Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
06 May 2026, 10:42:49

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
29,914 Posts in 14,763 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  เรื่องราวน่าอ่าน  |  นวนิยายที่น่าอ่านอย่างยิ่ง (Moderators: LAMBERG, moowarn)  |  สายน้ำแห่งความรัก โดย ธราธร (๑) - (๕)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: สายน้ำแห่งความรัก โดย ธราธร (๑) - (๕)  (Read 40 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,725


View Profile
« on: 28 April 2026, 10:22:53 »

สายน้ำแห่งความรัก โดย ธราธร  (๑) - (๕)


สายน้ำแห่งความรัก (๑)

ธราธร
(แรม ๑๔ ค่ำ ศุกร์ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๔๕)

**************************************************************************


บรรยากาศยามเช้าเริ่มขึ้นพร้อมกับฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากดำสนิทมาเป็นฟ้าครามเข้ม อากาศขมุกขมัวยามเช้าเต็มไปด้วยหมอกบาง ๆ แต่ก็ยังพอมีแสงแดดอ่อน ๆ ทอลอดใบไม้สีเขียวสดและส่องกระทบผิวน้ำจนเป็นประกายระยิบระยับ เสียงหรีดหริ่งเรไรที่ดังระงมเนื่องจากฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนเริ่มจางหายไป พร้อมทั้งเสียงนกกาที่เพิ่งออกจากรวงรังและพากันร้องอย่างเซ็งแซ่เข้ามาแทนที่

สตรีสูงอายุแต่ยังดูงดงามอ่อนกว่าวัยออกมานั่งรอยังท่าน้ำพร้อมอาหารที่จัดไว้อย่างดีเพื่อรอถวายอาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ที่ออกบิณฑบาตรทางเรือ สักครู่หญิงสาวร่างบางที่ถือกอดอกบัวก็ตามเข้ามาสมทบนั่งลงข้าง ๆ สตรีคนแรก พร้อมกับส่งยิ้มประจบให้

"ฟ้าได้ดอกไม้ครบแล้วคะ พระมาหรือยังค่ะป้าใหญ่ อุตสาห์รีบแทบแย่แนะ"

"ก็อยากตื่นสายทำไมละ นี่ถ้าน้าเล็กไม่ปลุกก็คงยังไม่ลุกละสิ" สตรีที่ถูกเรียกว่าป้าใหญ่ส่งสายตาดุ ๆ มาให้

ฟ้าครามได้แต่ยิ้มแหย ๆ พลางตอบว่า "แหมก็วันหยุดทั้งที ขอนอนต่อนิดเดียวเองคะ ไม่นึกว่ามันจะยาว"

"อ้าวพระมาแล้วละ ฟ้านิมนต์ท่านสิจ๊ะ" ป้าใหญ่ร้องเตือน

กิจวัตรประจำวันของบ้านหลังนี้ก็คือใส่บาตรทำบุญในตอนเช้า โดยที่ป้าใหญ่ซึ่งเกษียณอายุราชการแล้วจะลุกขึ้นแต่มืดเพื่อประกอบอาหารสำหรับถวายพระ ส่วนอีกสามสาวในบ้านอันได้แก่ น้าน้อย น้าเล็ก และฟ้าครามนั้นจะผลัดกันลุกขึ้นมาช่วยทำกับข้าวและใส่บาตร แต่ที่ขี้เกียจที่สุดก็เห็นจะเป็นฟ้าครามนั่นแหละที่กว่าจะขุดกันจากที่นอนได้ก็ทำให้ทุกคนแทบเอือมระอา ทั้ง ๆ ที่หล่อนก็โตเป็นสาวทำงานทำการแล้วแต่ก็ยังขี้เซาเหมือนเด็ก ๆ

"เดี๋ยวฟ้าเอาของไปเก็บในครัวแล้วเดี๋ยวจะมาเล่นน้ำนะคะ วันนี้ป้าใหญ่จะไปไหนหรือเปล่าค่ะ" หญิงสาวกล่าวหลังจากที่ตักบาตรเรียบร้อยและกำลังจะหอบถาดอาหารกลับเข้าเรือน

"เดี๋ยววันนี้ตอนสายจะมีคนเขามาซื้อมะม่วงในสวน ป้าก็ต้องอยู่รอเขานะแหละ"

บ้านของหญิงสาวเป็นบ้านทรงไทยปลูกอยู่ริมด้านหนึ่งของพื้นที่สวนที่มี มะม่วง กล้วย ชมพู่ ขนุน และฝรั่งเป็นผลไม้หลัก ส่วนด้านหน้าของบ้านก็ปลูกดอกไม้หลากหลาย เช่น กุหลาบ ปีบ เล็บมือนาง มะลิ แก้ว พุด พวงคราม จนเต็มพื้นที่ไปสุดริมฝั่งน้ำ คลองที่ผ่านหน้าบ้านเป็นคลองขนาดกลาง เนื่องจากแถบนี้มีแต่ชาวสวนอาศัยอยู่ เรือที่ใช้ส่วนมากก็จะเป็นเรือพายที่ชาวบ้านพายไปไหนมาไหนใกล้ ๆ นาน ๆ ครั้งถึงจะมีเรือหางยาววิ่งเข้าออกรับส่งผู้โดยสาร

หลังจากที่เปลี่ยนชุดมาเป็นกระโจมอกแล้วฟ้าครามก็ลงไปลอยคออยู่ในน้ำอย่างมีความสุข แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าทำให้น้ำในคลองไม่เย็นจัดจนเกินไป การลงเล่นน้ำเป็นความสุขอย่างมากของหล่อน แต่ส่วนมากก็จะเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์เท่านั้นที่หญิงสาวมีโอกาสได้ลงมาแหวกว่ายครั้งละนาน ๆ จนเนื้อตัวซีดจนเกือบขาว

ฟ้าครามนอนลอยคอในน้ำแหงนดูฟ้าใสและฟังเสียงพายกระทบน้ำของชาวบ้านที่พายเรือผ่านไปมานาน ๆ ครั้งอย่างสบายอารมณ์ กำลังเพลิน ๆ หญิงสาวก็แทบจะสำลักน้ำเพราะเรือหางยาวที่วิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับซัดระลอกคลื่นอย่างแรงมาหาหญิงสาว หล่อนอดโมโหไม่ได้ พร้อมกับนึกหมั่นเขี้ยวเคี้ยวฟันขณะพลิกกายหันมาดูเจ้าเรือหางยาวลำนั้น หล่อนเห็นมีชายหนุ่มแปลกหน้านั่งอยู่ตอนกลางเรือโดยสารเพียงผู้เดียวและหันมามองหล่อนอยู่แล้วเหมือนกัน แถมยังส่งยิ้มกวน ๆ มาให้หล่อนอีก

"อะไรกันเนี่ย ทำเราสำลักน้ำแล้วยังมีหน้ามายิ้มให้เฉยเลย กวนอารมณ์จริง ๆ แล้วไม่เคยเห็นคนเล่นน้ำหรือไง มองอยู่ได้" ฟ้าครามได้แต่บ่นพึมพำอย่างหัวเสีย พร้อมทั้งตัดสินใจขึ้นจากน้ำ


*************************************

Create Date : 27 พฤษภาคม 2549
Last Update : 27 พฤษภาคม 2549 18:15:33 น.      

.


ที่มา : สายน้ำแห่งความรัก (๑) โดย ธราธร
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tharathorn&month=27-05-2006&group=7&gblog=1

.



