Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
10 September 2026, 01:22:27

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,088 Posts in 15,338 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  หมวดหมู่ทั่วไป  |  ศาลาพักใจ  |  รายการโทรทัศน์ที่น่าดูมาก  |  เรื่องย่อละคร นางทาส (thairath.co.th)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: เรื่องย่อละคร นางทาส (thairath.co.th)  (Read 1307 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« on: 28 July 2026, 14:57:31 »

เรื่องย่อละคร นางทาส (thairath.co.th)


นางทาส  นิยาย  สถานีโทรทัศน์ช่อง 3  นางทาส

ได้เวลาพิสูจน์ฝีมือหน้าจอ! ฮือฮาข้ามปีตั้งแต่มีข่าวผู้จัด ปิ่น–ณัฏฐนันท์ ค่ายทีวีซีน นำละครดังสุดคลาสสิก “นางทาส” มาปัดฝุ่นอีกครั้งลงจอช่อง 3 นำพระเอกฝีมือเก๋า ป๋อ–ณัฐวุฒิ สกิดใจ มารับบท พระยาสีหโยธิน ประกบนางเอกดาวรุ่ง แยม–มทิรา ตันติประสุต รับบท เย็น รายล้อมประชันบทบาทกับ วุ้นเส้น–วิริฒิพา แย้มนาม ในบท คุณหญิงแย้ม, หยาด–หยาดทิพย์ ราชปาล รับบท สาลี่ และ โยเกิร์ต–รวีวรรณ บุญประชม รับบท บุญมี
.

เรื่องย่อ...เย็น เด็กสาวถูกขายมาเป็นแรงงานเพื่อเอาเงินมาช่วยพ่อแม่ในเรือนของ พระยาสีหโยธิน เที่ยง ทาสหนุ่มเมื่อเจอ เย็น ก็แอบหลงรัก ด้านท่านเจ้าคุณมี คุณหญิงแย้ม เป็นเอกภรรยาและมีอนุภรรยาคือ สาลี่ และ บุญมี ท่านเจ้าคุณเป็นนายทหารที่ซื่อสัตย์มีเพื่อนสนิทที่ชอบรับสินบนอย่าง พระมหาเทพ แต่ท่านเจ้าคุณไม่ยอมรับเงินสินบนแม้แต่น้อย สาลี่ แอบช่วย พระมหาเทพ อยู่บ่อยครั้งเพื่อแลกกับเงินหวังว่าจะเป็นใหญ่กว่า คุณ หญิงแย้ม เย็น ทำงานโดยมี ฟัก ช่วยสอน

แต่ แอบ กับ ม้วน ก็กลั่นแกล้งอยู่เรื่อยๆ เที่ยง เป็นทาสที่หวังว่าสักวันจะเป็นไท ท่านเจ้าคุณ ได้พบ เย็น ก็หลงรักทันที คุณหญิงแย้ม ให้ เย็น ขึ้นมาทำงานในเรือน ท่านเจ้าคุณ จึงเอ่ยปากขอกับ คุณหญิงแย้ม ขอ เย็น เป็นภรรยา เย็น จึงกลายเป็นอนุภรรยาอีกคน สาลี่ เจ็บใจมากเพราะหลังจากที่ เย็น เป็นภรรยาท่านแล้ว ท่านเจ้าคุณ ก็ไม่มาหาตนเองอีกเลย บุญมี เองก็พยายามใส่ร้ายว่า เย็น กับ เที่ยง เป็นชู้กัน แต่ ท่านเจ้าคุณ ไม่เชื่อ บุญมี ไม่นาน คุณหญิงแย้ม กับ เย็น ท้องพร้อมกัน วันคลอด คุณหญิง คลอดเด็กเป็นผู้ชายแต่เสียชีวิต เย็น คลอดลูกเป็นผู้หญิงสุขภาพแข็งแรงดี คุณหญิง กลัวว่าฐานะตนเองจะสั่นคลอน จึงไปขอลูก เย็น เป็นลูกตนเอง ด้วยบุญคุณ เย็น จึงยอมยกลูกให้และตั้งชื่อว่า อุ่นเรือน ชื่อเล่นว่า แดง

ต่อมา ยืน พี่ชาย เย็น มาหาเพราะที่บ้านไม่มีเงิน เย็น จึงถอดสร้อยให้ไป บุญมี เข้ามาเห็นจึงตาม ท่านเจ้าคุณ มาดู แล้วใส่ร้ายว่า เย็น คบชู้ ท่าน เจ้าคุณ โกรธมากสั่งเฆี่ยน เย็น ทันทีพร้อมปลด เย็น ไป เป็นทาสตามเดิม เย็น เสีย– ใจ ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ลูก เที่ยง ได้เป็นไทแล้ว ท่านเจ้าคุณ ไปรบกับข้าศึกเกือบพลาดท่าแต่ได้ ยืน ช่วยไว้ ด้าน สาลี่ ติดการพนันอย่างหนัก เย็น ถูกห้ามไม่ให้เข้าใกล้ คุณแดง แต่ก็อดทน บุญมี มีใจให้ เที่ยง ทั้งสองแอบมีความสัมพันธ์กัน คุณแดง โตขึ้น โดย บุญมี สอนให้เกลียด เย็น คุณแดง ทำไปเพราะไม่รู้ว่า เย็นคือแม่ ด้าน บุญมี ท้องกับ เที่ยง บุญมี แกล้งไปทำดีกับ ท่านเจ้าคุณ และบอกว่าตนท้องกับ ท่านเจ้าคุณ

บุญมี เหิมเกริมหนัก สาลี่ ถูกปลดเป็นทาส สาลี่ มีหลักฐานการทุจริตของ พระมหาเทพ ไว้ เย็น คอยดูแล สาลี่ สาลี่ ซึ้งน้ำใจ เย็น มาก ฟัก บอกกับ เย็น ว่ามีหลักฐานแฉ บุญมี บุญมี ไม่ยอมรับความจริงจึงฆ่าตัวตาย สาลี่ เอาหลักฐานไปแฉ พระมหาเทพ พระมหาเทพ ติดคุก สาลี่ เองก็ติดคุกด้วย ยืน มาไถ่ตัว เย็น ท่านเจ้าคุณ จึงรู้ความจริงว่า ยืน คือพี่ชายแท้ๆของ เย็น ที่ผ่านมาตัวเองเข้าใจผิดมาตลอด คุณหญิงแย้ม ก็ทนไม่ได้ที่ คุณหนูแดง เกลียดแม่แท้ๆจึงบอกความจริงว่า คุณหนูแดง เป็นลูกของ เย็น แม้ เย็น จะเป็นไทแล้วแต่ก็ขออยู่เรือน ท่านเจ้าคุณ หวังว่าจะได้อยู่กับลูก ท่านเจ้าคุณ ดีใจและให้ เย็น กลับมาเป็นอนุภรรยาอีกครั้งและได้อยู่รวมกันอย่างมีความสุข “นางทาส” เวอร์ชั่น ล่าสุดนี้จะสนุกครบอรรถรสแค่ไหน ติดตามได้ทุกคืนวันจันทร์–อังคาร ทางช่อง 3.

.


ที่มา : เรื่องย่อละคร นางทาส (thairath.co.th)
https://www.thairath.co.th/novel/nangtard/synopsis

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #1 on: 28 July 2026, 14:59:00 »


https://www.thairath.co.th/novel/nangtard/ep1/page1

นางทาส ตอนที่ 1

เย็น หญิงสาวชาวบ้านวัยสิบหก หน้าตาผ่องแผ้ว ทนเห็นพ่อแม่กอดกันร่ำไห้ด้วยความเสียใจไม่ได้ ถึงกับโผเข้ามากอดปลอบ

“นี่เราอับจนสิ้นหนทางจริงๆหรือจ๊ะพ่อ”

“ก็ยังพอมีทาง หากเรามีเบี้ยอัฐมาใช้จ่าย พอเพลาฝนมาค่อยปลูกข้าวทำสวนใหม่ พวกเราคงรอดกันไปได้”

แม่ส่ายหน้าทั้งน้ำตา มองไม่เห็นทาง เพราะแล้งนี้หนักหนาเอาการ เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า คงหาใครหยิบยืมเบี้ยอัฐลำบาก ยืนพี่ชายของเย็น จึงอาสาไปหางานทำ แต่พ่อก็ห้ามไว้ ไม่อยากเสียหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญของครอบครัว เย็นเลยต้องยอมถูกขายเป็นทาส เพื่อเอาเงินมาจุนเจือครอบครัว...

ฝ่ายพระยาสีหโยธิน หรือชื่อเดิมว่าสิงห์ เป็นชายหนุ่มรูปงาม นายทหารเอกฝีมือเก่งกล้า และสามีคารมดีของเมียทั้งสาม เพิ่งกลับจากราชการต่างเมือง แย้ม ภรรยาเอกของท่านเจ้าคุณออกมาต้อนรับและตั้งท่าจะก้มกราบ

“จะทำกระไรกันคุณหญิง”

“ฉันก็จะกราบเท้าท่านเจ้าคุณตามธรรมเนียมน่ะสิเจ้าคะ”

“ธรรมเนียมนี้อย่าใช้กับฉันเลย ฉันไม่อาจทนมองคุณหญิงกราบเท้าฉันได้ดอก หากคุณหญิงอยากแสดงความรักแลภักดีต่อฉัน ก็ให้ฉันได้กอดคุณหญิงให้หายคิดถึงแทนเถิด”

นมแสงกับแรม แม่นมและคนรับใช้ส่วนตัวของแย้ม มองหน้ากันยิ้มๆ ชอบใจนักที่พระยาสีหโยธินแสดงความรักต่อเจ้านาย ท่านเจ้าคุณหนุ่มก็นึกเอ็นดูท่าทีเอียงอายของภรรยาเอกคนสวย เลยหยุดเย้าและตะโกนเรียกเที่ยง ทาสหนุ่มรูปหล่อเป็นที่หมายตาของบ่าวสาวทั้งเรือน ให้ขนของฝากมาแจกจ่าย ทั้งหมดจึงได้แยกย้ายไปตามหน้าที่

เวลาเดียวกันบริเวณไม่ใกล้ไม่ไกลจากเรือนใหญ่... บุญมี อนุภรรยาของพระยาสีหโยธิน อารมณ์เสีย เพราะต้องนั่งหลังขดหลังแข็งทำงานฝีมือตามคำสั่งของแย้ม จนเมื่อสายตาเหลือบเห็นแอบ บ่าวสาวคนสนิทของสาลี่ อนุภรรยาอีกคนของท่านเจ้าคุณ จึงได้ออกคำสั่งให้ม้วน บ่าวสาวคนสนิทของตนไปสืบความ

ผลการสืบลงท้ายด้วยเหตุทะเลาะวิวาท เพราะม้วนพยายามยื้อแย่งผ้าผืนสวยจากพ่อค้า ซึ่งแอบเดินนำมาจะให้สาลี่เลือกเป็นคนแรก โดยมีบุญมีซึ่งไม่ถูกกับสาลี่อยู่แล้วเป็นคนบงการอีกที

สาลี่แอบมองทุกอย่างจากอีกมุม เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน จึงแกล้งร้องเรียกให้คนช่วยและคนที่อยากให้มาเห็นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พระยาสีหโยธิน สามีหนุ่มรูปงาม ท่านเจ้าคุณสุดที่รักของเธอนั่นเอง!

ooooooo

พระยาสีหโยธินโกรธมาก ไม่ชอบใจให้มีเรื่องทะเลาะและตบตีบริเวณเรือน บุญมีในฐานะคนก่อเหตุ เลยถูกตัดสินโทษลดเบี้ยเลี้ยงประจำเดือน สร้างความสะใจให้แก่สาลี่เป็นอย่างมากที่หาเรื่องบุญมีได้

แย้มรู้ทันสาลี่ทุกอย่าง แต่ไม่เห็นประโยชน์จะขุดคุ้ย เลยต้องพยายามเก็บอาการด้วยความยากลำบาก เมื่อสาลี่ใช้มารยาออดอ้อน พาท่านเจ้าคุณลงจากเรือนใหญ่ไปกินมื้อเย็นด้วยได้

แอบยอมรับโทษตักน้ำใส่ตุ่มจนเคล็ดขัดยอกไปทั้งตัว แลกกับความสะใจของสาลี่เจ้านายสาว และเบี้ยอัฐจำนวนไม่น้อยเป็นค่าจ้าง ซึ่งบุญมีก็รู้ทัน และไม่รอช้าจะตามมาเอาเรื่อง

“วันพระไม่ได้มีหนเดียวดอก อย่าให้ถึงทีฉันบ้างก็แล้วกัน”

สาลี่เหยียดยิ้มเย็นก่อนสวน “แม่บุญมีพูดเรื่องกระไรกัน ฉันไม่เข้าใจ แต่เอาเช่นนี้เถิด...หากขัดสนเบี้ยอัฐอย่างไรก็บอกฉัน ฉันเวทนาที่แม่โดนตัดเบี้ยประจำออกกึ่งหนึ่ง จะเมตตาให้แม่หยิบยืมก็แล้วกัน”

บุญมีแค้นมาก จะตบเอาคืน แต่ก็ต้องยั้งมือไว้ เมื่อม้วนเตือนสติว่าอย่ามีเรื่องให้ถูกลงโทษไปมากกว่านี้

แย้มเฝ้ามองสถานการณ์ทุกอย่างด้วยแววตารู้ทัน หนักใจเหลือเกิน ทั้งเรื่องมารยาสาไถยของสาลี่ และความใจร้อน หุนหันพลันแล่นของบุญมี อนุภรรยาที่ตนกับแม่เป็นคนหามาให้ท่านเจ้าคุณเองเมื่อหลายปีก่อน

“เสียดาย...แม่บุญมีเป็นคนสะสวย แต่กิริยาแข็งกระด้างและเจ้าอารมณ์ สู้กันสิบครั้งก็แพ้แม่สาลี่ทั้งสิบครั้ง”

แรม บ่าวสาวคนสนิทของแย้ม เสนอให้เจ้านายสาวหาอนุภรรยาอีกคนให้ท่านเจ้าคุณ จะได้กำราบสาลี่ เลยถูกนมแสงหยิกให้หลายหน โทษฐานเสนออะไรไม่รู้จักคิด

“ก็ฉันพูดจริงนี่เจ้าคะ คุณสาลี่ถือตัวว่าเป็นบ่าวคนโปรดของท่านเจ้าคุณ กำเริบเสิบสานขึ้นทุกวัน อย่างวันนี้...ก็กล้ามาดึงตัวท่านเจ้าคุณไป ทั้งๆที่ท่านเจ้าคุณเพิ่งกลับจากราชการหัวเมือง ควรต้องอยู่กับคุณหญิงถึงจะถูก นี่หากเราไม่ปรามไว้ก่อน คุณสาลี่จะยิ่งเหิมเกริมกว่านี้นะเจ้าคะ”

นมแสงอยากจะเป็นบ้าตาย “อย่าไปฟังนังแรมมันนะเจ้าคะ คุณหญิงเคยหาแม่บุญมีมาให้ท่านเจ้าคุณแล้ว ก็ไม่มีกระไรดีขึ้นเลย แลยังมีเรื่องมาให้หนักใจไม่เว้นแต่ละวัน อย่าทำอีกเลยนะเจ้าคะ”

ไม่มีใครรู้ว่าแย้มคิดเช่นไรกับข้อเสนอแนะของแรม โดยเฉพาะสาลี่ ลำพองใจว่าตนสามารถเอาชนะภรรยาเอกคนสวยได้ ด้วยการแย่งตัวท่านเจ้าคุณมากินข้าวบนเรือนตั้งแต่วันแรกที่กลับจากราชการ

พระยาสีหโยธินตามไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมเหล่าภรรยา มัวปลาบปลื้มที่อนุภรรยาคนสวยเอาใจด้วยอาหารรสจัดจ้านสารพัดชนิด สาลี่ส่งยิ้มขวยเขินกลับมา แต่ไม่วายตัดพ้อ ว่าเขาไปต่างเมืองนานจนนึกว่ามีเมียใหม่ไปแล้ว

ท่านเจ้าคุณส่งยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ รู้ดีว่าเมียแกล้งบ่น เลยปะเหลาะเอาใจ

“เรื่องของความงาม หากแม่สาลี่ของฉันบอกตัวเองว่าเป็นที่สอง ก็ไม่มีผู้ใดกล้ายกตัวเองเป็นที่หนึ่งดอก”

“เจ้าคารีสีคารมนัก ขนาดเป็นถึงพระยาแลมีเมียสามแล้ว ก็ยังไม่ทิ้งลาย เห็นที...เมียคนที่สี่ที่ห้า คงอีกไม่นาน”

สาลี่แกล้งค้อน พระยาสีหโยธินหัวร่อชอบใจ ขยับไปใกล้แล้วหยอดคำหวานเหมือนเคย อนุภรรยาคนสวยถึงได้เลิกงอน เพราะแพ้ทางสามีหนุ่มที่เธอคิดถึงทุกลมหายใจเข้าออก

แต่ที่พระยาสีหโยธินไม่รู้คือสาลี่มีแผนบางอย่าง แอบย่องจากห้องกลางดึก ไปรื้อเอกสารในห้องทำงานของสามี คัดลอกความลับทางธุรกิจ ไปให้พระมหาเทพ เพื่อนสนิทตั้งแต่เด็กของสามี เพื่อผลประโยชน์ทางการค้า และแอบรับสินบนแทนสามี โดยไม่รู้เลยว่าการกระทำนี้จะนำหายนะมาให้ท่านเจ้าคุณเช่นไรบ้าง...

ooooooo

เย็นถูกพ่อพาตัวมาขายเป็นทาสบ้านพระยาสีหโยธินในวันต่อมา โดยมีทิดอ่ำ มิตรสหายที่รู้จักกันมานานเป็นคนพามา และระหว่างที่พ่อกับทิดอ่ำไปกราบท่านเจ้าคุณกับคุณหญิง เย็นก็ได้เจอกับใครบางคน...

ม้วนนั่นเองที่เกือบทำให้เย็นต้องมีเรื่องตั้งแต่วันแรกที่มาเหยียบเรือนท่านเจ้าคุณ โชคดีที่ฟัก หัวหน้าทาสสาวใหญ่เป็นคนช่วยไว้ เย็นเลยรอดตัวไปได้ แต่กระนั้น...เมื่อก้าวออกจากครัว เย็นก็ต้องเจอศึกหนักอีกครั้ง เมื่อดันเอาตัวไปขวางทางเดินรถม้าของสาลี่!

โชคดีที่เที่ยงเป็นคนขับเลยหยุดรถทัน เย็นเลยรอดตาย แถมความสวยและซื่อของเธอยังถูกใจทาสหนุ่มอย่างจัง จนแทบถอนสายตาไม่ได้ แอบซึ่งหลงรักเที่ยงมานานเห็นท่าไม่ดี เลยจะไปเอาเรื่อง แต่เย็นก็รอดตัวไปได้อีก เพราะดันเข้าใจผิด ทักสาลี่ว่าเป็นคุณหญิงของพระยาสีหโยธิน

พระยาสีหโยธินไม่ได้เห็นหน้าทาสสาวคนใหม่ที่ทิดอ่ำพามา และไม่อยากรับคนเพิ่มตามที่แย้มแนะ แต่ก็เห็นใจคนเป็นพ่อ ที่ต้องขายลูกสาวเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว เลยตัดสินใจรับไว้ แย้มขัดไม่ได้ เลยมอบหมายให้นมแสงเป็นธุระจัดการพาทาสสาวคนใหม่ไปทำสัญญา

สาลี่ซึ่งเพิ่งกลับจากแอบไปพบพระมหาเทพ และกำลังอารมณ์ดี เพราะถูกเรียกว่าคุณหญิง รีบแล่นไปถึงเรือนแย้ม เพื่อพาตัวท่านเจ้าคุณไปกินข้าวที่เรือนเหมือนเคย แต่ก็ต้องกลับไปด้วยความผิดหวัง เมื่อสามีตัดสินใจจะอยู่กินกับแย้ม เพราะเกรงใจภรรยาเอกและไม่อยากให้วุ่นวาย

เวลาเดียวกันที่ศาลาท่าน้ำ...เย็นก้มกราบเท้าพ่อทั้งน้ำตา ไม่อยากแยกจากกัน แต่เพื่อความอยู่รอดของครอบครัว ทาสสาวคนใหม่เลยต้องยอมรับชะตากรรมนี้

“พ่อต้องไปแล้ว เอ็งอยู่ที่นี่ต้องขยันขันแข็ง อย่าให้เปลืองข้าวสุกท่าน แลต้องรำลึกถึงบุญคุณของท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงไว้ ถ้าท่านไม่ให้เรากู้เงิน พวกเราก็คงไม่แคล้วต้องอดตายยกครัวเป็นแน่”

“พ่ออย่าห่วงไปเลยจ้ะ ฉันจะทำทุกอย่างที่ท่านสั่ง มิให้ท่านขัดเคืองเป็นอันขาด”

“เอ็งต้องอดทนนะเย็น พ่อกับอ้ายยืนจะช่วยกันหาเงินมาไถ่ตัวเอ็งให้เร็วที่สุด เอ็งไม่ต้องกลัวนะ”

การมาถึงของเย็นในฐานะทาสสาวคนใหม่ สร้างความขุ่นเคืองใจให้แก่บ่าวสาวเกือบทั้งเรือน ยกเว้นฟัก หัวหน้าทาสสาวใหญ่ที่ผ่านโลกมามาก โดยเฉพาะเมื่อเที่ยง ทาสหนุ่มรูปหล่อ แสดงท่าทีอย่างเห็นได้ชัด ว่าถูกตาต้องใจทาสสาวคนใหม่แค่ไหน แต่เย็นเหมือนจะไม่รู้ตัวในข้อนี้ ฟักเลยต้องเอ่ยปากเตือน

“อ้ายเที่ยงมันหน้าตาดี แลกำลังจะได้เป็นไทในอีกไม่ช้า ทาสรุ่นสาวแทบทุกคนในเรือนนี้ล้วนชอบพอมันทั้งสิ้น”

“นี่ทุกคนหึงหวงฉันเพราะพี่เที่ยงรึ”

เย็นหน้าเจื่อน นึกถึงสายตาไม่เป็นมิตรของบ่าวสาวหลายคนที่เจอกันในครัว โดยเฉพาะคนสุดท้าย ก่อนจะถูกฟักลากตัวมาดูเรือนนอน หัวหน้าทาสสาวใหญ่นึกรู้ เลยเอ่ยชม

“เอ็งไม่โง่เลยนี่ เมื่อครู่...นังแรม มันเป็นบ่าวของคุณหญิง ตั้งแต่ยังไม่ออกเรือนกับท่านเจ้าคุณ ท่าทางหยิ่งจองหองไปอย่างนั้น แท้ที่จริงไม่มีกระไรเท่าไหร่ดอก แต่หากเอ็งเจอนังพวกที่ร้ายกาจจริงๆ เอ็งจะลำบาก”

ฟักลงเรือนไปแล้ว ทิ้งเย็นให้มองตามเครียดๆ สังหรณ์ไม่ดีเลยว่า การมาอยู่เรือนพระยาสีหโยธินครั้งนี้ คงไม่ราบรื่นและเรียบง่ายอย่างที่หวังเป็นแน่...

ooooooo

สาลี่ไม่ยอมแพ้เรื่องดึงตัวสามีจากเรือนใหญ่ เลยจัดแจงคิดแผนลวง ด้วยการส่งแอบไปขอยาแก้ไข้จากแย้ม คุณหญิงคนสวยรู้ทัน เช่นเดียวกับพระยาสีหโยธิน ที่รู้ดีว่าเป็นแผน แต่ก็ต้องมา

สีหน้าไม่พอใจของสามี ไม่ทำให้สาลี่หวาดหวั่นนัก มัวแต่ปลื้มใจที่แผนของตนสำเร็จมากกว่า

“ฉันรู้เจ้าค่ะ ว่าไม่ควรโป้ปดมดเท็จ แต่ที่ฉันทำไปก็เพราะอยากให้ท่านเจ้าคุณมาอยู่กับฉันเจ้าค่ะ”

“เมื่อคืนฉันก็อยู่กับแม่สาลี่ทั้งคืนแล้ว ถ้ายังจะให้อยู่อีก มันน่าเกลียด แลฉันก็เกรงใจคุณหญิงด้วย”

สาลี่แกล้งโอดเสียงอ่อน “ท่านเจ้าคุณไม่รู้ดอกเจ้าค่ะ ว่าฉันรักท่านเจ้าคุณมากเพียงใด หากทำได้...ฉันก็ไม่อยากให้ท่านเจ้าคุณมีเมียคนอื่นอีกเลยแม้แต่คุณหญิง...”

น้ำตาของอนุภรรยาคนสวย ทำให้พระยาสีห–โยธินใจอ่อน แล้วก็ถึงกับไปไม่ถูก เมื่อเจอมารยาในประโยคถัดมา

“แต่ฉันรู้เจ้าค่ะ ว่าเป็นไปไม่ได้ ท่านเจ้าคุณเป็นชาย จะมีเมียสักกี่คนก็ได้ แต่ฉันมีท่านเจ้าคุณเพียงคนเดียว ถ้าท่านเจ้าคุณหมางเมินฉันแล้ว ฉันจะอยู่อย่างไรล่ะเจ้าคะ”

“ฉันน่ะรึ...จะคิดหมางเมินแม่สาลี่ แต่ฉันเองก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเมียทุกคนด้วย”

“ถ้ากระนั้น...ท่านเจ้าคุณอยู่กับฉันอีกสักคืนนะเจ้าคะ เมตตาฉันให้หายคิดถึงท่านเจ้าคุณด้วยเถิดเจ้าค่ะ”

พระยาสีหโยธินกระอักกระอ่วนใจมาก เกรงใจภรรยาเอก แต่ก็สงสารอนุภรรยาคนสวย ซึ่งสาลี่ก็เดาทางได้ เลยแกล้งพูดถึงเรื่องในอดีตด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“พี่สิงห์จ๋า...พี่สิงห์ยังจำวันแรกที่เราพบกันได้หรือไม่จ๊ะ...วันที่เราพบกันก่อนที่พี่จะเจอแม่แย้มด้วยซ้ำ”

ภาพในอดีตย้อนมาทำความลำบากใจให้อีกครั้ง แต่สาลี่ก็ไม่ปล่อยให้สามีค้านอะไร ออเซาะต่อ

“เพียงครั้งแรกที่ฉันได้เห็นหน้าพี่ ฉันก็รู้แล้วว่าชีวิตที่เหลือของฉัน คงต้องฝากไว้ในมือพี่ พี่สิงห์จะไม่เห็นแก่ความรักแลภักดีที่ฉันมีให้พี่บ้างเลยหรือจ๊ะ”

ความรักและเสน่ห์แพรวพราวของสาลี่ใช้ได้ผลเหมือนทุกครั้ง พระยาสีหโยธินไม่ได้กลับเรือนใหญ่ตามเคย และแน่นอนว่าบ่าวทั้งเรือนรู้เรื่องนี้ ม้วนเลยรีบนำความไปฟ้องบุญมี

“พวกบ่าวที่เรือนใหญ่พูดกันให้อึง ว่าคุณสาลี่เจ็บไข้ได้ป่วย ท่านเจ้าคุณเลยต้องไปดูแล แต่บ่าวว่าเป็นมารยาเสียมากกว่า นังคุณสาลี่คิดจะแย่งท่านเจ้าคุณไปครองแต่เพียงผู้เดียว คุณบุญมีอย่ายอมนะเจ้าคะ”

“ไม่ยอมแล้วจะให้ข้าทำอย่างไร ไปตบตีแย่งเจ้าคุณมาอย่างนั้นรึ”

“พุทโธ่...ใครจะให้คุณบุญมีทำอะไรอย่างนั้นเล่าเจ้าคะ บ่าวหมายถึงให้คุณใช้จริตมารยาให้ท่านเจ้าคุณมาหาบ้าง มิใช่เดือนหนึ่งมาหาคุณแค่วันหรือสองวันเช่นนี้”

บุญมีนึกเคือง แหวลั่นอย่างลืมตัว “ข้าชังน้ำหน้านังสาลี่มันนัก เอ็งยังจะให้ข้าลอกเลียนแบบมันอีกหรือ ข้าไม่เอาดอก แลถึงท่านเจ้าคุณไม่มาหาข้าเลย ข้าก็หาใส่ใจไม่”

“อ้าว...คุณบุญมีไม่ได้รักท่านเจ้าคุณดอกหรือเจ้าคะ”

คำถามของบ่าวสาวคนสนิท ทำให้บุญมีรู้สึกตัว ดุกลบเกลื่อน “รักสิวะ...ข้าเป็นเมียท่านเจ้าคุณ จะไม่รักท่านได้ยังไง ข้าหมายถึง...ข้าตามใจท่านเจ้าคุณต่างหาก จะมาหรือไม่มาก็สุดแล้วแต่ท่าน”

พูดจบก็เก็บอาการ ไม่แสดงท่าทีแปลกๆอีก ม้วนเลยไม่ทันเอะใจ เพราะคิดว่าตนคงพูดมากไปจริงๆ เจ้านายสาวเลยเอ็ดให้ แต่ที่บ่าวสาวคิดไม่ถึง คือบุญมีไม่ได้มีใจรักใคร่พระยาสีหโยธินแม้แต่น้อย เพราะมีเหตุผลบางอย่าง แต่กลับแอบมีใจให้เที่ยง...ทาสหนุ่มรูปหล่อประจำเรือนท่านเจ้าคุณมากกว่า!

ooooooo

พระยาสีหโยธินรู้สึกตัวกลางดึก และแอบลงจากเรือนของสาลี่ กลับไปเรือนใหญ่เพราะเกรงใจแย้ม ภรรยาเอกคนสวย แต่กลับต้องชะงักกลางทาง เมื่อได้ยินเสียงเป่าใบไม้จากศาลาท่าน้ำ

เย็นนั่นเองที่นอนไม่หลับ เพราะคิดถึงบ้าน เลยแอบออกจากเรือนฟักมาเป่าใบไม้เล่น พระยาสีห–โยธินไม่คุ้นหน้าทาสสาวมาก่อน แต่ก็นึกสนุก เมื่อเธอทึกทักว่าเขาเป็นทาสหนุ่มในเรือนเดียวกัน

“ฉันชื่อเย็นนะจ๊ะ แล้วพี่ชายชื่อกระไร เป็นบ่าวเรือนนี้มานานแล้วรึ”

“เอ่อ...ข้าชื่อสิงห์ อยู่เรือนนี้มาตั้งแต่ปลูกเรือน อยู่มานานกว่าใครทุกคนในเรือนนี้ เอ็งอย่าถามมากเลย เป่าใบไม้ให้ข้าฟังอีกสักเพลงเถิด เอ็งเป่าเพราะดี ข้าชอบ”

“ถ้าพี่ชอบ...ฉันจะเป่าให้ฟังอีกก็ได้จ้ะ”

เย็นตั้งหน้าตั้งตาเป่าด้วยสีหน้าดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้เลยว่าท่านเจ้าคุณในคราบทาสหนุ่ม เฝ้ามองด้วยความเอ็นดู ชื่นชอบความซื่อและความเป็นธรรมชาติของอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว

ค่ำคืนแรกในบ้านพระยาสีหโยธินไม่เลวร้ายเกินไปนัก แต่ทุกอย่างก็ต้องกลับสู่สภาพเดิม เมื่อเย็นได้รู้ในเช้าวันต่อมาว่าแท้จริงแล้วสาลี่เป็นเพียงอนุภรรยาของท่านเจ้าคุณ และแย้มต่างหากคือคุณหญิงตัวจริง!

ท่าทางหวาดหวั่นของทาสสาวคนใหม่ ทำให้แย้มไม่นึกถือสาหาความ เวทนาในความไม่รู้ด้วยซ้ำ เลยมอบหมายให้นมแสงกับฟัก ช่วยกันอบรมและสอนงานทั้งในครัวและบนเรือนให้

เย็นมีสีหน้าดีขึ้นมาก ก่อนจะหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นทาสหนุ่มที่เธอเป่าใบไม้ให้ฟังเมื่อคืน เดินมาจากในเรือน พระยาสีหโยธินเห็นท่าทางหมอบกลัวตัวสั่นของอีกฝ่าย เลยทำเป็นนิ่งเฉย ไม่แสดงท่าทางเหมือนรู้จักกันมาก่อนให้ผิดสังเกต แต่ฟักก็รู้เข้าจนได้ เมื่อเย็นเล่าให้ฟังด้วยท่าทางอึดอัดใจหลังจากนั้น

“ฉันไม่รู้ว่าเป็นท่านเจ้าคุณ เข้าใจว่าเป็นบ่าวไพร่เหมือนกัน ฉันจึงพูดจาตีเสมอด้วย มิรู้ว่าท่านจะโกรธหรือไม่”

“เวรกรรมนังเย็นเอ๊ย...หน้าตาผิวพรรณท่านเจ้าคุณก็มีสง่าราศีออกปานนั้น เอ็งเข้าใจว่าเป็นบ่าวได้อย่างไร”

“ก็ฉันคิดว่าท่านเจ้าคุณต้องอายุมากแล้ว ไม่คิดว่าท่านจะยังหนุ่มแน่น แล้วก็ไม่คิดด้วยว่าท่านเจ้าคุณจะออกมานอกเรือนค่ำๆมืดๆ แลท่านยังบอกว่าตัวเองชื่อสิงห์ ฉันก็ยิ่งมั่นใจว่าเป็นทาสที่นี่”

ฟักถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะอธิบายว่าสิงห์เป็นชื่อเดิม ก่อนจะได้ตำแหน่งพระยา เย็นหน้าเสีย กลัวถูกทำโทษตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ หัวหน้าทาสสาวใหญ่เลยต้องปลอบให้สบายใจ

“ถ้าท่านจะลงโทษ คงลงโทษเสียแต่เมื่อคืนแล้ว แลยังให้เอ็งเรียกชื่อจริงอีก คงนึกสนุก อยากเย้าเอ็งมากกว่า”

เย็นโล่งใจมาก แต่ก็ยังไม่สบายใจนัก ไม่อยากทำตัวมีปัญหา แต่ดูท่าปัญหาจะวิ่งหาเธอมากกว่า เพราะตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนนี้ ก็มีเรื่องเข้ามาไม่ได้หยุดหย่อน!

ooooooo

เย็นเรียนวิชาทำกับข้าวและงานฝีมือจากฟักอย่างตั้งใจ โดยมีสายตาของเที่ยงลอบมองห่างๆด้วยความสนใจตลอด ก่อให้เกิดสายตาไม่พอใจจากทาสสาว คนอื่นๆ โดยเฉพาะแอบ ซึ่งหลงรักทาสหนุ่มมานาน

และในที่สุด...แอบก็สบโอกาส ตามฟักกับเย็นไปถึงสวนผลไม้ของท่านเจ้าคุณ และรอเวลาให้ทาสสาวคนใหม่อยู่ตามลำพัง จึงจัดการผลักอีกฝ่ายตกท้องร่อง!

ฟักได้ยินเสียงเอะอะจึงวกมาดู ทันเวลาก่อนที่เย็นจะถูกแกล้งไปมากกว่านี้ เมื่อเที่ยงรู้เรื่องก็รีบออกตัวว่าไม่เคยมีใจให้แอบ และไม่เคยให้ความหวังด้วย ฟักเชื่อเขาแต่ก็เตือนให้ระวังตัว

“ข้าว่าเอ็งอยู่ห่างมันจะดีกว่า นังเย็นเองจะได้ไม่เดือดร้อนมากไปกว่านี้”

“พุทโธ่...พี่ฟัก อย่าให้ฉันต้องอยู่ห่างจากนังเย็นเลยจ้ะ”

สีหน้าเขินอายของเที่ยง ทำให้ฟักถึงกับพูดไม่ออก มั่นใจมากว่าเพลานี้ทาสหนุ่มคงตกหลุมรักเย็นเข้าเสียแล้ว

ค่ำวันเดียวกันบนเรือนใหญ่...แย้มนำถุงเบี้ยเลี้ยงประจำเดือนมาให้สาลี่กับบุญมี แต่สองอนุภรรยาก็ทำเสียเรื่อง ด้วยการค่อนแคะแดกดันกันไปมาเรื่องท่านเจ้าคุณ

บุญมีเปิดฉากเหมือนเคย เมื่อเห็นสาลี่ทำหน้าผิดหวัง ตอนแย้มบอกว่าท่านเจ้าคุณไปราชการต่างจังหวัด

“ใจคอ...จะต้องอยู่กับท่านเจ้าคุณทุกเมื่อเชื่อวันเลยหรืออย่างไร ทำราวกับไม่เห็นหน้าสักวัน จะลงแดงตาย”

“ก็คนมันเคยเห็นหน้ากันทุกวันนี่จ๊ะแม่บุญมี พอไม่เห็นวันไหน ก็อดคิดถึงกันไม่ได้ มิใช่คนที่เดือนหนึ่งได้เห็นหน้ากันสักครา จะได้ไม่รู้สึกรู้สาอะไร”

สาลี่ปรายตาไปทางแย้มด้วย เหมือนจะพูดกระทบลอยๆ แต่คุณหญิงคนสวยก็เฉย ปล่อยให้บุญมีโต้แทน

“ก็ฉันเป็นคนตรงไปตรงมา มิได้มีมารยาสาไถยเหมือนแม่สาลี่นี่จ๊ะ จะได้เก่งเรื่องจับผู้ชายไว้กับตัว”

“มากไปแล้วแม่บุญมี กล้าพูดถึงเพียงนี้เชียวรึ”

“แล้วแม่สาลี่มีดีอย่างไรรึ ฉันถึงจะไม่กล้า!”

สาลี่โกรธจัด จะเอาเรื่อง โดยไม่เกรงใจภรรยาเอก อย่างแย้มเลย นมแสงกับแรมเดือดร้อนแทน เลยลุกมาขวาง แต่สองอนุภรรยาก็ไม่หยุด แย้มเลยออกโรงเอง ด้วยการยึดถุงเบี้ยเลี้ยงคืน

“แต่มันเป็นเรื่องของฉัน เพราะฉันมีสิทธิ์ขาดบนเรือนนี้ทั้งหมด ผู้ใดก็ตาม ทะเลาะเบาะแว้งบนเรือนของฉัน

ฉันย่อมสั่งลงโทษได้ แลฉันขอลงโทษด้วยการริบเบี้ยอัฐ ประจำเดือนนี้ หากใครไม่ฟัง ฉันคงต้องสั่งลงโทษหนักกว่านี้”

เอ็ดจบก็เข้าเรือน ทิ้งสองอนุภรรยาให้มองหน้า กันนิ่งๆ ไม่กล้ามีเรื่องอีก กลัวโดนลงโทษหนักกว่าเดิม ไม่นาน...บุญมีก็กระฟัดกระเฟียดลงเรือนไป ส่วนสาลี่...ยังยืนนิ่ง มองตามแย้มไปด้วยความแค้นแทบกระอัก อิจฉาริษยาแทบคลั่ง จนต้องหมายมาดในใจ จะต้องขึ้นเป็นคุณหญิงแทนแย้มให้ได้!

ooooooo

พระยาสีหโยธินไม่ได้คิดถึงเรื่องวุ่นวายของบรรดาเมียในบ้านเลย มัวสงสัยในตัวพระมหาเทพเพื่อนรักมากกว่า ว่าอาจมีเงื่อนงำทุจริตบางอย่างทางการค้า แต่ยังไม่มีหลักฐาน เลยเอาผิดไม่ได้

แต่ความหนักใจทั้งหลายก็คลายลง เมื่อพระยาสีหโยธินกลับบ้านช่วงบ่ายของวันเดียวกัน และได้ชิมฝีมือ การทำอาหารของเย็น ซึ่งฟักนำมาให้แย้มชิมเป็นครั้งแรก

“เพิ่งมาอยู่ได้ไม่นาน มีฝีมือถึงเพียงนี้เชียวรึ”

“ท่านเจ้าคุณชอบหรือเจ้าคะ ฉันไม่ทราบมาก่อนว่าท่านเจ้าคุณชอบรสนี้ ไม่เช่นนั้นคงให้บ่าวทำเสียนานแล้ว”

พระยาสีหโยธินมองหน้าภรรยาเอกยิ้มๆ “เรื่องเล็กน้อย...คุณหญิงไม่ต้องเอาใจฉันดอก กินอย่างที่อยากเถิด ฉันเป็นคนกินง่าย กินรสเดียวกับคุณหญิงก็ได้ หรือถ้าวันไหนอยากกินรสจัด ฉันค่อยให้แม่สาลี่ทำให้ก็ได้”

แย้มกับนมแสงมองหน้ากัน รับรู้ได้ในทันทีว่าเหตุใดพระยาสีหโยธินถึงชอบกินข้าวที่เรือนสาลี่ นมแสง หัวไวกว่า เสนอให้เย็นทำอาหารทุกมื้อให้ท่านเจ้าคุณ โดยมีแย้มเห็นดีเห็นงามด้วย เพราะหวังใจว่าสามีจะอยู่กินข้าวบนเรือนใหญ่ด้วยบ่อยๆ หากติดใจรสมือของเย็น

ท่าทางถูกอกถูกใจของสามี ทำให้แย้มนึกยินดีอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะหน้าเสียเมื่อเขาบอกให้เตรียมตัวออกงานในเย็นวันเดียวกัน เพราะเขาต้องไปงานเลี้ยงแบบฝรั่งที่เรือนขุนนางชั้นผู้ใหญ่

นมแสงกับแรมถอนใจเหนื่อยใจ เมื่อเดาได้ตั้งแต่เห็นหน้าเจ้านายสาวว่าคงปฏิเสธไม่ไปงานกับท่านเจ้าคุณเป็นแน่ แต่ที่ทำให้สองคนสนิทเดือดร้อนใจมากกว่าคือคนที่จะได้ไปแทน!

สาลี่คือคนที่ได้ออกงานแทนแย้ม! อนุสาวคนสวยแต่งตัวเต็มยศอย่างที่รอมานาน เตรียมออกงานกับสามีด้วยท่าทางภูมิอกภูมิใจ ซึ่งก็สมหวัง พระยาสีหโยธินพอใจมาก เช่นเดียวกับแขกเหรื่อในงานเลี้ยง ที่ไม่รู้ว่าเธอเป็นแค่อนุภรรยา ต่างก็มองมาด้วยแววตาชื่นชม

แย้มได้แต่ทำใจอยู่บ้าน ไม่อยากคิดมากเรื่องสาลี่ เมื่อเห็นเย็นนั่งตกปลาริมคลอง เลยแวะไปคุยด้วย ท่าทางสดใสและขยันขันแข็งของทาสสาว ทำให้คุณหญิงอดยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ก่อนจะตัดสินใจสั่งอีกฝ่าย ให้พาไปวัด

เย็นเห็นท่าทางนิ่งเฉย เหมือนคนมีอะไรในใจของเจ้านายสาว ก็นึกรู้ว่าคงมีเรื่องทุกข์ใจ เลยชวนคุยแก้กลุ้ม แย้มไม่ถือสา ชอบใจในความใสซื่อของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่วายสงสัย

“ถ้าอยู่ที่นี่สุขสบายแล้วจะไถ่ตัวไปทำไม กลับไปก็ลำบากลำบน จะดีเหมือนอยู่ที่นี่รึ”

“บ่าวคิดถึงพ่อ คิดถึงแม่ แลพี่ชายเจ้าค่ะ อยากกลับไปอยู่กับพวกเขา...ปลาในอ่าง ถึงจะกินอิ่มหมีพีมันอย่างไร ก็เวียนว่ายได้แค่ในอ่าง ไม่เหมือนปลาในคลองดอกเจ้าค่ะ”

คำพูดของเย็น สะกิดใจให้แย้มเริ่มคิดถึงแผนการบางอย่าง และรู้สึกวางใจในตัวทาสสาวอย่างบอกไม่ถูก จนหลุดปากความในใจที่เก็บกดมานาน

“บางที...ถ้าฉันมีลูกให้ท่านเจ้าคุณได้สักคน ทุกสิ่ง ทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็เป็นได้”

ooooooo

หลังออกจากวัด แย้มก็ยังไม่กลับบ้าน แต่ให้เย็น พาเดินเที่ยวตลาดยามเย็นแทน แต่ดันโชคร้ายถูกหัวขโมย วิ่งราวถุงเงินระหว่างทาง เย็นตกใจมาก แต่เมื่อตั้งสติ ได้ ก็ถลาตามติด พร้อมตะโกนบอกชาวบ้านด้วย ว่าไฟกำลังจะไหม้ตลาด ให้ช่วยกันจับตัวคนร้าย!

แย้มได้ถุงเงินคืน แต่ต้องแลกกับอาการปวดเมื่อย ทั้งตัว เพราะถูกหัวขโมยชนล้ม ส่วนสาลี่...ช้ำใจแทบกระอัก เมื่อถูกคุณหญิงคุณนาย ภรรยาขุนนางชั้นสูง นินทาว่าเธอเป็นแค่อนุไม่ใช่ภรรยาเอก!

สาลี่ตั้งใจจะออเซาะ เรียกร้องความสงสารจาก สามี ระบายความคับแค้นใจที่ถูกดูถูกว่าเป็นเมียรอง แต่กลับต้องผิดหวัง เมื่อพระยาสีหโยธินไม่สนใจเธอเลย ทันทีที่กลับถึงบ้านและได้ยินจากเที่ยงว่าแย้มถูกโจรวิ่งราว

ความแค้นแน่นอก และเรื่องราวมากมาย ทำให้สาลี่เหลืออด ภาพความหลังในอดีตผุดขึ้นอีกครั้ง ตอนเธอได้เจอสามี ซึ่งเวลานั้นเป็นแค่หลวงสีหโยธิน และยังใช้ชื่อสิงห์ เป็นครั้งแรก...

เพลานั้น...หลวงสีหโยธินนำกำลังไปปราบพวกอั้งยี่ในหมู่บ้านที่พ่อของสาลี่เป็นผู้ใหญ่บ้าน ความเก่งกล้าสามารถของเขา ถูกใจสาลี่นักหนา เช่นเดียว ความสวยของเธอ ที่ทำให้คุณหลวงหนุ่มติดเนื้อต้องใจได้ไม่ยาก

ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น พวกอั้งยี่แตกพ่าย พร้อมๆกับที่สาลี่กลายเป็นเมียหลวงสีหโยธินโดยสมบูรณ์ แต่แม่ของคุณหลวงหนุ่มไม่ยอมรับ เพราะระหว่างที่เขาไปปราบอั้งยี่ เธอไปขอเมียพระราชทานมาเรียบร้อยแล้ว และผู้หญิงที่จะมาเป็นภรรยาเอกของคุณหลวงหนุ่มก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นแย้มนั่นเอง!

สาลี่ดึงตัวเองจากอดีต ความแค้นสุมอกจนแทบจะมอดไหม้ แต่ก็ต้องข่มใจไว้ เพราะยังไม่ถึงเวลา

“ข้าเป็นเมียคนแรก เป็นภรรยาเอกท่านเจ้าคุณ ถ้าคุณหญิงแม่ของท่านเจ้าคุณไม่ลำเอียง คนที่จะได้เป็นภรรยาเอก เป็นคุณหญิงในเพลานี้ก็ต้องเป็นข้า เป็นข้าคนเดียวเท่านั้น”

แอบละล่ำละลักตอบเอาใจ “เจ้าค่ะ...เจ้าค่ะ บ่าวทราบแล้วเจ้าค่ะ”

“เอ็งคอยดูเถิดนังแอบ ถึงข้ามิได้เป็นภรรยาเอกแต่ข้าต้องเป็นเอกในใจของท่านเจ้าคุณให้ได้ นังคุณหญิงไม่มีวันเอาชนะข้าได้เป็นอันขาด!”

เย็นถูกเรียกตัวไปพบ เพื่อตกรางวัลที่ช่วยแย้มจากโจรวิ่งราว ทาสสาวไม่กล้ารับเงินจากท่านเจ้าคุณ เพราะคิดว่าตัวเองทำสิ่งที่ต้องทำในฐานะทาส แต่พระยาสีหโยธินกลับไม่คิดเช่นนั้น

“แต่ฉันชอบใจที่คุณหญิงเล่าให้ฟัง ว่าเจ้าตะโกนร้องว่าไฟไหม้จนคนช่วยกันจับหัวขโมยไว้ได้ เหตุใดไม่ร้องว่ามันขโมยของ แต่กลับร้องว่ามันวางเพลิงเล่า”

“ตอนบ่าวยังเด็ก มีโจรมาขโมยควายเจ้าค่ะ พ่อแม่บ่าวร้องให้คนช่วย แต่ไม่มีใครกล้าช่วย เพราะไม่ใช่ควายของตน แลกลัวถูกโจรทำร้าย ต่อมาโจรมันก็มาขโมยอีก แม่บ่าวเลยร้องว่ามันจะพังทำนบกั้นน้ำ ทุกคนเลยรีบออกมาช่วย เพราะกลัวทำนบพังแล้วนาข้าวจะล่มเจ้าค่ะ บ่าวนึกถึงข้อนี้ได้ เลยตะโกนว่าไฟไหม้เจ้าค่ะ”

พระยาสีหโยธินหัวเราะชอบใจใหญ่ ประทับใจในไหวพริบของทาสสาวมาก จนถึงกับถอดแหวนของตนยื่นให้

“ช่างคิดนัก เจ้าเป็นคนซื่อนะเย็น แต่ไม่ใช่คนโง่ คนแบบนี้ฉันชอบ!”

แย้มอึ้งไปอึดใจ เริ่มคิดว่าสามีน่าจะมีใจชอบพอทาสสาวไม่น้อย แล้วก็ถึงกับลอบยิ้ม เมื่อเห็นท่าทางยิ้มแย้มเขินอายของเย็น...ดูท่าว่าแผนการหาเมียให้ท่านเจ้าคุณคงจะมีขึ้นในอีกไม่ช้าแน่

ooooooo

.

--------------------

นางทาส ตอนที่ 2

แหวนรางวัลจากท่านเจ้าคุณทำให้เย็นปลื้มใจมาก แอบรู้เข้าก็แกล้งยื้อแย่งด้วยความหมั่นไส้โชคดีที่เที่ยงมาช่วยไว้ทัน เย็นเลยรอดตัวไปได้แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาสอดรู้ของม้วนที่รีบนำความไปฟ้องบุญมี

บุญมีนิ่งฟังความดีความชอบของเย็นด้วยแววตาครุ่นคิดก่อนจะเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ เมื่อม้วนค่อนแคะแดกดันทาสสาว ว่าเสน่ห์แรงจนท่านเจ้าคุณกับเที่ยงนึกเอ็นดู!

ชื่อของเที่ยงทำให้บุญมีร้อนรนด้วยแรงหึง จึงคิดแผนร้ายหลอกให้เย็นทำอาหารมาให้แล้วใส่ร้ายหาเรื่องทำโทษ โชคดีที่พระยาสีหโยธินผ่านมาเห็นเสียก่อน เย็นถึงรอดตัวไปได้

“ฉันตั้งใจมาค้างกับแม่บุญมี คิดไม่ถึงเลยว่าจะมาเห็นเมียตัวเองทารุณทาส เหมือนทำกับสัตว์อย่างไร้เมตตา”

“ฉันเพียงแค่สั่งสอนนังเย็นมันเท่านั้น เรือนไหนก็ทำกัน ไม่เห็นแปลกนี่เจ้าคะ”

“จะเรือนไหนฉันไม่รู้...แต่ต้องไม่ใช่เรือนฉัน! แม่บุญมีอยู่กับฉันมากี่ปีแล้ว เคยเห็นฉันใช้หวายเฆี่ยนบ่าวไพร่สักคราหรือไม่ ทาสก็คนเหมือนกัน ถ้าแม่บุญมีสั่งสอนดีๆไม่ได้ ก็อย่าสอนใครอีกเลย”

สีหน้าดุดันของท่านเจ้าคุณ ทำให้เย็นแอบปลื้ม แต่บุญมีกลับหน้าเสีย

“ขอประทานโทษเจ้าค่ะที่ทำให้ท่านเจ้าคุณโกรธเคือง ต่อไปฉันจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้วเจ้าค่ะ”

“ยอมรับผิดแล้วก็ดี เย็น...ในเมื่อรสมือเจ้าไม่ถูกปากคุณบุญมี ต่อไปนี้...ก็ไม่ต้องทำกับข้าวกับปลาให้คุณบุญมีอีกแล้ว ทำกับข้าวให้ฉันกินคนเดียวก็พอ”

เย็นก้มหน้ารับปากเบาๆ ม้วนตกใจมาก แต่ไม่กล้าทักท้วง แล้วขอตัวไปจัดที่นอน แต่พระยาสีหโยธินกลับเปลี่ยนใจดื้อๆ จะไปค้างที่เรือนใหญ่กับแย้มแทน

ม้วนเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเจ้านายสาวมาก แต่บุญมีไม่ยี่หระ มองตามสามีด้วยแววตาแข็งกร้าว ไม่ได้หึงหวง แต่ขัดใจมากกว่า ต้องสูญเสียโอกาสจะได้อยู่ตามลำพังกับเขาเพื่อการณ์บางอย่าง...

เรื่องบนเรือนบุญมีรู้ถึงหูสาลี่ในค่ำวันเดียวกัน อนุภรรยาคนสวยร้อนใจมาก เพราะดูท่าสามีจะโปรดทาสสาวคนใหม่ไม่น้อย ถึงขั้นออกโรงปกป้อง และสั่งให้ทำอาหารทุกมื้อ

แอบเห็นเจ้านายสาวกลุ้มใจ เลยเสนอให้ยกเย็นเป็นเมียท่านเจ้าคุณ เหมือนที่แย้มเคยทำกับบุญมี

“ถ้าเรายกนังเย็นขึ้นมาบ้าง ท่านเจ้าคุณก็ต้องมาอยู่กับคุณสาลี่มากขึ้นนะเจ้าคะ”

“นี่หัวคนหรือกะลามะพร้าวกันรึนังแอบ จู่ๆจะให้ข้าหาเมียให้ท่านเจ้าคุณ ก็เท่ากับข้าเพิ่มศัตรูสิ...นังโง่!”

“เราก็คุมนังเย็นไว้ เหมือนที่คุณหญิงคุมนังคุณบุญมีซีเจ้าคะ มีรึ...นังเย็นมันจะกล้าต่อกรกับคุณสาลี่ของบ่าว”

“ข้าไม่เอา! เรื่องหาเมียใหม่ เป็นตายอย่างไรข้าก็ ไม่เอา ข้ายังสาว ยังสวย แลรู้ใจท่านเจ้าคุณมากกว่าใคร ต่อให้มีเมียใหม่อีกสักสิบคน ท่านเจ้าคุณก็ต้องกลับมาหาข้าอยู่ดี ไม่เห็นต้องเลียนแบบคนสิ้นท่าอย่างคุณหญิงเลย”

ooooooo

เย็นกลายเป็นที่สนใจของทาสหนุ่มสาวทั้งเรือนนับจากวันนั้นเป็นต้นมา เพราะดูจากท่าแย้มที่เหมือนจะเปิดโอกาสให้ท่านเจ้าคุณได้ใกล้ชิดกับเย็นมากขึ้น ฟักเฝ้ามองทุกอย่างด้วยความกลัดกลุ้มใจ เพราะแม้จะยินดีกับวาสนาของเย็น แต่ก็กลัวฤทธิ์เดชของบรรดาเมียจะทำให้เย็นอยู่ไม่สุข

บุญมีก็รู้ทันแผนการของแย้ม แต่ไม่กล้าออกอาการมากกลัวท่านเจ้าคุณเล่นงานเหมือนครั้งที่แล้ว ต่างจากสาลี่ หาเรื่องกลั่นแกล้งเย็นตลอดเวลา อย่างเช่นวันนี้ ที่ทาสสาวถูกเรียกตัวไปหาบน้ำจากคลองไปใส่ตุ่ม

เย็นรู้ไม่เท่าทันแผนการของสาลี่ พาซื่อหาบน้ำหลายเที่ยวอย่างอดทน กว่าจะรู้ว่าตุ่มรั่ว เติมน้ำเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม ต้องหาทางอุดให้วุ่น เวลาก็ล่วงเลยไปบ่ายคล้อย แทบหมดเรี่ยวหมดแรง

ฝ่ายพระยาสีหโยธิน...ไม่ได้สนใจเรื่องวุ่นวายของบรรดาเมีย มัวกระอักกระอ่วนใจเรื่องที่พระมหาเทพขอร้อง ให้ช่วยพาไปแนะนำตัวกับขุนนางผู้ใหญ่ เพื่อหาทางได้ประมูลงานก่อสร้าง

พระยาสีหโยธินอึดอัดใจมาก “แต่มันไม่งามนะคุณพระ คนจะนินทาเอาได้ว่าฉันแอบช่วยเหลือคุณพระ ฉันว่าถ้าคุณพระสนใจจริง ก็เข้าตามตรอกออกตามประตูเถิด”

“แล้วใครว่าฉันจะใช้ทางลัดคดเคี้ยวเล่า แต่การเข้าไปตรงๆ กับการที่ท่านเจ้าคุณแนะนำฉัน น้ำหนักมันต่างกันนา ส่วนท่านเจ้าคุณลุงจะเห็นชอบกับฉันหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่ท่าน ฉันไม่อ้างท่านเจ้าคุณให้มัวหมองดอก”

แต่ถึงจะขอร้องอ้อนวอนแค่ไหน คนเถรตรงอย่างพระยาสีหโยธินก็ไม่ยอม พระมหาเทพจึงหันไปพึ่งสาลี่เหมือนเคย โดยติดสินบนให้ช่วยพาเข้าทางขาว อนุภรรยาสาวของขุนนางผู้ใหญ่

สาลี่ชอบใจมาก ได้เงินทองและข้าวของแพงๆ สินบนจากพระมหาเทพ จึงนำไปแต่งองค์ทรงเครื่องให้สวยงามไม่แพ้แย้ม โดยไม่รู้เลยว่าภรรยาเอกคนสวยไม่เคยคิดแข่งด้วยแม้แต่น้อย

“เจ้าคุณพ่อสอนฉันตั้งแต่เล็ก ว่าเงินทองนั้นใช้ง่าย แต่หาได้ยากนัก จะใช้สอยสิ่งใดก็ต้องดูว่าควรหรือไม่ แม่สาลี่เขาอยากจะทำกระไรก็ให้เขาทำไปเถิด ฉันจะทำ แต่ในสิ่งที่ฉันเห็นว่าคุ้มค่าเท่านั้น”

“แต่คุณสาลี่แต่งตัวสวยงามทุกวันเช่นนี้ ก็เท่ากับเราแพ้น่ะสิเจ้าคะ” แรมไม่เห็นด้วย

“แล้วฉันต้องแต่งตัวสวยงามไปประชัน เหมือนนกยูงรำแพนแข่งกันอย่างนั้นรึ”

แรมหน้าเจื่อน นมแสงเลยถือโอกาสชี้ให้เห็นคุณงามความดีของเจ้านายสาว

“คุณหญิงมีปัญญา ทั้งดูแลบ้านเรือน ช่วยหาทรัพย์สินเงินทอง แลยังเป็นคู่คิดให้ท่านเจ้าคุณได้ ไม่เห็นรึ...ว่าแม้ท่านเจ้าคุณจะโปรดปรานคุณสาลี่เท่าใด ก็ยังเกรงใจคุณหญิงมากที่สุดอยู่ดี”

แรมนิ่งคิดตาม พยักหน้ารับจ๋อยๆ ขอโทษเสียงอ่อน

“บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ บ่าวไม่บังควรเอาคุณหญิงไปเปรียบกับคุณสาลี่เลย”

เย็นรอดตัวจากแผนร้ายของสาลี่ ให้เธอหาบน้ำใส่ตุ่มรั่วไปได้ แต่ก็หมดแรงเป็นลมกลางลานครัว จนทาสคนอื่นแตกตื่น เมื่อพระยาสีหโยธินรู้เรื่อง เพราะจำได้ว่าอาหารไม่ใช่รสมือของเย็น ก็แสดงท่าทีเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่กล้าไปเยี่ยมถึงเรือนพัก เพราะเกรงคนจะครหาว่าเป็นสมภารกินไก่วัด แอบมีใจให้ทาสในเรือนตัวเอง

ooooooo

แย้มเฝ้ามองสถานการณ์ระหว่างท่านเจ้าคุณกับเย็นตลอด จึงแน่ใจว่าแผนการของตนใกล้สำเร็จขึ้นมากทุกที เพราะดูท่าสามีจะมีใจให้ทาสสาวไม่น้อยเลยคิดหาทางซื้อใจเย็น ด้วยการหยิบยื่นความเมตตาให้เริ่มจากหาหยูกยาและเสนอให้ตามหมอ หากอาการป่วยของทาสสาวไม่ดีขึ้น

บุญมีเห็นท่าทีของแย้ม ก็รู้ว่าคงอยากยกเย็นให้เป็นเมียท่านเจ้าคุณ เลยพยายามหาทางเป่าหูเที่ยง ให้เข้าใจเย็นผิด แต่ก็ไม่ได้ผล เพราะเที่ยงเชื่อมั่นในตัวเย็น ว่าไม่ใช่คนเห็นแก่ทรัพย์สมบัติมากกว่าความรัก

แววตารู้ทันของเที่ยง ทำให้บุญมีโกรธมาก เลยคิดแผนร้ายขึ้นมาอีกครั้ง ส่งม้วนไปวางยาเย็น!

ม้วนแอบวางยาพิษในยาสมุนไพรของเย็น ฟักไม่รู้เรื่อง เพราะกำลังกลุ้มกับชะตากรรมของเย็น

“นังเย็น...เอ็งคิดอย่างไรกับท่านเจ้าคุณ”

เย็นถึงกับอึ้ง ตอบตะกุกตะกัก “เอ่อ...ฉันเห็นว่าท่านเจ้าคุณเป็นคนใจดี มีเมตตา ทุกคนในเรือนก็อยู่กันอย่างสุขสบาย ฉันเพิ่งมาอยู่ไม่นาน ยังอดดีใจไม่ได้ที่ได้เป็นทาสเรือนนี้ ไม่น่ากลัวเหมือนที่ฉันเคยได้ยินได้เห็นมา”

“ข้อนั้นก็ถูก แต่ข้าจะบอกเอ็งให้...ที่เอ็งเห็นๆว่าผิวน้ำมันเรียบสงบ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคลื่นใต้น้ำ”

เย็นดื่มยาสมุนไพรผสมพิษจนหมด ก่อนจะนิ่วหน้าคิดตามสิ่งที่ฟักพยายามเตือน แต่ไม่ทันได้เรื่อง ก็ต้องทรุดตัวด้วยความเจ็บปวด ร้อนถึงเที่ยงต้องรีบไปตามหมอ จึงได้รู้ว่าเย็นปวดท้องเกือบตายเพราะกินของผิดสำแดง!

อาการของเย็นไม่น่าเป็นห่วงมาก แต่เรื่องก็ถึงหูแย้มจนได้ เพราะทาสสาวไม่มีเงินจ่ายค่าหมอ ฟักเป็นตัวแทนไปขอเงินจากคุณหญิง ซึ่งเต็มใจช่วยเหลือเป็นอย่างดี จนฟักอดซึ้งใจไม่ได้

“เป็นบุญเหลือเกินเจ้าค่ะที่ได้รับใช้คุณหญิง หากนังเย็นรู้ มันคงปลาบปลื้มแลสำนึกในบุญคุณคุณหญิงนัก”

“เป็นหน้าที่ของฉันที่ต้องดูแลทุกคนในเรือนนี้อยู่แล้ว แต่ฉันยังแปลกใจเรื่องกินของผิดสำแดงนักเป็นไปได้อย่างไร ที่กินเหมือนกันทั้งเรือน แต่กลับมีเย็นผิดสำแดงจนทรุดลงคนเดียว”

“ข้อนี้บ่าวก็สงสัยเจ้าค่ะ แต่บ่าวก็ไม่ได้เฝ้านังเย็นตลอด อาจมีคนแวะมาเยี่ยม แลให้ของกินนังเย็นก็ได้เจ้าค่ะ”

แย้มนิ่งฟังแล้วรู้สึกแปลก ตัดสินใจย้ายเย็นมาอยู่บนเรือน นมแสงมองเจ้านายสาวอย่างรู้ทัน เช่นเดียวกับฟัก เชื่อว่าเจ้านายสาวคงฉวยโอกาสนี้ให้ท่านเจ้าคุณใกล้ชิดเย็นมากกว่าเดิม แต่ก็ไม่กล้าขัด เพราะดูท่าทางเย็น...คงยิ่งกว่าเต็มใจ ทั้งเพื่อตอบแทนบุญคุณคุณหญิงและตอบสนองหัวใจตัวเอง

ข่าวการย้ายจากเรือนทาสไปเรือนใหญ่ของเย็น ทำให้ทาสคนอื่นมั่นใจว่าเย็นต้องได้เป็นเมียอีกคนของท่านเจ้าคุณแน่ เที่ยงช้ำใจมาก แต่ไม่กล้าออกอาการ เพราะเย็นยังป่วยและอยากคาดคั้นถามความจริงด้วยตัวเองมากกว่า

ม้วนเฝ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยสีหน้าวิตก กลัวเย็นจะตาย แล้วจะถูกสืบจนรู้ว่าตนเป็นตัวการ บุญมีต้องขู่แกมปลอบ ไม่ให้ฟุ้งซ่าน เพราะไม่มีทางที่ใครจะรู้ว่ายาพิษห่อนั้นเป็นของใคร!

ooooooo

พระมหาเทพได้เข้าพบขุนนางผู้ใหญ่สมใจ ด้วยความช่วยเหลือของสาลี่ ซึ่งช่วยพูดกับขาวให้ สองอนุเลยได้สินบนเป็นเงินทองจำนวนไม่น้อย และสนิทสนมกันมากขึ้น จนขาวกล้าจะระบายความอึดอัดใจ

“ฉันไม่อยากกลับเรือนเลย พี่สาลี่เดินเล่นเป็นเพื่อนฉันอีกหน่อยได้หรือไม่จ๊ะ”

“ได้ซี...แต่แม่ขาวมีเรื่องกระไรรึ ถึงไม่อยากกลับเรือน”

“ไม่มีกระไรดอกจ้ะ แค่ฉันเบื่อท่านเจ้าคุณคอยตามฉันเหมือนเงาตามตัว อายุก็ปูนเดียวกับปู่ฉัน เชื่องช้าก็เท่านั้น หูก็ตึง ยามคุยก็ต้องตะเบ็งเสียง น่ารำคาญใจนัก!”

สาลี่รับฟังไปตามเรื่อง แต่เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับแอบ ก็นินทาขาวจนไม่เหลือชิ้นดี

“เวรกรรมของเจ้าคุณลุงที่ได้อีนังนี่เป็นเมียน้อย มีอย่างรึ นินทาผัวลับหลังให้คนอื่นฟัง โง่เง่าสิ้นดี”

“ก็อายุคราวปู่กับหลาน จะให้รักใคร่จริงใจได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ”

“ถึงเจ้าคุณลุงท่านจะชรา แต่ก็เป็นถึงพระยาพานทอง แลที่นังขาวได้สุขสบายทุกวันนี้ ก็เพราะบารมีท่าน ควรรึ...มาบอกว่ารำคาญใจ คนเราเกิดมาเป็นหญิง ถ้าไม่ซื่อสัตย์กับผัว ก็เสียทีที่เกิดมาแล้ว”

“จริงเจ้าค่ะ...จะหาใครรักแลเทิดทูนผัวเหมือนแม่คุณของบ่าวไม่มีอีกแล้วเจ้าค่ะ”

แอบประจบเหมือนเคย ก่อนจะหุบยิ้มแทบไม่ทัน เมื่อบุญมีกับม้วนเดินยิ้มระรื่นเข้ามา พร้อมกับเสี้ยมเรื่องเย็น ที่ถูกแย้มย้ายขึ้นบนเรือนใหญ่ จนคนโจษกันทั้งเรือนว่าเย็นคงได้เป็นเมียคนใหม่ของท่านเจ้าคุณในไม่ช้า

สาลี่โมโหหึงมาก กระฟัดกระเฟียดกลับขึ้นเรือน ทิ้งบุญมีให้มองตามด้วยความสาสมใจ ต่างจากม้วน ยังสติแตก ใจไม่ดี เมื่อคิดถึงสภาพเกือบตายของเย็น

“บุญเหลือเกินนะเจ้าคะที่นังเย็นมันไม่เป็นกระไรมาก บ่าวกลัวมันตายเหลือเกินเจ้าค่ะ”

“ถ้ามันยังเหิมเกริมอีก คราวหน้ามันอาจจะตายจริงก็ได้”

“ถ้านังเย็นมันได้เป็นเมียท่านเจ้าคุณจริงๆ คุณบุญมีจะถึงกับฆ่าแกงมันเลยรึเจ้าคะ”

“ถ้ามันได้เป็นเมียท่านเจ้าคุณจริง ข้าจะฆ่ามันทำกระไร มีแต่ข้าจะดีใจกับมันด้วยเท่านั้น”

เสียงหัวเราะและอาการยิ้มย่องของบุญมีคาใจม้วนยิ่งนัก ว่าเหตุใดอนุภรรยาคนสวยถึงไม่เดือดเนื้อร้อนใจเลยที่เย็นจะเสนอหน้าได้เป็นเมียอีกคน แต่ก็ไม่กล้าถาม กลัวถูกเอ็ด

แย้มไม่สนใจเสียงนกเสียงกา ตั้งหน้าตั้งตาดูแลและเอาใจใส่เย็นจนอาการดีขึ้น ทาสสาวที่โชคชะตาจะได้เป็นเมียท่านเจ้าคุณไม่รู้เรื่องด้วย และคิดเอาเองว่าคุณหญิงคนสวยเป็นคนใจดี มีเมตตากับทาสทุกคน

นมแสงเฝ้ามองทุกอย่างด้วยความเป็นห่วง แม้จะรู้เหตุผลของแย้มดี แต่ก็อดกังวลไม่ได้

“ฉันมีทางเลือกไม่มากนักดอก นมก็รู้ดีไม่ใช่หรือจ๊ะว่าเพราะอะไร”

“แต่คุณหญิงแน่ใจได้อย่างไรเจ้าคะ ว่าจะไม่ซ้ำรอยแม่บุญมี ที่ท้ายที่สุดก็ไม่อาจมัดใจท่านเจ้าคุณไว้ได้”

“เพราะฉันพลาดไปแล้วครั้งหนึ่งนี่ล่ะจ้ะ ครานี้... ฉันจึงไม่ยอมพลาดอีกเป็นอันขาด”

“แล้วคุณหญิงต้องทำเช่นนี้อีกกี่ครั้งกันเจ้าคะ”

“ก็จนกว่าท่านเจ้าคุณจะมีลูกกับฉัน หรือกับใครก็ได้ที่เชื่อฟังฉัน แต่ต้องไม่ใช่แม่สาลี่เป็นอันขาด!”

ooooooo

แผนการของแย้มใกล้ความจริงมากขึ้นทุกที แม้นมแสงจะแสดงท่าทีว่าวิตกกังวล แต่คุณหญิงคนสวยก็ยืนยันตามความตั้งใจเดิม พลางคิดถึงเรื่องราวในอดีต...วันแรกที่เธอได้เจอสามี

ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เวลานั้นท่านเจ้าคุณยังเป็นแค่หลวงสีหโยธิน และมีสาลี่เป็นเมียอยู่แล้ว แต่กระนั้น...ความงามและความดีของแย้ม ก็ชนะใจเขาได้ไม่ยาก

จนเมื่อแต่งงานกันไปอีกหลายปีต่อมา ความรักของเขาก็ยังไม่เสื่อมคลาย มีแต่จะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ เพราะแย้มไม่เคยทำตัวน่าเบื่อ หึงหวงให้มีปัญหา แม้เขาจะรับสาลี่มาเป็นอนุภรรยา ก็ไม่เคยบ่น

แต่ปัญหาหนักอกของแย้ม กลับเป็นเรื่องลูก ซึ่งทั้งเธอกับสาลี่ ไม่เคยมีใครให้ลูกสามีได้ จนกระทั่ง...เขาได้พระราชทานยศเป็นพระยา แย้มจึงได้เลื่อนยศเป็นคุณหญิง แต่สถานะของเธอก็ไม่มั่นคงนัก เพราะยังไม่มีทายาท

แม่ของแย้มกลัวตำแหน่งลูกสาวจะสั่นคลอน เลยจัดหาหญิงสาวหน้าตาสะสวย ซึ่งก็ได้แก่บุญมี ยกให้เป็นอนุภรรยาของพระยาสีหโยธินในเวลาต่อมา ด้วยความหวังสุดใจจะให้มีลูก เพื่อรักษาสถานะภรรยาเอกของแย้ม

บุญมีเป็นคนสวย ทำให้ท่านเจ้าคุณหลงใหลมาก แต่ก็เพียงระยะแรกเท่านั้น เพราะความแข็งกระด้าง ทั้งเรื่องกิริยามารยาทและงานบ้านงานเรือน ทำให้ท่านเจ้าคุณเบื่อหน่าย ไม่ยอมไปค้างด้วยอีก

แย้มหนักใจมาก พยายามจะเรียกความสนใจจากสามี ด้วยการใช้ให้บุญมีทำงานฝีมือ แต่ท่านเจ้าคุณก็รู้ทัน

“ฉันรู้จักนิสัยแม่บุญมีดี ว่าไม่ชอบงานบ้านงานเรือน จู่ๆปักผ้าให้ฉัน ถ้าไม่ใช่คุณหญิงเคี่ยวเข็ญจะยอมทำรึ”

“ท่านเจ้าคุณไม่ชอบแม่บุญมีหรือเจ้าคะ ฉันเห็นพักหลังไม่ค่อยได้ไปหา”

“แม่บุญมีเป็นคนพิกล กิริยากระด้างนัก แลยามเผลอตัวก็หลุดคำหยาบคายออกมา ฉันอยู่ด้วยแล้วอึดอัด”

แย้มหน้าเสีย ดูท่าแผนการจะให้บุญมีดึงสามีจากสาลี่ คงจะพังไม่เป็นท่า เช่นเดียวกับแผนมีลูก ท่านเจ้าคุณสงสาร เลยพยายามพูดให้เบาใจ

“แต่ไม่ใช่ว่าฉันไม่ชอบแม่บุญมีดอกนะ ข้อดีอย่างอื่นของแม่บุญมีก็มี แลถึงอย่างไรก็เป็นเมียฉันแล้ว ฉันย่อม

เลี้ยงดูแลให้ความเป็นธรรม คุณหญิงอย่ากังวลเลยว่าหากแม่บุญมีมาเป็นเมียน้อยฉันแล้ว ฉันจะทิ้งขว้างเอา”

แย้มดึงตัวเองจากอดีต ท่านเจ้าคุณรักษาสัญญาทุกอย่าง ดูแลบุญมีในฐานะอนุภรรยาอย่างดี ไม่ต่างจาก สาลี่ ที่นับวันจะหยิ่งผยอง จนเธอต้องหาคนมาคานอำนาจและดึงตัวสามีกลับมาอีกครั้ง

“ครานี้ฉันเลือกเองกับมือ แลฝึกหัดมาแต่ต้น ฉันมั่นใจว่าต้องไม่พลาดซ้ำรอยแม่บุญมีอีกเป็นแน่”

“แล้วท่านเจ้าคุณเล่าเจ้าคะ ท่านว่าอย่างไรบ้าง”

“ท่านเจ้าคุณยังสงวนท่าทีอยู่ แต่สามีฉัน ทำไมฉันจะไม่รู้ใจว่าคิดอย่างไร อยู่ที่เย็นเท่านั้น ว่าจะมีใจให้ท่านเจ้าคุณบ้างหรือไม่ เพราะฉันไม่อยากฝืนใจใคร”

“ท่านเจ้าคุณมั่งมีถึงเพียงนี้ จะมีใจหรือไม่ ก็ไม่เป็นข้อสำคัญดอกเจ้าค่ะ”

“คนอื่นอาจจะใช่ แต่สำหรับเย็น ฉันไม่แน่ใจ เย็นไม่ใช่คนโลภมาก เห็นแก่ทรัพย์สินเงินทอง เพราะเหตุนี้ ฉันจึงให้เย็นมาอยู่รักษาตัวบนเรือนใหญ่ เพื่อเปิดช่องให้ท่านเจ้าคุณอย่างไรเล่า เผื่อบางที...เย็นอาจจะเต็มใจเลือกเองก็ได้”

ooooooo

นมแสงยังไม่เชื่อว่าแผนการของเจ้านายสาวจะได้ผล ต่างจากแย้ม ที่เคยเห็นด้วยตาตัวเองว่าท่านเจ้าคุณมีใจเอ็นดูและพึงใจในตัวเย็นมากแค่ไหน และเมื่อทาสสาวหายดี ก็ถือโอกาสย้ายมาทำงานบนเรือนใหญ่

นมแสงรับหน้าที่สอนงานบ้านและงานฝีมือให้เย็น ซึ่งทาสสาวก็ตั้งใจอย่างดี จนทาสคนอื่นยิ่งมั่นใจว่าเย็นต้องได้เป็นเมียอีกคนของท่านเจ้าคุณแน่

เที่ยงแอบมองความเป็นไปของเย็นด้วยแววตาเศร้าๆ แอบผ่านมาเห็น ก็อดไม่ได้ ถลาไปกอดจูบอีกฝ่ายทันที หวังให้เขาหันมาเห็นความรักและความภักดี แต่เที่ยงกลับสะบัดตัวออกด้วยความรังเกียจ

“อีแอบ...กลางวันแสกๆ เอ็งทำบัดสีอย่างนี้ได้อย่างไรวะ แลเอ็งเป็นหญิง ไม่มียางอายมาปล้ำชายอัปรีย์นัก!”

“ใช่...ฉันมันอัปรีย์ แต่ก็อีแอบคนนี้ล่ะ ที่มันเฝ้ารัก เฝ้าภักดีต่อพี่เที่ยงมานานปี แต่พี่ไม่เคยเห็นหัวมันเลย”

แอบตั้งท่าจะปล้ำเขาอีก เลยถูกผลักล้มลงพื้น และถูกตวาดลั่น

“เลิกบ้าเสียทีเถิดวะ ที่ข้าไม่รักเอ็ง มันไม่เกี่ยวกับนังเย็นเลย ต่อให้ไม่มีนังเย็น ข้าก็ไม่มีวันรักเอ็งดอก!”

บุญมีซึ่งแอบเห็นทุกอย่างโดยบังเอิญ เจ็บแค้นมาก เลยระบายความเก็บกด ด้วยการส่งข่าวถึงบุญมา พี่ชายคนเดียวที่เก็บตัวในป่าลึก รอเวลาให้พระยาสีหโยธินเข้าป่าระหว่างทางไปราชการต่างเมือง

พระยาสีหโยธินไม่ทันระวังตัว ถูกบุญมาลอบทำร้าย โชคดีที่พลทหารช่วยยิงสกัดไว้ได้ พระยารูปงามเลยรอดมาได้อย่างหวุดหวิด โดยมีบุญมาลอบมองตามจากอีกมุมด้วยความคับแค้นใจ

“กูจะฆ่ามึงทั้งโคตร เหมือนที่มึงทำกับกู!”

เย็นไม่รู้เรื่องท่านเจ้าคุณถูกลอบทำร้าย ตั้งหน้าตั้งตาเรียนงานจากนมแสง จนทำทุกอย่างได้ตามที่แย้มต้องการ แต่กระนั้น...บรรยากาศของเธอกับทาสคนอื่น ก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด คือดูนอบน้อมและเกรงอกเกรงใจเป็นพิเศษ จนเย็นทนไม่ไหว ต้องแล่นไปถามสาเหตุจากฟัก

ฟักไม่อยากพูดมาก กลัวเย็นจะตกใจ แต่ม้วนทนไม่ได้ โพล่งออกไปแทนด้วยความคันปาก

“ข้าจะบอกให้เอาบุญนะนังเย็น ที่บ่าวไพร่ทุกคนในเรือนนี้มันเกรงใจเอ็ง ก็เพราะมันรู้แล้วว่าคุณหญิงกำลังจะยกเอ็งให้เป็นเมียท่านเจ้าคุณอย่างไรเล่า”

เย็นอ้าปากค้าง “ว่ากระไรนะ”

“ดีใจล่ะซี ที่วาสนากำลังจะมาตกถึงเอ็ง แต่อย่าเพิ่งเห่อเหิมไปนักเลย เอ็งมันก็แค่ทาสที่มาขายตัวแลกเบี้ย ท่านเจ้าคุณอาจจะให้เอ็งมาบำเรอเพื่อเปลี่ยนรสชาติเท่านั้น ไม่ได้คิดยกย่องเอ็งขึ้นเป็นเมียดอก”

ม้วนพูดไม่หยุดเพราะอัดอั้นมานาน ยิ่งเห็นสีหน้าซีดเผือดของเย็นยิ่งสะใจ ฟักเห็นท่าไม่ดีเลยไล่ตะเพิดม้วนกลับเรือนบุญมี ก่อนจะหันไปสั่งเย็นเสียงเรียบให้กลับไปเฝ้าแย้มที่เรือนใหญ่

ooooooo

เที่ยงก็อยากรู้ว่าเย็นคิดเช่นไรเรื่องที่ม้วนพูด แต่ฟักก็ไม่เปิดโอกาส และพยายามกีดกันไม่ให้เย็นต้องเจอความอึดอัดใจจากทาสคนอื่น แต่กระนั้น... เย็นก็หนีสาลี่ ซึ่งแวะมาเรือนใหญ่เพื่อรับเบี้ยเลี้ยง ประจำเดือนไม่พ้น!

สาเหตุที่เย็นถูกย้ายมาทำงานบนเรือนใหญ่ เพราะแย้มหวังจะยกเป็นเมียอีกคนของท่านเจ้าคุณ หลุดจากปากสาลี่อีกครั้ง เย็นใจเสียมาก แต่ก็พยายามแก้ตัวอย่างใจเย็น ว่ามาเป็นทาสขายตัวแลกเงินไปให้พ่อแม่เท่านั้น

สาลี่เห็นท่าทางนิ่งๆของเย็น แล้วก็เหยียดยิ้มร้าย เชยคางทาสสาวขึ้นสบตา

“ปากกล้าขึ้นมาก วันนี้เอ็งกล้าย้อนนังแอบ วันหน้าคงเป็นข้ากระมัง”

“บ่าวไม่กล้ากำเริบกับคุณสาลี่ดอกเจ้าค่ะ เพราะอย่างไรเสีย คุณก็เป็นนายของบ่าว”

“เช่นนั้นก็แปลว่า...ถ้าเอ็งไม่ใช่บ่าว ก็คงกล้ากำเริบกับข้าสินะ”

เย็นเห็นสายตาของสาลี่ก็นึกรู้ว่าหมายความว่ากระไร เลยนิ่งเสีย ไม่ต่อปากต่อคำด้วย แต่สาลี่ไม่ยอมจบ

“ว่าอย่างไรเล่านังเย็น ทำไมไม่ตอบข้า”

“บ่าวยังติดหนี้อีกมากนัก มิรู้อีกนานเท่าใดจะได้เป็นไท หรือต่อให้เป็นไทแล้ว บ่าวก็ไม่ลืมความเมตตาที่คุณมีให้ดอกเจ้าค่ะ แล้วบ่าวจะกล้ากำเริบกับคุณสาลี่ได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ”

“ใช้คารมหลบเลี่ยงเก่งนักนะ นึกว่าข้าไม่รู้รึ...”

เย็นกำลังจะจนมุม บุญมีก็โผล่มาขวางเสียก่อน ไม่ได้จะปกป้องทาสสาว แต่อยากหาเรื่องสาลี่มากกว่า แอบร้อนใจแทนเจ้านายสาว เลยออกโรงตอบโต้แทน จึงถูกตอกกลับจนหงอ สาลี่ไม่อยากให้เรื่องถึงหูแย้ม เลยยอมเลิกรา ผละลงจากเรือนใหญ่ ทิ้งบุญมีให้มองตามด้วยความสะใจ

เย็นลอบถอนใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะหน้าเครียดขึ้นใหม่ เมื่อบุญมีใช้ให้เธอไปซื้อของที่ตลาดในเช้าวันต่อมาพร้อมกับม้วน โดยไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังจะถูกปองร้าย!

ทาสสาวแสนซื่อเข้าใจเอาเองว่าเพราะตัวเองอ่านออกเขียนได้ บุญมีเลยใช้ให้ไปซื้อของตามใบบอกพร้อมกับม้วน จนเมื่อถึงกลางตลาด จึงได้รู้ว่าคิดผิด เพราะตนกับม้วนเกือบจะถูกโจรที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ฆ่าตาย!

โชคดีที่พระยาสีหโยธินกลับจากราชการพอดี เลยช่วยได้ทันเวลา เย็นกลัวมาก ทั้งเรื่องคนร้ายและข้อกล่าวหา ที่ว่าตนอาจมีเรื่องกับใครมาก่อน เลยถูกลอบฆ่า จึงพยายามจะแก้ตัว จนท่านเจ้าคุณนึกขำ

“ฉันเชื่อ...วันๆเจ้าอยู่แต่เรือน จะไปผูกความแค้นถึงขั้นนี้ได้อย่างไร บางที...อาจจะเป็นการทำร้ายผิดตัวก็ได้”

“บ่าวช่างโชคร้ายนัก คนตั้งมากมาย กลับมาลงที่บ่าวเสียได้”

“ฉันว่าโชคดีมากกว่า ฉันไปราชการหลายวันยังกลับมาช่วยเจ้าทันพอดี ไม่เรียกโชคดีแล้วเรียกว่ากระไร”

“แต่อย่ามีโชคทั้งดีแลร้ายเลยจะดีกว่าเจ้าค่ะ... บ่าวกลัว”

พระยาสีหโยธินอมยิ้มด้วยความเอ็นดู ก่อนจะหันไปหยิบขลุ่ย ของฝากจากต่างเมืองยื่นให้ทาสสาว

“มีขลุ่ยจริงๆเป่าเสียที ต่อไปจะได้ไม่ต้องเที่ยวเด็ดใบไม้ใบหญ้ามาเป่าอีก”

“เป็นพระคุณเจ้าค่ะ แต่บ่าวก็คงต้องเป่าใบไม้อยู่ดีเจ้าค่ะ เพราะบ่าวไม่เคยเป่าขลุ่ยจริง เป่าไม่เป็นดอกเจ้าค่ะ”

“เอาเถิด ค่อยฝึกค่อยหัดกันไป แต่ถ้าเป่าเป็นแล้ว ก็อย่าลืมเป่าให้ฉันฟังบ้าง...เหมือนคืนนั้นอย่างไรเล่า”

สายตากรุ้มกริ่มของเขาทำให้เย็นหน้าแดง สะท้านอายอย่างบอกไม่ถูก ท่านเจ้าคุณชอบใจนัก นับวันก็ยิ่งประทับใจในความซื่อและใสบริสุทธิ์ของอีกฝ่าย จนแทบถอนสายตาไม่ได้...

ooooooo

เหตุการณ์ที่ท่านเจ้าคุณช่วยเย็นกับม้วนจากโจรร้าย กลายเป็นที่โจษจันของเหล่าทาสเกือบทั้งเรือน ฟักเห็นอาการเหมือนคนมีความรักของเย็น เลยเปิดอกคุยด้วยความหวังดี

“เป็นเมียท่านเจ้าคุณ...สบายแต่ตัว แต่ไม่สบายใจดอกนะนังเย็น”

เย็นสะดุ้งสุดตัว ฟักนึกเวทนาเลยเตือนตรงๆ “เอ็งก็รู้หมดแล้ว ข้าคงไม่ต้องอ้อมค้อมกระไรอีก แต่เอ็งไม่ต้องตอบข้าดอกนะ ว่าใจเอ็งคิดอะไร ฟังที่ข้าเตือนอย่างเดียวก็พอ”

เย็นหน้าจ๋อย ฟักสงสาร แต่ก็ต้องตัดใจพูด เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายฝันเกินตัว

“ท่านเจ้าคุณเป็นคนดี แต่เรือนใดก็ตามที่เจ้าของเรือนมีเมียหลายคน มันไม่มีสุขไปได้ดอก สุดแต่ว่าจะมีคลื่นลมมากน้อยเพียงใดเท่านั้น เอ็งก็เห็นหมดแล้ว ว่าใครเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเอ็งว่าจะเลือกทางใด ข้าก็เตือนได้เท่านี้”

ไม่ใช่แค่ฟักที่ผิดสังเกตท่าทางระหว่างเย็นกับท่านเจ้าคุณ แม้แต่แย้ม ก็อดสงสัยไม่ได้ จนต้องหยั่งเชิงดูท่าทีสามีเมื่อได้อยู่กันตามลำพัง ว่าเขาคิดอย่างไรกับเย็นแน่

ท่านเจ้าคุณอึกๆอักๆ แย้มเลยตัดสินใจพูด จะยกเย็นให้เป็นเมียอีกคนของเขา

“เย็นไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ย เพียงยอมเป็นทาสเพื่อแลกเบี้ยอัฐเท่านั้น ไม่น่าจะมีข้อรังเกียจอะไร แลฉันก็เพียรสังเกตเย็นมาพักใหญ่แล้ว เห็นว่าเป็นคนซื่อแลเจียมตัวอยู่ หากท่านเจ้าคุณไม่ขัดข้อง ก็รับไว้เถิดเจ้าค่ะ”

พระยาสีหโยธินลังเล แม้จะชอบเย็นไม่น้อย แต่ก็กลัวคนครหา ถึงกระนั้น...คำพูดของคุณหญิงก็ทำให้เอะใจ

“คุณหญิงบอกว่าสังเกตเย็นมาพักใหญ่ แสดงว่าคุณหญิงเตรียมการจะยกเย็นให้ฉันมานานแล้วรึ”

“เจ้าค่ะ...ทำไมหรือเจ้าคะ”

“แล้วมีคนอื่นรู้เรื่องนี้หรือไม่”

“นอกจากนมแสงแล้ว ฉันไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครตามตรง แต่คนอื่นคงสังเกตได้เจ้าค่ะ เพราะอย่างแม่สาลี่เองก็ยังว่ากระทบฉันอยู่ แสดงว่ารู้เรื่องนี้ดีเจ้าค่ะ คนอื่นก็คงเช่นกัน”

คำบอกเล่าของคุณหญิง ทำให้พระยาสีหโยธินตัดสินใจเรียกสาลี่กับบุญมีมาคาดคั้นเรื่องเย็นถูกทำร้ายกลางตลาด แต่อนุทั้งสองเถียงกันไปมาจนน่าเวียนหัว แต่ที่เลวร้ายกว่าคือสาลี่ประชดเขาด้วยการเอ่ยคำสาบาน ท่านเจ้าคุณโกรธมาก ไม่ชอบใจท่าทางแข็งกร้าวของอนุทั้งสองเลยขู่จะลงโทษ หากมีเรื่องจะฆ่าแกงกันอีก

บุญมีสาแก่ใจยิ่งนักที่ยุแยงจนสาลี่ถูกสามีเอ็ดได้ แต่สาลี่กลับไม่รู้ตัว เข้าใจว่าตัวเองถูกดุเพราะเย็นเลยระบายความอึดอัดใจกับแอบอย่างเหลืออดเหมือนเคย

“ก็บ่าวบอกคุณแล้ว ว่าท่านเจ้าคุณหลงนังเย็นให้ชิงยกนังเย็นให้ท่านเจ้าคุณเสีย แม่คุณของบ่าวก็ไม่ฟัง”

“เอ็งจะฟื้นฝอยหาตะเข็บขึ้นมาทำกระไรอีแอบ หรือยังเห็นว่าข้าคับแค้นใจไม่พอ”

“บ่าวไม่ได้รื้อฟื้นนะเจ้าคะ แต่บ่าวเสียดายแทนคุณสาลี่เท่านั้นเองเจ้าค่ะ”

“จะต้องเสียดายทำกระไร คนโง่เง่าจนต้องขายตัวมาเป็นทาส มีหรือจะสู้ข้าได้ แต่แรก...ข้าตั้งใจจะกดหัวมิให้มันเผยอเท่านั้น แต่ในเมื่อท่านเจ้าคุณหลงมันมาก ข้าก็จะไม่เก็บมันไว้เป็นหอกข้างแคร่สืบไป!”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #2 on: 28 July 2026, 15:00:13 »


นางทาส ตอนที่ 3

สาลี่เจ็บใจเย็นมากจึงหาทางยุให้เที่ยงฉุดเย็นมาทำเมียก่อนที่ท่านเจ้าคุณจะคว้าไปเป็นอนุ ทาสหนุ่มมีสีหน้าลังเลเพราะพอระแคะระคายว่าเย็นไม่ได้มีใจให้ตน แต่สาลี่ก็ปั่นหัวไม่หยุด จนเที่ยงเกิดฮึดขึ้นมา

แต่ถึงใจจะเอนเอียงไปกับสาลี่ เที่ยงก็พยายามสืบความจริงด้วยตัวเอง และเห็นจริงดังคำของสาลี่ว่าท่านเจ้าคุณก็เหมือนจะมีใจให้เย็นไม่น้อย ถึงขั้นจำรสมือกับข้าวได้ด้วยซ้ำ

เที่ยงร้อนใจมาก ในที่สุดจึงตัดสินใจพาเย็นไปสารภาพความในใจ

“อันที่จริง...ข้าไถ่ตัวเองได้หลายเดือนก่อนแล้ว แต่ข้าก็ยังไม่ไป...เพราะเอ็งอย่างไรเล่านังเย็น เพราะเอ็งมาอยู่ในเรือนนี้ ข้าจึงไม่อยากเป็นไท เพราะข้าอยากอยู่กับเอ็งก่อน...นังเย็น ข้ารักเอ็ง”

เย็นอึดอัดใจมาก แต่ก็ต้องตัดใจบอกความจริงว่าไม่ได้รักเขาและคงไปกับเขาไม่ได้

“ทำไมเล่า ถ้าเอ็งอยู่ต่อ เอ็งอาจต้องตกเป็นเมียท่านเจ้าคุณก็เป็นได้...เอ็งยอมได้รึ”

“ท่านเจ้าคุณไม่บังคับฉันดอก”

“แต่ก่อนอาจใช่ แต่เพลานี้ข้าไม่มั่นใจ ไปกับข้าเถิดนะเย็น เราขยันเสียอย่างจะกลัวอะไรกับความลำบาก”

“ฉันไม่ได้กลัวลำบาก แต่ฉันไม่ได้รักพี่”

เที่ยงช้ำใจมากและเกือบขาดสติปลุกปล้ำเย็นเป็นเมีย ถ้าจะไม่สำนึกได้ก่อนว่าเย็นคือคนที่รัก เขาคงเห็นแก่ตัวและใจร้ายไม่พอจะขืนใจ ทั้งที่เธอไม่ยินยอมแน่

เย็นรู้สึกผิดไม่น้อย ต้องบอกความจริงกับเที่ยง แต่ครั้นจะให้ฝืนใจตัวเองก็ทำไม่ได้อีก ทาสสาวอ่อนใจมาก เลยไปนั่งเป่าใบไม้คนเดียวที่ริมคลองเหมือนเคย พระยาสีหโยธินผ่านมาได้ยินแวะไปคุยด้วย และถามถึงขลุ่ยที่เคยซื้อให้เมื่อหลายวันก่อน เย็นหน้าแดง อึกๆอักๆตอบว่าไม่กล้าใช้เพราะเป่าไม่เป็น

“ผ่านไปนานเข้า ไม่ว่าของใดก็กลายเป็นของเก่าทั้งสิ้น เจ้าไม่ยอมหยิบจับ แล้วเมื่อใดจะเป็นเล่า”

พระยาสีหโยธินเห็นทาสสาวก้มหน้าหงอก็เลิกเย้า แต่เกี้ยวแทน “อย่างไรวันนี้คงไม่ได้ฟังขลุ่ยแล้ว ฟังเจ้าเป่าใบไม้แทนก็ยังดี เป่าสักเพลงสองเพลงเถิดนะ ฉันจะได้กลับไปนอนหลับฝันดี”

รอยยิ้มกรุ้มกริ่มของเขาทำให้เย็นเขินจัด ยอมเป่าใบไม้ให้เขาฟังอีกหลายเพลง ไม่รู้เลยว่าท่าทางสดใสร่าเริงของตนนับวันก็ยิ่งทำให้ท่านเจ้าคุณหลงใหลมากขึ้นจนถอนตัวไม่ได้เสียแล้ว

เมื่อสาลี่รู้ว่าเที่ยงเปลี่ยนใจไม่ฉุดเย็นไปทำเมียก็โมโหมาก ด่าสาดเสียเทเสียจนทาสหนุ่มเหลืออด

“รักเพราะต้องตกเป็นเมียน่ะหรือขอรับ กระผมยังไม่เห็นทางว่าจะผูกสมัครรักใคร่คนที่กระทำย่ำยีตัวเองได้”

“นี่เอ็งย้อนข้ารึ เอ็งเป็นแค่ขี้ข้ากล้าย้อนข้าผู้เป็นนาย ทั้งที่ข้าชี้ทางสว่างให้เอ็ง โง่แล้วอวดฉลาด”

“ขอรับ...อ้ายเที่ยงมันโง่เง่า รู้ไม่ทันเลยขอรับว่าคุณสาลี่เกรงนังเย็นมันจะขึ้นมาแข่งวาสนา จึงคิดจะยืมมืออ้ายเที่ยงย่ำยีนังเย็นเสีย เพื่อขัดขวางมิให้มันขึ้นมาเทียมได้ ใช่หรือไม่ขอรับ”

สาลี่โกรธมากจะสั่งโบย แต่เที่ยงไม่กลัว ขู่จะบอกความจริงกับทุกคนหากถูกทำโทษ อนุคนสวยถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยโทสะ พึมพำตามหลังทาสหนุ่มด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

“มึงนึกว่ามึงไม่ช่วยกูแล้ว กูจะไม่มีปัญญาเอาอีเย็นลงจากวอรึ คอยดูต่อไปเถิด!”
ooooooo

ท่าทีของพระยาสีหโยธินที่มีต่อเย็นนับวันจะเด่นชัดขึ้นทุกที ทั้งบ่าวทั้งนายในบ้าน ต่างก็รู้และมั่นใจมากว่าเย็นคงได้เป็นเมียอีกคนของท่านเจ้าคุณในไม่ช้า

สาลี่หึงจัดแต่ออกอาการมากไม่ได้ นอกจากรอเวลาหาทางกำจัดเย็นเท่านั้น ต่างจากบุญมี...โล่งใจอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งรู้ว่าท่านเจ้าคุณต้องไปดูงานต่างเมืองเป็นเวลาร่วมเดือนก็ยิ่งยินดี ก่อนจะต้องหน้าซีดเผือด เมื่อบุญมาพี่ชายเพียงคนเดียวที่เหลือแอบมาหาถึงเรือน!

