User Info
Welcome,
Guest
. Please
login
or
register
.
22 June 2026, 13:42:03
1 Hour
1 Day
1 Week
1 Month
Forever
Login with username, password and session length
Search:
Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ
http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
30,321
Posts in
14,937
Topics by
70
Members
Latest Member:
KAN
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
|
เรื่องราวน่าอ่าน
|
นวนิยายที่น่าอ่านอย่างยิ่ง
(Moderators:
LAMBERG
,
moowarn
) |
ขุนช้าง ขุนแผน ฉบับถอดความ บทที่ 17
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
« previous
next »
Pages:
[
1
]
Author
Topic: ขุนช้าง ขุนแผน ฉบับถอดความ บทที่ 17 (Read 433 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 13,132
ขุนช้าง ขุนแผน ฉบับถอดความ บทที่ 17
«
on:
14 May 2026, 20:50:35 »
ขุนช้าง ขุนแผน ฉบับถอดความ บทที่ 17
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/1 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
.
ขุนช้าง ขุนแผน
เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ
ตอนที่ 17/1 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
ขุนแผนตั้งแต่ลาวทองโดนพรากจากอก ให้รู้ขุ่นข้องหมองใจ ข้าใช้ ไท ลาว ที่เป็นสาวๆมีมากมาย แต่ใจไม่ยินดีด้วย เพราะยังอาลัยรักในลาวทอง นอนผู้เดียวเปลี่ยวใจทุกวันคืน ตรมตรอมใจให้หมองหมาง ร้อนหน้า ร้อนใจ ดังถูกไฟลน คราหน้าฝนยามฟ้า ยามครางให้รำพึงครวญ
เมื่อลมหนาวพัดพามาให้ใจหาย จากเมียเสียใจให้คิดถึง แม้ปิดกายด้วยผ้าห่มยิ่งให้อาลัยหา แสนเสียดายนวลนางห่างจากกายไปกว่าปี
เพลากลางคืนให้ทุกข์ระทมใจ ยามหลับนอนให้ใจขุ่นข้องหม่นหมอง พลิกกายไปมา ก็ยังมิอาจหลับตาลงได้ ใจนึกคิดแต่ว่าอีกสักกี่ปีลาวทองนวลน้องจะคืนมา ได้ยินเสียเรไรร้องอยู่ใกล้เรือน ใจนั้นคิดถึงคราวเดินทางในป่ากับลาวทอง
“พี่ชี้ชวนแก้วตาให้ชมไพร อกเอ๋ย ไม่คาดคิดว่าจะต้องจากน้อง สงสารห้องหอ เพลานี้หามีน้องไม่ ช่างดูอ้างว้าง เยือกเย็น เงียบเหงาให้เปลี่ยวใจนัก ที่นอน หมอนของน้อง ดูหมองมัวไป ฤาน้องลาวทองเป็นไข้ ไม่สบายฤา จึงขุ่นมัวไป อัจกลับ ดับแสงมากว่าปีแล้ว น้องแก้วจะคิดถึงผัวบ้าง ฤาไม่หนอ
หมอนข้างกลิ้งไปไกลตัว ดังผัวเมียเราพรากแยกจากกัน เครื่องแป้ง เครื่องหอม มิได้ติดต้องกาย คันฉ่องก็แตกร้าว มุ้งกางค้างไว้ ก็ขาดลงพาดพันกัน น้ำมัน น้ำอบปรุง สิ้นกลิ่นทีเคยมี ใจเจ็บดังใครยิงด้วยพิษ ป่านฉะนี้ลาวทองน้องนางอยู่กรุง จะสะดุ้งตื่น เสียใจเยี่ยงพี่ฤาไม่หนอ”
เฝ้าแต่คะนึงครวญจนจวนรุ่ง ให้น้อยใจเจ็บ นอนไม่หลับ พลิกกายเปิดมุ้งเที่ยวมองหา เสียงดุเหว่าร้องแว่วมา คิดว่าเป็นเสียงน้อง ผวาเปิดประตูห้อง ไม่เห็นนางย่างขึ้นหอน้อย ให้รู้สึกเสียใจนัก พระจันทร์เคลื่อนคล้อย ฉายแสงสว่างเวิ้งว้าง ใบไทรพริ้วไหวยามต้องลม น้ำค้างที่ค้างคาใบดูเย็นยะเยือกจับใจ
“โอ้น้ำค้างดูเหมือนน้ำตานาง เช้า เย็น ยามจะนอน ก็นึกถึงแต่น้องนาง ยามกินก็กินแต่น้ำตา ยามดึกเฝ้าแต่ครวญคร่ำหา คิดแล้วให้ขุ่นข้องใจ
โอ้ว่ากรรมทำไว้ไฉนหนอ มาเกิดเรื่องวิปริตผิดไปได้ มีมิตรก็เหมือนไม่มี พอหย่อนให้กลับทำกำแหง สุดแสนจะแค้นเคืองไอ้ขุนช้าง จนมิอาจจะข่มใจได้ มันชิงวันทองไป อ้ายคนใจดำ มิได้ว่าสักคำให้เคืองใจ
แต่มันยังไปทูลยุแยง พูดเสียดแทงจนต้องเสียลาวทอง มันช่างทำได้ หากไม่แก้แค้น แค้นนี้มิอาจจางหาย มันช่างกระไรนัก เห็นว่ามีรักเป็นมิได้ เป็นต้องหักรานทุกคราไป
สุภาษิต ท่านกล่าวไว้ว่า ใครคด ก็ให้เอาแข็งเข้าต่อต้าน ถ้าใครซื่อ ซื่อต่อจนวายปราณ อ้ายขุนช้างมันพาลผิดจากเพื่อนทั่วไป ถึงจะโดนอาญา ก็ให้เป็นไปตามกรรมเถิด มิมีผู้ใดล่วงรู้ล่วงหน้าได้ ว่าจะเป็นฉันใด ตัวกูก็ได้ชื่อว่ามีดีอยู่บ้าง
พรุ่งนี้จะไปสุพรรณ จะผ่าแผ่ แล่อกมันมาดูให้ได้ จะทำให้สมแค้นที่มีอยู่ จะลักพาวันทองไปป่าดงพงไพร”
พอคิดได้ดังนี้ ก็รู้สึกกระสับกระส่าย เฝ้ารอเวลาตะวันรุ่ง ใจร้อนเดือดดาลพลุ่งพล่าน ด้วยคิดจะรีบเดินทาง ใจร้อนรน กระวนกระวาย ราวกับมีไฟมาสุมเผาผลาญ
ครั้นพอรุ่งเช้าก็เตรียมการเป็นที่เรียบร้อย มายังบ้านมารดาทันที นางทองประศรี ตำหมากยกสากค้าง กล่าวว่า
“พ่อแผนของแม่จะไปไหนแต่เช้าผิดเวลา พ่อมาไย แม่รู้สึกแปลกใจนัก”
ลำดับนั้น ขุนแผนนอบน้อม ก้มกราบมารดาแล้วกล่าวว่า
“ลูกนี้ตรอมใจมาเป็นเวลาช้านาน เหลือจะทานทนได้แล้ว จึงมาลาแม่ ลูกจะไปแก้เผ็ดอ้ายขุนช้าง ให้สิ้นอย่างสาสมกับมัน จะพาวันทองเข้าไปในป่า ถ้ามันตามมาลูกจะฟันให้บรรลัย”
ทองประศรีได้ฟังก็ปลอบลูกว่า
“แม่เห็นว่าควรหาทำไม่ แม่นี้รู้สึก เกลียดชัง รังเกียจการทำเยี่ยงนี้ ทั้งบ้านเมืองนี้ มันหมดสิ้นแล้วฤา หากว่างามรูป งามใจ แม่ไม่ห้าม ควรจะตามให้เต็มที่
แต่นี่งามแต่รูป แต่ใจหางามไม่ แม่เห็นว่ามิควรติดตาม วันทองนั้นหมองมัว เหมือนแหวนเพชรเม็ดแตกกระจาย จะผูกเรือน ก็ไม่รับกับเรือนงาม แม่จึงห้ามหวงเจ้าเพราะเจ็บใจ”
ขุนแผนตอบคำมารดาไปว่า
“ตามที่แม่ว่าก็เป็นความจริง ลูกหาได้เถียงไม่ จะว่าชั่วก็ชั่วทุกสิ่งไป ต่อคิดใคร่ครวญดูจึงเห็นได้เห็นว่ายังมีดี เมื่อเกิดเรื่องหึงหวง
คราวพบกันที่สุพรรณหลังกลับจากเชียงทอง ก็แจ้งว่าใจของนางยังไม่หน่ายหนี นางได้เล่าเรื่องความเป็นมา ตามเป็นจริงที่มี แต่ว่าลูกเสียทีที่ใจร้อนไปถือโทษโกรธนาง ทำสิ่งที่ไม่เหมาะสมไป แล้วหุนหันจากมา
