Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
22 June 2026, 13:42:30

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
30,321 Posts in 14,937 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  เรื่องราวน่าอ่าน  |  นวนิยายที่น่าอ่านอย่างยิ่ง (Moderators: LAMBERG, moowarn)  |  ขุนช้าง ขุนแผน ฉบับถอดความ บทที่ 10
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: ขุนช้าง ขุนแผน ฉบับถอดความ บทที่ 10  (Read 241 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,132


View Profile
« on: 14 May 2026, 08:32:39 »

ขุนช้าง ขุนแผน ฉบับถอดความ บทที่ 10


ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 10/1 พลายแก้วได้นางลาวทอง
.



ขุนช้าง ขุนแผน
ตอนที่   10/1 พลายแก้วได้นางลาวทอง

    กล่าวถึงแสนคำแมน เป็นนายแคว้นบ้านจอมทอง มีนางศรีเงินยวง เป็นดังดวงใจรักใคร่มาแต่ก่อนมา ทั้งสองมีลูกสาวชื่อลาวทอง ดูแล เลี้ยงดู

จนกระทั่งเป็นสาวรุ่น อายุได้ 15 ปีปลาย งามเปล่งปลั่งดังบัวเหนือน้ำ ยังไม่ต้องแดดให้ช้ำเมื่อยามสาย ใบหน้าไร้ไฝฝ้า ไหล่ผาย เอวกลมดังแกล้งรัด มิมีชายใดมาแตะต้องได้ ด้วยมีพี่เลี้ยงที่เจนจัดถึง 2 คน ชื่อว่า นางเวียง นางวัน ปรนนิบัติ ดูแลเป็นอย่างดี

    เมื่อพลายแก้วมาตีเวียง ชาวบ้านต่างพากันหลบหนีไปซ่อนตัวในป่าเขา ที่ถูกจับไว้ได้ก็มีไม่น้อย ส่วนบ้านจอมทองของคำแมน ผู้คนยังอยู่หนาแน่นตามปกติ อยู่รอดปลอดภัย เพราะแม่ทัพพลายแก้ว มิให้ทำอันตราย

เมื่อการรบสงบลงแล้ว พลายแก้วจะกลับกรุงศรี เงินยวงผู้เป็นภรรยา ตรึกตรองปรึกษากับสามี นึกถึงบุญคุณของแม่ทัพ

    “ร้อยบ้านพันเมืองได้รับความลำบาก ผู้คนล้มตายมากมาย แต่บ้านเราอยู่เป็นสุข

บัดนี้เขาจะกลับไปเมืองใต้ เขาจะทำเยี่ยงใดมิอาจรู้ได้ จะมานั่งนิ่งจะเป็นการเบาใจเกินไป ฉวยถ้าเขากวาดต้อนบ้านจอมทอง จะพากันย่อยยับ ทุกข์ยากกันไปหมดทุกบ้าน”

    ยายตาปรึกษากันในที่สุดลงความเห็นว่า
    “ลาวทองลูกเราทั้งสอง จะพาไปยกให้เป็นของคำนับ แม่ทัพเห็นทีจะรักใคร่ ถึงลูกเราจะเข้าไปในกรุงไทย ก็พอจะออกหน้าได้ไม่อับอาย

แม่ทัพชุบเลี้ยงเจ้าลาวทอง คงมิให้พวกพ้องต้องได้รับความลำบาก ชาวบ้านก็จะอยู่อย่างมีความสุข มิต้องหวั่นอันตรายจากกองทัพไทย”

    จากนั้นเรียกลาวทอง มาด้วยทั้่ง นางเวียง นางวัน เข้ามานั่งใกล้แล้ว แสนคำแมน กล่าวว่า

    “โอ้เจ้าลาวทองของพ่อแม่ เจ้าเป็นสาวงามบริสุทธิ์ ผุดผ่อง หลังจากมีศึกสงครามมาโรมรัน เกิดข้าวยากหมากแพง ไปทุกหัวระแหง ร้อยบ้านพันเรือน ได้รับความลำบากยากแค้น กองทัพอยุธยาจะกลับแล้ว

เห็นเขาจับ ขับไล่ ผู้คนในหลายๆ ครอบครัว มีผู้คน พลัดพราก ผัวพลัดเมีย เมียพลัดผัว ทำลายทรัพย์สิน สูญเสีย เสียหาย บางคนแม้แต่ผ้านุ่งยังไม่มีติดตัว เป็นการยากที่จะซ่อนเจ้าไว้ได้ พ่อกลัวพวกเราจะเป็นเยี่ยงนั้น

    นายทัพ ประคับประคอง ช่วยเหลือเรา ห้ามพวกไพร่มิให้ล่วงเกินพวกเรา ถึงได้อยู่ดีสุขสบาย ทุกคืนวัน พ่อคิดระแวงว่าเมื่อเขาจะกลับไป เข้าเค้าคำโบราณ ลางทีอาจจะเป็นไปได้ว่า เป็นการขุดบ่อล่อให้ปลามาให้หลงอย่างมิต้องสงสัย ยังมิได้กิน ค่อยประคองไว้ บัวในสระมิให้ช้ำ น้ำมิให้ขุ่น ปล่อยปลาให้หากินอยู่คลาคล่ำ

เหมือนเขาปล่อยเราไว้ยังไม่ทำ เมื่อเขาจะกลับก็จับ กวาดต้อน กว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว จะหลบไปที่ใดก็ไม่พ้น ต้องหาทางผ่อนปรน อย่าให้เราหญ้าแพรกต้องแหลกลาญ

    ตัวเจ้านั้นประดุจแสงเทียน สำหรับพ่อแม่ที่แก่แล้วมืดมนอยู่ในป่าเขา ที่เต็มไปด้วยหนาม รกชัฏ มองมิเห็นหนทาง ต้องอาศัยเจ้าจึงจะมองเห็นทางออกได้

เมื่อยามเล็กเจ้าพึ่งพ่อแม่ ยามพ่อแม่แก่เฒ่าต้องพึ่งเจ้า เราสองจะยกเจ้าให้เขาไปเคล้าคลึง เจ้าอย่าได้ขึ้งเคียดรำคาญใจไปเลย เขาเป็นยอดทหารเก่งกาจในการรบ คงจะได้ดีในภายภาคหน้า เจ้าจะได้พึ่งพาเป็นแน่

