล็กอีกนะคะ”

“มิน่าเล่า นังน้องสาวน่ะกล้าเถียงฉันคำไม่ตกฟาก มันร้ายกว่าพี่สาวมันด้วยซ้ำ”

“ร้ายทั้งพี่ทั้งน้องค่ะ นังคนพี่...ขนาดยังไม่ตกแต่ง งานการไม่เคยแตะ วันๆคอยแต่แต่งตัวยั่วคุณชาย เปลี่ยนชุดวันละสี่ห้าชุด หม่อมอำพันน่ะชังมันมากนะคะ ตั้งแต่เข้ามาอยู่วัง หม่อมเสียไพ่ตลอด ก็เลยเรียกมันว่านังตัวขัดลาภ”

ไม่ใช่แค่ปั้นน้ำเป็นตัว จรวยยังบีบน้ำตาเรียกคะแนนความเห็นใจในฐานะสะใภ้ใหญ่วังวุฒิเวสม์ด้วย คุณหญิงก้อยเลยเชื่อสนิทว่าสองพี่น้องบ้านราชดำริคือศัตรูหัวใจ และตอบแทนจรวยด้วยเสื้อขนนกหรูหราที่ตนตั้งใจสวมมางานนี้ โดยไม่รู้เลยว่าคุณชายโต ซึ่งกำลังเมาเพราะกลุ้มเรื่องมีเมียบ่าว ไม่เชิดหน้าชูตาทั้งเกียรติและหน้าที่การงาน แอบได้ยินทุกอย่าง และไม่พอใจมากที่จรวยทำตัวเป็นนางร้ายในละคร ยุแยงคนนั้นคนนี้ไปทั่ว

เวลาเดียวกันที่โถงงาน...คุณชายรองพาสาลินไปเฝ้าเจ้าของงาน เสด็จพระองค์หญิงทอดเนตรสาวบ้านสวนแปลงโฉมเป็นนางเอกในเทพนิยาย แล้วถึงกับตะลึง น้ำตารื้น เพราะหวนคิดถึงอดีต

“วันก่อนว่าสวยแล้ว แต่วันนี้สวยยิ่งกว่า เหมือนก้าวออกมาจากเทพนิยาย”

“ใต้ฝ่าพระบาทก็ทรงพระสิริโฉมเหลือเกินเพคะ”

“ฉันแต่งเป็นนางฟ้าแม่ทูนหัว เป็นตัวประกอบเท่านั้นแหละ”

“ไม่หรอกเพคะ ถ้าไม่มีนางฟ้าแม่ทูนหัว เรื่องบางเรื่องก็คงไม่เกิด”

“ฉันเองก็อยากโบกคทาให้ทุกเรื่องจบอย่างมีความสุขเหมือนกัน”

เสด็จฯทรงทำตามรับสั่งจริงๆ ด้วยการจับคู่เต้นรำให้สองสาวพี่น้อง คุณชายรองควงศรีจิตราตามระเบียบ ส่วนคุณชายเล็ก...เห็นท่าไม่ดี กลัวสาลินจับได้ว่าโกหก เลยแสร้งสวมหน้ากาก และพาเธอไปเต้นรำกลางฟลอร์

สาลินรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาคู่เต้นอย่างประหลาด แล้วก็ถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อเขาสารภาพดื้อๆว่าเขาคือพลช่างฟิต

“นี่หมายความว่ายังไง ที่แท้คุณคือคุณชายเล็กงั้นหรือ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมก็คือนายพล เพียงแต่คืนนี้ ผมนัดกับเจ้าคุณชาย เราแต่งตัวเป็นคู่แฝดเหมือนกันเป๊ะ”

“แล้วคุณก็หลอกทุกคนในงาน หลอกแม้กระทั่งเสด็จฯ”

พลหรือคุณชายเล็กตัดสินใจถอดหน้ากาก กวาดตามองรอบๆ เห็นทุกคนมองมาลุ้นๆ ก็อดขำไม่ได้ เพราะแผนเฉพาะหน้าของตนได้ผลเกินคาด สาลินยังจับโกหกไม่ได้ และเขาก็ได้เจอเธอแล้วในฐานะคุณชายเล็ก!

ooooooo

และเพื่อกันแผนแตกก่อนเวลาอันควร คุณชายเล็กเลยเตี๊ยมกับสาลินให้ช่วยเก็บเรื่องพลเป็นความลับ โดยอ้างว่าคุณชายเล็กไม่ชอบการจับคู่ เลยส่งตนมาช่วยปลอมตัวสวมรอยแทน ซึ่งสาวแสบบ้านสวนก็เชื่อสนิทและให้ความร่วมมืออย่างดี ก่อนจะสลับคู่กับศรีจิตรา เพราะไม่อยากให้พี่สาวเต้นรำกับคุณชายรองนานๆ

ระหว่างที่คุณชายรองกับสาลินต่อปากต่อคำกันเหมือนเคย คุณชายเล็กกับศรีจิตรากลับคุยกันถูกคอ

“เป็นไงบ้างครับคุณศรี เวลาที่เราได้ทำตัวเป็นคนอื่น”

ศรีจิตรายิ้มกว้าง ตอบตามที่ใจคิดจริงๆ “สนุกดีค่ะ...เหมือนอยู่ในความฝัน”

“แหม...ผมไม่ใช่เจ้าชายในฝันอย่างพี่รองซะด้วย”

“คุณชายทราบได้ยังไงคะว่าไม่ใช่”

“โธ่...ใครเขาก็บอกว่าผมน่ะมัน...คุณชายนอกคอก”

ศรีจิตราสบตาเขานิ่ง แววตาประกายระยิบระยับเหมือนจะบอกความในใจ “ผู้หญิงคนหนึ่ง ก็มีความฝันแบบหนึ่ง ผู้หญิงแต่ละคนก็มีความฝันของตัวเอง คุณชายต้องเป็นเจ้าชายในฝันของผู้หญิงบางคนแน่ค่ะ”

ขณะที่คุณชายเล็กสับสน เพราะสายตาบอกความนัยของศรีจิตรา บรรยากาศระหว่างคุณชายรองกับสาลินก็เริ่มจะร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อเขาดันอยากรู้ว่าเธอสลับคู่กับพี่สาวทำไม

“ฉันไม่อยากให้คุณเต้นกับพี่ศรีนานๆ”

“ทำไม...นี่เขาเป็นว่าที่คู่หมั้นของฉันนะ”

“บอกแล้วบอกอีก ฉันไม่อยากได้คุณเป็นพี่เขย คุณควรกลับไปคืนดีกับคุณหญิงก้อยได้แล้ว คืนนี้ได้ยิ่งดี!”

คุณชายรองถอนหายใจเฮือกใหญ่ พึมพำว่าคงยากเพราะเพิ่งทะเลาะกับราชนิกุลสาวมา สาลินกลัวเขาจะถอดใจ เลยให้กำลังใจใหญ่ ว่าเขากับคุณหญิงก้อยรักกันมานาน คงไม่แตกกันเพราะเรื่องจับคู่บ้าๆนี้แน่

“นี่...อย่ามาทำเป็นรู้จิตใจคนอื่นดีเลย เพราะบางครั้ง...ฉันยังไม่รู้ใจตัวเองเลย...เธอห่วงแค่พี่สาวตัวเองงั้นหรือ”

“ใช่...พี่สาวฉัน ใครเข้าใกล้ก็หลงรัก เดี๋ยวคุณมาหลงรักพี่สาวฉัน หรือไม่...พี่สาวฉันก็อาจมาหลงรักคุณ”

“ทำไม...หรือว่าพอใครเข้าใกล้ฉัน ก็มาหลงเสน่ห์ฉันหมด”

รอยยิ้มยั่วประสาทของเขาทำให้สาลินเหลืออด สวนกลับ “ฮึ...อย่าหลงตัวเองนักเลย เพราะพี่สาวฉันเขาถูกสั่งมาให้เตรียมพร้อมจะรักคุณอยู่แล้วต่างหาก อีกอย่าง...เขาก็ไม่ค่อยรู้จักผู้ชายที่ไหน”

“อ้อ...ไม่ได้เจนจัดเหมือนเธอสินะ”

สาลินแทบกรี๊ด แต่ต้องกลั้นไว้ แล้วแกล้งเหยียบเท้าเขาแรงๆ

“ขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

แต่มีหรือคุณชายรองจะยอม เอาคืนด้วยการจับเธอหมุนแล้วกระชากมาใกล้จนเกือบจะจูบผม

“ขอโทษ...ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจเหมือนกัน”

สองหนุ่มสาวคู่กัดสบตากันนิ่ง เหมือนมีประกายบางอย่างปะทุในอก จนทั้งสองตกในภวังค์ โดยไม่รู้เลยว่าเลื่อมประภัสกับฉัตรอาชา สองสมุนเอก ลูกน้องของวิรงรองซึ่งเต้นรำอยู่ไม่ไกลกันนั้น เห็นและได้ยินทุกอย่าง และไม่รอช้าจะไปบอกเจ้านายสาว เพื่อใช้เป็นข่าวใหญ่ข่าวฉาวในวันต่อมา

ooooooo

แผนลวงโลกของคุณชายเล็กดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยมีคุณหญิงกลาง ศรีจิตราและสาลินเป็นตัวหลอก ผลัดกันเต้นคู่กับเขา เพื่อไม่ให้ทั้งสามสาวเผชิญหน้ากับเขาพร้อมกัน ทุกคนเลยเข้าใจว่าเขาเจอกับสาลินว่าที่คู่หมั้นคู่หมายแล้ว

เช่นเดียวกันกับแผนยุยงของจรวย ที่จะให้คุณหญิงก้อยคืนดีกับคุณชายรองให้ได้ ก็ทำท่าจะไปได้สวย นัดแนะกันอย่างดี แต่ก็ต้องล่มไม่เป็นท่า เมื่อคุณชายโตซึ่งเมาแอ๋เต็มที่ โผล่มาด่าเมียบ่าวเสียก่อน

“จรวย...ฉันได้ยินนะ เธอไปพูดยุแยงอะไรคุณหญิงก้อย”

“ยุแยงอะไร รวยเปล่านะ”

“ไม่ต้องมาเถียง เพราะเธอทำตัวแบบนี้นี่แหละ คนเขาถึงดูถูก แล้วพาลดูถูกมาถึงผัวอย่างฉันด้วย”

“ดูถูกถึงคุณชาย เรื่องอะไรกันคะ”

“ทุกเรื่องที่เธอทำ ที่เธอคิดนั่นแหละ หน้าที่การงานฉันไม่เจริญก้าวหน้าก็เพราะได้เมียบ่าวอย่างเธอมาตบแต่ง”

จรวยกรี๊ดลั่น ก่อนจะลืมตัวตบผัวฉาดใหญ่ด้วยความโมโห วิรงรอง สองลูกสมุนและคุณหญิงก้อย ได้ยินเสียงเอะอะก็รีบมาดู และพยายามจะไกล่เกลี่ยสถานการณ์ แต่ก็เหมือนจะทำให้เลวร้ายกว่าเก่า

“ถ้ารวยเป็นตัวถ่วงให้คุณโตไม่เจริญ ก็หย่ากันเลยสิคะ รวยก็ไม่อยากเป็นสะใภ้เจ้านอกคอกเหมือนกัน!”

จบคำก็สะบัดหน้าหนี ทิ้งคุณชายโตให้มองตามด้วยแววตาทั้งรักทั้งแค้น โดยมีพวกวิรงรองสังเกตการณ์ไม่ห่าง และเมื่อเห็นว่าสองผัวเมียแยกย้ายคนละทางแล้ว จึงไปหยิบเสื้อคลุมขนนกของคุณหญิงก้อย ซึ่งมอบให้จรวยเป็นของตอบแทนก่อนหน้า ไปคืนเจ้าของตามเดิม...

อีกด้านของงาน...ศรีจิตรานั่งทอดอารมณ์ที่ริมสระบัว ภาพคุณชายเล็กเต้นรำและหยอกล้อกับคุณหญิงกลางอย่างสนิทสนมทำให้เจ็บร้าวในอกอย่างบอกไม่ถูก แต่คิดอะไรตามลำพังได้ไม่นาน สาวสวยในชุดนักเล่านิทานก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อจู่ๆคุณชายเล็กก็โผล่มานั่งด้วย

“ทำไมมาแอบอยู่คนเดียวมืดๆล่ะ เป็นอะไรฮะ เมาคน เมาอาหาร หรือว่าเมาแชมเปญ”

“ถูกหมดทุกข้อมังคะ แล้วคุณเล็กล่ะคะ เอ่อ...ไม่เต้นรำกับคุณหญิงกลางต่อเหรอคะ”

“อ๋อ...หญิงกลางไม่ถนัดเต้นรำหรอกครับ เธอถนัดเข้าครัวเสียมากกว่า กับข้าวคาวหวานที่หญิงทำอร่อยทุกอย่างเลยนะครับ คุณศรีต้องทานเค้กสายรุ้งของเธอ...อร่อยจนลืมไม่ลง”

คำว่าลืมไม่ลงของเขา ทำให้ศรีจิตราสะเทือนใจมาก แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ นอกจากกล้ำกลืนน้ำตาเอาไว้คนเดียว

ระหว่างที่ศรีจิตราหักห้ามใจอย่างหนัก สาลินก็พยายามกันท่าคุณชายรองทุกทาง ไม่ให้เข้าใกล้พี่สาว จนคุณชายรองตามอารมณ์ไม่ทัน และเข้าใจว่าเธอเป็นพวกอารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวยิ้ม เดี๋ยวบึ้ง เอาใจยาก

“นี่...คุณว่าฉันคุ้มดีคุ้มร้ายหรือ คุณต่างหากที่คุ้มดีคุ้มร้าย แต่ก่อนคุณเคยพูดดี ทำดีกับฉันที่ไหน เพิ่งจะมีวันนี้นี่แหละ ที่คุณไม่อาละวาดจิกกัดฉัน ทำตัวเป็นเจ้าชายได้ตลอด”

คุณชายรองยิ้มตาพราว แกล้งถาม “ปกติฉันเป็นอสูรกับเดอะบีสต์สินะ”

“ใช่...คุณน่ะเป็นเจ้าชายที่ถูกสาปเป็นอสูรร้าย”

“เรื่องมันเป็นยังไงนะ วันหลังเธอเล่าให้ฉันฟังบ้างสิ”

“ไม่เอา ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณไม่รู้จักเรื่องนี้ ก็คุณน่ะฉลาด...แล้วก็รู้มากจะตาย”

“ความรู้มาก ไม่ใช่รู้มาก”

คุณชายรองจงใจส่งตาหวาน แต่สาลินก็แกล้งทำไม่เห็น และเดินหนีดื้อๆ ทิ้งให้คุณชายรองมองตามยิ้มๆ แววตาเป็นประกายเหมือนกำลังเจอคนถูกใจ...

ooooooo

แม้ว่าแนวร่วมแผนกู้ชายคนรักคืนอย่างจรวยจะแยกตัวไปแล้ว แต่คุณหญิงก้อยก็ไม่คิดล้มเลิกแผน และเลือกดื่มไวน์ย้อมใจจนเมาไม่น้อย เมื่อเห็นชายหนุ่มแต่งชุดทหารเสือคล้ายชายคนรักที่สวนหน้าวัง เลยไม่รอช้าจะโผซบอก

“คุณชาย...ยกโทษให้หญิงนะคะ”

คุณชายโตเมาแอ๋ไม่แพ้กัน เห็นหญิงสาวในชุดเสื้อคลุมขนนก ก็เข้าใจว่าเป็นจรวยเมียบ่าวสุดที่รัก

“ถ้าเธอสำนึกในความผิด ฉันก็พร้อมจะยกโทษให้เธอ”

“หญิงผิดไปแล้วค่ะ ผิดมาตลอด คุณชายเข้าใจเถอะนะคะ ครั้งนั้นที่หญิงจูบกับอาร์นี่ หญิงทำเพื่อประชดคุณชาย หญิงไม่ได้รักเขาแม้แต่นิดเดียว”

“อะไรนะ...เธอเคยจูบฝรั่งด้วยหรือ ฉันก็พอรู้นะว่าเธอเคยมีผู้ชายก่อนฉัน แต่ไม่ยักรู้ว่าคือฝรั่ง แต่เมื่อเธอสารภาพ ฉันก็ให้อภัย และเชื่อว่าเธอพูดจริง ดีใจที่เธอสำนึกได้ ทำตัวเป็นเมียที่ดีเถอะนะ เพื่อหน้าที่การงานฉันด้วยไง”

“เป็นเมียที่ดี...คุณชาย...ตายแล้ว ภาษาคุณชายช่างเถื่อนอะไรอย่างนี้ แต่มันก็เร้าอารมณ์ดีเหลือเกินค่ะ”

“เวลาเธอเรียกตัวเองว่าหญิง มันก็เร้าอารมณ์ฉันเหมือนกันนะ”

“ค่ะ...หญิงพร้อมจะเป็นภริยาท่านทูต เอ๊ย...เมียทูตของคุณแล้วค่ะคุณชาย เราคือราชาและราชินีของงานค่ะ”

เสียงพลุฉลองงานวันประสูติดังขึ้นจากทุกทิศทุกทางหลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ คุณชายโตกกกอดกับหญิงสาวในชุดขนนกแนบแน่น คุณชายเล็กก็จับมือศรีจิตราไปยืนดูพลุด้วยกัน ส่วนคุณชายรองนั้นยืนอยู่กับสาลิน

สีสันสวยงามของพลุ ทำให้คุณชายรองอดคิดถึงอดีตไม่ได้ “วันนี้เมื่อสองปีก่อน ฉันเคยยืนตรงนี้ ในงานประสูติของเด็จป้า แต่คนที่อยู่ข้างๆไม่ใช่เธอ สายลมแห่งโชคชะตาเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปหมด”

สาลินหน้าเสีย แอบรู้สึกผิด “คุณชายคะ ฉันผิดเองที่ก่อเรื่องให้คุณ ฉันขอโทษจริงๆนะคะ”

“เธอนี่ประหลาดจริง อารมณ์อย่างกับพลุบนฟ้า บางทีก็สวยระยิบระยับ บางทีก็ระเบิดตูม เผาทุกอย่าง”

“อะไรที่ฉันผิด ฉันก็ขอโทษสิ ไม่เหมือนคุณหรอก ทำขี้โคลนเปื้อนฉันก็ไม่ขอโทษ”

“นี่เธอยังจดจำอีกหรือ”

สายตาวิบวับของเขา ทำให้เธอหน้าแดงอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็ยังพยายามตีหน้านิ่ง ไม่สนใจจะตอบ

“คุณชายคะ ฉันจะทำทุกอย่างให้คุณคืนดีกับคุณหญิงให้ได้”

“ช่างมันเถอะ ปล่อยให้ทุกอย่างจบไปก็ดีแล้ว”

คุณชายรองตัดสินใจถอดหน้ากาก และหันไปเผชิญหน้ากับสาลินซึ่งยังสวมหน้ากาก เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง โดยไม่รู้เลยว่าสองสมุนเอกของวิรงรองวิ่งถือกล้องผ่านมาแล้วถ่ายภาพเก็บไว้

บรรยากาศสวยงามรอบตัว และอารมณ์ที่หวั่นไหวอย่างหนัก ทำให้คุณชายรองหมดความยับยั้งชั่งใจ เอื้อมไปปลดหน้ากากจากหน้าสาลิน สาวแสบบ้านสวนถึงกับอึ้ง ก่อนจะเสพูดเรื่องเขากับคุณหญิงก้อย

“คนที่รักชีวิตเคยกล่าวไว้ มีทิฐิอะไรก็มีไป แต่อย่ามีทิฐิกับความรัก เพราะอาจทำให้ต้องเสียใจไปตลอดกาล”

คุณชายรองต้องกลั้นยิ้มแทบแย่ ก่อนจะแกล้งดุ “แก่แดดจริง...ฉันก็รู้ว่าคนเราไม่ควรมีทิฐิกับความรัก แต่ที่ฉันรีรอ ก็เพราะอยากดูให้แน่ชัด ว่าอะไรคือความรักจอมปลอม อะไรคือความรักที่แท้จริง”

“ไม่รู้ล่ะ ฉันจะช่วยให้คุณกับคุณหญิงคืนดีกัน”

“ถ้าเธอทำไม่สำเร็จล่ะ...เธอจะทำยังไง”

“ฉันจะไปรู้เหรอ”

“ก็ง่ายๆ ถ้าเธอหวง ไม่ให้พี่สาวของเธอแต่งกับฉัน เธอก็ต้องหาคนรักใหม่...คนที่ฉันจะรักได้อย่างแท้จริง”

“แล้วฉันจะไปหาที่ไหน”

“มันอาจจะไม่หายากอย่างที่เธอคิดก็ได้”

ooooooo

บรรยากาศงานเลี้ยงท่ามกลางพลุหลากสี ทำให้ใครหลายคนหวั่นไหว แต่ก็มีบางคู่หลงเพริศจนทุกคนในงานตื่นตะลึง และคนคู่นั้นก็หนีไม่พ้นคุณชายโตกับคุณหญิงก้อย กกกอดและจูบกันกลางงานอย่างไม่อายใคร!

