Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...

หมวดหมู่ทั่วไป => ศาลาพักใจ => รายการโทรทัศน์ที่น่าดูมาก => Topic started by: ppsan on 19 August 2026, 15:25:44

Title: เรื่องย่อละคร บ่วงหงส์ (thairath.co.th)
Post by: ppsan on 19 August 2026, 15:25:44
เรื่องย่อละคร บ่วงหงส์ (thairath.co.th)


บ่วงหงส์

พิมพ์ลภัส (คิมเบอร์ลี่ แอน เทียมศิริ) ลูกสาวคนเดียวของ ตรัย (ทูน หิรัญทรัพย์) นักธุรกิจที่ล้มละลายและฆ่าตัวตายเพื่อหนีหนี้ ความที่เป็นลูกสาวคนเดียวเกิดมาบนกองเงินกองทอง และกำพร้าแม่ตั้งแต่ยังเล็กทำให้ถูกตามใจจนเหลิง ใช้ชีวิตหรูหราสุขสบายมาตั้งแต่เด็ก พิมพ์ลภัสเป็นคนที่สวยสมบูรณ์แบบทำให้นิตยสารชื่อดังมากมายชวนเธอไปถ่ายแบบและเดินแบบ จนในที่สุดเธอก็ยึดอาชีพนางแบบเป็นอาชีพหลัก แต่ด้วยความเอาแต่ใจตัวเองไม่ตั้งใจทำงานวีนเหวี่ยงจนทุกเอเจนซี่รู้กิตติศัพท์

แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับชีวิตของเธอ ตรัยกินยาตายเพื่อหนีหนี้ ชีวิตของพิมพ์ลภัสต้องพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ ชีวิตหรูหรา คฤหาสน์หลังใหญ่ รถสปอร์ต ทรัพย์สินเงินทองหายวับไปกับตา เหลือไว้แค่รถเก่าๆ เงินอีกนิดหน่อย และเข็มกลัดเพชรรูปหงส์ที่ตรัยมักจะเปรียบเปรยลูกสาวสุดที่รักเขาว่าเป็นเหมือน “นางหงส์แสนสวย” พิมพ์ลภัสออกมาเช่าคอนโดอยู่ แถมยังถูก ยศพล (เมธัส ตรีรัตนวารีสิน) คู่หมั้นลูกผู้ดีจากตระกูลเก่าถอนหมั้น แต่คนที่ดูสุขสบายกลับเป็น มาธวี (น้ำทิพย์ จงรัชตวิบูลย์) ที่ได้เงินทองจากตรัยไปมากที่สุด ซึ่งมีฐานะเป็นแม่เลี้ยงของพิมพ์ลภัส อดีตเป็นนางแบบตกอับที่พ่อของเธอรับมาชุบเลี้ยงออกหน้าออกตา ถึงแม้ชีวิตพิมพ์ลภัสจะตกต่ำลง แต่พิมพ์ลภัสก็ยังมีนิสัยเสียชนิดที่แก้ไม่หาย งานเดินแบบที่เคยทำจึงค่อย ๆ หดหายไป ทรัพย์สินเงินทองก็ร่อยหรอลง หากแต่มีสิ่งเดียวที่เธอไม่ยอมขายกิน ก็คือเข็มกลัดประดับเพชรรูปหงส์

กิตติชัย (กรุณพล เทียนสุวรรณ) และ อรอุษา (นฤมล พงษ์สุภาพ) เจ้าของคอนโดที่พิมพ์ลภัสเช่าอยู่เฝ้าสังเกตเธอ จนกระทั่งเห็นเธอจนตรอก จึงเสนองานที่มีค่าตอบแทนสูง ก็คือการเข้าไปขโมยและทำลายจดหมายพร้อมกับเทปลับที่อยู่กับ รเมศ (จิรายุ ตั้งศรีสุข) หนุ่มหล่อเจ้าของโรงแรมเชียงรายจารวี ที่สองสามีภรรยาสร้างเรื่องว่า อรอุษาหลงผิดไปมีความสัมพันธ์กับรเมศอย่างลับๆ รเมศได้อัดเทปและเก็บจดหมายรักที่อรอุษาเขียนติดต่อไปไว้เพื่อแบล็คเมล์ ด้วยผลประโยชน์ทางธุรกิจการซื้อขายที่ดิน พิมพ์ลภัสฟังแล้วเชื่อว่ารเมศเป็นคนไม่ดี จึงยอมตกลงทำตามคำขอร้องของสองสามีภริยา

ณ เชียงรายจารวี พิมพ์ลภัสกลายเป็นจุดสนใจของทุกคนรวมทั้งรเมศ ซึ่งเขาเป็นคนที่เชื่อในสัญชาตญาณแรก และปิ๊งพิมพ์ลภัสตั้งแต่แรกเห็น เธอเลยถือโอกาสให้ความสนิทสนมกับรเมศ เพื่อที่จะได้ทำตามแผนการณ์ได้ง่ายขึ้น รเมศดูจะหลงรักเธอขึ้นทุกวัน ในขณะที่พิมพ์ลภัสกลับจ้องแต่จะหาจังหวะขโมยเทปและจดหมาย แต่เพราะไม่ใช่มืออาชีพพิมพ์ลภัสจึงเผลอทำพิรุธให้รเมศสงสัย แม้รเมศจะภาวนาขออย่าให้สิ่งที่เขาสังหรณ์ใจเป็นความจริง แต่ในที่สุดเค้าก็จับได้คาหนังคาเขา ขณะที่พิมพ์ลภัสเข้ามาขโมยเทปกับจดหมายจากตู้เซฟในห้องทำงานของเขา รเมศเสียใจกับสิ่งที่พิมพ์ลภัสทำ จึงบังคับให้พิมพ์ภลัสทำงานเป็นพนักงานในห้องอาหารของโรงแรมเชียงรายจารวี

เรื่องราวความสนุกสนานและเข้มข้นของ “บ่วงหงส์” จะเป็นเช่นไร ติดตามชมได้ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา20.15 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3 (ออริจินัล) และช่อง 3HD (ช่อง 33) ติดตามอ่านได้ในนสพ.ไทยรัฐทุกวัน

.

......................

บ่วงหงส์ ตอนที่ 1

ณ งานแฟชั่นโชว์สุดหรูเปิดตัวคอนโดอลังการกลางเมือง เหล่าเซเลบริตี้ ไฮโซและกองทัพนักข่าวจ้องเวทีตาไม่กะพริบ เมื่อพิมพ์ลภัสนางแบบคนดังปรากฏตัวในชุดฟินาเล่!

รเมศ หนุ่มหล่อมาดเนี้ยบเจ้าของโรงแรมจารวี เชียงรายก็เป็นหนึ่งในผู้ชมเหล่านั้น ชายหนุ่มมาร่วมงานในฐานะเพื่อนของธนิตเจ้าของงาน บรรยากาศงานสังคมหรูหราไม่ทำให้เขาตื่นเต้น จนกระทั่งได้เห็นพิมพ์ลภัสนางแบบคนดัง

ธนิตไม่ได้สนใจสายตาสนอกสนใจของเพื่อนมัวหันไปเอาเรื่องทีมออกาไนเซอร์จัดงานถึงความผิดพลาด เพราะพิมพ์ลภัสไม่ได้ใส่ชุดฟินาเล่ของห้องเสื้อมาร์ธาตามที่ตกลงไว้

ทีมงานออกาไนเซอร์หนักใจมาก ก่อนจะเล่าเรื่องเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนงานเริ่มว่าพิมพ์ลภัสวีนแตกตอนรู้ว่าต้องใส่ชุดของห้องเสื้อมาร์ธา เพราะห้องเสื้อนั้นเป็นของมาธวี อดีตนางแบบและอดีตแม่เลี้ยงคู่ปรับของเธอ

“ชุดนี้เนี่ยนะคะ...นี่มันงานเปิดตัวคอนโดหรือเปิดอาบอบนวดกันแน่ ใครอยากใส่ก็ใส่เถอะ พิมพ์ไม่ใส่! ถ้าไม่เปลี่ยนชุดให้พิมพ์ก็เปลี่ยนนางแบบไปเลย...เลือกเอาค่ะ!”

จบคำก็ปาชุดฟินาเล่ลงพื้นด้วยความโมโห มาธวี ที่พยายามข่มอารมณ์ ตีหน้านิ่ง แสร้งทำเป็นพูดดี

“อย่าทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจแบบนี้สิพิมพ์ นี่มันคืองาน มันคือหน้าที่”

พิมพ์ลภัสหันขวับจะเอาเรื่อง หนูดีกับเป็ด ดีไซน์-เนอร์ประจำแบรนด์มาร์ธาและผู้ช่วยของมาธวีปรี่มาขวาง ปกป้องเจ้านายสาวเต็มที่ แต่พิมพ์ลภัสก็ไม่หวั่น ประกาศกร้าวต่อหน้าทีมงาน

“ถ้าให้พิมพ์ใส่เสื้อผ้าห้องเสื้อมาธาดอร์ล่อกระทิงนี่ ให้แก้ผ้าเดินยังดีกว่า!”

หนูดีทนไม่ไหว จะตบสั่งสอน มาธวีก็เดือดปุดไม่ต่างกันแต่ต้องรักษามาดนางเอก

“เพื่อความสบายใจของพิมพ์ ก็ให้เขาแก้ผ้าเดินแล้วกันค่ะ วีขอเอาเสื้อผ้าของมาร์ธาที่จะใช้วันนี้กลับทั้งหมด”

ธนิตอยากเป็นบ้าตาย ต่างจากรเมศที่ยืนมองนางแบบคนดังในชุดฟินาเล่ที่ได้ยินว่าเธอเตรียมมาเองด้วยสายตาทึ่งๆ ก่อนจะตะลึงตาค้างเมื่อจู่ๆหนึ่งในนางแบบบนเวทีก็ล้มไปชนพิมพ์ลภัสตกสระน้ำ!

ทีมงานตกใจมาก รีบช่วยนางแบบคนดังจากสระ แต่ไม่กี่อึดใจต่อมาก็ต้องอึ้ง เมื่อพิมพ์ลภัสลอยตัวขึ้นจากน้ำด้วยมาดราวกับนางพญาหงส์ เรียกเสียงฮือฮาจากแขกเหรื่อได้มากมาย

“ผิดคิวขนาดนี้ยังแก้สถานการณ์ได้ดี สมกับเป็นนางแบบมืออาชีพ ทั้งสวยทั้งเก่งจริงๆ...”

ooooooo

การแก้สถานการณ์ของพิมพ์ลภัส พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสของเธอกลายเป็นที่โจษจันทั้งงาน โดยเฉพาะรเมศ ทึ่งและประทับใจในปฏิภาณของเธอมาก แต่ที่เจ้าของโรงแรมหนุ่มไม่รู้คือด้านหลังเวที นางแบบคนดังขาวีนประจำวงการกำลังปรี๊ดแตก ปราดไปเอาเรื่องนางแบบที่ชนเธอตกน้ำ

“เธอจงใจแกล้งเบียดฉันตกน้ำ นึกว่าฉันโง่เหรอ”

นางแบบคู่กรณีส่งสายตาเยาะเย้ยไปให้ ก่อนจะตีหน้าแอ๊บใสทำเป็นไม่รู้เรื่อง

“มันเป็นอุบัติเหตุ เอาเป็นว่าฉันขอโทษแล้วกัน”

“ไม่ต้องมาแอ๊บ เห็นแล้วมันจะอ้วก!”

“เธอก็ยังไม่ตายนี่ หยุดโวยวายโทษคนอื่นแล้วโทษตัวเองดีกว่านะ ถ้ามาทันซ้อม มันก็คงไม่ผิดคิวแบบนี้หรอก”

มาธวีโผล่มาขัดจังหวะพร้อมเป็ดกับหนูดี พยายามไกล่เกลี่ย สร้างภาพเป็นแม่พระต่อหน้าทีมงาน แต่มารยาหญิงร้อยเล่ห์ก็ตบตาพิมพ์ลภัสอดีตลูกเลี้ยงและไม้เบื่อไม้เมาตลอดกาลของเธอไม่ได้

“มิน่า...ตัวลูกมันถึงได้กล้า เพราะมีตัวแม่คอยเห่าให้ท้ายนี่เอง”

“อย่าพาลน่า ทุกคนก็เห็นว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือเธออยากให้คนอื่นคิดว่ามันพลาดเพราะความไม่เอาไหนของเธอ”

คำพูดแดกดันภายใต้รอยยิ้มเย็นของอดีตแม่เลี้ยงทำให้พิมพ์ลภัสเดือดมาก โชคดีที่หัวหน้าทีมงานโผล่มาชื่นชมเธอต่อหน้าอดีตแม่เลี้ยงและคนอื่นๆถึงไหวพริบในการแก้สถานการณ์ของเธอ ก่อนจะพากันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อให้สัมภาษณ์นักข่าว ทิ้งมาธวีให้มองตามด้วยความแค้นใจ...ฝากไว้ก่อนเถอะพิมพ์ลภัส!

ที่ด้านหน้างาน...รเมศกลายเป็นเป้าสายตาของสาวๆทั่วงาน ชายหนุ่มส่งยิ้มบางๆให้ตามมารยาท ก่อนจะขอตัวกลับเมื่อถึงเวลา ธนิตยอมให้กลับโดยดี แต่ไม่วายซักถามเรื่องงานด้วยความเป็นห่วง เพราะได้ยินว่าเพื่อนหนุ่มกำลังมีปัญหาเรื่องซื้อที่ดินเพื่อขยายโรงแรมจารวีเชียงราย

รเมศสีหน้าเคร่งขึ้นเมื่อคิดถึงเรื่องวุ่นวายจากการซื้อที่ดิน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นดุดันเมื่อเห็นกิตติชัยนักธุรกิจหนุ่มผู้มีเบื้องหลังไม่น่าไว้ใจ คู่กรณีของรเมศที่แย่งกันซื้อที่ดินเพื่อขยายโรงแรม

ธนิตไม่รู้เรื่อง คิดว่าไม่รู้จักกันเลยแนะนำตามมารยาท แล้วท่าทีมึนตึงและคำพูดแปร่งหูจากทั้งสองฝ่ายก็ทำให้เจ้าของงานถอนใจยาว ไม่คิดมาก่อนว่าทั้งคู่จะรู้จักกันแล้ว แถมเป็นคู่กรณีกันอีกต่างหาก

“ได้ยินชื่อเสียงคุณกิตติชัยมานาน เพิ่งจะเจอตัวจริงก็วันนี้”

“ผมมีโครงการจะไปเปิดตลาดที่เชียงรายเยอะเลย อยากคุยกับคุณรเมศพอดี หวังว่านักธุรกิจท้องถิ่นอย่างคุณจะให้คำแนะนำดีๆกับผมได้ หรือไม่แน่เราอาจจะได้ร่วมทุนกัน”

“ขอบคุณนะครับ ตอนนี้ผมไม่ค่อยสนใจเรื่องการลงทุนสักเท่าไหร่”

“แหม...น่าเสียดาย โปรเจกต์ครั้งนี้ของผมทุนสูงมากเลยนะครับ”

“ครับ...แต่คงไม่จำเป็นสำหรับผม เพราะผมมองว่าคุณภาพของงานสำคัญกว่าเงินน่ะครับ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีเสมอถ้าคุณเปลี่ยนใจ...ขอตัวก่อนนะครับ”

ooooooo

พิมพ์ลภัสเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็จะกลับ ไม่ยอมอยู่ให้สัมภาษณ์นักข่าวตามที่หัวหน้าทีมออกาไนเซอร์ขอไว้ตามประสานางแบบคนดังขาวีนที่ไม่ชอบทำอะไรฝืนใจตัวเอง ทีมงานป่วนมาก วิ่งตามหากันให้วุ่น แล้วก็ถึงกับเบิกตาโพลงเมื่อเห็นว่าพิมพ์ลภัสกำลังมีเรื่องกับมาธวี!

แต่ที่ทีมงานคาดไม่ถึงคือแท้จริงแล้วมาธวีต่างหากที่พาหนูดีกับเป็ดมาดักเอาเรื่องนางแบบคนดังอดีตลูกเลี้ยง เพราะทนไม่ได้ที่ถูกด่าประจานต่อหน้าทีมงานแบบเสียๆหายๆ พิมพ์ลภัสไม่แปลกใจหรือมีทีท่าหวาดหวั่น ยิ้มเยาะให้อดีตแม่เลี้ยงอีกต่างหากที่ถูกเธอหักหน้าแบบไม่มีชิ้นดีในงาน

“สำนึกผิดแล้วเหรอถึงได้เร่มากราบขอโทษอดีตลูกเลี้ยงอย่างฉัน”

“ฉันคงไม่โง่ทำอะไรแบบนั้นหรอก แค่จะมาเตือนเธอด้วยความหวังดี”

“ฉันไม่สนคำพูดของพวกแพ้แล้วพาลหรอก!”

ท่าทางจองหองของพิมพ์ลภัสทำให้มาธวีตีที่จุดอ่อน...เรื่องตรัยพ่อของนางแบบคนดังและอดีตสามีของเธอ

“เรื่องวันนี้มันก็แค่ชัยชนะกระจอกๆของเด็กขี้อิจฉา เทียบกับชัยชนะของผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่งที่ได้เข้าไปเป็นนายหญิงของคฤหาสน์วิธาพิบูลย์ไม่ได้หรอก...จริงไหม”

พิมพ์ลภัสโกรธจนตัวสั่น ถลาจะเอาเรื่องแต่ก็ถูกหนูดีกับเป็ดจับตัวไว้

“ผู้หญิงต่ำๆอย่างเธอมันก็แค่ความผิดพลาดที่เข้ามาแปดเปื้อนชีวิตพ่อฉัน”

“ไม่ใช่ความผิดพลาด แต่มันคือความโง่ต่างหาก คุณตรัยเป็นนักธุรกิจที่ใครๆชื่นชมแต่สุดท้ายก็หลงโง่งม...เอาเงินทองมาประเคนให้ผู้หญิงชั้นต่ำที่เธอดูถูกอย่างฉัน”

สีหน้าเย้ยหยันของมาธวีทำให้พิมพ์ลภัสฟิวส์ขาด แหวเสียงเขียว

“แก! คนอย่างแกมันก็แค่ผู้หญิงขายตัว!”

“ฉันไม่ได้ขาย!”

“แล้วที่เรียกสินสอดจากพ่อฉันตั้งหลายสิบล้าน พอหย่าก็เรียกค่าเลี้ยงดูอีกเป็นร้อยล้านมันเรียกอะไร”

“ช่วยไม่ได้ พ่อเธออยากโง่เอง”

พิมพ์ลภัสหมดความอดทน สะบัดตัวจนหลุด ผลักอดีตแม่เลี้ยงล้มก้นจ้ำเบ้าและปราดไปตบเต็มแรง!

