Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
22 June 2026, 14:09:52

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
30,321 Posts in 14,937 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  Recent Posts

Recent Posts

Pages: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
41
ละคร ภพรัก EP.1 - EP.12 ตอนจบ


ละคร ภพรัก EP.1

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.1
https://www.bilibili.tv/th/video/4797818823251968?bstar_from=bstar-web.homepage.recommend.all




ภพรัก เรื่องย่อ ตอนที่ 1 ตอนแรก
https://www.sanook.com/movie/42793/
.






เรื่องย่อ ภพรัก ตอนที่ 1 ตอนแรก
 
น้ำริน (เบลล่า ราณี) ทายาทคนเดียวของนักธุรกิจใหญ่ ของคุณธารา (นก สินใจ) น้ำรินเป็นสาวสวย ที่กำลังจะได้แต่งงานกับภพธร (ณัฐ เทพหัสดิน) ลูกชายของเพื่อนธารา ที่ตายจากไป แล้วธาราก็นำภพธรมาเลี้ยงไว้  ธารายกน้ำรินให้แต่งงานกับภพธร ชดเชยความผิดที่เธอเคยทำไว้กับพ่อภพธร เพราะหลังจากที่ธารา บีบให้พ่อของภพธร ขายกิจการให้กับธารา หลังจากนั้น ไม่กี่วัน เขาก็ฆ่าตัวตาย ทิ้งให้ภพธรกลายเป็นเด็กกำพร้า จนธาราต้องเลี้ยงดูภพธรเรื่อยมา

ถึงแม้ภพธร จะไม่ได้รักน้ำรินนัก แต่น้ำรินเอง กลับเป็นห่วงเป็นใยในตัวภพธรเสมอมาจนภพธรไม่กล้าปฎิเสธการแต่งงานครั้งนี้  วันนี้น้ำรินไปลองชุดแต่งงานเพียงลำพัง เพราะภพธรไม่ว่าง ขากลับ ได้พบกับรถของ ชลชาติ (แมน พัฒนพล) ทั้งคู่ขับรถปาดหน้ากันไปมา จนสุดท้ายเกิดอุบัติเหตุ รถชลชาติ พุ่งตกน้ำเสียหลัก ร่างของเขากระเด็นออกมาตายคาที่ ส่วนน้ำริน ก็ประสบอุบัติเหตุเช่นเดียวกัน

หมวดเหยี่ยว (หมาก ปริญ) นายตำรวจหนุ่ม  ลูกน้องของผบ.สงครามเข้าไปดูที่เกิดเหตุ  เหยี่ยวอาศัยอยู่กับยายนวล  ยาตาบอดเพียงลำพัง หลังจากที่ วิหค อดีตนายตำรวจพ่อของเหยี่ยว และ สกุณา ผู้เป็นแม่ ประสบอุบัติเหตุ ตายพร้อมกันทั้งสองคน มีเพียงเหยี่ยวคนเดียวเท่านั้นที่รอดตายมา ทำให้เขาต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุ 7 ขวบ นับแต่นั้นเหยี่ยวก็กลัวการขับรถ และนั่งรถเป็นที่สุด

เหยี่ยว พบศพของชลชาติตายคาที่ แต่ยังไม่พบศพของรถคู่กรณีอีกคัน น้ำรินเองก็งงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถามคนที่มามุงดูว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่มีใครตอบ มีเพียงเหยี่ยวเท่านั้น ที่เห็นน้ำริน เหยี่ยวเก็บสร้อยคอที่น้ำรินห้อยไว้ที่คอได้ เขาเก็บมันใส่กระเป๋ากลับบ้านไปด้วย แล้วเหยี่ยวก็บอกน้ำริน ให้อยู่ห่างๆ ที่เกิดเหตุไว้ โดยที่ตำรวจคนอื่นๆ เริ่มงง ว่าเหยี่ยวพูดกับใคร

ยายนวล ยายตาบอดของเหยี่ยว นกน้อย ปลาทู ปูอัด ไปขอหวยที่หลังวัด บรรยากาศ วังเวงน่ากลัว สุดท้ายทุกคนก็ต้องวิ่งหนีแยกย้ายกันกลับบ้าน ด้วยความกลัวผี  ยายนวลกลับมาเจอเหยี่ยว แซวว่าเหยี่ยว พาผู้หญิงมาบ้าน ให้ต้อนรับให้ดี เหยี่ยวเริ่มงง เพราะเขาเดินกลับบ้านมาคนเดียว แต่คืนนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้ที่ศาลาท่าน้ำ เหยี่ยวเดินออกไปดู จำได้ว่าเธอคือผู้หญิงที่เขาเจอในที่เกิดเหตุ น้ำรินขอร้องให้เหยี่ยวพาเธอกลับบ้าน เพราะไม่มีใครได้ยินสิ่งที่เธอพูดนอกจากเหยี่ยว แต่ที่สำคัญ น้ำรินจำไม่ได้ว่า ตนเองชื่ออะไร และบ้านอยู่ที่ไหน น้ำรินไม่สามารถหยิบแก้วน้ำ และเห็นเงาตัวเองได้ เธอช็อค เพราะนี่คือเธอตายแล้ว เหยี่ยวก็ช็อคไม่แพ้กัน

ธาราแม่ของน้ำรินร้องไห้เป็นห่วงน้ำรินทั้งคืน ทั้งภพธร คู่หมั้น และ นับดาวเพื่อนสนิทน้ำริน ก็มาดูแลธาราด้วยอีกแรงเหยี่ยวตัดสินใจเล่าให้หลวงตาเคี้ยงฟังเรื่องเหตุการณ์เมื่อคืน หลวงตาบอกว่าเป็นวิญญาณเร่ร่อน ที่ยังไม่รู้ว่าตนเองตายแล้ว ให้ทำบุญให้ จะได้ไปในที่ชอบ

น้ำรินยืนยันกับเหยี่ยวว่าตนเองยังไม่ตาย เพียงแต่ยังหาร่างไม่เจอ  เธอขอร้องให้เหยี่ยว ช่วยหาร่างที่หายไปให้ เพราะไม่เจอในที่เกิดเหตุ เมื่อเธอเจอร่างแล้ว จะได้กลับเข้าร่างได้ สุดท้ายเหยี่ยวก็รับปากจะช่วย เหยี่ยวไปทำงาน เจอเข้ากับคนร้ายค้ายาเสพติด เส่งไล่ยิงเหยี่ยว น้ำรินเข้าช่วยทำให้เหยี่ยวรอดมาได้และจับเส่งได้อีกด้วย

ธารามาที่สำนักงานสืบสวนคดีพิเศษ เพื่อของร้องให้ผู้การสงคราม (จอนนี่) ช่วยตามหาน้ำริน ขากลับ ภพธร ส่งคงคา ตามประกบยิงธารา แต่งบังเอิญ มีรถสายตรวจมาเสียก่อน ทำให้คงคาพลาดโอกาสไป ภพธรอารมณ์เสีย

น้ำรินได้ยินเสียงคนเรียกให้ตื่น จึงรู้ว่าตนเองชื่อน้ำ และเผลอเรียกชื่อพี่ธรออกไป เธอดีใจที่ได้ข้อมูลเพิ่ม จึงรีบบอกให้เหยี่ยวรู้ เพื่อที่จะได้รีบตามหาร่างของตนให้พบ

.

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.1
https://www.bilibili.tv/th/video/4797818823251968?bstar_from=bstar-web.homepage.recommend.all

.

.


ภพรัก EP.2

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.2
https://www.bilibili.tv/th/video/4797818838849536?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all




ภพรัก เรื่องย่อ ตอนที่ 2
https://www.sanook.com/movie/44785/
.






เรื่องย่อ ภพรัก ตอนที่ 2

ธารา (นก สินจัย) สั่งระงับการแต่งตั้งผู้จัดการทั่วไปของรินธารารีสอร์ท เพราะต้องการให้น้ำรินมาดูแลโครงการนี้ ภพธร (ณัฐ เทพหัสดิน) หัวเสียมาก เพราะต้องการเข้าไปบริหารงาน นับดาว (แพร พิชชาภา) เองก็ไม่พอใจ แต่เก็บไว้ในใจ ไม่แสดงออกมา

เหยี่ยว (หมาก ปริญ) นกน้อย(ตี๋ ดอกสะเดา) เข้าไปสืบคืบคดีของ ยอดชัด (ปั๋ง ประกาศิต) เศรษฐีเจ้าของธุรกิจบันเทิงครงวงจร ที่มีเบื้องหลังเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติด และเรื่องค้าผู้หญิง ซึ่งครั้งนี้ หมวดแนน (กัญญ์ณรัณ) แฟนเก่าของเหยี่ยว เข้ามามีส่วนร่วมในการสืบคดีด้วย น้ำริน (เบลล่า ราณี) ตามเหยี่ยวไปช่วยจับยอดชัดด้วย เพราะคืนนี้จะมีการส่งมอบยาเสพติดกัน แต่ยอดชัดจับเหยี่ยวได้เสียก่อน  ทั้งสองต่อสู้กัน ในกระเป๋ายอดชัดกลับไม่มีอะไร  นกน้อยพาตำรวจบุกเข้าไป  น้ำรินช่วยเหยี่ยว บอกให้ไปดูกล้องวงจรปิด ที่ยอดชัดเพิ่งส่งมอบสินค้า เหยี่ยวจึงจับตัวยอดชัดไว้

รถธาราประสบอุบัติเหตุ เธอยังสลบไม่ได้สติ ภพธรบอกกับสงครามว่า อาจจะเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิต สงคราม (จอนนี่) เศร้าใจ เป็นห่วงธารามาก เพราะเขาเอง หลงรักธารามาตั้งแต่ยังสาว ก่อนที่ธารา จะแต่งงานกับพ่อของน้ำริน

ยอดชัดหาทางรอดด้วยการให้คนไปขโมย หลักฐานสำคัญ เป็นภาพวงจรปิดซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่สำนักงานสืบสวนมีอยู่ แต่น้ำรินเห็นเข้าเสียก่อน จึงเข้าไปบอกเหยี่ยว ระหว่างที่สงครามกำลังแถลงข่าวอยู่  เหยี่ยวจับคนร้ายได้ในที่สุด เมื่อยอดชัดหนีไม่สำเร็จ ภพธรจึงส่งคงคา ไปฆ่าปิดปากยอดชัด ก่อนที่ยอดชัดจะได้ตอบคำถามของเหยี่ยว ว่าหุ้นส่วนอีกคน ของสถานบันเทิงที่ยอดชัดเป็นเจ้าของนั้นคือใคร  แต่ยอดชัดก็ตายไปเสียก่อน  น้ำรินเสียดายที่ไม่สามารถสืบเรื่องราวของตนได้

แนนมาช่วยเหยี่ยวเก็บกวาดบ้าน ยายนวล (ตุ๊ก ดวงตา) แซวเหยี่ยว กลัวว่ารถไฟจะชนกัน แนนอาจจะเจอกับน้ำรินเข้าสักวัน รุ่งขึ้นเหยี่ยวไปทำบุญที่วัด หลวงตาเคี้ยง(กล้วย เชิญยิ้ม) เหยี่ยวให้น้ำรินรอข้างนอก เพราะเกรงว่าหลวงตาจะกลัวผี ทำให้น้ำรินเดินไปที่ศาลา และเจอกับผีเจ้าที่ชื่อปริก (เหมี่ยว ปวันรัตน์)  ซึ่งเล่นงานเสียจนน้ำรินกลัว พาเหยี่ยววิ่งหนีเตลิดไปอีกคน  เหยี่ยวขำ ว่าวิญญาณของน้ำรินก็กลัวผีด้วย
.

คลิกที่ลิงก์ ชมละคร ภพรัก EP.2
https://www.bilibili.tv/th/video/4797818838849536?bstar_from=bstar-web.ugc-video-detail.playlist.all

.



42

19 ภาพ 8 พระเอกของ "เบลล่า ราณี" นางเอกเคมีสาธารณะ ...เล่นคู่ใครก็ปัง!
https://www.sanook.com/movie/112497/gallery/

อัลบั้มภาพ 19 ภาพ
8 พระเอกของ "เบลล่า ราณี" นางเอกเคมีสาธารณะ ...เล่นคู่ใครก็ปัง!







































.




43
8 พระเอกของ "เบลล่า ราณี" นางเอกเคมีสาธารณะ ...เล่นคู่ใครก็ปัง!


8 พระเอกของ "เบลล่า ราณี" นางเอกเคมีสาธารณะ ...เล่นคู่ใครก็ปัง!
https://www.sanook.com/movie/112497/

8 พระเอกของ "เบลล่า ราณี" นางเอกเคมีสาธารณะ ...เล่นคู่ใครก็ปัง!
24 มิ.ย. 64 (11:20 น.)
.