เหตุการณ์หลังจากนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย หม่อมวาณีกับคุณหญิงกลางลมแทบจับที่คุณหญิงก้อยก่อเรื่องงามหน้ากลางงานวันประสูติของเสด็จพระองค์หญิงจนได้ หม่อมอำพันกับจรวยก็มีปากเสียงกันใหญ่ โดยมีคุณชายโตเป็นคนกลาง ร้อนถึงเสด็จฯต้องห้ามทัพด้วยตัวเอง โดยมีคุณชายรองอุ้มคุณหญิงก้อยไปส่งที่รถเพื่อกลับวังรัชนีกุล

กว่าเหตุการณ์จะสงบ คู่กรณีฉาวแยกย้ายกันไปคนละทาง เสด็จฯก็แทบหมดแรง คุณสอางค์กับคุณสร้อยต้องนวดเฟ้น โดยมีสาลินกับศรีจิตราตามประกบไม่ห่าง กลัวจะกริ้วจนงานกร่อย แต่ก็ผิดคาด เพราะทรงแย้มสรวล พร้อมประกาศก้องว่างานปีนี้สนุกกว่าทุกปี

“ผิดฝาผิดตัวกันสนุกที่สุด ทุกอย่างเป็นพรหมลิขิต... มันคือพรหมลิขิตจริงๆ”

ภาพความวุ่นวายก่อนงานเลิกคาใจสาลินจนดึกดื่น โดยเฉพาะภาพคุณชายรองถลาไปอุ้มคุณหญิงก้อยขึ้นรถ ทำให้สาวสวยจากเทพนิยายกลายร่างเป็นนางร้าย สาวแสบบ้านสวน ปากคอร้ายกาจคนเดิม

“ฮึ...ทำเป็นบอกว่าจบแล้ว ไม่คืนดีแล้ว เอาเข้าจริงก็รีบวิ่งไปอุ้ม สาแน่ใจว่าเขายังไม่หมดเยื่อใยกันหรอก”

ศรีจิตราซึ่งกำลังกลุ้มเรื่องคุณชายเล็ก อดไม่ได้ ย้อนถามเสียงเรียบ

“แล้วถ้าคุณชายรองคืนดีกับคุณหญิง แล้วพี่ล่ะสา พี่จะเป็นยังไง”

“พี่ศรีก็เป็นอิสระไง เขาก็คงกราบทูลเสด็จฯให้เลิกล้มงานแต่ง”

“คุณป้าใหญ่กับคุณป้าสร้อยคงจับคู่ให้พี่กับใครอีกแหละ”

“ก็คุณชายเล็กไงคะ”

ชื่อคุณชายเล็กทำให้ศรีจิตราถึงกับหน้าแดง “บ้าน่ะสา คุณชายเล็กน่ะของสาต่างหาก”

“สาไม่เอาหรอก อีกอย่าง...คุณชายเล็กไม่ใช่ของใครทั้งนั้นล่ะค่ะ เพราะตาพลบอกว่าเขามีแฟนแล้ว”

ศรีจิตราใจหายวาบ “มีแฟนแล้ว...เป็นใครรู้ไหมสา”

“คุณพลบอกว่าคุณชายไปจีบเขาบ่อยๆที่บ้าน แถมยังติดใจอาหารที่บ้านสาวคนนั้นด้วยนะคะ”

ศรีจิตราอึ้งไปอึดใจ น้ำตาไหลอย่างช่วยไม่ได้ เพราะเข้าใจว่าหญิงสาวคนนั้นคือคุณหญิงกลาง แต่สาลินกลับเข้าใจอีกทางว่าพี่สาวร้องไห้เพราะพลาดหวังกับคุณชายรอง...โถ่พี่ศรี ไปรักเขาตอนไหน แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้

เรื่องทุกข์ใจของพี่สาวทำให้สาลินกลุ้มไปด้วย จนไม่สนใจเรื่องตัวเองที่ดันฝันว่าถูกงูรัดเป็นรอบที่สอง ต่างจากทุกคนรอบข้าง ตื่นเต้นจะแย่ และรอลุ้นอย่างใจจดจ่อว่าคู่แท้ของเธอจะเป็นคุณชายเล็กหรือไม่

ด้านคุณชายเล็ก...ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกหลายคนจับจ้อง สวมรอยเป็นพลช่างฟิตคนเดิมไปเยี่ยมสาลินในวันต่อมา สาวแสบบ้านสวนเห็นหน้าเพื่อนหนุ่มที่คุยกันถูกคอ ก็อดไม่ได้จะระบายเรื่องพี่สาว

“พี่ศรีน่ะ...รักคุณชายรองเต็มหัวใจแล้วล่ะคุณพล ฉันแค่ไปเล่าว่าคุณชายรองจะคืนดีกับคุณหญิงก้อยเท่านั้นแหละ พี่ศรีก็ร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า พี่ศรีนะพี่ศรี เขาไม่เคยสนใจตัวสักนิด ก็ยังไปรักเขาอีก”

พลหน้าเสีย แอบเสียดาย “พี่รองนี่ช่างทรงเสน่ห์จริงๆ”

“รู้งี้ฉันปล่อยให้แต่งงานไปดีกว่า จะได้อกหักเสียให้เข็ด นั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่า”

“แล้วนี่...คุณจะทำยังไงต่อไป”

“ฉันก็ต้องรีบหาทางให้เรื่องมันจบๆไปน่ะสิ เรื่องแรกก็คือให้พี่ศรีเลิกรักคุณชายรองให้เร็วที่สุด”

“มันทำได้ง่ายๆหรือฮะ”

“ก็ต้องให้พี่ศรีไปรักคนอื่นน่ะสิ ฮึ...ให้คุณช่วยคุณก็ไม่ยอมช่วย”

“ถ้าเทียบกับพี่รอง เอ๊ย...คุณชายรอง ผมจะมีอะไรไปสู้เขาได้”

พลตัดพ้อด้วยความน้อยใจ เชื่ออย่างนั้นจริงๆ แต่สาลินก็ไม่ทันสังเกต

“เรื่องที่สอง...ก็ต้องให้คุณชายรองคืนดีกับคุณหญิงห่านเทโพนั่นเร็วๆ”

คุณชายเล็กในคราบพลช่างฟิตไม่คิดว่าพี่ชายจะยอมง่ายๆ แต่ยังไม่ทันซักแผนการจากสาลิน ก็ต้องรู้สึกแปลกๆเมื่อเห็นสายตากรุ้มกริ่มของทุกคนที่บ้านสวน เลยถึงบางอ้อ แล้วก็ต้องกลั้นขำแทบแย่ เมื่อได้ยินคำพูดของสาลิน

“ตอนนี้ฉันเป็นนางห้ามไปแล้วน่ะสิ นางห้ามสำหรับคนอื่น...มีไว้ให้อีตาคุณชายเล็กคนเดียว”

“ถ้าอีตาคุณชายเล็กรู้เข้านะ คงปลื้มตายเลย!”

ooooooo

งานเลี้ยงวันประสูติของเสด็จพระองค์หญิงกลายเป็นข่าวใหญ่ในวันต่อมา เพราะมีภาพข่าวของแวดวงคนสังคมชั้นสูงมาร่วมงานแฟนซีหน้ากากอย่างคับคั่ง แต่ที่ฮือฮาเป็นพิเศษ คงหนีไม่พ้นภาพหลานชายคนโปรดยืนส่งตาหวานกับสาวนิรนามที่สวมหน้ากากแฟนซี

ภาพคุณชายรองกับผู้หญิงคนอื่น ทำให้คุณหญิงก้อยแทบคลั่ง จำได้ดีว่าหญิงสาวในภาพข่าวคือสาลิน และไม่รอช้าจะใส่ร้ายสองพี่น้องจากบ้านราชดำริให้แม่กับพี่สาวฟังว่าเป็นพวกแพศยา ชอบแย่งคนรักชาวบ้าน

หม่อมวาณีถึงกับอ้าปากค้าง ต่างจากคุณหญิงกลาง เหยียดยิ้มเย็น พร้อมกับยื่นภาพข่าวอีกหน้าให้ดู

“สุดยอดการแสดง งานวันประสูติเสด็จพระองค์หญิง มีการแสดงหลายชุด แต่ชุดใดก็ไม่เท่าการแสดงชิวหาพาเพลินของคุณชายดิเรกราชวิทย์กับคุณหญิงเทพีเพ็ญแสง”

พาดหัวฉาวนี้จะเป็นฝีมือใครไปไม่ได้ และคุณหญิงก้อยก็รู้ดี รีบไปโทร.ด่าคอลัมนิสต์สาวเพื่อนสนิทเป็นชุด แต่วิรงรองก็แถเอาตัวรอดจนได้ จิตติณซึ่งไม่ได้ไปร่วมงาน แต่แวะมาหาเธอเหมือนเคย มองมาด้วยแววตารู้ทัน

“ตกลงคบกันยังไง ต่อหน้าทำเป็นรักใคร่ ลับหลังแทงจนพรุน”

“หมั่นไส้จะตาย ให้ฉันไปงาน เดี๋ยวให้ฉันแต่งตัว เดี๋ยวให้แต่งหน้า เดี๋ยวให้หาชุด”

เลื่อมประภัสกับฉัตรอาชา สองสมุนสุดแสบพยักพเยิดเต็มที่ วิรงรองเลยทิ้งท้าย

“ฉันน่ะคอลัมนิสต์ดังนะยะ ไม่ใช่ไพร่หรือทาสในเรือนเบี้ยของใคร!”

และก็เพราะข่าวฉาวนี้ ทำให้อัศนีย์ชอบใจมาก เมื่อได้เจอต้นตอข่าวที่สปอร์ตคลับในบ่ายวันเดียวกัน ก็อดไม่ได้จะซักถามถึงเหตุการณ์จริง วิรงรองเล่าอย่างออกรสเต็มที่ จนเศรษฐีหนุ่มหล่อพ่อรวยอดสมเพชอดีตภรรยาหัวสูงไม่ได้ ที่ก่อเรื่องงามหน้าได้ทุกงาน

ถ้าข่าวฉาวของคุณหญิงก้อยทำให้อัศนีย์สะใจ ภาพข่าวสาลินยืนสบตากับคุณชายรองก็ทำให้เขาเครียดจัด จนวิรงรองสงสัย จิตติณเลยรับหน้าที่อธิบาย “นายสายฟ้าเขาไปติดพันแม่สาวบรรณารักษ์อยู่คนหนึ่ง คือยายสาลินนี่แหละ แล้วก็พบว่าเจ้าหม่อมกิตติก็มาเทียวรับเทียวส่งอยู่เหมือนกัน”

“แล้วยายหญิงก้อยรู้ว่าเธอจีบยายสาลินหรือเปล่า”

วิรงรองตั้งคำถามทันทีตามประสากระจอกข่าวสังคม อัศนีย์ไม่แคร์ที่จะเป็นข่าว ตอบอย่างมั่นใจ

“ไม่จำเป็นต้องบอก ตอนนี้ที่ฉันสนมีเรื่องเดียว...ทำยังไงก็ได้ให้ลินซี่เลิกสนใจคุณชาย แล้วหันมาหาฉัน”

“เธอไม่ต้องพยายามหรอกนะอาร์นี่ ยายสาลินคงไม่ได้เครซี่คุณชายรองสักเท่าไหร่หรอก นังเลื่อม นังฉัตร มันได้ยินเต็มสองหู เจ้าหล่อนบอกกับคุณชายรองว่าอยากให้คุณชายคืนดีกับหญิงก้อย ไม่อยากให้แต่งกับพี่สาวหล่อน”

ข่าววงในจากคอลัมนิสต์สาว ทำให้อัศนีย์ย่ามใจ และไม่รอช้าบุกหาสาลินถึงห้องสมุดเพื่อเชิญเธอไปกินมื้อเย็น บรรณารักษ์สาวบ้านสวนจะปฏิเสธ แต่เมื่อเขาอ้างว่ามีเรื่องคุณชายรองกับคุณหญิงก้อยมาบอก ก็เปลี่ยนใจรับคำทันที จิตริณีมองตามเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วง ตัดสินใจจะตามไป โดยควงไนเจลไปด้วย เพราะไม่อยากให้เขาหึง

เวลาเดียวกัน...วิรงรองกับจิตติณก็ไปยั่วยุคุณหญิงก้อย ให้ตามไปจับผิดอัศนีย์กับสาลินที่ร้านอาหาร ราชนิกุลสาวหัวสูงหมั่นไส้บรรณารักษ์สาวเป็นทุน เลยตอบรับโดยไม่ลังเล ตั้งใจแน่วแน่จะทำลายอีกฝ่ายให้ได้!

ooooooo

สาลินมีอาการอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด เพราะนอกจากจะไม่ได้เรื่องของคุณชายรองกับคุณหญิงก้อยอย่างที่คิด ยังถูกตื๊อให้รับงานใหม่ ตำแหน่งหรูหราหัวหน้าประชาสัมพันธ์ในไนต์คลับหรู พร้อมเงินเดือนมากกว่าเดิมถึงสิบเท่า อัศนีย์เองก็รู้ดี เมื่อเธอทำท่าจะปฏิเสธ เลยแกล้งดักคอ

“คุณไม่อยากไปทำงานที่ผมเสนอ หรือว่าคุณไม่กล้าไป เพราะกลัวว่าใครคนหนึ่งจะไม่พอใจ แต่ที่จริง... คุณชายกิตติคงไม่อยากให้คุณมาเกี่ยวข้องอะไรกับผม”

“แต่ฉันกับเขาไม่ได้มีอะไรกันสักหน่อย”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีสิฮะ เพราะถ้าวันไหนเขากลับมาคืนดีกับคุณหญิงก้อย คุณจะได้ไม่เสียใจ”

“ถ้าเขาคืนดีกันได้จริง ฉันก็โล่งใจ”

“ถ้าผมทำให้เขาคืนดีกันได้ล่ะ คุณต้องไปทำงานกับผมนะ”

ใช่ว่าสาลินจะไม่รู้เท่าทันความเจ้าเล่ห์ของอัศนีย์ แต่เมื่อคิดว่าคุ้มกับอิสรภาพของพี่สาวเลยยอมเสี่ยงรับปาก จิตริณีซึ่งแอบสังเกตการณ์ห่างๆ เห็นท่าทางกระหยิ่มยิ้มของอัศนีย์ ก็อดเป็นห่วงเพื่อนสาวไม่ได้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจนัก เพราะไนเจลซึ่งเธอควงมาด้วย หัวเสียอย่างหนัก เพราะคิดว่าเธอตามมาเพราะหึงหวงอัศนีย์

กว่าอัศนีย์จะพาสาลินออกจากร้านอาหารก็อีกหลายอึดใจต่อมา จังหวะเดียวกันกับที่คุณหญิงก้อย วิรงรองและจิตติณมาถึง และจัดการแอบถ่ายภาพอัศนีย์กับสาลิน แบบจงใจให้เข้าใจผิดเต็มที่ แต่ที่เหล่าวายร้ายไม่รู้คือจิตริณีเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง และสังหรณ์ใจรุนแรงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีกับเพื่อนสาวบ้านสวน

สังหรณ์ของจิตริณีไม่เกินจริงเลย เพราะแผนคุณหญิงก้อยก็คือปล่อยภาพอัศนีย์กับสาลินบนหน้าหนังสือพิมพ์ พร้อมพาดหัวฉาวตามฉบับวิรงรอง โดยอาศัยความร่วมมือจากจรวย ซึ่งราชนิกุลสาวลงทุนโทร.ขอร้องด้วยตัวเอง

“จะมาไหว้วานอะไรรวยล่ะคะ คุณหญิงเพิ่งจูบประกบปากกับผัวรวยไปหยกๆเมื่อคืน”

“หยุดเพ้อเจ้อ หล่อนก็รู้อยู่ว่ามันคือความเข้าใจผิด ทั้งฉัน ทั้งผัว เอ๊ย...ทั้งคุณชายโต เราเมาทั้งคู่ เขาคิดว่าฉันคือเธอ แล้วฉันก็คิดว่าเขาคือคุณชายกิตติ”

“จะพยายามเชื่อก็ได้ เพราะลีลาการจูบดูดดื่มแบบนั้นน่ะ เขาทำกับรวยคนเดียวเท่านั้น”

คุณหญิงก้อยทำหน้าเหม็นเบื่อ ถ้าไม่ติดว่าต้องพึ่งอีกฝ่ายช่วยตีข่าวคงไม่คิดจะเสวนาด้วย

“ทำตามที่ฉันบอกนะ พรุ่งนี้แต่เช้าเลย”

“อุ๊ย...เรื่องยุแยงให้ผัวเมียแตกกัน รวยไม่ถนัดค่ะ แต่ถ้าคุณหญิงขอร้องขนาดนี้...รวยทำก็ได้ค่ะ”

แผนสกปรกของคุณหญิงก้อย ได้ผลตามคาด จรวยจัดแจงนำหนังสือพิมพ์ไปให้เหล่าคุณชายดูภาพฉาวแต่เช้า และก็ไม่ต้องรอนานเลย คุณชายรองหัวเสียมาก และพาลไปลงกับศุภร เมื่อเจอหน้ากันที่สปอร์ตคลับในบ่ายวันเดียวกัน

ศุภรทนรับอารมณ์ฉุนเฉียวของเพื่อนรักไม่ไหว โพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“ก็แค่ภาพข่าวเอง เขาก็ไม่ได้ทำเสียหายอะไรนี่หว่า”

“แต่ก็ไม่ควรไปนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถของเพลย์บอยนั่น แล้วเห็นไหม ข้างหลังน่ะ มันผับบาร์ย่านโลกีย์ทั้งนั้น”

“อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้เลย เดี๋ยวฉันสืบจากคุณจินนี่มาให้ เธอคงรู้อะไรดีๆและถูกต้องกว่าที่แกคิดแน่”

แล้วก็เหมือนโชคชะตาเล่นตลก เพราะไม่กี่อึดใจต่อมา คุณชายรองก็ต้องหงุดหงิดกว่าเดิมเมื่อดันเจอกับอัศนีย์ เศรษฐีหนุ่มหล่อพ่อรวย คู่ปรับและชายหนุ่มคนดังที่ตกเป็นข่าวฉาวกับสาลิน

อัศนีย์ตกตะลึงไม่แพ้กัน แต่ศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ทำให้ตัดสินใจไปทักทาย ด้วยอยากยั่วประสาทเต็มที คุณชายรองไม่รอช้า ถามแบบตรงประเด็นว่าข่าวฉาวของอีกฝ่ายกับสาลิน เป็นเหตุบังเอิญหรือจงใจ

“เอ...ก็แค่รูป คำบรรยายแค่นี้ ทำไมต้องซีเรียสล่ะครับ”

“คุณเอารูปสาลินไปลงแบบนี้ มันเสียหายถึงตัวเธอ ครอบครัวของเธอ แถมคำบรรยายว่าตุ๊กตาหน้ารถ มันเหมาะสมแล้วหรือสำหรับผู้หญิงดีๆสักคน คุณควรเอาไปใช้กับผู้หญิงเสเพลระดับเดียวกับคุณมากกว่า”

“เฮ้...โอเวอร์มากไปหรือเปล่าคุณชาย ลินซี่ไปกับผมด้วยความสมัครใจ ไม่ได้บังคับอะไรเธอสักนิด”

“แล้วต้องพาไปย่านผับบาร์แบบนั้นด้วยหรือไง”

“แหม...ทำตัวเป็นผู้ปกครองดีจัง จะบอกให้เอาบุญนะ ต่อไปเธอจะลาออกจากห้องสมุดแล้วมาทำงานไนต์คลับแห่งใหม่ของผม ที่ผมพาเธอไปคุยก็เรื่องงานนี้นี่แหละ ผมจะให้เธอเป็นฝ่ายต้อนรับ เงินเดือนมากกว่าเดิมสิบเท่า”

“สาลินไม่ทำงานต่ำๆของนายหรอก”