ทีมออกาไนเซอร์เห็นท่าไม่ดี รีบจับทั้งสองแยกจากกัน พร้อมๆกับกองทัพนักข่าวที่ได้ยินเสียงเอะอะและยกโขยงมาถ่ายภาพ รเมศกับบวรทัตเลขาหนุ่มออกจากงานมาเห็นพอดีก็หยุดดูด้วยความสนใจ

มาธวีเห็นนักข่าวรุมถ่ายรูปก็แกล้งบีบน้ำตาเรียกคะแนนความสงสาร พิมพ์ลภัสรู้ทัน ตั้งท่าจะมีเรื่องอีกรอบ ทีมงานจึงต้องกันนักข่าวออกไปและจัดการไกล่เกลี่ยกรณีวิวาทของทั้งสอง

รเมศกับบวรทัตเห็นแต่นักข่าวเลยหมดความสนใจ เดินเข้าลิฟต์ ไม่ทันได้เห็นมาธวีแสร้งตีหน้าเศร้าเคล้าน้ำตาบอกทีมงานว่าไม่ได้คิดมีเรื่องให้เป็นข่าวฉาว แถมโบ้ยความผิดให้พิมพ์ลภัสอีกต่างหาก

“พี่ต้องเตือนเขาค่ะ...ไม่ใช่วี เขาไม่ได้มีปัญหาแค่วีแต่คนทั้งวงการก็เกลียด เอ้อ...ไม่พอใจพิมพ์ลภัสทั้งนั้น ฉันจะเตือนด้วยความหวังดีในฐานะที่เคยอยู่ร่วมชายคา ถ้าเธอยังไม่ทิ้งนิสัยแบบนี้ต่อไปจะไม่มีใครอยากร่วมงานกับเธอแน่”

พิมพ์ลภัสตอกกลับทันควัน “เอาความหวังดีกลับไปเตือนตัวเองเถอะ ถ้าไม่มีความสามารถพอ ถนัดแต่ใช้เต้าไต่ ทำตัวเป็นปลิงเกาะผู้ชายกระเป๋าหนัก คอยสูบเลือดสูบเนื้อเขาล่ะก็ ฉันแนะนำด้วยความหวังดีให้ปิดร้านแล้วไปขายอย่างอื่นซะ หรือถ้าแก่จนขายไม่ได้ก็ผันตัวไปเป็นแม่เล้าก็แล้วกัน!”

มาธวีหัวเสียมาก แต่พิมพ์ลภัสก็ไม่ยี่หระ ประกาศลั่นต่อหน้าทีมงาน

“คราวหน้า...พิมพ์ขอร่วมงานกับมืออาชีพเท่านั้น พิมพ์ไม่นิยมของเกรดต่ำ มีพิมพ์ลภัสต้องไม่มีมาธวี!”

จบคำก็ผละไป ทิ้งทีมงานให้มองตามตาค้าง เลยไม่ทันเห็นว่ามาธวีนั้นหน้าตึงแค่ไหน ประกาศสงครามในใจ

“มีฉันก็ต้องไม่มีแกเหมือนกัน...นังพิมพ์ลภัส!”

ooooooo

งานแฟชั่นโชว์ผ่านไปหลายสัปดาห์ ข่าวฉาวของพิมพ์ลภัสจางหายกับสายลม แต่กระนั้น...พฤติกรรมเอาแต่ใจและอาการวีนเหวี่ยงของเธอไม่เคยเปลี่ยน และวันนี้นางแบบคนดังก็ทำกองถ่ายป่วนด้วยการมาสาย ไปหลายชั่วโมง!

“จะโทร.จิกอะไรนักหนาคะ พิมพ์ก็บอกแต่แรกแล้วไงว่าพิมพ์ติดอีกงานตอนเช้า จะขอแคนเซิลทางพี่ก็ไม่ยอมเอง บอกว่าอยากได้พิมพ์ อยากได้พิมพ์ พอพิมพ์มาให้ก็ทำกันแบบนี้เหรอคะ ให้เกียรติกันบ้างสิคะ แค่สายนิดสายหน่อยคงไม่ทำให้อะไรเสียหายนักหรอก...ใช่ไหมคะ”

บรรณาธิการแฟชั่นถึงกับอ้าปากค้าง แล้วก็ต้องประสาทเสียเพราะลุ้นตัวโก่งเมื่อนางแบบขาวีนเข้าไปในห้องแต่งตัวที่ต้องแยกต่างหาก มีน้ำแร่ยี่ห้อดังเตรียมพร้อม อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศแบบพอเหมาะ อบอวลด้วยกลิ่นหอมสุดโปรดของนางแบบสาว...ทุกอย่างทำท่าจะไปได้สวย ถ้าพิมพ์ลภัสจะสัมผัสได้ว่ากลิ่นในห้องมันแปลกๆ

ทีมงานหน้าเสีย แก้ตัวเสียงสั่นว่ากลิ่นที่นางแบบขาวีนชอบหมด แต่พิมพ์ลภัสก็ไม่สนใจ

“วานิลลาอื่นพิมพ์ไม่เอา ถ้าไม่เปลี่ยน พิมพ์ทำงานไม่ได้หรอกนะ...ไม่มีอารมณ์!”

ระหว่างที่พิมพ์ลภัสจัดหนักทีมงานถ่ายแบบ...รเมศกำลังแถลงข่าวเรื่องขยายโรงแรมจารวีเชียงรายต่อหน้ากองทัพนักข่าว โดยมีแผนการเบื้องลึกเพื่อตลบหลังและดักทางไม่ให้กิตติชัยแผลงฤทธิ์ทำให้ยุ่งอย่างที่ผ่านมา

ภายในงานเต็มไปด้วยลูกค้า นักข่าวท้องถิ่นและพนักงานโรงแรม รเมศเลยถือโอกาสพาชมโรงแรมและประกาศทัศนคติของตนต่องานด้านบริการ

“คำว่าสายนิดสายหน่อยไม่เป็นไร...เป็นข้อแก้ตัวของคนขี้เกียจที่ไม่น่าอภัยอย่างร้ายแรงครับ สำหรับจารวีเชียงราย พนักงานทุกคนต้องมาทำงานก่อนเวลาจะได้ก้าวไปก่อนคนอื่น สายแค่หนึ่งนาที คู่แข่งก็นำเราไปไกลแล้ว”

นอกจากนี้ชายหนุ่มหล่อเจ้าของโรงแรมยังพาลูกค้าบางส่วนและนักข่าวชมห้องพักด้วย

“เราเน้นการบริการที่ใส่ใจความรู้สึกของลูกค้าเป็นสำคัญครับ”

เหล่าพนักงานรู้ถึงความเข้มงวดและจริงจังของรเมศดี แต่ก็ชื่นชมในความมีเมตตาและเอาใจใส่ของเขาด้วย

“ความซื่อสัตย์ จริงใจ ตรงไปตรงมาต่อความรู้สึกของลูกค้าเป็นสิ่งที่เราใส่ใจมากที่สุด ผมมั่นใจว่าทุกคนที่มาพักที่นี่จะต้องตกหลุมรักเสน่ห์ของจารวีเชียงรายอย่างถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอนครับ”

เหล่านักข่าวกระหน่ำถ่ายภาพรเมศ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะใจกล้าถามเรื่องขัดแย้งเกี่ยวกับการซื้อที่ดิน ซึ่งร้ายแรงขึ้นทุกที อย่างล่าสุดช่วงที่รเมศไปงานแฟชั่นก็เกิดเหตุเพลิงไหม้ในหมู่บ้านละแวกนั้น

“เรื่องสืบสวนคดีลอบวางเพลิงให้เป็นหน้าที่ของตำรวจดีกว่านะครับ ผมเชื่อว่าอีกไม่นานความจริงจะปรากฏ ส่วนเรื่องที่ผมซื้อที่ดินชาวบ้าน...ยอมรับว่าจริงครับ แต่ที่ถามว่าจะขยายโรงแรมเฟสใหม่รึเปล่า บอกได้เลยว่ามันพิเศษกว่านั้น เอาไว้ถึงเวลาแล้วผมจะบอกนะครับ...แต่รับรองว่าเซอร์ไพรส์แน่นอน...”

ooooooo

กว่าพิมพ์ลภัสจะแต่งองค์ทรงเครื่องพร้อมถ่ายแบบ ทีมงานแฟชั่นก็ต้องหัวปั่นเพราะความเรื่องมาก ของเธอ โดยเฉพาะบรรณาธิการแฟชั่นหัวหน้าทีมที่ต้องรับศึกหนัก เอาอกเอาใจนางแบบขาวีนทุกทางเพื่องาน แต่กระนั้นพวกช่างแต่งหน้าทำผมก็ทำเสียเรื่อง เม้าท์กันมันปากจนพิมพ์ลภัสทนไม่ไหว เอ็ดลั่นแบบไม่ไว้หน้า

“พวกขี้นินทา ปากอย่างใจอย่าง ไม่จริงใจ วันหลัง กรุณาเชิญออกไปด้วยนะคะ เสียบรรยากาศ พิมพ์ไม่ชอบ!”

แต่ถึงวีนเหวี่ยงแค่ไหน พิมพ์ลภัสก็เป็นมืออาชีพ เธอทำงานอย่างตั้งใจและสร้างสรรค์จนทีมงานอดทึ่งไม่ได้ แถมผลงานของเธอก็โดดเด่นเป็นที่สนใจของคนทั้งประเทศ ถึงขนาดว่าเธอขึ้นปกเมื่อไหร่หนังสือเกลี้ยงแผงเมื่อนั้น

บรรณาธิการแฟชั่นพอใจผลงานของนางแบบขาวีนมาก และเมื่อสบโอกาสก็ขอให้ถ่ายเพิ่ม

“น้องพิมพ์คะ...ภาพที่หนูล่องลอยอยู่กลางเวหามันเริ่ดมากค่ะ แต่พี่อยากได้ภาพพวกนายแบบไขว่คว้าอยู่ข้างล่างเพิ่มอีกนิด หนูช่วยขึ้นไปอีกทีได้ไหมคะ”

พิมพ์ลภัสหันมายิ้มหวาน ก่อนจะปฏิเสธอย่างไม่ไยดี

“ไม่ได้ค่ะ ตอนบรีฟไม่ได้บอกก่อนนี่คะ พี่ไปตัดต่อเพิ่มเองก็แล้วกัน”

“ล้อเล่นใช่ไหมคะ...น้องพิมพ์เหนื่อยแล้ว เอาเป็นว่าพักก่อนนะคะ”

“เลิกไม่ใช่พักค่ะ พิมพ์จะกลับแล้ว เข้าใจชัดรึยังคะ”

“แต่เรายังถ่ายไม่เสร็จเลยนะคะ”

“พิมพ์มั่นใจว่าที่ถ่ายๆไปใช้ได้ทุกภาพ ครบทุกเซต เกินแล้วด้วยซ้ำ พิมพ์ให้ได้แค่นี้ค่ะ”

พูดจบก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้า บรรณาธิการแฟชั่นเคืองมาก พยายามระงับอารมณ์ แต่ก็อดตามไปแขวะไม่ได้

“น้องพิมพ์ขา...หนูจะทิ้งไปแบบนี้ไม่ได้นะคะ มาก็มาสายยังจะกลับเร็วอีก มันใช้ได้เหรอคะ”

“พิมพ์ต้องไปถ่ายโฆษณาแล้วก็เดินแบบตอนเย็นอีก นี่พิมพ์อุตส่าห์ทดเวลาให้พี่เต็มที่แล้วนะคะ”

“วิ่งรอกงานล้านแปดขนาดนี้ ทำไมไม่หาผู้จัดการล่ะคะ จะได้ไม่เหนื่อย ไม่ทิ้งงาน เอาใจใส่ได้แบบมืออาชีพ!”

พิมพ์ลภัสเกือบวีนแล้ว ถ้ายศพลหรือพอลแฟนหนุ่มไฮโซของเธอจะไม่โผล่มาตอบแทนเสียก่อน

“ไม่ต้องจ้างผู้จัดการที่ไหนหรอกครับ เพราะต่อไปนี้ผมจะช่วยดูแลพิมพ์ทั้งเรื่องส่วนตัวแล้วก็เรื่องงานเองครับ”

“พอลแน่ใจเหรอว่าจะดูคิวงานให้พิมพ์ได้ งานพอลก็ยุ่งจะตาย ไหนจะต้องช่วยงานสมาคมของคุณแม่พอลอีก”

“ยุ่งแค่ไหนผมก็เจียดเวลาให้ว่าที่คู่หมั้นได้อยู่แล้ว”

สองหนุ่มสาวส่งสายตาหวานให้กันแล้วควงกันออกจากสตูฯถ่ายแบบหน้าตาเฉย ทิ้งทีมงานให้มองตามอึ้งๆ ก่อนที่ช่างภาพหนุ่มประจำกองจะโพล่งขึ้น

“จำไว้นะ...ผมจะไม่ร่วมงานกับยัยพิมพ์ลภัสอีกเด็ดขาด!”

ประสานงานสาวที่วิ่งวุ่นทั้งวันสนับสนุนเต็มที่ “หนูก็ไม่เหมือนกันค่ะ มิน่า...เขาถึงเม้าท์กันว่าแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงนิสัยต่างกันยังกับฟ้ากับเหว อยู่ร่วมชายคากัน น่าจะเรียนรู้นิสัยดีๆจากคุณมาธวีมาสักนิด”

บรรณาธิการแฟชั่นถอนใจยาวอย่างเอือมระอากับพฤติกรรมเอาแต่ใจของพิมพ์ลภัส “จะเรียนรู้ทันได้ไง คุณวีแต่งงานกับคุณตรัยไม่ถึงสามปีก็หอบผ้าหอบผ่อน ออกจากบ้าน จะมีอะไร...ก็คงทนฤทธิ์ยัยลูกเลี้ยงตัวแสบไม่ไหวนั่นแหละ ขนาดทำงานด้วยกันไม่กี่ชั่วโมง ฉันยังเกือบเป็นโรคประสาท นั่นอยู่ร่วมบ้านเดียวกันไม่ผูกคอตายก็เก่งแล้ว”

ooooooo

มาธวีไม่ได้ผูกคอตายแต่ก็ทำสงครามประสาทกับพิมพ์ลภัสไม่เลิก อย่างเช่นวันนี้ที่เธอให้สัมภาษณ์นักข่าวหลังงานแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชั่นล่าสุด เกี่ยวกับประเด็นที่มีเรื่องวิวาทกับนางแบบอดีตลูกเลี้ยงเมื่อหลายวันก่อน

“วีกับพิมพ์มีปัญหากันจริงค่ะ...แต่ที่เราต้องมีปัญหากันก็เพราะอยากให้งานของลูกค้าออกมาดีที่สุดค่ะ ซึ่งวันนั้นเราก็เคลียร์กันจนจบด้วยดี วียอมรับการตัดสินใจของลูกค้า”

นักข่าวส่งเสียงฮือฮา ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะถามถึงโอกาสร่วมงานกับพิมพ์ลภัสในครั้งต่อไป

“เราคนทำงานเหมือนกันคงเข้าใจนะคะว่าอันไหนคืองาน อันไหนคือเรื่องส่วนตัว สำหรับวี...ร่วมงานกันได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่สำหรับพิมพ์ลภัส...คงต้องไปถามเองนะคะว่าจะทำให้มันมีปัญหาอีกรึเปล่า...วีขอตัวก่อนนะคะ”

คำพูดสัมภาษณ์พาดพิงของมาธวีอดีตแม่เลี้ยงทำให้พิมพ์ลภัสหัวเสียมาก โดยเฉพาะประเด็นที่เธอถูกตราหน้าว่าเป็นพวกชอบสร้างภาพ ยศพลแฟนหนุ่มไฮโซที่รับหน้าที่ผู้จัดการส่วนตัวและสารถีคอยรับส่งต้องปลอบให้คลายความโมโห ก่อนจะชวนเธอไปช็อปปิ้งแก้เครียด

แต่การช็อปปิ้งอย่างบ้าคลั่งของพิมพ์ลภัสกลับทำให้ยศพลเครียดกว่าเดิม เพราะนางแบบขาวีนใช้เงินเก่งมาก กว้านซื้อแบบไม่สนใจแบบหรือราคา จนเขาอดเตือนให้เพลาๆไม่ได้

“พิมพ์อุตส่าห์หาเงินด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเองก็ต้องซื้อความสุขสิคะ จะคิดมากไปทำไม พิมพ์ทำงานแป๊บเดียวก็ได้ค่ากระเป๋าใบนี้แล้ว หรือถ้าพิมพ์ไม่มีงาน พิมพ์ก็ขอพ่อได้ พอพิมพ์แต่งงานกับคุณ พิมพ์ก็ขอคุณได้...จริงไหมคะ”

ยศพลหน้าเจื่อน หนี้พนันที่เขาสั่งสมจนแทบหาเงินใช้คืนไม่ได้ และฐานะทางครอบครัวที่ง่อนแง่นใกล้สภาวะล้มละลายเต็มทีทำให้พูดไม่ออก และเมื่อเห็นว่าแฟนสาวไม่ได้ยี่หระข้าวของมีราคาที่ได้มาแสนง่าย เลยคิดแผนร้ายขโมยของบางส่วนออกมาขายเพื่อเอาเงินไปต่อยอดพนัน...

พิมพ์ลภัสไม่ใช่คนเดียวที่ถูกคนใกล้ตัวหักหลัง รเมศก็เผชิญชะตากรรมไม่ต่างกัน ถูกธงชัยพนักงานโรงแรมบุกขโมยเอกสารสำคัญในห้องทำงาน ชุติมาพนักงานต้อนรับสาวเจ้ากรมข่าวลือประจำโรงแรมเก็บเครื่องสำอางบนเคาน์เตอร์แทบไม่ทัน กลัวรเมศจับได้ว่าอู้งาน แต่ก็ไม่ต้องกังวลเพราะเจ้านายหนุ่มมีเรื่องหนักหนาต้องเคลียร์มากกว่า

“แกคงรู้ดี ฉันไม่ชอบเรื่องสกปรกใดๆทั้งสิ้น และฉันจะตอบแทนยังไงกับคนที่ไม่ซื่อสัตย์!”