เป็นที่น่าจับตาเสมอสำหรับนางเอกเคมีสาธารณะ เบลล่า ราณี ที่ไม่ว่าจะประกบคู่กับนักแสดงหนุ่มคนไหนก็เป็นที่สนใจแก่บรรดาแฟนๆ เป็นอย่างมาก ซึ่งเหล่านักแสดงหนุ่มที่เธอเคยร่วมงานด้วย ต่างก็เป็นพระเอกแถวหน้าทั้งนั้น จะมีใครบ้างมาย้อนผลงานของเธอกัน!


5 ละคร "เบลล่า ราณี" นางเอกกู้เรตติ้ง ละครดังปังทุกเรื่อง



เริ่มตั้งแต่พระเอกหล่อเท่มาดกวน บอย ปกรณ์ ที่ได้ประกบคู่กันในละคร พรพรหมอลเวง (2556) ทำให้สาว เบลล่า ราณี แจ้งเกิดในบทบาทนางเอกเต็มตัวครั้งแรกได้อย่างสวยงาม ต่อมาเป็นพระเอกสุดน่ารักขวัญใจสาวๆ เจมส์ จิรายุ ประกบคู่กันในละครชุด สุภาพบุรุษจุฑาเทพ เรื่อง คุณชายพุฒิภัทร (2556) จนโด่งดังถล่มทลายจนกลายเป็นตำนานคู่จิ้นคนแรกของสาวเบลล่าที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงเวลานั้น ก่อนที่ทั้งเจมส์และเบลล่าจะได้มาประกบคู่กันอีกครั้งในเรื่อง ปดิวรัดา (2559) ละครแนวพีเรียดเรื่องดังที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแง่ของบทละครและแง่คิดสอนใจ



.
มาต่อกันที่พระเอกหุ่นแซ่บมาแรง หมาก ปริญ ที่ได้ประกบคู่กับสาวเบลล่าในละคร ภพรัก (2558) เรื่องนี้ถือว่าเป็นการพลิกบทบาทของ เบลล่า ที่ต้องรับบทบาทเป็นวิญญาณสาวความจำเสื่อมที่ต้องตามติดชีวิตพระเอกเพื่อไขคดีอุบัติเหตุของตัวเอง และก็ไม่เพียงแค่เป็นวิญญาณสาวความจำเสื่อม สาวเบลล่ายังได้รับบทเป็นผีพิกุลในละคร ปี่แก้วนางหงส์ (2551) ประกบพระเอกมาดเข้มยิ้มละลายใจอย่าง เกรท วรินทร กับโศกนาฏกรรมความรักที่รอคอยข้ามภพชาติ



.
คนต่อไปอาจจะไม่ใช่พระเอกของช่อง แต่ก็ยังจับคู่แล้วปังมาก พระเอกหนุ่ม ป้อง ณวัฒน์ จากละครเรื่อง เพลิงบุญ ละครแซ่บแห่งปี เรื่องราวความรักครอบครัวและมิตรภาพที่ต้องเชือดเฉือนกันอย่างเข้มข้นและเป็นกระแสตลอดทั้งการออกอากาศ เรื่องนี้ทำเรตติ้งรวมสูงถึง 8.9 เป็นละครเรตติ้งสูงสุดของช่อง 3 ปี 2560 และต่อกันที่พระเอกหล่อมาดเข้มอีกหนึ่งคน เพ็ชร ฐกฤต ที่ตอนนี้กำลังมีผลงานละคร แก่นแก้ว ออนแอร์อยู่บนจอช่อง 3 โดยเขาได้ประกบคู่กับสาว เบลล่า ในละครสะท้อนสังคม กรงกรรม (2562) เรื่องนี้ก็ถือว่าพลิกบทบาท เบลล่า อีกหนึ่งเรื่องกับลุคลูกสะใภ้โสเภณี ที่ถ่ายทอดการแสดงออกมาได้อย่างดราม่าถึงใจจนคว้ารางวัลจากเรื่องนี้ไปเพียบ



.
ต่อด้วยพระเอกคู่จิ้นคู่ขวัญคู่ปังของสาวเบลล่าคนปัจจุบัน กับหนุ่มหล่อละมุน โป๊ป ธนวรรธน์ ที่แจ้งเกิดคู่กันในละคร บุพเพสันนิวาส (2561) ละครสุดปังโด่งดังสนั่นทั้งประเทศจนเป็นปรากฏการณ์ฟีเวอร์มากมาย เรียกได้ว่าหลังจากละครเรื่องนี้จบลงแฟนๆ ต่างร้องขอกันอย่างหนักให้คู่นี้มาประกบคู่กันอีกครั้ง จนเมื่อปี 2563 ที่ผ่านมาคู่จิ้น โป๊ป-เบลล่า ก็ได้คืนจอในละคร ร้อยเล่ห์มารยา (2563) ดราม่าเชือดเฉือนสมใจสายเชียร์ไปเลยจ้า




เรียกได้ว่าผลงานแต่ละเรื่องที่สาว เบลล่า เคยร่วมงานกับหนุ่มสุดฮอตทั้ง 7 คนนี้ต่างก็มีกระแสปังและเรตติ้งพุ่งทั้งนั้น แถมยังสามารถกวาดรางวัลไปได้อีกเพียบ และก็ไม่ต้องรอนาน อีกแค่เพียงอึดใจเดียว เราจะได้เห็นผลงานการแสดงเรื่องใหม่ของสาวเบลล่า และพระเอกน้องใหม่แกะกล่องที่ต้องจับตามองเอาไว้เลย เพราะเรื่องนี้อาจปังปุริเย่แถมความฟินจนเขินตัวบิด การันตีความปังโดยนางเอกเบลล่าเอาไว้เลย




โดยพระเอกคนที่ 8 อย่างหนุ่ม กองทัพ พีค จับคู่เผยเคมีรักต่างวัยในเรื่อง ให้รักพิพากษา ซึ่งถือเป็นผลงานการแสดงเรื่องแรกและเป็นการรับบทนำเต็มตัวอีกด้วย บอกเลยว่าละมุนฟิน ดีต่อใจจนอยากมีแฟนเด็กกันเลยจ้า

งานนี้พระเอกหนุ่มคนล่าสุดของสาว เบลล่า อย่าง กองทัพ พีค ได้เผยความรู้สึกที่ได้ร่วมงานกับเธอว่า "รู้สึกตื่นเต้นในทุกๆ วันที่ได้ไปทำงาน และดีใจมากที่ได้คู่กับพี่เบลล่า และพี่เบลล่าก็ช่วยเหลือผมเยอะมากเลยครับ ได้เรียนรู้อะไรจากพี่เบลล่าเยอะมากเลย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องมุมกล้อง หรือเรื่องอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาแนะนำได้ เขาก็จะแนะนำครับ และมีอะไรที่ขาดเหลือเราก็จะช่วยเหลือกัน อยู่ในกองผมก็จะเรียกพี่เบลล่าว่า เจ๊พี่เลี้ยง ครับ เพราะเขาดูแลคอยซัพพอร์ตเรามาตลอด ก็รู้สึกดีใจมากที่ได้ร่วมงานด้วยกันครับ"

.



44
ภาพจากละครเรื่อง ภพรัก ละคร ช่อง 3 (sanook.com)


แฟนๆเตรียมจิ้น หมาก ประกบ เบลล่า เคมีลงตัวบวงสรวงละคร ภพรัก
https://www.sanook.com/movie/36793/gallery/

13 ภาพ แฟนๆเตรียมจิ้น หมาก ประกบ เบลล่า เคมีลงตัวบวงสรวงละคร ภพรัก
28 ม.ค. 57 (09:48 น.)
.




























.

.


14 ภาพ รักต่างภพ! หมาก-เบลล่า ภารกิจรักวิญญาณหลอน ในละคร ภพรัก
https://www.sanook.com/movie/44013/gallery/

14 ภาพ รักต่างภพ! หมาก-เบลล่า ภารกิจรักวิญญาณหลอน ในละคร ภพรัก
11 พ.ย. 57 (16:00 น.)
.






























.



46
ภพรัก เรื่องย่อ ละคร ช่อง 3 (sanook.com)


ภพรัก เรื่องย่อ ละคร ช่อง 3 (sanook.com)
https://www.sanook.com/movie/36676/


ภพรัก เรื่องย่อ ละคร ช่อง 3
18 พ.ย. 57 (12:00 น.)
.






เรื่องย่อ ภพรัก

ละคร ภพรัก  บทประพันธ์และบทโทรทัศน์ คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ละคร ภพรัก  กำกับการแสดง ปิยะพันธุ์  ชูเพ็ชร
ละคร ภพรัก  ควบคุมการผลิต สินจัย เปล่งพานิช
ละคร ภพรัก  ดำเนินการผลิต บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
ละคร ภพรัก  ออกอากาศ พุธ และ พฤหัสบดี เวลา 20.15-22.45 น. ทางช่อง3 (ออริจินัล) และช่อง 3HD (ช่อง 33)

 
เรื่องย่อภพรัก

ความตาย… อาจเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่สำหรับ “เธอ” ... การดับสูญที่ยิ่งใหญ่นำมาซึ่งความผูกพันล้ำค่า บนโลกใบสวย ...

ความรักระหว่าง “เธอ” และ “เขา” อาจเป็นไปไม่ได้ หากแต่ใน “ภพรัก”... ความสุขในความรักระหว่างเขาและเธอ สดใสและงดงามเสมอ

.
หมวดเหยี่ยว (ปริญ สุภารัตน์) เป็นลูกชายคนเดียวของ วิหค (ชัชวลิต ศิริทรัพย์) นายตำรวจมือปราบที่เลื่องชื่อในอดีต เหยี่ยวกำพร้าพ่อและแม่มาตั้งแต่เล็กเพราะประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกัน มีเพียงเหยี่ยวที่รอดชีวิตมาได้  และนับตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้น จนเหยี่ยวเติบโตเป็นหนุ่ม เขาก็ไม่กล้าทั้งขับรถ หรือนั่งรถยนต์ไปกับใครอีกเลย มีเพียงจักรยานคู่ใจ ที่เหยี่ยวใช้สำหรับเดินทางไปไหน มาไหนด้วยเสมอ เหยี่ยวอาศัยอยู่ในชุมชนริมน้ำหลังวัดเก่ากับ ยายนวล (ดวงตา  ตุงคะมณี) ยายตาบอดอารมณ์ดี จิตใจแจ่มใส ชอบทำบุญอยู่ในศีลในธรรม มีข้อเดียวที่ยายนวลผิดศีลอย่างเลิกไม่ได้คือต้องเล่นหวยอยู่เป็นนิจ และยายนวลก็เหมือนมีพรายกระซิบทุก 15 วัน ??? ตั้งแต่เหยี่ยวเล็กจนโต.. ยายนวลถูกหวยงวดเว้นงวด โดยมีปลาทู และปูอัด  ไปมาหาสู่ยายนวลอยู่เสมอ

เหยี่ยว มุ่งมั่นเรียนจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ สอบเข้าทำงานในสำนักงานสืบสวนพิเศษได้ หากแต่ในวิชาชีพตำรวจเหยี่ยวกลับทำไม่ได้ดีเหมือนพ่อ คดีที่เหยี่ยวรับผิดชอบมักมีข้อผิดพลาดไม่ราบรื่น ครั้งหลังสุดเพราะความผิดพลาดของเหยี่ยว ผู้ต้องหาในคดีค้ายาเสพติดต้องรอดคดีไปได้อย่างลอยนวล เพราะการสอบสวนแบบถึงลูกถึงคนของแหยี่ยวโดนบันทึกภาพผ่านโทรศัพท์มือถือของ ทนายผู้ต้องหา และการนำสืบชี้นำไปที่เหยี่ยวขาดวุฒิภาวะในการควบคุมอารมณ์ ข่มขู่ผู้ต้องหาให้รับสารภาพ หมวดเหยี่ยวถูกคาดโทษจากผู้บัญชาการว่าจะต้องถูกย้ายหากมีข้อผิดพลาดอะไร เกิดขึ้นอีก !!!



