Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
หมวดหมู่ทั่วไป => ศาลาพักใจ => รายการโทรทัศน์ที่น่าดูมาก => Topic started by: ppsan on 23 October 2026, 21:05:36
-
เรื่องย่อ รักไม่มีวันตาย (thairath.co.th)
รักไม่มีวันตาย
.
(https://static.thairath.co.th/media/ZmMhrq2pZGUCrA2ZaKnGrIOjhu4RyaRyGXCWuhvIxMjt3UG8Slitg8rkIjeti2x.jpg)
.
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep1/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 1
ในงานประมูลโบราณวัตถุล้ำค่า ผู้หลงใหลลวดลายศิลป์กลิ่นอายอดีต ทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสำคัญยิ่ง นาทีทองของงานมาถึง เมื่อพิธีกรประกาศให้ประมูล "หัวเข็มขัดสมัยราชวงศ์หมิง" สร้างสรรค์จากหยกขาวฉลุลวดลายห่านป่าอย่างวิจิตร
ด้วยคุณลักษณะทางด้านศิลป์และอายุเก่าแก่ ทำให้ราคาเริ่มต้นที่ 20 ล้านบาท เมื่อบวกแรงอยากได้ของคน ราคาจึงถีบเป็น 100 ล้าน ขึ้นไป 110 ล้าน
จนถึง 120 ล้านบาท นาทีนี้ตาทุกดวงในงานแทบไม่กะพริบ เพราะใจร่วมลุ้นว่าใครจะได้เป็นผู้ครอบครอง หนึ่งในนั้นคือปลายฉัตรนักปัดฝุ่นโบราณวัตถุสาว เคียงคู่มากับลุงฉิ่ง นักเลงพระจอมโว
"120 ล้าน ใครจะสู้" ลุงฉิ่งพึมพำ
เสียงลุงฉิ่งแทบไม่ขาดหาย พิธีกรประกาศว่าคนประมูลหมายเลข 9 ให้มาแล้ว ราคาขึ้นไปที่ 130 ล้านบาท จากนั้นมีคนให้ราคาสูงขึ้นเป็น 140 ล้าน แต่แล้วคนประมูลหมายเลข 9 ก็เพิ่มให้เป็น 150 ล้าน ขณะที่คนทั้งงานตื่นตาระทึกใจ คิดว่าตัวเลขคงจบแค่นั้น แต่คาดผิดถนัด พิธีกรประกาศว่ามีคนสู้ ทำให้ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นไปอีก จนกระทั่งจบการประมูลลง
"170 ล้านบาทโดยผู้ประมูลหมายเลข 9 ครั้งที่ 3"
สิ้นเสียงพิธีกร ปลายฉัตรมองหาผู้ประมูลหมายเลข 9 ด้วยความใคร่รู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ก็ยังไม่เห็นหน้า
"ปิดการประมูลขายให้แก่หมายเลข 9 ในราคา 170 ล้านบาท" พิธีกรเคาะปิดการประมูล
สิ้นเสียงเคาะปิดประมูล สุภาพบุรุษนายหนึ่งลุกขึ้นยืน ท่วงท่าสง่างามของเขาเตะตา ผิวขาวเด่น ปากแดงระเรื่อ แววตาเย็นชา นิ่งสงบ ร่างกายกำยำสมส่วนซุกซ่อนอยู่ในอาภรณ์ ราคาแพง ทุกสายตาในห้องประมูลมองมาที่เขาเป็นจุดเดียวกัน นักปัดฝุ่นโบราณวัตถุสาวถึงกับชะงักงัน หารู้ไม่ว่าเขาผู้นั้นชื่อไตรภูมิ
"หล่อฉิบหาย...ใครวะ" ลุงฉิ่งอุทาน
ปลายฉัตรตาลอยบอกลุงฉิ่งว่าเบอร์ 9 เธอเห็นไตรภูมิส่งป้ายให้กับอินทร์ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ข้างๆก่อนเดินออกไปจากห้องประมูล โดยมีสายตาของคนในห้องมองตามไป เมื่อถึงหน้าประตู กัณฑ์และกรสองบอดี้การ์ดเดินเข้ามาประกบ พากันก้าวออกไป ปลายฉัตรมองตาม แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าควรจะทำอย่างไร
"ลุง...เดี๋ยวฉันมา" กล่าวจบก็วิ่งพรวดออกไป
เธอวิ่งกระหืดกระหอบจากห้องประมูล เห็นไตรภูมิยืนอยู่ที่หน้าลิฟต์ก็ดีใจ รีบวิ่งเข้าหาแต่ก็ช้าเกินไป เพราะลิฟต์ มาถึงพอดี ไตรภูมิกับสองบอดี้การ์ดเข้าไป ลิฟต์ปิดเสียแล้ว
"เดี๋ยวค่ะ...รอด้วย...คุ...คุณเบอร์เก้า...รอด้วย"
เสียงปลายฉัตรไร้ความหมาย เมื่อพึ่งลิฟต์ไม่ได้ เธอจึงวิ่งลงบันไดหนีไฟ
ประตูลิฟต์ค่อยๆเปิดออกที่ชั้นจอดรถ กัณฑ์เดินนำไตรภูมิไปยังรถสปอร์ตคันหรู มีกรเดินระวังหลัง เมื่อกัณฑ์เปิดประตูรถ ชายหนุ่มหันมาสั่งให้กลับไปคุ้มกันของก่อนขึ้นรถ จังหวะนั้นเอง ปลายฉัตรลงมาถึงพอดี เธอเห็นกัณฑ์กับกรเดินกลับเข้าไปในลิฟต์ ไตรภูมิสตาร์ตรถดังกระหึ่ม หลังคารถค่อยๆเปิดออก ปลายฉัตรรีบวิ่งไปหาพลางร้องเรียกให้เขาหยุด แต่ไตรภูมิไม่ได้สนใจ รถค่อยๆเคลื่อนจากไป
"คุณ...คุณเบอร์เก้า...หยุดฟังฉันก่อนค่ะ...คุณเบอร์เก้า..."
ปลายฉัตรวิ่งตามสุดชีวิต แต่รถไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เธออาศัยจังหวะรถเลี้ยวตามลูกศร วิ่งลัดไปแอบรอไว้ เมื่อรถไตรภูมิใกล้เข้ามา ก็พรวดพราดออกไปอย่างกระชั้นชิด ไตรภูมิหน้านิ่ง ตาสาดวาวเล็กน้อยก่อนจะหักรถหลบ แล้วเบรกดังเอี๊ยด
"ขอโทษที่รบกวนนะคะ...ฉันชื่อปลายฉัตร...ฉันรับติดตั้งและดูแลวัตถุโบราณ...ถ้าคุณสนใจ"
"ฉันไม่สนใจ ทั้งชื่อ แล้วก็งานของเธอ..." ไตรภูมิเสียงเข้ม แววตาเย็นชา
"ถ้าวันนี้คุณไม่สนใจไม่เป็นไร ฉันจะให้นามบัตรไว้ เผื่อคราวหน้าถ้าคุณสนใจ ติดต่อฉันได้ตลอดเวลานะคะ" ปลายฉัตรก้มหน้าจะหยิบนามบัตรในกระเป๋า ขณะนั้นไตรภูมิฉวยโอกาสออกรถหนีไป ทำให้สาวเจ้าหน้าเหวอ แม้จะวิ่งตามก็ไม่ทัน
"เฮ้ย...อะไรมันจะหยิ่งกันขนาดนี้วะเนี่ย...เป็นเทพมาจากไหนมิทราบ คิดว่าตัวเองรวยแล้ววิเศษนักหรือไง...ไม่ง้อก็ได้...ฮึ่ยย" ปลายฉัตรตะโกนไล่หลัง พลางยกมือเสยผมด้วยความเหนื่อยและเซ็ง
เมื่อปลายฉัตรกลับมาที่ห้องประมูล ลุงฉิ่งก็รีบพาไปพบชาญผู้จัดการบริษัทประมูล เพราะเขาช่วยหาลูกค้าให้
"วันนี้มีลูกค้าประมูลของไปได้ 3 คน ชิ้นแรกคนที่ประมูลได้เป็นชาวจีน เขาไม่ต้องการคนดูแล อีกคนคือคุณปริญญา เขาเคยเป็นลูกค้าของพ่อปลาย อาก็เลยบอกเขาว่า พ่อปลายเสียไป 2-3 ปีก่อน ตอนนี้ปลายทำงานแทนพ่อ เขาก็โอเค ให้ปลายไปติดตั้งของให้เขา" ชาญอธิบาย
"ขอบคุณมากค่ะอาชาญ ขอบคุณมากเลยนะคะ" ปลายฉัตรยิ้มได้รีบยกมือไหว้ชาญ
"ไม่เป็นไร...พ่อเราก็เคยช่วยอาไว้เยอะ ถ้าไม่ได้พ่อปลาย อาก็คงไม่มีวันนี้ ปลายก็ทำงานให้ดีๆ อย่าทำให้อาเสียชื่อ" ชาญเน้น ปลายฉัตรรีบรับประกันว่าจะไม่ทำให้ชาญ และพ่อต้องเสียชื่อ แล้วเธอก็นึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามชาญ
"เอ่อ...อาคะ...คนสุดท้ายที่ประมูลของไปได้ คนที่ใช้ เบอร์ 9 น่ะค่ะ...เขาเป็นคนของใครเหรอคะ ปลายไม่เคยเห็นหน้าเลย"
"อ๋อ...คุณไตรภูมิ เป็นนักค้าวัตถุโบราณ เดินทางประมูลของไปทั่วโลก เขาจะสนใจสมบัติราชวงศ์หมิงมากเป็นพิเศษ ที่มาวันนี้ก็เพราะหัวเข็มขัดราชวงศ์หมิง อาก็ไม่ค่อยรู้จักเขาเท่าไหร่ เขาเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยยุ่งกับใคร นอกจากคนที่คอยคุ้มกันเขาแล้วก็ไม่มีใครเข้าใกล้ได้สักคน เขาเป็นใคร มาจากไหน จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้..."
ได้รับคำตอบจากชาญ ยิ่งเพิ่มความอยากรู้ให้ปลายฉัตร
ooooooo
ในห้องสะสมวัตถุโบราณของไตรภูมิ อินทร์ ใส่ถุงมือสีขาวสะอาด ค่อยๆหยิบหยกขาวลายห่านป่า ที่ประมูลมาได้นำมาวางไว้บนแท่น ภายในห้องนั้น จัดแสดงข้าวของไว้อย่างหรูหราและเรียบง่าย มีวัตถุโบราณสมัยราชวงศ์หมิงวางไว้มากมาย ทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ บริเวณกลางห้องมีแท่นสำหรับวางของเหลืออยู่อีก 13 ชิ้น อินทร์วางหยกขาวไว้บนแท่นที่บุด้วยผ้ากำมะหยี่ และครอบด้วยกระจกพร้อมกับล็อกไว้กับแท่นอย่างแน่นหนา
ไตรภูมิเดินเข้ามาเงียบกริบ อินทร์พูดขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันไป
"เหลืออีก 13 ชิ้นจะได้ครบ 117 ชิ้นตามที่นายท่านต้องการ"
"จะมีการประมูลครั้งต่อไปเมื่อไหร่" ไตรภูมิเดินมาหยุดข้างๆอินทร์
"เร็วๆนี้...ที่ประเทศไทย จะมีการประมูลอีก 5 ชิ้น"
"ดี...ถ้าได้ของครบเมื่อไหร่...งานของเราจะได้จบสักที" ไตรภูมิพูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง หนักแน่น แต่แฝงไว้ด้วยความหวังที่เหนื่อยล้าเต็มทน
ooooooo
ระหว่างรองานประมูลครั้งต่อไป ปลายฉัตรเข้ารับงานมาปัดฝุ่นข้าวของให้ปริญญา งานนี้เธอเรียนรู้มาจากพ่อตั้งแต่ยังเด็ก เธอนำเทวรูปสัมฤทธิ์ที่ปริญญาประมูลได้ออกมาทำความสะอาด แล้วหามุมเหมาะๆ ในห้องเพื่อจัดวาง จากนั้นก็ไปติดต่อร้านไม้สั่งให้ทำแท่นวาง เพียงไม่กี่วันทุกอย่างก็เรียบร้อย
"งานเรียบร้อยดีมาก...ไม่เสียแรงที่เป็นลูกสาวคุณเปรม อายุยังน้อยแต่ฝีมือไม่เลว นี่ค่าเหนื่อย...ถ้าลุงมีงานอื่นจะเรียกใช้อีกนะ" ปริญญาส่งซองเงินให้
ปลายฉัตรรับมาพร้อมกล่าวคำขอบคุณ เธอมองดูซองเงินด้วยความดีใจและภูมิใจ แล้วนำเงินมาให้แม่เฉิด ที่ร้านอัดกรอบพระในตลาด เธอเห็นแม่กำลังงกๆเงิ่นๆเก็บกรอบพลาสติกที่ทำหลุดมือ เพราะตามองไม่เห็นก็วิ่งเข้ามาช่วย
"แม่...เดี๋ยวปลายเก็บเอง" ปลายฉัตรกุลีกุจอรีบเข้ามาเก็บของด้วยความเป็นห่วง "ปลายบอกแล้วไงว่า ไม่ต้องมาทำงานให้อยู่บ้าน เดี๋ยวงานพวกนี้ให้ลุงฉิ่งกับปลายทำเอง"
"แค่อัดกรอบพระ แม่ทำมาตั้งแต่ 4 ขวบ แม่ทำได้..."
"แต่ตอน 4 ขวบ ตาแม่ยังไม่บอดนะ" ปลายฉัตรเผลอหลุดปากออกไป แล้วนึกขึ้นได้ "แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะ ปลายจะหาเงินมาผ่าตัดให้แม่หายเป็นปกติโดยเร็วที่สุด แล้วคราวนี้ แม่จะทำงานหนักแค่ไหน แม่ก็ทำให้หายอยากไปเลย แต่ตอนนี้ อย่าทำเลยนะจ๊ะ...ปลายไม่มีพ่อแล้ว ปลายก็อยากมีแม่อยู่กับปลายไปนานๆนะ...อ้อ...นี่จ้ะ...เงินก้อนแรกที่ปลายได้จากการทำงานแทนพ่อ แม่เก็บไว้นะ" ปลายฉัตรยัดซองเงินให้เฉิด
เฉิดรับมาด้วยความกังวลนิดๆก่อนถามลูกเรื่องเรียนต่อ
"โอ้ย...ตอนนี้ปลายทำงานได้ โดยไม่ต้องเรียนให้จบ ปลายก็...ไม่อยากเรียนแล้วล่ะจ้ะ เออแม่...แล้วลุงฉิ่งหายไปไหนเนี่ย" ปลายฉัตรรีบเปลี่ยนเรื่อง แต่พอได้ยินแม่บอกว่าลุงฉิ่งออกไปงานประมูลของบริษัทอาชาญก็นึกขึ้นได้ "เออใช่ ปลายลืมไปเลย...แม่ ปลายต้องรีบไปก่อนนะ...ก่อนจะโดนลุงฉิ่งด่า" ปลายฉัตรหันมาเก็บพวกอุปกรณ์อัดกรอบพระใส่ลิ้นชัก แล้วล็อกกุญแจไว้เพื่อความปลอดภัย
"ตอนเย็นเจอกันจ้ะ" ปลายฉัตรหอมแก้มแม่แล้ววิ่งออกไป แม่เฉิดยิ้มออกมาได้ ทั้งที่ใจยังแอบกังวลอยู่
ooooooo
วันที่ไตรภพรอคอยมาถึงแล้ว วันนี้เปิดประมูลของสำคัญถึง 5 ชิ้น ทั้งหมดขุดค้นพบในถ้ำมังกรอมตะ ในสมัยราชวงศ์หมิง ผู้สนใจของเก่าทั้งไทยและต่างชาติมีมากหน้าหลายตาอีกเช่นเคย เสียงวีทีอาร์เรียกความสนใจพวกเขาอย่างท้าทาย
"ในตำนาน กล่าวไว้ว่าที่ถ้ำมังกรอมตะมีวัตถุโบราณล้ำค่าจำนวน 117 ชิ้น หลังจากมีผู้ขุดค้นพบเมื่อ 400 กว่าปีก่อน สมบัติเหล่านั้นถูกขายไปตามที่ต่างๆทั่วโลก และนี่คือ 5 ชิ้นล้ำค่าที่ไม่เคยทำการประมูลที่ใดมาก่อน และการประมูลจะเริ่มต้นภายใน 15 นาที"
สิ้นเสียงวีทีอาร์ ลุงฉิ่งที่กำลังรอปลายฉัตรอยู่ในงาน ก็หยิบขนมปังชิ้นโตยัดเข้าปากเคี้ยว
"นุ่ม...จริงๆ...เล็งไว้ไม่มีผิด"
เสียงโทรศัพท์มือถือลุงฉิ่งดังขึ้น เขากดรับ เมื่อทราบว่าปลายฉัตรโทร.มาก็เอ็ดตะโร กลัวหลานจะมาไม่ทันนาทีทอง ปลายฉัตรยังอยู่บนรถตุ๊กตุ๊ก เธอสั่งให้คนขับซิ่งขึ้นไปวิ่งบนฟุตปาท เพราะรถติดหนัก ทำให้เกือบไปชนกับรถสปอร์ตคันหรูที่พุ่งเข้ามาในซอย
รถตุ๊กตุ๊กหักหลบรถสปอร์ตไปชนถังขยะข้างถนน ขยะกระจายขึ้นมาบนรถตุ๊กตุ๊ก เธอร้องลั่นเมื่อเห็นว่าคนขับรถสปอร์ตคือ "นายเบอร์ 9" ขณะที่ไตรภูมิซ่อนแววตาไว้ในแว่นดำ เขาไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกผิดแม้แต่น้อย ใบหน้านิ่งสงบแฝงไว้ ด้วยความเย่อหยิ่ง ปลายฉัตรปรี๊ดกับขยะที่กระจายกลิ่น เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นนายเบอร์ 9 ออกรถไปแล้ว
ไตรภูมิจอดที่หน้าโรงแรม กรมายืนรอรับแล้วเปิดประตูให้ ก้าวย่างของเขามีสาวๆแอบมองอย่างต้องตาตรึงใจ
กรรายงานว่าอีกสิบนาทีการประมูลจะเริ่มต้นแล้ว เขาพยักหน้ารับ แล้วเดินเข้าโรงแรมไป โดยไม่เห็นรถตุ๊กตุ๊กของปลายฉัตรตามเข้ามา
เธอรีบควักเงินจ่ายค่ารถ แล้วแถมทิปอีกห้าสิบบาท ก่อนวิ่งหายเข้าไปในโรงแรม ระหว่างทางมีคนเดินสวนมามองตามนิดๆ ด้วยความเหม็นเศษขยะที่ติดตัวมา เธอต้องรีบก้มหน้าด้วยความอาย ในสถานการณ์เลวร้ายนั้น เธอไม่ฝันว่าจะได้พบกับนายเบอร์ 9 ของเธอในลิฟต์
"นี่คุณอีกแล้วเหรอ ทำไมถึงได้ซวยแบบนี้...นี่...คุณมหาเศรษฐี ช่วยกดลิฟต์ให้หน่อยไม่ได้หรือไงหะ" ปลายฉัตรตวาดใส่ ไตรภูมิเอื้อมมือไปกดลิฟต์เปิดให้ หน้ายังนิ่ง ไม่มีความรู้สึกใดๆ ปลายฉัตรเห็นสีหน้าและแววตาอันแสนเย่อหยิ่งของไตรภูมิแล้วก็ทนไม่ได้ จึงแกล้งสะบัดผมที่มีน้ำจากขยะใส่หน้า ไตรภูมิชะงัก...แต่ก็ยังคงความขรึมไว้ได้ ปลายฉัตรปรายตามองนิดๆ แล้วก็พูดกวนๆว่าไม่ได้ตั้งใจ
"ฉันรู้ว่าเธอตั้งใจ เพราะเธอไม่พอใจที่ฉันไม่สนใจจ้างงานเธอ และก็ทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้" ไตรภูมิหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ด
"อ้อ...รู้ตัวเหมือนกันเหรอว่าตัวเองขับรถสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แต่ก็ไม่ยอมมาขอโทษสักคำ"
"ฉันไม่จำเป็นต้องขอโทษคนที่ทำผิด"
"ฉันทำผิดอะไร" ปลายฉัตรเชิดหน้าใส่
"ถ้าไม่ฉลาดพอที่จะรู้ด้วยตัวเอง ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะบอกให้รู้" ไตรภูมิส่ายหน้าเอือมๆ
ปลายฉัตรถึงกับสะอึก แต่ไตรภูมิยังนิ่งสงบ เหมือนคนไม่มีอารมณ์ ทำให้ปลายฉัตรยิ่งจี๊ดๆในหัวใจ
"โอเค...ฉันยอมรับก็ได้ว่าฉันผิด ที่ให้พี่ตุ๊กตุ๊กปีนฟุตปาทขึ้นไปแบบนั้น และฉันก็ขอโทษที่ฉันรีบมาก จนทำผิดกฎจราจร แต่คุณ...ก็ผิดที่ขับรถเร็วเกินไป พุ่งพรวดเข้ามาแบบนั้น ถึงฉันไม่ได้ปีนฟุตปาท ฉันก็ตกใจเหมือนกัน เพราะฉะนั้นคุณเอง ก็ผิด ฉันขอโทษในส่วนของฉันไปแล้ว ถ้าคุณฉลาดพอที่จะรู้ ความผิดของตัวเอง ก็ควรที่จะทำแบบเดียวกัน ขอโทษมาซะดีๆ"
ปลายฉัตรยื่นหน้าเข้ามา ไตรภูมิชะงักกึกเมื่อได้เห็นแววตาไม่ยอมคน แฝงไว้ด้วยความซุกซนและความมีชีวิตชีวาของสาวน้อยตรงหน้า
"ว่าไง...หรือว่า...ไม่ฉลาดพอที่จะรู้ว่าตัวเองผิดตรงไหน" ปลายฉัตรยิ้มกวน
ไตรภูมิเบือนสายตากลับมาที่เดิม...แล้วหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมา ควักเงินห้าพันบาทยัดใส่ลงไปในช่องกระเป๋าสะพายของปลายฉัตร หญิงสาวชะงักนึกไม่ถึงว่าจะมามุกนี้ จังหวะนั้นเองลิฟต์เปิดออก ไตรภูมิได้โอกาสเดินออกไป ปลายฉัตรเลิ่กลั่กเล็กน้อย ก่อนวิ่งตาม
ooooooo
ไตรภูมิเดินตรงเข้าห้องประมูล โดยมีสาวน้อยเดินตามเข้ามา พลางควักเงินออกจากกระเป๋าสะพาย
"เดี๋ยวหยุดก่อน...นี่คุณ...คุณ"
เมื่อไตรภูมิไม่สนใจ ปลายฉัตรจึงต้องวิ่งเข้าไปขวางหน้า ทำให้ชายหนุ่มชะงักกึก วินาทีที่หน้าเกือบชนกัน ไออุ่นของหญิงสาวแผ่ซ่านมาถึงไตรภูมิ จนชายหนุ่มต้องเบี่ยงตัวหนี สาวเจ้าแม้จะเขินอาย แต่ก็สามารถปั้นหน้าเหวี่ยงได้เหมือนเดิม
"ถ้าคุณพูดคำว่าขอโทษไม่เป็น ฉันก็ไม่อยากฟัง และฉันก็ไม่อยากได้เงินของคุณ เอาคืนไป"
ปลายฉัตรพูดพร้อมกับคว้ามือไตรภูมิมา ตั้งใจจะยัดเงินคืนไป แต่ทันทีที่สัมผัสกับฝ่ามือ ความเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งก็แล่นใส่ จนเธอตกใจต้องปล่อยมือทันที ทำให้เงินหล่นลง
ปลายฉัตรเงยหน้ามองไตรภูมิด้วยความแปลกใจ ไตรภูมิ ยืนนิ่งแววตาเย็นชา วูบนั้นปลายฉัตรรู้สึกหนาววูบขึ้นมาใจสั่นขึ้นมาอย่างประหลาด นาทีนั้นเองกัณฑ์เข้ามาขัดจังหวะ เขามองหญิงสาวอย่างไม่วางใจนัก ในสถานการณ์ไม่สู้ดีนั้นเช่นนั้น ไตรภูมิจึงตัดบท
"การประมูลจะเริ่มแล้ว ฉันไม่อยากเสียเวลา"
ไตรภูมิเดินจากไป เมื่อถึงหน้าห้องประมูล กรเดินมาสมทบแล้วเดินนำเข้าไป โดยมีกัณฑ์และกรเดินตามประกบด้านหลัง ทั้งสามเดินสวนกับลุงฉิ่งที่วิ่งออกมารับหลานสาว
"คนอะไรวะ...หล่อฉิบหาย..."
ลุงฉิ่งมองตามไตรภูมิ และเมื่อหันกลับมาก็เจอหลานสาวยืนเหวอๆ เนื้อตัวมอมแมมอยู่ เขาตกใจรีบเข้าไปดู ปลายฉัตรยังสงสัยความเย็นจากมือชายหนุ่ม เธอจึงขอจับมือลุงฉิ่งพิสูจน์ ลุงฉิ่งโวยวายที่หลานสาวจับมือผู้ชาย ปลายฉัตรรีบอธิบาย แต่ ยังพูดไม่ทันจบ ลุงฉิ่งก็ร้องว่าเจอเงินจึงก้มเก็บ
แม้หลานสาวประกาศว่าไม่เอา แต่ลุงไม่ยอมปล่อยโอกาส แล้วยังลากหลานไปล้างเนื้อล้างตัว แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ซื้อใหม่ด้วยเงินของไตรภูมิ ส่วนที่เหลือฉิ่งงุบงิบเก็บไว้เอง
ระหว่างที่ปลายฉัตรอยู่ในห้องน้ำ ไตรภูมิได้ประมูลสินค้าทั้ง 5 ชิ้น ด้วยวงเงินสูงลิบ จนไม่มีใครกล้าสู้ นักข่าวคนหนึ่งเข้ามาถ่ายภาพไตรภูมิ กรและกัณฑ์รีบเดินมาประกบและช่วยกันบังไว้ รูปที่เขาได้จึงเห็นแต่ไตรภูมิบางด้านเท่านั้น
.
----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep2/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 2
ด้วยความหวังจะได้งานใหม่ ปลายฉัตรจึงตามเจ้าหน้าที่ส่งของ ของบริษัทประมูลมาบ้านไตรภูมิ แต่ โชคไม่ดีที่กัณฑ์เห็นเข้าเสียก่อน จึงโดนตะเพิด อินทร์ได้ยินเสียงเอะอะจึงเข้ามาดู ปลายฉัตรเห็นคิดว่าอินทร์จะเป็นตัวช่วยได้ จึงปรี่เข้าไป
"สวัสดีค่ะคุณลุง คือว่า หนูชื่อปลายฉัตรค่ะ รับดูแลและติดตั้งวัตถุโบราณค่ะ"
"เราต้องขอโทษด้วยจริงๆทางเราไม่ต้องการ ลุงต้องขอตัวไปทำงานก่อน"
อินทร์ตัดบทอย่างสุภาพ แล้วเดินไปดูของที่เพิ่งยกลงมาวางเรียงกัน กัณฑ์เดินตามอินทร์ไป ปลายฉัตรจะตามไปอีก แต่กัณฑ์หันมามองด้วยสายตาดุ เธอจึงชะงัก พลางส่งยิ้มแห้งๆแล้วทำท่าจะกลับไปรอที่รถ
ช่วงที่อินทร์กับกัณฑ์ง่วนอยู่กับการตรวจของ ปลายฉัตรฉวยโอกาสวิ่งหลบเข้าในบ้านได้สำเร็จ เธอย่องเข้าในบ้านอย่างระมัดระวัง มองซ้ายมองขวา
"ทำไมมันเงียบอย่างนี้นะ เราจะตามหาอีตาหน้าขาวใจดำเจอไหมเนี่ย อยู่ไหนของเขา" ปลายฉัตรเดินพึมพำด้วยความสงสัย
พลันมีเสียงประตูเปิดออก สาวเจ้าตกใจรีบหลบเข้ามุม กรเดินออกมาจากห้องเก็บสะสมของ พอเดินผ่านบริเวณที่ปลายฉัตรยืนหลบอยู่ก็ชะงักกึก สูดลมหายใจเข้าปอดเหมือนได้กลิ่นอะไรบางอย่าง เขามองหาแหล่งที่มา แล้วเข้าใจว่าน่าจะมาจากเจ้าหน้าที่ส่งของ จึงตัดใจเดินไปที่หน้าบ้าน
"เป็นอะไรของเขา ทำท่าแปลกๆ คนบ้านนี้ประหลาดตั้งแต่เจ้านายยันลูกน้อง"
สาวเจ้ามองหาไตรภูมิต่อ พลันสายตาไปสะดุดเข้ากับประตูห้องที่กรเพิ่งเดินออกมา เธอจึงแอบเข้าไป นาทีนั้นสายตาของเธอต้องเบิกกว้าง เพราะภาพที่เห็นนั้นเกินคาดฝัน
"โอ้ว...สุดยอด" ปลายฉัตรร้อง เมื่อเห็นสมบัติเกือบ 117 ชิ้น ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ความสวยงามและอลังการของวัตถุโบราณทำให้เธอลืมไปชั่วขณะ ว่าแอบเข้ามาในบ้านคนอื่น
"ดาบมังกรราชวงศ์หมิง กระถางเขียนลายมังกรสมัยราชวงศ์หมิง นี่ก็สมัยราชวงศ์หมิง นี่มันมีแต่สมบัติราชวงศ์หมิง ทั้งนั้นนี่...ท่าทางจะชอบมากนะเนี่ย...สวยจริงๆเป็นบุญตาของไอ้ปลายแท้ๆ" ปลายฉัตรยืนอยู่กลางห้อง ทันใดนั้นเสียงไตรภูมิก็ดังขึ้น
"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่"
ปลายฉัตรสะดุ้งเฮือก หันขวับมาด้วยความตกใจ แล้วเสียหลักจะล้ม ตัวเซไปทางแท่นวางหัวเข็มขัดหยกขาวจนเกือบจะชน ไตรภูมิรวบจับผมของปลายฉัตรที่มัดเป็นหางไว้ข้างหลังได้ทัน เธอชะงักกึกเพราะแรงดึงผมของไตรภูมิ ทำให้เธอเจ็บแปลบบนศีรษะ
"โอ้ยย ฉันเจ็บนะคุณ...ปล่อยฉันนะ..." ปลายฉัตรร้องพลางสะบัดตัว หวังจะให้หลุดออกจากมือของไตรภูมิ แต่พอหันขวับมาก็ต้องชะงัก เพราะหน้าแทบจะชนเข้ากับหน้าของไตรภูมิ แล้วเธอก็ต้องตะลึงกับลมหายใจเย็นๆที่รดต้นคอ
"ฉันบอกให้ปล่อย..." เสียงเธออ่อย
ครั้นชายหนุ่มปล่อยผม หญิงสาวก็ทรุดฮวบลงไปนอนอยู่บนพื้นอย่างไม่เป็นท่า เขาอาศัยช่วงนี้เดินหนี แต่หญิงสาวจอมราวีไม่ละความพยายาม
"คุณฟังก่อนสิ...ฉันไม่ได้จะเข้ามาขโมยของนะ แต่ฉันมีเรื่องจะขอร้องคุณ ฉัน...ฉันขอโทษที่เคยทำไม่ดีกับคุณ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ คือมันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ จริงๆฉันไม่ได้เป็นคนแบบนั้น ฉันมีความรับผิดชอบ ฉันทำงานได้ ฉันช่วยพ่อทำมาตั้งแต่เด็ก คุณให้โอกาสฉันสักครั้งนะฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวังแม้แต่นิดเดียว"
ปลายฉัตรตามติด แต่พอเดินมาถึงประตูไตรภูมิก็หยุดกึก ทำให้เธอชนเข้าอย่างจัง เมื่อตั้งตัวได้เงยหน้ามองไตรภูมิ แล้วส่งยิ้มเจื่อนๆ
"ขอโทษ เอ่อ...คุณ...เรื่องงานของฉัน ฉันไม่ได้พูดเล่นนะคุณ ฉันทำได้จริงๆ คุณลองให้โอกาสฉันสักครั้ง...แค่ครั้งเดียว นี่ถ้าคุณไม่เชื่อ คุณ คุณโทร.ถามใครก็ได้ คนในวงการเขารู้จักพ่อฉันทั้งนั้น"
"ฉันไม่สนใจว่าพ่อเธอเป็นใคร เธอแอบเข้ามาในบ้านฉันอย่างไม่มีมารยาท ฉันไม่จับเธอส่งตำรวจก็บุญแล้ว รีบออกไปก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ" ไตรภูมิเปิดประตูไล่ ปลายฉัตรชะงักกึกแล้วปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย
"ฉันขอโทษ...ฉันผิดไปแล้ว ที่ฉันต้องแอบเข้ามาเพราะฉันอยากเจอคุณจริงๆ ฉันไม่รู้จะทำยังไง ลูกน้องคุณไม่ยอมให้ฉันพบคุณ ฉันก็เลยต้องใช้วิธีนี้ ฉันขอโทษ"
"เลิกร้องไห้ได้แล้ว ฉันหนวกหู"
ปลายฉัตรสะอึกสะอื้นฟูมฟายต่อว่า ถ้าเธอไม่ได้งานนี้ แม่ของเธอต้องตาบอดไปตลอดชีวิต ไตรภูมิเบือนหน้าหนีอย่างเอือมระอาและเย็นชา แล้วเรียกหากัณฑ์และกร สองบอดี้การ์ดได้ยินเสียงเจ้านายก็รีบเข้ามาทันที ปลายฉัตรเห็นเข้าก็สะดุ้ง
"พาตัวออกไป" ไตรภูมิสั่ง
กรกับกัณฑ์พุ่งเข้ามาจับแขนปลายฉัตรไว้คนละข้าง แล้วหิ้วปีกออกไป ไตรภูมิมองตามนิดแล้วส่ายหน้า แอบระอาใจเล็กๆ เมื่อกรกับกัณฑ์ถึงหน้าบ้าน พบว่ารถส่งสินค้าและรถคุ้มกันกลับไปหมดแล้ว จึงโยนหญิงสาวลงไปกองที่นอกรั้ว จากนั้นประตูไฟฟ้าก็ค่อยๆเลื่อนปิด
"กลับไป...และอย่ากลับมาที่นี่อีก" กัณฑ์เสียงเฉียบ
ปลายฉัตรจะเถียง แต่กรรีบขัด "คุณผู้หญิง...ไปเถอะครับ ถ้าไม่อยากเดือดร้อน"
ประตูไฟฟ้าก็ปิดลงพอดี ปลายฉัตรมองตามด้วยความเซ็ง
"ถ้าไม่อยากได้งานก็ไม่อยากมานักหรอก เชอะ" ปลายฉัตรยืนขึ้นมองไปที่บ้านไตรภูมิ "ลูกน้องใจร้าย เจ้านายใจดำ ทำตัวประหลาดกันทั้งบ้าน ถ้าไม่จนก็ไม่ง้อหรอกนะจะบอกให้...โธ่เว้ย"
ปลายฉัตรหงุดหงิดอย่างแรง หันไปเตะกระป๋องน้ำอัดลมที่พื้นแก้เซ็ง กระป๋องลอยละลิ่วไปในอากาศ กระเด็นไปกระทบกับกำแพงบ้าน แล้วกระเด้งมาลงที่หัวปลายฉัตรพอดีเป๊ะ
"โอ้ย...นี่มันอะไรกันเนี่ย...ทำไมวันนี้ถึงได้ซวยซ้ำซ้อนแบบนี้นะ" ปลายฉัตรคลำหัวตัวเองป้อยๆ
ไตรภูมิยืนมองปลายฉัตรอยู่ที่ริมหน้าต่าง เขานึกขำกับภาพที่เห็นจึงหลุดหัวเราะออกมา แล้วไตรภูมิก็ต้องแปลกใจ ตัวเอง เพราะเสียงหัวเราะหายไปจากชีวิตหลายร้อยปีแล้ว ชายหนุ่มหันไปมองปลายฉัตรอีกที เห็นเธอก้มลงเก็บกระป๋องน้ำอัดลม แล้วก็เดินไปทิ้งที่ถังขยะอย่างมีน้ำใจ
ปลายฉัตรหันมามองบ้านไตรภูมิอีกทีด้วยความเสียดาย แล้วก็ชะงัก...รู้สึกเหมือนเห็นไตรภูมิแอบดูอยู่ ปลายฉัตรเพ่งสายตามอง ไตรภูมิได้สบตากับปลายฉัตรเพียงเสี้ยววินาที แล้วก็หลบวูบออกจากหน้าต่าง ปลายฉัตรผงะนิดๆเข้าใจว่าตัวเองคงตาฝาดไป
กัณฑ์กับกรเข้ามาขอโทษไตรภูมิที่บกพร่องในหน้าที่ปล่อยให้ปลายฉัตรเข้ามาในบ้าน ไตรภูมิยกมือขึ้น โบกช้าๆอย่างเข้าใจ แต่ย้ำว่า อย่าให้เกิดขึ้นอีก ทั้งสองรับคำและยืนยันว่า
"เจอหิ้วปีกออกไปแบบนั้น คงไม่กล้ากลับมาล่ะครับ"
"มันก็ไม่แน่..." ไตรภูมิยิ้มที่มุมปากนิดๆเหมือนจะรู้ทันเด็กดื้อ อินทร์เห็นรอยยิ้มของเจ้านายก็รู้สึกแปลกๆ
ooooooo
ปลายฉัตรมานั่งจ๋อยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ลุงฉิ่งกับมหาฟัง ลุงฉิ่งด่าหลานเป็นชุดที่ทำอะไรไม่เข้าท่า มหา เข้ามาทำหน้าที่ท้าวมาลีวราชว่าความ แต่ไม่ได้ผลนัก เพราะปลายฉัตรยังพร่ำต่อ
"นายไตรภูมิเนี่ย เขาแปลกจริงๆนะ แบบว่า มันเย็นชาไร้ความรู้สึก ไม่มีอารมณ์ ไม่มีชีวิตจิตใจไงไม่รู้ มันดูเหมือน เหมือนผีดิบอ่ะ เวลาอยู่ใกล้ๆแล้วมันเย็นๆวูบๆไงไม่รู้ บอกไม่ถูก"
"จริงเหรอวะว่า ไอ้ปลาย" มหาชักสนใจ ลุงฉิ่งรีบปราม
"ไอ้มหา แกอย่าไปบ้าจี้ตามไอ้ปลายมันหน่อยเลย มันอยากได้งานจนเพี้ยน หาเรื่องจับผิดเขาไปทั่ว"
"ไม่ได้จับผิด แต่มันผิดปกติจริงๆ คอยดูนะฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน เพราะยิ่งรู้จักเขามากเท่าไหร่ ก็มีโอกาสเข้าถึงตัวเขามากเท่านั้น ฉันจะต้องทำให้นายไตรภูมิไว้ใจ และให้งานฉันให้ได้"
"นี่แกยังมีหน้าไปหาเขาอีกเหรอ"
"มันก็ไม่มีหรอก แต่เพื่อหาเงินมารักษาแม่ ฉันต้องหน้าด้าน"
ปลายฉัตรพูดอย่างมุ่งมั่น แล้วหันมาหาข้อมูลของไตรภูมิทางอินเตอร์เน็ต แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะไม่พบข้อมูลของเขาเลย เธอจึงใช้วิธีใหม่นั่นคือ ซ้อนมอเตอร์ไซค์ลุงฉิ่งแอบติดตามไตรภูมิไป แต่ไตรภูมิรู้ตัวจึงซิ่งรถหนี ปลายฉัตรเซ็งกลับมาคิดหาวิธีอื่น ภาพวัตถุโบราณที่วางอยู่ในห้องบ้านไตรภูมิแวบเข้ามา
"สมบัติราชวงศ์หมิง" ปลายฉัตรนึกได้ เธอไปดักรอไตรภูมิแถวร้านขายของเก่า และเห็นเขาไปเดินดูของสมใจ แต่ ไตรภูมิก็รู้ตัวอีก เขาเดินหลบไปที่มุมห้องแล้วหายแวบไปราวกับล่องหน ทิ้งให้ปลายฉัตรยืนงงเป็นไก่ตาแตก
เธอกลับมาที่ร้านอินเตอร์เน็ตอีกครั้งเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติราชวงศ์หมิง จนกระทั่งมาสะดุดที่ข้อมูลของถ้ำมังกรอมตะ ที่เขียนไว้ว่า
"400 กว่าปีก่อน มีการขุดค้นพบสมบัติราชวงศ์หมิง ในถ้ำมังกรอมตะ ในตำนาน กล่าวไว้ว่าที่ถ้ำมังกรอมตะมีวัตถุโบราณล้ำค่าจำนวน 117 ชิ้น เป็นที่หมายปองของนักล่าสมบัติมากมาย ภายหลังมีผู้ขุดค้นพบและนำสมบัติเหล่านั้นออกมา ไม่นานมันถูกขายไปตามที่ต่างๆทั่วโลกจากอดีตจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งในประเทศไทยที่จัดให้มีการประมูลสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะไปเมื่อไม่นานมานี้"
"นายไตรภูมิ ทำไมนายไตรภูมิถึงอยากได้สมบัติจากถ้ำมังกรอมตะ มันมีอะไร" ปลายฉัตรนึกสงสัย และออกติดตามไตรภูมิอีก แต่เขาก็รู้ตัวและหนีไปได้ทุกที
ooooooo
ค้างคาวสาดประกายตาสีแดงก่ำ บินฉวัดเฉวียนในถ้ำมังกรอมตะ มันพุ่งตรงเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงกรีดร้องอันแหลมเล็กเสียดแทงใจ
ไตรภูมิผวาเฮือก ลุกขึ้นจากเตียงด้วยความตระหนก หน้าขาวซีด ปากแดง เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า หอบถี่ยิบ จิตยังไม่ทันหายกระเจิงจากฝันร้าย
"นายท่าน คุณรามมาถึงประเทศไทยแล้วครับ" อินทร์เข้ามารายงานราวกับมนุษย์ไร้ตัวตน
เวลาเดียวกันนั้นเอง รามกับลูกน้องกำลังเดินเข้าคลับแห่งหนึ่ง เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับไตรภูมิ รูปร่างหน้าตาดูดีไม่แพ้กัน ขณะรามเดินเข้าคลับ มายาในชุดสุดเซ็กซี่เดินตามหลัง ตามด้วยพาลีและคีรีสองบอดี้การ์ด สายตาผู้คนจ้องจับพรรคพวกของรามเป็นตาเดียวกัน เพราะเรือนร่างของแต่ละคนสง่างาม คีรี ส่งยิ้มมีเสน่ห์ร้ายลึกให้สาวๆ มายาหันมาเห็นเข้าจึงตวาด
"คีรี...ยังไม่ใช่เวลานี้"
"มายา...ไม่ต้องห้าม..." รามหันมาปราม แล้วบอกลูกน้อง "พาลี คีรี วันนี้สนุกให้เต็มที่...ฉันอยากจะส่งข่าวถึงพี่ชายสุดที่รักสักหน่อย" เอ่ยพลางยิ้มร้ายที่มุมปาก แล้วพากันเดินเข้าคลับไป
หญิงสาวผมทองรูปร่างเซ็กซี่ ส่งสายตามองรามที่นั่งดื่มอย่างท้าทาย จนมายาไม่พอใจ รามส่งสายตาเตือนแล้วพยักหน้าให้สัญญาณ มายากระโดดขึ้นไปบนเคาน์เตอร์แล้วเริ่มเต้นอย่างยั่วยวน นักเที่ยวในผับมองเธอเป็นตาเดียวกันรามมองไปที่พาลีกับคีรี สองบอดี้การ์ดเข้าไปตีสนิทกับหญิงสาวผมทองแล้วชี้มาทางราม หญิงสาวยิ้มรับและลุกขึ้น
พาลีเดินนำหน้า หญิงสาวเดินตาม คีรีมองซ้ายขวาก่อนจะเดินประกบด้านหลัง รามมองหญิงสาวที่กำลังเดินมาและในเสี้ยววินาทีนั้น ทั้งสามคนก็หายไป รามยิ้มพอใจเบนสายตามามองมายาที่ยังเต้นเรียกร้องความสนใจอยู่บนเคาน์เตอร์ สายตาของเธอมองผู้ชายในคลับอย่างเย้ยหยันและแฝงไว้ด้วยความดุร้าย
เวลาเดียวกันนั้น นักท่องราตรีหารู้ไม่ว่าสาวผมทองชะตาขาดเสียแล้ว
ooooooo
เช้ามืดวันใหม่ สิงห์ถูกตามตัวมาทำคดีศพสาวผมทองที่หลังคลับ เขาหน้าเครียดเพราะยังไม่พบหลักฐานที่ต้องการ
"หมวดจะเครียดทำไมเนี่ย เห็นมาเป็น 10 ศพแล้ว ยังไม่ชินอีกเหรอ"
"จะกี่ศพ ถ้ายังหาคนทำไม่ได้ ผมก็ไม่สบายใจ"
"อูย มาอีกแล้วหมวดใหม่ไฟแรง แรงๆแบบนี้ระวังจะมอดเร็วนะหมวด ไม่ใช่มอดธรรมดา มอดม้วยอ่ะ" จ่าดอนขำคิกคัก
"แต่ก่อนที่หมวดสิงห์จะม้วย ฉันจะส่งจ่าไปก่อนแล้วกัน"
ผู้กองวัลลภเอ่ย พลางเดินเข้ามา จ่าดอนสะดุ้ง รีบหันมาทำความเคารพ วัลลภตำหนิดอนที่ล้อเลียนสิงห์ ดอนยิ้มแห้งๆวัลลภส่ายหน้าระอา แล้วหันมาถามร่องรอยจากสิงห์
"ยังครับ ทุกอย่างเหมือนกับผู้เสียชีวิตรายอื่น เป็นชาวต่างชาติที่ลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย สันนิษฐานว่าเข้ามาขายบริการให้กับลูกค้าชั้นสูงของคลับ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต สันนิษฐานเบื้องต้นอาจจะเกิดจากอาการช็อกเพราะเสพยาเกินขนาด หลังจากชันสูตรศพแล้ว เจ้าหน้าที่จะส่งรายงานมาทางเราอีกที" สิงห์รายงาน
"อืมม์...ถ้าได้เรื่องแล้วรีบรายงานผมด้วย ถึงคดีนี้จะไม่มีคนมาแจ้งความร้องทุกข์ แต่ถ้าปล่อยให้มันมีคนตายเพิ่มมากขึ้น มันจะกลายเป็นคดีใหญ่ได้ เราต้องรีบปิดคดีให้ได้เร็วที่สุด ผมหวังว่าผลการเรียนอันดับหนึ่งของคุณ คงจะการันตีได้ว่าคุณน่าจะช่วยผมได้" เอ่ยพลางจับไหล่สิงห์
ooooooo
รถนักข่าวแล่นมาจอด สิงห์รีบหันไปสั่งดอนให้กันไว้ก่อน ดอนเหลือบมองแล้วพูดขำๆว่านักข่าวคนนี้ หมวดต้องเคลียร์เอง
"พี่สิงห์" อโนส่งเสียงนำ ยิ้มสดใสวิ่งเข้ามา สิงห์ถามน้องสาวว่ามาทำอะไร อโนไม่ทันตอบ ดอนรีบเข้ามาทักหวังสานสัมพันธ์ แต่เธอไม่เล่นด้วย
"แล้วช่างภาพที่มาด้วยเป็นใคร" สิงห์มองไปที่รถ
"พี่นักข่าวสายอาชญากรรม ฉันติดต่อพี่สิงห์ไม่ได้ เลยให้พี่เขาเช็กพวกสายข่าวให้ว่าพี่ทำคดีอะไร อยู่ที่ไหน ถึงได้ตามมาถูก" อโนรีบบอก
"ไปบอกให้ช่างภาพกลับไปก่อน พี่ไม่อยากให้คดีเป็นข่าว..." สิงห์สั่ง อโนยอมตกลง แต่ขอแลกเปลี่ยนกับข้อมูลของไตรภูมิ ดอนเสนอหน้าเข้ามาอีกเพราะอยากรู้ว่าพี่น้องคุยอะไรกัน
สิงห์ยืนกรานกับอโนว่า ปลายฉัตรไม่รู้จักไตรภูมิ แต่อโนไม่เชื่อ
"พี่ปลายอยู่ในวงการซื้อๆขายๆของเก่ามาตั้งแต่เกิด จะไม่รู้จักได้ยังไง คุณไตรภูมิออกจะทั้งหล่อ ทั้งรวย ไม่ยอมบอกจะกั๊กหรือเปล่า"
"อย่ามามั่ว ปลายจะทำแบบนั้นทำไม"
"อ้าว...ก็...พี่ปลายอาจจะชอบคุณไตรภูมิ แล้วก็เลยอยากเก็บไว้เอง ไม่อยากให้ข้อมูลฉัน เพราะไม่อยากให้ฉันไปยุ่งก็ได้"
"เดี๋ยวนะครับ ตกลงว่าไตรภูมินี่เป็นใครเหรอฮะ" ดอนยื่นหน้าเข้ามา
ไม่มีใครตอบคำถามเขา เพราะสองพี่น้องเริ่มเสียงดังใส่กัน เนื่องจากพี่ชายไม่พอใจน้องสาวที่กล่าวหาปลายฉัตร ส่วนน้องสาวไม่เชื่อว่าปลายฉัตรจะไม่รู้จักคนชื่อไตรภูมิ
ooooooo
บริเวณหน้าบ้านไตรภูมิ ปลายฉัตรมายืนนิ่ง กวาดสายตาเข้าไปด้วยแววมุ่งมั่น พลางยกมือไหว้ขอให้พ่อเปรมช่วยอีกแรง แล้วเดินไปที่ออดหน้าบ้าน เวลาเดียวกันนั้น ภายในบ้านไตรภูมิกำลังนั่งฟังอินทร์รายงาน
"ผมให้กัณฑ์ กรไปดูที่เกิดเหตุ หาหลักฐานยืนยันอีกครั้งว่าเป็นฝีมือของพวกคุณราม อีกไม่นานคงจะรู้ข่าว" ไตรภูมิพยักหน้ารับรู้ เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น อินทร์จะออกไปดู ไตรภูมิยิ้มนิดๆ
"ไม่เป็นไร ฉันรู้ว่าใครมา...ฉันจัดการเอง" ไตรภูมิยิ้มกวนๆ
อินทร์มองไตรภูมิด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นปลายฉัตรยืนอยู่หน้าบ้าน และจะเอื้อมมือไปกดออดอีกครั้ง
"กลับมาทำไม" ไตรภูมิเสียงเข้ม
ปลายฉัตรตกใจร้องลั่น แล้วเสียหลักล้มลงไม่เป็นท่า ไตรภูมิเผลอยิ้มออกมา ปลายฉัตรเห็นเข้าถึงกับชะงักงัน
"ไม่น่าเชื่อ ว่าคนอย่างคุณก็ยิ้มเป็นกับเขาเหมือนกัน..."
ไตรภูมิหุบยิ้มทันที
"เห็นคุณยิ้มแบบนี้ค่อยยังชั่ว ค่อยคุ้มกับที่เจ็บตัวหน่อย คุณน่าจะยิ้มบ่อยๆนะ ดูดีกว่าตอนคุณทำหน้านิ่ง ไร้ความรู้สึกตั้งเยอะ..." ปลายฉัตรลุกขึ้นส่งยิ้มทะเล้น เป็นรอยยิ้มที่สดใส
ไตรภูมิรู้สึกเขิน ทั้งที่ความรู้สึกแบบนี้ห่างหายจากหัวใจไปนานแล้ว ส่วนปลายฉัตรรู้สึกเหมือนได้เห็นไตรภูมิในมุมใหม่ที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น และที่ด้านหลังของไตรภูมิ อินทร์กำลังยืนมองเจ้านาย ด้วยแววตาครุ่นคิด
ooooooo
สิงห์มาถามหาปลายฉัตรที่แผงอัดกรอบพระ ลุงฉิ่งบอกว่าเธอออกไปตั้งแต่เช้า บอกว่าจะไปบ้านคนชื่อไตรภูมิ ทำให้สิงห์ใจหายวาบด้วยความระแวง
เวลาเดียวกันนั้น ปลายฉัตรกำลังโวยวายใส่ไตรภูมิอยู่หน้าบ้าน เพราะเขาจับได้ว่า เธอแอบสะกดรอยตาม
"ใคร...ใครสะกดรอยตามคุณ...นี่อย่ามาใส่ร้ายกันนะ"
"ฉันไม่ใช่คนโง่ คิดให้ดีๆก่อนที่จะโกหก ตกลงเธอสะกดรอยตามฉันทำไม" ไตรภูมิคาดคั้น
"ฉันก็แค่อยากได้งาน เลยอยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณ จะได้ทำให้คุณพอใจ แล้วก็จ้างงานฉัน มันก็แค่นั้นเอง"
แม้สาวเจ้าจะยกแม่น้ำทั้งห้ามาอ้าง แต่หนุ่มลึกลับหาได้ ใจอ่อนไม่
"ฉันไม่โง่ กลับไปได้แล้ว ฉันไม่ให้งานเธอ" เอ่ยจบ ไตรภูมิหันหลังเดินเข้าบ้าน
"คุณไตรภูมิ...เดี๋ยวก่อนสิ...คุณ...มาคุยกันก่อน ฉันขอโทษ... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณโกรธจริงๆนะ คุณไตรภูมิ...คุณไตรภูมิ"
เมื่อไตรภูมิไม่หันกลับมา ปลายฉัตรจึงเปลี่ยนแผนใหม่ หายไปเพียงครู่เดียว เธอก็กลับมาที่รั้วอีกครั้งพร้อมกับบันไดไม้ เธอพาดบันไดไว้กับรั้ว อินทร์เห็นเข้าถึงกับเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ
"ยังไม่ยอมอีกเหรอ..."
ปลายฉัตรมองบันไดด้วยแววตามุ่งมั่นแล้วปีนขึ้นไป หมายจะข้ามประตูไปให้ได้ ไตรภูมิที่เดินอยู่สะดุดกึก เหมือนได้ยินเสียงกึกกักจากที่ประตูรั้ว จึงหันกลับไปดูเห็นปลายฉัตรกำลังปีนบันไดจะข้ามเข้ามาในบ้าน
"เธอกำลังบุกรุกบ้านฉันนะ" ไตรภูมิตวาด
ปลายฉัตรตกใจ ขณะยังค้างอยู่บนบันไดไม้เธอขอต่อรอง "ฉันขอคุยกับคุณอีกแค่แป๊บเดียว ถ้าคุณฟังฉัน ฉันก็ไม่ต้องทำแบบนี้"
ไตรภูมิส่ายหน้าในความดื้อของปลายฉัตร แล้วก็เดินไปที่รั้ว ปลดกลอนประตู ปลายฉัตรร้องลั่นเพราะประตูรั้วค่อยๆเปิดออก บันไดจึงเลื่อนออก ในที่สุดบันไดก็ล้มครืน หญิงสาวลอยคว้างอยู่กลางอากาศก่อนหล่นลงพื้นดังพลั่ก แต่ความซวยยังไม่จบ เพราะบันไดไม้ดันหล่นมาใส่หัวอีกพลั่กหนึ่ง
"โอ๊ย บ้าจริงๆเลย" ปลายฉัตรผลักบันไดไม้ออกอย่างหงุดหงิด แล้วหลับตาคลำหัวป้อยๆ
"ออกไปได้แล้ว"
เอ่ยพลางชายหนุ่มเข้าไปยืนใกล้ๆแล้วนั่งลง หญิงสาว ลืมตาเห็นใบหน้าของไตรภูมิในระยะใกล้และเป็นมุมต่ำแม้จะย้อนแสง แต่ก็เห็นได้ถึงความหล่อใสเร้าใจ ถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ เมื่อรู้สึกตัวจึงรีบลุกพรวดพราดขึ้น ด้วยความร้อนรนบวกความ ไม่ทันระวัง หัวจึงโขกเข้ากับปลายคางของไตรภูมิอย่างแรง
ปลายฉัตรร้องลั่นแล้วกลับลงไปนอนเหมือนเดิม ไตรภูมิ ผงะไปเล็กน้อย เขาไม่เจ็บแต่หงุดหงิดใจ จึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆสะกดอารมณ์ไว้ อินทร์เอามือปิดหน้านึกหนักใจแทน
กรกับกัณฑ์ขับรถเข้ามาเห็นประตูที่เปิดกว้างอยู่อย่างผิดสังเกตก็ตกใจรีบเข้ามาดู เป็นจังหวะเดียวกับที่ไตรภูมิยื่นคำขาดให้ปลายฉัตรกลับไป แล้วห้ามมาที่นี้อีก แต่ปลายฉัตรไม่ฟัง
"ฉันขอใช้โอกาสสุดท้ายที่คุณให้ อธิบายความจริงให้คุณเข้าใจ ฉันรู้ว่าคุณกำลังตามหาสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะ" ไตรภูมิชะงักกึกปรายหางตามาที่ปลายฉัตรอย่างระมัดระวัง ปลายฉัตรรีบควักกระดาษที่เตรียมไว้ออกจากกระเป๋าสะพาย พลางแจกแจง
"สมบัติในถ้ำมีอยู่ 117 ชิ้น เท่าที่ฉันเห็นคุณมีอยู่เกือบครบขาดอีก 8 ชิ้น ฉันช่วยคุณได้นะคะ"
"ออกไปได้แล้ว ฉันบอกให้ออกไป" ไตรภูมิเสียงเข้ม
"แต่ว่าคุณไตรภูมิ..." ปลายฉัตรจะเดินเข้ามาหา
แต่ช้าไปกว่ามือของกรและกัณฑ์ ที่จับแขนเธอทั้งสองข้างไว้ ทั้งสองยกตัวปลายฉัตรขึ้นเตรียมลากออกไป คราวนี้ ปลายฉัตรไม่ยอม เธอดิ้นกระจาย จนล็อกเกตรูปพ่อเปรมโผล่ออกมานอกเสื้อ
"หยุดก่อน" อินทร์ระเบิดเสียง เมื่อเห็นล็อกเกตรูปเปรม
"ลุง...มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"
อินทร์ไม่ตอบ เขามองหน้ากรและกัณฑ์พร้อมกับพยักหน้าให้ปล่อย ทั้งสองคนปล่อยมือทันที ปลายฉัตรถึงกับเซวูบ อินทร์เพ่งมองล็อกเกตจนแน่ใจ ก่อนจะถามขึ้น
"คุณเป็นอะไรกับ...คุณเปรม" ปลายฉัตรชะงักนิดๆ ค่อยๆก้มลงมองที่ล็อกเกตรูปพ่อ แล้วก็เงยหน้ามองอินทร์อีกครั้ง อินทร์รอฟังคำตอบ ด้านหลังนั้นไตรภูมิเองก็หยุดยืน รอฟังคำตอบอยู่เช่นกัน
"ฉันเป็นลูกสาวของคุณเปรม คุณเปรมเป็นพ่อของฉันเอง" ปลายฉัตรตอบเน้นๆแล้วคุยต่อว่า "ฉันช่วยพ่อทำงานมาตั้ง แต่เด็ก พ่อไปไหนต้องลากฉันไปด้วย ฉันเป็นลูกสาวคนเดียว พ่อถ่ายทอดวิชาทุกอย่างให้ฉันหมดเลยค่ะ นี่แล้วฉันยัง..."
ปลายฉัตรพูดยังไม่จบ ไตรภูมิเริ่มรำคาญ อินทร์รู้ใจรีบ ตัดบทถามปลายฉัตรว่า รู้เรื่องสมบัติถ้ำมังกรอมตะได้ยังไง
"เอ่อ...ฉะ...ฉันเคยเข้าไปในห้องสะสมของของคุณ แล้วฉันก็จำของในนั้นได้ ก็เลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติม แต่ฉันช่วยคุณได้จริงๆนะคะ ถึงฉันจะดูไม่น่าเชื่อถือ แต่ฉันก็จะพยายามทำงานอย่างดีที่สุด ไม่ให้เสียชื่อพ่อเป็นอันขาด"
ปลายฉัตรเสียงเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ไตรภูมิชักเริ่มรำคาญยกมือให้หยุด และสะบัดมือเป็นสัญญาณให้พาตัวออกไป กรกับกัณฑ์เข้ามาจะลากตัวปลายฉัตรออกไป ปลายฉัตรขยับจะโวย อินทร์รีบกระซิบบอก
"ผมว่า...คุณออกไปรอข้างนอกก่อนดีกว่า...อยู่เงียบๆ เลิกโวยวายสักพัก เจ้านายผมอาจจะเปลี่ยนใจ" ปลายฉัตรชะงักกึก...ตาวาวมีความหวังรีบทำตาม
เธอเดินนำกรกับกัณฑ์ออกไป อินทร์หันมาคุยกับไตรภูมิเรื่องจะให้ปลายฉัตรมาช่วยงาน เพราะเห็นแก่เปรมที่เคยช่วยหาสมบัติได้หลายชิ้นตอนที่ยังมีชีวิตอยู่
"แล้วคิดว่ายัยเด็กกะโปโลนี่จะทำได้เหรอ" ไตรภูมิไม่มั่นใจนัก
"จริงอยู่ที่เธอยังเด็ก อาจจะมีประสบการณ์ไม่มาก แต่เธอมีแววตาที่มุ่งมั่น และไม่ยอมแพ้ ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่กล้ามาตามตื๊อนายท่านมากขนาดนี้ ถ้าเราให้เธอช่วยหาสมบัติที่เหลือ ผมว่าผู้หญิงคนนี้กัดไม่ปล่อยและตอนนี้คุณรามกับพรรคพวกมาถึงประเทศไทยแล้ว เราคงตามหาสมบัติได้ไม่สะดวกนัก พวกนั้นคงจับตาดูเราอยู่ ถ้าเราให้เด็กคนนี้ช่วยอาจจะปลอดภัยกว่า" อินทร์แจกแจง
ไตรภูมินิ่งคิดแล้วยอมตกลงให้ปลายฉัตรมาช่วยงาน
ooooooo
ปลายฉัตรรีบกลับมาบอกข่าวดีกับทุกคน ว่าเธอก็จะไปเริ่มงานในวันรุ่งขึ้น ไม่สนคำล้อของลุงฉิ่งว่า หน้าด้านจนได้งานแต่อย่างใด
"ไปทำงานให้เขาที่บ้านแบบนั้น มันไว้ใจได้เหรอปลาย" สิงห์เป็นห่วง
มหายิ้มกว้างอาสาดูดวงให้ แล้วหยิบไก่ทอดมากินแบบเนียนๆ ลุงฉิ่งหันไปด่าเพื่อนซี้ จนแม่เฉิดต้องรีบปราบเพราะเห็นมหาเป็นเหมือนพี่ชายอีกคน สองผู้เฒ่าทำท่าฮึดฮัดใส่กัน ปลายฉัตรเข้ามาไกล่เกลี่ย
"โอเคๆ ลุงฉิ่ง ลุงมหา เอาเป็นว่าปลายเป็นหลานของ
ทั้งสองคนนั่นแหละ และปลายก็รักทุกคนค่ะ"
ปลายฉัตรทำท่าล้อเลียนประดาลุงๆ ทุกคนหัวเราะยกเว้นสิงห์ที่ยืนนิ่งเพราะเริ่มเป็นกังวล พลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น สิงห์รับสาย หัวหน้า รปภ.โทร.มาแจ้งว่าพบหลักฐานบางอย่างจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ที่ติดอยู่บริเวณด้านหลังของคลับที่เกิดเหตุ สิงห์จึงรีบไปดู
เมื่อไปถึงภาพที่สิงห์เห็นในกล้องวงจรปิดนั้น เป็นภาพเหตุการณ์ตอนเช้า มีสุนัขกำลังกินเศษอาหารอยู่หลังคลับ มันเกิดอาการตกใจสุดแรง มีอาการกลัวอย่างไม่มีเหตุผล ก่อนวิ่งหนีไป แล้วมีผู้ชายสองคนเดินเข้ามาในบริเวณที่เกิดการฆาตกรรม พวกเขากวาดสายตามองไปรอบๆอย่างพินิจพิจารณา แล้วทั้งสองก็หยิบถุงมือยางมาใส่ ลงมือรื้อๆของในบริเวณนั้น เหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง แล้วหันหน้ามาคุยกัน สิงห์เพ่งมองจอ และเห็นหน้าชายลึกลับสองคน
ooooooo
ชายสองคนนั้นคือกรและกัณฑ์ หลังหาร่องรอยได้แล้วก็มารายงานเจ้านายว่า ในเหตุฆาตกรรมนั้น มีร่องรอยสมุนของรามอยู่เต็มไปหมด พวกนั้นคงตั้งใจทิ้งร่องรอยเอาไว้
"ผมว่า...เราต้องระวังตัวกันให้มาก พวกนั้นไม่ได้ติดต่อเรามานานแล้ว การติดต่อมาครั้งนี้คงไม่ธรรมดา" อินทร์เตือน ไตรภูมินิ่งคิด ก่อนจะสั่ง
"เฝ้าสมบัติไว้ให้ดี พวกนั้นยังไม่รู้ว่าเรามีสมบัติอยู่กี่ชิ้น ถ้าอาจิตต์ และรามรู้เมื่อไหร่ คงต้องตายกันไปข้างนึง"
ไตรภูมิแววตาเข้มขึ้น บรรยากาศอันตรายแผ่ซ่านเข้ามาทันที กรและกัณฑ์รับคำสั่ง แววตาแข็งกร้าวพร้อมรับศึก
ooooooo
.
