Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...

กิจกรรมที่น่าสนใจ => กิจกรรมวันหยุด => Topic started by: ppsan on 20 September 2026, 10:19:26

Title: พระนารายณ์ราชนิเวศน์ (๑) โดย สายหมอกและก้อนเมฆ
Post by: ppsan on 20 September 2026, 10:19:26
พระนารายณ์ราชนิเวศน์ (๑) โดย สายหมอกและก้อนเมฆ


พระนารายณ์ราชนิเวศน์ (๑)

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๒๐๙ เพื่อใช้เป็นที่ประทับ ณ เมืองลพบุรี แบ่งเป็นเขตพระราชฐานชั้นนอก เขตพระราชฐานชั้นกลาง และเขตพระราชฐานชั้นใน กำแพงพระราชวังก่ออิฐถือปูนมีใบเสมาเรียงรายบนสันกำแพงมีซุ้มประตูทั้งหมด ๑๑ ประตู ประตูทางเข้าเป็นทรงจตุรมุขมีช่องทางเข้าโค้งแหลม ตรงจั่วซุ้มประตูตกแต่งลายกระจังปูนปั้นที่วิวัฒนาการมาจากดอกบัว ที่ซุ้มประตูและกำแพงพระราชฐานชั้นกลาง และชั้นในมีช่องเล็กๆ เจาะเป็นรูปโค้งแหลมคล้ายบัวเรียงเป็นแถวสำหรับวางตะเกียง ประมาณ ๒,๐๐๐ ช่อง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) โปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมแซมขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. ๒๓๙๙ เพื่อให้เป็นราชธานีชั้นใน และพระราชทานชื่อว่า "พระนารายณ์ราชนิเวศน์"
.

๑๔.๔๖ น. วันที่ ๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ค่ะ

ประตูทางเข้าเป็นทรงจตุรมุขมีช่องทางเข้าโค้งแหลม ตรงจั่วซุ้มประตูตกแต่งลายกระจังปูนปั้นที่วิวัฒนาการมาจากดอกบัว

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422169910.jpg)

กำแพงพระราชวังก่ออิฐถือปูนมีใบเสมาเรียงรายบนสันกำแพงมีซุ้มประตูทั้งหมด ๑๑ ประตู

เขตพระราชฐานชั้นนอก จัดอยู่ในกลุ่มสิ่งก่อสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีอาคารสำคัญ ได้แก่

ตึกพระเจ้าเหา สิบสองท้องพระคลัง ตึกเลี้ยงรับรองแขกเมือง อ่างเก็บน้ำ และโรงช้างหลวง

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422170146.jpg)


ตึกพระเจ้าเหา

ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของเขตพระราชฐานชั้นนอก ตึกหลังนี้แสดงให้เห็นถึงลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ได้อย่างชัดเจนมาก เป็นตึกที่สร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร ยกพื้นสูงไปประมาณ ๑ เมตร ตัวตึกรูปทรงไทย ฐานก่อด้วยศิลาแลง และก่ออิฐขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง

ปัจจุบัน เหลือแต่ผนังประตูหน้าต่าง ทำเป็นซุ้มเรือนแก้ว ฐานสิงห์ ปัจจุบันคงปรากฏให้เห็นอยู่ ด้วยเหตุว่าภายในตึกมีฐานชุกชีปรากฏให้เห็นอยู่ และชาวฝรังเศสได้ระบุว่าเป็นวัด จึงสันนิษฐานว่า เป็นหอพระประจำพระราชวัง

ตึกพระเจ้าเหา หรือ "พระเจ้าหาว" (หาว เป็นภาษาไทยโบราณ หมายถึง ท้องฟ้า) ในตอนปลายรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ พระเพทราชา และขุนหลวงสรศักดิ์ใช้ตึกพระเจ้าเหาเป็นที่นัดแนะประชุมขุนนางและทหาร เพื่อแย่งชิงราชสมบัติ ขณะที่สมเด็จพระนารายณ์ฯ ทรงพระประชวรหนัก

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422171216.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422171633.jpg)


ตึกรับรองแขกเมือง

ตั้งอยู่ในเขตพระราชฐานชั้นนอก ใกล้กับหมู่ตึกสิบสองท้องพระคลัง เป็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส บันทึกของชาวฝรั่งเศสกล่าวว่า ตึกหลังนี้อยู่กลางอุทยาน ซึ่งแบ่งเป็นช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัส รอบตึกมีคูน้ำล้อมรอบ ภายในคูน้ำนั้นมีน้ำพุเรียงรายเป็นระยะอยู่ ๒๐ แห่ง จากเค้าโครงที่เห็น แสดงว่าในสมัยก่อนคงจะสวยงามมาก ทางด้านหน้าตึกเลี้ยงรับรองมีรากฐานเป็นอิฐแสดงให้เห็นว่า ตึกหลังเล็กๆ คงจะเป็นโรงมหรสพ ซึงมีการแสดงให้แขกเมืองชมภายหลังการเลี้ยงอาหาร สมเด็จพระนารายณ์ฯ ได้พระราชทานเลี้ยงแก่คณะทูตจากประเทศฝรั่งเศส ณ สถานที่นี้ใน พ.ศ. ๒๒๒๘ และ พ.ศ. ๒๒๓๐