ดูเหมือนชีวิตของหมวดเหยี่ยวกำลังรอคอยใครบางคน ใครบางคนที่จะเติมเต็ม...ทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น คืนวันหนึ่งขณะหมวดเหยี่ยวออกจากสำนักงานสืบฯ กำลังจะกลับบ้าน ระหว่างทางมีคนขับรถประสบอุบัติเหตุอยู่พอดี มีรถสปอร์ตตกบึงน้ำขนาดใหญ่ที่ข้างทาง เหยี่ยวรีบวิทยุแจ้งท้องที่แล้วลงไปดูแลเหตุการณ์ทันที  ชลชาติ (พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา) ตายคาที่อยู่ในซากรถ ส่วนรถคู่กรณีอีกคัน กลับหายสาบสูญ รวมถึงคนขับรถด้วย ชาวบ้านที่มามุงดู ต่างฮือฮากับอุบัติเหตุในครั้งนี้ ไม่มีผู้ใดเห็นเหตุการณ์สักคน มีแต่คนที่อยู่แถวริมถนน ได้ยินเสียงรถเบรคอย่างแรงและเสียงรถตกน้ำ เหยี่ยวช่วยตำรวจท้องที่กันบรรดาไทยมุงออกมาจากพื้นที่ มีเพียง น้ำริน (ราณี แคมเปน) ที่เข้ามาในที่เกิดเหตุด้วยอาการงุนงงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมกับถามเหยี่ยวว่าที่นี่คือที่ไหน เหยี่ยวรีบไล่น้ำรินออกจากพื้นที่ทันที โดยตำรวจที่อยู่ในเหตุการณ์ก็งงไปตามๆ กัน ว่าเหยี่ยวยืนคุยกับใคร เพราะไม่มีใครเห็นน้ำรินเลยนอกจากเหยี่ยว น้ำรินยังไม่รู้ตัว ว่าบัดนี้ เธอคือดวงจิตที่หลุดออกจากร่าง หลังจากที่ประสบอุบัติเหตุนั่นเอง

ก่อนขับรถกลับบ้าน เหยี่ยวพบสร้อยคอพร้อมล็อกเก็ตรูปหัวใจตกอยู่ข้างรถ เขาก้มลงหยิบล็อกเก็ตเส้นนั้นและนำกลับไปบ้านด้วย ความแปลกประหลาดเริ่มบังเกิดขึ้นกับเหยี่ยวนับตั้งแต่วินาทีนั้น...พอกลับ ถึงบ้าน...เหยี่ยวเดินผ่านทางเดินในสวนหน้าบ้าน เสียงหมาวัดแถวนั้นต่างพากันประสานเสียงหอนกันระงมราวกับเห็นผี! นับแต่นั้น ดวงจิตของน้ำริน ก็ติดอยู่กับเหยี่ยวตลอดเวลา



เข้าไปในบ้าน...ยายนวลที่ตาบอดยังร้องทักว่าเหยี่ยวพาเพื่อนมาเที่ยวบ้านทำไมไม่บอก จะได้หาข้าวหาปลาให้ทาน มิวายที่เหยี่ยวจะปฏิเสธ แต่ยายนวลกลับไม่เชื่อเถียงคอเป็นเอ็นหาว่าหลานชายแอบเอาสาวเข้าบ้านโดยไม่ บอกให้ยายรู้ จนเหยี่ยวต้องเรียก จ่านกน้อย (ตี๋ ดอกสะเดา) ตำรวจคู่หูที่อยู่ข้างบ้านมายืนยันว่าไม่มีใครมาด้วย ยายนวลถึงจะเชื่อและเรียกจ่านกน้อยไปขูดต้นกล้วยหลังวัดด้วยกันอย่างออกรส ตามประสาคนบ้าหวยด้วยกัน

ย่ำรุ่งคืนวันนั้นเอง เหยี่ยวกลับได้ยินเสียงร้องสะอื้นไห้อย่างน่าสงสารในสวนหลังบ้าน เหยี่ยวพบกับหญิงสาวคนเดียวกับเมื่อตอนหัวค่ำ เธอร้องไห้พลางบอกว่าไม่มีที่ไป ไม่มีใครเห็นเธอเลยนอกจากเหยี่ยว ภาพหญิงสาวค่อยๆ จางหายไป...พร้อมๆ กับพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่ขึ้นพ้นขอบฟ้า!! หมวดเหยี่ยวอึ้งแทบไม่เชื่อภาพที่ปรากฏต่อสายตา เขาพบกับผีสาว! ตัวจริง! เสียงจริง!

เช้าวันรุ่งขึ้น…เหยี่ยวตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรกับ หลวงตาเคี้ยง (กล้วย เชิญยิ้ม) เขาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังหลวงตาฟังไปพร้อมกับตาลุกด้วยความตื่นเต้น อรรถาธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นน่าจะเป็นวิญญาณที่เพิ่งออกจากร่าง เพราะเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตกะทันหัน วิญญาณจึงยังล่องลอยไม่มีที่พึ่ง พออธิบายเสร็จ หลวงตาเคี้ยงก็รีบให้ศีลให้พร จ้ำอ้าวๆ กลับกุฏิแทบไม่ทัน สมดังคำล่ำลือว่าหลวงตาเคี้ยงไม่ค่อยถูกชะตากับพลังงานลึกลับ?!?!?



หนำซ้ำยายนวลยังเป็นอีกคนที่ได้ยินเสียงเหยี่ยว กับน้ำรินคุยกันบ่อยๆ เหยี่ยวเดาเอาเองจากการที่ยายถูกหวยทุกงวดว่าน่าจะเป็นเพราะยายมีสัมผัสที่หก ได้ยินเสียงพรายกระซิบเป็นประจำ จึงไม่แปลกที่ยายจะได้ยินเสียงน้ำรินเช่นเดียวกับเขา เหยี่ยวบอกกับยายนวลว่าน้ำรินเป็นพยานปากเอกที่เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานสืบฯ ให้นำตัวมาเก็บไว้ โดยใช้บ้านเหยี่ยวเพื่อเป็นเซฟเฮ้าส์ ยายนวลจึงคลายใจหันมาคุยกับน้ำรินวิญญาณสาวอย่างออกรสด้วยนึกว่าหล่อนเป็นคน

ทุกวันเมื่อไปทำงานสำนักงานสืบฯ เหยี่ยวต้องปะทะคารมอย่างรุนแรงกับ ผบ.สงคราม (จอนนี่ แอนโฟเน) ที่จ้องจับผิดตลอดเวลา แม้ผบ.สงครามจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับพ่อ แต่ความจริงที่เหยี่ยวไม่รู้ก็คือ... สงครามไม่ได้เป็นเพื่อนกับวิหค แต่เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยเรียนจนทำงานตำรวจ แข่งกันทุกครั้งสงครามก็แพ้วิหคทุกครั้ง .. แต่ลึกๆ สงครามก็เอ็นดูเหยี่ยว ที่ว่ากล่าวตักเตือน เพราะอยากให้เหยี่ยวทำงานให้รอบคอบมากขึ้น ไม่เป็นที่เพ่งเล็งของผู้ใหญ่

ธารา (สินจัย เปล่งพานิช) ผู้เป็นแม่ของน้ำรินเครียดจัด ไม่เชื่อว่าน้ำรินจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เพราะยังไม่เห็นศพของน้ำริน  สายใยความผูกพันระหว่างแม่ลูก ทำให้ธาราเชื่อว่า น้ำรินยังมีชีวิตอยู่ ธาราให้ ภพธร (ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา) คู่หมั้นของน้ำริน ตามหาน้ำรินให้เจอ โดยที่ธาราไม่รู้ว่า ภพธร คือคนที่อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุในครั้งนี้ของน้ำริน และมี นับดาว (พิชชาภา พันธุมจินดา) เพื่อนรักของน้ำริน ที่หลงรักภพธรอยู่ เป็นคนวางแผนทั้งหมด

แนน (กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล) ตำรวจสาว อดีตคนรักของเหยี่ยว กลับมาทำงานที่สำนักงานสืบอีกครั้ง เมื่อทั้งคู่พบกัน แนนยังคงรักเหยี่ยวอยู่เช่นเดิม แต่ใจของเหยี่ยวเปลี่ยนไป เขามีแต่ความเป็นเพื่อนให้กับแนนเท่านั้น น้ำรินได้พบกับป้าปริก (ปวันรัตน์ นาคสุริยะ) วิญญาณผีที่อาศัยอยู่ที่ศาลาท่าน้ำ ที่วัดของหลวงตาเคี้ยง ป้าปริกสอนให้น้ำรินใช้จิตของตัวเอง หยิบจับของได้ ป้าปริกพูดเสมอ ถึงโชคชะตาที่นำพาให้ตนเอง รวมทั้งน้ำริน กับเหยี่ยว ที่ได้พบกัน



เหยี่ยว จ่านกน้อย แนน ดารณี สงคราม วางแผนเข้าจับกุมยอดชัด เจ้าของสถานบันเทิงที่ค้ายาเสพติดอยู่เบื้องหลัง จนสามารถจับยอดชัดได้ และทำให้สืบรู้ว่า นกยูง (ณัฐณิชา เหลืองอนันต์คุณ) ลูกสาวของจ่านกน้อย ไม่ได้ตายเพราะเสพยาเกินขนาด แต่เป็นเพราะต้องการเปิดเผยเรื่องอันเลวร้ายนี้ จึงถูกฆ่าปิดปากในที่สุด ที่สำคัญ มีผู้บงการรายใหญ่ ที่เป็นเจ้านายของยอดชัดอีกที ที่อยู่เบื้องหลังความเลวร้ายทั้งหมด

สงครามที่เฝ้ารักธารามาตั้งแต่ยังสาว  เป็นห่วงธารามากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อธาราเกิดอุบัติเหตุ จนไม่สามารถเดินได้ ต้องนั่งรถเข็นตลอดเวลา ซ้ำร้ายธารายังถูกวางยา ด้วยความเป็นห่วง สงครามจึงพาตัวธาราไปซ่อนที่เซฟเฮ้าส์ริมทะเลแห่งหนึ่ง โดยมีเหยี่ยวตามไปคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และไม่พลาดที่น้ำรินจะตามเหยี่ยวไปที่นั่นด้วย น้ำรินได้เห็นหน้าธารา รู้สึกผูกพันอย่างบอกไม่ถูก แต่ไม่รู้ว่าธาราคือแม่ของตนเอง

เหยี่ยว กับ น้ำริน เริ่มใกล้ชิดกันมากขึ้น ความจำของน้ำรินเริ่มกลับมาอย่างช้าๆ โดยมีเหยี่ยวคอยช่วยเหลือสืบเรื่องในอดีตให้ ไม่ว่าเหยี่ยวจะอยู่ที่ไหน น้ำรินก็จะอยู่ด้วยเสมอ จนคนทั้งสองไม่สามารถแยกจากกันได้ กลายเป็นความรัก ความผูกพันที่เกิดขึ้น โดยมีป้าปริก คอยพูดอยู่เสมอว่า โชคชะตานำพาให้เหยี่ยวกับน้ำรินได้พบกัน 



วิญญาณของชลชาติ ยังแค้นไม่หายที่น้ำรินทำให้เขาต้องตาย หลังจากที่น้ำริน กับชลชาติ ขับรถแข่งกันมา แล้วชลชาติเกิดพลาด ขับรถเสียหลักตกข้างทาง จนเสียชีวิต วิญญาณของชลชาติยังไม่ไปเกิด จึงตามจองล้างน้ำริน หวังจะให้วิญญาณน้ำรินดับสูญไปด้วย วิญญาณชลชาติตามมาถึงหัวหิน เพื่อทำร้ายน้ำริน โชคดีที่ป้าปริกช่วยไว้ ทำให้น้ำรินรอดมาจากชลชาติได้

ภพธรให้นับดาวสืบว่า สงครามพาธาราไปอยู่ที่ไหน นับดาวใช้มายาหญิง สืบถามเรื่องราวกับจ่านกน้อย ซึ่งกำลังจะไปหาเหยี่ยว พร้อมกับแนน ทำให้นับดาวรู้ที่อยู่ของธารา นับดาวส่งคนร้ายไปที่เซฟเฮ้าส์  เหยี่ยวต้องป้องกันธาราอย่างสุดชีวิต เกิดการยิงกันเกิดขึ้นอย่างโกลาหล เหยี่ยวกำลังจะถูกยิง น้ำรินเอาร่างตนเองเข้ากำบังเหยี่ยว ขณะเดียวกันที่แนนก็เข้ามาขวาง กระสุนผ่านร่างน้ำริน ไปโดนเข้ากับแนน   แนนอาการบาดเจ็บสาหัส เหยี่ยวรีบพาแนนส่งโรงพยาบาล แต่วิญญาณชลชาติยังตามมาไม่เลิก จะเข้าไปกระชากวิญญาณของแนนที่กำลังอ่อนแรงอย่างสุดขีด น้ำรินเห็นความห่วงใยที่เหยี่ยวมีต่อแนน กลัวเหยี่ยวจะเสียใจหากแนนจบชีวิตลง จึงขอแลกชีวิตตนเองกับชลชาติ ทำให้เธอโดนชลชาติทำร้ายอีกครั้ง แต่ชลชาติกับถูกผ้ายัณต์ของหลวงพ่อทำร้ายจนทำให้น้ำรินรอดไปได้อย่างหวุดหวิด แนนฟื้นขึ้นมาท่ามกลางความดีใจของเหยี่ยว ยายนวล ปลาทู ปูอัด ซึ่งเดินทางมาเยี่ยมด้วย ยายนวลบอกให้เหยี่ยวแต่งงานกับแนน หลังจากที่แนนหายเป็นปรกติแล้ว เพราะมั่นใจว่า แนนคือคนที่รักเหยี่ยวที่สุด  น้ำรินแอบได้ยินจึงเสียใจมาก

น้ำรินไปตัดพ้อกับป้าปริก ว่าคงไม่อาจมีชีวิตร่วมกับเหยี่ยวได้ เพราะตนเป็นเพียงวิญญาณเท่านั้น น้ำรินเสียใจ ในขณะที่เหยี่ยวเอง ก็เสียใจไม่น้อย เพราะรู้อยู่แก่ใจแล้วว่า รักน้ำรินเข้าเต็มหัวใจ เหยี่ยว สืบเรื่องของน้ำรินโดยเริ่มจากคดีรถสปอร์ตจมหายไปในน้ำ ในที่สุดเหยี่ยวจึงรู้ว่าน้ำรินคือเจ้าของรถคันนั้น เป็นลูกสาวคนเดียวของ ธารา เศรษฐีนีแม่ม่ายเจ้าของ เครือข่ายโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบันนี้ วิญญาณของน้ำรินได้พบกับแม่ครั้งหนึ่งแล้ว เพียงแต่เธอจำแม่ไม่ได้!! น้ำรินเป็นทายาทเจ้าของมรดกนับพันล้าน การตายของน้ำรินมีเงื่อนงำ.. เหยี่ยวปักใจเชื่อว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดเห็นจะเป็น ภพธร นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่ชายบุญธรรม ผู้บริหารเครือโรงแรมนี้ทั้งหมด และเป็นอดีตคู่หมั้นของน้ำริน !!