« Last Edit: 01 May 2026, 16:38:51 by ppsan » Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,725


View Profile
« Reply #1 on: 28 April 2026, 10:23:38 »


สายน้ำแห่งความรัก (๒)


"อ้าว ยัยฟ้า ขึ้นจากน้ำแล้วเหรอ ดูสิ เล่นซะตัวซีดตัวเซียวเชียว" น้าเล็กร้องทักขึ้นเมื่อเห็นหล่อนเดินกระย่องกระแย่งขึ้นเรือน

"ถ้ายังไม่เจอคนทำให้หงุดหงิดก็ยังไม่ขึ้นหรอกคะ น้าเล็ก" ฟ้าครามบ่นให้น้าสาวของหล่อนฟัง

น้าเล็กก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างขำ ๆ ไม่ซักถามต่อเพราะไม่ถือเป็นเรื่องจริงจังอะไรนัก รู้ดีว่าหลานสาวเป็นคนค่อนข้างดื้อรั้น แถมดื้อเงียบซะด้วย เลยไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด

"ขึ้นมาก็ดีแล้ว เดี๋ยวมาช่วยน้าจัดชมพู่ลงชะลอมหน่อยนะ เดี๋ยวเราจะได้เอาไปฝากคุณยายบัว เห็นว่าแกไม่ค่อยสบาย เป็นไข้หวัด จะได้ถือโอกาสไปเยี่ยมด้วย ตั้งแต่ฟ้ากลับมาทำงานที่บ้านก็ไปหาแกไม่กี่ครั้งไม่ใช่หรือ"

คุณยายบัวเป็นเจ้าของสวนขนัดถัดไปจากบ้านหญิงสาว แกเป็นผู้ใหญ่สูงอายุใจดีเป็นที่รักใคร่ของชาวสวนแถบนี้ทั้งสิ้น เนื่องด้วยความเป็นคนโอบอ้อมอารี และเอื้อเฟือเผื่อแผ่

"ส่วนมากฟ้าก็จะเจอน้องรินแถว ๆ ท้ายสวนนะคะ ก็เลยไม่ค่อยไปถึงบ้านคุณยายเท่าไหร่ ฟ้านี่แย่จัง คุณยายไม่สบาย ยังไม่รู้เรื่องเลย" หญิงสาวกล่าวถึงรินนภา ซึ่งเป็นหลานสาวของคุณยายบัวและเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของหล่อนในละแวกนี้ เพราะหญิงสาวจากบ้านไปเรียนที่อื่นเสียนาน

"เราจะไปรู้เรื่องอะไรละ วัน ๆ พอเสร็จจากงานก็เห็นอยู่แต่ในสวน ดูสิผิวพรรณก็กระดำกระด่าง มือก็หยาบกระด้างไปหมด หนุ่มที่ไหนเขาจะมาขอจูงมือละนี่" น้าเล็กคนสวยส่งค้อนให้หล่อนอย่างขวาง ๆ ด้วยความที่ฟ้าครามไม่เคยสนใจดูแลรักษาความงามเหมือนน้า ๆ ของหล่อนเลย

"แหม … ทำไมต้องให้ใครมาจูงจมูก เอ้ย … จูงมือ ด้วยละค่ะ เกะกะเปล่า ๆ แถวนี้นะฟ้าหลับตาเดินก็ยังตกท้องร่อง" หญิงสาวทำหน้าอวดเก่ง แถมยังยิ้มล้อเลียนน้าสาว พลางกล่าวต่อ

"แล้วมันก็เป็นงานของฟ้านี่ค่ะ เป็นเกษตรตำบลก็ต้องลุยเป็นธรรมดา ถ้าดีแต่พูดแต่ปาก ชาวบ้านชาวช่องที่ไหนเขาจะเชื่อละค่ะ ก็ต้องลงมือทำไปด้วย ยิ่งเรามีสวนของเราเองด้วย ก็ยิ่งต้องทำให้เห็นเป็นแบบอย่างที่ดีนะคะ ตอนนี้ชาวบ้านก็หันมาให้ความสนใจนโยบายเศรษฐกิจแบบพอเพียงของในหลวงท่านกันใหญ่เลยคะ เพราะสามารถใช้ประโยชน์ของพื้นที่ที่เรามีอยู่ได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุดจริง ๆ ฟ้าก็เลยจะทำเป็นตัวอย่างให้กับชาวสวนที่นี่ได้เห็นคะ"

"จ้า แม่ม้าดีดกระโหลก เอาละ เสร็จแล้ว เดี๋ยวฟ้าเอาไปเยี่ยมคุณยายบัวเลยนะ แล้วรีบไปรีบกลับละ อย่ามัวโอ้เอ้เล่นอยู่กับยัยริน พี่ใหญ่บอกน้าว่าวันนี้เขาจะมาซื้อมะม่วงในสวนด้วย เราจะได้มาช่วยกันคุมคนงาน"

"เจ้าคะ" ฟ้าครามยิ้มล้อเลียนน้าเล็กของหล่อน พร้อมฉวยชะลอมชมพู่ติดมือรีบวิ่งออกจากบ้านทันที

"นี่ ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้นะ เดี๋ยวผ้านุ่งผ้าถุงหลุดกันพอดี ยัยฟ้านี่ ทะเล้นจริง ๆ โตจนเป็นสาวเป็นนางแล้ว"

ฟ้าครามได้แต่อมยิ้มกับเสียงน้าเล็กที่ตะโกนตามหลังหญิงสาวมาแว่ว ๆ พลางนึกตอบในใจ

"ดูถูกเราซะแล้ว ผ้าถุงนี่ทำยังไงก็ไม่หลุด ถึงหลุดก็นุ่งใหม่ได้ไม่เห็นอายใครเลยเนอะ ฟ้าครามเนอะ" ด้วยความที่ผู้หญิงชาวบ้านละแวกนี้นุ่งผ้าถุงกันทั้งหมด บวกกับที่ป้าใหญ่พยายามสอนให้หล่อนนุ่งผ้าถุงมาแต่ไหนแต่ไร ฟ้าครามก็เลยหันมาใส่ผ้าถุงเวลาอยู่บ้านเพื่อจะได้ไม่แปลกแยกจากสาว ๆ ชาวสวนทั้งหลาย แถมยังนุ่งได้ทะมัดทะแมง จะให้ปีนต้นไม้หรือกระโดดท้องร่องหล่อนก็ยังไหว

หญิงสาวเดินตัดผ่านสวนของหล่อนที่มีต้นไม้ขึ้นเขียวครึ้มร่มรื่นไม่นานนักก็มาถึงบ้านคุณยายบัวโดยไม่ทันรู้ตัว เสียงรินนภาแจ๋ว ๆ พูดคุยอย่างมีความสุขลอยตามลมมาแว่ว ๆ ทำให้ฟ้าครามอดยิ้มเอ็นดูในความน่ารักของน้องรินไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อหล่อนโผล่พ้นประตูชานบ้านขึ้นไปก็เหมือนกับกำลังส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มที่หันกลับมาเห็นหล่อนเข้าพอดี ฟ้าครามหุบยิ้มแทบไม่ทัน เมื่อเห็นชายหนุ่มกวนประสาทคนเดิมที่หญิงสาวพบเมื่อตอนเช้านั่งอยู่ในวงสนทนาด้วย ส่วนคุณยายบัวนั้นนอนเอกเขนกฟังหลานสาวคุยอย่างไม่รู้เบื่อ

"อ้าว หนูฟ้า มาหายายหรือลูก เข้ามาสิลูก" คุณยายทักขึ้นมาอย่างยินดีเมื่อเห็นหญิงสาว

ฟ้าครามเลยเดินเข่าอย่างเรียบร้อยสุดชีวิตเข้าไปหาคุณยาย พร้อมทั้งส่งยิ้มทักทายให้รินนภา

"ฟ้ามาเยี่ยมคุณยายคะ ทุกคนที่บ้านฝากชมพู่จากสวนมาให้ด้วยคะ คุณยายเป็นอย่างไรบ้างค่ะ ค่อยยังชั่วหรือยังค่ะ"

"ขอบใจมากเลยจ๊ะ ฝากขอบใจที่บ้านหนูด้วย ยายดีขึ้นมากแล้ว แค่เป็นหวัดนิด ๆ หน่อยเท่านั้นเอง นอนพักซะก็หาย ลำบากหนูเปล่า ๆ แต่หนูมาหา ยายก็ดีใจมากลูก อ้อ หนูยังจำพี่วฤธได้มั๊ยละลูก หลานยาย พี่ชายของรินนภาไงละจ๊ะ เห็นกันตอนเด็ก ๆ โตขึ้นก็คงผิดหูผิดตาไปมาก เขาเพิ่งกลับมาถึงบ้านเมื่อเช้านี้เองลูก"

อ้อ ที่แท้ก็ตาวะริด แต่ไม่ใช่แค่ผิดหูผิดตาหรอก แถมไม่ถูกชะตาเลยละ ฟ้าครามแอบนึกอยู่ในใจ แต่ก็หันไปไหว้วฤธอย่างเสียไม่ได้