-
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep3/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 3
สิงห์และดอนมายังกองปราบ เพื่อรายงานความคืบหน้าคดีฆาตกรรมสาวผมทอง
"นี่เป็นรูปผู้ต้องสงสัย ที่อาจจะมีส่วนพัวพันกับการฆาตกรรมที่คลับ ผมลองเช็กรูปกับแฟ้มอาชญากรแล้ว ไม่พบประวัติ" สิงห์ยื่นภาพกรกับกัณฑ์ที่ปรินต์ใส่กระดาษให้วัลลภรับไปพิจารณา
"ดูจากการแต่งตัวแล้ว ไม่น่าจะเป็นนักเลงทั่วไป อาจจะเป็นพวกแก๊งมาเฟียข้ามชาติ ลองเช็กจากแหล่งอื่นดู หาประวัติมาให้ได้ สาวไปถึงหัวหน้าของมัน แล้วเชื่อมโยงว่าจะเกี่ยวข้องกับผู้ตายยังไง" สิงห์รับคำพลางหยิบรูปกลับคืนมาก่อนจะเข้าเรื่องใหม่
"ผู้กองครับ...ทางคลับยังมีภาพที่น่าสนใจ เป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ด้านใน น่าจะเป็นช่วงเวลาก่อนที่ผู้เสียชีวิตจะโดนทำร้าย" สิงห์หันมาพยักหน้าให้ดอน ดอนกดปุ่มจอทีวี เห็นในคลับแสงวูบวาบๆ สาวผมทองเดินอยู่กับพาลีและคีรี วัลลภเพ่งสายตามอง
วัลลภไม่รู้หรอกว่า เวลาเดียวกันนี้ รามกับลูกน้องกำลังออกล่าเหยื่อที่ผับแห่งใหม่ เมื่อเจอเหยื่อสาวชาวต่างชาติรามส่งสัญญาณให้พาลีกับคีรีเดินเข้าหาหญิงสาวแล้วกระซิบบอกอะไรบางอย่าง สาวเคราะห์ร้ายหันมาส่งยิ้มให้รามแล้วลุกเดินตามพาลีกับคีรีไป
สองสมุนพาหญิงสาวที่หมดสติมาที่มุมมืดในลานจอดรถ หลังคลับ ขณะจะจัดการเหยื่อ กลับถูกแรงเหวี่ยงอันมหาศาลกระชากกระเด็นออกไปกระแทกพื้น เมื่อยันตัวขึ้นมาเห็นชายร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ พวกเขาก็ตะลึง
"นายใหญ่" สองบอดี้การ์ดถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ความโกรธหายไปกลายเป็นความยำเกรงอย่างถึงที่สุด
"ไปบอกเจ้านายพวกแก...ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย" จิตต์ มองพาลี คีรี ด้วยแววตาทรงอำนาจ
รามเมื่อทราบความ รีบกลับมาพบพ่อจิตต์ที่บ้าน
"เรื่องที่ฉันให้แกทำไปถึงไหนแล้ว"
"ผมกำลังรออยู่"
"รออะไร รอให้ไอ้ไตรภูมิมันหาสมบัติได้ครบหรือไง ฉันทำให้แกเป็นแบบนี้ เพราะต้องการให้มาช่วยฉันไม่ใช่มาหาความสุขไปวันๆ กับไอ้พวกลูกน้องกุ๊ยๆของแก แกรู้หรือเปล่าไอ้สองคนนั้นมันทำอะไรหน้ากล้องวงจรปิด ถ้าฉันไปไม่ทัน พวกแกได้ขึ้นหน้าหนึ่งแน่" จิตต์ตวาด
"เรื่องลูกน้องผม ผมรู้ว่าต้องทำยังไง ถ้าผมจัดการไม่ได้ ผมคงอยู่มาไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ ส่วนเรื่องไตรภูมิ พ่อไม่ต้องห่วง ผมมีวิธีจัดการในแบบของผม"
"ถ้าแกมั่นใจ ก็ทำให้ได้ตามที่พูดก็แล้วกัน เพราะฉันไม่มีวันยอมให้ไอ้ไตรภูมิมาทำลายชีวิตฉันเป็นอันขาด ไอ้ไตรภูมิ ฉันไม่น่าชะล่าใจปล่อยแกไปเลย ฉันน่าจะฆ่าแกไปพร้อมกับพ่อของแกตั้งแต่วันนั้น ไม่ปล่อยให้อยู่เป็นหอกข้างแคร่มาจนถึงทุกวันนี้"
"เราอาจจะฆ่ามันได้ยากขึ้น แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าผมรู้ว่ามันกำลังตามหาสมบัติ เพื่อทำลายคำสาปเมื่อไหร่ ผมไม่ปล่อยมันไว้แน่" รามพูดด้วยความมุ่งมั่นแฝงไว้ด้วยความโหดเหี้ยม
ooooooo
ปลายฉัตรเข้ามาคุยกับแม่เฉิด เรื่องไตรภูมิเปลี่ยนใจรับเธอเข้าทำงาน และเธอจะช่วยหาสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะที่เหลือให้ แถมเขายังรู้จักพ่อเปรมอีกด้วย
"ถ้ำมังกรอมตะ พ่อเขาเคยช่วยลูกค้าหาอยู่เหมือนกัน แต่มันก็หลายสิบปีมาแล้วนะ ตั้งแต่ยังไม่แต่งงานกับแม่ แต่ปลายบอกว่าคุณไตรภูมิยังไม่แก่ไม่ใช่เหรอลูก แม่ว่าไม่น่าจะเป็นคนเดียวกันนะ" เฉิดเปรย
"อืมม์นั่นสิ เออ แล้วแม่จำได้ไหมคะ ว่าพ่อเคยพูดอะไรเกี่ยวกับสมบัติชุดนี้บ้าง"
"แม่ก็จำไม่ค่อยได้ รู้แต่ว่า ถ้ำมังกรอมตะอยู่ในประเทศจีน พ่อเล่าให้ฟังว่า ในสมัยราชวงศ์หมิงมีโจรเข้าไปขโมยของออกมาจากในวัง แล้วก็เอามาเก็บไว้ในถ้ำ แต่ยังไม่ทันแบ่งสมบัติ ก็ฆ่ากันตายซะก่อน โจรที่ตายเป็นคนสุดท้ายก็เลยสาปแช่งว่า ถ้าใครขโมยของออกไปจากถ้ำนี้ จะต้องมีชีวิตอยู่อย่างทรมานไร้ชีวิตเหมือนกับวิญญาณที่ไม่ได้ไปเกิด และก็ตายไม่ได้"
"ไม่ได้ไปเกิด แต่ก็ตายไม่ได้ เหมือนผีดิบหรือพวกที่เป็นอมตะน่ะเหรอแม่"
"เอ อันนี้แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ"
"แล้วนายไตรภูมิจะเอาสมบัติพวกนั้นไปทำไม หรือว่าเขาอยากจะเป็นอมตะหรือว่าเขาจะเป็นคนขโมยมาแล้วก็เป็นผีดิบอยู่ตอนนี้ ถึงว่าตัวเย็นๆหน้าขาวๆ"
"ไปกันใหญ่แล้ว มันเป็นแค่ตำนาน เป็นเรื่องเล่าต่อๆกันมา มันไม่จริงหรอก มีที่ไหน คำสาปให้เป็นอมตะ แม่ว่าเขาให้ทำงานก็ทำงานให้มันดีๆอย่าให้มีปัญหา ยิ่งเขารู้จักพ่อเราก็ยิ่งต้องตั้งใจทำงาน อย่าให้เสียชื่อพ่อรู้หรือเปล่า"
"รู้ค่ะแม่ แม่ว่า เรื่องคำสาปให้เป็นอมตะ มันไม่มีจริงเหรอคะ" ปลายฉัตรอดคิดไม่ได้
ooooooo
คืนนั้น ไตรภูมิตกอยู่ในห้วงฝัน เรื่องราวในอดีตผุดพราย เขาได้ยินเสียงพระเวทร้องด้วยความเจ็บปวด ช่วงแห่งความตระหนก อินทร์เข้ามาบอกว่าพระเวทให้ไปพบ เมื่อถึงห้องก็เห็นพระเวทนอนอยู่บนเตียงกลางห้อง ส่งเสียงร้องครางด้วยความทุกข์ทรมาน ร่างกายสั่นระริก ใบหน้าและร่างกายเต็มไปด้วยแผลพุพองจากการโดนความร้อนเผา
"พ่อ ใครทำกับท่านแบบนี้" ไตรภูมิผวาเข้าไปที่ร่างของพระเวท อินทร์เบือนหน้าหนี แล้วค่อยๆปิดประตู
พระเวทร้องแล้วมองหน้าไตรภูมิแววตาครุ่นคิด เพราะรู้ดีว่าจิตต์ ราม และลูกน้องบุกเข้ามาแล้ว
"ไม่ว่าใครหน้าไหน จะผูกพันกันทางสายเลือดหรือไม่ เผามันให้หมด" จิตต์สั่งเสียงเข้ม รามพยักหน้ารับพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาสีเทาเข้มของเขาดูผิดแผกจากคนธรรมดา
"อาจิตต์ทำแบบนี้กับพ่อทำไม ข้าจะไปถามให้รู้เรื่อง" ไตรภูมิขยับจะลุก แต่พระเวทจับมือลูกไว้
"ไตรภูมิพ่อมีเรื่องสำคัญจะบอกเจ้า มันเป็นภารกิจที่เจ้าจะต้องสัญญากับพ่อว่า จะทำมันให้สำเร็จ" พระเวทครวญคราง ไตรภูมิรีบรับปากพร้อมกับจับมือพ่อแน่น
"ข้าสัญญา พ่อจะให้ข้าทำอะไรบอกมาได้เลย"
พระเวทเพ่งมองไตรภูมิ "ตามหาสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะจำนวน 117 ชิ้นมาให้ครบ และนำไปคืนที่เดิม เพื่อถอนคำสาปแห่งความเป็นอมตะ ไม่แก่ และไม่ตาย แต่ต้องอยู่อย่างทรมาน ต้องกินเลือดเป็นอาหาร มีลมหายใจแต่ไร้ชีวิต สิ่งเดียวที่ทำร้ายได้คือไฟ การเผาทั้งเป็น" ไตรภูมิมองร่างของผู้เป็นพ่อ เริ่มเข้าใจอย่างกระจ่าง พระเวทกัดฟันเล่าต่อ
"หลายสิบปีก่อนพ่อและอาของเจ้า เข้าไปขโมยสมบัติที่ถ้ำมังกรอมตะ เราสองคนโดนค้างคาวดูดเลือดที่ถ้ำทำร้ายจนแทบจะเอาชีวิตไม่รอด หลังจากนั้นคำสาปก็เริ่มต้น มันจะสิ้นสุดเมื่อสมบัติทั้งหมดถูกนำกลับไปที่เดิม พ่อต้องการกลับเป็นมนุษย์ แต่อาของเจ้าต้องการครองความอมตะตลอดกาล"
"ตอนนี้สมบัติอยู่ที่ไหน" ไตรภูมิถาม พระเวทมองเห็นภาพสมบัติจำนวนเกือบ 30 ชิ้นถูกบรรจุอยู่ในลังไม้ มีกรและกัณฑ์ดูแลควบคุมการขนย้ายลงเรืออย่างใกล้ชิด
"บางส่วนอาของเจ้าส่งขายไปตามที่ต่างๆที่เหลือพ่อเก็บไว้ในที่ปลอดภัย เจ้าจะต้องหยุดคำสาปให้ได้ ก่อนที่อาของเจ้าจะทำสิ่งเลวร้ายมากไปกว่านี้" พระเวทจับมือลูกชายแน่น เป็นเวลาเดียวกับที่จิตต์กับรามและลูกน้องบุกเข้ามาในบ้าน ลูกน้องพระเวทพุ่งเข้ามาขัดขวางแต่ทำอะไรพวกจิตต์ไม่ได้ จิตต์กระหยิ่มยิ้มอย่างลำพอง
พระเวทร่างกระตุกเกร็งอย่างแรง สัมผัสได้ถึงกลิ่นเลือดที่อยู่ใกล้ เขาบอกกับลูกชาย
"พวกมันมาแล้ว ไตรภูมิ เจ้าต้องสัญญากับพ่อว่าจะถอนคำสาปให้ได้ พ่อทำผิดที่ขโมยสมบัติออกมา พ่อไม่อยากทำผิดซ้ำสองด้วยการปล่อยให้อาของเจ้าใช้ความเป็นอมตะทำร้ายคนอื่น สัญญากับพ่อว่าจะนำสมบัติกลับไปคืนเพื่อล้างคำสาป"
"ข้าสัญญา ข้าจะตามหาสมบัติคืนกลับไปให้ได้" ไตรภูมิรับปากอย่างหนักแน่น
"เพื่อความปลอดภัย ข้าจะมอบความเป็นอมตะให้แก่ เจ้า" พระเวทตัดสินใจ ไตรภูมิขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ทันจะได้ถาม แววตาของพระเวทก็เปลี่ยนเป็นสีดำวับ ส่งเสียงคำรามเผยเขี้ยวขาวแหลมคม ไตรภูมิผงะเล็กน้อย พระเวทกระชากร่างไตรภูมิเข้ามาใกล้และฝังคมเขี้ยวลงที่ท้ายทอย ไตรภูมิส่งเสียงร้อง
"อ๊าก"
อินทร์ยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าห้องพอได้ยินเสียงร้องก็ลืมตาขึ้น พร้อมรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น กรและกัณฑ์วิ่งเข้ามารายงานอย่างระมัดระวังว่า สมบัติลงเรือเรียบร้อย อินทร์พยักหน้ารับรู้ และปรายตาเข้าไปในห้องเล็กน้อยรอเวลาดำเนินการขั้นต่อไป
รามผงะกับเสียงร้องโหยหวนของไตรภูมิ แววตาขัดเคืองขึ้นมาทันที เขาส่งเสียงคำรามเผยเห็นคมเขี้ยวขาว และแววตาเปลี่ยนเป็นดำวับ จิตต์เดินเข้ามาพร้อมกับออกคำสั่ง
"เผามันทั้งพ่อทั้งลูก" รามกระชับคบไฟแน่น
เมื่อพระเวทถอนคมเขี้ยวออกจากซอกคอ ไตรภูมิมีอาการชักกระตุก เกร็ง ดวงตาเบิกโพลงเหมือนคนตกอยู่ในภาวะช็อกอย่างรุนแรง
จิตต์และรามพุ่งเข้ามาที่ห้องนอนพระเวทพร้อมเปลวไฟในมือ กรและกัณฑ์หันขวับมาด้วยสัญชาตญาณ ทั้งสองคนแววตาเปลี่ยนเป็นสีดำวับ ส่งเสียงคำรามเห็นเขี้ยวขาว อินทร์ ต้องรีบจับไหล่ไว้เป็นการปราม จิตต์และรามเดินตรงมายังห้องพระเวท ไตรภูมิยังนอนกระตุกอยู่ที่เดิม พยายามจะปรือตาขึ้น พระเวทรวบรวมแรงที่มียันตัวขึ้นและสั่งเสียกับไตรภูมิ
"ต่อจากนี้ไป ชีวิตของเจ้าจะไม่เหมือนเดิม ร่างกายจะไร้ซึ่งความรู้สึก เจ้าจะไม่แก่ และไม่ตาย ใช้ความเป็นอมตะตามหาสมบัติเพื่อถอนคำสาปให้จงได้" แล้วอินทร์ก็รีบมาพาตัวไตรภูมิออกไป
เมื่อสองพ่อลูกผู้บุกรุกเข้ามาในห้อง รามกวาดสายตามองไปรอบๆไม่เห็นร่างของไตรภูมิก็ตวาด
"ไตรภูมิมันอยู่ไหน"
พระเวทปรือตาขึ้นมา ร่างกายยังสั่นเทาจากความเจ็บปวด ออกคำสั่งราม
"ใช้ไฟในมือเจ้าเผาข้า ก่อนที่บาดแผลข้าจะหาย และเจ้าจะกลายเป็นคนที่ต้องอยู่ในกองไฟ" รามผวาเข้าใส่ พร้อมคบไฟในมือ จิตต์ก้าวเข้ามาขวางไว้แล้วบอกกับพระเวท
"ข้าเสียใจเหลือเกินที่มีพี่ชายโง่และอ่อนแอเช่นท่าน และอย่าหวังว่าลูกชายของท่านจะถอนคำสาปได้ ข้าไม่มีวันให้มันพรากความเป็นอมตะไปจากข้า" จิตต์พูดจบก็โยนคบไฟลงไปบนเตียงของพระเวท เปลวไฟลุกโชติช่วงรับกับเสียงร้องโหยหวน
"อ๊ากก" รามยิ้มเยาะและโยนคบไฟของตัวเองลงไปสมทบ เปลวไฟลุกรามไปอย่างรวดเร็ว เสียงร้องของพระเวทดังกึกก้อง
ไกลออกไปจากเสียงคร่ำครวญนั้น ร่างของไตรภูมิอยู่ บนเรือลำหนึ่ง เขาถูกห่อด้วยผ้าสีดำ เผยเห็นใบหน้าซีดขาวเด่นชัดกลางแสงจันทร์ ตัวสั่นเพราะร่างกายกำลังปรับรับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เสียงร้องของพระเวทดังก้อง อินทร์นั่งนิ่งอยู่หัวเรือทั้งที่ในใจสุดแสนจะเจ็บปวด กรและกัณฑ์เบือนหน้าหนีน้ำตาปริ่ม แล้วทันใดนั้นดวงตาของไตรภูมิก็เบิกโพลงขึ้น ลูกนัยน์ตาดำวับดุร้าย เพราะเลือดใหม่ที่ได้รับการเปลี่ยนพันธุกรรมจนครบระบบฉีดพล่านไปทั้งร่าง ไตรภูมิร้องคำรามอย่างน่ากลัว
ooooooo
ปลายฉัตรมายืนอยู่หน้าบ้านไตรภูมิแต่เช้า ขณะจะกดกริ่ง เธอได้ยินเสียงร้องดังขึ้น เธอชะงักกึก เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ แล้วก็ได้ยินอีอก
"นายหน้าขาว" ปลายฉัตรรีบกดกระดิ่ง แต่ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาจึงตัดสินใจปีนรั้วเข้าไป ส่วนไตรภูมิที่อยู่
ในบ้านได้ยินเสียงกริ่งก็ลืมตาขึ้น แต่เขายังควบคุมตัวเองไม่ได้ ปล่อยให้ปลายฉัตรปีนเข้ามาได้สำเร็จ พอใกล้ถึงพื้นดิน เธอกระโดดลงมาผิดท่าเล็กน้อย ฝ่ามือจึงโดนร่องปูนบาดจนได้เลือด เลือดทำให้ไตรภูมิลุกพรวดขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็ว
"คำสาปแห่งความเป็นอมตะ ไม่แก่ และไม่ตาย อยู่อย่างทรมาน ต้องกินเลือดเป็นอาหาร มีลมหายใจแต่ไร้ชีวิต" เสียงของพระเวทดังก้องในหู แววตาของไตรภูมิเปลี่ยนเป็นดำขลับ เขาพยายามกดมันไว้ แล้วดึงตัวเองกลับออกมา
ยามนั้น ปลายฉัตรเดินเข้ามาในบ้าน แล้วเรียกหาไตรภูมิ ชายหนุ่มยังตัวสั่นเทา ลมหายใจหอบเหมือนสัญชาตญาณของสัตว์ร้ายที่กระหายเหยื่อ แต่ถูกกดทับไว้ไม่ให้หลุดออกมา ยิ่งปลายฉัตรเข้ามาใกล้ ไตรภูมิก็ยิ่งตัวสั่นมากขึ้น เขาพยายามสกัดความกระหายอย่างยากเย็น
"คุณไตรภูมิ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า" ปลายฉัตรร้องเรียกอยู่หน้าห้อง
ไตรภูมิฝืนตัวเองตะโกนสั่งให้ปลายฉัตรออกไป
"เป็นอะไรของเขา...คนเป็นห่วงแท้ๆ ดันมาตะคอกอีก" ปลายฉัตรบ่นแล้วตัดสินใจจะเดินออก กลิ่นเลือดที่มือของเธอโชยเข้าไปในห้อง ทำให้ด้านมืดเข้าครอบงำไตรภูมิอีกครั้ง
ประตูห้องเปิดออก ปลายฉัตรหันไปแต่ต้องอ้าปากค้างคา เพราะมือของไตรภูมิคว้าคอหมับ แล้วดึงตัวเธอเข้าไปในห้องนอนอย่างแรง โชคดีที่ระหว่างนั้น ไตรภูมิก็ดึงตัวเองออกมาจากสัญชาตญาณด้านมืดได้สำเร็จ เขาจึงไล่ปลายฉัตรออกจากห้อง
"อ้าว...ไรเนี่ย...ตัวเองเป็นคนลากฉันเข้าห้อง แล้วก็มาตะคอกไล่ให้ออกไปอีก จะเอาไงแน่ สับสนไรเปล่า" ปลายฉัตรตั้งสติได้ ไตรภูมิตัวสั่นเทา พยายามจะระงับความโหยที่ซ่อนอยู่ภายในไว้ไม่ให้ออกมา เขาตะโกนไล่ปลายฉัตร
"ฉัน...บอกให้ออกไป...ออก...ไป..." แต่ปลายฉัตรยังไม่เข้าใจ เธอคิดว่าไตรภูมิป่วยจึงจะพาไปหาหมอ
"อาการคุณดูแย่มาก ฉันว่าไปโรงพยาบาลดีกว่า ไปเหอะ ฉันพาไป" ปลายฉัตรเดินเข้ามาด้วยความเป็นห่วง
กลิ่นเลือดของเธอ เกือบทำให้ไตรภูมิระงับตัวเองไม่ได้ เขาตัดสินใจสะบัดมือปลายฉัตรออกไปอย่างแรง ปลายฉัตรเซถลาหัวชนเข้ากับมุมโต๊ะอย่างแรงทำให้หมดสติไป เลือดสดๆที่หัวไหลออกมาเป็นทาง ไตรภูมิตกใจ แต่ไม่ทันที่จะทำอะไร กลิ่นเลือดสดๆใหม่ๆก็ลอยเข้ามาอย่างแรง ดันให้ด้านมืดที่พยายามกดไว้ พุ่งออกมาจากสติสัมปชัญญะ ไตรภูมิบังคับตัวเองไม่ได้ ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีดำขลับ เขี้ยวสีขาววับโผล่ออกมา พร้อมกับเสียงร้องที่เต็มไปด้วยพลัง
อินทร์ กร และกัณฑ์ถือกระเป๋าเหล็กเก็บอุณหภูมิที่บรรจุเลือดเดินเข้ามาในบ้าน พวกเขาได้ยินเสียงไตรภูมิ
"นายท่าน" กรกับกัณฑ์จะพุ่งตัวไป อินทร์พูดขึ้น
"เดี๋ยวฉันไปดูเอง กัณฑ์เอาของไปเก็บให้เรียบร้อย กรเตรียมของมาให้นายท่าน แล้วรีบตามไปที่ห้อง"
"ครับ" กรและกัณฑ์ถือกระเป๋าเก็บเลือดแยกไปตามคำสั่ง อินทร์รีบเดินไปที่ห้องนอนไตรภูมิทันที
"คุณไตรภูมิ" อินทร์ร้องเตือนเมื่อเห็นเจ้านายกำลังจะฝังคมเขี้ยวลงไปที่ซอกคอของปลายฉัตร ไตรภูมิชะงักกึกหันมาทางอินทร์ กรเดินตามเข้ามาพร้อมกับแก้วเจียระไนหรูใส่เลือดสีแดงเข้ม ไตรภูมิเริ่มมีสติกลับมา แววตากลับมาเป็นเหมือนเดิม อินทร์รีบหยิบแก้วเลือดแล้วส่งให้ ไตรภูมิยื่นมืออันสั่นเทามารับและดื่มอย่างเร็ว เขารู้สึกดีขึ้น
อินทร์พยักหน้าให้กรยกตัวปลายฉัตรออกไป แต่ไตรภูมิออกคำส่งว่าจะจัดการเอง กรกับอินทร์จึงถอยออกมา ไตรภูมิค่อยๆหันมาทางปลายฉัตรที่นอนสลบอยู่บนเตียง แววตาอ่อนโยนลง มีความรู้สึกผิดเจือปนอยู่อย่างเห็นได้ชัด
เขาช่วยทำแผลให้ปลายฉัตรและแอบมองใบหน้าของเธอยามหลับใหล เขาเหมือนถูกตรึงอยู่กับความใสของหญิงสาว จนต้องดึงตัวเองกลับมาสู่ความเป็นจริง แล้วตัดใจลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง
ooooooo
อโนบุกมาหาสิงห์ถึงห้องทำงาน เพราะอยากได้ข้อมูลเรื่องไตรภูมิจากปลายฉัตร แถมยังพูดใส่ไฟเสียจนสิงห์นึกระแวง กลัวปลายฉัตรจะแอบมีใจให้ไตรภูมิจริงๆ เขานั่งคิดหนักมองภาพไตรภูมิที่ได้มาจากอโน แต่เมื่อเห็นชื่อโรงแรมที่อยู่ในภาพด้านหลังไตรภูมิ สิงห์ก็คิดได้จึงพาอโนมาไปที่โรงแรมแห่งนั้น เพื่อหาข้อมูลของไตรภูมิ
เวลาเดียวกันนั้นเองที่บ้านไตรภูมิ กรกับกัณฑ์กำลังลำเลียงถุงใส่เลือดเข้าเก็บในตู้เย็นที่ซ่อนไว้ในตู้ไม้ทึบ มีอินทร์ยืนดูอยู่ไม่ห่าง แล้วไตรภูมิก็เดินเข้ามา อินทร์รีบขอโทษที่มาช้าทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย
"มันเป็นความผิดของฉันเอง ฉันเบื่อที่จะต้องดื่มเลือดเป็นอาหารทุกวัน ฉันพยายามจะฝืนคำสาป ทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ ฉันจะต้องตามหาสมบัติอีก 8 ชิ้นให้เจอ โดยเร็วที่สุด พวกเราทุกคนจะได้หลุดจากคำสาปสักที"
ไตรภูมิมองออกไปข้างนอก แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น อินทร์ กร และกัณฑ์ก้มหน้านิ่งฟัง
ปลายฉัตรรู้สึกตัว ลืมตาขึ้นมาเห็นอินทร์ยืนอยู่ข้างเตียง จึงพรวดพราดลุกขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อมองไปรอบๆอินทร์ยิ้มให้นิดๆ แล้วถามกลับว่า พร้อมเริ่มงานหรือยัง จากนั้นงานชิ้นแรกของเธอก็เริ่มต้น
"วันนี้ผมจะให้คุณเช็กรายการของให้ละเอียด และหาว่า 8 ชิ้นที่เรากำลังหาอยู่มีอะไรบ้าง และอีกเรื่องที่สำคัญมาก ห้ามคุณบอกคนอื่นเด็ดขาดว่าคุณทำงานให้เรา" อินทร์ย้ำ
"แต่ฉันบอกแม่ไปแล้ว" ปลายฉัตรนึกได้
"ก็กำชับให้แม่คุณเก็บไว้เป็นความลับ เพื่อความปลอดภัย" อินทร์เสียงเข้ม ปลายฉัตรขมวดคิ้วขณะยังมึนๆ แต่พอนึกได้ก็รีบขอบคุณอินทร์
"ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกครับ เพราะผมไม่ได้เป็นคนทำแผลให้คุณ"
อินทร์พูดจบก็เดินหายไป ทิ้งให้ปลายฉัตรยืนงงอยู่ตรงนั้น เมื่อทำงานไปได้สักครู่ ไตรภูมิก็เข้ามาในห้อง ปลายฉัตร แปลกใจที่ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเลย เธอถามเขาเรื่องอาการป่วยแล้วแนะนำให้ไปหาหมอ
"อาการคุณดูแย่มากเลย หน้าก็ซีด ตัวก็..."
"เธอไม่ต้องห่วงฉัน ห่วงตัวเองดีกว่า หัวเป็นไงบ้าง ความจำเสื่อมหรือเปล่า ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า" ไตรภูมิเสียงอ่อนลง ปลายฉัตรรับรู้ในความห่วงใยของเขาก็แอบสะเทิ้นเล็กๆก่อนตอบ
"ก็...นิดหน่อย...แต่ความจำฉันยังดีอยู่ ฉันยังทำงานให้คุณได้ ไม่ต้องห่วง"
"วันนี้พอเธอเช็กของเรียบร้อยก็กลับไปได้แล้ว ฉันจะให้เธอไปโรงพยาบาล ไปให้หมอเช็กสมองว่ามีเลือดคั่งข้างในหรือเปล่า อินทร์จะเป็นคนจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลให้เธอ" ไตรภูมิออกคำสั่ง ปลายฉัตรยอมรับปากแล้วเอ่ยขอบคุณไตรภูมิ ที่ช่วยทำแผลให้เพราะเห็นที่มือไตรภูมิมีสีของยาใส่แผลติดอยู่
"คุณไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะที่ทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้ ฉันไม่โกรธคุณหรอก...เพราะฉันรู้ว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ"
ปลายฉัตรยิ้มสดใสชี้ที่แผลตัวเอง ไตรภูมิจะอ้าปากเถียง แต่ก็ต้องชะงักกับรอยยิ้มของเธอ เขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่มันวิ่งพล่านอยู่ในตัวเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น
ooooooo
สมุนของรามนำรูปสมบัติราชวงศ์หมิงจากถ้ำมังกรอมตะ 5 ชิ้น มาให้ชาญดูที่บริษัท เพื่อจ้างให้บริษัทจัดประมูลของ ล่อไตรภูมิออกมา ชาญขอดูของจริงก่อนจึงได้เห็นหยกแกะสลักรูปมังกร แจกันกระเบื้องเคลือบเขียนลายมังกรสีน้ำเงินขาว แจกันเคลือบลายดอกท้อแดง งาช้างแกะสลักรูปสิงห์คู่ และแผนที่ของอาณาจักรหมิงบนกระดาษโบราณ
"ของทุกชิ้น เป็นของจริงแน่นอน...คุณเปิดประมูลได้เลย" มายาบอกอย่างมั่นใจ
เมื่อชาญตกลง มายาจึงชวนพาลีกับคีรีกลับ ทั้งสามเดินมาถึงหน้าลิฟต์ และได้พบกับสิงห์และอโนที่กำลังจะมาพบชาญ ด้วยความไม่ระวัง สิงห์ชนเข้ากับคีรีอย่างแรง เขาจะอ้าปากจะขอโทษ แต่ไม่ทันคีรีที่สวนอย่างกวนๆ
"มีตาก็หัดใช้ซะบ้าง ก่อนที่จะไม่มีให้ใช้" สิงห์ชะงักกึกมองคีรีเต็มตาแล้วก็อึ้ง เพราะเป็นคนเดียวกับในภาพที่เห็นในผับ สิงห์ขยับจะเรียก แต่ทั้งหมดเดินเข้าลิฟต์ไปแล้ว สิงห์วิ่งตามลงไป แต่ก็ไม่ทัน
"ฉันไม่น่าเชื่อพี่เลย ถ้าฉันไปสืบเองป่านนี้คงได้ประวัติคุณไตรภูมิตั้งแต่เกิด ยันโคตรเหง้าศักราชหมดแล้ว...ฮึ่ย...
พี่นะพี่...เห็นคนร้ายดีกว่าน้องสาวตัวเอง" อโนกลับไปที่รถ ทิ้งให้สิงห์ยืนอยู่ที่หน้าบริษัทคนเดียว เขาเริ่มสังเกตรอบๆอย่างค้างคาใจ
"ไอ้สองคนนั้นมันมาที่นี่ทำไม...หรือว่า...มันจะมาบริษัทประมูล"
ooooooo
งานวันแรกของปลายฉัตรเสร็จแล้ว เธอระบายเสียงออกมาอย่างโล่งอก แล้วนวดขมับตัวเอง ขยับไหล่ อย่างเหนื่อยล้า ด้วยความกระหายน้ำจึงลุกออกมาหาน้ำดื่ม ขณะเปิดตู้เย็นสำหรับแช่เลือด แต่ยังไม่ทันเห็นข้างใน กัณฑ์โผล่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
"ทำอะไร ตู้นี้ไม่มีน้ำ" กัณฑ์รีบปิดตู้ พรางตู้เย็นไว้ อีกชั้น
"แต่ว่ามันเป็นตู้เย็น มันจะไม่มีน้ำได้ยังไง" ปลายฉัตรเถียง
"บอกว่าไม่มีก็คือไม่มี...ถ้าอยากกินน้ำเดี๋ยวจัดให้ และต่อไปห้ามเดินเพ่นพ่าน รื้อโน่นรื้อนี่โดยไม่ได้รับอนุญาต คุณ อินทร์รอพบคุณอยู่ที่ห้องรับแขก ให้ไปพบเดี๋ยวนี้ ส่วนน้ำจะเอาตามไปให้" กัณฑ์จ้องปลายฉัตร
ปลายฉัตรจำใจถอยออกไปพบอินทร์ เธอจำใจรับเงินค่าตรวจสมอง แล้วซ้อนรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างออกไป เมื่อไตรภูมิเข้ามาในห้องทำงานของปลายฉัตร พบกระเป๋าสตางค์จึงเปิดดู เมื่อเห็นรูปปลายฉัตรถ่ายกับสิงห์รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ด้วยความห่วงใยจึงขับรถตามเอากระเป๋าไปคืนที่บ้าน ระหว่างที่ปลายฉัตรขำอยู่กับท่าทีของไตรภูมิ สิงห์เข้ามา
"ถ้าไม่มีอะไร...ก็หยุดขำได้แล้ว ก่อนที่แฟนเธอจะเข้าใจผิด คิดว่าเธอกำลังคุยอยู่กับฉันอย่างมีความสุข"
ปลายฉัตรชะงักกึก...แล้วหันหลังมองไปตามสายตาของไตรภูมิ เห็นสิงห์เดินเข้ามา สิงห์พยายามจะยิ้มให้ปลายฉัตร พลางถามเธอเรื่องไม่ยอมรับสาย
"สงสัยเราจะอยู่บนมอไซค์เลยไม่ได้ยิน มีไรด่วนหรือเปล่า"
"ก็...ไม่มีอะไรมาก แค่เป็นห่วง...แล้ว..." สิงห์มองหน้าปลายฉัตร และมองเลยไปที่ไตรภูมิแทนคำถาม ปลายฉัตรนึกได้รีบแนะนำ "เอ้อ...สิงห์นี่คุณไตรภูมิ เจ้านายเราเอง คุณไตรภูมิคะ...นี่สิงห์...เพื่อนฉันเอง" สิงห์สะอึกเล็กๆกับคำว่าเพื่อน ไตรภูมิปรายตามองมาทางสิงห์เห็นปฏิกิริยาก็รู้ทันที เขาอมยิ้มนิดๆก่อนเอ่ย
"พรุ่งนี้เธอไม่ต้องไปทำงาน ฉันให้ลาไปหาหมอ ได้หนึ่งวัน และถ้าต้องการอะไรเพิ่มเติมก็บอกอินทร์...ฉันยินดีจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ทุกอย่าง"
"เอ่อ...ค่ะ" ปลายฉัตรรับคำ ไตรภูมิเดินไปที่รถแล้วขับออกไป โดยไม่สนใจไยดีสิงห์แม้แต่น้อย คล้อยหลังไตรภูมิสิงห์ก็เริ่มต้นยิงคำถามทันที "ปลาย...นี่มันเกิดอะไรขึ้น นายนั่นมาที่นี่ทำไม แล้วปลายเป็นอะไรทำไมต้องไปหาหมอ แล้วเกี่ยวอะไรกับเค้าด้วย ทำไมต้องมารับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล"
"โห...เป็นชุด นี่...เปลี่ยนอาชีพจากตำรวจมาเป็นทนายตั้งแต่เมื่อไหร่หะ คุณเพื่อน" ปลายฉัตรทิ้งหางเสียงประชด สิงห์ สะอึก รู้ตัวว่ายุ่งมากไป เขารีบเปลี่ยนเรื่องชวนปลายฉัตรเข้าบ้าน
ลุงฉิ่งที่รออยู่เห็นปลายฉัตรมากับสิงห์ ก็รีบเรียกหลานสาวเข้าบ้าน เพื่อไปฟังคำทำนายดวงชะตาจากมหา สิงห์ ตามไปด้วย มหากางคำทำนายแล้วเริ่มอ่าน
"พื้นดวง ไม่ต้องพูดนะ รู้ๆกัน เข้าประเด็นเลยแล้วกัน... เรื่องงาน...ช่วงนี้จะมีดวงผู้ใหญ่อุปถัมภ์ ไม่ใช่อุปถัมภ์ธรรมดาแต่ทั้งอุ้มชู ทั้งเกื้อกูลกันอย่างเต็มที่ ชีวิตนี้ไม่มีอดตาย ตกดวงมหาเศรษฐีพันล้าน หมื่นล้านต้องมี น้อยกว่านี้ไม่ได้ การเงิน... ตอนเด็กขัดสน แต่พอโตเป็นผู้ใหญ่จะได้คู่ดี คู่เป็นคนบุญหนัก ศักดิ์ใหญ่ จะร่ำรวยเพราะคู่ แต่ถ้า...คลาดกับคู่คนนี้อาจจะไม่มี อะไรเหลือเลย" ปลายฉัตรชะงักนิดๆ ฉิ่งถามเรื่องความรักอยากรู้ว่าหลานสาวจะได้แต่งงานไหม
"ความรัก...ตกช่อง...มหาเสน่ห์...จะมีผู้ชายเข้ามาให้เลือกมากมาย บางคนรู้ตัว บางคนไม่รู้ตัว บางคนเป็นคนใกล้ตัวแต่เราไม่รู้ บางคน...ที่เราชอบเขา...แต่ไม่คิดว่าเขาจะชอบเรา..."
"ฉันชอบเขาเนี่ยนะ ไม่มีหรอกลุงมหา...ฉันเนี่ยนะ จะไปชอบใครได้ มั่วป่ะเนี่ย" ปลายฉัตรเถียง
"อ่ะ...อ่ะ...ยังไม่จบ นี่ยังแค่ 2 จริงๆแล้วยังมีอีก 1 กำลังจะเข้ามาในไม่ช้า...แต่คนนี้ร้อนยิ่งกว่าไฟ ถ้าอยู่ใกล้ๆไม่ระวังพลาดพลั้งขึ้นมาเมื่อไหร่...ชีวิตจะตกช่องหายนะทันที" มหาทำเสียงจริงจัง
ปลายฉัตรส่ายหน้าไม่เชื่อ สิงห์ฟังแล้วใจคอไม่ค่อยดี ส่วนเฉิดหน้าเสียถามถึงวิธีแก้ไข แต่มหาไม่ทันตอบสิงห์ก็ยิงคำถาม "ลุงมหา ฉันอยากรู้ว่า...ไอ้คนนี้...มันจะมาเมื่อไหร่"
ลุงฉิ่งกับมหาถึงกับผงะในความแรงของสิงห์
ooooooo
รามอยู่ในห้องออกกำลังกาย กำลังฝึกการต่อสู้ กับพาลี และคีรีที่เข้ามารุมแบบไม่ยั้ง แต่รามรับได้ อย่างรวดเร็วและซัดกลับไปอย่างรุนแรงจนเลือดตกยางออก แต่สักพัก พาลีกับคีรีก็แผลหาย และลุกขึ้นมาสู้ต่อ การเคลื่อนไหวของรามดุดัน แข็งกร้าว โหดร้ายและรุนแรง เวลานั้นเองมายาเดินยิ้มร่ามาแจ้งข่าวดี
"การประมูลจะมีขึ้นในอีก 3 วันค่ะ แต่นายท่านจะแน่ใจได้ยังไงว่าการประมูลครั้งนี้ เราจะล่อให้พวกนั้นออกมาได้สำเร็จ"
"ถ้าไตรภูมิมันยังยืนยันที่จะทำลายความเป็นอมตะด้วยการตามหาสมบัติให้ครบ แล้วเอาไปคืนเพื่อล้างคำสาปมันจะต้องออกมา"
"แต่ถ้า...ไตรภูมิล้มเลิกความคิดที่จะถอนคำสาป เค้าอาจจะไม่มาก็ได้นะคะ"
"คนอย่างไตรภูมิ ไม่ใช่คนที่จะเลิกล้มอะไรง่ายๆ ยิ่งเป็นคำสั่งจากพ่อมัน...ถ้าทำไม่สำเร็จ มันไม่มีทางหยุด...อีกสามวัน...มันจะต้องมาประมูลด้วยตัวเอง" รามตอบอย่างมั่นใจ แล้วยกแก้วเลือดขึ้นจิบอย่างชื่นใจ
ส่วนไตรภูมิ เมื่อรู้ข่าวการประมูล เขาให้ปลายฉัตรไปเป็นตัวแทน
"สมบัติตั้ง 5 ชิ้น ราคาชิ้นนึงตั้งหลายสิบล้าน ถ้าเกิดฉันประมูลมาแล้ว คุณไม่เอา ฉันก็ตายสิ"
"ไม่ต้องห่วง...ไม่ว่าเธอจะประมูลมาด้วยราคาแพงแค่ไหน จะกี่ร้อยล้าน...ฉันก็จ่ายให้ หน้าที่ของเธอก็คือ... ประมูลสมบัติทั้ง 5 ชิ้นมาให้ฉัน ทำได้หรือเปล่า" ไตรภูมิมองปลายฉัตร ปลายฉัตรตัดสินใจรับปาก
"ได้ค่ะ ฉันจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง"
ปลายฉัตรตอบอย่างมุ่งมั่น สู้ตาไตรภูมิอย่างกล้าหาญ ไตรภูมิอมยิ้มนิดๆ สายตาที่ทั้งสองมองกัน นัยที่แอบแฝงนั้น อินทร์สัมผัสได้ถึงพลังบางอย่าง จึงก้มหน้าเหมือนกับยอมรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ooooooo
.
----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep4/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 4
สิงห์กลับมารายงานวัลลภเรื่องพบคีรีกับพาลีที่บริษัทประมูล แต่ไม่ยืนยันว่าทั้งสองจะเป็นผู้ต้องสงสัยร้อยเปอร์เซ็นต์ วัลลภมองรูปกร กัณฑ์ พาลีและคีรีที่ปริ๊นต์มาจากกล้องวงจรปิดด้วยสายตาครุ่นคิด
"ขอเช็กเทปจากกล้องวงจรปิดภายในโรงแรม แล้วดูให้ชัดว่าเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า และพวกมันมาทำอะไรติดต่อกับใครบ้าง แล้วก็สืบต่อไปจนถึงตัว บางทีทั้งสี่คนนี้อาจจะรู้จักกันก็ได้"
"ครับ...เดี๋ยวผมจะไปติดต่อกับทางโรงแรมวันพรุ่งนี้" สิงห์รับคำ
วัลลภสั่งให้จ่าดอนไปทำงานแทน แล้วก็ขอตัวเดินออกไป สิงห์ทำความเคารพพลางเหลือบดูนาฬิกาเห็นว่าใกล้เวลานัดกับปลายฉัตร จึงฝากเรื่องเทปกับจ่าดอน ก่อนจากไปอย่างรีบร้อน
"รีบร้อนแบบนี้...สงสัยจะไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดา" ดอนพึมพำตามหลัง
ในเวลาเดียวกัน ปลายฉัตรเตรียมจะกลับบ้าน ไตรภูมิเข้ามาถามเรื่องเสื้อผ้าที่จะใส่ไปงานประมูล เธอเพิ่งฉุกคิดได้ว่าตัวเองมีแต่เสื้อผ้าแบบที่ใส่มาทำงานเท่านั้น
"เดี๋ยวฉันจะให้อินทร์เอาเงินให้เธอไปซื้อเสื้อผ้าใหม่" ไตรภูมิสั่ง
ปลายฉัตรโบกมือปฏิเสธ บอกว่าแค่ไปซื้อตลาดนัดแถวบ้านหรือสะพานพุทธก็ได้
"งานประมูลวันพรุ่งนี้มีความสำคัญมาก ฉันไม่อยากพลาดเพราะเสื้อผ้าที่ดูไม่น่าเชื่อถือของเธอ"
ไตรภูมิเปิดประตูรถ แล้วดันตัวปลายฉัตรเข้าไป จากนั้นก็เดินมานั่งที่ด้านคนขับ ปลายฉัตรสะดุดกึก...รู้สึกถึงความใกล้ชิด เธอเขินเล็กน้อย ไตรภูมิหันมามองปลายฉัตรมองตอบ... ต่างคนต่างมองตากัน และทันใดนั้นไตรภูมิก็พูดขึ้น...
"คาดเข็มขัดด้วย" ปลายฉัตรสะดุ้งรู้สึกตัว รีบรัดเข็มขัด ไตรภูมิแอบอมยิ้มนิดๆแล้วออกรถไป
ในขณะที่ปลายฉัตรออกไปซื้อเสื้อผ้ากับไตรภูมิ สิงห์ก็มารอเธอที่บ้าน เพราะปลายฉัตรนัดให้ไปเป็นเพื่อนที่โรงพยา บาลตอนห้าโมงเย็น เฉิดออกมานั่งคุยกับสิงห์ แต่เมื่อรู้ว่าลูกสาวไปทำงานแล้วล้มหัวฟาดโต๊ะจนเจ้านายให้ไปเช็กสมองก็ตกใจ เพราะปลายฉัตรไม่เคยบอกเรื่องนี้กับเธอเลย สิงห์กลัวเฉิดจะกังวลจึงรีบแก้ตัวแทน
"เอ่อ...ปลายเขาคงไม่อยากให้คุณอาเป็นห่วงน่ะครับ"
"งั้นพอหาหมอแล้ว บอกด้วยแล้วกันว่าผลเป็นยังไงบ้าง" เฉิดอดห่วงไม่ได้ สิงห์รับคำแล้วก้มมองนาฬิกาอีกครั้งเพราะได้เวลานัดแล้วแต่ปลายฉัตรยังไม่มา
ooooooo
ไตรภูมิเดินนำปลายฉัตรมาที่ร้านเสื้อผ้าหรู ปลายฉัตรต่อรองว่าซื้อไปคงไม่กล้าใส่เพราะหรูเกินไป แต่เมื่อโดนไตรภูมิยื่นคำขาดด้วยเสียงเข้มๆ เธอก็ต้องยอม
"ใส่ก็ได้แค่นี้ก็ต้องขู่ด้วย"
ปลายฉัตรเดินหน้าง้ำเข้าไปในร้าน ไตรภูมิยิ้มนิดๆด้วยความพอใจ แล้วเดินตามไป หลังให้ปลายฉัตรเลือกเสื้อผ้าอยู่ครู่ ชายหนุ่มเห็นว่าไม่เหมาะสมจึงตัดบท
"พอได้แล้ว ฉันไม่เชื่อรสนิยมเธอแล้ว เดี๋ยวฉันเลือกให้เอง"
ปลายฉัตรหันมามองตัวเองในกระจกด้วยความแปลกใจ
"นี่ยังไม่สวยอีกเหรอเนี่ย เรื่องมากจริงๆ"
ไตรภูมิปราดสายตามอง และเดินเข้าไปหยิบชุดที่คิดว่าเหมาะออกมาส่งให้ปลายฉัตรลอง
"นี่สวยแล้วเหรอเนี่ย" ปลายฉัตรเบ้หน้า แต่ก็ยอมลองสวมดู
ห้องลองชุดค่อยๆเปิดออก ปลายฉัตรเดินออกมาในชุดที่ไตรภูมิเลือก เป็นชุดที่ใส่แล้วดูดี และเข้ากับบุคลิกของเธอ ไตรภูมินั่งมองแล้วอมยิ้มนิดๆด้วยความพอใจ ปลายฉัตรยืนประหม่า พอเห็นรอยยิ้มของไตรภูมิแล้วก็ยิ้มออก
"สวยเนอะ ฉันยังไม่คิดเลยว่า ตัวเองจะสวยขนาดนี้ ใส่แล้วก็ไม่เขินด้วย ทะมัดทะแมง เดินก็สะดวก คุณนี่รสนิยมดีเหมือนกันนะเนี่ย" ปลายฉัตรหันไปส่องกระจกด้วยความ ชอบใจ
ทันใดนั้นก็มีสร้อยเพชรเส้นหนึ่งพาดลงที่คอ ขณะที่ปลายฉัตรกำลังตกใจอยู่นั้น ไตรภูมิก็ใส่สร้อยให้เสร็จแล้ว
"สร้อยเส้นนี้ฉันให้เธอ ไม่ต้องเอามาคืน" ไตรภูมิพูดจบก็หันหลังเดินออกไป
"คุณ ของจริงหรือเปล่า"
ไตรภูมิชะงักเท้า แล้วขำนิดๆก่อนจะหันมาทำหน้านิ่ง "ตอนเธอเอามันไปขายเดี๋ยวก็รู้เอง ฉันจะไปรอหน้าร้าน เปลี่ยนชุดแล้วรีบตามออกไป" ไตรภูมิหันหลังเดินไปที่เคาน์เตอร์ ปลายฉัตรอึ้งหันมาดูตัวเองที่หน้ากระจก รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าหญิงไปชั่วขณะ แล้วก็นึกกังวลขึ้นมา
"พรุ่งนี้จะแต่งชุดนี้ออกจากบ้านมาได้ยังไงเนี่ย"
ดูเหมือนว่าไตรภูมิจะเดาใจออก เขาจึงบอกกับปลายฉัตรในระหว่างเดินมาที่รถ
"เธอไม่ต้องห่วง ฉันจองโรงแรมไว้ให้เธอแล้ว นี่เป็นนามบัตร ทางไปโรมแรมและเบอร์ห้อง เธอไปใช้ได้ตั้งแต่เช้า จะมีรถทางโรงแรมคอยรับส่งเธอตลอดการทำงาน" ไตรภูมิส่งนามบัตรให้
ปลายฉัตรตาโตรีบรับนามบัตร เมื่อไตรภูมิถามต่อเรื่องเช็กสมอง เธอเพิ่งนึกได้ว่า นัดกับสิงห์ไว้
"หกโมงครึ่ง ตายแล้ว โดนด่าแน่ๆ ฉันไปก่อนนะคุณ แล้วพรุ่งนี้ค่อยเจอกัน ไปล่ะ" ปลายฉัตรวิ่งทะเล่อทะล่าออกไปและเกือบจะล้ม ไตรภูมิมองตามอมยิ้มอย่างมีความสุข เขาเริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ค่อยๆงอกงามขึ้นภายในจิตใจ
ooooooo
เวลาทุ่มครึ่งแล้ว สิงห์ยังยืนรอปลายฉัตรอยู่ที่หน้าบ้าน ลุงฉิ่งเดินออกมาจากในครัว พร้อมกับถ้วยแกง แกตะโกนเรียกสิงห์ให้มากินข้าวก่อน
"ตามที่ลุงตรวจดูโหงวเฮ้งบนใบหน้าของเอ็งแล้ว คาดว่าอีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมงไอ้ปลายมาถึงแน่" มหาปลอบ
"และถ้ามันยังไม่มาล่ะ" ลุงฉิ่งไม่อยากเชื่อ
"ชั่วโมงต่อไปมันต้องมาแน่ ถ้ามันยังไม่มา ก็เป็นชั่วโมงต่อไป แต่มันต้องมาภายในหนึ่งชั่วโมงแน่นอน" มหายืนยัน ลุงฉิ่งส่ายหน้าระอาในความมั่วของเพื่อนซี้
"ฉันกลับมาแล้วจ้า ฉันกลับมาแล้ว"
สิงห์หันไปดูที่หน้าบ้านเห็นปลายฉัตรยืนหอบ มือกำลังเปิดประตูรั้วอยู่ จึงเดินเข้าไปหา มหาเห็นว่าสิงห์เดินออกไปก็สะกิดลุงฉิ่งให้ตามไปแอบดูด้วยความสาระแน เมื่อประตูรั้วเปิดออก ปลายฉัตรรีบพุ่งเข้ามาจับมือสิงห์
"สิงห์ฉันขอโทษ ฉันลืมนัดแกจริงๆ แล้วฉันก็ปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ด้วย เลยไม่ได้ยินขอโทษนะ...แกอย่าโกรธฉันนะ" สิงห์มองมือปลายฉัตรที่จับอยู่ อารมณ์ที่มีทั้งหมดพลันหายวับ แล้วยิ้มออก
"เออ...ไม่โกรธก็ได้...แล้วนี่ไปไหนมา...อย่าบอกนะว่าไปช็อปปิ้ง" สิงห์มองที่ถุงเสื้อผ้า ปลายฉัตรอึกๆอักๆ ยิ้มเจื่อนๆ
ลุงฉิ่งกับมหาที่แอบดูอยู่พยายามเงี่ยหูฟังอยากรู้ว่าสิงห์กับปลายฉัตรคุยอะไรกัน เฉิดร้องเตือน
"แล้วพี่สองคนจะไปยุ่งเรื่องเด็กมันทำไม มากินข้าว"
"มันเป็นเด็กที่ไหน เนี่ยมันหลานฉัน ไม่ยุ่งเรื่องหลานแล้วจะไปยุ่งเรื่องใคร มะ แอบดูมันต่อ" ลุงฉิ่งหันมาตอบแล้วชวนมหาสาระแนต่อ เฉิดได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
"จริงๆ มันก็ไม่ใช่ไปช็อปปิ้งหรอก...คือว่าฉันไปทำงานน่ะ แล้วนี่ก็เป็นชุดที่ฉันต้องใส่ไปทำงาน" ปลายฉัตรตอบ สิงห์แปลกใจจะซักต่อ แต่ปลายฉัตรรีบตัดบท "เออ...เรื่องมันยาว แล้วก็ซับซ้อนน่ะ เอาไว้ฉันเสร็จงานแล้วค่อยเล่าให้แกฟังแล้วกัน แกไม่โกรธก็ดีแล้ว ไปกินข้าวกันดีกว่าไป ฉันหิวแล้ว" ปลายฉัตรยิ้มกลบเกลื่อนแล้วก็เดินเข้าบ้านไป
สิงห์ได้แต่มองตามงงๆ เขามองไปที่ถุงใส่เสื้อผ้า รู้ดีว่าเป็นถุงเสื้อจากร้านราคาแพง ก็คิดหนักและเริ่มระแวง
หลังจากทานอาหารเย็นเรียบร้อย ทุกคนก็แยกย้ายกันไป เหลือเพียงลุงฉิ่งที่นั่งคุยกับมหาเรื่องดวงของปลายฉัตร เพราะลุงอยากรู้ว่าผู้ชายที่หลานสาวชอบคือใคร
"มันชอบใครข้าไม่รู้เว้ย...แต่ถ้าไอ้คนที่สองที่มาชอบมันเนี่ย ข้ารู้ว่าใคร เห็นกันทุกวันตัวเป็นๆ" มหาที่กำลังส่องพระตอบ ลุงฉิ่งสวนว่าใครไม่รู้ก็โง่แล้ว
"แล้วไอ้คนที่สามเนี่ยที่บอกว่ามันจะมาเร็วๆนี้เนี่ย ตกลงว่ามันมาแบบรักหรือไม่รักวะ" ลุงฉิ่งถาม
"มันไม่ชัดว่ารักหรือไม่รักว่ะ...รู้แต่ว่าดาวอีกดวงมันเคลื่อนเข้ามาอย่างเด่นชัด...รับประกันล้านเปอร์เซ็นต์ว่ามันต้องมาแน่ๆ" มหาฟันธง ลุงฉิ่งฟังแล้วแอบเป็นกังวลอย่างบอกไม่ถูก
ooooooo
รามอยู่ในชุดสูทหรู กำลังจะออกไปงานประมูล จิตต์เดินเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"แกคิดเหรอว่าสมบัติ 5 ชิ้นสุดท้ายที่เรามีจะล่อไอ้ ไตรภูมิมันออกมาได้"
"ถ้ามันสะสมสมบัติเพื่อถอนคำสาป มันจะต้องมา แต่ ถ้ามันไม่มา เราก็จะได้รู้ว่ามันเลิกล้มความคิดนี้ไปแล้ว"
"แต่ถึงมันไม่คิด เราก็ไม่ควรจะเก็บมันไว้ มันทำให้เรามีชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวงมาสี่ร้อยกว่าปี มันต้องจบลงได้แล้ว ถ้าพวกมันตาย ความเป็นอมตะที่เรามีจะทำให้เราเหนือกว่าทุกคน"
"ไอ้ไตรภูมิมันโง่ที่ไม่ยอมเป็นพวกเดียวกับเรา"
"มันก็โง่เหมือนพ่อของมัน และฉันจะไม่ยอมให้ความโง่ของมันมาทำลายความเป็นอมตะของฉัน ฉันจะให้โอกาสแกอีกครั้ง ถ้างานนี้ไม่สำเร็จ ฉันจะตามล่ามันเอง" จิตต์กัดฟันกรอด ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีดำ เผยอเขี้ยวขาวมันวับ
เวลาเดียวกันนั้น อินทร์กำลังรินเลือดใส่แก้วเจียระไนหรู แล้วยกมาให้ไตรภูมิพร้อมกับตั้งคำถาม
"นายท่านคิดว่าการประมูลวันนี้จะเป็นกับดักของพวกนั้นหรือเปล่า"
"สมบัติ 5 ชิ้นไม่เคยปรากฏมาก่อน มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่มันจะโผล่มาตอนที่พวกนั้นมาถึงประเทศไทย"
"นายท่านคิดว่า...ถ้าพวกนั้นรู้ว่าเราสะสมสมบัติเพื่อถอนคำสาปทำลายความเป็นอมตะ อะไรจะเกิดขึ้น"
"ถ้าไม่ตายกันไปข้างนึง ก็ต้องตายหมดทุกคน" ไตรภูมิแววตาแข็งกร้าว อินทร์ก้มหน้านิดๆ เตรียมพร้อมยอมรับกับชะตากรรม แล้วก็ฉุกคิด
"แล้วการประมูลครั้งนี้...นายท่านคิดว่าปลายฉัตรจะทำสำเร็จหรือเปล่าครับ" ไตรภูมินิ่งคิดถึงปลายฉัตร
ooooooo
เมื่อวันประมูลมาถึง ไตรภูมิเดินใส่แว่นดำเข้ามาในโรงแรมอย่างเท่ มีสาวๆลอบมองเล็กน้อย กรและกัณฑ์ที่ยืนคุมเชิงอยู่บริเวณนั้นรีบเข้ามารายงานว่าปลายฉัตรมาถึงแล้วและกำลังแต่งตัวอยู่ ไตรภูมิพยักหน้าและเดินไป กรจะเดินตามไปอารักขา ไตรภูมิหันมาสั่ง
"ไม่เป็นไร ฉันไปเอง" กรพยักหน้ารับและหยุดตาม
ไตรภูมิเดินมาหยุดที่หน้าห้องแล้วเคาะประตูเรียก
สักพักปลายฉัตรก็ออกมาเปิดประตู เขาเห็นปลายฉัตรอยู่ในชุดที่ซื้อมา หัวยังยุ่งเป็นกระเซิง หน้าตาก็ยังไม่ได้แต่ง ปลายฉัตรยิ้มแห้งๆ
"คุณไม่ต้องห่วงนะ อีกแปร๊บบบบ...เดียว ฉันก็แต่งตัว เรียบร้อยแล้ว ทันแน่นอน" ไตรภูมิเดินตามเข้ามาแววตาไม่ค่อยเชื่อคำพูดลูกจ้างเท่าไหร่นัก จึงเอ่ยถาม
"เธอทำผมไม่เป็นใช่ไหม" ปลายฉัตรชะงักกึกก่อนสารภาพ
"ปกติฉันก็แค่มัดเฉยๆ...แต่พอมัดแล้วก็รู้สึกว่ามันไม่เข้ากับชุด...ก็เลยพยายามจะทำอย่างอื่น แต่มันก็...เป็นอย่างที่เห็น"
ไตรภูมิถอนใจเดินเข้ามาหาปลายฉัตรแล้วช่วยเกล้าผมให้อย่างชำนาญ ปลายฉัตรถึงกับเคลิ้ม...ใจหวิวๆแปลกๆ ไตรภูมิรวบผมปลายฉัตรขึ้นเพื่อม้วนเก็บแล้วใช้ปิ่นปักตรึงผมไว้
"เรียบร้อยแล้ว...ไม่ถึงสองนาที" ไตรภูมิเอ่ย ปลายฉัตรยืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจกด้วยความแปลกใจและพอใจ
"สวยจังเลย...คุณทำเป็นได้ยังไง"
"ฉันมีเวลาว่างเยอะ ฉันทำเป็นทุกอย่าง...จะให้ฉันแต่งหน้าให้ด้วยไหม" ไตรภูมิอาสา ปลายฉัตรผงะ ไตรภูมิยิ้มกวนๆบอกว่าล้อเล่นแล้วออกคำสั่ง
"เดี๋ยวเธอแต่งหน้าไม่ต้องมาก แต่งแบบธรรมชาติ จะเข้ากับเธอมากกว่า ฉันให้เวลาอีก 5 นาที เรียบร้อยแล้วรีบไปได้ ฉันให้ทางโรงแรมเตรียมรถไว้ให้เธอแล้ว"
"แล้วจะมีใครไปกับฉันบ้างหรือเปล่า"
"ไม่มี เธอต้องไปคนเดียว ประมูลของมาให้ได้ ฉันจะรอฟังข่าวดีอยู่ที่นี่" ไตรภูมิเสียงเข้ม ปลายฉัตรกลืนน้ำลายเอื้อก...แอบเครียด ไตรภูมิดูออกเดินมาหา และจับปลายฉัตรหันหน้าหากระจก...พร้อมกับพูดให้กำลังใจ
"วันนี้เธอไม่ใช่เด็กกะโปโลที่ไปงานประมูลเพื่อหางานทำ แต่เธอคือมหาเศรษฐีที่มีเงินมากกว่าหมื่นล้านสำหรับซื้อทุกอย่าง ฉันรู้ว่าเธอทำได้"
ปลายฉัตรมองตัวเองในกระจกเห็นไตรภูมิยืนอยู่ข้างหลัง เธอรู้สึกเหมือนมีพลังค่อยๆปล่อยผ่านมาทางเธอ...และความมั่นใจก็ค่อยๆเกิดขึ้น
ooooooo
ประตูโรงแรมเปิดออก ปลายฉัตรเดินออกมาด้วยความสวย สง่า และเป็นธรรมชาติ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆเพื่อเรียกความมั่นใจ แล้วเดินไปที่รถ พนักงานเปิดประตูรถให้เธอขึ้นไปนั่ง เมื่อประตูปิดลงรถก็ค่อยๆแล่นออกไป โดยมีสายตาของไตรภูมิมองตามไป กรและกัณฑ์เดินมาสมทบ พวกเขาอาสาจะตามปลายฉัตรไป
"ไม่ต้องไป...ถ้ามันเป็นกับดักของพวกนั้นจริงๆ ทั้งปลายฉัตรและพวกเราจะเดือดร้อนกันหมด" ไตรภูมิสั่ง
บริเวณงานประมูลนั้น มายา พาลี และคีรี เดินเข้ามาในบริเวณงาน รัศมีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่าน ชาญรีบออกมาต้อนรับบอกว่างานจะเริ่มแล้ว
"รออยู่ด้านนอก ถ้าเจอพวกนั้นเมื่อไหร่รีบรายงานทันที" มายาสั่ง
อโนมาร่วมงานประมูลด้วย เพราะหวังจะได้พบกับไตรภูมิ แต่เพราะไม่ระวังจึงชนเข้ากับรามที่เดินสวนมา จนของในมือหล่นลงพื้น เธอรีบขอโทษชายหนุ่ม
"ไม่ต้องขอโทษครับ...ผมเดินไม่ระวังเองนี่ครับ" รามเก็บของส่งให้ พลางส่งยิ้ม
"ขอบคุณค่ะ" อโนอึ้งๆ มองรามที่เดินจากไป
"ถ้ารู้ว่ามีคนหล่อๆแบบนี้...จะมาประมูลมันทุก
วันเลย" อโนยิ้มร่าเริง และไม่ทันเห็นปลายฉัตรที่สวมวิญญาณคนรวยเดินเข้าไปในงานอย่างมั่นใจ
"สินค้าที่จะทำการประมูลเป็นสมบัติราชวงศ์หมิง ที่มีการขุดค้นพบในถ้ำมังกรอมตะ ถ้ำที่มีตำนานลึกลับเกี่ยวกับคำสาปแห่งความเป็นอมตะการประมูลจะเริ่มต้นภายใน 5 นาที" พิธีกรประกาศ
มายาเดินเข้าไปนั่งอยู่ในกลุ่มของคนประมูลแถวหน้าๆ ส่วนรามเดินเข้ามาพร้อมกับป้ายสำหรับการประมูลเดินมานั่งแถวหลัง มายาปรายตามามอง แล้วอมยิ้มนิดๆ ปลายฉัตรเดินตามเข้ามาถือป้ายหมายเลข 9 อยู่ในมือ เธอมองซ้ายมองขวาหาที่นั่งแถวกลางๆ
"การประมูลจะเริ่มต้น ณ บัดนี้" พิธีกรประกาศ รามมองซ้ายมองขวา แต่ไม่เห็นวี่แววของไตรภูมิ
รูปสมบัติชิ้นที่หนึ่งขึ้นบนหน้าจอเป็นหยกแกะสลักรูปมังกร พิธีกรเริ่มการประมูลในราคา 12 ล้านบาท ปลายฉัตรยกป้ายประมูล มีคนสู้ราคา แต่ปลายฉัตรก็ไม่ถอยเธอยกป้ายสู้ แล้วเธอก็ประมูลได้ในราคา 19 ล้าน และต่อด้วยชิ้นที่สอง สาม สี่ และห้า ในราคาที่แพงขึ้นเรื่อยๆ ปลายฉัตรโล่งใจยิ้มได้ เพราะทำงานสำเร็จ
ส่วนราม มายา พาลีและคีรีนั้นต้องผิดหวังที่ไตรภูมิไม่ปรากฏตัว และพวกเขาก็นึกสงสัยว่าหมายเลข 9 เป็นใคร ทำไมถึงประมูลของได้ทั้งหมด
"ใครวะเบอร์ 9 รวยจริงๆ ประมูลได้ทุกอันเลย" อโนชักสนใจจึงชะเง้อมองแต่ยังไม่เห็นปลายฉัตร เพราะเธอลุกไปคุยกับเจ้าหน้าที่และเซ็นรับสินค้า เป็นจังหวะเดียวกับที่รามหันมาพอดี เขาเห็นรอยยิ้มสดใสของปลายฉัตรก็เผลอยิ้มตามไปด้วย มายาเห็นเข้าก็ไม่พอใจนัก นาทีนั้นปลายฉัตรลุกขึ้นเดินออกไป
อโนกำลังมองซ้ายมองขวา เห็นปลายฉัตรในชุดหรูยืนในงาน ถึงกับอ้าปากหวอ "นี่ นี่มัน พี่ปลาย"
ปลายฉัตรรีบเดินออกไปจากห้องประมูลโดยเร็ว รามรีบลุกเดินตาม มายาเข้าขวางอ้างว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย รามปรายตามามองด้วยความไม่พอใจ มายาแอบหวั่นแต่ก็ไม่ยอมปล่อย ปลายฉัตรเดินออกไปแล้ว อโนรีบวิ่งตามไปพร้อมกับตะโกนเรียก
"พี่ปลาย" รามมองตามเสียงอโน เห็นเธอตามปลายฉัตรไป ก็หันมาสั่งมายา
"สำคัญแค่ไหน...ฉันบอกให้รอก็ต้องรอ" รามพูดจบก็เดินตามปลายฉัตรออกไป ไม่สนใจมายาแม้แต่นิดเดียว มายาได้แต่ยืนกัดฟันกรอดๆด้วยความแค้นใจ ระคนน้อยใจ
ooooooo
ปลายฉัตรเดินตรงไปที่ลิฟต์ ทันใดนั้นเสียงอโนก็ดังขึ้น เธอชะงัก ค่อยๆหันไปตามเสียง เห็นอโนวิ่งหน้าเริ่ดมาถึงกับหน้าเสีย เธอตัดสินใจทำมึนไม่รู้จักอโน แล้วรีบกดเปิดลิฟต์หนีไป
อโนวิ่งมาแต่ไม่ทัน ทำให้อโนเกาหัวด้วยความไม่เข้าใจ แล้วเมื่อหันกลับมาก็เจอเข้ากับรามที่ยืนรออยู่ในระยะประชิด รามโปรยเสน่ห์แอบถามข้อมูลเรื่องหมายเลข 9 จนอโนหลงกล
"อ๋อ...พี่ปลาย! ไม่ใช่เพื่อนฉันหรอกค่ะ แต่เป็นเพื่อนของพี่ชายน่ะค่ะ"
รามพอใจส่งยิ้มเท่ก่อนเอ่ยคำลา"หวังว่า...เราคงจะได้พบกันอีกนะครับ" รามเดินจากไป อโนแอบเคลิ้มกับความหล่อ ด้านหลังของอโนเห็นมายาแอบยืนดูอยู่แววตาดุดันราวกับนางเสือที่กำลังโกรธจัด
แต่ความโกรธของมายานั้น จิตต์แรงร้อนกว่า เขาตวาดลั่นเมื่อรู้ว่ารามกับลูกน้องทำงานพลาด
"นี่เหรอแผนการที่แกมั่นใจ เสียทั้งของ เสียทั้งเวลา ไม่เห็นไอ้ไตรภูมิกับพรรคพวกมันจะโผล่หัวออกมาเลย"
"นายใหญ่คะ...แต่การที่พวกนั้นไม่มา มันก็ทำให้เรารู้ว่า...มันอาจจะไม่สนใจเรื่องถอนคำสาปแล้วก็ได้นะคะ" มายาพยายามช่วยรามแก้ตัว
"หุบปาก โง่แล้วยังอยากจะแก้ตัวอีก พวกมันไม่โผล่มา ไม่ได้หมายความว่ามันไม่สนใจ คนอย่างไอ้ไตรภูมิมันฉลาดพอที่จะจ้างคนอื่นมาประมูลของแทนมัน" จิตต์ตะคอก
"ถ้ามันฉลาดพอที่จะจ้างคนอื่นมาได้ ผมก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่ามันเป็นใคร" รามเอ่ย จิตต์หันมามองหน้าราม ที่ยิ้มนิดๆอย่างมั่นใจ
"ถ้าแกรู้จริง ก็รีบจัดการมันซะ ทั้งไอ้คนประมูล ไอ้ไตรภูมิ และสมุนของมัน หาตัวให้เจอ และฆ่ามันให้หมด! ก่อนที่มันจะฆ่าเรา" จิตต์สั่งแล้วปรายตามาทางมายา พาลี และคีรี "พวกแกก็เหมือนกัน ทำตัวให้เป็นประโยชน์หน่อย...ฉันให้ความเป็นอมตะกับพวกแกได้...แต่ฉันก็ทำให้แกตายได้เหมือนกัน" จิตต์บีบลูกกอล์ฟในมือแหลกละเอียดเป็นฝุ่นฟุ้งกระจายแล้วเดินออกไป คีรี พาลี ก้มหน้าจ๋อยๆ มายามองรามหน้าเจื่อนๆ เอ่ยถามว่า
"นายท่านรู้เหรอคะ...ว่าตัวแทนของไตรภูมิเป็นใคร"
รามยิ้มอย่างมั่นใจ
ooooooo
ปลายฉัตรกลับมารายงานความสำเร็จกับไตรภูมิที่โรงแรม และพูดล้อเล่นกับเขาอย่างเป็นกันเอง ไตรภูมินึกขำท่าทางของหญิงสาวจึงหลุดยิ้มออกมา กรและกัณฑ์แปลกใจกับท่าทีที่ดูสบายๆของไตรภูมิที่ไม่ค่อยคุ้นตา แล้วปลายฉัตรก็นึกขึ้นได้
"อ้อ ฉันเกือบลืมไป...เมื่อเช้าฉันไปเอกซเรย์สมองมาแล้ว หมอบอกว่าปลอดภัยดี ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน และนี่ก็เงินที่เหลือจากการไปหาหมอ...ฉันคืนคุณ" ปลายฉัตรส่งซองฟิล์มเอกซเรย์และซองเงินคืนให้ กรแอบมองซองเงินด้วยความแปลกใจในตัวปลายฉัตร
"แล้วนี่ก็เครื่องเพชรที่ฉันใส่ไปวันนี้...ฉันคืน...ฉันให้โรงรับจำนำเช็กดูแล้ว มันเป็นของจริง และมันก็แพงมาก ฉันรับไว้ไม่ได้" ปลายฉัตรวางกล่องเครื่องเพชรไว้ตรงหน้าไตรภูมิ กัณฑ์แอบมองจากระยะไกล รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
"เธอวัดจากอะไร ถึงคิดว่ามันแพงเกินไป" ไตรภูมิมองหน้าหญิงสาว
"ก็...วัดจากสิ่งที่ฉันให้คุณ...มันน้อยเกินไป ถ้าเทียบกับสิ่งที่คุณให้ฉัน ฉันแค่ไปยกป้าย ไม่กี่นาที มันไม่ได้ลงทุนลงแรงอะไรมาก เอาไว้...ถ้าฉันทำอะไรที่มันมากกว่านี้...ฉันเรียกเงินคุณแพงแน่...ไม่ต้องห่วง" ปลายฉัตรยิ้มเจ้าเล่ห์ไตรภูมิยิ้มชอบใจ กรกับกัณฑ์เริ่มสังเกตเห็นว่าวันนี้เจ้านายจะยิ้มมากผิดปกติ...สองคนแอบมองกัน...แล้วก็รู้ว่าต่างคนต่างสงสัยในเรื่องเดียวกันอยู่
"ฉันนัดบริษัทประมูลเอาของมาส่งที่นี่ตามที่คุณบอก พรุ่งนี้ฉันจะรีบมารอรับของแต่เช้า ถ้าวันนี้ไม่มีอะไรแล้ว...ฉันกลับบ้านเลยแล้วกัน" ปลายฉัตรหันไปหยิบกระเป๋า ไตรภูมิพูดสวนขึ้นมาว่าจะไปส่ง ปลายฉัตรแปลกใจ แต่กรและกัณฑ์ แปลกใจกว่า ไตรภูมิรู้ว่าทุกคนแปลกใจ แต่ไม่สนใจ
"ไม่เป็นไรหรอกคุณ...ฉันจะแวะกินข้าวหมูแดงหน้าปากซอยด้วย ฉันกลับเองได้" ปลายฉัตรออกตัว แต่พอเห็นสายตาไตรภูมิที่ยืนยันว่าจะไปส่ง ก็จนใจยอม
"โอเค...ไปส่งก็ได้" ปลายฉัตรยิ้มแห้งๆ ไตรภูมิหยิบซองเงินและกล่องเครื่องเพชรที่วางอยู่ ก่อนจะหันไปสั่งกรและกัณฑ์ที่ยืนเอ๋ออยู่ให้กลับไปได้เลยไม่ต้องรอ สองบอดี้การ์ดรอจนไตรภูมิกับปลายฉัตรเดินลับตาไปแล้วก็หันมาคุยกัน
"กร แกรู้สึกว่า...นายท่านแปลกๆไหม"
"แปลกมาก" กรพยักหน้ารับ
ooooooo
อโนวิ่งกระหืดกระหอบมาเรียกสิงห์ที่เล่นฟุตบอลอยู่กับเพื่อนๆในสนาม สิงห์หันมาด้วยความแปลกใจ ในจังหวะไม่ทันระวัง ลูกบอลจึงอัดเข้าหน้าอย่างแรง สิงห์ล้มลง อโนหน้าจ๋อยเจ็บแทน แล้วเข้าไปลากตัวพี่ชายออกมาฟ้อง
"ฉันเห็นเต็มๆตา...พี่ปลายแต่งชุดไฮโซ เครื่องเพชรบึ้มสวยจนฉันเกือบจำไม่ได้ นี่...ฉันเรียกก็ไม่ยอมหยุด เดินหนีเหมือนไม่อยากเจอฉัน...ฉันว่า...พี่ปลายต้องมีอะไรปิดบังอยู่แน่ๆ"
"มั่ว ฉันไม่เชื่อ" สิงห์ส่ายหน้า
"ฉันไม่มั่ว! เอางี้ถ้าพี่ไม่เชื่อฉันไปถามพี่ปลายกัน ว่าเขาไปประมูลของมาร้อยกว่าล้านจริงหรือเปล่า" อโนท้าสิงห์ปฏิเสธ อโนจึงพูดแทงใจว่า บางทีปลายฉัตรอาจจะไปประมูลแทนไตรภูมิก็ได้ เธอแอบไปถามลุงฉิ่งมาจึงได้รู้ว่าปลายฉัตรทำงานให้ไตรภูมิอยู่
"ฉันยืนยันว่าฉันเห็นพี่ปลายในงานประมูลจริงๆนะ ถ้าฉันไม่ได้ตาฝาด และคนที่ฉันเห็นเป็นพี่ปลายจริงๆ พี่ไม่ อยากรู้เหรอว่าเค้าเดินหนีฉันทำไม...แล้วเขาปิดบังอะไรอยู่ ถ้าพี่ไม่ไปถามให้รู้เรื่องวันนี้...วันหน้าพี่อาจจะต้องเสียใจที่ไม่เชื่อฉัน" อโนใส่ไฟ สิงห์ครุ่นคิดสุดท้ายก็ยอมทำตามที่น้องสาวต้องการ
ooooooo
รถของไตรภูมิแล่นเข้ามาจอดหน้าร้านข้าวหมูแดงหน้าปากซอย ชาวบ้านหันมามองด้วยความสนใจ ปลายฉัตรเห็นสายตาชาวบ้าน ก็หันมาบอกไตรภูมิให้เลื่อนรถออกไปหน่อย เพราะกลัวโดนเข้าใจผิด ไตรภูมิดับเครื่องรถหันมา
"งั้นฉันลงไปด้วย...เขาจะได้รู้ว่าเธอไม่ได้มากับเสี่ย" ไตรภูมิเปิดประตูลงไปเลย ปลายฉัตรเหวอรีบตามลงไปแล้วตรงเข้าในร้านข้าวหมูแดงทันที เพราะอายสายตาของชาวบ้านที่มองมา สาวๆแถวนั้นแอบกรี๊ดไตรภูมิ
"ทุกอย่างพิเศษ เพิ่มไข่หนึ่ง ซุปจัมโบ้ แล้วก็ขนมปังสังขยาชุดใหญ่หนึ่งจ้ะ" ปลายฉัตรสั่งอย่างคล่องแคล่ว แล้วหัน มาถามไตรภูมิว่าจะกินอะไรเดี๋ยวเธอเลี้ยง ไตรภูมิอ้าปากจะบอก ว่าไม่กิน แต่ไม่ทัน
"คนรวยอย่างคุณไม่เคยกินแบบนี้หล่ะสิ...คงสั่งไม่เป็น ฉันสั่งให้เอง เฮีย...ที่สั่งเมื่อกี๊เบิ้ลสอง" ปลายฉัตรสั่ง
"ได้ๆ แฟนเหรอ หล่อซะด้วย" เฮียเจ้าของร้านแซว ปลายฉัตรรีบแก้ตัว
"เปล่าเฮีย! ไม่ใช่ เอ่อ...เจ้านายน่ะไม่ใช่แฟนสักหน่อย" เฮียพยักหน้ารับรู้แล้วไล่ให้ปลายฉัตรไปนั่งรอ ปลายฉัตรหันหลังจะไปหาโต๊ะนั่ง แต่พอหันมาเจอไตรภูมิยืนยิ้มกริ่ม เพราะได้ยินที่เฮียพูด ก็ทำเก๊กหน้านิ่งรีบออกตัว
"ฉันกินร้านนี้มาตั้งแต่เด็กก็เลยสนิทกัน...เฮียเค้าก็พูดแซวไปเรื่อยเปื่อย อย่าไปถือสาเลย"
เมื่อเฮียนำข้าวหมูแดงมาเสิร์ฟ ปลายฉัตรรีบจ้วงด้วยความหิว แต่ไตรภูมิกลับนั่งมองนิ่ง ระหว่างนั้นมีหนุ่มสาวคู่หนึ่ง เดินเข้ามาในร้าน พร้อมกับหมาน้อย เมื่อหมาน้อยเข้าใกล้ไตรภูมิ มันร้องหงิงๆตะกายเหมือนต้องการหนี หญิงสาวรีบปลอบ แต่ มันร้องครางดังขึ้นอีก จนปลายฉัตรต้องหันไปมอง ไตรภูมิเห็น เข้าก็กลัวว่าจะเสียบรรยากาศ จึงปรายตาไปมองหน้าหมาน้อย เพียงแค่ปลายหางตา หมาน้อยร้องครางหนักกว่าเดิม จนหญิงสาวเริ่มรำคาญ สั่งใส่ห่อกลับไปกินที่บ้านแทน แล้วเดินออกไป
"หมาตัวนี้ร้องแปลกๆร้องยังกะเจอผีอย่างนั้นแหละ..." ปลายฉัตรมองตาม ไตรภูมิชะงักนิดๆ ปลายฉัตรหันมามองหน้าไตรภูมิ แล้วก็มองจานข้าวที่ยังอยู่เต็ม
"ทำไมไม่กินหล่ะคุณ...หรือว่า...รังเกียจอาหารข้างถนน"
"เปล่า...แต่ฉัน...ไม่หิว"
"โห...เสียดายอ่ะ...งั้นฉันกินนะ ยอมท้องแตกตายดีกว่าทิ้งข้าวเป็นจานๆ"
ปลายฉัตรส่งยิ้มแล้วยกจานข้าวไตรภูมิมาตรงหน้า ก่อนจะเริ่มต้นกินอย่างเอร็ดอร่อย ไตรภูมิมองแล้วก็ขำๆ ปลายฉัตรเงยหน้ามาเห็นไตรภูมิขำก็เขิน แต่ก็กินต่อ
ooooooo
.