น้ำรินไม่เชื่อว่าภพธรจะทำเรื่องราวแบบนี้กับเธอได้ ขณะที่เหยี่ยววิเคราะห์ความเป็นไปได้ทั้งหมดแล้ว ทั้งเหตุจูงใจ.. และผลประโยชน์ที่ภพธรจะได้รับ ภพธรคือคนที่น่าสงสัยที่สุด!! เมื่อตอนมีชีวิตอยู่..น้ำรินเติบโตมากับภพธรผู้เป็นเหมือนพี่ชาย ภพธรเป็นลูกชาย นุติ อดีตเจ้าของธุรกิจ ที่ฆ่าตัวตายเพราะทำธุรกิจผิดพลาดจนต้องให้ ธารา แม่ของน้ำรินเข้าซื้อกิจการ และต่อมาธารารู้สึกผิด...จึงส่งเสียเลี้ยงดูภพธรเป็นลูกบุญธรรม ให้เติบโตขึ้นมาพร้อมๆ กับน้ำรินลูกแท้ๆ อำนาจการบริหารโรงแรมทั้งหมดอยู่ในมือของภพธร ลูกบุญธรรมซึ่งกำลังจะแต่งงานกับน้ำริน ดวงจิตน้ำรินตามภพธรไปที่คอนโด ทำให้เธอรู้ว่า ภพธรอยู่กับนับดาว ฉันท์สามีภรรยา และรู้ว่าทั้งสองแอบคบกันมานานแล้ว เพราะปมชีวิตของนับดาวที่ไม่อาจจะสู้น้ำรินได้ตลอดมา ทำให้นับดาวคิดแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกับน้ำรินโดยที่น้ำรินไม่รู้ตัว

สิ่งที่นับดาวเอาชนะน้ำรินได้อย่างเด็ดขาดคือการพิชิตหัวใจของภพธร เพราะภพธรโกรธแค้นครอบครัวของน้ำรินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งสองตั้งใจจะฮุบกิจการโรงแรมของธาราโดยเร็วที่สุด ทั้งเพื่อแก้แค้นให้ภพธรและเพื่อตัวของพวกเขาเอง... นับดาวเป็นคนวางแผนบงการทำให้ธาราต้องพิการ และวางแผนฆ่าน้ำรินก่อนการแต่งงานจะเกิดขึ้น !!! น้ำรินมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาเป็นประจำทุกวัน ภพธรแอบเปลี่ยนยาทำให้น้ำรินหมดสติ ขับรถตกบึงน้ำขนาดใหญ่ แต่ร่างของน้ำรินกลับหายไป ข้อนี้เองที่ทำให้นับดาวยังคลางแคลงใจในตัวภพธร

ถึงแม้น้ำรินจะรู้สึกเศร้าใจกับความจริงที่ได้พบ แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่ในใจของน้ำรินขณะนี้ คือสายใยความผูกพันระหว่างเธอกับเหยี่ยว ที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้  เหยี่ยวจำใจต้องหมั้นหมายกับแนน ตามที่ยายนวลบังคับ แต่เขาเอง ก็ไม่ได้ใยดีกับแนนเท่าที่ควร จนแนนน้อยใจ ส่วนน้ำรินก็พยายามตัดใจจากเหยี่ยว เพราะรู้ดีว่า เธอเป็นแค่ดวงจิต ไม่สามารถอยู่กับเหยี่ยวได้

ป้าปริกบอกกับน้ำริน ว่าถ้าหากถึงวันพระข้างหน้าอีกสองครั้ง น้ำรินไม่สามารถกลับเข้าร่างตนเองได้ ดวงจิตของน้ำรินก็จะแตกสลายไป เหยี่ยวจึงช่วยออกตามหาร่างของน้ำรินอย่างไม่ลดละ โดยมีจ่านกน้อย เป็นคนขับรถให้ เหยี่ยวไปหาธาราที่บ้าน บอกว่าดวงจิตของน้ำรินอยู่กับตน และพามาหาธาราที่นี่ด้วย ธาราไม่เชื่อ เพราะมองไม่เห็นน้ำริน จึงไล่เหยี่ยวกลับไปอย่างไม่ใยดี น้ำรินเสียใจมาก ยืนร้องไห้ อยู่ข้างๆ ธารานั่นเอง

นับดาวแค้นใจ ที่แอบจับได้ว่า ภพธรเอาร่างของน้ำรินไปซ่อน ไม่ยอมฆ่าน้ำรินให้ตาย เธอจึงหาทาง ไปจุดไฟเผาร่างของน้ำริน แต่ภพธรเข้าไปช่วยไว้ได้อย่างหวุดหวิด ภพธรนำร่างของน้ำรินหนีไปอีก เพราะถึงแม้เขาจะไม่ได้รักน้ำริน แต่ก็ไม่ใจร้ายพอที่จะฆ่าน้ำรินได้ นับดาวทำทีเป็นไม่รู้ ไม่เห็นเรื่องเหตุการณ์ครั้งนี้ ภพธรจึงวางแผน ไปสารภาพกับธารา ว่านับดาวเป็นคนวางแผนยักยอกเงินบริษัท และฆ่าน้ำรินและธารา เขาโยนบาปทั้งหมดให้กับนับดาว สุดท้ายนับดาวจึงถูกตำรวจจับในที่สุด

เรื่องราวทุกอย่างกำลังจะถูกเปิดเผย เหยี่ยวหาร่างน้ำรินพบในที่สุด ป้าปริกช่วยให้น้ำรินกลับเข้าร่าง แต่วิญญาณของชลชาติก็ตามมาทำร้ายน้ำริน ทั้งป้าปริก และเหยี่ยวเข้าช่วย ป้าปริกดึงให้ชลชาติตกไปในขุมนรกด้วยกัน น้ำรินเข้าร่างได้สำเร็จ ความเลวร้ายในนาทีสุดท้ายของชลชาติยังไม่หมดสิ้น เขาทำร้ายเหยี่ยว จนตกบึงน้ำไป เหยี่ยวจมลงไปในบ่อน้ำไม่ได้สติ แล้ววิญญาณของป้าปริก และชลชาติ ก็ถูกกลืนหายไปในทันที ป้าปริกทำความดีเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อน้ำริน

สงคราม แนน ยายนวล ปลาทู ปูอัด รีบมาดูอาการเหยี่ยว ซึ่งยังสลบไม่ได้สติ เพราะสมองขาดออกซิเจนไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง ฝ่ายน้ำริน ก็มีภพธร ธารา มาดูแลอย่างใกล้ชิด ภพธรทำทีเป็นห่วงน้ำริน เพราะความโลภในใจเขายังไม่หมดสิ้น ยิ่งเมื่อธาราบอกว่า จะให้ทั้งคู่แต่งงานกัน หลังจากที่น้ำรินหายดี ยิ่งทำให้ภพธรดีใจ แต่น้ำรินกลับไม่คิดเช่นนั้น บัดนี้หัวใจของเธอเปลี่ยนไปแล้ว เรื่องราวช่วงที่เธอได้อยู่กับเหยี่ยว ยังคงติดอยู่ในหัวใจ เธอได้มอบหัวใจให้กับเหยี่ยวไปแล้ว แถมเธอยังฝันถึงป้าปริก ที่มาบอกเรื่องราวในอดีต ว่าเป็นคนสนิทของน้ำรินมาหลายภพ หลายชาติแล้ว ดวงจิตของป้าปริกผูกพันกับน้ำรินเสมอมา รวมถึงเหยี่ยวด้วย เหยี่ยวคือคู่แท้ของน้ำริน ไม่ว่าคนทั้งสอง จะอยู่ที่ไหน โชคชะตาจะนำพาให้คนทั้งสองได้อยู่เคียงข้างกันในที่สุด

แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพราะหลังจากที่เหยี่ยวฟื้นขึ้นมาจากอาการป่วย เขากลับจำน้ำรินไม่ได้ มีเพียงอดีตบางช่วง ที่เขาจำได้เท่านั้น ซึ่งมันก็ขาดๆ หายๆ ไม่ประติดประต่อ ทำให้หัวใจของน้ำรินร้าวรานมาก น้ำรินพยายามรื้อฟื้นความทรงจำให้กับเหยี่ยว แต่เขาก็ปวดหัวทุกครั้ง อีกทั้งแนนยังไม่ชอบให้น้ำรินอยู่ใกล้ชิดกับเหยี่ยวอีกด้วย หลายครั้งที่น้ำรินท้อแท้ แต่เธอไม่ก็ยังไม่หมดหวัง เหมือนดังที่ครั้งหนึ่งเหยี่ยวเคยบอกกับดวงจิตของเธอไว้ว่า ถึงแม้ความทรงจำของใครคนหนึ่งหายไป แต่ความรักจะยังคงอยู่ในใจเสมอ

ธาราให้น้ำรินบริหารกิจการทุกอย่างแทนเธอ และให้เหตุผลว่าต้องการให้ภพธร พิสูจน์ตัวเอง ด้วยการสอนงานน้ำรินอยู่อย่าง ภพธรเก็บอาการไม่อยู่ ระเบิดอารมณ์ออกมา ว่าจะฆ่าธารา โดยจะพาไปฝังทั้งเป็นที่ใกล้ๆ หลุมศพของพ่อเขา ภพธรสั่งให้มือปืนยิงน้ำรินไปด้วยในเวลาเดียวกัน หัวใจของธาราแทบสลาย สุดท้ายเหตุการณ์กลับตาลปัตร นับดาวสั่งให้คนร้ายยิงภพธรเสียเอง เกิดการต่อสู้กัน สงคราม ดารณี พากำลังตำรวจมาช่วยธาราไว้ ส่วนนับดาวพาภพธรหนีไป ภพธรแกล้งพูดดีกับนับดาว ส่วนนับดาวก็สารภาพว่ารักภพธรสุดหัวใจ จากนั้นเธอก็เป็นคนลั่นไกปืน จบชีวิตภพธรด้วยตนเอง และรอมอบตัวให้กับตำรวจ น้ำรินยังเห็นว่านับดาวคือเพื่อนแท้ แต่นับดาวละอายใจต่อน้ำรินเกินกว่าจะรับไมตรี นับดาวจึงต้องรับชะตากรรมในคุกต่อไป

แนนได้ยินคำสารภาพเรื่องราวต่างๆ ที่น้ำรินเคยใกล้ชิดกับเหยี่ยว จนเหยี่ยวเริ่มจำความได้ เธอตัดสินใจไปจากเหยี่ยว โดยให้น้ำรินสัญญาว่าจะดูและเหยี่ยวให้ดีที่สุด และแนนก็ลาเหยี่ยว ยายนวล ไปเรียนต่อต่างประเทศ ส่วนธาราก็อโหสิกรรมในเรื่องราวมากมายที่เธอเป็นสาเหตุในการตายของนุติ และความปวดร้าวที่ภพธรมีเสมอมา ขณะเดียวกัน เหยี่ยวก็ได้ความทรงจำกลับคืนมา น้ำรินดีใจเป็นที่สุด เหยี่ยวขอน้ำรินแต่งงาน ทั้งสองได้ครองคู่ เติมเต็มชีวิตของกันและกันในที่สุด

…จบบริบรูณ์...

.


ตัวอย่างละคร ภพรัก

https://www.youtube.com/watch?v=Rgr0rbmFwWM&t=2s

ภพรัก Official Teaser #1 HD - หมาก ปริญ, เบลล่า ราณี

https://youtu.be/Rgr0rbmFwWM?si=8ld0Ks0aubFXDn6G

..


