User Info
Welcome,
Guest
. Please
login
or
register
.
10 September 2026, 01:36:10
1 Hour
1 Day
1 Week
1 Month
Forever
Login with username, password and session length
Search:
Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ
http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,088
Posts in
15,338
Topics by
70
Members
Latest Member:
KAN
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
|
หมวดหมู่ทั่วไป
|
ศาลาพักใจ
|
รายการโทรทัศน์ที่น่าดูมาก
|
เรื่องย่อละคร ตะวันยอแสง (thairath.co.th)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
« previous
next »
Pages:
[
1
]
Author
Topic: เรื่องย่อละคร ตะวันยอแสง (thairath.co.th) (Read 1292 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 13,899
เรื่องย่อละคร ตะวันยอแสง (thairath.co.th)
«
on:
16 July 2026, 22:39:34 »
เรื่องย่อละคร ตะวันยอแสง (thairath.co.th)
ตะวันยอแสง
นิยาย สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ตะวันยอแสง
แนว : โรแมนติก-ดราม่า
บทประพันธ์โดย : เสนีย์ บุษปะเกศ
บทโทรทัศน์โดย : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
กำกับการแสดงโดย : โชติรัตน์ รักษ์เริ่มวงษ์
ผลิตโดย : บริษัท มหานิยมชมชอบ จำกัด
ช่องออกอากาศ : สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
นักแสดงนำ : ณัฐวุฒิ สกิดใจ,พิจักขณา วงศารัตนศิลป์
.
เรื่องย่อละคร
ตะวัน อาศัยอยู่ในเรือกระแชงกับนางสาย ผู้เป็นแม่ และ คร้าว พ่อเลี้ยงขี้เมา ยังชีพด้วยการรับจ้างบรรทุกรำข้าว หรือสินค้าที่ต้องล่องตามต่างจังหวัด โดยมีเพื่อนบ้านสนิทสนมกันอย่าง เด็กชายเอี้ยง อาศัยอยู่ในเรือกระแชงอีกลำกับแม่
สาย กลับมาเล่าให้ ตะวัน ฟังว่าต้องบรรทุกรำไปส่งที่เรือนแพ คลองบางหลวง ท่าทางทุกข์และกังวลใจของสายทำให้ตะวันผิดสังเกต สายอ้างว่าไม่อยากไปที่คลองบางหลวง เพราะ อินตา ยพ่อของตะวันเคยก่อเรื่องไว้ ความจริงที่อินตาต้องติดคุกโทษฐานฆ่าคนตาย เพราะถูกผันลูกกำนันโกง อินตาขอให้สายปิดบังตะวัน ไม่ให้รู้เรื่องเขาติดคุก ทำให้สายต้องพรากจากอินตา และตัดสินใจผิดมาอยู่กับคร้าว สามีขี้เหล้าและนักพนันตัวยง
เรือของตะวัน กับ เอี้ยง จอดรอส่งรำอยู่ตรงท่าน้ำใกล้ ๆ กับเรือนแพ และคฤหาสน์หลังหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ห้ามจอดเรือ ทำให้ตะวันมีเรื่องกับ นเรนทร์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่านต้น เจ้าของคฤหาสน์เดชาบดินทร์ จนถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน พริ้มเพรา ผู้มีศักดิ์เป็นป้าของนเรนทร์ ไม่พอใจ จะเอาเรื่องตะวัน แต่ศักดิ์รพีหรือคุณเล็ก เข้ามาห้าม เพราะรู้ว่านเรนทร์ทำร้ายตะวันก่อน
ศักดิ์ระพี นึกชื่นชมในคำพูดฉะฉานของตะวัน และแปลกใจที่ตะวัน ดูไม่เหมือนชาวเรือทั่วไป สายเข้ามาขอโทษศักดิ์ระพีกับพริ้มเพรา แล้วรีบพาตะวันลงเรือกลับ คุณใหญ่ ภรรยาหลวงของท่านต้น ผู้เป็นพี่สาวของศักดิ์รพี ตามมาถึงท่าน้ำ ต้องตกใจ เมื่อได้เจอตะวัน และเผลอทักตะวันว่าดวงพร คุณใหญ่เล่าให้ท่านต้นฟัง ว่าได้เจอกับตะวัน เด็กหญิงผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายดวงพร ท่านต้นค้านว่าดวงพร ตายไป 12 ปีแล้ว ไม่มีทางที่ตะวันจะเหมือนดวงพรได้เลยท่านต้น และ คุณใหญ่ นึกย้อนไปสิบสองปีก่อน วันที่คุณใหญ่รับอุปการะ พริ้มเพรากับดวงพร ลูกสาวของสอิ้งเพื่อนคุณใหญ่ ความน่ารัก และจิตใจดีของดวงพร ทำให้ท่านต้นและคุณใหญ่ รักและเอ็นดู ผิดกับพริ้มเพรา พี่สาวผู้มีนิสัยเห็นแก่ตัว เอาแต่ได้ ขี้อิจฉาริษยาน้องสาว มักสร้างความรำคาญและเบื่อหน่ายให้กับท่านต้นและคุณใหญ่เสมอ
ดวงพร สร้างความถูกใจให้กับท่านต้นมากขึ้น จนท่านต้นถึงกับออกปาก ขอดวงพรเป็นภรรยาน้อยคนที่สามกับคุณใหญ่ คุณใหญ่เต็มใจยกดวงพรให้ท่านต้น เพียงขอให้ท่านต้น ยกย่องดวงพรและดูแลมากกว่าภรรยาน้อยคนอื่น
เมื่อดวงพรกลายเป็นภรรยาของท่านต้น คุณใหญ่จึงยกเรือนแพริมน้ำให้ดวงพร ในฐานะคุณน้อยของคฤหาสน์เดชาบดินทร์ พริ้มเพราอิจฉาดวงพร จึงหาทางทอดสะพานให้ท่านต้นบ้าง แต่ท่านต้นไม่สนใจ เพราะไม่เคยนึกชอบพริ้มเพราเลยสักครั้ง เมื่อดวงพรเริ่มตั้งท้อง พริ้มเพราคอยเฝ้าภาวนาให้ดวงพรได้ลูกชาย เพราะหวังจะได้เป็นป้าแท้ ๆ ของทายาทเพียงคนเดียวในคฤหาสน์เดชาบดินทร์ เนื่องจากท่านต้นมีแต่ลูกสาว ไม่เคยมีลูกชายไว้สืบสกุลเลยสักคน คืนที่ดวงพรเจ็บท้องคลอด ท่านต้นออกไปธุระต่างจังหวัด คุณใหญ่ไปค้างบ้านสวน มีเพียงพริ้มเพราคอยจัดแจงเรียกคนไปตามละม่อม หมอตำแย มาทำคลอดให้ดวงพร ขณะเดียวกันนั้น อินตาก็พาเรือกระแชงมาจอดท่าเรือนแพ เพื่อขอร้องพริ้มเพราให้ละม่อมช่วยทำคลอดให้สายเมียของเขาเช่นกัน
ดวงพรคลอดลูกยาก ละม่อมจึงต้องไปทำคลอดให้สายก่อน สายคลอดลูกชายระหว่างที่ละม่อมกำลังจะอาบน้ำให้เด็กชาย พริ้มเพราผลุนผลันเข้ามาตามละม่อม ให้ไปทำคลอดดวงพรอีกคน ดวงพรได้ลูกผู้หญิง สร้างความผิดหวังให้กับพริ้มเพรามาก เพราะเท่ากับว่า มรดกทุกอย่างของท่านต้นกำลังหลุดลอยไป เมื่อพริ้มเพราเห็นว่าดวงพรเพลีย และเลือดออกมากหลังจากคลอด มีสิทธิ์ที่จะไม่รอด จึงรีบเอาเด็กหญิงมาให้ดวงพรดูผ่าน ๆ แล้วหลอกใช้ซ้อน ซึ่งหลงรักเธอมานาน เป็นเครื่องมือช่วยเอาเงินปิดปากละม่อม ให้บอกทุกคนว่าดวงพรคลอดลูกชาย ขอสลับตัวลูกสาวของดวงพรกับลูกชายของสาย ทั้งอินตาและสายยินยอม เพราะอยากให้ลูกตนเองได้อยู่อย่างสุขสบาย ตามที่พริ้มเพราเกลี้ยกล่อม
เมื่อคุณใหญ่ทราบข่าวการคลอดลูกของดวงพร จึงรีบกลับมาด้วยความเป็นห่วง ดวงพรทรุดหนักเพราะตกเลือดมาก ขอดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย พริ้มเพราพาเด็กชายมาให้ดู แต่ดวงพรกลับตกใจ เมื่อพริ้มเพราพาเด็กชายออกไป ดวงพรคอยย้ำกับคุณใหญ่ว่าลูกของเธอ มีปานแดงรูปหัวใจเหนือหน้าอกด้านซ้าย จากนั้นจึงสิ้นลม คุณใหญ่ และ ท่านต้น เศร้าเสียใจกับการจากไปของดวงพร จนลืมเรื่องที่ดวงพรสั่งเสีย เด็กชายถูกมอบให้อยู่ในความดูแลของพริ้มเพรา และเมื่อทุกคนในเดชาบดินทร์ เข้าใจว่าเด็กชายนเรนทร์ คือทายาทที่แท้จริงของท่านต้น คุณใหญ่จึงตัดสินใจ ทำพินัยกรรม มอบทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้กับลูกชายของดวงพร
ซ้อนไปตามหาสายที่เรือ แต่สายหลบหน้า ทำให้ตะวันสงสัย สายอ้างว่าซ้อนอาจมาเอาเรื่องที่ตะวันทำร้ายนเรนทร์ นเรนทร์มาขอเงินพริ้มเพรา ออกไปเที่ยวงานวัดประยูรกับ กลุ่มเพื่อนจอมเกเร ตะวันต้องอยู่เฝ้าเรือกับเอี้ยงที่ท่าน้ำวัดกัลยา เจอนเรนทร์พาท่านต้นขับเรือยนต์เล่นบริเวณนั้น นเรนทร์ประมาทจนเรือพลิกคว่ำ ท่านต้นตกน้ำใกล้จมเพราะไม่มีแรง ตะวันกับเอี้ยงจึงตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยขึ้นมาบนเรือ ส่วนนเรนทร์ไม่เป็นอะไร เกาะแพเรือลอยน้ำไปอย่างปลอดภัย
ฟังน้ำเสียงช่างเจรจา กล้าพูดของตะวัน ทำให้ท่านต้น นึกถูกใจเด็กหญิงตะวันอย่างแปลกประหลาด พาลให้นึกถึงดวงพรอีกครั้ง ท่านต้นขอให้ตะวันไปหาที่คฤหาสน์อีกวัน แต่ตะวันไม่กล้าไป เพราะสายกำชับไม่ให้เข้าไปคลองบางหลวงอีกท่านต้นจึงบอกว่าจะกลับมาหาตะวันด้วยตัวเอง
ท่านต้นกลับมา สั่งรื้อป้ายห้ามจอดเรือทุกอันออก เพราะซาบซึ้งน้ำใจจากชาวเรือของเด็กหญิงตะวัน ทำให้เขาตาสว่าง เลิกแบ่งชั้นกับคนอื่นอีกต่อไป คร้าวบังคับเอาเงินและทำร้ายตะวัน สายเข้ามาช่วย จึงแทงคร้าวตาย จากนั้นจึงเอาจดหมายกับเงินก้อนหนึ่ง ให้ตะวันหนีไปหาพริ้มกับซ้อนที่เรือนแพ ในคลองบางหลวง เอี้ยงขอติดตามตะวันไปด้วย เพราะไม่อยากอยู่กับพ่อเลี้ยงใจร้าย ส่วนสายรอมอบตัวกับตำรวจอยู่ที่เรือ
ท่านต้นป่วยหนัก ตรอมใจที่ตามหาตะวันไม่เจอ ระหว่างเดินทางมาคลองหลวง ตะวัน กับ เอี้ยง ถูกล้วงกระเป๋าจนไม่มีเงินติดตัว จดหมายของสายก็หายไป ทั้งสองต้องระหกระเหินเร่ร่อนมาถึงท่าน้ำเรือนแพ แต่เห็นผู้คนวุ่นวายกับงานศพของท่านต้น จึงไม่กล้าเข้าไป นเรนทร์ขับเรือยนต์เล่นกับเชิด เพื่อนสนิท เห็นตะวัน จึงตั้งใจขับเรือชน แต่เอี้ยงเอาหนังสติ๊กยิงใส่เบ้าตานเรนทร์ ทำให้เรือนเรนทร์ชนเข้ากับเรือโยง ตะวันกับเอี้ยงกลัวความผิด จึงรีบหนีไป
คุณใหญ่ต่อว่านเรนทร์เรื่องขับเรือไปชน แต่พอรู้เรื่องจากเชิดว่าคนที่มีเรื่องด้วยคือตะวัน ก็ตกใจมาก รีบให้ซ้อนไปตามหาตัวมา โชคชะตาทำให้ตะวันกับเอี้ยง มาขออาศัยอยู่ในตึกของศักดิ์ระพี ตะวันแอบได้ยินคุณใหญ่และศักดิ์ระพีคุยกัน ว่าต้องการตัวเด็กตะวัน ทำให้ตะวันกลัวความผิด คิดว่าคุณใหญ่จะเอาเรื่องที่ทำร้ายนเรนทร์ จึงพาเอี้ยงหนีไป
ตะวัน คลาดกันกับศักดิ์ระพีและคุณใหญ่ ครั้งแล้วครั้งเล่า จนหนีมาอยู่วัด เจอศาลาตั้งศพของท่านต้น เหมือนมีบางอย่างดลใจ ให้ตะวันเข้าไปเคารพศพท่านต้น และรู้สึกหดหู่ เมื่อท่านต้นจากไปแล้ว พริ้มเพราถามเรื่องพินัยกรรมจากคุณใหญ่ ทำให้รู้ว่า พินัยกรรมถูกเขียนขึ้นใหม่อีกหนึ่งฉบับ และจะถูกเปิดเผยเมื่อนเรนทร์ อายุ 21 ปี ละม่อมเดือดร้อนหนัก มาขอเงินพริ้มเพราเพิ่ม พริ้มเพรารับปากว่าจะหาให้ เพราะกลัวละม่อมเปิดโปงความจริง
ตะวันตัดสินใจตัดผมสั้น ปลอมตัวเป็นเด็กผู้ชาย เพื่อไม่ให้คนจำได้ ส่วนเอี้ยงก็ปลอมตัวเช่นกัน โชคชะตาเล่นตลกอีกครั้ง เมื่อศักดิ์รพีเกือบขับรถชนตะวัน ตะวันตกใจจนเป็นลม ศักดิ์ระพีจำเด็กทั้งสองไม่ได้ แต่รู้ว่าตะวันเป็นเด็กผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชาย เขาพาตะวันกับเอี้ยง ไปอยู่บ้านร่มรื่น หลังจากฟื้น ตะวันหลอกศักดิ์รพีว่าชื่อ ยอแสง เป็นพี่น้องกับเอี้ยง หนีออกจากบ้านเพราะถูกพ่อเลี้ยงทารุณ ศักดิ์ระพีสงสาร จึงรับอุปการะทั้งสอง และหวังส่งเสียให้เรียนสูง ๆ ต่อไป
พร้อมมิตร ลูกสาวภรรยาน้อยอีกคนของท่านต้น ซึ่งแอบหลงรักศักดิ์ระพีมานานมาหาชายหนุ่มที่บ้าน จนมีเรื่องกับตะวันและเอี้ยง จนศักดิ์ระพีต้องเข้ามาห้าม ศักดิ์ระพีพาตะวัน หรือ ยอแสง กับเอี้ยง ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น นพดล ไปเข้าโรงเรียนประจำเดียวกับนเรนทร์ เอี้ยงและยอแสงจึงรู้จักกับ ธาดา นักเรียนรุ่นพี่ที่เป็นทั้งนักกีฬา และนักเรียนดีเด่นของโรงเรียน หลายครั้งที่มีเรื่องกับนเรนทร์ ธาดาจะคอยเข้ามาช่วยและรับผิดแทนทุกครั้ง ทำให้ยอแสงกับเอี้ยง ซาบซึ้งน้ำใจจนสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว และยังมีบารมี เพื่อนบ้านของศักดิ์ระพี ที่พาใจบุญมาหาเล็กถึงที่บ้าน หวังจะให้ใจบุญผูกสัมพันธ์กับเล็ก แต่ใจบุญกลับไปเล่นสนุกกับตะวันและเอี้ยง จนทำให้บารมีหัวเสีย ที่ใจบุญไปเกลือกกลั้ว กับคนไม่มีหัวนอนปลายเท้า
ซ้อน สืบเรื่องราวจนรู้ว่าสายติดคุก และเป็นบ้า สาย ถูกส่งตัวไปอยู่โรงพยาบาลโรคจิต เหลือไว้แต่เรือกระแชง ผูกทิ้งไว้ท้ายสถานีตำรวจพร้อมมิตรมาขอยืมรถศักดิ์ระพีไปเที่ยวกับเพื่อน แกล้งใช้ให้ยอแสงขัดรองเท้าให้ ยอแสงกับเอี้ยง จึงเอาคืนด้วยการใช้แปรงลวดขัดรองเท้าพัง พร้อมมิตรโกรธมาก ตบหน้าตะวัน ละม่อมมาหาพริ้มเพราอีกครั้ง เพื่อขอเงิน พริ้มเพราขู่ละม่อมว่าหากบอกความจริงกับใคร ละม่อมจะต้องติดคุก
ตะวัน หรือ ยอแสง เอารูปที่ไปขอแม่ค้ามาถ่ายด้วย ให้ศักดิ์ระพีดู ทำให้ศักดิ์ระพีเชื่อว่ายอแสง กับ เอี้ยงเป็นพี่น้องกัน และเป็นลูกของคนในรูป จนไม่ติดใจเรื่องยอแสง เหมือนกับเด็กตะวัน ศักดิ์ระพีกับยอแสงมีเรื่องผิดใจกัน ยอแสงเสียใจที่ทำให้ศักดิ์ระพีโกรธ จึงชวนเอี้ยงหนีออกจากบ้าน เร่ร่อนไปถึงอยุธยาอย่างไร้จุดหมาย ศักดิ์รพีตามหายอแสงจนเจอ แล้วพาตัวกลับ ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน ทำให้ยอแสงรู้ว่าศักดิ์ระพีเป็นห่วงตัวเองมากแค่ไหน จึงออกปากเรียกศักดิ์รพีอย่างสนิทสนมว่า อาเล็ก เหมือนเช่นหลานคนอื่น ๆ เรียกกัน
ศักดิ์ระพีออกไปเที่ยวกับพร้อมมิตร ใช้ให้ยอแสงกับเอี้ยงอยู่เฝ้าบ้าน อินตากับไอ้โหด แหกคุกหนีมาหลบอยู่บ้านศักดิ์ระพี หวังจับตัวยอแสงเป็นตัวประกัน ยอแสงเห็นอินตาไม่ถนัดนัก เพราะถูกจับในความมืด อินตารู้ว่ายอแสงคือตะวัน จึงคัดค้านไม่ให้ไอ้โหดเอาตัวตะวันไป ไอ้โหดไม่ยอม อินตาจำต้องฆ่าไอ้โหดเพื่อปกป้องยอแสง หรือ ตะวันลูกสาวของเขา
ศักดิ์ระพีขอบคุณอินตาที่ช่วยยอแสง อินตาหลอกว่าชื่ออิน แต่ไม่ยอมบอกความจริงอะไร เพราะอยากให้ยอแสงได้อยู่อย่างสบาย ศักดิ์ระพีสัญญาว่า หากอินตาพ้นโทษกลับมาอีกครั้ง เขายินดีช่วยเหลืออินตาทุกอย่างยอแสงเคยดูแลคุณใหญ่ เมื่อครั้งมาหาศักดิ์ระพี พอยอแสงไม่สบาย คุณใหญ่จึงมาอยู่ดูแลยอแสงบ้าง ทำให้ยอแสงซาบซึ้งในความกรุณาและความอบอุ่นที่คุณใหญ่มีให้
ศักดิ์ระพีจะไปเรียนต่อเมืองนอก จึงฝากฝังยอแสง กับ เอี้ยง ไว้กับคุณใหญ่ คุณใหญ่เต็มใจรับฝาก เพราะอยากได้ยอแสงมาอยู่ด้วย คุณใหญ่เกลี้ยกล่อมจนยอแสงยอมมาอยู่ด้วยในที่สุด วันเดินทางของศักดิ์ระพีมาถึง พร้อมมิตรร้องไห้ และสารภาพความในใจกับศักดิ์ระพีวันนั้น ว่าเธอรักเขามานานแล้ว แต่ศักดิ์ระพี ไม่ได้ตอบรับความรู้สึกพร้อมมิตร เพราะในใจเขามียอแสงอยู่แล้ว ศักดิ์รพีกับยอแสง จึงจากกันด้วยความเศร้า เมื่อเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์เรือนแพ ยอแสงกับนพดล ถูกนเรนทร์ พร้อมมิตร จิตรใส กลั่นแกล้งสารพัด โดยมีพริ้มเพราเป็นคนให้ท้าย แต่ทั้งคู่ก็พยายามอดทน เพราะเห็นแก่ความดีของคุณใหญ่ จิตรใสและนเรนทร์ ยังคงเรียนซ้ำชั้นอยู่ระดับมัธยม เอี้ยงหรือนพดล สอบเข้านายร้อยตำรวจได้ ส่วนตะวันเรียนอักษรศาสตร์ หวังสอบเข้าคุรุศาสตร์ จบมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือ
ศักดิ์ระพีส่งชุดนอนสีชมพูกับจดหมาย เป็นของขวัญให้ยอแสง จนพร้อมมิตรแอบเอามีดกรีดชุดนอนของยอแสงทิ้ง และขโมยจดหมายของศักดิ์ระพีไปทำลาย ทำให้ยอแสงน้อยใจคิดว่าศักดิ์รพีไม่เคยคิดถึงตนเอง ยอแสง กับเพื่อนรักชื่อ ใจบุญ ไปเดินซื้อของด้วยกัน เจอกับนพดล และธาดาโดยบังเอิญ ทั้งสี่นั่งพูดคุยกัน จนรู้ว่าธาดาใกล้จะเรียนจบแพทย์แล้ว เขาพูดความรู้สึกในใจเป็นนัยกับยอแสง แต่ยอแสงไม่ได้สนใจ
อินตาตามเฝ้าดูพริ้มและซ้อน จึงรู้ว่าพริ้มจับตัวสายไป แล้วอินตาก็ไปช่วยสายออกมาจนได้ นเรนทร์พูดจาดูถูกคนเรือจน ๆ อย่างอินตา โดยที่ไม่รู้ว่าอินตาคือพ่อของตน จนอินตา ต้องรีบหนีไป เพราะกลัวพริ้มจำหน้าเขาได้ นเรนทร์ พร้อมมิต จิตรใส รวมหัวกันแกลังตะวัน พอตะวันไปเอาคืน ทุกคนก็โกรธตะวัน ตะวันเอาไม้เรียว มาให้คุณใหญ่เฆี่ยน เพราะรู้ตัวว่าผิด พริ้มได้ที เป็นคนเฆี่ยนเสียเองจนไม้หัก ใหญ่สงสารตะวัน แต่พูดไม่ออก ตะวันบอกจะอดทนเพื่อรอเล็กกลับมา ใหญ่มาเยี่ยมตะวันที่เรือนแพ ด้วยความสงสาร
พร้อมมิตรเขียนจดหมายหาเล็ก ใส่ความว่าตะวันมีหนุ่ม มารุมจีบ จนทำให้เล็กเริ่มเครียด ส่วนเอี้ยงก็เห็นใจบุญเขียนจดหมายหาเล็ก รู้ว่าใจบุญแอบรักเล็ก ซึ่งตนเองไม่อาจเทียบกับอาเล็กได้ นึกน้อยใจ บอกจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวใจบุญอีก
นเรนทร์ขโมยเงินใหญ่ และพยายามใส่ร้ายตะวันอีก เอี้ยงมาเจอ จึงชกต่อยกัน อินตาเข้าช่วยเอี้ยง สู้กับนเรนทร์ พอเติมเรียกชื่อนเรนทร์เลยทำให้อินตารู้ว่านเรนทร์คือลูกชายตนเอง ตะวันเอายามาทาให้อินตา อินตาถามเรื่องนเรนทร์กับตะวัน จึงรู้ว่าลูกของตนเองเป็นคนไม่ดี รู้สึกถึงเวรกรรมที่ตนเองทำไว้ นึกเศร้าใจเล็กเขียนจดหมายบอกใหญ่ ว่าจะกลับมาวันเสาร์นี้ พร้อมมิตรดีใจ จัดเลี้ยงใหญ่โต บอกว่าตรงกับวันเกิดตนเองพอดี เติมไปรับเล็ก เล็กสั่งให้เติมไปที่บ้านเดชาบดินทร์ เพราะในใจคิดถึงยอแสงมาก
เอี้ยงใส่ชุดนักเรียนนายร้อยมารับใจบุญไปงานเลี้ยงต้อนรับเล็กอย่างเต็มยศ แต่บารมีก็ยังพูดจาดูถูกเอี้ยงเช่นเคย เล็กมาถึงงาน พร้อมมิตร จิตรใส รีบออกมารับหน้า คุณใหญ่ดีใจมากที่เล็กกลับมา แต่ตะวันไม่กล้าสู้หน้าเล็ก เพราะคิดว่าเล็กไม่เขียนจดหมายหาเธอเลย จนธาดา ต้องบังคับให้ตะวันออกไป
เล็กซื้อของมาฝากทุกคน แต่ไม่มีของตะวัน ตะวันเสียใจ วิ่งร้องไห้ ไปที่เรือนแพ อินตา เอาเศษจดหมายที่เล็กเขียนถึงแต่ถูกพร้อมฉีกเสียก่อน ตะวันจึงรู้ว่าเข้าใจเล็กผิด ตะวันรีบให้อินตาพายเรือไปส่งที่บ้านเล็ก เล็กดีใจที่ได้พบตะวันที่โตเป็นสาว และสวยมาก ตอนแรกเล็กยังโกรธที่ตะวันไม่ยอมไปพบตน แต่พอตะวันสารภาพว่าเข้าใจผิดเรื่องจดหมาย พร้อมทั้งนำจดหมายที่ถูกฉีกขาดมาให้เล็กดู ทำให้ทั้งสองปรับความเข้าใจกันได้ ทั้งคู่พูดคุย อ่านจดหมายให้กันและกันฟังอย่างมีความสุข
พริ้มวางยาคุณใหญ่ แล้วใส่ร้ายว่าเป็นฝีมือตะวัน พอดีเล็กมาส่งตะวันที่บ้าน จึงพาคุณใหญ่ไปโรงพยาบาล ส่วนตะวันกับเอี้ยง ถูกพวกนเรนทร์ พร้อมมิตร จิตรใสทำร้าย ตะวันต้องออกจากบ้านไปในทันที ตะวันสั่งให้เอี้ยงอยู่ดูแลคุณใหญ่ แล้วตะวันก็จากไป เอี้ยงเสียใจมาก
นเรนทร์เห็นพริ้มกำลังจะวางยา จึงตัดสินใจ เอายาพิษไปใส่ในหม้อยาสมุนไพร ที่ตะวันต้มอยู่ โดยตะวันไม่ทันสังเกต นเรนทร์บอกเขาแค้นที่คุณใหญ่ คิดจะยกสมบัติให้ยอแสง จึงต้องลงมือเอง ตะวันถูกพร้อมมิตรไล่ออกจากบ้าน พอเล็กรู้ก็รีบไปตามหา แต่ธาดาพบยอแสงก่อน จึงพาไปอยู่ที่บ้าน นเรนทร์ทำตัวเป็นเจ้าของบ้าน ขึ้นไปอยู่ห้องคุณใหญ่ และตบตี พร้อมมิตรกับจิตรใส จนซ้อนต้องเข้ามาช่วย คุณใหญ่ยังไม่ฟื้น เล็กอยากให้เธอตื่นขึ้นมายืนยันความบริสุทธิ์อกับตะวันโดยเร็ว ตะวันไปเยี่ยมคุณใหญ่ที่รพ. เจอพริ้ม พริ้มไม่ยอมให้เยี่ยม ซ้ำยังทำร้ายตะวันอีก ธาดามาช่วยไว้ทัน เล็กมาเห็นพอดี รู้ว่าธาดาช่วยตะวันไว้ นึกหวงและน้อยใจตะวัน ตะวันร้องไห้เสียใจ ได้ยินอินตาเป่าขลุ่ยเพลงสาลิกาชมเดือน นึกถึงพ่อและแม่ ตะวันจึงร้องไห้ออกมา
นเรนทร์เมายา เพื่อนจะเอาเงินกับทองไป อินตามาเห็นช่วยเอาไว้ แล้วพานนเรนทร์ที่ยังไม่ได้สติ ไปหาสาย สายดีใจมาก ร้องเพลงกล่อมให้นเรนทร์ฟัง แต่พอนเรนทร์ฟื้นก็โวยวาย ด่าทออินตาและสาย อินตาเสียใจมาก นเรนทร์กลับมาบ้าน ได้ยิน ละม่อมมาขอเงินพริ้ม แล้วพูดเรื่องที่สลับเด็กกัน นเรนทร์คาดคั้นเอาความจริงกับพริ้ม จนพริ้มต้องบอกกว่า นเรนทร์เป็นลูกชาวเรือ ส่วนลูกสาวตัวจริงหายสาบสูญไป คนที่รู้ความลับคือละม่อม กับซ้อนเท่านั้น นเรนทร์รับไม่ได้ คลั่งแทบเสียสติ นเรนทร์กลัวความลับเปิดเผยจึงฆ่าละม่อมตาย นเรนทร์กับพริ้ม ขายข้าวของในบ้าน หวังเอาเงินมาใช้จ่าย เพราะยังเปิดพินัยกรรมไม่ได้ คุณใหญ่ฟื้นขึ้นมา และกลับบ้านพอดี พริ้มกับนเรนทร์ตกใจ พร้อมมิตรกับจิตรใสดีใจมากที่มีคุณใหญ่กลับมาปกป้องพวกเธอจากนเรนทร์ คุณใหญ่สั่งให้ขนข้าวของนเรนทร์ออกจากห้องเธอ แล้วให้เล็กพาไปหาตะวัน แล้วพาตะวันกับเอี้ยงกลับไปเดชาบดินทร์บอกต่อหน้าทุกคน ว่ารับตะวันเป็นลูกบุญธรรม พร้อมทั้งยกทรัพย์สมบัติในส่วนของตนให้กับตะวัน นเรนทร์เข้าไปปลุกปล้ำตะวัน แต่เล็กมาช่วยไว้ทัน ซ้ำร้ายนเรนทร์ยังผลักคุณใหญ่ตกน้ำ ดีที่อินตามาช่วยทัน คุณใหญ่เลยรอดมาได้
คุณใหญ่ไม่ยอมให้ตะวันลงไปอยู่ที่เรือนแพ เกรงจะมีอันตราย นเรนทร์เอามีดแทง เพื่อฆ่าปิดปากซ้อนอีกคน แล้วซ้อนก็ตกน้ำหายไป อินตา มาเจอเข้าพอดี บอกจะรับผิดแทนนเรนทร์ สารภาพว่านเรนทร์คือลูกชายตน นเรนทร์คลั่ง ไม่อยากเชื่อ แล้วอินตาก็แย่งมีดไป แล้ววิ่งลงเรือ พาแม่สายหนีไป เล็กเริ่มสงสัย ความไม่ปรกติ ภายในเดชาบดินทร์
สามปีผ่านไป เอี้ยงกำลังจะได้ติดยศนายร้อย ส่วนตะวันก็กำลังจะรับปริญญา คุณใหญ่ บอกจะจัดงานให้เด็กทั้งสองคน ในวันรับปริญญาของตะวัน บรรยากาศ เต็มไปด้วยความสุข บารมีพยายามยัดเยียดใจบุญให้กับเล็ก เล็กจึงไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปกับตะวัน เอี้ยงก็น้อยใจที่ใจบุญอยู่กับเล็ก อินตารู้ข่าว พาสายมายินดีกับตะวันด้วย แต่ไม่กล้าเข้าใกล้ กลัวตะวันจะอาย ตะวันเข้าไปกราบพระคิดถึงพ่อกับแม่ อินตากับสายร้องไห้ด้วยความดีใจ
ที่งานเลี้ยง นเรนทร์หมั่นไส้ ที่เอี้ยงกับตะวัน ได้ดิบได้ดี จึงหาทางแกล้ง เล็กให้แหวนเป็นของขวัญตะวัน ตะวันเข้าใจผิด คิดว่า จะให้แหวนไปหมั้นกับธาดา จึงโยนแหวนทิ้ง คุณใหญ่เดินมาเก็บได้พอดี จำได้ว่าเป็นแหวนประจำตระกูล จึงรู้ว่าเล็กมีใจให้กับตะวัน ตะวันเองก็อึ้งไป รู้สึกผิดที่เข้าใจผิดเล็ก บารมีต่อว่าเอี้ยงที่มายุ่งเกี่ยวกับใจบุญ คุณใหญ่เห็นสงสารเอี้ยง เข้าไปช่วย ให้เอี้ยงคุกเข่าสัญญาว่าจะรักใจบุญตลอดไป แต่บารมีก็ยังไม่พอใจ เอาตัวลูกสาวกลับไปทันที
ตะวันไปหาเล็กที่บ้านร่มรื่น ทั้งสองคืนดีกัน เล็กสวมแหวนหมั้นให้ บอกว่าจะรอจนกว่าตะวันอายุครบ ยี่สิบเอ็ดปี แล้วจะมาคุยกันอีกที พร้อมมิตรทนไม่ได้ ที่ต้องเสียเล็กไป วางแผน วางยานอนหลับให้เล็กกิน แล้วพาเข้าโรงแรม แล้วบอกกับคุณใหญ่ ตะวัน และทุกคน ว่ามีความสัมพันธ์กับเล็กแล้ว แต่บังเอิญจิตรใสเห็นเข้าเสียก่อน จึงเป็นพยานให้เล็ก ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณใหญ่ไล่พร้อมมิตร และจิตรใสออกจากบ้าน ส่งทั้งสอง ไปอยู่บ้านท้ายสวนแทน และให้ช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง เพื่อเป็นการดัดนิสัย
ธาดา ไปดูพร้อมมิตรและจิตรใสที่บ้านท้ายสวน บอกว่ารับคำสั่งมาจากเล็ก ธาดาให้ทั้งสอง ถูบ้าน ขุดดิน ปลูกผัก เขาอดสงสารหญิงสาวทั้งสองคนไม่ได้ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไร ธาดาเรียนจบหมอ จึงมาหาคุณใหญ่กับเล็ก ขออนุญาตมาสู่ขอตะวัน เล็กต้องปล่อยเลยตามเลย ให้เป็นไปตามการตัดสินใจของตะวัน แต่ตะวันปฎิเสธธาดา
เล็กกลับมาเยี่ยมบ้านร่มรื่น ใจบุญ จึงขอติดรถไปหาตะวันที่บ้านเดชาบดินทร์ ระหว่างทางฝนตกหนัก แถมรถของเล็กเกิดมาเสียกะทันหัน เล็กกับใจบุญ ต้องไปหลบอยู่ในกระท่อมกลางทาง บารมีตามมาพบ บอกให้เล็กรับผิดชอบต่อใจบุญ เพราะเกรงจะเกิดเรื่องเสื่อมเสีย ถึงแม้เล็กกับใจบุญ จะบอกว่าไม่มีอะไรเกินเลยก็ตาม แต่บารมีไม่ยอมฟัง เพราะตั้งใจ จับคู่เล็กกับใจบุญอยู่แล้ว เอี้ยง และตะวัน แอบเสียใจด้วยกันทั้งคู่ ตะวันให้กำลังใจเล็ก และเธอบอกว่าเชื่อใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเล็ก ทำให้เล็กรู้สึกดีขึ้นมาก
อินตาเห็นนเรนทร์ติดยางอมแงม เขาจึงพานเรนทร์กลับไปอยู่ที่เรือ พร้อมกับสาย แรก ๆ นเรนทร์ไม่ยินยอม ต่อว่าสายและอินตาอยู่บ่อย ๆ แต่พอได้รับรู้ถึงความรักที่ทั้งสองมีให้ เริ่มลังเล และยอมรับอินตากับสาย เป็นพ่อและแม่มากยิ่งขึ้น นเรนทร์ใช้ชีวิตอยู่กับอินตาและแม่สาย จนซึมซับสิ่งดี ๆได้ อินตาขอให้นเรนทร์สัญญาว่าจะไม่ทำร้ายใครอีก แล้วจะได้นเรนทร์ เป็นทายาทเดชาบดินทร์ต่อไป ตะวันได้ยินเสียงแม่สายร้องเพลงกล่อมเด็ก จึงจำได้ว่าเป็นเสียงแม่ ตะวันไปหาสาย ทั้งสองกอดกันด้วยความคิดถึง สายบอกว่าอินตาคือพ่อที่จากไปตั้งแต่เธอยังเล็ก ตะวันซึ้งใจที่ลุงอินที่คอยช่วยเหลือเธอ คือพ่ออินตา ตะวันกราบเท้าอินตาด้วยความคิดถึง แล้วพ่อ แม่ ลูก ก็ได้อยู่พร้อมหน้ากันเสียที
นเรนทร์กลับมาที่เดชาบดินทร์ เขาเงียบไป สั่งให้แม่ครับทำน้ำพริกมะขามเหมือนที่สายเคยทำให้กิน ใหญ่รู้สึกผิดสังเกตที่นเรนทร์เงียบขรึมไป นเรนทร์เห็นเรือจอดอยู่ เดินไปดู ดีใจที่เป็นเรือของสายและอินตา แต่พอไปใกล้ เห็นทั้งสองอยู่กับตะวัน จึงรู้ว่าตะวันเป็นลูกที่แท้จริงของท่านต้น นเรนทร์เสียใจ คิดว่าพ่อกับแม่หลอกตนเอง ไม่รักตนเอง เหมือนเป็นส่วนเกิน กลับมาแค้นใจตะวันอีก เขาร้องไห้ด้วยความคับแค้น และคิดกลับไปเอาสมบัติของบ้านเดชาบดินทร์อีกครั้ง
พริ้มเพราคุ้มคลั่ง เพราะนเรนทร์จะฆ่าตัวเองปิดปาก จึงจะไปแจ้งความกับตำรวจ แต่นเรนทร์มาเจอเสียก่อน จึงจับตัวพริ้มไปขังไว้ในโลง แล้วเอาไปเก็บที่โกดัง พริ้มร้องด้วยความหวาดกลัว จนสลบไป พริ้มเพราเริ่มเห็นภาพหลอนของซ้อนจนทนไม่ไหว หนีกลับไปที่เดชาบดินทร์ ไปขุดหลุมศพของซ้อน จนพบศพละม่อมเข้าอีกด้วย คุณใหญ่กับเล็กได้ยินเสียงเดินไปดู พริ้มเพราคุ้มคลั่ง สารภาพว่านเรนทร์ฆ่าซ้อนกับละม่อมตาย ส่วนตนเองเป็นคนวางยาพิษท่านต้น แล้วเธอก็หมดสติไป
ความโลภในสมบัติ ทำให้นเรนทร์ตัดสินใจไปจับตัวตะวันมา หวังจะฆ่าให้ตาย สาย อินตา คุณใหญ่ เล็กตามสะกดรอยนเรนทร์ไป เล็กเข้าช่วยตะวันจนบาดเจ็บ แล้วนเรนทร์ก็จะแทงเล็กซ้ำอีก ตะวันเข้าช่วยเล็ก จึงถูกแทงที่หน้าอก คุณใหญ่กับเล็กจึงรีบพาตัวตะวันไปโรงพยาบาล คุณใหญ่ เห็นปานรูปหัวใจที่หน้าอกของตะวัน จึงเริ่มมั่นใจว่าตะวันเป็นลูกของดวงพร สายกับอินตา ก็พานเรนทร์ไปส่งโรงพยาบาล แล้วพยายามจะแอบเข้าไปเยี่ยมตะวัน คุณใหญ่พบเข้าพอดี จึงชวนทั้งสองเข้าไปเยี่ยมตะวันด้วยกัน อินตาจึงสารภาพความจริงทั้งหมดต่อหน้าตะวัน เรื่องที่สลับลูกกันตั้งแต่เกิด ตะวันเป็นลูกดวงพร ส่วนนเรนทร์เป็นลูกของตนเอง สายและอินตารู้สึกเสียใจที่ทำให้ตะวันต้องลำบาก แต่ตะวันกลับบอกถึงความสุข ในช่วงที่ได้อยู่บนเรือกับสายและอินตา ทั้งสองปลื้มใจมาก คุณใหญ่ จึงชวนสายกับอินตาไปอยู่ที่เดชาบดินทร์ด้วยกัน
เล็กรู้ความจริง ก็รู้สึกสับสน น้อยใจที่ตะวันไม่ยอมบอกความจริงกับตนว่าตะวันกับยอแสงคือคนเดียวกัน จึงขอเวลาทำใจเรื่องตะวันก่อน ส่วนบารมี ก็บอกความจริงเรื่องที่ตนเองแกล้งป่วย เพื่อให้ใจบุญแต่งงานกับเล็ก พอดีใจบุญมาได้ยิน จึงเสียใจมาก เธอไปขอโทษเล็กที่เกิดเรื่องวุ่นวายเพราะตน และบอกให้เล็กเปิดใจ ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตนเองที่มีต่อตะวัน
แผลของตะวันเริ่มหายดี แต่พริ้มเพรา ยังมีอาการคุ้มดีคุ้มร้าย ตะวันเข้าไปหาพริ้ม พริ้มคิดว่าเป็นดวงพร ยิ่งรู้สึกผิด ตะวันขอเรียกพริ้มว่าป้า เพราะพริ้มคือญาติคนเดียวที่ตะวันเหลืออยู่ แล้วขอให้พริ้มเล่าเรื่องราวของแม่ดวงพรให้เธอฟัง จึงทำให้พริ้มเริ่มมีความรู้สึกที่ดีขึ้น บรรยากาศการเตรียมงานสำหรับวันเปิดพินัยกรรม อินตา สายช่วยกันเช็ดถ้วย จาน ช้อนอย่างขะมักเขม้นในครัว พริ้มเพรานั่งเหม่อเศร้า อยู่มุมหนึ่งเงียบ ๆ น้ำตาไหลเพราะความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจ เอี้ยงกับใจบุญก็มาด้วย พร้อมมิตร จิตรใส ธาดา ก็มาช่วยเตรียมงานเช่นกัน ตะวันสวยจนเล็กตะลึง คุณใหญ่แนะนำกับหลวงดิเรก ว่าตะวันคือทายาทที่แท้จริง ตะวันได้ทรัพย์สินทุกอย่างที่ท่านต้น ระบุไว้ในพินัยกรรม ทุกคนดีใจไปกับตะวันด้วย ทันใดนั้นนเรนทร์ก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับปืน ที่เขาตั้งใจจะฆ่าตะวัน พร้อมทั้งทวงสมบัติคืน เอี้ยงเข้าช่วยตะวันจนถูกยิง เล็กก็ถูกยิงที่แขนเช่นกัน อินตาคุกเข่าขอร้องไม่อยากให้นเรนทร์ทำชั่วอีกต่อไป สายใช้อ้อมกอดของความเป็นแม่ เกลี้ยกล่อมให้นเรนทร์กลับตัว นเรนทร์รู้สึกผิดต่อทุกคน ต่อท่านต้น นเรนทร์ตัดสินใจฆ่าตัวตาย สายกับอินตา ร้องไห้แทบขาดใจ อินตาตัดสินใจบวชที่งานศพของนเรนทร์ในที่สุด พร้อมมิตร ทำมูลนิธิเดชาบดินทร์เพื่อช่วยเหลือผู้คน โดยให้ธาดา มาเป็นผู้ช่วย ส่วนบารมีก็แพ้ความดี สุดท้ายยอมยกใจบุญให้กับเอี้ยง ตะวันตามเล็กไปที่บ้านร่มรื่น ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน และสารภาพรักซึ่งกันและกันในที่สุด
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 13,899
Re: เรื่องย่อละคร ตะวันยอแสง (thairath.co.th)
«
Reply #1 on:
16 July 2026, 22:41:34 »
https://www.thairath.co.th/novel/tawanyorsang/ep1/page1
ตะวันยอแสง ตอนที่ 1
ปัจจุบันแม่น้ำเจ้าพระยาในกรุงเทพฯยังมีการสัญจรทางเรืออยู่ ย้อนไปเมื่อสิบปีก่อนใช้การคมนาคมขนส่งทางน้ำเป็นหลัก ทั้งเรือโยงบรรทุกสินค้า เรือขายของ เรือโดยสารข้ามฟาก ชาวบ้านที่อาศัยริมน้ำจะอยู่อาศัยบนเรือนแพ ทั้งซักผ้า ทำกับข้าว อาบน้ำและหาปลา...
มีเรือกระแชงสองลำล่องตามกันมาตามลำน้ำโดยบรรทุกข้าวสารมาด้วยกันเพื่อไปส่งผู้ว่าจ้าง
เรือลำแรกมีสาย หญิงสาวสู้ชีวิตกับลูกสาวชื่อตะวันวัยสิบกว่าขวบ และคร้าวสามีใหม่ อีกลำคืออิ่มกับทิด และเอี้ยงลูกชายวัยแปดขวบ สองครอบครัวสนิทสนมกัน ทำให้ตะวันกับเอี้ยงเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เกิด
สายเห็นตะวันเล่นทโมนโดดน้ำกับเอี้ยงก็เอ็ดเสียงดังให้รู้ว่าเราเป็นผู้หญิง ตะวันกลับบอกว่าจะลงไปงมกุ้งมาให้แม่ทำกับข้าวเย็นนี้ สายยิ้มอย่างเอ็นดูรักใคร่
พอเด็กทั้งสองกลับขึ้นบนเรือ สายตำหนิเอี้ยงที่ชักชวนตะวันเล่นโลดโผน แล้วอดเอ็นดูไม่ได้ถามกินข้าวหรือยัง เมื่อเอี้ยงบอกว่ายังเพราะแม่หลับ สายจึงหาข้าวปลาให้กิน เอี้ยงเอ่ยถามตะวันรู้ไหมว่าเรือเราจะไปส่งข้าวที่ไหน ตะวันบอกว่าวัดประยูร เอี้ยงดีใจกระโดดโลดเต้น
“เยี่ยมเลย...วันนี้ที่วัดประยูรมีงานด้วย”
สายถือจานข้าวมายื่นให้ ตะวันมองแม่อย่างชื่นชมในน้ำใจของแม่ที่มีต่อเอี้ยง...พอส่งข้าวเสร็จ สายรับเงินมานับแบ่งให้อิ่มแม่ของเอี้ยง แต่แล้วคร้าวโผล่มาแย่งเงินในมือไปหมด จะเอาไปเข้าบ่อนกินเหล้า สายไม่ให้เอาไปหมดจึงโดนซ้อม ตะวันเข้าขวางยกมือไหว้พ่อเลี้ยง
“พ่อคร้าวจ๋า อย่าเอาเงินแม่ไปหมดเลยนะ วันนี้แม่ต้องเอาเงินไปจ่ายค่าชันเรือ กับค่าข้าวสารที่ติดโรงสีเขาไว้”
“เรื่องของแม่เอ็งไม่เกี่ยวกับข้า แล้วก็เลิกเรียกข้าว่าพ่อได้แล้ว ข้าไม่ใช่พ่อเอ็ง พ่อเอ็งมันเป็นไอ้ขี้คุก หายหัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เอ็งมันลูกไอ้ขี้คุก”
สายร้องไห้บอกเงินนั่นเป็นของอิ่มด้วย ไม่ทันไร ทิดเดินตามมาบอกว่าส่วนของอิ่มตนจะเอาไปเข้าบ่อน ว่าแล้วทั้งสองก็กอดคอกันเดินหัวเราะออกไปไม่ดูดำดูดีลูกเมีย ตะวันน้ำตาซึมที่โดนพูดพาดพิงถึงพ่อ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่รู้อดีตเกี่ยวกับพ่อชัดเจน
สายเห็นตะวันนั่งซึมตลอดจนเย็นย่ำ ก็เข้าไปปลอบ ตะวันถามสายว่าพ่อไม่ได้ติดคุก พ่อแค่หายตัวไปแล้วพ่อกำลังตามหาพวกเราใช่ไหม สายไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้จึงเปลี่ยนเรื่อง บอกเอี้ยงให้พาตะวันไปเที่ยวงานวัด ตะวันตาละห้อย ไม่มีเงินจะไปได้อย่างไร สายรีบบอก
“เดี๋ยวแม่กับแม่อิ่มเอาน้ำตาลโตนดไปส่งที่ร้านขนมก็คงพอได้เงินบ้างล่ะ ตะวันพาเอี้ยงไปเดินเล่นรอแม่ในวัดเถอะ เดินเที่ยวให้เพลินๆไม่ต้องซื้ออะไรก็ได้”
ตะวันอยากอยู่ช่วยแม่ แต่สายสงสารลูกอยากให้เปิดหูเปิดตาบ้าง จึงคะยั้นคะยอให้ไป...บรรยากาศงานวัดครึกครื้น มีของกินขาย มีเครื่องเล่นมากมาย ตะวันจูงมือเอี้ยงเดินดูอย่างตื่นตาตื่นใจ เอี้ยงมองของกินแล้วได้แต่กลืนน้ำลายเพราะไม่มีเงินซื้อ ขณะนั้นเองมีลูกชิ้นปิ้งไม้หนึ่งกระเด็นมาตกพื้นข้างหน้า ทั้งสองมองเหมือนโชคมาตกตรงหน้า ตะวันก้มเก็บแล้วเช็ดๆก่อนจะส่งให้เอี้ยงกิน เอี้ยงดีใจพอจะเอาเข้าปากนึกได้หันมาแบ่งให้ตะวันคนละครึ่ง
ทันใดมีเสียงคนตะโกนว่า ไอ้พวกขี้ขโมย นเรนทร์กับเพื่อนอันธพาลอีกสองคน อายุรุ่นราวคราวเดียวกับตะวันยืนชี้หน้าบอกว่านั่นของตน ตะวันแย้งว่ามันหล่นแล้วขอไม่ได้หรือ นเรนทร์ไม่ให้ บอกจะเอาไปให้หมาที่บ้านกิน เอี้ยงไม่พอใจเผลอด่า
“คนอะไรปากหมา ใจก็ดำ”
“แกว่าใคร ไอ้ขี้ครอก!” นเรนทร์ผลักเอี้ยงล้มลงแล้วตามจะซ้ำ
ตะวันโกรธต่อยเปรี้ยงเข้าที่หน้านเรนทร์ ทำให้เขายิ่งโกรธผลักเธอล้มลง ตะวันไม่ยอม ลุกขึ้นผลักคืน เพื่อนนเรนทร์จะรุมแต่สู้ตะวันไม่ได้ ทันใดมีเสียงห้าม “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ศักดิ์ระพีหรืออาเล็กของนเรนทร์เข้ามาห้ามศักดิ์ระพีเป็นน้องของคุณใหญ่ เพิ่งเรียนจบวิศวกรมาหมาดๆ เป็นคนรูปหล่อมีฐานะทางสังคมดี มีน้ำใจเหมือนพี่สาว...นเรนทร์เกรงกลัวอาจึงชะงักหันมาบอกว่า สองคนนี้ขโมยลูกชิ้นตนและยังทำร้ายตนอีก ตะวันเถียงทันควันว่าไม่ได้ขโมย ของมันตกพื้นแล้ว ศักดิ์ระพีตัดบท
“อาเห็นนเรนทร์ทำร้ายพวกเขาก่อน”
“อาเล็กเข้าข้างพวกมัน”
“เป็นผู้ชายไม่ควรรังแกผู้หญิง”
“ทำไมอาเล็กต้องสนใจคนชั้นต่ำพวกนี้ด้วย”
“นเรนทร์! มีสิทธิ์อะไรไปว่าคนอื่นแบบนี้” ศักดิ์ระพีดุด้วยสีหน้าน่าเกรงขาม
นเรนทร์ไม่กล้าเถียงแต่ไม่พอใจจึงบอกว่าจะไปฟ้องพ่อแล้ววิ่งออกไปพร้อมเพื่อนๆ ตะวันแม้เป็นเด็กวัยสิบสองแต่รู้จักสัมมาคารวะ ยกมือไหว้ขอโทษที่ตนกับน้องไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงทำร้ายหลานท่าน ศักดิ์ระพีอึ้งย้อนถามเอาอะไรมาวัดว่าใครสูงกว่าใคร ตะวันกล่าวอย่างเจียมตัว ว่า คนรวยคิดว่าตัวเองอยู่สูงกว่าคนอื่นทั้งนั้น ศักดิ์ระพีส่ายหน้าไม่ใช่ทุกคน แล้วรู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้มาก จึงบอกว่าเมื่อเธอรู้ว่าตัวเองทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ เอี้ยงถอยไปหลบหลังตะวัน
การลงโทษของศักดิ์ระพีคือให้ตะวันกับเอี้ยงกินลูกชิ้นปิ้งที่ซื้อให้ เอี้ยงดีใจเลิกกลัวแล้วคุยจ้อบอกทุกอย่างที่เขาถาม ตะวันเอ็ดบอกชื่อกับคนแปลกหน้าได้อย่างไร ศักดิ์ระพีแนะนำตัว
“ฉันชื่อศักดิ์ระพี เธอจะเรียกฉันว่าอาเล็กก็ได้ ในเมื่อรู้จักชื่อฉันแล้ว ฉันคงไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับเธอใช่ไหม”
ตะวันพยักหน้าหงึกๆยอมกินลูกชิ้นปิ้งอย่างเอร็ดอร่อย จากนั้นศักดิ์ระพีพาเด็กทั้งสองไปกราบพระในวิหาร แล้วพามาเล่นเกมยิงปืนจุกไม้ก๊อก เอี้ยงโพล่งขึ้นอย่างเด็กๆว่าถ้าอาเล็กแพ้พี่ตะวัน จะต้องยอมเป็นแฟนพี่ตะวันหนึ่งวัน ตะวันโวยจะบ้าหรือ เอี้ยงยิ้มทะเล้นๆ
“ไม่บ้าหรอกพี่ตะวัน หล่อๆอย่างอาเล็ก ถ้าพี่ตะวันได้ควงนะ ทั้งโก้ แถมได้กินขนมทั้งงานวัดเลยนะพี่”
ตะวันมองหน้าศักดิ์ระพีอย่างพูดไม่ออก เพราะถ้าได้อย่างนั้นก็ดี...สายตกใจมากเมื่อหญิงชาวบ้านมาบอกว่าตะวันมีเรื่องกับคนบ้านเดชาบดินทร์ แถมทำร้ายลูกชายท่านต้น ระวังจะเดือดร้อนกันหมด สายหน้าเสียใจคอไม่ดี รีบวิ่งมาที่งานวัด กลัวตะวันจะเดือดร้อน
ooooooo
ตะวันแข่งยิงปืนกับศักดิ์ระพี เธอยิงโดนตุ๊กตาทุกนัดในขณะที่ศักดิ์ระพียิงพลาดตลอด ตะวันบอกยิ้มๆ ว่า จุกก๊อกต้องเลือกจุกที่ไม่เบี้ยวถึงจะไม่พลาดเป้า เขาจึงเลือกจุกใหม่แล้วลองยิงดู คราวนี้โดนตุ๊กตาอย่างจัง เขารู้สึกทึ่งกับความเฉลียวฉลาดของตะวันมาก
ทั้งสามยืนหน้าเครื่องเล่นชิงช้าสวรรค์ เอี้ยงมองอย่างอยากเล่น ตะวันเกรงใจเพราะศักดิ์ระพีจ่ายให้หลายอย่างแล้ว เขาท้วงว่าวันนี้ตนเป็นแฟนหนึ่งวันไม่ต้องเกรงใจ ไม่ทันที่ทั้งสามจะขึ้นเล่น พร้อมมิตรวิ่งเข้ามาคล้องแขนศักดิ์ระพีอย่างสนิทสนม พร้อมมิตรเป็นสาวรุ่นอายุ
สิบหก เป็นลูกอนุภรรยาคนแรกของท่านต้น ไม่ทันไรจิตรใสลูกสาวอนุภรรยาคนที่สองของท่านต้นก็เข้ามาควงแขนอีกข้าง จิตรใสมีอายุไล่เลี่ยกับตะวัน ทั้งสองต่อว่าศักดิ์ระพีที่มาเที่ยวไม่ชวนสักคำ
ระหว่างที่สองสาวกำลังเถียงแย่งอาเล็กกันไม่ลงให้กัน สายวิ่งมาถึงเห็นศักดิ์ระพีก็รู้ว่าเป็นใคร รีบเข้าไปดึงตะวันออกมา ศักดิ์ระพีทักทายตามมารยาท แต่จิตรใสกลับโพล่งขึ้นว่าแม่ลูกทำไมหน้าตาไม่เหมือนกันเลย
สายมีปมในใจเผลอตวาดเสียงกร้าวว่า “ตะวันเป็นลูกฉัน!”
สายดึงลากตะวันกลับไป ศักดิ์ระพีแปลกใจทำไมต้องทำขนาดนี้ นึกตามที่จิตรใสพูด...ตะวันเองก็แปลกใจทำไมแม่ถึงโกรธมากมาย พอเอ่ยปากถามกลับถูกตียกใหญ่ สั่งห้ามพูดคุยกับพวกผู้ดีอีก ตะวันไม่ได้เจ็บที่แม่ตีแต่เสียใจที่ทำให้แม่ร้องไห้ จึงทรุดลงยกมือไหว้
“แม่จ๋า...ตะวันขอโทษ ตะวันทำให้แม่เสียใจ ตะวันสัญญาจะไม่ยุ่งกับคนพวกนั้นอีกแล้ว ตะวันขอโทษจ้ะ”
สายเห็นเช่นนั้นก็หยุดตีทรุดลงร้องไห้รันทดใจ โผกอดตะวันด้วยความปวดใจ...
ด้านนเรนทร์ขอบตาเขียวช้ำมาฟ้องท่านต้นกับคุณใหญ่ พริ้มเพราเป็นพี่สาวดวงพรแม่ของนเรนทร์ มีนิสัยร้ายกาจ ขี้อิจฉา แต่รักหลานชายมากเพราะน้องเสียชีวิตไปแล้ว พริ้มเพราเชื่อหลานชายว่าโดนทำร้าย แต่ท่านต้น คิดว่าเป็นเรื่องเด็กๆทะเลาะกันธรรมดา คุณใหญ่ภรรยาเอกของท่านต้นไม่มีลูกเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา ยอมให้สามีมีอนุภรรยาหลายคน เอ่ยถามพริ้มเพราจะให้ท่านต้นสั่งคนไปเอาตัวเด็กสองคนนั้นมาลงโทษเฆี่ยนตีหรือ ชาวบ้านจะได้ลือกันหัวคลองยันท้ายคลองว่าผู้ใหญ่บ้านนี้รังแกเด็ก พริ้มเพราโวย
“อย่างน้อยก็น่าจะเรียกพ่อแม่มันมาต่อว่า เลี้ยงลูกเป็นคนชั้นต่ำ เป็นอันธพาล”
ศักดิ์ระพีก้าวเข้ามา “คุณพริ้มใช้อะไรวัดค่าความ เป็นคนครับ ถึงได้จิกเรียกคนอื่นว่าคนชั้นต่ำ...ผมคิดว่าคุณพริ้มอาจจะได้ข้อมูลบางอย่างผิดๆจากนเรนทร์”
ท่านต้นถามรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ ศักดิ์ระพีบอกว่าตนอยู่ในเหตุการณ์ พริ้มเพราแทรกแม้ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่ก็เชื่อว่าหลานไม่โกหก นเรนทร์นิ่งอึ้งมองศักดิ์ระพีอย่าง หวาดๆ ใช้ไม้ตายที่ใช้ประจำ ตีหน้าเศร้าเรียกร้องความสนใจ
“เด็กไม่มีแม่อย่างผม พูดอะไรก็ไม่มีใครฟัง ผมเป็นคนโกหกเสมอสำหรับทุกคน”
พร้อมมิตรที่กลับมาด้วยบอกพริ้มเพราว่า คงตามตัวเด็กคนนั้นยากเพราะแม่สายของเขาไม่อยากให้ลูกมาสุงสิงกับพวกเรา พริ้มเพราชะงักถามพร้อมมิตรซ้ำว่าแม่เด็กชื่ออะไร
“ชื่อสายค่ะ พร้อมได้ยินเด็กสองคนนั่นเรียก”
พริ้มเพราหน้าซีดราวถูกผีหลอกตอนกลางวัน คุณใหญ่เห็นสีหน้าเอ่ยถามพริ้มเพรามีอะไร เธอรีบกลบเกลื่อนไม่มีอะไร
ooooooo
ค่ำคืนนั้นคุณใหญ่ยืนมองดาวที่ระเบียง คิดถึงคำพูดของนเรนทร์ที่ว่าเขาไม่มีแม่พูดอะไรก็ไม่มีใครฟัง แล้วให้คิดถึงดวงพร ท่านต้นตามออกมาจึงเปรยว่า ถ้านเรนทร์มีแม่คงไม่เป็นแบบนี้ ท่านต้นถอนใจพลอยเศร้าคิดถึงดวงพรไปด้วย คุณใหญ่จำวันที่ดวงพรเข้ามาในชีวิตได้
เมื่อสิบสองปีก่อน คุณใหญ่โปรดปรานม้ามาก เลี้ยงม้าไว้หลายตัว โสภาเพื่อนคนหนึ่งได้ม้าพันธุ์ดีมาท้าแข่ง คุณใหญ่รู้ว่าม้าจะดีหรือไม่อยู่ที่คนบังคับม้าด้วยจึงรับคำท้า ท่านต้นเห็นลักษณะม้าของโสภาแล้วเกรงจะแพ้ คุณใหญ่ยิ้มอย่างมั่นใจว่าเรามีคนบังคับม้าที่เก่ง
ดวงพร เด็กสาวอายุสิบแปด มีความสามารถในการขี่ม้าและเย็บปักถักร้อย ชอบแอบเข้ามาขี่ม้าของคุณใหญ่ที่ท้ายไร่ เธอยินดีจะขี่ม้าแข่งให้กับคุณใหญ่ ท่านต้นแปลกใจเด็กผู้หญิงหรือจะมาเป็นจ๊อกกี้...เมื่อถึงวันแข่ง ท่านต้นชะเง้อมองเห็นม้าของคุณใหญ่ควบแซงหน้าม้าคนอื่นรวมทั้งม้าของโสภาขึ้นมา จนเข้าเส้นชัยชนะขาดลอย ท่านต้นกับคุณใหญ่กระโดดกอดกันด้วยความดีใจ เพื่อนๆที่เอาม้าลงแข่งต่างชื่นชมคนบังคับม้าของคุณใหญ่ ซ้อนกวักมือเรียกดวงพรให้ขี่ม้าเหยาะๆเข้ามา จังหวะที่ดวงพรก้าวลงจากม้า เกิดเสียหลักหมวกหล่นลงพื้น ท่านต้นรีบเข้าไปช่วยประคอง พอเห็นหน้าดวงพรก็ราวต้องมนต์สะกด จ้องมองใบหน้าดวงพรอย่างหลงใหล
ท่านต้นนึกถึงครั้งนั้นแล้วรำพึง “ใครจะนึกว่าการแข่งม้าวันนั้น ทำให้ฉันได้รู้จักกับผู้หญิงชาวบ้านคนหนึ่ง ผู้หญิงที่ต่างจากสาวชาวบ้านคนอื่นๆ”
ประจวบเหมาะเมื่อแม่ของดวงพรเสีย ทำให้ดวงพรกับพริ้มเพราพี่สาวต้องมาพึ่งใบบุญคุณใหญ่ท่านต้นแอบส่งยิ้มให้ดวงพร พริ้มเพราเห็นเกิดความริษยาหมั่นไส้น้องตัวเอง...
ooooooo
ในวัยเด็กของตะวัน มักจะถูกเพื่อนๆล้อว่าเป็นเด็กเผือกไม่ใช่ลูกของสาย เป็นเด็กจรจัดถูกเก็บมาเลี้ยงแถมมีพ่อขี้คุก ตะวันแอบมาร้องไห้เสียใจ มีเอี้ยงที่คอยปลอบใจ...บ่อยครั้งที่สายมองตะวันด้วยสายตาสงสาร เปรยว่าลูกควรจะสุขสบายแต่ต้องมาลำบากเพราะแม่
“ทำไมแม่ชอบพูดแบบนี้ ตะวันรักแม่ อยู่กับแม่สายแล้วมีความสุขที่สุด” พอเห็นสายไม่สบายใจ ตะวันจึงเปลี่ยนเรื่องถาม “แล้วเราจะออกเรือกันอีกเมื่อไหร่จ๊ะ”
“พรุ่งนี้เราต้องเอารำไปส่งที่คลองบางหลวง เฮ้อ... แม่เลี่ยงไม่ได้จริงๆเงินเราหมดแล้ว”
ตะวันเห็นสีหน้าแม่ไม่สบายใจจึงถามทำไมถึงไม่อยากไปคลองบางหลวง สายปัดไม่มีอะไร ใครจ้างไปไหนเราก็ต้องไป ปฏิเสธไม่ได้ แต่ดูสายเครียดมากท่าทีอึกอักมีพิรุธ
รุ่งเช้าเรือของสายกับอิ่มล่องคู่กันมา จอดเทียบข้างเรือนแพของบ้านเดชาบดินทร์ ตะวันเห็นเรือนแพสวยงามไม่เคยเห็นมาก่อนก็ตื่นเต้น สายหวั่นใจเห็นป้ายห้ามจอดจึงบอกคร้าวให้ถอยห่างออกมา แต่คร้าวไม่สนใจอ้างว่าจอดแป๊บเดียวรีบไปส่งแล้วรีบกลับ สายจึงรีบแบกรำไปกับคร้าว สั่งตะวันห้ามขึ้นไปเล่นบนฝั่งเด็ดขาด ตะวันแปลกใจทำไมแม่ถึงดุจริงจังขนาดนี้
คล้อยหลังผู้ใหญ่ไปไม่ทันไร เอี้ยงก็ชวนตะวันขึ้นไปสำรวจบนฝั่ง ตะวันห้ามแต่เอี้ยงไม่ฟังกระโดดขึ้นไปเสียแล้ว เธอจึงต้องตามขึ้นไปเพราะห่วงเอี้ยง...ตะวันย่องมาตามทางเป็นสวนของบ้านเห็นเอี้ยงปีนขึ้นไปเก็บ ผลไม้กิน ก็จะไปเรียกให้ลง แต่กลับเห็นคุณใหญ่กำลังเก็บดอกไม้อยู่จึงชะงัก ทันใดกิ่งไม้ที่เอี้ยงเหยียบหักทำให้ตกลงมา คุณใหญ่ได้ยินเสียงหันมองแต่ไม่เห็นใครได้แต่แปลกใจ ตะวันดึงเอี้ยงวิ่งกลับมาที่เรือ
ขณะนั้นนเรนทร์มาเห็นเรือกระแชงจอดใกล้ท่าน้ำบ้าน ทั้งที่ติดป้ายห้ามจอดก็ไม่พอใจ เอาไม้มาทุบเรือโครมๆ ตะวันมาถึงร้องบอกให้หยุด นเรนทร์หันมาเห็นตะวันก็จำได้ ปรี่เข้าไปตบหน้า ตะวันโกรธ เอี้ยงโยนไม้พายให้ ตะวันจึงใช้ไม้พายฟาดนเรนทร์ เขาร้องลั่นให้ป้าช่วย พริ้มเพราได้ยินวิ่งมาโวยวายลั่นว่านเรนทร์โดนคนทำร้าย แล้วเข้าไปตบตีตะวันยกใหญ่
สายได้ยินเสียงเอะอะ ตกใจมากรีบวิ่งกลับมาที่เรือ ศักดิ์ระพีกำลังห้ามไม่ให้ใครทำร้ายตะวันกับเอี้ยง นเรนทร์ไม่พอใจจะไปฟ้องพ่อ แต่ก่อนเข้าไปในบ้านก็กำดินขึ้นมาทาหน้ากับเสื้อผ้าให้ดูมอมแมม ยีหัวให้ยุ่งๆ เข้าไปฟ้องพ่อกับคุณใหญ่
“พวกคนเรืออันธพาลจอดเรือขวางท่าแล้วยังทำร้ายผมด้วย คุณพ่อต้องจัดการมันนะครับ”
ท่านต้นเห็นสภาพลูกก็ตกใจ ในขณะที่พริ้มเพรากำลังต่อว่าศักดิ์ระพีที่ไม่ช่วยหลาน กลับไปเข้าข้างเด็กอันธพาล ตะวันบอกว่าแค่จอดเรือชั่วคราวไม่ได้ทำอะไรให้เดือดร้อน ถ้าจะผิดก็ผิดที่มีเรื่องกับคนที่นี่ เด็กน้อยยกมือไหว้ขอโทษ ศักดิ์ระพีทึ่งกับความมีสัมมาคารวะของตะวัน รู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้มากขึ้น
สายรีบร้อนเดินเข้ามาเอาผ้าพันหน้าไม่ให้ใครเห็น ขอโทษทุกคนที่เอาเรือมาจอดเกะกะ แล้วดึงตะวันกับเอี้ยงลงเรือ ทันใดผ้าคลุมหัวหลุดลง พริ้มเพราเห็นหน้าสายก็ตกใจ ต่างฝ่ายต่างจำกันได้ คร้าวตามมาถึงถามมีเรื่องอะไร สายบอกไม่มีให้รีบออกเรือ พริ้มเพรายืนอึ้งพูดไม่ออก ท่านต้นมาถึงเห็นเรือเคลื่อนออกไปแล้ว นเรนทร์ชี้ไปที่ตะวันว่าเด็กคนนั้นเป็นคนทำร้ายตน ด้วยความที่ตะวันยังโกรธจึงตะโกนกลับมาว่า “ลาก่อนพวกผู้ดี”
ทั้งคุณใหญ่และท่านต้นเห็นหน้าตะวันก็ตกใจเพราะหน้าเธอละม้ายดวงพรอย่างมาก...ในคืนนั้น ทั้งคุณใหญ่และท่านต้นพูดคุยกันถึงดวงพร คุณใหญ่ยังจำคำที่ท่านต้นมาขอดวงพรได้
คืนนั้นเขามีท่าทีกังวลใจ “อย่าโกรธฉันนะคุณใหญ่ ฉันจะเริ่มยังไงดี ก่อนที่ฝนจะตก เมฆมันจะต้องตั้งเค้าก่อนใช่ไหม และถ้าพระอาทิตย์จะตก เราคงฉุดมันไว้ไม่ได้”
“ดวงอาทิตย์เปรียบเหมือนดวงใจ ถ้ามันจะตกที่ไหนเราก็ฉุดมันไว้ไม่ได้ คุณพี่กำลังจะบอกว่าพอใจหนูดวงพรใช่ไหมคะ” คุณใหญ่รู้ทัน
“ฉันไม่อยากเป็นคนเลวอย่างนั้น แต่แล้วมันก็หนีไม่พ้น”
คุณใหญ่กุมมือท่านต้นบอกว่าตนเข้าใจและไม่โกรธ ตนรู้ว่าเขายังรักตนเสมอต้นเสมอปลาย เพราะถ้าไม่รักคงลักกินขโมยกินไปนานแล้ว ท่านต้นถอนใจที่คุณใหญ่เข้าใจและหวังว่าตนจะกลับไปห้องอย่างคนสมหวัง คุณใหญ่จึงขอคำสัญญาว่า ถ้าดวงพรยอมเป็นอนุของเขา เขาต้องเสมอต้นเสมอปลายกับเธอด้วย ท่านต้นรับปากและในคืนนั้นคุณใหญ่ก็เอ่ยถามดวงพรว่ามีคนรักหรือยัง ดวงพรส่ายหน้าตอบว่า “ความรักคือการเป็นหนี้ ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ ผู้ใดมีความรักผู้นั้นมีหนี้สินของหัวใจที่ใช้ไม่รู้จักหมด ดวงพรไม่อยากเป็นหนี้หรอกค่ะ”
“แม่คนช่างคิด ฉันรักเธอนะดวงพร”
ดวงพรยอมรับว่าในโลกนี้ไม่มีใครหวังดีต่อตนเท่าคุณใหญ่ ชีวิตตนให้คุณใหญ่เป็นผู้นำทาง คุณใหญ่จึงย้ำให้มั่นใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำเป็นการหวังดีต่อเธอ เพราะตนรักเธอ...
คุณใหญ่น้ำตาคลอคิดถึงดวงพรที่ไม่น่าอายุสั้น ท่านต้นจับไหล่ปลอบ ตอนนี้เราทำได้แค่เลี้ยงดูนเรนทร์ให้ดีที่สุด...ต่างจากพริ้มเพราที่ออกมาระเบิดอารมณ์กับซ้อนคนงานในบ้านว่าเจอสาย ถ้าท่านต้นรู้ความจริง ตนจะทำอย่างไรดี ความลับที่คิดว่าจะตายไปพร้อมดวงพร มันกำลังกลับมาหลอกหลอน ตนจะทำอย่างไรดี พริ้มเพราคิดถึงอดีตที่ฝังใจ
คืนนั้นฝนตกหนัก ท่านต้นกับคุณใหญ่ไม่อยู่บ้าน ดวงพรเกิดเจ็บท้อง พริ้มเพราให้คนไปตามละม่อมหมอตำแย ระหว่างนั้นเรือกระแชงของสายกับอินตาล่องมาจอดหลบพายุฝน สายท้องแก่เกิดเจ็บท้องจะคลอดลูกเช่นกัน พริ้มเพรายืนรอหมอตำแยอยู่ที่ท่าเรือ โกรธไล่ให้อินตาเอาเรือออกไป อินตายกมือไหว้ขอให้เมียตนคลอดลูกก่อน ซ้อนบอกบ้านนี้ก็มีคนกำลังจะคลอด อินตาได้ยินดีใจขอให้หมอตำแยช่วยทำคลอดให้เมียตนด้วย ตนจะช่วยทำงานชดใช้ให้
ผ่านไประยะหนึ่ง ละหม่อมทำคลอดให้สายได้ลูกชายและบอกว่าคลอดง่ายจริงๆ ต่างจากดวงพรที่เด็กไม่กลับหัว อินตาบ่นอยากได้ลูกสาว ละม่อมว่าต่างจากบ้านนั้นอยากได้ลูกชาย ไม่ทันไรพริ้มเพราโผล่มากระชากละม่อมกลับไปทำคลอดให้ดวงพร...เสียงดวงพรร้องหาท่านต้นกับคุณใหญ่ให้ช่วยด้วยตนเจ็บเหลือเกิน
พริ้มเพราภาวนาให้ได้ลูกชายเพราะเคยได้ยินท่านต้นพูดว่า ถ้ามีลูกชายจะยกสมบัติให้หมด เธอมีความโลภอยากสุขสบายไปด้วย แต่แล้วดวงพรก็คลอดลูกออกมาเป็นผู้หญิงหน้าตาน่าเอ็นดู ดวงพรพยายามมองลูกเห็นมีปานแดงรูปหัวใจที่เหนืออกด้านซ้ายแล้วหมดสติไป พริ้มเพราไม่พอใจอุ้มหลานอย่างผิดหวัง ละม่อมตรวจดูดวงพรแล้วตกใจ
“แย่แล้วค่ะ คุณดวงพรอาการหนักแบบนี้ไม่รอดแน่ รีบพาไปโรงหมอเถอะ”
“จะพาไปยังไง ฝนตกหนักแบบนี้” พริ้มเพราเครียดมองหลานสลับกับดวงพร แล้วคิดอะไรได้ ไปหยิบเงินที่หัวเตียงของดวงพรอุ้มหลานออกไปไม่สนใจดวงพรสักนิด
พริ้มเพราเอาเงินมาให้อินตากับสายเพื่อขอแลกเด็ก ลูกเขาจะอยู่ดีกินดีเป็นทายาทคนเดียวของเดชาบดินทร์ อินตากับสายยังสับสนแต่ก็อยากให้ลูกสุขสบายจึงจูบลาลูกเป็นครั้งสุดท้าย พริ้มเพรากำชับห้ามบอกใครและห้ามเอาเรือเข้ามาในคลองบางหลวงอีก...
คิดถึงอดีตแล้วพริ้มเพราเข่นเขี้ยว “สมบัติท่านต้นต้องเป็นของฉัน ฉันจะไม่ยอมให้นังสายมาทำลายทุกอย่างที่ฉันสร้าง ถ้ามันจะทำลายความฝันของฉัน จะต้องได้เห็นดีกัน”
ซ้อนฟังแล้วไม่ค่อยสบายใจ รู้สึกผิดกับเรื่องนี้ไม่น้อย ที่ร่วมมือด้วยเพราะรักพริ้มเพรา
ooooooo
วันต่อมา ตะวันยังสงสัยทำไมแม่ถึงกลัวพวกผู้ดีบ้านเดชาบดินทร์ เอี้ยงโผล่มาแกล้งทำให้ตกใจแต่ตะวันกลับนิ่ง เอี้ยงช่วยคิดว่าสายอาจไม่อยากมีเรื่องกับพวกผู้ดีใจแคบ ตะวันถอนใจ
“อยู่บ้านใหญ่โตแต่จิตใจคับแคบ จะหาความสุขได้ยังไง สู้เราก็ไม่ได้อยู่เรือแคบๆแต่มีความสุข”
“ใครว่าที่อยู่ของเราแคบล่ะพี่ เรือก็บ้านเรา คุ้งน้ำก็บ้านเรา บ้านเรากว้างใหญ่กว่าเรือนแพของพวกผู้ดีอีก... เรี่ยมเลย...”
ตะวันยิ้มออก ร้องตามเอี้ยงว่า เรี่ยมเลย...แล้วกอดคอกันกระโดดลงน้ำอย่างมีความสุข...
วันเวลาผ่านไป ตะวันโตเป็นสาวอายุสิบแปด เอี้ยงประมาณสิบหก ทั้งสองโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำพร้อมกุ้งก้ามกรามในมือ ต่างร้องพร้อมกันว่า...เรี่ยมเลย...
ทั้งสองขึ้นจากน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เรียบร้อย ตะวันชวนเอี้ยงไปวัดเพื่อเอาข้าวสารไปส่งที่กุฏิเจ้าอาวาส เอี้ยงดีใจเพราะชอบไปอ่านหนังสือที่วัด ทั้งสองไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือเพราะแม่ยากจนแถมต้องล่องเรือไปตลอดค่ำไหนนอนนั่น ไม่เป็นหลักแหล่ง หลวงตาช่วยสอนให้ทั้งสองอ่านหนังสือออกและสอนให้เป็นคนดี ตะวันตั้งใจว่าจะเก็บเงินจนสามารถเรียนหนังสือได้...
ต่างจากนเรนทร์ที่ไม่ชอบไปโรงเรียน มักจะหนีไปเที่ยวเตร่กับเพื่อนอันธพาล
ซ้อนซึ่งมีหน้าที่ขับรถไปส่งนเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสไปโรงเรียน ก็มักจะเจอนเรนทร์อาละวาดใส่ไม่เข้าโรงเรียนเป็นประจำ ในวันนี้ก็เช่นกันที่ซ้อนโดนนเรนทร์ทำร้ายร่างกายไม่ยอมขึ้นรถไปโรงเรียน ท่านต้นกับคุณใหญ่เดินมาห้าม พริ้มเพรากลัวหลานโดนเล่นงานรีบออกมา ปกป้อง บอกว่านเรนทร์ไม่สบายแต่ซ้อนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง บังคับให้ไปโรงเรียน นเรนทร์เออออไปตามที่ป้าพูด คุณใหญ่ดักคอ เสียงดังขนาดนี้คงไม่เป็นอะไรมาก ท่านต้นเอ็ด
“ลูกชายคนเดียวของฉันไปเรียนสาย ขาดเรียนบ่อย สอบตกซ้ำชั้น สร้างแต่ความเสื่อมเสียให้วงศ์ตระกูล...ไปเรียนได้แล้ว!”
นเรนทร์อึกอักไม่กล้าขัดคำสั่งพ่อ สบตาพริ้มเพราแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ จำต้องขึ้นรถ แต่พอออกมากลางทาง นเรนทร์ก็อาละวาดลงจากรถจ้างคนแถวนั้นให้ทำร้ายซ้อน พร้อมมิตรกับจิตรใสต้องลงจากรถมาห้ามปราม
ในขณะเดียวกันตะวันกับเอี้ยงอ่านหนังสือและฟังหลวงตาเทศน์ “พวกเอ็งจำไว้นะ จะยากดีมีจนยังไงก็อย่าทดท้อกับการทำความดี บางครั้งเราอาจหมดกำลังใจอาจท้อแต่เราต้องไม่ถอยหลัง ต้องมุ่งมั่นประพฤติตนเพื่อความถูกต้อง ชีวิตคนก็เหมือนกับดวงตะวัน เมื่อมีวันที่ลับขอบฟ้า ก็ยังมีวันที่จะทอแสงสาดขึ้นมาบนฟากฟ้าได้ ในทุกๆรุ่งเช้าของชีวิตใหม่”
ตะวันกับเอี้ยงฟังคำสอนของหลวงตาด้วยแววตาศรัทธาและมุ่งมั่นตั้งใจ...