“อย่าอึงไปคุณพ่อ ท่าทางเธอสนใจเสียด้วยสิ ไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าลินซี่มาทำงานกับผม ผมจะเป็นคุณพ่อคนใหม่ของเธอแทน จะดูแลเธออย่างดีทีเดียว”

ถ้อยคำยียวนของอัศนีย์ ทำให้คุณชายรองแทบคลั่ง จะพุ่งไปต่อยให้หายแค้น ศุภรถลาไปห้าม และลากตัวกลับร้านเพื่อสงบสติอารมณ์แต่ก็ไม่ทำให้ราชนิกุลหนุ่มหายบ้า ฮึดฮัดคนเดียวด้วยความเป็นห่วงสาลิน

ooooooo

คุณชายรองไม่ใช่คนเดียวที่ประสาทเสียกับข่าวฉาวของอัศนีย์กับสาลิน แม้แต่เพื่อนร่วมงานอย่าง

บราลี ลลิตา ไนเจลและจิตริณี ก็อดเป็นห่วงบรรณารักษ์สาวบ้านสวนไม่ได้ ที่กลายเป็นคนดังแต่ในแง่ที่ไม่ดีเลย

และก็เพราะข่าวฉาวบ้าๆนี้ ทำให้เสด็จพระองค์หญิงเป็นเดือดเป็นร้อนมาก ตัดสินใจจะเรียกคุณสร้อยกับคุณสอางค์มาเจรจาเรื่องงานหมั้นระหว่างสาลินกับคุณชายเล็กเป็นการด่วน ศรีจิตรารู้เข้าก็สะเทือนใจมาก เมื่อได้เจอหน้าคุณชายเจ้าสำราญก็มีท่าทีอึดอัด จนเขาเริ่มเอะใจ

“นี่ผมคงไม่โดนประกาศิตจากเด็จป้านะฮะ”

“แล้วถ้าเสด็จฯทรงมีพระดำริล่ะคะ คุณชายจะทำยังไง”

“ก็ต้องตามขั้นตอนสิฮะ ทำความรู้จักกันก่อนว่าจะคบกันได้ไหม ไปด้วยกันได้ไหม ชอบกันหรือยัง แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือ...ผมรักเขาหรือเปล่า แล้วเขารักผมตอบไหม”

“แล้วถ้ามันเป็นความรักข้างเดียวล่ะคะ”

“รักเขาข้างเดียว ผมก็จะทำทุกอย่างเพื่อชนะใจเขาฮะ ถึงไม่สำเร็จ ถึงจะเจ็บปวดก็ไม่เป็นไร”

“ค่ะ...รักเขาข้างเดียวนี่มันเจ็บปวดเหลือเกิน”

ท่าทางเซื่องซึมของศรีจิตรา ทำให้คุณชายเล็กเริ่มเห็นด้วยกับสาลินเป็นครั้งแรกว่านักเล่านิทานสาวคงหลงรักพี่ชายคนรองอย่างจัง ความสงสารและเห็นใจถาโถม จนต้องขยับไปบีบมือปลอบใจ

“ว้า...คุณศรีคนเดิมหายไปไหนฮะ สาวสวยช่างฝัน เซเฮราซาดนักเล่านิทานหายไปไหน”

“เซเฮราซาดเล่านิทานเพื่อช่วยชีวิตตัวเองจากทัณฑ์ของสุลต่านต่างหากค่ะ”

“นั่นแหละฮะ คุณศรีต้องเข้มแข็งเหมือนกัน อย่าลืมสิฮะ คุณศรีคือเซเฮราซาดของผม”

“ยายสาบอกว่าจะแนะนำดิฉันให้รู้จักกับคุณพล คุณพลนี่เป็นยังไงบ้างคะ”

“ก็หล่อ...นิสัยดี น่ารักพอๆกับผมแหละฮะ แต่คุณศรีไม่ต้องไปรู้จักมันหรอก คุณศรีมีผมคนเดียวก็พอแล้ว”

ประโยคสุดท้ายทำให้ศรีจิตรายิ้มกว้าง ความรู้สึกอุ่นวาบในอกจนแทบอยากหยุดเวลา ไม่รู้เลยว่าจรวยผ่านมาเห็นและแอบได้ยินทุกอย่าง พร้อมกับคิดและเข้าใจเอาเองว่าคงมีเรื่องผิดฝาผิดตัวจริงๆ

ooooooo

แม้จะพยายามทำใจเย็นตลอดบ่าย แต่สุดท้ายคุณชายรองก็อดใจไม่ไหวรีบไปรับสาลินตอนเลิกงาน จะพาไปส่งบ้านสวน และอธิบายทุกอย่างให้คุณตากับคุณยายฟังด้วยตัวเอง

“คุณไม่ใช่ผู้ปกครองฉันเสียหน่อย ทำไมจะต้องไปคุยกับคุณตาคุณยายฉันด้วย”

“คงกลัวโดนดุล่ะสิ ป่านนี้คุณตาคุณยายคงอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นไปแล้ว”

“ที่บ้านไม่ได้รับหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นค่ะ นี่คุณ...ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ ฉันแค่ไปคุยธุระกับเขา”

“อ้อ...เธอคิดว่าการที่เธอพบปะสมาคมกับนายอัศนีย์น่ะ มันถูกต้องแล้วสินะ”

“ก็ไม่เห็นแปลกนี่คะ คนเราก็ต้องพบปะกันบ้างสิ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อฉันกำลังจะไปทำงานกับเขา”

คุณชายรองโกรธมาก จอดรถข้างทางทันที แล้วหันไปเอาเรื่อง “เธอรู้จักเขาดีแล้วหรือ”

สาลินเห็นท่าทีแข็งกร้าวของเขา ก็อดกลัวไม่ได้ แต่ยังเชิดหน้า บอกว่าอัศนีย์เป็นคนใจดี กว้างขวาง

“คนดี คนใจกว้างขวางเขาวัดกันตรงไหนหรือ หรือว่าวัดตรงเป็นลูกชายมหาเศรษฐี มีกิจการระดับประเทศ หรือว่าวัดกันตรงเป็นหนุ่มสังคมมีข่าวลงหน้าซุบซิบได้ไม่เว้นแต่ละวัน”

“นี่คุณอย่ามาพูดเหมือนคุณเป็นยาจกเลย คุณไม่ชอบเขา คุณโกรธเขาก็เพราะว่าเขาเป็นสามีเก่าคุณหญิงก้อยมากกว่า ก็เลยพาลพาโลฉัน!”

สองหนุ่มสาวคู่กัดเถียงกันตลอดทางกลับบ้าน จนผ่านปั๊มของพุดซ้อน ก็ไม่ทันสังเกต คุณชายเล็ก

ในคราบพลช่างฟิต ซึ่งรับอาสาจากศรีจิตรามาดูอาการสาลิน เห็นสาวแสบบ้านสวนมากับพี่ชายก็เปลี่ยนใจไม่ไปหา พุดซ้อนกับชบาเลยเข้าใจเอาเองว่าช่างฟิตหนุ่มถอดใจแล้ว เพราะสู้บารมีคุณชายกิตติราชนรินทร์แห่งวังวุฒิเวสม์ไม่ได้

กว่าจะถึงบ้าน...สาลินก็แทบหมดแรงจะเถียงกับราชนิกุลหนุ่มขี้เก๊ก คุณชายรองก็หมดอารมณ์จะเอาชนะ แต่กลับอารมณ์เย็นลงอย่างน่าประหลาด เพียงแค่ได้ใช้เวลาอยู่กับเธอ

“นี่คุณตาคุณยายเธอรู้หรือยัง เรื่องเธอจะไปทำงานกับนายอัศนีย์”

“ยังหรอกค่ะ งานนั่นกว่าจะเริ่มก็อีกตั้งสามสี่เดือน... หรือคุณจะเข้าไปฟ้องคุณตาคุณยายฉันตอนนี้”

“ก็ขึ้นกับว่าเธอจะชวนฉันกินข้าวไหม”

สายตาวิบวับของเขา ทำให้หน้าเธอร้อนเห่ออีกครั้ง จนต้องโพล่งออกไปว่าไม่อยากให้คุณตาคุณยายเข้าใจผิด คุณชายรองนิ่วหน้า ไม่เข้าใจ “เข้าใจผิดเรื่องอะไร”

“ก็...เริ่มเข้าใจว่าคุณมาจีบฉันแทนพี่ศรีน่ะสิ”

“แล้วมันประหลาดนักหรือ”

“ประหลาดสิ น่าเกลียด ชาวบ้านจะได้นินทาตาย”

“เธอน่ะ...รู้จักระวังตัวกลัวคนนินทาด้วยหรือ”

“กลัวสิ ชาวบ้านแถวนี้น่ะ ตัวนินทาเลย”

ตัวนินทาของสาลิน แอบหลบไม่ไกลกันนั้น พุดซ้อนกับชบานั่นเอง สองแม่ลูกเริ่มใจไม่ดี กลัวถูกจับได้ แต่ไม่ขยับตัวไปไหน จนเมื่อคุณชายรองพาสาลินมาส่งถึงหน้าบ้าน แล้วจับมือกันไว้ ก็ถึงกับตาโต

สาลินมัวแต่อึ้ง ไม่ทันผิดสังเกตว่ามีคนแอบดู “แล้วมาจับมือฉันทำไม”

“อ้าว...ก็เธอไม่ชอบไหว้ฉัน ฉันก็จับมือลาแบบฝรั่งไง”

สาวแสบบ้านสวนหน้าแดงก่ำ ค่อยๆดึงมือออกแล้วผละเข้าบ้าน ทิ้งคุณชายรองให้มองตามด้วยความชอบใจ โดยไม่รู้เลยว่าพุดซ้อนกับชบาคอยจับจ้องตลอด หมายมาดปั้นมือในใจ...เรื่องนี้ต้องฉาวทั่วคุ้งน้ำเมืองนนท์แน่!

ooooooo

จิตริณีทนร้อนใจไม่ไหว ต้องหาทางนัดเจออัศนีย์เพื่อถามหาความจริง แล้วก็ต้องถอนใจเหนื่อยหน่าย เพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่เธอคิด อัศนีย์กับคุณหญิงก้อยเอาคืนกัน โดยมีสาลินกับคุณชายรองเป็นหมากในเกม

อัศนีย์ไม่มีท่าทียี่หระ เผยความในใจให้เพื่อนเก่าจากนิวยอร์กรู้ว่าอยากคืนดีกับคุณหญิงก้อย ซึ่งจิตริณีก็ไม่คิดขวาง แถมช่วยคิดอีกต่างหากว่านอกจากเรื่องวุ่นวายในข่าวแล้ว สร้อยเพชรกับดอกไม้สวยๆก็คงช่วยได้เช่นกัน

ฝ่ายคุณหญิงก้อย...ไม่รู้ตัวว่าเป็นหมากตัวหนึ่งของอดีตสามี มัวกระหยิ่มใจที่แผนได้ผลดีเกินคาด

“ข่าวนี้คงทำให้คุณรองอยู่ไม่เป็นสุข และก็คงทำให้อัศนีย์อยู่ไม่เป็นสุขเหมือนกัน คนหนึ่งอยู่ไม่เป็นสุขเพราะกลัวสูญเสีย อีกคนไม่เป็นสุขเพราะยิ่งอยากไขว่คว้าให้ได้มา”

คุณหญิงกลางเห็นท่าน้องสาวก็ถอนใจเหนื่อยหน่าย “แล้วหญิงล่ะจ๊ะ ข่าวนี้จะทำให้หญิงได้อะไร”

“หญิงก็ได้ความสะใจไงคะ”

“ความสะใจ...บางทีก็นำมาซึ่งความทุกข์ใจแสนสาหัสนะหญิง”

คำเตือนของพี่สาวไม่ได้ทำให้คุณหญิงก้อยยี่หระ ย่ามใจกว่าเดิมด้วยซ้ำ ว่าต้องได้ตัวคุณชายรองกลับมาแน่ๆ

เวลาเดียวกันที่ตำหนักเล็ก...คุณชายรองไม่ได้สนใจเลยว่าตัวเองจะเป็นหมากในเกมของใคร มัวยิ้มระรื่นที่ได้แหย่สาลิน คุณชายเล็กเห็นท่าพี่ชายก็แกล้งเย้า แถมบอกว่าเห็นอีกฝ่ายกับสาวแสบบ้านสวนเมื่อเย็นด้วย

“อ้อ...นี่ฉันไปตัดหน้านายสินะ ไง...ตั้งแต่รู้จักกัน งานวันประสูติ แกก็ตามไปเฝ้าเขา เช้าถึงเย็นถึงเลยหรือ”

“คนที่เช้าถึงเย็นถึงน่าจะเป็นพี่รองกับนายอัศนีย์มากกว่า ผมก็แค่จะไปถามเขาเรื่องข่าวนี่ แต่เห็นพี่ไปส่งเขา คงถามกันเรียบร้อย ตกลง...นายอัศนีย์มาจีบคุณสาหรือไงฮะ”

“สาลินบอกว่าเขามาชวนไปทำงานด้วย”

“งั้นก็ใช่เลย คนพวกนี้ชอบอ้างเอางาน เอาธุระมาบังหน้า เพื่อจะได้ไปรับไปส่งกัน”

คุณชายรองสะดุ้ง เพราะตัวเองก็ทำแบบนั้น แต่กระนั้น...ความสุขจากการต่อปากต่อคำกับสาลิน ก็ทำให้ความรู้สึกผิดเลือนหาย แถมเก็บเรื่องเธอไปคิดถึงตลอดคืนอีกต่างหาก เช่นเดียวกันกับสาลิน...เก็บเรื่องของคุณชายรองไปเพ้อจนเขียนนิยายได้เป็นเล่มๆ กลายเป็นชายในฝันของเธอโดยไม่รู้ตัว

ถึงแม้เรื่องระหว่างคุณชายรองกับสาลินจะจบด้วยดี แต่คุณชายเล็กก็คาใจบางอย่าง จนต้องบุกไปหาคุณหญิงกลางถึงวังรัชนีกุลในวันต่อมา เลยได้รู้ว่าภาพฉาวของอัศนีย์กับสาลินเป็นแผนการของคุณหญิงก้อย

“ฉันกะอยู่แล้วเชียว แล้วทำไมหญิงถึงทำอย่างนั้น”

“ก็หญิงก้อยถือว่าคุณสาเป็นศัตรูหัวใจยิ่งกว่า

คุณศรีซะอีก...หญิงก้อยว่าคุณรองติดพันคุณสามานานแล้วหรือ”

“โอ้โฮ...มีอะไรบ้างไหมที่เธอไม่รู้...ใช่แล้ว”

“แล้วเธอเองก็ชอบๆเขาอยู่เหมือนกัน แล้วยังไง ใครดีใครได้อย่างนั้นหรือ”

“ไม่ใช่...มันอยู่ที่เขารักใคร และใครรักเขาสุดหัวใจต่างหาก”

คุณหญิงก้อยไม่สะทกสะท้าน เมื่อพี่สาวเล่าว่าคุณชายเล็กรู้แผนการของเธอแล้ว แถมเย้ยหยันราชนิกุลหนุ่มเจ้าสำราญอีกต่างหาก ว่าเป็นพวกใจง่าย เพราะดันไปถือข้างสองสาวพี่น้องศัตรูหัวใจ

“ฮึ...เจ้าเสน่ห์เหลือเกินนะ ผู้ชายรุมหลงรักเป็นแถว คนพี่ก็คอยรับส่ง คนน้องก็เจ็บร้อนจนแร่มาที่นี่ ส่วนอัศนีย์ก็หลงมันหัวปักหัวปํา ป่านนี้นังนั่นคง

ตัวลอยที่แย่งคนของหญิงไปได้ เฮอะ...ที่แท้ก็ของเหลือเดนจากหญิงทั้งนั้น”

“แน่ใจหรือหญิง เพราะหญิงเองก็ยังอาลัยอาวรณ์ของเหลือเดนนั่นอยู่ไม่น้อยนะ”

คุณหญิงก้อยชักสีหน้า อยากกรี๊ดเต็มแก่ แต่ก็ยังพยายามข่มอารมณ์ไว้ เมื่อพี่สาวพูดถึงศรีจิตรา

“นังนั่นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหญิงหรอกค่ะ เพราะวันๆก็ถูกเก็บตัวโง่งมอยู่แต่ในกะลา พอหญิงเตือนมันว่าน้องสาวกำลังแย่งคุณรองไปจากมัน ก็ได้แต่ร้องไห้กระซิกๆ ไม่มีปัญญาทำอะไร คอยดูเถอะ ถ้าวันไหนคุณรองคว้านังสาลินเข้าจริงๆ หญิงจะหัวเราะเยาะเด็จป้าให้สาแก่ใจเชียว หญิงไม่มีวันยอมแพ้นังสาลินหรอกค่ะ หญิงจะต้องชนะ!”

นอกจากข่าวฉาวกับอัศนีย์ สาลินยังเป็นข่าวใหญ่ทั่วคุ้งน้ำเมืองนนท์ เมื่อพุดซ้อนทำตามที่คิด คือเอาเรื่องเธอจับมือถือแขนกับคุณชายรองไปโพนทะนากลางวัด จนคุณตาคุณยายแทบกุมขมับ อยากจะเป็นบ้า แต่ก็ต้องพยายามสงบจิตสงบใจไว้ ไม่อยากตีตนก่อนไข้จนกว่าจะได้คุยกับหลานสาว

ผิดกับคุณสร้อย เห็นภาพข่าวฉาวของสาลินกับอัศนีย์แล้วเดือดจัด พาลไปลงกับอุ่นเรือน จนอีกฝ่ายทนไม่ไหว ต้องแล่นไปถามความจริงจากปากลูกสาวคนเล็กถึงบ้านสวน คุณตาคุณยายได้ฟังก็ลมแทบจับ เรื่องเก่ายังไม่ได้จัดการ ก็มีเรื่องใหม่แล้ว สาลินหน้าเสีย แต่ก็ยอมรับผิดทุกอย่างและเล่าความจริงให้ทุกคนฟังโดยไม่ปิดบัง

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #13 on: 02 August 2026, 22:28:44 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep13/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 13

เพราะภาพข่าวฉาวของเธอกับอัศนีย์แท้ๆ ทำให้สาลินตกที่นั่งลำบาก แม้ว่าทุกคนจะเข้าใจและเชื่อว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่กระนั้น...เสด็จพระองค์หญิงก็ไม่ทรงนิ่งนอนใจ เร่งให้มีการทาบทามสาลินให้คุณชายเล็ก

ศรีจิตราทราบเรื่องทุกอย่าง และนำมาบอกน้องสาว เมื่ออีกฝ่ายแวะมาเยี่ยมถึงวังวุฒิเวสม์ในวันหนึ่ง พร้อมกับคุณสร้อย ซึ่งมาทำหน้าที่พิเศษร่วมกับคุณสอางค์ คือหอบกระเช้าของคาวหวานไปให้หม่อมวาณี ตอบแทนคุณหญิงกลางที่เคยทำขนมเค้กฝากมาให้เมื่อหลายวันก่อน หม่อมอำพันต้อนรับสองป้าคู่ปรับแบบเสียไม่ได้ แต่เห็นแก่หน้ามิตรสหายร่วมโต๊ะพนัน เลยยอมสงบศึกแบบชั่วคราว

สาลินได้ยินพี่สาวพูดถึงคุณชายเล็ก แถมโฆษณาสรรพคุณความดีงามไม่หยุดหย่อน ก็อดบ่นไม่ได้

“ทำไมพี่ศรีถึงชอบพูดถึงแต่คุณชายเล็กล่ะ สาได้ยินพี่ศรีพูดเรื่องอีตาคุณชายเล็กนี่เป็นร้อยหนแล้ว”

“แต่พี่ได้ยินสาพูดถึงคุณชายรอง ร้อยเอ็ดหนแล้วเหมือนกัน”

สาวแสบบ้านสวนอึ้งไปอึดใจ ศรีจิตรานึกขำแต่ไม่อยากแกล้งน้องสาวแล้ว เลยเปลี่ยนเรื่องถามถึงอัศนีย์ และปฏิกิริยาของคุณชายรองต่อภาพข่าวนั้น

“เขาก็ลากสาไปด่าน่ะสิคะ ห้ามสาไม่ให้คุยกับนายอัศนีย์ เชอะ...มีสิทธิ์อะไร เขาไม่ใช่เจ้าหัวใจสาสักหน่อย”

“นั่นสิ...ใครกันนะจะมาเป็นเจ้าหัวใจสา”