สายทองได้เล่าความจริงทุกสิ่งว่า วันทองนั้น ร้องไห้เสียใจ ผูกคอตาย จากนั้นยังถูกเฆี่ยนโบยจากผู้เป็นมารดา ต้องทุกข์ระทม เจ็บทั้งกาย และใจ
ถึงอย่างนั้น ก็ยังมั่นคงในความหลัง ข้อนั้นลูกมิได้คะนึงคิดนัก ลูกลืมวันทองเสียสนิทไปแล้ว
แต่ว่าาลาวทองนอนอยู่ในห้องหอ มันแกล้งพรากเมียพร้อมกับทำลายน้ำมิตร ลูกจะชิงชังนิ่งเฉยหาเป็นไม่ จึงใคร่จะลองฤทธิ์ ให้ลือฝีมือกัน แม่จงอวยชัยให้ลูกแก้ว ไปแล้วมีชัย
อย่าให้ใจเกิดความหวาดหวั่น ถึงจะยกทัพตามมาสักสามพัน ลูกจะฟันให้เป็นละเอียดเป็นผุยผง”
นางทองประศรีรู้ว่าไม่อาจห้ามลูกได้ จึงได้แต่อวยพรให้สมดังประสงค์
“ขอให้พ่อเรืองฤทธิ์ ในรณรงค์ จงสำเร็จดังความคิดเถิด เมื่อไปพบวันทองที่ห้องหอ ขอให้เขายินยอมพร้อมใจไปกับเจ้า แต่อย่าได้หลงเล่ห์ลมมัวเชยชม สำเร็จกิจแล้วก็ให้รีบกลับมาเรือนพลัน”
ขุนแผนรับพรแล้วกราบไหว้มารดา คำให้พรจึงประสาท ประสิทธิ์ผลนัก ฤทธิ์กำเริบดีด้วยยินดีพรที่เป็นมงคล เวียนขวาสามรอบแล้วลาจากมา
ขึ้นไปที่หอพระนารายณ์ แล้วตั้งจิตให้เป็นสมาธิ จุดเทียนธูปถวายทั้งซ้าย ขวา เอาหินฝนจันทร์ผสมน้ำมันแล้วทา ให้ผู้ใดก็ตามได้เห็นกายแล้วเกิดเย้ายวนใจ สอดสนับเพลาม่วงดวงวิหก นุ่งผ้ายกแย่งทองสีสดใส รอยจีบกลีบกระหวัดสวยงาม
เสื้อสั้นชั้นใน ล้วนลงเลขยันต์ เสื้อนอกดอกช่อฉลุทอง คาดเจียรระบาด ใส่แหวนถักพระพิรอด สังวาลคั่นสลับกับเส้นผม เอาประเจียดมาประจุแล้วบรรจงโพก ได้มหาสิทธิโชคเป็นสำคัญ
จากนั้นหยิบดาบฟ้าฟื้นแล้วลุกขึ้นยืน บ่ายหน้าเลี่ยงผีหลวงกะละไทย ลงบันได ไปขึ้นม้าสีหมอก แล้วเรียกโหงพรายน้อยใหญ่ ออกจากเมืองกาญจนบุรี มุ่งหน้าเข้าป่า
โหงพรายทั้งหลายติดตามเป็นโกลาหล ตัดทางมาห้วยโรง หนองตะพาน ข้ามธารจระเข้ แล้วเข้าป่า หนองน้ำบ้านพลับ รีบเข้าไปใกล้บ้านขุนช้างทันที
จากนั้นตัดไม้ปลูกศาลขึ้นเสร็จเรียบร้อย ทำการบัตรพลี เจิมแป้งกระแจะจันทร์ จุดธูปเทียนในฤกษ์พาร สวดชุมนุมเทวดา แล้วตั้งจิตสัตย์อธิษฐาน เชิญทวยเทพให้มาเป็นพยาน
“ข้าจะผลาญขุนช้างผู้เป็นอมิตร มันชิงเมียข้ามาไว้ชม ขอเดชะจะทำลายมันให้สาสมใจ
ถ้าแม้นข้าเป็นผู้เสียสัตย์ผิดต่อมิตรแล้ว ขออย่าให้ทำการได้สมกับที่ได้ตั้้งใจไว้”
แล้วจับดาบฟ้าฟื้น ขยับขึ้ันยืนด้วยจิตใจรู้สึกกำแหงหาญ ตรวจดูดาวเห็นฤกษ์ลมสะดวกควรที่จะไปได้ จึงขับม้าพุ่งทะยานไป
มาถึงบ้านขุนช้างดูเป็นสัดส่วน เขื่อน คู ล้อมรอบใหญ่โต เห็นผู้คนตามไฟนั่งยาม ก็กดสีหมอกให้หยุดดูท่าที กล่าวถึงพวกพรายของขุนช้าง ห้านางเที่ยวอยู่รายรอบ บอกกันทันใดว่า
“ศัตรูมา พวกเราไล่ต่อยตีให้หนำใจกันดีกว่า”
จากนั้นเผ่นโผนโจนทะยาน ตวาดพลางเอาทราย ดิน สาดทิ้งเข้าวิ่งไล่ ทั้งยังห้อยหัวตัวแกว่งอยู่ไปมา แลบลิ้นหลอกให้ละลานตา
ฝ่ายพรายของขุนแผน เล่นทุ่มทิ้งขว้างด้วยหิน แถมฟาดฟันด้วยตำแย กล้าต่อกล้า แข็งต่อแข็งสู้กันอย่างไม่ลดละ
ลำดับนั้นขุนแผนชักดาบฟ้าฟื้น ซัดข้าวสารไปให้เสื่อมแรง แล้วแก้ห่อข้าวหอมที่ย้อมว่าน หว่านไปแล้ว ยามต้องเจ็บปวดดังโดนกรวดแข็ง พรายทั้งห้ากายเกิดความรู้สึกกลัวเกรง พากันหลบแฝงแอบดู
เห็นหนุ่มน้อยหน้านวลชวนชม ทั้งอาคมแก่กล้าเจนจัดจ้าน จึงแปลงกายให้เหมือนนางอยู่งาน เดินผ่านให้พอได้เห็นกัน เดินเมินเมียงแล้วถอยหลัง จะกระทั่งถูกตัวทำเป็นตกใจกลัว แล้วทำค้อนถามว่า
.
ตอนที่ 17 ยังมีต่อ
.
Create Date : 26 มิถุนายน 2564
Last Update : 30 มิถุนายน 2564 14:18:16 น.
.
ที่มา : ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/1 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sut0000&month=06-2021&date=26&group=1&gblog=40
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 13,132
Re: ขุนช้าง ขุนแผน ฉบับถอดความ บทที่ 17
«
Reply #1 on:
14 May 2026, 20:51:19 »
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/2 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
.
ขุนช้าง ขุนแผน
เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ
ตอนที่ 17/2 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
“มายืนกั้นกีดทางอยู่ทำไม”
ขุนแผนแจ้งใจว่าเป็นพรายแปลงมา จึงขยับกายยืนยิ้มตอบไปว่า
“พี่มิใช่ชายพาลเที่ยวลักขโมย มีธุระจึงได้ปะออเจ้า ถือว่าเป็นโชควาสนา ด้วยร้อนรน กลุ้มใจหนัก ทุกข์คลายลงเพราะคำทักทาย
พี่นี้คือผัวของวันทอง ขุนช้างพามาครอบครอง ต้องจากเมียที่รักไป รู้สึกเศร้าเสียใจ ดีใจนักที่ได้พบพี่สาวทั้งห้า ขอได้โปรดเอ็นดูช่วยเปิดประตูให้เถิด จะขอบใจเป็นอย่างมาก”
แล้วเป่ามนตร์ให้คล้อยตาม จากนั้นกล่าวว่า
“กินหมากคนละคำเถิด อย่าได้อำพรางเลยหนา”
นางพรายทั้งห้าได้ฟังคำทำเป็นเมิน เอียงหน้า ยิ้มเยือนแล้วตอบว่า
“ขุนช้างท่านได้ดูแลมา แม้ท่านขุนช้างกระทำผิด ก็ไม่ควรคิดสอพลอ ที่มาบอกว่ารักพราย คงหมายจะให้เมตตา อย่ามารยาไปเลย เห็นไม่เป็นการดอก ขุนช้างเลี้ยงข้ามาดิบดี ควรที่จะทดแทนพระคุณท่าน คงมิมีใจรักให้หักรานท่านขุนช้างได้
แม้ว่าจะเนิ่นนานเพียงใดก็ตาม ท่านนั้นก็มิได้ขัดสนใดๆ มีหญิงอื่นพรั่งพรูอยู่มากมาย ใยจึงไม่ตรึกตรองให้ถ่องแท้ รำพันอ้างคำว่ารักแรก เป็นเพียงเป็นเพียงลมปากดอก”
ขุนแผนกล่าวว่า
