Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
06 May 2026, 11:35:25

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
29,914 Posts in 14,763 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  เรื่องราวน่าอ่าน  |  ถาม - ตอบ สารพัดปัญหา  |  พันบุตรศรีเทพ กับเมืองศรีเทพ เกี่ยวข้องกันหรือไม่
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: พันบุตรศรีเทพ กับเมืองศรีเทพ เกี่ยวข้องกันหรือไม่  (Read 175 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,725


View Profile
« on: 19 April 2026, 10:41:21 »

พันบุตรศรีเทพ กับเมืองศรีเทพ เกี่ยวข้องกันหรือไม่


วิพากษ์ประวัติศาสตร์
22 พฤศจิกายน 2024
 ·

พันบุตรศรีเทพ กับเมืองศรีเทพ เกี่ยวข้องกันหรือไม่

อีกหนึ่งในการตีความเกี่ยวกับขุนวรวงศาธิราชคือ  อาจมีความเกี่ยวข้องหรือสืบเชื้อสายจากเมืองโบราณศรีเทพ โดยพิจารณาจากราชทินนามเดิมตอนเป็นผู้เฝ้าหอพระข้างหน้าคือ “พันบุตรศรีเทพ” 

ดังเช่นในภาพยนตร์สุริโยไท (2544) มีการนำเสนอว่า พันบุตรศรีเทพเป็นบุตรของออกญาศรีเทพ เจ้าเมืองศรีเทพ

แต่ผู้เขียนเห็นว่าน่าจะไม่เกี่ยวข้องกัน
.

เมืองโบราณที่ปัจจุบันเรียกว่าอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ (ต.ศรีเทพ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์) ไม่มีหลักฐานบันทึกชื่อเมืองดั้งเดิมชัดเจน 

ในสมัยรัตนโกสินทร์เคยเรียกว่า “เมืองอภัยสาลี” แต่เป็นเพียงชื่อที่พระธุดงค์เรียกขานกัน

ใน พ.ศ. 2447 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จตรวจราชการเมืองเพชรบูรณ์ จุดประสงค์หนึ่งคือไปสำรวจหา “เมืองศรีเทพ” ซึ่งมีในทำเนียบเก่าบอกรายชื่อหัวเมือง แต่ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน

ภายหลังทรงพบสมุดดำอีกเล่มหนึ่งเป็นต้นร่างกะทางให้คนเชิญตราไปบอกข่าวสิ้นรัชกาลที่ 2 ตามหัวเมืองเป็นทางๆ ให้คนหนึ่งเชิญตราไปเมืองสระบุรี เมืองชัยบาดาล เมืองศรีเทพ และเมืองเพชรบูรณ์ จึงได้เค้าว่าเมืองศรีเทพน่าจะอยู่ทางลำแม่น้ำป่าสัก

เมื่อขึ้นไปสำรวจจึงทรงทราบว่ามีเมืองอภัยสาลีเป็นเมืองโบราณอยู่ใกล้เมืองวิเชียรบุรี (อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์)   ต่อมาได้เสด็จไปเยี่ยมพระยาประเสริฐสงคราม อดีตผู้ว่าราชการเมืองวิเชียรบุรีที่ชราออกจากราชการแล้ว เพื่อสอบถามข้อมูล ได้ความว่า