รายชื่อนักแสดงละคร ภพรัก

ปริญ  สุภารัตน์ รับบทเป็น   หมวดเหยี่ยว

ราณี  แคมเปน   รับบทเป็น น้ำริน

ณัฏฐ์  เทพหัสดิน ณ อยุธยา รับบทเป็น ภพธร

พิชชาภา พันธุจินดา รับบทเป็น นับดาว

สินจัย  เปล่งพานิช   รับบทเป็น ธารา

จอนนี่  แอนโฟเน่     รับบทเป็น สงคราม

ดวงตา  ตุงคะมณี   รับบทเป็น ยายนวล

ปวันรัตน์  นาคสุริยะ   รับบทเป็น ป้าปริก

กัญญ์ณรัณ  วงศ์ขจรไกล  รับบทเป็น  แนน

ตี๋  ดอกสะเดา รับบทเป็น  จ่านกน้อย

กล้วย  เชิญยิ้ม รับบทเป็น  หลวงตาเคี้ยง

พัฒนพล  กุญชร ณ อยุธยา รับบทเป็น ชลชาติ

ณัฐณิชา  เหลืองอนันต์คุณ รับบทเป็น นกยูง

แจ๊ค  เชิญยิ้ม รับบทเป็น ปลาทู

ชาลินี  บุนนาค รับบทเป็น ปูอัด

.


นักแสดงรับเชิญ ละคร ภพรัก

ปริศนา กล่ำพินิจ รับบทเป็น ดารณี

ประกาศิต โบสุวรรณ รับบทเป็น ยอดชัด

อริศรา วงศ์ชาลี รับบทเป็น แม่เหยี่ยว

ชัชวลิต ศิริทรัพย์  รับบทเป็น พ่อเหยี่ยว

ด.ญ.กุลฑีรา ยอดช่าง รับบทเป็น น้ำรินเด็ก

ด.ช.ยงศิลป์ วงศ์พนิตนนท์ รับบทเป็น เหยี่ยวเด็ก

.

หนัง : ภพรัก
ช่อง : ช่อง 3
ผู้กำกับ : ปิยะพันธุ์ ชูเพ็ชร
บทประพันธ์ : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
ผู้เขียนบท : คฑาหัสต์ บุษปะเกศ
วันที่เข้าฉาย : 1416953752
ผู้จัด : บริษัท เมตตาและมหานิยม จำกัด
นักแสดงนำ : ปริญ สุภารัตน์, ราณี แคมเปน, ณัฏฐ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา, พิชชาภา พันธุจินดา, สินจัย เปล่งพานิช

.


ที่มา : ภพรัก เรื่องย่อ ละคร ช่อง 3 (sanook.com)
https://www.sanook.com/movie/36676/

.




47
กว่า "ครูเอื้อ" จะได้รางวัลยูเนสโก โดย: MGR Online


กว่า "ครูเอื้อ" จะได้รางวัลยูเนสโก
เผยแพร่: 26 ต.ค. 2552 19:10   โดย: MGR Online
 .




ถือเป็นข่าวดีสำหรับประเทศไทยอีกครั้งภายหลังองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของ "ยูเนสโก" ได้ออกมาประกาศยกย่องให้บุคคลสำคัญของไทยอย่าง "ครูเอื้อ สุนทรสนาน" รวมถึง "ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช" ให้เป็น 2 ใน 63 บุคคลสำคัญของโลก ประจำปี 2553-2554 ในลำดับที่ 19 และ 20 ตามลำดับ

แต่กว่าจะมีวันนี้ เราลองย้อนกลับไปดูกันว่าเส้นทางต่างๆ นั้นมีขั้นมีตอนอย่างไรกันบ้าง?
...

เอื้อ สุนทรสนาน

ครูเอื้อ (มีนามเดิมว่า "ละออ" ต่อมา บิดาให้นามใหม่เป็น "บุญเอื้อ" และได้มาเปลี่ยนอีกครั้งในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็น "เอื้อ") เกิดเมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2453 ณ บ้านตำบลโรงหวี อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม บิดาชื่อ นายดี สุนทรสนาน มารดาชื่อ นางแส สุนทรสนาน มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน

เริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดใหม่ราษฎร์บูรณะในจังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อเข้าศึกษาได้เพียงปีเศษพออ่านออกเขียนได้ ในปี พ.ศ. 2460 บิดาจึงพาตัวเข้ากรุงเทพมหานคร โดยให้อาศัยอยู่กับหมื่นไพเราะพจมาน ผู้เป็นพี่ชายซึ่งรับราชการเป็นคนพากย์โขนในกรมมหรสพ

ต่อมาจึงถูกส่งเข้าเรียนที่โรงเรียนวัดระฆังโฆสิตารามจนจบชั้นประถมศึกษา ซึ่งเป็นระยะเวลาเดียวกับที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งโรงเรียนพรานหลวงขึ้นที่สวนมิสกวัน เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสอนดนตรีทุกประเภท ครูเอื้อจึงได้ย้ายมาเรียนต่อที่โรงเรียนนี้ โดยภาคเช้าเรียนวิชาสามัญ ภาคบ่ายเรียนวิชาดนตรี ทางโรงเรียนสอนทั้งดนตรีไทยและดนตรีฝรั่ง ครูเอื้อถนัดดนตรีฝรั่ง ครูผู้ฝึกสอนคือ ครูโฉลก เนตรสุด อาจารย์ใหญ่คือ อาจารย์พระเจนดุริยางค์

หลังจากจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในปี พ.ศ. 2465 พระเจนดุริยางค์เห็นว่า ครูเอื้อมีความสามารถพิเศษ จึงให้ครูเอื้อหัดไวโอลิน และให้หัดเป่าแซ็กโซโฟนอีกอย่างหนึ่งด้วย และให้เปลี่ยนมาเรียนวิชาดนตรีเต็มวัน ส่วนการเรียนวิชาสามัญนั้นให้งดเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เป็นต้นไป

ครูเอื้อถือเป็นคีตศิลปินระดับแนวหน้าของกรุงรัตนโกสินทร์ มีความสามารถรอบด้าน เป็นนักดนตรีที่มีความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรีได้หลายชนิด เช่น ไวโอลิน แซกโซโฟน และคลาริเน็ต ทั้งยังเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง หัวหน้าวงดนตรี วาทยกร(ผู้ควบคุมวง) และครูผู้เชี่ยวชาญ

ตลอดระยะเวลาการทำงานกว่า 50 ปีของครูเอื้อ ท่านมีผลงานร่วมกับครูเพลงท่านอื่นๆ มากถึง 2,000 เพลง โดยเนื้อหาของเพลงนั้นมีความหลากหลาย เช่น เพลงถวายพระพร ปลุกใจ เทศกาล สถาบัน เยาวชน จังหวัด และสถานที่ท่องเที่ยว รวมถึงเพลงที่เกี่ยวกับความรัก ธรรมชาติ ศาสนา และปรัชญาชีวิต ในท่วงทำนองที่มีความหลากหลาย เช่น แจ๊ส บลูส์ คันทรี จีน แขก และจังหวะในการลีลาศทุกจังหวะ

รวมถึงยังได้คิดค้นจังหวะใหม่ คือ ตะลุงเทมโป นอกจากนี้ ท่านยังได้นำวงดนตรีไทยเดิมมาบรรเลงเคียงข้างวงดนตรีสากล เกิดเป็นประสบการณ์ทางด้านดนตรีที่แปลกใหม่ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ "สังคีตสัมพันธ์"

บทเพลงที่ครูเอื้อได้ประพันธ์ร่วมกับเพื่อนร่วมงานของท่านซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "เพลงสุนทราภรณ์" นั้นได้รับการยกย่องว่ามีความสมบูรณ์ทั้งทางคีตศิลป์และวรรณศิลป์ เป็นการผสมผสานเพลงไทยเดิมเข้ากับเพลงสากลได้อย่างลงตัวและมีเอกลักษณ์ ถือเป็นต้นแบบของเพลงไทยสากลในปัจจุบัน และแม้ว่าบทเพลงของท่านจะมีอายุยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ แต่บทเพลงหลายๆ บทเพลง เช่น พรานทะเล นางฟ้าจำแลง วังน้ำวน พรานล่อเนื้อ มองอะไร ฟลอร์เฟื่องฟ้า และขอให้เหมือนเดิม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงเทศกาลต่างๆ เช่น เทศกาลลอยกระทง ปีใหม่ และสงกรานต์ ก็ยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของคนไทยตราบถึงปัจจุบัน

ผลงานของครูเอื้อมิได้เป็นที่รู้จักแต่ภายในประเทศไทยและหมู่ชาวไทยเท่านั้น แต่เพลงหลายๆ เพลงของท่าน โดยเฉพาะเพลงรำวงลอยกระทงซึ่งได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษและเผยแพร่ไปทั่วโลก ถือเป็นหนึ่งในเพลงไทยที่ชาวต่างชาติรู้จักดีที่สุดเพลงหนึ่ง ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงรากเหง้าและวิถีชีวิตของไทยที่ผูกพันกับสายน้ำมาช้านานได้เป็นอย่างดี เพลงของท่านผสมผสานความเป็นตะวันตกและตะวันออกได้อย่างลงตัว

ทั้งยังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงทางสังคม ศิลปวัฒนธรรม และการศึกษาในยุคต่างๆ และที่สำคัญ ยังหล่อหลอมความเป็นอันหนึ่งอันเดียวและยกระดับจิตใจของผู้ฟัง เน้นให้ความสำคัญต่อการปลูกฝังเรื่องความสามัคคี สันติภาพ และขันติเป็นสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับอุดมการณ์และเป้าหมายของยูเนสโกเป็นอย่างดี
การได้รับเลือกให้เป็นบุคคลสำคัญด้านดนตรีประจำปี พ.ศ. 2553 นี้ ส่งผลให้ชื่อเอื้อ สุนทรสนาน

ศิลปินจากประเทศไทย ขึ้นไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับศิลปินชื่อดังชาวตะวันตกอื่นๆ ที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโก เช่น โยฮันน์ เซบาสเตียน บาค (Johann Sebastian Bach) ลุดวิก ฟาน บีโทเฟน (Ludwig van Beethoven) ต (Wolfgang Amadeus Mozart) โยฮันน์ สเตราส์ (Johann Strauss father) และเฟรเดริก ฟรองซัวส์ โชแปง (Frédéric François Chopin) การได้รับเกียรตินี้จากยูเนสโกเป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม และศิลปินไทยมีความสามารถทัดเทียมนานาอารยประเทศ อันจะนำมาซึ่งความภาคภูมิใจแก่ประชาชนชาวไทยทั่วทั้งโลก
...
กว่าจะได้รางวัลยูเนสโก
"มานิต สุขสมจิตต์" นักหนังสือพิมพ์อาวุโสหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, อดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เป็นผู้จุดประกายเรื่องการนำเสนอชื่อของครูเอื้อ สุนทรสนาน กับอติพร เสนะวงศ์ (สุนทรสนาน) เมื่อ 3 ปีที่แล้ว

"ผมว่าครูเอื้อมีความเหมาะสม ผมอยากให้คุณอติพรดำเนินการดูโดยผ่านกระทรวงวัฒนธรรม และถ้าครูเอื้อไม่ผ่านยูเนสโกก็ไม่เห็นจะเป็นไร เพราะยังไงๆ เราก็ต้องเฉลิมฉลองในวาระ 100 ปีของท่านอยู่แล้ว"

หลังคุยกันในคราวนั้น อติพร เสนะวงศ์ สืบค้นเกี่ยวกับบุคคลสำคัญของโลกซึ่งได้รับการยกย่องจากยูเนสโก พบว่าส่วนใหญ่แล้วเป็นรายพระนามของเจ้านายและพระบรมวงศานุวงศ์เป็นส่วนใหญ่ มีผู้ใหญ่สำคัญของไทยบ้าง ทว่าสามัญชนที่ได้รับรางวัลมีน้อยแทบจะนับคนได้ ที่ผ่านมามีเพียง 5 คน คือ สุนทรภู่, พระยาอนุมานราชธน (ยง เสถียรโกเศศ), ปรีดี พนมยงค์, กุหลาบ สายประดิษฐ์ และพุทธทาสภิกขุ

ครูเอื้อ สุนทรสนาน มีคุณสมบัติเหมาะสมแน่ และเป็นไปได้หรือ!? นี่คือคำถามที่อยู่ในใจของอติพร ลูกสาวคนเดียวของครูเอื้อ สุนทรสนาน มากกว่านั้น เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นกับงานนี้อย่างไร

บุคคลท่านที่ 2 ที่อติพร เสนะวงศ์ ไปขอคำปรึกษาคือ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. เจตนา นาควัชระ

อาจารย์เจตนา นาควัชระสนใจและศึกษางานเพลงของสุนทราภรณ์มาตั้งแต่อายุยังน้อย และเป็นคนที่ริเริ่มในการทำ "สุนทราภรณ์วิชาการ" ครั้งที่ 1 เนื่องในวาระครบ 50 ปี คณะดนตรีสุนทราภรณ์ โดยมีคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร และโรงเรียนสุนทราภรณ์การดนตรีร่วมเป็นเจ้าภาพ ในระหว่างวันที่ 12 – 17 มิถุนายน 2532 เมื่อท่านได้รับทราบความเรื่องดังกล่าวจากอติพร เสนะวงศ์ มีความเห็นว่า เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก และได้เสนอตัวที่จะเป็นคนเขียนประวัติและผลงานของครูเอื้อ สุนทรสนานเป็นภาษาอังกฤษ