-
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep5/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 5
สิงห์ซิ่งมอเตอร์ไซค์ผ่านร้านข้าวหมูแดง เหลือบไปเห็นรถสปอร์ตหรูจอดอยู่ เมื่อกราดสายตาเข้าไปในร้าน เห็นปลายฉัตรนั่งกินข้าวอยู่กับไตรภูมิ จึงเบรกอย่างกะทันหัน อโนที่ซ้อนท้ายมาร้องลั่น เขาสั่งให้น้องสาวรออยู่ที่รถ ส่วนตัวเองดิ่งเข้าร้านไป
ไตรภูมิที่นั่งอยู่ในร้านกำลังถามปลายฉัตร เรื่องงานวันประมูล ด้วยเกรงว่าจะมีคนล่วงรู้ว่าปลายฉัตรเป็นตัวแทนของใคร
"ไม่มี...คุณถามทำไม" ปลายฉัตรเงยหน้าขึ้น ไตรภูมิมองเม็ดข้าวที่ติดอยู่ที่ริมฝีปากของปลายฉัตร จึงค่อยๆเอื้อมมือเช็ดปากให้อย่างอ่อนโยน ขณะฝ่ามือเย็นเฉียบสัมผัสที่ริมฝีปาก ปลายฉัตรหัวใจเต้นแรงขึ้นมาทันที
"ถ้ามีคนสนใจเธอ...แสดงว่าเธอกำลังอยู่ในอันตราย" ไตรภูมิตอบคำ
"อ๋อ...เหรอ...งั้นก็...แสดงว่ามันปลอดภัยดี"
ทันใดนั้น สิงห์ลากเก้าอี้มานั่งลง "กินด้วยคนดิ"
สิงห์ทักแล้วมองหน้าไตรภูมิอย่างกวนๆ ไตรภูมิปรายตามองตอบอย่างถือตัว ทำให้คนกลางอย่างปลายฉัตรอึดอัดใจ เธอถามสิงห์ว่ามาได้ไง แต่สิงห์ถามกลับอีก
"เอ่อ...ก็ขับรถเข้ามาสิ แล้วแกจะถามทำไมเนี่ย" ปลายฉัตรตอบแทน
"อยากรู้ก็ถาม ว่าแต่คุณคิดอะไรกับปลายหรือเปล่า" สิงห์หันมาทางไตรภูมิ ปลายฉัตรผงะรีบโวยขึ้นด้วยความเขิน แต่สิงห์ไม่สน "ก็เราเห็นเขาชอบมาวุ่นวายกับปลาย ตามมาที่บ้านตั้งสองครั้ง ถ้าเป็นแค่เจ้านาย ไม่ทำแบบนี้หรอก" ปลายฉัตรสะอึก...พูดไม่ออก
"เชิญเธอสองคนคุยกันตามสบาย...ฉันกลับก่อน" ไตรภูมิลุกขึ้น มองหน้าปลายฉัตรและพูดทิ้งท้าย
"พรุ่งนี้เช้าเจอกันที่โรงแรม" สิงห์ตะลึง ไตรภูมิอมยิ้มกวนๆ แล้วเดินออกไปที่รถ
"ทำไมปลายต้องไปเจอมันที่โรงแรม" สิงห์หันมาถาม
ปลายฉัตรกลอกตา พลางคิดว่างานเข้าอีกแล้ว
ทางด้านอโน เธอยืนเซ็งรอพี่ชายอยู่ที่รถมอเตอร์ไซค์ เมื่อเห็นไตรภูมิเดินมาที่รถก็รีบเข้าไปแนะนำตัว
"สวัสดีค่ะ...ฉันชื่อ "อโน" นะคะ...อโนทำงานอยู่ที่ไฮโซแมกกาซีน นี่ค่ะนามบัตร อโนตามหาคุณไตรภูมิมาตั้งนานแล้วนะคะเนี่ย ตั้งแต่เห็นรูปครั้งแรกก็ตกหลุมรัก เอ๊ย คือ...แบบว่า...สนใจน่ะค่ะ สนใจจะทำสัมภาษณ์แล้วก็ขอถ่ายรูปลงหนังสือไม่ทราบว่าคุณไตรภูมิจะสะดวกไหมคะ"
"ไม่สะดวก" ไตรภูมิตอบนิ่งๆแล้วเปิดประตูรถขึ้นไป
"เดี๋ยวก่อนสิคะ...คุณลองคิดดูก่อนก็ได้นะคะ..." อโนตื๊อไม่เลิก
ไตรภูมิขณะสตาร์ตรถ ได้ยินเสียงอโนแว่วมา "ถ้าเปลี่ยนใจยังไง บอกทางพี่ปลายมาก็ได้ค่ะ คือ ฉันรู้จักกับพี่ปลาย...ฉันเป็นน้องสาวของพี่สิงห์เพื่อนพี่ปลายค่ะ"
ไตรภูมิได้ยินคำว่าเพื่อน ก็ยิ้มนิดๆอย่างมีเลศนัย ก่อนจะออกรถไป
ooooooo
อโนกับสิงห์รุมถามปลายฉัตรถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ปลายฉัตรยืนยันว่า เธอกับไตรภูมิไม่มีอะไรกัน เธอแค่ ทำงานให้เขาเท่านั้น แต่สิงห์ไม่เชื่อ อโนรีบตัดบทถามเข้าประเด็น
"เอาน่า...จะมีหรือไม่มี ก็ช่างมันก่อน ตอนนี้ฉันอยากรู้ เรื่องที่สำคัญกว่านั้น...ฉันอยากรู้ว่า...เมื่อกลางวันพี่ปลายไปงานประมูลของเก่ามาหรือเปล่า แล้วตอนฉันเรียกพี่...ทำไมต้องเดินหนีด้วย...หรือว่าพอแต่งตัวไฮโซแล้วหยิ่ง ทำเป็นจำกันไม่ได้"
ปลายฉัตรสะอึกนึกถึงคำเตือนของอินทร์ที่ห้ามเธอบอกคนอื่นเด็ดขาดว่าทำงานให้ไตรภูมิ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน ปลายฉัตรจึงต้องโกหก แต่ไม่รอด
"แกจะไม่ไปได้ยังไง ก็เมื่อกลางวันคุณชาญเขาโทร.มาบอกข้าว่าเอ็งไป" ลุงฉิ่งกับมหาเดนเข้ามา
"ตกลงมันยังไงกันแน่ปลาย...แค่เรื่องไป หรือไม่ไป ทำไมต้องโกหกด้วย" สิงห์ไม่เข้าใจ ปลายฉัตรคิดหาทางเอาตัวรอด แต่อโนเหลือบเห็นชุดในถุงที่ปลายฉัตรถือก็รีบยืนยัน
"ชุดนี้แหละที่ฉันเห็นพี่ปลายใส่เมื่อตอนกลางวัน ฉันจำได้" ปลายฉัตรหน้าเสีย...ลุงฉิ่งพูดขึ้นเสียงขรึม
"ถ้าเอ็งยังเป็นหลานข้า...มีอะไรปิดบังอยู่...เล่ามาให้หมด"
ปลายฉัตรนิ่งคิดแล้วอธิบายว่า เธอไม่มีอะไรจะเล่า เพราะต้องการเก็บเรื่องงานของเธอไว้เป็นเรื่องส่วนตัว ทุกคนรู้แค่ว่า เธอทำงานให้ไตรภูมิแค่นั้นก็พอ ลุงฉิ่งชักฉุนจะเอาเรื่องหลานสาว แม่เฉิดเลยปราม
"ฉันบอกไม่ได้จริงๆว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ และฉันอยากขอร้องทุกคน อย่าบอกคนอื่นว่าฉันกำลังทำงานให้คุณไตรภูมิ"
"ทำไมมันต้องลึกลับขนาดนั้น" สิงห์ยิ่งสงสัย
"ฉันไม่รู้...ฉันรู้แค่ว่ามันเป็นหน้าที่ที่ต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ" ปลายฉัตรยืนยัน ลุงฉิ่งส่ายหน้าไม่เห็นด้วย สิงห์ยิ่งเป็นห่วงมากขึ้น เฉิดฟังแล้วนิ่งคิด
"ฉันรู้ว่าทุกคนเป็นห่วง...ฉันจะดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด" ปลายฉัตรพูดจบก็หยิบชุดและถุงใส่ของ หันหลังเดินเข้าบ้าน ลุงฉิ่งส่ายหน้าพร้อมถอนหายใจ อโนมองตามปลายฉัตรแล้วเริ่มเอะใจ
เมื่ออยู่กันตามลำพังกับพี่ชาย อโนกล่อมให้สิงห์ยอมร่วมมือด้วย
"ถ้าตอนนั้น...พี่ช่วยฉันสืบประวัติคุณไตรภูมิ เพื่อที่จะหาทางใกล้ชิด ตอนนี้ผู้หญิงที่เขาสนใจ อาจจะเป็นฉันไม่ใช่พี่ปลาย แต่พี่ไม่เชื่อฉัน พี่ก็ต้องยอมรับว่าตอนนี้...พี่มีคู่แข่งแล้ว ทั้งหล่อ ทั้งรวย ตำรวจจนๆอย่างพี่ จะเอาอะไรไปสู้"
"จริงใจไง"
"ความจริงใจ มันกินไม่ได้หรอก ทางที่ดี...พี่อย่าปล่อย ให้เขาสองคนอยู่ใกล้กันมากไปกว่านี้ หรือถ้าจะให้ดีที่สุดก็ต้องช่วยให้ฉันได้ใกล้ชิดคุณไตรภูมิ แล้วฉันจะเป็นคนดึงเขาออกมาจากพี่ปลายเอง พี่ก็ลองเลือกดูแล้วกันว่า จะใช้วิธีไหน แล้วก็รีบๆทำด้วย ก่อนที่มันจะสายเกินไป เพราะคู่แข่งพี่คนนี้... ไม่ใช่คนธรรมดา"
คู่แข่งของสิงห์นั้น ขณะนี้กำลังยืนเล็มใบบอนไซอายุหลายร้อยปีอยู่กลางสวนหินอย่างใจเย็น เห็นอินทร์ยืนอยู่ด้านหลัง ถัดไปเป็นกรและกัณฑ์ แล้วอินทร์ก็เอ่ยถามผู้เป็นนายถึงเรื่องปลายฉัตร เพราะเป็นห่วง ไม่อยากให้เจ้านายต้องมีปัญหายุ่งยากใจ
"เรารู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ขอบใจที่เป็นห่วง...แต่เรารู้...ว่าเราไปได้ไกลแค่ไหน ถ้ามันเริ่มมากเกินไป...เราจะหยุดทันที" ไตรภูมิตอบ กรและกัณฑ์ก้มหน้ายอมรับการตัดสินใจ แต่ อินทร์มองไตรภูมิ และตอบกลับอย่างสุขุม
"ถ้านายท่าน...มั่นใจว่าหยุดได้...พวกผมก็สบายใจ..." ไตรภูมินิ่งไม่ตอบ ทั้งที่ในใจแอบหวั่นๆ
ooooooo
ปลายฉัตรเตรียมตัวจะเข้านอน เธอเหลือบไปเห็นถุงเสื้อวางอยู่ จึงรีบหยิบขึ้นมา ทำให้กล่องเครื่องเพชรและซองเงินหล่นลงพื้น เธอนึกได้ว่าไตรภูมิคงแอบเอามาใส่ในถุง ตอนที่พาเธอมาส่งบ้านนั้นเอง
"ช่างวางแผนเหมือนกันนะเนี่ย" ปลายฉัตรยิ้มนิดๆอย่างมีความสุข
เมื่อเห็นแม่เฉิดเดินเข้ามา ปลายฉัตรแกล้งทำเป็นหลับ แต่แม่เฉิดรู้ทัน
"ตั้งแต่เล็กจนโต...ปลายจะทำอะไรแม่ไม่เคยว่า ครั้งนี้ ก็เหมือนกัน...ไม่ว่าปลายจะกำลังทำอะไรอยู่...ขอแค่ไม่ผิดกฎหมายและไม่ทำให้ตัวเองต้องเสียใจ...เท่านั้นก็พอ"
คำพูดของเฉิดทำให้ปลายฉัตรได้คิด เธอลุกขึ้นมาหาแม่
"เรื่องนั้น...แม่ไม่ต้องห่วง งานที่ปลายทำไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายแน่นอน...และปลายมั่นใจว่างานนี้จะไม่ทำให้ปลายต้องเสียใจ..."
"งานไม่ทำให้ปลายต้องเสียใจ แล้วผู้ชายที่ชื่อ ไตรภูมิ ล่ะ...เขาจะทำหรือเปล่า"
แม่เฉิดถามโดนใจ ปลายฉัตรถึงกับสะอึก เวลาเดียวกันนั้นเอง ไตรภูมินอนอยู่บนเตียง ร่างกายเหมือนหลับ แต่จิตไม่หลับ ดวงตากลอกไปมาอยู่ใต้เปลือกตา เลือดสูบฉีดแรง คำสั่งเสียของพระเวทในวันสุดท้ายของชีวิตดังเข้ามา แล้วภาพตอนที่พระเวทกระชากร่างไตรภูมิเข้ามาใกล้ และฝังคมเขี้ยวลงที่ท้ายทอยก็ผุดพรายขึ้นมา ไตรภูมิส่งเสียงร้อง ผวาตื่น อินทร์ยืนอยู่ข้างเตียง พร้อมกับถาดแก้วเจียระไนใส่เลือดสีแดงเข้ม
ไตรภูมิพยายามตั้งสติ ก่อนจะหยิบแก้วเลือดมาดื่ม ใบหน้าขาวซีด เริ่มมีเลือดแดงสูบฉีด
"ฉันพร้อมเดินทางแล้ว เตรียมตัวไปรับของได้เลย" ไตรภูมิสั่งการ
ooooooo
รามขึ้นจากสระน้ำ มายารีบคลี่ผ้าเช็ดตัวออก โอบคลุมตัวรามอย่างนุ่มนวล
"เมื่อเช้าคีรีกับพาลีบอกว่า นายท่านสั่งให้ไปทำภารกิจสำคัญ...นายท่านสั่งให้พวกมันไปทำอะไรเหรอคะ"
มายาเอ่ยถาม รามปรายตามองอย่างเย็นชา ทำให้มายาชะงัก หัวใจเต้นระส่ำด้วยความน้อยใจ
"ก็นายท่านให้ฉันเป็นคนดูแลพวกมัน ถ้านายท่านจะสั่งให้มันไปทำอะไร ฉันก็ต้องรับรู้ด้วย"
"นับจากวันนี้...มันไม่ใช่หน้าที่ของเธออีกต่อไป เพราะเธอ...ฉันถึงกำจัดไอ้ไตรภูมิไม่ได้สักที หมดเวลาเล่นวิ่งไล่จับแบบเด็กๆแล้ว ฉันจะลงมือจัดการมันด้วยตัวเอง" รามเสียงเครียด มายาอ้าปากจะต่อรอง แต่รามตวาดใส่ "พูดครั้งเดียวให้มันรู้เรื่อง ฉันไม่ชอบพูดซ้ำ เธอก็รู้ว่าฉันเป็นคนขี้เบื่อ"
รามพูดจบโยนผ้าเช็ดตัวไว้ที่ริมสระน้ำ แล้วเดินเข้าบ้านไปอย่างไม่ไยดี มายาสะอึก...น้ำตาตกใน
เธอไม่รู้หรอกว่า พาลีกับคีรีซุ่มดูอยู่ด้านหลังบริษัทประมูล เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ลำเลียงของที่ปลายฉัตรประมูลได้ขึ้นรถ แล้วเคลื่อนออกไป ทั้งสองจึงซิ่งมอเตอร์ไซค์ตาม
ส่วนสิงห์ก็ซิ่งมอเตอร์ไซค์ตามปลายฉัตรอยู่เช่นกัน แต่เมื่อมาถึงซอยที่เป็นเส้นทางลัดข้างโรงแรมก็มีรถกระบะโผล่พรวดออกมาตัดหน้า รถของพาลีกับคีรีเบรกไม่ทันถูกชนล้มกลิ้งระเนระนาดเสียงสนั่นหวั่นไหว สิงห์ที่ตามมาห่างๆ ตกใจชะลอความเร็ว แล้วมองผ่านกระจกหลัง เห็นรถกระบะรีบซิ่งหนีไป คีรีกับพาลีกระเด็นกระดอนไปกันคนละทิศ ทั้งสองคนมีเลือดไหลออกมาใต้หมวกกันน็อก รถล้มดับสนิทอยู่ไม่ไกล เพียงครู่เดียว พาลีกับคีรีที่นอนนิ่งก็เริ่มขยับมือนิดๆ สิงห์มองผ่านกระจก...แล้วก็เริ่มลังเลว่าจะไปช่วย หรือตามปลายฉัตรต่อไปดี
สิงห์คิดแล้วก็มองกระจกอีกทีเขาเห็น พาลีกับคีรี ค่อยๆ ลุกขึ้น...เลือดที่ไหลอยู่ค่อยๆหายไป กระดูกแขนที่หักอยู่ใต้เสื้อหนังพาลีก็ขยับจนเข้าที่ คีรีสะบัดหัวไหล่เข้าที่
"เฮ้ย" สิงห์ตกตะลึงกับภาพที่เห็นผ่านกระจกรถ คีรีและพาลี ขยับแขน ขยับขา ขยับคอ ขยับให้ทุกอย่างเข้าที่และเดินมาที่รถที่จอดล้มอยู่ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วทั้งสองก็ขึ้นมอเตอร์ไซค์ ขับตามรถขนของไปอย่างรวดเร็ว
"เฮ้ย มันเป็นไปได้ยังไงวะ" สิงห์ตกใจจอดรถ แล้วหันไปมองที่เกิดเหตุอีกที...ด้วยความสงสัย
ooooooo
ปลายฉัตรวิ่งเข้ามาในโรงแรมกำลังจะไปขึ้นลิฟต์กรโผล่เข้ามาอย่างเงียบกริบแล้วบอกอย่างสุภาพว่า
"นายท่านให้ผมมารอรับคุณ และให้คุณพารถขนของไปด้านหลัง" ปลายฉัตรรีบตามกรไป
รถขนของแล่นเข้ามาจอด ปลายฉัตรรีบกระโดดขึ้นรถ และพารถแล่นไปด้านหลัง กรยืนหลบอยู่ด้านใน ยืนมองตามจนแน่ใจว่ารถอ้อมไปแล้ว เขารีบเดินตามไปด้านหลัง เมื่อรถขนของแล่นกลับไปด้านหลังตึก มอเตอร์ไซค์ของคีรีกับพาลีก็พุ่งเข้ามาจอด ทั้งสองมองหารถขนของ
เมื่อปลายฉัตรเซ็นรับของเรียบร้อยแล้ว ไตรภูมิกับลูกน้องพากันเดินออกจากห้องไป กัณฑ์เปิดประตูออกไปมองซ้ายมองขวาก่อน หันมาพยักหน้าบอกกรให้รู้ว่าปลอดภัย ทั้งสองคนทยอยขนของออกไปอย่างระมัดระวัง ปลายฉัตรจะเข้าช่วย แต่ไตรภูมิสั่งให้เธอกลับบ้าน พรุ่งนี้ค่อยไปจัดของ แต่ปลายฉัตรยังลังเล
"รีบออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แล้วก็...ระวังตัวด้วย" ไตรภูมิมองปลายฉัตร แววตาอ่อนโยน แสดงออกถึงความเป็นห่วงอย่างเต็มที่ ปลายฉัตรอึ้งไปชั่วขณะ ไตรภูมิเดินออกจากห้องไป กรปิดท้าย ปลายฉัตรเพิ่งรู้สึกตัว ตื่นจากภวังค์มองไปรอบห้องอันว่างเปล่า
"อ้าว...ทำไมต้องรีบขนาดนี้ด้วยเนี่ย" ปลายฉัตรรู้สึกค้างคาใจแปลกๆ
ไม่ไกลกันนัก สิงห์นั่งลงข้างๆคราบน้ำมันบนพื้นถนน บริเวณที่คีรีและพาลีประสบอุบัติเหตุ ทันใดนั้นเสียงแตรรถก็ดังขึ้น สิงห์หันเห็นรถกำลังแล่นมาค่อนข้างเร็ว เขารีบกระโดดหลบแล้วหันมาดูหน้าคนขับด้วยความหมั่นไส้ และพบว่าเป็นกัณฑ์ โดยมีกรนั่งอยู่ข้างๆด้วย ส่วนผู้ชายที่นั่งเบาะหลังคือไตรภูมิ
"นายไตรภูมิรู้จักกับสองคนนี้ได้ยังไง หรือว่ามันเป็นพวกเดียวกัน" สิงห์ขมวดคิ้วครุ่นคิด
ครั้นเดินผ่านหน้าโรงแรม เขาก็เห็นปลายฉัตรรอรถแท็กซี่อยู่ จึงตะโกนเรียก แต่ปลายฉัตรก้มหน้ารีบเดินหนีเข้าโรงแรมเพื่อหาทางหนี เป็นจังหวะเดียวกับพาลีเดินโผล่ออกมาจากมุมหนึ่งของโรงแรม และคีรีเดินมาจากอีกมุมหนึ่ง ทั้งสองกวาดสายตาสำรวจอย่างถี่ถ้วน แต่ไม่พบร่องรอยพวกไตรภูมิจึงชวนกันกลับ
สิงห์รีบวิ่งพรวดเข้ามาตะโกนเรียกปลายฉัตร ทำให้พาลีกับคีรีสะดุดนิดๆปรายตามองตามสิงห์ที่วิ่งผ่านหน้าไป
"ปลายหนีเราทำไม" สิงห์วิ่งมาคว้าแขนปลายฉัตรไว้
"แล้วแก...สะกดรอยตามฉันมาทำไม" ปลายฉัตรสวน
"ปลายกับไอ้ไตรภูมิมาทำอะไรกันที่โรงแรม"
"สิงห์...เรามาทำงาน และงานของเรากับคุณไตรภูมิมันก็เป็นความลับ เราบอกไม่ได้จริงๆ อย่าถามอีกเลย...และที่สำคัญเพื่อนไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของเพื่อนหรอกนะ" ปลายฉัตรพูดเน้นๆแล้วหันหน้าหนีเดินออกไป
สิงห์ยืนจ๋อย พาลีกับคีรีที่แอบฟังอยู่ มองหน้ากัน แล้ว ก็รีบเดินออกไป เตรียมรายงานเจ้านาย ขณะที่สิงห์เดินเซ็งออกมาที่รถ เขาเห็นพาลีกับคีรีกำลังจะใส่หมวกกันน็อกก็เขม่นตามอง สองคนใส่หมวกแล้วพุ่งรถออกไปอย่างรวดเร็ว สิงห์จะตาม แต่ก็ช้าเกินไป จึงทำได้เพียงยืนพึมพำอยู่คนเดียว ปล่อยให้สองสมุนคีรีและพาลีมารายงานเจ้านาย
"ไอ้ไตรภูมิมันใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องมือจริงๆด้วย...มันกลัวพวกเราขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย" รามยิ้มเหยียดที่มุมปาก
"นายท่านจะให้พวกเราตามหาผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า ครับ" พาลีรีบถาม
"ไม่ต้อง ฉันจัดการเอง...ฉันรู้ว่าจะตามหาผู้หญิงคนนี้ ที่ไหน คืนนี้แกสองคนเตรียมของให้ฉันด้วย ฉันจะฉลองให้กับข่าวดีสักหน่อย" รามยิ้มร้าย พาลีกับคีรีเดินรับคำแล้วออกไป
"ไอ้ไตรภูมิ...หมดเวลาหลบอยู่หลังผู้หญิงแล้ว...แกกับฉันเจอกันแน่" รามรำพึงด้วยความพอใจ มายาแอบฟังอยู่ รู้สึกร้อนวาบๆในใจ ด้วยความอยากรู้ และน้อยใจที่โดนกันออกจากเรื่องใหญ่
ooooooo
ไตรภูมิยืนดูอินทร์กับกัณฑ์ช่วยกันยกกล่องของ ทั้งห้าชิ้นเข้ามาวางในห้องสะสม
"นายท่านจะให้ผมจัดการติดตั้งของเลย หรือจะรอให้ ปลายฉัตรมาจัดการในวันพรุ่งนี้" อินทร์หันมาถาม
"รอ..." ตอบแล้วไตรภูมิเดินเข้ามาดูของทั้งห้าชิ้นที่วางอยู่อย่างมีความหวัง "เหลืออีกแค่ 3 ชิ้น...เราทุกคนจะได้เป็นอิสระ"
กัณฑ์ และอินทร์ก้มหน้ารับ ทุกคนต่างมีหวัง แล้วทันใดนั้นกรก็พรวดพราดเข้ามาในห้องรายงานว่า "นายท่าน...เกิดเรื่องแล้วครับ..."
ทั้งหมดเดินตามกรไปที่คอมพิวเตอร์ กรกดเปิดเครื่องเห็นหน้าจอเป็นภาพศพของหญิงสาวสองคนในผับ และอีก
3-4 คนที่มีการค้นพบ กรเปิดเข้าไปในข้อมูลของแต่ละคนพลาง อธิบายว่า เขาแอบเข้าไปในฐานข้อมูลของกองนิติเวชวิทยา แล้วไป เจอคดีนี้เข้า มันเป็นคดีที่ไม่มีเจ้าทุกข์ แต่มีเจ้าหน้าที่ขอให้ช่วยขยายผล...อินทร์เอะใจตั้งคำถามทันที
"ผู้หญิงพวกนี้เป็นเหยื่อของพวกคุณรามใช่ไหม"
"ใช่ครับ จากลักษณะการตาย ไม่มีใครทำแบบนี้ได้... นอกจาก...คนที่เป็นแบบเรา"
"ผมว่า เราต้องหยุดพวกนั้น ไม่งั้นจะซวยกันไปหมด" กัณฑ์ร้อนใจ กรและอินทร์เห็นด้วย
"ตำรวจได้ข้อมูลอะไรบ้าง" ไตรภูมิเป็นกังวล
เวลาเดียวกันนั้น ผู้กองวัลลภกำลังอธิบายถึงข้อมูลที่ได้มาจากการชันสูตรศพ พร้อมกับชี้ไปที่รูปของเหยื่อที่แปะอยู่บนบอร์ดให้สิงห์กับจ่าดอนฟัง
"ทางเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยาส่งข้อมูลเกี่ยวกับบาดแผลของผู้เสียชีวิตมาแล้ว ทุกคนมีรอยคล้ายเขี้ยวสัตว์ปรากฏอยู่ ในส่วนต่างๆของร่างกาย"
จ่าดอนเล่นมุกบอกว่าสงสัยเหยื่อจะโดนหมากัดตายจึงโดนวัลลภดุ
"หมาที่ไหนล่ะจ่า...ไอ้เขี้ยวที่เจอมันเลือกกัดเฉพาะที่เส้นใหญ่ บริเวณที่มองเห็นไม่ชัด หมามันคงไม่คิดก่อนกัดขนาดนั้น และที่สำคัญมันมีรอยช้ำ และคราบน้ำลายบริเวณรอบๆแผลที่โดนเจาะ ลักษณะเหมือน...โดนดูดเลือด...ทำให้เหยื่อเสียเลือดมากจนช็อก"
"เฮ้ย นี่...ผะ...ผู้กองจะบอกว่า...เรากำลังตามจับผี
ดูดเลือดอยู่เหรอครับ" จ่าดอนผงะ สิงห์ขมวดคิ้ว
"สรุปแบบนั้น มันจะไสยศาสตร์เกินไป ผมว่าอาจจะเป็นพวกเจาะเลือดขาย หรือพวกขายอวัยวะ หรือไม่ก็พวกโรคจิต หรือลัทธิอุบาทว์ที่ชอบกินเลือด กินของสดมากกว่า" วัลลภพูดไม่เต็มปากนัก
"แต่ถ้าเป็นคน...ทำไมต้องใช้เขี้ยว มันน่าจะง่ายกว่าถ้าใช้มีด และเขี้ยวที่เจาะลึกขนาดนี้ไม่น่าจะเป็นเขี้ยวคน"
สิงห์มองภาพแล้วออกความเห็น วัลลภชะงักนิดๆ
"หมวดพูดถูกนะครับ ผู้กอง" จ่าดอนสนับสนุน
"แล้วหมวดจะสรุปว่า คนร้ายเป็นผีดูดเลือดหรือไงหะ คนเขาจะได้หัวเราะเยาะเอา แค่มีการตายประหลาดๆเกือบทุกอาทิตย์ ผมต้องปิดข่าวแทบแย่ นี่ถ้าผลการตรวจหลุดออกไปว่า มีผีดูดเลือดระบาดในกรุงเทพฯ มีหวังผู้คนแตกตื่นตาย คนไทยกับเรื่องผีๆสางๆยิ่งไปเร็วยิ่งกว่าอะไร" วัลลภใส่เป็นชุดแล้วก็สั่งการ "ตอนนี้คดีนี้ยังเป็นความลับ ยังไม่มีผู้ใหญ่ในกรมสนใจ เราต้องรีบปิดคดีกันให้เร็วที่สุด ไม่ว่าคนร้ายมันจะเป็นอะไร หมวดกับจ่าก็ทำกันไปเงียบๆแล้วก็รีบหาตัวคนร้ายมาให้ได้ ก่อนที่ผลการชันสูตรศพมันจะหลุดออกไป"
"ผู้กองจะให้พวกผมทำคดีนี้กันแค่สองคนจริงๆเหรอครับ...คนนึงก็เป็นแค่จ่าแก่ๆ อีกคนก็เป็นหมวดเพิ่งจบ...มันจะรอดเหรอครับผู้กอง" จ่าดอนร้อง สิงห์ฟังขัดหู แต่ไม่อยากแย้ง
"ก็มันไม่มีเจ้าทุกข์จะให้ผมขอกำลังจากที่ไหนมาช่วย จ่าก็ช่วยหมวดเค้าหน่อยแล้วกัน กะอีแค่...คนร้ายจิตใจผิดปกตินิดหน่อย...คงไม่มีอะไรน่ากลัวมากหรอกมั้ง" วัลลภพูดไปทั้งที่ในใจก็ไม่ค่อยมั่นใจนัก
ooooooo
พาลีกับคีรีนำเหยื่อสาวชาวจีนแผ่นดินใหญ่มาให้ราม รามคำรามเสียงดังก้อง แล้วเจาะเขี้ยวลงที่ท้ายทอยของเหยื่อสาวเพียงไม่กี่อึดใจ ร่างของเธอเหยียดเกร็ง ตาค้าง หัวใจหยุดเต้น รามสะบัดเขี้ยวออก และปล่อยร่างไร้ชีวิตของหญิงสาวตกลงพื้น แล้วหันมาหยิบผ้าไหมเนื้อนุ่มเช็ดปาก
"เอาออกไปได้แล้ว รายนี้อย่าให้เหลือร่องรอย ตอนนี้ฉันมีงานใหญ่ต้องทำ ไม่อยากให้เรื่องเล็กมาทำให้ฉันต้องเดือดร้อน"
สิ้นคำสั่งนาย พาลีกับคีรีรับคำหันมามองศพที่นอนนิ่งอยู่ที่พื้นอย่างไร้ค่า
คดีฆาตกรรม สิงห์ยังคงคิดหนักเรื่องคำสั่งของวัลลภ เขามองภาพศพที่ติดอยู่บนบอร์ด แล้วเริ่มเชื่อมโยงสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เห็นภาพพาลีกับคีรีเดินคู่กับหญิงสาวที่เป็นเหยื่อในผับ ต่อด้วยภาพกรกับกัณฑ์ที่หลังผับ จากนั้นสิงห์ก็พบพาลีกับคีรีในโรงแรมที่ประมูล และตอนที่รู้ว่าปลายฉัตรเป็นตัวแทนไปประมูล สุดท้ายเขาหันไปพึ่งลุงฉิ่ง
"ลุงจะไปทำงานกับฉันด้วยเนี่ยนะ ฉันไม่ใช่เด็กๆแล้ว ฉันดูแลตัวเองได้ และฉันก็ไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยวเล่นจะได้มีญาติคอยไปนั่งเฝ้า มันดูไม่เป็นมืออาชีพ" ปลายฉัตรรีบอ้าง
"ไม่รู้ล่ะ ข้าไม่ไว้ใจเจ้านายเอ็ง และข้ากับแม่เอ็ง
คิดเหมือนกัน ใช่ไหมนังเฉิด" ลุงฉิ่งพยักพเยิดไปทางเฉิดที่นั่งอยู่ไม่ไกล เฉิดจำต้องพยักหน้ารับและขอร้องลูกสาว
"ปลาย ให้ลุงไปด้วยเถอะลูก นะ...เพื่อความสบายใจของแม่ ปลายเป็นผู้หญิงคนเดียวไปทำงานกับผู้ชายตั้งหลายคน แม่เป็นห่วง" ปลายฉัตรเริ่มอึกอัก ลุงฉิ่งใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด
"แต่ถ้าเอ็งไม่ยอมให้ข้าไป ก็ไปลาออกเดี๋ยวนี้เลย ข้ากับแม่เอ็งไม่ให้ทำแล้ว"
ปลายฉัตรเหวอร้องโวยวายว่าไม่ยอม แต่สุดท้ายก็ต้องพาลุงฉิ่งไปบ้านไตรภูมิด้วย
แล้วลุงฉิ่งก็มานั่งหน้าเข้มอยู่ในบ้านไตรภูมิ ปลายฉัตรยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะหันมาพูดกับไตรภูมิที่นั่งตรงข้าม มีอินทร์ กัณฑ์ยืนประกบ
"คือ...ลุงเขาเป็นห่วงฉัน ก็เลยขอมาด้วยแต่ลุงเขาแค่ ขอมานั่งเฉยๆนะคะ อาจจะเข้าห้องนํ้าบ้างเป็นครั้งคราว ส่วนอาหารเครื่องดื่มลุงเขาเตรียมของเขามาแล้ว"
ลุงฉิ่งชี้ถุงอาหารและเครื่องดื่มที่เตรียมมา หน้าตายังเข้มเหมือนเดิม อินทร์ กัณฑ์มองงงๆ
"ไม่รบกวนอะไรทั้งนั้น...แค่ขอมานั่งรอฉันเฉยๆ คุณคงไม่ว่าอะไรนะ..."
"ถึงฉันว่า...ลุงเธอก็คงจะไม่กลับ ถ้าอยู่แล้วไม่วุ่นวายก็อยู่ไป แต่ถ้าเริ่มวุ่นวายเมื่อไหร่..." ไตรภูมิพูดไม่ทันจบปลายฉัตรก็รีบบอก
"ฉันจะให้ลุงฉันกลับทันที"
"อ้าว" ลุงฉิ่งมองหน้า ปลายฉัตรแอบกระซิบ "ก็จริงนี่... ลุงอยากมาเฝ้าก็ให้เฝ้าแล้วนี่ไง ฉันจะไปทำงานแล้วนะ อยู่ นิ่งๆล่ะ ฉันพร้อมทำงานแล้วค่ะ"
ปลายฉัตรหันมาบอกไตรภูมิในตอนท้าย ไตรภูมิลุกขึ้นเดินนำเข้าไปที่ห้องเก็บสะสมของ อินทร์พยักหน้าให้กัณฑ์ตามไตรภูมิไป ส่วนตัวเองยืนเฝ้าลุงฉิ่งอยู่ที่เดิม ลุงฉิ่งปรายตามองอินทร์ ท่าทางน่าเกรงขาม จึงนั่งตัวลีบมองรอบบ้านด้วยความหวาดระแวง
ooooooo
กัณฑ์กดรหัสเปิดประตูห้องสะสมของให้ไตรภูมิกับปลายฉัตร ทั้งสองเดินเข้าไปในห้อง กัณฑ์ปิดประตูและยืนเฝ้าอย่างระมัดระวัง ปลายฉัตรยังคงค้างคาใจเรื่องลุงฉิ่งจึงจะหันมาคุยกับไตรภูมิ แต่ไตรภูมิแทรกขึ้นอย่างรู้ใจ
"เธอไม่สบายใจ...ฉันรู้ ฉันเข้าใจลุงเธอ ถ้าเขาไม่ห่วงอาจจะแปลก"
"คุณชอบทำให้ฉันแปลกใจอยู่เรื่อย ตอนแรกฉันคิดว่าจะโกรธเรื่องลุง แต่คุณกลับเข้าใจขึ้นมาซะงั้น...แปลกดี"
"แค่นี้ยังน้อย ฉันยังมีเรื่องแปลกอีกเยอะ..." ไตรภูมิยิ้มกวน
ปลายฉัตรชะงักนิดๆ หุบยิ้มแล้วหันหลังให้ก่อนเปรยออกมา "ก็ดี...ฉันก็ชอบของแปลก"
คราวนี้ไตรภูมิเป็นฝ่ายชะงักกึก แอบเขินนิดๆ ทั้งสองยิ้มให้กัน ขณะนั้นลุงฉิ่งเริ่มกระสับกระส่ายมองซ้ายมองขวา เห็นอินทร์ยืนอยู่ที่เดิมนิ่งไม่เคลื่อนไหวก็แอบบ่น
"ใจคอจะไม่ไปไหนเลยเหรอวะเนี่ย ยืนนิ่งเป็นหุ่นมาหลายชั่วโมงแล้ว ยังหายใจอยู่หรือเปล่าเนี่ย"
อินทร์ได้ยินก็แกล้งกระแอมเบาๆ ลุงฉิ่งสะดุ้งแล้วออกอุบายขอเข้าห้องนํ้า
"เชิญทางนี้ครับ..." อินทร์ผายมือไปทางห้องนํ้า
ลุงฉิ่งลุกขึ้นเดินไป อินทร์จะเดินตาม...ลุงฉิ่งรีบหันมาขอร้องว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แล้วทำฟอร์มเดินเข้าไปห้องนํ้า... สักพักก็โผล่หน้าออกอย่างระมัดระวัง พร้อมกับมีหูฟังเล็กๆเสียบอยู่ เพราะกำลังโทร.ไปหาสิงห์ที่คอยให้คำปรึกษาอยู่ ที่บ้าน และมีเฉิดกับมหาเป็นกำลังใจอยู่ด้วย
"ตอนนี้ปลอดภัย...ทางโล่ง โปร่งสบาย เอาไงต่อวะ" ลุงฉิ่งรายงาน
"ลุงลองดูรอบๆมีอะไรน่าสงสัยหรือเปล่า ถ้ามีถ่ายรูปให้ด้วย" สิงห์สั่ง
ลุงฉิ่งรับคำรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า แล้วก็ค่อยๆเดินออกมาจากห้องนํ้า มองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวังจนเกินเหตุ
ooooooo
ระหว่างที่สิงห์นั่งรอลุงฉิ่งรายงาน แม่เฉิดก็รุกถามด้วยความสงสัย
"สิงห์...บอกน้าได้หรือยังว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องให้ลุงทำแบบนี้ด้วย เมื่อเช้าปลายเกือบจะไม่ยอม ต้องให้น้าช่วยขอร้องตั้งนานกว่าจะยอม มีอะไรหรือเปล่า"
"ตอนนี้ผมทำคดีอยู่ ผมสงสัยว่า...นายไตรภูมิจะมีส่วนด้วย" สิงห์ตอบ เพราะจวนตัว
"หะ ไตรภูมิ เจ้านายของปลายเนี่ยนะ แล้ว...เขาเกี่ยวยังไงวะไอ้สิงห์..." มหากับเฉิดตกใจ
"ยังไม่รู้ ผมเลยต้องให้ลุงฉิ่งช่วย วันนี้เราอาจจะได้ข้อมูล"
"เฮ้อ...แล้วเราจะไว้ใจไอ้ฉิ่งได้เหรอวะเนี่ย" มหาหนักใจ
แล้วลุงฉิ่งก็โทร.เข้ามารายงาน "บ้านเงียบมากเลยว่ะไอ้สิงห์ ไม่เห็นมีอะไรที่มันจะผิดสังเกตสักกะอย่าง" ลุงฉิ่งพูดใส่สมอลทอล์กพลางเดินลัดเลาะมาตามผนังห้อง มองซ้ายมองขวาอย่างระมัดระวัง
"ในบ้านมีสัญลักษณ์ของพวกลัทธิ หรือบูชาของแปลกๆหรือเปล่า"
"สัญลักษณ์อะไรวะ...มะ...ไม่เห็นมีเลย มีแต่หนังสือ ของเก่า แล้วก็ตู้ แล้วแกจะเอาไอ้สัญลักษณ์ลัทธิอุบาทว์ไปทำอะไรวะ นี่ไอ้สิงห์ตกลงแกจะให้ฉันมาทำอะไรที่นี่กันแน่วะเนี่ย" ลุงฉิ่งชักกลัว
"คือ...ฉันยังบอกตอนนี้ไม่ได้ ลุงก็เก็บภาพ เก็บข้อมูลมาให้ฉันก่อนแล้วกัน"
"เออๆ..ก็ได้ นี่ดีนะที่ไม่มีใครเห็น"
ลุงฉิ่งพูดอย่างมั่นใจ...แล้วก็เดินถ่ายรูปต่อไป หารู้ไม่ ว่าทุกการกระทำของแกถูกบันทึกไว้ในกล้องวงจรปิดแล้ว
ooooooo
.
----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep6/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 6
ภายในห้องทำงาน ไตรภูมิ อินทร์ กร และกัณฑ์ นั่งดูภาพลุงฉิ่งแอบหาข้อมูลจากกล้องวงจรปิด
"ผมว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้ มันวุ่นวายไปใหญ่นะครับ" อินทร์ออกความเห็น
"ผมจัดการเอง" กัณฑ์เอ่ยพลางจะพุ่งออกไป
ไตรภูมิยกมือห้ามไว้ "ไม่เป็นไร...ดูแล้วไม่มีพิษมีภัยอะไร อยากจะดูอะไรก็ให้ดูไป"
"จะดีเหรอครับนายท่าน...ปกตินายท่านไม่ชอบให้คนภายนอกเข้ามาวุ่นวายภายในบ้าน" อินทร์แปลกใจ
"ตอนนี้มันอาจจะไม่ปกติแล้วมั้ง" ไตรภูมิยิ้ม อินทร์ กัณฑ์ และกรมองหน้ากัน แล้วไตรภูมิก็ถามต่อ
"เรื่องการประมูลครั้งต่อไป ได้ข้อมูลอะไรบ้าง"
กรสะดุ้งแล้วรีบตอบ "อ้อ ได้แล้วครับ" กรหันไปเปิดข้อมูลเกี่ยวกับการประมูลของในครั้งต่อไป พลางอธิบาย
"เป็นหยกแกะสลักรูปผู้หญิงถือดอกไม้...เป็นวัตถุโบราณชิ้นที่ 115 ที่เรากำลังตามหาอยู่ สมบัติชิ้นนี้ตกทอดจากบรรพบุรุษมา 3 รุ่น เจ้าของคนปัจจุบันเป็นชาวญี่ปุ่น...การประมูลจะมีขึ้นที่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่นในอีก 4 วัน"
อินทร์ถามเจ้านายถึงกำหนดเดินทาง เพราะต้องจองเครื่องบินส่วนตัว เมื่อได้รับคำตอบว่าจะออกเดินทางวันรุ่งขึ้น เขาสั่งให้กรกับกัณฑ์ไปจัดเตรียมของ แต่ไตรภูมิห้ามไว้
"นายท่านจะไปคนเดียวเหรอครับ" อินทร์ถาม
ไตรภูมิพรายยิ้มออกมาแทนคำตอบ
ooooooo
เมื่อปลายฉัตรรู้เรื่องไปญี่ปุ่น เธอถึงกับตะลึงไปชั่วครู่ ยิ่งรู้ว่าไตรภูมิจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง เธอก็แทบจะกรี๊ดออกมาด้วยความดีใจ แต่ยังรักษาอาการไว้
"อืมม์...ฉันขอคิดดูก่อนนะ..." ปลายฉัตรวางฟอร์ม แล้วแอบกรี๊ดแบบไม่มีเสียงเพราะดีใจสุดๆ ไตรภูมิเห็นท่าทางดีใจของปลายฉัตรก็อมยิ้ม "ก็ได้...ฉันไปร่วมการประมูลกับคุณที่ญี่ปุ่นก็ได้ แต่คุณห้ามบอกที่บ้านฉันเรื่องนี้เด็ดขาด เพราะถ้าแม่ฉัน ลุงฉันรู้ว่าฉันไปญี่ปุ่น 4 วัน 4 คืน มีหวังอดไปแน่ๆ"
"ถ้าไม่บอกว่าไปญี่ปุ่น แล้วจะบอกว่าไปไหน"
สาวเจ้ากลับมาบอกทางบ้านว่า จะไปทำงานที่ภูเก็ต 4 วัน เฉิดเป็นห่วงถามลูกว่าทำไมไปนานนัก
"คืองานประมูลมันจัดหลายวันน่ะแม่ แล้วก็ต้องไปตามหาของที่เค้าต้องการด้วย มันก็เลยหลายวันหน่อย"
ปลายฉัตรอธิบาย สิงห์นึกสงสัย จึงขอให้ลุงฉิ่งตามไปด้วย ปลายฉัตรนึกถึงคดีเก่าได้ จึงหันมาเล่นงาน
"อ๋อ หรือว่าที่วันนี้ลุงไปกับฉันเพราะเป็นความคิด ของแก"
สิงห์อึกอัก ขอร้องให้ปลายฉัตรฟังเขาก่อนแล้วหันมาหาลุงฉิ่ง มหา และเฉิด แต่ทั้งสามพร้อมใจกันหันหน้าหนี
"ฉันไม่ฟังแกแล้วไอ้เพื่อนล้ำเส้น พอเลย แกไม่ต้องมายุ่งกับเรื่องงานของฉันอีกแล้ว แม่ ลุงฉิ่ง แล้วก็ลุงมหาก็เป็นไปกับมันด้วย ไม่อยากจะเชื่อเลย ไม่รู้ล่ะ...ยังไงฉันก็จะไปทำงานที่ญี่...ที่ภูเก็ตและต้องทำงานนี้ให้สำเร็จให้ได้"
"แต่ไอ้ไตรภูมิมันจะทำให้ปลายเดือดร้อน มันเป็นคนไม่ดี" สิงห์โพล่งออกมา
"ไม่ดียังไง ไหนล่ะหลักฐาน"
"ตอนนี้เรายังไม่มีหลักฐาน"
"เอาไว้มีหลักฐานเมื่อไหร่ค่อยมาคุยกันดีกว่านะ ...ผู้หมวด"
ปลายฉัตรทอดเสียงประชด ก่อนจะเดินกระแทกเท้าขึ้นบ้าน ทำให้ทุกคนจ๋อยไปตามๆกัน
ooooooo
รามมาหาอโนถึงที่ทำงาน แล้วนัดออกไปทานอาหารค่ำ หวังจะใช้เธอเป็นตัวเชื่อมไปหาปลายฉัตรและไตรภูมิ แต่อโนกลับคิดเข้าข้างตัวเองว่า รามมาขอนัดออกเดทจึงรีบไปโม้ให้สิงห์ฟังอย่างออกรส สิงห์ฟังน้องสาวด้วยความตั้งใจ
เช้าวันใหม่ ปลายฉัตรสะพายกระเป๋าเป้ขนาดกะทัดรัดเข้ามาลาแม่กับลุง ลุงฉิ่งกำชับให้ซื้อน้ำพริกกุ้งเสียบมาฝาก ปลายฉัตรไม่ทันคิดเผลอปฏิเสธ จึงได้เรื่อง
"ไม่มีได้ไงวะ...ถ้าภูเก็ตไม่มีน้ำพริกกุ้งเสียบ ก็ไม่ต้องไปหาที่อื่นแล้ว ตกลงไปภูเก็ตจริงป่ะวะเนี่ย" ลุงฉิ่งสงสัย
"จะ...จริงดิ...ฉันไปจริงๆ แต่แค่ไม่รู้แค่นั้นแหละ... ไม่ได้ทำงานการท่องเที่ยวนี่ จะได้รู้ว่าจังหวัดไหนขายอะไร เอาเป็นว่า...ถ้าฉันมีเวลาว่างออกมาหาซื้อของฝาก จะซื้อมาให้แล้วกัน...ไปก่อนนะจ๊ะ...สวัสดีจ้ะ"
ปลายฉัตรยกมือไหว้ลุงฉิ่งกับเฉิดแล้วเดินออกไปจากบ้านอย่างเร็ว ลุงฉิ่งมองตามไม่วางใจนักเพราะหลานสาวท่าทางมีพิรุธ เฉิดเองก็รู้สึกแต่ไม่พูด
ปลายฉัตรเมื่อเดินมาพ้นประตูบ้าน เธอรำพึงเบาๆ "แม่...ลุง...ฉันขอโทษด้วยที่ต้องโกหก" พลางตัดใจเดินออกไปหาไตรภูมิที่ยืนรออยู่ที่รถ
"กระเป๋าใบใหญ่ไปหรือเปล่า" ไตรภูมิประชด เมื่อเห็นกระเป๋าเป้ของปลายฉัตร
"คือ...ฉันไม่ได้บอกที่บ้านว่าไปญี่ปุ่น ฉันบอกว่าไปภูเก็ต ก็เลยต้องเอาของไปแค่นี้ แต่ไม่ต้องห่วงนะ ถึงจะน้อยแต่ครบ ฉันอยู่ได้ 4 วันสบายมาก ไปกันยัง ตื่นเต้น" ปลายฉัตรยิ้มเป็นเด็กๆ
ไตรภูมิยิ้มตามแล้วพยักหน้าให้ปลายฉัตรขึ้นรถ กรรีบเปิดประตูให้
"เครื่องบินส่วนตัวรออยู่แล้วนะครับ พร้อมเดินทางทันทีที่นายท่านไปถึง" อินทร์รายงาน
ไตรภูมิพยักหน้ารับรู้ และขึ้นรถตามปลายฉัตรไป กรหันมาถามอินทร์ด้วยความอยากรู้
"ที่นายท่ายเคยบอกว่า ถ้ารู้ว่ามันเริ่มมากเกินไปจะหยุดทันที นายท่านรู้ตัวหรือเปล่าว่ามัน...ไม่น้อยแล้วนะ"
"คิดว่า...ไม่น่าจะรู้ตัว..." อินทร์ตอบ พลางมองตามไตรภูมิด้วยความเป็นห่วง
ooooooo
สนามบินเมืองโอซาก้า กลางผู้คนขวักไขว่ ปลายฉัตรกวาดตามองด้วยความตื่นเต้น เธอยืนตาวาว เป็นประกายอยู่ที่หน้าทางออกของผู้โดยสารขาเข้า ไตรภูมิยืนอยู่ข้างๆทำท่าเหมือนจะพูดอะไร
"อุ๊ย ทางโน้นมีร้านขายของด้วย เดี๋ยวฉันมานะ" ปลายฉัตรพูดจบก็รีบวิ่งไปทันที
ไตรภูมิเรียกไม่ทัน จึงได้แต่ถอนใจแล้วเดินตาม สาวเจ้ามาหยุดอยู่ที่หน้าร้านหนังสือ ทำท่าจะเข้าไปข้างใน ไตรภูมิรีบดึงไว้ พลางถามเรื่องชุดที่จะใส่ไปงานประมูล ปลายฉัตรเพิ่งนึกได้
"ไม่ได้เอามา...ลืม ก็ฉันมัวแต่กลัวว่าที่บ้านจะจับได้ก็เลยลืมคิดไปเลย...ฉันใส่ชุดแบบนี้ไปประมูลได้ป่ะ"
ไตรภูมิส่ายหน้า แล้วลากปลายฉัตรไปหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ในย่านอเมริกันวิลเลจ ย่านนี้มีเสื้อผ้าวัยรุ่นสีสันสดใส หญิงสาวเดินเข้าออกร้านโน้นร้านนี้ พร้อมกับถุงเสื้อผ้าที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังจากได้ช็อปปิ้งจนหนำใจแล้ว ปลายฉัตรขอสาธิตการกินทาโกะยากิของขึ้นชื่อของเมืองโอซาก้าให้ ไตรภูมิดู เธอยัดเข้าปากทั้งลูก แต่ต้องคายออกมาเพราะความร้อนระอุของอาหาร
"สะใจพอไหม" ไตรภูมิถาม
แล้วไตรภูมิก็พาปลายฉัตรมายังโรงแรมที่จองไว้ "ไม่ต้องกลัว...ฉันจองไว้แค่ห้องเดียว...เธอต้องนอนกับฉันนอนห้องเดียวกัน..." ไตรภูมิเน้น ปลายฉัตรอึ้ง
เมื่อเปิดห้องออก ปลายฉัตรค่อยๆโผล่หน้าเข้ามา มองรอบๆห้องอย่างตื่นตะลึงในความหรูหรา
"ฉันจะพาเธอไปห้องนอน" ไตรภูมิเดินนำไปอีกห้อง
"มันมีแค่เตียงเดียว แล้วคุณ...กับฉัน...เราสองคน...เนี่ยนะ..." ปลายฉัตรชี้ไปที่เตียง
"เธออาจจะเสียใจ เพราะฉันไม่ได้นอนห้องนี้" ไตรภูมิชี้ไปอีกประตูห้องที่อยู่ติดกัน "ห้องโน้น...เป็นห้องของฉัน พักผ่อนตามสบาย...พรุ่งนี้เช้าเจอกัน"
พูดจบ ไตรภูมิเดินไปที่ห้องนอนตัวเอง ปลายฉัตรมองตามด้วยความค้างคาใจ
"ไม่ได้นอนด้วยกัน...แล้วทำไมฉันต้องเสียใจด้วย... อ๋อ นี่คุณคิดว่าฉันอยากนอนกับคุณหรือไง แค่หน้าตาดี มีฐานะ ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงทุกคนอยากจะนอนกับคุณหรอกนะ...หลงตัวเอง" ปลายฉัตรนึกได้ตะโกนไล่หลัง ไตรภูมิอมยิ้มแล้วหันมายักคิ้วให้ ทำนองไม่เชื่อที่ปลายฉัตรกำลังแก้ตัว ก่อนปิดประตูห้อง
ชายหนุ่มเดินตรงเข้าเปิดกระเป๋าใบใหญ่ หยิบกล่องสีดำขลับด้านในออกมา คว้าถุงเลือดที่วางเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบออกมาฉีก เทลงคออย่างกระหาย พลันเสียงเคาะห้องดังขึ้น เขาชะงักทำให้เลือดหกเลอะเสื้อและพื้น
ปลายฉัตรยืนอยู่หน้าห้อง ในมือถือกล่องแซนด์วิช เธอเคาะประตูอีกครั้ง ไตรภูมิก็พยายามตั้งสติ รีบเก็บถุงเลือดใส่กล่องอย่างรวดเร็ว แล้วหันมาคว้าผ้าเช็ดหน้าเช็ดรอยเลือดที่ไหลเลอะใบหน้าและพื้น แล้วโยนผ้าเปื้อนเลือดเข้าไปในตู้
"คุณไตรภูมิ" ปลายฉัตรเคาะเร่ง
ไตรภูมิหันไปที่ประตู พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นว่า เสื้อเปรอะคราบเลือดสีแดงฉาน เขารีบถอดเสื้อออกเผยให้เห็นผิวขาวราวหิมะ และมัดกล้ามที่ทำให้สาวๆหัวใจละลาย ชายหนุ่มเดินเปลือยท่อนบนไปเปิดประตู ปลายฉัตรที่ยืนรออยู่ เห็นเข้าถึงกับอึ้ง เผลอรำพึงออกมาว่าขาวจัง ไตรภูมิอมยิ้ม ขณะสาวเจ้าฉีกยิ้มเจื่อนๆ แล้วยื่นกล่องแซนด์วิชให้
"คือ...ฉันนึกได้ว่าวันนี้ทั้งวันคุณยังไม่ได้กินอะไรเลย ฉันก็เลยคิดว่าดึกๆ คุณอาจจะหิว ก็เลยเอาแซนด์วิชมาให้
ฉันซื้อระหว่างทางที่ไปช็อปปิ้ง คุณเก็บเอาไว้สิ เผื่อหิว" ปลายฉัตรยิ้มจริงใจ
ไตรภูมิมองขนมปังแล้วก็มองหน้าปลายฉัตร "ไม่เป็นไร เธอเก็บไว้กินเถอะ"
"ไม่เป็นไร...ฉันอิ่มแล้ว คุณเอาไว้เถอะ ไม่ต้องเกรงใจ"
"ฉันไม่ได้เกรงใจ แต่โรงแรมมีอาหารบริการยี่สิบสี่ชั่วโมงส่งถึงห้อง ถ้าฉันหิว ฉันโทร.สั่งได้"
"อ้าวเหรอ...ฉันไม่รู้ ขอโทษทีที่รบกวน เคาะประตูเรียกตั้งนาน" ปลายฉัตรยิ้มเขินๆ
"คราวหน้าห้ามรบกวนฉันอีก ไม่ว่าจะมีอะไร สำคัญแค่ไหน ห้ามเรียก ห้ามปลุก ห้ามเคาะประตู และห้ามเข้ามาในห้องฉันเด็ดขาด" ไตรภูมิเสียงเข้ม ปลายฉัตรสะอึกนิดๆ ทำหน้าจ๋อยรีบขอโทษ จนไตรภูมิสงสาร
"ขอบใจมากที่เป็นห่วงฉัน วันนี้เธอเดินทางเหนื่อยมาทั้งวัน ไปนอนได้แล้ว" ปลายฉัตรยืนงงปรับอารมณ์ไม่ถูก ไตรภูมิถอยเข้ามาในห้องแล้วพูดทิ้งท้ายก่อนปิดประตู
"ฝันดี..."