           “...ถามถึงเรื่องเมืองศรีเทพ ได้ความว่าเมืองวิเชียรนั้นเอง แต่โบราณเรียกชื่อเป็น ๒ อย่าง เมืองท่าโรงก็เรียก เมืองศรีเทพก็เรียก ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นที่พระศรีถมอรัตน (ตามชื่อเขาแก้ว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในจังหวัดนั้น) มาจนถึงรัชกาลที่ ๓ กรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อครั้งปราบกบฏเวียงจันทน์ พระศรีถมอรัตนมีความชอบมาก จึงโปรดให้ยกศักดิ์เมืองศรีเทพขึ้นเป็นเมืองตรี เปลี่ยนนามเป็นเมืองวิเชียรบุรี (คงเอาชื่อเขาแก้วเป็นนิมิต) และเปลี่ยนนามผู้ว่าราชการจังหวัดจากพระศรีถมอรัตนเป็นพระยาประเสริฐสงครามแต่นั้นมา ถามแกต่อไปถึงเรื่องเมืองอภัยสาลี แกบอกว่ามีเมืองโบราณใหญ่โตจริง แต่ชื่อที่เรียกว่าเมืองอภัยสาลีนั้นเป็นแต่คำพระธุดงค์บอก จะเอาเป็นแน่ไม่ได้ เป็นอันได้ความตามที่อยากรู้เรื่องตำนานเมืองศรีเทพ ถ้าหากพระยาประเสริฐสงครามไม่มีอยู่ในเวลานั้น เรื่องก็น่าจะเลยสูญ” (นิทานโบราณคดี - นิทานที่ 10 เรื่องความไข้ที่เมืองเพชรบูรณ์)
.

จากการสำรวจของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ  พบว่าตำบลบ้านชานเมืองของเมืองโบราณอภัยสาลีในเวลานั้นยังเรียกกันว่า “ศรีเทพ”  และทรงอาศัยชาวบ้านศรีเทพนั้นพาไปสำรวจเมืองโบราณ

ทรงวิเคราะห์ว่าเมืองโบราณนั้น ไม่ว่าจะมีชื่อเดิมว่าอะไรก็ตาม น่าจะเป็นที่มาของชื่อเมือง “ศรีเทพ” ที่กลายเป็นเมืองวิเชียรบุรีในยุคหลัง   
ภายหลังในลายพระหัตถ์ถึงสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ทรงสรุปว่า “หม่อมฉันจึงยุติว่าเมืองสีเทพ หรือศรีเทพหรือสีห์เทพ คงเป็นชื่อเมืองโบราณนั้น”
ใน พ.ศ. 2478 กรมศิลปากรได้ทำการประกาศขึ้นทะเบียนเมืองศรีเทพเป็นโบราณสถาน และเนื่องจากยังไม่พบหลักฐานชื่อเดิมของเมือง จึงเรียกเมืองนี้ว่า “ศรีเทพ” ไปก่อนมาจนถึงปัจจุบันนี้
.

จากการตรวจสอบเอกสารต่างๆ บ่งชี้ว่า ในสมัยอยุทธยาถึงต้นรัตนโกสินทร์ เมืองท่าโรง กับเมืองศรีเทพ แยกเป็นคนละเมืองกัน 

“เมืองศรีเทพ” ปรากฏบันทึกเก่าสุดในจดหมายเหตุว่าด้วยตำแหน่งยศพระราชาคณะฐานานุกรม สมัยอยุทธยาตอนปลาย ระบุว่ามีเมืองฝ่ายเหนือที่ขึ้นกับเจ้าคณะซ้าย 49 เมือง โดยมี “...เมืองไชยบาดาล ๑ เมืองสระบุรี ๑ เมืองท่าโรง ๑ เมืองนครราชสีมา ๑ เมืองนางรอง ๑ เมืองพิมาย ๑ เมืองศรีเทพ ๑ เมืองเพชรบูรณ์ ๑...”

เอกสารสมัยรัชกาลที่ 3 คือ จดหมายเหตุราชการทัพเมืองเวียงจันทน์ ฉบับ 13 ระบุว่า  “รย่ทางตังแตแกงคอยไปกำพรานวัน ๑ แตกำพรานไปใชบาดานวัน ๑ แตไชบาดาลไปบัวชุมวัน แต่บัวชุมไปศรีเทพวัน แต่สิเทบไปถาโรงครึงวัน แตทาโรงไปกองทูนวัน แตกองทูนไปรองคลาวัน แต่รองคลาไปนองชุมแสนครึงวัน แต่นองชุมแสนไปนายัมวัน แต่นายัมไปเพชบูนวัน แตเพชบูนไปลมศักคืน”     

พิจารณาจากการบรรยายเส้นทาง เมืองศรีเทพควรจะอยู่ทางใต้ของเมืองท่าโรง (อ.วิเชียรบุรี) ใช้เวลาเดินทางครึ่งวัน
.