ด้านซ้อนกลับมาในสภาพฟกช้ำปากเจ่อ คุณใหญ่กับท่านต้นตกใจไม่คิดว่านเรนทร์จะกล้าทำถึงเพียงนี้ ท่านต้นถึงกับหลุดปาก “ดวงพรเป็นคนดีใฝ่รู้ แต่ทำไมลูกชายถึงได้ผิดพ่อผิดแม่นัก ไม่รู้ว่าไปเอานิสัยเกเรมาจากใคร”
คุณใหญ่โทษเพราะโดนตามใจมากเกินไป ท่านต้น
คิดว่าจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาดเสียที...บ่ายวันนั้น นเรนทร์กลับมาพร้อมเพื่อนสามสี่คน ตั้งใจมาขอเงินพริ้มเพราเพื่อไปเที่ยว พริ้มเพราหนักใจแต่ก็ยอมให้ ท่านต้นเข้ามามองสายตาดุเสียงเข้มว่าทางโรงเรียนแจ้งว่าเขาไม่ได้เข้าเรียน พริ้มเพราจะแก้ตัวแทนอย่างไร ท่านต้นไม่อยากฟัง สีหน้าผิดหวังบ่นว่าลูกชายคนเดียวทำตัวเหลวไหลแบบนี้อีกหน่อยจะดูแลสมบัติ ดูแลคนในบ้านได้อย่างไร
ooooooo
ตะวันกับเอี้ยงกลับจากวัดพร้อมข้าวห่อที่หลวงตาให้มามากมาย...ในขณะที่ท่านต้นอยากให้นเรนทร์มีความรับผิดชอบจึงพานั่งเรือยนต์ให้ซ้อนขับ ชี้ให้ดูที่ดินริมฝั่งซึ่งเป็นสมบัติของตระกูล ดูโรงสีและห้องแถวที่ปล่อยเช่าเป็นรายได้ของตระกูล นเรนทร์ตื่นเต้นหัวใจพองโต
“ทั้งหมดนั่นเลยรึครับ ถ้าขายคงได้เงินมหาศาลใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด”
“สมบัติพวกนี้ปู่ย่าตายายรักษาไว้ เราถึงสุขสบายอย่างทุกวันนี้ ถ้าเอาแต่ใช้คิดแต่จะขายโดยไม่รู้จักทำให้งอกเงย ตัวเราและลูกหลานจะลำบาก ความรู้จะทำให้นเรนทร์รักษามรดกของเดชาบดินทร์ไว้ได้นะ”
นเรนทร์กลับเห็นว่าพ่อรู้จักคนมากมายฝากตนเข้าทำงานก็ได้ ท่านต้นผิดหวังใครจะรับเข้าทำงานแค่เรียนหนังสือยังทำไม่ได้แล้วจะทำอะไรสำเร็จ นเรนทร์ไม่พอใจบอกตนทำอะไรได้หลายอย่าง ว่าแล้วก็อยากโชว์ว่าตน ขับเรือได้ ถีบซ้อนตกน้ำแย่งขับเรือเอง ท่านต้นตกใจ
สั่งให้หยุด แต่นเรนทร์นึกสนุกขับเรือโชว์ด้วยความเร็วจนท่านต้นต้องหาที่เกาะ
“ใจเย็นๆครับคุณพ่อ เรือเนี่ยต้องขับเร็วๆให้ลมเย็นๆ ตีกระแทกหน้ามันถึงจะสดชื่นครับ”
ซ้อนลอยคอในน้ำมองเรือแล่นไปด้วยความเป็นห่วงท่านต้น ด้านตะวันกับเอี้ยงรู้สึกเรือกระแชงของพวกตนโคลงเคลงจนข้าวของตกน้ำ เอี้ยงร้องบอกตะวัน ไม่เรี่ยม แล้ว...ใครขับเรือยนต์เร็วไม่สนใจเรือคนอื่นบ้างเลย ตะวันเห็นเป็นห่วงจะเกิดอุบัติเหตุ ขาดคำก็เห็นเรือเหมือนบังคับไม่อยู่พุ่งชนตอม่อสะพานคว่ำลง ตะวันตกใจเห็นมีคนตกน้ำ จึงรีบพุ่งตัวลงน้ำไปช่วย
นเรนทร์กระเสือกกระสนเอาตัวรอดมาเกาะเรือที่ผ่านมา ไม่สนใจช่วยพ่อสักนิด ตะวันดำลงไปงมหาท่านต้นโดยยังไม่รู้ว่าเป็นใคร เห็นขาติดเชือกใต้น้ำ ก็รีบเข้าไปแก้เชือกแล้วพาตัวขึ้นมาได้ทันท่วงที เอี้ยงว่ายน้ำมาช่วยประคองพากลับไปที่เรือกระแชงของตะวัน พอท่านต้นรู้สึกตัวถามหาลูกชาย เอี้ยงบอกว่ายน้ำไปเกาะเรือลำอื่น คงขึ้นฝั่งเรียบร้อยแล้ว
ด้านนเรนทร์มีแผลขีดข่วนที่แขนเล็กน้อย ชาวบ้านบนเรือเอาผ้าขนหนูมาให้เช็ดตัว กลับโดนเขาปาผ้าทิ้งหาว่าสกปรก ชาวบ้านโกรธบ่นไม่น่าช่วย นเรนทร์ กลับบอกให้ไปส่งบ้านแล้วจะตอบแทนด้วยเงินให้เลิกบ่น ท่าทางเขาไม่ได้นึกห่วงพ่อสักนิดเลย
ตะวันเอาเสื้อผ้าของคร้าวมาให้ท่านต้นเปลี่ยนอย่างเกรงใจว่าเขาจะรังเกียจ ท่านต้นกลับบอกว่าของแพงหรือไม่สำคัญ แล้วขอบใจทั้งตะวันและเอี้ยงที่ช่วยชีวิต พอดีน้องชายคนละพ่อของเอี้ยงตื่นขึ้นมาร้องโยเย เอี้ยงจึงขอตัวกลับไปดูแลน้อง
ตะวันเอาเสื้อผ้าของท่านต้นซักตากลมไว้ แล้วบอกท่านต้นว่าทนอึดอัดบนเรือแคบๆไม่ใหญ่โตเหมือนเรือนแพของเขาสักพัก ท่านต้นแปลกใจทำไมถึงรู้ว่าตนอยู่ที่ไหน ตะวันเล่าว่าหลายปีก่อนตนเคยมีเรื่องกับลูกชายเขา ตอนนั้นแม่จอดเรือที่ท่าเรือเรือนแพจนเกิดเรื่องใหญ่โต ท่านต้นนึกออก
“เรื่องผ่านมาตั้งนานแล้ว ฉันไม่คิดติดใจหรอก ถ้าไปที่คลองบางหลวงอีกละก็แวะไปหาฉันบ้างนะ”
“คงไม่ได้ไปแล้วค่ะ แม่ไม่ยอมไปแล้ว แต่ตะวันไม่รู้เหตุผลของแม่หรอกนะคะ”
ท่านต้นถามว่าแม่ชื่ออะไร ตะวันบอกว่าชื่อสายแต่เขาคงไม่รู้จัก เพราะแม่เป็นแค่ชาวเรือ ท่านต้นรู้สึกเอ็นดูตะวันมาก “หนูพูดจาฉะฉานทำให้ฉันนึกถึงใครคนหนึ่ง เหมือนมาก ทั้งใบหน้า ดวงตาที่สดใส การพูดจาเหมือนจริงๆ แต่เขาจากฉันไปแล้ว...”
ooooooo
นเรนทร์กลับบ้านในสภาพเปียกปอนแขนถลอก คุณใหญ่กับทุกคนในบ้านตกใจ ซ้อนรู้สึกผิดก้มหน้าเข้ามาบอกว่าเรือเกิดอุบัติเหตุ ยังหาท่านต้นไม่เจอ คุณใหญ่ตกใจมาก ต่างจากพริ้มเพราที่แอบดีใจเพราะถ้าท่านต้นตาย นเรนทร์ก็จะได้สมบัติทั้งหมด
คุณใหญ่กังวลใจมากให้ซ้อนพาไปจุดที่เรือล่ม และจ้างชาวบ้านลงไปงมหาท่านต้น ซ้อนเห็นว่าไม่ห่างจากตรงนี้มีเรือกระแชงจอดอยู่หลายลำจะลองไปถามไถ่ดูว่ามีใครเห็นท่านต้นบ้าง
ระหว่างนั้นตะวันปอกมะม่วงให้ท่านต้นกิน บอกว่าเป็นมะม่วงมันตาหยี ท่านต้นถามไม่ได้ขโมย มาใช่ไหม ตะวันรับรองว่าตนเอาของไปแลกที่สวนมา ท่านต้นถามทำไมถึงเรียกมะม่วงมันตาหยี ตะวันหยิบมะม่วงขึ้นกัดแล้วหรี่ตาเพราะมันเปรี้ยว ท่านต้นขำๆ ตะวันจะไปทำน้ำปลาหวานให้ ท่านต้นลองชิมแล้วบอกว่าไม่ต้อง ทานได้ไม่เปรี้ยวเท่าไหร่
เอี้ยงกลับมาที่เรือบอกท่านต้นว่ามีคนมาตามหาเขา ท่านต้นรู้ว่าเป็นคนที่บ้าน จึงควักเงินที่ เปียกปอนส่งให้ตะวันเป็นสินน้ำใจ ตะวันไม่รับเพราะน้ำใจควรตอบแทนด้วยน้ำใจไม่ใช่เงิน ท่านต้นทึ่งในความคิดของเด็กสาวคนนี้มาก จึงบอกว่าพรุ่งนี้จะมาหาใหม่
คุณใหญ่เห็นท่านต้นเดินมารีบเข้าไปกุมมือด้วยความเป็นห่วง ท่านต้นสีหน้ายิ้มแย้ม
“ฉันไม่เป็นไร ทำไมต้องร้องห่มร้องไห้ขนาดนั้น”
“คุณพี่สำคัญต่อคนในตระกูลเดชาบดินทร์ และที่สำคัญ คุณพี่สำคัญต่อชีวิตฉันนะคะ”
ท่านต้นยิ้มขอบใจ คุณใหญ่แปลกใจที่ดูเขามีความสุขไม่เหมือนคนเพิ่งประสบอุบัติเหตุ พอกลับถึงบ้าน พร้อมมิตรกับจิตรใสดีใจที่พ่อปลอดภัย ท่านต้นสั่งซ้อนให้เอาป้ายห้ามจอดเรือที่ท่าน้ำออก แล้วเขียนป้ายใหม่ว่า...สวัสดีชาวเรือ เชิญจอดเรือได้ที่นี่
ทุกคนแปลกใจ ท่านต้นบอกอยากเห็นชีวิตของชาวเรือที่มีน้ำใจว่าเป็นอยู่อย่างไร พริ้มเพราผิดหวังที่ท่านต้นยังมีชีวิตอยู่
พอคุณใหญ่ได้ฟังเรื่องเด็กตะวันจากท่านต้นก็อยากรู้จักบ้างจึงขอเตรียมของไปตอบแทนแม่เด็กในวันพรุ่งนี้ให้... ขณะที่สายมีอาการป่วยหลังกลับจากส่งของ พอรู้ว่าพวกเดชาบดินทร์จะมาหาพรุ่งนี้ก็ตกใจมากแต่ไม่กล้าพูดอะไร
รุ่งเช้า พริ้มเพรากับนเรนทร์เห็นซ้อนจัดของกินของใช้มากมายลงเรือก็แปลกใจ พอเห็นท่านต้นกับคุณใหญ่เดินมาถามความเรียบร้อย พริ้มเพรารีบเอาหน้าบอกว่าตนกับหลานช่วยจัดเตรียมให้เรียบร้อย นเรนทร์ถอยกรูดมาหลบหลังพริ้มเพราแต่ก็เออออรับว่าใช่ ท่านต้นติง
“สมควรอยู่หรอก เรื่องเมื่อวานฉันยังไม่ได้สะสาง ต่อไปห้ามขับเรืออีก” ว่าแล้วท่านต้นก็ให้ซ้อนออกเรือไปวัดกัลยา พริ้มเพรากับนเรนทร์รีบขอไปด้วยเพื่อเอาใจท่านต้น
พริ้มเพราคิดว่าเอาของมาถวายพระ แต่พอรู้ว่ามาหาตะวันลูกแม่สายก็ตกใจหน้าซีด ซ้อนกระซิบบอกว่าอาจจะคนละสายกัน แต่พริ้มเพราก็หวั่นใจ...ซ้อนวิ่งไปสอบถามชาวเรือ แล้วกลับมารายงานท่านต้นว่า เรือของสายออกไปแต่เช้ามืดแล้ว ทั้งที่ตอนแรกบอกว่าจะจอดอยู่อีกสองสามวัน พริ้มเพราโล่งอก ท่านต้นเสียใจที่ไม่อยู่รอตน
ด้านตะวันแปลกใจทำไมแม่ต้องหนีและให้ตนสัญญาว่าจะไม่ยุ่งกับพวกผู้ดีบ้านนั้นอีก คร้าวหงุดหงิดที่มือกำลังขึ้นต้องเลิกเล่น...ตั้งแต่วันนั้น ท่านต้นเอาแต่นั่งที่ท่าน้ำหน้าบ้าน เฝ้าดูเรือแล่นผ่านไปทุกวันๆ ร่างกาย ทรุดโทรมลงด้วยตากน้ำค้าง คุณใหญ่เป็นห่วงพยายามปลอบ
“ถึงคุณพี่อยากตอบแทนที่เขาช่วยชีวิต แต่ต้องนึกถึงตัวเองด้วย เจ็บป่วยไปจะแย่นะคะ”
“ไม่ใช่แค่เรื่องบุญคุณหรอกคุณใหญ่ เด็กตะวันคนนั้นทำให้ฉันนึกถึงดวงพร ถ้าลูกของดวงพรเป็นผู้หญิง ต้องหน้าตาเหมือนเด็กคนนี้แน่ๆ” ท่านต้นไอโขลกๆ
พริ้มเพราเห็นท่านต้นเจ็บป่วยก็ดีใจ ซ้อนเข้ามาบ่นเป็นห่วงท่านต้นเกรงจะเป็นอะไรไป พริ้มเพราออกอาการดีใจจนซ้อนต้องถามอยากให้ท่านตายหรือ พริ้มเพรานิ่งคิดวิธีบางอย่างได้ บอกซ้อนว่าที่ห้องตนมีหนูฝากเขาซื้อยาเบื่อให้ที
เมื่อสบโอกาสเห็นแม่ครัวทำอาหารเย็น พริ้มเพราแอบเข้าไปใส่ยาเบื่อในถาดอาหารของท่านต้น ซ้อนเห็นเธอเดินออกมาจากครัว ในมือมีห่อยาก็เอะใจ
พอถึงเวลายกถาดอาหารมาให้ท่านต้นที่ท่าน้ำ ซ้อนหวั่นใจว่าพริ้มเพราอาจทำเรื่องร้าย จึงแกล้งปัดถาดอาหารหกคะมำ พริ้มเพราแอบมองอยู่เจ็บใจแต่ไม่กล้าโวยวายได้แต่เอ็ดซ้อนว่าซุ่มซ่ามทำข้าวของเสียหาย ซ้อนดักคอ
“ท่านต้นมีสมบัติเยอะแยะ กับข้าวแค่นี้ไม่สะดุ้งสะเทือนหรอก เสียดายกับข้าวหรือเสียดายอะไรกันแน่” พริ้มเพราชะงักว่าเขาพูดอะไร “ผมรักคุณพริ้ม แต่ท่านต้นเป็นเจ้าชีวิตของผม ถ้าไม่มีท่านผมก็ไม่เป็นผู้เป็นคนเหมือนวันนี้ ผมไม่ยอมให้ใครทำร้ายท่านต้นแน่”
พริ้มเพรากลัวซ้อนรู้ ใช้ไม้อ่อนเล้าโลมว่าตนไม่ใช่คนใจคอโหดร้ายจะฆ่าใครได้ ซ้อนขออย่าให้เป็นอย่างที่ตนสงสัย พริ้มเพราได้แต่มองซ้อนอย่างเจ็บใจ
ooooooo
..
-----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/tawanyorsang/ep2/page1
ตะวันยอแสง ตอนที่ 2
พี่น้องต่างแม่บ้านเดชาบดินทร์ไม่มีความรักใคร่ ปรองดองกันเลย พร้อมมิตรกับจิตรใสแม้เป็นผู้หญิงด้วยกันก็ไม่ถูกกัน ยิ่งนเรนทร์วางอำนาจว่าตนเป็นลูกชายคนเดียวมีอำนาจมากสุดในบ้านไม่เกรงใจพี่สาว ทั้งสอง นอนฟังเพลงเสียงดังลั่นบ้านไม่สนใจว่าพี่ๆจะอ่านหนังสือกันอยู่
เสียงรถศักดิ์ระพีแล่นเข้ามา สองสาวดีใจรีบไปรอรับ ซ้อนเข้าไปช่วยรับของ ศักดิ์ระพีบอกเสร็จงานที่เชียงใหม่ก็ลงมาทันที ได้ข่าวว่าท่านต้นไม่สบาย ซ้อนรีบบอก
“ถ้าคุณเล็กมาบ้านนี้บ่อยๆ คนในบ้านก็จะอุ่นใจ ได้ครับ ว่าจะไม่มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น”
ศักดิ์ระพีฟังดูแปลกๆ พริ้มเพราแอบมองกลัวซ้อนจะเล่าเรื่องยาเบื่อหนู พอดีพร้อมมิตรกับจิตรใสเข้าไปแย่งกันเกาะแขนศักดิ์ระพีดึงเข้าบ้านทำให้ซ้อนหยุดการสนทนา ซ้อนจะเดินตาม พริ้มเพราเข้ามาขวางหน้า ทำตาดุถามเขากำลังจะบอกอะไรศักดิ์ระพี ซ้อนปฏิเสธแต่ท่าทางลุกลี้ลุกลน โชคช่วยที่คุณใหญ่ประคองท่านต้น ออกมาถามเสียงรถศักดิ์ระพีใช่ไหม พริ้มเพราชะงักตีหน้าชื่นกลบเกลื่อนว่ากำลังจะไปตามพอดี ท่านต้นดีใจจะได้มีเพื่อนคุย
นเรนทร์แกะขนมของฝากนอนกินฟังเพลงเสียงดังไม่เกรงใจใคร ในขณะที่พร้อมมิตรกับจิตรใสทะเลาะแย่งของฝากกันวุ่นวาย คุณใหญ่ประคองท่านต้นมาหยุดมองอย่างไม่พอใจ พริ้มเพรารีบเข้าไปปิดเพลง ทำให้นเรนทร์โกรธโวยวายปัดข้าวของกระจุยกระจาย
“ถ้าอยู่บ้านเสียงดังไม่ได้ ออกไปเที่ยวกับเพื่อนข้างนอกก็ได้”
พริ้มเพราหน้าเสียวิ่งตามหลานรักออกไป ท่านต้น หันมาดุสองสาวที่ไม่รู้จักสำรวม...
ค่ำคืนนั้นฝนเทกระหน่ำลงมา ท่านต้นยืนมองริมหน้าต่างสีหน้าไม่สบายใจเป็นห่วงตะวันและพวกคนเรือ คุณใหญ่รู้ใจยืนเคียงข้างปลอบใจ ท่านต้นหวังที่จะได้เจอตะวันอีกสักครั้ง
ในขณะที่เรือกระแชงเอียงวูบไปตามแรงของสายน้ำ ตะวันกำลังป้อนยาสายที่นอนป่วย เอี้ยงวิ่งเข้ามาขอหลบฝนและขอนอนค้างด้วยเพราะหนีแม่ไปดูหนังที่ตลาดมา
ขณะที่ทั้งสามหลับใหล คร้าวย่องเข้ามารื้อค้นหาเงิน ตะวันสะดุ้งตื่นเห็นพ่อเลี้ยงมีสภาพเลือดเปรอะเต็มแขนก็ตกใจ คร้าวกระชากตะวันมาถามว่าสายเก็บเงินไว้ที่ไหน เมื่อไม่บอกก็ตบตี สายปรี่เข้าห้ามและบอกตนไม่มีเงินให้แล้ว คร้าวไม่เชื่อตบสายล้มคว่ำแล้วบีบคอ ตะวันคว้าร่มตีหัวคร้าวให้ปล่อยแม่ จึงโดนคร้าวหันมาทำร้าย เอี้ยงเข้าช่วยก็โดนถีบกระเด็นออกมา
สักพักร่างคร้าวสะดุ้งเฮือกก่อนจะล้มลงจมกองเลือด มีดปักกลางหลัง สายนั่งหมดแรงในมือเต็มไปด้วยเลือดคร้าว...ตะวันกับเอี้ยงตกใจจะทำอย่างไรดี สายยังมีสติหาสมุดมาเขียนจดหมายให้ตะวันเอาไปให้คนชื่อซ้อนหรือพริ้มเพราที่บ้านเดชาบดินทร์ พร้อมให้เงินติดตัวเท่าที่มี ตนจะรอมอบตัว
“ตะวันจะทิ้งแม่ไปได้ยังไง เรามีกันแค่สองคนเท่านั้น” ตะวันร่ำไห้กอดแม่
“ตะวันจะถูกจับไม่ได้ รีบไปเถอะลูก ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยแม่จะตามไปหาลูกเอง รีบไปเร็ว เดี๋ยวจะไม่ทัน ...ไปสิลูก” สายผลักดันให้ตะวันรีบหนี
เอี้ยงมองไปเห็นตำรวจกำลังมาเพราะมีคนแจ้งว่าคร้าวกำลังจะฆ่าลูกเมีย เอี้ยงดึงตะวันและบอกว่าตนไปเป็นเพื่อน ตะวันร้องไห้จำต้องวิ่งไปหย่อนตัวลงน้ำแอบที่ท้ายเรือ ตำรวจมาถึงสายสารภาพทั้งน้ำตา ตะวันเห็นตำรวจคุมตัวแม่ออกไปใจแทบแตกสลาย
ooooooo
เช้าวันใหม่ ละม่อมหมอตำแยที่ทำคลอดดวงพรมีเรื่องเดือดร้อนจึงมาขอเงินพริ้มเพรา ถ้าไม่ให้ขู่ว่าจะไปขอคุณใหญ่แทน พริ้มเพราโกรธจำต้องให้ แต่ละม่อมต้องหายาพิษมาให้ตน
ในขณะที่ตะวันกับเอี้ยงเดินเตร็ดเตร่ไร้จุดหมายมาถึงศาลเจ้า ตะวันยกมือไหว้อย่างหมดที่พึ่ง “เจ้าประคู้ณ...ตะวันจะทำยังไงดี ชีวิตตะวันมืดมนเต็มทนแล้วค่ะ”
ระหว่างนั้นมีชายคนหนึ่งเดินมาชนตะวัน กล่าวขอโทษแล้วเดินไป สักพักเธอถึงรู้ตัวว่าโดนล้วงกระเป๋าไปพร้อมจดหมายของแม่ จึงรีบวิ่งตาม เจอกำลังนับเงินและเปิดจดหมายออกดู เกิดการฉุดกระชากแย่งคืนจนจดหมายขาดปลิวตกน้ำ ตะวันชะงักมองทำให้ขโมยฉวยโอกาสหนีไปได้
ตะวันกับเอี้ยงช่วยกันเก็บจดหมายที่ขาดมาต่อกัน แต่ตัวหนังสือเลือนหายหมด ไม่รู้จะเอาไปให้คนชื่อซ้อนกับพริ้มอ่านได้อย่างไร เอี้ยงบ่นหิว ตะวันน้ำตาคลอ ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี...
เย็นวันนั้น ศักดิ์ระพีกำลังจะกลับ พร้อมมิตรตามมาส่งจับมือเขาราวเผยให้รู้ว่าตนรู้สึกอย่างไรกับเขา เป็นห่วงที่เขาเดินทางไปดูงานต่างจังหวัดบ่อยๆ ศักดิ์ระพีดึงมือออกตำหนิว่าเธอไม่ควรทำอย่างนี้ ใครเห็นเข้าจะไม่งาม หญิงสาวสวนทีจิตรใสกอดไม่เห็นเขาว่าอะไร
“จิตรใสยังเด็กไม่ประสา แต่พร้อมโตเป็นสาวแล้ว”
“อาเล็กก็รู้ว่าพร้อมรู้สึกยังไงกับอาเล็ก”
“พร้อมยังเด็กเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้”
“เมื่อกี้อาเล็กเพิ่งบอกว่าพร้อมโตเป็นสาวแล้ว พร้อมรู้ใจตัวเองดีว่าหัวใจเป็นของใคร”
ศักดิ์ระพีถอนใจ “คำว่าเด็กของอา หมายถึงมุมมองความคิด วันนึงที่พร้อมเจอโลกกว้างกว่านี้ พร้อมอาจจะรู้จักหัวใจตัวเองอย่างแท้จริง”
พร้อมมิตรยืนยันว่าความรู้สึกตนมีให้เขาและจะมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง ศักดิ์ระพีเหนื่อยใจเลี่ยงไปขึ้นรถ หญิงสาวยังตามไปส่งข้างรถบอกให้ขับรถดีๆ เขารับคำอย่างเสียไม่ได้...กลับเข้ามาในบ้าน จิตรใสไม่พอใจที่พร้อมมิตรแอบไปส่งศักดิ์ระพี เกิดการถกเถียงกันเสียงดัง คุณใหญ่ได้ยินเข้ามาเอ็ดที่เป็นสาวเป็นนางทะเลาะกันเรื่องผู้ชาย แทนที่จะตั้งใจเรียนหนังสือให้พ่อชื่นใจ จิตรใสถามโพล่งขึ้นว่าพักนี้พ่อเหมือนคนตรอมใจคิดถึงใคร พร้อมมิตรปรามไม่ควรถาม
“คุณพ่อท่านคิดถึงทุกคนที่ผ่านเข้ามา แล้วก็จากท่านไป” คุณใหญ่อธิบายคร่าวๆ
“คุณพ่อคิดถึงคนตายหรือคะ”
“จิตรใสพอได้แล้ว พร้อมขอโทษแทนจิตรใสด้วยนะคะคุณแม่ใหญ่”
“ไม่ต้องสร้างภาพเป็นพี่สาวแสนดี เราเป็นแค่ลูกคนละแม่ไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ”
พร้อมมิตรจ้องจิตรใสด้วยความไม่พอใจแต่พยายามเก็บอารมณ์ไว้ คุณใหญ่มองสองพี่น้องต่างมารดาด้วยความเหนื่อยใจ
ในคืนนั้น พริ้มเพราลงมานอนกับซ้อนเพื่อเป็น การย้ำให้เขาไม่ปริปากเรื่องอดีตกับใคร และย้ำเตือนว่านเรนทร์ป็นขุมทรัพย์ของตน ซ้อนหนักใจแต่เพราะความรักที่มีต่อเธอจำต้องยอม พริ้มเพราเดินกลับขึ้นตึก เห็นท่านต้นนอนฟุบแน่นิ่งอยู่ตรงท่าน้ำ เข้าไปจับตัวแล้วต้องสะดุ้งเพราะตัวเย็นเฉียบ จะปลุกก็ฉุกคิดได้ว่าถ้าท่านต้นตายสมบัติจะตกเป็นของนเรนทร์ จึงยิ้มร้ายเดินจากไป ปล่อยท่านต้นนอนตากน้ำค้างอยู่อย่างนั้น
ในขณะที่ตะวันกับเอี้ยงนอนซุกตัวตรงเข่งขยะท้ายตลาด ตะวันฝันเห็นผู้ชายคนหนึ่งมาหาแล้วเดินจากไปเห็นหน้าไม่ชัด ก็ตกใจตื่นใจคอไม่ดีคิดว่าพ่ออินตาต้องเป็นอะไรแน่ๆ
ค่ำนั้น ศักดิ์ระพีขับรถพาหมอมาที่บ้านเดชา-บดินทร์ คุณใหญ่ร้องไห้สีหน้าตื่นตกใจ ศักดิ์ระพีปลอบพี่สาวแล้วพาหมอไปดูอาการท่านต้น สักพักหมอบอกอาการว่าท่านต้นความดันสูงมีโรคปอดบวมแทรกซ้อน อาจเพราะร่างกายได้รับความเย็นมากเกินไป ให้พักผ่อนเยอะๆ กินยาตามเวลาที่หมอสั่งจะดีขึ้น พริ้มเพราได้ฟังรู้สึกขัดใจที่ท่านต้นไม่เจ็บหนักอย่างที่คิด ซ้อนเห็นสายตาพริ้มเพราก็หวั่นใจกลัวเธอทำเรื่องไม่ดี
ooooooo
วันต่อมาพอพริ้มเพราได้ยาพิษจากละม่อม ก็ลงมือชงชาสมุนไพรใส่กายกมาพร้อมถ้วยชาใบหนึ่งมาให้ท่านต้น ซ้อนเข้ามาดักหน้าไม่ไว้ใจ พริ้มเพราขัดเคืองเสียงดังใส่ ศักดิ์ระพีเข้ามาถามมีเรื่องอะไร พริ้มเพราฟ้องว่าซ้อนไม่ให้ตนเอาชาไปให้ท่านต้น
นเรนทร์พลอยตื่นเพราะเสียงพริ้มเพราเดินออกมา พอเห็นมีชาสมุนไพรก็อยากดื่มให้สร่างเมา ตรงเข้าไปคว้าถ้วยเทชาจะดื่ม พริ้มเพราตกใจห้ามเสียงหลง ศักดิ์ระพี แปลกใจทำไมต้องหวงขนาดนี้ พริ้มเพราแก้ตัวว่าชากานี้เป็นของท่านต้น ถ้าหลานอยากดื่มจะไปชงให้ใหม่
“คุณนเรนทร์เป็นลูก แค่ดื่มชาแก้วสองแก้ว ท่านต้นคงไม่ว่าอะไร” ซ้อนดักคอ
พริ้มเพราถลึงตาใส่ซ้อน นเรนทร์ไม่สนใจเทชาดื่มอย่างรวดเร็ว ซ้อนจ้องมองว่าจะเกิดอะไรขึ้น สักครู่
นเรนทร์บอกว่าสดชื่นที่สุดแล้วเดินกลับไป พริ้มเพราหันมาแดกดันซ้อน จะเอาชาไปให้ท่านต้นได้หรือยัง ซ้อนจำต้องหลีกทางให้ ศักดิ์ระพีมองท่าทีทั้งสองอย่างสงสัย
เข้ามาในห้อง พริ้มเพราวางถาดลงที่โต๊ะหัวเตียง เก็บถ้วยชาที่นเรนทร์กินแล้วดึงอีกถ้วยที่ซ่อนชายพกมาวางแทน หยิบยาพิษจะเทใส่กา จู่ๆชะงักเปลี่ยนใจเอาทาที่ขอบถ้วยแทน...ท่านต้นขยับรู้สึกตัวถามหาคุณใหญ่ พริ้มเพราสะดุ้งช่วยประคองท่านต้นให้นั่งเอนๆ
“คุณใหญ่คุยอยู่กับคุณเล็กที่ห้องรับแขกค่ะ เดี๋ยวพริ้มไปตามให้ ถ้ากระหายน้ำจิบชาถ้วยนี้นะคะ” พริ้มเพราเอาถ้วยชาใส่มือท่านต้นแล้วทำท่าจะออกไปตามคุณใหญ่ ท่านต้นดื่มชาจนหมดแก้ว พริ้มเพราหันมามองยิ้มกระหยิ่มใจ...
ขณะที่คุณใหญ่กับศักดิ์ระพีคุยกันเรื่องพริ้มเพรากับซ้อนมีท่าทีแปลกๆ คุณใหญ่บอกว่าซ้อนมีใจให้พริ้มเพรามาตั้งแต่รุ่นๆ พริ้มเพราเดินเข้ามาพอดีบอกว่า ท่านต้นเรียกหาคุณใหญ่
ไม่ทันไรก็มีเสียงกรี๊ดของจิตรใส ทุกคนตกใจรีบวิ่งไปที่ห้องท่านต้น เห็นจิตรใสยืนตัวสั่นมองพ่อกระอักเลือดท่าทางอ่อนเพลีย พริ้มเพราช่วยประคองท่านต้นแอบยิ้มสมใจ ศักดิ์ระพีเข้าประคองแทน พริ้มเพราเห็นถ้วยชาตกที่พื้นจึงแอบเขี่ยเข้าไปใต้เตียง คุณใหญ่ร้องไห้บอกให้ท่านต้นอดทนหมอกำลังมา ท่านต้นรวบรวมสติบอกศักดิ์ระพีให้ตามคุณหลวงดิเรกมาให้ที
“จะให้ผมเรียกทนายมาทำไมครับ”
“รีบตามคุณหลวงมาหาฉัน...” ท่านต้นย้ำแล้วกระอักเลือดออกมาอีก
เหมือนความผูกพันสื่อถึงกัน ขณะที่ตะวันเดินอยู่กับเอี้ยงในตลาด เกิดหน้ามืดเซไปชนกระจาดของแม่ค้าหล่น รู้สึกใจคอไม่ดีบอกไม่ถูก ตะวันบอกเอี้ยงให้รีบไปบ้านเดชาบดินทร์
ทุกคนในบ้านเดชาบดินทร์แปลกใจทนายมาทำไม พริ้มเพรายิ้มกริ่มคิดว่าทำพินัยกรรมยกมรดกให้นเรนทร์ จะตามไปแอบดู ซ้อนเข้ามาขวางบอกมีเรื่องคุยด้วย
ทั้งสองมาที่มุมลับตา ซ้อนถามตรงประเด็นว่าเธอ เป็นคนวางยาท่านต้นใช่ไหม เธอเล่นลิ้น ใช่หรือไม่ใช่ จะทำไม จะให้คุณใหญ่จับตนเข้าคุกหรือ เขาทนเห็นตนตกระกำลำบากได้หรือ ซ้อนหนักใจทำอะไรไม่ถูก
หมอตรวจอาการท่านต้นแล้วอยากให้ไปเช็กที่โรงพยาบาล แต่ท่านต้นไม่ยอมถ้าจะตายอยากตายที่บ้าน คุณใหญ่ร้องไห้ ท่านต้นเอื้อมมือสั่นเทามาจับมือเธอไม่อยากให้ร้องไห้ มันคงเป็นเคราะห์กรรมของตน แล้วบอก ดิเรกเตรียมแก้พินัยกรรม ให้ศักดิ์ระพีกับคุณใหญ่ เป็นพยาน
“ฉันขอเปลี่ยนชื่อทายาทผู้รับมรดกในบ้านเดชาบดินทร์จากนเรนทร์ เดชาบดินทร์ เป็นลูกของดวงพร ทายาทที่แท้จริง ขอให้พินัยกรรมฉบับใหม่นี้เป็นความลับ จะเปิดเผยเมื่อลูกของดวงพรอายุครบยี่สิบเอ็ดปี”
ศักดิ์ระพีแปลกใจกระซิบถามคุณใหญ่ จะนเรนทร์หรือลูกของดวงพรก็คนเดียวกัน คุณใหญ่ไม่ได้ตอบอะไร จ้องมองท่านต้นด้วยความเข้าใจ รู้ว่าคิดอย่างไร...ข้างนอก จิตรใสอยากรู้ว่าทนายมาทำอะไรจนต้องถามพร้อมมิตรทั้งที่ไม่ถูกกัน พร้อมมิตรครุ่นคิดไม่ตอบอะไร จิตรใสจึงฟันธงว่าพ่อคงยกสมบัติให้ลูกชายคนโปรด ขณะนั้นเอง พริ้มเพราดึงลากนเรนทร์ออกจากห้องให้ไปดูแลท่านต้น บ้าง เขาไม่พอใจอยากนอนพอเห็นป้าน้อยยกเครื่องดื่มจะไปให้แขกในห้องท่านต้น ก็คว้ามาดื่มแล้วเขวี้ยงแก้วทิ้ง ป้าน้อยตกใจลนลานเดินหนีไป
ศักดิ์ระพีเดินออกมาส่งดิเรกเห็นเหตุการณ์พอดีก็ตำหนิรุนแรง นเรนทร์เสียหน้าสวนว่า อาเล็กไม่ใช่พ่อ ไม่มีสิทธิ์สั่งสอนตน แล้วกระแทกเท้ากลับเข้าห้อง พริ้มเพราแอบยิ้มสะใจก่อนจะตามหลานไป ดิเรกถึงกับออกปาก “คุณนเรนทร์ไม่เหมือนท่านต้นหรือคุณดวงพรสักนิด ไม่รู้ไปเอานิสัยเกเรแบบนี้มาจากไหน”
จิตรใสโพล่งขึ้นว่าได้จากป้าตัวแสบ พร้อมมิตรปรามอย่าเสียมารยาท จิตรใสไม่พอใจเชิดหน้าใส่ ศักดิ์ระพี เครียดกับหลานๆทุกคน และฉุกคิดตามคำพูดของดิเรก
ด้านตะวันกับเอี้ยงยืนรอเรือรับจ้างที่ท่าน้ำอยู่นาน ไม่มีมาสักลำ จู่ๆมีลมพัดมาปะทะหน้าคล้ายลางบอกเหตุ ทำให้เธอยิ่งกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก
ในคืนนั้นอาการท่านต้นทรุดลงเรื่อยๆ คุณใหญ่กุมมือท่านต้นร้องไห้สะอึกสะอื้น ท่านต้นปลอบ “ทำใจเถอะคุณใหญ่ คนเราเมื่อถึงคราวไม้ใกล้ฝั่ง วันนึงก็ต้องล้ม ฉันอยู่ใช้ชีวิตคุ้มแล้ว คุณใหญ่รู้ไหม ไม่มีใครจิตใจสูงส่งเท่าคุณใหญ่แล้ว ขอบคุณที่ทำทุกอย่างเพื่อฉันมาตลอด หากชาติหน้าเรามีบุญวาสนาได้เกิดเป็นคู่กันอีก ฉันจะขอทดแทนให้คุณใหญ่บ้างนะ”
“ดิฉันยินดีทำเพื่อคุณพี่ตลอดชีวิต ขอให้คุณพี่อยู่กับดิฉันก็พอ”
ท่านต้นเพ้อว่าดวงพรมารับตนแล้ว คุณใหญ่ใจหายวาบบอกอย่าทิ้งตนไป ท่านต้นกล่าวคำลาก่อนแล้วร่างกระตุกเฮือก ดวงตาเหม่อลอยก่อนจะค่อยๆปิดลงหมดลมหายใจ คุณใหญ่โผกอดสามีร่ำไห้ พร้อมมิตรกับจิตรใส วิ่งเข้ามากอดร่างท่านต้นร้องไห้โฮ นเรนทร์ยืนมองนิ่งไม่รู้สึกอาลัยอาวรณ์สักนิด พริ้มเพราแอบยิ้มสมใจ
ooooooo
โชคดีที่เจ้าของสวนใจดีให้ตะวันยืมเรือพาย พอรู้ว่าจะมาบ้านเดชาบดินทร์ เมื่อมาถึงตะวันกับเอี้ยงแปลกใจที่มีเรือจอดเต็มท่าเรือนแพ มองขึ้นไปเห็นคนแต่งชุดดำไว้ทุกข์ก็ยิ่งสงสัย ศักดิ์ระพีเดินมาถามหานเรนทร์กับซ้อน ซ้อนบอกเอาเรือออกไปกับเพื่อนๆพักใหญ่แล้ว
“พ่อเสียทั้งคนทำไมถึงไม่เสียใจเลย ถ้านเรนทร์กลับมาให้เข้าไปข้างในหน่อยนะ จะได้ช่วยประเคนของพระก่อนจะย้ายท่านต้นไปที่วัด” ศักดิ์ระพีหน่ายใจ
ตะวันเห็นศักดิ์ระพีก็ตกใจเผลอทำไม้พายหลุดมือ ศักดิ์ระพีได้ยินเสียงหันมอง เห็นเรือลำเล็กจ้ำพายออกไปก็ร้องเรียกให้หยุด แต่ตะวันตั้งหน้าตั้งตาพายหนีจนเอี้ยงแปลกใจ
“ทำไมพี่ตะวันไม่รีบเข้าไปหาคนบ้านนั้นตามที่น้าสายกำชับ”
ตะวันอ้างว่าไม่อยากรบกวนเห็นกำลังวุ่นกับงานศพ เอี้ยงกระเซ้าไม่อยากรบกวนหรือไม่กล้าสู้หน้าอาเล็ก
ตะวันเคืองทำไมไม่กล้า เอี้ยงยิ้มๆ “เพราะพี่ตะวันอายไงล่ะ เขินแฟน ดูสิ...พูดแค่นี้ก็หน้าแดงเป็นลูกตำลึง”
ตะวันเขินจริงรีบเปลี่ยนเรื่องให้เอี้ยงพายเรือแทน ทันใดมีเรือเครื่องติดท้ายขนาดเล็กวิ่งมาด้วยความเร็ว เรือตะวันโคลงเคลง เอี้ยงโมโหตะโกนด่า “ไอ้พวกบ้า ไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือ”
นเรนทร์เป็นคนขับเรือได้ยินไม่พอใจหันมอง
พอเห็นว่าเป็นตะวันก็เกิดความแค้นฝังใจ วกเรือกลับหวังจะชนเรือตะวันให้ล่ม ตะวันตกใจหาทางป้องกันตัว คว้าก้อนดินยิงหนังสติ๊กใส่ โดนลูกตานเรนทร์เข้าอย่างจังต้องปล่อยมือจากคันบังคับกุมตา เรือไร้ทิศทางพุ่งชนเรือลากจูง นเรนทร์กับเพื่อนๆกระเด็นตกน้ำ ชาวบ้านแถวนั้นให้การช่วยเหลือ เอี้ยงพายเรือพาตะวันหนีไปจากตรงนั้น...พอเอาเรือมาคืน ตะวันรีบขอตัวอ้างมีธุระที่อื่นต่อ เจ้าของเรืออ้าปากค้างกำลังจะถามเรื่องงานศพท่านต้น ตะวันจึงยังไม่รู้ว่าท่านต้นเสียแล้ว
สีหน้าตะวันยังวิตกกังวลไม่รู้ว่านเรนทร์เป็นอย่างไรบ้าง เอี้ยงแช่งให้พิการตาบอดไปเลย พอดีได้ยินชาวบ้านคุยกันเรื่องลูกชายท่านต้นว่าถูกหนังสติ๊กยิงจนตกน้ำ คนบ้านเดชาบดินทร์กำลังตามตัวคนทำร้าย ตะวันกับเอี้ยงกลัวความผิดรีบเดินหนีอย่างไร้ทิศทาง
ในขณะที่สายถูกขังอยู่ในห้องขัง มีข้าวห่อวางตรงหน้า ผู้ต้องหาหญิงสามคนนั่งกินข้าวจนหมด เห็นของสายยังไม่กินก็เข้ามาแย่ง สายไม่ยอมจะเก็บไว้ให้ลูก เกิดการยื้อแย่งตบตี ผู้คุมมาห้าม สายรีบคว้าห่อข้าวมากอดหน้าตาบอบช้ำ
และแล้วตะวันก็ตัดสินใจมาเยี่ยมสายทั้งที่กลัวโดนจับเรื่องทำร้ายนเรนทร์ พอสายเห็นตะวันก็โผกอดกันผ่านกรงขัง สายเอาห่อข้าวให้ตะวันและเรียกเอี้ยงมากินด้วย ตะวันน้ำตาไหลที่แม่ยังเป็นห่วง ทั้งสามคนจึงกินข้าวด้วยกันแม้ไม่อิ่มแต่ก็อบอุ่น
ตะวันโกหกให้สายสบายใจว่าได้ไปที่บ้านเดชาบดินทร์แล้ว ได้พูดคุยกับท่านต้น สายใจหายคิดว่าตะวันคงรู้ความจริงในอดีตแล้ว กล่าวขอโทษน้ำตาปริ่มลูกควรอยู่ในที่ที่ถูกต้อง ตะวันไม่ทันสงสัยอะไรกลับปลอบแม่อย่าร้องไห้...กลับออกมาเอี้ยงไม่เข้าใจทำไมต้องโกหกสาย
“พี่ไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ อยู่ในคุกแม่ก็ทุกข์มากแล้ว”
“เมื่อกี้น้าสายพูดจาแปลกๆ พี่ตะวันไม่สงสัยเลยรึ”
“พี่ไม่อยากรับรู้เรื่องของคนบ้านเดชาบดินทร์อีกแล้ว ตั้งแต่รู้จักคนบ้านนั้น ชีวิตเราก็มีแต่เรื่องวุ่นวาย ต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกัน” ตะวันตัดสินใจเด็ดเดี่ยว
ด้านนเรนทร์ถูกปิดตาข้างหนึ่งอาละวาดขว้างปาข้าวของใส่ซ้อนจะให้ไปจับตัวตะวันมา คุณใหญ่เอ็ด “อะไรกัน ทำไมแม่พริ้มไม่ห้ามปรามนเรนทร์บ้าง ตามใจกันจนเคยตัว”
“ป้าพริ้มไม่เกี่ยว คุณแม่ใหญ่ไม่ได้ถูกทำร้ายเหมือนผม ไม่มีทางรู้หรอกว่ามันเจ็บยังไง”
“ถ้าไม่ไปหาเรื่องเขาก่อน ก็คงไม่เจ็บตัว” ศักดิ์ระพีติง
“อาเล็กเป็นแค่คนนอกไม่ต้องมายุ่ง”
พร้อมมิตรตำหนิพูดกับอาแบบนี้ได้อย่างไร นเรนทร์สวนอย่าแส่ จิตรใสอมยิ้มสมน้ำหน้า คุณใหญ่ไม่พอใจ “หยุดนะนเรนทร์ ฉันทนความหยาบคายของเธอไม่ไหวแล้ว”
“คุณแม่ใหญ่จะทำอะไร จะไล่ผมออกจากบ้านงั้นรึ ฮึ เปิดพินัยกรรมเมื่อไหร่ คุณแม่ใหญ่อาจต้องระเห็จออกจากบ้านเดชาบดินทร์เป็นคนแรก”
“สมบัตินอกกายพวกนั้นฉันไม่สน ขอให้รู้ไว้พินัยกรรมจะถูกเปิดเมื่อเธออายุครบยี่สิบเอ็ดปีเท่านั้น”
พริ้มเพราตกใจ คุณใหญ่ย้ำว่าตนยังดูแลบ้านนี้ต่อไปจนถึงวันเปิดพินัยกรรมให้กับทายาทท่านต้นทุกคน นเรนทร์จ้องคุณใหญ่ด้วยสายตาคุกรุ่น พริ้มเพราเครียดที่ต้องรออีกนาน
ด้านคุณใหญ่เดินเรื่อยเปื่อยมาที่เรือนแพที่เคยเป็นที่พักของดวงพร รำลึกถึงความหลังคืนที่ดวงพรคลอดลูก...คุณใหญ่พาหมอมาดูอาการดวงพร ละม่อมบอกว่าดวงพรเสียเลือดมากไข้ขึ้นสูง พริ้มเพราอุ้มเด็กเข้ามาบอกคุณใหญ่ว่าลูกดวงพรเป็นผู้ชาย ละม่อมไม่กล้าสบตาคุณใหญ่
หมออยากให้ดวงพรไปโรงพยาบาล แต่ดวงพรขอดูหน้าลูกอีกครั้ง พริ้มเพราลังเลอ้างลูกสบายดีนอนหลับอย่ารบกวน คุณใหญ่ขอเด็กจากพริ้มเพรา พริ้มเพราไม่กล้าขัด ส่งเด็กให้ ดวงพรเห็นหน้าลูกก็รู้ว่าไม่ใช่ลูกตน มองหน้าพี่สาวนึกรู้ว่ากำลังทำอะไร ไล่ทุกคนออกไปขออยู่กับคุณใหญ่ลำพัง พริ้มเพรายืนนิ่ง คุณใหญ่หันมาย้ำไล่จึงยอมออกไป
ดวงพรกุมมือคุณใหญ่หน้าซีดน้ำตานอง “คุณใหญ่ขา...ดวงพรบุญน้อย อยู่รับใช้คุณใหญ่ต่อไปไม่ได้ ดวงพรรู้ตัวดี ฝากลาท่านต้นด้วยนะเจ้าคะ”
“อย่าพูดแบบนี้สิดวงพร เธอทำให้ฉันกลัวนะ”
“คุณใหญ่ขา...ลูกของฉัน ลูกของฉันมีปานแดงรูปหัวใจที่เหนืออกซ้าย แต่เด็กคนนี้...เด็กคนนี้ ไม่...ไม่...” พูดไม่ทันจบมือดวงพรตกลงข้างกาย สิ้นใจในอ้อมแขนคุณใหญ่...
คุณใหญ่นึกถึงคำพูดสุดท้ายของดวงพร คิดว่าเธอเพ้อเพราะพิษไข้ แต่ตอนนี้ชักสับสน
ooooooo
ตะวันตัดสินใจกลับมาที่เรือกระแชงกับเอี้ยง เพื่อจดจำทุกอย่างบนเรือนี้เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพื่อหนีจากคนบ้านเดชาบดินทร์
“พี่จะทำให้ทุกคนลืมผู้หญิงที่ชื่อตะวัน...ถ้าตะวันกลายเป็นผู้ชายก็จะไม่มีใครจำได้ ต่อไปนี้จะไม่มีผู้หญิงลูกชาวเรือที่ชื่อตะวันอีกต่อไป” ตะวันเอากรรไกรตัดผมตัวเองจนสั้นน้ำตาไหลริน “ชีวิตพี่ตกต่ำเหมือนตะวันที่กำลังจะดับแสง แสงตะวันอ่อนใกล้ลับขอบฟ้า ตะวันยอแสง ต่อไปนี้พี่คือ...ยอแสง ดวงตะวันที่ต่ำจนถึงจุดต่ำสุดในชีวิตแล้ว หลังจากนี้ต่อไป พี่จะทำให้ชีวิตดีขึ้นด้วยตัวเอง เหมือนดวงตะวันกำลังรอจะทอแสงขึ้นในวันใหม่ที่รุ่งเรืองกว่าเดิม”
เช้าวันใหม่ โลงศพท่านต้นถูกประดับด้วยดอกไม้สวยงามสมกับเป็นเจ้านายยุคนั้น ตั้งอยู่ในศาลาวัดริมน้ำ คุณใหญ่นั่งเศร้ามองรูปท่านต้นด้วยหัวใจเศร้าหมอง ศักดิ์ระพีเป็นห่วงพี่สาวชวนให้ย้ายไปพักกับตน คุณใหญ่ขอบใจน้องชาย ตอนแรกตนคิดว่าสิ้นท่านต้นแล้วชีวิตตนคงหมดสิ้น แต่ตอนนี้ตนรู้แล้วว่าจะต้องทุ่มเทชีวิตที่เหลืออยู่ให้ใคร
“พี่ใหญ่หมายถึงใครครับ”
“ลูกของดวงพร...สายเลือดที่แท้จริงของท่านต้น” ศักดิ์ระพีคิดว่าเป็นนเรนทร์ แต่คุณใหญ่กล่าวต่อว่า “พี่สัญญากับตัวเอง จะทำทุกอย่างให้วิญญาณท่านต้นสงบสุข พี่ยินดีเหนื่อยเพื่อสายเลือดที่ท่านต้นรักมากที่สุด ความรักที่พี่มีให้กับท่านต้น พี่จะขอทุ่มเทให้กับลูกของดวงพร”
ศักดิ์ระพีไม่เข้าใจความคิดของพี่สาว ระหว่างนั้นประตูศาลาอีกด้านเปิดไม่ออก ศักดิ์ระพีจะไปเอากุญแจที่หลังกุฏิให้คุณใหญ่รอที่ศาลา คุณใหญ่พนมมืออธิษฐานต่อหน้ารูปท่านต้น
“หากวิญญาณของคุณพี่รับรู้ ขอให้คุณพี่ช่วยให้ฉันพบลูกดวงพรโดยเร็วด้วยเถิดนะคะ”
มีลมพัดปะทะหน้าขณะที่คุณใหญ่ก้มกราบ ตะวันในสภาพชายหนุ่มเดินผ่านมากับเอี้ยงด้านหลังตั้งใจมาขอข้าววัดกินที่โรงครัว...แม่ชีจัดอาหารให้ทั้งสองเต็มที่ ระหว่างนั่งกินอย่างเอร็ดอร่อย ศักดิ์ระพีเดินหาเด็กวัดเพื่อจะขอกุญแจ เห็นตะวันกับเอี้ยงนั่งกินข้าวอยู่จะเข้าไปหา เผอิญมีเด็กวัดเดินแทรกมาถามแล้วจัดการหาให้ ทำให้ศักดิ์ระพีคลาดกับตะวัน
พอจัดเตรียมทุกอย่างในศาลาเสร็จ ศักดิ์ระพีพาคุณใหญ่กลับเพื่อมาใหม่ในตอนเย็น ตะวันกับเอี้ยงกินอิ่มแปล้ ตะวันเห็นว่าควรตอบแทนพระคุณวัด จึงชวนเอี้ยงทำความสะอาดศาลาวัดโดยไม่รู้ว่าศาลานี้ตั้งศพท่านต้น ...เอี้ยงรู้สึกกลัว ตะวันปลอบเราทำความดี วิญญาณและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รับรู้ ไม่มีอะไรน่ากลัว และแล้วตะวันแทบช็อกเมื่อเห็นรูปหน้าศพเป็นรูปท่านต้น ความรู้สึกเศร้าน้ำตาปริ่มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เอี้ยงแปลกใจทำไมตะวันต้องร้องไห้
“พี่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงสะเทือนใจอย่างนี้ อาจจะเป็นเพราะท่านต้นเป็นคนดีมีเมตตา พี่มั่นใจว่าข้าวที่เรากินมื้อนี้ ท่านต้นต้องการให้เราได้อิ่ม” ตะวันจุดธูปอธิษฐาน “ท่านต้นคะ...ถึงเราจะพบกันไม่นานแต่ตะวันรู้สึกได้ถึงความเมตตาของท่าน ท่านดีกับตะวันเหมือนเป็นลูกหลาน ไม่เคยนึกรังเกียจเลยสักนิด ตะวันรู้สึกผูกพันกับท่านอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ ชีวิตนี้ตะวันไม่เหลือใครแล้ว ขอวิญญาณท่านต้นจงช่วยคุ้มครองให้ตะวันได้พบกับพ่อบังเกิดเกล้าด้วยเถิดนะคะ”
ทันทีที่ตะวันปักธูปลงกระถาง เกิดลมพัดแรงเข้ามาทำให้เทียนดับวูบล้มลง ปลายเทียนชี้ไปทางท่าน้ำ เอี้ยงกลัวกระโดดหลบหลังตะวันร้อง...ไม่เรี่ยมเลย คุยกับใครไม่คุย คุยกับคนที่มองไม่เห็น แต่ตะวันกลับคิดว่าท่านต้นชี้ทางให้ตนไปลงเรือ พอดีมีเสียงคนเรือร้องบอกว่า
“คลองบางกะปิ...ขึ้นได้เลย...”
“คลองบางกะปิอยู่ไกลจากคลองบางหลวง เราต้องไปตามทางที่ท่านต้นแนะนำ ต้องไปให้ไกลจากคนบ้านเดชาบดินทร์ รีบไปขึ้นเรือเร็วเอี้ยง” ตะวันกราบลารูปท่านต้นก่อนจะวิ่งไป
ooooooo
นเรนทร์กร่างมากขึ้นเพราะพริ้มเพราปลูกฝังว่าเขาคือเจ้าบ้านเดชาบดินทร์ จึงพาโตกับเกิดเพื่อนอันธพาลเข้ามากินดื่มในบ้าน แต่โตกับเกิดไม่ได้พอใจแค่นั้น แอบหยิบฉวยของมีค่า พร้อมมิตรเห็นเกิดขโมยของก็โวยวายทำให้เกิดทิ้งของวิ่งหนี
ส่วนโตย่องเข้าตามห้อง เผอิญเข้ามาในห้องจิตรใสที่เพิ่งออกจากห้องน้ำสวมเสื้อคลุมอยู่ พอเห็นโตก็กรีดร้องลั่น ขว้างปาข้าวของใส่จนโตต้องวิ่งหนีออกไป
คุณใหญ่เรียกนเรนทร์และพริ้มเพรามาอบรม สั่งห้ามพาใครเข้ามาในบ้านและให้เลิกคบเพื่อนอันธพาล นเรนทร์เถียงว่าคุณใหญ่ไม่มีสิทธิ์ห้ามตน แล้วหันไปหาพริ้มเพราช่วยสนับสนุน
พริ้มเพราอึกอักๆ “ท่านต้นเคยบอกว่าจะยกสมบัติให้นเรนทร์ ตอนนี้ท่านต้นไม่อยู่แล้ว นเรนทร์มีสิทธิ์ในสมบัติของท่านต้น จะทำอะไรก็ได้นี่คะ”
“คิดแบบนี้เองถึงได้ทำตัวใหญ่คับบ้าน ท่านต้นสั่งไว้ว่าพินัยกรรมจะเปิดเมื่อนเรนทร์อายุครบ 21 ปี ก่อนจะถึงวันนั้น ฉันคือเจ้าของบ้าน ทุกคนต้องปฏิบัติตัวตามคำสั่งฉัน”
พริ้มเพราหน้าเสียไม่กล้าโต้แย้ง คุณใหญ่เหนื่อยใจเข้ามานั่งในห้องท่านต้น รำพึงกับภาพท่านต้นว่าบ้านร้อนจนจะลุกเป็นไฟ มีเรื่องวุ่นวายไม่เว้นวัน นับวันตนยิ่งรู้สึกว่านเรนทร์ช่างผิดพ่อผิดแม่ ทั้งเกเร ทั้งโลภ ให้คิดถึงคำพูดก่อนตายของดวงพร ว่าลูกเธอมีปานแดงรูปหัวใจเหนืออกซ้าย...และคำพูดของท่านต้นที่บอกว่าเด็กตะวันทำให้คิดถึงดวงพร ถ้าลูกดวงพรเป็นหญิงต้องหน้าตาเหมือนตะวัน คุณใหญ่สัญญากับภาพท่านต้นจะตามหาตะวันให้เจอให้ได้
ในขณะที่ตะวันกับเอี้ยงรู้มาว่าบ้านร่มรื่นต้องการรับสมัครคนงาน จึงพากันเดินไปตามทุ่งจนแทบหมดแรง ทันใดมีม้าตัวหนึ่งหลุดออกมาจากคอกวิ่งมาตามทุ่ง เสียงคนตะโกนให้ระวัง ม้าตัวนี้พยศมาก ใครก็เอาไม่อยู่เตะสลบไปหลายราย...ม้ามาหยุดตรงหน้าตะวัน เอี้ยงโดดหลบ แต่ตะวันกลับเดินเข้าหา ค่อยๆเอื้อมมือไปหาม้า พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“พี่พยับหมอก...พี่พยับหมอกใจเย็นๆนะ...” ตะวันเข้าลูบคอม้าเบาๆให้ผ่อนคลาย “พี่พยับหมอก ฉันไม่มีที่จะไปแล้ว ถ้าพี่หยุดพยศ ฉันกับน้องอาจจะมีหนทางรอด ถือว่าเห็นใจฉันเถอะนะ หยุดพยศเถอะกลับไปกับฉันนะพี่พยับหมอก ฉันขอร้อง” ตะวันขึ้นหลังม้าอย่างง่ายดาย
เติมที่พาลูกน้องมาล้อม ตะลึงราวปาฏิหาริย์ที่เห็นเด็กที่ไหนไม่รู้ขึ้นขี่เจ้าแอนโทนี่...เมื่อมาถึงคอกม้า ตะวันลงจากหลังม้า ลูบแผงคอมันเบาๆให้คนงานเอาไปเข้าคอก เอี้ยงเข้าถามรู้จักชื่อม้าได้อย่างไร ตะวันบอกไม่รู้ตั้งขึ้นเอง เติมเข้ามาขอบใจและบอกว่าประเดี๋ยวคุณท่านมาจะให้ตกรางวัล ตะวันไม่ขอรับ ขอเป็นข้าวสักมื้อพอ เติมว่ามีหรือช่วยเหลือแล้วไม่ต้องการรางวัล
“น้ำใจคนมีค่ามากกว่าเงินทอง”
“เป็นเด็กดีกันจริง ข้าชื่อเติม พวกเอ็งชื่ออะไรจะไปไหนกัน”
“ฉันชื่อยอ นี่น้องฉันชื่อ...นพดล” ตะวันฉุกคิดนิดหนึ่ง เอี้ยงเออออชอบชื่อนี้มาก
เอี้ยงบอกว่าพวกตนมาหางานที่บ้านร่มรื่นแต่เดินมานานยังหาบ้านไม่เจอ เติมจึงบอกว่าที่นี่คือบ้านร่มรื่นและว่าน้ำใจมีค่ามากกว่าเงินทองจริงๆ ตนจะให้คุณท่านรับทั้งสองเข้าทำงาน เติมให้ทั้งสองไปรอในบ้าน ตนจะไปคอกม้า ตะวันขอไปด้วย เอี้ยงจึงเข้าไปรอในบ้านคนเดียว
เติมถามตะวันเคยขี่ม้ามาก่อนหรือ ตะวันเผลอเล่า “ลูกชาวเรืออย่างฉันขึ้นล่องเหนือใต้บ่อย เวลาที่รอบรรทุกของ ฉันเคยเข้าไปขอหัดขี่ม้าเล่นที่ไร่ทางเหนือ”
เติมฟังไม่ถนัด ตะวันนึกได้กลบเกลื่อนว่าตนเคยหัดขี่ม้ามาก่อน แล้วขอพาเจ้าแอนโทนี่ที่เธอเรียกว่าพยับหมอกออกไปเดินรอบทุ่ง เติมพยักหน้า ตะวันขึ้นขี่พาออกไป
คนงานสะกิดเติม “ปกติพยศจะตาย ทำไมถึงยอมให้ไอ้หนูคนนี้ขี่”
“ม้าก็เหมือนคน ถ้าถูกชะตา มันก็พูดกันรู้เรื่อง” เติมมองตามตะวันไปด้วยสายตาชื่นชม ในขณะที่เอี้ยงเข้ามาในบ้าน เดินดูรอบๆห้องแล้วแทบช็อกเมื่อเห็นภาพเจ้าของบ้านคือศักดิ์ระพี...รีบวิ่งออกมาจะบอกตะวัน
ระหว่างที่ตะวันควบพยับหมอกผ่านทุ่งสวยงาม ศักดิ์ระพีอยู่กับกลุ่มม้าที่ปล่อยมากินหญ้าเห็น นึกว่าม้าโดนขโมย ก็รีบควบม้าออกไป ร้องบอกให้หยุด ตะวันได้ยินเสียงคิดว่ามีคนท้าแข่งจึงควบม้าหนี เติมเห็นศักดิ์ระพีควบม้าไล่ตามตะวันก็แปลกใจ...ศักดิ์ระพีควบใกล้เข้าไป ตะวันหันมองเห็นหน้าชัดว่าเป็นใครก็ตกใจมาก ทันใดศักดิ์ระพียิงปืนขึ้นฟ้าให้หยุด พยับหมอกตกใจยกขาหน้าทำให้ตะวันตกหลังม้าสลบไป เอี้ยงเห็นเช่นนั้นก็พลอยตกใจเป็นลมล้มพับ
ในห้องรับแขก ตะวันนอนหมดสติอยู่ข้างเอี้ยง ศักดิ์ระพีถามไถ่เติมจนรู้ความทั้งหมด ตำหนิเติมว่าไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าไว้ใจได้อย่างไร
“คุณเล็กเคยบอกว่าม้าเลือกจ๊อกกี้ใช่ไหมครับ เจ้าพยับหมอกเลือกไอ้หนุ่มคนนี้ ยอมให้มันขี่เฉยเลยครับ”
“พยับหมอก? เรามีม้าชื่อพยับหมอกด้วยเหรอ”
“ผมหมายถึงเจ้าแอนโทนี่ครับ เจ้าคนนั้นตั้งชื่อใหม่เสียดิบดีว่าพยับหมอก ท่าทางแอนโทนี่ก็ชอบชื่อไทยนะครับ ผมก็พลอยเรียกตามไปด้วย”
ศักดิ์ระพีขมวดคิ้วจริงหรือ พลันเอี้ยงละเมอ อย่าจับผมๆแล้วนิ่งไป เขาเพ่งพินิจใบหน้าตะวันอย่างจำไม่ได้ ไม่อยากเชื่อว่าเป็นผู้ชาย...จากนั้นศักดิ์ระพีออกมายืนดูม้า ลองเรียกชื่อมันว่าแอนโทนี่ มันนิ่งเฉย แต่พอเรียกว่า พยับหมอก มันหันมาแล้วร้องฮี้ จึงหัวเราะยอมให้มันใช้ชื่อนี้
ooooooo
คุณใหญ่เดินมาที่ท่าน้ำเรือนแพ เห็นมีเรือกระแชงก็ลองถามรู้จักสายบ้างไหม คนเรือเล่าว่าสายถูกจับข้อหาแทงผัวตาย ส่วนตะวันหายตัวไปตั้งแต่วันนั้น คุณใหญ่ตกใจขอให้ช่วยส่งข่าวถ้ามีข่าวของตะวัน จะมีรางวัลให้อย่างงาม
จนค่ำ ตะวันกับเอี้ยงตื่นขึ้นมา ต่างงงงวย เอี้ยงนึกได้บอกตะวันเราต้องหนี เติมเดินเข้ามาแปลกใจที่เห็นตะวันกับเอี้ยงกระโดดหนีออกทางหน้าต่าง ทันใดมีเสียงปืนดังขึ้นทำให้ทั้งสองต้องหยุดวิ่ง เอี้ยงยกมือท่วมหัวร้องกลัวแล้วๆ
ทั้งสองกลับมานั่งสลดในห้องรับแขก ศักดิ์ระพีต่อว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ใครนึกจะมาก็มานึกจะไปก็ไป ตนเป็นเจ้าของที่นี่ควรจะบอกกันบ้าง เอี้ยงพยักหน้าเข้าใจแล้วอย่าจับตนส่งตำรวจ
“เรื่องแค่นี้ไม่ต้องถึงกับเรียกตำรวจหรอก แต่ไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้มันใช้ไม่ได้”
ตะวันกับเอี้ยงมองหน้ากัน เพิ่งรู้ว่าศักดิ์ระพีจำพวกตนไม่ได้ ศักดิ์ระพีรับทั้งสองเข้าทำงานแต่ต้องมีความรับผิดชอบ จะให้ดูแลแอนโทนี่ ตะวันย้อนถามลูกเขาหรือ เอี้ยงเสริมท่าทางจะมีเมียแหม่ม ลูกถึงชื่อเป็นฝรั่ง เติมหัวเราะก๊าก ศักดิ์ระพีทำหน้าดุ
“แอนโทนี่คือพยับหมอก”
เอี้ยงหน้าเหวอ อวยว่าชื่อเท่ไม่เบา ศักดิ์ระพีตกลงจ้างทั้งสองและมีที่พักให้ เอี้ยงดีใจที่เขาจำพวกตนไม่ได้ แต่ตะวันคิดว่าเขาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าตนเป็นผู้ชายมากกว่า แต่ถึงอย่างไรก็จะทำงานเพื่อเก็บเงินไปหาแม่ เอี้ยงรับปากจะไม่ทิ้งกัน
วันต่อมาขณะที่ตะวันกับเอี้ยงทำงานอยู่หน้าบ้าน พร้อมมิตรขับรถด้วยความเร็วเข้ามาเกือบชน แถมวางท่าใหญ่คับบ้านถามหาศักดิ์ระพี เมื่อตะวันได้รับคำพูดไม่สุภาพก็ไม่สุภาพกลับไป ทำให้พร้อมมิตรโกรธจะให้ศักดิ์ระพีไล่ออกฐานไม่มีมารยาท ตะวันโต้ว่ามารยาทดีๆ มีไว้ใช้กับคนมารยาทดีด้วยเท่านั้น ศักดิ์ระพีแอบขำตัดบทชวนพร้อมมิตรเข้าไปในบ้าน ตะวันหมั่นไส้ที่พร้อมมิตรเรียกอาเล็กคะอาเล็กขา
เอี้ยงกระเซ้า หึงแฟนเก่าหรือ ที่อาเล็กพาแฟนใหม่มาเย้ยถึงที่ ตะวันโวยไม่ใช่วิ่งไล่ตีเอี้ยง ศักดิ์ระพีจูงม้าให้พร้อมมิตรขี่เล่นจนเหนื่อย พร้อมมิตรวางแผนจะนอนค้างที่บ้านนี้ ทำทีขออาบน้ำอ้างตัวเหนียว ศักดิ์ระพีอึกอักอยากให้กลับบ้านเสียแต่ไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร
พอดีวันนี้คนงานลาหลายคน เติมทำงานแทนจนหน้ามืด ตะวันจึงช่วยงาน เติมให้ขึ้นไปทำความสะอาดบนห้องศักดิ์ระพี...ตะวันถืออุปกรณ์ขึ้นมา เสียงกุกกักทำให้พร้อมมิตรคิดว่าศักดิ์ระพีอยู่ในห้อง จึงร้องขอให้ช่วยหยิบผ้าเช็ดตัวตนลืมเอาเข้ามาด้วย ตะวันลังเลมองไปรอบห้อง
ooooooo
..
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 13,899
Re: เรื่องย่อละคร ตะวันยอแสง (thairath.co.th)
«
Reply #2 on:
16 July 2026, 22:42:57 »
https://www.thairath.co.th/novel/tawanyorsang/ep3/page1
ตะวันยอแสง ตอนที่ 3
ประตูห้องน้ำแง้มออก ตะวันยื่นผ้าขนหนูเข้าไปให้พร้อมมิตร กลับถูกดึงตัวเข้าไปโดนสวมกอดเพราะคิดว่าเป็นศักดิ์ระพี แถมพร่ำบอกรัก แต่พอเห็นหน้าเป็นตะวันก็ตกใจร้องกรี๊ดๆ
พร้อมมิตรฟ้องศักดิ์ระพีว่ายอแสงแอบดูตนอาบน้ำ ศักดิ์ระพีซักถามนิ่งๆ พร้อมมิตรโวยให้ไล่ออก หรือเห็นคนงานสำคัญกว่าตน เขาเสียงเข้มไม่ได้เห็นใครดีกว่าใคร แต่ต้องฟังเหตุผลทั้งสองฝ่าย พร้อมมิตรเสียหน้าโมโหกลบเกลื่อนว่าอาเล็กใจร้ายเห็นคนอื่นดีกว่าตนแล้วผลุนผลัน ออกไป หยุดยืนที่หน้าบ้านหันมองทำไมเขาไม่ตามออกมา
เอี้ยงกำลังคุ้ยเขี่ยดินอยู่ไม่ห่างจากรถพร้อมมิตรที่จอดอยู่ มีกระป๋องเล็กๆวางข้างหน้า หญิงสาวหงุดหงิดโวยให้หลีก ไม่ฟังอีร้าค่าอีรมเตะกระป๋องกระเด็นไปชนกระถาง ไส้เดือนในกระป๋องกระเด็นกลับมาใส่ตัวร้องกรี๊ดๆ เอี้ยงรีบบอกว่าตนขุดไส้เดือนจะเอาไปตกปลา พร้อมมิตรเต้นเร่าๆด้วยความขยะแขยงวิ่งขึ้นรถขับออกไป
ด้านตะวันยกมือไหว้ขอโทษศักดิ์ระพีที่ทำให้เกิดเรื่อง ตนพร้อมให้ลงโทษ เขาถามคำเดียวว่าทำหรือเปล่า ตะวันยืนกรานไม่ได้ทำ แต่ให้ลงโทษเพื่อความสบายใจของพร้อมมิตร ศักดิ์ระพีตบไหล่ตะวันเบาๆด้วยความชอบใจที่ดูคนไม่ผิด ถือเป็นความชอบที่ทำให้พร้อมมิตรกลับไปได้ ตะวันพลั้งปากว่าเขาเป็นคนมีเหตุผล ไม่เหมือนพวกผู้ดีคนอื่น ศักดิ์ระพีฉงนเล็กน้อย
“คืนนี้ไปนอนห้องฉัน”
“ห้องคุณเล็ก! ทำไมครับ ไหนว่าไม่ลงโทษ”
“ใครจะไปรู้ เผื่อพร้อมมิตรเปลี่ยนใจกลับมาอีก ช่วยแล้วต้องช่วยให้ตลอดรอดฝั่งสิ ทำไม...ผู้ชายนอนห้องเดียวกันมันเป็นการลงโทษตรงไหนเหรอ” ศักดิ์ระพีมองอย่างจับผิด
เมื่อเอี้ยงรู้ว่าตะวันต้องไปนอนห้องศักดิ์ระพีก็หอบหมอนจะไปนอนเป็นเพื่อน แต่ศักดิ์ระพีอ้างว่าห้องเล็กอึดอัด เอี้ยงกระซิบกับตะวันถ้ามีอะไรให้ร้องดังๆจะรีบมาช่วย...ตะวันจำต้องเข้าห้องศักดิ์ระพีลำพัง เขาถอดเสื้อจะอาบน้ำ เธอตกใจรีบหันหลังให้ เขาแกล้งเข้ามาจับไหล่เธอแล้วบอกว่าไหล่เล็ก ออกกำลังกายเสียบ้างจะได้แข็งแรง ตะวันสะดุ้งถอยหนี
“เป็นอะไร ทำท่าทำทางอย่างกับผู้หญิง”
ตะวันปัดไม่มีอะไร ศักดิ์ระพีจ้องมองแล้วบอกว่าหน้าคุ้นๆเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน ตะวันปัดว่าเขาคงจำผิดแล้วเร่งให้เขาไปอาบน้ำ ยิ่งดึกจะยิ่งหนาว เขาเดินครุ่นคิด...พออาบน้ำเสร็จออกมา เห็นตะวันปูที่นอนกับพื้น ก็ตบที่นอนบอกให้มานอนด้วยกันบนเตียงตนไม่ถือตะวันหน้าเจื่อนรีรอไม่กล้า แต่พอเขาขู่จะอุ้มจึงรีบโดดผลุงขึ้นเตียง เขาดึงให้นอนใกล้ๆ เธอร้อง
“จะทำอะไร อย่านะ!”
“ทำสะดิ้งเป็นผู้หญิงไปได้”
“ก็จะทำอะไรล่ะ มาจับแขนผมทำไม”
“ฉันกลัวนายตกเตียงเลยดึงเข้ามา...เป็นอะไร ไม่ต้องเกรงใจหรอก คิดซะว่าฉันเป็นพี่ชาย ฉันไม่มีน้องชาย นายเป็นคนฉลาดฉันชอบ” ศักดิ์ระพีหัวเราะชอบใจ
ตะวันนอนลืมตาโพลงในความมืด เอ่ยถามทำไมเขาถึงไม่สนใจคนสวยอย่างพร้อมมิตร ศักดิ์ระพีว่าคนเราบังคับใจไม่ได้ ไม่ชอบคือไม่ชอบ และว่าเธอยังเด็กไม่เข้าใจความรัก แล้วเย้าอยากมีเมียบ้างไหมจะหาให้ ตะวันปฏิเสธไม่ต้องการ อยากทำงานเก็บเงินให้มากๆก่อน... ตะวันนึกถึงคำเย้าของเอี้ยงที่ให้ศักดิ์ระพีเป็นแฟนตนหนึ่งวัน ใจจริงเธอเฝ้าฝันอยากให้เป็นความจริง
ในคืนเดียวกัน นเรนทร์กับพริ้มเพราเข้ามาขอเงินคุณใหญ่เพิ่ม แต่คุณใหญ่กลับบอกให้ใช้เงินอย่าเกินตัว ที่ได้ทุกเดือนก็มากพอควร นเรนทร์โวยว่าเงินพ่อมีมากมายใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด คุณใหญ่สวน สมบัติถ้าไม่รู้จักรักษา ต่อให้มากมายมหาศาลก็หมดได้ สองป้าหลานไม่พอใจ
นเรนทร์อาละวาดปัดข้าวของในห้องนอนตัวเอง บ่นต้องทนยายแก่แร้งทึ้งไปอีกนานแค่ไหน พริ้มเพราสงสัยจะต้องหาทางรู้ให้ได้ว่าพินัยกรรมให้เปิดตอนนเรนทร์อายุ 21 ปีจริงหรือ
ooooooo
รุ่งเช้า ตะวันนอนละเมอเรียกหาแม่ ศักดิ์ระพีชะโงกหน้าเข้าไปฟังใกล้ๆ ตะวันลืมตาขึ้นเห็นหน้าเขาอยู่ระยะประชิดก็ตกใจ เผลอถีบเขาเต็มแรงร่วงจากเตียง ศักดิ์ระพีโวยทำอะไร เธอหาว่าเขาต่างหากคิดทำอะไรแล้วดึงผ้าห่มมากอด
ศักดิ์ระพีขำที่ทำท่าเหมือนผู้หญิง ตะวันนึกได้กลบเกลื่อนว่าตกใจ ชายหนุ่มจ้องจับผิด
“ตกลงเราเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง มีอะไรปิดบังอยู่รึเปล่า อยากจะบอกความจริงอะไรไหม”
“ผมไปปิดบังอะไรคุณเล็ก ไม่มีครับ”
“งั้นก็ตามใจ ฉันจะไม่ก้าวก่ายความเป็นตัวตนของใคร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้สึกส่วนตัวหรือเรื่องเพศ อยากให้เชื่อว่าเป็นอะไรฉันก็จะเชื่อตามนั้น ตราบใดที่นายไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ตกลงและเข้าใจตามนี้”
ตะวันรับคำ ศักดิ์ระพีแกล้งถอดเสื้อต่อหน้า ตะวันตกใจเอามือปิดหน้า เขาเดินผ่านไปเข้าห้องน้ำหัวเราะชอบใจ...ตะวันสุดเซ็ง วันนี้ทั้งวันทำงานด้วยความง่วง เอี้ยงล้อทำไมไม่นอนทำอะไรกัน ตะวันโวยใครจะนอนหลับกับผู้ชายแปลกหน้า เอี้ยงหาว่าผิดผีแล้วต้องแต่งงาน ตะวันอายวิ่งไล่ตีหัวเราะกันสนุกสนาน
ในขณะที่คุณใหญ่ให้ซ้อนขับรถพาออกไปทำธุระ พริ้มเพราได้โอกาสแอบเข้าไปค้นหาพินัยกรรมในห้องคุณใหญ่ โดยให้นเรนทร์ดูต้นทาง...เผอิญคุณใหญ่ลืมของให้ซ้อนวกรถกลับไปเอาที่บ้าน นเรนทร์นั่งหลับไม่ทันเห็นคุณใหญ่กลับเข้ามา
พริ้มเพราค้นทั่วห้องไม่เจอ จนเหลือบเห็นหีบใบโต พยายามเปิดเห็นซองเอกสารก็ดีใจเชื่อว่าเป็นพินัยกรรมแน่ แต่พอเปิดดูกลับไม่ใช่ ทันใดประตูห้องเปิดออกเธอตกใจมาก ดีที่เป็นนเรนทร์โผล่มาบอกว่าคุณใหญ่กลับมา สองป้าหลานรีบเก็บของเข้าที่
คุณใหญ่เข้าไปในห้องท่านต้น จังหวะนั้นสองป้าหลานรีบออกจากห้องคุณใหญ่ที่อยู่ข้างกันวิ่งหนีเข้าห้องนเรนทร์ด้วยความผิดหวัง คุณใหญ่ถือพินัยกรรมเดินออกไป
วันต่อมาที่บ้านร่มรื่น บารมีซึ่งอยู่บ้านติดกันอยากให้ใจบุญลูกสาวแต่งงานกับศักดิ์ระพี จึงพาลูกสาวที่ปกติอยู่โรงเรียนประจำ ช่วงนี้ปิดเทอมกลับมาอยู่บ้าน ให้ได้ใกล้ชิดกับเขา ตะวันกับเอี้ยงเห็นรถหรูของสองแม่ลูกมาจอด พอเห็นใจบุญ เอี้ยงตะลึงในความสวยหวานของเธอ ใจบุญมีท่าทางเรียบร้อยกลัวแม่มาก ทำทุกอย่างตามที่แม่บงการ ศักดิ์ระพีต้อนรับบารมีเพราะเป็นเพื่อนของคุณใหญ่ บารมีขอให้พาชมรอบบ้าน
“ทางนี้เป็นคอกม้า ส่วนอีกด้านเป็นสวนผลไม้ครับ” ศักดิ์ระพีชี้อธิบาย
“ม้าที่นี่สวย ลักษณะดีทุกตัว น้าคงต้องขอคำแนะนำจากคุณเล็กบ้างแล้ว”
ใจบุญมีสีหน้าเบื่อหน่าย มองไปรอบๆเห็นตะวันกำลังดูแลม้าก็ถูกชะตาพานเดินเข้าไปหาโดยไม่บอกแม่สักคำ ตะวันง่วนกับการให้อาหารม้าไม่ทันมองใจบุญ พอเธอเดินมาใกล้ เจ้าพยับหมอกร้องฮี้...ยกเท้าสะบัด ใจบุญตกใจถอยถลาเสียหลัก เอี้ยงปราดเข้าประคองสบตากัน ตะวันรีบเข้ามาถามเจ็บตรงไหนบ้าง ใจบุญเขินยิ้มให้ตะวันอย่างเป็นมิตร ต่างแนะนำตัวต่อกัน
ใจบุญรู้สึกชอบและอยากขี่ม้าเป็นบ้าง ตะวันจึงพานั่งซ้อนบนหลังพยับหมอกเดินเหยาะไปตามทุ่ง เอี้ยงมองตามตาละห้อย แดดจ้าทำให้ใจบุญอ่อนเพลียลงจากม้า นั่งพักกลางทุ่ง เอี้ยงจับปลามือเต็มไปด้วยโคลนวิ่งมาบอกตะวันว่า เขาลอกบ่อกันที่ท้ายทุ่ง ปลาเต็มไปหมดชวนไปจับด้วยกัน ตะวันร้องเรี่ยมเลย...ใจบุญงงถามลอกบ่อคืออะไร ด้วยความอยากรู้จึงวิ่งตามไป
ที่บ่อโคลนท้ายทุ่ง ใจบุญยืนมองทั้งสองลงไปจับปลากับคนงานอีกสองสามคน เอี้ยงบอกให้ใจบุญลงมาจับด้วยกัน เธอส่ายหน้ากลัวเสื้อผ้าเลอะ เอี้ยงจึงเอาปลามายื่นให้เธอไม่เคยจับมาก่อน ปลาจึงสะบัดหลุดมือไป มือเธอเลอะโคลนปาดหน้าตัวเอง เอี้ยงหัวเราะหาว่าคนสวยหน้าดำ ใจบุญทำหน้าจะร้องไห้ ตะวันหมั่นไส้เอี้ยงจึงปาโคลนใส่หน้าเอี้ยง
“หัวเราะดีนัก นี่แน่ะ...จัดการเจ้านพดลให้แล้ว”
เอี้ยงโดนโคลนเต็มหน้าจึงปากลับ ตะวันหลบโคลนกระเด็นไปโดนใจบุญ ทั้งสามหัวเราะ ใจบุญเห็นตัวเองเลอะแล้วจึงก้าวลงไปสนุกในบ่อโคลนด้วยเสียเลย...ขณะที่กำลังสนุกกันอยู่ เสียงบารมีร้องลั่น “อะไรกันเนี่ย! ใจบุญ ทำไมเลอะเทอะแบบนี้”
ใจบุญหน้าเจื่อนกลัวแม่มาก บารมีตวาดว่าตะวันกับเอี้ยง “ฉันอุตส่าห์เลี้ยงลูกสาวอย่างทะนุถนอม ริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม แกสองคนบังอาจมาทำกับลูกสาวฉันแบบนี้...น้าไม่ยอมนะคะคุณเล็กต้องจัดการคนของคุณเล็กนะคะ”
ศักดิ์ระพีรู้นิสัยของบารมี จึงทำทีเอ็ดตะวันกับเอี้ยงจะต้องโดนทำโทษ ใจบุญพยายามอธิบายว่าตนขอลงไปร่วมสนุกด้วยเอง อย่าทำโทษทั้งสองเลย ตนผิดเอง ตะวันไม่พอใจ
“ไม่ต้องลงโทษใครทั้งนั้น แค่เล่นกันไม่ถือเป็นความผิดสักหน่อยนะครับ”
“เล่นอะไรต้องมีขอบเขต คราวนี้ฉันไม่ทำโทษ แต่ต่อไปห้ามชวนคุณใจบุญไปเล่นพิเรนทร์อีก คุณใจบุญต่างจากนายสองคนมากนะ”
ตะวันไม่พอใจคิดว่าศักดิ์ระพีดูถูกย้อนถามต่างกันอย่างไร บารมีสวนตำหนิลูกสาวและชวนให้กลับ “คบคนไม่รู้จักเลือก...ดูแลคุมคนของคุณเล็กให้ด้วยนะคะคุณเล็ก หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่พวกชั้นต่ำจะมาวุ่นวายกับผู้ดีอย่างเรา”
ใจบุญมองตะวันกับเอี้ยงเศร้าๆ ศักดิ์ระพีสงสารใจบุญแต่ไม่อาจช่วยอะไรได้เพราะเธอกลัวแม่มาก ตะวันยังขุ่นเคืองคิดว่าศักดิ์ระพีดูถูกพวกตน พอรถบารมีแล่นออกไป ศักดิ์ระพีหันมามองตะวันกับเอี้ยงเชิงตำหนิ ตะวันจ้องกลับก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปอีกทาง เอี้ยงงงวิ่งตามถามตะวันโกรธอะไร
“พี่มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา เรามันต่ำต้อยไม่เหมือนพวกผู้ดี เขาถึงว่าเราแตกต่างจากพวกเขา...พวกผู้ดีชอบดูถูกคน”
“แต่มันก็เป็นความจริง คุณใจบุญอยู่สูงเกินไปถึงจะเปลี่ยนชื่อเป็นนพดลก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เฮ้อ...ไม่เรี่ยมเลย” เอี้ยงนั่งเซ็งข้างตะวันแต่คนละความรู้สึก
ooooooo
นเรนทร์ออกเที่ยวทุกวัน จนคุณใหญ่บ่นงานฌาปนกิจท่านต้นใกล้จะถึง เป็นลูกชายคนเดียวไม่คิดจะบวชให้พ่อบ้างหรือ ตำหนิพริ้มเพราไม่รู้จักสั่งสอนหลานแล้วให้ช่วยตามซ้อนไปพบตนที่ท่าน้ำ ลับหลังพริ้มเพราเบ้ปากไม่พอใจ
คุณใหญ่ซักถามซ้อนถึงตะวัน ซ้อนใจหายวาบคิดว่ารู้เรื่องทายาทที่แท้จริง แต่พอคุณใหญ่บอกว่า ตะวันช่วยชีวิตท่านต้นไว้ ท่านต้นสั่งก่อนตายให้ตามหาเด็กคนนี้เพื่อช่วยเหลือครอบครัว ซ้อนหน้าซีดด้วยรู้สึกผิดในใจ แต่ก็โล่งใจที่คุณใหญ่ไม่ระแคะระคายอะไร
ใจบุญถูกบารมีลงโทษให้ร้อยพวงมาลัย 50 พวงฐานทำให้เสียหน้า แม่ต้องการให้สนิทสนมกับศักดิ์ระพีเพราะเพียบพร้อมในทุกๆด้าน กลับใฝ่ต่ำไปเล่นกับคนงาน ใจบุญน้ำตาคลอก้มหน้าร้อยมาลัยรำพันว่าตนไม่เคยมีความสุขเลย แก้วเด็กรับใช้รุ่นราวคราวเดียวกันคอยปลอบใจ
ในคืนนั้นตะวันงอนไม่ยอมเข้าไปนอนในห้องศักดิ์ระพี เขาถามอะไรก็ทำหูทวนลมไม่ตอบจนเขาว่า ทำสะบัดสะบิ้งเป็นผู้หญิง จึงลืมตัวเกือบเถียงว่าใช่ แต่ยั้งไว้ทัน ประชดแทน
“คุณเล็กลดตัวมายุ่งกับผมทำไม คุณเล็กบอกเองว่ายอแสงเป็นคนจนต่ำต้อย ไม่ใช่ผู้ดีเหมือนพวกคุณ” ตะวันพรั่งพรูความน้อยใจน้ำตาคลอ
ศักดิ์ระพีหัวเราะเบาๆ อธิบายว่าที่พูดออกไปเพราะรู้นิสัยบารมี ไม่ได้คิดดูถูก ใจบุญมีชีวิตอยู่ในกรอบต่างจากเขาสองคนมาก เลิกทำตาแดง ถ้าอยากเป็นลูกผู้ชายต้องไม่ให้ใครเห็นน้ำตา ตะวันหันหน้าหนีแอบเช็ดอ้างว่าฝุ่นเข้าตา ศักดิ์ระพีล็อกคอยีหัวตะวันอย่างเอ็นดู เธอเขินผลักไส ทำให้เขายิ่งแกล้งมากขึ้นอย่างสนุก
ก่อนเข้านอนศักดิ์ระพีเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าใบโตบอกตะวันว่าพรุ่งนี้จะไปทำธุระ ตะวันช่วยพับเสื้อผ้าให้อย่างคล่องแคล่ว เขาแซวทำเรียบร้อยราวกับผู้หญิง ตะวันเผลอคุยไปเรื่อยว่าแม่สอนให้ทำไว้เผื่อมีเย้ามีเรือน แล้วนึกได้ชะงักก้มหน้าพับเสื้อใส่กระเป๋าจนมากมาย ศักดิ์ระพีต้องบอกให้พอ ตะวันอ้างเผื่ออยู่หลายวัน ไม่ต้องห่วงทางนี้ตนจะดูแลพยับหมอกอย่างดี
“ท่าทางดีใจเหลือเกิน ไม่ชอบที่ฉันอยู่ที่นี่รึไง” ตะวันปฏิเสธ “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว นายต้องไปกับฉันด้วย ไปบ้านเดชาบดินทร์ คลองบางหลวง”
ตะวันตกใจมากไม่กล้าบอกว่าไม่อยากไป รุ่งเช้าจึงแกล้งป่วยลุกไม่ไหว เอี้ยงมาบอกศักดิ์ระพี แต่เขารู้ทันทำทีไปดูอาการแล้วแบกขึ้นบ่ามาใส่รถ เอี้ยงหน้าเหวอช่วยอะไรพี่ไม่ได้ ได้แต่ขึ้นรถไปด้วยอย่างหวั่นใจ
วันนี้เป็นวันฌาปนกิจท่านต้น คุณใหญ่นั่งมองรูปท่านต้นรำพึง “ดิฉันทำตามที่สัญญากับคุณพี่ไม่ได้ จนป่านนี้ยังหาตัวเด็กตะวันไม่พบ ตอนนี้ดิฉันมืดแปดด้าน คุณพี่ช่วยนำทางให้ดิฉันหาตัวตะวันพบด้วยเถอะคะ”
จู่ๆเกิดลมพัดแรงข้าวของปลิว คุณใหญ่แปลกใจ พอดีศักดิ์ระพีมาถึง ตะวันเห็นว่าเป็นงานศพท่านต้นก็รู้สึกเศร้าใจอย่างประหลาด เอ่ยปากขอร่วมวางดอกไม้จันทน์ด้วยคน ศักดิ์ระพีไม่สงสัยอะไรจึงอนุญาต...คุณใหญ่เดินรี่มาหา ตะวันกับเอี้ยงตกใจรีบหันหลัง ศักดิ์ระพีบอกพี่สาวว่าพาคนที่บ้านมาช่วยงาน สะกิดทั้งสองให้ไหว้คุณใหญ่ ตะวันสบตาเอี้ยงตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน หันมายกมือไหว้ เผอิญซ้อนเข้ามาบอกคุณใหญ่ว่าได้เรื่องแล้ว คุณใหญ่จึงขอตัวโดยไม่ทันมองหน้าตะวันเท่าไหร่ ตะวันโล่งใจ
ทั้งสองเลี่ยงออกมา เอี้ยงถามจะทำอย่างไรต่อไปไม่ให้คุณใหญ่เห็นหน้า ตะวันคิดว่าเราควรช่วยงานอยู่แต่ในครัว จะได้ไม่ต้องเจอใคร
ซ้อนรายงานคุณใหญ่ว่าสายแทงสามีตายตอนนี้ติดคุกเป็นเรื่องจริง ตะวันเคยไปเยี่ยมครั้งหนึ่งแล้วก็หายตัวไป คุณใหญ่ให้ซ้อนหาทางติดต่อสายในคุกเพื่อถามว่าตะวันอยู่ไหน พริ้มเพราแอบฟังไม่พอใจ คิดหาวิธีจัดการ
บารมีพาใจบุญมาร่วมงานศพ ศักดิ์ระพีต้อนรับ บารมีดันลูกให้อยู่เคียงคู่ศักดิ์ระพี แต่ใจบุญชะเง้อมองหาตะวันกับเอี้ยง พร้อมมิตรกับจิตรใสเห็นใจบุญนั่งติดศักดิ์ระพีก็ไม่พอใจคิดหาทางแกล้ง พอเห็นศักดิ์ระพีลุกเดินไปทางอื่น พร้อมมิตรแกล้งเดินชนเด็กเสิร์ฟน้ำหกราดตัวใจบุญให้ได้อาย แล้วทำทีขอโทษอ้างเป็นอุบัติเหตุ ตะวันกับเอี้ยงเห็นเหตุการณ์คิดเอาคืนให้ ตะวันออกโรงเองแกล้งยกถาดน้ำพริก เดินเข้าไปทำทีมีคนขัดขาล้ม น้ำพริกหกราดเสื้อผ้าพร้อมมิตรอย่างจัง พร้อมมิตรร้องกรี๊ดๆ ตะวันคว้าผ้าขี้ริ้วดำๆมาเช็ดหน้าผมให้ยิ่งเลอะกันใหญ่
“โอ๊ยเหม็น! แก...แกเอาผ้าขี้ริ้วมาเช็ดหน้าฉันได้ยังไง แกแกล้งฉัน”
“อย่าถือสาเลยครับ มันเป็นอุบัติเหตุ จะบอกว่าแกล้งได้ยังไง ทีกรณีของคุณใจบุญ คุณพร้อมยังว่าเป็นอุบัติเหตุเลยหรือไม่เหมือนกัน”
พร้อมมิตรเถียงไม่ออก เข่นเขี้ยว “คอยดูนะ อาเล็กรู้เรื่องนี้ต้องเล่นงานแกแน่ๆ”
ตะวันทำหน้าละห้อยเตือนให้รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเพราะมันเหม็นมาก พร้อมมิตรโกรธกระแทกเท้าปึงปังออกไป ใจบุญรู้ว่าตะวันช่วยเอาคืนให้ แอบส่งยิ้มขอบคุณ...จิตรใสถามพร้อมมิตรว่าคนที่แกล้งเป็นใครหน้าเหมือนผู้หญิง พร้อมมิตรบอกว่าเป็นคนงานใหม่บ้านร่มรื่น
“ต๊าย...พวกบ้านนอกหรอกเหรอคะ”
“มันทำให้พี่ขายหน้า คอยดูนะ พี่ไม่ปล่อยมันไว้แน่”
ในขณะที่นเรนทร์เมาอาละวาดเสียงดังในวัด
คุณใหญ่เข้ามาเอ็ดว่างานศพพ่อไม่ทันเผา ลูกชายคนเดียวทำตัวเป็นขี้เมาน่ารังเกียจ นเรนทร์ไม่พอใจที่โดนดุต่อหน้าเพื่อน เถียงออกไปว่าคุณใหญ่ไม่ใช่แม่แท้ๆไม่มีสิทธิ์มายุ่ง คุณใหญ่โกรธถ้าไม่เคารพกันก็กลับบ้านไป ไม่อยากเชื่อว่าสายเลือดดวงพรกับท่านต้นจะทำตัวแบบนี้
นเรนทร์เดินหงุดหงิดถีบโต๊ะเก้าอี้แถวนั้นล้มระเนระนาด พร้อมมิตรกับจิตรใสเข้ามาเยาะอย่าระบายอารมณ์กับของพวกนี้เลย ถ้าอยากระบาย ตนมีแผนให้ระบายได้สะใจ...