ปลายฉัตรยิ้มออกมาด้วยความเขิน แบบไม่รู้สาเหตุ
ooooooo
ในขณะที่ปลายฉัตรกำลังฝันหวาน สิงห์กลับรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น เขาเฝ้ารอโทรศัพท์จากปลายฉัตรอยู่ที่บ้านของเธอ ลุงฉิ่งกับมหาที่เตรียมจะเข้านอนเห็นอาการก็สงสารจึงชวนให้นอนด้วยกัน เผื่อปลายฉัตรจะติดต่อมาตอนดึก เมื่อโทรศัพท์ มือถือของสิงห์ดังขึ้น สิงห์ดีใจรีบกดรับ กลับเป็นเสียงของอโน เธอขอให้ไปรับที่ร้านอาหารแถวทองหล่อ
"วันนี้ฉันมีเดทกับผู้ชายไง ทำเป็นลืมไปได้ นี่ๆ แล้วอีกสองชั่วโมงพี่มารับฉันกลับบ้านหน่อยนะ...ฉันกลัวเขาคิดทำมิดีมิร้ายกับฉัน แบบว่า...ขอไปส่งแล้วพาเข้าโรงแรมไรเงี้ยะ"
สิงห์ส่ายหน้าอย่างระอากับความช่างคิดช่างจินตนาการของน้องสาว
"ฉันแค่กลัว มันอาจจะไม่จริงก็ได้ เรื่องแบบนี้มันต้องเสี่ยง ไม่เสี่ยงแล้วจะมีแฟนได้ไง แค่นี้ก่อนนะ ถึงเวลานัดแล้วฉันไม่อยากไปสาย อีกสองชั่วโมงอย่าลืมมารับนะอ้อ...อีกเหตุผลนึงที่พี่ต้องมารับฉัน...เพราะฉันอยากให้พี่เจอกับน้องเขยในอนาคต แล้วเจอกันนะ...ชิบุชิบุ"
อโนวางสายไปด้วยความร่าเริง และอีกมุมหนึ่งของร้าน พาลียืนเฝ้าอยู่บริเวณรถสปอร์ตหรูของราม ใกล้กันมีมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ข้างๆ
สิงห์วางสายจากน้องสาวก็หันมาบอกลาสองผู้เฒ่าว่ามีธุระต้องรีบไป ลุงฉิ่งกับมหาช่วยกันปลอบใจสิงห์เรื่องปลายฉัตรและเตือนให้ขับรถดีๆ
"ไอ้สิงห์มันทำคดีอะไรของมัน ทำไมถึงได้เครียดขนาดนี้วะเนี่ย ถามว่าคดีอะไรก็ไม่บอก บอกว่าเป็นความลับ"
"สงสัยช่วงนี้ราหูจะเข้า งานก็เครียด แถมเรื่องความรักก็ดันมามีคู่แข่งซะอีก" มหาทำนาย
"เออว่ะ...นอกจากเรื่องงาน เรื่องความรัก ไอ้สิงห์มันจะมีเรื่องซวยอะไรอีกวะเนี่ย" ลุงฉิ่งถอนใจ...หนักใจแทน
ooooooo
อโนนั่งตัวลีบอยู่ในร้านอาหารหรู เมื่อรามถามถึงปลายฉัตร เธอรีบตีกันทันที
"อย่าบอกนะคะว่า คุณมาตีสนิทกับฉันเพราะต้องการรู้จักพี่ปลาย"
"ใช่...และตามข้อตกลงของเรา หลังจากที่ผมตอบสิ่งที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับตัวผม ตอนนี้คุณก็ต้องตอบสิ่งที่ผมอยากรู้บ้าง"
อโนผิดหวังอย่างแรง เธอลองหยั่งเชิงราม เพราะคิดว่าจะจีบปลายฉัตร
"เปล่า...มันเป็นเหตุผลทางธุรกิจ เค้าทำงานให้คู่แข่งของผมอยู่ ผมต้องการซื้อตัวเขา"
"คุณไตรภูมิ" อโนโพล่งออกมา รามแปลกใจที่อโนรู้จักไตรภูมิด้วย เมื่อรุกถามอโนจึงอธิบาย
"ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แค่เห็นรูป และก็ได้ยินชื่อ อ้อ...ฉันเคยเห็นเขามาส่งพี่ปลายที่บ้านครั้งนึงด้วย"
รามอมยิ้มนิดๆด้วยความพอใจ "ผมสนใจจะทำงานกับ เอ้อ ปลายฉัตร...ผมยินดีจะจ่ายให้มากกว่าที่เขาได้จากไตรภูมิ ถ้าคุณติดต่อให้ผมได้ ผมจะมีเปอร์เซ็นต์ให้คุณ เป็นค่าเหนื่อย"
"ได้ค่ะ...ฉันยินดีช่วยเต็มที่...แต่ฉันไม่ได้ทำเพื่อเงินของคุณหรอก...ฉันทำเพราะต้องการช่วยคุณ" อโนยิ้มจริงใจ
"ขอบคุณมาก...คุณนี่เป็นคนดีที่น่าคบจริงๆ ยินดีอีกครั้งที่ได้รู้จักกัน และคิดว่าเราจะได้รู้จักกันมากกว่านี้" รามยกแก้วแชมเปญขึ้น...อโนรีบหันไปคว้าแก้วนํ้าอัดลมมาชูขึ้น ก่อนยกดื่มรวดเดียวหมด แล้วเรอออกมาเหมือนเด็กๆ
เวลาเดียวกันนั้น มายาเดินพล่านไปมาอยู่หน้าบ้านราม เธอมองซ้ายมองขวารอรามแต่ยังไม่เห็นกลับมาก็ร้อนใจ จึงเข้าถามหากับคีรีที่กำลังเล่นเกมต่อสู้อยู่กับสกรีนขนาดมหึมา แต่คีรีไม่สนใจตอบคำถาม มายาจึงกระชากจอยสติ๊กแล้วก็ขว้างไปที่กำแพงอย่างแรง ทำให้คีรีสุดเซ็ง
"เจ๊จะพังของหมดบ้าน ฉันก็บอกไม่ได้ว่านายไปไหน เพราะนายไม่ให้บอก"
"แล้วทำไมนายไม่ให้บอกฉัน" มายาดึงตัวคีรีขึ้นมา
"เพราะเจ๊ตกกระป๋องแล้วมั้ง" คีรีพูดจบก็โดนมายาเหวี่ยง
กระเด็นไปชนกับผนังอย่างแรง ผนังเป็นรอยร้าว คีรีส่ายหน้า
ลุกขึ้นมาเตือนสติ "เจ๊อย่ามาใส่อารมณ์กับผมเลย ไม่มีประโยชน์ หรอก ผมว่าเจ๊น่าจะพิจารณาตัวเองก่อนที่จะโดนนายเขี่ยทิ้ง เห็นว่าอยู่กันมานานถึงได้บอกให้รู้ตัว" คีรีปัดฝุ่นออกจากตัวเล็กน้อยก่อนจะเดินไป
มายากัดฟันกรอดกำมือแน่นด้วยความเสียใจ
ooooooo
สิงห์ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดที่หน้าร้านอาหาร เขามองไม่เห็นอโนจึงส่งข้อความไปตาม อโนกดอ่านแล้วบอกให้รามรู้ว่าพี่ชายมารับ และชวนเขาออกไปเจอกับพี่ชาย
ส่วนสิงห์ที่รออยู่มองไปเห็นรถของพาลีที่จอดอยู่ข้างรถสปอร์ตของราม จึงเดินเข้าไปดู แต่ยังไม่ทันถึงอโนก็ร้องเรียก แล้วเข้ามาดึงไว้ พลางบอกว่ารามจะออกมาพบ แม้สิงห์จะพะวักพะวงกับรถพาลี แต่อโนก็ลากไปจนได้ ทันทีที่สิงห์หันหลังให้รถ รามก็เดินออกมาจากอีกประตูหนึ่งของร้าน พาลีรีบเดิน ตามมาประกบดิ่งมายังรถสปอร์ต
เขาปรายตาไปมองสิงห์ เล็กน้อย แล้วเบือนหน้าหนีอย่างไม่ใส่ใจ
สิงห์รู้สึกสังหรณ์ใจ จึงหันมามองรถพาลีแต่ไม่เห็นเสียแล้ว
"เพื่อนคุณฝากมาบอกว่า ขอโทษที่มาหาไม่ได้ เพราะมีธุระด่วนต้องรีบกลับ" พนักงานออกมาบอก
"อ้าว...ไหงงั้นล่ะ...แต่เขาบอกว่าจะออกมาหาฉัน...คุณบอกผิดคนหรือเปล่า พี่สิงห์รอแป๊บนะ เดี๋ยวฉันโทร.ถามก่อน แต่ไม่ได้ขอเบอร์เอาไว้อ่ะ...ทำไงดี"
ขณะที่อโนหงุดหงิด สิงห์จึงรีบชวนน้องกลับบ้าน
ooooooo
ปลายฉัตรไม่ได้ล็อกประตูไว้ ไตรภูมิจึงเข้ามาปลุกในห้องนอน สาวเจ้ามองชายหนุ่มอย่างหวาดระแวง
"ฉันเอาค่าจ้างสำหรับจ๊อบนี้มาให้เธอ" เอ่ยพลางวางซองเงินไว้ที่เตียง
ปลายฉัตรหยิบซองเงินมาเปิดดูแล้วทำตาโต
"ฉันแลกเป็นเงินเยนไว้ให้ เผื่อเธอต้องการใช้ แต่ถ้าไม่ใช้ก็กลับไปแลกเป็นเงินไทย"
"ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันเท่าไหร่ แต่คิดว่าน่าจะเยอะ อยู่...ไงก็ขอบคุณมาก...แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะทำงานให้เต็มที่ สมกับเงินที่คุณจ่ายให้ฉัน"
"ฉันจะรอดู..." ไตรภูมิยิ้มนิดๆแล้วก็เดินไปที่ประตู ปลายฉัตรรีบหยิบซองเงินมาดูอีกที ไตรภูมิหันกลับมาเธอรีบเก็บซองเงินแสร้งทำเป็นนิ่งเหมือนเดิม ไตรภูมิอมยิ้มรู้ทันพลางสั่งให้ปลายฉัตรรีบอาบนํ้าแต่งตัว
"คุณจะพาฉันไปไหน" ปลายฉัตรตาวาว
"อยากรู้ก็ให้เร็ว...ฉันให้เวลาสิบนาที เริ่มจับเวลา" ไตรภูมิเดินออกไปทันที
"เฮ้ย" ปลายฉัตรลุกพรวดพราด รีบวิ่งไปหยิบกระเป๋ารื้อเอาเสื้อผ้าออกมา ของหล่นตกกระจาย...ส่งเสียงโครมครามสลับกับเสียงโวยวาย "แค่สิบนาทีใครจะไปเตรียมตัวทัน เดี๋ยวก็ไม่อาบนํ้าไปทั้งเหม็นๆนี่แหละ"
อีกสิบนาทีต่อมา ปลายฉัตรในชุดสุดแนวก็ออกมาจากห้อง ไตรภูมิมองอย่างอึ้งๆ
"ใช่...ชุดนี้ดีที่สุดในเวลา 10 นาทีที่คุณให้ฉัน และที่สำคัญ...ตอนนี้ไม่ใช่เวลางาน ฉันจะแต่งตัวยังไงก็ได้...ตกลงคุณพาฉันไปที่ไหนเนี่ย จะบอกได้หรือยัง" ปลายฉัตรรีบเอ่ย ไตรภูมิมองชุดปลายฉัตรอีกทีก่อนจะทำใจเบือนหน้าหนีเหมือนไม่อยากมอง แล้วก็ใส่แว่นดำเดินนำออกไป ปลายฉัตรมองชุดตัวเองอีกครั้งแล้วก็ยักไหล่อย่างมั่นใจ
"แนวจะตาย...ไม่สวยยังไงเนี่ย ชิ"
ไตรภูมิพาปลายฉัตรมาร้านอาหารหรูในตึกอูเมดะ
อันใหญ่โต ปลายฉัตรยืนตะลึงด้วยความคาดไม่ถึง เธอเริ่มรู้สึกตัวว่าแต่งตัวไม่เหมาะสม จึงถามไตรภูมิเสียงอ่อยๆ
"คุณมากับฉัน...คุณอายคนอื่นเขาหรือเปล่า" ไตรภูมิเลิกคิ้วนิดๆด้วยความสงสัย ปลายฉัตรอธิบายต่อ "ก็คุณดูออกจะเท่ เก๋ไก๋ เดินไปไหนมาไหนสาวๆก็มอง ฉันไม่อยาก ให้ความเป็นบ้านนอกของฉันทำให้คุณหมองอ่ะ ถ้าคุณไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าพาคนใช้มาเที่ยว คุณเดินนำฉันไปก็ได้นะ เดี๋ยวฉันเดินตามไปห่างๆ คุณจะได้ไม่ต้องอาย"
ไตรภูมิมองหน้าปลายฉัตรแล้วก็คว้ามือเธอจับมาคล้องเข้ากับแขนตัวเอง พลางถาม
"แล้วถ้าฉันทำแบบนี้...เธอจะอายหรือเปล่า"
ปลายฉัตรไม่ทันได้ตอบ ไตรภูมิเข้ากระชับแขนเธอไว้ แล้วลากไปที่จุดชมวิวของตึก คนรอบข้างมองทั้งสองคนด้วยความสนใจ ปลายฉัตรยิ่งเขินหนักขึ้นไปอีก ในวินาทีนั้นเธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเจ้าหญิงขึ้นมาในบัดดล ไตรภูมิหันมาเห็นรอยยิ้มสดใสของปลายฉัตรก็รู้สึกว่าโลกของเขาดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
ในขณะที่ปลายฉัตรนั่งทานอาหารอยู่กับไตรภูมิอย่างมีความสุข ที่เมืองไทยสิงห์กำลังมาเก็บหลักฐานจากศพหญิงสาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่โดนดูดเลือดจนหมดตัว แต่ถูกอำพรางคดีให้ดูเหมือนผูกคอตาย
"แล้วเราจะทำไงกันดีหมวด...นี่ถ้าผู้กองรู้ว่ามีเพิ่มอีกศพ รับรองว่าเต้นแน่ๆ ต้องจี้ให้รีบปิดคดีชัวร์...กลับมาคำถามเดิม...แล้วเราจะทำยังไงกันดีหมวด" จ่าดอนร้อนใจ สิงห์คิด...แล้วก็หันมาสั่ง
"จ่าตามฉันมา" สิงห์เดินออกจากที่เกิดเหตุไป
"อ้าว...แล้วหมวดจะให้ผมตามไปไหนเนี่ย...หมวดรอด้วย... เฮ่อ...หมวดใหม่ไฟแรงก็เงียะ...ทำอะไรเร็วไปหมด ไม่เห็นใจคนแก่เลยวุ้ย" ดอนบ่นๆแล้วก็เดินตามไป
ooooooo
ลุงฉิ่งนั่งอัดกรอบพระอยู่หน้าบ้าน มหานั่งส่องพระอยู่ข้างๆ ลุงฉิ่งหันมาบอกกับเฉิดให้ไปนอนพักก่อน ถ้าปลายฉัตรโทร.มาแล้วจะเรียก เฉิดไม่ตอบอะไร ได้แต่ขยับมือจับโทรศัพท์ ด้วยความเป็นห่วงลูก
"เฮ่อ...ไอ้ปลายนะไอ้ปลาย...มันหายหัวไปไหนของมัน โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ ปล่อยให้ผู้หลักผู้ใหญ่เป็นห่วงกันทั้งบ้าน" ลุงฉิ่งบ่นไม่ทันขาดคำก็ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์สิงห์แล่นเข้ามา มหาหันไปมองแล้วบอกกับลุงฉิ่ง
"ผู้หลักผู้ใหญ่ที่เอ็งว่ามาอีกคนแล้ว ไอ้นี่ก็โทร.มาถามทุกสิบนาที นี่ท่าทางจะร้อนใจมาเองเลย"
มอเตอร์ไซค์ของจ่าดอนตามมาจอดเทียบข้างๆมอเตอร์ไซค์สิงห์ มหาหลิ่วตามองพึมพำว่าสิงห์พาใครมาด้วย สิงห์พาจ่าดอนเข้ามาทำความรู้จักกับลุงฉิ่งและมหา จ่าดอนรีบฝากเนื้อฝากตัวกับสองผู้เฒ่า และคุยกันเรื่องพระเครื่องอย่างถูกคอ สิงห์ได้โอกาสขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
สิงห์เดินเข้ามาในบ้าน เฉิดจำเสียงฝีเท้าได้จึงเอ่ยทัก สิงห์บอกว่าขอตัวเข้าห้องน้ำก่อน แล้วจะออกมาคุยด้วย เฉิดยิ้มให้ สิงห์ยิ้มรับนิดๆทำท่าเหมือนจะไปทางห้องน้ำ แต่พอเห็นว่าไม่มีคนก็ค่อยๆย่องขึ้นบนห้องปลายฉัตร เพื่อหาหลักฐานที่พอจะบอกตัวตนของไตรภูมิได้ แล้วเขาก็พบแฟ้มที่ปลายฉัตรซ่อนไว้ เธอเขียนที่หน้าแฟ้มว่า "งานคุณไตรภูมิ" สิงห์รีบเปิดอ่าน
"สมบัติจากถ้ำมังกรอมตะ คำสาปของสมบัติถ้ำมังกรอมตะ" สิงห์รีบหยิบกระดาษและปากกาที่พกติดตัวออกมาจดอย่างชำนาญและรวดเร็ว และเริ่มสังหรณ์ใจ
ด้านปลายฉัตรที่กำลังเที่ยวสนุก เธอตกใจมาก เมื่อจู่ๆสร้อยคอที่มีล็อกเกตรูปพ่อก็ร่วงลงพื้น
"ใส่อยู่ดีๆขาดได้ไงเนี่ย" ปลายฉัตรก้มลงเก็บขึ้นมา แล้วรู้สึกใจเสียนิดๆ ไตรภูมิหันมาเห็นพอดี เขามองด้วยความแปลกใจ
ooooooo
จ่าดอนคุยเรื่องพระกับลุงฉิ่งและมหาไปได้
สักพักก็หลุดปากบอกเรื่องผีดูดเลือดให้ทั้งคู่ฟัง เพราะหวังจะขอของดีไปป้องกันตัว ลุงฉิ่งกับมหาชะงักกึกรีบซักต่อ
"แล้วเอ็งจะเอาไปทำไมวะ อย่าบอกนะว่า...พวกเอ็งกำลังทำคดีผีดูดเลือดอยู่" ดอนอึกอัก แล้วจังหวะนั่นเอง เฉิดก็ค่อยๆลุกขึ้น และคลำทางมานิ่งฟัง
"คือ...คดีนี้มันยังเป็นความลับ รู้แล้วห้ามบอกใครเด็ดขาด เหยียบไว้เลยนะ เมื่อเดือนสองเดือนที่แล้ว...จู่ๆก็มีผู้หญิงต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาขายบริการในกรุงเทพฯ แบบสวยๆหุ่นดีๆตายเกือบทุกวัน ตอนแรกๆพวกฉันก็คิดว่าคงจะเป็นพวกมาเฟียที่เป็นเอเย่นต์ซ้อมหรืออาจจะอัพยามากช็อกตาย แต่มัน
ไม่ใช่ครับ เพราะมันมีรอยเขี้ยวประหลาดเจาะเข้าไปตรงนี่" จ่าดอนไม่พูดเปล่า แสดงท่าประกอบโดยงอนิ้วชี้กับนิ้วกลางเหมือนตะขอแล้วเจาะเข้าไปที่ท้ายทอยลุงฉิ่ง ลุงฉิ่งตกใจร้องลั่น
"นี่แค่เล่า ถ้าเห็นของจริงจะยิ่งลุกพรึ่บพรั่บ แล้วมันไม่เจาะเปล่า มันเจาะแล้วดูดด้วยครับ มันเลือกกัดเฉพาะที่ที่มองเห็นไม่ชัด"
"แสดงว่ามันต้องวางแผนมาอย่างดี" ฉิ่งออกความเห็น
"พวกฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันทำงานกันยังไง และมันเป็นอะไร...แต่ที่แน่ๆมันไม่ใช่คนแน่นอน..."
"พวกแกก็เลยคิดว่ามันเป็นผีดูดเลือดเหมือนในหนังฝรั่ง ไอ้พวกที่กินเลือดแล้วเป็นอมตะ..." มหามองหน้า
"พวกผีดิบ" ลุงฉิ่งฟันธง ทันใดนั้นเสียงแจกันตกกระแทกพื้นก็ดังขึ้น ลุงฉิ่ง มหา และดอนร้องดังลั่น ทั้งสามมองเข้าไปในบ้าน เห็นเฉิดพยายามก้มลงเก็บเศษแจกัน
"ฉันทำแจกันตกเองจ้ะ..." เฉิดบอก
ฉิ่งกับมหารีบวิ่งเข้ามาแล้วอาสาจัดการให้เอง สิงห์เงี่ยหูฟังเหตุการณ์ข้างล่าง แล้วก็รีบเก็บเอกสารปลายฉัตรเข้าที่เดิม ก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วและแผ่วเบา ดอนโผล่หน้าเข้ามามองเฉิดงงๆ ลุงฉิ่งจึงต้องแนะนำ
"น้องสาวฉันเอง ตาไม่ค่อยดี...มองไม่เห็นมาพักนึงแล้ว"
เวลานั้นสิงห์ค่อยๆย่องลงมาจากข้างบน ดอนหันไปเห็นก็ร้องเรียก "โห หมวด...เข้าห้องนํ้านานจริงๆ ผมลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าหมวดมาด้วย"
สิงห์ยิ้มเก้อแก้ตัวว่าท้องไม่ค่อยดีแล้วก็หยิบถังขยะที่วางอยู่ใกล้ๆเดินเข้าไปช่วยเก็บเศษแจกัน จึงไม่ทันสังเกตเฉิดที่นั่งหน้าซีดปากสั่น เพราะได้ยินคำบอกเล่าของดอนเรื่องผีดูดเลือด เธอนึกเป็นห่วงลูกสาวขึ้นมา เพราะจำได้ว่าเคยคุยกับปลายฉัตรเรื่องสมบัติในถํ้ามังกรอมตะและชีวิตที่ต้องคำสาป
"ปลาย...ปลายอยู่ไหนลูก...รีบติดต่อมาหาแม่นะ" เฉิดนํ้าตาร่วง คลำหาโทรศัพท์ สิงห์เงยหน้ามาเห็นเฉิดร้องไห้ก็นึกสงสารและยิ่งเป็นห่วงปลายฉัตรมากกว่าเดิม
ooooooo
ไตรภูมิยื่นสร้อยคอเส้นใหม่ให้ปลายฉัตร ท่ามกลาง แสงราตรีของเมืองโอซาก้า
"สร้อยขาดไม่ใช่เหรอ เปลี่ยนซะสิ"
"ไม่เป็นไรหรอกคุณ...ฉันกลับไปเปลี่ยนที่บ้านก็ได้...ฉันรับของคุณมามากแล้ว ฉันเกรงใจ" ปลายฉัตรยิ้มเจื่อนๆ
ไตรภูมิไม่พูดอะไรต่อ แต่คว้ากระเป๋าจากปลายฉัตรมาเปิดซิปด้านหน้าและหยิบล็อกเกตออกมาใส่เข้าไปในสร้อยเส้นใหม่อย่างชำนาญและรวดเร็ว พลางพูดกับปลายฉัตรที่ยืนงงไปด้วย
"ก็แค่สร้อยขาด มันไม่มีอะไรมากหรอก แล้วมันก็ไม่ได้เป็นลางบอกเหตุอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องคิดมาก..."
"แต่ฉันใส่มาตั้งแต่เป็นเด็ก มันไม่เคยขาดเลยนะ พอขาดแล้วมันใจคอไม่ค่อยดีไงไม่รู้" ปลายฉัตรใจหาย
"เธอคิดไปเอง ถ้าเธอคิดว่าสร้อยขาด มันจะหมายถึงสิ่งที่ไม่ดี นี่ไง...ตอนนี้มันก็ดีขึ้นแล้ว" ไตรภูมิยื่นสร้อยให้ ปลายฉัตรรับสร้อยเส้นใหม่ที่ดูเก๋ไก๋กว่าเดิมมามอง แต่ใจยังคิดวนเวียนด้วยความไม่สบายใจ
"สร้อยขาด คุณเปลี่ยนเส้นใหม่ให้ฉันได้...แล้วถ้ามันเป็นปัญหาอื่น คุณจะช่วยฉันได้หรือเปล่า" ปลายฉัตรเงยหน้ามองไตรภูมิ ไตรภูมิตอบปลายฉัตรด้วยแววตามุ่งมั่นและนํ้าเสียงหนักแน่น
"ถ้ามันเป็นปัญหาที่เกิดมาจากฉัน...ฉันไม่ปล่อยให้เธอต้องลำบากแน่นอน" แล้วไตรภูมิก็หันหลังเดินนำออกไป
ปลายฉัตรยิ้มได้ เธอมองรูปพ่อในล็อกเกตพลางเกิดคำถามขึ้นในใจ
"ปลายจะไว้ใจคำพูดของผู้ชายคนนี้ได้ไหมคะพ่อ"
ooooooo
.
-
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep7/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 7
สิงห์นำข้อมูลจากห้องปลายฉัตรมาเชื่อมโยงกับคดีผีดูดเลือด ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ปลายฉัตรมาเกี่ยวอะไรด้วย แต่ยังคิดไม่ออก อโนก็โทร.เข้ามาบอกราคาเครื่องเพชรที่สิงห์ให้ไปสืบว่าประมาณสองแสนสาม ครั้นสิงห์ซักว่าใครเป็นคนซื้อ อโนกลับวางสายไปเสียแล้ว เพราะเธอกำลังจดจ่อกับเรื่องส่วนตัวนั่นเอง
อโนรับสายราม เขานัดเธอให้ออกไปพบที่หน้าออฟฟิศ แล้วส่งกระเป๋าแบรนด์ดังให้ แทนคำขอโทษที่คืนก่อนเขาไม่ได้ออกไปพบสิงห์ อโนตาวาวรับกระเป๋ามากอดไว้แน่น รามยิ้มแล้วขอให้อโนช่วยเรื่องปลายฉัตร อโนจึงมาหาปลายฉัตรที่บ้าน แต่ปลายฉัตรไม่อยู่ เมื่อลุงฉิ่งกับมหาถามเรื่องธุระ อโนตอบเท่าที่บอกได้ พร้อมกันนี้ก็กำชับทั้งคู่ว่าเป็นความลับ
"คือมีคนสนใจจ้างงานพี่ปลาย แบบว่าอยากซื้อตัวมาจากคุณไตรภูมิน่ะ มาช่วยเขาทำงานแบบเดียวกันเลย แต่ให้เงินมากกว่าเท่าตัวหนึ่งแน่ะ"
เมื่อลุงฉิ่งถามถึงคนจ้าง อโนย้ำว่าเป็นความลับ ถ้าปลายฉัตรสนใจ ให้รีบติดต่อเธอด่วน
"เฮ่อ มันจะลับอะไรกันนักกันหนาวะเนี่ย ลับจน จะจำไม่ไหวแล้วเนี่ย จะมีอะไรลับอีกไหม" ลุงฉิ่งถอนใจ
อโนออกมาบอกกับรามที่จอดรถหลบมุมอยู่หน้าบ้านปลายฉัตรว่า ถ้าปลายฉัตรกลับมา ต้องรีบติดต่อขอทำงานกับรามแน่ เพราะเธอต้องการเงินจ่ายค่าผ่าตัดดวงตาให้แม่
"ถ้าทำงานให้ผมได้ ผมจ่ายไม่อั้นอยู่แล้ว"
รามยิ้มร้ายแล้วขอไปส่งอโนที่บ้าน อโนหน้าบาน ไม่ทันเห็นรามแอบพยักหน้าส่งสัญญาณให้พาลีกับคีรีที่ซุ่มอยู่ไม่ไกล
ooooooo
เฉิดจะเดินเข้าห้องนอน เธอได้ยินเสียงรถรามดังกระหึ่มก็แปลกใจ จึงถามลุงฉิ่ง
"รถเพื่อนอโน น้องไอ้สิงห์มันมั้ง มันมาคุยธุระเรื่องงานไอ้ปลายมันนิดหน่อย ไม่มีอะไรมากหรอก แม่เฉิดไปนอนเหอะ เอาไว้ไอ้ปลายมันกลับมาแล้วค่อยว่ากัน"
เฉิดรับคำแล้วเดินไปนั่งบนเตียงเตรียมสวดมนต์ เธอชะงักเมื่อได้ยินเสียงหมาที่หน้าบ้าน มันส่งเสียงร้องครวญครางด้วยความหวาดกลัว เฉิดรู้สึกมีคลื่นสัญญาณบางอย่างผิดปกติ จึงลุกมาที่หน้าต่าง พาลีกับคีรีที่เล่นงานหมาอยู่หันไปเห็นก็หลบเข้าพุ่มไม้ เฉิดยังมองเหม่อมือคลำหาหน้าต่างแล้วก็ค่อยๆปิดลง
"ที่แท้ก็ตาบอด"
คีรีส่ายหน้าแล้วก็ออกจากพุ่มไม้ พาลีตามออกมา ทั้งสองคนเดินเฝ้าระวังอยู่หน้าบ้านปลายฉัตรอย่างใกล้ชิด เมฆทะมึนลอยมาปกคลุมบ้าน เหมือนบ้านทั้งหลังกำลังตกอยู่ในอันตราย
เวลาเดียวกันนั้นที่โอซาก้า ไตรภูมิโทร.สั่งอาหารเย็นมาให้ปลายฉัตรทานบนห้อง โรงแรมมอบของขวัญสุดพิเศษให้กับทั้งคู่ด้วยบัตรเที่ยวยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ปลายฉัตรตาโตตื่นเต้นชวนไตรภูมิไปด้วยกัน กลับถูกเขาเบรกจนจ๋อยรับประทาน
"ฉันโตแล้ว...ไม่ใช่เด็กๆ รีบกิน รีบไปนอน สำหรับวันพรุ่งนี้ฉันจะให้เธอพักผ่อนให้เต็มที่ เตรียมตัวสำหรับการประมูลในวันมะรืน อย่าลืมว่าเธอมาทำงาน...ไม่ได้มาเที่ยว"
"ฉันรู้หรอกน่า"
ไตรภูมิแอบสงสารนิดๆ แต่ก็ตัดใจหันหลังเดินเข้าห้องไป ปลายฉัตรมองดูบัตร...แล้วก็นึกขึ้นได้ "พรุ่งนี้จะเป็นวันพักผ่อนของฉันชิมิ...จัดไป" ปลายฉัตรยิ้มเจ้าเล่ห์
เช้าวันใหม่ในโอซาก้าท้องฟ้าสดใส ปลายฉัตรแอบเข้ามาในห้อง ในขณะที่ไตรภูมิกำลังอาบน้ำอยู่ เธอย่องไปที่ซองของขวัญแล้วหยิบบัตรมา 1 ใบ ก่อนเปิดประตูอย่างแผ่วเบา ค่อยๆแทรกตัวออกไป พักใหญ่ไตรภูมิก็เดินออกมาเรียกหา แต่ไม่พบ เมื่อหันไปที่ซองของขวัญจึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
"เฮ่อ...เด็กหนอเด็ก..." ไตรภูมิอมยิ้มนิดๆแล้วตัดสินใจตามปลายฉัตรไป
ooooooo
ลุงฉิ่งออกมานั่งปรับทุกข์กับมหา เรื่องปลายฉัตรไม่ยอมติดต่อกลับมา มหาฟังแล้วก็พลอยกลุ้มไปด้วย แกหลุดปากมาว่า บางทีปลายฉัตรอาจจะเป็นศพไปแล้วก็ได้
"เอ้ย ไม่จริง ไอ้ปลายมันดวงแข็งจะตาย มหาเป็นคนดูดวงให้มันเองไม่ใช่เหรอ มันไม่ตายง่ายๆ แต่จะว่าไป...ข้าก็เริ่มไม่ไว้ใจเจ้านายมันเหมือนกัน"
ลุงฉิ่งชักหวั่น แกเล่าให้มหาฟังว่า ปลายฉัตรเคยบอกเรื่องไตรภูมิมือเย็นยังกะคนตาย แถมยังทำท่าเย็นชาราวกับผีดิบแต่แกไม่เชื่อ เฉิดที่แอบฟังอยู่ในบ้านถึงกับหน้าซีดเผือด เธอแอบโทรศัพท์เรียกแท็กซี่ให้มารับ
ด้านปลายฉัตร เธอเข้ามาในยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ด้วยความตื่นเต้น เธอเล่นเครื่องเล่นตามจุดต่างๆอย่างสนุกสนาน ไม่ทันเห็นไตรภูมิที่ตามมา
"ขโมยของในประเทศนี้...โทษหนักนะ"
ปลายฉัตรชะงัก "คุณบอกฉันเองว่าวันนี้เป็นวันพักผ่อนของฉัน แล้วฉันก็ไม่ได้ขโมยบัตรนะ โรงแรมเขาให้คุณมาสองใบ ใบหนึ่งของคุณ ใบหนึ่งก็ต้องเป็นของฉันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย"
"รู้กฎหมายกับเขาด้วยเหรอ"
"ก็...นิดหน่อย...อย่าเพิ่งให้ฉันกลับเลยนะ...นะ...นะ...ขอฉันเล่นต่อก่อนนะ"
ปลายฉัตรออดอ้อนด้วยรอยยิ้มสดใส พลางคว้าข้อมือ อันเย็นเฉียบของไตรภูมิลากไปเล่นเครื่องเล่นด้วยกัน
ooooooo
รถแท็กซี่มาจอดที่หน้าบ้าน ลุงฉิ่งกับมหาหันไปดูด้วยความแปลกใจ เมื่อเห็นเฉิดเดินออกมา ลุงฉิ่งถามน้องสาวว่าจะไปไหน เฉิดทำท่าจะเดินออกไปดื้อๆลุงฉิ่งกับมหาเข้าขวางไว้ สุดท้ายเฉิดก็ยอมให้ลุงฉิ่งกับมหาไปด้วย โดยไม่รู้ว่ามีรถของคีรีตามไปห่างๆ
เฉิด ลุงฉิ่ง และมหาบุกมาหาสิงห์ถึงที่ทำงาน เพราะร้อนใจเรื่องปลายฉัตร เฉิดบอกกับสิงห์ว่า เธออยากรู้เรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับคดีที่สิงห์กำลังทำ สิงห์อ้างว่ามันเป็นความลับ
"มันไม่ลับแล้ว ข้ารู้หมดแล้วว่าเอ็งกำลังตามจับผีดูดเลือด" ลุงฉิ่งโพล่งออกมา
สิงห์ชะงักหันไปมองจ่าดอน จ่าดอนหน้าเสีย สิงห์ถอนใจหันมาบอกกับเฉิดว่า ไม่รู้จะเล่ายังไง เพราะหลักฐานยังสะเปะสะปะไปหมด
"ปลายเล่าทั้งเรื่องงาน เรื่องคนที่ชื่อไตรภูมิให้ป้าฟัง บางทีป้าอาจจะพอช่วยได้ แล้วตอนนี้หลักฐานของสิงห์มีอะไรบ้าง"
สิงห์ครุ่นคิดแล้วตัดสินใจเลื่อนกระดานที่ติดหลักฐานทุกอย่างไว้ออกมา พลางอธิบายข้อมูลให้พวกลุงฉิ่งฟัง
"คนร้ายก็ไม่ได้ทิ้งหลักฐานไว้ที่ศพ นอกจากรอยเขี้ยว แต่ถ้าเราพิสูจน์ได้ว่าหนึ่งในห้าคนนี้...หรือทั้งหมดเป็น...คนที่มีเขี้ยวและดูดเลือด...เราก็จะเอาผิดกับพวกนี้ได้"
"สิงห์เคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับสมบัติในถ้ำมังกรอมตะหรือเปล่า คุณเปรม พ่อของปลายเคยเล่าให้ป้าฟังว่าในสมัยราชวงศ์หมิงมีโจรที่เคยเข้าไปขโมยของจากในวังแล้วนำมาเก็บไว้ที่ถ้ำมังกรอมตะ แต่ยังไม่ทันแบ่งสมบัติ พวกโจรก็ฆ่ากันตายซะก่อน โจรคนสุดท้ายเลยสาปแช่งไว้ก่อนตาย...ใครก็ตามที่เข้ามาขุดสมบัติไป จะต้องมีชีวิตอยู่อย่างทรมาน ไร้ชีวิต ไปเกิดใหม่ก็ไม่ได้ ตายก็ไม่ได้ ต้องอยู่เป็นอมตะ"
สิงห์สนใจ สั่งให้จ่าดอนจดข้อมูลไว้แล้วหันไปหยิบเอกสารที่ได้มาจากห้องนอนปลายฉัตรตอนเข้าไปค้นออกมา
"ข้อมูลของปลายบอกว่า...มีคนเข้าไปเอาสมบัติออกมาได้ และขายไปทั่วโลก"
"แสดงว่า...มีคนเข้าไปในถ้ำ แล้วพวกนั้นจะโดนคำสาปหรือเปล่า" ลุงฉิ่งเปรย
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...มันเป็นแค่ตำนาน แต่ถึงจะมีคนที่โดนคำสาปเป็นอมตะจริงๆ ฉันก็ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่อไตรภูมิได้ยังไง ทำไมเขาต้องตามหาสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะ แล้วทำไมเขาต้องมายุ่งกับปลาย...ลูกสาวของฉัน" เฉิดน้ำตาคลอ
สิงห์เห็นเฉิดเศร้าก็ยิ่งเครียด เขามองที่กระดานข้อมูลและทบทวนอีกครั้ง "ไตรภูมิ สมบัติ คำสาป ความเป็นอมตะ เลือด...มันเกี่ยวกันยังไง"
ลุงฉิ่ง มหา และจ่าดอนมองหน้ากันแล้วออกความเห็นพ้องกันว่า ถ้าไตรภูมิเป็นคนเข้าไปเอาสมบัติ ก็ต้องโดนคำสาป และถ้าโดนคำสาปให้เป็นอมตะก็ต้องกินเลือดเป็นอาหาร
"ถ้าอย่างนั้น...มันก็เป็นไปได้...ที่ไตรภูมิจะเป็นฆาตกร"
คำพูดของสิงห์ทำให้เฉิดตกใจ ขอร้องสิงห์ให้ช่วยปลายฉัตรด้วย
"ป้าไม่ต้องห่วง...ผมจะดูแลปลายอย่างดีที่สุด" สิงห์รับปาก อย่างหนักแน่น ด้วยแววตาที่มุ่งมั่น
เมื่อยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องปลายฉัตร สิงห์กับลุงฉิ่งจึงมาพบชาญเพื่อสอบถามเรื่องงานประมูลที่ภูเก็ต ชาญยืนยันว่ายังไม่มีการจัดงานประมูลของเก่าในประเทศไทย แต่จะมีการประมูลสมบัติราชวงศ์หมิงในวันพรุ่งนี้...ที่เมืองโอซาก้าประเทศญี่ปุ่น
ลุงฉิ่งตะลึง สิงห์กัดกรามแน่น ทั้งเสียใจ น้อยใจ และโกรธนิดๆ ที่โดนคนไว้ใจปิดบัง
ooooooo
ปลายฉัตรรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในโลกแห่งความฝัน เพราะได้ยืนเคียงข้างไตรภูมิชมขบวนไฟพาเหรดตระการตาอย่างมีความสุข ไตรภูมิก็แอบถ่ายรูปปลายฉัตรในมุมต่างๆเก็บไว้
หลังจากชมขบวนพาเหรดจบ ไตรภูมิพาปลายฉัตรมาทานอาหารเย็นในห้องอาหารสุดหรู แล้วกลับห้องพัก ทันทีที่ประตูห้องไตรภูมิปิดลง ปลายฉัตรที่เล่นสนุกจนหมดแรงก็เอนตัวลงบนโซฟา หลับไป
ในขณะที่ปลายฉัตรนอนหลับอย่างมีความสุข สิงห์และทุกคนที่บ้านกำลังร้อนใจอย่างหนัก สิงห์ตัดสินใจไปที่บ้านไตรภูมิโดยมีลุงฉิ่งเป็นคนบอกทาง และมีสมุนของรามตามไปห่างๆ
กรเช็กภาพจากมุมต่างๆอยู่ในห้อง เห็นลุงฉิ่งกับสิงห์ยืนอยู่หน้าบ้าน ก็กดอินเตอร์คอมพ์แจ้งไปยังกัณฑ์ แล้วสิงห์กับฉิ่งก็สะดุ้งที่จู่ๆกัณฑ์โผล่มา เมื่อตั้งสติได้สิงห์ถามหาปลายฉัตรทันที
"กลับไปได้แล้ว ที่นี่ไม่มีคำตอบอะไรทั้งนั้น" กัณฑ์ ตัดบทแล้วจะเดินเข้าบ้าน
"ไม่มี หรือไม่อยากตอบ หลานข้าหายไปทั้งคนจะให้กลับไปได้ยังไง แล้วตอนนี้ข้าก็รู้แล้วว่าไอ้ปลายมันไม่ได้ไปภูเก็ต แต่มันไปญี่ปุ่น" ลุงฉิ่งโวย
กัณฑ์หยุดเดิน สิงห์ได้โอกาสขู่ว่าจะไปแจ้งความข้อหาล่อลวง กักขัง หน่วงเหนี่ยว ทำให้สูญเสียอิสรภาพ ยามนั้นอินทร์เดินเข้ามาอย่างเงียบๆ พูดขึ้น
"ผมว่าเราค่อยๆพูดกันดีกว่านะครับ เรื่องเล็กจะได้ไม่ กลายเป็นเรื่องใหญ่ คุณปลายฉัตรไม่ได้หายไปไหน...ยังอยู่กับเจ้านายผม และปลอดภัยดี"
"ตอนนี้ปลายอยู่ญี่ปุ่นใช่หรือเปล่า" สิงห์รุกถาม
"ผมคงบอกอะไรไม่ได้ และคุณปลายฉัตรคงบอกพวกคุณแล้วว่างานที่เรากำลังทำอยู่เป็นความลับ" สิงห์อ้าปากจะแย้งแต่อินทร์ไม่เปิดโอกาส "ส่วนเรื่องแจ้งความ...คงทำตอนนี้ไม่ได้ เพราะคุณปลายฉัตรเซ็นสัญญาทำงานกับเราเป็นเวลา 4 วัน วันนี้ยังไม่ครบกำหนด ผมคิดว่าตำรวจคงไม่รับแจ้งความ ทางที่ดี คุณควรจะกลับไปก่อน และรอถึงวันพรุ่งนี้ ถ้าคุณปลายฉัตรกลับมา คุณก็ถามความจริงกับเธอเอง"
"เข้าใจแล้วก็กลับไปได้" กัณฑ์ท่าทางขึงขัง
สิงห์นิ่งคิดแล้วก็พยักหน้ากับลุงฉิ่งทำนองว่า...กลับเหอะไม่ไกลกันนักพาลีกับคีรีที่ซุ่มดูอยู่รีบโทร.หาราม
ooooooo
ขณะไตรภูมิจะดื่มเลือด ได้ยินเสียงกรนของปลายฉัตรจึงชะงัก เขาเก็บขวดเลือดใส่กล่องแล้วเดินออกไปดู เมื่อเห็นเธอหลับสนิท จึงอุ้มไปวางในห้องนอน ก่อนตัดใจเดินออกไปจากห้องด้วยความสับสน
เขากลับมาเปิดตู้หยิบกระเป๋าใส่เลือดออกมาดื่มรวดเดียวหมด เผลอบีบหลอดเลือดไว้ในมือด้วยความเครียดจนหลอดแตกบาดมือ เลือดตัวเองไหลออกมา แต่ไม่นานเลือดก็ค่อยๆจางหายไป พร้อมกับรอยแผลที่ได้รับการสมานกลับคืนสู่สภาพเดิม
รามที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากหน้าบ้านไตรภูมิ เขารู้สึกเหมือนได้กลิ่นเลือดของเจ้าของบ้าน แต่ไม่ติดใจอะไรเพราะมีภารกิจใหญ่รออยู่ เขาส่งยิ้มร้ายสั่งลูกน้องทั้งสาม
"แยกย้ายกันไปหาที่ซ่อนสมบัติให้เจอ"
ระหว่างนั้น กัณฑ์กำลังปรึกษากับอินทร์เรื่องการมาของสิงห์และพรรคพวก
"พรุ่งนี้นายท่านจะมีการประมูลใหญ่ ไม่อยากให้มีเรื่องรำคาญใจ เอาไว้นายท่านกลับมาเราค่อยรายงานให้ทราบ คืนนี้คิดว่าคงจะไม่มีอะไรแล้ว" อินทร์แนะนำ
กัณฑ์พยักหน้ารับทราบ นาทีนั้นอินทร์รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวบางอย่างที่ผิดปกติ เขาสังหรณ์ใจขึ้นมา ขณะที่กรก็เห็นการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วผ่านหน้ากล้องไป จึงกดอินเตอร์คอมพ์บอกกัณฑ์ แต่ไม่ทัน เพราะคีรีพุ่งเข้าใส่กัณฑ์ เสียแล้ว กรออกไปช่วย แต่ถูกพาลีขัดขวาง
อินทร์เมื่อรู้ว่ารามพาลูกน้องบุกเข้ามาก็รีบไปที่ห้องเก็บสมบัติ กดปุ่มซ่อนสมบัติภายในห้องทั้งหมด จากนั้นกดอีกปุ่มหนึ่ง เพื่อเลื่อนชั้นวางหนังสือเข้าไปในห้องเพื่ออำพราง
"สมบัติอยู่ที่ไหน" มายากระชากเสียงถาม
แต่อินทร์ไม่ตอบคำ มายาจึงพุ่งเข้าใส่ อินทร์หลบวูบแล้วสวนกลับจนมายาตั้งตัวไม่ติด ต้องถอยร่นมาที่ระเบียงในจังหวะที่เธอเพลี่ยงพล้ำ รามก็เข้ามาช่วยไว้ เขาซัดอินทร์จนลอยทะลุกำแพงออกไป กรและกัณฑ์ผละจากคู่ต่อสู้ พุ่งเข้าไปรับร่างอินทร์ด้วยความรวดเร็ว แต่ด้วยแรงกระแทกมหาศาลจากฝ่ามือของราม อินทร์ถึงกับกระอักเลือด
รามกับสมุนกระโดดลงพื้น พลางถามหาสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะ แต่พวกอินทร์ไม่มีใครยอมบอก รามจึงให้พาลีจัดการ พาลีหยิบกระบอกน้ำมันออกมาจากกระเป๋า เทลงบนร่างของอินทร์ กร และกัณฑ์อย่างรวดเร็ว มายาจุดไฟแช็กแล้วดีดออกจากมือ เปลวไฟพุ่งตรงไปที่กร กัณฑ์ และอินทร์ กัณฑ์ใช้พลังทั้งหมดที่มีผลักกรกับอินทร์กระเด็นลอยออกไป เปลวไฟพุ่งตรงมาที่กัณฑ์ เปลวเพลิงลุกพึ่บโชนแสง
"อ๊าก" กัณฑ์ร้องลั่น
กรวิ่งมาพร้อมกับถังดับเพลิง คีรีเข้ามาสกัด อินทร์เข้ามาแทรกรับถังดับเพลิงไปฉีดดับไฟที่ร่างของกัณฑ์ พาลีพุ่งเข้ามาหาอินทร์ กรเหลือบไปเห็น เขาฟาดฝ่ามือเข้าที่คีรีก่อนจะพุ่งไปสกัดพาลี มายาจะเข้าไปช่วย รามยกมือห้ามไว้
"วันนี้พอแค่นี้ ไม่ว่าเจ้านายแกไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ฝากบอกมันด้วยว่า...ถ้าไม่อยากตาย...เลิกคิดที่จะถอนคำสาปเดี๋ยวนี้ ฉันไม่มีวันยอมให้พวกแกมาทำลายความเป็นอมตะของฉัน ถ้ามันยังไม่เลิกคิดที่จะสะสมสมบัติ ฉันจะกำจัดมันให้หมดทั้งสมบัติและพวกแก ถ้าอยู่อย่างสงบไม่ได้ ก็ตายกันซะให้หมด" รามประกาศก้อง
กรกับอินทร์ก้มหน้ารับฟัง ในขณะที่กัณฑ์อาการน่าเป็นห่วง แต่การกระทำของรามนี้ เมื่อจิตต์รู้เข้าโกรธมากพลางบอกความจริงว่า ไตรภูมิหายไปไหน รามแค้นสั่งมายาเตรียมเครื่องบินเหินสู่โอซาก้า
ooooooo
เช้าวันใหม่ที่โอซาก้า ไตรภูมิหยิบภาพหยกแกะสลักขึ้นมาดู แล้วเดินมาเรียกปลายฉัตรที่ยังไม่ตื่นให้ลุกขึ้นเตรียมตัว หญิงสาวสะดุ้ง มองไปรอบๆห้องด้วยความงุนงง
"ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง แล้วคุณเข้ามาห้องฉันได้ไง"
"ไม่ต้องถามอะไรมาก รีบไปอาบน้ำ ฉันมีคนมาช่วยเธอแต่งตัว" ไตรภูมิสั่ง แล้วสาวญี่ปุ่นสามคนก็เดินเข้ามาพร้อมอุปกรณ์แต่งหน้าทำผม
"นี่มันอะไรเนี่ยคุณ" ปลายฉัตรตกใจ
"ฉันรู้ว่าเธอแต่งตัวไม่เป็น ฉันไม่อยากต้องเสียเวลา พวกนี้เป็นมืออาชีพ เขาจะช่วยเธอเอง" ไตรภูมิตอบแล้วเดินออกไป สามสาวเข้ามามะรุมมะตุ้มช่วยแต่งตัวให้ปลายฉัตรที่ยังงุนงงตกใจไม่หาย...
ooooooo
.
----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep8/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 8
ฝีมือของช่างชาวญี่ปุ่นเนรมิตให้ปลายฉัตรเป็นคุณหนูได้ในพริบตา ไตรภูมิมองด้วยความพอใจ ก่อนถามถึงความพร้อมเข้าประมูลของ คุณหนูจำแลงอึกอักเพราะหวั่นเรื่องภาษา
"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมการณ์ไว้อย่างดี ก่อนเข้าประมูลฉันจะบอกเธอเอง"
"แต่ฉันก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี ปกติอยู่บ้าน ถ้ามีงานใหญ่ ฉันจะไหว้พระสวดมนต์ ไหว้พ่อ ขอพร แต่อยู่ที่นี่ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ฉันไม่มั่นใจไงไม่รู้"
ไตรภูมิมองหน้าปลายฉัตร แล้วลากขึ้นรถไปไหว้พระที่วัดชินเทนโน วัดเก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ในระหว่างนั้น รามกับมายาเพิ่งมาถึงประเทศญี่ปุ่น กำลังจะตรงไปยังงานประมูล
ใกล้เวลาประมูลแล้ว ปลายฉัตรกับไตรภูมิมาปรากฏกายหน้าโรงแรม ไตรภูมิส่งโทรศัพท์มือถือให้ปลายฉัตร ไว้ใช้ติดต่อระหว่างประมูล
"เธอไม่ต้องทำอะไร เปิดเครื่องไว้ และรอฟังคำสั่งจากฉัน ฉันบอกให้เริ่ม เธอค่อยเริ่ม แล้วก็อย่าหยุดจนกว่าจะได้ของ"
"ฉันสู้ตายอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง..."
ทั้งสองคนเดินมาเกือบถึงหน้าห้องประมูล ไตรภูมิหยุดบอกกับปลายฉัตร "ฉันจะไปรอเธออยู่ที่ห้องรับรองข้างๆ"
เมื่อถึงห้องรับรองไตรภูมิโทร.หาปลายฉัตร หญิงสาวรับสายและเชื่อมบลูธูท ได้ยินคำสั่งให้เริ่มงานได้ เธอตอบรับ แล้วเชิดหน้าเดินไปที่ห้องประมูล
ooooooo
ปลายฉัตรเดินเข้ามาในห้องประมูล ในมือถือเบอร์ 9 ไว้ เธอเลือกที่นั่งใกล้ลำโพง แล้วหันโทรศัพท์ไปใกล้ลำโพงให้มากที่สุด พิธีกรพูดเปิดการประมูลเป็นภาษาอังกฤษ ไตรภูมิฟังข้อความผ่านบลูธูทอย่างตั้งใจ
การประมูลเริ่มแล้ว แต่รามกับมายายังมาไม่ถึง ปลายฉัตร ยกป้ายหมายเลข 9 ขึ้นๆ ลงๆ ตามคำสั่งของไตรภูมิ แล้วในที่สุดก็ประมูลหยกแกะสลักรูปผู้หญิงจากสมัยราชวงศ์หมิง ไปได้ในราคา 15 ล้านเยน ไตรภูมิยิ้มพอใจลุกเดินออกจากห้องรับรอง พร้อมกับสั่งการผ่านโทรศัพท์
"ฉันจะติดต่อกับผู้จัดการประมูลให้ส่งของไปที่โรงแรม เธอรีบออกจากการประมูล ฉันจะไปรอที่เดิม"
"ค่ะ" ปลายฉัตรตอบรับแล้วลุกเดินออกจากห้องประมูล
รามและมายาเพิ่งมาถึงห้องประมูล รามสั่งมายาให้ไปตามหาไตรภูมิ ส่วนเขาเองตามหาปลายฉัตรแล้วแยกกันค้นหา รามเข้ามาในห้องประมูล เห็นที่ตั้งสมบัติราชวงศ์หมิงในห้องว่างเปล่า มีเพียงรูปติดอยู่ก็กัดฟันด้วยความแค้น รีบโทร.หามายา
"ของโดนประมูลไปแล้ว ผู้หญิงไม่ได้อยู่ในงาน รีบไปดักรอที่หน้าโรงแรม"
"รับทราบค่ะ" มายารีบวางสายเดินออกไป
ไตรภูมิยืนรอปลายฉัตรอยู่หน้าโรงแรม ครู่เดียวหญิงสาวก็เดินออกมา
"เธอทำงานดีมาก ก่อนกลับโรงแรม ฉันจะพาเธอไปที่ที่หนึ่ง ถือว่าเป็นโบนัสพิเศษที่ทำงานสำเร็จ" ไตรภูมิเดินนำไปหาพนักงานที่ทำหน้าที่เรียกรถแท็กซี่แล้วสั่งเป็นภาษาญี่ปุ่น
"แท็กซี่หนึ่งคันไปโอซาก้าคาสเซิ่ล"
พนักงานเดินออกไป ขณะปลายฉัตรและไตรภูมิยืนรอรถ มายาเหลือบมาเห็นเข้า เธอโทร.บอกราม แต่รามมาไม่ทัน เป้าหมายขึ้นแท็กซี่ออกไปแล้ว มายาวิ่งไปถามสถานที่ไปของคนทั้งสองจากพนักงาน แล้วบอกรามก่อนรีบตามไป
ปลายฉัตรกับไตรภูมิเดินอยู่ที่หน้าปราสาทโอซาก้า หญิงสาวเดินนำหน้าไปด้วยความตื่นเต้น โดยมีไตรภูมิทำหน้าที่ไกด์เล่าเรื่องราวของปราสาทให้ฟังอย่างเป็นกันเอง จนสาวเจ้าถึงกับแปลกใจในความรู้ของชายหนุ่ม
"เธอทำงานให้ฉันดี ฉันก็ต้องให้รางวัลนิดหน่อย...ก็แค่นั้นเอง"
สิ้นเสียง ไตรภูมิเดินนำไปที่พิพิธภัณฑ์ ปลายฉัตรผิดหวังเล็กๆ แต่เมื่อเห็นของในพิพิธภัณฑ์ก็ตาโต เธอหารู้ไม่ว่ารามกับมายาตามมาถึงหน้าปราสาทแล้ว
"แยกกันตามหา ฉันจะไปดูรอบๆ เธอขึ้นไปดูข้างบนถ้าสมบัติอยู่กับมัน ให้ทำลายทันที" รามสั่ง
"ค่ะ" มายาเดินแยกออกไป
ปลายฉัตรกับไตรภูมิยืนอยู่ที่ชั้น 8 ตรงระเบียงปราสาท ดื่มด่ำกับทัศนียภาพในมุมสูง
"ชอบหรือเปล่า" ไตรภูมิหันมา
ปลายฉัตรมองไปรอบๆแล้วตอบ "ชอบสิ...ทั้งสวย ทั้งขลัง ฉันชอบของเก่าๆอยู่แล้ว ยิ่งได้ไปเดินดูในพิพิธภัณฑ์ยิ่งมีความสุข คุณเองก็ชอบของเก่าเหมือนกัน คงเข้าใจ"
"เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบของเก่า ฉันอาจจะต้องทำเพราะความจำเป็นก็ได้" ไตรภูมิพูดลอยๆ
ปลายฉัตรนึกได้ถามถึงเรื่องคำสาปของถ้ำมังกรอมตะ
"แล้วเธอ...คิดว่ามันมีจริงหรือเปล่า"
"อืมม์...ฉันว่าไม่น่ามีหรอก...คำสาปให้เป็นอมตะไม่เห็นจะน่ากลัวเลย เป็นอมตะก็ดีออก อยู่ไปเรื่อยๆไม่ต้องแก่ไม่ต้องใช้ครีมหน้าเด้ง ถ้าคำสาปมันมีจริง สาปอย่างอื่นไม่ดีกว่าเหรอ อย่าง...สาปให้ตายภายในเจ็ดวันไรเงี้ยะ น่ากลัวกว่าอีก"
"ความเป็นอมตะมันอาจจะไม่ดีอย่างที่เธอคิด เพราะเธอไม่ตาย แต่คนที่เธอรักต้องตาย เธอจะต้องไปงานศพคนรักนับครั้งไม่ถ้วน และสุดท้ายถ้าไม่อยากเจ็บปวด เธอก็ต้องอยู่ คนเดียวโดยไม่รักใครอีกเลย"
ปลายฉัตรมองหน้าไตรภูมิ สัมผัสถึงความเศร้าที่ซ่อนลึกอยู่ในแววตา ชายหนุ่มมองหญิงสาวก่อนถามความต้องการเป็นอมตะ
"แค่พ่อตาย ฉันร้องไห้อยู่ตั้งนาน ถ้าฉันต้องอยู่ไปเรื่อยๆ แล้วไปงานศพคนโน้นคนนี้ ฉันคงเศร้า ฉันขอตายตามอายุขัยดีกว่า อะมะตง อะมะตะ ไม่อยากเป็นหรอก"
ปลายฉัตรตอบอย่างมั่นใจ แล้วถามเรื่องวิธีทำให้พ้นจากคำสาป ไตรภูมิจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง ก่อนชวนออกไปหาอะไรทาน
ooooooo
รามเดินมาถึงบริเวณสวน หยุดมองหาไตรภูมิกับปลายฉัตรแต่ไม่พบ มายาก็หาสองคนในปราสาทไม่พบเช่นกัน ครั้นไตรภูมิกับปลายฉัตรเดินลงมาจากตัวปราสาทแล้ว หญิงสาวขอเข้าห้องน้ำ ทำให้รามที่อยู่ในสวนมองเห็นปลายฉัตรพอดี
เมื่อทำธุระเสร็จปลายฉัตรเดินออกมาที่สวนข้างตัวปราสาท เพื่อจะไปสมทบกับไตรภูมิที่รออยู่ด้านหน้า รามที่รออยู่แกล้งทำเป็นคุยโทรศัพท์เป็นภาษาไทยเสียงดัง ปลายฉัตรดีใจที่พบคนไทย เมื่อรามหันมาส่งยิ้มให้ เธอก็เข้าไปทักทายตามประสาคนอัธยาศัยดี แนะนำให้รามไปพักที่โรงแรมเดียวกับเธอ แถมยังจดชื่อโรงแรมให้
ระหว่างที่ปลายฉัตรคุยอยู่กับราม อินทร์โทร.มารายงานไตรภูมิเรื่องรามและลูกน้องบุกมาที่บ้านและทำร้ายกรบาดเจ็บสาหัส ไตรภูมิกำมือแน่นรีบถามอาการกัณฑ์ด้วยความเป็นห่วง
"ค่อยๆดีขึ้น แต่คงต้องใช้เวลา ตอนที่คุณรามมา ยังไม่รู้เรื่องการประมูลที่ญี่ปุ่น แต่ตอนนี้ผมไม่รู้ว่า จะรู้หรือยัง นายท่านระวังตัวด้วย และอีกหนึ่งเรื่อง คือตอนนี้คนที่บ้านของปลายฉัตร ทราบแล้วว่าเธอไม่ได้ไปภูเก็ต และสงสัยว่าเธอจะไปญี่ปุ่นกับนายท่าน..."
ไตรภูมิฟังแล้วนิ่งคิด...เขาหันมาที่ปราสาทพลันสายตาสะดุดเข้ากับมายา เขารีบหันหลังกลับทันที แล้วบอกกับอินทร์ว่า รามกับมายามาถึงญี่ปุ่นแล้ว ให้ยกเลิกเครื่องที่จะมาโอซาก้า แต่ให้ไปรับที่สนามบินโกเบ
จังหวะนั้นเอง มายาที่ยืนอยู่บนปราสาทก็เห็นไตรภูมิเดินปะปนอยู่กับผู้คนด้านล่าง เธอรีบวิ่งตามลงมาและโทร.แจ้งราม รามที่กำลังแอบตามปลายฉัตรอยู่ห่างๆ หยุดรับโทรศัพท์ เป็นเวลาเดียวกับที่ไตรภูมิโทร.มาตามปลายฉัตรพอดี
"ค่ะ...ค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้" ปลายฉัตรหันมาไม่เห็นใคร ก็รีบเลี้ยวและเดินไปอีกทางที่ไตรภูมิรออยู่
ปลายฉัตรเล่าเรื่องราวของหนุ่มไทยที่มาคุยด้วยให้ ไตรภูมิฟัง ไตรภูมิมั่นใจว่าต้องเป็นรามแน่ จึงเร่งให้ปลายฉัตรขึ้นรถกลับไปเก็บของที่โรงแรมโดยเร็วที่สุด
รถไตรภูมิแล่นออกไป คลาดกับรามและมายาวิ่งออกมาด้านหน้าปราสาทเพียงนิดเดียว ทำให้มายาหงุดหงิดที่ตามไม่ทัน แต่รามส่งยิ้มร้าย เพราะรู้แล้วว่าไตรภูมิพักอยู่ที่ไหน เขาหยิบชื่อโรงแรมออกมายื่นให้มายา
ขณะที่ไตรภูมิกลับมาเก็บของที่โรงแรมนั้น สิงห์มาหาปลายฉัตรที่บ้าน เพราะครบกำหนดสี่วันแล้ว แต่ต้องผิดหวัง เพราะเธอยังไม่กลับ ลุงฉิ่งกับมหาเข้ามาคุยกับสิงห์ แล้วชวนไปบุกบ้านไตรภูมิอีกครั้ง
"ฉันว่าใจเย็นๆดีกว่านะ พี่ฉิ่ง พี่มหา สิงห์...บางที...เรื่องมันอาจจะไม่เลวร้ายอย่างที่เราคิดก็ได้...อีกไม่นานปลายก็คงจะกลับมา..." เฉิดออกความเห็นและหวังอย่างยิ่งว่ามันจะเป็นเช่นนั้น
ooooooo
รามกับมายาตามมาที่โรงแรม แต่ไม่พบไตรภูมิ เพราะเขาพาปลายฉัตรนั่งรถออกไปทางประตูด้านหลังแล้ว รามกัดฟันด้วยความแค้น พลางสั่งให้มายาติดต่อเครื่องบินส่วนตัวมารับกลับกรุงเทพฯทันที
ที่กรุงเทพฯ สิงห์กำลังนั่งใจจดใจจ่อรอโทรศัพท์จากปลายฉัตร รอนานเข้าก็ตัดสินใจโทร.หาปลายฉัตรเอง แต่ติดต่อไม่ได้เพราะเธอปิดเครื่อง ระหว่างนั้นจ่าดอนที่ปลอมตัวเป็นคนเก็บขยะสังเกตการณ์อยู่หน้าบ้านไตรภูมิโทร.มารายงาน
"เงียบๆพิกลนะหมวด เหมือนไม่มีคนอยู่"
"ลุงจำหน้าไตรภูมิได้หรือเปล่า"
"จำได้ หมวดไม่ต้องห่วง ผมดูรูปที่ติดอยู่บนบอร์ดทุกวัน อีกอย่างหน้ามันเหมือนผมเด๊ะเลย ผมอาจจะหล่อกว่านิดหน่อย แต่รับประกันเห็นแค่เงาก็จำได้แล้ว"
ดอนวางสาย แล้วรีบกลับมาทำตัวเป็นคนเก็บขยะเหมือนเดิม เขากวาดตามองไปรอบๆเห็นพาลีกับคีรี จอดมอเตอร์ไซค์ซุ่มอยู่ที่มุมหนึ่ง จ่าดอนจึงแอบหยิบกล้องถ่ายรูปอันจิ๋วออกมาถ่ายภาพ
ooooooo
ทันทีที่ถึงเมืองโกเบ ไตรภูมิโทร.หาอินทร์เช็กเวลาที่เครื่องจะมารับ ปลายฉัตรหอบกระเป๋าพะรุงพะรังตามมาได้ยินคำว่าเมืองโกเบก็โวยลั่น
"โกเบ นี่ฉันมาโผล่ที่โกเบได้ไงเนี่ย คุณไตรภูมิตอบฉันมาเดี๋ยวนี้นะ นั่งรถมาก็ทำเป็นหลับตาตลอดทาง ถามอะไรก็ไม่ตอบ นี่คุณ เราต้องกลับประเทศไทยวันนี้ไม่ใช่เหรอ แล้วนี่มันอะไรกัน คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม"
ไตรภูมิไม่สนใจตอบคำถาม เขาบอกกับเธอว่าต้องพักเมืองโกเบ แล้วเดินนำเข้าไปในโรงแรม
"หะ นี่คุณ...คุณไตรภูมิ...คุณไตรภูมิ"
ปลายฉัตรยืนงง มองซ้ายมองขวา แล้วจำใจต้องลากกระเป๋าเดินตามไป และเมื่อตามทันเธอก็โวยวายใส่ไตรภูมิอีกชุด
"ฉันพักที่นี่ไม่ได้นะคุณ วันนี้ฉันต้องกลับบ้าน มันครบกำหนด 4 วันที่ฉันบอกทางบ้านไว้ ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องกลับประเทศไทยภายในวันนี้"
"เธอพักห้องนี้ ฉันจะพักห้องข้างๆ ฉันให้เวลาเธอจัดของและเปลี่ยนเสื้อผ้ายี่สิบนาที เจอกันที่ล็อบบี้ จะมีไกด์พาเราไปเทือกเขาร็อคโค ถ้าเธอไม่อยากไปก็อยู่ที่นี่คนเดียว" ไตรภูมิส่งกุญแจห้องให้แล้วเดินไปห้องพักของตน
"ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ฉันจะกลับบ้าน" ปลายฉัตรตะโกนลั่น
ไตรภูมิจ้างไกด์มาพาชมเทือกเขาร็อคโคที่แสนอลังการ ทัศนียภาพสวยงาม หวังจะไม่ต้องตอบคำถามของปลายฉัตร
แต่หาสำเร็จดังฝันไม่ ปลายฉัตรไม่สนใจฟังคำบรรยายของไกด์เลย รอจังหวะคุยกับไตรภูมิให้รู้เรื่อง
"ผมจะพาคุณทั้งสองคนไปขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ขึ้นไปข้างบนนะครับ" ไกด์เอ่ยพลางเดินนำหน้าไป
ปลายฉัตรได้โอกาสรีบโพล่งใส่ไตรภูมิ "เมื่อไหร่คุณจะพาฉันกลับบ้าน ฉันถามมาเป็นร้อยรอบเมื่อไหร่คุณจะตอบฉันสักที"
ไตรภูมิไม่พูดอะไร แต่ชี้ไปที่ไกด์ เป็นทำนองว่า...ให้ทำตามที่เขาบอก
ปลายฉัตรสุดเซ็ง จำใจเข้าไปนั่งในกระเช้าไฟฟ้า มองไปรอบๆเห็นไตรภูมิแยกไปนั่งด้านหลังสุด ทำเหมือนไม่สนใจเธอ ปลายฉัตรจึงทำเมินใส่
ไตรภูมิแอบมองปลายฉัตร แอบหวังว่าจะผ่านวันนี้ไปโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรมาก ไม่นานไกด์ก็พาไตรภูมิกับปลายฉัตรมาที่จุดชมวิวอันสวยงาม และอธิบายเรื่องราวแต่ยังพูดไม่ทันจบ ปลายฉัตรโพล่งออกมาอีก
"เลิกทำเป็นนิ่งเงียบแบบนี้สักทีได้ไหม ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้สนใจจะฟังข้อมูลพวกนี้ แต่คุณทำเป็นฟัง เพราะไม่อยากคุยกับฉัน"
ไกด์หน้าเหวอ แต่ไตรภูมิยังนิ่งไม่ตอบโต้
"ฉัน-ต้อง-กลับ-บ้าน-วันนี้" ปลายฉัตรเน้นเสียง
ไตรภูมิหันไปทางไกด์ ขอเวลาไกด์อย่างสุภาพ ก่อนเดินนำปลายฉัตรไปที่รอคโคชินดาเร่ แล้วอธิบาย
"วันนี้เครื่องลงที่สนามบินไม่ได้ กะทันหันเกินไป พรุ่งนี้เราจะออกจากที่นี่ตั้งแต่ตี 5 สำหรับเวลาที่เสียไป ฉันจะชดใช้
เป็นค่าล่วงเวลาให้เธอ"
"เงินคุณ...แก้ไม่ได้ทุกปัญหาหรอกนะ แค่ฉันปิดมือถือไม่ยอมให้ที่บ้านติดต่อมา เพราะไม่อยากโกหก ฉันก็กลุ้มใจจะแย่ แต่ก็คิดว่าถ้ากลับไปอย่างปลอดภัย บอกความจริง พวกเขาคงให้อภัย แต่คุณกลับไม่สนใจว่าฉันจะเป็นยังไง นึกจะย้ายก็ย้าย นึกจะอยู่ต่อก็อยู่ คุณเคยคิดถึงชีวิตคนอื่นบ้างหรือเปล่า"
"ถ้าฉันไม่คิด ฉันไม่พาเธอหนีมาที่นี่" ไตรภูมิหลุดออกมา แล้วรีบหยุด
ปลายฉัตรชะงักถามว่าหนีอะไร แต่ไตรภูมิไม่ตอบ
"คุณมีอะไรปิดบังฉันอยู่หรือเปล่า คุณไตรภูมิ...ตกลงคุณเป็นใครกันแน่...คุณบอกฉันมาสิ ว่าคุณเป็นใคร มาจากไหน คุณให้ฉันมาทำงานอะไรให้คุณ"
"เธอเป็นแค่ลูกจ้าง ไม่มีสิทธิ์มาคาดคั้นฉันแบบนี้ และฉันก็ไม่จำเป็นต้องตอบ" ไตรภูมิเสียงดังใส่
ปลายฉัตรรู้สึกเหมือนตัวเบาหวิว รอบตาร้อนผ่าวๆน้ำตาจะไหล "คุณเคยบอกว่า...จะไม่ปล่อยให้ฉันต้องลำบากจากปัญหาที่คุณเป็นต้นเหตุ กลับถึงประเทศไทยเมื่อไหร่ คุณเตรียมแก้ปัญหาให้ฉันได้เลย ฉันลำบากแน่ ทำให้ได้ตามที่พูดไว้ก็แล้วกัน" ปลายฉัตรสะบัดหน้าเดินไปหาไกด์
ไตรภูมิมองตามแล้วก็ครุ่นคิด ทั้งสองคนแยกจากกันด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว
ปลายฉัตรมาบอกไกด์ให้กลับโรงแรม ไกด์ขอไปถามไตรภูมิก่อน เมื่อไตรภูมิอนุญาต จึงพาปลายฉัตรนั่งกระเช้าไฟฟ้าลงด้านล่าง ระหว่างนั่งอยู่บนกระเช้าปลายฉัตรรู้สึกเศร้ากับคำพูดของไตรภูมิที่ยังดังก้องอยู่ในความคิดน้ำตาเอ่อออกมา
ไตรภูมิเองก็รู้สึกผิดกับหญิงสาว ทำให้ต่างคนต่างอารมณ์หมอง แม้ทัศนียภาพเทือกเขาร็อคโคจะสวยงามปานใด ก็ไม่ได้ช่วยให้ทั้งสองดีขึ้นเลย
ooooooo
.
