Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
06 May 2026, 11:39:31

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
29,914 Posts in 14,763 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  หมวดหมู่ทั่วไป  |  ศาลาพักใจ  |  รายการโทรทัศน์ที่น่าดูมาก  |  บันทึกการอ่าน ปริศนา นวนิยายรักชวนฝันสุดคลาสสิก จากบทประพันธ์ของ ว.ณ ประมวญมารค
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: บันทึกการอ่าน ปริศนา นวนิยายรักชวนฝันสุดคลาสสิก จากบทประพันธ์ของ ว.ณ ประมวญมารค  (Read 26 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,725


View Profile
« on: 28 April 2026, 10:49:35 »

บันทึกการอ่าน ปริศนา นวนิยายรักชวนฝันสุดคลาสสิก จากบทประพันธ์ของ ว.ณ ประมวญมารค


รีวิวนวนิยาย ปริศนา นวนิยายรักชวนฝันสุดคลาสสิก




บันทึกการอ่าน ปริศนา นวนิยายรักชวนฝันสุดคลาสสิก จากบทประพันธ์ของ ว.ณ ประมวญมารค

#บันทึกการอ่านนวนิยายของฉัน #คุยถึงหนังสือในตู้ #ปริศนา #วณประมวญมารค #ความทรงจำระหว่างบรรทัดจากหนังสือที่รัก #หนังสือที่รัก





          เวลาที่อ่านหนังสือ ส่วนตัวมักจะชอบอ่านคำนำของผู้ประพันธ์หรือผู้แปลหนังสือเล่มนั้น ก่อนอ่านเรื่องราว เพราะมักจะมีเกร็ดที่มาของหนังสือเล่มนั้นๆ มาบอกเล่าให้เรารับรู้และประหลาดใจปนสนุกไปทุกครั้ง อย่างวันนี้อยากจะคุยถึงเกร็ดที่มาของนวนิยายที่รักมากเรื่องหนึ่งค่ะ เป็นงานเล่มแรกในชุดนวนิยายสามเรื่องของ ว.ณ ประมวญมารค

          ชื่อเรื่อง “ปริศนา” ที่เป็นที่รู้จักกันดีของนักอ่านและนักชมละครทีวี เพราะเรื่องนี้ถูกนำมาสร้างเป็นละครหลายครั้งแล้ว

          ว.ณ ประมวญมารค คือนามปากกาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต มีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าวิภาวดี รังสิต ทรงเป็นพระธิดาในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ (พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส) ที่เป็นที่รู้จักกันดีในวงการหนังสือในพระนาม ‘น.ม.ส.’

          นวนิยายเรื่อง ‘ปริศนา’ นี้ พระองค์หญิงทรงเขียนไว้ในคำนำผู้ประพันธ์ ทรงเล่าว่า

          เรื่อง ‘ปริศนา’ นี้ ข้าพเจ้าเขียนเมื่ออายุได้ถึง 20 ปี คือเมื่อออกจากโรงเรียนมาอยู่บ้านใหม่ๆ เวลานั้นเป็นเวลาสงคราม ประกอบกับข้าพเจ้าไม่ชอบอยู่บ้านเฉยๆ จึงสมัครเป็นเลขานุการของท่าน น.ม.ส. (นามปากกาของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ - พระนามเดิมว่าพระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส) เขียนตามคำบอกของท่านลงในหน้า 5 หนังสือพิมพ์ประมวญวันทุกวัน ประมวญสารสัปดาห์ละครั้ง และคอยตรวจปรู๊ฟแทนท่านเท่านั้น ดังนี้เราจึงมีเวลาว่างมาก ท่านเริ่มเรื่อง “สามกรุง” ของท่านขึ้น ข้าพเจ้าก็เริ่มเรื่อง “ปริศนา” เรื่องยาวเรื่องแรกของข้าพเจ้า

          ข้าพเจ้าพอจะอวดได้ว่า ข้าพเจ้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่อง “สามกรุง” บ้าง เพราะไม่เว้นแต่ละวัน ท่าน น.ม.ส. ทรงบอกกลอนบ้าง ร่ายบ้าง โคลงบ้าง ฉันท์บ้าง สดๆออกมาให้ข้าพเจ้าจด ส่วนท่านก็มีส่วนในเรื่อง “ปริศนา” ของข้าพเจ้าเช่นเดียวกัน เช่น วันหนึ่งข้าพเจ้าคิดชื่อโรงเรียนที่จะให้ปริศนาไปสอนไม่ออก จึงขอประทานให้ท่านช่วยตั้ง ท่านก็ว่า “ชื่อโรงเรียนหรือ? สิกขาลัยซิ แปลว่าโรงเรียนนี่แหละ ภาษาบาลี” ดังนั้นโรงเรียนในเรื่องนี้จึงมีชื่อว่าโรงเรียนสิกขาลัย

          อีกครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าทูลถามท่านว่า ถ้าจะพูดเพราะๆใจความว่าผู้ชายรักผู้หญิง เห็นผู้หญิงสวยไปหมด จะว่าอย่างไรดี ท่านก็ท่องออกมาทันทีว่า “พิศรูปก็เลิศลักษณ์ พิศพักตร์ก็เพ็ญผ่อง พิศองค์ลออองค์ พิศมาดสวาดิ์หมาย ไงล่ะ?” ข้าพเจ้าก็รีบจดลงทันที

          ผู้ที่ช่วยข้าพเจ้าในการเขียนเรื่อง “ปริศนา” นี้ อีกคนคือเพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกัน อายุท่าจะอ่อนแก่กว่ากันก็ไม่มาก บ้านของเขาอยู่หลังบ้านข้าพเจ้ารั้วเดียวกัน เราติดต่อกันได้โดยไม่ต้องออกถนน และเวลา ‘หวอ’ ขึ้น ข้าพเจ้าก็วิ่งกลับมาบ้านได้โดยเร็ว เกือบทุกเย็น ข้าพเจ้ามักนำเรื่องปริศนาตอนใหม่ที่อยู่ในหัว แต่ยังไม่ได้เขียนไปเล่าให้เขาฟัง ถ้าเขาร้อง “อี๋” ก็เป็นอันว่าตอนนั้นใช้ไม่ได้ ถ้าเขาหัวเราะชอบใจ ข้าพเจ้าก็รีบกลับบ้านมาเขียนต่อ เวลาข้าพเจ้าขี้เกียจเขียนเอง เลยบอกให้เขาเขียนให้ก็มีบ่อยๆ