"มาถึงตรงนี้ทำให้ใจดิฉันมาเป็นกองเลย ดิฉันเคยคิดเหมือนกันว่า คนเขียนภาษาไทยได้ดีมีมาก แต่จะหาคนแปลที่รู้จักสุนทราภรณ์ด้วยนั้นมีน้อย และการที่จะแปลโดยได้ใจความครบถ้วนอย่างที่เราต้องการจะมีหรือเปล่าเป็นเรื่องที่เราคิดอยู่เหมือนกัน แต่การที่ท่านอาจารย์เจตนาอาสาเขียนให้นั้น เทียบแล้วเหมือนกับเราเดินทางผ่านมาครึ่งทางแล้ว ซึ่งเรามั่นใจได้ในเรื่องของภาษาและความเป็นสุนทราภรณ์" อติพร เสนะวงศ์กล่าวกับซูเปอร์บันเทิงออนไลน์

เรื่องของตรูเอื้อ สุนทรสนานถูกนำเข้าที่ประชุมของมูลนิธิสุนทราภรณ์ อันประกอบด้วย ประธานกรรมการมูลนิธิ แก้วขวัญ วัชโรทัย และกรรมการผู้ใหญ่ท่านอื่นๆ เช่น ดร. สุวิชญ์ รัศมิภูติ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร, ปราโมทย์ โชติมงคล ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ฯลฯ ทุกท่านพร้อมให้การสนับสนุนและรับหน้าที่ติดต่อประสานงานเพื่อปรึกษากับผู้ใหญ่ในกระทรวงวัฒนธรรม

วีระ โรจน์พจนรัตน์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากที่จะเสนอบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นศิลปินไปให้ยูเนสโกพิจารณา ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

ไม่เฉพาะแต่กระทรวงวัฒนธรรมเท่านั้น หากแต่ยังมีหน่วยงานทั้งรัฐและเอกชนอื่นที่จะเข้ามาสนับสนุนในการทำงานนี้ เช่น สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ , สมาคมนักแต่งเพลงแห่งประเทศไทย, วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล, สมาคมนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, มูลนิธิหนังสือพิมพ์ รวมถึงจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นต้น

ที่ปรึกษาคนสำคัญของศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. เจตนา นาควัชระ คือ สาวิตรี สุวรรณสถิต อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีความรอบรู้เกี่ยวกับการนำเสนอประวัติและผลงานไปยังคณะกรรมการฝ่ายวัฒนธรรมของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมของสหประชาชาติ หรือองค์การยูเนสโก

"ท่านสาวิตรีจะคอยแนะนำท่านอาจารย์เจตนาว่าควรเขียนอย่างไร เน้นไปทางด้านใดได้บ้าง โดยในร่างแรกได้นำเสนอไปที่กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อพิจารณาและแก้ไข"

ต้นปี พ.ศ. 2552 กระทรวงวัฒนธรรมได้นำเสนอประวัติและผลงานชิ้นสมบูรณ์ไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้กระทรวงฯ ผ่านมติคณะรัฐมนตรี และส่งในนามรัฐบาลไทยไปยังยูเนสโก กรุงปารีสเมื่อปลายเดือนมกราคม พ.ศ. 2552

เดือนมีนาคมทางยูเนสโกได้แจ้งกลับมาว่า ให้เขียนเพิ่มเติมในด้านการเผยแพร่ผลงานในต่างประเทศของครูเอื้อ สุนทรสนาน ว่าได้เผยแพร่ในรูปแบบใด ระดับใด ในช่วงดังกล่าว อาจารย์เจตนา นาควัชระติดภารกิจอยู่ที่ประเทศเยอรมนี จึงได้ ดร. สรจักร เกษมสุวรรณ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เข้ามารับเขียนส่วนนี้

หลายคนอาจจะสงสัยว่า เพลงสุนทราภรณ์นี่นะไปไกลถึงต่างประเทศ !! ยกตัวอย่าง

เพลง "ลอยกระทง" ( คำร้อง แก้ว อัจฉริยะกุล ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน) นั้น แพร่หลายไปทั่วโลก มีภาคเนื้อร้องที่เป็นภาษาอังกฤษแพร่หลายไปทั่วโลก
เพลง "ขวัญใจเจ้าทุย" (คำร้อง สมศักดิ์ เทพานนท์ ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน) เพลงนี้ สดใส วานิชวัฒนา (รองศาสตราจารย์สดใส พันธุมโกมล) เคยนำไปขับร้องให้ฝรั่งฟังที่สหรัฐอเมริกา ต่อมาเพลงนี้ได้บันทึกเป็นแผ่นเสียง โดยแปลคำร้องเป็นภาษาอังกฤษสลับกับคำร้องภาษาไทยทีละท่อนสลับกันไป ทุกวันนี้ยังได้จัดส่งค่าลิขสิทธิ์กลับมาที่เมืองไทยอยู่เสมอ

เพลง "ถอนสมอ" (คำร้อง ธาตรี ทำนอง เอื้อ สุนทรสนาน) เพลงที่ประพันธ์ขึ้นสำหรับโรงเรียนนายเรือและกองทัพเรือ เพลงดังกล่าว กองทัพเรือได้ทำหนังสือขออนุญาตมายังมูลนิธิสุนทราภรณ์ เพื่อที่จะขอไปใส่เนื้อและบันทึกเสียงเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อใช้บรรเลงเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ

วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ประวัติและผลงานของครูเอื้อ สุนทรสนาน ผ่านการกลั่นกรองครั้งที่ 2 ของยูเนสโก เอกราชทูตไทย ประจำกรุงปารีส ได้โทร.แจ้ง ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย และแจ้ง ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ ตามลำดับ และเมื่อวันที่ 27 - 28 มิถุนายน 2552 ทางมูลนิธิสุนทราภรณ์ โดยการสนับสนุนของกระทรวงวัฒนธรรม และมูลนิธิเสถียรโกเศศ – นาคะประทีป ได้จัดคอนเสิร์ต "มนต์เพลง...สุนทราภรณ์" ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย วันที่ 28 มิถุนายน ธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้แถลงอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงานคอนเสิร์ตดังกล่าว ก่อนที่จะจัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในวันรุ่งขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม สาวิตรี สุวรรณสถิตได้โทร.จากกรุงปารีสมายังประเทศไทย ขณะนั้นอติพร เสนะวงศ์กำลังเตรียมวงดนตรีสุนทราภรณ์ขึ้นบรรเลงเพลงที่วัดราษฎร์บูรณะ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงครามในตอนค่ำ เวลานั้นราว 16.30 น.

"ท่านโทร.มาแจ้งว่า ประวัติและผลงานของครูเอื้อ สุนทรสนานผ่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเข้าไปอยู่ในอันดับที่ 57 ของโลกในการที่จะนำเสนอเพื่อการลงนามในวันที่ 22 -23 ตุลาคมนี้" อติพร เสนะวงศ์กล่าวกับซูเปอร์บันเทิงออนไลน์
...
100 ปีชาตกาล "สุนทราภรณ์" ทำอะไร
เดือนมกราคม – "เดือนแห่งสุนทราภรณ์ที่อัมพวา"

8 ม.ค. 53 เปิดนิทรรศการ – บรรเลงดนตรีที่ลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ ในโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์

9 ม.ค. 53 ประกวดร้องเพลง

16 ม.ค. 53 คอนเสิร์ต "สุนทราภรณ์คืนถิ่นเดิม - อัมพวา" จัดติดต่อกันเป็นปีที่ 5 ณ อุทยานพระบรมราชานุสรณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (อุทยาน ร. 2) ปีนี้พิเศษ !! มูลนิธิสุนทราภรณ์จะเชิญนักร้องรุ่นเก่าของวงขึ้นเวทีร้องเพลงมากเป็นพิเศษ

21 ม.ค. 53 (วันครบรอบวันเกิด 100 ปี) เทศบาลตำบลเหมืองใหม่ อ. อัมพวา จ.สมุทรสงคราม จะเปิดถนนความยาว 3.5 กิโลเมตร ชื่อ "ถนนครูเอื้อ สุนทรสนาน" ผ่านหน้าบ้านซึ่งเคยเป็นบ้านเกิด ถนนเส้นนี้ผ่านมายังวัดราชบูรณะ ซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งแรกที่ครูเอื้อเรียนหนังสือ และตลอดถนนสายนี้ ซอยแยกย่อย จะเป็นชื่อเพลงของวงสุนทราภรณ์ โดยชาวบ้านซอกซอยนั้นๆ เป็นผู้เลือก เพลงที่ถูกจองกันเข้ามามากที่สุด ณ ขณะนี้คือ พรานทะเล และ ขอให้เหมือนเดิม ซึ่งกรณีดังกล่าวจะใช้การจับสลากเป็นเครื่องตัดสิน ส่วนซอยบ้านพักของอติพร เสนะวงศ์ที่อัมพวา จะตั้งชื่อซอยว่า "กลิ่นราตรี"

23 – 24 ม.ค. 53 คอนเสิร์ตใหญ่ประจำปี ฉลองวาระชาตกาล 100 ปีที่โรงละครแห่งชาติ

ตลอดปี พ.ศ. 2553 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จะเป็นเจ้าภาพในการจัดประกวดการขับร้องเพลงสุนทราภรณ์ ก่อนหน้านี้ทางมหาวิทยาลัยศรีปทุมและมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสนามจันทร์ นครปฐมเคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้

กลางเดือนพฤษภาคม 2553 สภาวัฒนธรรมลอสแองเจลิสแจ้งความจำนงผ่านกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อขอให้วงสุนทราภรณ์ไปบรรเลงที่สหรัฐอเมริกา
เดือนมิถุนายน 2553 คอนเสิร์ต "แกรมมี่ - สุนทราภรณ์" โดยจะใช้นักร้องของแกรมมี่ฯ ขับร้องเพลงโดยใช้การบรรเลงด้วยวงดนตรีสุนทราภรณ์

เดือนสิงหาคม 2553 สุนทราภรณ์วิชาการ (ครั้งที่ 2) โดยกรมศิลปากรเป็นเจ้าภาพ

นอกจากนี้ยังมีบริษัทภาพยนตร์แห่งหนึ่งแจ้งความจำนงขอนำประวัติครูเอื้อไปทำเป็นภาพยนตร์ เช่นเดียวกันกับภาพยนตร์เรื่อง โหมโรง ที่เคยนำประวัติของ หลวงประดิษฐ์ไพเราะ ( จางวางศร ศิลปบรรเลง) มาเป็นภาพยนตร์

เมื่อปีครบรอบชาตกาล 100 ปีครูเอื้อ สุนทรสนานสิ้นสุด ณ วันที่ 21 มกราคม 2554 ผลงานการจัดแสดง 1 ปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้แตกต่างจากสายลมที่พัดเลยไป ดังนั้น มูลนิธิสุนทราภรณ์จึงคาดหวังว่าจะมีสิ่งหนึ่งที่คงอยู่ไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ประโยชน์ในการศึกษางานของสุนทราภรณ์ต่อไป นั่นคือ พิพิธภัณฑ์นาฏดุริยางค์ สุนทราภรณ์

"หลังจากที่องค์การยูเนสโกประกาศ ทางกระทรวงวัฒนธรรมบอกว่ารัฐบาลไทยต้องตั้งงบประมาณขึ้นมาก้อนหนึ่ง เพื่อนำมาทำงานในช่วงปีเฉลิมฉลอง เราได้แต่หวังว่าเงินก้อนนี้จะมากพอที่จะเอามาดำเนินงานในส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ได้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนรุ่นหลัง เพราะพิพิธภัณฑ์ทางดนตรีบ้านเราน้อยมากเมื่อเทียบกับต่างประเทศ เราคิดว่าสุนทราภรณ์มีงานเพลงที่หลากหลาย และครอบคลุมทุกช่วงของชีวิตและอารมณ์ของคนคนหนึ่ง ตั้งแต่ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไปจนถึงเพลงรัก เศร้า โกรธ เกลียด เป็นคติธรรม มีเพลงทุกเทศกาลของไทย และชีวิตของคนทุกภาคของไทย ดิฉันมีที่ดินที่ริมคลองแควอ้อม ติดกับวัดราชบูรณะ บนถนนสายครูเอื้อ ซึ่งสามารถใช้ในการดำเนินงานเรื่องพิพิธภัณฑ์นี้ได้" อติพร เสนะวงศ์กล่าว