-
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep9/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 9
เย็นมากแล้วปลายฉัตรยังไม่กลับมา สิงห์ลุกเดินวนไปวนมาจนลุงฉิ่งเวียนหัว ต้องสั่งให้นั่ง ขณะสิงห์จะหย่อนก้นนั่ง ก็มีเสียงตะโกนจากหน้าบ้าน
"ลุงฉิ่ง...ลุงฉิ่ง...พี่ปลายกลับมายัง"
สิงห์หันขวับไป จำได้ว่าเป็นเสียงอโนจึงรีบออกไปดู อโนเมื่อเห็นสิงห์อยู่ด้วย เธอทำท่าจะถอย แต่ไม่ทันเพราะสิงห์เข้ามาดึงไว้ แล้วลากตัวเข้าไปสอบถาม ว่ามาหาปลายฉัตรทำไม อโนมองหน้าลุงฉิ่งกับมหา หวังจะได้ตัวช่วยแต่ทั้งสองหลบวูบ อโนจำต้องโกหกว่าเป็นเรื่องงาน
"แต่ถ้าพี่ปลายไม่อยู่ ฉันกลับเลยนะจ้ะ ลุงฉิ่ง ป้าเฉิด ลุงมหา หวัดดีจ้ะ"
อโนยกมือไหว้เตรียมจะเผ่น แต่ช้าไปกว่ามือสิงห์ที่คว้าคอเสื้อไว้ เขาดักคอน้องหวั่นว่าจะโกหก
"เปล่า ฉันจะโกหกพี่ทำไม ฉันจะขอข้อมูลพี่ปลายไปทำงานจริงๆ ถ้าฉันไม่มาเรื่องนี้ พี่คิดว่าฉันจะมาเรื่องอะไร แต่ถ้าพี่ไม่เชื่อใจฉัน...พอพี่ปลายกลับมา ตอนฉันนั่งคุยงานพี่ปลาย พี่ก็นั่งฟังด้วยแล้วกัน จะได้รู้ว่าฉันไม่ได้โกหก"
อโนพูดเสียงขึงขัง
ooooooo
ปลายฉัตรกลับมาที่ห้องพัก มองโทรศัพท์มือถืออย่างคนคิดหนัก ใจหนึ่งก็อยากโทร.กลับบ้าน แต่อีกใจก็กลัวโดนดุ ขณะฟุบลงกับโต๊ะ เธอเห็นแผ่นพับของออนเซนวางอยู่ จึงหยิบมาเปิดดู พลางคิดว่าถ้าได้นอนแช่น้ำอุ่นอาจจะหายเครียด
แล้วสาวเจ้าเดินมาที่หน้าออนเซน เพื่อขอใช้บริการ แต่สื่อสารกับพนักงานไม่รู้เรื่อง ไตรภูมิมาเห็นเข้าก็แอบจัดการให้ จนได้นอนแช่น้ำอุ่นสมใจ โอกาสนี้เธอได้ปรับความเข้าใจกับไตรภูมิ โดยชายหนุ่มรับปากว่าจะช่วยอธิบายให้พวกที่บ้านเข้าใจ
"แล้วถ้าพวกเขาไม่ฟังคุณล่ะ"
"ฉันต้องทำให้เขาฟังฉันให้ได้ มันเป็นหน้าที่ของฉัน สำหรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น...ฉันขอโทษ ทางโรงแรมจะจัดอาหารเย็นให้ที่ห้องพักของเธอ คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอกลับบ้านอย่างปลอดภัย"
ไตรภูมิพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและแฝงไปด้วยความจริงใจ ทำให้ปลายฉัตรรู้สึกดีขึ้นมาทันที
"คนญี่ปุ่นเวลาเขาแช่ตัวในออนเซน เขาจะไม่ใส่อะไรเลย ถ้าเธออยากแช่ตัวแบบคนญี่ปุ่นแท้ๆก็ควรจะถอดผ้าเช็ดตัวออก" ปลายฉัตรอึ้งก้มดูผ้าเช็ดตัวที่ใส่อยู่
"แต่ยังไม่ต้องถอดตอนนี้...รอให้ฉันออกไปก่อน ฉันไม่อยากเสียสายตา" ไตรภูมิพูดพร้อมยิ้มกวนๆ
ปลายฉัตรหันขวับมา แต่ไม่เห็นไตรภูมิแล้ว เธอหันกลับมามองตัวเอง แล้วค่อยๆจุ่มตัวลงอีกครั้ง ก่อนจะดึงผ้าเช็ดตัวออกมาหย่อนเอาไว้ข้างๆบ่อ แล้วแช่น้ำร้อนอย่างมีความสุขพลางนึกถึงคำพูดของไตรภูมิ
"คุณไตรภูมิ...ฉันจะลองเชื่อคุณอีกสักครั้ง" ปลายฉัตรบอกกับตัวเอง
ooooooo
เมื่อรามกลับมาถึงบ้าน เขาโดนจิตต์เล่นงาน เพราะรู้แล้วว่าต้องพลาดกลับมาแน่ รามขอโอกาสแก้ตัว แต่จิตต์ไม่อยากฟัง พลางบอกเรื่องตำรวจหน่วยงานพิเศษกำลังสืบเรื่องฆาตกรรมฝีมือของพวกรามอยู่
"ฉันรักษาความเป็นอมตะมาได้หลายร้อยปี และฉันจะไม่ยอมเสียมันไป ไม่ว่าจะเป็นเพราะไอ้ไตรภูมิ หรือว่าไอ้ตำรวจหน้าไหนทั้งนั้น ฉันปล่อยให้พวกแกเล่นไร้สาระกันมากเกินไปแล้ว นับจากนี้ไป...ฉันจะเป็นคนสั่งการทุกอย่างเองบอกลูกน้องแกด้วย ห้ามทำอะไร ถ้าฉันไม่ได้สั่ง และถ้ามีข้อมูลอะไรเพิ่มเติม ต้องรีบรายงานฉันทันที"
จิตต์จ้องหน้าราม ก่อนจะหันไปหยิบแฟ้มเอกสารที่วางอยู่ข้างๆ โยนลงตรงหน้า
"นี่...เป็นประวัติและรูปถ่ายของตำรวจสองคนที่ดูแลคดี พวกแกดูหน้ามันไว้ แล้วก็ระวังตัวกันไว้ด้วย" จิตต์พูดจบก็เดินออกไป
รามทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาด้วยความหงุดหงิด แล้วหยิบเอกสารมาเปิดดู เห็นรูปสิงห์กับจ่าดอนติดอยู่ที่กระดาษพร้อมกับประวัติ รามจำได้ว่าหนึ่งในนั้นคือพี่ชายของอโน
ooooooo
จ่าดอนเข้ามารายงานสิงห์ เรื่องเห็นพาลีกับคีรีซุ่มอยู่หน้าบ้านไตรภูมิ แต่ไม่รู้ว่าเป็นพวกเดียวกันหรือว่าเป็นศัตรูกันแน่
"เป็นศัตรู" สิงห์โพล่งออกมา แล้วเดินออกไปหน้าตาเฉย
สิงห์มาที่บ้านไตรภูมิ อินทร์ออกมาพบและบอกว่า ไตรภูมิยังไม่กลับเพราะมีเหตุขัดข้องระหว่างการเดินทาง ปลาย ฉัตรอยู่กับไตรภูมิด้วย เธอปลอดภัยดี ทั้งสองคนจะมาถึงกรุงเทพฯพรุ่งนี้
"ผมไม่สนว่าเจ้านายคุณเป็นใคร มีศัตรูที่ไหนบ้าง แต่ถ้าปลายเป็นอะไรไป ผมไม่ยอมให้มันจบง่ายๆ" สิงห์มองอินทร์ด้วยแววตาหนักแน่น ก่อนจะหันหลังกลับไปที่รถ
สิงห์กลับมาบอกคนที่บ้านปลายฉัตรว่า ปลายฉัตรจะกลับมาถึงพรุ่งนี้เช้า เพราะมีเหตุขัดข้องระหว่างการเดินทาง ลุงฉิ่งโวยลั่นเพราะเป็นห่วงหลาน เฉิดฟังแล้วก็เครียด ถามสิงห์ตรงๆเรื่องสงสัยว่าไตรภูมิจะเป็นผีดูดเลือด
"ตอนนี้ผมยังไม่รู้แน่ชัด เพราะหลักฐานยังไม่มี แต่คุณป้าไม่ต้องห่วง ผมต้องหาทางพิสูจน์ให้ได้ ไตรภูมิ...เป็นใครและเป็นอะไรกันแน่
เช้าวันต่อมา ไตรภูมิพาปลายฉัตรกลับถึงประเทศไทย และขอไปส่งเธอที่บ้าน
"ปัญหาที่เกิดจากฉัน...ฉันจะจัดการเอง"ไตรภูมิย้ำสัญญา
ปลายฉัตรอึ้งพูดไม่ออก ทั้งตกใจและอุ่นใจในเวลาเดียวกัน ทันทีที่ปลายฉัตรก้าวเข้ามาในบ้าน ลุงฉิ่งก็เปิดฉากเล่นงาน ตามด้วยสิงห์ที่อยากรู้ว่าปลายฉัตรไปไหนมากันแน่ ปลายฉัตรพูดไม่ออก เพราะไม่รู้จะตอบยังไงดี ในขณะที่ทุกคนรอฟัง ไตรภูมิก็เดินเข้ามา
"ปลายฉัตรไปญี่ปุ่นกับผมเอง"
สิงห์ ฉิ่ง มหา ปลายฉัตรหันขวับไปที่ต้นเสียง ในขณะที่เฉิดเงี่ยหูฟังแล้วเอ่ยถามปลายฉัตรว่าเสียงใคร
"เอ่อ...คุณไตรภูมิ...จ้ะแม่"
"ผมเป็นเจ้านายของปลายฉัตร...ผมขอรับผิดชอบกับความผิดพลาดทุกอย่างที่เกิดขึ้น"
"คุณจะรับผิดชอบยังไง"สิงห์รุก
"คุณต้องการให้ผมรับผิดชอบอะไร ผมยินดีทำทุกอย่าง" ไตรภูมิตอบ
"ลุงฉิ่ง...บอกไปเลยว่าอยากให้ชดใช้อะไร"สิงห์แนะ
แต่ลุงฉิ่งกับมหายืนอ้าปากค้าง อึ้งในความหล่อของไตรภูมิ สิงห์ต้องเรียกซ้ำจนทั้งสองสะดุ้ง
"ไม่เป็นไรครับ...ไม่เป็นไร...ไม่ต้องรับผิดชอบหรอกครับ อู้ย...หล่อจริงๆพ่อเจ้าประคุณ ไม่ต้องครับ ไม่ต้องชดใช้รับผิดชอบอะไรทั้งนั้นครับ เรื่องมันแล้วไปแล้ว...ก็ให้มันแล้วแล้วไป...
แหะๆๆ" ลุงฉิ่งยิ้มแฉ่ง
"พี่ฉิ่งพูดถูก คุณไม่ต้องรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น คราวหน้าอย่าโกหกแบบนี้อีกก็พอ" เฉิดขอร้อง
"แม่จ๋า...คุณไตรภูมิเขาไม่ได้เป็นคนโกหกเรื่องไปญี่ปุ่น แล้วบอกว่าไปภูเก็ต คือมันเป็นความคิดฉันเอง...คือฉันอยากไปเที่ยว แล้วก็อยากไปทำงานด้วย แต่ฉันรู้ว่า ถ้าบอกว่าไปญี่ปุ่น แม่กับลุงฉิ่งก็คงไม่ให้ไป...ฉันก็เลยโกหกอ่ะจ้ะ"
ลุงฉิ่งหันมามองปลายฉัตรด่าไม่ออก เฉิดอึ้งไม่รู้ว่าจะต่อว่าไตรภูมิ หรือทำอย่างไรดี ไตรภูมิเห็นสถานการณ์ ดังนั้น เขายิ้มนิดๆแล้วตัดบท
"ถ้าทุกคนเข้าใจแล้ว...ผมขอตัวก่อนนะครับ"
"ครับๆเชิญครับ...เชิญเลยครับ..." ลุงฉิ่งรีบบอก
ปลายฉัตรมองอมยิ้มนิดๆโล่งอกที่ผ่านไปด้วยดี แต่สิงห์ มองด้วยความขัดเคืองใจ ขณะไตรภูมิกำลังจะหันหลังกลับ สิงห์เรียกไว้
"เดี๋ยว พวกเราขอเชิญคุณมาทานข้าวที่นี่ วันพรุ่งนี้ เพราะเป็นวันเกิดลุงฉิ่ง"
"หะ" ลุงฉิ่ง ปลายฉัตรและมหาหันมาทางสิงห์ด้วยความงง สิงห์รีบส่งซิก ลุงฉิ่งจำต้องรับมุก
"เออ...ใช่ครับ...พรุ่งนี้วันเกิดผมเอง"
"นี่มันอะไรกัน...ร้อยวันพันปีไม่เคยจัด เกิดวันไหนฉันยังไม่เคยรู้เลย แล้วจะมาจัด ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย..." ปลายฉัตรโวย
"ก็ปลายไม่อยู่ จะรู้ได้ยังไง พวกเราขอเชิญคุณด้วย หวังว่าคุณคงจะไม่รังเกียจ" สิงห์หันมาสรุปกับไตรภูมิ
ไตรภูมิไม่ปฏิเสธ เขาเอ่ยพลางยิ้มนิดๆอย่างรู้ทัน ปลายฉัตรหันขวับมาทางไตรภูมิด้วยความแปลกใจ และแอบตื่นเต้นเล็กๆ
ooooooo
ปลายฉัตรออกมาส่งไตรภูมิที่รถ ตั้งใจจะพูดเรื่องงานวันพรุ่งนี้ แต่ไตรภูมิเดาใจออก จึงบอกกับเธอว่าพรุ่งนี้เขามาแน่และมาด้วยความเต็มใจ ทำให้หญิงสาวยิ้มเขินๆ ขณะที่กรแอบมองเจ้านายด้วยความประหลาดใจ
ระหว่างที่ปลายฉัตรออกไปส่งไตรภูมิ ลุงฉิ่งลากสิงห์เข้ามาในห้องครัว โดยมีมหาคุมเชิงอยู่ด้านหลัง เพราะสงสัยว่าสิงห์คิดจะทำอะไรกันแน่ ที่โกหกไตรภูมิเรื่องงานวันเกิด สิงห์อธิบายว่าเขาอยากพิสูจน์ว่าไตรภูมิเป็นผีดูดเลือดจริงหรือไม่ ทุกคนจึงเข้าใจ
การประชุมวางแผนพิสูจน์ความจริงเป็นไปอย่างเคร่งเครียด และมีข้อตกลงร่วมกันหนึ่งข้อว่า ห้ามให้ปลายฉัตรรู้เรื่องนี้เด็ดขาด
"รู้อะไรเหรอจ๊ะ" ปลายฉัตรโผล่เข้ามา
คณะพิสูจน์ทราบสะดุ้ง รีบแยกออกจากกัน ขณะที่ปลายฉัตรส่งยิ้มสดใสกับทุกคน
"ฉันขอตัวไปนอนก่อนแล้วกัน เมื่อคืนมัวแต่เครียดกลัวโดนด่า นอนไม่หลับทั้งคืนเลย ฉัน...ไปนอนก่อนนะ ปลายขอไปงีบแป๊บนึงนะแม่ เดี๋ยวปลายลงมาคุยด้วย คิดถึงจังเลย" ปลายฉัตรหอมแก้มแม่แล้วยิ้มร่าเริงมีความสุขเดินขึ้นบ้านไป
สิงห์มองตามด้วยความแปลกใจ
"ไอ้ปลายนี่ดูร่าเริงผิดปกติ...สงสัยจริงๆที่ญี่ปุ่นมันมีอะไร มันถึงมีความสุขขนาดนี้" ลุงฉิ่งเปรย
ooooooo
รถไตรภูมิแล่นเข้ามาที่หน้าประตูใหญ่ เขารู้สึกได้ถึงคลื่นรบกวนที่มาจากพาลีและคีรี จึงสั่งให้กรหยุดรถแล้วเปิดประตูเดินออกไป
"ไปบอกเจ้านายของพวกแก...ฉันกลับมาแล้ว"
พาลีกับคีรียืนหลบอยู่ มองหน้ากันอย่างจ๋อยๆ แล้วรีบกลับไปรายงานจิตต์กับราม
"ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำอะไรถ้าฉันไม่ได้สั่ง ต่อจากนี้ไป พวกแกไม่ต้องไปเฝ้ามันแล้ว เสียเวลา" จิตต์ตวาด
รามยกมือไล่ลูกน้องออกไป จิตต์เริ่มประมวลเหตุการณ์ แล้วบอกกับราม
"ไอ้ไตรภูมิมันประกาศแบบนี้ แสดงว่ามันไม่ได้กลัวพวกเรา มันไม่คิดจะหนีเราเหมือนเมื่อก่อน เพราะมันมั่นใจว่ามันอยู่เหนือเรา"
"ผมคิดว่าตอนนี้มันคงสะสมสมบัติได้เกือบครบ มันถึงกล้าสู้หน้าเรา"
"ฉันไม่มีวันยอมให้มันถอนคำสาปได้สำเร็จ" จิตต์ เสียงหนักแน่น
"ผมก็ไม่ยอม...ผมต้องรู้ให้ได้ว่ามันเอาสมบัติไว้ที่ไหน...ส่วนเรื่องตำรวจที่พ่อให้ประวัติมา ผมจัดการเอง... ผมรู้จักกับน้องสาวของตำรวจคนหนึ่งที่อยู่ในทีม รับรองว่าเรื่องจะไม่มาถึงพวกเราแน่นอน"
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ไตรภูมิก็เข้าไปดูอาการของกัณฑ์ในห้อง
"ตอนนี้พวกนั้นคงรู้แล้ว...ว่าเราตามเก็บสมบัติเพื่อถอนคำสาป มันไม่หยุดแค่นี้แน่...ขอให้ทุกคนระวังตัวมากขึ้น ฉันเหนื่อยที่จะหนีแล้ว...ถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากันสักที"
ไตรภูมิมุ่งมั่นและหนักแน่น อินทร์ กร และกัณฑ์ ก้มหน้ารับคำ ค่ำคืนนั้น ไตรภูมิเดินเข้ามาในห้องเก็บของเพื่อนำสมบัติที่ประมูลได้จากญี่ปุ่นมาเก็บไว้ เขามองไปที่ชั้นวางที่ว่างอยู่สองจุดแล้วบอกกับตัวเอง
"เหลือสมบัติอีกแค่ 2 ชิ้น ได้มาเมื่อไหร่ ทุกอย่างจะได้จบสักที อีก 2 ชิ้นเท่านั้น..." ไตรภูมิมีหวัง เช่นเดียวกับปลายฉัตรที่นั่งมองสร้อยที่ไตรภูมิซื้อให้อย่างมีความสุข และหวังว่าพรุ่งนี้เธอจะได้พบเขาอีก
เสียงกุกกักดังมาจากหน้าห้องนอน ปลายฉัตรหันไปมองเห็นเฉิดเดินเข้ามา ก็รีบลุกไปประคองแม่มานั่งที่เตียง เฉิดดึงมือปลายฉัตรที่จับแขนมากุมไว้
"ปลาย...ปลายไม่เป็นอะไรนะลูก เจ้านายปลายเขาไม่ได้ทำร้ายอะไรลูกใช่ไหม"
"ไม่จ้ะ...คุณไตรภูมิเขาดีกับปลายมาก ไม่ได้ทำร้าย หรือว่าล่วงเกินอะไรเลย แม่ไม่ต้องห่วงนะ"
"ครั้งนี้เขาดีกับเรา...มันก็ดี แต่ครั้งหน้าอย่าทำแบบนี้อีกนะลูก แม่รู้ว่า...คนเราก็มีเรื่องส่วนตัวที่ไม่อยากบอก แต่เราก็ต้องระวัง ไม่ให้ความลับกลายเป็นดาบทิ่มแทงตัวเรา และคนอื่น"
"จ้ะแม่...ปลายซึ้งแล้วว่าการโกหกมันอึดอัด หงุดหงิดใจขนาดไหน ต่อจากนี้ไป ปลายจะไม่โกหกแม่อีกแล้ว ปลายไม่อยากทุกข์กับการโกหกอีกแล้วจ้ะ" เอ่ยพลางโผเข้ากอดแม่
"ดีแล้วลูก...ชีวิตเราก็ทุกข์มากพอแล้ว อย่าเพิ่มทุกข์ให้ตัวเองอีกเลย ส่วนเรื่องเจ้านายของปลาย...วันนี้เขาดีกับเรา มันก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ลูกก็ต้องเผื่อใจไว้ด้วย วันหน้าเขาอาจจะไม่ดีกับเราเหมือนเดิม ที่สำคัญเราก็เพิ่งรู้จักเขา...ปลายอาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจริงๆแล้ว เขาเป็นคนยังไง...และเขาเป็นใคร" เฉิดลูบผมลูกสาว
ปลายฉัตรอึ้งในคำพูดของแม่
ooooooo
จ่าดอนเห็นสิงห์คร่ำเคร่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับผีดูดเลือด นึกสงสัยจึงเข้ามาถาม แต่สิงห์ไม่ตอบอะไร ได้แต่สั่งจ่าดอนเรื่องงานเลี้ยงวันเกิดลุงฉิ่ง
"งานวันเกิดลุงฉิ่ง พรุ่งนี้สามโมงเย็นเจอกัน" สิงห์สะพายเป้เดินออกไปเลย
เย็นในวันถัดมา ไตรภูมิยกแก้วเลือดดื่มรวดเดียวหมด เขาปรายตามองแก้วเลือดแล้วถอนใจเบาๆด้วยความสมเพชตัวเองลึกๆ
"ของที่นายท่านให้เตรียมเรียบร้อยแล้วครับ" อินทร์นำพระพุทธรูปเก่าสภาพยังดีอยู่ในกล่องกระจกใสมาส่งให้
"ขอบใจมาก บอกกรเตรียมรถ ฉันจะออกไปข้างนอก"
อินทร์รับคำแล้วเดินออกไป ไตรภูมิมองห่อของขวัญ ด้วยรอยยิ้มนิดๆ ขณะไตรภูมิเตรียมตัวไปบ้านปลายฉัตร เวลาเดียวกันนั้น จ่าดอน สิงห์ ลุงฉิ่ง และมหาก็กำลังสุมหัวเตรียมแผนพิสูจน์กันอยู่
"จะรอดเหรอครับหมวด" จ่าดอนถาม
"ก็ต้องลองดู ไม่ลองก็ไม่รู้ ลุงฉิ่ง ของพวกนี้ เราต้องไปไหนบ้างจะได้รีบจัดก่อนปลายจะกลับจากตลาด" สิงห์ถาม พลางมองเครื่องรางที่วางอยู่
ลุงฉิ่งนิ่งคิดก่อนสั่งการ ให้ไปวางตามที่ต่างๆในบ้าน จากนั้นสิงห์ก็เข้าครัว ทำอาหารที่เน้นกระเทียม เอาน้ำมนต์เทใส่ขวดน้ำดื่ม ส่วนมหากับลุงฉิ่งช่วยกันเอากระเทียมห้อยไว้ตามที่ต่างๆ และติดยันต์กันผีไว้ที่ประตู
ปลายฉัตรกลับมาจากตลาด เธอยืนตะลึงเมื่อเห็นในบ้านมีพระ ผ้ายันต์ และสายสิญจน์โยงไปมา
"ก็...วันนี้วันเกิดข้าไง...ข้าก็เลย...อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ออกมาทำพิธีนิดหน่อย แล้วก็ยังไม่ได้เก็บ สายสง...สายสิญจน์ก็เอาที่มีอยู่แหละมาโยงเอง มหาแกทำพิธีให้" ลุงฉิ่งบอก
ปลายฉัตรหันไปทางมหา มหาสะดุ้งรีบรับมุก พลันสายตาก็มาสะดุดอยู่ที่จ่าดอน
"เอ้อ ลืมไป...ปลาย...นี่จ่าดอนผู้ช่วยเรา จ่าดอน...นี่ปลาย" สิงห์รีบแนะนำ
ปลายฉัตรยกมือไหว้จ่าดอน แล้วขอตัวเอาเครื่องดื่มไปแช่ตู้เย็น ทำให้พวกลุงฉิ่งถอนใจด้วยความโล่งอก
ooooooo
.
-----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep10/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 10
ไตรภูมิขับรถเปิดประทุนมาหาปลายฉัตร ระหว่างทางเขาเหลือบมองห่อพระข้างๆ พลางพรายยิ้มอย่างตื่นเต้นที่จะได้ใช้ชีวิตแบบคนปกติ ปลายฉัตรลองชุดอยู่ที่บ้าน เปลี่ยนหลายชุดกว่าจะพอใจ ตามด้วยแต่งหน้าและทำผม
ส่วนอโนกำลังตื่นเต้นไม่แพ้กัน ที่จู่ๆรามโทร.มานัดออกไปดินเนอร์ เมื่อมายารู้ เธอแอบตามรามไป
รถไตรภูมิแล่นเข้ามาจอด จ่าดอนที่ดูต้นทางรีบบอกทุกคน ลุงฉิ่ง สิงห์ และมหากำลังจะพุ่งมาดูเป้าหมาย แต่ปลายฉัตร ร้องห้าม เธออาสาเดินออกไปรับไตรภูมิเอง
ไตรภูมิลงรถมาพร้อมกับกล่องผ้ากำมะหยี่ในมือ เมื่อเห็นปลายฉัตรในชุดสวยกว่าวันธรรมดา ก็อมยิ้มนิดๆ
"พอดีวันนี้เป็นวันเกิดลุงฉิ่ง วันพิเศษ ฉันก็เลยแต่งหน้า แต่งตัว...นิดๆหน่อยๆอ่ะ...แหะๆๆ"
"ฉันก็ไม่ได้สงสัยอะไรสักหน่อย ตอบซะยาวเลย"
ปลายฉัตรพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ไตรภูมิยิ้ม แล้วก็ถามว่าจะยืนอยู่อีกนานเท่าใด เพราะญาติๆเธอคงอยากรู้ว่าทำอะไรกันอยู่ ปลายฉัตรนึกได้ มองตามไตรภูมิเข้าไปในบ้าน แล้วก็เห็นสิงห์ ลุงฉิ่ง มหา และจ่าดอนคอยชะเง้อชะแง้มองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอส่งยิ้มเก้อ แล้วเชิญชายหนุ่มเข้าบ้าน
ลุงฉิ่งเงยหน้ามองยันต์สารพัดชนิดที่ติดอยู่เหนือประตูบ้าน แล้วบอกกับพรรคพวกอย่างมีความหวัง
"เอาวะ...เดี๋ยวก็รู้ว่ามันเป็นคนหรือเป็นอะไรกันแน่... ถ้าไม่ใช่คน ไอ้หน้าหล่อเข้ามาไม่ได้แน่"
"มาแล้วๆ" จ่าดอนกระซิบ
ลุงฉิ่งรีบละสายตาจากของขลัง หันมามองปลายฉัตรกับไตรภูมิที่กำลังเดินมา ท่าทางปลายฉัตรเงอะๆงะๆเหมือนพาแฟนมาเที่ยวบ้าน เธอแก้เขินด้วยการแนะนำให้ไตรภูมิรู้จักกับทุกคนอีกครั้ง ไตรภูมิก้มหน้านิดๆเป็นการทักทาย
"เราว่าพาเข้าบ้านกันเลยดีกว่า" สิงห์โพล่งออกมา
ปลายฉัตรเดินนำไตรภูมิเข้าไปในบ้าน ไตรภูมิขยับจะเดินตามแต่เห็นสายตาทั้ง 4 คู่จับจ้องมาที่ตนก็รู้สึกแปลกๆแต่พยายามจะไม่สนใจ
พวกลุงฉิ่งจ้องเขม็งลุ้นไตรภูมิที่กำลังก้าวผ่านกรอบประตูที่ติดสารพัดยันต์ แต่ไตรภูมิเดินเข้ามาในบ้านอย่างหน้าตาเฉย ทั้งสี่ยืนอึ้งรีบดึงกันออกไปสุมหัวเพราะด่านแรกพลาดไปแล้ว
แต่ยังมีด่านสองนั่นคือ วงล้อมสายสิญจน์ ทั้งหมดตามไปที่โต๊ะอาหารเพื่อดูท่าทีของไตรภูมิ เมื่อต้องเข้าไปนั่งในวงล้อมสายสิญจน์ที่โยงรอบโต๊ะและแต่ละมุมยังมียันต์ติดไว้อีกด้วย แต่แล้วไตรภูมิก็ก้าวเข้าไปนั่งในวงล้อมสายสิญจน์ และพูดคุยกับเฉิดอย่างสบายๆ
"ไม่มีกรีดร้องสักแอะ ดูท่าทางจะไม่ปวดแสบปวดร้อนสักกะนิด" ดอนเอ่ย
ลุงฉิ่งหันขวับมาทางดอน ดอนรีบหุบปาก สิงห์ลากลุงฉิ่งออกไปที่ห้องครัว มหากับดอนมองหน้ากันแล้วตามไป
"สี่คนนี้เขาเป็นอะไรของเขา ทำตัวแปลกๆ" ปลายฉัตร บ่น แล้วมองไปที่กล่องผ้าในมือไตรภูมิถามว่าอะไร
ไตรภูมิยิ้มๆแต่ไม่ตอบ
ooooooo
คณะพิสูจน์ผีดูดเลือดหลบมาปรึกษากันที่หน้าห้องครัว เพราะทั้งผ้ายันต์ทั้งสายสิญจน์ทำอะไรไตรภูมิไม่ได้
"ข้าว่า...จัดหนักเลยแล้วกัน...นี่...มันต้องเจอ...ชุดคอมโบ้" ลุงฉิ่งล้วงพระเครื่องที่ห้อยอยู่ประมาณยี่สิบองค์ออกมา
ทันใดนั้นเสียงปลายฉัตรก็ดังขึ้น
"ลุงฉิ่ง เลิกจับกลุ่มนินทากันได้แล้ว...คุณไตรภูมิเขามีของขวัญวันเกิดมาให้ลุงน่ะ" ปลายฉัตรเดินเข้ามา
ลุงฉิ่งหันมามองเห็นไตรภูมิเดินตามมาด้วย ในมือถือพระพุทธรูปองค์งาม
"เฮ้ย" ลุงฉิ่งสะดุ้งมองพระพุทธรูปในมือไตรภูมิ แล้วก็ก้มลงมองพระเครื่องที่ห้อยอยู่ ถึงกับหน้าเสีย
"อัญเชิญมาองค์เบ้อเร่อเหิ่มขนาดนี้...ผมว่าของพี่ฉิ่งเก็บไปเลยดีกว่า" ดอนออกความเห็น
ไตรภูมิเดินมาหาลุงฉิ่ง พร้อมกับส่งพระพุทธรูปให้ เป็นของขวัญวันเกิด
"ขอบคุณครับ..."
ลุงฉิ่งยิ้มแห้งๆ รับพระพุทธรูปมา เขาอึ้งเมื่อพิจารณาพระแล้ว เพราะเป็นพระเก่าสมัยสุโขทัยแท้ๆ มหากับดอนอดชื่นชมด้วยไม่ได้ ภาพนั้นขัดตาสิงห์ เขารีบเปลี่ยนเรื่องชวน ทุกคนทานอาหารแล้วเรียกจ่าดอนกับมหาตามไป
ลุงฉิ่งนึกได้หันมาทางไตรภูมิ "ขอบใจนะ...มาซะงามเลย...ขอวางไว้ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวมา" ฉิ่งวางพระพุทธรูปไว้ที่หิ้งข้างๆ แล้วก็เดินตามพรรคพวกเข้าไปในครัว
ปลายฉัตรหันมายิ้มให้ไตรภูมิ เธอดีใจที่ของขวัญของเขาถูกใจลุงฉิ่ง ไตรภูมิยิ้มตอบ แล้วสิงห์ก็โผล่หน้ามาเห็นพอดี เขาถึงกับจ๋อย
ขณะที่สิงห์กำลังจ๋อยอยู่นั้น อโนเดินเริงร่ามาหาสิงห์ที่ห้องทำงาน ตั้งใจจะมาบอกให้ไปรับที่ร้านอาหารหลังจากดินเนอร์กับราม แต่เมื่อไม่พบพี่ชาย อโนก็ยืนเซ็ง แล้วพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นกองหนังสือที่มีเรื่องเกี่ยวกับผีดูดเลือดและแวมไพร์วางอยู่บนโต๊ะ อโนหยิบมาดูพลางบ่นพึมพำ
"พี่สิงห์เขากำลังทำคดีอะไรของเขา" แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นภาพที่ติดอยู่บนบอร์ดด้านหน้ามีรูปไตรภูมิแปะอยู่ ตรงกลาง และมีภาพกร กัณฑ์ พาลี คีรี และเหยื่อบางส่วนติดอยู่รอบๆ
"ไตรภูมิ...ผีดูดเลือด...มันเกี่ยวอะไรกัน" อโนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
ooooooo
ไตรภูมินั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ปลายฉัตรนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เฉิดนั่งหัวโต๊ะ สามคนนั่งเงียบๆยิ้มกันไปมา ไม่รู้จะคุยอะไรกัน ปลายฉัตรชะเง้อๆไปในครัวเพราะยังไม่มีอะไรออกมา เธอเริ่มบ่นแล้วขอตัวเข้าไปดูพวกในครัว ปล่อยให้ไตรภูมินั่งอยู่กับเฉิด ไตรภูมินั่งเงียบไม่รู้จะคุยอะไร เฉิดจึงเป็นฝ่ายชวนคุย
เธอขอบคุณไตรภูมิที่ช่วยรับปลายฉัตรเข้าทำงาน และถามถึงสาเหตุที่เขาสะสมสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะ
ไตรภูมินิ่งคิดแล้วตอบว่า "ผมทำตามคำสั่งของคุณพ่อ... ก่อนเสียชีวิต ท่านสั่งให้ผมรวบรวมสมบัติทั้ง 117 ชิ้นที่หายไปจากถ้ำมังกรอมตะ ผมแค่ทำตามคำสั่งของท่าน...ก็เท่านั้นเอง" ไตรภูมิพูดเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดา ที่ไม่มีนัยแฝงเร้น เฉิดรับฟังและเชื่อตามนั้น
พวกสิงห์ ฉิ่ง ดอน และมหาที่สุมหัวกันอยู่ในครัว เมื่อเห็นว่าวิธีแบบไทยของลุงฉิ่งไม่ได้ผลก็ตกลงใช้วิธีแบบอินเตอร์ ของมหากับสิงห์แทน
"ไม้กางเขนปราบผีฝรั่ง น้ำมนต์จากโบสถ์ ข้าไปขอมาจากบาทหลวง ทำพิธีเรียบร้อย ถ้าโดนตัวรับรองปวดแสบ ปวดร้อน ร้องกรี๊ดๆเหมือนในหนังแน่นอน" มหาหยิบไม้กางเขนกับขวดน้ำมนต์ขึ้นมาโชว์
"ส่วนเรื่องกระเทียม ผมจัดเตรียมไว้เรียบร้อย ชุดใหญ่" สิงห์พูดต่อ
"อะๆ ลองดูกันอีกสักที จะได้หายค้างคาใจ" ลุงฉิ่งสรุป
แล้วปลายฉัตรโผล่หน้าเข้ามาถามว่าทำอะไรกัน คณะพิสูจน์ทราบตกใจไปตามๆกัน
"ไอ้ปลาย วันนี้เป็นอะไร ชอบย่องมาไม่บอกไม่กล่าว" ลุงฉิ่งรีบกลบเกลื่อน
"แล้ววันนี้ลุงเป็นอะไร ว่างเป็นจับกลุ่มเม้าท์ เป็นเจ้าของวันเกิดไม่ใช่เหรอ หายเฉย ปล่อยให้ฉันรับหน้าอยู่กับแม่แค่
สองคน สิงห์ก็เหมือนกัน เป็นคนเอ่ยปากชวนเขามา แล้วทำไมไม่ไปดูแล ถ้าชวนมาทิ้งๆขว้างๆแบบนี้ ทีหลังก็ไม่ต้องชวน แล้วนี่อาหารเรียบร้อยหรือยัง" ปลายฉัตรใส่เป็นชุด
"สะ...เสร็จแล้ว กำลังจะยกไป" สิงห์รีบบอก แล้วไล่ให้ปลายฉัตรออกไปรอข้างนอก
ปลายฉัตรพยักหน้ารับ และเดินกลับออกไป
"ทุกคนพร้อมหรือเปล่า ด่านสุดท้าย...เดี๋ยวก็รู้ว่ามันเป็นอะไรกันแน่" สิงห์ให้กำลังใจ
สิงห์ ลุงฉิ่ง มหา และจ่าดอนช่วยกันลำเลียงอาหารเกือบ สิบอย่างมาวางบนโต๊ะ ปลายฉัตรเห็นเข้าก็โวย
"ทำไมมีแต่กระเทียม นี่ก็ไก่ทอดกระเทียม หมูทอดกระเทียม ผัดต้นกระเทียม แล้วนี่ก็กระเทียมดิบเป็นถ้วยเลย กะว่ากินแล้วไม่ต้องคุยกันเลยหรือไง เหม็นปากแย่"
สิงห์อึกๆอักๆอ้างว่าลุงฉิ่งเป็นโรคความดัน หมอเลยสั่งให้กินกระเทียมเยอะๆ ก็เลยจัดให้
ลุงฉิ่งเลิ่กลั่กแล้วก็รับมุก "เอ้อ...ใช่ เพิ่งไปตรวจ อู้ยยย... ความดันสูงมาก สูงปรี๊ดทุบสถิติโลก...หมอเลยให้กินกระเทียมเยอะๆ มาๆกินๆกันดีกว่า กินกระเทียมจะได้สุขภาพดี กินๆ" ลุงฉิ่งเปลี่ยนเรื่องไปอย่างแนบเนียน
ทุกคนเริ่มลงมือกิน สิงห์จับจ้องอยู่ที่ไตรภูมิ ไม่เห็นเขาแตะอะไรก็ถามแบบกวนๆว่าทำไมไม่กิน
ไตรภูมิมองอาหาร แล้วก็มองหน้าสิงห์ แต่ไม่ตอบ ปลายฉัตรพูดขึ้นด้วยความเกรงใจ
"คุณ...ถ้าไม่อยากกินก็ไม่เป็นไรนะ ฉันเข้าใจ..."
"ไม่ได้ ต้องกิน เราอุตส่าห์ตั้งใจทำ แล้ววันนี้ก็...วันเกิด ลุงฉิ่งด้วย ถ้าไม่กินก็ไม่ให้เกียรติ" สิงห์อ้าง
"เล่นกระหน่ำใส่กระเทียมขนาดนี้ ถ้าไม่กินลุงฉิ่งก็เข้าใจ ดีซะอีกจะได้ไม่มีคนแย่งกินกระเทียม ใช่ไหมลุง" ปลายฉัตรหาพวก
ฉิ่งจำต้องพยักหน้ารับแล้วเข้าแผนใหม่ ด้วยการลุกไปรินน้ำมาให้ไตรภูมิดื่มแทน มหา จ่าดอน และสิงห์มองอย่างลุ้นๆเพราะรู้ว่าเป็นน้ำมนต์ และในจังหวะที่ใกล้ที่สุด ลุงฉิ่งก็แกล้งทำเป็นสะดุดขาตัวเองแล้วเทน้ำมนต์ลงบนตัวของไตรภูมิ ไตรภูมิเบี่ยงหน้านิดๆ พร้อมกับหลับตาด้วยสัญชาตญาณ
วินาทีนั้นเอง...ดอนกับสิงห์ก็หยิบถ้วยกระเทียมขึ้นมาแล้วก็สาดเข้าใส่ไตรภูมิพร้อมกัน ส่วนลุงมหาก็ลุกพรวดขึ้นพร้อมกับชูไม้กางเขนใส่หน้าไตรภูมิและพูดขึ้นว่า "เจ้าปิศาจร้ายจงปรากฏตัวออกมาเดี๋ยวนี้"
ไตรภูมิค่อยๆลืมตา มองดูตัวเองที่เปียกปอน แถมยังมีกระเทียมบางส่วนติดอยู่ตามตัว
"คุณไตรภูมิ" ปลายฉัตรตกใจ
สิงห์ จ่าดอน มหา และลุงฉิ่ง ยังค้างอยู่ท่าเดิม เพราะแปลกใจที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับไตรภูมิเลย ไตรภูมิสบตากับทั้งสี่คน
"ลุงฉิ่ง สิงห์ ลุงมหา จ่าดอน...ทำอะไรกันหะ" ปลายฉัตรตวาดลั่น
คณะสี่แสบมองหน้ากันจ๋อยๆ เฉิดนั่งหน้าเสีย ถึงแม้ ไม่เห็นแต่พอจะเดาออกว่าน่าจะแย่มาก
ไตรภูมิดูน้ำเปียกเสื้อผ้า กระเทียม และไม้กางเขน...ก็พอจะเข้าใจ แต่ไม่มีอาการตื่นตระหนกใดๆ ผิดกับปลายฉัตรที่มองหน้าสิงห์ ฉิ่ง ดอนและมหาด้วยความโกรธอย่างแรง
ooooooo
ปลายฉัตรออกมาส่งไตรภูมิที่รถ เธอขอโทษชายหนุ่มแทนทุกคน และรับปากว่าจะจัดการทั้งสี่คนให้
"ขอบใจมากที่เดือดร้อนแทนฉัน"
"ก็...คุณทำเพื่อฉันมาตั้งเยอะแล้ว ฉันก็อยากทำอะไรเพื่อคุณบ้าง คอยดูนะ...ฉันจะต้องถามให้รู้เรื่องให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่" ปลายฉัตรตาวาว
ไตรภูมิแอบหวั่นเมื่อเห็นความมุ่งมั่นของเธอ เมื่อไตรภูมิกลับไปแล้ว ปลายฉัตรก็เข้ามาจัดการกับสี่แสบทันที ลุงฉิ่ง มหาและจ่าดอนอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครตั้งใจให้เกิดขึ้น แต่ปลายฉัตรไม่เชื่อ จ่าดอนจึงโยนมาให้สิงห์เป็นคนอธิบาย
สิงห์อึกๆอักๆแล้วก็โพล่งออกมาว่า ทุกอย่างในวันนี้ พวกเขาตั้งใจ เพราะต้องการพิสูจน์ว่า ไตรภูมิเป็นผีดูดเลือด แต่ปลายฉัตรไม่เชื่อ
"แต่เรามีอะไรให้ปลายดู ถ้าเห็นแล้ว...ปลายอาจจะเปลี่ยนความคิด" สิงห์สวนกลับ
ปลายฉัตรหันมาทางสิงห์ ถึงแม้จะยังเคืองอยู่แต่ก็อยากรู้ ทั้งสองสบตาแบบวัดใจกัน แล้วสิงห์ก็พาปลายฉัตรมาที่ห้องทำงานของเขาและนำบอร์ดคดีผีดูดเลือดมาให้ดูพร้อมอธิบายเรื่องราว ปลายฉัตรก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี
"เรารู้ว่ามันฟังดูแปลกๆแต่มันจริง" สิงห์ยืนยัน
"แต่คดีมันก็ยังไม่สมบูรณ์ ทุกอย่างเป็นแค่การสันนิษฐาน แค่เห็นลูกน้องอยู่ในสถานที่ที่เคยมีการฆาตกรรมไม่ได้หมายความว่าเจ้านายจะเป็นฆาตกรสักหน่อย แล้วอีกอย่าง...
มีอะไรยืนยันได้ว่า...ผีดูดเลือดฆ่าผู้หญิงพวกนี้ แล้วมีอะไรยืนยันได้ว่า...คุณไตรภูมิเป็นผีดูดเลือด" ปลายฉัตรถามกลับ
สิงห์ได้แต่ส่ายหน้า แล้วอ้างถึงคำสาปของถ้ำมังกรอมตะ
"ฉันรู้...แต่มันก็ยังพิสูจน์ไม่ได้อยู่ดี ว่าจะมีถ้ำนี้จริงๆ แล้วไอ้คำสาปที่ทำให้คนเป็นอะ-มะ-ตง...อมตะ มันเหลวไหล มันไม่มีจริง...เป็นตำรวจภาษาอะไร จับคนร้ายไม่ได้ ก็โยนให้เป็นความผิดของผี ไม่เอาแล้ว พอที ทั้งเรื่องผีดูดเลือด ฆาตกรรม แล้วยังจะมาคำสาปอีก... มันอยู่ไกลความจริงเกินไป...ไร้สาระ" ปลายฉัตรระอาใจ
"แต่ปลายก็เคยบอกลุงฉิ่งเองว่าไตรภูมิมีอะไรแปลกๆเหมือนไม่ใช่คน ปลายลืมไปแล้วเหรอ" สิงห์อ้าง
ปลายฉัตรชะงัก หยุดคิด แล้วเหตุการณ์ตอนเจอกับไตรภูมิครั้งแรกๆก็แวบเข้ามา เธอเริ่มมีแววตาหวั่นไหวแต่แล้วก็กำจัดออกไปได้อย่างรวดเร็ว
"ก็ตอนนั้นฉันยังไม่รู้จักเขานี่"
"แล้วตอนนี้...รู้จักดีแล้วเหรอ"
"ก็ดีพอจะรู้ว่า...คุณไตรภูมิเป็นคนธรรมดา ไม่ได้เป็นผีหรือปิศาจ หรือว่าอมนุษย์อะไรทั้งนั้น" ปลายฉัตรสรุปพลางหันไปหยิบกระเป๋าก้าวพรวดๆออกไป
"ถึงปลายไม่เชื่อเรา แต่เราอยากให้ปลายระวังตัว เราไม่อยากให้ปลายต้องเป็นแบบผู้หญิงพวกนี้" สิงห์ตะโกน
ปลายฉัตรชะงักนิดๆ แววตาเริ่มมีความหวาดหวั่น
ooooooo
อโนออกมาดินเนอร์กับรามตามนัด รามสั่งอาหารราคาแพง แต่ตัวเองกลับนั่งดู อโนถามดักคอเรื่องปลาย-ฉัตร รามหยอดคำหวานทำนองว่า วันนี้เขาไม่อยากรู้จักปลายฉัตร แต่อยากรู้จักอโนมากกว่า
"อยากรู้จักฉันจริงๆเหรอ" อโนยิ้มดีใจ
"ใช่...ผมอยากรู้จักคุณแล้วก็...ครอบครัวของคุณ โดยเฉพาะพี่ชายคุณคนที่เป็นตำรวจ" รามเข้าเรื่อง
อโนหลงกล เล่าเรื่องพี่ชายให้รามฟัง ครั้นรามซักเรื่องคดีที่สิงห์ทำอยู่ เธอก็หลุดปากบอกข้อมูลผีดูดเลือดที่เห็นในห้องทำงานของสิงห์ และภาพไตรภูมิที่อยู่บนบอร์ดออกไป
รามตาวาวแล้วออกตัวว่า "ฮืม เดี๋ยวผมจะไปสืบกับเพื่อนๆที่อยู่แวดวงค้าของเก่าให้ เผื่อจะมีคนรู้ ผมว่าถ้าจะให้ดี คุณน่าจะนัดพี่ชายคุณให้มาเจอกับผม เผื่อผมจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่ไม่ทราบว่าพี่คุณจะสะดวกหรือเปล่า"
"โอ้ย...ไม่ยุ่งเลยค่ะ ถึงยุ่งก็ต้องเคลียร์ ไม่ว่ายังไง ฉันจะต้องพาพี่สิงห์มาเจอกับคุณให้ได้" อโนยิ้มสดใส
รามยิ้มด้วยความพอใจ ห่างออกไป มายาแอบดูทั้งคู่ อยู่ด้วยความริษยา และเธอก็แอบตามอโนไปจนถึงบ้าน อโนกลับมาบอกสิงห์เรื่องจะให้ไปพบราม เธออ้างว่ารามรู้จักไตรภูมิ และอยากจะช่วยสิงห์สืบประวัติไตรภูมิด้วย
สิงห์แปลกใจถามน้องสาวว่า รามรู้เรื่องที่เขากำลังสืบได้ยังไง อโนอึกอักไม่กล้าตอบ
ooooooo
ปลายฉัตรกลับมาถึงบ้านด้วยความสับสน ลุงฉิ่ง มหา และเฉิดเข้ามาตอกย้ำเพื่อให้ปลายฉัตรเชื่อว่า ไตรภูมิเป็นผีดูดเลือด แต่เธอไม่รับฟัง
"ปลายไม่เชื่อ...หรือปลายไม่กล้าที่จะเชื่อกันแน่ลูก" เฉิดถามแทงใจ
ปลายฉัตรอึ้งคิดถึงเหตุการณ์ตอนไปญี่ปุ่นกับไตรภูมิแล้วตอบแม่
"ปลายไม่เชื่อค่ะ จริงอยู่ที่ตอนแรกเขาอาจจะดูเย็นชา ไม่มีความรู้สึก...แต่จริงๆแล้วเขาไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนเห็น เขาเป็นคนอ่อนโยน ถึงแม้จะปากแข็งบ้างในบางครั้ง แคร์คนรอบข้าง ถึงแม้จะไม่ค่อยแสดงออก ที่สำคัญ...เขาเป็น
คนมีชีวิต...มีจิตใจ และมีความรู้สึกเหมือนกับเราทุกคน เขาไม่ได้เป็นผีดิบ หรือผีดูดเลือดอะไรทั้งนั้น ถ้าเขาเป็นจริง เขาคงจะไม่ปล่อยให้ปลายอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้น...
ไม่ว่าใครจะพูดยังไง ปลายก็ไม่เชื่อ"
เฉิดถอนใจเบาๆ รู้สึกได้ถึงความรู้สึกพิเศษบางอย่างของลูกสาวที่มีต่อไตรภูมิ ทำให้เธอหนักใจเพิ่มมากขึ้น
เวลาเดียวกันนั้น ไตรภูมิยืนอยู่กลางห้องเก็บของ เขามองมาที่ชั้นวางที่ยังว่างอยู่ 2 จุด แล้วหันมาถามอินทร์ว่าข้อมูลของสมบัติชิ้นที่เหลือไปถึงไหนแล้ว เพราะครั้งนี้คงจะต้องลงมือประมูลของเอง
อินทร์แปลกใจถามหาปลายฉัตร
"ถ้าเขารู้ความจริงบางอย่าง...เขาอาจจะไม่กลับมา
ที่นี่อีก" ไตรภูมินึกถึงเหตุการณ์เมื่อเย็นแล้วรู้สึกเศร้ากับสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่
อินทร์มองเจ้านายอย่างเข้าใจ
ooooooo
เช้าวันใหม่ ปลายฉัตรเข้าลาเฉิดก่อนออกไปทำงาน เฉิดทำท่าจะซัก แต่ไม่ทันลุงฉิ่ง
"นี่งานอะไรของเอ็งนักหนาเนี่ย ไม่จบไม่สิ้นสักที ไปกันถึงญี่ปุ่น ยังไม่จบอีกเหรอหะ"
"ยังจ้ะ...คือ...มันยังเหลืองานค้างอีกนิดหน่อย งั้นฉันรีบไปก่อนนะ ไม่อยากเข้างานสาย สวัสดีจ้ะ" ปลายฉัตรยกมือไหว้ทุกคนแล้วก็รีบเดินไป
ลุงฉิ่งมองตามด้วยความเป็นห่วงแล้วเปรยขึ้น "ข้าว่า... อารมณ์นี้...ต่อให้พิสูจน์ได้ว่า ไอ้หน้าหล่อมันเป็นมนุษย์ต่างดาว ไอ้ปลายมันก็ไม่สน"
เฉิดฟังแล้วก็ถอนใจเบาๆด้วยความกังวล
ไตรภูมิกำลังดูแลบอนไซอยู่ในสวน ทั้งที่จิตใจไม่ค่อยสงบเพราะคิดถึงปลายฉัตร
"นายท่าน คุณปลายฉัตรมาครับ" อินทร์เข้ามารายงาน
รอยยิ้มปรากฏบนหน้าไตรภูมิโดยอัตโนมัติ เขารีบสั่งอินทร์ให้พาปลายฉัตรเข้ามา
"ฉันคิดว่า...เธอจะไม่มาทำงานต่อซะแล้ว" ไตรภูมิเอ่ย
"ฉันยังทำงานไม่เรียบร้อย ฉันก็ต้องกลับมาทำต่อให้จบ แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าฉันจะไม่มา"
"เธออาจจะคิดว่าฉันเป็นตัวประหลาด หรือปีศาจอะไรสักอย่าง เหมือนกับคนที่บ้านเธอ"
ปลายฉัตรสะดุดกึก นึกถึงตอนที่สี่แสบทำกับไตรภูมิ แล้วถามเรื่องไตรภูมิเป็นผีดูดเลือด เจอคำถามตรงๆ ไตรภูมิเผยยิ้มนิดๆก่อนจะถามกลับเรื่องความน่ากลัว และสาวเจ้ากลัวหรือไม่ถ้าเป็นจริงๆ ปลายฉัตรมองหน้าไตรภูมิตอบอย่างมั่นใจ
"ไม่กลัว ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไร ฉันก็ไม่กลัวทั้งนั้น"
"ดี" ไตรภูมิยิ้มพอใจกับคำตอบ
แต่อินทร์ที่แอบฟังอยู่ หน้าเครียด แววตาปรากฏแววกังวลบางอย่าง ก่อนจะเดินจากไป
ooooooo
.