          ข้าพเจ้าใช้เวลาถึง 3 ปี จึงเขียนเรื่อง “ปริศนา” จบ ท่านเจ้าของโรงพิมพ์ประมวญมารครับไว้ เพื่อลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ “ประมวญสาร” อีก 2 อาทิตย์เรื่อง “ปริศนา” จะลงพิมพ์ โรงพิมพ์ประมวญมารคก็ถูกระเบิดเพลิงไฟไหม้หมด ข้าพเจ้าได้เสี่ยงชีวิตวิ่งฝ่าไฟเข้าไปในสำนักงานของโรงพิมพ์ ซึ่งกำลังไฟลุกเพื่อไปเอาต้นฉบับเรื่อง “ปริศนา” ซึ่งอยู่ในนั้น มิฉะนั้น “ปริศนา” ก็คงจะตายเสียในไฟ ไม่มีโอกาสให้ใครได้รู้จักเกิน 4 คน

          ข้าพเจ้าได้เก็บเรื่อง “ปริศนา” เข้าตู้เงียบเสียหลายปี จนกระทั่งวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2494 จึงได้ให้ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์เดลิเมล์ วันจันทร์ เป็นครั้งแรก และได้พิมพ์เป็นเล่มอีก 3 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4

          ถ้าท่านเห็นว่า “ปริศนา” ตัวสำคัญของเรื่องนี้ออกจะเก่ง ฯลฯ เกินไปบ้าง ท่านจงให้อภัยเถิด เพราะ “ปริศนา” เกิดขึ้นมาด้วยความรู้สึกฝันของผู้ที่จบโรงเรียนมาใหม่ๆ ความคิดความอ่านยังโลดโผน เมื่อเวลาพิมพ์ก็พิมพ์อย่างของเดิมแทบไม่ได้แก้ไขเลย อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้าตั้งใจเขียนอย่างเต็มกำลัง ถึงแม้ข้าพเจ้าจะเขียนปริศนาเดี๋ยวนี้หรืออีก 10 ปีข้างหน้า ก็คงจะเขียนไม่ได้อย่างที่ได้เขียนมาแล้ว เพราะความคิดเห็นของคนเปลี่ยนไปพร้อมกับอายุ

          บทคัดลอกคำนำนี้ นำมาจากคำนำผู้ประพันธ์ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4 ไม่ปรากฏปี พ.ศ. แต่ฉบับพิมพ์ใหม่ในยุคหลังจะนำคำนำนี้ลงตีพิมพ์ทุกครั้ง
ความรู้สึกหลังอ่าน

          ครั้งแรกที่อ่านนวนิยายชุด “ปริศนา” จำได้ว่าน่าจะอ่านในห้องสมุดโรงเรียน อ่านจบก็ชอบมาก ตามประสาที่อ่านนิยายรักในช่วงชีวิตที่ยังเป็นวัยรุ่น ทำให้ชอบเรื่องราวในครอบครัวสี่สาวพี่น้องแห่งบ้านสุทธากุล ได้แก่ อุบล สิรี อนงค์ และ ปริศนา ครอบครัวอบอุ่นที่มีพระวินิจมนตรี ผู้เป็นบิดาที่ล่วงลับไปเมื่อครั้งปริศนายังอยู่ในท้องของคุณนายสมรผู้เป็นมารดา ชอบบรรยากาศหัวหินในยุคเก่าๆที่ผู้เขียนบรรยาย ชอบบรรยากาศชวนฝันในนวนิยายรักที่มีธีมแนวซินเดอเรลล่า มีพระเอกเป็นท่านชายสูงศักดิ์ มีงานเต้นรำ และบรรยากาศชีวิตในวงสังคมคนชั้นสูงของสังคมในยุคหกเจ็ดสิบปีก่อน

          นวนิยายเรื่อง ปริศนา เป็นเล่มแรกในชุดที่มีเรื่องราวต่อเนื่องกันสามเรื่อง คือต่อจากเรื่อง ปริศนา ก็คือ เจ้าสาวของอานนท์ และ รัตนาวดี ตัวละครในนวนิยายชุดนี้เกี่ยวข้องต่อเนื่องกัน นวนิยายชุดนี้จัดเป็นชุดนวนิยายที่มีเรื่องราวต่อเนื่องกันชุดแรกๆ ที่อ่านแล้วชอบมากติดลำดับต้นๆของนวนิยายไทยเรื่องโปรด ด้วยสำนวนภาษาที่เรียบง่าย เรื่องราวสนุกน่าติดตาม ขนาดบุตรสาวของตนเองที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ยังบอกแม่อย่างฉันว่าชอบอ่านเรื่องปริศนามาก อ่านซ้ำหลายครั้ง จนแม่ต้องมีหนังสือเรื่องนี้เก็บไว้สองปก





          ในเรื่อง “ปริศนา” เริ่มต้นเรื่องด้วยการกลับมาเมืองไทยของ “ปริศนา” หลังไปอยู่ต่างประเทศกับคุณอาวิรัชที่เป็นข้าราชการสถานทูตไทยในอเมริกาตั้งแต่ 7 ขวบ ในตอนที่กลับมา ปริศนาอายุ 19 ปี ได้มาพบกับแม่ คุณยาย และพี่สาวสามคนที่บุคลิกนิสัยแตกต่างกัน ได้มาพบมิตรใหม่อย่างคุณประวิช ที่นำไปสู่การพบกับหม่อมเจ้าพจนปรีชา เจ้าของตำหนักมโนรมย์ แห่งวังศิลาขาว

          ท่านชายพจน์มีพระขนิษฐาคือท่านหญิงรัตนาวดี เจ้าน้องที่อายุน้อยกว่าถึง 13 ปีเศษ ที่เติบโตขึ้นมาด้วยการดูแลของ “ป้าสร้อย” พระญาติเสด็จในกรม พระบิดา ที่เป็นผู้เลี้ยงดูท่านหญิงรัตนาวดีหลังหม่อมช้อย หม่อมแม่สิ้นลงหลังมีประสูติท่านหญิง เจ้าน้องของท่านชายพจน์องค์นี้เองที่ต่อมากลายเป็นลูกศิษย์หัวโจกในชั้นเรียนเมื่อปริศนาได้งานทำเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนสิกขาลัย หรือโรงเรียน “คุณป้าสงวน” และได้พบกับท่านชายพจน์ เมื่อเสด็จไปรับพระขนิษฐาที่โรงเรียน