“ที่เขามาอาละวาดกับสาน่ะ เพราะอะไรรู้ไหมคะ เขายังโกรธนายอัศนีย์ที่มาแย่งคุณหญิงก้อย คนรักเขาไป เขาหึงยายคุณหญิงจนหน้ามืดแล้วมาพาลกับสา”

ศรีจิตราลอบยิ้ม มั่นใจกว่าเดิมว่าว่าที่คู่หมั้นหนุ่มต้องหลงรักน้องสาวเธอแน่ แต่ยังตีหน้านิ่งกลบเกลื่อน จนสาลินเข้าใจเอาเองว่าพี่สาวคงไม่สบายใจเรื่องว่าที่คู่หมั้น

“พี่ศรี...พี่ศรีทำใจได้หรือยัง เรื่องคุณชายรอง”

“พี่ไม่ต้องทำใจหรอกจ้ะ แค่เตรียมใจต่างหาก...รอดูว่าคุณชายจะเลือกใคร”

“โธ่เอ๋ย...เขาต้องเลือกคนอื่นแน่เลยพี่ศรี”

“พี่ก็แน่ใจอย่างนั้นว่าเขาต้องเลือก...อีกคนหนึ่ง”

“โธ่...แล้วพี่ศรียังจะรักคุณชายอยู่อีกหรือ”

ศรีจิตรานิ่งนิดเดียว คิดถึงคุณชายอีกคน แล้วตอบยิ้มๆ “จ้ะ...พี่ตัดสินใจแล้ว”

“รักเขาข้างเดียวน่ะหรือ”

“ต่อให้รักเขาข้างเดียว พี่ก็จะทำทุกอย่างเพื่อชนะใจเขา ต่อให้ไม่สำเร็จ ต่อให้เจ็บปวด ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย”

สาลินไม่อยากเชื่อหู ว่าพี่สาวจะปักใจกับว่าที่คู่หมั้นขนาดนี้ “ฮึ...เขาน่ารักอะไรนักหนา เห็นมีแต่วางอำนาจ ขี้เก๊กก็เท่านั้น ปากก็อย่างกับตะไกร ที่สำคัญ...คือเขารักคนอื่นอยู่ ใช่สิ...สาไม่เคยรักใครนี่ สาก็เลยไม่รู้”

“ไม่แน่หรอก สาอาจจะรักเขาเข้าแล้ว แต่สาไม่รู้ตัวก็ได้”

“พี่ศรีพูดอะไร มีด้วยหรือคะ รักเข้าแล้วโดยไม่รู้ตัว

“มีสิสา มันเหมือนน้ำที่หยดลงทีละหยด สั่งสมมากขึ้นจนท่วมท้น จนถึงวันหนึ่ง มันก็จะถั่งโถมเข้าหาสา เข้าท่วมท้นหัวใจ เอิบอาบไปทุกอณูของชีวิตสา แล้วสาจะพบว่ามันคือความรัก ความรักอันลึกซึ้งที่ไม่มีวันไถ่ถอนได้”

สาลินถึงกับคราง เมื่อได้ยินปรัชญาความรักของพี่สาว

“พี่ศรี...นี่ความรักทำให้พี่ศรีเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ”

ooooooo

หลังสงบศึกชั่วคราว คุณสอางค์กับคุณสร้อยจึงได้ร่วมวงไพ่ที่ตำหนักเล็กพร้อมกับหม่อมวาณี

เลยได้สืบรู้เรื่องคุณหญิงกลางว่าไม่ได้สนิทสนมกับคุณชายเล็กฉันชู้สาว แต่เธอกำลังคบหาดูใจกับศุภร

ศรีจิตรารู้เรื่องก็ดีใจมาก แต่แสดงออกไม่ได้ กลัวผิดสังเกต ซึ่งสองป้าก็ไม่ทันเอะใจจริงๆ มัวยุยงหลานสาวให้ใช้จริตจะก้านมัดใจคุณชายรอง ศรีจิตรายิ้มบางๆ แต่ในใจลิงโลด หมายมาดในใจ ต้องทำอะไรสักอย่าง...

เช้าวันต่อมาที่วังรัชนีกุล...คุณหญิงก้อยได้รับของขวัญชิ้นพิเศษ เป็นดอกไม้ช่อโตและสร้อยไข่มุกล้อมเพชร พร้อมการ์ดจากคุณชายรอง หม่อมวาณีตื่นเต้นแทนลูกสาวคนเล็กมาก ผิดกับคุณหญิงกลาง ที่คิดว่ามันแปลกๆ

“ไม่น่าเชื่อยังไงคะพี่กลาง ตรงที่เขาอยากคืนดีกับหญิงน่ะหรือ”

“ที่พี่บอกไม่น่าเชื่อ คือวิธีง้อต่างหากจ้ะ คุณรองไม่น่าทำอะไรที่...เอ่อ...หวานจนเอียนขนาดนี้”

“นั่นแปลว่าเขาเป็นคนผิด แล้วหญิงเป็นคนถูกต่างหาก เขาถึงต้องยอมง้อหญิง”

หม่อมวาณีเห็นท่าไม่ดี กลัวลูกสาวสองคนจะทะเลาะกัน เลยพยายามห้ามทัพและตัดบท

“ลูกหญิงจ๋า ถ้าหญิงเจอชายรอง อย่าพูดเรื่องใครถูกใครผิด ใครง้อใครก่อนนะลูก หญิงจำแค่ว่าชายรองรักหญิงมากจนยอมหญิงหมดทุกอย่างดีกว่า”

คุณหญิงก้อยกระหยิ่มใจ มั่นใจเหลือเกินว่าคุณชายรองยังรักและรอเธอเสมอ จนอดใจไม่ไหว ต้องหอบสร้อยมุกหรูไปอวดพวกวิรงรองถึงสำนักพิมพ์ในเย็นวันเดียวกัน

“คุณรองคงรู้ว่าเพชรเป็นเพื่อนแท้ของผู้หญิง”

วิรงรองข่มอารมณ์หมั่นไส้เต็มที่ ก่อนจะโต้กลับเสียงหวาน “เราทุกคนก็เป็นเพื่อนแท้ของหญิงจ้ะ”

คุณหญิงก้อยยิ้มชอบใจ ไม่ทันคิดเลยว่าทุกอย่างจะเป็นแผนของอัศนีย์กับพวกวิรงรอง ช่วยกันทำให้เธอหลงเชื่อว่าคุณชายรองยังมีใจ อัศนีย์มาถึงหลังจากนั้นไม่นาน สะใจมากเมื่อรู้ว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน แต่ก็ต้องทำเนียนเหมือนไม่รู้เรื่อง และแสร้งทำเป็นง้องอนเพื่อให้สมจริง ซึ่งคุณหญิงก้อยก็เชื่อสนิท

“คุณชายไถ่ถอนโทษด้วยสร้อยเส้นนี้ สวยกว่า หรูกว่า และแพงกว่านาฬิกาข้อมือที่คุณให้ฉันตั้งเยอะ”

“ผมเป็นห่วงนะ แต่ที่จริงก็ดีใจที่คุณกับคุณชายเข้าใจกันได้เสียที มีอะไรให้ผมช่วยก็บอก”

“อืม...คุณช่วยฉันได้นะ ทุกวันพุธคุณรองจะแวะมาร้านนายศุภร แล้วมักจะไปทานกลางวันที่ร้านลักซอร์ ทำไมไม่ลองนัดยายบรรณารักษ์ไปที่ร้านนั่นล่ะ”

“อ้อ...คุณจะให้คุณชายตัดใจจากสาลินให้เร็วขึ้น”

“ใช่...คุณชายตัดใจจากแม่นั่นเร็วเท่าไหร่ คุณก็ได้แม่นั่นไปครองเร็วเท่านั้น เราได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย”

“ไม่เลวครับ...ตกลงตามนั้น”

คุณหญิงก้อยกลับไปแล้ว ทิ้งอัศนีย์ให้มองตามด้วยแววตาสาสมใจ

“ขอบใจนะจินนี่...แค่เพชรกับดอกไม้เท่านั้นจริงๆ”

ooooooo

นอกจากจะเป็นไส้ศึกในวังวุฒิเวสม์ให้คุณหญิงก้อยแล้ว จรวยก็ไม่ละความพยายามจะกำจัดศรีจิตราให้พ้นทาง จะได้ไม่มีสะใภ้หน้าไหนมาใหญ่เกินหน้าเธอในตำหนักเล็ก และวันนี้ก็ถือเป็นโอกาสดี ที่เธอจะปั่นหัวศรีจิตราถึงเรื่องคุณชายเล็ก เพราะเธอแอบระแคะระคายมาระยะหนึ่งแล้วว่าทั้งสองอาจมีใจให้กัน

“วันนี้หยุดหรือคะ ไม่เห็นคุณชายเล็กมาคุมงาน แปลกจังนะคะ คุณชายเล็กคุมทุกขั้น อย่างกับเรือนหอตัวเอง”

ศรีจิตรารู้ทันว่าอีกฝ่ายจะยุแยง แต่ก็เก็บอาการ ตอบกลับประสาซื่อ

“คุณชายรองเธอบอกว่าคุณชายเล็กมีหัวทางนี้มากกว่าค่ะ”

“ฮึ...แต่รวยว่าคุณชายรองไม่ดูดำดูดีเรือนหอนี้เลยต่างหาก”

“เพราะคุณชายรองรักคุณหญิงก้อยสุดหัวใจใช่ไหมคะ”

“ต๊าย...นี่คุณศรีไม่ทุกข์ไม่ร้อนเลยหรือคะ เอ...หรือว่าคุณศรีมีคุณชายเล็กคอยปลอบใจอยู่”

“ค่ะ...คุณชายเล็กเธอคอยเตือนดิฉันอยู่ทุกๆเรื่องเลยค่ะ”

“เรื่องอะไรบ้างหรือคะ”

ศรีจิตรายิ้มเย็น ตอกกลับแบบไม่ไว้หน้า “ก็เรื่องที่ทุกสิ่งทุกอย่างอาจไม่เป็นอย่างที่เห็น คนที่ดูไม่ชอบเรา อาจจะหวังดีกับเรา ส่วนคนที่ดูจริงใจ อาจจะมุ่งร้ายกับเราก็ได้”

จรวยถึงกับหน้าม้าน แต่สีหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่ายก็ทำให้ไม่แน่ใจ...หรือว่ามันจะหลอกด่า

คืนเดียวกันที่ร้านอาหารหรู...คุณหญิงก้อยแต่งตัวชุดสวยมากินมื้อเย็นกับคุณชายรอง มั่นใจมากว่าเขาต้องพะเน้าพะนอเธออย่างดีเหมือนเคย แต่ผิดคาด คุณชายรองมีท่าทีเมินเฉยและเย็นชา จนเธอเกือบหมดความอดทน แต่เมื่อนึกถึงคำแม่ที่ว่าให้อดทน เลยต้องปล่อยไป และเก็บไว้แค่ภาพถ่ายคู่ที่ทางร้านถ่ายให้เท่านั้น

และก็เพราะภาพถ่ายนี้เอง ทำให้คุณหญิงก้อยคิดแผนขึ้นได้ เริ่มด้วยการโทร.หาจรวย ช่วยยุยงคนในวัง ให้รังเกียจศรีจิตรา จะได้ไม่เป็นมารหัวใจเธออีก คุณหญิงกลางได้ยินทุกอย่าง อดไม่ได้จะทักท้วง แต่คุณหญิงก้อยก็ไม่สำนึก ยืนกรานทำตามแผนเดิม โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองก็ถูกจรวยหลอกใช้เช่นกัน

“อย่าคิดว่าคุณหญิงใช้รวยฝ่ายเดียว รวยก็ใช้คุณหญิงเป็นเครื่องมือ คุณชายรองต้องกระเด็นจากวังในอีกไม่ช้า”

คุณหญิงกลางกลัวเรื่องบานปลาย เลยแอบบอกคุณชายเล็กถึงแผนการร้ายของน้องสาว แล้วเขาก็ได้ประจักษ์ใจในอีกสองสามวันต่อมา เมื่อได้ยินกับหู เห็นกับตา ว่าคุณหญิงก้อยมาระรานศรีจิตราถึงร้านทำผม

“ไม่นึกนะว่าคนอย่างเธอจะมาทำผมร้านระดับนี้ด้วย”

“คนอย่างดิฉันทำไมหรือคะ”

“ก็เด็กบ้านสวนที่โดนคุณป้าครอบให้หาสามีทางลัด บังคับให้แต่งงานกับคุณชายวุฒิเวสม์ หวังเป็นสะใภ้เจ้า”

ศรีจิตราพยายามข่มอารมณ์ ตอบกลับอย่างใจเย็น “ดิฉันทำตามพระประสงค์ของเสด็จฯค่ะ”

“แหม...ยังโง่เขลาเบาปัญญาเหมือนเคย ยายป้าสองคนของเธอนั่นแหละที่ยัดเยียดความคิดนี้ให้เด็จป้า เอาล่ะ...เพื่อให้เธอได้รู้ตัวไว้ นี่...ของขวัญจากคุณรองที่ให้ฉันไว้เป็นการขอโทษและขอคืนดี นี่จ้ะ...รูปถ่ายของเรา”

ภาพถ่ายคู่ของคุณหญิงก้อยกับคุณชายรองในร้านอาหารหรู ทำให้ศรีจิตราหน้าเสียด้วยความเป็นห่วงสาลิน แต่คุณหญิงก้อยกลับเข้าใจอีกทาง

“คุณชายขอคืนดีฉัน เราไปดินเนอร์ปรับความเข้าใจกันแล้ว แนะนำด้วยความหวังดีนะ เก็บข้าวของแล้วออกจากวังเสียแต่เนิ่นๆ เก็บตัวอยู่ในเล้าเป็ดเล้าไก่ของเธอเสีย เป็นหม้ายขันหมากสะใภ้เจ้าน่ะ มันน่าอายไม่น้อยเลยนะ”

“ขอบคุณที่แนะนำ แต่ขอให้ดิฉันได้ยินจากปากคำของคุณชายเองดีกว่านะคะ ดิฉันถึงจะเชื่อ...ขอตัวค่ะ”

ศรีจิตราจะผละไป แต่คุณหญิงก้อยไม่ยอม ตามไปยื้อไว้

“ไม่ต้องรอให้ได้ยินจากคุณรองหรอก ไม่กี่วันหนังสือพิมพ์ก็จะลงข่าวฉันกับคุณรองให้เป็นที่เอิกเกริกทั่วฟ้าเมืองไทยแล้ว ถ้าหน้าเธอยังมียางอายบ้าง ก็ควรจะหลีกทางเสีย”

ศรีจิตราไม่ยี่หระ และไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย เลยพยายามปลีกตัวอีกครั้ง แต่คุณหญิงก้อยก็ไม่จบง่ายๆ

“ฝากบอกไปถึงนังน้องสาวเธอด้วย ให้หลีกทางเหมือนกัน เพราะแม่คนนี้ดูจะไร้ยางอายมากกว่าเธอเสียอีก แม้แต่คู่หมั้นพี่สาวยังคิดแย่งได้ จิตใจเธอสองคนทำด้วยอะไรกันนะ”

“อย่างน้อยทั้งดิฉันและน้องสาวก็ยังพอมียางอาย จะไม่เที่ยวโผไปหาผู้ชายคนนั้นที คนนี้ที เดี๋ยวคนรักเก่า เดี๋ยวสามีเก่า หรือจูบกับพี่ชายคนรักจนเป็นที่เอิกเกริกทั่วฟ้าเมืองไทยอย่างที่เป็นข่าวหรอกค่ะ”

คุณหญิงก้อยถึงกับอ้าปากค้าง และเกือบจะเงื้อมือตบแล้ว ถ้าศรีจิตราจะไม่ดักคอ

“อย่าใช้คำต่ำๆนะคะ คนมองมาทั้งร้านแล้ว คุณหญิงควรจะมียางอายบ้าง”

คราวนี้คุณหญิงก้อยหมดความอดทนจริงๆ ตั้งท่าจะตบให้หายแค้น แต่คุณชายเล็กก็โผล่มาขวางไว้ พร้อมกับดึงศรีจิตราออกมา คุณหญิงก้อยโกรธมากและโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“แหม...ปกป้องกันดีเหลือเกิน อย่าบอกนะว่าคุณชายเล็กก็ร่วมวงสโมสรสลับพี่สลับน้องด้วย เป็นรักสี่เส้างั้นสิ”

“หญิงก้อย...ถ้าท่านจันทร์ทรงทราบว่าหญิงทำตัวแพศยาขนาดนี้ คงเสียพระทัยแทนตระกูลรัชนีกุลไม่น้อยเลย”

คุณชายเล็กตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้าแล้วผละไปพร้อมกับศรีจิตราทันที ทิ้งคุณหญิงก้อยให้เต้นเร่าๆคนเดียว เสียหน้าสุดขีดที่ถูกประจานต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้

ooooooo

แผนการหลอกคุณหญิงก้อยให้ตายใจเรื่องคุณชายรองได้ผลดีเกินคาด อัศนีย์เลยไปทวงสัญญาจากสาลิน ให้มาทำงานกับเขา เพราะไนต์คลับจะก่อสร้างเสร็จสิ้นในอีกไม่กี่เดือน

สาลินมีท่าทีอึกอัก พยายามแบ่งรับแบ่งสู้ อัศนีย์เห็นคุณชายรองกับศุภรมากินข้าวร้านเดียวกัน เลยแกล้งกุมมือเธอไว้ เมื่อคุณชายรองเห็นก็โมโหหึง และปั้นปึงจากไป ศุภรได้แต่ละล้าละลัง แต่สุดท้ายก็ตามไปคุยกับเพื่อนรัก

“ไอ้หม่อม...ใจเย็น หึงแล้วอย่าพาลหึงสิวะ นี่หึงที่มันเป็นผัวเก่าหญิงก้อย หรือหึงที่มันมายุ่งกับว่าที่น้องเมีย”

“หุบปากนะไอ้บ้า”

“ไม่หุบโว้ย...แกทำท่าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

นี่แปลว่าอะไร เรื่องนายกับคุณสาน่ะ รักน้องเมียแล้วใช่ไหม”

คำถามของศุภรยังไม่ได้คำตอบ เพราะสองหนุ่มต้องต้อนรับแขกสาวสองคนที่มาถึงในเวลาเดียวกันแต่คนละจุดประสงค์เสียก่อน คุณหญิงกลางกับจิตริณีนั่นเอง คนแรกมาเพื่อขอคำปรึกษาจากศุภรเรื่องดองดอกไม้ของน้องสาว ส่วนอีกคนมาเลือกซื้อเนกไทเป็นของขวัญให้เจ้านาย

เรื่องเนกไทของจิตริณีไม่ใช่ปัญหา แต่เรื่องดองดอกไม้ของคุณหญิงกลางทำให้ทุกคนต้องมองหน้ากันงงๆ โดยเฉพาะคุณชายรองที่กลายเป็นเจ้าของช่อดอกไม้พร้อมสร้อยมุกสุดหรูแบบไม่รู้ตัว จิตริณีพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว จนเมื่อได้เห็นการ์ดที่มากับช่อดอกไม้ เลยถึงบางอ้อ เพราะรู้จักลายมือนั้นเป็นอย่างดี

คุณชายรองแทบกุมขมับ เมื่อรู้ความจริงจากจิตริณีว่าอัศนีย์จัดฉากทุกอย่าง ส่งดอกไม้และสร้อยมุกไปให้คุณหญิงก้อย วางแผนให้เข้าใจผิด เพื่อดึงสาลินออกห่างจากเขา และเมื่อคุณชายเล็กรู้เรื่องในเย็นวันเดียวกัน ก็เป็นกังวลไปด้วย เพราะเมื่อเช้าคุณหญิงก้อยก็แวะไปหาเรื่องศรีจิตราเหมือนกัน

“เจ้าหล่อนไปราวีคุณศรีที่ร้านทำผม ขู่คุณศรีต่างๆ นานา แถมจะทำร้ายคุณศรีด้วย ดีนะที่ผมตามไปช่วยไว้”

“หา...แล้วแกตามไปได้ยังไง”

“แหม...หญิงกลางบอกผมก่อนน่ะสิครับ เธอได้ยินยายก้อยโทร.นัดแนะกับหนอนบ่อนไส้ในตำหนักเรา”

“หนอนบ่อนไส้งั้นหรือ...”