“พี่ไม่รู้รึ...ว่าลอบเข้ามาเช่นนี้มันเสี่ยงนัก หากมีใครเห็นเข้าแผนที่เราเพียรทำมามิพังหมดสิ้นรึ”

“ผ่านมานานปีแล้วข้าก็มิเห็นว่าแผนของเอ็งจะสำเร็จกระไร ดีเสียอีก หากอ้ายสิงห์มาเจอจะได้ฆ่ามันเลย”

“ขนาดพี่ไปลอบฆ่าโดยไม่มีใครรู้ยังพลาดได้ แล้วสู้กันซึ่งหน้า พี่จะเอาชนะได้รึ”

“เอ็งคงจะหลงมันมากซีนะ ถึงได้ปกป้องมันเช่นนี้”

“ฉันน่ะรึหลงท่านเจ้าคุณ ทุกวันนี้ฉันต้องกลั้นใจเพียงใดยามที่มันจับต้องตัวฉัน มีความในใจจะเผยก็

ทำไม่ได้ ต้องสู้เก็บเอาไว้ก็เพราะกระไร ถ้ามิใช่เพราะฉันต้องการล้างแค้นให้เตี่ย”

บุญมีกัดฟันแน่น พลางดึงตัวเองสู่อดีตเมื่อหลายปีก่อน วันที่ครอบครัวของเธอต้องเจอกับการสูญเสีย

ครั้งใหญ่ เมื่อหลวงสีหโยธินบุกทลายพวกอั้งยี่ ซึ่งนำกองกำลังโดยพ่อของเธอ บุญมาพยายามต่อสู้เพื่อปกป้องพวกพ้องและพ่อ แต่ก็ต้านกำลังพวกหลวงสีหโยธินไม่ไหว ทั้งลูกน้องและครอบครัวจึงต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ!

หลายปีต่อมา บุญมีกับบุญมาถึงสบโอกาส จะกลับไปล้างแค้นหลวงสีหโยธิน ซึ่งเวลานั้นได้รับพระราชทานยศเป็นพระยาแล้ว สองพี่น้องจึงได้พากันไปไหว้ศพพ่อ

“พวกเรามาที่นี่ ก็เพื่อมาบอกเตี่ยว่าโอกาสที่เรารอมานานปี ใกล้จะเป็นจริงแล้ว บุญมีจะเสียสละตัวเองไปเป็นเมียน้อยอ้ายสิงห์ เพื่อหาทางทำให้มันพินาศสิ้นเสียทั้งโคตร สมกับที่มันทำกับพวกเรา”

“โชคดีที่ฉันหน้าตาเหมือนคนไทยอย่างแม่ ต่อให้นอนข้างกายอ้ายสิงห์ มันก็ไม่รู้ดอก ว่าฉันเป็นลูกอั้งยี่ที่มันฆ่ากับมือ แลหากฉันมีลูกกับมัน ฉันก็จะสอนลูกของฉันให้เกลียดมัน ผู้เป็นพ่อแท้ๆ มิให้พวกมันได้อยู่เป็นสุขอีกเลย!”

“พวกเราขอสาบานจะล้างแค้นให้เตี่ยแลพี่น้องทุกคน ขอให้เตี่ยคุ้มครองเราด้วย”

บุญมากระชากน้องสาวออกจากอดีต โวยลั่นด้วยความหงุดหงิดใจ เพราะน้องสาวยังทำตามแผนไม่สำเร็จ

“ท่านเจ้าคุณไม่ชื่นชอบฉัน จะให้ฉันทำอย่างไรเล่าพี่ แลท่านเจ้าคุณก็เป็นคนสัตย์ซื่อ มิเคยมีเรื่องด่างพร้อยเสียด้วย แล้วจะมีจุดอ่อนที่ใดให้เราเล่นงานได้เล่า”

“คำก็ท่านเจ้าคุณ สองคำก็ท่านเจ้าคุณ นี่เอ็งคงหลงความสุขสบายที่มันปรนเปรอจนลืมความแค้นกระมัง”

“แล้วที่พี่ไปลอบฆ่ามัน จนต้องหนีซมซานกลับมา เรียกว่ากตัญญูกระนั้นรึ”

บุญมียอกย้อนด้วยความโมโห ก่อนจะทำใจให้เย็นลง และส่งถุงเงินให้พี่ชาย บุญมารับมาอย่างว่าง่าย แต่ไม่วายสงสัย เรื่องที่น้องสาวให้เขาส่งคนไปทำร้ายทาสสาวกลางตลาดเมื่อหลายวันก่อน

“เหตุใดเอ็งต้องให้ข้าส่งคนไปฆ่าอีนางทาสนั่นด้วย มันเป็นแค่ทาสชั้นต่ำ มิควรที่เราต้องเสียมือเลย”

ภาพเที่ยงมองเย็นด้วยความรัก ทำให้บุญมีของขึ้นแหวลั่น “ฉันเกลียดมัน! ชังน้ำหน้ามันยิ่งกว่านังสาลี่เสียอีก ถือเป็นคราวเคราะห์ของมันที่ไม่ตาย เพราะฉันจะทำให้มันทรมาน...ทรมานเสียยิ่งกว่าตายทั้งเป็น”

ooooooo

เย็นไม่ได้สำเนียกเลยว่าภัยจะมาถึงตัวในไม่ช้า มัวคอยปรนนิบัติและรับใช้แย้มอย่างใกล้ชิด เหมือนเช่นวันนี้ ที่ทาสสาวต้องตามคุณหญิงคนสวยไปเก็บค่าเช่าที่ตลาด

สีหน้ายิ้มแย้มและท่าทางเป็นกันเองของแย้ม ทำให้เย็นประทับใจและชื่นชมจากใจจริง

“บ่าวแปลกใจเจ้าค่ะ มิเคยเห็นนายเงินที่ใดมาเก็บดอกเบี้ยด้วยตัวเองเลยเจ้าค่ะ”

“ฉันติดนิสัยเจ้าคุณพ่อท่านมา เรื่องงานการ อย่าถือยศถืออย่าง กระไรทำเองได้ก็ต้องทำ เย็นเองก็ดูเอาไว้ แลฝึกหัดให้ชำนาญ สักวัน...ฉันอาจต้องใช้เย็นมาแทนฉันก็เป็นได้”

“งานสำคัญเช่นนี้ บ่าวไม่กล้าทำดอกเจ้าค่ะ ถ้าหายไป บ่าวไม่รู้จะเอาเบี้ยที่ใดใช้คืนคุณหญิง”

“เพราะเป็นงานสำคัญ ฉันถึงต้องให้คนที่ไว้ใจทำอย่างไรเล่า ถ้าเย็นไม่ฝึกหัดไว้ แล้วฉันจะใช้สอยใคร”

รอยยิ้มเมตตาของคุณหญิง ทำให้เย็นปลื้มใจมาก แต่กระนั้นก็ไม่อาจหาญพอจะรับข้าวของมีค่าที่แย้มจะซื้อให้ คุณหญิงคนสวยเห็นท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวของทาสสาวก็พอใจมาก และตัดสินใจถามตรงๆ

“ถึงเพลานี้...คงไม่ต้องอ้อมค้อมกันแล้ว เย็นคงรู้ว่าฉันหมายตาเย็นไว้ให้ท่านเจ้าคุณ เย็นเห็นเป็นเช่นไร”

เย็นผงะ เอาแต่นั่งเงียบ จนแย้มเข้าใจว่าคงไม่เต็มใจ เมื่อได้อยู่ตามลำพังกับท่านเจ้าคุณเย็นวันเดียวกัน เลยอดรำพึงด้วยความเสียดายไม่ได้ เพราะหวังเรื่องเย็นไว้มาก

“บางที...ฉันอาจจะคิดผิดไป คิดว่าเย็นเต็มใจเป็นอนุของท่านเจ้าคุณ จึงเจ้ากี้เจ้าการจัดแจงเรื่องทั้งหมดต้องขอประทานโทษท่านเจ้าคุณด้วยนะเจ้าคะ”

“จะต้องขอโทษขอโพยทำกระไร คุณหญิงไม่ได้ทำกระไรผิดเสียหน่อย”

“ท่านเจ้าคุณไม่ผิดหวังหรือเจ้าคะที่ไม่ได้เย็นเป็นอนุ”

พระยาสีหโยธินส่งยิ้มให้เมียหลวงคนสวย โอบกอดแน่น “ฉันมีเมียอยู่แล้วสามคน นับว่าเกินที่หวังมามากแล้ว แลฉันมีคุณหญิงเป็นภรรยาเอก ถือว่าฉันมีดวงแก้วอันประมาณค่ามิได้อยู่ในมือ แล้วจะผิดหวังอันใดอีก”

“ฉันว่าเพลงปี่ของพระอภัยมณีก็ยังสะกดคนไม่ได้เท่าคารมของท่านเจ้าคุณเลยนะเจ้าคะ”

แย้มซบอกสามีอย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่าท่านเจ้าคุณเปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มแย้มเป็นเคร่งเครียดตลอดคืน อยากรู้เหลือเกินว่าเย็นคิดเห็นเรื่องเป็นเมียของตนเช่นไรกันแน่

เรื่องของเย็นไม่ใช่ความลับแค่ในเรือนใหญ่เพราะแรมดันปากสว่างจนรู้ถึงหูสาลี่จนได้ ว่าเย็นไม่ได้ตอบตกลงเป็นเมียอีกคนของท่านเจ้าคุณ อนุคนสวยเลยเบาใจ และหันไปสนใจเรื่องอื่น ซึ่งก็หนีไม่พ้นผลประโยชน์กับ สินบนจากพระมหาเทพ ซึ่งนัดเจอเธอที่บ่อนโปในเช้าวันต่อมา

ณ บ่อนโปแห่งนี้เอง สาลี่ได้รู้จักกับเครา นายบ่อนร่างใหญ่ ผู้ชักชวนเธอให้ติดการพนัน เพราะมีแผนบางอย่าง เขามองตามเธออย่างไม่วางตา จนพระมหาเทพสังเกตเห็น และอดไม่ได้จะปรามด้วยความหวังดี

“นี่มันเมียน้อยพระยาสีหโยธินเชียวนา ฉันขอเตือนไว้ก่อน...ว่าถึงตาย”

“เรื่องตาย...กระผมไม่ห่วงดอกขอรับ แต่เกรงว่างานของคุณพระจะเสียหายเท่านั้น”

พระมหาเทพยิ้มบางๆ มองตามหลังสาลี่ที่เริ่มจะสนุกกับการพนันจนถอนตัวไม่ขึ้น “รู้ก็ดีแล้ว ทำตามแผนที่ฉันวางไว้ อย่าให้พลาด...ผู้หญิงไม่สำคัญเท่าเงินทองดอก ลองมั่งมีเสียอย่าง ต้องการผู้หญิงมากเท่าใดก็ได้ดั่งใจ”

ooooooo

เที่ยงก็เป็นอีกคนที่โล่งใจ เมื่อได้ยินว่าเย็นไม่ได้ตอบตกลงเป็นเมียอีกคนของท่านเจ้าคุณ และอารมณ์ดีมากจนแอบหมั่นไส้ หาเรื่องค่อนแคะไม่หยุดปาก แรมผ่านมาได้ยินก็นึกสนุก แกล้งยั่วยวนเที่ยง จนแอบทนไม่ไหว ตามไปดักทำร้ายในสวน แต่ไม่ให้เห็นหน้า โชคดีที่เย็นมาช่วยทัน แรมเลยรอดตัวไปได้

เย็นมั่นใจว่าแอบคือคนที่ทำร้ายแรม แต่ไม่อยากให้มีเรื่อง เลยไม่ยอมพูดความจริง แม้แต่กับแย้ม แอบรู้เข้าก็สงสัยตามไปดักรอเย็น เพื่อคาดคั้นหาความจริง เย็นเลยสารภาพตามตรงว่าไม่อยากให้มีเรื่อง แต่แอบก็ไม่สำนึก แถมขู่อาฆาตอีกต่างหาก ถ้าเย็นตั้งใจจะแย่งเที่ยง จะโดนหนักกว่านี้แน่!

ฝ่ายสาลี่...มัวเพลิดเพลินกับบ่อนจนไม่ยอมกลับเรือน เมื่อพระยาสีหโยธินมาหาในเย็นวันเดียวกัน แอบเลยต้องรับหน้าแทน เพราะไม่รู้ว่าเจ้านายสาวหายตัวไปไหน กว่าสาลี่จะกลับมาพร้อมข้าวของมีราคามากมายเพราะมือขึ้น พระยาสีหโยธินก็เปลี่ยนใจไปเรือนบุญมีแล้ว

บุญมีนึกถึงแผนของตน จะหาทางใกล้ชิดและทำลายชีวิตของพระยาสีหโยธิน จึงเปลี่ยนจากท่าทีเย็นชา เป็นเอาอกเอาใจจนท่านเจ้าคุณอดแปลกใจไม่ได้

“เพราะฉันรู้ตัวน่ะซีเจ้าคะ ว่าท่านเจ้าคุณไม่โปรด หากไม่ทำตัวให้ดี ก็คงรอวันถูกท่านเจ้าคุณทอดทิ้งเท่านั้น”

น้ำเสียงตัดพ้อและท่าทางเต็มไปด้วยจริตจก้านของอนุภรรยา ทำให้พระยาสีหโยธินนึกชอบใจ ดึงตัวมากอดและหอมอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอ่ยเสียงหวาน

“เห็นฉันเป็นคนใจร้าย จะทอดทิ้งหมางเมิงแม่บุญมีได้ลงคอเชียวรึ...เมียนั้นอาจมีศักดิ์ต่างกัน แต่ความรักที่ฉันมีให้เมียแต่ละคนนั้นเท่าเทียมกัน แม่บุญมีอย่าได้กังวลข้อนี้เลย”

จบคำก็โน้มตัวจะจูบ บุญมีขยะแขยงมาก แต่ก็จำฝืนยิ้มอ่อนหวาน ใช้มารยาหญิงขอสิ่งที่ต้องการ คือให้เที่ยงมาเป็นทาสรับใช้ประจำเรือนอีกคน ท่านเจ้าคุณไม่คิดมาก เห็นว่าเมียทำตัวดี เลยตกปากรับคำ

เที่ยงไม่ชอบใจนัก ต้องไปเป็นบ่าวประจำเรือนบุญมี แต่เพราะเป็นคำสั่งพระยาสีหโยธิน ก็ขัดไม่ได้ แต่ที่ทำให้ช้ำกว่า คือท่าทางของท่านเจ้าคุณที่มีต่อเย็น หลงใหลได้ปลื้มมาก ถึงขั้นวานให้เขายกต้นสายหยุดและหนังสือลิลิตตะเลงพ่ายไปให้ ก่อนจะลงเรือไปงานราชการต่างเมืองในเช้าวันต่อมา

เย็นแปลกใจมากที่ได้ของฝากจากท่านเจ้าคุณ จนเมื่อเห็นกลีบดอกไม้แห้งคั่นหน้าในหนังสือ จึงได้รู้ถึงความนัยที่เขาอยากสื่อ “สายหยุดหยุดกลิ่นฟุ้ง ยามสาย สายบ่หยุดเสน่ห์หาย ห่างเศร้า กี่คืนกี่วันวาย วางเทวษ ราแม่ ถวิลทุกขวบค่ำเช้า หยุดได้ฉันใด”

ระหว่างที่เย็นซึมซับความรักและความรู้สึกผ่านบทกลอนจากท่านเจ้าคุณ บุญมีก็กำลังกะหยิ่มใจได้ตัวเที่ยงมารับใช้ และหาโอกาสกีดกันและแยกตัวเขาไม่ให้ได้ใกล้ชิดเย็นอีก

ส่วนสาลี่...ไม่ได้สนใจจะไปส่งพระยาสีหโยธินไปราชการต่างเมืองเหมือนเคย มัวหลงละเลิงกับบ่อนโป จนในที่สุดก็คลาดกับท่านเจ้าคุณจนได้ สร้างความแปลกใจให้แก่ทุกคนมาก เพราะตามธรรมดาอนุคนสวยไม่เคยพลาด และต้องเสนอหน้าเกินหน้าเกินตาคนอื่นเสมอ

พระยาสีหโยธินก็แปลกใจ แต่พลันก็ลืมทุกอย่าง เมื่อมีทหารเอาพวงมาลัยดอกสายหยุดมาให้ บอกว่ามีทาสสาวฝากมา ท่านเจ้าคุณยิ้มกว้าง ชอบใจนักเมื่อรู้ว่าเย็นเข้าใจสารที่ตนส่งผ่านบทกลอนไปให้เมื่อเช้า

ooooooo

กว่าแอบจะตามสาลี่กลับจากบ่อน ท่านเจ้าคุณก็ลงเรือไปไกลแล้ว บุญมีกับม้วนเห็นท่าทางร้อนรนของสาลี่ก็หมั่นไส้ แกล้งพูดยั่วประสาท จนแอบทนไม่ไหว ถลาไปเอาเรื่องแทนเจ้านายสาว

แย้มแทบกุมขมับ แต่ยังมีสติ สั่งให้สองฝ่ายแยกจากกัน ก่อนจะย้อนถามสาลี่ ว่าเหตุใดถึงมาไม่ทันส่งท่านเจ้าคุณ สาลี่อึกๆอักๆ ไม่อยากบอกเรื่องตัวเองติดบ่อนโปจนลืมวันลืมคืน และก็เหมือนโชคช่วย เมื่อจู่ๆเธอก็เกิดหน้ามืด พะอืดพะอม ต้องวิ่งไปอาเจียนใต้ต้นไม้!

อาการโอ้กอ้ากของสาลี่ทำให้ผู้คนทั้งเรือนแตกตื่น แล้วความกลัวของทุกคนก็เป็นจริง เมื่อหมอมาตรวจและยืนยันว่าสาลี่ตั้งท้อง แย้มเครียดมาก เพราะหากท่านเจ้าคุณทราบเรื่อง สถานะของสาลี่คงดีขึ้น และสถานะภรรยาหลวงของตนคงหมดความหมาย เพราะไม่มีทายาทสืบสกุลให้สามี

แรมเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเจ้านายสาวมาก และอดไม่ได้จะแนะให้ไปกล่อมเย็นอีกรอบ แย้มส่ายหน้าเบาๆ

“ถึงเย็นจะเป็นความหวังเดียวที่จะดึงท่านเจ้าคุณกลับมาได้ แต่ฉันก็ไม่อยากได้ชื่อว่าบังคับฝืนใจใครทั้งนั้น”

นมแสงถอนใจยาว “ถ้าอย่างนั้นเราก็คงต้องยอมแพ้แล้วล่ะเจ้าค่ะ”

“ไม่ได้! ฉันรู้นิสัยใจคอแม่สาลี่ดี ถ้าฉันแพ้ ภายภาคหน้า ไม่เพียงฉัน แต่จะมีคนอีกมากต้องเดือดร้อน”

“แล้วคุณหญิงจะทำอย่างไรเล่าเจ้าคะ...”

ไม่มีใครรู้ว่าแย้มคิดพลิกสถานการณ์เช่นไร โดยเฉพาะเย็น ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับข่าวการตั้งท้องของสาลี่นัก คิดว่าเป็นเรื่องน่ายินดีด้วยซ้ำที่เรือนท่านเจ้าคุณจะมีเด็กมาวิ่งเล่น

ฟักเบ้หน้า ก่อนจะบ่น “เอ็งไม่เข้าใจ ที่ทุกคนบนเรือนนี้อยู่ดีมีสุขได้ก็เพราะคุณหญิงท่าน แต่หากคุณสาลี่มีลูกให้ท่านเจ้าคุณ อำนาจคุณสาลี่ก็จะมีมากขึ้น แล้วเอ็งก็เห็นไม่ใช่รึ...ว่าคุณสาลี่เป็นคนเช่นไร”

“ฉันไม่อยากคิดเรื่องนี้เลยจ้ะพี่ฟัก อยู่เรือนเดียวกันแท้ๆ เหตุใดต้องช่วงชิงอำนาจกันด้วย แล้วจะอยู่เป็นสุขรึ”

“หากทุกคนคิดได้อย่างเอ็งก็คงดี ไม่ต้องมานั่งต่อสู้แย่งชิงกันเช่นนี้ดอก”

สาลี่ลำพองใจมาก เมื่อรู้ว่าตัวเองตั้งท้อง จัดการรื้อข้าวของและเครื่องเรือนเก่าไปถวายวัด และซื้อใหม่ทั้งหมด โดยให้พ่อค้าไปเก็บเงินกับแย้ม หวังท้าทายให้สาแก่ใจ ว่าลูกในท้องจะนำอำนาจที่เฝ้ารอมาให้

แอบพลอยบ้าอำนาจไปด้วย โอ่ไปทั่วเรือนว่าลูกของเจ้านายสาวจะทำให้ทุกคนต้องเกรงบารมี

สองนายบ่าวมัวหลงไปกับการประกาศศักดา เลยไม่ทันระวังตัวว่าถูกม้วนสะกดรอยตามจนล่วงรู้ความลับ!

บุญมีแสยะยิ้มร้าย เมื่อได้รับการยืนยันจากม้วนว่าที่สาลี่หายหน้าหายตาบ่อยๆ เพราะกำลังติดการพนัน

“ดี...เอ็งทำดีนักนังม้วน แต่แรกข้าเพียงสงสัยที่นังสาลี่มันไม่เสนอหน้าไปส่งท่านเจ้าคุณเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าจะตกปลาได้ตัวใหญ่ นังสาลี่กลับเข้าบ่อนโปเสียอย่างนั้น”

“ท่านเจ้าคุณเกลียดการพนันนัก ถ้าคุณบุญมีกราบเรียนท่านเจ้าคุณ นังคุณสาลี่ต้องถูกตำหนิหนักแน่เจ้าค่ะ”

บุญมีส่ายหน้าเบาๆ เพราะมีแผนสูงกว่านั้น

“ข้าก็คิดไว้เช่นนั้น แต่ไม่แน่...ข้าอาจปล่อยให้นังสาลี่มันเล่นพนันต่อสักพัก คนเราลองผีพนันเข้าสิงแล้ว มัน ไม่พ้นความวิบัติฉิบหายไปได้ดอกว่ะ”

ooooooo

นอกเหนือจากหาทางเล่นงานสาลี่แล้ว บุญมียังหาทางใกล้ชิดกับเที่ยงอีกต่างหาก โดยไม่รู้เลยว่าคลื่นลูกใหม่จากแย้มกำลังจะเริ่มในบ่ายวันต่อมา เมื่อเย็นถูกเรียกตัวไปพบ

“คุณหญิงเรียกหาบ่าว มีกระไรให้รับใช้หรือเจ้าคะ”

“ฉันเรียกเย็นมาก็เพื่ออยากจะขอโทษ แลอยากให้เย็นอภัยให้ฉันด้วย”

“ขอโทษ...คุณหญิงมีเรื่องกระไรต้องมาขอโทษขอโพยบ่าวเจ้าคะ บ่าวไม่กล้ารับไว้ดอกเจ้าค่ะ”

“ฉันต้องขอโทษเย็น เพราะฉันกำลังจะขอร้องให้เย็นทำในสิ่งที่เย็นไม่อยากกระทำน่ะซี”

“คุณหญิงจะขอร้องบ่าวทำกระไรหรือเจ้าคะ”

“เย็น...รักท่านเจ้าคุณ เหมือนที่ฉันรักได้หรือไม่”

เย็นตกใจมาก แต่เพราะอยากทดแทนบุญคุณคุณหญิง และตอบสนองความต้องการเบื้องลึกของตนเอง เลยตกปากรับคำง่ายๆ เมื่อฟักรู้เรื่องในเวลาต่อมาก็ตัดสินใจถามตรงๆ

“เอ็งชอบพอท่านเจ้าคุณรึ”

คำถามของฟักทำให้เย็นถึงกับพูดไม่ออก ฟักพอจะเข้าใจ ตัดบท

“ข้าอาบน้ำร้อนมาก่อน ทำไมข้าจะดูไม่ออกคราวอ้ายเที่ยง เอ็งบอกปัดทันควัน แต่พอท่านเจ้าคุณ เอ็งกลับนิ่ง คุณหญิงท่านจึงเข้าใจผิด คิดว่าเอ็งไม่เต็มใจ จนยอมออกปากขอร้อง แต่ที่แท้...เอ็งหาได้รังเกียจท่านเจ้าคุณไม่”

“ฉันไม่รู้ดอกเจ้าค่ะ ว่าฉันคิดอย่างไรกับท่านเจ้าคุณ ถ้าเลือกได้ ฉันก็อยากอยู่ต่อไปอย่างนี้ ไม่ต้องตัดสินใจกระไรทั้งนั้น แต่คุณหญิงท่านมีบุญคุณกับฉันนัก ไม่ได้ท่าน มิรู้ว่าฉันจะรอดมาถึงป่านนี้หรือไม่ แลเป็นทาสเขา ถ้าท่านจะบังคับเอาด้วยอำนาจ ฉันก็ต้องยอมอยู่ดีไม่ใช่หรือจ๊ะ”

ฟักถอนใจยาว คิดว่าคงเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว “ที่พูดมาก็ถูก เอาเถิด...เมื่อเอ็งเต็มใจ ข้าก็ไม่มีกระไรจะพูด เพราะเอ็งคงรู้แล้วว่าภายหน้าต้องเจอกับสิ่งใดบ้าง...แลที่คุณหญิงถึงกับยอมเอ่ยปากขอร้องเอ็ง ก็เพราะเหตุที่คุณสาลี่ตั้งท้อง เอ็งก็จงเตรียมใจไว้เถิดนังเย็น ว่าหนทางภายหน้านั้นหนักหนานัก”

พระยาสีหโยธินยังไม่รู้ตัวว่ากำลังจะได้เมียใหม่ ตั้งหน้าตั้งตาตรวจราชการตามหน้าที่ โดยมีพระมหาเทพตามประกบ จนงานลุล่วงไปด้วยดี แต่กระนั้น...ก่อนกลับก็มีเรื่องให้ต้องตัดสินอีก เมื่อมีชาวบ้านชื่อทองก้อนมาฟ้องร้องขอความเป็นธรรมเพราะถูกยศ เจ้าของเรือสินค้าโกง!

ยศเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีแต่มีนิสัยคดโกง เมื่อรู้ว่าพระยาสีหโยธิน ผู้เป็นญาติห่างๆเป็นคนตัดสินความก็เบาใจ เพราะเชื่อว่าท่านเจ้าคุณต้องเข้าข้าง แต่พระยาสีหโยธินกลับทำให้โกรธแทบคลั่ง ด้วยการตัดสินคดีความอย่างตรงไปตรงมา จนเขาต้องสูญเสียผลประโยชน์ก้อนโต

เหล่าข้าราชการประจำท้องที่และพวกพ่อค้าต่างชาติ ต่างชื่นชมในความยุติธรรมของพระยาสีหโยธินมาก คงมีแค่ยศกับพระมหาเทพ ที่คิดว่าพระยารูปงามเถรตรงเกินไป และก็เพราะเหตุนี้ พระมหาเทพเลยตัดสินใจเจรจาค้าของผิดกฎหมายกับยศ หวังผลประโยชน์เป็นเงินก้อนโต และหาทางแก้แค้นพระยาสีหโยธินไปในตัว!

ooooooo

สาลี่ลำพองใจมาก นอกจากรื้อเครื่องเรือนใหม่ทั้งหมดแล้ว ยังจิกหัวใช้เหล่าทาส ทั้งของตนและลามปามถึงทาสบนเรือนใหญ่ ให้ทำงานตามต้องการ อย่างเช่นวันนี้ ที่บังคับคนครัวทำอาหารใส่บาตร

เย็นไม่อยากให้มีเรื่อง เลยเสนอตัวทำแทน แอบเลยยอมเลิกรา ไม่อาละวาด ลงไม้ลงมือกับเหล่าคนครัว แล้วกลับไปเสนอหน้าประจบประแจงสาลี่เหมือนเคย

“คุณหนูในท้องมีบุญบารมีเหลือเกินเจ้าคะ ขนาดยังไม่ลืมตา ยังช่วยให้อำนาจวาสนาคุณสาลี่เรืองรองเพียงนี้”

สาลี่ลูบท้องตัวเองเบาๆ ยิ้มเย็น “ยังไม่พอดอกทูนหัวของแม่ รีบออกมาเร็วๆนะลูก จะได้ช่วยทวงคืนความเป็นธรรมให้แม่ แลสั่งสอนนังคุณหญิงให้มันจำไปจนวันตาย!”

วีรกรรมบ้าอำนาจ โขกสับบ่าวไพร่ไม่เว้นแต่ละวันของสาลี่กับแอบ ทำให้แย้มกลุ้มใจมาก นมแสงกับแรมพลอยร้อนใจไปด้วย คุณหญิงคนสวยเลยต้องตั้งสติ ปลอบให้ทุกคนสบายใจ

“อย่างน้อยตอนนี้เราก็เบาใจได้ ว่าเย็นยอมช่วยเหลือฉันแล้ว ต่อไปก็คงดีขึ้นเอง”

นมแสงส่ายหน้า ไม่เห็นด้วย “ประมาทไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ อย่างไรก็ลูก แลยังเป็นลูกที่รอคอยมานานเสียด้วย ท่านเจ้าคุณอาจจะรักลูกจนไม่สนใจเย็นก็ได้นะเจ้าคะ”

“ฉันทำดีที่สุดแล้ว ถ้าดวงชะตาของฉันต้องพ่ายแพ้แก่แม่สาลี่ ฉันก็คงต้องทำใจ”

แรมเต้นผางแทนเจ้านาย “ไม่ได้นะเจ้าคะ คุณสาลี่ริษยาคุณหญิงแรงนัก หากได้ขึ้นมาเสมอคุณหญิงเมื่อใด คงหาเรื่องร้อนใจมาให้ไม่สิ้นสุดเป็นแน่ อย่างคราวที่กลั่นแกล้งคุณหญิงให้ได้อายเมื่อหลายปีก่อนอย่างไรเล่าเจ้าคะ...”

แย้มถอนใจยาว พลางคิดถึงเรื่องในอดีตเมื่อหลายปีก่อน สมัยแต่งงานใหม่ และสาลี่เป็นอนุภรรยาสองเมียเหมือนจะเข้ากันได้ดี เมื่อแย้มต้องไปออกงานใหญ่กับสามี สาลี่ก็อาสาตัดเย็บเสื้อให้

ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปด้วยดี แย้มงามพร้อมในชุดสวยจนคนตะลึงทั้งงาน แต่เพียงไม่กี่อึดใจ ภรรยาหลวงคนสวยของหลวงสีหโยธินก็ต้องออกจากงานแทบไม่ทัน เมื่อเสื้อชุดสวยปริขาด!

คุณหญิงคนสวยดึงตัวเองจากอดีต ความอับอายในวันนั้นยังฝังใจเธอจนถึงวันนี้

“ฉันไม่มีวันลืมดอก เพราะเหตุครานั้น ทำให้ฉันอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี ไม่กล้าออกงานใดอีกเลย แม้ภายหลังจะรู้ว่าเป็นฝีมือแม่สาลี่ แต่ก็ไม่มีหลักฐานใดเอาผิดได้ จึงได้แต่ปล่อยไปเท่านั้น”

นมแสงกับแรมมองหน้ากันเครียดๆ ก่อนที่บ่าวสาวจะทนไม่ไหว โพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“ขนาดคุณหญิงเป็นภรรยาหลวง คุณสาลี่ยังทำได้ ถ้ามีลูก บ่าวไม่กล้าคิดเลยเจ้าค่ะ ว่าพวกเราจะอยู่กันยังไง”

“จะอยู่กันยังไง ก็อยู่กันเหมือนเดิมน่ะล่ะ ท่านเจ้าคุณไม่ปล่อยให้ใครมารังแกคุณหญิงได้ตามใจชอบดอก”

“แล้วพวกเราเล่าเจ้าคะคุณนม คุณนมมั่นใจว่าเราจะไม่ถูกรังแกหรือเจ้าคะ”

ไม่มีใครตอบคำถามของแรมได้ เช่นเดียวกับเที่ยง ที่ไม่เข้าใจเหตุผลของเย็นเลย เมื่อเขาขอแต่งงานอีกครั้ง

“ฉันไม่ไปจากที่นี่ดอกจ้ะ คุณหญิงมีบุญคุณกับฉันนัก ฉันจะอยู่ที่นี่”

เที่ยงหน้าเสีย โอดเสียงอ่อน “เอ็งเองก็ไม่ได้หวังสุขสบาย ได้ขึ้นเป็นเมียท่านเจ้าคุณ แล้วจะอยู่เป็นทาสไปเพื่อกระไร ถ้าจะทดแทนบุญคุณคุณหญิง ก็ทำอย่างอื่นได้ไม่ใช่รึ”

“สักวัน...พี่จะเข้าใจเองจ้ะ แต่เพลานี้ฉันคงพูดกระไรไม่ได้มาก”

ooooooo

เวลาสิบกว่าวันที่ต้องห่างกัน ทำให้เย็นกับพระยาสีหโยธินรู้ใจตัวเองมากขึ้น ว่าโหยหาและคิดถึงกันแค่ไหน เย็นได้แต่เฝ้ารอจะได้เห็นเขากลับมาอย่างปลอดภัย เช่นเดียวกับท่านเจ้าคุณ คิดถึงเธอทุกลมหายใจเข้าออก แทบรอให้ถึงวันกลับไม่ไหว และเมื่อถึงวันนั้น ทองก้อนก็แวะมากราบขอบคุณ

“ท่านเจ้าคุณมีบุญคุณกับกระผมนักหนา หากท่านเจ้าคุณไม่ให้ความเป็นธรรม กระผมคงสิ้นเนื้อประดาตัว”

“มิต้องขอบอกขอบใจดอก มันเป็นหน้าที่ของฉัน ฉันเป็นข้าราชการ ถ้าไม่ให้ความเป็นธรรมแก่อาณาประชา ราษฎร์แล้ว จะคู่ควรเป็นข้าราชการอยู่อีกรึ”

ความยุติธรรมสัตย์ซื่อของพระยาสีหโยธินได้รับเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะจากพวกชาวบ้านและพวกพ่อค้าต่างชาติ คงมีเพียงพระมหาเทพที่ลอบมองมาด้วยความอิจฉาที่เพื่อนได้ดีเกินหน้าเกินตา!

สายวันเดียวกันที่เรือนบุญมี...อนุคนสวยพยายามจะใกล้ชิดเที่ยงตามที่หัวใจเรียกร้อง แต่สาลี่ซึ่งกำลังจะไปบ่อนผ่านมาเห็นเสียก่อน เลยแกล้งปรากฏตัวให้เห็น

เที่ยงรีบผละจากบุญมี ละล่ำละลักแก้ตัว ว่าเจ้านายสาวแค่เมตตาเช็ดเหงื่อให้เท่านั้น แต่สาลี่กับแอบก็ไม่เชื่อ

บุญมีร้อนตัว แหวลั่น “อย่าคิดว่าจะปรักปรำกันได้ง่ายๆนะแม่สาลี่ ฉันไม่ได้ทำกระไรผิด หากลัวคนตอหลดตอแหลไปฟ้องท่านเจ้าคุณไม่...คนที่เข้านอกออกในบ่อนทุกเมื่อเชื่อวันต่างหากที่ควรต้องกลัวท่านเจ้าคุณมากกว่า”

ถึงคราวสาลี่หน้าเสียบ้าง ไม่คิดว่าจะมีใครล่วงรู้ความลับ แต่กระนั้นก็ยังปากดี

“ก็เอาซี...ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าระหว่างเข้าบ่อนกับคบชู้กับทาส โทษใครมันจะหนักกว่ากัน!”

บุญมีโมโหมาก ขู่ให้หุบปาก แต่สาลี่กลับลอยหน้าลอยตาท้าทาย “ฉันจะพูด หล่อนจะทำกระไรได้ ทาสโสโครก มีแต่เหงื่อไคลทั้งตัว หล่อนยังทอดสะพานให้ได้ คำว่าใฝ่ต่ำ คงยังน้อยไปกระมัง”

แอบตั้งท่าปกป้องเจ้านายเต็มที่ บุญมีกับม้วนเลยต้องถอย แต่ไม่วายอาฆาตไล่หลัง

“มึงยังรู้จักกูน้อยไป อีแอบ อีสาลี่!”

ooooooo

.

--------------------

นางทาส ตอนที่ 4

แม้จะปากดีต่อปากต่อคำบุญมีว่าไม่กลัวความลับเรื่องเข้าบ่อนจะแตก แต่ความจริงสาลี่ประสาทเสียมาก แอบไม่รู้เรื่องมัวก่นด่าบุญมีตามประสาคนรักนายใครแตะไม่ได้ จนสาลี่รำคาญเอ็ดลั่น

“นังแอบ...นังโง่! ท่านเจ้าคุณเป็นถึงพระยา รูปร่างหน้าตาสง่างามหาที่ติไม่ได้ ถ้าอีบุญมีมันนอกใจไปหาทาสอย่างอ้ายเที่ยงก็โง่เกินคนแล้ว ที่มันเช็ดเหงื่อให้กันก็เพราะอีบุญมีมันกำพืดต่ำ เลยไม่ถือเนื้อถือตัวต่างหากเล่า”

“อ้าว...แล้วเหตุใดคุณสาลี่ถึง...”

“นังบุญมีมันรู้แล้วว่าข้าเข้าบ่อน ข้าเกรงว่ามันจะไปฟ้องท่านเจ้าคุณ เลยจงใจพูดยั่วให้มันโมโหยอมให้มันตบสักฉาด เท่านี้ก็มีข้ออ้างเล่นงานมันมิให้มันเปิดปากฟ้องท่านเจ้าคุณได้แล้ว แต่เอ็งก็ดันมาขวางจนเสียแผน นังโง่เอ๊ย!”

“เวรกรรม...แม่คุณของบ่าว บ่าวจะไปทันปัญญาแม่คุณได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ...”

แต่ถึงจะระแวงเรื่องบุญมีแค่ไหน สาลี่ก็ไม่เลิกวางอำนาจกับคนทั้งเรือน ไม่เว้นแม้กับแย้ม เพราะถือว่าตนตั้งท้องลูกคนแรกของท่านเจ้าคุณ เที่ยวโขกสับให้ทำโน่นนี่ตามใจชอบ โดยมีแอบเป็นมือเป็นเท้าให้บุญมีอยากสั่งสอนสาลี่ เลยจ้างนักเลงจำนวนหนึ่ง คนของบุญมาไปดักทำร้ายสาลี่กับแอบระหว่างทางกลับจากบ่อน สองนายบ่าวต่อสู้ขัดขืนเต็มกำลัง และเกือบตายคาป่าแล้ว ถ้าเย็นกับเที่ยงจะไม่ได้ยินเสียงกรีดร้อง และมาช่วยไว้ก่อน แต่กระนั้นสาลี่ก็อาการไม่ดี ปวดท้องอย่างหนักจนกลัวว่าจะแท้ง!

ทาสทั้งเรือนต้องวิ่งให้อลหม่านหลังจากนั้น ทั้งตามหมอและต้มยากันให้วุ่นวาย โดยมีแอบคอยบงการทุกอย่าง ทั้งจิกทั้งขู่ จนใครก็ไม่อยากเข้าใกล้ ซึ่งกว่าอาการของสาลี่จะดีขึ้นก็ย่างเข้าวันใหม่แล้ว

แย้มรับฟังเรื่องราวทุกอย่างด้วยความโล่งอก แต่ก็ไม่วายสงสัยเหตุใดสาลี่ถึงไปเจอโจรลอบทำร้ายในเวลาเช่นนั้นได้ บุญมีเห็นเป็นโอกาสดีเลยแฉความลับของสาลี่ว่าต้องเคราะห์ร้ายเพราะติดพนันโป!

บุญมีสาแก่ใจมาก ทำให้ความลับของสาลี่แตกได้ จึงตกรางวัลกลุ่มนักเลงอย่างงามในเวลาต่อมา

“ได้เบี้ยแล้วก็หลบซ่อนให้ดีอย่าให้นังสาลี่หรือคนในเรือนนี้เห็น เกิดมันจำหน้าได้จะวุ่นวายเสียเปล่า”

“แม่นายอย่าห่วงเลย พี่บุญมากำชับมาแล้ว แต่มันน่าเจ็บใจนักหากไม่มีคนมาช่วยคงจัดการสำเร็จไปแล้ว”

“ช่างเถิด...ถือว่าดวงนังสาลี่ยังไม่ถึงฆาตก็แล้วกัน แค่ได้ลดทอนความจองหองของนังสาลี่ไปบ้างข้าก็พอใจมากแล้ว แลเก็บลูกในท้องของมันไว้อาจเป็นคุณแก่เราก็เป็นได้”

กลุ่มนักเลงนิ่วหน้าไม่เข้าใจ บุญมีเลยอธิบาย “สันดานอย่างนังสาลี่ หากคลอดลูกออกมาคงผยองพองขนกดขี่คนทั้งเรือน แลมันยังติดการพนันอีกความฉิบหายวายวอดไม่มาถึงอ้ายท่านเจ้าคุณครานี้แล้วจะมาถึงเมื่อใด”

แต่ที่บุญมีคิดไม่ถึง คือสาลี่มีแผนตั้งรับแล้วด้วยการเก็บเรื่องหายดีจากอาการปวดท้องไว้รอเวลาท่านเจ้าคุณกลับมา และก็ไม่ต้องรอนานเลย เพราะสามีสุดที่รักกลับจากราชการในเย็นวันเดียวกัน

ooooooo

พระยาสีหโยธินไม่พอใจมาก เมื่อบุญมีฟ้องเรื่องสาลี่ถูกโจรทำร้ายระหว่างทางกลับจากบ่อน แย้มไกล่เกลี่ย ไม่ให้สามีหุนหันพลันแล่น แต่ก็ไม่ค่อยได้ผล เพราะท่านเจ้าคุณเกลียดการพนันมาก

แรมทึ่งในความร้ายกาจของบุญมีที่ฉวยโอกาสนี้ ทำลายคู่แข่งอย่างสาลี่ นมแสงเลยบอกให้รอดูท่าทีจากสาลี่ เพราะถ้านับเรื่องปัญญาและความฉลาดแกมโกงแล้ว บุญมียังห่างชั้นจากสาลี่นัก

แล้วก็จริงดังคาด แอบมาถึงเรือนใหญ่หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจ เพื่อรายงานเรื่องสาลี่ท้อง และอาจแท้งเพราะถูกทำร้ายเมื่อคืนก่อน พระยาสีหโยธินได้ยินว่าเมียน้อยกำลังจะมีลูก ก็ลืมความโกรธสิ้น รีบตามแอบไปเรือนสาลี่ด้วยความเป็นห่วง แย้มนั่งมองทุกอย่างด้วยแววตานิ่งสงบ ก่อนจะเบือนหน้ามาทางเย็น

“เห็นแล้วกระมังเย็น ต่อไปฉันคงต้องพึ่งพาเจ้าแล้วนะ”

“บ่าวจะทดแทนบุญคุณคุณหญิงให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ”

เย็นเข้าใจความรู้สึกคุณหญิงดี เพราะอาการท่านเจ้าคุณเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ลืมความผิดทั้งหมดของสาลี่ จนน่ากลัวใจว่าหากคลอดออกมา สาลี่จะยิ่งผยองสักแค่ไหน

บุญมีเจ็บใจมากที่แผนทำลายเมียน้อยคู่ปรับไม่สำเร็จ ต้องปล่อยให้ท่านเจ้าคุณไปปลอบใจและดูอาการสาลี่ ซึ่งสวมบทผู้ถูกกระทำได้อย่างยอดเยี่ยม จนท่านเจ้าคุณเชื่อสนิท

“ถ้าไม่ติดว่าปวดท้องจนไม่เหลือเรี่ยวแรง ฉันจะก้มลงกราบเท้าขออภัยท่านเจ้าคุณเสียประเดี๋ยวนี้ ที่ทำให้ลูกของท่านเจ้าคุณต้องพลอยเสี่ยงอันตรายไปด้วยเจ้าค่ะ”

“แม่สาลี่สำนึกผิดก็ดีแล้ว แต่ทีหน้าทีหลังอย่าไปข้องแวะกับการพนันอีกเลย โจรปล้นสิบครั้งยังเหลือเรือน ไฟไหม้เรือนสิบครั้งยังเหลือที่ทาง แต่เสียพนันครั้งเดียวแม้แต่ที่ซุกหัวนอนยังไม่มี ฉันถึงได้เกลียดการพนันนัก”

“เจ้าค่ะ...ฉันไปเล่นก็ด้วยอยากรู้อยากเห็นเท่านั้น ไม่คิดเลยว่ามันจะนำภัยมาสู่ตัวเจ้าค่ะ”

พระยาสีหโยธินใจอ่อน ยอมให้อภัยเมื่อสาลี่สารภาพผิดและทำท่าเหมือนสำนึกได้จริงๆและอยู่ดูแลตลอดคืน จนกระทั่งได้ยินเสียงขลุ่ยลอยตามลม จึงได้นึกถึงเย็น ดวงหน้าสดใสและท่าทีเขินอายของทาสสาวช่างน่าหลงใหลนัก แต่เขาก็ห่วงลูกในท้องสาลี่มากจนไม่กล้าปลีกตัวไปหาเย็นอย่างที่ใจปรารถนา

ท่าทีของพระยาสีหโยธินที่มีต่อสาลี่ทำให้แย้มต้องคิดหนัก และตัดสินใจจะยกเย็นให้เป็นเมียของท่านเจ้าคุณในเร็ววัน ม้วนแอบได้ยินพวกบนเรือนใหญ่คุยกันเลยรีบนำความไปบอกบุญมี

ข่าวเย็นจะได้เป็นเมียน้อยอีกคนของท่านเจ้าคุณไม่ได้ทำให้บุญมีโกรธเคืองแต่อย่างใด นึกชอบใจด้วยซ้ำ ถึงกับกำชับม้วนให้ทำดีกับเย็นไว้ เพราะหวังร้อยไว้ใช้เป็นพวกในภายหน้า แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือจะได้กันเย็นออกจากเที่ยง ทาสหนุ่มร่างกำยำที่เธอแอบมีใจให้มานาน

“เอ็งทำดีแล้วนังม้วน ข้ามั่นใจว่าหากนังเย็นมันขึ้นเป็นเมียท่านเจ้าคุณเมื่อใดท่านเจ้าคุณต้องหลงมันแน่ ดีกับมันไว้ มันจะได้เป็นมือเป็นตีนให้ข้าภายหลัง”

“แต่ถ้าท่านเจ้าคุณหลงมันจริง คุณบุญมีจะไม่เดือดร้อนหรือเจ้าคะ”

“ท่านเจ้าคุณคงไม่โปรดปรานข้ามากหรือน้อยไปกว่านี้ดอก ต่อให้มีเมียใหม่อีกสิบคนข้าก็ยังเป็นเช่นเดิม แต่คนที่จะทุรนทุรายคือนังสาลี่ต่างหากเล่า”

เที่ยงผ่านมาแถวนั้นพอดี บุญมีเลยแกล้งพูดเสียงดังหวังให้ทาสหนุ่มตัดใจจากเย็น

“จำไว้นังม้วน ต้องปกปิดเรื่องนี้ รอให้คุณหญิงประกาศเอง ว่านังเย็นเปลี่ยนใจยอมเป็นเมียท่านเจ้าคุณแล้ว”

“แล้วเหตุใดคุณบุญมีพูดเสียงดังนักเล่าเจ้าคะ ไหนว่าต้องปกปิดมิให้ใครรู้อย่างไรเล่าเจ้าคะ”

“เอ็งอย่าเซ้าซี้มากความ นังเย็นมันก็หวังสุขสบาย มีเบี้ยอัฐใช้ไม่ขาดมือ แลต่อไปนังเย็นมันเป็นเมียท่านเจ้าคุณแล้ว ก็มีศักดิ์เป็นนายเอ็งด้วย อย่าลืมเสียเล่า”

ooooooo

ความจริงที่เพิ่งได้ยินจากเรือนบุญมี ทำให้เที่ยงร้อนรนมาก ต้องแล่นไปหาเย็นถึงเรือนฟัก เพื่อคาดคั้นความจริงจากปากให้รู้เรื่อง เย็นตกใจมากที่เที่ยงรู้เรื่องแล้ว แต่ก็ยืนยันไม่บอกเหตุผล

“แต่ข้าอยากรู้ บอกข้ามาเถิดเย็น ว่าข้าเข้าใจเอ็งผิดไป เอ็งมิได้หลงในลาภยศจนเอาตัวเข้าแลกใช่หรือไม่”

“พี่จะคิดอย่างไรก็ตามแต่ใจพี่เถิด แต่ฉันรับปากคุณหญิงท่านไปแล้ว จะดีชั่วอย่างไร ฉันก็ต้องทำตาม”

“ที่แท้เอ็งก็เป็นคนเช่นนี้ เอาความสุขสบายเข้าหลอกล่อหน่อย ก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งถูกเทียนลน เสียแรงที่ข้าเฝ้ารักเฝ้าฝันถึงเอ็ง แต่เอ็งกลับไม่ต่างจากหญิงที่ซื้อได้ด้วยเบี้ยเลย”

ฟักนั่งฟังมาตลอด ทนไม่ไหว โต้แทนเย็น “หากนังเย็นมันเคยพูดจาให้ความหวังเอ็งแม้สักน้อย แล้วเอ็งจะโกรธจะเคือง ข้าจะไม่ว่าเลย แต่นี่นังเย็นมันก็ไม่เคยบอกว่าชอบพอเอ็ง แม้แต่ทำตัวให้คิด มันก็ยังไม่ทำ แต่เอ็งกลับมาพาลพาโลใส่มันเช่นนี้ จะถูกหรือวะอ้ายเที่ยง”

“ใช่...พี่ฟักพูดถูก พูดถูกทั้งหมด ฉันมันโง่เง่า คิดไปเองคนเดียว คนอย่างอ้ายเที่ยง จะเอากระไรไปเทียบกับท่านเจ้าคุณ มันควรจะรู้ตัว แลหายโง่เสียได้ตั้งนานแล้ว”

เที่ยงสะบัดหน้าจากไปแล้ว ทิ้งเย็นให้มองตามด้วยความอ่อนใจ ที่จู่ๆก็ถูกโกรธ ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดตนเลย

สาลี่พยายามกักตัวท่านเจ้าคุณ ไม่ให้ลงจากเรือน แย้มเลยบุกถึงเรือนอนุภรรยาคนสวย เพื่อแจ้งข่าวสามี ว่าเย็นเปลี่ยนใจยอมเป็นอนุภรรยาของเขาแล้ว

สาลี่แค้นใจมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเรื่องเย็นจะได้เป็นเมียน้อยอีกคนของท่านเจ้าคุณแพร่สะพัดทั่วเรือนอย่างรวดเร็ว เหล่าทาสพากันเอาอกเอาใจ และทำดีกับเย็นอย่างออกนอกหน้า จนทาสสาวรู้สึกแปลก ฟักเลยต้องปลอบให้ทำใจ และเตรียมใจกับการณ์ข้างหน้า

“พ้นคืนนี้ไปแล้ว ข้าก็จะไม่เตือนเอ็งอีก เมื่อเอ็งตัดสินใจแล้ว...หนทางข้างหน้า มันไม่สุขสบายนักหรอก”

“ฉันรู้จ้ะ...แต่เพื่อทดแทนบุญคุณคุณหญิงท่าน ต่อให้ภายหน้าต้องลำบากกว่านี้สักเท่าใด ฉันก็จะทำจ้ะ”

เย็นพยายามปรับตัว รอรับสถานะใหม่ที่จะมาถึงในไม่ช้า แต่เที่ยงยังทำใจรับไม่ได้ จนต้องไประบายอารมณ์คับแค้นใจ ด้วยการซ้อมมวยอย่างหนัก แอบผ่านมาเห็นเลยสารภาพรักกับเขาอีกครั้ง

“ฉันรู้ว่าพี่ไม่รักฉัน แต่พี่อย่าพูดให้ฉันตัดใจเลย แม้พี่จะไม่เห็นค่าของฉัน แต่ฉันก็จะไม่มีวันเปลี่ยนใจจากพี่”

เที่ยงถอนใจเหนื่อยหน่าย เห็นใจในความรักของแอบ แต่เขาก็ฝืนใจตัวเองไม่ได้

“ข้าขอโทษที่ทำให้เอ็งเสียใจ แต่รักที่เอ็งมีให้ข้านั้น มันมากเสียจนทำให้ข้ากลัว”

จบคำก็ผละหนี ทิ้งให้แอบมองตามด้วยความช้ำใจ เพราะเพียรพยายามเท่าไหร่ก็เปลี่ยนใจเที่ยงไม่ได้

ooooooo

แม้เย็นจะตกปากรับคำ ยอมเป็นเมียน้อยอีกคนแล้ว พระยาสีหโยธินก็อดคาใจไม่ได้ ว่าเหตุใดทาสสาวถึงเปลี่ยนใจ เลยขอให้แย้มเรียกเย็นมาพูดคุย เพราะไม่อยากได้ชื่อว่าฝืนใจใคร

แต่เมื่อถึงเวลานัด สาลี่ก็กักตัวท่านเจ้าคุณ ไม่ยอมให้ไปไหนเหมือนเคย ด้วยการยกเรื่องลูกมาเรียกร้องความสงสารและเห็นใจ จนแย้มต้องให้เย็นกลับเรือนพัก เพราะเห็นว่าดึกแล้ว ท่านเจ้าคุณคงไม่ลงจากเรือนสาลี่แน่

เย็นไม่คิดมาก จะกลับเรือนตามคำสั่ง แต่คงเพราะโชคชะตาฟ้าลิขิต เลยได้พบท่านเจ้าคุณระหว่างทาง พระยาสีหโยธินรู้สึกผิดมาก และไม่รอจนถึงวันพรุ่ง ให้แย้มมาร่วมเป็นพยาน ตัดสินใจเปิดอกถามเย็นตรงๆ

“แต่แรกที่คุณหญิงทาบทามเย็น เย็นไม่ตอบรับหรือบอกปัด แล้วเหตุใดตอนนี้ถึงเปลี่ยนใจเล่า”

“เพราะคุณหญิงเจ้าค่ะ คุณหญิงมีบุญคุณท่วมหัวบ่าว เมื่อคุณหญิงร้องขอ บ่าวจึงไม่กล้าบอกปัดเจ้าค่ะ”

“แสดงว่าเจ้าโดนบังคับอย่างนั้นรึ”

“มิได้เจ้าค่ะ...คุณหญิงมิเคยบังคับบ่าว แต่บ่าวอยากตอบแทนบุญคุณคุณหญิงเองเจ้าค่ะ”

“อยากตอบแทนบุญคุณเท่านั้นรึ แล้วเจ้าไม่รักฉันบ้างหรือไร”

เย็นเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย ตะกุกตะกักตอบ

“บ่าว...บ่าวไม่รู้ดอกเจ้าค่ะ บ่าวไม่เคยมีความรักกับใคร”

ท่าทางเอียงอาย ไร้จริตมารยา ทำให้ท่านเจ้าคุณยิ้มกรุ้มกริ่ม เชยคางเธอขึ้นสบตา

“ไม่รู้อย่างนั้นรึ...ไม่ยากดอก ถ้าเรารักใครสักคน เราก็อยากแต่จะเห็นหน้าคนผู้นั้น”

ประกายตาระยิบระยับของเขา ทำให้เย็นหน้าร้อน ตัวสั่นด้วยไม่เคยใกล้ชิดชายคนไหนมาก่อน ท่านเจ้าคุณชอบใจมาก ประคองเธอให้ลุกยืนประจันหน้ากับตัว พร้อมกับเกี้ยวเสียงหวาน

“เวลาอยู่ใกล้คนคนนั้น ใจก็เต้นรัวเหมือนย่ำกลอง”

ความใกล้ชิดจนแทบได้ยินเสียงหัวใจเต้น ทำให้เย็นตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก ยิ่งได้ยินเสียงเขา ยิ่งใจเต้นแรง

“มันเป็นความสุข หวานซึ้งในอก ยากจะบอกออกมาเป็นคำพูดได้หมด หากเจ้ารู้สึกเช่นนั้นกับใคร นั่นแหละคือความรัก...บอกฉันหน่อยเถิดเจ้า ว่าตอนนี้เจ้ารู้สึกเช่นไร”

จบคำก็ดึงตัวมากอด เย็นเขินมาก แต่ก็ไม่ขัดขืนยอมให้เขาโอบกอด แทนคำตอบในหัวใจ ว่าตนก็มีใจให้เขาไม่ได้ถูกบังคับขืนใจให้มาเป็นเมียน้อยอย่างที่ใครๆคิด...

เมื่อตกลงใจกันได้ พระยาสีหโยธินจึงแจ้งแก่แย้ม ว่ายอมรับเย็นเป็นเมียน้อยอีกคนในเช้าวันต่อมา

“ฉันได้พูดคุยกับเย็นแล้ว รู้ว่าเย็นไม่ได้ถูกบังคับ ฉันก็โล่งใจ แต่คงไม่ถึงกับเป็นอนุภรรยาเหมือนแม่สาลี่กับแม่บุญมีดอก เพราะเย็นมีศักดิ์เป็นทาสมาก่อน แต่ฉันจะยกเย็นขึ้นเป็นเมียกลางทาสี แลเลี้ยงดูให้สุขสบายเสมอกัน”

“ดีแล้วเจ้าค่ะ เป็นไปตามธรรมเนียม จะได้ไม่มีผู้ใดติฉินนินทาเอาได้”

นมแสงกับแรมยินดีมาก และอาสาจะตระเตรียมห้องบนเรือนใหญ่ไว้ให้เย็น ไม่ต้องปลูกเรือนใหม่ ตามสถานะเมียกลางทาสี ซึ่งเป็นรองเมียน้อยอย่างสาลี่กับบุญมี เพราะเคยเป็นทาสมาก่อน

อาการตื่นเต้นของท่านเจ้าคุณว่าแปลกสำหรับทุกคนบนเรือนใหญ่แล้ว อาการของเย็นกลับทำให้ฟักกลุ้มใจมาก เพราะหลังจากพูดคุยกับท่านเจ้าคุณเมื่อคืนก่อน ทาสสาวก็มีอาการเหมือนคนอยู่ในห้วงรัก จนน่ากลัวแทนว่าจะช้ำใจ เพราะฝันไว้มาก ว่าจะมีชีวิตแสนหวานหลังแต่งงานเป็นเมียน้อยของท่านเจ้าคุณ

แต่กระนั้น...เย็นก็เป็นคนเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่หยิ่งหรือผยองตนว่าจะได้เป็นเมียน้อยของท่านเจ้าคุณ อาสาทำงานโน่นนี่ให้คนอื่นเสมอ จนฟักอดเวทนาไม่ได้...คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตาและเวรกรรม

เย็นไปเก็บมะม่วงสุกในสวนให้ฟักในเย็นวันเดียวกัน แล้วอารมณ์ดีๆก็ต้องจางหาย เมื่อดันผ่านไปเห็นสาลี่ กำลังพูดจากับใครบางคนในสวน!

พระมหาเทพนั่นเอง แวะมาเยี่ยมสาลี่ ตามประสาคนคุ้นเคยกัน แต่เหตุผลมากกว่านั้นคืออยากให้อนุภรรยาคนสวยของพระยาสีหโยธิน ช่วยนัดขาวออกมาพบ

สาลี่เข้าใจว่าเป็นเรื่องธุรกิจ เลยรีบจัดการให้ แต่การณ์กลับตาลปัตร กลายเป็นเธอพาขาวมารับเคราะห์ ถูกบังคับกรอกยาขับเลือด เพราะขาวดันเป็นชู้และตั้งท้องกับพระมหาเทพ!

ขาวดิ้นรนขัดขืน แต่ก็สู้แรงลูกน้องพระมหาเทพไม่ไหว ถูกจับกรอกยาจนได้ สาลี่รีบไปดูอาการด้วยความเป็นห่วง เพราะตัวเองก็กำลังจะเป็นแม่คน แต่กลับถูกด่าอย่างไม่มีชิ้นดี

“นังหญิงชั่ว มึงหลอกกู ทำให้ลูกกูต้องตาย กูขอสาปแช่งมึง ให้มึงรับกรรมยิ่งกว่ากู นับร้อยนับพันเท่า!”

สาลี่ผวามาก หลอนจนเก็บเรื่องนี้ไปฝันร้าย ร้องเรียกหาสามีไม่ขาดปาก แต่กว่าเขาจะมาที่เรือนก็ดึกโข

“ฉันตั้งท้องลูกของท่านเจ้าคุณแท้ๆ ท่านกลับทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียว”

“คิดมากไปแล้ว ใช่เสียที่ไหนกันเล่า คนของท่านเจ้าคุณลุงมาพบฉันกลางดึกต่างหาก ฉันถึงต้องออกไปหา”

“มืดค่ำป่านนี้ มีเรื่องกระไรกันอีกเล่าเจ้าคะ”

“ก็แม่ขาว...อนุภรรยาของท่านเจ้าคุณลุงน่ะซีผูกคอตายบนเรือน!”

ooooooo

คำสาปแช่งของขาวตามหลอกหลอนสาลี่จนไม่เป็นทำอะไร แถมพาลพาโลหัวเสียใส่ทุกคน จนแม้แต่แอบก็เข้าหน้าไม่ติด สุดท้ายเมื่อทนไม่ไหว อนุภรรยาคนสวยก็แอบออกไปบ่อนโปของเครา

สาลี่พยายามบอกตัวเองว่าแค่เล่นแก้เครียด แต่ดูท่ามือเธอจะไม่ค่อยดี เพราะเสียแทบทุกรอบ เคราเฝ้ามองตามอนุภรรยาคนสวยของพระยาสีหโยธินด้วยแววตาหื่นกระหาย จนพระมหาเทพต้องปราม

“แค่คิดเท่านั้นนะโว้ย อย่าทำกระไรเป็นอันขาด ข้ายังต้องใช้งานอีนี่อีกมากนัก”

“อย่าห่วงเลยขอรับ กระผมรู้ดีว่าต้องทำอย่างไร เอ่อ... แล้วคุณพระจะให้แม่สาลี่เริ่มเสียพนันเมื่อใดดีขอรับ”

“วันนี้เลย อีกไม่นานข้าจะมีงานใหญ่ แต่ดูท่าอีสาลี่มันคงหวาดกลัวข้าเสียแล้ว ฉะนั้น...ก็ให้มันติดหนี้ให้มากที่สุด มันจะได้ช่วยงานข้าโดยมิกล้าบิดพลิ้ว”

ระหว่างที่สาลี่จมกับการพนันในบ่อน แย้มต้องต้อนรับพ่อค้าชาวจีนที่เคยรู้จักกันตั้งแต่รุ่นพ่อ ด้วยความอึดอัดใจ เพราะอีกฝ่ายพยายามเสนอข้าวของราคาแพง เป็นสินบนให้ช่วยเรื่องโครงการต่อเรือ

แย้มรู้ดีว่าพระยาสีหโยธินได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการต่อเรือนี้ และคงไม่เล่นด้วยแน่ จึงปฏิเสธสินน้ำใจของเหล่าพ่อค้าด้วยความประนีประนอม แต่เมื่อท่านเจ้าคุณทราบเรื่องในบ่ายวันเดียวกัน ก็โกรธจนตัวสั่น

“แล้วเหตุใดไม่ไล่ตะเพิดมันไป มีอย่างรึ...มาติดสินบาทคาดสินบนกันถึงในเรือน ดูแคลนกันเกินไปแล้ว”

“ฉันทำอย่างนั้นไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ เขามาติดสินบนแล้วเราไม่รับ ก็เสียหน้ามากพอแล้ว หากยังไล่ส่งลงจากเรือนอีก จะอับอายกลายเป็นโทสะ แลเปลี่ยนเป็นอาฆาตกันเสียเปล่าๆ เท่ากับสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็นเลยนะเจ้าคะ”

“ก็เพราะคุณหญิงเป็นคนใจดีน่ะสิ หากเป็นฉันล่ะก็...”

“อย่าโกรธไปเลยเจ้าค่ะ นี่เพียงแค่คนแรกเท่านั้น เพราะการที่ท่านเจ้าคุณได้คุมการต่อเรือ มันล่อตาล่อใจคนนัก ภายหน้าคงมีคนเช่นนี้เข้ามาอีกมาก”

พระยาสีหโยธินรู้แก่ใจว่าแย้มพูดถูกทุกคำ แต่ก็อดหงุดหงิดไม่ได้ ก่อนจะพยายามข่มอารมณ์ ถามถึงสาเหตุที่เธอแวะมาหาถึงที่ทำงาน แย้มส่งยิ้มบางๆให้สามี แล้วแจ้งข่าวดีว่าได้ฤกษ์ส่งตัวเย็นเข้าหอแล้ว

“อีกไม่กี่วันดอกเจ้าค่ะ แต่มีข้อติดขัดอยู่บ้าง ฉันจึงต้องรีบมาบอกท่านเจ้าคุณไว้ก่อน”

ท่านเจ้าคุณหน้าเสีย แย้มเลยรีบบอกให้สบายใจ

“ดวงของท่านเจ้าคุณกับเย็นนั้นขัดกัน ท่านพระครูท่านเลยให้แก้เคล็ด ด้วยการไม่ให้ท่านเจ้าคุณกับเย็นพบปะหน้ากัน จนกว่าจะถึงวันส่งตัวเจ้าค่ะ เริ่มตั้งแต่วันนี้เลยนะเจ้าคะ”

ฤกษ์ส่งตัวไม่ได้มาพร้อมข่าวร้ายสำหรับพระยาสีหโยธินเท่านั้น แต่ทาสสาวก็ต้องเจ็บผิวแทบถลอก เมื่อแย้มสั่งให้ฟักขัดสีฉวีวรรณทาสสาวทุกวัน จนกว่าจะถึงวันส่งตัว

แต่ที่เย็นไม่รู้คือระหว่างนั่งให้ฟักขัดตัวริมคลองหน้าเรือน พระมหาเทพก็ผ่านมาเห็นโดยบังเอิญ และติดตาต้องใจทาสสาวหน้าตาผ่องแผ้วของบ้านพระยาสีหโยธินเหลือเกิน จนหมายใจว่าจะต้องแวะเยี่ยมในเร็ววัน

แย้มพอใจผลงานของฟักมาก เพราะทำให้เย็นผุดผาดขึ้นทันตาเห็น แต่กระนั้น...ว่าที่เมียน้อยคนใหม่ก็อดโอดไม่ได้ ทั้งเจ็บทั้งแสบและเมื่อยไปทั้งตัว กว่าจะเสร็จกรรมวิธีขัดสีฉวีวรรณแต่ละวัน

ฟักส่งสายตาดุๆให้ เอ็ดไม่ให้โวยเพราะเป็นหน้าที่ จนแย้มต้องปลอบ “อดทนหน่อยเถิดเย็น ตอนฉันออกเรือนกับท่านเจ้าคุณ ลำบากกว่านี้มากนัก แต่ถือเสียว่าเป็นครั้งเดียวในชีวิตของลูกผู้หญิงที่จะสวยงามที่สุดก็แล้วกัน”

เย็นรับปากจ๋อยๆ นมแสงเลยกำชับให้ระวังตัว อย่าให้ท่านเจ้าคุณเห็นหน้าก่อนฤกษ์วันส่งตัวเป็นอันขาด แย้มเชื่อว่าเย็นคงไม่มีปัญหา แต่สามีของเธอต่างหากที่น่าเป็นห่วง!

ooooooo

พระยาสีหโยธินหงุดหงิดงุ่นง่าน และไม่เต็มใจจะทำตามคำบอกของท่านพระครูจริงๆอย่างที่แย้มคาด เหมือนเช่นวันนี้ ที่เขาถูกขอร้องให้ลงเรือนทางด้านหลัง ไม่ให้ลงด้านหน้าเหมือนเคย

แย้มพยายามกล่อมอย่างใจเย็น “ก็ทุกเช้า...เย็นจะต้องขึ้นเรือนมาทำความสะอาด เกิดเจอท่านเจ้าคุณขึ้นมา ก็เสียฤกษ์หมดสิคะ” ท่านเจ้าคุณหัวเสียมาก แย้มต้องเตือนสติ “ท่านพระครูท่านย้ำนักย้ำหนาว่าดวงขัดกัน หากจะฝืนรับเย็นเป็นเมีย ก็ต้องแก้เคล็ดเสียก่อน หาไม่จะนำความทุกข์มาให้ท่านเจ้าคุณกับเย็นเองนะเจ้าคะ”

“เอาเถิดๆ หากฉันไม่ทำ ก็จะเป็นการไม่เชื่อฟังท่านพระครู แต่ขอให้คุณหญิงรู้ไว้ ว่าฉันไม่เต็มใจเลย”

ฝ่ายบุญมี...ไม่ละความพยายามจะเล่นงานสาลี่ รอจังหวะที่อีกฝ่ายไปบ่อน แอบขึ้นเรือนใหญ่ไปฟ้องท่านเจ้าคุณ โดยมีม้วนเป็นพยานยืนยัน พระยาสีหโยธินโกรธมาก แล่นไปถึงเรือนสาลี่เพื่อตรวจดูให้เห็นกับตา แต่การณ์กลับตาลปัตร เพราะสาลี่กลับถึงเรือนทันเวลาพอดี และแอบปีนหน้าต่างมารับหน้าสามีเสียก่อน

ม้วนกับบุญมีอ้าปากค้าง คิดไม่ถึงว่าสาลี่จะกลับจากบ่อนทัน ซึ่งสาลี่ก็รู้ดี ปรายตามองอย่างเย้ยหยัน แล้วเริ่มสวมบทโศก ตัดพ้อสามีที่หูเบาตามเมียน้อยคู่ปรับมาจับผิดเธอถึงเรือน

“ฉันสัญญาว่าจะไม่เล่นอีก เหตุใดไม่เชื่อใจกัน เสียแรงฉันตั้งท้องลูกท่านเจ้าคุณ แต่ท่านเจ้าคุณกลับไม่ไว้ใจ”

สาลี่บีบน้ำตายกใหญ่ แล้วก็ผลุนผลันเข้าเรือน โดยมีแอบตามติด พระยาสีหโยธินถึงกับหน้าเสีย

“แม่สาลี่! นังม้วน...เอ็งใส่ความเมียข้า หาว่าแม่สาลี่ไปบ่อน ทั้งที่หลับบนเรือนแท้ๆ เอ็งได้โดนดีแน่!”

ขาดคำม้วนก็ถูกลากตัวไปลงโทษ ใช้กะลามะพร้าวตบปากหลายที โดยมีบุญมีตามไปดู แต่ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะหลักฐานคาตาคาปาก พระยาสีหโยธินไม่ได้สนใจใคร มัวเคาะประตูง้องอนสาลี่

สาลี่ได้ยินเสียงรู้สึกผิดของสามีก็ย่ามใจ แกล้งโอดน้อยใจที่เขาตามจับผิด

“ใครจะกล้าโกรธเจ้าคะ คนชั่วมีชนักติดหลังอย่างฉัน ขออยู่กับลูกในท้อง ไม่ขอพบหน้าท่านเจ้าคุณเจ้าค่ะ”

“แม่สาลี่ไม่ผิดดอก ฉันผิดเองที่หูเบา ยกโทษให้ฉันเถิด”

แอบสบตารู้ทันกับเจ้านายสาว ก่อนจะตะโกนบอกท่านเจ้าคุณให้กลับก่อน รอให้ใจเย็นกันกว่านี้ แล้วจะไปเชิญเขามาด้วยตัวเอง พระยาสีหโยธินไม่มีทางเลือก จำต้องกลับก่อน ทิ้งให้สองนายบ่าวมองตามเครียดๆ โดยเฉพาะสาลี่...เสียวสันหลังวาบ ไม่เคยคิดเลยว่าบุญมีจะเล่นงานได้เจ็บแสบขนาดนี้

แต่ที่น่าเป็นกังวลกว่านั้น คือแม้จะเกือบถูกจับได้ แต่สาลี่ก็ไม่คิดเลิกเข้าบ่อน อย่างน้อยก็เวลานี้ เพราะเสียพนันไปมาก จักต้องถอนทุนคืน จึงจะถอนตัวได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่

เย็นเฝ้ามองเหตุการณ์ม้วนโดนทำโทษจนเลือดกบปากด้วยความสังเวชใจ แต่ที่ทำให้เธอต้องมานั่งกลุ้มกลางดึก ไม่ใช่เพราะสงสารม้วน แต่เป็นสายตาของเที่ยง ที่มองมาอย่างหมางเมิน

ฟักเห็นท่าทางซึมๆ ก็อดถามด้วยความห่วงใยไม่ได้ และเมื่อรู้สาเหตุก็ถึงกับถอนใจยาว “เมื่อเอ็งเลือกแล้วว่าจะเดินทางใด เอ็งก็ต้องใจแข็ง ไม่มีผู้ใดรักษาทุกสิ่งทุกอย่างไว้ได้ดอก บางครา...ก็ต้องมีเสียเพื่อแลกมาซึ่งอีกสิ่ง”

เย็นพยักหน้ารับนิ่งๆ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว เมื่อมีแมงป่องหลายตัวหล่นจากมุ้งที่กำลังกาง และเพียงพริบตาเดียว ทาสสาวก็โดนกัดจนข้อมือบวมเป่ง!

ooooooo

เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของเย็น ทำให้เที่ยงวิ่งหน้าตื่นเข้ามา ฟักซึ่งเป็นคนทายาให้เย็น จึงเริ่มตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดถึงมีแมงป่องหลุดเข้ามาในเรือนพักพวกเธอได้ เย็นเองก็สงสัย แต่ก็หาคำตอบไม่ได้

“เราไม่รู้ดอกเย็น...คนริษยาที่เอ็งกำลังจะได้เป็นเมียกลางทาสีของท่านเจ้าคุณมีไม่น้อย หาใช่มีแต่คุณสาลี่เท่านั้นไม่ อาจเป็นบ่าวไพร่คนใดในเรือนก็ได้ทั้งนั้น”

ฟักพูดจบก็ผละไปต้มยา เพราะดูท่าแผลบวมบนข้อมือเย็นจะอักเสบเป็นแน่ เที่ยงเลยรับหน้าที่ทายาแทน ท่าทีเป็นห่วงเป็นใยและสัมผัสอ่อนโยนของเขา ทำให้เย็นอดยิ้มไม่ได้

“ฉันดีใจจ้ะ นึกว่าพี่เที่ยงจะโกรธเคือง จนไม่มองหน้าฉันเสียแล้ว”

“ข้าไม่เคยโกรธเคืองเอ็ง ข้าเพียงแต่เสียใจ แต่เอ็งไม่ผิดดอก คนเราก็ต้องอยากสุขสบายเป็นธรรมดา”

“ฉันไม่ได้รับปากเป็นเมียท่านเจ้าคุณ เพราะต้องการสุขสบายดอกจ้ะ”

“แล้วเอ็งรับปากเพราะกระไรรึ”

“แต่แรก...ฉันต้องการทดแทนบุญคุณคุณหญิง ต่อมา...”

ใบหน้าแดงก่ำ เต็มไปด้วยความเขินอาย ทำให้เที่ยงรู้ทัน ถอนใจปลงๆ

“เอ็งไม่เคยมีใจให้ข้า เพราะเอ็งมีใจให้ท่านเจ้าคุณใช่หรือไม่”

คำถามของเที่ยงไม่ได้รับคำตอบ เช่นเดียวกับความสงสัยของพระยาสีหโยธินในคืนเดียวกันว่าเหตุใดค่ำคืนนี้ถึงไม่ได้ยินเสียงขลุ่ยของเย็นเหมือนเคย...แล้วท่านเจ้าคุณก็ได้รับคำตอบในเช้าวันต่อมา เมื่อแย้มมารายงานว่าเย็นถูกแมงป่องต่อยกลางดึก ข้อมือบวมมาทำงานไม่ได้

พระยาสีหโยธินเป็นห่วงว่าที่เมียน้อยคนใหม่มาก อยากไปเยี่ยมให้คลายห่วงและคิดถึง แต่แย้มก็เตือนให้นึกถึงคำขอของท่านพระครู ไม่ให้เจอหน้าเย็นก่อนถึงฤกษ์ส่งตัว เลยทำให้ท่านเจ้าคุณหงุดหงิดใจมาก

แย้มถึงกับถอนใจยาว เมื่อสามีลงเรือนไปทำงาน ก่อนจะหันไปสบตาแรมที่ยิ้มกรุ้มกริ่มด้วยความชอบใจ

“ขนาดยังไม่ได้แต่งเป็นเมีย ท่านเจ้าคุณยังหลงขนาดนี้ เห็นที...วาสนาคุณสาลี่คงหมดสิ้นลงครานี้ล่ะเจ้าค่ะ”

สาลี่ไม่ได้สนใจว่าทาสคนไหนจะเป็นจะตาย มัวพะวงเรื่องเงินพนันที่เสียเมื่อคืนก่อน จนต้องแล่นไปเข้าบ่อนแต่เช้าเพื่อแก้มือ แม้แอบจะทัดทานให้เห็นแก่ลูกในท้อง อนุภรรยาคนสวยก็ไม่เปลี่ยนใจ

เครารออยู่แล้ว และเริ่มลงมือทำให้สาลี่เสียพนันจนหมดตัว ก่อนจะแสร้งทำตัวเป็นมิตร เสนอเงินให้เธอยืมไปแก้มือ สาลี่ตามเล่ห์เหลี่ยมคนพวกนี้ไม่ทัน พะวงแต่เรื่องเงินที่เสียไป เลยยอมรับมา แต่ก็เสียแล้วเสียอีก จนหนี้บานท่วมหัว มากกว่าจำนวนเงินที่เธอเสียเมื่อวันก่อนไม่รู้กี่เท่า

พระมหาเทพติดตาต้องใจในความสวยของเย็นยิ่งนัก และเช้าวันเดียวกันนี่เอง เขาก็หอบหิ้วข้าวของมากมายมาเยี่ยมแย้ม พลางกวาดตามองหาทาสสาวที่หมายตาไปด้วย และความหวังก็เป็นจริง เมื่อเย็นขึ้นมาเรือนใหญ่ แย้มเลยแนะนำให้รู้จักคุณพระหนุ่ม เพื่อนสนิทของพระยาสีหโยธิน

“กิริยามารยาทงามนัก ถ้าไม่บอกว่าเป็นบ่าว ฉันยังนึกว่าเป็นญาติกับคุณหญิงเสียอีก ชื่อเย็นรึ...ชื่อช่างเหมาะกับตัวนัก เห็นแล้ว ฉันก็เย็นตาเย็นใจขึ้นมาทันทีเชียว”

เย็นจำได้ว่าเขาคือคนเดียวกับที่เธอเห็นคุยกับสาลี่เมื่อวันก่อน แต่ไม่อยากแสดงท่าทีให้เขารู้ พระมหาเทพเลยเกี้ยวพาต่อไปแบบไม่เก็บอาการ แย้มทนไม่ไหวต้องโพล่งตัดบท ว่าเย็นกำลังจะได้เป็นเมียน้อยอีกคนของท่านเจ้าคุณ!

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #3 on: 28 July 2026, 15:01:33 »


นางทาส ตอนที่ 5

พระมหาเทพเจ็บใจมากที่พระยาสีหโยธินเกลอรักได้ของดีไปหมด ไม่เว้นแม้แต่เย็นทาสสาวที่เขาหมายตา ความโกรธทุกอย่างเลยถูกพาลไปลงกับสาลี่ ด้วยการทำให้ติดพนันและเสียเงินจนหมดตัว

สาลี่กลับถึงเรือนเย็นวันเดียวกันด้วยอารมณ์หงุดหงิดสุดขีด เมื่อเห็นเย็นซึ่งผ่านมาที่ท่าน้ำโดยบังเอิญก็พาลพาโลใส่ ทั้งเหม็นหน้า ทั้งร้อนตัวกลัวอีกฝ่ายจะรู้ว่าตนแอบไปบ่อน

เย็นถูกยั่วประสาทจนหลุดว่ารู้ความลับของอีกฝ่าย สาลี่เลยยิ่งเต้นผางเอ็ดลั่น

“เอ็งนี่มันฉลาดเกินทาสนัก แต่คนฉลาดเกินวาสนามักจะนำภัยมาสู่ตัว”

จบคำก็ยื่นมือไปบีบปากเย็น พร้อมขู่เสียงเข้ม

“ถ้าเอ็งไม่อยากเตรียมหลังของเอ็งไว้รองหวาย ก็อย่าบอกใครว่าเจอข้าที่นี่เป็นอันขาด จำใส่กะโหลกไว้!”

เย็นถูกผลักหน้าหงาย แต่ยังพยายามข่มอารมณ์ ตอกเสียงเรียบ

“ถึงคุณสาลี่ไม่สั่ง บ่าวก็ไม่บอกผู้ใดเจ้าค่ะ บ่าวสำนึกตัวดีว่าเป็นทาสขัดดอก ไม่กล้ายุ่งเรื่องนายดอกเจ้าค่ะ”

“เจียมตัวให้ตลอดเถิดนังเย็น เผยอขึ้นมาวันใด ข้าจะถีบเอ็งให้กลับไปอยู่ก้นครัววันนั้น!”

สาลี่หัวเสียมาก แม้รู้ดีว่าเย็นคงไม่บอกใครเรื่องตนเข้าบ่อน แต่ก็อดระแวงไม่ได้ เมื่อพระยาสีหโยธินแวะมาค้างด้วยในคืนเดียวกันก็พาลค่อนแคะตัดพ้อโน่นนี่จนท่านเจ้าคุณอ่อนใจ

“วันนี้แม่สาลี่พิกลนัก นอกจากจะไม่อ่อนหวานเหมือนทุกคราวแล้ว ยังตั้งหน้าตั้งตาหาเรื่องฉันให้จงได้ หรือกลัวว่าฉันจะรักเย็นมากกว่าแม่สาลี่ อย่ากลัวไปเลย ไม่ว่าฉันจะมีเมียอีกกี่คน ฉันก็จะให้ความเป็นธรรมเสมอกันทุกคน”

“ถ้าเช่นนั้น ท่านเจ้าคุณรับปากรึไม่เจ้าคะ จะให้นังเย็นเป็นแค่เมียกลางทาสี ไม่ยกเป็นเมียกลางนอกเท่าฉัน”

“โดยศักดิ์ก็ต้องเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่หากเย็นมีลูกให้ฉัน ฉันก็จำเป็นต้องยกเย็นขึ้นมาเป็นเมียกลางนอก”

“นี่จะให้นังเย็นมันขึ้นมาเสมอฉัน แลลูกของมันยังเสมอด้วยลูกฉันอีกหรือเจ้าคะ”

พระยาสีหโยธินเห็นว่าสาลี่ออกอาการมากไปเลยปรามเสียงเข้ม “แล้วแม่สาลี่จะให้ลูกของฉัน เป็นแค่ลูกเมียกลางทาสีไร้ศักดิ์ใดๆกระนั้นรึ ฉันบอกแล้วว่าฉันจะให้ความเป็นธรรมเสมอกัน ลูกฉันทุกคนก็ต้องได้ด้วย”

สาลี่เจ็บแค้นมากที่ท่านเจ้าคุณรักและหลงเย็นจนไม่ยอมตามใจเธอเหมือนเคย เช่นเดียวกับแอบ เป็นเดือดเป็นร้อนแทนเจ้านายไปด้วยตามประสาพวกนายว่าขี้ข้าพลอย

“น่าแค้นใจนัก สถุลสกุลต่ำอย่างอีเย็น จะขึ้นเทียบแม่คุณของบ่าว แต่มันก็ยังเด็ก อาจจะท้องก็ได้นะเจ้าคะ”

“ถ้ากระนั้นเอ็งก็ต้องช่วยข้า ลูกข้าเกิดมาเมื่อใด ข้าจะให้ท่านเจ้าคุณหลงลูกจนลืมนังเย็น ส่วนเอ็ง...ก็ต้องหาทางใส่ร้ายป้ายสีมัน ให้ท่านเจ้าคุณระอามันให้จงได้!”

ooooooo

เรื่องของเย็นเหมือนเป็นหอกแหลมทิ่มแทงใจสาลี่ตลอดทั้งคืน จนถึงกับต้องเข้าวัดทำบุญกรวดน้ำ เผื่ออะไรจะดีขึ้น แต่อนุภรรยาคนสวยของพระยาสีหโยธินกลับต้องประสาทเสียมากกว่าเดิม เมื่อเจอกับพระมหาเทพโดยบังเอิญ!

แม้จะกลัวคุณพระหนุ่ม เพราะเห็นกับตาว่าเขาโหดเหี้ยมและเลือดเย็นแค่ไหน ฆ่าลูกตัวเองในท้องขาวได้ลงคอ แต่สาลี่ก็ยังข่มใจให้นิ่ง บอกเขาตรงๆว่าไม่อยากเจอกันอีก พระมหาเทพไม่สะทกสะท้านแถมแก้ตัวอย่างหน้าไม่อายว่าขาวฆ่าตัวตาย ไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย

“ก็ถ้าคุณพระไม่บังคับแม่ขาวกินยาขับเลือด แม่ขาวจะคิดสั้นรึ แลนั่นก็เลือดในอกคุณพระแท้ๆ คุณพระยังทำได้ แล้วฉันจะกล้าอยู่ใกล้คุณพระได้อีกอย่างไร”

“มันคนละเรื่องกันนา เรื่องแม่ขาว ฉันทำเพราะจำเป็น แต่กับแม่สาลี่ เราก็ช่วยเหลือกันดีมาตลอดไม่ใช่รึ”

“แล้วฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าวันไหนคุณพระจะมีความจำเป็นต้องฆ่าฉันขึ้นมา”

“ฉันจะฆ่าแม่สาลี่ด้วยเหตุอันใดเล่า มีแต่จะเอาโชคลาภมาให้แม่สาลี่เท่านั้น”

สาลี่ยิ้มเยาะ รู้ทันอีกฝ่ายว่าหวังให้เธอช่วยเรื่องโครงการต่อเรือที่สามีเธอเป็นคนคุม แต่เพราะยังหวั่นวีรกรรมอำมหิตของเขาเลยไม่อยากเสี่ยง พระมหาเทพเห็นท่าไม่ดีเลยงัดไม้เด็ดมาหลอกล่อ ด้วยการเสนอตัวจะช่วยคิดแผนใส่ร้ายเย็นไม่ให้ได้เผยอเป็นเมียอีกคนของพระยาสีหโยธิน!

แผนการของพระมหาเทพเริ่มต้นในช่วงสายของวันเดียวกัน ด้วยการหอบผ้าผืนงามห่อใหญ่มอบให้สาลี่นำไปกำนัลแย้ม เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ระหว่างที่ตัวเองยกหีบเครื่องประดับมีราคาไปกำนัลอีกต่อ

แย้มไม่ทันระวังมัวสนใจดูผ้าจากสาลี่ด้วยความตื่นตาตื่นใจ พระมหาเทพเลยฉวยจังหวะนี้ส่งสัญญาณให้ลูกน้องแอบหยิบแหวนจากหีบ แล้วแกล้งโวยวายหลังจากนั้นว่าแหวนหาย!

พระมหาเทพแกล้งทำเป็นหวังดีเสนอจะซื้อของใหม่มาชดใช้นายห้าง เพราะเครื่องประดับเหล่านี้เขานำมาให้คุณหญิงเลือกเท่านั้นยังไม่ได้ซื้อมา แต่แย้มไม่ยอมเห็นว่าตนต้องรับผิดชอบ หากมีของมีค่าหายบนเรือน

บ่าวไพร่เรือนพระยาสีหโยธินจึงต้องช่วยกันตามหาแหวนหลังจากนั้น ซึ่งก็เข้าทางพระมหาเทพกับสาลี่ จะใส่ร้ายเย็น ด้วยการนำแหวนไปซ่อนบนเรือนพักของฟัก โดยมีแอบสวมบทพยานนำคนของคุณพระไปตามหาด้วยตัวเอง

เย็นหน้าซีดเผือดละล่ำละลักบอกว่าไม่ได้เป็นขโมย แต่สาลี่ก็ไม่ยอมแถมเรียกบุญมีกับม้วนมาร่วมเป็นพยาน ยื่นข้อเสนอร่วมกับพระมหาเทพจะเอาเย็นมาลงโทษให้ได้ แย้มลังเลเพราะเชื่อแน่ว่าเย็นไม่ใช่ขโมย แต่ก็ไม่มีหลักฐานหรือพยานยืนยัน จนสาลี่เกือบได้สั่งเฆี่ยนเย็นอยู่แล้วถ้าเที่ยงจะไม่ไปตามพระยาสีหโยธินกลับมาเสียก่อน!

ooooooo

สีหน้าเด็ดเดี่ยวของเย็นที่เหมือนจะยินยอมรับโทษ แต่หัวเด็ดตีนขาดก็จะไม่รับผิดในสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ ทำให้พระยาสีหโยธินตัดสินใจทำบางอย่าง ด้วยการเรียกแย้ม พระมหาเทพและแอบไปคุยในห้อง

แอบเล่ารายละเอียดทุกอย่างให้ฟังอีกครั้ง เริ่มตั้งแต่แหวนหาย จนกระทั่งหาเจอที่ใต้หมอนของเย็น แย้มนิ่วหน้าไม่เข้าใจว่าสามีจะทำอะไร จนต้องเอ่ยปากถามด้วยความอยากรู้

“ขอประทานโทษนะเจ้าคะ ที่แอบเล่ามา ฉันยังไม่เห็นจะเป็นข้อผิดแปลกประการใดเลยเจ้าค่ะ”

“เพลานี้ยังไม่ผิดแปลกดอกคุณหญิง แต่คุณหญิงกับคุณพระได้ยินกันชัดแล้วนะ ว่าแหวนถูกซ่อนไว้ใต้หมอน”

กว่าพระมหาเทพจะรู้ตัวว่าเสียรู้เกลอรัก ก็เมื่อได้ยินพระยาสีหโยธินซักไซ้ลูกน้องตนว่าหาแหวนเจอที่ใดและใครเป็นคนเจอ ลูกน้องพระมหาเทพไม่รู้เรื่องตอบตามตรงว่าพบแหวนในตู้และแอบเป็นคนพบ แผนใส่ร้ายทั้งหมดเลยเป็นโมฆะ เพราะทั้งแอบและลูกน้องพระมหาเทพให้การไม่ตรงกัน!

แอบหน้าซีดเผือด ต่างจากพระยาสีหโยธินเหยียดยิ้มบางๆ ก่อนจะหันไปพูดกับแย้มและพระมหาเทพ

“คุณหญิงกับคุณพระได้ยินชัดแล้วกระมัง อันที่จริง... คดีนี้มีข้อพิรุธแต่แรก เพราะหากฉันขโมยของมีค่าเช่นนี้ ฉันคงไม่โง่เอาไปเก็บไว้ใต้หมอนตัวเอง รอคนมาค้นเจอดอก”

บุญมีกับม้วนสบตากันอึ้งๆ ดูท่าคดีจะพลิก เย็นพ้นข้อกล่าวหาและแอบกลายเป็นคนผิด พระมหาเทพร้อนตัว กลัวถูกซัดทอดลุกพรวดถีบลูกน้องกระเด็นพร้อมก่นด่าเสียงเข้ม

“อ้ายสารเลว! มึงกล้าทำเรื่องจัญไรใส่ร้ายคนอื่นเชียวรึ”

ไม่ใช่แค่ลูกน้องคุณพระที่ต้องลนลานด้วยกลัวความผิด สาลี่ก็ตะลึงไม่แพ้กันก่อนจะสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินสามีคาดคั้นความจริงจากบ่าวคนสนิท แอบชำเลืองมองเจ้านายสาวแล้วตัดสินใจก้มกราบท่านเจ้าคุณ

“เป็นความผิดของบ่าวเองเจ้าค่ะ บ่าวทนไม่ได้ที่อีเย็นจะรุ่งเรือง จึงวางแผนใส่ร้าย แต่บ่าวกระทำไปแต่ผู้เดียว ไม่มีผู้ใดในเรือนนี้รู้เห็นทั้งสิ้นเจ้าค่ะ”

คำสารภาพของแอบทำให้เย็นรอดตัวไปได้ บุญมีกับม้วนเลยฉวยโอกาสนี้ซ้ำเติมแอบยุให้ท่านเจ้าคุณลงโทษอย่างสาสมไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง แย้มพยายามไกล่เกลี่ยเหมือนเคยแต่ก็ไม่ได้ผล พระยาสีหโยธินโกรธมาก และตัดสินโทษให้เฆี่ยนแอบอย่างหนักจะได้ไม่เหิมเกริมใส่ร้ายเย็นเช่นนี้อีก

สาลี่รู้สึกผิดมากที่บ่าวคนสนิทต้องรับโทษแทน และทนดูไม่ได้จนต้องไปสั่งให้เลิกเฆี่ยน ฟักไม่ยอม เพราะถือคำสั่งของท่านเจ้าคุณเป็นที่ตั้ง สาลี่เลยโวยลั่น ขู่จะทำโทษ

ฟักลอบถอนใจยาวก่อนจะคุกเข่าพนมมือ “บ่าวไม่กล้าทำให้คุณสาลี่ขุ่นเคืองใจดอกเจ้าค่ะ แต่บ่าวเป็นหัวหน้าทาส รับคำสั่งท่านเจ้าคุณมาให้ลงโทษนังแอบ ถ้าบ่าวไม่ทำ ก็จะมีผิดติดตัว จึงไม่อาจตามใจคุณสาลี่ได้เจ้าค่ะ”

“อีฟัก! มึงกล้าลองดีกับกู กูจะให้มึงเห็นดีประเดี๋ยวนี้ จับอีฟักไว้ แล้วเฆี่ยนมันให้เท่ากับที่เฆี่ยนอีแอบ”

พวกทาสมองหน้ากันเลิ่กลั่กแต่ไม่มีใครกล้าจับฟักตามสั่ง หัวหน้าทาสสาวใหญ่เลยต้องพูดเอง

“บ่าวทำหน้าที่ของบ่าวเสร็จ บ่าวจะตามคุณสาลี่ไปหาท่านเจ้าคุณเองเจ้าค่ะ ถ้าท่านเจ้าคุณเห็นว่าบ่าวควรถูกลงโทษ บ่าวจะยอมรับโทษโดยไม่ปริปากเจ้าค่ะ”

สาลี่โมโหจะตบฟักให้หายคลั่ง โชคดีที่แอบโพล่งขึ้นก่อน “แม่คุณของบ่าว...บ่าวทำผิด ควรแก่โทษแล้ว อย่าให้ความเมตตาของคุณสาลี่ ย้อนกลับมาเป็นภัยแก่ตัวคุณเองเลยนะเจ้าคะ ให้บ่าวได้รับโทษเถิดเจ้าค่ะ”

พูดจบก็เบือนหน้าไปทางฟัก ขอร้องให้รีบสำเร็จโทษเสียก่อนจะทนไม่ไหว หัวหน้าทาสสาวใหญ่นับถือน้ำใจแอบมากแต่คำสั่งท่านเจ้าคุณถือเป็นคำขาดเลยจำต้องสั่งเฆี่ยนจนครบ

ooooooo

แอบถูกเฆี่ยนจนหลังแตกยับ สาลี่รู้สึกผิดมากใส่ยาให้บ่าวคนสนิท พลางขบกรามแน่นด้วยความแค้นเคืองอย่างที่สุด จนหมายมั่นจะต้องล้างแค้นเอาคืนจากเย็นให้ได้สักวัน!