"ผมยังจำน้องได้ครับ เห็นกันตอนเช้าที่ผมนั่งเรือโดยสารเข้ามา เมื่อก่อนฟ้าน่ารักยังไง เดี๋ยวนี้ก็ยังน่ารักเหมือนเดิมครับ" ชายหนุ่มตอบผู้เป็นยายแต่หันมายิ้มตาเป็นประกายกับหล่อน

"สงสัยพี่เขาจะจำผิดนะคะคุณยาย ตัวดำ ๆ แกร็น ๆ อย่างฟ้านี่นะไม่น่ารักหรอกคะ หรือไม่เขาก็เห็นฟ้าในระยะสิบวาละไม่ว่า" ฟ้าครามหันไปพูดคุยแบบติดตลกกับคุณยายบัว แต่ก็ทำให้ชายหนุ่มอดอมยิ้มไม่ได้

"ผิวอย่างหนูเขาเรียกว่าผิวสีน้ำผึ้งจ๊ะ สวยสมกับเป็นสาวชาวสวนแล้วละลูก แต่ติดที่หนูนะผอมไปหน่อย ต้องพยายามกินเยอะ ๆ จะได้มีแรงยกจอบยกเสียม" คุณยายแย้งอย่างเอ็นดู

"พี่วฤธ เขากลับมารับราชการที่บ้านเราเหมือนพี่ฟ้าเลยนะคะ" รินนภากล่าวเสริมขึ้นอย่างภูมิใจในตัวพี่ชาย "แต่พี่วฤธเป็นวิศวกรชลประทานคะ ถ้ารินเรียนจบเมื่อไหร่ รินก็จะกลับมาทำงานที่นี่เหมือนกันนะคะ กลับมาทำประโยชน์ให้กับบ้านสวน สายน้ำ และแผ่นดินเกิดที่รินรัก"

วฤธกับฟ้าครามส่งยิ้มเป็นกำลังใจให้กับสาวน้อยนักอุดมคติตรงหน้าอย่างขำ ๆ ในความช่างคิดช่างพูดของหล่อน แต่ยิ้มของชายหนุ่มก็ส่งเลยมาถึงฟ้าครามด้วย แต่หล่อนก็ไม่ทันเห็น หรือไม่ได้สนใจจะมองก็ว่าได้ สายตาชายหนุ่มเฝ้าแต่วนเวียนมองใบหน้าสวยหวานด้วยความคิดถึง โดยเฉพาะดวงตากลมโตสุกใสและยิ้มหวานของหญิงสาวเมื่อยามที่ยิ้มให้คุณยายและน้องสาวของเขา ไม่นึกว่าโตขึ้นฟ้าครามจะสวยน่ารักกว่าตอนเด็ก ๆ มากนัก

นั่งสนทนากันต่ออีกสักพัก หญิงสาวก็ขอตัวกลับเพราะเกรงว่าทุกคนที่บ้านจะรอ ชายหนุ่มและรินนภาเลยลุกตามมาส่ง

"เดี๋ยวรินให้พี่วฤธเดินไปเป็นเพื่อนพี่ฟ้านะคะ วันนี้รินยังไม่ได้ทำการบ้านเลย ขอทำการบ้านก่อนนะคะ ไปเล่นด้วยไม่ได้แล้วคะ"

ฟ้าครามแสนจะอาย เมื่อเห็นรอยยิ้มของชายหนุ่มข้าง ๆ เขาเห็นหล่อนเล่นซนเป็นเด็ก ๆ กับน้องสาวของเขาละสิ ถึงได้ยิ้มแบบกวน ๆ อีกแล้ว

"ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ พี่เดินกลับเองได้ เกรงใจพี่วฤธเปล่า ๆ เพิ่งกลับถึงบ้านคงอยากพักผ่อน เดี๋ยวถ้ารินว่างเมื่อไหร่ก็ค่อยไปหาพี่ก็ได้จ๊ะ ตอนนี้ระกำหวานท้ายสวนได้ที่แล้วนะ ไว้พี่จะพาไปเก็บมากินกันนะจ๊ะ"

"อู๊ย ดีจังเลยคะ อยากกินระกำหวาน ถ้างั้นเดี๋ยวรินรีบไปทำการบ้านให้เสร็จไว ๆ เล้ย" แล้วรินนภาก็ผละจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หนุ่มสาวทั้งคู่ตกลงกันเองว่าจะเอายังไง ฟ้าครามก็เลยหันหลังกลับออกเดินเอาเสียดื้อ ๆ ไม่พูดไม่จา ส่วนชายหนุ่มก็ออกเดินตามมาติด ๆ

"เดี๋ยวสิฟ้า จำพี่ไม่ได้เหรอ ตั้งแต่เจอกันยังไม่เห็นพูดกับพี่สักคำ สมัยเด็กฟ้าออกจะช่างอ้อนพี่ออก"

"ก็ฟ้าสวัสดีแล้วไงค่ะ พี่จำไม่ได้เหรอ" หญิงสาวย้อนคำพูดของเขาบ้าง

"ยังไม่หายเคืองเรื่องเมื่อเช้าหรือ พี่ไม่ได้ตั้งใจมองฟ้าโป๊นะ แต่พี่จำฟ้าได้คลับคล้ายคลับคลา เลยลืมตัวมองนานไปหน่อย"

"นี่ ฟ้าไม่ได้โป๊นะ พูดดี ๆ หน่อย นุ่งกระโจมอกเล่นน้ำที่นี่นะมันเรื่องธรรมดานะเจ้าค่ะ ใคร ๆ เขาก็ทำกัน จะมีก็แต่คนไม่มีมารยาทนะแหละที่จ้องเอาอยู่ได้"

ชายหนุ่มไม่ได้โต้ตอบ กลับยอมรับข้อกล่าวหาแต่โดยดี พลางหัวเราะเบา ๆ อยู่ในลำคอ ถึงอย่างไรเขาก็ไม่อยากจะขัดใจหล่อน เขาเป็นฝ่ายตามใจหญิงสาวมาตั้งแต่เด็กแล้ว กลับมาพบเจอกันอีกครั้งหลังจากจากกันไปนาน ฟ้าครามก็ยังดื้อเหมือนเดิม เขาก็เลยเสเปลี่ยนเรื่องคุยที่เขาจะไม่ต้องโดนเหน็บอีก

"พี่มาทำงานที่นี่ ฟ้าก็ถือว่าพี่เป็นน้องใหม่ก็แล้วกันนะ อย่าดุนักเลย ยังไงเราก็คงต้องประสานงานร่วมกันบ้าง ต่อไปพี่คงต้องขอคำแนะนำจากฟ้าบ้างในเรื่องการจัดสรรน้ำเพื่อการเกษตร"

"ได้คะ แล้วจะรับน้องแบบโหดเลย หวังว่าจะรับมือไหวนะคะ" หญิงสาวกล่าวทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มอย่างมาดหมายก่อนที่จะขึ้นเรือน แต่ชายหนุ่มก็ยังตามติดขึ้นไปด้วย ไม่ยอมกลับบ้านตัวเอง

.


Create Date : 27 พฤษภาคม 2549
Last Update : 27 พฤษภาคม 2549 18:17:31 น.

.