รเมศประกาศกร้าว โดยมีบวรทัตเลขาคนสนิทและสุริยนต์มือขวาของรามหัวหน้าคนงานไร่บัวขาวซึ่งสีหนาทหุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรมจารวีเชียงรายเป็นเจ้าของมาช่วยกุมตัวธงชัยไว้

ธงชัยหน้าตาเลิ่กลั่ก กวาดตามองรอบๆหาทางหนีทีไล่ แล้วก็ตัดสินใจสะบัดตัวไปตายดาบหน้า แต่ก็ต้องหน้าซีดเผือด เมื่อรเมศสลัดมาดเนี้ยบควักปืนเก็บเสียงที่เตรียมไว้ยิงขู่!

ooooooo

ตรัยพ่อของพิมพ์ลภัสและนักธุรกิจหนุ่มใหญ่เจ้าของบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเมืองไทยแทบยืนไม่อยู่ เมื่อบริษัทประสบปัญหาระหว่างการลงทุนและการตัดสินใจที่ผิดพลาดก็ทำให้เครดิตของเขาต่อธนาคารไม่น่าเชื่อถือ

การกู้ยืมเพื่อหมุนเวียนเงินในบริษัทเป็นไปอย่างยากลำบาก แม้ธนาคารจะยอมให้โอกาสตรัยอีกครั้ง แต่เขากลับต้องแพ้ทางพิมพ์ลภัสลูกสาวคนเดียวที่เขารักดั่งแก้วตาดวงใจ

“พิมพ์อยากได้รถใหม่ค่ะ”

น้ำเสียงออดอ้อนของลูกสาวทำให้ตรัยเครียดหนัก อยากตามใจเหมือนเคยแต่สภาวะการเงินของบริษัทก็ง่อนแง่นเต็มที เลยได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้ ถามราคาเพื่อถ่วงเวลา

“สิบล้านค่ะ ทู้กถูก พอดีเพื่อนพิมพ์เขาสั่งมาเป็นของขวัญวันเกิดแฟนแต่ดันเลิกกันซะก่อน พิมพ์เห็นแล้วปิ๊งเลย นะคะ...มีที่ไหนจ่ายปุ๊บได้ปั๊บ คนอื่นเขาอยากได้รถแบบนี้ต้องสั่งกันข้ามปีเลยนะคะ”

ตรัยเหงื่อแตกพลั่ก ปรามลูกสาวเสียงอ่อน “แต่รถคันใหม่ของพิมพ์ก็เพิ่งซื้อเมื่อสามเดือนก่อน พ่อว่ายังไม่จำเป็นต้องซื้อคันใหม่นะ ที่บ้านเราก็ยังมีรถอีกตั้งหลายคัน จะเอาคันของพ่อไปใช้ก็ได้”

“รถที่บ้านมันตกรุ่นแล้วนี่คะ พิมพ์อยากได้คันใหม่มาขับเล่นๆนะคะพ่อ...นะคะๆ”

ตรัยอึกๆอักๆ ปฏิเสธลูกสาวคนเดียวไม่ออกเพราะไม่เคยขัดใจ พิมพ์ลภัสไม่เข้าใจและตัดสินใจใช้ไม้ตาย

“พ่อไม่รักพิมพ์ พ่อผิดสัญญากับแม่ พ่อสัญญาจะไม่แต่งงานใหม่แต่พอแม่ตาย พ่อก็พาเมียน้อยเข้าบ้าน พ่อบอกจะรักพิมพ์คนเดียว พิมพ์อยากได้อะไรพ่อก็จะให้แต่พ่อก็ผิดสัญญา ทีนังแม่เลี้ยงนั่นขออะไรพ่อประเคนให้ทุกอย่าง รู้ไหมเมื่อสองอาทิตย์ก่อนพิมพ์เจอมันในงานเปิดตัวคอนโด มันพูดอะไร”

พิมพ์ลภัสกัดฟันแน่น น้ำตาไหลด้วยความคับแค้นใจเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ปะทะคารมกับมาธวี

“มันด่าพ่อ มันหาว่าพ่อโง่ยอมให้มันหลอก ทั้งๆที่พ่อยอมมันเพราะรักมัน แต่มันไม่เคยสำนึก พ่อเห็นมันดีกว่าพิมพ์ พิมพ์ไม่รักพ่อแล้ว!”

ตรัยสะอึก คำพูดของลูกสาวแทงใจดำทำให้รู้สึกผิดจนต้องดึงตัวมากอดปลอบ

“ไม่เอาน่ะพิมพ์ จำไว้...พ่อไม่เคยรักใครมากกว่าพิมพ์เลยนะลูก”

พิมพ์ลภัสมีท่าทีอ่อนลงเมื่อได้ยินคำพูดอ่อนโยนของพ่อ ก่อนจะยิ้มร่าด้วยความสมใจเมื่อตรัยยอมตกลงซื้อรถให้ทันทีที่ได้รับโทรศัพท์จากธนาคารอนุมัติให้กู้ยืมเงินหลายร้อยล้านไปกู้สถานการณ์ธุรกิจ โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือครั้งสุดท้ายที่พ่อสุดที่รักของเธอจะได้โอกาสนั้นจากธนาคาร...

ooooooo

ธงชัยถูกพวกรเมศกุมตัวไว้เพื่อสอบถาม ความจริงทั้งหมด โดยเฉพาะที่ว่าใครเป็นคนบงการส่งเขามาขโมยเอกสาร แต่นอกจากผู้ร้ายจะปากแข็งไม่ยอมบอกอะไรแล้ว ยังตั้งท่าจะหนี รเมศเลยต้องชักปืนมาขู่อีกครั้ง

“นัดแรก...ฉันถือว่าเป็นของตอบแทนสำหรับความขยันของนายตลอดหกเดือนที่ผ่านมา แต่นัดต่อไปฉันจะถือว่าเป็นของตอบแทนสำหรับคนทรยศ...ฉันจะให้โอกาสตอบอีกครั้ง ใครเป็นคนส่งแกมา!”

ธงชัยกลัวแทบฉี่ราด ยอมเปิดปากทุกอย่างว่าเป็นแผนการของกิตติชัยส่งเขามาขโมยเอกสาร รเมศเลยแก้เกมด้วยการอัดเทปการสารภาพและส่งไปให้กิตติชัย พร้อมข้อความเย้ยหยัน

“หลักฐานที่มัดตัวแกทุกชิ้น ฉันจะเก็บไว้อย่างดี”

กิตติชัยโกรธจัด อาละวาดขว้างปาทุกสิ่งเพราะถูกเอาคืน รเมศคาดการณ์ไว้แล้ว และเมื่อถูกบวรทัตถามถึงเหตุผลที่เขาไม่ส่งหลักฐานและแจ้งความกับตำรวจให้เอาผิดกิตติชัย เจ้าของโรงแรมหนุ่มจึงตอบอย่างคนที่คิดมาดีแล้ว

“ลองนายกิตติชัยอ้างชื่ออดีตนายตำรวจใหญ่

คนนั้น มันคงมีสายสัมพันธ์กับเขาไม่มากก็น้อย ถ้าหลักฐานยังไม่ชัดแล้วรีบส่งให้ตำรวจ ผมกลัวว่าเรื่องจะหายไปแล้วเราเองจะเป็นอันตรายน่ะสิครับ”

“แต่คำขู่แค่นั้นจะหยุดคนอย่างนายกิตติชัยได้เหรอครับ”

“ก็รอดูท่าทีของมันไปก่อน ผมยังไม่อยากเสี่ยงไปแจ้งความ มันจะกระทบกับชื่อเสียงของโรงแรมด้วย”

“ยังไงคุณเมศก็ระวังตัวหน่อยนะครับ ผมเชื่อว่าคนอย่างมันคงไม่หยุดแค่นี้แน่”

บวรทัตเป็นห่วงเจ้านายหนุ่มมาก กลัวแผนตลบหลังของเขาจะกระตุ้นให้กิตติชัยหนักข้อขึ้น แต่รเมศก็ไม่หวั่น เดินหน้าเอาผิดธงชัยเต็มที่ และเตรียมตั้งรับอย่างดีหากกิตติชัยจะส่งใครมาอีก...

พิมพ์ลภัสได้รถคันใหม่สมใจ นางแบบขาวีนอารมณ์ดีมาก ซื้อของแจกคนทั้งบ้าน แถมโละของเก่าที่ยังใหม่ให้สาวใช้อีกต่างหาก ตรัยไม่ได้สนใจเรื่องนั้น กำลังกลุ้มเพราะเงินกู้ก้อนสุดท้ายหายวับกับตาอีกรอบเพราะพิษเศรษฐกิจและกระแสหุ้นที่ร่วงกราวทั้งกระดาน!

แต่ถึงจะเครียดจัดแค่ไหน เมื่อพิมพ์ลภัสแวะมาคลอเคลียและขอบคุณเรื่องรถคันใหม่ ก็อดยิ้มตอบไม่ได้

“อ้อนพ่ออย่างนี้จะเอาอะไรอีกล่ะเรา”

“ใครบอก...พิมพ์มาขอบคุณพ่อต่างหากล่ะคะ พิมพ์รู้แล้วล่ะค่ะว่าพ่อรักพิมพ์ที่สุด”

“พิมพ์เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อ พ่ออยากให้พิมพ์มีความสุข”

“พิมพ์มีความสุขที่สุดอยู่แล้วค่ะ เพราะพิมพ์มีพ่อที่ทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งเก่ง...แล้วก็ใจดีที่สุดในโลกด้วย”

“ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอนนะพิมพ์ แต่พ่ออยากให้พิมพ์จำไว้อย่างหนึ่ง ต่อไปถึงพ่อจะไม่มีเงินทองให้พิมพ์ใช้อย่างทุกวันนี้ แต่พ่อก็รักพิมพ์ที่สุดนะลูก”

“พ่อจะไม่มีเงินได้ไงคะ ในเมื่อพ่อเป็นถึงเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ที่รวยที่สุดตอนนี้”

พูดจบก็ผละไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ทิ้งตรัยให้ มองตามด้วยความหนักใจ ไม่รู้จะบอกลูกสาวสุดที่รักเช่นไรให้เข้าใจสถานการณ์ย่ำแย่ของครอบครัว แต่ที่นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ไม่รู้คือมาธวีคอยจ้องอยู่แล้ว เฝ้ารอด้วยความหวังจะเห็นความหายนะของครอบครัวของอดีตสามีและลูกเลี้ยง

“คงรวยไปได้อีกไม่นานหรอก จองหองว่าตัวเองเป็นนางหงส์ สักวันเถอะจะกลายเป็นหงส์ปีกหัก ถึงวันนั้นฉันจะเหยียบมันให้จมดินเลยคอยดู!”

ooooooo

โอกาสของมาธวีมาถึงในอีกไม่กี่วันต่อมา เมื่อทีมงานแฟชั่นเครื่องเพชรของชูใจแจ้งว่าต้องการเปลี่ยนตัวนางแบบชุดฟินาเล่กะทันหัน และนางแบบที่มาแทนก็ไม่ใช่ใคร...พิมพ์ลภัสอดีตลูกเลี้ยงคู่ปรับของเธอนั่นเอง

ระหว่างที่มาธวีคิดแผนเอาคืนพิมพ์ลภัส...รเมศก็ประกาศต่อหน้าพนักงานโรงแรมถึงกรณีของธงชัย

“ขอบคุณทุกคนมากที่เป็นห่วง เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานก็อย่างที่ฝ่ายบุคคลประกาศ คุณธงชัยเข้าไปขโมยเงินและของมีค่าบางอย่างในห้องผม ถึงต้องให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานและดำเนินคดีตามกฎหมาย”

เหล่าพนักงานพยักหน้ารับรู้ บวรทัตเห็นดังนั้นเลยเสริมเสียงเรียบ

“ถ้าเป็นไปได้...คุณเมศกับผมไม่อยากให้แพร่ง– พรายเรื่องนี้ออกไป เพราะยิ่งพูดกันปากต่อปาก รายละเอียดก็จะยิ่งบิดเบือนไปเรื่อยๆ ถ้าทุกคนเป็นห่วงโรงแรมก็ช่วยเตือนกันด้วยว่าอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก”

พัชรีหัวหน้าพนักงานเสิร์ฟห้องอาหารโรงแรมจารวีรับคำแข็งขัน ก่อนจะปรายตาไปทางเหล่าสาวเสิร์ฟสายเม้าท์แบบดุๆ พร้อมกับคาดโทษใบเตือนหากใครคิดฝ่าฝืนและนินทาเจ้านาย

นอกจากเรื่องซุบซิบของพนักงานแล้ว บวรทัตยังรับปากจะกวดขันเรื่องเวรยามให้แน่นหนาขึ้นด้วย รเมศเลยเบาใจขึ้นมาก และคงไปทำงานกรุงเทพฯได้อย่างสบายใจ

“ช่วงที่ผมลงไปกรุงเทพฯ ฝากคุณดูแลที่นี่กับบ้านปลายดอยอย่างเข้มงวดด้วยนะครับ”

“ไม่มีปัญหาครับ ว่าแต่...คราวนี้บินไปหาสาวที่ไหนรึเปล่าครับ”

“คุณก็รู้...ผมบินไปเรื่องงานล้วนๆ”

“แหม...มีข่าวกับสาวๆตั้งเยอะ ไม่เลือกเอาสักคนล่ะครับ ติว่าคนนั้นไม่ดี คนนี้ก็ไม่ชอบ แม่ยายดุ พ่อตาเฮี้ยบบ้างล่ะ สงสัยคุณรเมศต้องคบกับผู้หญิงตัวคนเดียวไม่มีญาติพี่น้องแล้วมั้งครับ”

“ตอนนี้ผมยังไม่สนใจผู้หญิงที่ไหนหรอก”

แต่ถึงจะพูดแบบนั้น บวรทัตก็แอบเห็นจนได้ว่าเจ้านายหนุ่มปลื้มพิมพ์ลภัสนางแบบคนดังขาวีน รเมศเขินที่โดนรู้ทันแต่ก็ไม่ขัดแม้แต่น้อยเมื่อเลขาหนุ่มหยิบนิตยสารที่พิมพ์ลภัสขึ้นปกไปวางในห้องทำงาน

แค่คิดถึงหน้าสวยๆของพิมพ์ลภัส รเมศก็ยิ้มหน้าบานเหมือนคนตกหลุมรัก กระนั้นก็รู้ดีว่าเรื่องระหว่างเขากับเธอคงเป็นไปไม่ได้เพราะวิถีชีวิตไม่น่าโคจรมาเจอกัน แต่เขาก็ต้องผิดคาดเมื่อเย็นวันต่อมาหลัง

เสร็จงานในกรุงเทพฯ เขาก็ได้เจอนางแบบขาวีนอีกครั้งในงานแฟชั่นโชว์ของวาทิตเพื่อนสนิท

วาทิตเห็นสายตาเพ้อๆของเพื่อนรักก็อดกระเซ้าไม่ได้ ก่อนจะเปรยถึงตรัยพ่อของนางแบบขาวีนว่ากำลังลำบาก ประสบปัญหาทางธุรกิจจนอาจล้มละลายในไม่ช้า รเมศได้ยินชื่อตรัยก็จำได้ว่าเป็นนักธุรกิจหนุ่มใหญ่ที่เขาเคยพบในงานประกาศรางวัลทางธุรกิจเมื่อหลายปีก่อน

รเมศยังจำได้ดี ตอนนั้นเขาได้รับรางวัลนักธุรกิจหน้าใหม่ และตรัยก็มาร่วมแสดงความยินดี

“เริ่มต้นเส้นทางนี้ไม่กี่ปี แต่ก็พาเชียงรายจารวีติดอันดับโรงแรมลำดับต้นๆของประเทศ คุณนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ”

“ผมมีคุณตรัยเป็นหนึ่งในไอดอลครับ”

“อย่ายอคนแก่น่า”

“จริงๆนะครับ คุณตรัยเป็นนักธุรกิจคนหนึ่งที่ผมชื่นชมและเอาเป็นแบบอย่าง คุณเริ่มจากศูนย์และประสบความสำเร็จมายาวนาน ผมอยากทำให้ได้อย่างคุณบ้าง”

“คุณทำได้แน่ คุณมีทั้งต้นทุนจากทางครอบครัวและมีความสามารถโดดเด่นกว่านักธุรกิจรุ่นเดียวกัน ผมรู้ว่าคุณพยายามพิสูจน์ให้ทุกคนยอมรับในตัวคุณที่เป็นคุณ และวันนี้คุณก็ทำสำเร็จแล้ว”

“ผมใช้คำดูถูกเป็นแรงผลักดันครับ แล้วคุณตรัยล่ะครับมีอะไรเป็นแรงผลักดัน”

“ลูกสาวครับ พิมพ์ลภัสเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ผมมีทุกอย่างในวันนี้”

เพราะมัวคิดถึงอดีต รเมศเลยไม่ได้ยินสิ่งที่วาทิตพูด เลยโดนเย้าว่าเอาแต่จ้องสาวจนลืมเพื่อน

“แสดงว่าหลงเสน่ห์เขาจริงๆถึงได้จ้องเอาจ้องเอา เห็นสวยๆแบบนั้นแต่จริงๆร้ายไม่ใช่เล่นนะเว้ย ฉันได้ยินคนพูดกันว่าเขาน่ะขาวีน เล่นตัว เอาแต่ใจ แถมยัง...”

วาทิตพูดไม่ทันจบ รเมศที่มองตามพิมพ์ลภัสราวกับต้องมนตร์ก็โพล่งออกไป

“ร้ายๆสิดี ผู้หญิงสวยๆก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ...”

ooooooo

สำหรับรเมศ...ผู้หญิงสวยร้ายมีเสน่ห์น่าค้นหา แล้วเขาก็ได้พิสูจน์ความเชื่อของตัวเองเมื่อพิมพ์ลภัสวีนแตกกลางเวทีเดินแบบทันทีที่รู้ว่าชุดฟินาเล่ที่ใส่เป็นของห้องเสื้อมาร์ธาของมาธวีอดีตแม่เลี้ยงคู่ปรับ!

“พิมพ์เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าพิมพ์ไม่ใส่เสื้อผ้าจากมาร์ธา”

“จะบอกอะไรให้นะจ๊ะพิมพ์ คนเป็นมืออาชีพ เขาต้องแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้”

ขาดคำของมาธวี พิมพ์ลภัสก็ตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า “ใครใช้คนอย่างเธอมาสั่งสอน! ฉันรู้นะว่านี่เป็นฝีมือเธอ ทำไม...อยากเห็นฉันใส่ชุดเธอมากนักเหรอ ถ้าฉันไม่ใส่จะนอนตายตาไม่หลับใช่ไหม”

นักข่าวที่มาร่วมงานถ่ายภาพกันอย่างเมามัน รเมศงงมาก วาทิตเลยช่วยอธิบายว่าคู่กรณีของนางแบบขาวีนคือมาธวีอดีตแม่เลี้ยงยังสาวที่ลือกันว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานาน แถมเธอยังเป็นเจ้าของห้องเสื้อมาร์ธาที่เขาตั้งใจจะแนะนำให้รเมศรู้จัก เผื่อได้ช่วยงานแฟชั่นการกุศลที่จะถูกจัดในโรงแรมเชียงรายจารวีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ชูใจเจ้าของแบรนด์เครื่องเพชรที่มาเปิดแสดงต้องช่วยไกล่เกลี่ย แต่พิมพ์ลภัสก็ไม่ยอมจบ มาธวีเห็นเป็นโอกาสจะสร้างภาพนางเอกและโยนความผิดทุกอย่างให้อดีตลูกเลี้ยงเลยโพล่งออกไป

“เป็นความผิดของวีเองค่ะพี่ชูใจ วีเคยเคลียร์กับพิมพ์เขาแล้วว่าเราจะยอมสงบศึกกันถ้าวีขอโทษเขา ไม่คิดว่าเขาจะไม่รักษาคำพูด หักหน้าวีไม่พอ ยังกล้าหักหน้าพี่ชูใจด้วย”

พิมพ์ลภัสถึงกับปรี๊ดแตกที่ถูกใส่ร้ายซึ่งๆหน้า “ตอแหล! เคลียร์บ้าเคลียร์บออะไร”

“พิมพ์...ฉันขอโทษเธออีกครั้งก็แล้วกัน ไม่คิดว่าเธอจะจงเกลียดจงชังฉันจนไม่รับฟังเหตุผลของใครทั้งสิ้น ถ้ารังเกียจเสื้อผ้าที่ฉันออกแบบขนาดนี้ก็ถอดออกดีกว่า อย่าให้ชุดของฉันแปดเปื้อนตัวเธอนานๆเลย”

มาธวีพูดพลางส่งสายตาท้าทาย มั่นใจว่าพิมพ์ลภัส คงไม่กล้าถอดให้อายนักข่าว แต่มีหรือคนอย่างนางแบบขาวีนจะยอมแพ้ กระชากชุดฟินาเล่จนขาดร่วงกับพื้นและกระทืบซ้ำด้วยความสะใจ

ทุกคนถึงกับอึ้ง โดยเฉพาะมาธวีที่แสร้งตีหน้าเศร้าทั้งที่ในใจเดือดพล่าน ส่วนรเมศก็ตะลึงกับความร้ายกาจของนางแบบขาวีนมาก แต่ไม่ทันคิดอะไรก็ต้องหน้าตึงเสียก่อน เมื่อเห็นใครบางคนในงาน!