    อันเชียงใหม่กับอยุธยา ในภายหน้าคงจะทำสงครามกัน รบกันไปในภายภาคหน้าเป็นแน่ เจ้าเป็นสาวนวลละอองามต้องตา ถ้ายังอยู่ในจอมทอง ฝ่ายไหน ไป มา ลางทีจะย่ำยีได้ คงต้องเสียทีเป็นเมียมัน ให้เจ้าไปเสียให้ไกลจะเป็นการดี

เขาก็หนุ่ม เจ้าก็สาวรุ่นราวคราวเดียวกัน ดวงชะตาเจ้าก็นับว่าดี ให้สาววัน สาวเวียงไปดูแล ปกป้องน้อง จนกว่าจะตายจากกัน ข้าไทแม่จะให้ไปตามที่มี อย่าเศร้าโศกเสียใจไปเลยลูก”

    ลาวทองได้ฟังดังนั้น ยกมือทั้งสองขึ้นเหนือหัวร้องไห้กลิ้งเกลือก กอดเท้าพ่อและแม่ ตัวสั่นสะท้าน สะอื้น ร้องไห้น้ำตาไหล อาบนองหน้า หลังจากเช็ดน้ำตาที่คลอเบ้าแล้วเว้าวอนรำพันพิไรว่า

    “เจ้าประคุณทูนหัวของลาวทอง ไม่ต้องการลูกแล้วฤาไฉน ดูแลลูกมานานเท่าใดแล้ว ลูกนี้จึงได้เป็นตัวตน ท่านทั้งสอง อาบน้ำป้อนข้าวทุกเช้าเย็น ไม่วายเว้น พิทักษ์ รักษา ปรนเปรอสารพัดสิ่ง ด้วยเมตตา ลูกจึงได้เป็นตัวตนเพียงนี้



    ลูกหมายใจว่าจะแทนคุณพ่อแม่จนสิ้นลมหายใจ คิดอยู่ทุกวันคืน แม้นว่ามีลูกผัวแล้ว ก็จะไม่จากไปไกล เมื่อเป็นเยี่ยงนี้หาได้แทนคุณ ดังใจที่ลาวทองคิดไว้ไม่ อยู่ด้วยกันหลัดๆ ก็จะมาจากกันไป เมื่อใดหนอจะได้หวนคืนมาพบกัน

    ถึงเวลาต้องไปจำใจจาก หากใกล้กันคงได้เวียนมาเยี่ยมเยียนทุกวัน คงมิโศกเศร้าเท่าใดนัก แต่นี่ไปไกลลิบลับ สุดหล้า สุดแผ่นดิน นานนับปี หารู้กาลจะได้มาเยี่ยมเยียนไม่ ผิว่าเจ็บไข้เป็นตายคงมิได้เห็นกัน มีทุกข์ภัยใครเล่าจะช่วยนำพา

เหมือนมีพ่อแม่เมตตา คอยตามใจ ไปมีผัวถึงเขาจะรัก ฟูมฟักกล่อมเกลี้ยงประการใด ก็ไม่เหมือนพ่อแม่ที่เลี้ยงมา คนอื่นไหนเลยจะเห็นแก่น้ำหน้า ผิดใจก็จะไม่นำพา เขามิใช่ว่าเป็นหนุ่มแท้ๆ เสียเมื่้ือไร เหมือนหลับตาจุดไต้ ตำตอ คอจะหักหารู้สึกตัวไม่ ลูกเมียเขา จะตามหึงหวงไปทุกอย่าง

    เป็นเมียน้อยลำบากนัก ถ้าผัวรักใคร่ตลอดไปพอรอดตัว แต่จะระมัดระวังได้เยี่ยงไร คงมีวันที่ลับหลังผัว ลูกจะไปโต้ตอบเขาที่ไหนได้ คารมไทยมันแจด อยู่จัดจ้าน ทัดทานบ้านก็จะขัดใจ จะโดนลำเลิกถึงเหล่ากอ จะออกปากถุ้มเถียงก็ทำมิได้

เขาจะไม่พอใจ ผัวเขาก็จะเข้าข้างกัน  แล้วจะข่มให้หลาบกลัว ถ้าดื้อดึงหัวก็จะเลือดย้อย ไหนเจ้ามันจะด่า ข้ามันจะตี เหยียบขยี้ขยำให้ต่ำต้อย ลงเป็นขี้ข้า คนใช้เขา ยิ่งคิดยิ่งใจเสียเกิดมาเสียเปล่าไม่เป็นของตัวเอง”

    ฝ่ายแสนคำแมนกับเงินยวง รู้สึกใจเสีย น้ำตาไหลใจเต้นแรง ด้วยกลัวว่าเหตุการณ์ในภายภาคหน้าจะเป็นดังคำของลูก แต่ก็ต้องทำใจให้เข้มแข็งไว้โดยเร็ว ปลอบขวัญลูก

    “ลูกเอ๋ยอย่าร้องไห้ไปเลย พ่อแก้วคงมิเป็นเยี่ยงที่ลูกคิดดอก เจ้าดวงกำลังดี กำหนดปีนี้จะมีคู่ พิเคราะห์ใคร่ครวญดูถ้วนถี่ ในดวงชะตานี้ ต้องตกที่นางสีดาทศกัณฑ์พาหนี พระรามตามตีเอาคืน ลูกจะมีที่พึ่งพา อย่าครั่นคร้ามไปเลย

    จะกระเดื่องใจเมื่อไปถึง นิดหน่อยเท่านั้น ไม่มีอันใดหนักหนาดอกเจ้า จากนั้นนับวัน เวลา จะลอยฟ้าฟูฟ่องไม่มีอันใดให้หมองใจ เจ้าเกิดมามีชะตาเยี่ยงนี้ จงอดกลั้นน้ำตาไว้ อย่าได้ร้องไห้ไปเลยหนา จวนค่ำแล้วอาบน้ำเสียจะได้ไป”