“แนะเจ้าอย่าได้บ่นเป็นคนขี้งอนไปเลย ถ้าเป็นคนก็จะช่วยดูแลได้ ถึงรักจะทำอะไรได้ ทำได้เพียงชมรูปเล่นอยู่เท่านั้น
ถ้าแม้นเจ้ากลับมาเป็นมนุษย์ได้ แน่แล้วพี่จะสมสู่ด้วย จะบำรุงให้เจริญรุ่งเรือง ขอให้เอ็นดูช่วยชี้ทางวันทองด้วยเถิด”
ว่าพลางจับข้าวสารซัด พรายทั้งหลายหลีกหนีกระจัดกระจายไป จากนั้นชักม้าสีหมอกไปถึงท้องคูข้ามไปตามแนวคันดิน
จัดการขับผีพรายร่ายเวทย์สะกดคน ให้ผู้คนทั้่งหมดหลับไหล ลิ่มกลอน ถอดถอนไปทั้งสิ้น ระหว่างทางที่ชักสีหมอกมา ผู้คนเกลื่อนกล่นนั่งเฝ้าระวังบ้าน พากันโงกหลับ โดยไม่อาจเงยหน้าขึ้นมาได้
บางคนถือขวานอยู่แข็งขันก็หลับฟุบเ อาขวานสับดินหลับกรน ที่หุงข้าว เผาปลาก็ยังอยู่คาเตา เอาฝาละมีเข้าจี้ก้น หลับงุบหัวลงนอน ไม่ร้อนใจใดๆ
ปากบ่นอู้อี้ตาปรือ หม้อข้าวเดือดล้นหม้อเฉอะแฉะ นั่งโงนเงนหงายหลังหลับไป บางพวกหลงปลุกเพื่อนกันหั่นกัญชา มือเช็ดขี้ตางัวเงีย ดูแล้วน่าสมเพชเวทนานัก
ขุนแผนรีบชักม้าสีหมอก ล่วงเข้าส่วนชั้นที่สอง ก็ยังเห็นว่ามีผู้คนหลับไหลเกลื่อนกล่น บางคนผ้าผ่อนหลุดลุ่ย บ้างก็หลงเพ้อละเมอปีนป่ายขึ้นเสา บ้างกำลังดื่มเหล้าเข้าปาก ถือถ้วยเหล้า พูดไม่รู้เรื่อง ร้องโวยวาย
ล่วงเข้าชั้นที่สามข้ามคูไป ท่ามกลางแสงจันทร์ไม่สว่างนัก ยังพบว่าผู้คนคลาคล่ำ พากันหลับไหล บ้านที่น่าสบายของศรพระยาเวลานี้ดู เงียบสงัด
“เรือนนี้แล้วสิ อ้ายเต่าเผา หัวล้านเตียนเลี่ยนหนักหนา ดูปลูกต้นไม้ เป็นพุ่มเขียวชอุ่มดูงามตาน่าเบิกบานนัก รุ่งขึ้นพรุ่งนี้อ้ายขุนช้าง จะนอนครางหงิงๆ เฝ้ากอดหมอน กูจะเอาวันทองมากอดนอน วันนี้กูจะทำให้สมแค้น”
จากนั้นลงยันต์ปิดหน้าม้าสีหมอก อย่าให้แล่นคึกคะนอง เข้าไปบังเงาเสาอยู่ด้วยความระมัดระวัง แล้วสั่งผีพรายให้ไปสะกดให้หลับทั้งเรือน
“ต่อกูเตือนว่าจึงผันกาย”
แล้วร่ายมนต์ บริกรรมข้าสารโปรยปราย ซัดข้าวสาร ข้ามหลังคาเรือนเกิดการสะเทือนไหว ฝูงปีศาจที่รักษาเรือนแล่นหนีออกมาคลาคล่ำ
ส่วนผู้คนหลับไหล บ้างบ่นเพ้อละเมอ จากนั้นซัดมะนาวทิ้งซ้ำ สะท้านไปทั้งเรือน กลอนลั่น ขวัญขุนช้างนั้นหายหมดสิ้น นอนกอดวันทองฝันอยู่ฟันเฟือน ขุนแผนขยับกายขึ้นเหงียบไม้แล้วหยุดยืน
จากนั้นกระโจนลงกลางชานร้านดอกไม้ ของขุนช้างที่ปลูกไว้อย่างดาษดื่น ในเวลาค่อนคืน ส่งกลิ่นหอมยามลมโชยชื่นใจนัก กระถางวางเป็นทิวแถว มีทั้ง แก้ว เกต พิกุล แกม ยี่สุ่น
บ้างผลิดอกออกช่อขึ้นชูชัน แซมด้วยมะสัง สมอรัด ดัดทรงดูสวยพริ้วไสว หรือ ตะขบ ข่อย ดัดไว้ก็เข้ากัน ตะโกนา ทิ้งกิ่งแทงยอดสวยงาม
แสงจันทร์จับต้องดูกระจ่างตา ทั้งยี่สุ่น กุหลาบ มะลิซ้อน ชูกลิ่นชวนให้ถวิลหา ดอกลำดวน ชวนให้เข้าไปหา สายหยุด ชวนให้หยุดยืนชม
ถัดไปถึงกระถางอ่างน้ำ ปลาทองว่ายคลาคล่ำ พ่นน้ำ ดำลอย น่าดูน่าชมนัก บ้างแหวกจอกออกช่องข้างเคียง ตวัดเหวี่ยงแว้งหาง บ้างกินไคล บ้างไล่คลอเคล้ากันเป็นพัลวัน
ถัดมาเป็นที่เก็บแอก ไถ มากมายสวยงามเป็นระเบียบ กระดึงพรวน เชือกสำหรับใช้วางไว้ซ้อนสลับกัน เครื่องม้าวางไว้ดาดาษ เครื่องช้างสารพัดอย่างถูกจัดไว้ ด้ามพลอง
หลังจากเดินผ่านที่นั้น ก็ทำการสะเดาะดาลบานประตูออก เห็นสาวๆ สะพรั่งหลับสลอน อยู่อยู่พร้อมหน้า พ้นจากเหล่าสาวๆ ที่นอนหลับสลอนมา ถึงห้องแก้วกิริยาทันใด
เจ้าของร่างน้อยนอนนิ่งบนเตียงต่ำ งามคมขำแจ่มใส คิ้ว คางบางงามงอนดูละมุนละไม รอยไรราบเรียบน่าดูชม ผมเปลือยเลื้อยประลงจนถึงบ่า ปลายผมงอนงาม บนที่นอนน้อยน่านอนอ่อนนุ่มดี มีหมอนข้างเคียงคู่
คันฉ่องกระจกสดใส ไม้สอยซ่นเป็นงางดงามเกลี้ยงเกลา ฉากบังจัดตั้งไว้ข้างเตียง อัฒจันทร์ตั้งเรียงอยู่ในห้อง
แม้ว่าห้องเล็กคับแคบ ก็ยังจัดเรียงได้งามตา ดูไม่แออัด รู้จักการจัดเครื่องเรือนไว้ใช้สอย ทั้งกระโถน ขันน้ำ จอกลอย ดูน้อยๆ แต่งดงามรับกับรูปผู้เป็นเจ้าของห้อง
“เอ๊ะ ดูแล้วมิใช่วันทอง ฤาเป็นพี่น้องนึกฉงนสงสัย ดูท่วงทีก็มิใช่คนจน เครื่องใช้ก็ดูพิกลผิดไปนัก ฤาจะเป็นเมียน้อย อ้ายขุนช้าง ไยไม่จัดการห้องให้สมศักดิ์ศรี พิเคราะห์ดูหน้าน้องควรจะรักหนักหนา”
คิดพลางแอบเข้าแนบน้อง ต้องตัวนึกใคร่ชมให้สมอารมณ์ เอนอิงพิงแนบแล้วขับพรายไป แล้วร่ายลมละลวยให้ละลานใจ ครานั้นแก้วกิริยา สะดุ้งตื่นขึ้นมาก็ตกใจ
“เอ๊ะใครหนอ ช่างน่าอัศจรรย์นัก”
นึกจะใคร่ร้อง แต่ต้องอาคมทำให้ไม่อาจร้องได้ ในอารมณ์ใจกลัวสั่นระริก รีบถอยลงจากเตียงในทันใด ไปที่หลังฉาก เพ่งพินิจดูเห็นหน้าตาคมสัน ท่าทางคงมิใช่ชายทราม
ขยับปากคิดจะเอื่อนเอ่ยแต่ยังคิดเกรงขาม แต่คิดว่าถ้าไม่กล่าวคำใดๆ คงมิได้รู้ความเป็นแน่ จึงแข็งใจถามไปว่า
“อย่าได้รำคาญ ขอถามหน่อยเถิด นี่ใครล่อลวงถึงได้หลงมาถึงที่นี่ ดูรูปร่างบอบบางสะอาดเอี่ยมดี กิริยาท่าทาง คงมิใช่คนพาล”
ขุนแผนนิ่งคิดฟังสำเนียงเสียงหวาน แจ่มแจ้ว กระจ่างเป็นกังวาล
“ตัวพี่คือทหารชาญณรงค์ พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานนามว่า ขุนแผนแสนสงคราม ต้องการมาหาวันทอง ด้วยขุนช้างพรากมาเลี้ยงดู
อ้ายขุนช้าง กับพี่เป็นมิตรกัน แต่มันผิดเมียเสียน้ำคำสบถ พี่คิดว่าออเจ้าเป็นวันทองจึงได้เข้ามามองเมียง ต่อนั่งเคียงคู่จึงได้รู้ว่าผิดตัว
มิใช่คำแก้เก้อนะออเจ้า พี่นั้นคิดไปว่าเป็นวันทองจึงได้ต้องไปทั่ว ได้ลักจูบลูบไล้ไปแล้ว รู้ว่าผิดตัวก็เกินเลยไปแล้วอย่าโกรธเลยหนา
ขออภัยเถิด นิจจจาน้องอย่าได้แคลงใจ ทำเมินหน้า นี่ออเจ้าเป็นเยี่ยงไร จึงได้มาอยู่ที่เรือนของขุนช้าง”
.