ด้านพริ้มเพรามาเอาเรื่องซ้อนคิดว่าเล่าความจริงให้คุณใหญ่ฟังแล้ว ทำเป็นร้องไห้ฟูมฟายที่ซ้อนไม่รักตน เสียแรงที่ตนรักและไว้ใจ ซ้อนใจอ่อนยวบบอก เพราะรักไม่เคยหักหลัง ถึงต้องทุกข์ทรมานทุกวันนี้ พริ้มเพราถามถ้าเช่นนั้นจะตามหาตัวเด็กตะวันทำไม ซ้อนบอกเป็นความประสงค์ของท่านต้น อยากตอบแทนที่ช่วยชีวิตคราวเรือชน พริ้มเพรายืนกรานจะให้คุณใหญ่เจอตะวันไม่ได้เด็ดขาด ซ้อนอึกอักแล้วจะรายงานคุณใหญ่อย่างไร
“ทำตามที่ฉันบอก ไม่งั้นซ้อนจะไม่ได้เห็นหน้าฉันอีกเลย” พริ้มเพรายื่นไม้ตาย
ซ้อนไม่สบายใจที่พริ้มเพราให้บอกเธอก่อน
ถ้าเจอตะวัน ห้ามบอกคุณใหญ่ เธอสัญญาจะไม่ทำร้ายเลือดเนื้อเชื้อไขท่านต้น แค่ไม่อยากเดือดร้อนกับเรื่องที่ผ่านมา
ooooooo
ใจบุญหลบมาร้องไห้มุมหนึ่งในวัด เอี้ยงเดินมาเจอปลอบไม่ควรทำตัวอ่อนแอ เธอยิ่งร้องหนักขึ้น เอี้ยงตกใจไม่รู้จะทำอย่างไร นึกได้เอาวิธีปลอบน้องมาใช้ด้วยการเอาผ้าพันนิ้วเล่นเป็นตุ๊กตามือ จนใจบุญหัวเราะออกมาได้ แล้วเอี้ยงสอนให้รู้จักสู้อย่าให้ใครแกล้งฝ่ายเดียว
ใจบุญถามตาแป๋วว่าสู้อย่างไร สู้ไม่เป็น เอี้ยงตบหน้าผากตัวเอง ถามโตมาได้อย่างไร ใจบุญบอกว่าแม่สอนไม่ให้ใช้กำลัง เอี้ยงยิ้มขำๆอย่างเอ็นดู
ด้านตะวันกำลังช่วยยกของไปยังศาลา เจอนเรนทร์กับพวกเข้ามาหาเรื่อง พร้อมมิตรชี้หน้าว่าตะวันแส่มายุ่งเรื่องใจบุญทำไม ตะวันบอกว่าใจบุญเป็นเพื่อนตน พร้อมมิตรเยาะหยัน
“ใจบุญใฝ่ต่ำจริงๆลดตัวลงไปคบคนชั้นต่ำอย่างแกเป็นเพื่อน”
“ถ้าฉันเป็นคนชั้นต่ำ คุณก็ไม่ได้สูงไปกว่าฉันหรอก ชาติตระกูลสูงแต่จิตใจต่ำ”
“ปากดีนักนะ ไอ้คนไร้การศึกษา คนชั้นต่ำ นเรนทร์จัดการมันเลย”
นเรนทร์ โตและเกิดกรูเข้าทำร้ายตะวัน ตะวันสู้ยิบตา เจ็บจนทนไม่ไหว ในเมื่อทำตนเจ็บก่อน ตนจะไม่ทนอีก ตะวันคว้าไม้แถวนั้นหวดนเรนทร์กับเพื่อน พร้อมมิตรกับจิตรใสไปตามศักดิ์ระพีเข้ามาเห็นจังหวะนั้นพอดี เสียงเขาโกรธจัด “หยุดนะยอแสง!หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
ตะวันตกใจทิ้งไม้ ไม่คิดว่าพร้อมมิตรจะเล่นวิธีนี้ สองสาวยิ้มเยาะที่แผนการสำเร็จ นเรนทร์ร้องลั่น “อาเล็ก ...ช่วยผมด้วยครับ มันหาเรื่องผม ผมจะแย่แล้วครับ”
“โกหก! เห็นชัดๆว่าหมาหมู่” ตะวันสวน
ศักดิ์ระพีให้พอ แล้วดึงตะวันออกไป พร้อมมิตร จิตรใสและนเรนทร์สะใจ...ศักดิ์ระพีตำหนิตะวันให้มาช่วยงานกลับก่อเรื่อง ตะวันเสียใจ “ยอแสงไม่ได้ก่อเรื่อง คนพวกนั้นหาเรื่องก่อน พวกเขาว่ายอแสงเป็นคนชั้นต่ำบ้างล่ะ ไร้การศึกษาบ้างล่ะ พวกเขาดูถูก ยอแสงยอมไม่ได้”
“เขาว่าเป็นคนชั้นต่ำ ก็เลยต้องทำตัวต่ำตามที่เขาว่างั้นเหรอ ถ้ามีคนว่าเป็นโจรก็ต้องทำตัวเป็นโจรงั้นสิ”
ตะวันเคืองเขาจะรู้อะไรเมื่อเขามีแต่คนนับหน้าถือตา ศักดิ์ระพียกมือปราม อย่าเอาเรื่องชาติกำเนิดมาอ้าง จะดีเลวอยู่ที่ตัวเรา เรื่องชกต่อยตนพอดูออกว่าคนก่อเรื่องคือนเรนทร์ พร้อมมิตรกับนเรนทร์สร้างเรื่องตบตาตนไม่ได้ ตะวันดีใจที่เขาเชื่อว่าตนไม่ผิด ศักดิ์ระพีสวนว่าผิด! ผิดที่เอาน้ำพริกสาดใส่พร้อมมิตร ตะวันอ้างเธอแกล้งใจบุญก่อน เขาเอ็ด
“ทำไมไม่ปล่อยให้ผู้ใหญ่ลงโทษ นายมีสิทธิอะไรไปทำร้ายคนอื่น...ฉันจะต้องลงโทษ”
ตะวันก้มหน้ารับผิด ศักดิ์ระพีชี้นิ้วไล่ให้ออกไปจากงานศพไม่ต้องขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์ ตะวันตาโพลง “ไม่นะ คุณเล็กอย่าทำแบบนี้นะ ยอแสงจะวางดอกไม้จันทน์ให้ท่านต้น ยอแสงจะส่งท่านต้นไปสู่สุคติ”
ศักดิ์ระพียืนกรานนี่คือการลงโทษ ต้องสำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป พูดจบศักดิ์ระพีเดินไป ตะวันพยายามฉุดรั้งขอร้องแต่เขาสะบัดตัวออกเดินหนี ตะวันทรุดลงร้องไห้เสียใจ
เมื่อถึงเวลาเผา ผู้คนเดินขึ้นเมรุวางดอกไม้จันทน์ ตะวันยืนมองอยู่ใต้ต้นไม้ไกลๆ ศักดิ์ระพีเห็นแต่ตัดใจไม่สงสารเป็นการลงโทษ ตะวันน้ำตาไหลรำพัน “ท่านต้น ...ตะวันขอโทษที่ไม่ได้ส่งท่านต้นไปสู่สุคติ ตะวันไม่ตั้งใจจะทำให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเลย”
ใจบุญนำดอกไม้จันทน์มายื่นให้ ตะวันปาดน้ำตามอง รู้ตัวว่าไม่ควรรับ ใจบุญบอกว่านพดลเล่าเรื่องให้ฟัง ท่านต้นคงอยากให้เธอร่วมส่งท่านไปสู่สุคติ ว่าแล้วก็ขอตัวกลับไปหาแม่ เอี้ยงเอาไฟแช็กมาจุดเผาดอกไม้จันทน์ให้ตะวันได้กราบส่งท่านต้นสู่สวรรค์ ตะวันรำพึง
“ตั้งแต่เกิดมา นอกจากแม่สายกับพ่ออินตาไม่มีใครดีกับตะวันเท่าท่านต้น ท่านใจดี ไม่รังเกียจชาวเรืออย่างเราแม้แต่น้อย...บนเมรุนั้นเป็นที่ของผู้ดี ตะวันไม่มีวาสนาได้ขึ้นไปเพราะไม่มีใครต้อนรับ ทุกคนรังเกียจชาวเรือจนๆ ขอให้ตะวันได้ส่งท่านที่นี่นะคะ ขอวิญญาณของท่านต้นไปสู่สุคติ ตะวันจะระลึกถึงท่านตลอดไปค่ะ” ตะวันก้มกราบไปทางเมรุที่มีควันไฟพวยพุ่ง
คุณใหญ่ยืนมองรูปท่านต้นน้ำตาไหลพราก “ลาก่อนค่ะ ขอให้คุณพี่ไปสู่สุคติ ไม่ต้องห่วงเรื่องใดๆทางนี้ ดิฉันจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับคุณพี่ ตราบที่ยังมีลมหายใจอยู่ค่ะ...ตะวัน หนูอยู่ที่ไหน ฉันจะได้พบหนูอีกรึเปล่า”
คุณใหญ่มองไปรอบเมรุ ในขณะที่พร้อมมิตรกับจิตรใสร้องไห้สร้างภาพให้ญาติๆเห็นว่าเสียใจ ส่วนนเรนทร์ยืนมองสีหน้าเบื่อหน่ายอยากไปเที่ยวกับเพื่อนๆเต็มประดา
คืนนั้นศักดิ์ระพีค้างที่บ้านเดชาบดินทร์ ทำให้ตะวันกับเอี้ยงต้องอยู่ด้วย ตะวันเห็นศักดิ์ระพีเดินเล่นในสวนก็เข้าไปหา แต่เขากลับเมินหนี เธอรีบมาขวางหน้ายกมือไหว้อย่างสำนึกผิด
“ยอแสงคิดทบทวนดูแล้ว รู้ว่าตัวเองทำผิดจริงๆ คุณเล็กยกโทษให้ยอแสงด้วยเถอะครับ”
“ถ้าสำนึกได้จริง ฉันก็ยกโทษให้ แต่จำไว้เป็นบทเรียนนะยอแสง ใครจะพูดอะไรก็ช่าง สำคัญที่ตัวเราจะต้องไม่ทำตัวตกต่ำอย่างที่เขาว่า”
ตะวันได้ทีมีเรื่องขอร้อง ขอเรียนหนังสือเพื่อไม่ให้ใครดูถูกอีกว่าไม่มีการศึกษา ศักดิ์ระพีถามแล้วใครจะดูแลพยับหมอก สีหน้าเธอสลดลง เขาแย็บอย่าทำหน้าอย่างนั้น ตนชอบคนใฝ่รู้จะเก็บไปคิดดู ตะวันยกมือไหว้ขอบคุณย้ำหนักแน่นถ้าตนเรียนจบจะทำงานหาเงินมาชดใช้เขาทุกบาททุกสตางค์ เขาแย้ง “ยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะให้เรียน”
“โธ่...คุณเล็กอย่าเพิ่งดับฝันสิ ขอมีความหวังสักวันก็ยังดี” แล้วตะวันก็กระโดดดีใจ “ไชโย...ต่อไปจะไม่มีใครว่ายอแสงไร้การศึกษาแล้ว”
ศักดิ์ระพีมองขำๆอย่างเอ็นดู...พร้อมมิตรกับจิตรใสเห็นศักดิ์ระพีคุยกับตะวันเป็นนานสองนานก็ไม่พอใจ สองสาวต่างออกมาหาเขาพูดพร้อมกันว่านอนไม่หลับ ศักดิ์ระพีแนะให้สวดมนต์ เป็นสาวเป็นนางไม่ควรออกมาคุยกับผู้ชายค่ำมืด ตะวันแอบหัวเราะ สองสาวเจ็บใจไม่กล้ายื้อ เดินปึ่งๆกลับเข้าบ้าน ศักดิ์ระพีหันมาเห็นตะวันขำก็ทำตาดุใส่
สองสาวเดินบ่นเจ็บใจที่ยอแสงหัวเราะเยาะ จิตรใสแนะวันหลังให้หาเรื่องเล่นงานอีก ทันใดมีเสียงหมาหอนดังขึ้น สองสาวขนลุกซู่หันมองเห็นผีหน้าดำลอยมาก็ร้องลั่นวิ่งป่าราบเข้าห้องใครห้องมัน...เอี้ยงดับไฟฉายที่ใช้ส่องหน้า หัวเราะร่าสมน้ำหน้าที่มาแกล้งตะวัน
ooooooo
หลายวันต่อมา บารมีท้าแข่งม้าพยับหมอก ศักดิ์ระพีบอกยอแสงว่า ถ้าเราแพ้เราจะเสียพยับหมอก แต่ถ้าชนะจะได้ม้าเพิ่มอีกตัว ตะวันรับรองจะไม่ให้แพ้ใคร ท่าทางเธออึดอัดใจที่ศักดิ์ระพีไม่พูดถึงเรื่องเรียนอีก จึงคิดจะเอาเรื่องแข่งม้าทำให้ตัวเองและเอี้ยงได้เรียนหนังสือ
คุณใหญ่หวั่นใจเพราะช่วงหลังมานี่เสียม้าไปหลายตัว ศักดิ์ระพีรับรองว่าครั้งนี้จะไม่เสียพยับหมอก คุณใหญ่งงเรามีม้าชื่อนี้ด้วยหรือ เขาขำก่อนจะบอกว่า
“พยับหมอกก็คือแอนโทนี่ครับ จ๊อกกี้คนใหม่ที่ชื่อยอแสงตั้งให้ คนที่พี่ใหญ่เจอในงานท่านต้นไงครับ”
คุณใหญ่จำไม่ได้ พอดีเอี้ยงวิ่งมาแล้วชะงักหลบตาคุณใหญ่ ศักดิ์ระพีถามว่ายอแสงพร้อมหรือยัง เอี้ยง อึกอักๆบอกยังไม่พร้อม เขาแปลกใจแต่เห็นท่าทีเอี้ยงแล้วรู้ทัน หันบอกคุณใหญ่รอสักครู่ตนจะไปปราบคนพยศ
มาถึงคอกม้า เห็นตะวันจับพยับหมอกเป็นตัวประกันมีมีดจ่อคอ ศักดิ์ระพีเอ็ดไม่ใช่เวลาเล่น ตะวันบอกตนไม่ได้เล่น ในเมื่อเขาไม่ทำตามสัญญาเรื่องเรียนหนังสือ ศักดิ์ระพีต่อรองให้ไปแข่งม้าเสร็จก่อนค่อยคุยกัน ตะวันไม่ยอมขอคุยก่อน
“ยอแสงต้องการสองข้อ ข้อหนึ่ง...ยอแสงกับนพดลอยากเรียนหนังสือในโรงเรียนที่เราเลือกเอง ข้อสอง... ยอแสงขอกลับไปนอนที่เรือนพักคนงานเหมือนคนอื่นๆ ถ้าคุณเล็กไม่ยอม ยอแสงไม่ลงแข่ง” ยอแสงขยับมีดที่จ่อคอพยับหมอกขู่
ศักดิ์ระพีมองอย่างประเมินว่าไม่กล้าทำ ยิ้มอย่างรู้ทันแล้วบอกว่าตนจะให้ข้อเดียวแต่มีข้อแม้ว่าต้องแข่งชนะ ตะวันโวยเขากำหนดเองได้อย่างไร เขาเสียงเข้ม “ทีนายยังกำหนดเองได้เลยฉันยอมให้ข้อเดียวเท่านั้น แต่จะเป็นข้อไหน ฉันจะบอกหลังจากที่นายแข่งชนะ ย้ำว่าต้องชนะเท่านั้น ถ้านายแพ้นายจะไม่ได้อะไรเลย”
เอี้ยงกระซิบกับตะวันว่าข้อเดียวดีกว่าไม่ได้เลย ศักดิ์ระพีแกล้งยุอยากทำอะไรก็ทำ ตะวันเสียงอ่อยไม่เสียดายพยับหมอกหรือ เขาชักปืนออกมาเล็งไปที่ม้า “ถ้านายไม่กล้า ฉันจะช่วย...ที่นี่ฉันเป็นคนตั้งกฎ ถ้ามีปัญหาก็ตายทั้งคนทั้งม้า”
“พยับหมอก เอ๊ย แอนโทนี่เป็นม้าดีหายากนะ...” ตะวันชักกลัว ศักดิ์ระพียิงเปรี้ยงลงพื้น ตะวันสะดุ้งลนลาน “หยุดๆๆยอแสงยอมแล้ว ข้อเดียวก็ข้อเดียว”
ศักดิ์ระพีแอบยิ้ม...ตะวันขี่ม้าเข้ามาประจำที่ โดยมีม้าแข่งทั้งหมดสี่ตัว ตะวันลูบแผงคอกระซิบกับพยับหมอก “ฉันแพ้ไม่ได้ เราต้องชนะ ฉันเชื่อใจแกพยับหมอก”
คุณใหญ่อยู่บนที่นั่งคนดู บารมีเย้ยว่าถ้าแพ้ต้องเสียพยับหมอกม้าพันธุ์หายากให้กับตน คุณใหญ่มั่นใจว่าปีนี้ตนจะไม่เสียม้าอีก ศักดิ์ระพีเดินเข้ามาชี้ให้คุณใหญ่ดูพยับหมอกกับยอแสง คุณใหญ่ตะลึงกับท่วงท่าการขี่ช่างเหมือนดวงพรไม่มีผิด
ใจบุญแอบเชียร์พยับหมอกมากกว่าม้าตัวเองแล้วตะวันก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อเธอควบม้าตีขึ้นมานำม้าทุกตัวและเข้าเส้นชัยไปอย่างขาดลอย เอี้ยงร้องลั่นว่า...เรี่ยมเลย
ตะวันลงจากหลังม้าอย่างสง่างาม คุณใหญ่ปรี่เข้าไปถามว่าชื่อตะวันใช่ไหม เอี้ยงรีบบอกว่าไม่ใช่ พี่ตนชื่อยอแสง คุณใหญ่ซักถามยกใหญ่เป็นชาวเรือกระแชงใช่ไหม พ่อชื่ออะไร แม่ชื่อแสงใช่ไหม ตะวันอึกๆอักๆคิดคำตอบโดยเร็ว ว่าตนเป็นชาวเมืองสิงห์ พ่อชื่อปัญญาแม่ชื่อเรณู
“ฉันคุ้นตา เหมือนเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน”
ตะวันบอกคุณใหญ่จำผิดคน คุณใหญ่อยากเจอพ่อแม่ ศักดิ์ระพีเห็นด้วย ตั้งแต่มาอยู่ด้วยกันยังไม่รู้จักพ่อแม่ของทั้งสองเลย ตะวันอึกอักสบตาเอี้ยงจะหาทางออกอย่างไรดี
ooooooo
ซ้อนมีคนรู้จักเป็นนักโทษติดคุกเดียวกับสายชื่อเขียว พริ้มเพราให้ใช้เขียวทำให้สายยอมบอกว่าตะวันอยู่ไหน...เขียวเป็นนักโทษแก๊งโหดจับสายกดน้ำถามลูกสาวอยู่ที่ไหน สายสำลักน้ำปางตายละล่ำละลักปฏิเสธไม่รู้จริงๆ
เมื่อซ้อนมารายงานพริ้มเพรา เธอร้อนรนนั่งไม่ติด ตราบใดที่สายยังมีชีวิตอยู่ สักวันตนอาจเดือดร้อน ซ้อนไม่เห็นด้วยถ้าต้องถึงกับฆ่าคน โหดเหี้ยมเกินไป พริ้มเพราแค้นใจแอบมาหาเขียวที่คุกด้วยตัวเอง บอกเขียวว่าซ้อนไม่ว่างจึงมาเองเพราะอยากให้งานเสร็จโดยเร็ว
เขียวได้รับคำสั่งให้ฆ่าสาย เขียวบุกเข้าจับสายบอกวันนี้เป็นวันตายเธอ พรุ่งนี้จะเป็นวันตายตะวัน สายได้ยินเช่นนั้นฮึดสู้จะไม่ยอมให้ใครทำอะไรตะวัน จับเขียวบีบคออย่างบ้าคลั่ง นักโทษร้องเรียกผู้คุมมาช่วย สายคุ้มคลั่งทำร้ายผู้คุมแล้ววิ่งหนีเตลิดแหกคุกออกมา...
ด้านตะวันพยายามทวงสัญญาจากศักดิ์ระพีที่ตนขี่ม้าชนะไม่ต้องเสียพยับหมอกแถมได้ม้าใหม่อีกตัว ศักดิ์ระพีแกล้งจำไม่ได้ ตะวันโอดโอย ว่าลูกผู้ชายเขาไม่ลืมสัญญากัน
“โธ่...ขอแค่ได้เรียนหนังสือเท่านั้น ยอแสงสัญญาจะดูแลพยับหมอกให้ดีที่สุด เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยก็ได้”
ศักดิ์ระพีหลุดหัวเราะออกมาบอกไม่ลืมแล้วถามเธออยากได้สัญญาข้อไหน ตะวันขอทั้งสองข้อ เขาโวย “โลภมาก งั้นฉันตัดสินเอง ฉันให้นายกับนพดลเรียนหนังสือ...”
ตะวันดีใจผิวปากส่งสัญญาณ เอี้ยงกับใจบุญวิ่งเข้ามา ใจบุญเอาเอกสารสมัครเรียนที่เดียวกับตนให้ศักดิ์ระพีเซ็น เขาขำที่ทั้งสามเตี๊ยมกันไว้ ยอมเซ็นแต่โดยดี ทั้งสามร้องเย้...เรี่ยมเลย ตะวันแย็บถ้าได้ทั้งสองข้อก็ดี เขาเขกหัวเธอ ให้ข้อเดียว เธอต้องนอนห้องเดียวกับเขาแล้วนึกได้ ชี้นิ้วสั่งอย่างจริงจัง “แล้ววันจันทร์หน้าอย่าลืมพาผู้ปกครองมาหาฉันกับพี่ใหญ่ล่ะทั้งสองคน”
ตะวันกับเอี้ยงเครียดคิดหาวิธีทำให้คุณใหญ่กับศักดิ์ระพีเลิกสงสัย สุดท้ายได้คนขายของเก่ามาสวมรอยเป็นแม่ เอี้ยงประหม่าแนะนำสับสนว่าแม่ชื่อปัญญา พ่อชื่อเรณู ตะวันต้องแก้ไขให้ ศักดิ์ระพีถามเจอแม่ได้อย่างไรและที่ไหน ตะวันบอกว่าแม่มาส่งของที่ตลาดพอดี แต่พอถูกซักมากเข้าชักเขว ศักดิ์ระพีถามแม่ทำอาชีพอะไร ตะวันกับเอี้ยงตอบพร้อมกัน แต่คนละอาชีพ คือทำนากับทำสวน ทั้งศักดิ์ระพีและคุณใหญ่จ้องมอง ตะวันกลบเกลื่อน
“ทำนาแต่ทำสวนหลังบ้านไปด้วย ครอบครัวเรายากจน ถ้าไม่ทำหลายอย่างก็ไม่พอกิน”
คุณใหญ่ปลื้มคงเพราะมีแม่ขยัน ลูกๆถึงเป็นเด็กเอาการเอางาน คุณใหญ่หันไปปรึกษาศักดิ์ระพีว่าให้แม่ของยอแสงเข้ามาอยู่ด้วยจะได้อยู่พร้อมหน้า ทั้งสามปฏิเสธพร้อมกัน...ไม่ได้
“ทำไมล่ะ ไม่อยากให้แม่มาอยู่ด้วยกันเหรอ” ศักดิ์ระพีดักคอ
ตะวันทำหน้าเศร้าบอกใครๆก็อยากอยู่กับแม่ทั้งนั้น แต่แม่ต้องกลับไปดูแลสวน ทิ้งไว้จะมีคนมาขโมย แม่ปลอมเออออใช่ๆแล้วรีบลากลับไปเก็บผักดื้อๆ ตะวันขออนุญาตไปส่งแม่ คุณใหญ่งงทำไมต้องรีบร้อน ศักดิ์ระพีมองอย่างสงสัย
ตะวันยกมือไหว้ขอบคุณแม่ปลอม เธอแปลกใจคุณๆทั้งสองไม่เห็นดุอย่างที่บอก ตะวันบอกคนผู้ชายดุสุด ไม่พอใจเฆี่ยนด้วยหวายแช่ฉี่ทารุณสารพัด วันดีคืนดีจับตนล่ามโซ่ช็อตไฟฟ้า เอี้ยงสะกิด มากไปๆ ตะวันแค่อยากให้แม่ปลอมเชื่อว่าพวกตนไม่มีทางไปต้องทนทำงานที่นี่
ศักดิ์ระพีรู้สึกว่ายอแสงกับนพดลปกปิดบางอย่าง แต่คุณใหญ่เห็นถึงความฉลาดของเด็กทั้งสองอยากอุปการะให้เรียนถึงที่สุด ศักดิ์ระพีรู้สึกว่าพี่สาวเอ็นดูยอแสงมากจึงคิดยกให้
“อย่ามาพูดเล่นกับพี่นะ พี่ถูกชะตากับยอแสง ถ้ายกให้จะมาขอคืนทีหลังไม่ได้นะ”
ศักดิ์ระพียิ้มอย่างพอใจถือเป็นบุญของเด็กทั้งสอง ...ในขณะที่สายหนีออกจากคุกมาด้วยสภาพหน้าตาฟกช้ำ ขโมยเสื้อชาวบ้านที่ตากมาเปลี่ยนอำพรางตัวมาถึงที่จอดเรือกระแชง พอดีได้ยินชาวเรือคุยกันเรื่องตัวเองแหกคุก ตำรวจตามจับก็หวาดหวั่นไม่กล้าไปที่เรือ รีบหนีไปจากตรงนั้น เดินกระเซอะกระเซิงมาตามถนนใกล้ถึงบ้านเดชาบดินทร์ หวังมาหาตะวัน
ooooooo
..
-----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/tawanyorsang/ep4/page1
ตะวันยอแสง ตอนที่ 4
สายเดินโซซัดโซเซมาถึงหน้าบ้านเดชาบดินทร์ นเรนทร์ขับรถมาด้วยความเร็วเฉี่ยวสายล้มลงแขนขาถลอกเลือดซิบ แทนที่จะลงมาดูกลับโวยวายหาว่าเดินขวางถนน ซ้อนได้ยินเสียงรีบวิ่งออกมาดู พอเห็นสายล้มอยู่กับพื้นก็ตกใจ นเรนทร์ไล่สายไปให้พ้นหน้าบ้าน
“จำใส่กะลาหัวไว้ ถึงฉันชนแกตายฉันก็ไม่ผิด เพราะฉันเป็นลูกชายคนเดียวของท่านต้นเจ้าของบ้านนี้... ออกไปไกลๆจากถนนบ้านฉันได้แล้ว นังขี้ครอก”
ซ้อนรีบเข้าไปขวางไม่ให้นเรนทร์ทำอะไรสาย
ในขณะที่สายตะลึงมองลูกชายในไส้ ไม่คิดว่าจะได้เจอ ระหว่างนั้น พริ้มเพราเดินมาเห็นพร้อมมิตรกับจิตรใสนั่งทานของว่างอยู่ ก็เอ่ยถามหานเรนทร์เสียงห้วน สองสาวยักไหล่ธุระไม่ใช่ ถ้าอยากได้คำตอบดีๆก็ควรมีมารยาท
พริ้มเพราโกรธวางก้าม “ปากดีอีกไม่นานหรอก เมื่อไหร่ที่มรดกของบ้านนี้เป็นของนเรนทร์ พวกหล่อนจะไม่มีแม้ที่ซุกหัวนอน”
“รอให้วันนั้นมาถึงค่อยวางตัวเป็นเจ้าของบ้านดีกว่านะคะ” พร้อมมิตรโต้
จิตรใสยกนิ้วชมตั้งแต่เป็นพี่น้องคนละแม่กันมา เพิ่งมีวันนี้ที่พูดถูกใจ พริ้มเพราโกรธปรี่เข้าจะตบ สองสาวตั้งท่าสู้ เธอจึงชะงักมองด้วยสายตาอาฆาตผูกใจเจ็บ พลันป้าน้อยหน้าตื่นเข้ามารายงานว่านเรนทร์มีเรื่องอีกแล้ว พริ้มเพราตกใจรีบวิ่งออกไป
พอสายรู้ว่าเนรนทร์คือลูก น้ำตาไหลพรากตื้นตันเอื้อมมืออยากสัมผัสพร่ำถามเป็นเด็กดีตั้งใจเรียนไหม กลับได้รับการรังเกียจผลักจนล้มกลิ้ง ซ้อนเข้าห้ามปรามโดนตะคอก
“หลีกไป!ฉันจะสั่งสอนนังคนนี้ให้รู้จักที่สูงที่ต่ำ”
“คุณนั่นแหละที่ต้องหยุด คุณนเรนทร์จะทำร้ายผู้หญิงคนนี้ไม่ได้เด็ดขาด จะเตะต่อยลงโทษตัวผมแทนก็ได้ แต่ผมขอให้คุณปล่อยผู้หญิงคนนี้ไป” ซ้อนยกมือไหว้ไม่อยากให้ทำบาป
นเรนทร์โวยทำไมต้องปกป้องคนบ้า พริ้มเพราโผล่มาเห็นสายก็ตกใจ สายเห็นพริ้มเพรากลับดีใจมาก นเรนทร์งงที่ทั้งสองรู้จักกัน พริ้มเพราอ้างว่าสายเป็นคนรับใช้เก่า แล้วให้ซ้อนดูแลนเรนทร์ไว้ ตัวเธอกระชากสายออกไป ทำให้นเรนทร์ยิ่งสงสัย ส่วนซ้อนเป็นห่วงสาย
จิตรใสเสียดายที่เหตุการณ์สงบ อยากให้นเรนทร์ก่อเรื่องมากๆเพื่อคุณใหญ่จะได้เปลี่ยนพินัยกรรม พร้อมมิตรบอกพ่อเป็นคนทำพินัยกรรม คุณใหญ่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ จิตรใสบ่น
“คุณแม่ใหญ่น่าจะคัดค้านคุณพ่อบ้าง ฮึ คงตามใจคุณพ่อหวังเอาหน้า”
“อย่าพูดถึงคุณแม่ใหญ่ในทางไม่ดีแบบนั้นอย่างน้อยท่านก็ให้ความเมตตากับพวกเราทุกคนเท่าเทียมกัน” พร้อมมิตรเอ็ด
แต่จิตรใสไม่สำนึกกลับหาว่าพี่สาวต่างแม่อยากเอาหน้าถึงออกรับแทน...ในขณะที่พริ้มเพราเล่นงานสาย คิดหักหลังจะมาเปิดเผยความจริง สายส่ายหน้าตนแค่คิดถึงลูกอยากมาหาลูก พริ้มเพราโวยว่านเรนทร์ไม่ใช่ลูกเธออีกแล้ว สายรีบบอกว่าตนมาหาตะวัน เพราะส่งตะวันมาพร้อมจดหมายให้มาที่นี่ มีคนตามล่าตะวันถึงในคุกสงสัยจะเป็นคนของคร้าว
“ส่งมันมาหาฉันทำไม แกต้องการให้มันมาแย่งทุกอย่างไปจากนเรนทร์ใช่ไหม”
สายปฏิเสธตนไม่มีที่ไปถึงส่งตะวันมาที่นี่ พริ้มเพราเค้นถามตอนนี้ตะวันอยู่ไหน สายไม่รู้ พริ้มเพราไม่เชื่อกราดเกรี้ยวตบตีสาย แถมขู่ถ้าเจอตัวตะวันจะไม่ปล่อยไป
“คุณพริ้มจะทำอะไร รึว่าคุณพริ้มส่งคนตามล่าหลานสาวตัวเอง”
“ฉันทำได้ทุกอย่าง เพื่อกำจัดคนที่จะมาแย่งมรดกไปจากนเรนทร์”
สายตกใจมากผละหนีจะไปฟ้องคุณใหญ่ พริ้มเพราปราดเข้าตบตีสายอีกหลายฉาดจนล้มหมดสติ จ้องมองด้วยสายตาโหดเหี้ยมหวังกำจัดทิ้ง...พริ้มเพราให้ซ้อนกับพวกแบกร่างสายมัดไปไว้ที่โกดังเก็บศพในป่าช้า ขู่กำชับถ้าคิดหนี ตะวันจะไม่ได้ตายดี สายร่ำไห้ขอร้องให้ปล่อยตะวันไป ตะวันไม่รู้เรื่องอะไรเลย พริ้มเพราสะใจที่ทำให้สายอยู่สงบนิ่งได้
ซ้อนขอร้องให้พริ้มเพราปล่อยสายไป ไม่อยากให้ทำบาปต่อไปอีก พริ้มเพรายื่นคำขาดถ้าต้องการให้ตนหยุด จงหาตัวตะวันมา ซ้อนอึ้งยอมให้เธอทำร้ายลูกผู้มีพระคุณอีกไม่ได้ พริ้มเพรารู้ทันออดอ้อนด้วยจริตมารยา “เมื่อไหร่ที่ฉันได้ตัวเด็กตะวัน ฉันจะยอมซ้อนทุกอย่าง เราจะแต่งงานอยู่กินกันอย่างเปิดเผย”
ซ้อนสับสนระหว่างความถูกต้องกับรักที่มีให้พริ้มเพรา...สายใยสื่อถึงกันทำให้ตะวันรู้สึกคิดถึงและเป็นห่วงแม่มาก เอี้ยงนึกได้ถามตะวันใกล้เปิดเทอมแล้วจะไปโรงเรียนสภาพไหน ควรบอกความจริงทุกคนว่าพี่เป็นผู้หญิง ตะวันเกรงศักดิ์ระพีรู้ความจริงแล้วพวกเราจะอดเรียน
นเรนทร์ยังหงุดหงิดไม่หายปัดช้อนส้อมกระจาย ขณะที่ป้าน้อยจัดอาหารกลางวันให้พร้อมมิตรและจิตรใส ศักดิ์ระพีพาคุณใหญ่กลับมาเห็นเหตุการณ์พอดี รู้สึกหน่ายใจกับนิสัยของนเรนทร์เต็มทน ถามอย่างใจเย็นว่าหงุดหงิดอะไร จิตรใสรีบฟ้องว่านเรนทร์มีเรื่องกับผู้หญิงคนหนึ่ง นเรนทร์แทรกป้าบอกว่าเป็นคนรับใช้เก่าท่าทางสกปรกคงมาขอเงิน ศักดิ์ระพีถามหาพริ้มเพรา พร้อมมิตรตอบว่าคงยังคุยธุระไม่เสร็จ ทั้งคุณใหญ่และศักดิ์ระพีนึกสงสัย
ooooooo
พร้อมมิตรพยายามขอศักดิ์ระพีไปนอนค้างที่บ้านร่มรื่นด้วย พอดีจิตรใสมาขัดจังหวะทำให้ล่าถอย ขณะเดียวกันที่บ้านร่มรื่น ตะวันเฝ้าชะเง้อคอยการกลับมาของศักดิ์ระพี จนไม่ได้ยินเอี้ยงเรียก ทำให้โดนล้อหน้าแดง พอได้ยินเสียงรถจึงรีบเข้าห้องทำทีนอนหลับ
ศักดิ์ระพีส่งขนมให้เติมบอกว่าพร้อมมิตรฝากมาให้กินกัน เติมเย้าคงให้คุณเล็กคนเดียวมากกว่า ศักดิ์ระพีปรามอย่าพูดแบบนั้น ตนคิดกับเธอแค่หลานคนหนึ่ง พอเห็นเอี้ยงเดินผ่านจึงถามหายอแสง เอี้ยงบอกว่าเข้านอนแล้ว เขาแปลกใจเป็นห่วงว่าไม่สบาย พอเข้ามาในห้องเห็นตะวันนอนหันหลัง รีบเข้าไปนั่งบนเตียง ดึงหมอนข้างที่เธอวางคั่นออก ตะวันใจสั่นทำเสียงงัวเงียถามเขามีอะไรจะใช้ตน พอหันมาเจอหน้าเขาประชิดก็ตกใจ ชายหนุ่มรู้สึกแปลกๆในใจผงะออกทำตัวปกติราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น อ้างนพดลเป็นห่วงฝากให้มาดูว่าไม่สบายหรือเปล่า
ตะวันเข่นเขี้ยวว่านพดลแกล้งอำ แต่รู้สึกดีถาม “คุณเล็กเป็นห่วงยอแสงหรือ”
“ฉันเป็นห่วงเด็กในอุปการะของฉันทุกคน” ศักดิ์ระพีกลบเกลื่อน
สีหน้าตะวันผิดหวัง ศักดิ์ระพีถามทำไมทำหน้าอย่างนั้น เธอรีบยิ้มปัดไม่มีอะไร เขาจึงบอกว่าพรุ่งนี้คุณใหญ่จะมาพักผ่อนที่นี่สองสามวัน ฝากดูแลเวลาที่ตนออกไปทำงานด้วย
“คุณเล็กไม่ต้องห่วง คุณใหญ่ท่านเป็นคนใจดี มีเมตตา ยอแสงรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้ชิดท่าน”
“แปลกแฮะ พี่ใหญ่ก็รู้สึกถูกชะตานายเหมือนกัน” ศักดิ์ระพีแปลกใจ
ในขณะเดียวกัน คุณใหญ่สวดมนต์ภาวนาในห้องพระขอให้เจอตะวัน พร้อมมิตรเข้ามาถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไรหรือเปล่า คุณใหญ่ยิ้มให้อย่างอบอุ่นบอกว่าตนแค่คิดถึงท่านต้น พร้อมมิตรขออนุญาตไปค้างบ้านร่มรื่นด้วย คุณใหญ่รู้ว่าเธอคิดอย่างไรกับศักดิ์ระพี จึงบอกไปว่าเธอน่าจะอยู่ดูแลบ้าน อยู่ที่นั่นอาจจะเหงาเพราะศักดิ์ระพีออกไปทำงานทุกวัน เด็กสาวถอนใจ
รุ่งเช้า เติมมารับคุณใหญ่ พริ้มเพรายิ้มกระหยิ่มใจ ไม่ทันไรมีเสียงโครมครามบนห้องท่านต้น ทุกคนวิ่งขึ้นมาดูเห็นนเรนทร์กำลังรื้อค้นหาพินัยกรรม พริ้มเพราไม่สนใจที่จะห้าม พร้อมมิตรตัดสินใจเข้าไปกระชากนเรนทร์ให้หยุด กลับถูกนเรนทร์ตบหน้าฉาดใหญ่ ซ้อนทนไม่ไหวเข้าห้ามบอกพร้อมมิตรเป็นพี่สาว นเรนทร์สวนแค่พี่ต่างแม่ ซ้อนจึงขอร้อง
“ถ้าคุณไม่เห็นแก่ใคร อย่างน้อยก็ขอให้เห็นแก่วิญญาณท่านต้นบ้าง”
“แล้วคุณพ่อเคยเห็นแก่ฉันบ้างไหม ตายแล้วยังหวงสมบัติไม่ยอมยกให้ฉันสักที โธ่เว้ย!” นเรนทร์เตะข้าวของกระจาย ก่อนกระแทกเท้าออกไป พริ้มเพรายิ้มเยาะเดินเชิดตามหลานรักไป
พร้อมมิตรลูบแก้มตัวเองด้วยความเจ็บใจ...ด้านคุณใหญ่มาถึงบ้านร่มรื่น ตะวันกับเอี้ยงกุลีกุจอรับใช้ พอดีบารมีพาใจบุญมาทักทายอ้างว่าลูกสาวอยากมาฝากเนื้อฝากตัว คุณใหญ่เห็นสีหน้าใจบุญก็รู้ว่าถูกบังคับมา บารมีจะพูดจาเหยียดหยามตะวันกับเอี้ยงตลอดเวลา จนเอี้ยงน้อยใจ
“ทำไมถึงจงเกลียดจงชังเรานักนะ...ไม่เกิดบนกองเงินกองทองบ้างให้มันรู้ไป”
“ความสุขของคน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทองเพียงอย่างเดียวหรอก แค่เราพอใจในสิ่งที่มีอยู่ ก็ทำให้เรามีความสุขได้เหมือนกัน” ตะวันปลอบแบบแมนๆทำให้เอี้ยงคิดตามมีกำลังใจขึ้น
คุณใหญ่ยืนฟังอยู่หน้าประตู รู้สึกทึ่งและชื่นชมความรู้จักคิดของเด็กคนนี้มาก...ใจบุญตามออกมารั้งแม่จะทิ้งตนอยู่บ้านนี้ทั้งวันจริงหรือ บารมีย้ำว่าคุณใหญ่เป็นพี่สาวศักดิ์ระพี ต้องทำให้เธอรักและเอ็นดู ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กเหลือขอข้างถนนมาเอาหน้าอยู่แบบนี้ ใจบุญสลดใจ
ooooooo
ศักดิ์ระพีเป็นสถาปนิกชื่อดัง กำลังออกแบบให้โรงแรมแห่งหนึ่งจึงมีข่าว พร้อมมิตรตามมาดักรอชวนให้เลี้ยงข้าวกลางวัน เขาไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร
บ่ายวันนั้น คุณใหญ่ขี่ม้าเหยาะๆท่าทางสง่างามจนตะวันออกปากชม คุณใหญ่มองตะวันที่จูงม้าเดินตามแล้วอดคิดถึงดวงพรไม่ได้ ส่วนเอี้ยงจูงม้าให้ใจบุญขี่ ท่าทางเธอยังกลัวๆ เอี้ยงบอกไม่ต้องกลัว ม้าตัวนี้เชื่องกว่าพยับหมอก คุณใหญ่นึกขำที่แอนโทนี่กลายเป็นพยับหมอกไปแล้ว ตะวันบอกว่าพยับหมอกชอบชื่อนี้มากกว่า ชื่อนี้เรี่ยมเลย...คุณใหญ่ทำหน้างง
“เรี่ยมกว่าน่ะครับ” ตะวันอธิบายความหมายแล้วหัวเราะ
“เอา...เรี่ยมก็เรี่ยม...” คุณใหญ่เออออตามอย่างขำๆ รู้สึกถูกชะตากับตะวันอย่างมาก
ระหว่างที่คุณใหญ่กับใจบุญขี่ม้าลัดเลาะไปตามทุ่ง ตะวันเดินคุยกับเอี้ยงอย่างรู้สึกผิดที่โกหกเรื่องตนเป็นใคร อยากบอกความจริงแต่กลัวจะโกรธเรื่องอดีตที่ทำร้ายนเรนทร์ ทันใดมีงูเลื้อยออกมา ม้าตื่นตกใจ ตะวันกับเอี้ยงรีบเข้าไปช่วย ใจบุญพลัดตกจากหลังม้า เอี้ยงรับเธอไว้ได้ทันไม่บาดเจ็บใดๆ แต่ม้าคุณใหญ่เตลิดไร้ทิศทาง ตะวันวิ่งตามสุดชีวิต ม้าสะบัดคุณใหญ่ตกลงมา ตะวันเข้าไปรับไว้ทันเสียหลักล้มกลิ้งไปตามเนิน ตะวันพยายามกอดปกป้องไม่ให้คุณใหญ่บาดเจ็บ ทำให้คุณใหญ่รู้สึกได้ว่าตะวันเป็นผู้หญิง เผอิญศีรษะคุณใหญ่กระแทกต้นไม้สลบไป
คุณใหญ่รู้สึกว่าดวงพรมาปลุกให้ฟื้น พอลืมตาเห็นดวงพรก็ดีใจโผกอดแต่คว้าได้เพียงอากาศ จึงร้องเรียกให้ดวงพรกลับมา...คุณใหญ่สะดุ้งตื่นเห็นตะวันกำลังเช็ดหน้าตาให้ด้วยสีหน้าห่วงใย คุณใหญ่เอ่ยเรียกดวงพรแต่ตะวันบอกว่าตนคือยอแสง เธอรู้สึกผิดหวังที่ฝันไป
ใจบุญจะให้เติมไปตามหมอมาดูอาการ คุณใหญ่บอกตนแค่ฟกช้ำนิดหน่อย ตะวันกลัวศักดิ์ระพีจะโกรธ คุณใหญ่นึกในใจถ้าเขารู้ความจริงต้องโกรธแน่ที่ยอแสงเป็นผู้หญิง...คุณใหญ่ตัดสินใจสั่งเติมจัดห้องรับรองแขกอีกห้องเพื่อให้ยอแสงอยู่กับนพดล ทั้งสองแปลกใจ
ตะวันกับเอี้ยงเดินมาส่งใจบุญที่หน้าบ้าน แก้วออกมารอรับ เอี้ยงถามใจบุญอีกครั้งว่าที่ตกม้าไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่ไหม แก้วตกใจเมื่อรู้ว่าเจ้านายตกม้า ใจบุญเอ็ดอย่าเสียงดังกลัวแม่ได้ยิน แล้วขอบคุณเอี้ยงอีกครั้งที่ช่วยไว้ เอี้ยงปลื้มปริ่มมองจนใจบุญเดินลับตาไป ตะวันเหล่มอง
ศักดิ์ระพีกลับมาโดยมีพร้อมมิตรตามมาด้วย พอรู้ว่าคุณใหญ่ตกม้าก็ไม่สบายใจ ตะวันกับเอี้ยงเดินกลับมา คุณใหญ่ชี้ว่าคนเก่งที่ช่วยตนไว้กลับมาพอดี พร้อมมิตรเห็นตะวันก็ปรี่เข้าเกาะแขนศักดิ์ระพีทำทีพอใจมากกับบรรยากาศบ้านทุ่งแบบนี้ เอี้ยงกระซิบกับตะวันที่ศักดิ์ระพีกลับค่ำเพราะไปกับสาวนี่เอง ตะวันน้อยใจขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ศักดิ์ระพีหาทางปกป้อง
ตัวเองด้วยการสั่งยอแสง ก่อนเข้าห้องนอน ช่วยหยิบเอกสารบนโต๊ะทำงานเข้าไปให้ด้วย คุณใหญ่แทรก ตนให้เติมจัดห้องให้ยอแสงอยู่กับนพดลต่างหากแล้ว บอกพร้อมมิตรให้ไปนอนกับตน
ศักดิ์ระพีตามคุณใหญ่เข้ามาในห้อง บอกพี่สาวว่าที่ให้ยอแสงมานอนด้วยเพื่อกันพร้อมมิตร คุณใหญ่ติงว่าเขาน่ามีวิธีจัดการพร้อมมิตรได้ ส่วนยอแสงโตแล้วควรมีห้องของตัวเอง
ตะวันกับเอี้ยงตื่นเต้นกับห้องนอนที่เป็นของตัวเอง พร้อมมิตรถือวิสาสะเข้ามาพูดจาเหน็บแนม “ดีใจด้วยนะ เสนอหน้ากับคุณแม่ใหญ่จนได้ห้องนอนเล็กเท่ารูหนูเป็นรางวัล”
“เราดูแลคุณใหญ่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่เคยหวังอะไรจากท่าน” ตะวันยืนยัน
“คนชั้นต่ำอย่างพวกแก มีรึจะไม่คิดเผยอขึ้นมาเทียบเท่าคนอย่างพวกฉัน”
“ถ้าต้องปีนขึ้นที่สูง แต่จิตใจยังคิดแต่เรื่องต่ำๆ ขอยืนอยู่ที่เดิมดีกว่า”
พร้อมมิตรเต้นผางหาว่าด่า ตะวันหันไปถามเอี้ยงว่าตนด่าใคร เอี้ยงส่ายหน้าแล้วเปรยว่าจิ้งจกตุ๊กแกร้อนตัว พร้อมมิตรเดือดดาลจะฟ้องศักดิ์ระพีให้ไล่ทั้งสอง ปัดข้าวของกระจายก่อนจะเดินออกไป ตะวันส่ายหน้า รู้สึกคิดถึงแม่ ถ้าอยู่กับแม่คงไม่มีใครมาดูถูกแบบนี้
ขณะเดียวกันซ้อนจับแขนพริ้มเพราขอร้องให้ปล่อยสาย ต่อให้เธอได้สมบัติทั้งหมดก็ไม่มีความสุข เพราะหนีเวรกรรมไม่พ้น เหมือนอย่างตนที่ไม่เคยลืมว่าทำชั่วอะไรไว้ ถึงได้หลงรักเธอหัวปักหัวปํา คงเพราะเวรกรรมที่ต้องชดใช้...นเรนทร์เดินมาเห็นคิดว่าซ้อนทำร้ายป้า ปรี่เข้าชกหน้าซ้อนแล้วตามจะซ้ำ พริ้มเพราต้องรั้งไว้ โกหกว่าซ้อนหงุดหงิดมาขอยืมเงินแล้วตน
ไม่ให้ ยังไงก็เป็นคนเก่าแก่ของท่านต้น ผิดบ้างควรอภัย นเรนทร์จึงหันมาแบมือขอเงินพริ้มเพรา เธอชะงักเพิ่งให้ไปหมดแล้วหรือ เขาอ้างต้องเลี้ยงเพื่อนๆ พริ้มเพราบ่นช่วงนี้ไม่ค่อยมีเหมือนกัน
นเรนทร์กราดเกรี้ยว “ก็ไปเบิกนังแก่หน้าเลือดมาสิ ถ้าไม่ให้แสดงว่ามันคิดจะฮุบมรดกคุณพ่อไว้คนเดียว”
ซ้อนหน่ายใจกับนิสัยร้ายกาจของสองป้าหลาน พริ้มเพรานึกแค้นใจเมื่อพูดถึงมรดก...กลางดึกจึงมาที่โกดังเก็บศพโดยมีนักเลงมาด้วยสามคน ให้ซ้อมสายจนกว่าจะเปิดปากบอกว่าตะวันอยู่ไหน สายไม่รู้จริงๆ
ได้แต่ร้องด้วยความเจ็บปวดจนสลบ ฟื้นขึ้นมาก็ถูกซ้อมอีก พริ้มเพราหวังจะให้สายกลายเป็นบ้า ซ้อนทนไม่ไหวขู่ถ้าไม่หยุดทำร้ายสาย ตนจะไม่ช่วยเธออีก
ooooooo
นับจากวันที่คุณใหญ่รู้ว่ายอแสงเป็นผู้หญิง ก็เริ่มสอนงานบ้านงานเรือนให้หลายอย่าง ตะวันหัวไวทำทุกอย่างออกมาได้ดี ศักดิ์ระพีแปลกใจที่พี่สาวสอนงานผู้หญิงให้ยอแสง แทนที่จะให้ไปฝึกขี่ม้ากับตน พร้อมมิตรได้ทีออดอ้อนให้ศักด์ระพีพาขี่ม้าชมทุ่ง
ระหว่างที่ตะวันเรียนเย็บปักถักร้อยกับคุณใหญ่ ใจบุญแอบมาหาเอี้ยงชวนไปซื้อของขวัญให้ตะวัน เอี้ยงรู้สึกน้อยใจแต่ไม่อิจฉา ยินดีช่วยเลือกของให้ถูกใจตะวัน
คุณใหญ่ชื่นชมยอแสงที่เก่งทุกด้านเหมือนดวงพรไม่มีผิด จึงให้เรียกตนว่าคุณแม่ใหญ่เหมือนคนอื่นๆ ตะวันไม่กล้า เธอจึงขอให้ยอแสงมาเป็นลูกบุญธรรม และเรียกตะวันว่าลูกยอ ตะวันรู้สึกอบอุ่นใจ พร้อมมิตรอิจฉาและหมั่นไส้ค้านว่ายอแสงไม่ได้เกี่ยวดองอะไร จะให้ทำตัวตีเสมอพวกตนได้อย่างไร
“ยอแสงเคยช่วยชีวิตฉัน ให้เรียกฉันว่าแม่ยังน้อยไปด้วยซ้ำ” คุณใหญ่ออกรับแทนก่อนจะหันมาบอกศักดิ์ระพีว่าตนจะเป็นธุระจัดการเรื่องเสื้อผ้าเครื่องเรียนของยอแสงกับนพดลเอง
พร้อมมิตรยิ่งแค้นใจจิกมือตัวเองแน่น ศักดิ์ระพีขับรถมาส่งที่บ้านเดชาบดินทร์ เธอนั่งนิ่งไม่พูดจาจนเขาแปลกใจ เอ่ยถามว่าเป็นอะไร เธอย้อนถามเป็นห่วงด้วยหรือ
“อาเป็นห่วงลูกหลานทุกคนของพี่ใหญ่เท่าเทียมกันแหละ”
“ลูกหลานทุกคน หมายถึงยอแสงด้วยใช่ไหม พร้อมไม่ชอบให้อาเล็กสนใจยอแสงมากกว่า อาเล็กก็รู้ไม่ใช่เหรอคะว่าพร้อมรู้สึกยังไงกับอาเล็ก” พร้อมมิตรโผกอด
ศักดิ์ระพีพยายามผละออกเกรงใครมาเห็นไม่พ้นสายตาจิตรใสต่อว่าพร้อมมิตรยกใหญ่ ก่อนจะเกาะแขนศักดิ์ระพีชวนเข้าบ้านเสียเอง เขาแปลกใจที่บ้านเงียบ จิตรใสบอกว่านเรนทร์ออกไปเที่ยว ส่วนพริ้มเพรากับซ้อนหายไปไหนไม่รู้ ศักดิ์ระพีสงสัยว่าสองคนนั้นไปไหน
ตะวันกำลังให้อาหารม้า เห็นเอี้ยงกลับมาเอ่ยถามหายไปไหนตั้งครึ่งค่อนวัน เอี้ยงบอกไปธุระแล้วตัดบทขอตัวไปอาบน้ำ ตะวันมองอย่างสงสัย...ด้านใจบุญนั่งยิ้มมองนาฬิกาที่เอี้ยงช่วยเลือกไว้ให้เป็นของขวัญตะวัน บารมีเคาะประตูเรียก เธอรีบซ่อนของก่อนเปิดประตูรับ บารมีมาบอกว่าวันเปิดเทอมให้ติดรถศักดิ์ระพีไปโรงเรียนห้ามตื่นสาย ใจบุญแปลกใจทำไมต้องรบกวนเขาในเมื่อบ้านเราก็มีรถ บารมีเสียงเฉียบให้ทำตามที่แม่สั่ง เธอสลดไม่กล้าขัดขืน
ooooooo
เช้าวันใหม่ คุณใหญ่พาตะวันกับเอี้ยงมาร้านตัดเสื้อโอ่อ่ามีชื่อ เป็นร้านประจำของตน เอี้ยงรู้สึกเป็นบุญเหลือเกินที่ได้เหยียบเข้ามาในร้านระดับนี้ เจ้าของร้านต้อนรับ คุณใหญ่บอกพาลูกๆมาตัดชุดนักเรียน เจ้าของร้านฉงนเล็กน้อยแต่ก็คิดว่าคงอุปการะเด็กอีกด้วยความใจบุญ
คุณใหญ่ให้เติมไปรอที่รถ ก่อนจะบอกเจ้าของร้านว่า ตัดชุดนักเรียนหญิง ตะวันกับเอี้ยงตกตะลึง คุณใหญ่ยิ้มๆสีหน้านิ่งอย่างที่ตะวันกับเอี้ยงคาดเดาไม่ถูก
จากนั้นตะวันก้มกราบคุณใหญ่ขอโทษที่ปิดบังมาตลอด ถ้าโกรธจนไม่ส่งเสียตนเรียนตนเข้าใจ แต่ขอให้นพดลได้เรียน ตนไม่อยากให้น้องเสียโอกาสไปด้วย เอี้ยงไม่ยอมถ้าไม่ได้เรียนก็ไม่เรียนด้วยกัน คุณใหญ่ปรามไม่ต้องออกรับแทนกัน
“ถ้าโกรธฉันคงไม่พาพวกเธอมาที่นี่ พวกเธอก็แค่เอาตัวรอดไม่ได้คิดทำร้ายใคร คนเราต่างก็มีเหตุผลและความจำเป็นของตัวเอง แม่มั่นใจว่าเมื่อไหร่ที่พร้อม ลูกจะบอกความจริงแม่”
ตะวันโผกอดด้วยซาบซึ้งใจ เอี้ยงเอ่ยถามว่าศักดิ์ระพีรู้หรือยัง คุณใหญ่ส่ายหน้าคิดว่ายอแสงควรบอกด้วยตัวเอง เรียนผูกก็ต้องรู้จักเรียนแก้ ตะวันเครียดจะทำอย่างไรดีไม่ให้เขาโกรธ
ค่ำนั้น ตะวันเดินไปเดินมาหน้าห้องศักดิ์ระพี ไม่กล้าเคาะประตู จนเขาเปิดประตูออกมาเจอถามมีอะไร เธออึกอักๆอ้างว่าลืมเอกสารมอบตัวไว้ในห้องเขา
ศักดิ์ระพีให้เข้าไปค้นดู ตะวันไม่กล้าเข้าไปอ้างตนอาจลืมไว้ที่อื่นจะเดินไป เขาเรียกเธอไว้ เธอชะงักค่อยๆหันมา เขาบอกให้ตั้งใจเรียนอย่าทำให้เขากับคุณใหญ่ ผิดหวัง ตะวันอึ้งพูดไม่ออก
กลับมาที่ห้อง เอี้ยงเหนื่อยใจเมื่อรู้ว่าตะวันไม่กล้าสารภาพกับศักดิ์ระพี จึงคิดว่าแล้วแต่เวรกรรม กลุ้มไปก็ไม่มีประโยชน์...
ถึงวันเปิดเทอม ศักดิ์ระพีแปลกใจที่ตะวันแต่งตัวลงมาช้า คุณใหญ่แอบยิ้มไม่พูดอะไร สักพักเอี้ยงร้องว่ายอแสงลงมาแล้ว ศักดิ์ระพีหันมองเห็นตะวันแต่งเป็นผู้หญิงเดินลงมาก็ตกใจตาค้าง แล้วความรู้สึกเปลี่ยนเป็นผิดหวังจับต้นชนปลายไม่ถูก ตะวันยกมือไหว้ขอโทษ เขากลับเดินหนีออกไปดื้อๆ เอี้ยงคิดว่าคงโกรธจริง เติมโพล่งขึ้น
“ถึงขนาดนี้คงเล่นหรอก โกรธมากเลยล่ะ”
“อาเล็กมีบุญคุณกับยอแสง ยอแสงทนให้อาเล็กโกรธไม่ได้หรอกค่ะ” ตะวันวิ่งตามไป
เติมถามเอี้ยงว่ายอแสงเป็นผู้หญิงตั้งแต่เมื่อไหร่ เอี้ยงตอบว่าตั้งแต่เกิด...ศักดิ์ระพีเห็นตะวันวิ่งตามมา จึงกระโดดขึ้นหลังม้าจะควบหนี แต่ตะวันเข้ามาขวางหน้า เขาโวยอยากถูกม้าเหยียบหรือ ตะวันขอร้องให้เขาฟังตนอธิบายก่อน เขาเมินหน้าหนี
“ยอแสงไม่ได้ตั้งใจโกหกอาเล็กนะคะ ยอแสงขอโทษค่ะ ยอแสงไม่คิดว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้”
“ความจริงฉันสับสนเรื่องเธอเป็นผู้ชายมาตั้งแต่แรกแล้ว สงสัยมาตลอด แต่พออยู่ๆไปความจริงใจที่ฉันมีต่อเธอมันเพิ่มมากขึ้น ฉันก็เลยหลงเชื่อเธอ เราสนิทกันมากพอที่เธอจะบอกความจริงกับฉันในทุกเรื่อง ทำไมปล่อยให้ฉันต้องรู้เอง เธอไม่น่าเห็นฉันเป็นตัวตลกแบบนี้ ต่อไปนี้ฉันจะไม่เชื่อคำพูดเธออีกแล้ว” ศักดิ์ระพีบังคับม้าเลี่ยงไปอีกทาง
ตะวันน้ำตาไหลพราก รู้สึกผิดอย่างมาก...
ศักดิ์ระพีควบม้าไปตามท้องทุ่งนึกถึงวันแรกที่เจอยอแสง รู้สึกเครียดและสับสนมาก
ตะวันนั่งกอดกระเป๋ารอขึ้นรถไปโรงเรียน ใจบุญเดินเข้ามา เอี้ยงโบกมือเรียกให้มารอด้วยกัน ใจบุญถามหายอแสง เอี้ยงชี้ไปที่ตะวัน ใจบุญแทบช็อกเมื่อเห็นยอแสงเป็นผู้หญิง ทำใจไม่ได้วิ่งร้องไห้ออกไป เอี้ยงตามไปปลอบ ใจบุญสับสนไม่รู้ทำไมต้องเสียใจ เอี้ยงขอโทษที่ไม่ได้บอกเพราะมีความจำเป็นจริงๆ ขอให้เราสามคนยังเป็นเพื่อนกันอยู่ ใจบุญนิ่งสักครู่
“ยอแสงกับนพดลจริงใจต่อฉัน ฉันไม่มีทางให้มิตรภาพของเราสั่นคลอนเพราะเรื่องแค่นี้หรอก” ใจบุญยิ้มให้เอี้ยงที่มองลุ้นอยู่นานจนยิ้มออกด้วยความโล่งอก
ooooooo
เมื่อตะวัน เอี้ยงและใจบุญมาถึงโรงเรียนโดยเติมขับรถมาส่ง จิตรใสกำลังคุยอยู่กับเพื่อนๆมองนเรนทร์ที่เล่นฟุตบอลกับโตและเกิดไม่ชอบขี้หน้า พอเห็นรถบ้านร่มรื่นมาจอดก็แปลกใจ ยิ่งเห็นทั้งสามคนลงจากรถก็ตกใจมากขึ้น ร้องเรียกนเรนทร์ให้มาดู นเรนทร์ฮึดฮัดๆ
“เลิกวุ่นวายกับฉันสักทีได้ไหม” จิตรใสผลักหน้านเรนทร์ให้มอง “ใจบุญมากับไอ้นพดล แล้วอีกคนเป็นใคร”
ใจบุญยังวางตัวไม่ถูกที่ตะวันเป็นผู้หญิง เดินนำตะวันกับเอี้ยงจะไปที่ห้องเรียน ดีใจที่ตะวันได้เรียนห้องเดียวกับตน แต่ก็เสียดายที่เอี้ยงอยู่อีกห้อง ทันใดมีลูกบอลลอยมากระแทกหัวเอี้ยงอย่างจัง จากนั้นนเรนทร์เดินกร่างเข้ามาด่า มีเกิด โตและจิตรใสตามมา
“ไอ้ขี้ครอก สะเออะมาทำอะไรที่นี่”
เอี้ยงโกรธจะเอาเรื่อง ตะวันห้ามไว้ จิตรใสกับนเรนทร์จึงเห็นชัดเจนว่ายอแสงแต่งตัวเป็นหญิง ชี้หน้าเป็นผู้หญิงจริงหรือ เอี้ยงสวนเป็นผู้หญิงแล้วหนักหัวใคร นเรนทร์กระชากคอเสื้อเอี้ยงชูหมัด เอี้ยงไม่รอช้ากระแทกหมัดใส่หน้านเรนทร์ก่อน โตกับเกิดเข้ารุม ตะวันเข้าช่วยซัดทั้งสองกระเด็น นเรนทร์โวย “ไอ้พวกไม่มีพ่อแม่ กล้าดียังไงมาทำตัวเสมอพวกฉัน”
“อย่างน้อยฉันก็ยังโชคดีที่ไม่ได้เกิดมาเป็นลูกผู้ดีที่มีแต่ปากเอาไว้ดูถูกเหยียดหยามคนอื่นอย่างพวกนาย” ตะวันโต้
ใจบุญทำอะไรไม่ถูกร้องขออย่ามีเรื่องกัน จิตรใสหมั่นไส้ผลักใจบุญล้มฐานจ้องจับศักดิ์ระพี เอี้ยงยังคาราคาซังกับการต่อสู้ เห็นใจบุญโดนรังแกก็ร้องบอกให้สู้ อย่ากลัว ดึงความกล้าในใจออกมา ใจบุญเงอะๆงะๆ
เห็นจิตรใสจะเข้ามาตบก็เกิดความฮึดจับมือเธอไว้แล้วผลักอย่างแรง ด้านนเรนทร์ได้ทีถีบเอี้ยง ตะวันเข้าช่วยโดนโตจับตัว นเรนทร์เข้าจะเล่นงาน มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! เป็นผู้ชายทำร้ายผู้หญิง เกเรเกินไปแล้วนะนเรนทร์”
นเรนทร์ชะงักหันขวับมาเห็นเป็นธาดาก็โวย “เรื่องของฉัน รุ่นพี่ไม่เกี่ยว”
ธาดาขู่ถ้าไม่หยุดจะฟ้องคุณใหญ่ นเรนทร์ชะงักหันมาเล่นงานธาดาแทน “ไม่ต้องมาขู่ แกมันก็แค่ไอ้ยาจกขี้ฟ้อง จนแล้วไม่เจียมตัว ไม่มีเงินเรียนหนังสือต้องทำงานใช้หนี้โรงเรียน”
ธาดาโกรธลืมตัวชกหน้านเรนทร์ล้มก้นกระแทก เกิดการตะลุมบอนอีกครั้ง ครูใหญ่เข้ามาห้ามหน้าตาถมึงทึงเรียกทุกคนเข้าไปในห้อง นเรนทร์ฟ้องว่าธาดาตามจีบยอแสง ตนห้ามจึงโดนชก ตะวันเถียงไม่จริงแล้วเล่าความจริง จิตรใสเข้าข้างนเรนทร์ ธาดาตัดบทขอรับผิดคนเดียว ครูใหญ่บอกเมื่อรับผิดก็จะลงโทษคนเดียว แล้วหยิบไม้เรียวตีก้นธาดา นเรนทร์ยิ้มเยาะสะใจ
การช่วยเหลือของธาดาทำให้ตะวันเป็นหนี้บุญคุณ ธาดาเล่าว่าบ้านตนอยู่หลังบ้านท่านต้น คุ้นกับคนบ้านเดชาบดินทร์ดี แต่บ้านตนยากจน ตนสอบชิงทุนได้ ถึงมาเรียนโรงเรียนแพงๆแห่งนี้ ตะวันดีใจที่ได้รู้จักคนเก่ง
เย็นวันนั้น จิตรใสกับนเรนทร์บอกพร้อมมิตรเรื่องยอแสงเป็นผู้หญิง พร้อมมิตรตกใจนึกสังหรณ์ใจแล้วว่าทำไมไม่ถูกชะตาด้วยเลย พริ้มเพราได้ยินเข้ามายุยงว่าป่านนี้ยอแสงคงเป็นคนโปรดของคุณใหญ่และศักดิ์ระพี พร้อมมิตรกับจิตรใสยิ่งแค้นใจ พริ้มเพราแอบยิ้มสมใจ
เติมรับตะวัน เอี้ยงและใจบุญกลับบ้านร่มรื่น ใจบุญสะกิดเอี้ยงให้เดินไปด้วยกัน แล้วส่งกล่องนาฬิกาให้เอี้ยงคิดว่าฝากไปให้ตะวันแต่เธอส่ายหน้า “ฉันคิดดูแล้ว นาฬิกาเรือนนี้เหมาะกับนพดลมากกว่า นพดลดูแลห่วงใย สอนให้ฉันรู้จักสู้ รู้จักชีวิตในแบบที่ฉันไม่เคยเจอมาก่อน ฉันเข้มแข็งขึ้นก็เพราะเธอ นาฬิกาเรือนนี้ถือว่าแทนคำขอบคุณ รับไว้เถอะนะจ๊ะ”
นพดลปลื้มปริ่มพูดไม่ออก สวมใส่นาฬิกาไว้ตลอดแต่ก็ไม่กล้าให้ตะวันเห็น ต้องคอยเอาแขนหลบ จนตะวันสงสัยนึกว่าเขาแขนเจ็บ แต่พอเห็นว่าใส่นาฬิกาที่ใจบุญให้ก็ร้องว่า...เรี่ยมเลย ก่อนตะล่อมถามชอบใจบุญหรือ เอี้ยงยิ้มเขินแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เอี้ยงจะเปลี่ยนชะตาชีวิตตัวเอง ไม่ยอมกลับไปเป็นแค่เด็กข้างถนนที่ใครๆดูถูกอีกแล้ว”
ตะวันยิ้มอย่างเข้าใจ แซวให้ถอดเวลานอน แต่เอี้ยงกลับบอกว่าใส่นอนจะได้ฝันถึงคนให้
ooooooo
วันต่อมา ละม่อมมาดักขอเงินพริ้มเพราอีก เธอไม่พอใจต่อว่า เผอิญคุณใหญ่กลับมาเจอทักทายละม่อม พริ้มเพราใจหายวูบกลัวละม่อมพลั้งปาก
คุณใหญ่คิดว่าละม่อมมาหาตน พริ้มเพราชิงบอกว่าตนให้คนไปตามเห็นเงียบหายไปเลยคิดถึง คุณใหญ่ยิ้มอย่างมีเมตตา
“เดือดร้อนอะไรแม่ละม่อมบอกฉันได้ คุยกับแม่พริ้มเสร็จแล้วเข้าไปพบฉันหน่อยนะ”
ละม่อมรับคำ พริ้มเพราหน้าเครียดดึงละม่อมหลบไปขู่กำชับ ถ้าเรื่องเปิดเผยหมอตำแยจะตายก่อน ฐานรับสินจ้างสลับลูก ซ้อนเข้ามาขัด “คนที่ทำบาปทำกรรมไว้ ไม่มีความสุขหรอก”
ทั้งพริ้มเพราและละม่อมสะดุ้ง ซ้อนย้ำเวรกรรมจะติดตามเราไปทุกที่ จนกว่าคนเลวจะชดใช้กรรมหมด ละม่อมชักกลัวขอตัวไปพบคุณใหญ่ พริ้มเพราขู่ห้ามพูดอะไร ละม่อมรับคำ
ละม่อมนั่งพินอบพิเทา คุณใหญ่มองอย่างจับผิดถามตรงประเด็น “สิบกว่าปีก่อน ดวงพรคลอดลูกที่บ้านหลังนี้ ลูกของดวงพรเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”
ละม่อมหน้าซีดอึกอักๆ “เอ้อ...คุณใหญ่สงสัยอะไรหรือเจ้าคะ”
“ฉันอยากรู้ความจริงจากปากคนที่ทำคลอด” คุณใหญ่เน้นเสียงเข้ม
ละม่อมกลัวคำขู่ของพริ้มเพราจำต้องโกหกไปว่าลูกดวงพรเป็นผู้ชาย คุณใหญ่เห็นท่าทีละม่อมก็รู้ว่ากำลังโกหก แต่ไม่อยากคาดคั้น ให้กลับไปคิดไตร่ตรอง ความลับไม่มีในโลก วันไหนที่คิดจะเล่าเรื่องทั้งหมดอีกครั้ง ตนจะขอบใจมาก...ละม่อมเครียดหนัก
หลายวันผ่านไป สภาพสายสะบักสะบอม ได้ยินเสียงคนร้องไห้สะอึกสะอื้นก็เหลียวมองหาที่มาของเสียง พอหันกลับมาเจอหน้าดวงพรขาวซีดราวศพจ้องประชิด สายตกใจผงะถอย ดวงพรทวงเอาลูกคืน เอาลูกตนคืนมา แล้วคว้าหมับบีบคอสายจนดิ้นทุรนทุราย สายดิ้นไปมา
กรีดร้องอย่าทำตน ตนกลัวแล้วๆ พริ้มเพราปลุกตวาดให้หยุดร้อง สายลืมตาตื่นละล่ำละลักบอกว่าดวงพรมาทวงลูก พริ้มเพราหวาดระแวง จิกผมสายตวาดกร้าว “ไม่มีดวงพรที่นี่ แหกตาดูให้ดีสินังบ้า! แกกำลังเล่นสงครามประสาทให้ฉันบ้าไปด้วยใช่ไหม ได้...”
พริ้มเพราลากสายมาที่โลงศพ เปิดฝาโลงเอาหน้าสายจ่อลงไปที่ศพเน่าเละ ขู่ตะคอกสักวันตะวันจะกลายเป็นศพแบบนี้ สายร้องกรี๊ดๆจนหมดสติ...หลังจากนั้น สายฟื้นขึ้นมาก็มีอาการเบลอๆเหมือนคนบ้า เอาผ้าห่อศพมาม้วนเป็นก้อน อุ้มเห่กล่อมเป็นลูก
ooooooo
ตะวันชะเง้อรอศักดิ์ระพีจนค่ำมืด พอเขาขับรถกลับมา เติมกับเอี้ยงช่วยรับของแล้วขยิบตาให้กันพากันเข้าบ้านก่อนปล่อยให้ตะวันคุยกับศักดิ์ระพี ตะวันถามเสียงเศร้าว่าเขายังโกรธตนหรือ เขาติงเธอโตพอที่จะรู้แล้วว่าอะไรผิดอะไรถูก ตะวันสลด
“ยอแสงหลอกทุกคนว่าเป็นผู้ชาย เพราะไม่อยากถูกคนอื่นรังแก”
“ในเมื่อเธอคิดว่าทำถูกแล้วจะสนใจความรู้สึกคนอื่นทำไม” ศักดิ์ระพีมีท่าทีเย็นชา
“พอยอแสงยอมรับว่าตัวเองเป็นผู้หญิง ทำไมอาเล็กถึงเปลี่ยนไป”
“ฉันไม่ค่อยสนิทกับผู้หญิง ต่อไปนี้ถ้าไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย เธอห้ามเข้าไปอยู่กับฉันตามลำพังอีก” ตะวันแทรกถามทำไม “เพราะฉันไม่อยากให้ใครครหาได้ว่าเป็นผู้ชายฉวยโอกาส คิดไม่ดีกับเธอ” พูดจบศักดิ์ระพีเดินหนีขึ้นห้อง
ตะวันน้ำตาคลอคิดหาวิธีง้อ ในขณะที่ศักดิ์ระพีไม่เข้าใจตัวเองทำไมต้องโกรธยอแสงขนาดนี้ ทันใดยอแสงเคาะประตูเปิดเข้ามาพร้อมถาดชาร้อน แต่เธอมาในชุดผู้ชาย เขาจึงโวยคิดจะทำอะไรทำไมแต่งตัวแบบนี้ ตะวันทำตัวเหมือนก่อนพูดคุยเป็นผู้ชาย ทำให้เขาโกรธที่สั่งแล้วไม่ให้เข้ามาอยู่ในห้องตามลำพังกับเขา ตะวันอ้างเขาสั่งยายยอแสงไม่ได้สั่งไอ้ยอ แล้วเดินไปปัดที่นอน ศักดิ์ระพีมองตามเริ่มฉุนไล่ให้ออก เธอสวนว่าห้องนี้ห้องตนเหมือนกันแล้วลงนอนไม่สนใจสายตาดุของเขา ศักดิ์ระพีเข้าฉุดกระชาก ตะวันขืนตัวทำให้เขาลื่นล้มทับ ต่างสบตากันอึ้งๆราวตกอยู่ในภวังค์ เอี้ยงกับเติมแอบฟังอยู่หน้าห้อง แปลกใจทำไมเสียงเงียบไป
ศักดิ์ระพีรู้สึกตัวรีบผละออกจากตัวตะวัน ถามเสียงเข้มต้องการอะไรถึงแต่งตัวแบบนี้ ตะวันสาธยายว่าต้องการให้เขารู้ว่าตนเป็นคนเดิมไม่ว่าจะเป็นยอแสงหรือไอ้ยอของเขา ศักดิ์ระพีรู้สึกดีขึ้น แกล้งถามตนมีค่าในสายตาเธอขนาดนั้นหรือ
“อาเล็กเป็นคนเดียวที่มองเห็นคุณค่าในตัวยอแสง วันใดที่อาเล็กเกลียดยอแสง ยอแสงคงรู้สึกเกลียดตัวเองมากกว่า” ตะวันอ้อนวอนขอให้ยกโทษ ตนไม่มีเจตนาจะหลอกเขา
ศักดิ์ระพีมีท่าทีอ่อนลงแต่อยากเอาคืนบ้าง จึงย้อนถามอยากให้ตนหายโกรธใช่ไหม เธอรีบพยักหน้ายิ้มดีใจ “งั้นก็ได้...ฉันไม่โกรธนายแล้ว ไอ้ยอ” เขาแกล้งตบไหล่ตะวันอย่างแรง โอบไหล่ดึงมานอนใกล้ๆ ลูบไล้ต้นแขน “เฮ้ย นายบอกว่ายังเหมือนเดิมใช่ไหม แล้วรู้ไหมว่ากอดแบบผู้ชายกับกอดแบบคู่รักมันไม่เหมือนกัน”
ตะวันมองตามมือสีหน้าไม่ดี ลุกพรวดขึ้นนั่ง ศักดิ์ระพีเอ็ดนั่งค้ำหัวผู้ใหญ่ได้อย่างไร ว่าแล้วดึงเธอนอนลง แกล้งลูบไล้แขน ถามรู้บ้างไหมว่าผู้ชายกับผู้หญิงนอนบนเตียงเดียวกันทำไม ตะวันถามอึกอักๆหมายความว่าอย่างไร เขาหัวเราะหึๆ
“หมายความว่าเธอกลับเข้ามานอนในห้องนี้ได้ แต่ต้องเปลี่ยนบทบาทใหม่ ตามใจฉันไงล่ะ” พูดจบแกล้งโน้มหน้าจะจูบ ตะวันตกใจผลักเขาออกอย่างแรงลุกขึ้นวิ่งหนีออกจากห้อง ศักดิ์ระพีวิ่งตามหัวเราะร่า นึกว่าจะเก่ง เอี้ยงกับเติมแอบข้างประตูหน้าเหวอ
ตะวันวิ่งกลับเข้าห้อง นึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ใจเต้นรัวอย่างไม่รู้สาเหตุ ทำไมตนต้องหัวใจเต้นแรงหายใจไม่ออกแบบนี้ทุกครั้งที่อยู่ใกล้ศักดิ์ระพี...
หลายวันผ่านไป คุณใหญ่ไปมาระหว่างสองบ้าน วันนี้ศักดิ์ระพีจะไปส่งคุณใหญ่กลับบ้านเดชาบดินทร์ ตะวันเศร้าอยากให้คุณใหญ่อยู่ต่อนานๆ ศักดิ์ระพีจึงชวนนั่งรถไปส่งคุณใหญ่ด้วยกัน ตะวันดีใจแต่เอี้ยงสะกิดเตือนกลัวเจอนเรนทร์ ตะวันบอกเราแค่ไปส่งไม่ได้ไปอยู่ที่นั่น
ในวันนั้นนเรนทร์พาโตกับเกิดมาพังประตูห้องคุณใหญ่เพื่อเข้าไปค้นหาพินัยกรรมอย่างไม่เกรงใจใครอีกต่อไป พริ้มเพรากลัวเป็นเรื่องพยายามห้ามแต่เขาไม่ฟัง โตกับเกิดรื้อค้นเจอของมีค่าก็ตาโตอยากได้ นเรนทร์กำลังโกรธที่หาพินัยกรรมไม่เจอ จึงบอกเพื่อนๆว่าอยากได้อะไรก็เอาไป ระหว่างนั้นรถศักดิ์ระพีแล่นเข้ามาจอดในบ้านเดชาบดินทร์ ตะวันมองเรือกระแชงหลายลำที่จอดอยู่ท่าเรือ คิดถึงอดีต คุณใหญ่ทักทำให้สะดุ้งรีบกลบเกลื่อนไม่มีอะไร
พริ้มเพราเดินหงุดหงิดออกมาเห็นคุณใหญ่ก็ตกใจลื่นหล่นบันไดหน้าตึก ทุกคนหันมอง คุณใหญ่เอ่ยถามตนไม่อยู่มีเรื่องอะไรไหม แล้วถามหานเรนทร์ ทันใดเกิดเสียงโครมครามดังขึ้น คุณใหญ่เงยหน้ามองว่าใครอยู่ในห้องตน พริ้มเพราหน้าซีดแก้ตัวว่าไม่มี คุณใหญ่ไม่เชื่อรีบไปดู
ooooooo
..