    ข้าไท พี่เลี้ยงก็มาหน้าพร้อมกัน ช่วยกันปลอบ ทาสีตักน้ำมาเต็มขัน แล้วช่วยผลัดผ้า ทากระแจะจันทร์ ผัดหน้าเป็นนวลใย เกล้าผมทรงกระทัดรัด ทัดแซมดอกไม้ทองดูพริ้วสะบัดไหว เกี้ยวกระหวัดด้วยปิ่นพลอย

สอดใส่ดอกมะเขือทองคำ ห้อยสายระย้าเพชร สังวาลทองพลอยพริ้งสะอิ้งสาย ดูเด่น สวยงาม สวมกำไลที่ข้อมือทั้งสองข้าง ใส่แหวนเพชรนิลมรกต สไบสีสุกสด กลิ่นหอมกรุ่น



    พ่อแม่เป็นผู้ใหญ่ มีข้าไทแวดล้อมลงจากเรือน ข้าวของเครื่องกำนัลนั้นหนักหนา เท่าที่พอจะหาได้ บ่าวข้ายกขนมาเกลื่อนกล่น ลูกหลานพี่น้องไม่ต้องร้องเรียก ก็ไปเป็นเพื่อนลาวทองกันทุกคน หาบหามกันอยู่สับสน

พอถึงค่ายก็เข้าไปในทันที พวกที่มาทัพอยู่ในค่ายก็พากันต้อนรับ ออกมาชมโฉมสาวลาวแน่นขนัด จ้องกันตาเป็นมันอ้ายมั่นกล่าวว่า

    “ชะช่างจัดจริงหวาหน้าขาวผ่อง นางคนที่เดินตรงกลางนมเป็นกองอล่องฉ่อง ผิวหน้าเป็นนวลดังดวงจันทร์ อีคนถัดมาย่างเยาะอย่างจะรำ คมขำเอวกลมดังแกล้งปั้น เหมาะเจาะจริงหวา ถ้ากูได้จะไม่ไว้มือ”

    ครั้นไปถึงแม่ทัพพลายแก้ว ไม่มีเสียงอื้ออึง ทั้งหมดวางของเรียบร้อย พากันนั่งพับเพียบพนมมือ ไหว้แม่ทัพ

    พลายแก้วเชื้อเชิญท่านทั้งสองขึ้นบนพรม ลาวทองขยับนั่งไหว้สงบเสงี่ยม พลายแก้วรับไหว้ท่านทั้งสอง พร้อมกับชำเลืองมองดูลูกสาวขาวจิ้มลิ้ม คิดในใจว่าละม้ายคล้ายพิมนัก ตายาย ชายตามาปะตา ก็ทำเป็นหยิบพานหมากพลู พูดเรื่องอื่นไป

    ฝ่ายผัวเมียทั้งสอง ต่างพูดจาตามประสาเป็นผู้ใหญ่
    “ข้อยออกมาหาท่านพญาไทย ด้วยต้องการจะขอบใจท่านนัก ที่ช่วยป้องกัน ร้อยบ้านพันเมืองไม่เหลือหลอ ต่างฉิบหายเพราะการห้ำหั่นในสงคราม แต่บ้านจอมทองของข้าน้อย บ่ย่อยยับ ข้าวของที่่อยู่ในมือ มิได้ยื้ิอแย่งให้ช้ำใจ ข้อยขอขอบคุณ พระคุณของท่านมากมายยิ่งนัก

    ท่านจะยกทัพกลับเมืองไทย ข้าวของสิ่งใดก็บ่มี หาได้ตามจนตามยากมาฝากบ้าง พอได้เป็นเสบียงกลางทาง เงินทองนั้นมิสู้มี ที่จะแจกรี้พลของท่าน

ข้อยมีแต่ลูกสาวลาวทอง กับข้าวของนิดหน่อย คิดมาฝากเจ้าลาวทองให้เป็นข้าช่วงใช้ไปจนตาย ไร้ญาติขาดมิตรแล้วนะนายเด อย่าได้ทอดทิ้งกันไป ข้อยขอฝากตัวต่อเจ้าขรัวนาย ด้วยลาวทองพลัดพรากพ่อแม่ไปแต่ตัว

หากแม้นท่านพลายแก้วมิเอ็นดู ลาวทองคงบ่มีหัว ไปไกลตาข้าน้อยนี้จึงนึกกลัว จะรอดได้ก็เพราะท่านกรุณา ข้าเฒ่าทั้งคู่อยู่ไกล มิรู้เมื่อใดจะได้ล่องลงไปหา เมื่อหน้าถ้าท่านได้ขึ้นมา จงเมตตาแวะเยี่ยมกันบ้างเด้อ”

    ครานั้นเจ้าพลายแก้วยิ้มแล้วตอบไปว่า
    “ท่านอย่าได้โศกาอาลัยไปเลย รู้แล้วว่าไกลกันสุดตา ลูกท่าน ท่านรักดังดวงใจที่เอามาให้ก็เพราะท่านรักข้า คงเป็นบุญกุศลที่ได้สร้างมาแต่ปางก่อน

จึงทำให้เกิดเมตตาจิตบ้านจอมทอง เข้าบ้านไหนก็ไล่ตีเสียแตกป่นปี้  แต่บ้านจอมทองนี้ไม่ทำ กลับช่วยปกป้อง โดยที่มิมีผู้ใดแนะนำ ว่าบ้านนี้มีลูกสาวงามให้ทำเยี่ยงนี้ 

    ไม่รู้จริงๆ จึงนิ่งอยู่ พึ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเอามาให้ เป็นเรื่องที่น่ายินดีเหลือเกินหาสิ่งใดเปรียบได้ไม่  แม้นว่าเราได้เงินทองมากมาย หญิงชายอื่นนับพัน ก็มิได้ยินดี ท่านพาลาวทองมายกให้ จะเลี้ยงไว้ให้สมฐานะ

ท่านอย่าได้คิดสงสัยไปเลย ร้อยปีก็จะไม่แยกจากกัน ไม่มีเบื่อหน่ายคลอนคลายจืดจาง จะร่วมเรียงเคียงหมอนกว่าจะสิ้นลมหายใจ สารพัดทรัพย์ที่ได้มานับพัน รวมทั้งข้าวของ ต่างๆ จะไม่แบ่งให้ผู้ใดเลย จะยกให้เป็นของลาวทอง สองท่านอย่าได้เป็นกังวลไป”