          เรื่องราวความรักของท่านชายพจน์และปริศนาน่าจะพอรับรู้กันวงกว้าง เพราะนวนิยายเรื่องนี้สร้างเป็นละครหลายครั้ง ในยุคก่อนหน้าที่เป็นที่นิยมและเป็นที่จดจำน่าจะเป็นยุคที่ทางไทยทีวีสีช่องสามสร้างในปี พ.ศ. 2530 มีฉัตรชัย เปล่งพานิช รับบทท่านชายพจนปรีชา และ ลลิตา ปัญโญภาส รับบท ปริศนา

          ต่อมาปี 2543 ทางช่องเจ็ดได้สร้างอีกครั้ง คราวนี้มีเจษฎาภรณ์ ผลดี รับบทท่านชายพจน์ และ เทย่า โรเจอร์ส รับบท ปริศนา สำหรับการสร้างเป็นละครครั้งล่าสุดคือเมื่อปี พ.ศ. 2558 ออกอากาศทางช่อง PPTV มีศรราม เทพพิทักษ์ รับบทท่านชายพจน์ และนักแสดงสาวหน้าใหม่ ที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้สร้างคือคุณหญิงแมงมุม ฯ ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล รัตตกุล คือ เฟ - สุษมา กิติยากร ณ อยุธยา ผู้ชนะการออดิชั่นแคสบทจากโครงการ ตามหาปริศนา ที่มีสาวๆ เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก

          ส่วนตัวได้ดูละครปริศนาทั้งสามเวอร์ชั่น ถ้าถามว่าชอบเวอร์ชั่นไหนมากที่สุด ขอเรียงลำดับความชอบจากมากที่สุดคือยุคช่องเจ็ดสร้างที่มีติ๊ก เจษฎาภรณ์ เป็นท่านชายพจน์ รองลงมาคือเวอร์ชั่นช่องสามที่มีหมิว ลลิตา เป็นปริศนา และปิดท้ายด้วยละครที่รีเมคครั้งล่าสุด ที่สร้างได้ดีมากทั้งสามเรื่องออกมาคราวเดียวกัน เพียงแต่ในฉบับรีเมคปี 2558 ชอบละครรีเมคในชุดนี้เรื่องเจ้าสาวของอานนท์ กับ รัตนาวดี มากกว่า

โปรยปกหลัง ฉบับพิมพ์โดยสำนักพิมพ์แสงดาว พ.ศ.2563





          ปริศนา…หญิงสาวที่มีชาติกำเนิดเป็น “ปริศนา” ในหมู่ญาติฝ่ายบิดา…พระวินิจมนตรี แต่เธอก็สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นบุตรีของพระวินิจมนตรีแห่งสกุล “สุทธากุล” อย่างแท้จริง

          ปริศนาเป็นหญิงสาวที่เติบโตมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา จึงทำให้เธอเป็นคนเชื่อมั่นในตนเองสูง ขณะเดียวกัน เธอก็มีความสวยทั้งรูปร่างหน้าตาและที่สำคัญมีเรียวขาที่สวย ชอบสวมใส่กางเกงขาสั้น จึงทำให้ทุกคนในฟ้าเมืองไทย ในสังคมยุค 1950's มองเธอเป็นผู้หญิง “เปรี้ยว” แต่เธอก็มีความเฉลียวฉลาดรอบรู้ในวิชาทั้งไทยและต่างประเทศ เล่นกีฬาเก่งแทบทุกชนิด อาทิ ขี่ม้า ว่ายน้ำ เล่นเทนนิส เต้นรำ เป็นต้น จึงทำให้เป็นที่สนใจของชายหนุ่มทุกคน ไม่เว้นแม้แต่นายแพทย์ หม่อมเจ้าพจนปรีชาแห่งวังศิลาขาวที่ทรงมีเนตรดั่งเหยี่ยว และบุคลิกดีเยี่ยมในทุกด้าน ทรงเป็นที่หมายปองของหญิงสาวทุกคนในวงสังคมชั้นสูงแต่พระองค์ทรงวางองค์นิ่งเฉย จนมาพบปริศนาที่มีความพร้อมไม่แพ้พระองค์ ทำให้พระองค์ทรงเกิดความต้องการเอาชนะปริศนาให้ได้ เมื่อเธอมิได้ให้ความสนใจพระองค์…เหมือนหญิงสาวทั่วไป

          หนำซ้ำ ยังมีอานนท์ วิทยาธร ชายหนุ่มมาดดี ไม่แพ้ท่านชายพจนปรีชาและจบมาจากสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับปริศนา ได้ลงมาเล่น “เกมรัก” ครั้งนี้ด้วย จึงทำให้เกิดสงคราม “รัก” ย่อยๆ ระหว่างชายสองหญิงหนึ่งขึ้น…นับแต่นั้นเป็นต้นมา

          ซึ่งท่านชายพจนปรีชาไม่ทรงทราบว่า นี่คือแผนการของอานนท์และปริศนา ที่ต้องการให้ท่านชายพจนปรีชาทรงแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมาว่า ทรงมีความรู้สึกเช่นไรกับปริศนา


ตอนประทับใจจากนิยายที่รัก

          ความจริงนวนิยายเรื่องนี้มีฉากน่ารักอยู่เต็มไปหมด แต่เมื่อคัดเลือกมาพิมพ์ลงบันทึก ขอคัดลอกตัดตอนนี้มาให้อ่านกันอีกครั้ง เป็นตอนที่ท่านชายพจน์ตรัสเรื่องแต่งงานกับปริศนาเป็นครั้งแรก

          ปริศนารู้สึกมีความสุขมาก มองไปที่ไหนก็ล้วนแต่เห็นสิ่งที่สราญตาสราญใจ ท่านชายนั้นเก๋จนเธอไม่กล้ามองดู ท่านชายเองก็ไม่มองดูปริศนาเหมือนกัน เดินอกตั้งช้าๆ ผ่านพวกที่จ้องดูท่านอย่างไม่เอาทัยใส่กับอะไรทั้งสิ้น แม้แต่ ‘เทพธิดา’ ซึ่งเดินอยู่ข้างๆ

          มีโคลงอังกฤษบทหนึ่ง ซึ่งกวีเขียนไว้ราวกับพูดถึงท่านชายและปริศนาในคืนนี้ว่า

          Are they in love, the two
          Who seem more grave than gay?
          ‘It’s hard’ I think , to say:
          They don’t betray their mind.