ภารกิจตามหาหนอนบ่อนไส้จึงเกิดขึ้นหลังจากนั้น ซึ่งสองคุณชายก็ใช้เวลาไม่นานเลย ตามเจอหนอนตัวนั้นจนได้ ซึ่งก็คือจรวย ที่หมั่นปั่นหัวและยุแยงหม่อมอำพันกับคุณชายโตเสมอ ให้เห็นผิดเป็นชอบและเข้าใจศรีจิตราแบบผิดๆตลอด สองคุณชายจึงคิดแผนโต้กลับ ด้วยวิธีการหนามยอกเอาหนามบ่ง...

ooooooo

คุณชายรองกับคุณชายเล็กร่วมกันเล่นละครตบตาคุณหญิงก้อยกับพวกอัศนีย์ เลยไม่ได้ไปให้สองพี่น้องจากบ้านราชดำริเห็นหน้าบ่อยๆเหมือนเคย ศรีจิตรามีโอกาสเจอน้องสาว เลยลองหยั่งเชิงถามถึงคุณชายรอง

“สาเจอคุณชายรองบ้างไหมหมู่นี้”

“เมื่ออาทิตย์ก่อนเจอหนหนึ่ง เขาเจอสาคุยธุระกับนายอัศนีย์เท่านั้นแหละ แขวะสาใหญ่เลย เขาหึงนายอัศนีย์”

ศรีจิตราลอบยิ้ม แกล้งถาม “ที่มาคุยกับสาหรือจ๊ะ”

“ไม่ใช่...เขาหึงแม่คุณหญิงนางพญาหงส์เหินนั่นต่างหาก สาว่าอีกไม่นานเขาต้องคืนดีกันแน่ๆ”

“แต่ถ้า...เขาเลิกกันเด็ดขาดล่ะสา”

“ถ้าเขาเลิกกัน แล้วเขา...เขาหันมาหาพี่ศรี สาก็จะพยายามทนที่ต้องมีเขาเป็นพี่เขย”

“พี่คิดว่าสาต้องทนเรื่องอื่นเสียอีก”

สาลินถึงกับงง แต่ไม่ทันได้ซัก มาลากับวรรณาก็ขนขนมจากนมย้อยมาให้เสียก่อน สาวแสบบ้านสวนเลยเบนความสนใจมาที่ขนมรสเลิศแทน แต่ก็ไม่วายสงสัย เพราะขนมของนมย้อยรสชาติเหมือนขนมของพลช่างฟิตไม่มีผิด!

ข้อสงสัยของน้องสาว ทำให้ศรีจิตราเอะใจและเมื่อได้เจอคุณชายเล็กในวันเดียวกัน เลยตัดสินใจจะสืบให้รู้เรื่อง แต่ก่อนจะถึงขั้นตอนนั้น เธอก็ได้ใช้วิชาจริตมารยาที่สองป้าสอนมาเสียก่อน ด้วยการแกล้งเป็นลมเมื่อถูกหนามกุหลาบตำ คุณชายเล็กตกใจมาก รีบอุ้มเธอไปพักที่ศาลาและช่วยพัดวีจนเธอฟื้น

“ทำไมกุหลาบแสนสวยถึงทำร้ายคุณศรีได้ลงคอนะ เขาเปรียบผู้หญิงเหมือนกุหลาบไม่ใช่หรือ”

ศรีจิตราสบตาเขานิ่ง “เขาเปรียบกุหลาบกับความรักต่างหากล่ะคะ งดงาม หอมหวาน แต่ถ้าไม่ระวังก็ต้องถูกหนามมันให้เจ็บปวดทรมาน เหมือนกับนางมัทนา”

คุณชายเล็กถึงกับอึ้ง ขยับตัวออกห่าง ด้วยคิดและเข้าใจเองว่าเธอคงหมายถึงตัวเองกับพี่ชายคนรอง

“เรื่องอะไรนะฮะ มัทนะพาธาใช่ไหม”

“นางมัทนาไม่ยอมรับรักจอมเทพจนถูกสาปเป็นดอกกุหลาบ วันใดมีความรักจึงจะกลับเป็นคนได้ตลอดไป นางรักกับท้าวชัยเสน แต่พระองค์มีมเหสีแล้ว ลงท้ายก็ถูกมเหสีใส่ร้าย ท้าวชัยเสนหลงเชื่อ ขับไล่นาง นางกลับมาแต่ก็ไม่ยอมรับรักจอมเทพอีก จึงถูกสาปให้เป็นดอกกุหลาบตลอดกาล”

ตำนานดอกกุหลาบไม่ได้เศร้าน้อยไปกว่าสีหน้าคนเล่าเลย คุณชายเล็กเลยพยายามคลี่คลายบรรยากาศ

“ว้า...จบเศร้าอีกแล้ว”

“ค่ะ...นิทานไม่ได้จบสุขไปหมดทุกเรื่องหรอกค่ะ”

“เหมือนชีวิตคนใช่ไหมฮะ”

“ค่ะ...ชีวิตคนต้องเจอมรสุมเสมอ”

“แต่อย่าลืมสิฮะ หลังพายุร้าย ก็จะมีรุ้งหลากสีบนท้องฟ้า”

สองหนุ่มสาวส่งยิ้มให้กัน แววตาเป็นประกายระยิบระยับ ลึกซึ้งมากกว่าเคย จนคนแอบมองจากมุมไกลๆอย่างคุณชายรองเริ่มสงสัย...หรือว่าจะมีรายการผิดฝาผิดตัว

คุณชายรองเฝ้าครุ่นคิดถึงท่าทีระหว่างน้องชายกับว่าที่คู่หมั้นสาวจนดึกดื่น ก่อนจะได้ข้อสรุปบางอย่าง ที่ชวนโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเจอกับเสด็จพระองค์หญิงในคืนเดียวกัน จึงตัดสินใจทูลถามเรื่องงานแต่ง

“รอไปก่อนไม่ได้หรือพ่ะย่ะค่ะ เกล้าอยากอยู่เป็นโสดสักปีหนึ่ง”

เสด็จฯซ่อนยิ้ม ทรงทราบดีว่าสาเหตุเพราะอะไร แต่ยังทรงแกล้งทำไม่รู้

“อยากเป็นโสด หรือยังอาลัยอาวรณ์ใคร”

“ตัดบัวยังเหลือใยนะพ่ะย่ะค่ะ”

“เธอหมายถึงหญิงก้อย...หรือผู้หญิงอื่น”

“ถ้าหมายถึงหญิงก้อย ก็หมายถึงยังเป็นญาติกันอยู่พ่ะย่ะค่ะ”

“อ้อ...เดี๋ยวนี้มาทำเล่นลิ้นกับป้า ไปลับฝีปากกับใครมาจากไหน”

“เกล้าเป็นนักการทูต ก็ต้องมีวาทศิลป์อยู่บ้างสิพ่ะย่ะค่ะ”

“หรือว่าตอนนี้เธอไปชอบใครอื่นอีก”

“โธ่...ถ้าเกล้าไปชอบใคร ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมาชอบเกล้านะพ่ะย่ะค่ะ”

“เธอน่ะเจ้าเสน่ห์จะตายไป ทำไมเขาจะไม่ชอบเธอตอบ เอ๊ะ...นี่ตกลงมีใครอื่นอีกจริงหรือ”

คุณชายรองมีท่าทางอึกอัก ยิ่งเมื่อเสด็จฯรับสั่งถึงสองพี่น้องจากบ้านราชดำริว่าเป็นเด็กดี ยิ่งไม่สบายใจ จนต้องทูลถามอย่างหมดทางเลือก “แล้วถ้าคุณศรีไปรักคนอื่นแล้วล่ะพ่ะย่ะค่ะ”

เสด็จฯทรงกลั้นยิ้มแทบแย่ เมื่อได้ยินคำถามของหลานชายคนโปรด จนเมื่อได้เจอหน้าหลานชายคนเล็กในเวลาต่อมา เลยแกล้งถามว่าเขาตีสนิทกับศรีจิตราเพื่อหาทางเข้าหาสาลินใช่หรือไม่

“เอาไว้ป้าจะนัดสาลินให้เจอแกอีกดีไหม”

คุณชายเล็กมีสีหน้าอึดอัด เสด็จฯกับคุณชายรองเลยหยุดแกล้ง และถามถึงดอกกุหลาบของศรีจิตราในมือแทน

“เขาถึงกับให้กุหลาบแดงแจ้งรักกับแกหรือ”

“เขาอาจจะฝากผมมาให้พี่รองก็ไม่รู้ เอาไหมพี่รอง”

“เขาให้นาย...ก็ต้องเป็นของนายสิ”

ooooooo

คุณชายรองดำเนินการตามแผนขั้นต่อไป ด้วยการออกเดตกับคุณหญิงก้อยอีกครั้ง และคืนนี้เขาก็เลือกไนต์คลับหรูเป็นสถานที่พลอดรัก จนอัศนีย์กับพวกวิรงรองถึงกับตะลึง ไม่อยากเชื่อตาตัวเอง

แต่ฉากรักแสนหวานก็ไม่น่าตกใจเท่าสิ่งที่คุณชายรองประกาศ เมื่อจู่ๆราชนิกุลหนุ่มก็โผกอดอัศนีย์แน่น พร้อมกับเอ่ยขอบคุณถึงสิ่งที่อีกฝ่ายทำเพื่อเขากับคุณหญิงก้อย

“บอกหญิงไปสิครับ เรื่องที่คุณปรารถนาดีกับเรา อยากให้เราคืนดีกัน พวกคุณร่วมมือกันทั้งหมด หรือจะให้ผมบอกเอง คืออย่างนี้นะหญิง คุณอาร์นี่เขาส่ง...”

คุณหญิงก้อยตาโต อยากรู้ขึ้นมาทันที วิรงรองกลัวความแตกเลยแกล้งดึงราชนิกุลสาวไปอีกทาง เปิดโอกาสให้อัศนีย์เคลียร์กับคุณชายรองตามลำพัง

“ผมส่งอะไรคุณชาย”

“รู้อยู่แก่ใจ ไม่น่ามาย้อนถาม อุบายตื้นๆแบบนี้ไม่น่าทำเลย ไม่นึกหรือว่าความมันจะแตกง่ายๆ ถ้าผมบอกปฏิเสธหญิงไปว่าผมไม่ได้ส่งทั้งสร้อย ทั้งดอกไม้ หญิงต้องมาเอาเรื่องพวกคุณทันที”

พวกวิรงรองยังเชิดหน้า ยืนกรานว่าไม่รู้เรื่อง คุณชายรองเลยต้องใช้ไม้ตาย

“อย่าปากแข็งเลยครับ ผมสืบมาหมดแล้ว ทั้งร้านที่พวกคุณไปซื้อ ทั้งราคาเพชร ไข่มุก ของปลอมทั้งนั้น”

อัศนีย์หน้าเจื่อน เสียหน้าอย่างแรง เช่นเดียวกับพวกวิรงรอง หมดทางจะแก้ตัว แต่ก็ไม่วายสงสัย เหตุใดคุณชายรองถึงยอมรับสมอ้างและไม่บอกความจริงกับคุณหญิงก้อย

“งานนี้ทำให้ผมได้กลับมารื้อฟื้นความหลังกับหญิงอีกครั้ง”

“ตกลงคุณคืนดีกับหญิงจริงๆ แล้วสาลินที่คุณจีบอยู่ล่ะ”

คุณชายรองตีหน้านิ่ง แกล้งหลอกให้อัศนีย์ได้ใจ “หลังจากที่เธอหันไปเดทกับคุณบ่อยๆ ผมก็รู้แล้วว่าเธอไม่มีเยื่อใยกับผมเลย ผมถึงเห็นค่าของหญิงก้อยขึ้นมาไง เป็นอีกเรื่องที่ผมต้องขอบคุณ”

“หมายความว่าคุณจบกับสาลินแล้ว”

“เราต่างกันมาก แล้วดูเหมือนเธอจะสนใจคุณมากกว่าผม”

อัศนีย์ยิ้มมั่นใจ “มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว”

เป็นอันว่าคุณหญิงก้อยก็ยังไม่รู้ความจริงเรื่องแผนของพวกอัศนีย์ เช่นเดียวกับคุณชายรอง หลอกทุกคนสำเร็จ ว่าเขาอยากคืนดีกับราชนิกุลสาวจริงๆ ส่วนศรีจิตรา...ไม่สนว่าใครจะหลอกใคร มัวมุ่งมั่นกับการหาทางบอกความในใจกับคุณชายเล็ก และหนังสือนิทานเวตาลที่เขานำมาให้เมื่อหลายวันก่อน ก็ทำให้เธอเกิดความคิดบางอย่าง...

ooooooo

และแล้ววันสำคัญก็มาถึง ศรีจิตราเตรียมตัวแต่เช้า แต่งชุดสวยนั่งรอคุณชายเล็กที่ศาลากลางสวน พร้อมสำหรับละครฉากใหญ่ คุณชายเล็กได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าสาวใช้ในวังก็แอบดู แล้วก็ถึงกับตะลึง เมื่อได้เห็นศรีจิตรามาดใหม่ สวยงามและงดงามราวกับนางในวรรณคดี
ศรีจิตรารวบรวมความกล้า ใช้เสน่ห์ทั้งหมดที่มี เชื้อเชิญให้คุณชายเล็กอยู่ฟังนิทานเวตาล เรื่องราวของราชบุตรนามว่าวัชรมุกุฎ ที่ดันไปตกหลุมรักหญิงสาวคนหนึ่ง ระหว่างเดินชมสระบัว พร้อมกับสหายเจ้าปัญญาชื่อพุทธิศริระ

หญิงสาวงามปริศนาคนนั้น ไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆกับราชบุตรเลย แต่กลับแสดงท่าทางบางอย่าง เริ่มจากการเก็บดอกบัวมาประนมไว้แล้วชูขึ้นไหว้ฟ้า ต่อจากนั้นก็ลดมือ เอาดอกบัวนั้นทัดหู ดึงออกแล้วใช้ฟันกัด ทิ้งลงกับพื้นแล้วใช้เท้าเหยียบ ก่อนจะหยิบขึ้นมาอีกครั้งแล้ววางแนบกลางอก
ระหว่างที่เล่า ศรีจิตราก็ทำท่าประกอบด้วย จนคุณชายเล็กถึงกับเคลิ้ม หลงเพริศไปกับเสน่ห์แสนหวาน ของนักเล่านิทานสาว ศรีจิตราส่งยิ้มหวานตบท้าย ก่อนจะหน้าเจื่อน เมื่อเขาถามว่าสิ่งที่สาวงามคนนั้นทำแปลว่าอะไร

“พระราชบุตรไม่ฉลาดนัก ไม่เข้าใจความ เจ้าชายจึงเล่าให้พระสหายฟัง ถึงปริศนาที่นางทำ พุทธิศริระคิดนิดเดียว ก่อนจะทูลว่าเมื่อนางยกดอกบัวไหว้ฟ้า คือนางขอบคุณทวยเทพที่ให้ได้พบพระองค์ เมื่อทัดหู เพื่อบอกว่านางเป็นชาวเมืองกรรณาฎกะ เมื่อนางขบดอกบัวด้วยทนต์ แสดงว่านางเป็นธิดาท้าวทันตวัต เมื่อนางเหยียบดอกบัว เพื่อแสดงว่านางคือเจ้าหญิงปัทมาวดี และที่นางเอาดอกบัวแนบอุระ แปลว่าบัดนี้...พระองค์สถิตในใจนาง”

เล่าจบก็สบตาเขานิ่ง มาลากับวรรณาที่นั่งฟังอยู่ด้วย อดไม่ได้ โพล่งขึ้น

“ผู้หญิงอะไรเปรี้ยวจริง บอกรักผู้ชายก่อน”

แต่คุณชายเล็กก็ยังไม่รู้เรื่อง จนแล้วจนรอด “เฮ้อ...ผู้หญิงนี่มีวิธีบอกรักพิสดารจังนะครับ”

ศรีจิตราถึงกับถอนใจเฮือกใหญ่ สวนกลับปลงๆ “ก็บอกถึงขนาดนี้ เจ้าชายก็ยังไม่รู้เรื่องนี่คะ”

ฝ่ายคุณหญิงก้อย...เจ็บใจท่าทางแข็งกร้าวของสองพี่น้องบ้านราชดำริมาก เลยเอาคืนด้วยการนำภาพคู่ของเธอกับคุณชายรองไปลงหนังสือพิมพ์ คุณสอางค์เปิดมาเจอก็ทนไม่ไหว แล่นไประบายกับน้องสาวด้วยความอึดอัด คุณสร้อยเลยถึงกับเต้นผาง และพาลไปลงกับอุ่นเรือน

“นี่แหละน้า คนมันเป็นไพร่ เอามาขัดเกลายังไง กลิ่นโคลนท้องร่องท้องสวนก็ยังอยู่ เชอะ...คิดว่ามีวาสนา แต่ลงท้ายก็คงกลับมาเกาะฉันกินเหมือนเดิม”

อุ่นเรือนคอแข็ง โต้กลับเสียงเรียบ “แต่มันไม่ใช่ความผิดของแม่ศรีนะคะ”

“ผิดสิยะ ผิดที่มันไม่เชื่อฉัน ฉันให้มันแต่งจริตกระบิดกระบวนยวนยั่วคุณชายรอง มันก็บิด แต่เป็นบิดตะกูด สนิมสร้อย เหนียมอาย งอมืองอตีน แม่คุณหญิงก้อยร้อยมาลัยนั่นถึงได้แย่งไป”

อุ่นเรือนโกรธมาก ตั้งท่าจะเถียงแทนลูกสาวอีกรอบ แต่ก็ไม่ทันคุณสร้อยตามเคย

“นี่...อย่ามากล้าดีเถียงฉันนะยะ เดี๋ยวเสด็จฯก็คงทรงไล่มันกลับมา ฮึ...เสียขมิ้นดินสอพองไปเป็นหาบๆ อย่างนี้ต้องส่งไปอยู่ก้นสวนกับนังน้องสาวชะนีดงนั่น วันๆให้ตักอึรดผักให้เหม็นฉาวโฉ่อยู่นั่นแหละดี”

พูดจบก็หันไปขอเสียงสนับสนุนจากพี่สาว แต่ก็ต้องผงะ เมื่อคุณสอางค์ส่งสายตาดุดันมาให้แทน อุ่นเรือนมองมาด้วยแววตานิ่งสงบ ทั้งที่ในใจแอบสะใจอย่างช่วยไม่ได้ แต่กระนั้น...ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ต้องหาทางคุยกับลูกสาวให้ได้

ooooooo

เนกไทสีสวยจากร้านคุณชายรองบนโต๊ะทำงาน ไม่ทำให้ไนเจลหายงอน เคืองไม่หายที่จิตริณีหมกมุ่นเรื่องอัศนีย์ จนไม่มีเวลาสนใจเขา และคนรับกรรมหนักสุด คงหนีไม่พ้นพนักงานทุกคนในห้องสมุด กลายเป็นที่รองรับอารมณ์ขึ้นๆลงๆ แถมต้องปั่นงานอย่างบ้าคลั่ง เพราะไนเจลหัวเสียแล้วบ้างานตลอดเวลา

แต่ถึงยุ่งแค่ไหน ภาพถ่ายของคุณหญิงก้อยกับคุณชายรองก็ทำให้ทุกคนซุบซิบกันด้วยความเป็นห่วงสาลินเหมือนเคย แต่บรรณารักษ์สาวบ้านสวนกลับมีสีหน้าเรียบเฉย มัวคร่ำเคร่งกับงานจนทุกคนพูดไม่ออก

คุณชายรองก็เป็นห่วงสาลินไม่แพ้กัน แต่เพื่อแผนการที่คิดไว้ เลยสวมบทคุณชายหนุ่มผู้คลั่งรักต่อ ด้วยการประกาศต่อหน้าแม่และทุกคนที่ตำหนักเล็ก จะยกเลิกงานหมั้นกับศรีจิตราและแต่งงานกับคุณหญิงก้อย หม่อมอำพันเต้นผาง กลัวว่าการกระทำของลูกชายคนรองจะทำให้ถูกเสด็จฯเฉดหัวจากวังวุฒิเวสม์

“ผมทราบครับ...อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด”

“อ้อ...ดีนะ ลำพังตัวเองน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่แม่ พี่ๆ น้องๆอาจจะถูกเฉดหัวออกไปทั้งหมด ทีนี้ล่ะไม่มีหลังคาคุ้มกะลาหัว เธอสนใจบ้างไหม”

คำพูดของหม่อมอำพัน ทำให้ทุกคนที่ตำหนักเล็กเริ่มมองหน้ากันเครียดๆ แต่คุณชายรองก็ไม่เปลี่ยนใจ

“ลำบากกันเสียบ้างก็ดีครับ พวกเราสบายกันจนเคยตัวแล้ว ผมขอตัว”