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 13,899
Re: เรื่องย่อละคร ตะวันยอแสง (thairath.co.th)
«
Reply #3 on:
16 July 2026, 22:44:13 »
https://www.thairath.co.th/novel/tawanyorsang/ep5/page1
ตะวันยอแสง ตอนที่ 5
คุณใหญ่ ศักดิ์ระพี ตะวันและเอี้ยงมาถึงหน้าห้องนอนเห็นประตูแง้มอยู่ แม่กุญแจถูกงัดก็ตกใจรีบผลักประตูเข้าไป ภายในห้องข้าวของกระจายเกลื่อน นเรนทร์กับเพื่อนถือของมีค่าอยู่
“นเรนทร์! นี่จะขโมยของในห้องฉันเลยเหรอ” คุณใหญ่โกรธเสียงกร้าว
โตกับเกิดตกใจจะหนี ศักดิ์ระพี ตะวันและเอี้ยงขวางไว้ พร้อมมิตรกับจิตรใสได้ยินเสียงเอะอะตามมาดู ซ้อนถือกระเป๋าคุณใหญ่มาถึงต่างตกใจ คุณใหญ่คว้ามือเกิดที่ถือนาฬิกาทองของตนก็ยิ่งโมโห ให้เรียกตำรวจ โตและเกิดเข่าอ่อน คืนของมีค่าทั้งหมดยกมือไหว้อย่าจับพวกตน
นเรนทร์กร่างไม่เลิกโวยด้วยความไม่พอใจ “ไม่มีใครขโมย ผมเป็นทายาทคนเดียวของคุณพ่อ ทุกอย่างในบ้านนี้เป็นของผม ผมจะให้ใครก็ได้”
พริ้มเพราตาเหลือกปรามนเรนทร์ให้เงียบ แล้วขอร้องคุณใหญ่ “นเรนทร์ทำไปเพราะยังเด็ก ยกโทษให้นเรนทร์ด้วยเถอะ อย่าให้เรื่องถึงตำรวจเลยนะคะ”
“ผมไม่อยากได้ของของคุณแม่ใหญ่หรอก แค่อยากแน่ใจว่าคุณแม่ใหญ่ไม่ได้คิดจะโกงเก็บสมบัติทั้งหมดไว้คนเดียว” นเรนทร์ยังไม่สำนึก
“กล้ากล่าวหาฉันขนาดนี้เชียวเหรอ!” คุณใหญ่โกรธตบหน้านเรนทร์ฉาด
นเรนทร์โมโหผลักคุณใหญ่เซจะล้ม ศักดิ์ระพีประคองไว้ นเรนทร์ย่างเข้าหาท่าทางดุร้าย ตะวันเข้าขวาง เขาจ้องตากร้าวด่าคนชั้นต่ำไล่ไม่ให้มาเหยียบบ้านตน ตะวันโต้ไม่ไปและไม่ยอมให้ใครทำร้ายคุณแม่ใหญ่ นเรนทร์ตวาดไอ้ขี้ครอกถือดีอย่างไรมาเรียกคุณแม่ใหญ่แล้ว
เงื้อมือจะตบตะวัน ศักดิ์ระพีคว้ามือไว้ คุณใหญ่เสียงเข้ม
“ลูกยอไม่ใช่ขี้ครอก ฉันอนุญาตให้เขาเรียกเอง”
“แต่มันไม่ใช่ลูกคุณพ่อ มันไม่มีสิทธิ์”
“พวกเธอก็ไม่ใช่ลูกฉันสักคน ถ้าฉันรับลูกยอเป็นลูกบุญธรรม เขาก็เท่าเทียมกับพวกเธอ ต่อไปนี้ลูกยอจะมาอยู่ที่บ้านเดชาบดินทร์ ทุกคนต้องให้เกียรติยอแสง”
พร้อมมิตร จิตรใส นเรนทร์และพริ้มเพราต่างไม่พอใจ ตะวัน ศักดิ์ระพีและเอี้ยงตกใจไม่คิดมาก่อนว่าจะเป็นแบบนี้ คุณใหญ่ยืนกรานกับศักดิ์ระพีว่า ที่ตัดสินใจแบบนี้เพื่อไม่ให้นเรนทร์ดูถูกยอแสงอีก “ที่จริงพี่คิดมานานแล้ว อีกไม่นานเล็กต้องไปต่างประเทศเป็นปีๆ เล็กจะให้เด็กสองคนนั่นอยู่ที่บ้านร่มรื่นได้ยังไง พี่ไม่ยอมให้ลูกยออยู่ตามลำพัง พี่รักลูกยอเหมือนลูกแท้ๆ”
ทุกคนตกใจกับสิ่งที่เพิ่งรับรู้ พร้อมมิตรกับจิตรใสไม่พอใจมาก ส่วนตะวันตกใจน้ำตาคลอเบ้าเพิ่งรู้ว่าศักดิ์ระพีจะทิ้งตนไปเมืองนอกเป็นปีโดยไม่บอกสักคำ คุณใหญ่ย้ำขอให้ทั้งยอแสงและนพดลมาอยู่กับตน ตนจะดูแลอย่างดี ศักดิ์ระพีหนักใจแต่ไม่มีทางเลือก
ตะวันหลบมานั่งเสียใจเรื่องศักดิ์ระพีจะไปเมืองนอกที่ท่าน้ำเรือนแพ ส่วนเอี้ยงกลุ้มใจที่ต้องย้ายมาอยู่บ้านเดชาบดินทร์มีแต่พวกอันธพาล...นเรนทร์ พร้อมมิตร จิตรใสและพริ้มเพรา แค้นใจที่ตะวันกลายเป็นลูกบุญธรรมของคุณใหญ่ไปได้ นเรนทร์คั่งแค้นกลัวจะมาแย่งสมบัติตน
พริ้มเพรายุแยง “คุณใหญ่เป็นเมียแต่งเพียงคนเดียวของท่านต้น มีสิทธิ์ในสมบัติไม่น้อยไปกว่านเรนทร์หรอก ของแบบนี้ไว้ใจไม่ได้ ตัดไฟแต่ต้นลมดีกว่าต้องทำให้พวกมันอยู่ไม่ได้”
ทั้งสามทายาทตั้งใจฟังพริ้มเพรา...นเรนทร์เริ่มต้นด้วยการเข้าไปทำลายข้าวของในห้องที่จัดไว้ให้ตะวัน ซ้อนกำลังพาคุณใหญ่ ศักดิ์ระพี ตะวันและเอี้ยงขึ้นมาดูห้องที่จัดไว้ พอมาถึงต้องตกใจมาก เห็นนเรนทร์โยนข้าวของออกจากห้อง คุณใหญ่โกรธตวาดให้หยุด
นเรนทร์สวนชี้หน้าตะวัน “ฉันคือทายาทคนเดียวของคุณพ่อ เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ ถ้าแกจะมาอยู่ที่นี่ก็ต้องเคารพฉัน จำใส่สมองไว้ด้วย”
เอี้ยงกระซิบตะวันนี่ขนาดยังไม่ได้เข้ามาอยู่...คุณใหญ่โกรธมากกับความร้ายกาจของนเรนทร์ไม่รู้จะจัดการอย่างไร ได้แต่เสียใจรำพันกับรูปท่านต้น “คุณพี่...ปีศาจร้ายสิงนเรนทร์อยู่รึไง ทำไมถึงร้ายกาจขนาดนี้ ฉันเกินจะทนแล้ว” คิดถึงตอนยอแสงมาปกป้อง “จะผิดไหมคะถ้าฉันจะรักลูกของคนอื่นมากกว่าลูกของดวงพร ยอแสงเป็นเด็กดีผิดกับนเรนทร์ราวฟ้ากับดิน”
ด้านตะวันนั่งเศร้าในห้อง คิดถึงพ่ออินตาที่ทิ้งตนไป มาตอนนี้อาเล็กก็กำลังจะทิ้งตนไปอีกคน อยากกลับไปอยู่กับแม่ ถึงจะยากจนแต่ก็มีความสุข...ในขณะที่สายท่าทางเสียสติ เห่กล่อมห่อผ้าเป็นเด็กทารกร้องเพลงแม่กาเหว่า พริ้มเพรามาเห็นยิ้มเยาะสมเพช แย่งห่อผ้าโยนลงเหยียบย่ำหัวเราะเยาะ สายโกรธแค้นมากตาขวาง พุ่งเข้าบีบคอโดยพริ้มเพราไม่ทันตั้งตัว ซ้อนกับลูกน้องเข้าช่วยดึงสายออก สายถลาไปเก็บห่อผ้ามาเห่กล่อมแนบอก
ในคืนเดียวกัน ศักดิ์ระพีรู้สึกเหงาเศร้าใจเมื่อตะวันไม่ได้อยู่ที่บ้านร่มรื่น ออกมาที่คอกม้าลูบแผงคอพยับหมอกถามมันคิดถึงยอแสงหรือ เติมเข้ามาเปรย
“ดูมันเซื่องซึม เป็นม้านี่น่าสงสาร คิดถึงอยากไปหาแต่ไปไม่ได้ ไม่เหมือนคน ถ้าพยับหมอกเป็นคน คงตามยอแสงไปแล้วครับ ไม่มายืนทำหน้าม้าหงอยแบบนี้หรอก”
ศักดิ์ระพีคิดตามหันมายิ้มขอบใจเติมพรุ่งนี้ตนจะเข้าเมือง อารมณ์เขาดีขึ้นจนเติมงง
ooooooo
เช้าวันใหม่ ตะวันกับเอี้ยงนั่งรับประทานอาหารที่โต๊ะ นเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสเดินเข้ามาเห็น นเรนทร์ไม่พอใจไล่ทั้งสองไม่ให้ร่วมโต๊ะถ้าอยากร่วมให้กราบเท้าตนงามๆ ทั้งสองไม่สนใจ นเรนทร์จึงเข้าไปถ่มน้ำลายใส่จานเอี้ยง ตะวันโกรธยกจานข้าวโปะหัวนเรนทร์
เกิดการต่อสู้ขว้างปาจานข้าวใส่กันหกกระจาย คุณใหญ่เข้ามาตะโกนลั่นให้หยุด ต่างฝ่ายต่างฟ้องว่าอีกฝ่ายเริ่มก่อน คุณใหญ่หันไปถามพร้อมมิตรฐานเป็นผู้ใหญ่สุดให้เล่า เธออึกอักๆ
“นเรนทร์ไปหาเรื่องยอแสงกับนพดลก่อน แต่ยอแสงก็ทำไม่ถูกเอาข้าวไปละเลงหัวนเรนทร์ ก็เลยมีเรื่องกันค่ะ”
“ก็มันถือดีอะไรมานั่งร่วมโต๊ะกับผม ผมไม่ยอม”
“เงียบ! คนเหมือนกันเท่าเทียมกัน ทำไมจะนั่งร่วมโต๊ะกันไม่ได้ พร้อม...เราเป็นผู้ใหญ่กลับไม่ห้ามน้อง ลูกยอก็ไม่ควรเอาข้าวไปละเลงเขาอย่างนั้น ฉันจะลงโทษทุกคน ช่วยกันทำความสะอาดให้เรียบร้อย” คุณใหญ่สั่งเสียงเฉียบ
ทุกคนทำหน้าไม่พอใจ แต่ก็ช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาด มีเพียงนเรนทร์ที่ไม่ยอมหยิบจับอะไร
หาว่างานชั้นต่ำ สองสาวผู้พี่ก็ไม่พอใจแต่ยังช่วยกันทำความ สะอาด จากนั้นสองสาวก็มานั่งแค้นใจปรึกษากันจะทำอย่างไรไม่ให้ตะวันกับเอี้ยงมาตีเสมอพวกตน
ขณะที่เอี้ยงนั่งปรับทุกข์กับตะวัน พร้อมมิตรเดินมากับจิตรใส โยนรองเท้าคู่สวยลงตรงหน้าตะวัน สั่งให้ขัดให้สะอาดพรุ่งนี้ตนจะใส่แถมตอกย้ำ “ถึงคุณแม่ใหญ่จะยกย่อง แต่แกต้องไม่ลืมกำพืดตัวเอง ทำงานต่ำๆแบบนี้น่าจะถนัด”
ตะวันตำหนิจะใช้งานคนควรพูดจาดีๆ แต่สองสาวไม่สนใจสะบัดหน้าเดินกันไป เอี้ยงโวยไม่ให้ทำ ตะวันยิ้มเจ้าเล่ห์ในเมื่อให้ทำก็จะทำให้...ผ่านไปสักชั่วโมง ตะวันถือรองเท้ามือหนึ่งอีกมือถือแปรงลวดเดินมากับเอี้ยง พร้อมมิตรนั่งทานของว่างอยู่ถามรองเท้าขัดเสร็จหรือยัง
“แหม กำลังเอามาให้นี่แหละเจ้าค่ะคุณพร้อมนี่ไงเจ้าคะ” ตะวันวางรองเท้าให้พร้อมมิตรตกใจเมื่อเห็นรองเท้าตัวเองถลอกปอกเปิกยับเยินเต้นเร่าๆหาว่าแกล้ง จิตรใสถือรองเท้าจะมาให้ขัดบ้าง พอเห็นสภาพรองเท้าพร้อมมิตรก็รีบเก็บของตัวเองแล้วยุพี่สาวอย่ายอม พร้อมมิตรปรี่เข้าตบหน้าตะวัน ตะวันโกรธผลักกลับ ศักดิ์ระพีมาเห็นพอดีถามมีเรื่องอะไรกัน สองสาวรีบเข้าไปอ้อน ฟ้องว่ายอแสงแกล้ง ทำรองเท้าราคาแพงพังแล้วยังทำตัวเป็นอันธพาลอีก ศักดิ์ระพีหันไปถามตะวันทำจริงหรือไม่
“คุณพร้อมสั่งให้ยอแสงขัดรองเท้า ยอแสงทำไม่เป็นนี่คะ แม่ยังไม่เคยใช้ให้ทำเลย”
“นี่พร้อมสั่งให้ยอแสงขัดรองเท้าเหรอ!”
“เอ่อ...คือ พร้อมเห็นยอแสงว่างๆก็เลย...ให้ช่วยงานเล็กๆน้อยๆค่ะ”
เอี้ยงฟ้องตอนใช้ไม่ได้พูดแบบนี้ แล้วทำท่าเลียนแบบพร้อมมิตร “ถึงคุณแม่ใหญ่จะยกย่องแก แต่แกก็คงไม่ลืมกำพืดตัวเองหรอกนะ งานต่ำๆ แบบนี้ น่าจะถนัด...”
จิตรใสลืมตัวตวาดให้เงียบ พร้อมมิตรสะกิดเตือนน้อง ศักดิ์ระพีตำหนิพร้อมมิตรทำไม่ถูก ยอแสงไม่ใช่คนรับใช้ ถ้าคุณใหญ่รู้คงโกรธ ตะวันแทรกขึ้นว่า หมดธุระแล้วตนขอตัว สะบัดหน้าเดินหนี ศักดิ์ระพีจะตาม พร้อมมิตรกับจิตรใสรั้งแขนคนละข้างไว้ไม่ให้ไปยุ่งกับยอแสง แต่เขากลับบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับยอแสง ปลดแขนออกเดินตามไป สองสาวยิ่งเจ็บใจมากขึ้น
ศักดิ์ระพีวิ่งตามตะวันร้องบอกให้หยุด เอี้ยงเลี่ยงหนีให้ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน ศักดิ์ระพีต่อว่าที่ตะวันแกล้งทำรองเท้าพร้อมมิตรพัง เธอยอมรับอยากทำเหมือนตนเป็นขี้ข้า
ศักดิ์ระพีสั่งสอน “ทีหลังถ้าไม่เต็มใจก็บอกไปว่าไม่ทำ การแก้แค้นไม่ช่วยแก้ปัญหา แต่ยิ่งสร้างปัญหาไม่จบสิ้น เธอนี่ไม่รู้จักคิด”
“ใช่ค่ะ ยอแสงเป็นเด็กไม่ดี ไม่รู้จักคิด ถ้าอาเล็กเบื่อก็ไม่ต้องสนใจยอแสง ยอแสงจะเป็นยังไงก็ช่าง” ตะวันน้อยเนื้อต่ำใจประชดแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป ทำเอาศักดิ์ระพีงงไม่เข้าใจ
คนรับใช้ช่วยกันเช็ดทำความสะอาดของสะสมโบราณในบ้าน ซ้อนกำลังยกแจกันใบโต ตะวันเดินผ่านมาเข้าช่วย พริ้มเพราและจิตรใสเดินมาเห็นยิ้มกริ่มคิดแผนร้าย...ขณะที่ตะวันค่อยๆถือแจกันมาอย่างระมัดระวัง จิตรใสแกล้งยื่นขาขัดทำให้ตะวันล้มแจกันแตกกระจาย แล้วยืนหัวเราะสมน้ำหน้าก่อนจะตะโกนขึ้นว่า ยอแสงทำแจกันคุณแม่ใหญ่แตก
คุณใหญ่วิ่งมา พริ้มเพรารอชี้ให้ดูว่ายอแสงทำแจกันแตก คุณใหญ่ถามยอแสงทันทีว่าใครแกล้ง บอกมาตนจะลงโทษ จิตรใสหน้าซีดตัวสั่น ตะวันเห็นกลับสงสารรับว่าตนทำแตกเอง เอี้ยงไม่เชื่อให้พูดความจริงพร้อมมิตรตอกย้ำว่ายอแสงสารภาพว่าผิด คุณแม่ใหญ่ต้องเป็นกลาง
พริ้มเพราเยาะ “ว่าไงล่ะคะ คุณใหญ่...”
คุณใหญ่ละล้าละลังจะทำอย่างไรดี ศักดิ์ระพีเดินเข้ามาบอกว่ายอแสงเป็นคนของตน ตนจะจัดการเอง จิตรใสโล่งอก...ศักดิ์ระพีพาตะวันแยกมาสอบถามทำจริงหรือ ตะวันยังงอนประชด “ค่ะ ยอแสงทำแตกเอง ยอแสงทำผิด อาเล็กอยากลงโทษก็เชิญเถอะค่ะ ยอแสงไม่อยากอยู่ที่นี่ คนบ้านนี้ไม่มีใครอยากให้ยอแสงอยู่ ถึงเกิดเรื่องแบบนี้ ลงโทษยอแสงเถอะค่ะ ทุกคนจะได้สบายใจ”
ศักดิ์ระพีให้โอกาสพูดอีกครั้งแต่ตะวันยังประชดไม่เลิก ว่าตนแกล้งทำเพราะเป็นคนไม่ดีให้ลงโทษตน
ศักดิ์ระพีโมโหที่ตะวันดื้อจึงคว้าไม้มาหวดก้นอย่างแรง...คนข้างนอกได้ยินเสียงฟาดยิ้มเยาะสะใจ มีเพียงคุณใหญ่กับเอี้ยงที่สงสาร ศักดิ์ระพีย้ำกับตะวัน
“จำไว้ว่าวันนี้ฉันตีเธอไม่ใช่เพราะเธอทำแจกันแตก ฉันทำโทษเพราะเธอไม่ได้ทำผิด เธอโกหกพี่ใหญ่ ฉันเกลียดเด็กที่ไม่รักความจริง ฉันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด”
ตะวันอึ้งเถียงไม่ออกได้แต่น้ำตาร่วงเผาะ ศักดิ์ระพี ยังย้ำว่าเกลียดเด็กโกหกที่สุด ตะวันสะอื้นตัดพ้อ “อาเล็กไม่ได้มาเป็นยอแสง อาเล็กไม่เข้าใจหรอก”
“เด็กดื้อ ว่าแล้วยังเถียง จะไปไหนก็ไป ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ”
ตะวันยิ่งเสียใจพรั่งพรูว่าต่อไปจะไม่มาให้เขาเห็นหน้าอีก ว่าแล้ววิ่งร้องไห้ออกไป เอี้ยงเห็นพี่วิ่งออกมาก็วิ่งตาม พร้อมมิตร พริ้มเพรา นเรนทร์และจิตรใสหัวเราะสะใจ...ศักดิ์ระพีหงุดหงิดจะกลับ คุณใหญ่เข้ามาต่อว่าทำรุนแรงเกินไป เขาบอกแค่อยากสอนให้ยอแสงรู้จักคิด ไม่ใช่เอาแต่ดื้อ โกหก ถ้าไม่รู้จักเปลี่ยนนิสัยคงอยู่ด้วยกันไม่ได้ คุณใหญ่ใจหายสงสารตะวัน
ค่ำนั้นตะวันเก็บตัวอยู่ในห้อง คุณใหญ่เคาะเรียกก็ไม่เปิด เอาแต่นอนร้องไห้เสียใจที่อาเล็กไม่อยากเห็นหน้าตนอีก ตัดสินใจลุกขึ้นเอาชุดเก่าซอมซ่อมาใส่...เอี้ยงเป็นห่วงตะวันจนนอนไม่หลับ พอดีตะวันเคาะประตูเรียก เอี้ยงเปิดประตูเห็นตะวันแต่งชุดเก่าก็แปลกใจ
“ชุดนี้แหละเหมาะกับเราที่สุด เราเป็นแค่คนต่ำต้อยไม่ใช่ผู้ดีเหมือนคนที่นี่ ถอดชุดนั่นออกซะ เอาชุดเก่าของเราใส่” ตะวันยื่นชุดเก่าให้เอี้ยง “อาเล็กไล่พี่ บอกว่าจะไปไหนก็ไป ไปให้พ้นหน้าเขา อาเล็กไม่รักพี่แล้ว เขาบอกว่าเกลียดพี่ด้วย พี่ไม่อยากอยู่บ้านหลังนี้แล้ว นอกจากคุณแม่ใหญ่ไม่มีใครรักเราสักคน ต้องอยู่กับคนที่เกลียดเรา จะอยู่ได้ยังไง พี่จะไปจากที่นี่”
“จะดีรึพี่ ไหนพี่เคยบอกว่าอยากเรียนหนังสือ ถ้าไปจากที่นี่เราก็ไม่ได้ไปโรงเรียน และ...ไม่ได้เจอใจบุญอีก คิดดีๆนะพี่”
ตะวันรู้ว่าเอี้ยงชอบใจบุญ สงสารน้องจึงบอกให้เขาอยู่ต่อ ตนจะไปคนเดียว เอี้ยงไม่ยอม ไปไหนต้องไปด้วยกัน ตะวันโผกอด รักเอี้ยงเหมือนน้องชายแท้ๆ
ooooooo
ค่ำคืนเดียวกัน ศักดิ์ระพีเครียดคิดถึงคำพูดรุนแรงที่พูดใส่ยอแสง รู้สึกไม่สบายใจและเป็นห่วงเธอมาก ในขณะที่ตะวันกับเอี้ยงออกจากบ้านเดชาบดินทร์โดยไม่เอาอะไรติดตัวไปเลย มีแค่เงินที่ติดตัวมาแต่ก่อน พอเดินผ่านห้องคุณใหญ่ จึงก้มกราบกับพื้นหน้าห้องรำพึง
“คุณแม่ใหญ่เจ้าขา ยอแสงกราบขอโทษ คุณแม่ใหญ่ เมตตายอแสงมาก แต่นอกจากคุณแม่ใหญ่แล้วทุกคนเกลียดยอแสง แม้แต่อาเล็กก็ไม่รักยอแสงแล้ว ยอแสงทนอยู่ต่อไปไม่ได้ ยอแสงกราบลานะคะ ยอแสงบุญน้อยไม่ได้อยู่รับใช้คุณแม่ใหญ่แต่ยอแสงจะไม่มีวันลืมพระคุณเลยค่ะ”
ตะวันกับเอี้ยงเดินออกมาหยุดมองหน้าบ้านทั้งสองอยู่ในชุดซอมซ่อ ตะวันปาดน้ำตากล่าวลาบ้านเดชา-บดินทร์เป็นครั้งสุดท้าย...
รุ่งเช้า คุณใหญ่รู้ว่าตะวันหายไปจากบ้านก็สั่งคนรับใช้ตามหาทั่วบ้าน ศักดิ์ระพีมาถึงเห็นความวุ่นวายในบ้านเดชาบดินทร์ก็แปลกใจ พร้อมมิตรกับจิตรใสยิ้มสมใจออกมารับศักดิ์ระพี คุณใหญ่ร้องไห้เข้ามาบอกน้องชายว่ายอแสงกับนพดลหายไป นเรนทร์หัวเราะร่าไปเสียได้ก็ดี พริ้มเพราปรามหลานชายก่อนจะเตือน
คุณใหญ่ให้ตรวจทรัพย์สิน มีอะไรหายไปบ้าง คุณใหญ่โกรธถามหมายความว่าอย่างไร พร้อมมิตรเสริมไม่อยากกล่าวหาคนของอาเล็ก แต่หายไปแบบนี้มันน่าสงสัย จิตรใสร้องขึ้นต้องไปสำรวจของในห้องตัวเองก่อนว่ามีอะไรหายไปบ้าง
ทั้งสี่คน พริ้มเพรา นเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสหัวเราะสะใจกันอยู่ในห้องรับแขก ที่ยอแสงกับนพดลไปเสียได้ ขอให้ไปแล้วไปลับอย่ากลับมาอีก ในขณะที่ศักดิ์ระพีกับคุณใหญ่เข้ามาดูในห้องตะวัน เห็นข้าวของอยู่ครบ คุณใหญ่ร่ำไห้เสียใจ ศักดิ์ระพีเห็นหนังสือจังหวัดอยุธยาวางบนโต๊ะ มีหน้าที่ถูกคั่นไว้ เปิดดูเห็นรอยขีดทำเครื่องหมายไว้สถานที่หนึ่ง แสดงว่าคงไป
ที่นั่น คุณใหญ่มีความหวังขึ้น ศักดิ์ระพีดีใจจะไปตามตะวันที่อยุธยา
พอดีบารมีพาใจบุญตามมาเพราะไปหาศักดิ์ระพีที่บ้านร่มรื่น คนที่นั่นบอกว่าเขามาที่นี่ ศักดิ์ระพีไม่มีเวลาจะคุยด้วย คุณใหญ่อึกอักไม่อยากเล่าเรื่องวุ่นวายในบ้านให้ฟัง บารมีตัดพ้อรังเกียจไม่อยากอยู่คุยกับตนและลูก ศักดิ์ระพีตัดสินใจแก้ปัญหา
“ถ้าคุณบารมีไม่ว่า ผมขออนุญาตพาน้องใจบุญไปธุระด้วย ถือว่าไปนั่งรถเล่นนะครับ”
“ดีเลยค่ะ จะได้พาใจบุญเที่ยวด้วย ไปสิลูก” บารมีผลักดันใจบุญให้ไปกับศักดิ์ระพี
ศักดิ์ระพีขับรถเร็วด้วยร้อนใจเป็นห่วงตะวันจนใจบุญหวาดผวา เพราะเกือบเฉี่ยวชน เขาถอนใจเล่าว่า ยอแสงกับนพดลหนีออกจากบ้าน สงสัยจะไปอยุธยา ใจบุญได้ฟังเช่นนั้นรีบเร่งให้เขาขับรถไป จะเร็วแค่ไหนก็ได้ตนจะไม่กลัวอีก
ด้านตะวันกับเอี้ยงนั่งรถไฟมาถึงอยุธยา ยืนคว้างไม่รู้จะไปทางไหน ตะวันบอกเอี้ยงว่าครั้งสุดท้ายก่อนที่พ่ออินตาจะหายตัวไป เราจอดเรือกระแชงที่อยุธยานี่ เอี้ยงถามจะเริ่มต้นตรงไหน ตะวันส่ายหน้าคิดถามคนแถวนี้ทั้งที่จำหน้าอินตาไม่ได้ จำได้เพียงพ่อผิวคล้ำ แต่ไม่ว่าตะวันกับเอี้ยงเข้าไปถามร้านไหนกลับถูกไล่หาว่าเป็นขอทานเพราะเสื้อผ้าที่ทั้งสองใส่เก่าซอมซ่อ เอี้ยงหิวตะวันมีเงินน้อยจึงซื้อได้เพียงข้าวเหนียวห่อให้เอี้ยงกิน เอี้ยงยิ้มทำหน้าเอร็ดอร่อย
ด้านพร้อมมิตรกับจิตใสถูกคุณใหญ่ทำโทษให้นั่งร้อยพวงมาลัย พร้อมมิตรเจ็บใจที่กำจัดยอแสงไปได้แต่ต้องมาเจอใจบุญตามติดศักดิ์ระพีไปอีก คิดกำจัดใจบุญอีกคน
ศักดิ์ระพีขับรถมาถึงอยุธยาเที่ยวเดินถามพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นว่าเห็นคนรูปร่างหน้าตาคล้ายยอแสงกับนพดลบ้างไหม ในขณะเดียวกันตะวันเดินไร้จุดหมายมาถึงวัดแห่งหนึ่ง จึงคิดเข้าไปไหว้พระขอพรให้ตามหาพ่อเจอ...ศักดิ์ระพีกับใจบุญเดินมาถึงหน้าอุโบสถวัด ใจบุญชวนเข้าไปไหว้พระขอให้พบยอแสงกับนพดล ขณะที่ทั้งสองเดินเข้า ตะวันกับเอี้ยงเดินออกอีกประตูจึงไม่เห็นกัน มีชายวัยรุ่นคนหนึ่งเดินชนตะวัน เธอรู้สึกเอะใจจับกระเป๋าจึงรู้ว่าโดนล้วงกระเป๋าก็ตกใจรีบวิ่งตามชายคนนั้นไป
ศักดิ์ระพีกับใจบุญเหนื่อยล้า คิดว่าคงต้องพึ่งตำรวจช่วยค้นหา ทันใดได้ยินเสียงร้องให้หัวขโมยหยุด ตะวันวิ่งตามขโมยจนทันเกิดการต่อสู้ยื้อแย่งกระเป๋าสตางค์กัน ขโมยชักมีดออกมาจะแทง ศักดิ์ระพีเข้ามาช่วยจับแขนบิดจนมีดหล่น ตะวันรีบเก็บกระเป๋าขอบคุณไม่ทันมองว่าคนช่วยคือใคร แต่พอเงยหน้ามอง ต่างคนต่างตกใจ ตะวันร้องบอกเอี้ยงให้หนี ใจบุญให้หยุดวิ่งและกลับมา ศักดิ์ระพีผละจากขโมยวิ่งตามตะวันไปอย่างเร็ว ใจบุญล้มร้องโอ๊ย...เอี้ยงเห็นชะงักสองจิตสองใจจะไปทางไหนดี สุดท้ายวิ่งกลับมาช่วยใจบุญ ใจบุญให้รีบตามยอแสงแต่เจ็บขา
“โธ่...เจ็บขนาดนี้ยังจะห่วงคนอื่นอีก มา...ขี่หลังนพดลไปเถอะ”
ใจบุญเป็นห่วงยอแสง เอี้ยงบอกคงไปไหนไม่ได้ไกล ให้เธอทำแผลก่อนดีกว่า...ระหว่างทายาให้ใจบุญ เอี้ยงเล่าเรื่องเมื่อวานที่เกิดขึ้น ใจบุญบอกตนใจหายกลัวไม่ได้เจอทั้งสองคนอีก ทั้งสองเป็นเพื่อนที่ดีของตน เอี้ยงยิ้มปลื้ม
“หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์จริงๆนพดลขอให้เจอใจบุญก็ได้เจอทันที แหม กลับไปขออีกข้อดีกว่า” ใจบุญถามจะขออะไร “ขอให้พี่ยอหายงอนอาเล็ก นพดลจะได้กลับบ้านจะได้ไปโรงเรียนกับใจบุญ จะได้เจอใจบุญทุกวัน”
ใจบุญหัวเราะสดใส ในขณะที่ศักดิ์ระพีตามหาตะวันไม่เจอเดินไป ตะวันออกมาจากที่ซ่อนยืนโล่งอก ทันใดศักดิ์ระพีมาด้านหลังถาม “คิดจะหนีพ้นรึครับคุณยอแสง”
ตะวันตกใจจะวิ่งหนีต่อ ศักดิ์ระพีจับไว้แล้วอุ้มแบกขึ้นบ่า เธอร้องให้ปล่อย ทุบตีหลังเขายกใหญ่จนเขา ต้องปล่อยลงแล้วถามประชด “กระผมทำอะไรให้คุณยอแสงขัดเคืองใจรึเปล่าครับ คุณยอแสงถึงหนีมาแบบนี้”
“อาเล็กไม่ต้องพูดประชดหรอกค่ะ”
“ฉันกลัวพูดไม่ถูกหู เธอจะหนีไปอีก รู้ไหมว่าพี่ใหญ่เป็นห่วงเธอมาก”
“ยอแสงรู้ แต่ยอแสงทนอยู่ที่นั่นไม่ได้ นอกจากคุณแม่ใหญ่แล้ว ไม่มีใครรักยอแสงสักคน ไม่มีเลยสักคน” ตะวันตัดพ้อ
“ไม่มีสักคนนอกจากคุณแม่ใหญ่รึ...แล้วเธอเอาฉันไปไว้ที่ไหน ไม่นับรวมฉันรึ”
“ไม่นับค่ะ เพราะอาเล็กไม่รักยอแสง เมื่อวานอาเล็กบอกว่าเกลียดยอแสง อาเล็กยังไล่ยอแสงอยู่เลย”
“ฉันพูดเพราะกำลังโกรธ ถ้าฉันเกลียด ถ้าฉันไม่ห่วง คงไม่ทิ้งงานขับรถแข่งกับรถไฟตามเธอมา รู้ไหมว่ารถเกือบชนตั้งหลายครั้ง” ศักดิ์ระพีลืมตัวพูดความรู้สึกออกไป
ตะวันปลื้มปริ่มยิ้มออกที่เขาเป็นห่วงตนขนาดนั้น ศักดิ์ระพีถามยอมกลับหรือยัง ตะวันขอกลับบ้านร่มรื่นไม่อยากกลับบ้านเดชาบดินทร์ คนที่นั่นใจร้ายไม่มีใครรัก ตนไม่มีความสุขเลย
“คนในสังคม มีทั้งคนดี คนไม่ดี มีทั้งคนรักเราและคนที่เกลียดเรา เราเลือกไม่ได้หรอก คิดเสียว่าบ้านเดชาบดินทร์เป็นแบบทดสอบ ใช้ความดีของยอแสงเอาชนะใจพวกเขา ทำให้พวกเขารักยอแสง ถ้าทำได้ยอแสงจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและอยู่ในสังคมได้” ศักดิ์ระพีให้แง่คิด
ตะวันท้อใจไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ศักดิ์ระพีเชื่อมั่นว่าเธอทำได้ ตะวันมีกำลังใจ “ยอแสงจะทำให้ได้ค่ะ ยอแสงอยากโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีเหมือนคุณแม่ใหญ่กับอาเล็กค่ะ”
“เก่งมาก คนเก่งของอา” ศักดิ์ระพีลูบหัวตะวันอย่างเอ็นดู
เอี้ยงทายาให้ใจบุญ บ่นโทษตัวเองทำให้เธอต้องบาดเจ็บ ใจบุญซึ้งใจ จากนั้นทั้งสองยืนรอตะวันกับศักดิ์ระพีกลับมา พอเห็นทั้งสองคนเดินมา เอี้ยงรีบถามตะวันกลับบ้านไหม เธอพยักหน้า เอี้ยงดีใจกระโดดโลดเต้นจะได้ไปโรงเรียน ได้เจอใจบุญทุกวัน ตะวันขอโทษทุกคนที่ทำให้ลำบากแล้วชวนกลับก่อนจะมืด ศักดิ์ระพีเห็นว่ามาถึงอยุธยาทั้งทีน่าจะเที่ยวงานวัด
“เรี่ยมเลย...” ตะวันกับเอี้ยงร้องพร้อมกัน
ใจบุญงงถามงานวัดเป็นอย่างไร เอี้ยงรีบบอก “นพดลจะพาเที่ยวเอง แต่ก่อนอื่นขอเปลี่ยนชุดใหม่ก่อนได้ไหม ชุดนี้ใส่แล้วไม่เรี่ยมเลย ทั้งเก่าทั้งคับ ทั้งชุน เฮ้อ...”
ทุกคนหัวเราะ ตะวันกับเอี้ยงช่วยกันประคองใจบุญเดิน เอี้ยงกระซิบตะวันให้บอกศักดิ์ระพีช่วยตามหาพ่ออินตา ใจบุญเห็นด้วย แต่ยอแสงค้านให้เขารู้ไม่ได้เพราะโกหกไว้ว่าพ่อชื่อปัญญา “อาเล็กเกลียดคนโกหกที่สุด ถ้าอาเล็กรู้ เขาต้องโกรธมาก”
เอี้ยงนึกได้ว่าจริง ตะวันคิดว่าเรื่องตามหาพ่อถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่จะมาใหม่ เอี้ยงรับรองจะมาด้วย ใจบุญอาสามาช่วยด้วย อย่าหนีกันมาอีก ตะวันยิ้มขอบคุณ ศักดิ์ระพีเรียกให้รีบเดิน
ooooooo
ตะวันกับเอี้ยงสนุกสนานในงานวัด คิดถึงบรร-ยากาศเก่าๆ เอี้ยงแนะนำแต่ละอย่างให้ใจบุญรู้จัก พอเห็นคนขายลูกชิ้นปิ้ง ตะวันปรี่เข้าไปซื้อเป็นสิบๆไม้ ใจบุญแปลกใจซื้อทำไมมากมาย เอี้ยงเล่าว่าพวกตนมีความหลัง เคยอยากกินจนเก็บลูกชิ้นที่ตกพื้นมากิน
ระหว่างที่เอี้ยงเล่าอดีต มีเด็กจรจัดสองคนพี่น้องมาขอลูกชิ้นปิ้งจากคนขาย ถูกไล่ตะเพิดหาว่าตัวเหม็นเป็นขอทาน ตะวันเห็นแล้วนึกถึงตัวเองรีบเข้าไปปรามคนขายแล้วให้ลูกชิ้นปิ้งที่ซื้อแก่เด็กทั้งสอง ศักดิ์ระพีถามไหนบอกจะกินให้หนำใจ ตะวันเศร้าลงเล่าว่าตนเคยลำบากรู้ว่าความหิวเป็นอย่างไร แล้วตนเคยได้รับน้ำใจจากคนคนหนึ่ง ตนไม่เคยลืมน้ำใจที่ยิ่งใหญ่นั้น ตะวันชำเลืองมองศักดิ์ระพีที่ไม่รู้ว่าหมายถึงตัวเขา
เอี้ยงพาใจบุญไปซื้อไอศกรีมโบราณและขนมน้ำตาลรูปสัตว์ ใจบุญรู้สึกสนุกและเอร็ดอร่อยกับของที่ไม่เคยได้กินมาก่อน เอี้ยงแย็บถามทำไมไม่เคยเที่ยวงานวัดเลยหรือ ใจบุญบอกแม่ไม่อนุญาต แม่ว่าอันตรายมีแต่พวกนักเลงหัวไม้ เอี้ยงจับหัวตัวเองว่าไม่ได้ทำด้วยไม้ แล้วหัวเราะ จากนั้นเอี้ยงพาใจบุญมาช้อนปลา ใจบุญช้อนไม่ได้สักตัว เอี้ยงช้อนได้หลายตัว สุดท้ายใจบุญเอาไปปล่อยด้วยความสงสาร เอี้ยงรู้สึกชื่นชมความใจบุญสมชื่อของเธอ
ศักดิ์ระพีกับตะวันแยกเดินมาเจอร้านยิงปืนจุกก๊อก จึงท้ายิงแข่งกัน ศักดิ์ระพีเปรยว่า “เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเคยสอนอาว่า ต้องเลือกจุกไม้ก๊อกที่ไม่เบี้ยว ถึงจะยิงเป้าโดน”
ตะวันแอบดีใจที่เขาจำได้กลบเกลื่อนพูดว่าเขาไม่ได้เที่ยวงานวัดนานแล้วแต่ยังจำได้ เขายอมรับ “จำได้ไม่เคยลืมเลย เด็กผู้หญิงคนนั้นเป็นเด็กดีเหมือนยอแสง ไม่รู้จะเป็นยังไง ป่านนี้คงโตเป็นสาวแล้ว”
“เด็กคนนั้นจะโตขึ้นมาเป็นยังไงก็ไม่ลืมอาเล็กหรอกค่ะ” ศักดิ์ระพีแปลกใจรู้ได้อย่างไร “เอ้อ...เพราะอาเล็กเป็นคนใจดี ไม่มีใครลืมคนดีๆอย่างอาเล็กได้ลงหรอกค่ะ”
ศักดิ์ระพีขำคำพูดแปลกๆของตะวัน ท้าว่าใครชนะจะได้รางวัลอะไร ทำให้ตะวันหน้าแดงนึกถึงครั้งนั้นที่เอี้ยงท้าให้เขาเป็นแฟนตนหนึ่งวัน ศักดิ์ระพีทำท่าคิดแล้วโพล่งขึ้นว่า ถ้าตนชนะให้เธอพาเที่ยวงานวัดให้ทั่ว เห็นหน้าเธอแดงรีบถามเป็นอะไรหรือไม่สบาย ตะวันอายรีบกลบเกลื่อนชวนไปดูทางอื่นต่อ...เดินมาเรื่อยๆ
เจอชาวบ้านรำวงกันสนุกนาน ตะวันดึงเขาเข้าไปร่วมวง ศักดิ์ระพีรำเก้กังแต่รู้สึกสนุก ทั้งสองใกล้ชิดกันจนต่างเขินอายเสร็จจากรำวงเดินมาเจอร้านถ่ายรูปโพลารอยด์ ช่างภาพชักชวนจัดให้ตะวันนั่งเก้าอี้หวาย ศักดิ์ระพียืนข้างก้มหน้ามาใกล้
“แหม คุณผู้ชายก็หล่อ คุณผู้หญิงก็สวยเหมาะสมกันจริงๆ”
ศักดิ์ระพีเห็นตะวันเขินรีบบอกว่านี่หลานสาวตน ช่างภาพยิ่งชมว่าอายังหนุ่ม ตะวันเผลอหันมอง ศักดิ์ระพี หันมาสบตา ช่างภาพกดถ่าย...ได้ภาพมาสองใบ ตะวันเลือกภาพที่มองหน้ากันเก็บไว้ อีกรูปให้ศักดิ์ระพี เขาถามชอบถ่ายรูปหรือ ตนมีกล้องวันหลังจะเอามาถ่ายให้
“ยอแสงไม่ได้ชอบถ่ายรูปหรอกค่ะ แต่ดีใจที่ได้ถ่ายรูปคู่กับอาเล็กจะเก็บไว้เป็นที่ระลึก”
“พูดเหมือนว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วงั้นแหละ”
“อาเล็กจะไปอยู่เมืองนอกตั้งนาน ทั้งหล่อทั้งเก่งทั้งใจดีอย่างอาเล็กต้องมีสาวๆมาติดพัน อาเล็กอาจจะตกลงปลงใจแต่งงานกับแหม่มสวยๆสักคน มีลูกของตัวเอง แล้วอาเล็กก็คงลืมหลานคนนี้”
“อาไม่มีวันลืมยอแสงหรอก”
“อาเล็กรู้อนาคตได้ยังไง เขาว่ากาลเวลาทำให้คนแปรเปลี่ยนนะคะ”
“อาไม่รู้อนาคต แต่อารู้ใจตัวเองดี ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน ไม่มีอะไรเปลี่ยนใจอาได้”
“จริงนะคะ อาเล็กสัญญานะคะ” ตะวันชูนิ้วก้อยให้เกี่ยวสัญญา
“อาสัญญา อาไม่มีวันลืมยอแสงและอาไม่มีวันเปลี่ยนใจ” ศักดิ์ระพีเกี่ยวก้อยสัญญา มีพลุดังกึกก้องส่องสว่างบนท้องฟ้า ทั้งสองเงยหน้ามองความสวยงามของพลุนั้น
ด้านบ้านเดชาบดินทร์ คุณใหญ่กระสับกระส่ายเป็นห่วงตะวัน บารมีคิดว่าคุณใหญ่เป็นห่วงว่าดึกดื่นยังไม่กลับ รีบออกตัวไม่เป็นไร ตนไว้ใจความเป็นสุภาพบุรุษของศักดิ์ระพี ต่างจากพร้อมมิตรและจิตรใสที่ร้อนรนหึงหวงศักดิ์ระพี
พอรถศักดิ์ระพีแล่นเข้ามา คุณใหญ่กับบารมีรีบออกมา คุณใหญ่ลุ้นว่าตะวันจะกลับมาด้วยไหม พอเห็นตะวันก็ดีใจมากโผกอดกัน บารมีงงไปสองคนทำไมกลับมาตั้งสี่คน ศักดิ์ระพีบอกบารมีให้พาใจบุญกลับเพราะดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนแต่เช้า เขาหันมายิ้มให้ตะวันก่อนจะขึ้นรถตัวเองขับออกไปเช่นกัน
พร้อมมิตรกับจิตรใสเห็นตะวันกับเอี้ยงกลับมาก็แค้นใจมาก...ตะวันกราบขอโทษคุณใหญ่ที่ทำให้เป็นห่วง คุณใหญ่ถามมีอะไรคับข้องใจ ตะวันไม่อยากพูดเรื่องโดนแกล้ง จึงบอกว่า
“เรื่องที่ผ่านมาแล้วลูกไม่อยากพูดถึงค่ะ ตอนนี้ลูกรู้แล้วว่าคุณแม่ใหญ่กับอาเล็กรักและหวังดีที่สุด แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ลูกยอจะไม่ทำให้คนที่รักเสียใจอีกแล้ว
ลูกยออยากขอร้องเรื่องหนึ่ง ขออนุญาตอยู่โรงเรียนประจำ กลับบ้านเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์”
คุณใหญ่แปลกใจ แต่เมื่อตะวันไม่อยากบอกเหตุผล ก็ขอแค่อย่าหนีตนไปอีก คุณใหญ่กอดตะวันบอกว่าตนรักเธอเหมือนลูกแท้ๆ ตะวันปลื้มปริ่มอบอุ่นใจมาก
ooooooo
คืนนั้นตะวันเดินเล่นคิดอะไรเพลินๆในสวน พร้อมมิตร จิตรใสและนเรนทร์ออกมาหาเรื่องด่าว่าไปแล้วหน้าด้านกลับมาอีกทำไม ตะวันโต้ว่าที่นี่มีคุณแม่ใหญ่และอาเล็กรักตนก็พอ คนอื่นคิดอย่างไรตนไม่สนใจ ทั้งสามโกรธจะเข้ารุม ตะวันนึกถึงคำศักดิ์ระพี
“ใช้ความดีของยอแสงเอาชนะใจพวกเขา ทำให้พวกเขารักยอแสง อาเชื่อว่ายอแสงทำได้”
ตะวันเปลี่ยนท่าทีไม่สู้ คิดหาวิธีอื่นแล้วนึกได้ บอกจิตรใสว่าตนยังไม่ได้บอกคุณใหญ่เรื่องแจกันเพราะไม่อยากเห็นเธอโดนลงโทษ แต่ถ้าหาเรื่องก็อาจเปลี่ยนใจ จิตรใสกลัวลนลานขอร้องอย่าบอก พร้อมมิตรรู้ว่า ถ้าเรื่องถึงหูคุณใหญ่ตนต้องโดนด้วย จึงปรามนเรนทร์ ให้หยุดหาเรื่อง ตะวันยิ้มหยันเดินเข้าบ้านอย่างผู้ชนะ...
เมื่อเข้ามาในห้อง ตะวันโล่งอกรู้สึกแล้วว่าการชนะโดยไม่ใช้กำลังมันดีแบบนี้นี่เอง พานให้คิดถึงศักดิ์ระพีป่านนี้กำลังทำอะไรอยู่
ด้านศักดิ์ระพียืนมองรูปถ่ายคู่กับตะวันอยู่ข้างพยับหมอก มันร้องฮี้ ราวคิดถึงตะวันด้วย...เช้าวันใหม่ พร้อมมิตรไม่ให้ตะวันกับเอี้ยงนั่งรถไปโรงเรียนด้วย ตะวันแกล้งหันมาคุยกับคุณใหญ่เรื่องแจกัน จิตรใสผวากระตุกแขนพร้อมมิตรให้ช่วย พร้อมมิตรจึงตัดบทเรียกยอแสงกับนพดลขึ้นรถ เสียงนเรนทร์เดินบ่นไม่ไปโรงเรียน คุณใหญ่ติงถ้าเรียนไม่จบ ไม่มีคุณสมบัติพอเป็นผู้ดูแลมรดกของเดชาบดินทร์ เขาหาว่าขู่ คุณใหญ่ท้าให้ลองดู พริ้มเพรารีบดันให้ขึ้นรถ
“ไปก็ไป คอยดูนะถ้าได้สมบัติเมื่อไหร่ ผมจะเป็นใหญ่ในบ้านนี้ ไม่ต้องเชื่อฟังใครทั้งนั้น” นเรนทร์เดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงขึ้นรถ
คุณใหญ่กระซิบตะวันกับเอี้ยง “ดูนเรนทร์ไว้เป็นตัวอย่าง คนมีโอกาสแต่กลับไม่รู้คุณค่า ลูกยอกับนพดลต้องตั้งใจเรียน ความรู้จะเป็นเข็มทิศนำทางไปสู่ความสำเร็จ”
ทั้งสองสัญญาจะตั้งใจเรียน ให้เป็นคนเก่งอย่างศักดิ์ระพี จะไม่ทำให้คุณใหญ่ผิดหวัง พอถึงโรงเรียน
นเรนทร์เข่นเขี้ยวหาว่าตะวันกับเอี้ยงประจบคุณใหญ่ จิตรใสปรามอย่ามีเรื่องเพราะโดนคาดโทษไว้ นเรนทร์โมโห ชวนเกิดกับโตโดดเรียน ทั้งสองพาเขาไปที่เพิงร้างหลังโรงเรียน และเอาห่อยาเสพติดให้เสพเพื่อนเรนทร์ติดจะได้มีเงินซื้อให้พวกเขา
พริ้มเพรายังไม่เลิกทำร้ายสายแม้จะเสียสติไปแล้ว จนซ้อนรู้สึกสงสารมาก...ตะวันอยู่โรงเรียนประจำ รู้สึกคิดถึงแม่สายจนนอนไม่หลับ ใจบุญนอนห้องเดียวกันกระซิบคุยด้วย พลันเอี้ยงแอบปาก้อนหินใส่หน้าต่างให้ทั้งสองลงมาเจอกัน เอี้ยงบอกตะวันว่าพวกครูดูโทรทัศน์อยู่ห้องนอนใหญ่ ที่หลังบ้านพักครูมีต้นมะม่วงออกลูกเต็มต้น ชวนไปเก็บกิน ใจบุญเตือนว่าถ้าถูกจับได้จะโดนลงโทษเพราะครูลออหวงต้นมะม่วงนี้มาก เอี้ยงอ้อนวอนเปรี้ยวปากขอเก็บสักครั้ง
แต่พอมาเก็บเอี้ยงกลับเก็บหลายลูก แถมย่องเข้าไปทำน้ำตาลคลุกเกลือในครัวบ้านพักครู ทั้งสามเผลอปอกมะม่วงกินอย่างเอร็ดอร่อย ธาดาเข้ามาเจอ ทั้งสามตกใจคิดว่าครู ธาดาเตือนว่าลักขโมยโทษถึงไล่ออก ชวนให้ทุกคนรีบออกไป แต่แล้วธาดาออกไปไม่ทัน ครูลออกลับมาเจอ ธาดายอมรับผิดว่าขโมยมะม่วงครูกิน ตะวันยอมไม่ได้กลับเข้ามาสารภาพว่าตนทำเองธาดาไม่เกี่ยว เอี้ยงกับใจบุญเข้ามารับผิดด้วย
ครูลออมองเด็กทั้งสี่คนยิ้มๆ ในเมื่อร่วมกันรับผิดก็ขอลงโทษทุกคน ครูลออให้ทั้งสี่คนกินมะม่วงเป็นสิบๆลูกเอาให้หายอยากกันไปเลย ใจบุญร้องไห้ไปกินไปเพราะกินจนปวดท้องครูไม่ให้หยุด ตะวันกับธาดาและเอี้ยงต่างเข็ดฟันตามๆกัน
“ที่ครูฝึกให้พวกเธอมีกฎระเบียบเพราะอยากให้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดี ถ้าประเทศชาติเรามีแต่คนไร้ระเบียบ ก็จะไม่สงบสุขและไม่มีวันเจริญ”
“บทเรียนนี้ราคาแพงมากค่ะ ยอแสงจะจำจนตายทีเดียว”
“ผมไม่กล้าทำผิดอีกแล้วครับ ดีนะที่เป็นมะม่วง ขืนขโมยพริกผมมีหวังแย่” เอี้ยงโอดโอย
เมื่อทั้งสี่คนได้รับการปล่อยให้กลับหอพัก ตะวันถามธาดาทำไมถึงรับผิดแทนพวกตน เขาบอกว่ารับผิดคนเดียวดีกว่าโดนทำโทษทั้งหมด ตะวันซาบซึ้งใจ
“พี่ธาดาเป็นคนดีจัง ยอแสงชักชอบพี่ธาดาแล้วสิคะ” ธาดาเขินถามทำไม “เพราะพี่ธาดาจริงใจและมีน้ำใจกับทุกคน คนดีๆแบบนี้หายากค่ะ”
ธาดาอึกอักเขินอาย ตะวันขอตัวกลับหอแล้ววิ่งไป ธาดามองตามหลังรำพึงด้วยความรู้สึกที่ไม่กล้าเปิดเผย “พี่ก็ชอบยอแสง...”
เช้าวันใหม่ ตะวันกับใจบุญแปลกใจที่เอี้ยงหายหน้า พอเห็นธาดาเดินมาจึงถามเห็นนพดลบ้างไหม เขาส่ายหน้า ทันใดเสียงเอี้ยงดังมาจากบนต้นไม้ “ตามหานพดลทำไม...”
ooooooo
..
-----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/tawanyorsang/ep6/page1
ตะวันยอแสง ตอนที่ 6
ตะวัน ใจบุญและธาดาแปลกใจที่เอี้ยงขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ เอี้ยงโดดลงมาพร้อมหนังสือในมือ บอกทุกคนว่าตนขึ้นไปอ่านหนังสือ ตะวันเอามือแตะหน้าผากเอี้ยง
“ตัวก็ไม่ร้อน กินมะม่วงมากจนเพี้ยนรึไง จู่ๆทำไมเกิดขยันขึ้นมา”
“ไม่ได้เพี้ยน แต่เรื่องเมื่อคืนทำให้นพดลคิดได้ นพดลอยากตั้งใจเรียนหนังสือ จะไม่ก่อเรื่องอีกแล้ว นพดลจะพิสูจน์ให้รู้ว่าพูดจริงทำจริง” เอี้ยงสบตาใจบุญให้รู้ว่าทำเพื่อเธอ
ธาดาชื่นชมจะช่วยด้วย ตะวันยื่นมือออกไปบอกว่าต่อไปเราจะขยันด้วยกัน ทั้งสี่คนจับมือสัญญาร่วมกัน...หลังจากนั้น ตะวันกับเอี้ยงตั้งใจเรียน จิตรใสซึ่งอยู่ห้องเดียวกับตะวันและใจบุญ แอบหมั่นไส้เพราะตัวเองเรียนอ่อนมาก ส่วนเอี้ยงอยู่ห้องเดียวกับนเรนทร์ขยันเรียนจนครูชื่นชม ทำให้นเรนทร์โกรธที่เอี้ยงเด่นกว่า
พอถึงวันศุกร์ ตะวันกับเอี้ยงทำหน้าเบื่อหน่ายไม่อยากกลับบ้านไปรบกับพวกนเรนทร์อีก เห็นผู้ปกครองมารับนักเรียนทำให้ตะวันคิดถึงพ่ออินตากับแม่สาย
ด้านอินตาถูกคุมขังเป็นนักโทษมาเป็นสิบปี ผู้คุมชื่นชมที่เขาประพฤติตัวดี อีกไม่นานคงได้ออกไป เผอิญวันนี้อินตาเห็นภาพสายในหน้าหนังสือพิมพ์ก็ร้อนใจ ให้ผู้คุมช่วยอ่านข่าวให้ฟัง จึงรู้ว่าสายแหกคุกถ้าโดนจับ ตายสถานเดียว อินตาตกใจมาก...คืนนั้น ด้วยความเป็นห่วงสายกับตะวัน อินตาจึงแหกคุกออกมากับโหดเพื่อนนักโทษ
เช้าวันนั้น ศักดิ์ระพีจะออกไปหาตะวันที่บ้านเดชาบดินทร์ รถเกิดเสียทำให้เขาหงุดหงิดพาลใส่เติม เติมเลี่ยงมาจะอาบน้ำให้พยับหมอก มันก็หงุดหงิดไม่อยู่นิ่ง ศักดิ์ระพีบ่นใส่
“แค่อาบน้ำให้พยับหมอกยังทำไม่ได้ ทำงานมาตั้งกี่ปีแล้ว แกนี่ไม่ได้เรื่องเลย”
เติมงง “วันนี้เป็นอะไรทั้งคนทั้งม้า อารมณ์ไม่ดี โอย...ไอ้เติมแค่หายใจยังผิด พยับหมอกชอบให้หนูยอแสงอาบน้ำให้ เติมพอเข้าใจ แต่คุณเล็กอารมณ์เสียเรื่องอะไร เติมไม่เข้าใจจริงๆ รึว่า...คิดถึงหนูยอแสง อยากเห็นหน้าจะไปหาสาวสักหน่อย รถเจ้ากรรมก็ดันเสีย เลยหงุดหงิดงุ่นง่านเหมือนม้าถูกขังอยู่ในคอก ใช่ไหมครับอาเล็ก อาเล็กคะ อาเล็กขา...”
ศักดิ์ระพีอายที่เติมรู้ทัน วางท่าขรึมเขกหัวให้หุบปาก ไม่อย่างนั้นจะหักเงินเดือน เติมสะดุ้งรีบอาบน้ำให้พยับหมอก แต่ก็แอบหัวเราะขำเจ้านาย...ศักดิ์ระพีโทร.หาคุณใหญ่ทำทีถามทุกข์สุข คุณใหญ่แปลกใจร้อยวันพันปีไม่เคยโทร.หา เติมแกล้งตามมาแซวเสียงดัง
“คิดถึงหนูยอแสงก็บอกไปสิครับ อ้ำอึ้งอยู่ได้”
ศักดิ์ระพีหยิบของใกล้ตัวปาใส่เติมแล้วพูดกับคุณใหญ่ อย่าฟังเติม มีปากสักแต่พูด คุณใหญ่ขำรู้ว่าน้องชายปากแข็ง
ในขณะที่ตะวันกับเอี้ยงช่วยซ้อนและพวกคนงานทำความสะอาดบ้าน ซ้อนยกตั้งหนังสือพิมพ์ออกไปฉบับบนมีข่าวสายแหกคุก ตะวันไม่ทันเห็น คุณใหญ่เดินมาได้ยินตะวันกับเอี้ยงบ่นอยู่ที่นี่ไม่มีอะไรให้ทำเหมือนคนไร้ประโยชน์ จึงถามเบื่ออะไร ตะวันบอกอยู่บ้านร่มรื่นยังมีพยับหมอกและ...ตะวันชะงักไม่กล้าพูดว่าคิดถึงศักดิ์ระพี คุณใหญ่รู้ทันว่าปากแข็งพอกัน
“ถ้าอยากไปบ้านร่มรื่นก็ไปสิอีกไม่นานอาเล็กก็จะไปนอกแล้ว ถ้าอาเล็กไม่อยู่แม่ก็ไม่อยากให้ลูกยอไปบ้านร่มรื่นตามลำพัง”
“เรี่ยมเลย!” ตะวันกับเอี้ยงร้องพร้อมกัน
พริ้มเพราแอบได้ยินรีบมาบอกพร้อมมิตรกับจิตรใส ว่ายอแสงจะไปประจบศักดิ์ระพี พร้อมมิตรเจ็บใจจะไปขัดขวาง พริ้มเพรายิ้มสะใจ
ooooooo
เมื่อไม่ได้ไปบ้านเดชาบดินทร์ ศักดิ์ระพีรู้สึกหงุดหงิดไปทุกเรื่อง เติมชงกาแฟมาให้ก็บ่นรสชาติไม่ถูกปาก เติมเก็บถ้วยกาแฟเดินบ่นกระปอดกระแปดออกมา ทำอะไรให้ก็ไม่ถูกใจ ตะวันกับเอี้ยงถือกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาถามเติมบ่นอะไร เติมเห็นตะวัน ดีใจมาก
ตะวันชงกาแฟเข้าไปให้ศักดิ์ระพีใหม่ เขานั่งอ่านหนังสือพิมพ์ไม่ทันมองบอกถ้าไม่อร่อยอีกจะไล่ออก แต่พอจิบรสชาติถูกปากเงยหน้ามอง ตะวันยิ้มเผล่ถามถูกใจไหม เขาดีใจแล้วนึกได้รีบวางท่าขรึม ทำทีถามมาได้อย่างไรพอตะวันบอกว่าคุณใหญ่อนุญาตให้มาค้างที่นี่
“ทำไมล่ะ ที่นี่มีอะไรดี ที่นี่ไม่ใหญ่โตเหมือนบ้านเดชาบดินทร์นะ” ศักดิ์ระพีเหน็บ
“ยอแสงคิดถึง...” ศักดิ์ระพียิ้มดีใจแล้วต้องหุบยิ้มเมื่อตะวันบอกว่า คิดถึงพยับหมอก
“แปลกนะไม่คิดถึงคน กลับคิดถึงม้า”
“ก็น้าเติมว่าพักนี้อารมณ์ไม่ดี ทำอะไรก็ไม่ถูกใจสักอย่าง ไม่เหมือนเวลายอแสงทำให้ จริงรึคะ” ตะวันแกล้งพูดกำกวม
ศักดิ์ระพีรู้ว่าหมายถึงตนจึงวางฟอร์มให้ไปถามพยับหมอกเอง ตะวันพูดขำๆ “ถามม้าก็ได้ ม้าพูดไม่ได้แต่ยังเข้าใจง่ายกว่าคน คนพูดได้แต่ไม่ยอมพูด เข้าใจยาก”
ทั้งสองเดินออกมาเอี้ยงรออยู่ ไม่ทันไปที่คอกม้า รถพร้อมมิตรบึ่งมาจอด เธอรีบลงมาเกาะแขนศักดิ์ระพี ปรายตามองตะวันอย่างไม่เป็นมิตร ทวงสัญญาจากศักดิ์ระพีให้เลี้ยงข้าว มีร้านเปิดใหม่ไม่ไกลจากที่นี่บรรยากาศดี ชายหนุ่มคิดหาทางออกชวนตะวันกับเอี้ยงไปด้วย พร้อมมิตรจิกตาใส่ ตะวันเหน็บไปหาพยับหมอกสบายใจกว่า เอี้ยงแกล้งบอกว่าตนไปได้ พร้อมมิตรถลึงตา เอี้ยงหัวเราะแหะๆว่าล้อเล่น ศักดิ์ระพีพูดไม่ออกจำต้องขับรถของพร้อมมิตรพาออกไป ตะวันบ่นน่าเบื่อตามมารังควานถึงนี่ เอี้ยงขอตัวไปชวนใจบุญมาเล่นที่นี่
ระหว่างที่ตะวัน เอี้ยงและใจบุญวิ่งเล่นในทุ่งหญ้า มีเสียงรถตำรวจดังขึ้น ทั้งสามแปลกใจ เติมวิ่งมาบอกว่า รถตำรวจไล่ตามนักโทษแหกคุกออกมาแถวนี้ คนหนึ่งมีมีดคนหนึ่งมีปืน ตะวันชวนกันกลับไปเล่นในบ้านเพื่อความปลอดภัย ปิดประตูหน้าต่างให้แน่นหนา
เกิดเสียงโครมครามดังขึ้น ใจบุญเห็นรอยเท้าในบ้าน ตะวันเห็นข้าวของถูกรื้อกระจายที่มุมหนึ่ง เอะใจไม่ทันจะร้องเตือน โหดพุ่งเข้ามาปิดปาก อินตาจับเติมเข้ามารวม ปรามโหด
“อย่าทำอะไรเด็กๆ...อย่าร้องนะหนู เราไม่ทำอะไรทั้งนั้น ขอหลบตำรวจแค่ชั่วคราว”
ใจบุญร้องไห้ด้วยความกลัว โหดไม่พอใจว่าอินตา จะปรานีอะไรนักหนา อินตาบอก “เอ็งไม่มีลูกเหมือนข้านี่หว่า ลูกข้าก็รุ่นราวคราวเดียวกับเด็กพวกนี้”
เติมถูกมัดแยกออกมาอยู่มุมหนึ่ง โหดให้อินตาเฝ้าทุกคนไว้ ตัวเขาไปสำรวจบ้าน อินตารู้สึกเอ็นดูตะวันถามเป็นลูกเจ้าของบ้านหรือ เธอส่ายหน้าเป็นแค่เด็กบ้านนอกที่เขาอุปการะ อินตามองหน้าตะวันอย่างรู้สึกคุ้นเคย เอ่ยถามมาจากไหน พ่อแม่ชื่ออะไร
“หนูเป็นลูกชาวเรือ พ่อชื่ออินตา แม่ชื่อสายค่ะ”
อินตาตาโพลงรีบถามเธอชื่ออะไร ตะวันจะพูดชื่อตัวเองแต่ชะงักไว้ทันบอกชื่อยอแสง อินตาลืมตัวอยากดึงตะวันมากอด ตะวันขยับหนีท่าทางหวาดกลัว เขาจึงรู้สึกตัวทำหน้าเสียใจ
“เอ้อ ลุงขอโทษ อย่ากลัวเลย ลุงไม่ทำอะไรหนูหรอก แล้วทำไมหนูถึงไม่อยู่กับพ่อแม่ล่ะ พ่อแม่หนูไปไหน”
“พ่อหายตัวไปตั้งแต่ยอแสงยังเล็ก ส่วนแม่ติดคุกเพราะฆ่าพ่อเลี้ยง พ่อเลี้ยงเป็นคนไม่ดี”
อินตาถามอีกว่ารู้ข่าวแม่บ้างไหม ตะวันส่ายหน้าไม่รู้ไปเยี่ยมก็ไม่ได้ เห็นสายตาอินตาที่มองจึงถามทำไมมองอย่างนั้น อินตาน้ำตาคลออ้างคิดถึงลูก ไม่ได้เจอลูกนานหลายปี ลูกตนรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ ใจบุญเอ่ยถามทำไมถึงติดคุก
“ลุง...ฆ่าคนตาย” ทั้งสามคนตกใจถอยหนี อินตารีบบอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะฆ่า คนที่ฆ่าเป็นคนไม่ดีขี้โกง อินตาเล่าอดีตด้วยความเสียใจ “มันเป็นลูกชายกำนันที่มีอิทธิพล ลุงยืมเงินมันไปแต่ลุงก็ใช้คืนตามกำหนด มันกลับไม่ยอมคืนใบสัญญา คิดจะยึดเรือลำเดียวที่ลุงมีอยู่...”
ภาพเหตุการณ์ผุดขึ้นเมื่ออินตาให้เงินผัน ผันส่งใบสัญญาคืนให้แต่เขาจำได้ว่าไม่ใช่ของเขาจึงโวยวาย ผันสวนว่าไม่คืนจะยึดเรือแล้วโถมเข้าบีบคอแถมชักมีดจะแทงจึงยื้อกันไปมา ผันล้มไปโดนมีดตัวเองแทงตาย ...ด้วยเหตุนี้ทำให้อินตาติดคุก ครอบครัวต้องลำบาก
ตะวันสงสาร “ท่าทางลุงไม่เหมือนผู้ร้ายฆ่าคน ลุงมอบตัวเถอะ หนีอย่างนี้ตำรวจไม่ปล่อยลุงแน่”
อินตาเห็นว่าตะวันอยู่ดีจึงยอมจะมอบตัว ปล่อยตะวันกับพวกหนี โหดกลับมาไม่พอใจยิงขู่...ระหว่างนั้น ศักดิ์ระพีไม่มีแก่ใจจะกินอาหารตรงหน้า พร้อมมิตรพยายามคลอเคลียลูบไล้ จนเขาต้องเอ็ดไม่ควรทำตัวแบบนี้ รู้จักรักนวลสงวนตัวบ้าง พร้อมมิตรไม่สนใจกลับถาม
“อาเล็กคะ อาเล็กมีคนรักรึยังคะ พร้อมไม่เคยเห็นอาเล็กสนิทสนมกับใคร”
“อาต้องไปเมืองนอก ไม่มีเวลาดูแลใคร”
พร้อมมิตรโล่งอก ศักดิ์ระพีอึดอัดใจวางเงินบนโต๊ะบอกพร้อมมิตรให้กลับแล้วเดินนำออกจากร้าน เธอต้องวิ่งตามอย่างเคืองๆ...กลับถึงบ้าน ศักดิ์ระพีแปลกใจ ที่บ้านเงียบ ทันใดมีเสียงปืนดังเปรี้ยงขึ้น ศักดิ์ระพีตกใจเป็นห่วงยอแสงอย่างมากจะวิ่งเข้าไป พร้อมมิตรดึงเขาไว้
“อย่าค่ะอาเล็ก ต้องมีโจรอยู่ในบ้านเราแน่ๆ”
“แต่ยอแสงอยู่ในนั้น”
“พร้อมก็อยู่ตรงนี้นะคะ อาเล็กไม่เป็นห่วงพร้อมบ้างเหรอ”
“หลบไปที่พักคนงาน แล้วไปตามให้คนมาช่วย” ศักดิ์ระพีดันพร้อมมิตรออกไปแล้ววิ่งเข้าบ้าน พร้อมมิตรตกใจไม่คิดว่าเขาจะไม่ห่วงใยตนเลย
โหดโกรธที่อินตาปล่อยพวกตะวันให้หนี คว้าตัวตะวันไว้เอาปืนจ่อ อินตาขอให้ปล่อยเด็กทั้งสามไป โหดไม่ยอมจะเอาตัวเป็นประกันในการหนี อินตาบอกโหดว่าตัวเขาจะมอบตัวไม่หนีอีก โหดโวยหาว่าคิดหักหลังจะฆ่าอินตา ว่าแล้วก็ยิงใส่ อินตาหลบทัน ตะวันสะบัดตัวออกหนีไปรวมกับเอี้ยงและใจบุญพากันวิ่งมาที่ห้องรับแขก
อินตาไม่มีปืนมีเพียงมีดในมือวิ่งหลบกระสุน โหดคิดว่าอินตาโดนยิงจึงชะล่าใจเดินเข้าหา อินตากระโจนเข้าชกต่อสู้กัน ตะวันเป็นห่วงอินตาย้อนมาดู อินตาร้องบอกให้หนี โหดฉวยโอกาสแย่งมีดปาดโดนแก้มอินตาเป็นแผลยาวเลือดซิบ ศักดิ์ระพีเข้ามาพุ่งไปปกป้องตะวัน เอี้ยงและใจบุญ โหดคว้าปืนที่ตกยิงใส่อินตา ล้มคว่ำแล้วหันมาจะยิงใส่กลุ่มตะวัน ศักดิ์ระพีเอาตัวปกป้องทั้งสามคนไว้พยายามเจรจา
“แกหนีไปไม่พ้นหรอก อีกสักพักตำรวจก็จะมาแล้ว มอบตัวเถอะ โทษหนักจะได้เป็นเบา” โหดไม่เชื่อ ตนฆ่าคนตาย กลับไปโดนยิงเป้าสถานเดียว ศักดิ์ระพีเสนออยากได้สมบัติอะไรในบ้านเอาไปได้หมด ขอแค่อย่าทำอันตรายใครอีก
โหดต้องการเงินและตัวตะวันเป็นประกัน ศักดิ์ระพีไม่ยอม “ถ้าฉันยังอยู่แกจะเอาเด็กคนนี้ไปไม่ได้” โหดยกปืนจะยิง ศักดิ์ระพีกอดปกป้องตะวัน เสียงปืนดังเปรี้ยง!
ตะวันตาโพลงคิดว่าศักดิ์ระพีโดนยิง เขาสบตาเธออึ้งๆ กลายเป็นโหดทรุดลงตายคาที่ มีดอินตาปักกลางหลังทำให้วิถีกระสุนเปลี่ยนไม่โดนใคร อินตาเอามือกุมไหล่ที่โดนยิงเลือดอาบ ศักดิ์ระพีขอบใจอินตาและให้เขารีบหนีไป ตำรวจกำลังมา อินตากล่าวกับศักดิ์ระพี
“ผมอยากขอให้คุณดูแลหนูยอแสงให้ดี เป็นบุญแล้วที่ได้ผู้อุปการะอย่างคุณ” อินตาหันมาหาตะวัน “หนูต้องเป็นเด็กดีนะ ถึงพ่อแม่จะไม่ได้อยู่กับหนู แต่ถ้าพวกเขา รู้ว่าหนูเป็นเด็กดี พวกเขาจะต้องภูมิใจ”
“ขอบคุณที่ช่วยยอแสง ยอแสงไม่กลัวลุง แล้ว ยอแสงรู้แล้วว่าลุงเป็นคนดีค่ะ”
“ขอลุงกอดหนูสักครั้งได้ไหม เห็นหนูแล้วลุงคิดถึงลูกสาวเหลือเกิน” ตะวันเข้าไปให้อินตากอด อินตาน้ำตาไหลอาบแก้ม “ขอบใจหนูมาก ขอให้หนูเจริญๆ เถอะลูก ลาก่อน...” อินตาผละออกมองตะวันด้วยแววตารักและผูกพัน ก่อนจะตัดใจเดินจากไป
หลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจเข้ามาเคลียร์พื้นที่ พร้อมมิตรวิ่งเข้ามากอดศักดิ์ระพีบอกตนห่วงแทบแย่ ตะวันเมินหน้าหนีเคืองๆ ศักดิ์ระพีดันตัวออกบอกตนไม่เป็นอะไรแล้วฝากดูแลยอแสง นพดลและใจบุญแทนคงตกใจมาก ตนจะไปคุยกับตำรวจ นพดลแกล้งบอกพร้อมมิตรกอดตนบ้างตนกลัว เธอสะบัดหน้าเดินหนี ตะวันร้องถามจะไปไหน อาเล็กสั่งให้ดูแลพวกตน
“อย่างพวกแกไม่ตายง่ายๆหรอก ขนาดนักโทษแหกคุกยังไม่ทำอะไรพวกแกเลย”
ใจบุญอึ้งกับความใจดำของพร้อมมิตร ผิดกับตะวันและเอี้ยงที่ชินแล้ว พร้อมมิตรเดินหน้างอไม่พอใจที่ศักดิ์ระพีห่วงใยยอแสงมากขนาดไม่ห่วงชีวิตตัวเอง ชักระแวงว่าเขาจะมีใจให้
บารมีหน้าตาตื่นมารับใจบุญที่บ้านร่มรื่น ดึงลูกจะไปขอบคุณศักดิ์ระพีที่ช่วยลูกสาวตนไว้ ตะวันเห็นใจบุญมีแม่คอยห่วงใยแล้วโหยหาคิดถึงแม่ ไม่ทันไร คุณใหญ่มาถึงวิ่งเข้ามากอด
“ลูกยอ ลูกแม่ คุณพระคุณเจ้าช่วย พอรู้เรื่องแม่ก็ใจหายหมดเลยลูก ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูกนะ เป็นอะไรไหม เจ็บตรงไหนบอกแม่สิลูก”
ตะวันตื้นตันน้ำตาไหลริน “ลูกยอไม่ได้เจ็บตรงไหนหรอกค่ะ ลูกยอซึ้งใจ ถึงจะไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่คุณแม่ใหญ่กับอาเล็กก็รักลูกยอเหมือนคนในครอบครัว ลูกยอโชคดีจริงๆ”
อินตายังซุ่มอยู่แถวนั้นเห็นตะวันมีคนรักขนาดนี้ก็ดีใจ...จากเหตุการณ์ครั้งนี้ คุณใหญ่ให้เติมเก็บเสื้อผ้าศักดิ์ระพีย้ายไปอยู่เดชาบดินทร์ และไม่ให้ตะวันมาที่บ้านนี้อีก ศักดิ์ระพีรู้ว่าพี่สาวเป็นห่วงจึงไม่อยากขัดใจ เพราะอีกไม่นานตนก็ต้องไปต่างประเทศแล้ว
พร้อมมิตรขับรถตามรถคุณใหญ่กลับมาบ้านเดชาบดินทร์ แค้นใจที่ใครๆเอาแต่ห่วงใยตะวัน เดินปึ่งๆเข้าบ้าน จิตรใสและพริ้มเพราทักก็ไม่พูดจาเดินหนี พริ้มเพราจึงยุแยงจิตรใสให้ระวังยอแสงจะปอกลอกเอาสมบัติไปหมด ในขณะที่นเรนทร์เสพยาอยู่กับเพื่อนที่เพิงร้าง
คืนนั้นตะวันนอนไม่หลับ ครุ่นคิดว่าควรตอบแทนศักดิ์ระพีอย่างไรที่ช่วยชีวิตพวกตน เอี้ยงให้ซื้อของขวัญ แต่เธอคิดว่าเขามีทุกอย่างพร้อมไม่รู้จะซื้ออะไร เอี้ยงแอบแซว
“แหม แค่นี้ถึงกับคิดหนัก อาเล็กเป็นคนสำคัญจริง มันน่าสงสัยๆๆ”
ตะวันเขกหัวเอี้ยง ไม่ช่วยคิดอย่ามาป่วน...ขณะเดียวกัน พร้อมมิตรดักรอศักดิ์ระพีเพื่อถามทำไมถึงเสี่ยงชีวิตไปช่วยยอแสงอย่างนั้น เขาอ้างว่าทั้งยอแสงและนพดลยังเด็ก เธอสวน
“แค่นั้นรึคะ ทั้งๆที่ทั้งสองคนนั้นเป็นแค่เด็กที่เก็บมาเลี้ยง ไม่ใช่ลูกใช่หลาน ทำไมอาเล็กถึงกับต้องยอมเสี่ยงชีวิต”
“ไม่ว่าจะเป็นใคร ทุกชีวิตมีความสำคัญเท่ากัน”
“ถ้าเป็นพร้อม อาเล็กจะห่วงขนาดนั้นไหม จะยอมเสี่ยงชีวิตเข้าไปช่วยรึเปล่า”
ศักดิ์ระพีตัดบทว่าตนห่วงทุกคนเหมือนๆกัน แล้วขอตัวอ้างเหนื่อยอยากพัก ว่าแล้วเดินหนีไปดื้อๆ พร้อมมิตรเสียใจและโกรธมากขึ้น...ศักดิ์ระพีเดินมาถึงหน้าห้อง เห็นตะวันนั่งขัดรองเท้าหนังของเขาจนมันเงา แล้วซ้อมพูดคำขอบคุณ ลองพูดอยู่หลายประโยค เขาได้ยินแอบขำหลุดเสียงดังออกมา ตะวันสะดุ้งจะหนี เขาโผล่ออกมาดึงตัวไว้ ตะวันถามเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่
“ก็นานพอจะได้ยินเธอพูดคนเดียว ทำอะไรน่ะ”
“เอ้อ...อาเล็กเสี่ยงชีวิตช่วยยอแสงไว้ ยอแสงอยากตอบแทน แต่ไม่มีอะไรจะให้ ก็เลยขัดรองเท้าให้ค่ะ”
“ไหนว่าไม่ชอบขัดรองเท้า ตอนที่พร้อมสั่งให้ทำ เธอยังใช้แปรงลวดขัดพังจนหมดเลย”
“คุณพร้อมไม่ดีกับยอแสงเหมือนอาเล็กนี่คะ ถ้าเป็นอาเล็ก ยอแสงยินดีรับใช้ทุกอย่างเลยค่ะ เพราะอาเล็กดีกับยอแสงมากเหลือเกิน”
ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนจะพากันเดินเล่นออกมาที่ท่าน้ำเรือนแพ ตะวันถามศักดิ์ระพี ทำไมถึงบอกโจรไปว่ายอมแลกสมบัติทั้งหมดในบ้านกับชีวิตตน ตนไม่ใช่หลานแท้ๆ เป็นแค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า ตนมีความสำคัญขนาดนั้นหรือ ศักดิ์ระพีเขินไม่กล้ายอมรับความรู้สึกในใจ อ้างว่าทุกชีวิตมีค่ามีความสำคัญเท่ากัน อย่าดูถูกตัวเอง ตะวันยิ้มปลื้มจะจำคำเขาไว้
จู่ๆตะวันก็เรียกชื่ออาเล็กซ้ำๆ ทำเอาเขาแปลกใจ “ยอแสงอยากเรียกค่ะ เมื่อก่อนยอแสงเรียกตามที่คุณแม่ใหญ่บอก แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าอาเล็กรักและห่วงยอแสงเหมือนญาติแท้ๆ ต่อไปนี้ทุกครั้งที่ยอแสงเรียกอาเล็ก ยอแสงเรียกด้วยความเคารพนับถือจากใจจริงและระลึกถึงความเมตตาที่อาเล็กมีให้กับยอแสงค่ะ”
ศักดิ์ระพีดีใจให้เธอเรียกอีกหลายครั้ง ทั้งสองหัวเราะสนุกสนาน สบตากันต่างเขินอาย
ooooooo
เช้าวันใหม่ ธาดาถือช่อดอกไม้มาด้อมๆมองๆ พริ้มเพรามาเห็นมองเหยียดไล่ให้ออกไป ตะวัน เอี้ยงและใจบุญเดินมากับคุณใหญ่ ตะวันรีบแนะนำว่าธาดาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียน คุณใหญ่ทักว่าลูกธำรงที่อยู่สวนถัดไปใช่ไหม ธาดารับว่าใช่ ตะวันอวดว่าธาดาเรียนเก่งมาก
พริ้มเพราหมั่นไส้เอาเรื่องไปเล่าให้พร้อมมิตรกับจิตรใสฟัง สองสาวคิดแผนร้ายจะทำให้ศักดิ์ระพีคิดว่าตะวันมีแฟน
ศักดิ์ระพีเก็บมะม่วงจากบ้านร่มรื่นมาเป็นเข่ง ให้เติมยกมาบ้านเดชาบดินทร์ เพราะรู้ว่าตะวันชอบกินมะม่วง พร้อมมิตรกับจิตรใสได้ที พาเขาไปที่ตะวันกับพวกนั่งคุยกันอยู่ ใส่สีตีไข่ว่าตะวันคุยกะหนุงกะหนิงกับผู้ชายอยู่นานแล้ว ศักดิ์ระพีฉงนใจว่าเป็นใคร...พอมาเห็นก็รู้ว่าคือธาดาลูกธำรงจึงยิ้มทักทาย แต่พอบอกตะวันว่าเก็บมะม่วงมาฝาก ทั้งตะวัน เอี้ยง ใจบุญและธาดาทำหน้าพะอืดพะอม ตะวันบอกว่าตนอิ่ม ศักดิ์ระพีให้แบ่งเพื่อนกิน ทั้งสามส่ายหน้า
“ยอแสงคงไม่ชอบมั้งครับ” ธาดาพูดขำๆไม่ได้คิดอะไร
“เธอคงไม่รู้ ยอแสงกับนพดลชอบกินมะม่วงมาก ตอนอยู่บ้านร่มรื่นขึ้นต้นมะม่วงเก็บกินกันบ่อยๆ” ศักดิ์ระพีกล่าวยิ้มๆ ตะวันกับเอี้ยงทำหน้าเหยเก
“คุณอาเล็กต่างหากที่ไม่รู้ เมื่อก่อนกับตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้วครับ” ธาดาพูดกำกวม
ศักดิ์ระพีเริ่มขุ่นเคืองมองหน้าตะวันอย่างขอคำอธิบาย ตะวันกลับบอกว่า เมื่อก่อนชอบ แต่ตอนนี้ไม่ชอบแล้ว ทำให้ศักดิ์ระพีรู้สึกเสียหน้า คิดว่าความรู้สึกตะวันเปลี่ยนไปจากตนแล้ว
“ไม่ชอบก็ไม่เป็นไร คนเราเปลี่ยนกันได้ แหม... ท่าทางธาดาจะรู้ใจยอแสง”
พร้อมมิตรสำทับ “ถ้าไม่สนิทกันมาก คงจะไม่รู้ใจกันถึงขนาดนี้ใช่ไหมคะอาเล็ก...เราไปกันเถอะค่ะ ปล่อยให้เด็กๆเขาสนุกกันดีกว่านะคะ”
ศักดิ์ระพีฝืนยิ้มรู้สึกเป็นส่วนเกิน เดินกลับไปกับพร้อมมิตรและจิตรใส ตะวันมองตามอย่างไม่สบายใจ ...พร้อมมิตรกับจิตรใสช่วยกันตอกย้ำว่ายอแสงกับธาดาสนิทกันมากที่โรงเรียน เติมแทรกขึ้นว่าเข่งมะม่วงหนักจะให้ตนเอาไปไว้ที่ไหน ศักดิ์ระพียังโกรธให้ทิ้ง พร้อมมิตรอ้อนขอให้ตนแทน แล้วกระซิบเสียงเฉียบกับจิตรใสว่าอาเล็กเป็นของตน จิตรใสยืนอึ้งเคืองๆ
ตะวันรู้สึกหมดสนุกไม่สบายใจอยากไปสารภาพเรื่องมะม่วงให้ศักดิ์ระพีฟัง ถึงโดนดุก็ไม่เป็นอะไร ธาดารู้สึกว่าอาเล็กเป็นคนสำคัญมากสำหรับยอแสง เธอยอมรับว่าสำคัญมากถ้าไม่มีเขาก็ไม่มีตนวันนี้ ว่าแล้วก็ลุกเดินตามศักดิ์ระพีไป
พร้อมมิตรพยายามเอาอกเอาใจศักดิ์ระพี ปอกมะม่วงมาป้อน เขาไม่สนใจก็แกล้งทำทีเป็นลมให้เขาประคอง พอเห็นตะวันเดินเข้ามาก็สวมกอดเขาแนบแน่น ตะวันชะงักเอ่ยปากขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะ ธาดาเดินตามมา ตะวันแกล้งประชดควงเขาเดินคลอเคลียออกไป พร้อมมิตรสะใจตอกย้ำ “สองคนนี้เขาเหมาะสมกันดีนะคะ”
ศักดิ์ระพีจะเดินตามตะวันออกไป พร้อมมิตรแกล้งหน้ามืดจะเป็นลมอีก เขาจึงประคองเธอไปนั่งแล้วเดินออกไปดื้อๆ พร้อมมิตรโกรธ ร้องเรียกเท่าไหร่เขาก็ไม่กลับมา...พอเดินออกมาตะวันก็ปล่อยแขนธาดา เขารู้ทันว่าเธอตั้งใจประชด ตะวันกลับบอกว่า
“คุณพร้อมทำได้ ยอแสงก็ทำได้ อาเล็กท่าจะชอบผู้หญิงแบบนี้...ยอแสงอยากอยู่คนเดียว”
ธาดาเหวอมองตะวันเดินไปอย่างงงๆ ศักดิ์ระพีตามไปต่อว่าตะวันทำตัวไม่เหมาะสมที่เกาะแขนผู้ชาย ตะวันย้อนตนทำไม่เหมาะแต่พร้อมมิตรทำเหมาะ ท่าทางเขาจะชอบถึงยืนนิ่งให้กอด ศักดิ์ระพีติง “ฉันสอนเธอ เธอไม่ต้องมายอกย้อน ไม่ต้องพาดพิงถึงคนอื่น”
“อาเล็กไม่ยุติธรรม ทีคนอื่นทำอาเล็กไม่ว่า พอยอแสงทำบ้างอาเล็กว่า คนอื่นทำอะไรดีหมด ยอแสงไม่ดีสักอย่าง อาเล็กลำเอียงนี่คะ”
“เด็กดื้อ! เถียงคำไม่ตกฟาก ใช่สิ ตอนนี้มีคนคอยดูแลเต็มไปหมด ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้”
“อาเล็กใจร้าย! ยอแสงเกลียดอาเล็ก” ตะวันน้ำตาปริ่มวิ่งร้องไห้ออกไป
ศักดิ์ระพีไม่เข้าใจความรู้สึกตะวัน กลับมานั่งครุ่นคิดมองภาพถ่ายคู่ที่งานวัด นึกถึงคำพูดของธาดาที่ว่า เขาไม่รู้ว่ายอแสงไม่เหมือนแต่ก่อน แล้วให้เจ็บปวดใจ
ooooooo
รุ่งเช้าตะวันกับเอี้ยงกลับเข้าโรงเรียนประจำ พร้อมมิตรแกล้งยั่วแนบชิดศักดิ์ระพี คุณใหญ่เตือนตะวันเสาร์หน้ากลับมาส่งศักดิ์ระพีไปเมืองนอก ตะวันเหน็บตนไม่มีความสำคัญพอจะมาส่งหรือไม่มาก็ไม่สำคัญ ศักดิ์ระพีย้อนคงไม่อยากกลับเพราะที่โรงเรียนมีอะไรดีๆมากกว่า
ระหว่างนั้นอินตาได้รับการช่วยเหลือจากชาวบ้านเพราะเขาอ้างว่าเป็นชาวเรือ โดนโจรทำร้ายปล้นเรือ อยากหางานทำเก็บเงินไปตามหาลูกเมีย จึงได้งานพายเรือรับจ้างประทังชีพ
วันเวลาผ่านไป ศักดิ์ระพีตัดสินใจเดินทางเร็วกว่ากำหนดเดิม คุณใหญ่เป็นห่วงว่าตะวันรู้จะเสียใจจึงให้ซ้อนไปรับจากโรงเรียน พริ้มเพราแกล้งทำให้รถไปเสียกลางทาง พร้อมมิตรสะใจที่ตะวันกลับมาไม่ทัน...