เย็นไม่รู้ตัวว่าจะมีภัยถึงตัวมัวอึ้งเมื่อได้รู้จากท่านเจ้าคุณว่าเที่ยงเป็นคนตามเขามาช่วย พระยาสีหโยธินเห็นอาการทาสสาว ก็เดาได้ว่าคงมีเรื่องบางอย่างและก็เห็นจริงเมื่อได้พูดจาเปิดอกกับเที่ยงในเวลาต่อมา

“เอ็งชอบเย็นรึอ้ายเที่ยง” เที่ยงหน้าเสีย แต่พระยาสีหโยธินกลับยิ้มน้อยๆ “ข้าอาบน้ำร้อนมาก่อนเอ็ง แลมีเมียมาแล้วสามคน ทำไมจะดูไม่ออก แต่เอ็งไม่ต้องกลัว ข้าเชื่อใจเย็น ไม่ถือโทษเอ็งดอก”

“ท่านเจ้าคุณเชื่อใจคนถูกแล้วขอรับ เพราะคนที่นังเย็นมีใจให้ คือท่านเจ้าคุณ มิใช่กระผม”

พูดจบก็ยกมือไหว้แล้วกลับเรือนพัก ทิ้งพระยาสีหโยธินให้มองตามนิ่งๆ เห็นใจทาสหนุ่มไม่น้อย

“ข้าชอบน้ำใจเอ็งนักอ้ายเที่ยง แต่ไม่ควรมารักหญิงคนเดียวกันเลย”

แผนใส่ร้ายเย็นล่มไม่เป็นท่า สาลี่เลยจะบอกปัดพระมหาเทพไม่ช่วยเรื่องโครงการต่อเรือ แต่ข้อเสนอของคุณพระก็เย้ายวนใจเหลือเกิน โดยเฉพาะข้อที่ว่า เขาจะใช้หนี้พนันและให้หยิบยืมไปเล่นอีก

“แม่สาลี่อย่ากลัวเลย ฉันสาบานว่าฉันไม่เคยคิดร้ายกับแม่สาลี่ แลแม่สาลี่ลองตรองดู ว่าที่แม่สาลี่เทียมหน้าเทียมตากับคุณหญิงแย้มได้เป็นเพราะกระไร ถ้าไม่ใช่เพราะแม่สาลี่ช่วยเหลือฉันรึ หากแม่สาลี่จะเลิก ก็คงต้องยอมเป็นรองคุณหญิงแย้มตลอดไป ถ้าเช่นนั้น...ก็สุดแต่ใจแม่สาลี่เถิด”

นับว่าพระมหาเทพตีถูกจุด เพราะสิ่งเดียวที่สาลี่ยอมไม่ได้และไม่มีวันยอม คือเป็นรองแย้ม!

จบเรื่องวุ่นวายบนเรือนใหญ่ ทุกอย่างก็คืนสู่สภาพปกติ เย็นได้รับผ้าผ่อนและเครื่องหอมมากมายจากแย้ม เพื่อเตรียมตัวเข้าหอในอีกไม่กี่วัน แต่แทนที่ทาสสาวจะมีความสุขกลับคิดถึงบ้านและครอบครัวอย่างบอกไม่ถูก

“ฉันอยู่ดีมีสุข แต่มิรู้ว่าพ่อแม่แลพี่ชายฉันจะเป็นอย่างไรบ้าง”

ฟักส่ายหน้าเบาๆ เวทนาชะตากรรมของทาสสาวนัก

“เอ็งคิดถึงพ่อแม่ก็เขียนจดหมายไปหาซี เอ็งเป็นหนังสือไม่ใช่รึ ฝากใครที่เอ็งรู้จักไปก็ได้”

“ฉันไม่รู้จักใครเลยจ้ะพี่ฟัก พ่อเอาฉันมาขัดดอกให้คุณหญิง รอว่าพ่อมีเบี้ยเมื่อใดก็จะมาไถ่ตัวฉันไป ฉันรู้อยู่แค่นั้น แม้แต่ทางกลับบ้าน ฉันยังกลับไม่ถูกเลย”

“เวรกรรม...แล้วข้าจะช่วยเอ็งได้อย่างไรเล่า นังเย็นเอ๊ย...”

ไม่ใช่แค่เย็นเท่านั้นที่คิดถึงบ้าน ทุกคนในครอบครัวก็คิดถึงเธอเช่นกัน โดยเฉพาะพ่อแม้จะป่วยหนักแต่ก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่ตัดสินใจขายลูกสาวเพื่อแลกกับเบี้ยอัฐยังชีพ ยืนพี่ชายคนเดียวของเย็นพยายามเกลี้ยกล่อมพ่อให้กู้เงินเพิ่ม จะได้หาเงินมาไถ่ตัวเย็น แต่พ่อและแม่ก็ไม่ยินยอมกลัวจะติดหนี้มากกว่าเดิม

แต่กระนั้น...ยืนก็ไม่ยอมแพ้ ตัดสินใจบากหน้าไปพบทิดอ่ำเพื่อขอที่อยู่น้องสาว ทิดอ่ำอึกอักไม่อยากบอกเพราะพ่อของอีกฝ่ายเคยขอไว้ แต่ก็เห็นใจยืนไม่น้อยเลยยอมบอกด้วยความเวทนา

ooooooo

แผนล้วงข้อมูลโครงการต่อเรือจากพระยาสีหโยธินเริ่มในคืนเดียวกันนั่นเอง โดยสาลี่ฉวยโอกาสตอนท่านเจ้าคุณหลับสนิท แอบเอาดินเหนียวไปปั๊มกุญแจห้องทำงานของเขา และอีกหลายวันต่อมา

พระมหาเทพก็ดำเนินแผนขั้นต่อไป ด้วยการถ่วงเวลาท่านเจ้าคุณไว้ที่วัด ระหว่างที่สาลี่บุกถึงห้องทำงานสามี เพื่อคัดลอกข้อมูล

ในที่สุดวันส่งตัวของเย็นก็มาถึง แย้มกับนมแสงวุ่นวายกันใหญ่ เตรียมตัวทาสสาวให้เป็นเมียน้อยอีกคนของท่านเจ้าคุณ ต่างจากเที่ยงช้ำใจนักหนา เพราะคืนสำคัญของเย็นเป็นคืนเดียวกับที่เขาต้องขึ้นชกในงานวัด ในนามนักมวยของพระยาสีหโยธินสู้กับนักมวยของพระมหาเทพ

เที่ยงงุ่นง่านใจมาก เลยไประบายอารมณ์ด้วยการซ้อมมวยอย่างหนัก แอบผ่านมาเห็น เลยอวยพรเขาให้โชคดี ทาสหนุ่มรู้สึกผิดมากซึ้งใจในความรักความห่วงใยของอีกฝ่าย แต่ก็ตอบรับความรู้สึกไม่ได้จริงๆ

บุญมีเป็นอีกคนที่อยากอวยพรทาสหนุ่ม ด้วยการจะยกสร้อยพระให้ แต่เที่ยงก็ไม่ยอมรับ จนเกิดยื้อยุดกันไปมา กระทั่งม้วนผ่านมาเห็น บุญมีตึงเปลี่ยนท่าทีเป็นดุด่ากลบเกลื่อน เที่ยงถึงกับงงเดาใจเจ้านายสาว
ไม่ถูกเลยจริงๆ

สาลี่หงุดหงิดใจมากที่ท่านเจ้าคุณจะเข้าหอกับเมียน้อยคนใหม่ แต่ติดที่ต้องเอาเอกสารซึ่งแอบคัดลอกจากห้องทำงานของเขาไปให้คุณพระ เลยจำต้องออกไปวัด พระมหาเทพเปิดดูด้วยความพอใจมาก แม้ข้อมูลจะน้อย ไม่มากและละเอียดอย่างที่ต้องการ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

แย้มกับนมแสงช่วยกันเตรียมตัวเย็นจนเกือบถึงเวลาฤกษ์ จึงพาว่าที่เมียน้อยคนใหม่ของท่านเจ้าคุณไปห้องพักบนเรือนใหญ่ เย็นกวาดตามองห้องใหม่ของตนด้วยแววตาตื่นเต้นดีใจ ก่อนจะหน้าเจื่อน เมื่อคิดได้ว่าตนเป็นแค่เมียทาส คงไม่มีวาสนาพอจะขึ้นมาอยู่เรือนใหญ่

“อย่ากังวลไปเลย เย็นได้ปลดปล่อยเป็นไทมิใช่ทาสแล้ว เย็นย่อมมีศักดิ์จะได้อยู่บนเรือนเช่นเดียวกับฉัน”

แย้มปลอบให้สบายใจ โดยมีนมแสงช่วยเสริม

“อยู่ด้วยกันบนเรือน มีกระไรก็ช่วยเหลือกัน น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า อย่าได้เอาเรื่องศักดิ์ฐานะมาคิดมากเลยนะ”

เย็นจะก้มกราบด้วยความซึ้งใจ แย้มร้องห้าม แต่เย็นก็ไม่ยอม ดึงดันจะกราบให้ได้

“ให้บ่าวได้กราบคุณหญิงเถิดเจ้าค่ะ นับแต่บ่าวเกิดมา ไม่เคยมีใครดีกับบ่าวเช่นนี้มาก่อนเลย ไม่นับที่คุณหญิงมีบุญคุณช่วยชีวิตบ่าวไว้ เพียงแค่เมตตาที่คุณหญิงมีให้ ชาตินี้บ่าวก็ทดแทนไม่หมดแล้วเจ้าค่ะ”

“ถ้าจะทดแทนบุญคุณ ก็เริ่มจากการไม่เรียกตัวเองว่าบ่าวอีก แลไม่ต้องกราบไหว้กระไรทั้งนั้น ทำได้รึไม่เล่า...”

ooooooo

ในที่สุดฤกษ์ส่งตัวเย็นก็มาถึง เช่นเดียวกับเวลาขึ้นชกของเที่ยงในงานวัด พระมหาเทพลำพองใจมาก มั่นใจว่านักมวยของตนต้องชนะนักมวยของพระยาสีหโยธินเกลอรักเป็นแน่ ส่วนเที่ยง...ไม่ได้สนใจท่าทีคุณพระนัก มัวปล่อยตัวปล่อยใจเหม่อลอยถึงเรือนใหญ่...ด้วยช้ำใจยิ่งนักที่ต้องเสียเย็นให้ท่านเจ้าคุณ

ด้านเย็น...ไม่ได้มีจิตใจนึกถึงเที่ยงเลย ด้วยกำลังประหม่าสายตาแพรวพราวของท่านเจ้าคุณในห้องหอ

“เหตุใดต้องหลบตาฉันด้วย หันมามองกันสักหน่อยไม่ได้รึ”

“ท่านเจ้าคุณมีกระไรก็พูดมาเถอะเจ้าค่ะ บ่าวฟังอยู่ มิต้องหันไปก็ได้”

ท่านเจ้าคุณแกล้งดุ “เรียกตนเองว่ากระไรนะ”

“บ่าว...เอ่อ...ฉันขอประทานโทษเจ้าค่ะ”

“ต้องอย่างนี้ซี...แม่เย็นของฉัน”

พูดจบก็ดึงตัวว่าที่เมียคนใหม่มากอด ก่อนจะเอ่ยถามเสียงหวาน

“แม่เย็น...แม่เย็นรักฉันบ้างหรือไม่”

เย็นเขินจัด หน้าแดงก่ำ “ไม่รู้เจ้าค่ะ”

“จนส่งตัวเข้าหอแล้ว แม่เย็นยังไม่รู้ใจตัวเองอีกรึ”

“แม้ฉันจะเกิดมาต้อยต่ำ แต่ขึ้นชื่อว่าหญิงแล้ว ไม่มีผู้ใดถูกสอนให้บอกรักชายก่อนดอกเจ้าค่ะ”

“ถ้าเช่นนั้น...ฉันบอกแม่เย็นก่อนก็ได้ ฉันรักแม่เย็นนะ”

เย็นอายมาก แต่ก็ปลื้มใจยิ่งนัก ท่านเจ้าคุณเองก็ชอบใจมาก เชยคางเธอขึ้นสบตา

“ว่าอย่างไรเล่า ฉันรอฟังคำตอบให้ชื่นใจอยู่”

“ฉันรักแลเทิดทูนท่านเจ้าคุณยิ่งกว่าชีวิตเจ้าค่ะ”

พระยาสีหโยธินปลื้มใจมาก โอบกอดว่าที่เมียคนใหม่ด้วยความรักและหวงแหนสุดหัวใจ ก่อนที่เย็นจะผละห่างออกมา เพื่อเป่าขลุ่ยให้เขาฟังเหมือนทุกๆคืน ท่านเจ้าคุณชอบใจมาก แม้เธอจะเป่าได้เพลงเดียวก็ไม่คิดเบื่อ

“วันนี้ไม่เบื่อ แต่วันหน้าคงไปฟังจากผู้อื่นกระมังเจ้าคะ”

ถ้อยคำกระเง้ากระงอด ทำให้ท่านเจ้าคุณถึงกับหัวเราะถูกใจ “ฉันเป็นชายเจ้าชู้ก็จริง แต่มิใช่ชายไร้น้ำใจ แม่เย็นอย่าได้กลัวเลยว่าฉันจะเบื่อแม่เย็นจนไปมีคนอื่น เพราะรักที่ฉันมีต่อแม่เย็นนั้น จะไม่มีวันแปรเปลี่ยนเป็นอันขาด”

คำสัญญารักของท่านเจ้าคุณ ทำให้เย็นใจละลาย ยอมเอนกายบนเตียงให้เขาเชยชมให้สมใจรัก แต่กระนั้นก็ตัวสั่น เพราะไม่เคยต้องมือชายใดมาก่อน พระยาสีหโยธินเลยต้องปลอบขวัญ

“อย่ากลัวไปเลย ฉันรักเย็น ฉันจะทะนุถนอมเย็นเป็นอย่างดี อย่าได้หวาดกลัวกระไรอีกเลยนะ”

เย็นเข้าหอกับท่านเจ้าคุณแล้วด้วยความแช่มชื่นและเต็มใจ เที่ยงเลยได้แต่โหยไห้และอาลัยจนไม่มีแก่จิตแก่ใจจะชกมวยปล่อยให้คู่ต่อสู้เล่นงานจนเกือบลุกไม่ขึ้น แต่พลันภาพเย็นได้สมรักกับท่านเจ้าคุณก็ผุดขึ้นในหัว ทาสหนุ่มเลยของขึ้นเกิดแรงฮึดลุยเล่นงานคู่ต่อสู้คืนจนชนะการแข่งขันได้ในที่สุด!

ooooooo

สาลี่แค้นใจมากที่เย็นได้เป็นเมียน้อยท่านเจ้าคุณโดยสมบูรณ์ เลยรอเวลาถึงเช้าตรู่ของวันต่อมาส่งแอบไปเชิญตัวสามีมาที่เรือน โดยอ้างว่าตนไม่ค่อยสบาย นมแสงรู้ทันแผนของเธอเลยพยายามขวางไว้

“ข้าคงให้เอ็งไปรบกวนท่านเจ้าคุณไม่ได้ดอก แต่ข้าจะให้คนตามหมอไปดูคุณสาลี่ให้ก็แล้วกัน”

แอบลอยหน้าลอยตาโต้กลับ “ถ้าแค่ไปตามหมอ อีฉันไปตามเองได้เจ้าค่ะ แต่ท่านเจ้าคุณเคยสั่งไว้ ว่าหากคุณสาลี่เป็นกระไรให้รีบมากราบเรียน ถ้าอิฉันไม่ทำจะมีความผิด คุณนมรับโทษแทนอิฉันได้หรือเจ้าคะ”

นมแสงถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าแอบจะกล้าต่อปากต่อคำกับตนเช่นนี้ ร้อนถึงแย้มต้องออกโรงเอง

“ถ้าเช่นนั้น ให้ฉันไปดูอาการแม่สาลี่แทนท่านเจ้าคุณเองก็แล้วกัน อย่างไรเสีย...หน้าที่ดูแลทุกข์สุขผู้คนในเรือนนี้ก็เป็นของฉันอยู่แล้ว แลหากท่านเจ้าคุณจะตำหนิ แอบก็บอกว่าเป็นคำสั่งของฉันเถิด”

แอบถึงกับพูดไม่ออก ต้องยอมให้แย้มกับนมแสงตามไปดูอาการเจ้านายสาวถึงเรือน สาลี่ไม่พอใจมาก และทันทีที่ได้อยู่ตามลำพังกับแย้มก็แกล้งพูดประชดและแดกดัน

“เป็นพระคุณเหลือเกินเจ้าค่ะที่คุณหญิงเมตตามาดูแลฉันแทนท่านเจ้าคุณ ภายหน้า...ฉันจะสั่งสอนลูกให้สำนึกในบุญคุณคุณหญิงนะเจ้าคะ”

แย้มไม่ถือสายิ้มบางๆก่อนจะตอกกลับ “เรื่องเล็กน้อย แม่สาลี่อย่าใส่ใจเลย แลท่านเจ้าคุณมีเมียหลายคน ก็อาจมีลูกตามๆกันมาอีก อย่าให้ลูกๆทุกคนต้องมารุมสำนึกในบุญคุณของฉันเพียงคนเดียวเลย”

“ลูกที่เกิดจากเมียคนอื่น ก็ไม่เหมือนเกิดจากฉันดอกเจ้าค่ะ”

“กระนั้นรึ...แต่ฉันว่าท่านเจ้าคุณขึ้นชื่อเรื่องความยุติธรรม ย่อมรักลูกทุกคนเสมอกัน มิเกี่ยงดอกว่าเกิดจากผู้ใด”

สองเมียต่างลำดับชั้นจ้องหน้าอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนจะแยกจากกันหลังจากนั้น สาลี่หัวเสียมาก แต่ก็ทำได้แค่มองตามแย้มเคืองๆ และบ่นพึมพำกับบ่าวคนสนิท...ต้องหาทางเอาคืนคุณหญิงมาทีหลังนั่นให้ได้!

แย้มก็หงุดหงิดใจไม่แพ้สาลี่ แต่เพราะไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น และเป็นคนมีเหตุผลเลยพอเข้าใจได้ ว่าอีกฝ่ายคงงุ่นง่านเพราะความหึงหวง เลยออกอาการพาลพาโลไม่เลือกเช่นนี้

แต่นมแสงกลับไม่คิดเช่นนั้น ด้วยรู้นิสัยและสันดานสาลี่ดี ว่าเจ้าคิดเจ้าแค้นและเจ้าแผนการเพียงใด

“ใครมาได้ยินเข้า คงว่านมเข้าข้างแต่ฉัน ทั้งที่ฉันก็เจ้าแผนการไม่น้อยกว่าแม่สาลี่นักดอก”

“โอ๊ย...เทียบกันไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ แต่แรก...คุณหญิงมิเคยคิดร้ายกับคุณสาลี่เลย มีแต่คุณสาลี่เท่านั้นที่รังควาญหาเรื่องคุณหญิงก่อน ถ้าเราไม่สู้ก็มีแต่รอวันตายเท่านั้นซีเจ้าคะ”

“แม่สาลี่ชังฉัน ด้วยฉันมาทีหลัง แต่กลับได้เป็นภรรยาเอก แลได้ตำแหน่งคุณหญิง จะว่าไปน่าเห็นใจไม่น้อย”

“น่าเห็นใจก็จริงเจ้าค่ะ แต่คุณหญิงเป็นเมียพระราชทาน มีศักดิ์เหนือคนอื่นตามธรรมเนียมแต่โบราณ คุณสาลี่จะมาถือข้อมาก่อนมาหลัง แล้วริษยาอาฆาตคุณหญิงจะถูกหรือเจ้าคะ แลสิ่งที่คุณสาลี่ทำนั้น ก็หยาบหยามนัก จะไม่ให้คุณหญิงปกป้องศักดิ์ของตนได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ...”

ooooooo

คำพูดของนมแสงพาแย้มย้อนอดีตไปเมื่อหลายปีก่อน สมัยที่เธอแต่งงานกับท่านเจ้าคุณใหม่ๆ และรับสาลี่มาเป็นอนุภรรยา วันนั้นเธอกับสามีไปทำบุญที่วัด สาลี่เฝ้ามองด้วยความอิจฉาและหึงหวง เพราะท่านเจ้าคุณมัวพะเน้าพะนอแต่เธอเลยแกล้งสะดุดจนขาแพลง

ท่านเจ้าคุณซึ่งตอนนั้นเป็นแค่พระสีหโยธินเป็นห่วงอนุภรรยาคนสวยมาก แต่เพราะมีงานต้องรีบสะสาง เลยทิ้งภาระให้เป็นหน้าที่ของแย้ม สาลี่เลยฉวยโอกาสนี้ แกล้งโอดและขอร้องให้เมียหลวงที่ตนแสนชังนวดข้อเท้าให้!

แย้มดึงตัวเองจากอดีตยังจำความรู้สึกกระอักกระอ่วนของตัวเองได้ดีที่ต้องนวดเท้าให้สาลี่ แม้วันเวลาจะผ่านไปนานหลายปีแล้วความเกลียดชังของอีกฝ่ายก็ดูจะไม่ลดลงเลย

นมแสงได้แต่ถอนใจเหนื่อยหน่าย “คุณหญิงเหนือกว่าคุณสาลี่ทุกทาง มิว่าจะกิริยา มารยาท ชาติตระกูล สมบัติพัสถาน คุณสาลี่ยังกล้ารังควาญ มิต้องคิดเลยว่าวันใดที่คุณสาลี่เป็นต่อกว่า จะทำอย่างไรกับคุณหญิงบ้าง”

“ฉันรู้จ้ะนม ก็อย่างที่นมบอกล่ะจ้ะ ถ้าไม่สู้ก็เท่ากับรอวันตายเท่านั้น ฉันถึงยกเย็นให้ท่านเจ้าคุณอย่างไรล่ะจ๊ะ”

“แม้ท่านเจ้าคุณจะรักใคร่เมตตาเย็น แต่ก็เพียงทอนความยโสของคุณสาลี่ลงเท่านั้น ยังไม่เพียงพอดอกเจ้าค่ะ”

“นมหมายความว่ากระไรจ๊ะ”

“นมอยากให้คุณหญิงมีลูกกับท่านเจ้าคุณเจ้าค่ะ มีลูกด้วยกันวันใด วันนั้นคุณหญิงถึงจะมีความมั่นคง เพลานี้ท่านเจ้าคุณกำลังหลงใหลเย็น คุณหญิงก็ฉวยโอกาสที่ท่านเจ้าคุณอยู่ติดเรือนใหญ่ให้มากเข้าไว้ซีเจ้าคะ”

ระหว่างที่แย้มครุ่นคิดถึงสิ่งที่นมแสงแนะนำ พระยาสีหโยธินกับเย็นกำลังตกในห้วงรักตามประสาพวกข้าวใหม่ปลามัน ท่านเจ้าคุณรักและหลงเมียน้อยคนใหม่มากถึงขั้นสั่งคนให้นำต้นสายหยุดมาลงนับสิบต้น เพื่อเป็นของขวัญวันแต่งงานให้เธอ เย็นตื่นตาตื่นใจมากกวาดตามองรอบสวนด้วยความชอบใจ จนท่านเจ้าคุณต้องเย้า

“แม่เย็นชอบดอกสายหยุดมากรึ”

“แต่ก่อน...ก็ชอบเหมือนดอกไม้อื่นเจ้าค่ะ แต่นับแต่ท่านเจ้าคุณให้มาปลูก ฉันก็นึกชอบมากขึ้นเจ้าค่ะ”

“ถ้าชอบ...ฉันจะปลูกให้มากกว่านี้อีก แม่เย็นเห็นดอกสายหยุดคราใด จะได้นึกถึงฉัน ถ้าเห็นทุกวันก็นึกถึงฉันทุกวัน แม้ฉันต้องไปราชการ ไม่อยู่กับแม่เย็น แต่ก็เหมือนเราอยู่ด้วยกันอย่างไรล่ะ”

เย็นมีความสุขมากคืนแต่งงานแสนหวานและความรักจากท่านเจ้าคุณ ทำให้เมียน้อยคนใหม่ไม่มี

แก่ใจจะคิดถึงใครอื่นนอกจากสามีหมาดๆ โดยไม่รู้เลยว่าเที่ยงต้องบาดเจ็บปางตายแค่ไหน แม้จะชนะคู่ต่อสู้สร้างชื่อให้ท่านเจ้าคุณ แต่ก็ไม่มีใครสนใจไยดี นอกจากแอบ...ที่เฝ้าปรนนิบัติและดูแลจนเขาหายดีในที่สุด

วันเวลาผ่านไปเป็นเดือน...พระยาสีหโยธินมีความสุขมาก โดยเฉพาะเวลาได้อยู่กับเย็น เที่ยงพยายามข่มใจไม่ให้คิดมาก แต่ก็ยังทำใจไม่ได้ดีนักเลยตัดสินใจจะไถ่ตัวเพื่อออกจากเรือนท่านเจ้าคุณให้เร็วที่สุด

ท่านเจ้าคุณเองก็ไม่ได้ขัดข้อง ยินดีด้วยแถมยกเงินค่าไถ่ตัวให้เป็นเงินตั้งตัวอีกต่างหาก

“แต่เงินรางวัล ท่านเจ้าคุณก็ยกให้กระผมแล้วนะขอรับ”

“เอ็งอยู่กับข้ามานานปีงานการไม่เคยขาดตกบกพร่อง แข่งมวยคราใด เอ็งก็เอาชนะให้ข้าได้ทุกครั้ง นับกันแล้ว ข้ายังได้มากกว่าหนี้ที่เอ็งติดข้าเสียอีก”

เที่ยงซึ้งในน้ำใจของอีกฝ่ายมาก ก้มกราบและลงจากเรือนด้วยสีหน้านิ่งสงบ...เมื่อเย็นรู้เรื่องเที่ยงจะออกจากเรือน ก็อดใจหายไม่ได้ อยากไปล่ำลาตามประสาคนคุ้นเคยและเคยมีบุญคุณกันมา แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะฟักห้ามไว้

“เอ็ง...เอ่อ...แม่เย็นเป็นเมียท่านเจ้าคุณ แม้จะเป็นแค่เมียกลางทาสี แต่ก็ถือว่าเป็นเมีย ได้ปลดจากทาสเป็นไท จะทำกระไรก็ต้องนึกถึงศักดิ์ศรีท่านเจ้าคุณให้มากไว้”

“ฉันเพียงแค่ไปส่งพี่เที่ยงเท่านั้น ถือเป็นการไม่นึกถึงศักดิ์ศรีของท่านเจ้าคุณเชียวหรือจ๊ะ”

“อ้ายเที่ยงมันคิดอย่างไรกับแม่เย็น แม่ก็แจ้งใจอยู่ แลบ่าวไพร่ก็รู้กันทั้งเรือน หากแม่เย็นลงไปส่งอ้ายเที่ยง จะมิถูกนินทาจนเสื่อมเสียไปถึงท่านเจ้าคุณรึ”

“แต่พี่เที่ยงเคยช่วยเหลือฉันไว้มาก ฉัน...”

“แม่เย็นหาทางทดแทนอ้ายเที่ยงทางอื่นเถิด อย่าเอาตัวไปใกล้ชิดเลย แม่เย็นก็รู้ว่าคนริษยาแม่มีมากนัก อย่าให้เรื่องเช่นนี้มาทำให้แม่เย็นต้องมัวหมอง แลนำความเดือดร้อนมาสู่ตนเองเลย”

ooooooo

.

--------------------

นางทาส ตอนที่ 6

แอบเศร้าใจมากต้องเห็นเที่ยงออกจากเรือนพระยาสีหโยธิน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเขาไม่เคยมีใจ และเห็นเธอเป็นแค่คนรู้จักที่มีน้ำใจต่อกันยามเจ็บป่วยเท่านั้น

บุญมีก็เซ็งไม่แพ้กัน ไม่อยากให้เที่ยงไปไกลหูไกลตา แต่ก็แสดงออกไม่ได้ กลัวคนสงสัย สุดท้ายต้องส่งคนของบุญมาสะกดรอยตาม จนรู้ว่าเที่ยงอยู่วัด ก็โล่งใจ เพราะตนกำลังคิดการใหญ่ วางแผนลอบฆ่าท่านเจ้าคุณอีกครั้ง หากเที่ยงยังอยู่ที่เรือน คงเลี่ยงไม่ได้ ต้องตายกันไปข้าง

พระยาสีหโยธินไม่รู้ตัวว่าจะมีภัย มัวเป็นทุกข์ เมื่อมีคนมาร้องเรียนเรื่องโครงการต่อเรือ ซึ่งพระมหาเทพประมูลได้ไป แย้มเป็นเดือดเป็นร้อนแทนสามีมาก เพราะรู้ดีกว่าใคร ว่าเขาเป็นคนซื่อสัตย์แค่ไหน

“แต่ฉันกลับไม่แปลกใจเท่าใด นึกอยู่แล้วสักวันต้องมาถึง คุณพระมหาเทพเป็นเกลอเก่าฉันมาแต่เล็กแต่น้อย เมื่อได้งานหลายครั้งเข้า คนย่อมสงสัย ใจจริง...ฉันไม่อยากให้คุณพระเข้ามาข้องเกี่ยวงานของฉันเลย แต่ฉันก็บังคับคุณพระไม่ได้ จึงต้องมีเหตุเช่นนี้เข้าสักวัน”

แรมนั่งฟังอยู่ด้วย อดเป็นกังวลแทนเจ้านายไม่ได้ ตีโพยตีพายใหญ่จนแย้มต้องดุ พระยาสีหโยธินเห็นสีหน้าจ๋อยๆของบ่าวสาวคนสนิทของเมียหลวงก็ส่ายหน้าโบกมือ

“ช่างเถิด...แรมมันพูดไปโดยซื่อ อย่าไปดุเลย แต่ฉันดีใจนะ ที่คุณหญิงเชื่อใจฉัน มิได้สงสัยเหมือนคนอื่น”

“อยู่ด้วยกันมาจนป่านนี้แล้ว ไม่เชื่อใจท่านเจ้าคุณแล้วจะเชื่อใจผู้ใดเล่าเจ้าคะ”

“ช่างเป็นโชคของฉันนัก ที่ได้คุณหญิงมาเป็นศรีเรือน คุณหญิงเป็นนางแก้วของฉันโดยแท้”

สาลี่รู้เรื่องสามีโดนร้องเรียน ก็แล่นไปเอาเรื่องพระมหาเทพถึงบ่อนโป เคราต้องช่วยไกล่เกลี่ย แต่อนุภรรยาของพระสีหโยธินก็ไม่หยุดโวย ก่อนจะผละไปด้วยท่าทางหัวเสียสุดขีด พระมหาเทพไม่สะทกสะท้านเลย ยิ้มระรื่นด้วยซ้ำ แถมสั่งเคราอีกต่างหาก ให้เร่งมืออ่อยเหยื่อ ให้สาลี่ติดการพนันอย่างหนัก จะได้หลอกไว้ใช้งานอีกรอบ!

พระยาสีหโยธินถูกเรียกตัวไปสอบสวนในวันต่อมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด แต่ชื่อเสียงความซื่อสัตย์ที่เพียรสร้างมาตลอดชีวิตข้าราชการก็ทำให้เขารอดพ้นคำครหามาได้

แต่กระนั้น...เรื่องกลับไม่จบ เพราะบุญมีร่วมมือกับบุญมา ส่งคนไปวางเพลิงตึกกัมปะนีของพระมหาเทพ หวังสร้างเรื่องฉาวให้พระยาสีหโยธิน ว่าเผากัมปะนีเกลอรัก กลบเกลื่อนหลักฐานทุจริต ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด พระยา–สีหโยธินถูกเรียกตัวไปสอบอีกครั้ง พร้อมรับคำแนะนำจากข้าราชการผู้ใหญ่ ให้เปลี่ยนไปทำหน้าที่อื่น

ooooooo

ระหว่างที่พระยาสีหโยธินรับศึกหนัก ถูกคำครหาเล่นงานจนชื่อเสียงที่สั่งสมมาเป็นมลทิน แย้มกับเย็นกลับมีข่าวดี คือทั้งสองกำลังจะมีลูกให้ท่านเจ้าคุณ!

ข่าวการแพ้ท้องอย่างหนักของแย้มและเย็นถึงหูบุญมีในเวลาต่อมา และอนุภรรยาคนสวยก็ไม่รอช้า รีบไปเยาะเย้ยสาลี่ ซึ่งกำลังรู้สึกผิดเรื่องแอบคัดลอกเอกสารของสามีไปให้พระมหาเทพ และพยายามไถ่โทษให้ตัวเองอย่างลับๆ ด้วยการเตรียมสำรับกับข้าวให้สามี แบบที่ไม่เคยทำมานานแล้ว

สาลี่ถึงกับผงะ เมื่อรู้ว่าแย้มกับเย็นตั้งท้อง แอบสงสารรีบพูดปลอบใจ

“แม่คุณของบ่าว ไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะ อย่างไรคุณหนูในท้องของแม่คุณต้องคลอดก่อน แลหากคลอดมาเป็นชายด้วยแล้ว ก็ยิ่งไม่ต้องกลัวเลยเจ้าค่ะ”

“อีโง่! จะคลอดก่อนหลัง จะชายหรือหญิง ไม่สำคัญเท่าเกิดกับเมียคนใดดอก ต่อให้ลูกข้าคลอดออกมาเป็นชาย แต่ก็เป็นลูกที่เกิดกับเมียน้อย จะไปสู้ลูกที่เกิดจากเมียเอกได้อย่างไร แลท่านเจ้าคุณเคยพูดไว้ ว่าหากอีเย็นมีลูก ก็จะยกมันขึ้นมาเท่ากับข้า แค่คิด...ข้าก็อกจะแตกแล้ว”

แอบหน้าเสีย เป็นกังวลไปกับเจ้านายสาวด้วย แต่ก็เพียงไม่นาน เพราะสาลี่ตัดสินใจแล้ว จะตัดไฟแต่ต้นลม หาทางกำจัดมารหัวขนในท้องแย้มกับเย็น...ไม่ให้มันได้ลืมตาดูโลกนี้เป็นอันขาด!

พระยาสีหโยธินแทบลืมเรื่องกลุ้มใจทั้งหมด เมื่อกลับถึงเรือนค่ำวันเดียวกัน แล้วพบว่าแย้มกับเย็นกำลังตั้งท้อง แย้มมีความสุขมาก ในที่สุดความหวังจะมีลูกผูกใจสามีก็เป็นจริง สถานะเมียหลวงของตนก็จะมั่นคงขึ้นด้วย แต่กระนั้น...ก็อดเป็นห่วงเรื่องสามีถูกร้องเรียนไม่ได้

“เอ่อ...แล้วเรื่องงานราชการ ตกลงเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ”

“ก็ไม่มีกระไร ฉันก็ยังเป็นพระยา เพียงแต่...คงไม่ได้รับความไว้วางใจเช่นเดิมอีกแล้ว”

“ไม่ยุติธรรมเลย ท่านเจ้าคุณไม่ได้กระทำผิด พยานแลหลักฐานกระไรก็ไม่มี มีแต่เสียงครหาเท่านั้น”

ท่านเจ้าคุณถอนใจยาว ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้ม “ช่างเถิดคุณหญิง ถือเสียว่าเป็นกรรม แลเรื่องนี้ก็มีข้อดีอยู่บ้าง คืองานการฉันน้อยลง ก็จะได้ดูแลคุณหญิงกับลูกที่จะเกิดมาได้อย่างไรเล่า”

แย้มรู้ดีว่าสามีไม่ได้ยินดีอย่างปากพูด เช่นเดียวกับเย็น สัมผัสได้ถึงความหนักใจ เมื่อเขาแวะมาหาในเวลาต่อมา เพื่อมอบสร้อยข้อมือทองเป็นรางวัลและของรับขวัญ ที่เธอตั้งท้องลูกของเขา

เย็นยกมือไหว้ขอบคุณ “เป็นพระคุณเจ้าค่ะ”

พระยาสีหโยธินยิ้มกว้าง อารมณ์ดีขึ้นมาก “แม่เย็นมีลูกให้ฉัน ฉันให้สร้อยรับขวัญลูกในท้อง จะถือว่าเป็นพระคุณได้อย่างไร ฉันต่างหากที่ควรจะต้องขอบใจแม่เย็น ที่เป็นแม่ของลูกฉัน”

“ฉันได้มีลูกกับท่านเจ้าคุณ ถือเป็นวาสนาแล้วเจ้าค่ะ ไม่มีกระไรที่ฉันจะภูมิใจไปกว่านี้อีกแล้ว”

“ฉันสัญญานะ ว่าถ้าแม่เย็นคลอดลูกเมื่อใด ฉันจะยกแม่เย็นจากเมียกลางทาสีขึ้นเป็นเมียกลางนอก ให้มีศักดิ์เท่ากับแม่สาลี่กับแม่บุญมี ภายหน้าก็จะได้มีส่วนแบ่งในทรัพย์สมบัติของฉันตามศักดิ์ ไม่ให้แม่เย็นต้องลำบากดอก”

เย็นลูบท้องตัวเอง ยิ้มบางๆด้วยความรักสุดหัวใจ “ข้อนั้น...ฉันไม่เคยใส่ใจเลยเจ้าค่ะ ขอเพียงลูกเกิดมาสมบูรณ์แข็งแรง แลเป็นคนดีเหมือนท่านเจ้าคุณ ฉันก็พอใจเป็นที่สุดแล้วเจ้าค่ะ”

ooooooo

ความดีและความเจียมเนื้อเจียมตัวของเย็น ทำให้พระยาสีหโยธินรักเธอมากขึ้นทุกวัน และเพื่อตอบแทนความรักของเธอ เลยตัดสินใจจ้างครูมาสอนเป่าขลุ่ย เพราะรู้ดีว่าเป็นสิ่งที่เธอชอบ แต่กระนั้น... เขาก็เลือกแต่ครูผู้หญิง เพราะหึงและหวง ไม่อยากให้เมียน้อยคนโปรดใกล้ชิดกับชายอื่น

สาลี่ได้ยินว่าท่านเจ้าคุณขลุกตัวกับเย็น จึงบุกถึงเรือนใหญ่ แกล้งทำเสียงเอะอะ และเอาเรื่องเย็นทันทีที่เห็นหน้า ด้วยความหมั่นไส้และหึงหวงสุดขีด

“อีคางคกขึ้นวอ! เอ็งอย่านึกนะ ว่าได้ขึ้นมาอยู่บนเรือนใหญ่แล้วจะล้างกลิ่นสาบทาสของเอ็งได้ กำพืดเอ็ง...ก็แค่คนเร่ขายตัวมาเป็นทาส ไม่ต่างจากหญิงที่โรงรับชำเราเท่าใดดอก”

พระยาสีหโยธินโกรธมาก ปรามเสียงเข้ม

“มากเกินไปแล้วกระมังแม่สาลี่ แม่เย็นเป็นเมียฉัน ด่าแม่เย็นเช่นนี้ ก็ไม่ต่างจากด่าฉัน”

“นี่ท่านเจ้าคุณดุด่าฉันรึเจ้าคะ เป็นผัวเมียกันมานานปี ท่านเจ้าคุณไม่เคยขึ้นเสียงดุด่าฉัน แต่วันนี้ท่านเจ้าคุณกลับด่าฉันเพราะอีเย็น...อีแพศยา!”

ขาดคำก็ตบหน้าเย็นฉาดใหญ่ พระยาสีหโยธินตกใจมาก พยายามจะห้าม แต่สาลี่ก็ไม่ฟัง เงื้อมือจะตบอีกรอบ แต่ครั้งนี้เย็นไม่ยอมอีกต่อไป จับข้อมือของสาลี่ไว้ พร้อมกับสบตาอย่างไม่กลัว

สาลี่โมโหมาก โวยวายเสียงดังจนพระยาสีหโยธินต้องสั่งให้แยก เย็นจึงยอมปล่อยมือ

“ขอประทานโทษเจ้าค่ะ ฉันมิได้อยากล่วงเกินคุณสาลี่ เพียงแต่ฉันไม่อยากถูกตบตีโดยไร้สาเหตุเช่นกันเจ้าค่ะ”

พระยาสีหโยธินถอนใจยาว สั่งให้สาลี่กลับเรือน จะได้ไม่มีเรื่องอีก แต่อนุภรรยาคนสวยไม่เข้าใจ คิดว่าสามีขับไล่ เพราะกำลังหลงใหลเย็นจนไม่ลืมหูลืมตา เลยตั้งท่าจะขัดคำสั่ง แถมประชดประชันด้วยความน้อยใจ จนท่านเจ้าคุณต้องโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“นับแต่อยู่กินกันมา ฉันไม่เคยดุด่าแม่สาลี่ แต่แม่สาลี่ก็ไม่เคยประพฤติตัวหยาบช้าดั่งไพร่ไร้สกุลเช่นกัน ครานี้ฉันจะไม่เอาความ แต่อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำอีก... กลับไป!”

สายตาดุดันและเอาจริงของท่านเจ้าคุณ ทำให้สาลี่ไม่กล้าหือ ยอมผละกลับเรือนอย่างเสียไม่ได้ แต่กระนั้น...ความโกรธแค้นก็ยังพลุ่งพล่าน และตัดสินใจเด็ดขาด ส่งแอบไปขอยาขับเลือดจากพระมหาเทพในวันต่อมา

พระมหาเทพสะใจมาก ที่บรรดาเมียของเกลอรัก จ้องทำลายกันเอง โดยไม่รู้เลยว่าสาลี่ก็แอบลังเล เพราะคำสาปแช่งของขาวยังตามหลอนไม่เลิก เลยยังใจไม่ถึง จะทำลายลูกในท้องของเย็นเวลานี้

ด้านบุญมี...ส่งม้วนไปตามสืบเรื่องเที่ยง จนได้รู้ว่าเขาสุขสบายดีในวัด และกำลังหาลู่ทางทำกิน ด้วยการขายน้ำตาล ม้วนกระตือรือร้นทำตามคำสั่งทุกอย่าง แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดเจ้านายสาวถึงทำท่าทางเหมือนเป็นห่วงเป็นใยอดีตทาสหนุ่มนัก

บุญมีไม่มีเวลากลบเกลื่อนอาการพิรุธที่มีต่อเที่ยง รีบสั่งให้ม้วนกลับเรือน ส่วนตัวเองจะแวะไปหาพี่ชายที่โรงฝิ่น เพื่อวางแผนทำลายพระยาสีหโยธินอีกครั้ง

บุญมาเสนอให้ฆ่าทิ้ง แต่บุญมีกลับส่ายหน้า ไม่เห็นด้วย

“พี่อย่ากังวลเลย จากนี้เราจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นอีกมากนัก แลการฆ่ามันก็หาใช่การล้างแค้นดีที่สุดไม่ การพินาศวิบัติทั้งๆที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างหากเล่า จึงสาสม!”

“แล้วเอ็งจะหยิบยื่นความพินาศให้มันอย่างไรรึ”

“เพลานี้ เมียอ้ายเจ้าคุณท้องพร้อมกันทั้งสามคน แลมันดีใจนักที่จะได้มีลูก...แต่มันจะดีใจได้อีกไม่นานดอก”

ooooooo

ข่าวลือเรื่องพระยาสีหโยธินเป็นคนลอบวางเพลิงตึกกัมปะนีของพระมหาเทพหนาหูขึ้นทุกที แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานชี้ตัว แต่คำครหาก่อนหน้า ก็ทำให้ใครหลายคนปักใจเชื่อได้ไม่ยาก จนในที่สุด พระยาหนุ่มใหญ่ ก็ต้องถูกเปลี่ยนหน้าที่ ไม่ให้ทำเรื่องโครงการต่อเรืออีกต่อไป

แย้มเป็นทุกข์ใจกับสามีด้วย ยิ่งเห็นอาการเซื่องซึม และท่าทางห่อเหี่ยวของเขา ยิ่งร้อนรนด้วยความสงสารและเห็นใจ แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ ต้องปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขาเท่านั้น

สาลี่ก็เป็นเดือดเป็นร้อนแทนสามี แต่เรื่องหึงหวงเย็นก็ขึ้นหน้า อยากจะเอายาขับเลือดกรอกปากอีกฝ่ายวันละหลายๆรอบ แต่คำสาปแช่งของขาวก็ยังหลอน จนต้องส่งแอบไปชิมลาง

แอบเข้าใจว่าเจ้านายสาวใส่ยาขับเลือดในสำรับของเย็นแล้ว เลยอาสายกไปให้ โชคดีที่ฟักผ่านมาเห็น และสงสัยท่าทางดีเกินเหตุของแอบ เลยห้ามไม่ให้เย็นแตะสำรับอาหารทันเวลา

“เอ็งต้องกินให้ข้าดูก่อน...มิเช่นนั้น ข้าจะกราบเรียนคุณหญิงว่าเอ็งคิดวางยาแม่เย็น และเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องถึงคุณสาลี่ของเอ็งด้วย”

แอบหน้าเสีย ขบกรามแน่น แต่ก็ยอมเปิบข้าวเข้าปาก ทั้งที่ในใจกลัวสุดขีด ก่อนจะผละไปด้วยท่าทางหัวเสียจัด เพราะแผนทำลายศัตรูหัวใจของเจ้านายสาวต้องพังไม่เป็นท่า!

เย็นได้แต่มองตามงงๆ ก่อนจะหันมาถามข้อสงสัยจากฟัก ซึ่งมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

“นังแอบเป็นคนยโสนัก เรื่องที่จะรับใช้คนอื่นนอกจากคุณสาลี่นายมันเป็นไม่มี แต่ครานี้มันกลับยกสำรับมาให้ด้วยตัวเอง ฉันจึงเห็นเป็นข้อพิรุธ จึงแกล้งใส่ความมัน แลโยงไปให้ถึงคุณสาลี่ เพราะรู้ว่ามันรักคุณสาลี่นัก ถ้านายมันต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย ต่อให้มียาพิษจริง นังแอบก็ต้องกิน”

“พุทโธ่...พี่ฟักจะไม่ระแวงเกินไปหน่อยรึจ๊ะ แลพี่แอบก็ยอมกินให้ดูแล้ว คงไม่มีกระไรดอกจ้ะ”

“แม่เย็นยังเยาว์นัก เมื่อครู่...ถึงนังแอบจะยอมกินพิสูจน์ แต่ด้วยสันดานมัน ถ้าไม่มีกระไรจริง มันต้องฉีกฉันเป็นริ้วๆแล้ว แต่นี่กลับไม่ทำ แลยังรีบยกสำรับกลับไปอีก ต่อให้ไม่มียาพิษ สำรับกับข้าวนั่นก็ต้องมีอะไรสักอย่างแน่”

แอบกลับถึงเรือนเจ้านายสาวในอึดใจต่อมา ก่อนจะละล่ำละลักขอร้องให้ช่วย เพราะตนดันกินสำรับที่มี

ยาขับเลือดเข้าไป สาลี่ถอนใจยาว บอกเซ็งๆว่ายังไม่ได้ใส่ แค่อยากลองใจเย็นเท่านั้น ว่าจะโง่พอให้หลอกหรือไม่

เมื่อเห็นว่าวิธีทำร้ายเย็นตรงๆไม่ได้ผล สาลี่เลยเปลี่ยนวิธี ใช้เที่ยงเป็นเครื่องมือ ยั่วให้พระยาสีหโยธิน ซึ่งกำลังหลงใหลและหวงเย็นมาก เกิดอาการหึงหวง ด้วยการล่อเย็นออกจากบ้าน ให้ไปเยี่ยมเที่ยงซึ่งป่วยหนัก พร้อมกับส่งจดหมายไปบอกท่านเจ้าคุณ ให้มาเห็นวีรกรรมงามหน้าของเย็นตำตา!

ooooooo

ฟักพยายามทัดทาน กลัวจะเกิดคำครหา แต่เย็นไม่สบายใจมาก กลัวเที่ยงจะเป็นอะไรจริงๆ แล้วตนต้องเสียใจไปตลอดชีวิต เพราะอดีตทาสหนุ่มเคยมีบุญคุณด้วยไม่น้อย เลยแอบหนีไปเยี่ยม

เที่ยงตกใจมาก แต่ก็ดีใจ ได้เห็นหน้าเย็นอีกครั้ง และเมื่อเธอจะกลับ ก็ตามไปรั้งไว้ เป็นจังหวะเดียวกับที่พระยาสีหโยธินบุกมาถึง และพาตัวเมียน้อยคนโปรดกลับเรือนทันที!

แย้มอ่านจดหมายที่มีคนเอาไปให้ท่านเจ้าคุณถึงที่ทำงาน ทำให้เขาตามไปเจอตัวเย็น ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะยืนยันว่าไม่น่าเป็นความจริงที่เย็นจะคบชู้สู่ชาย เพราะทุกอย่างดูประจวบเหมาะเกินไป

พระยาสีหโยธินหน้าบึ้ง ยังหึงและหวง จนเย็นต้องยืนยันความจริงใจอีกครั้ง

“เรื่องเป็นมาอย่างไร ฉันก็บอกไปหมดแล้วเจ้าค่ะ ฉันเห็นว่าพี่เที่ยงมีบุญคุณนัก จะทอดทิ้งยามเจ็บไข้ก็ไม่ควร แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นอุบายเจ้าค่ะ”

แย้มกับนมแสงช่วยกันไกล่เกลี่ย ไม่ให้ท่านเจ้าคุณคิดอกุศล จนเขาเริ่มใจอ่อน “ฉันก็ไม่ได้โกรธเคือง แลไม่ได้เชื่อถือด้วย ว่าแม่เย็นจะกระทำอัปรีย์เช่นนั้น แต่ที่ฉันไม่พอใจ คือแม่เย็นไม่รักศักดิ์ของตัวเอง อย่างไรแม่เย็นก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียฉันแล้ว ควรรึ...จะไปพบชายอื่น สองต่อสอง ต่อให้คนผู้นั้นมีบุญคุณท่วมหัวกับแม่ก็ตามเถิด”

“ฉันผิดไปแล้ว ไม่มีข้อแก้ตัวเจ้าค่ะ ต่อไปจะไม่ให้ เกิดเรื่องเช่นนี้อีกเจ้าค่ะ”

“แม่เย็นรับผิดแล้ว ก็ให้ใช้เรื่องนี้ไว้สอนใจเถิดนะเจ้าคะ”

แย้มฉวยโอกาสนี้รวบรัดตัดความ แต่กระนั้น...ท่านเจ้าคุณก็อดทิ้งท้ายเสียงเข้มไม่ได้

“อ้ายเที่ยงมันคิดอย่างไรกับแม่เย็น แม่ก็แจ้งใจอยู่ ยังไปหามันให้มันได้ใจอีก”

เย็นรู้สึกผิดมาก เลยจำต้องเงียบ เพราะไม่อยากทำให้สามีโกรธไปมากกว่านี้

บุญมีได้ยินเรื่องทุกอย่างจากบรรดาบ่าวในเรือน และเมื่อเห็นเที่ยงมาทำท่าชะเง้อชะแง้หน้าเรือนใหญ่ ก็อดไม่ได้จะเข้าไปเหน็บแนมด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเริ่มปั่นหัวอีกฝ่าย ให้เป็นเดือดเป็นร้อน ด้วยการแกล้งบอกว่าเย็นอาจถูกทำโทษอย่างหนัก โทษฐานแอบไปหาเขาถึงวัด!

เที่ยงร้อนใจมาก ตัดสินใจบุกหาท่านเจ้าคุณถึงเรือนใหญ่ และเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้เย็น

“ดูเอ็งจะเป็นห่วงเป็นใยเมียข้าเหลือเกินนะอ้ายเที่ยง แม่เย็นเป็นเมียข้า ใช่เรื่องของเอ็งที่จะเสนอหน้ามาสอดรึ”

“กระผมทราบว่าไม่ใช่เรื่องของกระผม แต่ขอให้ท่านเจ้าคุณฟังความจริงก่อนขอรับ กระผมกับแม่เย็นมิได้กระทำผิดคิดชั่วจริงๆ จะให้กระผมสาบานก็ได้ ท่านเจ้าคุณโปรดให้ความเป็นธรรมกับแม่เย็นด้วยขอรับ”

“นี่เอ็งว่าข้าไม่มีความเป็นธรรมรึ พอได้เป็นไทแล้วปากกล้าเสียเหลือเกินนะอ้ายเที่ยง ไป...ไปให้พ้นหน้าข้าประเดี๋ยวนี้ ก่อนที่ข้าจะเอาเลือดปากเอ็งออก”

“กระผมไม่ไปขอรับ จนกว่าท่านเจ้าคุณจะรับปาก ว่าจะไม่ลงโทษแม่เย็น”

สองหนุ่มต่างฐานันดรจ้องตากันอย่างไม่ลดละ แย้มกับนมแสงผ่านมาเห็น เลยต้องช่วยไกล่เกลี่ย แต่กระนั้น...เที่ยงก็ยืนกรานไม่กลับ ด้วยกลัวเย็นจะถูกลงโทษ แย้มเลยต้องออกปากให้สัญญา จะไม่ให้ใครหน้าไหนลงโทษเย็นเป็นอันขาด อดีตทาสหนุ่มจึงยอมกลับแต่โดยดี

ooooooo

การมาของเที่ยงทำให้สถานการณ์ระหว่างพระยาสีหโยธินกับเย็นเลวร้ายกว่าเดิม แย้มได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ คร้านจะบอกสามีว่าหึงหวงเมียน้อยคนโปรดจนใครก็เข้าหน้าไม่ติด และเมื่อถึงเวลานอน ก็ไม่แวะไปหาเย็นเหมือนเคย แต่เลือกไประบายความอึดอัดใจกับแย้มแทน

“ฉันบอกแล้วอย่างไร ว่าฉันไม่ได้โกรธแม่เย็น แต่ฉันไม่ชอบท่าทางโอหังของอ้ายเที่ยงมัน”

“แต่ก่อน ท่านเจ้าคุณก็เมตตาเที่ยงดีไม่ใช่หรือเจ้าคะ ขนาดตอนเที่ยงไถ่ตัวเป็นไท ก็ยังยกหนี้ให้”

“ที่ฉันเมตตามัน เพราะเห็นว่ามันเป็นคนขยันขันแข็ง ใช้งานได้ดั่งใจ แต่ไม่คิดว่ามันจะเหิมเกริมกับฉัน แลยังเสนอหน้ามาห่วงใยแม่เย็นอีก ไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ!”

อาการหึงหวงของท่านเจ้าคุณ ทำให้แย้มอ่อนใจเหลือเกิน แต่เมื่อพยายามเตือนให้รู้ตัว ก็ถูกโต้กลับ

“หึงหวง...ฉันน่ะรึหึงหวงแม่เย็น แม่เย็นเป็นเมียฉันแล้ว แลฉันก็จะไม่ลดตัวลงไปเปรียบกับคนอย่างอ้ายเที่ยงดอก แล้วเรื่องกระไรฉันต้องไปหึงหวงแม่เย็นเพราะอ้ายเที่ยงด้วย”

“โกรธก็ไม่โกรธ หึงหวงก็ไม่หึงหวง แล้วเหตุใดท่านเจ้าคุณถึงได้มึนตึงกับแม่เย็นนักล่ะเจ้าคะ”

พระยาสีหโยธินก็ตอบไม่ได้ ได้แต่ฮึดฮัดคนเดียวด้วยความหงุดหงิดสุดขีด โดยไม่รู้เลยว่าเย็นก็กำลังร่ำไห้อย่างหนัก โดยมีฟักช่วยปลอบใจ

“ฉันต้องขอโทษพี่ฟักด้วยนะจ๊ะ ที่ไม่ฟังคำพี่ แลยังกลัวพี่จะห้ามจนแอบหนีออกไปอีก”

“แม่เย็นรู้ตัวก็ดีแล้ว ใจคนมันยากแท้หยั่งถึงยิ่งมีอำนาจวาสนา แลทรัพย์สินเงินทอง มิว่ากระไรก็ทำได้”

“แต่แรก...ฉันนึกว่าท่านเจ้าคุณจะหายเคืองฉันแล้ว แต่ก็มาเกิดเรื่องพี่เที่ยงอีก ฉันควรจะทำอย่างไรดีจ๊ะพี่ฟัก”

ฟักถอนใจยาว เชื่อว่าคงไม่มีทางอื่น นอกจากรอให้ท่านเจ้าคุณหายโกรธเอง

“ฉันเคยเตือนแม่เย็นแล้ว เพราะรู้ว่าเหตุเช่นนี้ต้องเกิดขึ้นสักวัน แต่ในเมื่อแม่เย็นรักท่านเจ้าคุณ แลเลือกทางนี้เอง แม่เย็นก็ต้องอดทน”

เย็นก้มหน้ารับผิดทุกอย่าง จนเมื่อเวลาผ่านไปค่อนคืน จึงได้เงยหน้าอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงประตู ท่านเจ้าคุณนั่นเองที่มาหา เพราะทนเสียงเรียกร้องของหัวใจไม่ไหว ต้องแวะมาหาเมียน้อยคนโปรด

พระยาสีหโยธินกับเย็นปรับความเข้าใจกันได้ในคืนนั้นเอง เมื่อสาลี่ทราบเรื่องก็หงุดหงิดใจมาก แต่ก็ไม่ยอมแพ้ เพราะตนมีแผนจะใส่ร้ายเย็นอีกหลายครั้งเพื่อให้ท่านเจ้าคุณระแวง และหมดรักเย็นในที่สุด!

บุญมีรู้ทันแผนของสาลี่ เลยแกล้งไปเยาะเย้ยถึงเรือนในวันต่อมา แต่ก็ถูกตอกกลับไม่ไว้หน้า เพราะสาลี่ก็รู้ว่าบุญมีเป็นคนยุเที่ยงให้บุกมาหาท่านเจ้าคุณเมื่อเย็นวานจนเรือนเกือบแตก

“ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ หากแม่บุญมีไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องฉัน ฉันก็จะไม่ยุ่งเรื่องแม่บุญมี พูดเช่นนี้คงเข้าใจนะจ๊ะ”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งบุญมีให้มองตามด้วยแววตาเคียดแค้น ม้วนเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเจ้านายมาก จนบุญมีต้องบอกให้สบายใจ ว่าเธอมีแผนสำรองไว้แล้ว

ooooooo

แผนสำรองของบุญมี คือแกล้งทำดีกับแย้มและเย็น เริ่มจากหอบผ้าผ่อนชิ้นงามไปกำนัลเมียหลวง และยาบำรุงครรภ์ชั้นดีไปให้เมียน้อยคนโปรด แย้มกับเย็นปลื้มมาก และไม่คิดเลยสักนิดว่าบุญมีจะมีแผนร้ายในใจ ทันทีที่รู้ว่าพระยาสีหโยธินผู้เป็นสามี ต้องไปราชการนอกเมืองในอีกไม่กี่วัน!

ข่าวการไปราชการหัวเมืองของพระยาสีหโยธิน ทำให้บุญมีกับบุญมาย่ามใจมาก และคิดแผนร้ายจะฆ่าล้างครัว หวังให้ท่านเจ้าคุณต้องตายทั้งเป็น เหมือนที่ครอบครัวเธอเคยประสบเมื่อหลายปีก่อน

เที่ยงบังเอิญผ่านมาโรงฝิ่น เพราะนำน้ำตาลมาส่ง ทันได้เห็นบุญมี เลยเข้าใจผิด คิดว่าอนุภรรยาของอดีตเจ้านายติดฝิ่น จึงไปดักหน้าเตือนสติ บุญมีตกใจมาก กลัวเขารู้ความลับ แต่ปลื้มใจมากกว่าที่เขาเป็นห่วง เลยได้แต่แกล้งรับปากส่งๆ ไม่อยากให้เขาสงสัยและตามขุดคุ้ยมากไปกว่านี้

พระยาสีหโยธินไม่รู้ตัวว่าจะถูกปองร้าย มัวปลอบขวัญเย็น เมียน้อยคนโปรดที่ไม่อยากให้เขาจากบ้านเป็นแรมเดือนในสภาวะจิตใจย่ำแย่เช่นนี้

“ถ้าเช่นนั้น...แม่เย็นก็อย่ากังวล เสร็จราชการเมื่อใด ฉันจะกลับมาหาแม่เย็นกับลูกเอง ถึงเพลานั้นฉันคงได้เห็นหน้าลูกแล้วว่าเหมือนแม่เย็นหรือฉันมากกว่ากัน”

“จะเห็นได้อย่างไรเจ้าคะ ท่านเจ้าคุณไปเดือนเดียว ถ้าฉันคลอด ก็ไม่ใช่ท้องคนแล้วเจ้าค่ะ”

“ก็ฉันใจร้อน อยากเห็นหน้าลูกเร็วๆนี่นา ลูกเอ๊ย...รีบๆออกมาเล่นกับพ่อเร็วๆนะลูก”

เย็นหัวเราะออกมาในที่สุด แม้จะเป็นห่วงมาก แต่ก็รู้ดีว่าห้ามไม่ได้ เพราะสามีคงอยากทำงานหนัก เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้รับความไว้วางใจอย่างเดิมโดยเร็ว

เช้าวันต่อมา...คือเวลาที่พระยาสีหโยธินต้องไปราชการ บรรดาเมียไปส่งพร้อมหน้าพร้อมตา แต่แย้มกับเย็นดันแพ้ท้องหนัก ลงจากเรือนไม่ไหว บุญมีจึงอาสาดูแล ทั้งสามเลยไม่ได้ไปส่งสามีที่ท่าน้ำเหมือนเคย

สาลี่ชอบใจมาก รับหน้าที่ส่งสามีถึงท่าน้ำด้วยความเต็มใจ

“ท่านเจ้าคุณไปราชการอย่างวางใจนะเจ้าคะ อยู่ทางนี้ฉันจะดูแลลูกของท่านเจ้าคุณให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ”

“ขอบใจแม่สาลี่มาก แต่นอกจากลูกของฉันกับแม่สาลี่แล้ว ก็ขอให้แม่สาลี่เมตตาลูกคนอื่นของฉันด้วยเถิด”

คำพูดเหมือนรู้ทันของสามี ทำให้สาลี่หน้าซีดเผือด แกล้งทำไม่รู้เรื่อง

พระยาสีหโยธินถอนใจยาว สบตาเธอนิ่ง “ฉันรู้ว่าแม่สาลี่เข้าใจ เราเป็นผัวเมียกันมานานปี ใช่ว่าฉันจะไม่รู้ว่าแม่สาลี่ทำกระไรลงไปบ้าง แต่ในเมื่อไม่มีหลักฐาน ฉันก็เลือกที่จะไม่พูดเท่านั้น”

พูดจบก็ขึ้นเรือ ซึ่งพระมหาเทพนำมารับ สาลี่เห็นคุณพระหนุ่มก็ยิ้มร้าย แกล้งพูดฝากฝังสามีกับอีกฝ่าย ด้วยแววตาเหมือนมีเลศนัย แต่ท่านเจ้าคุณก็ไม่ทันสังเกต มัวแต่ใจจดจ่อกับงาน จนไม่รู้ว่าภัยจะมาถึงตัว!

ooooooo

สิ่งที่สาลี่ฝากฝังกับพระมหาเทพ คือการปั่นหัวพระยาสีหโยธินให้เข้าใจเย็นผิด ด้วยการแกล้งพูดใส่ร้ายเย็นต่างๆนานา จนพระยาหนุ่มใหญ่เริ่มหวั่นไหว แต่ก็พยายามข่มใจไม่ให้คิดมาก เพราะรักและเชื่อใจในตัวเย็น

พระมหาเทพเห็นสีหน้าเกลอรักก็พอเดาได้ว่าแผนของตนใกล้สำเร็จ เลยลองปั่นหัวอีกครั้ง ทำให้อีกฝ่ายได้ยิน ว่ามีข่าวลือหนาหู เรื่องที่เย็นเคยมีผัวก่อนจะมาเป็นทาส!

พระยาสีหโยธินหน้าเครียด ขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจ แต่ไม่ทันคิดอะไรต่อ ก็ต้องปัดเรื่องเย็นทิ้ง เพราะมีคนจากทางการนำหมายเรียกตัวเขามาให้ พร้อมบอกให้เจ็บใจ ว่าจะมีข้าราชการคนอื่นมาดูแลงานแทน เพราะเขาไม่เหมาะจะทำงานด้านนี้

บุญมีส่งสารให้บุญมาพาลูกน้องมาบุกเรือนพระยาสีหโยธินในคืนเดียวกัน โดยไม่รู้เลยว่าสาลี่ไม่ได้อยู่เรือน แต่ขลุกตัวในบ่อนโปของเคราตั้งแต่เช้าจนฟ้าเริ่มมืดก็ยังไม่กลับ เพราะกำลังมือขึ้น

แอบนั่งเฝ้าหน้าบ่อนจนอ่อนใจ เที่ยงซึ่งแวะมาส่งน้ำตาล ผ่านมาเห็นเลยเอ่ยทักและฝากเตือนสติสาลี่ ให้เลิกเล่นพนัน เพราะรู้ดีว่าอดีตเจ้านายเกลียดการพนันมากแค่ไหน

บุญมากับบรรดาลูกน้องรอจนมืดค่ำ และทุกคนบนเรือนพระยาสีหโยธินเตรียมเข้านอน จึงบุกถึงเรือนใหญ่ พวกทาสผู้ชายเห็นเข้าจึงช่วยกันสู้ป้องกัน โดยมีทาสผู้หญิงวิ่งไปรวมตัวกันบนเรือน

แย้มกับเย็นร้อนใจมาก แต่ไม่อยากหนีเอาตัวรอดตามลำพัง เลยปักหลักกับพวกบ่าวไพร่ หยิบอาวุธใกล้มือเท่าที่ได้ เตรียมพร้อมจะจัดการทุกคนที่บุกขึ้นมา

สาลี่กลับถึงเรือนเวลาเดียวกัน เลยเจอกับพวกคนร้าย และถูกตบตีจนน่วม แอบสู้ถวายหัวปกป้องเจ้านายสาวเต็มที่ ก่อนจะส่งอีกฝ่ายขึ้นเรือหนีไป ทิ้งตัวเองไว้ให้ถูกซ้อมจนสลบเหมือด!

พวกคนร้ายบุกถึงตัวเรือนจนได้ เพราะพวกทาสผู้ชายสู้ไม่ไหว เย็นเลยตัดสินใจพาแย้มหนี เพื่อปกป้องลูกน้อยในท้องของท่านเจ้าคุณ โดยมีนมแสง แรมและฟัก อาสารับหน้าและถ่วงเวลาพวกคนร้ายแทน

บุญมากับลูกน้องจำนวนหนึ่งบุกถึงห้องเก็บสมบัติของพระยาสีหโยธินจนได้ แต่ไม่ได้ขโมยเลยสักชิ้น มัวพะวงกับภารกิจหลัก คือจัดการฆ่าบรรดาเมียและลูกในท้องของพระยาหนุ่มใหญ่

เย็นพาแย้มหนีเข้าไปในสวน แต่คุณหญิงคนสวยไม่เคยสมบุกสมบัน เลยทำท่าจะไปไม่ไหว อดีตทาสสาวเลยตัดสินใจให้อีกฝ่ายนอนลงและใช้เศษใบไม้กลบเพื่ออำพรางสายตาพวกคนร้ายในความมืด ส่วนตัวเองจะวิ่งหนีล่อไปอีกทาง หากวาสนายังมี คงมีชีวิตรอดและตามใครมาช่วยได้

ooooooo

บุญมีเฝ้ามองความวุ่นวายบนเรือนใหญ่ด้วยความสะใจ โดยไม่รู้เลยว่าสาลี่แอบหนีไปได้ และรีบไปตามเครามาช่วย เที่ยงแอบได้ยินโดยบังเอิญ และตัดสินใจทันทีจะกลับไปช่วยรักษาเรือนของอดีตเจ้านาย

พวกเคราบุกไปช่วยพวกทาสบนเรือนใหญ่ จนขับไล่พวกคนร้ายออกไปจนได้ บุญมีเห็นท่าไม่ดี เลยแกล้งหยิบมีดพกเล่มเล็กมาฟันขาตัวเองเลือดอาบ เพื่อหลอกทุกคนบนเรือนว่าเธอก็ถูกทำร้ายเช่นกัน

ส่วนเที่ยง...ไปช่วยพวกที่เหลือ และตามไปช่วยเย็น ซึ่งเกือบถูกพวกคนร้ายฆ่าตาย ก่อนจะพาหนีไปซ่อนตัวในวัด โดยไม่รู้เลยว่าทุกคนที่เรือนจะเป็นห่วงแค่ไหน ที่เธอหายไปทั้งคืน!

เจ้าอาวาสเมตตาให้เย็นกับเที่ยงหลบซ่อนตัวในวัด เที่ยงบาดเจ็บสาหัส ถูกฟันและถูกซ้อมทั้งตัว จนไข้ขึ้นสูง เย็นทนดูดายไม่ได้ ต้องช่วยทำแผลและเช็ดตัวลดไข้ให้เขาตลอดคืน

เหตุการณ์วุ่นวายบนเรือนใหญ่สงบในที่สุด พวกเคราจัดการพวกคนร้ายได้ในเวลาไม่นาน พวกบุญมาเลยต้องถอย แย้มได้กลับมาบนเรือนในสภาพสะบักสะบอมเต็มที แต่ก็ไม่มีเวลาจะสนใจตัวเอง เพราะบ่าวไพร่ตายและบาดเจ็บหนักไม่น้อย จนเธอต้องวิ่งวุ่นจัดการแก้ปัญหา ก่อนที่ท่านเจ้าคุณจะกลับจากราชการ

สาลี่กลับถึงเรือนเวลาต่อมา และไม่รอช้าจะสั่งคนตามหาแอบ และให้ไปรักษาตัวบนเรือน ซึ่งกว่าบ่าวสาวคนสนิทจะฟื้น ก็เช้าวันต่อมา เวลานั้นสาลี่ก็หายตกใจแล้ว และเจ็บใจเหลือเกินที่สูญเสียโอกาสสำคัญ

“ข้าเสียดายนัก! หากข้าไม่ห่วงเอ็ง คงปล่อยให้พวกโจรมันฆ่าอีนังคุณหญิงไปแล้ว ไม่ต้องทนเห็นหน้ามันเป็นหนามตำใจอยู่อย่างนี้ดอก”

“พุทโธ่...เพราะช่วยบ่าวแท้ๆ คุณสาลี่ช่างเมตตาบ่าวเหลือเกินเจ้าค่ะ”

“ถึงเอ็งเป็นบ่าว แต่ก็เป็นมิตรยามยากของข้า จะให้ข้าทิ้งเอ็งได้อย่างไร แต่ถึงอย่างไร ข้าก็อดเสียดายไม่ได้อยู่ดี ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าโจรจะปล้น ข้าคงพาเอ็งหนีไปแล้ว”

“ถึงคุณหญิงไม่ตาย แต่นังเย็นคงไม่รอดเป็นแน่เจ้าค่ะ จนป่านนี้ยังไม่กลับ คงตายทั้งกลมไปแล้วล่ะเจ้าค่ะ”

“ก็ไม่แน่นักดอก อ้ายเที่ยงก็มีฝีมือเชิงมวยไม่น้อย หากมันตามไปทัน นังเย็นอาจจะรอดก็ได้”

“นี่พี่เที่ยงตามไปช่วยนังเย็นหรือเจ้าคะ”

“ตอนข้าไปตามพวกที่บ่อนมาช่วย อ้ายเที่ยงมันอยู่ที่นั่นด้วย พอมันรู้ว่าโจรปล้นเรือน มันก็รีบไปช่วยนังเย็นทันที แลถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหน้ามัน ชะรอยมันจะอยู่กับนังเย็น ข้าถึงได้พื้นเสียอยู่นี่อย่างไรเล่า”

ooooooo

พระยาสีหโยธินกลับถึงเรือนเช้าวันเดียวกัน และเรียกทุกคนมาที่เรือนใหญ่ พร้อมเอ่ยขอบคุณพวกเคราอย่างเป็นทางการ ที่มีน้ำใจมาช่วยลูกเมียเขาให้พ้นจากอันตราย

แย้มส่งคนไปแจ้งความกับนครบาล และบอกเบาะแส สำคัญกับสามีว่าพวกโจรบุกถึงเรือนใหญ่ก็จริง แต่ไม่ได้ขโมยของสักชิ้น แถมเย็นก็หายตัวไป ทำให้ท่านเจ้าคุณต้องร้อนใจมาก และมั่นใจว่าพวกคนร้ายคงไม่ใช่พวกโจรปล้นเรือนธรรมดา แต่ต้องมีเบื้องหลังบางอย่าง

เย็นดูแลเที่ยงจนถึงเช้า อาการไข้และปวดแผลดีขึ้นมาก อดีตทาสสาวเลยชวนกลับเรือน เพราะเป็นห่วงแย้ม

“แม่เย็นช่างห่วงใยคุณหญิงนัก ถ้าฉันเป็นคุณหญิงท่านคงปลื้มใจ ที่มีคนจงรักภักดีถึงเพียงนี้”

“คุณหญิงท่านมีบุญคุณต่อฉันนี่จ๊ะ เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่ฉันต้องตอบแทนบุญคุณ แลเพลานี้ท่านเจ้าคุณก็ไปราชการ ฉันมีหน้าที่ต้องดูแลคุณหญิง แต่กลับช่วยกระไรได้ไม่มาก คิดแล้วก็ละอายใจนัก”

“ที่แท้...ก็เพราะท่านเจ้าคุณนี่เอง ไปกราบลาหลวงพ่อกันเถิดแม่เย็น คนที่เรือนคงเป็นห่วงแม่เย็นแย่แล้ว”

พูดจบก็เดินนำเย็นออกจากวัด น้อยเนื้อต่ำใจนัก ที่อีกฝ่ายรักและเทิดทูนพระยาสีหโยธินเหลือเกิน

ทุกคนบนเรือนพระยาสีหโยธินตามหาเย็นจนทั่ว แต่ก็ไม่มีใครพบ และเกือบต้องถอดใจแล้ว ถ้าเที่ยงจะไม่พาเย็นมาส่ง แอบอิจฉาและหึงหวง แกล้งพูดจาสอดเสียด หาเรื่องทำให้ทุกคนเข้าใจเย็นผิด แต่ท่านเจ้าคุณกับเที่ยงก็ไม่หลงกล เพราะเชื่อใจเย็นว่าไม่คิดชั่วเช่นนั้นแน่

สาลี่เห็นบ่าวคนสนิทเพลี่ยงพล้ำก็ออกตัวช่วย แต่ท่านเจ้าคุณก็ไม่สน หันไปพูดกับเที่ยงแทน

“ขอบใจเอ็งมากนะ ที่ช่วยแม่เย็นของข้า ขอให้ข้าได้ตอบแทนเอ็งบ้างเถิด”

พูดพลางดึงตัวเมียน้อยคนโปรดเข้าหา โอบกอดอย่างหวงแหน ราวจะประกาศให้เที่ยงรู้ว่าเย็นเป็นของเขา สาลี่ขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจ ไม่ต่างจากเที่ยง หน้าเสียและปฏิเสธทันควัน ไม่รับรางวัลจากเรื่องนี้

แย้มเห็นท่าทางสามีก็พอจะเข้าใจ เลยช่วยกล่อมเที่ยง ให้รับเงินเสีย ถือเป็นคำขอบใจจากเธอ

พระยาสีหโยธินยิ้มกว้าง พูดสนับสนุนแย้มหน้าตาย “คุณหญิงพูดถูกแล้ว แม่เย็นมีค่ากับข้ามากนัก เงินทอง เพียงเท่านี้ ไม่อาจตอบแทนความดีของเอ็งได้ดอก แต่ข้าอยากให้เอ็ง แทนน้ำใจของข้า”

เที่ยงจำต้องรับเงินรางวัล ช้ำใจนักที่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ส่วนสาลี่...ทนดูต่อไปไม่ไหว ที่สามีแสดงความรักต่อเย็นอย่างออกนอกหน้า จึงฮึดฮัดลงจากเรือนใหญ่ พร้อมอาฆาตแค้นในใจ ต้องเอาคืนเย็นให้ได้!

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #4 on: 28 July 2026, 15:03:14 »


นางทาส ตอนที่ 7

แม้จะไม่ชอบใจนักที่เมียน้อยคนโปรดหายไปกับอดีตทาสหนุ่มตลอดคืน แต่ความจริงจากปากเย็นก็ทำให้พระยาสีหโยธินพูดไม่ออก จะโกรธขึงก็ดูจะไร้เหตุผลจนเกินไป

“เพลานั้นดึกมากแล้ว จะย้อนกลับเรือนก็กลัวปะกับพวกโจรอีก ฉันกับพี่เที่ยงจึงต้องค้างในโบสถ์ ข้อนี้หลวงพ่อที่วัดเป็นพยานได้เจ้าค่ะ แลระหว่างที่อยู่ในโบสถ์ ฉันก็ดูแลพี่เที่ยงที่บาดเจ็บเท่านั้น มิได้กระทำเรื่องบัดสีเลยนะเจ้าคะ”

“ข้อนั้นแม่เย็นอย่ากังวลเลย ที่หลวงพ่อท่านให้ค้างแรมกันในโบสถ์ ก็เพื่อให้สิ้นคำครหาอยู่แล้ว ใครจะทำชั่วกันในโบสถ์ได้เล่า แต่ที่ฉันไม่ชอบ คือที่เที่ยงมันตามเกาะแกะแม่เย็นไม่เลิกต่างหาก”

“แต่ถ้าไม่ได้พี่เที่ยง ฉันอาจจะตายไปแล้วนะเจ้าคะ”

พระยาสีหโยธินหน้าบึ้งหงุดหงิดไม่เลิก “เพราะอย่างนั้น ฉันจึงไม่ตำหนิอย่างไรเล่า แต่หากไม่จำเป็นแม่เย็นก็ไม่ควรเข้าใกล้มันอีก เพราะฉันได้ให้รางวัลตอบแทนมัน เป็นการสิ้นบุญคุณกันแล้ว”

“เจ้าค่ะ...ฉันจะทำตามที่ท่านเจ้าคุณสั่งเจ้าค่ะ”

“ที่ฉันทำเช่นนี้ ใช่จะใจจืดใจดำ แต่เพราะฉันห่วงแม่เย็นกับลูกในท้อง ไม่อยากให้ใครมาว่าร้ายได้...ฉันอยากเห็นหน้าลูกเร็วๆ เสียแล้วสิ อยากรู้นักว่าจะเหมือนฉัน หรือแม่เย็นมากกว่ากัน เออ...ถ้าแม่เย็นคลอดแล้ว อยากจะได้รางวัลกระไรหรือไม่ ฉันจะให้แม่เย็นทุกอย่างเลย”

“ฉันไม่อยากได้กระไรดอกเจ้าค่ะ แต่หากเจ้าคุณจะเมตตา ฉันขอกลับไปเยี่ยมบ้านได้หรือไม่เจ้าคะ”

พระยาสีหโยธินชะงัก คำพูดของพระมหาเทพผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง เช่นเดียวกับความระแวงแคลงใจ

“ดูแม่เย็นจะอาลัยอาวรณ์บ้านเก่าเหลือเกินนะ ทำไมรึ...บ้านเก่าแม่เย็นมีกระไรดีกว่าที่นี่ ถึงได้อยากกลับนัก”

“ไม่ได้มีกระไรดีกว่าดอกเจ้าค่ะ แต่ฉันคิดถึงพ่อแม่ แลพี่ชายเท่านั้นเองเจ้าค่ะ”

น้ำเสียงเรียบๆและแสนซื่อของเมียน้อยคนโปรดทำให้ท่านเจ้าคุณอึ้งอีกรอบ เริ่มรู้ตัวว่าคิดมากไปแต่จะเอ่ยปากขอโทษก็ไม่ใช่วิสัยเลยขอตัวไปดูอาการบุญมี เย็นได้แต่มองตามงงๆ...ตามอารมณ์สามีไม่ถูกจริงๆ

บุญมีเหม็นขี้หน้าสามียิ่งนัก แต่เมื่อเขาแวะมาเยี่ยมถึงเรือนก็จำต้องปั้นหน้าราวกับเจ็บแผลเสียเต็มประดา พระยาสีหโยธินไม่ระแวงคิดว่าอนุภรรยายังเสียขวัญเลยปลอบเสียงอ่อน บุญมีสะอิดสะเอียนมากแต่ก็ต้องข่มอารมณ์ ตัดพ้อต่อว่าเขาลำเอียงตามประสาเมียน้อยที่อยากได้ความรักจากสามี

พระยาสีหโยธินไม่ติดใจสงสัย ยิ้มบางๆ พลางส่งสายตาหวานด้วยความเอ็นดู

“เสียดาย...ที่ฉันควักหัวใจมาให้แม่บุญมีดูไม่ได้ มิเช่นนั้น...ฉันจะชั่งหัวใจให้แม่ดู ว่าฉันไม่เคยลำเอียงเลย”

บุญมีแกล้งค้อนทำเป็นงอนให้เขาตายใจ แต่ม้วนก็ทำให้เสียเรื่องด้วยการเล่าให้ฟังอย่างมันปาก ว่าเจ้านายสาวเป็นแผลฉกรรจ์ที่ขาเพราะถูกมีดฟัน ท่านเจ้าคุณเอะใจเพราะเชื่อว่าพวกโจรน่าจะใช้ดาบมากกว่า บุญมีร้อนตัวกลัวแผนแตกเลยแสร้งหัวเสียไล่ม้วนลงจากเรือน

พระยาสีหโยธินส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะปรามบุญมีเสียงอ่อน

“อย่าโกรธเคืองไปเลย นังม้วนมันก็พูดมากไปอย่างนั้น ไม่มีกระไรดอก”

บุญมีแกล้งโอด “ฉันกลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ ท่านเจ้าคุณต้องจับพวกโจรมาให้ได้นะเจ้าคะ”

“ฉันก็อยากจับให้ได้ แต่พวกมันเตรียมการอย่างดีเพื่อแก้แค้นฉัน แลยังมีคนในคอยช่วย จับไม่ได้ง่ายนักดอก”

“ท่านเจ้าคุณรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ ว่าพวกมันคิดแก้แค้นแลมีคนในคอยช่วย”

“จะยากกระไร พวกมันไม่แตะต้องทรัพย์สมบัติ แต่กลับตามฆ่าคุณหญิงกับแม่เย็นที่ไร้ทางสู้ ก็เพราะมันต้องมีเรื่องแค้นเคืองกับฉัน แลอยากสร้างความเสียใจให้ฉันเป็นการล้างแค้น”

บุญมีถึงกับหน้าซีด แต่ท่านเจ้าคุณก็ไม่ทันสังเกตมัวครุ่นคิดเรื่องพวกคนร้าย

“แลมันเลือกวันที่ฉันไปราชการ หากไม่มีคนในคอยช่วย มันจะรู้ถึงเพียงนี้เชียวรึ เสียดาย...ฉันไม่รู้ว่าเป็นใคร”

ooooooo

แม้จะรอดพ้นจากความสงสัยของสามีไปได้ แต่บุญมีก็หายใจไม่ทั่วท้องเสียวสันหลังวาบด้วยไม่คิดมาก่อนว่าพระยาสีหโยธินจะหลักแหลมและอ่านแผนร้ายขาดขนาดนี้

สาลี่ก็เป็นอีกคนที่ใจไม่ดีเพราะทำเรื่องไว้ไม่น้อย แต่กระนั้นก็ยังปากดีนินทาและให้ร้ายเย็นลับหลังว่าอาจเป็นสายให้พวกโจรบุกมาปล้นทรัพย์สินและฆ่าผู้คนบนเรือน

พระยาสีหโยธินผ่านมาได้ยินโดยบังเอิญ อดไม่ได้โพล่งขึ้น

“มิใช่ฉันคิดไม่ได้ดอก แต่ฉันคิดส่งเดชไม่ได้ต่างหาก”

สาลี่หน้าเสียกลัวถูกสามีลงโทษ แต่ท่านเจ้าคุณก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากตำหนิเสียงเข้ม

“แม่สาลี่จะเกลียดชังเย็นหรือใครก็ตาม แต่หน้าที่ของฉัน คือให้ความเป็นธรรมกับทุกคนในเรือนนี้”

คำพูดเหมือนจะเข้าข้างเย็นทำให้สาลี่หมั่นไส้ และทิฐิไม่ยอมลงให้สามี

“ฉันก็พูดไปตามเนื้อผ้า คิดสงสัยกระไรก็ว่าไปตามนั้น นังเย็นมันมาจากทาส เป็นขี้ข้าในเรือน ถ้ามันจะโลภอยากได้ของนาย จะแปลกกระไรเล่าเจ้าคะ”

“เหมือนที่แม่สาลี่โลภมากอยากได้ตำแหน่งคุณหญิงน่ะรึ”

สาลี่ถึงกับหน้าตึง “นี่ท่านเจ้าคุณด่ากระทบกระเทียบฉันรึ”

“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ ว่าแม่สาลี่ต้องการกระไร แต่ที่ผ่านมา ฉันรู้ตัวว่าฉันผิดนัก ที่ไม่อาจยกย่องเชิดชูแม่สาลี่ สมกับที่รับปากพ่อของแม่สาลี่ไว้ได้ ฉันจึงแกล้งเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสีย แต่ถ้าแม่สาลี่ยังพาลพาโล เที่ยวกล่าวโทษใส่ร้ายคนอื่นอีก ฉันก็ไม่เกรงใจเหมือนกัน!”

พูดจบก็ผลุนผลันจากไปทิ้งสาลี่ให้มองตามด้วยความเจ็บใจก่อนจะหันไปพูดกับแอบ

“ข้าตัดสินใจแล้ว นอกจากลูกของข้า ท่านเจ้าคุณไม่ควรมีลูกคนอื่นอีกเลย...แม้แต่คนเดียว!”

พระยาสีหโยธินอารมณ์เสียมาก จนเมื่อได้ฟังเสียงขลุ่ยของเย็นในคืนเดียวกันถึงได้สงบลงบ้าง เย็นเห็นเขามีสีหน้าตึงเครียดเหมือนมีอะไรในใจตลอดเวลาก็อดถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

“ฉันเป็นคนเขลา ไร้ปัญญา แต่หากมีสิ่งใดแบ่งเบาความไม่สบายใจของท่านเจ้าคุณได้ ฉันก็เต็มใจทำเจ้าค่ะ”

ใบหน้าสวยหวานและท่าทางแสนซื่อของเย็นทำให้ท่านเจ้าคุณแอบรู้สึกผิดที่เก็บเรื่องสงสัยและคำพูดคนอื่นมาคิดมากทำให้ระแวงในตัวเธอ หลังจากนั้นจึงเลิกคิดพร้อมกับถอนใจยาว

“แม่เย็น...ความทุกข์ฉันนั้นมีหลายข้อ แต่ไม่มีทุกข์ใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่าการไม่มีแม่เย็นอยู่ข้างกายฉันอีกแล้ว”

“ท่านเจ้าคุณพูดแปลก ก็ฉันอยู่กับท่านเจ้าคุณอยู่แล้วอย่างไรเจ้าคะ”

“ใช่...แม่เย็นอยู่กับฉันแล้ว แลฉันจะไม่มีวันยอมสูญเสียแม่เย็นไปเป็นอันขาด มิว่าใครจะพูดกระไร ฉันก็หาใส่ใจไม่ ฉันจะเชื่อในตัวแม่เย็นเท่านั้น...ฉันรักแม่เย็นนะ”

“เจ้าค่ะ...ฉันก็รักท่านเจ้าคุณ รักมากเหลือเกินเจ้าค่ะ”

ooooooo

พระยาสีหโยธินปรึกษาหารือเรื่องโจรปล้นเรือนกับนครบาล เลยได้ข้อน่าคิดมาประการหนึ่งคือพวกโจรอาจได้รับเบาะแส หรือรู้ถึงที่ทางต่างๆบนเรือนจากคนใน และคนน่าสงสัยที่สุด...ก็หนีไม่พ้นเที่ยง

ความระแวงและหึงหวงก่อนหน้าทำให้พระยาสีหโยธินไม่รั้งรอจะสืบหาความจริงด้วยตัวเอง และเมื่อเห็นอดีตทาสหนุ่มมีอาการบาดเจ็บแต่ยังฝืนทำงานก็อดถามอย่างจับผิดไม่ได้

“ข้าให้รางวัลเอ็งไปก็ไม่น้อย ไม่หยุดทำงานเพื่อรักษาตัวก่อนเล่า”

“กระผมรับรางวัล เพื่อสนองเมตตาที่ท่านเจ้าคุณมีให้ หากไม่รับไว้ ก็เป็นการไม่รู้ที่ต่ำที่สูงขอรับ”

“แสดงว่าเอ็งไม่เต็มใจรับรางวัลจากข้า เอ็งนี่มันหยิ่งจองหองนัก แต่ครั้งที่เป็นทาสแล้ว ยิ่งได้เป็นไท ก็ยิ่งจองหองกว่าเดิม ข้าอยากได้น้ำตาลของเอ็งไปทำขนม เอ็งขายเท่าไหร่รึ”

เที่ยงสบตาอดีตเจ้านายนิ่งพอจะเข้าใจเจตนาของอีกฝ่ายดี

“ของพวกนี้มีคนจองแล้ว กระผมขายให้ไม่ได้ขอรับ ท่านเจ้าคุณคงไม่ได้มาที่นี่เพื่อมาซื้อน้ำตาลกระมังขอรับ”

ระหว่างที่พระยาสีหโยธินจ้องจับผิดเที่ยง สาลี่ก็เริ่มแผนชั่วสั่งให้แอบเตรียมยาขับเลือดนำไปผสมกับยาหม้อบำรุงครรภ์ของแย้มและเย็น แต่ก็โชคไม่ดี ฟักผ่านมาที่ครัวเสียก่อน แอบเลยใส่ยาลงหม้อของเย็นได้คนเดียว

แต่เพียงเท่านั้น สาลี่ก็พอใจแล้วและวางแผนจะแสร้งทำเป็นมีอาการบ้างเพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัย แต่แอบตามเล่ห์เหลี่ยมเจ้านายสาวไม่ทันซักไซ้จนถูกเอ็ดเสียงเขียว

“อีโง่! ถ้าข้าไม่ทำทีว่ามีอาการประหนึ่งจะแท้งลูกบ้างคนก็สงสัยกันน่ะสิว่าเป็นฝีมือข้า ชิงร้องขึ้นมาก่อนแล้วก็ตามหมอมาดูอาการเสียหน่อย คนก็สิ้นสงสัยมาถึงข้าแล้ว”

“ฉลาดเหลือเกินเจ้าค่ะแม่คุณของบ่าว มิเพียงกำจัดขวากหนามจะมาแข่งบุญกับคุณหนูในท้องได้โดยไม่มีใครระแวงถึง ยังทำให้ท่านเจ้าคุณห่วงใยคุณสาลี่เพิ่มขึ้นด้วย จะหาใครมีปัญญาเหมือนคุณสาลี่ไม่มีอีกแล้วเจ้าค่ะ”

จบคำก็ยื่นถ้วยยาบำรุงครรภ์ให้เจ้านายตัวเองบ้างโดยไม่รู้เลยว่ายาถ้วยนั้นมีอะไรผสมอยู่!