-
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep11/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 11
ปลายฉัตรรุกถามไตรภูมิเรื่องผีดูดเลือด ไตรภูมินั่งคิด แล้วเอ่ย
"งั้นก็...ตอบไปตามความคิดของเธอ เธอคิดว่าฉัน...เป็นผีดูดเลือดหรือเปล่า"
"ฉันคิดว่า...คุณไม่ได้เป็นผีดูดเลือดแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ผีดูดเลือดมันเป็นแค่เรื่องหลอกเด็ก แล้วก็เป็นนิยายฝรั่ง มันไม่มีทางมีอยู่จริง เพราะฉะนั้น ฉันเลือกที่จะเชื่อว่าคุณไม่ได้เป็นผี ปีศาจ หรืออมนุษย์อะไรทั้งนั้น คุณคือผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ชื่อไตรภูมิ รวยมาก พูดน้อย และไม่ค่อยสุงสิงกับใคร ปากร้าย แต่ก็ใจดีเป็นบางครั้ง แถมยังแล้วแต่อารมณ์อีกต่างหาก สรุป คุณก็เป็นแค่ผู้ชายที่เอาแต่ใจตัวเอง แล้วก็เข้าใจยากมั่กๆ"
ไตรภูมิหัวเราะออกมาอย่างลืมตัว
"คุณน่าจะหัวเราะแบบนี้บ่อยๆ ค่อยดูเป็นคนขึ้นมาหน่อย แล้วตกลงคุณยังมีงานให้ฉันทำใช่ไหมคะ"
ไตรภูมิพยักหน้าพร้อมรอยยิ้มแทนคำตอบ
"ขอบคุณค่ะ...ขอบคุณที่ไม่ถือสาเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน แล้วก็ยังให้โอกาสฉันทำงานต่อ"
"ฉันก็ต้องขอบใจเธอ ที่มองเห็นตัวตนที่แท้จริงของฉัน"
ไตรภูมิรู้สึกอยากจะดึงปลายฉัตรมากอด เพื่อขอบคุณกับความรู้สึกดีๆ แต่ทำไม่ได้ แม้ความสัมพันธ์ของเขากับปลายฉัตรจะมีมากกว่าความเป็นเจ้านายและลูกน้องก็ตาม
ooooooo
สิงห์ยอมตามอโนมาพบรามที่ร้านอาหาร เพราะอยากได้ข้อมูลไตรภูมิ เมื่อได้พบกัน สิงห์ขอคุยกับรามเป็นการส่วนตัว รามแม้จะขัดใจนิดๆแต่ก็ยอมเดินตามสิงห์ไป ส่วนอโนได้แต่มองตามด้วยความอยากรู้
"น้องสาวผมบอกอะไรคุณบ้าง"
"อโนบอกว่า คุณกำลังทำคดีเกี่ยวกับผีดูดเลือด และไตรภูมิเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย"
สิงห์หลิ่วตามองราม แล้วถามความเห็นเกี่ยวกับคดีแปลกๆนี้
"ถ้าผมไม่รู้จักไตรภูมิ ผมคงคิดว่ามันแปลก แต่เพราะผมรู้จักเขา ผมเลยคิดว่ามันไม่แปลก เพราะผมอยู่ในวงการค้าของเก่ามาหลายปี แต่ไม่มีใครรู้จักตัวจริงของไตรภูมิสักคน เขาอยู่อย่างลึกลับ ไม่มีประวัติที่ชัดเจน ไตรภูมิหมกมุ่นกับการสะสมสมบัติราชวงศ์หมิงอย่างมาก"
"สมบัติของถ้ำมังกรอมตะ..." สิงห์พึมพำ
"ใช่" รามยิ้มนิดๆ แล้วเริ่มเล่าเรื่องสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะและคำสาปในตำนานให้สิงห์ฟัง
"ตกลงคำสาปที่เกี่ยวกับความเป็นอมตะมันมีจริงหรือเปล่า"
"ผมคงตอบไม่ได้ ผมรู้แค่ว่า...ไตรภูมิอยู่ในวงการค้าของเก่ามาหลายสิบปี ตั้งแต่รุ่นคุณพ่อผม ทุกคนวันนี้เขาก็ยังอยู่ ทุกคนพูดเหมือนกันว่า...ใบหน้าเขาไม่เคยเปลี่ยน เคยเป็นยังไง ทุกวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม เสียดายที่ไม่เคยมีใครถ่ายรูปเขาในอดีตไว้ได้"
"ถ้าไตรภูมิเป็นคนที่เข้าไปในถ้ำ และโดนคำสาป แล้วเขาจะตามรวบรวมสมบัติอีกทำไม"
"ตามตำนาน...บอกว่า สมบัติทั้ง 117 ชิ้น จะทำให้ผู้ที่ครอบครองมีพละกำลังเหนือกว่าคนอื่น ถ้าไตรภูมิรวบรวมสมบัติได้ครบเมื่อไหร่ เขาก็จะมีทั้งความเป็นอมตะ และพละกำลังเหนือมนุษย์ทุกคน และอีกสิ่งหนึ่งที่ตำนานบอกไว้...ผมคิดว่ามันอาจจะเป็นประโยชน์กับคดีที่คุณทำอยู่ คนที่โดนคำสาป จะไม่กินอาหารเหมือนคนทั่วไป สิ่งที่ทำให้ความเป็นอมตะดำรงอยู่ได้คือ เลือดของมนุษย์ คุณหมวดลองจับตาดูไตรภูมิให้ดีๆบางทีคุณอาจจะปิดคดีได้เร็วๆนี้ โชคดีนะครับ"
รามทิ้งท้าย แล้วก้าวจากไป
ในขณะที่สิงห์กำลังคิดหนักจากข้อมูลที่ได้จากราม ไตรภูมิกำลังดูปลายฉัตรติดตั้งสมบัติที่ได้มาจากญี่ปุ่นอย่างตั้งใจ สักครู่อินทร์เข้ามาบอกข่าวดีว่า พบสมบัติชิ้นที่ 116 แล้ว ไตรภูมิและปลายฉัตรรีบไปหากรที่ห้องทำงาน
"พู่กันลายหงษ์และมังกร ด้ามเคลือบทองคำ ตอนนี้อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ เจ้าของคือ มิสเตอร์ปีเตอร์ หวัง ตามข่าวบอกว่า มีกำหนดจะประมูลต้นเดือนหน้า" กรรายงานพลางส่งกระดาษปรินต์ภาพพู่กันสลักลายมีทองเคลือบที่ด้ามให้ไตรภูมิ
"ช้าเกินไป ติดต่อมิสเตอร์หวัง บอกว่า เราต้องการซื้อไม่เกี่ยงราคา เราจะโอนเงินให้ทันทีที่เห็นของ" ไตรภูมิสั่ง
กรรีบหันไปที่คอมพิวเตอร์ ปลายฉัตรมองกรแล้วหันมาทางไตรภูมิที่รอฟังผลด้วยความตั้งใจ ระหว่างที่ไตรภูมิรอฟังข่าวจากมิสเตอร์ปีเตอร์ หวัง อยู่นั้น อโนเห็นรามเดินออกไปจากห้องอาหาร เธอรีบเข้าไปถามเรื่องไตรภูมิเป็นผีดูดเลือด แต่รามให้ไปถามสิงห์เอง
อโนช็อกเล็กๆกับกิริยาของราม แล้วหลุดปากบอกรามเรื่องปลายฉัตรกำลังอินเลิฟกับไตรภูมิ รามได้ยินเข้าก็แปลกใจ
ooooooo
ในที่สุดมิสเตอร์ปีเตอร์ หวัง ก็ตกลงขายสมบัติให้ไตรภูมิ เขาให้เลขาฯนำของมาประเทศไทยอีกประมาณ 2 ชั่วโมงข้างหน้า
"ผมจองโรงแรมที่เป็นที่นัดพบไว้แล้ว ส่วนเงินอยู่ในกระเป๋าเรียบร้อยแล้วครับ กรกับกัณฑ์จะไปกับนายท่าน" อินทร์เอ่ย พลางมองไปทางกัณฑ์ที่ยืนรออยู่ที่รถ
"มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่าคะ" ปลายฉัตรยื่นหน้าเข้ามา แต่พอเห็นสายตาทุกคนก็รีบออกตัว "ฉันเห็นทุกคนมีงานทำกันหมด...ฉันไม่อยากยืนเฉยๆเป็นตัวประกอบน่ะ มีอะไรที่ฉันพอจะช่วยได้หรือเปล่า"
ไตรภูมิมองหน้าปลายฉัตร แล้วบอกกับอินทร์ว่า เขาจะไปกับปลายฉัตรสองคน กล่าวจบก็เดินไปที่รถ กัณฑ์มองด้วยสายตางุนงง ปลายฉัตรเองก็งงไม่แพ้กัน เธอรีบขอโทษ เพราะไม่รู้ว่าไตรภูมิต้องการให้เธอไปด้วย
"นายท่านไว้ใจคุณ...พวกเราทุกคนก็ไว้ใจคุณ" อินทร์เอ่ย พลางส่งกระเป๋าเงินให้ปลายฉัตร
ปลายฉัตรรับกระเป๋าไว้ มองอินทร์ กร และกัณฑ์แล้วส่งยิ้มให้ ก่อนเดินตามไตรภูมิไป โดยมีสายตาลูกน้องไตรภูมิมองตาม
"นายท่านได้เลือกแล้ว" อินทร์เอ่ยอย่างมั่นใจ
กรและกัณฑ์ยืนนิ่ง แล้วพยักหน้าด้วยเข้าใจความหมาย
ooooooo
จิตต์กัดฟันกรอดเมื่อฟังรายงานจากมายาว่า สมบัติราชวงศ์หมิงจากถ้ำมังกรอมตะ ถูกไตรภูมิกว้านซื้อไปเกือบหมดแล้ว ตอนนี้พู่กันด้ามทองสลักลายหงษ์และมังกรสมบัติชิ้น 116 ที่จะเปิดประมูลในเดือนหน้า ก็ถูกยกเลิกไปแล้วด้วย
"ไอ้ไตรภูมิ มันต้องชิงซื้อสมบัติชิ้นที่ 116 ก่อนการประมูลแน่ๆ มันคงรู้ว่าเราจับตามองมันอยู่" จิตต์เสียงเครียด
"นายใหญ่ครับ...ถ้ามันได้สมบัติชิ้นนี้ไป ก็เหลืออีกแค่ชิ้นเดียวสิครับ" คีรีถามพรวด
"ก็เออสิวะ สมบัติ 117 ชิ้น มันได้ไป 116 ชิ้น มันก็ต้องเหลืออีกแค่ชิ้นเดียว มันยากตรงไหน ถึงต้องมาถามฉันสมบัติชิ้นสุดท้ายที่ยังเหลืออยู่คืออะไร" จิตต์หันมาทางมายา
"สมบัติชิ้นสุดท้ายที่ยังไม่มีใครเคยเห็น และไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน ก็คือ กฤชมังกร"
จิตต์รับรูปกฤชมังกรจากมายามาดูด้วยแววตาครุ่นคิด หวาดหวั่น
ooooooo
แล้วพู่กันด้ามทองสลักลายหงษ์และมังกรก็ตกมาอยู่ในมือของไตรภูมิ ปลายฉัตรยิ้มระรื่นที่ภารกิจเสร็จสิ้น ไตรภูมิพาเธอมาทานข้าวหมูแดงที่ร้านประจำเป็นการฉลอง ปลายฉัตรแอบเขินเล็กๆ แล้วก็นึกขึ้นได้
ว่ามีของต้องคืนไตรภูมิ เธอหันไปเปิดกระเป๋าเป้ หยิบห่อพระพุทธรูปออกมายื่นให้
"นี่ค่ะ...พระที่คุณให้ลุงฉิ่ง ฉันเอามาคืน เพราะเมื่อวานไม่ใช่วันเกิดแกจริงๆ เขาคิดแผนขึ้นมาเพื่อหลอกคุณมากินข้าว ฉันก็เลยเอามาคืนคุณ"
แต่ไตรภูมิไม่ยอมรับ บอกว่าต้องการให้ลุงฉิ่งในโอกาสที่ได้เจอกัน
"ไม่ได้หรอก ของมันแพงเกินไป ฉันให้ลุงรับไว้ไม่ได้ คุณเอาคืนไปเถอะฉันไม่อยากเอาเปรียบคุณ"
ไตรภูมิมองปลายฉัตรแล้วผุดยิ้มออกมาด้วยความพอใจและชื่นชม เขาชวนคุยต่อเรื่องค่าผ่าตัดตาของเฉิด
"ก็หลายแสนอยู่ ครั้งก่อนที่ถามหมอก็สามแสนกว่า รวมค่าโน่น นี่ นั่นอีก ก็เกือบๆห้าแสน"
"พรุ่งนี้ฉันจะบอกให้อินทร์เตรียมเงินค่าจ้างส่วนหนึ่งไว้ให้เธอ หลังจากได้สมบัติชิ้นสุดท้ายแล้ว ฉันจะจ่ายที่เหลือให้ แต่ถ้ายังไม่พอค่าผ่าตัดก็บอก ฉันจะช่วย"
"จริงเหรอคะ...ขอบคุณมากค่ะ ขอบคุณมากๆ ฉันจะช่วยคุณตามหาสมบัติชิ้นสุดท้ายให้เจอโดยเร็วที่สุด ถ้าคุณได้ สมบัติครบเมื่อไหร่ แม่จะได้ผ่าตัดสักที รีบกลับไปบอกแม่ดีกว่า ฉันไปจ่ายเงินค่าข้าวก่อนนะ" เอ่ยพลางรีบลุกไป
ไตรภูมิปรายตามองนิดๆ แล้วดึงสายตากลับมาที่ห่อพระ ก่อนจะจากไป
ปลายฉัตรจ่ายเงินเสร็จหันกลับมาที่โต๊ะ เห็นแต่กล่องพระวางอยู่
"อ้าว...พระ ทำไงดี...ถ้าเอากลับไป ลุงฉิ่งต้องไม่ยอมให้คืนแน่ๆ..." ปลายฉัตรคิด...หาทางออก
ooooooo
ขณะไตรภูมิเดินทางกลับ เขาโทร.สั่งให้อินทร์ เตรียมห้องไว้เพื่อเก็บสมบัติชิ้นที่ 116 อินทร์รับคำแล้วเดินไปที่ห้องเก็บสมบัติ เวลานั้นเอง จิตต์พาคีรี กับพาลีมาหยุดยืนอยู่หน้าบ้านไตรภูมิแล้ว
"คืนนี้เราต้องหาที่ซ่อนสมบัติให้เจอ แล้วทำลายสมบัติทุกชิ้นให้สิ้นซาก ยกเว้นกฤชมังกร ห้ามทำให้กฤชมังกรเสียหายเป็นอันขาด" จิตต์สั่งเสียงเข้ม
จิตต์กับลูกน้องแอบเข้าบ้านไตรภูมิอย่างเงียบๆ ต่างแยกย้ายกันหาที่ซ่อนสมบัติ กรที่เฝ้าอยู่หน้าจอเห็นสิ่งผิดปกติ เขาแจ้งกัณฑ์และอินทร์ กัณฑ์วิ่งออกไปเจอพาลี จึงต่อสู้กันด้วยมือเปล่าที่ลานหน้าบ้าน
กรวิ่งออกมาจากห้องเห็นคีรี ต่างเปิดฉากซัดกัน ส่วนอินทร์ที่รีบมาห้องสมบัติแล้วพยายามจะเลื่อนตู้เพื่อปิดทางเข้าออก แต่โดนจิตต์พุ่งเข้าเล่นงาน อินทร์ตั้งรับแทบไม่ทันล้มลง จิตต์ตามกระชากอินทร์ขึ้นมาถามหาที่ซ่อนสมบัติ แต่อินทร์ไม่ยอมบอก จึงโดนซัดกระเด็นออกไป
กรที่สู้อยู่กับคีรีได้ยินเสียงอินทร์ก็รีบผละมาดู คีรีจึงเข้าไปช่วยพาลีเล่นงานกัณฑ์
"ท่านจิตต์..." กรถึงกับผงะด้วยความยำเกรง
"สมบัติอยู่ไหน" จิตต์พุ่งเข้ามาหากร
"ข้า...ข้า...ไม่รู้"
"แกคิดว่าฉันจะเชื่อหรือไงหะ ไอ้พวกหางแถว" จิตต์ โยนกรลอยออกไปนอกบ้าน แล้วหันไปเล่นงานอินทร์ต่อ "พวกแกมันดื้อด้าน อยู่เป็นอมตะดีๆไม่ชอบ ชอบหาเรื่องเจ็บปวด ฉันให้โอกาสแกเป็นครั้งสุดท้าย จะบอกฉันดีๆ หรือจะโดนเผาทั้งเป็น"
พูดจบจิตต์ก็หยิบไฟแช็กออกมาดีดเปิด เปลวไฟลุกพึ่บทันที
ooooooo
ไตรภูมิขับรถใกล้ถึงบ้าน ในวูบนั้น...เขารู้สึกได้ถึงคลื่นบางอย่างที่รุนแรงผิดปกติ จึงเหยียบคันเร่งเต็มที่ เมื่อถึงหน้าบ้านเห็นกัณฑ์โดนพาลีกับคีรีรุมเล่นงานอยู่ในสวน ไตรภูมิรีบเข้าไปช่วยจัดการพาลีกับคีรีแล้วถามหาอินทร์
"อยู่กับท่านจิตต์ในบ้าน" กรตอบ
ไตรภูมิรีบเข้าบ้าน ทันช่วยอินทร์ที่กำลังจะโดนจิตต์เผาพอดี อินทร์ถอยกรูดออกไปทางด้านที่ไฟแช็กกระเด็นไป ไตรภูมิขอร้องให้จิตต์กลับไป แต่จิตต์ไม่ฟัง ยืนยันจะทำลายสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะทิ้งให้หมด แถมยังให้ไตรภูมิเลิกล้มความคิดที่จะถอนคำสาป เพื่อจะได้อยู่กันอย่างสงบเหมือนที่ผ่านมา ถึงจะยอมกลับไปแต่โดยดี
"ขอบคุณ แต่ผมรับไว้ไม่ได้...ไม่ว่ายังไง...ผมต้องถอนคำสาปให้ได้"
"ได้...แกอยากจะตายตามพ่อแกก็ได้...ฉันจัดให้"
จิตต์พุ่งเข้าหาไตรภูมิอย่างรวดเร็วและรุนแรง ไตรภูมิอาศัยความไวหลบทัน แล้วพยายามพาจิตต์ออกห่างจากห้องเก็บสมบัติ ในที่สุดทั้งสองก็มาหยุดอยู่ในสวน
ลูกน้องที่อยู่ข้างนอกรีบเข้าประกบเจ้านายของตน ขณะนั้นจิตต์ประเมินว่าตัวเองได้เปรียบ จึงสั่งให้ลูกน้องลุย พลันปรากฏเปลวไฟสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงของอินทร์
อินทร์โยนคบเพลิงลอยข้ามหัวจิตต์ พาลี และคีรีไป ไตรภูมิรับไว้ได้ แววตาของเขาแข็งกร้าวดุดันแล้วแยกเขี้ยวคำรามเห็นฟันขาว จิตต์ พาลี คีรีเมื่อเห็นคบเพลิงก็ผงะ ถอยกรูด ระหว่างนั้นเปลวไฟพุ่งปราดเข้าหน้าพาลีหนึ่งวูบ
"เฮ้ย" พาลีร้อง หันไปเห็นกร กัณฑ์ และอินทร์ยืนอยู่ ทั้งสามคนถือคบเพลิงอยู่ในมือ พร้อมกับขวดน้ำมัน สมุนจิตต์หน้าเสียหันไปหาเจ้านายที่กำลังคิดหาทางออก
"ครั้งที่แล้ว ลูกน้องของอาเข้ามาเผาคนของผมถึงในบ้าน...วันนี้ผมจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นเป็นครั้งที่ 2" ไตรภูมิคำรามเสียงกร้าว
กร กัณฑ์ อินทร์ ค่อยๆขยับเข้ามาใกล้เป้าหมาย
กลางสถานการณ์ตึงเครียดนั้น ปลายฉัตรนั่งแท็กซี่มาถึงพอดี เธอตั้งใจจะเอาพระมาคืนไตรภูมิ เมื่อเห็นรถของชายหนุ่มจอดค้างอยู่หน้าประตูก็นึกสังหรณ์ใจ รีบเข้าไปข้างใน พลันได้ยินเสียงไตรภูมิดังก้อง
"พวกเราไม่เคยรุกรานอาและคนของอาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว ตลอดสี่ร้อยกว่าปีที่ผ่านมา เราอยู่อย่างสงบ"
ปลายฉัตรหันไปตามเสียง และค่อยๆเดินตามต้นเสียงไปอย่างแผ่วเบา
"เพราะที่ผ่านมา ฉันไม่รู้ว่าแกแอบสะสมสมบัติ ฉันถึงไม่ทำอะไร ถ้าฉันรู้ว่าแกคิดจะถอนคำสาป ฉันฆ่าพวกแกไปตั้งนานแล้ว" จิตต์พูดพลางแยกเขี้ยวขาววับ
ปลายฉัตรช็อกคำพูดของจิตต์ แต่ก็ยังกัดฟันกลั้นใจ เดินเข้าไปหลังพุ่มไม้ข้างหน้า ด้วยความอยากรู้
"ไม่ว่าพวกแกเก็บสมบัติไว้ที่ไหน ฉันจะต้องหามันให้เจอ และทำลายมันด้วยมือของฉัน จากนั้นฉันจะเผาพวกแก ให้เป็นจุณ เหมือนที่ฉันทำกับพ่อของแก"
"มันจะไม่มีวันนั้น ต่อให้อาฆ่าพวกเราทุกคน อาก็ไม่มีวันหาสมบัติเจอ และการถอนคำสาปจะต้องดำเนินต่อไป ชีวิตที่ไม่มีวันตาย ความเป็นอมตะที่ต้องหล่อเลี้ยงด้วยเลือดของมนุษย์ ถึงเวลาต้องหยุดลงได้แล้ว"
ไตรภูมิแยกเขี้ยวคำรามด้วยเสียงที่ทรงพลังและน่ากลัว ปลายฉัตรเห็นเข้าก็ช็อกสุดขีด มือไม้อ่อน ค่อยๆก้าวถอยหลังอยากจะหนีไปให้พ้น แต่ขาเจ้ากรรมดันไร้กำลังขึ้นมาเฉยๆ เธอหมดแรงล้มลง ปล่อยมือจากกล่องพระมายันพื้นไว้ด้วยสัญชาตญาณ ทำให้กล่องพระหล่นกระทบพื้น
พวกจิตต์และไตรภูมิหันขวับมาที่ต้นเสียง ทุกคนประกายตาดุดัน แยกเขี้ยวขาววับ ด้วยสัญชาตญาณป้องกันตัว
ด้านปลายฉัตรรู้สึกเจ็บแปลบที่มือ เลือดซึมออกมาเพราะแรงกดลงบนพื้นดินที่มีหินคม ไตรภูมิสูดกลิ่นเลือดที่ลอยมา
"เลือดมนุษย์" ไตรภูมิระเบิดเสียง
"มีคนอยู่ในนี้ หาให้เจอ" อินทร์สั่ง
ในจังหวะที่ไตรภูมิ อินทร์ กร กัณฑ์ เบี่ยงความสนใจออกไป จิตต์ได้โอกาสสั่งให้ลูกน้องกลับ ทั้งสามกระโดดสุดแรง ลอยข้ามออกจากวงล้อม และหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
ปลายฉัตรเห็นเข้าก็รีบคลานถอยหลังหนี แต่ดันไปชนเข้ากับต้นไม้พุ่มเตี้ยๆที่อยู่ข้างหลังอีก อินทร์หันมาเห็นก็สั่งให้กรกับกัณฑ์ไปดู หญิงสาวกรี๊ดสุดเสียงด้วยความกลัว พร้อมกับลุกพรวดขึ้นจากพุ่มไม้ กรกับกัณฑ์หยุดชะงัก
ส่วนไตรภูมิตกใจเขี้ยวหายไป ใบหน้ากลับมาเป็นคนปกติ เขาเรียกชื่อปลายฉัตร เธอหยุดกรี๊ดค่อยๆลืมตาขึ้นมองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง
กร กัณฑ์ และอินทร์มองหน้ากัน เมื่อเห็นเจ้านายมองปลายฉัตรแล้วก็คิดหนัก
ooooooo
กร กัณฑ์ และอินทร์ กลับเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
"ผู้หญิงคนนั้นรู้ความจริงหมดแล้ว...พวกเราจะเดือดร้อนหรือเปล่า" กัณฑ์เป็นกังวล แต่อินทร์กลับมั่นใจว่า
"เจ้านายคงมีวิธีจัดการไม่ให้พวกเราเดือดร้อน ถ้าปลายฉัตรจะทำให้เราลำบาก เจ้านายคงไม่ปล่อยให้เธอเข้ามาใกล้ความจริงมากขนาดนี้"
กรกับกัณฑ์มองหน้ากัน ก่อนจะก้มหน้ายอมรับ ขณะนั้นปลายฉัตรนั่งตัวสั่นอยู่บนเก้าอี้ในสนามหน้าบ้าน ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ เธอเกาะพระพุทธรูปไว้แน่น เมื่อเห็นไตรภูมิเดินเข้ามา
"อย่าเข้ามานะ...ฉันมีพระนะ" ปลายฉัตรยกพระเป็นโล่
ไตรภูมิเห็นท่าทางของปลายฉัตรแล้วก็ส่ายหน้า เข้ามาดึงพระไปไว้บนโต๊ะข้างๆ ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไร
"อย่าเข้ามานะ...ฉันสู้จริงๆด้วย...ไม่เชื่อลองดูสิ" ปลายฉัตรตั้งการ์ดทำเป็นเก่งแต่ในใจกลัวสุดฤทธิ์
"นี่...เป็นอะไร...เธอเคยบอกว่าไม่ว่าฉันจะเป็นอะไร...เธอก็ไม่กลัวไม่ใช่เหรอ"
"ก็ฉันไม่คิดว่าคุณจะเป็น เอ้อ จริงๆนี่...แล้วคุณ...ทำไมคุณต้องโกหกฉันด้วย"
"ฉันโกหกอะไร ตั้งสติ แล้วคิดดูดีๆ ตอนที่เธอถามฉันตอบว่าอะไร" ไตรภูมิเสียงเข้ม
ปลายฉัตรพยายามรวบรวมสติคิดทบทวน แล้วก็ได้คำตอบแต่เธอยังแถต่อ
"ถึงจะไม่ได้โกหก แต่คุณก็ไม่ยอมบอกความจริงกับฉัน พูดจาวกวนหลอกให้ฉันคิดไปเอง ฉันเพิ่งรู้...โดนผีหลอกมันเป็นแบบนี้นี่เอง"
"ฉันไม่ใช่ผี"
"โห ฉันเห็นเต็มสองตา ได้ยินเต็มสองหู ยังจะมีหน้ามาหลอกฉันอีกเหรอ"
"โอเค...เธอจะเชื่ออะไรก็ได้...แต่ฉันขอยํ้า...ฉันไม่เคยคิดจะหลอกเธอ ไม่เคยคิดดึงเธอเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ เธอ...เป็นคนพยายามจะเข้ามาเอง เธอเป็นคนเข้ามาหาฉัน มาของานจากฉัน"
"สรุป...ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันงั้นสิ...ที่อยู่ๆก็ลากตัวเองเข้ามาอยู่ภายในวงล้อมของผี หรือครึ่งคนครึ่งผี หรืออะไรก็ไม่รู้ ฉันผิดเอง...มันเป็นความผิดของฉันเอง"
"เธอไม่ผิด เธอแค่รู้ความจริงช้าเกินไป...แต่ตอนนี้เธอก็รู้แล้ว เธอจะวิ่งหนีออกไปและไม่กลับมา หรือ...เธอจะทำงานกับฉันต่อ ทั้งที่รู้ว่า...ฉันไม่ใช่คนเหมือนเธอ"
ปลายฉัตรชะงัก หันขวับมาทางไตรภูมิที่รอลุ้นคำตอบ
"ตอนนี้ฉันยังตอบไม่ได้ ฉันจะตัดสินใจหลังจากที่คุณบอกความจริงกับฉัน ฉันอยากรู้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวคุณ ความเป็นอมตะ และคำสาป ฉันอยากรู้ว่าจริงๆแล้วคุณเป็นใคร และเป็นอะไรกันแน่"
ooooooo
ไตรภูมิพาปลายฉัตรไปที่ห้องเก็บสมบัติ มีกร กัณฑ์ และอินทร์ตามไปด้วย เขาเล่าเรื่องราวของพระเวทผู้ค้นพบสมบัติราชวงศ์หมิงที่ถูกฝังอยู่ในถํ้ามังกรอมตะให้ปลายฉัตรฟัง
"พ่อคุณ...คือคนเจอสมบัติเหรอเนี่ย แล้วไงต่อมันเกิดอะไรขึ้นในถํ้า แล้วคำสาปมันมายังไง"
ไตรภูมิปรายตามาทางอินทร์ให้เป็นคนตอบ อินทร์เล่าว่า หลังจากที่พระเวทผู้เป็นนายใหญ่รู้เรื่องสมบัติในถํ้ามังกรอมตะจากเพื่อนรักคนหนึ่ง ก็เกิดความมุ่งมั่นจะไปที่ถํ้าให้ได้ พระเวทใช้เวลาไม่นานแกะรอย พาทุกคนรวมทั้งจิตต์น้องชายมาถึงถํ้ามังกรอมตะ และพบสมบัติ 117 ชิ้นอยู่ปะปนกับโครงกระดูกของโจรที่ฆ่ากันตายเพื่อแย่งสมบัติ
เมื่อนายใหญ่สั่งให้รีบขนของออกจากถํ้าให้เร็วที่สุด...อินทร์รับหน้าที่คุมลูกหาบขนสมบัติที่วางกระจัดกระจายอยู่ออกมา ส่วนพระเวทและจิตต์คอยส่องไฟและมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ในขณะที่ทุกคนทยอยออกมาจากถํ้า ก็ได้ยินเสียงค้างคาวร้องอย่างเกรี้ยวกราด ตามด้วยเสียงของจิตต์และพระเวทที่ร้องด้วยความเจ็บปวด
อินทร์รีบกลับเข้าไปช่วยเจ้านาย และพบว่าทั้งสองถูกค้างคาวตัวโตกัดที่ซอกคอ อินทร์ขนหัวลุกรีบลากจิตต์และพระเวทวิ่งออกมาอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
"พ่อและอาของคุณถูกค้างคาวในถํ้ากัด...เป็นจุดเริ่มต้นของคำสาป แต่เขาโดนกัดแค่สองคน...แล้วทำไมพวกคุณถึงเป็นไปกับเขาด้วย" ปลายฉัตรครุ่นคิด
"พ่อถ่ายทอดความเป็นอมตะมาให้พวกเรา เพราะต้องการให้พวกเราช่วยถอนคำสาป" ไตรภูมิเฉลย
"ถอนคำสาป แสดงว่ามีวิธีทำให้คุณหายจากการเป็นผี เอ่อ...เป็นอมตะ แล้วก็เลิกกินเลือดด้วยเหรอ แล้วมันคืออะไร หรือว่ามันเกี่ยวกับสมบัติจากถํ้า"
"ถูกต้อง วิธีเดียวที่จะยุติคำสาป ทำลายความเป็นอมตะก็คือ นำสมบัติ 117 ชิ้น จากถํ้ามังกรอมตะกลับคืนสู่ ประเทศจีน" อินทร์อธิบาย
ปลายฉัตรเริ่มเข้าใจ เธอถามถึงสาเหตุที่ไตรภูมิต้องต่อสู้กับจิตต์ผู้เป็นอา
"พ่อของผมต้องการจะถอนคำสาป แต่อาจิตต์ต้องการที่จะอยู่เป็นอมตะตลอดไป อาจิตต์ฆ่าพ่อและตามล่าพวกเรา"
"ฆ่า...อ้าว...ไหนบอกว่าเป็นอมตะแล้วอาคุณฆ่าพ่อคุณได้ยังไง"
"เผาทั้งเป็นเป็นทางเดียวที่จะฆ่าพวกเราได้ และต้องเผาให้ร่างกายสลายเป็นผง ไม่อย่างนั้นแผลจะหายและกลับคืนสู่สภาพปกติ"
ปลายฉัตรปะติดปะต่อเรื่องราว แล้วต่อว่าไตรภูมิที่ใช้เธอเป็นไม้กันผีออกหน้าประมูลสมบัติแทน
"นี่ถ้าฉันพลาดพวกนั้นจับฉันกินเลือด คุณจะทำยังไง"
"มันจะไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะพวกเราดูแลคุณอย่างดี" กัณฑ์ยืนยันมั่นใจ
ปลายฉัตรทำท่าจะพาลต่อไตรภูมิรีบตัดบท
"ตกลงเธอมีอะไรจะถามฉันอีกหรือเปล่า"
"มี...แต่ตอนนี้คิดไม่ออก คือมันเยอะมากจนฉันลำดับไม่ถูก ฉันขอรู้แค่นี้ก่อนแล้วกัน...ถ้าฉันคิดคำถามออกจะถามใหม่"
"ฉันบอกความจริงเรื่องที่เธออยากรู้แล้ว เธอยังจะทำงานให้ฉันอยู่หรือเปล่า"
ปลายฉัตรชะงัก มองหน้าอินทร์ กร และกัณฑ์ แล้วกวาดตามองไปรอบๆห้องเห็นสมบัติวางเรียงรายอยู่ ครั้นถึงที่ว่างสุดท้ายก็คิดหนัก
ooooooo
.
-----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep12/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 12
จิตต์หอบความผิดหวังกลับมาบอกรามที่บ้าน เรื่องเกือบถูกเผาทั้งเป็น ถ้าไม่มีผู้หญิงคนหนึ่งโผล่เข้ามา รามถามทันทีว่า หญิงคนนั้นเป็นใคร
"ไม่รู้ อยู่ๆก็ร้องกรี๊ดซะดังลั่น ป่านนี้คงโดนไอ้พวกลูกสมุนฆ่าปิดปากไปแล้วมั้ง"
"หรือว่าจะเป็นปลายฉัตร ผมสืบรู้มาว่าตอนนี้ไตรภูมิสนิทสนมกับผู้หญิงคนหนึ่งชื่อปลายฉัตร มันใช้ผู้หญิงคนนี้เป็นตัวแทนในการประมูล ตอนประมูลที่ญี่ปุ่นก็ไปกันแค่สองคน เท่าที่รู้ ผมว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้มีมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง"
"ไอ้ไตรภูมิมันมีความรัก เหอะๆ คนอย่างมันก็โง่เป็นกับเขาเหมือนกัน นอกจากมันจะโง่ถอนคำสาปแล้ว มันยังจะโง่มารักกับมนุษย์ แบบนี้ไม่ใช่โง่ธรรมดา ต้องเรียกว่า... โง่บัดซบ" จิตต์หัวเราะหยัน
รามกับสมุนทั้งสองพยักหน้าเห็นด้วย มีเพียงมายาที่ยืนนิ่ง รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นอีกคนที่โง่
"ราม...ทำให้ผู้หญิงคนนี้มาเป็นพวกของเราให้ได้ ถ้ามันเป็นคนสำคัญจริงๆ มันจะต้องรู้ว่าไอ้ไตรภูมิมันเก็บสมบัติไว้ที่ไหน ไอ้ไตรภูมิ...ฉันจะตอบแทนที่แกคิดจะเผาฉัน ด้วยการ ทำลายทุกอย่างที่เป็นของแก รวมทั้งผู้หญิงที่แกรัก" จิตต์ เค้นเสียงด้วยความอาฆาต
คนที่จิตต์พูดถึงกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา ตั้งแต่วันแรกที่เจอไตรภูมิ จนมาถึงวันที่เขาถามว่าถ้ารู้ความจริงว่าเขาไม่ใช่คนเหมือนเธอ จะวิ่งหนีออกไปหรือจะทำงานต่อ กลางความสับสนนั้น ไตรภูมิเดินออกมาฟังคำตอบ
"ฉันจะทำงานให้คุณต่อไป ฉันจะช่วยคุณหาสมบัติชิ้นสุดท้าย และถอนคำสาปตามที่พ่อคุณต้องการเพื่อยุติความเป็นอมตะ แล้วคุณเอง...ก็จะได้เลิกกินเลือดชาวบ้านเขาสักที"
ไตรภูมิซาบซึ้งใจแล้วอธิบายต่อว่า พวกเขาไม่ได้ฆ่าผู้หญิงที่เป็นเหยื่อในคดีของสิงห์ เลือดนั้นรับซื้อมาจากคนที่สมัครใจขาย มีนายหน้าเป็นคลินิกเล็กๆ และมีเลือดมากพอ โดยที่ไม่ต้องฆ่าใคร
"ถ้าพวกคุณไม่ได้ฆ่า แล้วใครเป็นคนฆ่า"
"เธออย่าเพิ่งรู้เลย ยิ่งรู้มาก เธอจะยิ่งลำบาก แค่เรื่องที่เธอรู้ในวันนี้ มันก็มากพอแล้ว ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบการโกหกต่อจากนี้ไปถ้าคนที่บ้านเธอ ถามเรื่องของฉัน...เธอจะบอกเขายังไง"
ถ้อยคำของไตรภูมิโดนใจอย่างจัง ปลายฉัตรเครียดคิดหาทางออก
ooooooo
สิงห์รวมข้อมูลจากรามกับที่มีอยู่ แล้วสรุปว่าไตรภูมิคือผีดูดเลือด เขาชวนจ่าดอนไปที่บ้านเฉิด บอกความจริงกับทุกคน ระหว่างนั้นปลายฉัตรกลับมาได้ยินพอดี
เธอได้ยินเฉิดถามสิงห์ว่าถ้าไตรภูมิโดนคำสาปอย่างที่สิงห์ว่า ทำไมจะต้องตามหาสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะและทำไมต้องมายุ่งกับปลายฉัตรด้วย
"แหล่งข่าวบอกว่าสมบัติทั้ง 117 ชิ้น จะทำให้ผู้ที่ครอบครองมีพละกำลังเหนือกว่าคนอื่น ถ้าไตรภูมิรวบรวมสมบัติได้ครบเมื่อไหร่ เขาก็จะมีทั้งความเป็นอมตะ และพละกำลังเหนือมนุษย์ทุกคน"
"ไม่จริง" ปลายฉัตรทนฟังไม่ได้เดินเข้ามา เธอต่อว่าสิงห์และถามถึงที่มาของข้อมูล
"ก็จากคนที่เชื่อถือได้ เขาทำงานเหมือนนายไตรภูมิ และเขาก็รู้จักนายไตรภูมิมานานแล้ว เราว่าครั้งนี้ปลายต้องฟังเราบ้าง"
"ไม่ฟัง เพราะฟังไปก็ไม่มีประโยชน์ ฉันว่าครั้งนี้แกเองก็ต้องฟังฉันบ้างเรื่องสมบัติทำให้มีพละกำลังมากกว่าคนอื่น มันเป็นเรื่องเหลวไหล ไม่จริง และคุณไตรภูมิเขาไม่ได้ เป็นคนที่นายกำลังตามหา เพราะฉะนั้นเลิกยุ่งกับเขาได้แล้ว" ปลายฉัตรพูดจบก็เดินขึ้นบ้านไป
ลุงฉิ่ง มหา และจ่าดอนทำตาปริบๆ หันไปมองสิงห์ที่ยืนจ๋อยด้วยความเห็นใจ ส่วนเฉิดแม้จะไม่เห็นท่าทางของปลายฉัตร แต่พอจะเดาได้ว่าเป็นอย่างไร ลุงฉิ่งกับเฉิดหันมาช่วยกันปลอบใจสิงห์ แนะนำให้อยู่ห่างๆปลายฉัตรและเลิกพูดถึงเรื่องไตรภูมิไปก่อน รอให้ปลายฉัตรมีสติค่อยพูดกัน
"ผมกลัวว่า กว่าปลายจะมีสติมันอาจจะสายเกินไป" สิงห์กังวล
ooooooo
ดึกแล้ว ปลายฉัตรเดินกระวนกระวายอยู่ในห้องนอน เพราะเป็นห่วงไตรภูมิ เธอจะโทร.หาเขา แต่เฉิดเข้ามาเสียก่อน ปลายฉัตรทำฟอร์มว่านอนหลับ รอจนกระทั่งเห็นว่าแม่เฉิดหลับจึงย่องออกมาโทร.หาไตรภูมิ สักพักเฉิดก็ลืมตาขึ้นเงี่ยหูฟังลูกสาวคุยกับไตรภูมิ
ไตรภูมิทั้งแปลกใจและดีใจที่ปลายฉัตรโทร.มาตอนตีสองกว่าๆ เขาถามเธอว่ามีอะไร แล้วเดินไปคุยไปอยู่ในสวนบอนไซ อารมณ์เหมือนคุยโทรศัพท์กับแฟน
ปลายฉัตรมองซ้ายมองขวาก่อนจะพูดเรื่องสิงห์ที่ได้ ข้อมูลมาว่า ไตรภูมิสะสมสมบัติเพราะต้องการมีพละกำลังเหนือกว่าคนอื่น แต่เธอบอกไปว่าไม่เกี่ยวกันและสั่งห้ามสิงห์ยุ่งกับไตรภูมิอีก
ไตรภูมิยิ้มๆเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ แล้วถามกลับเรื่องความคิดเห็นของคนที่บ้านปลายฉัตร
"ก็จังหวะนั้นมันไม่ทันคิด ฉันแค่ไม่อยากให้เขามายุ่งกับคุณ หรือเข้าใจคุณผิด แล้วที่ฉันรีบโทร.มาบอกเผื่อคุณจะได้ระวังตัว เอ้อ...คนที่ให้ข้อมูลเขาทำงานเหมือนกับคุณ แล้วเขาก็รู้จักคุณมานานแล้วด้วยนะ"
"รู้หรือเปล่าว่าชื่ออะไร" ไตรภูมิรีบถาม
"ไม่รู้...ฉันไม่ได้ถาม แล้วคุณพอจะเดาได้หรือเปล่าว่าเป็นใคร"
ไตรภูมิมั่นใจว่าต้องเป็นราม แต่ไม่อยากให้ปลายฉัตรรู้ จึงบอกปัดแล้วไล่ให้เธอกลับไปนอน ปลายฉัตรทำตามอย่างว่าง่าย แล้วแทบจะกรี๊ดออกมา เมื่อได้ยินคำทิ้งท้าย
"ฝันดีครับ"
ปลายฉัตรเปิดประตูห้องเข้ามา แม่เฉิดรีบหลับตานอนนิ่ง ลูกสาวย่องมาที่เตียง ค่อยๆเอนกายลงพร้อมกับรอยยิ้มเปี่ยมสุข ตรงกันข้ามกับแม่ที่นอนคิดหนักด้วยความเป็นห่วงลูกสาว
เช้าวันใหม่ ปลายฉัตรรีบออกไปบ้านไตรภูมิตั้งแต่ไก่โห่ ลุงฉิ่งกับมหางงเป็นไก่ตาแตก พวกเขางงอีกรอบ เมื่อเฉิดเดินออกมาบอกให้ลุงฉิ่งพาเธอไปหาหลวงพี่ที่วัด
"นี่เรื่องมันใหญ่ขนาดต้องไปหาหลวงพี่เลยเหรอ" ลุงฉิ่งเอ่ย
เมื่อปลายฉัตรมาถึงบ้านไตรภูมิ เจ้าของบ้านพาเธอไปที่โต๊ะทำงาน ซึ่งอยู่ในห้องเดียวกับกร พลางชี้แจงเรื่องการจัดทุกอย่างให้เป็นไปตามความต้องการของปลายฉัตร
"ผมเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ของคุณเข้ากับคอมพิวเตอร์กลาง คุณสามารถเข้ามาดูข้อมูลเกี่ยวกับสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะทุกชิ้นที่เรามี และสามารถค้นหาข้อมูลจากระบบอินเตอร์เน็ตได้ตามที่คุณต้องการ" กรอธิบาย
ปลายฉัตรพยักหน้ารับ ไตรภูมิหันไปมองกร กรเดินไปหยิบกล่องใบหนึ่งมาเปิดออกด้านในเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นต่างๆวางอยู่สิบกว่าเครื่อง
"สำหรับเรื่องโทรศัพท์ที่จะใช้ติดต่อหาข้อมูล ฉันเตรียมไว้ให้แล้ว โทรศัพท์พร้อมเบอร์ไม่ซ้ำกัน ไม่ใกล้เคียงกัน วงเงินไม่จำกัด เธอใช้ได้เลย" ไตรภูมิพูดอย่างรู้ใจ
"ขอบคุณค่ะ" ปลายฉัตรวางกระเป๋า แล้วนั่งประจำที่
ไตรภูมิพยักหน้าให้กรออกไปแล้วบอกกับปลายฉัตร "ก่อนที่เธอจะเริ่มต้นหากฤชมังกร...ฉันมีเรื่องสำคัญอยากจะบอกเธอว่า กฤชมังกรเป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย ที่มีความสำคัญกับพวกเรามาก นอกจากมันจะทำให้คำสาปถูกทำลายแล้ว มันยังเป็นอาวุธที่ใช้ฆ่าพวกเราทุกคน เพราะบนโลกนี้มีอยู่สองอย่างที่ฆ่าพวกเราได้...คือ ไฟและกฤชมังกร"
"คุณรู้ได้ยังไง"
"มีคำจารึกอยู่ในถ้ำมังกรอมตะ เพื่อนรักของพ่อฉัน เป็นคนค้นพบ พ่อเก็บกฤชมังกรไว้ในที่ปลอดภัย...แต่ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน ฉันตามหากฤชมังกรมา 400 กว่าปี แต่ไม่เคยได้ร่องรอย ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่ามันอยู่ที่ไหน"
ปลายฉัตรมองไตรภูมิพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ฉันจะช่วยคุณเอง ฉันไม่แน่ใจว่าจะหาเจอหรือเปล่า แต่จะพยายามอย่างสุดความสามารถ"
"ขอบใจมาก"
"นี่คุณรู้หรือเปล่า ตั้งแต่เมื่อคืนที่ฉันรู้ความจริง คุณขอบใจฉันมาตั้งไม่รู้กี่ครั้งแล้ว"
"เหรอ...คงเป็นเพราะฉันดีใจที่เธอได้รู้ความจริงและยอมรับตัวตนที่แท้จริงของฉัน โดยไม่รังเกียจ"
"ฉันไม่รังเกียจ...แต่ฉันสงสาร...แล้วก็เห็นใจคุณ การมีชีวิตอยู่นานๆเป็นเรื่องทรมาน ฉันเข้าใจแล้วว่า...ทำไมคุณถึงได้ไม่ค่อยพูด นิ่งๆแล้วก็เย็นชา ฉันอยากช่วยให้คุณหลุดพ้นจากมัน" ปลายฉัตรพูดจากใจ
ไตรภูมิซาบซึ้ง อยากจะเข้าไปกอดแทนคำขอบคุณ... แต่ทำไม่ได้ ขณะที่ปลายฉัตรส่งยิ้มสดใสให้ แล้วขอตัวทำงานต่ออย่างแข็งขัน
ooooooo
อินทร์เห็นกรเดินออกมาจากห้อง จึงถามถึงความเรียบร้อยในการจัดห้องให้ปลายฉัตร
"เรียบร้อยดีครับ..."
"ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงคนนี้รู้ความจริงแล้ว ยังกล้ามาทำงานให้นายท่าน" กัณฑ์พึมพำ
"แล้วก็ทำด้วยความไม่กลัวแม้แต่นิดเดียว เหมือนจะไม่สนใจด้วยซ้ำว่าพวกเราเป็นอะไร" กรเสริม
"นายท่านเลือกคนไม่ผิดจริงๆ..." อินทร์ยิ้มนิดๆด้วยความพอใจ กรกับกัณฑ์พยักหน้าเห็นด้วย
ในขณะที่ปลายฉัตรหาข้อมูลกฤชมังกรอยู่นั้น สิงห์กับจ่าดอนก็ปลอมตัวเป็นพนักงานรังวัดมาด้อมๆมองๆแถวหน้าบ้านไตรภูมิ และเป็นเวลาเดียวกับที่รามโทร.หาอโนเพราะอยากให้เธอช่วยพาปลายฉัตรมาพบ
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ลุงมหาไปขอยืมรถจากลูกชาย พาเฉิดกับลุงฉิ่งไปหาหลวงพี่ที่วัดป่าเล็กๆแห่งหนึ่ง
"มาถึงกันซะที...อาตมารออยู่นานแล้ว" หลวงพี่เอ่ยทัก
ทั้งสามสะดุ้งหันไปมอง เห็นหลวงพี่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ราวกับล่วงรู้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า หลังทักทายกันแล้ว หลวงพี่ก็พาทั้งสามไปที่กุฏิ ระหว่างทางมหาแอบกระซิบถามลุงฉิ่งว่าเฉิดมาพบหลวงพี่ด้วยเรื่องอะไร แต่ลุงฉิ่งไม่มีคำตอบ
"ที่อาตมาพูดว่ารออยู่นานแล้ว เพราะรู้ว่า...สักวันโยมเฉิดจะต้องมา แล้วก็มาจริงๆ ที่มาเพราะอยากจะปรึกษาอาตมาเรื่องปลายฉัตรใช่ไหม" หลวงพี่มองมาที่เฉิด
มหากับฉิ่งมองหน้ากันสงสัยว่าหลวงพี่รู้ได้ยังไง
"ค่ะ...คุณเปรมสั่งฉันไว้ว่า...หลังจากที่เขาเสียชีวิตแล้ว ถ้าลูกมีปัญหาอะไรก็ตามที่หนักหนาจนคิดว่าไม่สามารถจะแก้ไขเองได้ ให้รีบมาหาหลวงพี่"
"อืมม์...แล้วปัญหาที่ว่า มันมาถึงแล้ว เรื่องผู้ชายใช่ไหม"
"ค่ะ...ฉันต้องขอโทษหลวงพี่ด้วยนะคะ ที่เอาเรื่องทางโลกมารบกวนท่านถึงในวัด"
"จะพูดว่าเป็นเรื่องทางโลกทั้งหมดคงไม่ใช่ เพราะเรื่องนี้...มันเป็นเรื่องทางกรรม ที่ตระกูลของอาตมามีส่วนต้องรับผิดชอบ มันเป็นชะตากรรมที่ทุกคนในตระกูลอาตมารู้กันดีมีการถ่ายทอดต่อๆกันมาทุกรุ่น โยมเปรมเองก็รู้ดี แต่อาตมาคงพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะไม่ใช่เรื่องที่ต้องบอกโยมเฉิด อาตมาจะบอกเรื่องนี้กับคนที่จะแก้ไขมันได้ โยมเฉิดรู้ไปก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากจะยิ่งทุกข์เพราะความเป็นห่วง"
"แต่หลวงพี่เกริ่นมาขนาดนี้ ถึงไม่เล่า แม่เฉิดคงเป็นห่วงไปแล้วล่ะครับ" ลุงฉิ่งเสริม
"ห่วงแบบนี้ก็ยังดีกว่า ยิ่งรู้ ยิ่งห่วง ยิ่งทุกข์ เรื่องที่เกิดจากกรรม ต้องปล่อยให้กรรมจัดการ"
เฉิดพอจะเข้าใจ เธอเริ่มคลายวิตกลงเล็กน้อย แล้วถามหาคนที่จะแก้ไขได้
"เป็นใคร อาตมาก็ยังไม่รู้ อาตมารู้แค่ว่าเวลาที่เหมาะสมจะพาคนคนนั้นมาหาอาตมาเอง"
เฉิดกับฉิ่งถึงกับพูดไม่ออก เมื่อหมดคำถามก็ชวนกันกราบนมัสการลา ในระหว่างทางสองพี่น้องปรึกษากันเรื่องคนที่จะมาช่วยแก้ไขว่าเป็นใคร มหาที่ฟังอยู่นานหันมาแนะนำเฉิด ให้ทำแบบที่หลวงพี่บอก เพราะอยู่อย่างไม่รู้ จะได้ไม่ทุกข์ แต่เฉิดอดห่วงไม่ได้
"งั้นเอางี้...เอ็งก็คิดซะว่าให้เปรมพ่อไอ้ปลายจัดการเรื่องนี้ไป ไหนๆก็เป็นความลับในครอบครัวเขา ก็ให้จัดการกันเองแล้วกัน ข้าว่าบางทีเรื่องนี้มันอาจจะเกินปัญญาคนธรรมดาอย่างเรา" ลุงฉิ่งแนะ
มหาพยักหน้าเห็นด้วย เฉิดถอนใจจำต้องเห็นด้วยกับพี่ชายและคิดถึงเปรมสามีผู้ล่วงลับไป
ooooooo
ปลายฉัตรนั่งบิดขี้เกียจและหักนิ้วดังกร๊อบๆด้วยความเมื่อยล้า หลังจากหาข้อมูลมาตั้งแต่เช้ายังไม่ได้เบาะแสอะไรเลย เธอแก้เซ็งด้วยการลากเม้าส์ คลิกเข้าไปในเมนเฟรมของกร เพื่อจะดูข้อมูลเรื่องกฤชมังกร ทันใดนั้นก็เหลือบไปเห็นโฟลเดอร์ที่เขียนว่า "คดีผีดูดเลือด" จึงกดเข้าไปดู
ข้อมูลคดีของสิงห์โผล่ขึ้นมา รวมทั้งภาพถ่ายต่างๆที่ สิงห์มี ปลายฉัตรปะติดปะต่อเรื่องราวแล้วนึกสงสัยว่าบนโลกนี้มันมีคนที่โดนคำสาปอยู่กี่คน แล้วเธอจะเชื่อได้ไหมว่าไตรภูมิไม่ได้ฆ่าหญิงสาวพวกนั้น
แล้วความสงสัยก็ทำให้ปลายฉัตรแอบไปเปิดตู้แช่ใบโต ที่ใช้เก็บเลือด เธอยืนตะลึงเมื่อเห็นถุงเลือดมากมายวางเรียงรายอยู่เต็มตู้
"ทำอะไร" เสียงอินทร์ดังขึ้น
ปลายฉัตรหันขวับมา เห็นอินทร์ยืนหน้าเครียด ด้านหลังมีกรกับกัณฑ์ยืนหน้านิ่งพอกัน และวินาทีต่อมา อินทร์ก็ยิ้มให้บอกว่าที่นี่ยังน้อย เพราะมีอีกตู้อยู่หลังบ้าน ถ้าปลายฉัตรอยากดูก็จะพาไป
"เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ...ฉันก็ไม่ได้อยากจะดูขนาดนี้ แค่อยากจะไขข้อข้องใจนิดหน่อย..." ปลายฉัตรรีบปิดตู้
อินทร์ยิ้มอย่างเข้าใจ และเดินมาหาบอกว่ามีเรื่องรบกวน คือจะให้ปลายฉัตรยกแก้วเลือดไปให้ไตรภูมิที่ออกกำลังกายอยู่ที่ลานกว้าง
ปลายฉัตรยินดีทำด้วยความเต็มใจ เธอถือถาดที่มีแก้วเจียระไนใส่เลือดสีแดงสดมาวางให้ไตรภูมิ ชายหนุ่มชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงการมาของสิ่งมีชีวิตและกลิ่นเลือด เขาหันมาเห็นปลายฉัตร ก็อมยิ้มแล้วพุ่งเข้าหาจนปลายฉัตรตกใจ
เกือบทำแก้วหล่น ไตรภูมิรีบคว้าแก้วเลือดไว้ แล้วยกแก้วดื่มเลือดรวดเดียวหมด ก่อนจะวางไว้ในถาดเหมือนเดิม พร้อมกับคำขอบใจ ปลายฉัตรได้โอกาสถามชายหนุ่มว่านอกจากเขาแล้วยังมีใครที่เป็นแบบนี้อีกหรือเปล่า
"ยังมีอีกสองคน ที่เธอยังไม่รู้จัก แต่ฉันไม่แน่ใจว่าเธอเคยเห็นหรือเปล่า"
แม้ปลายฉัตรจะซักว่าเป็นใคร ไตรภูมิก็ไม่ยอมบอก เพราะกลัวเธอหวาดระแวง หญิงสาวขมวดคิ้วสงสัย พลันเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เมื่อกดรับได้ยินเสียงอโนร้องไห้ฟูมฟาย ขอให้ปลายฉัตรไปช่วยเพราะถูกกระชากกระเป๋า สาวเจ้าตกใจ ขอตัวกลับก่อน
ไตรภูมิเป็นห่วงจึงให้กัณฑ์ขับรถไปส่ง สิงห์ที่เฝ้าอยู่ หน้าบ้านเห็นกัณฑ์ขับรถออกไป มีปลายฉัตรนั่งอยู่เบาะหลังก็สั่งให้จ่าดอนตามไป แต่บังเอิญว่ารถติดมาก ปลายฉัตรจึงขอลงกลางทางแล้วนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างต่อ เธอไม่ทันเห็นจ่าดอนที่ตามมา
ปลายฉัตรมาพบอโนที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง อโนรีบพาไปพบรามในร้านอาหารตามแผน ปลายฉัตรยืนอึ้งเมื่อรู้ว่าถูกหลอก และเธอจำได้ว่าเคยพบรามที่ปราสาทโอซาก้ามาครั้งหนึ่งแล้ว เธอลากอโนออกไปต่อว่า และคลาดกับจ่าดอนที่ตามมาถึง ส่วนกัณฑ์กลับไปรายงานไตรภูมิว่าไปส่งปลายฉัตรไม่ถึงที่นัดหมาย เพราะเธอขอลงจากรถไปก่อน
ไตรภูมิรู้สึกสังหรณ์ใจ คล้ายรับรู้ได้ว่าปลายฉัตรกำลังตกอยู่ในอันตราย
ปลายฉัตรไม่พอใจที่อโนโกหกจึงขอตัวกลับ แต่อโนอ้างว่ารามอยากได้ปลายฉัตรไปช่วยงานจริงๆ และเป็นงานแบบเดียวกับที่ปลายฉัตรช่วยไตรภูมิ
"เขารู้จักคุณไตรภูมิด้วยเหรอ" ปลายฉัตรอึ้ง
"รู้จักสิ...รู้จักแบบว่าดีด้วยนะ เอ้อ...ฉันบอกพี่แล้ว พี่อย่าไปบอกใครนะ คุณรามเขาช่วยให้ข้อมูลกับพี่สิงห์ เรื่องคดีคุณไตรภูมิด้วยนะ"
ปลายฉัตรนิ่งคิด แล้วยอมกลับเข้าไปคุยกับรามอีกครั้ง เพราะอยากได้ข้อมูลบางอย่าง และในระหว่างที่คุยกัน สาวไฮโซคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน พร้อมกับหมาน้อย ทันทีที่เดินผ่านราม เจ้าหมาน้อยเริ่มครางหงิงๆ แล้วตะกุยตะกายเหมือนอยากจะหนีไปให้พ้นๆจากบริเวณนั้น
ปลายฉัตรหันไปมองด้วยความแปลกใจ นึกถึงเหตุการณ์ ในร้านข้าวหมูแดงตอนที่อยู่กับไตรภูมิ เธอหันมาทางรามเห็นเขานั่งนิ่งไม่รู้สึกอะไร
"โตโต้ไม่น่ารักเลย ต่อไปคุณแม่จะไม่พาออกมาเที่ยวอีกแล้วนะ" สาวไฮโซบ่น แล้วก้าวออกจากร้านไป
"หมาน้อยเป็นอะไรเนี่ย ทำท่ายังกะเจอผี" อโนมองตาม
ปลายฉัตรสะอึกนิดๆ แต่รามยังเก็บอาการทำนิ่งๆเนียนๆแถมยังยิ้มนิดๆเหมือนจะเห็นด้วย
ส่วนจ่าดอนที่เดินตามหาปลายฉัตรมาถึงด้านหน้า ศูนย์การค้า ก็เห็นพาลีกับคีรียืนรอรามอยู่ เขาตกใจรีบหลบมุมแล้วจับตาดูทั้งคู่ไว้ เช่นเดียวกับปลายฉัตรที่เริ่มจับตาดูราม และเห็นว่าเขาไม่ยอมทานอะไรเหมือนกับไตรภูมิ ในขณะที่อโนคุยฟุ้งว่าเธอออกไปทานข้าวกับรามบ่อยๆ และเขาจะนั่งมองทุกคราไป
ปลายฉัตรสะอึก กลิ่นของความไม่ชอบมาพากลฟุ้งตลบ จนเธอเริ่มอึดอัด และคิดหาทางออกด้วยการแกล้งปวดท้องแล้วชวนอโนไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อน อโนตกใจรีบลารามเข้าประคองปลายฉัตรออกไป รามมองตามด้วยแววตาที่ไม่พอใจและรู้ทัน
จ่าดอนที่แอบดูอยู่หยิบกล้องจะถ่ายภาพรามแต่ไม่ทัน เพราะรถแล่นออกไปแล้ว เขารีบตาม แต่สุดท้ายก็พลาดเพราะรามรู้ตัว จ่าดอนจึงแกล้งหักรถลงไปข้างทาง เพื่อให้พวกรามเลิกสนใจ
ส่วนสิงห์โดนไตรภูมิจับได้ว่าเขาปลอมตัวมาด้อมๆมองๆอยู่หน้าบ้าน จึงฝากข้อความให้อินทร์ออกมาบอก
"เรายินดีต้อนรับ และพร้อมจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพียงแต่...เราเป็นห่วงว่าคุณจะไม่ได้อะไรคืบหน้า นอกจากจะเสียเวลา แล้วก็ร้อนเปล่าๆ ผมมาบอกแค่นี้แหละ...เชิญคุณเฝ้าตามสบาย" อินทร์ยิ้มๆแล้วหันหลังเดินกลับไป
"โธ่เว้ย" สิงห์เสียฟอร์มเดินกลับไปที่รถ พลางครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรต่อดี
ooooooo
อโนเรียกแท็กซี่ตั้งใจจะพาปลายฉัตรไปโรง พยาบาล แต่ปลายฉัตรสั่งให้แท็กซี่พาไปที่บ้านสิงห์ และเปิดฉากสอบสวนอโนเรื่องราม แต่อโนไม่ยอมปริปาก และเป็นเวลาเดียวกับที่มายาตัดสินใจมาที่บ้านอโน เพราะได้ยินรามบอกว่ามีนัดกับอโน
ปลายฉัตรเตือนอโนเรื่องรามด้วยความเป็นห่วง อโนสวนว่าบางทีรามอาจจะกำลังจีบเธออยู่ก็ได้ มายามาได้ยินเข้าพอดี เธอยืนฟังนิ่ง แววตาสาดฉายความไม่พอใจอย่างแรง
"แล้วถ้าไม่ใช่เพราะเหตุผลนั้น เขาบอกหรือเปล่าว่าเขาติดต่อกับเราทำไม" ปลายฉัตรเสียงเข้ม
"ถ้าเขาไม่ได้ติดต่อฉัน เพราะจีบฉัน เขาก็คงจะติดต่อฉันก็เพราะพี่ปลายมั้ง เพราะระยะหลังเขาถามถึงพี่บ่อยมาก ทุกครั้งที่ติดต่อกลับมาหาฉันก็เพราะเรื่องของพี่ แต่ฉันบอกไว้ก่อนเลยนะ ห้ามพี่ปลายยุ่งกับคุณรามเป็นอันขาด"
"ยุ่ง หมายความว่าไง" ปลายฉัตรมองหน้าอโนด้วยความไม่เข้าใจ
"ก็ห้ามพี่ไปหว่านเสน่ห์ใส่คุณราม พี่ได้คุณไตรภูมิไปแล้ว แล้วยังจะพี่สิงห์อีก แค่สองคนนั้นก็พอแล้ว ห้ามมายุ่งกับคุณรามของฉัน" อโนพูดอย่างตรงไปตรงมาแบบเด็กๆ
ปลายฉัตรอึ้งพูดไม่ออกไปชั่วขณะ อีกมุมหนึ่งมายาเผลอกำหมัดอย่างลืมตัว ด้วยอยากจะซัดนังเด็กแก่แดด
"อโน...พี่ไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะ ที่พี่ถามเพราะพี่เป็นห่วง พี่ว่านายรามเขาดูแปลกๆไม่น่าไว้ใจ ทางที่ดีอโนควรจะอยู่ห่างๆไว้จะดีกว่านะ" ปลายฉัตรอธิบาย
"มุกไหนเนี่ยพี่ปลาย คิดว่าพูดแบบนี้แล้วจะหลอกฉันได้เหรอ พี่กะจะให้ฉันห่างกับคุณราม แล้วพี่จะเสียบล่ะสิ"
"อโน...พี่ไม่ได้คิดแบบนั้นนะ"
"ไม่คิด แล้วทำไมต้องให้ฉันห่างๆคุณรามด้วย เขาเป็นอะไร ทำไมฉันจะอยู่ใกล้เขาไม่ได้"
"พี่ว่าเขาเป็น...เอ้อ เป็น...คนอันตราย เขาอาจจะคิดไม่ดีกับอโนก็ได้นะ" ปลายฉัตรไม่อาจบอกความจริง
"พี่ไม่ต้องมาเล่นลูกไม้ตื้นๆเลย ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ คุณรามเขาดีกับฉัน...ไม่เคยมีใครดีกับฉันแบบนี้มาก่อน... แม้แต่พี่สิงห์ เพราะฉะนั้นฉันจะไม่มีวันเสียเขาไป ถึงมันจะเป็นความฝันลมๆแล้งๆ แต่มันก็ยังดีกว่าอยู่กับความว่างเปล่า"
"อโน...แต่ของแพงๆ ร้านอาหารหรูๆ มันไม่ได้บอกว่าเขาจะดีกับเราจริงๆเลยนะ"
"ไม่...พี่ปลายไม่เข้าใจฉันหรอก...พี่ปลายมีแต่คนที่รักรายล้อมอยู่เต็มไปหมด ทั้งแม่ ทั้งลุง ทั้งพี่สิงห์ แล้วยังจะคุณไตรภูมิ แต่ฉัน...ฉันไม่มีใครเลย พี่กับฉันยืนอยู่กันคนละที่ พี่ไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของฉัน ไม่มีใครเข้าใจความ รู้สึกของฉัน ไม่มี"
อโนน้ำตาไหลพราก หันหลังให้ปลายฉัตร แล้วดิ่งไปที่ห้องนอนทันที
"อโน..." ปลายฉัตรจะเดินตามไป แต่ถูกอโนปิดประตูใส่หน้า
อโนเข้ามาทรุดตัวลงที่พื้นร้องไห้ด้วยความเสียใจ
ถึงจุดหนึ่งเธอปาดน้ำตา เรียกความเข้มแข็งให้ค่อยๆกลับมาอีกครั้ง มายาที่ยืนอยู่หน้าบ้าน แววตายังกรุ่นไปด้วยความไม่พอใจ
ส่วนปลายฉัตรนั่งหมดแรง รู้สึกเหมือนเพิ่งโดนเหวี่ยงจากพายุไซโคลน ยังหาทางออกไม่เจอ
ooooooo
.