คุณใหญ่กังวลใจโทร.ไปบอกที่โรงเรียนอีกที พอตะวันรู้ว่าศักดิ์ระพีกำลังจะเดินทางก็ตกใจมาก ธาดาอาสาปั่นจักรยานพากลับบ้านเดชาบดินทร์ คุณใหญ่ให้ศักดิ์ระพีรอตะวันสักครู่ พร้อมมิตรแกล้งพูดว่าตะวันไม่เห็นความสำคัญของเขา พักนี้จะขลุกอยู่แต่โรงเรียน ศักดิ์ระพีเคืองกราบลาคุณใหญ่ทันที
ทางที่ธาดาปั่นจักรยานพาตะวันซ้อนมาเป็นทางขรุขระ ตะวันตัดสินใจขอวิ่งต่อไปเอง ธาดายิ่งสงสัยทำไมเธอถึงต้องรีบร้อนขนาดนั้น...ตะวันมาถึง คุณใหญ่ส่งกล่องที่ศักดิ์ระพีฝากไว้ให้ พอเปิดออกเป็นภาพถ่ายคู่ที่งานวัด ตะวันน้ำตาร่วงเผาะ “อาเล็กใจร้าย ทำไมทำแบบนี้”
ตะวันตัดสินใจวิ่งตามรถศักดิ์ระพีออกไป พร้อมมิตรหัวเราะเยาะ...รถแล่นอยู่ไกลลิบๆ ตะวันวิ่งตามร้องเรียก เติมมองกระจกเห็นไกลๆบอกศักดิ์ระพีให้ช่วยมองว่าใช่ยอแสงวิ่งตามมาหรือเปล่า แต่เขาไม่หันไปมองคิดเพียงว่ายอแสงไม่ยอมกลับมา ตนไม่ใช่คนสำคัญของเธอ
ตะวันวิ่งตามจนอ่อนแรงล้มลงร้องไห้อย่างหนัก กอดรูปถ่ายคู่กันแนบอกสะอื้น “อาเล็กใจร้าย...อาเล็กบอกว่าจะไม่เปลี่ยน แต่อาเล็กก็เปลี่ยนไป อาเล็กไม่รักยอแสงแล้ว”
ศักดิ์ระพีก้าวมายืนตรงหน้า ตะวันเห็นรองเท้าค่อยๆเงยหน้ามอง เธอดีใจมากร้องเรียกอาเล็ก...เขาประคองเธอลุกขึ้น ถามอย่างห่วงใยเจ็บตรงไหนบ้าง ตะวันไม่ตอบแต่ทุบตีเขายกใหญ่
“เจ็บที่ใจ อาเล็กใจร้าย เลื่อนเวลาเดินทางทำไมไม่บอก ทิ้งกันไปแบบนี้ได้ยังไง ไหนอาเล็กสัญญาว่าจะไม่เปลี่ยน อาเล็กลืมสัญญา ลืมยอแสงแล้ว”
ศักดิ์ระพีกอดปลอบ “อาไม่คิดว่ายอแสงจะเสียใจขนาดนี้ นี่อาสำคัญขนาดนี้เชียวเหรอ”
“สำคัญค่ะ สำคัญที่สุด ถ้าไม่มีอาเล็ก ก็จะไม่มียอแสงในวันนี้ค่ะ”
“ชีวิตของยอแสงเพิ่งเริ่มต้น ยังต้องเจอคนอีกมากมาย อย่าเพิ่งปักใจไว้ที่ใคร อนาคตเรายังอีกไกล ต้องให้โอกาสกับชีวิตนะยอแสง”
“ไม่ค่ะ ยอแสงไม่มีวันลืมอาเล็ก อาเล็กจำได้ไหม อาเล็กเคยบอกว่าไม่รู้อนาคต แต่รู้ใจตัวเองดีว่าไม่มีวันเปลี่ยน ยอแสงก็เหมือนกัน ยอแสงรู้ใจตัวเองดีว่าไม่มีวันลืมอาเล็กค่ะ” ตะวันยื่นรูป “รูปนี้มีความหมายกับยอแสง ตอนที่ถ่ายรูปนี้ยอแสงมีความสุขมาก อาเล็กเก็บไว้ห้ามทิ้งนะคะ ถ้าทิ้งรูปก็เหมือนอาเล็กทิ้งยอแสง”
ศักดิ์ระพีรับปากจะเก็บไว้อย่างดี ตะวันขอให้เขาคิดถึงตนบ้างและอย่าลืมสัญญา ตนจะรอเขาเสมอ ชายหนุ่มตัดใจจำต้องรีบเดินทางทั้งที่อดเป็นห่วงหลานนอกไส้คนนี้ไม่ได้
ตะวันกลับมาด้วยสีหน้าเศร้า คุณใหญ่กอดปลอบ ศักดิ์ระพีกลับมาจะต้องภูมิใจที่ยอแสงเป็นเด็กดี ตะวันรู้สึกอบอุ่นใจขึ้น เดินออกมาเจอพริ้มเพรา พร้อมมิตรและจิตรใสยืนรอข่มขู่ ไม่มีอาเล็กคุ้มกะลาหัวแล้ว ระวังจะต้องกลับไปอยู่ข้างถนนเหมือนเดิม ตะวันไม่สนใจเดินเลี่ยงไป
ในขณะที่นเรนทร์มีอาการอยากยา ไปหาโตกับเกิดซึ่งกำลังนั่งตาลอยเคลิ้มอยู่ โตกับเกิดบอกว่าของหมดให้เอาเงินมาจะไปซื้อให้ นเรนทร์หมดหนทางกลับบ้านเข้าไปขโมยเงินในห้องคุณใหญ่ พริ้มเพรามาเจอตกใจเกรงเป็นเรื่องขึ้นมาอีก นเรนทร์ไม่สนใจผลักป้ากระเด็นแล้ววิ่งหนี พอดีตะวันถือไม้กวาด ถังน้ำมาจะทำความสะอาด พริ้มเพรารีบหลบคิดแผนร้ายขึ้นมาได้
พอคุณใหญ่รู้ว่าเงินในห้องหายไปก็เรียกทุกคนในบ้านมาสอบสวน มีเพียงนเรนทร์ที่ไม่อยู่ พร้อมมิตรออกตัวว่าอยู่มาตั้งนานไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ พอมีคนอื่นเข้ามาอยู่เงินก็หายมันน่าสงสัย คุณใหญ่เอ็ดอย่าปรักปรำใครถ้าไม่มีหลักฐาน คนรับใช้บอกว่ายอแสงเป็นคนทำความสะอาดห้องคุณใหญ่ พริ้มเพราได้โอกาสยุให้ค้นห้องยอแสง ตะวันรู้ว่าตัวเองบริสุทธิ์ยินดีให้ค้น คุณใหญ่ไม่สบายใจจำต้องให้พร้อมมิตรเป็นคนค้น แล้วก็พบผ้าเช็ดหน้าผืนที่ใช้ห่อเงินไว้ คุณใหญ่ตกใจ พริ้มเพรารีบปรักปรำเหลือแต่ผ้าเงินหายไปหมด ตะวันกับเอี้ยงพูดไม่ออก
พริ้มเพรา พร้อมมิตรและจิตรใสต่างยุให้ไล่ยอแสงออกไปจากบ้าน เอี้ยงเถียงแทนว่ายอแสงไม่มีทางขโมยเงินต้องโดนแกล้ง ตะวันยืนยันว่าตนไม่ได้ขโมยแต่ตนยินดีรับคำตัดสินจากคุณใหญ่ คุณใหญ่ตัดสินใจพูดออกมาว่า
“ฉันให้ลูกยอย้ายไปอยู่ที่เรือนแพ ถ้ายังทำผิดอีกจะไล่ออกจากบ้านหลังนี้”
พร้อมมิตรกับจิตรใสสะใจ คุณใหญ่ปวดใจต้องทำใจแข็ง...พริ้มเพราไม่พอใจสั่งคนรับใช้ห้ามใครช่วยยอแสงขนของไปที่เรือนแพ เติมซึ่งมาอยู่ที่เดชาบดินทร์สงสารเข้ามาช่วย ก็ถูกนเรนทร์ด่าสาดเสียเทเสีย พร้อมมิตรแกล้งเหยียบเสื้อตะวันที่ตกพื้น ตะวันตัดใจไม่เก็บเสื้อตัวนั้น อดทนเดินหอบของในมือไปท่ามกลางเสียงเยาะหยันของทุกคน
ภายในเรือนแพมีเพียงแสงจันทร์สาดส่องเข้ามา ตะวันมองรอบๆอย่างเหนื่อยใจ แม้ไม่มีอาเล็กอยู่คุ้มครอง ตนก็จะเข้มแข็งอดทนรอเขากลับมา...ขณะเดียวกันด้านนอก อินตาซุ่มมองดูอย่างดีใจที่เธอได้กลับมาอยู่บ้านตัวเอง “ตะวันของพ่อจะไม่ลำบากอีกต่อไปแล้ว พ่อจะคอยดูแลลูกอยู่ใกล้ๆเสมอ เข้มแข็งไว้นะลูกตะวัน”
ด้านคุณใหญ่นั่งร้องไห้หน้าอัฐิท่านต้น “ถึงดิฉันจะไม่เชื่อว่ายอแสงทำผิดแต่ก็ต้องยอมให้เด็กคนนั้นไปอยู่ที่เรือนแพ เพื่อความสบายใจของทุกคน คุณพี่คงเข้าใจดิฉันใช่ไหมคะ...ยอแสงหน้าตาคล้ายดวงพรมากเหลือเกิน น่าแปลกที่คนหน้าตาคล้ายกันต้องอาศัยอยู่ที่เรือนแพเหมือนกัน”
ตะวันทำความสะอาดจัดข้าวของในเรือนแพจนอ่อนล้าผล็อยหลับไป ได้ยินเสียงกุกกักจึงงัวเงียลืมตาขึ้น เห็นคนหน้าตาเหมือนตัวเองมากนั่งอยู่บนเก้าอี้ รีบลุกขึ้นถามคุณน้าเป็นใคร แต่เธอกลับลุกเดินผ่านตัวตะวันไปเหมือนไม่ได้ยินอะไร ตะวันตกใจสะดุ้งตื่นมองรอบเรือนแพ
“ผู้หญิงในฝันทำไมถึงหน้าตาเหมือนเรา”
ซ้อนเดินส่องไฟตรวจยามตามปกติ ส่องไฟเห็นดวงพรนั่งอยู่ที่ชานเรือนแพก็สะดุ้งตกใจผงะถอย ตะวันหันมาเรียกถามตกใจอะไร ซ้อนถึงรู้สึกตัวว่าคือยอแสงก็โล่งอก
“ก็คุณยอแสงหน้าเหมือนเจ้าของเรือนแพคนเก่า”
“น้าซ้อนคิดว่ายอแสงคือคุณดวงพรงั้นเหรอ” ซ้อนรับคำ “ถ้างั้นคนที่ยอแสงฝันเห็นเมื่อกี้คงเป็นคุณดวงพรสินะ ยอแสงได้ยินทุกคนพูดถึงคุณดวงพรบ่อยๆ แต่ไม่เคยรู้เรื่องของคุณดวงพร น้าซ้อนเล่าให้ยอแสงฟังหน่อยสิจ๊ะ”
ซ้อนขนลุกซู่หันรีหันขวาง “ตอนคุณดวงพรพักอยู่ที่เรือนแพ เธอชอบนั่งตรงที่คุณยอแสงนั่งนี่แหละครับ เธอเสียชีวิตหลังจากคลอดลูกได้ไม่นาน...เฮ้อ เสียดายคนดีอยู่ได้ไม่นาน คนเลวอย่างไอ้ซ้อนนี่สิจะต้องอยู่ใช้กรรมไปอีกนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้” ซ้อนรำพึง “ถ้าคุณยอแสงคือเด็กคนนั้นก็คงจะดี ทุกอย่างจะได้อยู่ถูกที่ถูกทางเสียที”
ตะวันงงถามเด็กคนไหน ทันใดเสียงพริ้มเพราเรียกซ้อนดังขัดขึ้น ทั้งสองหันมองเห็นสายตาดุกร้าว หาว่าตะวันออกมาให้ท่าผู้ชายดึกดื่น ตะวันรีบบอกว่าตนนอนไม่หลับ ซ้อนผ่านมาก็แค่คุยกัน พริ้มเพราสั่งพรุ่งนี้เธอมีงานต้องทำอีกมาก รีบเข้านอนเสีย ตะวันพยายามอดทนเดินกลับเข้าไป พริ้มเพราหันมาเอ็ดซ้อน เล่าอะไรไปบ้าง ซ้อนมีท่าทางแข็งกระด้างขึ้นบอกถ้าตนเป็นคนปากสว่าง ป่านนี้ความจริงคงถูกเปิดเผยไปนานแล้ว พริ้มเพราต้องยอมอ่อนลง
“ฉันรู้ว่าซ้อนไม่มีวันทำร้ายฉัน”
“สุนัขอย่างผม เอาอะไรแน่นอนไม่ได้หรอกครับคุณพริ้ม วันไหนที่มันจนตรอกก็อาจจะแว้งกัดเจ้าของได้เหมือนกัน” ซ้อนพูดจบเดินหนีไป
พริ้มเพราเข่นเขี้ยว เมื่อไหร่ที่เขาหมดประโยชน์ ตนก็ไม่เก็บเขาไว้แน่...อินตาซุ่มดูอยู่มุมมืด เห็นพฤติกรรมของพริ้มเพราและซ้อน
ooooooo
รุ่งเช้าพริ้มเพราให้ตะวันคอยเสิร์ฟข้าวต้มมื้อเช้าให้ทุกคน นเรนทร์สะใจแกล้งขัดขาตะวันล้มถ้วยชามแตก พร้อมมิตร จิตรใสและพริ้มเพรารุมด่าว่าสารพัด คุณใหญ่ต้องปรามของแตกไปแล้วจะฟื้นฝอยทำไม ให้คนมาเช็ดทำความสะอาด
พร้อมมิตรค้านว่ายอแสงเป็นคนทำแตกต้องเป็นคนเก็บ นเรนทร์พูดกระทบ คุณแม่ใหญ่คงไม่ให้ลูกรักทำงานแบบนี้ ตะวันไม่อยากให้คุณใหญ่ร้อนใจจึงบอกว่าตนจะเป็นคนทำความสะอาดเอง คุณใหญ่มองน้ำตาซึม ตามมาหลังบ้านสวมกอดปลอบตะวันอย่างห่วงใย
“อุปสรรคทุกอย่างเป็นแค่บททดสอบ แม่รู้ว่าลูกไม่ได้ทำผิด ลูกต้องผ่านมันไปได้ด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง แม่เชื่อว่าลูกทำได้ แม่มั่นใจเหลือเกินว่าอนาคตของลูกยอจะไม่สิ้นแสงเหมือนชื่อ ยอแสงของแม่จะต้องเป็นแสงตะวันสุดท้ายซึ่งวันพรุ่งนี้จะสว่างไสวที่สุด”
ตะวันปลาบปลื้ม รับปากจะอดทนจะไม่ทำให้ผิดหวัง ขอบคุณที่เชื่อมั่นในตัวตน คุณใหญ่บอกว่าศักดิ์ระพีก็ต้องเชื่อมั่นเช่นเดียวกัน...ในขณะเดียวกัน ศักดิ์ระพีนั่งมองรูปถ่ายคู่กับตะวันด้วยความคิดถึง แล้วลงมือเขียนจดหมายถึงเธอ บรรยายถึงความลำบากแต่ก็จะตั้งใจเพื่ออนาคตและความก้าวหน้า หลายครั้งที่ท้อแต่พอนึกถึงยอแสงก็จะเกิดพลังและความเข้มแข็ง
ด้านตะวันเขียนจดหมายหาศักดิ์ระพีเช่นกัน ถามไถ่ทุกข์สุข ไม่ได้เล่าถึงเรื่องราวที่ต้องพบเจอให้เขาหนักใจ บอกเพียงว่าตนจะตั้งใจเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ จะอดทนกับอุปสรรคที่ผ่านเข้ามา ให้สมกับความกรุณาที่เขามีให้...พร้อมมิตรเดินมาเห็นตะวันเขียนจดหมายก็ไม่พอใจคิดหาทางเล่นงาน
หลังจากวันนั้น พร้อมมิตรดักรอรับจดหมายที่มีเข้ามา เจ็บปวดใจที่ศักดิ์ระพีเขียนถึงแต่ยอแสงไม่เคยมีถึงตนสักฉบับ สั่งบุรุษไปรษณีย์ให้เก็บจดหมายไว้ให้ตนโดยเฉพาะของยอแสง
ooooooo
..
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 13,899
Re: เรื่องย่อละคร ตะวันยอแสง (thairath.co.th)
«
Reply #4 on:
16 July 2026, 22:45:37 »
https://www.thairath.co.th/novel/tawanyorsang/ep7/page1
ตะวันยอแสง ตอนที่ 7
ผ่านไปเกือบสองปี ตะวันน้อยใจที่ศักดิ์ระพีไม่ตอบจดหมายตนเลย เอี้ยงปลอบว่าเขาคงยุ่งกับงานมากจนไม่มีเวลา พอดีธาดาซึ่งสอบเข้าเรียนแพทย์ได้เดินมากับใจบุญ ทั้งสี่คนนั่งคุยกัน
ธาดาสวมชุดนักศึกษาแพทย์ ตะวันกับเอี้ยงชื่นชมเรี่ยมสุดๆ...เอี้ยงกระเซ้าที่มาคงเพราะคิดถึงใครบางคน ธาดาสบตาตะวันยิ้มๆก่อนจะกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่องถามเธอเลือกเรียนต่ออะไร ตะวันตอบว่าอยากเป็นครูเลือกครุศาสตร์ ใจบุญบอกแม่ตนให้ตนเรียนคหกรรมศาสตร์แต่ตนไม่รู้ว่าชอบไหม เอี้ยงท้วงไม่ชอบแล้วจะเรียนทำไม แต่เธอกลับบอกว่าขัดแม่ไม่ได้
“โตแล้วหัดคิดทำอะไรด้วยตัวเองบ้างได้ไหม”
“นพดลว่าฉันเหรอ” ใจบุญโกรธเสียงดัง
ธาดาแทรกถามเอี้ยงอยากเรียนอะไร เอี้ยงนิ่งคิด ก่อนจะตอบว่า ตอนนี้ยังนึกไม่ออก ขอกลับไปถามคนสำคัญที่สุดในชีวิตก่อน ธาดางงว่าใคร ตะวันมองเอี้ยงยิ้มๆ อย่างรู้ว่าเป็นใคร
เย็นวันเดียวกัน เอี้ยงแอบมาหาใจบุญเพื่อถามว่าเธอฝันอยากมีแฟนเป็นนักเรียนนายร้อยจริงไหม ใจบุญงงรู้ได้อย่างไร แล้วฉุกคิดแก้วคงเป็นคนบอก เอี้ยงโพล่งขึ้นว่าตนจะสอบนายร้อย
“อาชีพอื่นมีตั้งเยอะ ทำไมต้องเลือกเรียนอาชีพที่ฉันชอบ”
“ตั้งแต่วันที่ได้รับนาฬิกาเรือนนี้ ฉันก็คิดที่จะเปลี่ยนชีวิตตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อใครสักคน”
ใจบุญชะงักเมื่อรู้ว่าเอี้ยงชอบตนแน่ เริ่มลังเลบอกไม่อยากให้เขาเรียนนายร้อย เอี้ยงย้อนถามเธอมีใครอยู่ในใจ เธอปัดไม่เกี่ยวกับเขา ให้เขาเลิกมายุ่งเกี่ยว เอี้ยงชักมั่นใจแล้วว่าใจบุญมีใครอยู่ในใจจริงๆ กลับมาบ่นกับ ตะวันว่าตนจะเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นไปเพื่ออะไร ตะวันเตือนสติ
“นพดลต้องทำให้ได้ไม่ว่าใจบุญจะมีใครหรือไม่ก็ตาม เพื่อพิสูจน์คุณค่าและความดีในตัวเรา วันหนึ่งที่เรายืนหยัดได้ด้วยตัวเอง จะไม่มีใครดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นคนของเราได้”
ในขณะเดียวกัน ใจบุญครุ่นคิดชั่งใจตัวเอง ตัดสินใจเขียนจดหมายถึงศักดิ์ระพี
“สวัสดีค่ะอาเล็ก จดหมายของใจบุญอาจสร้างความแปลกใจให้อาเล็กมาก ใจบุญคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะบอกความจริงกับอาเล็ก...ตั้งแต่จำความได้ คุณแม่มักจะพาใจบุญมาเที่ยวที่บ้านร่มรื่นเสมอ ภาพแรกที่ยังคงติดตาใจบุญ คือภาพของผู้ชายคนหนึ่งกำลังขี่ม้าอย่างสง่างามอยู่กลางท้องทุ่ง ตอนเด็กๆใจบุญไม่รู้หรอกค่ะว่ารู้สึกยังไงกับผู้ชายคนนี้ ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมหน้าที่แสนอบอุ่นของผู้ชายคนนี้ ถึงเข้ามาอยู่ในฝันของใจบุญอยู่เสมอ จนวันหนึ่งที่อาเล็กจากไป ใจบุญถึงได้รู้ว่าอาเล็กคือผู้ชายเพียงคนเดียวที่อยู่ในใจของใจบุญเรื่อยมา...”
ใจบุญพับจดหมายใส่ซองปิดผนึกแล้วเก็บลงกล่องไม้ในลิ้นชัก ในนั้นมีจดหมายหลายฉบับจ่าหน้าซองถึงศักดิ์ระพีที่เธอเขียนแต่ไม่เคยส่ง ตั้งปณิธานว่าสักวันจะกล้าส่งให้อาเล็กอ่าน
ooooooo
วันต่อมาคุณใหญ่พาตะวันมาจุดธูปหน้าอัฐิท่านต้น เพื่อแสดงความเคารพและขอพรให้ท่านคุ้มครอง ตะวันยกธูปขึ้นพนมอธิษฐาน คุณใหญ่มองมาต้องรู้สึกขนลุกวาบเมื่อเห็นเหมือนดวงพรนั่งไหว้ ทำให้หวนคิดถึงอดีตวันที่ดวงพรคลอดลูก
ดวงพรกล่าวกับคุณใหญ่ก่อนสิ้นใจ “คุณใหญ่ขา ...ลูกของฉัน ลูกของฉันมีปานแดงรูปหัวใจที่เหนืออกซ้าย แต่เด็กคนนี้...เด็กคนนี้ ไม่มี...”
ตะวันสะกิดที่เห็นคุณใหญ่เหม่อ คุณใหญ่รู้สึกตัวบอกตนคิดถึงดวงพร แล้วนึกถึงคำพูดของดวงพรจึงเอ่ยถาม “ลูกยอมีปานหรือตำหนิที่ตัวบ้างไหม...”
ถามไม่ทันจบ เติมเปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะ บอกว่านายแก่น ไม้จันทร์มาขอพบ ตะวันสะดุดหูคุ้นกับชื่อนี้มาก ตะวันเดินกลับมาที่เรือนแพ เจอเอี้ยงรออยู่ก็รีบถามจำคนชื่อแก่น ไม้จันทร์ได้ไหม เอี้ยงรีบบอกว่าเป็นญาติห่างๆของพ่อเลี้ยงตน ตะวันหน้าเสียไม่เรี่ยมแล้วจะให้นายแก่นเห็นพวกเราไม่ได้ เอี้ยงจึงชวนหลบไปอยู่ในสวน
ซ้อนเป็นคนพานายแก่นมาพบคุณใหญ่ เพราะนายแก่นเป็นชาวเรือโยง เล่าให้คุณใหญ่ฟังว่า หลังจากที่สายหนีออกจากคุก มีคนเคยเห็นมาป้วนเปี้ยนแถวบ้านเดชาบดินทร์ คุณใหญ่แปลกใจพยายามจับต้นชนปลาย พริ้มเพราฟังอยู่ด้วยรีบออกตัว ตนอยู่บ้านตลอดไม่เคยเห็นสายหรือเด็กตะวันมาที่บ้านเลย แล้วหันไปถามซ้อนเคยเห็นไหม ซ้อนอึกอักๆก่อนจะตอบว่าไม่เคย คุณใหญ่สงสัยว่าสายกับตะวันหายไปไหน เติมสังเกตเห็นท่าทีมีพิรุธของพริ้มเพรากับซ้อน
หลังจากนั้นพริ้มเพราต่อว่าซ้อนที่พานายแก่นมาพบคุณใหญ่ ซ้อนอ้างไม่อยากให้คุณใหญ่สงสัย ถ้าพริ้มเพรากลัวก็ไม่ควรจับตัวสายไป เธอโวยลงเรือลำเดียวกันแล้วควรพายไปให้ถึงฝั่ง ซ้อนย้อนอย่างรู้ทันว่าเมื่อถึงฝั่งเธอคงถีบหัวตนส่ง พริ้มเพรามองขุ่นเคืองไม่อยากโต้เถียงพอดีเห็นนเรนทร์กำลังจะออกไปกับเพื่อนๆ รีบเดินไปถามจะไปไหนใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัย
“ผมเป็นเจ้าของบ้านเดชาบดินทร์ ไม่เรียนก็ไม่อดตาย ป้าพริ้มน่าจะเอาเวลาวุ่นวายกับผมหาทางเอามรดกมาให้เร็วที่สุดดีกว่า...ไปโว้ย รำคาญ” นเรนทร์ตอกกลับแล้วร้องบอกเพื่อนๆ
เรือติดเครื่องนเรนทร์แล่นออกอย่างเร็วทำให้เกิดคลื่นกระทบเรือจ้างซึ่งอินตาพายมา เขาไม่พอใจหันมองแต่พอเห็นพริ้มเพรากับซ้อนก็ตกใจรีบหลบหน้า เสียงพริ้มเพราบ่นว่านเรนทร์ดื้อเหลือเกิน ซ้อนว่ากระทบว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว พริ้มเพราหันขวับมองถาม...ว่าใคร
“เด็กคนนี้ไม่ใช่สายเลือดท่านต้น คุณพริ้มจะเดือดร้อนทำไม”
“หุบปากไปเลยนะซ้อน ถ้ายังปากมาก ฉันจะไม่เก็บนังสายไว้”
“คุณมันใจคอโหดเหี้ยมอำมหิต ทำร้ายได้กระทั่งคนไม่มีทางสู้”
“ซ้อนรู้ว่าฉันทำได้ทุกอย่าง ก็หัดสงบปากสงบคำไว้ให้ดี ไม่งั้นนังสายจะเดือดร้อน”
ซ้อนอึดอัดจำยอมนิ่ง อินตาได้ยินทั้งสองสนทนาตกใจมากเมื่อรู้ว่าสายถูกจับตัว คิดหาวิธีช่วย...อินตาคอยสะกดรอยตามพริ้มเพรากับซ้อนมาที่ตลาด พริ้มเพราพูดจาแดกดันทำนองซ้อนเป็นสุนัขรับใช้ เขาต้องกล้ำกลืนฝืนทน มองไปเห็นอินตาแว้บๆแต่จำไม่ได้ พอดีนเรนทร์เดินมาชนอินตาแล้วโวยวายลั่นตลาด นเรนทร์จะเอาเรื่องอินตา พริ้มเพรากับซ้อนได้ยินเสียงหันมอง อินตาเกรงทั้งสองเห็นจึงรีบหนีไป พริ้มเพรามองหลานนอกไส้อย่างอ่อนใจ
ooooooo
ที่ท่าน้ำพร้อมมิตรดักรับจดหมายจากบุรุษ ไปรษณีย์ มีจดหมายศักดิ์ระพีถึงยอแสงก็ฉีกทิ้งด้วยความแค้นใจ อินตาแอบเห็นการกระทำของพร้อมมิตร คิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
ตะวันเริ่มน้อยใจที่ไม่มีจดหมายตอบจากศักดิ์ระพีเหมือนตนไม่มีค่าให้คิดถึง จึงคิดจะไม่เขียนไปหาอีก เอี้ยงปลอบอย่างไรก็ไม่อยากฟัง ด้านพร้อมมิตรเจ็บใจทำไมมีแต่คนรักยอแสง จิตรใสหาว่ายอแสงดัดจริตออดอ้อนเก่ง นเรนทร์ว่าถ้ายอแสงเข้ามามีส่วนในมรดกของบ้านเมื่อไหร่ตนเล่นงานแน่ จิตรใสยุให้นเรนทร์หาทางจัดการไปเลย นเรนทร์ยิ้มกริ่มคิดวิธีได้
คืนนั้นตะวันขึ้นไปอ่านหนังสือให้คุณใหญ่บนตึก นเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสแอบมาที่เรือนแพ เอารังมดแดงใส่ไว้ใต้ผ้าห่มบนเตียง...พอตะวันกลับลงมา พริ้มเพราตามเข้ามาหาว่าค่ำมืดออกไปเที่ยวเดินข้างนอก ตะวันบอกว่าตนขึ้นไปอ่านหนังสือให้คุณใหญ่บนตึก พริ้มเพราเหน็บแนม คุณใหญ่ช่างเอ็นดูเสียจริง ร้อยวันพันปีไม่เคยเรียกใคร อยากรู้ว่าเสียงดีนักหรือให้ลองอ่านให้ฟัง พริ้มเพราลงนั่งกึ่งนอนรอฟังบนเตียง
ตะวันแกล้งเลือกบทแดกดันอ่านให้ฟัง “นาคีมีพิษเพี้ยง สุริโย เลื้อยบ่ทำเดโช แช่มช้า พิษน้อยหยิ่งยโส แมงป่อง ชูแต่หางเองอ้า อวดอ้างฤทธี...”
พริ้มเพราเริ่มรู้สึกคันแต่ก็เยาะเสียงอย่างกับเป็ดเทศ ตะวันออกตัวไม่เคยบอกว่าตัวเองเสียงดี พริ้มเพราหมั่นไส้ “อย่ามาทำสำบัดสำนวนกับฉัน อยากเจ็บตัวนักรึไง...เอ๊ะ อะไร อ้อมด ว้าย! ตายแล้ว มดแดง มดแดงขึ้นเต็มตัวฉัน โอ๊ย...โอ๊ย...นังเด็กสกปรก นอนยังไงมดขึ้นเต็มที่นอน คันไม่ไหวแล้ว” พริ้มเพราวิ่งร้องโอดโอยออกไป
ตะวันงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น...นเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสแอบซุ่มดูอยู่เห็นพริ้มเพราร้องลั่นวิ่งออกมาก็ตกใจ ตะวันเดินตามออกมาเห็นทั้งสามคนก็รู้ว่าเป็นฝีมือทั้งสามคนแน่
“คิดร้ายกับคนอื่น ผลร้ายก็ตกอยู่กับพวกพ้อง ตัวเอง”
ทั้งสามหันมาโต้พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง ตะวันยิ้มเยาะถึงคนผิดไม่ยอมรับ แต่กรรมตามทันเห็นๆ นเรนทร์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง จะทำทุกอย่างเพื่อเฉดหัวเธอออกไปให้จงได้
ooooooo
เช้าวันใหม่ เอี้ยงกับเติมรู้เรื่องจากตะวันต่างหัวเราะชอบใจ เอี้ยงให้ไปฟ้องคุณใหญ่ แต่ตะวันไม่อยากให้เธอร้อนใจ เอี้ยงเจ็บใจพวกนั้นจะได้ใจ
“พี่ยอมอดทนอยู่ที่นี่ก็เพื่ออาเล็ก แต่ไม่ได้หมายความว่าพี่จะยอมพวกเขาทุกอย่าง พี่จะทำให้พวกนั้นเห็นว่าความอดทนของคนเรามีขีดจำกัด” ตะวันคิดทำอะไรบางอย่าง
ยอแสงมาหาพริ้มเพราเพื่อบอกว่าคนที่แกล้งเอารังมดแดงมาไว้บนเตียงตนคือลูกหลานท่านต้น ให้เธอลงโทษ พริ้มเพรากลับบอกว่าพวกนั้นไม่ได้ตั้งใจแกล้งตนจะลงโทษทำไม
ตะวันมองอย่างสิ้นศรัทธา “ยอแสงเคารพคุณพริ้มเพราะเห็นว่าคุณพริ้มเป็นผู้ใหญ่ ถ้าพูดแบบนี้ต่อไปก็ขอให้เราต่างคนต่างอยู่ ถ้าแรงมายอแสงก็จะแรงกลับบ้าง”
“กล้าอวดดีกับฉัน อยากโดนตบใช่ไหมฮึ” พริ้มเพราเงื้อมือ
“เอาสิคะ เรื่องตบตีเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กข้างถนนอย่างยอแสงอยู่แล้ว” ตะวันตั้งรับ
พริ้มเพราชะงักหดมือลงบ่นว่านังเด็กผี เด็กบ้าฝากไว้ก่อน เดินปึงปังออกไป จากนั้นตะวันมาคุยกับจิตรใส ถามตนทำอะไรให้เธอเกลียด อยู่โรงเรียนดีมีชื่อเสียง ครูสั่งสอนให้เป็นคนมีเหตุผล ถ้าตนทำอะไรให้โกรธตนขอโทษ ต่อไปขอให้เราพูดดีๆต่อกัน จิตรใสโวยไม่มีวัน
ตะวันเสียงเข้มเอาจริง “อ้อ...เข้าใจแล้ว งั้นต่อไปนี้ ยอแสงจะไม่พูดดีกับคุณเหมือนกัน ถ้าคุณหาเรื่องฉัน ฉันก็จะตอบโต้คุณ”
จิตรใสโกรธคว้าขวดยาทาเล็บปาใส่ ตะวันรับขวดได้เปิดฝาสะบัดกลับ พร้อมมิตรเห็นปรี่เข้าตบหน้าตะวันอย่างแรง ตะวันเซไม่ทันตั้งตัว พร้อมมิตรเงื้อมือจะตบอีก ตะวันคว้ามือไว้ผลักล้มไปใส่จิตรใส พร้อมมิตรร้องลั่นจะฟ้องคุณใหญ่ให้ไล่ออกจากบ้าน
“ยอแสงก็ไม่ได้อยากอยู่นักหรอก พวกยักษ์ในบ้านเยอะ ขี้เกียจรบด้วย” ตะวันทิ้งท้ายก่อนเดินไป จิตรใสกับพร้อมมิตรงงว่ายอแสงเป็นอะไร ผีเข้าหรืออย่างไร
เอี้ยงกับเติมนั่งตกกุ้งริมท่าน้ำ ตะวันอยู่ข้างๆเห็นนเรนทร์ขับเรือเข้ามาจอดให้ซ้อนผูกเรือ จึงให้เอี้ยงไปหยิบสังขยาในครัว เอี้ยงวิ่งไป ตะวันเข้าไปถามนเรนทร์เอารังมดไปใส่ที่นอนตนทำไม นเรนทร์ตอบว่าเพราะเกลียดเธอ ตะวันสวนแล้วถ้าตนทำบ้าง นเรนทร์ขู่จะโดนตบ เอี้ยงวิ่งถือสังขยาเข้ามา ตะวันถามนเรนทร์อยากกินไหม เขาทำท่าเหยียดของสกปรก
“อ้าว สังขยาสกปรกก็กินไม่ได้แล้วสิ งั้นทิ้งไปก็แล้วกันนะ”
นเรนทร์ไม่ทันระวังตัว ตะวันเอาสังขยาโปะเต็มหน้าเขา นเรนทร์โกรธพุ่งจะเข้าทำร้ายตะวัน ซ้อนดึงตัวไว้ เขากราดเกรี้ยวจะเอาเรื่องให้ได้ สุดท้ายเสียหลักพลัดตกน้ำ ซ้อนตกใจ ตะวัน เอี้ยงและเติมหัวเราะ ตะวันชี้ให้เห็นผลกรรมของการคิดทำร้ายคนอื่นมันเป็นอย่างไร นเรนทร์โวยวาย ไอ้ขี้ครอกจะเอาคืนให้สาสม ซ้อนส่ายหน้าระอาใจ
หลังจากนั้น ตะวันถือไม้เรียวเดินมาพร้อมเอี้ยงและเติม เข้ามาหาคุณใหญ่ให้เฆี่ยนตน คุณใหญ่งงไม่ทันพูดต่อ พริ้มเพราพานเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสเข้ามาฟ้องว่าโดนยอแสงทำร้าย นเรนทร์โวยว่ายอแสงผลักตนตกน้ำ เอี้ยงแย้งว่าเขาตกไปเอง นเรนทร์ตวาดให้หุบปาก พริ้มเพราบีบคั้นให้คุณใหญ่ลงโทษยอแสง ถ้าไม่ไล่ออกจากบ้านก็ต้องเฆี่ยนตีให้หลาบจำไม่อย่างนั้นจะถือว่าลำเอียง คุณใหญ่ลำบากใจ พริ้มเพราถือโอกาสตัดบทคว้าไม้เรียวจากมือตะวัน
“ถ้าคุณใหญ่ทำไม่ได้ พริ้มขอจัดการมันเองค่ะ” พริ้มเพราหวดตีตะวันจนไม้เรียวหัก
ตะวันกัดฟันไม่ร้อง ทรุดฮวบลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด พริ้มเพรายังตอกย้ำ ถึงจะเป็นคนโปรดของคุณใหญ่ ถ้าไม่รู้จักเจียมตัว ใครหน้าไหนก็คุ้มกะลาหัวไม่ได้...คุณใหญ่มองไม่คิดว่ายอแสงจะอดทนได้ขนาดนี้
เนื้อตัวตะวันเต็มไปด้วยรอยไม้เรียว เอี้ยงเอายาหม่องมาทาให้ เติมสงสารจับใจไม่น่าไปรับผิดเลย ตะวันกลับบอกว่า “ทำตัวเป็นคนดีอาจจะเห็นผลช้า แต่ความดีจะปกป้องเราไปตลอดชีวิต...คุณแม่ใหญ่!” ตะวันชะงักเมื่อเห็นคุณใหญ่ยืนมอง ราวมายืนอยู่นานแล้ว
เอี้ยงกับเติมถอยออกให้คุณใหญ่เข้าหาตะวัน คุณใหญ่น้ำตาซึมลูบหัวตะวันอย่างเอ็นดู พูดด้วยน้ำเสียงปลอบโยน “กระจกที่ว่าใส ยังแพ้จิตใจที่บริสุทธิ์ของลูกยอของแม่”
ตะวันใจหายเมื่อเห็นคุณใหญ่ร้องไห้ คุณใหญ่เสียใจที่ปกป้องลูกไม่ได้ ตะวันเข้าใจดีว่าเธอต้องให้ความยุติธรรมกับทุกคน คุณใหญ่ย้ำ “ชีวิตคนเหมือนดวงตะวัน แม้ตะวันจะตกไปแล้วก็ยังมีวันกลับขึ้นมาใหม่ได้ รักษาความดีในหัวใจลูกไว้ ความดีจะช่วยคุ้มครองลูก”
ตะวันรับคำจะจดจำไว้ คุณใหญ่กอดปลอบ เมื่อไหร่ ที่ศักดิ์ระพีกลับมา ยอแสงก็จะมีคนคอยปกป้องอีกคน ตะวันรำพึงด้วยความน้อยใจ ป่านนี้เขาคงลืมตนไปแล้ว
ศักดิ์ระพีได้รับจดหมายของพร้อมมิตร เขียนมาพร่ำบอกว่าคิดถึงและเฝ้ารอเขากลับแล้วส่งข่าวเรื่องยอแสง ว่ามักจะโดดเรียนบ่อยๆ ไม่สนใจเรียนจนคุณแม่ใหญ่เหนื่อยใจ เตือนอย่างไรก็ไม่ฟัง ตนเข้าใจว่ายอแสงเริ่มโตเป็นสาว มีหนุ่มๆเทียวมาขายขนมจีบตลอดเวลา
พร้อมมิตรใส่ไคล้หนักขึ้น “พร้อมขอโทษที่เอาเรื่องไม่งามมาเล่าให้อาเล็กฟัง อาเล็กไม่ต้องห่วงค่ะ พร้อมยินดีช่วยอบรมตักเตือนยอแสงอีกแรง ไม่ให้อาเล็กผิดหวัง สุดท้ายนี้...พร้อมยังเฝ้ารอคอยหัวใจของพร้อมอยู่เสมอ หวังว่าอาเล็กจะรีบเอาหัวใจของพร้อมกลับมาเร็วๆนะคะ”
ศักดิ์ระพีอ่านจบพับจดหมายเก็บอย่างว้าวุ่นใจ... วันต่อมา พร้อมมิตรเขียนจดหมายอีก จิตรใสย่องมาดู หัวเราะคิกที่พี่สาวร้ายกาจขนาดเขียนจดหมายใส่ความยอแสงได้ขนาดนี้ เราจะต้องร่วมมือกันเล่นงานทุกคนที่เข้ามาแย่งอาเล็กไปจากพวกเรา ยังมีใจบุญอีกคนที่ตนเกลียด
ในขณะที่ใจบุญจดๆจ้องๆไม่กล้าส่งจดหมาย เอี้ยงมาเห็นแซวจะส่งจดหมายรักปักใจถึงใคร ใจบุญตกใจหันหนี เอี้ยงตามไปดึงจดหมายมาจะส่งให้ แต่พอเห็นว่าจ่าหน้าถึงศักดิ์ระพีก็ตกใจที่แท้เธอชอบอาเล็ก ใจบุญอายคว้าจดหมายคืนเสียหลักจะล้ม เอี้ยงเข้าประคอง เธอผละหนี
“คนบ้า! อย่ามายุ่งกับจดหมายฉัน”
“รักใครชอบใครก็บอกเขาไปสิ เก็บเอาไว้เมื่อไหร่เขาจะรู้สักที” เอี้ยงเศร้าปวดใจ
ใจบุญโวยอย่ามายุ่งเรื่องของตน เอี้ยงขอโทษ สัญญาจะไม่มาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวเธออีก เอี้ยงเดินคอตกจากไป ใจบุญรู้สึกผิดแต่ไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร...เอี้ยงไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้ตะวันฟัง ได้แต่บอกว่าใจบุญมีคนที่ชอบอยู่ในใจ ตนหมดหวังแล้ว ตะวันปลอบ
“ความหวังถึงจะริบหรี่แค่ไหนก็ยังมีค่าถ้าใจเราสู้ เราควรคิดในแง่ดีอย่างน้อยเรายังได้หวัง” เอี้ยงเห็นด้วย ตะวันมองไปเห็นพริ้มเพรากับซ้อนเดินลับๆล่อๆออกจากบ้านก็นึกสงสัย
อินตาซุ่มมองสะกดรอยตามหวังจะไปช่วยสาย ...และแล้วทั้งสองก็มาที่โกดังเก็บศพที่ขังสายไว้ มีนักเลงลูกน้องเฝ้าอยู่สองคน อินตาเห็นสายเสียสติเห่กล่อมห่อผ้า เป็นลูกก็น้ำตาปริ่ม พริ้มเพราสั่งลูกน้อง ปล่อยให้สายบ้า แบบนี้ดีแล้ว อย่าให้หนีไปไหนได้ และแล้วเย็นวันนั้นหลังจากพริ้มเพรากับซ้อนกลับไป อินตาก็แอบเข้ามาช่วยสายหนีไปได้ แล้วพามารักษาตัวที่อนามัยแห่งหนึ่ง สภาพสายบอบช้ำ หมอเอาตัวไว้รักษาบาดแผลและฟื้นฟูจิตใจ
ooooooo
ตอนค่ำตะวันทำน้ำมะตูมร้อนๆมาให้คุณใหญ่บนห้อง เธอปลื้มใจมีความสุขที่ตะวันคอยดูแล
ช่วงก้มลงคอเสื้อตะวันร่นจนเห็นปานแดงรูปหัวใจแต่คุณใหญ่ไม่ทันมอง จู่ๆคุณใหญ่นึกได้ถามขึ้น “วันก่อนลูกยอยังไม่ได้ตอบแม่ว่าลูกมีปานหรือตำหนิตรงไหนรึเปล่า”
ตะวันกำลังยกแก้วน้ำส่งให้จึงชะงักน้ำร้อนลวกมือ คุณใหญ่ตกใจลืมเรื่องที่ถามเสียสนิท ตะวันใจคอไม่ดีแปลกใจทำไมคุณใหญ่ถึงถามเรื่องนี้ หรือจะรู้ว่าตนเป็นใคร กลับมาเล่าให้เอี้ยงฟัง เอี้ยงคิดว่าคุณใหญ่สงสัยมาตลอดแต่เงียบไว้เพื่อเอาผิดพวกเรา ตะวันกลัดกลุ้มไม่อยากเชื่อ
เช้าวันใหม่พร้อมมิตรร้อยพวงมาลัยมาให้คุณใหญ่ ไหว้ท่านต้น พริ้มเพรายกของว่างมาเห็นจิกตามองอย่างหมั่นไส้ คุณใหญ่ถามทำไมไม่ให้ยอแสงยกเข้ามา พริ้มเพรา บอกว่าเด็กๆไปทัศนศึกษาที่เกาะเกร็ดกับทางโรงเรียน คุณใหญ่นึกได้
“จริงสินะ ยอแสงเข้ามาขออนุญาตฉันไปแล้ว ฉันนี่แก่แล้วขี้หลงขี้ลืมจริงๆ”
“หนังเหนียวและตายยากอีกต่างหาก” พริ้มเพราแอบด่า คุณใหญ่ได้ยินไม่ถนัด...
นเรนทร์กับจิตรใสเดินรั้งท้ายกลุ่มเพื่อนๆ บ่นกระปอดกระแปดน่าเบื่อทั้งร้อนทั้งสกปรก ในขณะที่ตะวัน เอี้ยงและใจบุญเดินชมเกาะเกร็ดอย่างสนุกสนานดูชีวิตความเป็นอยู่ของชาวมอญ ใจบุญเล่าว่าแม่พาตนมาไหว้พระที่นี่บ่อยๆ ทันใดได้ยินเสียงกระถางแตก พร้อมเสียงเอะอะโวยวายของนเรนทร์ หาว่าวางของเกะกะจะเล่นงานพ่อค้า ตะวันกับเอี้ยงทนไม่ได้เข้ามาขวาง กลับโดนด่ากราด ตะวันตำหนินเรนทร์
“การศึกษาไม่ช่วยให้จิตใจนายสูงขึ้นเลยเหรอ”
เอี้ยงเสริมว่าทำผิดแล้วยังหาเรื่องคนอื่น จิตรใสโวยว่านพดลด่านเรนทร์ โตกับเกิดจะเข้าเล่นงาน พอดีเห็นครูเดินมาจึงชะงัก นเรนทร์หันมาเตะเครื่องปั้นดินเผา แล้วโยนเงินใส่หน้าตะวันเข่นเขี้ยว “นี่คือผลที่พวกแกเข้ามาสอดเรื่องคนอื่น ส่วนนี่คือค่าชดใช้ของพวกขี้ครอก ...เศษเงินของฉันซื้อคนอย่างพวกแกได้เสมอ จำใส่กะลาหัวไว้”
พ่อค้าทรุดลงเก็บข้าวของที่แตก ตะวันยืนโกรธที่นเรนทร์ดูถูก จิตรใสยิ้มเยาะก่อนจะเดินตามนเรนทร์ไป ตะวันกับพวกจึงช่วยพ่อค้าเก็บเศษกระเบื้อง เอี้ยงเจ็บใจน่าจะตอกกลับให้นเรนทร์หน้าหงายไปบ้าง ตะวันถาม ทำแบบนั้นเพื่ออะไร เอี้ยงอึ้ง ตะวันสอน
“ถ้าทำเพื่อความสะใจ แต่เราจะถูกทุกคนมองไม่ต่างจากนเรนทร์ พี่ขออยู่เฉยๆดีกว่า”
“ฉันเข้าใจยอแสง การเอาชนะคนเกเรอย่างนเรนทร์ด้วยวิธีตอบโต้รุนแรงไม่ได้พิสูจน์คุณค่าในตัวเรา เลยสักนิด” ใจบุญเห็นด้วย
เอี้ยงทำไม่สนใจสิ่งที่ใจบุญพูด หันไปพูดกับตะวันว่านเรนทร์ไม่น่าเป็นลูกท่านต้นเลย นิสัยแบบนี้ถ้าเป็นลูกชาวเรือ ตนจะไม่สงสัยเลย ตะวันคิดตาม
เอี้ยงเดินดูขนมหวานละลานตาอย่างตื่นเต้น หันมา ไม่เห็นตะวันกลับเจอใจบุญเพียงคนเดียว ทั้งสองมองกัน อย่างขุ่นเคืองกันอยู่ ต่างแปลกใจว่าตะวันหายไปไหน เอี้ยงเหน็บใจบุญมัวแต่เดินคิดถึงใครถึงไม่รู้ว่ายอแสงหายไปไหน ใจบุญค้อนขวับไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ เปลี่ยนเรื่องถามเอี้ยงตกลงเลือกเรียนอะไรที่ไม่ใช่นายร้อยกับสถาปนิก
“ทำไมต้องห้าม หวงอาชีพผู้ชายในฝันเหรอ”
“ฉันไม่อยากมีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจของใครต่างหาก” ใจบุญบอกปัด
เอี้ยงยิ่งน้อยใจ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ แกล้งยั่วถ้าไม่เรียนนายร้อยก็จะเรียนสถาปนิกเอาให้เก่งเหมือน
อาเล็กผู้ชายในฝันของเธอ ใจบุญโกรธจิ้มทอดมันใส่ปากเอี้ยงคำโต เขาสำลักวิ่งไล่...อีกมุมหนึ่ง ตะวันเดินชิมขนมพลันชนเข้ากับธาดาโดยบังเอิญ ตะวันแปลกใจที่เขามาได้อย่างไร ธาดาบอกว่าสอบเสร็จเลยตั้งใจมาไหว้พระที่นี่ เขามาบ่อยๆจึงขออาสาพาเธอเที่ยวชมสถานที่
ใจบุญวิ่งหนี เอี้ยงวิ่งตามถามใจบุญคนเดิมที่ตนรู้จักหายไปไหน ใจบุญตอบว่ามีคนสอนให้ตนรู้จักสู้ เอี้ยงโวย ศิษย์คิดล้างครู เธอโต้ก็ครูชอบหาเรื่องต้องเอาคืนกันบ้าง พูดพลางก็กวาดตามองไปทั่ว เอี้ยงเย้ามองหาใจตัวเองหรือ เธอสวนว่ามองหายอแสง เอี้ยงนึกได้ว่าตะวันหายไป
ในขณะที่ธาดาพาตะวันมาไหว้พระในโบสถ์ พอเดินออกมาเจดีย์ริมน้ำ ตะวันถามเขาอธิษฐานอะไร เขาบอกว่าขอให้เรียนจบหมอไวๆจะได้ทำงานเก็บเงินไปขอคนที่รัก ตะวันชื่นชมว่าเขาน่ารัก ใครได้เป็นแฟนช่างโชคดี ธาดาเปรยถ้าผู้หญิงคนนั้นรับรักตนก็ดี ระหว่างนั้นนเรนทร์ จิตรใส โตและเกิดเดินมาเห็น จิตรใสหมั่นไส้ นเรนทร์มีแผนร้ายเล่นงานตะวัน
เมื่อถึงเวลากลับ ครูให้นักเรียนทุกคนลงเรือ เอี้ยงมัวเถียงกับใจบุญจนลืมมองว่าตะวันไม่ได้เดินมาด้วย นเรนทร์กับจิตรใสช่วยกันเร่งครูให้รีบออกเรือกลับ อ้างเมาเรือจนอยากอาเจียน พอตะวันกับธาดาเดินมาถึง
ท่าน้ำแปลกใจที่เห็นเรือออกไปแล้ว ร้องเรียกก็ไม่ได้ยิน ตะวันกระโดดโบกมือจนล้มขาแพลง ธาดาโผเข้าประคองพาไปนั่งพัก หายาหม่องมาทานวดข้อเท้าให้
ooooooo
เมื่อทุกคนกลับมาถึงบ้านเดชาบดินทร์ เอี้ยงกับใจบุญเสียใจที่ไม่ทันดูว่าตะวันยังไม่ได้ลงเรือมาด้วย จิตรใสกับนเรนทร์หาว่าตะวันหนีตามธาดาไป พริ้มเพราตบอกผางสำทับช่างกล้าทำบัดสี สันดานคนชั้นต่ำ เอี้ยงสวนไม่จริง นเรนทร์ตวาดกำพืดเดียวกัน พวกสวะข้างถนน
คุณใหญ่ปราม จะทะเลาะกันให้ได้อะไรขึ้นมา แทนที่จะช่วยกันคิดวิธีตามหายอแสง เติมจะเอาเรือไปรับตะวันที่เกาะเกร็ด พริ้มเพรารีบห้ามบอกว่าซ้อนเพิ่งยาแนวเรือ ยังเอาเรือออกไม่ได้ คุณใหญ่กลัดกลุ้ม... พริ้มเพราสะใจกับแผนของนเรนทร์ หวังว่าคราวนี้ยอแสงจะโดนเฉดหัวออกจากบ้าน นเรนทร์ยิ้มย่องหน้าที่เจ้าของบ้านอย่างตนคือกำจัดพวกกาฝาก
ฟ้าเริ่มมืด ตะวันกับธาดาชักหมดหวังจะมีเรือกลับ ตะวันกังวลใจไม่อยากให้คุณใหญ่เป็นห่วง ธาดาหาเรื่องคุยให้เพลินเอ่ยถามถึงศักดิ์ระพีติดต่อมาบ้างไหม กลับทำให้ตะวันเศร้าสลด
“ยอแสงเป็นแค่เด็กในบ้าน ไม่มีความสำคัญอะไรกับอาเล็กหรอกค่ะ” ธาดาคิดว่าคงวุ่นกับงาน “พี่ธาดาพูดเหมือนนพดลอีกแล้ว ทุกคนมีเวลาเท่ากัน ไม่มีใครยุ่งตลอดเวลาหรอกค่ะ”
ธาดารู้สึกว่ายอแสงน้อยใจ ตะวันให้เลิกคุยเรื่องนี้ ด้านศักดิ์ระพีจามยกใหญ่เผลอปัดเอกสารหล่นกระจาย เห็นรูปถ่ายคู่ตนกับยอแสงจึงหยิบมาดูด้วยความคิดถึง นึกถึงคำที่พร้อมมิตรเขียนมาฟ้องว่ายอแสงสนิทสนมกับธาดาแล้วสะเทือนใจ คว่ำรูปเก็บเข้าลิ้นชัก
เอี้ยงกับใจบุญออกมาถกเถียงกันหน้าตึกบ้านเดชาบดินทร์ โทษว่าเป็นความผิดใครทำให้ลืมยอแสง เอี้ยงประชดเรียกใจบุญว่าคุณหนู เธอไม่พอใจเงื้อมือจะตี เอี้ยงถอยหลบสะดุดล้ม ใจบุญหยุดไม่ทันล้มตามไปทับบนร่างเอี้ยง...บารมีกับแก้วมารับใจบุญ เห็นภาพเช่นนั้นตกใจมาก บารมีด่าว่าเอี้ยงต่ำ สกปรก มาล่วงเกินใจบุญ ใจบุญพยายามอธิบายแต่เธอไม่ฟังด่าตอกย้ำ
“น้ำหน้าอย่างแก ไม่มีอะไรคู่ควรกับลูกสาวฉัน คนเดียวที่มีศักดิ์ศรีเทียบเท่าใจบุญคือคุณศักดิ์ระพีเท่านั้น จำใส่กะลาหัวแกไว้ด้วย...กลับบ้านเดี๋ยวนี้!” บารมีกระชากแขนใจบุญกลับ
ทางด้านเกาะเกร็ด ตะวันยังชะเง้อมองหวังจะมีเรือมา ธาดาถอดเสื้อนอกของตัวเองคลุมให้ตะวันเพราะเห็นลมแรงขึ้นแล้วชวนคุยเกริ่นถามถ้าเรียนจบครูอยากไปสอนที่ไหน ตะวันบอกยังไม่ได้คิด ธาดาพูดยิ้มๆว่าอาชีพหมอกับครูคล้ายกันตรงที่ย้ายไปทำงานที่ไหนก็ได้ ถ้าตนต้องไปทำงานต่างจังหวัดเธอจะไปด้วยไหม ตะวันทำหน้างงหมายความว่าอย่างไร
“พี่อยากให้ยอแสงติดตามพี่ไปทุกที่ เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตพี่” ธาดาตั้งใจเผยความในใจ
ขณะเดียวกัน ศักดิ์ระพีตัดใจจากตะวันไม่ได้กลับไปหยิบรูปจากลิ้นชักมาจ้องมอง...ในขณะที่อินตาได้ยินพวกนเรนทร์คุยเรื่องตะวันติดอยู่ที่เกาะเกร็ด จึงแอบเอาเรือไปรับ ระหว่างนั้นพริ้มเพรา พร้อมมิตร จิตรใสและนเรนทร์ช่วยกันรุมยุคุณใหญ่ให้จัดการเรื่องยอแสงกับธาดา คุยกับพ่อของธาดา เด็กในบ้านหนีตามลูกชายเขาไป เป็นเรื่องเสื่อมเสีย คุณใหญ่ติง
“เหลวไหล เรายังไม่รู้แน่เลยว่ายอแสงทำผิด”
“หายไปกับผู้ชายทั้งคืน คุณแม่ใหญ่ยังจะให้ท้ายยอแสงอีกหรือ” นเรนทร์โวย
เติมกังวลใจกระซิบเอี้ยงถ้ายอแสงไม่กลับมาคืนนี้คงแย่ พวกนเรนทร์พยายามบีบบังคับให้คุณใหญ่จัดการรวบรัดยกยอแสงให้ธาดา เอี้ยงกับเติมแย้งเป็นการ มัดมือชกเกินไป นเรนทร์ตวาดกร้าวตนมีสิทธิ์ทำอย่างไรก็ได้ เพราะเป็นเจ้าของบ้าน เอี้ยงสวน เจ้าของบ้านไม่ใช่เจ้าชีวิต
“ปากดีนักเหรอไอ้ขี้ครอก!” นเรนทร์ผลักอกเอี้ยง ทั้งสองชกกันชุลมุน
พริ้มเพราร้องลั่นด่าว่านพดลทำร้ายหลาน คุณใหญ่เสียงกร้าวให้หยุดเดี๋ยวนี้ ซ้อนกับเติมช่วยกันจับแยก ตะวันเดินเข้ามาพร้อมธาดา ถามเกิดอะไรขึ้น ทุกคนตกใจ พร้อมมิตรพลั้งปาก
“ไหนบอกว่ามันกลับมาไม่ได้”
นเรนทร์ จิตรใสและพริ้มเพราจ้องมองตะวันอย่างเจ็บใจ...ตะวันเข้ามากราบขอโทษคุณใหญ่ที่ทำให้เป็นห่วง แล้วเล่าว่าตนกับธาดาลงเรือไม่ทัน พริ้มเพรากับนเรนทร์ตอกย้ำ ผู้หญิงผู้ชายหายไปด้วยกันจะเหลืออะไร ตะวันสวนตนไม่ได้ทำอะไรผิด ธาดาเล่าว่าลุงอินพาพวกตนกลับมา ลุงอินเป็นพยานได้ คุณใหญ่งงลุงอินเป็นใคร
“ลุงอินเป็นคนเรือที่ไปเจอลูกยอโดยบังเอิญและพาเรามาส่งที่นี่” ตะวันเล่าคร่าวๆก่อนจะนึกถึงตอนที่ลุงอินเอาเรือไปรับให้รีบกลับ เธอพยายามมองว่าเขาเป็นใคร ตอนนั้นมืด แต่แล้วแสงจันทร์ทำให้เห็นรอยแผลเป็นที่แก้ม จึงจำได้ว่าเขาคือใคร รีบถามรู้ได้อย่างไรว่าตนติดอยู่ที่นี่
“เรื่องนั้นไม่สำคัญ ขอให้หนูรู้ว่าลุงมาช่วยก็พอ... ลุงก็แค่อยากไถ่บาปที่เคยทำผิดพลาดในอดีต ถึงเวลาที่ทุกอย่างจะอยู่ถูกที่ถูกเวลาสักที”...ทั้งตะวันและธาดางุนงงกับคำพูดของลุงอิน
พริ้มเพราหาว่าอุปโลกน์ชื่อลุงอินขึ้นมา ธาดาบอกชาวบ้านแถวนั้นยืนยันได้ว่าพวกตนนั่งอยู่แต่ที่ท่าน้ำ คุณใหญ่ปรามให้พอเลิกถกเถียงกัน ยอแสงกลับมาปลอดภัยก็พอแล้ว
ตะวันกับเอี้ยงเดินออกมาส่งธาดา เอี้ยงบ่นถ้าตะวันกลับมาช้ากว่านี้จะกลายเป็นเจ้าสาวโดยไม่รู้ตัวเพราะพวกนเรนทร์รุมทึ้งอย่างกับนกแร้ง ตะวันนึกได้อยากขอบคุณลุงอินอีกครั้ง จึงเดินมามองหาที่ท่าน้ำ อินตาค่อยๆ โผล่ออกมาจากความมืด ตะวันขอบคุณที่เขาช่วยอีกครั้ง
“ขอแค่หนูปลอดภัย ลุงก็ดีใจแล้ว หนูเหมือนลูกสาวของลุงมาก ลุงช่วยหนู ก็เหมือนได้ช่วยลูกของตัวเอง” ตะวันบอกลูกเขารู้คงภูมิใจ “ฮึ...ถ้าพ่อดีจริงคงไม่ดึงคนดีๆ ลงมาตกต่ำหรอก พ่ออย่างลุงชั่วเกินกว่าจะให้อภัย” อินตาคร่ำครวญอย่างรู้สึกผิด
“ทุกคนต่างก็เคยทำผิดพลาดทั้งนั้น เมื่อไหร่ที่ลุงมีโอกาส ก็แก้ไขให้มันถูกต้องสิจ๊ะ”
อินตารับคำ สัญญาถ้ามีโอกาสจะแก้ไข ตะวันมองลุงอินอย่างไม่ค่อยเข้าใจ
ooooooo
พริ้มเพรากราดเกรี้ยวตบหน้าลูกน้องที่ยังตามตัวสายไม่เจอ สั่งซ้อนไปดูที่อนามัยถ้าเจอให้ฆ่าทิ้ง ซ้อนประกาศกร้าวจะไม่ยอมฆ่าใครอีก พริ้มเพราอ่อนลงให้แค่หาตัวให้เจอก็พอ
ส่วนนเรนทร์มีอาการอยากยามากขึ้น เกิดกับโตยุให้เอาเงินมามากๆเพื่อไว้ซื้อยา นเรนทร์จึงเกิดความคิดจะขโมยทั้งเงินและของมีค่าแล้วโยนความผิดให้ยอแสง แต่พอนเรนทร์กับพวกย่องเข้ามาที่เรือนแพของตะวัน เอี้ยงมาเจอร้องโวยวายจึงโดนนเรนทร์กับพวกรุมซ้อม อินตามาช่วยทำเอานเรนทร์กับพวกสะบักสะบอม เติมได้ยินเสียงแกล้งร้องว่าคุณใหญ่มา นเรนทร์กับพวกตกใจวิ่งหนีไป เติมเข้ามาประคองเอี้ยง เอี้ยงมองหาคนที่มาช่วยแต่ไม่มีเขาอยู่ก็แปลกใจ
พริ้มเพราทำแผลให้นเรนทร์ อยากรู้ว่าคนที่มาช่วยเป็นใคร ทำไมช่วงนี้มีคนแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนแถมคอยช่วยยอแสงอีก ซ้อนโพล่งขึ้นว่าคนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ นเรนทร์โกรธจะซัดซ้อน พริ้มเพราต้องปรามแล้วสั่งซ้อนให้ไปถามคนแถวนี้ดูว่ายอแสงติดต่อใครบ้าง
พอตะวันรู้เรื่องขอไม่ให้เอี้ยงกับเติมบอกเรื่องนี้กับคุณใหญ่เกรงตกใจ ถือเป็นการตอบแทนพระคุณ เอี้ยงบอกตะวันว่าคนที่มาช่วยมีรอยแผลเป็นที่แก้ม ตะวันแปลกใจที่ลุงอินคอยช่วยเหลือพวกตนตลอดเวลา...หลังจากนั้น ตะวันแอบเอาข้าวและยามาให้อินตาในสวนลึก อินตาเลียบเคียงถามถึงนเรนทร์ ตั้งใจเรียนหนังสือไหม ตะวันพูดตามตรงว่าทั้งเกเร ไม่รักเรียน เป็นอันธพาลระรานคนอื่น คอยแต่ผลาญเงิน น่าสงสารคุณใหญ่ที่ต้องเหนื่อยใจกับลูกท่านต้นคนนี้
อินตาน้ำตาซึมหัวเราะให้กับโลกสกปรก โลกที่ไม่ยุติธรรม คนที่มีโอกาสดีๆกลับใช้ชีวิตไม่เป็น ส่วนคนที่ถูกพรากโอกาสไปกลับมุ่งมั่นรักดี เวรกรรมมันมีจริง ทุกคนต้องชดใช้สิ่งที่ทำ เขาปาดน้ำตา ย้ำเตือน “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หนูยอแสงจะต้องอดทนและเข้มแข็ง ต้องมุ่งมั่นเรียนให้จบเพื่ออนาคตที่ดี รับปากลุงได้ไหม”
ตะวันรับคำ ถึงไม่บอกตนก็ตั้งใจจะคว้าโอกาสสำคัญนี้อยู่แล้ว อินตาปลื้มใจที่เธอใฝ่ดี...
หลายวันผ่านไป เอี้ยงสอบติดนายร้อย ตะวันสอบติดครุศาสตร์สมใจ ใจบุญไม่พอใจที่เอี้ยงเลือกเรียนนายร้อย เอี้ยงขอโทษ แต่ยืนยันว่าตนทำเพื่อคนที่รักมันผิดตรงไหน ตนมีจุดมุ่งหมายเพราะหัวใจตนมอบให้เจ้าของนาฬิกาไปแล้ว ตนจะพิสูจน์ให้เจ้าของนาฬิกาเห็นถึงความจริงใจของตน ใจบุญใจแป้วไม่คิดว่าเอี้ยงจะมั่นคงขนาดนี้
เอี้ยงเอ่ยถามใจบุญว่ารักศักดิ์ระพีจริงหรือ ใจบุญชักไม่แน่ใจ รู้เพียงว่าแม่พร่ำบอกว่าเขาเหมาะสมและคู่ควรกับตน ใจบุญเริ่มว้าวุ่นใจ...ตะวันให้กำลังใจเอี้ยง ให้มุ่งมั่นทำสิ่งที่ดีต่อไป ความดีจะเปลี่ยนใจใจบุญเอง เอี้ยงไม่ค่อยแน่ใจแต่จะไม่ท้อ เหมือนที่ตะวันพูดบ่อยๆว่า ความดีจะปกป้องคุ้มครองเราตลอดไป
คุณใหญ่ตื้นตันยินดีที่ยอแสงกับนพดลสอบติดอย่างที่หวัง แต่พอถามนเรนทร์กับจิตรใส จิตรใสส่ายหน้าสอบไม่ติด คุณใหญ่จึงบอกให้อยู่บ้านฝึกงานบ้านงานเรือนไป ส่วนนเรนทร์คุณใหญ่ถามทำไมโรงเรียนถึงบอกว่าไม่มีสิทธิ์สอบ พริ้มเพราจะแก้ตัวให้แต่นเรนทร์โพล่งขึ้นว่าตนต่อยหน้าครูประจำชั้น อยากอวดดีมาสอน คุณใหญ่ตกใจทำไมถึงเกเรไม่รักดีแบบนี้
“ผมเป็นเจ้าของบ้านเดชาบดินทร์ ไม่ต้องเรียนไม่ต้องทำงานก็มีเงินล้นฟ้า” นเรนทร์สวนคุณใหญ่อธิบายว่ารวยแค่ไหนถ้าไม่ขยันทำกินก็หมดได้ นเรนทร์เถียงไม่เกี่ยวกับคุณแม่ใหญ่ พร้อมมิตรเอ็ดพูดแบบนี้กับคุณแม่ใหญ่ได้อย่างไร นเรนทร์กลับก้าวร้าวมากขึ้น
“อย่าแส่!นังพี่สาวคนละแม่”
“หยุดนะนเรนทร์ อย่าก้าวร้าวคนอื่นในบ้านหลังนี้ ตราบใดที่เธอยังอายุไม่ครบยี่สิบเอ็ด สมบัติทั้งหมดของท่านต้นจะยังอยู่ในความดูแลของฉัน” คุณใหญ่โกรธ
นเรนทร์ไม่สำนึกปัดแจกันตกแตกกราดเกรี้ยว “เก่งนักก็มีชีวิตอยู่ให้ถึงวันที่ผมรับมรดกด้วยแล้วกัน”
คุณใหญ่เหนื่อยใจกับนิสัยของลูกท่านต้นคนนี้... คุณใหญ่เข้าห้องพระรำพันหน้าอัฐิท่านต้น “คุณพี่คะ ดิฉันเหนื่อยและท้อใจเหลือเกิน นับวันนเรนทร์จะร้ายกาจมากขึ้น ดิฉันกลัวจะเอาเด็กคนนี้ไม่อยู่ กลัวจะเกิดเหตุการณ์ร้ายก่อนถึงวันเปิดพินัยกรรม หากดวงวิญญาณของคุณพี่รับรู้ ขอให้ช่วยดิฉันตามหาลูกของดวงพรให้พบโดยเร็ว ความจริงทุกอย่างจะได้ถูกเปิดเผยเสียที”
ระหว่างนั้นซ้อนกับลูกน้องพริ้มเพรามาค้นหาสายที่อนามัย เผอิญสายหนีออกจากห้องพักเดินตามหาลูกอย่างคนเสียสติ เที่ยวดึงเด็กแถวนั้นมากอดจนโดนพ่อแม่เด็กจะทำร้าย อินตามาเจอเข้าไปปกป้อง ก็พอดีซ้อนเดินมาเห็น ต่างฝ่ายต่างจำกันได้ ซ้อนจะจับตัวสาย อินตาไม่ยอมต่อสู้กัน สายตกใจคว้าไม้หวดซ้อนจนสลบ อินตารีบพาสายหนีไปจากอนามัยนั้น
บ่ายวันนั้นเอี้ยงอยู่แถวท่าน้ำ เห็นบุรุษไปรษณีย์ถือห่อพัสดุชะเง้อมอง จึงเข้ามารับของเพราะเห็นจ่าหน้าถึงยอแสง บุรุษไปรษณีย์ตกใจจะคว้าคืนเพราะต้องให้พร้อมมิตร พอดีตะวันเดินมา เอี้ยงรีบบอกว่าอาเล็กส่งของมาให้ บุรุษไปรษณีย์ไม่กล้าขัดขืนอีกรีบพายเรือออกไป ตะวันแปลกใจที่ศักดิ์ระพีส่งของมา จึงเอาของมาให้คุณใหญ่ดู
ooooooo
..
-----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/tawanyorsang/ep8/page1
ตะวันยอแสง ตอนที่ 8
คุณใหญ่บอกยอแสงว่าตนเป็นคนเขียนจดหมายไปถึงศักดิ์ระพีว่ายอแสงสอบได้ เขาจึงส่งของขวัญมาให้ ตะวันเปิดกล่องเห็นชุดนอนสีฟ้าสวยหวาน เอี้ยงตื่นเต้นแซวช่างรู้ใจว่าพี่ตนชอบสีฟ้า ตะวันผิดหวังที่ไม่มีจดหมายแนบมาด้วย คุณใหญ่ปลอบว่าอาจลืม
จิตรใสแอบมองอย่างอิจฉา นำเรื่องมาเล่าให้ พร้อมมิตรฟัง พร้อมมิตรเจ็บใจอย่างมาก...ในขณะที่อินตาพาสายมาบ้านเดชาบดินทร์หวังจะสารภาพกับ คุณใหญ่ พอดีเห็นพริ้มเพราด่าว่าซ้อนที่ทำงานพลาดปล่อยให้อินตาพาสายหนีไปได้
“ถ้ามันรู้เรื่องที่เราทำร้ายนังสาย มันอาจจะพานังตะวันกลับมาที่นี่ก่อนนเรนทร์จะอายุครบยี่สิบเอ็ดปี ฉันจะยอมให้นังตะวันปรากฏตัวในบ้านเดชาบดินทร์ไม่ได้ ฉันจะไม่ยอมให้มันแย่งมรดกของนเรนทร์ไป...ให้คนของเราเฝ้ารอบๆบ้านนี้ไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้อินตาพานังตะวันเข้ามา เจอตัวนังตะวันเมื่อไหร่ ฆ่ามันทิ้งซะ”
ซ้อนตกใจกับความใจร้ายของพริ้มเพรา แต่เธอกลับขู่ถ้าเขาไม่ทำจะฆ่าคุณใหญ่กับทุกคนในบ้านแทน อินตาได้ยินอย่างนั้นเครียดจัดปลอบสายไม่ให้อาละวาด พยายามอธิบายว่าสายต้องซ่อนตัว ตนจะกลับไปคอยปกป้องตะวัน และจะทำให้ทุกอย่างถูกต้องถูกที่ถูกทาง
ในคืนนั้นตะวันกลับเข้าห้องที่เรือนแพ ต้องตกใจเมื่อพบว่าห้องถูกรื้อ ชุดนอนที่ศักดิ์ระพีส่งมาให้ถูกตัดขาดรุ่งริ่ง ถึงกลับทรุดลงน้ำตาไหลริน...พอดีคุณใหญ่เดินตามมาหา เห็นสภาพตะวันก็ตกใจสงสารเป็นอย่างยิ่ง
“ต้องมีคนทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่ๆ...แม่จะรับลูกยอเป็นลูกบุญธรรม ถ้าลูกยอได้ชื่อว่าเป็นลูกของแม่ คงไม่มีใครกล้ารังแกอีก” ตะวันจะค้าน คุณใหญ่ถามสวน “ลูกยอรักแม่รึเปล่า”
“รักค่ะ แต่ลูกยอกลัวว่า...”
“ถ้ารักแม่ ต้องเชื่อฟัง คนอื่นจะว่ายังไงไม่ต้องสนใจ แม่จะจัดการเอง แม่รักลูกยอนะลูก แม่ไม่อยากให้ใครมาทำร้ายลูกยออีก”
ตะวันก้มกราบ “ลูกยอกราบขอบพระคุณค่ะ ไม่รู้ลูกยอทำบุญด้วยอะไร คุณแม่ใหญ่ถึงดีกับลูกยอถึงเพียงนี้”
หน้าเรือนแพ พริ้มเพราแอบฟังด้วยความคั่งแค้นใจรีบมาเล่าให้นเรนทร์ฟัง สองป้าหลานเข่นเขี้ยว จะต้องหาทางกำจัดยอแสงไปให้ได้
เช้าวันใหม่ คุณใหญ่ได้รับโทรเลขจากศักดิ์ระพีว่าจะกลับมาถึงในวันเสาร์ พร้อมมิตรดีใจเพราะตรงกับวันเกิดตัวเองพอดี จึงขออนุญาตจัดงานเลี้ยงวันเกิดควบกับต้อนรับเขา คุณใหญ่เห็นดี ตะวันหน้าเจื่อนไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ พริ้มเพราสบโอกาสแอบให้ละม่อมหายาพิษมาให้อีกครั้งพร้อมกำชับห้ามบอกใครเด็ดขาด
ooooooo
พร้อมมิตรเป็นแม่งานจัดงานครั้งนี้ มีแผ่นป้ายติดสองประโยค ยินดีต้อนรับศักดิ์ระพี และสุขสันต์วันเกิดพร้อมมิตร มีรูปหัวใจเชื่อมสองประโยคเหมือนงานแต่งงาน
ตะวันถือกล่องของขวัญมายื่นให้พร้อมมิตร เธอปรายตามองเหยียด รับของส่งต่อให้สาวใช้เอาไปวางบนโต๊ะที่จัดไว้สำหรับวางของขวัญ จิตรใสชมดอกไม้ที่ตกแต่งว่าสวยงาม พร้อมมิตรโอ่ตนรู้ว่าศักดิ์ระพีชอบกุหลาบขาว ตะวันเศร้าตนไม่เคยรู้เลยว่าเขาชอบหรือไม่ชอบอะไร
เติมรอรับศักดิ์ระพีที่สนามบิน พอเขามาถึงคิดว่าจะกลับบ้านร่มรื่นเลย ศักดิ์ระพีกลับบอกให้ไปบ้านเดชาบดินทร์ เติมกระเซ้าคิดว่าจะคิดถึงพยับหมอก
ศักดิ์ระพีทำหน้าดุใส่ เติมหัวเราะแหะๆ “ล้อเล่นครับ คุณเล็กคงคิดถึงคุณใหญ่ม้ากมาก...”