          ท่านชายพาปริศนาไปนั่งอยู่ที่แชมเปญบาร์ ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำ แล้วสั่งแชมเปญ 2 ถ้วย เวลานั้นเผอิญที่ใต้ต้นไทรไม่มีคนอื่นเลย นอกจากท่านชายและปริศนา เพราะใครๆต่างเต้นรำหรือไปอยู่ที่อื่นกันหมด ทั้งคู่ซึ่งนั่งตรงกันข้ามมีโต๊ะกลมอยู่กลาง มองดูแม่น้ำเงียบๆ อยู่ครู่หนึ่ง มหาดเล็กก็เอาแชมเปญมาตั้ง ปริศนามองดูแล้วสั่นศีรษะ

          ท่านชายก็ยิ้มแล้วยุว่า “ไม่ชอบหรือ? จิบนิดเถิดเพื่อความสุข”

          ปริศนาจึงยกถ้วยขึ้นชนกับถ้วยของท่านชาย บอกว่า “เพื่อความสุข” แล้วจิบนิดหนึ่งและเอาถ้วยวางลง แต่ท่านชายเสวยจนหมดถ้วย ลุกขึ้นไปเอาอีกถ้วยแล้วกลับมาประทับที่เก่าพร้อมกับรับสั่งว่า “สบายดีนะที่นี่”

          “ค่ะ ยังกับอยู่ในความฝัน”
          “เธอสนุกมากหรือ?”
          “ค่ะ ทั้งสนุกทั้งสบายใจ ไม่อยากกลับบ้านเลย” ปริศนาว่าแล้วก็ถอนใจยาวด้วยเนตร ‘ซึ้ง’ แล้วก็รับสั่งว่า “ก็อย่ากลับซี อยู่กับฉันเสียที่นี่”

          ปริศนาไม่ทันคิด พูดว่า “อยากอยู่เหมือนกันแหละค่ะ แต่จะอยู่ยังไงล่ะ?” “ก็แต่งงานกับฉันเสียซี จะได้อยู่ได้…ปริศนา เธอจะแต่งงานกับฉันไหม?” หน้าของปริศนาเป็นสีชมพู ทั้งที่ไม่รู้ว่าท่านชายรับสั่งเล่นหรือรับสั่งจริง ครั้นมองดูพักตร์ท่านจะให้รู้แน่ก็มองไม่เห็น เพราะความสว่างไม่พอ จึงนิ่งอึ้งอยู่

          พอดีท่านชายรับสั่งอีกว่า “ว่าไงปริศนา ฉันขอให้เธอแต่งงานกับฉันอย่างไรเล่า?” ปริศนายังพูดไม่ออกเพราะมัวตะลึงอยู่ ท่านชายก็รับสั่งต่อไป “ฉันจะมีความสุขมาก ถ้าเธอแต่งงานกับฉัน ฉันจะให้ความสุขแก่เธออย่างเต็มที่เหมือนกัน ของของฉันทุกอย่างจะเป็นของเธอหมด เธออยากได้อะไร เป็นได้ ฉันมีเงินพอที่จะ…”

          ท่านชายตรัสถึงเพียงนี้ ปริศนานั่งทำตาโตฟังอยู่ก็เปลี่ยนสีหน้า ผุดลุกขึ้นทันที พูดเสียงสั่นว่า “หยุดที! หยุดที! ไม่อยากฟัง”

          ท่านชายเองก็ตกทัยไม่น้อยในกิริยาเปลี่ยนแปลงของปริศนา ลุกขึ้นบ้างแล้วถามว่า “อ้าว ทำไมล่ะ นั่งก่อนซี ฉันยังพูดไม่จบเลย”

          “อย่ามาพูดเลย” ปริศนาร้อง “เงิน เอะอะก็เงิน ท่านเอาเงินของท่านไปโปรยให้คนอื่นเถิด ปริศนาไม่ใช่คนเช่นนั้น ไม่ต้องการเงินของท่าน” ว่าแล้วปริศนาก็ตั้งท่าจะไปเสีย แต่ท่านชายคว้าข้อมือไว้และว่า “ฟังฉันก่อนปริศนา ฟังฉันพูดให้จบก่อนอย่าเพ่อไป” แต่ปริศนาไม่ฟังเสียง สะบัดโดยแรงและผลักท่านชาย ท่านชายไม่ทันรู้องค์ก็เซไปโดนโต๊ะล้ม ถ้วยแชมเปญตกลงมาแตกหมด ท่านชายตั้งองค์ได้ก็รีบเดินจนทัน เพราะปริศนานุ่งกระโปรงยาวรุ่มร่าม ใส่รองเท้าเงินส้นสูงจึงเดินช้า ท่านชายตามทันก็จับข้อมือไว้มั่น ปริศนาสะบัดอีกแต่ไม่หลุด ท่านชายยิ่งโมโหที่ปริศนาอวดดีถึงเพียงนั้น รับสั่งเสียงค่อนข้างแข็งว่า

          “ทำไมเธอกิริยาชั่วเช่นนี้ ฉันจะพูดด้วยดีๆ เธอต้องฟังฉันให้จบเสียก่อนแล้วจะไปไหนก็เชิญไป”
          “ไม่ฟัง ท่านไม่ต้องมาบังคับ”
          “ไม่ฟังก็ตามใจ แต่ฉันตั้งใจแล้วว่าจะพูดให้จบ และจะพูดต่อหน้าเธอ เธอจะฟังหรือไม่นั้นแล้วแต่ เชิญกลับมานั่งที่แชมเปญบาร์สักประเดี๋ยว”

          ท่านชายว่า แล้วปล่อยมือปริศนา ปริศนาฮึดฮัดไม่ยอมทำ แต่ท่านชายทำเสียงแข็งขู่ว่า “เธอจะเอาชนะฉันไม่ได้ดอก ฉันเป็นคนหัวดื้อ ตั้งใจจะทำอะไรแล้วเป็นตายต้องทำให้ได้ เธอคิดว่าเธอหนีฉันพ้นหรือ?

.