    จากนั้นสั่งบ่าวให้จัดของเสื้อผ้าเงินทองเป็นต้น วัว ควาย ช้าง ม้า ข้า ตลอดจนข้า คน ยกขนมาให้ยายกับตา ทุกคนต่างยินดีปรีดา

    “สาธุ พ่อข้อยบ่ได้แพ้ เงินทอง ที่ได้ควรจะเอาไปบ้าน แต่กลับเอามาให้พวกข่อยเหลือแหล่ แท้แล้วท่านควรเป็นนายพวกเฮา”

    ตายายพูดจากับแม่ทัพ แล้วกล่าวคำลา ได้กล่าวคำฝากฝังลูกสาวอีกครา ลาวทองใจหายห่วงมารดา กราบไหว้ ร้องไห้สะอึก สะอื้น

    “เมื่อใดหนอจะได้คืนขึ้นมาหาแม่”
    แม่ลูกต่างก็มีใบหน้าอาบด้วยน้ำตา ในที่สุดทั้งสองพยายามอดกลั้นข่มอารมณ์ความเสียใจ เดินทางกลับ ให้คนช่วยกันหาบขนเงินทอง เสื้อผ้า และสิ่งของที่พลายแก้วให้ บ้างพูดกระซิบกระซาบดีใจ

ส่วนสองตายาย และบรรดาข้า คนคุนเคย ได้แต่อาลัยบ่นถึงลาวทอง ไม่ขาดปาก จนกระทั่งตะวันบ่ายก็กลับถึงบ้าน พ่อแม่ลาวทองต่างยังเศร้าโศก เข้าห้องเงียบไปทั้งคู่

    เวลาพลบค่ำพลายแก้ว อยู่ท่ามกลางทหารผู้ชำนาญศึกสงคราม ท้าวพระยาหัวเมืองต่าง ก้มกายกราบกรานด้วยความเกรงกลัว ปรึกษาการเสร็จสิ้นสงครามเมืองเชียงทอง สรุปได้ว่า

    “ได้ครอบครองสิ่งต่างๆ มากมาย การบัญชีนายเสมียนรับผิดชอบ การตรวจตรา ให้สิทธิขาดแก่นายหมวด อาวุธยุทธภัณฑ์ ช้างม้า ที่ข้าศึกได้ทิ้งไว้ตอนแตกทัพ ชิงเอามาได้มากมาย ทั้งหมดตีตราเป็นของหลวง



วัว ควายนั้นให้พวกทหาร เชี่ยน ขัน โตก ถาด ตะลุ่ม พาน ผู้ใดรานรบได้ ให้แก่ผู้นั้น อย่าได้ พูดส่อเสียด ทุ่มเถียง ริษยากันและกัน ทุกสิ่งได้จัดแจงแบ่งปันอย่างเหมาะสมแล้ว อีกห้าวันจะกลับอยุธยา

    อันตัวพระยาเชียงทองนั้น เกี่ยวข้องกับราชทัณฑ์อยู่หนักหนา จะพาเอาลงไปด้วย ให้เข้าเฝ้าฟังพระบัญชา หากแม้นพระองค์ลงโทษทัณฑ์ จะทูลป้องกันให้ได้ พระยากำแพง ระแหง ให้ลงไป ช่วยทูลขอให้ด้วย”

    ครั้นสั่งการเรียบร้อยแล้ว ต่างแยกย้ายกันไป จัดแจงตามสั่งทันทีบอกต่อ รู้ทั่วถึง กันไปในเวลาไม่นาน

    พวกไพร่ในค่ายพลายแก้ว ครั้นขุนนางไปแล้วรีบเก็บพับพรม เก็บของเข้าที่ กันให้ระงมไป  เวลาย่ำค่ำได้สักยามปลาย ข้าไท ทั้งหลายก็นอนหลับ แสงเทียนถูกดับลง พลายแก้วชำเลืองเยื้องกรายรูดม่าน หมายเจ้าลาวทอง เมื่อไม่เจอก็ซักไซ้ลาวที่เคยใช้ ได้ความว่า

    “ลาวทองไปอยู่กับนางพี่เลี้ยงอีกห้องหนึ่ง นางร้องไห้ตั้งแต่พ่อแม่ไป พี่เลี้ยงต้องคอยปลอบโยน เพื่อนไปพูดคุยหยอกล้อ ก็หาหยุดเศร้าโศกไม่”

    พลายแก้วได้ฟังดังนั้นจึงสั่งไปทันทีว่า
    “เอ็งจงรีบไปบอกพี่เลี้ยง เวียง วัน ทั้งสอง ให้พาลาวทองขึ้นมานี่ บอกว่ากูเชิญมาพูดคุย ปรึกษาการ จะอยู่ จะไป”

    สาวพรหมาก็รับคำ รีบลุกไปในทันทีถึงห้องลาวทอง เข้าไปนั้งใกล้แล้วพูดกับคนทั้งสามที่นั่งอยู่ด้วยกันว่า
    “พลายแก้วให้มาเชิญขึ้นไปนั่งคุยด้วย”

    พูดจบนางก็กลับไปทันที ลาวทอง ได้ยินดังนั้น ก็โผเข้าสวมกอดสองพี่เลี้ยงสะอื้นไห้ อีกครา เมื่อรู้ว่าพลายแก้วจะให้ขึั้นไปหาถึงห้องนอน ให้เกิดความรู้สึกจิตคิดหวาดหวั่น ยกมือขึ้นไหว้พี่เลี้ยงอ้อนวอน ว่า

    “น้องเว้ากับเจ้านายบ่เป็น พี่ทั้งสองเลี้ยงน้องมาจนเป็นสาว ผู้บ่าวใดก็มิได้มาเบิ่งเห็น พ่อแม่ดูแลป้อนข้าวทุกเช้าเย็น  กลางเวน กลางค่ำ บ่เคยปะผู้ใด จะให้น้องไปเว้ากับนายทัพ จะเห็ดจังได๋ ข่อย บ่ฮู้ บ่อหัน อันหยัง  น้องไปบ่ฮอดดอกพี่นางวัน”

.
ตอนที่ 10 ยังมีต่อ..
.