แผนการของสาลี่พังไม่เป็นท่า นอกจากจะวางยาเย็นไม่สำเร็จยังนำภัยมาถึงลูกในท้องด้วยต้องแท้งลูกเสียเอง เพราะแอบหยิบยาถ้วยผิดเอาของเย็นไปให้สาลี่ โดยมีม้วนเป็นตัวการเรื่องทั้งหมด เพราะเป็นคนทำหม้อยาของสาลี่แตก บ่าวในครัวกลัวสาลี่อาละวาดเลยเทยาหม้อของเย็นไปให้แทน

คำสาปแช่งของขาวตอนแท้งลูกเพราะถูกกรอกยาขับเลือดทำให้สาลี่ประสาทเสีย จนแม้เมื่อสามีแวะมาดูอาการ ก็ไม่วายอาละวาดพาลพาโลด้วยความคับแค้นใจ

แย้มตามพระยาสีหโยธินมาเยี่ยมสาลี่ด้วย พยายามปลอบด้วยความเห็นใจตามประสาคนกำลังจะได้เป็นแม่ แต่อนุภรรยาคนสวยกลับไม่เห็นความดีคิดเอาเองว่าแย้มต้องการเยาะเย้ย

แย้มหน้าเจื่อนถามเสียงอ่อน “ฉันพูดผิดตรงไหนรึ เหตุใดแม่สาลี่ต้องโกรธเคืองฉันด้วย”

“นึกว่าฉันเป็นเด็กอมมือไม่รู้เท่ารึ ปากก็ว่าเสียใจ แต่ในใจคงระริกด้วยความสาสมใจล่ะสิ ไม่มีใครมาแข่งบุญกับลูกตัวเองแล้ว ไม่ดีใจจนเนื้อเต้นก็แปลกไปล่ะ”

พูดจบก็ขว้างปาข้าวของใส่จนท่านเจ้าคุณต้องขอร้องให้แย้มกลับเรือนใหญ่ เพราะกลัวสาลี่โวยวายมากไปกว่านี้ คุณหญิงคนสวยเข้าใจดียอมผละไปง่ายๆ โดยมีสาลี่มองตามด้วยแววตาเคียดแค้น

“ไปให้พ้น! นังผู้ดีตีสองหน้า อย่ามาเหยียบเรือนข้าอีก”

ooooooo

แอบสืบจนรู้ว่าแท้จริงสาเหตุมาจากม้วนทำให้สาลี่แท้งลูกเลยบุกไปเอาเรื่องถึงในครัว ปรี่เข้าตบไม่ยั้งมือจนฟักต้องจับแยกสั่งให้โบย และตีตรวนไว้ในเรือนขังทาสไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ม้วนหน้าแตกยับโกรธมาก จนต้องไปฟ้องบุญมีให้ช่วยเอาเรื่องแอบแต่ก็ถูกเอ็ดกลับมา

“อย่าตาขาวไปหน่อยเลยนังม้วน อีแอบโดนเข้าไปครานี้คงไม่กล้าแล้ว แลถึงข้าอยากจะเฉดหัวมันปานใด นังสาลี่ก็ต้องคอยขวางอยู่ดี ข้าจะไล่มันตามอำเภอใจได้รึ”

ม้วนหน้าเสียร้องไห้สะอึกสะอื้นกว่าเดิม แต่บุญมีกลับไม่ยี่หระพึมพำเสียงเข้ม

“เพียรพยายามแทบตายก็ไม่ได้มา บทจะได้...กลับได้มาโดยไม่ได้นัดหมาย”

บุญมีสาแก่ใจเหลือเกินที่สาลี่ต้องสูญเสียลูก แม้จะไม่ได้อิจฉาริษยาเพราะไม่ได้รักใคร่ใยดีอะไรตัวสามีนัก แต่ความแค้นที่มีมานานก็ทำให้อดสมน้ำหน้าไม่ได้

สาลี่ร้องไห้ตีโพยตีพายไม่หยุด จนพระยาสีหโยธินทำตัวไม่ถูก ได้แต่อยู่เป็นเพื่อนและปลอบใจไม่ยอมห่าง แต่อนุภรรยาคนสวยก็สติแตกเสียแล้วอาละวาดและพาลพาโลจนเขาต้องถอย

เย็นเป็นห่วงสามีมากแอบไปดักรอหน้าเรือนของสาลี่ เมื่อเขาลงมาก็ถึงกับส่ายหน้าอ่อนใจ

“แล้วถ้าฉันไม่ลงจากเรือน แม่เย็นมิต้องนั่งคอยทั้งคืนรึ”

“ทั้งคืนฉันก็จะคอยเจ้าค่ะ”

พระยาสีหโยธินซึ้งใจมาก นับวันจะยิ่งรักเย็นมากขึ้นทุกที

“ขอบใจ...ขอบใจมากแม่เย็น แม่รู้หรือไม่...ว่าคำพูดของแม่คำนี้ เหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจฉันแท้ๆ”

“ฉันยังไม่ได้ทำกระไรเลยนะเจ้าคะ”

“เพียงแม่เย็นเป็นกำลังใจให้ ก็สำคัญกว่าสิ่งใดแล้ว แม่ไม่รู้ดอกว่าฉันทุกข์ใจนัก แต่ด้วยศักดิ์พระยาสีหโยธิน ทำให้ฉันบอกใครมิได้ เพลานี้...งานราชการฉันก็ไม่มีผู้ใดวางใจ เรือนก็ถูกปล้น บ่าวไพร่ก็ตาย ลูกฉันก็มาแท้งไปอีก ฉันท้อใจนัก แต่ในความโชคร้าย...ฉันก็ยังโชคดี ที่รู้ว่ายังมีแม่เย็นอีกคนที่ไม่ทอดทิ้งฉัน”

“ถึงแม้ฉันจะไม่มีประโยชน์กระไรกับท่านเจ้าคุณ แต่ฉัน...จะไม่มีวันทอดทิ้งท่านเจ้าคุณเป็นอันขาดเจ้าค่ะ”

ท่านเจ้าคุณดึงเมียน้อยคนโปรดมากอด ความรู้สึกอึดอัดที่โถมทับมาหลายวันค่อยๆคลายลง เหลือไว้เพียงความรู้สึกอ่อนหวานที่นานวันก็ทวีมากขึ้น จนคิดไม่ออกเลยว่าหากไม่มีเธอจะอยู่เช่นไร

ooooooo

วันเวลาผ่านไปเป็นเดือน สาลี่หายทุรนทุรายเรื่องลูกแล้ว แต่ยังไม่มีแก่จิตแก่ใจจะทำการใดนอกจากเข้าบ่อนเล่นโปไปวันๆ จนพระยาสีหโยธินเอือมระอามาก แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ เพราะเคราเคยมีบุญคุณตอนเรือนถูกปล้น

งานราชการของพระยาสีหโยธินก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ไม่ได้รับความไว้วางใจเหมือนเดิม เพราะข่าวลือเมื่อครั้งก่อน พระมหาเทพสะใจมากแต่ก็ต้องมาหัวเสียเพราะถูกขุนนางชั้นผู้ใหญ่เรียกไปตำหนิ

“ฉันบอกคุณพระแล้ว ว่าถ้าทำงานไม่สำเร็จตามกำหนด เราจะถูกพวกฝาหรั่งฟ้องร้อง แต่คุณพระก็ยังนอนใจจนเดือดร้อนกันไปทั่ว ฉันเองก็เถียงไม่ออกเพราะเราผิดจริง ตอนนี้ก็ทำได้แต่ขอความเมตตาจากพวกฝาหรั่งเท่านั้น”

พระมหาเทพแก้ตัวแบบขอไปที จนขุนนางผู้ใหญ่เบื่อหน่ายและอดเปรียบเทียบกับพระยาสีหโยธินไม่ได้

“คิดแล้วก็อดนึกถึงท่านเจ้าคุณสีหโยธินไม่ได้ ทั้งบุกป่าฝ่าดง เสี่ยงทั้งไข้ป่า สัตว์ป่า แลต้องคุมกำลังรบพุ่งเพื่อปกป้องผู้คน งานหนักหนากว่านี้นักก็ทำได้ไม่มีขาดตกบกพร่อง”

คุณพระหนุ่มเจ็บใจมากริษยาจับใจ แต่ก็ต้องแกล้งพูดให้ดูดี

“จริงขอรับ...กระผมก็อยากให้ท่านเจ้าคุณสีหโยธินได้กลับมาทำราชการสำคัญอีกเช่นกัน แต่เสียงครหาเรื่องสินบาทสินบนยังอื้ออึงอยู่ จะช่วยเหลือก็เกรงว่าคนอื่นจะมองว่ากระผมรู้เห็นเป็นใจ เลยไม่รู้จะทำอย่างไรดีขอรับ”

“ก็เพราะอย่างนั้นน่ะสิ ท่านเจ้าคุณสีหโยธินถึงต้องทำแต่งานเบ็ดเตล็ดอยู่เช่นนี้”

ขุนนางผู้ใหญ่ถอนใจยาว พระมหาเทพตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่างหวังยุแยงให้พระยาเกลอรักเสียหายกว่าเดิม แต่ก็ต้องผงะเมื่อได้ยินการตัดสินใจของอีกฝ่าย

“ฉันว่า...เราควรจะเลิกเห็นแก่ขี้ปากคนเกินกว่าความดีความชอบที่ท่านเจ้าคุณสีหโยธินทำเสียที มิเช่นนั้น...ก็เท่ากับต้องเสียคนดีมีฝีมือไปคนหนึ่ง โดยไม่เป็นคุณแก่ใครเลย”

ในที่สุดเวลาของพระยาสีหโยธินก็มาถึง พระมหาเทพรู้ดีว่าขวางขุนนางผู้ใหญ่ไม่ได้ เลยอาสาทำตัวเป็นมิตรแสนดี ส่งข่าวให้พระยาเกลอรักรู้ พระยาสีหโยธินดีใจมากยิ่งได้รู้ว่างานแรก ประเดิมการได้รับความไว้วางใจอีกครั้ง คืองานควบคุมทหาร คุ้มกันพวกสร้างทางรถไฟยิ่งปลื้มใจมาก

พระมหาเทพมองอาการยิ้มไม่หุบของพระยาสีหโยธินด้วยแววตาริษยาสุดขีด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากข่มอารมณ์รุนแรงไว้ จนเมื่อเจอเย็นเมียน้อยคนโปรดของเกลอรักที่ตนประทับใจไม่รู้ลืม ก็อดเกี้ยวแก้เซ็งไม่ได้ ฟักต้องมาช่วยกันไว้ไม่อยากให้เย็นข้องเกี่ยวกับคุณพระหนุ่มที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าไว้ใจ!

ooooooo

สาลี่ไม่ได้ยี่หระว่าสามีจะได้กลับไปทำงานราชการหรือไม่มัวหัวเสียแทบคลั่ง เพราะมือตกเสียพนันโปจนหมดตัว แอบพยายามเตือนสติให้เลิกเล่น หรืออย่างน้อยก็เพลาๆบ้าง แต่เจ้านายสาวก็ถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว เอ็ดบ่าวสาวคนสนิทลั่น จนพระยาสีหโยธินซึ่งผ่านมาโดยบังเอิญทนไม่ไหวต้องโพล่งออกไป

“แต่ก่อนยังจอดเรือห่างๆ แล้วเดินอ้อมเข้าเขตเรือนเอง ประเดี๋ยวนี้...ใช้ท่าน้ำหน้าเรือนเลยนะแม่สาลี่”

“แล้วไม่ใช่เพราะฉันไปเล่นโปหรือเจ้าคะ คราที่โจรปล้นเรือน ถึงได้ตามพวกที่บ่อนมาช่วยได้”

“ก็เพราะข้อนี้น่ะซี ฉันถึงห้ามปรามแม่สาลี่ได้ไม่เต็มปาก เป็นเหตุให้แม่สาลี่ถลำลึกลงทุกที”

“ตกลง...ท่านเจ้าคุณดักรอฉัน ก็เพื่อจะพูดเท่านี้น่ะรึเจ้าคะ”

“ฉันไม่อยากให้แม่สาลี่ยุ่งเกี่ยวกับการพนันอีก แม่สาลี่ทำเพื่อฉันได้หรือไม่เล่า”

“ฉันยังมีค่าพอจะทำกระไรได้อีกหรือเจ้าคะ นึกว่าในใจท่านเจ้าคุณมีแต่คุณหญิงกับแม่เย็นเสียอีก”

“เหตุใดแม่สาลี่ต้องประชดประชันด้วย”

“ประชดหรือเจ้าคะ ฉันแค่พูดด้วยความเจียมตัวเท่านั้น ฉันมันไม่มีลูกแล้ว จะสู้อุ้มท้องสายเลือดของท่านเจ้าคุณได้อย่างไรเจ้าคะ ท่านเจ้าคุณสนใจแต่ลูกแต่เมียของท่านเจ้าคุณเถิดเจ้าค่ะ อย่าเกี่ยวข้องกับฉันเลย”

สาลี่ผละไปทั้งน้ำตาน้อยใจสามียิ่งนักที่นับวันจะห่างเหิน ยิ่งเธอสูญเสียลูกเขาก็ยิ่งห่างไกล ท่านเจ้าคุณได้แต่มองตามพลางส่ายหน้าเบาๆ...อนุภรรยาคนสวยเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน

เย็นดีใจกับสามีด้วยได้กลับไปทำงานสำคัญอีกครั้ง และความรักของเขาที่มีต่อเธอนับวันก็มากขึ้น จนเธอแทบไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นแค่เมียทาส เพราะเขาก็กำนัลเธอด้วยเงินทองและข้าวของเครื่องประดับอย่างดี

ฟักอดปลื้มใจแทนไม่ได้ แต่ก็รู้ดีว่าเย็นมีความสุขได้ไม่เต็มที่นัก

“หาใครรู้ใจฉันเหมือนพี่ฟักเป็นไม่มี ฉันอยู่สุขสบาย มีทรัพย์สินเงินทองทุกอย่าง แต่พ่อแม่จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้ คิดแล้ว...ฉันมันช่างอกตัญญูนัก”

“อกตัญญูอะไรกัน แม่เย็นก็ระลึกถึงอยู่มิได้ขาด แต่มันอยู่ไกลกัน ไปมาหาสู่ก็ไม่รู้ทาง จะให้ทำอย่างไรเล่า”

“แต่ฉันก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดีล่ะจ้ะ”

“แต่ฉันว่าพ่อแม่พี่น้องแม่เย็นต้องอยู่สุขสบายดี เพราะหากทุกข์ร้อน ก็คงมาหาแม่เย็นเสียนานแล้ว ถึงแม่เย็นจะกลับบ้านไม่ได้ แต่ใช่ว่าพ่อแม่ของเย็นจะมาบ้านท่านเจ้าคุณไม่ถูกนี่นา”

เย็นนิ่งคิดตามคำของฟัก และเห็นจริงด้วยไม่น้อยโดยไม่รู้เลยว่าทุกคนในครอบครัวต้องเป็นทุกข์มากแค่ไหน เพราะพ่อล้มป่วยหนักพืชสวนไร่นาก็ทำกำไรแทบไม่ได้ จนยืนพี่ชายคนเดียวของเย็นต้องกล่อมพ่อให้กู้เงินเพิ่ม

พ่อไม่ยอมช้ำใจพอแล้วที่ต้องขายเย็นเป็นทาสเลยไม่อยากกู้เพิ่มอีก ยืนเลยไปเกลี้ยกล่อมแม่ ซึ่งเห็นด้วยกับเขาทุกอย่าง แต่ก็ยังไม่อยากให้เขาไปหาเย็นเพื่อกู้เพิ่มอยู่ดี เพราะเกรงอิทธิพลของพวกขุนนาง

“เราไม่รู้ดอกพ่อยืน ว่าท่านเจ้าคุณเป็นคนเช่นไร แลระหว่างที่เย็นรับใช้อยู่ทำให้ท่านขุ่นเคืองใจหรือไม่ แต่ถ้าเขาจะหาเรื่องกลั่นแกล้ง ก็ย่อมทำได้ทั้งนั้น คนอย่างเราจะเอากระไรไปสู้ ทางที่ดี...ไม่ไปให้เกิดเรื่อง ไม่ดีกว่ารึ”

ยืนหน้าเสียสิ่งที่เห็นและสิ่งที่ได้ยินเกี่ยวกับบรรดาขุนนางน้อยใหญ่ทำให้อดหวั่นใจไม่ได้ และด้วยความรักตัวกลัวตายนี่เองทำให้เขายับยั้งชั่งใจไว้ ไม่ไปหาเย็นอย่างที่ตั้งใจแต่แรก

ooooooo

วันเวลาผ่านไปอีกหลายเดือน พระยาสีหโยธินกลับไปรับราชการงานสำคัญจนลุล่วงได้รับความดีความชอบมากมายอีกครั้ง แต่ก็อดระแวงไม่ได้ทุกครั้งที่ต้องไปราชการต่างเมือง เพราะเหตุโจรปล้นเรือนเมื่อหลายเดือนก่อนทำให้หลอนเป็นห่วงบรรดาเมียและบ่าวไพร่จะเป็นอันตรายหรือตายโดยไม่จำเป็น

ด้านสาลี่...ติดการพนันอย่างหนักฝากผีฝากไข้อะไรไม่ได้มากนัก บุญมีเลยฉวยโอกาสนี้อาสาดูแลความเรียบร้อยบนเรือนแทน และงานแรกที่ต้องรับผิดชอบก็คือตามหมอตำแย!

แย้มกับเย็นปวดท้องจะคลอดลูกในเช้าวันเดียวกัน ร้อนถึงบ่าวไพร่ทั้งเรือนต้องวิ่งให้วุ่น โดยแรมไปตามหมอ ตำแยให้แย้ม ส่วนบุญมีกับม้วนไปตามหมออีกคนให้เย็น

แรมทำหน้าที่ของตนได้ดี แย้มมีหมอมาช่วยทำคลอด แต่ก็ต้องหน้าเสียทั้งห้องเพราะเด็กในท้องทำท่าจะคลอดไม่ง่ายสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่คุณหญิงคนสวยยิ่งนัก

ส่วนบุญมี...ไม่ได้ไปตามหมอตำแยให้เย็น แต่กลับพายเรืออ้อยอิ่ง จนม้วนเริ่มนั่งไม่ติด

“แล้วเอ็งตามหมอตำแยได้หรือไม่ เอ็งจะเดือดร้อนกระไรในเมื่อคนเจ็บท้องคลอดลูกคือนังเย็น ไม่ใช่เอ็ง”

“นี่คุณบุญมีจะกลั่นแกล้งนังเย็นให้ต้องคลอดลูกเอง ไม่มีหมอตำแยไปทำคลอดรึเจ้าคะ”

บุญมียิ้มร้ายแกล้งดุเสียงเข้ม “เอ็งพูดดีๆนะนังม้วน ข้าไม่เคยกลั่นแกล้งใคร อย่าหาบาปกรรมมาใส่ข้า เพียงแต่ข้าออกมาตามหมอตำแยแล้ว แต่ไม่เจอต่างหาก”

“เจ้าค่ะ...หาไม่เจอเจ้าค่ะ แหม...แต่แรกบ่าวเห็นคุณบุญมีทำดีกับนังเย็น นึกว่าคุณบุญมีจะดีกับมันเสียอีก”

“ที่ข้าดีกับนังเย็น เพราะเห็นว่าคุณหญิงจะยกมันขึ้นมา แลท่านเจ้าคุณกำลังหลงมันนัก น้ำเชี่ยวจึงไม่อยากเอาเรือไปขวางเพียงนั้น แต่จะให้ข้าดีกับอีทาสนั่นด้วยใจจริง อย่าหมายเลย!”

ระหว่างที่แย้มกับเย็นเจ็บท้องจะคลอดอย่างทุกข์ทรมาน สาลี่กลับเหยียดยิ้มร้ายสาแก่ใจยิ่งนัก เมื่อรู้จากแอบว่าบุญมียังไม่กลับจากไปตามหมอตำแยให้เย็น

“คงจะกลับมาดอก นังบุญมี...ก็ไม่ต่างจากงูเห่าดีๆ นี่เอง”

แอบคิดตาม ตาวาว “คุณสาลี่เห็นว่าอีนังคุณบุญมี จะกลั่นแกล้งนังเย็นหรือเจ้าคะ”

“มันทำแน่ แต่คนอย่างมันไม่รอบคอบ ทำการไม่ตลอดดอก ต่อให้คนบนเรือนใหญ่วุ่นวายเพราะคุณหญิงจะคลอดลูก แต่ก็ยังมีบ่าวผู้ชายอีกมากนัก นังฟักมันใช้ให้ไปตามหมอตำแยเมื่อใดก็ได้”

“ถ้าเช่นนั้น...เราก็ช่วยอีนังคุณบุญมีสักคราดีหรือไม่เจ้าคะ”

“เฉลียวฉลาดขึ้นมากนังแอบ มิเสียที...ที่รับใช้ข้ามานาน”

ooooooo

สาลี่ทำตามแผน ด้วยการใช้บ่าวไพร่ผู้ชายทั้งเรือนไปเก็บผลไม้ในสวนกีดกันไม่ให้ฟักหาใครไปตามหมอมาทำคลอดเย็นได้ ส่วนบุญมีก็แกล้งไม่กลับเรือน

จนเย็นย่ำหวังให้เย็นทุกข์ทรมานจากการเจ็บท้องและ หากโชคดี...อดีตทาสสาวเมียน้อยคนโปรดที่เธอแสนชังคงจะตายทั้งกลม!

แย้มยังไม่คลอด เพราะเด็กไม่ยอมออก ฟักไม่มีทางเลือกเลยตัดสินใจทำคลอดให้เย็นด้วยตัวเอง แล้วก็ได้ยิ้มกว้าง เมื่อลูกสาวของเย็นลืมตาดูโลกหลังจากนั้น

“แม่เย็นไม่เสียใจรึ ที่ไม่ได้ลูกชายไว้สืบตระกูลให้ท่านเจ้าคุณ”

“ไม่ดอกจ้ะ ถึงจะเป็นลูกสาว ฉันก็รักไม่ต่างกัน รัก...ยิ่งกว่าชีวิตฉันเองเสียอีก”

ฟักถอนใจยาวก่อนจะยิ้มบางๆให้ “แม่เย็นไม่คิดกระไรมากก็ดีแล้ว อันที่จริง...แม่เย็นมีลูกสาวดีกว่ามีลูกชายนัก เพราะจะได้ลดความริษยาของคนในเรือนลงไปเป็นวาสนาแก่ตัวแม่เย็นแลลูกมากกว่า”

“เอ่อ...พี่ฟักจ๊ะ แล้วคุณหญิงเล่า คลอดคุณหนูผู้ชายหรือผู้หญิงจ๊ะ...”

แย้มเจ็บท้องมาก และรู้จากคำบอกเล่าของหมอ ตำแยว่าลูกของเธอมีปัญหาทำให้คลอดออกมาไม่ได้ คุณหญิงคนสวยจึงตัดสินใจบางอย่างซึ่งรักษาชีวิตของเธอไว้ได้ แต่ต้องสูญเสียลูกชายคนแรกไปตลอดกาล

ความหวังและความฝันจะให้ลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจสามีพังไม่เป็นท่า แย้มเสียใจมาก แต่เมื่อตั้งสติได้ก็สั่งให้นมแสงหยิบเงินให้หมอตำแยมากกว่าปกติถึงสามเท่าพร้อมกำชับ

“อย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเป็นอันขาด ฉันไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ว่าลูกฉันตาย นอกจากคนที่ฉันต้องการให้รู้”

น้ำเสียงและสีหน้าเอาจริงของคุณหญิงคนสวย ทำให้หมอตำแยพูดไม่ออก ยิ่งอีกฝ่ายสั่งบ่าวไพร่ตามไปส่งถึงบ้าน ยิ่งมั่นใจในชะตากรรมว่าหากตนปากสว่างเรื่องคุณหนูผู้ชายที่ตายคงต้องจบชีวิตตามไปเป็นแน่

นมแสงเข้าใจแผนการของแย้มดี และเมื่อได้รับคำยืนยันจากฟักกับเย็นว่ายังไม่มีใครรู้ว่าเย็นคลอดลูกเป็นลูกสาว ก็ตัดสินใจพาตัวไปพบคุณหญิงคนสวย

ข่าวร้ายเรื่องลูกชายของแย้มตายหลังคลอดไม่นานทำให้เย็นตกใจมาก แต่ที่ทำให้ต้องหน้าซีดเผือดก็เมื่อคุณหญิงคนสวยขอร้องให้ยกลูกสาวคนเดียวให้

เย็นถึงกับพูดไม่ออกไปอึดใจ ก่อนจะโพล่งขึ้น “คุณหญิงว่ากระไรนะเจ้าคะ”

“ได้ยินไม่ผิดดอก ฉันอยากได้ลูกของเย็นมาเป็นลูกของฉัน”

ฟักเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเย็น จนต้องโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“นี่หรือเจ้าคะคุณนม ข้อที่คุณหญิงต้องการ ปรึกษาฉันกับแม่เย็น คุณหญิงจะเอาลูกแม่เย็นไปเป็นลูกตัว แลให้แม่เย็นรับสมอ้างว่าลูกของแม่เย็นตายตอนคลอดซีนะเจ้าคะ”

นมแสงถึงกับพูดไม่ออก เย็นสะเทือนใจมาก แต่ยังมีแก่ใจถามเหตุผลจากแย้ม

“เพราะแม่สาลี่...เย็นก็รู้ไม่ใช่รึ ว่าแม่สาลี่ร้ายกาจเพียงใด หากท่านเจ้าคุณมีบุญคุ้มครองฉันได้ตลอดก็หากระไรไม่ แต่ถ้าท่านเจ้าคุณสิ้นบุญไปก่อน ลูกก็เป็นคนเดียวที่ปกป้องฉันได้”

“แต่คุณหญิงกับท่านเจ้าคุณอาจจะมีลูกกันอีกก็ได้นะเจ้าคะ ทำไมต้องเอาลูกฉันไปด้วยเล่าเจ้าคะ”

แย้มน้ำตาคลอ ระบายความเก็บกดในใจอย่างอัดอั้น “ฉันอายุไม่น้อยแล้วนะเย็น ยังมีหวังอีกรึ แลฉันรู้ตัวดีว่าท่านเจ้าคุณรักฉันแบบเพื่อนคู่คิด เกรงใจที่ฉันเป็นภรรยาเอก แต่ความเสน่หาฉันชายหญิงมันจืดจางไปมากแล้ว หากมิใช่ ฉันใช้เล่ห์ให้เย็นขึ้นมาอยู่บนเรือนใหญ่ มีรึ...ที่ฉันจะท้องขึ้นมาได้”

เย็นถึงกับพูดไม่ออก ไม่ต่างจากฟัก...เข้าใจความจำเป็นของแย้ม แต่ก็คิดว่าไม่ควรพรากลูกพรากแม่ นมแสงไม่พอใจที่ฟักตีฝีปากกับคุณหญิงคนสวย เลยปรามเสียงเข้ม แย้มต้องโบกมือห้ามอย่างอ่อนแรง

“อย่าว่าฟักเลยจ้ะนม ฟักพูดถูก ฉันเป็นคนใจดำแลอาจจะโหดร้ายกว่าแม่สาลี่ด้วยซ้ำ แต่คนที่ไม่ได้ยืนที่เดียวกับฉัน ไม่มีวันเข้าใจดอก เกียรติยศที่ฉันมี ก็เหมือนคนเดินบนลวดขึงระหว่างเหว ฉันจะพลาดตกไปไม่ได้เป็นอันขาด”

ฟักขบกรามแน่น เจ็บใจแทนเย็นยิ่งนัก แต่ก็พูดมากไม่ได้ เพราะตนเป็นทาส และสิทธิ์ขาดเรื่องลูกก็อยู่ที่แม่แท้ๆอย่างเย็น แย้มอับจนด้วยหนทางและปัญญาจะเกลี้ยกล่อม เลยตัดสินใจก้มกราบเท้าเย็น

เย็นตกใจมาก ยอบตัวไปจับไว้ “อย่าเจ้าค่ะ อย่าทำเช่นนี้ คุณหญิงมีศักดิ์สูง หาควรลดตัวมากราบฉันไม่”

“ศักดิ์ของฉัน จะอยู่ได้อีกนานเท่าใด ถ้าไม่มีลูกให้ท่านเจ้าคุณ ช่วยฉันด้วยเถิดนะเย็น...ฉันขอร้อง”

ooooooo

เย็นตัดสินใจยกลูกสาวคนเดียวให้แย้ม และรับสมอ้างว่ามีลูกชาย แต่ตายตั้งแต่เพิ่งคลอด เพื่อตอบแทนบุญคุณคุณหญิงคนสวย โดยรับปากเป็นคำสัตย์จะไม่แพร่งพรายเรื่องนี้ให้ใครรู้เป็นอันขาด

กว่าพระยาสีหโยธินจะรู้ว่าเมียหลวงกับเมียน้อยคลอดลูกก็รุ่งเช้าของวันต่อมา บุญมีเลยต้องรับศึกหนัก เพราะถูกเขาตำหนิ โทษฐานไม่ส่งคนไปแจ้งข่าวตั้งแต่ วันวาน

สาลี่ไม่ได้ยินดียินร้ายกับลูกคนแรกของสามีนัก มัวสาแก่ใจที่ลูกชายของเย็นต้องตาย

“นังบุญมีมันร้ายนัก เล่นเสียลูกนังเย็นตายตั้งแต่ยังไม่ลืมตาเสียด้วยซ้ำ”

แอบหัวเราะ พร้อมสำทับด้วยความสะใจไม่แพ้กัน

“เป็นเพราะเราช่วยส่งเสริมดอกเจ้าค่ะ ลำพังปัญญาอีนังคุณบุญมีคงทำไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ”

“ปากเสีย! นังบุญมีไปตามหมอตำแยมาไม่ได้ นังเย็นต้องคลอดเอง เป็นเหตุให้ลูกมันตาย เกี่ยวกระไรกับข้า”

“เจ้าค่ะ...ไม่เกี่ยวกับแม่คุณของบ่าวเลยเจ้าค่ะ หากจะโทษ ก็ต้องโทษที่ลูกนังเย็นไม่มีบุญพอ แต่อีนังคุณหญิงยังสู้อุตส่าห์ได้ลูกมาคนหนึ่งนะเจ้าคะ คุณสาลี่เห็นว่าจะเป็นหอกข้างแคร่ต่อไปรึไม่เจ้าคะ”

“แม้คุณหญิงจะเป็นต่อข้า แต่ลูกผู้หญิงอย่างไรก็สู้ลูกผู้ชายไม่ได้ดอก หากภายหน้า ข้ามีลูกชายให้ท่านเจ้าคุณได้ ข้าก็ยังพลิกกลับมาเหนือกว่าได้อยู่ดี สำคัญที่อีเย็นต้องไม่มีลูกชายตัดหน้าข้าเท่านั้น!”

พระยาสีหโยธินอุ้มลูกสาวคนแรกด้วยความรักสุดหัวใจ โดยมีแย้มนอนมองด้วยความปลื้มใจ

“ท่านเจ้าคุณไม่ถือสาหรือคะที่ไม่ได้ลูกชาย”

“จะชายหรือหญิง ขึ้นชื่อว่าลูก ฉันก็รักเท่ากันน่ะล่ะ...จริงหรือไม่แม่แดงของพ่อ”

“ไม่ทันไร ท่านเจ้าคุณก็ตั้งชื่อให้ลูกแล้วหรือคะ”

“ชื่อเอาไว้เรียกเล่นเท่านั้น ชื่อจริงเอาไว้ให้ท่านพระครูตั้งให้ดีกว่า จะได้เป็นสิริมงคลแก่ตัวแม่แดงเอง”

“ท่านเจ้าคุณรักแม่แดง ฉันก็ดีใจเจ้าค่ะ แต่ท่านเจ้าคุณต้องไม่ลืมนะเจ้าคะ ว่าท่านเจ้าคุณไม่ได้มีลูกคนเดียว”

คำพูดของเมียหลวง ทำให้ท่านเจ้าคุณหน้าเสีย จนต้องผละไปหาเย็นที่กำลังร่ำไห้อย่างหนัก เพราะต้องสูญเสียลูกสาวคนเดียว โดยไม่มีโอกาสอุ้มชู แต่ท่านเจ้าคุณกลับเข้าใจว่าเธอเสียใจเพราะลูกตาย

“ฉันเป็นพ่อ ฉันก็เสียใจไม่ต่างจากแม่เย็นดอก แต่ลูกเขาก็ไม่อยู่กับเราแล้ว ถึงร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด เขาก็ไม่มีวันฟื้นขึ้นมา แม่เย็นหักอกหักใจเสียบ้างเถิด”

“ท่านเจ้าคุณไม่เข้าใจดอกเจ้าค่ะ ความทุกข์ที่ฉันมี...มันไม่อาจบอกใครได้”

“ทำไมพูดเช่นนั้นเล่าแม่เย็นของฉัน แม่เย็นคิดว่าฉันไม่ทุกข์ไปกับแม่รึ ฉันถึงไม่เข้าใจ แลไม่อาจบอกฉันได้ หรือแม่คิดว่าฉันได้ลูกแล้ว จะไม่สนใจไยดีลูกที่ตายไป”

เย็นได้แต่ร้องไห้ บอกใครไม่ได้ว่าตนไม่ได้เสียใจเพราะลูกตาย แต่เสียใจเพราะเสียลูกทั้งเป็นต่างหาก ท่านเจ้าคุณดึงตัวมากอดปลอบด้วยความสงสารไม่อยากพูดอะไรมากกว่านี้กลัวเมียน้อยคนโปรดจะสะเทือนใจ

ooooooo

.

--------------------

นางทาส ตอนที่ 8

ฟักเข้ามากราบเรียนท่านเจ้าคุณให้ไปร่วมงานศพลูกชาย และถือโอกาสถามเหตุผลจากเย็น ซึ่งนั่งสะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจ เพราะต้องสูญเสียลูกสาวคนเดียวให้ไปเป็นลูกของแย้ม

“ทำไมถึงไม่กราบเรียนท่านเจ้าคุณ”

“ฉันรับปากคุณหญิงไว้แล้ว จะให้พูดได้อย่างไรเล่าจ๊ะพี่ฟัก”

“แล้วจะยอมยกลูกให้คนอื่น แลไม่มีโอกาสได้ฟังลูกเรียกว่าแม่ไปทั้งชีวิตน่ะรึ”

“คุณหญิงมีบุญคุณกับฉันนัก แลท่านถึงก้มกราบ แล้วจะให้ฉันใจร้ายใจดำบอกปัดได้รึพี่ฟัก”

“ที่คุณหญิงสร้างบุญคุณก็เพราะหวังผล ยังดูไม่ออกอีกรึแม่เย็น”

“มิใช่ฉันไม่รู้ แต่บุญคุณก็คือบุญคุณ ต่อให้ร่างกายแหลกสลาย ฉันก็เนรคุณคุณหญิงมิได้ดอก”

ฟักได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ ในเมื่อเย็นเลือกทางนี้ เลยไม่รู้ว่าจะช่วยเช่นไร

สาลี่ไม่ได้ร่วมงานศพลูกชายเย็นเหมือนคนอื่นๆ น้อยใจสามีที่ทุ่มเทเวลาปลอบใจเมียน้อยคนโปรด และเห่อลูกสาวคนใหม่ของแย้ม โดยไม่สนว่าเธอจะเป็นตายร้ายดีที่ไหน แอบกล่อมให้เจ้านายสาวกลับเรือน แต่อนุภรรยาคนสวยไม่ยอมไปเข้าบ่อนแทน แถมสั่งให้บ่าวคนสนิทนำข่าวเรื่องลูกชายของเย็นไปบอกเที่ยงอีกต่างหาก!

พระมหาเทพแผนสูงกว่าสาลี่มากนัก ตีหน้าเศร้าแสดงความเสียใจที่เกลอรักต้องเสียลูกชายได้อย่างแนบเนียน จนไม่มีใครเอะใจว่าเขาจะวางแผนแทงข้างหลัง เย็นไม่ได้สนใจใครเลยนอกจากลูกสาวที่ยกให้แย้ม และถือโอกาสขออนุญาตคุณหญิงคนสวยให้นมลูก

พระยาสีหโยธินกับพระมหาเทพอดแปลกใจไม่ได้ที่เย็นรักใคร่ลูกสาวของแย้มมากเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ติดใจมาก เพราะเห็นด้วยกับเหตุผลของแย้มที่ว่าเย็นคงอาลัยลูกชายเลยเผื่อแผ่ความรักมาถึงลูกสาวเธอด้วย

เย็นร้องเพลงนกกาเหว่ากล่อมเด็ก และให้นมลูกสาวด้วยความรักเปี่ยมล้น ฟักผ่านมาเห็นและอดไม่ได้ต้องค่อนแคะ เพราะเจ็บใจแทนในโชคชะตาของเมียน้อยคนโปรด

“นกกาเหว่าไม่ได้มาไข่ให้แม่กาดอก แต่แม่กาแย่งลูกนกไปต่างหาก”

“อย่าพูดเช่นนี้ซีพี่ฟัก ประเดี๋ยวมีใครมาได้ยินเข้า”

“ได้ยินสิดี ฉันเองไม่เห็นพ้องด้วยอยู่แล้วที่แม่เย็นยอมคุณหญิงเช่นนี้ แต่ติดที่เป็นทาสเขา ก็เลยทำกระไรไม่ได้ แล้วแม่เย็นต้องการแค่นี้รึ ได้แค่เลี้ยงดูอุ้มชูเท่านั้น แต่บอกใครไม่ได้ว่าตัวเป็นแม่แท้ๆ”

“เท่านั้นฉันก็พอใจแล้วจ้ะ ขอเพียงฉันได้อยู่ใกล้ลูก ได้เห็นเขาทุกวัน ฉันก็ไม่ต้องการกระไรอีกแล้ว อันที่จริง...แม่แดงได้เป็นลูกคุณหญิง อาจจะดีก็ได้นะจ๊ะ อย่างน้อยก็คงสุขสบายกว่าเป็นลูกเมียกลางทาสีอย่างฉัน”

พูดจบก็หอมแก้มลูกสาว โดยมีฟักมองมาด้วยแววตาอ่อนใจ สงสาร...แต่เย็นก็เลือกแล้ว

ooooooo

พระมหาเทพร่วมมือกับสาลี่วางแผนใส่ร้ายและยุแยงพระยาสีหโยธินให้เข้าใจเย็นผิด โดยหาว่าเมียน้อยคนโปรดทำตัวน่าสงสัยเหมือนจะแอบมีผัวมาก่อนมาเป็นเมียท่านเจ้าคุณ พระยาหนุ่มใหญ่เริ่มหวั่นไหวแต่รักและยังเชื่อใจเย็นมากเลยไม่ได้แสดงท่าทีคล้อยตามแต่อย่างใด

สาลี่หัวเราะเมื่อได้ฟังความจากพระมหาเทพคิดไว้แล้วว่าสามีเป็นคนฉลาดและไม่หูเบา คงยุแยงไม่ได้ง่ายๆ แต่กระนั้น...ก็ไม่ละความพยายามกำชับให้คุณพระหนุ่มทำเหมือนเดิมอีกหลายๆครั้ง

“ลูกนังเย็นมันก็ตายไปแล้ว เหตุใดแม่สาลี่ถึงต้องใส่ร้ายนังเย็นมันอีกเล่า”

“นังเย็นอายุยังน้อย ถึงลูกชายมันตายก็มีใหม่ได้ ฉันจึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้มันได้เป็นเมียท่านเจ้าคุณอีก”

“ถ้าเช่นนั้นก็คงอีกไม่นาน ถึงท่านเจ้าคุณไม่ใช่คนหูเบา แต่เจอยุแยงเข้าบ่อยๆ ก็ต้องมีซวนเซเป็นแน่”

“แลไม่มีนังเย็นสักคน ท่านเจ้าคุณก็ต้องกลับมาหาฉันเหมือนเดิม”

“แต่ก่อนหน้านั้น แม่สาลี่อย่าลืมช่วยงานฉันอีกเล่า”

“ย่อมได้ แต่ฉันบอกไว้ก่อนว่าถ้าทำให้ท่านเจ้าคุณเดือดร้อนอีก ฉันไม่ทำเป็นอันขาด”

“ข้อนั้นอย่าห่วงเลย เรื่องนี้...รับรองว่าไม่เกี่ยวกับท่านเจ้าคุณแม้แต่น้อย”

สาลี่ไม่ได้สนใจสายตาเจ้าเล่ห์ของพระมหาเทพแม้แต่น้อย มัวเนื้อเต้นตาวาวกับถุงเบี้ยสินบนที่คุณพระหนุ่มเตรียมมาให้เป็นของกำนัลและต้นทุนพนันโปอย่างที่เคยขอแต่แรก พระมหาเทพมองมาด้วยความสมเพช ที่อนุภรรยาคนสวยของเกลอรักกลายเป็นทาสพนันและทาสเงินของเขาโดยสมบูรณ์

นอกจากแผนยั่วยุให้สามีเข้าใจเย็นผิดแล้ว สาลี่ยังส่งแอบไปบอกเที่ยงเรื่องเย็นคลอดลูกตายด้วย เพื่อหลอกล่อให้อดีตทาสหนุ่มแวะมาเยี่ยมเย็นถึงเรือน แล้วจัดฉากให้สามีมาเห็นคาตา!

เย็นเห็นหน้าเที่ยงก็ไม่อยากมีปัญหา แม้จะซึ้งในน้ำใจและความเป็นห่วงแต่ก็ไม่อยากขัดใจสามี จึงพยายามขอให้เขากลับแต่ก็ช้าไปแล้ว พระยาสีหโยธินตามมาเห็นเข้าเสียก่อน

แย้มได้แต่มองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความหนักใจ ต่างจากสาลี่กับบุญมีมองเย็นด้วยความรังเกียจ แต่กระนั้น...บุญมีก็พอจะรู้ว่าเย็นคงไม่มีทางนัดเที่ยงมาพบ แต่น่าจะเป็นแผนยุยงของสาลี่มากกว่า

“พูดกำกวมให้ระแวง ก็ยั่วได้ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ไม่คิดกระไรง่ายไปสักหน่อยหรือแม่สาลี่”

“ใครจะล้ำลึกเหมือนแม่บุญมีเล่า ที่เราต้องมาทำบุญลูกชายแม่เย็นวันนี้ มิใช่ฝีมือแม่ดอกรึ”

บุญมีไม่ทันโต้ เพราะมัวพะวงถึงเที่ยงที่ถูกท่านเจ้าคุณต่อยหน้าหงายก่อนจะลากตัวเย็นกลับขึ้นเรือนใหญ่ โดยมีแย้มตามติด ด้วยความเป็นห่วงเมียน้อยคนโปรดกลัวจะต้องช้ำคามือสามีเสียก่อน

พระยาสีหโยธินลากเมียน้อยคนโปรดมาถึงเรือนใหญ่ก็ไม่พูดด้วยสักคำ จนเย็นเริ่มใจเสีย แต่ก็รู้ตัวดีว่าขัดคำสั่ง เลยไม่อยากพูดมากให้อีกฝ่ายเสียอารมณ์ แย้มพยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์ แต่ก็เหมือนไม่ค่อยได้เรื่อง เพราะสามียังหัวเสียอยู่มาก และพาลพาโลไม่อยากเห็นหน้าเย็น

“คุณหญิง...ฉันวานคุณหญิงไปบอกคนของคุณหญิงหน่อยเถิด ว่าฉันไม่อยากเห็นหน้า”

“ท่านเจ้าคุณไม่ต้องรบกวนคุณหญิงดอกเจ้าค่ะ เอ่ยมาเท่านี้ ฉันก็จะไปให้พ้นหน้าแล้ว”

“เพียงแค่ฉันเอ่ยก็จะทำตามรึ ไม่จริงกระมังไม่เช่นนั้นจะเกิดเรื่องอย่างวันนี้รึ ทั้งที่ฉันก็พูดมาหลายครั้งแล้ว”

“ทำไมจะไม่ทำตามเจ้าคะ ท่านเจ้าคุณไม่ให้ โอกาสฉันได้ชี้แจงเลย”

ท่านเจ้าคุณโมโหหึงจนขาดสติ ตวาดลั่น “เพราะฉันเบื่อคำพูดขอไปทีของหล่อนเต็มทีแล้วน่ะซี กระไรกัน ลูกเพิ่งตายแท้ๆ ยังนัดพบผู้ชายอื่นได้ ไม่อายคนก็อายผีลูกบ้างเถอะ”

เย็นร้องไห้โฮด้วยความสะเทือนใจ แย้มตกใจมาก แต่เคืองสามีมากกว่าที่พูดจาทำร้ายใจเย็นถึงเพียงนี้ แต่พระยาสีหโยธินก็ไม่ยี่หระโพล่งออกไปด้วยความเจ็บใจ

“เพราะเป็นเมียน่ะซี ฉันถึงได้เจ็บใจอยู่อย่างนี้อย่างไรเล่า!”

ooooooo

แย้มปลอบเย็นไม่ให้วิตกกังวลรู้ดีว่าสามีรักและหวงแหนอีกฝ่ายมาก เลยออกอาการรุนแรง เย็นเข้าใจดี แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ จนต้องไปนั่งเป่าขลุ่ยริมคลองกลางดึกของคืนเดียวกัน

พระยาสีหโยธินได้ยินเสียงขลุ่ยของเย็น ก็อดคิดถึงไม่ได้ แต่ยังวางท่าหงุดหงิดงุ่นง่าน จนแย้มต้องเย้า

“ท่านเจ้าคุณหายโกรธแม่เย็นแล้ว จะทิฐิไปอีกไยเล่าเจ้าคะ ถ้าเกรงว่าแม่เย็นจะไม่หลาบจำ ฉันก็เห็นว่าแม่เย็นไม่ใช่คนไม่รู้สำนึก ท่านเจ้าคุณลองตรองดูเถิดเจ้าค่ะ”

ทุกอย่างทำท่าจะไปได้ดีอยู่แล้ว พระยาสีหโยธินกำลังจะหายโกรธ และตามไปง้องอนเย็น ถ้าบุญมีจะไม่คิดแผนชั่วได้ก่อน เพราะดันผ่านไปเห็นเย็นยืนคุยกับชายแปลกหน้าในมุมลับตาอย่างสนิทสนม!

ยืนนั่นเองที่ลักลอบมาถึงเรือนพระยาสีหโยธินเพื่อขอเบี้ยจากน้องสาวไปรักษาพ่อ แต่ดันโชคไม่ดี ถูกบุญมีซึ่งแอบนัดเจอกับลูกน้องของบุญมาในเวลาเดียวกันเห็นเข้าก่อน และไม่รอช้าจะไปฟ้องสามี

“มีเรื่องอัปรีย์เกิดขึ้นในเรือนแล้วเจ้าค่ะท่านเจ้าคุณ ขอเชิญท่านเจ้าคุณไปดูด้วยตาตนเองเถิดเจ้าค่ะ”

“มีเรื่องกระไร แม่บุญมีก็พูดตามตรงเถิด มิต้องอ้อมค้อมดอก”

“นังเย็นเจ้าค่ะ นังเย็นมันคบชู้สู่ชาย พามาหากันถึงในเขตเรือนเลยเจ้าค่ะ!”

เย็นยังไม่รู้ตัวว่าจะถึงคราวเคราะห์ มัวพูดคุยกับพี่ชายด้วยความคิดถึง และเป็นกังวลเมื่อได้ยินว่าพ่อป่วย และเมื่อเขาเอ่ยปากขอเบี้ยไปรักษา เมียน้อยคนโปรดของท่านเจ้าคุณก็ถอดเครื่องประดับติดตัวให้แทน

ยืนมองเครื่องประดับหลายชิ้นด้วยแววตาสงสัย ว่าน้องสาวเป็นทาสเหตุใดถึงมีของพวกนี้ เย็นเลยดักคอ

“ฉันไม่ได้ขโมยจริงๆ แต่จะให้เล่าก็ยาวนักแลฉันอยากให้ท่านเจ้าคุณบอกพ่อแม่ตามธรรมเนียมมากกว่า”

“เอาเถิด...ถ้าเอ็งอยากให้ข้าเชื่อเอ็ง ข้าก็จะเชื่อ ข้าอยู่นานนักไม่ได้ เกรงว่าจะมีใครมาเจอเข้า อย่างไรก็ขอบใจเอ็งมากนะนังเย็น ถ้าไม่ได้เอ็ง มิรู้ว่าพ่อจะเป็นอย่างไรบ้าง”

“พ่อฉันเช่นกัน พี่ยืนจะขอบอกขอบใจไปไยคุณพระคุณเจ้าคุ้มครองนะพี่ พ่อหายไข้เมื่อใด หาทางส่งข่าวให้ฉันรู้บ้าง แลหากฉันกลับไปได้ ฉันจะกลับไปหาพ่อกับแม่ ฉันคิดถึงพวกท่านเหลือเกิน”

“นังเย็นเอ๊ย...เอ็งเป็นทาสเขา จะกลับไปตามใจชอบได้อย่างไรเล่า ข้าจะรีบหาเบี้ยมาไถ่ตัวเอ็งให้จงได้”

เย็นยิ้มบางๆให้กับความซื่อของพี่ชาย ก่อนจะโผกอดด้วยความรักและเพื่ออำลา แต่ก็ต้องผละออกแทบไม่ทัน เมื่อได้ยินเสียงกราดเกรี้ยวของสามี!

ooooooo

เหตุการณ์หลังจากนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย พระยาสีหโยธินโมโหหึงมากสั่งให้ทาสหนุ่มๆตามจับชายชู้ของเย็น แต่ยืนก็หนีไปจนได้ บุญมีเจ็บใจมาก แต่ก็สะใจไม่น้อยที่ได้ใส่ร้ายเย็น

แม้จะหนีไปได้ แต่ยืนก็ทำแหวนหล่นไว้กลายเป็นหลักฐานมัดตัวเย็น เพราะบุญมีเป็นคนเก็บได้ และนำตัวลูกน้องของบุญมามาเป็นพยานเท็จ ประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนว่าถูกเย็นกับชายชู้จ้างมาเป็นคนดูต้นทาง

เย็นพยายามอธิบายอย่างใจเย็นว่าชายแปลกหน้าคนนั้นไม่ใช่ชู้ แต่เป็นพี่ชายแท้ๆ มาขอเงินไปรักษาพ่อ แต่ก็ไม่มีใครเชื่อ แถมเมื่อสาลี่กับบุญมีช่วยกันยุแยง พระยาสีหโยธินเลยยิ่งหึงจนหน้ามืด

“มีพร้อมทั้งพยานหลักฐาน ยังปลิ้นปล้อนตลบตะแลงไม่ยอมหยุด เสียแรง...ที่ฉันรัก ยกย่องขึ้นเป็นเมีย มิรู้เลยว่าเลี้ยงงูเห่าไว้ข้างกาย!”

“ท่านเจ้าคุณจะดุด่า จะลงโทษ หรือแม้แต่จะฆ่าแกง ฉันก็ยินยอมทั้งสิ้น แต่อย่ากล่าวหาว่าฉันคบชู้สู่ชายเลยนะเจ้าคะ เกิดเป็นหญิงนั้น...จะหาใดชั่วช้าน่ารังเกียจไปกว่าคบชู้สู่ชายเป็นไม่มี แลฉันมิได้ทำ แม้แต่คิดฉันก็ไม่เคย อย่าให้ฉันต้องถูกประณามในสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำเลยนะเจ้าคะ”

“หล่อนเจ็บเพียงนี้ แล้วรู้หรือไม่ ว่าฉันเจ็บกว่าหล่อนร้อยเท่าพันเท่า ที่เมียของฉันนัดชู้มาพบถึงในเขตบ้าน แลยังให้เครื่องประดับปรนเปรอชู้ ฉันผิดเอง ที่ดึงหล่อนมาจากตม โดยลืมนึกไปว่าสันดานแร้งกาย่อมอดกินซากศพของเน่าเหม็นไม่ได้ฉันใด หญิงแพศยา...มันก็อดมีหลายผัวไม่ได้ฉันนั้น!”

เย็นร้องไห้ด้วยความเสียใจถึงขีดสุด ที่สามีประณามและหยามเหยียดเธอเช่นนี้ แย้มไม่เชื่อว่าเย็นจะมีชู้ พยายามจะไกล่เกลี่ยและเตือนสติสามีให้เห็นข้อพิรุธหลายอย่าง แต่ท่านเจ้าคุณก็ของขึ้นจนกู่ไม่กลับแล้ว

“พวกมึงจงนำอีเย็นไปให้พ้นหน้ากูประเดี๋ยวนี้ แลจงจำไว้ นับแต่นี้ อย่าให้อีเย็นขึ้นมาเหยียบเรือนกู ให้เป็นเสนียดอีกเป็นอันขาด แลหากกูไปที่ใด พวกมึงก็จงกันมันออกไป อย่าให้ความสารเลวของมันเป็นเสนียดกับตากู!”

เย็นถูกลากตัวไปมัดกับขื่อ และถูกเฆี่ยนจนหลังแตกยับ แต่กลับไม่ร้องสักแอะ เพราะไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตา และไม่อยากให้ใครตราหน้าได้ว่าเป็นชู้จริง

พระยาสีหโยธินช้ำใจมาก จัดการริบข้าวของทุกอย่างของเมียน้อยคนโปรด รวมทั้งหักขลุ่ยที่เธอรักนักหนาเป็นสองท่อน....ให้เหมือนกับความรักของเขา ที่ถูกเฉือนทิ้งอย่างไม่มีชิ้นดี

ฟักเห็นสภาพหลังแตกยับ และความตกอับของเย็นแล้วก็ได้แต่ถอนใจยาว

“ยามรัก...ก็ยกย่องเชิดชูให้สุขสบายทุกอย่าง ยามชัง...ก็ทำร้ายทำลายกันราวกับไม่ใช่คน”

เย็นสลบไสลไม่ได้สติ แต่พอรู้สึกตัวน้ำตาก็ไหลด้วยความเจ็บปวด ฟักทนดูไม่ไหวเลยจะผละไปต้มยา

“ฉันไม่ได้ร้องไห้เพราะเจ็บปวดดอกพี่ฟัก แต่ฉัน...ฉันเสียใจที่ท่านเจ้าคุณไม่ให้ฉันขึ้นไปเหยียบบนเรือนใหญ่อีก”

“ถึงขั้นนี้แล้ว เอ็งยังอาลัยอาวรณ์ท่านเจ้าคุณอีกรึ ถึงได้เสียใจที่ไม่ได้ขึ้นเรือนใหญ่อีก”

“มิใช่ดอกพี่ แต่ฉันเสียใจที่จะไม่ได้เห็นหน้าคุณแดงอีกแล้วต่างหาก นานเท่าใด ต้องอีกนานเท่าใดฉันถึงจะได้เห็นหน้าคุณแดงอีก หรือต้องรอจนกว่าคุณแดงจะโตพอวิ่งเล่นลงจากเรือนได้ ฉันอยากเห็นหน้าคุณแดง ขอเพียงได้จูบเท้าคุณแดงให้หายคิดถึง ต่อให้ถูกเฆี่ยนหนักกว่านี้ ฉันก็ยอม”

ooooooo

ชะตากรรมของเย็นเปลี่ยนแปลงหน้ามือเป็นหลังมือในเช้าวันต่อมา จากเมียกลางทาสี เมียน้อยคนโปรด ต้องตกต่ำกลายเป็นทาสก้นครัวอีกครั้ง แต่เธอก็ไม่ปริปากบ่น ก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่มองหน้าใคร และแม้จะเจอคำค่อนแคะและครหามากแค่ไหน อดีตเมียน้อยก็ไม่ตอบโต้

แอบกับม้วนเห็นอดีตเมียน้อยคนโปรดนิ่งเฉยก็หมั่นไส้ผลัดกันกระแนะกระแหนไม่ขาดปาก จนทาสคนอื่นอดสงสารแกมเวทนาเย็นไม่ได้ แต่ก็ไม่กล้าหือกลัวฤทธิ์เจ้านายสาวของแอบกับม้วน

สาลี่ย่ามใจมาก และไม่รอช้าจะเอาข้อความที่แอบคัดลอกจากเอกสารของสามีไปให้พระมหาเทพ แลกกับสินบนจำนวนไม่น้อย และความร่วมมือจะทำลายเย็นก่อนจะแวะไปหาสามีถึงที่ทำงานเพื่อปลอบใจ พระยาสีหโยธินกำลังเครียดได้อนุภรรยาคนสวยเอาอกเอาใจ ก็ชอบใจ และพาลนึกถึงเย็น...ที่เลี้ยงไม่เชื่องเหมือนงูเห่ากับชาวนา!

เย็นไม่คิดมากเรื่องถูกใส่ร้ายอีกต่อไป ตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนเรียบร้อย แต่ก็ไม่วายถูกแอบแกล้งจนต้องร้องเสียงหลง ด้วยการสาดน้ำเกลือใส่แผลที่หลัง

“ตอนโดนหวายไม่ร้องสักแอะ แต่พอโดนน้ำเกลือราด กลับร้องเสียราวกับหมาถูกน้ำร้อนลวก อ้ายอีคนใดที่พนันกับข้าไว้ ว่าจะทำให้นังเย็นมันร้องได้หรือไม่ ถ้าเอ็งเห็นกับตาแล้ว ก็ควักเบี้ยอัฐมาจ่ายข้าได้แล้วโว้ย!”

ฟักเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเย็นมาก ใส่ยาให้อีกฝ่ายทั้งน้ำตา ก่อนจะพูดปลอบใจ

“อดทนไว้เถิดนังเย็น วันนี้เอ็งตกต่ำ ก็จำต้องก้มหน้ารับ แต่ชีวิตคนมันก็เหมือนพระอาทิตย์ มีตกได้ก็ต้องขึ้นใหม่ได้ ถึงวันนั้นเอ็งค่อยเอาคืนแล้วกัน”

“ฉันไม่คิดจะเอาคืนใครดอกจ้ะ ให้สิ้นเวรสิ้นกรรมกันในชาตินี้เถิด ห่วงก็แต่คุณแดงเท่านั้น”

“คุณแดงเป็นลูกท่านเจ้าคุณกับคุณหญิง ย่อมต้องสุขสบายอยู่แล้ว เอ็งจะห่วงกระไร”

เย็นน้ำตาคลอเมื่อคิดถึงลูกสาวที่จำใจยกให้แย้ม “ถึงอย่างไรฉันก็อดห่วงไม่ได้ดอกจ้ะพี่ฟัก...ฉันขึ้นไปเรือนใหญ่ไม่ได้แล้ว หากพี่ขึ้นไปรับใช้บนเรือนเมื่อใด ฝากดูคุณแดงให้ฉันด้วยนะจ๊ะ”

“ข้าจะดูให้ แต่เอ็งห่วงตัวเองเถิดนังเย็น มิรู้ภายหน้าเอ็งจะโดนกระไรอีก ข้าคงช่วยเอ็งไม่ได้มาก ส่วนคุณหญิงก็คงเอาตัวรอด ไม่กล้าออกหน้าแล้ว ดูเอาเถิด...ยามมีใช้ ยามไข้ไม่เลี้ยง พวกนาย...ถึงดีแค่ไหนก็เป็นอย่างนี้ทุกคน”

แรมผ่านมาได้ยินถ้อยคำต่อว่าของฟักโดยบังเอิญ ก็เคืองแทนเจ้านายสาวมาก รีบแล่นไปฟ้อง นมแสงพลอยของขึ้นไปด้วย จนแย้มต้องโบกมือห้ามและปรามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

“ก็ควรอยู่ดอกจ้ะ ที่ฟักจะมองฉันในแง่ร้าย เพราะฉันช่วยเหลือเย็นไม่ได้เลยจริงๆ”

ทั้งแรมและนมแสงช่วยกันปลอบว่าไม่ใช่ความผิดเธอ เพราะเย็นคบชู้ ทำตัวเองต่างหาก แต่แย้มไม่คิดเช่นนั้น

“ฉันไม่เชื่อดอกว่าคนอย่างเย็นจะคบชู้ได้ เรื่องนี้มีพิรุธอยู่ไม่น้อย เสียแต่ว่าเย็นไม่มีพยานมายืนยันเท่านั้น มิเช่นนั้น...ฉันจะไม่ปล่อยให้เย็นต้องรับโทษเป็นอันขาด”

“จะว่าไป...นังเย็นก็รักคุณหนูแดงเหลือเกินนะเจ้าคะ ขนาดเจ็บเจียนตาย ยังถามถึงคุณหนูไม่ขาดปากเจ้าค่ะ”

คำพูดของแรมทำให้แย้มสะอึก นมแสงเข้าใจดี เลยไล่แรมไปนอน และหันไปปลอบเจ้านายสาว แย้มก้มมองแดงลูกสาวของตนที่ขอมาจากเย็นด้วยความรู้สึกยอกแสลงใจอย่างบอกไม่ถูก

“พรากลูกเขามา แล้วยังปล่อยให้แม่เขาถูกเฆี่ยน ถูกรังแกอีก ฉันนี่มันคนบาปแท้ๆเลยนม”

“ธนูง้างสายแล้วก็ต้องยิง ถึงขั้นนี้แล้ว โทษตัวเองไปก็ป่วยการเจ้าค่ะ แลเป็นบุญของเด็กด้วยที่เป็นลูกคุณหญิง หากเป็นลูกเย็น ท่านเจ้าคุณคงระแวงว่าใช่ลูกตนหรือไม่ คงไม่สุขสบายเช่นนี้ดอกเจ้าค่ะ”

“นี่ฉันจะช่วยกระไรเย็นไม่ได้เลยหรือนม ต้องปล่อยให้เป็นอย่างนี้เท่านั้นน่ะรึ”

“ก็พอมีทางอยู่เจ้าค่ะ แต่มิรู้ว่าท่านเจ้าคุณจะยอมหรือไม่”

ooooooo

วิธีของนมแสง คือขอให้ท่านเจ้าคุณยอมปล่อยเย็นเป็นอิสระอย่ารั้งหรือขังตัวไว้ เย็นจะได้ไม่ทรมานเพราะความผิดที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แต่พระยาสีหโยธินก็ไม่ยินยอม

“ไม่มีทาง...นังเย็นมันหลู่เกียรติฉัน แล้วยังจะปลดปล่อยมันให้เป็นไทอีกรึ”

“แต่ท่านเจ้าคุณชังน้ำหน้าเย็นถึงขนาดไม่อยากเห็นแล้ว จะรั้งให้เย็นอยู่กับเราเพื่อกระไรเล่าเจ้าคะ”

“มันขายตัวมาเป็นทาส ก็ต้องใช้หนี้ให้ฉันก่อน มิเช่นนั้น...ก็เป็นตัวอย่างให้คนอื่นทำตามน่ะสิ”

“ถ้าเช่นนั้น ฉันจะไถ่ตัวเย็นเอง”

“เงินทองคุณหญิง ก็คือเงินทองของฉัน อัฐยายซื้อขนมยาย ฉันไม่เอาด้วยดอก”

“ฉันจะไปขอเงินเจ้าคุณพ่อมาไถ่ตัวเย็นเอง เช่นนี้ท่านเจ้าคุณคงยอมแล้วกระมังเจ้าคะ”

“นี่คุณหญิงประชดประชันฉันเพื่อนังเย็นเชียวรึ นับแต่เป็นผัวเมียกันมา คุณหญิงไม่เคยทำกับฉันแบบนี้เลยนะ ฉันขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย ฉันจะยอมให้นังเย็นเป็นไท ก็ต่อเมื่อญาติพี่น้องมันมีเงินมาใช้หนี้ฉันเท่านั้น!”

พระยาสีหโยธินผลุนผลันลงเรือนด้วยความหัวเสีย แล้วก็ต้องหงุดหงิดกว่าเดิม เมื่อเที่ยงมาดักหน้าเพื่อเอาเรื่องเขาที่เฆี่ยนเย็นอย่างโหดเหี้ยม โดยไม่ไต่สวนหรือให้โอกาสเย็นพิสูจน์ความจริง

ท่าทางโอหังและไม่เกรงกลัวของอดีตทาสหนุ่ม ทำให้พระยาสีหโยธินโกรธมากสั่งให้คนรถบังคับม้าชน แต่ก็ไม่มีใครกล้า เที่ยงเห็นดังนั้นก็เหยียดยิ้มหยัน ก่อนจะโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“อย่าบังคับคนอื่นเลยขอรับ ท่านเจ้าคุณทำด้วยตัวเองดีกว่า กระผมเคยรักแลนับถือท่านเจ้าคุณมาตลอด แม้ท่านเจ้าคุณจะเข้าใจผิด แลดูถูกกระผมเพียงใด กระผมก็ยอมให้มิเคยสู้ แต่สิ่งที่ท่านเจ้าคุณทำกับนังเย็น มันไม่ใช่วิสัยชายแล้ว กะอีแค่ขับม้าเหยียบกระผม จะต้องบังคับคนอื่นไปทำไมเล่าขอรับ”

พระยาสีหโยธินโมโหมาก ตั้งท่าจะไปเอาเรื่องด้วยตัวเอง แต่บุญมีซึ่งโผล่มาจากไหนไม่รู้ห้ามไว้ และจัดการแยกตัวเที่ยงไปอีกทางพร้อมกับเล่าให้ฟังอย่างสนุกปากว่าเย็นคบชู้สู่ชายถึงถูกทำโทษ

“ใครจะว่าก็ว่าไปเถิดขอรับ แต่กระผมไม่มีวันเชื่อเด็ดขาดว่านังเย็นจะกระทำเรื่องบัดสีเช่นนั้นได้”

บุญมีหึงและอดไม่ได้จะแดกดันอีกฝ่ายที่ดูจะเข้าใจและเชื่อใจเย็นเหลือเกิน

“ถ้ารู้จักนังเย็นมันดี ก็จะรู้ว่ามันเป็นคนเช่นไร แลคนที่ควรจะเชื่อใจมันมากกว่าใครก็คือท่านเจ้าคุณ แต่ท่านเจ้าคุณกลับทำกับมันได้ เสียแรงที่นังเย็นมันรัก แต่ก็ดีที่รู้เช่นนี้ กระผมจะได้ไม่ติดค้างน้ำใจแลบุญคุณท่านเจ้าคุณอีก”

“เอ็งพูด...ราวกับว่าจะแก้แค้นท่านเจ้าคุณเพื่อนังเย็นมันอย่างนั้นล่ะ”

“คุณบุญมีเป็นเมียท่านเจ้าคุณ ย่อมต้องเห็นแก่ท่านเจ้าคุณมากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว จะถามไปไยเล่าขอรับ”

ท่าทีแข็งกร้าวของเที่ยง ทำให้บุญมีคิดแผนการร้ายได้ ว่าคงดีไม่น้อย หากดึงเขามาเป็นพวก...ครานี้ท่านเจ้าคุณจะต้องทรมานเหมือนตายทั้งเป็นแน่ ที่ถูกคนเคยรักและไว้ใจทรยศหักหลัง!

ooooooo

นอกจากจะเล่นไม่ซื่อ แอบขโมยความลับทางราชการและหาเรื่องป้ายสีให้พระยาสีหโยธินแล้ว พระมหาเทพยังไม่เลิกแผนปั่นหัวและยุแยงให้เข้าใจเย็นผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเที่ยงที่ดูจะปกป้องและเดือดร้อนแทนอดีตเมียน้อยคนโปรดอย่างออกนอกหน้า

พระยาสีหโยธินไม่เห็นด้วย จะใช้วิธีรุนแรงกับเที่ยง แต่ก็ต้องคิดใหม่ เมื่อถูกคุณพระหนุ่มยุยง

“ถ้าปล่อยนังเย็นไป มันก็ต้องแล่นไปอยู่กับชู้มัน ผู้คนมิเอาไปนินทาป่นปี้ว่าเราสิ้นปัญญาจนต้องยอมให้มันไปเสวยสุขกับชู้รึ ดูเอาเถิด...ไม่ทันไร อ้ายเที่ยงก็มารออยู่แล้วคนหนึ่ง ยังไม่รู้จะมีอีกกี่คน”

เพราะความหึงหวงแท้ๆ รักแรงเกลียดแรง ทำให้พระยาสีหโยธินตัดสินใจสั่งถอนต้นสายหยุดทั้งเรือน พร้อมกับนำตัวเย็นมารับคำประณามอีกรอบ แต่ที่ทำให้เธอช้ำแทบกระอัก คือพวงมาลัยดอกชบาแดง ที่ม้วนนำมาคล้องคอให้

“เพื่อเป็นการเตือนใจ ถึงความชั่วช้าสารเลวของนังเย็น นับแต่นี้ ข้าจะให้นังเย็นมันคล้องมาลัยดอกชบาสีแดงทุกวัน ใครเห็น...ก็จะได้รู้ถึงความอัปรีย์ของการคบชู้สู่ชายว่าเป็นเช่นไร!”

เย็นร้องไห้โฮคลานไปกราบเท้าขอความกรุณา “ท่านเจ้าคุณฆ่าบ่าวเสียเถิดเจ้าค่ะ แต่อย่าประจานบ่าวเช่นนี้เลย ถือเสียว่าการฆ่า เป็นความเมตตาที่มีต่อบ่าวก็ได้เจ้าค่ะ”

จบคำก็จะก้มกราบ แต่ท่านเจ้าคุณก็ถดเท้าหนี และผลุนผลันจากไปโดยไม่หันกลับมามอง

เมื่อแย้มรู้เรื่อง ก็โกรธสามีมากที่รุนแรงหักหาญและทำร้ายใจเย็นโดยไม่จำเป็น

“ปลดจากเมียไปเป็นทาสก็แล้ว ลงโทษถึงเฆี่ยนตีก็แล้ว ยังไม่หนำใจรึเจ้าคะ ถึงต้องประจานให้อับอายเช่นนี้”

“แทนที่จะโทษฉัน คุณหญิงไปโทษนังเย็นไม่ดีกว่ารึ หากมันไม่คบชู้สู่ชาย ฉันก็คงไม่ทำดอก”

“เมื่อท่านเจ้าคุณเห็นว่าเย็นเลวนัก ก็ทำตามที่ฉันบอกซีเจ้าคะ แต่นี่ท่านเจ้าคุณก็ไม่ไล่เย็นไป แลยังแกล้งให้ได้อายอีก ที่แท้...ท่านเจ้าคุณต้องการกระไรกันแน่เจ้าคะ”

“ฉันก็ต้องการให้ทุกคนได้รู้ความเลวของนังเย็นน่ะซี ให้ทุกคนดูไว้เป็นเยี่ยง แต่อย่าเอาอย่าง จะได้ไม่มีใครกระทำเรื่องต่ำช้าอย่างนังเย็นอีก”

นมแสงทนไม่ไหว ท้วงว่าการประณามหยามเหยียดเย็นก็เท่ากับเป็นการประจานตัวเอง ว่ามีเมียคบชู้สู่ชาย พระยาสีหโยธินถูกพูดแทงใจดำก็หน้าเครียด แต่ยังทิฐิไม่ยอมแพ้

“จะพูดอย่างไรก็พูดไปเถิด ฉันตัดสินแล้วว่านังเย็นต้องคล้องพวงมาลัยดอกชบาแดงเช่นนี้ไปจนกว่าโคตรเหง้ามันจะมีเบี้ยอัฐมาไถ่ตัว หาไม่...ก็ประจานความเลวของมันไปจนกว่าจะตายก็แล้วกัน!”

คำประกาศกร้าวของสามีทำให้แย้มกลุ้มใจมากยิ่งรู้สึกผิดกับเย็นมากกว่าเดิม จนต้องไประบายกับนมแสง

“ฉันสงสารเย็นเหลือเกิน แต่ก็สิ้นปัญญาจะช่วย ไม่คิดเลยว่ายามท่านเจ้าคุณโกรธ จะใจร้ายใจดำถึงเพียงนี้”

“รักมากก็แค้นมากเจ้าค่ะ ท่านเจ้าคุณทั้งรักแลหลงแม่เย็นนัก ยามแค้นถึงได้รุนแรงเช่นนี้ แต่นมเชื่อนะเจ้าคะ ว่าหากแม่เย็นไม่ผิด สักวันความจริงต้องเปิดเผย ล้างมลทินให้แม่เย็นได้เป็นแน่เจ้าค่ะ”

“แล้วเมื่อใดกันเล่าจ๊ะนม หากเย็นเป็นกระไรไปก่อน แม้จะได้ชื่อว่าบริสุทธิ์ภายหลัง จะมีประโยชน์ใดเล่าจ๊ะ”

ฟักเศร้าใจกับชะตากรรมของเย็นไม่แพ้แย้ม และพยายามยุให้หนี เพราะไม่เห็นประโยชน์จะทนอยู่ หากต้องถูกโขกสับและประณามหยามเหยียดราวกับไม่ใช่คนเช่นนี้ แต่เย็นก็ไม่ยอมเพราะห่วงลูกสาว

“ฉันไปไม่ได้ดอกพี่...ความรักฉันชายหญิงนั้น ถูกทำลายจนไม่เหลือแล้ว แต่รักของแม่ที่มีต่อลูก ไม่ว่าผู้ใดก็พรากมันไปไม่ได้ ถึงฉันจะถูกประจานให้ชั่วช้าสารเลวปานใด ฉันก็ขออยู่กับคุณแดงไปจนวันตาย”

ooooooo

บุญมีเริ่มแผนการดึงเที่ยงมาเป็นพวกในคืนเดียวกัน ด้วยการส่งลูกน้องของบุญมาไปดักตีหัว แล้วแกล้งใส่ร้ายและโยนความผิดให้พระยาสีหโยธิน เที่ยงซึ้งในน้ำใจแต่ตกใจมากกว่าเมื่อรู้ว่าอนุภรรยาคนสวยของอดีตเจ้านายมีพี่ชายแท้ๆเป็นนักเลงหัวไม้และเจ้าของโรงฝิ่น

แต่ถึงจะตื่นตะลึงกับความจริงเรื่องบุญมาแค่ไหน แต่บุญคุณที่อีกฝ่ายแอบอ้างว่าเป็นคนมาช่วยไว้ ทำให้ไม่เห็นเป็นเรื่องร้ายแรง เข้าใจและเห็นด้วยกับสองพี่น้องด้วยซ้ำว่าคนบนเรือนพระยาสีหโยธินไว้ใจไม่ได้สักคน!

บุญมีเห็นเที่ยงเริ่มเอนเอียงมาทางพวกตน ก็เดินหน้าใส่ไฟสามี

“นั่นยังเป็นโชคของเอ็ง ที่ข้าเผอิญไปได้ยินท่านเจ้าคุณคุยว่าจะส่งคนมาทำร้ายเอ็งดอก จึงช่วยไว้ได้ทัน แต่คราหน้า เอ็งก็อย่าเหิมเกริมกับท่านเจ้าคุณอีกก็แล้วกัน เพราะข้าคงตามไปช่วยเอ็งไม่ได้ทุกครั้งดอก”

“กระผมรับปากไม่ได้ขอรับ เพราะคนอย่างอ้ายเที่ยง ดีมาก็ดีตอบ แต่หากร้ายมา อย่าหวังเลยว่าจะสยบยอม เสียดายก็แต่เคยนับถือ มิคิดเลยว่าธาตุแท้จะเป็นคนพาลหยาบช้าเช่นนี้”

บุญมาไม่คิดว่าการได้เที่ยงมาเป็นพวกจะเป็นประโยชน์ แต่ก็ขัดน้องสาวไม่ได้ โดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายมีแผนอย่างอื่นซ่อนไว้ด้วย คืออยากเก็บเที่ยงไว้ข้างตัวตลอดเวลานั่นเอง

แม้เย็นจะถูกบังคับสวมมาลัยดอกชบาแดงประจานตัวเองทั่วเรือน สาลี่ก็ยังไม่สาแก่ใจสั่งให้เย็นไปช่วยถือของระหว่างเดินจ่ายตลาด และช่วยกันกับแอบค่อนแคะและแดกดันจนรู้กันทั่ว

เย็นไม่ปริปากบ่น แม้จะอายแสนอายแค่ไหน ก็ต้องข่มอารมณ์ไว้ ฟักเสียอีกที่ทนไม่ไหวเมื่อรู้เรื่อง

“พี่ฟักช่างดีกับฉันนัก มิว่าฉันจะรุ่งเรืองหรือตกต่ำ พี่ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย เสียดาย...ฉันคงไม่ได้ตอบแทน”

“ข้อนั้นไม่สำคัญดอกวะ สำคัญที่เอ็งจะทนอยู่อย่างนี้ต่อไปรึ ข้าบอกเอ็งแล้วว่าไม่เพียงแค่เจ็บกาย แต่เอ็งยังต้องเจ็บใจเหมือนเช่นที่เอ็งโดนวันนี้”

“ต่อให้โดนหยามเหยียดมากกว่านี้ ฉันก็ทิ้งคุณแดงไปไหนไม่ได้ดอกจ้ะ”

“เอ็งขายตัวมาเป็นทาส ก็เพราะต้องการช่วยพ่อแม่ ยอมยกลูกให้คุณหญิงก็เพราะต้องการทดแทนคุณ ยอมให้คนเขาโขกสับประณามก็เพราะลูก ชีวิตนี้...เอ็งจะไม่ทำกระไรเพื่อตัวเองบ้างเลยรึ”

“การได้อยู่กับลูก ได้เห็นเขามีความสุขความจำเริญ ก็ถือว่าเป็นการทำเพื่อตัวฉันเองแล้วล่ะจ้ะ เพราะไม่มีความสุขใดที่ฉันต้องการมากไปกว่านี้อีกแล้ว”

ooooooo

ความสุขอย่างเดียวของเย็นคือการได้เห็นแดง แต่ก็ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง เพราะบุญมีผ่านมาเห็น และแอบได้ยินอดีตเมียน้อยคนโปรด ขอบ่าวบนเรือนอุ้มทารกน้อยเลยไม่รอช้าไปฟ้องสามีให้ลงโทษ

แย้มถอนใจยาว รู้ดีว่าบุญมีต้องการอะไรเลยพูดตัดบท

“มีคนรักแลเมตตาแม่แดง ไม่ดีอย่างไรรึ ถึงต้องลงโทษกัน”

“มิใช่ไม่ดีเจ้าค่ะ แต่นังเย็นมันเป็นหญิงชั่วมากชู้หลายผัว ควรหรือเจ้าคะ ที่จะให้มาแตะต้องเนื้อตัวคุณแดง”

“แยกแยะหน่อยเถิดแม่บุญมี ต่อให้เย็นผิดจริง ก็หาใช่ว่าเย็นแตะต้องสิ่งใดจะต้องเป็นอัปมงคลไปทุกสิ่งดอก”

ท่าทีปกป้องเย็นของแย้ม ทำให้บุญมีสงสัย แต่พระยาสีหโยธินกลับไม่สนใจ และตัดสินใจไม่ลงโทษเย็น เพราะเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ แต่สำหรับคุณหญิงคนสวยกลับคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องปรามบุญมี ทันทีที่ลับร่างสามี

“เย็นเคยทำกระไรให้แม่บุญมีแค้นเคืองรึ...แม่บุญมีพูดกับท่านเจ้าคุณเช่นนี้ เท่ากับให้ท่านเจ้าคุณเกลียดชังแลระแวงเย็นมากขึ้น คนเราถ้าไม่แค้นเคืองกัน แล้วจะทำร้ายกันเพื่ออะไร”

บุญมีตกใจที่มีคนรู้ทัน แต่ยังตีหน้าตื่นกลัวได้อย่างแนบเนียน “ไม่จริงเจ้าค่ะ ฉันไม่มีข้อบาดหมางกับนังเย็นนะเจ้าคะ ที่พูดเช่นนั้นกับท่านเจ้าคุณ ก็พูดโดยซื่อ แลห่วงคุณแดงเท่านั้นเองเจ้าค่ะ”

“เรื่องแม่แดงฉันก็ขอบใจ แต่ฉันมั่นใจว่าเย็นไม่มีทางทำร้ายแม่แดงเป็นอันขาด”

“ทำไมคุณหญิงมั่นใจถึงเพียงนั้นล่ะเจ้าคะ นังเย็นเป็นเพียงทาส มิได้เป็นญาติกับคุณแดงเสียหน่อย”

ถึงคราวแย้มหน้าเจื่อนบ้างเพิ่งรู้ตัวว่าออกอาการมากไป รีบกลบเกลื่อน “เพราะฉันรู้นิสัยเย็นดี แลแม่บุญมีจำไว้ว่าอย่ากระทำเช่นนี้อีก ฉันไม่ชอบให้มีการยุแยงทำร้ายกัน ไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง”

แม้แย้มจะช่วยออกหน้าจนเย็นไม่ถูกลงโทษ แต่ก็ถูกทาสคนอื่นรุมประณาม เพราะสิ่งที่เย็นขอทำให้คนอื่นๆ ถูกสั่งห้ามขึ้นเรือนใหญ่และเข้าใกล้แดงอีก ฟักเห็นเย็นนั่งร้องไห้เงียบๆคนเดียว ก็นึกรู้ว่าคงเจ็บช้ำน้ำใจนักหนา เลยตัดสินใจพูดให้ฮึดดีกว่าอยู่เฉยๆ ยอมให้ใครต่อใครโขกสับเช่นนี้

“ข้าให้เอ็งหนี เอ็งก็ไม่หนี แต่ในเมื่อเอ็งเลือกจะอยู่ แค่หลบมาร้องไห้ไม่ให้คนเห็นน้ำตา มันไม่พอดอกนะนังเย็น แต่เอ็งต้องอยู่ที่นี่โดยทวงความเป็นคนของเอ็งคืนมา”

เย็นนิ่วหน้าสงสัย ฟักเลยอธิบายว่าเห็นข้อพิรุธหลายอย่าง โดยเฉพาะหลักฐานและคนดูต้นทางที่บุญมีนำมาอ้างเพื่อเอาผิดเย็น อดีตเมียน้อยคนโปรดนิ่งไปอึดใจคิดตามแล้วอดเห็นด้วยไม่ได้ เพราะตนก็ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาพยานของบุญมีมาก่อน...หรือว่าทั้งหมดจะเป็นแค่แผนจริงๆ

บุญมีไม่รู้ตัวว่าจะถูกตามสืบมัวขุดคุ้ยเรื่องท่าทีแปลกๆของแย้มที่ดูจะปกป้องเย็นเป็นพิเศษ บุญมาเลยส่งคนไปตามหาหมอตำแยที่เคยทำคลอดคุณหญิงคนสวย จนได้รู้ความจริงว่าแดงไม่ใช่ลูกของแย้ม แต่เป็นของเย็น!

ส่วนพระมหาเทพก็ร่วมมือกับยศ ญาติห่างๆของพระยาสีหโยธิน ลักลอบขนสินค้าเถื่อน และติดสินบนเจ้าพนักงาน โดยอ้างชื่อท่านเจ้าคุณจนได้กำไรมากมาย แต่กระนั้น...ยศก็อดกังวลไม่ได้ เพราะดูเหมือนคุณพระหนุ่มจะทำการโจ่งแจ้งและถี่เกินไปเกรงว่าจะถูกจับได้ เพราะทิ้งข้อพิรุธไว้หลายประการ

“คุณยศอย่ากังวลเลย ฉันเตรียมการไว้หมดแล้ว ขอเพียงไม่ถูกจับคาหนังคาเขาเท่านั้น อย่างไรก็สาวมาไม่ถึงพวกเราดอก คนที่จะรับเคราะห์ก็มีแต่ท่านเจ้าคุณเท่านั้น เว้นแต่คุณยศจะเกรงท่านเจ้าคุณเดือดร้อน”

“ฉันจะเกรงอันใด ท่านเจ้าคุณไม่ถือว่าฉันเป็น ญาติ หักหน้ากันได้ ฉันเองก็ตัดญาติกับท่านเจ้าคุณแล้วเช่นกัน!”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #5 on: 28 July 2026, 15:05:48 »


นางทาส ตอนที่ 9

พระยาสีหโยธินไม่คิดเลยว่าเกลอรักจะวางแผนหักหลังอย่างเลือดเย็น ตั้งหน้าตั้งตาทำงานที่ได้รับมอบหมาย จนได้รับความดีความชอบและอาจได้เลื่อนตำแหน่งอีกขั้น

สาลี่รู้เรื่องก็ดีใจมาก แม้จะรู้สึกผิดอยู่บ้าง ที่แอบคัดลอกข้อความบางส่วนไปให้พระมหาเทพ เพื่อแลกกับสินบนจำนวนไม่น้อย แต่ความยินดีที่สามีได้ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ก็ทำให้ลืมเลือนไปอย่างง่ายดาย

“ลองท่านเจ้าคุณผู้ใหญ่ออกปากเอง ไม่พลาดดอกเจ้าค่ะ ฉันดีใจเหลือเกินที่ท่านเจ้าคุณกำลังจะถึงจุดสูงสุดของชีวิตราชการแล้ว ไม่สิ...บางทีท่านเจ้าคุณอาจจะไปถึงเจ้าพระยาก็เป็นได้นะเจ้าคะ”

“แม่สาลี่อย่าอวยฉันนักเลย แค่พระยาพานทองก็สูงสุดแล้ว ฉันไม่มีวาสนาถึงเจ้าพระยานาหมื่นดอก แลคนรับราชการ จุดสูงสุดมิใช่ยศถาบรรดาศักดิ์ แต่เป็นการได้ทำราชการโดยสุจริตเที่ยงตรงแลเป็นคุณต่อบ้านเมืองต่างหาก”

สองสามีภรรยาหัวเราะให้กันอย่างมีความสุข ก่อนจะต้องนิ่วหน้า เมื่อเหลือบเห็นเย็นกำลังนั่งเล่นกับเด็กทารก พระยาสีหโยธินตกใจมาก กลัวเย็นผูกใจเจ็บแล้วไปลงกับลูกสาว จึงรีบไปดู หวังเอาเรื่องเต็มที่ แต่กลับต้องหน้าหงาย เพราะเด็กทารกที่เย็นอุ้มชู ไม่ใช่แดงแต่เป็นลูกของทาสคนอื่นในเรือน

“นี่คืออ้ายจ้อยลูกพี่ปริกเจ้าค่ะ หาใช่คุณแดงไม่ บ่าวรู้ว่าท่านเจ้าคุณชังบ่าว ไม่อยากให้คุณแดงแปดเปื้อนเพราะบ่าว ถ้าท่านเจ้าคุณไม่อนุญาต บ่าวไม่กล้าแตะตัวคุณแดงดอกเจ้าค่ะ”

พระยาสีหโยธินหน้าเสียเพราะเข้าใจผิด แต่ก็หยิ่งเกินกว่าจะขอโทษ เย็นได้แต่มองตามหลังเขาด้วยแววตาร้าวรานและผิดหวัง ไม่คิดมาก่อนเลยว่าความรักของเธอจะต้องมาพังทลายเช่นนี้

เมื่อฟักรู้เรื่องก็หัวเราะด้วยความสะใจ ที่ท่านเจ้าคุณหน้าหงายเพราะเข้าใจผิด แต่เพียงไม่นานก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เมื่อเอ่ยถามถึงบุญมี ที่อดีตเมียน้อยคนโปรดเพียรจับตาและจับผิดมาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา

“ฉันเฝ้าสังเกตมานานเดือน จนพอรู้ว่าคุณบุญมีมักให้พี่ม้วนคอยตามรับใช้ไม่ห่าง แต่ในหนึ่งเดือน จะมีอย่างน้อยสองครั้งที่คุณบุญมีออกไปข้างนอก โดยไม่พาพี่ม้วนไปจ้ะ”

ฟักตบเข่าฉาด “แน่แล้วนังเย็นเอ๊ย คุณบุญมีต้องมีความลับกระไรสักอย่างเป็นแน่ ถึงไม่อยากให้นังม้วนรู้ ดีไม่ดีอาจจะเกี่ยวโยงกับการใส่ความเอ็งก็เป็นได้”

“เสียดายนัก ฉันโดนจับตาดูทุกฝีก้าว แลต้องคล้องชบาแดงไว้กับคอเป็นที่สังเกต จะสะกดรอยตามคุณบุญมีไปก็ไม่ได้ มิเช่นนั้น...เราอาจจะรู้กระไรขึ้นมาบ้างก็ได้”

“เอ็งมีข้าทั้งคน จะกลัวกระไรเล่า ข้าจะสะกดรอยตามคุณบุญมีแทนเอ็งเอง เรามิจำเป็นต้องตามคุณบุญมีทุกคราดอก ขอเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว...”

ooooooo

แม้จะพร่ำบอกตัวเองว่าไม่มีวันอภัยให้เย็นได้ เพราะถูกสวมเขา แต่เมื่อได้ยินเสียงเพลงใบไม้ของเธอกลางดึกของคืนเดียวกัน ก็อดคิดถึงไม่ได้ แย้มเฝ้าสังเกตอาการของสามี เลยได้รู้ว่าเขายังมีใจกับเย็นไม่น้อย ไม่ได้ชังหรือตัดขาดได้อย่างที่บอกมาตลอด

แย้มเบาใจลง มีหวังขึ้นว่าอาจทำให้สามีอภัยเย็นได้ โดยไม่รู้เลยว่าบุญมีตามสืบจนรู้ความลับเรื่องแดงไม่ใช่ลูกของเธอเรียบร้อย และจัดการวางแผนร้าย จะให้พ่อแม่ลูกเกลียดกันจนตาย!

นอกจากแผนจะทำลายพระยาสีหโยธินแล้ว บุญมียังหว่านเสน่ห์กับเที่ยงด้วย และนับวันก็ยิ่งไม่พยายาม

กักเก็บอาการอีกต่อไป จนเที่ยงอดใจสั่นไม่ได้ เพราะบุญมีเป็นคนสวย...จึงไม่ยากที่เขาจะตกหลุมพรางของเธอ

พระยาสีหโยธินไม่รู้ตัวว่าจะโดนหักหลังและถูกสวมเขา มัวตื่นเต้นกับข่าวดีจากขุนนางผู้ใหญ่ว่าอาจได้เลื่อนตำแหน่ง แต่พลันก็ต้องฝันสลายในอีกไม่กี่วันต่อมา เมื่อมีคนมาร้องเรียนว่าเขาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ!

พระมหาเทพสะใจมาก และมั่นใจว่าคงเป็นฝีมือของยศ ที่สร้างเรื่องให้เกลอรัก เพราะเหตุหักหน้าเมื่อครั้งก่อน ต่างจากสาลี่...เป็นเดือดเป็นแค้นมาก และสงสัยว่าคุณพระหนุ่มอาจเป็นต้นเหตุทำให้สามีต้องเสียชื่อเสียง

ข่าวคราวพระยาสีหโยธินใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ กลายเป็นที่ร่ำลือของคนทั้งบาง ไม่เว้นแม้แต่ภายในเรือน เย็นนึกสงสารและเป็นห่วง จนแย้มแอบรู้สึกผิด ที่ช่วยเหลือคนจิตใจดีอย่างเย็นไม่ได้เลย

และเพื่อเป็นการไถ่บาปและความรู้สึกผิดในใจ แย้มเลยจะให้เย็นได้อุ้มแดงสักครั้ง แต่บุญมีก็ผ่านมาเห็น และแย่งทารกน้อยไปอุ้มแทน คุณหญิงคนสวยพยายามท้วง แต่ก็ถูกตอกกลับไม่ไว้หน้า

“ฉันรู้...แต่ฉันถือคำสั่งท่านเจ้าคุณเป็นสำคัญ

นังแพศยาดอกชบาแดงอย่างมัน ไม่คู่ควรแตะต้องคุณแดงให้เสื่อมราศีดอก หากท่านเจ้าคุณอยู่ที่นี่ ก็ต้องพูดอย่างนี้เช่นกัน!”

แท้จริงแล้วบุญมีตั้งใจจะแกล้งเย็น ไม่ให้ได้แตะตัวลูกสาว และทำร้ายจิตใจของแย้ม ถือเป็นการล้างแค้น

และเอาคืนท่านเจ้าคุณวิธีหนึ่ง โดยไม่รู้เลยว่าม้วน แอบมองมาด้วยแววตาไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่กล้าถาม กลัวถูกเอ็ด

ด้านสาลี่...หมกมุ่นกับบ่อนโป จนเป็นหนี้พนันก้อนโต เลยต้องหาทางเอาเงินมาใช้หนี้และต่อทุน แต่รื้อทั้งเรือน ก็รวบรวมเงินไม่พอ อนุภรรยาคนสวยเลยตัดสินใจขโมยกำไลข้อเท้าทองคำของแดง!

ooooooo

สาลี่พยายามจะขโมยกำไลข้อเท้าจากแดงหลายครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะแย้มระวังตัวแจ เลยไม่มีโอกาส จนกระทั่งวันหนึ่ง...เมื่อแรมอุ้มแดงมานั่งเล่นในสวน อนุภรรยาคนสวยเลยส่งแอบไปเรียกร้องความสนใจ

แรมวิ่งไปดูแอบตามเสียงร้องเรียกว่าถูกงูกัด แต่เย็นซึ่งลอบดูห่างๆ มองออกว่าแอบมีแผนร้าย เลยรีบวิ่งไปดูแดงด้วยความเป็นห่วง แต่สถานการณ์กลับตาลปัตร เพราะแดงไม่ได้เป็นอันตราย แต่เธอกลับถูกกล่าวหาว่าเป็นโจรขโมยกำไลข้อเท้า เมื่อมีพยานรู้เห็นว่าเธอคือคนสุดท้ายที่อยู่กับแดง!

เพราะสายใยระหว่างแม่ลูกแท้ๆ ทำให้เย็นเผลอตัวเผลอใจอุ้มลูกสาวขึ้นกอดและหอมด้วยความรัก เมื่อแรมกลับมาเห็น เลยกลายเป็นหลักฐานรัดตัว ว่าเธอเป็นคนขโมยกำไลข้อเท้า โดยไม่มีใครรู้เลยว่าโจรตัวจริงก็คือสาลี่ ที่ฉวยจังหวะตอนแรมวิ่งไปดูแอบ ขโมยกำไลข้อเท้าของแดง

แม้จะขโมยไปได้แค่ข้างเดียวเพราะความเร่งรีบ แต่ก็เป็นเรื่องใหญ่ และพระยาสีหโยธินโกรธมาก และไม่รอช้า เรียกตัวเย็นมาคาดคั้นความจริงเสียงเข้ม แต่เย็นก็ยืนกรานปฏิเสธ

“บ่าวไม่ได้ขโมยเจ้าค่ะ ยิ่งเป็นของคุณแดงแล้ว บ่าวยิ่งไม่มีทางขโมยเป็นอันขาดเจ้าค่ะ ถ้าบ่าวทำ...ขอให้บ่าวตายด้วยคมหอกคมดาบในสามวันเจ็ดวันเถิดเจ้าค่ะ”

“หยุดสบถสาบานเสียทีเถิดอีเย็น ข้าเบื่อจะฟังคำพูดพล่อยๆของเอ็งเต็มทนแล้ว กี่ครั้งกี่หนที่เอ็งรับปากข้า แล้วข้าได้กระไรกลับมานอกจากความเจ็บช้ำน้ำใจเช่นทุกวันนี้ ข้าถามเป็นครั้งสุดท้าย...กำไลลูกข้าอยู่ที่ใด”

“บ่าวไม่รู้จริงๆเจ้าค่ะ ต่อให้ฆ่าบ่าวให้ตาย บ่าวก็ไม่รู้เจ้าค่ะ”

“จับอีเย็นมัดกับเสา แล้วเฆี่ยนจนกว่ามันจะ ยอมพูด!”

แย้มตกใจมาก เกือบหลุดปากสารภาพความจริงเรื่องเย็นเป็นแม่แท้ๆของแดงแล้ว ถ้านมแสงจะไม่ห้ามไว้ บุญมีที่รู้ความลับของคุณหญิงคนสวย อดไม่ได้จะแกล้งเหน็บลอยๆ

“ดูท่าคุณหญิงจะไม่สบายใจที่จะลงโทษนังเย็น ท่านเจ้าคุณก็เมตตาให้นังฟักเฆี่ยนนังเย็นแทนก็แล้วกันเจ้าค่ะ อย่างไรมันสองคนก็สนิทสนมกัน นังฟักคงไม่เฆี่ยนแรงเกินไปดอกเจ้าค่ะ”

ฟักแค้นใจมาก กัดฟันแน่นเพื่อข่มอารมณ์ เพราะรู้ดีว่าคำพูดยั่วยุของบุญมีไม่ก่อผลดีกับเย็น แล้วจริงดังคาด เมื่อพระยาสีหโยธินประกาศกร้าวหลังจากนั้น จะเป็นคนเฆี่ยนเย็นด้วยตัวเอง!

ooooooo

แย้มร้อนใจมาก ร่ำๆจะสารภาพความจริงเพื่อช่วยเย็น แต่นมแสงก็ปรามไว้และเตือนสติ ให้หาวิธีอื่น จนคุณหญิงคนสวยต้องคิดแผนกะทันหัน เอากำไลทองหน้าตาคล้ายๆกับของแดงมาให้สามี จนเย็นพ้นผิดในที่สุด

ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นกำไลทองในมือแย้ม แต่ก็ไม่มีใครจับได้ ไม่เว้นแม้แต่พระยาสีหโยธิน ซึ่งกำลังโมโหจนเลือดขึ้นหน้า เลยไม่ได้สะระตะหรือไตร่ตรองให้ดี

เย็นถูกแก้มัดและนำตัวไปรักษาที่เรือนฟัก พระยาสีหโยธินรู้สึกผิดมาก แต่ด้วยทิฐิทำให้ไม่คิดขอโทษ แต่กระนั้น...ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ สั่งให้ม้วนนำยาไปให้อดีตเมียน้อยคนโปรดในเวลาต่อมา

“พี่ม้วนเอากลับไปเถิดจ้ะ ฉันมียาแล้ว”

ฟักชอบใจมากที่เย็นไม่ใจอ่อน แต่ม้วนกลับมองว่าเป็นความกระด้างกระเดื่อง

“ชะช้า...นังเย็น ท่านเจ้าคุณอุตส่าห์มีเมตตาให้หยูกยาเอ็ง ยังจะเย่อหยิ่ง ไม่รู้สำนึกอีกรึ”

เย็นน้ำตาคลอ ข่มใจตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “จะมีใครรู้สำนึกเท่าฉันอีกรึจ๊ะ ที่ฉันยอมถูกเฆี่ยนโบยโดยหาความผิดมิได้ ประหนึ่งเป็นสัตว์ก็ไม่ปาน มิใช่ว่าเพราะฉันไม่รู้สำนึกดอกรึ”

“นี่เอ็งกล้าย้อนข้าเชียวรึนังเย็น ข้าจะฟ้องท่านเจ้าคุณ”

ฟักทนไม่ไหว ท้ากลับแทนเย็น “ฟ้องไปเลย! ฟ้องให้หมดทุกคำ อย่าให้ตกหล่นแม้แต่คำเดียวนะนังม้วน แล้วมาดูกันว่าการที่นังเย็นไม่รับยาของท่านเจ้าคุณ มันผิดข้อหาใด”

ม้วนเห็นสีหน้าและท่าทางเอาจริงของฟัก ก็ไม่อยากมีเรื่อง ถอยหนี เย็นได้แต่มองตามนิ่งๆ ก่อนจะหันไปปรามฟัก ด้วยไม่อยากให้ท้าทายท่านเจ้าคุณมากนัก เกรงจะเดือดร้อน ฟักไม่กลัว แถมบอกถึงสิ่งที่คาใจมานาน

“การที่เอ็งถูกเฆี่ยนครานี้ ก็ทำให้ข้ามั่นใจได้ข้อหนึ่ง...คุณบุญมีอยู่เบื้องหลังการใส่ร้ายเอ็งทั้งหมดเป็นแน่ แต่เดิม...ข้าแค่สงสัย แต่ตอนนี้ข้ายิ่งกว่ามั่นใจ ทั้งสีหน้าแววตา คำพูดคำจา คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ดอกเย็น

เอ๊ย แลวันใด...เรากระชากหน้ากากคุณบุญมีได้ วันนั้นก็เป็นวันที่เอ็งบริสุทธิ์นั่นเอง”

ม้วนจีบปากจีบคอยุแหย่พระยาสีหโยธินให้เฆี่ยนเย็นอีกรอบ โทษฐานหยิ่งไม่รับยา แย้มเห็นท่าไม่ดี เลยจัดการไล่ลงจากเรือน ก่อนจะหันไปพูดกับสามีเสียงเรียบ

“เย็นคงน้อยใจที่ท่านเจ้าคุณเฆี่ยนตีด้วยตนเอง โดยไม่ไต่สวนทวนความให้กระจ่างน่ะเจ้าค่ะ”

“น้อยใจ...เลยต้องประชดประชันฉันอย่างนั้นรึ มันเป็นทาส ต่อให้ฉันตีเล่นโดยไม่มีเหตุก็ยังได้”

“หรือคะ...ถ้าเช่นนั้น ฉันคงต้องระวังตัวหน่อยแล้ว มิรู้ว่าจะถูกท่านเจ้าคุณเฆี่ยนตีเอาวันใด”

พระยาสีหโยธินโมโหมาก แต่ก็ไม่กล้าลงไม้ลงมือกับเมียหลวง ได้แต่ผลุนผลันลงจากเรือนใหญ่ ทิ้งแย้มให้มองตามด้วยแววตาเหนื่อยหน่ายใจ นับตั้งแต่เกิดเรื่องกับเย็น...ท่านเจ้าคุณก็เปลี่ยนไปมากเหลือเกิน

ooooooo

กำไลทองของแดงใช้หนี้พนันให้สาลี่ได้เพียงกึ่งหนึ่งเท่านั้น แต่กระนั้น...อนุภรรยาคนสวยก็ไม่ยี่หระ เมื่อเคราเสนอให้ยืมเงินใหม่ ก็มุ่งหน้าเข้าบ่อนอีกรอบ หวังทวงเงินที่เสียไปคืน

แอบได้แต่มองตามเจ้านายสาวด้วยความละเหี่ยใจ ก่อนจะตาลุกวาว เมื่อเห็นเที่ยงลักลอบเข้าเขตเรือนของพระสีหโยธินจากมุมไกลๆ แต่ที่บ่าวคนสนิทของสาลี่ไม่รู้ คือทุกอย่างเป็นแผนของบุญมี ใช้เที่ยงเป็นเครื่องมือ ด้วยการปั่นหัวเขาเรื่องเย็นถูกทำร้าย จนอดีตทาสหนุ่มทนไม่ไหว ต้องบุกเดี่ยวไปชิงตัวเย็น!