อรอุษาอดีตนางเอกดังและภรรยาของกิตติชัยนั่นเองที่มาร่วมงานนี้ด้วย หญิงสาวตั้งหน้าตั้งตาถ่ายคลิปฉาวของพิมพ์ลภัสอย่างเมามันตามประสาพวกขี้เม้าท์เลยแทบตั้งตัวไม่ติดเมื่อถูกรเมศตามมาดักหน้าและขู่

“ฝากไปบอกนายกิตติชัยหน่อยแล้วกันว่าถ้ายังไม่หยุด ผมจะจัดการแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน หลักฐานที่ผมมีเล่นงานพวกคุณได้แน่!”

คำขู่ของรเมศทำให้อรอุษาหน้าเสีย สะบัดตัววิ่งหนี เจ้าของโรงแรมหนุ่มจะตามแต่ก็ถูกพิมพ์ลภัสที่วิ่งหนีนักข่าวชนเสียก่อน เลยล้มก้นจ้ำเบ้าทั้งคู่ และนางแบบขาวีนก็ไม่รอช้าเปิดฉากต่อว่า

“นี่นาย! ทีหลังไปทะเลาะกับเมียที่บ้านนะ อย่ามาขวางทางให้คนอื่นเขาเดือดร้อน ถ้าเมื่อกี้ฉันล้มหัวฟาดพื้นพิกลพิการขึ้นมา ฉันจะฟ้องเรียกค่าเสียหายนายให้หมดตัวเลย”

รเมศมัวตะลึงที่ได้เห็นหน้าพิมพ์ลภัส แถมส้นรองเท้าของเธอก็ปักบนรองเท้าเขาด้วย เลยไม่ได้แก้ตัวใดๆ นางแบบขาวีนกำลังโมโหและหงุดหงิด คิดว่าเขาตีมึนทำไม่รู้ไม่ชี้

“นี่ด่าฉันแบบไม่ออกเสียงใช่ไหม ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้นะ ฉันจะได้ไป!”

แหวจบก็ผลักเขากระเด็นและเดินหนีดื้อๆ ทิ้งรเมศให้มองตามอึ้งๆ ไม่โกรธแต่สนใจในตัวนางแบบขาวีนอย่างประหลาด ทั้งที่เธอทำรองเท้าพังแต่เขากลับ ไม่โมโหเลยแม้แต่น้อย

วาทิตตามหารเมศจนเจอและพาไปแนะนำให้รู้จักกับมาธวี จะได้ช่วยงานแฟชั่นของโรงแรมจารวีเชียงราย เจ้าของห้องเสื้อสาวประทับใจในความหล่อและมาดเนี้ยบของรเมศมากจนอดทิ้งสายตาหวานให้ไม่ได้

“คุณรเมศจะจัดแฟชั่นโชว์เกี่ยวกับอะไรเหรอคะ”

“ผ้าทอภาคเหนือครับ พอดีผมได้เป็นที่ปรึกษาสมาคมส่งเสริมอาชีพทอผ้า เลยอยากจัดงานช่วยสมาคมน่ะครับ”

“วีเองก็สนใจเสื้อผ้าพื้นเมืองอยู่เหมือนกัน ขอให้มาร์ธาเข้าร่วมโชว์ด้วยได้ไหมคะ”

“ยินดีเลยครับ ผมไม่ได้อยู่ในแวดวงแฟชั่น แต่ก็เคยได้ยินชื่อเสียงแบรนด์มาร์ธามาพอสมควร แล้วก็นับว่าโชคดีมากๆที่ได้เห็นผลงานของคุณในงานเปิดตัวคอนโดที่หัวหินเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ชุดของคุณสวยมากครับ ถ้าได้คุณวีมาร่วมงานด้วยคงมีคนสนใจงานนี้อีกมากเลยล่ะครับ”

ooooooo

.

..........

บ่วงหงส์ ตอนที่ 2

ข่าวการให้สัมภาษณ์ของมาธวีพาดพิงถึงพิมพ์ลภัสว่าเป็นนางแบบเจ้าปัญหาทำให้เจ้าตัวโกรธจัด หงุดหงิดและพาลขวางจนใครเข้าหน้าไม่ติด ยศพลรำคาญมากแต่เพื่อผลประโยชน์เลยยอมทนเอาใจพาไปเที่ยวและช็อปปิ้ง ตรัยที่กำลังเครียดหนักเพราะการลงทุนเจ๊ง แถมธนาคารก็ไม่อนุมัติให้กู้เลยเบาใจได้บ้างที่ลูกสาวมีคนดูแล

พิมพ์ลภัสมัวแต่ปลื้มที่แฟนหนุ่มพะเน้าพะนอ มั่นใจว่าเขาคือคนที่ใช่และจะเคียงข้างเธอตลอดชีวิต โดยไม่รู้เลยว่าเวลาเดียวกันนั่นเองที่โรงแรมจารวีเชียงราย... รเมศกำลังคิดถึงเธอมาก โดยเฉพาะครั้งล่าสุดที่เจอกัน แม้เธอจะใช้รองเท้าส้นสูงเหยียบรองเท้าเขาเป็นรู เขาก็ไม่โกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย

ขนิษฐาหรือน้อง ลูกพี่ลูกน้องของสีหนาทเจ้าของไร่บัวขาวและหุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรมจารวีเชียงราย แวะมาตรวจงานแทนญาติหนุ่มเหมือนเคย เห็นรเมศ

ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคนมีความรักก็อดทักไม่ได้ แต่เขาก็เฉไฉเบี่ยงเบนจนเธอยอมถอยและเปลี่ยนมาพูดเรื่องแฟชั่นโชว์ที่จะจัดขึ้นในโรงแรมแทน

เรื่องแฟชั่นโชว์ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง มาธวีเป็นดีไซเนอร์มีชื่อเสียงและคงฝากความหวังไว้ได้ แต่เรื่องที่ขนิษฐาเป็นห่วงมากกว่าคือเรื่องกิตติชัยที่คงไม่รามือเรื่องที่ดิน รเมศเข้าใจความเป็นห่วงของเธอดี แต่ก็ไม่กังวลมากเพราะเตรียมตัวไว้แล้ว หากกิตติชัยส่งใครมาอีก...เขาจะจัดการขั้นเด็ดขาด!

กิตติชัยก็ไม่คิดยอมแพ้จริงๆ เมื่ออรอุษาภรรยาจอมมารยาเอาเรื่องรเมศมองตามพิมพ์ลภัสตาเป็นมันในงานเมื่อคืนก่อน ก็คิดแผนร้ายจะหาทางทำให้รเมศเสียศูนย์บ้าง

ตรัยไม่ได้สนใจว่าใครจะงัดข้อใคร มัวห่วงพิมพ์ลภัสจะอยู่ไม่ได้หากเขาล้มละลาย แต่ดูเหมือนลูกสาวคนเดียวจะไม่รู้สึกรู้สาจนเขาพูดไม่ออก ได้แต่สั่งเสียอ้อมๆผ่านเข็มกลัดเพชรรูปหงส์ที่เขาสั่งทำให้เธอเมื่อหลายปีก่อน

“พ่ออยากให้พิมพ์เหมือนหงส์ตัวนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พ่ออยากให้พิมพ์เข้มแข็งอดทน ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี และสง่างามเหมือนดั่งหงส์ของพ่อตลอดไป”

“พิมพ์เป็นนางพญาหงส์ต่างหาก พิมพ์แข็งแกร่งอยู่แล้ว ไม่เป็นอะไรง่ายๆหรอกค่ะ”

พูดจบก็โถมตัวไปกอด ตรัยได้แต่โอบตอบหน้านิ่ง น้ำตาตกในที่คงทำให้ลูกสาวมีความสุขเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว

“พ่อขอโทษนะพิมพ์...พ่อไม่ใช่พ่อคนเก่งของพิมพ์อีกต่อไปแล้ว”

พิมพ์ลภัสจับไม่ได้ถึงความผิดปกติของพ่อ ผละไปทำงานอย่างร่าเริงเหมือนเคย โดยคิดไม่ถึงเลยว่าทันทีที่เธอขับรถพ้นประตูบ้าน ตรัยก็ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง!

ooooooo

รเมศแวะไปดูความเรียบร้อยที่หมู่บ้านปลายดอยที่ถูกพวกกิตติชัยเผาจนเดือดร้อนไปหมด โชคดีที่รเมศยื่นมือช่วยเหลือออกเงินซ่อมแซมบ้านเรือนให้ ชาวบ้านเลยพอตั้งหลักได้และตัดสินใจจะขายที่ดินให้เขา เจ้าของโรงแรมหนุ่มไม่อยากกดดันชาวบ้านเลยบอกผลัดให้รอซ่อมบ้านเสร็จ

บวรทัตเลขาหนุ่มของรเมศตามมาดูแลงานในหมู่บ้านด้วย ปลื้มใจกับความมีน้ำใจของเจ้านายหนุ่มแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวจะไม่ปลอดภัยจากพวกกิตติชัย

“พูดตรงๆนะครับ ผมไม่เห็นด้วยกับโปรเจกต์นี้ของคุณเมศเลยสักนิด มันจะได้ไม่คุ้มเสียเอานะ ตอนนี้ใครๆเขาก็มองคุณเป็นนายทุนกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้าน”

“ผมไม่สนหรอกว่าใครจะคิดกับผมยังไง ผมรู้ตัวก็แล้วกันว่ากำลังทำอะไรอยู่”

“แต่คุณเมศกำลังเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงนะครับ ตอนนี้ไอ้กิตติชัยมันพุ่งเป้ามาที่คุณเมศเต็มๆแล้ว”

“อย่าลืมสิว่าเรานำมันอยู่หนึ่งก้าว”

“แต่ที่มันเงียบไปคงกำลังวางแผนอะไรสักอย่างอยู่นะครับ”

“ก็ดี...ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะมีอะไรใหม่ๆมาเล่น...”

การตายของตรัยสร้างความตื่นตระหนกให้แก่คนทั้งบ้าน แต่คนตกใจสุดคงหนีไม่พ้นพิมพ์ลภัส ลูกสาวคนเดียวที่เหมือนโลกถล่มต่อหน้าต่อตาจนแทบทำอะไรไม่ถูก รเมศนั่งดูข่าวจากโรงแรมเห็นสภาพของนางแบบขาวีนเศร้าซึม รวมถึงกระแสบนโลกโซเชียลซ้ำเติมเธอก็อดสงสารและเห็นใจไม่ได้

ต่างจากมาธวีที่แม้จะใจหายเพราะอย่างน้อยก็เคยอยู่กับตรัยมานาน แต่ความสะใจนั้นมีมากกว่าเพราะรู้ดีว่าโอกาสจะเหยียบย่ำพิมพ์ลภัสอดีตลูกเลี้ยงสาวคู่ปรับได้มาถึงแล้ว...

พิมพ์ลภัสไม่ได้สนใจว่าใครจะซ้ำเติม มัวเศร้าโศกกับการจากไปของตรัย เธอไปร่วมงานศพของพ่อที่มีแขกมาร่วมงานน้อยมาก แถมต้องรับมือคำนินทาของใครต่อใครที่หมายหัวว่าเธอเป็นหงส์ปีกหักเอาตัวไม่รอด

หงส์ปีกหักของตรัยกำมือแน่น คำพูดลับหลังของผู้คนมากมายทำให้แค้นใจ แต่เข็มกลัดรูปหงส์บนอกก็ทำให้คิดถึงพ่อ นางแบบขาวีนยังจำได้ดี ตรัยมอบของขวัญสุดพิเศษนี้ให้เธอในวันเกิดสิบห้าปี

“ร้านนี้เขารับทำเครื่องเพชรให้ดาราฮอลลีวูดดังๆตั้งหลายคน พ่อเลยสั่งทำให้ลูกสาวแสนสวยของพ่อบ้าง”

“แล้วทำไมต้องหงส์ล่ะคะ หรือว่าพิมพ์คอยาว”

“เพราะหงส์สวยสง่า เป็นราชินีแห่งนกทั้งปวงต่างหาก พิมพ์รู้ไหม...ไม่ว่าหงส์จะทำอะไร จะบินลอยเหนือน้ำ ดีใจ หรือแม้กระทั่งโกรธ ท่าทางของมันก็ยังสง่างามไม่เคยเปลี่ยน เหมือนพิมพ์ของพ่อไง”

พิมพ์ลภัสดึงตัวเองจากอดีต น้ำตาซึมด้วยความคิดถึงพ่อ

“พิมพ์จะเป็นหงส์เหมือนอย่างที่พ่ออยากให้เป็นค่ะ”

ooooooo

บทพิสูจน์ของพิมพ์ลภัสมาถึงในเวลาต่อมา เริ่มจากสายตาดูถูกและเย้ยหยันของบรรดาแขกเหรื่อที่ส่วนมากรู้ฤทธิ์เดชของเธอดีจากการทำงานร่วมกัน แถมมีพวงหรีดของมาธวีที่ทำให้อารมณ์ของนางแบบขาวีนปรี๊ดถึงขีดสุด!

บรรยากาศหดหู่และชวนอึดอัดในงานศพของตรัยทำให้พิมพ์ลภัสอยากเป็นบ้า แล้วก็แทบช็อกเมื่อทวีปทนายความของครอบครัวแจ้งข่าวร้ายเรื่องตรัยถูกฟ้องล้มละลาย

“ผมเลยจะแจ้งคุณพิมพ์ว่าธนาคารจะยึดบ้าน ที่ดินกับทรัพย์สินต่างๆไปขายทอดตลาดใช้หนี้ แต่ผมเกรงว่าทั้งหมดนั่นก็อาจจะยังไม่พอ ยังไงผมจะส่งเอกสารรายละเอียดเรื่องหนี้สินมาให้คุณพิมพ์อีกทีนะครับ”

ทวีปลำบากใจมาก ยิ่งเห็นสีหน้าซีดเผือดของนางแบบขาวีนยิ่งเครียด แต่พิมพ์ลภัสก็ตั้งสติจนได้

“แล้วถ้าพิมพ์ขายของใช้ของส่วนตัวทั้งหมดของพิมพ์...จะพอใช้หนี้ไหมคะ”

“ก็มีสิทธิ์นะครับ พวกซุปเปอร์คาร์หรือของแบรนด์เนมของคุณพิมพ์คงได้ราคาดีอยู่”

“งั้นคุณลุงทวีปจัดการให้พิมพ์นะคะ อะไรขายได้ขายให้หมด เหลือไว้แค่รถคันเล็กแล้วก็เข็มกลัดหงส์ก็พอค่ะ”

โชคร้ายของพิมพ์ลภัสยังไม่จบ หลังข่าวร้ายของพ่อ ยศพลแฟนหนุ่มไฮโซที่เคยรักเธอมากก็แวะมาบอกเลิกถึงหน้างานศพ นางแบบขาวีนถึงกับผงะ คิดไม่ถึงว่าเขาจะใจร้ายใจดำขนาดนี้

“ทำไม...เพราะพิมพ์เหลือแต่ตัวใช่ไหมถึงทำกับพิมพ์แบบนี้ ไหนว่ารักพิมพ์ รักพิมพ์หรือรักเงินของพิมพ์กันแน่!”

พิมพ์ลภัสโกรธมาก ถลาไปกระชากคอเสื้อเขาจนหัวสั่นหัวคลอน ยศพลทนไม่ไหวผลักเธอออกอย่างแรง

“ที่ผ่านมาเราสองคนไม่ได้รักกันหรอกพิมพ์ ลองถามใจตัวเองดู พิมพ์เองก็ไม่ได้รักผมแต่รักที่ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของผมมากกว่า ถ้าวันนี้ครอบครัวผมมีเรื่องแบบคุณ คุณก็ต้องทำกับผมแบบนี้เหมือนกัน”

พิมพ์ลภัสอึ้งไปอึดใจ อยากเถียงใจแทบขาดแต่ลึกๆก็รู้ว่ายศพลพูดถูก

“อย่าโกหกเลยพิมพ์ เราจบกันแค่นี้ดีกว่า ดันทุรังคบกันต่อไปก็เสียเวลาเปล่า เลิกกันตอนนี้ดีที่สุดแล้ว”

“ดีบ้าอะไร พอลทำแบบนี้พิมพ์จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ใครๆก็รู้ว่าอีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว”

“ถ้าใครถาม...พิมพ์บอกไปเลยก็ได้ว่าเบื่อผมแล้ว พิมพ์เขี่ยผมทิ้ง”

คำแก้ตัวแบบขอไปทีของยศพลทำให้พิมพ์ลภัสเสียความรู้สึกมาก ปรี๊ดเสียงเขียว

“ได้! อยากเลิกก็เลิก พิมพ์ไม่ง้อ มีคนอยากเป็นแฟนพิมพ์อีกเยอะแยะ ผู้ชายอย่างพอล พิมพ์ไม่เสียดายหรอก”

ยศพลไม่ยี่หระ หมุนตัวจะกลับ แต่ไม่วายทิ้งท้าย

“อ้อ...แหวนที่ผมให้ พิมพ์เก็บไว้แล้วกัน ถือว่าผมชดเชยที่พิมพ์ต้องเสียชื่อ เสียเวลา...โชคดีนะพิมพ์”

พูดจบก็ขับรถจากไป พิมพ์ลภัสโมโหมาก ตั้งท่าจะปาแหวนไล่หลัง แต่ประกายเพชรแวววาวในมือก็ทำให้ยั้งมือ ในภาวะอับจนหนทางเช่นนี้ บางทีแหวนวงนี้อาจช่วยประคองสถานการณ์ของเธอได้บ้าง...

ooooooo

รเมศพอเข้าใจสถานการณ์ของพิมพ์ลภัสดี ข่าวคราวของเธอบนโลกออนไลน์และจอทีวีทำให้สงสารและเป็นห่วง อยากลงไปดูแลด้วยตัวเองแต่สถานการณ์ที่หมู่บ้านปลายดอยก็ไม่น่าไว้ใจ พวกกิตติชัยอาจแผลงฤทธิ์เมื่อไหร่ก็ได้ เขาเลยทำได้แค่ส่งใจและพวงหรีดไปร่วมงานศพตรัยเท่านั้น

ต่างจากมาธวีที่แม้จะคุ้นเคยกับครอบครัวของพิมพ์ลภัสดีเพราะเคยร่วมชายคากันมา แต่อดีตนางแบบและเจ้าของห้องเสื้อมาร์ธากลับไม่ไปร่วมงาน ส่งไปแค่พวงหรีดและให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อเท่านั้น

“พี่เพิ่งรู้ข่าวก่อนน้องโทร.มาแป๊บเดียว พี่ตกใจมาก ร้องไห้อยู่เป็นชั่วโมง คนเคยรักกันนี่คะ ถึงเราจะจากกันไม่ดีเท่าไหร่ แต่พี่ก็ไม่คิดว่าเขาจะจบชีวิตลงแบบนี้ไม่น่าเลยจริงๆ”

“แล้วคุณวีพอจะรู้เรื่องธุรกิจของคุณตรัยมาก่อนไหมคะ”