ปริศนา : ว.ณประมวญมารค
พิมพ์ครั้งแรก : เดลิเมล์วันจันทร์ พ.ศ. 2494
ต่อมามีพิมพ์อีกหลายครั้ง เท่าที่มีข้อมูลมี
ปี 2536 พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ต้นอ้อ
ปี 2544 พิมพ์ครั้งที่ 4 โดยบริษัท อินเตอร์เวิลด์ มัลติมีเดีย จำกัด
ในส่วนของสำนักพิมพ์แสงดาว
พิมพ์ออกมา ในปี 2554 (ฉบับปรับปรุง-แก้ไข)
และในปี 2563 (ฉบับแก้ไข-เพิ่มเติม)

ภาพประกอบคือปกหนังสือนวนิยายเรื่อง ปริศนา
ฉบับพิมพ์ล่าสุดโดยสำนักพิมพ์แสงดาว ปี 2563
          24 กันยายน 2566

.


ที่มา : บันทึกการอ่าน ปริศนา นวนิยายรักชวนฝันสุดคลาสสิก จากบทประพันธ์ของ ว.ณ ประมวญมารค
https://creator.kapook.com/view276985.html

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,725


View Profile
« Reply #1 on: 28 April 2026, 10:50:23 »


อ่าน...นิยายเรื่อง ปริศนา และละคร ปริศนา เดอะซีรีส์...ได้ที่ลิงก์ข้างล่างนี้...

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,13710.0.html
ละคร ปริศนา เดอะซีรีส์ : ปริศนา ของ ว. ณ ประมวญมารค

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,13711.0.html
ละคร ปริศนา เดอะซีรีส์ : ปริศนา ตอนที่ 1

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,13712.0.html
ละคร ปริศนา เดอะซีรีส์ : ปริศนา ตอนที่ 2

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,13713.0.html
ละคร ปริศนา เดอะซีรีส์ : ปริศนา ตอนที่ 3

...

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,13728.0.html
ละคร ปริศนา เดอะซีรีส์ : ปริศนา ตอนที่ 18 จบบริบูรณ์

.




Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,725


View Profile
« Reply #2 on: 28 April 2026, 11:15:04 »


https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=nanaspace&month=30-03-2009&group=11&gblog=8

ปริศนา / ว. ณ ประมวญมารค


ปริศนา โดยคุณว. ณ ประมวญมารค

หลังจาก (พยายาม) อ่านเจ้าสาวของอานนท์มาพักใหญ่ สุดท้ายก็อ่านไม่จบ ชื่อตัวละครโผล่มาเยอะมาก ยิ่งอ่านไปยิ่งโผล่มา จะเป็นลม ใครญาติใครบ้างสารพัดหยุมหยิม อ่านไปก็ไม่แน่ใจว่าคนไหนสำคัญไม่สำคัญ จะให้จำชื่อทุกคนก็ขี้เกียจ สุดท้ายเริ่มรู้สึกว่าไม่หนุกก็เลยวางซะ ไม่อ่านต่อละ คว้าปริศนามาอ่านแทน แหะๆ สุดท้ายเซ็ตนี้เลยได้อ่านแค่รัตนาวดีและก็ปริศนา

ปริศนา (หนา ๆ ๆ ๆ มีเสียงเอฟเฟ็กต์ประกอบตามความหนา) ใช้เวลาอ่านเกือบห้าวันแน่ะ แต่ก็ไม่ได้อ่านทั้งวัน ต้องทำนู่นนี่สารพัดไปด้วย แต่โชคดีที่ก็อ่านจบและคืนเพื่อนทันเวลา ก่อนที่ต้องหอบกลับไทยมาคืนทีหลัง ได้แบกหลังอาน เอ๊ย หลังแอ่นแน่

เท่าที่จำได้ ปริศนาเป็นนิยายเรื่องแรกเลยค่ะที่อ่านแล้วรู้สึกหลงรักนางเอกมากๆ ปริศนาเป็นลูกสาวคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องหญิงล้วนสี่คน ในขณะที่พี่สาวทั้งสามโตที่เมืองไทย เธอแปลกกว่าพี่ๆหน่อยที่คุณอา (ญาติฝ่ายพ่อ) ขอรับไปเลี้ยงตั้งแต่เจ็ดขวบ ปริศนาเลยเติบโตที่อเมริกา พออายุครบสิบแปดปีคุณอาก็ต้องส่งปริศนากลับมาคืนคุณแม่ของเธอตามสัญญา

พี่ๆทั้งสามก็ต่างคาดกันไปต่างๆนานาว่าน้องสาวคนเล็กจะมีนิสัยหน้าตาเป็นยังไงไม่ได้เจอกันเป็นสิบปี จะเปรี้ยวจี๊ดเป็นสาวอเมริกันจ๋า พูดอังกฤษคำไทยคำหรือเปล่า แต่เพราะคุณอาที่รับเลี้ยงบังคับให้ปริศนาใช้ภาษาไทยกับเขาเสมอ ทำให้เธอพูดไทยได้ปร๋อ (แต่ยังแอบมีศัพท์ภาษาอังกฤษแทรกเป็นพักๆในบทพูด กำลังน่ารักเชียวค่ะ) คงเพราะเป็นคนชอบเล่นกีฬาด้วย (ทั้งตีเทนนิส ว่ายน้ำ) ทำให้ปริศนาตัวสูงกว่าใครในบ้าน คนเขียนย้ำเสมอๆในเรื่องว่าเธอหุ่นดีสุดๆ (ขาก็สวย อิอิ) ผมยังหยิกต่างจากพี่น้องคนอื่นๆ ดวงตากลมแป๋ว แถมมีลักยิ้มด้วยแน่ะ