ตอนที่ 17 ยังมีต่อ
.
Create Date : 08 กรกฎาคม 2564
Last Update : 8 กรกฎาคม 2564 8:24:35 น.
.
ที่มา : ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/2 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sut0000&month=07-2021&date=08&group=1&gblog=41
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 13,132
Re: ขุนช้าง ขุนแผน ฉบับถอดความ บทที่ 17
«
Reply #2 on:
14 May 2026, 20:52:03 »
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/3 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
.
ขุนช้าง ขุนแผน
เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ
ตอนที่ 17/3 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
แก้วกิริยาเกิดเสน่หาคิดขวยเขิน
“ขุนแผนจริงหรือนี่ รูปร่างแบบบางน่าเอ็นดู น่ารักใคร่นักเป็นไรหนอวันทองจึงมิอยู่ด้วยเรืองฤทธิ์ประสิทธิ์ประสาท วิชา เที่ยวเล่นทุกห้องคะนองฤทธิ์ คิดแล้วรู้สึกขนพองสยองเกล้าน่าครั่นคร้ามใจ น่าสะดุ้งกลัว
คงเป็นผัวของวันทองเป็นแน่แท้ ครั้นจะมิบอกความที่ถามหา แค้นขึ้นมา ก็อาจจะพาลขึ้นมาได้ จะสู้หรือหลบหนี ก็คงจะทำมิได้ จะพลอยเสียเบี้ยไปเปล่าๆ”
คิดได้ดังนี้แล้วจึงว่า
“ช่างน่าหัวร่อนักบอกว่าหลงห้องไม่เห็นสม รู้สึกแค้นใจนักที่มาลักลอบชม แล้วมายกยอให้นิยมเหมือนจะเย้ยกัน เต่าเตี้ยดอก อย่าต่อให้ตีนสูง มิใช่ยูงแต่มายกยอช่างน่าขัน เป็นหิ่งห้อยฤาจะแข่งกับพระจันทร์ อย่าได้ปั้นน้ำเป็นตัวให้หลงติดในแสงเงา ข้าเป็นทาสีดอก มิใช่เป็นวันทอง ดูแต่ห้องนอนยังน้อยนิดคับแคบ อย่าได้เดาไปเลย
ข้าเจ้าเป็นลูกท่านสุโขทัย บิดาต้องจำ ขายฝากดิฉานให้ท่านใช้ เป็นเงิน สิบห้า ตัวฉันไซร้ชื่อแก้วกิริยา ท่านเป็นไท อย่าเอาใจมาคบทาส ฉันมิอาจเอื้อมเสมอ ที่โกรธแค้นกันแต่ก่อนมา ก็ขอให้แก้แค้นกันตามประสาท่านผู้ดี”
“น้อยฤา พูดจาช่างน่ารัก คำเสียดสีฟังดูเสนาะนัก สงสารด้วยออเจ้ายังมิมีคู่ภิรมย์ แม้นชายใดได้เป็นคู่ครองจะแนบน้องเชยชิดไม่เสื่อมคลาย
พี่จะรักห่างหาย มิใช่ลมลวงออเจ้าอย่างได้หมองใจ อย่าว่าแต่ลำบากยากที่สิบห้า ถึงห้าชั่งพี่ก็หามาช่วยได้ บุญกุศลที่ได้สร้างมาแต่ปางใดหนอ เผอิญให้จำเพาะประสบพบออเจ้า”
ว่าพลางเข้าแอบแนบชิด
“อย่าสะเทินเมินหมางไปเลยหนา แก้ห่อเงินแล้วมอบได้ปลอบพลาง อย่าได้เคืองใจไปเลยได้โปรดเอ็นดูเถิด”
แก้วกิริยา ยังคงเมินหน้าหน้าซ่อนหลบอยู่ ทั้งปัดป้องมิให้เข้าถึงตัวได้
“รู้แล้วว่ารักและปราณี เงินทองเต็มเล่มเกวียนมากองให้ ฉันขอขอบใจบุญคุณเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม เพราะยังจำคำบิดาที่เคยได้ปราณีตักเตือนสั่งสอน ไว้สารพัดอย่าง ถึงยากจนก็ให้ทนสงบเสยี่ยมเจียมตัว
อย่าได้พลั้่งพลาดเพราะตามใจคิดโดยง่ายดาย จะรักให้ระวังผลที่จะตามมา นี่เป็นคำสัตย์แม่นมั่นที่รับจากบิดา ถ้ารักฉันแน่แท้ไม่ทอดทิ้ง
อย่าได้ด่วนทำให้งามหน้า อย่าให้น้องหมองศรีกับคำสัญญาที่ได้ให้ไว้กับบิดา ขอให้ไปว่ากับคุณพ่อหนา ถึงรักฉันใช่ว่าจะรักตอบ จะลักลอบได้เสียกลัวว่าจะผิด รักตัวกลัวอายเสียดายนวล อยู่แล้วอย่าวอนเลย”
“น้องเอยเพราะน้อยฤาถ้อยคำ หวานฉ่ำจริงแล้วแก้วตาเอย เจ้าเนื้อหอมดังอบเชย เงยหน้ามาเถิดจะว่าไม่อำพราง ได้อยู่ชมเชยใกล้ชิดเยี่ยงนี้ีแล้ว ขอให้แก้วกิริยาเมตตาบ้างเถิดหนา พี่จะมอบเสน่ห์ไว้ให้ อย่าได้ระคายเคืองเลย ถ้าพี่ลวงน้องให้หมองศรี จงวิบัติเกิดทุกข์เข็ญอย่าให้ขาดสารพัดวิชาอย่าได้เหลือ ตัวเจ้านี้เนื้อเหลืองดังทองมาทาบทับ”
ว่าพลางเปลื้องเครื่องคาด แขวนพาดลงบนฉากแล้วอุ้มนางเอาสะพักรับ นางทอดระทวยลง ลมพัดกลิ่นอ่อนๆ ของบุปผชาติ เกสรสาดหอมตลบตะเบียงห้องชายสไบพัดปลิวไสว พระจันทร์ส่องแสงอยู่ พระอาทิตย์ชิงดวงจันทร์เด่นบดบังแสงดาวอับแสง หิ่งห้อยไหวระยับ แมลงทับท่องเที่ยวในพงไพร
แก้วกิริยา หลงไหลในเสหน่หาด้วยความรักให้เกิดความระทวยงวยงง เอนแอบอ่อนลงสะอึกสะอื้นอ้อนแล้วถอนใจ น้ำตาไหลเป็นทาง ควักค้อน เง้างอน
“แค้นใจที่ถูกข่มแหงนัก จะมาลักวันทองไปเที่ยวไพร ตัวท่านคงจะสำราญระริกรื่นเริง ส่วนข้าคงต้องนับคืนวันคอยด้วยใจละห้อย เที่ยวป่าพ่อจะมาต่อปีไร ขุนช้างก็จะไล่ ท่านจะมาหากันนั้นคงเป็นได้ยาก กรรมวิบากพามาให้เกิดราคี “
ขุนแผนปลอบว่า
“อย่าวิตกไปเลย พี่หาลืมคิดถึงเรื่องในภายหน้าไม่ แสนสงสารเจ้านักนับแต่นี้ไปจนวันตาย ไม่วันใดก็วันหนึ่งคงได้ถึงห้อง ได้อยู่ร่วมกันสองเราขอให้ออเจ้าจงคิดเพอุบาย ถ่ายถอนตัวให้เป็นไทเถิด”
ว่าพลางถอดเครื่องแหวนเพชร ประคองนางเช็ดน้ำตา
“อย่าร้องไห้ไปเลย ขอให้แหวนนี้เป็นตัวแทนของพี่”
จากนั้นสอดใส่นิ้วของนางกอดคอชะลอไม่ไปจากห้อง
“เอ็นดูด้วยขอให้ชี้ทางไปหาวันทอง”
แก้วกิริยายังอาลัยรัก แต่ต้องแข็งใจชี้แจงตำแหน่งห้องของวันทอง
“แน่ะ ตรงนี้ล่วงสองชั้นเข้าห้องใน แสงอัจกลับ ตามสว่างทั่วเรือน มีคนเกลื่อนกล่น ทั้่งนอนและนั่งเฝ้าระวัง เอ็นดูน้องเถิดอย่าไปเป็นไร เหมือนหนึ่งใจเมียจะขาดแล้ว ด้วยความกลัว”
“แก้วกิริยาอย่ากลัวไปเลย เจ้าขวัญอ่อนเพราะไม่เคยเห็นฤทธิ์ผัว หากไม่แกล้วกล้าฤาจะมาตัวผู้เดียวได้ ไม่นานดอก จะจากวันทองไป
ออเจ้าไปนอนเสียเถิด หับห้องให้ปิดสนิทหนา หากเจ้าเย้ายวนกวนใจ พี่จะไม่ไปจริงๆ นิ่งเถิดหนาพี่จะเข้าไปห้องใน”
หลังจากปลอบแล้วก็ย่องเยื้องชำเลืองมองหาห้องใดเป็นของวันทอง ในใจก็ยังอาลัยแต่ก็ไม่มีเวลาอีกแล้ว แก้วกิริยา วิ่งตามมาด้วยความรัก
“จักลืมกันเสียแล้วหนอ คลางแคลงใดฤาจึงรีรอ หอถัดไปหน่อยก็นั่นเอง”
ขุนแผนเหลียวมาเห็นหน้าแก้วกิริยา จึงกล่าวว่า
“เจ้าบอกแล้วแต่พี่ไม่พิจารณาให้ดี เห็นช่องแล้วแล้วหนา อย่าร้องไห้ไปเลย ด้วยเกรงจะผิดห้องจึงชะงักให้เจ้าฉงนใจ ดึกแล้วหนา แก้วของพี่ใยยังมินอน อย่าอาวรณ์ไปเลยพี่มิอาจช้าได้”
ว่าพลางพาแก้วกิริยามาด้านในห้องปลอบให้นอนเหนือที่นอนน้อยกอดประคอง
“มิค่อยหลับลงเลยหนอ ประคองอยู่ก็ยังขยับเขยื้อน เห็นหลับแล้ว กลับขยับเขยื้อนขึ้นอีก จนเหงื่อไหลย้อยแล้วก็ยังคงไม่หลับ”
.