“เคยได้ยินคนเตือนมาเหมือนกันว่าคุณตรัยทำธุรกิจไม่เก่งเท่าไหร่ แต่พี่ไม่กล้าไปก้าวก่ายอะไรเขามาก คุณตรัยเป็นคนมีอีโก้ค่ะ พี่คิดอยู่เหมือนกันนะคะ ถ้าตอนนี้ยังอยู่ด้วยกันก็อาจจะช่วยเตือนสติไม่ให้เขาคิดสั้นแบบนี้”

“ขอถามเรื่องคุณพิมพ์ลภัสได้ไหมคะ”

“ได้สิคะ...ในฐานะที่เคยเป็นแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงกันมาก่อน ถึงเราจะมีปัญหากันบ้าง แต่พี่ก็ยินดีจะช่วยเหลือพิมพ์อยู่แล้ว คุณตรัยเสียชีวิตกะทันหันแบบนี้พิมพ์คงลำบากน่าดู พี่ไม่มั่นใจเหมือนกันนะคะว่าจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน ก็อย่างที่เคยได้ยินมานั่นแหละค่ะ พิมพ์ลภัสใช้เงินเก่ง ถึงเขาจะทำงานด้านนี้ได้ดีแต่ก็ไม่ค่อยมีระเบียบวินัยเท่าไหร่ ไม่รู้วันดีคืนดีจะถูกแบนออกจากวงการหรือเปล่า พี่ล่ะกลัวแทนจริงๆ”

นอกจากให้สัมภาษณ์ถึงพิมพ์ลภัสแบบหวังดีประสงค์ร้ายแล้ว มาธวียังส่งเป็ดกับหนูดี ผู้ช่วยและดีไซเนอร์ประจำห้องเสื้อมาร์ธาไปเป่าหูคนทั้งวงการถึงวีรกรรมลูกเลี้ยง หวังตัดหนทางไม่ให้มีที่ยืนในวงการอีกเลย

พิมพ์ลภัสยังไม่รู้ตัว มัววุ่นวายเรื่องงานศพพ่อและจัดการทุกอย่างภายในบ้าน ทั้งขนข้าวของออกจากคฤหาสน์ที่อยู่ตั้งแต่เด็ก จ่ายเงินชดเชยคนใช้เพราะจ้างต่อไม่ไหว ก่อนจะเช่าคอนโดฯหรูเพื่อซุกหัวนอน

พวงผกาเลขาสาวขี้เม้าท์ของกิตติชัยเห็นพิมพ์ลภัสนางแบบขาวีนคนดังมาเช่าคอนโดฯของเจ้านายหนุ่มก็อดซุบซิบกับผู้จัดการทั่วไปไม่ได้ กิตติชัยผ่านมาได้ยินก็หูผึ่ง ตาลุกวาวที่แผนการเอาคืนรเมศอาจจะเป็นจริงในไม่ช้า...

ooooooo

โชคชะตาผกผันเพียงชั่วข้ามคืนยังไม่พอ นอกจากพิมพ์ลภัสจะแทบหมดตัวเพราะขายสมบัติเท่าที่มีเพื่อใช้หนี้แทนพ่อ จนเหลือแค่เงินไม่กี่แสนและรถเล็กๆหนึ่งคัน งานเดินแบบและโชว์ตัวที่เคยเต็มแน่นติดต่อกันหลายเดือนก็ถูกยกเลิกหรือบอกคืนคิวจนแทบไม่มีเหลือ

พิมพ์ลภัสยังไม่รู้ตัวว่าทุกอย่างเป็นแผนของมาธวี ได้แต่หงุดหงิดและคิดเอาเองว่าคงเพราะตนตกอับเลยมีแต่คนซ้ำเติม แต่ทันทีที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของอดีตแม่เลี้ยงคู่ปรับพาดพิงถึงตนกับพ่อก็ถึงกับปรี๊ดแตก

“ห้องเสื้อมาร์ธาเป็นความภูมิใจสูงสุดในชีวิตของวีค่ะ ถ้าวีไม่ตัดสินใจหย่าแล้วก้าวเท้าออกจากบ้านหลังนั้น วีก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่ามาร์ธาจะเป็นได้แบบทุกวันนี้ไหม ก็อย่างที่ทุกคนทราบ...คุณตรัยเป็นนักธุรกิจ เลยมีนิสัยประหยัดจนเกินพอดีไปหน่อยค่ะ วีแทบไม่ได้ซื้อของอะไรเลยเพราะคุณตรัยเห็นว่าไม่จำเป็น”

คำสัมภาษณ์เอาดีเข้าตัวและโยนความชั่วให้ตรัยทำให้พิมพ์ลภัสแทบปานิตยสารทิ้ง ยังจำได้ในอดีตเมื่อหลายปีก่อนสมัยมาธวียังเป็นแม่เลี้ยงของเธอ อดีตนางแบบและเจ้าของห้องเสื้อมาร์ธาไม่ใช่แค่ใช้เงินในบัตรเครดิตเต็มวงเงินทุกงวด ยังกว้านซื้อของแบรนด์เนมทุกคอลเลกชั่น ทุกสี ทุกแบบจนตรัยหน่ายใจมาก

พิมพ์ลภัสเคยเห็นอดีตแม่เลี้ยงซื้อรองเท้านับสิบคู่ ในคราวเดียว ต่างกันแค่สีเท่านั้น เลยอดแขวะไม่ได้

“ซื้อเยอะขนาดนี้ เอามาไหว้บรรพบุรุษรึไงคุณพ่อห้ามเขาบ้างสิคะ ไม่ใช่ปล่อยให้รูดบัตรเต็มวงเงินทุกเดือน”

“แหม...พิมพ์ก็ไม่ได้น้อยหน้ากว่าฉันเท่าไหร่หรอกนะ ขนาดยังหาเงินเองไม่ได้ยังจัดปาร์ตี้ถี่ยิ่งกว่าไปเรียนอีก ไหนจะบินไปเที่ยวต่างประเทศเป็นว่าเล่น แล้วกระเป๋าที่ถือนั่นเพิ่งซื้อมาใหม่ใช่ไหม ราคาซื้อคอนโดได้ห้องหนึ่งเลยนะ”

“จะราคาเท่าไหร่ก็เงินพ่อฉัน ฉันไม่ได้ไร้สติซื้อยกโหลแบบเธอแล้วกัน รสนิยมแย่แล้วยังอวดรวยแบบโง่ๆอีก”

มาธวีกับพิมพ์ลภัสคงตบกันไปแล้ว ถ้าตรัยจะไม่ห้ามทัพและไกล่เกลี่ยจนสองสาวต้องแยกกันแบบไม่เต็มใจนัก นางแบบขาวีนดึงตัวเองจากอดีต กวาดสายตาอ่านคำสัมภาษณ์ของอดีตแม่เลี้ยงด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน ยิ่งอีกฝ่ายให้สัมภาษณ์สร้างภาพว่าเลิกกับตรัยโดยไม่ได้อะไรติดตัวยิ่งของขึ้น

“ตอนวีหย่ากับคุณตรัย วีตัดสินใจออกจากบ้านหลังนั้น วีแทบไม่มีอะไรติดตัว วีได้แค่เงินก้อนเล็กๆ ก้อนเดียวกับข้าวของนิดหน่อยสมัยตอนยังรักกัน ห้องเสื้อมาร์ธาและทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้เป็นเพราะน้ำพักน้ำแรงของวีทั้งนั้น”

พิมพ์ลภัสโกรธจนตัวสั่น จำได้ฝังใจไม่มีวันลืมถึงวันที่อดีตแม่เลี้ยงเดินออกจากบ้านตนพร้อมเงินหลายสิบล้าน รถสปอร์ตซุปเปอร์คาร์สุดหรูและกรรมสิทธิ์ในห้องเสื้อมาร์ธาที่พ่อเธอเป็นคนออกทุนให้

ตรัยเสียใจมากที่รักษาความรักไว้ไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้มาธวีหย่าขาดตามต้องการ แต่พิมพ์ลภัสไม่เข้าใจและคิดว่าอดีตแม่เลี้ยงเลิกกับพ่อเธอเพราะหมดประโยชน์มากกว่า

“พิมพ์ไม่เข้าใจ ทำไมต้องยอมมันขนาดนั้นด้วย!”

“พ่อไม่อยากมีปัญหา ช่างมันเถอะพิมพ์ เงินทองของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้”

“แต่พิมพ์ต้องอกแตกตายแน่ถ้าปล่อยให้นังนั่นโกยสมบัติเราไปหมดแบบนี้ มันได้ไปเยอะแล้ว ทั้งเงิน ทั้งเครื่องเพชร ห้องเสื้อมันคุณพ่อก็ออกเงินให้ แล้วนี่มันยังจะเอารถไปอีก พิมพ์ไม่ยอม! พิมพ์จะไปเอาคืน!”

ooooooo

คำสัมภาษณ์ของมาธวีทำให้พิมพ์ลภัสเดือดจัด ฉีกนิตยสารเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยด้วยความโมโห พนักงานต้องเข้ามาห้ามเลยได้ค่าเสียหายเป็นธนบัตรสีเทา ซึ่งถึงจะชดเชยค่านิตยสารได้แต่ก็ไม่ทำให้ภาพลักษณ์ของนางแบบขาวีนดีขึ้น

พิมพ์ลภัสหัวเสียมาก พร่ำโทษโชคชะตาทำให้เธอต้องเจอเรื่องแบบนี้ ก่อนจะยิ้มได้บ้างในอึดใจต่อมาเมื่อมีคนติดต่อจ้างงาน นางแบบขาวีนที่ตารางว่างทั้งเดือนรีบกระโจนรับ โดยไม่รู้เลยว่ามันจะไม่ใช่แค่งานโชว์ตัวเหมือนเคย แต่เป็นงานถ่ายแบบเซ็กซี่ที่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัว...ซึ่งเป็นแบบที่เธอไม่เคยคิดจะรับ!

นางแบบขาวีนเดินออกจากงานแบบไม่สนใจ

ค่าจ้าง ศักดิ์ศรีที่มีล้นเหลือทำให้ไม่แคร์และไม่ยี่หระแม้แต่น้อย แอนนางแบบสาวเพื่อนสนิทที่สุดในวงการผ่านมาเห็นพอดี พิมพ์ลภัสเลยได้ระบายให้อารมณ์ดีขึ้นบ้าง แต่กระนั้นก็เพียงไม่กี่อึดใจ เพราะเพื่อนสาวมีท่าทางอึกอักเหมือนมีอะไรปิดบัง

“ถ้ายังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่ก็พูดมา”

“ฉันไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า...แต่ฉันได้ยินว่าคุณมาธวีบอกออแกไนเซอร์กับเอเจนซี่ที่เป็นเพื่อนๆเขาให้แบนเธอ”

พิมพ์ลภัสโกรธมากแต่ต้องพยายามข่มอารมณ์ไว้ แอนเข้าใจและเห็นใจแต่ก็ทำได้แค่ปลอบ

“ขอโทษนะที่ฉันช่วยอะไรไม่ได้เลย ฉันมันแค่นางแบบหน้าใหม่ตัวเล็กๆคนหนึ่ง เธอก็รู้ว่าที่บ้านฉันไม่ได้ร่ำรวยมีเส้นสาย ฉันไม่กล้าไปงัดข้อกับพวกนั้นหรอก”

“ไม่เป็นไร ไม่ใช่ความผิดเธอ คนผิดคือนังมาธวี ช่วงนี้มันกำลังรุ่ง พวกก็เยอะ สักวันฉันจะหาทางเอาคืน”

“เออจริงสิ เย็นนี้มีงานเลี้ยงวันเกิดคุณประธาน เจ้าของนิตยสารที่พิมพ์เคยขึ้นปกบ่อยๆไง ยังไงลองไปร่วมงานดูไหม ถ้าเขาเห็นหน้าพิมพ์ เขาอาจจะหางานอะไรให้ทำก็ได้...”

สถานการณ์ของพิมพ์ลภัสไม่ได้ทำให้เธอมีทางเลือก งานเลี้ยงวันเกิดประธานเจ้าของนิตยสารที่เมื่อก่อนเธอไม่คิดจะสนใจกลายเป็นเหมือนความหวังจะทำให้สถานภาพทางการเงินของเธอคล่องตัวขึ้น แต่กระนั้น... วีรกรรมในวันวานก็ส่งผลทำให้ไม่มีใครสนใจเธอแม้แต่น้อย

พิมพ์ลภัสมองบรรยากาศงานด้วยความเบื่อหน่าย แล้วก็ได้ทำหน้าเมื่อยมากขึ้นเมื่อภัคพงษ์เพื่อนของยศพลมาทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ยด้วย นางแบบขาวีนเจอผู้ชายขายขนมจีบจนเบื่อ รู้ทันอีกฝ่ายว่าต้องการอะไรเลยตัดบทและขอตัวอย่างไร้เยื่อใย ภัคพงษ์ไม่หวั่น เดินหน้าไม่ถอย

“คุณนี่ตรงไปตรงมาดีจริงๆ ผมภัคพงษ์...ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณพิมพ์ลภัส”

“ฉันไม่ค่อยยินดีเท่าไหร่ แล้วคิดว่าอีกสักห้านาทีก็คงจำชื่อคุณไม่ได้แล้วด้วย”

“ไหนๆคุณก็เป็นคนตรงๆ งั้นผมพูดตรงๆเลยดีกว่า ผมเป็นเพื่อนยศพล ได้ยินว่าคุณกับมันเลิกกันแล้ว มันบอกผมว่าลีลาคุณสุดยอด แต่ถ้าอยากได้ต้องทุ่มหน่อย ผมไม่อยากคุยนะ แต่ผมมีดีกว่าไอ้พลแน่ๆ ถ้าคุณโอเคผมจะทำให้คุณลืมไอ้พลสนิท แล้วเอาแต่ร้องเรียกหาผมเลยล่ะ”

รอยยิ้มสุดหื่นบอกความในใจทำให้พิมพ์ลภัสขนลุก แต่ที่ทำคือยิ้มหวานและฉวยโอกาสตอนเขาเผลอกระทืบรองเท้าส้นสูงและแหลมบนรองเท้าเขาสุดแรง ก่อนจะผละมาอย่างไม่เหลียวหลัง

เสียงซุบซิบถึงความตกต่ำของเธอยังตามหลอกหลอน พิมพ์ลภัสหมดอารมณ์จะอยู่ร่วมงานต่อ ตัดสินใจจะกลับแต่ก็ดันโชคไม่ดี ชนโครมเข้ากับใครบางคน!

ooooooo

รเมศนั่นเองที่มาร่วมงานตามมารยาท ความเซ็งที่ต้องมาแปรเปลี่ยนเป็นความรื่นรมย์ทันทีที่เห็นหน้านางแบบขาวีนที่เขาฝันถึงมาหลายวัน แต่พิมพ์ลภัสคงไม่รู้สึกเช่นนั้น อารมณ์ขุ่นมัวที่ถูกดูถูกก่อนหน้าทำให้พาล และชายหนุ่มตรงหน้าก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น แม้เขาจะส่งยิ้มหวานและถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง นางแบบขาวีนก็ไม่คิดจะสน

“งานไม่สนุกเหรอครับ ทำไมรีบกลับ”

“งานสนุกมากค่ะ แต่ระวังหลังคุณไว้ให้ดีแล้วกัน ถ้าคุณเผลอเมื่อไหร่ มีดจมมิดเต็มหลังคุณแน่!”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งรเมศให้มองตามด้วยความพิศวง เขาเจอพิมพ์ลภัสหลายครั้งแล้ว แต่ละครั้งก็ในสถานการณ์และบรรยากาศที่แตกต่างกัน ทั้งวีนแตกและสวยสง่า แต่ครั้งนี้น้ำตาคลอเบ้าของเธอทำให้ใจเขาหล่นวูบ นึกสงสัยว่าอะไรที่ทำให้นางแบบขาวีนของเขาอ่อนแอถึงเพียงนี้...

พลาดหวังจากงานเลี้ยงของประธาน พิมพ์ลภัสก็ว่างงานต่อไปเพราะไม่มีใครจ้าง วันๆมีแต่รายจ่าย ทั้งค่าเช่าคอนโด ค่าซักเสื้อผ้า ค่าโทรศัพท์ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบัตรเครดิต นางแบบขาวีนอยู่ในช่วงขาลงถึงขีดสุด และกิตติชัยก็รอโอกาสนี้อยู่แล้ว รีบให้พวงผกาเลขาสาวขี้เม้าท์ไปเชิญตัวมาพบ

พิมพ์ลภัสยอมมาพบแบบงงๆ แต่ตำแหน่งของกิตติชัยที่เป็นถึงเจ้าของคอนโดหรูที่เธอพักก็ทำให้มองข้ามไม่ได้ แต่กระนั้น...นางแบบขาวีนก็ยังเป็นคนเดิม ประสบการณ์หลายวันที่ผ่านมาทำให้หวาดระแวงและมองโลกในแง่ร้าย

“บอกไว้ก่อนนะคะ ถ้าจะทวงค่าเช่า ตอนนี้ฉันยังไม่มี”

กิตติชัยยิ้มบางๆ โบกมือปฏิเสธ “ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกครับ ผมได้รับรายงานว่าคุณเพิ่งค้างเดือนเดียว แล้วที่ผ่านมาคุณก็จ่ายอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้จะช้ากว่ากำหนดนิดหน่อย”

“บางทีเช็คค่าจ้างเดินแบบของฉันก็ออกช้าน่ะค่ะ เลยขาดสภาพคล่องนิดหน่อย”

“ถ้าอย่างนั้นผมมีข้อเสนอทางธุรกิจมาให้คุณพิมพ์ครับ”

สายตามีเลศนัยของกิตติชัยทำให้พิมพ์ลภัส สังหรณ์ไม่ดี

“อย่ามองผมแบบนั้นสิครับ ไม่ใช่เรื่องผิดศีลธรรมแน่นอน ผมมีภรรยาแล้วครับ แล้วผมก็เคยรู้จักกับคุณตรัยด้วย ยังชื่นชมว่าท่านเป็นนักธุรกิจที่เฉียบคมมาก แต่ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ คนเราก็ทำผิดพลาดกันได้”

ชื่อของพ่อทำให้พิมพ์ลภัสน้ำตาจะไหล รีบตัดบทถามถึงงานเดินแบบหรือโชว์ตัว เพราะคิดว่ากิตติชัยจะจัดงานเพื่อโปรโมตคอนโด แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าไม่ใช่

“ผมไม่ได้จะให้คุณมาเดินแบบหรือถ่ายโฆษณาอะไร ผมพอรู้มาว่าคุณเคยเรียนการแสดงมาบ้าง”

“ค่ะ...ฉันเคยเรียนที่เมืองนอกมาคอร์สหนึ่ง งั้นแสดงว่าคุณอยากทำละคร”

“ก็ไม่เชิงครับ ผมแค่คิดว่าประสบการณ์ด้านการแสดงของคุณจะมีประโยชน์กับเรื่องที่ผมกำลังเสนอ”

พิมพ์ลภัสนิ่วหน้าด้วยความสงสัย ออกจะรำคาญเจ้าของคอนโดหนุ่มหน่อยๆ กิตติชัยก็เหมือนจะรู้ตัว รีบโพล่งข้อเสนอออกไป หวังจะให้นางแบบขาวีนติดกับและยอมทำงานให้

“ถ้าคุณพิมพ์ตกลงทำงานนี้และถ้าคุณทำสำเร็จ ผมจะให้คุณพักที่นี่ฟรีหนึ่งปี แถมเงินให้อีกสามล้านบาท”

“งานอะไรคะถึงได้มีข้อเสนอระดับนี้”

“หาทางตีสนิทผู้ชายคนหนึ่ง แล้วก็เอาของบางอย่างจากเขามาให้ผม...”

ooooooo

งานดี เงินดี แต่ต้องแลกด้วยการเอาตัวเข้าแลก แถมต้องทำผิดกฎหมายขโมยของด้วยทำให้พิมพ์ลภัสสมเพชในโชคชะตาตัวเองยิ่งนัก จากนางแบบดังคับฟ้าต้องกลายเป็นนางนกต่อในชั่วข้ามคืน!