-
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep13/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 13
สิงห์เปิดประตูห้องทำงานเข้ามา ชะงักเมื่อเห็นจ่าดอนนั่งทำแผลอยู่ อ้าปากจะถาม แต่ช้าไปกว่า จ่าดอน
"อ้าว...หมวด ทำไมกลับเร็วจัง ไหนบอกว่าคืนนี้จะเฝ้าทั้งคืน นี่ผมกะว่าทำแผลเสร็จจะแวะไปเปลี่ยนเวรกับหมวดนะเนี่ย"
"พวกนั้นมันรู้ตัวแล้ว เฝ้าไปก็ไม่มีประโยชน์ แล้วจ่าไปทำไรมา ทำไมเยินทั้งตัวแบบนี้"
"ก็ผมตามผู้ต้องสงสัยไป ไอ้สองคนเนี้ย" จ่าดอนชี้ไปที่รูปพาลีกับคีรี "แต่เหมือนมันจะรู้สึกตัว ผมก็เลยต้องหักรถหลบเข้าข้างทาง มันก็เยินอย่างที่เห็น นี่ยังน้อยนะครับ รถผมเยินกว่านี้อีก อู่ยังไม่รับซ่อม หมวดคิดดู"
สิงห์มองด้วยความเห็นใจ แล้วก็คว้าขวดยามาช่วยใส่แผลให้ จ่าดอนคุยต่อว่า หลังจากตามปลายฉัตรไปที่ศูนย์การค้าก็พบพาลีกับคีรี และราม แต่เสียดายที่ถ่ายภาพรามไม่ทัน
สิงห์ซักว่า จำหน้าได้ไหม จ่าดอนว่า จำได้แม่นเพราะ มีส่วนคล้ายไตรภูมิ
"งั้น จ่ารีบไปหาเจ้าหน้าที่สเกตช์ภาพ แล้วให้เขาวาดภาพเจ้านายมันออกมาให้ใกล้เคียงมากที่สุด"
ขณะจ่าดอนรับคำสั่งแล้วเดินออกไป สิงห์หันไปมองดูบอร์ดที่เต็มไปด้วยภาพมากมาย สายตาของเขามาหยุดตรงรูปไตรภูมิ
"ฉันจะต้องรู้ตัวตนที่แท้จริงของแกให้ได้..." สิงห์มองดูรูปด้วยแววตามุ่งมั่น
ในเวลาเดียวกันนั้น รามกลับมาบอกกับจิตต์ด้วยความไม่พอใจ ที่ปลายฉัตรดูจะฉลาดกว่าที่คิด และรู้เรื่องของพวกเขามากเกินไป แถมยังแกล้งทำปวดท้องชิ่งหนีไปอีก แต่จิตต์ไม่แปลกใจเลย เขาบอกกับลูกชาย ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่มีดี ไตรภูมิคงไม่สนใจ แล้วซักต่อว่า ไตรภูมิได้ถ่ายทอดความเป็นอมตะให้เธอหรือเปล่า รามปฏิเสธเพราะไม่รู้สึกว่าปลายฉัตรเป็นพวกเดียวกัน
"ถ้ามันไม่ได้คิดจะหลอกใช้ มันก็คงจะรักผู้หญิงคนนี้จริงๆ" จิตต์เปรย
"รักจริง ก็ดี ยิ่งมันรักมากเท่าไหร่ ตอนโดนหักหลัง มันจะได้เจ็บมากเท่านั้น พ่อไม่ต้องห่วง ผู้หญิงต่อให้ฉลาดแค่ไหนก็มีจุดอ่อนกันทุกคน ยิ่งฉลาด ยิ่งมั่นใจ ยิ่งพลาดได้ง่าย ถ้าผมอยากได้ผู้หญิงคนไหน ไม่มีทางจะหลุดรอดไปได้"
รามพูดด้วยอารมณ์ทะนงตน โดยไม่เห็นมายายืนแอบฟังอยู่หน้าห้องด้วยความช้ำใจ
"เลือดของฉัน...มันแรงจริงๆ ฮ่าๆ" จิตต์หัวเราะสะใจ
มายาทนฟังไม่ได้จึงเดินร้องไห้ออกมา ระหว่างนั้นภาพในอดีต ก็ย้อนกลับมาตอกย้ำให้ช้ำใจ
เมื่อกว่า 100 ปีที่ผ่านมา เธอพบรักกับราม ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง รามบอกรักเธอและเสนอจะถ่ายทอดความเป็นอมตะให้ เธอตกลงเพราะอยากอยู่เคียงเขาตลอดไป ทั้งๆที่รู้ว่าต้องอยู่อย่างทรมาน เธอจับรอยเขี้ยวที่ท้ายทอย ขณะแว่วเสียงคำบอกรักของราม สลับกับคำดูถูกเรื่องความรักของเขาดังก้องอยู่ในหัว เธอคว้ากระถางต้นไม้ที่วางอยู่ใกล้มือขึ้นมาปาออกไปอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์ ก่อนทรุดตัวลงร้องไห้
"เวลาทำให้คุณเลิกรักฉันได้ ทำไมเวลาทำให้ฉันเลิกรักคุณไม่ได้ ทำไม ทำไม ในเมื่อฉันเลิกรักคุณไม่ได้ ฉันก็จะไม่ยอมให้คุณมีคนอื่น นอกจากฉัน" มายาประกาศกร้าว
ooooooo
เมื่อปลายฉัตรกลับมาถึงบ้าน เธอโดนลุงฉิ่งเล่นงานเรื่องกลับบ้านผิดเวลา แล้วไม่โทร.มาบอกให้รู้
"พอดีปลายแวะไปคุยธุระกับอโนที่บ้านสิงห์น่ะค่ะ
เลยกลับช้าไปหน่อย ส่วนโทรศัพท์ก็แบตหมดเลยโทร.ไม่ติด"
ฟังเหตุผลของปลายฉัตรแล้ว เฉิดไม่ว่าอะไร ถามลูกเรื่องข้าวปลาอาหารด้วยความห่วงใย ลูกสาวบอกว่าไม่หิวแล้วขอตัวขึ้นไปนอน ทั้งๆที่ยังสับสนค้างคาใจเรื่องราม
"ตกลง นายรามเป็นใครกันแน่" ปลายฉัตรพึมพำแล้วเดินไปหยุดที่ริมหน้าต่างสีหน้าคิดหนัก แต่ไม่เห็นไตรภูมิที่ยืนมองอยู่หน้าบ้าน เพราะเขาเป็นห่วงที่โทร.หาเธอไม่ติดจึงมาดูด้วยตัวเอง
เมื่อไตรภูมิเห็นว่าปลายฉัตรปลอดภัยดีก็โล่งใจ จึงเดินกลับไปที่รถ แต่ในระหว่างทางมีเสียงหมาเห่าหอนด้วยความกลัวไปตลอดทาง ปลายฉัตรได้ยินเสียงหมาหอนก็มองซ้ายมองขวาเห็นท่าไม่ดีรีบปิดหน้าต่างทันที
เมื่อไตรภูมิกลับมาถึงบ้านก็เจอคำถามของอินทร์
"สองสามวันมานี้ นายท่านดูจะเป็นห่วงคุณปลายฉัตรมาก มีอะไรหรือเปล่าครับ"
"เราเองก็ยังไม่แน่ใจ แต่เราคิดว่า การที่ปลายฉัตรรู้เรื่องคำสาปและรู้ความจริงว่าพวกเราเป็นอะไร มันไม่น่าจะเป็นผลดีกับตัวเธอเอง"
"นายท่านคิดว่า...พวกคุณรามและท่านจิตต์จะทำร้ายคุณปลายฉัตรเหรอครับ" กรมองหน้าเจ้านาย
"ใช่...ถ้าพวกนั้นรู้ว่าปลายฉัตรกำลังตามหากฤชมังกร และรู้ว่าเธอรู้ความจริง พวกมันไม่ปล่อยไว้แน่..อยู่ที่ว่ามันจะทำอะไร..และเมื่อไหร่เท่านั้นเอง"
ooooooo
เช้าวันใหม่ เมื่อปลายฉัตรถึงที่ทำงาน เธอบอกไตรภูมิเรื่องพบรามเมื่อวันที่ผ่านมา พลางตั้งคำถามว่ารามเป็นฆาตกรที่สิงห์กำลังตามหาตัวอยู่ใช่หรือไม่ ไตรภูมิไม่ยอมตอบหญิงสาว ให้เหตุผลว่าไม่อยากให้เธอเข้าไปยุ่งในเรื่องดังกล่าว
"ถึงฉันไม่เข้าไป แต่เรื่องมันวิ่งมาหาฉันแล้ว เขาคือผู้ชายที่ฉันเจอที่ปราสาทโอซาก้า และเมื่อวานเขามาหาฉัน ติดต่อจะให้ฉันไปทำงานกับเขา"
"เมื่อวาน เธอไปเจอกับเขาได้ยังไง"
"เขารู้จักกับอโน แล้วเมื่อวานอโนก็ไม่ได้โดนกระชากกระเป๋า แต่เขาโกหกเพราะอยากให้ฉันไปเจอกับนายรามเนี่ยแหละ"
ไตรภูมิแปลกใจซักปลายฉัตรว่าตอบรามไปว่ายังไง
"ยังไม่ได้ตอบ ฉันเห็นท่าไม่ดี เขามีอะไรหลายอย่างเหมือนคุณ ฉันก็เลยชิ่งหนีออกมาก่อน ตกลงจะบอกฉันได้หรือยัง ว่านายรามเป็นใคร บอกมาก่อนที่ฉันจะเป็นอันตรายไปมากกว่านี้"
ไตรภูมิคิดหนักไม่รู้จะบอกยังไงดี เวลาเดียวกันนั้นเองจ่าดอนนำภาพสเกตช์ของรามมาให้สิงห์ดู สิงห์รู้สึกคุ้นหน้า เขาเอารูปรามมาติดไว้ตรงกลางระหว่างพาลีและคีรี แล้วไล่เรียง ความสัมพันธ์
"ถ้าผู้ชายคนนี้เป็นเจ้านายของสองคนนี้ และนายไตรภูมิก็เป็นเจ้านายของพวกนี้" สิงห์ชี้มาที่รูป กร กัณฑ์ และอินทร์ แล้วเชื่อมโยงรามกับไตรภูมิเข้าหากัน "มีความเป็นไปได้มากที่ทั้งสองคนนี้จะต้องรู้จักกัน แล้วสองคนนี้เป็นอะไรกัน"
คำถามของสิงห์ ไตรภูมิกำลังตอบปลายฉัตรอยู่ที่บ้าน
"รามเป็นลูกชายของจิตต์ เป็นอมตะเหมือนกับฉัน แต่เขาเป็นคนที่มีจิตใจโหดเหี้ยมมาก"
"เขาเป็นคนฆ่าเหยื่อพวกนั้นใช่ไหม" ปลายฉัตรยิงคำถาม ไตรภูมิไม่ตอบ เธอจึงสรุปเอาเอง "นั่นไงฉันว่าแล้ว แสดงว่าตอนอยู่ญี่ปุ่นคุณรู้ว่าผู้ชายที่ฉันเจอคือเขา คุณถึงได้รีบย้ายเมืองหนี"
"ใช่...ฉันไม่อยากให้เขามายุ่งกับเธอและถ้าเป็นไปได้ ฉันก็ไม่อยากให้เธออยู่ใกล้เขา เพราะฉันไม่อยากให้เธอเป็นอันตราย"
"เป็นห่วงล่ะสิ กลัวจะไม่มีคนทำงานให้เหรอ" ปลายฉัตรลองหยั่งเชิง
"ไม่ใช่ ครั้งนี้ฉันเป็นห่วงเธอจริงๆไม่ได้ห่วงงาน รามเข้ามาตีสนิทกับเธอ แล้วยังใช้ชื่อจริง แสดงว่าเขาต้องการอะไรบางอย่าง" น้ำเสียงไตรภูมิฟังแล้วอบอุ่นและจริงใจ
"คุณไม่ต้องห่วง ไม่ว่าเขาจะต้องการอะไร ฉันดูแลตัวเองได้ และถ้าเขามายุ่งกับฉันมากๆ ฉันจะบอกสิงห์ว่าเขาเป็นฆาตกร"
"ไม่ได้ อย่าเข้าไปยุ่งกับคดี ตอนนี้รามยังไม่ทำอะไรเธอ เพราะเห็นว่าเธอยังมีประโยชน์ แต่ถ้าเธอเริ่มทำตัวเป็นศัตรูเมื่อไหร่ เขาไม่ปล่อยเธอไว้แน่ เพราะรามทำแบบนั้นกับเหยื่อได้ เขาก็ทำกับเธอได้เหมือนกัน อย่าเล่นกับไฟ"
ปลายฉัตรชะงักกึก นึกถึงคำทำนายของมหา แล้วพึมพำถามตัวเอง "มันจะเป็นไฟเดียวกันหรือเปล่านะ"
ooooooo
ปลายฉัตรนั่งค้นข้อมูลเรื่องกฤชมังกรจนเย็น แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า เธอถอนใจแล้วเก็บของเตรียมกลับบ้าน ไตรภูมิเข้ามาบอกว่า จะให้กัณฑ์ขับรถไปส่งเพื่อความปลอดภัย แต่ปลายฉัตรไม่ยอม ไตรภูมิจึงจะไปส่งเธอเอง
"ถ้าคุณไป ทั้งแม่ ทั้งลุง โวยวายบ้านแตกแน่ ยิ่งแรงๆ กันอยู่ เขาเชื่อเต็มที่เลยว่าคุณเป็นฆาตกร" ปลายฉัตรโวยแต่พอเห็นไตรภูมิหน้าเสียก็สงสารยอมเดินตามมาที่รถ เพื่อให้กัณฑ์ไปส่ง
อินทร์ กร และกัณฑ์เห็นเจ้านายกับปลายฉัตรพูดคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุขตามประสาคนมีความรัก ก็ยิ้มมีความสุขไปด้วย
"รีบไปได้แล้ว แล้วก็ระวังอย่าให้รามรู้ ว่าเธอรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา" ไตรภูมิทำเข้มเมื่อเห็นลูกน้องยืนมอง
"ได้ค่ะ...ฉันจะระวัง...ไปก่อนนะคะ...พรุ่งนี้เจอกัน" ปลายฉัตรบอกลาด้วยรอยยิ้ม
ไตรภูมิยิ้มรับนิดๆหันไปพยักหน้าให้กัณฑ์ กัณฑ์โค้งรับ แล้วเข้าประจำที่ ขณะรถเคลื่อนออกไป ไตรภูมิมองตามด้วยแววตาห่วงใย
"ผมไม่เคยเห็นนายท่านมีความสุขแบบนี้มาก่อนเลยนะครับ" อินทร์เปรยขึ้น
"ฉันเองก็ลืมไปแล้วว่ารู้สึกแบบนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ความรู้สึกที่มนุษย์เรียกว่าความสุข แต่ถ้าเราเจอกฤชมังกรเมื่อไหร่ ทุกอย่างก็ต้องจบ"
"นายท่านบอกเรื่องนี้กับคุณปลายฉัตรหรือยังครับ"
ไตรภูมิส่ายหน้าแทนคำตอบ เพราะใจหนึ่งก็อยากให้เจอกฤช แต่อีกใจก็ไม่อยากให้คำสาปต้องจบ
ooooooo
รามเดินหน้าแผนการดึงปลายฉัตรมาเป็นพวกเขาหลอกให้อโนพามาที่บ้านปลายฉัตร แล้วเข้าตีสนิทกับทุกคน ลุงฉิ่ง มหา และเฉิดพอใจรามมากเพราะเขาดูเป็นกันเอง แถมยังใจถึงเช่าพระเครื่องชุดใหญ่ราคาแพงจากลุงฉิ่งไป
ปลายฉัตรกลับมาเห็นรามก็ไม่พอใจรีบไล่เขากลับ รามส่งยิ้มให้ แต่เป็นรอยยิ้มที่แสนเยือกเย็นและเจ้าเล่ห์ เขากระซิบบอกเธอว่า มีเรื่องต้องคุยกัน
"อโนว่าค่อยคุยกันวันหลังดีกว่านะคะวันนี้...แค่นี้ก่อนดีกว่าค่ะ ไปกันเถอะค่ะ" อโนเข้ามาแทรกแล้วลากแขนรามออกไป
"อโน"ปลายฉัตรมองตามด้วยความเป็นห่วงเพราะเห็นแววตาของรามแฝงความร้ายกาจตอนที่มองอโน เธอตัดสินใจวิ่งตามไป โกหกว่าสิงห์จะมารับ ให้อโนรออยู่ที่บ้าน แต่อโนไม่ฟังยืนกรานจะไปกับราม
ปลายฉัตรสังหรณ์ใจขอตามไปด้วย "คือพี่มีธุระต้องคุยกับสิงห์ แล้วพี่ก็เพิ่งนึกได้ว่า สิงห์ทำงานอยู่แถวๆบ้าน ถ้าพี่ไปรอที่บ้าน สิงห์จะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนมา เอาเป็นว่า พี่ไปกับอโนด้วยนะ"
ปลายฉัตรไม่รอฟังคำตอบและไม่ขอรามด้วย เธอเปิดประตูด้านหลังเข้าไปนั่งเลย อโนเอ๋อ มองปลายฉัตรด้วยความเซ็งส่วนรามยิ้มพอใจ
ในระหว่างที่ปลายฉัตรนั่งรถออกมากับรามและอโน ไตรภูมิที่กำลังฝึกการต่อสู้โดยใช้อาวุธกับกัณฑ์ก็เหมือนมีอะไรบางอย่างมาขัดสมาธิทำให้เขาพลาดถูกปลายดาบของกัณฑ์ตวัดเข้าที่แก้มเป็นรอยแผลยาว
"นายท่าน" กัณฑ์กับอินทร์ตกใจรีบเข้ามาดู
"ไม่เป็นไร...กัณฑ์ทำดีแล้ว เราไม่มีสมาธิเอง"
"นายท่านไม่เคยเป็นแบบนี้...มีอะไรรบกวนจิตใจหรือเปล่าครับ"อินทร์แปลกใจ
"ปลายฉัตร...เรารู้สึกว่าปลายฉัตรกำลังอยู่ในอันตราย" ไตรภูมิสีหน้าเครียด
อินทร์จะส่งกัณฑ์กับกรไปดู แต่ไตรภูมิยกมือห้ามไว้ พลางบอกว่าจะจัดการเอง
ooooooo
อโนเดินเข้ามาในบ้านด้วยความเซ็งเพราะมีปลายฉัตรตามมาด้วย ส่วนปลายฉัตรมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีคนแอบฟัง แล้วขอร้องให้อโนอยู่ห่างๆราม เพราะผู้ชายคนนี้เป็นอันตราย
"ถ้าพี่บอกฉันไม่ได้ว่าเขาเป็นอะไร เป็นอันตรายยังไง ฉันก็ไม่เชื่อ"อโนหันมาสวน
"พี่บอกไม่ได้จริงๆ พี่บอกได้แค่ว่าเขากำลังหลอกใช้เราอยู่ เขากับคุณไตรภูมิกำลังมีปัญหากันอยู่ เขาตั้งใจใช้อโนเป็นสะพานมาหาพี่แล้วก็ใช้พี่ทำร้ายคุณไตรภูมิอีกที"
"พี่ปลายจะสำคัญตัวเองผิดไปแล้ว ไม่ใช่เพราะพี่คุณรามถึงสนใจฉัน แต่เพราะฉันเขาถึงได้สนใจพี่ ฉันพูดถึงด้านดีๆ แล้วก็คุยให้เขาฟัง เขาถึงอยากร่วมงานด้วย ถ้าไม่มีคำพูดของฉัน อย่าหวังเลยว่าพี่จะอยู่ในสายตาของเขา พี่ปลายเลิกยุ่งเรื่องของฉันได้แล้ว พี่ห่วงตัวเองจะดีกว่า คุณไตรภูมิ คือคนที่พี่ต้องอยู่ห่างๆ นอกจากจะอันตรายแล้ว ยังเป็นฆาตกรอีกต่างหาก" อโนใส่เป็นชุด
ปลายฉัตรถอนใจอยากจะบอกความจริงแต่ทำไม่ได้ เพราะอโนไม่ยอมเปิดใจรับฟัง แถมตวาดใส่ปลายฉัตรห้ามไม่ให้มายุ่งกับเธออีก สิงห์กลับมาพอดี
"พี่สิงห์มาก็ดีแล้ว บอกเพื่อนพี่ด้วยนะ ว่าอย่ามายุ่งกับชีวิตของฉัน" พูดจบอโนก็คว้ากระเป๋าเดินเข้าห้อง
ปลายฉัตรจะอ้าปากเรียกอโน แต่สิงห์ห้ามไว้ เพราะมีเรื่องจะคุยด้วย เขาเดินนำเธอไปที่เก้าอี้หน้าบ้าน
"เฮ่อ ฉันขอโทษ ฉันยอมรับว่าฉันยุ่งกับน้องสาวแกมากเกินไป แต่...มันอดไม่ได้" ปลายฉัตรออกตัว
"ปกติเห็นปลายไม่ยุ่งเรื่องคนอื่น มีอะไรหรือเปล่า เมื่อกี๊เราได้ยินปลายพูดถึงไตรภูมิ ทำไมปลายมั่นใจว่าเขาไม่ได้เป็นฆาตกร"
"ก็เพราะ เขาไม่ได้เป็น" ปลายฉัตรเสียงเข้ม
"ปลาย เราถามตรงๆเลยนะ ปลายคิดยังไงกับไตรภูมิ"
ปลายฉัตรชะงัก มองหน้าสิงห์แล้วตอบออกมา "ฉันชอบเขา ไม่ว่าคนอื่นจะคิดว่าเขาเป็นผีดูดเลือด เป็นฆาตกรหรือเป็นอะไร...ฉันก็ยังชอบเขา และยอมรับทุกอย่างที่เขาเป็น"
สิงห์รู้สึกเหมือนโดนบีบที่ขั้วหัวใจอย่างแรง ฝืนใจถามว่าเป็นเพราะไตรภูมิหล่อและรวยใช่ไหมถึงได้ชอบ ปลายฉัตรสวนว่า ถ้าเธอเป็นคนแบบนั้น สิงห์คงไม่คบเธอเป็นเพื่อน
"ถ้าเขาทำให้ปลายเดือดร้อน ปลายก็ยังจะชอบเขาเหรอ"
"เรื่องระหว่างฉันกับคุณไตรภูมิ มันมีอะไรมากมายที่ฉันเล่าให้แกฟังไม่ได้ บางทีที่ฉันกับเขาต้องมาเจอกัน มันอาจจะเป็นโชคชะตา หรือกรรมที่ได้กำหนดไว้แล้ว ขอบใจมากที่แกเป็นห่วงฉัน แต่ฉันมีความสุขกับโชคชะตาที่อาจจะโหดมากไปหน่อย แต่ฉันยอมรับและพร้อมจะสู้กับมัน" ปลายฉัตรลุกขึ้นหยิบกระเป๋า แล้วหันมาบอกกับสิงห์ที่ยังยืนอึ้ง
"แกห่วงฉันมามากแล้ว พอเหอะ คนที่แกจะต้องห่วงมากที่สุดในตอนนี้ คือ อโน ระวังผู้ชายที่ชื่อรามไว้ให้ดี ผู้ชายคนนี้อาจจะทำให้อโนเดือดร้อน ส่วนเรื่องของฉันไม่ต้องห่วง ฉันดูแลตัวเองได้ และฉันมั่นใจว่าคุณไตรภูมิจะดูแลฉันอย่างดีที่สุด"
สิงห์อึ้งมองปลายฉัตรที่เดินจากไป ตอบตัวเองได้ทันทีว่า ความรักครั้งนี้ได้มาถึงทางตันแล้ว เขานั่งทบทวนคำพูดของปลายฉัตรและมาสะดุดที่เรื่องของอโนกับราม ด้วยความเป็นห่วงสิงห์จึงไปเคาะประตูเรียกอโนตั้งใจจะถามเรื่องรามแต่กลับโดนน้องตะเพิดก่อนปิดประตูใส่หน้าดังปัง
"ฉันโตแล้ว ฉันดูแลตัวเองได้ พี่ไม่ต้องห่วง และก็บอกเพื่อนพี่ด้วยว่าไม่ต้องมายุ่งกับเรื่องของฉัน"
"ไม่ให้เป็นห่วงอีกคนแหละ เฮ่อ เก่งๆ กันทั้งนั้น"
ooooooo
เมื่อปลายฉัตรลงจากรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างก็พบไตรภูมิรออยู่แล้ว เธอชะเง้อเข้าไปในบ้าน แล้วลากแขนชายหนุ่มออกไปคุยที่อื่น ปลายฉัตรเล่าว่า เธอตามอโนไปที่บ้านเพราะไม่อยากให้ไปกับรามตามลำพัง และวันนี้รามก็มาประจบประแจงแม่กับลุงฉิ่ง แล้วดูท่าทั้งคู่จะปลื้มเขามากด้วย
ไตรภูมิได้ฟังก็ยิ่งห่วงชวนปลายฉัตรกับครอบครัวย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่ปลายฉัตรไม่ยอม เธอรับปากจะดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด และถ้าเมื่อไหร่ที่คิดว่าควรจะย้ายบ้านหนีราม เธอจะรีบบอกเขาทันที
ไตรภูมิจำต้องพยักหน้ารับ ปลายฉัตรขอบคุณในความห่วงใยของเขา พลางยิ้มลากัน
ปลายฉัตรเข้ามาในบ้านได้ยินลุงฉิ่งกับมหาพูดชื่นชมรามแต่นินทาไตรภูมิ เธอเข้าไปขัดคอ ลุงฉิ่งได้โอกาสถามหลานสาวเรื่องงาน เพราะอยากให้ไปทำกับรามมากกว่า ปลายฉัตรยังไม่ทันจะพูดอะไร เฉิดก็รีบสนับสนุนว่า รามเป็นคนดี
"ใช่ แล้วเขาจะให้ค่าจ้างมากกว่าไอ้หน้าหล่ออีก ไหนๆ เอ็งก็ทำงานเพราะอยากหาเงินมาจ่ายค่าผ่าตัด ก็เปลี่ยนงานไปเลย ได้เงินเยอะๆ แม่เอ็งก็จะได้ผ่าตาไวๆไง" ลุงฉิ่งยุ
"ฉันว่า แม่กับลุงฉิ่งตัดสินคนจากภายนอกเร็วเกินไป เจอกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง สรุปได้ยังไงว่าเค้าเป็นคนดี บางทีเค้าอาจจะซ่อนความไม่ดีไว้ก็ได้ ฉันไม่อยากเอาตัวเองไปเสี่ยง ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า" ปลายฉัตรตัดบทขึ้นบ้านไปเลย
ลุงฉิ่งกับเฉิดได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง แล้วลุงฉิ่งก็บอกกับน้องสาวว่า งานนี้คงต้องใช้ไม้แข็ง
เฉิดเห็นด้วยกับพี่ชาย เธอจึงยื่นเงื่อนไขกับปลายฉัตรในเช้าวันต่อมาว่า จะไม่ยอมรับการผ่าตัดตาถ้าปลายฉัตรยังทำงานอยู่กับไตรภูมิ เพราะเป็นห่วงความปลอดภัย และอ้างถึงหลวงลุงที่พูดคล้ายๆกับคำทำนายของมหาว่า ผู้ชายที่เข้ามาจะทำให้ปลายฉัตรเป็นอันตรายถึงชีวิตและพบกับความหายนะ เพราะมั่นใจว่าต้องเป็นไตรภูมิแน่
"ปลาย แม่ขอร้องล่ะ อย่าไปทำงานกับคุณไตรภูมิอีกเลยนะ แม่เสียพ่อไปคนนึงแล้ว...อย่าให้แม่ต้องเสียปลายไปอีกคนเลยนะลูก" เฉิดตาแดงๆเหมือนจะร้องไห้
ปลายฉัตรสุดแสนจะอึดอัดเพราะบอกความจริงไม่ได้ เธอแอบโทร.ไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ไตรภูมิฟัง ไตรภูมิบอกจะพิสูจน์ให้รู้ว่าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ตน
"แล้วคุณจะพิสูจน์ยังไง..." ปลายฉัตรสงสัย ไตรภูมิไม่ตอบแต่วางสายไปเฉยๆ
ในระหว่างที่ปลายฉัตรรอดูวิธีพิสูจน์ตัวเองของไตรภูมิอยู่นั้น มายาแกล้งขับรถเฉี่ยวอโนที่เดินออกมาหน้าปากซอยพร้อมกับขู่
"ฉันคือคนที่เธอจะต้องจำเอาไว้ และถ้าเธอยังไม่เลิกยุ่งกับคุณรามเธอจะไม่โดนแค่เฉี่ยว คราวหน้าฉันไม่พลาดแน่" แล้วมายาก็เร่งเครื่องออกรถไปอย่างเร็ว อโนมองตามนึกสงสัยว่า ผู้หญิงคนนี้เป็นอะไรกับราม
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ไตรภูมิก็มาที่บ้านปลายฉัตรเพื่อดูดวงกับมหา เพราะต้องการพิสูจน์ว่า เขาไม่ใช่คนอันตรายอย่างที่ทุกคนเข้าใจ
มหาถึงกับมือไม้สั่นด้วยความกลัว ลุงฉิ่งเข้ามาให้กำลังใจเพื่อนรัก เพราะอยากรู้เหมือนกันว่า ไตรภูมิใช่คนคนนั้นหรือเปล่า โดยมีปลายฉัตรแอบลุ้นอย่างมีความหวัง มหาใช้วิธีดูลายมือตามคำแนะนำของปลายฉัตร
ไตรภูมิยื่นมือมาวางบนโต๊ะ มหายื่นมือมาจับแล้วสะดุ้งเพราะมือไตรภูมิเย็นมาก ปลายฉัตรรีบแก้ตัวแทนว่า ไตรภูมิป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับเลือด ก็เลยตัวซีดๆเหลืองๆ มือเย็นๆ เป็นธรรมดา
มหากลืนน้ำลายพยายามทำใจก้มดูลายมือของไตรภูมิ ลุงฉิ่งชะโงกเข้ามาดูด้วยความอยากรู้ ในขณะที่เฉิดขยับตั้งใจฟังด้วยความเป็นห่วง ปลายฉัตรกับไตรภูมิสบตากัน
"เนินพฤหัสเต็มดี เป็นคนมีน้ำใจ ใจใหญ่ ชอบช่วยเหลืออุปถัมภ์ค้ำชู เลี้ยงดูบริวารดี เลี้ยงกันทีก็อยู่กันยาว เนินอังคารสูง เป็นคนเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าได้ กล้าเสีย เนินเสาร์ไม่ค่อยเสมอ เป็นคนมีเรื่องเศร้าในใจ มีความลับที่ต้องเก็บไว้ ทำให้ จิตใจหดหู่ เส้นชีวิตมีเส้นแขนงแยกออกสองเส้น พุ่งจากเส้นชีวิต ผ่านเส้นสมอง เป็นคนที่อยากได้อะไรก็จะได้ อยากได้สมบัติ อยากร่ำรวย ก็จะได้ เป็นคนที่โชคดีมากๆ" มหาว่าเป็นชุด
ลุงฉิ่งฟังแล้วทึ่งดูมือตัวเองว่า มีเหมือนไตรภูมิบ้างหรือเปล่า เสียงมหาทำนายต่อ
"เส้นวาสนาจากเนินจันทร์ไปสิ้นสุดที่เนินอาทิตย์ จะได้รับความช่วยเหลือจากเพศตรงข้าม ชาวบ้านเรียกนารีอุปถัมภ์ ผู้หญิงจะช่วยให้สิ่งที่หวังสัมฤทธิผล กากบาทระหว่างเส้นสมองกับเส้นหัวใจ ไม่น่าเชื่อ...ชัดมากกากบาทเนี่ย...คนที่มีจะเป็นคนมีความสามารถพิเศษทางจิต จะมีพลังจากสิ่งเร้นลับในจักรวาลให้ความช่วยเหลือ มีลางสังหรณ์แม่นยำ ทำอะไรจะมีพลังมากๆ อยู่ที่ไหนก็จะติดต่อกับสิ่งลี้ลับหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้"
ไตรภูมิรับฟังอย่างตั้งใจ เฉิดยิ่งฟังยิ่งตื่นเต้น บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง แล้วจู่ๆลุงฉิ่งก็โพล่งออกมาว่า ให้ดูเรื่องความรักเลย เรื่องอื่นช่างมัน ไตรภูมิเห็นด้วย เขาหันมาสบตากับปลายฉัตรที่นั่งเขิน
มหาจับมือไตรภูมิพลิกไปมาแล้วทำนายต่อ "เนินศุกร์ มีสามเหลี่ยม เป็นคนที่มีพลังควบคุมตัวเองอย่างมาก ไม่ลุ่มหลงอะไรง่ายๆ รักคนยาก ไม่รักใครจนกว่าจะเป็นคนที่ใช่จริงๆ เส้นหัวใจเป็นรูปเกาะ จะได้พบรักแบบปาฏิหาริย์ เป็นความรักที่ไม่คาดฝันมาก่อน เนินศุกร์มีเส้นละเอียดชัด ไม่ยุ่งเหยิง เป็นคนรักคู่ ใครได้เป็นผัว เอ๊ย...ได้เป็นคู่สบาย จะได้รับการดูแล ปรนนิบัติอย่างดี จะมีความสุขในชีวิตคู่ เส้นแต่งงานอยู่ไกลเส้นหัวใจ เป็นคนแต่งงานช้า แต่มีเส้นเดียวชัดๆ แสดงว่าคนที่ได้แต่งเป็นคู่แท้ อยู่กันจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร"
"ทำไมมันมีแต่ดีๆวะ ไม่มีอะไรที่มันไม่ดีเลยเหรอ" ลุงฉิ่งมองหน้ามหา เห็นสีหน้าเพื่อนซี้เปลี่ยนไป
"บนเส้นหัวใจมีสี่เหลี่ยมใต้เนินเสาร์ จะเกิดโชคร้ายกับคนที่รัก คนที่รักกำลังมีเคราะห์ หรืออาจจะต้องสูญเสียคนที่รัก เร็วกว่าเวลาอันควร" มหาหยุดคำทำนาย
ไตรภูมิชะงักหันมามองปลายฉัตร แววตามีความกังวลซ่อนอยู่ ปลายฉัตรเองก็หน้าเสียใจคอไม่ดีหันมามองไตรภูมิอย่างอึ้งๆ ขณะที่เฉิดรู้สึกใจเต้นแรง...หน้าซีด
ooooooo
.
-----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep14/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 14
ไตรภูมิครั้นไตร่ตรองคำทำนายของมหาแล้ว ก็ตัดสินใจบอกกับปลายฉัตรที่เดินออกมาส่งว่าไม่ต้องไปทำงานกับเขาอีก ส่วนค่าผ่าตัดตาของเฉิด เขายินดีออกให้ แต่ปลายฉัตรไม่ยอม ยืนยันจะอยู่ช่วยงานไตรภูมิ ต่อไป ทำให้ไตรภูมิซาบซึ้งใจ
อารมณ์ซึ้งของทั้งสอง สิงห์มาเห็นเข้าก็จ๋อย ขณะหันหลังให้ก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นรามขับรถสวนเข้ามาจอด แล้วเดินไปหาปลายฉัตร ไตรภูมิมองรามอย่างไม่วางใจ ขณะที่หมาบ้านข้างๆเห่าดังระงม
"บังเอิญจริงๆ ไม่นึกว่าเราจะได้มาเจอกันที่นี่ เพิ่งรู้ว่าคนเก็บเนื้อเก็บตัวอย่างคุณไตรภูมิ จะยอมออกจากที่ซ่อนตัว เพื่อมาหาลูกน้องถึงที่บ้าน แสดงว่าลูกน้องคนนี้คงจะมีความสำคัญมาก" รามทักทาย พลางปรายตามาที่ปลายฉัตร
"อย่ายุ่งกับเธอ" ไตรภูมิตวาด
แต่รามกลับส่งสายตาท้าทาย ขณะไตรภูมิจะพุ่งเข้าไปหา ปลายฉัตรรีบจับไว้ แล้วหันไปถามจุดประสงค์การมาของราม
"เรื่องงานที่เราคุยค้างกันไว้ ตกลงคุณตัดสินใจได้ หรือยัง"
"ฉันตัดสินใจได้นานแล้วค่ะ ฉันไม่เคยคิดจะทำงานกับคุณ ไม่ว่าคุณจะให้เงินมากแค่ไหน ฉันก็ไม่ทำ ฉันมีความสุขที่ได้ทำงานกับคุณไตรภูมิ และไม่เคยคิดจะเปลี่ยนใจ ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ฉันไปทำงานกับคุณไม่ได้จริงๆ" ปลายฉัตรตอบอย่างฉะฉาน
รามโกรธจัดขู่ปลายฉัตร แล้วหันหลังเดินกลับขึ้นรถไป สิงห์เมื่อเห็นหน้ารามชัดๆก็จำได้เพราะเหมือนรูปสเกตช์ของจ่าดอน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไตรภูมิไม่สบายใจนัก หันมาบอกปลายฉัตรเรื่องจะให้กรกับกัณฑ์สลับกันมาเฝ้าที่บ้านและมารับมาส่งเธอไปทำงาน แต่ปลายฉัตรไม่ยอม พลางยืนยัน อย่างมั่นใจว่ามีวิธีป้องกันตัวเอง
ooooooo
รามเดินหงุดหงิดเข้ามาในบ้าน มายาเข้ามาหมาย จะดูแล แต่ถูกรามตะเพิดออกไปด้วยความน้อยใจ ขณะก้าวเธอได้ยินพาลีกับคีรีอาสาจัดของมาให้เจ้านายแก้เครียดในคืนนี้ จึงคิดแผนขึ้นมาในใจ
เวลาเดียวกันนั้น สิงห์เรียกอโนมาสอบถามเรื่องราม เพราะหน้ารามเหมือนกับชายในภาพสเกตช์ แต่อโนปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น พลางเดินหนีไป
"หมวดกำลังคิดว่าผู้ชายที่ผมเจอ จะเป็นคนที่ชื่อรามเหรอครับ" จ่าดอนเข้ามาถาม
"ใช่ และสิ่งที่เราสงสัยอาจจะเป็นจริง สองคนนี้ไม่ถูกกันอย่างแรง และหนึ่งในนี้ หรือทั้งสองคนอาจจะเป็นฆาตกร" สิงห์มองรูปรามกับไตรภูมิ
แล้วคำพูดปลายฉัตรที่เตือนให้อโนระวังผู้ชายชื่อรามก็แวบเข้ามา ส่วนอโนที่แอบฟังอยู่หน้าห้องก็ใจเต้นแรง เมื่อกลับมาถึงบ้านพร้อมกับความสับสน เธอพบกับมายาที่มารออยู่ แรกเห็นเธอถอยกรูดด้วยความกลัว แต่เมื่อถูกมายาท้าทายให้ไปพิสูจน์ตัวตนของราม เธอจึงตัดสินใจตามไป
เมื่อถึงห้องราม อโนเห็นรามกำลังจัดการเหยื่ออย่างโหดเหี้ยม จึงกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ รามพุ่งเข้ามาหาหมายปลิดชีพ แต่เมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวก็เปลี่ยนใจ ยอมปล่อยเธอไป แล้วสั่งให้คีรีคอยติดตามไม่ให้ คลาดสายตา แล้วหันมาเล่นงานมายา มายาน้ำตาร่วงยืนยันว่า ที่ทำไปนั้นเพราะรักราม ไม่อยากให้รามไปยุ่งเกี่ยวกับอโน
"รักฉัน ก็หัดทำตัวให้มันฉลาดๆหน่อย อย่ารักโง่ๆแบบนี้ มันยิ่งทำให้ฉันเกลียดเธอ แล้วทีหลัง อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน เด็กนั่นฉันจะฆ่าเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องให้เธอมาเจ้ากี้เจ้าการ" รามเอ่ยพลางก้าวจากไป
ooooooo
เมื่อปลายฉัตรออกไปทำงานกับไตรภูมิเหมือนเดิม เฉิดกับลุงฉิ่งจึงต้องยอมรับชะตากรรม
"บางทีเราก็ต้องปล่อยให้เขาจัดการกับชีวิตตัวเองบ้าง เขาอาจจะทำได้ดีกว่าเราก็ได้" ลุงฉิ่งปลอบ
"จ้ะ ฉันก็ทำใจ อะไรจะเกิด มันก็คงต้องเกิด เฮ่อ" เฉิดถอนใจเบาๆ
ไตรภูมิดีใจมาก เมื่อเห็นปลายฉัตรมาทำงาน ครั้นปลายฉัตรเลียบๆเคียงๆถามเรื่องคนรัก ไตรภูมิรู้ทัน เขาแกล้งเปลี่ยนเรื่องไล่ปลายฉัตรไปทำงาน
ในเวลาเดียวกัน ขณะจ่าดอนจะมารับสิงห์ออกไปทำงาน เขาเห็นอโนที่ปากซอย และมีคีรีตามมาด้วย เขารีบตามทั้งคู่ไป แต่ไม่ทัน เพราะมีรถตู้มาตัดหน้า เขาเห็นท่าไม่ดีรีบโทร.บอกสิงห์ ส่วนอโนก็วิ่งไม่คิดชีวิตเข้ามาในซอยแคบๆเพราะคิดว่าจะหนีคีรีพ้น แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นคีรียิ้มกวนๆอยู่ข้างหน้า เธอตั้งสติหยิบมีดพกในกระเป๋าออกมาแทงคีรี แต่คีรีกลับไม่เป็นอะไรเลย อโนแทบช็อก
ส่วนปลายฉัตรนั่งคิดได้ว่าเพื่อนรักของพระเวทอาจจะรู้ที่ซ่อนของกฤชมังกร จึงออกไปสอบถามกับไตรภูมิและอินทร์
"คุณบอกว่าเพื่อนรักพ่อคุณเป็นคนอ่านคำจารึกที่ถ้ำมังกรอมตะ และรู้ว่ากฤชมังกรคืออาวุธที่ฆ่าพวกคุณได้ เขารู้จุดอ่อนของพ่อคุณ แล้วยังมาบอกเพื่อให้ระวังตัว แสดงว่า เขาสองคนจะต้องเป็นเพื่อนที่รักกันมากๆ ถ้าพ่อคุณเลือกที่จะ ฝากกฤชมังกรไว้กับใครสักคน ฉันคิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนรัก คนนี้ก็ได้"
อินทร์คิดตามแล้วก็เอ่ยชื่อท่านเทียนออกมา ปลายฉัตรและไตรภูมิหันไปทางอินทร์
"ท่านเทียนคือเพื่อนรักของท่านพระเวท นายท่าน ผมนึกออกแล้ว หลังจากที่ท่านเทียนเดินทางมาพบนายใหญ่และบอกเรื่องกฤชมังกร หลังจากนั้นไม่กี่วัน นายใหญ่ก็เดินทางไปพบท่านเทียนอีกครั้ง"
อินทร์นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น แล้วเล่าต่อว่าหลังจากที่พระเวทโดนคำสาปแล้ว เขาได้ติดตามพระเวทไปพบท่านเทียน และเห็นพระเวทฝากของสิ่งหนึ่งไว้กับท่านเทียน
ไตรภูมิเชื่อมโยงเหตุการณ์แล้วออกความเห็นว่าของสิ่งนั้นน่าจะเป็นกฤชมังกร เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องท่านเทียนก็หายตัวไป และกฤชมังกรก็หายไปด้วย
"บางทีนายใหญ่อาจจะกลัวว่าถ้ากฤชมังกรอยู่ท่านจิตต์ พวกเราทุกคนจะต้องเดือดร้อน" อินทร์เสริม
ไตรภูมิกับปลายฉัตรเห็นด้วย
"มีใครเคยได้ข่าวของท่านเทียนบ้างหรือเปล่า ว่าท่านเป็นยังไงบ้าง และอยู่ที่ไหน หรือว่าลูกหลานของท่านเป็นใคร" ปลายฉัตรถาม
ไตรภูมิและอินทร์ส่ายหน้าช้าๆ
"ถ้ากฤชมังกรอยู่กับอาเทียนจริงๆ ทางเดียวที่เราจะหากฤชมังกรเจอ คือต้องหาครอบครัวของท่านให้เจอ" ไตรภูมิเสนอ
"โห แล้วเราจะไปหาที่ไหน เวลามันก็ผ่านมาตั้งหลายร้อยปี ฉันว่าต้องมีปาฏิหาริย์เท่านั้นแหละ เราถึงจะหาเจอ" ปลายฉัตรหมดหวัง
ooooooo
หลวงพี่ลืมตาออกจากสมาธิ แล้วเดินไปหยิบหีบใส่ของใบหนึ่งออกมาเปิดออก ด้านในมีรูปหลวงพี่ตอนเป็นหนุ่มถ่ายคู่กับเปรม และภาพวาดของท่านเทียนผู้เป็นต้นตระกูล หลวงพี่นำภาพวาดของท่านเทียนมาให้เฉิดเก็บไว้ และพูดเป็นนัยว่าอีกไม่นานจะมี คนมาเห็นรูปนี้ และมันจะนำคนคนนั้นมาหาท่านเอง
ด้านอโนเมื่อหนีคีรีไม่พ้นก็หันมาเผชิญหน้า แล้วยิงคำถามเรื่องผีดูดเลือด คีรียักไหล่กวนๆบอกว่าที่เขาเป็นแบบนี้ได้ก็เพราะราม
"คุณรามเป็นคนทำให้นายเป็นแบบนี้เหรอ เป็นแบบนี้แล้ว มันเป็นยังไง มันดีหรือเปล่า"
"ดีมาก ไม่ต้องแก่ ไม่ต้องเจ็บ ไม่ต้องตาย ดีพอป่ะ" คีรีสวนกลับ
เมื่ออโนมาถึงออฟฟิศ เธอถูกมายาลากออกไปเล่นงานในมุมลับตา แถมยังดูถูกว่าอโนเป็นแค่มนุษย์อ่อนแอหมดประโยชน์เมื่อไหร่ ก็จะโดนรามกำจัดทิ้งทันที
"คุณรามไม่มีวันสนใจมนุษย์ที่อ่อนแอและไร้ค่าอย่างเธอ และที่สำคัญอย่าบังอาจมาคิดเทียบกับฉัน มันยังห่างไกล คนอย่างเธอไม่มีวันจะชนะฉันได้"
มายากดอโนเข้ากับกำแพง อโนดิ้นพราดๆหลับตานิ่งคิดว่าตาย แต่แล้วมายาก็หายตัวไป อโนมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดๆ คำพูดถากถางของมายาดังก้องในหัว
"เดี๋ยวก็รู้ว่าฉันจะชนะเธอได้หรือเปล่า" อโนแค้น
อโนตัดสินใจไปหารามที่บ้าน เป็นเวลาเดียวกับที่สิงห์ โทร.มาขอความช่วยเหลือกับปลายฉัตรเพราะอโนหายไปกับคีรี ปลายฉัตรบอกไตรภูมิและขอลางานครึ่งวันเพื่อไปช่วยสิงห์ ไตรภูมิไม่อาจทัดทานจึงได้แต่กำชับว่ากลับถึงบ้าน
เมื่อไหร่ให้โทร.บอกด้วย เพราะมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่อง
ในขณะที่ปลายฉัตรไปหาสิงห์ อโนก็เข้ามาคุกเข่าขอเป็นทาสรับใช้รามเหมือนกับคีรีและพาลี
"ฉันยินดีทำทุกอย่างที่คุณต้องการ โดยเฉพาะเรื่องคดีที่พี่ฉันดูแล ตอนนี้ตำรวจมีภาพสเกตช์ของคุณแล้ว อีกไม่นาน เขาคงสืบมาถึงคุณ ฉันพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยคุณให้พ้นผิด"
"เธอทำแบบนี้ทำไม ทำไมเธอถึงอยากเป็นพวกฉัน" รามเดินเข้ามาใกล้ๆ
"พ่อแม่ฉันตายตั้งแต่เด็ก ฉันจำความได้ ฉันไม่เคยมีใครนอกจากพี่สิงห์ แต่พี่ฉันก็มีแต่พี่ปลาย อะไรๆก็พี่ปลาย ฉันเหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลก เป็นคนธรรมดาที่ไม่เคยมีความสำคัญ จนกระทั่งฉันได้เจอคุณ คุณทำให้ฉันมีความสำคัญ มีตัวตน ถ้าฉันได้เป็นเหมือนพวกคุณ ฉันก็จะไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไป ฉันจะอยู่เหนือคนพวกนั้น ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อจะได้เป็นพวกเดียวกับคุณ"
"พูดได้น่าประทับใจ ทำให้ได้ตามที่พูดก็แล้วกัน" รามยิ้มพอใจ แล้วก็ยื่นมือมาดึงอโนที่นั่งคุกเข่าเข้าไปกอดพลางกระซิบข้างหู "หลับตา พอเธอลืมตามาอีกครั้ง เธอจะไม่ใช่คนธรรมดาอีกต่อไป"
อโนทำตาม รามแยกเขี้ยวขาวออกมาพร้อมเสียงคำราม แล้วฝังเขี้ยวลงซอกคออโนอย่างรวดเร็วและรุนแรง อโนผวาเกร็งสุดตัวด้วยความเจ็บปวด
เวลานั้น สิงห์ยังตามหาน้องสาว เขาพาปลายฉัตรมาที่ห้องทำงาน และชี้ให้ดูภาพคีรีที่เดินตามอโนเมื่อเช้า พลางขอร้องให้ปลายฉัตรช่วยบอกข้อมูลของรามและไตรภูมิ แต่ ปลายฉัตรไม่ยอมเปิดปาก แถมยังเปลี่ยนเรื่อง
"ฉันว่าตอนนี้แกรีบกลับบ้านดีกว่า บางทีอโนอาจจะอยู่ที่บ้านแล้วก็ได้ ที่ฉันมาเพราะอยากช่วยเรื่องอโน ส่วนเรื่องอื่นฉันช่วยไม่ได้จริงๆ รูปนี้ฉันขอยืมไปก่อนแล้วกัน ถ้าได้ข้อมูลเพิ่มเติมจะรีบโทร.มาบอก"
ปลายฉัตรดึงรูปคีรีออกมาแล้วหันไปหยิบกระเป๋ากลับบ้าน เมื่อถึงบ้านเธอถึงกับผงะ เพราะรูปท่านเทียนวางอยู่ เธอรีบถามลุงฉิ่งว่าเป็นใคร ทำไมหน้าตาน่ากลัวจัง
"รูปบรรพบุรุษเองนั่นแหละ หลวงลุงเพิ่งเอามาตั้งไว้เมื่อกลางวัน"
"หลวงลุงเนี่ยนะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ร้อยวันพันปีฉันไม่เคยเห็นหลวงลุงจะมาบ้านเราเลย แล้วนี่จู่ๆก็มาเพื่อเอารูปมาไว้ที่นี่เนี่ยนะ"
"เออ แค่นั้นยังแปลกไม่พอ ถ้าเอ็งได้ยินที่หลวงพี่พูดจะรู้ว่า แปลกหนักเลย เพราะท่านพูดทำนองว่า รูปนี้จะพาใครสักคนไปหา อะไรทำนองเนี้ยะ แต่เอ็งไม่ต้องถามว่าใคร เพราะพวกข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน" ลุงฉิ่งตัดบท
ooooooo
เช้าวันต่อมา ปลายฉัตรเอารูปคนที่เดินตามอโน ไปให้ไตรภูมิดู ไตรภูมิบอกว่า ชื่อคีรีเป็นลูกน้องราม แต่ปกติพวกรามจะไม่สนใจใครนอกจากคนที่เป็นเหยื่อ ปลายฉัตรฟังแล้วอึ้งกลัวว่าอโนจะเป็นเหยื่อรายต่อไปจึงจะไปช่วยสิงห์ตามหาอโน เพราะเธอรู้จุดอ่อนของราม
"ถ้าเธออยากจะกำจัดรามจริงๆ ฉันมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น ตามหากฤชมังกรให้เจอ เพื่อทำลายคำสาป เมื่อคำสาปหมดสิ้น รามและลูกน้องก็จะหมดสิ้นอายุขัยกลายเป็นเถ้าธุลีไปในทันที" ไตรภูมิแนะนำ
"จริงเหรอ พวกนั้นจะโดนกำจัดไปพร้อมกับคำสาปจริงๆ เหรอคะ แล้วถ้าพวกนั้นโดนทำลาย แล้วพวกคุณ" ปลายฉัตรฉุกคิดหันมามองไตรภูมิ เห็นเขาพยักหน้าช้าๆ พูดเน้นๆ
"ใช่ พวกเราทุกคนจะต้องแหลกสลายไปพร้อมๆกัน"
"หมายความว่า ถ้าฉันหากฤชมังกรเจอ คุณก็ต้องตาย" ปลายฉัตรถึงกับเข่าอ่อนอยากจะร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตา
ไตรภูมิมองปลายฉัตรอย่างเข้าใจและเสียใจไม่แพ้กัน ขณะที่อโนกลับรู้สึกดีที่ได้ชีวิตอมตะสมใจ มายาไม่พอใจที่เรื่องลงเอยแบบนี้ จึงเข้ามาเล่นงานอโน อโนโต้กลับ ขยับจะซ้ำมายาที่เพลี่ยงพล้ำ แต่รามเข้ามาห้าม แล้วให้พาลีกับคีรีพาอโนออกไปสงบสติอารมณ์ก่อน
เมื่อสมุนออกไปแล้ว รามหันมาจะจัดการมายา มายาตัดพ้อรามที่มอบความเป็นอมตะให้อโน หวังขอความเห็นใจ
"ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้ ก็เพราะตัวเธอเอง ก็อย่างที่พ่อฉันเคยบอก ฉันให้ความเป็นอมตะกับพวกเธอได้ ฉันก็ทำลายมันได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้น อยู่กันให้ดีๆ จะได้อยู่กันได้นานๆ" รามเสียงกร้าว ก่อนจากไป
มายาได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความแค้นใจ แต่ไม่ยอมแพ้ ผิดกับปลายฉัตรที่คิดจะถอดใจเมื่อรู้ความลับเรื่องกฤชมังกร เธอตัดสินใจบอกไตรภูมิว่า จะเลิกทำงานนี้เพราะไม่อยากฆ่าเขา และเสนอให้ใช้ไฟจัดการกับพวกรามแทนกฤชมังกร
"เธอไม่เข้าใจ ฉันอยู่บนโลกนี้มานานเกินไป ฉันอยากกลับเป็นคนธรรมดา ไม่ว่าจะในภพชาติไหนก็ตาม ฉันก็จะรอ แต่สำหรับตอนนี้เวลานี้ ฉันต้องการยุติความเป็นอมตะไว้เพียงแค่นี้"
"คุณแน่ใจเหรอว่า คุณอยากให้ร่างกายคุณสลายกลายเป็นเถ้าถ่านไปจริงๆ คุณแน่ใจเหรอว่า ในตอนนี้ ไม่มีอะไรที่ทำให้คุณอยากมีชีวิตอยู่ต่อไป ถ้าคุณตอบว่าแน่ใจ ฉันจะกลับไปทำงานให้คุณเหมือนเดิม" ปลายฉัตรถามวัดใจ
ไตรภูมิมองหน้าหญิงสาวแล้วฝืนใจตอบ "ฉันแน่ใจ ชีวิตฉันในตอนนี้ ไม่มีอะไรทำให้ฉันอยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้วจริงๆ"
"โอเคๆ ฉัน เข้าใจแล้ว ฉันเข้าใจแล้ว" ปลายฉัตรเสียงสั่นพยายามกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดแรง เธอหันหลังเดินออกไปแล้วปล่อยโฮ ขณะที่ไตรภูมิกำมือแน่น เพราะความเสียใจไม่แพ้กัน
ooooooo
ลุงฉิ่งเห็นปลายฉัตรนั่งเหงาอยู่ที่สวนหน้าบ้าน ก็หันไปถามต้นสายปลายเหตุจากเฉิด ทำให้เฉิดเป็นห่วงลูกจึงออกไปคุยด้วย ปลายฉัตรถามเรื่องความเสียใจของแม่ เมื่อเปรมจากไป
"ตอนนั้นแม่ก็ไม่ได้เสียใจฟูมฟาย เพราะแม่ทำใจไว้อยู่แล้ว เพราะพ่อจะคอยบอกแม่เสมอว่าเราสองคนต้องใช้ชีวิตคู่อย่างคุ้มค่า เพราะไม่รู้ว่าเราจะตายจากกันไปเมื่อไหร่ ทำให้เราสองคนพยายามไม่ทะเลาะกัน ถ้างอนกัน หรือโกรธกันก็จะไม่ปล่อยให้ความรู้สึกแย่ๆมันอยู่นาน ต้องปรับความเข้าใจกันให้เร็วที่สุด พ่อกับแม่ใช้ชีวิตอยู่แบบคิดว่า ถ้าพรุ่งนี้เราต้องตายจากกันเราก็จะไม่เสียใจ เพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน เราทั้งสองคนต่างทำอย่างดีที่สุดแล้ว ถึงพ่อจะจากไป แต่พ่อก็ยังอยู่ในความคิด อยู่ในความทรงจำ และอยู่ในใจของแม่เสมอ"
"ขอบคุณมากค่ะแม่"
ปลายฉัตรสวมกอดเฉิดด้วยความรักแล้วร้องไห้เบาๆ เพราะคิดถึงไตรภูมิ
ในระหว่างที่เฉิดให้คำแนะนำดีๆกับปลายฉัตรอยู่นั้น อินทร์ก็ตัดสินใจเข้ามาแนะนำไตรภูมิให้เปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงที่เขามีต่อปลายฉัตรให้เธอรู้ เพราะอยากเห็นทั้งคู่มีความสุข
"ขอบใจ เราจะลองเก็บมาคิดดู ว่าเราจะเลือกแบบไหน" ไตรภูมินึกถึงปลายฉัตร
คีรีกับพาลีไม่พบอโนในห้อง ก็รีบมารายงานราม แต่รามไม่สน เพราะมั่นใจว่าอโนแอบหนีไปไหนไม่ไกล อีกไม่นานจะต้องซมซานกลับมา
"แต่ถ้าเราไม่รีบหาเด็กนั่นให้เจอ แล้วฆ่าปิดปากมันซะ มันอาจจะหนีกลับไปบ้าน แล้วพี่ชายมันรู้เรื่อง เราจะเดือดร้อนกันหมดนะคะ" มายาที่โพล่งออกมา
"ใครถาม" รามตวาด แล้วพูดต่อว่า ถ้าพรุ่งนี้เช้าอโนยังไม่กลับมา เขารู้ว่าจะไปตามที่ไหน
มายากัดฟันกรอดด้วยความไม่พอใจ แล้วแอบไปฟ้องจิตต์เรื่องรามมอบความเป็นอมตะให้อโน จิตต์โกรธมากครุ่นคิดหาทางแก้ปัญหา
สิงห์ดีใจมาก เมื่ออโนกลับมาบ้าน แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อเห็นน้องมีท่าทางแปลกเหมือนไม่ใช่อโนคนเดิม เขาจึงกดข้อความส่งไปให้ปลายฉัตร "มีเรื่องอโนจะปรึกษา พรุ่งนี้ตื่นแล้วโทร.หาด้วย"
ooooooo
เช้าวันใหม่ ไตรภูมิมารับปลายฉัตรที่บ้าน ตั้งใจจะสารภาพว่า เธอคือสิ่งเดียวที่ทำให้เขาอยากมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่มีโอกาส เพราะลุงฉิ่ง มหา และหมาข้างบ้านมาขัดจังหวะ แถมด้วยสิงห์โทร.มาตามปลายฉัตรอีก ไตรภูมิแม้จะหึง แต่ก็จำยอมพาปลายฉัตรไปหาสิงห์ที่บ้าน
สิงห์เมื่อเห็นปลายฉัตรมากับไตรภูมิก็ปวดใจ ส่วนไตรภูมิขณะเดินตามปลายฉัตรเข้าบ้าน ประสาทสัมผัสอันพิเศษก็จับได้ว่า มีคลื่นรบกวนแปลกๆอยู่ในระยะใกล้ เขามองไปที่หน้าต่างห้องของอโน ปลายฉัตรเห็นท่าทางของไตรภูมิ พลันรับรู้ได้ว่า มี เหตุการณ์ไม่ธรรมดาเกิดขึ้น
"ไม่ต้องห่วงเรื่องอโนนะ เดี๋ยวเราจัดการเอง มีประชุมสำคัญกับเจ้านายต้องรีบไปไม่ใช่เหรอ ไปเถอะ ที่นี่ เราดูแลเอง" ปลายฉัตรบอกสิงห์
"เมื่อคืนอโนกลับมาดึกมาก แล้วก็มีท่าทางแปลกๆหน้าซีดๆตัวเย็นๆเหมือนไม่สบาย ถามอะไรก็ไม่ตอบปลายเป็นผู้หญิงเหมือนกัน อาจจะคุยกันสะดวกกว่าเรา"
ปลายฉัตรฟังแล้วก็เครียด แต่ก็จำต้องรับปากว่าเธอจัดการได้ ส่วนไตรภูมิเมื่อได้ยินทุกคำพูดของสิงห์ ก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อสิงห์ขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างไป ปลายฉัตรหันกลับมาเห็นไตรภูมิเดินเข้าบ้านไปแล้ว ก็รีบตามไป ไตรภูมิเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางบ้าน อโนลืมตาโพลงอยู่ในห้องด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว เธอสูดลมหายใจเมื่อได้กลิ่นเลือดของปลายฉัตร ก็คำรามออกมา
"มีอะไรเหรอ" ปลายฉัตรเดินเข้ามาหาไตรภูมิ
ไตรภูมิยกมือให้หยุดพูด ปลายฉัตรชะงักหยุดด้วยความแปลกใจ ไตรภูมิเงี่ยหูฟัง แล้วก็ตะโกน
"ระวัง" ทันใดนั้นปลายฉัตรก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างพุ่งเข้ามาหาด้วยความเร็ว เธอกระเด็นไปตามแรงพุ่งชน รู้สึกเหมือนโดนลากไปตามพื้นจนหลังชนเข้ากับฝาผนัง
"อ๊ากซ์" อโนยื่นหน้าเข้ามา พร้อมกับเขี้ยวขาววับ
ปลายฉัตรเหมือนหัวใจหยุดเต้น ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง มือของไตรภูมิยื่นเข้ามาและจับล็อกที่คอของอโนอย่างแรงแล้วดึงออกห่างจากปลายฉัตร อโนดิ้นไปมาพยายามจะแกะมือไตรภูมิออก แต่สู้แรงไม่ได้ ไตรภูมิดึงอโนมาใกล้และหยิบขวดเลือดกรอกใส่ปากอโน อโนรีบดื่มอย่างกระหาย ไตรภูมิปล่อยมือจากคอ และส่งเลือดทั้งขวดให้ อโนคว้ามาดื่ม
ปลายฉัตรหายใจหอบด้วยความตื่นเต้น เธอมองภาพที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความตระหนก พร้อมกับยิงคำถาม
"ทำไมอโนถึงเป็นแบบนี้ ใคร ใครเป็นคนทำ"
"อาจจะเป็นราม เพราะตอนนี้คนที่จะถ่ายทอดความเป็นอมตะให้กับคนอื่นได้ มีผม อินทร์ อาจิตต์ และราม ผมกับอินทร์ไม่ใช่แน่นอน ส่วนอาจิตต์ไม่มีทางจะมอบความเป็นอมตะให้คนอื่น โดยเฉพาะคนนอกครอบครัว"
"แล้วทำไมมีแค่พวกคุณ 4 คนที่ทำได้"
"เพราะต้องเป็นคนที่ได้รับคำสาปโดยตรง ถึงจะมีพลังมากพอจะถ่ายทอดพลังให้คนอื่นได้ พ่อกับอาจิตต์ได้รับ คำสาปจากค้างคาวในถ้ำ พ่อมอบพลังให้ผม และอินทร์ อาจิตต์ มอบให้ราม เราสี่คนจึงมีพลังมากที่สุด แต่สำหรับคนที่ได้รับความเป็นอมตะจากผม
อินทร์ และราม ไม่สามารถจะส่งต่อพลังให้คนอื่นได้"
"สรุป คุณก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นราม และอโนก็ได้กลายเป็นพวกคุณไปเรียบร้อย"
ปลายฉัตรไม่อยากเชื่อ แต่เมื่อเห็นไตรภูมิพยักหน้ารับก็โพล่งออกมาว่า เธอต้องบอกสิงห์
"อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน" อโนเดินเข้ามา
"แต่เรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยนะ ที่อโนเป็นแบบนี้รู้หรือเปล่าว่ามันเป็นเรื่องใหญ่มากนะ" ปลายฉัตรอ้าง
"แต่มันก็ยังเล็กกว่าเรื่องที่พี่รู้ว่าใครเป็นผีดูดเลือด แต่พี่ก็ยังปิด ไม่ยอมบอกพี่สิงห์ ที่แท้พี่ก็รู้ความจริงมาโดยตลอด ถึงได้เตือนไม่ให้ฉันอยู่ใกล้ราม" อโนตวาดใส่
"แต่เธอก็ไม่ฟัง แล้วเห็นไหม สิ่งที่รามทำกับเธอ มันเลวร้ายขนาดไหน"
"ใครบอกว่าเลวร้าย มันสุดยอดต่างหาก และที่สำคัญฉันเป็นคนขอร้องให้คุณรามมอบความเป็นอมตะให้กับฉัน ฉันไม่ได้โดนบังคับ สิ่งที่ฉันเป็นอยู่ในตอนนี้ คือสิ่งที่ฉันต้องการจะเป็น พี่ปิดปากไม่พูดความจริงมานานแล้ว ก็หุบปากต่อไปก็แล้วกัน แต่ถ้าพี่บอก
เรื่องฉันกับพี่สิงห์เมื่อไหร่ ฉันก็จะแฉเรื่องเจ้านายพี่เหมือนกัน" อโนยื่นหน้ามาขู่
ปลายฉัตรมองอโนด้วยความผิดหวัง แล้วหันมาทางไตรภูมิที่ยืนมองอโนอย่างเวทนาในความด้อยปัญญา อโนยื่นเงื่อนไขว่า ถ้าไม่อยากเดือดร้อนก็ต่างคนต่างอยู่ ปลายฉัตรจะอ้าปากแย้ง แต่ไตรภูมิชิงพูดขึ้นมาก่อน
"เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เพราะพวกเราใช้กฎนี้มานานแล้ว เธอเพิ่งมาใหม่...ยังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ และสิ่งแรกที่เธอต้องจำไว้ ห้ามแตะต้องปลายฉัตรเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้น ฉันจะไม่ยั้งมือแบบเมื่อกี้" ไตรภูมิย้ำทิ้งท้าย
ปลายฉัตรมองหน้าไตรภูมิ แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจ
ooooooo
จิตต์มาอาละวาดใส่รามกับลูกน้อง เพราะโกรธที่รามถ่ายทอดความเป็นอมตะให้อโน เขากลัวว่า สักวัน มันจะเป็นอาวุธที่กลับมาทำร้ายทุกคน รามรีบชี้แจงว่า อโนจะเป็นคนช่วยเขาเรื่องคดี และเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ชนะไตรภูมิ แต่ถ้าเธอไม่มีประโยชน์อย่างที่เขาคิด เขาก็ปิดปากเธอทันที
"แกคิดได้แบบนั้นก็ดี จะได้ไม่ต้องยุ่งยาก และถ้านังเด็กนั่นมันทำตัวไร้ประโยชน์เมื่อไหร่ แกต้องเก็บมันทันที ฉันไม่อยากจะมีปัญหาปวดหัวมากไปกว่านี้แล้ว"
"พ่อไม่ต้องห่วง ชีวิตของเด็กนั่นมันไม่ได้มีค่าอะไรเลย นอกจากเป็นแค่หมากตัวนึงบนกระดานที่ผมเป็นคนคุมเกม"
รามยิ้มออกมา แววตาดุดันไร้ซึ่งความปรานี
ooooooo
.
-
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep15/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 15
ไตรภูมิพาปลายฉัตรกลับมาบ้าน ทั้งๆที่เธอยังช็อกเรื่องอโนไม่หาย ด้วยความสับสนในใจ จึงถามความคิดไตรภูมิว่า เคยคิดจะเปลี่ยนเธอให้เหมือนอโนหรือไม่
"ไม่ ฉันไม่อยากให้เธอต้องเป็นทุกข์ เธอเป็นแบบที่ เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเธอเป็นอย่างอื่น"
ปลายฉัตรยิ้มนึกถึงตอนที่อยู่ด้วยกันที่ญี่ปุ่น พลางถามเหตุผลชายหนุ่มเรื่องไม่อยากมีความรัก ว่าตอนนี้เปลี่ยนใจหรือยัง ไตรภูมิได้แต่เขิน
"ยังไม่ต้องตอบก็ได้ไม่เป็นไร ฉันจะรอจนกว่าคุณจะพร้อมบอกฉัน แล้วเรื่องกฤชมังกร ฉันขอโทษที่เคยพูดว่าจะไม่ช่วยคุณอีกแล้ว ตอนนั้นฉันสับสนมากไปหน่อย แต่ตอนนี้ ฉันเข้าใจแล้ว ฉันไม่รู้ว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันอีกนานแค่ไหน ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ร่างของคุณ
จะสลายหายไป แต่ฉันจะใช้เวลาทุกนาทีที่อยู่กับคุณให้คุ้มค่ามากที่สุด ถึงแม้เราจะต้องจากกัน แต่ความทรงจำดีๆจะยังคงอยู่กับฉันตลอดไป"
ปลายฉัตรน้ำตาร่วงเดินเข้าหาไตรภูมิ ชายหนุ่มเอื้อมมือเช็ดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา ก่อนดึงเข้ามากอดแทนคำขอบใจ
ooooooo
สิงห์เก็บของพลางบ่นเรื่องอโนแปลกไป จ่าดอนรับฟังอย่างเข้าใจ ระหว่างนั้นวัลลภเข้ามาบอกสิงห์ว่า จะย้ายสิงห์ไปทำคดีที่หน่วยงานใหม่ ให้เตรียมตัวเข้าประชุมในเวลา 20.00 น.
