Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
07 March 2026, 15:55:04

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
29,262 Posts in 14,502 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  ภาพประทับใจ  |  ผนังเก่าเล่าเรื่อง (Moderator: ผนังเก่าเล่าเรื่อง)  |  สุจิตต์ วงษ์เทศ : ‘เสือใบ-เสือดำ’ และ ‘ขุนแผน-วันทอง’ ที่เขาราวเทียน อ.หันคา จ.ช
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: สุจิตต์ วงษ์เทศ : ‘เสือใบ-เสือดำ’ และ ‘ขุนแผน-วันทอง’ ที่เขาราวเทียน อ.หันคา จ.ช  (Read 83 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 12,073


View Profile
« on: 18 February 2026, 09:20:45 »

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ‘เสือใบ-เสือดำ’ และ ‘ขุนแผน-วันทอง’ ที่เขาราวเทียน อ.หันคา จ.ชัยนาท


หน้าแรก  คอลัมนิสต์  สุจิตต์ วงษ์เทศ

สุจิตต์ วงษ์เทศ : ‘เสือใบ-เสือดำ’ และ ‘ขุนแผน-วันทอง’ ที่เขาราวเทียน อ.หันคา จ.ชัยนาท
6.01.26 | 17:25 น.
.


Hankha Festival 2026 ที่ป่าชุมชนเขาราวเทียน บ้านบุทางรถ ต.เด่นใหญ่ อ.หันคา จ.ชัยนาท

จ.ชัยนาท มีป่าชุมชนเขาราวเทียน อยู่ อ.หันคา กลางทุ่งโล่งทางเหนือของท้องที่ อ.เดิมบางนางบวช จ. สุพรรณบุรี เป็น “แลนด์มาร์ก” สำคัญบนเส้นทางทวนแม่น้ำท่าจีนจากเมืองสุพรรณขึ้นเมืองสรรคบุรีที่ชัยนาท

จึงเป็นชุมโจรที่หลบซ่อนของ “5 เสือ” นักปล้นในประวัติศาสตร์ลุ่มแม่น้ำท่าจีน ได้แก่ เสือใบ, เสือดำ, เสือมเหศวร, เสือฝ้าย, เสือย่อม โดยเฉพาะ “เสือใบ-เสือดำ” ในนิยายของ ป. อินทรปาลิต เป็นฮีโร่ของวัยรุ่นร่วมสมัยขรรค์ชัย บุนปาน (ปัจจุบันอายุ 81)

แต่โรแมนติกอย่างยิ่งเมื่อเขาราวเทียนเป็นแหล่งหลบภัยหนีความผิดของขุนแผนกับนางวันทองในหนังสือเสภาขุนช้างขุนแผน (ฉบับวัดเกาะ)

ขุนแผนพานางวันทองชมดงเขาราวเทียน เป็นกลอนเสภามีกวีโวหารตามขนบสำคัญยิ่งที่ท้องถิ่นหันคา ชัยนาท ควรปรับใช้เป็นพลังดึงดูดการท่องเที่ยวท้องถิ่นป่าชุมชนเขาราวเทียนคึกคักและโรแมนติก



แผนที่ป่าสงวนเขาราวเทียน อ.หันคา จ.ชัยนาท (จากหนังสือ วัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดชัยนาท กรมศิลปากร พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2542 หน้า 56)


เดินป่าเขาราวเทียน Hankha Festival 2026

สำนักงานทองเที่ยวและกีฬาจังหวัดชัยนาท ร่วมกับอำเภอหันคา จัด “มหกรรมเดินป่าเขาราวเทียน Hankha Festival 2026” วันที่ 9-11 มกราคม 2569 “ตั้งแคมป์ ฟังดนตรี กับกิจกรรมดีดี ที่เขาราวเทียน อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท”

บ้านบุทางรถ ป่าชุมชนเขาราวเทียน อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท พื้นที่ซึ่งในอดีดเคยเป็นเขาหัวโล้นจากการบุกรุกทำลายป่า จนกระทั่งมีการรวมตัวกันของกลุ่มชาวบ้านในการอนุรักษ์ ทำให้พื้นที่ป่ากลับมามีความอุดมสมบูรณ์ และดินแดนซึ่งเคยเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ของการต่อสู้ระหว่างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ คือ พ.ต.ต. ขุนพันธรักษ์ราชเดช ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยนาท (พ.ศ. 2488-2490) กับกลุ่มจอมโจรในอดีตอย่าง เสือฝ้าย, เสือย่อม, เสือใบ, เสือดำ, และเสือมเหศวร ที่ใช้พื้นที่ป่าเขาราวเทียนเป็นจุดหลบซ่อนตัวก่อนจะถูกทางการปราบปราม ปิดตำนานเสือร้ายไปในที่สุด