บอกกันเป็นระยะ... ภาพจากกล้องสองตัว ตอนทำรูป วางรูป ก็จะมีมีนงงเล็กน้อย โดดไปโดดมาแบบนี้ ปกตินะคะ

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422172606.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422172693.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422172944.jpg)


ที่ซุ้มประตูและกำแพงพระราชฐานชั้นกลาง และชั้นในมีช่องเล็กๆ เจาะเป็นรูปโค้งแหลมคล้ายบัวเรียงเป็นแถวสำหรับวางตะเกียง ประมาณ ๒,๐๐๐ ช่อง

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422172998.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422173272.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422173294.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422173148.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422173367.jpg)

พระที่นั่งจันทรพิศาล

สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๒๒๐๘ เป็นที่ประทับของสมเด็จพระนารายณ์ฯ ที่สร้างทับลงไปบนรากฐานเดิมของพระที่นั่งซึ่งพระราเมศวรโอรสองค์ใหญ่ของพระเจ้าอู่ทองได้ทรงสร้างเมื่อครั้งครองเมืองลพบุรี พระที่นั่งองค์นี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยแท้ ด้านหน้ามีมุขเด็จ ภายหลังเมื่อได้สร้างพระที่นั่งสุทธาสวรรค์ขึ้น สมเด็จพระนารายณ์ฯ ทรงย้ายไปประทับที่พระที่นั่งองค์ใหม่ และโปรดให้ใช้พระที่นั่งจันทรพิศาลเป็นที่ออกขุนนาง ซึ่งตรงกับบันทึกของชาวฝรั่งเศสว่า เป็นหอประชุมองคมนตรี ในสมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงบูรณะพระที่นั่งองค์นี้ตามแบบของเดิม

ปัจจุบัน ใช้จัดแสดงเรื่องราวพระราชประวัติของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และงานประณีตศิลป์สมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422173759.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422173820.jpg)

ขึ้นไปดูข้างในกันค่ะ

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422173847.jpg)

พระบรมรูปสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422174258.jpg)


ภายในพระที่นั่งแบ่งเป็นท้องพระโรงหน้า และท้องพระโรงใน

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422174386.jpg)


ในส่วนของท้องพระโรงหน้าได้จัดแสดงเรื่องราวสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422174451.jpg)


มีรูปวาดสีน้ำมันในเหตุการณ์เมื่อครั้งมีการเข้าถวายพระราชสาส์นของพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งประเทศฝรั่งเศส

ต่อสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ณ ท้องพระโรงที่พระบรมราชวัง (อ.จำรัส เกียรติก้อง วาดภาพจากต้นฉบับ พ.ศ. ๒๕๐๙)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422174498.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422174547.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422174570.jpg)


ภาพพิมพ์เหตุการณ์ครั้งคณะราชทูตสยามเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ที่พระราชวังแวร์ซายส์ เมื่อวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๒๒๙

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422174796.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422174892.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422174917.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422174963.jpg)


เดินตามมาเลยค่ะ

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422175113.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422175137.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422175161.jpg)


ภาพแสดงความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422175227.jpg)


ถ่ายภาพยาก แสงน้อย และจัดแสดงในตู้กระจก ต้องหามุมที่สะท้อนน้อยที่สุด

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422175323.jpg)


โคมเทียน

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422175370.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422175411.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422175438.jpg)


ประติมากรรมสัญลักษณ์ฤดูหนาว

อายุราวพุทธศตวรรษที่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๑๐๑ - ๒๒๐๐) อาจจะเป็นฝีมือช่างชาวดัตช์

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422175805.jpg)

เดิมประดับอยู่ที่บันไดกลางพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และย้ายมาเก็บในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422176070.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422175849.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422175909.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422175935.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422175958.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422175983.jpg)

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422176007.jpg)


ภาพสุดท้ายค่ะ...

(https://www.bloggang.com/data/morkmek/picture/1422176033.jpg)

.

ขอบคุณ ข้อมูลจาก ททท. สำนักงานลพบุรี (หน้งสือ)

Create Date : 26 มกราคม 2558
Last Update : 26 มกราคม 2558 5:23:59 น.

.


ที่มา : พระนารายณ์ราชนิเวศน์ (๑)
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=morkmek&month=01-2015&date=26&group=10&gblog=100

.