ที่มา : สายน้ำแห่งความรัก (๒)
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tharathorn&month=05-2006&date=27&group=7&gblog=2

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,725


View Profile
« Reply #2 on: 28 April 2026, 10:24:23 »


สายน้ำแห่งความรัก (๓)


"อ้าว ตาวฤธ มายังไงกันละนี่ ไม่ได้เจอะเจอหน้าเสียนาน เป็นหนุ่มหล่อเชียว ถ้าป้าเห็นที่อื่นเป็นจำไม่ได้" เสียงป้าใหญ่ร้องทักอย่างตื่นเต้นดีใจจนออกนอกหน้าเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินตามหลานสาวเข้ามาหา เสียงป้าใหญ่ดังพอที่จะทำให้น้าน้อย กับน้าเล็กที่กำลังนั่งคัดมะม่วงสุกใส่เข่งไว้เพื่อเตรียมขายหันมามองอย่างยินดีไปด้วย ฟ้าครามได้แต่ประหลาดใจว่าทำไมทุกคนถึงให้ความสนใจตานี่นัก

"สวัสดีครับ ป้าใหญ่ น้าน้อย น้าเล็ก เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ดูทุกคนยังสวยไม่สร่างเลยนะครับ ผมเพิ่งกลับมาถึงบ้านวันนี้ ย้ายกลับมารับราชการที่เขื่อนบ้านเราแล้วครับ ต่อไปก็คงได้หมั่นมาแวะเยี่ยมเยียน และกินอาหารฝีมือป้าใหญ่บ่อย ๆ ผมคิดถึงมากเลยครับ"

อ๋อ ที่แท้ก็ปากหวานนี่เอง พาเอาญาติฉันนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะ ตาวฤธ ฟ้าครามได้แต่นึกหมั่นไส้ในใจ

"วุ้ย … จะมาเมื่อไหร่ก็มาเลยจ๊ะ พ่อคุ้ณ กลัวแต่จะไปติดใจฝีมือสาวบ้านอื่น ไม่โผล่มาให้ป้าเห็นหน้าละไม่ว่า" ป้าใหญ่ยิ้มแย้มแจ่มใสอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างผิดหูผิดตา

"ทีกับหลานตัวเองละก็ดุได้ดุเอานะคะป้าใหญ่ขา กับคนอื่นละก็หยอกล้อต่อกระซิก" ฟ้าครามเอ่ยลอย ๆ

"ตายแล้ว ยัยฟ้า พูดจาไม่ได้ความ คนอื่นที่ไหนกันละ ตาวฤธนี่ก็เล่นด้วยกันกับเรามาตั้งแต่เด็ก ตอนโต ๆ กันแล้ว เวลากลับบ้านเขาก็มาเยี่ยมเยียนคนแก่สม่ำเสมอ ไม่เหมือนเราหรอก ปิดเทอมนะกลับบ้านมาให้เห็นบ้างหรือเปล่า ฮึ"

"ก็ฟ้าออกเที่ยวต่างจังหวัดหาประสบการณ์บ้างนะสิคะ ยังไงก็ต้องกลับมาหาทุกคนอยู่ดีแหละคะ ใช่มั๊ยค่ะน้าน้อย น้าเล็ก"

"ไม่รุ้ อย่ามาโยนให้พวกชั้นโดนดุไปด้วยเลย" น้าน้อยตอบทันควัน หันไปพยักพเยิดกับน้าเล็กที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่มีเข้าข้างหลานสาวตัวเองเลย แถมหันกลับไปคุยกับหลานชายคนอื่นซะอีก ไม่สนใจหล่อนด้วย ฟ้าครามก็เลยถือโอกาสเดินลงเรือนเข้าสวนไปเงียบ ๆ

*****************************************************************

ในสวนตอนบ่าย แดดรำไรทอลอดกิ่งก้านใบของต้นไม้หลากชนิดที่ขึ้นอยู่อย่างหนาทึบลงสู่พื้นดินที่ปกคลุมด้วยเศษใบไม้ใบหญ้า สายลมเบา ๆ พัดผ่านมาจากสายน้ำหน้าบ้าน พัดพาเอาความชื้นมาด้วย ทำให้อากาศกำลังเย็นสบายไม่ร้อนอบอ้าว ชายหนุ่มเดินตามมาหยุดยืนดูสาวน้อยของเขากำลังปีนเก็บมะม่วงอย่างเอ็นดู ดูสิยังกับเป็นเด็ก (ลิง) ทะโมนแนะ ถ้าเห็นไกล ๆ ก็คงนึกว่าลูกคนงานแอบมาขโมยกินมะม่วง

ฟ้าครามเห็นชายหนุ่มมายืนแหงนคอดูหล่อนแถมผิวปากเป็นเพลงล้อเลียน นึกว่าเขาจะตามมาดูหล่อนโป๊อีก เพราะนุ่งผ้าถุงขึ้นต้นไม้ ก็เลยแกล้งปล่อยมะม่วงในมือให้ร่วงใส่เขา

"เฮ้ย .. คุณฟ้าคล้ำ คร้าบบบบ…นี่เป็นการรับน้องด้วยหรือเปล่านี่ ถึงกับจะเอาให้ความจำเสื่อมเลยเหรอ ดีนะที่หลบทัน ไม่งั้นหัวแตกแน่เลย"

"นี่ ... ฉันชื่อ ฟ้าคราม นะ ไม่ใช่ฟ้าคล้ำ เรียกให้มันดีดี" นัยน์ตาโตหวาน บัดนี้เปลี่ยนเป็นดุแทน "ก็คุณมายืนมองทำไมอีกละ ไม่กลับบ้านซักที" หญิงสาวรีบทิ้งตัวลงจากกิ่งไม้ในขณะที่เขากำลังหลบมะม่วงของหล่อน

"ก็มาบอกไงว่าจะกลับบ้านแล้ว เห็นฟ้าหายไปเลยออกมาดู ว่าจะคุยเรื่องงานต่อด้วย"

"คุณจะเริ่มเข้าทำงานเมื่อไหร่หรือ" ฟ้าครามก็ถามไปงั้นแหละ ไม่ได้อยากรู้จริง ๆ หรอก

"ทำไมไม่เรียก พี่ ละ" ชายหนุ่มไม่ยอมตอบคำถาม แต่กลับย้อนถามซะเอง

"ก็มันไม่คุ้นนี่ ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้ว ฟ้าก็ลืมไปแล้วด้วย"

"โตแล้วเรื่องมากเหมือนกันนะเรานี่ ทีพี่ไม่เห็นเคยลืมเลยว่าตอนเด็ก ๆ เป็นอย่างไร"

"ใครเรื่องมาก" หญิงสาวตาเขียวขึ้นมาทันที

ชายหนุ่มได้แต่ส่งยิ้มล้อเลียนใส่นัยน์ตาเขียวขุ่น สงสัยเขาจะต้องหาโอกาสปราบพยศสาวดื้อบ้างซะแล้ว

"พี่คงเริ่มทำงานต้นเดือนหน้านี้เลย เพราะตอนนี้พี่ลาพักร้อนอาทิตย์หนึ่ง ช่วงนี้ก็ว่างตามไปดูฟ้าทำงานได้ละ"

"เอ๊ะ … มาตามทำไม คนเขาทำงานเป็นเกษตรตำบลนะ ไม่ได้เป็นไกด์นำเที่ยว จะได้คอยดูแลผู้ติดตาม"

"เอ๊ะ …คุณเกษตรตำบลครับ .. ก็ผมจะได้รู้ข้อมูลการเกษตรในพื้นที่ไงละครับ จะได้จัดสรรน้ำได้ถูก รู้ว่าชาวสวนต้องการน้ำเท่าไหร่ และจะต้องระบายน้ำจากเขื่อนเท่าไหร่ แล้วยิ่งใกล้หน้าฝนแล้วด้วย น้ำเหนือก็จะหลาก น้ำทะเลก็จะหนุน ก็ต้องศึกษาปริมาณน้ำที่ควรเก็บกักไว้ให้ดีไม่ให้เขื่อนพังพร้อม ๆ กับไม่ให้ชาวบ้านเดือดร้อน"

ฟ้าครามก็เลยไม่รู้จะหาอะไรมาอ้าง ไม่ให้เขามายุ่งกับหล่อน ได้แต่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ชายหนุ่มเห็นแล้วก็อยากเอื้อมมือไปตีก้นคนรั้นซะจริง ๆ

"เอาเป็นว่าเดี๋ยวเช้าวันจันทร์พี่มารับก็แล้วกัน" วฤธไม่สนใจทีท่าของหล่อนที่ไม่อยากให้เขามายุ่งด้วย

แต่ว่าฟ้าครามนึกวิธีแก้เผ็ดชายหนุ่มออกแล้วเหมือนกัน ดีเหมือนกัน จะได้มีคนมาพายเรือให้นั่ง จะแกล้งใช้งานให้หนักเลย พาไปปลูกป่ากับชาวบ้านให้เข็ดซะเลยนี่

.


Create Date : 27 พฤษภาคม 2549
Last Update : 27 พฤษภาคม 2549 18:18:50 น.

.