ชุมโจร เมืองสุพรรณ ที่เขาราวเทียน

อ.ประเทือง ไทยเขียว (ปราชญ์ชาวบ้านสาขาวรรณศิลป์และมนุษยศาสตร์ จ.ชัยนาท) เล่าว่าบริเวณเขาราวเทียน เป็นชุมโจรเมืองสุพรรณทั้ง 5 มีคำคล้องจอง ดังนี้

“ชุมเสือดำ ถ้ำเสือย่อม กระท่อมเสือฝ้าย ค่ายเสือใบ บ้านใหญ่เสือมเหศวร”

(อ.ประเทืองบอกว่าเป็นสโลแกนของคุณสมศักดิ์ เดโชจิรกุล เจ้าของไร่แสงจันทร์ อ.เนินขาม จ.ชัยนาท)

บางทีก็เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ชุมเสือฝ้าย ค่ายเสือดำ ถ้ำเสือย่อม กระท่อมเสือใบ บ้านใหญ่เสือมเหศวร”

อ.ประเทือง เขียนเล่าเรื่องเขาราวเทียนว่ามีป่าสงวนเนื้อที่ 70.34 ตร.กม. (43,962 ไร่) อยู่ในพื้นที่ 2 อำเภอต่อเนื่องกัน คือ อ.หันคา (ต.ไพรนกยูง) และ อ.เนินขาม (ต.เนินขาม, ต.สุขเดือนห้า, ต.กะบกเตี้ย) ทิวเขาราวเทียนมียอดสูง 2 ยอด ยอดหนึ่งอยู่ใน ต.เนินขาม สูง 304 เมตร อีกยอดหนึ่งอยู่ใน ต.ไพรนกยูง สูง 323 เมตร

ขุนแผน พานางวันทอง หนีความผิดไปเขาราวเทียน

ขุนแผนขี่ม้าสีหมอกพานางวันทองหนีขุนช้างไปหลบซ่อนอยู่เขาพระ (อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี) แล้วต้องหนีทหารหลวงตามจับจากเขาพระขึ้นไปทางทิศเหนือ จนถึงเขาราวเทียน (อ.หันคา จ.ชัยนาท) ปัจจุบันเป็น “ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาราวเทียน” ในท้องที่หลายตำบลต่อเนื่องกัน

ตอนอยู่เขาพระ ขุนแผนรู้ดีว่า “เห็นไม่วายสงครามตามมารบ” จึงบอกวันทองว่า“จะอยู่นี่นานนักไม่ได้น้อง” แล้วก็พากันขี่ม้าสีหมอกขึ้นไปทางเหนือ เลียบชายป่าชายดงตามลำน้ำท่าว้า-ท่าคอย (ขนานแม่น้ำท่าจีน) ผ่านสามชุก, เดิมบางนางบวช, ด่านช้าง (เส้นทางเดียวกับสุนทรภู่ในโคลงนิราศสุพรรณ), บึงฉวาก, ถึงเขาราวเทียน อ.หันคา จ.ชัยนาท

แต่ยังไม่ปลอดภัย ในที่สุดขุนแผนก็ตัดสินใจพานางวันทองไปเมืองพิจิตร (จ.พิจิตร) ซึ่งเขาราวเทียนอยู่บนเส้นทางขึ้นเหนือไปทางแควยม-น่าน เพื่อพึ่งพระพิจิตร พามอบตัว ขอลุแก่โทษ สู้คดีกับขุนช้าง

ขุนช้างขุนแผน ฉบับวัดเกาะ (โดย คริส เบเกอร์ และผาสุก พงษ์ไพจิตร บรรณาธิการ สำนักพิมพ์ซิลค์เวอร์ม พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2556 หน้า 304) ระบุชัดเจนว่าขุนแผนพานางวันทองไปถึงสถานที่แห่งหนึ่ง เรียก เขาราวเทียน (ตรงกับตัวเขียนบนสมุดข่อยอยู่ในหอสมุดแห่งชาติ) จะคัดมาดังนี้

ร่มรื่นพื้นพรรณบุปผา                           สะอาดตาช่อชูดูไสว
ขุนแผนชักม้าคลาไคล                         บัดใจถึงเขาราวเทียน
ที่เชิงเขาเหล่าพรรณมิ่งไม้                    ลมพัดกวัดไกวอยู่หันเหียน
รกฟ้าขานางยางตะเคียน                      กันเกราตระเบาตระเบียนแลชิงชัน
สนสักกรักขีต้นกำยาน                         ฉนวนฉนานคล้าคลักจักจั่น
ปรางปรูประดู่ดูกมูกมัน                        เหียงหันกระเพราสะเดาแดง
เต็งแตวแก้วเกดอินทนิน                      ร้อยลิ้นตาตุ่มชุมแสง
ขวิดขวาดราชพฤกษ์จิกแจง                 สมุลแว้งแทงทวยกล้วยไม้
กระพ้อเงาะระงับกระจับบก                  กระทกรกกะลำพอสมอไข่
ผักหวานตาลดำลำไย                        มะเฟืองไฟไข่เน่าสะเดานา
ไทรโศกอุโลกโพกพาย                     โพบายไกรกร่างอ้อยช้างหว้า
พลับพลวงม่วงมันจันทนา                   ปักษาเพรียกพร้องร้องจอแจ