ตอนที่ 17 ยังมีต่อ
.
Create Date : 19 กรกฎาคม 2564
Last Update : 19 กรกฎาคม 2564 8:16:48 น.
.
ที่มา : ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/3 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sut0000&month=07-2021&date=19&group=1&gblog=42
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 13,132
Re: ขุนช้าง ขุนแผน ฉบับถอดความ บทที่ 17
«
Reply #3 on:
14 May 2026, 20:52:51 »
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/4 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
.
ขุนช้าง ขุนแผน
เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ
ตอนที่ 17/4 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
ว่าพลางเป่าพระเวทย์ ให้หลับสนิทกับหมอน จากนั้นลุกขึ้นมาด้วยใจอาวรณ์ หยุดยืนดูด้วยใจระทึก ด้วยกลัวว่าเมื่อนางพลิกตัวจะคว้าหา จึงกลับมากอดน้องนอนอีกครา กอดแล้ว กอดเล่าเคล้าคลึง
จนเห็นว่าหลับไหลสนิทดี จึงได้วางน้องย่องลงมาจากเตียง พลิกหมอนข้างให้แนบชิดน้อง ย่องออกมาจากห้อง อย่างเบาๆ ด้วยความโล่งใจ
เดินถือดาบฟ้าฟื้นขึ้นไปยังหอกลางที่ขุนช้างสร้างขึ้นมาใหม่ แลดูเห็นที่นั่งพับไว้ นกขุนทองอยู่ในกรงสะอาดตา กรอบกระจกบานใหญ่ใส่รูปฝรั่งนั่ง นัยน์ตาดูคมค้อน ชมพลางเพลิดตามทางที่เดินมา ได้สติรีบเร่งเดินเร็วขึ้นไปหาห้องของวันทอง ผ่านทาสหญิงนอนหลับกลิ้งที่หอกลาง
พอเห็นห้องวันทองก็สะเดาะกลอนเข้าไปในห้อง เครื่องแก้วสีสรรแพรวพราย ละลานตา ฉากกั้นสองชั้น มีม่านมูลี่
“ม่านนี้เป็นฝีมือวันทองเป็นแน่ นัยน์ตาพี่จำได้ไม่ผิด เส้นไหมเขียนแนบเนียน ฝีมือเยี่ยงนี้มีเพียงนางนางเท่านั้น
เจ้าปักเป็นป่าเขาชอุ่มเขียว ใบเรียวพริ้วไหว ปักเป็นนกยูงรำแพน อยู่บนยอดภูเขาหลวง แผ่หางกางกางปีก ชะนีเหนี่ยวกิ่งไม้ชม้ายตา
เทือกเขาตระหง่านงาม สายน้ำเป็นแนวยาว ฝูงกินนร คนธรรพ์ ลงเล่นน้ำใสสะอาดเยือกเย็นในสระอโนดาด มังกรล่อแก้วดูสะดุดตา ดูแล้วให้ยิ่งคิดถึงวันทอง”
ฉันพลันฟันม่านขาดลง ย่างเข้าไปในชั้นที่สอง
“ช่างน่ารักนัก น้องเอย เจ้าช่างฉลาดล้ำ ปักเป็นพระลอติลกโลก ถึงกาหลงทรงโศกกำสรวลถึงน้องนาง ทรงเสี่ยงสายสมุทร แสนคะนึง เมื่อเห็นน้ำแดงดังแสงฝาง คะนึงถึงนางพี่น้องทัั้งสององค์ ปู่เจ้าใช้ใก่แก้ว มาล่อให้พระลอหลงเตลิด”
มาถึงสวนพระยิ่งแสนเศร้า
“ออเจ้าปักเป็นพระเพื่อน พระแพง สีทอง ในสวนน่าตรึงใจ พระลอเสพสุข มีพี่เลี้่ยงนางรื่น นางโรย คอยรับใช้”
“มิเสียแรงเจ้าวันทองเอย กระไรเลยเจ้าไปหลงขุนช้างเสียได้”
เกิดกลัดกลุ้มใจสะบัดดาบตัดม่านขาดสะบั้น ฉีกซ้ำแล้วเหวี่ยงทิ้งไป พอถึงม่านชั้นที่ 3 งามจับตายิ่งนักยืนเพ่งพิศ
“เจ้าฉลาดนักปักเป็น คาวี บุกป่าฝ่าดง ถึงกรุงจันตประเทศ สังหาร หมู่อินทรีเลือดแดงสาด ปักเป็นลงเล่นน้ำกับจันทร์สุดาเส้นผมพริ้วไปในสายน้ำ ปักเป็นเฒ่าทัศนประสาทใจกล้า มาลวงนางพรากไปจากห้องไปถวายท้าวเมืองอื่นให้ชื่นครอง”
ฉับพลันเกิดเคืองใจขึ้นมา
“อีเฒ่าศรีประจันผู้เป็นแม่ ช่างเป็นอีเฒ่าใจกล้านัก”
ยิ่งคิด ยิ่งชัง ยิ่งคลั่งใจ
“มันเป็นเศรษฐีเงินทองมากมาย หญิงอื่นมีมากมาย อ้ายขุนช้างยังมาชิงวันทองกู น่าแค้นใจนัก”
ดูม่านไป ใจยิ่งพลุ่งพล่านดังไฟสุม คว้าอาบฟ้าฟื้นฟันขาดสะบั้น สับหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แหลกละเอียด แล้วเข้าไปฟันมุ้งตลบขึ้นมา
เห็นขุนช้าง นอนอล่างฉ่าง เกิดความเดือดดาลเสียดายวันทอง เงื้อดาบใคร่จะฟาดให้ขาดกลาง หัวกุดย่อยยับ
กุมารทองเข้าขวางสกัดดาบ ก้มกราบขอให้หยุดละเว้น ยิ่งสร้างความโกรธให้กับขุนแผนถีบเตะกุมารทอง แต่กุมารยังคงเข้าขวางไม่วางมือ
“ไม่กลัวอาญาเจ้าชีวิตแล้วฤา ขอให้งดไว้ก่อนเถิดพ่อ อย่างเพิ่งฆ่าเพลานี้”
ขุนแผนกัดกรามแค้นจัด
“เออกูไม่กลัวแล้วอาญา มันทำพ่อแค้นสุดจะทนแล้ว กูจะเอาดาบผ่าแล่งอกออกมา ถอยไปมิใช่การของเจ้า อย่านำพา ฆ่าในที่ลับจะไปจับใครได้”
กุมารทองห้ามว่า
“อย่าให้ได้ตายเลยหนา เอาแค่พอเจ็บ ได้อายก็พอ ฆ่าฟันเทวมักดลใจให้จับได้ จะเกิดเรื่องลามกระจายไป”
ขุนแผนได้ฟังคำกุมารทองค่อยคลายแค้นกลับได้สติ แต่ยังคงยืนมองวันทอง แล้วรู้ใจวุ่นวายสับสน
“วันทองเอย ช่างไม่คิดเสียดายกาย ใจละอายบ้างก็ไม่มีเท่าขี้เล็บ ลอยหน้าลอยตามาอยู่กับกับอ้ายชู้ขุนช้าง หางกระเบนฟาดที่หน้าผากยังไม่เจ็บเท่านี้
หวนให้คิดถึงยามเจ้าเท้าแขนแอ่นเอวเย็บ ปักม่านซ่อนตะเข็บ ช่างน่าเอ็นดูนัก ทำเยี่ยงนี้เหมาะกับเจ้าแล้วฤา ช่างพัวพันได้ ไม่ดูหน้าดูตา ได้ของใหม่ ชอบใจแล้วลืมกู เคียงคู่กันจนสุดใจ
ดูแก้มของนวลของเจ้าก็หมองไม่นวลใยดังเก่าก่อน เนื้อตัวก็ผอมบางกว่าเดิม หาที่ใดดูดีก็มิมีเลย
ความงามลดลงไปกว่าเก่าก่อน สุดจะอดใจได้แล้ว วันทองเอย ถ้าเป็นคงใจอ่อน”
จากนั้นขยับดาบเงื้อขึ้นอีกครา กุมารทองรีบเข้ามาขวาง ฮึดฮัดไม่พอใจ
“อย่าปัดกู จะฆ่าให้ตาย”
แต่กุมารทองยังคงยึดดาบไว้ไม่ยอมปล่อย จำใจทิ้งดาบลง ทั้งที่ยังขัดเคือง
“โอ้เจ้าวันทองของพี่เอย ไม่คิดเลยว่าเป็นเยี่ยงนี้ได้ ต้องหม่นหมองไปเพียงใด เหมือนดังดวงแก้ว ไปอยู่กับลิง ต้องกลิ้งคลุกฝุ่น ถูกเหวี่ยงฟัด คิดแล้วใคร่จะสับตัดให้เป็นสักร้อยท่อน ให้ทานกับแร้งกา ใคร่ฟันอ้ายขุนช้างสักร้อยท่อน