สีหน้าโกรธจัดของพิมพ์ลภัสทำให้กิตติชัยต้องกล่อมเสียงอ่อนว่ามันไม่ใช่งานอย่างที่คิด

“ไม่ใช่นางนกต่อแล้วอะไร...ขโมยรึไงคะ นี่คุณเห็นฉันเป็นคนแบบไหนกัน”

“ผมไม่ได้ให้คุณขโมย คุณจะใช้วิธีไหนก็ได้ หลอกล่อ หยิบ ฉวย ขอแค่เอาแผ่นซีดีที่นายรเมศมาให้ผมได้ก็พอ เขาจะได้หมดโอกาสเอาไฟล์เสียงภรรยาผมมาแบล็กเมล์”

“ที่คุณพูดมาทั้งหมดมันต่างจากขโมยตรงไหนไม่ทราบ”

“โอเค...สิ่งที่ผมขอร้องให้คุณทำอาจจะดูไม่ถูกต้องเท่าไหร่ แต่กับผู้ชายเลวๆที่ใช้วิธีสกปรกทำลายหน้าที่การงานผม แล้วยังชื่อเสียงภรรยาผมอีก มันก็สมควรแล้วไม่ใช่เหรอครับ สิ่งที่คุณกำลังจะทำมันน่านับถือด้วยซ้ำไป”

พิมพ์ลภัสเห็นใจแต่ยังไม่คิดว่าตนเองจะช่วยได้ เขาน่าจะมีมือดีมากกว่าเธอ

“แต่ผมเชื่อว่าคุณทำได้ ผมรู้มาว่านายรเมศแอบปลื้มคุณ ผู้หญิงสวยมีเสน่ห์อย่างคุณตีสนิทกับเขาไม่ยากหรอก พอเขาพาเข้าไปในห้องทำงาน คุณก็หาโอกาสเปิดเซฟเขา ผมมีรหัสอยู่แล้ว”

“แล้วพอเขารู้ว่าฉันเอาของไป เขาจะไม่จับฉันเข้าคุกเหรอ”

“เขาไม่กล้าหรอก ถ้าแจ้งก็ฉาวสิว่าเขาแบล็กเมล์ผม ผมเตรียมทนายไว้แล้ว เขาทำอะไรคุณไม่ได้หรอกครับ”

ข้อเสนอของกิตติชัยเย้ายวนใจมาก สภาวะขัดสนตอนนี้ใช่ว่าจะมีทางเลือกมากนัก แต่การขโมยของคนอื่นก็ไม่ใช่วิสัยคนอย่างเธอ เลยได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้ กิตติชัยไม่เร่งรัดแต่ก็ไม่วายทิ้งท้าย

“ถ้าคุณยังไม่แน่ใจ ลองกลับไปนอนคิดสักสองสามวันก่อนก็ได้ ต่อให้คุณทำไม่สำเร็จ ผมก็ยังจะให้คุณพักที่นี่ฟรีหนึ่งปี เห็นไหม...คุณมีแต่ได้กับได้”

“ฉันจะลองคิดดูละกันค่ะ...”

หลังบอกเลิกพิมพ์ลภัส...ยศพลก็กลายเป็นไฮโซตกอับ ไม่มีงานและไม่มีเงิน แต่กระนั้นก็ทำตัวล่องลอยและติดการพนันเหมือนเดิม มาธวีได้เจอโดยบังเอิญ รู้ทันสถานการณ์ของไฮโซหนุ่มดีแต่ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แกล้งหลอกถามเรื่องอดีตลูกเลี้ยงไปเรื่อยๆ หวังฉกข้อมูลไว้เล่นงานภายหลัง

พิมพ์ลภัสยังไม่รู้ตัวว่าจะมีคนปองร้าย มัวหัวเสียกับความโชคร้ายของตัวเอง โดยเฉพาะโชคร้ายล่าสุด รถคันเล็กสมบัติหนึ่งในสองชิ้นที่เหลือของเธอดันสตาร์ตไม่ติด!

ผลพวงคือพิมพ์ลภัสไปทำงานสาย เลยถูกทีมงานปรายตามองอย่างตำหนิและเย็นชา แต่นางแบบขาวีนก็ไม่สำนึก โวยใส่ทีมงานเมื่อถูกเร่งให้เตรียมตัวทันทีที่มาถึง

“โอ้โห...ทำไมใจดำกันแบบนี้ล่ะ พิมพ์มาเหนื่อยๆ จะไม่ให้นั่งพักกันเลยหรือคะ น้ำก็ไม่มีให้กิน”

ทีมงานลอบถอนใจเอือมระอา ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะยกน้ำขวดมาให้เลือก พิมพ์ลภัสปรี๊ดมากเพราะไม่มีใครจำได้ว่าเธอชอบน้ำแร่และทีมงานต้องเตรียมไว้ให้ทุกครั้ง

“เอเจนซี่ไหนนะคะ ทำไมรับงานแล้วไม่มีการเตรียมพร้อม ถ้าไม่รู้ก็โทร.ถามสิคะ พิมพ์ไม่ได้ขออะไรยากเลย แค่นี้เตรียมให้ไม่ได้ อยากได้งานดีๆอยากเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ แต่ทำงานไม่มืออาชีพแบบนี้ พิมพ์ไม่ชอบ!”

ooooooo

ระหว่างที่พิมพ์ลภัสแผลงอิทธิฤทธิ์กับทีมงาน รเมศก็รับมือกับมารยาร้อยเล่มเกวียนของมาธวีที่พยายามทอดสะพานให้เขาตลอดนับแต่วันที่เจอกันในงานเลี้ยงเมื่อหลายวันก่อน เจ้าของโรงแรมหนุ่มพอรู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร แต่เขาก็รักษาท่าทีเพราะไม่ได้คิดกับเธอมากกว่านั้น นอกจากเพื่อนร่วมงาน

แต่มาธวีกลับไม่คิดเช่นนั้น กิริยาท่าทางเรียบร้อยของเขาทำให้ยิ่งได้ใจ หว่านเสน่ห์ทันทีที่เจอหน้า

“คุณเมศใจร้ายจัง ไม่บอกวีสักคำว่าจะมางานวันเกิดคุณประธาน วีจะได้แคนเซิลธุระแล้วไปงานให้ได้ วีมีเรื่องคุยกับคุณเมศเยอะเลยค่ะ”

“ผมไม่ทราบนี่ครับว่าตัวเองจะสำคัญกับคุณวีขนาดนั้น”

“คุณเมศไม่รู้จริงๆเหรอคะ”

“ก็รู้มาสักพักแล้วล่ะครับ ตั้งแต่คุณวีตอบตกลงว่าจะมาจัดแฟชั่นโชว์ที่โรงแรมของผม”

รเมศตอบอย่างรักษาน้ำใจ แต่กลับทำให้มาธวีหัวใจพองโต คิดว่าตัวเองมีความสำคัญสำหรับเขา และเมื่อเขาถามถึงการเตรียมงานแฟชั่นโชว์ที่โรงแรมจารวีเชียงราย ก็ยิ่งกว่าเต็มใจจะเสนอไอเดีย

“มีไอเดียบ้างแล้วแต่วียังไม่ค่อยชอบ วีอยากเข้าถึงจิตวิญญาณของเมืองเหนือจริงๆ พอดีวีโตในกรุงเทพฯ ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับภาคเหนือเท่าไหร่ วีอาจต้องโทร.ไปรบกวนขอข้อมูลจากคุณเมศบ่อยๆ คุณเมศคงไม่ว่ากันนะคะ”

“ยินดีอย่างยิ่งครับ ถ้ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ คุณวีบอกได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”

มาธวีส่งตาหวาน ขยับตัวหาเขาอย่างแนบเนียน หวังสานสัมพันธ์กับเจ้าของโรงแรมหนุ่มที่เธอถูกใจตั้งแต่แรกเห็น โดยมีเป็ดกับหนูดี สองผู้ช่วยและดีไซเนอร์ประจำห้องเสื้อเป็นลูกมือ แอบถ่ายรูปเธอกับรเมศไว้ปล่อยข่าว

ภาพถ่ายหลายมุมถูกส่งให้มาธวีเช็ก อดีตนางแบบและเจ้าของห้องเสื้อชอบใจมาก หนูดีที่เป็นคนถ่าย ยิ้มหน้าบานที่ทำความดีความชอบ รีบเสนอจะนำไปปล่อยให้พวกนักข่าวสายซุบซิบ

“เลือกรูปที่เห็นคุณเมศไม่ค่อยชัดดีกว่า หลายๆมุม จะได้ไม่ดูจงใจ ให้ชาวเน็ตหาต่อเองว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร”

“พี่หนูดียืมล็อกอินเพื่อนเข้าไปใบ้หน่อยดีไหมคะ ...จะได้ไม่เสียเวลา”

“ดีค่ะ คราวนี้นักสืบพันทิพเผือกกันมันอีกแน่!”

ด้านพิมพ์ลภัส...เอะอะจนกองถ่ายแทบพัง เพียงเพราะไม่มีคนเอาใจเหมือนเคย ทีมงานเอือมระอามาก และเกือบไล่นางแบบขาวีนออกจากงานแล้ว ถ้าสมานเสี่ยใหญ่จอมหื่นและเจ้าของงานนี้จะไม่ปรากฏตัว

สมานชอบพิมพ์ลภัสมานาน และไม่รั้งรอจะจ้างนางแบบขาวีนมาร่วมงานด้วยตามคำแนะนำแบบหวังดีประสงค์ร้ายของมาธวี และงานนี้เขาก็ไม่ผิดหวัง พิมพ์ลภัสยอมรับงานเพราะจำใจ และเวลานี้เพราะเขาช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ระหว่างเธอกับทีมงานให้ เธอเลยยอมนั่งคุยด้วย

แต่ท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยของสมานก็ทำให้พิมพ์ลภัสสะอิดสะเอียน และเมื่อเขาเสนอค่าตัวเป็นข้าวของและเงินทองมากมายแลกกับการเป็นเมียน้อยก็ทำให้เธอปรี๊ดแตก ตบเขาจนหน้าหงาย โชคบอดี้การ์ดของเสี่ยจอมหื่นถลาไปห้ามและตั้งท่าจะตบสั่งสอน แต่สมานก็เอ็ดห้ามไว้ แถมสั่งให้ขอโทษพิมพ์ลภัสอีกต่างหาก

โชคไม่มีทางเลือก ต้องทำตามคำสั่งแบบเสียไม่ได้ พิมพ์ลภัสก็รู้ดีและถือโอกาสประกาศ

“ดีที่รู้จักขอโทษ แต่เข้าใจกันใหม่ด้วยนะ ฉันไม่ใช่คนของเสี่ยและไม่มีวันเป็นด้วย!”

ooooooo

สมานหน้าชา อับอายขายขี้หน้าทีมงานที่มองมาด้วยความเวทนาปนสมเพช ส่วนพิมพ์ลภัส...คงจะสะบัดหน้ากลับไปแล้ว ถ้ามาธวี เป็ดและหนูดีจะไม่โผล่มาในฐานะที่ปรึกษาของงาน

“โธ่...พิมพ์ ผู้ใหญ่อุตส่าห์เมตตาก็รับเถอะ หรือเล่นตัวเพราะอยากโก่งราคา อยากได้กี่ล้านลองเสนอเสี่ยดูสิ”

“ฉันสุขสบายดี ไม่ต้องให้ใครมาสงสาร แล้วนี่ใครจุดธูปเรียกเธอมา”

“อ้อ...เธอคงไม่รู้สินะว่าฉันเป็นที่ปรึกษาโชว์ให้งานนี้ ถ้าไม่ได้ฉัน ป่านนี้เธอนอนหิวอยู่ในห้อง หรือไม่ก็ต้องรวบรวมขวดน้ำแร่ไปชั่งกิโลขายแล้ว”

“ขอบใจนะที่บอก ฉันจะได้รู้ว่าตัวเองตัดสินใจไม่ผิดที่แคนเซิลงานนี้ คราวหน้าคราวหลังก็ไม่ต้องหวังดีหางานหลักหรืองานไซด์ไลน์ให้ฉันอีก เก็บอาชีพเก่าของเธอไว้ทำกินยามแก่เถอะ!”

พูดจบก็ผลุนผลันจากไป ทิ้งมาธวีให้มองตามด้วยความแค้น ส่วนสมานมองตามตาละห้อย เสียดายโอกาสจะได้ใกล้ชิดนางแบบขาวีนที่ชื่นชอบ มาธวีเลยต้องปลอบให้คลายใจ

“ถ้าเสี่ยรักชอบเขาจริงๆ สักวันต้องชนะใจแน่ๆค่ะ”

“คุณวีต้องรับปากว่าจะช่วยเฮียจนกว่าจะได้ตัวหนูพิมพ์นะ ไม่งั้นงานนี้เฮียโละนางแบบออกยกแผง!”

พิมพ์ลภัสนั่งแท็กซี่กลับคอนโดฯเพราะรถเข้าอู่ อรอุษารออยู่แล้ว ตามมาดักหน้าทันทีที่นางแบบขาวีนมาถึง พิมพ์ลภัสเซ็งจัด ไม่อยากรับข้อเสนอของกิตติชัยเลยพยายามบ่ายเบี่ยง แต่อรอุษาก็ทำให้เธอพูดไม่ออก

“มันเป็นเรื่องน่าอายค่ะ ฉันไม่น่าพลาดเลย ฉันเหงามากที่ต้องทำงานห่างจากคุณกิตติชัยเลยเผลอใจไปกับนายรเมศ ฉันโง่เองที่คิดว่าเขาจริงจัง พอเขาบอกเลิก ฉันเลยแทบบ้า ทั้งส่งข้อความทั้งโทร.ไปอ้อนวอน แต่เขาก็ไม่ใจอ่อน”

ท่าทางอึดอัดของพิมพ์ลภัสทำให้อรอุษาได้ใจ บีบน้ำตาเพื่อเรียกความสงสารและเห็นใจ

“ตั้งหลายเดือนค่ะกว่าฉันจะทำใจได้ คิดว่าระหว่างเราคงจบกันแค่นั้น ที่ไหนได้...เขาเกิดอยากซื้อที่ดินที่คุณกิตติชัยติดต่อไว้ เขาขู่ให้คุณกิตติชัยถอนตัว ไม่งั้นเขาจะเอาคลิปที่อัดเสียงฉันมาแฉ ฉันไม่คิดจริงๆว่าเขาจะเลวขนาดนี้”

“ฉันเข้าใจค่ะ ฉันรู้ว่าเวลาผู้ชายจะเลว มันเลวได้ขนาดไหน”

“เห็นแก่ที่เราเป็นลูกผู้หญิงเหมือนกัน คุณพิมพ์ช่วยฉันสักครั้งนะคะ ฉันไม่เห็นหนทางอื่นแล้วจริงๆ...”

ขณะที่พิมพ์ลภัสคิดหนักจะรับงานของกิตติชัยกับอรอุษาหรือไม่ รเมศก็ต้องปวดหัวเมื่อดันมีภาพหลุดเป็นข่าวซุบซิบบนโลกออนไลน์ว่าเขาอาจเป็นความรักครั้งใหม่ของมาธวี ม่ายสาวพราวเสน่ห์เจ้าของห้องเสื้อมาร์ธาและอดีตแม่เลี้ยงของพิมพ์ลภัส แม้แต่บวรทัตยังอดเย้าไม่ได้ จนเขาต้องตอบเลี่ยงจนเหนื่อย

รเมศหันไปหมกมุ่นกับงานเพื่อกลบข่าวลือ

เช่นเดียวกับพิมพ์ลภัสที่พยายามใช้ชีวิตต่อโดยไม่คิดถึง

ข้อเสนอของกิตติชัย แต่สภาวะทางการเงินที่ร่อยหรอลงทุกวันก็ทำให้เปลี่ยนใจ ไหนจะข่าวคราวหนาหูเกี่ยวกับรเมศว่าอาจเป็นชายหนุ่มคนใหม่ของมาธวีอดีตแม่เลี้ยงคู่ปรับ ก็ทำให้เธอตัดสินใจรับงานในที่สุด

กิตติชัยดีใจมาก แม้พิมพ์ลภัสจะขอขึ้นค่าตัวอีกเกือบเท่าตัวเพราะเป็นงานเสี่ยงก็ไม่หวั่น

“แต่คุณต้องเข้าใจผมด้วยนะครับ ในฐานะที่ผมยังไม่เห็นความเป็นไปได้ว่างานจะสำเร็จรึเปล่า ผมขอจ่ายเป็นงวดๆแล้วกัน งวดแรกก่อนเดินทาง ผมจะให้คุณห้าแสน แต่ละครั้งที่คุณรายงานความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจ ผมจะโอนให้อีกครั้งละห้าแสนจนครบสองล้าน ที่เหลือค่อยจ่ายตอนงานสำเร็จ...แฟร์ดีไหมครับ”

พิมพ์ลภัสยอมเพราะไม่มีทางเลือก กิตติชัยเลยจะให้พวงผกาจองตั๋วเครื่องบินทันที แต่เธอก็ขอผลัดเป็นวันรุ่งขึ้น ไม่อยากรีบเพราะเชื่อว่าแผนการล่อลวงรเมศครั้งนี้ เธอต้องเตรียมตัวครั้งใหญ่ทีเดียว!

ooooooo

ชาวบ้านหมู่บ้านปลายดอยเจ้าของที่ดินที่เป็นกรณีพิพาทตกลงใจขายที่ดินให้รเมศเพื่อตัดปัญหาและเพราะซาบซึ้งในบุญคุณที่ชายหนุ่มเจ้าของโรงแรมให้ความช่วยเหลือตอนเกิดเหตุเพลิงไหม้ คงมีเพียงพ่ออุ๊ยจรัญผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคารพของหมู่บ้านที่ยังรั้นไม่ยอมขาย

ถนอมลูกน้องของกิตติชัยแฝงตัวมาสอดแนมความเคลื่อนไหวของรเมศและชาวบ้านปลายดอย แอบได้ยินกำปอหลานพ่ออุ๊ยจรัญร่ำไห้เป็นห่วงปู่ กลัวจะเป็นอันตรายเหมือนที่เคยเกือบตายตอนเกิดเพลิงไหม้ ก็รีบเอาความไปบอกเจ้านายหนุ่ม อรอุษาได้ยินก็กลุ้ม ไม่อยากให้สามีเอาตัวไปพัวพัน แต่กิตติชัยก็ยืนยันจะเอาที่ดินผืนนั้นให้ได้

อรอุษาเหนื่อยใจมาก ไหนจะเรื่องพิมพ์ลภัสที่ต้องใช้ค่าจ้างสูงลิ่วแต่ไม่รู้จะเชื่อมือได้แค่ไหน เธอเลยคิดแผนสำรองให้สามีด้วยการจ้างยศพลที่ติดการพนันอย่างหนักให้ตามนางแบบขาวีนและอดีตแฟนไปเชียงรายด้วย

พิมพ์ลภัสยังไม่รู้ตัวจะโดนตาม มัวจัดเต็มเสื้อผ้าหน้าผมหวังพิชิตใจรเมศให้อยู่หมัด สถานะทางการเงินของเธอจะได้ดีขึ้น และผลที่ได้ก็น่าประทับใจมาก การปรากฏตัวของเธอที่โรงแรมจารวีเชียงรายในวันแรกทำให้เหล่าพนักงานตื่นตะลึงกันทั้งโรงแรม โดยเฉพาะรเมศที่ถึงกับเคลิ้มทำงานแทบไม่รู้เรื่อง

เหล่าพนักงานตื่นเต้นมากที่มีนางแบบคนดังมาพัก แต่วีรกรรมวีนแตกของเธอก็ทำให้ทุกคนส่ายหน้า โดยเฉพาะชุติมาประชาสัมพันธ์สาวที่เคยยึดพิมพ์ลภัสเป็นไอดอลมาตลอด คงมีเพียงรเมศที่ตั้งรับนางแบบขาวีนอย่างใจเย็น แม้เธอจะโวยวายขอเปลี่ยนห้องพักจากห้องธรรมดาเป็นห้องสวีต เขาก็หาทางจัดการให้จนได้

หลังได้ห้องพักถูกใจ พิมพ์ลภัสก็โทร.ต่อว่ากิตติชัยที่ให้เลขาจองห้องพักธรรมดาและที่นั่งชั้นประหยัดให้เธอ กิตติชัยรำคาญมากแต่เพราะต้องพึ่งนางแบบขาวีน เลยจำต้องยอม

“เอาที่คุณสบายใจละกัน ขอให้งานสำเร็จก็พอ แล้วนี่คุณโทร.จากไหน ในโรงแรมเหรอ”

“ค่ะ...ฉันเพิ่งเช็กอิน เข้าห้องปุ๊บก็โทร.หาคุณเลย”

“แล้วทำไมไม่ใช้มือถือโทร. ไม่รู้รึไงว่าโทรศัพท์ที่นั่นบันทึกเบอร์ปลายทางได้”

“ก็มือถือฉันถูกตัดนี่ ถ้าคุณยอมจ่ายอีก...”