เที่ยงฉวยโอกาสตอนฟักผละไปกินข้าว ลอบเข้าหาเย็น และเกลี้ยกล่อมให้หนี

“ฉันไม่หนีดอกจ้ะพี่เที่ยง”

“ทำไมรึ...หรือว่าเอ็งยังอาลัยอาวรณ์ท่านเจ้าคุณ ถ้าท่านเจ้าคุณรักแลไว้ใจเอ็งสักหนึ่งในสิบส่วนของที่เอ็งมีให้ ข้าจะไม่ข้องเกี่ยวด้วยเลย แต่นี่ทั้งเฆี่ยน ทั้งประจานเอ็งจนต่ำช้าถึงที่สุดแล้ว เอ็งยังอยู่ต่อก็โง่งมงายแล้ว”

เย็นส่ายหน้าเศร้าๆ น้ำตาคลอเมื่อคิดถึงลูกสาว

“พี่จะด่าฉันอย่างไรก็ด่าเถิดจ้ะ แต่ฉันไม่มีวันไปจากเรือนนี้เป็นอันขาด พี่ต่างหากที่ควรรีบหนีไป หากใครมาเจอเข้า พี่จะโดนโทษหนักเอานะ”

“เอ็งจะไม่ยอมไปจริงๆรึนังเย็น”

“ไม่จ้ะ...เป็นตายอย่างไรฉันก็ไม่หนี”

“เอ็งไม่หนี แต่ข้าก็ทนเห็นเอ็งตายคาหวายไม่ได้เช่นกัน”

ขาดคำก็จับเย็นพาดบ่าจะพาหนี แต่ไม่ทันพ้นเขตเรือน ก็ถูกพบเข้าเสียก่อน!

บุญมีนั่นเองที่ใช้แผนสูงรั้งตัวสามีไว้ แล้วจัดการพามาให้เห็นภาพบาดตา

“นังเย็น...อ้ายเที่ยง มึงกล้ามาหยามกูถึงเรือนเชียวรึ”

“ท่านเจ้าคุณได้นังเย็นไปแล้วก็ทิ้งขว้าง กระผมเพียงแค่มาเก็บตัวนังเย็นกลับไปเท่านั้น”

คำพูดยอกย้อนท้าทายของอดีตทาสหนุ่ม ทำให้พระยาสีหโยธินทนไม่ไหว ถลาหาจะเอาคืนให้หายแค้น เที่ยงสู้กลับอย่างไม่กลัวเกรง แต่สุดท้ายก็ต้านแรงอีกฝ่ายไม่ไหว ต้องเป็นฝ่ายหนีไป โดยทิ้งให้เย็นรับโทษตามลำพัง

แอบได้แต่มองสถานการณ์ทุกอย่างด้วยความหนักใจ รู้ดีว่าเที่ยงต้องลำบากแน่ เพราะท่านเจ้าคุณคงไม่ยอมปล่อยคนที่มาหยามถึงถิ่นหนีรอดไปได้แน่!

แย้มรีบไปที่เรือนทาสของฟักด้วยความร้อนใจ ทันได้เห็นเย็นนั่งคุกเข่าต่อหน้าสามีเพื่อฟังคำตัดสิน

“มาแล้วรึคุณหญิง...ดีแล้ว จะได้มารับรู้เรื่องบัดสีของอีนังคนโปรดพร้อมๆกัน”

บุญมีกับม้วนมาเป็นพยานด้วย และไม่รอช้าจะยุแยงเหมือนเคย ว่าเที่ยงคงจะพาเย็นหนี ในฐานะคนรักเก่า

ฟักทนไม่ไหว โต้แทนเย็น “มิใช่คนรักเจ้าค่ะ อ้ายเที่ยงมีใจให้นังเย็นฝ่ายเดียว แต่นังเย็นไม่เคยมีใจตอบ มิเช่นนั้นคงไม่ยอมตกเป็นเมียท่านเจ้าคุณดอกเจ้าค่ะ”

แต่พระยาสีหโยธินก็ไม่เชื่อ “ไม่ยอมไปจึงต้องใช้กำลังรึ เอ็งเป็นเด็กอย่างนั้นหรือวะนังเย็น คนอื่นถึงได้ใช้กำลังพาเอ็งไปตามใจชอบได้ จะโป้ปดก็ให้มันควรแก่เหตุหน่อยเถิด”

“ท่านเจ้าคุณก็เห็นกับตาไม่ใช่หรือเจ้าคะ ว่าพี่เที่ยงเป็นคนแบกบ่าวไป หาใช่บ่าวตามไปเองไม่”

พระยาสีหโยธินถึงกับพูดไม่ออก แย้มเลยถือโอกาสไกล่เกลี่ย แต่บุญมีก็ไม่ยอมให้เสียแผน ยุยงให้กักขังและทำโทษเย็นให้หนักกว่าเคย จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างแก่ทาสคนอื่น

“ไม่ต้องห่วงดอกแม่บุญมี ฉันไม่ปล่อยแน่ ข้าไม่มีวันยอมให้เอ็งไปจากข้าเด็ดขาด ต่อให้เอ็งตาย ก็ต้องตายอยู่กับข้าเท่านั้น...จับตาดูนังเย็นไว้ อย่าให้มันหนีออกจากเขตเรือนข้าได้เป็นอันขาด!”

ooooooo

นอกจากกักบริเวณเย็นแล้ว พระยาสีหโยธินยังสั่งคนโบยเท้าของเย็นจนแตกยับ ไม่ให้ยืนหรือเดินไปไหนได้ ตามคำยุยงของบุญมี จนฟักต้องขบกรามแน่นด้วยความแค้นใจแทนอดีตเมียน้อยคนโปรด

“แผลเก่ายังไม่ทันหาย ก็ต้องมาใส่ยาให้แผลใหม่อีก ข้าใส่ยาให้เอ็งจนไม่มีที่จะใส่แล้วนะนังเย็น”

“มันเป็นเวรกรรมของฉันเอง ถ้าไม่มีคุณแดง ฉันก็อยากตายให้พ้นไปเหมือนกันจ้ะพี่ฟัก”

“อย่าพูดเช่นนี้นังเย็น ถึงไม่มีคุณแดง เอ็งก็ต้องอยู่...อยู่เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าเอ็งบริสุทธิ์อย่างไรเล่า”

ส่วนเที่ยง...หนีไปซ่อนตัวในกระท่อม แอบตามไปเจอตอนเช้า และพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขาหนี จะได้ไม่ถูกท่านเจ้าคุณจับลงโทษ แต่อดีตทาสหนุ่มก็ไม่ยี่หระ และตัดสินใจไปอยู่กับพวกบุญมา เพื่อหลบซ่อนตัวและตั้งหลัก เพราะหากอยู่ข้างนอก คงไม่พ้นถูกจับเข้าคุกนครบาลโทษฐานขโมยทาสเป็นแน่!

พระยาสีหโยธินไม่มีเวลาสนใจเรื่องเย็นนักด้วยกำลังกลุ้มหนัก มีคนร้องเรียนทางการ จนต้องถูกปลดจากหน้าที่ ให้ย้ายไปคุมเสบียงในหัวเมืองห่างไกล เย็นแอบได้ยินบ่าวไพร่นินทาในเรือน พร้อมกับฟัก ก็อดสงสารและเห็นใจเขาไม่ได้ แต่ก็จนปัญญา...สภาพของตนเช่นนี้ คงช่วยอะไรไม่ได้มาก

ไม่ต่างจากแย้ม...เห็นใจชะตากรรมของสามีมาก แม้จะมีเรื่องขุ่นเคืองใจเพราะเย็นในระยะหลัง แต่เชื่อแน่ว่าเรื่องงานของเขา ต้องมีลับลมคมนัยบางอย่าง สาลี่ก็เชื่อเช่นนั้น และปักใจว่าต้องเป็นฝีมือพระมหาเทพ มีเพียงบุญมีลอบยิ้มด้วยความสะใจที่สามีต้องตกต่ำลงอีกครา

และเมื่อได้เจอบุญมาในเวลาต่อมา บุญมีก็อดหัวเราะด้วยความสาแก่ใจไม่ได้

“ดวงมันคงตกแล้ว ถึงได้มีแต่เรื่องไม่เว้น นี่ถ้ามันรู้ว่ามันเฆี่ยนอีเย็นปางตายกับมือ ทั้งๆที่อีเย็นบริสุทธิ์ อ้ายท่านเจ้าคุณคงแทบกระอักเลือดตาย”

“อันที่จริง...ล้างแค้นเช่นนี้ก็สาแก่ใจดี แต่มันต้องใช้เวลานานนัก ข้าเกรงว่าจะพลาดได้น่ะสิ”

“อย่ากลัวไปเลยพี่ เราต้องได้ล้างแค้น แลได้ทรัพย์สมบัติของมันมาคุ้มแก่เวลานานปีที่เสียไปเป็นแน่!”

พระยาสีหโยธินไม่รู้ตัวว่าจะถูกบุญมีหักหลัง มัวคิดหนักเรื่องต้องทิ้งเรือนแรมเดือนไปคุมงานต่างเมือง แต่ที่ทำให้เครียดกว่าคือเรื่องเย็น ที่เขายังตัดใจไม่ได้ และจะไม่ยอมให้ใครมาแย่งเธอไปเป็นอันขาด

และคงเพราะอารมณ์หึงหวงนี่เอง ทำให้พระยาสีหโยธินตัดสินใจสั่งตีตรวนเย็นไว้ในเรือนขังทาส ฟักเจ็บใจแทนมาก จนอดไม่ได้จะค่อนแคะเจ้านายหนุ่ม แต่ท่านเจ้าคุณก็ไม่ยี่หระ

“หุบปากนังฟัก! อย่าให้ข้าต้องเฆี่ยนเอ็งด้วยเลย ส่วนเอ็ง...อีเย็น...ข้าต้องล่ามเอ็งไว้ เพื่อไม่ให้ใครพาเอ็งหนีไปได้อีก ไม่ว่าเอ็งจะเดินไปเอง หรือมีคนแบกไป เอ็งก็จะออกจากที่นี่ไปไม่ได้เป็นอันขาด”

“หากท่านเจ้าคุณเป็นสุขที่ได้ทำเช่นนี้ ท่านเจ้าคุณก็ทำเถิดเจ้าค่ะ”

“เอ็งต้องอยู่กับข้า...อยู่กับข้าคนเดียวเท่านั้นไปจนวันตาย!”

ooooooo

พระยาสีหโยธินเตรียมตัวไปราชการต่างเมือง ทุกอย่างบนเรือนก็เข้าสู่บรรยากาศปกติ เย็นถูกตีตรวนในเรือนขังทาส โดยมีแย้มคอยดูแลห่างๆด้วยความเป็นห่วง ส่วนสาลี่ก็เข้าบ่อนโปทุกวันเหมือนเคย

เคราเฝ้ามองสาลี่ด้วยแววตาหื่นกระหายมานาน ในที่สุดก็ตัดสินใจพูดกับพระมหาเทพ

“คนอื่นไม่ได้รึ ถึงอ้ายเจ้าคุณจะตกต่ำลง แต่ก็ยังชื่อว่าได้เป็นพระยา หากเกิดคดีความ มันไม่จบง่ายดอกนา”

“คดีความ...นี่คุณพระคิดว่ากระผมจะฉุดคุณสาลี่หรือขอรับ ถึงกระผมจะหมายตาคุณสาลี่มานานปี แต่คนอย่างอ้ายเคราก็ไม่ฉุดผู้หญิงให้ถูกเย้ยหยันว่าสิ้นปัญญาดอกขอรับ”

“ไม่ฉุดแล้วจะทำอย่างไร นังสาลี่มันจงรักภักดีต่ออ้ายเจ้าคุณนัก ไม่มีวันหนีตามเอ็งดอก”

“หากเป็นยามปกติก็คงใช่ขอรับ แต่คนเรา...หากตก เป็นทาสฝิ่นหรือทาสพนันอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะรักษาความอายแลรักษาศักดิ์ศรีของตนต่อไปได้เลยขอรับ”

พระมหาเทพยิ้มเยาะ ไม่ขัดขวาง เพราะก็แอบหมั่นไส้อนุภรรยาคนสวยของเกลอรักไม่น้อย

แผนการของเคราเริ่มต้นเวลาต่อมา ด้วยการปล่อยให้สาลี่มือขึ้นจนมีเงินใช้หนี้เดิมหมด และหลอกล่อให้เล่นหนักมือขึ้น จะได้เป็นหนี้มากกว่าเดิม แต่บรรดาลูกน้องเคราไม่รู้ จึงถามด้วยความสงสัย เพราะหากจะโกงให้สาลี่เสียหมดตัวเหมือนที่ผ่านมาก็ย่อมได้ ไม่เห็นความจำเป็นต้องปล่อยให้เล่นได้มากขนาดนี้

เคราหัวเราะเบาๆ “หนี้เท่านั้นยังไม่พอดอกโว้ย ข้าให้คุณสาลี่ได้กลับไป ก็เพื่อให้เกิดความลำพอง เพลาเสียจะได้เสียให้หนัก...หนักจนแม้แต่ยอมคลานมาขอเป็นเมียน้อยข้าเพื่อล้างหนี้ก็ต้องทำ!”

แม้จะเห็นใจสามีมากแค่ไหน แต่แย้มก็อดเคืองไม่ได้ที่เขาสั่งตีตรวนเย็น เลยไม่ยอมให้เข้าใกล้ลูกสาวเหมือนเคย พระยาสีหโยธินส่ายหน้าอ่อนใจ ไม่ต่อว่าแต่ก็อดค่อนแคะไม่ได้

“คงเป็นด้วยเหตุนังเย็นอีกล่ะซี คุณหญิงถึงได้พาลพาโลเอากับฉัน แม้แต่แตะเนื้อต้องตัวลูกก็ยังไม่ได้”

“เฆี่ยนจนปางตาย แล้วยังตีตรวนซ้ำ ท่านเจ้าคุณจะไม่ให้ฉันรู้สึกอย่างไรบ้างเลยหรือเจ้าคะ”

“คุณหญิงมองว่าฉันโหดร้าย แล้วไม่ตรองดูบ้างว่าศักดิ์ศรีฉันยับเยินป่นปี้ลงเพราะใคร หากนังเย็นมันหนีไปอยู่กับชู้ได้อีก ฉันจะมีหน้าไปมองใครได้”

“เพื่อให้มีหน้ามองคนอื่น เลยต้องทารุณเย็นกระนั้นหรือเจ้าคะ ฉันเป็นเมีย...ถกเถียงท่านเจ้าคุณก็ถือว่าไม่เคารพ เป็นเยี่ยงอย่างไม่ดีแก่บ่าวไพร่ แต่จะให้เห็นดีเห็นงามกับท่านเจ้าคุณ ก็เกินกว่าฉันจะกระทำได้เจ้าค่ะ”

พูดจบก็ผละเข้าเรือน นมแสงตามประกบ ไม่เห็นด้วยเลยที่เจ้านายสาวมีปากเสียงกับสามีเช่นนี้

“ฉันจำเป็นต้องทำ ขืนปล่อยให้ท่านเจ้าคุณทรมานเย็นต่อไป หากเย็นเจ็บทั้งกายใจจนทนไม่ไหว แล้วพูดความจริงเรื่องคุณแดงขึ้นมา คนที่จะเดือดร้อนไม่ใช่ฉันรึ...”

ooooooo

พระยาสีหโยธินไม่ได้นึกถึงใจเมียหลวงในเรื่องนี้ นึกเคืองด้วยซ้ำ จนต้องแวะไประบายความอึดอัดใจกับบุญมี อนุภรรยาคนสวยลอบยิ้มร้าย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีหน้าเห็นอกเห็นใจ

“อย่าสนใจไปเลยเจ้าค่ะ ฉันอยู่ข้างท่านเจ้าคุณเสมอ มิว่าท่านเจ้าคุณจะโกรธเกลียด หรือรักใคร่นังเย็นก็ตามฉันก็คงรักท่านเจ้าคุณไม่เสื่อมคลายเจ้าค่ะ”

“ขอบใจแม่บุญมีนัก แต่เรื่องที่ฉันจะกลับไปรักนังเย็น ต่อให้ตายดับลงประเดี๋ยวนี้ ฉันก็ไม่มีวันรักมันลง”

“แต่อย่างไรเสีย นังเย็นก็ได้ชื่อว่าเคยเป็นเมียท่านเจ้าคุณ ถึงไม่รักใคร่ไยดีแล้ว ก็เมตตามันบ้างคงไม่เป็นกระไรกระมังเจ้าคะ บอกตามตรง...แม้ฉันจะรังเกียจมันนัก แต่เห็นสารรูปมันแล้ว ก็อดเวทนาไม่ได้เจ้าค่ะ”

“มีเมตตาต่อหญิงชั่วน่ะรึ เมตตาต่องูเห่ายังดีเสียกว่า ทุกวันนี้แค่ชายตามอง ฉันยังกลัวเสนียดจะติดลูกตาเลย”

แต่ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น พระยาสีหโยธินก็ไม่อาจตัดใจจากเย็นได้ ต้องแอบเอายาลดไข้และยาทาแผลของฝรั่งไปให้ถึงเรือนขัง แต่เย็นก็สลบไสลเพราะพิษไข้ เลยไม่รู้ตัวว่าเขามาอยู่ใกล้ตัวแล้ว

สภาพอดีตเมียน้อยคนโปรด ทำให้ท่านเจ้าคุณสงสารจับใจ แต่พอนึกว่าถูกสวมเขา ความแค้นก็ปะทุขึ้นใหม่

“ข้าแค้นจนอยากฆ่าเอ็งนัก แต่ก็เกลียดตัวเองยิ่งกว่า ที่หักใจจากเอ็งไม่ได้”

เย็นยังไม่ได้สติ ท่านเจ้าคุณเลยจัดการป้อนและทายาที่แผลให้อย่างนุ่มนวลก่อนจะผละไป โดยไม่รู้เลยว่าได้ทิ้งห่อยาฝรั่งไว้ในเรือนขัง...

พระยาสีหโยธินจากเรือนไปราชการเช้าวันต่อมา ท่ามกลางความอาลัยของเหล่าเมีย โดยเฉพาะแย้ม ไม่อยากให้เขาไกลบ้านในสภาพจิตใจย่ำแย่เช่นนี้ สาลี่ก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่อีกใจหนึ่งก็อดโล่งใจไม่ได้ เพราะคงไม่มีใครคอยขวางหรือค่อนแคะเรื่องเข้าบ่อนอีก

คงมีเพียงบุญมียิ้มย่องด้วยความสะใจที่สามีต้องตกต่ำและทุกข์ใจ แต่กระนั้น...ก็ยังปั้นหน้ายิ้มแย้มพร้อมสัญญาเป็นมั่นเหมาะ จะช่วยแย้มดูแลเรือนอย่างดีที่สุด

ขณะที่พระยาสีหโยธินต้องจากเรือนทั้งที่ใจหดหู่ เย็นอาการดีขึ้นมาก แผลแห้งและไม่มีไข้ จนฟักเบาใจ โดยไม่ติดใจสงสัยแม้แต่น้อยว่าเป็นเพราะเหตุใด ต่างจากเย็น รู้สึกประหลาดเหมือนฝันว่ามีคนมาช่วยเมื่อคืน แต่ก็ไม่มีเวลาได้คิดมาก เมื่อฟักโพล่งขึ้น ให้จับตาดูบุญมีให้ดี

“เอ็งก็น่าจะรู้ ถ้าผู้ใดจะกระทำผิดคิดไม่ซื่อกับท่านเจ้าคุณ ก็ต้องเลือกเพลาที่ท่านไปราชการหัวเมืองนี่ล่ะ!”

ooooooo

บุญมียังไม่รู้ว่าเย็นอาการดีขึ้น มัวกระหยิ่มใจ เมื่อม้วนมารายงานแต่เช้า ว่าอดีตเมียน้อยคนโปรดคงรอดยาก และอาจตายเพราะพิษไข้ในเร็ววัน เพราะไม่มียาและกินอาหารไม่ได้มาหลายวัน

“ตายได้อย่างไรวะนังม้วน หากมันตายตอนนี้ ข้าก็หมดสนุกกันพอดี อย่างน้อย...ก็ต้องรอคุณแดงโตเสียก่อน”

“คุณแดงเกี่ยวข้องกระไรด้วยเจ้าคะ”

คำถามซื่อๆของบ่าวคนสนิท ทำให้บุญมีต้องยิ้มหยัน ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ ว่าจะออกไปตลาด ม้วนไม่ได้ติดใจ เพราะเจ้านายสาวไปเป็นประจำ ต่างจากฟัก ซึ่งรับอาสาจากเย็นมาจับตาดูบุญมี กลับผิดสังเกต คิดว่าอีกฝ่ายคงมีเรื่องอะไรปิดบังไว้ จึงไม่ยอมให้บ่าวคนสนิทตามประกบเหมือนเคย

และสิ่งที่ฟักคิดก็ไม่ผิดเลย เมื่อตามไปจนพบว่าบุญมีแอบให้ท่าผู้ชาย!

ฝ่ายเย็น...ถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อฟักมาบอกว่าเที่ยง คือชายหนุ่มที่บุญมีแอบไปพบ แถมมีท่าทางสนิทสนม เหมือนไม่ใช่แค่คนรู้จัก หรืออดีตเจ้านายและทาสหนุ่มธรรมดา

“พี่เที่ยงกับคุณบุญมีน่ะรึ เป็นไปได้อย่างไร”

“ถ้าข้าไม่เห็นกับตา ข้าก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน เสียดายที่อ้ายเที่ยงตามรถลากมาพาคุณบุญมีไป ข้าก็เลยตามต่อไม่ได้ มิเช่นนั้น...ข้าคงรู้กระไรมากกว่านี้”

เย็นส่ายหน้า ไม่อยากเชื่อ “แต่ที่แล้วมา ฉันไม่เคยเห็นพี่เที่ยงมีท่าทีกระไรกับคุณบุญมีเลย แล้วจะถึงขั้น ...เอ่อ...จะมีใจกันได้อย่างไร ถึงพี่เห็นกับตา ฉันก็ยังไม่อยากเชื่ออยู่ดีจ้ะพี่ฟัก”

“เรื่องนี้มันต้องมีเงื่อนงำสักอย่างแน่ เพราะเท่าที่ดู อ้ายเที่ยงก็ไม่มีใจเท่าใด เป็นคุณบุญมีเสียอีกที่ให้ท่ามัน”

“ให้ท่าผู้ชายน่ะรึ เป็นไปได้อย่างไร”

ฟักยิ้มเยาะ “เหตุใดจะเป็นไม่ได้ หรือเอ็งคิดว่ามีแต่ทาสชั้นต่ำอย่างพวกเราเท่านั้นรึ ถึงจะให้ท่าชายได้ คนเราจะสูงจะต่ำ ถ้าสิ้นละอายเสียแล้ว ก็กระทำได้ทั้งนั้นล่ะ”

“แต่แรก...พี่ตามคุณบุญมีเพื่อหาหลักฐานช่วยฉันให้พ้นมลทิน แต่เรื่องราวชักลุกลาม พี่จะเอาอย่างไรต่อจ๊ะ”

“ก็ต้องตามดูให้รู้แน่สิวะ โอกาสเช่นนี้ไม่มีอีกแล้ว ต่อให้ไม่ได้พยานหลักฐานช่วยเอ็ง แต่ได้เปิดโปงความชั่วของคุณบุญมี มิให้เอ็งต้องถูกใส่ร้ายแต่ฝ่ายเดียว ก็ถือว่าคุ้มหนักหนาแล้ว”

ฟักเอ่ยอย่างมั่นใจ แต่เย็นกลับไม่สบายใจนัก เป็นห่วงหัวหน้าทาสสาวใหญ่ มิตรแท้คนเดียวของเรือนนี้นักหนา เพราะความลับที่อีกฝ่ายกุมไว้ อาจนำภัยร้ายมาถึงตัวเมื่อใดก็ได้

ooooooo

เวลาเดียวกันที่จวนข้าราชการนอกเมือง...พระยาสีหโยธินคุมเหล่าทหารอย่างเข้มงวด ไม่อยากให้สินค้าที่รับหน้าที่คุ้มกันมาเสียหาย โดยไม่สนใจจะสานสัมพันธ์ฉันมิตรกับขุนปราบ ข้าราชการท้องถิ่น ผู้ดูแลหัวเมืองเล็กๆ ที่เขากับพระมหาเทพขนกองเสบียงผ่านมา จนอีกฝ่ายผูกใจเจ็บ และคิดจะลองดี

และวิธีการลองดีของขุนปราบก็ทำให้พระยาสีหโยธินถึงกับเลือดขึ้นหน้า เพราะดันให้คนนำหีบทรัพย์สมบัติไปมอบเป็นสินบน เพราะหวังมีส่วนในกองสินค้าที่พวกท่านเจ้าคุณขนมา

ขุนปราบถึงกับพูดไม่ออก เมื่อพระยาสีหโยธินไม่รับสินบน แถมนำมาโยนใส่หน้า แต่ยังทำใจแข็ง โต้ว่าเป็นของกำนัลตามธรรมเนียมของบรรดาพ่อค้าละแวกนี้ เมื่อมีข้าราชการผู้ใหญ่มาเยือน

“ท่านขุนเรียกว่าการคารวะ แต่ฉันเรียกว่าติดสินบน ท่านขุนต้องการกระไรถึงได้ทำเช่นนี้!”

น้ำเสียงแข็งกร้าวของท่านเจ้าคุณ ทำให้ขุนปราบหน้าเสีย พระมหาเทพเห็นท่าไม่ดี เลยช่วยไกล่เกลี่ย

ไม่อยากให้มีปัญหากับข้าราชการชั้นผู้น้อย กลัวจะเกิดข้อครหาไปกันใหญ่

พระยาสีหโยธินพยายามระงับอารมณ์ ก่อนจะโพล่งออกไป “ครานี้ฉันไม่เอาเรื่องก็ได้ แต่ท่านขุนจำไว้ว่าอย่าได้ทำเช่นนี้อีก หากฉันรู้...ว่าท่านขุนคิดติดสินบนใครก็ตาม ฉันไม่ปล่อยท่านขุนอีกแน่!”

ระหว่างที่พระยาสีหโยธินต้องคุมเสบียงผ่านเมืองน้อยใหญ่ด้วยความยากลำบาก เย็นก็ต้องพยายามข่มใจ ไม่ตอบโต้สาลี่ ซึ่งตามมาเยาะเย้ยถึงเรือนขังทาส

“นับแต่ข้าเป็นเมียท่านเจ้าคุณมา เอ็งเป็นทาสคนแรกที่ถูกตีตรวนขัง ช่างมีวาสนานักนังเย็นเอ๊ย”

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะคุณสาลี่ แต่บ่าวคิดว่าคุณสาลี่จะมาเยี่ยมเยียนบ่าวเร็วกว่านี้เสียอีกนะเจ้าคะ”

แอบซึ่งตามประกบเจ้านายสาวเหมือนเคย ทนไม่ไหว แหวลั่น

“ปากดีนักนะอีเย็น โดนตรวนล่ามโซ่จนคนก็ไม่ใช่ สัตว์ก็ไม่เชิงแล้ว ยังไม่สำเหนียกอีกรึ”

“แล้วพี่แอบจะให้ฉันทำอย่างไรเล่าจ๊ะ ร้องไห้ขอความเมตตากระนั้นรึ ฉันเสียน้ำตามามากพอแล้ว โดยมิมีกระไรดีขึ้นเลย แลถึงฉันร้องไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือด คุณสาลี่กับพี่แอบก็คงไม่สงสารฉันดอก”

“ถูกแล้ว...ข้าจะสงสารขี้ข้าอย่างเอ็งไปเพื่อกระไรกัน นอกจากไม่สงสารแล้ว ข้าจะกระทืบเอ็งให้จมธรณีด้วยซ้ำ นังแอบ!...สั่งสอนมันทีซิ ที่กล้าตีฝีปากยอกย้อนข้า”

ขาดคำสาลี่ แอบก็โผหา จะตบให้สาแก่ใจ แต่เย็นหลบได้ เลยเป็นบ่าวสาวเองที่พลาดท่า ล้มไปกระแทกเจ้านายสาว สาลี่โมโห และเกือบถลาไปเอาเรื่องเย็นอยู่แล้ว ถ้าตาจะไม่เหลือบไปเห็นซองยาฝรั่งเสียก่อน!

แอบไม่เข้าใจว่าเหตุใดเจ้านายสาวถึงผละมาดื้อๆ ไม่ลงโทษเย็นให้สาสมกับที่กล้าต่อปากต่อคำ สาลี่ถอนใจเหนื่อยหน่าย ยื่นซองยาฝรั่งให้ดู พร้อมประกาศกร้าวว่าเป็นของสามี

“ยาฝาหรั่งเช่นนี้...ทั้งเรือนไม่มีใครใช้ นอกจากท่านเจ้าคุณ แต่มันกลับไปอยู่ในเรือนขังอีเย็น แสดงว่าท่านเจ้าคุณแอบเอายาไปให้มันกิน แสดงว่ายังตัดใจไม่ขาด... ขนาดโดนมันสวมเขาแท้ๆ ท่านเจ้าคุณนะท่านเจ้าคุณ”

แอบหน้าเครียด ก่อนแสยะยิ้มร้าย เมื่อคิดแผนได้ “แม่คุณของบ่าว...ถึงขั้นถูกสวมเขาแล้วท่านเจ้าคุณยังตัดใจจากมันไม่ได้ เราก็ต้องทำให้ท่านเจ้าคุณสะอิดสะเอียนจนแม้แต่มองยังไม่อยากมองมันเลยซีเจ้าคะ...”

ด้านพระยาสีหโยธิน...ต้องรับศึกหนักเกือบถึงชีวิต เพราะขุนปราบผูกใจเจ็บ แอบยกพวกมาดักโจมตี หวังฆ่าให้ตายและปล้นสินค้าอาวุธในกองเสบียง พระมหาเทพสะใจมาก และฉวยโอกาสนี้หนีเอาตัวรอด โดยไม่สนเลยว่าเกลอรักจะเป็นตายร้ายดีเช่นไร โชคดีที่ยืน พี่ชายเย็นผ่านมาเห็นและช่วยไว้ พระยาหนุ่มใหญ่เลยรอดมาได้

ยืนจำหน้าพระยาหนุ่มใหญ่ไม่ได้ เลยพูดคุยและแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง พระยาสีหโยธินไม่อยากเปิดเผยตัวตน เลยบอกว่าตนเองชื่อสิงห์ และปดว่ามาทำธุระต่างเมือง

“เมื่อครู่...ฉันได้ยินพวกโจรพูดถึงท่านเจ้าคุณๆ มีพระยงพระยามากับพ่อสิงห์ด้วยรึ”

พระยาสีหโยธินอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะหลอกว่าเป็นพระคุณเจ้าที่เดินทางมาด้วย ซึ่งยืนก็เชื่อสนิท

“เป็นพระก็ดีแล้ว ถ้าเป็นขุนน้ำขุนนาง ฉันไม่อยากยุ่งเลย อยากอยู่ไกลร้อยโยชน์พันโยชน์ด้วยซ้ำ”

“ทำไมรึ...ดูพ่อยืนจะเกลียดกลัวขุนนางเสียเหลือเกิน”

“เรื่องมันยาวพี่สิงห์ แต่ฉันไม่ขออยู่ใกล้พวกขุนนางข้าราชการดอก...เข็ดจนตาย!”

ooooooo

.

--------------------

นางทาส ตอนที่ 10

แย้มฉวยโอกาสตอนสามีไม่อยู่ ไปราชการต่างเมือง แอบเอาสำรับอาหารอย่างดี ไปเยี่ยมเย็นถึงเรือนขังทาส และสัญญาจะหาทางเอาอดีตเมียน้อยคนโปรดออกจากห้องขังให้ได้ แต่เย็นก็ห้ามไว้

“อย่านะเจ้าคะคุณหญิง ถ้าคุณหญิงปล่อยบ่าวออกไป ต้องผิดใจกับท่านเจ้าคุณเป็นแน่ อย่าให้บ่าวเป็นต้นเหตุให้ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงต้องมีปากเสียงกันอีกเลยนะเจ้าคะ”

“ฉันขอโทษนะเย็น ฉันเป็นหนี้บุญคุณเย็นมาก เหลือเกิน แต่ฉันก็ช่วยเย็นได้เท่านี้ ทั้งที่เย็นเป็นแม่ของ...”

“อย่าเจ้าค่ะ อย่าพูดเช่นนี้ แม่ของคุณหนูแดงคือคุณหญิงนะเจ้าคะ...คือคุณหญิงคนเดียวเท่านั้น”

“ขอบใจมากนะเย็นที่ยังรักษาสัตย์ให้ไว้กับฉัน”

“คุณหญิงมีบุญคุณท่วมหัวบ่าว บ่าวไม่กล้าผิดคำพูดดอกเจ้าค่ะ”

“รับปากให้ฉันสบายใจอีกครั้งว่าความลับนี้จะตายไปพร้อมกับเย็น”

เย็นกล้ำกลืนความขมขื่นใจไว้ ก่อนจะรับปากเสียงเรียบ แย้มเลยยิ่งรู้สึกผิดในความเห็นแก่ตัวของตน และเมื่อได้เจอหน้าฟักเวลาต่อมา ก็ยิ่งรู้สึกแย่ จึงพยายามจะชดเชยให้เย็น ด้วยการยกโสมอย่างดีให้ไปต้มบำรุง แต่ท่าทีเฉยเมยของฟัก ก็ทำให้คุณหญิงคนสวยยิ่งอึดอัดใจ นมแสงทนไม่ไหว ต้องโพล่งออกไปตรงๆ

“ฉันรู้...แม่ฟักไม่พอใจที่ฉันกับคุณหญิงช่วยเหลือเย็นได้เท่านั้น ทั้งที่เย็นเสียสละเพื่อคุณหญิงมามาก แต่ขอให้เห็นใจฉันกับคุณหญิงบ้าง โดยศักดิ์ฐานะที่แบกอยู่จะให้ออกหน้ากว่านี้ก็คงไม่ได้”

“ฉันไม่พอใจก็จริงเจ้าค่ะคุณนม แต่นังเย็นมันเลือกทางนี้เอง ฉันเป็นคนอื่น จะมีปากเสียงมากก็ใช่ที่ แลครั้งที่กำไลข้อเท้าคุณหนูแดงหาย คุณหญิงก็แกล้งเอากำไลอันอื่นมา แลบอกว่าเพิ่งหาเจอเพื่อช่วยนังเย็น ก็ถือว่าคุณหญิงมีเมตตาไม่ทอดทิ้งมันแล้วเจ้าค่ะ ฉันคงไม่กล้าพูดกระไรอีก”

คำบอกเล่าของฟัก ทำให้แย้มต้องมองหน้ากับนมแสงยิ้มๆ

“นี่แม่ฟักรู้ด้วยรึ”

“ฉันเป็นบ่าว ก็รู้เท่าที่สติปัญญาบ่าวจะรู้ได้เจ้าค่ะ”

“จะเป็นบ่าวหรือเป็นนาย ก็เป็นคนเหมือนกันทั้งสิ้น แลคนนั้น...เมื่อได้รับบุญคุณจากใครก็ต้องตอบแทน ฉันขอให้ฟักสบายใจเถิดว่าฉันไม่เคยลืมบุญคุณแลน้ำใจที่เย็นมีต่อฉันเลย แลฉันจะไม่มีวันทอดทิ้งเย็นเป็นอันขาด”

ฟักยกมือไหว้ กล่าวขอบคุณแล้วขอตัวออกไปหาเย็น โดยมีแย้มมองตามนิ่งๆ

“นังฟักนี่ก็สำคัญนัก ต้องเอาใจไว้เป็นพวกให้ได้”

ฟักผละจากคุณหญิง ก็รีบแวะไปเยี่ยมเย็นที่เรือนขังทาส เลยทันได้ช่วยอดีตเมียน้อยคนโปรดจากการเกือบถูกข่มขืน และเมื่อเรื่องรู้ถึงหูแย้ม ทาสหนุ่มซึ่งถูกว่าจ้างโดยแอบ เลยรับสารภาพ บุญมีซึ่งมาเป็นพยานด้วย รู้ทันว่าสาลี่คงมีส่วนเรื่องนี้ เพราะมีเงินค่าจ้างวานมาเอี่ยวถึงหนึ่งบาท แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะแอบยอมรับผิดทั้งหมด!

ooooooo

พระยาสีหโยธินหลบซ่อนตัวกับยืนในป่าถึงเช้าวันต่อมา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีพวกคนร้ายออกลาด ตระเวนแล้ว จึงขอแยกตัว เพราะต้องไปสมทบกับพวกที่เหลือ โดยไม่ลืมมอบของตอบแทนน้ำใจ

“ฉันไม่มีสิ่งใดจะตอบแทนพ่อยืน นอกจากมีดสั้นเล่มนี้ มีดเล่มนี้...มีตราประจำตระกูลฉันแกะสลักไว้ หากพ่อยืนมีเรื่องเดือดร้อนเมื่อใด ก็เอามีดไปหาฉันที่เรือนได้ทุกเมื่อ ถ้าฉันยังไม่สิ้นวาสนา ฉันสัญญาจะช่วยพ่อยืนเพื่อทดแทนบุญคุณครั้งนี้ให้จงได้”

ยืนจะไม่ยอมรับ เพราะไม่เห็นเป็นบุญคุณ แต่พระยาสีหโยธินก็ยืนกรานแข็งขัน หนุ่มบ้านนอกเลยต้องยอมรับไว้ พร้อมกับสัญญาเป็นมั่นเหมาะจะไปเยี่ยมพระยาหนุ่มทันทีที่มีโอกาส

หลังแยกจากยืน พระยาสีหโยธินจึงได้ลัดเลาะตามทาง จนถึงจวนข้าราชการเมืองใหญ่ พระมหาเทพซึ่งหนีมาก่อนขัดใจมาก ที่เกลอรักรอดมาได้ แต่ยังปั้นหน้ายิ้มแย้ม แสดงท่าทางดีอกดีใจจนไม่มีใครติดใจสงสัย

พระยาสีหโยธินไม่ได้คิดมากเรื่องเกลอรัก แต่สนใจมากกว่าว่าขุนปราบเป็นใครมาจากไหน เพราะสังหรณ์ใจลึกๆว่าเหตุการณ์ปล้นเสบียงและสินค้ากลางป่า อาจเป็นฝีมือของอีกฝ่าย...

เวลาเดียวกันที่เรือนใหม่ของเที่ยง...บุญมีกวาดตามองรอบตัวด้วยความภาคภูมิใจ ที่ดึงตัวอดีตทาสหนุ่มมาอยู่ใกล้ได้ แถมทำให้ความเป็นอยู่ของเขาดีขึ้นอีกต่างหาก แต่เขาก็ทำให้เสียเรื่อง ด้วยการถามถึงเย็น

“หายใจเข้าหายใจออกมีแต่นังเย็น มิได้เอ่ยชื่อมันสักวันจะตายหรือย่างไร”

“ขอประทานโทษขอรับ กระผมห่วงนังเย็นมัน จึงอยากรู้ว่ามันเป็นอย่างไรเท่านั้นเอง”

ท่าทางหงอๆของเที่ยง ทำให้บุญมีย่ามใจมาก

ใช้โน่นใช้นี่ หวังให้เขาเอาใจไม่ขาดปาก โดยไม่รู้เลยว่าฟักแอบตามมา จนล่วงรู้ความลับของเธอ แต่กระนั้น...โชคก็ยังเข้าข้างบุญมี เพราะลูกน้องบุญมาดันผ่านมาเห็นฟักเสียก่อน เลยเรียกคนมาจัดการ จนฟักต้องถูกตีหัวเลือดอาบ!

บุญมีตกใจมาก คิดไม่ถึงว่าหัวหน้าทาสสาวใหญ่จะตามมาถึงที่นี่ และเกือบจะพลั้งปากสั่งคนของพี่ชายให้ฆ่าปิดปากเสียแล้ว ถ้าเที่ยงจะไม่โผล่มาเห็นก่อน สองพี่น้องเลยต้องปล่อยฟักไป แต่ก็ในสภาพร่อแร่เต็มที

ไม่รู้ว่าจะรอดไปพูดกับใครได้อีกหรือไม่

ฝ่ายแอบ...ถูกแย้มสั่งเฆี่ยนจนหลังแตกยับ โทษฐานจ้างวานคนไปข่มขืนเย็น สาลี่ได้แต่มองดูอาการบ่าวสาวคนสนิทด้วยความสมเพชและเวทนา รู้สึกผิดไม่น้อย

แต่ก็ไม่รู้จะช่วยอะไรได้ นอกจากพยายามบังคับให้ อีกฝ่ายกินยา

แต่เพราะไม่เคยดูแลใครมาก่อน สาลี่เลยทำตัวไม่ถูก เย็นซึ่งได้รับการปล่อยตัวจากเรือนขัง อยากช่วยตามประสาคนมีน้ำใจดี เลยอาสาจะป้อนยาและอาหารให้ แต่แอบก็ปฏิเสธ ประกาศกร้าวต่อหน้าเจ้านายสาว

“ต่อให้บ่าวต้องตาย บ่าวก็ไม่ยอมให้มือของอีนังแพศยาคบชู้สู่ชายมาแตะต้องตัวบ่าวเจ้าค่ะ!”

เหตุการณ์วุ่นวายบนเรือนพักแอบยังไม่คลี่คลาย ทุกคนบนเรือนพระยาสีหโยธินก็ต้องแตกตื่นกับเรื่องใหม่ เมื่อร่างเกือบไร้ลมหายใจของฟักถูกนำมาโยนทิ้งไว้

เย็นถูกตามตัวมาด่วน แล้วก็ถึงกับหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นสภาพอาบเลือดปางตายของหัวหน้าทาสสาวใหญ่...มิตรแท้เพียงคนเดียวที่มี
เที่ยงเป็นเดือดเป็นร้อนไม่แพ้กัน แม้จะไม่รู้

ตื้นลึกหนาบาง ว่าเหตุใดฟักถึงโดนทำร้ายปางตาย เพราะบุญมีไม่ยอมบอก แต่อดีตทาสหนุ่มก็ไม่ละความพยายาม บุกไปหาบุญมาถึงโรงฝิ่น!

บุญมามีสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะถอนใจยาว แล้วไล่เที่ยงกลับ เพราะไม่รู้จะอธิบายเช่นไร

แต่เที่ยงก็ไม่ยอม “ฉันไม่กลับ จนกว่านายจะตอบฉัน นายบุญมามีคุณกับฉันก็จริง แต่คนอย่างอ้ายเที่ยง ก็รู้ผิดชอบชั่วดี นายตั้งโรงฝิ่น ถึงฉันไม่ชอบ แต่ฉันก็ไม่ว่า แต่ถ้าเป็นฆาตกรหรือโจรปล้นเขากิน ฉันไม่มีวันรับใช้เด็ดขาด”

เที่ยงยืนยันเสียงเข้ม บุญมาไม่มีทางเลือก ส่งสายตาให้ลูกน้องนำฝิ่นไปผสมเหล้าให้ดื่ม อดีตทาสหนุ่มถึงสงบลงได้ แต่ก็ไม่วายเมายา จนต้องถูกหามไปพักบนเรือน

ooooooo

กว่าบุญมีจะรู้เรื่องเที่ยงอาละวาดถึงโรงฝิ่น และถูกพี่ชายมอมยาจนเมาเละ ต้องถูกหามไปพักบนเรือน ก็เช้าวันต่อมา และไม่รอช้าจะตามไปดูอาการด้วยความเป็นห่วง แต่กลับถูกเขา ซึ่งยังไม่สร่างเมาดึงตัวไปกอดแน่น

“มากไปแล้วอ้ายเที่ยง ปล่อยข้าประเดี๋ยวนี้!”

“ไม่ปล่อย! จนกว่าคุณบุญมีจะบอกว่าคุณบุญมีกับพี่ชายเป็นใคร แลคิดทำกระไร เหตุใดต้องทำร้ายพี่ฟักด้วย”

บุญมีโกรธมาก เอ็ดลั่น “ข้าก็เป็นนายเอ็งอย่างไรเล่า ปล่อยข้าประเดี๋ยวนี้อ้ายเที่ยง”

“นาย...อ้ายเที่ยงเป็นไทแล้ว ไม่มีนายอีกแล้ว ยัง มีเรื่องนังเย็นอีก คุณบุญมีหลอกกระผมเรื่องนังเย็นใช่หรือไม่”

“คร่ำครวญถึงนังเย็นอีกแล้วรึ หน้าโง่! มันเป็นเมียท่านเจ้าคุณไปนานแล้ว ไม่มีใจให้เอ็งดอก”

จบคำก็สะบัดตัวหนี แต่ก็ถูกเที่ยงดึงกลับมาใหม่ และคงเพราะฤทธิ์ยา สองหนุ่มสาวเลยลืมเรื่องผิดชอบชั่วดี ฉุดกระชากลากถูกันเข้าไปในห้อง พร้อมกับโถมตัวเข้าหากันอย่างร้อนแรงและดุดัน!

ระหว่างที่บุญมีเร่าร้อนเพราะเพลิงสวาทกับเที่ยง เย็นต้องดูแลฟักด้วยใจไม่ดี เพราะอีกฝ่ายอาการไม่ดีขึ้นเลย แม้จะไม่มีบาดแผลน่าเป็นห่วง แต่ก็ยังไม่ได้สติมาบอกกล่าวอันใด

แย้มมาเยี่ยมหัวหน้าทาสสาวใหญ่ พร้อมกับนมแสงในเวลาต่อมา และอดไม่ได้จะหารือกับเย็นถึงสาเหตุและแรงจูงใจที่ฟักต้องถูกทำร้ายสาหัส อาการเป็นตายเท่ากันเช่นนี้

เย็นคิดว่าฟักน่าจะถูกทำร้ายมาจากที่อื่น และนำมาโยนไว้หน้าเรือน แต่ก็ไม่กล้ายืนยัน

“บ่าวไม่มีหลักฐาน พูดกระไรไปก็เกรงว่าจะ บานปลาย เอาไว้รอพี่ฟักฟื้น คงได้รู้ความจริงจากปากพี่ฟักเจ้าค่ะ”

แย้มพยักหน้ารับ “เช่นนั้นก็ดี ระหว่างนี้เย็นก็คอยดูแลฟักเถิด ไม่ต้องช่วยงานกระไรดอก หากท่านเจ้าคุณกลับมา ฉันจะชี้แจงเอง รวมทั้งเรื่องที่ฉันปล่อยเย็นออกจากเรือนขังทาสด้วย”

เย็นยกมือไหว้ขอบคุณ ยินดีเหลือเกินที่ตนจะได้ตอบแทนฟักบ้าง

“พี่ฟักมีบุญคุณกับบ่าวนัก อย่าว่าแต่ลำบากเท่านี้เลยเจ้าค่ะ ต่อให้บ่าวตายแทน บ่าวก็จะทำเจ้าค่ะ”

สถานการณ์ของเย็นดีขึ้นมาก แม้จะถูกประณามเพราะข้อหาคบชู้เหมือนเดิม แต่ก็ไม่ถูกจับไปขังตีตรวน ไปไหนไม่ได้เหมือนเคย เพราะมีหน้าที่ดูแลฟัก ซึ่งยังไม่รู้สึกตัวและดูแลตัวเองไม่ได้

ต่างจากสถานการณ์ของเที่ยง เลวร้ายลงอีกขั้น เพราะดันเมายาและเผลอตัวล่วงเกินบุญมี

“กระผมมันชั่วช้า สารเลวนัก ต่อให้ตกนรกหมกไหม้ก็ชดใช้ความผิดครั้งนี้มิได้ กระผม...ไม่กล้าขอให้คุณอภัยดอกขอรับ แต่กระผมอยากจะกราบขอโทษคุณเท่านั้น”

ขาดคำก็พนมมือ ทำท่าจะก้มกราบเพื่อขอโทษ แต่บุญมีก็จับมือรั้งตัวเขาไว้ พร้อมกับยิ้มหวาน

“นึกว่าข้าโกรธเคืองเอ็งรึ ข้าต้องขอบใจเอ็งด้วยซ้ำ ที่ช่วยข้าชำระแค้นให้บางเบาลงได้บ้าง”

เที่ยงอ้าปากค้าง พูดไม่ออกไปอึดใจ จนบุญมีต้องเอ่ยขึ้นขำๆ

“เอ็งอยากรู้ไม่ใช่รึ ว่าข้าเป็นใคร แลต้องการทำกระไรกันแน่ ลุกขึ้นมาซี แล้วข้าจะเล่าให้ฟัง...”

ooooooo

พระยาสีหโยธินยังไม่ยอมเคลื่อนย้ายกองเสบียงและขบวนสินค้า เพราะยังคาใจเรื่องขุนปราบ จนต้องวางแผนร่วมกับเหล่าข้าราชการในหัวเมือง จนจับตัวขุนปราบในฐานะโจรปล้นสินค้าได้ในที่สุด!

และก็เพราะแผนการรัดกุมนี่เอง ทำให้พระยาสีหโยธินได้รับความดีความชอบอีกครั้ง พระมหาเทพซึ่งร่วมขบวนไปปราบโจรด้วย และถูกส่งตัวกลับพระนครทันที ถึงกับหัวเสียด้วยอิจฉาริษยาในวาสนาของเกลอรัก เคราซึ่งรับฟังด้วยสีหน้าสบายๆ ต้องปลอบให้คลายใจ เพราะตนมีแผนบางอย่างต้องทำให้สำเร็จ ระหว่างที่ท่านเจ้าคุณยังไม่กลับ

สาลี่คือหมากสำคัญของแผนนี้ เพราะเคราวางแผนจะให้สาลี่ขายตัวใช้หนี้กับตน แต่เรื่องกลับไม่ง่าย เพราะเมื่อสาลี่ไม่มีเงินไปใช้หนี้ เลยไม่โผล่หน้าไปที่บ่อนอีก เคราเลยยังไม่มีโอกาสยื่นข้อเสนอ

เมื่อแอบซึ่งยังไม่หายดีจากการถูกลงโทษรู้เรื่องสาลี่ถูกห้ามเข้าบ่อน เพราะไม่มีเงินใช้หนี้เก่า ก็โล่งใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ต้องมาหน้าเสีย เมื่อถูกเจ้านายสาวเอ็ดลั่น โทษฐานปากมากและซ้ำเติมความผิดพลาดของตน

แอบถึงกับถอนใจยาว “อย่าว่าแต่ปางตายเลยเจ้าค่ะ ต่อให้บ่าวตายกลายเป็นผี บ่าวก็ต้องพูด นับแต่บ่าวเกิดมา ไม่เคยเห็นสิ่งใดเลวร้ายไปกว่าการพนันกับฝิ่นอีก ผู้ตกเป็นทาสสองสิ่งนี้ มันหาความจำเริญไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ”

“หยุดพล่ามเสียทีเถิด ถึงข้าไม่ได้ไปเล่นแล้ว ข้าก็ยังต้องใช้หนี้อ้ายเคราอยู่ดี เรือนมันห่างกันแค่ข้ามคลอง หากไม่ใช้หนี้ มิถูกนินทาป่นปี้หมดรึ”

“คราก่อนก็ขโมยกำไลข้อเท้าคุณแดงไปแล้ว ถ้าจะทำอีกคงยากแล้วเจ้าค่ะ แลทั้งเรือนนี้ คนที่จะมีข้าวของทองหยองมากพอจะช่วยแม่คุณของบ่าวใช้หนี้ได้ ก็มีแต่ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงเท่านั้น...”

คำพูดของบ่าวสาวคนสนิท ทำให้สาลี่คิดแผนการใหญ่ ลอบขึ้นขโมยของมีค่าของแย้มบนเรือนใหญ่ แต่ก็ถูกเห็นเข้าเสียก่อน จนต้องปีนหนีทางหน้าต่าง โชคดีที่เย็นผ่านมาเห็น เลยช่วยไว้ด้วยการพาไปซ่อนตัวที่เรือนฟัก

แต่กระนั้น...สาลี่ก็อดใจหายใจคว่ำไม่ได้ เมื่อแรมบุกมาค้นถึงที่ และเกือบจะถูกจับได้อีกครั้ง แต่เย็นก็ช่วยไว้ได้ จนอนุภรรยาคนสวยรอดพ้นจากความผิดอย่างหวุดหวิด

ทันทีที่พวกแรมออกจากเรือนฟัก สาลี่ก็ทวงของมีค่าคืน แต่เย็นไม่ให้ พร้อมเอ่ยเสียงเรียบ

“ของพวกนี้...คุณสาลี่ขโมยคุณหญิงมา บ่าวมิอาจ ยอมให้คุณสาลี่เอาไปได้เจ้าค่ะ ขอประทานโทษนะเจ้าคะ”

พระยาสีหโยธินไม่รู้เรื่องวุ่นวายที่เรือน แต่จิตใจกลับนึกถึงเย็นอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นสภาพของอดีตเมียน้อยข้าราชการผู้ใหญ่หัวเมืองที่คบชู้สู่ชายจนมีสภาพไม่ต่างกับซากศพที่ยังมีลมหายใจ

และก็เพราะความกังวลใจนี่เอง ทำให้พระยาหนุ่มใหญ่เก็บไปฝัน และมันก็ช่างเหมือนจริงเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะตอนที่เที่ยงบุกมาถึงเรือนและแทงเขาจากข้างหลังจนปางตาย!

ด้านเย็น...ไม่ได้คิดถึงเรื่องชะตากรรมและชีวิตรักของตนอีกเลย มัวพะวงกับอาการเพียบหนักของฟัก ที่แม้อาการทางกายจะดีขึ้น แต่ก็ยังสลบไสลไม่ได้สติเหมือนเดิม

“จะครบเดือนแล้วนะพี่ฟัก เมื่อใดจะตื่นมาคุยกับฉันเสียที พี่รู้หรือไม่ว่าไม่มีพี่สักคน ก็แทบจะไม่มีใครเอ่ยปากพูดกับฉันเลย ฉันเสียทั้งท่านเจ้าคุณ เสียทั้งลูกไปแล้ว อย่าให้ฉันต้องเสียเพื่อนแท้อย่างพี่ไปอีกคนเลยนะจ๊ะ”

เย็นร้องไห้ด้วยความสะเทือนใจ เลยไม่ทันสังเกต ว่าหนังตาฟักกระตุก เหมือนจะเริ่มได้ยินอะไรบางอย่างแล้ว

ooooooo

หลังเสร็จภารกิจจับขุนปราบ พระยาสีหโยธินจึงส่งจดหมายถึงบรรดาเมีย ว่าจะยังไม่กลับเรือน เพราะติดภารกิจอีกมาก แย้มกับสาลี่ภาคภูมิใจนัก แม้จะอาวรณ์ด้วยความคิดถึง แต่ก็รู้ดีว่าเขารักและใส่ใจกับงานมากเพียงใด คงมีแค่บุญมี แค้นใจหนักหนา ที่เขายังมีชีวิตและได้รับความดีความชอบอีกครั้ง

นอกจากข่าวคราวของพระยาสีหโยธินแล้ว บรรดาเมียยังได้ข่าวดีจากเย็นอีกต่างหาก ว่าฟักเริ่มรู้สึกตัวแล้ว แย้มเลยส่งคนไปตามหมอ โดยมีสาลี่มองตามนิ่งๆไม่ห้ามแต่ก็ไม่ช่วยอะไร เพราะเห็นว่าไม่ใช่ธุระของตนส่วนบุญมี พยายามข่มอารมณ์วิตก ด้วยร้อนตัวกลัวฟักฟื้นแล้วจะพาดพิงมาถึงตน!

แต่ความกังวลของบุญมีก็ต้องสูญเปล่า เมื่อม้วนมารายงานอาการของฟักในเวลาต่อมา

“แม้แต่เผยอปากยังทำไม่ได้ ฟื้นก็เหมือนตายทั้งเป็น ทำได้แค่ลืมตาเท่านั้นเจ้าค่ะ”

บุญมีสาแก่ใจยิ่งนัก เบาใจได้บ้าง เมื่อรู้อาการของฟักไม่ได้ดีขึ้นมากพอจะพูดถึงตนได้ ต่างจากเย็น ร้องไห้เสียใจมาก จนแย้มต้องสั่งให้งดงานอื่น และมาดูแลฟักเพียงอย่างเดียว

เย็นขอตัวไปต้มยาและดูแลฟัก แย้มได้แต่มองตามเครียดๆ พร้อมกับเปรยกับนมแสง

“เห็นฟักเป็นเช่นนี้แล้วก็ให้สังเวชใจนัก แต่อีกใจก็โล่งได้เปลาะหนึ่ง เพราะหมดคนจะพูดความลับไปอีกคน”

บุญมีรอดูสถานการณ์ อดทนรอจนเย็นกับแย้มออกไปแล้ว จึงได้ปรากฏตัวให้ฟักเห็น พร้อมกับเอ่ยเสียงเย็น

“เอ็งกลัวรึอีฟัก เช่นนั้นเอ็งก็คงรู้ล่ะซี ว่าที่เอ็งต้องนอนเช่นนี้เพราะใคร!”

ท่าทางลุกลี้ลุกลน หน้าซีดเผือดของฟัก ทำให้บุญมีย่ามใจ

“ข้ารู้...ว่าเอ็งขยับไม่ได้ แต่ขอให้ข้าวางใจกว่านี้อีกสักหน่อยเถิด”

จบคำก็นำเข็มที่เตรียมมาปักบนปลายเท้าเพื่อทดสอบ ฟักเจ็บจนน้ำตาไหล แต่ก็ตอบโต้ไม่ได้ บุญมีเห็นท่าก็ยิ้มเยาะ หัวเราะชอบใจใหญ่ที่ทุกอย่างจะยังเป็นความลับ

“สมน้ำหน้า! ที่เอ็งต้องเป็นเช่นนี้ ก็ค่าที่เอ็งสาระแนนัก แต่อาจจะดีก็ได้นา เพราะอย่างน้อย เอ็งก็ไม่ตาย”

ฟักกลัวจนตัวสั่น จังหวะเดียวกันนั่นเอง เย็นก็โผล่มา บุญมีเลยต้องแก้ตัวแบบขอไปที

“ข้ามาเยี่ยมนังฟัก...แปลกรึ”

เย็นสงสัยท่าทีแปลกๆของอีกฝ่าย แต่ก็ไม่มีหลักฐานเอาผิด “ไม่แปลกดอกเจ้าค่ะ แต่บ่าวไม่คิดว่าคุณบุญมีจะมีเมตตากับพวกบ่าวไพร่ ถึงขนาดมาเยี่ยมเยียนเองโดยไม่มีผู้ใดคอยรับใช้เจ้าค่ะ”

“ปากดีนักนะอีเย็น วาจาฉลาดเช่นนี้เอง ท่านเจ้าคุณถึงได้หลงใหลเอ็งนัก อ้อ...ไม่ใช่ซี เคยหลงใหลต่างหาก”

พูดจบก็สะบัดหน้าหนี ทิ้งเย็นให้มองตามเครียดๆ เริ่มระแวงว่าบุญมีต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ฟักถูกทำร้ายแน่

เรื่องอาการของฟัก รู้ถึงหูเที่ยงในเวลาต่อมา อดีตทาสหนุ่มโล่งใจมากที่ฟักฟื้นแล้ว แต่อีกใจก็รู้สึกผิด ที่ฟักต้องมีชะตากรรมน่าสมเพชเวทนาเช่นนี้

“มิน่าเลย...นี่ต้องมีคนรับเคราะห์เพื่อสนองความแค้นของคุณบุญมีอีกกี่คนกัน”

“เอ็งพูดอย่างนี้ หรือไม่อยากแก้แค้นท่านเจ้าคุณแล้ว”

“ถึงแก้แค้นได้ กระผมก็ไม่มีหน้าไปพบนังเย็นอีกแล้วล่ะขอรับ”

“ยังจะอาลัยอาวรณ์มันอีกรึ เพลานี้เอ็งคิดถึงหญิงคนใดไม่ได้ทั้งนั้น นอกจากข้า!”

“กระผม...ก็คงเป็นคนหนึ่งที่ต้องรับเคราะห์เพราะความแค้นของคุณบุญมีด้วยกระมังขอรับ”

“ถึงขั้นนี้แล้วเอ็งยังไม่รู้ความในใจของข้าอีกรึ คิดดูเถิด ค่ำมืดป่านนี้ ข้ายังเสี่ยงมาหาเอ็งเพราะกระไร”

ขาดคำก็โถมตัวเข้ามาซบอกแกร่งด้วยความหลงใหล เที่ยงไม่ขัดขืน แม้จะไม่ได้รักใคร่ชอบพออีกฝ่ายมาตั้งแต่ต้น แต่ความสวยและความสาวของเธอ ก็ทำให้เขาถลำลึกจนแทบถอนตัวไม่ได้

ooooooo

สาลี่โล่งใจมากที่ทุกคนบนเรือนใหญ่วุ่นวายกับเรื่องฟัก จนไม่มีใครมาสนใจ และจ้องจับผิดตนเรื่องเข้าบ่อนเหมือนเคย แต่กระนั้น...หนี้สินที่ยังไม่ได้ใช้ ก็ทำให้อนุภรรยาคนสวยเป็นทุกข์ และแล้วก็หนีความจริงไม่พ้น เมื่อเคราแวะมาเยี่ยมเธอถึงเรือนในวันหนึ่ง พร้อมขู่ด้วยสีหน้ายิ้มๆ

“ในเมื่อคุณสาลี่ไม่แวะเวียนไปบ่อนของกระผม กระผมก็ต้องมาเยี่ยมถึงเรือน แลคราหน้าคงได้เยี่ยมท่านเจ้าคุณพร้อมกับคุณสาลี่นะขอรับ”

คำขู่ของเคราทำให้สาลี่ต้องแล่นไปขอความช่วย เหลือจากพระมหาเทพด้วยสีหน้าร้อนใจสุดขีด พยายามขอให้เขาหางานให้ แลกกับค่าจ้างสินบนเหมือนเคย แต่คุณพระหนุ่มสมคบคิดกับเคราแล้ว เลยทำไม่รู้ไม่ชี้

สาลี่ไม่มีทางเลือก ต้องบากหน้าไปยืมเงินจากแย้ม โดยโกหกหน้าตายว่าจะเอาเงินไปรักษาญาติ

“ญาติของฉันเจ็บไข้หนัก อยากจะขอยืมเงินคุณหญิงสักสิบชั่งได้หรือไม่เจ้าคะ”

แย้มกับนมแสงตาโต เพราะเงินสิบชั่งไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แถมรู้มาด้วยว่าสาลี่แทบไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธตรงๆ เลยพยายามบ่ายเบี่ยงให้อนุภรรยาคนสวยรอท่านเจ้าคุณกลับมา

“ไม่ได้! จะให้ท่านเจ้าคุณรู้เรื่องไม่ได้นะ”

“ทำไมท่านเจ้าคุณจะรู้ไม่ได้เล่าแม่สาลี่”

“เรื่องเล็กน้อย...ฉันไม่อยากให้ท่านเจ้าคุณระคายใจ แลเรื่องนี้ฉันจะพูดกับท่านเจ้าคุณเอง”

“เงินสิบชั่ง มิใช่เรื่องเล็กน้อยดอกนะแม่สาลี่”

สาลี่ขบกรามแน่น เจ็บใจมาก แต่ก็จำต้องข่มใจ คุกเข่าและพนมมืออ้อนวอน

“ตั้งแต่เกิดมา ฉันไม่เคยขอร้องใครเช่นนี้ถือว่าช่วยกันสักครั้งเถิดนะคะคุณหญิง”

แย้มใจอ่อน ตัดใจให้ไปสามชั่ง ส่วนที่เหลือให้รอขอจากท่านเจ้าคุณ สาลี่รับมาแบบเสียไม่ได้ และเอาไปเล่นพนันจนหมด หวังมือขึ้นจะได้นำไปใช้หนี้ แต่ก็ต้องหน้าเครียดกลับเรือน เพราะไม่เหลือเงินสักแดง!

แอบรู้เข้าก็หน้าซีด อยากจะเป็นบ้านักกับอาการผีพนันเข้าสิงของเจ้านายสาว แต่ไม่ทันเอ่ยปาก ก็ถูกดักคอ

“หุบปากไปเลยนังแอบ มาช่วยข้าคิดเถิดว่าจะหา เงินที่ใดไปใช้หนี้อ้ายเครามันดี”

“แม่คุณของบ่าว ปัญญาแม่คุณเหนือบ่าวเป็นสิบเท่า ยังคิดไม่ออก แล้วบ่าวจะไปคิดออกได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ”

“ก็พูดๆมาเถิด ข้ามืดแปดด้านแล้ว นี่ถ้าท่านเจ้าคุณกลับมารู้เรื่องนี้เข้า ยังไม่รู้เลยว่าจะเกิดกระไรขึ้นบ้าง”

“คุณสาลี่คงต้องไปขอยืดเวลาใช้หนี้จากอ้ายเครามันไปก่อน อย่าเพิ่งให้มันไปฟ้องท่านเจ้าคุณได้เจ้าค่ะ แลท่านเจ้าคุณกลับมาเมื่อใด คุณสาลี่ก็อ้างเรื่องเจ็บป่วยเช่นเดิม แล้วขอเจ็ดชั่งที่เหลือไปใช้หนี้อ้ายเครา แลที่เหลือก็ค่อยผ่อนชำระทีหลัง บ่าวคิดได้เท่านี้จริงๆเจ้าค่ะ”

สาลี่ตัดสินใจไปเจรจาผ่อนปรนหนี้หลังจากนั้น เคราไม่ยอม แถมยื่นข้อเสนอลดดอกเบี้ยอีกต่างหาก

“ไม่มีกระไรมากดอกขอรับ ขอเพียงคุณสาลี่ค้างกับกระผมสักคืนเท่านั้น”

ข้อเสนอของเคราทำให้สาลี่ถึงกับผงะ ขยับตัวออกห่างด้วยความรังเกียจ แต่เคราก็ไม่สะทกสะท้าน

“กระผมมีใจให้คุณสาลี่แต่แรกเห็นแล้ว สู้อดทนมานานปี เฝ้าแต่คิดว่าทำอย่างไรถึงจะได้คุณสาลี่มาเชยชม จึงให้คุณติดหนี้พนันพอกพูน กระผมก็คิดว่าครานี้คง สมหวังแน่ แต่คุณสาลี่ก็เก่งนะขอรับ อุตส่าห์ดิ้นรนมาได้ขนาดนี้”

“สารเลว! นี่เอ็งคิดอัปรีย์กับข้ามาตลอดเลยรึ ข้ามิควรหลงมาเล่นบ่อนเอ็งให้เป็นเสนียดเลยจริงๆ”

“คุณสาลี่เล่นบ่อนกระผมมานับครั้งมิถ้วน ถ้าติดเสนียดจริง คงไม่มีที่ใดในตัวคุณสาลี่พ้นเสนียดไปได้ขอรับ แต่ถึงติดเสนียดทั้งตัว กระผมก็หารังเกียจไม่”

จบคำก็เอื้อมมือไปเชยคาง สาลี่รีบเบี่ยงหน้าออก แล้วตวัดมือตบเต็มแรง

“อ้ายชาติชั่ว ปล่อยกูประเดี๋ยวนี้!”

“ถึงขั้นนี้แล้ว กระผมไม่ยอมปล่อยคุณสาลี่ให้หลุด มือไปเป็นอันขาด ถ้าคุณสาลี่ไม่มีเงินสิบชั่งมาใช้หนี้ กระผมจะไปทวงที่ท่านเจ้าคุณเอง แต่ถ้าคุณไม่เลือกทั้งสองทาง ก็ต้องยอมเป็นของกระผมเท่านั้น”

เคราดึงตัวอีกฝ่ายมากอด สาลี่รีบสะบัดตัวออกแล้ววิ่งหนีจากบ่อน โดยมีเครามองตามด้วยแววตามาดร้าย หมายมั่นปั้นมือในใจ จะต้องเอาตัวอนุภรรยาคนสวยของพระยาสีหโยธินมาเป็นเมียให้ได้!

ooooooo

ข้อเสนอชั่วช้าและหยามเกียรติของเครา ทำให้สาลี่ต้องหลบไปร้องไห้ตามลำพังด้วยความคับแค้นใจ เย็นผ่านมาเห็นโดยบังเอิญ เลยอดไม่ได้จะถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง เลยถูกสาลี่เอ็ด ไม่ให้สาระแน

“ขอประทานโทษเจ้าค่ะ บ่าวเห็นนายทุกข์ใจก็ อดถามมิได้ แต่หากคุณสาลี่มิให้บ่าวยุ่ง บ่าวก็จะไม่ยุ่งเจ้าค่ะ”

“รู้ก็ดีแล้วอีขี้ข้า คนอย่างข้าจะทุกข์ใจอย่างไรก็ยังสุขกว่าอีทาสชั้นต่ำที่ต้องห้อยมาลัยดอกชบาแดงประจานความแพศยาอย่างเอ็งมากนัก จำใส่กะลาหัวไว้เถิดอีเย็น แล้วอย่าได้เสนอหน้าอีก!”

ฝ่ายบุญมี...ไม่ได้อินังขังขอบเรื่องสาลี่ มัวหมกมุ่นกับรสสวาทของเที่ยง จนถึงขั้นวางแผนร้ายจะมีลูกกับเขา แล้วใช้เป็นเครื่องมือล้างแค้นพระยาสีหโยธิน แต่ก็รู้ว่าบุญมาคงไม่เห็นด้วย เลยต้องพยายามหว่านล้อม

“เมื่อล้างแค้นโดยตรงไม่ได้ ก็กระทำโดยอ้อมซี แลวิธีนี้อาจได้สมบัติทั้งหมดของมันมาเป็นของเราด้วย”

“เอ็งพูดอย่างนี้อีกแล้ว ข้ายังไม่เห็นทางเลยว่าจะทำได้อย่างไรวะ”

“ทำได้ซี ถ้าฉันมีลูกกับมัน แล้วค่อยกำจัดลูกอีเย็นที่อยู่กับนังคุณหญิงทิ้ง ทรัพย์สมบัติก็ต้องตกเป็นของลูกฉัน ถึงเพลานั้น เราค่อยเล่นงานมันก็ไม่สาย”

“ก็เอ็งบอกเองว่ามันมิใคร่สนใจไยดีเอ็ง แล้วจะมีลูกกันได้หรือวะ...”

บุญมียิ้มร้าย แต่ไม่ยอมเฉลยแผนการ เพราะคิดว่ายังไม่ถึงเวลา และเลือกจะแวะไปหาเที่ยงหลังจากนั้น เพื่อลองหยั่งเชิงท่าทีของเขา ว่าจะยอมร่วมมือหรือไม่ แต่อดีตทาสหนุ่มก็ทำให้โมโห ด้วยการพร่ำเพ้อถึงความผิดของตัวที่ลอบเป็นชู้กับเมียคนอื่นจนบุญมีต้องปลอบให้คลายใจ

“ข้าบอกแล้วว่าข้ามีใจให้เอ็ง แลกระทำเช่นนี้ก็ถือว่าเป็นการล้างแค้นท่านเจ้าคุณเช่นกัน”

“กระผมคิดแค้นก็เพราะความอยุติธรรมที่ท่านเจ้าคุณมีต่อนังเย็น แต่เรื่องอื่น กระผมก็ยังเคารพท่านเจ้าคุณอยู่”

“ข้าบอกเอ็งแล้วอย่างไร ว่าไม่ให้เอ่ยชื่อนังเย็นอีก”

เที่ยงหน้าเสีย เอื้อมไปจับมือบุญมี “หนีไปกับกระผมเถิดนะครับคุณบุญมี ไปอยู่ที่ใดก็ได้ คุณบุญมี ลืมความแค้น กระผมลืมนังเย็น แล้วเราสองคนมาเริ่มต้นกันใหม่”

“เอ็งต้องลืมนังเย็นน่ะถูกแล้ว แต่ข้าไม่มีวันลืมแค้นของข้าเป็นอันขาด! ชาตินี้...ถ้าข้าไม่ได้เห็นอ้ายท่านเจ้าคุณมันพินาศกับตา ข้าไม่มีวันตายตาหลับดอก”

เที่ยงหนักใจมาก ไม่รู้ว่าจะทำเยี่ยงไรกับความแค้นไม่รู้จบของบุญมี ได้แต่ยอมให้เธอปรนเปรอรสสวาททุกค่ำคืนด้วยความคลั่งไคล้และหลงใหล แต่กระนั้น...สำนึกผิดชอบชั่วดีที่ยังเหลือก็ทำให้รู้สึกผิดเป็นระยะๆ จนกระทั่งได้พบกับเย็นโดยบังเอิญในเช้าวันต่อมา อดีตทาสหนุ่มถึงเพิ่งรู้ตัวว่าคิดผิด!

สีหน้าและท่าทางเหมือนคนอมทุกข์ของเย็นทำให้เขาเริ่มคิดว่าตัวเองช่างเห็นแก่ตัวที่สร้างเรื่องให้เธอสารพัด ทั้งพาหนีและเป็นต้นเหตุให้ฟักต้องเจ็บปางตาย แต่เย็นกลับไม่คิดโกรธเคือง

“ท่านเจ้าคุณไม่เห็นค่าเอ็งแล้ว มิเช่นนั้นคงไม่เฆี่ยนตีเอาปางตายดอก หนีเถิดวะนังเย็น ไปที่ใดก็ได้ ไม่ต้องไปกับข้าดอก เพราะข้าไม่คู่ควรให้เอ็งมาอยู่ด้วยแล้ว แต่เอ็งก็ไม่ควรทิ้งชีวิตไว้ที่เรือนท่านเจ้าคุณเช่นกัน”

เย็นถอนใจยาว “ฉันรู้ว่าพี่ห่วงใยฉัน แต่ฉันไปไม่ได้ แลถึงไปได้ ฉันก็ไม่ไป มันมีหลายเรื่องที่ฉันบอกไม่ได้ แต่อย่างหนึ่งคือฉันต้องดูแลพี่ฟัก แลฉันต้องรู้ให้ได้ว่าใครทำกับพี่ฟักเช่นนี้”

ชื่อของฟักทำให้เที่ยงหน้าเจื่อนจนเย็นนึกสงสัย ว่าเหตุใดเขาถึงไม่ถามถึงหัวหน้าทาสสาวใหญ่เหมือนเคย และเขาก็เหมือนจะรู้ตัว รีบแก้ตัวเก้อๆว่ารู้เรื่องฟักมาจากคนอื่นบ้างแล้ว

ooooooo

ท่าทีลุกลี้ลุกลนเหมือนคนมีพิรุธของเที่ยง ทำให้เย็นสังหรณ์ใจว่าเขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดกับฟัก และอาจรวมไปถึงบุญมีด้วย แต่ก็ไม่กล้าซักอะไรมาก เพราะยังไม่มีหลักฐาน

ส่วนเที่ยงไม่ได้ติดใจท่าทีสงสัยของเย็น มัวแต่หน้าตื่นตกใจ เมื่อถูกบุญมีจับได้ว่าแอบไปเจอเย็น

“ข้าเห็นเอ็งกับอีเย็น แต่กลางตลาด ข้าจึงยับยั้งชั่งใจไว้ไม่อาละวาด สารเลวนัก เลี้ยงไม่เชื่อง!”

พูดจบก็ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ เที่ยงโกรธมากเถียงเสียงเข้ม “กระผมเจอนังเย็นโดยบังเอิญ เลยพูดจากันบ้างเท่านั้น แต่ถ้าคุณบุญมีเห็นว่าผิดนัก กระผมก็จนใจกระผมจะไปให้พ้นหน้าก็แล้วกัน”

“คิดจะหนีรึ เอ็งเป็นผัวข้าแล้ว ต้องอยู่กับข้า เท่านั้น จะไปอยู่กับผู้ใดไม่ได้ทั้งสิ้น”

เที่ยงโมโหโต้กลับอย่างดุเดือด “กระผมไม่อยู่กับผู้ใดทั้งนั้นล่ะขอรับ คนชั่วเป็นชู้กับเมียคนอื่นอย่างกระผม ควรอยู่คนเดียวประสาชั่วเท่านั้น คุณบุญมี อย่าได้กังวลเลย”

“ข้าไม่ให้เอ็งไป หากเอ็งไป ข้าจะฆ่าเอ็งเสีย”

“ก็ฆ่าเลยซีขอรับ ถ้าต้องให้ทนอยู่อย่างนี้ กระผมก็ไม่อยากอยู่แล้ว”

บุญมีกรีดร้องลั่น ทุบตีเขาพัลวัน “เอ็งบอกว่าทนรึ เอ็งกล้าบอกว่าทนอยู่กับข้ารึ”
เที่ยงไม่หลบหรือตอบโต้ ปล่อยให้บุญมีทุบตีระบายความแค้นจนสาแก่ใจ นับวันก็ยิ่งเห็นธาตุแท้และสันดานดุร้ายของอีกฝ่าย แต่ก็ถอนตัวไม่ได้เสียแล้ว...

เย็นไม่ได้คิดถึงเรื่องของเที่ยงอีกเลย มัวแต่ตกใจเมื่อเห็นท่านเจ้าคุณแวะมาเยี่ยมฟักในบ่ายวันเดียวกัน พระยาสีหโยธินซึ่งครุ่นคิดเรื่องเย็นมาตลอดหลายวัน ถึงกับพูดไม่ออกไปอึดใจ ได้แต่สบตาอดีตเมียน้อยคนโปรดด้วยสีหน้านิ่งสงบ ก่อนจะเฉไฉเปลี่ยนไปพูดเรื่องฟัก ว่าตัดสินใจมาเยี่ยม เพราะเห็นว่าเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยง

น้ำเสียงนิ่งเฉยและท่าทีห่างเหินของเขา ทำให้เย็นเจ็บแปลบในอก แต่ก็ทำได้แค่พยายามทำใจ

“บ่าวต้องขอประทานโทษด้วยเจ้าค่ะที่ออกจากเรือนขังทาสโดยไม่ได้รับอนุญาตจากท่านเจ้าคุณก่อน”

“คุณหญิงเล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว เอ็งมีเหตุจำเป็น ข้าไม่ถือโทษเอ็งดอก”

เย็นอดแปลกใจไม่ได้ที่เขาไม่ดุด่าหรือค่อนแคะเธอเหมือนเคย แต่กระนั้น...ก็อดใจเสียไม่ได้ เพราะ ความรักระหว่างเขากับเธอคงเป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

พระยาสีหโยธินก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่เพราะทิฐิเลยไม่แสดงท่าทีห่วงใยและโหยหา จนเมื่อแย้มส่งคนมาตามเขากลับเรือนใหญ่ เพราะแดงไม่สบายหนัก ถ่ายท้องไม่หยุด ท่านเจ้าคุณก็แทบลืมเรื่องเย็นไปเลย

“เพลานี้แล้ว...สิ่งใดที่จะช่วยแม่แดงได้ ฉันยอมทุกอย่าง ลูกแดง...ยอดดวงใจของพ่อ กว่าลูกจะมาอยู่กับพ่อได้ พ่อรอมานานนักหนา ถ้าลูกจะไปจากพ่อก็สู้ เอาชีวิตพ่อไปแทนเสียดีกว่า”

แย้มได้ยินคำของสามีก็อดเป็นกังวลไม่ได้ รู้ดีเขารักลูกสาวคนนี้เหลือเกิน หากรู้ว่าแดงไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเธอ ก็ไม่รู้เลยว่าเขาจะคิดเช่นไร จะโกรธจนไม่ยอมมองหน้าเธอหรือไม่...

ooooooo

อาการไม่สบายของแดง ทำให้เย็นร้อนใจมาก อยากขึ้นไปดูด้วยตาตัวเองเหลือเกิน แต่ก็ติดคำสั่งท่านเจ้าคุณ ไม่ยอมให้เธอขึ้นเรือนใหญ่อีกเป็นอันขาด ฟักสงสาร แต่ก็ทำได้แค่นอนฟังอีกฝ่ายระบายความอึดอัดใจ

“ถ้ามีใครมาบอกให้ฉันเอาอายุฉันไปแลกกับคุณแดงได้ ฉันจะไม่ลังเลใจเลยนะพี่ แต่นี่...แม้แต่เหยียบขึ้นเรือนไปดูหน้าคุณแดง ฉันยังทำไม่ได้เลย”

ฟักทำหน้าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ทำไม่ได้เต็มที่ เย็นเลยไม่ทันสังเกต และขอตัวไปสืบข่าว จากพวกบ่าวคนอื่น เปิดโอกาสให้แอบเข้ามารื้อของมีค่า ของแย้ม ที่สาลี่เคยขโมยบนเรือนฟัก แต่ก็ไม่พบ

สาลี่โมโหมาก แต่ก็จนด้วยหนทาง ไม่อยากขึ้นเรือนใหญ่เวลานี้ กลัวจะถูกสามีจับได้ แอบเลยอาสาไปขโมยแทน แต่เธอก็ไม่อยากให้ไป เลยคิดเปลี่ยนแผนใหม่ จะลอบขึ้นเรือนบุญมีแทน

แอบกับสาลี่ช่วยกันวางแผนล่อบุญมีกับม้วนออกจากเรือนด้วยการหลอกว่าเกิดเหตุไฟไหม้ แต่บุญมีก็ดันรู้ทันเสียก่อน สาลี่เลยถูกจับได้คาหนังคาเขาว่าจงใจสร้างเรื่องเพื่อขโมยของ!

เมื่อพระยาสีหโยธินรู้เรื่อง ก็สั่งให้เรียกตัวสาลี่มาพบทันที

“เรื่องชั่วช้าเช่นนี้ยังกระทำได้ คงไม่ต้องถามแล้วกระมังว่ายังมีความละอายหลงเหลืออยู่หรือไม่”

สาลี่รู้ตัวว่าผิด แต่กำลังโมโห เลยสวนอย่างไม่ยอมแพ้ “ท่านเจ้าคุณจะด่า ก็ด่าเถิดเจ้าค่ะ แต่ฉันยืนยันว่าฉันจำเป็น หากไม่จนตรอกถึงที่สุด จะทำให้อับอายบ่าวไพร่ไปทำไมล่ะเจ้าคะ”

พระยาสีหโยธินโกรธมาก เอ็ดลั่น “ก็แล้วตัวแม่สาลี่เองไม่ใช่รึที่พาตัวเองไปจนตรอก ฉันไม่ต้องถามก็รู้ว่าแม่ทำทำไม นี่คงเสียพนันจนสิ้นเนื้อประดาตัวเสียแล้วล่ะซี”

บุญมีสะใจมาก แกล้งทำทีสงสารและพยายามไกล่เกลี่ย จนสาลี่ทนไม่ไหว ต้องโต้กลับอย่างดุเดือด แถมพาลประชดถึงสามี ที่ไม่เชื่อใจและไม่เข้าใจถึงความจำเป็น

“จะทำอย่างไรก็ทำเถิดเจ้าค่ะ อย่างไรฉันก็เป็นคนทรามไปแล้ว”

“ผิดแล้วยังมีหน้ามาท้าทายฉันอีกรึ เอาเช่นนั้นก็ได้ ตั้งแต่เกิดมา นอกจากนังเย็นแล้ว ฉันไม่เคยเฆี่ยนใครกับมือ แต่ในเมื่อแม่สาลี่ไม่สำนึก ก็ต้องลองดูว่ารสหวาย จะช่วยให้แม่หลาบจำหรือไม่”

สาลี่หน้าซีดเผือด “นี่ท่านเจ้าคุณจะเฆี่ยนฉันได้ลงคอเชียวหรือเจ้าคะ”

พระยาสีหโยธินตอกเสียงเข้ม ไม่ไว้หน้าอนุภรรยาคนสวยแม้แต่นิดเดียว “บ่าวไพร่ขโมยของฉันยังลงโทษ แล้วนี่เมียมันทำชั่วให้บ่าวดู จะปล่อยไปเป็นเยี่ยงอย่างรึ ถ้าแม่ไม่กลัว ก็ไม่ควรท้าฉันตั้งแต่ต้น”

น้ำเสียงแข็งกร้าวของเขา ทำให้สาลี่นึกกลัวอย่างที่ไม่เคยมาก่อน บุญมีเลยยุใหญ่ ให้คนจับคู่อริไปมัดบนขื่อ เตรียมให้สามีเฆี่ยน แต่ก็เหมือนโชคจะยังเข้าข้างสาลี่ เมื่อนมแสงวิ่งมาบอกเรื่องแดงที่อาการทรุดหนักลงทุกที

ท่านเจ้าคุณตกใจมาก ถลาตามนมแสงไปดูอาการลูกสาว ทิ้งสาลี่ให้มองตามด้วยแววตาโล่งอก ก่อนจะลุกวาวขึ้นใหม่ เมื่อได้ยินถ้อยคำเยาะเย้ยและถากถางของบุญมี

“โชคแม่สาลี่ยังดีนักที่คุณแดงช่วยไว้ หากเจอกัน แม่สาลี่ก็อย่าลืมกราบขอบพระคุณคุณแดงเธอด้วยเล่า”

ooooooo

แดงอาการไม่ดีขึ้นเลย แม้หมอจะให้ยามาหลายขนาน แต่ก็ไม่ทำให้เด็กน้อยถ่ายน้อยลง เมื่อเย็นรู้เรื่องในเช้าวันต่อมา ก็น้ำตาไหลพราก อดไม่ได้จะรำพึงรำพันกับฟัก

“พี่ฟักจ๋า...หากคุณแดงเป็นกระไรไป พี่อย่าถือโทษโกรธฉันเลยนะ พี่เป็นบ่าวเก่าแก่ของท่านเจ้าคุณ แลคุณหญิงท่านก็เมตตา ถึงฉันไม่ได้ดูแล พี่ก็ยังอยู่ต่อไปได้ แต่ฉัน...ไม่มีคุณแดง ฉันก็ไม่รู้จะอยู่ต่อเพื่อกระไร สู้ตายไปอยู่กับคุณแดงเสียจะดีกว่า”

ถ้อยคำเหมือนจะลาตายของเย็น ทำให้ฟักร้อนรนมาก แต่ก็พูดไม่ได้ เพราะไม่มีเสียง ได้แต่พยายามส่งสายตาเตือนสติ และก่อนที่เย็นจะคิดอะไรเลวร้ายลงกว่านี้ แรมก็มาตามไปเรือนใหญ่ เพราะจะมีข่าวดี...ว่าเย็นอาจได้ขึ้นเรือนใหญ่อีกครั้ง เพราะแดงต้องเปลี่ยนคนให้น้ำนมตามคำสั่งหมอ

เย็นตื่นเต้นดีใจมาก ผิดกับแย้ม ต้องพยายามเกลี้ยกล่อมสามีด้วยความยากลำบาก เพราะทิฐิและอคติจากเรื่องในอดีต ทำให้เขาเกรงว่าเย็นจะผูกใจเจ็บ ฉวยโอกาสทำร้ายลูกสาวคนเดียวของเขา

“คนที่แนะให้เปลี่ยนคนให้นมแม่ก็คือหมอฝาหรั่ง ที่ท่านเจ้าคุณหามานะเจ้าคะ ใช่ว่าฉันอยากเปลี่ยนเสียที่ไหน”

พระยาสีหโยธินส่ายหน้า สวนด้วยความหงุดหงิด

“หมอฝาหรั่งเขาแนะว่าแม่แดงควรกินนมแม่ จะได้หายจากเจ็บป่วย คุณหญิงก็ให้เองซี ไม่ต้องพึ่งแม่เย็น”

“แต่ธรรมเนียมลูกผู้ดีมีตระกูล ก็ต้องมีแม่นมเป็นคนให้นมลูกทั้งนั้น ฉันให้เองก็จะผิดธรรมเนียมนะคะ”

“แล้วเหตุใดต้องเป็นนังเย็นด้วย”

นมแสงทนฟังอยู่นาน ทนไม่ไหว ต้องตอบแทนแย้มที่ไม่มีน้ำนมแล้ว เพราะลูกตายตั้งแต่เกิด

“เพราะทั้งเรือน มีเย็นคนเดียวที่มีน้ำนม จะหาคนอื่นตอนนี้คงไม่ทันดอกเจ้าค่ะ”

“งั้นก็ตามใจคุญหญิงก็แล้วกัน แต่ถ้าแม่แดงทรุดไปอีก คุณหญิงต้องรีบนำตัวเสนียดให้พ้นเรือนฉันทันที!”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #6 on: 28 July 2026, 15:07:11 »


นางทาส ตอนที่ 11

พระยาสีหโยธินไม่มีทางเลือกมากนัก เย็นเป็นความหวังเดียวของลูกสาว จะไม่ต้องเจ็บป่วยและทุกข์ทรมานอีก นมแสงไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของแย้มที่จะดึงให้เย็นเป็นแม่นมของคุณหนูตัวน้อย แต่ก็ขวางไม่ได้ เพราะคุณหญิงคนสวยจำเป็นต้องทำ เพื่อรักษาชีวิตหมากสำคัญอย่างแดงไว้

อาการของแดงดีขึ้นทันตาเห็น เช่นเดียวกับสีหน้าของเย็น ที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดเลือดในอก แม้อาจจะเป็นแค่ครั้งเดียวในชีวิตก็ตาม บุญมีเฝ้ามองสถานการณ์บนเรือนใหญ่ด้วยความเจ็บใจที่ทุกอย่างไม่เป็นตามหวัง แต่กระนั้นก็ไม่ยอมแพ้ หมายมั่นปั้นมือจะหาโอกาสอีกครั้ง ล้างแค้นท่านเจ้าคุณให้ได้

ส่วนสาลี่...ไม่ได้ยี่หระกับความอยู่รอดของใคร นอกจากร้องไห้สะอึกสะอื้นกับชะตากรรมตกต่ำของตนเอง แอบเห็นเจ้านายสาวเครียดก็เป็นห่วง พยายามจะปลอบใจ แต่ก็ไม่ค่อยได้เรื่องนัก

“ท่านเจ้าคุณจะโบยข้าเชียวนะนังแอบ นับแต่เป็นผัวเมียกันมา มีปากเสียงแทบนับครั้งได้ แต่นี่กลับจะโบยข้า”

“ท่านเจ้าคุณกำลังโกรธ อย่าไปถือสาเลยเจ้าค่ะ เป็นเพราะอ้ายเคราคนเดียว อ้ายสถุล! หากมันไม่เร่งรัดทวงหนี้แม่คุณของบ่าว แม่คุณคงไม่ต้องถูกท่านเจ้าคุณดุเอาเช่นนี้”

ชื่อของเคราทำให้สาลี่ยิ่งหัวเสีย แอบเลยเสนอให้ฉวยโอกาสนี้ไม่ใช้หนี้เสียเลย

สาลี่ส่ายหน้า ตัดสินใจโพล่งออกไป “มันไม่ง่ายอย่างนั้นดอก ที่ข้าต้องวิ่งพล่านหาเงินทองมาใช้หนี้มัน ก็เพราะอ้ายเครา...อ้ายเครามันจะบีบให้ข้าหลับนอนกับมันเพื่อล้างหนี้ ถ้าข้าไม่มีให้”

แอบตาค้าง ก่อนจะโวยออกไปด้วยอารมณ์โกรธจัด

“อ้ายชิงหมาเกิด มึงกล้าทำอย่างนี้กับคุณสาลี่เชียวรึ กูจะฆ่ามึงให้ตายกับมือ!”

ขาดคำก็ตั้งท่าจะไปเอาเรื่องเคราถึงบ่อน สาลี่ต้องดึงตัวไว้ ไม่อยากให้บ่าวคนสนิทหาเรื่องใส่ตัว แอบเลยแนะให้สารภาพเรื่องนี้กับท่านเจ้าคุณ เพราะถึงจะโดนด่า แต่ก็ไม่น่าจะต้องไปทำเรื่องอัปยศเช่นนั้น

“นึกว่าข้าไม่อยากบอกรึ แต่คนรอกระทืบซ้ำมีอยู่ทั่ว ทั้งอีคุณหญิง อีบุญมี แม้แต่บ่าวไพร่ในเรือนก็ใช่ว่ามันจะรักใคร่ข้าเหมือนเอ็ง ยามมีวาสนา มันก็ไม่กล้าดอก แต่ยามเสื่อมมีรึพวกมันจะปล่อยข้าไว้”

น้ำตาเจ้านายสาว ทำให้แอบสงสารจับใจ “แม่คุณของบ่าว...ไม่น่าเลย นี่ถ้าอ้ายเครามันเพียงแต่มักมาก มิเจาะจงมาที่คุณ บ่าวจะยอมหลับนอนกับมันใช้หนี้ให้คุณเองเจ้าค่ะ”

ความเสียสละของแอบ ทำให้สาลี่ทึ่งมาก ซาบซึ้งใจที่สุดที่บ่าวคนสนิทรักตนมากขนาดนี้ แต่เธอจะไม่มีวันยอมให้อีกฝ่ายไปทำอะไรแบบนั้นเป็นอันขาด เพราะเธอเพิ่งคิดได้ ว่ามีวิธีดีกว่านั้น!

ooooooo

วิธีการเอาตัวรอดจากสถานการณ์หนี้ท่วมหัวของสาลี่ คือหาทางขายเย็นให้พระมหาเทพ ซึ่งเธอรู้มานานแล้วว่าอีกฝ่ายหลงใหลและหวังในตัวอดีตเมียน้อยคนโปรดของสามีมากเพียงใด

พระมหาเทพรับคำอย่างไม่ลังเล ด้วยชอบใจหน้าตาหมดจดของเย็นมานาน แต่คนที่ต้องเดือดร้อนไปด้วย ก็คือเครา เพราะแผนของคุณพระหนุ่มกับอนุภรรยาคนสวย อาจทำให้เขาอาจชวดสิ่งที่หวังมานาน

“กระผมสู้อุตส่าห์อดทน แลวางแผนมานานปี ก็เพราะหวังในตัวแม่สาลี่ แลนี่เนื้อกำลังจะเข้าปาก คุณพระจะบอกให้กระผมหยุดอย่างนั้นหรือขอรับ”
“ก็แค่ชั่วคราวเท่านั้นล่ะวะ ข้าเองก็หวังในตัวนังเย็นมานานแล้ว เมื่อมีโอกาสข้าก็คว้าไว้ซีวะ”

“แล้วโอกาสของกระผมเล่าขอรับ”

“ก็ข้าบอกแล้วว่าชั่วคราว นังสาลี่มันติดพนันโงหัวไม่ขึ้น แม้ครานี้มันรอดได้ คราหน้าก็ไม่พ้นมือเอ็งดอกว่ะ”

“ก็เลยต้องให้กระผมรอไปก่อน จนกว่าคุณพระจะสมหวังกับอีนังทาสนั่นใช่หรือไม่ขอรับ”

“ถือว่าข้าขอเถิดว่ะ ถ้าข้าได้นังเย็นสมใจแล้ว ข้าสัญญา...ว่าเอ็งก็ต้องได้นังสาลี่เหมือนกัน เอ็งทำงานกับข้ามานาน แลมั่งมีขึ้นมาได้ก็เพราะข้า ยังจะกลัวข้าตระบัดสัตย์อีกรึ...”