"พอประชุมเสร็จแล้วก็ทำสรุปให้ผมด้วย พรุ่งนี้เช้า ผมจะมาอ่านแต่เช้า" สั่งเสร็จ วัลลภก็ออกไป
สิงห์ลังเลเพราะเป็นห่วงน้อง จ่าดอนอาสาไปดูแลอโนให้ เพื่อความสบายใจ สิงห์ยกมือไหว้ขอบคุณ
"โอ้ยๆ หมวดไม่ต้องไหว้ผมก็ได้ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้า หมวดจะเสียชื่อเปล่าๆ เป็นหมวดมายกมือไหว้จ่าไม่ได้นะครับ เสียการปกครองหมด ก็ผมเคยบอกหมวดแล้วว่า ผมตัวคนเดียว ญาติโกโหติกาก็ไม่มี จะมีก็แต่หมวดนี่แหละครับที่ใกล้ชิดสุดแล้ว ผมไปก่อนนะครับ" จ่าดอนก้าวออกไป
สิงห์มองตามรู้สึกเป็นห่วง จึงตะโกนสั่งให้จ่าดอนระวังตัว
ooooooo
ขณะที่อโนกระหายเลือด งุ่นง่านอยู่ในห้องนอน พาลีกับคีรีก็ปรากฏตัวขึ้น เขาโยนถุงเลือดให้อโนดื่มรองท้องแล้วชวนออกไปข้างนอก เพื่อสาธิตให้ดูว่าทำยังไงถึงจะหายหิว อโนตามทั้งคู่ไปที่รถ จ่าดอนมาถึง พอดี เขาเห็นอโนนั่งรถออกไปกับสองผู้ต้องสงสัยก็รีบตามไป และโทร.รายงานสิงห์ แต่สิงห์ติดประชุมจึงไม่ได้ รับสาย
จ่าดอนตามพาลีกับคีรีมาถึงโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง เขาไปแสดงตัวกับพนักงานเพื่อสอบถามหมายเลขห้องที่อโนเข้าไป พนักงานกลัวรีบชี้บอกแล้ววิ่งหนี
"อ้าว จะรีบหนีไปไหนวะ ตำรวจนะเว้ย ไม่ใช่ผี" จ่าดอนส่ายหน้าแล้วก็หันไปทางห้องที่พนักงานชี้บอก
อโนนั่งตัวสั่นอยู่ในรถด้วยความกลัว เมื่อเห็นพาลีจัดการกับเหยื่อสาว จ่าดอนเปิดม่านเข้ามา เห็นพาลีฝังเขี้ยวลงที่ซอกคอของเหยื่อ ถึงกับขาอ่อน
"จ่าดอน" อโนเรียกด้วยความตกใจ
คีรีพุ่งมาลากคอจ่าดอนเข้าไปในห้อง พลันเสียงกระดูกคอจ่าดอนเคลื่อนดังกร๊อบ แม้อโนจะร้องห้าม แต่คีรีฝังเขี้ยวเข้าซอกคอจ่าดอนไปแล้ว เธอจึงทำได้เพียงเบิกตากว้าง มองจ่าดอนที่โดนคีรีสูบเลือดอยู่ตรงหน้า
เช้าวันต่อมา วัลลภเข้ามาบอกข่าวร้ายกับสิงห์เรื่องจ่าดอน สิงห์รีบไปที่เกิดเหตุ พบรอยเขี้ยวที่ซอกคอจ่าดอนเข้าใจว่าเป็นฝีมือไตรภูมิ จึงไปเล่นงานถึงบ้าน แต่ปลายฉัตรออกรับแทน ทำให้สิงห์ยิ่งโกรธ ขณะที่ปลายฉัตรก็ฉุนสั่งให้สิงห์ ไปคาดคั้นเอาความจริงจากอโน
ในเวลาไล่เลี่ยกัน จิตต์เปิดฉากอาละวาดใส่รามและลูกน้อง เพราะโกรธที่พาลีกับคีรีฆ่าจ่าดอน รามรีบขอโทษพ่อจิตต์จึงยื่นคำขาดให้รามจัดการกับอโน ส่วนเรื่องไตรภูมิกับกฤชมังกร เขาจะจัดการเอง เพราะรู้แล้วว่าจุดอ่อนของไตรภูมิคือผู้หญิงที่ชื่อ ปลายฉัตร
ooooooo
ปลายฉัตรเดินออกมาจากห้องทำงาน กวาดตามองไม่พบใครจึงเขียนโน้ตแปะไว้ที่หน้าประตู "ฉันกลับบ้านแล้วนะคะ มีธุระสำคัญต้องทำ ปลายฉัตร"
เวลาปลายฉัตรจากไปนั้น ไตรภูมิกำลังสั่งงานลูกน้องอยู่ในห้องเก็บสมบัติ
"เราทุกคนต้องระวังตัวให้ดี พวกนั้นกำลังสูญเสียการควบคุม เหตุการณ์จะต้องวุ่นวายมากกว่านี้ และถ้าพวกมันเดือดร้อน มันไม่ปล่อยให้เราอยู่เป็นสุขแน่ อินทร์ดูแลปลายฉัตรอย่างใกล้ชิด ถ้าเห็นสถานการณ์ไม่ดีรีบรายงาน เราจะย้าย
ปลายฉัตรออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยทันที กร กัณฑ์ ดูแลรักษาความปลอดภัยสมบัติอย่างดีที่สุด พวกนั้นต้องหาทางเข้ามาทำลายสมบัติอีกแน่ หวังว่าเราจะหากฤชมังกรเจอ ก่อนที่เรื่องต่างๆจะเลวร้ายมากไปกว่านี้"
ลูกน้องทั้งสามรับคำ ไตรภูมิเดินออกไปหาปลายฉัตรที่ห้องทำงาน แต่พบเพียงกระดาษโน้ตที่เธอเขียนไว้ เขาสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่องจึงโทร.หา แต่ปลายฉัตรไม่ยอมรับสาย เพราะกำลังเตรียมตัวไปงานศพจ่าดอน
สิงห์กลับมานั่งทบทวนคำพูดของปลายฉัตรอยู่ในบ้าน แล้วตัดสินใจเดินไปเคาะประตูเรียกอโน เพื่อจะถามเรื่องจ่าดอน แต่รามแอบเข้ามาในห้องอโนก่อนแล้ว เขาขู่ให้เธอพูดตามที่บอก ถ้าไม่อยากให้สิงห์ตาย อโนจำใจโกหกสิงห์ว่าเธอไม่ได้เจอจ่าดอนเลย เพราะ
ไม่ค่อยสบายก็เลยกินยานอนตั้งแต่เย็นวาน แล้วแสร้งทำตกใจ เมื่อรู้ว่าจ่าดอนถูกฆ่า
สิงห์ยอมเชื่อ เขาออกไปนั่งรอน้องหน้าบ้าน เพื่อไปงานศพจ่าดอนด้วยกัน
"ทำได้ดีมาก แต่มันยังไม่ดีพอที่จะลบล้างสิ่งที่เธอทำเอาไว้ ถ้าเป็นคนอื่นฉันคงจะฆ่าเธอไปนานแล้ว แต่ฉันเห็นว่าเธอเคยพยายามจะช่วยฉันอยู่หลายเรื่อง ฉันจะให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย กลับไปอยู่เป็นทาสรับใช้ฉันตามที่เธอเคย รับปากไว้ แล้วฉันจะยกโทษ
ให้ฉันให้เวลาคิดหนึ่งคืน ถ้าพรุ่งนี้ฉันยังไม่ได้คำตอบ เธอจะไม่มีโอกาสได้ตอบมันอีกต่อไป" รามทิ้งท้ายอย่างเลือดเย็น อโนมองรามด้วยความหวาดหวั่น
หน้าศพจ่าดอน อโนพึมพำขอโทษทั้งน้ำตา ส่วนวัลลภเดินเข้ามาหาสิงห์ บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย สิงห์ลุกตามวัลลภออกไป อโนมองตามไป และได้ยินวัลลภบอกกับสิงห์ว่า จะให้พักเรื่องคดีผีดูดเลือดไว้ก่อน เพราะทางผู้ใหญ่เป็นห่วง ไม่อยากให้สูญเสียมากไปกว่านี้
เพื่อให้เวลาทำใจกับการสูญเสีย เขาเซ็นอนุญาตให้สิงห์พักร้อนหนึ่งเดือน
เมื่อวัลลภจากไป สิงห์ยืนเศร้า อโนมองพี่ชายด้วยความสงสาร พอดีปลายฉัตรเดินเข้ามาพร้อมกับเฉิด ลุงฉิ่งและมหา อโนเห็นก็รีบลุกมาบอกกับสิงห์ว่าจะไปห้องน้ำ
ปลายฉัตรไหว้ศพจ่าดอนเสร็จก็พยุงเฉิดไปนั่ง พลันเหลือบไปเห็นอโนเดินออกไป เธอรีบตามไปขอร้องให้อโนบอกความจริงกับสิงห์ และขู่ว่าถ้าไม่บอก เธอจะเป็นคนบอกเอง
"ฉันเคยบอกพี่แล้วไงว่าอย่ามายุ่งเรื่องของฉัน ทีตอนพี่รู้ความจริง พี่ยังไม่ยอมบอกคนอื่นเลย แล้วทำไมทีกับฉัน พี่ต้องมาบังคับให้ฉันบอกด้วย" อโนเสียงแข็ง
"ก็เพราะไตรภูมิกับรามไม่เหมือนกัน อโนก็รู้ว่าพวกนั้น โหดเหี้ยมแค่ไหน ถึงอโนจะเป็นเหมือนพวกมัน ก็ไม่ได้ หมายความว่าจะปลอดภัย เชื่อพี่สักครั้งนะอโน ถ้าไม่อยากให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อนมากไปกว่านี้ บอกความจริงกับสิงห์ ก่อนที่มันจะสายมากไปกว่านี้"
อโนเห็นสิงห์กำลังเดินมาด้านหลังปลายฉัตร "ก็ฉัน บอกพี่แล้วไงว่าฉันไม่รู้เรื่อง พี่จะมาคาดคั้นอะไรกับฉัน ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ฉันช่วยพี่ไม่ได้หรอก"
ปลายฉัตรยืนงง แล้วอโนก็หันไปฟ้องสิงห์ที่เข้ามาถึงว่า ปลายฉัตรมาคาดคั้นจะให้เธอบอกสิงห์ว่าใครเป็นคนฆ่าจ่าดอน ทั้งๆที่เธอไม่รู้เรื่อง ทำให้สิงห์เข้าใจผิดว่า ปลายฉัตรพยายามหาคนอื่นมารับผิดแทนไตรภูมิ
"แกกำลังเข้าใจผิดนะสิงห์" ปลายฉัตรจะอธิบาย แต่สิงห์ไม่เปิดโอกาส
"เราว่า อย่าคุยกันเรื่องนี้อีกเลย เราเสียจ่าดอนไปคนนึงแล้ว ไม่อยากต้องเสียเพื่อนไปอีกคน เพราะถ้าปลายยังยืนยันที่จะปิดบังความผิดให้พวกมัน แล้วพยายามยัดเยียดความผิดให้คนอื่น เราสองคนคงเป็นเพื่อนกันไม่ได้ ปลายไม่ให้เรายุ่งกับไตรภูมิ ปลายก็อย่ามายุ่งกับน้องสาวเรา" สิงห์ลากอโน กลับไปที่ศาลา
ปลายฉัตรยืนอึ้งทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเสียใจและผิดหวังอย่างแรง อโนหันมามองปลายฉัตร รู้สึกสงสารวูบขึ้นมา
ooooooo
ปลายฉัตรกลับมาถึงบ้านก็พบไตรภูมิยืนรออยู่ ด้วยความเป็นห่วง เธออธิบายว่าไปงานศพจ่าดอนมา ที่ไม่บอกให้รู้เพราะกลัวไตรภูมิกับลูกน้องตามไป จะทำให้สิงห์เข้าใจผิด
"ปัญหาของฉัน ฉันจัดการเอง แต่ถ้าเธออยากช่วยฉัน ก็หากฤชมังกรให้เจอ และเรื่องราวทุกอย่างจะยุติเอง ตอนนี้พวกนั้นยังไม่ทำอะไรเธอ เพราะคิดว่าฉันดูแลอยู่ แต่ถ้าพวกมันรู้ว่าฉันดูแลเธอไม่ได้ มันไม่ปล่อยเธอไว้แน่ ถ้าไม่อยากเป็นอันตราย อยู่ห่างเด็กคนนั้นให้มากที่สุด" ไตรภูมิย้ำเสียงเข้ม
ปลายฉัตรรับฟัง แต่ไม่รับปาก ส่วนอโนที่นั่งเศร้าอยู่ในศาลาหันไปมองสิงห์อย่างรู้สึกผิด เธอตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่อยู่สร้างความลำบากให้พี่มากไปกว่านี้ เธอไปหารามที่บ้าน
"ถ้าไม่อยากให้ตำรวจรู้เรื่องจ่าดอน แล้วก็เรื่องที่พวกคุณเป็นผีดูดเลือด ห้ามคุณมายุ่งกับชีวิตฉัน แล้วก็ห้ามมายุ่งกับพี่ชายของฉัน ไม่อย่างนั้น ฉันจะบอกตำรวจทุกอย่าง ฉันรู้ว่าคุณไม่กลัวฉัน ฉันก็อยากให้คุณรู้ว่าฉันก็ไม่กลัวคุณเหมือนกัน ถะ ถ้าไม่อยากเดือดร้อน ก็ทำตามที่ฉันบอก" อโนพูดจบก็รีบหันหลังก้าวพรวดๆออกไป
รามมองตาม แล้วหันมาสั่งมายาว่าอยากทำอะไรก็ทำ มายารับคำ แล้วพรายยิ้มออกมาด้วยความสะใจ
ooooooo
เช้าวันใหม่ จิตต์มาจอดรถซุ่มอยู่หน้าบ้านปลายฉัตร เขาเห็นอินทร์ขับรถมาจอดที่หน้าบ้าน แล้วเดินเข้าไปถามหาปลายฉัตรกับลุงฉิ่งและเฉิด ลุงฉิ่งบอกว่าปลายฉัตรออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้ว พลันสายตาของอินทร์ก็สะดุดเข้ากับรูปท่านเทียนที่วางอยู่ เขารีบถามถึงที่มาของรูป ลุงฉิ่งกับเฉิดมองหน้ากันมั่นใจว่า อินทร์คือคนที่หลวงพี่พูดถึง
ทั้งสองแนะนำให้อินทร์ไปหาหลวงพี่ที่วัด และนำรูปท่านเทียนไปด้วย
"ขอบคุณมาก" อินทร์ถือรูปเทียนออกมาจากบ้านปลายฉัตร แล้วตรงไปที่รถ
จิตต์ที่ซุ่มอยู่ในรถเห็นภาพท่านเทียนก็ประหลาดใจอย่างแรง รีบขับรถตามอินทร์ไป ในระหว่างทางอินทร์โทร.รายงานไตรภูมิเรื่องไม่พบปลายฉัตรที่บ้าน แต่พบรูปท่านเทียนที่เป็นบรรพบุรุษของเธอ และตอนนี้เขาก็กำลังจะไปหาหลวงพี่ที่วัด เพราะอาจได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฤชมังกร
"ดี งั้นรีบไป ถ้าได้อะไรเพิ่มเติมรีบบอกเรา ส่วนเรื่องปลายฉัตร เดี๋ยวเราจัดการเอง เราพอจะรู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน" ไตรภูมิวางสายแล้วหันมาทางกรกับกัณฑ์ที่ยืนรออยู่ "เราจะออกไปตามหาปลายฉัตร จัดการงานที่เหลือให้เรียบร้อย"
กรกับกัณฑ์รับคำแล้วเดินแยกไปจัดการกับกล่องของที่ถูกแพ็กอย่างดี มีหมายเลขเขียนไว้เรียงตามลำดับ
ooooooo
ปลายฉัตรหนีงานมาเลือกซื้อไฟแช็ก หวังใช้เป็นอาวุธป้องกันตัว แล้วไปหาอโนที่บ้านแต่ไม่พบ จึงได้แต่ นั่งรอ ส่วนอโนไปหาหัวหน้าที่สตูดิโอภาพนิ่ง เพื่อขอลาออกและขอรับเงินชดเชย ในระหว่างนั่งรอรับเงินอยู่ ตามลำพังนั้น มายาก็ปรากฏตัวขึ้น ตรงเข้าเล่นงานอโนและเตรียมจะเผาทั้งเป็น แต่อโนฮึดสู้ และรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
เวลาเดียวกันนั้น ไตรภูมิตามมาต่อว่าปลายฉัตรที่บ้านอโน
"โห เป็นชุดเลยนะคะคุณเจ้านาย เอาเป็นว่าฉันขอโทษที่ไม่ฟังคุณ แต่ฉันขอครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย จริงๆนะ เมื่อคืนฉันเห็นเขามองฉันด้วยความรู้สึกผิด ตอนนี้เขาอาจจะคิดได้แล้ว ฉันขอพูดกับอโนเป็นครั้งสุดท้าย เขาอาจจะยอมใจอ่อนบอกความจริงทั้งหมดกับสิงห์ แล้วนายรามจะได้โดนจับ คุณจะได้หลุดพ้นข้อกล่าวหาสักที น่านะ ถ้าครั้งนี้ไม่มีประโยชน์ฉันจะเลิกยุ่งกับเขาทันที" ปลายฉัตรส่งสายตาอ้อนวอน
"งั้นก็รีบๆพูด จะได้รีบๆไป เรายังมีเรื่องสำคัญต้องทำ เด็กนั่นมาแล้ว" ไตรภูมิพูดจบ รถแท็กซี่ก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน อโนเปิดประตูพรวดออกมาจากรถ แล้ววิ่งเข้าไปเก็บของในห้อง
ไตรภูมิกับปลายฉัตรตามไปสอบถาม อโนบอกว่าเธอต้องรีบหนีเพราะรามสั่งให้มายามาจัดการกับเธอ ปลายฉัตรเห็นใจจึงขอร้องให้ไตรภูมิรับอโนไปอยู่ด้วย
ไตรภูมินิ่งคิดแล้วยื่นเงื่อนไข "ก็ได้ ฉันจะรับเด็กนี่ อยู่ที่บ้านฉัน แต่ฉันมีข้อแลกเปลี่ยน เธอต้องย้ายออกจากบ้านไปอยู่ในที่ที่ฉันเตรียมไว้ให้"
"ย้ายบ้าน" ปลายฉัตรตกใจ
เมื่อมายามาถึงบ้านอโน เธอต้องผิดหวังเพราะอโนเก็บข้าวของหนีไปแล้ว จึงกลับไปรายงานรามและเตรียมรับโทษ แต่รามกลับไม่ทำอะไร เขาหันไปสั่งพาลีและคีรีให้แยกย้ายกันออกตามหาอโน ถ้าเจอเมื่อไหร่ให้ฆ่าทันที
ooooooo
อินทร์นำรูปท่านเทียนมากราบหลวงพี่ในโบสถ์ เพื่อขอคำชี้แนะ
"อาตมาไม่อาจจะชี้แนะได้ ขอทำหน้าที่เป็นผู้ส่งต่อข้อความที่ได้รับมอบหมายมาก็แล้วกัน เพราะครอบครัวของอาตมามีหน้าที่เก็บข้อความนี้ไว้ รอจนกว่าพวกโยมจะตามหาอาตมาเจอ"
"แต่ผมก็รู้จักกับคุณเปรม โยมน้องของหลวงพ่อ ทำไมคุณเปรมไม่เคยบอกเรื่องนี้"
"เพราะมันยังไม่ถึงเวลา อาตมาและโยมเปรม พ่อของโยมปลาย ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่สำคัญแตกต่างกัน โยมพ่อย้ำเสมอว่าถ้ายังไม่ถึงเวลาห้ามพูด"
อินทร์ฟังด้วยความตั้งใจแล้วเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราว เมื่อครั้งที่เปรมมาพบไตรภูมิและอาสาช่วยหาสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะจนพบ จากนั้นอีกยี่สิบห้าปีต่อมา อินทร์ก็ได้พบกับปลายฉัตรลูกสาวของเปรม และเธอก็มาช่วยไตรภูมิตามหาสมบัติที่เหลืออีกเช่นกัน
"ทุกอย่างได้ถูกกำหนดไว้แล้วหรือนี่" อินทร์รำพึง
"ทุกอย่างบนโลกล้วนตั้งอยู่บนพลังแห่งจิต จิตที่แข็งแกร่ง มุ่งมั่น สามารถที่จะกำหนดวิถีแห่งชีวิต วิถีแห่งอนาคตได้ สิ่งที่โยมต้องการ ถูกปิดไว้อย่างหนาแน่นด้วยความรักและความศรัทธา อยู่เบื้องหลังบุคคลที่ควรค่าแก่การระลึกถึง" หลวงพี่บอกปริศนา
"ถูกปิดไว้อย่างหนาแน่นด้วยความรักและความศรัทธา อยู่เบื้องหลังบุคคลที่ควรค่าแก่การระลึกถึง มันคืออะไรครับ" อินทร์ไม่เข้าใจ
"อาตมาก็รู้เพียงแค่นี้ ตามที่บอกไว้แล้ว อาตมากับโยมเปรมมีหน้าที่ที่ต่างกัน โยมต้องนำสิ่งที่ได้จากอาตมาและจากโยมเปรมมาปะติดปะต่อ แล้วโยมจะได้คำตอบที่ต้องการ อาตมาขอให้โยมหลุดพ้นจากเคราะห์กรรมนี้ไปให้ได้ เพราะผลบุญในครั้งนี้ จะช่วยให้ครอบครัวของอาตมาหลุดพ้นจากชะตากรรมในครั้งนี้ไปด้วย เจริญพรนะโยม"
อินทร์กราบหลวงพี่ จิตต์ที่แอบฟังอยู่คิดถึงสิ่งที่ได้ยิน แล้วคิดถึงปลายฉัตรขึ้นมา เขาเดินออกไปอย่างแผ่วเบาราวกับไม่มีเสียงฝีเท้านั้น แต่อินทร์ที่ก้มกราบอยู่สัมผัสได้
ooooooo
ปลายฉัตรกลับมาถึงบ้านก็ขยับจะบอกลุงฉิ่งเรื่องย้ายบ้าน แต่ลุงฉิ่งไม่ว่างฟังเพราะจะรีบเอาของไปส่งลูกค้า แกเอาท่อนแขนกวาดตัวปลายฉัตรให้พ้นทาง แล้วรีบเดินออกจากบ้านไป ปลายฉัตรถอนใจด้วยความเซ็ง
"ปลาย เอาดอกไม้ไปเปลี่ยนที่หิ้งพ่อทีสิลูก แม่ว่าจะเปลี่ยนหลายวันแล้ว ลืมทุกที" เฉิดเดินคลำทางมาพร้อมถาดดอกไม้
"จ้ะ" ปลายฉัตรรับถาดดอกไม้ไป แล้วก็ตัดสินใจหยั่งเชิงถามเรื่องย้ายบ้านใหม่
"บ้านที่เราอยู่ทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้วนี่ จะต้องไปหาบ้านใหม่ ทำไม แม่ว่าปลายอย่าหาเรื่องลำบากเลยลูก เอาดอกไม้ไปเปลี่ยนให้พ่อแล้วมาช่วยแม่ทำงานดีกว่าไป อย่าฟุ้งซ่าน" เฉิดตัดบท
ปลายฉัตรจ๋อยรีบไปเปลี่ยนดอกไม้ให้เปรม แล้วพนมมืออธิษฐาน "พ่อจ๋า ช่วยปลายที ทำให้แม่กับลุงใจอ่อนยอมย้ายไปจากที่นี่ ไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยด้วยนะจ๊ะ" ปลายฉัตรก้มลงกราบที่หน้ารูปเปรม
ooooooo
ไตรภูมิยอมให้อโนมาอยู่ที่บ้าน ตามความ ต้องการของปลายฉัตร เขาให้กรพาเธอไปพักในห้องที่ว่างอยู่ แล้วหันมาถามกัณฑ์เรื่องบ้านพักหลังใหม่ ของปลายฉัตร
"ผมจัดเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อย พร้อมเข้าพักได้ทันที" กัณฑ์รายงาน
ไตรภูมิยิ้มอย่างพอใจ แล้วอินทร์ก็เข้ามาบอกข่าวดี เรื่องเบาะแสของกฤชมังกร พร้อมถ่ายทอดข้อความปริศนา
"กฤชมังกร ถูกปิดไว้อย่างหนาแน่นด้วยความรัก และ ศรัทธา อยู่เบื้องหลังบุคคลที่ควรค่าแก่การระลึกถึง" ไตรภูมิครุ่นคิด แต่ยังหาคำตอบไม่ได้ จึงตามกรกับกัณฑ์มาช่วยกันไขปริศนา
"หลวงพ่อบอกว่า ท่านกับคุณเปรม มีหน้าที่ต่างกัน เราต้องนำสิ่งที่เราได้จากท่านมารวมกับส่วนของคุณเปรมถึงจะได้คำตอบ" อินทร์เล่าต่อ
กรแย้งว่า เปรมตายไปแล้วจะเอาคำตอบส่วนที่เหลือจากที่ไหน
"หรือว่า ปลายฉัตร เธอรู้ว่ากฤชมังกรอยู่ไหน แต่ไม่ยอมบอกเรา" กัณฑ์โพล่งออกมา
"ไม่น่าใช่ ถ้าปลายฉัตรรู้ต้องบอกเราแน่ เราว่าปลายฉัตรเองก็ไม่น่าจะรู้" ไตรภูมิมั่นใจ
ในขณะที่ไตรภูมิกับลูกน้องกำลังช่วยกันไขปริศนาที่ซ่อนกฤชมังกรอยู่นั้น จิตต์ก็บุกมาที่บ้านปลายฉัตรและทำร้ายเธอกับแม่ที่ไม่ยอมบอกที่ซ่อนกฤชมังกร
"ฉันไม่เชื่อ แกจะไม่รู้ได้ยังไง แกสืบเชื้อสายมาจากไอ้เทียน พี่ชายฉันเอากฤชมังกรไปให้มัน มันต้องอยู่กับพวกแก บอกมาแกเอากฤชมังกรไปไว้ที่ไหน" จิตต์ตวาดใส่ พร้อมกับบีบคอปลายฉัตรไว้
ปลายฉัตรส่งเสียงออกมาอย่างแหบพร่าบอกว่า เธอไม่รู้จริงๆ ส่วนเฉิดตะโกนขอความช่วยเหลือ
"อีแก่นี่น่ารำคาญจริงๆ" จิตต์เหวี่ยงปลายฉัตรไปกระแทกผนังไม่ห่างจากหิ้งของเปรม แล้วเข้ามาตบเฉิดพร้อมขู่ว่า ถ้าไม่อยากให้ปลายฉัตรตายก็หุบปาก
"แม่" ปลายฉัตรพยายามตั้งสติ หันไปหยิบไม้ขีดมาจุดไฟ หวังจะจัดการจิตต์ แต่จิตต์กลับดับไฟด้วยมือเปล่า
ในเวลาเดียวกันไตรภูมิก็นึกอะไรบางอย่างได้ เขาบอกกับลูกน้องทั้งสาม
"ถ้าอาเทียนใช้รูปของตัวเองเป็นตัวนำทางให้เราไปเจอกับทายาทของท่าน บางทีท่านจะใช้รูปเป็นคำตอบของอะไรบางอย่าง รูปของคนที่ควรค่าแก่การระลึกถึง น่าจะเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว คนที่ตายไปแล้ว หรือว่า" ในวินาทีนั้นเอง ไตรภูมิก็ลุกพรวดขึ้นแล้วก็เดินออกไปจากบ้านด้วยความรวดเร็ว
ไตรภูมิขับรถออกไปหาปลายฉัตรและพยายามโทร.ติดต่อเธอ แต่ไม่มีคนรับสายทำให้เขายิ่งเป็นห่วง ส่วนเฉิดได้ยินเสียงมือถือปลายฉัตรดังขึ้นก็พยายามจะขยับเข้าไปใกล้ ในขณะที่จิตต์กำลังเล่นงานปลายฉัตร
"ถ้าฉันหาเจอ เธอตายเป็นคนแรก" จิตต์กระชากตัวปลายฉัตรออกมาแล้วเหวี่ยงไปที่ผนังข้างรูปเปรม จากนั้นก็กวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นเฉิดกำลังจะหาทางกดปุ่มรับโทรศัพท์ ก็รีบคว้าโทรศัพท์มือถือไปจากมือเฉิดมาทำลาย
"อีแก่นี่ ทำตัวน่ารำคาญไม่เลิก อยากตายนักใช่ไหม ได้" จิตต์พุ่งมือมาบีบคอเฉิด
"แม่" ปลายฉัตรร้องดังลั่น แล้วหันไปคว้าโคมไฟที่วางอยู่ข้างๆมาฟาดจิตต์ แต่จิตต์ยืนนิ่งไม่รู้สึกอะไร เขาปล่อยมือจากเฉิด แล้วพูดอย่างขำๆ
"ฉันอยู่มาสี่ร้อยกว่าปี...แกคิดว่าฉันจะตายเพราะท่อนเหล็กบ้าๆเนี่ยเหรอ"
จิตต์ดึงขาตั้งโคมไฟจากมือปลายฉัตรแล้วเหวี่ยงใส่ แต่เธอหลบได้อย่างหวุดหวิด ขาตั้งโคมไฟลอยเคว้ง เจาะทะลุผนังออกไป เหลือแต่รูปของเปรมที่ติดอยู่เหนือผนังที่โหว่เป็นช่องว่าง แล้วจิตต์ก็พุ่งมาจับตัวปลายฉัตรเหวี่ยงไปในทิศทางเดียวกับขาตั้งโคมไฟ หญิงสาวลอยไปกระทบเข้ากับรูปของเปรมที่ติดอยู่ที่ผนัง รูปแตกกระจายร่วงลงพื้นพร้อมๆกับร่างของเธอ ไม่กี่นาทีต่อมาก็มีห่อผ้าหล่นลงมาที่พื้นข้างๆตัวปลายฉัตร เห็นด้ามกฤชที่ซ่อนอยู่ภายใน
"กฤชมังกร" จิตต์จำได้ดี
ปลายฉัตรแม้ยังมึนอยู่ เมื่อเหลือบไปเห็นกฤชมังกรก็ตกใจ จังหวะนั้นเองจิตต์พุ่งเข้ามาพร้อมกับแยกเขี้ยวจะกัดที่ซอกคอ ปลายฉัตรหยิบกฤชมังกรแทงเข้าหน้าอกจิตต์สุดแรง จิตต์ตาเบิกโพลง เขี้ยวยาวค่อยๆหดกลับไป เขาเงยหน้ามองปลายฉัตรด้วยความแค้นใจ และเปล่งเสียงเรียกชื่อราม ก่อนร่างจะสลายกลายเป็นฝุ่นผงต่อหน้าต่อตาปลายฉัตร
รามที่นั่งอยู่ในบ้านกับมายาสะดุ้งเฮือก รับรู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับจิตต์ "พ่อ..." น้ำตาของรามร่วงลงมา
ร่างของจิตต์สลายไป เหลือแต่ผงกระดูกที่ร่วงอยู่ที่พื้น ปลายฉัตรนั่งตัวสั่นด้วยความกลัว เธอปล่อยกฤชมังกรลงพื้นอย่างหมดแรง
"ปลายฉัตร" ไตรภูมิพุ่งเข้ามากอดปลายฉัตรไว้ด้วยความรัก ปลายฉัตรร้องไห้โฮ "ฉันขอโทษ ฉันขอโทษที่มาช้าเกินไป ฉันขอโทษ" ไตรภูมิจูบเบาๆเป็นการปลอบขวัญ
เมื่อหายตกใจแล้วปลายฉัตรที่หันไปเก็บรูปของเปรมและกฤชมังกร "ไม่อยากเชื่อเลย กฤชมังกรที่ฉันตามหา ที่แท้ก็อยู่หลังรูปของพ่อในบ้าน และมันก็ช่วยชีวิตฉันไว้อย่างหวุดหวิด มันเป็นเรื่องบังเอิญ หรือเป็นความตั้งใจของใครกันแน่"
"ฉันว่า...ทิ้งเรื่องนั้นไปก่อน ตอนนี้เธอและแม่ต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด อีกไม่นานรามกับพวกของมันต้องมาแน่นอน เพราะจิตของอาจิตต์และรามส่งถึงกัน การสูญเสียใครคนใดคนหนึ่ง อีกคนจะรับรู้ทันที" ไตรภูมิบอก
ปลายฉัตรเห็นด้วย เธอมองสภาพบ้านที่พังเละเทะแล้วบอกกับลุงฉิ่งที่เพิ่งมาถึงว่า มีนักเลงมาพังผิดบ้านและขอร้องให้ลุงฉิ่งย้ายไปอยู่บ้านที่ไตรภูมิเตรียมไว้ให้เป็นการชั่วคราว ไตรภูมิพาทุกคนมาที่บ้านหลังใหม่ แล้วสั่งให้กรกับกัณฑ์พาทั้งสามไปพักในห้องที่เตรียมไว้ ส่วนตัวเองเดินแยกออกมาหยิบอุปกรณ์ทำแผลตามไปให้ปลายฉัตรกับเฉิด
เฉิดเมื่อได้อยู่กับลูกก็เอ่ยถามเรื่องตัวตนของไตรภูมิ ปลายฉัตรอึ้งไปนิด แล้วก็ยอมบอกความจริงกับแม่ พลางยืนยันว่า ไตรภูมิไม่ได้เป็นคนฆ่าผู้หญิงเพื่อดูดเลือด แต่คนที่ทำคือรามกับลูกน้อง และพวกรามยังฆ่าจ่าดอนด้วย
ในเวลาเดียวกันนั้น รามพาลูกน้องมาที่บ้านปลายฉัตรเพื่อแก้แค้นให้จิตต์ แต่ไม่พบใคร
"พวกมันเจอกฤชมังกรแล้ว" รามคุกเข่าลงตรงหน้าเถ้ากระดูกของจิตต์ มายา พาลี คีรี ชะงัก "ท่านพ่อ...หลับให้สบาย...ข้าจะแก้แค้นให้ท่านเอง"
รามกัดฟันกรอด กำเถ้ากระดูกพ่อไว้แน่นด้วยความแค้น
ooooooo
.
-----------------------------------------------------------------------
https://www.thairath.co.th/novel/loveneverdie/ep16/page1
รักไม่มีวันตาย ตอนที่ 16
ขณะที่เฉิดบอกปลายฉัตรเรื่องชะตากรรมของผู้คน ตามคำพูดของหลวงพี่ ไตรภูมิเดินเข้ามาได้ยินจึงหยุดฟังอย่างตั้งใจ
"ถึง แม้ว่าลูกกับคุณไตรภูมิจะตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน เขาอาจจะดีกับลูก ไม่ทำร้ายลูก แต่ปลายเองก็ต้องระวัง ไม่ใช่ระวังตัว แต่ต้องระวังใจของตัวเอง เขากับเราต่างกันมากนะลูก ปลายบอกเองว่าเขาอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะคำสาป ตอนนี้ปลายตามหาสมบัติได้ครบแล้ว ไม่รู้ว่าคำสาปจะหมดไปเมื่อไหร่และก็ไม่รู้ว่าเขาจะอยู่กับเราได้นานแค่ไหน อย่าลืม เขาไม่เหมือนกับเรา อะไรที่มันเป็นไม่ได้ ต่อให้ฝืนยังไง มันก็เป็นไปไม่ได้นะลูก"
ปลายฉัตรฟังแล้วก็พูดไม่ออก ส่วนไตรภูมิคิดหนัก มองกล่องยาในมือ แล้วตัดสินใจเดินออกไปเรียกกรให้นำยาไปให้ปลายฉัตรกับแม่แทน เมื่อปลายฉัตรเห็นกรนำยาใส่แผลมาให้ ก็นึกแปลกใจจึงออกไปหาไตรภูมิ และอ้อนให้ช่วยทำแผลให้ เมื่อทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกัน คำเตือนของเฉิดก็ดังแว่วมา ทำให้หญิงสาวหนักใจ
"เธอกำลังคิดเรื่องถอนคำสาปใช่หรือเปล่า ฉันอ่านใจเธอออก" ไตรภูมิเอ่ย
"จริง เหรอ นอกจากไม่ตาย คุณยังอ่านใจคนได้ด้วยเหรอ แล้วตกลงเรื่องถอนคำสาปมันเป็นยังไงกันแน่ ตอนนี้เราก็หาสมบัติครบแล้ว ทำไมคุณถึงไม่สลายหายไปตามที่บอก หรือว่าการถอนคำสาปมันไม่มีจริงๆ"
"ฉัน ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะยังไม่เคยมีใครทำได้สำเร็จ ตอนที่อาเทียนถอดจิตและเห็นคำสลักที่ผนังถ้ำท่านก็เห็นแค่นั้น ถ้าให้ฉันเดาเราอาจจะต้องนำสมบัติทั้งหมดกลับไปที่ถ้ำ เหมือนเดิม คำสาปถึงจะหมดไป"
"โห ต้องเอากลับไปที่ถ้ำด้วยเหรอเนี่ย ทำไมโหดแบบนี้ แล้วคุณจะขนสมบัติไปที่ถ้ำเมื่อไหร่"
"เร็ว ที่สุด ตอนนี้ฉันให้กรติดต่อกับทางสถานทูตเพื่อส่งมอบสมบัติ และฉันจะออกทุนสำหรับการดัดแปลงถ้ำมังกรอมตะเป็นพิพิธภัณฑ์ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็นำสมบัติเข้าไปเก็บไว้ในถ้ำเหมือนเดิม"
"คุณ คิดว่า มันจะพอเป็นไปได้ไหมว่า ถ้าเราคืนสมบัติให้แล้ว คุณจะกลับกลายเป็นคนปกติ ไม่ต้องดื่มเลือด เจ็บได้ ตายเป็น และคุณจะไม่สลายหายไปไหน คุณจะอยู่แบบนี้ อยู่กับฉันตลอดไป มันจะเป็นไปได้หรือเปล่า" ปลายฉัตรน้ำตาคลอ
"ฉันก็อยากให้มันเป็นแบบ นั้น แต่ฉันรู้ว่ามันไม่ง่ายถึงแม้การคืนสมบัติจะไม่ทำให้ฉันสลายไป ฉันก็ไม่มีวันอยู่ อย่างเป็นสุข รามจะต้องตามแก้แค้น จนกว่าฉันจะตายตามอาจิตต์ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมีคำสาปหรือไม่มี ความตายก็ตามไล่ล่าฉันอยู่ดี"
"ฉันไม่มีความหวังเลยเหรอเนี่ย"
"แม่ เธออาจจะพูดถูก เราสองคนต่างกันเกินไป บางทีเราต้องยอมรับสิ่งที่เราต้องการมันอาจจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ฉันไม่อยากทำร้ายเธอด้วยการให้ความหวัง และไม่ใช่แค่เธอที่ต้องระวังใจตัวเอง ฉันเองก็เหมือนกัน"
ไตรภูมิลุกขึ้นเบือนสายตาไปทางอื่นแล้วเดินจากไปด้วยความเศร้า ส่วนปลายฉัตรนั่งอึ้งไม่แน่ใจว่าจะดีใจหรือเสียใจดี
ooooooo
ไตรภูมิ โทร.มาย้ำกับอินทร์ให้รีบเก็บของแล้วตามไปที่บ้านพัก เพราะพวกรามรู้เรื่องจิตต์แล้ว อินทร์ รับปากก่อนหันมาบอกอโนว่า ให้เวลาเก็บของสิบห้านาที จากนั้น อินทร์รีบเข้าไปดูความเรียบร้อยในห้องเก็บสมบัติ
อโนเห็นว่ายังมี เวลา จึงออกสำรวจข้าวของในบ้านไตรภูมิ แล้วแอบจิ๊กของบางชิ้นใส่กระเป๋า เธอพบประตูเข้าห้องเก็บสมบัติเข้าโดยบังเอิญ เนื่องจากความรีบร้อนทำให้อินทร์เลื่อนตู้ปิดพรางสายตาไม่สนิท อโนหาวิธีเปิดประตูเพราะอยากรู้ว่า ข้างในมีอะไร
ในที่สุดรามกับลูกน้องก็บุกเข้ามา ทั้งหมดตรงเข้าเล่นงานอินทร์และจุดไฟเผาเพื่อแก้แค้นให้จิตต์
"นายท่าน ข้าขอลา" อินทร์เพ่งจิตไปหาไตรภูมิ ท่ามกลาง ไฟลุกท่วมร่างกาย
"อินทร์" ไตรภูมิรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาร้องไห้ออกมา เช่นเดียวกับกรและกัณฑ์ที่ยืนก้มหน้าด้วยความเสียใจ
อ โนที่กำลังจะพังประตูห้องสมบัติด้วยความอยากรู้ ยืนชะงักเมื่อได้ยินเสียงอินทร์ เธอวิ่งออกมาดูที่ระเบียงก็เห็นราม มายา คีรี และพาลี ยืนล้อมลงดูร่างของอินทร์ในเปลวเพลิง
"ราม" อโนตกใจหลุดเสียงออกมา
ราม ชะงัก รู้สึกถึงสัญญาณอะไรบางอย่าง เขาหันขวับมาตรงที่อโนยืนอยู่ อโนสะดุ้งเฮือกรีบหลบวูบแล้วคลานไป ที่หน้าห้องเก็บสมบัติ รามกับสมุนรีบตามมาจับตัวอโนไปรับโทษ เมื่อมายาพบประตูเข้าห้องเก็บสมบัติ เธอบอกกับรามรีบสั่งให้พาลีกับคีรีพังเข้าไป และได้พบสมบัติทั้งหมด
"ในที่สุด ฉันก็หาเจอจนได้ ไอ้ไตรภูมิแกเตรียมเช็ดน้ำตา ได้เลย พังทุกอย่าง อย่าให้เหลือ"
"ครับ" พาลีกับคีรีรับคำสั่ง แล้วทำลายสมบัติที่วางอยู่ในห้องอย่างราบคาบ อโนมองดูการพังพินาศด้วยความเสียใจ เพราะตัวเองเป็นเหตุ
ooooooo
เช้า วันใหม่ กรและกัณฑ์กลับมาที่บ้านก็พบห้อง เก็บสมบัติโดนพังเละเทะ ทั้งสองทนดูไม่ได้เดินหนีออกไป แล้วช่วยกันเก็บเถ้ากระดูกของอินทร์ไปให้ไตรภูมิลอยอังคาร
ปลายฉัตรรู้ว่าอินทร์ตายก็โทษว่า เป็นความผิดของเธอเอง แต่ไตรภูมิชี้แจงว่า ถึงเธอไม่ฆ่าจิตต์รามก็ตั้งใจจะกำจัดพวกเขาอยู่แล้ว
"ฉันได้ยินพวกคุณคุยกัน พวกนั้นทำลายสมบัติไปหมดแล้วจริงหรือคะ" ปลายฉัตรนึกห่วง
"ใช่ ตอนนี้มันไม่เกี่ยวกับการถอนคำสาปอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการแก้แค้น เพื่อความปลอดภัยของเธอและครอบครัว ฉันจะให้กรพาเธอไปหลบที่ประเทศจีน ฉันมีที่พักอยู่ที่นั้นปลอดภัยและไม่มีใครรู้จัก"
"ทำไมต้องไป"
"รามจะไม่หยุด จนกว่าจะฆ่าฉันได้ ฉันไม่อยากให้เธอกับครอบครัวต้องเดือดร้อน"
"ถ้าฉันไป จะได้เจอกันอีกหรือเปล่า"
"ถ้าฉันปลอดภัย เราคงจะได้เจอกัน"
"งั้นฉันไม่ไป ฉันจะอยู่กับคุณที่นี่ ถ้าคุณอยากให้ฉันไป คุณก็ต้องไปกับฉัน"
"ฉัน ไปไหนไม่ได้ ถ้าฉันไป เรื่องไม่มีวันจบ รามจะต้องตามล่าฉัน เราจะไม่มีวันอยู่กันอย่างสงบสุข ฉันเหนื่อยกับการหนีและการไล่ล่าเต็มที ถ้าฉันอยากหยุดทุกอย่าง ฉันต้องเผชิญหน้ากับมัน"
ปลายฉัตรนิ่งคิด แล้วล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็กเกตหยิบกฤชมังกรส่งให้ไตรภูมิ
"ถึง เวลาที่ฉันจะต้องให้คุณแล้ว ถ้าคุณคิดจะสู้ราม คุณจำเป็นต้องใช้มัน และฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น คุณรู้ดีว่าฉันดื้อแค่ไหน ไล่ยังไงก็ไม่ไป"
"ถ้าเธอคิดจะอยู่ช่วยฉัน เก็บมันไว้เพื่อป้องกันตัว ถ้าไล่แล้วไม่ไปก็อยู่ด้วยกัน" ไตรภูมิแตะมือที่ถือกฤชของปลายฉัตรพร้อมส่งยิ้ม
ปลายฉัตรยิ้มตอบแล้วก็นึกได้ รีบถามหาอโน
อ โนถูกขังไว้ในโกดังที่พักของจิตต์ รามตั้งใจจะใช้ที่แห่งนี้จัดการกับไตรภูมิ อโนขอร้องให้รามฆ่าเธอเสีย เพราะไม่อยากอยู่ในสภาพนี้อีกต่อไป
"ง่ายไปหน่อยหรือเปล่า เธอทำกับฉันไว้แสบมาก อย่าหวังว่าจะตายง่ายๆ ฉันต้องให้เธอชดใช้อย่างสาสม จากนั้น ฉันเผาเธอแน่" สิ้นคำ รามพรายยิ้มหยัน พลางก้าวจากไป
ooooooo
ลุงฉิ่งหลังจากนั่งๆนอนๆ หนักเข้าก็ชักเบื่อ เขาแอบหนีไปพบมหาที่ตลาดพระ
"ไอ้ฉิ่ง" มหาหันมาเห็น ระเบิดเสียงออกมาด้วยความดีใจ อาการลิงโลดประหนึ่งว่าหนุ่มน้อยๆแรกรักได้พบนางอัน
เป็น ดวงใจ "เอ็งไม่ตายจริงๆด้วย หายหัวไปไหนมาวะ แล้วนี่ ทำไมบ้านเอ็งเป็นแบบนั้นวะ แล้วไอ้ปลายกับแม่เฉิดเป็นยังไง สบายดีหรือเปล่า แล้วนี่อยู่ด้วยกันหรือเปล่าเนี่ย"
ลุงฉิ่งส่ายหน้า ระอากับคำถามของมหา "อยู่ด้วยกันหมดแหละ ยังไม่มีใครตาย นี่มหาอย่าเพิ่งถามอะไรมาก เรื่องมันยาว มหาเก็บของเรียบร้อยแล้วใช่ไหม" เอ่ยพลาง มองหาอุปกรณ์อัดกรอบพระ
"เออ ทำไม"
ลุงฉิ่งไม่ตอบคำ คว้าแขนมหาก้าวฉับๆไป มหาร้องเสียงหลง แต่ก็ก้าวตามไปอย่างคนว่าง่าย
"เอาเถอะน่า เดี๋ยวก็รู้เอง รถสองแถวรออยู่รีบไป เดี๋ยวมันไม่รอ"
ขณะ ที่ลุงฉิ่งลากมหาถูลู่ถูกังไปนั้น คีรีมองตามไป พลางสะกดรอยตามไปห่างๆ เมื่อถึงที่พักของลุงฉิ่ง เขาหยิบเครื่องจีพีเอสออกมากดบันทึกตำแหน่งบ้าน แล้วกลับไปรายงานราม
รามบอกกับสมุนทั้งสามว่าไตรภูมิคงจะถึงฆาตจริงๆ แล้วสั่งให้มายาไปส่งข่าวสิงห์เรื่องอโน หวังจะใช้สิงห์เป็นสะพานกำจัดทุกคน มายารีบมาพบสิงห์พร้อมยื่นเงื่อนไข ให้พาปลายฉัตรพร้อมกฤชมังกรไปพบที่โกดังท่าเรือ เพื่อแลกกับชีวิตอโน
"แต่ฉันไม่รู้ว่าปลายฉัตรอยู่ที่ไหน" สิงห์หน้าเสีย
"ไปตามนี้ เดี๋ยวก็เจอ" มายาโยนเครื่องจีพีเอสให้ แล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
"บ้านไตรภูมิ" สิงห์เห็นพิกัดที่ตั้งไว้ในเครื่อง แล้วตัดสินใจลุย
สิงห์บุกมาหาปลายฉัตร เขาบอกเรื่องอโนถูกจับตัวไปและขอร้องให้ปลายฉัตรช่วยอโนด้วย
"เราไม่รู้ว่ามันเป็นใคร และเราไม่รู้ว่ากฤชมังกรมันสำคัญแค่ไหน แต่เรารู้แค่ว่ามันช่วยชีวิตน้องสาวเราได้ และมีปลายคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยเรากับอโนได้ ชีวิตอโนอยู่ในมือปลาย" สิงห์ทิ้งท้ายแล้วเดินจากไป
ปลายฉัตรยืนคิดหนัก แล้วลองเลียบๆเคียงๆถามไตรภูมิ ว่า ถ้าอโนถูกจับตัวไปจริงๆ เขาจะช่วยอโนไหม
"ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วงเด็กนั่น แต่ฉันเป็นห่วงเธอมากกว่า ฉันไม่อยากให้คนอื่นต้องมาเพิ่มความเดือดร้อนให้เราในตอนนี้ ฉันจะรีบย้ายลุงกับแม่ของเธอไปบ้านพักที่ประเทศจีนให้เร็วที่สุด ส่วนเธอถ้ายืนยันจะอยู่กับฉันที่นี่ก็เตรียมเก็บของ เราจะย้ายไปอยู่ที่อื่น ที่นี่เริ่มจะไม่ปลอดภัยแล้ว"
ปลายฉัตรครุ่นคิดแล้วยอมทำตามอย่างว่าง่ายจนไตรภูมินึกสงสัย
ส่วนลุงฉิ่งตัวต้นเหตุเมื่อเห็นสิงห์กำลังจะกลับก็ฝากมหากลับด้วย คีรีที่ซุ้มดูเห็นรถสิงห์ออกไป ก็รีบโทร.รายงานว่า เหยื่อติดกับแล้ว รามยิ้มสะใจ เชื่อว่าพรุ่งนี้ต้องได้เจอกับไตรภูมิแน่
ปลายฉัตรเดินคิดหนักออกมาหน้าบ้าน เห็นลุงฉิ่งกำลังคัดพระปลอมออกจากของจริงก็นึกขึ้นได้ เธอถามลุงฉิ่งเรื่องคนทำของปลอม
"รู้ดิ ก็คนกันเองทั้งนั้น เอ็งถามทำไมวะ" ลุงฉิ่งหันมามองหน้า ปลายฉัตรไม่ตอบ แต่มีแผนบางอย่างในใจ
ooooooo
เช้าวันต่อมา ปลายฉัตรจะแอบไปพบสิงห์ตามนัด ไตรภูมิรู้ทันจึงขอตามไปด้วย ปลายฉัตรยอมจำนน แต่มีเงื่อนไข
"คุณรออยู่หน้าโกดังก่อนนะ ให้ฉันไปเคลียร์กับสิงห์ ก่อนแล้วคุณค่อยตามไป ฉันไม่อยากให้เห็นตอนคุณสู้กับพวกนั้น เพื่อความปลอดภัย อย่าเพิ่งเข้าไปจนกว่าฉันจะเรียกนะ" ปลายฉัตรย้ำชัดแล้วเดินหายเข้าไปในโกดังคนเดียว
ปลายฉัตรเข้ามาบอกกับสิงห์ที่กำลังจะบุกไปช่วยอโนว่าให้กลับไปได้แล้ว เพราะเธอจะจัดการทุกอย่างเอง แต่ สิงห์ไม่ยอม นาทีนั้นมายาปรากฏตัวขึ้นมา เธอถามหากฤชมังกร ปลายฉัตรโชว์ให้ดู แล้วต่อรองให้ปล่อยตัวอโน มายาไม่สนสะบัดแส้ใส่มือปลายฉัตร เกี่ยวกฤชมังกรหลุดมือกลิ้งเข้าหา
เธอรีบหยิบกฤชมังกรมาถือไว้ด้วยความพอใจ ปลายฉัตร อาศัยจังหวะมายาเผลอตัว พุ่งเข้ามาแย่งคืนอย่างไม่กลัวตาย มายาสวนทันที สิงห์เข้ามาช่วย แต่ก็โดนมายาผลักลอยละลิ่วไปกระแทกผนัง
"ไตรภูมิอยู่ไหน" มายาจิกผมปลายฉัตรหน้าหงาย
ไตรภูมิที่รออยู่หน้าโกดังโผล่เข้ามาพอดี เขาตรงเข้าจัดการกับมายาด้วยพละกำลังอันมหาศาล มายาสู้ไม่ได้จึงถอยหนี
สิงห์ยืนตะลึงเมื่อเห็นการต่อสู้ระหว่างมายากับไตรภูมิ เขามั่นใจว่า ทั้งคู่ไม่ใช่คนธรรมดาแน่ๆ
"กะ แกเป็นใคร" สิงห์ตาค้าง
ไตรภูมิหันมาสบตากับปลายฉัตรที่ยืนทำใจ เพราะถึงเวลาที่เธอต้องบอกความจริงกับสิงห์แล้ว
เมื่อมายาหนีออกไปได้ เธอก็รีบโทร.บอกรามว่า ไตรภูมิมาติดกับแล้ว รามสั่งให้พาลีและคีรีออกรถเพื่อเข้าจัดการกับกรและกัณฑ์ที่กำลังจะพาเฉิดกับลุงฉิ่งหนี ทั้งสามเข้าเล่นงานกรกับกัณฑ์แล้วจับทั้งคู่เผาทั้งเป็น เหมือนที่ทำกับอินทร์
"นายท่าน ข้าลาก่อน" กรกับกัณฑ์เพ่งกระแสจิตบอกลาไตรภูมิ แล้วร่างก็สลายกลายเป็นฝุ่นผง
ไตรภูมิน้ำตาร่วงกับการสูญเสียครั้งนี้ เพราะเขาไม่เหลือใครอีกแล้ว ปลายฉัตรเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มอย่างเห็นใจและเข้าใจ ในขณะที่สิงห์ยังมึนกับความจริงที่ได้รู้จากปลายฉัตร
ooooooo
เมื่อจัดการกับลูกน้องของไตรภูมิได้แล้ว รามก็ให้ พาลีกับคีรีเข้ามาเอาตัวเฉิดกับลุงฉิ่งไปขังรวมกับอโนที่โกดัง อโนกำลังกระหายเลือด เธอจะเข้ามากัดคอลุงฉิ่ง รามเห็นเข้าก็โยนถุงเลือดให้ พลางบอกว่ายังไม่ถึงเวลา อโนรับถุงเลือดมาฉีกดื่มรวดเดียวหมด ลุงฉิ่งตาค้างร้องบอกเฉิด แต่เฉิดไม่แปลกใจเลย เพราะรู้ความจริงจากปลายฉัตรแล้ว เธอตัดสินใจบอกทุกอย่างให้พี่ชายรู้ เพื่อจะได้เตรียมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
ไตรภูมิ ปลายฉัตร และสิงห์กลับมาเห็นสภาพบ้านก็รู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ไตรภูมิเห็นข้อความที่รามเขียนทิ้งไว้ "คืนนี้ กฤชมังกร และชีวิตของไตรภูมิ จะได้ทุกคนคืนอย่างปลอดภัย"
เขาส่งกระดาษให้ปลายฉัตรอ่าน ปลายฉัตรถึงกับปรี๊ดแตกส่งต่อให้สิงห์ที่ยังไม่เชื่อว่าผีดูดเลือดมีจริงอ่าน แต่สิงห์ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ปลายฉัตรจึงต้องเล่าเรื่องราวอย่างละเอียดให้สิงห์ฟังอีกครั้ง
สิงห์ยืนอึ้งไม่อยากเชื่อว่า ทุกอย่างจะเป็นความจริง เขาขอโทษที่เข้าใจปลายฉัตรกับไตรภูมิผิดไป และเป็นต้นเหตุให้กรกับกัณฑ์ต้องตาย ปลายฉัตรไม่ถือโทษ เธอขอร้องให้สิงห์ กลับไปเพราะที่แห่งนี้อันตรายเกินไป สิงห์ขอให้ปลายฉัตรไปด้วยกัน แต่เธอไม่ยอม
"คืนนี้ฉันต้องไปช่วยแม่กับลุงออกมาให้ได้ และที่สำคัญฉันต้องอยู่เคียงข้างคุณไตรภูมิ ตอนนี้เขาไม่เหลือใครแล้ว ฉันทิ้งเขาไปไม่ได้" ปลายฉัตรมองไตรภูมิที่ยืนอยู่ริมน้ำด้วยสายตามุ่งมั่น
สิงห์เห็นแล้วก็เศร้า ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรอีก นาทีถัดมา ไตรภูมิเรียกปลายฉัตรไปพบในห้อง เขายื่นกระเป๋าเอกสารใบโตลงตรงหน้าเธอ
"เงินสดห้าร้อยล้านบาท และเอกสารสำคัญ ฉันมอบอำนาจให้เธอเป็นคนดูแลสมบัติทุกอย่างของฉัน คืนนี้ จะมีคนมารับเธอไปที่บ้านพักของฉันที่ประเทศจีน เขาจะพาเข้าไปทางชายแดนสิบสองปันนา ถ้าคืนนี้ฉันปลอดภัย ฉันจะรีบตามไปหาเธอ"
"แล้วถ้าคุณไม่ปลอดภัย"
"บอกพ่อบ้านที่เป็นคนดูแลเธอ เขาพูดภาษาไทยได้ บอกให้เขาพาเธอไปถ้ำมังกรอมตะ เพราะตอนนี้ฉันสั่งให้ผู้เชี่ยวชาญปรับปรุงถ้ำสำหรับทำพิพิธภัณฑ์ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย สมบัติจากสถานทูตจะถูกลำเลียงเข้าไป เมื่อกฤชมังกรที่อยู่ถูกวางรวมกับสมบัติชิ้นอื่นอีก 116 ชิ้น การถอนคำสาปสมบูรณ์ ทุกคนที่อยู่ ภายใต้คำสาปก็จะถึงจุดจบ ถ้าคืนนี้ฉันเป็นอันตราย อย่างน้อยในอนาคตเธอจะปลอดภัย"
"แต่คุณบอกว่ารามทำลายสมบัติไปหมดแล้ว"
"ใช่ แต่สมบัติพวกนั้นเป็นของปลอม เพราะหลังจากที่ฉันเริ่มไม่แน่ใจในสถานการณ์ ฉันสั่งให้กร กัณฑ์ย้ายสมบัติออกจากบ้านและส่งมอบให้ทางสถานทูต แล้วเอาของปลอมไปวางไว้แทน ถ้ารามเจอและทำลายมัน เขาก็จะไม่สนใจที่จะตามหาสมบัติอีกต่อไป และเธอสามารถถอนคำสาปได้โดยไม่มีอันตราย"
ไตรภูมิเฉลยความจริง แล้วสั่งให้ปลายฉัตรเอากฤชมังกรของจริงติดตัวไปด้วย ส่วนของปลอมให้นำมาให้เขา ปลายฉัตรแปลกใจที่ไตรภูมิรู้ว่ามีของปลอม
"กฤชมังกรของปลอมจะน้ำหนักเบากว่าของจริง ดีที่ มายาไม่เคยเจอของจริง ถึงไม่รู้ความแตกต่าง รามเองก็ไม่รู้ คืนนี้ฉันจะใช้ของปลอมไปต่อรอง ส่วนเธอไปเตรียมตัว อีกไม่นานจะมีคนไปรับ"
"เสียใจด้วยนะคะ ฉันคงไปไม่ได้ เงินนี่ฉันไม่เอา และคืนนี้ฉันจะไปกับคุณ ฉันยอมตายในคืนนี้ดีกว่าอยู่โดยไม่มีคุณ มันไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าเราจะได้เจอกัน ฉันไม่มีวันหันหลังและปล่อยให้คุณอยู่กับอันตรายเพียงลำพัง ฉันไม่ใช่คนที่มีพลังวิเศษ หรือแข็งแกร่งเหมือนลูกน้องคนอื่นของคุณ แต่ฉันก็สู้ ไม่ถอย และฉันไม่ยอมให้พวกมันมาทำร้ายคุณได้เป็นอันขาด"
ปลายฉัตรพูดด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นจริงจัง แววตาเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความรัก ไตรภูมิถึงกับใจอ่อนดึงเธอเข้ามา กอดอย่างแนบแน่นแทนคำพูดทั้งปวง
สิงห์ยืนอยู่ด้านหลังเห็นความรักความผูกพันที่ปลายฉัตรและไตรภูมิมีต่อกัน ก็จำต้องเลี่ยงออกไป เขากลับมาที่บ้านและครุ่นคิดถึงคำพูดของปลายฉัตร แล้วก็นึกขึ้นได้ จึงหันไป เปิดตู้ใบใหญ่แล้วหยิบสารพัดอาวุธออกมาตรวจสภาพเตรียมไปช่วยปลายฉัตรจัดการกับพวกราม
ooooooo
ในขณะที่ปลายฉัตรกำลังนั่งมองกฤชมังกรของจริงในมือ สลับกับของปลอมที่อยู่ในกล่องอย่างคนคิดหนัก ไตรภูมิก็เข้ามาบอกว่าคืนนี้เขาจะไปหารามที่โกดังของจิตต์ เพราะเชื่อว่าลุงฉิ่งกับเฉิดอยู่ที่นั่น และขอร้องให้ปลายฉัตรเปลี่ยนใจ แต่ปลายฉัตรยืนยันคำตอบเดิม ไตรภูมิจึงดึงปลายฉัตรมานั่งข้างๆพลางส่งยิ้ม
"ถ้าคืนนี้ เราสองคนเอาชนะพวกนั้นไม่ได้ และคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่คุณจะมีชีวิตอยู่ คุณเคยคิดหรือเปล่าว่าคุณอยากทำอะไรมากที่สุด" ปลายฉัตรมองหน้าชายหนุ่ม
ไตรภูมิจ้องตาปลายฉัตรแล้วโน้มตัวเข้าหาเพื่อประทับจูบอย่างแผ่วเบา ปลายฉัตรนั่งตัวแข็งทื่อ ได้ยินเสียงไตรภูมิ ถามกลับ "แล้วเธอล่ะ ถ้าคืนนี้เป็นคืนสุดท้ายของเธอ เธออยากทำอะไรมากที่สุด"
ปลายฉัตรมองหน้าไตรภูมิแล้วโน้มตัวเข้าหา แต่ยังไม่ทันได้ประทับรอยจูบก็ถูกไตรภูมิดึงเข้ามากอดและจูบเธออย่างอบอุ่น ปลายฉัตรรับสัมผัสของไตรภูมิอย่างเคลิบเคลิ้ม แล้วความรู้สึกที่ทั้งสองกักเก็บไว้ก็ถูกระบายออกมาอย่างไม่มีการปิดกั้นอีกต่อไป
ไตรภูมิลืมตามองปลายฉัตรที่กำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง เขาบรรจงจูบเธอด้วยความรัก แล้วค่อยๆลุกขึ้นอย่างแผ่วเบา ต้องการจะออกไปจัดการกับรามเพียงลำพัง แต่ปลายฉัตรรู้ทัน เธอแอบหนีออกมาพร้อมกับกฤชมังกรของจริง มาสมทบกับสิงห์ที่มารออยู่
สิงห์พาปลายฉัตรซิ่งมอเตอร์ไซค์ไปที่โกดังของจิตต์ ในขณะที่ไตรภูมิรีบตามมาด้วยความเป็นห่วง ส่วนรามสั่งให้ ลูกน้องจุดไฟกองโตไว้ในห้องหวังใช้จัดการกับไตรภูมิ อโนรู้ตัวว่าคงไม่รอดแน่จึงฝากข้อความอำลาให้ลุงฉิ่งกับเฉิดไปบอกสิงห์
เมื่อสิงห์กับปลายฉัตรมาถึง มายา คีรี และพาลีออกมาล้อมกรอบพลางถามหาไตรภูมิ แต่ไม่ได้คำตอบ มายาตรงเข้าเล่นงานปลายฉัตร ในขณะที่พาลีกับคีรีจัดการสิงห์ อโนเป็นห่วงพี่ชายตะโกนสั่งให้หนีไปแล้วกลายร่างเป็นแวมไพร์ เพื่อจะออกมาช่วยพี่ ลุงฉิ่งเห็นการต่อสู้ที่แสนจะดุเดือดก็รีบเอามือปิดตา
ปลายฉัตรใช้สารพัดอาวุธที่ได้มาจากสิงห์ขว้างใส่มายา แต่ทำอะไรไม่ได้เลย จึงหยิบกฤชมังกรออกมา มายาใช้ชั้นเชิงที่เหนือกว่าแย่งไปได้ พลางกระชากปลายฉัตรเข้ามาจะกัดคอ แต่ช้าไปกว่าไตรภูมิที่พุ่งเข้ามา และนาทีนั้นเอง
"ฉันรู้ว่าแกต้องมา" รามปรากฏตัว
ไตรภูมิให้ปลายฉัตรไปหาที่ซ่อนตัว และดูแลกฤชมังกรให้ดี ปลายฉัตรพยักหน้าพลางวิ่งออกไป รามจะตาม แต่ไตรภูมิเข้าขวางไว้ การต่อสู้อันดุเดือดจึงเริ่มขึ้น
อโนเห็นสิงห์ถูกเล่นงานปางตาย เธอรวมพลังเฮือกสุดท้ายกระชากโซ่จนขาดสะบั้น พุ่งเข้าชาร์จตัวคีรีแล้วลากเข้ากองไฟไปด้วยกัน
"อโน" สิงห์ร้องสุดเสียง
"พี่สิงห์ ฉันขอโทษ" อโนบอกกับพี่ชาย แล้วร่างของเธอกับคีรีก็กลายเป็นฝุ่นละอองฟุ้งออกมาจากกองไฟ
"พี่จะแก้แค้นให้อโน" สิงห์ปาดน้ำตา แล้วคว้ากระเป๋าเป้ เดินมาส่งให้ลุงฉิ่งเก็บไว้
"ในนี้มีน้ำมันแล้วก็ไฟ แล้วก็อีกหลายอย่าง ถ้ามีใครมาทำอะไร ลุงก็เผามันเลย ฉันจะไปช่วยปลาย"
สิงห์เดินไปหยิบดาบยาว ออกตามหาปลายฉัตร ด้านปลายฉัตรได้ยินเสียงอโนร้องก็ตกใจ เผลอร้องออกมา ทำให้พาลีที่กำลังตามหาเธอรู้ตัว แต่ยังไม่ทันได้พบ มายาก็เข้ามาสั่งให้พาลีไปจัดการกับลุงฉิ่งและเฉิด เธออาสาจัดการกับปลายฉัตรเอง
มายาซัดฝ่ามือไปที่ลังใส่ของที่ปลายฉัตรซ่อนอยู่
"ว้าย" ปลายฉัตรร้อง ร่างของเธอลอยละลิ่วมาตกลงตรงหน้าพาลี
"ฆ่ามัน" มายาสั่ง
พาลีแยกเขี้ยวพุ่งเข้าหาปลายฉัตร สิงห์พยายามจะเข้าไปช่วย ลุงฉิ่งเห็นท่าไม่ดี จึงตัดสินใจขว้างถุงน้ำมันใส่พาลี สิงห์จุดไฟแช็กโยนใส่พาลีอย่างแม่นยำ ไฟลุกท่วมร่างของพาลี บัดเดี๋ยวเดียวก็สลายไป สิงห์ยิ้มสะใจ แล้วทรุดฮวบลงไปเพราะถูกมายาแทงเข้าที่ช่องท้อง
"สิงห์" ปลายฉัตรคลานเข้าหา
"ปลาย ปลาย เรา เรา" สิงห์พูดไม่ทันจบก็แน่นิ่งไป
ปลายฉัตรกรีดร้อง พร้อมๆกับร่างของรามที่ลอยละลิ่วตกลงมาเพราะโดนไตรภูมิซัด
"ไม่ต้องเสียใจ เดี๋ยวก็ได้ตายตามมันไปอีกคน" รามยันตัวขึ้นแล้วเดินเข้าหาปลายฉัตร
ไตรภูมิเข้ามาคว้าไว้ พร้อมกับซัดเข้าที่หน้าเต็มแรง รามเซออกไป มายารีบรับไว้พลางรายงานว่าเธอได้กฤชมาแล้ว รามยิ้มออก พลางสั่งให้เผาไตรภูมิทันที มายายิ้มรับแล้วก้าวไปเปิดประตูไฟ ในขณะที่รามพยายามต้อนให้ไตรภูมิไปที่หน้าประตู
"ถ้าไม่ใช่เพราะความโง่ของพวกแก พวกเราคงไม่ต้องมาฆ่ากันเอง" รามเดินเข้าหาไตรภูมิ
"ถ้าไม่ใช่เพราะความโลภที่ไม่มีวันสิ้นสุดของพวกแก ฉันก็ไม่อยากทำอย่างนี้" ไตรภูมิถอยหนี
"ความโลภมันเป็นรสชาติของชีวิต ถ้าแกอยู่โดยไม่อยากได้อะไร จะมีชีวิตอยู่ไปทำไม แกมันใช้ชีวิตไม่เป็น ถึงได้ร่ำร้องอยากตาย เพื่อเห็นแก่ความเป็นพี่น้องที่มีอยู่ในสายเลือด ฉันจะทำให้ความต้องการของแกเป็นจริง" พูดจบรามก็พุ่งใส่ไตรภูมิ
เวลาคับขัน ลุงฉิ่งกับเฉิดไม่รู้จะช่วยปลายฉัตรกับไตรภูมิได้อย่างไร จึงได้แต่ภาวนาขอให้คุณพระคุณเจ้าและท่านเทียนช่วยคุ้มครองให้ทั้งคู่รอดพ้นเคราะห์กรรม
นาทีนั้น ไตรภูมิที่ถูกรามลากไปที่เตา ก็พลิกสถานการณ์ เป็นเหวี่ยงรามเข้าไปอยู่ในตำแหน่งนั้นแทน เขากำลังจะดันร่างรามเข้าไปในกองไฟ
"นายท่าน" มายาเห็นรามเพลี่ยงพล้ำก็ตัดสินใจใช้กฤชมังกรแทงเข้ากลางหลังไตรภูมิ แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเนื่องจากเป็นกฤชปลอม ปลายฉัตรอาศัยช่วงชุลมุนใช้กฤชมังกรแทงใส่มายา ร่างมายาทรุดฮวบลงไป เป็นเวลาเดียวกับที่รามผลักไตรภูมิออกไป แล้วพุ่งมาประคองร่างมายา น้ำตาร่วงพราว
"นายท่าน ท่านร้องไห้กับฉัน แค่นี้ก็พอ"
ขาดคำร่างของมายาก็สลายไป กลายเป็นฝุ่นในอ้อมกอดของราม
"แกตาย" รามแยกเขี้ยวพุ่งเข้าหาปลายฉัตร
"คุณไตรภูมิ" ปลายฉัตรรวบรวมแรงโยนกฤชมังกรขึ้นกลางอากาศ ไตรภูมิกระโดดรับแล้วแทงลงมากลางหลังรามที่กำลังจะฝังเขี้ยวลงที่คอของปลายฉัตร
"โชคดี" ไตรภูมิระเบิดเสียง
รามร้องลั่น พลันร่างกายที่คั่นอยู่ระหว่างปลายฉัตรกับไตรภูมิก็ค่อยๆสลายกลายเป็นฝุ่นผง แล้วจางหายไป
ไตรภูมิกับปลายฉัตรโผเข้ากอดกันโดยไม่ได้ นัดหมาย หญิงสาวปล่อยเสียงโฮออกมา ด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
"จบแล้วมันจบแล้ว" ไตรภูมิกระชับร่างปลายฉัตรไว้แน่น
ลุงฉิ่งประคองเฉิดออกมาจากกรง ปลายฉัตรวิ่งเข้าไปกอดทั้งคู่ เฉิดถามหาสิงห์ด้วยความเป็นห่วง ปลายฉัตรชะงักมองร่างสิงห์ที่นอนนิ่งอยู่
ooooooo
เมื่อพายุร้ายผ่านพ้นไป ท้องฟ้าก็กลับมาสดใสอีกครั้ง
ดวงตาของเฉิดที่มืดบอด กลับมามองเห็นได้อีกครั้ง หลังจากเข้ารับการผ่าตัด และในวันนี้ เฉิดชวนลุงฉิ่ง กับมหามาทำบุญที่วัด เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับทุกคนที่ต้องจบชีวิตลงไป
หลังพระสวดจบลง พระที่เป็นประธานในพิธี หันมาทางเฉิด
"เตรียมกรวดน้ำแล้วก็รับพรนะโยม"
เฉิดเงยหน้าขึ้นมองพระสงฆ์ แล้วหันมาทางลุงฉิ่ง "พี่ฉิ่ง ส่งที่กรวดน้ำให้ฉันหน่อย"
ลุงฉิ่งหันซ้ายหันขวา มองหาที่ใส่กรวดน้ำไม่เจอ จึงเกิดอาการลนลาน เพราะถึงเวลาพระจะต้องกรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับแล้ว
"แล้วแม่เฉิดเอาไปไว้เสียที่ไหนล่ะ ฉันไม่ เห็นเลย"
เฉิดถอนหายใจยาว ระอากับพี่ชาย "ก็วางอยู่ ที่ข้างตะกร้านั่นน่ะ ไม่เห็นรึไง"
ลุงฉิ่งมองปราดไป เห็นที่กรวดน้ำตั้งอยู่ข้างตะกร้าจริงๆ เขารีบหยิบส่งให้เฉิด ท่าทางลนๆของลุงฉิ่ง เมื่อพระภิกษุสงฆ์เห็นเข้าก็อดพรายยิ้มออกมาไม่ได้
"แหม ตั้งแต่ผ่าตัดตามานี่ ตาดีจริงๆเลยนะแม่เฉิด ฉันว่าดีกว่าสาวๆอีกนะเนี่ย"
"เออใช่" มหาเสริม "อย่างนี้ไอ้ฉิ่งแอบขโมยเงิน เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วสิ"
พระที่เป็นประธานพิธีเริ่มให้พร เฉิดเห็นดังนั้นเธอรีบสะกิดพี่ชายให้สำรวมกิริยา ก่อนตั้งใจกรวดน้ำ ระหว่างที่ลุงฉิ่งกับเฉิดตั้งใจกรวดน้ำอยู่นั้น สิงห์ค่อยๆก้าวเข้ามาทรุดกายลงนั่งข้างๆ
"ไอ้สิงห์" มหาอุทานออกมาด้วยความตกใจ
หลังกรวดน้ำเสร็จ เฉิด ลุงฉิ่ง มหา และสิงห์เดินออกมาลานหน้าวัด สิงห์ค่อยๆสำรวมจิตเทน้ำลงโคนไม้ เพื่ออุทิศส่วนบุญให้กับน้องสาวและผู้ล่วงลับไป
"ป้านึกว่าสิงห์จะไม่มาซะแล้ว" เฉิดเอ่ยขึ้น
"ฉันตั้งใจมาเพราะอยากทำบุญให้อโนด้วย แต่ เมื่อเช้านายเรียกเข้าไปรับงาน ก็เลยมาช้าไปหน่อย"
"ที่จริง ป้าก็ไม่รู้หรอกว่าใครเป็นใคร แต่ก็ให้ พี่ฉิ่งเก็บเถ้ากระดูกในโกดังมาให้หมด แล้วก็ให้พี่มหาหาฤกษ์หายามดีๆทำบุญกระดูกให้พวกเขา จะได้ ไปสู่สุคติกันทุกคน"
"นี่ให้ตายเถอะไอ้สิงห์" ลุงฉิ่งเอ่ย "พอข้านึกถึงคืนนั้นทีไรขนลุกเกรียว เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ไม่เคยเห็นนี่แล้วบอกตรงๆเลยนะ ข้าไม่คิดว่าเอ็งจะรอด มีของดีอะไรหรือเปล่าวะเนี่ย"
"อย่างไอ้สิงห์" มหาเสริมขึ้นมา "มันไม่ต้องมี ของดี มันเป็นคนดี เทวดาฟ้าดินคุ้มครอง"
"ฉันก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอก ที่รอดมาได้ใจอย่างเดียว ใจมันสู้ ใจมันยังไม่อยากตาย มันก็เลยต้องสู้" สิงห์เอ่ยด้วยท่าทางเขินๆ
"ป้าขอบใจสิงห์มากนะที่ช่วยปลายมาตลอด" เฉิดมองสิงห์ด้วยความเห็นใจ
"ก็ปลายเขาเป็น เพื่อนรักของฉัน ถ้าเขามีความสุข ฉันก็มีความสุข"
"ดีจ้ะ เพราะป้าเอง ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน เรื่องของจิตใจมันบังคับกันไม่ได้จริงๆ"
สิงห์พยักหน้าเห็นด้วย แล้วบอกลาทุกคนเพราะมีเรื่องสำคัญต้องไปสะสาง นั่นคือปิดคดีผีดูดเลือด เขากลับไปที่บ้านพักแล้วเก็บหลักฐานทั้งหมดมาเผาทิ้ง เหลือไว้เพียงภาพของไตรภูมิใบเดียวเท่านั้น
ooooooo
หลังจากนั้นไม่นาน เฉิด ลุงฉิ่ง และมหาก็เป็นตัวแทนไตรภูมิไปส่งมอบสมบัติจากถ้ำมังกรอมตะทั้ง 117 ชิ้นให้กับรัฐมนตรีต่างประเทศและเจ้าหน้าที่ของประเทศจีน กิจกรรม เหล่านั้น ทั้งสามถ่ายรูปส่งผ่านหน้าจอไอพอด ไปให้ไตรภูมิกับปลายฉัตรดู ที่บ้านพักหรูริมทะเล
"ลุงฉิ่งส่งรูปมาให้ดูแล้วค่ะ" ปลายฉัตรนั่งสบายๆอยู่ในที่พักสุดหรู ข้างๆตัวมีหนังสือเดินทางวางอยู่มากมาย
"ฮืม" ไตรภูมิยื่นหน้าเข้ามาดูในองศาที่ใกล้ ใบหน้าปลายฉัตรเหมือนตั้งใจ
"แค่ฮืมเนี่ยเหรอคะ คุณรู้หรือเปล่า ว่าเขาตื่นเต้นกันมากเลยนะที่จู่ๆก็มีมหาเศรษฐีที่ไหนไม่รู้ส่งมอบสมบัติมูลค่าแสนล้านคืนให้รัฐบาล แถมยังสร้างพิพิธภัณฑ์และออกค่าดูแลให้อีก คุณก็ทำเสียงให้ดีใจกว่านี้อีกสิคะ"
"อื้ม ดีใจ พอหรือยัง" ไตรภูมิทำเสียงสูงขึ้นอีก
ปลายฉัตรขำแล้วหันมาจ้องหน้าไตรภูมิ พลางสาธยายอย่างยืดยาว "นี่ ตอนนี้คุณไม่ต้องแบกรับภาระหน้าที่ แล้วก็ไม่มีใครมาตามล่าคุณอีกแล้วนะคะ คุณไม่ต้องขรึมมากก็ได้ ฉันอยากให้คุณมีความสุข แล้วก็สนุกกับชีวิต นี่ฉันจองตั๋วเครื่องบินเตรียมให้คุณพาเที่ยวตั้งหลายประเทศ แล้วก็หาร้านอาหารอร่อยๆไว้ตั้งเยอะแยะถึงคุณจะกินไม่ได้ แต่ ฉันกินได้ คุณก็ไปนั่งดูฉันกิน แล้วฉันก็จะให้คุณพาไป"
ปลายฉัตรพูดไม่ทันจบ ไตรภูมิก็โน้มตัวเข้ามาจูบแบบไม่ให้ตั้งตัว
"ฉันพูดมากไปหรือเปล่า" ปลายฉัตรอาย
"เปล่า แค่อยากจูบ"
"คุณทำแบบนี้กับฉันได้ แต่ห้ามทำกับผู้หญิงคนอื่นเด็ดขาด อย่าลืมนะว่ากฤชมังกรของจริง ยังอยู่ ที่ฉัน"
"ฉันจะลืมได้ยังไง ถ้ากฤชมังกรของจริงไปอยู่ ที่ถ้ำพร้อมสมบัติชิ้นอื่น ฉันคงจะไม่ได้มานั่งอยู่กับเธอตรงนี้"
"คุณคิดว่าจะมีคนรู้ไหมคะว่า กฤชมังกรที่เรา ให้ไปมันเป็นของปลอม"
"ถึงเขารู้ก็ไม่เป็นไร เพราะสักวันฉันก็ต้องเอาของจริงไปคืนอยู่แล้ว" ไตรภูมิมองหน้าปลายฉัตร "ในวันที่เธอจากฉันไป มันจะเป็นวันที่ฉันจากโลกนี้ ที่ฉันยังอยากมีชีวิตอยู่ก็เพราะเธอ เธอคนเดียวเท่านั้น ที่ทำให้ฉันอยากมีวันพรุ่งนี้ ไม่มีเธอ พรุ่งนี้ก็ไม่มีความหมาย"
"แต่วันพรุ่งนี้ของฉันกับคุณมันต่างกัน หกสิบปีข้างหน้า ฉันคือยายแก่หนังยาน หน้าเหี่ยว อาจจะไม่มีเรี่ยวแรงทำอะไร แต่คุณยังใสหล่อ เด้ง ปากแดงอยู่เหมือนเดิม"
"ไม่ว่าเธอจะเปลี่ยนแปลงไปยังไง ฉันจะอยู่ เคียงข้างเธอ ฉันจะไม่ทอดทิ้งเธอ เหมือนกับที่เธอไม่เคยทิ้งฉัน ขอบคุณที่เธอยืนเคียงข้างฉันตลอดมา ฉันรักเธอนะปลายฉัตร"
"อยากฟังคำนี้มานานแล้ว" ปลายฉัตรยิ้มทั้งน้ำตา
ไตรภูมิบรรจงจูบริมฝีปากปลายฉัตร เป็นจูบ ที่อบอุ่นอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรัก และความผูกพัน เกินกว่าสร้อยอักษรใดๆจะบรรยายออกมาได้
ooooooo
- อวสาน -
.