ระหว่างวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553 – 2554 คือ 1 ปีแห่งวาระเฉลิมฉลองครบชาตกาล 100 ปีของครูเอื้อ สุนทรสนาน (สุนทราภรณ์) ศิลปินด้านดนตรีคนแรกของไทยที่ได้รับการยกย่องจากคณะกรรมการฝ่ายวัฒนธรรมของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมของสหประชาชาติ หรือ องค์การยูเนสโกให้เป็น บุคคลสำคัญของโลกในลำดับที่ 19 ของไทย
...
รายพระนาม – รายชื่อ บุคคลสำคัญของประเทศไทยที่องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ยกย่อง

1. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในวาระฉลองพระราชสมภพครบ 100 พรรษา

2. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ในวาระฉลองพระราชสมภพครบ 100 พรรษา

3.พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ในวาระฉลองพระราชสมภพครบ 200 พรรษา

4. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวาระฉลองพระราชสมภพครบ 100 พรรษา

5. สุนทรภู่ ในวาระฉลองครบชาตกาล 200 ปี

6. พระยาอนุมานราชธน ในวาระฉลองครบชาตกาล 100 ปี

7. สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ในวาระฉลองประสูติครบ 200 พรรษา

8. พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ในวาระฉลองวันพระราชสมภพครบ 100 พรรษา

9. สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในวาระฉลองวันพระราชสมภพครบ 100 พรรษา

10. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในวาระฉลองทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี

11. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในวาระฉลองวันพระราชสมภพครบ 100 พรรษา

12. ปรีดี พนมยงค์ ในวาระฉลองครบชาตกาล 100 ปี

13. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวาระฉลองวันพระราชสมภพครบ 150 พรรษา

14. หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ในวาระฉลองครบชาตกาล 100 ปี

15. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในวาระฉลองวันพระราชสมภพครบ 200 พรรษา

16. กุหลาบ สายประดิษฐ์ ในวาระฉลองครบชาตกาล 100 ปี

17. พุทธทาสภิกขุ ในวาระฉลองครบชาตกาล 100 ปี

18. พระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท ในวาระฉลองวันพระราชสมภพครบ 200 พรรษา

19. ครูเอื้อ สุนทรสนาน ครบวาระ 100 ปีชาตกาล (วันที่ 21 มกราคม 2553)

20. ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ครบวาระ 100 ปีชาตกาล (วันที่ 20 เมษายน 2554)
 .




















.


ที่มา : กว่า "ครูเอื้อ" จะได้รางวัลยูเนสโก โดย: MGR Online
https://mgronline.com/entertainment/detail/9520000127882

.




48
ชื่อครูเอื้อ ผ่านรอบ2 บุคคลโลก ยูเนสโก (s.isanook.com)


ชื่อครูเอื้อ ผ่านรอบ2 บุคคลโลก ยูเนสโก
30 มิ.ย. 52 (08:13 น.)
 .



ชื่อ"ครูเอื้อ สุนทรสนาน" นักประพันธ์เพลงชื่อดัง ผู้ก่อตั้งวงดนตรี "สุนทราภรณ์" ผ่านการพิจารณารอบ 2 ของ "ยูเนสโก" แล้ว เตรียมประกาศให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระครบ 100 ปี ในเดือนต.ค.ที่จะถึง ก่อนจะจัดงานเฉลิมฉลองใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.53 ตรงกับวันเกิด เรื่อยไปจนครบปี เป็นทั้งนักร้อง นักดนตรี นักประพันธ์ทำนองที่มีผลงานมากมาย เพลงถวายพระพร ลอยกระทง เพลงปลุกใจ เพลงสดุดี และเพลงประจำจังหวัด

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า จากการที่เสนอชื่อครูเอื้อ สุนทรสนาน ต่อคณะกรรมการฝ่ายวัฒน ธรรม ของคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประ ชาชาติ ของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โครง การเฉลิมฉลองบุคคลสำคัญ และเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ประจำปี 2553-2554 นั้น นางอรชาต สืบสิทธิ์ รองผู้แทนถาวรไทยประจำยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ยืนยันผลการประชุมพิจารณารอบที่ 2 ของคณะกรรมการกลั่นกรองคัดเลือกบุคคลสำคัญของโลกทั้ง 5 สาขา คือ การศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และการสื่อสาร เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ปรากฏว่าครูเอื้อผ่านการพิจาณาแล้ว

รมว.วัฒนธรรมกล่าวต่อว่า จากนั้นคณะกรรมการกลั่นกรอง จะนำชื่อครูเอื้อเข้าสู่คณะกรรมการบริหารของยูเนสโก เพื่อรับรองมติในการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 35 เพื่อประกาศให้ครูเอื้อเป็นบุคคลสำคัญของโลกอย่างเป็นทางการในเดือนต.ค. ณ กรุงปารีส เมื่อยูเนสโกประกาศผลอย่างเป็นทางการแล้ว ประเทศไทยจะต้องจัดงานเฉลิมฉลอง นับตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.2553 เป็นวันครบรอบวันเกิดของครูเอื้อ ในวาระครบ 100 ปี จนถึงวันที่ 21 ม.ค.2554 ด้วย ส่วนการเสนอชื่อม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐ มนตรี เป็นบุคคลสำคัญของโลกนั้น คาดว่าจะประกาศผลพร้อมกันในเดือนต.ค. และจะเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 100 ปี ในปี 2554-2555

"ครูเอื้อเป็นผู้มีผลงานมากมาย เป็นทั้งนักร้อง นักดนตรี นักประพันธ์ทำนองที่มีผลงานเพลงมากมายหลายประเภท เช่น เพลงถวายพระพร เพลงลอยกระทง เพลงปลุกใจ เพลงสดุดี เพลงประจำจังหวัด อีกทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้ก่อตั้งวงดนตรีสุนทราภรณ์"

.


ที่มา : ชื่อครูเอื้อ ผ่านรอบ2 บุคคลโลก ยูเนสโก
https://www.sanook.com/news/787847/

.




49
115. เอื้อ สุนทรสนาน ดุริยะกวีสี่แผ่นดิน โดย คีตา พญาไท


คีตา พญาไท
27 เมษายน 2018
 ·

115.  เอื้อ สุนทรสนาน ดุริยะกวีสี่แผ่นดิน

คำนิยม  ศาสตราจารย์เกียรติคุณ  นายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล

มนต์เพลงสุนทราภรณ์

การฟังเพลงนั้น ท่านว่ามีอยู่ 5 ระดับ

เริ่มจาก ฟันรู้เพลงบรรเลงผ่าน ฟังประมาณ สื่อสารได้ ฟังด้วยใจ สัมผัสจำ ฟังลึกล้ำ ซ้ำวิจารณ์ และท้ายที่สุดเป็นระดับอันไม่พึงปรารถนาเรียกว่า ฟังพิการเกินมนุษย์ คือฟังแล้วเกิดอาการผิดปกติ เช่น ไม่รู้สติ เกิดอาการผิดแปลกไปจากคนทั่วๆ ไป เช่น ร้องไห้ฟูมฟาย เป็นต้น 

คนส่วนมาก จะฟังเพลงที่ตนติดใจเป็นพิเศษได้ในระดับที่ ๒

ถึงระดับที่ ๓ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ ระดับอายุ พร้อมด้วยองค์ความรู้ และประสบการณ์ในการฟังเพลง

ส่วนนักฟังที่เป็นนักวิชาการ รอบรู้ในกระบวนทำนอง การประสานเสียงดนตรี เทคนิคการขับร้อง และอารมณ์นั้น ท่านมักจะฟังไปไกลถึงระดับที่ ๔ คือ ฟังด้วย ความตั้งใจแน่วแน่ ผสมกับความพินิจพิเคราะห์ และศึกษาในแนวลึก จนสามารถวิจารณ์เพลงนั้นๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะพบได้ไม่บ่อยนัก
เพลงสุนทราภรณ์ นั้น มีคุณลักษณะท้าท้าย ให้นักฟังเพลงเข้าถึงได้ครบทั้ง ๔ ระดับ ที่พบมากที่สุด คือกลุ่มที่ ๓ คือ ฟังด้วยใจ สัมผัสจำ พวกนี้จะร้องตามได้แทบทุกเพลง จำบทร้อง ทำนอง จำเสียง และจำหน้านักร้องประจำเพลงนั้นๆ ได้ จำ อินโทรดักชั่น หรือทำนองนำก่อนเริ่มจะขับร้องได้อย่างแม่นยำ

ถ้าผิดไปจากแนวเดิมที่ เคยรัก เคยจำได้  ก็มักจะ หงุดหงิด หรือคิดไปว่าร้องไม่ดี คือไม่ถูกใจ

ดังนั้นในกลุ่มประเภทที่ ๓ นี้ การฟังเพลงจึงมักมีได้ทั้ง อิฏฐารมณ์ คือชื่นใจ หรือไม่ก็เกิด อนิฏฐารมณ์ คือ ฟังแล้วไม่มีสุข และกลับเป็นทุกข์เพิ่มขึ้น เสียดาย เสียใจ หรืออาจหงุดหงิด ด้วยไม่สบอารมณ์

คุณไพบูลย์ สำราญภูติ เป็นแฟนเพลงสุนทราภรณ์ ที่ต้องมนต์และเข้าใจลึกซึ้ง ถึงความหมายในเนื้อเพลง จนสามารถนำมาเขียนบรรยายได้ ดังที่ปรากฏใน หนังสือ เอื้อ สุนทรสนาน ดุริยกวีสี่แผ่นดิน เล่มนี้ ท่านมีความรักต่อ เพลงสุนทราภรณ์ ด้วยความบริสุทธิ์และจริงใจ สิ่งที่เขียนหรือบรรยายไว้ จึงเป็นอีกแนวหนึ่ง ที่ต่างจากงานของคนวิจารณ์ เพลงสุนทราภรณ์ บางราย คือจะชี้นำไปในทางบวก และเลือกเพลงที่ท่านรัก เป็นสำคัญ
เชื่อได้ว่า คุณไพบูลย์ สำราญภูติ เป็นคนนิยมฟังเพลง เพื่อความสุข และเพื่อความชื่นชมยินดี ต่อคนรักเพลงสุนทราภรณ์ ทั้งหลาย ที่จะได้อ่านและชื่นชมหนังสือเล่มนี้ พร้อมกับการฟังเพลงดังกล่าว พร้อมกันไปด้วย

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ
นายแพทย์พูนพิศ  อมาตยกุล
.

คำนิยม
ศ.ดร.น.พ.วิทยา  นาควัชระ

การจะเขียน ประวัติบุคคล ให้น่าอ่าน ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก

แต่ อาจารย์ไพบูลย์  สำราญภูติ มีลีลาการเขียนที่น่าสนใจ โดยนำเอาประวัติ “ครูเอื้อ สุนทรสนาน” มาเรียงร้อยให้เหมือนเล่าเรื่องสนุกๆ ใส่ทำนองเพลงเข้าไปในเรื่องราว แถมยังเอาเนื้อเพลงที่เพราะๆ อีกหลายเพลงเข้าไปปรุงแต่ง เนื้อหาในหนังสือจึงน่าอ่าน มีรสชาติของความสุขและสนุกคลุกเคล้า ชนิดชวนติดตาม เกิดอารมณ์ที่เพลิดเพลินละเมียดละไม อ่านไป....ฮัมเพลงไป ( เพราะมีเนื้อร้องให้อ่านด้วย ) ได้รู้เกร็ดประวัติของ ครูเอื้อ ของเพลงหลายๆ เพลง รวมทั้งเรื่องราว ที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้ทำนอง คำร้อง และนักดนตรีอีกหลายๆท่าน ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับ ครูเอื้อ
หนังสือ เอื้อ สุนทรสนาน ดุริยกวีสี่แผ่นดิน จึงเหมาะสำหรับ คนที่รัก ครูเอื้อ รัก สุนทราภรณ์....และทุกคนที่รัก...และมีดนตรีในหัวใจ
.