Create Date : 11 กันยายน 2563
Last Update : 11 กันยายน 2563 8:01:17 น.


ที่มา : ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 10/1 พลายแก้วได้นางลาวทอง
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sut0000&month=09-2020&date=11&group=1&gblog=26

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,132


View Profile
« Reply #1 on: 14 May 2026, 08:33:49 »


ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 10/2 พลายแก้วได้นางลาวทอง จบตอน
.



ขุนช้าง ขุนแผน
ตอนที่   10/2 พลายแก้วได้นางลาวทอง จบตอน

   
นางวัน นางเวียง ได้ฟังดังนั้น ต่างรีบปลอบรับขวัญ

“แม่คิดจะเดียจฉันท์ไปไยมี พ่อ แม่ ให้มาเป็นข้าเขา จะคิดมากไปไยเล่า สิ่งที่ควรทำ คือต้องทำให้เขาเมตตาปราณี  จะได้ดี ก็เพราะรู้วิธีเอาใจ

ถ้าขืนไปขัดอารมณ์เขา ให้ไม่พอใจ หาดีไม่ พี่น้อง พ่อ แม่ อาจจะต้องโทษภัยพระคุณท่าน คุ้มครองป้องกันเรา จึงได้ยกลาวทองให้เป็นข้า หมายใจว่าจะได้เป็นหน้าเป็นตา พ่อแม่ได้พึ่งพาในภายหน้า

หากเจ้าบ่ฟังข้า จะพาพ่อแม่เราฉิบหาย จงเอ็นดูปู่ย่าตายาย หมายพึ่งจึงให้มาเป็นเมีย
อย่ากลัวไปเลย พี่จะไปเป็นเพื่อน แก้มแม่เปื้อนแล้วจงเช็ดน้ำตาเสีย อนิจจาเอ๋ย หน้าน้องหมองไปแล้ว เอาแป้งทาเถิดน้อง”

จากนั้นลาวทอง มีพี่เลี้ยงเคียงข้างละคนพาไป แต่การไปก็ทุลักทุเลหนักหนา เดินไปจนถึงใกล้ม่านจึงคลานเข้าไป พี่เลี้ยงทั้งสองต่างพากันเข้าไป

เจ้าลาวทองกลับถอยหลังแล้วทรุดนั่งนิ่ง พี่เลี้ยงต้องรีบฉุดมือดึงเข้ามา พอแหวกม่านออกไป แสงสาดส่องมาต้องหน้านวล ลาวทองซบหน้าไม่นั่งตรง เข้าบังม่านหมอบลงให้วุ่นวาย พี่เลี้ยงพยายามหลีกให้นางโดดเด่นแต่ผู้เดียว

ลาวทองก็พยายามเข้าไปบัง แอบ พี่เลี้ยง
ส่วนพลายแก้ว เห็นนางมาแล้วแต่ยังแอบหลังพี่เลี้ยง ก็รู้ว่านางประหม่า ขวยเขิน จึงมองเพ่งพินิจ ก็เห็นว่า นางงามนัก ก็เกิดความรักเสน่หาขึ้นมาทันใด ยิ้มแย้มสนทนาไปว่า

“ร้อยชั่งนั่งขึ้นเป็นไรเจ้า อย่าเอาแต่บังเงาเลย เชิญมานั่งทางสว่างเถิด มาสนทนากันเล่นให้เย็นใจ ขอถามเจ้า วันทัพมาถึงบ้านจอมทอง น้องตระหนกตกใจหรือหาไม่

บ้านอื่นแตกตื่นกันกระจายไป ไยเจ้ากล้าอยู่บ้านผู้เดียว  หรือเข้าใจใครบอกว่าพี่มา คงเมตตาไม่จับเจ้า คนดีเป็นอย่างไรเจียว จึงไม่ทิ้งบ้านแต่ประการใด”

ครานั้น นางวัน กับนางเวียง ทั้งสองหมอบยกมือไหว้ สะกิดลาวทองให้ตอบ แต่นางมิยอมเอ่ยคำใดๆ พี่เลี้ยงทั้งสองจึงต้อง ยิ้มไปตอบไปแทน

“ บ้านจอมทองขึ้นกับลำพุูน วันนั้นดูเงียบสงบไม่มีมูลเหตุศึกสงครามใดๆ วันเมื่อทัพไทยเข้าตี หนีไม่ทัน ด้วยว่าไม่รู้ตัว  คิดว่าหนีไปเกรงว่าจะไม่รอด ได้แต่พยายามปกป้องทรัพย์และครอบครัวเอาไว้ โดยที่ทั้งหมดรวมกันหลบซ่อนอยู่บนเรือน อย่างเงียบ ๆ

พ่อเฒ่าห้ามไว้ว่าอย่าส่งเสียงให้นิ่งเงียบเป็นอย่างที่สุด ถึงจะโดนจับไปทั้งหมู่บ้าน พวกเราก็จะไม่โดนจับ เดชะบุญท่านช่วยคุ้มภัย จอมทองจึงได้รอดมา ถึงกระนั้นก็ยังเสียใจที่ลาวทองต้องมาเป็นข้ารับใช้ ด้วยหมายใจจะได้เป็นหน้าตาพึ่งพาจนวันตาย”

พลายแก้วยิ้มแล้วตอบคำ
“ชะรอยเราทำบุญไว้มากหลาย จึงดลใจทั้งไพร่ และนายมิให้ทำอันตรายบ้านจอมทอง ที่จริงใจก็มิได้คิดว่า จะได้เมียงามมาร่วมห้อง เมื่อเพลาเย็นเห็นคนมาเยอะแยะ สองท่านพาเจ้าลาวทองมา ความพอใจมีมากกว่าได้เชียงทองเสียอีก”