“อ้าว...พูดอย่างนี้ก็ว่าแม่น่ะสิ ใช่ไหมชายโตนมย้อย เจ้าเล็ก ชายรองว่าแม่ใช่ไหม”

ไม่มีใครตอบคำถามนี้ของหม่อมอำพัน คุณชายโตรับสภาพด้วยท่าทางนิ่งสงบ แถมกำชับจรวยไม่ให้วุ่นวายมากกว่านี้ ถ้าไม่อยากถูกทิ้ง ต่างจากคุณชายเล็ก เป็นเดือดเป็นร้อนมากมาย แต่ไม่ใช่เพราะจะถูกไล่จากวัง แต่เป็นเพราะคำประกาศกร้าวของพี่ชายที่จะยกเลิกงานหมั้นกับศรีจิตรา

“มันเป็นเรื่องดีจะตาย เขาจะได้เป็นอิสระจากฉัน เขาจะได้ไปรักคนอื่นไง”

คุณชายรองตอบกลับยิ้มๆ ก่อนจะหน้าเคร่ง เมื่อน้องชายสวนกลับ และพาดพิงถึงสาลิน

“สาลินมาเกี่ยวอะไรด้วย”

“เกี่ยวสิ เพราะคุณสาคือเงาที่ครอบครองใจพี่รองอยู่ในตอนนี้”

“นี่ช่างรู้ใจฉันจริงนะ”

“รู้สิครับ แล้วผมรู้ด้วยว่าพี่รองเองก็ตัดใจจากคุณสาไม่ได้ ผมว่าพี่รองกับหญิงก้อยไปด้วยกันไม่รอดแน่ พี่รองไม่ลองสำรวจจิตใจตัวเองอีกสักหนเหรอ”

“นายเล็ก ก่อนจะเตือนฉัน ไปสำรวจใจตัวเองให้ดีซะก่อนดีกว่าไหม ว่านายรักใครหรือไม่รักใคร”

“ผมรู้ใจตัวผมเองดีอยู่แล้วครับ”

“อย่าแน่ใจนักนะนายเล็ก เพราะฉันก็เคยแน่ใจเหมือนนายในตอนนี้ ว่าฉันรักใคร เกลียดใคร แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งที่ฉันเคยรู้ สิ่งที่ฉันเคยเชื่อ สิ่งที่ฉันเคยรู้สึก มันกลับตาลปัตรกันไปหมด”

ooooooo

เพราะภาพข่าวบ้าๆระหว่างคุณหญิงก้อยกับคุณชายรองแท้ๆ ทำให้ชีวิตสาลินวุ่นวาย ไหนจะถูกญาติพี่น้องเล่นงาน เพื่อนร่วมงานก็สอบสวน ไม่หยุดหย่อน จนเธอแทบไม่เป็นอันทำงาน จิตริณีคิดว่าทุกอย่าง แปลกๆ และเมื่อได้คุยกับสาลินอย่างจริงจัง เลยมั่นใจว่าทุกอย่างเป็นแผนของอัศนีย์แน่

สาลินไม่อยากเชื่อข้อสันนิษฐานของจิตริณีนัก แต่ก็อดเก็บไปครุ่นคิดจนถึงเวลาเลิกงานไม่ได้ คุณชายรองซึ่งมาดักรอ เห็นท่าเธอก็อยากจะลากตัวมาคุยให้รู้เรื่อง แต่ไม่ทันขยับ ก็ถูกอัศนีย์ตัดหน้า

อัศนีย์ทวงสัญญาให้เธอไปทำงานด้วย เพราะเรื่องระหว่างคุณชายรองกับคุณหญิงก้อยก็เป็นจริงแล้ว แต่บรรณารักษ์สาวก็ลังเล อัศนีย์พอเดาได้ แต่ก็ไม่อยากกดดัน เลยเสนอตัวไปส่งเธอที่บ้านสวนแทน

สาลินไม่เต็มใจนัก แต่เมื่อถูกเขาเย้าเรื่องคุณชายรองเทียวรับเทียวส่งเธอบ่อยๆ เลยยอมแบบเสียไม่ได้ ระหว่างทาง เขาเลยถือโอกาสจีบและเล่าเรื่องชีวิตคู่กับคุณหญิงก้อย ซึ่งสาลินก็รับฟังผ่านๆ ก่อนจะบอกให้เขาจอดรถที่ปั๊มน้ำมันของพุดซ้อน เพราะไม่อยากให้เขาไปส่งถึงบ้านสวน

แต่ถึงจะกันท่าแค่ไหน อัศนีย์ก็พยายามหาทางตามหาบ้านสวนของเธอจนได้ สาลินระแวงอยู่แล้ว เลยส่งแกะมาตั้งรับ พร้อมกับรวมหัวกันหลอกเขาจนตกท้องร่อง ก่อนจะช่วยกันส่งตัวเขาคืน ให้พุดซ้อนกับชบาดูแลแทน

เช้าวันรุ่งขึ้น...สาลินก็ตัดสินใจไปเยี่ยมพี่สาวที่วังวุฒิเวสม์ คุณสอางค์ต้อนรับหลานสาวคนเล็กอย่างดีพร้อมกับกำชับไม่ให้ทูลเสด็จฯเด็ดขาดเรื่องภาพคู่ของคุณหญิงก้อยกับคุณชายรอง สาลินรับปาก เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่เช่นกัน แค่ที่ศรีจิตราต้องมาทนเรื่องบ้าๆนี้ก็เกินพอแล้ว

แต่ที่ทุกคนไม่รู้ คือศรีจิตราสบายและโล่งใจมาก ไม่กังวลหรือเศร้าใจเลย เพราะไม่ได้คิดอะไรกับคุณชายรอง นอกจากเป็นห่วงน้องสาวเท่านั้น คุณชายเล็กไม่รู้เรื่อง และคิดว่าเธอเพิกเฉยเพราะกำลังสะเทือนใจ เลยพยายามจะปลอบ แต่นอกจากเธอจะไม่ฟังแล้ว ยังบอกไม่ให้เขาคิดมากอีกต่างหาก

สาลินได้เจอพี่สาวหลังจากนั้นไม่นานจึงได้รู้ว่าคุณชายเล็กเป็นห่วงพี่สาวไม่น้อย เลยคิดอยากเจอหน้าให้รู้แล้วรู้รอด ศรีจิตรานิ่วหน้า เพราะเข้าใจว่าน้องสาวรู้จักกับคุณชายเล็กที่งานเต้นรำแฟนซีหน้ากากแล้ว

“สาบอกความจริงก็ได้ สาไม่เคยเจอคุณชายเล็กหรอกพี่ศรี”

“อะไร...ก็สาเต้นรำกับเขาอยู่เป็นนานสองนาน”

“นั่นไม่ใช่คุณชายเล็กหรอกค่ะ นั่นคือคุณพล”

“เพ้อเจ้อแล้วสา พี่ยังเต้นรำกับคุณชายอยู่เลย”

“พี่ศรีเต้นกับคุณพลนั่นแหละ เขาใส่หน้ากาก พี่ศรีเลยไม่รู้ไง ในงานน่ะ...คุณพลแต่งตัวเป็นคู่แฝดกับคุณชายเล็ก เหมือนกันเปี๊ยบ เลยไม่มีใครสงสัย...แม้แต่เสด็จฯ”

ศรีจิตรานิ่งคิด ก่อนจะพึมพำ “อย่างงั้นหรือสาแสดงว่าเขาหลอกเก่งนะ...”

สาลินไม่ได้ติดใจคำพูดของพี่สาว มัวหมกมุ่นกับความคิดตัวเอง เรื่องคุณชายรองคืนดีกับคุณหญิงก้อย เพราะตั้งแต่เกิดเรื่อง เขาก็ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลย เสด็จฯทรงดูออก เลยถือโอกาสที่สาลินมาเฝ้าเพื่อขอประทานหนังสือไปบริจาคห้องสมุด จัดแจงให้ได้เจอกับคุณชายรอง

หนังสือมากมายตรงหน้าทำให้สาลินเพลิดเพลิน ก่อนจะตกใจแทบผงะ เมื่อเจอคุณชายรองในระยะประชิด

คุณชายรองส่งสายตาวิบวับ ก่อนจะเย้า “ขวัญอ่อนจริง...หรือว่าวางแผนจะขโมยหนังสือต้องห้ามอยู่”

“ฉันตกใจ เพราะไม่คิดว่าจะเป็นคุณ”

“แล้วเธออยากให้เป็นใครล่ะ นายเล็กหรือ”

“ที่ฉันบอกว่าไม่คิดว่าเป็นคุณ เพราะช่วงเวลานี้ คุณน่าจะไปรับคุณหญิงก้อยไปเริงราตรีอยู่”

“ฉันเป็นคนดูแลห้องสมุดให้เด็จป้า ยังไงธุระของเด็จป้าก็ต้องสำคัญกว่าอย่างอื่น”

พูดจบก็สบตานิ่ง จนสาลินหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขิน... อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่าธุระที่ว่านั้นหมายถึงเธอ

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #14 on: 02 August 2026, 22:29:47 »


https://www.thairath.co.th/novel/sapaijao/ep14/page1

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 14

ประกายตาวิบวับของคุณชายรองทำให้สาลินหายใจไม่ทั่วท้อง แถมเต้นระรัว ไม่เป็นจังหวะเหมือนเคย โชคดีเหลือเกินที่เขาเลิกจ้องหน้า สาวแสบบ้านสวนเลยรวบรวมสติกระเจิดกระเจิงได้

“ฉันยังไม่ได้แสดงความยินดีกับคุณเลย...เรื่องคุณหญิง”

“ฉันต้องแสดงความยินดีกับเธอต่างหาก”

“เรื่องอะไรกันคะ”

“เรื่องแรก...เธออยากให้ฉันไปพ้นตำแหน่งพี่เขยเธอนักไม่ใช่หรือ นี่ก็สมใจแล้วนี่ เรื่องที่สอง...ฉันแสดงความยินดีกับเธอที่เธอกำลังจะก้าวหน้าในอาชีพการงาน นี่เธอจะไปทำงานกับนายอัศนีย์จริงหรือ”

สาลินอึกๆอักๆแต่ก็ไม่ปฏิเสธ คุณชายรองเลยของขึ้น โมโหหึงโดยไม่รู้ตัว

“ทำไม...เขาเสนออะไร หรือว่าบ้านหนึ่งหลัง เงินสามแสน แหวนเพชรห้ากะรัต จี้เพชรพร้อมเงินเดือนหรือไง”

“นี่...ฉันไม่ใช่คนเห็นแก่เงินนะ”

“แต่อีกหน่อยก็ไม่แน่”

“เชิญคุณเป็นห่วงคุณหญิงยอดดวงใจของคุณเถอะ”

“ฉันแค่ไม่อยากให้เธอต้องกลายเป็นเหยื่อนายจิ้งจอกนั่น”

“เหมือนที่คุณหญิงเคยเป็นเหยื่อมาแล้วอย่างงั้นสิ”

คุณชายรองเหลืออด ดึงเธอมาใกล้ ปรามไม่ให้อวดดี แต่มีหรือสาวแสบจะยอมง่ายๆ

“ปล่อยนะ...ตอนนี้คุณก็ได้คุณหญิงคืนไว้ในอ้อมใจแล้ว กรุณาเลิกหึงเปะปะแล้วมาพาลฉันสักที”

“ใครว่าฉันหึงหญิงก้อย ฉันหึง...”

คุณชายรองเกือบหลุดความในใจไปแล้ว แต่เสด็จฯพระองค์หญิงก็ทรงถามหาสาลินเสียก่อน สองหนุ่มสาวคู่กัดเลยต้องแยกคนละมุม แต่ไม่วายส่งสายตาเอาเรื่องใส่กันไม่หยุด เสด็จฯทรงได้แต่มองคนนั้นทีคนโน้นทีขำๆ...ทรงรู้ดีเชียวล่ะว่าเป็นมวยถูกคู่แน่ แค่ยังไม่ยอมรับใจตัวเองกันเท่านั้น

แยกจากเสด็จฯและคุณชายรองมาได้ สาลินก็แล่นไปหาพี่สาวในตำหนัก ปลอบประโลมให้หายเศร้าใจเรื่องคุณชายรองกับคุณหญิงก้อย แต่ศรีจิตรากลับไม่มีท่าทีเดือดร้อน แถมยิ้มสดใสกว่าเดิมอีกต่างหาก

“ทำไมพี่ศรีหน้าตาเหมือนไม่ทุกข์ร้อนเลยล่ะ หรือว่าพี่แกล้งทำ ใจจริงน่ะอยากร้องไห้วันละร้อยหนใช่ไหม”

“แล้วสาล่ะ...อยากจะร้องไห้วันละร้อยหนบ้างไหม”

ศรีจิตราแกล้งย้อนยิ้มๆ สาลินถึงกับอึ้งไป แต่ไม่ทันตอบ ก็ต้องนิ่วหน้าด้วยความสงสัย เมื่อเห็นรถคันยาวคุ้นตาจอดหน้าวัง ผลรีบบอกว่าเหมือนรถของพลไม่มีผิด แต่สาลินก็ไม่ติดใจ เพราะคิดว่าเขาคงมาเยี่ยมคุณชายเล็ก ต่างจากศรีจิตรา ตีหน้านิ่ง ทั้งที่ในใจอยากโห่ร้อง เพราะเริ่มแน่ใจอะไรบางอย่าง...

ooooooo

จรวยร้อนใจเรื่องการตัดสินใจของคุณชายรอง ที่จะแต่งงานกับคุณหญิงก้อย เลยไปดักเจอราชนิกุลสาวหัวสูงที่ร้านทำผมเจ้าประจำ แล้วก็ไม่ผิดหวัง คุณหญิงก้อยปรากฏตัวจริงๆ พร้อมท่าทางเหยียดหยามเหมือนเคย

“ถ้าคุณหญิงมาเป็นสะใภ้รองทั้งๆที่เสด็จฯไม่ทรงปลื้ม เกิดกริ้วพวกดิฉันไม่โดนไล่จากวังหมดตำหนัก หรือคะ”

คุณหญิงก้อยปรายตามองจรวยอย่างสมเพช “เธออย่าลืมนะว่าฉันคือผู้ที่เหมาะสมที่สุดจะเป็นสะใภ้อันดับหนึ่งของวังวุฒิเวสม์ ฉันคือหม่อมราชวงศ์หญิงเทพีเพ็ญแสง รัชนีกุล และฉันครองรักกับคุณรองมานานนับสิบปี”

“แต่คุณหญิงไม่ใช่คนที่เสด็จฯทรงปลื้ม ไม่งั้นคงไม่ทรงจับคู่คุณรองกับยายศรีจิตราหรอก”

“คนที่เสนอให้จับคู่คือยายแก่สอางค์ต่างหาก เพราะอยากให้หลานตัวเองได้ดี ฉันนี่แหละคือคนคู่ควรที่สุด เด็จป้าทรงรักคุณรองมาก ถ้าคุณรองตัดสินใจ เด็ดขาดแล้ว เด็จป้าต้องทรงยอมตามทุกอย่าง”

“ได้ยินอย่างนี้ดิฉันก็คลายใจ เฮ้อ...ตอนแรกก็กลัวว่าเรือนหอจะถูกทุบทิ้งเสียอีก”

คำว่าเรือนหอ ทำให้คุณหญิงก้อยหูผึ่ง ฝันหวานกลางวันแสกๆ จะได้ครองคู่และเป็นเจ้าของเรือนหอสุดหรูกับชายคนรัก และเพื่อประกาศศักดาตัวเอง ราชนิกุลสาวเลยบุกถึงวังวุฒิเวสม์ในเช้าถัดมา

เสด็จพระองค์หญิงทรงไม่รู้เรื่องคุณหญิงก้อยจะประกาศศึก เสด็จมาตรวจดูความเรียบร้อยของการ ก่อสร้างเรือนหอเช่นเคย โดยมีคุณชายเล็กตามประกบ รายงานทุกขั้นตอน

“นี่ตารองไม่มาดูเลยใช่ไหม...บ้านตัวเองแท้ๆ ฉันให้เธออยู่แทนดีกว่าชายเล็ก ตารองไม่ต้องอยู่แล้ว”

คุณชายเล็กรีบปฏิเสธ “โธ่...เกล้าไม่อาจเอื้อมแย่งของพี่รองหรอกพ่ะย่ะค่ะ”

“ก็ดูเหมือนว่าเขาจะสละทิ้งแล้วนี่”

“โธ่...อย่ากริ้วพี่รองเลยพ่ะย่ะค่ะ”

“เฮ้อ...ถ้าเจ้ารองมาเช้าถึงเย็นถึงศรีจิตราบ่อยๆ เหมือนแก ก็คงจะรักหมดใจได้เหมือนกัน”

เสด็จฯรับสั่งเป็นนัยๆทิ้งท้าย ก่อนจะพระพักตร์ตึง เมื่อเห็นคุณชายรองพาคุณหญิงก้อยชมเรือนหอ เหล่าข้าราชบริพาร คุณสอางค์และคุณชายเล็กเริ่มใจไม่ดีและถึงกับเครียด เมื่อคุณชายรองพาคุณหญิงก้อยมาทำความเคารพ

“เธอถือวิสาสะอะไรมาดูเรือนหอ”

คุณชายรองรีบออกรับแทนคนรัก “เออ...เกล้าขอประทานอภัยที่ไม่ได้ขอประทานอนุญาตเด็จป้าก่อน”

“เธอพาหญิงก้อยมาดูเรือนหอแบบนี้ หมายความว่า... เธอกำลังบอกฉัน ว่านี่คือเรือนหอของเธอสองคนงั้นสิ”

คุณชายรองอึกๆอักๆ พูดไม่ออก คุณหญิงก้อยเลยตอบแทน

“ก็ควรจะเป็นของเราสองคนสิเพคะ ในเมื่อคุณรองตัดสินใจแล้วว่าจะแต่งงานกับหญิง”

“อ้อ...เธอไตร่ตรองดีแล้วหรือกิตติ...ไม่คิดจะปรึกษาฉันสักคำ เมื่อไหร่ล่ะ”

คุณหญิงก้อยยิ้มหยัน เร่งให้ชายคนรักตอบวันที่ แต่คุณชายรองก็ไม่ทำตาม เสด็จฯกริ้วจัด ดำเนินแยกไปที่ริมสระบัว แต่ไม่วายรับสั่งเสียงเข้มให้คุณชายรองตามไปคุยด้วยเป็นการส่วนตัว

คุณชายเล็กรอจนพี่ชายแยกออกไป จึงมาเตือนคุณหญิงก้อยไม่ให้ก้าวร้าวเสด็จฯ เช่นเดียวกับคุณสอางค์ ที่พยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์ แต่ราชนิกุลสาวก็เชิดหน้า ไม่กลัวและไม่แคร์

“คุณข้าหลวงคะ ปกติหญิงก็เข้านอกออกในวังวุฒิเวสม์บ่อยๆ ไม่เห็นต้องขออนุญาตใคร”

“ค่ะ...ถ้านั่นมันที่ตำหนักเล็ก ที่คุณหญิงจะมาพลอดรักกับคุณรองในที่ลับตาหรือในที่แจ้งยังไงก็ได้ แต่นี่มันเรือนหอค่ะ เรือนหอที่ทรงสร้างขึ้นไว้สำหรับคุณรองและศรีจิตรา...ไม่ใช่คนอื่น!”

ooooooo

สองป้าหลานคุยกันพักใหญ่ คุณชายรองก็เดินหน้าเครียดกลับมา แล้วบอกให้หญิงคนรักไปลาเสด็จฯ คุณชายเล็กกับคุณสอางค์สนับสนุนเต็มที่ แต่คุณหญิงก้อยก็ยังยึกยัก ไม่ยอม แถมไปท้าทายเสด็จฯอีกต่างหาก เสด็จฯทรงรับไหว้แกนๆ ก่อนจะรับสั่งกับคุณชายรอง กระทบถึงคุณหญิงก้อย

“จำไว้นะกิตติราชนรินทร์ เรือนหอนี้ฉันสร้างไว้ให้เธอกับคู่ครองที่เหมาะสมเท่านั้น”

ทุกคนอ้าปากค้าง แต่คุณหญิงก้อยก็ไม่สลด สวนกลับอย่างไม่เกรงกลัว

“หญิงคือคู่ครองของคุณรองนะคะ เด็จป้าทรงวินิจฉัยว่าหญิงไม่เหมาะสมอย่างไรหรือเพคะ”

“กล้ามากนะหญิงก้อย ที่กล้าถามในสิ่งที่เธอไม่ควรถาม”

“หม่อมฉันต้องการความยุติธรรมเพคะ”

“ได้...ความยุติธรรมคือเรือนหอนี้ แรกเริ่มฉันดำริให้สร้างเพื่อชายรองกับศรีจิตรา ไม่ใช่ให้ใครมาอยู่ก็ได้ตามอำเภอใจ กิตติราชนรินทร์...ฉันให้เวลาเธอสามวัน ไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ แล้วมาให้คำตอบฉันอีกครั้ง”

“แต่หม่อมฉันคิดว่าคำตอบของคุณรองคงเหมือนเดิมเพคะ”

“หมดธุระเธอแล้ว กลับไปได้ ไป...ไปให้พ้นหน้าฉันได้แล้วทุกคน!”