อ้างอิงจากพระไอยการตำแหน่งนาทหารหัวเมือง เมืองท่าโรงเป็นเมืองชั้นจัตวา ตำแหน่งเจ้าเมืองคือ “พระศรีสมอรัตนราชภักดีศรีบวรพัช” ศักดินา 3,000 ไร่   พิจารณาจากราชทินนามมีความสัมพันธ์กับเขาถมอรัตน์ หรือเขาแก้ว ซึ่งจากการศึกษาทางโบราณคดีเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองโบราณศรีเทพ และน่าจะยังคงความสำคัญในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงมาจนถึงสมัยอยุทธยา จึงได้นำมาใช้เป็นราชทินนามเจ้าเมืองท่าโรง

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุทธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ระบุว่า  ในรัชกาลสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา พระเจ้าละแวกยกทัพมาลาดตระเวนทางตะวันออก สมเด็จพระนเรศวรทรงให้เจ้าเมืองทางตะวันออกคือ เมืองชัยบุรี (ชัยบาดาล) และ “เมืองศรีถมอรัตน์” (พระราชพงศาวดารรุ่นหลังแก้เป็น ‘พระชัยบุรี’ กับ ‘พระศรีถมอรัตน์’ แต่ทั้งนี้ในสมัยอยุทธยา ‘เมือง’ หรือ ‘ออกเมือง’ เป็นบรรดาศักด์เจ้าเมืองจัตวาด้วย) เป็นนายทัพตีทัพละแวกแตกไป 

จึงเข้าใจว่าเมืองท่าโรงในสมัยอยุทธยามีอีกชื่อหนึ่งคือ “ศรีถมอรัตน์”  หรืออาจเป็นการนำราชทินนามเจ้าเมืองมาเรียกแทนชื่อเมือง

ในรัชกาลที่ 3 เปลี่ยนชื่อเมืองท่าโรงเป็น “วิเชียรบุรี” (เมืองแก้ว) ยังคงความหมายใกล้เคียงกับ “ถมอรัตน์”  ซึ่งสื่อถึง เขาแก้ว (ถมอ แปลว่า หิน)
.

ไม่ปรากฏชื่อ “เมืองศรีเทพ” ในทำเนียบพระไอยการตำแหน่งนาหัวเมืองว่าเป็นหัวเมืองชั้นเอกโทตรีจัตวา จึงเข้าใจเมืองศรีเทพในสมัยอยุทธยามาถึงต้นรัตนโกสินทร์เป็นเพียงเมืองขนาดเล็ก สันนิษฐานว่าคงเป็นเมืองขึ้นของเมืองท่าโรงอีกต่อหนึ่ง

สถานที่ตั้งเมืองศรีเทพในสมัยอยุทธยามาจนถึงรัตนโกสินทร์ คงอยู่ทางใต้เมืองวิเชียรบุรี บริเวณตำบลบ้านศรีเทพ ชานเมืองโบราณ ที่สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จไปถึง
อนุมานว่าเมืองศรีเทพในช่วงหลังรัชกาลที่ 3 คงลดสถานะกลายเมืองกลายเป็นเพียงชื่อตำบลบ้านเท่านั้น จนทำให้คนสมัยหลังเกิดความเข้าใจว่าเมืองท่าโรงกับเมืองศรีเทพเป็นเมืองเดียวกัน
.