พลายแก้วหันไปจ้องหน้าลาวทองกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ระคนเอ็นดู
“เหตุไรเจ้าจึงมิสนทนา หรือว่าไม่เต็มใจ พี่เลี้ยงทั้งสองช่วยถามให้หน่อยเถิด จะได้สิ้นสงสัย ไม่เต็มใจ ไม่รักก็แล้วไป อย่าได้ร้องแก้มเจ้าจะหมองมัว”
ครานั้นนางวัน นางเวียง มีไหวพริบดีมิใช่น้อยรีบสะกิดลาวทอง

“ทูนหัวไยจึงนิ่งไม่พูดไม่จา ถ้าน้องได้ดีพี่ทั้งสองจะได้มีที่พึ่งบุญ  หากแม้นแข็งขืนมิฟังคำพี่  ตัวน้องคงต้องไปอยุธยา โดยมิได้เห็นหน้าพี่ทั้งสองเป็นแน่ เลี้ยงมาก็หมายว่าจะได้พึ่ง หากมิให้พึ่งแล้วไซร้ พี่ทั้งสองคงต้องไปหาที่พึ่งอื่น เสียแรงเว้าวอนสอนสั่งทุกวันคืน ยังไม่หยุดสะอื้นแสดงว่าไม่เอ็นดูพี่ทั้งสอง”

ลาวทองได้ฟังพี่เลี้ยง นึกกลัวพี่เลี้ยงจะทิ้งไปจริงๆ คงจะไม่ได้เห็นหน้าพี่ทั้งสอง คิดจะเอ่ยปากเจรจา โต้ตอบคำชาย เป็นไปด้วยความยากลำบาก ด้วยรู้สึกอาย และไม่เคยสนทนาภาษาไทย

จำเป็นจำใจจะเอ่ยปาก ยังกระดากกระเดื่องเขินอาย  พี่เลี้ยงหยิกเน้นให้เจรจา นางจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นประหม่า

“ตัวข้อยจะยอมเป็นข้า เมื้อถึงเมืองใต้ ถึงจะห่วงทางนี้นักก็จะหักใจไป แต่บ่ฮู้ คำสิเว้า”



พลายแก้วเห็นนางยังประหม่า พูดไม่เงยหน้า ครั้้นจะสนทนาต่อไป ก็จะเนิ่นนานไป จึงเอื้อมมือหยิบหมากในพาน อัดอั้นใจอ่านพระคาถาด้วยความมั่นใจ จากนั้นส่งให้พี่เลี้ยง

“ช่วยยื่นหมากไปให้ลาวทองด้วย พี่ทั้งสองกินหมากในพานนั่นเถิด สนทนากันก็ดึกแล้ว กลับไปก่อนเถิด วันอื่นค่อยขึ้นมาใหม่”

พี่เลี้ยงรับหมากมายื่นให้ ลาวทองรับไว้ไม่เงยหน้า ไม่กินกลัวจะไม่ให้ไป ครั้นกินหมากแล้วมนตรา ดลให้เสียวใจ ตั้งแต่ยามเย็นที่นางมา หาได้ดูหน้าตาพลายแก้วไม่

ครั้นต้องหมากมนต์เคี้ยวประเดี๋ยวใจ ก็เกิดความอาลัยลอบเหลือบชำเลืองตา ครั้นเห็นนายทัพยิ้มให้ รู้สึกอยากจะคลานเข้าไปหา พลายแก้วเห็นกิริยาอาการ ก็รู้ว่าต้องเทพรำจวนใจ จึงเบือนหน้ามา บอกกับสองนางว่า

“ไปเถิดวันอื่นจึงมาใหม่เถิด น้องลาวทองหาวนอนแล้ว”
จากนั้นดับไฟทำท่าจะนอน

พี่เลี้ยงทั้งสองเดินออกมา ปิดประตูเดินออกไปอย่างรีบเร่ง ส่วนลาวทอง ภาพพลายแก้วยังติดตา เวลานี้ไม่คิดจะไปที่ใดแล้ว หมายใจอยู่เป็นคู่ครองอย่างแม่นมั่น

เพลานี้จวนรุ่งสางแล้ว พลายแก้วลุกลงมาจากเตียง เดินมาเหมือนจะปิดประตูห้อง มือคลำไปถูกเจ้าลาวทองนางนิ่งเงียบมิได้ร้องแต่ประการใด พลายแก้วหยุดนั่งใกล้ๆ ส่งเสียงไปว่า
“ใครนี่หือ”

ลาวทองยังคงเงียบหาส่งเสียง กระไรไม่ มีแต่ปัดมือพลายแก้วจากอกของนาง
“คิดว่าใคร ลาวทองนี่เอง ไยมานั่งตรงนี้เล่า”

พลายแก้วทำเสียงเหมือนตกใจ แต่ยังคงลูบประโลม กอดจูบ จากนั้นประคองกอดอุ้มขึ้นเตียงนอน บรรจงวางลงบนที่นอน
“เจ้าอย่ากังวลไปเลย มาพี่จะรับขวัญเจ้า”

ยิ้มพลางเคล้าคลึงพัลวัน ระรื่นกลิ่นกระแจะจันทร์ ในที่สุดทั้งสองก็สุขเกษมเปรมใจ ตีเหล็กจุดประทีป ลาวทองระทวยบนที่นอน ยังคงซบหน้าไม่เงยขึ้น พลายแก้วยังคงอิงแอบไม่ห่าง บรรจงจูบ เชยคางให้นางลุกขึ้นกินหมาก
“ไม่เปรี้ยวปากฤาช่างทนกระไรได้”

แล้วตระกองกอดยกสะโพกขึ้นบนตัก ลมหายใจระทวยละมุนดูงามนัก พลายแก้วจูบผมแอบแนบหน้า

“อย่าหลับตาลุกขึ้นเถิดจะขอถาม เป็นสัตย์จริงจะเจ้า จะพุูดให้ฟัง พี่แสนรัก จักตามใจเจ้าทุกอย่าง ถ้าไม่ติดราชการงานทัพ พี่นี้จะไม่กลับไปเมืองล่าง พี่สงสารเจ้าที่เศร้าโศกมิเหือดหาย เพราะจำต้องจากบ้านเรือนไป ตัวพี่ถึงได้เคล้าคลึงเจ้า แต่ใจเจ้ายังคงระลึกถึงพ่อแม่ ยังให้ก่อเกิดความเศร้าโศกสงสารท่านทั้งสอง เพราะต้องห่างไกลกัน