ที่มา : สายน้ำแห่งความรัก (๓)
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tharathorn&month=05-2006&date=27&group=7&gblog=3

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,725


View Profile
« Reply #3 on: 28 April 2026, 10:25:10 »


สายน้ำแห่งความรัก (๔)


เสียงหรีดหริ่งเรไรยามพลบค่ำเริ่มดังระงม แต่เสียงหวาน ๆ ของฟ้าครามที่นั่งอ่านบทกลอนเรื่องอิเหนาให้สตรีต่างวัยทั้งสี่ฟังก็ยังคงได้ยินแผ่ว ๆ เมื่อวฤธเดินมาถึงหน้าเรือนไทย แล้วขึ้นเรือนไปนั่งอยู่ด้านหลังหญิงสาว พร้อมทั้งไหว้ผู้อาวุโสในที่นั้น

"อิเหนาหรือมาตามด้วยความรัก
ข้อนี้ไม่ประจักษ์ยังสงสัย
ซึ่งมาจากหมันหยาเวียงชัย
เพราะดาหามีภัยจึงไคลคลา
หวังจะช่วยรณรงค์สงคราม
มิใช่มาด้วยความเสน่หา
นี่แวะมาไหว้พระปฏิมา
แล้วจะไปหมันหยาธานี"

"ขอโทษทุกคนครับที่ขัดจังหวะ ผมไม่ใช่อิเหนาหรอกนะครับ แต่จะมาตามนางบุษบา เอ้ย .. วิยะดาน้องสาว เอ้อ ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละครับ จะมารับรินนภากลับบ้านนะครับ" ชายหนุ่มกล่าวล้อเลียนเนื้อความของบทกลอนที่ฟ้าครามเพิ่งอ่านจบไป พร้อมทั้งส่งสายตาพราวมาให้บุษบาฟ้าครามที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ห่าง ๆ

"คืนนี้รินขอนอนกับพี่ฟ้าไม่ได้หรือค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้รินจะได้ไปเก็บระกำหวานท้ายสวนด้วย กำลังอยากกินมากเลย"

"พี่เห็นใกล้ค่ำแล้ว รินยังไม่กลับเลยเดินมารับ แต่ถ้าอยากนอนนี่ก็ตามใจ เดี๋ยวพี่บอกคุณยายให้"

"ปรกติฟ้าเขาก็จะเดินไปส่งอยู่แล้วละจ๊ะ พ่อวฤธไม่ต้องเป็นห่วง แต่ถ้าดึกมากนัก น้าก็จะให้นอนที่นี่เลย แล้วตอนเช้าค่อยกลับ" น้าน้อยตอบพลางชักชวนชายหนุ่มนั่งเล่นฟังหลานสาวอ่านบทกลอนต่อ

"อันความรักของชายนี้หลายชั้น
เขาว่ารักรักนั้นประการใด
จงพินิจพิศดูให้รู้แน่
อย่าทำแต่ใจเร็วจะเหลวไหล
เปรียบเหมือนคิดปริศนาอย่าไว้ใจ
มันมันไพล่แพลงขุมเป็นหลุมพราง"

"ฮ้าย ยายฟ้า ท่องกลอนอะไรนะ มันไม่ใช่เรื่องอิเหนาแล้ว อยู่ ๆ ก็เปลี่ยนเรื่องไป เอามาจากไหนหรือนั่น" ป้าใหญ่ร้องขัดขึ้นอย่างแปลกใจ

"ฟ้าก็จำของสุนทรภู่มานะคะ เห็นว่าอิเหนาเจ้าชู้นัก ไปที่ไหนก็เที่ยวไปมีเมียทิ้งไว้เรี่ยราด พอดีนึกกลอนบทนี้ขึ้นมาได้ก็เลยท่องออกมาคะ"

"นั่นนะสิ อิเหนานี่มีเมียเป็นสิบคน แต่ก็ยังแพ้บุเรงนองละนะ ที่นับกันไม่หวาดไม่ไหว" น้าเล็กพลอยผสมโรงไปกับหล่อนด้วย

"อย่าว่าแต่ในวรรณคดีเลย หนุ่มสมัยนี้ก็ไม่น้อยหน้านะ น้าเคยอ่านใน เขียนไว้เมื่อวันวาร ของคุณตำรา ณ เมืองใต้ ที่เขาว่า"

"สมัยปัจจุบันเป็นสมัยวิทยาศาสตร์ ความรักก็เดินตามแบบวิทยาศาสตร์ มีวิธีทดลอง แปรธาตุ ประสมธาตุ รวมไปในตัวเสร็จ สตรีสมัยโบราณไม่ได้เรียนวิทยาศาสตร์ คิดเห็นว่าความรักคือหลุมพราง เมื่อจะกระโจนลงไปก็ต้องคิดแล้วคิดเล่า แต่ในสมัยนี้ผู้ปกครองที่หวงลูก ถูกหาอย่างโง่ ๆ ว่าเป็นคนครึ กักลูกไม่ให้เปิดหูเปิดตา คนหนุ่มเข้าใจว่าคนแก่โง่ แต่คนแก่รู้ชัดว่าคนหนุ่มโง่ คนแก่ย่อมได้เคยเห็นมาแล้วว่า มดกับน้ำตาลนั้นอยู่ใกล้กันไม่ได้ แต่คนหนุ่มสมัยใหม่เข้าใจว่า มดสมัยนี้ได้รับการศึกษาดี มีหัวคิด หารู้ไม่ว่ามดนั้นต้องการน้ำตาลอย่างยิ่ง ยิ่งเป็นมดมีความรู้ยิ่งเป็นอันตรายแก่น้ำตาลมากขึ้น"

ชายหนุ่มคนเดียวในที่นั้นอดอมยิ้มไม่ได้ นี่น้าเล็กกำลังเปรยให้เขาฟังหรือเปล่านี่ ว่าบ้านนี้หวงหลานสาว แต่บ้านนี้ก็มีแต่น้ำตาลหวานทั้งนั้น ทั้งน้าน้อย น้าเล็กก็ยังดูสาวอ่อนกว่าวัย หลานสาวก็น่ารัก ถึงจะดุก็เถอะ มดที่ไหนก็คงอยากเข้าใกล้

"สงสัยผมคงมาผิดจังหวะแล้วละฮะ จะสู้ก็ไม่ไหว แก้ตัวก็ไม่ได้ เพราะเป็นผู้ชายคนเดียวเสียด้วย" ชายหนุ่มกล่าวอย่างเห็นขำ

ป้าใหญ่หัวเราะอย่างเข้าข้างชายหนุ่ม "เขาถกกันเล่น ๆ นะลูก ใครมีลูกมีหลานสาวก็เป็นห่วงเป็นธรรมดา แต่ขนาดยัยฟ้านี่ ป้าไม่ห่วงหรอก กลัวแต่ว่าจะไม่มีหนุ่มไหนกล้ามาขอเท่านั้นแหละ หรือไม่ ขอไปแล้วก็จะรีบเอามาคืน"

"ดีสิค่ะ ฟ้าจะได้อยู่กับทุกคนที่นี่ตลอดไป สบายดีออก ไม่เห็นอยากแต่งงานเลย ยิ่งโบราณท่านว่าไว้ว่า

"อยู่ใกล้กันก็เป็นจันทร์อันแจ่มจ้า
ดูงามตาแสงสุกใสในกลางหาว
อยู่ไกลกันก็เร้นค่าเป็นเพียงดาว
เพราะทางยาวแสงไม่ถึงไม่ตรึงใจ"

"ฟ้ายิ่งไม่อยากใหญ่เลย ไม่ว่าจะอยู่ใกล้อยู่ไกลก็เหอะ"

หญิงสาวประกาศเจตนาอย่างมุ่งมั่น พร้อมทำหน้าเชิด คอแข็ง วฤธได้แต่นึกว่าเขาจะทำให้หล่อนเปลี่ยนใจได้มั๊ยนะ คงจะต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่ง และคงต้องอาศัยเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ อีกทั้งยังต้องผ่าด่านป้าและน้าของหล่อนที่รุมกันรักและเอาใส่ใจหญิงสาว