ศักดิ์ระพีไม่อยากต่อล้อต่อเถียง เดินนำไปขึ้นรถ ในใจคิดถึงยอแสงเหลือเกิน...ในขณะที่ซ้อนยืนต้อนรับแขกที่มาทางเรือ นเรนทร์มีอาการอยากยา เดินมาถามซ้อนว่าเพื่อนๆตนมาหรือยัง ซ้อนอึกอักๆบอกว่าคุณใหญ่ไม่ให้เอาเรือไปรับ นเรนทร์โกรธมากตวาดเสียงลั่น
“คุณแม่ใหญ่มีสิทธิ์อะไรมาห้าม ฉันเป็นเจ้าของบ้านจะเชิญใครมางานก็ได้ เอาเรือไปรับมาเดี๋ยวนี้”
ซ้อนไม่กล้าขัดคำสั่งคุณใหญ่ นเรนทร์มีท่าทางกระสับกระส่ายมองหาเรือจะไปรับเพื่อนเอง พลันเห็นอินตาอยู่ในเรือกระแชง จึงตะโกนเรียก “แกน่ะ ฉันจ้างแกเท่าไหร่ไม่อั้น พายเรือไปรับเพื่อนของฉันที่ฝั่งโน้นที...ว่าไง จะเอาไหมเงินน่ะ”
อินตามองนเรนทร์ด้วยจำได้ว่านี่คือลูกของตัว จึงตอบไปว่าไม่อยากได้ นเรนทร์ตวาดกลับ โง่หรือบ้าถึงไม่อยากได้เงิน อินตาพยายามเตือนสติ “เงินเป็นของนอกกาย จำไว้นะครับ วันนี้เป็นของเราแต่วันหน้าอาจไม่ใช่ เราต้องเตรียมใจรับความเปลี่ยนแปลง ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้เสมอ คนรวยกลายเป็นคนจน ส่วนคนจนกลายเป็นคนรวยในชั่วข้ามคืน”
นเรนทร์ไม่เข้าใจหาว่าพูดมากน่ารำคาญ ถามย้ำจะไปไหม อินตารับคำว่าไปแล้วบอกจะเอาเรือพายมารับ สายมองจากในเรือกระแชงเห็นนเรนทร์ ด้วยอาการบ้าจึงวิ่งออกมาจับเนื้อตัวเขาด้วยความดีใจ นเรนทร์ตกใจและรังเกียจผลักสายล้มลงด่าว่าหยาบคาย อินตาตกใจรีบเข้ามาห้าม สายยื้อจะเข้าไปกอดร้องเรียกลูก...ลูกแม่จำแม่ไม่ได้หรือ
“เอามันไปไกลๆเหม็นสาบ อีบ้า! อย่ามายุ่งกับฉัน ฉันไม่ใช่ลูกแก คนอย่างแกทั้งจนทั้งบ้า ไม่มีปัญญามีลูกอย่างฉันหรอกเว้ย ฉันเป็นถึงลูกชายคนเดียวของคฤหาสน์เดชาบดินทร์ คนอย่างพวกแกไม่มีวันเป็นพ่อแม่ฉันได้ จำใส่กะโหลกไว้ ถุย...” นเรนทร์ถ่มน้ำลายใส่ สั่งให้เอาเรือมารับตนโดยเร็ว อินตาโกรธแต่จำต้องอดกลั้นปลอบสายให้หยุดคร่ำครวญพากลับลงเรือ
สายเกิดอาการคุ้มคลั่งร้องไห้พร่ำถามว่าลูกเราเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง อินตามองสายอย่างสงสารจับใจ หัวเราะทั้งน้ำตาอย่างเจ็บปวด “โชคชะตาเล่นตลกรึไง
ลูกชาวเรือได้กลับมาเจอพ่อแม่จนๆของมัน ส่วนเชื้อสายผู้ดีต้องกลับมาอาศัยบ้านตัวเองอยู่ จะมีอะไรตลกกว่านี้อีกไหม”
ด้านเอี้ยงแต่งเครื่องแบบนักเรียนนายร้อยมารับใจบุญที่หน้าบ้านเพื่อพาไปบ้านเดชาบดินทร์ ไม่อยากโดนดูถูกว่าเป็นคนรับใช้ไม่มีการศึกษาอีก บารมีเห็นกลับเหยียดหยามว่า เครื่องแบบก็แค่เปลือกนอกไม่ช่วยให้ทิ้งกำพืดคนชั้นต่ำไปได้ เอี้ยงเจ็บปวดใจ ใจบุญสงสาร
“อย่าไปสนใจคำพูดของคุณแม่เลย คุณแม่จะคิดยังไงก็ตามแต่ใจบุญว่า วันนี้นพดลเรี่ยมมาก ดูเป็นผู้ใหญ่สง่าไม่แพ้อาเล็กเลย ขอควงว่าที่นายร้อยรูปหล่อหนึ่งวันนะจ๊ะ”
เอี้ยงยิ้มออกยื่นแขนให้ใจบุญควงด้วยหัวใจพองโต ไม่วายเหลือบเห็นจดหมายที่ใจบุญเคยจะส่งให้ศักดิ์ระพีสอดอยู่ในกระเป๋าสะพายก็สลดลง “จดหมายถึงอาเล็ก...ยังเก็บไว้อีกเหรอ”
ใจบุญตั้งใจจะมอบจดหมายให้ศักดิ์ระพีในวันนี้ ตำหนินพดลไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องของตน เอี้ยงเอ่ยถามรักศักดิ์ระพีจริงหรือ เธอพยักหน้า เขาอยากรู้ว่ารักที่ตรงไหน ใจบุญอึกอัก
“อาเล็กทั้งหล่อทั้งรวยทั้งเก่ง ใครๆก็รักทั้งนั้นแหละไม่เห็นต้องถามเลย”
เอี้ยงสวนว่านั่นไม่ใช่ความรัก เพราะถ้าเรารักใครจะไม่สนใจว่าเขาเป็นอย่างไร เขาจะเป็นคนพิเศษสำหรับเราเสมอ ไม่ใช่เพราะเขาสวย รวยหรือเก่ง เรารักที่เขาเป็นเขา ใจบุญอึ้งแต่ดื้อแพ่งจะมอบจดหมายให้ศักดิ์ระพีในวันนี้ เอี้ยงย้ำเตือนทำให้เธอพูดไม่ออก
“ถ้าใจบุญรักอาเล็กด้วยความรู้สึกของตัวเองจริงๆ นพดลไม่ว่า แต่ถ้ารักเพราะแม่บอกให้รัก นพดลไม่สนับสนุนเพราะนั่นไม่ใช่ความรักที่แท้จริง”
เมื่อศักดิ์ระพีมาถึงบ้านเดชาบดินทร์ เข้ามากราบคุณใหญ่ สองพี่น้องกอดกันด้วยความคิดถึง เอี้ยงพาใจบุญมาพอดี เธอรีบแยกจากเอี้ยงเข้ามาทักทายศักดิ์ระพีทันที พร้อมมิตรกับจิตรใสหมั่นไส้เข้ามาแกล้งขัดขา ใจบุญเกือบล้มแต่เอี้ยงเข้าประคองไว้ทัน เอี้ยงไม่พอใจผลักสองสาวหลีกทางให้ใจบุญเข้าไปหาศักดิ์ระพีอย่างง่ายดาย
เอี้ยงตะเบ๊ะทำความเคารพศักดิ์ระพี เขาภาคภูมิใจในตัวเอี้ยงมาก แล้วทักทายใจบุญว่าโตเป็นสาวเกือบจำไม่ได้ ใจบุญยิ้มปลื้มดึงจดหมายออกมาจะยื่นให้ แต่พร้อมมิตรแทรกเข้ามาดึงศักดิ์ระพีเข้าไปในงาน ใจบุญยืนเก้อผิดหวัง เอี้ยงมองด้วยความสงสาร
ด้านตะวันสีหน้าเศร้าทำงานอยู่แต่ในครัวเพราะยังน้อยใจไม่อยากเจอหน้าศักดิ์ระพีทั้งที่คิดถึงจับใจ ธาดาตามเข้ามาชวนให้ออกไปในงาน เอี้ยงเดินเข้ามาถามอีกคนว่าทำไมไม่ออกไปหาอาเล็ก เธอย้อนถามว่าอาเล็กถามถึงตนบ้างไหม เอี้ยงส่ายหน้าไม่ทันคิดอะไร ธาดาอยากรู้ใจยอแสงว่าคิดอย่างไรกับศักดิ์ระพีจึงลากเธอออกมาจากครัวจนได้
ระหว่างนั้นใจบุญเห็นศักดิ์ระพีเดินแยกจากเพื่อนมาจึงเข้าไปคุยด้วย ตั้งใจจะมอบจดหมายให้แต่พร้อมมิตรแทรกมาขัดจังหวะดึงเขาไปเต้นรำด้วย ศักดิ์ระพีหันมาบอกใจบุญว่ามีของมาฝากให้ไปหาที่โต๊ะ ใจบุญมองตามเศร้าๆในมือกำจดหมายอย่างผิดหวังอีกครั้ง
พร้อมมิตรเต้นรำกับศักดิ์ระพีและพร่ำบอกว่าตนจัดงานนี้เพื่อเขา ทั้งดอกไม้ก็เป็นดอกไม้ที่เขาชอบ ศักดิ์ระพีกล่าวขอบใจแต่สายตามองหายอแสง พร้อมมิตรไม่สบอารมณ์รีบพูดให้ร้ายว่ายอแสงเปลี่ยนไปมากอย่างที่ตนเขียนไปเล่า เที่ยวเก่งคบเพื่อนชายมากหน้าหลายตา ที่สนิทสุดเห็นจะเป็นธาดา วันนี้รู้ทั้งรู้ว่าเขากลับมายังไม่มาไหว้ คงขลุกอยู่กับธาดาที่ไหนสักแห่ง
“พอเวลาเปลี่ยนไป นิสัยคนเราก็เปลี่ยนไปได้” ศักดิ์ระพีสะเทือนใจ
พร้อมมิตรสมใจแกล้งมารยาทำเป็นแสบตาให้เขาช่วยดูว่าอะไรเข้าตา ตะวันเดินเข้ามาเห็นด้านหลังศักดิ์ระพีเหมือนกำลังกอดกับพร้อมมิตร ก็เสียใจตัดสินใจหันหลังเดินกลับ เพลงจบลงศักดิ์ระพีผละออกจากพร้อมมิตรบอกไม่มีอะไรเข้าตา แล้วเดินหนีไปหาคุณใหญ่
ใจบุญเดินเศร้าออกมาเจอเอี้ยง เขาประชดถามจะแต่งงานเมื่อไหร่ ใจบุญโกรธต่อว่าเขาใจร้ายชอบซ้ำเติม เอี้ยงเพิ่งเห็นว่าจดหมายยังอยู่ในมือใจบุญก็ตกใจคว้ามือเธอถามทำไมยังไม่ได้ให้จดหมายศักดิ์ระพี
หญิงสาวน้ำตาร่วงเผาะ
“พี่พร้อมตามติดอาเล็กแจ ใจบุญไม่มีโอกาสแต่ถึงมีใจบุญก็ไม่กล้า ใจบุญขี้ขลาดเกินไป”
เอี้ยงอึ้งมองหญิงที่รักอย่างสงสารแต่ก็โล่งอก
ooooooo
ที่โต๊ะคุณใหญ่ พริ้มเพรายกถ้วยซุปไก่มาให้บอกว่าตนตั้งใจตุ๋นใส่สมุนไพรจีนบำรุงร่างกาย คุณใหญ่กำลังตักจะเข้าปาก พอดีศักดิ์ระพีเดินมาจึงชะงักวางช้อนลงทักทายน้องชาย พริ้มเพรากระตุ้นให้ทานตอนร้อนๆถึงจะดี แต่คุณใหญ่กลับบอกว่าอยากคุยกับศักดิ์ระพีก่อน
พริ้มเพรามองถ้วยซุปอย่างไม่สบอารมณ์ คุณใหญ่คุยเรื่องยอแสง ศักดิ์ระพียังเคืองบอกไม่ได้อยากรู้ คุณใหญ่รู้ว่าน้องปากแข็งจึงเล่าว่ายอแสงโตเป็นสาวสวยเหมือนดวงพร เรียบร้อยเหมือนดวงพร เหมือนดวงพรทุกอย่าง ศักดิ์ระพีว่าพี่เป็นโรคอุปาทาน คุณใหญ่อยากให้เขาเห็นเองกับตาแล้วจะรู้ จิตรใสเดินเข้ามาเห็นซุปไก่ทำหน้าชอบใจ คุณใหญ่จึงยกให้ จิตรใสดีใจยกถ้วยซุปมาอีกโต๊ะ พริ้มเพราเห็นเข้ามาแย่งคืนบอกตนตั้งใจทำให้คุณใหญ่โดยเฉพาะ
ซ้อนเห็นเหตุการณ์ชักสงสัยว่าต้องมีอะไรไม่ชอบ มาพากล จึงไปดักรอพริ้มเพราที่ถือถ้วยซุปเดินมา ทำทีขอซุปนี้เอง เธอไม่ยอมให้ ซ้อนสงสัยมากขึ้นกล่าวจี้ใจ “ก่อน ท่านต้นเสีย คุณพริ้มชงชาสมุนไพรให้ท่าน หลังจากนั้น ท่านก็ล้มป่วยหนักแล้วทรุดลงเรื่อยๆ จนกระทั่ง...”
พริ้มเพราสวน “ตอนนั้นซ้อนก็เห็น นเรนทร์ดื่มชา สมุนไพรนั่นเหมือนกัน แต่ไม่เป็นอะไร ไม่มีหลักฐานอย่ามาปรักปรำกัน”
ซ้อนจะแย่งถ้วยซุป พริ้มเพราทำทีโวยจะพิสูจน์ให้ดูเอง ว่าแล้วก็ดื่มพรวด ซ้อนตกใจ เธอยิ้มอย่างมีชัยไม่เป็นอะไรแล้วเสแสร้งเสียใจที่ซ้อนไม่เชื่อใจ ซ้อนหน้าเจื่อนขอโทษ ตนเสียท่านต้นไปคนหนึ่งกลัวคุณใหญ่จะเป็นอะไรไปอีกคน ไม่ได้ตั้งใจจะกล่าวหา พริ้มเพราทำหน้าเศร้าบอกทั้งสองมีบุญคุณกับตน ตนจะคิดทำร้ายได้อย่างไร ซ้อนหลงเชื่ออย่างสนิทใจ
ระหว่างนั้นนเรนทร์เมามากลุกขึ้นเอาช้อนเคาะขวดเหล้าให้แขกทุกคนฟัง โดยมีโตกับเกิดยืนขนาบข้างเชียร์ “แขกผู้มีเกียรติทุกท่านหยุดกิน หยุดพูด หยุดหายใจ แล้วฟังทางนี้ กระผมชื่อนายนเรนทร์ ว่าที่เจ้าของคฤหาสน์เดชาบดินทร์คนต่อไป ผมขออวยพรให้อาเล็กมีเงินเยอะๆ มีเมียเยอะๆ...” ศักดิ์ระพีเข้ามาปรามให้หยุดแต่เขายื้อ “ยังพูดไม่จบ ผมขออวยพรให้พี่พร้อมสวยขึ้นๆ และหวังว่าจะได้มากินเลี้ยงในงานอีกงานของอาเล็กกับพี่พร้อม ที่ไม่ใช่งานวันเกิด”
โตและเกิดเชียร์เฮๆ ชูแก้วเหล้าขึ้นชน...พร้อมมิตรเอียงอายสบตาศักดิ์ระพีแต่เขานิ่งเฉย คุณใหญ่รู้สึกอับอายขายหน้ามาก พอดีตะวันยกถ้วยยาสมุนไพรมาให้คุณใหญ่ เพราะได้เวลาทานยา คุณใหญ่ติง “มาแล้วรึแม่คนรั้น ทำไมไม่ไปให้อาเล็กเห็นหน้าสักหน่อย”
“อาเล็กคงไม่อยากเจอยอแสงหรอกค่ะ เพราะไม่ใช่คนในครอบครัว อาเล็กเก็บมาเลี้ยงเพราะสงสาร ไม่มีความสำคัญอะไร” ตะวันพูดด้วยความน้อยใจ
คุณใหญ่ปลอบว่าเข้าใจผิด จะตามศักดิ์ระพีมาพูดกันให้รู้เรื่อง ตะวันไม่อยากเจอจึงเลี่ยงเดินหนี...ธาดาเห็นตะวันปรี่เข้าถามเจอศักดิ์ระพีหรือยัง เธอส่ายหน้าเศร้าๆ ธาดาตำหนิ
“ไม่เอาน่า ยอแสงเป็นเด็ก ยังไงก็ควรไปสวัสดีผู้ใหญ่ ไม่งั้นเขาจะว่าได้ว่าไม่มีมารยาท ไปเถอะนะบางทีอาจไม่เป็นอย่างที่คิดก็ได้”
ตะวันคิดตาม ด้านศักดิ์ระพีเดินมากับคุณใหญ่ไม่เห็นตะวันก็รู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไปไม่อยากเจอตน คุณใหญ่ถามเติม เติมบอกว่ายอแสงคุยอยู่กับธาดา ยิ่งทำให้ศักดิ์ระพีเคือง
“ปล่อยไปเถอะครับ เขาไม่ใช่เด็กเหมือนเมื่อก่อน เราเลี้ยงได้แต่ตัวบังคับหัวใจให้อยู่กับเราไม่ได้” พูดจบศักดิ์ระพีเดินหนีไป คุณใหญ่หน่ายใจรู้ว่าทั้งสองเข้าใจกัน ผิดแต่ก็รั้นพอกัน
ในสวน เอี้ยงและใจบุญปูเสื่อนอนดูดาวเศร้าๆ ใจบุญเปรียบเปรยศักดิ์ระพีเหมือนดวงดาวที่สวยงามแต่เอื้อมไม่ถึง เอี้ยงรันทดใจแอบมองเธอให้กำลังใจ “เมื่อไหร่ที่เหนื่อยจากการไล่ตามดวงดาวก็ยังมีผืนดินให้ใจบุญพักผ่อน ดินต่ำต้อยด้อยค่าที่ใจบุญไม่เคยก้มมอง”
ใจบุญไม่ได้สนใจฟังกลับรำพัน “ดวงจันทร์เจ้าขา ใจบุญขออธิษฐานให้ดาวของอาเล็กตกลงกลางใจของใจบุญทีเถอะ”
ตะวันยืนลังเลแอบมองศักดิ์ระพี เขากำลังแจกของฝากหลานๆและคุณใหญ่ พร้อมมิตรได้น้ำหอมถูกใจ จิตรใสได้เข็มกลัด ส่วนนเรนทร์ได้ปากกา ท่าทางเขาไม่ชอบใจหาว่าซื้อที่ไหนก็ได้ ศักดิ์ระพีหมั่นไส้จะเอาคืน แต่เขาไม่ยอมคืนให้ คุณใหญ่ได้นาฬิกาเรือนสวยเธอถามลืมของยอแสงหรือเปล่า ถ้าลืมคงน้อยใจแย่ ศักดิ์ระพี พูดออกมาโดยไม่เห็นตะวัน
“ผมมีหลานแค่สามคน คนอื่นจะเป็นยังไงก็เรื่องของเขา ผมไม่สนใจ”
ตะวันได้ยินเช่นนั้นเสียใจวิ่งหนีไป ตะวันมาร้องไห้ อยู่ที่ท่าน้ำคิดถึงความสุขที่ผ่านมา สะอึกสะอื้นปวดใจ “อาเล็กไม่ใช่อาเล็กคนเดิม เขาลืมคำสัญญาหมดสิ้นแล้ว เรามันโง่เองไม่รู้จักเจียมตัว เป็นแค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้ากลับคิดว่าตัวเองสำคัญ”
ระหว่างงานเลี้ยงดำเนินอยู่ พร้อมมิตรลุกขึ้นกล่าวขอบคุณทุกท่านที่มาอวยพรวันเกิดตนและขอคำอวยพร จากศักดิ์ระพี เขาจึงกล่าวอวยพรให้มีความสุขมากๆ พร้อมมิตรยิ้มหวานเสริมต่อ ตนมีความสุขแน่ถ้ามีเขาอยู่ใกล้ๆ...คุณใหญ่รู้สึกไม่ค่อยสบายขอตัวไปพักผ่อนก่อน
“พี่คงเหนื่อยมาทั้งวัน ความจริงพี่มีเรื่องจะคุยกับเล็กเกี่ยวกับลูกยอ พรุ่งนี้เราค่อยคุยกัน เล็กกับหลานๆสนุกกันต่อเถอะ ไม่ต้องห่วงพี่” คุณใหญ่ลุกเดินออกไป...
อินตาเห็นตะวันนั่งร้องไห้ที่ท่าน้ำก็เข้ามาถามใครรังแก “บอกลุงได้ไหม ลุงรักหนูเหมือนลูกสาว ไม่มีพ่อคนไหนทนเห็นลูกทุกข์ใจได้หรอก”
ตะวันรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก “ไม่มีใครรักยอแสงเลย แม้แต่อาเล็กที่เคยดีกับยอแสง อาเล็กบอกว่า ยอแสงเป็นคนอื่น ไม่ใช่ลูกใช่หลาน ที่จริงยอแสงควรจะรู้ตั้งแต่อาเล็กไม่ส่งจดหมายมาแล้ว แต่ยอแสงก็ยังหวังลมๆแล้งๆว่าอาเล็กจะเหมือนเดิม”
อินตาสะดุดหูกับเรื่องจดหมายจึงเอาเศษจดหมายที่เก็บจากที่พร้อมมิตรฉีกใส่หีบไม้เล็กๆมาวางให้ ตะวันตะลึงที่เห็นเป็นลายมือศักดิ์ระพีจริงๆ อ่านข้อความส่วนที่พออ่านได้แล้วน้ำตาพรั่งพรู เพราะแบบนี้ตนถึงไม่เคยได้รับจดหมายสักฉบับ
“ยอแสงเข้าใจอาเล็กผิดไป ที่แท้อาเล็กไม่เคยลืมสัญญา ยอแสงจะไปหาอาเล็ก ยอแสงอยากขอโทษที่เข้าใจอาเล็กผิดไป”
อินตาดีใจด้วย ตะวันกล่าวขอบคุณอินตาและว่าลูกสาวเขาโชคดีที่มีพ่อใจดีอย่างเขา อินตาปลื้มปริ่ม รำพึงกับตัวเองว่าตนไม่ใช่พ่อที่ดี ตนทำลายชีวิตลูก ตนทำผิดต่อลูกมาก จากนี้ไปตนจะปกป้องดูแลชดเชยความผิดที่ทำไว้...ตะวันวิ่งมาเจอเติมจึงถามหาศักดิ์ระพี เติมบอกว่าไปส่งเพื่อนพร้อมมิตรแล้วจะกลับไปนอนบ้านร่มรื่น ตะวันผิดหวังเสียใจ รีบกลับไปที่เรือนแพ เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสวยที่เตรียมไว้ใส่ต้อนรับศักดิ์ระพี แล้วขอให้อินตาพายเรือไปส่ง
ถึงท่าเรือบ้านร่มรื่น ตะวันล้วงเงินในกระเป๋ามีใบละ ห้าบาทอยู่ใบเดียวจึงส่งให้ อินตาไม่รับ เธอต้องขอร้อง “รับไว้เถอะค่ะ ดูสิคะมีคนเขียนไว้ว่า...ไปแล้วกลับมานะ แปลกดีนะคะ”
อินตารับเงินไว้ด้วยมือสั่นเทา รำพึง “ไปแล้วกลับมานะ...ใครจะรู้บ้างว่าเลือดส่วนหนึ่งของผู้มีบุญหนัก ศักดิ์ใหญ่ถูกเฉดหัวออกไปแล้วได้กลับมายังคฤหาสน์เดชาบดินทร์อีกครั้ง”
ตะวันถือหีบไม้มาวางหน้าบ้าน เดินดูรอบบ้าน คิดถึงตอนที่ยังอยู่บ้านนี้อย่างมีความสุข
ooooooo
ด้านศักดิ์ระพีส่งเพื่อนพร้อมมิตรเสร็จ พร้อมมิตรถือโอกาสจับมือเขาส่งตาหวานออดอ้อน “อาเล็กคะ พร้อมรอวันนี้มานาน วันที่ดวงใจของพร้อมกลับมา อาเล็กคิดยังไงกับพร้อมคะ บอกพร้อมได้ไหม พร้อมอยากฟังจากปากอาเล็ก”
ศักดิ์ระพีสบตาเธอแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า ตนคิดถึงหลานทุกคน พร้อมมิตรผิดหวังครุ่นคิดหรือเขาจะมีใครในใจ ตนยอมไม่ได้เขาต้องเป็นของตนคนเดียว...
ตะวันรออยู่นานตัดสินใจจะกลับ ศักดิ์ระพีเดินเข้ามาพอดี ต่างคนต่างตกใจ ชายหนุ่มเพิ่งเห็นเต็มตาว่ายอแสงเป็นสาวสะพรั่งอย่างที่พี่สาวบอก แต่ด้วยความที่ยังโกรธจึงทำปั้นปึ่งถามห้วนๆมาทำไมแล้วจะเลี่ยงเข้าบ้าน ตะวันตามมาขวางหน้าขอให้ฟังตนสักนิด
“ไม่มีอะไรต้องฟัง เธออยากทำอะไรก็ทำ ฉันไม่สนใจ”
ตะวันน้ำตาคลอเมื่อเห็นความเย็นชาของเขา รีบขอโทษที่ไม่ได้เข้าไปพบในงาน แต่ตนมีเหตุผลแล้วยื่นหีบใส่เศษจดหมายให้
“มีคนทำลายจดหมายที่อาเล็กเขียนถึงยอแสงทุกฉบับ เพราะอย่างนี้ยอแสงถึงไม่เคยได้รับจดหมายจากอาเล็ก... ยอแสงรอทุกวัน แต่ไม่เคยมีวี่แวว ยอแสงคิดว่าอาเล็กเปลี่ยนไปแล้ว คิดว่าอาเล็กลืมสัญญา ยอแสงดีใจที่อาเล็ก กลับมา แต่ไม่กล้าไปพบ เพราะกลัวจะต้องรับรู้ว่าอาเล็ก ไม่รักยอแสง...” ตะวันร้องไห้ออกมา “ยอแสงขอโทษ ที่เข้าใจอาเล็กผิดไป จะต้องขอโทษสักกี่ล้านครั้งยอแสงก็ยอม อาเล็กยกโทษให้ยอแสงนะคะ”
ศักดิ์ระพีอึ้งไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ เอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้และบอกว่าตนจะยกโทษให้ได้อย่างไร ในเมื่อตนไม่เคยโกรธ แม้ว่าอยากโกรธก็โกรธไม่ลง ไม่รู้เธอมีเวทมนตร์อะไร...ตะวันยิ้มทั้งน้ำตารับรู้ได้ว่าอาเล็กคนเดิมของตนกลับมาแล้ว ศักดิ์ระพีอยากรู้ว่าใคร เป็นคนฉีกจดหมาย ตะวันไม่อยากให้พร้อมมิตรเดือดร้อน จึงบอกเพียงว่า ตอนนี้เราเข้าใจกันแล้ว อย่าพูดถึงคนอื่นอีกเลย ตะวันพยายามต่อจดหมายแล้วอ่านอย่างงงๆ
“ยอแสงตัวมันใหญ่ กลิ่นแรงมีหนอกที่หลัง...อาเล็กว่ายอแสงตัวเหม็นรึคะ”
ศักดิ์ระพีหัวเราะ “เรียงผิดแล้ว วันนั้นอาไปเที่ยวสวนสัตว์ เห็นอูฐเลยเขียนมาเล่าให้ฟัง ต้องต่อแบบนี้ต่างหาก...อาเล็กคิดว่ายอแสงคงชอบ ตัวมันใหญ่ กลิ่นแรง มีหนอกที่หลัง...”
ตะวันทึ่งที่เขาจำได้ ศักดิ์ระพีบอกว่าตนจำได้ทุกฉบับ เพราะตนตั้งใจเขียน ตะวันหยิบฉบับหนึ่งขึ้นมาให้เขาอ่านให้ฟัง เขาจึงหาแต่ละส่วนมาต่อแล้วอ่าน เป็นการเขียนห่วงใยสุขภาพและลงท้ายว่าคิดถึงจะรีบกลับบ้านโดยเร็ว ตะวันจ้องมองยิ้มๆ ศักดิ์ระพีเงยหน้ามาเห็น สบตายิ้มให้อย่างอบอุ่น ตะวันเอ่ยถามแม้เขาจะงานยุ่งยังนึกถึงตนอยู่หรือ
“อาบอกแล้วว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนอาเล็กคนนี้ได้”
“ยอแสงก็มีจดหมายที่เขียนถึงอาเล็กแต่ไม่ได้ส่ง วันหลังจะเอามาให้อ่านนะคะ”
ศักดิ์ระพีให้เธอเล่าเลยว่าเขียนอะไรบ้าง ตะวันแกล้งบอกเขียนว่า อาเล็กหน้าเหมือนอูฐ ตัวเหม็น มีหนอกข้างหลัง ชายหนุ่มหัวเราะความทะเล้นของหลานนอกไส้ ต่างคนต่างมีความสุข
ศักดิ์ระพีเอาของฝากมาให้ตะวัน เธอเหน็บไหนเขาบอกว่ามีหลานแค่สามคน เขายอมรับที่พูดเพราะเสียใจที่เธอไม่มาพบ แต่ถึงอย่างไรของนี้ก็ให้ต่อหน้าคนอื่นไม่ได้ ตะวันเปิดกล่องเห็นนาฬิกาข้อมือสุดสวย รีบบอกเขาว่าตนก็ซื้อนาฬิกาให้เขาเช่นกัน แล้วส่งกล่องของขวัญให้
“เวลาอยู่ใกล้อาเล็ก เป็นช่วงเวลาที่ยอแสงมีความสุขมากที่สุด นาฬิกาเรือนนี้จะคอยเตือนให้ยอแสงนึกถึงความทรงจำที่ดีเหล่านั้นค่ะ”
“ทุกครั้งที่ใส่นาฬิกาเรือนนี้ อาก็จะนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่กับยอแสงเช่นกัน”
ศักดิ์ระพีช่วยใส่นาฬิกาให้ตะวัน แล้วชวนกลับ ตะวันถอนใจบอกอยากอยู่ที่นี่มีความสุขกว่าอยู่บ้านเดชาบดินทร์ ชายหนุ่มเตือนว่าอยู่ไม่ได้ หญิงสาวน้อยใจคิดว่าเขารำคาญ
“อาไม่เคยรำคาญยอแสง แต่ยอแสงโตเป็นสาวแล้ว ไม่ใช่เด็กๆเหมือนเมื่อก่อน ค้างอ้างแรมกับผู้ชายจะไม่งาม”
“ยอแสงไม่อยากโตเป็นสาวเลยค่ะ อยากเป็นยอแสงของคุณแม่ใหญ่กับอาเล็กตลอดไป”
ศักดิ์ระพีลูบหัวตะวันบอกคนเราหยุดเวลาไม่ได้ ต้องโตขึ้นเป็นเรื่องปกติ แล้วชะงักนึกได้ว่าเธอไม่ใช่เด็กๆเหมือนก่อน ตะวันจับมือเขาขยี้หัวเสียเองทำเหมือนตอนที่ตนเด็กๆ
ooooooo
คุณใหญ่เริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกนอนกระสับ กระส่ายร้องให้คนช่วย ขณะนั้นพร้อมมิตรกับจิตรใสกำลังชื่นชมของขวัญที่ศักดิ์ระพีซื้อมาฝาก แล้วพร้อมมิตรนึกถึงของขวัญที่ตะวันให้ จึงหยิบกล่องมาแกะดู พลันต้องตกใจและโกรธมากเมื่อของในนั้นเป็นชุดนอนสีฟ้าที่ตนตัดขาด
พร้อมมิตรแค้นใจที่ตะวันทำแบบนี้เท่ากับหยามกัน ศักดิ์ระพีมาส่งตะวันหน้าบ้าน เอี้ยงกลับมาจากบ้านใจบุญเข้าไปกระเซ้าที่ทั้งสองดีกัน ทันใดพร้อมมิตรกับจิตรใสวิ่งหน้าตื่นมาบอกให้ไปช่วยคุณใหญเป็นอะไรไม่รู้เคาะประตูไม่ยอมเปิด ศักดิ์ระพีและตะวันตกใจมาก
หน้าห้องฉุกเฉิน ทุกคนนั่งกระวนกระวายใจรอฟังอาการของคุณใหญ่ จนกระทั่งหมอออกมาบอกว่าคนไข้ได้รับพิษรุนแรง ยังไม่พ้นขีดอันตรายต้องรอดูอาการอย่างใกล้ชิด พริ้มเพราแอบยิ้มแววตาร้าย...ศักดิ์ระพีอยู่เฝ้าคุณใหญ่ให้ทุกคนกลับมาที่บ้านเดชาบดินทร์ พร้อมมิตรกับจิตรใสแปลกใจว่าคุณใหญ่กินยาพิษเข้าไปได้อย่างไร ซ้อนเข้ามารายงานว่าเจอห่อยาตกอยู่ในครัวใกล้หม้อยาของคุณใหญ่ พริ้มเพราได้ทีปรักปรำว่าเป็นฝีมือตะวัน จิตรใสโกรธให้แจ้งตำรวจ พริ้มเพรารีบห้ามบอกแค่ไล่ออกไปจากบ้านก็พอ นเรนทร์เห็นด้วยตวาดไล่
ตะวันโดนตบตีและโยนข้าวของออกจากบ้าน
เอี้ยงเข้าขวางโดนไปด้วยแต่ไม่โดนไล่ ทั้งตะวันและเอี้ยงหน้าตาบอบช้ำ เอี้ยงจะไปกับตะวัน แต่เธอห้ามไว้ให้เขาอยู่ปกป้องคุณใหญ่ เอี้ยงรับคำทั้งน้ำตา เป็นห่วงว่าตะวันจะไปอยู่ที่ไหนค่ำมืดขนาดนี้
พริ้มเพราสะใจมากที่กำจัดยอแสงไปได้ ขอบใจความคิดฉลาดล้ำของนเรนทร์ ที่มาห้ามตนไม่ให้ใส่ยาพิษในซุปของคุณใหญ่ แต่เอาไปใส่ในห่อยาที่ตะวันเป็นคนต้มแทน ทุกอย่างจึงมัดตัวตะวันจนดิ้นไม่หลุด ยิงปืนนัดเดียวกำจัดได้ทั้งคุณใหญ่และยอแสง
ค่ำนั้นศักดิ์ระพีกลับมา พร้อมมิตรรีบถามอาการคุณใหญ่ เขาบอกว่ายังไม่ดี ตนกลับมาอาบน้ำแล้วจะกลับไปเฝ้า พร้อมมิตรเข่นเขี้ยว เพราะคนอกตัญญูอย่างยอแสงน่าจะถูกตำรวจจับเข้าคุก แค่โดนไล่ออกจากบ้านน้อยไป ศักดิ์ระพีตกใจเมื่อรู้ว่ายอแสงโดนไล่ออกจากบ้าน เขาเป็นห่วงมากจะออกตาม พร้อมมิตรรั้งไว้โวยว่ายอแสงทำร้ายคุณแม่ใหญ่ จะตามกลับมาทำไม
“อาไม่เชื่อว่ายอแสงทำผิดจนกว่าจะมีหลักฐาน” ศักดิ์ระพีไม่สนใจเดินหนีไปทันที
ตะวันเดินร้องไห้ไปตามทางไม่รู้จะไปนอนไหน นั่งร้องไห้ในสวนลึก รำพันถึงแม่สาย ทันใดได้ยินเสียงเห่กล่อมดังมาจากเรือกระแชง เป็นเพลงที่สายใช้กล่อมตนแต่เล็ก ตะวันรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นเดินลัดเลาะหาที่มาของเสียง ในขณะที่ศักดิ์ระพีขับรถตามหาตะวันบนถนนข้างสวน ก่อนจะตัดสินใจลงเดินตามหา ไม่ทันที่เขาจะเห็นเธอ ธาดาเจอตะวันเสียก่อนดึงเธอมากอด
“พี่รู้เรื่องจากนพดลแล้ว รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงยอแสงแค่ไหน ไม่ต้องกลัวนะ พี่จะดูแลยอแสงเอง”
ตะวันยังเสียขวัญน้ำตาไหลริน รู้สึกตื้นตันใจที่ยังมีคนห่วงใย ธาดาพาเธอกลับไปบ้าน จึงคลาดกับศักดิ์ระพีอย่างหวุดหวิด...ธำรงและเดือน พ่อแม่ของธาดาต้อนรับตะวันอย่างดี ธาดาให้เธอนอนห้องเขา ส่วนตัวเขาออกไปนอนที่โรงพยาบาล อ้างว่าต้องเข้าเวรดึกบ่อยๆ
ooooooo
วันต่อมา นเรนทร์ตั้งตัวเป็นใหญ่ในบ้านเดชา-บดินทร์ ยึดห้องคุณใหญ่ให้สาวใช้ขนของตัวเองเข้ามาอยู่และเอาของคุณใหญ่ไปเก็บห้องเก็บของ สาวใช้คนไหนไม่ทำพริ้มเพราจะตบและไล่ออก พร้อมมิตรกับจิตรใสมาโวยทำอย่างนี้ได้อย่างไร
นเรนทร์กร่างประกาศว่าสมบัติทั้งหมดเป็นของตน พร้อมมิตรบอกต้องรอจนเขาอายุยี่สิบเอ็ดก่อน นเรนทร์ไม่สนใจ จิตรใสว่าเขาเห็นแก่ตัว นเรนทร์โกรธกระโจนเข้าบีบคอ พร้อมมิตรเข้าช่วยทุบตีให้เขาปล่อย กลับโดนตบลงไปกอง ทั้งพร้อมมิตรและจิตรใสสะบักสะบอม
“หยุดบ้าได้แล้ว! ถ้าคุณทำร้ายลูกๆท่านต้นอีก ผมจะไม่ทนเฉยอีกต่อไป” ซ้อนเข้าขวาง
“ฉันก็ลูกคุณพ่อเหมือนกัน แกพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไง ไอ้ขี้ข้า!”
“ใช่ ผมเป็นไอ้ขี้ข้า เป็นคนชั่วช้าเนรคุณได้แม้กระทั่งผู้มีพระคุณล้นหัว คุณได้ในสิ่งที่อยากได้ก็อย่ามารังแกพวกคุณหนู ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน” ซ้อนยืนปกป้องสองสาวพี่น้อง
นเรนทร์โกรธมากจะเอาเรื่อง พริ้มเพรารีบห้ามบอกพี่น้องกันอย่าทะเลาะให้เป็นขี้ปากชาวบ้าน ให้ซ้อนพาสองสาวออกไปก่อน ซ้อนไม่ค่อยพอใจแต่ทำอะไรไม่ได้
ในคืนนั้นนเรนทร์พาโตกับเกิดมาดื่มกินจนเมาในบ้าน ระรานลวนลามพร้อมมิตรกับจิตรใส ซ้อนมาช่วยปกป้องพาทั้งสองขึ้นห้อง แล้วมาต่อว่าพริ้มเพราที่ปล่อยนเรนทร์ทำร้ายลูกๆท่านต้น พริ้มเพราเชื่อว่าตนยังอยู่เหนือซ้อนซึ่งเป็นเพียงควายโง่ๆ ซ้อนยอมรับ ตนเป็นควายโง่ๆให้เธอสนตะพาย แต่ถ้ามันเปลี่ยวขึ้นมา ควายตัวนี้ก็ขวิดคนตายได้ เธอไม่เชื่อเพราะถ้าจะทำคงทำไปนานแล้ว ซ้อนสลดลงแต่ก็ย้ำอีกครั้งอย่างหนักแน่น
“ผมทำอะไรคุณพริ้มไม่ได้เพราะมันเป็นเวรกรรมของผมเอง ถ้าใครคิดจะทำร้ายพวกคุณหนูเหมือนที่ทำกับคุณใหญ่ ผมไม่ปล่อยมันไว้แน่”
ศักดิ์ระพีหาตะวันไม่เจอ กลับมาที่โรงพยาบาล พร่ำรำพันกับพี่สาวที่ยังไม่รู้สึกตัว ว่าตนไม่เชื่อว่ายอแสงจะเป็นคนวางยาเธอ ขอให้รีบๆฟื้นขึ้นมายืนยันความบริสุทธิ์ของยอแสง
วันต่อมา ตะวันมาที่โรงพยาบาลด้วยเป็นห่วง
คุณใหญ่ เผอิญเจอพริ้มเพราด่าว่าเหยียดหยามถึงชาติกำเนิด ตะวันตอบโต้ “ถึงชาติกำเนิดยอแสงจะเป็นได้แค่คนชั้นต่ำ แต่ยอแสงก็ไม่เคยทำตัวต่ำช้าเลวทรามอย่างที่ผู้ดีอย่างคุณพริ้มคิด ผู้ดีหรือไพร่มันวัดกันที่ชาติกำเนิดไม่ได้หรอกค่ะ ต้องดูที่การกระทำและความคิดด้วย”
พริ้มเพราโกรธปรี่เข้าตบหน้า ตะวันหันกลับมาจ้องหน้าถามเธอได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว ตนคงเข้าเยี่ยมคุณใหญ่ได้เสียที พริ้มเพราไม่ยอมเรียก รปภ.มาลากตัวตะวันออกไป ไม่เพียงเท่านั้นยังคว้าไม้ตามหวดตะวันจนบอบช้ำไปทั้งตัว ตะวันไม่สู้ขอแค่ได้เข้าเยี่ยมคุณใหญ่ก็พอ
ธาดาในชุดนักศึกษาแพทย์เดินมาเจอตะวันนั่งร้องไห้สภาพบอบช้ำก็ตกใจพามาทำแผลและปลอบใจ ตะวันซาบซึ้งสบตาเขายิ้มๆ ศักดิ์ระพีผ่านมาเห็น ตะวัน ตกใจขยับออกห่างจากธาดา ท่าทางศักดิ์ระพีไม่พอใจเมื่อรู้ว่าเธอไปอยู่บ้านธาดา กล่าวน้ำเสียงเข้มกับธาดา
“ขอบใจมากนะที่ดูแลยอแสงเป็นอย่างดี จัดการเรื่องพี่ใหญ่เสร็จเมื่อไหร่ จะให้คนไปรับยอแสงกลับบ้าน”
แต่ตะวันกลับแย้งว่า ตนเป็นสาเหตุทำให้คุณใหญ่ป่วย ทำให้บ้านเดชาบดินทร์วุ่นวาย ตนไม่ขอกลับไปรบกวนใครอีก ศักดิ์ระพีหน้าชากล่าวน้ำเสียงประชด “หมายความว่าเธอเต็มใจให้คนอื่นมาดูแลแทนฉันแล้ว”
ตะวันได้ยินน้ำเสียงเกิดความน้อยใจ ประชดกลับ ยกมือไหว้ลาแล้วควงแขนธาดาชวนกลับบ้าน ศักดิ์ระพีมองตามอย่างขุ่นเคือง...ด้วยความเสียใจ ตะวันกลับมาบ้านสวนของธาดา ก้มหน้าก้มตาพรวนดินตอกย้ำตัวเองว่าเป็นคนชั้นต่ำก็คู่ควรกับงานพวกนี้ ชีวิตตนคงหนีไม่พ้นคนชั้นต่ำ ไม่มีสิทธิ์เกลือกกลั้วกับฝูงหงส์...อินตาแอบมองอยู่มุมหนึ่ง หยิบแบงก์ห้าที่ตะวันให้ออกมาดูข้อความบนแบงก์ ไปแล้วกลับมานะ ทำให้ยิ่งเศร้าสลดใจ
“สายเลือดที่แท้จริง ต้องตกระกำลำบากอีกแล้วเหรอ จะไม่มีใครฉุดดึงแสงตะวันกลับขึ้นมาแล้วใช่ไหม” อินตาปวดใจหลบมาเป่าขลุ่ยเพลงสาลิกาชมเดือนเพื่อปลอบใจตะวัน
ตะวันได้ยินเสียงขลุ่ย จำได้ว่าเหมือนที่พ่ออินตาเป่าให้ฟังตอนเด็กบ่อยๆ จึงเดินตามเสียงขลุ่ยจนมาเจออินตา เธอยืนมองน้ำตาไหลริน อินตาหันมาเห็นตกใจรีบถามร้องไห้ทำไม
“ยอแสงคิดถึงพ่อกับแม่ เพลงที่ลุงเป่าเป็นเพลงเดียวกับที่พ่อชอบ ชื่อเพลงอะไรนะจ๊ะ” อินตาตื้นตันถามจำได้ด้วยหรือ “ยอแสงไม่มีวันลืม เพลงขลุ่ยของพ่อ... น้ำพริกมะขามรสมือแม่...แม้เรือกระแชงจะไม่กว้างขวาง ไม่สะดวกสบายเหมือนคฤหาสน์เดชาบดินทร์ แต่เวลาที่อยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูก เป็นช่วงเวลาที่ยอแสงมีความสุขที่สุด ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดี ไม่มีใครคอยอิจฉาริษยา มีแต่ความรักของพ่อกับแม่ แต่ทั้งหมดคงเป็นเพียงอดีต คนที่รักยอแสงจากยอแสงไปหมดแล้ว ทั้งพ่อ แม่ คุณแม่ใหญ่ ตอนนี้ยอแสงไม่เหลือใครสักคน”
อินตาอยากจะเข้าไปกอดปลอบแต่ต้องอดทนปลอบใจว่าพ่อแม่ยังรักลูกไม่มีวันเปลี่ยน ความรักของพ่อแม่ไม่มีวันจบสิ้น ถึงไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่ความรักจะตามลูกไปทุกหนทุกแห่ง ขอให้เธอเข้มแข็งอดทนรักษาความดีไว้สักวันจะต้องได้ดี...ตะวันรู้สึกดีขึ้น ขอบคุณและจะจำคำเขาไว้ อินตาให้เธอกลับไปนอน ตนจะเป่าขลุ่ยกล่อมอยู่ตรงนี้
ด้านนเรนทร์เมายาจนไม่ได้สติ โตกับเกิดหิ้วปีกออกมาหวังจะปลดทรัพย์สินมีค่า อินตาเดินกลับมาเห็นเข้าช่วยซัดโตกับเกิดหนีหัวซุกหัวซุนไป แล้วแบกนเรนทร์กลับมาที่เรือกระแชงของตน สายเห็นลูกก็จำได้รีบเข้าไปกอดลูบไล้อย่างอ่อนโยนด้วยความรักและหวงแหน อินตายืนมองอย่างสงสาร พอสายเห็นเขากลับตวาดไล่กลัวจะขโมยลูกไปอีก
สายเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าตาให้นเรนทร์ เขาสะลึม สะลือรับรู้ถึงความอบอุ่น กุมมือสายเพ้อเรียกแม่ แม่ยังไม่ตาย แม่หายไปไหนอย่าทิ้งตนไปอีก...สายปลื้มปริ่มกอดนเรนทร์แนบแน่น
กลางดึก พริ้มเพรากระวนกระวายใจเป็นห่วงนเรนทร์ที่ยังไม่กลับบ้าน ด้านนเรนทร์นอนหนุนตักสาย สายร้องเพลงกล่อมคอยพัดวีให้ เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมา มองหน้าสายพอชัดเจนก็ตกใจลุกพรวดตวาดถาม แกเป็นใคร สายดีใจที่ลูกฟื้นโผเข้ากอดแต่ถูกเขาผลักล้มลง
ooooooo
..
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 13,899
Re: เรื่องย่อละคร ตะวันยอแสง (thairath.co.th)
«
Reply #5 on:
16 July 2026, 22:47:00 »
https://www.thairath.co.th/novel/tawanyorsang/ep9/page1
ตะวันยอแสง ตอนที่ 9
เสียงนเรนทร์ตวาดไล่สายให้ออกห่าง อินตากลับเข้ามาพอดีเห็นสายถูกผลักล้มกับพื้นก็ตกใจเข้าประคอง นเรนทร์หาว่าจับตนมาเพื่อจะขโมยเงิน อินตารู้สึกปวดใจกับคำพูดของผู้เป็นลูก พยายามบอกว่าเพื่อนๆของเขาที่กำลังขโมยเงินทอง ตนช่วยไว้และยัดใส่กระเป๋าไว้ให้ครบ
“โกหก! แกนั่นแหละขโมย อย่าใส่ร้ายเพื่อนฉัน เพื่อนฉันไม่ทำหรอกเว้ย” นเรนทร์โวยแล้วจะเดินหนีออกจากเรือกระแชง สายรีบรั้งห้ามไว้
“อย่าไป ข้างนอกอันตราย พวกมันจะทำร้ายลูก แม่จะปกป้องลูกเอง”
นเรนทร์กราดเกรี้ยวใส่จิกเรียกสาย...อีบ้า เห็นตนรวยเป็นเจ้าของคฤหาสน์ คิดอยากเป็นแม่ตน เกิดใหม่อีกสิบชาติก็ไม่มีวาสนาได้เป็นพ่อแม่ตน อินตาโกรธจนตัวสั่นลุกขึ้นตบหน้าสั่งสอน นเรนทร์โกรธด่าไอ้แก่แล้วจะชกหน้า อินตาสวนหมัดตวาดกลับ ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายแม่บังเกิดเกล้า สายตกใจถลาเข้าประคองแต่นเรนทร์สลบไปเสียแล้ว
อินตาเสียใจรู้สึกผิดนี่คงเป็นเวรกรรมที่ตะวันเป็นเด็กดีแม้ตนพรากมาจากความสุขสบายยังรักดี แต่ลูกตัวเองที่ได้โอกาสอันดีกลับทำตัวเลวทราม...จากนั้นอินตาเอาร่างหมดสติของนเรนทร์มาวางที่หน้าบ้านเดชาบดินทร์พริ้มเพราออกมาเจอตกใจกับสภาพของหลานชาย
นเรนทร์ฟื้นขึ้นมาเล่าให้พริ้มเพราฟังว่าโดนชาวเรือสกปรกจับตัวไป ตนจะหนีเลยโดนชกสลบแล้วจำอะไรไม่ได้อีก พริ้มเพราหวั่นใจว่าจะเป็นอินตากับสาย แต่ กลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่องเตือนให้เขาไปดูคุณใหญ่ที่โรงพยาบาลบ้าง ถ้าไม่ฟื้นขึ้นมาทุกอย่างในบ้านก็จะเป็นของเรา
วันต่อมา นเรนทร์มาที่โรงพยาบาล สอบถามอาการคุณใหญ่จากพยาบาล ระหว่างนั้นไม่มีคนเฝ้าเขาจึงได้อยู่ลำพังมองหน้าคุณใหญ่อย่างเกลียดชัง บีบหน้าเข่นเขี้ยวอย่างไม่เกรงกลัว
“ตายยากตายเย็นเหลือเกินนะนังแก่ ตอนนี้บ้านเดชาบดินทร์เป็นของฉันแล้ว ลูกยอที่แกรักนักหนา ฉันก็ไล่ออกจากบ้านไปแล้ว ฮ่าๆๆ กีดกันฉันดีนัก ไม่ยอมยกสมบัติให้ทั้งๆที่มันควรเป็นของฉัน แกถึงต้องอยู่ในสภาพนี้ สมน้ำหน้าแกมันหน้าโง่”
คุณใหญ่มีอาการตอบสนองขยับมือ ส่งเสียงฮือฮา นเรนทร์ตกใจผงะถอย คุณใหญ่เพ้อ “ลูก...ลูกของดวงพร ...ลูกของดวงพรมีปานแดง...ที่อกซ้าย...นเรนทร์ไม่มี...”
นเรนทร์โกรธจัด บีบคอเค้น “แกเพ้อเจ้ออะไร ฉันเป็นลูกของแม่ดวงพร ฉันคือนเรนทร์ เดชาบดินทร์ ฉันไม่ยอมให้แกฟื้น สมบัติต้องเป็นของฉัน แกคิดจะแย่งสมบัติฉัน แกตาย!”
คุณใหญ่ตัวเกร็งกระตุกยังไม่ลืมตา ศักดิ์ระพีเข้ามาเห็นตกใจตวาดถามทำอะไร นเรนทร์ชะงักปล่อยมือหันมาปฏิเสธ ศักดิ์ระพีเรียกพยาบาลให้เข้ามาดูอาการ ระหว่างพยาบาลรุมล้อมให้ตามหมอเพราะหัวใจคนไข้เต้นช้าลง นเรนทร์กลัวใช้จังหวะนั้นหนีออกไป ศักดิ์ระพีตามออกมากระชากตัวนเรนทร์เค้นถามอีกครั้งว่าทำอะไรคุณใหญ่ เขาไม่กล้าสบตา
“ฉันเห็นกับตา...ที่ยึดห้องนอนคุณแม่ใหญ่ไป ทำตัวใหญ่คับบ้านอาไม่เอาเรื่อง แต่อย่าได้ใจถ้าคิดจะทำร้ายคุณแม่ใหญ่ อาไม่ยอมแน่”
“ผมไม่ได้ทำอะไร อาเล็กมีหลักฐานรึเปล่า ถ้าไม่มีอย่ามากล่าวโทษ” นเรนทร์สะบัดตัวออก เห็นศักดิ์ระพีจ้องหน้าไม่ทำอะไร จึงทำทีหงุดหงิดรีบเดินหนี
ศักดิ์ระพีไม่ตามเพราะเป็นห่วงคุณใหญ่ กลับเข้ามาห้องคนไข้ หมอบอกคุณใหญ่พ้นขีดอันตรายแล้ว เขาโล่งอกทรุดนั่งกุมมือพี่สาว รำพึงถึงเรื่องวุ่นวายในบ้าน และเรื่องยอแสงกำลังลำบาก มีเพียงพี่เท่านั้นที่จะตามยอแสงกลับมาได้
ด้านพริ้มเพราเอาเครื่องเพชรของคุณใหญ่ออกมาเชยชมอยู่ในห้องรับแขก ละม่อมเห็นไม่มีใครถือโอกาสเดินเข้ามาในบ้านเพื่อรีดไถพริ้มเพรา แต่พอพริ้มเพราหัวเราะใส่หน้าว่าตอนนี้ทุกอย่างในบ้านเป็นของตนกับนเรนทร์เพราะคุณใหญ่ป่วยหนักอยู่โรงพยาบาลก็ตกใจ
ระหว่างนั้นนเรนทร์หงุดหงิดกลับเข้ามา ได้ยินเสียงพริ้มเพราคุยกับละม่อมจึงแอบฟัง
“ถ้าไม่มีคุณใหญ่ ทีนี้แกก็ขู่ฉันไม่ได้แล้ว” พริ้มเพราเยาะหยัน
“โธ่...ฉันเดือดร้อนจริงๆ แม่พริ้มเห็นใจบ้างเถอะ อย่าลืมสิว่าแม่พริ้มกับนเรนทร์มีวันนี้เพราะฉัน ถ้าวันนั้นฉันบอกท่านต้นว่าลูกของคุณดวงพรเป็นลูกสาวไม่ใช่ลูกชาย แม่พริ้มกับนเรนทร์ก็ไม่ได้สมบัติ”
นเรนทร์ได้ยินเช่นนั้นตกใจมาก พริ้มเพราโวยละม่อมว่าตนให้เงินไปมากพอแล้วอย่ามาทวงบุญคุณ ละม่อมโกรธจะไปแจ้งความเพราะรู้ว่าที่คุณใหญ่ป่วยเพราะพริ้มเพราวางยา ทั้งท่านต้นและคุณใหญ่โดนเธอวางยาพิษทั้งสองคน พริ้มเพราโกรธขู่ถ้าตนโดนจับละม่อมก็ต้องโดนด้วยเพราะเป็นยาพิษของเธอ ละม่อมหลังชนฝาฮึดสู้ที่ตนมาขอเพราะโดนเจ้าหนี้ขู่ฆ่า แค่ติดคุกจะกลัวทำไมอีก พริ้มเพราอ่อนลง “หยุดนะ! ให้ก็ได้ จะเอาเท่าไหร่”
ละม่อมดีใจรับรองครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย “มันเหมือนมีกรรมตั้งแต่วันที่ฉันทำลายชีวิตของเด็กผู้หญิงคนนั้น ฉันทำอะไรก็ไม่ขึ้น มันขัดสนไปหมด แม่พริ้มก็ระวังไว้เถอะ คนเราหนีเวรกรรมไม่พ้นหรอก”
พริ้มเพราโวยอย่ามาปากดี และว่าเงินที่ขอมันจำนวนมาก จึงนัดให้กันคืนนี้สองยามที่ท้ายสวน...เมื่อละม่อมกลับไป นเรนทร์เดินหน้าเครียดเข้ามาหาพริ้มเพราคาดคั้นถามสิ่งที่ได้ยินเป็นความจริงใช่ไหม พริ้มเพราหน้าซีดตะกุกตะกักอยู่พักใหญ่ กว่าจะยอมเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง นเรนทร์เสียใจมากเมื่อทุกอย่างเป็นเรื่องจริง พริ้มเพราพยายามปลอบ
“ที่ป้าทำไปดีต่อทุกคน ท่านต้นสมหวังที่ได้ผู้สืบสกุลแล้ว...เอ้อ ถ้าป้าไม่ทำนเรนทร์ก็คงไม่ได้สุขสบายเหมือนทุกวันนี้ ป้าช่วยให้นเรนทร์ไม่ต้องลำบากนะ”
“โกหก! ป้าทำเพื่อตัวเอง เพราะป้าอยากได้สมบัติของคุณพ่อ ป้าใช้ผมเป็นเครื่องมือ...ผมไม่ใช่ลูกของคุณพ่อ ไม่จริง! มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง ผมไม่เชื่อ” นเรนทร์แทบคลั่ง
พริ้มเพราปลอบโยนให้ใจเย็น ไม่ต้องกลัวอะไรเพราะลูกดวงพรตัวจริงหายสาบสูญไป นเรนทร์ถามมีใครรู้เรื่องนี้บ้าง พริ้มเพราบอกนอกจากตนแล้วมีละม่อมกับซ้อนเท่านั้น พริ้มเพรายืนยันว่าซ้อนไม่กล้าพูด
แต่ละม่อมต้องเอาเงินไปปิดปาก...นเรนทร์หงุดหงิดงุ่นง่านปะติดปะต่อเรื่องราวกับคำพูดของอินตาและสาย แล้วคลั่งรับความจริงไม่ได้ร้องลั่นออกมาว่า ไม่จริง!
ใกล้สองยามที่ท้ายสวน ฟ้าแล่บแปลบปลาบราวฝนจะตก ละม่อมยืนรอพริ้มเพราด้วยความกระวนกระวาย มีเสียงคนเดินมาพอละม่อมหันมองกลายเป็นนเรนทร์ดวงตาแข็งกร้าวย่างสามขุมเข้าหา ละม่อมตกใจทวงถามถึงเงิน เขาตวาดกร้าวไม่มี คนอย่างแกไม่สมควรได้
ละม่อมถอยกรูดหาว่าพริ้มเพราคิดหักหลัง ส่ง นเรนทร์มาจัดการตนจึงระเบิดอารมณ์ใส่ว่าเขาไม่ใช่ลูกท่านต้น เป็นเพียงลูกชาวเรือจนๆที่ตนทำคลอดให้กับมือ ตนจะไปฟ้องศักดิ์ระพี นเรนทร์โกรธจัดทำร้ายละม่อม หญิงสูงวัยดิ้นรนสุดฤทธิ์ มือควานเจอก้อนหินได้เอามาทุบหัว นเรนทร์ยิ่งเจ็บยิ่งคลั่งจับละม่อมกดน้ำจนขาดใจตาย
พริ้มเพราเดินมาถึงเรียกหาละม่อม กลับเห็นนเรนทร์ฆ่าละม่อมก็ตกใจ นเรนทร์ได้สติถอยกรูดจากร่างละม่อมเข้ามากอดพริ้มเพรา ปฏิเสธเสียงหลงไม่ได้ฆ่าๆ...ผู้เป็นป้าทำอะไรไม่ถูก กว่าจะตั้งสติได้ตามซ้อนมาช่วยขุดหลุมฝังละม่อม โดยโกหกว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ซ้อนเห็นท่าทางหวาดกลัวของนเรนทร์ก็พอเดาได้ ศพละม่อมกลิ้งลงหลุมหงายหน้าขึ้นมาตาเหลือก ทั้งซ้อนและพริ้มเพราตกใจร้องลั่น
ศักดิ์ระพีกำลังเดินเข้าบ้านได้ยินเสียงร้องจะเดินไปดู ก็พอดีพร้อมมิตรออกมารับ เธอไม่ได้ยินเสียงอะไรแถมเปรยว่า ตั้งแต่ยอแสงไม่อยู่ บ้านเราสงบสุขดี ชายหนุ่มไม่พอใจ
“ทำไมว่าเขาอย่างนั้น ยอแสงไปทำอะไรให้”
“ก็มันวางยาคุณแม่ใหญ่นี่คะ”
ศักดิ์ระพีเอ็ดไม่มีหลักฐานอย่าเพิ่งปรักปรำ พร้อมมิตรเบื่อที่เขาคอยแต่จะปกป้องยอแสง จึงตัดบทชวนเข้าบ้านพักผ่อน...ด้านพริ้มเพรากับซ้อนจัดการฝังละม่อมเสร็จ ซ้อนซักไซ้เชื่อว่านเรนทร์เป็นคนฆ่าละม่อม เธออึกอักใช้เสน่ห์เล้าโลมให้ซ้อนอย่าแพร่งพรายและอย่าทิ้งตน
ooooooo
วันต่อมา พร้อมมิตรกับจิตรใสมาเฝ้าคุณใหญ่ จิตรใสเบื่อหน่ายอยากไปเที่ยว พร้อมมิตรไม่ให้ไปไหนต้องเฝ้าคุณแม่ใหญ่ จิตรใสสวนว่าที่พี่อยากเฝ้าเพราะอยากอยู่ใกล้ศักดิ์ระพี พร้อมมิตรหลบตาไม่โต้แย้ง
ตะวันกับเอี้ยงมาเยี่ยมคุณใหญ่ เห็นสองพี่น้องอยู่ก็รู้ว่าไม่ยอมให้พวกตนเข้าไปแน่ เอี้ยงคิดแผนได้ เขียนจดหมายหลอกให้สองสาวไปพบศักดิ์ระพีในสวน เพื่อตะวันจะได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมคุณใหญ่...ขณะที่ตะวันกำลังจะเปิดประตูเข้าไป มีคนเข้ามาจับไหล่เธอ สะดุ้งหันมอง พอเห็นว่าเป็นศักดิ์ระพีจึงอ้อนวอนขอร้องขอเข้าเยี่ยม
“ยอแสงพยายามมาตั้งแต่วันแรกแล้ว แต่คุณพริ้มเพราไม่ยอมให้เข้าไป”
“เรื่องแค่นี้เอง...ไม่เห็นต้องทำลับๆล่อๆ”
“ยอแสงคิดว่าอาเล็กรังเกียจยอแสงเหมือน...คนอื่นๆในบ้านเดชาบดินทร์”
“เธออยู่กับฉันมาตั้งหลายปี ไม่รู้จริงๆเหรอว่าฉันเป็นคนยังไง” ศักดิ์ระพียิ้มให้
ในขณะที่สวนโรงพยาบาลตั้งกว้าง แต่สองสาวพร้อมมิตรกับจิตรใสก็เดินมาทางเดียวกัน เอี้ยงตกใจไม่คิดว่าทั้งสองจะมาเจอกัน ทำให้แผนล้มเหลวต้องหาวิธีรั้งสองสาวไว้ จึงเผยตัวว่าเป็นคนแกล้ง สองสาวโกรธวิ่งไล่ตี
ด้านตะวันเข้ามานั่งข้างเตียงคุณใหญ่ร้องไห้รำพัน “ใครกันนะช่างใจคอโหดเหี้ยมทำร้ายคนดีๆอย่างคุณแม่ใหญ่ได้ ทั้งที่คุณแม่ใหญ่ไม่เคยคิดร้ายกับใคร...ลูกยอเคยบอกว่าเรียนจบแล้วอยากเปิดโรงเรียนอนุบาล คุณแม่ใหญ่สัญญาจะเป็นประธานในพิธีเปิด จำได้ไหมคะ คุณแม่ใหญ่จะผิดสัญญากับลูกยอเหรอคะ...คุณแม่ใหญ่ได้ยินลูกยอไหมคะ ตอบลูกยอสิคะ”
ศักดิ์ระพีสงสารเข้ามาลูบหัวปลอบใจ คุณใหญ่มีอาการนิ่วหน้าเล็กน้อยไม่มีใครเห็น...ทางฝั่งเอี้ยงวิ่งหนีพร้อมมิตรกับจิตรใสพ้น ได้แต่หวังว่าตะวันจะออกจากห้องคุณใหญ่ทัน สองสาวกลับเข้ามาในห้อง พร้อมมิตรเห็นเก้าอี้ข้างเตียงคุณใหญ่ก็แปลกใจ จิตรใสลงนั่งหยิบหนังสือมาเปิดอ่านไม่ได้สนใจอะไร คุณใหญ่ขยับเปลือกตาใกล้จะฟื้น
ในขณะที่ศักดิ์ระพีขับรถมาส่งตะวันที่บ้านธาดา ทั้งสองยังปั้นปึ่งไม่คุยกันให้เข้าใจ แต่พอตะวันลงจากรถ ศักดิ์ระพีก็ทนไม่ได้เดินตามไปดึงเธอให้หันมาพูดกันอย่างจริงจัง เธอทำหน้างง
“คิดถึงเรื่องอนาคตตัวเองบ้างไหม ต่อไปจะทำยังไง”
ตะวันหลบตาบอกเขาว่าตนจะทำงานส่งตัวเองเรียนให้จบ ชายหนุ่มถามน้ำเสียงประชดว่างานอะไร “ช่วยบ้านพี่ธาดาปลูกผักเก็บไปขายที่ตลาด ช่วงค่ำๆ ยอแสงจะไปรับจ้างเข็นผัก ล้างแผงคงจะพออยู่ได้ ส่วนค่าเทอมไม่น่าจะมีปัญหาเพราะยอแสงสอบได้ทุนของคณะค่ะ”
ศักดิ์ระพีไม่พอใจที่ตะวันคิดจะอยู่บ้านธาดาต่อไป แทนที่ไม่อยากกลับบ้านเดชาบดินทร์ก็น่าจะกลับไปอยู่บ้านร่มรื่น ตะวันไม่มีหน้ากลับไปเพราะพร้อมมิตรบอกทุกคนว่าตนเป็นคนวางยาคุณใหญ่ ถึงจะไม่มีข้อพิสูจน์ ถ้าไม่มีตนทุกคนจะได้อยู่อย่างสงบ ชายหนุ่มหาว่าเธอดื้อ
“กราบขอบพระคุณอาเล็กในความเมตตาที่มีต่อยอแสง ยอแสงระลึกได้เสมอและสัญญาว่าจะไม่มีวันลืมอาเล็กไปชั่วชีวิตค่ะ” ตะวันยกมือไหว้ตัดใจเดินจากไป
ศักดิ์ระพีมองตามด้วยแววตาเศร้าๆ
ooooooo
วันต่อมาพริ้มเพราเอาเครื่องประดับคุณใหญ่ มาสวมใส่ วางตัวเป็นคุณนายในบ้าน เรียกดิเรกทนายความมาพบ นเรนทร์เปิดฉากไม่อ้อมค้อมต้องการให้เขาเปิดพินัยกรรม ดิเรกบอกทำอย่างนั้นไม่ได้ พริ้มเพราเสียงกร้าว “ทำไม...ในเมื่อคุณใหญ่อาจจะไม่ฟื้นขึ้นมาแล้วก็ได้”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณใหญ่ ต่อให้คุณใหญ่ไม่อยู่ผมก็ต้องทำตามคำสั่งของท่านต้น ท่านสั่งไว้ก่อนตายให้เปิดพินัยกรรมเมื่อนเรนทร์อายุครบยี่สิบเอ็ดปีเท่านั้น”
นเรนทร์โวยทันที ตนเป็นทายาทที่แท้จริง ยังไงสมบัติก็ต้องเป็นของตน จะเปิดตอนไหนก็เหมือนกัน ดิเรกยืนกรานว่ากฎก็ต้องเป็นกฎ แล้วขอตัวกลับ
นเรนทร์โกรธจัดอาละวาดปัดข้าวของแตกกระจาย พริ้มเพราต้องปรามแล้วนึกระแวงขึ้นมาว่าท่านต้นอาจจะรู้ว่านเรนทร์ไม่ใช่ลูกแท้ๆเลยสร้างเงื่อนไขนี้ขึ้นมา นเรนทร์โกรธตวาดให้ป้าหุบปากเพราะรับฟังไม่ได้ ขู่ถ้าพูดมากระวังจะเป็นเหมือนละม่อม พริ้มเพราชักหวาดกลัวอารมณ์โมโหร้ายของนเรนทร์ขึ้นเรื่อยๆ
ทันใดซ้อนสีหน้าไม่ค่อยดีเข้ามาบอกว่าตำรวจมา พริ้มเพรากับนเรนทร์ตกใจหน้าซีด เดินตามซ้อนออกไป มีญาติของละม่อมสองคนพาตำรวจมาขอค้นบ้าน เพราะละม่อมบอกว่าจะมาที่นี่แล้วหายตัวไป นเรนทร์กลัวโวยไม่ยอมให้ตำรวจค้น พริ้มเพราเกรงตำรวจจะสงสัยรีบให้ซ้อนพานเรนทร์ออกไป แล้วยิ้มแหยๆกับตำรวจว่าหลานชายตนไม่สบายใจที่คุณแม่ใหญ่ป่วย...นเรนทร์ถูกเอาตัวมาขังในห้องนอนเรือนของซ้อน แล้วซ้อนกลับมาด้วยท่าทางหวาดกลัว
ญาติละม่อมเจอผ้าคลุมหน้าของละม่อมตกอยู่ในสวนด้านนอก พริ้มเพรารีบแก้ตัว “เอ้อ แม่ละม่อมมาขอเงิน ฉันก็ให้ไป ฉันสงสารแกน่ะ แหม...เรื่องตั้งหลายวันแล้ว ฉันก็ลืมไป”
ตำรวจยิ่งสงสัย...นเรนทร์เกิดอาการคลุ้มคลั่ง หวาดระแวงกลัวความผิดที่ตัวเองก่อ ปีนหน้าต่างห้องซ้อนออกมา เดินพึมพำราวคนเสียสติว่าตนไม่ยอมติดคุก ไม่มีวัน เดินมาเห็นตำรวจกำลังขุดหลุมศพละม่อมก็ตกใจคว้าไม้ย่องเข้าด้านหลังหมายฟาดตำรวจ ซ้อนเข้ามารวบตัวไว้ทันไม้หล่นจากมือ พริ้มเพรากลบเกลื่อนว่าหลานตนสติไม่ค่อยดี ถามตำรวจขุดทำไม ไม่มีอะไรน่าสนใจ ตำรวจเห็นว่าเป็นหลุมกลบใหม่น่าสงสัย นเรนทร์โวยไม่ให้ขุด ซ้อนรวบตัวแน่น
สุดท้ายสิ่งที่ตำรวจขุดเจอเป็นซากศพสุนัขเน่าเหม็น พริ้มเพรารีบให้คนงานกลบเพราะกลิ่นเหม็นคลุ้ง นเรนทร์แปลกใจที่ศพละม่อมหายไปไหน...พอตำรวจกลับไป พริ้มเพราถอนใจคิดแล้วว่าเรื่องไม่จบง่ายๆ จึงให้ซ้อนขุดหลุมข้างหน้าฝังหมาเน่า ส่วนหลุมละม่อมก็ปลูกต้นไม้คลุมไว้ นเรนทร์โล่งอกแต่สีหน้าซ้อนไม่สบายใจ
ด้านคุณใหญ่รู้สึกตัวขึ้นมาเรียกหายอแสง ศักดิ์ระพีดีใจตามพยาบาลมาดูอาการ ระหว่างนั้นใจบุญชวนเอี้ยงมาลองชุดราตรีไปงานสมาคม แม่ให้ชวนศักดิ์ระพีแต่ตนคิดว่าเขาคงไม่อยากมา ช่างตัดเสื้อยิ้มแย้มต้อนรับเพราะบารมีโทร.มาบอกว่าใจบุญจะมาลองชุดกับคู่เต้นรำ เอี้ยงรีบปฏิเสธไม่ใช่ตน แต่ช่างอยากเห็นว่าชุดทั้งสองคนเหมาะกันแค่ไหนจึงขอให้เอี้ยงลองแทน พอทั้งสองเดินออกมาในชุดราตรี เอี้ยงดูสง่าภูมิฐานมาก ใจบุญก็สวยสมกัน ช่างจึงขอถ่ายรูปไว้โชว์ในร้าน ทั้งสองดูเก้กัง ช่างจัดท่าให้ราวคู่รักกันก็ไม่ปาน
พอออกมาจากร้านเอี้ยงรู้สึกไม่ดีที่ถ่ายรูปกับใจบุญแทนศักดิ์ระพี เธอฟังแล้วเคืองราวเอี้ยงรังเกียจจึงตัดพ้อ เอี้ยงเตือนสติป่านนี้ยังไม่ยอมรับความจริงอีกหรือ ใจบุญส่ายหน้า
“เธอต้องยอมรับความจริง ความจริงที่เธอกำลังหลงรักคนที่เป็นไปไม่ได้ อาเล็กไม่ได้รักเธอ และไม่มีวันรักเธอใจบุญ” แต่พอเห็นใจบุญร้องไห้ก็รู้สึกผิด “นพดลไม่ได้ตั้งใจจะพูดแรงขนาดนี้ นพดลขอโทษ...”
ใจบุญปาดน้ำตาไม่โต้เถียงแต่เดินจากไปดื้อๆ
ooooooo
เช้าวันใหม่ มีความวุ่นวายมากขึ้นเมื่อพริ้มเพรากับนเรนทร์เอาเครื่องใช้ในบ้านเดชาบดินทร์ออกมาขาย ซ้อนห้ามก็ไม่ฟัง ศักดิ์ระพีพาคุณใหญ่กลับมาพอดี พร้อมมิตรกับจิตรใสยืนมองสองป้าหลานอย่างยิ้มเยาะ ช่วยกันฟ้องคุณใหญ่ถึงการกระทำของทั้งสอง
พริ้มเพราจะแก้ตัวแต่นเรนทร์สวนออกมาว่าตนจะขายเพราะอีกหน่อยของทุกอย่างก็เป็นของตน คุณใหญ่ส่ายหน้าเอือมระอา นเรนทร์เห็นสีหน้ายิ่งอาละวาดหาว่าหวงของ คว้าโถลายครามจะทุ่มทิ้ง คุณใหญ่ตวาดกร้าว
“หยุดนะ! ถ้ามีของพังอีกสักชิ้น ฉันจะหักเงินจากมรดกส่วนของเธอ แล้วจะเรียกตำรวจมาจับเธอด้วย นเรนทร์”
พริ้มเพราดึงโถลายครามจากมือหลานวางลงแล้วปรามให้พอแค่นี้ คนรับใช้ช่วยกันขนของนเรนทร์ออกจากห้องคุณใหญ่ นเรนทร์อาละวาดอีกรอบห้ามใครขน คุณใหญ่ถามคนรับใช้ว่าจะฟังใคร ทุกคนก้มหน้าขนของต่อไป นเรนทร์จ้องหน้าเจ็บใจ คุณใหญ่เอ่ยปาก
“ขอบใจที่หวังดีมาดูแลห้องให้ คงคิดว่าฉันไม่กลับมาแล้วสิ แต่เสียใจด้วย ฉันไม่ยอมเป็นอะไรไปง่ายๆตราบใดที่บ้านเดชาบดินทร์ยังร้อนเป็นไฟ ตอนนี้ฉันกลับมาแล้ว ทุกอย่างในบ้านจะเป็นเหมือนเดิม ฉันคือเจ้าของบ้านเดชาบดินทร์”
“หนังเหนียวนักนะอีแก่!” นเรนทร์โกรธพุ่งเข้าจะตบคุณใหญ่
ศักดิ์ระพีจับมือไว้แล้วซัดหน้าไปหนึ่งฉาด “เกินไปแล้ว! คิดจะทำร้ายคุณแม่ใหญ่เชียวรึ”
พริ้มเพราเข้าประคองหลานปรามให้พอ วันนี้ไม่ใช่วันของเรา นเรนทร์แค้นใจแต่ไม่กล้าสู้ศักดิ์ระพี เดินเจ็บใจออกไป พริ้มเพรารีบวิ่งตาม คุณใหญ่มองหน้าน้องชายอย่างอ่อนล้า...นเรนทร์กราดเกรี้ยวก่นด่าคุณใหญ่ พริ้มเพรากลัวใครได้ยิน พยายามปลอบให้เขาใจเย็น รอเวลาวันเปิดพินัยกรรม เพราะตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ คุณใหญ่คงระวังตัวแจ
“ถ้าวันนั้นมาถึง ผมจะไล่ไอ้อีทั้งหลายออกไปให้หมด ให้มันไม่มีที่ซุกหัวนอนเลย”
วันต่อมา ตะวันกับเอี้ยงมาทำบุญกรวดน้ำอุทิศให้ท่านต้น เพราะเป็นวันคล้ายวันเกิดท่าน ตะวันรำพันเสียใจที่ไม่มีโอกาสดูแลคุณใหญ่ ขอให้ท่านต้นคุ้มครองคุณใหญ่ ถ้าเป็นไปได้ตนขอเจ็บแทนคุณใหญ่ เอี้ยงใจหายไม่อยากให้พูดแบบนี้ฟังดูน่ากลัว ศักดิ์ระพีเข็นคุณใหญ่เข้ามา
“โถ...ลูกยอ ลูกยอของแม่”
ตะวันหันมองตกใจเมื่อเห็นคุณใหญ่กับศักดิ์ระพี โผเข้ากอดคุณใหญ่ “คุณแม่ใหญ่ฟื้นกลับมาหาลูกยอแล้ว คำอธิษฐานของลูกยอเป็นความจริงแล้ว”
เสร็จจากการทำบุญ ศักดิ์ระพีเข็นรถคุณใหญ่ ตะวันกับเอี้ยงเดินตาม เขาถามตะวันรู้ได้อย่างไรว่าวันนี้เป็นวันเกิดท่านต้น เธอบอกว่าเห็นจากรูปที่งานศพ จำได้ว่าท่านเป็นคนดีมีเมตตา เขาชักสงสัยเพราะเธอไม่เคยพบท่านต้น ตะวันอึกอักอ้างว่าได้ยินคนอื่นพูดกันไม่มีใครไม่เคารพท่าน ศักดิ์ระพีพยักหน้ากลายๆ คุณใหญ่ชวนตะวันกลับไปอยู่เดชาบดินทร์ตามเดิม...
ตะวันเดินตามหลังคุณใหญ่เข้ามาอย่างลังเล พริ้มเพรา นเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสต่างไม่พอใจที่ตะวันกลับมาเพราะเชื่อว่าเป็นคนวางยาคุณใหญ่ พอดีซ้อนรับดิเรกมาถึง
“สวัสดีครับคุณใหญ่ ผมดีใจมากเมื่อทราบว่าคุณใหญ่ปลอดภัย เรื่องที่คุณใหญ่สั่ง ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ”
“ขอบใจคุณหลวง” คุณใหญ่ประกาศกับทุกคน “ฉันอยากให้ทุกคนรับรู้ไว้ ฉันรับลูกยอเป็นลูกบุญธรรมแล้ว มีศักดิ์และสิทธิ์เท่าเทียมพวกเธอ ห้ามใครดูถูกลูกยออีกเป็นอันขาด และฉันได้ยกสมบัติส่วนของฉันให้กับลูกยอแต่เพียงผู้เดียว” ตะวันจะแย้ง “ลูกยอไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ต่อไปนี้ลูกยอไม่ใช่คนต่ำต้อยอีกต่อไป”
ศักดิ์ระพียิ้มยินดีด้วย แต่พวกนเรนทร์ไม่มีใครพอใจ...คุณใหญ่ให้ตะวันขึ้นมาอยู่บนตึก แต่เธอขออยู่ที่เรือนแพตามเดิม เพราะรู้สึกอบอุ่นเหมือนเป็นบ้าน ตะวันสวมกอดคุณใหญ่กล่าวว่าไม่อยากได้สมบัติใดๆ นอกจากเห็นคุณใหญ่ปลอดภัย คุณใหญ่ปลาบปลื้มที่มองคนไม่ผิด
ด้านนเรนทร์เดือดดาลปัดของในห้องกระจายเข่นเขี้ยวว่านังแก่เจ้าเล่ห์ ทำไมไม่ตายจะฟื้นกลับมาทำไม พร้อมมิตรกับจิตรใสยืนเกาะกันกลัวอารมณ์น้องต่างแม่ พริ้มเพรายุแยงให้สองสาวร่วมมือกำจัดยอแสง ด้วยการหลอกยอแสงมาให้นเรนทร์ปล้ำทำเมียให้อับอายทนอยู่ไม่ได้ พร้อมมิตรไม่ชอบวิธีการทำลายศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงแบบนี้ แต่เมื่อโดนยุมากขึ้นจึงเอนเอียง
ooooooo
วันต่อมา ศักดิ์ระพีพาคุณใหญ่ไปเช็กร่างกายตามที่หมอนัด ตะวันอยู่บ้านจะทำแกงส้มมะรุมไว้ให้ คุณใหญ่กับเติมแซวว่าช่างจำทุกอย่างที่เป็นของชอบของศักดิ์-ระพีได้ ตะวันหน้าแดง พริ้มเพรา นเรนทร์ พร้อมมิตรและจิตรใสมองรถที่แล่นออกไปอย่างสบโอกาส
พริ้มเพราใช้ซ้อนไปดูคนงานในสวน ส่วนเอี้ยงยังไม่กลับจากโรงเรียนตำรวจ จิตรใสเริ่มส่งเสียงร้องช่วยด้วย ตะวันได้ยินตกใจรีบวิ่งมาหา จิตรใสบอกว่านเรนทร์ทำร้ายพร้อมมิตรในห้อง ตะวันรีบไปช่วย แต่แล้วกลับเจอพร้อมมิตรกับพริ้มเพรายิ้มเยาะถากถาง จิตรใสเข้ามาด้านหลังผลักตะวันล้มลง ทุกคนเดินออกจากห้องคล้องโซ่ที่ประตูด้านนอก ตะวันฝืนลุกมาทุบประตู นเรนทร์ยืนยิ้มย่องเข้ามาจับเธอเหวี่ยงไปที่เตียง
“ไม่มีใครช่วยแกหรอก นังยอแสง วันนี้ฉันจะชำระแค้นกับแกให้ถึงใจเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ”
ตะวันต่อสู้หาทางเอาตัวรอด นเรนทร์โถมเข้าปลุกปล้ำโดนเธอข่วนหน้าเลือดซิบยิ่งคลั่ง ด้านจิตรใสลงมานั่งจิบเครื่องดื่มสบายใจ พร้อมมิตรกลับเครียดกับสิ่งที่ทำ พริ้มเพราอารมณ์ดีมายืนอยู่ท่าน้ำชมวิว แต่แล้วต้องตาเหลือกเมื่อเห็นศักดิ์ระพีนั่งเรือรับจ้างกลับมา
อินตาเป็นคนพายเรือมาส่งพยายามหลบหน้าศักดิ์ระพี พอเขาขึ้นท่าไปแล้วก็ชะเง้อมองอยากเห็นตะวัน...ศักดิ์ระพีก้าวเข้าบ้านได้ยินเสียงร้องของตะวันก็ตกใจรีบวิ่งขึ้นชั้นบน พังประตูเข้ามาเห็นนเรนทร์กำลังปลุกปล้ำตะวัน จึงปรี่เข้ากระชากนเรนทร์มาชกจนลงไปนอนกอง ตะวันต้องห้ามเกรงเขาตาย ศักดิ์ระพีหันมากอดปลอบจะพาตะวันไปแจ้งความ นเรนทร์ยังไม่สลดหัวเราะร่าท้าให้ไปแจ้ง ยอแสงจะได้ฉาวโฉ่
“แก! แกไม่สมควรมีสายเลือดเดชาบดินทร์เลยสักนิด” ศักดิ์ระพีโกรธพูดจี้ใจ
นเรนทร์ยิ่งเดือดดาลตะโกนลั่นว่าตนคือทายาทคนเดียวของท่านต้น มรดกทั้งหมดต้องเป็นของตนคนเดียว ตะวันขอร้องศักดิ์ระพีอย่าแจ้งความ ไม่อยากให้คุณใหญ่ไม่สบายใจ ขอให้ทุกอย่างจบลงแค่นี้ ศักดิ์ระพีพาตะวันออกจากห้องก่อนที่ตัวเองจะกลายเป็นฆาตกรฆ่านเรนทร์ นับว่าโชคดีที่คุณใหญ่ลืมเอายาไปด้วย ตนจึงนั่งเรือกลับมาเอา ตะวันขอร้องอย่าบอกเรื่องนี้กับคุณใหญ่ เพราะไม่ใช่นเรนทร์คนเดียวที่กระทำ ศักดิ์ระพีคาดไม่ถึง
“ทำไมเธอต้องปกป้องคนที่คิดร้ายกับเธอด้วย”
“ยอแสงปกป้องเกียรติของคุณแม่ใหญ่และบ้านเดชาบดินทร์ต่างหากค่ะ ชื่อเสียงของบ้านจะต้องไม่มัวหมองเพราะเด็กข้างถนนต่ำต้อย แค่คุณแม่ใหญ่รับเป็นลูกบุญธรรม ยอแสงก็ชดใช้บุญคุณท่านไม่หมดแล้ว”
“ยอแสง...จิตใจของเธอสว่างไสวตรงข้ามกับชื่อเหลือเกิน ความดีงามในตัวเธอสวยงามยิ่งกว่าแสงตะวันที่อยู่สูง ฉันมองเธอไม่ผิดจริงๆ” ศักดิ์ระพีทึ่งมองตาตะวันอย่างมีความหมาย
ตะวันประสานสายตา ศักดิ์ระพีเผลอตัวโน้มหน้าจะจูบ ธาดาโผล่เข้ามาขัดจังหวะ หญิงสาวตกใจถอยห่าง ศักดิ์ระพีเข้าใจว่าเธอกลัวธาดาเข้าใจผิดจึงหงุดหงิดเดินแยกออกมาปล่อยให้ทั้งสองคุยกัน ธาดาแปลกใจกับสภาพของตะวัน เธอโกหกว่าซุ่มซ่ามหกล้มเอง เขาไม่อยากเชื่อต้องมีเรื่องกับคนในบ้านอีก ธาดาตัดสินใจเผยความในใจ ตนเรียนจบเมื่อไหร่จะขอเธอแต่งงาน ตะวันตะลึง ธาดาย้ำว่าเขารักเธอ รักมานานแล้ว...ศักดิ์ระพีแอบฟังรู้สึกปวดใจทนฟังต่อไม่ได้เดินหนีไป ไม่ทันฟังคำของธาดาที่พูดต่อว่า
“พี่พูดเท่านี้สบายใจแล้ว ส่วนยอแสงจะคิดยังไงกับพี่ ก็สุดแล้วแต่ใจยอแสง”
ตะวันขอให้เลิกคิด ธาดายืนยันทำไม่ได้ เธอจึงพูดไม่ให้กระเทือนใจ “พี่ธาดาจำเอาไว้นะคะ ถ้าหากยอแสงจะมีความรัก ยอแสงจะรักคนที่มีความดีและมีอะไรๆเหมือนพี่ธาดาค่ะ”
อีกคนที่สับสนไม่รู้ใจตัวเองเพราะโดนฝังหัวมาแต่เล็กว่าคู่ควรกับศักดิ์ระพีคือใจบุญ พอเอี้ยงซื้อขนมมาขอโทษที่ติติงเรื่องความรักระหว่างเธอกับศักดิ์ระพี ทำให้ยิ่งว้าวุ่นใจน้ำตาไหล
“ฉันไม่รู้ ไม่รู้ว่าทำไมต้องเจ็บปวดและรู้สึกผิดมากทุกครั้งที่นพดลทำดีด้วย มันเหมือนฉันกำลังทำร้ายหัวใจตัวเองอยู่ นพดลบอกฉันทีสิ ฉันเป็นอะไร”
เอี้ยงมองอย่างเข้าใจ หยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาให้ สัญญาจะเป็นกำลังใจให้เธอตลอดไป ใจบุญลืมตัวโผกอดอย่างซาบซึ้งใจ ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างตลอดมา เอี้ยงพยายามตัดใจ ดันตัวเธอออกแล้วเตือนให้เข้าบ้าน...เอี้ยงเดินหดหู่ใจมาตามทุ่งกว้าง สีหน้าเครียดกับโชคชะตา สับสนย้ำเตือนตัวเองไม่ว่าจะเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนชีวิตตัวเองแค่ไหน ก็ยังเป็นไอ้เอี้ยงลูกชาวเรือกระแชงจนๆ ไม่เหมาะสมกับใจบุญเลยแม้แต่นิดเดียว
ตะวันเดินกลับมาที่ท่าน้ำเรือนแพ เห็นศักดิ์ระพีนั่งจิบไวน์สีหน้ากลัดกลุ้มอยู่ก็แปลกใจ บอกเขาว่าคุณใหญ่ให้มาตาม เขาน้อยใจ “เธอมาหาฉันเพราะพี่ใหญ่...ฉันโตแล้ว ดูแลตัวเองได้”
“ทำไมอาเล็กต้องประชดยอแสงด้วยคะ”
“ขอโทษที่ฉันปากหวานไม่เท่านายธาดาของเธอ”
“ทำไมต้องไพล่ไปพูดถึงพี่ธาดา”
“ก็ฉันมันคนไม่ดี แส่ไม่เข้าเรื่อง” ตะวันสวนว่าเกลียดจริง เขาตาโพลงถาม “เกลียดใคร?”