ครั้นจะทิ้งเจ้าไว้ในจอมทอง พี่คิดถึงน้องไม่เหือดหาย ได้เมีย จากเมียไปก็เสียดาย คิดไปให้รู้สึกรำคาญใจ จงเอาความรักมาหักความเสียใจเถิด เราจะไปเมืองล่างด้วยกัน อย่าร้องไห้ไปเลย หรือว่าเจ้าจะอยู่เมืองบนก็ตามใจ ผัวจะไม่ว่าเจ้าให้ระคายเคืองเลย”

ลาวทอง ใจยังติดในรสสวาทไม่เหือดหาย กอดแนบอิงแอบกับอกของพลายแก้ว แต่ยังคงเมินหน้า กล่าวว่า

“น้องมิได้คิดกลับกลายเป็นอื่นแต่ประการใด พ่อแก่แม่เฒ่าอันเป็นที่รัก ฟูมฟักเฝ้าเลี้ยงจนเติบใหญ่เป็นสาว บ่ได้ตอบแทนบุญคุณสองท่านปานใด อาลัยเหลือที่จะรำพัน จากอกพ่อแม่มาอยู่กับผัว คงต้องระวังตัวให้มากไว้ เมื่อใหม่ก็พร่ำบอกว่ารัก

เมื่อถึงเวียงใต้ข้อยคิดกลัว จะไม่เป็นดังคำที่พูดไว้ ถ้าอ้ายแบ่งแยกเป็นสองรัก ก็ยากที่จะที่ทำอันใดได้ ด้วยเขาเป็นเจ้าของเดิม ถ้าพี่รักเลี้ยงดูก็พอรอดตัว

ข้อยรักพี่ถึงได้ ไม่คิดจะอยู่บ้านยอมตามไป เพราะความรักทำให้ต้องทำในสิ่งที่มิควร คงจะทำไปจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ”

พลายแก้วยิ้ัมรักขวัญแล้วจึงตอบว่า
“พี่รักเจ้าลาวทองเอย  ยิ่งกว่าร้อยรักผู้ใดๆ ถึงเมียพี่มีอยู่อย่าหวั่นใจไปเลยเจ้า เจ้าอย่าสงสัยในความรักพี่ไปเลย พี่จะถนอมนวลให้ถ้วนทั่วทุกคน ตามน้อย ตามใหญ่ให้เสมอกัน เจ้าแก้วตากำพร้าไม่มีญาติ อย่ากลัวไปเลย”

ปลอบพลางคลึงเคล้าพัลวัน สัพหยอกชวนพูด กระซิบ ประคองจูบสองแก้ม จนเวลาฟ้าสางใกล้เข้ามา เสียงดุเหว่าแว่วเสนาะหวาน ก็รูดม่านออกมาข้างนอก

พวกเหล่าชาวเชลยก็หมอบคลาน ประคองพานน้ำผ้าเช็ดหน้าให้ พานหมากวางตั้งไว้ทางด้านใน พลายแก้วออกไปนั่งกับขุนนาง

ลาวทองอยูในห้องตริตรอง ที่แทบทุกลมหายใจเกี่ยวกับการที่จะต้องจากบ้านไป ควรจะทำอะไรบางอย่างเป็นการฝากฝีมือไว้ จึงได้เรียกพี่เลี้ยง

“พี่เวียง พี่วันเข้ามานี่”
จากนั้นแจ้งความประสงค์ว่า

“น้องนี้คิดไว้เห็นได้การ ตัวเราจะลงไปเมืองใต้ ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะได้กลับคืนบ้าน ฝีมือการปักเราก็พอมีอยู่บ้าง คิดจะปักม่านไว้ให้ประจักษ์ตา ถวายไว้ในวัดเมืองลำพูน ให้ได้เป็นเค้ามูลในภายหน้า พี่ทั้งสองไปหาผ้าเนื้อดี และจัดสิ่งของอื่นๆ มาด้วย”

จากนั้นช่วยกันต้มผสมสีย้อมผ้า เนื้อไหมสีม่วงดูสดชื่นปรากฏแก่สายตาในเวลาไม่นาน เข้าสะดึงทำมุมให้เสมอกัน

ลาวทองตั้้งใจทำด้วยจิตเบิกบาน พร้อมด้วยสองพี่เลี้ยงผู้เป็นผู้ช่วย ร้อยไหมให้ทั้งซ้าย ขวา
ปักเป็นเรื่องพญามาร ยกกองทัพเข้ามาผจญที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ แสดงอาการกริ้วโกรธ กระทืบช้างที่นั่งให้ขับไล่ พวกพลเสนามาร ได้แปลงร่างไปต่างๆ นาๆ ดูน่ากลัวยิ่งนัก

บ้างสวมเสื้อเกราะ บ้างแบกตะบอง พญามารขี่ช้างตัวสูงสุด ถือลูกศร เกาทัณฑ์ จักรแก้ว คทา ตรีศูล กางกั้นโล่ห์ ช้างกล้างางอน ม้าศึกล้วนประดับเครื่องม้าอย่างงดงาม บ้างขี่โคตัวใหญ่

ธงนำทัพดูคลาคล่ำ เมฆบดบังแสงอาทิตย์ เทพทุกราศีหนีลับ งามระยับด้วยทองถมทุกแห่ง ที่สีม่วงก็ม่วงเป็นมัน ที่สีแดงก็แดงสีสดใส ต้นไม้ดูพริ้วไหวทั้งกิ่ง ทั้งใบ มีชีวิตชีวา ปักนกบินไล่ตามกัน มองดูเหมือนใล่จิกกันแล้วบินไป ทุกสิ่งสมจริง อยู่ในที่ควรจะเป็น