เคราคับแค้นใจมาก แต่ก็พูดอะไรไม่ได้มาก เพราะตนอยู่ใต้พระมหาเทพมานาน

วันเวลาผ่านไปหลายวัน...อาการของแดงดีขึ้นจนเกือบหายเป็นปกติ พระยาสีหโยธินดีใจมาก แต่ก็ยังไม่ดีมากพอจะยอมตามที่แย้มร้องขอ จะให้เย็นเป็นแม่นมของแดงจริงๆ

แย้มเสียใจมากแต่ก็พูดมากไม่ได้ เลยได้แต่ผ่อนปรนความรู้สึกผิดในใจตนที่มีต่อเย็น ด้วยการเสนอตัว จะช่วยเหลือทุกอย่างตามที่อีกฝ่ายร้องขอ แต่เย็นกลับไม่อยากได้สิ่งใดนอกจากรถลากให้ฟักเท่านั้น

เย็นได้รถลากตามที่ขอ และไม่รอช้าจะพาฟักไปนั่งรถเล่นในสวน เปลี่ยนบรรยากาศจากเรือนพักอุดอู้ เป็นร่มไม้น้อยใหญ่ ทำให้อาการและสีหน้าของหัวหน้าทาสสาวใหญ่ดีขึ้นมาก

บุญมีกับม้วนผ่านมาเห็นก็ปรี่ไปหาเรื่องทันที โดยเฉพาะอนุภรรยาคนสวย อยากไปหยั่งเชิงและดูสภาพของฟักตามประสาพวกร้อนตัว ส่วนม้วนทำหน้าที่เยาะเย้ยถากถางเย็นแทนเจ้านายสาวเช่นเคย แต่ก็ทำอะไรอดีตเมียน้อยคนโปรดไม่ได้ บุญมีเลยต้องออกโรงแทน แต่เย็นก็ไม่ตอบโต้อีก

“มิว่าบ่าวจะพูดหรือไม่พูด หากผู้เป็นนายเห็นว่าผิดแล้ว ก็ย่อมต้องผิดอยู่ดีเจ้าค่ะ”

ม้วนเต้นผ่างแทนเจ้านายสาว ตะคอกเสียงเข้ม “ปากดีนักนะนังเย็น สัญชาติคางคก ยางหัวไม่ตกไม่สำนึก เป็นขี้ข้าเขายังไม่พอ ยังถูกตราหน้าว่าเป็นขี้ข้าเพราะคบชู้ด้วย สารเลวเช่นนี้ ยังกล้าต่อปากต่อคำกับคุณบุญมีอีกรึ”

“แล้วพี่ม้วนมาต่อปากต่อคำกับขี้ข้าสารเลวอย่างฉัน พี่ม้วนเป็นขี้ข้าประเภทใดรึจ๊ะ”

น้ำเสียงราบเรียบของเย็นทำให้ม้วนโมโหมาก ตั้งท่าจะตบให้หายแค้น แต่ฟักก็แข็งใจลุกจากรถลากเข้ามาขวางเสียก่อน แต่เพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้นก็ล้มไม่เป็นท่า เพราะขาอ่อนแรงไม่ได้ใช้งานมานาน แต่เท่านั้นก็มากพอจะทำให้บุญมีร้อนใจมากจนต้องแล่นไปหาพี่ชายถึงโรงฝิ่นในเย็นวันเดียวกัน

ooooooo

บุญมาตกใจมากเมื่อได้ยินเรื่องอาการของฟักจากน้องสาว เลยตัดสินใจให้ยาพิษไปฆ่าปิดปาก แต่เที่ยงผ่านมาได้ยินเสียก่อน เลยพยายามขัดขวาง แต่ก็สู้แรงลูกน้องบุญมาไม่ไหว บุญมีเลยแย่งขวดยาพิษคืนไปได้

ฝ่ายสาลี่...อดทนรออย่างใจเย็น จะหาทางเอาเย็นไปประเคนพระมหาเทพให้ได้ แลกกับเงินก้อนโตไปใช้หนี้พนัน และแล้วโอกาสของอนุภรรยาคนสวยก็มาถึง เมื่อพระยาสีหโยธินอนุญาตให้เย็นตามไปทำบุญที่วัดด้วย เนื่องในโอกาสที่เขาจะทำบุญให้แดงที่เพิ่งหายจากอาการเจ็บป่วย

แย้มยินดีกับเย็นด้วย และยอมให้เย็นอุ้มแดงไปทำบุญที่วัดด้วยความเต็มใจ พระยาสีหโยธินก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เดินนำเมียหลวงกับแรมไปขึ้นรถม้าคันหน้า ส่วนเย็นอุ้มแดงไปนั่งรถคันต่อมากับทาสคนอื่น

ลูกน้องของพระมหาเทพรอจังหวะอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่ารถคันหน้าของท่านเจ้าคุณแล่นห่างไปไกล จึงได้ส่งสัญญาณให้พวกของตนบุกไปขวางรถคันที่สองและลักพาตัวเย็นออกมา!

กว่าพระยาสีหโยธินจะรู้เรื่องจากบ่าวที่หนีรอดมาได้ พวกคนร้ายก็พาตัวเย็นกับแดงไปไกลแล้ว แต่กระนั้น...พระยาหนุ่มใหญ่ก็ไม่ยอมแพ้ จัดแจงให้คนไปขอกำลังเพิ่มจากนครบาลไปช่วยตัวลูกและอดีตเมียกลับมา ให้ได้

เวลาเดียวกันที่เรือนฟัก...บุญมีหาทางลอบลงจากเรือนตัวเองมาฆ่าปิดปากเสี้ยนหนามคนสำคัญ

“อย่าว่าข้าเลยนะนังฟัก เอ็งมันถึงที่เอง หากเอ็งไม่มีท่าว่าจะดีขึ้น แลหากวันนี้นังเย็นมันไม่แส่ตามท่านเจ้าคุณไปทำบุญ ข้าก็คงไม่มีโอกาสเช่นนี้ดอก”

ฟักยังไม่มีแรงจะขัดขืน ได้แต่นอนแน่นิ่ง พลางส่งสายตาโกรธแค้นและชิงชังให้ แต่บุญมีก็ไม่สะทกสะท้าน กระชากแขนอีกฝ่ายขึ้นนั่งและพยายามจะเอายาพิษกรอกปาก!

แต่ทุกอย่างกลับพังไม่เป็นท่า! เมื่อเที่ยงแอบสะกดรอยตามมาขัดขวางไม่ให้เธอทำร้ายฟัก ขวดยาพิษถูกเขาปัดตกพื้นแตกกระจาย บุญมีโมโหมากจึงตบหน้าเขาฉาดใหญ่

“ครั้งหนึ่งยังพอให้อภัย แต่นี่ถึงกับลอบเข้ามาเพื่อช่วยอีฟักเชียวรึ คิดว่าข้าไม่กล้าทำกระไรเอ็งอย่างนั้นรึ”

“ก็ทำซีขอรับ กระผมยอมให้คุณบุญมีฆ่ากระผมก็ได้ แต่กระผมจะไม่มีวันยอมให้พี่ฟักถูกทำร้ายอีกแล้ว”

คำท้าทายของเขา ทำให้บุญมีหมดความอดทน จะตบเขาอีกรอบ แต่ครานี้เที่ยงไม่ยอมอีกแล้ว

“อย่าเสียงดังมากนะขอรับ ผัวเมียตีกัน อายบ่าวไพร่มันบ้าง”

บุญมีกัดฟันกรอด ก่อนจะผละไปไม่เหลียวหลัง ทิ้งเที่ยงไว้กับฟัก ซึ่งมองอดีตทาสหนุ่มด้วยความข้องใจ ว่าเหตุใดถึงยอมมาช่วย และที่สำคัญ...เขามีแผนการใดร่วมกับบุญมีหรือไม่

ooooooo

ฟักรอดตัวอย่างหวุดหวิดอีกครั้ง ต่างจากเย็น ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะมีชีวิตกลับไปหรือไม่ พระมหาเทพเห็นว่าเย็นอุ้มแดงมาด้วย เลยคิดแผนจะวางยาเธอ เมื่อสาลี่รู้เข้า ก็ถึงกับหัวเราะเย้ยหยัน

“กะอีแค่นางทาสคนเดียวถึงกับต้องวางยาเลยหรือคะคุณพระ หากฉันมิได้เห็นกับตา ได้ยินกับหู จะมิเชื่อเลย”

“หุบปากไปเถิดนะแม่สาลี่ ก็ไม่ใช่เพราะแม่สาลี่ดอกรึ เรื่องมันถึงได้บานปลาย จนลากลูกสาวท่านเจ้าคุณเข้ามาด้วย หากเอามาแต่นังเย็น ฉันก็คงไม่หนักใจเช่นนี้ดอก”

“จะมาโทษฉันคนเดียวได้อย่างไรเล่า ใครจะมีญาณหยั่งรู้ ว่านังเย็นมันจะสาระแนขออุ้มคุณแดง แลถ้าฉันไม่ทำ ก็ไม่มีโอกาสแล้ว แต่ถ้าคุณพระเกรงเด็กตัวเท่าเมี่ยงนัก ก็ปล่อยนังเย็นกลับไปเสียซีคะ”

“อย่ายั่วโมโหฉันนะแม่สาลี่ ที่ฉันต้องเกรง ก็เพราะมิรู้ว่าท่านเจ้าคุณจะมาตามลูกเมื่อใด แต่หากเป็นนังเย็นคนเดียว ท่านเจ้าคุณก็คงไม่กระไรกับทาสคบชู้นักดอก”

“เราหนีมาไกลไม่ใช่น้อย ใช่ว่าท่านเจ้าคุณจะตามมาเจอง่ายๆ แลหากคุณพระกลัว ก็เร่งมือเข้าเถิด”

“มิต้องบอกดอก ฉันลงทุนไปมาก มีรึ...จะปล่อยนังเย็นหลุดมือไปได้!”

แต่ถึงจะหวังไว้มากแค่ไหน แผนชั่วของพระมหาเทพและสาลี่ก็ต้องล่มไม่เป็นท่า เมื่อเย็นไม่หลงกล แต่แกล้งทำเป็นสลบ ก่อนจะฉวยโอกาสตอนคนเฝ้าเผลอ เอาไม้ตีหัวแล้วอุ้มแดงหนี แดงร้องไห้ไม่หยุด เย็นใจเสียมาก แต่ก็พยายามวิ่งเต็มกำลัง และเกือบจะถูกจับได้เสียแล้ว ถ้าพระยาสีหโยธินจะไม่โผล่มาช่วยทันเวลา!

พระมหาเทพกับสาลี่ซึ่งตามมาดูผลงานตัวเอง เห็นพระยาสีหโยธินนำกำลังนครบาลมาด้วยก็ตกใจมาก รีบหมุนตัวหนี โดยไม่รู้เลยว่าท่านเจ้าคุณหันมาเห็นหลังไวๆของทั้งสองพอดี แต่ก็ไม่แน่ชัดว่าเป็นใคร

เย็นเอาตัวเองปกป้องแดงอย่างเต็มที่ ก่อนจะโผซบอกอดีตสามีด้วยท่าทีหวาดผวา พระยาสีหโยธินถึงกับอึ้งไปอึดใจ ความโกรธเกลียดที่เคยมีต่ออีกฝ่ายเลือนหายจนแทบไม่มีเหลือ แต่ก็ยังทำใจกลับไปรักเธอฉันสามีภรรยาอย่างเดิมไม่ได้ เลยได้แต่ทำตัวนิ่ง และโอบปลอบจนเธอหายตกใจ

ฝ่ายพระมหาเทพกับสาลี่...วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน ด้วยกลัวพระยาสีหโยธินจะตามมาทัน แต่เพราะไม่เคยสมบุกสมบัน สาลี่เลยทำท่าจะไปต่อไม่ไหว คุณพระหนุ่มนึกรำคาญ พาลหงุดหงิดใส่

“รอกระไรเล่าแม่สาลี่ หรืออยากถูกนครบาลจับให้งามหน้า”

“ใครเล่าจะอยากถูกจับ แต่ลงเรือลำเดียวกันแล้ว คุณพระก็มีน้ำใจให้ฉันบ้างจะเป็นกระไร”

“ลงเรือลำเดียวกันงั้นหรือ ฉันเคยไปร่วมมือกับแม่สาลี่แต่เมื่อใด แลร่วมมือกันเรื่องกระไรรึ”

“พอจวนตัวก็คิดจะถีบหัวส่งรึ ก็เอาซี ฉันเองก็อยากจะรู้เช่นกันว่าหากฉันถูกจับขึ้นมา คุณพระจะรอดไปได้สักกี่วัน มิแน่ว่าเพลานี้คนของคุณพระอาจจะกำลังซัดทอดคุณพระอยู่แล้วก็เป็นได้”

คำขู่ของสาลี่ทำให้พระมหาเทพโกรธจัด คว้าคางเธอมาบีบแน่น ก่อนจะตะคอกเสียงเข้ม

“คนของฉัน...มันรู้ดีอยู่แล้ว ว่าถ้าซัดทอดมาถึงฉันจะเกิดกระไรขึ้นบ้าง ส่วนแม่สาลี่ หากยังไม่รู้ ก็รู้ไว้เถิด มิใช่แต่เพียงแม่สาลี่เท่านั้น แม้แต่ผัวแม่สาลี่เอง ฉันก็ไม่เอาไว้ดอก คนอย่างฉัน ไม่มีวันยอมตายคนเดียวเป็นอันขาด!”

“นี่คิดจะทำร้ายท่านเจ้าคุณเชียวรึ ท่านเจ้าคุณเป็นเกลอเก่า แลช่วยเหลือคุณพระไว้มาก ยังคิดร้ายได้ลงอีกรึ”

พระมหาเทพยิ้มเหี้ยม ตอกกลับไม่ไว้หน้า “ก็เพราะเป็นเกลอเก่าน่ะซี หากเกิดกระไรขึ้นกับท่านเจ้าคุณ ใครเล่าจะนึกถึงว่าเป็นฝีมือฉัน แม่สาลี่ก็มิใช่คนโง่ ตรองดูเอาเองก็แล้วกัน”

ooooooo

พระยาสีหโยธินตามไปช่วยลูกสาวกับอดีตเมียน้อยทันเวลา แต่ก็พลาดโอกาสจะจับตัวคนร้าย เย็นพยายามช่วยเต็มที่ แต่ก็จำอะไรไม่ได้มาก นอกจากสิ่งที่ได้ยินจากพวกลูกน้องว่าตัวคนบงการอาจมียศถึงคุณพระ!

แต่พวกนครบาลกลับไม่คิดเช่นนั้น ด้วยไม่เห็นเหตุจูงใจ ว่าคนมียศถาบรรดาศักดิ์จะจับตัวทาสกับเด็กไปเรียกค่าไถ่ให้เสียชื่อเสียง แย้มไม่เห็นด้วยนัก และก็คิดว่าสามีคงคิดไม่ต่างกัน เห็นได้จากท่าทางครุ่นคิดของเขา

พระยาสีหโยธินคิดไม่ต่างกันจริงๆ ด้วยคาใจเรื่องชายหญิงสองคนที่เห็นหลังไวๆ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่เจอเย็นกับแดงนัก และรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก แต่จำไม่ได้ว่าสองคนนั้นคือใคร...

แย้มไม่รู้เรื่องสองชายหญิงปริศนา แต่ก็เดาว่าสามีน่าจะสงสัยสาลี่ เพราะมีแรงจูงใจมากที่สุด เลยอดไม่ได้จะนำเรื่องนี้ไปปรึกษาหารือกับนมแสงเหมือนเคย

“ท่านเจ้าคุณไม่ได้พูดกระไรแม้แต่คำเดียว แต่ฉันรู้...ว่าท่านต้องคิด”

“แม่สาลี่มีชนักปักหลังเรื่องขโมยของ เพลานี้ก็มีหนี้พนัน ถ้าท่านเจ้าคุณจะสงสัยแม่สาลี่ก็คงไม่แปลกดอกค่ะ”

“ฉันเองก็สงสัย แต่ไม่เหมาะจะพูดออกไปให้ท่านเจ้าคุณหนักใจไปกว่านี้ แต่นม...พอจะช่วยฉันได้หรือไม่จ๊ะ”

นมแสงยิ้มอย่างรู้กัน “นมจะเอาข้อสงสัยเรื่องแม่สาลี่ไปพูดอ้อมๆกับนังม้วนเองเจ้าค่ะ ไม่ช้าไม่นานก็ต้องถึงหูคุณบุญมี คนมันชังน้ำหน้ากันอยู่แล้ว มีรึแม่บุญมีจะไม่ขยายความต่อ แม้ว่าแม่สาลี่จะไม่ได้กระทำ แต่ก็คงต้องแก้ตัวกันเหนื่อย โดยที่เราไม่ต้องเปื้อนมือเลย”

ด้านเย็น...แม้จะปลอดภัยกลับเรือน แต่ก็อดผวาไม่ได้ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่เพิ่งผ่านมา แต่ไม่ทันได้สรตะเรื่องใดๆ ก็ต้องรีบหลบข้างทาง เมื่อเห็นสาลี่นั่งเรือมากับเครา!

สาลี่ไม่รู้ตัวว่าถูกเย็นจับตามอง มัวหัวเสียใส่เครา ซึ่งเพิ่งช่วยเธอจากการหนีพวกนครบาล

“แผนการคุณสาลี่ล้มเหลวทุกทาง แล้วเรื่องหนี้สินจะทำอย่างไรต่อเล่าขอรับ”

“ผ่อนผันให้ฉันหน่อยเถิด อย่างไรฉันก็ไม่หนีพ่อเคราไปแน่”

“คุณสาลี่ก็แจ้งอยู่แก่ใจว่ากระผมคิดเช่นไร คราก่อนกระผมอาจจะหยาบหยามไปบ้าง แต่ใจที่กระผมมีให้คุณสาลี่นั้นเป็นเรื่องจริงนะขอรับ ถ้าคุณสาลี่ ไม่อยากถูกครหาว่าคบชู้ ก็เลิกกับท่านเจ้าคุณมาอยู่กับกระผมเป็นไร มิเพียงแต่ล้างหนี้ได้เท่านั้น แต่คุณสาลี่ยังเล่นพนันได้เท่าที่ต้องการอีกด้วย”

“ทิ้งผัวพระยามามีผัวนายบ่อนน่ะรึ ถ้าทำจริง ฉันคงโง่เกินคนแล้ว”

“ก่อนจะพูดให้เป็นห่วงรัดคอตนภายหลัง คุณสาลี่ลองตรองดูเถิดขอรับ เพลานี้...คุณสาลี่ยังได้รับความไว้เนื้อ เชื่อใจ แลยังเป็นยอดดวงใจของท่านเจ้าคุณเหมือนเดิมอยู่อีกรึ”

สาลี่ถึงกับชะงัก คำพูดของเขาแทงใจดำอย่างแรง เคราเลยฉวยโอกาสพูดทิ้งท้าย

“บางครา...เป็นหมาหัวเน่าก็ยังดีกว่าเป็นหางราชสีห์ไม่ใช่หรือขอรับ”

เคราพายเรือจากไปแล้ว ทิ้งสาลี่ให้ยืนหน้าเสีย เพราะรู้ตัวว่าไม่มีทางเลือกมากนัก โดยไม่รู้เลยว่าเย็นลอบมองตามห่างๆอีกทีด้วยแววตาสงสาร แต่ก็สมเพชเวทนาไปในตัว

ooooooo

สาลี่ยังไม่ทันหายกลุ้มเรื่องเครา ก็ต้องมาหัวเสียกว่าเดิม เมื่อเห็นแอบกับม้วนมีเรื่องตบตีกันหน้าเรือนของเธอ โดยมีบุญมีมองมายิ้มๆ ไม่คิดห้ามปรามและไม่คิดช่วยเหลือใดๆ

พระยาสีหโยธินได้ยินเสียงคนทะเลาะกันก็รีบมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นแอบกับม้วน เลยแกล้งหยั่งเชิง เพื่อดูท่าทีของสาลี่ เพราะสงสัยว่าเธออาจมีส่วนกับเรื่องที่เกิดกับเย็นและแดงเมื่อบ่าย

“นังแอบ...นังม้วนมันด่าแม่สาลี่ว่ากระไร”

แอบตั้งท่าจะพูด แต่ก็ยั้งไว้ เพราะคิดได้ว่าอาจนำความเดือดร้อนมาสู่เจ้านายสาว พระยาสีหโยธินเลยดักคอ

“ไม่พูด...ถ้ากระนั้นข้าจะพูดแทนให้ มันคงเปรย... ทำนองว่าแม่สาลี่มีหนี้สินล้นพ้นตัว แลเคยขโมยของจนถูกจับได้มาก่อน จึงน่าจะเกี่ยวข้องกับพวกโจรจับลูกข้าไปวันนี้ใช่หรือไม่”

สาลี่เริ่มใจไม่ดี เพราะสามีพูดเหมือนรู้อะไรมา แต่ไม่ทันโต้ บุญมีก็โพล่งขึ้นเสียก่อน

“นี่โจษกันให้อึงไปจนถึงหูท่านเจ้าคุณเชียวหรือคะ แหม...อีกไม่กี่วันคงรู้กันทั่วคุ้งน้ำกระมัง”

“ฉันไม่รู้เรื่องนะคะท่านเจ้าคุณ ถึงจะเป็นหนี้สินอย่างไร ฉันก็ไม่เคยคิดร้ายกับเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านเจ้าคุณ”

ท่าทางลุกลี้ลุกลนของสาลี่ทำให้ท่านเจ้าคุณเริ่มมั่นใจว่าข้อสงสัยของตนอาจเป็นจริง แต่ก็เลือกจะไม่พูดต่อหน้าบ่าวไพร่มากมาย แต่เลือกจะตัดสินโทษของแอบกับม้วนแทน

“นังแอบกับนังม้วนมันฝ่าฝืนคำสั่งข้าก่อเรื่องวิวาท แต่เห็นแก่ว่าพวกมันเจ็บแค้นแทนด้วยนาย ข้าจึงไม่โบย แต่ให้เอาไปที่เรือนขังทาสสามวัน ดูทีรึ...ว่าล่ามโซ่ตีตรวนเดียวกันแล้ว จะรักกันขึ้นมาได้บ้างหรือไม่”

สองบ่าวสาวถูกลากตัวไปขังแล้ว สาลี่ละล้าละลัง แต่สุดท้ายก็ถลาไปดึงแขนสามี หวังแก้ตัวให้เขาเชื่อว่าเธอไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายใคร โดยเฉพาะแดง แต่ความหวัง ก็พังไม่เป็นท่า เมื่อท่านเจ้าคุณตอกกลับอย่างรู้ทัน

“แม่สาลี่ไม่ตกใจแลสงสัยถามไถ่บ้างเชียวรึ ว่าเกิดกระไรขึ้นบ้าง...บางคราฉันก็ขลาดนัก ขลาดที่จะรับรู้ ความจริง แม่สาลี่อย่าได้พูดกระไรอีกเลย เพราะฉันไม่อยากรังเกียจเดียดฉันท์แม่สาลี่มากไปกว่านี้!”

จบคำก็ผละไป ทิ้งสาลี่ให้มองตามเครียดๆ ก่อนจะตาลุกวาว เมื่อได้ยินถ้อยคำถากถางของบุญมี

“เห็นสารรูปนังเย็นแล้วไม่ใช่รึ อดใจอีกหน่อยเถิด แม่สาลี่จะไม่ต่างกับนังเย็นเลย”

บุญมีเดินแยกไปอีกคน สาลี่ได้แต่ยืนนิ่ง พลางครุ่นคิด เรื่องราวที่ผ่านมา รวมทั้งคำพูดทิ้งท้ายล่าสุดของเครา ซึ่ง แทงใจดำอย่างแรง ว่าเวลานี้...เธออาจไม่เป็นที่รักของสามีอีกต่อไปแล้วก็ได้

ooooooo

ปัญหาวุ่นวายในครอบครัวที่ถาโถม รวมทั้งหน้าที่การงานที่ทำท่าจะหยุดชะงัก ทำให้พระยาสีหโยธินท้อแท้ใจเหลือเกิน โดยเฉพาะเรื่องสาลี่ ซึ่งทำตัวเลวร้ายและน่าอับอายมากขึ้นทุกวัน

ภาพเย็นคล้องพวงมาลัยดอกชบาแดงกำลังนั่งทำงานอย่างขะมักเขม้น ทำให้เขาอดเสียดายลึกๆไม่ได้ หากไม่เกิดเรื่องมากมายก่อนหน้า เขากับเธอคงได้อยู่สุขสบายไปแล้ว และเขาก็คงไม่ต้องหน้าชื่นอกตรมเช่นนี้ เพราะมีเธอเป็นกำลังใจสำคัญแสนดีอย่างที่เคยเป็นให้เขามาตลอด

เย็นหันมาเห็นอดีตสามีก็ละงานที่ทำ คุกเข่าก้มหน้าด้วยท่าทางนอบน้อมเหมือนเคย ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิด เลยตัดสินใจพูดสิ่งที่คิดว่าชาตินี้คงไม่มีวันได้ทำ

“นับแต่นี้...เจ้าไม่ต้องคล้องพวงมาลัยดอกชบาแดงอีกแล้ว”

“ทำไมเล่าเจ้าคะ”

“เพราะเจ้าช่วยชีวิตลูกฉันไว้ ถือว่าได้ทำคุณ

ไถ่โทษแล้ว ไม่ควรต้องโดนประจานอีก”

“เป็นพระคุณเจ้าค่ะ”

เย็นยกมือไหว้ทั้งน้ำตา ดีใจหนักหนาที่ได้ปลดจากพันธนาการนี้ พระยาสีหโยธินถึงกับใจอ่อนยวบ แต่ก็ยังใจแข็ง แกล้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา และให้ถือว่าเป็นการทดแทนบุญคุณ

“ฉันเป็นคนจดจำบุญคุณของคน แต่สิ่งใดที่ทำกับฉันไว้...ฉันก็ไม่ลืมเช่นกัน”

ท่านเจ้าคุณเดินจากไปแล้ว ทิ้งเย็นให้มองตามด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย สะเทือนใจยิ่งนักที่เขากับเธอต้องห่างเหินและหมางเมินต่อกันแบบนี้...แต่ก่อนที่จะได้คิดฟุ้งซ่านไปกว่านั้น อดีตเมียน้อยคนโปรดก็ได้ตกตะลึงมากกว่า เมื่อเห็นว่าฟักเริ่มรู้สึกตัวมากขึ้น และมีทีท่าว่าอาจจะขยับตัวได้เป็นปกติในไม่ช้า!

อาการของฟักไม่น่าเป็นห่วงแล้ว แต่อาการของสาลี่กลับน่ากลัวมากกว่า และเย็นก็พอเดาความคิดของอนุภรรยาคนสวยได้ ว่าอาจเลือกหนทางลัด ยอมเป็นเมียน้อยเครา แลกกับหนี้พนันก้อนโต

และสิ่งที่เย็นคิดก็ไม่ผิดเลย เมื่อเห็นว่าสาลี่ลอบลงจากเรือนกลางดึก อดีตเมียน้อยคนโปรดไม่รอช้า ตามไปดักหน้า พร้อมกับเตือนสติด้วยความหวังดี

“คุณสาลี่เจ้าคะ...อย่าไปเลยนะเจ้าคะ คุณเคยรังเกียจบ่าว ดูถูกดูแคลนบ่าวเพราะบ่าวถูกหาว่าคบชู้ไม่ใช่หรือเจ้าคะ แล้วมาเพลานี้ คุณสาลี่จะเดินซ้ำรอยบ่าวกระนั้นหรือเจ้าคะ”

“อีทาสชาติไพร่ กล้าดียังไงมาสั่งสอนข้า คนอย่างข้ารึจะชั่วช้าอย่างเอ็ง ถ้าข้าจะทำ ข้าจะไปโดยไม่กลับมาอีก”

“แล้วคุณสาลี่ไม่รักท่านเจ้าคุณแล้วหรือเจ้าคะ”

สาลี่ขบกรามแน่น น้ำตาคลอเบ้า ทั้งรักและเสียใจ แต่ก็ทิฐิเกินกว่าจะยอมรับความจริง

“ท่านเจ้าคุณสิ้นรักข้าแล้วต่างหาก ถ้าจะต้องรอให้ถึงวันถูกเฉดหัว สู้ข้าไปเสียเองดีกว่า”

“แม้ว่าทางข้างหน้าจะมีหุบเหวลึก มองไม่เห็นก้นรออยู่กระนั้นหรือเจ้าคะ...”

ooooooo

สาลี่ไม่ได้ตอบคำถามนั้นของเย็น แต่เลือกผละมาหาเคราถึงเรือนพักใกล้บ่อน เพื่อล้างหนี้ด้วยตัวเอง เคราดีใจมาก เดินนำอนุภรรยาคนสวยของพระยาสีหโยธินเข้าห้องช้าๆ พร้อมสัญญาด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม

“คุณสาลี่คิดไม่ผิดดอกขอรับ มิเพียงแต่จะล้างหนี้เท่านั้น แต่กระผมสัญญาว่าจะเลี้ยงดูคุณสาลี่ให้สุขสบาย ไม่แพ้ยามอยู่กับท่านเจ้าคุณเลย”

เสียงปิดประตูห้องทำให้สาลี่กลัวจนตัวสั่น และก่อนที่อะไรจะเลยเถิดกู่ไม่กลับ ภาพและคำพูดเตือนสติของเย็นก็ลอยเข้าหัวอีกครั้ง อนุภรรยาคนสวยสับสนมาก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจคว้าของใกล้มือทุบหัวนายบ่อนจอมหื่น และวิ่งหนีกลับเรือนแบบไม่คิดชีวิต!

ผลการกระทำของสาลี่ ทำให้เคราตัดสินใจบุกถึงเรือนใหญ่ของพระยาสีหโยธินในเช้าวันต่อมา พร้อมกับแจ้งข่าวอันน่าอัปยศว่าอนุภรรยาคนสวยกู้เงินก้อนโต และยังไม่ได้ใช้หนี้

“แม่สาลี่ติดพนันพ่อเคราไม่ใช่รึ เหตุใดกลายเป็นการกู้ยืมทั่วไปได้”

“ข้อนั้น...เอาไว้พูดต่อหน้าตุลาการเถิดขอรับ แต่เพลานี้กระผมขอให้ท่านเจ้าคุณส่งตัวคุณสาลี่ให้กระผมด้วย ท่านเจ้าคุณได้ชื่อว่าเป็นคนเถรตรงนัก คงมิคิดปกป้องเมียตัวเองแล้วคดโกงกระผมดอกนะขอรับ”

“พ่อเคราไม่ต้องพูดดักคอกันดอก คนอย่างฉันผิดก็ว่าไปตามผิด ถ้าคิดเข้าข้าง ฉันคงไม่ให้พ่อเคราขึ้นมาเหยียบเรือนฉันแต่แรกแล้ว”

ท่าทางหัวเสียของพระยาสีหโยธินทำให้เคราย่ามใจมากที่เอาคืนสาลี่ได้ แต่ก็ต้องถึงกับพูดไม่ออก ขบกรามแน่นด้วยความคับแค้นใจ เมื่อแย้มโผล่มาขัดจังหวะ แล้วประกาศกร้าวจะใช้หนี้แทนสาลี่ทั้งหมด!

พระยาสีหโยธินไม่สบายใจนัก แต่ก็ขัดเมียหลวงไม่ได้ เช่นเดียวกับนมแสง ที่คิดว่าเงินสิบชั่งไม่ใช่จำนวนน้อยๆ แต่แย้มกลับยิ้มบางๆ พร้อมกับบอกสิ่งที่คิด ว่าเงินจำนวนนี้จะช่วยกำจัดเสี้ยนหนามให้เธอได้

“คุณหญิงคิดเช่นนี้ มันก็ใช่ล่ะเจ้าค่ะ...ต่อแต่นี้ท่านเจ้าคุณก็ยิ่งต้องเกรงใจคุณหญิงมากกว่าเดิม แลแม่สาลี่เองก็ยากจะสู้กับคุณหญิงได้อีกแล้ว เพราะถ้าไม่ได้คุณหญิง...ป่านฉะนี้อาจจะถูกจำคุกไปแล้วเสียด้วยซ้ำ”

“ฉันต่อสู้กับแม่สาลี่มานาน ผลัดกันแพ้ชนะมาเรื่อย คิดไม่ถึงว่าแม่สาลี่จะแพ้ภัยตัวเอง ผีพนันเข้าสิงจนต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ นับแต่นี้ไป...แม่สาลี่ไม่ได้อยู่ในสายตาฉันอีกแล้ว!”

สาลี่ก็รู้ดีว่าแย้มแผนสูงแค่ไหน ถึงยอมเสียเงินสิบชั่งเพื่อเอาชนะตนเช่นนี้ แต่แอบกลับตามไม่ทัน และคิดว่าเป็นโชคดีของเจ้านายสาวด้วยซ้ำ ที่คุณหญิงคนสวยคู่ปรับยอมใช้หนี้แทนให้

“โชคดีรึนังแอบ ให้ข้าตายดับลงไปประเดี๋ยวนี้ หรือต้องหาเงินทองใช้หนี้อ้ายเคราไปชั่วชีวิต ยังเจ็บน้อยกว่าต้องรับความเมตตาจากคุณหญิงเสียอีก”

แอบหน้าเสีย แล้วก็ต้องหน้าซีดเผือด เมื่อสาลี่ระบายความอึดอัดใจที่สั่งสมมานาน

“ข้าต่อสู้กับคุณหญิงมาหลายปี ถือเป็นศัตรูสำคัญที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ แต่วันนี้...ข้ากลับต้องยอมให้คุณหญิงชดใช้หนี้แทน แล้วต่อไป...ข้ายังจะกล้าเผยอมองใครได้อีก แพ้แล้ว...ข้าแพ้จนไม่เหลือกระไรแล้ว”

จบคำก็ทรุดตัวก้มหน้าร้องไห้อย่างอ่อนแรง แอบสงสารเจ้านายสาวจับใจ แต่ก็ทำได้แค่ปลอบ

“ยอมแพ้วันนี้ เพื่อชนะในวันหน้าก็ได้นี่เจ้าคะ กัดฟันกลืนเลือดเอาตัวรอดไปก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

“คุณหญิงช่วยข้า ก็เหมือนข้ารับบุญคุณมา หากยังชิงดีชิงเด่นอีก ก็ไม่ต่างจากคนเนรคุณ บุญคุณนี้จะต้องค้ำคอข้าไปจนตาย ยังจะเอาชนะกระไรได้อีกนังแอบ...”

ooooooo

อาการดีขึ้นของฟักทำให้เย็นดีใจมาก แต่ขณะเดียวกันก็เป็นกังวล กลัวภัยจะถึงตัวหัวหน้าทาสสาวใหญ่ เพราะตัวการที่ลอบทำร้ายอีกฝ่ายยังไม่ปรากฏตัว สองทาสสาวเลยรวมหัวกันสร้างเรื่องโกหก ให้ฟักอาการกำเริบอีกครั้ง และเกลี้ยกล่อมหมอที่มารักษา ให้ปดทุกคนว่าฟักอาการทรุดหนัก พูดไม่ได้และอาจตายในอีกไม่ถึงสามปี!

บุญมีสาแก่ใจมาก เลิกระแวงและล้มความคิดจะกำจัดฟักให้เปลืองแรงอีกต่อไป พร้อมกันนั้น ก็คิดแผนใหม่ได้ เมื่อค้นพบว่าตัวเองกำลังตั้งท้องลูกของเที่ยง

บุญมายังไม่รู้เรื่อง มัวโกรธจัดที่เที่ยงแอบตามไปขัดขวางน้องสาวจนหมดโอกาสฆ่าปิดปากฟัก แต่ก่อนที่สองหนุ่มจะปะทะกันให้หายแค้น บุญมีก็โผล่มา พร้อมกับไล่ลูกน้องของพี่ชายออกไปจากเรือน

ข่าวร้ายเรื่องอาการทรุดหนักของฟัก ทำให้เที่ยงร้อนใจมาก โวยวายกับบุญมีจนเธอต้องตอกกลับอย่างเหลืออด

“ถ้าข้าทำ อีฟักคงไม่เป็นเท่านี้ดอก ถ้าเอ็งอยากรู้อาการมัน ก็หาทางลอบถามพวกบ่าวไพร่ที่เอ็งคุ้นเคยเอาเองเถิด อย่างไรเสีย...เอ็งก็ไม่เชื่อที่ข้าพูดอยู่แล้วนี่”

แม้อาการของฟักจะเพียบหนักจนพูดไม่ได้ แต่บุญมาก็ไม่ไว้ใจ “ข้าเห็นว่าไม่ควรวางใจมันอีก มันขวางเราครั้งหนึ่งไม่พอ ยังตามไปขวางเอ็งอีก คนเช่นมันเลี้ยงไว้ก็เหมือนเลี้ยงงูเห่าไว้ใกล้ตัว”

“ฉันรู้...แต่มันสายไปเสียแล้ว เดือนนี้...ระดูฉันยังไม่มา”

เที่ยงกับบุญมาตกใจมาก แต่ฝ่ายหลังดูเหมือนจะตามมาด้วยความยินดี ที่แผนการของน้องสาวใกล้ความจริงขึ้นมาอีกขั้น บุญมีก็สะใจไม่แพ้กัน ก่อนจะหันไปสบตาเย้ยหยันใส่เที่ยง...ดูทีรึว่าจนทนเฉยได้อีกนานแค่ไหน

เย็นไม่ได้คิดเลยว่าจะมีภัยถึงตัว นำของมีค่าที่เคยยึดจากสาลี่มาส่งคืนแย้มในเย็นวันต่อมา คุณหญิงคนสวยพยายามซักไซ้หาตัวหัวขโมย แต่เย็นก็ไม่ปริปาก เพราะไม่อยากทำร้ายและซ้ำเติมสาลี่มากไปกว่านี้

แต่ท่าทีอึกอักของเย็นก็ทำให้คนฉลาดอย่างแย้มเดาได้ว่าหัวขโมยคือสาลี่ นมแสงเลยเสนอให้จัดการขั้นเด็ดขาด เพื่อสั่งสอนอนุภรรยาคนสวยไม่ให้กำเริบ เสิบสานหรือทำตัวเป็นปฏิปักษ์อีก

“ตีงูควรตีให้ตาย มิควรปล่อยให้แม่สาลี่ลอบแว้งกัดได้อีกนะเจ้าคะ”

“แต่ฉันกลับมองว่ามิควรไล่หมาจนตรอก จะเป็นอันตรายกว่า แลเพลานี้ท่านเจ้าคุณก็ชื่นชม แลเกรงใจฉันกว่าเดิมมากนัก ด้วยเหตุที่ฉันช่วยแม่สาลี่ จึงไม่ควรให้ท่านเจ้าคุณมองฉันในแง่ร้าย”

“คุณหญิงว่าเช่นนั้นก็ถูก นมก็คงไม่มีกระไรแย้งดอกเจ้าค่ะ แต่คิดๆดู นังเย็นก็แปลกนัก สู้อุตส่าห์เอาเครื่องประดับกลับมาให้เรา แต่กลับไม่ให้เราลงโทษแม่สาลี่เสียอย่างนั้น”

“ไม่แปลกดอกจ้ะ วิสัยเย็นเป็นคนขี้สงสาร คงเห็นว่าแม่สาลี่โดนมาหนักหนามากแล้ว จึงเกิดเมตตาจิตเท่านั้น แลหากเย็นมิใช่คนเช่นนี้มีรึ...จะตัดใจยกลูกแดงให้ฉันได้”

“จริงเจ้าค่ะ แลเพราะคุณหญิงได้ลูกแดงมาเป็นลูก ฐานะจึงมั่นคงเช่นทุกวันนี้”

“ยิ่งแม่สาลี่ทำร้ายตัวเองเช่นนี้แล้ว ฉันก็ยิ่งไม่ต้องกังวล แม่แดงจะทำให้ฉันวางใจ แลเป็นสุขในเรือนนี้ได้เสียที”

ooooooo

บุญมีไม่ยี่หระท่าทางของเที่ยง เรื่องใช้ลูกในท้องเป็นเครื่องมือล้างแค้น เดินหน้ายั่วยวนพระยาสีหโยธิน หลอกให้เขามาค้างด้วยที่เรือน หวังให้เชื่อว่าลูกในท้องเป็นลูกของเขา ไม่ใช่ลูกชู้อย่างเที่ยง!

พระยาสีหโยธินกำลังเบื่อและเซ็งบรรดาเมีย ไม่ว่าจะเย็นหรือสาลี่ ก็ทำให้ทุกข์ใจไม่ต่างกัน เลยโอนอ่อนให้กับเสน่ห์ของบุญมีโดยง่าย เมื่อเที่ยงรู้เรื่อง ก็โวยวายด้วยความโมโห

“คุณบุญมีมีลูกกับกระผมแล้ว ยังไปกระทำ...เรื่องแบบนั้นได้อีกหรือขอรับ หัวจิตหัวใจทำด้วยกระไรกัน”

“ถ้าไม่กระทำ ก็รอวันถูกเฆี่ยนประจานแล้วคล้องพวงมาลัยดอกชบาแดงเหมือนอีเย็นน่ะสิ ท่านเจ้าคุณไม่ได้นอนเคียงหมอนกับข้ามานานนัก มีแต่กระทำเช่นนี้เท่านั้นแหละ ถึงจะเอาตัวรอดไปได้”

“แต่กระผมทนไม่ได้”

“แต่ก็ต้องทนให้ได้!”

เที่ยงถอนใจยาวกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของบุญมี แต่ก็จนใจจะห้ามปราม “ที่แล้วมา...กระผมถือว่าชดใช้หนี้บุญคุณให้ท่านเจ้าคุณจนหมดสิ้นแล้ว แต่คุณบุญมีกลับทำให้กระผมละอายใจ จนไม่กล้าสู้หน้าท่านเจ้าคุณอีก”

“แทนที่เอ็งจะละอายแก่ใจอย่างคนโง่เง่า สู้คิดถึงวันที่ลูกของเอ็งกับข้าได้ครอบครองทรัพย์สมบัติทั้งหมดของท่านเจ้าคุณไม่ดีกว่ารึ ข้าได้ล้างแค้น เอ็งก็จะได้มั่งมีศรีสุขเสียที”

“กระผมไม่ต้องการเงินทองด้วยวิธีชั่วช้าเช่นนี้ อย่าว่าแต่ได้จับเงินทองเลย แค่คิดถึงก็รังเกียจนักหนาแล้ว”

บุญมีโกรธมาก แหวลั่น “เอ็งมันโง่! ถึงได้จมปลักอยู่เพียงนี้อย่างไรเล่า”

“หนีไปกับกระผมเถิดคุณบุญมี ไปให้ไกลที่สุด แลกระผมสัญญาว่าจะเลี้ยงดูคุณบุญมีกับลูกมิให้ลำบากเลย”

“ข้ามิได้กลัวลำบาก แต่ข้าจะรอดูวันที่ลูกข้าครอบครอง ทุกอย่าง แลบอกให้อ้ายเจ้าคุณได้รู้ว่าข้าเป็นใคร”

“นี่แม้แต่ลูกในไส้ คุณบุญมีก็ใช้เป็นเครื่องมือล้างแค้นกระนั้นรึ”

“ใช่...ในเมื่อมันเป็นลูกข้า ก็ต้องช่วยแม่แก้แค้น มีกระไรไม่ถูกต้อง เอ็งก็เหมือนกัน อย่านึกว่าข้ารักเอ็ง แล้วจะขวางข้าได้ คราวอีฟัก ข้ายอมเอ็งเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าเอ็งขวางข้าอีก ข้าก็ไม่เอาเอ็งไว้เหมือนกัน!”

แผนชั่วช้าของบุญมีดำเนินต่อไปนับเดือนๆ โดยไม่มีใครรู้ทันหรือยับยั้ง เย็นกับฟักได้แต่เฝ้ามองสถานการณ์ด้วยความอดทน ไม่อยากแสดงตัวว่ารู้มาก กลัวภัยจะถึงตัว โดยจับมือใครดมไม่ได้

ส่วนสาลี่...จมกับความทุกข์และความอับอายที่ถูกแย้มหลู่ศักดิ์ศรี ด้วยการชดใช้หนี้พนันให้ จนหาทางออกไม่ได้ เลยได้แต่นอนรำพึงรำพันเป็นเดือนๆ โดยที่ท่านเจ้าคุณไม่นึกสงสาร หรือแวะมาหาเลยแม้แต่คืนเดียว

ooooooo

และแล้วในที่สุด...การรอคอยของบุญมีก็สิ้นสุด เมื่อพระยาสีหโยธินตื่นเต้นดีใจหนักหนาที่ได้รู้ว่าเธอตั้งท้อง สาลี่อยากจะเป็นบ้าตายที่ทุกอย่างผิดคาดไปหมด ต่างจากแย้ม ยินดีด้วยอย่างจริงใจ เพราะวางใจว่าบุญมีเป็นคนของตน คงไม่คิดหักหลังแน่ แต่นมแสงกลับไม่คิดเช่นนั้น

“มันก็ควรคิดไม่ใช่หรือเจ้าคะ หากลูกของแม่บุญมีเป็นหญิง ก็คงไม่กระไรนัก แต่หากเป็นชาย นมเกรงว่าจะมาแข่งบุญแข่งวาสนากับคุณแดงเปล่าๆ”

“ศักดิ์ของลูกเมียหลวงกับลูกเมียกลางนอก มันก็ต่างกันหนักหนาแล้ว ถึงเป็นชายก็ไม่ต้องกังวลดอกจ้ะ บุญมีก็เป็นคนของฉัน ที่ฉันหามาให้ท่านเจ้าคุณเอง คงไม่สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้ฉันเหมือนแม่สาลี่ดอก”

“แต่นมก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดีล่ะเจ้าค่ะ แม่บุญมีใช่ว่าจะซื่อเหมือนแม่เย็นดอกนะเจ้าคะ”

“อย่ากลัวไปเลยจ้ะนม ถึงแม่บุญมีจะร้ายกาจเพียงใด ก็คงไม่กล้ากำเริบกับฉันดอก แลขนาดแม่สาลี่ยังพ่ายแพ้แก่ฉัน แล้วยังกลัวว่าฉันจะรับมือคนอื่นไม่ได้หรือจ๊ะ...”

แย้มมั่นใจว่าจะรับมือบุญมีได้แน่ โดยไม่รู้เลยว่าอนุภรรยาคนสวยที่ตนเป็นคนหามาเองกำลังคิดแผนร้าย หลอกให้นมแสงช่วยเป็นธุระจัดหายาบำรุงครรภ์ให้ ก่อนจะใส่ร้ายว่าอีกฝ่ายทำให้ตนตกเลือด!

พระยาสีหโยธินโกรธมาก แม้ว่าหมอจะบอกว่าบุญมีไม่เป็นอะไร แค่เลือดลมทำงานไม่ปกติเล็กน้อย แต่หลักฐานที่ว่ามีซองยาขับเลือดในครัว ก็ทำให้ท่านเจ้าคุณปักใจว่านมแสงคิดมิดีมิร้ายกับลูกในท้องบุญมี

แย้มเห็นท่าไม่ดี จะช่วยไกล่เกลี่ย และเตือนให้ฟังถึงเหตุผลของนมแสงบ้าง แต่ท่านเจ้าคุณก็ไม่ยอม

“นี่มันเกี่ยวกับชีวิตลูกเมียฉันเชียวนะ ถ้าเกิดเรื่องทำนองเดียวกันกับลูกแดงหรือคุณหญิง ฉันก็ต้องทำเช่นกัน”

“แล้วเหตุใด นมแสงถึงต้องทำร้ายแม่บุญมีกับลูกด้วยเจ้าคะ ฉันยังนึกไม่ออกเลย”

“อาจเป็นเพราะความรักกระมัง นมแสงรักคุณหญิงมากนัก ขนาดคุณหญิงออกเรือนมาเป็นสิบปี ก็ยังตามมารับใช้ แล้วจะแปลกกระไร ถ้านมแสงจะกลัวว่าลูกในท้องแม่บุญมีจะมาเป็นคู่แข่งกับลูกแดง”

“ถ้าเช่นนั้น...ท่านเจ้าคุณก็สงสัยว่าฉันเป็นคนบงการเสียเลยซีเจ้าคะ”

นมแสงทนไม่ไหว ตัดบท “คุณหญิงเจ้าคะ อย่า ต้องทะเลาะเบาะแว้งกันเพราะนมเป็นต้นเหตุเลย สิ่งที่ฉันพูดเป็นความสัตย์ แต่ฉันก็มิรู้จะตอบคำถามท่านเจ้าคุณได้อย่างไรว่ายาขับเลือดมาจากที่ใด”

พระยาสีหโยธินถอนใจยาว เบือนหน้าหนีด้วยความเหนื่อยหน่าย เพราะในใจเชื่อไปแล้วว่านมแสงต้องเป็นตัวการเรื่องทั้งหมดแน่ ซึ่งนมแสงเองก็ดูออก เลยเสนอตัวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“เช่นนี้เถิดเจ้าค่ะ เพื่อให้ท่านเจ้าคุณสิ้นระแวง ฉันจะไปจากเรือนนี้ แลไม่กลับมาอีก”

พูดจบก็ผลุนผลันไปเก็บของ เตรียมออกจากเรือนพระยาสีหโยธิน แย้มตามไปห้าม ขอร้องให้อยู่ต่อ

“นมเป็นคนที่ฉันรัก แลไว้ใจมากที่สุด บุญคุณที่นมมีให้ฉัน จะเป็นรองก็แต่เจ้าคุณพ่อแลคุณหญิงแม่เท่านั้น ถ้านมไปจากฉันแล้ว ฉันจะอยู่อย่างไรเล่าจ๊ะ”

นมแสงร้องไห้ โอบกอดคุณหญิงคนสวยที่เลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยแนบแน่น

“ใช่ว่านมจะไม่ห่วงคุณหญิงนะเจ้าคะ แต่คับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก แลหากเกิดกระไรขึ้น ก็คงไม่แคล้วโทษนมอีก นมก็อยู่ไม่เป็นสุข ทั้งตัวเอง ท่านเจ้าคุณแลคุณหญิง ก็ไม่มีผู้ใดเป็นสุข ให้นมไปเถิดเจ้าค่ะ หนทางนี้ดีที่สุดแล้ว”

ooooooo

.

---------------------

นางทาส ตอนที่ 12

นมแสงเก็บของออกจากเรือนพระยาสีหโยธินตั้งแต่เช้า ท่ามกลางความอาลัยของแย้มกับแรม โดยไม่รู้เลยว่าแผนร้ายทุกอย่างเป็นของบุญมี ที่ส่งคนไปสับเปลี่ยนยาบำรุงที่นมแสงซื้อจากตลาด เป็นยาขับเลือด!

ม้วนอดแปลกใจไม่ได้ เพราะไม่เห็นวี่แววมาก่อน ว่านมแสงจะแค้นเคืองเจ้านายสาวด้วยเหตุใด แต่ก็ต้องหุบปากเงียบ ไม่กล้าเซ้าซี้ เพราะถูกบุญมีขู่จะลงหวายให้หลังลายหากพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก

แต่ใครจะรู้ ว่าแผนทั้งหมด ถูกฟักซึ่งอาการดีขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบเดินได้เป็นปกติ มองออกทุกอย่าง จนเย็นอดทึ่งในสติปัญญาและความเฉลียวฉลาด รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมคนของหัวหน้าทาสสาวใหญ่ไม่ได้

“ยาขับเลือดนะเอ็ง หากกินเข้าไปจริง มีรึ...คุณบุญมีจะลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ แลเรื่องราวประจวบเหมาะเกินไป ถ้าไม่ใช่แผนกำจัดนมแสงแล้วจะเป็นกระไร”

“คุณบุญมีคงต้องการเป็นใหญ่แทนคุณหญิง แต่คุณนมเป็นหอกข้างแคร่ เลยต้องกำจัดให้พ้นทาง”

“รู้จักคิดขึ้นมากนี่นังเย็น เอ็งไม่ใช่เด็กสาวซื่อๆ เหมือนแต่ก่อนอีกแล้วนะ”

“ฉันตกทุกข์ได้ยากมามาก เพราะแพ้เล่ห์ในน้ำใจคน แล้วจะไม่ให้ฉันฉลาดขึ้นได้อย่างไรเล่าจ๊ะ”

“คุณบุญมีร้ายกาจกว่าใครในเรือนนัก โหดเหี้ยมไม่แพ้ขุนโจร เอ็งอยู่ห่างเอาไว้เป็นดี”

เย็นพยักหน้ารับด้วยท่าทีหวาดๆจนฟักถึงกับถอนใจยาว

“ถ้ากระนั้นเอ็งลองคิดต่อดูซี ว่าคุณบุญมีกำจัดนมแสงไปได้แล้ว คนต่อไปที่จะต้องกำจัดจะเป็นผู้ใด...”

คนต่อมาที่บุญมีจะกำจัดให้พ้นเรือนพระยาสีหโยธิน ก็คือสาลี่ และหนทางง่ายที่สุด คงหนีไม่พ้นส่งม้วนไปป่วน ให้มีเรื่องกับแอบ จะได้หาทางโยนความผิดและความชั่วช้าให้สาลี่

แต่แย้มก็ดันมาไกล่เกลี่ยเหตุวิวาทของสองบ่าวคนสนิทเสียก่อน บุญมีเลยต้องสงวนท่าทีไว้ ปล่อยให้สาลี่เอะอะโวยวาย เรียกร้องความเป็นธรรมให้บ่าวคนสนิทคนเดียว

แรมรับหน้าที่สอบถามจากบ่าวไพร่ ในฐานะพยานในเหตุการณ์ แต่สาลี่กับบุญมีก็โต้เถียงกันวุ่นวาย จนแย้มต้องออกโรง สั่งให้หยุดทะเลาะ ก่อนจะหันไปถามบ่าวคนสนิทเสียงเข้ม

“แรม...แอบทำร้ายม้วนก่อนจริงรึ”

“จริงเจ้าค่ะ...ข้อนี้ บ่าวไพร่ในครัวพูดตรงกันเจ้าค่ะ”

“ข้อที่ว่าใครหาเรื่องใครก่อนนั้น ไม่มีพยานยืนยัน แต่แอบทำร้ายม้วนก่อนนั้น ไม่มีข้อสงสัย แต่ต่างฝ่ายต่างวิวาทกันเองด้วย ฉะนั้น...ฉันตัดสินให้แอบไหว้ขอโทษม้วนเสีย แต่ไม่ต้องถูกโบย จะยอมรับหรือไม่”

แอบจะไม่ยอม แต่สาลี่มองออกว่าเป็นหลุมพรางของบุญมี เลยสั่งให้ไหว้เพื่อจบเรื่อง บุญมีมองมาด้วยแววตาสาสมใจ โดยไม่รู้เลยว่าแย้มจับสังเกตห่างๆ และเริ่มมั่นใจว่าระหว่างสองอนุภรรยาต้องมีลับลมคมนัย

บางอย่างแน่!

ooooooo

แอบผูกใจเจ็บมาก หมายมาดจะเอาคืนม้วนให้ได้ สาลี่มองมาด้วยความเห็นใจ ก่อนจะปลอบเสียงเครียดว่าทุกอย่างไม่ใช่เพราะม้วน แต่เป็นแผนป่วนของบุญมีต่างหาก!

“มันถือดีว่ากำลังท้องกำลังไส้ เลยกร่างนัก”

“แล้วเราจะต้องทนให้พวกมันเล่นงานฝ่ายเดียวเช่นนี้อีกนานเท่าใดกันเจ้าคะ”

“ข้ารึจะยอมให้มันเล่นงานฝ่ายเดียว แต่มันถือไพ่เหนือกว่า ขนาดนังนมแสง ข้าเก่าเต่าเลี้ยงของคุณหญิง ยังต้องระเห็จออกจากเรือน เพียงเพราะต้องสงสัยว่าทำร้ายลูกมันเท่านั้น ขืนข้าบุ่มบ่ามทำกระไรลงไป ก็มีแต่หาภัยเข้าตัว”

แอบขบกรามแน่น พยายามกล้ำกลืนความเจ็บช้ำของตัวเองและเจ้านายสาวจนสาลี่อดสงสารไม่ได้

“ดีแล้วนังแอบ แต่ข้าจะไม่ให้ความอดทนของเอ็งต้องสูญเปล่าดอก ถึงข้าจะไม่ใช่คนโปรดของท่านเจ้าคุณดังแต่ก่อนแล้ว แต่ข้าก็จะไม่ยอมให้คนอย่างอีบุญมีมาขี่คอข้าได้เป็นอันขาด!”

บุญมีก็รู้ดีว่าสาลี่รู้ทัน แต่ม้วนไม่รู้ เลยบ่นด้วยความเสียดายที่ไม่ได้มีเรื่องกับแอบ เลยถูกบุญมีเอ็ดลั่น พร้อมสั่งขาด ไม่ให้บ่าวคนสนิทหาเรื่องสาลี่กับแอบอีก หากไม่ได้รับคำสั่ง

“หากเอ็งก่อเรื่องไม่เว้นวัน แทนที่ท่านเจ้าคุณกับคุณหญิงจะเข้าข้าง จะกลับกลายเป็นรำคาญเสียน่ะซี ของเช่นนี้...ต้องรู้จังหวะว่าควรทำตอนใดแล้วจะได้เปรียบ...ได้เปรียบพอจะเหยียบนังสาลี่ให้จมดินไปเลย!”

ฟักได้รู้เรื่องวิวาทของแอบกับม้วนจากเย็นในคืนเดียวกัน และถึงกับถอนใจยาวอย่างรู้ทัน “สองคนนี้ฟาดฟันกันมานานปี เหมือนไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ แม้คุณสาลี่จะไม่ขึ้นหม้อเหมือนเดิมแล้ว ก็ใช่ว่าจะชนะกันได้ง่ายๆ”

“ยิ่งคิด...ฉันก็ยิ่งสงสัยในตัวคุณบุญมีเหลือเกิน ทั้งเรื่องที่พี่ฟักเล่าให้ฟัง ทั้งเรื่องคุณนม แลเรื่องครานี้อีก ดูราวกับว่ารอบตัวคุณบุญมีมีแต่ความลับทั้งนั้น”

“มีอยู่คนหนึ่งที่จะไขความลับให้เอ็งได้ แต่เอ็งคงต้องไปด้วยตัวเองเท่านั้น...”

ใครคนนั้นของฟักก็คือเที่ยง เย็นลำบากใจมาก แต่ความอยากรู้เรื่องบุญมีมีมากกว่า เลยไม่ลังเลจะไปพบอดีตทาสหนุ่มถึงบ้านพัก ตามคำบอกเล่าของฟัก เที่ยงตกใจมากที่เห็นเย็น ไม่ใช่ไม่ยินดีที่ได้เจอเธอ แต่กังวลใจมากกว่า โดยเฉพาะสาเหตุที่เธอมาหา เพราะอยากรู้เรื่องบุญมี

“เอ็งไม่เข้าใจดอก เอ็งจะถามเรื่องคุณบุญมีไปเพื่อกระไร แลเอ็งรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่”

“ข้อที่ฉันรู้ได้อย่างไรว่าพี่อยู่ที่นี่ ฉันยังบอกไม่ได้ดอกจ้ะ แต่ข้อที่ฉันอยากรู้เรื่องคุณบุญมีนั้น ฉันได้บอกไปแล้วว่าเป็นเพราะฉันระแวงในตัวคุณบุญมี ด้วยฉันเห็นพิรุธหลายประการ แลเพลานี้พี่เที่ยงเป็นคนเดียวที่ใกล้ชิดคุณบุญมีมากที่สุด จึงมีแต่พี่เท่านั้นที่จะช่วยไขความกระจ่างให้ฉันได้”

“ถ้าเอ็งรู้แล้ว เอ็งจะทำอย่างไรต่อไปรึ”

“ถ้าคุณบุญมีไม่หวังดีกับทุกคนจริง ฉันก็คงต้องแจ้งให้ท่านเจ้าคุณทราบ แลหากร้ายแรงกว่านั้น ก็อาจต้องจัดการตามกฎบัตรกฎหมาย พี่เที่ยงรู้กระไรมาก็บอกฉันเถอะจ้ะ อย่าให้ต้องมีคนเดือดร้อนมากไปกว่านี้เลย”

เที่ยงหนักใจมาก เพราะอย่างไรเสีย...บุญมีก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียและแม่ของลูกตน

“ข้ารู้ทั้งหมดแหละเย็นเอ๊ย...แต่ข้าบอกเอ็งไม่ได้”

เย็นส่ายหน้าไม่เข้าใจ ตั้งท่าจะถาม แต่เที่ยงก็ตัดบทดื้อๆ

“เพราะข้ายอมให้คุณบุญมีเป็นอันตรายไม่ได้น่ะซี เอ็งอย่าถามกระไรอีกเลย”

เย็นไม่ยอม จะซักให้รู้เรื่อง แต่ก็ถูกเขาขู่จนหน้าเสีย

“ดูพี่ฟักเป็นตัวอย่าง ถ้าเอ็งไม่อยากเป็นเช่นนั้น ก็อย่ามาอีกเลย แลข้าก็ไม่มีหน้าพบเอ็งแล้วเช่นกัน!”

ooooooo

นอกจากยุแยงจนเกิดเรื่องวุ่นวายทั้งเรือนแล้ว บุญมียังแผลงฤทธิ์อาละวาดขว้างปาข้าวของ และอาศัยความได้เปรียบที่ตนตั้งท้อง เรียกร้องความสนใจจากพระยาสีหโยธิน

พระยาสีหโยธินไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ จัดการเปลี่ยนเครื่องเรือนและยอมตามที่บุญมีร้องขอทุกอย่าง จนม้วนยังอดแปลกใจไม่ได้ เพราะไม่เคยเห็นท่านเจ้าคุณใจดีขนาดนี้มาก่อน

บุญมีเหยียดยิ้มเย็น ลูบท้องตัวเองเบาๆ “รักลูกในท้องข้าต่างหากเล่านังม้วน ขนาดอยู่ในท้องยังรักใคร่ขนาดนี้ หากคลอดออกมาแลเป็นชายด้วยแล้ว มีแต่เดือนกับดาวเท่านั้นล่ะวะ ที่ข้าจะเอามาไม่ได้!”

เย็นกับฟักเฝ้ามองเหตุการณ์ทุกอย่างเงียบๆหมดหวังจะล้วงความลับจากเที่ยงแล้ว คงต้องหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์และโชคชะตา ดลบันดาลให้ท่านเจ้าคุณกับคนอื่นๆเห็นความชั่วช้าของบุญมีเอง

แต่จนแล้วจนรอด วันเวลาผ่านไปจนถึงกำหนดคลอดของบุญมี อนุภรรยาคนสวยก็ไม่ได้ก่อเรื่องให้จับผิด แต่ทำตัวเงียบเชียบและเป็นปกติ จนทุกคนแทบลืมแล้วว่าเธอเคยก่อเรื่องอะไรไว้บ้าง

แต่แย้มกลับสำเหนียกได้ถึงบางอย่าง โดยเฉพาะความรู้สึกตามสัญชาตญาณผู้หญิง ที่ว่าบุญมีกำลังตั้งตัวแข่งกับตน และเมื่ออีกฝ่ายคลอดลูกชาย คุณหญิงคนสวยก็ถึงกับพูดไม่ออก!

บุญมีไม่ได้เกรงกลัวหรือพยายามจะปกปิดท่าทีแต่อย่างไร และสิ่งแรกที่เธอทำหลังจากคลอดลูกชาย คือเอ่ยปากขอเปลเด็กของแดง แย้มปฏิเสธไม่ได้ ให้คนยกไปให้ และรีบสั่งแรมไปซื้อเปลใหม่

แรมหงุดหงิดแทนเจ้านายสาว และอดรำพึงถึงคำเตือนของนมแสงไม่ได้ “ก่อนคุณนมจะย้ายออกไป คุณนมกังวลนักว่าถ้าคุณบุญมีคลอดลูกออกมาเป็นชายแล้ว จะไม่สงบเสงี่ยมเจียมตัวกับคุณหญิงเหมือนเดิม”

แย้มเองก็รู้ดี แต่ยังทำปากแข็ง ไม่ยอมรับความจริง “แรม...ฉันรู้ว่าแรมเป็นห่วงฉัน แต่แรมเป็นบ่าว อย่าพูดเรื่องของนายให้มากนักเลย รู้ถึงแม่บุญมีหรือท่านเจ้าคุณเข้า ก็ใช่ว่าจะดี รีบไปซื้อเปลเร็วๆเถิด”

นอกจากแย้มจะถูกแย่งเปลเด็กแล้ว สาลี่ก็ถูกระรานไม่แพ้กัน ด้วยการส่งม้วนไปเจรจาขอแลกเรือนด้วย

แต่มีหรือสาลี่จะยอม “กูไม่ให้! กูอยู่บนเรือนนี้มาก่อนที่นังบุญมีนายเอ็งจะหอบผ้ามาเป็นเมียน้อยผัวกูเสียอีก ต่อให้กูต้องตายดับลงไปประเดี๋ยวนี้ กูก็ไม่มีวันยอมให้ตีนนายมึงมาเหยียบเรือนกูเป็นอันขาด”

“บ่าวมาบอกกล่าวคุณสาลี่โดยซื่อนะเจ้าคะ เห็นว่าคุณสาลี่อยู่เรือนกับนังแอบสองคน ไม่มีบ่าวไพร่อื่นคอยรับใช้เหมือนคุณบุญมี มิต้องใช้ที่ทางมากกระไร แต่คุณสาลี่กลับมาโกรธเคืองบ่าวเสียนี่”

สายตาและถ้อยคำเย้ยหยันของม้วน ทำให้แอบหมดความอดทน ถลาเข้าตบเต็มแรง ม้วนจะสู้ แต่ก็กลัวๆกล้าๆ ด้วยเจอฤทธิ์อีกฝ่ายมาก่อน สาลี่เห็นดังนั้นเลยชี้หน้าด่าลั่น

“อีขี้ข้าหน้ากระโถน มึงอย่าคิดว่ากูไม่รู้เท่าความคิดมึงกับนายมึง วันนี้นายมึงเพิ่งได้ลูกชาย ก็เลยกำเริบจะมาแย่งเรือนกู กลับไปบอกนายมึง ว่าต่อให้กูตกต่ำลงเพียงใด ก็อย่าหมายจะเอาเรือนกูไปได้เลย”

ม้วนหนีกลับเรือนแบบไม่เหลียวหลัง หวังพึ่งบุญมีให้ช่วยเอาคืน แต่กลับต้องผิดหวัง เพราะบุญมีไม่ช่วย แถมยังเอาน้ำในขันใกล้มือสาดใส่อีกต่างหาก

“ข้าส่งเอ็งไปขอแลกเรือนกับนังสาลี่ก็เพื่อยั่วให้มีเรื่อง แล้วเหตุใดเอ็งถึงไม่ยอมให้อีแอบมันตบตี ข้าจะได้ฉวยโอกาสฟ้องท่านเจ้าคุณ ให้ไล่มันออกจากเรือนไปเสีย ยิ่งถ้านังสาลี่มันลงมือด้วยตัวเองยิ่งดีใหญ่ แต่เอ็งกลับตาขาวหนีมา มันน่าโดนน้ำร้อนสาดเสียด้วยซ้ำ อีหน้าโง่!”

ม้วนหน้าเสีย ละล่ำละลักแก้ตัว กลัวถูกแอบทำร้ายจนตาย บุญมียิ่งโมโห เอ็ดลั่น

“ทั้งโง่ทั้งขี้ขลาด เลี้ยงเอ็งไว้นี่มันเปลืองข้าวสุกแท้ๆ อีม้วน ถ้าเรื่องแค่นี้เอ็งทำไม่ได้ ก็อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีก”

“เจ้าค่ะๆ บ่าวจะทำให้ได้เจ้าค่ะ อย่าไล่บ่าวไปเลยนะเจ้าคะ”

“จำใส่กะโหลกของเอ็งไว้ให้ดีอีม้วน เมื่อเอ็งรับใช้ข้ากับลูกชายแล้ว เอ็งก็ไม่ต้องกลัวใครในเรือนนี้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอีแอบหรือแม้แต่นังสาลี่ พวกมันตกอับจนไม่มีวันเผยอหัวเงยหน้าขึ้นมาได้อีกแล้ว!”

ooooooo

เย็นไม่คิดเข้าสู่วงเวียนความแค้นและความริษยาของบรรดาเมียของท่านเจ้าคุณ แต่ก็ยินดีด้วยจากใจจริง และถือโอกาสร้อยพวงมาลัยมาให้ พระยาสีหโยธินใจอ่อนยวบ นึกเสียดายอีกฝ่ายเหลือเกิน แต่ก็ต้องข่มใจไว้ ไม่อยากเจ็บเพราะอดีตเมียน้อยคนโปรดอีกแล้ว

สาลี่ไม่ทันระแวงว่าสามีจะหวนมีใจกับเย็น มัวหัวเสียและพาลอยากเอาชนะบุญมี ด้วยการแกล้งทำร้ายตัวเองจนเลือดตกยางออก แต่บุญมีก็รู้ทันว่าเมียน้อยคู่ปรับคิดดึงตัวสามีจากเธอกับลูก เลยจัดการหยิกลูกชายแบเบาะให้แผดเสียงร้องไห้จ้า จนท่านเจ้าคุณละล้าละลัง และในที่สุดก็เลือกจะอยู่ดูแลลูกชาย

แอบเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเจ้านายสาวมาก รีบนำความไปฟ้อง

“อีคุณบุญมีมันเจ้าเล่ห์เพทุบายเหลือเกินเจ้าค่ะ บ่าวว่าที่ลูกมันจู่ๆร้องขึ้นมา ต้องมิใช่เหตุบังเอิญเป็นแน่”

“ท่านเจ้าคุณก็ช่างกระไร ข้าสู้อุตส่าห์ยอมเจ็บตัว แต่พออ้ายเด็กนั่นร้องขึ้นมา ก็เลือกอยู่กับมัน ไม่มาดูแลข้า”

“ท่านเจ้าคุณกำลังหลงลูกชายน่ะเจ้าค่ะ อีคุณบุญมีถึงได้ถือดี วางอำนาจบาตรใหญ่ขึ้นทุกวัน”

“ก็ให้มันรู้ไป ว่าข้าจะพ่ายแพ้อีบุญมีเพราะอ้ายเด็กนั่น คนอย่างข้า...ถ้าต้องเป็นรองอีบุญมี สู้ยอมตายดีกว่า!”

นอกจากดึงตัวท่านเจ้าคุณไว้กับลูกชายแล้ว บุญมียังอ้อนขอเย็นมาเป็นบ่าวประจำเรือนอีก ด้วยหวังรั้งตัวอดีตเมียน้อยคนโปรด ไม่ให้มีเวลาดูแลและปรนนิบัติฟักเหมือนเคย เย็นก็รู้ดี แต่ก็ขัดคำสั่งไม่ได้ เปิดโอกาสให้บุญมีส่งม้วนกับกลอยไปป้อนข้าวบูด เพื่อทรมานและทดสอบฟัก ว่าเป็นอัมพาตจริงหรือไม่

แย้มวุ่นวายใจกับเหตุการณ์บนเรือนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฤทธิ์เดชของบุญมี จนนมแสงสังเกตได้ แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร เพราะไม่อยากให้คุณหญิงคนสวยหนักใจ แต่กลับไปคาดคั้นจากแรมแทน

“แรม...ต่อไปเจ้าต้องคอยบอกฉันว่าที่เรือนเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยเฉพาะเรื่องแม่บุญมี จับตาให้ดีเข้าใจหรือไม่”

“พุทโธ่...แล้วก็บอกคุณหญิงว่าไม่อยากรู้ ไม่อยากถาม ที่แท้...”

นมแสงส่ายหน้า พูดขัดขึ้น “ต่อหน้าคุณหญิง ฉันก็ต้องพูดไปอย่างนั้น แต่คุณบุญมีในเพลานี้ไม่เหมือนคุณบุญมีคนที่คุณหญิงเคยพาเข้าเรือนมาอีกแล้ว ฉันวางใจไม่ได้ดอก”

“เจ้าค่ะ...คุณนมไม่ต้องห่วง ฉันจะรายงานให้คุณนมทราบทุกอย่างเจ้าค่ะ แต่แหม...นี่ถ้าคุณหญิงเชื่อฉันอย่างคุณนมก็ดีน่ะซี คงไม่ถูกคุณบุญมีได้คืบจะเอาศอกเช่นนี้ดอก”

“เอ็งคิดว่าคุณหญิงรู้ไม่ทันคุณบุญมีรึ แต่คุณหญิงเชื่อในศักดิ์ของตน แลถือว่าเป็นคนนำคุณบุญมีเข้ามา ถึงจะกำเริบขึ้นมาก็คงจัดการได้ แต่กันไว้ดีกว่าแก้ หาไม่แล้ว ก็ไม่ต่างจากคุณหญิงลากงูตามหลัง จะถูกฉกกัดวันใดก็ไม่รู้”

บุญมาสะใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของน้องสาว ถึงขั้นจัดงานเลี้ยงฉลองต้อนรับหลานชายคนสำคัญที่โรงฝิ่น เที่ยงมาร่วมงานด้วยท่าทางเบื่อหน่ายและเอือมระอา ก่อนจะขอตัวไปเดินเล่นข้างนอก แต่ถูกบุญมาดักคอไม่ให้เถลไถลไปไกลถึงเรือนพระยาสีหโยธิน มิเช่นนั้นได้เห็นดีกันแน่

เที่ยงโมโหมาก “ทำไมฉันจะไปไม่ได้ ฉันเป็นพ่อ จะเห็นหน้าลูกบ้างไม่ได้เทียวรึ”

“เอ็งไม่ใช่พ่ออ้ายเด็กนั่น จำใส่กบาลเอ็งเอาไว้ เอ็งเพียงทำให้มันเกิดมา เพื่อช่วยงานข้ากับน้องเท่านั้น”

“ฉันเป็นพ่อคน พี่จะพูดอย่างไรก็ตาม ฉันก็เป็นพ่อ แลจะไม่ยอมให้ใครใช้ลูกฉันเป็นเครื่องมือเด็ดขาด”

บุญมาแสยะยิ้มร้าย จ้องหน้าท้าทาย “งั้นเอ็งก็เตรียมตัวตายได้เลย แลหากเอ็งตาย ก็จะไม่มีผู้ใดคอยปกป้องลูกเอ็งเช่นกัน ข้าก็อยากจะรู้นักว่าเอ็งจะตายตาหลับหรือไม่!”

ooooooo

เที่ยงเจ็บใจมากที่ลูกชายคนเดียวของตนต้องถูกพราก แถมถูกนำไปเป็นเครื่องมือล้างแค้นของแม่แท้ๆอีก ไม่ต่างจากสาลี่ อับจนหนทางจะดึงตัวสามีจากบุญมี จนต้องแอบหนีไปร้องไห้ตามลำพัง

พระยาสีหโยธินผ่านมาได้ยินโดยบังเอิญ เลยถามไถ่ด้วยความห่วงใย สาลี่สะอึกสะอื้นโผกอดเขาแน่น

“ฉันคิดถึงลูกเจ้าค่ะ ยิ่งเห็นแม่บุญมีมีลูก ฉันยิ่งคิดถึงลูกของเรา ถ้าลูกยังอยู่ ป่านนี้คงเป็นพี่คนโตไปแล้ว”

ท่านเจ้าคุณถึงกับอึ้งไป ก่อนจะลูบหลังปลอบใจไม่ให้คิดมาก แต่สาลี่ก็ไม่หยุดตีโพยตีพาย

“ท่านเจ้าคุณเจ้าขา...ถ้าฉันมีลูกให้ท่านเจ้าคุณได้ ท่านเจ้าคุณจะเลิกโกรธเกลียดฉันหรือไม่เจ้าคะ”

“ไปเอาความคิดนี้มาจากที่ใดกัน หากฉันโกรธเกลียดแม่สาลี่ ฉันจะยืนคุยกับแม่สาลี่เช่นนี้รึ”

“แต่ฉันติดหนี้พนัน นำความเสื่อมเสียมาสู่ท่านเจ้าคุณมากนัก ท่านเจ้าคุณลืมได้หรือเจ้าคะ”

“ฉันไม่ลืมดอก แต่ฉันอโหสิให้หมดแล้ว แม่สาลี่อย่ากลับไปอีกก็แล้วกัน”

“ค่ะ...ฉันสัญญาว่าจะไม่กลับไปเล่นพนันอีก แต่ฉันอดคิดเรื่องลูกไม่ได้จริงๆ คืนนี้...ท่านเจ้าคุณอยู่เป็นเพื่อนฉันได้หรือไม่เจ้าคะ มีท่านเจ้าคุณอยู่ด้วย ฉันคงคลายเศร้าได้บ้าง”

สีหน้าและท่าทางน่าสงสารของอนุภรรยาคนสวย ทำให้พระยาสีหโยธินเครียดจัด แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจอยู่กับลูกชาย เพราะยังไม่วางใจบุญมี ซึ่งเป็นแม่มือใหม่ ยังทำอะไรไม่ถนัดมือนัก

สาลี่คลุ้มคลั่งมาก อยากจะวิ่งไปฆ่าบุญมีกับลูกชายนัก โทษฐานเป็นศัตรูหัวใจ พระยาสีหโยธินไม่ได้ยี่หระท่าทางหัวเสียของสาลี่ แต่สนใจมากกว่าว่าเหตุใดเย็นถึงยังทำงานบนเรือนบุญมีจนดึกดื่น

เย็นยังนอบน้อมและสงบเสงี่ยมเหมือนเคย พระยาสีหโยธินเลยยิ่งรู้สึกผิด ที่ทำให้เธอต้องมีชะตากรรมเช่นนี้ จนต้องสั่งให้กลับไปพัก และจะรับหน้าบุญมีเอง หากกลัวจะมีเรื่อง

ความเมตตาของอดีตสามี ทำให้เย็นปลื้มใจ แต่ก็ต้องพยายามระงับความรู้สึกไว้ ไม่ให้มากมายจนทรมานใจตัวเองอีก และเธอก็ลืมทุกอย่างเสียสิ้นเมื่อเห็นสภาพฟักที่อาเจียนข้าวบูดๆออกมาจนหมดในเวลาต่อมา อดีตเมียน้อยคนโปรดก็ถึงกับพูดไม่ออก ไม่คิดเลยว่าบุญมีจะใช้วิธีนี้ทดสอบดูอาการของฟัก

ฟักถอนใจหนักหน่วง กลุ้มใจเหลือเกิน ไม่รู้ว่าจะใช้วิธีไหนเอาผิดบุญมี

“นับวันคุณบุญมีก็มีอำนาจบารมีมากขึ้นทุกที อีกเจ็ดแปดปีจะล้างมลทินให้เอ็งได้หรือไม่ยังไม่รู้เลยนังเย็นเอ๊ย”

เย็นมีสีหน้าเข้มขึ้น ประกาศกร้าว “อย่าว่าแต่เจ็ดแปดปีเลยพี่ฟัก ต่อให้ตลอดชีวิต จนเหลือลมหายใจเฮือกสุดท้าย ฉันก็ต้องล้างมลทินให้ได้ ฉันจะไม่ยอมตายโดยถูกตราหน้าว่าคบชู้สู่ชายเป็นเด็ดขาด!”

ooooooo

เย็นถูกกลั่นแกล้งสารพัด ทั้งใช้ให้ทำงานบ้านจนแทบโงหัวไม่ขึ้น และถูกลากตัวไปช่วยหอบข้าวของในตลาดจนถือไม่ไหว ต้องปลีกตัวไปยืมรถลากจากแม่ค้า กลอยซึ่งรับหน้าที่อุ้มรุ่ง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของบุญมี เลยจะเดินตามเจ้านายสาว แต่ก็ถูกเที่ยงขวางไว้เสียก่อน

เที่ยงเห็นท่าทางกลัวลนลานของกลอย ก็ปลอบให้ใจเย็น

“ข้าไม่ทำกระไรคุณหนูดอก แค่ขออุ้มประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละ”

กลอยมีสีหน้างงสุดขีด เที่ยงเลยต้องย้ำ เพราะไม่อยากเสียเวลาอยู่กับลูก

“เมตตาข้าเถิดนังกลอย ขอให้ข้าได้อุ้มลูก เอ่อ...คุณหนูเพียงครู่ ข้าไม่ได้คิดร้ายกระไรกับคุณหนูเลยจริงๆ”

ท่าทางจริงจังของเที่ยง ทำให้กลอยใจอ่อน ยอมให้อุ้มคุณหนู เที่ยงอุ้มลูกด้วยความรักและคิดถึง ก่อนจะบรรจงจูบแก้มนุ่มอย่างแผ่วเบา พยายามซึมซับความรู้สึกไว้ให้ได้มากที่สุด

กว่าบุญมี ม้วนและเย็นจะรู้ว่ากลอยหายตัวไป พร้อมกับรุ่ง ก็หลายอึดใจต่อมา เย็นกับม้วนแยกไปหาอีกทาง ทิ้งบุญมีให้กวาดตามองหาลูกตามลำพัง พร้อมลางสังหรณ์บางอย่าง ซึ่งก็จริงดังคาด เมื่อเธอเจอเที่ยงอยู่กับรุ่ง!

กลอยตกใจมาก รีบรับตัวรุ่งมาแล้วแยกไปอีกทาง ทิ้งบุญมีให้เอาเรื่องเที่ยงตามลำพัง

“ข้ารู้ว่าเอ็งรู้สึกเช่นไร แต่เอ็งอดใจไม่ได้รึ มาถึงขั้นนี้แล้ว จะให้ล้มเหลวเพราะความรักลูกของเอ็งไม่ได้ดอก”

เที่ยงหัวเสียมาก โต้เสียงเข้ม “ใช่สิขอรับ มิว่าผู้ใดก็ไม่สำคัญไปกว่าความแค้นของคุณบุญมีดอกขอรับ กระผมกับลูกเป็นเพียงแค่เบี้ยหมากไว้แก้แค้นให้คุณบุญมีเท่านั้น”

บุญมีหงุดหงิดมาก แต่ก็พยายามข่มใจไว้ “ข้าจะไม่ต่อปากต่อคำกับเอ็งดอกนะอ้ายเที่ยง แต่ข้าขอสั่ง มิให้เอ็งทำเช่นนั้นอีก หากเอ็งไม่ฟัง เอ็งจะไม่มีวันได้พบหน้าพ่อรุ่งอีกเลย”

ท่าทางแข็งกร้าวของเที่ยง ทำให้บุญมีต้องดักคอ ขู่จะเอาจริง หากเขาคิดลองดี

“กระผมเชื่อว่าคุณบุญมีทำได้ เพราะใจของคุณมันโดนความแค้นครอบงำจนไม่เหลือความเมตตาให้ใครแล้ว”

“เอ็งพูดไม่ผิดดอก แต่ใจที่ดำสนิทของข้า ก็ไม่เคยคิดอยากทำร้ายเอ็ง ฉะนั้นแล้วเอ็งก็อย่าได้บังคับข้าเลย...”

ooooooo

การปรากฏตัวของเที่ยง ออกจากปากกลอยในวันเดียวกัน จนรู้กันทั้งเรือน พร้อมกับความสงสัยที่ว่า เหตุใดอดีตทาสหนุ่มถึงได้กระตือรือร้นจะอุ้มคุณหนูมากขนาดนั้น

เย็นก็คาใจ และไม่รอช้า จะนำเรื่องนี้ไปบอกเล่ากับฟัก

ฟักครุ่นคิดนิดเดียวก็โพล่งออกไป “พิกลแท้ อ้ายเที่ยงคงไม่ได้จู่ๆมาเจอดอก ข้าว่ามันต้องคอยตามอยู่นานแล้ว ถึงไปดักพบได้ แต่มันจะตามไปเพื่อกระไรกัน เด็กก็แค่ไม่กี่เดือนเท่านั้น”

“นั่นสิจ๊ะ ยิ่งฟังนังกลอยเล่า ก็ยิ่งแปลกใจ พี่เที่ยงทำกับคุณหนูรุ่ง เหมือนที่ฉันทำกับคุณแดงไม่มีผิด แต่ฉันเป็นแม่ จะอยากกอด อยากหอมลูกบ้างก็ไม่แปลก แต่นี่...”

เย็นชะงักกึก ฉุกใจคิดได้ เพราะอาการของเที่ยงเหมือนกับตน

“หรือว่าพี่เที่ยงกับคุณบุญมี...เป็นไปไม่ได้ดอกพี่ฟัก”

“ก็ไม่แน่...หากคิดตามนี้ก็สมเหตุสมผลอยู่ อ้ายเที่ยงมันรักเอ็งมาก ยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเพื่อเอ็งหลายครา แต่ครานี้ กลับไม่ยอมช่วยเหลือเอ็งเอาผิดคุณบุญมี มันจะเป็นเพราะเหตุใดได้ ถ้าไม่ใช่อ้ายเที่ยงกับคุณบุญมีคบชู้กัน”

“มิน่าเล่า คุณบุญมีถึงคอยช่วยเหลือพี่เที่ยง”

“ที่แล้วมาข้าแปลกใจนัก ว่าเหตุใดคุณบุญมีถึงต้องกลั่นแกล้งเอ็งด้วย จะว่าหึงหวงเอ็งกับท่านเจ้าคุณ ก็ไม่น่าใช่ เพราะคุณสาลี่ก็เคยกลั่นแกล้งเอ็ง แต่พอนานเข้าก็เลิกไปเอง เพราะเอ็งไม่ใช่เมียท่านเจ้าคุณแล้ว เหลือแต่คุณบุญมีที่จองเวรเอ็งไม่เลิก คงเป็นเพราะความหึงหวงที่อ้ายเที่ยงยังมีใจให้เอ็งเป็นแน่”

เย็นพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะคิดได้ว่าต้องนำพยานคนสำคัญไปแจ้งความจริงแก่พระยาสีหโยธิน

“ไม่ได้แล้วพี่ฟัก ฉันต้องรีบพานังกลอยไปหาท่านเจ้าคุณ ถ้านังกลอยมันเล่าเรื่องเมื่อกลางวันให้ท่านเจ้าคุณฟัง ก็พอจะเป็นพยานยืนยันเอาผิดคุณบุญมีได้!”

แต่เย็นก็ช้าไป เพราะกลอยถูกบุญมีเรียกตัวออกมาก่อน เพื่อคาดคั้นความจริงเรื่องเที่ยง

“ก็ไม่มีกระไรเจ้าค่ะ พี่เที่ยงเพียงแต่ขออุ้มคุณหนูรุ่งเท่านั้น บ่าวเห็นว่าพี่เที่ยงมาดี ก็เลยให้อุ้ม แต่ต่อไปบ่าวไม่กล้าแล้วเจ้าค่ะ จะไม่มีวันให้ใครได้แตะเนื้อต้องตัวคุณหนูรุ่งอีกแล้วเจ้าค่ะ”

“เพียงแค่อุ้มเท่านั้น อ้ายเที่ยงไม่ได้พูดกระไรกับเอ็งอีกเลยรึ”

“ไม่เจ้าค่ะ พี่เที่ยงเอาแต่อุ้มคุณหนูรุ่ง ทั้งกอดทั้งหอม แลยังร้องไห้อีกนะเจ้าคะ”

บุญมีถึงกับผงะ เพราะสัมผัสได้ถึงความสงสัยของบ่าวสาว เลยส่งสายตาให้บุญมา ซึ่งแอบซ่อนตัวไม่ไกล จัดการฆ่ารัดคอกลอยปิดปาก โดยไม่รู้เลยว่าเย็นผ่านมาและเห็นทุกอย่างโดยบังเอิญ!

ooooooo

บุญมีสวมบทอ่อนแอ กรีดร้องตัวสั่นด้วยความกลัวศพกลอยในเช้าวันต่อมา จนทุกคนเชื่อสนิท ไม่เว้นแม้แต่พระยาสีหโยธิน โอบกอดปลอบตลอด จนสาลี่อดหมั่นไส้ไม่ได้ เย็นเฝ้ามองเหตุการณ์

ทุกอย่างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่จะหาโอกาสบอกความจริงกับอดีตสามี ก็ถูกบุญมีกันท่าตลอด

เมื่อฟักรู้เรื่องก็ปลอบให้ทำใจ เพราะเวลานี้อันตรายนัก บุญมีอาจคิดร้ายต่อเย็น เหมือนที่เคยทำกับตนก็ได้

“เอ็งทำถูกแล้วที่ไม่บุ่มบ่าม พวกเราก็แค่ขี้ข้า นับเป็นคนยังไม่ได้ เรื่องจะเอาผิดนายนั้นอย่าได้หมายเลย ยิ่งไม่มีหลักฐานด้วยแล้ว ยิ่งมองไม่เห็นหนทาง”

“ฉันรู้จ้ะ ว่าท่านเจ้าคุณคงไม่ฟังฉันแน่ แต่เห็นนังกลอยมันถูกฆ่ากับตา จะให้ฉันทนเงียบอยู่ก็ใจดำเกินคน แลคุณบุญมีโหดเหี้ยมเช่นนี้ หากเรานิ่งเฉย ก็ได้แต่รอวันเป็นอย่างนังกลอยเสียเท่านั้นเอง”

“ถ้ากระนั้น...ก็ต้องให้คนที่มีศักดิ์เสมอกับคุณบุญมี ช่วยฟ้องร้องต่อท่านเจ้าคุณแทนเรา จะได้มีน้ำหนักพอ”

“คุณหญิงน่ะหรือจ๊ะ ฉันเองก็อยากกราบเรียนท่านเหมือนกัน แต่คุณบุญมีก็เป็นคนที่คุณหญิงหามา ฉันเกรงว่าคุณหญิงจะไม่เชื่อฉันน่ะซีจ๊ะ ซ้ำร้าย...อาจจะชักนำเภทภัยมาสู่คุณหญิงก็เป็นได้”

“มีอยู่คนหนึ่งที่ไม่กลัวคุณบุญมี แลไม่ลังเลที่จะเล่นงานคุณบุญมีเป็นแน่”

คนที่ฟักหมายถึงก็คือสาลี่ เย็นเลยแอบส่งจดหมายสนเท่ห์ แจ้งว่ากลอยไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ถูกฆ่า!

สาลี่หน้าซีดเผือด มั่นใจว่าบุญมีต้องมีส่วนกับเรื่องนี้ เลยตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากพระมหาเทพ ให้ช่วยตามคนมาขุดศพกลอยกลางดึกของคืนเดียวกัน และส่งให้สัปเหร่อตรวจสอบ

“ตามกฎบัตรกฎหมาย ถ้าตายอย่างผิดธรรมดา สัปเหร่อต้องตรวจดูศพก่อนจะฝัง ในเมื่อฝังแล้วก็คงไม่มีกระไรดอก จะให้ขุดขึ้นมาอีกทำไมรึแม่สาลี่”

“ตรวจแต่ภายนอก อาจไม่เห็นก็ได้ ฉันอยากให้ลองผ่าศพ ได้ยินว่าที่เมืองจีนเมืองฝาหรั่งเขาทำกันมิใช่รึ”

เรื่องนำศพกลอยมาผ่าพิสูจน์ความจริง ทำให้พระยาสีหโยธินหัวเสียมาก เพราะสาลี่ไม่ไว้หน้าเขาเลย แต่กลับอุกอาจไปขอความช่วยเหลือจากพระมหาเทพและนครบาล แถมยังกล่าวหาบุญมีว่าอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด

“จะใส่ร้ายหรือไม่ อีกไม่นานก็รู้ค่ะ เพราะเพลานี้สัปเหร่อกับนครบาลกำลังตรวจศพนังกลอย หากความจริงปรากฏออกมา ก็ขอให้ท่านเจ้าคุณอย่าลำเอียงก็แล้วกันเจ้าค่ะ”

“คนอย่างฉันรึจะลำเอียง จะหมิ่นน้ำใจกันมากเกินไปกระมังแม่สาลี่”

แย้มเห็นท่าไม่ดี กลัวสามีจะเดือดดาลจนไม่ได้เรื่อง เลยพยายามช่วยไกล่เกลี่ย พระมหาเทพเลยเล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่าเรื่องทั้งหมดมันเริ่มจากจดหมายสนเท่ห์ปริศนา ที่สาลี่ได้รับเมื่อคืน ว่ากลอยไม่ได้ฆ่าตัวตาย แต่ถูกฆ่า!

สาลี่เห็นท่าทางสนใจของทุกคน เลยรีบสำทับ ถึงความคืบหน้าเรื่องผ่าพิสูจน์ศพ

“เมื่อคืนหลังจากขุดศพนังกลอยขึ้นมาทำความสะอาดแล้ว ทางนครบาลพบข้อพิรุธบนตัวศพหลายประการ เสียแต่ว่าเมื่อคืนตามตัวสัปเหร่อมาไม่ได้ เรื่องจึงเนิ่นช้าถึงเช้าวันนี้ แต่ฉันมั่นใจว่ามิใช่การผูกคอตายเป็นแน่”

พูดจบก็ปรายตาไปทางสามี พระยาสีหโยธินเลยต้องโพล่งขึ้น

“ไม่ต้องมามองหน้าฉันเช่นนั้นแม่สาลี่ ถ้าแม่บุญมีทำผิดจริง ฉันไม่มีวันเข้าข้างอยู่แล้ว พอใจแล้วกระมัง!”

ooooooo

บุญมีถูกกุมตัวมาฟังผลการผ่าศพกลอยด้วย อนุภรรยาคนสวยหน้าเครียด มั่นใจว่าตนจะต้องถูกจับได้ แต่ก็ได้เหยียดยิ้มกว้างแทน เมื่อผลผ่าพิสูจน์ออกมาว่ากลอยฆ่าตัวตาย!

พระมหาเทพกลับไปแล้วอย่างหัวเสีย เพราะถูกสาลี่หลอกให้มาหน้าแตกพังไม่เป็นท่า ส่วนสาลี่ก็ถูกสามีไล่เบี้ยเอาอย่างดุเดือด โทษฐานทำอะไรเกินตัว ไม่ไว้หน้าเขาแม้แต่นิดเดียว

“ถ้าแม่สาลี่อยากให้ความเป็นธรรมจริง ก็มาบอกฉันได้ แต่นี่กลับแจ้งนครบาลให้เป็นที่เอิกเกริก เพราะกระไร...ก็เพราะแม่สาลี่หมายจะให้แม่บุญมีต้องโทษหนักมิใช่รึ”

สาลี่เถียงไม่ออก เพราะเขาพูดแทงใจดำทุกอย่าง แต่พระยาสีหโยธินก็ไม่หยุดซ้ำเติม

“พอนครบาลบอกว่าศพมีพิรุธ แม่สาลี่ก็เลยย่ามใจ ไม่รอฟังคำสัปเหร่อก่อน รีบมาจับกุมแม่บุญมี หวังให้ได้อาย มิใช่ว่าฉันไม่รู้ทันดอกนะ ว่าใจแม่คิดเช่นไร”

น้ำเสียงและท่าทางเดือดดาลของสามีทำให้สาลี่กลัวลนลาน ตั้งท่าจะแก้ตัว แต่ก็ถูกเขาดักคอ

“แม่สาลี่จะกลัวฉันลงโทษตอนนี้ก็ช้าไปเสียแล้ว เพราะเมื่อครู่ ฉันเพิ่งบอกคุณหญิงให้งดจ่ายเงินเดือนแม่สาลี่หนึ่งปี หวังว่าในหนึ่งปีนี้ โรคอิจฉาริษยาของแม่สาลี่คงจะเบาบางลงบ้างกระมัง”

“หนึ่งปีเชียวหรือเจ้าคะ แล้วฉันจะกินจะใช้กระไรเล่าเจ้าคะ”

“ข้าวปลามีให้กิน แต่เบี้ยอัฐที่จะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยดังแต่ก่อนคงไม่มี นี่ถือว่าฉันลงโทษเบาที่สุดแล้ว กับการกล่าวร้ายคนในบ้านเดียวกัน อย่าได้ร้องขอต่อรองให้ฉันต้องขุ่นเคืองมากไปกว่านี้อีกเลย”

สาลี่กระชากหน้ากากบุญมีไม่สำเร็จ เพราะอีกฝ่ายมีบุญมาเป็นกองหนุน ส่งคนไปติดสินบนสัปเหร่อ ทำให้ความลับเรื่องกลอยยังไม่เปิดเผย ฟักกับเย็นหนักใจ มาก จนต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากนมแสง

นมแสงถึงกับพูดไม่ออก เมื่อได้เจอฟักในวันต่อมา ในสภาพร่างกายปกติทุกอย่าง ไม่มีร่องรอยหรือท่าทางอัมพาตอย่างที่จำได้ ฟักถอนใจยาว แล้วตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่าง

“แต่แรก...ฉันคิดว่าพอหายสนิท จะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ท่านเจ้าคุณฟัง แต่ฉันมิรู้ว่าคุณบุญมีเป็นใครกันแน่ เกรงว่าจะถูกฆ่าปิดปากเสียก่อน ยิ่งต่อมาคุณบุญมีตั้งท้องแลได้ลูกชาย ฉันก็ยิ่งไม่กล้าผลีผลามเจ้าค่ะ”

“ดีแล้ว...เรื่องนี้เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย แลมิแน่ว่าแม่บุญมีอาจจะเตรียมการมานานแล้วก็เป็นได้ หากด่วนทำกระไรลงไป จะเป็นการชักนำภัยมาสู่ตัว”

“ข้อนี้ล่ะเจ้าค่ะ ฉันถึงได้เสี่ยงภัยมาหาคุณนม เพราะลำพังฉันกับนังเย็นก็ทำกระไรได้ไม่มาก จึงอยากจะขอความเมตตาจากคุณนม ช่วยพวกเราด้วยเจ้าค่ะ”

นมแสงส่งยิ้มบางๆให้ แต่แววตาเคร่งเครียดเหลือเกิน “เมตตงเมตตากระไรกัน ฉันช่วยพวกเจ้าก็เหมือนกับได้ช่วยคุณหญิงไปด้วย จะปล่อยให้คุณหญิงเลี้ยงงูเห่าอยู่ข้างกายได้อย่างไรกัน แต่เรื่องนี้ต้องกระทำโดยรอบคอบ แลอาจต้องรอให้คุณบุญมีออกลายเสียก่อน มิเช่นนั้น...คงคว้าน้ำเหลวเหมือนคราวนี้อีก”

“เจ้าค่ะ...ระหว่างนี้ฉันจะอดทนแลระมัดระวังตัว มิให้ถูกคุณบุญมีจับได้เจ้าค่ะ”

บุญมีไม่ทันได้คิดถึงฟักเลย มัวหัวเราะด้วยความสาสมใจ ที่สั่งสอนสาลี่ได้ แต่กระนั้น...ก็ยังไว้ใจไม่ได้ เพราะสาลี่ไม่ใช่คนโง่ เช่นเดียวกับแย้มและท่านเจ้าคุณ คงไม่ยอมอยู่เฉย หากเกิดเรื่องอีก

“ช่วงนี้คงต้องเพลาๆมือลง อย่าให้ใครมาจับผิดได้อีก แล้วรอจนลูกฉันโตพอจะเป็นผู้สืบตระกูลได้เมื่อใด เมื่อนั้น...เราก็ไม่ต้องเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีกแล้ว!”