“คราวหน้าใช้โทรศัพท์สาธารณะโทร.มานะ อย่าโทร.ในห้อง ถ้ามีอะไรคืบหน้ารีบรายงานผมด่วน”

กิตติชัยตัดบท กลัวถูกเรียกค่าจ้างเพิ่ม อรอุษามาทันได้ยินพอดี เลยฝากเตือนพิมพ์ลภัสให้ระวังรเมศ

“ภรรยาผมฝากเตือนว่าให้คุณระวังตัวระวังใจให้ดี อย่าไปตกหลุมเสน่ห์ของนายรเมศเข้าล่ะ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ตอนนี้ฉันกำลังเบื่อหน้าผู้ชายที่สุด ไม่มีทางหลงใครแน่ๆค่ะ!”

ooooooo

.



Title: Re: เรื่องย่อละคร บ่วงหงส์ (thairath.co.th)
Post by: ppsan on 19 August 2026, 15:28:13

บ่วงหงส์ ตอนที่ 3

อาการกระฟัดกระเฟียดของพิมพ์ลภัสทำให้กิตติชัยไม่ไว้ใจ กลัวจะท่าดีทีเลว อรอุษาต้องปลอบให้คลายใจ เพราะส่งตัวช่วยคือยศพลตามประกบนางแบบขาวีนแล้ว

พิมพ์ลภัสไม่รู้ตัวว่าจะโดนตามประกบ มัวเพลินกับห้องพักสุดหรูและบริการแสนสบายของโรงแรม

แถมชุติมาที่ถูกเธออาละวาดเรื่องย้ายห้องยังยกแจกันดอกกุหลาบแดงของรเมศมาให้ถึงห้องพัก ทำให้นางแบบขาวีนยิ่งย่ามใจ คิดว่าเจ้าของโรงแรมหนุ่มหลงเสน่ห์

และเป็นพวกเจ้าชู้ประตูดินอย่างที่อรอุษาบอกจริงๆ

ชุติมาเห็นท่าทางไม่ยี่หระของพิมพ์ลภัสแล้วหัวเสียมาก ทั้งเรื่องย้ายห้อง เรื่องท่าทางหยิ่งยโสและความเรื่องมาก ทำให้เธอหมดศรัทธา จนนึกโกรธตัวเองที่เคยโง่ชื่นชอบอยู่นานสองนาน

“หมั่นไส้! ทำตัวอย่างกะเป็นนางฟ้านางสวรรค์ มันก็คนเหมือนกันนั่นล่ะวะ คุณรเมศนี่ก็แปลก อะไรจะเทกแคร์นางดีเว่อร์ขนาดนี้ เปลี่ยนห้องให้แล้วยังส่งดอกไม้ตามมาอีก”

หล้าพนักงานโรงแรมที่มาช่วยยกแจกันส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะพูดอย่างเห็นเป็นเรื่องธรรมดา

“สวยขนาดนี้...ผู้ชายที่ไหนก็อยากส่งดอกไม้ให้ทั้งนั้นแหละ”

“สวยแต่รูปจูบไม่หอมอย่างแม่นี่ ถ้าฉันเป็นผู้ชายจ้างก็ไม่ให้!”

ท่าทางโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงของชุติมาทำให้ขนิษฐาที่เพิ่งมาทำงานสงสัย แล้วก็ได้แปลกใจมากกว่า เมื่อรู้จากประชาสัมพันธ์สาวว่ารเมศเปิดห้องพักตัวอย่างที่กำลังซ่อมแซมให้แขกพิเศษ

ระหว่างที่ขนิษฐาตามหาตัวรเมศ ชายหนุ่มต้นเรื่องกำลังชิมเมนูแนะนำในห้องอาหารโรงแรม โดยมีบวรทัตเลขาหนุ่มร่วมด้วย พัชรีคอยบริการเต็มที่ ปลื้มใจที่สองหนุ่มชอบรสชาติอาหาร ก่อนที่รเมศจะแยกตัวไปก่อนเพราะถูกขนิษฐาโทร.ตาม ทิ้งบวรทัตให้ตรวจงานในห้องอาหารแทน

พิมพ์ลภัสเดินสำรวจรอบโรงแรม หวังหาข้อมูลเกี่ยวกับรเมศ และภาพบวรทัตตรวจงานในห้องอาหารก็ทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาคือรเมศ!

ooooooo

ยศพลตามพิมพ์ลภัสมาถึงเชียงรายในวันเดียวกัน ไฮโซหนุ่มโปรยเสน่ห์พนักงานโรงแรม โดยเฉพาะชุติมา จนได้ห้องพักในโรงแรมจารวีสมใจ แต่กระนั้น...ค่าห้องก็แพงหูดับสมชื่อโรงแรมชั้นหนึ่งชื่อดัง ทำให้ต้องแจ้นไปทวงค่าจ้างกับกิตติชัยเพราะกลัวจะไม่มีเงินจ่าย

กิตติชัยต้องยอมแบบเสียไม่ได้ หงุดหงิดมาก จนต้องไปบ่นกับอรอุษา

“ไอ้หมอนี่จะได้เรื่องไหม เขี้ยวพอกับพิมพ์ลภัสเลย ไม่ทันทำงานก็ทวงค่าจ้าง ผมคิดผิดคิดถูกกันแน่ที่เชื่อคุณ”

“ถูกสิคะ ตอนนี้ยศพลร้อนเงิน ยังไงก็ไม่มีทางทิ้งงานนี้แน่ แล้วคนที่จะรู้ใจพิมพ์ลภัสได้ดีที่สุดคงไม่มีใครนอกจากเขา อีกอย่างถ้ามีคนเจอยศพลที่นั่น ก็ไม่มีใครนึกถึงเราแต่ต้องคิดว่าหมอนั่นตามไปง้อพิมพ์ลภัส เพราะฉะนั้นนายรเมศไม่มีทางเอะใจได้ว่าสองคนนี้เป็นคนที่เราส่งไปแน่...”

ทั้งพิมพ์ลภัสกับรเมศไม่มีใครรู้ตัวจริงๆ โดยเฉพาะนางแบบขาวีน เพลิดเพลินกับบริการสปาสุดหรูของโรงแรมจนไม่มีแก่ใจจะสนใจใคร ส่วนรเมศก็ถูกขนิษฐาซักฟอกเกือบขาวเรื่องที่แอบส่งดอกกุหลาบแดงช่อโตให้พิมพ์ลภัสแขกพิเศษที่ทำเอาป่วนกันทั้งโรงแรม!

พิมพ์ลภัสเข้าใช้บริการสปาของโรงแรมหลายชั่วโมง โดยไม่รู้เลยว่าสมานจะโทร.หาจนหงุดหงิด ร้อนถึงมาธวีต้องถูกเสี่ยจอมหื่นคาดโทษ หากตามหาตัวนางแบบขาวีนไม่พบ จะยกเลิกงานและการสนับสนุนทั้งหมด

มาธวีไม่ได้หวั่นเรื่องสมานมากนัก มัวฝันหวานจะได้สานสัมพันธ์กับรเมศเจ้าของโรงแรมหนุ่มที่ชอบใจตั้งแต่แรกเห็น แต่การเงียบหายของเขาหลังมีข่าวซุบซิบกับเธอก็ทำให้เป็นกังวลจนต้องโทร.ไปหยั่งเชิง รเมศไม่ได้คิดมากและตอบกลับตามมารยาท ไม่อยากหักหาญน้ำใจให้เธอเสียหน้าเพราะต้องทำงานด้วยกันอีกนาน

ขนิษฐาได้ยินว่ารเมศคุยโทรศัพท์กับมาธวีก็อดเย้าไม่ได้

“รู้สึกช่วงนี้คุณเมศจะสนิทสนมกับนางแบบเป็นพิเศษนะคะ”

รเมศเขินหน้าแดง ก่อนจะบอกว่ามาธวีเป็นเพื่อนร่วมงาน ขนิษฐาพยักหน้ารับยิ้มๆ

“อ้าว...ทำไมถึงเชื่อง่ายนักน่ะครับ ทีเมื่อกี้ยังต้อนผมซะจนมุม”

“น้องทำงานกับคุณเมศมานานจนเดาใจคุณเมศออกหมดแล้วล่ะค่ะ มองตาแป๊บเดียวน้องก็รู้แล้วว่าคิดยังไง”

“นี่ถ้าไอ้สิงห์มันรู้ว่าผมเสียทีให้คุณน้อง มันคงล้อผมตาย”

“น้องสัญญาค่ะว่าจะยังไม่บอกเรื่องนี้ให้พี่สิงห์รู้จนกว่าคุณเมศจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ”

“ถ้าผมโชคดีนะครับ”

“คุณเมศต้องโชคดีแน่ๆค่ะ พี่สิงห์ชมคุณเมศเสมอว่ามองขาดเรื่องธุรกิจ เรื่องความรักก็คงไม่แพ้กัน”

ooooooo

พิมพ์ลภัสออกจากสปาอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความหงุดหงิดเมื่อเห็นสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับนับสิบครั้ง นางแบบสาวไม่คุ้นเบอร์และคิดเอาเองว่าคงเป็นรเมศที่พยายามตามจีบ

และเพื่อให้แผนหลอกล่อได้ผล พิมพ์ลภัสเลย

ไม่ปรี๊ดแตกเหมือนที่เคยทำกับสมานและค้นหาข้อมูลของรเมศในอินเตอร์เน็ตแทน แต่มือถือเจ้ากรรมดันใช้ไม่ได้เพราะเธอค้างชำระค่ามือถือ นางแบบขาวีนเลยต้องพึ่งบริการไวไฟของโรงแรม โชคร้ายที่เธอลืมว่าเก็บพาสเวิร์ดไวไฟไว้ที่ไหน ชุติมาเลยต้องรับเคราะห์!

ชุติมาต้องข่มอารมณ์อย่างมากทันทีที่ได้ยินเสียงแหลมๆของพิมพ์ลภัส เพราะหน้าที่และใบหน้าดุๆของรเมศแท้ๆทำให้เธอกัดฟันตอบว่าพาสเวิร์ดอยู่ในซองใส่กุญแจห้อง พิมพ์ลภัสรู้ตัวว่าผิดที่โวยวายเกินกว่าเหตุแต่ยังแถหน้าด้านๆว่าหาไม่เจอ ประชาสัมพันธ์สาวอารมณ์ขึ้นมาก แต่ยังระงับใจและขอให้หล้านำพาสเวิร์ดไปให้นางแบบขาวีน

ยศพลแอบเห็นเหตุการณ์ตลอดและมั่นใจว่าชุติมาคงไม่ชอบหน้าพิมพ์ลภัสนัก เลยคิดจะใช้เป็นแหล่งข่าว

“เมื่อกี้ผมเห็นคุณพิมพ์ลภัสแวบๆ เขามาพักที่นี่เหรอครับ ตัวจริงสวยกว่าที่เห็นในรูปถ่ายอีกนะครับ”

“สวยน่ะสวยจริงค่ะ แต่นิสัยนี่...อย่าให้พูดเลยค่ะ”

ชุติมากำลังอารมณ์เสีย ลืมตัวเม้าท์พิมพ์ลภัสอย่างมันปาก ลืมสนิทว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นแขกของโรงแรม

“ก็ตอนที่ดิฉันเห็นในแมกกาซีนก็คิดว่าเธอดี๊ดีน่ะสิคะ ที่ไหนได้...ตัวจริงวี้นวีนค่ะ มาถึงก็ขอเปลี่ยนห้องพัก เมื่อกี้ยังมาวีนเรื่องรหัสไวไฟอีกนะคะ วีนขนาดนี้ มิน่าถึงได้มีข่าวเม้าท์ว่าแฟนขอเลิก”

ยศพลถึงกับสะดุ้ง แต่ชุติมาคงไม่ทันสังเกต มัวตกใจตัวเองที่หลุดปากนินทาพิมพ์ลภัส

“อุ้ย...ตายแล้ว...ขอโทษค่ะ ฉันไม่สมควรจะเม้าท์แขกต่อหน้าแขกแบบนี้”

“ไม่เป็นไรครับ ถือว่าแบ่งปันประสบการณ์”

ชุติมายิ้มเขิน ก่อนจะหน้าเสียเมื่อรเมศปรากฏตัว ยศพลเห็นท่าทางกระวีกระวาดของประชาสัมพันธ์สาวตรงหน้า แถมได้ยินชื่ออีกฝ่ายเลยนึกรู้ว่าคือเป้าหมายของพิมพ์ลภัส...แล้วตอนนี้อดีตแฟนสาวของเขาอยู่ที่ไหน!

พิมพ์ลภัสไม่ได้นิ่งนอนใจอย่างที่ยศพลคิด หญิงสาวเตรียมตัวอย่างดีจะไปอ่อยเหยื่อรเมศถึงในห้องอาหารของโรงแรม แต่เพราะเข้าใจผิดคิดว่าบวรทัตคือรเมศ เลยกลายเป็นจุดสังเกตให้เจ้าของโรงแรมตัวจริงสงสัย

รเมศดีใจมากที่ได้เจอพิมพ์ลภัส แต่สำหรับเธอคงตรงกันข้าม เพราะเขาดันโผล่มายืนบังสายตาเธอจากเป้าหมายหนุ่ม รเมศเห็นดังนั้นเลยเป็นฝ่ายชวนคุย เลยถูกเธอแว้ดกลับอย่างหัวเสีย

“ไม่มีอะไรจะพูดแล้วรึไง หรือเจ้าของที่นี่เทรนพนักงานมาแค่ประโยคเดียว”

“ที่นี่...ความพอใจของลูกค้าคือสิ่งที่มาเป็นอันดับหนึ่งครับ”

“ฉันจะพอใจมาก ถ้าไม่มีกัปตันมายืนบังโชว์อยู่อย่างนี้”

“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะบังคุณ แค่มาตรวจดูความเรียบร้อยเท่านั้น แล้วผมก็ไม่ได้เป็นกัปตัน”

พิมพ์ลภัสไม่ยี่หระ ตั้งท่าจะไล่เขาให้พ้นสายตา แต่พัชรีนำอาหารมาเสิร์ฟเสียก่อนและทำความเคารพรเมศตามหน้าที่ ตามด้วยบวรทัตที่เดินมาสมทบ พิมพ์ลภัสเลยได้หน้าแตกยับ เพิ่งถึงบางอ้อว่าตนเองเข้าใจผิดมาตลอด!

พิมพ์ลภัสอับอายขายขี้หน้ามาก ต้องหลบไปตั้งหลักในห้องน้ำ พลางคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า ทั้งคำพูดของกิตติชัย อรอุษาและท่าทางของรเมศตอนเปลี่ยนห้องให้เธอ แถมด้วยดอกไม้ช่อโตที่ชุติมายกมาให้ถึงห้องพัก

อาการเหล่านั้นทำให้พิมพ์ลภัสมั่นใจว่าเสน่ห์ของตนคงได้ผล รเมศต้องปลื้มเธออย่างที่กิตติชัยเคยบอก และวันนี้เธอก็จะทำให้เขาตกหลุมพรางจนถอนตัวไม่ขึ้น!

แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น พิมพ์ลภัสก็ต้องหัวเสียเพราะสมานโทร.จิก นางแบบขาวีนปรี๊ดใส่ก่อนตัดสาย รเมศที่เห็นเธอหายมานานเลยตามมาดูด้วยความเป็นห่วง พิมพ์ลภัสเลยแก้ตัวแบบหลอกด่าเขาในตัว

“ไอ้พวกโรคจิตคิดจะใช้เงินฟาดหัวนอนกับผู้หญิงน่ะค่ะ แต่ฉันด่ามันไปแล้ว มันคงไม่กล้าโทร.มาอีก”

รเมศไม่ได้รับรู้ความนัยนั้นด้วย พิมพ์ลภัสเลย

ได้แต่งุบงิบด่าเขาในใจแทน

“นี่ก็อีกคน มาถึงก็หว่านเสน่ห์เรี่ยราด คิดเหรอว่าฉันจะตกหลุมนายง่ายๆ!”

ooooooo

สมานถูกพิมพ์ลภัสตัดสายทิ้งก็โกรธจัด ไม่คิดเลยว่านางแบบสาวจะเรื่องมากและปากจัดขนาดนี้ ลูกน้องคนสนิทที่ได้ยินบทสนทนามาตลอดเลยอดแนะไม่ได้

“เสี่ยจะไปสนใจมันทำไมครับ มีดารานางแบบอีกตั้งเยอะแยะที่ไม่เล่นตัว”

“ปัดโธ่! แกก็แหกตาดูสิวะ พิมพ์ลภัสน่ะมันของเกรดเอ คนอย่างฉัน...มันต้องได้ของเกรดเอเท่านั้น!”