เมืองโบราณที่ถูกเรียกอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพในปัจจุบัน จากการศึกษาทางโบราณคดีพบว่าน่าจะเริ่มหมดความสำคัญลงตั้งแต่ช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 และอาจถูกทิ้งร้างไปในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19  โดยอาจมีการเคลื่อนย้ายของประชากรลงมาอยู่ที่ศูนย์อำนาจแห่งใหม่ เช่น เมืองลพบุรีที่กลายเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมพระนครสมัยบายนในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา-ลพบุรี  หรือเมืองเพชรบูรณ์ที่กลายเป็นเมืองชุมทางการค้าสำคัญในลุ่มแม่น้ำป่าสัก

พิจารณาแล้ว พันบุตรศรีเทพ ที่เป็นบุคคลที่มีชีวิตอยู่ในปลายพุทธศตวรรษที่ 21  ไม่น่าจะมีความสัมพันธ์กับเมืองโบราณศรีเทพที่เสื่อมความสำคัญจนอาจจะร้างไปก่อนหน้านั้นนับร้อยปีแล้ว
.

ส่วนเมืองศรีเทพที่ปรากฏชื่อในหลักฐาน ก็แทบไม่ปรากฏหลักฐานบทบาทในสมัยอยุทธยา และไม่ปรากฏความสัมพันธ์กับพันบุตรศรีเทพ นอกจากมีคำว่า “ศรีเทพ” อยู่ในชื่อเหมือนกัน

จากการศึกษาราชทินนามข้าราชการสมัยอยุทธยาในพระไอยการตำแหน่งนาพลเรือนและนาทหารหัวเมือง คำว่า “ศรี” และ “เทพ” เป็นคำทั่วไปที่มักนำมาใช้ประกอบในราชทินนาม พบการใช้งานจำนวนมาก

หลายตำแหน่งที่มีราชทินนามว่า “เทพ” มักมีตำแหน่งที่ใช้คำว่า “ทิพ” เป็นคู่กัน  เช่น กรมพระคลังวิเศษมีตำแหน่งราชปลัดกรมขวาซ้ายคือ ขุนสีทิพภักดี-ขุนสีเทพภักดี (เอกสารสมัยรัตนโกสินทร์สะกด ศรีทิพ ศรีเทพ) และมีตำแหน่ง ขุนทิพภักดี-ขุนเทพภักดี อยู่ในกรมเดียวกัน   กรมนามี หมื่นทิพรักษา-หมื่นเทพรักษา  หมื่นรัตทิพ-หมื่นรัตเทพ  กรมท่ามี หมื่นทิพวาจา-หมื่นเทพวาจา  กรมข้าพระมี ขุนทิพมลเทียร-ขุนเทพมลเทียร กรมช้างมี ขุนทิพราชา-ขุนเทพราชา   กรมพระอาลักษณ์มี หมื่นเทพกระวี-หมื่นทิพกระวี  กรมตะพุ่นมี ขุนเทพ-ขุนทิพ  กรมพระกลาโหมมี พันทิพราช-พันเทพราช  เมืองนครศรีธรรมราชมี หลวงโยธาทิพ-หลวงโยธาเทพ ฯลฯ

ราชทินนามที่มีคำว่า “ศรีเทพ” นอกจาก “ขุนศรีเทพภักดี” ราชปลัดซ้ายกรมพระคลังวิเศษ  มีตำแหน่ง “หมอศรีเทพ” ในกรมหมอช้าง คู่กับ “หมอศรีทณ”  เช่นเดียวกับหมอช้างตำแหน่งอื่นๆ อีกหลายสิบตำแหน่งที่ตั้งชื่อเป็นคู่เข้ากัน เช่น หมอไชยศักดิ-หมอไชยสิทธิ  หมอยอดศรี-หมอยอดสัก หมอจำเรือนกัน-หมอจำเริญเกียด  หมอบุญท้าว-หมอบุญไท หมอศรีนาถ-หมอศรีนนท ฯลฯ

ดังนั้นจึงดูมีน้ำหนักน้อยที่จะสรุปว่าข้าราชการที่ใช้ราชทินนาม “ศรีเทพ” จะจำเพาะต้องมาจากเมืองศรีเทพเท่านั้น

อาจจะต้องพิจารณาต่อไปด้วยว่า เมืองศรีเทพในสมัยอยุทธยามีความสำคัญเช่นไรจึงต้องมาใช้ตั้งเป็นราชทินนาม และเหตุใดจึงไม่มีการนำชื่อเมืองอื่นๆ ซึ่งพบหลักฐานบทบาทความสำคัญชัดเจนกว่ามาตั้งเป็นราชทินนามในแบบเดียวกันบ้าง
.