คนเขียนว่า สิริ (พี่สาวคนที่สอง) อาจสวยผาด อนงค์ (พี่สาวคนที่สาม) อาจสวยพิศ แต่ปริศนาน้องสาวคนเล็ก ทั้งสวยพิศและสวยผาด เวลาไปไหนๆจึงเตะตาหนุ่มๆอยู่เสมอ ความที่ปริศนาไปเติบโตที่เมืองนอก เธอจึงออกเป็นตัวของตัวเองมากๆ มีความมั่นใจอยู่ตลอดเวลา (ท่านชายพจน์เคยว่าผู้หญิงคนนี้อวดดี แต่ปริศนาก็มีดีให้อวดล่ะว้า) บ่อยครั้งเธอยังชอบใส่กางเกงขาสั้น (โชว์เรียวขาสวยๆนั่นล่ะ) ไปนู้นมานี่อยู่เสมอ เหมือนที่เคยทำเป็นประจำเมื่อครั้งอยู่อเมริกา ((หากใครเคยดูปริศนาเว่อร์ชั่นที่เทย่า โรเจอร์แสดง ขอบอกว่าเราอ่านเรื่องนี้ไปแล้วนึกถึงเทย่า ไม่ผิดหวังเลยค่ะ หมายถึงลุคนะคะ การแสดงจำไม่ได้ละว่าเป็นไง เคยดูผ่านๆตอนนั้น ส่วนพระเอก... แหะๆ ลืมๆไปซะ)) อยากบอกว่าเพียงบทต้นๆที่เริ่มเปิดตัวปริศนา เราอ่านแล้วหลงรักผู้หญิงคนนี้ทันที บางครั้งก็ทำตัวเป็นเด็ก เป็นน้องคนเล็ก และยังเป็นคนที่น่าค้นหาอีกด้วย เชื่อว่าถ้าปริศนามีตัวตนจริงๆ เธอต้องเป็นคนที่มีเสน่ห์มากๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยนั้น)

ปริศนาเริ่มรู้จักกับประวิช (เด็กในปกครองของท่านชายพจน์) เมื่อครั้งที่เธอไปตีเทนนิสกับคุณสมศักดิ์ (สามีของอุบล พี่สาวคนโตของปริศนา) ปริศนายังเล่นเทนนิสเก่งเกินผู้หญิงทั่วๆไป ประวิชกลับบ้านไปแล้วเกิดอาการคลั่งไคล้ในตัวปริศนาทันที นำไปเล่าให้กับท่านชายฟัง ต่อมาปริศนามีโอกาสได้ไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับท่านหญิงรัตน์ (น้องสาวท่านชายพจน์) ซึ่งก็เฮี้ยวแก่นซะเหลือเกิน แต่ก็ยังโดนครูปริศนาปราบซะอยู่หมัด ชื่อปริศนาก็เข้าหูท่านชายพจน์อีก

พระนางเรื่องนี้เจอกันอย่างเป็นทางการในงานปาร์ตี้เต้นรำที่จัดขึ้นที่วังของท่านชาย เป็นงานเล็กๆ มีชายสี่คนหญิงสี่คน ในงานนี้ปริศนาได้เต้นรำกับท่านชายเป็นคนแรกและคนสุดท้ายด้วย คนเขียนบอกว่าท่านชายชอบมองปริศนาด้วยนัย"ตาเหยี่ยว" (มันเป็นไงหว่า? ฮะๆๆ) อยู่เรื่อยด้วย จากงานนี้ท่านชายรู้สึกชื่นชมสาวๆบ้านนี้ขึ้นมา บอกว่าคุณสมร (แม่ของปริศนาซึ่งเป็นหม้าย) เลี้ยงลูกสาวออกมาดีทุกคน เมื่อครั้งที่ท่านพจน์มีแขกต่างเมืองมาหาจึงให้ประวิชชวนสาวๆบ้านนี้มาช่วยรับแขก พาเพื่อนๆท่านเที่ยวด้วย ความที่ปริศนาพูดภาษาอังกฤษได้คล่องแคล่ว แถมยังเป็นคนเข้าสังคมเก่ง สนุกสนาน ทำเอาเพื่อนท่านชายขยายเวลาจากที่จะอยู่เมืองไทยแค่สามวันเป็นอาทิตย์เชียว คาดว่างานนี้ท่านชายคงพอใจในตัวปริศนามากยิ่งขึ้น ขนาดช่วงปิดเทอมจากเดิมตั้งใจจะไปเชียงใหม่ น้องหญิงรัตน์ไปหัวหินได้เจอกับปริศนาที่นั่น เขียนจดหมายไปหาพี่ชายบอกว่าพวกเธอคิดถึง ท่านชายก็มาหัวหินทันที งานนี้พระนางเริ่มชอบกันแล้ว

แต่เพราะประวิชยังคลั่งไคล้ปริศนาไม่เลิก แถมช่วงที่เพื่อนท่านชายมา ปริศนายังสนิทสนมกับหนุ่มฝรั่ง น้องชายภรรยาเพื่อนท่านชายอีก ประวิชเลยทนไม่ไว้ บอกรักปริศนา แต่โดนปริศนาปฏิเสธ แถมบอกอีกว่าถ้ายังไม่คิดเป็นเพื่อนกัน ก็ไม่ต้องมาหาอีก ประวิชเลยไปวานท่านชายให้ช่วยพูดกับปริศนา จากเดิมที่ท่านชายตั้งใจจะบอกความในใจกับปริศนา กลับต้องเป็นตัวแทนประวิชพูดให้ปริศนารักตอบประวิช ปริศนาเลยโกรธท่านชายอีก เธอบอกเหตุผลสารพัดที่คิดว่าเธอกับประวิชไม่เหมาะสมกับด้วยประการทั้งปวง ซึ่งท่านชายก็เถียงไม่ได้เลย เพราะเป็นความจริงทุกอย่าง ท่านคิดว่าปริศนาที่ดูเหมือนเด็ก ทำอะไรแผลงๆ อวดดีอวดเก่งในหลายๆเรื่อง แต่กลับมีความคิดเป็นผู้ใหญ่อย่างลึกซึ้ง

หลังจากประวิชอกหักจากปริศนา วันดีคืนดีประวิชก็กลับมาชอบอนงค์ อันที่จริงประวิชเคยชอบอนงค์อยู่ก่อนแล้ว แต่เพราะเห็นว่าปริศนาสวย แถมเก่ง บดบังอนงค์ซึ่งเป็นผู้หญิงเรียบร้อยไปสนิท ในงานหมั้นของประวิชซึ่งจัดขึ้นที่วังท่านชาย ความสวยงามภายในสถานที่ทำให้ปริศนาบอกว่าไม่อยากกลับบ้านเลย ท่านชายเลยว่าก็ไม่ต้องกลับสิ อยู่กับท่าน แต่งงานกับท่าน และท่านชายก็ขอปริศนาแต่งงาน (ฮิ้วววว เขิลล) ปริศนาคงกำลังอึ้งๆอยู่ ท่านชายก็พูดต่อว่าถ้าปริศนาอยากได้อะไรท่านจะหามาให้ทุกอย่าง มีเงินใช้สอยไรงี้ ปริศนาเลยโกรธจัด หาว่าปริศนาเป็นผู้หญิงหิวเงิน มาขอแต่งงานโดยไม่บอกว่ารักสักคำ เลยทะเลาะกันอีกรอบ เห็นว่าทะเลาะกันขนาดโต๊ะบาร์คว่ำเชียว งานนี้ท่านชายเองก็โกรธปริศนาไม่น้อย คิดว่าผู้หญิงคนนี้อวดดีเกินเหตุเหมือนกัน ก็ทั้งเกลียดทั้งรักล่ะ