ที่เป็นเยี่ยงนี้เพราะอีศรีประจัน ไม่เกรงดาบกู จึงได้ดูหมิ่น คิดใคร่จะเชือดเนื้ออีแม่ แล่ออกมา คลุกพริกเกลือ”
แล้วจับหัวขุนช้าง ขูดโกนผมที่หัว ทำให้เป็นควั่นหยอกหยอย เหมือนหอยขม ชโลมน้ำมันปั้นเป็นจำเปาะกลมๆ ดั่งร่มระย้าของพระยามอญ จากนั้นจับรวบเข้าเกล้าจุก
“อ้ายขี้คุก เส้นผมตรงกลางออกล่อนจ้อน หวีไปปลิวเหมือนปีกงอน”
แล้วก็เอาแหนบถอนไรเข้าอีกสองนิ้ว เอาไม้ม้วนสำลีเข้า กลับโล่งเปล่า
“อ้ายตายโหง โล่งเปล่า”
จากนั้นเอาดินหม้อทาเป็นรอยคล้ายปลาซิว เขียนรูปเต่าที่ต้นคอ ที่ต้นขาเขียนเป็นปลาเทโพผุดว่าย เขียนแล้วหยุดๆ ยืนหัวร่อ
แล้วถีบขุนช้างตกจากเตียง นั่งลงใกล้วันทองทอดถอนใจเฮือกใหญ่
“โอ้เจ้าวันทอง เจ้าดูหมองไปหนา”
ลูบไล้นางอย่างเบามือ
“มืออย่างพี่นี้ดอก ควรต้องกายเจ้า กับเนื้อนุ่มนิ่มเยี่ยงนี้ จึงควรจะให้ทนุถนอม ค่อยๆ ประทับดังทองคำเปลว
นิจจาเจ้าเพลานี้ดูซีดเศร้า ทั้งผมเผ้า ผิวพรรณ คงได้รับการบีบคั้น ลำบากจากไอ้ห่าเหว เป็นแน่แท้”
คิดได้ดังนี้เกิดโทสะ จึงเตะขุนช้างผางเข้าที่หว่างเอว
“อ้ายลิง ดีแล้วที่โดนเตะ”
จากนั้นฮึดฮัดใคร่จะตัดศีรษะอีกครา กุมารทองก็เข้ามาขวางอีก
“อย่าเลยพ่อเจ้า ทำแต่พอหนำใจเราเถิด ฆ่าเขาความผิดจะติดตัว”
ฟังคำกุมารความโกรธลดลง ได้สติอีกครั้ง ยืนมองวันทอง ยิ่งคิดชังขุนช้าง ไล่กุมารทองให้ห่างไป ร่ายมนต์ให้วันทองฟื้น
“เจ้าตื่นมาดูผัวสักหน่อยรา”
.
ตอนที่ 17 ยังมีต่อ
.
Create Date : 23 สิงหาคม 2564
Last Update : 23 สิงหาคม 2564 5:18:04 น.
.
ที่มา : ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/4 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sut0000&month=08-2021&date=23&group=1&gblog=43
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 13,132
Re: ขุนช้าง ขุนแผน ฉบับถอดความ บทที่ 17
«
Reply #4 on:
14 May 2026, 20:53:38 »
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/5 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
.
ขุนช้าง ขุนแผน
เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ
ตอนที่ 17/5 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
ทันใดนั้นวันทองที่หลับด้วยต้องมนต์สะดุ้งตกใจตื่น ทั้งที่ยังไม่ลืมตาเพราะมึนหน้ามืด ผวาเข้ากอดขุนแผน กายสั่นรัว ปลุกหยิกด้วยคนคิดเป็นขุนช้าง เล่าความฝันในขณะที่ประหม่ากลัวว่า
“ทูนหัวสุมไฟไว้ในมุ้ง เปลวไฟพลุ่งขึ้นถึงปลายจากไหม้ไปหลายตับ”
ทั้งที่ยังกอดขุนแผนกล่าวต่อไปว่า
“น้องตกใจกระโดดล้มกลิ้งไปหลายตลบ เปลวไฟนั้นเผาผลาญ ม่าน มุ้ง หมอน ฟูก กายของน้องพุพองไปหลายแห่ง มิมีผู้ใดช่วยดับได้ น้องนึกแล้วรู้สึกกลัวยิ่งนัก ช่วยทำนายให้น้องทีเถิด ฝันเยี่ยงนี้มิเคยเป็นมาก่อน จะเกิดเหตุเภทภัยประการใดบ้างหนอ”
จากนั้นก็ยังคงกอดแน่นไม่ลืมตา ขุนแผนได้ฟังรู้สึกคับแค้นใจตอบนางไปว่า
“ฝันนี้ดีดอกเจ้า อย่าได้ตกใจไปเลย ที่เจ้าฝันว่า ไฟไหม้ฟูก หมอน ม่าน จะผู้เอามาให้ อย่าได้คร่ำครวญ พิไรไปเลยหนา อันฝันว่าร้องไห้
จะได้เชยชมของรักที่จะได้กลับคืนมา ที่เศร้าโศกร้อนใจจะบางเบาลง มิตรเก่าจะช่วยประคับประคอง พี่กับเนื้อเย็นจะเป็นสุข อย่าได้ทุกข์ใจไปเลย”
ว่าพลางช้อนคางวันทองให้เชิดขึ้นมา
“ขอจูบหน่อยเถิดเจ้า อย่าเศร้าไปเลยหนา”
วันทองแม้ได้ฟังเสียงเจรจา แต่ยังจำเสียงไม่ได้ เสียงนั้นกระซิบ กระเส่าฟังแล้วยิ่งเสียวใจ ลองลูบไล้กลับพบว่าอกอ่อนนุ่ม เอวบาง นุ่มนิ่มเนื้อน้อยนิด ประหลาดนัก
ครั้นจะทักเกรงจะผิดตัว ให้เกิดหมางใจ ด้วยความแคลงใจ ลูบคลำอกที่เลี่ยนโล่งตลาดทั้งปลายคาง กลิ่นหอมกระแจะจันทร์สมผัสจมูก นางยิ่งคลางแคลงใจ
“ขุนช้างบอบบางแบบนี้ฤา แต่ข้อมือเกินกำหารอบไม่”
นางคิดได้ดังนี้ผวาตื่นสติขึ้นตกใจ มือที่ไคว่คว้าไปปะเข้ากับขุนช้าง
“ทูนหัวยังไม่ลืมตาตื่น ใยมานอนกลิ้งอยู่ที่พื้นด้านล่าง”
ยามนี้นางเกิดใจสั่นขึ้นมาอย่างทันใด น้ำตาพรั่งพรูออกมา
ขุนแผนรู้สึกคับแค้นกับคำของนางจึงตอบไปว่า
“วันทองน้องรักของพี่อา ลืมตาดูบ้างเป็นไร พี่มิใช่โจรผู้ร้ายหนา อย่าเพ่อแผดร้องลั่น ปลุกผู้คนให้ลุกไปทำไม เขาไม่ลุกอย่าฝืนพยายามไปเลย คนหลับคิดให้จะให้ฟื้นตื่น
แต่คนตื่นอยู่ต่อหน้า กลับแชเชือน เกลียดชังเยี่ยงไรฤา เงยหน้ามาทักทายกันเถิด อย่าได้ผลักไสไป นิจจาวันทองของพี่อา ช่างกระไร มาเปลี่ยนแปลง เอามือคลำแล้ว ยังคลางแคลงใจ
พี่นั้นจำเนื้อนวลได้ทุกอย่าง ได้มิเคยลืมเลือน เจ้าลืมที่เคยนอน ซ่อนในพุ่มกระทุ่ม เด็ดใบบอนซ้อนน้ำที่ไร่ฝ้าย พี่เคี้ยวหมาก น้องเจ้าอยากพี่ยังคายให้ แขนซ้ายคอดเพราะน้องนั้นหนุนนอน
.
Create Date : 15 กันยายน 2564
Last Update : 15 กันยายน 2564 8:46:44 น.
.
ที่มา : ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/5 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sut0000&month=09-2021&date=15&group=1&gblog=44
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 13,132
Re: ขุนช้าง ขุนแผน ฉบับถอดความ บทที่ 17
«
Reply #5 on:
14 May 2026, 20:54:24 »
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/6 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
.