“เกลียดอาเล็กค่ะ ชอบจับผิดยอแสงอยู่เรื่อย”
“ฉันไม่ต้องการเห็นเธอทำอะไรผิดๆเรื่องความรัก” ศักดิ์ระพีจ้องหน้าตะวัน
“คนเรามีจิตใจเป็นของตัวเอง ถ้าคนคนนั้นถลำตัวไป อาเล็กฉุดไว้ได้ไหมคะ คนจะเกลียดกันหรือฆ่ากัน อาเล็กห้ามได้ไหมคะ”
“งั้นบอกฉันสักคำสิยอแสง เธอรักธาดาหรือเปล่า”
“อาเล็กบอกยอแสงก่อนสิคะ...ความรักเกิดจากอะไร” ตะวันย้อนถาม
“ความใกล้ชิด...เห็นอกเห็นใจ...หัวใจตรงกัน มันก็เรียกว่าความรัก” ศักดิ์ระพีพยายามคิด
“ยอแสงกับพี่ธาดาเห็นอกเห็นใจกัน แต่หัวใจไม่ตรงกัน”
“อยู่ใกล้ชิดกัน สักวันหัวใจเธอก็ตรงกัน”
“ถ้ายอแสงมีความรัก ยอแสงจะเรียนให้อาเล็กทราบเป็นคนแรก” ตะวันประชดกลับ
“ฉันจะดีใจมาก ถ้าเธอได้คู่ครองที่ดี”
ตะวันชักน้อยใจที่เขายังดันทุรังเชื่ออย่างนั้น จึงดึงแก้วไวน์เททิ้ง ประชดขอบคุณที่หวังดี ถ้าตนจะแต่งงานกับใคร ผู้ชายคนนั้นต้องไม่เอาแต่ใจตัวเองเหมือนเขา พูดจบผละจากไปอย่างไม่พอใจ ศักดิ์ระพีเริ่มรู้สึกตัวว่าพูดพล่ามอะไรออกไป...ตะวันน้อยใจน้ำตาปริ่มรำพันคนเดียว
“อาเล็กคนเดิมที่แสนอบอุ่นของยอแสงหายไปไหน ทำไมอาเล็กต้องพูดประชดประชันยอแสงตลอดเวลา อาเล็กบ้า!”
ooooooo
เช้าวันใหม่ ตะวันพาคุณใหญ่ออกมานั่งเล่นริมน้ำหน้าเรือนแพ คุณใหญ่ดูสดชื่นขึ้นเล่าให้ตะวันฟังว่าเธอเริ่มต้นชีวิตคู่กับท่านต้นที่บ้านหลังนี้ และหวังจะตายที่บ้านหลังนี้เหมือนท่านต้น ตะวันใจหายขอร้องอย่าพูดแบบนี้ คุณใหญ่ยิ้มเปรยว่าเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา
ตะวันเห็นคุณใหญ่กระแอมจึงคิดว่าต้องคอแห้งจึงกลับเข้าบ้านไปเอาเครื่องดื่ม นเรนทร์ย่างสามขุมเข้ามาด้านหลัง ผลักคุณใหญ่ตกน้ำก่อนจะหลบหนีไป คุณใหญ่ยังไม่แข็งแรงจึงช่วยตัวเองไม่ได้ อินตาเห็นรีบกระโจนลงไปช่วยพาขึ้นมาปฐมพยาบาลในเรือกระแชงของเขา สายยังไม่ปกติดีเข้ามาเขย่าคุณใหญ่ให้ตื่น คุณใหญ่ปรือตามองรำพึงเรียกสายก่อนจะนิ่งไป สายตกใจคิดว่าเธอตาย อินตาต้องบอกว่าเธอแค่สลบเท่านั้น
คุณใหญ่รู้สึกเหมือนมีคนเอาผ้ามาซับหน้าให้ มีเสียงเรียก...คุณใหญ่เจ้าขา จึงลืมตามองเห็นดวงพรนั่งยิ้มก็ดีใจถามเธอมารับตนไปอยู่ด้วยใช่ไหม ดวงพรกลับกุมมือคุณใหญ่ บอกฝากลูกตะวันด้วย คุณใหญ่เพ่งมองหน้าดวงพรแล้วเห็นหน้าตะวันซ้อนขึ้นมา
คุณใหญ่พึมพำเรียกตะวัน...ตะวันหันขวับ เอี้ยงรีบสะกิดอย่าเผลอตอบรับ จิตรใสร้องขึ้นว่าคุณแม่ใหญ่ฟื้นแล้ว ศักดิ์ระพีปรี่เข้าหาอย่างห่วงใย คุณใหญ่รีบบอกเขาว่าตนเจอสาย พริ้มเพราซึ่งยืนมองอยู่ใจหายเผลอสวน “ไม่จริง! เอ้อ...พริ้มหมายถึงคุณใหญ่จะเจอแม่สายได้ยังไง”
คุณใหญ่ยืนยันว่าเจอสายจริงๆ ศักดิ์ระพีบอกว่า จู่ๆก็พบคุณใหญ่หมดสติอยู่ที่ท่าน้ำ ไม่มีใครเห็นว่าตกน้ำไปได้อย่างไร พร้อมมิตรปรักปรำว่ายอแสงทำ คุณใหญ่แย้ง ยอแสงไม่เกี่ยว ตนซุ่มซ่ามตกไปเองอย่ามาโทษลูกยอของตน พร้อมมิตรค้อนขวับอย่างเกลียดชังตะวันมากขึ้น
นเรนทร์เจ็บใจที่คุณใหญ่ไม่ตาย พริ้มเพรามาต่อว่าอย่าทำอะไรโฉ่งฉ่างแบบนี้อีก จะติดตะรางเอา ช่วงนี้คุณใหญ่คงระวังตัวแจ เราต้องรอให้เธอตายใจสักระยะ
จากที่คุณใหญ่พูดทำให้ตะวันคิดถึงสายมาก ยืนมองเรือที่แล่นผ่านท่าน้ำยามค่ำ เอี้ยงรู้ว่าพี่สาวคิดถึงแม่ ตะวันรำพันพอตัวเองได้อยู่ดีกินดีก็อยากให้แม่ได้กินอิ่มนอนหลับด้วย อินตาแอบมองได้ฟัง รำพึงขอให้เธอเข้มแข็งเข้าไว้ เธอคือดวงตะวันคือแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้าและยิ่งใหญ่ จะไม่มีใครดับแสงสว่างและความดีในตัวเธอได้
ในขณะที่คุณใหญ่นั่งพูดกับอัฐิท่านต้นว่า อีกไม่นานเราต้องเจอตะวัน ตนเชื่อว่าสายยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ตนจะต้องเปิดเผยความจริงให้ได้ก่อนตาย
เช้าวันใหม่ เอี้ยง เติมและซ้อนช่วยกันถือของที่คุณใหญ่ ตะวันและศักดิ์ระพีจะไปทำบุญให้ท่านต้นที่วัด ตะวันมีท่าทีปั้นปึ่งกับศักดิ์ระพี พริ้มเพราเห็นถามจะไปไหน คุณใหญ่เล่าว่าเมื่อคืนฝันถึงท่านต้นจึงอยากไปทำบุญให้ จิตรใสโพล่งออกมาว่าคุณแม่ใหญ่ฝันเห็นผีคุณพ่อ พร้อมมิตรเอ็ดพูดดีๆ นเรนทร์สวนคนตายก็ต้องเรียกผี คุณใหญ่ปรามรู้จักเคารพกันบ้าง
“ผีลำเอียง...ไม่จำเป็นต้องเคารพ คนงกคนโกง ไม่จำเป็นต้องนับถือ” นเรนทร์กร่าง
ศักดิ์ระพีเอ็ดให้หยุดก้าวร้าว เขากับสวนว่าคนนอกอย่าแส่...ศักดิ์ระพีมองดุๆ นเรนทร์ถามจะทำไม แต่ด้วยความที่ยังมีชนักติดหลังไม่กล้าทำอะไรศักดิ์ระพี จึงพาลปัดข้าวของล้มก่อนจะเดินกระแทกเท้าออกไป พริ้มเพราต้องวิ่งตามหลาน คุณใหญ่ถอนใจกับนิสัยอันธพาลของนเรนทร์ พร้อมมิตรกับจิตรใสขอไปทำบุญด้วย ต่างเข้าเกาะแขนศักดิ์ระพีคนละข้างอย่างไม่ยอมกัน ตะวันแอบมอง ด้วยสายตาหึงโดยไม่รู้ตัว แต่เอี้ยงสังเกตเห็น
ระหว่างกรวดน้ำ คุณใหญ่เอ่ยกับซ้อนว่าเมื่อคืนฝันถึงท่านต้นทำให้นึกได้ว่า ท่านเคยสั่งมอบที่นาอยุธยาให้ซ้อนแปลงหนึ่งกับเงินอีกก้อน เผื่อเขาอยากกลับไปทำนาตอนแก่ ซ้อนน้ำตาปริ่มซาบซึ้งบุญคุณ แต่ไม่อาจ รับไว้ได้เพราะรู้ตัวดีว่าตัวเองอกตัญญู...พอพริ้มเพรา
รู้เรื่องมาต่อว่าซ้อนทำไมโง่อยากอยู่เป็นขี้ข้าไปชั่วชีวิตหรือ ทีตนไม่เคยได้รับน้ำใจอะไรเลย
“คุณพริ้มยังไม่ได้หรือยังไม่พอกันแน่ เลิกคิดร้ายกับคนดีๆเสียทีเถอะครับ เราไม่มีทางหนีเวรกรรมพ้นหรอก”
พริ้มเพราโกรธที่มาสั่งสอน...ด้านตะวันกลับมาที่เรือนแพ เอาดอกไม้โปรยลงแม่น้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศลไปถึงสาย เอี้ยงเลียบเคียงถามว่าถ้าเจอสายจะสารภาพความจริงว่าคือตะวันไหม เธอบอกขอแค่เจอแม่ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตนยอมทุกอย่าง ซ้อนเดินผ่านมาได้ยินการสนทนาของทั้งสอง ซ้อนตกใจกึ่งดีใจที่ยอแสงคือตะวันลูกแท้ๆของท่านต้น
ซ้อนมาที่ห้องพระกราบอัฐิท่านต้นอย่างรู้สึกผิดและสัญญาจะทำทุกอย่างให้ถูกที่ถูกทาง
ooooooo
..
-------------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/tawanyorsang/ep10/page1
ตะวันยอแสง ตอนที่ 10
ซ้อนนัดพริ้มเพราออกมาคุยในสวนตอนค่ำเพื่อบอกว่าตนสำนึกในบาปกรรมจะสารภาพกับคุณใหญ่ ว่าตะวันคือลูกแท้ๆของท่านต้นกับดวงพรไม่ใช่นเรนทร์ พริ้มเพราหาวิธีห้ามแต่แล้วต้องตกใจเมื่อเห็นนเรนทร์เดินเข้ามา ซ้อนสะดุ้งโหยงไม่รู้ว่าเขามาเมื่อไหร่
นเรนทร์เสียงเครียดแววตาดุร้ายบอกมานานแล้ว จนได้ยินทุกคำ และวันนี้ตนจะส่งซ้อนไปอยู่กับละม่อม พริ้มเพราหวาดผวาทำอะไรไม่ถูก นเรนทร์เงื้อมีดจะแทงซ้อนแต่เขาหลบทัน เกิดการต่อสู้กันรุนแรง พอพริ้มเพราตั้งสติได้คว้าไม้ท่อนหนึ่งขึ้นมาฟาดซ้อน นเรนทร์ ได้จังหวะปราดเข้าแทงซ้อนล้มลงแน่นิ่ง พริ้มเพราตกใจมากละล่ำละลักให้จัดการกับศพก่อนมีคนมาเห็น
ขณะที่นเรนทร์ลากร่างซ้อนจะเอาลงเรือไปทิ้งน้ำ ซ้อนลืมตาโพลงลุกขึ้นตบหน้าพริ้มเพราเซถลาไป แล้วหันมาซ้อมนเรนทร์ทั้งที่มีดยังเสียบคาตัว “ไอ้เดนนรก! ฉันไม่น่าช่วยปีศาจในร่างมนุษย์อย่างแกเลย” พริ้มเพราลุกมาช่วยหลาน ซ้อนจึงหันมาบีบคอ “ผมมันคนตาบอด เสียแรงที่ผมรักและเทิดทูนคุณพริ้ม คุณคือนังแม่มดที่สร้างปีศาจขึ้นมาในบ้านเดชาบดินทร์”
พริ้มเพราตาเหลือกยกมือไหว้อ้อนวอนกลัวแล้วอย่าทำอะไรตน ซ้อนไม่อยากเชื่อใจเธออีก นเรนทร์สะบักสะบอมคลานเข้ามาขอร้องให้ปล่อยป้า พวกตนสำนึกผิดแล้ว จะไปสารภาพความจริงกับคุณใหญ่ ซ้อนหลงเชื่อ แต่พอนเรนทร์สบโอกาสก็กระชากมีดจากตัวซ้อนมาแทงซ้ำอีกหลายแผลจนซ้อนล้มกลิ้งตกน้ำไป อินตาโผล่มาเห็นเหตุการณ์ พริ้มเพราอุทานเรียกชื่ออินตา นเรนทร์แปลกใจที่พริ้มเพรารู้จัก อินตาเห็นลูกทำผิดจึงเตือนสติไม่น่าฆ่าคนทำลายชีวิตตัวเอง
“แส่ไม่เข้าเรื่อง ฉันจะฆ่าแกอีกคน” นเรนทร์สวนกลับอย่างไม่สำนึก
“ถึงคุณจะฆ่าผม ผมก็ฆ่าคุณไม่ได้ ขอมีดผมเถอะก่อนที่คุณจะตกเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตาย”
นเรนทร์ระแวง อินตาย้ำ “จำไว้คุณนเรนทร์...การเป็นพ่อที่ดีไม่ใช่สักแต่ให้กำเนิด มันต้องรักลูกด้วยหัวใจ ถึงแม้จะเป็นลูกที่พ่อแม่ไม่ได้ชุบเลี้ยงมาทั้งชีวิต”
“แกว่าอะไรนะ...”
อินตาตะคอกทั้งน้ำตา “ไอ้นเรนทร์! ไอ้ลูกน้ำคลอง เอ็งน่ะแหละลูกข้า!”
นเรนทร์ตกตะลึงไม่เชื่อ ไม่ยอมรับโวยวายราวคนเสียสติ ทันใดเสียงศักดิ์ระพีดังใกล้เข้ามา เขากลัวความผิดจึงร้องตะโกนลั่น “ช่วยด้วย! ไอ้ซ้อนถูกฆ่า มันกำลังจะฆ่าฉันด้วย!”
อินตาหัวเราะทั้งน้ำตาที่ลูกตัวช่างเลวอย่างแท้จริง ศักดิ์ระพีส่องไฟเข้ามา อินตาจึงรีบวิ่งหนีพร้อมมีดในมือ ศักดิ์ระพีชักปืนยิ่งไล่หลัง อินตาวิ่งหนีรอดไปได้ พริ้มเพราแสร้งร้องไห้บอกทุกคนว่าซ้อนตกน้ำไปแล้ว นเรนทร์พยายามคุมสติตัวเองยืนนิ่งแต่แววตาเลือดเย็น...อินตาหนีกลับมาที่เรือกระแชงบอกสายว่าลูกปลอดภัยแต่เราต้องหนี สายดีใจกอดห่อผ้าที่คิดว่าเป็นลูกเห่กล่อมอย่างคนเสียสติ อินตาพึมพำว่าตนทำดีที่สุดแล้ว ที่เหลือขึ้นอยู่ กับเวรกรรมของลูกเอง
ตำรวจมาตรวจที่เกิดเหตุและงมหาศพซ้อน พริ้มเพราทำทีร้องไห้เสียใจ พร้อมมิตรกับจิตรใสเกาะแขนศักดิ์ระพีแจด้วยความหวาดกลัว นเรนทร์ปรักปรำว่าคนร้ายเป็นชาวเรือที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ ตำรวจเชิญนเรนทร์ไปสอบปากคำ เขาหน้าตื่นโวยวายไม่ไป ศักดิ์ระพีแปลกใจแค่ให้การทำไมต้องโวย คุณใหญ่เหนื่อยใจฝากให้ดูแลทุกอย่างแทน นเรนทร์สบถ
“แค่ขี้ข้าในบ้านตายคนเดียว ทำไมต้องวุ่นวายขนาดนี้ด้วยวะ”
ตะวันขึ้นมาดูแลคุณใหญ่บนห้อง เพราะเธอไม่ยอมให้กลับไปอยู่ที่เรือนแพ แถมพูดว่าถ้ายอแสงออกเรือนมีคนดูแล เธอคงสบายใจ...ศักดิ์ระพีได้ยินเก็บมาครุ่นคิดถึงที่ธาดาขอยอแสงแต่งงาน และคำพูดของยอแสงที่ว่าถ้าเธอจะแต่งงาน ผู้ชายคนนั้นต้องไม่เอาแต่ใจเหมือนอาเล็ก
“ฉันรู้แล้วว่าใครจะคอยปกป้องดูแลเธอได้ตลอดชีวิต...ยอแสง” ศักดิ์ระพีคิดอะไรได้
รุ่งเช้า ศักดิ์ระพีขับรถพาตะวันออกจากบ้านเดชา-บดินทร์ พร้อมมิตรกับจิตรใสมาซักถามเติมว่าทั้งสองไปไหน เติมทำหน้าเหรอหราไม่รู้ไม่เห็นอะไร ทำให้สองสาวหงุดหงิด
ศักดิ์ระพีพาตะวันมาจอดรถบริเวณทุ่งร่มรื่น ทั้งสอง ยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ เขาเปรยขึ้นว่า ตนกับคุณใหญ่รักที่นี่มาก ตั้งใจว่าจัดการเรื่องที่บ้านเดชาบดินทร์เรียบร้อย จะกลับมาอยู่ที่นี่เหมือนเดิม ตะวันแปลกใจว่าเขาพาตนมาทำไม ศักดิ์ระพีชี้ไปที่แปลงหนึ่ง “ฉันเจอยอแสงครั้งแรกที่นี่ ให้ชีวิตใหม่กับเธอที่นี่ ฉันจึงอยากบอกเรื่องสำคัญกับเธอที่นี่เช่นกัน”
“คุณแม่ใหญ่บอกว่าอาเล็กจะซื้อที่แปลงหนึ่งสร้างโรงเรียน” ตะวันถามสวน
“ใช่ ฉันจะให้คุณครูยอแสงกับคุณหมอธาดาเป็นคนดูแล” ตะวันแย้งอย่าเอาตนไปพัวพันกับธาดามันไม่เหมาะ แต่ศักดิ์ระพีย้ำ “คุณหมอกับคุณครูก็เหมาะสมกันดี”
ตะวันขอให้เขาอยู่เฉยๆแต่เขากลับอ้างว่าเป็นผู้ปกครองก็ต้องสนับสนุนให้เธอได้ดี ว่าแล้วก็ล้วงกระเป๋าหยิบกล่องแหวนออกมาให้เธอเปิดดู บอกตนเตรียมไว้ให้ธาดาหมั้นเธอ ตะวันไม่พอใจระคนน้อยใจถามกลับ “ก็เท่ากับยอแสงเป็นเจ้าของมันแล้วใช่ไหมคะ”
ศักดิ์ระพีกล่าวยิ้มๆอีกไม่นานธาดาจะเป็นคนสวมแหวนนี้ให้เธอ ตะวันถามย้ำอีกครั้งว่าแหวนวงนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของตนใช่ไหม เขารับว่าใช่ เธอหยิบก้อนหิน ขึ้นมาทุบแหวนจนแหลกต่อหน้าต่อตาไม่สนใจว่าศักดิ์ระพีตกใจแค่ไหน ให้เหตุผลทุบเพื่อให้เขาได้คิด เขายิ่งงงคิดอะไร
“การกระทำใดๆที่เกิดขึ้นด้วยการบังคับและ
ผู้รับไม่ต้องการ มันจะต้องแตกหักเหมือนแหวนวงนี้” ตะวันน้ำตาซึมวิ่งหนีไปด้วยความน้อยใจ จะลงเรือกลับเดชาบดินทร์
ศักดิ์ระพีตกใจวิ่งตามมาดึงรั้งให้กลับด้วยกัน เธอไม่ยอมเขาหาว่าเธออวดดี เธอจึงขอกุญแจรถ ถ้าให้กลับตนจะขับกลับเองแม้จะขับไม่เป็น ศักดิ์ระพีชักโกรธยื่นกุญแจประชด เธอคว้ามาขึ้นรถบิดกุญแจแต่ไม่ติด สบถเดือดดาลว่ารถบ้า ศักดิ์ระพียืนเท้าเอวมองเคืองๆ
“รถมันก็เหมือนคน ไม่รู้ใจมันมันก็ไม่ทำงาน หลีกไป...ฉันจะขับเอง”
ตะวันไม่ยอมลงจากรถ ศักดิ์ระพีจึงดึงเธอลง เธอจะวิ่งหนี เขาโมโหอุ้มเธอขึ้นพอเธอดิ้นให้ปล่อยก็ทำท่าปล่อยทิ้งเธอตกใจโผกอดคอเขาแน่น ทั้งสองสบตากันนิ่งสักพัก เขาจึงอุ้มเธอมาวางลงเบาะด้านข้างคนขับ กระซิบข้างหูว่า เรียบร้อยแบบนี้ค่อยน่ารัก เธอค้อนหลบตางอนๆ
ooooooo
วันต่อมาพริ้มเพราขึ้นมาเรียกนเรนทร์เพราะตำรวจมาขอสอบปากคำ เขาไม่พอใจกราดเกรี้ยวใช้มีดขู่พริ้มเพราอย่าลืมว่าต้องพูดอย่างไร เธอตกใจหวาดกลัวแทบสิ้นสติ
พริ้มเพราให้การตำรวจน้ำเสียงตะกุกตะกักว่าซ้อนทะเลาะกับคนเรือที่เมาจนแทงกัน นเรนทร์เสริมว่าตนได้ยินเสียงป้าร้องจึงวิ่งมาแต่ช่วยไม่ทัน ซ้อนตกน้ำไปแล้ว ตำรวจถามจำอาวุธที่คนร้ายใช้ได้ไหม เขาอ้างว่ามืดมากจำไม่ได้ พริ้มเพรารีบบอกว่าคนร้ายเอามีดติดมือไป นเรนทร์ท่าทางร้อนรนบอกตนกับป้าให้การหมดแล้ว น่าจะรีบหาตัวคนร้ายสักที ไม่ใช่เสียเวลาสอบปากคำอยู่ได้ ศักดิ์ระพีเอ็ด เป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องสอบปากคำเพื่อขยายผลการสืบ
นเรนทร์สวน “แล้วอาเล็กมีหน้าที่อะไรในบ้านนี้ไม่ทราบ”
ศักดิ์ระพีพยายามระงับโทสะ ตำรวจขอตัวกลับ สองป้าหลานสบตากันโล่งอก...ขณะที่ตำรวจกำลังจะขึ้นรถ เสียงสุนัขเห่าดังมาจากในสวน เอี้ยงแปลกใจปกติมันไม่เคยเห่า ตำรวจขอไปตรวจดู ศักดิ์ระพีนำไป เห็นสุนัขกำลังคุ้ยเนินดิน มีนิ้วมือคนโผล่ขึ้นมา ทุกคนตกใจมาก...
คุณใหญ่แทบเป็นลมเมื่อเห็นตำรวจหามศพละม่อมออกมาจากสวน เอี้ยงสงสัยว่าการตายของละม่อมกับซ้อนจะเกี่ยวข้องกัน นเรนทร์ได้ยินตวาดเสียงกร้าว ไอ้ขี้ข้าไม่ต้องออกความเห็น ตะวันไม่พอใจ แค่สันนิษฐานทำไมต้องเดือดร้อน พริ้มเพราเอ็ด
“แกกับน้องหุบปากไปเหอะ อย่าทำเป็นเดือดร้อนแทนเจ้าของบ้านนักเลย”
“ก็คางคกบางตัวมันอยากคลานขึ้นวอจนตัวสั่น” จิตรใสช่วยจิกกัดตะวัน
ศักดิ์ระพีปรามให้พอที คุณใหญ่บอกตำรวจช่วยจับคนร้ายให้ได้ เพราะทั้งซ้อนและละม่อมเป็นคนดี พริ้มเพรายืนยันว่าคนร้ายเป็นพวกชาวเรืออย่างที่นเรนทร์ บอก...คืนนั้นนเรนทร์เครียดจัดอยู่ในห้องเอามีดกรีดกระจกแววตาโหดเหี้ยมเข่นเขี้ยวจะฆ่าให้หมดทุกคน สองสาวพร้อมมิตรกับจิตรใสได้ยินเสียงบ่นว่าหมู่นี้
นเรนทร์ทำตัวแปลกๆไม่ออกไปเที่ยวเตร่เหมือนเคย ทำเสียงอะไรน่ากลัวอยู่ในห้อง พริ้มเพราผ่านมาได้ยินรู้สึกหวาดกลัวหลานตัวเองมากขึ้น...
เป็นเพราะอินตาจอดเรือกระแชงใกล้วัด ทำให้สายได้เข้ามานั่งฟังพระสวดบ่อยๆ ความทรงจำต่างๆเริ่มกลับคืน...
วันต่อมาหนังสือพิมพ์ลงข่าวฆาตกรโรคจิตในคลองบางหลวง ทำให้นเรนทร์มีอาการเครียดมากขึ้น นั่งหั่นเนื้อในจานมีดขูดจานเสียงเอี๊ยดๆ จนคุณใหญ่ต้องหันมาดุ
“ไม่พอใจก็อย่าฟัง” นเรนทร์สวนกลับอย่างไม่ยำเกรง ศักดิ์ระพีเอ็ดว่าคุณใหญ่เตือนดีๆ นเรนทร์ตวาดกลับว่าไม่ต้องการคำเตือน ต้องการแค่มรดก
พริ้มเพราแทรกขึ้นว่าคุณใหญ่น่าจะเปิดพินัยกรรมเลย อายุเท่าไหร่ก็ไม่ต่างกัน คุณใหญ่ยืนยันต้องทำตามคำสั่งท่านต้น นเรนทร์ตะคอกใส่
“กว่าจะถึงเวลานั้น สมบัติของฉันคงถูกแกผลาญจนหมดบ้าน นังแก่ขี้โกง!”
“หยุดก้าวร้าวคุณแม่ใหญ่ซะที” ศักดิ์ระพีทนไม่ไหวลุกขึ้นชี้หน้านเรนทร์
นเรนทร์ไม่ฟังอะไรทั้งนั้นพุ่งเข้าชกหน้าศักดิ์ระพี เขาไม่ทันระวังจึงโดนชกเซไปแต่ก็สวนกลับ นเรนทร์ล้มไปบนโต๊ะอาหารแตกกระจาย คนอื่นๆตกใจลุกหนี เอี้ยงกับเติมช่วยกันแยกทั้งสอง แต่นเรนทร์ไม่ยอมหยุด เอี้ยงจึงสวนหมัดใส่ ความวุ่นวายโกลาหลเกิดขึ้น คุณใหญ่ต้องตะโกนห้ามเสียงลั่น...เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พร้อมมิตรกับจิตรใสยิ่งกังวลใจ ถ้านเรนทร์ได้สมบัติเมื่อไหร่พวกตนคงต้องโดนไล่ออกจากบ้านแน่ พร้อมมิตรยังไม่ห่วงเรื่องนั้นเท่าเรื่องที่ยอแสงสนิทสนมกับศักดิ์ระพีมากขึ้นเรื่อยๆ
ooooooo
ทุกเย็นวันศุกร์ใจบุญมักมาหาเอี้ยงที่โรงเรียนตำรวจเพื่อกลับบ้านด้วยกัน เอี้ยงสีหน้าไม่สบายใจเพราะไม่อยากให้บารมีโกรธ แต่ใจบุญบอกว่าไม่อยากกลับบ้าน กลับไปก็เหงา เอี้ยงแนะให้ไปหาศักดิ์ระพีแล้วชวนไปเที่ยวไหนก็ได้ ใจบุญน้อยใจทันทีที่เอี้ยงชอบผลักไส
เอี้ยงบอกว่าอยากเห็นเธอมีความสุข ใจบุญเศร้าลง “ถ้าดี...ทำไมฉันถึงไม่มีความสุข นพดลรู้ไหม นับวันความรู้สึกระหว่างฉันกับอาเล็กก็ยิ่งห่างกันทุกที...นพดลคือผู้ชายเพียงคนเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยทุกครั้งที่อยู่ใกล้ๆ”
เอี้ยงซึ้งใจสบตาใจบุญด้วยความรู้สึกเจียมตัวไม่คู่ควร เผอิญบารมีนั่งรถกับเพื่อนผ่านมา เห็นเอี้ยงกับใจบุญก็ตาโพลงโกรธมาก...ใจบุญกำลังเอามือประคองหน้าเอี้ยงให้มองตน ไม่ให้เมินหน้าหนี บารมีปราดเข้ากระชากใจบุญ ตวาดลั่น
“ทำไมทำตัวแบบนี้ ประพฤติแบบนี้ใครจะเอา”
เอี้ยงรีบอธิบายว่าพวกตนไม่ได้ทำอะไรผิด บารมีไม่ฟังด่าไอ้ขี้ครอกแล้วลากใจบุญถูลู่ถูกังกลับไป ใจบุญพยายามอธิบายแต่แม่ก็ไม่ฟัง สั่งขังในห้องนอนให้แก้วเฝ้า
เอี้ยงไม่สบายใจเป็นห่วงใจบุญอย่างมาก กลับมาเล่าให้ตะวันฟัง แต่ไม่กล้าไปหา ไม่อยากให้ใจบุญมาเกลือกกลั้วกับคนชั้นต่ำอย่างตนอีก ตะวันติงทำไมดูถูกตัวเองอย่างนั้น
“กำลังยอมรับความจริงต่างหาก ความจริงที่เราไม่มีวันหนีกำพืดของตัวเองได้ ไม่ว่าเราจะพยายามถีบตัวเองให้สูงแค่ไหนก็ตาม”
“คุณค่าของคนไม่ได้วัดกันที่ชาติกำเนิดเพียงอย่างเดียวหรอก ไม่ว่าเลือดในตัวเราจะชั่วช้าเลวทรามยังไง หากเรายึดมั่นในความดี ตั้งใจทำแต่ความดี นั่นก็เรียกได้ว่าเราเกิดมาใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าแล้ว” ตะวันโอบคอเอี้ยงให้กำลังใจ “ชีวิตคนก็เหมือนดวงตะวัน มีแสงสว่าง มีอ่อนแสงมืดไปบ้าง แต่สุดท้ายก็จะกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง สำคัญอยู่ที่หัวใจเราต้องไม่หมดกำลังใจ เกิดเป็นคน เราต้องเป็นได้อย่างดวงตะวัน”
เอี้ยงขอบคุณที่ตะวันเป็นพี่สาวที่แสนดีเสมอมา ตะวันก็ขอบคุณที่เขาเป็นน้องที่น่ารัก เราจะเป็นพี่น้องที่รักกันตลอดไป ต่างคนต่างให้กำลังใจกันและกัน
ในขณะเดียวกันอีกมุมหนึ่ง พริ้มเพราคุยกับนเรนทร์ด้วยความไม่สบายใจที่ตำรวจยังหาศพซ้อนไม่เจอ นเรนทร์รำคาญบอกถ้ากลัวมากก็ลงไปงมหาเองแล้วเดินหนีไป พริ้มเพราถอนใจจะกลับเข้าบ้าน รู้สึกเหมือนมีคนเดินตาม เริ่มใจคอไม่ดีเดินอย่างเร็วเข้าบ้าน ชนเข้ากับศักดิ์ระพีอย่างจัง เขาเห็นท่าทางหวาดกลัวของเธอก็แปลกใจถามหนีอะไรมา พริ้มเพราปฏิเสธรีบเลี่ยงหนี
ในห้องนอน พริ้มเพราหวาดกลัวพยายามปลอบใจตัวเองว่าผีไม่มีในโลก แต่แล้วเห็นเงาคนรูปร่างเหมือนซ้อนปรากฏขึ้น แทบสติแตกร้องกรี๊ดวิ่งออกจากห้องมาหานเรนทร์ นเรนทร์หงุดหงิดกลับมาดูในห้องพริ้มเพรา ไม่เห็นอะไรหันมาตบหน้าพริ้มเพราหาว่าเธอจะทำให้ความแตก แถมขู่ถ้ายังไม่เลิกบ้า ศพต่อไปจะเป็นศพเธอ พริ้มเพราสะอื้นในอกหวาดกลัวทั้งผีซ้อนและนเรนทร์...ในขณะที่ซ้อนยังไม่ตายแอบซ่อนตัวในพุ่มไม้ หาจังหวะปีนห้องคุณใหญ่เพื่อสารภาพความจริงทั้งหมด กลับเจอนเรนทร์นอนรอ บนเตียง ซ้อนตกใจมาก นเรนทร์หัวเราะร่า
“ลืมแล้วรึว่าเวลานี้นังคุณใหญ่ต้องสวดมนต์ในห้องพระ”
ซ้อนจะหนี นเรนทร์เอามีดออกมาไล่แทง เกิดการต่อสู้กันรุนแรง ซ้อนพลาดท่าโดนแทงตัดขั้วหัวใจ เสียงคุณใหญ่เดินคุยกับตะวันให้กลับไปพักผ่อน ตะวันบอกถ้ามีอะไรเรียกตนได้ตลอดเวลา พอเปิดประตูเข้ามา คุณใหญ่แปลกใจที่หน้าต่างห้องเปิดอยู่ ตะวันคิดว่าคงถูกลมตีแล้วเดินไปปิดให้ ในขณะที่นเรนทร์มีโตและเกิดช่วยกันหามศพซ้อนหนีออกมาทันท่วงที
เมื่อฝังศพซ้อนเรียบร้อย นเรนทร์กลับมาเล่าให้พริ้มเพราฟังให้เลิกกลัวผีซ้อนได้แล้ว พริ้มเพรายิ่งตกใจมองไปท้ายสวนที่มีรอยดินกลบใหม่อยู่ นเรนทร์กำชับหน้าที่ของเธอคือทำทุกวิถีทางไม่ให้ใครตามหาศพซ้อนเจอ พริ้มเพราหวาดกลัวท่าทางกราดเกรี้ยวของหลานที่เลี้ยงมา
ooooooo
สามปีผ่านไป...เอี้ยงในชุดนักเรียนนายร้อยตำรวจกลับมาบ้านเดชาบดินทร์ ตะวันปรี่เข้ากอดแสดงความยินดี เอี้ยงทำหน้างง ศักดิ์ระพีเข้ามาสมทบบอกเพื่อนตนที่สถานีตำรวจเล่าว่านพดลช่วยจับคนร้ายตอนไปฝึกงาน ทางผู้ใหญ่จะทำเรื่องมอบประกาศเกียรติคุณวันประดับยศ
ตะวันร้องว่าเรี่ยมเลย...เอี้ยงยิ้มแหยๆ อุตส่าห์อุบไว้ ศักดิ์ระพีว่าเรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนอยากแสดงความยินดีด้วย ตะวันเร่งให้ไปหาคุณใหญ่ซึ่งรออยู่ในบ้าน
คุณใหญ่ชื่นใจกับความสำเร็จของทั้งตะวันและเอี้ยง “อาทิตย์หน้าลูกยอก็จะรับปริญญาได้เป็นคุณครูอย่างที่ตั้งใจ อีกไม่กี่เดือนนพดลก็จะได้ประดับยศเป็นตำรวจ แถมได้ประกาศเกียรติคุณที่ช่วยงานราชการ คงไม่มีอะไรที่ทำให้แม่มีความสุขได้เท่านี้อีกแล้ว”
ตะวันกับเอี้ยงก้มกราบคุณใหญ่ด้วยความซาบซึ้งเพราะที่พวกตนมีวันนี้ได้เพราะความเมตตาของเธอ ศักดิ์ระพีภูมิใจในตัวเอี้ยงและตะวันเช่นกัน
“คนใฝ่ดีรักดีก็ต้องได้รับการสนับสนุน เธอสองคนพิสูจน์ให้ฉันกับพี่ใหญ่เห็นแล้วว่า คุณค่าของความเป็นคนไม่ได้วัดกันที่สายเลือดหรือชาติกำเนิด เราต้องดูกันที่จิตใจของคนๆนั้น”
คุณใหญ่คิดว่าจะจัดงานเลี้ยงฉลองให้ทั้งสองคน พริ้มเพราแย้งทำไม่ได้ คุณใหญ่ถามทำไมจะทำไม่ได้ นเรนทร์สวน “เพราะนังยอแสงกับไอ้นพไม่ใช่ลูกคุณพ่อ ไม่มีสิทธิ์มาเผยอหน้าชูคอในบ้านเดชาบดินทร์”
“ไม่อายชาวบ้านบ้างหรือคะที่คุณใหญ่ยกย่องเด็กข้างถนนจนเกินงาม” พริ้มเพราเหยียด
“ลูกยอเป็นลูกบุญธรรมของฉันไม่ใช่คนอื่น คนที่ควรจะอายน่าจะเป็นคนที่เรียนไม่จบแม้แต่มัธยมปลายต่างหาก”
“แกว่าฉันเหรอนังแก่” นเรนทร์สำรอกอย่างไม่เกรงใจ
“หยุดหยาบคายกับพี่ใหญ่นะนเรนทร์ นายทำตัวเอง เกิดมามีโอกาสมากกว่าคนอื่น แต่กลับใช้โอกาสนั้นไม่เป็น ผิดกับคนข้างถนนที่นายดูถูก เห็นไหมว่าเขาใช้โอกาสที่ได้รับจนประสบความสำเร็จในชีวิตแค่ไหน” ศักดิ์ระพีลุกขึ้นเอ็ดเสียงกร้าวอย่างไม่พอใจ
“ไม่ต้องมาสอน ฉันไม่อยากฟัง” นเรนทร์อาละวาดเหวี่ยงข้าวของ กระแทกเท้าออกไป
ไม่เพียงเท่านั้นยังมาที่ห้องพระ ยืนจ้องรูปท่านต้นอย่างโกรธแค้น หาว่าไม่ยุติธรรมที่ตั้งกฎบ้าๆขึ้นมาแล้วหวนคิดถึงคำพูดละม่อมก่อนตายว่าตนไม่ใช่ลูกท่านต้น เป็นลูกชาวเรือ ยิ่งทำให้เดือดดาลราวคนมีอาการประสาท ต่อว่าท่านต้นเป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายนี้ อย่างไรเสีย ถ้าตนไม่ได้ก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบสุข
ตะวันหลบมานั่งไม่สบายใจที่เป็นสาเหตุของความวุ่นวายในบ้าน ศักดิ์ระพีตามมาปลอบใจไม่ให้โทษตัวเองและถามอยากได้ของขวัญอะไรที่เรียนจบ ตะวันตอบอย่างจริงใจว่า สิ่งมีค่าที่สุดคือการศึกษา ตนคว้ามาได้แล้วไม่มีอะไรที่อยากได้อีก ชายหนุ่มรู้สึกชื่นชมเธอมากขึ้น...
วันต่อมา บารมีเรียกเอี้ยงไปพบเพื่อย้ำเตือนให้รู้ว่า แม้เขาจะเรียนจบได้เป็นตำรวจแต่ก็ไม่ได้เป็นหลัก ประกันว่าจะทำให้ใจบุญสุขสบาย แค่รายได้ตำรวจของเขาก็ไม่พอกับค่าอาหารและของใช้ของใจบุญ ถ้าคิดว่ารักลูกสาวตนจริงควรเลิกยุ่งกับเธอเสีย เอี้ยงใจแทบสลาย... แก้วแอบมาบอกใจบุญบนห้อง เธอตกใจรีบวิ่งออกไปหาเอี้ยงแต่เขาขึ้นรถกลับไปเสียก่อน
เอี้ยงกลับมาปรับทุกข์กับตะวัน ถ้าตนถ่ายเอาเลือดในตัวออกแล้วเอาเลือดผู้ดีใส่เข้าไปยังจะโดนดูถูกอีกไหม ตะวันส่ายหน้าปลอบใจให้เอี้ยงคิดเสียใหม่ว่า “แค่เราภูมิใจในคุณค่าความดีของตัวเอง ก็ไม่มีใครเอาศักดิ์ศรีความเป็นคนของเราไปได้หรอกนพดล”
ooooooo
หลายวันผ่านไป ถึงวันรับปริญญาของตะวัน อินตากับสายอยากไปชื่นชม เห็นเธอในชุดบัณฑิตรับปริญญาจึงพากันไป แต่พอเห็นผู้คนมากมาย แต่ละคนแต่งตัวภูมิฐานสวยงามก็ชะงักรู้สึกพวกตนไม่คู่ควร จึงชะเง้อมองอยู่ห่างๆด้วยความปลื้มปีติ
คุณใหญ่ ศักดิ์ระพี เอี้ยงและบารมี ถ่ายรูปกับบัณฑิตตะวันและใจบุญ เติมรู้ใจบอกให้ศักดิ์ระพีถ่ายคู่กับตะวัน ทั้งสองยังปั้นปึ่งต่อกัน แต่บารมีกลับมาดึงศักดิ์ระพีไปถ่ายคู่กับใจบุญเสียดื้อๆ ใจบุญเห็นสีหน้าผิดหวังของเขาก็รู้สึกสะเทือนใจ
ตะวันกับใจบุญกราบพระพุทธรูปหน้ามหาวิทยาลัย ใจบุญแปลกใจที่เห็นตะวันกราบถึงห้าครั้งจึงเอ่ยถาม ตะวันอธิบายว่า กราบครั้งที่สี่กับห้าตนกราบให้พ่ออินตากับแม่สาย อยากให้ทั้งสองมาแสดงความยินดีด้วย อินตากับสายแอบมองน้ำตาไหลริน ปวดใจที่ไปกอดลูกไม่ได้
เย็นวันนั้นมีงานเลี้ยงที่บ้านเดชาบดินทร์ มุมหนึ่งติดป้ายข้อความ...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่และว่าที่ร้อยตำรวจตรีคนใหม่...บรรยากาศในงานสนุกสนานครื้นเครง คุณใหญ่พาตะวันและเอี้ยงเดินแนะนำกับแขกในงาน รวมทั้งหลวงมานพว่าทั้งสองเป็นเด็กที่ศักดิ์ระพีให้การอุปการะ หลวงมานพชื่นชมที่ทั้งสองใฝ่ดีน่าภูมิใจ บารมีเห็นรีบดึงใจบุญเข้ามาร่วมแนะนำ
“ใจบุญก็เป็นเด็กสาวที่น่ารักของคุณเล็ก สนิทสนมกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย...”
ใจบุญสบตาศักดิ์ระพีอย่างประดักประเดิด ที่แม่แนะนำแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น ตะวันกับเอี้ยงสบตากันเศร้าๆ เข้าใจความรู้สึกของกันและกัน
นเรนทร์เห็นตะวันกับเอี้ยงเป็นจุดเด่นในงานก็ไม่พอใจ ส่งเสียงดังชวนเกิดกับโตชนแก้วดื่มให้เมา พริ้มเพราพยายามปรามให้ทำตัวดีๆ อย่าให้ตะวันเกินหน้า แต่เขากลับบอกว่า “นังคุณใหญ่มันกล้าจัดงานท้าทายผม ผมก็จะให้ของขวัญพวกมันให้แสบเลยทีเดียว คอยดู!”
พริ้มเพราเห็นสายตาหลานก็นึกหวั่นใจไม่น้อย... ระหว่างงานเลี้ยงดำเนินไป ศักดิ์ระพีให้ตะวันมาพบที่ริมน้ำ เพื่อมอบของขวัญให้ ตะวันเปิดดูเป็นแหวนทองเกลี้ยงๆ ไม่ทันพิจารณาว่าสลักชื่อสกุลของเขาไว้ เกิดการเข้าใจผิดคิดว่าเขาจะยัดเยียดให้หมั้นกับธาดาอีกก็น้อยใจ
“อาเล็กเห็นยอแสงเป็นตัวอะไร ถึงยอแสงจะเป็นเด็กในอุปการะ แต่ยอแสงก็มีศักดิ์ศรี มีชีวิตจิตใจที่จะรักใครด้วยหัวใจของตัวเอง” ศักดิ์ระพีถามว่าพูดจบหรือยัง “ยังค่ะ...อาเล็กไม่ต้องบังคับ ไม่ต้องพยายามผลักไสยอแสงไปให้คนอื่นหรอก แค่บอกมาคำเดียว ยอแสงก็พร้อมจะไปจากอาเล็กทันที” น้ำตาหญิงสาวคลอเบ้า
“ทีนี้ฟังฉันบ้าง...แหวนวงนี้ไม่ใช่แหวนหมั้นหรือแหวนแต่งงานของใคร แต่เป็นแหวนที่ฉันให้เธอเป็นของขวัญเรียนจบ”
ตะวันหน้าเหรอหรา ศักดิ์ระพีพูดขำๆว่าเธอไม่ให้ โอกาสอธิบายเลย ตะวันเขินตีแขนเขาอายๆ...ระหว่างนั้นบารมีมองหาศักดิ์ระพีทั่วงาน หงุดหงิดที่เขาน่าจะพาใจบุญแนะนำกับแขกในงานกลับหายตัวไป ด้านศักดิ์ระพีบอกตะวันว่า จะไม่ใส่แหวนนี้ก็ได้ เพราะอีกไม่นานคงมีแหวนหมั้นคนอื่นให้ใส่ แหวนนี้ก็เก็บไว้ให้ลูกของเธอ ตะวันฟังแล้วน้อยใจประชดกลับ
“งั้นอาเล็กเอาคืนไปเถอะค่ะ ยอแสงไม่อยากได้แหวนวงนี้”
ศักดิ์ระพีไม่รับคืน ตะวันทำท่าจะโยนทิ้ง เขารีบถามมันไม่มีค่าสำหรับเธอเลยหรือ เธอบอกว่าใช่เหมือนที่ตัวเธอไม่มีค่าสำหรับเขา ชายหนุ่มชะงักจะอธิบาย แต่ธาดาเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ตะวันประชดเข้าไปควงแขนธาดาถามถึงเรื่องแหวนหมั้น เขาทำหน้างงๆ
“ยอแสงอยากได้แหวนหมั้นที่สวยกว่าแหวนวงนี้ จะราคาถูกหรือแพงกว่าไม่สำคัญ ขอแค่พี่ธาดาให้ด้วยใจก็พอ”
ศักดิ์ระพีหาว่ากดดันธาดามากเกินไป ตะวันแกล้งอ้อนถามธาดายินดีใช่ไหม แล้วคืนแหวนให้ศักดิ์ระพี เขาไม่รับคืน เธอพยายามยัดเยียด แหวนหล่นกลิ้งไปหยุดตรงเท้าคุณใหญ่ เธอมองอย่างตกใจเก็บแหวนขึ้นมา
“นี่มันแหวนประจำตระกูลนี่ เล็กเอาแหวนวงนี้ออกมาทำอะไร”
ตะวันได้ยินอย่างนั้นรู้สึกผิดทันที มองหน้าศักดิ์ระพี เขาตัดสินใจตอบตามตรงว่า เอามาให้ยอแสงเป็นของขวัญวันรับปริญญา ใจบุญเดินมาได้ยินสะเทือนใจ
คุณใหญ่ตื่นเต้น “เล็กเอาแหวนที่คุณพ่อหมั้นคุณแม่มาให้ลูกยอเหรอ”
“ยอแสงเป็นลูกบุญธรรมพี่ใหญ่ ก็เหมือนเป็นลูกหลานของเรา ให้ยอแสงเก็บแหวนวงนี้ไว้ก็ไม่แปลกนี่ครับ” ศักดิ์ระพีตอบอย่างอึกๆอักๆ
อีกมุมหนึ่งพร้อมมิตรยืนฟังน้ำตาปริ่มที่กำลังจะเสียศักดิ์ระพีไป ใจบุญเดินร้องไห้มาเจอเอี้ยง ขอให้เขาอยู่เป็นเพื่อน ตอนนี้ตนรู้แล้วว่าศักดิ์ระพีรักใคร เอี้ยงเครียดนึกถึงคำพูดของบารมี ตัดสินใจบอกเธอว่า ใจบุญคู่ควรกับคนชั้นสูงที่มีฐานะเท่าเทียมกัน หญิงสาวน้ำตาพรั่งพรู
“แล้วฉันไม่คู่ควรกับคนที่มุมานะเรียนนายร้อยเพื่อฉันงั้นเหรอ”
“เราเกิดมาต่างชนชั้นกันมากเกินไป ใจบุญเป็นเหมือนดอกไม้ราคาแพงที่อยู่สูงลิบ ไม่คู่ควรกับเศษดินบนพื้นที่มีแต่คนเหยียบย่ำอย่างนพดลหรอก” เอี้ยงน้อยใจกับโชคชะตาตัวเอง
บารมีเดินมาเจอ กระชากใจบุญออกจากเอี้ยง ด่าว่าเอี้ยงไม่รู้จักเจียมตัว ไม่เลิกวุ่นวายกับลูกสาวตนเสียที คุณใหญ่เดินมาเห็นรีบเข้าไปไกล่เกลี่ย ถามใจบุญเป็นการลองใจ
“ระหว่างอยู่ในที่ที่มีความสุขสบาย มีเงินทองมากมายมหาศาล กับอยู่ในที่ที่ลำบากแต่มีคนที่เรารักอยู่ด้วย ใจบุญคิดว่าแบบไหนจะมีความสุขกว่ากันจ๊ะ”
“ถ้ามีชีวิตสุขสบาย แต่ไม่มีคนที่เรารักอยู่ด้วย จะมีความสุขได้ยังไงคะ”
“นั่นสิ...นพดล กล้าคุกเข่าสาบานต่อหน้าฉันไหมว่าจะเป็นคนดี รักเดียวใจเดียว”
เอี้ยงมองใจบุญแล้วมองบารมี ตัดสินใจเด็ดขาดคุกเข่าลงตรงหน้าคุณใหญ่ “ผมสัญญาด้วยเกียรติ ผมจะเป็นคนดีและรักเดียวใจเดียวตลอดไป”
ใจบุญยิ้มปลื้ม บารมีไม่พอใจที่คุณใหญ่เห็นดีงามกับเอี้ยง ด่าว่าเอี้ยงเป็นได้แค่ไอ้ขี้ครอกไม่มีวันทำให้ตนเปลี่ยนใจยอมรับ ว่าแล้วก็ดึงใจบุญกลับ เอี้ยงมองตามเศร้าๆ
ooooooo
หลังจากรู้ว่าแหวนที่ศักดิ์ระพีให้ตะวันเป็นแหวนประจำตระกูล ธาดาก็ให้คำมั่นสัญญากับตะวันว่า จะหาแหวนที่มีค่าและคู่ควรมาให้เธอให้ได้ ตะวันอึ้งไม่รู้จะอธิบายเขาอย่างไรว่า ที่พูดไปเป็นการประชดศักดิ์ระพีเท่านั้น
บนเวที นเรนทร์ยืนกร่างโดยมีโตกับเกิดถือไม้คุมเชิงด้านหน้า นเรนทร์ประกาศว่ามีช่วงพิเศษจะ
มอบให้ยอแสง ว่าแล้วก็ชูใบปริญญาบัตรของเธอขึ้น เอี้ยงวิ่งเข้าไปจะแย่งคืนแต่ถูกโตกับเกิดเอาไม้หวด ธาดาเข้าช่วยเกิดการต่อสู้กันชุลมุน นเรนทร์หัวเราะล่าหยิบไฟแช็กออกมาจะเผาใบปริญญาบัตร ตะวันตกใจ ศักดิ์ระพีทนไม่ไหวยิงปืนขึ้นฟ้าให้ทุกคนหยุดการกระทำ โตกับเกิดถอยกรูดไปข้างเวที นเรนทร์ไม่เชื่อว่าศักดิ์ระพีจะกล้ายิงตน จุดไฟแช็กอย่างไม่สะทกสะท้าน ศักดิ์ระพีเหนี่ยวไก กระสุนพุ่งเฉียดหัวนเรนทร์ เขาผงะล้มกลิ้งตกเวทีมาใส่โตกับเกิด
ศักดิ์ระพีเข้าไปเก็บใบปริญญาที่หล่นมาคืนให้ตะวันพร้อมบอกว่า คนจิตใจสกปรกอย่างเขาไม่สมควรแตะต้องปริญญาบัตรอันทรงเกียรติใบนี้ พริ้มเพราเข้าประคองนเรนทร์ หันมาโวยว่าทำเกินไป นเรนทร์สะบัดตัวออก ลุกขึ้นจ้องศักดิ์ระพีก่อนจะกระแทกเท้าจากไปพร้อมเพื่อนๆ
สองสาวพร้อมมิตรกับจิตรใสมองเหตุการณ์ทั้งหมดยิ่งขุ่นเคืองใจที่ศักดิ์ระพีปกป้องตะวันตลอดเวลา จิตรใสยุพร้อมมิตรอย่าปล่อยให้ยอแสงแย่งอาเล็กของพวกเราไป
คืนนั้น เอี้ยงบ่นกับตะวันว่าน่าจะเอาเรื่องนเรนทร์ให้ถึงที่สุด แต่ตะวันไม่ได้สนใจเรื่องนั้นกลับกังวลเรื่องแหวนมากกว่า จะทำอย่างไรให้ศักดิ์ระพียกโทษให้กับการเข้าใจผิดของตน เอี้ยงไม่รู้ว่าเรื่องอะไรแนะนำให้ไปขอโทษก็สิ้นเรื่อง ตะวันได้คิด
รุ่งเช้า ตะวันทำขนมเพื่อมาง้อศักดิ์ระพี แต่ต้องเสียใจเมื่อรู้จากคุณใหญ่ว่าเขากลับบ้านร่มรื่นไปแต่เช้ามืด คุณใหญ่เห็นของที่ตะวันทำก็รู้ว่ามีปัญหากัน ตะวันหน้าเศร้ายอมรับว่าทำผิดอยากขอโทษศักดิ์ระพี ไม่คิดว่าเขาจะโกรธถึงขนาดหนีไปแบบนี้
ด้านศักดิ์ระพีเก็บแหวนประจำตระกูลลงลิ้นชักเพราะคิดว่ามันไม่มีค่าในสายตายอแสง...ตะวันตามมาง้อถึงบ้านร่มรื่นโดยมีเอี้ยงมาเป็นเพื่อน เจอเติมบอกว่าศักดิ์ระพีอยู่ที่คอกม้า เอี้ยงถือโอกาสขอตัวไปหาใจบุญ ตะวันส่ายหน้าที่ไม่ช่วยอะไรบ้างเลย
ตะวันขอให้เติมดูต้นทาง ตัวเธอเข้าไปในห้องศักดิ์ระพีเพื่อค้นหาแหวน ศักดิ์ระพีกลับมา เติมพยายามหาวิธีรั้งเขาไว้ เมื่อไม่สำเร็จจึงส่งเสียงดังให้ตะวันรู้ตัวและกอดขาอ้อนราวรักเจ้านายมากเหลือหลาย ศักดิ์ระพีหมั่นไส้เตะเขากลิ้งหลุนๆไป...พอเปิดประตูเข้ามาในห้อง ตะวันหาแหวนเจอพอดีรีบกำซ่อนไว้ข้างหลัง เขาถามเข้ามาขโมยอะไร เธอปฏิเสธท่าทีมีพิรุธ เขาจึงดึงมือเธอมาดู พอเห็นแหวนก็ว่าเธอเป็นขโมย เธอแย้งเขาให้เธอแล้วเมื่อคืนจำไม่ได้หรือ
“ฉันจำได้ว่าเธอปฏิเสธ เพราะฉะนั้นแหวนวงนี้ไม่ใช่ของเธอ เธอไม่มีสิทธิ์ เอาคืนมา”
“ไม่ค่ะ อาเล็กให้ยอแสงแล้วเอาคืนไม่ได้ค่ะ” ตะวันยื้อไม่ยอมคืน
ศักดิ์ระพีตามแย่งคืน ตะวันถอยมาชิดหน้าต่าง ยื้อแย่งกัน แหวนหลุดมือตกลงในบ่อบัวด้านล่าง ทั้งสองตกใจรีบวิ่งออกไปที่บ่อบัว ตะวันจะลงไปงม ศักดิ์ระพีรั้งไว้จะหาเอง เธอไม่ยอมต่างลงไปแย่งกันควานหา ตะวันพลาดลื่นล้ม ศักดิ์ระพีประคองเธอไว้ในอ้อมกอด ต่างสบตานิ่งงันไปชั่วครู่ ตะวันรู้สึกตัวเขินอายผละออกควานหาต่อกลบเกลื่อน แล้วเธอก็เจอประจวบกับ
ศักดิ์ระพีกุมมือเธอได้ ตะวันให้เขาปล่อย แต่เขาไม่ยอมจะแย่งแหวนคืน
“แหวนวงนี้ไม่มีค่าสำหรับเธอ จะสนใจทำไม เมื่อคืนเธอยังทิ้งขว้างอยู่เลย วันนี้ทำไมถึงอยากได้”...ตะวันหน้าเศร้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งสองกลับมาล้างมือแล้วไปนั่งในห้องรับแขก ตะวันยังถือแหวนในมือ บอกเขาว่าถ้าตนรู้ว่าแหวนวงนี้มีความสำคัญมากแค่ไหน ตนจะไม่ทำอย่างเมื่อคืนเลย น้ำเสียงศักดิ์ระพีเย็นชาโต้กลับว่าเธอทำไปแล้ว ตนไม่มีเวลามาเล่นอะไรไร้สาระ ตะวันร้องไห้ออกมา ขอโทษผิดไปแล้ว ชายหนุ่มเห็นน้ำตาหญิงสาวก็ใจอ่อน ตะวันคร่ำครวญ
“อาเล็กยกโทษให้ยอแสงเถอะค่ะ ถ้าอาเล็กโกรธก็ทำโทษยอแสงสิคะ อาเล็กจะตียอแสงก็ได้ ตีเลยค่ะ ตีแรงๆเลย แต่อาเล็กอย่าทำเย็นชากับยอแสงอย่างนี้เลยนะคะ สงสารยอแสงเถอะ”
“อาไม่โกรธยอแสงแล้ว ถึงอยากจะโกรธก็โกรธไม่ลงหรอก หยุดร้องไห้ได้แล้ว”
ตะวันดีใจเงยหน้ามองทั้งน้ำตา ศักดิ์ระพีเอ่ยถามทำไมถึงอยากได้แหวนวงนี้ ตะวันตอบว่าแหวนวงนี้เป็นของสำคัญของเขา เมื่อเขาให้ตนก็แสดงว่าตนเป็นคนสำคัญ ศักดิ์ระพีเหน็บอยากเป็นคนสำคัญของทุกคนหรือ ตะวันส่ายหน้า “อยากเป็นคนสำคัญของอาเล็กคนเดียว”
ศักดิ์ระพีใจพองโตเอาแหวนสวมใส่นิ้วนางซ้ายของตะวัน พูดความในใจอย่างเป็นนัยๆ “แหวนวงนี้มีความสำคัญต่ออามาก เป็นเหมือนดวงใจของอา ...อาขอฝากยอแสงไว้นะ รอจนกว่ายอแสงอายุครบ 21 เมื่อนั้นคงถึงเวลาที่เหมาะสม เราคงมีเรื่องสำคัญที่จะคุยกันมากกว่านี้จ้ะ”
ตะวันยิ้มปลื้มมีความสุข...คืนนั้นรถศักดิ์ระพีแล่นเข้ามาในบ้านเดชาบดินทร์ เติมกับเอี้ยงรีบเลี่ยงไป ปล่อยให้ศักดิ์ระพีกับตะวันคุยกันลำพัง พร้อมมิตรแอบมองด้วยความริษยา คิดแผนการหวังชิงศักดิ์ระพีมาเป็นของตัวให้ได้ ด้วยการเขียนจดหมายนัดศักดิ์ระพีไปพบที่ร้านอาหารในโรงแรมที่เคยไปด้วยกัน ถ้าเขาไม่ไปจะไม่ได้พบหน้าตนอีกเลย
บ่ายวันต่อมา ศักดิ์ระพีมาพบพร้อมมิตรตามนัด เห็นเธอนั่งดื่มของมึนเมา พร้อมมิตรพรั่งพรูความในใจ ว่าตลอดชีวิตไม่เคยมีใครนอกจากอาเล็กของตนคนเดียว แต่แล้วอาเล็กเห็นเด็กคนอื่นดีกว่าตนทนไม่ได้ ศักดิ์ระพีพยายามปลอบชวนกลับบ้าน แต่เธอคะยั้นคะยอให้เขาดื่มด้วยกันสักแก้วแล้วถึงจะกลับ เขาจึงยอมชนแก้วดื่มเอาใจ
ไม่คาดคิดว่าพร้อมมิตรจะวางยานอนหลับ และให้พนักงานพาศักดิ์ระพีขึ้นไปบนห้องพัก ในใจเธอคิดถึงอดีตในวัยเด็กที่โดนพริ้มเพราทำร้ายจิตใจสารพัด มีเพียงศักดิ์ระพีที่คอยปลอบใจช่วยเหลือทุกอย่าง เขาจึงเป็นคนเดียวที่เธอรัก ความผูกพันนี้ทำให้ไม่ยอมเสียเขาไป...จากนั้นเธอก็ถอดเสื้อเขาออก และเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวเองเป็นเสื้อคลุมของโรงแรม โทร.หาคุณใหญ่ร้องไห้สะอึกสะอื้น คุณใหญ่ตกใจมากรีบมาที่โรงแรมพร้อมตะวันและเอี้ยง
พอเปิดประตูมาเห็นสภาพพร้อมมิตรในชุดเสื้อคลุมกับศักดิ์ระพีที่ยังไม่ตื่นก็ตกใจ คุณใหญ่เข้าปลุกน้องชาย เขาตื่นมาอย่างมึนงงปวดหัว พร้อมมิตรร้องไห้ฟ้อง
“อาเล็กเมามาก พร้อมห้ามแล้วแต่อาเล็กไม่ฟัง อาเล็กบอกแต่ว่ารักพร้อมคนเดียว”
ตะวันมองศักดิ์ระพีอย่างผิดหวังเสียใจ พร้อมมิตรขอให้เขารับผิดชอบ คุณใหญ่โกรธบอกถ้าเขาทำเขาก็ต้องรับผิดชอบ ทันใดประตูตู้เสื้อผ้าเปิด จิตรใสออกมาบิดตัวบ่นว่าเมื่อยมากนอนไม่สบายเลย ทุกคนตกใจ พร้อมมิตรหน้าเสียไม่รู้เลยว่าน้องสาวอยู่ในตู้เสื้อผ้า
จิตรใสเล่าทุกอย่างให้คุณใหญ่ฟัง ว่าตนแอบตามพร้อมมิตรมาและเห็นเธอใส่ยาในแก้วเครื่องดื่มให้ศักดิ์–ระพีกินแล้วให้คนพาเขาขึ้นมาบนห้อง ตนรับรองได้ว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นให้เสียหาย ถ้าไม่เชื่อจะเรียกพนักงานขึ้นมาเป็นพยาน คุณใหญ่ปรามไม่อยากให้อื้อฉาว
กลับมาบ้านเดชาบดินทร์ ศักดิ์ระพีโกรธพร้อมมิตรมาก เธอร่ำไห้ที่ทำลงไปเพราะรักเขา รักมาตลอดจนยอมเป็นผู้หญิงไร้ยางอาย เขาย้ำกับเธอหนักแน่น ว่าที่ผ่านมาตนรักเธอเหมือนหลานไม่เคยคิดเกินเลยไปกว่านั้น
พร้อมมิตรเจ็บปวดใจโทษ “ทำไมคะ ทำไมอาเล็กถึงไม่รักพร้อม เพราะนังยอแสงใช่ไหม พร้อมรู้นะคะว่าอาเล็กรักนังยอแสง”
ตะวันตาโพลงตกใจเมื่อรู้ความจริง ศักดิ์ระพีกระอักกระอ่วนไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร...
ooooooo
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 13,899
Re: เรื่องย่อละคร ตะวันยอแสง (thairath.co.th)
«
Reply #6 on:
16 July 2026, 22:48:22 »
https://www.thairath.co.th/novel/tawanyorsang/ep11/page1
ตะวันยอแสง ตอนที่ 11
เมื่อศักดิ์ระพีไม่มีใจให้ พร้อมมิตรก็โทษตะวันเป็นคนแย่งเขาไป ตั้งแต่เธอเข้ามาในบ้านทำให้เขาเปลี่ยนไป ตนยอมให้เธอแย่งเขาไปไม่ได้ พร้อมมิตรปราดเข้าจะตบตะวัน ศักดิ์ระพีปรี่เข้าปกป้องจับมือพร้อมมิตรไว้ เธอดิ้นรนไม่ยอมหยุดเกรี้ยวกราด
“ปล่อยนะคะ...ปล่อยพร้อม พร้อมเกลียดมัน!”
“พร้อมมิตร! มีสติบ้างสิ อาพยายามใจเย็นกับพร้อม พยายามทำเป็นไม่เห็นความร้ายกาจของพร้อมมาตลอด แต่พร้อมไม่เคยหยุด อาทนไม่ไหวแล้ว พี่ใหญ่ครับ...ช่วยจัดการทีเถอะ ผมเหลือทนแล้ว”
คุณใหญ่เสียงเฉียบ สั่งพร้อมมิตรกับจิตรใสเก็บของออกไปจากที่นี่ ตนจะส่งทั้งสองไปทำงานที่เชียงใหม่ไม่ให้กลับมาเหยียบบ้านนี้อีก สองสาวตกใจอ้อนวอนขอร้องอย่าไล่พวกเธอไป จิตรใสสติแตกพรั่งพรูสารภาพทุกเรื่องออกมาหมด
“จิตรไม่เกี่ยวนะคะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องฉีกจดหมายอาเล็ก ทั้งกรีดชุดที่อาเล็กส่งมาให้กลั่นแกล้งยอแสงต่างๆนานา จิตรทำไปเพราะพี่พร้อมสั่ง”
“นังโกหก! แกเองก็ไม่ดีไปกว่าฉันหรอก” พร้อมมิตรโกรธจัด
คุณใหญ่เอ็ดให้หยุดทั้งสองคน แล้วรีบเก็บข้าวของไปพรุ่งนี้เช้า พร้อมมิตรคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวด “พร้อมรักอาเล็กมาตลอด ทำทุกอย่างเพื่อให้อาเล็กสนใจ แล้วนี่เหรอคือสิ่งตอบแทนที่พร้อมได้รับ อาเล็กใจร้าย!”
“ความรักของพร้อมไม่ใช่ความรัก...แต่เป็นความเห็นแก่ตัว” ศักดิ์ระพีเตือนสติ
สองสาวเสียใจมากพากันเดินออกไป ตะวันรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุ...สองสาวออกมาพ้นห้องทะเลาะตบตีกันเอง ตะวันตามมาเจอพยายามห้ามปราม แต่ทั้งสองไม่ฟัง จึงเอาน้ำมาสาด สองสาวชะงักโวยวายว่าตะวันแกล้ง หันมาจะรุม ตะวันตะโกนใส่หน้า
“เข้ามาสิ...ถ้าคิดว่ายังก่อเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเองไม่พอก็เข้ามา ไหนบอกว่าตัวเองเป็นคนชั้นสูง แต่ทำไมประพฤติตัวได้ต่ำกว่าเด็กข้างถนนล่ะคะ วิธีที่พวกคุณทำน่ะ ไม่เกิดประโยชน์กับตัวเองเลยสักนิด ถ้าอยากต่อสู้เอาชนะใจใครสักคน ทำไมไม่เอาชนะเขาด้วยความดี การอิจฉาริษยา...ไม่ยินดีกับความสุขและความสำเร็จของคนอื่น มันเป็นคุณสมบัติของผู้ดีงั้นเหรอคะ”
สองสาวหาว่าตะวันได้ทุกอย่างไปหมดก็พูดได้ ส่วนพวกตนที่เป็นลูกพ่อกลับโดนเฉดหัวส่ง ตะวันยืนยันว่าเด็กข้างถนนอย่างตนไม่เคยอยากได้อะไรจากที่นี่นอกจากการศึกษาหาความรู้ เธอทั้งสองเป็นพี่น้องกันกลับทำลายตัวเอง ไม่ทำอะไรดีๆให้กับชีวิตให้กับพี่น้องกันเอง สองสาวนิ่งอึ้ง ตะวันถือโอกาสเตือนสติ
“หยุดคิดริษยา รักคนอื่นเหมือนกับที่รักตัวเอง ปฏิบัติกับคนรอบข้างเหมือนกับที่อยากให้เขาปฏิบัติกับคุณ เปลี่ยนตัวเองเสียเถอะค่ะ ก่อนที่จะไม่เหลือโอกาสอะไรในชีวิตอีกเลย”
สองสาวมองหน้ากันแต่ยังอดไม่ได้ที่จะสะบัดหน้าเดินแยกกันไป แต่ในใจเริ่มคิดได้...ตะวันเข้ามาขอร้องคุณใหญ่ อย่าไล่ทั้งสองไปอยู่ที่อื่น ทั้งสองแค่แสดงออกไม่ถูกต้อง สาเหตุมาจากความเข้าใจผิดกับความสัมพันธ์ของตนกับศักดิ์ระพี ตนขอเป็นของขวัญที่เรียนจบ ไม่อยากรู้สึกบาปต่อท่านต้นไปตลอดชีวิต คุณใหญ่ถอนใจรู้สึกแพ้ความดีของตะวัน...
รุ่งเช้า พร้อมมิตรกับจิตรใสหอบกระเป๋าออกมาหน้าบ้าน ยืนร้องไห้อาลัยอาวรณ์ พริ้มเพราแอบมองอย่างสะใจ ศักดิ์ระพีเตือนว่าเหตุการณ์นี้จะทำให้พวกเธอรู้จักคิดทำอะไรที่เป็นประโยชน์บ้าง สองสาวน้ำตาไหลริน ทันใดคุณใหญ่ออกมาห้ามทั้งสองยังไม่ต้องไป
คุณใหญ่บอกพร้อมมิตรและจิตรใสว่า ยอแสงทำให้ตนตระหนักว่า ถึงเธอทั้งสองจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ตนก็รักและเป็นห่วง ศักดิ์ระพีเสริมขอให้ทั้งสองเลิกคิดร้ายกับยอแสง จิตรใสกราบขอโทษคุณใหญ่ ขอให้ตนกับพี่สาวอยู่บ้านเดชาบดินทร์ต่อไป คุณใหญ่ยื่นคำขาด
“ถ้าอยากอยู่ที่นี่ ฉันก็จะให้เธออยู่ แต่ไม่ใช่อยู่ที่บ้านใหญ่ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เธอสองคนต้องไปอยู่บ้านท้ายสวนโน่น ช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง ทั้งเรื่องอยู่เรื่องกิน”
สองสาวจำต้องรับคำ...เมื่อมาถึงบ้านท้ายสวน ซึ่งเป็นบ้านที่ปล่อยทิ้งร้างมานาน มีทั้งหนูและแมลงสาบ ทำให้สองสาวร้องกรี๊ดๆกอดกันกลม พลันมีเสียงตุ๊กแกร้อง สองสาวกรีดร้องสุดเสียงดังไปถึงบ้านธาดา ธำรงพ่อของธาดาสงสารให้ธาดาไปช่วยดูแลทั้งที่เขาไม่เต็มใจ
พอธาดามาถึง พร้อมมิตรก็ควักเงินจ้างเขาทำความสะอาด ไล่หนู แมลงสาบ และตุ๊กแกออกไป ธาดาไม่พอใจ “ไม่ต้อง! ผมจะไม่รับเงินจากคุณสักแดงเดียว และต่อไปนี้ผมจะเข้ามาควบคุมให้คุณสองคนทำงาน”
สองสาวทำหน้างง ธาดาสาธยายว่าศักดิ์ระพีมอบหน้าที่ให้ตนควบคุมเธอทั้งสอง ต่อไปทั้งสองต้องฟังคำสั่งตน...ธาดาวางถังน้ำ ไม้กวาด และผ้าถูพื้น ทั้งสองต้องช่วยกันทำความสะอาดบ้าน พร้อมมิตรแหวใส่กล้าดีอย่างไรมาสั่งตน เขายิ้มเยาะ
“ผมไม่กล้าหรอกครับ แค่คุณใหญ่ย้ำว่า ถ้าใครไม่ฟังผม มรดกของคนนั้นจะถูกบริจาคให้วัดทันที...จะรีบทำความสะอาดหรือจะให้ผมเดินไปรายงานคุณใหญ่”
สองสาวสบตากันปริบๆ จะเอาอย่างไรดี สุดท้ายจำต้องทำงานบ้านทุกอย่างโดยธาดาเป็นคนสอน รวมทั้งขุดดินปลูกผักไว้ทำอาหารทานกันเอง วันต่อมาธาดาให้ทั้งสองตักน้ำจากคลองมาไว้ใช้ พร้อมมิตรได้ทีแกล้งลื่นตกน้ำให้เขาช่วย แต่พอเขาฉุด เธอก็กระชากเขาตกลงไปด้วย หัวเราะเยาะเพราะเธอเป็นแชมป์ว่ายน้ำจะจมน้ำได้อย่างไร
ด้านพริ้มเพราเริ่มมีอาการหลอน นอนก็ฝันว่าซ้อนมานอนข้างๆ หน้าซีดเลือดท่วมตัว แทบสติแตก รีบมายกมือไหว้ขอขมากับหลุมฝังศพซ้อน รำพันตนไม่ได้คิดฆ่าเขา แต่นเรนทร์เป็นบ้าไปแล้วห้ามไม่ได้ ทุกวันนี้ตนไม่มีความสุขเลย ตนรู้แล้วว่ามีซ้อนคนเดียวที่รักตนจริง ระหว่างที่พริ้มเพราร้องไห้คร่ำครวญใช้มือขุดดินอยู่ นเรนทร์เมายาถือมีดมาที่หลุมศพซ้อนเห็นการกระทำของพริ้มเพราก็โวยวายดึงทึ้งให้หยุด พริ้มเพราร่ำไห้
“ปล่อยป้า ไอ้ซ้อนมันแค้นป้า มันตามหลอกหลอนป้า ป้าอยู่ไม่ได้ ป้าจะขุดศพไปทำพิธี มันจะได้ไปผุดไปเกิดเสียที”
นเรนทร์โกรธดึงร่างพริ้มเพราขึ้นมาเหวี่ยง ตะคอกใส่ “อย่าบ้าไปหน่อยเลย ทำอย่างนี้คนอื่นจะสงสัยอยากติดคุกรึไง”
พริ้มเพราอ้อนวอนขอร้องอย่าห้ามตนเลย ตนกลัวเหลือเกิน นเรนทร์หาว่าเธอคิดไปเอง ผีไม่มีในโลก นเรนทร์ลากพริ้มเพราเข้ามาขังในห้องนอน มัดมือติดไว้กับเตียงแล้วกลับออกไป ท่าทางเขาเหมือนคนโรคจิต พึมพำคนเดียวขนาดเป็นคนยังฆ่าได้ ถึงเป็นผีก็ไม่กลัว
ooooooo
วันต่อมาพร้อมมิตรพยายามติดเตาหุงข้าวอยู่นานไม่สำเร็จ จิตรใสหิวจนทนไม่ไหวชวนไปขอข้าวบ้านธาดากิน พร้อมมิตรไม่ไปไม่พอใจที่ธาดาสั่งให้ทำโน่นนี่ จิตรใสจึงไปคนเดียว ธาดาเห็นพร้อมมิตรไม่มาด้วย ก็เอาข้าวไปให้ที่บ้านท้ายสวน เธอปัดจานข้าวหกกระจาย
“ผมจะให้บทเรียนกับคุณหนูจับจดอย่างคุณ” ธาดาไม่พอใจจับพร้อมมิตร เอาข้าวที่หกขยุ้มใส่ปาก เธอร้องลั่นไม่กินของต่ำๆ “ตอนนี้คุณก็อยู่ในที่ต่ำๆ คุณกับเศษข้าวไม่ได้แตกต่างกันเลยสักนิด กินเข้าไปแล้วก็เลิกดูถูกแม้กระทั่งข้าวที่ตัวเองกินซะที”
พร้อมมิตรร้องลั่นดิ้นรนขัดขืน แต่ธาดาไม่สนใจยังคงยัดข้าวใส่ปากเธอเพื่อเป็นการสั่งสอนให้เลิกดูถูกคนที่อยู่ต่ำกว่า หญิงสาวร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจ
เย็นวันเดียวกัน ศักดิ์ระพีเห็นตะวันเดินอยู่หน้าบ้านก็เข้าไปขวางหน้าต่อว่าทำไมไม่ใส่แหวน หรือเอาไปทิ้งที่ไหน เธอรีบบอกว่าไม่ได้ทิ้ง ของสำคัญขนาดนั้นตนเก็บไว้อย่างดี เขาขำอาการตกใจของเธอ ตะวันหน้าเสียคิดว่าเขาโกรธ คุณใหญ่เข้ามาแซวอาหลานคู่นี้หัวเราะอะไร ทั้งสองสบตากันไม่มีใครตอบ คุณใหญ่เปลี่ยนเรื่องถามหาพริ้มเพราเพราะไม่เห็นมาทั้งวัน
ด้านพริ้มเพราพยายามแก้มัดตัวเองจนข้อมือเลือดซิบ เริ่มคิดถึงความผิดที่กระทำจนมาถึงวันที่นเรนทร์รู้ความจริงว่ามีคนรู้เรื่องสลับตัวสามคน คือละม่อม ซ้อนและตน แล้วละม่อมกับซ้อนก็ถูกฆ่าตาย เหลือเพียงตน พริ้มเพราเริ่มหวาดกลัว
ทันใด นเรนทร์โผล่เข้ามาพร้อมมีดในมือ เธอสะดุ้งตกใจขยับจะหนีแต่ไม่สามารถหนีได้ ขอร้องอย่าฆ่าตน นเรนทร์ย่างสามขุมเข้ามาใช้มีดตัดเชือกที่มัดข้อมือพริ้มเพรา แล้วขู่ว่า
“ที่ขังไว้คืนนึงนี่แค่สั่งสอน แต่ถ้าป้ายังไม่เลิกบ้า ทำให้เสียเรื่องอีกล่ะก็ ผมไม่ปล่อยป้าไว้แน่” พูดจบนเรนทร์กลับออกไป พริ้มเพราโล่งอกแต่ยังหวาดระแวง
นเรนทร์ออกมาท่าทางหงุดหงิดเพราะอยากยา พอเจอโตกับเกิดก็ขอยา ทั้งสองยิ้มกริ่มมีเงินมาก็หายาได้...อินตาแอบมองเป็นห่วงมากที่ลูกติดฝิ่น
ooooooo
บ่ายวันต่อมา ฟ้ามืดครึ้มฝนใกล้จะเทลงมา ใจบุญครุ่นคิดชั่งใจตัวเองระหว่างความรู้สึกที่มีต่อศักดิ์ระพีกับนพดล นึกถึงภาพนพดลคุกเข่าสัญญาต่อหน้าคุณใหญ่ว่าจะรักเดียวใจเดียว...เธอหันไปหยิบจดหมายที่เขียนถึงศักดิ์ระพีเผยความรู้สึกที่มีต่อเขาแต่ยังไม่ได้ส่ง นิ่งคิดตัดสินใจ
“ก่อนจะตัดสินใจเลือกใคร ใจบุญขอทำตามความรู้สึกของตัวเองที่มีมาตั้งแต่เด็ก วันนี้ใจบุญจะให้อาเล็กอ่านจดหมายฉบับนี้ ใจบุญจะยอมรับผลของมัน ไม่ว่าจะออกมาเป็นยังไงก็ตาม”
พอดีศักดิ์ระพีแวะมาเอาเอกสารที่บ้านร่มรื่น เขาโทรศัพท์บอกตะวันและถามจะฝากบอกอะไรพยับหมอกบ้างไหม เธอจึงฝากให้บอกว่าคิดถึงมาก เขากระเซ้าไม่คิดถึงคนอื่นด้วยหรือ
“คนอื่นยอแสงเจอทุกวัน ไม่ค่อยคิดถึงหรอกค่ะ อ้อ...ฝากหอมแก้มพยับหมอกด้วยนะคะ แค่นี้นะคะ
อาเล็ก...อย่าลืมกลับมากินแกงส้มดอกแคฝีมือยอแสงนะคะ” ตะวันยิ้มเขินวางสาย
เติมซึ่งเปลี่ยนหลอดไฟอยู่แถวนั้น ชะโงกหน้ามาแซวตะวัน ว่าตนอยากกินสะตอผัดกุ้ง วันหลังทำให้ตนบ้าง ตะวันเหล่มองอายๆ...
ใจบุญถือจดหมายเดินมาที่บ้านร่มรื่น เห็นศักดิ์ระพีกำลังจะขึ้นรถกลับ จึงขอไปเยี่ยมยอแสงด้วยคน แก้วเห็นใจบุญนั่งรถผ่านบ้านออกไปก็นึกสงสัย...ระหว่างทาง ใจบุญนั่งตัดสินใจจะมอบจดหมายให้ศักดิ์ระพีแต่ไม่กล้า ทันใดฝนเทลงมา ศักดิ์ระพีชวนคุยไม่ให้เงียบเหงา ว่าเวลาผ่านไปเร็วจริงๆ ไม่คิดว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่วิ่งเล่นในทุ่งร่มรื่น จะโตเป็นสาวกลายเป็นคุณครูเสียแล้ว ใจบุญยิ้มอายๆที่เขายังจำได้ แต่พอเขาพูดต่อว่า เธอเหมือนหลานแท้ๆ ถ้าเขาใจแตกตั้งแต่อายุ 15 คงมีลูกอายุเท่าเธอไปแล้ว ใจบุญยิ้มเจื่อนๆแสดงว่าเขาไม่เคยคิดอะไรกับตนสักนิด
ฟ้าแลบแปลบปลาบคำรามปั่นป่วน ฝนเทลงมา รถมีอาการกระชากสองสามครั้งแล้วดับลง ศักดิ์ระพีปล่อยรถไหลเข้าข้างทาง ลงมาตรวจเช็กแต่ไม่สำเร็จ ฟ้าผ่าดังเปรี้ยงๆ ใจบุญมีท่าทีตกใจกลัว ศักดิ์ระพีจึงพาเธอวิ่งมาหลบฝนที่กระท่อมเถียงนากลางทุ่ง ถอดเสื้อตัวนอกออกคลุมกันฝนให้เธอ ทำให้เธอหน้าร้อนผ่าวด้วยความอาย และยังเอาผ้าเช็ดหน้ามาให้เธอซับหน้า
ด้านบารมีแปลกใจว่าใจบุญหายไปไหน แก้วรายงานว่าคงไปบ้านเดชาบดินทร์กับศักดิ์ระพี บารมีเห็นว่าฝนตกหนักจึงให้คนรถเอารถออกตามไปที่นั่น แต่พอมาระหว่างทางเห็นรถศักดิ์ระพีจอดข้างทางจึงให้คนรถจอดรถแล้วพากันไปตามหา...ใจบุญไม่เคยลำบากขนาดนี้ รู้สึกเพลีย ศักดิ์ระพีให้เธอนั่งหลับพิงไหล่ บารมีตามมาเจอรู้แก่ใจว่าไม่มีอะไรเสียหายแต่ฉวยโอกาสผูกมัดศักดิ์ระพี ทำทีตกใจมากที่ลูกสาวตัวเองจะต้องเสียชื่อเสียง
ทางตะวันชะเง้อรอศักดิ์ระพีกลับมาทานข้าวด้วยความเป็นห่วง คุณใหญ่กับเอี้ยงพลอยกังวลไปด้วย พอฝนซารถศักดิ์ระพีและรถบารมีแล่นเข้ามาจอด บารมีไม่รอช้าแจ้งคุณใหญ่ว่าศักดิ์ระพีทำให้ใจบุญเสียหาย ตะวันตกใจ ใจบุญหน้าซีดไม่กล้าแย้ง แต่ศักดิ์ระพียืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรเสียหาย แค่รถเสียจึงติดฝนอยู่ในกระท่อม เอี้ยงสบตาใจบุญเศร้าๆ
“คุณแม่คะ...อาเล็กเป็นสุภาพบุรุษมาก...” ใจบุญพยายามจะอธิบายแต่บารมีสวนทันที
“แม่ยังไม่ได้ถาม...อย่าสอด!”