มาวันหนึ่งขณะที่คุณสมรไปเยี่ยมอุบล (ลูกสาวคนโต) ซึ่งได้รับอุบัติเหตุตอนจะคลอดลูกที่ต่างจังหวัดและพาหมอที่รู้จักไปด้วย ที่บ้านจึงเหลือเพียงอนงค์กับปริศนา (สิริก็ไปอยู่กับอุบล) กลางดึกคุณยายเกิดอาการชักประหลาด ปริศนาไม่รู้จักหมอที่ไหนนอกจากท่านชาย (พระเอกเป็นหมอด้วยแน่ะ) จึงขับรถห่อตะบึงไปหา ท่านชายซึ่งกำลังคิดถึงปริศนาอยู่ ตั้งใจว่าจะไปพูดกันให้เข้าใจซะที พอปริศนามาหาจะลากตัวไปที่บ้าน ตอนอยู่ในรถท่านชายเห็นว่าปริศนาหนีไปไหนไม่ได้แน่เลยถือโอกาสได้บอกรักซะเลย (แอบรู้สึกว่าบอกผิดเวลาจริงจริ๊งงง) ท่านชายบอกอีกด้วยว่าจะไม่เป็นฝ่ายเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีก พอมาถึงบ้านปรากฏว่ายายสิ้นใจไปก่อนแล้ว ทั้งปริศนาทั้งอนงค์ต่างทำอะไรไม่ถูกก็ได้ท่านชายช่วยเหลือเรื่องจัดงานศพให้เสร็จ

ปริศนาเริ่มรู้สึกผิดต่อท่านชายว่าท่านดีสารพัด ตอนที่ขับรถชนลูกหมาเธอตาย ก็หาประทานหมาฝรั่งพันธุ์ดีมาให้ชดเชยเป็นของขวัญวันเกิด งานคุณยายก็ช่วยเหลือทุกอย่าง แต่เธอกลับทำอวดดี ล้อเลียนท่านเสมอๆ จึงเริ่มรู้สึกผิด ตอนนี้ท่านชายก็รู้ว่าปริศนาเองก็พึงพอใจท่าน แต่เพราะเคยบอกไว้แล้วว่าจะไม่พูดจึงอยากเอาคืนปริศนาบ้าง ท่านชายแกล้งไปไหนมาไหนกับรตี (หญิงสาวที่หลายคนเข้าใจว่าท่านจะแต่งงานด้วย) ปริศนาก็เอาคืนด้วยการไปไหนมากับอานนท์ แถมยังทำให้ทุกคนลือกันด้วยว่าจะแต่งงานกันด้วย (เป็นไง รู้จักฉัน เอ้ย ปริศนาน้อยไปละ) พระเอกของเราก็เลยเศร้าสลดหดหู่หัวใจ หนีลงปักษ์ใต้ กลับขึ้นกรุงเทพมาเป็นไข้เกือบตาย -_-" ปริศนาเป็นห่วงจัด รีบไปเฝ้าไข้ เริ่มยอมรับความรู้สึกตัวเองแล้วว่าก็รักท่าน ปริศนายังเขียนจดหมายเล่าเรื่องต่างๆให้คุณอาที่เลี้ยงดูเธอฟังมาโดยตลอด คุณอาก็รู้ว่าปริศนารักท่านชาย

พอท่านชายหายไข้ดี วันหนึ่งท่านชายมีโอกาสขับรถนั่งเที่ยวกับปริศนา ท่านชายประทานแหวนสวมให้ที่นิ้วนางซ้าย และขอเธอหมั้น ปริศนาตอบตกลง ท่านเลยจับตัวมาจูบดูดดื่มซะทีหนึ่งโทษฐานน่ารัก ฮะๆๆ น่าร้ากกก (อิจฉาง่ะ)

เหตุการณ์หลังจากนั้นเป็นอุปสรรคเล็กๆน้อยๆระหว่างท่านชายกับปริศนาที่หลายๆคนเห็นว่าทั้งคู่แตกต่างกันเหลือเกิน บางคนก็ว่าปริศนาเป็นลูกชู้ด้วยแน่ะ เพราะเกิดหลังจากที่พ่อเสียชีวิต ถึงได้ชื่อว่าปริศนาด้วย ญาติฝ่ายพ่อจึงไม่ชอบคุณสมร แม่ของปริศนา และก็ไม่ชอบครอบครัวนี้ แต่สุดท้ายก็ยอมรับทุกคน (อันที่จริงท่านชายว่าไม่ยอมรับก็ไม่สนใจ ท่านชายโตแล้ว ฮะๆๆ เท่ห์มะ)

รายละเอียดหลายๆอย่างแอบข้ามไปเพราะมันแยะมาก (หนาสุดๆ) แต่อ่านเรื่องนี้แล้วไม่หลงรักปริศนาก็ให้มันรู้ไปสิ ชอบจริงๆเลยคำอุทานของเธอ "Oh! boy" บ้างล่ะ ไม่ก็ "เปิ่น!" บ้างล่ะ มันแปลกแต่ก็น่ารักมากๆค่ะ ส่วนท่านชายพจน์ก็เป็นพระเอกที่อบอุ่นมากๆ พระนางคู่นี้ต่างเป็นรักแรกของกันและกันค่ะ เพราะท่านชายพจน์ไม่เคยรักใคร หากรักใครแล้วจะขอแต่งงานทันที (และก็ขอจริงๆ แถมโดนปฏิเสธทันทีด้วย ฮะๆๆ) ส่วนปริศนาคงเพิ่งได้รู้จักความรักเป็นครั้งแรกกับท่านชายนี่ล่ะคะ โอ๊ยย น่ารักๆ ใครไม่ได้อ่านเรื่องนี้ ขอบอกว่าน่าเสียใจมากๆ i warn you guys not to ignore this novel. it's the must!! อิอิ ส่วนเราคงไปตามหาซื้อมาเก็บเช่นเคย เพราะเล่มนี้ยืมเพื่อนมาอ่าน เหอๆ


Create Date : 30 มีนาคม 2552
Last Update : 30 มีนาคม 2552 14:48:06 น.