"เอาเถอะ ถึงอยากแต่งก็ไม่มีใครมาขอหรอก ฮะ ฮะ " น้าน้อยขัดขึ้นอย่างเห็นขำ "ไปกินข้าวกันเถอะ เดี๋ยววฤธอยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนกลับนะ วันนี้พี่ใหญ่ทำหลนเต้าเจี้ยว ยำปลาดุกฟู กุ้งผัดกระเทียม ส่วนน้านะทำ ผัดผักคะน้าหมูกรอบ กับต้มยำกุ้งไว้ น้าเล็กเขาก็ทำทับทิมกรอบและก็ยังเตรียมผลไม้ในสวนอีกหลายอย่างไว้ด้วยเป็นของหวาน แต่ยัยฟ้านะ รายนั้นไม่ได้ทำอะไรเลย"

หลังจากที่ฟังรายชื่ออาหารอันยืดยาว เขาก็แทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เมื่อรู้ว่าสาวน้อยในใจของเขาไม่ยอมเข้าครัวทำกับข้าวอะไรเลย

"ดีจังเลยคะ น่ากินทั้งนั้นเลย รินหิวแล้วเหมือนกัน เดี๋ยวหนูช่วยจัดสำรับนะคะ"

หัวข้อสนทนาเกี่ยวกับความเจ้าชู้ของผู้ชายในคืนนั้นเลยจบลงได้ เพราะมีเรื่องอาหารมาล่อแทน


**************************************************************************



เรือลำน้อยค่อย ๆ คัดออกห่างจากตลิ่ง พายเอื่อย ๆ ตามกระแสน้ำลงไปยังบริเวณท้ายสวน สองฟากฝั่งลำคลองยังคงเป็นสวนตลอดแนว บางแห่งก็มีอวนสำหรับดักจับปลาแขวนไว้ บางบ้านก็กำลังงมกุ้งแม่น้ำตัวโต ๆ น่ากิน

ฟ้าครามกับรินนภาเห็นบริเวณพื้นที่ฉ่ำน้ำเต็มไปด้วยดงโสนที่กำลังออกดอกเหลืองสด จึงคัดท้ายเรือเสือกหัวเรือเข้าไปเกยตลิ่ง แล้วก็เดินไปตัดใบตองแถวนั้นมาทำกระทงเพื่อมาเก็บดอกโสนเอาไว้ไปใส่ไข่เจียว ได้พอประมาณแล้วก็ลงพายเรือชมวิวทิวทัศน์สองฝั่งอย่างเพลิดเพลินพลางแวะเก็บดอกบัวไปไว้ถวายพระ และผักบุ้งไปให้ป้าใหญ่แกงเทโพให้กิน จนเข้าเขตท้ายสวนจึงได้เอาเรือเข้าเทียบตลิ่ง บริเวณนั้นเต็มไปด้วยกอระกำที่กำลังมีลูกดกคากอ หญิงสาวถกแขนเสื้อที่พับไว้ลงเตรียมตัวเข้าไปตัดระกำ

"พี่ฟ้าระวังหนามนะคะ" รินนภาร้องเชียร์อยู่ห่าง ๆ

"ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ พี่ใส่เสื้อแขนยาว ไม่เท่าไหร่หรอก" หญิงสาวคว้ามีดพร้าติดมือบุกเข้าไปในดงระกำ

ช่วงไหนเป็นหน้าระกำ ฟ้าครามก็จะอาสามาตัดเอง ไม่ต้องรอคนงานมาทำให้ เพราะหล่อนถือเป็นเรื่องสนุก ได้พายเรือมาไกล ๆ แล้วก็ได้พากันมาเที่ยวเล่นกับรินนภา

"เดี๋ยวเราแบ่งส่วนหนึ่งไปทำระกำลอยแก้วไปให้ยายด้วยนะ กินแล้วชื่นใจดี ส่วนที่เหลือก็เอาไว้กินสด ๆ"

"ดีจังคะ พี่วฤธก็ชอบกินระกำลอยแก้วเหมือนกัน พี่ฟ้าทำเยอะ ๆ เลยนะคะ"

"เอ้า ได้แล้วจ๊ะ ขนไปไว้ในเรือกันเถอะ สงสัยขากลับคงต้องออกแรงเยอะแน่เลย เพราะมีแต่ของเต็มลำเรือ แถมต้องพายทวนน้ำอีก"

"รู้แบบนี้ชวนพี่วฤธมาด้วยก็ดีนะคะ เราจะได้ไม่ต้องพายเรือเหนื่อย"

"มากับผู้ชายไม่สนุกหรอกจ๊ะ มากันเองนะดีแล้ว พี่น้อยใจแล้วนะ เดี๋ยวนี้รินได้พี่ชายกลับมาอยู่บ้านแล้ว ไม่รักพี่เหมือนก่อนแล้วใช่มั๊ยจ๊ะ" หญิงสาวแกล้งงอน

"โอ๋ พี่ฟ้าคนดี รินรักพี่ฟ้าออกนะคะ พี่วฤธก็รักพี่ฟ้าด้วย อย่าน้อยใจเลยนะคะ"

"อ้าว ยิ่งพูดถึงพี่วฤธพี่ยิ่งน้อยใจนะเออ" หญิงสาวเขินคำพูดที่รินนภาบอก เลยเสหิ้วระกำเดินนำหน้ากลับไปยังเรือ


***********************************************************************



บ่ายคล้อยหลังจากที่รินนภากลับบ้านเอาระกำลอยแก้วไปให้ยายและพี่ชายแล้ว ฟ้าครามก็ลงไปนอนเล่นในแปลญวน ที่ผูกไว้ระหว่างต้นชมพูถัดเข้าไปด้านในของสวน

หญิงสาวนอนเล่นกำลังอ่านหนังสือเพลิน ๆ ก็มีเสียงทุ้มมากระซิบข้างหูทำเอาสะดุ้งตกใจเกือบตกจากแปล

"ขอบคุณมากนะครับ ที่อุตสาห์ทำระกำลอยแก้วมาเผื่อพี่ด้วย ของโปรดของพี่เลยละ"

ฟ้าครามเงยหน้าดูก็พบว่าพี่ชายคนดีของรินนภานั่นเอง

"เห็นรินบอกว่า ฟ้าอุตสาห์บุกเข้าไปตัดระกำเอง หนามเกี่ยวจนแขนขาแดงไปหมด ไหนพี่ขอดูหน่อยว่าเป็นแผลเยอะหรือเปล่า"

"เรื่องอะไรมาขอดูแขนดูขาฟ้า พิลึกคนเชียว สงสัยคงเที่ยวขอดูของผู้หญิงไปทั่ว" หล่อนเหน็บเขาเข้าให้อีกแล้ว

ชายหนุ่มได้แต่มองสำรวจตามบริเวณแขนที่พ้นจากเสื้อผ้าฝ้ายแขนยาว และขาที่พ้นจากชายผ้านุ่ง ไม่ได้สนใจสายตาเขียว ๆ ที่มองแบบเอาเรื่อง

"สมัยนี้แล้ว ไม่ต้องขอดูก็เห็นได้ถนัดชัดสายตา สาว ๆ ยุคใหม่เขาใส่สายเดี่ยว เกาะอก และก็กระโปรงสั้น ๆ กันทั้งนั้น ไม่ต้องเสียเวลาไปขอดูของเขาหรอก ไม่เหมือนสาวหัวโบราณที่ปิดซะจนไม่รู้จะมองอะไรดี" วฤธตอบเล่นอย่างยั่วเย้า แถมยังส่งสายตากวาดไปทั่วเรือนร่างของหญิงสาวประกอบคำพูด แต่ก็มาหยุดอยู่ที่สายตาดุ ๆ ของฟ้าคราม

"เพิ่งรู้ว่าฟ้าก็ทำอาหารเป็นเหมือนกัน รู้ด้วยหรือว่าพี่ชอบกินระกำ"

"ไม่รู้หรอกคะ ฟ้าตั้งใจทำให้คุณยายเท่านั้น แต่น้องรินบอกว่า ให้ทำเผื่อพี่ชายด้วย สงสัยจะระกำช้ำรักมาจากไหนหรือคะ ถึงได้ชอบกินเป็นพิเศษนะ" ฟ้าครามแกล้งแซวให้เจ็บเล่น ๆ