วันเวลาผ่านไปอีกห้าปี แดงกับรุ่งโตขึ้นมาก จนถึงวัยหัดเขียนเรียนอ่าน เย็นเฝ้ามองการเจริญเติบโตของลูกสาวด้วยความรักและภาคภูมิใจ แต่ก็อดเสียใจไม่ได้ เพราะแดงถูกเสี้ยมสอนโดยบุญมีจนไม่ชอบหน้าตน

แล้วก็เกิดเรื่องจนได้ เมื่อแดงอาละวาดด่าทอเย็น ที่มาแตะตัว แย้มได้ยินก็โกรธมาก เรียกลูกสาวมาตำหนิ

แดงได้ยินว่าเย็นเคยช่วยดูแลตนยามเจ็บป่วยและช่วยชีวิตไว้เมื่อตอนถูกคนร้ายลักพาตัว ก็ยอมรับปาก

“ก็ได้เจ้าค่ะ ต่อไปลูกจะพูดกับเย็นดีๆก็ได้เจ้าค่ะ”

“ดีแล้วลูกแม่ คนเราต้องรู้จักบุญคุณคน ชีวิตถึงจะจำเริญ”

“เจ้าค่ะ...แม่บุญมีก็เคยบอกว่าเราเป็นนาย มีบุญคุณกับบ่าวไพร่ทุกคน พวกบ่าวไพร่ถึงต้องรับใช้เราเจ้าค่ะ”

“นี่แม่บุญมีสอนลูกเช่นนี้รึ”

“เจ้าค่ะ...คุณหญิงแม่เจ้าขา เย็นมีบุญคุณกับลูก ลูกก็มีบุญคุณกับเย็น ถือว่าเสมอกันใช่หรือไม่เจ้าคะ”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #7 on: 28 July 2026, 15:08:37 »


นางทาส ตอนที่ 13

แย้มไม่รู้จะตอบคำถามลูกสาวเช่นไร เพราะเย็นไม่ใช่แค่ทาสรับใช้ธรรมดา แต่เป็นแม่บังเกิดเกล้า เช่นเดียวกับบุญมี ไม่รู้จะแก้ตัวกับเที่ยงเช่นไร ที่หอบลูกมาให้เขาชื่นชมไม่ได้

“พ่อรุ่งเริ่มรู้ความแล้ว จะเอามาให้อุ้มเหมือนแต่ก่อนได้อย่างไร เกิดพ่อรุ่งถาม ข้าก็ตอบไม่ได้ว่าเอ็งเป็นใคร”

“ก็บอกไปซีขอรับ ว่ากระผมเป็นพ่อ...เป็นพ่อแท้ๆ เป็นพ่อบังเกิดเกล้า!”

น้ำเสียงแข็งกร้าวและอาการดื้อรั้นของเขา ทำให้บุญมีโกรธจัด ตบหน้าเตือนสติฉาดใหญ่ ก่อนจะรู้สึกผิดขึ้นมา เมื่อเห็นท่าขบกรามแน่นด้วยความคับแค้นใจของเขา

“เจ็บหรือไม่ ข้าขอโทษ เอ็งก็ไม่ควรยั่วโมโห ข้าเลย”

“ช่างเถิดขอรับ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราสองคน ตบตีกัน”

บุญมีปลอบเสียงอ่อน “ข้าก็ไม่ได้อยากตบตีเอ็งเลย ทุกครั้งที่ท่านเจ้าคุณไปราชการหัวเมือง ข้าก็หาช่องทางมาพบเอ็ง อยากอยู่กับเอ็งด้วยดี ไม่ต้องทะเลาะเบาะแว้งกันเช่นนี้”

เที่ยงหน้าเศร้า ถอนใจยาวด้วยความอึดอัดใจ “มันคงเป็นเวรกรรมกระมังขอรับ เราสองคนคบชู้ เนรคุณต่อท่านเจ้าคุณ ถึงต้องชดใช้กรรมด้วยความอกไหม้ไส้ขมกันอยู่อย่างนี้”

“เอ็งจะพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกทำไม รู้ว่าข้าไม่อยากได้ยินก็ยังชอบพูด ที่เราต้องตบตีกัน ก็เพราะความโง่เขลาของเอ็ง พูดจาไม่เข้าหูข้าต่างหากเล่า

เที่ยงฮึดฮัดจากไปแล้ว ทิ้งบุญมีให้กระฟัดกระเฟียดฟาดหัวฟาดหางคนเดียว โดยไม่รู้เลยว่าฟักแอบมาสอดแนมหน้าเรือน ได้ยินทุกอย่าง และไม่รอช้าจะไปบอกความจริงแก่นมแสง

เย็นรับเป็นหน้าด่าน ไม่ให้พวกคนในเรือนพระยาสีหโยธิน โดยเฉพาะพวกบุญมีรู้ว่าฟักหายเป็นปกติและแอบออกไปข้างนอก หัวหน้าทาสสาวใหญ่เลยปรึกษาหารือเรื่องบุญมีกับนมแสงได้อย่างราบรื่น

นมแสงฟังเรื่องทั้งหมดก็โกรธมาก “นี่ถ้าฉันไม่ติดว่ามีชนักปักหลัง เกรงว่าพูดไปจะเป็นการตีป่าให้เสือตื่นแล้วล่ะก็ ฉันก็อยากไปบอกท่านเจ้าคุณให้มาเห็นกับตาเสียประเดี๋ยวนี้เลย จะได้รู้แจ้งว่าเมียคนใดกันแน่ที่คบชู้”

“ฉันอยากทำมากกว่าคุณนมอีกเจ้าค่ะ แต่คุณบุญมีไม่ประมาทเลย อยู่ติดเรือนเกือบทุกวัน จะออกมาก็แต่เฉพาะเพลาที่ท่านเจ้าคุณไปราชการหัวเมืองหลายวันเท่านั้น เลยมิรู้จะพาท่านเจ้าคุณมาดูได้อย่างไร”

“งูพิษโดยแท้ ถ้ารู้มาก่อนว่ามีพี่ชายเปิดโรงฝิ่น แลเลี้ยงนักเลงไว้ ฉันจะไม่มีวันให้คุณหญิงรับมาเป็นอนุท่านเจ้าคุณเด็ดขาด เสียดาย...ที่นานปีแล้วก็ยังหาหลักฐานเอาผิดไม่ได้เสียที จึงจำต้องปล่อยเอาไว้เช่นนี้”

“สี่ห้าปีมานี่ คุณบุญมีมิเคยก่อเรื่องกระไรอีก นอกจากนานๆจะให้คนทดสอบฉันบ้าง แล้วก็กลั่นแกล้งนังเย็นอยู่เนืองๆ ถ้าเป็นเช่นนี้เราคงหาหลักฐานไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ”

“ที่ไม่ก่อเรื่อง ก็เพราะกำลังเพลิดเพลินกับการปอกลอกท่านเจ้าคุณอยู่น่ะซี ตั้งแต่มีลูกชายก็กอบโกยไปไม่รู้เท่าใดแล้ว มากกว่าที่คุณหญิงได้มาเสียอีกกระมัง!”

ooooooo

สิ่งที่นมแสงคาดไว้ไม่ผิดเลย บุญมีไม่หยุดแค่ปอกลอกทรัพย์สินเงินทอง เครื่องประดับและของมีค่าชิ้นเล็กๆ แต่หวังจะหักหน้าสาลี่ อนุภรรยาคู่ปรับคนสำคัญ ด้วยการแย่งเรือนมาด้วย

แต่สาลี่ก็ประกาศกร้าวจะไม่ยกเรือนให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น พระยาสีหโยธินเลยต้องช่วยไกล่เกลี่ย

“อันที่จริง...แม่บุญมีอยู่เรือนนี้ก็มิได้ขัดสน บ่าวไพร่ก็มากกว่าแต่ก่อน แล้วจะอยากได้เรือนแม่สาลี่ไปทำไม”

บุญมีหงุดหงิด แต่ยังปั้นหน้าเศร้าขอความเห็นใจ “ฉันมิได้อยากได้เองดอกเจ้าค่ะ แต่ที่ทำไปก็เพราะเห็นแก่พ่อรุ่ง เรือนนี้มันเล็กนัก จะคู่ควรกับลูกชายคนเดียวของท่านเจ้าคุณสีหโยธินรึเจ้าคะ แต่ถ้าท่านเจ้าคุณเห็นว่าพ่อรุ่งเป็นแค่ลูกเมียน้อย ไม่มีศักดิ์เสมอลูกที่เกิดจากเมียหลวง ก็ไม่เป็นกระไรดอกเจ้าค่ะ”

“ฉันไม่เคยคิดเช่นนั้นดอก จะลูกเมียไหน ฉันก็รักเท่ากัน แต่แม่สาลี่เขาไม่เต็มใจยกเรือนให้ จะให้ฉันข่มเขาโคขืนให้กินหญ้าได้รึ แลทรัพย์สมบัติใดที่ฉันให้แม่บุญมีได้ ฉันก็ให้ไปไม่น้อย แม่บุญมีอย่ายึดติดกับเรือนแม่สาลี่เลย”

บุญมีหัวเสียมาก แต่ก็ไม่ยอมแพ้ งัดไม้ตายออกมา

“ถึงขั้นนี้แล้ว ฉันก็คงต้องบอกความจริงแล้วเจ้าค่ะ”

“ความจริงกระไรรึ”

“ที่ฉันอยากได้เรือนแม่สาลี่ ก็เพราะเกรงแม่สาลี่จะใช้เรือนทำเรื่องอัปยศให้เป็นที่ครหาน่ะซีเจ้าคะ...”

ความจริงอันน่าอัปยศของบุญมี คือสาลี่คิดใช้เรือนตัวเองเปิดบ่อน เลยถูกสามีดัดหลังด้วยการนำตำรวจไปทลายและจับกุมผีพนันทั้งหลาย โดยไม่อินังขังขอบเลยว่าอนุภรรยาคนสวยจะต้องโทษสถานใดบ้าง

พระมหาเทพถูกเรียกตัวมาจ่ายค่าปรับแทน แถมต้องรับบททนายหน้าหอ เป็นกันชนระหว่างพระยาสีหโยธินกับสาลี่ ที่ตั้งหน้าตั้งตาแดกดันประชดประชันกันไม่เลิกกลางนครบาล

“ฉันว่าที่สำคัญ...คือแม่สาลี่ต้องเลิกข้องแวะกับการพนันขันต่อให้ได้เสียก่อน หาไม่แล้ว คงต้องหมดเนื้อหมดตัว แลสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก”

แต่มีหรือสาลี่จะยอมง่ายๆ สวนกลับ “คงไม่มีใครต้องเดือดร้อนอีกแล้วล่ะค่ะ เพราะท่านเจ้าคุณพร้อมจะเรียกนครบาลมาจับตัวเมียได้ทุกเพลาอยู่แล้ว แล้วฉันจะไปก่อความเดือดร้อนให้ใครได้อีกเล่าเจ้าคะ”

“ยังจะกล้าประชดประชันฉันอีกรึ ถ้าแม่สาลี่ไม่เอาเรือนฉันทำเป็นบ่อน นำพาสิ่งอัปมงคลเข้าเรือน ฉันจะต้องพานครบาลไปจับหรือ แลคิดว่าฉันไม่อับอายรึ ที่ต้องจับเมียตัวเอง!”

พระยาสีหโยธินผละไปแล้ว ทิ้งสาลี่ให้มองตามเคืองๆ ก่อนจะหันไปยิ้มประจบกับพระมหาเทพที่มีน้ำใจช่วยจ่ายค่าปรับให้ แต่กระนั้นก็ต้องหุบยิ้มโดยพลัน เมื่อได้ยินว่าความช่วยเหลือนั้น ต้องแลกมาด้วยภารกิจใด...

ooooooo

แต่ถึงสาลี่จะก่อเรื่องมากแค่ไหน พระยาสีหโยธินก็ยังยิ้มออก เมื่อรู้ว่าตนได้รับความดีความชอบ จนมีศักดินามากขึ้น ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่
ในชีวิตข้าราชการ

แดงพยายามปะเหลาะเอาใจพ่อ ตามที่แย้มกับแรมสอน แต่ก็ดูจะไม่ค่อยได้รับความสนใจมากเท่ารุ่ง ลูกชายคนเดียวจากบุญมี จนคุณหญิงคนสวยหนักใจมาก เพราะนับวัน สามีก็รักและหลงลูกชายมากขึ้นทุกที

โทษของสาลี่ไม่ได้จบแค่ความหมางเมินของท่านเจ้าคุณเท่านั้น แต่ต้องเสียเรือนอันหวงแหนมานานให้บุญมีอีกด้วย สร้างความขุ่นแค้นใจให้แก่เธอเป็นอย่างมาก ยิ่งถูกบุญมีเยาะเย้ยถากถาง ยิ่งช้ำใจแทบกระอัก

“แม่สาลี่ย้ายไปอยู่เรือนใหญ่แล้ว ก็สำนึกบุญคุณคุณหญิงท่านให้มากๆล่ะ คราก่อน...ก็ได้คุณหญิงใช้หนี้พนันแทนให้ มาครานี้ท่านยังเมตตาให้ที่ซุกหัวนอนอีก”

วาจาเชือดเฉือนและท่าทางโอหังของบุญมี ทำให้สาลี่คิดเอาคืนด้วยการวางเพลิงเผาเรือนตัวเอง บุญมีแทบเต้น เมื่อเห็นควันโขมงบนเรือนกว้างขวาง แล้วก็เป็นฝ่ายหน้าตึงตัวชาบ้าง เมื่อได้ยินถ้อยคำแดกดันของสาลี่

“ฉันเคยบอกแล้วมิใช่รึ ว่าสิ่งใดที่ฉันไม่ได้ คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้ อย่ามัวต่อล้อต่อเถียงกับฉันเลย รีบดับไฟเข้าเถิดแม่บุญมี ก่อนจะลามไปทั้งเรือน หากชักช้า สิ่งที่แม่บุญมีจะได้ครอบครองก็คงมีแต่ซากเศษไม้ไหม้ๆเท่านั้น”

เมื่อแย้มรู้เรื่อง ก็อดไม่ได้จะปราม แต่สาลี่กลับมองเป็นการสั่งสอนอันสมควร

“การสั่งสอนคนแต่ละคน ย่อมหนักเบาไม่เท่ากัน แลกับคนประเภทแม่บุญมี...จะพูดดีด้วย หรือทำเป็นทองไม่รู้ร้อนแบบคุณหญิงทำ รอวันมันลามขึ้นหัว ฉันยอมไม่ได้เด็ดขาด!”

“ฉันยังไม่เห็นว่าจะมีใครกล้าลามขึ้นหัวฉันอย่างที่แม่สาลี่พูดสักคน แม่สาลี่เข้าใจผิดแล้วกระมัง”

สาลี่หัวเราะชอบใจ เอ่ยเสียงหยัน “อย่าอำพรางกันเพราะกลัวเสียหน้าเลยเจ้าค่ะคุณหญิง บางครา...ศัตรูยังเข้าใจกันมากกว่ามิตรอีกนะเจ้าคะ แลที่ฉันเตือน ก็มิได้จะเยาะเย้ยถากถาง แต่เห็นว่าคุณหญิงมีน้ำใจช่วยเหลือฉัน ก็เลยเตือนสติไว้ ว่าการใช้แต่พระคุณกับคนที่กำลังเหิมเกริม มันไม่ช่วยกระไรดอกเจ้าค่ะ”

แย้มถึงกับเถียงไม่ออก เพราะสาลี่พูดถูกทุกอย่าง... คนอย่างบุญมี ทำบุญด้วยไม่ขึ้นจริงๆ...

แม้จะเผาเรือนไหม้ไปเป็นแถบ แต่กรรมสิทธิ์ในเรือนก็ถูกบุญมียึดไว้อยู่ดี สาลี่เลยต้องหอบข้าวของและสมบัติพัสถานไปอยู่เรือนใหญ่กับแย้ม แอบมาช่วยเก็บตามประสาบ่าวผู้จงรัก และอดแปลกใจไม่ได้ เมื่อเห็นกล่องใต้เตียง ถูกล่ามกุญแจไว้อย่างแน่นหนา สาลี่มีสีหน้าขรึมลง ก่อนจะสั่งขาดห้ามแตะต้อง

“เอ็งอย่ารู้เลยว่าข้างในมันคือสิ่งใด แต่ไม่ใช่ว่าข้าไม่ไว้ใจเอ็งดอกนะ แต่ข้าไม่อยากให้เอ็งติดร่างแหไปด้วย”

“ร้ายแรงถึงขั้นนั้นเชียวรึเจ้าคะ”

“ข้าเพียงแต่เตรียมพร้อมไว้ อาจมิต้องใช้ก็เป็นได้ แต่ถ้าข้าต้องใช้มัน ข้าก็จะทำเพื่อปกป้องคนที่ข้ารัก!”

ooooooo

เย็นเฝ้ามองความวุ่นวายและความเป็นไปของบรรดาเมียท่านเจ้าคุณด้วยท่าทางหนักใจ แต่ก็ทำกระไรไม่ได้มาก นอกจากทำใจให้นิ่ง และหันไปทุ่มความสนใจให้แดง ซึ่งเจริญเติบโตมากขึ้นทุกวัน

แดงยังหวาดระแวงเย็น เพราะถูกบุญมีเสี้ยมสอนมาตลอด ว่าเย็นเป็นทาสน่ารังเกียจ แต่กระนั้น...ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งดีๆที่เย็นทำให้ ทั้งการดูแลเอาใจใส่และอาหารการกิน ไม่มีขาดตกบกพร่องเลย

ส่วนสาลี่...แม้จะเลิกการพนันเด็ดขาด แต่ก็หวนสู่วงจรเดิมๆ คือช่วยพระมหาเทพทุจริตงานราชการ ด้วยการแอบคัดลอกข้อมูลลับบางอย่างจากเอกสารของสามี แต่ครั้งนี้ยิ่งใหญ่และรุนแรงมากกว่าทุกครั้ง คุณพระหนุ่มเลยดึงคนมาช่วย ได้แก่เคราลูกน้องเก่า และบุญมา อั้งยี่หนุ่มเจ้าของโรงฝิ่นใหญ่ประจำพระนคร

สาลี่คุ้นหน้าคุ้นตาบุญมาอย่างบอกไม่ถูก แต่นึกเท่าใดก็นึกไม่ออก ว่าอั้งยี่หนุ่มเป็นใครมาจากไหน เมื่อเรื่องรู้ไปถึงหูบุญมีในค่ำวันหนึ่ง สองพี่น้องอั้งยี่ก็หัวเราะชอบใจใหญ่ ที่โชคชะตาบันดาลโอกาสทองมาให้แล้ว

“นึกไม่ถึงจริงๆว่าพวกมันทำชั่วมานานปี โดยที่อ้ายท่านเจ้าคุณไม่ระแคะระคายเลยแม้แต่น้อย ช่างโง่เง่านัก”

บุญมีแสยะยิ้มร้าย “อย่าว่าแต่ท่านเจ้าคุณเลย ฉันก็ไม่รู้ ว่านังสาลี่จะมีส่วนกับเขาด้วย มิน่าเล่า...ก่อนที่มันจะถูกผีพนันเข้าสิง ถึงได้เฟื่องฟูทำตัวเทียมคุณหญิงได้ ที่แท้ก็มีลู่ทางหาเงินทองเช่นนี้เอง”

“แต่ตอนนี้พวกมันเดินเอาคอมาพาดเขียงแล้ว ก็จัดการมันคราเดียวให้สิ้นซากไปเลย!”

แต่บุญมีไม่เห็นด้วย และคิดว่าควรอ่อยเหยื่อ ช่วยพวกพระมหาเทพทำเรื่องทุจริต

“เราช่วย...เพื่อหาช่องป้ายความผิดไปให้ท่านเจ้าคุณ ครานี้...สถานเบาก็ติดคุก สถานหนักก็ถึงประหาร”

“แล้วหากโทษลามมาถึงริบทรัพย์เล่า ที่เราทำมาจะไม่เสียเปล่ารึ”

“เรื่องนี้พี่ไม่ต้องห่วง ฉันยักย้ายถ่ายเทไว้ไม่น้อย กว่าจะได้หลักฐานมากพอจัดการท่านเจ้าคุณ เราก็คงมีอีกมากโข ได้ทั้งสมบัติ ทั้งพวกมันฉิบหายต่อหน้า จะมีกระไรสาแก่ใจไปกว่านี้อีก”

สองพี่น้องอั้งยี่หัวเราะลั่นด้วยความสะใจในหายนะของพระยาสีหโยธิน โดยไม่รู้เลยว่าเที่ยงแอบได้ยินทุกอย่างจากด้านนอก กลุ้มใจมาก เพราะถึงตนจะไม่ชอบสิ่งที่ท่านเจ้าคุณทำกับเย็น แต่ก็ไม่คิดจะให้ฉิบหายถึงเพียงนี้...

แต่คนที่ต้องรับเคราะห์ก่อนพระยาสีหโยธิน ก็คือเย็น ถูกบุญมีเอาหางกระเบนเฆี่ยนจนหลังแตกยับ เพียงเพราะดันอยู่ผิดที่ผิดเวลา ช่วยชีวิตรุ่งที่ตกน้ำเพราะความเลินเล่อของแดง

รุ่งตกน้ำเลยเป็นไข้ แต่ก็ไม่หนักหนาจนรักษาไม่ได้ แย้มเลยอาสาช่วยสอบสวน ว่าใครเป็นคนทำให้คุณหนูคนเล็กตกน้ำ แต่บุญมีอคติและคิดหาเรื่องเย็น

อยู่แล้ว ไม่สนใจ สั่งให้มัดเย็นกับขื่อและเฆี่ยนตีอย่างโหดเหี้ยม!

“อีเย็น! มึงสารภาพมาประเดี๋ยวนี้ ว่ามึงเป็นคนทำลูกกูตกน้ำใช่หรือไม่”

เย็นละล่ำละลักปฏิเสธ แต่ก็บอกไม่ได้เช่นกันว่าแดงเป็นคนทำน้องชายตกน้ำ บุญมีเลยฉวยโอกาสทำโทษจนหลังแตกยับ แดงทนรู้สึกผิดไม่ไหว วิ่งไปฟ้องแย้มให้มาช่วยห้าม แต่บุญมีกำลังโมโห เลยแหวใส่เสียงเขียว

“ไม่ได้! ใครจะแก้มัดอีเย็นไม่ได้ทั้งนั้น พ่อรุ่งถูกแกล้งจนตกน้ำได้ไข้ คุณหญิงยังไม่ไยดี คิดจะช่วยนังเย็นบ่าวคนโปรดให้พ้นผิดอีกหรือเจ้าคะ ฉันเกรงว่าท่านเจ้าคุณทราบเรื่องคงไม่พอใจเป็นแน่”

“หากไม่พอใจสิ่งใด ก็ให้ท่านเจ้าคุณมาพูดกับฉันผู้เป็นเมียหลวงเองเถิด มิต้องรบกวนให้แม่บุญมีห่วงใยดอก”

“คุณหญิงทำเช่นนี้ ก็เท่ากับไม่ให้ความเป็นธรรมกับพ่อรุ่งนะเจ้าคะ”

“ความเป็นธรรม...มิใช่การแก้แค้นนะแม่บุญมี สิ่งที่แม่บุญมีกำลังทำกับเย็น คือเจ็บแค้นแทนลูกแล้วไปลงกับคนอื่น แต่ความเป็นธรรมของฉัน คือการไต่สวนให้รู้ถูกผิด แลลงโทษตามกฎมิใช่ตามอำเภอใจ”

บุญมีขบกรามแน่น เจ็บใจมากแต่ก็ไม่กล้างัดกับแย้มตรงๆ แรมเห็นดังนั้น เลยแกล้งพูดสั่งทาสคนอื่นๆ

“ฟังที่คุณหญิงพูดไม่ออกรึ แก้มัดนังเย็น แล้วพาไปรักษาตัวที่เรือนใหญ่ ใครมีหน้าที่หาหยูกยาก็ไปจัดการเสีย”

ทาสคนอื่นกุลีกุจอช่วยแก้มัดเย็นและพาตัวออกไป แรมเลยถือโอกาสพูดทิ้งท้ายแทนเจ้านาย

“อย่าให้คุณหญิงท่านต้องใช้อำนาจในฐานะ... เมียหลวงของท่านเจ้าคุณเล่นงานกับพวกเอ็งเลย”

ooooooo

เรื่องเย็นถูกบุญมีเฆี่ยนอย่างโหดเหี้ยมกลายเป็นเรื่องโจษจันของบ่าวไพร่ทั้งเรือน ไม่เว้นแม้แต่สาลี่ จนถึงกับเปรยกับแอบด้วยความแปลกใจ ว่าเพราะเหตุใดบุญมีถึงใจร้ายใจดำกับเย็นนัก

เรื่องของเย็นยังไม่ได้คำตอบ สาลี่ก็ต้องปัดความสงสัยนั้นทิ้ง เพราะมีภารกิจของพระมหาเทพให้กังวลมากกว่า และวันนี้เธอก็วางแผนไว้แล้ว จะทำอาหารเลิศรสให้สามีเพื่อลวงให้เขาตายใจ

พระยาสีหโยธินปรายตามองมานิ่งๆ ไม่แน่ใจว่าสาลี่จะมาไม้ไหน แต่ก็ทำได้แค่พูดหยั่งเชิง

“ไม่ต้องเอาอกเอาใจฉันดอก แค่ไม่ข้องเกี่ยวกับการพนันอีก ฉันก็ดีใจมากแล้ว”

“ฉันไม่ได้เอาใจท่านเจ้าคุณ เพราะต้องการประจบเพื่อไถ่โทษดอกเจ้าค่ะ แต่ฉันอยากดูแลท่านเจ้าคุณจริงๆ นานแล้วนะเจ้าคะที่ฉันไม่ได้ทำสำรับให้ท่านเจ้าคุณ หรือท่านเจ้าคุณไม่อยากกินรสมือฉันแล้วเจ้าคะ”

“เปล่าดอก แม่สาลี่ทำให้ฉันกิน ฉันจะไม่ดีใจได้อย่างไรกัน”

ท่าทีโอนอ่อนของสามี ทำให้สาลี่ย่ามใจมาก แต่ไม่ทันปรนนิบัติให้ชื่นใจ และหาทางล้วงความลับราชการตามหวัง พระยาสีหโยธินก็ผลุนผลันไปหาแย้มเสียก่อน เมื่อได้ยินว่าเย็นถูกบุญมีใช้หางกระเบนเฆี่ยนปางตาย!

เย็นยังไม่ได้สติ เลยถูกนำตัวไปรักษาบนเรือนใหญ่ตามคำสั่งของแย้ม เมื่อพระยาสีหโยธินมาถึง แรมเลยฟ้องว่าบุญมีทำตัวกร่างและบ้าอำนาจ จับเย็นมาเฆี่ยนโดยไม่ไต่สวน

“แค่สงสัย...ก็ถึงกับใช้หางกระเบนเฆี่ยนเชียวรึ พยานหลักฐานกระไรก็ไม่มี แม่บุญมีทำเกินไปแล้ว”

ท่าทางโมโหของสามี ทำให้แย้มอดหมั่นไส้ไม่ได้

“ถ้าจำไม่ผิด เมื่อหลายปีก่อน สร้อยข้อเท้าลูกแดงหาย ท่านเจ้าคุณก็เฆี่ยนโบยเย็นเหมือนกันไม่ใช่รึเจ้าคะ”

พระยาสีหโยธินเถียงไม่ออก เพราะแย้มพูดถูกทุกอย่าง และเหตุการณ์นี้ก็ไม่ใช่ความผิดของเย็น แดงต่างหากที่เป็นคนผิด เล่นสนุกจนทำน้องชายตกน้ำ แย้มเห็นดังนั้นเลยคิดสั่งสอนบุญมี โดยยืมมือสามี ด้วยการแสดงท่าทีเมตตากับเย็นจนเขาทนความรู้สึกผิดไม่ไหว ต้องแล่นไปเอาเรื่องบุญมีถึงเรือน

และวิธีไถ่โทษของท่านเจ้าคุณ คือยึดเรือนสาลี่คืน ทำให้บุญมีเจ็บใจมาก แต่ยังพยายามขอให้สามีเปลี่ยนใจ

“ฉันเคยกราบเรียนแล้วว่าพ่อรุ่งโตขึ้นทุกวัน เรือนนี้มันคับแคบเกินไปค่ะ”

พระยาสีหโยธินมองมาด้วยแววตาเย็นชา ตอกเสียงเข้ม “ไม่ใช่ว่าต้องการหักหน้าแม่สาลี่รึ...ใช่ว่าฉันรู้ไม่เท่า แต่ฉันเห็นว่าแม่สาลี่ผิดจริง จึงไม่ทัดทานกระไร แต่ตอนนี้ฉันเห็นว่าแม่บุญมีควรอยู่เรือนนี้มากกว่า ผู้ใดทำผิดก็ควรต้องรับโทษไม่ต่างกัน พูดเท่านี้คงเข้าใจ ไม่ต้องให้ฉันแจกแจงความผิดอีกกระมัง!”

ooooooo

แม้ว่าแผนหักหน้าสาลี่จะพังไม่เป็นท่า แต่แผนการใหญ่จะทำลายศักดิ์ศรีและชีวิตของพระยาสีหโยธินของบุญมีกับบุญมายังดำเนินต่อไป โดยไม่มีใคร...แม้แต่พระมหาเทพและสาลี่จะล่วงรู้

แต่โชคก็ไม่เข้าข้างบุญมีเหมือนทุกครั้ง เพราะไม่กี่เดือนต่อมา แอบซึ่งสะกดรอยตามคนหน้าเหมือนเที่ยงไป จนได้พบว่าอดีตทาสหนุ่มที่ตนหลงรักมานาน มีสัมพันธ์บางอย่างกับบุญมี!

สาลี่ไม่อยากเชื่อหู แต่แอบก็ยืนยันกับสิ่งที่เห็นด้วยความมั่นใจ

“สาบานเลยเจ้าค่ะ บ่าวก็ไม่อยากจะเชื่อ แต่เห็นเต็มสองตา จะไม่เชื่อก็ไม่ได้”

“นังบุญมีมันคิดอย่างไร ถึงได้ติดต่อกับอ้ายเที่ยง หรือมันวางแผนชั่วกระไรอยู่”

“แต่มีจับมือถือแขนกันด้วยนะเจ้าคะ หรือว่าพี่เที่ยงกับนังบุญมีจะ...”

“หุบปากเลยนังแอบ! นังบุญมีมันมีลูกกับท่านเจ้าคุณแล้ว เรื่องจะใฝ่ต่ำทิ้งผัวพระยาไปหาอ้ายเที่ยง มีแต่คนโง่เง่าอย่างอีเย็นเท่านั้นดอกวะ เอ็งมันหึงหวงอ้ายเที่ยงจนตามืดตามัว เห็นใกล้ผู้หญิงคนไหนเป็นไม่ได้”

“แต่เมื่อหลายปีก่อน แม่คุณของบ่าวก็เคยด่านังคุณบุญมีเรื่องใกล้ชิดพี่เที่ยงเลยนะเจ้าคะ”

“ข้าก็หาเรื่องด่าไปอย่างนั้น จะยึดถือเป็นจริงจังไม่ได้ดอก”

“แล้วถ้าเป็นเรื่องจริงเล่าเจ้าคะ บ่าวกล้าเอาหัวเป็นประกัน ว่าที่บ่าวเห็น ไม่ใช่แค่นายกับบ่าวแน่ๆเจ้าค่ะ”

“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ได้เพลาที่ข้าจะเอาคืน แค้นเมื่อครั้งนังกลอย แลที่อีบุญมีทำไว้กับข้า ข้าไม่มีวันลืมดอก!”

บุญมียังไม่รู้ตัวว่าจะถูกแฉความลับ มัวมีความสุขที่ได้เห็นเที่ยงแสดงความรักต่อรุ่ง แม้จะกอดจูบหรือมาให้เห็นตัวเป็นๆไม่ได้ แต่แค่ได้เห็นและได้แอบมองลูกชายจากมุมไกลๆก็พอแล้ว

“เอ็งรักลูกเหลือเกินนะ”

“มีพ่อแม่ที่ไม่รักลูกด้วยหรือขอรับ แลเพราะรัก กระผมถึงไม่อยากให้คุณบุญมีใช้พ่อรุ่งเป็นเครื่องมือแก้แค้น”

แม้เขาจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่บ่งบอกอารมณ์ขุ่นเคืองเหมือนเคย แต่บุญมีก็หัวเสีย และเกือบมีปากเสียงกันอีกครั้ง ถ้าม้วนจะไม่โวยวายขึ้นก่อน ว่ารุ่งตัวรุมๆเหมือนจะเป็นไข้!

ทุกคนในเรือนพระยาสีหโยธินวุ่นวายกันใหญ่ เพราะไม่ใช่แค่รุ่งที่เป็นไข้ แต่แดงก็อาการไม่ค่อยดี ตัวร้อนมาหลายวันแล้ว พระยาสีหโยธินร้อนใจมาก แล้วก็ได้ตกใจหน้าซีด เมื่อเห็นว่ามีตุ่มแดงๆขึ้นบริเวณมุมปากลูกสาวคนโต

เมื่อบุญมีรู้เรื่องอาการของแดง ก็ร้อนรนมาก ตีโพยตีพายราวกับคนบ้า กลัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะเป็นฝีดาษ พระยาสีหโยธินเลยต้องตามหมอมาตรวจสองพี่น้อง แต่ก็ยังไม่ได้เรื่อง ต้องรออีกสองสามวันอาการจึงจะชัด

แต่บุญมีก็ไม่วางใจ อยากให้สามีหาวิธีรักษาอื่นบ้าง “ท่านเจ้าคุณเคยให้หมอฝาหรั่งมารักษาอาการคุณแดงไม่ใช่หรือเจ้าคะ ไปตามมาอีกซีเจ้าคะ พวกฝาหรั่งมียาดีๆมาก ต้องรักษาพ่อรุ่งได้แน่”

พระยาสีหโยธินถอนใจยาว “มิใช่ฉันไม่คิด แต่อาการยังไม่สำแดง ถึงตามมาก็ไม่มีใครรักษาได้ดอก แม่บุญมีอดใจรอสักสองสามวัน ให้รู้แน่ก่อนเถิดว่าพ่อรุ่งป่วยเป็นกระไร”

“มัวแต่รอๆ หากพ่อรุ่งเป็นกระไรขึ้นมา จะทำอย่างไรเล่าเจ้าคะ นี่ดีนะที่คุณแดงก็ล้มป่วยด้วย หากพ่อรุ่งป่วยคนเดียว คงทอดทิ้งไม่ไยดีไปแล้ว ถึงเป็นลูกชาย แต่ไม่ใช่ลูกคุณหญิง ใครเล่าจะสนใจ!”

ooooooo

บุญมีไม่ใช่คนเดียวที่ประสาทเสียเพราะเป็นห่วงลูก เย็นก็กระวนกระวายไม่แพ้กัน จนต้องบากหน้าไปขอร้องอดีตสามี ให้ตนมีโอกาสดูแลแดงบ้าง พระยาสีหโยธินถึงกับอึ้ง นึกไม่ถึงว่าอดีตเมียน้อยคนโปรดจะรักลูกตนขนาดนี้

“เมตตาบ่าวด้วยเถิดเจ้าค่ะ บ่าวอยากจะดูแลคุณแดงจริงๆ ให้บ่าวทำเถิดนะเจ้าคะ”

“แล้วหากลูกแดงเป็นฝีดาษขึ้นมาจริงๆ เอ็งไม่กลัวติดรึ”

“ไม่กลัวเจ้าค่ะ ต่อให้ตาย บ่าวก็ไม่กลัว ขอเพียงได้อยู่ดูแลใกล้ชิดคุณแดงเท่านั้นเจ้าค่ะ”

น้ำใจและความดีของเธอ ทำให้ท่านเจ้าคุณพูดไม่ออกไปอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจอนุญาต

“แต่คืนนี้มีคนดูแลแล้ว วันพรุ่งเอ็งค่อยขึ้นไปเถิด”

แม้หมอจะสั่งให้รอดูอาการของลูกทั้งสอง แต่พระยาสีหโยธินก็ร้อนใจมาก ต้องแล่นไปหาหมอฝรั่งแต่เช้าของวันต่อมา เพื่อขอปันยามาบรรเทาอาการ แต่โชคไม่ดีนัก เพราะเกิดโรคระบาดนอกเมือง หมอฝรั่งเลยไม่อยู่ แถมยาที่พอจะช่วยบรรเทาไข้ของแดงกับรุ่งได้ ก็เหลือพอสำหรับเจ็ดวันเท่านั้น!

เพราะยามีจำกัด ทำให้บุญมีเต้นผาง เรียกร้องจากสามีให้ยกยาทั้งหมดให้ลูกชาย แรมเดือดร้อน แทนแดง พยายามจะยื้อแย่งยามาให้ แต่ก็ถูกม้วนขวางไว้ จนเกือบจะกลายเป็นเหตุวิวาทกลางเรือน

แย้มทนไม่ไหว เอ็ดลั่น “หยุดประเดี๋ยวนี้ ฉันกับท่านเจ้าคุณไม่ใช่หัวหลักหัวตอ อย่ามาตบตีบนเรือนนี้เชียวนะ”

บุญมีชะงัก แต่ยังสวนอย่างไม่ยอมแพ้ “ถ้ากระนั้น...คุณหญิงก็ดูแลคนของคุณหญิงให้ดีซีเจ้าคะ เป็นขี้ข้า...แต่มาต่อปากต่อคำกับเจ้านาย มันส่อถึงการปลูกฝังสั่งสอนมานะเจ้าคะ”

แย้มต้องระงับอารมณ์อย่างเต็มที่ พระยาสีหโยธินเข้าใจดี เลยพยายามจะไกล่เกลี่ย

“หยุดทะเลาะกันทุกคนน่ะล่ะ ลูกกำลังเจ็บป่วย ยังมาทะเลาะเบาะแว้งกันเองอีก”

“ท่านเจ้าคุณต้องมอบยาให้พ่อรุ่งบรรเทาพิษไข้ซีเจ้าคะ พ่อรุ่งเป็นลูกชาย เป็นผู้สืบตระกูลนะเจ้าคะ”

“ขึ้นชื่อว่าลูก ฉันก็รักเท่ากันทุกคน ไม่แบ่งว่าชายหญิงดอก แม่บุญมีอย่าใช้คำว่าลูกชายมาต่อรองเลย”

พูดจบก็สั่งให้แบ่งยาเป็นสองส่วนเท่าๆกัน แต่บุญมีกับม้วนก็ยังไม่พอใจ จนแย้มต้องโพล่งออกไป

“หมอก็บอกแล้วว่าอีกสองสามวัน อาการสำแดงออกมาชัด ก็ปรุงยารักษาได้ ได้ยาบรรเทาเท่านี้ ก็ถือว่าพอดีไม่ใช่รึ แลลูกฉันก็ได้เท่ากัน ไม่มีผู้ใดได้เปรียบเสียเปรียบดอก”

บุญมีขบกรามแน่น เจ็บใจที่แย่งยามาให้ลูกชายไม่ได้ แต่ก็ทำกระไรไม่ได้มาก เพราะแย้มคงไม่ยอมเฉยแน่ และเมื่อสาลี่กับแอบทราบเรื่องเหตุวิวาทบนเรือนใหญ่ ก็หัวเราะชอบใจ

“สาแก่ใจอีแอบเหลือเกินเจ้าค่ะ มิคิดเลยว่าจะได้เห็นกัดกันราวกับหมาแย่งกระดูกก็ไม่ปาน”

“เอ็งก็เปรียบเสีย หากอีนังบุญมีหรือคุณหญิงได้ยินเข้าคงไม่แคล้วส่งเอ็งไปอยู่เรือนขังทาสเป็นแน่”

แอบเหยียดยิ้ม จีบปากจีบคอ “ก็มันจริงนี่เจ้าคะ นี่ถ้าไม่เห็นแก่ว่าเป็นเด็กตัวเท่าเมี่ยง บ่าวอยากจะแช่งให้เป็นหนักกว่านี้อีกเจ้าค่ะ จะได้เห็นคนทุรนทุรายกันมากกว่านี้”

“ไม่แช่งน่ะดีแล้ว เอ็งอย่าลืมว่าอ้ายเด็กสองคนนี่อาจจะเป็นฝีดาษก็เป็นได้ เกิดเข้าตัวมาจะทำอย่างไร แค่ต้องอยู่เรือนเดียวกันข้าก็ขยะแขยงเต็มทนแล้ว”

“จริงเจ้าค่ะ...บ่าวเคยเห็นคนเป็นฝีดาษ ต่อให้รอดตายก็มีแผลเป็นทั้งตัว น่ากลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ”

สองนายบ่าวคงนินทาแย้มกับบุญมีสนุกปากกว่านี้ ถ้าเย็นจะไม่ผ่านมาก่อน สาลี่อดไม่ได้ กระแซะถามด้วยความอยากรู้ และก็ถึงกับอึ้ง เมื่อได้ยินว่าอดีตเมียน้อยคนโปรดอาสาไปดูแลแดงบนเรือนใหญ่...

ooooooo

เย็นไม่สนใจสายตาสงสัยของสาลี่ มุ่งหน้าขึ้นเรือนใหญ่เพื่อดูแลลูกสาวคนเดียว แย้มถอนใจยาว ก่อนจะเปรยปลงๆ ถึงเสียงลือหนาหูว่าแดงอาจเป็นฝีดาษ

“ยังไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือไม่กลัวกันเสียยกใหญ่...ระหว่างนี้ที่ยังไม่รู้โรคแน่ชัด หมอท่านกำชับนักว่าคนดูแลต้องระมัดระวังให้จงหนัก เพื่อมิให้ตนติดโรคหรือแพร่โรคออกไป ทุกครั้งที่เย็นกลับออกไป ต้องอาบน้ำอาบท่าให้สะอาด แลเสื้อผ้าทั้งของเย็นแลของลูกแดง เมื่อผลัดเปลี่ยนใหม่แล้ว ก็ต้องเผาของเก่าทิ้งเสียให้สิ้น”

เย็นก้มหน้ารับคำ ตั้งอกตั้งใจดูแลแดงอย่างดีจนแย้มอดหวั่นไม่ได้ กลัวสายใยระหว่างแม่ลูกจะทำให้สถานะของเธอสั่นคลอน แต่ก็ไม่มีทางเลือกมากนัก เวลานี้คงไม่มีใครดูแลแดงได้ดีกว่าเย็นอีกแล้ว

ขณะที่แดงได้รับการดูแลอย่างดี รุ่งกลับถูกละเลยและรังเกียจ เพราะม้วนกลัวติดโรค บุญมีเห็นท่าทางกระย่องกระแย่งเหมือนไม่เต็มใจจะปรนนิบัติลูกชายก็โมโหมาก เอ็ดลั่น

“ทำกระไรของเอ็งอีม้วน! เปลี่ยนเสื้อให้พ่อรุ่งเช่นนี้ แล้วเมื่อใดจะเสร็จ”

“พุทโธ่...คุณบุญมีเจ้าขา บ่าวก็ทำเต็มที่แล้วนะเจ้าคะ แต่...”

ท่าทางอึกๆ อักๆ ของบ่าวคนสนิทยิ่งทำให้บุญมีเดือดจัด แหวเสียงเข้ม

“แต่เอ็งรังเกียจลูกข้า กลัวติดโรคใช่หรือไม่ อีเนรคุณ! รังเกียจนายตัวเอง เลี้ยงเสียข้าวสุกนัก”

“คุณหนูรุ่งเริ่มมีตุ่มขึ้นที่ปาก ที่มือแล้วนะเจ้าคะ เหมือนคนเป็นฝีดาษไม่มีผิด บ่าวกลัวว่า...”

“อีปากเน่า! ลูกข้าต้องไม่เป็นโรคอุบาทว์อัปรีย์เช่นนั้น เอ็งกล้าแช่งลูกข้ารึอีม้วน”

แหวจบก็ตบตีบ่าวคนสนิทพัลวัน ก่อนจะผละจากเรือนกลางดึกเพื่อปรึกษาพี่ชายกับชู้รักว่าควรรักษารุ่งด้วยวิธีใด บุญมาเสนอจะให้ซินแสนอกเมืองรักษา ส่วนเที่ยงจะไปเชิญขรัวตาซึ่งได้ยินชื่อเสียงมานานไปดูอาการลูกชาย บุญมีซาบซึ้งใจมาก แม้จิตใจจะโหดเหี้ยม แต่ก็รักลูกมาก ไม่อยากให้เป็นอะไรเลยจริงๆ

แม้จะตกปากรับคำให้เย็นดูแลแดงได้ แต่พระยา–สีหโยธินก็ยังไม่วางใจ ชนักปักหลังในอดีตทำให้ระแวง กลัวเธอผูกใจเจ็บแล้วมาลงกับลูกสาว แต่เขาก็ต้องตะลึง เมื่อได้เห็นว่าเย็นทุ่มเทและเอาใจใส่แดงมากแค่ไหน

แย้มเห็นสามีมีท่าทีอ่อนลงกับเย็น และเหมือนจะรู้สึกดีด้วยซ้ำ ก็ยิ่งเครียด แค่สายสัมพันธ์แม่ลูกก็ทำให้ลำบากใจแล้ว หากมีเรื่องสามีอีก คงไม่รู้จะทำตัวเช่นไร...

หลังจากปรึกษากับบุญมาและเที่ยง บุญมีก็ขนยาขนานต่างๆ มารักษาลูกชาย หวังให้หายจากไข้ แต่ก็ทำได้แค่ให้อาการบรรเทาชั่วครั้งชั่วคราว แถมมีเรื่องวิวาทไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะระหว่างแรมกับม้วนที่ต้องการแย่งยาบรรเทาไข้มาให้คุณหนูของตน สาลี่กับแอบได้แต่เฝ้าดูด้วยความสะใจ

“สนุกขึ้นทุกวันนะเจ้าคะ บ่าวอยากรู้เหลือเกิน ว่าวันพรุ่งจะเกิดกระไรขึ้นบ้าง”

“เหลือจะเดาแล้วนังแอบ เพลานี้กระไรก็เกิดได้ แม้แต่คุณหญิงลงไปตบนังบุญมีแย่งยา ข้าก็เชื่อว่าเป็นได้เลย”

“จริงเจ้าค่ะ แหม...อยู่บนภูดูเสือกัดกันนี่มันสนุกเหลือเกินนะเจ้าคะ”

“จะให้สนุกกว่านี้ ถ้ากัดกันจนตายทั้งคู่!”

ooooooo

นอกจากสาปแช่งให้แย้มกับบุญมีตีกันจนตายแล้ว สาลี่ยังไม่ลืมภารกิจสำคัญ แอบคัดลอกเอกสารลับของสามีไปให้พระมหาเทพ แลกกับเงินจำนวนไม่น้อย โดยไม่ลืมคัดลอกอีกส่วนไว้เหมือนเคย เผื่อคุณพระหนุ่มคิดไม่ซื่อ

พระยาสีหโยธินไม่ทันระวังตัว มัวเป็นห่วงลูกรักทั้งสอง จนเมื่อแดงทำท่าว่าอาการจะดีขึ้นเพราะมีเย็นคอยดูแลอย่างดีมาตลอดหลายวัน เขาถึงเบาใจได้บ้าง และเมื่อหมอมาตรวจในอีกไม่กี่วันต่อมา ก็ถึงกับถอนใจอย่างโล่งอก เพราะผลตรวจออกมาแล้วว่าแดงไม่ได้เป็นฝีดาษ เป็นแค่โรคซางเท่านั้น

“อาการดูน่ากลัว แต่รักษาไม่ยากนัก ถ้าโชคไม่ร้ายจริงๆ ร้อยคนจะตายสักหนึ่งเท่านั้นขอรับ”

คำว่าตายทำให้แย้มยังระแวง จนหมอต้องยืนยันว่าแดงหายขาดแน่

“ไม่ต้องกังวลขอรับ เพราะที่ผ่านมาได้ดูแลเป็นอย่างดี จนน่าจะพ้นช่วงอันตรายไปแล้วขอรับ”

เย็นได้ยินว่าลูกจะหายแน่นอนก็ยิ้มกว้าง พลอยทำให้ทุกคนยินดีไปด้วย โดยเฉพาะพระยาสีหโยธิน ซาบซึ้งและรู้สึกดีกับเธอมากที่ช่วยดูแลลูกสาวอย่างดีมาตลอดหลายวัน

แย้มเห็นท่าไม่ดี เลยตัดไฟแต่ต้นลมด้วยการสั่งให้เย็นกลับไปพัก และดูแลฟัก ส่วนแดง...จะให้แรมกับคนอื่นผลัดกันดูแลแทน พร้อมมอบเงินรางวัลให้จำนวนหนึ่ง โดยจงใจให้สามีเห็น จะได้ไม่ถลำใจไปกับเย็นอีก สถานะ เมียหลวงของเธอจะได้มั่นคง และไม่มีกระไรมาสั่นคลอนได้อีกแล้ว

พระยาสีหโยธินไม่มีเวลามาใคร่ครวญเรื่องเย็นดูแลแดงเพราะเงินหรือเพราะสาเหตุอื่น มัวหัวเสีย เมื่อบุญมีดื้อรั้นและทิฐิ จะไม่ยอมให้หมอดูอาการของรุ่ง

“อย่างไรท่านหมอก็มาแล้ว ก็ให้ดูอาการพ่อรุ่งเสียหน่อย จะเป็นกระไรเล่า”

“เพิ่งมาดูอาการหลังจากที่ไปดูคุณแดงมาก่อนน่ะหรือเจ้าคะ ถ้าพ่อรุ่งอาการหนัก ก็คงตายไปแล้วเจ้าค่ะ”

“นี่แม่บุญมีโกรธเคืองฉัน เพียงเรื่องแค่รักษาก่อนรักษาหลังนี้น่ะรึ บ้ากันไปใหญ่แล้ว”

“เรื่องแค่นี้หรือเจ้าคะ พ่อรุ่งเป็นลูกชายคนเดียวของท่านเจ้าคุณ แต่กลับพาหมอมารักษาหลังลูกสาว อย่างนี้ก็เท่ากับเห็นพ่อรุ่งไม่สำคัญ แล้วยังต้องพูดกระไรกันอีกเจ้าคะ”

“จะเอาอย่างนั้นก็ได้ เมื่อพูดกันไม่รู้เรื่อง ฉันก็คร้านจะอธิบายเหมือนกัน!”

หมอหน้าเสีย ใจจริงอยากจะขอดูอาการของรุ่ง เพราะเห็นว่ากินยาหลายขนาน อาจทำให้ฤทธิ์ยาตีกันเอง แต่สีหน้าขึงขังของบุญมีก็ทำให้ไม่กล้าขัด ม้วนเห็นว่า

รุ่งยังไม่หายดี เลยพยายามจะกล่อมเจ้านายสาวอีกแรง

“คุณบุญมีเจ้าขา ถึงคุณหนูรุ่งจะอาการดีขึ้นมาก แต่ก็น่าจะให้หมอตรวจสักหน่อยนะเจ้าคะ แลทำเช่นนี้ มีแต่จะทำให้ท่านเจ้าคุณเคืองเอานะเจ้าคะ”

“เอ็งมันไม่รู้กระไร ข้าจงใจทำเพื่อให้ท่านเจ้าคุณสำนึก ว่าต้องเห็นลูกชายข้าสำคัญกว่าทุกคน แลถึงท่านเจ้าคุณจะโกรธเคืองก็ไม่นานดอก เพราะท่านเจ้าคุณรักพ่อรุ่งนัก อีกสองสามวันก็ต้องมางอนง้อข้าแล้ว”

“เป็นเช่นนี้เอง ช่างเฉลียวฉลาดเหลือเกินเจ้าค่ะ...คุณบุญมี”

บุญมีไม่มีทางรู้เลยว่าความรั้นของตนจะก่อให้เกิดผลเสียแค่ไหน แต่เที่ยงรู้ และสังหรณ์ว่าอาจเกิดเรื่องไม่ดีกับลูกชายคนเดียว บุญมาก็พอเดาท่าทีตึงเครียดนั้นได้ เลยแอบสะกดรอยตามเที่ยงมาจนถึงเรือนพระยาสีหโยธิน

“ข้าไม่เห็นเอ็งที่โรงฝิ่น ก็รู้แล้วว่าเอ็งต้องมาที่นี่ เอ็งก็รู้ว่าบ่าวไพร่เรือนนี้จำเอ็งได้ทุกคน ยังจะเสี่ยงอีกทำไม”

“ฉันห่วงลูก ห่วงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ อยากรู้เหลือเกินว่าอาการลูกเป็นอย่างไร”

“ต้องดีขึ้นซีวะ สรรหายาดีมาให้กินขนาดนี้ แลหากอาการทรุดลง น้องข้าก็ต้องแจ้นมาแล้ว เอ็งอย่ากังวลเลย”

เที่ยงละล้าละลัง อยากดูให้แน่ใจว่ารุ่งหายดี แต่บุญมาก็ส่งสายตาดุดันมาให้ พร้อมขู่

“อย่าให้ข้าต้องย้ำ ว่าพวกเรากำลังทำกระไรอยู่ ถ้าสิ่งที่ข้ากับน้องพากเพียรทำมาต้องสูญเปล่าเพราะเอ็ง ข้าไม่เอาเอ็งไว้แน่ แลลูกเอ็งก็ต้องพลอยตกระกำลำบากไปด้วย คิดรึ...ว่าอ้ายเจ้าคุณรู้แล้วจะเลี้ยงดูลูกชู้สืบไป”

เที่ยงนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะตอบตกลง “นายบุญมาไม่ต้องขู่ฉันดอก ฉันยอมกลับแล้ว”

ooooooo

.

---------------------

นางทาส ตอนที่ 14

เพราะความดื้อรั้นและทิฐิของบุญมีแท้ๆ ทำให้รุ่งอาการเพียบหนัก ลมหายใจร่อแร่เต็มที บุญมีร้อนใจมาก แล่นไปตามสามีและสั่งให้คนตามหมอมาตรวจ เลยได้ฟังข่าวร้ายอันน่าตกใจ

“คุณหนูอาการหนักมากแล้วขอรับ อันที่จริง... คุณหนูเป็นโรคซางจรเหมือนคุณหนูผู้หญิง รักษาไม่ยากนัก แต่ดูแลผิดวิธี ทำให้ทรุดลง แลยังกินยามากเกินไป ฤทธิ์ยา ขัดกันจนทำลายร่างกาย ยากจะเยียวยาแล้วขอรับ”

บุญมีร้องไห้โฮแทบขาดใจ ก่อนจะตั้งสติได้ อาละวาดใส่หมอ ขู่ให้หาทางรักษาให้ได้ พระยาสีหโยธินต้องช่วยปรามและห้ามไว้ รู้ดีว่าคงทำอะไรไม่ได้มากแล้ว และรุ่งคงจะจากไปในไม่ช้า

พระยาสีหโยธินเฝ้ามองสภาพลูกชายคนเล็กด้วยแววตาอาลัย เสียใจสุดซึ้งที่จะต้องสูญเสียทายาทเพราะโรคร้าย เย็นตื่นเช้ามืดไปทำงานตามปกติ ผ่านมาเห็นอดีตสามีนั่งเหม่อตรงศาลาริมน้ำ ก็อดไม่ได้จะไปนั่งเป็นเพื่อน

เย็นพอจะเข้าใจความรู้สึกเขาดี แต่ก็เลือกจะไม่พูดปลอบ นอกจากนั่งคุกเข่าเงียบๆ

“ทำไมไม่พูดกระไร”

“บ่าวคิดว่าท่านเจ้าคุณอยากอยู่เงียบๆมากกว่าเจ้าค่ะ ถ้าท่านเจ้าคุณอยากได้ยินเสียงบ่าว ก็คงถามเองเจ้าค่ะ”

“แล้วไม่อยากรู้รึ ว่าทำไมฉันมานั่งที่นี่”

“ไม่เจ้าค่ะ บ่าวเป็นบ่าว มีหน้าที่รับใช้ ไม่ใช่ตั้งคำถามกับผู้เป็นนายเจ้าค่ะ”

“อย่าเรียกตัวเองว่าบ่าวเลยเย็น ฉันไม่อยากได้ยิน... เข้ามาใกล้ๆฉันสิ”

เย็นลังเล แต่ก็ถูกเขาบังคับจับไว้ให้ยืนเสมอกันจนได้

“ฉันจำได้...ว่าครั้งแรกที่เราเจอกัน เย็นนั่งอยู่ที่ฉันนั่ง แลเย็นกำลังเป่าขลุ่ยใบไม้อยู่ ฉันจำได้ ไม่มีวันลืม”

แววตาอ่อนแสงและท่าทางเหมือนคนหมดแรงของเขา ทำให้เย็นใจอ่อนยวบ ตัดสินใจยกมือโอบเขาตอบ ตอนเขาร่ำไห้อย่างสุดกลั้น ที่ต้องสูญเสียลูกชายคนเล็กอย่างไม่มีวันหวนคืน...

รุ่งจากไปจริงๆในเวลาต่อมา บุญมีเสียใจมาก ทั้งเพราะในฐานะแม่ และเพราะแผนร้ายที่วางไว้ล่มไม่เป็นท่า พระยาสีหโยธินกับแย้มก็เสียใจกับการสูญเสียรุ่งไม่ต่างกัน คงมีเพียงสาลี่ที่สะใจมาก แต่ยังแสร้งตีหน้าเศร้าโศก ร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับจะตายตามคุณหนูตัวน้อยไป

แอบก็แกล้งมารยาเสียใจไปกับเจ้านายด้วย “อย่าเสียใจไปเลยเจ้าค่ะแม่คุณของบ่าว...คุณหนูรุ่งทำบุญมาแค่นี้ มิเช่นนั้น...ไหนเลยจะดลใจให้คุณบุญมีดื้อรั้นไม่ฟัง คำหมอ จนคุณหนูรุ่งต้องตายเล่าเจ้าคะ”

“จริงของเอ็ง แม่ทำร้ายลูกแท้ๆ ถ้าแม่บุญมีไม่ดื้อรั้นเอาแต่ใจ พ่อรุ่งคงหายเหมือนคุณแดง ไม่ต้องตายดอก”

พระยาสีหโยธินกับแย้มมองหน้ากันเครียดๆ ก่อนที่ฝ่ายแรกจะปรามสาลี่ ไม่ให้พูดอะไรให้สะเทือนใจกันไปกว่านี้ แต่เมียน้อยคนสวยก็ไม่สำนึก แถมยุแยงอีกต่างหากว่าบุญมีหายตัวไป ทั้งที่ลูกชายเพิ่งตาย!

ooooooo

บุญมีไม่ได้ไปเฝ้าศพลูกชาย เพราะรีบไปแจ้งข่าวร้ายแก่ชู้รักและพี่ชาย พร้อมฉวยโอกาสยั่วยุและปั่นหัวทั้งสองหนุ่มให้อาฆาตแค้นหนักกว่าเก่า ที่รุ่งต้องตายโดยไม่มีใครเหลียวแล

“ท่านเจ้าคุณเห็นว่าพ่อรุ่งเป็นลูกเมียน้อย จึงไม่ใส่ใจ ปล่อยให้พวกเรารักษากันเองตามมีตามเกิด แต่กลับให้หมอไปดูแลรักษาคุณแดงอย่างดี จนตอนนี้...คุณแดงอาการดีขึ้นมากแล้ว แต่พ่อรุ่งกลับ...”

บุญมาเดือดดาลมาก “อ้ายชาติชั่ว! ไหนยกหางตัวเองว่าเป็นคนเที่ยงธรรม ที่แท้ก็มือถือสากปากถือศีล”

บุญมีเห็นท่าพี่ชายก็สาแก่ใจยิ่งนัก รีบยุชู้รักให้คลั่งกว่าเดิม “อ้ายเที่ยง...ข้ารู้ว่าเอ็งรู้สึกผิดต่อท่านเจ้าคุณเพราะข้า แต่ท่านเจ้าคุณลำเอียง จนทำให้ลูกของเราต้องตาย เอ็งจะไม่แก้แค้นแทนลูกบ้างเลยรึ...”

ยุเสร็จบุญมีก็รีบกลับเรือน ฟักซึ่งแอบสะกดรอยตามมาตลอด ได้แต่มองตามด้วยแววตาเคียดแค้น และอดไม่ได้ต้องแจ้นไปฟ้องนมแสง ถึงวีรกรรมชั่วช้าของบุญมี

นมแสงถอนใจยาว เอ่ยเสียงเครียด “จะหาว่าฉันใจดำก็ได้ แต่นี่เป็นโอกาสดีในรอบหลายปีที่เราจะกระชากหน้ากากแม่บุญมี ถ้าปล่อยผ่านไป ก็คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว”

“คุณนมจะเปิดเผยเรื่องคุณบุญมีในช่วงงานศพคุณหนูรุ่งหรือเจ้าคะ”

“ที่แล้วมา แม่บุญมีรอบคอบนัก ปีหนึ่งจะเลือกตอนท่านเจ้าคุณไปราชการหัวเมือง แล้วหลบไปพบอ้ายเที่ยงสักสองสามครา แลยังมีพี่ชายเป็นเจ้าของโรงฝิ่นคอยช่วยเหลืออีก ทำให้เราทำกระไรไม่ถนัดนัก แต่ในงานศพลูกชาย คนเป็นพ่อแม่ต้องมา หรือไม่ก็ต้องไปพบปะกันบ่อยครั้งขึ้นเหมือนเช่นช่วงนี้”

“แต่พวกเราล้วนมีชนักติดหลัง ลำพังพูดปากเปล่า ท่านเจ้าคุณคงไม่เชื่อถือเป็นแน่ แลเรื่องเช่นนี้ ถ้าไม่เห็นกับตา คุณบุญมีคงเอาตัวรอดไปได้อยู่ดีล่ะเจ้าค่ะ”

“ข้อนั้นฉันคิดทางแก้ไว้แล้ว สำคัญที่ว่าระหว่างนี้ อย่ามีเหตุให้เราต้องเสียโอกาสก็พอ!”

ระหว่างที่นมแสงกับฟักหาทางแฉบุญมี สาลี่ก็ไปขอความช่วยเหลือจากพระมหาเทพ ให้ช่วยส่งคนตามสืบ หวังประจานความชั่วของบุญมีที่แอบเป็นชู้กับเที่ยง แต่คุณพระหนุ่มก็ลังเล

“สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้ลูกมันตาย ลดความโอหังของนังบุญมีลงมาแล้ว คุณพระจะไม่ช่วยฉันอีกหน่อยรึ”

“คราก่อนฉันก็ช่วยไปแล้ว ช่วยจนเข้าหน้าท่านเจ้าคุณไม่ได้ไปเป็นแรมเดือน แม่สาลี่ยังหาเรื่องมาให้อีกรึ”

“ฉันไม่อ้างชื่อคุณพระดอกน่ะ แค่คุณพระให้ฉันยืมคนของคุณพระเท่านั้น ฉันสงสัยว่านังบุญมีมันจะคบชู้กับอ้ายเที่ยง ถ้าได้คนสะกดรอยตามต้องรู้แน่ ว่ามันไปซุกซ่อนทำเรื่องอัปรีย์กันที่ไหน”

“แม่บุญมีน่ะรึจะคบชู้ ละเมอเพ้อพกไปใหญ่แล้วแม่สาลี่”

สาลี่จะเกลี้ยกล่อมอีกรอบ แต่บุญมาซึ่งแฝงตัวมาทำงานกับพระมหาเทพก็โผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน แถมเสนอตัวจะสืบเรื่องของบุญมีอีกต่างหาก

“รับรองว่าไม่เกินสามวัน กระผมจะหาที่ซ่อนชู้มาให้คุณสาลี่ให้จงได้ขอรับ!”

ooooooo

สาลี่ไม่มีวันรู้เลยว่าบุญมีกับบุญมาจะใช้แผนตลบหลังเธออย่างไรบ้าง มัวย่ามใจคิดว่าแผนประจานเมียน้อยคู่ปรับจะได้ผล และสามีจะเฉดหัวอีกฝ่ายออกจากเรือน แต่พระยาสีหโยธินกลับไม่เชื่อง่ายๆ

“ครานี้ฉันมั่นใจจริงๆว่าแม่บุญมีคิดไม่ซื่อ ท่านเจ้าคุณให้โอกาสฉันพิสูจน์ก่อนเถิดเจ้าค่ะ”

“ไม่! ฉันเคยให้โอกาสแม่สาลี่แล้ว ครั้งนี้...ฉันจะไม่เชื่อถือกระไรแม่สาลี่อีกแล้ว”

“ฉันสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ว่าถ้าฉันโกหกท่านเจ้าคุณ ขอให้ไม่ตายดี!”

พระยาสีหโยธินรำคาญ จำใจรับปากแบบขอไปที จะตามไปดูให้เห็นกับตา หากบุญมีคบชู้สู่ชายจริง ก็ต้องได้รับการลงโทษ สาลี่ลอบยิ้มด้วยความสาสมใจ มั่นใจเหลือเกินว่าต้องจับบุญมีได้คาหนังคาเขาแน่

แย้มเฝ้ามองความพยายามของสาลี่ด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ ก่อนจะต้องตะลึง เมื่อเจอกับฟักในสภาพหายเป็นปกติ พร้อมด้วยเย็นกับนมแสง ที่ตั้งใจตามมาถึงวัดที่จัดงานศพของรุ่ง เพื่อบอกความจริงเรื่องบุญมี

แต่ที่ทำให้คุณหญิงคนสวยอึ้งกว่า คือการที่ฟักไม่ได้ป่วยหนักจนเป็นอัมพาตอย่างที่เข้าใจมาตลอด

“ความอดทนของฟัก เป็นที่อัศจรรย์ใจของฉันเหลือเกิน ตั้งหลายปีดีดัก ทนได้อย่างไร”

“บ่าวเกิดมาเป็นทาส ไม่มีญาติพี่น้อง แลยังไม่อยากตาย จึงต้องอดทนแสร้งนอนเป็นผักเอาตัวรอดเจ้าค่ะ”

“แล้วทำไมเพิ่งมาบอกฉันเอาตอนนี้เล่า”

เย็นตอบแทนหัวหน้าทาสสาวใหญ่ “พวกเราเป็นห่วง คุณหญิงเจ้าค่ะ ลองคุณบุญมีโหดเหี้ยม ฆ่าคนได้ง่ายดายขนาดนี้ ถ้าความแตกออกไปว่าคุณหญิงรู้เรื่องด้วย คุณหญิงต้องตกอยู่ในอันตรายเป็นแน่ แต่ครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีแล้วที่จะจับคุณบุญมี จึงมากราบเรียนให้ทราบเจ้าค่ะ”

แย้มนิ่งไปอึดใจ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าบุญมีจะเจ้าคิดเจ้าแค้นเช่นนี้

“ทุกคนที่นี่เป็นคนที่ฉันไว้ใจทั้งสิ้น แลยังช่วยกันสืบมานานปี ฉันจะไม่เชื่อได้อย่างไร แต่ฉันสงสัยว่า

แม่บุญมีต้องการกระไรแน่ เพราะถ้าแค่อยากเป็นหนึ่งเหนือฉันหรือแม่สาลี่ ก็ไม่จำเป็นต้องทำถึงเพียงนี้”

นมแสงพยักหน้าเห็นด้วย “ข้อนี้นมก็สงสัยเจ้าค่ะ แต่ก็สืบไม่ได้ความกระไร แลที่พิกลสุดคือความเป็นมาของ พี่ชายกับตัวแม่บุญมี จนถึงตอนนี้ ก็รู้แต่เพียงว่าเปิดโรงฝิ่น เลี้ยงนักเลงไว้มาก แลเคยเป็นพวกอั้งยี่เท่านั้นเองเจ้าค่ะ แต่เป็นใครมาจากไหน เหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่กลับ ไม่มีใครรู้เลย”

เรื่องของบุญมายังไม่ใครให้คำตอบได้ แต่เรื่องความสัมพันธ์ของเที่ยงกับบุญมี เย็นยืนยันได้

“เรื่องพี่เที่ยงกับคุณบุญมี บ่าวมั่นใจนะเจ้าคะ ขอเพียงคุณหญิงช่วยออกหน้าบอกท่านเจ้าคุณภายในวันสองวันนี้ น่าจะจับได้ไม่ยาก อย่างเมื่อวาน...บ่าวก็แอบเห็นพี่เที่ยงมางานศพคุณหนูรุ่ง เพียงแต่ระวังตัวไม่ให้ใครเห็นเท่านั้น”

“ข้อนี้คงไม่ต้องให้ฉันบอกท่านเจ้าคุณดอก เพราะแม่สาลี่เป็นคนบอกเสียเองแล้ว”

นมแสง เย็นและฟักตาโต ก่อนจะถอนใจยาวด้วยความเสียดาย ที่พลาดโอกาสจะแฉบุญมีอีกครั้ง

ooooooo

สาลี่ยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกเล่นงาน มัวกระตือรือร้นจะพาสามีไปจับผิดบุญมี โดยมีบุญมาเป็นคนนำไปจนถึงเรือนหลังหนึ่ง บุญมีแสร้งตีหน้าตกใจ ละล่ำละลักแก้ตัวว่าไม่ได้เป็นชู้กับเที่ยง

“จับได้คาหนังคาเขาขนาดนี้ ยังจะตีหน้าซื่ออีกนังผู้ร้ายปากแข็ง ไร้ยางอาย อย่าช้าเจ้าค่ะท่านเจ้าคุณอีบุญมีมันคบชู้สู่ชาย เห็นอยู่คาตา รีบลากมันไปรับโทษให้สาสมกับความชั่วของมันเถิดค่ะ”

“คบชู้กระไรกัน แม่สาลี่อย่ามาปากชั่วใส่ความฉันนะ”

พระยาสีหโยธินโกรธมาก แต่ไม่ทันพูดอะไร บุญมีก็ควักกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา

“เมื่อวันก่อน ท่านเจ้าคุณได้รับมอบหมายให้ซื้อปืนยาวจำนวนมากใช่หรือไม่เจ้าคะ”

“แม่บุญมีรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร”

“กระดาษแผ่นนี้ เขียนไว้หมดว่ามีคนยื่นขายปืนยาวให้ท่านเจ้าคุณกี่คน แต่ละคนให้ราคาเท่าใด”

สาลี่หน้าเสีย สังหรณ์ว่าความผิดที่แอบคัดลอกความลับทางราชการอาจถูกเปิดเผย แล้วก็ถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อเห็นแววตาแข็งกร้าวของสามี ทันทีที่อ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้นจบ

“ฉันไม่รู้เรื่องกระไรด้วยนะเจ้าคะท่านเจ้าคุณ ไม่เกี่ยวกับฉันเลยนะเจ้าคะ”

“แล้วนี่มันลายมือผู้ใดกัน แม้แต่คำที่แม่สาลี่เขียนผิดประจำก็ยังตรงกัน ยังจะกล้าบอกว่าไม่เกี่ยวข้องอีกรึ”

หลักฐานคาตาของสามี ทำให้สาลี่อึกๆอักๆ บุญมีเลยฉวยโอกาสยุแยง

“ฉันสงสัยมานานแล้ว ว่าที่แล้วมา ทำไมท่านเจ้าคุณถึงถูกกล่าวหาว่าทุจริตคิดไม่ซื่อ จนไม่นานมานี้ ฉันเห็นแม่สาลี่มีพิรุธ จึงตามสืบดู จนรู้ว่าแม่สาลี่แอบคัดลอกความลับในราชการมาขาย”

สาลี่หน้าซีดเผือด จ้องบุญมีด้วยความเคียดแค้น แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยี่หระ ลอยหน้าลอยตาปั้นน้ำเป็นตัว

“ฉันตามต่อ จนรู้ว่าคนที่สมรู้ร่วมคิดกับแม่สาลี่อยู่ที่เรือนนี้ คราแรกตั้งใจจะมาว่ากล่าวโดยดี แต่บนเรือนกลับไม่มีใครอยู่ เหลือแต่กระดาษแผ่นนี้ไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น”

“ไม่จริง! เอ็งรวมหัวกับอ้ายเที่ยงใส่ความข้า”

“ใครใส่ความใครกันแน่ แม่สาลี่หักหลังท่านเจ้าคุณแท้ๆ ยังกล้าปั้นน้ำเป็นตัวหาว่าฉันคบชู้อีกรึ นี่คงกะใส่ร้ายฉันเพื่อกลบเกลื่อนความชั่วของตัวเองล่ะซี”

พระยาสีหโยธินทนฟังต่อไปไม่ไหว ตวัดมือตบหน้าสาลี่ฉาดใหญ่ ก่อนจะส่งตัวให้นครบาลดำเนินคดี แอบรีบตามไปเยี่ยมถึงหน้าห้องขัง และถึงกับร้องไห้โฮเมื่อเห็นสภาพเจ้านายสาว

“เป็นอย่างนี้ได้อย่างไรเจ้าคะ เมื่อเช้าแม่คุณของบ่าวยังมั่นอกมั่นใจว่าจะจับผิดอีนังบุญมีได้อยู่เลย แล้วเหตุใดกลายเป็นติดคุกติดตะรางไปเสียได้”

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน จนป่านฉะนี้ ข้ายังไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร”

“แล้วท่านเจ้าคุณเล่าเจ้าคะ ทำไมท่านเจ้าคุณถึงไม่ช่วยคุณสาลี่”

สาลี่อ้ำๆอึ้งๆ พูดไม่ออกว่าตนก็ทำผิด จนสามีต้องอับอาย

“เอ็งอย่าเพิ่งถามเลย เอาไว้วันหน้า ข้าจะเล่าให้ฟังเอง เพลานี้...คุณพระมหาเทพกำลังช่วยข้าอยู่”

แต่ความหวังของสาลี่ก็ต้องพังทลาย เมื่อพระมหาเทพเจรจาไม่สำเร็จ

“ฉันทำกระไรไม่ได้มากดอก แต่ถึงอย่างไรฉันก็ต้องช่วยแม่สาลี่แน่ สำคัญที่แม่สาลี่ อย่าซัดทอดฉันก็แล้วกัน!”

สาลี่พยักหน้า ละล่ำละลักรับปาก “ฉันรู้นิสัยคุณพระดี ต่อให้กินดีหมีหัวใจเสือมา ฉันก็ไม่กล้าดอก”

“ดี...เรารู้จักกันมานาน ฉันไม่อยากฆ่าปิดปากแม่สาลี่!”

ooooooo

พระมหาเทพร้อนรนเป็นอย่างมาก ไม่อยากเชื่อ ว่าความลับที่เคยร่วมกระทำกับสาลี่จะถูกแฉแบบนี้ ชะรอยต้องมีหนอนบ่อนไส้เป็นแน่ แต่ก็ไม่รู้จะไปควานหาตัวที่ไหน

บุญมาไม่ได้เสนอตัวหาหนอนบ่อนไส้ แต่เดินแผนขั้นต่อไปด้วยการดึงคุณพระหนุ่มมาเป็นพวก

“จะเป็นใครไม่สำคัญดอกขอรับ ที่สำคัญคือคุณพระไม่ถูกซัดทอด แลงานการคุณพระยังดำเนินต่อไปได้ก็พอ”

“นี่พ่อบุญมารู้ข่าวแล้วรึ ทำไมรวดเร็วนัก หรือว่าเอ็งคือคนที่หักหลังแม่สาลี่”

“อย่ากลัวไปเลยขอรับ กระผมไม่ได้เป็นศัตรูกับคุณพระ แลยังช่วยงานการคุณพระเหมือนเดิม”

“ช่วยรึ...แม่สาลี่เป็นหมากสำคัญของข้า ที่ทำให้ข้าได้เปรียบผู้อื่น เอ็งทำเช่นนี้แล้วข้าจะไม่เสียหายรึ”

บุญมีซึ่งมาถึงทันได้ยินประโยคสุดท้าย โพล่งขึ้นแทนพี่ชาย

“จะยากกระไรเล่าคุณพระ คุณพระก็แค่หาหมากตัวใหม่มาเล่นแทนนังสาลี่ก็เท่านั้นเอง”

พระมหาเทพไม่ใช่คนโง่ เพียงไม่กี่อึดใจก็เข้าใจเรื่องทั้งหมด ยิ้มร่าเมื่อคิดว่าคงไม่ต้องสนใจสาลี่อีกต่อไป เพราะมีบุญมีกับบุญมา สองพี่น้องที่จะช่วยให้งานทุจริตทุกอย่างในวันหน้าผ่านไปด้วยดี

บุญมีกับบุญมาสะใจมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ต่างจากเที่ยง ที่คิดว่าสถานการณ์ยังไม่น่าไว้ใจ

“เรื่องครานี้แค่โชคดี ถ้ามิใช่คุณสาลี่จ้างวานนายบุญมา เราอาจพลาดท่าไปแล้วก็ได้”

บุญมาพยักหน้าเห็นด้วย “ที่อ้ายเที่ยงพูดมาก็ถูก จากนี้เราจะจัดการอย่างไรกับอ้ายท่านเจ้าคุณดี ในเมื่อพ่อรุ่งตายแล้ว แผนการจะยักย้ายสมบัติของอ้ายท่านเจ้าคุณมาเป็นของเราโดยอาศัยพ่อรุ่งก็คงทำไม่ได้อีก”

บุญมีแสยะยิ้มร้าย ก่อนบอกถึงสาเหตุที่ไปเข้าพวกกับพระมหาเทพ ว่าจะหาทางป้ายความผิดให้สามี แต่เที่ยงกลับไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าแผนยังมีช่องโหว่

“แผนการจะลากท่านเจ้าคุณให้มาเกี่ยวข้องกับการฉ้อฉลของคุณพระนั้นดีก็จริง แต่ก็เท่ากับคุณพระมหาเทพต้องติดร่างแหไปด้วย แล้วมีรึ...ที่คุณพระจะไม่ขัดขวางเรา”

สองพี่น้องอั้งยี่ทึ่งมากในสติปัญญาของเที่ยง และก็ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อได้ยินประโยคต่อมา

“กระผมว่าเราคุยกับคุณพระตามตรงจะดีกว่า รอจนกว่าคุณพระกินอิ่มหนำเมื่อใด ค่อยโยนความผิดให้ท่านเจ้าคุณ คนอย่างพระมหาเทพ ชั่วช้า เป็นมิตรคิดทุรยศ ย่อมไม่ลังเลจะช่วยเรา แลยังแนบเนียนกว่าพวกเราทำเองเสียอีก”

บุญมาอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะหัวเราะชอบใจ “เอ็งก็ฉลาดเหมือนกันนี่นาอ้ายเที่ยง ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลองอยู่ได้ตั้งนานสองนาน ถ้ายอมช่วยพวกข้าเสียแต่แรกก็สบายไปแล้ว”

“ที่กระผมยอมช่วย ก็เพราะต้องการล้างแค้นให้พ่อรุ่งเท่านั้นขอรับ”

ท่าทางเป็นเดือดเป็นแค้นของเที่ยง ทำให้บุญมีสาแก่ใจมาก ทิ้งท้ายเสียงเหี้ยม

“เอ็งมันหัวอกเดียวกับข้านั่นล่ะวะอ้ายเที่ยง พวกมันทุกคนจะต้องชดใช้คืนให้พวกเราเป็นร้อยเท่าทวีคูณ!”

ooooooo

อาการของแดงดีขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบหายเป็นปกติ เลยมีแรงแผลงฤทธิ์ อาละวาดเอาแต่ใจจะกินน้ำแข็งไสในตลาด จนบ่าวไพร่ไม่มีใครเอาอยู่ เย็นทนไม่ไหว ตัดสินใจช่วยไกล่เกลี่ยและเกลี้ยกล่อม จนแดงเกือบสงบ แต่เพียงไม่นานก็ต้องกระเจิงกันทั้งเรือน เมื่อบุญมีกับม้วนโผล่มาขัดจังหวะ

“อย่าไปหลงกลพวกมันค่ะคุณแดง พวกมันขี้เกียจสันหลังยาว ไม่อยากไปหาน้ำแข็งให้คุณแดง เลยวางอุบายมาหลอกล่อคุณแดงต่างหากเล่าคะ”

เย็นหน้าเสีย แต่ก็ยังตีหน้านิ่ง อธิบายเหตุผลกับบุญมี “ที่บ่าวทำเช่นนี้ก็เพราะต้องการให้คุณแดงเข้าใจนะเจ้าคะ น้ำแข็งเป็นของหายากแลราคาแพง คุณแดงยังเล็กเด็กนัก ควรต้องกินของแพงเช่นนี้เลยรึเจ้าคะ”

“บังอาจ! ถึงคุณแดงยังเด็ก แต่ก็เป็นนายพวกเอ็ง เอ็งกล้าดีอย่างไรเสนอหน้ามาสอนสั่งคุณแดง จำใส่กบาลเอาไว้ว่าคุณแดงอยากได้กระไรก็ต้องได้ ขี้ข้าอย่างพวกเอ็งมีหน้าที่ทำตามคำสั่งคุณแดงเท่านั้น”

บุญมีตวาดใส่บ่าวไพร่จนทุกคนก้มหน้าหงอ แดงเห็นแล้วอดรู้สึกผิดไม่ได้ โพล่งขึ้น

“แม่บุญมี...อย่าดุด่าคนอื่นเลย ฉันไม่อยากกินน้ำแข็งแล้ว”

“อย่าไปใส่ใจพวกบ่าวไพร่เลยค่ะ ถ้าคุณแดงอยากกินหรืออยากได้กระไรก็ต้องได้ จำไว้นะคะ ทาสไม่ใช่คนเหมือนเรา มันเป็นเยี่ยงสัตว์ที่เราเลี้ยงไว้ใช้งานเท่านั้น หาควรต้องดีกับพวกมันไม่”

แดงพยักหน้ารับฟัง เย็นได้ยินก็เครียดมาก แต่ก็ทำกระไรไม่ได้ นอกจากผละลงจากเรือน บุญมีมองตามหลังอดีตเมียน้อยคนโปรดด้วยความเคียดแค้นและชิงชัง

“คอยดูเถิดนังเย็น ข้าจะตามใจลูกเอ็งให้มันเสียผู้เสียคนไปเลย ทุกคนต้องเจ็บเหมือนตายทั้งเป็น!”

แย้มตัดสินใจไปช่วยไถ่ตัวสาลี่ เพราะเห็นแก่สามี ไม่อยากให้เขาถูกครหาว่าทอดทิ้งเมีย แต่พระยาสีหโยธินที่เคืองสาลี่ไม่หาย กลับไม่เห็นดีเห็นงามด้วย

“คุณหญิงจะทำบุญทำกุศลก็ตามใจเถิด แต่เหตุใดต้องพากลับมาให้หนักเรือนฉันด้วย”

“แม่สาลี่ไม่มีที่ไปแล้วนะเจ้าคะ ญาติพี่น้องก็ตายหมดแล้ว ถ้าไม่ให้มาอยู่ที่นี่แล้วจะให้อยู่ที่ใดกันเล่าเจ้าคะ”

“จะไปอยู่วัดหรือจะไปตายข้างทางก็สุดแล้วแต่เถิด ฉันไม่อยากเห็นหน้าอีกแล้ว”

สาลี่ถึงกับร้องไห้โฮ สะเทือนใจสุดขีด “ท่านเจ้าคุณเจ้าขา ทำไมใจร้ายกับเมียถึงเพียงนี้ ถึงกับไล่ให้ไปตายข้างทาง ไม่เห็นแก่ความรักแต่ก่อนของเราบ้างหรือเจ้าคะ”

“ยังกล้าพูดถึงความหลังอีกรึ หากหล่อนนึกถึงความหลังจริง ไหนเลยจะกล้าทำเรื่องชั่วช้าให้ฉันเสื่อมเสียได้ นี่หล่อนนึกถึงแต่ตัวเอง โลภมากจนหน้ามืดตามัว แค่ฉันไล่ให้ไปตายข้างทาง มันยังไม่สาสมกับความชั่วของหล่อนเลย”

สาลี่ร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่พระยาสีหโยธินก็ไม่ยี่หระ “คุณหญิง...ถือว่าสงเคราะห์ฉันเถิด เอานังผู้หญิงใจคดนี่ไปให้พ้นเรือนฉันที อย่าว่าแต่เห็นหน้าเลย แค่เงาฉันก็ไม่อยากเห็น!”

“อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยเจ้าค่ะ จะชั่วจะผิดอย่างไร แม่สาลี่ก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียท่านเจ้าคุณคนหนึ่ง แลยังเป็นเมียคนแรกอีกด้วย ไล่แม่สาลี่ไป ท่านเจ้าคุณก็อาจได้ชื่อว่าเที่ยงธรรม แต่ก็ต้องถูกครหาว่าใจไม้ไส้ระกำนะเจ้าคะ”

พระยาสีหโยธินฮึดฮัดจะไม่ยอม บุญมีซึ่งผ่านมาได้ยิน เลยเสนอทางเลือกให้

“ฉันเคยรู้มาว่ากฎหมายลักษณะทาสนั้น ระบุให้ผู้ที่จ่ายค่าปรับแทนผู้ต้องโทษ มีฐานะเป็นนายทาสของผู้ต้องโทษนั้น หากคุณหญิงจะเมตตาเลี้ยงไว้ ก็ต้องเลี้ยงไว้เป็นทาสรับใช้เท่านั้น ฉันถึงจะยอมรับได้”

แย้มจะค้าน แต่ก็ไม่เปลี่ยนใจ เพราะไม่อยากหักหน้าบุญมี ส่วนพระยาสีหโยธินก็เบือนหน้าหนีดื้อๆ ไม่ยอมขัดหรือพูดสิ่งใด จนสาลี่ทนไม่ไหว ต้องหาโอกาสไปดักหน้าและขอร้องเขาอีกครั้ง

สีหน้าและน้ำตาของสาลี่ไม่ได้ทำให้พระยาสีหโยธินใจอ่อน แต่กลับระเบิดอารมณ์อย่างอัดอั้น

“ทุกครั้งที่หล่อนทำเลว ฉันก็ให้อภัยมาตลอดทั้งที่หล่อนติดการพนัน แลคิดจับลูกแดงไปเรียกค่าไถ่ ฉันก็อดใจไม่เอาความ แต่หล่อนก็รู้ว่าฉันเกลียดชังเรื่องฉ้อฉลทุจริตที่สุด แล้วหล่อนทำทำไม”

สาลี่น้ำตาคลอเบ้าด้วยความสะเทือนใจสุดขีด แต่พระยาสีหโยธินก็ไม่ยอมหยุดระบายความอึดอัดใจ

“ที่แล้วมา เพราะฉันรักหล่อน แลรู้สึกผิดมาตลอดที่สู่ขอหล่อนมาเป็นเมีย แต่กลับให้ตำแหน่งเมียหลวงแก่หล่อนไม่ได้ ทั้งที่หล่อนเป็นเมียคนแรก แต่มาตอนนี้ ฉันโล่งใจนัก ที่มิได้ยกหญิงชั่วช้าอย่างหล่อนขึ้นเป็นเมียหลวง”

สาลี่หน้าชา ถลาจะกราบขออภัย แต่พระยาสีหโยธินกลับถอยเท้าหนี

“ไม่ต้องมากราบฉัน ฉันไม่มีวันให้อภัยหล่อนไปชั่วชีวิต!”

พระยาสีหโยธินผละจากไปแล้ว ทิ้งสาลี่ให้ยืนร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจในโชคชะตาที่ทำให้เธอตกต่ำถึงเพียงนี้ แอบเห็นสภาพเจ้านายต้องกลายเป็นทาสในเรือนไม่ต่างจากตน ก็เป็นเดือดเป็นร้อนแทน

“แม่คุณของบ่าว ไม่ควรต้องมาสวมชุดทาสให้เสื่อมราศีเช่นนี้เลยจริงๆ”

สาลี่พยายามกลั้นน้ำตา ข่มความเสียใจ ผละตัวจากอ้อมกอดของบ่าวคนสนิท

“เลิกกอดข้า...แลเลิกเรียกข้าว่าแม่คุณได้แล้วนังแอบ เพลานี้ข้ากับเอ็งก็เป็นทาสเขาไม่ต่างกันเลย”

“ไม่จริงเจ้าค่ะ อย่างไรคุณสาลี่ก็เป็นนายของอีแอบเหมือนเดิมเจ้าค่ะ”

ม้วนผ่านมาได้ยินพอดี อดแขวะไม่ได้ “โอ๊ย...จะหาใครสัตย์ซื่อเหมือนเอ็งเป็นไม่มีอีกแล้วนังแอบเอ๊ย ข้าก็ไม่แน่ใจว่าจะเรียกว่าสัตย์ซื่อหรือโง่เง่าดี”

แอบหันขวับ ตั้งท่าเอาเรื่องเต็มที่ แต่สาลี่ก็ขวางไว้ ไม่อยากมีเรื่องให้วุ่นวายใจไปกว่านี้ แอบเลยต้องยอมสงบศึกแบบขอไปที โดยมีม้วนมองตามด้วยความสะใจ ที่ได้เห็นสาลี่ตกต่ำ

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #8 on: 28 July 2026, 15:09:53 »


นางทาส ตอนที่ 15

ไม่ใช่แค่ม้วนและบ่าวไพร่คนอื่นที่คอยเหยียบย่ำซ้ำเติมสาลี่ บุญมีก็ไม่รอช้า หาจังหวะจิกหัวใช้งานอดีตเมียน้อยคู่ปรับ ด้วยการบังคับให้ล้างเท้า แต่สาลี่ไม่ยอมง่ายๆ จนต้องขู่

“อย่าลืมบุญคุณข้าสิ ที่เอ็งยังเสนอหน้าอยู่ในเรือนนี้ได้ ไม่ใช่เพราะข้าออกความคิดให้เอ็งเป็นทาสในเรือนนี้ดอกรึ ลองข้าไม่พูดขึ้นมา ท่านเจ้าคุณได้เฉดหัวเอ็งไปตายข้างทางแล้ว”

สาลี่แค้นแทบกระอัก อยากลุกไปตบให้หายคลั่ง แต่ทำได้ก็แค่ข่มอารมณ์ แล้วลงมือล้างเท้าให้บุญมี

บุญมีสะใจมาก เยาะเสียงหยัน “คุณสาลี่...เมียคนสวยของท่านเจ้าคุณสีหโยธิน ผู้ที่ทั้งเฉลียวฉลาด ทั้งยโสจองหอง มาวันนี้กลับสิ้นท่าต้องมาล้างตีนให้ข้า เอ็งเคยคิดหรือไม่วะว่าจะมีวันนี้”

“ไม่เคยคิดดอก แต่เมื่อเป็นไปแล้ว จะทำกระไรได้ ก็ต้องก้มหน้ารับกรรมไป”

“ยังจะปากเก่งอีกรึนังสาลี่ ข้ารู้ว่าเอ็งคงแค้นข้าจนแทบกระอักเลือดตายอยู่แล้ว”

“แค้นรึ...ไม่ดอก บ่าวรู้ว่าครานี้เป็นทีของคุณบุญมี บ่าวจะทำกระไรได้...รอให้ถึงวันของบ่าวบ้างก็แล้วกัน!”

สาลี่ประกาศตัวเป็นศัตรูกับบุญมีอย่างชัดเจน และมีเรื่องกันไม่เว้นแต่ละวัน เย็นกับฟักได้แต่มองสถานการณ์ของทั้งสองด้วยความละเหี่ยใจ แต่ก็ปลงได้หลังจากนั้น โดยเฉพาะเย็น เรื่องที่เกิดกับสาลี่ ทำให้หวนคิดถึงเรื่องตัวเองอย่างบอกไม่ถูก เหลือก็แต่บุญมีเท่านั้น...จะได้รับบทเรียนเมื่อใดก็ยังไม่รู้เลย

แต่แม้จะปลงตกแค่ไหน เย็นก็ดูดายไม่ได้ เมื่อเห็นสาลี่ซึ่งทำงานหนักอย่างไม่ปริปากบ่น ก็อดไม่ได้จะช่วยเหลือ รวมทั้งช่วยแอบจากการถูกม้วนระรานด้วย จนสาลี่นึกทึ่งในน้ำใจ เพราะเคยทำกับเย็นไว้มาก แต่อดีตเมียน้อยคนโปรดกลับไม่เคยผูกใจเจ็บ แถมช่วยเหลือทุกอย่างโดยไม่รังเกียจ
แอบก็ซาบซึ้งในน้ำใจของเย็นไม่น้อย แต่เพราะเกลียดขี้หน้ากันมานาน เลยยอมรับได้ลำบาก สาลี่ต้องกล่อมให้เปิดใจ และขอร้องให้บ่าวคนสนิทเลิกพูดหรือปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นเจ้านายเสียที

“อย่าพูดเช่นนี้สิเจ้าคะ คุณเพียงถูกเคราะห์ซ้ำกรรมซัดชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น พอท่านเจ้าคุณหายโกรธ คุณก็กลับไปรุ่งเรืองจำเริญเหมือนเดิม เชื่อบ่าวนะเจ้าคะ”

“อย่าเพิ่งคิดไปไกลถึงนั่นเลย แค่ที่เอ็งยังดีกับข้า ไม่ทอดทิ้งข้าในยามยากเช่นนี้ก็นับเป็นบุญของข้านักแล้ว”

“บ่าวจะทอดทิ้งคุณสาลี่ได้อย่างไรเจ้าคะ คิดสักนิด ก็ไม่เคยเลยเจ้าค่ะ”

“แอบเอ๊ย...แม้แต่พี่น้องคลานตามกันมา ก็คงไม่รักข้าเท่าเอ็ง ต่อแต่นี้เราอย่าแยกนายแยกบ่าวกันอีกเลย เอ็งเป็นมิตรแท้หนึ่งเดียวในยามตกทุกข์ได้ยากของข้านับแต่นี้ เอ็งไม่ใช่บ่าวของข้า ข้าจะนับว่าเอ็งเป็นน้องสาว ของข้า”

แอบร้องไห้โฮด้วยความซาบซึ้งใจ “แม่คุณของบ่าว...”

ooooooo

วันเวลาผ่านไปอีกห้าปี พระยาสีหโยธินได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาพานทอง มียศเป็นพระยาเหมือนเดิม แต่ได้รับศักดินาเพิ่มถึง
ห้าพันไร่ แย้มกับแดงยินดีและภูมิใจมาก แต่บรรยากาศชื่นมื่นก็ต้องพังในพริบตา เมื่อแรมวิ่งมาฟ้องว่าสาลี่กับบุญมีมีเรื่องกันอีกแล้ว

แย้มรับหน้าที่ไกล่เกลี่ยและลงโทษเหมือนเคย แต่ดูเหมือนคู่กรณีทั้งสองจะไม่หลาบจำ แถมตั้งท่าจะมีเรื่องกันอีก คุณหญิงคนสวยเลยได้แต่ปลง...หวังลมๆแล้งๆว่าสาลี่กับบุญมีจะเลิกวิวาทกันได้

ข่าวดีเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์ของพระยาสีหโยธิน ทำให้บุญมีดีใจมาก เพราะแผนการใส่ร้ายป้ายสีจะเป็นจริงในไม่ช้า บุญมาตามไม่ทัน นึกไม่ออกว่าการได้ดิบได้ดีของท่านเจ้าคุณจะให้ประโยชน์กับพวกตนอย่างไร แต่เที่ยงกลับเข้าใจว่าเพราะงานของท่านเจ้าคุณนับจากนี้ จะไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายอาวุธอีกต่อไปแล้ว

บุญมียิ้มชอบใจ ที่ชู้รักฉลาด “เอ็งเดาถูกแล้ว

อ้ายเที่ยง นับแต่นี้...งานของอ้ายท่านเจ้าคุณก็ไม่เป็นคุณกับอ้ายพระมหาเทพอีกแล้ว ฉะนั้น...จึงไม่มีใครมาขวางเท้าเราได้”

บุญมาจึงถึงบางอ้อ “นอกจากจะไม่ขวาง ยังช่วยส่งเสริมเราด้วยซ้ำ อ้ายพระมหาเทพเป็นอย่างที่อ้ายเที่ยงเคยบอกจริงๆ จิตใจมันมีแต่คิดริษยาอ้ายท่านเจ้าคุณไม่เว้นวัน มีเพื่อนเช่นนี้ จะไม่ตายได้อย่างไรวะ”

เที่ยงพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะส่ายหน้าปลงๆ เมื่อคิดถึงความเลวของพระมหาเทพ

“กระผมเอะใจมาแต่ครั้งเปรียบมวยของคุณพระแล้ว ถ้าพระมหาเทพเป็นกัลยาณมิตรจริง คงไม่จ้องจะเอาชนะกันถึงเพียงนั้น ยิ่งรู้ความจริงว่าพระมหาเทพฉ้อฉลเพียงใด กระผมก็ยิ่งมั่นใจว่าเราต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นแน่”

บุญมียิ้มร้าย ประกาศกร้าว “เช่นนั้น...ก็ถึงเพลาที่พวกมันต้องวิบัติฉิบหายคามือพวกเราเสียที!”