ศักดิ์ระพีเล่าความจริงให้คุณใหญ่ฟัง บารมีหยิบจดหมายของใจบุญออกมาบอกให้ช่วยอธิบาย ใจบุญตกใจห้ามแม่แต่ไม่เป็นผล คุณใหญ่รับจดหมายมาอ่านให้
ทุกคนฟัง ศักดิ์ระพีอึ้งไม่คิดว่าใจบุญคิดกับตนมากกว่าอาหลาน ใจบุญอายมากพยายามแก้ตัวว่าเป็นแค่ความในใจของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเท่านั้น ตะวันกับเอี้ยงผิดหวังเสียใจ บารมีไม่ยอมรวบรัด
“ไม่ใช่แค่นั้นสิ ถ้าให้ฉันเดา พอคุณเล็กได้อ่านจดหมายฉบับนี้ รู้ว่าใจบุญคิดยังไงก็เลยถือโอกาสเอาเปรียบลูกสาวฉันทันทีที่กระท่อมหลังนั้น”
ใจบุญกับศักดิ์ระพีปฏิเสธเสียงหลง บารมีโวยไม่เชื่อ คุณใหญ่เอ่ยถามจะให้ทำอย่างไรถึงจะพอใจ บารมีให้ศักดิ์ระพีรับผิดชอบแต่งงานโดยเร็วที่สุด ศักดิ์ระพี ยืนยันว่าตนยินดีรับผิดชอบทุกเรื่องยกเว้นเรื่องแต่งงาน บารมีโกรธมากจะส่งทนายมาดำเนินการ ว่าแล้วก็ดึงใจบุญกลับ เดินผ่านเอี้ยงกับตะวัน สะบัดหน้าใส่ทั้งสองอย่างไม่พอใจ ตะวันยอมรับว่าใจบุญคู่ควรกับศักดิ์ระพี
ด้านใจบุญเสียใจมาก กลับมาบ้านขึ้นห้องเปิดกล่องที่ใส่จดหมายที่เขียนถึงศักดิ์ระพีหลายฉบับแต่ไม่เคยส่ง ด้วยความรู้สึกสับสนในใจ
ooooooo
อินตาตามดูนเรนทร์ที่เพิงท้ายสวน เห็นกำลังสูบฝิ่นควันฉุย รู้สึกผิดหวังที่ลูกไม่รักดีทั้งที่ได้โอกาสดีๆ นเรนทร์เห็นอินตาก็ไม่พอใจสั่งโตกับเกิดจัดการ อินตาแรงมากกว่าซัดทั้งสองสลบเหมือด นเรนทร์ชักมีดจะแทง อินตาหลบทันบิดข้อมือแล้วสับคอเขาจนหมดสติ
อินตาแบกนเรนทร์กลับมาหาสาย สายดีใจเข้าจับเนื้อตัวรู้ว่าเป็นลูก อินตาบอกจะต้องทำให้ลูกเป็นคนเต็มคนไม่ใช่เป็นปีศาจแบบนี้ สายทำหน้างงแต่ก็เอาผ้ามาเช็ดหน้าลูกอย่างห่วงใย
ทางบารมีรู้ว่าคงบังคับใจลูกสาวไม่ได้แน่ จึงแกล้งป่วยโรคหัวใจกำเริบ อยากเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝาก่อนตาย ใจบุญใจหายถามแม่จะให้ตนทำอย่างไร บารมีพยายามสอน “หนูต้องรู้จักใช้ความเป็นลูกผู้หญิง คุณเล็กเป็นสุภาพบุรุษมีความรับผิดชอบสูง แค่หนูแสดงให้เห็นว่าเดือดร้อน เสียเกียรติยศชื่อเสียงจนมองหน้าใครไม่ได้ คุณเล็กต้องยอมแต่งงานกับหนูแน่ๆ”
“ใจบุญอายค่ะแม่...เขาไม่ได้ทำผิดอะไรกับหนูเลยนะคะ”
บารมีแกล้งทำท่าจะตายหายใจติดขัด ใจบุญตกใจจะไปตามหมอ เธอดึงลูกไว้บอกตนคงสบายใจขึ้นถ้ามีศักดิ์ระพีดูแลลูก ทำให้ตนสบายใจได้ไหม ไปขอความเห็นใจจากเขา ใจบุญลำบากใจมาก ห่วงแม่ก็ห่วง ไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไร...
ตะวันหลบหน้าศักดิ์ระพีตลอดจนเขาทนไม่ไหว ดักพบเธอจนได้ต่อว่าด้วยความผิดหวัง ว่าเป็นคนสนิทที่สุดยังเชื่อว่าตนทำบัดสีกับใจบุญ ตะวันรีบอธิบายว่าไม่ใช่ ตนเชื่อในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา ศักดิ์ระพีรู้สึกสบายใจขึ้น ความเชื่อของเธอมีผลต่อเขามาก
“แล้วอาเล็กจะทำยังไงคะ คุณบารมีคงทำให้เป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ”
“ฉันยินดีทำทุกอย่าง ยกเว้นแต่งงานกับคนที่ฉันไม่ได้รัก...เธอรู้ใช่ไหมว่าฉันรักใคร”
ตะวันเผลอสบตาศักดิ์ระพีนิ่งอึ้ง เผอิญเติมเดินเข้ามาบอกมีคนมาขอพบศักดิ์ระพี ทั้งสองจึงผละออกจากกัน...ศักดิ์ระพีเข้ามาในห้องรับแขก ต้องแปลกใจที่เห็นธาดานั่งคุยอยู่กับคุณใหญ่
“ผมมาเพื่อแสดงความจริงใจครับ ผมเรียนจบแล้ว อีกไม่นานจะต้องไปใช้ทุนต่างจังหวัด ผมอยากให้ยอแสงไปกับผมครับ...ผมรักยอแสงครับ” ศักดิ์ระพีและคุณใหญ่ มองหน้ากัน “ถ้าคุณใหญ่กับคุณเล็กไม่ขัดข้อง ผมจะให้พ่อมาสู่ขอยอแสงให้เร็วที่สุด จะทำทุกอย่างให้ถูกต้องครับ”
คุณใหญ่โบ้ยให้ศักดิ์ระพีตัดสินใจเพราะเป็นผู้ปกครอง เขาอ้ำอึ้งสักพักจำต้องตอบแบบผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็ก ในอุปการะว่า ชีวิตของยอแสงต้องแล้วแต่เจ้าตัว ตนไม่บังคับ สีหน้าธาดามีความหวังกราบขอบคุณ คิดว่ายอแสงจะไม่ปฏิเสธ ในขณะที่ศักดิ์ระพีเหมือนหัวใจกำลังจะถูกพราก ออกไป คุณใหญ่มองน้องชายอย่างเข้าใจความรู้สึก
ธาดาออกมาหาตะวันที่ริมน้ำ ตะวันแสดงความยินดีที่เขาจะได้ไปช่วยเหลือคนป่วยอย่างที่ตั้งใจ ธาดาตัดสินใจบอกเธอว่าไม่อยากอยู่ห่างจากเธอ “พี่รักยอแสง... อยากให้ยอแสงไปกับพี่”
ตะวันตาโพลงอึกอักไม่อยากทำร้ายจิตใจเขา อ้างไม่เคยรังเกียจเห็นเขาเป็นพี่ชายที่แสนดีเสมอ แต่ตน อยากอยู่ดูแลคุณใหญ่ ธาดาสลดลงกุมมือตะวัน เห็นแหวน ที่นิ้วนางซ้ายของเธอ
“แหวนวงนี้...แหวนของอาเล็ก...เพราะอย่างนี้เอง ยอแสงถึงไม่เคยมีใจให้พี่”
ศักดิ์ระพีตามมาแอบมอง เห็นธาดากุมมือตะวันก็เสียใจเข้าใจผิดคิดว่าทั้งสองตกลงปลงใจกันแล้ว จึงเดินออกมา...ธาดาผิดหวังเสียใจแต่ก็เข้าใจทุกอย่าง ศักดิ์ระพีกลับมาบอกคุณใหญ่ว่ายอแสงเลือกธาดา ตนจะ ไม่ขัดขวางความสุขของเธอ คุณใหญ่เตือนในฐานะพี่ที่รู้ใจน้อง
“พี่อยากให้เล็กยอมรับความรู้สึกของตัวเอง อย่าเก็บความรู้สึกไว้คนเดียว ไม่อย่างนั้นวันหนึ่งเล็กอาจจะเสียใจ”
ศักดิ์ระพีครุ่นคิด แต่พยายามหักใจเพราะเข้าใจว่ายอแสงเลือกธาดาไปแล้ว...ตกค่ำ ตะวันมาดูแลคุณใหญ่ ตามปกติ คุณใหญ่อยากให้ตะวันกับน้องเข้าใจกัน จึงบอกว่า ศักดิ์ระพีมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย พูดจบก็ลุกเดินออกจากห้อง ตะวันเอ่ยถามว่าเขามีอะไร ศักดิ์ระพีถามกลับว่าเธอเก็บข้าวของเรียบร้อยหรือยัง ตะวันทำหน้างง เขาย้ำว่า
“ไม่ต้องห่วงนะ อะไรที่เป็นความสุขของยอแสง อาไม่ขัดข้อง แต่ควรจะมีพิธีให้ถูกต้อง ได้ฤกษ์เมื่อไรก็บอก อาจะเป็นเจ้าภาพจัดงานแต่งงานระหว่างเธอกับธาดาให้เอง”
ตะวันไม่เข้าใจทำไมจู่ๆเขาถึงพูดแบบนี้ “อาเล็กพูดเองเออเองทุกอย่าง คิดจะถามความรู้สึกยอแสงบ้างไหมคะ ว่ายอแสงคิดยังไง ต้องการอะไร...อาเล็กผลักไสยอแสงเพราะเบื่อที่ยอแสงเป็นภาระ อาเล็กไม่ยอมแต่งงานกับใจบุญก็เป็นเพราะภาระคนนี้ใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นอาเล็กเอาเวลาไปดูแลใจบุญเถอะค่ะ ไม่ต้องมาสนใจยอแสง” พูดจบตะวันวิ่งร้องไห้ออกไป
ooooooo
นเรนทร์ฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในเรือกระแชง กลางแม่น้ำ โวยวายหาว่าอินตาจับตัวเขามาเรียกค่าไถ่ อินตาพยายามบอกว่าไม่ต้องการอะไร แค่อยากช่วยให้เขากลับตัวกลับใจ นเรนทร์ตวาดเสียงกร้าวตนไม่ใช่ ลูกเขา ถ้าไม่ส่งตนขึ้นฝั่งก็จะว่ายน้ำไปเอง อินตาท้า ไม่กลัวตายก็เอาเลย
นเรนทร์โกรธกระโดดลงน้ำทันที สายตกใจเป็นห่วงลูกมาก นเรนทร์พยายามว่ายน้ำ ไม่ทันไรร้องลั่นว่าเป็นตะคริว อินตาต้องกระโดดลงไปช่วยเอาตัวกลับขึ้นเรือ... นเรนทร์ยังไม่เลิกโวยวายไม่ให้สายจับตัว ผลักไสจนสายล้มลง “อย่ามายุ่งกับฉัน พวกแกอยากได้เงินใช่ไหม ฉันเอา เงินฟาดหัวให้ พาฉันกลับบ้านสิ ที่บ้านฉันมีเงินเยอะแยะ”
“พ่อไม่อยากได้เงินของลูกหรอก” อินตาบอกด้วยน้ำเสียงจริงใจ
แต่นเรนทร์ไม่เชื่อจะกลับท่าเดียว อินตากับสายเอาอาหารมาให้กินก็หาว่าอาหารต่ำๆไม่กิน อินตาปวดใจ บอกอาหารต่ำๆพวกนี้ที่พ่อแม่กินมาทั้งชีวิต นเรนทร์กราดเกรี้ยว
“ฉันไม่ใช่ลูกแก เลิกเรียกฉันว่าลูกสักที ฉันไม่มีพ่อแม่จนๆอย่างพวกแก!”
สายน้ำตาคลอ อินตาเห็นสายร้องไห้ก็สะเทือนใจมากขึ้น ระเบิดอารมณ์กลับ “คนจนไม่ดีตรงไหน ไม่ว่ารวยหรือจนก็คนเหมือนกัน กินไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน”
อินตาดึงสายออกมาปล่อยให้นเรนทร์อยู่ลำพัง นเรนทร์มองน้ำพริกมะขามที่สายทำมาให้อย่างรู้สึกหิว ทนไม่ไหวหยิบมากินอย่างเอร็ดอร่อย...อินตากับสายแอบมอง อินตาบอกสายว่า เราต้องใจแข็งเพื่อดัดนิสัยลูกให้กลับมาเป็นคนที่ดีให้ได้
กลางดึกนเรนทร์เกิดอาการเสี้ยนยาอาละวาด สายร้องไห้เข้าไปกอดด้วยความรักของแม่ อินตาทำใจแข็งจะต้องหักดิบเขาให้ได้ “อดทนไว้ เอาชนะให้ได้ ถ้ายอมแพ้ก็จะแพ้ไปตลอด”
นเรนทร์ดิ้นรนโวยวาย อินตากับสายช่วยกันกอดรัด ด้วยความรักความอบอุ่น ภาพอดีตผุดขึ้นในสมองของนเรนทร์ เขาถูกพริ้มเพราบ่มเลี้ยงให้เอาชนะทุกคน เป็นลูกท่านต้น ต้องไม่ก้มหัวให้ใคร อยากได้อะไรต้องได้...
นเรนทร์พยายามดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของอินตากับสาย ตวาดกร้าวกล้าดีอย่างไรมาขัดใจ อินตาบอกที่ทำเพราะหวังดี ถึงจะโกรธเกลียดก็ยอม นเรนทร์ดิ้นทุรนทุรายจน อ่อนแรง ร้องขอยา อินตากับสายกอดปลอบ เขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น หวนคิดถึงวัยเด็กที่เห็นเพื่อนๆมีพ่อแม่มากอด แต่เขาไม่เคยได้รับการกอดจากพริ้มเพราเลยสักครั้ง
“ลูกจะต้องปลอดภัย เราจะผ่านความเลวร้ายในคืนนี้ไปด้วยกันนะนเรนทร์” เสียงสายทำให้อาการนเรนทร์ สงบลง อินตาบอกสายว่าพอลูกตื่นขึ้นก็ดีขึ้น
อินตาหยิบขลุ่ยมาเป่าเพลงสาลิกาชมเดือนกล่อม สายลูบหัวโอบกอดอย่างทะนุถนอมจนนเรนทร์หลับ รับรู้ถึงความอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
เช้าวันใหม่ นเรนทร์ตื่นขึ้นมาเห็นสายและอินตานั่งเฝ้าไม่ห่าง ทั้งสองยิ้มอย่างอบอุ่น สายเข้าไปกอดดีใจที่ลูกปลอดภัย อินตาบอกว่าในที่สุดเขาก็เอาชนะใจตัวเองได้ นเรนทร์นั่งนิ่งปล่อยให้สายกอด อินตายกชามข้าวต้มมาวาง สายเป่าและป้อนทีละคำ เขาไม่ขัดขืนสบตาสายกับอินตา เห็นความรักของทั้งสองผ่านดวงตา เริ่มสับสนในความรู้สึกของตัวเอง
ooooooo
สถานีอนามัยที่ธาดาทำงาน เขาพาพร้อมมิตรกับจิตรใสมาช่วยงานโดยอ้างคำสั่งคุณใหญ่ เพื่ออยากให้สองสาวเห็นถึงความลำบากของคนจน ธาดาให้สองสาวดูแลแจกบัตรคิวทำทะเบียนประวัติคนไข้ ค้นประวัติคนไข้เก่าเอาไปวางในห้องตรวจ
แต่พอสองสาวเห็นคนไข้ที่เลือดโชกมาพาลเป็นลม คนไข้ต้องช่วยปฐมพยาบาลแทน...ช่วงบ่ายมีเด็กไม่สบายร้องไห้งอแง ธาดาให้สองสาวทำให้เด็กเงียบ พร้อมมิตรไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตวาดสั่งให้เงียบ เด็กตกใจกลัวร้องไห้จ้าดังกว่าเดิม
มีคนไข้อาการหนักชีพจรหยุดเต้น ธาดาช่วยปั๊มหัวใจอยู่นานสีหน้าเขากังวล พร้อมมิตรกับจิตรใสลุ้นให้คนไข้ฟื้น พอพยาบาลบอกว่าชีพจรมาแล้ว สองสาวพลอยดีใจไปด้วย ธาดาหันมายิ้มกับสองสาวแล้วบอกว่า “อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงอยากเป็นหมอในสถานีอนามัย แม้จะเหนื่อยและรายได้น้อย แต่ทุกครั้งที่ช่วยคนป่วยให้พ้นทุกข์ทรมาน ผมมีความสุข รอยยิ้มของคนไข้คือรางวัลของพวกเราทุกคนที่นี่ คนที่คิดถึงแต่ตัวเองอย่างคุณคงไม่มีวันเข้าใจ”
พร้อมมิตรหุบยิ้มเถียงไม่ออก...เหตุการณ์วันนี้ทำให้พร้อมมิตรคิดได้ ว่าเวลาที่แกล้งยอแสง ตนสะใจแต่ไม่มีความสุขเหมือนอย่างวันนี้ ทำไมรอยยิ้มคนแปลกหน้ากลับทำให้ตนมีความสุขทั้งที่ไม่ใช่ญาติของเราสักนิด จิตรใสคิดตามและเห็นด้วย จิตรใสเห็นพร้อมมิตรนั่งยิ้มจึงแซวว่าคิดถึงธาดาหรือ เธอหันมาตาขวาง สั่งห้ามพูดถึง คนปากร้ายนั่นอีก
ด้านศักดิ์ระพีโดนคุณใหญ่ตำหนิที่ผลักไสยอแสงไปแต่งงานกับธาดา ทั้งที่เธอปฏิเสธธาดาไปแล้ว ศักดิ์ระพี เพิ่งรู้ว่าตัวเองเข้าใจผิด จะรีบไปหายอแสง แต่เธอออกไปซื้อของเป็นเพื่อนนพดล เพราะกำลังจะไปเริ่มงานที่โรงพัก ชานเมือง
ด้านนเรนทร์เริ่มรู้สึกผูกพันกับสายและอินตา เขานั่งมองอินตาดำน้ำลงไป แล้วโผล่ขึ้นมาชูกุ้งตัวโต “ค่ำนี้ได้อร่อยมื้อใหญ่กันแล้ว...ไอ้ลูกชาย ลองงมกุ้งดูไหม”
ทีแรกนเรนทร์ไม่สนใจแต่พออินตาแกล้งท้าว่าพวกผู้ดีทำอะไรไม่เป็น จึงรับคำท้า แล้วเขาก็ได้เรียนรู้การจับกุ้ง ได้รู้ซึ้งถึงน้ำใจของพ่อค้าขายก๋วยเตี๋ยวที่ให้กินไม่เอาเงินเพราะเห็นว่าเป็นลูกหลานอินตา อินตาชี้ให้เห็นว่า...น้ำใจสำคัญกว่าเงิน
วันต่อมาเรือจอดที่ศาลาริมน้ำแห่งหนึ่ง นเรนทร์นั่งกินข้าวเหนียวหมูเพลินๆ มีเด็กแถวนั้นมาขอกิน เขามองสักพักก่อนจะหยิบยื่นให้ อินตาเห็นนึกดีใจ “ลูกคงรับรู้ ถึงความรักที่เรามีให้แสดงว่าเขาไม่ใช่คนเลวโดยสันดาน หัวใจของนเรนทร์มีความเมตตาขึ้นบ้างแล้วล่ะนังสาย”
เย็นวันนั้น อินตา สายและนเรนทร์นั่งล้อมวงกินข้าว อินตากับสายช่วยกันขอให้นเรนทร์เลิกเดินทางผิด เลิกทำร้ายคนอื่น ทำไปเขาก็ไม่ได้มีความสุข นเรนทร์ว่าพวกนั้นขัดขวางไม่ให้ตนได้รับมรดก สายเวทนาบอกซ้อนกับละม่อมก็ตายไปแล้ว ไม่มีใครขวางทางอีก อินตาสัญญาจะช่วยให้เขาสมหวังแต่เขาต้องสัญญาว่าจะไม่ทำร้ายใครอีก นเรนทร์เชื่อใจพยักหน้ารับคำ
เช้าวันใหม่ อินตากับสายพานเรนทร์กลับบ้านเดชาบดินทร์ อินตาถอดสร้อยพระคล้องคอให้นเรนทร์ขอให้พระคุ้มครอง เขาย้ำอย่าลืมคำสอนของพ่อกับแม่ นเรนทร์รู้สึกใจหายเมื่อต้องจากทั้งสอง...สายรำพึงว่าเราทำถูกแล้วหรือ ทายาทตัวจริงคือตะวัน อินตาปลอบว่าที่เราทำแบบนี้เพื่อไม่ให้พริ้มเพราทำร้ายตะวันได้ รอให้ถึงวันเปิดพินัยกรรมแล้วค่อยเปิดเผยความจริง
พอพริ้มเพราเห็นนเรนทร์กลับมาก็แทบสติแตกหวาดกลัวไปหมด นเรนทร์เงียบขรึมลงไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเอง จู่ๆน้ำตาไหลเพราะคิดถึงความอบอุ่นที่ได้รับจากอินตาและสาย
ooooooo
เมื่อโดนกดดันมากขึ้น ใจบุญหาทางออกไม่ได้ ตัดสินใจมาปรึกษาตะวัน ว่าโรคหัวใจแม่กำเริบ อาการไม่ค่อยดีตั้งแต่มีเรื่องตนกับศักดิ์ระพี ตะวันนึกไม่ถึงว่าเธอจะมาปรึกษาเรื่องนี้ เอี้ยงผ่านมาได้ยินสองสาวคุยกันถึงกับอึ้ง ใจบุญขอให้ตะวันแนะนำวิธีเอาใจศักดิ์ระพี
“อาเล็กมีความเป็นสุภาพบุรุษและฟังยอแสงมากที่สุด ยอแสงช่วยพูดกับอาเล็กให้เห็นใจใจบุญหน่อยได้ไหม นะ...ใจบุญขอร้อง”
เอี้ยงรู้สึกผิดหวังกับการกระทำของใจบุญมาก ออกมาดักรอเธอก่อนกลับ ถามเธอมีหัวใจหรือเปล่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่รู้เลยหรือว่าอาเล็กกับยอแสงมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ใจบุญน้ำตาปริ่มบอกตนต้องทำเพื่อแม่ ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นลูกอกตัญญู เอี้ยงตำหนิ
“การทดแทนบุญคุณทำได้ตั้งหลายอย่าง ไม่จำเป็นต้องทำร้ายจิตใจเพื่อน”
“ไม่ต้องพูดแล้ว...ไม่อยากฟัง ใจบุญจะแต่งงานกับอาเล็ก ใจบุญจะไม่ยอมให้ใครขวาง”
“ถ้าคิดว่าทำถูกแล้วก็เชิญเถอะ โชคดีเหลือเกินที่พรุ่งนี้นพดลต้องไปอยู่โรงพักชานเมืองแล้ว ไม่ต้องทนอยู่เห็นหน้าคนใจร้ายอย่างใจบุญ” เอี้ยงผิดหวังเดินหนีอย่างไม่ไยดี ใจบุญเสียใจ
คืนนั้นตะวันนั่งเศร้าที่เรือนแพ ครุ่นคิดถึงเรื่องที่ใจบุญขอ คิดถึงความสำคัญของแหวนที่ศักดิ์ระพีมอบให้ น้ำตาล่วงเผาะถอดแหวนออกจากนิ้วด้วยความคิดที่ว่าตัวเองไม่คู่ควรกับแหวนวงนี้ ใจบุญต่างหากที่ควรเป็นเจ้าของตัวจริง ถ้าไม่มีตนปัญหาทุกอย่างก็คงจะจบ ศักดิ์ระพีกับใจบุญเพื่อนที่ตนรักมากที่สุดก็จะมีความสุข... ตะวันมองไปยังตึกใหญ่ตัดสินใจแน่วแน่บางอย่าง...
ตะวันเดินเศร้าๆมาท้ายสวน พลันได้ยินเสียงเห่กล่อมของสาย ก็ชะงักจำได้ว่าเป็นเสียงของแม่ ตะวันรีบมองหาที่มาของเสียง ในขณะที่ศักดิ์ระพีเข้ามาในห้องนอน เห็นแหวนวางอยู่บนหมอนก็ตกใจ รีบวิ่งมาที่เรือนแพ พบแต่ความว่างเปล่าก็ตกใจ...ฉุกคิดหรือจะอยู่บ้านธาดา
เสียงเห่กล่อมยังดังไม่ขาดสาย ตะวันเดินน้ำตานองหน้า ภาพอดีตวัยเด็กผุดขึ้นไม่ลืมเลือน หัวใจโหยหาความอบอุ่นจากแม่ มาถึงเรือกระแชงเห็นสายนั่งกล่อมห่อผ้าอยู่หัวเรือ ตะวันทรุดลงนั่งข้างๆ เอื้อมมือไปแตะตัว สายหันมองสติกลับมาอีกครั้ง โผกอดตะวันร่ำไห้ อินตาเดินมายืนตะลึง ตะวันหันมาเห็นไม่คาดคิดว่าลุงอินที่คอยช่วยเหลือมาตลอดจะเป็นพ่ออินตาของตน แต่อินตาไม่ยอมรับด้วยรู้สึกผิดและว่าตัวเองเป็นแค่คนขี้คุกจะเป็นพ่อคนได้อย่างไร สายร่ำไห้ขอร้องอินตาอย่าทำร้ายจิตใจลูกอีกเลย ตะวันคลานเข้ากราบแทบเท้าอินตา ขอร้องอย่าหนีตน อินตาใจแทบขาดน้ำตาร่วงรินทรุดลงขอโทษ โอบกอดตะวันด้วยความรักของคนเป็นพ่อ
ความสุขของครอบครัวกลับมา ตะวันนอนหนุนตักอินตาฟังเสียงเป่าขลุ่ย เอ่ยถามทำไมเขาถึงไปติดคุก สายปรามอย่าถามพ่อแบบนั้น แต่อินตาคิดว่าควรเล่าเพราะคนที่ตนพลั้งมือฆ่าเป็นคนที่โกงเอาเงินค่าเล่าเรียนของลูกไป ตะวันน้ำตาร่วงที่รู้ว่าพ่อติดคุกเพราะตน อินตาปัดให้เลิกคุยเรื่องนี้ เพราะเหตุการณ์เลวร้ายผ่านไปแล้ว ตะวันกอดอินตาบอกตอนนี้ตนเรียนจบแล้ว ตนจะทำงานเป็นครูเลี้ยงพ่อกับแม่เอง
สายเห็นตะวันนอนหลับไปแล้ว จึงออกมาคุยกับอินตาว่าไม่อยากให้ตะวันมาตกระกำลำบากกับเราอีก อินตาบอกอีกไม่นานตนจะเป็นคนทำให้ตะวันได้กลับไปเป็นทายาทที่แท้จริง
ooooooo
ด้วยความสับสนไม่สบายใจ ใจบุญแอบชวนแก้วมาหาเอี้ยงที่โรงพักชานเมือง เอี้ยงให้เพื่อนตำรวจเอานาฬิกาที่เธอเคยให้สมัยเรียนมาคืนบอกว่าตนออกเวรไปแล้ว เธอใจหายวาบคิดว่าเขาเกลียดตนถึงคืนสิ่งนี้ แก้วกลัวบารมีถามหาเร่งให้ใจบุญกลับบ้านแต่เธอไม่ยอม
ใจบุญยังชะเง้อมอง ตำรวจคนหนึ่งมาเห็นเธอด้อมๆมองๆ จึงพาตัวขึ้นมาบนโรงพักคลาดกับเอี้ยงนิดเดียว ใจบุญบอกตนมาหานพดล ตำรวจเห็นจดหมายในมือเธอจึงดึงมาเปิดอ่านอย่างถือวิสาสะ ใจบุญร้องขอจดหมายคืน ตำรวจคนนั้นกลับอ่านเสียงดังให้ทุกคนได้ยิน
“วันเวลาที่ผ่านผัน จากวันวานจนวันนี้ ฉันเฝ้ารอนับวันนับนาที ห่วงหาคนดีอยู่อย่างไร”
ตำรวจพากันหัวเราะ ใจบุญอายมากวิ่งหนีลงจากโรงพัก แก้วรีบวิ่งตาม เอี้ยงรู้สึกผิดออกมาดึงจดหมายและตำหนิเพื่อนตำรวจไม่น่าแกล้งใจบุญ...เธอมานั่งร้องไห้ที่มุมหนึ่งบอกแก้วขออยู่คนเดียว แก้วเดินไปสักพักมีเสียงคนเดินมา ใจบุญคิดว่าเป็นแก้วแต่พอหันมองต้องชะงัก เอี้ยงพยายามทำใจแข็งแต่พอมาเห็นน้ำตาใจบุญก็ใจอ่อนยวบ ใจบุญเอ่ยถามยอมออกมาพบตนแล้วหรือ เอี้ยงยื่นจดหมายคืนให้ ใจบุญไม่รับแถมเอากล่องนาฬิกาใส่มือเขาไปด้วย
“ทำไมนพดลต้องคืนนาฬิกาให้ฉันด้วย” เอี้ยงว่ามันไม่คู่ควรกับตน ใจบุญโกรธ “ไม่อยากได้ก็เอาทิ้งไปสิ ถ้าไม่กล้าฉันจะทิ้งให้เอง” ใจบุญจะปากล่องทิ้ง เอี้ยงรีบแย่งคืน
ทั้งสองยื้อแย่งกันไปมา ใจบุญเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดเขา เอี้ยงรู้สึกเจียมตัวรีบปล่อยตัวเธอ แต่ใจบุญกลับโผกอดเขาร่ำไห้ “นาฬิกาเรือนนี้มีนพดลเป็นเจ้าของคนเดียว นพดลจะโกรธหรือเกลียดฉันยังไงก็ได้ แต่อย่าคืนของที่ฉันให้นพดลด้วยใจได้ไหม”
เอี้ยงเช็ดน้ำตาปลอบ “อาเล็กเป็นสุภาพบุรุษ เชื่อสิว่าเขาต้องรับผิดชอบปัญหาทั้งหมด”
“ฉันไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นยังไง แต่วันนี้ฉันขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆคนสำคัญที่สุดของฉันก็พอ...อย่าหนีหน้าฉันอีกเลยนะนพดล” ใจบุญร่ำไห้ เอี้ยงกอดปลอบด้วยความเจ็บปวดใจเช่นกัน...
เมื่อบ้านไม่มีใครเหลืออยู่ คุณใหญ่รู้สึกเหงาบ่นหายอแสง ศักดิ์ระพีก็ซึมเศร้าลงทุกวัน นเรนทร์อยู่เงียบผิดสังเกตจนน่าหวั่นใจ จู่ๆนเรนทร์สั่งคนรับใช้ทำน้ำพริกมะขามให้กิน แต่แล้วพอได้กินรสชาติไม่เหมือนที่สายทำก็ผิดหวัง หงุดหงิดเดินออกมายืนมองเรือที่แล่นผ่านท่าน้ำ คิดถึงตอนอยู่ในเรือกับสายและอินตา คิดถึงช่วงเวลาที่ทั้งสองใช้ความรักทำให้ตนอดยาได้ นเรนทร์เดินเรื่อยเปื่อยมาถึงท้ายสวน เห็นเรือกระแชงลำหนึ่งจอดอยู่ก็จำได้ว่าเป็นเรือของอินตา รีบวิ่งไปใกล้ ได้ยินเสียงสายเรียกให้กินข้าว ก็ดีใจคิดว่าเรียกตน
จากที่หัวใจพองโตดับวูบลง เมื่อภาพที่นเรนทร์เห็นคือสายเรียกตะวันมากินข้าว สามคนพ่อแม่ลูกนั่งล้อมวงกินข้าวดูมีความสุข นเรนทร์ตกใจมากเมื่อได้ยินพ่อกับแม่เรียกยอแสงว่า...ตะวัน...เรื่องที่พริ้มเพราเล่า คำพูดที่ละม่อมกับซ้อนเคยพูดใส่หน้า ทำให้เขาเจ็บแปลบในใจวิ่งออกมาหยุดยืนนิ่งสักพักก่อนร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง “ทุกคนโกหกฉันทำไม! ทุกคนหลอกฉัน! ทำไมทุกคนต้องรักยอแสง ทำไมนังยอแสงต้องเป็นทายาทที่แท้จริง ทำไมต้องเป็นมัน!”
นเรนทร์โกรธเหมือนตัวเองถูกทรยศ ถูกใช้เป็นเครื่องมือ จะไม่ยอมให้ใครสมหวัง
ooooooo
..
-------------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/tawanyorsang/ep12/page1
ตะวันยอแสง ตอนที่ 12
พริ้มเพรามีอาการทางประสาท กลัวถูกนเรนทร์ฆ่า ซุกตัวอยู่แต่ในห้อง คุณใหญ่กับศักดิ์ระพีแปลกใจขึ้นมาดู เห็นนอนคลุมโปงก็ไม่อยากรบกวน แต่สงสัยทำไมทุกคนในบ้านทำตัวแปลกๆ ศักดิ์ระพีบอกคนอื่นไม่น่าห่วงเท่ายอแสง คุณใหญ่ใจเสียไม่รู้ยอแสงหายตัวไปไหน
พริ้มเพราได้ยินทั้งสองคุยกันก็หวาดผวา คิดว่านเรนทร์คงฆ่ายอแสงไปแล้ว คนต่อไปคงเป็นตนแน่ เริ่มตัวสั่นหวาดกลัว
เรือกระแชงของอินตาถ่อมาเทียบท่าวัดประยูร มีเสียงเพลงงานวัดครึกครื้น ตะวันเดินเที่ยวในงานวัด บรรยากาศทำให้คิดถึงความหลัง คิดถึงศักดิ์ระพี ตะวันเข้ามากราบพระในวิหาร ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคุณใหญ่ ศักดิ์ระพีและทุกคนในบ้านเดชาบดินทร์ ขณะเดียวกันนเรนทร์ยืนจ้องรูปท่านต้นในห้องพระด้วยสายตาแข็งกร้าวระเบิดอารมณ์
“พ่อรู้ใช่ไหมว่าใครคือลูกแม่ดวงพร พ่อรู้มาตลอดใช่ไหมว่านังตะวันกับนังยอแสงคือคนคนเดียวกัน ผมผิดหรือที่เกิดมาบนโลกนี้ ผมผิดหรือที่หวงแหนสมบัติที่มันควรเป็นของผม ไม่เคยมีใครรักผมจริงสักคน พ่อก็เหมือนทุกๆคนที่ไม่เคยรักผมเลย...เพราะพ่อเปลี่ยนพินัยกรรม พ่อทำให้ทุกคนต้องตาย พ่อเป็นฆาตกร! พ่อเป็นคนฆ่าทุกคน!ไอ้ฆาตกร!แกเป็นฆาตกร!”
กลางดึกพริ้มเพราแอบย่องหนีออกจากบ้านพึมพำราวคนเสียสติว่าต้องไปบอกตำรวจ ต้องหยุดปีศาจในบ้านเดชาบดินทร์ ไม่ทันไรเจอนเรนทร์ยืนตาเขียวตวาดถามจะไปไหน เธอสะดุ้งโหยงพูดไม่ออก นเรนทร์กระชากผู้เป็นป้าราวคนบ้าคลั่งถามอีกครั้งจะไปไหน พริ้มเพราสติแตกโวยวายร้องให้คนช่วยว่านเรนทร์จะฆ่าตนๆ นเรนทร์บีบคอแน่นตะคอก
“ป้านั่นแหละฆ่าผม! ป้าฆ่าทุกคน! ป้าพริ้มทำให้ผมเป็นฆาตกร” พริ้มเพราเริ่มหายใจไม่ออกร้องขอชีวิต เขาสำรอก “กลัวตายด้วยหรือ ทีทำร้ายคนอื่นไม่เห็นกลัว ผมกลายเป็นปีศาจเพราะป้าเป็นคนสร้างผมขึ้นมา ผมจะทำร้ายป้าให้รู้จักความน่ากลัวที่แท้จริง”
นเรนทร์ลากพริ้มเพรามาที่โกดังเก็บศพที่เธอเคยเอาสายมาขังจนเป็นบ้า พริ้มเพราร้องลั่นหวาดกลัวยกมือไหว้ขอร้องหลานที่เลี้ยงมากับมือว่ากลัวแล้วๆ โตกับเกิดมาช่วยกันเอาตัวพริ้มเพราลงไปนอนในโลงปิดฝา พริ้มเพราร้องกรี๊ดๆทั้งข่วนทั้งดิ้นนิ้วเลือดซิบ ภาพตอนตนทำร้ายสายผุดขึ้นราวกรรมตามสนอง จนสลบแน่นิ่งไป... นเรนทร์สั่งโตและเกิดเฝ้าพริ้มเพราไว้ ตัวเขาจะไปฆ่าทุกคนที่ขวางทาง รวมทั้งตะวันที่จะมาแย่งสมบัติ
วันนี้ตะวันลงมือทำน้ำพริกมะขามให้อินตากับสายเอง สายคิดถึงนเรนทร์น้ำตาไหลรีบเช็ดกลบเกลื่อนว่าพริกเข้าตา แต่อินตารู้ทัน...บ่ายวันนั้นสายแอบพายเรือเล็กจะไปดูนเรนทร์ อินตารีบมาห้ามเกรงพริ้มเพราเห็นแต่สายขอร้องขอเห็นลูกสักนิด อินตาจึงไปด้วย
พริ้มเพราร้องไห้เสียใจจนเกิดภาพหลอนเห็นซ้อนมานอนอยู่ข้างๆก็ตกใจร้องกรี๊ดๆ โตกับเกิดรีบเข้ามาดูเห็นพริ้มเพรานอนนิ่งเหมือนคนตายก็ใจเสีย
กลัวความผิดพากันหนีไป พริ้มเพราลืมตาโพลงลุกขึ้นวิ่งกลับบ้านเดชาบดินทร์ ระหว่างนั้นสายกับอินตากำลังมองหานเรนทร์ เห็นพริ้มเพราวิ่งร้องเหมือนคนเสียสติมาที่หลุมศพซ้อน เธอใช้มือขุด พร่ำรำพันว่าอย่าโกรธตน ตนจะเอาศพเขาขึ้นมาเผา จะได้ไปสู่สุคติไม่มาหลอกหลอนตนอีก อินตากับสายมองอย่างเวทนา
ศักดิ์ระพี คุณใหญ่และเติมได้ยินเสียงวิ่งมาที่ท้ายสวน เห็นพริ้มเพรากำลังขุดดินก็แปลกใจเข้าไปหา เธอตกใจท่าทางหวาดผวาเต็มที่ เห็นเติมเป็นละม่อม วิ่งหนีมาทางศักดิ์ระพี ก็เห็นเขาเป็นท่านต้น เธอถลาถอยมาทางคุณใหญ่กลับเห็นเป็นดวงพร สติพริ้มเพราแตกกระเจิง เกิดภาพหลอนว่าซ้อนยื่นมือจากหลุมมาจับขาเธอไว้ ชวนไปอยู่ด้วยกัน เสียงท่านต้นต่อว่าเธอเนรคุณ
“ท่านต้น...ฉันผิดไปแล้วที่วางยาท่านต้น ฉันขอโทษ” เสียงดวงพรต่อว่าที่ปล่อยให้ตนตายแล้วยังทำร้ายลูกตน “ดวงพร...อย่ามาหลอกหลอนฉันเลย” พริ้มเพรายกมือไหว้ เสียงซ้อนกับละม่อมทวงชีวิต เธอผวา “อย่านะละม่อมซ้อน ฉันไม่ได้ฆ่าแกสองคน นเรนทร์เป็นคนฆ่า”
คุณใหญ่กับศักดิ์ระพีตกใจกับคำสารภาพของพริ้มเพรา พริ้มเพราพร่ำขอโทษ ศักดิ์ระพีถามหานเรนทร์ เธอมีท่าทางหวาดกลัวมากขึ้น “นเรนทร์เป็นปีศาจ นเรนทร์ฆ่าละม่อม ฆ่าซ้อน ยกโทษให้ฉันด้วย ฉันกลัวแล้ว ฉันกลัวแล้ว...” สิ้นเสียงพริ้มเพราล้มลงหมดสติ
อินตากับสายแอบมองนึกเวทนาบาปกรรมที่ทำร้ายพวกตนตามสนองแล้ว...ทั้งคุณใหญ่และศักดิ์ระพีพาพริ้มเพราเข้ามานอนในบ้าน ทั้งสองไม่คิดว่าสองป้าหลานจะกระทำการเลวร้ายทั้งหมด คุณใหญ่ฉุกคิดว่านเรนทร์จะเกี่ยวข้องกับการหายไปของยอแสง อินตากับสายได้ยินใจหายเป็นห่วงตะวันในทันที ศักดิ์ระพีหันมาเห็นอินตากับสายวิ่งไปจึงรีบตาม
ในขณะที่นเรนทร์กลับมาที่โกดังเก็บศพโตกับเกิดละล่ำละลักรายงานว่าพริ้มเพราเป็นบ้าไปแล้ว นเรนทร์โกรธครุ่นคิดแผนร้ายต่อไป...อินตามีลางสังหรณ์ไม่ดีเป็นห่วงตะวันอย่างมาก ศักดิ์ระพีกับคุณใหญ่ตามมาติดๆ
ระหว่างนั้นตะวันนั่งซ่อมเสื้อผ้าที่ขาดให้พ่อกับแม่ นเรนทร์เดินกร่างเข้ามาพร้อมโตกับเกิด ฉุดลากตะวันออกไป เธอต่อสู้ดิ้นรนสุดแรง อินตากับสายมาถึงเห็นข้าวของเกลื่อนกลาด เดาได้ทันทีว่าเป็นฝีมือนเรนทร์แน่ ทั้งสองรีบออกไปตามหา ศักดิ์ระพีกับคุณใหญ่สะกดรอยตาม
นเรนทร์เอาตัวตะวันมาที่เพิงร้างที่มักมาสูบฝิ่น ตะวันดิ้นรนถามจับตนมาทำไม นเรนทร์เสียงกร้าวใครที่คิดแย่งสมบัติของตนต้องตาย ตะวันพยายามบอกว่าตนไม่คิดจะกลับไปที่เดชาบดินทร์อีก ตนอยากอยู่เรือกระแชงกับพ่อแม่ นเรนทร์ตวาด
“ฉันไม่เชื่อแก ฉันไม่เชื่อใครทั้งนั้น!แกตาย!” นเรนทร์ชักมีดออกหมายจะแทงตะวัน
ตะวันดิ้นต่อสู้จนหลุดวิ่งหนีออกจากเพิง นเรนทร์ตามมาจิกผมจนหน้าหงายล้มลง อินตากับสายมาถึงปราดเข้าปกป้องตะวันไว้ นเรนทร์โกรธสั่งโตกับเกิดจัดการ ทั้งสองสู้อินตาไม่ได้ถูกน็อกคนละหมัดสลบไป อินตาหันมาขอร้องนเรนทร์ให้ปล่อยตะวัน สายพร่ำขออย่าทำร้ายใครอีก ตนรับรองว่าเขาจะได้สมบัติทั้งหมด
“โกหก!พวกแกรักนังยอแสงยิ่งกว่าลูกของแก พวกแกโกหกฉันมาตลอด ฉันไม่เชื่อใครทั้งนั้น” นเรนทร์กราดเกรี้ยว
“ปล่อยยอแสงไปซะนเรนทร์...พ่อยอมให้แกทำร้ายยอแสงไม่ได้ ถ้าไม่หยุดแกจะต้องเจ็บตัว พ่อไม่อยากทำร้ายแก”
ตะวันกัดแขนนเรนทร์ดิ้นเอาตัวรอดออกมาได้ นเรนทร์หันมาสู้กับอินตาแต่สู้ไม่ได้ถูกอินตาบิดข้อมือจนมีดหล่น จึงใช้เล่ห์เอาความรักของพ่อ บอกตนผิดไปแล้ว ตนสำนึกผิดแล้ว อินตาใจอ่อนปล่อยลูกทรุดลงกอด
“พ่อขอโทษ พ่อผิดเอง พ่ออยากให้ลูกสบาย แต่ไม่คิดเลยว่าคนบ้านเดชาบดินทร์จะทำให้ลูกเป็นอย่างนี้ กลับตัวกลับใจเสียเถอะนะนเรนทร์”
ตะวันงงกับคำพูดของอินตา สายจะพาตะวันกลับ นเรนทร์ฉวยโอกาสคว้าไม้ฟาดอินตาอย่างแรงจนล้มลง แล้วกระหน่ำเตะอีกหลายครั้ง สำรอกออกมา “ไอ้โง่ ฉันก็พูดไปอย่างนั้นเอง แกคิดว่าเป็นพ่อฉันเหรอ ไม่มีวันหรอกฉันคือนเรนทร์ เดชาบดินทร์ ฉันเป็นลูกชายคนเดียวของท่านต้น ฉันไม่นับคนอย่างพวกแกเป็นพ่อแม่ของฉัน”
อินตาเจ็บหนักลุกไม่ขึ้น นเรนทร์ถือมีดแกว่งเข้าหาตะวัน สายรีบเข้าไปขวางขอร้องอย่าทำอะไรตะวัน นเรนทร์ไม่ฟังกระชากสายเหวี่ยงล้มลง ตะวันจะไปช่วยสาย แต่ถูกนเรนทร์ดึงตัวไว้เอามีดจ่อคอกดลงจนเลือดซิบ สายร่ำไห้ขอร้องอย่าทำร้ายใครอีก ทันใดศักดิ์ระพีกับคุณใหญ่ตามมาถึง ศักดิ์ระพีเข้าดึงนเรนทร์ออกมาชกล้มลง คุณใหญ่ประคองตะวันดึงออกห่าง
นเรนทร์กราดเกรี้ยว “แส่นักนะ...ไอ้ศักดิ์ระพี แกตาย!”
นเรนทร์พยายามแทงศักดิ์ระพีและสั่งโตกับเกิดจับตะวันกับคุณใหญ่ไว้ เกิดการสู้ชุลมุน ศักดิ์ระพีพะว้า พะวังเป็นห่วงคุณใหญ่กับตะวัน นเรนทร์ฉวยโอกาสแทง เขาหลบทันเฉียดแขนเลือดสาด นเรนทร์ไม่รอช้าเตะและปรี่เข้าจะแทงซ้ำ ตะวันวิ่งเข้าไปขวาง โดนมีดแทงเข้าที่อกด้านขวา ล้มลงในอ้อมกอดศักดิ์ระพี นเรนทร์หัวเราะร่าสะใจ ศักดิ์ระพีโกรธมาก
“นเรนทร์ แกทำร้ายผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ แกมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย!” ศักดิ์ระพีเตะมีดในมือนเรนทร์กระเด็นไปแล้วโถมเข้ากระหน่ำชกนเรนทร์ไม่ยั้งจนสะบักสะบอม คุณใหญ่ต้องห้าม
ศักดิ์ระพีหันมาอุ้มตะวัน พร่ำบอกให้เธออดทนไว้ ตนจะพาไปโรงพยาบาล...อินตากับสายหันมองนเรนทร์ที่นอนกองอยู่อย่างห่วงใย
ooooooo
ถึงโรงพยาบาล ศักดิ์ระพีอุ้มตะวันวิ่งเรียกหาหมอลั่น ตะวันปรือตาพยายามพูดก่อนจะหมดสติ
“อาเล็ก...ยอแสงมีเรื่องจะบอกอาเล็ก ยอแสงกับตะวันเป็นคนเดียวกัน”
ศักดิ์ระพีตะลึงกอดเธอไว้แน่นพร่ำบอก “เธอต้องไม่เป็นไร เธอต้องปลอดภัย อดทนไว้ อารักยอแสง... ได้ยินไหมอาเล็กรักยอแสง!”
อีกมุมของโรงพยาบาล อินตากับสายประคองนเรนทร์มาขอให้พยาบาลช่วย พยาบาลเห็นอินตาเจ็บหนักไม่น้อย อินตาขอร้องให้ช่วยลูกตนก่อน นเรนทร์ยังขัดขืนผลักไสทั้งสองให้ออกห่าง มองไปเห็นตำรวจก็ร้องโวยวายขึ้น
“ตำรวจ...มาจับสองคนนี้ที มันเป็นฆาตกรฆ่าคน ตำรวจมาจับมันเร็ว มันจะฆ่าผม”
อินตาตกใจดึงสายหนี สายละล้าละลังเป็นห่วง นเรนทร์ตวาดพยาบาล “รีบรักษาฉันสิ ฉันคือนเรนทร์ เดชาบดินทร์นะ ฉันมีเงินจ่ายพวกแกไม่อั้น พวกแกต้องรักษาฉันให้ดีที่สุด”
พอเอี้ยงรู้เรื่องก็รีบมาที่โรงพยาบาล หมอออกมาบอกว่าตะวันเสียเลือดมาก ยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องรอดูอาการ เอี้ยงขอเข้าไปเยี่ยม แต่หมอขอให้ผู้หญิงเข้าเยี่ยมจะดีกว่า...เพราะตะวันโดนแทงที่อกด้านขวา ทำให้คุณใหญ่เห็นปานแดงรูปหัวใจ เธอดีใจมากที่ยอแสงคือลูกของดวงพร ทายาทที่แท้จริงของท่านต้น คุณใหญ่พร่ำบอกให้ยอแสงฟื้นมาทวงสิทธิ์ของตัวเอง
จวบจนฟ้าสว่าง นเรนทร์นอนเจ็บอยู่ในห้องคนไข้ ท่าทางเขาเหมือนมีอาการทางจิต พร่ำพูดแต่จะต้องกลับไปเอาสมบัติที่บ้านเดชาบดินทร์ เขาเดินมาเปิดประตูเห็นตำรวจเดินคุยมากับพยาบาลก็หวาดผวา รีบหนีออก ไปอีกทาง...คุณใหญ่รู้เรื่องหวั่นใจว่าคนที่บ้านจะไม่ปลอดภัย
เอี้ยงมาส่งข่าวใจบุญ เธอตกใจมากเข้าบ้านหยิบกระเป๋าจะตามไปเยี่ยม บารมีออกมาเจอเอี้ยง ด่าว่าหน้าด้านหน้าทนไม่เลิกยุ่งกับลูกสาวตนเสียที เอี้ยงพยายามบอกว่าตอนนี้ตนกับใจบุญมีแต่ความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน บารมีไม่เชื่อ เหยียดว่าเป็นเพื่อนก็ไม่คู่ควร แล้วไล่ตีให้ออกไป
“ระวังครับ คุณบารมีไม่สบายอยู่ไม่ใช่หรือครับ” เอี้ยงเป็นห่วง
บารมีหัวเราะเยาะ “ฮึๆ ฉันจะบอกให้เอาบุญ ฉันสบายดี ไม่ได้เป็นอะไรหรอก ฉันรู้จักใจบุญดียังไงลูกสาวก็รักฉัน ยิ่งคิดว่าฉันไม่สบาย ยิ่งไม่กล้าขัดใจ”
“คุณหลอกใจบุญ คุณทำแบบนี้ทำไม รู้ไหมว่าใจบุญเจ็บปวดแค่ไหนที่ต้องบากหน้าเข้าไปขอความเห็นใจ ทั้งที่รู้ว่าอาเล็กไม่ได้รัก”
“แล้วแกรู้ไหมว่าฉันเจ็บปวดแค่ไหน ถ้าใจบุญจะรักกับคนอย่างแก”
เอี้ยงเสียใจก้มหน้านิ่งพูดอะไรไม่ออก ใจบุญก้าวเข้ามาน้ำตานองหน้า ไม่คิดว่าแม่จะใช้ความรักของตนหลอกตน แม่คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่รู้เลยว่าทำให้คนต้องเสียใจกี่คน ใจบุญประกาศจะไม่เชื่อแม่อีก ว่าแล้วก็วิ่งหนีออกไปไม่สนใจว่าบารมีจะเป็นลม บารมีเสียใจมาก...เอี้ยงถามใจบุญแน่ใจหรือจะไม่กลับไปดูแลแม่ เธอตัดสินใจจะทำสิ่งที่ถูกต้องเสียที
บ่ายวันนั้นสายกับอินตาแอบมาเยี่ยมตะวัน แต่เห็นพยาบาลอยู่ในห้องจึงถอยกลับ คุณใหญ่มาพอดีจำทั้งสองได้ อินตากับสายปัดว่าเธอจำคนผิด แต่พอพยาบาลออกมาบอกว่าคนไข้ฟื้นก็เผลอดีใจ คุณใหญ่ให้ทั้งสองเข้าไปเยี่ยมด้วยกัน เพราะต่างเป็นห่วงตะวันเหมือนกัน
พอตะวันเห็นอินตาและสายมากับคุณใหญ่ก็ดีใจมาก รีบถามอาการอินตาอย่างห่วงใย คุณใหญ่ขอให้อินตากับสายบอกความจริงเสียที...อินตาเล่าถึงวันที่ดวงพรคลอดลูกวันเดียวกับสาย พริ้มเพรามาขอแลกเด็กเพราะท่านต้นอยากได้ลูกชาย พวกตนอยากให้ลูกสบายจึงยอม
ตะวันฟังแล้วน้ำตาร่วง เพราะเหตุนี้นเรนทร์ถึงเกลียดและอยากฆ่าตน อินตากับสายร่ำไห้ขอโทษ ตะวันหันมากราบคุณใหญ่ขอโทษที่ตัวเองปิดบังชื่อจริงเช่นกัน คุณใหญ่มีความสุขที่ได้สายเลือดที่แท้จริงของเดชาบดินทร์คืนมา เธอชวนให้อินตาและสายอยู่ด้วยกัน ทั้งสองละอายใจ ตะวันยืนกรานว่าพ่อแม่อยู่ที่ไหนตนจะไปอยู่ด้วย ทั้งสองจึงยอมจำนน
ศักดิ์ระพีเดินมาเห็นใจบุญนั่งอยู่จึงทักทาย ใจบุญรวบรวมความกล้ากราบขอโทษที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย เขาไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ไม่ได้ทำ ศักดิ์ระพีห่วงความรู้สึกบารมี
“คุณแม่กับใจบุญต้องยอมรับและเผชิญหน้ากับความจริงค่ะ การเห็นแก่ตัวของเราสองคนสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นมากเกินพอแล้ว ใจบุญอยากแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้องค่ะ” ศักดิ์ระพีถามอะไรคือความถูกต้อง “อาเล็กควรได้ใช้ชีวิตคู่กับคนที่อาเล็กรักค่ะ ใจบุญกล้ายอมรับความรู้สึกของตัวเองแล้ว อาเล็กก็ควรจะซื่อสัตย์กับหัวใจตัวเอง รักใครก็อย่าเก็บไว้ในใจ บอกเขาคนนั้นให้รู้ด้วยเถอะนะคะ” ใจบุญยิ้มให้กำลังใจ ศักดิ์ระพียิ้มตอบเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ
ใจบุญกลับมาหาเอี้ยงด้วยความรู้สึกสบายใจที่ได้พูดความจริงออกไป เอี้ยงยินดีด้วย...ศักดิ์ระพีกำลังจะเข้าไปเยี่ยมตะวันด้วยหัวใจที่พร้อมจะบอกรัก แต่พอเห็นอินตากับสายอยู่ก็ชะงักลังเล คุณใหญ่เดินออกมาเจอ เขารีบถามอาการตะวัน คุณใหญ่ให้เข้าไปดูด้วยตาตัวเอง
“ผม...ผมทำตัวไม่ถูก ที่ผ่านมาผมคิดว่ารู้จักยอแสงดีแต่ผมกลับไม่รู้อะไรเกี่ยวกับยอแสงเลย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องปิดบังผมด้วย”
คุณใหญ่ว่าตะวันต้องมีเหตุผล แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องบังเอิญเหลือเกิน ทายาทตัวจริงอยู่ในบ้านเดชา– บดินทร์นานแล้ว คงเป็นเพราะดวงวิญญาณท่านต้นที่นำเลือดเนื้อเชื้อไขกลับมา
ในขณะที่นเรนทร์ระบายอารมณ์แค้นด้วยการซ้อมยิงปืนอย่างแม่นยำ เข่นเขี้ยวจะไม่ยอมให้ตะวันได้สมบัติเดชาบดินทร์ไปเด็ดขาด...ด้านพร้อมมิตรและจิตรใสเริ่มสนุกกับงานที่อนามัย ช่วยเหลือคนไข้ด้วยความเห็นใจ จนเห็นว่าชาวบ้านยากจนจึงนำเงินส่วนตัวมาแจกจ่ายให้ ธาดามาเห็นรีบดึงสองสาวออกมาติงว่า พวกเธอกำลังทำให้ชาวบ้านไม่รู้จักพึ่งพาตัวเอง พร้อมมิตรจึงบอกว่าตนจะตั้งเป็นมูลนิธิเดชาบดินทร์ขึ้นมาช่วยเหลือชาวบ้าน ธาดาเห็นดีด้วย
“ผมดีใจที่คุณทั้งสองคิดทำอะไรดีๆเพื่อคนอื่น อาทิตย์หน้าผมจะย้ายไปอยู่อนามัยจังหวัดสิงห์บุรี ต่อไปคุณทั้งสองจะได้เป็นอิสระ ไม่มีคนคอยห้าม”
ทั้งสองสาวใจหายที่มันกะทันหัน แต่พร้อมมิตรแกล้งเชิดใส่ไม่สนใจ...ขณะเดียวกัน ศักดิ์ระพีน้อยใจที่ตะวันปิดบังความจริง จึงบอกกับคุณใหญ่ว่า ที่ผ่านมาตนคิดว่ารู้จักตะวันดี แต่เอาเข้าจริงกลับไม่รู้จักเธอเลย ตะวันเดินมาได้ยินรีบเข้าไปอธิบายแต่เขาไม่ยอมฟัง ตะวันขอโทษ
“เธอไม่ตั้งใจโกหกแล้วจะขอโทษฉันทำไม ฉันควรจะเรียกเธอว่าคุณหนูตะวัน...ยอแสง หรือไอ้ยอดีล่ะ” แววตาศักดิ์ระพีเต็มไปด้วยความน้อยใจสับสน
ตะวันน้ำตาร่วงขอให้เขาอย่าโกรธจะเรียกตนว่าอะไรก็ได้ ศักดิ์ระพีโต้ว่าเขายังสับสนทำใจไม่ได้ที่โดนโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“การที่คนเรามีความจริงใจให้ใครสักคน แต่กลับได้รับแต่ความหลอกลวงกลับมา มันเจ็บปวดมากนะ...ครั้งที่แล้วเรื่องเป็นผู้ชาย ครั้งนี้เรื่องที่เธอเป็นลูกแม่สาย แล้วต่อไปจะมีเรื่องอะไรอีกไหม ขอเวลาฉันทำใจหน่อยเถอะนะ ฉันไม่รู้จริงๆว่าควรจะทำตัวยังไง ควรจะรู้สึกยังไงกับเธอดี” พูดจบศักดิ์ระพีเดินหนีไป ตะวันมองตามด้วยความรู้สึกผิดอยากให้เขายกโทษ
ooooooo
..
------------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/tawanyorsang/ep13/page1
ตะวันยอแสง ตอนที่ 13
นพดลสวมชุดนายร้อยเต็มยศ นำกระบี่มาหาบารมีที่บ้าน วางกระบี่ลงตรงหน้าเธอ บารมีตกใจคิดไปเองว่าเขาเอาหน้าที่ตำแหน่งมาขู่ด่าว่าไอ้ขี้ครอก เอี้ยงมีท่าทีเจียมตัวนอบน้อม กล่าวน้ำเสียงหนักแน่นว่า ตนมาสู่ขอใจบุญ ใจบุญยิ้มปลื้มแต่บารมีเหยียดจะเอาอะไรเลี้ยงลูกสาวตน
“ผมมีแต่เกียรติยศของลูกผู้ชายคนหนึ่งที่ทำงานเป็นตำรวจ ผมไม่มีสินสอดมีแต่กระบี่เล่มนี้ที่เป็นเครื่องรับประกันว่าผมพร้อมจะเลี้ยงดูใจบุญด้วยชีวิตของผม”
บารมีลุกขึ้นชี้หน้าด่า บังอาจหมายปองของสูง คนกระจอกอย่างเขาไม่มีวันเลี้ยงลูกสาวตนได้ เอี้ยงย้อนว่าเธอวัดค่าของคนด้วยฐานะชาติตระกูล แต่ตนวัดค่าด้วยความรักด้วยเกียรติยศที่ภาคภูมิใจ ตนมั่นใจว่าสามารถทำให้ใจบุญมีความสุขได้ บารมีดูแคลนคงจะกัดก้อนเกลือกิน
ใจบุญก้มลงกราบแม่ขอร้องให้ตนเลือกคู่ครองเอง แต่บารมียื่นคำขาดถ้าเลือกเอี้ยง ไม่ต้องเรียกตนว่าแม่อีก ใจบุญร้องไห้เสียใจ เอี้ยงปลอบว่าตนไม่มีวันยอมแพ้ ตนสัญญาจะทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจบารมีให้ได้
จากที่ต้องหนีหัวซุกหัวซุน นเรนทร์เริ่มอดอยาก ต้องเก็บอาหารที่ตกพื้นมากิน ซุกตัวนอนข้างกองขยะท้ายตลาด ได้ยินชาวบ้านคุยกันเรื่องบ้านเดชาบดินทร์จะตั้งมูลนิธิช่วยเหลือชาวบ้าน จะเปิดโรงทานต้อนรับทายาทที่แท้จริงของดวงพรและท่านต้นวันเปิดพินัยกรรม นเรนทร์ยิ่งแค้นใจขบกรามแน่น
หมอมาตรวจอาการตะวันที่บ้านเดชาบดินทร์และรักษาอาการทางจิตของพริ้มเพราด้วย เติมพลั้งปากว่าบาปกรรมตามทันในชาตินี้ คุณใหญ่ปราม ตะวันคิดว่าอย่างไรเสียพริ้มเพราก็เป็นพี่สาวแม่ เป็นป้าของตนจึงให้อภัยและพยายามดูแลอย่างดี แต่ด้วยความที่ตะวันมีหน้าตาเหมือนดวงพร ทำให้พริ้มเพราหวาดผวา โวยวาย
“ดวงพร! แกมาแก้แค้นฉันใช่ไหม ฉันไม่กลัวแกหรอกนังผีบ้า!”
ตะวันพยายามปลอบว่าตนคือตะวัน พริ้มเพราเริ่มมีสติ สีหน้าเปลี่ยนเป็นเชิดใส่ “แกจะไล่ฉันออกจากบ้านรึ ไม่ต้องห่วง ฉันจะรีบไปจากบ้านเดชาบดินทร์ให้เร็วที่สุด”
ตะวันเข้ากุมมือขอเรียกเธอว่าป้าพริ้ม เราเป็นสายเลือดเดียวกัน ตนไม่มีพ่อแม่เหลือ ขอให้เธออยู่เป็นญาติเพียงคนเดียวของตน ตะวันก้มกราบด้วยความจริงใจ พริ้มเพราน้ำตาคลอคาดไม่ถึงเพราะคิดร้ายมาตลอด ทำไมถึงยังดีกับตน
“คนทุกคนสามารถทำผิดพลาดกันได้ ถ้าได้รับโอกาสตะวันเชื่อว่าคนคนนั้นจะกลับตัวเป็นคนดีได้ไม่ยาก”
พริ้มเพราร้องไห้โฮที่ตะวันมีจิตใจงามเหมือนดวงพรไม่มีผิด ตะวันเข้าสวมกอดอ้อนขอให้เธอเล่าเรื่องแม่ให้ฟัง พริ้มเพรายิ้มทั้งน้ำตา เล่าเรื่องดวงพรด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นตื้นตัน
วันต่อมาพริ้มเพราเดินมาที่เรือนแพ ราวคนหมดแรงคิดถึงตอนที่ดวงพรยังมีชีวิตอยู่ น้ำตารินไหลทรุดลงร่ำไห้รำพันอย่างผู้แพ้ปานจะขาดใจ “ดวงพร...ฉันผิดเองที่คิดแข่งขันกับเธอมาตลอด ฉันคิดไปเองว่าเธอกำลังแย่งทุกอย่างไปจากฉัน ในที่สุดฉันก็แพ้...ฉันแพ้เธอกับตะวันอย่างสิ้นท่า สิ่งที่ฉันสู้เธอสองแม่ลูกไม่ได้ก็คือความดีและความเมตตาในหัวใจ”
ooooooo
ใกล้ถึงวันเปิดพินัยกรรม ทุกคนในบ้านเดชา-บดินทร์ช่วยกันเตรียมงานตามความถนัด แม้แต่พร้อมมิตรกับจิตรใสก็ช่วยกันมาจัดตกแต่งผ้าม่าน โดยให้ธาดาปีนขึ้นไปแขวน ใจบุญกับเอี้ยงช่วยกันจัดดอกไม้ มีเพียงพริ้มเพราที่นั่งเหม่อลอย สายกับอินตาช่วยกันเช็ดจานชาม
สายเห็นพริ้มเพราเกิดความสงสารอยากเข้าไปปลอบ แต่อินตารั้งไว้ให้ปล่อยเธอทบทวนทุกอย่างด้วยตัวเอง...ตะวันกับคุณใหญ่เดินมา ตะวันชมสีผ้าม่านสวยหวาน ธาดาบอกว่าพร้อมมิตรเป็นคนเลือกและออกแบบ ตะวันหันมาขอบคุณแต่พร้อมมิตรเชิดหน้าประชด
“ฉันช่วยเพราะต้องหัดทำตัวให้ชินกับการเป็นผู้อาศัยบ้านเดชาบดินทร์”
“ถ้าพี่พร้อมไม่ทำฉันก็ไม่ทำเหมือนกัน” จิตรใสเดินเชิดตามพร้อมมิตรออกไป
คุณใหญ่ส่ายหน้าเพราะรู้ทันสองสาว ปากแข็งตะเภาเดียวกัน ตะวันสบตาราวถามเพื่อความมั่นใจ คุณใหญ่ย้ำ “สามพี่น้องบ้านเดชาบดินทร์ นิสัยไม่ผิดกันสักนิด”
ตะวันอมยิ้มเจ้าเล่ห์...ตะวันถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องพร้อมมิตรกับจิตรใส พร้อมมิตรโวยไม่รู้จักเคาะประตู ตะวันทำทีขอให้ทั้งสองสาวช่วยดูว่าชุดที่ถือมาเหมาะกับตนไหม “ตะวันเหมือนเด็กบ้านนอกไม่ประสา พี่พร้อมกับจิตรใสคนสวยช่วยเมตตาตะวันด้วยนะคะ”
สองสาวเขินที่โดนชมแต่ยังเก๊กข่ม พร้อมมิตรว่าชุดนี้เฉิ่มมากแล้วหาชุดของตัวเองส่งให้ จิตรใสช่วยเลือกเครื่องประดับของตัวเองเสริม ตะวันยิ้มขอบคุณอย่างจริงใจ สองสาวใจละลาย
“เราสองคนทำร้ายเธอมาตลอด ทำไมเธอถึงอยากใกล้ชิดเรา” พร้อมมิตรเอ่ยถาม
“เพราะพี่พร้อมกับจิตรใสเป็นพี่น้องของตะวัน เราสามคนคือครอบครัวเดียวกันนะคะ”
สองสาวยิ้มปลื้มรู้สึกถึงมิตรภาพของพี่น้องที่ตะวันมอบให้กำลังเริ่มต้น...ในขณะที่ธาดาช่วยทุกคนทำงานอย่างสนุกสนาน ศักดิ์ระพีเดินเข้ามาประจันหน้า ใจบุญเห็นแล้วใจคอไม่ดีกลัวมีเรื่องกัน ศักดิ์ระพีเอ่ยกับธาดาว่าที่จะย้ายไปทำงานต่างจังหวัดคงมีคนอยากย้ายตามไปด้วย ขอแสดงความยินดีทั้งเรื่องงานและเรื่องหัวใจ ธาดางงว่าเขาพูดเรื่องอะไร ตะวันเดินมาศักดิ์ระพีชะงักเลี่ยงไปเพราะยังเคือง ตะวันมองตามเศร้าๆ
ในขณะที่นเรนทร์นั่งลับมีดอยู่ท้ายสวนลึก แววตาโหดเหี้ยมเข่นเขี้ยวว่าตะวันแย่งทุกอย่างไปจากตน เธอต้องตาย...ด้านอินตากับสายเจียมตัวไม่ขึ้นไปกินข้าวบนตึก ตะวันจึงมานั่งร่วมวงด้วยอย่างไม่รังเกียจ และยังปูที่นอนให้ก่อนจะก้มกราบทั้งสองคนอย่างสำนึกในบุญคุณ ที่ตนเป็นคนดีได้เพราะความรักที่พ่อกับแม่มีให้ ทั้งสองตื้นตันในความกตัญญูของตะวัน
ooooooo
รุ่งเช้าคุณใหญ่ดูแลความเรียบร้อยในบ้านอีกครั้ง รู้สึกเหมือนเห็นนเรนทร์ พอดีดิเรกทนายประจำตระกูลมาถึง เขาตื่นเต้นอยากเห็นทายาทที่แท้จริง คุณใหญ่ชี้ไปที่ตะวันที่กำลังก้าวลงบันไดมาในชุดสวยหวาน แม้แต่ศักดิ์ระพียังตะลึง สายกับอินตามองปลื้มปีติ
ริมหน้าต่างห้องอาหาร เติมเห็นรอยเท้าเปื้อนโคลนก็เอะใจว่ารอยเท้าใคร...ท่ามกลางความตื่นเต้นของทุกคนที่รอฟังดิเรกอ่านพินัยกรรม
“พินัยกรรมฉบับสมบูรณ์ที่ท่านต้น เดชาบดินทร์ได้ทำไว้ก่อนสิ้นชีวิตระบุว่า ขอมอบมรดกทั้งหมดของบ้านเดชาบดินทร์ให้กับลูกของดวงพร ทายาทที่แท้จริง”
คุณใหญ่กล่าวเสริมว่าทายาทของดวงพรก็คือ... ตะวัน อินตากับสายดีใจที่ทุกอย่างอยู่ถูกที่ถูกเวลาเสียที ทุกคนพลอยดีใจไปด้วย แต่แล้วนเรนทร์ถือปืนก้าวเข้ามาสีหน้าอำมหิตเสียงกร้าว “ทายาทที่แท้จริงคือฉัน...มรดกของตระกูลเดชาบดินทร์จะต้องเป็นของนเรนทร์ เดชาบดินทร์”
ทุกคนตกใจ พริ้มเพราผวาร้องลั่นไอ้ฆาตกรจะฆ่าทุกคน...นเรนทร์ปรี่เข้ากระชากแขนตวาดลั่น “แกนั่นแหละนังแม่มด แกเป็นคนทำให้ฉันเป็นแบบนี้!”
พริ้มเพราหวาดกลัวดิ้นหนี นเรนทร์ยิ่งบ้าคลั่งบอกกระสุนทุกนัดที่จะฆ่าคนวันนี้มีเธอร่วมมือ เธอจะต้องจดจำว่าเป็นคนสร้างปีศาจอย่างตนขึ้นมา พริ้มเพราร้องกรี๊ดๆ นเรนทร์จับมือพริ้มเพรากำปืนยิงกราดไปทั่ว เอี้ยงถลาเข้ากอดปกป้องใจบุญ กระสุนเจาะเข้าร่างเอี้ยงทรุดลง ธาดาดึงพร้อมมิตรกับจิตรใสหลบ นเรนทร์หัวเราะร่าสะใจที่เอี้ยงโดนยิง แล้วหันกระบอกปืนมาทางตะวัน ศักดิ์ระพีกระโดดเข้าขวางโดนยิงเข้าที่แขน ตะวันตกใจกอดร่างเขาร้องไห้
นเรนทร์หมั่นไส้จะเข้าไปดึงตัวตะวัน อินตาขวางขอร้อง “หยุดเถอะนเรนทร์ อย่าทำร้ายคนบริสุทธิ์อีกเลย ถ้าลูกอยากฆ่าคนก็ฆ่าพ่อเถอะ ถ้าพ่อไม่ยกลูกให้คนอื่น ลูกก็คงไม่เป็นแบบนี้”
นเรนทร์จ้องผู้เป็นพ่ออย่างคับแค้นใจ ตวาดคิดว่าตนไม่กล้ายิงหรือ อินตากล่าวทุกข์ที่สุดของพ่อคือการเห็นลูกเป็นคนเลว ถ้าการตายของพ่อทำให้ลูกสำนึกได้ก็ยอม อินตาคุกเข่าลงให้ลูกยิงเพื่อความแค้นจะได้จบสิ้น ตะวันร้องห้าม สายเข้าจับมือนเรนทร์ สายตาเธอเต็มไปด้วยความรัก ค่อยๆโอบกอด
“แม่จะใช้ความรักทั้งหมดต่อสู้กับความชั่วร้ายในตัวลูก ความรักของแม่จะเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำของลูกเอง เราเคยอยู่ด้วยกันมาตลอด 9 เดือนที่แม่อุ้มท้องลูก ลูกคือสายเลือดของแม่ ไม่ว่าลูกจะชั่วช้ายังไง ลูกก็ยังเป็นลูกของแม่อยู่ดี”
สายร้องเพลงเห่กล่อมเบาๆ ใจนเรนทร์อ่อนยวบลงคิดถึงตอนที่อยู่ในเรือกระแชง ร้องไห้ทรุดลงอย่างคนหมดสิ้นทุกอย่าง สายกอดเขาไว้แน่นราวส่งผ่านความรักและความอบอุ่นให้มากที่สุด ทุกคนน้ำตาซึมกับภาพที่เห็น...ธาดารีบพาศักดิ์ระพีกับเอี้ยงส่งโรงพยาบาล พร้อมมิตรถามคุณใหญ่ทำไมไม่เรียกตำรวจมาจับนเรนทร์
“ฉันไม่อยากซ้ำเติมใครอีก แค่นี้ทุกคนก็บอบช้ำกันมากแล้ว การให้อภัยคือสิ่งที่ดีที่สุด ฉันไม่อยากให้ใครอาฆาตจองเวรกันอีก”
พร้อมมิตรกับใจบุญพยักหน้า หันมาเจอหน้าใจบุญก็ชะงักที่เคยแกล้งเธอ ใจบุญยิ้มเป็นมิตร ทั้งสองจึงค่อยๆยิ้มตอบ ตะวันนึกเป็นห่วงอินตากับสาย ทั้งสองปลอบนเรนทร์อยู่ที่สนาม
นเรนทร์รู้ตัวว่าตัวเองชั่วช้าเลวทรามจะกลับเป็นคนดีได้อย่างไร สายกับอินตาปลอบว่าไม่มีคำว่าสายสำหรับคนที่อยากกลับตัว พ่อกับแม่จะอยู่เคียงข้างเขา นเรนทร์ซาบซึ้งก้มกราบเท้าทั้งสอง “ผมผิดไปแล้ว...ผมขอโทษ”
สายกอด บอกไม่เคยโกรธ อินตาย้ำว่าเขาคือลูกน้ำคลองของพ่อกับแม่ตลอดไป นเรนทร์ยิ้มทั้งน้ำตาบ่นอยากกินน้ำพริกมะขามฝีมือแม่ แต่ขอกราบขมา
ท่านต้นก่อน สายให้เข้าไปกราบรูปท่านต้น แต่นเรนทร์กลับบอกว่า “เท้าของผมสกปรกเกินกว่าจะเหยียบเข้าไปในบ้านหลังนี้”
อินตากับสายเข้าใจรีบไปขอนำรูปท่านต้นออกมา เมื่อทั้งสองเดินไป นเรนทร์ก็ลั่นวาจา
“ทุกคนให้อภัยผมหมดแล้วแต่ผมให้อภัยตัวเองไม่ได้ ผมสัญญาว่าจะกลับตัวเป็นคนดี...แต่ไม่ใช่ในชาตินี้!” นเรนทร์หยิบมีดพกออกมาตะโกนลั่น “หากชาติหน้ามีจริงผมจะขอกลับมาทดแทนพระคุณพ่อกับแม่” เขาใช้มีดแทงเข้าอกซ้ายตัดขั้วหัวใจตัวเอง ร่างสะดุ้งเฮือกขาดใจ
สายกรีดร้องแทบสิ้นสติ วิ่งกลับมากอดร่างที่ไร้วิญญาณของลูก อินตาทรุดลงร่ำไห้ ทุกคนวิ่งออกมาจากบ้าน ตะลึงกับภาพตรงหน้า คุณใหญ่แทบล้มทั้งยืน สลดใจเวทนาเหลือหลาย...
หลายวันผ่านไป พิธีศพนเรนทร์เป็นไปอย่างเรียบง่าย พริ้มเพราซุกตัวร้องไห้สำนึกผิด ตะวันปลอบใจสายและอินตาว่าทั้งสองยังมีตนเป็นลูกอีกคน ตนจะไม่ทิ้งพ่อกับแม่เด็ดขาด
เช้าวันใหม่ บารมีให้เอี้ยงไปพบที่บ้านเพื่อมอบกระบี่คืนให้ บอกเกียรติยศศักดิ์ศรีของเขามันกินไม่ได้ เอี้ยงรีบย้ำว่าตนรักและจะทำทุกอย่างให้ใจบุญมีความสุข
“นี่แหละที่ฉันอยากได้ยิน เก็บกระบี่ที่เป็นตัวแทนเกียรติยศของเธอไปเถอะ เธอพิสูจน์ให้ฉันเห็นแล้วว่าเธอรักใจบุญจริง” ใจบุญงง บารมีกล่าว “นพดลปกป้องลูกจนตัวเองบาดเจ็บ คนที่ยอมตายแทนลูกได้คือคนที่รักลูกสาวแม่จริงๆ...ดูแลใจบุญให้ดี อย่าทำให้ลูกสาวฉันเสียใจ”
เอี้ยงรับคำหนักแน่น ก้มลงกราบบารมีด้วยความตื้นตันใจ...ด้านธาดามาลาตะวันเพื่อไปทำงานที่สิงห์บุรี เขาลองถามเธออีกครั้งว่าอยากไปกับตนไหม ตะวันไม่อาจตอบได้ เขาหัวเราะเยาะตัวเองแล้วบอกให้เธอฟังเสียงจากหัวใจ ให้ใจตอบคำถามใจตัวเอง ตะวันคิดตามอึ้งๆ
ตั้งแต่ธาดาไป จิตรใสทำงานมูลนิธิด้วยความรู้สึกขาดหายอะไรไปบางอย่าง แล้วนึกได้ว่าขาดเสียงดุว่าของธาดา ทันใดนั้นธาดาเปิดประตูเข้ามา จิตรใสดีใจที่เขากลับมา ธาดาหน้าตึงถามว่าอนามัยสิงห์บุรีส่งตัวตนกลับมา บอกว่ามูลนิธิเดชาบดินทร์ขอตัวมาช่วยงาน มันหมายความว่าอย่างไร พร้อมมิตรตอบขำๆเชิดๆ
“หมายความว่านายต้องอยู่รับใช้ฉันที่นี่น่ะสิ”
ธาดาโวยไม่ทำ พร้อมมิตรเยาะไม่ว่าเขาจะย้ายไปที่ไหน ตนจะใช้ชื่อเสียงเดชาบดินทร์เรียกตัวเขากลับมาให้ได้ จิตรใสเหล่มองที่พี่สาวทำอะไรไม่ปรึกษาแต่ก็ดีใจ พร้อมมิตรให้เขาเริ่มงานหิ้วกระเป๋าเอกสารตามตนไป ธาดาบอกตนเป็นหมอไม่ใช่เลขา จิตรใสจึงขอให้เขามาเป็นเลขาตนแทน พร้อมมิตรต่อว่า “นี่เธอจะตามตอแยคนของฉันทุกคนเชียวรึ!”
“จิตรล้อเล่นค่ะพี่พร้อม แต่เอ๊ะ! เมื่อกี้จิตรได้ยินพี่พร้อมพูดว่าใครเป็นคนของพี่นะคะ”
“หูแว่วไปเอง ฉันไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย” พร้อมมิตรปัดแล้วเดินลิ่วนำไป
จิตรใสหันมาขำกับธาดา เขาเริ่มเข้าใจหัวใจตัวเอง เดินตามพร้อมมิตรไป...ด้านตะวันพอรู้ว่าศักดิ์ระพีย้ายกลับไปอยู่บ้านร่มรื่นก็ใจเสีย เขาคงโกรธตนมากจนไม่ลากันสักคำ คุณใหญ่ยุให้ไปง้อสักนิดเดี๋ยวก็หาย
ในขณะที่ศักดิ์ระพีดูหงุดหงิดไปทุกเรื่อง เรียกเติมให้เข้ามาหา ตะวันสวมชุดผู้ชายวิ่งเข้ามาหน้าทะเล้นบอกเขาใช้ไอ้ยอได้เลย ศักดิ์ระพีมองอย่างโกรธๆ ถามจะเล่นตลกอะไรอีก ตะวันบอกที่นี่มีแต่อาเล็กกับไอ้ยอ เขาสะบัดเสียงถามทำไมไม่ตามหัวใจไปสิงห์บุรี
“ไปไม่ได้หรอกครับ เพราะหัวใจไอ้ยอมันอยู่ที่บ้านร่มรื่น...ยอแสงไม่ได้ตั้งใจจะโกหกอาเล็กนะคะ แต่เหตุการณ์หลายอย่างมันทำให้เป็นแบบนั้น ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ยอแสงจะไม่ทำให้อาเล็กโกรธเลย”
“ฉันสำคัญกับเธอขนาดนั้นเชียวหรือ”
“สำคัญสิคะ ไม่ว่าตะวันจะเป็นยอแสงหรือไอ้ยอ หัวใจดวงนี้ของตะวันมันเป็นของอาเล็กคนเดียว...อาเล็กหายโกรธตะวันเถอะนะคะ”
ศักดิ์ระพีว่าไม่มีทาง ตะวันสลดลง เขาดึงเธอมากอด “ฉันจะไม่มีทางปล่อยหัวใจของฉันไปไหนอีกแล้ว”
ตะวันเขินอาย แต่ก็ดีใจที่เขายอมเข้าใจ...ทั้งสองกลับมาที่บ้านเดชาบดินทร์เพราะสายกับอินตาหายไปพร้อมเรือกระแชง ตะวันใจหายรีบตามหาจนทั่ว
อินตาตัดสินใจบวชอุทิศบุญกุศลให้นเรนทร์และท่านต้น สายไม่มีหน้ากลับไปอยู่กับตะวัน ขอใช้ชีวิตในเรือลำพัง...วันต่อมาขณะกำลังหลับ สายได้ยินเสียงตะวันเรียก
“แม่จ๋า...ตะวันจับกุ้งตัวใหญ่ให้แม่ได้แล้วจ้ะ มื้อเย็นวันนี้เรี่ยมสุดๆ”
สายตะลึงไม่คิดว่าตะวันจะตามเจอ ตะวันเข้ากอดสาย ขอใช้ความรักเยียวยาจิตใจเธอ สายน้ำตาร่วงเผาะสวมกอดตะวัน อิ่มแม่ของเอี้ยง เอี้ยง ใจบุญและศักดิ์ระพีเดินเข้ามา อิ่มอวดสายว่าตนได้ลูกชายนายร้อยกับว่าที่ลูกสะใภ้ ชาตินี้ไม่มีอะไรสุขเท่านี้อีกแล้ว ศักดิ์ระพีชวนสายกลับไปอยู่ด้วยกัน สายตื้นตันพยักหน้าทั้งน้ำตา
ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี ตะวันมีความสุข ทำน้ำพริกมะขามมาให้ศักดิ์ระพีชิมแล้วสารภาพกับเขาว่าหัวใจของเด็กตะวันเป็นของผู้ชายที่เจอที่งานวัดมานานแล้ว เขาปลื้มแต่แกล้งว่าเธอเป็นเด็กแก่แดด ตะวันย้อนยังดีกว่าผู้ใหญ่ปากแข็ง ป่านนี้ยังไม่เคยบอกรักตนสักคำ ศักดิ์ระพีว่าตนไม่ใช่พระเอกแบบละครวิทยุ ตะวันก้มหน้าน้อยใจ เขาคว้าตัวเธอมากอดพร้อมกล่าว
“แม่คุณ...อย่าเพิ่งงอนอาเล็กสิจ๊ะ อาเล็กไม่ใช่พระเอกละครวิทยุ แต่อาเล็กเป็นพระเอกในชีวิตจริงของยอแสงไง” ศักดิ์ระพีเอาแหวนออกมาสวมที่นิ้วตะวัน “อาเล็กยอมยอแสงทุกอย่าง ไม่ว่าผู้หญิงในอ้อมกอดคนนี้จะสว่างไสวเหมือนดวงตะวันหรือยอแสงยามเย็น แต่เธอก็คือคนๆเดียวที่อาเล็กรัก...อาเล็กรักตะวันยอแสงด้วยหัวใจทั้งหมดของอาเล็ก”
ตะวันยิ้มชื่นใจ ศักดิ์ระพีบรรจงจูบแต่ตะวันเอี้ยวหน้าหลบแล้วขโมยหอมแก้มก่อนจะสวมกอดเขาด้วยความรู้สึกเป็นสุขที่สุด...สองคนโอบกอดกันท่ามกลางแสงอบอุ่นที่สาดส่องลงมา
ooooooo
–อวสาน–
..
Logged
Pages:
[
1
]
« previous
next »
SMF 2.0.4
|
SMF © 2013
,
Simple Machines
| Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.063 seconds with 17 queries.
Loading...