 ปักเขาสุทัศน์สัตภัณฑ์ ถัดมาห้าแถวเป็นแนวสมุทร น้ำใสคลื่นเป็นระลอก ฝูงกินนร วิทยาธร มาอาบกิน ปักเป็นบัวบานตระการตา ผึ้งบินร่อนโผผิน ปักเป็นสัตว์สี่เท้าดาดาษ หากินอยู่เรียงราย
ลาวทองนั่งทำตั้งแต่เช้าจนพระอาทิตย์ตกดิน พลายแก้วเดินเข้ามาถึงห้องเห็นม่านสวยงาม ยืนยิ้มมองลาวทองปัก คิดคำนึง

ลาวทองฝีมือน่ารักนัก นั่งพับเพียบเรียบร้อย ละม้ายเจ้าพิมพิลาไลย ยิ่งให้คิดถึงพิมแสนรักแทบจะขาดใจ ฝีมือการปักของลาวทองพอกันกับพิม พลายแก้วยิ่งมองยิ่งคิดใจหวั่นไหว หันกายไปเข้าห้องเอนกายนอนบนที่นอนของลาวทอง นอนคิดจนหลับไป

ลาวทองกับสองพี่เลี้ยง แม้ค่ำแล้วยังตามตะเกียงปักผ้าม่าน หานอนไม่ จนกระทั่งฟ้าสางจึงได้แล้วเสร็จตามความตั้งใจ ตัดผ้าม่านที่ปักออกจากสะดึง

จากนั้นอาบน้ำผัดหน้า ด้วยเครื่องหอมกระแจะจันทร์ แล้วเข้าไปหาพลายแก้ว ทั้งสามหมอบอยู่ใกล้ๆ
พลายแก้วเห็นนางนั่งลงใกล้ๆ ใจยังคิดถึงพิมพิลาไลยปากก็กล่าวว่า

“เจ้าปักฝีมือดี ช่างรู้เรื่องนิทานมารผจญ ฉลาดล้นกว่าหญิงใดในกรุงศรี ไม่มีเหมือน พิม โอ๊ย ลาวทอง”
ลาวทองได้ฟังพลายแก้วพลั้งเรียกชื่อพิม จึงยื่นมือมาสะกิดพี่ทั้งสอง คิดแล้วตอบไปว่า

“ม่านของข้อยนี้ตั้งใจจะไว้ในวัดเจดีย์หลวง ด้วยข้อยนี้จะไปเวียงใต้ พ่อแก่ แม่เฒ่าเป็นทุกข์ถึง จึงคิดจะปั้นรูปเหมือน ท่านจะคลายความคิดถึงด้วยรูปปั้นนี้ เชิญไปด้วยหน่อยเถิด บ้านกับวัดไม่ไกลนัก จะจารึกรูปปั้นว่าชื่อพิม”
พลายแก้วรู้ว่าพลาดไป รีบตั้งสติเตือนตนเอง

“เออตูนี่อะไรทำใจหวาดหวั่น ต่อรอยยิ้ัมกับฝีปากบางๆ นี่มินึกว่าเมียข้าชื่อพิมไปแล้วรึ”

พลายแก้ว ยิ้มส่ายหัวกับตนเองแล้ว ก็รีบลุกขึ้นเดินไป ลาวทอง และพี่เลี้ยงก็ตามมารวมทั้งบ่าวข้าทั้งหลายดูงามตา พวกผู้ชายตามหลังมากมาย



เข้าไปในวัดเมืองลำพูน กราบนมัสการพระแล้วออกมา ได้นายสาเป็นช่างปั้น ข้าไททั้งหลายช่วยกันโขลกปูน ผสมน้ำเชื้อ รวมทั้งหนังวัว จนเหนียวดีแล้วขยี้ขยำปั้น พลายแก้วและลาวทองนั่งดูอยู่ด้วยกัน

การปั้นนั้นทำได้เหมือน สวยงาม ทุกสิ่ง จารึกชื่อว่า ลาวทอง จากนั้นเรียกสองพี่เลี้่ยงเข้ามาหา กราบกราน คลี่ม่านด้วยใจยินดี ร้อยสายสอดเข้ามาผูก เสร็จแล้วนั่งลงอธิษฐาน

“ขอเดชะม่านที่ข้าได้สร้างไว้ ใช้เวลาปักวันกับคืน กางกั้นถวายพระปฏิมากร จงเป็นปัจจัยให้ถึงพระนิพพาน สมบัติพัสถานอย่าย่อหย่อน

ครั้นสิ้นชีพตายลง ขอให้ได้ไปสู่สวรรค์ อนึ่งนั้นรูปปั้น กับม่านนี้ ร้อยปีอย่าให้สาปสูญได้ ถ้าว่าเมืองลำพูนสูญสิ้นเมื่อใด ขอให้สาปสูญไปตามกัน”

ครั้นอธิษฐานแล้วก็กราบลา ชวนพลายแก้วออกมาถึงกองทัพเข้าไปในค่ายในเวลาไม่นานนัก

ในเวลาค่ำ พลายแก้วกับลาวทองนอนในห้องจิตใจผ่องใส ลาวทองหลับไปจนถึงเวลาดึก เดือนสองแสงสุกใส พลายแก้วรู้สึกคิดถึงบ้านยิ่งนัก

“ป่านนี้พิมนิ่มน้องของพี่ยา จะคอยท่าทุกคืนวันอยู่หรือเปล่าหนอ ถ้ามีรับสั่งมา ให้หาทัพ คงจะได้กลับไปชมปลอบขวัญนิ่มน้องพิม การศึกเพลานี้ก็สำเร็จแล้ว นี่อีกสักกี่วันจะได้กลับไป”

ได้แต่อึดอัด ฮึดฮัด ให้รู้สึกทุกข์ทรมานใจจากความคิดถึงห่วงหายิ่งนัก หาได้นอนหลับได้สนิทไม่ ยิ่งนานยิ่งคิด ยิ่งทุกข์ทรมานใจ แต่ก็ต้องจำกล้ำกลืนไว้ในใจ

.
จบตอนที่ 10
.

Create Date : 14 กันยายน 2563
Last Update : 14 กันยายน 2563 10:27:07 น.

.


ที่มา : ขุนช้าง ขุนแผน ตอนที่ 10/2 พลายแก้วได้นางลาวทอง จบตอน
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=sut0000&month=09-2020&date=14&group=1&gblog=27

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.057 seconds with 17 queries.