ขุนช้าง ขุนแผน
เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ
ตอนที่ 17/6 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
เจ้ามาได้ผัวดี มีทรัพย์สมบัติมากมาย จึงได้ลืมเรือนคนยากแต่เก่าก่อน มาหลงชั้นเชิงของขุนช้าง กอดท่อนซุงสำคัญว่าเป็นคน
ถ้ามันตื่นขึ้นมาเห็นพี่จูบเจ้า พี่นี้คงได้คอขาดตายเปล่า เพราะพี่จนจึงคิดรังเกียจ เฝ้าแต่ปลุกขุนช้าง ลุกขึ้นได้คงไล่ชนพี่ตายเป็นแน่แท้”
วันทองได้ฟัง ตกใจเจ็บแสบใจ ดังถูกซัดด้วยศรพิษ
“รื้อเรื่องในไร่ฝ้ายได้ละเอียดละออ นี่เป็นขุนแผนแน่แล้ว หาได้เป็นผู้อื่นไม่ นิสัยดื้อดึง ถือตัว ไม่กลัวผู้ใด
เพราะถือว่าตนเองนั้นมีฤทธิ์ พูดจาประชดประชันสารพัด เหยียบย่ำ ให้ย่อยยับ สุดที่จะอดทนได้แล้ว เป็นไรเป็นกัน แล้วแต่เวรกรรม”
นึกพลางหันไปปลุกขุนช้าง
“ลุกขึ้นเถิดผัว ไยนอนคว่ำหน้าหลับไหล มิเกรงกลัวอันใดฤา ภัยมาถึงตัวแล้ว”
จากนั้นปัดพานหมากหกกระจาย น้ำตานางไหลนองหน้า รีบลุกจากที่ ไปยืนบังฉากด้วยความคับแค้น
“ชะดีแล้ว เจ้าข้า ข้าขอขอบใจ คำที่เอ่ยออกมาหาเป็นคำสัตย์ไม่ น้ำลายที่คายออกมา กลับกล้ำกลืนได้อีกครา เจ้านี้ช่างดีจริง”
ขุนแผนได้ฟังคำของนางจึงตอบไปด้วยความแค้นเคืองว่า
“ชะช่างพิไรได้ เปรี้ยงปร้าง คารมคมคายสมจริง ฟังนะ วันนี้จะได้เห็นกัน เมื่อกี้เจ้าว่าใครไม่มีสัตย์ สารพัดเหน็บแนมต่อว่า
แต่ความเป็นจริงแล้ว เพราะข้าถือสัตย์มั่นจึงพลัดพราก อันตัวเจ้าแลที่วิบัติ เสียสัตย์ พี่จึงติดตามมาทวงสัตย์ เจ้านั้นเจนจัด ท่วงท่าดี ป้องปัด ปาดหมุนได้เนียนตานัก เจรจาได้แสนคม เชิดหน้าลอยนวลได้อย่างสบายใจ
ไม่อายที่จะปลุกชู้มาชิงกับผัว จะคิดละอายสักนิดก็หาไม่ สั่นปลุกลุกไม่สนใจใคร มาให้เข้าเชยชมนานเท่าใดแล้ว ยังไม่อิ่มอก อิ่มใจบ้างเจียวฤา หากยังดื้อดึงปัดว่า แก้ตัว มิฟังคำ หลังของเจ้าจะเป็นแนว ดิ้นแด่ว ยังมิรู้ตัวอีก”
วันทองรู้สึกเสียใจต่อคำที่ค่อนแค้น เจ็บแสบใจยิ่งนัก
“ว่าได้ว่าไปใครกลัว เพราะพลาดพลั้งเจ้าจึงกระหน่ำเน้น เส้นผมยังกลมเกลี้ยงลื่นไหลน้อยกว่าเจ้าถึงเจ็ดเท่า แสนงอนค่อนว่า นัยน์ตาเป็น คนเช่นนี้เกิดมามิเคยพบเห็น มา ขึ้นไม้ ขึ้นมือ ชี้หน้าด่าว่าข้า กระไรฤา
ความหลังข้ายังจำได้ทุกสิ่ง แม้กระทั่งที่เจ้าให้เมียตบอย่างไม่เกรงใจ ทั้งเขียนหนังสือด่าสารพัด เป็นเหมือนกากี ทั้งตัดรอนว่าหาเลี้ยงไม่ ทั้งบอกว่าจะฉีกเชือดอีแม่เฒ่ามาแล่เนื้อ
ข้านั้นแสนแค้นที่เจ้าแขวนหนังสือค่อนด่า สับปะดนป่นปี้ ว่าในตัวข้าล้วนแต่ชั่วหามีดีไม่ จี้ไชแคะแกะเหมือนหาเลือดจากปู
ห้ามหวงขุนช้างมิให้รัก บอกว่าข้านั้นอัปลักษณ์ทำขายหน้ามิให้อยู่ มารดาข้าก็รู้สึกชอกช้ำเสียใจเช่นกัน จึงได้ส่งให้เขาข้างนี้ เข้าจึงได้ทีทำระยำย่ำยี
เมื่อได้เสียทีพลาดพลั้งไปแล้ว ขอให้เจ้าอย่าได้กลับมาจู้จี้ ได้เสียตัวเพราะผัวไม่ไยดี ถ้าได้มีเมตตาบ้างคงมิได้เป็นเช่นนี้
ยามเมื่อโปรดโลดแล่นดังจะเหาะ เพลานี้ได้เมียเหมาะสมกันแล้วใช่หรือไม่ สอนให้เมียด่าว่าข้าวุ่นวายไป นี่ลาวทองจากห้องไปแล้วฤา จึงได้เดือดดื้อมาในเพลามืดค่ำเยี่ยงนี้ ผู้อื่นขัดขืนไม่ตามใจ จึงได้เพ้อด่า นี่อดน้ำแล้วสิจึงลดเลี้ยวมาหากินตม”
ขุนแผนตอบโต้ไปว่า
“เพราะคารมเยี่ยงนี้ เหมาะสมแล้วกับชื่อวันทอง นานไปแก้มกับนมคงจะเป็นดั่งทองเป็นแน่แท้ ครั้นว่าบ้าง ก็ร้องมิเคยพบ เออกระนั้นสิเจ้าหากอย่าให้ว่า ตามใจ ให้เจ้าลำพอง มืดมนอยู่ในห้องนี้ต่อไปเถิด
ข้านั้นรื้อเรื่องเก่า ให้นางได้ระลึก แต่ก็มิได้ใจกลับมา ข้าเรียกให้ผู้ใด คบหาเล่า จึงได้เจรจาเยี่ยงนี้ กลับไปแค้นขุ่นกับลาวทอง วันนั้นเจ้าโดดจากเรือร้องหยาม แปรดแปร้น เหลือที่จะว่ากล่าว ผิดที่เจ้าต่างหากเล่า เป็นใครมั่งจะไม่แค้น
เป็นเพราะเมตตาจึงมิได้ฆ่าฟัน แม้ว่าโกรธกันจริงแต่ก็ยังมิได้ตัดรอน จากกันไปเพียงสองคืน อ้ายช้างเถื่อน กอดเจ้าไว้กับหมอน ตั้งแต่วันนั้น คิดแล้วแค้นใจเจียนตาย
ถึงจะโกรธก็ยังรักเสียดาย จึงคลายโทษลงหลังจากได้หยุดคิด พอรุ่งเช้าเฝ้าเรียกให้ออกมา เจ้าไม่ออกมาแลดูหน้าแม้สักนิด แต่ก็ยังอักอ่วนใจอาลัย
หนังสืออะไรที่ข้าแขวน ไม่รักแล้วก็แค่นมาเสกสรร บิดโทษใส่ทุกสิ่งอัน ลายมือนั่นเป็นของอ้ายขุนช้าง เพราะรักนั้นแล จึงไม่ว่ากัน ชู้รักเฝ้ายุแยง เสียดแทงทุกอย่างให้แตกแยก
เจ้าต่างหาก ที่ติดบ่วงลวงของมัน เมื่อติดกรงแล้วจะหลุดไปที่ใดได้ เจ้าจึงเหินห่างไป คิดไปแล้ว
นี่คงเป็นคราวเคราะห์ สอดคล้องกับเรื่องนางกากี เปรียบดังเจ้าปักษีขุนช้างพานางเหาะ ส่วนพี่นั้นเป็นคนธรรพ์ คงยากที่เจ้าจะหวนคืนมา
เสียที ที่พี่มีน้ำใจรัก เป็นประจักษ์แจ้งมาแต่หนหลัง เมื่อมาหาเห็นหน้ากลับชิงชัง ซ้ำยังจะปลุกชู้ให้สู้กัน
ชิ จิตใจ วันทองเอย กระไรเลยตัดได้ดังปลิดทิ้ง ตัดขาดไม่เผื่อคิด พี่นี้จนปัญญาแล้วที่จะตามทัน คิดแล้วก็น่าน้อยใจนัก ดังสีดาไปกับโจร พระรามต้องระทมใจ
หากเจ้าสัตย์ซื่อสุจริต สักนิดหนึ่งเหมือนสีดาหาว่าไม่ แต่นี่กลับเสียศีล สุดสิ้นแล้วทุกสิ่ง ไหนเล่า แต่เดิมที
เจ้าเคยกล่าวว่า สู้ตายไปก็มิให้ชายอื่นต้อง จะครองตัวไว้ให้แต่แต่พี่ เพลานี้ไยนิ่งเฉยให้มันเคล้าเคลีย นี่ก็ชู้ มิใช่ฤา ให้ว่ามา
ที่ทำมาก็สุดแสนจะทน ยังจะปลุกให้มันลุกขึ้นมาฆ่าฟัน หอก ดาบ อยู่ที่ใดไปเอามา มันคงจะตื่นขึ้นทันที
ถ้ามันตื่นมาเห็นพี่จูบเจ้า คงได้ตายเปล่าแล้วตัวพี่ รีบทำเถิดเป็นไรมี หญิงนั้นมีสามร้อยมารยา บุราณท่านว่าไว้ เพิ่งจะรู้แจ้งจริงวันนี้
จะปั้นรูปไว้ดู เป็นแบบฉบับต้นตำหรับ ว่ารูปดีงาม แต่ใจหาเที่ยงตรงไม่”
.