เหตุการณ์วุ่นวายหน้าเรือนหอ กลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนทั้งวัง โดยเฉพาะที่ตำหนักเล็กร้อนรนกันกว่าเดิมด้วยซ้ำ กลัวเสด็จฯจะกริ้วจนต้องระเห็จออกจากวังวุฒิเวสม์ จรวยเป็นโต้โผใหญ่ ยุแยงและใส่ไคล้ศรีจิตรา ว่าทำให้ทุกอย่างยุ่งเหยิง เลยถูกหม่อมอำพันเอ็ด แถมถูกคุณชายโตขู่ไม่ให้สาระแนอีก ถ้าไม่อยากโดนหย่า!

ฟากวังรัชนีกุลก็ร้อนระอุไม่แพ้กัน ท่านชายจันทร์โมโหขนาดหนักเมื่อทราบวีรกรรมลูกสาวคนเล็ก หม่อมวาณีกับคุณหญิงกลางพยายามเป็นกันชน แต่ก็เหมือนจะไม่ได้เรื่อง

“รู้ไหมว่าถ้าเสด็จป้ากริ้วอะไรจะเกิดขึ้น”

“อะไรจะเกิดก็เกิดไปสิเพคะ หญิงไม่แคร์ คุณรองกับหญิงรักกัน ไม่น่าจะหนักศีรษะหรือพระเศียรใคร”

“เธอหยุดโอหังบังอาจพูดจาสามหาวก้าวร้าวซะที เรื่องแต่งกับชายรองน่ะอย่าฝันเลย เสด็จพี่ไม่มีวันยอม”

“แต่หญิงจะแต่ง หญิงไม่ยอมให้ความสุขของหญิงถูกทำลายเพราะยายแก่จอมอคติคนหนึ่งแน่!”

หม่อมวาณีกับคุณหญิงกลางอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อหูว่าคุณหญิงก้อยจะก้าวร้าวขนาดนี้ ส่วนท่านชายจันทร์โกรธจนลมออกหู ถลาไปตบลูกสาวคนเล็กฉาดใหญ่ที่ไม่สำนึก

“ฉันตบเธอเพื่อให้สำนึกว่าเธอมีสายเลือดสูงส่งแค่ไหน อย่าแสดงกิริยาวาจาต่ำๆแบบนี้อีก เสด็จป้าทรงมีพระคุณรดหัวพ่อเธออยู่ ไม่งั้นเราคงต้องไปเร่ร่อนเป็นเจ้าไม่มีศาล แล้วเธอก็คงไม่แคล้วต้องไปเป็นนางบังเงาข้างถนน!”

ooooooo

ถึงจะถูกเสด็จพระองค์หญิงขัดขวาง หรือท่านพ่อประณามเท่าไหร่ คุณหญิงก้อยก็ไม่คิดเปลี่ยนใจเรื่องคุณชายรอง และหนึ่งในแผนของเธอคือส่งอัศนีย์ไปใกล้ชิดสาลิน

อัศนีย์ยอมช่วยเพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน คือเอาชนะใจสาลิน แต่สภาพร่างกายบอบช้ำจากการตกท้องร่องสวนเมื่อหลายวันก่อน ทำให้เขากลายเป็นภาระของสาวแสบบ้านสวนต้องดูแลเขาตลอดมื้อกลางวันในวันต่อมาแทน

คุณชายรองซึ่งควงมากับคุณหญิงก้อย มองภาพสองหนุ่มสาวด้วยแววตารุ่มร้อน อยากไปจับแยกแทบขาดใจ แต่ก็ทำได้แค่ตีหน้าขรึม และทักทายตามมารยาท คุณหญิง ก้อยเห็นท่าทางอึดอัดใจของสาลิน ก็สาแก่ใจมากและไม่รอช้า ตามไปกระแนะกระแหนอีกฝ่ายในห้องน้ำ

สาลินเห็นหน้าคุณหญิงก้อยก็พอเดาได้ แล้วก็ไม่แปลกใจเลยที่ถูกค่อนแคะแดกดันเรื่องชนชั้นเหมือนเคย

“นี่เธอคิดว่าเธอมีอะไรเทียบเคียงฉันได้หรือ”

“ก็มีสองมือสองเท้า และก็มีสมองที่อาจจะแยกแยะอะไรได้ดีกว่าคุณหญิงน่ะสิคะ”

“ฉันอยากจะขอเตือนด้วยความหวังดี อัศนีย์น่ะไม่เคยรักใครจริง พอสมใจแล้วเขาก็เขี่ยทิ้ง”

“เหมือนที่เขาเขี่ยคุณหญิงทิ้งใช่ไหมคะ”

“ฉันต่างหากที่เป็นคนเขี่ยเขาทิ้งเหมือนรองเท้าเก่าๆคู่หนึ่ง”

“คุณหญิงก็เลยหวนมาหารองเท้าคู่เก่า หวังว่าคงใส่สบายนะคะ”

“จำเอาไว้ ฉันไม่ได้หวนไปหาคุณรอง แต่เป็นคุณรองที่หวนมาหาฉัน คงเพราะเขาได้เห็นความไม่จริงใจหรือไร้ราคาในตัวเธอล่ะมัง เขากลับมาโดยยอมให้เด็จป้ากริ้ว ยอมเสี่ยงโดนตัดจากกองมรดก แต่เขาก็ยอมทุกอย่างเพื่อฉัน”

สาลินอึ้งไปอึดใจ น้ำตารื้นอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็พยายามกลั้นสุดความสามารถ

“คอยดูต่อไปเถอะ เด็จป้าจะกริ้วได้ไม่นาน อีกหน่อยฉันก็คือสะใภ้เอกของวังวุฒิเวสม์ ในขณะที่เธอเป็นได้แค่นางบำเรอในโรงเต้นเท่านั้น จำใส่สมองเธอไว้”

สาลินสะเทือนใจมาก แต่คงไม่สมใจคุณหญิงก้อยที่ตบท้ายเสียงหยัน

“อ้อ...ถ้าสละเวลาจากอัศนีย์สักนิด ลองผ่านมาที่โต๊ะฉันสิ ฉันอยากให้เธอเห็น ได้ยินอะไรบางอย่าง ที่จะทำให้เธอตระหนักได้เสียทีว่าเธอมันไร้ราคา ไม่มีอะไรเทียบเคียงฉันได้แม้แต่นิด”

เพราะคำพูดท้าทายนั่นแท้ๆ สาลินเลยอดใจไม่ไหว ตามไปแอบฟังถึงโต๊ะคุณหญิงก้อย แล้วก็เหมือนโลกถล่ม เมื่อได้ยินอีกฝ่ายฉอเลาะออเซาะคุณชายรอง ให้จัดงานแต่งภายในสองเดือน!

ooooooo

หลังประกาศต่อหน้าสาลิน คุณหญิงก้อยก็สั่งวิรงรองในบ่ายวันเดียวกัน ให้พาดหัวบนหน้าหนังสือพิมพ์ ให้เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมทั่วพระนคร จะได้หักหน้าเสด็จฯและประกาศศักดากับทุกคนที่คิดขัดขวาง

ขณะที่คุณหญิงก้อยแผลงฤทธิ์ใหญ่ สาลินกลับหมดแรงดื้อๆ ไม่มีอารมณ์ตอบโต้เหมือนเคย ได้แต่ กลับบ้านไปนอนร้องไห้เงียบๆคนเดียวกับหนังสือนิยายที่เธอเขียนขึ้นเพราะได้แรงบันดาลใจจากคุณชายรอง

แต่ก็ไม่ใช่แค่สาลินคนเดียวที่สะเทือนใจจากวีรกรรมคุณหญิงก้อย คุณชายรองก็เป็นเดือดเป็นร้อนไม่ต่างกัน เพราะถึงจะจงใจเล่นละครตบตาแค่ไหน ก็ใจไม่ดีเลยเมื่อเห็นสีหน้าก่อนจากกันของบรรณารักษ์สาว

วันรุ่งขึ้น...คุณชายรองเลยตั้งใจไปคุยด้วยเพื่อหยั่งท่าที แต่กลับต้องโมโหหึงแทนเมื่อเห็นคุณชายเล็กในคราบพลช่างฟิตมารับเธอกลับบ้าน แถมเธอยังไม่ยอมคุยดีด้วย เขาเลยต้องกลับวังแบบเซ็งๆ

ฝ่ายคุณชายเล็กในคราบพลช่างฟิตกับสาลิน ไม่รู้เรื่องอารมณ์หึงของคุณชายรอง มัวนั่งเหม่อกันไปคนละทาง เพราะมีเรื่องกังวลกันคนละอย่าง แล้วราชนิกุลหนุ่มก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหว โพล่งออกไปก่อน

“คุณสาครับ ถ้าผม...เอ่อผม สารภาพรักกับคุณ คุณจะคิดว่ายังไง”

เพราะความสับสนในใจ โดยเฉพาะเรื่องความรู้สึกที่มีต่อศรีจิตรา ทำให้พลหรือคุณชายเล็กเลือกถามออกไป แต่สาลินไม่เข้าใจความนัยนั้น ได้แต่ตอบกลับตามประสาซื่ออย่างที่ใจคิด

“ฉันก็จะรักคุณตอบไง รัก...ให้คุณเป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนรัก เป็นพี่ชายแสนดีของฉัน”

“โธ่...ผมเป็นได้แค่เพื่อนหรือพี่ชายเท่านั้นหรือครับ”

“ความรักฉันเพื่อนนี่แหละเยือกเย็น มั่นคง ยั่งยืน และไม่ทำให้ใครเจ็บปวด”

“คุณสา...คุณพูดอย่างกับคุณกำลังเจ็บปวดกับความรักอย่างนั้นแหละ”

“ฉันจะไปกล้ารักใคร แค่เห็นพี่ศรีรักเขาข้างเดียวก็เจ็บแทนแล้ว”

พลหรือคุณชายเล็กถึงกับอึ้ง สาลินเลยเข้าใจว่าเขาอกหักเพราะถูกเธอปฏิเสธ

“เปล่าฮะ ผมแค่โล่งใจอะไรบางอย่าง”

“เราสองคนจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป เสียดายไม่มีสุราสาบาน”

พลเหลือบเห็นเรือขายกาแฟเลยเรียกไว้ แล้วสั่งมาดื่มร่วมสาบานแทนสุรา สองหนุ่มสาวยกจอกชนกันยิ้มๆ ส่งต่อมิตรภาพอันดีให้แก่กันและกัน โดยมีสายตาคุณตาคุณยายเป็นพยาน ว่าทั้งสองเป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้น

ooooooo

แม้จะถูกสาลินปฏิเสธ แต่คุณชายเล็กกลับไม่เสียใจอย่างที่คิด โล่งใจมากกว่า เพราะได้พิสูจน์ความจริงบางอย่าง แต่พุดซ้อนกับชบาไม่รู้เรื่องเข้าใจเอาเองว่าช่างฟิตหนุ่มคงช้ำใจมาก เลยเยาะเย้ยถากถางไม่หยุด

คุณชายเล็กไม่สะทกสะท้านกับถ้อยคำเหน็บแนมนั้นแม้แต่น้อย แต่เพื่อให้สมบทบาทพลช่างฟิตเลยแกล้งเศร้าสร้อยไปตามเรื่อง แถมแกล้งตีหน้านิ่ง อารมณ์ต่อเนื่องถึงเย็นวันเดียวกัน เมื่อเจอนมย้อย ก็อ้อนอย่างอดไม่ได้

“วันนี้ผมไปสารภาพรักกับสาว เขาปฏิเสธ บอกว่ารักผมอย่างเพื่อน”

“ฮึ...ทำไมคะ ทำไมเขาไม่รักคุณเล็ก”

“ก็เพราะเขารักคนอื่นหมดหัวใจน่ะสิฮะ”

“ฮึ...งั้นแม่คนนี้ก็เหมือนไก่ได้พลอย”

“เพราะเขามีเพชรในมือแล้วต่างหากฮะ”

“ใครกันจะมาเลอเลิศอะไรปานนั้น”

ทันใดนั้น...รถของคุณชายรองก็แล่นเข้ามา เหล่าสาวใช้ไปต้อนรับและช่วยถือของกันให้วุ่น คุณชายเล็กได้แต่มองตามนิ่งๆ ก่อนจะพูดลอยๆด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

“จริงนะนม...รายนั้นน่ะเจ้าชายในฝัน ใครๆก็รักเขา ผมเทียบอะไรกับเขาไม่ได้สักอย่าง”

“นี่คุณเล็กอกหักจริงๆหรือคะ”

“ผมชอบเขามากนะนม ชอบจนคิดว่ารัก แต่วันนี้แหละที่ผมแน่ใจ...ว่ารักกับชอบมันคนละเรื่องกัน”

“แล้วคุณเล็กรักใครจริงๆเข้าหรือยังล่ะคะ”

“ฮะ...แค่กลัวว่าจะรักเขาข้างเดียวเท่านั้นเอง”

นมย้อยอยากรู้นักว่าหญิงสาวคนไหนที่ทำร้ายใจคุณชายเล็กของเธอได้ แต่ไม่ทันซัก คุณชายรองก็เดินมาเสียก่อน เลยเลี่ยงไปเตรียมสำรับและของว่าง สองพี่น้องเลยได้คุยกัน

คุณชายรองเคืองไม่หายที่ถูกน้องชายตัดหน้าไปรับสาลิน เลยแขวะเสียงเรียบ

“ตกลงทั้งแก ทั้งเจ้าพล รุมจีบเจ้าหล่อนงั้นสิ”

“พี่จะมาสนใจอะไรล่ะครับ ตอนนี้พี่ก็ทิ้งคุณสา หันไปหาหญิงก้อย ผมก็ต้องทำคะแนนของผมบ้าง”

“ขอให้เจ้าพลมันชนะแล้วกัน”

พูดจบก็ผละเข้าห้อง ทิ้งคุณชายเล็กให้มองตาม พลางยิ้มหยันให้ตัวเอง

“ผมแพ้แล้วครับ...แพ้อย่างหมดรูปเลยล่ะ คนที่ชนะคือพี่ต่างหาก”

ooooooo

ในที่สุดความต้องการของคุณหญิงก้อยก็เป็นจริง พาดหัวข่าวเรื่องงานแต่งของเธอกับคุณชายรองในอีกไม่เกินสองเดือน กลายเป็นข่าวใหญ่ในอีกหลายวันต่อมา ทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องแทบนั่งไม่ติด โดยเฉพาะชาววังวุฒิเวสม์ กลัวเสด็จพระองค์หญิงจะทรงทราบและกริ้วจนถูกตะเพิดจากวัง

แต่คำภาวนาของทุกคนก็ไม่เป็นจริง เพราะเสด็จฯทรงมีรับสั่งไม่ให้ปิดข่าวหรือซ่อนหนังสือพิมพ์ และเรียกตัวคุณชายรองมาพบ เพื่อทรงสอบถามความจริงด้วยองค์เอง

“เธอลองตอบให้ฉันฟังอีกครั้งซิ...กิตติราชนรินทร์ ตอบฉันต่อหน้าทุกคน”

“สิ่งที่เกล้าทำลงไป เพราะเกล้าไม่ต้องการถูกบังคับพ่ะย่ะค่ะ”

“ที่ฉันหาคู่ครองที่เหมาะสมให้เธอ เธอคิดว่าฉันบังคับเธองั้นหรือ”

“เกล้าขอประทานอภัยที่จะต้องทูลตามความรู้สึกแท้จริงของเกล้า...ใช่พ่ะย่ะค่ะ ความรักไม่ใช่เรื่องจะบังคับหรือกะเกณฑ์อะไรได้ เกล้าขอทำตามที่หัวใจเรียกร้อง ไม่ขอถูกบังคับอีกต่อไปพ่ะย่ะค่ะ”

“อย่างนั้นหรือ งั้นสิ่งที่ฉันทำต่อไปนี้ ฉันก็ถูกบังคับให้กระทำเช่นกัน คนที่ฉันรักราวลูกในไส้ คนที่ฉันเลี้ยงมากับมือ คนที่กินข้าวแดงแกงร้อนของฉัน กลับทรยศต่อฉันได้ถึงเพียงนี้”

รับสั่งจบก็ทอดเนตรมาทางหลานชายคนโปรดก่อนจะทรงประกาศกร้าว

“นับแต่นี้...เธอไม่ใช่หนึ่งในวุฒิวงศ์ ไม่ใช่ทายาทของแผ่นดินวุฒิเวสม์...ไม่ใช่แม้กระทั่งหลานของฉัน!”

คุณชายรองหลั่งน้ำตา ศรีจิตรา คุณสอางค์ หม่อม อำพัน นมย้อย คุณชายโตและคุณชายเล็ก ถึงกับอ้าปากค้าง แต่ไม่ทันทูลทัดทาน เสด็จฯก็ทรงโพล่งออกไปเสียก่อน

“ชื่อกิตติราชนรินทร์จะถูกลบออกจากพินัยกรรม จะไม่ถูกกล่าวถึงในวังวุฒิเวสม์ ชื่อนี้จะเป็นชื่อที่ถูกลืมและลบจากความทรงจำของทุกคนตลอดไป”

กว่าทุกคนจะได้สติและทูลขอประทานอภัยให้คุณชายรองก็หลายอึดใจต่อมา แต่เสด็จฯก็ทรงไม่เปลี่ยนพระทัย

“นี่คือบทเรียนของคนที่ทรยศฉัน ออกไปให้พ้นหน้าฉัน ตอนนี้ฉันอยากอยู่คนเดียว ออกไปทุกคน!”