"ถ้าจะช้ำระกำใจก็คงจะเป็นเพราะสาวแถวนี้นะละ ที่ใจแข็งไม่ยอมเห็นใจคนที่เฝ้ารักเฝ้าคิดถึงมาตลอดเวลา"

โห ไม่น่าหาเรื่องแหย่เขาเลยเรา เข้าตัวจนได้ หญิงสาวเลยเงียบแกล้งทำหูทวนลมไม่ได้ยินที่เขาพ้อเมื่อสักครู่

"แล้วมาทำอะไรแถวนี้ มาหาป้าใหญ่หรือคะ" หญิงสาวรีบผลักไล่ไสส่ง ให้ชายหนุ่มไปให้พ้น ๆ หน้า จะได้ไม่ต้องหงุดหงิดกับยิ้มกวน ๆ และนัยน์ตาที่เขามองหล่อน

"พี่ขึ้นไปบนเรือนมาแล้ว เห็นป้าใหญ่ว่าเย็นนี้มีแกงเทโพ กับไข่เจียวดอกโสนที่หลานสาวไปเก็บมาเมื่อเช้า เลยชวนพี่อยู่กินข้าวเย็นด้วย แล้วก็ไล่พี่ให้มานั่งเล่นในสวนกับฟ้า เพราะอยู่ข้างบนป้าใหญ่ก็ว่าเกะกะ ไม่มีอะไรให้ทำ แต่พอมาเจอหลานสาวก็กลับไล่ให้ขึ้นบ้านอีกแนะ"

"ไม่ได้ไล่นะ อย่ามาหาเรื่องกัน ใครจะไปกล้าไล่หลานชายคุณยายบัวละคะ เดี๋ยวทุกคนก็พากันดุฟ้าหรอก"

"อยากนั่งเล่นตรงไหนก็นั่งสิคะ" ว่าแล้วฟ้าครามก็ทิ้งตัวลงนอนบนแปลต่อ คว้าหนังสือตั้งใจจะอ่านต่อ โดยไม่สนใจชายหนุ่มอีก แต่ก็กลับต้องร้องขึ้นมาอย่างตกใจ เมื่อวฤธทิ้งตัวลงนั่งในแปลด้วยอย่างหน้าตาเฉย

หญิงสาวรีบลุกขึ้นหน้าแดงก่ำ "เรื่องอะไรมาแย่งฟ้านั่งละ"

"ฟ้าบอกพี่เองให้นั่งตรงไหนก็ได้ไง พี่เห็นมีแปลแค่อันเดียว ก็เลยนึกว่าฟ้าชวนให้พี่นั่งด้วยกันนะ" ชายหนุ่มยิ้มตอบตาพราว

"งั้น ฟ้าขึ้นไปช่วยป้าใหญ่ทำกับข้าวแล้วคะ อยากนั่งก็นั่งคนเดียวแล้วกัน"

หญิงสาวรีบหันหลังกลับเดินตรงขึ้นเรือนไป ทิ้งเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงของชายหนุ่มไว้เบื้องหลัง ปล่อยให้วฤธนั่งนึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังเด็กที่หล่อนชอบอ้อนขอนั่งตักเขาทุกครั้งที่นั่งในแปลญวนด้วยกัน นี่ถ้าเขาขอให้หญิงสาวนั่งตักเขาตอนนี้ คงโดนฟ้าครามผลักตกแปลไปแล้วก็ได้

.


Create Date : 27 พฤษภาคม 2549
Last Update : 27 พฤษภาคม 2549 18:20:36 น.

.


ที่มา : สายน้ำแห่งความรัก (๔)
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tharathorn&month=05-2006&date=27&group=7&gblog=4

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,725


View Profile
« Reply #4 on: 28 April 2026, 10:25:52 »


สายน้ำแห่งความรัก (๕)


ก่อนที่ท้องฟ้าจะสว่างไปด้วยแสงอาทิตย์ ชาวบ้านที่ฟ้าครามนัดเอาไว้ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนก็เริ่มทยอยกันมาชุมนุม ณ บริเวณต้นน้ำเหนือเขื่อนของจังหวัด หญิงสาวเตรียมต้นกล้าของไม้ใหญ่นานาชนิดประมาณพันกว่าต้นเพื่อนำมาปลูกลงในบริเวณพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ฟ้าครามปล่อยให้วฤธเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการขนย้ายต้นกล้าเหล่านี้ หญิงสาวแกล้งใช้งานเขาสารพัด ตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง จนบัดนี้เขาก็ยังไม่ได้หยุดพัก ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ เขาอยากตามหล่อนมาเองทำไมละ แต่ดีเหมือนกัน หล่อนจะได้เบาแรงไปเยอะ

ทุกคนพร้อมใจกันทำงานอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อย หลังจากที่ลงต้นกล้าหมดแล้ว ก็พากันหยุดรับประทานอาหารกลางวัน ซึ่งฟ้าครามได้สั่งข้าวห่อมามากพอกับจำนวนชาวบ้านที่มาช่วยงานในคราวนี้ พอช่วงบ่ายก็เริ่มช่วยกันทำแนวกันไฟเพื่อป้องกันไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูแล้ง

วฤธเห็นทุกคนทำงานแล้วก็อดชื่นชมในความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของชาวบ้านไม่ได้

"ทุกคนร่วมใจกันดีนะ ทำงานไม่มีบ่นกันเลย แถมแต่ละคนยังมีเรื่องราวสนุกสนานมาเล่าสู่กันฟังให้ครื้นเครงระหว่างทำงานอีกด้วย"

"คะ ส่วนมาก ก็เป็นลุง ป้า น้า อา ที่เคยเห็นฟ้ามาแต่เล็กแต่น้อย พอฟ้ากลับมาทำงานที่นี่ ทุกคนก็มีแต่เอ็นดูและเมตตาคะ คงเห็นฟ้าเป็นลูกเป็นหลานคนหนึ่งที่ตั้งใจกลับมาทำงานให้ท้องถิ่นของเรา พอฟ้าขอความร่วมมืออะไร ทุกคนก็เต็มใจจะช่วยคะ"

เมื่องานเสร็จ ทุกคนก็พากันลงมาล้างมือล้างหน้าและนั่งพักกันบริเวณริมน้ำ ฟ้าครามกล่าวขอบคุณชาวบ้านที่มาช่วยอย่างเต็มอกเต็มใจ พร้อมกับเอ่ยแนะนำวฤธ ซึ่งทุกคนในที่นั้นก็นึกออกทันทีเพราะเขาเป็นหลานคุณยายบัวที่ทุกคนเคารพ

"พอดีคุณวฤธเพิ่งกลับมารับราชการที่บ้านเรานะคะ คงต้องมีการต้อนรับกันสักหน่อย ใช่มั๊ยค่ะ"

ไม่ทันที่หญิงสาวจะพูดจบ ก็มีชายหนุ่มสามคนเดินตรงมายังวฤธทางด้านหลัง เพื่อยกตัวเขาขึ้น แล้วแบกตรงไปยังริมน้ำ พร้อมทั้งจับโยนลงน้ำอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้ตั้งตัว ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันหัวเราะชอบใจในแผนการอุตริของฟ้าคราม แต่แทนที่วฤธจะโกรธ เขากลับลุกจากน้ำขึ้นยืนหัวเราะ แล้วก็ไหว้กราดทุกคน ราวกับจะขอบคุณที่ทุกคนให้การต้อนรับเขาอย่างเป็นกันเอง แต่สายตากลับมองไปที่หญิงสาวเป็นทีว่าฝากไว้ก่อน

พอพลบค่ำทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน ระหว่างทางที่วฤธเดินมาส่งฟ้าคราม ชายหนุ่มก็กระซิบกับหญิงสาว

"นี่ฟ้า พี่หนาวนะ เราเนี่ยเล่นอะไรเป็นเด็ก ทำยังไงละที่นี้ กอดเราแก้หนาวได้มั๊ยละ"

"ก็ไปขอกอดคนที่จับพี่โยนลงน้ำสิค่ะ ฟ้าไม่เกี่ยวสักหน่อย"

"พี่รู้นะว่าเป็นแผนของเราที่จะแกล้งพี่"