.




Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,725


View Profile
« Reply #3 on: 28 April 2026, 11:15:36 »


https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=nanaspace&month=17-03-2009&group=11&gblog=7

รัตนาวดี / ว. ณ ประมวญมารค



รัตนาวดี โดยคุณว. ณ ประมวญมารค

ยืมนิยายจากเพื่อนมาสามเรื่องค่ะ ปริศนา เจ้าสาวของอานนท์ และก็รัตนาวดี ก็ตั้งแต่ว่าจะอ่านตามลำดับ แต่เห็นความหนาของปริศนาแล้วไม่กล้าหยิบซะที เจ้าสาวของอานนท์ได้ยินว่าสนุกน้อยสุดก็เลยยังไม่อ่าน สุดท้ายคว้ารัตนาวดีขึ้นมาอ่านเป็นเล่มแรกซะอย่างนั้น

นิยายเรื่องนี้เป็นการเล่าเรื่องผ่านจดหมายหลักๆก็เป็นจดหมายที่รัตนาวดี (แน่นอน นางเอกของเรื่อง) เขียนจดหมายหาท่านชายพจน์ (พี่ชาย) บ้าง หาปริศนา (พี่สะใภ้) บ้าง ไม่ก็จดหมายก็ท่านดนัย (พระเอก) เขียนหาท่านชายพจน์ (ซึ่งเป็นเพื่อน) และเป็นนิยายเชิงท่องเที่ยว ซึ่งส่วนตัวไม่ค่อยอ่านแบบนี้เท่าไร (ทั้งๆที่ชอบเที่ยว) แต่เรื่องนี้...ชอบค่ะ และก็ประทับใจมากๆ ที่มากสุดก็เป็นภาษาที่เขียนในจดหมาย ไพเราะดีค่ะ ทั้งที่ท่านหญิงรัตน์ดูจะแก่นๆ เซี้ยวๆ ไม่ค่อยจะเข้ากับราชาศัพท์เท่าไร

สำหรับเนื้อเรื่องคร่าวๆก็คือ รัตนาวดีเดินทางไปเที่ยวยุโรป โดยตามแพลนที่วางไว้ก็คือเมื่อบินไปถึงนั่นแล้วท่านดนัย (ซึ่งเป็นเพื่อนพี่ชาย) จะมารับ อำนวยความสะดวกสบายให้ แต่เพราะความคลาดเคลื่อนในการติดต่อกันทางจดหมายทำให้ท่านดนัยไม่รู้วันจึงไม่ได้ไป ท่านหญิงรัตน์เธอเลยไม่พอใจพระเอกซะตั้งแต่เริ่มเรื่อง มีการส่งจดหมายไปให้ ทำนองว่าแอบจิกกัดเล็กน้อยว่าไม่ต้องพึ่งพิงท่านดนัยเพราะจากสนามบินก็หาทางเข้าที่พักเองได้แล้ว (หยิ่งไหมล่ะ! นางเอกคนนี้)

ต่อมาท่านหญิงรัตน์เจอท่านดนัย แต่เข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นนายเล็ก (คนรับใช้ของท่านดนัย) พ่อคุณก็กลัวเธอจะเสียหน้าเลยเออออรับไป (อันที่จริงท่านดนัยก็ชื่อเล่นว่าเล็กด้วย) ท่านดนัยสนใจท่านหญิงรัตน์ตั้งแต่แรกพบ ประมาณว่านางเอกสวยมากๆ เขียนจดหมายบอกท่านชายพจน์ซึ่งเป็นเพื่อนว่าทำไมไม่เคยบอกเลยว่ามีน้องสาวสวย อิอิ

จากนั้นท่านดนัยในฐานะนายเล็กก็ถือโอกาสรับอาสาพาท่านหญิงรัตน์เที่ยวทั่วยุโรป ระหว่างเที่ยวนายเล็กซึ่งหน้าตาดีผิดคนรับใช้ แถมยังมีความรู้รอบตัว รู้จักสถานที่ต่างๆ พูดได้หลายภาษาอีก ท่านหญิงรัตน์ก็แอบมีใจให้เช่นกัน แต่ทั้งคู่ก็ไม่สามารถเปิดเผยความในใจได้ กระทั่งมาเจอคนรู้จักท่านดนัยตัวจริงเข้า ความเลยแตก ทีนี้นางเอกของเราก็เลยงอนตุ๊บป่องหนีไป ท่านดนัยก็ตื้อไม่มากเท่าไร ส่งจดหมายฉบับหนึ่งพร้อมกับช่อดอกไม้มาให้ (ขอบอกว่าข้อความในจดหมายเขียนได้น่ารักมากๆ อ่านแล้วม้วนติ้วค่ะ) ส่วนหนึ่งของเนื้อหาในจดหมายคือ ท่านดนัยรู้ว่าถ้าท่านหญิงรัตน์รู้ความจริงแล้วคงจะโกรธไม่น้อย และคิดว่าตัวเขาคงจะเล่นๆกับเธอ ท่านดนัยเลยเขียนจดหมายไปบอกให้ผู้ใหญ่ช่วยสู่ขอด้วยซะเลย ประมาณว่าอย่างน้อยถ้าเธอรู้ความจริงแล้ว ก็จะรู้ด้วยว่า...รักจริงนะ

นิยายเรื่องนี้สนุกและน่ารักค่ะ สนุกตั้งแต่จดหมายฉบับแรกยันฉบับสุดท้าย และปิดท้ายด้วยไดอารี่ของท่านหญิง อ่านแล้วอมยิ้มเป็นพักๆ ไม่มีเศร้า ขึงใหเซ็งจิตค่ะ

จบจากนี้แล้วก็ต้องรีบไปอ่านปริศนากับเจ้าสาวของอานนท์ต่อ แหะๆ


Create Date : 17 มีนาคม 2552
Last Update : 17 มีนาคม 2552 17:47:24 น.

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.052 seconds with 15 queries.