นอกจากนี้ หากพิจารณาตามพระราชพงศาวดารที่ระบุว่า นางพระยาแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์สั่งพระยาราชภักดีให้เอาพันบุตรศรีเทพผู้รักษาหอพระข้างหน้า มาเป็นที่ขุนชินราชรักษาหอพระข้างใน   แล้วให้ย้ายขุนชินราชคนเดิมออกไปเป็นพันบุตรศรีเทพรักษาหอพระข้างหน้าแทน

แสดงว่าพันบุตรศรีเทพไม่ได้เป็นตำแหน่งเฉพาะตัวบุคคล  แต่น่าจะเป็นตำแหน่งของผู้เฝ้าหอพระข้างหน้าอยู่แล้วมากกว่า

พิจารณาแล้ว ผู้เขียนเห็นว่ายังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปได้อย่างชัดเจนว่าพันบุตรศรีเทพ (ขุนวรวงศาธิราช) มีความเกี่ยวข้องกับเมืองศรีเทพ ไม่ว่าจะเป็นเมืองโบราณในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ หรือเมืองศรีเทพในสมัยอยุทธยา
.
.

ภาพประกอบ : แผ่นดุนทองรูปพระวิษณุ พบที่ถ้ำเขาถมอรัตน์ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์  อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 12-13  ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑ์นอร์ตัน ไซมอน ประเทศสหรัฐอเมริกา
ที่มาภาพ : Norton Simon Museum




.

-------------------------------------------------

บรรณานุกรม

ภาษาไทย
- กรมศิลปากร. (2550). อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ. กรุงเทพฯ: รุ่งศิลป์การพิมพ์
- จดหมายเหตุ รัชกาลที่ 3 เล่ม 3. (2530). กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลสหประชาพาณิชย์.
- ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. (2533). นิทานโบราณคดี. กรุงเทพฯ: หจก.เกษมการพิมพ์.
- ประชุมคำให้การกรุงศรีอยุธยา รวม 3 เรื่อง. (2553). กรุงเทพฯ: แสงดาว.
- พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) และเอกสารอื่น. (2553). นนทบุรี: ศรีปัญญา.
- พระราชพงศาวดารฉบับสมเด็จพระพนรัตน์ วัดพระเชตุพน ตรวจสอบชำระจากเอกสารตัวเขียน. (2558). กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน).
- สถาบันปรีดี พนมยงค์. (2548). กฎหมายตรา 3 ดวง ฉบับพิมพ์มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง แก้ไขปรับปรุงใหม่ เล่ม 1. กรุงเทพฯ: สุขภาพใจ.
- สุจิตต์ วงษ์เทศ. (2557). ท้าวศรีสุดาจันทร์ “แม่หยัวเมือง” ใครว่าหล่อนชั่ว. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: เรือนแก้วการพิมพ์.
- อนุรักษ์ ดีพิมาย. (2563). พัฒนาการทางวัฒนธรรมของเมืองศรีเทพในฐานะเมืองตอนใน ช่วงก่อนพุทธศตวรรษที่ 19. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร.

.


ที่มา : พันบุตรศรีเทพ กับเมืองศรีเทพ เกี่ยวข้องกันหรือไม่
https://www.facebook.com/WipakHistory/posts/pfbid02u9frfBrJZtyuVVELL6yWLNjeHW6dewZbfTZWsJ7Y49FCW2mfVGZtFj5dKdRoTPqzl

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.046 seconds with 17 queries.