ว่าแล้วเขาก็ตวัดร่างบาง ๆ เข้ามาแนบอก เป็นการแก้เผ็ด พร้อมกับแอบสูดกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากผมนุ่มดำเป็นเงาของหญิงสาว แต่ก็ถึงกับสะดุ้งเมื่อหญิงสาวกัดเข้าให้ที่บ่า และใช้ศอกกระทุ้งสีข้างเขาอย่างแรง

"โอ๊ย … ดุชะมัดเลย ขอกอดแก้หนาวแค่นี้ก็ไม่ได้ ทำผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิดชอบอีกแนะ"

"เสียใจคะ กอดฟ้าคงไม่อุ่นหรอกนะคะ ไปหากอดสาวบ้านอื่นเถอะคะ" หญิงสาวหัวเราะชอบใจที่ได้ฝากรอยแผลไว้กับชายหนุ่ม พร้อมทั้งรีบขึ้นเรือนก่อนที่ชายหนุ่มจะคว้าตัวไว้ได้ทัน

*****************************************************

"ทำไมเปียกมะล่อกมะแล่กอย่างนั้นละตาวฤธ ไปตกน้ำตกท่าที่ไหนมา"

สตรีสูงอายุที่นั่งร้อยดอกมะลิถวายพระเอ่ยถามขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นหลานสาวเดินนำชายหนุ่มขึ้นมาบนเรือน

"บังเอิญผมซุ่มซ่ามเดินตกท้องร่องแถวนี้นะครับ" ชายหนุ่มนึกหาคำอธิบายที่จะไม่ทำให้หญิงสาวโดนป้าใหญ่ตำหนิ

"คงจะหนาวแย่ละสิ ฟ้าพาพี่เขาไปอาบน้ำผลัดผ้าก่อนลูก ปล่อยให้เดินกลับไปแบบนี้เดี๋ยวจะเป็นปอดบวมเอา เสื้อยืดตัวใหญ่ ๆ โคร่ง ๆ ของเราก็มีไม่ใช่เหรอ เอามาให้พี่เขายืมใส่ไปก่อน"

ชายหนุ่มได้ยินแบบนั้นก็นึกขันที่ฟ้าครามต้องเป็นธุระมาดูแลเขา นี่ถ้าป้าใหญ่ไม่สั่ง หล่อนก็คงปล่อยเขากลับบ้านไปแล้ว ไม่สนใจจะดูดำดูดี

"เสน่ห์ดีจังนะคะ ใครเห็นใครก็รัก" ฟ้าครามอดหมั่นไส้ชายหนุ่มไม่ได้ ที่ป้าใหญ่ของหล่อนดูจะเมตตาเขาเอามาก ๆ

"แต่ก็มียังมีอีกหนึ่งคน ที่ทำให้รักอย่างไรก็ไม่สำเร็จ" ชายหนุ่มพูดวกเข้ามาหาหญิงสาวที่เดินนำเขาไปห้องน้ำเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อ

"เดี๋ยวฟ้าไปหาเสื้อมาให้ พี่วฤธอาบน้ำไปพลาง ๆ ก่อนนะคะ แล้วนี่คะ ผ้าถุง เสียใจนะคะ บ้านนี้ไม่มีผ้าขาวม้า" ว่าแล้วก็ผละไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งคำพูดของชายหนุ่มให้ลอยไปกับลม

ฟ้าครามมายืนรอชายหนุ่มหลังจากไปค้นเสื้อกับกางเกงของตนมาให้ แต่ก็ต้องปล่อยหัวเราะอย่างกลั้นไม่อยู่เมื่อเห็นชายหนุ่มออกมาจากห้องน้ำทั้งที่มีผ้าถุงรัดไว้ใต้อกเนื่องจากความยาวของผ้าที่ไม่สามารถนุ่งแค่เอวได้

"ขำอะไรนะฟ้า แกล้งพี่แล้วยังมาทำเป็นหัวเราะชอบใจ แล้วเป็นสาวเป็นนางนะ มายืนดูผู้ชายแก้ผ้า" ชายหนุ่มพยายามยึดผ้าที่นุ่งอยู่อย่างแน่นหนาด้วยความไม่คุ้นและกลัวว่ามันจะหลุด

"แค่ไม่เคยเห็นผู้ชายนุ่งผ้าถุงเท่านั้นแหละ แต่ไม่ได้แกล้งนะ" แต่สายตาเจ้าเล่ห์ของหญิงสาวที่มองเขานี่สิ ดูก็รู้ว่าจงใจ

"ก็บ้านนี้มีแต่ผู้หญิง จะไปหาผ้าขาวม้าที่ไหนมาให้ละค่ะ แล้วฟ้าก็ไม่ได้มายืนรอดูด้วย เอ้า นี่คะ เสื้อยืดกับกางเกงเล คงพอแก้ขัดไปได้หรอกนะคะ"

ชายหนุ่มยกเสื้อขึ้นดมอย่างชื่นใจพร้อมส่งสายตาเป็นประกายมาให้ บัดนี้ใบหน้าขาวสะอาดเกลี้ยงเกลาของชายหนุ่มดูน่ารักนัก

"กลิ่นอะไรนะ หอมจัง"

"กลิ่นผงซักฟอกละสิ ถามได้ ฟ้าซักออกไม่หมดละมั้ง ระวังอย่าไปเดินตากฝนแล้วกันนะคะ เดี๋ยวฟองแฟบมันจะออกมา" หญิงสาวหัวเราะคิกคักชอบใจในความไม่ได้เรื่องได้ราวเกี่ยวกับงานบ้านของหล่อน

วฤธได้แต่ขำ นึกในใจว่า ฟ้าครามนี่ช่างไม่หวานเอาเสียเลย นี่ถ้าเป็นสาวอื่นคงอายไปแล้ว แต่นี่ยังไม่รู้เรื่องอีกว่าเขาชมกลิ่นเนื้อหล่อน เขาเสียอีกที่กลับเป็นฝ่ายเขิน

หลังจากที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยชายหนุ่มก็ออกมานั่งคุยกับป้าใหญ่ที่ยังคงนั่งร้อยมาลัยอยู่นอกชาน ส่วนฟ้าครามก็ถือโอกาสอาบน้ำแล้วเลี่ยงเข้าห้องไป ไม่รู้ว่าชายหนุ่มกลับบ้านไปเมื่อไหร่ คืนนี้หล่อนคงหลับเป็นตายเพราะความเหนื่อยที่ต้องออกแรงมาทั้งวัน นี่ขนาดมีผู้ช่วยนะนี่ หญิงสาวอุตสาห์ยกความดีส่วนหนึ่งให้ชายหนุ่ม

ขณะกำลังเคลิ้มหลับ เสียงเพลง "คิดถึงฉันบ้างคืนนี้" ที่ป้าใหญ่กำลังฟัง ดังแว่วเข้าสู่ห้วงนิทราของหญิงสาว

"คิดถึงฉันบ้างคืนนี้ หากเธอไม่มีพันธะใดใด และพอจะซึ้งถึงเรื่องหัวใจ ว่าฉันนั้นได้ผูกพันเสน่หา
คิดถึงฉันบ้างสักน้อย โปรดจงอย่าปล่อยความรักโรยรา ช่วยกันคิดถึงซึ้งต่อสัญญา ให้นานจนกว่าชีวาเราสองจากกัน
ก่อนนอนคืนนี้ จอมขวัญคนดีอย่าคิดถึงใครกว่าฉัน สวดมนต์ไหว้พระก่อนนอนทุกวัน แล้วให้หลับฝันถึงฉันทุกคืน"

"โอ้ย เพลงอะไรนี่ อ้อนกันขนาดนี้ แต่เสียใจนะ ไม่มีแรงคิดถึง ฝันถึงใครหรอก เหนื่อยจะตายอยู่แล้ววันนี้" แล้วหญิงสาวก็หลับผล็อยไปในที่สุด

.


Create Date : 27 พฤษภาคม 2549
Last Update : 27 พฤษภาคม 2549 18:21:42 น.

.


ที่มา : สายน้ำแห่งความรัก (๕)
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tharathorn&month=05-2006&date=27&group=7&gblog=5

.




Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,725


View Profile
« Reply #5 on: 28 April 2026, 10:26:32 »


โปรดติดตามตอนต่อไป










Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.088 seconds with 17 queries.