ศ.ดร.น.พ. วิทยา  นาควัชระ
จิตแพทย์ สถาบันพัฒนาตนเองและนักบริหาร
พฤษภาคม ๒๕๔๖

คำนิยม
ศาสตราภิชาน นายแพทย์พิชิต สุวรรณประกร

หนังสือ เอื้อ สุนทรสนาน ดุริยกวีสี่แผ่นดิน เล่มนี้ เป็นหนังสือที่ให้ความรู้ เกี่ยวกับประวัติของครูเพลง ความเป็นมาของบทเพลงอมตะ ของวงดนตรีสุนทราภรณ์ ที่ก่อตั้งโดย ครูเอื้อ สุนทรสนาน มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๘๒ จนถึงปัจจุบัน ได้ละเอียดละออกมาก ครอบคลุมในเรื่องราวต่างๆ ที่น่ารู้เกือบทุกด้าน

จัดว่าเป็นหนังสือในแนวนี้ที่มีความสมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ครูเอื้อ สุนทรสนาน ผู้ก่อตั้งและเป็นหัวหน้า วงดนตรีสุนทราภรณ์ เป็นดุริยกวีที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของไทย มีผลงานเพลงอมตะมากมาย อยู่ในความนิยมของพี่น้องชาวไทยร่วมชาติตลอดมากกว่า 64 ปี แล้ว

ครูเอื้อ สุนทรสนาน และครูเพลงผู้ประพันธ์ทำนอง คำร้อง
นักดนตรี นักร้องทุกคน ของ วงดนตรีสุนทราภรณ์ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน จึงเป็นผู้ที่มีคุณูปการอย่างยิ่ง ต่อการดนตรีสากลของไทย ที่สร้างสรรค์ผลงานเพลงอมตะ เป็นมรดกของชาติสืบทอดต่อกันเรื่อยมา ตราบเท่าทุกวันนี้ ที่สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเป็นอย่างยิ่ง

ศรี อยุธยา หรือ อาจารย์ไพบูลย์ สำราญภูติ ผู้เรียบเรียง หนังสือ เอื้อ สุนทรสนาน ดุริยกวีสี่แผ่นดิน เล่มนี้ ได้ใช้เวลาในการค้นคว้าศึกษาข้อมูลต่างๆ มากเป็นพิเศษ เพราะข้อมูลส่วนมาก กระจัดกระจายกันอยู่หลายแห่ง แต่ก็สามารถนำมารวบรวมและเรียบเรียง เขียนให้อ่านกันได้น่าติดตามตลอดทั้งเล่ม ทำให้ได้ความรู้ เกร็ดประวัติต่างๆ เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย และคงจะช่วยให้ฟัง เพลงสุนทราภรณ์ ในคราวต่อๆ ไปได้อรรถรส และมีความเพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น

ขอชื่นชมและยินดีต่อผลงาน หนังสือเอื้อ สุนทรสนาน ดุริยสี่แผ่นดิน ของ ศรี อยุธยา เล่มนี้ ที่ใช้ความอุตสาหะในการค้นคว้าเรียบเรียงมาให้อ่านกัน และเชื่อว่าคงมีโอกาสได้ผลิตผลงานในแนวนี้ ออกมาอีกในอนาคต

ศาสตราภิชาน นายแพทย์พิชิต สุวรรณประกร
กลุ่ม บริษัทไบโอไฟล์

.







รูปถ่ายครูเอื้อ สุนทรสนาน หลังลายเซ็นปี98


.


ที่มา : 115.  เอื้อ สุนทรสนาน ดุริยะกวีสี่แผ่นดิน
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02atapj9YV6A8X7hEtzErF1Ax1FsrJdJfVbr2pAKa5FjNgFpPyN5xWRF4oq7u6P5tCl&id=100064073282083

.




50
105. เอื้อ สุนทรสนาน ผู้นำวงดนตรีสุนทราภรณ์  ออกสู่สาธารณชน โดย คีตา พญาไท


คีตา พญาไท
21 มีนาคม 2018
 ·

105.  เอื้อ สุนทรสนาน
ผู้นำวงดนตรีสุนทราภรณ์  ออกสู่สาธารณชน

บทบาทที่สำคัญยิ่งของ ครูสุรัฐ  พุกกะเวส ที่มีต่อ วงดนตรีสุนทราภรณ์ ก็คือ การผลักดันให้ ครูเอื้อ  สุนทรสนาน นำวงดนตรีไปเล่นที่ โรงหนังโอเดียน สลับกับ วงดนตรีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่มี ครูนารถ ถาวรบุตร เป็นหัวหน้าวงเล่นประจำอยู่ โดยใช้ชื่อว่า วงดนตรีสุนทราภรณ์ ซึ่ง ประสิทธิ์ ศิลปะบรรเลง เพื่อนสนิทของ ครูเอื้อ  สุนทรสนาน เป็นผู้ตั้งให้

ซึ่งนำมาจากคำว่า สุนทร ที่มาจากนามสกุล สุนทรสนาน ของ ครูเอื้อ  สุนทรสนาน และคำว่า อาภรณ์ ที่เป็นชื่อของ อาภรณ์  กรรณสูต สาวสวยที่ ครูเอื้อ รักใคร่ชอบพออยู่ในช่วงนั้นและ ครูเอื้อ  สุนทรสนาน ก็ใช้เป็นชื่อในการขับร้องบันทึกเสียงมาก่อนเมื่อครั้งเป็นหัวหน้า วงดนตรีบริษัทไทยฟิล์ม

ครูสุรัฐ พุกกะเวส เล่าถึงเหตุการณ์ตอนนั้นไว้ว่า

“...ข้าพเจ้านี่แหละ ที่นำ วงดนตรีสุนทราภรณ์ ( ชื่อปฐมฤกษ์ ) ขึ้นแสดงบนเวที โอเดียน การที่จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อเป็นวง สุนทราภรณ์ ในการบรรเลงหากินส่วนตัวบนเวที

ก็เนื่องจาก วงดนตรีกรมโฆษณาการ นั้นเป็นวงราชการ จะนำไปใช้หากินส่วนตัวไม่ได้ และกอปรกับตอนนั้นกรุงเทพฯ ขาดหนังฉายตามโรง จึงเป็นหน้าที่ของข้าพเจ้าในฐานะเลขานุการเหมือนกัน ที่ต้องจัดการแสดงให้ความบันเทิงแก่ประชาชนต่อไป มิต้องให้มีการปิดโรง เป็นการบำรุงขวัญตามนโยบายของรัฐบาล...”

“...การเริ่มต้นเสี่ยงนำ วงสุนทราภรณ์ ขึ้นแสดงบนเวที โอเดียน เป็นครั้งแรก ทั้งๆ ที่ถูกคัดค้านจากผู้ใหญ่ฝ่ายทรัพย์สินฯ หลายท่านที่ไม่เห็นด้วยเพราะขณะนั้นก็มี วงดนตรีทรัพย์สิน โดย ครูนารถ  ถาวรบุตร เป็นวงประจำ ซึ่งควรค่าแก่การสนับสนุนอยู่แล้ว แต่เหตุไฉนข้าพเจ้าจึงกล้าตัดสินใจเอา วงสุนทราภรณ์ ขึ้นเวทีซ้อนเข้าไปอีกวงหนึ่ง

ข้าพเจ้าชี้แจงเหตุผลว่า เพราะนโยบายทางการค้า ถ้ามีการแสดงเพียงวงเดียวตลอดเวลา คนดูจะเบื่อหมด อยากทดลองวงใหม่ๆ ดูบ้าง ดูๆ ไปก็เป็นเสมือนว่ายุคนั้น ยังไม่มีใครเชื่อฝีมือ วงสุนทราภรณ์ มากนัก...”

ความสนิทสนมกับ ครูเอื้อ สุนทรสนาน และ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ นั้น

มีมากกว่าใครๆ เพราะ ครูสุรัฐ พุกกะเวส เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดหาที่พัก อาหารมาบริการสองครูเพลงผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคเป็นอย่างดีเยี่ยม ดังที่ ครูสุรัฐ เขียนเล่าไว้ตอนหนึ่งว่า

“...สงครามทวีความรุนแรงขึ้น คุณเอื้อ ตอนนั้นยังไม่ได้แต่งงาน แต่ญาติพี่น้องอพยพไปอยู่บางบัวทอง จึงต้องมานอนแต่งเพลงด้วยกันสามคน คือ ครูเอื้อ ครูแก้ว และข้าพเจ้า เลยเปิดห้องพักห้องหนึ่งใน โรงแรมรัตนโกสินทร์ เป็นที่พักชั่วคราว เพราะตอนเช้าต้องซ้อมนักดนตรีกันแล้ว ถ้าไปอยู่บางบัวทองจะมาไม่ทัน เนื่องจากการคมนาคมระหว่างสงคราม ไม่สะดวกเหมือนเดี๋ยวนี้...”

ในหนังสือ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ครูเอื้อ  สุนทรสนาน เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๕ นั้น

ครูสุรัฐ  พุกกะเวส เขียนเล่าเอาไว้ว่า

“...ครอบครัวหัวหน้า เอื้อ สุนทรสนาน อพยพไปอยู่บางบัวทอง แต่การแสดงต้องดำเนินเรื่อยไป เพื่อความสะดวกจึงต้องมานอนค้างกับข้าพเจ้าที่ โรงแรมรัตนโกสินทร์ พร้อมกับ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล

เพลงดังรุ่นแรกๆ จึงเกิดขึ้นจากที่แห่งนี้มากมายหลายเพลง ยุคนั้นมีนักแต่งเพลงขึ้นชื่อสำหรับ วงสุนทราภรณ์ อยู่ ๔ คน ที่ร่วมกอดคอกันมาตลอดระยะเวลาสงครามมือ เอื้อ – แก้ว – เวส – สุรัฐ...”

ซึ่งเรื่องนี้ ครูแก้ว  อัจฉริยะกุล ก็ได้เขียนเล่าเอาไว้เช่นกันว่า

“...หลังจากได้กินอยู่หลับนอนมาด้วยกัน ที่ โรงแรมรัตนโกสินทร์ ตั้งพลายเพลา โดยถูก พล.ต.อ. เผ่า   ศรียานนท์ ( อดีตอธิบดีกรมตำรวจ บัดนี้ถึงแก่กรรมไปนานแล้ว ) คุมตัวเขากับผมให้ไปสิงอยู่ที่ โรงแรมรัตนโกสินทร์โดยสั่งให้ คุณสงัด  วสุธาร หัวหน้ากอง โรงแรมทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้วเช่นกัน ) ดูแลเขาและผม ไม่ให้ออกนอกโรงแรมไปไหน จนกว่าจะแต่งเพลงให้เสร็จ

โดยมีคำสั่งจาก คุณเผ่า ว่าจะกินอยู่หลับนอนอย่างไร จะกินอะไร จะดื่มอะไรให้บอกเขา หรือจะเอาอะไรก็ได้ทั้งนั้น ฟรีทุกอย่าง จะอยู่กี่วันกี่คืนก็ฟรีทุกอย่าง ขออย่างเดียว ต้องแต่งเพลงให้เสร็จเรียบร้อย

...เขากับผมสองคน สิงสูอยู่ที่ โรงแรมรัตนโกสินทร์ หลายคืนอยู่และเราสองคนก็กินเสียอย่างเต็มคราบ อาหารฝรั่งอย่างดี เหล้าที่ซื้อตามท้องตลาดไม่ได้ ตราขาวเอย ตราดำเอย เรามีกินอย่างไม่อั้น ทุกเวลาและทุกเมื่อ...”

เมื่อสงครามโลกสงบลง ครูสุรัฐ  พุกกะเวส ก็ลาออกจาก สำนักงานทรัพย์สินฯ ไปทำ นิตยสารดาราไทย และ บริษัทสุรัสน์การพิมพ์ ซึ่งก็คือ บริษัทสยามออฟเซ็ท จำกัด ในเวลาต่อมา

นิตยสารดาราไทย สมัยนั้นโด่งดังมาก เพราะมีนิตยสารเกี่ยวกับดาราและการบันเทิงเพียงสองฉบับคือ ดาราไทย และ ผดุงศิลป์ และหนังสือพิมพ์รายวันสมัยก่อน ยังไม่มีหน้าบันเทิงมากมายเหมือนเช่นตอนนี้

เมื่อก่อตั้ง สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง ซึ่งกำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ ครูสุรัฐ  พุกกะเวส ก็ใช้ สำนักงานนิตยสารดาราไทยเป็นที่ทำการของสมาคมอีกด้วย
นอกจากนั้น ครูสุรัฐ พุกกะเวส ยังทำงานให้ บริษัท ภาพยนตร์เมโทรโกลด์วินเมเยอร์ และ บริษัทยูนิเวอร์แซล ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายอีกด้วย ทำให้สามารถล่วงรู้ข่าวสารข้อมูลของดาราต่างประเทศได้ดีและมากกว่าใครๆ

แต่ยังคงแต่งเพลงเป็นงานอดิเรก และร่วมกับ สุวัฒน์ วรดิลก ตั้งวงดนตรี คณะ สุรัฐ  พุกกะเวส ขึ้น เพื่อออกแสดงบนละครเวทีด้วย โดยบรรเลงประกอบการแสดงในละครเวที เรื่อง สลัดดำ ซึ่งได้รับความสำเร็จเป็นที่กล่าวขวัญกันมาก

ครูเวส  สุนทรจามร เลยชวนให้ไปช่วยแต่งเพลงประกอบละคร เรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ ของ คณะปรีดาลัย เลยมีโอกาสได้รู้จักคุ้นเคยกับ สง่า อารัมภีร สมาน  กาญจนะผลิน และ ไสล ไกรเลิศ และได้แต่งเพลงร่วมกันในเวลาต่อมา

.











.


ที่มา : 105.  เอื้อ สุนทรสนาน
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0de98UU7NsH3YFx7yw3fuRfpoe66Tatm2uTYMr6bgtk62j7cgQnvmsvgphFtmSmESl&id=100064073282083

.




Pages: 1 ... 3 4 [5] 6 7 ... 10
SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.267 seconds with 18 queries.