ตอนที่ 17 ยังมีต่อ
.
Create Date : 14 ตุลาคม 2564
Last Update : 14 ตุลาคม 2564 11:18:05 น.
.
ที่มา : ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/6 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sut0000&month=10-2021&date=14&group=1&gblog=45
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 13,132
Re: ขุนช้าง ขุนแผน ฉบับถอดความ บทที่ 17
«
Reply #6 on:
14 May 2026, 20:55:08 »
ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/7 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
.
ขุนช้าง ขุนแผน
เรียบเรียงจากเสภา เรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน โดย ทักษภณ
ตอนที่ 17/7 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
วันทองรู้สึกเจ็บแค้นใจนัก ที่ถูกแดกดันด้วยถ้อยคำ ด้วยน้ำตาคลอเบ้า สะบัดหน้ารำพันไปว่า
“แน่ะ เจ้าต่างหากที่ไม่จำคำ วันที่วิวาทกับลาวทอง แผดร้องพิไร กั้นกางขวางไว้ ซ้ำยังไล่ฟันแทบจะบรรลัย สายทองมาบอกยังด่าให้
จากนั้นขึ้นช้างพานางลาวทองไป ดังพระสุธนได้นางมโนรา ข้าแค้นใจจึงไปผูกคอตาย
ข้านอนกับขุนช้างก็จริงอยู่ แต่ก่อนหน้านั้น ได้ต่อสู้ขัดขืนเป็นหนักหนา เสียตัว เป็นคนชั่วใช่จะตื่นตา แต่เป็นเพราะพรายเขาเข้ามาสะกดไว้
ถ้าผัวมีเมตตามาช่วยปกป้อง วันทองฤา จะถูกผู้ใดทำร้ายได้ เพราะใจเจ้าไม่มีเมตตา ช้อนเอาแต่ปลาอยู่หน้าไซ
ขึ้นช้างไปกับนางลาวทอง มิกลับมา เพราะถูกเมียเหนี่ยวไว้ ส่วนข้านี้ตั้งตาคอยละห้อยหา
คำที่แค่นว่ามิสมคำ ซ้ำยังมากล่าวหาว่าสามร้อยมารยา รู้แล้วว่าข้าชั่ว จึงไม่เลี้ยง จะไม่เถียงทัดทานเลย เป็นคนดีมิมีผู้ใดรัก ขออยู่ตามประสาคนชั่วเถิด
ได้อายเพราะหลงมาเป็นผัว มืดมัวดังตกปลัก เพราะยาแฝดจึงชักให้เสียชาย
เพราะเมื่อแรกเจ้ายังรักอยู่กับข้า ขอษมาเถิดที่ฝ้าเพิ่งจะหาย เพราะต้องของทีใส่ที่ในกาย นวลหน้าจึงมีฝ้าลายมอมแมม
แค่เพียงไปได้กับลาวทอง นวลหน้ากลับมาผ่องใส่ดังเพชร ผิวดังคละด้วยทอง แล้วจะลอมแลมมาไย
อีวันทองชั่วชาติ อุบาทว์นัก พ่อพลายแล้วจะเลี้ยงมันที่ไหนได้ มานั่งใกล้ ไม่กลัวตัวจัญไรฤา โอยต้องโดดหนีแล้วกระมังหนา
ไม่ควรที่จะมากินเดน มันไม่สมกับหน้าขุนแผน อย่าได้วนเวียนอยู่ไปมา ทำเหมือนปล่อยนก ปล่อยปลาไปเถิด
หากต้องการเงินทอง น้องก็จะไม่ขัดทูนหัวให้ ฤาเป็นเพราะเสียลาวทองแล้วเหงาใจ จะหาให้ได้กอดใหม่อย่าได้เป็นทุกข์ไป ชอบใจไทยฤาลาว จะเอาสาวผมมวย
หรือผมจุก น้องขอกราบ ไหว้ อย่าได้มารุกราน คลุกเคล้าน้อง จะทำให้พี่ท่านหมองมัวไป”
ขุนแผนเกรี้ยวกราดไปว่า
“คารมแสนคม จัดจ้าน แง่งอน หว่านล้อมเล่าความไม่น้อยเลย แค้นว่าเข้าใกล้ มอมแมมหมองมัว มาลอยหน้า ท้าทาย ว่าได้ว่าไปสุดท้ายยังว่าชั่วเพราะผีอำ
ระวังหัวให้จงดี ว่าได้ดังใครไม่รู้แกว มาว่าเยาะเย้ย ข้องขัด เงิน ทอง อย่ามาลอยหน้าว่า อย่ามาสวนคำให้ช้ำใจ
รู้แล้วว่าชู้เจ้าเป็นเศรษฐี มั่งมีเงินทองก่ายกอง ไม่มีพร่อง ขุนแผนนี้มันขัดสนทุกสิ่ง ของกำนัลมิมีใครเกื้อหนุน ต่างจากผัวของเจ้ามีทรัพย์มากมาย ยังคิดจะขอลูกสาวคนอื่นให้อีก ช่างพิไรได้
จะหาคนอื่นมายัดแก้ขัดให้ เจ้าจะได้กอดขุนช้างสบายใจ อันตัวเจ้าอย่าคิดจะละไป ถึงเป็นนางฟ้าชั้นดุสิต ก็มิอาจเปลี่ยนใจที่เดือดดาลให้หายได้
อันตัวเจ้าให้เราละ อย่าพึงคิด ยากเสียที่จะละ ถ้ามิได้มาเป็น ๆ ก็จะเอาตาย
ถึงเราอยู่ไกลเข้าใจหมด ช่างโป้ปด ทำเล่นได้ แม่ของเจ้าส่งให้กับขุนช้าง เข้าปล้ำ ผีพรายมันบอกเราสิ้น
ถึงเจ้าจะดิ้นขัดขืน แต่ใจยังไม่เหินห่าง ความรักยังมีไม่จืดจาง ถึงเสียตัว ชั่วช้ามาแต่หนหลัง
ก็ช่างเถิดข้อนั้นพี่หาว่าไม่ อย่าอำพรางไปเลย จวนรุ่งแล้ว มาพี่จะพาไป หากไม่ไปจะฟาดให้ขาดกลาง”
วันทองกล่าวทั้งน้ำตาว่า
“ข่มเหงเล่นเถิด เฝ้าตะบอยได้เป็นร้อยอย่าง เสียตัว เพราะหลับกลับว่าแก้ตัว พรายของเจ้าช่างจับพิรุธ ฉันนั้นดิ้นร้องจนเรือนแทบจะหักร่วง ลุกวิ่งหนี มันก็ไล่ฉุด
อีกทั้งแม่ยังตีกระหน่ำซ้ำ จึงเสียตัว เพราะเขาขืนใจ อีพรายกลับว่าเห็นเป็นใจ ไอ้ผีปากบอน ช่างพิไรใส่ความ ผีไม่มีสัตย์ อ้ายบัดซบ ใคร่จะเอาหนามทุเรียนเข้าไปตบ ให้สาแก่ใจ
ด้วยตัวฉันเป็นหญิง จะไปหาผู้ใดได้ จำต้องทน ที่ว่ามิได้ตัวเป็นๆ ก็จะเอาตาย ป่ายลงเถิดหากลัวไม่ พูดก็ไม่เห็นสิ่งที่จริงใจ จะอยู่ไปก็เปล่าประโยชน์
อย่าได้ขบฟัน ฮึกฮักอยู่เปล่าๆ ฟาดฟันให้วายปราณ เสียสิไยไม่ทำเล่า”
.
ตอนที่ 17 ยังมีต่อ
.
Create Date : 23 พฤศจิกายน 2564
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2564 5:51:18 น.
.
ที่มา : ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 17/7 ขุนแผนขึ้นเรือนขุนช้าง ได้นางแก้วกิริยา
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sut0000&month=11-2021&date=23&group=1&gblog=46
.
Logged
Pages:
[
1
]
« previous
next »
SMF 2.0.4
|
SMF © 2013
,
Simple Machines
| Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.068 seconds with 17 queries.
Loading...