ฟากแดง...เติบโตเป็นเด็กสาวน่ารัก แต่เอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ เพราะมีบุญมีกับม้วนคอยให้ท้าย และวันนี้เด็กหญิงก็แสดงความเอาแต่ใจอีกครั้ง ด้วยการทำร้ายขม บ่าวคนสนิท โทษฐานตอบคำถามในห้องเรียนได้ดีกว่า

“โอ๊ย...บ่าวทำกระไรผิดหรือเจ้าคะคุณแดง”

“ยังมีหน้ามาถามอีกรึ เอ็งฉีกหน้าข้า ข้าเป็นนายเอ็ง เมื่อข้าท่องไม่ได้ แล้วเอ็งกล้าท่องได้อย่างไร”

“บ่าวเพียงแต่ทำตามที่ครูท่านสั่งเท่านั้น บ่าวมิได้ตั้งใจเจ้าค่ะ”

“เอ็งพูดเช่นนี้ ก็หมายความว่าข้าโง่กว่าเอ็งอย่างนั้นรึนังขม”

จบคำก็ปราดไปตบตีหนักหน่วง เย็นผ่านมาเห็น ทนไม่ไหว ปรี่ไปห้าม เลยถูกเอ็ดเสียงเขียว

“ปล่อยข้าประเดี๋ยวนี้นะนังเย็น! เอ็งกล้าเหิมเกริมกับข้าเชียวรึ”

“บ่าวไม่กล้าเหิมเกริมดอกเจ้าค่ะ แต่บ่าวไม่อยากเห็นคุณแดงทำร้ายบ่าวไพร่เช่นนี้”

“เหตุใดข้าจะทำไม่ได้ นังขมมันเป็นบ่าว ข้าจะทำกระไรก็ได้ทั้งนั้น”

“เป็นบ่าวน่ะใช่เจ้าค่ะ แต่บ่าวไพร่ก็เป็นคน จะลงโทษ ก็ต้องมีเหตุอันควร หาไม่...ผู้เป็นนายก็จะเสื่อมเสียเอง”

น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงนัยสั่งสอนของเย็น ทำให้แดงถึงกับผงะ ก่อนจะโมโหสุดขีด และตั้งท่าเอาเรื่องเต็มที่ แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศ เมื่อแย้มโผล่มาขัดจังหวะ

“หยุดหยาบคายประเดี๋ยวนี้นะแม่แดง แลอย่าขึ้นอ้ายขึ้นอีกับเย็นเป็นอันขาด!”

ooooooo

แดงโกรธแม่มาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เย็นไม่สบาย ใจเลย ที่คุณหญิงคนสวยหักหน้าลูกสาวคนเดียวแบบนั้น แต่แย้มกลับถอนใจยาว ก่อนจะเอ่ยขออภัยแทนแดง ที่ทำตัวก้าวร้าวไม่น่ารัก

“เย็นอย่าถือโทษโกรธแม่แดงเลยนะ ประเดี๋ยวจะเป็นบาปติดตัวแม่แดงเสียเปล่าๆ”

เย็นส่ายหน้าเศร้าๆ “คุณหญิงก็ทราบ ว่าบ่าวไม่มีวันโกรธเคืองคุณแดงได้ดอกเจ้าค่ะ บ่าวมีแต่ห่วงคุณแดงไม่อยากเห็นคุณแดงเติบโตและมีนิสัยใจคอเช่นนี้ติดตัวไปเลยเจ้าค่ะ”

“แม่แดงยังเป็นไม้อ่อน พอดัดกันได้ เอาเถิด...ฉันจะเข้มงวดกับแม่แดงให้มากกว่านี้แล้วกัน”

“อย่าหาว่าบ่าวฟ้องเลยนะเจ้าคะ แต่คุณแดงถูกตามใจมากเกินไป โดยจำเพาะคุณบุญมี ตามใจคุณแดงมากกว่าใคร บ่าวหวั่นใจว่าคุณบุญมีจะไม่หวังดีกับคุณแดงเจ้าค่ะ”

แต่แย้มไม่คิดเช่นนั้น “หลายปีมานี่ ฉันก็จับตาดูแม่บุญมีอยู่ แต่แม่บุญมีก็ไม่เคยก่อเรื่องกระไร อีกข้อที่ตามใจแม่แดงนั้น อาจเป็นเพราะเสียพ่อรุ่งไป เลยรักแลตามใจแม่แดงมากเกิน เย็นอย่าคิดระแวงไปเลย”

“เจ้าค่ะ...บ่าวก็หวังให้เป็นเช่นนั้น เอ่อ...แล้วเรื่องคุณบุญมี คุณหญิงจะจัดการอย่างไรต่อไปเจ้าคะ”

“ก็อย่างที่ฉันบอก เมื่อแม่บุญมีไม่ก่อเรื่องอีก ฉันก็ทำกระไรลำบาก บางที...ที่แม่บุญมีกระทำเรื่องร้ายกาจ อาจเป็นเพราะต้องการเป็นหนึ่งเท่านั้น แต่พอพ่อรุ่งตาย ก็เลยหมดฤทธิ์แล้วก็เป็นได้”

เย็นไม่มีวันเชื่อว่าบุญมีจะสิ้นฤทธิ์ เช่นเดียวกับพระยาสีหโยธิน คาใจมาหลายปี ว่าเหตุใดตนถึงถูกร้องเรียนว่าทุจริตในงานราชการหลายครั้ง ไม่เว้นแม้แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน ทั้งที่ตนเพิ่งได้เพิ่มบรรดาศักดิ์แท้ๆ แต่กลับถูกร้องเรียนถึงชั้นโรงชั้นศาล โดยที่ตนก็ไม่รู้จักฝ่ายโจทก์มาก่อน

และเพื่อแก้ไขความสงสัย พระยาสีหโยธินเลยตัดสินใจขอความร่วมมือจากปีติ นายตำรวจหนุ่มจากนครบาลสวมรอยเป็นทนายหน้าหอคนใหม่ มาช่วยสืบหาเบาะแสในเรือน เพราะสงสัยว่าอาจมีหนอนบ่อนไส้

การมาถึงของปีติ สร้างความตื่นเต้นให้แก่บ่าวไพร่สาวน้อยใหญ่ทั้งเรือน เพราะทนายหน้าหอคนใหม่หน้าตาหล่อเหลา ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนคนอารมณ์ดีตลอดเวลา คงมีเพียงสาลี่กับแอบ สองบ่าวนายที่ไม่ยี่หระกับความหล่อนั้น โดยเฉพาะสาลี่ ที่มัวสนใจแต่เรื่องคดีความของพระยาสีหโยธิน

“นังแอบ...ข้ารู้มาว่าท่านเจ้าคุณโดนฟ้องร้องอีก เอ็งไปสืบมาให้ข้าที ว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร”

“โถ...ถึงขั้นนี้แล้ว ยังจะห่วงท่านเจ้าคุณอีกหรือเจ้าคะ ทั้งที่ท่านเจ้าคุณไม่เคยสนใจไยดีแม่คุณของบ่าวเลย”

“เอ็งอย่าปากมากน่า อย่างไรท่านเจ้าคุณก็เป็นผัวข้า ข้าไม่ห่วงท่านแล้วจะห่วงใครเล่า แลข้าสงสัยว่าเรื่องนี้จะมีเลศนัย มิใช่การฟ้องร้องกันธรรมดาเป็นแน่!”

ooooooo

การคาดเดาของสาลี่ไม่เกินจริงเลย เพราะโจทก์ร้องเรียนพระยาสีหโยธิน แท้จริงคือคนของพระมหาเทพและบุญมา ร่วมกันจ้างมาเพื่อแผนการป้ายสีครั้งยิ่งใหญ่

เที่ยงทึ่งมาก แม้จะไม่ชอบใจเล่ห์เหลี่ยมของคุณพระหนุ่มนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแผนการและ หลักฐานปลอมที่อีกฝ่ายสร้างขึ้น แนบเนียนและสมจริงเหลือเกิน

เคราผู้สมรู้ร่วมคิดคนสำคัญของพระมหาเทพ หัวเราะชอบใจ ก่อนจะเฉลยความจริงเบื้องหลังหลักฐานเหล่านี้

“ปลอมขึ้นมาทั้งนั้นล่ะวะ ทั้งเนื้อความ คำสั่ง แลตราประทับ แต่เอ็งไม่ต้องกลัวถูกจับได้ คุณพระทำมาแนบเนียนนัก แลไม่มีเนื้อความใดเกี่ยวข้องมาถึงคุณพระด้วย มีแต่คู่แข่งทางการค้าของคุณพระเท่านั้น ที่ต้องรับเคราะห์ไป”

“ทั้งได้เล่นงานท่านเจ้าคุณ แลกำจัดคู่แข่ง ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว กระผมนับถือคุณพระมากนะขอรับ”

เที่ยงแสร้งยอ ทั้งที่ในใจนึกรังเกียจ แต่พระมหาเทพก็ไม่สนใจ

“ถือเสียว่าเป็นของกำนัลสุดท้ายที่ท่านเจ้าคุณมีข้าเป็นเกลอแล้วกัน จบคดีนี้ คงไม่ได้เจอะเจอกันอีกแล้ว!”

แผนเล่นงานพระยาสีหโยธินดำเนินไปด้วยดี แต่พระมหาเทพกลับขอสิ่งยุ่งยากเป็นการปิดท้าย คือขอให้บุญมีกับบุญมาล่อลวงเย็นออกจากเรือน เพราะหวังและใคร่ในตัวอดีตเมียน้อยคนโปรดมานาน

เที่ยงข่มอารมณ์โกรธไว้ ทำทีเป็นไม่รู้สึกรู้สาต่อหน้าบุญมากับบุญมี เลยทำให้สองพี่น้องตายใจ คิดว่าเที่ยงหมดอาลัยในตัวเย็นแล้ว...และแผนการขั้นต่อไปจะได้ไม่มีคนขวางให้เสียเรื่อง!

เย็นยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกลวงมาทำมิดีมิร้าย มัววุ่นวายใจกับอาการของแดง ที่นับวันจะทวีความรุนแรง อย่างเช่นวันนี้ที่เธอไปฟ้องคุณหญิงว่าเด็กหญิงอยากได้ใบแก้ว เพื่อที่จะไม่ต้องเข้าเรียน

แดงโมโหมาก ปรี่ไปเอาเรื่อง เตะถังน้ำถูเรือนกระเด็น แต่เย็นกลับไม่สะทกสะท้าน

“โกรธเคืองเรื่องกระไรหรือเจ้าคะ”

“รู้แล้วยังมาแสร้งถามอีก เอ็งสาระแนเอาเรื่องข้าจะกินใบแก้วไปบอกคุณหญิงแม่ทำกระไร”

เย็นยิ้มน้อยๆ อธิบายอย่างใจเย็น “ก็คุณแดงคิดจะหลอกคุณหญิง ด้วยการกินใบแก้วให้ตัวร้อน เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเรียนไม่ใช่หรือเจ้าคะ บ่าวก็ต้องเอาไปกราบเรียนคุณหญิงน่ะซีเจ้าคะ”

“สาระแนนัก เอ็งเป็นบ่าว มายุ่งกระไรเรื่องนาย หรือถือว่าเคยช่วยข้าตอนเจ็บป่วย เลยเจ้ากี้เจ้าการกับข้า”

“บ่าวไม่เคยคิดเช่นนั้นเจ้าค่ะ แต่คุณแดงทำไม่ถูก การเล่าเรียนเขียนอ่านเป็นสิ่งสำคัญนัก รู้หรือไม่เจ้าคะ ว่ามีคนอีกมากที่ไม่รู้หนังสือ แต่คุณแดงเกิดมาตระกูลสูง มีโอกาสเล่าเรียน เหตุใดถึงทิ้งโอกาสนั้นไปเล่าเจ้าคะ”

แดงโกรธมาก ชี้หน้าจะด่าเย็นเหมือนเคย แต่ปีติซึ่งเฝ้าสังเกตการณ์มาตั้งแต่ต้น ตัดสินใจปรากฏตัว

“คุณแดงใช่หรือไม่ขอรับ อย่าหยาบคายซีขอรับ กระผมชื่อปีติ เป็นทนายหน้าหอคนใหม่ของท่านเจ้าคุณ คุณแดงยังเด็ก เมื่อกระทำไม่ถูกก็ต้องให้คนอื่นสั่งสอน มิควรจะมาโกรธเคืองนะขอรับ”

“แต่นังเย็นมันเป็นทาส...”

“จะเป็นนายหรือทาส ถ้าพูดในสิ่งที่ถูกที่ควรก็ยึดถือเป็นคำสอนได้ทั้งสิ้น คนฉลาดยึดถือทุกผู้คนเป็นครูเราได้ แต่คนโง่ ต่อให้ได้ฟังคำสอนดีที่สุด ก็ไม่เข้าใจดอกขอรับ คุณแดงอยากฉลาดหรืออยากโง่เล่าขอรับ...”

ooooooo

แดงเถียงไม่ออก ฮึดฮัดกลับเข้าเรือน โดยมีเย็นมองตามด้วยสายตาเป็นห่วง ปีติเฝ้ามองห่างๆอีกต่อ พยายามเก็บข้อมูลอย่างสุดความสามารถ โดยเฉพาะท่าทางของเย็น ที่ดูเหมือนจะไม่เกรงกลัวหรือโกรธเคืองแดงเลย ทั้งที่สถานะก็แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด เหมือนไม่ใช่แค่บ่าวกับนาย...

เย็นกลับถึงเรือนฟักในสภาพอ่อนแรง แต่ไม่ลืมหน้าที่ประจำ คือป้อนข้าวป้อนยาให้ฟัก แต่วันนี้กลับไม่เหมือนวันอื่นๆ เพราะหัวหน้าทาสสาวไม่ได้อยู่ตามลำพัง แต่มีพระยาสีหโยธินมาเยี่ยม

“บ่าวไม่ทราบว่าท่านเจ้าคุณจะมา ขอประทานโทษด้วยเจ้าค่ะ ท่านเจ้าคุณมีกระไรให้บ่าวรับใช้หรือเจ้าคะ”

พระยาสีหโยธินยิ้มบางๆ “ไม่มีกระไร ฉันเพียงมาเยี่ยมเยียนฟักเท่านั้น อย่างไรฟักก็เป็นทาสรับใช้ฉันมานานกว่าใคร แต่ครั้งคุณหญิงแม่ของฉันยังอยู่ด้วยซ้ำ”

“เป็นพระคุณเจ้าค่ะ”

“เป็นพระคุณกระไร ฟักเจ็บป่วยมานาน ฉันได้แต่ให้หมอมารักษา แต่ไม่เคยมาเยี่ยม ต้องถือว่าใจดำมากกว่า”

เย็นซึ้งในน้ำใจเขามาก “ท่านเจ้าคุณมีราชการมาก แลหลายปีมานี่ก็มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย เพียงแค่ท่านเจ้าคุณไม่ทอดทิ้งบ่าวไพร่ยามเจ็บป่วย ก็ดีเหลือเกินแล้วเจ้าค่ะ จะเรียกว่าใจดำมิได้ดอก”

ฟักแสร้งทำเป็นป่วยเหมือนเดิม แต่ไม่วายชำเลืองมองอดีตสามีภรรยา ว่าคงมีเยื่อใยต่อกันไม่น้อย และก็จริงดังคาด เพราะการปรากฏตัวของพระยาสีหโยธินในวันนี้ ไม่ใช่แค่อยากมาเยี่ยมฟัก แต่อยากพูดคุยกับเย็นตามลำพัง

หลังป้อนข้าวป้อนยาให้ฟักเสร็จ พระยาสีหโยธินก็พาเย็นออกจากเรือน ด้วยการพายเรือให้นั่ง เย็นลุกลี้ลุกลนมาก กวาดตามองรอบๆด้วยความไม่สบายใจและหวาดระแวง

พระยาสีหโยธินยิ้มขำ “ฉันมิได้เอาหล่อนไปฆ่าเสียหน่อย เหตุใดต้องทำกิริยาเช่นนี้ด้วย”

“ท่านเจ้าคุณเป็นนาย บ่าวเป็นทาส มิควรพายเรือให้บ่าวนั่ง ใครมาเห็น จะเสียราศีท่านเจ้าคุณนะเจ้าคะ”

“ตอนออกมา ฉันไม่เห็นใคร ตอนกลับ เราก็แยกกันกลับ เพราะฉันต้องไปฟังการพิจารณาคดี จะกลัวกระไร”

“แต่ถึงอย่างไรก็ไม่บังควรนะเจ้าคะ”

“ปล่อยวางเรื่องนายบ่าวเถิด เพลานี้ ไม่มีพระยาสีหโยธินกับนางทาสชื่อเย็นแล้ว มีแต่แม่เย็นกับพี่สิงห์เท่านั้น”

“ท่านเจ้าคุณยังจำได้อีกหรือเจ้าคะ”

“ฉันไม่เคยลืมเลยต่างหาก เพียงแต่ฉันไม่มีความกล้าจะพูดออกมาเท่านั้น”

จบคำก็พายเรือต่อจนถึงวัด เย็นได้แต่มองมาด้วยความอึดอัดใจ แม้จะสุขใจที่ได้อยู่ใกล้เขาอีกครั้ง แต่กระนั้น...ความห่างเหินที่มีมานานและเรื่องในอดีต ก็ทำให้เธอกังวล

“บ่าว...ขอถามกระไรสักข้อได้หรือไม่เจ้าคะ”

“คงสงสัย...ว่าทำไมฉันชวนเจ้ามาที่นี่กระมัง”

เย็นพยักหน้ารับ พระยาสีหโยธินเลยระบายความในใจอย่างอัดอั้น

“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าฉันอยากคุยกับเย็น”

“ท่านเจ้าคุณไม่โกรธเคืองบ่าวแล้วหรือเจ้าคะ”

พระยาสีหโยธินถอนใจยาว “เรียกว่าปลงตกดีกว่ากระมัง อย่างที่เย็นว่า หลายปีมานี่มีเรื่องเกิดขึ้นมากมาย ทั้งสุขแลทุกข์ ดูอย่างเมื่อไม่กี่วันมานี่ ฉันเพิ่งได้เป็นพระยาพานทอง แต่ก็กลับถูกฟ้องร้องว่าทุจริตเป็นครั้งที่สาม ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืนเลย แล้วจะมามัวอาฆาตกับเรื่องแม่เย็นนอกใจฉันไปเพื่อกระไร”

เย็นยินดีมากที่เขาไม่โกรธเคืองเธอแล้ว แต่กระนั้น... ก็อดไม่ได้จะสาบาน เพราะอยากลบมลทินให้ตัวเอง แต่ไม่ทันเอ่ย พระยาสีหโยธินก็ยกมือปิดปากเสียก่อน

“อย่าสาบานกระไรอีกเลย เอาเถอะ...ถ้าฉันต้องโทษจริงๆ แม่เย็นก็อโหสิให้ฉัน...”

เย็นสะเทือนใจมาก พูดขัดขึ้น “ไม่เจ้าค่ะ ท่านเจ้าคุณเป็นคนดี คนดีต้องตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ ในเมื่อท่านเจ้าคุณไม่ได้ทุจริต ก็ไม่มีใครมาลงโทษท่านเจ้าคุณได้ดอกเจ้าค่ะ”

สองหนุ่มสาว อดีตสามีภรรยากุมมือกันแน่นต่อหน้าพระประธาน ถ่ายทอดความห่วงหาและห่วงใยให้กันและกัน หลังจากที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดแบบนี้มานานเกือบสิบปีแล้ว...

ooooooo

บรรยากาศหอมหวานชวนให้เย็นเคลิ้มต้องสูญสลายในพริบตา เมื่อเธอกลับถึงเรือนแล้วพบว่าฟักถูกม้วนจับใส่เปล จะเอาตัวไปรักษากับหมอนอกเมือง!

เมื่อแย้มทราบเรื่อง ว่าบุญมีจะนำตัวฟักไปรักษา โดยไม่บอกกล่าวเย็นก่อน ก็เริ่มไม่ไว้ใจ แต่ก็ไม่กล้าหักหน้าบุญมีมากนัก ได้แต่ไกล่เกลี่ยและประนีประนอมไปตามเรื่อง

บุญมีซึ่งมีแผนจะลวงเย็นออกจากเรือน โดยใช้ฟักเป็นเครื่องมือ เห็นท่าไม่ดี เกรงจะถูกรู้ทัน เลยพยายามพูดกดดัน จนแย้มต้องปล่อยให้เย็นไปกับฟักด้วย เพราะไม่ไว้ใจบุญมี

แต่ถึงจะย้ำให้บุญมีเขียนแผนที่บ้านหมอให้แต่แย้มก็ยังไม่ไว้ใจ ต้องส่งจดหมายลับฝากแรมไปให้ นมแสงในคืนเดียวกัน กันไว้ดีกว่าแก้ เผื่อจะเกิดเหตุร้ายขึ้นมาจริงๆ...

บุญมาหัวเราะชอบใจ เมื่อได้ยินเรื่องจากน้องสาว ที่หาทางล่อเย็นออกจากเรือนจนได้

“เอ็งมันเจ้าเล่ห์เพทุบายใช่หยอก พูดเสียนังคุณหญิงต้องยอมใจให้พานังฟักมาจนได้”

“ก็ฉันอยู่กับมันมากี่ปี ทำไมจะไม่รู้นิสัย นังคุณหญิงมันหน้าบางนัก ทนมิได้ดอก จะให้คนตราหน้ามันว่าใจดำ แลนังเย็นมันก็ระแวงฉัน จึงต้องแสร้งมารยา ไม่อยากให้มันมา มันยิ่งเดินมาตกหลุมพรางอย่างง่ายดาย”

“ถ้ากระนั้นค่ำนี้อ้ายพระมหาเทพคงได้เสพสุขเป็นแน่ แต่เอ็งอย่าลืมย้ำกับอ้ายคุณพระด้วย ว่าสมใจแล้ว ต้องปิดปากอีเย็นเสีย อย่าให้มันมาเป็นพยานเอาผิดภายหลังได้”

“ข้อนั้นไม่ต้องห่วงดอกพี่ อ้ายคุณพระมันจะเก็บกวาดได้ดีกว่าเราเสียอีก”

สองพี่น้องยิ้มให้กันอย่างสาสมใจ ก่อนจะหน้าซีดเผือด เมื่อค้นพบในเวลาต่อมาว่าเที่ยงหายตัวไป!

เวลาเดียวกัน ณ เรือนหลังหนึ่งนอกเมือง...เย็นกับฟักถูกพามาทิ้งไว้ ทั้งสองกวาดตามองรอบๆด้วยความหวาดระแวง สังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดี เพราะไม่เห็นวี่แววของหมออย่างที่บุญมีแอบอ้าง

เย็นทิ้งฟักไว้ด้านนอก แล้วเข้าสำรวจภายในเรือน ก่อนจะได้สะดุ้งสุดตัว เมื่อถูกพระมหาเทพปล้ำกอดจากด้านหลัง อดีตเมียน้อยคนโปรดดิ้นรนขัดขืนเต็มที่ แต่ก็สู้แรงคุณพระหนุ่มไม่ได้

“เอ็งหนีไม่พ้นดอกอีเย็น นับแต่เห็นเอ็งคราแรก ข้าก็เฝ้ารอวันนี้มาตลอด คราก่อนเอ็งมีท่านเจ้าคุณมาช่วย แต่ครานี้ ต่อให้เอ็งร้องจนคอแตก ก็อย่าหวังว่าจะมีใครมาช่วยเอ็งได้เลย”

“คราก่อน...เป็นฝีมือคุณพระเองรึ”

“เห็นหรือไม่ ว่าข้ารักมั่นต่อเอ็งเพียงใด ยอมข้าเถิดวะ อีเย็น หากทำให้ข้าพอใจ ข้าอาจจะไว้ชีวิตเอ็งก็เป็นได้”

ขาดคำก็ปล้ำจูบอย่างบ้าคลั่ง เย็นกรีดร้อง พยายามสู้สุดชีวิต และเกือบพลาดท่าแล้วถ้าฟักจะไม่โผล่มาช่วย พร้อมใช้มีดปอกผลไม้เล่มเล็กที่แอบขโมยมาจากเรือนใหญ่ จวกแทงพระมหาเทพอย่างจัง!

เย็นกับฟักพยุงร่างสะบักสะบอมหนีไปตามชายป่าไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ก็หนีพระมหาเทพไม่พ้น โดยเฉพาะฟัก ถูกปืนยาวยิงจากด้านหลังจนทรุดกับพื้น เย็นเห็นฟักอาการไม่ดี เลยพยายามอ้อนวอน แต่มีหรือคุณพระหนุ่มจะยอม

“มึงคิดว่ากูจะหลงคำมึงอีกรึอีเย็น กูต้องเจ็บตัวเพราะมึงมามากแล้ว...มึงต้องตายทรมานกว่าอีฟักเป็นร้อยเท่า!”

ฟักเจ็บแผลมาก แต่ยังแข็งใจหัวเราะเยาะ ทำให้พระมหาเทพหัวเสียมาก

“ได้ยินอ้ายชายหน้าตัวเมียยิงผู้หญิงข้างหลัง มันเห่าหอนว่าต้องเจ็บตัวเพราะพวกกู ถุย! มันบ้าตัณหาราคะจนพาตัวมาหามีดกูเอง ยังมีหน้ามาโทษพวกกูอีกเหรอวะ”

จบคำก็ควักมีดพกจะจวกแทงอีกรอบ แต่ครานี้พระมหาเทพหลบทัน และพลิกมือแทงสวนที่ท้องฟักแทน!

เครากับพวกมาถึงพอดี และจะช่วยคุณพระหนุ่มจับตัวเย็นกับฟัก แต่ไม่ทันขยับ ก็ต้องแตกกระเจิงทั้งกลุ่ม เมื่อเที่ยงโผล่มาขวาง เปิดโอกาสให้เย็นประคองฟักหนี แต่เพียงไม่กี่อึดใจ ฟักก็ทรุดกับพื้น ไปต่อไม่ไหวแล้ว

“เอ็งก็เจ็บไม่น้อย จะพาข้าหนีได้อย่างไร ข้าเองก็สาหัสนัก คงไม่รอดแล้ว”

“ไม่จ้ะ...ฉันไม่ยอมให้พี่ฟักตาย แลหากต้องตายจริงๆ เราก็จะตายด้วยกัน”

“อย่าโง่นักเลย ตายคนเดียว ย่อมดีกว่าตายสองคน เอ็งรีบหนีไป”

“พี่มีบุญคุณกับฉันเสมอ ด้วยพ่อแม่ที่ให้กำเนิด แล้วฉันจะทิ้งพี่เอาตัวรอดคนเดียวได้รึ ไม่ไป ฉันไม่ไป!”

“เชื่อข้าเถิดเย็นเอ๊ย ที่แล้วมา เอ็งเชื่อข้ามาตลอด ครานี้เอ็งก็ต้องเชื่อฟังข้า...เป็นครั้งสุดท้าย”

ooooooo

.

---------------------

นางทาส ตอนที่ 16

คำสั่งเสียสุดท้ายของฟัก คือให้เย็นอย่าดึงมีดจากท้องเป็นอันขาด และหาวิธีซ่อนศพของเธอ ด้วยการโยนลงน้ำ เผื่อในภายหน้า จะได้เก็บหลักฐานทั้งหมด เอาผิดกับพระมหาเทพกับพวก!

เย็นกระเสือกกระสนไปจนถึงนครบาล แต่ไม่กล้าไปแจ้งความ ได้แต่อดทนรอให้ถึงเวลาอันควร จึงจะออกไป ส่วนเที่ยง...หลังช่วยพวกเย็นให้หนีไปได้ ก็เกือบถูกฆ่า โชคดีที่บุญมีตามมาทัน เลยช่วยไว้ได้ทันเวลา แต่กระนั้น...ก็ถูกล่ามขังไว้ เตรียมลงโทษ โทษฐานขัดขวางแผนการทั้งหมด

ด้านพระยาสีหโยธิน...ยังไม่รู้ชะตากรรมของเย็น มัววิตกกังวลกับข้อร้องเรียน และความกดดันจากเหล่าลูกขุน ให้เขาเตรียมหาหลักฐานมาแก้ต่างความผิดของตัวเอง เมื่อสาลี่ทราบเรื่องก็รีบไปดักรอ แต่ยังไม่กล้าเสนอตัวช่วย เกรงจะถูกเกลียดขี้หน้ากว่าเดิม เพราะตนเคยแอบคัดลอกความลับทางราชการไปหลายรอบ

พระยาสีหโยธินคิดว่าอดีตเมียน้อยคนสวยกลัวอดตาย หากตนถูกดำเนินคดี เลยปลอบเสียงอ่อน

“แม่สาลี่ไม่ต้องกลัวนะ ฉันคุยกับคุณหญิงแล้ว แม้ครานี้ฉันจะต้องโทษ แต่ก็คงมีทรัพย์สินเหลืออยู่ไม่น้อย คุณหญิงจะแบ่งให้แม่สาลี่ตามสมควร แม่สาลี่ไม่ลำบากดอก”

“ท่านเจ้าคุณห่วงใยฉัน ไม่โกรธเคืองฉันแล้วหรือเจ้าคะ”

ท่านเจ้าคุณส่ายหน้าช้าๆ ถอนใจยาว “เรื่องมันเกิดมานานมากแล้ว แลแม่สาลี่ก็ได้รับโทษทัณฑ์สาสมกับความผิดแล้ว ฉันจะโกรธเคืองต่อไปก็ดูจะใจร้ายเกินไป แต่ที่ฉันจะจดจำได้ไม่เปลี่ยน คือแม่สาลี่เป็นเมียแรกของฉัน เป็นผู้หญิงคนแรกที่ฉันรัก แล้วฉันจะทอดทิ้งให้แม่สาลี่ลำบากได้อย่างไรเล่า”

สาลี่ดีใจจนน้ำตาคลอ “ท่านเจ้าคุณไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะ ฉันมีทางช่วยท่านเจ้าคุณ ฉันจะไม่ยอมให้ท่านเจ้าคุณต้องรับโทษในความผิดที่ท่านเจ้าคุณไม่ได้ก่อเป็นอันขาด”

“ขนาดฉัน...ยังใกล้จะจนปัญญาเข้าไปทุกที แม่สาลี่อยู่แต่ในเรือน จะช่วยกระไรฉันได้”

อดีตเมียน้อยคนสวยอึกๆอักๆ อยากสารภาพความจริงจะแย่ แต่ก็เกรงจะทำให้เสียเรื่อง จังหวะเดียวกันนั่นเอง...ปีติก็มาตามท่านเจ้าคุณกลับเรือนใหญ่ เพราะแย้มมีเรื่องสำคัญจะแจ้งเกี่ยวกับเย็นและบุญมี!

ความจริงเรื่องบุญมีเป็นคนร้าย วางแผนจับตัวเย็นกับฟัก ทำให้พระยาสีหโยธินถึงกับพูดไม่ออก จนแย้มเริ่มใจไม่ดี แต่กระนั้น...ก็ไม่ยอมแพ้ พยายามหว่านล้อมและหาเหตุผลมาสนับสนุน

“ฉันนึกอยู่แล้วว่าท่านเจ้าคุณคงไม่เชื่อ ถึงเลือกจะปิดท่านเจ้าคุณมาตลอด แต่ที่ต้องบอกเพลานี้ ก็เพราะมีข้อสงสัยมากมายที่ล้วนชี้ว่าแม่บุญมีไม่หวังดีกับคนในเรือนเจ้าค่ะ”

พระยาสีหโยธินคิดหนัก นมแสงซึ่งตามมาแจ้งข่าวจากนครบาล ต้องช่วยพูด

“พอคุณหญิงให้แรมส่งจดหมายมาบอก ฉันก็รีบแจ้งนครบาลแลพาคนตามไป แต่กว่าจะถึงก็ดึกดื่น พอขึ้นเรือนไป ก็ไม่เห็นเย็นกับฟักแล้ว เหลือแต่ร่องรอยการต่อสู้และรอยเลือด ฉันถึงกลับมาแจ้งคุณหญิงนี่ล่ะเจ้าค่ะ”

“แต่ก็เพียงคุณหญิงกับนมแสงสงสัย ฉันฟังความข้างเดียวไม่ได้ดอกนะ” ท่านเจ้าคุณแย้งเครียดๆ

“ฉันทราบค่ะ แต่เพลานี้แม่บุญมีไม่อยู่เรือน ไต่ถามบ่าวไพร่แล้ว ออกไปเมื่อวาน ป่านนี้ยังไม่กลับเลยเจ้าค่ะ!”

ooooooo

ไม่มีใครเห็นบุญมีจริงๆ แต่ที่ทุกคนไม่รู้คือเมียน้อยคนสวยของท่านเจ้าคุณกลับมานานแล้ว ซ่อนตัวบนเรือน และส่งม้วนไปสอดแนมที่เรือนใหญ่ และทันทีที่รู้ว่าแย้มแอบสงสัย ก็ตัดสินใจจะจับแดงไปเป็นตัวประกัน!

ม้วนตะลึงมาก ไม่อยากเชื่อว่าเจ้านายสาวที่รับใช้มานานนับสิบปีจะโหดเหี้ยมถึงเพียงนี้ แต่ไม่ทันขัดขวาง ก็ถูกปีติจับได้เสียก่อน และถูกนำตัวไปให้พระยาสีหโยธินกับแย้มสอบสวน

“บ่าวไม่รู้เจ้าค่ะ ไม่รู้กระไรจริงๆเจ้าค่ะ”

“จะไม่รู้ได้อย่างไร ก็เห็นอยู่ว่าก่อนจะไปหาคุณแดง แม่ม้วนคุยกับคุณบุญมีตั้งนานสองนาน” ปีติโวยลั่น

ม้วนกลัวมาก ลนลานก้มกราบท่านเจ้าคุณกับคุณหญิง “บ่าวโง่เง่า ไม่รู้เท่าทันคุณบุญมีจริงๆเจ้าค่ะ แลหากรู้ว่าคุณ...เอ่อ...อีนังบุญมีมันชั่วช้าสารเลวเช่นนี้ บ่าวจะไม่มีวันรับใช้มันดอกเจ้าค่ะ”

พระยาสีหโยธินเจ็บใจมากที่คาดคั้นอะไรจากม้วนไม่ได้ ตัดสินใจบุกถึงโรงฝิ่นของบุญมา ตามคำบอกเล่าของนมแสง แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะบุญมายกพวกไปซ่อนตัวที่อื่นแล้ว

และสถานที่ที่พวกบุญมาหนีไปซ่อนตัวคือเรือนพระมหาเทพ โดยมีเคราคอยเฝ้าห่างๆ พระมหาเทพยังบาดเจ็บจากแผลที่โดนฟักแทง เลยอารมณ์ไม่ดี ยิ่งเห็นหน้าเที่ยง ซึ่งถูกจับมัดกับเสา ยิ่งของขึ้น

“ข้าจะวางใจกว่านี้ ถ้าไม่มีตัวอุบาทว์จัญไรมาเหยียบเรือน”

“ตัวอุบาทว์ไม่มีดอกขอรับ มีแต่ตัณหาราคะของคุณพระเองต่างหาก ที่นำพาความอุบาทว์มาสู่เรือน”

“มึงหุบปากเลยอ้ายเที่ยง! กูไม่ฆ่ามึงก็ดีเท่าไหร่แล้ว”

“จะฆ่าตอนนี้ก็ยังทันนะขอรับ กระผมหนีไปไหนไม่ได้อยู่แล้ว”

เที่ยงปะทะคารมกับพระมหาเทพอย่างดุเดือด ก่อนจะต้องหุบปากฉับ เมื่อบุญมีขู่จะฆ่าเย็น!

บุญมีได้ทำตามที่ขู่จริงๆ ด้วยการไปดักรอถึงนครบาล จังหวะเดียวกับที่เย็นโผล่มาแจ้งความพอดี

“นังคนนี้มันเป็นบ้าน่ะจ้ะ เจอใครก็เที่ยวไปฟ้องว่ามีคนจะฆ่า จนวุ่นวายมาหลายคราแล้ว วันนี้หนีออกจากเรือน ฉันนึกแล้วว่าต้องมาก่อเรื่องที่นครบาล จึงรีบตามมาน่ะจ้ะ”

“ไม่จริงเจ้าค่ะ ฉันไม่ได้บ้า ถ้าบ้าจะคุยรู้เรื่องหรือเจ้าคะ ฉันชื่อเย็น เป็นทาสบ้านท่าน...”

บุญมีไม่รอให้เย็นพูดจบ โพล่งขึ้น “แม่แดง...ลูกเอ็งรออยู่ รีบกลับเรือนกับข้าเถิด”

เย็นตกใจมาก หน้าซีด ไม่คิดมาก่อนว่าบุญมีจะล่วงรู้ความลับนี้

“ว่าอย่างไรล่ะนังเย็น แม่แดงเลือดในอกเอ็งข้าช่วยดูแลมาพักใหญ่แล้ว เอ็งไม่คิดอยากกลับไปเจอลูกบ้างรึ”

คำขู่ของบุญมีทำให้เย็นเครียดจัด ลังเลเรื่องแจ้งความ จนบุญมีย่ามใจ ขู่เสียงเข้ม

“นึกถึงลูกให้มาก กลับไปกับข้าเถิด อย่าสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเลย”

ในที่สุดเย็นก็ยอมกลับไปกับบุญมี แต่กระนั้น...ก็ไม่วายสงสัยเรื่องความลับของแดง

“คุณบุญมีรู้เรื่องคุณแดงมานานแล้วหรือเจ้าคะ”

“ก็นานกว่าที่อีฟักมันหลอกข้าว่านอนเป็นผัก จนข้าตายใจน่ะล่ะ ที่จริง...ก็ต้องชมพวกเอ็งที่อดทนได้ขนาดนี้”

“แต่ความอดทนของบ่าว ก็คงเปรียบกับความโหดร้ายของคุณบุญมีไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ คุณบุญมีรู้ทั้งรู้ว่าคุณแดงเป็นลูกบ่าว ก็ยังสั่งสอนให้คุณแดงเกลียดชัง แลก้าวร้าวกับบ่าวตลอด คุณต้องการกระไรกันแน่เจ้าคะ”

“ก็ต้องการเห็นเอ็งทุกข์ทรมานใจ ต้องทนดูลูกในไส้ใกล้นรก เพราะจิกหัวด่าแม่บังเกิดเกล้าน่ะซี สะใจข้านัก!”

“บ่าวเคยนึก ว่าคนร้ายกาจที่สุดในเรือนคือคุณสาลี่ แต่ไม่อาจเทียบกับคุณบุญมีได้เลย”

“ในเมียท่านเจ้าคุณสี่คน โง่ที่สุดก็คือเอ็ง เจ้าเล่ห์มารยาสาไถยที่สุดก็นังสาลี่ แต่โหดเหี้ยมใจดำที่สุด ไม่ใช่ข้าดอกนะ แต่เป็นนังคุณหญิง คนที่เอ็งรักและเทิดทูนหนักหนาต่างหาก”

เย็นหน้าเสีย บุญมียิ่งสะใจ “คิดดูเถิด แย่งลูกเอ็งมาอย่างหน้าไม่อาย เอ็งก็น้ำท่วมปาก บอกใครไม่ได้ แลยังโยนบุญคุณมารัดคอเอ็ง แม้แต่ข้า ยังหน้าหนาไม่พอจะทำได้เลย!”

ooooooo
เย็นถูกจับตัวไปที่เรือนของพระมหาเทพ และทันทีที่เห็นหน้า คุณพระหนุ่มก็กระโจนหา หวังฆ่าให้ตายคามือ เที่ยงพยายามดิ้นรนจะช่วย แต่ก็ไม่ทันบุญมาที่ชักปืนมาขู่เสียก่อน

“นี่มันกระไรกันวะอ้ายบุญมา...หรือเอ็งจะช่วยอีเย็น”

“กระผมไม่ได้ช่วยใครนอกจากตัวเอง สิ่งที่กระผมต้องการคือล้างแค้น...คุณพระจะฆ่านังเย็นตอนนี้ไม่ได้!”

พระมหาเทพมีสีหน้างงสุดขีด บุญมีเลยช่วยเฉลย พร้อมรอยยิ้มหยัน

“พวกเราหมดทางล้างแค้นท่านเจ้าคุณแล้ว แม้ไม่มีหลักฐานเอาผิดฉัน แต่ฉันก็คงกลับไปที่เรือนไม่ได้อยู่ดี ฉะนั้น...ก็เหลือแต่ให้คุณพระล่อท่านเจ้าคุณมาให้พวกเราฆ่าทิ้งเท่านั้น ถึงจะระบายแค้นของพวกเราลงได้”

เย็นตกใจมาก ไม่คิดเลยว่าบุญมีจะโหดเหี้ยมและเลือดเย็นถึงเพียงนี้

“นี่คุณบุญมีคิดฆ่าท่านเจ้าคุณรึ เพราะกระไรกัน ท่านเจ้าคุณดีกับคุณบุญมีนัก เหตุใดถึงคิดชั่วต่อท่านได้”

“ข้ามิได้เพิ่งคิดดอกนังเย็น แต่ข้าคิด...นับแต่วันแรกที่พ่อแม่ข้าถูกมันฆ่าตายแล้ว!”

พระมหาเทพพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว ก่อนจะแสยะยิ้มร้าย เมื่อค้นพบความจริงบางอย่าง

“จะใจร้อนไปไย อีกไม่กี่วันคดีความท่านเจ้าคุณก็ตัดสินแล้ว เผลอๆจะถูกฟันคอด้วยซ้ำ เท่านี้ก็สมกับความแค้นของพวกเอ็งแล้วไม่ใช่รึ ข้าว่ารีบตัดไฟแต่ต้นลม กำจัดนังเย็นเสียก่อนเถิด”

บุญมาไม่ยอม ประกาศลั่น “ไม่! คุณพระต้องช่วยพวกเราก่อน อ้ายท่านเจ้าคุณยังไม่รู้ว่าคุณพระอยู่เบื้องหลัง ถ้าไปหลอกมันมา มันต้องหลงเชื่อเป็นแน่ จากนั้น...พวกเราจะฆ่าปิดปากอีเย็นให้เอง”

“ถ้าคุณพระกลัวนังเย็นมันจะแฉความชั่ว คุณพระก็ต้องช่วยพวกเรา มิเช่นนั้นก็ตายด้วยกันหมดนี่แหละ!”

คำขาดของบุญมี ทำให้เที่ยงหัวเราะลั่น เพราะสุดท้ายแล้ว พระมหาเทพก็หนีไม่พ้น ถูกลากมาเอี่ยวในแผนล้างแค้นนี้ด้วย...เอาตัวรอดคนเดียวคงไม่ได้ดอกนะขอรับ!

เวลาเดียวกันที่หน้าเรือนทาสของสาลี่...ปีติค้นพบเอกสารความลับที่อดีตเมียน้อยคนสวยซ่อนไว้ เลยไม่รอช้าเผยตัวจริงให้เธอรู้ สาลี่ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อได้ยินสิ่งที่อดีตสามีฝากฝังกับทนายหน้าหอเมื่อหลายวันก่อน

“ฉันเคยจับได้ว่าเมียคนหนึ่งของฉันแอบขโมยความลับข้อราชการเมื่อหลายปีก่อน ซึ่งก็ได้รับโทษแล้ว แต่ฉันไม่รู้ว่ามีคนอื่นทำเช่นเดียวกันอีกหรือไม่ จะสอบสวนเองก็คงไม่ได้ความจริง จึงอยากไหว้วานหมื่นท่านให้ช่วยสืบให้”

“ถ้าเช่นนั้น...กระผมจะปลอมตัวเป็นทนายหน้าหอของท่านเจ้าคุณ แลจะเร่งหาหลักฐานมาช่วยให้ได้ขอรับ”

ปีติดึงตัวเองจากอดีต สาลี่ส่ายหน้า ถอนใจยาวแล้วเปรยปลงๆ

“หมื่นท่านคงสงสัยฉันกระมัง”

“ขอรับ...แต่หลังจากเจอหลักฐานเหล่านี้แล้ว กระผมก็หมดข้อสงสัยอีก เพราะหากจะคิดร้ายกับท่านเจ้าคุณจริง ก็คงไม่เก็บหลักฐานพวกนี้ไว้”

สาลี่สบตานิ่ง และตัดสินใจบอกข้อสันนิษฐานของตน

“คนน่าสงสัยตอนนี้ก็คือนังบุญมี ที่มันยังไม่กลับเรือน และคุณหญิงไม่กระโตกกระตาก คงเพราะเรื่องนี้กระมัง”

“กระผมก็คาดเช่นนั้นขอรับ แต่ที่สงสัยคือเหตุใดคุณสาลี่ถึงไม่เอาหลักฐานพวกนี้ไปช่วยท่านเจ้าคุณเล่าขอรับ”

“หลักฐานพวกนี้เกี่ยวพันถึงพระมหาเทพ ถ้าคุณพระคิดร้ายกับท่านเจ้าคุณ ฉันไม่เอาไว้แน่! แต่จนถึงเพลานี้ ฉันก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร ขืนบุ่มบ่ามเอาหลักฐานออกมา ก็เท่ากับบีบให้พระมหาเทพลงมือทำร้ายฉันกับท่านเจ้าคุณน่ะซี”

ปีติพยักหน้ารับรู้ ก่อนเอ่ยถึงปัญหาใหญ่ของท่านเจ้าคุณ

“มีคนปลอมจดหมาย คำสั่ง แลตราประทับตำแหน่งท่านเจ้าคุณขอรับ ข้อนี้เป็นเหตุที่เอาผิดท่านเจ้าคุณได้”

“จดหมายปลอมหรือไม่ ฉันแยกไม่ออก แต่ถ้าตราประทับปลอม มองปราดเดียวก็รู้ เพราะตราจริงมีตำหนิ”

สาลี่ตัดสินใจเล่าเรื่องในอดีต ที่ตนเคยแอบคัดลอกเอกสารลับของสามี แล้วเผลอทำตราประทับตกพื้น

“ฉันทำตราประทับตก เลยมีรอยแตกหักเล็กน้อย หากเอามาประทับแล้วเทียบกัน ก็จะรู้ว่าจริงหรือปลอม”

ooooooo

ปีติรีบนำความจริงจากสาลี่ไปบอกท่านเจ้าคุณ แต่ก็คลาดกัน เมื่อแย้มแจ้งว่าสามีไปบุกโรงฝิ่นพร้อมกับนมแสง และอาจเลยไปเรือนพระมหาเทพด้วย เพราะบุญมีหนีไปอาศัยที่นั่นชั่วคราว

แย้มไม่อยากเชื่อหู เมื่อปีติบอกว่าพระมหาเทพไม่น่าไว้ใจ เพราะเห็นว่าเป็นเกลอเก่าสามีมานาน โดยไม่รู้เลยว่าเวลาเดียวกันนี้ พระยาสีหโยธินกำลังปรับทุกข์กับเกลอรัก เพราะระแวงแคลงใจในตัวบุญมี

“บอกตามตรง เพลานี้ฉันไม่อาจวางใจแม่บุญมีได้เหมือนเดิมอีกแล้ว มิรู้ว่าการไปพึ่งคุณพระ จะมีอุบายกระไรอีกหรือไม่ จึงอยากจะแจ้งนครบาลให้ส่งคนไปคุ้มกันด้วยจะดีกว่า”

“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ท่านเจ้าคุณอย่ากลัวเลย คนของฉันมีมาก คุ้มครองท่านเจ้าคุณได้ แลหากไปแจ้งนครบาล แล้วมีเรื่องเสื่อมเสียเกิดขึ้นจริง จะมิอับอายขายหน้ารึ สู้รู้กันเท่านี้ดีกว่า มิต้องกลัวว่าฉันจะแพร่งพรายให้เสื่อมเสียดอก”

พระยาสีหโยธินลังเล พระมหาเทพเลยแกล้งตัดพ้อ

“พ่อสิงห์...เรารู้จักกันมาเกินกว่าค่อนชีวิตเสียอีก หรือพ่อคิดว่าฉันไว้ใจไม่ได้แล้ว”

“ใครจะคิดอย่างนั้นเล่า ฉันจะตามนครบาลเพื่อกันไว้ดีกว่าแก้ แต่เมื่อคุณพระว่าไม่ดี ก็ตามที่คุณพระพูดเถิด”

ระหว่างที่พระมหาเทพหว่านล้อมพระยาสีหโยธิน เย็นกับเที่ยงก็ถูกมัดกับเสาเรือนคนละมุม โดยมีบุญมีเฝ้าไม่ห่าง และอดีตเมียน้อยคนโปรดก็อดรนทนไม่ไหวโพล่งขึ้น

“คุณบุญมีอยู่กินกับท่านเจ้าคุณมานานปี แม้ไม่รัก ก็น่าจะมีความผูกพัน ไยถึงคิดร้ายต่อท่านเจ้าคุณได้ลงคอ”

“พูดไปก็เท่านั้น ความแค้น...มันย้อมใจคุณบุญมีจนเป็นสีดำ ไม่เหลือความผูกพันให้ใครแล้ว”

เที่ยงตอบแทนเสียงเครียด และนั่นก็ทำให้บุญมีโกรธมาก ตบหน้าเขาฉาดใหญ่

“คนทรยศอย่างเอ็ง อย่าบังอาจพูดถึงข้า ถ้าไม่ใช่เพราะเอ็งหลงอีเย็นจนหน้ามืด พวกข้าคงไม่เป็นเช่นนี้ดอก”

“อย่าทำกระไรนังเย็นเลยนะขอรับ”

“ในเมื่อเอ็งหลงอีเย็นมากนัก ข้าก็จะกรีดหน้ามันให้ยับ ให้อัปลักษณ์ยิ่งกว่าผี ดูทีรึ...เอ็งจะหลงรักมันลงอีกรึไม่”

“ถ้าคุณบุญมีทำร้ายนังเย็น กระผมจะฆ่าตัวตายตาม อย่าหวังว่าเราจะได้เจอกันอีก ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน!”

“ดี...งั้นมึงก็ตายพร้อมกันไปเลย”

เที่ยงสบตาอย่างไม่กลัว บุญมีก็ตาแข็งกร้าว ไม่ต่างกัน แต่สุดท้ายก็เป็นฝ่ายร่ำไห้อย่างหมดอาย

“เอ็งมีข้าแล้ว ลูกเราก็มีด้วยกัน แต่เอ็งยังเห็นนังเย็นดีกว่า ข้าแค้น...จนอยากจะฆ่าเอ็งให้ตายสักร้อยครั้ง!”

“ใช่ว่ากระผมเห็นใครดีกว่า กระผมยินดีช่วยคุณบุญมีทุกอย่าง ล้างแค้นให้พ่อรุ่ง ขอแค่เว้นนังเย็นไว้สักคน”

เย็นได้ยินชื่อรุ่งก็งง เพราะคุณหนูคนเล็กตายเพราะโรคร้าย ไม่ได้ถูกใครฆ่า แต่ดูเหมือนเที่ยงจะไม่รู้

“ไม่ฆ่าก็เหมือนฆ่าล่ะวะ ถ้าท่านเจ้าคุณห่วงใยพ่อรุ่งบ้าง มิรังเกียจว่าเป็นลูกเมียน้อย พ่อรุ่งคงไม่ตายดอก”

“ท่านเจ้าคุณรักคุณหนูรุ่งราวกับแก้วตาดวงใจ มีรึจะปล่อยให้ตาย คุณบุญมีต่างหากทำให้คุณหนูต้องตาย”

บุญมีร้อนตัว ตาเหลือก แหวลั่น “อีเย็น! มึงหุบปากไปเลย”

แต่มีหรือเย็นจะยอม อยากให้เที่ยงได้รู้ความจริงบ้าง

“คุณบุญมีรักษาไม่เป็นก็ยังฝืนทำ ท่านเจ้าคุณพาหมอมาก็ถือดีไม่ยอมให้รักษา แล้วจะโทษใครได้เล่า”

เที่ยงตะลึง แต่ไม่ทันซักไซ้ บุญมีก็ผละไปก่อน เมื่อบุญมาบอกว่าท่านเจ้าคุณมาถึงแล้ว

ooooooo

พระมหาเทพหลอกล่อให้พระยาสีหโยธินเกลอรักขึ้นบนเรือนจนได้ เพื่อเจรจากับบุญมี ส่วนตัวเองขอรอข้างล่างกับเครา ซึ่งมองมาอย่างรู้กัน รอเวลาฆ่าปิดปากคนทั้งเรือน!

“ฆ่าทิ้งให้หมด ทั้งอีเย็น อ้ายเที่ยง แลอ้ายสองพี่น้องนั่น จากนั้นก็สร้างเรื่องว่าพวกมันฆ่ากันตายเอง”

พระยาสีหโยธินไม่รู้ตัวว่าจะถูกฆ่าและซ้อนแผน หวังเกลี้ยกล่อมให้เมียน้อยคนสวยกลับเรือน แต่ไม่ทันได้พูด ก็ถึงกับทรุด เมื่อถูกบุญมายิงต้นขาและไหล่จนลุกไม่ขึ้น!

เสียงปืนทำให้เย็นหน้าเสีย พยายามดิ้นให้หลุดจากเชือก จนเที่ยงนึกเวทนา

“อย่าพยายามเลยนังเย็น กำลังของเอ็งดิ้นไม่หลุดดอก”

“ถึงไม่ได้ก็ต้องทำ ฉันไม่ยอมให้ท่านเจ้าคุณเป็นกระไรไปเด็ดขาด”

“ป่านฉะนี้ ท่านเจ้าคุณอาจจะตายไปแล้วก็ได้”

“ถึงตายแล้วก็ต้องเห็นศพ แลฉันจะตายตามไปพร้อมกับท่านเจ้าคุณเอง”

“ท่านเจ้าคุณทำกับเอ็งไว้หนักนัก เอ็งยังรักท่านถึงเพียงนี้เชียวรึ”

“ใช่...ฉันรักท่านเจ้าคุณ รักมาตลอด แลมิว่าจะเกิดกระไรขึ้น ฉันก็เลิกรักไม่ได้!”

คำประกาศกร้าวของเย็น ทำให้เที่ยงยอมแพ้ใจ เขาถีบแจกันแถวนั้น และเอาเศษกระเบื้องตกแตกมาตัดเชือกจนเลือดอาบขา เย็นได้แต่มองมาด้วยความซาบซึ้งใจ ที่อดีตทาสหนุ่มยอมทำเพื่อตนขนาดนี้

ฟากพระยาสีหโยธิน...ถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อได้ฟังคำสารภาพจากปากบุญมี ว่าเขาเป็นเหยื่อแผนการล้างแค้น โดยมีพระมหาเทพร่วมมือ ด้วยการล่อลวงเขามาฆ่าวันนี้

บุญมีแสยะยิ้มร้าย ตอกย้ำ “และคนที่ช่วยเราใส่ร้ายท่านเจ้าคุณ ก็คือคุณพระอีกเช่นกัน ลำพังพวกเรา ถ้าไม่มีคุณพระช่วย คงไม่แนบเนียนเช่นนี้ดอก โบราณท่านถึงว่า ศัตรูคู่อาฆาต ยังไม่ร้ายกาจเท่ามิตรคิดคด!”

“ที่แล้วมา...ฉันไม่ดีกับแม่บุญมีเลยรึ ถึงได้ทำกับฉันถึงเพียงนี้”

บุญมีไม่ตอบ แต่ยิ้มเยาะ บุญมาเลยกระตุ้นความทรงจำให้ ว่าเขากับน้องสาวเป็นใคร

“ข้ากับนังบุญมี คือลูกหัวหน้ากลุ่มอั้งยี่ที่เอ็งฆ่าตาย คราวนี้คงรู้แล้วซี ว่าเอ็งต้องตายเพราะกระไร”

“แล้วหล่อนก็ยอมเป็นเมียฉัน เพื่อแก้แค้น”

ท่านเจ้าคุณกัดฟันกรอด

“ใช่...แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด พวกเราต้องรอนานมากขนาดไหน กว่าจะมีวันนี้”

“หล่อนแค้นฉัน ฉันเข้าใจ แต่เราเป็นผัวเมียกันมานานปี แม้ไม่รักใคร่ แต่ไม่มีความผูกพันให้กันบ้างเชียวรึ”

“ถามเหมือนอีเย็น ควรแล้ว...ที่ครั้งหนึ่ง อีเย็นเป็นคนโปรดของเอ็ง”

พระยาสีหโยธินช้ำใจมาก และก็แทบกระอัก เมื่อบุญมีกับบุญมาแฉว่ารุ่งไม่ใช่ลูกเขา แต่เป็นลูกของเที่ยง!

บุญมีสะใจมาก เมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของสามี เลยเฉลยแผนการทั้งหมด

“ฉันตั้งใจให้พ่อรุ่งครอบครองสมบัติทุกอย่างแล้วค่อยฆ่าเอ็ง เสียดาย...พ่อรุ่งบุญน้อย ทุกอย่างเลยผิดแผน”

“เอ็งมันโชคดีนัก มิว่าพวกข้าทำกระไร เอ็งก็แคล้วคลาดไปได้ตลอด แต่คราวนี้...ไม่มีอีกแล้ว”

บุญมาตั้งท่าจะยิงพระยาสีหโยธิน แต่ก็ต้องชะงักค้าง เมื่อได้ยินเสียงปืนห่าใหญ่จากหน้าเรือน!

ooooooo

เสียงปืนหน้าเรือน แท้จริงมาจากปีติกับพวกตำรวจจากนครบาล ที่ตามมาจับกุมตัวพระมหาเทพกับบุญมา แต่ก็เกิดการปะทะกันขึ้น โดยมีเที่ยงกับเย็น ซึ่งหลุดจากเชือกที่มัดกับเสามาร่วมด้วย

ผลการปะทะ คือบุญมาถูกตำรวจยิงตาย ส่วนพระมหาเทพกับเคราหนีไปได้ ท่ามกลางความเจ็บแค้นใจของบุญมี ที่เหมือนหมาจนตรอก และตัดสินใจจับเย็นเป็นตัวประกัน!

พระยาสีหโยธินเห็นเย็นถูกจับก็ร้อนใจมาก พยายามกล่อมให้บุญมีเปลี่ยนใจ

“ปล่อยเย็นเถิดแม่บุญมี ที่แม่บุญมีต้องการ คือฆ่าฉันไม่ใช่รึ แม่บุญมีฆ่าฉันเถิด แล้วปล่อยเย็นไป”

เย็นไม่ยอม ขัดขึ้น “อย่าเจ้าค่ะ บ่าวยอมตาย ท่านเจ้าคุณอย่าได้เสียสละชีวิตเพื่อบ่าวเลย”

บุญมีเหยียดยิ้ม สะใจ “ได้ยินแล้วกระมังอ้ายเที่ยง เอ็งสู้ทรยศข้า แลเสี่ยงตายเพื่ออีเย็นมาหลายครา ท้ายที่สุด...มันก็ห่วงหาแต่ท่านเจ้าคุณ ไม่เคยเห็นเอ็งอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ”

“กระผมทราบขอรับ ที่กระผมช่วยนังเย็น ก็เพราะนังเย็นเป็นคนดี ดีเกินกว่าจะต้องตายเพราะเรื่องชั่วช้าเช่นนี้”

คำพูดของเที่ยงทำให้บุญมียิ่งแค้น กระชากตัวเย็นเข้าไปในเรือน และตะโกนสั่งให้ชู้รักตามมาด้วยเที่ยงไม่มีทางเลือก ต้องตามเพราะห่วงเย็น แต่อดีตเมียน้อยคนโปรดก็ใจเด็ดยิ่งนัก

“บ่าวยอมตายเจ้าค่ะ แลหากตายไป บ่าวจะขออโหสิ ไม่อาฆาตแค้นคุณบุญมี ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน เพราะบ่าวเห็นแล้ว ว่าความแค้นนั้นมันน่าหวาดกลัว แลต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใด”

“อีขี้ข้า! เอ็งกล้าพูดเหมือนสมเพชข้ารึ”

เที่ยงกลัวเย็นถูกทำร้าย โพล่งขัดขึ้น

“พอเถิดขอรับ นังเย็นมันพูดถูกแล้ว พ่อรุ่งลูกของเรา ก็พูดได้ว่าตายเพราะความแค้นของคุณบุญมีเช่นกัน”

“เอ็งเข้าข้างมันรึอ้ายเที่ยง ข้าหมดสิ้นทุกอย่างพี่ชายข้าก็ตาย ไม่เหลือใครอีกแล้วนอกจากเอ็ง เอ็งต้องเข้าข้างข้าซี ไม่ใช่เข้าข้างอีเย็น เพราะมึงอีเย็น...เพราะมึงคนเดียว!”

ขาดคำก็จะยิง แต่เที่ยงก็โถมตัวมารับกระสุนแทน พร้อมกับขอร้องเสียงอ่อน

“กระผมไม่อยากให้คุณบุญมีทำร้ายนังเย็น ปล่อยมันไปเถิดขอรับ”

“เอ็งรักมันมาก ขนาดยอมตายเพื่อมันเชียวรึ แล้วข้าเล่า...ข้าเป็นเมียเอ็ง เอ็งไม่รักข้าบ้างรึ”

บุญมีน้ำตาไหลพราก เจ็บช้ำน้ำใจที่สุด แต่เที่ยงก็ไม่ยอมพูดอะไร จนเธอต้องคาดคั้น

“บอกข้ามาซีอ้ายเที่ยง บอกข้ามา!”

เที่ยงลำบากใจมาก สุดท้ายก็ตัดสินใจบอกความจริง

“คุณบุญมีเป็นแม่ของลูกกระผม แต่...แต่กระผมไม่เคยรักคุณบุญมีเลย”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #9 on: 28 July 2026, 15:11:11 »


นางทาส ตอนที่ 17

คำสารภาพอย่างไม่ลังเลของเที่ยง ทำให้บุญมีหัวใจสลาย กอปรกับแผนล้างแค้นพังไม่เป็นท่า แถมบุญมาก็ถูกตำรวจยิงตาย เมียน้อยคนสวยของพระยาสีหโยธินเลยตัดสินใจยิงตัวตาย!

ทุกคนสลดใจมากกับการจากไปของบุญมี โดย เฉพาะพระยาสีหโยธิน เสียใจและช้ำใจนัก ด้วยไม่เคยคิดเลยสักครั้ง ว่าเมียน้อยคนสวยจะใจคอโหดเหี้ยมและผูกใจเจ็บยาวนานขนาดนี้

เที่ยงประสาทเสียไม่แพ้กัน แม้ไม่ได้มีใจรักใคร่ในตัวบุญมี แต่อีกฝ่ายก็ขึ้นชื่อว่าเมีย แถมมีลูกชายด้วยกันอีก การจากไปของเธอเลยสร้างความสะเทือนใจไม่น้อย

แย้มก็เสียใจกับการจากไปของบุญมี แต่ก็ไม่โกรธ ไม่ผูกใจเจ็บ และถือวิสาสะจัดการงานศพแทนสามี ด้วยคิดว่าอย่างไรเสีย...บุญมีก็เป็นอนุภรรยาคนหนึ่ง แต่สาลี่ ไม่คิดเช่นนั้น เคืองบุญมีมาก ที่คิดคดทรยศ ก่อเรื่องงามหน้าจนต้องอับอายกันทั้งตระกูล แถมทำให้สามีบาดเจ็บอีก

เย็นพยายามไกล่เกลี่ย ไม่ให้คิดมาก ด้วยเป็นห่วงอดีตสามีที่ยังไม่รู้สึกตัว แต่กลับถูกแดงเอ็ดลั่น

“ยังจะเข้าข้างคนอื่นอีกรึนังเย็น ที่เจ้าคุณพ่อต้องบาดเจ็บ ส่วนหนึ่งก็เพราะไปช่วยเอ็งนั่นล่ะ...อีกาลกิณี!”

ทุกคนถึงกับผงะ แย้มได้สติก่อนเพื่อน ดุลูกสาวเสียงเข้ม

“แม่แดง! แม่ห้ามเป็นคำขาดแล้วมิใช่รึ ว่าห้ามก้าวร้าวกับเย็น”

แดงฮึดฮัด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อหมอมาแจ้งข่าวว่าพระยาสีหโยธินรู้สึกตัว บรรดาเมียจึงพากันเข้าไปเยี่ยม ทิ้งเย็นไว้กับบ่าวไพร่คนอื่นๆ เพราะเกรงใจแดง ไม่อยากให้คิดมากหรือสงสัย

แต่มีหรือแดงจะพอใจแค่นั้น สบโอกาสตอนแย้มไปเยี่ยมพ่อ อาละวาดจนบ่าวไพร่กระเจิง!

เย็นทนไม่ไหว ไม่อยากให้ลูกทำตัวไม่น่ารัก เลยพยายามเข้าจับตัวรั้งไว้

“หยุดเถิดเจ้าค่ะ ข้าวของแตกหักหมดแล้ว หยุดเจ้าค่ะ”

แดงสะบัดตัวออกอย่างแรง “อย่ามาแตะต้องตัว ข้า...อีทาสสกปรก!”

“คุณแดงโกรธเคืองกระไรหรือเจ้าคะ เหตุใดต้องทำลายข้าวของด้วย”

“ก็โกรธเคืองเอ็งน่ะซี เอ็งเป็นต้นเหตุให้เจ้าคุณพ่อต้องบาดเจ็บแท้ๆ แต่คุณหญิงแม่กลับเข้าข้างเอ็งแล้วมาดุด่าข้า เอ็งวิเศษมาจากที่ใดกัน คุณหญิงแม่ถึงต้องเข้าข้างเอ็งเสียทุกคราไป”

เย็นหน้าเสีย แรมอดไม่ได้ โต้แทน “ไม่ได้วิเศษกระไรดอกเจ้าค่ะ เพียงแต่นังเย็นมันเคยดูแลคุณแดงตอนคุณแดงเจ็บป่วยเท่านั้น คุณหญิงนึกถึงบุญคุณข้อนี้ จึงไม่อยากให้คุณแดงก้าวร้าวนังเย็นเจ้าค่ะ”

“นังเย็นเป็นบ่าวไพร่ มีหน้าที่รับใช้ข้าอยู่แล้ว ถ้าถือเป็นบุญคุณ ข้ามิต้องติดหนี้บุญคุณพวกเอ็งหมดรึ”

พวกบ่าวไพร่มองหน้ากันเครียดๆ เย็นพยายามจะอธิบายถึงเหตุผล แต่เหมือนจะทำให้แย่ลง แดงโกรธมาก คิดว่าเย็นท้าทายอำนาจความเป็นเจ้านายของตน ประกาศกร้าว

“เอ็งนึกว่าคุณหญิงแม่ให้ท้ายแล้วจะดุด่าข้าได้รึ ข้าจะกำราบเอ็งให้รู้ ว่าใครเป็นนาย ใครเป็นบ่าว...เอานังเย็นไปเฆี่ยนประเดี๋ยวนี้!”

ooooooo

บ่าวไพร่ถึงกับแตกตื่น เมื่อเจอคำสั่งของแดง โดยเฉพาะแรมซึ่งถูกสั่งให้เฆี่ยนเย็น แอบเห็นท่าไม่ดี รีบไปฟ้องแย้มกับสาลี่ให้มาช่วยห้าม และเมื่อพระยาสีหโยธินทราบเรื่อง ก็ร้อนใจมาก ขอตามมาด้วย

แรมอึกๆอักๆไม่อยากเฆี่ยนเย็น เพราะไม่เห็นเหตุผลอันควร แดงเลยคว้าหวายมาจะฟาดเอง แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศ เมื่อแย้มปรากฏตัวพร้อมกับสาลี่และพระยาสีหโยธิน

“หยุดประเดี๋ยวนี้แม่แดง!”

“ไม่เจ้าค่ะ ลูกไม่หยุด! เหตุใดคุณหญิงแม่ต้องปกป้องนังเย็นมันด้วย เมื่อครู่นังเย็นมันดุด่าลูกเชียวนะเจ้าคะ”

“บ่าวไม่ได้ดุด่าเจ้าค่ะ แต่บ่าวกำลังสอนอย่างคนอาบน้ำร้อนมาก่อน” เย็นละล่ำละลักอธิบาย

“อย่างเอ็งน่ะรึ จะมีปัญญาได้อาบน้ำร้อน”

คำพูดเหยียดหยามของแดง ทำให้แย้มถึงกับสะอึก แต่คุณหนูคนสวยก็ไม่สะทกสะท้าน

“นังเย็นมันกล้าสั่งสอนลูก มันเป็นทาส เป็นข้ารับใช้เรา อวดดียังไงมาสั่งสอนลูกกันเจ้าคะ”

“จะนายหรือบ่าว ถ้าลูกแดงทำผิด ก็ตักเตือนสั่งสอนกันได้ทั้งนั้น เย็นทำถูกแล้ว ส่งหวายมาให้แม่”

แดงยื้อไว้และฉวยจังหวะนี้ฟาดหวายบนตัวเย็นอย่างจัง แย้มตกใจมาก ถลาไปแย่งหวายคืนจากลูกสาว แล้วตบหน้าสั่งสอนฉาดใหญ่ แดงร้องไห้โฮ เพราะไม่เคยถูกตี จนแย้มอดรู้สึกผิดไม่ได้ แต่กระนั้น...ความกดดันที่สะสมมานานกว่าสิบปีก็ทำให้โพล่งออกไปในที่สุด

“นรกจะกินหัวแล้ว ยังไม่สำนึกอีก จำไว้นะว่าอย่าทำร้ายเย็นอีก มิเช่นนั้น...ไม่ต้องมาเป็นแม่ลูกกัน!”

เย็นกลัวเรื่องจะบานปลาย พยายามเข้าไปห้ามแดง แต่มีหรือคุณหนูคนสวยจะฟัง

“คุณหญิงแม่ตบตีลูก เพื่อนังทาสนี่หรือเจ้าคะ ทำไมเจ้าคะ”

“ก็เพราะฉันต้องการช่วยเจ้าน่ะสิ เป็นลูกแต่เฆี่ยนแม่ ตายไปจะตกนรกขุมใดกัน”

นมแสงออกจากเรือนได้ยินพอดี ถึงกับอึ้งไปอึดใจ เช่นเดียวกับพระยาสีหโยธิน

“หมายความว่ากระไรกันคุณหญิง ลูกเฆี่ยนแม่กระไรกัน”

เย็นช่วยพูดแก้ต่างให้ แต่ก็ยิ่งทำให้แดงโมโห ถลาไปถีบเย็นจนล้มกับพื้น แย้มสุดจะยับยั้งอารมณ์ตัวเองอีกต่อไป ตวาดใส่ลูกสาวคนเดียว

“หยุดนะลูกแดง หยุดทำร้ายแม่บังเกิดเกล้าของลูกประเดี๋ยวนี้!”

คำสารภาพของแย้ม ทำให้ทุกคนบนเรือนพูดไม่ออก แต่คุณหญิงคนสวยก็ตัดสินใจแล้ว

“ฉันขอสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หนูแดงคือลูกในไส้ของเย็น หากฉันพูดไม่จริง ขอให้ตายในสามวันเจ็ดวัน!”

ooooooo

ความจริงจากปากแย้ม ที่ว่าแดงไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเธอ แต่เป็นลูกซึ่งขอจากเย็น เพราะลูกตัวเองตายตั้งแต่แรกคลอด ทำให้หลายคนสะเทือนใจ ไม่เว้นแม้แต่นมแสง ซึ่งแม้จะรู้สึกแย่แค่ไหน ก็เข้าใจความรู้สึกของเจ้านายสาวดี ว่าคงอึดอัดและอัดอั้นเต็มที ที่ต้องเจอเรื่องลำบากใจเช่นนี้

แต่คนเครียดที่สุด ไม่ใช่แดงกับเย็น แต่เป็นพระยาสีหโยธิน ซึ่งเพิ่งทราบความจริงทั้งหมด และแม้จะไม่โกรธหรือเกลียดอย่างที่แย้มนึกกลัว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่อยากพูดจากันให้เข้าใจ

เย็นเข้าใจความรู้สึกทั้งแย้มกับอดีตสามีดี และเธอก็รู้ด้วยว่า จะตามหาตัวคุณหญิงคนสวย ซึ่งหนีหายจากเรือนตั้งแต่บ่ายด้วยความละอายใจได้ที่ไหน...

แย้มรู้สึกผิดมาก หนีไปร้องไห้คนเดียวที่วัด เมื่อพระยาสีหโยธินกับเย็นมาตามกลับเรือน คุณหญิงคนสวยก็ดึงดันไม่ยอม ปฏิเสธเสียงเข้ม

“ฉันไม่มีหน้ากลับไปดอกเจ้าค่ะ ฉันแย่งลูกคนอื่นมา แลยังปั้นหน้าหลอกทุกคนได้เป็นสิบปี คนใจดำแลเห็นแก่ตัวอย่างฉัน ยังคู่ควรกลับไปปกครองเรือนอีกหรือเจ้าคะ”

“คุณหญิงใจดำจริง แต่ยังดำไม่ถึงที่สุด หาไม่...คงปล่อยให้แม่แดงเฆี่ยนตีเย็นไปแล้ว แต่นี่คุณหญิงรักแลห่วงว่าบาปกรรมจะติดตัวแม่แดงไป จึงยอมสารภาพออกมา ฉะนั้น...ถือว่าหักลบกลบกันไปเถิด”

“เป็นพระคุณเจ้าค่ะ แต่ฉันก็ยังไม่กล้ากลับไปอยู่ดี ท่านเจ้าคุณทราบหรือไม่เจ้าคะ ว่าตั้งแต่ฉันทำเรื่องนี้ ใจฉันไม่เคยสงบเลย ช่วงแรกๆเคยคิดจะเปลี่ยนใจหลายครั้ง แต่นานวันเข้า แม่แดงก็ทำให้ฐานะฉันมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ จนฉัน...คิดจะกันเย็นออกไปด้วยซ้ำ เพราะเกรงว่าแม่แดงจะรักเย็นมากกว่าฉัน”

ท่านเจ้าคุณถึงกับอึ้ง เย็นก็รู้สึกไม่ต่างกัน แต่เห็นใจคุณหญิงคนสวยมากกว่า

“เรื่องนี้จะโทษคุณหญิงฝ่ายเดียวไม่ได้ดอกเจ้าค่ะ คนที่ไม่ใช่คุณหญิงย่อมไม่มีวันเข้าใจ ว่ามันยากลำบากเพียงใดที่จะรักษาทุกอย่างไว้ ฉะนั้น...บ่าวไม่เคยโกรธเคืองคุณหญิงเพราะเรื่องนี้เลยเจ้าค่ะ”

“เย็นพูดถูกแล้ว หากจะโทษ ก็ต้องโทษฉันด้วย เพราะถ้าฉันให้ความเป็นธรรมกับเมียทุกคนได้เท่าเทียมกัน คุณหญิงก็คงไม่ต้องทำเช่นนี้ ฉันเอง...ก็ต้องขอโทษคุณหญิงด้วย”

คำพูดของสามีและน้ำใจของเย็น ทำให้แย้มยิ่งสะเทือนใจ พระยาสีหโยธินต้องปลอบ

“ถ้าคุณหญิงให้อภัยในความผิดของฉัน ฉันก็จะให้อภัยในความผิดของคุณหญิงเช่นกัน เรามาเริ่มกันใหม่นะ”

แย้มร้องไห้โฮ ก้มกราบสามีด้วยความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ พระยาสีหโยธินไม่เคยชอบให้กราบ แต่เพื่อความสบายใจของเธอ เลยจำเป็นต้องยอม ท่ามกลางน้ำตาแห่งความยินดีของเย็น

ooooooo

พระยาสีหโยธินพาแย้มกลับเรือน แดงรับรู้ แต่ไม่ออกไปรอรับเหมือนเคย เย็นเป็นห่วงกลัวลูกสาวไม่สบาย เลยแวะไปดู แต่กลับถูกประชดประชันกลับมา

“ฉันไม่ใช่ลูกในไส้แท้ๆ คุณหญิงยังยินดีให้ฉันไปรับอีกรึ”

“หากคุณหญิงไม่คิดว่าคุณแดงเป็นลูก จะห้ามปราม แลโกรธเคืองที่คุณแดงทำร้ายบ่าวหรือเจ้าคะ เรารักใครก็ ย่อมต้องหวังดีกับคนนั้น เหมือนเช่นที่คุณหญิงทำนี่ล่ะ เจ้าค่ะ”

“บ่าวๆ เรียกตัวเองว่าบ่าวอีกทำกระไร เรียกตัวเองว่าแม่ซี แลเรียกฉันว่าลูก ฉันเป็นลูกเมียบ่าวไม่ใช่รึ”

เย็นหน้าเสีย ลดเสียงลงอย่างเจียมตัว “บ่าวมิบังอาจตีตนเสมอด้วยการเรียกคุณแดงว่าลูกดอกเจ้าค่ะ เพราะในเมื่อคุณหญิงรับคุณแดงเป็นลูกแล้ว คุณแดงก็คือลูกของคุณหญิงเจ้าค่ะ”

“ทำไม...ไม่อยากได้ฉันเป็นลูกรึ”

“อยากสิเจ้าคะ ไม่มีสิ่งใดที่บ่าวจะปรารถนา

เกินกว่านี้อีกแล้ว แต่เป็นลูกคุณหญิง ย่อมดีกว่าเป็นลูกบ่าวมากมายนัก แล้วบ่าวจะฉุดคุณแดงให้ลงต่ำ ด้วยการรับคุณเป็นลูกได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ”

“แล้วไม่โกรธรึ ที่ฉันทำร้ายต่างๆนานา”

เย็นยิ้มบางๆ เอ่ยเสียงอ่อน “อย่าว่าแต่โดนเท่านี้เลยเจ้าค่ะ ต่อให้ฆ่าบ่าว บ่าวก็ไม่มีวันโกรธเคืองคุณแดงได้ บ่าว...รักคุณแดงมากนะเจ้าคะ รักยิ่งกว่าชีวิตของบ่าว”

แดงร้องไห้โฮ ก่อนจะคุกเข่า ตั้งท่าจะกราบแม่บังเกิดเกล้า แต่เย็นก็ถลาไปรั้งไว้ ไม่อยากให้ลูกแปดเปื้อนและตกต่ำไปกับตน พระยาสีหโยธินกับแย้มผ่านมาพอดี จึงช่วยพูดให้เย็นเปลี่ยนใจ

“ให้ลูกกราบเถิดเย็น เย็นจะได้อโหสิให้ลูกบาปกรรมจะได้ไม่ตกกับลูกอย่างไรเล่า”

เย็นน้ำตาคลอ และร้องไห้อย่างสุดกลั้น เมื่อได้ยินคำขอโทษและคำว่าแม่จากปากแดง “ลูกไม่รู้ ลูกไม่ผิด บาปกรรมใดจะเกิดเพราะความไม่รู้ของลูก ก็ขอให้ลงที่แม่คนเดียว แม่ให้อภัยลูกหมดสิ้นทุกอย่าง...ลูกแดง ของแม่”

เรื่องราวทุกอย่างบนเรือนพระยาสีหโยธินจบลงด้วยดี ทุกคนเข้าอกเข้าใจกันดี และยอมรับความจริงกันมากขึ้น ต่างจากพระมหาเทพ ซึ่งหนีไปกบดานในป่ากับเครา ร้อนรนด้วยความรักตัวกลัวตาย พยายามเอาเงินและทรัพย์สมบัติมาหลอกล่อ แต่เคราก็รู้ทันว่าถูกหลอกใช้ เลยวางแผนตลบหลัง ส่งข่าวให้ปีติมาจับคุณพระหนุ่มในหลายวันต่อมา...

ooooooo

พระมหาเทพถูกกุมตัวไปขึ้นศาล โดยมีคำให้การของเย็นและศพฟักเป็นหลักฐานสำคัญ จะเอาผิดกับคุณพระหนุ่มข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาให้ได้

ปีติซึ่งกลับมาทำงานในนครบาลตามเดิม รับหน้าที่เอ่ยถึงคำให้การของเย็นต่อหน้าศาล

“นางเย็นให้การว่าพระมหาเทพยิงปืนใส่นางฟักที่กลางหลัง แลใช้มีดปอกหมากแทงซ้ำที่ท้องจนตาย เมื่อสองวันก่อนพบศพหญิงนางหนึ่งในคลองแถบเมืองนนทบุรี มีมีดปอกหมากปักคาท้อง แลพอผ่าดู ก็พบกระสุนฝังอยู่”

จบคำก็ยกถาดบรรจุกระสุนที่ผ่าเจอในศพฟักมาเป็นหลักฐานยืนยัน แต่พระมหาเทพก็ให้การปฏิเสธ

“เป็นการใส่ร้ายขอรับ...พระยาสีหโยธินมาขอให้กระผมช่วยในคดีทุจริต แต่กระผมไม่ยอม จึงให้นังเย็นซึ่งเคยเป็นเมียสร้างเรื่องใส่ร้ายกระผมขอรับ”

พระยาสีหโยธินซึ่งมาฟังคำตัดสินด้วย โกรธมาก โต้เสียงเข้ม

“เลวอย่างไม่รู้จะเปรียบกับกระไรแล้ว หลักฐานเห็นอยู่ทนโท่ นอกจากจะไม่ยอมรับ ยังป้ายสีมาให้ฉันหน้าด้านๆ เรื่องโง่ที่สุดในชีวิตฉัน ไม่มีกระไรเกินคบคนอย่างคุณพระเป็นเกลอแล้ว!”

ข้าราชการในชั้นศาลต้องช่วยกันปรามให้ใจเย็นๆ พระยาสีหโยธินเลยต้องข่มใจอย่างสุดความสามารถ แต่ก็ทำได้ยากเต็มที เมื่อเห็นท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องของอดีตเกลอรัก

“กระผมขอสาบานต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แลคุณพระศรีรัตนตรัย ว่ากระผมมิได้ฆ่านังฟักขอรับ หากกระผมโกหก...ขอให้ตายในสามวันเจ็ดวัน!”

ปีติเห็นท่าไม่ดี กลัวเรื่องไปกันใหญ่ เลยเชิญตัวสาลี่ พยานคนสำคัญอีกคนมาให้การ สร้างความตื่นตะลึงให้แก่คนทั้งศาล โดยเฉพาะพระมหาเทพ ที่สังหรณ์ใจว่าจะดิ้นไม่หลุด

“อิฉันชื่อสาลี่...เมื่อหลายปีก่อนเคยต้องโทษ ฐานเอาความลับในข้อราชการไปเปิดเผย แต่ที่อิฉันไม่ได้บอก คือความลับเหล่านั้น อิฉันเอาไปให้พระมหาเทพผู้นี้เจ้าค่ะ”

พระมหาเทพหน้าซีดเผือด ยิ่งเมื่ออนุภรรยาคนสวยของเกลอรักเปิดกล่องหยิบกระดาษปึกใหญ่บันทึกหลักฐานสำคัญจะเอาผิด ยิ่งร้อนรน นั่งแทบไม่ติด แต่สาลี่ก็ไม่ยี่หระ ให้การเสียงเรียบ

“อิฉันอาศัยความเป็นเมียพระยาสีหโยธิน ขโมยความลับของราชการมาให้พระมหาเทพหลายครา แต่ก็ได้คัดลอกทำสำเนาเอาไว้ไม่น้อย เพื่อป้องกันไม่ให้พระมหาเทพผู้นี้หักหลังเอาได้...นี่เป็นใบแสดงราคาขายปืนให้กลาโหมของแต่ละกัมปานี พระมหาเทพรู้ว่ากัมปานีอื่นให้ราคาเท่าใด จึงเสนอราคาให้ต่ำกว่าจนได้งานไปเจ้าค่ะ”

คำให้การของสาลี่ ทำให้พระมหาเทพดิ้นไม่หลุด แต่การเสียสละของเธอ ก็ทำให้พระยาสีหโยธินใจไม่ดี

“รู้หรือไม่ว่าแม่สาลี่ทำแบบนี้ อาจต้องโทษถึงตัดคอได้”

“ทราบเจ้าค่ะ...แต่ฉันยอมให้ท่านเจ้าคุณรับโทษในความผิดที่ท่านเจ้าคุณมิได้ก่อไม่ได้”

“แม่สาลี่ตัดสินใจเช่นนั้นแล้ว เหตุใดถึงไม่บอกฉันก่อนหน้านี้”

สาลี่น้ำตาคลอ สารภาพบาปในใจอย่างหมดอาย “เพราะฉันกลัวท่านเจ้าคุณจะเกลียดฉันน่ะซีเจ้าคะ แค่ฉันหักหลังท่านเจ้าคุณก็ผิดนักแล้ว หากท่านเจ้าคุณรู้ว่าฉันทำมามากมายหลายครา แลทำไปเพื่อหาเงินทองเข้าตัว ท่านเจ้าคุณอาจจะเกลียดจนไม่ให้อภัยฉัน ฉันยอมตาย ดีกว่ายอมให้ท่านเจ้าคุณเกลียดเจ้าค่ะ”

“ฉันอาจจะโกรธเคืองแม่สาลี่ แต่จะเกลียดได้อย่างไร ในเมื่อแม่สาลี่รักฉันออกปานนี้”

“หากครานี้ฉันไม่ตาย ฉันขอกลับมากราบขอโทษท่านเจ้าคุณอีกครั้งนะเจ้าคะ”

“ฉันไม่มีกระไรจะยกโทษให้ เพราะความรักที่แม่สาลี่มีให้ฉัน มันเกินกว่าความผิดทั้งปวงแล้ว”

ooooooo

คำให้การของสาลี่ ทำให้พระมหาเทพกลายเป็นผู้ต้องหาอย่างมิต้องสงสัย แต่ที่คาใจคณะลูกขุน คงหนีไม่พ้นเรื่องเอกสารและตราประทับปลอมของพระยาสีหโยธิน จะหาทางพิสูจน์เช่นไร

สาลี่อยากล้างมลทินให้สามี เลยตัดสินใจเล่าเรื่องในอดีต และให้ลองตราประทับของจริง ซึ่งมีรอยบิ่น เพราะเธอทำตกพื้นเมื่อหลายปีก่อน จนพระมหาเทพต้องรับผิดอีกข้อหา คือปลอมแปลงเอกสารสำคัญของราชการ

จบคำตัดสิน เจ้าหน้าที่ก็กรูกันจับตัวพระมหาเทพ ซึ่งโวยลั่น

“ปล่อยกู! อย่ามาแตะต้องตัวกู อีโง่! มึงสารภาพทำกระไร อยากตายเพื่อช่วยผัวนักรึ ทั้งที่มึงก็ไม่ต่างจากกู”

“ต่างค่ะ ฉันเป็นคนเลว แต่คนเลวอย่างฉันก็ยอมตายได้เพื่อคนที่ฉันรัก แต่คนเลวอย่างคุณพระนั้น...”

“กูขอสาปแช่งมึง ให้มึงถูกบั่นคอหัวหาย...อีแพศยา!”

แม้คำให้การของสาลี่จะเอาผิดพระมหาเทพได้ แต่ตัวเธอเองนั้นก็โดนโทษหนักไม่แพ้กันคือต้องเข้าคุก พระยาสีหโยธินเป็นห่วงเมียน้อยคนสวยมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว นอกจากปลอบให้สบายใจ

“พ้นโทษเมื่อใด เรากลับมาอยู่ด้วยกันอีกเถิดนะ ฉันจะยกย่องแม่สาลี่ให้เหมือนที่เคยเป็นมา”

“ท่านเจ้าคุณไม่กลัวคำครหาว่ามีเมียเป็นคนขี้คุกหรือเจ้าคะ”

“ปากคน ฉันห้ามไม่ได้ดอก แลฉันหากลัวไม่ ฉันกลัวก็แต่จะไม่ได้อยู่กับแม่สาลี่อีกเท่านั้น ฉันจะรอนะแม่สาลี่”

พระยาสีหโยธินรักษาคำพูดอย่างดี แม้เวลาจะผ่านไปครบขวบปี เขาก็ไม่เปลี่ยนใจ หมั่นไปเยี่ยมสาลี่ถึงในคุกสม่ำเสมอ เช่นเดียวกับแอบ บ่าวคนสนิทที่แวะเวียนไปส่งสำรับกับข้าวทุกวันไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียว

สถานการณ์ของเย็นก็ดีขึ้นมาก ความสัมพันธ์ฉันแม่ลูกกับแดงก็ดำเนินไปด้วยดี ต่างจากเที่ยง แม้เวลาจะล่วงเลยไปเป็นปีแล้ว ก็ยังทำใจได้ไม่ดีนัก ทั้งเรื่องรุ่งและบุญมี เย็นเห็นว่าเขาจะอพยพไปอยู่บ้านนอก เลยแวะไปร่ำลา พร้อมกับอวยพรให้เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครสักคน

เที่ยงถอนใจยาว ส่ายหน้าน้อยๆ “ข้าไม่คิดจะออกเรือนกับใครแล้ว แม้ข้าจะไม่ได้รักคุณบุญมี แต่ข้าก็ติดค้างคุณบุญมีมากนัก ข้าจะไม่ขอมีใครอีก...”

แอบเสียใจมาก ไม่ได้ไปส่งเที่ยง พระยาสีหโยธินบ่นเสียดายแทน ก่อนจะลืมเรื่องเที่ยงไปเลย เมื่อบ่าวหนุ่มๆ มาแจ้งว่ามีคนมาขอพบ พร้อมมีดสั้นประจำตระกูลของเขา!

ooooooo

ยืนนั่นเอง ที่นำมีดสั้นมาตามหาเจ้าของ พระยาสีหโยธินตื่นเต้นดีใจมาก ที่ได้เจอมิตรแท้ในยามยากอีกครั้ง พร้อมกับนึกทึ่ง เมื่อเห็นท่าทางภูมิฐานของอีกฝ่าย ยืนก็ยินดีไม่แพ้กันที่ได้เจอ เพราะมีบางอย่างอยากขอให้ช่วย

“พูดตามตรงนะพี่สิงห์ สิบกว่าปีก่อน บ้านฉันยากจนนัก ต้องขายน้องสาวมาเป็นทาสเขา ตอนนี้ฉันมั่งมีแล้ว ก็อยากจะไถ่ตัวน้องสาวกลับบ้าน จะได้เลี้ยงดูให้สุขสบายเสียที”

“ก็ดีซี แล้วติดขัดตรงที่ใดรึ”

“มีครั้งหนึ่งพ่อฉันเจ็บป่วย ฉันเลยไปขอเบี้ยจากน้อง แต่ฉันกลัวพวกขุนน้ำขุนนางนัก จึงต้องลอบเข้าไป น้องฉันให้เครื่องประดับมาแทน แต่จู่ๆก็มีคนตะโกนด่าแลไล่จับฉันไปลงโทษ ฉันหนีไม่คิดชีวิตเลยกว่าจะรอดมาได้ พูดแล้วยังกลัวจับใจ ไม่กล้าไปเหยียบเรือนนั้น

คนเดียวอีกแล้ว พี่สิงห์ก็เป็นข้าราชการ พอจะช่วยเป็นคนกลางได้หรือไม่”

เรื่องราวจากปากยืน ทำให้พระยาสีหโยธินเงียบไปอึดใจ เพราะฟังดูคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูก แล้วก็ถึงกับตะลึงตาค้าง เมื่อยืนบอกว่าน้องสาวที่ตั้งใจมาไถ่ตัวชื่อเย็น!

เย็นดีใจมากได้เจอพี่ชายอีกครั้ง โดยมีสายตารู้สึกผิดของพระยาสีหโยธินมองตามไม่ห่าง และในที่สุดก็อดรนทนไม่ไหว ต้องไประบายกับแย้ม ถึงความเข้าใจผิดที่ผ่านมาหลายปี

“ตั้งแต่เกิดมา ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเลวเท่านี้เลย เพราะความหูเบาของฉันแท้ๆถึงได้ทำร้ายทำลายชีวิตแม่เย็นมาสิบกว่าปี ทั้งที่แม่เย็นพูดความจริง แต่อคติก็บังตาฉันจนทำเรื่องร้ายกาจลงไป”

“เรื่องก็ผ่านมานานมากแล้ว เย็นคงไม่ได้โกรธเคืองกระไรท่านเจ้าคุณแล้วล่ะเจ้าค่ะ”

“ไม่โกรธเคือง แต่มิได้หมายความว่าเรื่องชั่วที่ฉันกระทำจะหายไปนะคุณหญิง”

“ถ้ากระนั้น...ท่านเจ้าคุณก็ชดเชยให้เย็นซีเจ้าคะ ถือเสียว่าแทนคำขอโทษก็ยังดี”

“สายไปแล้วล่ะคุณหญิง พ่อยืนไถ่ตัวเย็นแล้วก็จะพากลับไปด้วยกันเลย เพลานี้พ่อยืนมั่งมี เย็นกลับไปก็คงสุขสบาย แล้วจะทนอยู่กับคนหูเบาอย่างฉันไปเพื่อกระไร...”

แย้มพยายามกล่อมอีกหลายยก แต่จนแล้วจนรอด พระยาสีหโยธินก็ไม่ยอมปรับความเข้าใจกับเย็น ได้แต่ปล่อยให้พี่น้องซึ่งพลัดพรากกันมานาน พูดคุยกันเต็มที่ ส่วนตัวเองพาแย้มกับแดงไปเดินเที่ยวตลาด

ท่าทางห่อเหี่ยวของสามี ทำให้แย้มสงสาร คะยั้นคะยอให้ขอคืนดีกับเย็นอีกครั้ง

“คุณหญิงก็รู้ว่าฉันทำกับเย็นไว้มาก เพลานี้เย็นเป็นไทแล้ว จะให้ฉันหน้าด้านไปขอให้เขาอยู่ต่อรึ”

“แล้วท่านเจ้าคุณจะปล่อยให้เย็นไปทั้งอย่างนี้หรือเจ้าคะ ถ้าเย็นอยากไปจริง เราก็คงห้ามไม่ได้ แต่ มิใช่ปล่อยให้กลับไปเพราะน้อยเนื้อต่ำใจที่ท่านเจ้าคุณไม่ทัดทาน แล้วจะไม่มาเสียใจทีหลังหรือเจ้าคะ”

แดงช่วยพูดอีกแรง เพราะยังทดแทนบุญคุณแม่แท้ๆไม่หมด พระยาสีหโยธินเลยเกิดฮึด รีบกลับเรือนไปหาอดีตเมียน้อยคนโปรด เย็นรออยู่แล้ว เพื่อขออนุญาตกลับไปเยี่ยมพ่อแม่และหลานๆ แต่เขากลับเข้าใจผิด คิดว่าเธอจะขอลากลับไปอยู่บ้านเลย เพราะพี่ชายมาไถ่ตัวให้เรียบร้อยแล้ว

“ฉันขอโทษแม่เย็น ขอโทษสำหรับความหูเบา ความโหดร้ายที่กระทำต่อแม่เย็น ฉันไม่หวังให้แม่เย็นอภัยดอกนะ แต่ฉันอยากบอกให้แม่เย็นรู้ ว่าฉันรักแม่เย็น มิว่าฉันจะเสียใจ แค้นใจเพราะแม่เย็นเพียงใด ฉันก็ไม่เคยเลิกรักแม่เย็นได้เลย อย่าไปจากฉันเลย อยู่กับฉันเถิดนะแม่เย็น”

เย็นอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะน้ำตาไหลด้วยความดีใจ สุดขีด ที่เขาขอคืนดีอีกครั้ง พระยาสีหโยธินก็รู้สึกไม่ต่างกัน เอื้อมไปดึงตัวเมียน้อยคนโปรดมากอดแน่น...ราวกับว่าจะไม่ยอมให้แยกจากกันอีก

ooooooo

–อวสาน–

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.268 seconds with 18 queries.