กลอนเสภาตอนนี้มีในหนังสือขุนช้างขุนแผน (ฉบับหอฯ หรือฉบับวางขายทั่วไป) แต่ถูกแก้ไขชื่อ “เขาราวเทียน” เป็น “เขาธรรมเธียร” ซึ่งผิดจากตัวเขียนบนสมุดข่อย

นางนมด้วน เมืองสุพรรณ

เขาราวเทียน อ.หันคา จ.ชัยนาท พื้นที่ต่อเนื่องด้านทิศใต้กับบึงฉวาก อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี จึงมีนิทานท้องถิ่นเรื่องนางนมด้วน

[เป็นนิทานเกี่ยวข้องกับดินแดนเมืองสุพรรณ ได้จากพระราชหัตถเลขา ร.5 เก็บความมาจัดย่อหน้าใหม่จากหนังสือพระราชหัตถเลขาเรื่องเสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พิมพ์พระราชทานในงานพระศพ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ณ พระเมรุท้องสนามหลวง พ.ศ. 2493 หน้า 14-15]

บ้านเดิมบาง แต่ก่อนเรียก บ้านเดิมนาง แต่นามนางไม่ปรากฏ ต่อมานางย้ายไปอยู่บ้านกำมะเชี่ยนแล้วทอหูกด้วยใยบัวอยู่บนเขา มีนายศรีนนท์คนหนึ่ง (เป็นโรคเรื้อน) ไปต่อไก่เถื่อน พบนางเข้าก็มีความรักใคร่จนได้พูดจาเกี้ยวพาน

นางไม่มีความเสน่หาด้วย จึงตัดถันตัวเองออกจากอกทั้งสองถันแล้วขว้างไปทางซ้ายและขวา นานเข้ากลายเป็นภูเขามีชื่อจนทุกวันนี้ว่า เขานมนาง และหลักต่อไก่เถื่อนของนายศรีนนท์ที่กลายเป็นหินก็ยังมีอยู่ เรียก หลักต่อไก่ (ร.5 มีพระอธิบายว่า “ดูเหมือนจะเป็นหลักเขตวัด”)

เหตุที่นางตัดถันก็ประสงค์จะให้สิ้นความสะสวย แต่กระนั้นก็ดี นายศรีนนท์ยังไปรบกวนอยู่เสมอ จึงจำต้องหนีไปบวชอยู่เขานางบวช แขวงเมืองสุพรรณ ซึ่งเรียกต่อมาว่า เขานางบวช จนทุกวันนี้

นายศรีนนท์ก็ยังตามไปรบกวนอีก นางจึงหนีไปจำศีลอยู่แขวงเมืองอ่างทอง ต่อมาเรียกว่า บ้านไผ่จำศีล นายศรีนนท์ก็ยังตามไป

จนที่สุดนางได้หนีไปอยู่ เขาราวเทียน จ. ชัยนาท นายศรีนนท์ก็ยังตามอยู่ร่ำไปจนถึงเขาราวเทียน

ต่อมานางก็ถึงแก่กรรม ส่วนนายศรีนนท์ป่วยหนัก แล้วได้อาราธนาสงฆ์ไปเพื่อจะหาทางภายหน้า แต่สงฆ์มีความรังเกียจไม่ไป เพราะนายศรีนนท์เป็นโรคเรื้อน

เมื่อนายศรีนนท์ตายลง นัยว่ามีความอาฆาตสงฆ์ ถ้าสงฆ์รูปใดไปที่เขาราวเทียนแล้วอาจจะมีเหตุถึงแก่มรณภาพ

พล็อตเรื่องนางนมด้วน ปรับปรุงได้เป็นละครหรือภาพยนตร์เชิงสารคดี หรือเพลงร่วมสมัยกระตุ้นท่องเที่ยวท้องถิ่นเกี่ยวกับเขาราวเทียน

.

.

ที่มา : สุจิตต์ วงษ์เทศ : ‘เสือใบ-เสือดำ’ และ ‘ขุนแผน-วันทอง’ ที่เขาราวเทียน อ.หันคา จ.ชัยนาท
https://www.matichon.co.th/columnists/news_5536472

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.056 seconds with 16 queries.