เป็นอันว่าคุณชายรองต้องเก็บข้าวของออกจากวังในบ่ายวันเดียวกัน ท่ามกลางความโศกเศร้าเสียใจของคนทั้งตำหนักเล็ก โดยเฉพาะหม่อมอำพันกับนมย้อย น้ำตาไหลพรากไม่หยุด เสียใจมากที่คุณชายรองโชคร้ายเช่นนี้

ไม่ต่างกับคุณชายโตกับคุณชายเล็ก เป็นห่วง ไม่อยากให้คุณชายรองตกระกำลำบาก แต่เจ้าตัวคนมีเรื่อง กลับไม่มีท่าทีเดือดเนื้อร้อนใจอะไรมาก นอกจากก้มหน้ารับสภาพเท่านั้น

ศรีจิตราเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง รับรู้ถึงความ ทุกข์โศกของทุกคนดี แต่ที่เครียดมากกว่าคือความรู้สึกของน้องสาว ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง หากรู้ว่าคุณชายรองคู่กัดถูกไล่จากวังและตัดออกจากกองมรดก

คุณชายเล็กผ่านมาเห็นท่าทางเหม่อๆ ก็นึกสงสาร ต้องเดินมาปลอบ

“คุณศรีอย่าห่วงเลยฮะ เด็จป้ารักพี่รองมาก อีกไม่นานก็หายกริ้วฮะ”

“แต่มันเหมือนว่า...ดิฉันเป็นต้นเหตุทำให้คุณชายรองต้องออกจากวัง”

“ไม่จริงนะฮะ...เพราะต่อให้ไม่มีคุณศรี เด็จป้าก็ไม่มีวันโปรดให้พี่รองแต่งกับผู้หญิงจิตใจโลเลแบบนี้เป็น อันขาด ไม่มีผู้ชายที่ไหนจะชอบผู้หญิงแบบนั้นหรอกฮะ”

“แล้วคุณชายเล็กล่ะคะ...ชอบผู้หญิงแบบไหน”

“ชอบผู้หญิงจิตใจมั่นคง รักใครแล้วไม่มีวันเสื่อม คลาย แต่ถ้าเขามีคนอื่น ผมก็ได้แต่...รอให้เขามองผมบ้าง”

ศรีจิตราหน้าแดงอย่างช่วยไม่ได้ ประทับใจคำตอบของเขา และก่อนที่จะเขินกันไปมากกว่านี้ ก็เปลี่ยนมาถามเรื่องพลกับสาลิน คุณชายเล็กถึงกับสะดุ้ง กลัวถูกจับได้ แต่ก็ยังตีมึนกลบเกลื่อน

“แปลกจัง...ทำไมยายสาพูดถึงแต่คุณพล ไม่ยักพูดถึงคุณชายเล็กบ้างเลย”

“ผมคงไม่เป็นที่สนใจของคุณสามังครับ เขาสนแต่เจ้าพล”

“อยากเห็นหน้าคุณพลจังเลย เห็นว่ามาในงานวัน ประสูติด้วย ยังเต้นรำกับยายสาด้วย เอ...หรือว่าดิฉันเคยเห็นหน้าเขาแล้ว เขาคงมีนิสัยซนๆแบบคุณชายนี่แหละค่ะ”

ศรีจิตราสบตายิ้มๆ จนคุณชายเล็กต้องหลบตา “เหมือนยังไงหรือครับ”

“ก็ชอบปลอมตัวเป็นคนนั้นคนนี้ หลอกคนไปเรื่อยๆ น่ะสิคะ”

ooooooo

แม้ว่าศรีจิตราจะพอเดาได้แล้วว่าคุณชายเล็กคือคนเดียวกับพลช่างฟิต แต่ก็ไม่แพร่งพรายให้ใครรู้ ความลับของคุณชายเจ้าสำราญเลยยังเป็นความลับต่อไป ส่วนสาลิน...วุ่นวายกับการเตรียมงานวันอุทิศหนังสือของห้องสมุด และมัวตื่นตะลึงกับหนังสือโป๊ที่มีคนมาบริจาค เลยไม่ทันมองว่าคุณชายรองแวะมาหา

“ฉันห้ามเธออ่านจันดารากับบันเทิงทศวาร แต่เธอกลับอ่านหนังสือที่มีภาพโจ๋งครึ่มแบบนี้เลยหรือ”

สาลินถึงกับหน้าถอดสี ความผิดตนไม่ใช่แค่เปิดดูภาพในหนังสือโป๊อย่างตื่นเต้นแบบออกนอกหน้า แต่ยังทำท่าเลียนแบบอย่างสนุกสนานกับบรรดาเพื่อนร่วมงานอีกด้วย คุณชายรองได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ แต่กระนั้นก็อดส่งสายตาระยิบระยับด้วยความเอ็นดูไม่ได้ เมื่อเห็นท่าทางเชิดหน้าเหมือนไม่รู้สึกผิดของเธอ

“คุณมีธุระอะไรกับฉันคะ ฉันมีเวลาให้คุณห้านาที”

“ตั้งแต่คบหานักธุรกิจนี่ เดี๋ยวนี้พูดจาเป็นนักธุรกิจไปแล้วนะ...ฉันมาเรื่องบริจาคหนังสือ”

“อีกตั้งหลายวัน เดี๋ยวฉันให้ทางห้องสมุดส่งรถไปรับหนังสือที่วังค่ะ”

“ไม่ต้องหรอก ตอนนี้ฉันขนหนังสือมาไว้ที่ร้านแล้ว”

“ฉันจะใส่พระนามเสด็จฯกับชื่อคุณเป็นผู้บริจาคนะคะ”

“ใส่แค่พระนามเสด็จป้าเถอะ เพราะว่าตอนนี้ฉันไม่ใช่วุฒิวงศ์แล้ว”

“คุณหมายความว่าอะไรคะ”

“ก็หมายความว่า...เด็จป้าเนรเทศฉันจากวุฒิเวสม์ ทรงประกาศตัดขาด ห้ามไม่ให้ฉันใช้สกุลวุฒิวงศ์อีก”

สาลินเบิกตาโพลง ลืมตัวถลาไปจับมือปลอบใจเขา

“โธ่...เพราะเรื่องคุณหญิงก้อยหรือคะ แล้วตอนนี้...คุณเป็นยังไงบ้าง”

“ตอนนี้น่ะหรือ ฉันก็รู้สึกแปลกๆ...แปลกที่มีผู้หญิงมาจับมือถือแขนฉัน”

สาลินชะงัก หน้าแดง ปล่อยมือทันที พร้อมกับอธิบายคำถามใหม่

“ฉันหมายความว่า...แล้วคุณจะทำยังไงต่างหาก”

คุณชายรองยักไหล่ ตาวาวเมื่อเห็นสายตาเป็นห่วงของเธอ “ก็ไม่เห็นต้องทำอะไร ฉันแค่ถูกไล่ออกจากวุฒิเวสม์ ไม่ได้ถูกไล่ออกจากงานสักหน่อย ฉันยังมีเงินเดือน มีร้านผ้า แย่หน่อยที่ต้องยืมรถบุโรทั่งนายศุภรมาใช้”

“โธ่...นี่คุณต้องมารับเคราะห์หรือคะ”

“ยังไงฉันก็เป็นคนเดิม หน้าเดิม มีมือมีแขนขาเหมือนเดิม...อาจจะมีแต่เพียงหัวใจที่เปลี่ยนไป”

แต่สาลินก็เป็นกังวล จนไม่ทันสังเกตประกายตาวิบวับของอีกฝ่าย

“ไม่ได้นะ...คุณเป็นผู้สืบสกุลวุฒิวงศ์ เป็นทายาทของวุฒิเวสม์ คุณเป็นเจ้า จะมาเป็นชาวบ้านได้ยังไง”

“ท่านพ่อฉันต่างหากที่เป็นเจ้า ฉันก็เป็นแค่ชาวบ้านคนหนึ่ง เธอเองก็เคยบอกหญิงก้อยอย่างนี้ไม่ใช่หรือ”

“แล้วคุณหญิงก้อยล่ะคะ คุณหญิงว่ายังไงบ้าง”

คุณชายรองไม่ได้ให้คำตอบนั้น เพราะตัวเองก็ยังไม่รู้คำตอบ จนเมื่อได้เจอกับราชนิกุลสาวในบ่ายวันเดียวกัน ก็แทบต้องถอนใจยาว เพราะเจ้าของเรื่องฝ่ายหญิงโวยวายไม่หยุดที่เขาถูกตัดจากกองมรดก

“ใครเขาจะว่ายังไง หญิงแคร์ด้วยหรือ ปกติผมไม่เคยเห็นหญิงแคร์อะไร”

“แต่เรื่องนี้หญิงแคร์ค่ะ รอบตัวเรามีแต่พวกปากหอยปากปู”

“ช่างเขาปะไร ตอนนี้เรามีกันและกันอย่างที่หญิงต้องการแล้วไง เสด็จป้าจะทรงบีบบังคับอะไรเราไม่ได้”

คุณหญิงก้อยอยากจะเป็นบ้า แต่ก็ต้องพยายามสงบสติอารมณ์ไว้ จนเมื่อเขาพาออกจากร้านอาหารหรู ไปขึ้นรถกลับบ้านเช่าของเขา ก็แทบอยากถอยหลังกลับ เมื่อเห็นเขาเอารถบุโรทั่งของศุภรมาขับแทนคันเดิม

“หญิงรักผมที่ตัวผม ที่จิตใจผมไม่ใช่หรือ สิ่งนอกกายพวกนี้ หญิงไม่สนใจเลย หญิงเคยบอกไม่ใช่หรือฮะ”

นอกจากรถบุโรทั่งที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเคลื่อนตัวได้แล้ว คุณชายรองยังพาคุณหญิงก้อยไปบ้านเช่าชั่วคราวของเขาอีกด้วย และสภาพโทรมๆ สีหลุดล่อนตามผนังและสวนรกเหมือนป่าช้า ก็ทำให้ราชนิกุลสาวหัวสูงสติแตก

“ทำไมหญิงต้องอยู่ที่นี่คะ คุณรองน่ะเงินเดือนก็ไม่ใช่น้อย แล้วยังมรดกท่านพ่ออีก”

“เงินผมเอาไปลงทุนทำร้านหมดแล้วล่ะหญิง นี่ร้านก็ขาดทุนมาสองปีแล้ว”

คุณหญิงก้อยถึงกับผงะ เรี่ยวแรงเหมือนจะหมดดื้อๆ คุณชายรองลอบสังเกตท่าทีตลอด แล้วก็เป็นอย่างที่คาด เมื่อเธอโวยวายอีกรอบ ตอนเขาบอกให้เธอมาช่วยจัดบ้านและทำความสะอาดบ้านเขาบ้าง

“ทำไมไม่ให้แม่บ้านดูแลล่ะคะ”

“โธ่...หญิงครับ ตอนนี้ผมต้องประหยัดทุกอย่าง รายได้ทางเดียวตอนนี้ก็คือเงินเดือนกระทรวง”

“เอ...แล้วเงินมรดกท่านพ่อล่ะคะ”

“หญิง...เงินมรดกน่ะหมดนานแล้ว ที่จริงไม่มีด้วยซ้ำ เพราะตอนท่านพ่อสิ้น สมบัติเก่าแทบไม่เหลืออะไร ดีที่เสด็จป้าทรงค้ำจุนพวกเรา แล้วหญิงอย่านึกนะว่าเงินที่ประทานจะพอ เพราะ...เอ่อ...หม่อมแม่ก็ถลุงไปกับบ่อนทุกวัน”

“ตายแล้ว...คุณรองกำลังจะบอกหญิงว่าคุณรองหมดตัวงั้นหรือ”

“เอาเป็นว่า...ผมไม่ได้ร่ำรวยอย่างแต่ก่อนดีกว่า ผมยังพอหารายได้เสริมได้บ้าง”

รายได้เสริมของเขาก็เช่นงานสอนหนังสือหรือแปลบทความต่างๆ ซึ่งคุณหญิงก้อยก็เกรงว่าจะไม่ทำเงินมากพอจะเลี้ยงเธอได้ คุณชายรองเลยได้แต่ทำใจว่าคงเปลี่ยนนิสัยอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ก็ต้องสวมบทเล่นละครต่อให้แนบเนียน

“ถ้าเราประหยัด รู้จักอดออม เราก็อยู่ได้นะ อีกไม่ถึงสองเดือนเราจะแต่งงานกันแล้ว เราจะแต่งงานเงียบๆ เชิญเฉพาะญาติสนิท จัดอย่างสมถะที่สุด แล้วบ้านเช่าเล็กๆนี่ จะเป็นรังรักของเรา”

“หญิงต้องมาอยู่ในรัง...เอ่อ...รังรักหลังนี้หรือคะ”

“ครับ...เราจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็น ว่าความยากไร้ไม่ใช่อุปสรรคความรักของเราแม้แต่น้อย”

ooooooo

บททดสอบรักแท้ของคุณชายรอง ทำให้ได้รู้ว่าคุณหญิงก้อยไม่ได้รักเขาอย่างที่พูดแม้แต่น้อย แต่รักความเป็นเจ้าและความสะดวกสบายที่จะได้จากเขามากกว่า เห็นได้ชัดว่าเธอมีสีหน้าและท่าทางอึดอัด เมื่อรู้ว่าเขาถูกตัดจากกองมรดก กิจการขาดทุน ขับรถบุโรทั่งเก่าๆ และต้องย้ายจากวังหรูหรามาอยู่บ้านเช่าโทรมๆ

ส่วนสาลิน...ซึ่งยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกทดสอบด้วย

ในเวลาต่อมา กำลังประสาทเสียที่รู้ว่าคุณชายรองต้องเดือดร้อน ถูกไล่ออกจากวังเพราะปฏิเสธไม่แต่งงานกับพี่สาว สาวแสบบ้านสวนเป็นกังวลจนไม่เป็นอันทำงาน ต้องแล่นไปหาพี่สาวถึงวังวุฒิเวสม์ แต่ศรีจิตรากลับไม่มีท่าทีทุกข์ร้อน แถมเล่าถึงเหตุการณ์อย่างสนุกสนานอีกต่างหาก

“เสด็จฯทรงประกาศตัดขาดคุณชายต่อหน้าทุกคนแล้วไล่ออกจากวัง อย่างกับฉากในหนังหรือละครเวทีแน่ะสา”

“ยังจะมาพูดเล่นอีก สาสงสารเขาจะตายแล้ว”

“สาแคร์คุณชายจัง ก็ไม่ดีหรอกหรือที่คุณชายจะได้อยู่กับคุณหญิงก้อย”

สาลินมัวกลุ้ม เลยไม่ทันเห็นสายตาวิบวับล้อเลียนของพี่สาว “โดยโดนเสด็จฯทรงตัดขาดน่ะหรือ ฮึ...ความจริงที่สามาหาพี่ศรี สากะจะนัดพี่ศรีไปเจอคุณพล แต่พอเกิดเรื่องแบบนี้ สาไม่มีกะจิตกะใจเป็นแม่สื่อแล้ว”

“สาเพิ่งไปเจอคุณชายเล็กมาสินะ”

“คุณชายเล็กอะไร...เปล่านี่คะ สาเจอแต่คุณพล ไม่เคยเจอคุณชายเล็กสักหน่อย”

“คุณชายเล็กอาจจะไปเจอสาหลายหนแล้วก็ได้”

“อื้อ...อย่าบอกนะว่าเขาไปคอยแอบดูสา ตาย...พิลึกตายเลย”

จนแล้วจนรอด ศรีจิตราก็ไม่บอกความจริงเรื่องคุณชายเล็กคือคนเดียวกับพลช่างฟิต แต่เลือกเก็บความลับนั้นไว้กับตัว ไม่บอกใคร แต่ก็เหมือนเสด็จพระองค์หญิงจะทรงรู้ทัน เพราะทรงส่งสายตาเจ้าเล่ห์แบบที่นักเล่านิทานสาวต้องกลั้นยิ้มแทบแย่ เมื่อทรงประกาศไม่ให้ทุบเรือนหอทิ้งอย่างที่หลายคนนึกกลัว แถมมีรับสั่งให้เร่งมือทำของชำร่วยอีกต่างหาก เพราะอาจมีงานมงคลระหว่างคุณชายเล็กกับสาลิน

ข่าวงานมงคลของคุณชายเล็กกับสาลินกลายเป็นข่าวใหญ่ทั่ววังวุฒิเวสม์ โดยเฉพาะตำหนักเล็ก ตื่นเต้นกันใหญ่ที่คุณชายเจ้าสำราญจะช่วยกู้หน้า เช่นเดียวกับที่บ้านราชดำริ คุณสร้อยเป็นโต้โผใหญ่เหมือนเคย เรียกสาวใช้มาสั่งงาน เตรียมขมิ้นกับน้ำมะขามเปียกให้พร้อม จะได้ขัดสีฉวีวรรณสาวแสบบ้านสวนให้เป็นสาวชาววัง

กว่าคุณชายเล็กจะรู้ตัวก็เกือบหนึ่งวันต่อมา เมื่อสังเกตเห็นท่าทางแปลกๆของทุกคนที่ตำหนักเล็ก โดยเฉพาะหม่อมอำพัน พะเน้าพะนอเอาใจเขาแบบที่ไม่เคยมาก่อน จนเมื่อได้ยินชื่อสาลินจากปากแม่ เลยพอปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ก่อนจะมั่นใจเต็มที่ เมื่อนมย้อยเย้าขำๆ

“ตอนนี้คุณสาเป็นนางคู่บัลลังก์แทนคุณศรี ถ้าคุณเล็กแต่งกับเธอ คุณเล็กก็จะเป็นทายาทอันดับหนึ่งของเสด็จฯ”

ooooooo

ขณะที่ชาววังวุฒิเวสม์กับสมาชิกบ้านราชดำริวุ่นวายกับการเตรียมงานมงคล สาลินก็พยายามทำเป็นไม่สนใจ และทุ่มเทให้กับการเตรียมงานวันอุทิศหนังสือ และภารกิจสำคัญในวันนี้ คือไปรับหนังสือบริจาคที่ร้านผ้าไหมของคุณชายรอง แต่ไม่ทันไปถึง ก็ได้เจอคุณหญิงกลางระหว่างทาง

คุณหญิงกลางมีสีหน้าตกใจมาก เมื่อรู้ว่าคุณชายรองถูกตัดจากกองมรดกของเสด็จพระองค์หญิง เลยตัดสินใจแวะไปเยี่ยมถึงร้านผ้าไหม จึงได้เจอศุภร ซึ่งกำลังช่วยคุณชายรองเล่นละครลองใจสาลิน

“ไอ้หม่อม...แกยืมเงินฉันไปสามงวดแล้วนะ ตั้งแต่ระเห็จออกจากวัง ยังไม่ใช้เงินคืนฉันสักบาท นี่เราก็กำลังจะขยายร้าน ยังถอนทุนคืนไม่ได้เลย แกก็รู้ว่าตอนนี้ร้านเราไม่มีฝรั่งเข้า ขาดทุนมาเป็นปีแล้ว ฉันจะระดมเงินทุนเพิ่มจากแก แกก็ไม่มีอีก จะมาเบียดบังอะไรฉันอีกวะ เฮ้อ...ถ้าแกยังลืมตาอ้าปากไม่ได้ บางทีฉันอาจต้องถอนหุ้นแกจากร้าน”

“โธ่...ศุภร ฉันขอร้อง ยังไงก็เห็นแก่ความเป็นเพื่อนเถอะวะ”

สองหนุ่มตีบทแตก แต่ที่คาดไม่ถึง คือการปรากฏตัวของคุณหญิงกลางพร้อมกับสาลิน

“อ้าว...คุณหญิงกลาง คุณสา มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” ศุภรทักยิ้มๆ

“มานานแล้วค่ะ นานพอจะได้ยินได้เห็นทั้งหมดที่คุณทำกับเพื่อนอย่างไร้มนุษยธรรมที่สุด”

“เดี๋ยวครับคุณหญิง อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะครับ”

“แล้วจะให้ฉันเข้าใจว่ายังไงบ้าง คุณรองกำลังลำบาก แต่คุณกลับทิ้งเพื่อน คุณรองเคยช่วยคุณทั้งตอนเรียนที่นี่และที่อังกฤษ แต่คุณกลับตอบแทนบุญคุณเขาแบบนี้”

คุณชายรองเห็นเรื่องจะไปกันใหญ่ เลยพยายามไกล่เกลี่ย “หญิงกลางครับ อย่าทะเลาะกันเลยนะครับ ไม่ใช่ความผิดของศุภร ศุภรทำถูกแล้ว มันเป็นความผิดของผมต่างหากที่เอาตัวไม่รอดเอง”

“มันเป็นเรื่องของธุรกิจน่ะครับ”

“ค่ะ...เข้าใจ แต่ถ้าธุรกิจมันจะทำลายความเป็นเพื่อนแบบนี้ ฉันรับไม่ได้ ขอตัวก่อนค่ะ”

คุณหญิงกลางผละจากไปแล้ว แถมทิ้งท้ายตัดความสัมพันธ์อีกต่างหาก ศุภรแทบเต้นด้วยความร้อนใจ รอจนเธอลับร่างและหันมาเอาเรื่องเพื่อนรักเสียงเข้ม

“เพราะแก...ไอ้หม่อม แกคนเดียว สร้างแต่ปัญหา ถ้าหญิงกลางเลิกกับฉัน มันคือความผิดของแกทั้งหมด!”

คุณชายรองอยากจะหัวเราะแทบแย่ เพราะรู้ดีว่าเพื่อนต้องแก้ปัญหาได้ แต่ก็ต้องกลั้นไว้ ตีบทบาทเป็นคุณชายตกยากจริงจัง ซึ่งก็ได้ผล สาลินถลามาจับมือเขาเพื่อปลอบประโลมเหมือนเคย

“เธอ...ไม่สมเพชฉันหรอกหรือ”

สาลินสบตาเขานิ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คุณชายคะ...ฉันจะไปสมเพชคุณทำไม คุณค่าของคนไม่ได้วัดที่ราคาของวัตถุนะคะ แล้วคุณค่าของคุณชายก็มีมากเสียจนไม่ต้องอายใคร”

“งั้น...ฉันพอจะมีความมั่นใจขึ้นบ้างกับคำชมของเธอ เออ...ที่จริงฉันมีหนังสือจะบริจาคอีกหลายเล่มที่บ้าน”

สาลินนิ่วหน้าเมื่อได้ยินคำว่าบ้าน แต่เมื่อเขาอธิบายว่าเป็นบ้านเช่า เลยไม่ติดใจอะไร แถมนั่งรถบุโรทั่งของเขาตามไปดูหนังสืออีกต่างหาก พร้อมด้วยสีหน้ารื่นรมย์อย่างเห็นได้ชัด ต่างจากคุณหญิงก้อยลิบลับเลยทีเดียว

ooooooo

.



Logged
Pages: [1] 2 Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.526 seconds with 17 queries.