เวลาเดียวกันนั่นเอง...สินค้าเกรดเอของสมานกำลังพยายามข่มใจทอดสะพานให้รเมศ แต่เรื่องราวและกิตติศัพท์ของเขาจากกิตติชัยและอรอุษาก็ทำให้ขยาด ท่าทางและสายตาของเธอที่มองเขาเลยขัดกันอย่างประหลาด

“คิดอะไรอยู่เหรอครับ ผมเห็นคุณมองผมแปลกๆ”

คำถามของเขาทำให้พิมพ์ลภัสหลุดจากห้วงความคิดและตั้งสติจะเดินตามแผน “คิดว่าคุณเป็นเจ้าของโรงแรมอายุน้อยที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาน่ะสิคะ ฉันได้ยินมาว่าคุณสร้างโรงแรมนี้ด้วยตัวเอง ไม่ได้รับช่วงต่อจากธุรกิจครอบครัว เลยคิดว่าเจ้าของที่นี่น่าจะเป็นคนมีอายุ สวมสูททั้งวัน หน้าผากเริ่มเถิก หรือพุงยื่นอะไรทำนองนั้น”

“ผมยอมรับครับว่าโชคดีที่ครอบครัวมีส่วนช่วยปูทางให้ เลยประสบความสำเร็จเร็วกว่าคนอื่น จะมาลำบากก็ตอนพยายามรักษาสิ่งที่สร้างมากับมือให้คงอยู่แล้วก็เติบโตนี่ล่ะครับ”

รเมศสบตาเธออย่างไม่ปิดบังความในใจ แต่พิมพ์ลภัสกลับเข้าใจว่าเขากำลังหว่านเสน่ห์ใส่เธอ

“ฉันเห็นด้วยค่ะ...การพยายามรักษาเอาไว้มันยากยิ่งกว่าตอนสร้างมันขึ้นมาเยอะ”

“แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่ครับ มาพักผ่อนหรือมาทำงาน”

“พักค่ะ ฉันกำลังว่างงาน นึกเบื่อกรุงเทพฯก็เลยมาเที่ยว”

“แล้วจะอยู่นานไหมครับ”

“สามสี่วัน...หรืออาจจะนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความพอใจ”

“งั้นคุณคงได้อยู่นานแน่เพราะที่นี่สวย สงบ ผู้คนอัธยาศัยดี รับรองไม่มีแทงข้างหลังอย่างที่คุณไม่ชอบแน่ครับ”

พิมพ์ลภัสนิ่วหน้า รเมศเลยต้องอธิบายว่าเคยเจอเธอในงานเลี้ยงวันเกิดของประธานเมื่อหลายวันก่อน นางแบบขาวีนเลยถึงบางอ้อว่าผู้ชายที่เธอเดินชนก่อนกลับคอนโดก็คือรเมศ

สีหน้าตื่นตะลึงของเธอทำให้รเมศนึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก และอดไม่ได้จะเย้ายิ้มๆ

“หลังผมปลอดภัยเพราะคุณเตือนไว้ก่อน ผมเลยระวังหลังตัวเองตลอดเวลา”

รอยยิ้มจริงใจของเขาทำให้พิมพ์ลภัสแอบรู้สึกผิด เขาจำเธอได้ดีแทบทุกเรื่อง แต่เธอกลับจำอะไรเกี่ยวกับเขาไม่ได้เลย ต้องค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต และคงเพราะไม่รู้จักเขาดีนั่นเอง ทำให้พิมพ์ลภัสวีนเหวี่ยง เป็นตัวของตัวเองเต็มที่ เมื่อเห็นว่าอาหารที่ยกมาเสิร์ฟเป็นชุดอาหารพื้นเมืองเหนือที่เต็มไปด้วยของมันๆ

รเมศอดอึ้งไม่ได้ที่เจอภาคนางมารของพิมพ์ลภัส แต่ก็ยิ้มรับอย่างใจเย็นและจัดการแก้ไขอาหารให้ตามมารยาทและหน้าที่เจ้าของโรงแรมที่ดี นางแบบขาวีนเสียอีกที่หน้าชาเมื่อเห็นว่าเขาไม่ถือสาความเรื่องมากของเธอ แถมทำให้เธอทึ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำเมื่อเขาบอกว่าเคยเห็นเธอเดินแบบในงานเปิดตัวคอนโดหรู

“เซอร์ไพรส์จังนะคะ เราเคยเจอกันตั้งสองครั้งแล้ว แต่ฉันกลับไม่ทันสังเกตคุณ”

“คุณจะต้องเซอร์ไพรส์ยิ่งกว่าถ้าผมบอกว่ารู้จักพ่อของคุณด้วย ขอแสดงความเสียใจเรื่องท่านอีกครั้งนะครับ”

เรื่องของตรัยทำให้พิมพ์ลภัสชะงัก ความรู้สึกผิดจางหายเพราะไม่ว่ากี่รายที่เจอก็ต้องอ้างถึงพ่อเธอทั้งนั้น

“ขอบคุณค่ะ...ฉันเป็นนางแบบมาสักพักแล้ว แต่คิดจะทำเป็นอาชีพก็ตอนที่คุณพ่อฉันเสียนี่ล่ะค่ะ ฉันรู้ว่าตัวเองถังแตกเลยต้องยึดเป็นอาชีพเลี้ยงตัวเอง แต่ช่วงนี้ใครๆก็คงเบื่อหน้าฉันแล้วมั้งคะ ฉันเลยว่างงานจนเซ็ง ถึงมาเที่ยวที่นี่”

ท่าทีมึนตึงกะทันหันของเธอทำให้รเมศแปลกใจ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ติดใจมากมาย

“ผมกำลังจะจัดแฟชั่นโชว์การกุศลเดือนหน้า มีห้องเสื้อมาร์ธาแล้วก็ห้องเสื้อท้องถิ่นที่นี่มาร่วมงานด้วย ถ้าคุณยังไม่ได้รับงานที่ไหน สนใจรับงานนี้ไหมครับ”

“คงต้องไปถามมาธวีก่อนดีกว่ามั้งคะว่าเขาเต็มใจให้ฉันร่วมเดินแบบงานนี้ด้วยรึเปล่า”

สีหน้าสงสัยของเขาทำให้พิมพ์ลภัสต้องอธิบายแบบไม่ค่อยเต็มใจนัก

“เขาเป็นอดีตแม่เลี้ยงฉันค่ะ เราไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ เงินที่เขาเอามาตั้งห้องเสื้อนั่นก็เงินของพ่อฉันทั้งนั้นล่ะค่ะ เขาเรียกร้องเอาไปตอนหย่ากับคุณพ่อ ทั้งๆที่รู้ว่าคุณพ่อกำลังมีปัญหา”

“คุณไม่จำเป็นต้องเดินแบบให้กับมาร์ธาก็ได้นี่ครับ ยังมีห้องเสื้ออื่นๆอีกตั้งหลายที่”

“เอาไว้ฉันขอคิดดูก่อนนะคะ บางทีฉันอาจจะอยู่ไม่ถึงวันนั้นก็ได้”

ooooooo

พิมพ์ลภัสมัวบริหารเสน่ห์กับรเมศ เลยไม่รู้ว่ามาธวีวิ่งตามหาตัวให้วุ่น เพราะถูกกดดันจากสมานมาอีกที แต่ทั้งเป็ดและหนูดีก็ยังไม่มีใครตอบได้ นอกจากพิมพ์ลภัสหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเท่านั้น

ขณะที่มาธวีสืบข่าวให้วุ่น พิมพ์ลภัสก็กำลังทำคะแนนนำโด่ง โปรยเสน่ห์ใส่รเมศจนเขายิ้มไม่หุบ

แต่กระนั้นก็อดสงสัยไม่ได้เมื่อเห็นว่าเธอไม่ค่อยยอมกินมื้อเย็นที่เขาจัดหามาเปลี่ยนให้เท่าไหร่

“อาชีพของฉันก็อย่างนี้แหละค่ะ ขืนกินตามใจปากต้องลำบากทีหลังแน่”

“แต่ผมว่าสำหรับคุณคงไม่น่ามีปัญหาหรอกครับ เพราะถึงยังไงคุณก็...สวยอยู่แล้ว”

“ไม่ยักรู้นะคะว่าเจ้าของโรงแรมต้องตระเวนชม แขกทุกคนแบบนี้”

“ก็ไม่ทุกคนหรอกครับ เฉพาะคนที่สวยมากๆอย่างคุณเท่านั้น”

“ขอบคุณค่ะที่ชม และก็ขอบคุณอีกครั้งที่เลี้ยงข้าวฉัน”

“ถือว่าเป็นการเลี้ยงต้อนรับจากผมก็แล้วกันนะครับ”

“หมายความว่าจะเลี้ยงแค่มื้อเดียวเหรอคะ”

“กี่มื้อก็ได้ครับ...ถ้าคุณต้องการ”

รเมศสบตาซึ้ง พิมพ์ลภัสถึงกับอึ้งไปอึดใจ กว่าจะรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมาได้

“งั้นพรุ่งนี้ถ้าฉันเปลี่ยนใจ คุณยังยินดีจะเป็นไกด์ให้ฉันอยู่รึเปล่าคะ”

ประตูลิฟต์เปิดพอดี พิมพ์ลภัสก้าวเข้าไป เกือบถอดใจแล้วว่าเขาคงไม่รับปาก แต่ก็ได้ยิ้มกว้างในอึดใจต่อมา

“แล้วผมจะรอครับ...กู๊ดไนท์ครับ”

“กู๊ดไนท์ค่ะ อ้อ...ความจริง ฉันไม่ค่อยชอบดอกกุหลาบสักเท่าไหร่ แต่ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ”

“งั้นผมขอแก้ตัวใหม่ครั้งหน้าละกันนะครับ”

สายตาแพรวพราวของเขาทำให้พิมพ์ลภัสหัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก แต่สติก็เตือนให้ระวังไม่ให้หลงสเน่ห์เขา ต่างจากรเมศที่เข้าข้างตัวเองคิดว่าคงมีหวังหากเขาแสดงให้เห็นถึงความจริงใจ โดยไม่รู้เลยว่ายศพลแอบสังเกตทุกอย่าง และอดเจ็บใจไม่ได้ที่พิมพ์ลภัสให้ความสนิทสนมกับรเมศมากกว่าสมัยเป็นแฟนเขาเสียอีก!

แผนการของเธอทำท่าจะไปได้ดี แต่พิมพ์ลภัสกลับอึดอัดใจมาก ต้องสร้างภาพและทำท่าเหมือนสนใจเสือผู้หญิงตัวร้ายอย่างรเมศ แต่กระนั้น...เพื่ออนาคตอันสดใสและเงินค่าเช่าคอนโดหรูตลอดปีก็ทำให้เธอต้องยอมข่มใจเดินแผนขั้นถัดไป ด้วยการพยายามทำให้ไลฟ์สไตล์ของเธอกับเขาตรงกัน

พิมพ์ลภัสเริ่มต้นเช้าวันต่อมาด้วยการวิ่งรอบโรงแรม หวังให้รเมศที่เคยให้สัมภาษณ์ในนิตยสารว่า ชอบออกกำลังกายมาเจอ แต่โชคชะตาก็เล่นตลก นางแบบขาวีนต้องวิ่งคอยเก้อ เพราะคลาดกับเขาเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ

แผนการวิ่งไม่ได้ผล แต่พิมพ์ลภัสก็ไม่ละความพยายาม แต่งตัวสวยไปดักรอในห้องอาหารเพราะรู้แน่ว่าเขาต้องลงมาตรวจงานทุกเช้า แต่เธอก็ต้องรอเก้ออีกหนเพราะรเมศดันติดธุระเรื่องที่ดินหมู่บ้านปลายดอย

พัชรีเห็นพิมพ์ลภัสแขกสาวคนพิเศษของรเมศนั่งนานก็หวังดีจะไปรับออเดอร์ เลยถูกปรายตามองอย่างเย็นชา และกลายเป็นเครื่องระบายอารมณ์โดยไม่รู้ตัว “สลัดอโวคาโดกุ้งย่าง น้ำสลัดงาญี่ปุ่น เสิร์ฟที่ห้องพักฉันในสิบห้านาที ห้ามเลท ไม่งั้นฉันเขียนคอมเมนต์ถึงผู้บริหารแน่!”

ooooooo

ความเอาแต่ใจของพิมพ์ลภัสทำให้เหล่าพนักงานเอือมระอา ใบหน้าสวยงาม รูปร่างสมสัดส่วนและความโด่งดังของเธอไม่ได้ทำให้พวกเขาหลงเสน่ห์อีกต่อไป ไม่เว้นแม้แต่จินตนากับกานดาสองสาวเสิร์ฟเพื่อนซี้ที่ดันผ่านมาเจอนางแบบขาวีนระหว่างทางเดินกลับห้องพัก

คราแรกจินตนากับกานดาตั้งท่าจะขอถ่ายรูปด้วย แต่พิมพ์ลภัสกำลังอารมณ์ไม่ดีเลยเชิดใส่ สองสาวเสิร์ฟเลยอดนินทาไม่ได้ถึงความหยิ่ง นางแบบขาวีนได้ยินก็ถึงกับปรี๊ด หมุนตัวไปเอาเรื่องทันที

“ฉันไม่ใช่คนของประชาชนที่ต้องเอาใจแฟนคลับ แล้วนี่ก็เวลาส่วนตัว พวกเธอเป็นพนักงาน แล้วก็ยังไม่ได้ทำอะไรให้ฉันพอใจ ฉันไม่จำเป็นต้องยิ้มให้ และข้อสำคัญนะ ฉันเป็นลูกค้าโรงแรม พวกเธอไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์”

“ขอโทษค่ะคุณพิมพ์ลภัส”

“ครั้งนี้ฉันจะยกโทษให้ แต่ถ้าเธอทำให้ฉันอารมณ์เสียอีก ฉันฟ้องผู้จัดการพวกเธอแน่”

คาดโทษจบก็อ่านป้ายชื่อของสองสาวเพื่อยืนยันว่าเธอทำจริงแน่หากมีคราวหน้า จินตนากับกานดาหน้าเสีย กลัวเรื่องไปถึงรเมศแล้วจะถูกไล่ออก เลยได้แต่ก้มหน้างุดพลางคิดในใจ...ใครว่าคนสวยจะร้ายกาจไม่ได้!

ระหว่างที่พิมพ์ลภัสแผลงฤทธิ์ในโรงแรมจารวี...

รเมศก็วุ่นวายกับการเคลียร์ปัญหาในหมู่บ้านปลายดอย เมื่อจู่ๆคืนก่อนก็มีเสียงปืนขู่เหมือนจะไล่พวกชาวบ้าน ถนอมลูกสมุนของกิตติชัยที่ถูกส่งตัวมาสอดแนมแกล้งโวยวายเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ชาวบ้าน ก่อนเป็นโต้โผปั่นหัวทุกคนว่ารเมศเป็นตัวการเรื่องทั้งหมด

รเมศหนักใจมาก พยายามอธิบายและไกล่เกลี่ยแต่ก็เหมือนจะฟังไม่ขึ้นเพราะไม่มีหลักฐานยืนยัน ถนอมเลยใช้จุดนี้ปั่นหัวชาวบ้านให้เกลียดชังเขามากขึ้น โดยเฉพาะพ่ออุ๊ยจรัญผู้เฒ่าผู้แก่ประจำหมู่บ้านที่รเมศเพียรผูกมิตรด้วยมานาน งานนี้เจ้าของโรงแรมหนุ่มเลยตกที่นั่งลำบาก ต้องหาทางจับมือปืนตัวจริงมาลงโทษให้ได้!

พิมพ์ลภัสหัวเสียมากที่ตามหารเมศไม่พบ กิตติชัยที่เพิ่งได้รับข่าวดีจากถนอมโทร.มาเช็กความคืบหน้า นางแบบขาวีนก็เหวี่ยงใส่ อรอุษาเลยต้องช่วยออกอุบายให้เธอออกไปดักรอรเมศที่ริมสระน้ำของโรงแรม

ตำแหน่งสระน้ำของโรงแรมจารวีอยู่ในจุดที่มองเห็นห้องทำงานของรเมศ พิมพ์ลภัสเตรียมตัวมาอย่างดี ทั้งชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่และอุปกรณ์เสริมความงาม รวมทั้งจัดฉากสุดฤทธิ์ให้พนักงานเอาร่มกันแดดออก เขาจะได้สังเกตเห็นเธอง่ายๆ แต่รอแล้วรอเล่าจนผิวหนังขาวผ่องของเธอเริ่มแดงเพราะไอแดด เจ้าของโรงแรมหนุ่มก็ไม่ปรากฏตัว!

กว่ารเมศจะรู้ว่าพิมพ์ลภัสอยู่ที่สระน้ำ นางแบบขาวีนก็ถอดใจและตั้งท่าจะกลับห้องพักแล้ว

“ผมคิดว่าคุณยังอยู่ในห้องซะอีก”

พิมพ์ลภัสไม่ได้ดีใจที่เห็นเขา หงุดหงิดที่รอนานเลยเหวี่ยงใส่ “ใครจะทนอุดอู้ในห้องได้ล่ะคะ ฉันลงมาวิ่งจ๊อกกิ้งที่ท่าน้ำ ไปกินข้าวที่ห้องอาหาร แล้วก็มานั่งตรงนี้ใต้ห้องทำงานคุณตั้งแต่เช้าแล้ว คุณไม่เห็นรึไง”

“ไม่เห็นเลยครับ ไม่งั้นผมคงลงมาหาคุณนานแล้ว ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไงครับว่าห้องทำงานผมอยู่เหนือสระว่ายน้ำ”

คำถามง่ายๆของเขาทำให้พิมพ์ลภัสชะงัก ก่อนจะแก้ตัวแบบขอไปที

“เดาเอาน่ะค่ะ คอนโดที่ฉันอยู่ ห้องผู้บริหารก็อยู่เหนือสระว่ายน้ำ แล้วฉันเดาถูกรึเปล่าล่ะคะ”

รเมศยิ้มเอาใจ ง้องอนสุดฤทธิ์ “ครับ...แต่งานผมยุ่ง เลยไม่ค่อยได้มองลงมา ไม่งั้นคงสะดุดตาคุณก่อนใคร ผมขอโทษนะครับที่บอกว่าจะพาคุณเที่ยวแต่กลับปล่อยให้คุณรอ”

สายตาจริงใจและคำขอโทษของเขาทำให้พิมพ์ลภัส ใจอ่อนยวบ ยอมเปลี่ยนเรื่องแต่โดยดี

“ฉันหิวแล้ว คุณพอจะแนะนำอาหารอร่อยๆให้ผู้หญิงที่หิวโหยมากอย่างฉันได้ไหมคะ”

“มีให้เลือกเยอะเลยครับ คุณพิมพ์...ผมขอเรียก แบบนี้ได้ไหมครับ”

รเมศยิ้มหวานออดอ้อน พิมพ์ลภัสเลยยอมให้เขาเรียกชื่อเล่น แถมแทนตัวเองด้วยชื่อนั้นอีกต่างหาก จนเจ้าของโรงแรมหนุ่มหัวใจพองโตเพราะคิดว่าเธออาจมีใจให้เขาบ้างแล้ว

ooooooo

พิมพ์ลภัสเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดว่ายน้ำวาบหวิวเป็นชุดลำลองสวยสง่าควงรเมศเข้ามาในห้องอาหารของโรงแรม เหล่าพนักงานมองตามตาไม่กะพริบ มั่นใจว่าเจ้าของโรงแรมหนุ่มคงจริงจังกับนางแบบขาวีนแน่...เปิดตัวขนาดนี้!

รเมศปลื้มใจมากที่พิมพ์ลภัสให้โอกาส เขาเอาอกเอาใจเธอที่เลือกกินด้วยการพาไปกินบุฟเฟ่ต์หรูของ โรงแรม พิมพ์ลภัสแอบนิ่วหน้าเพราะไม่ชอบ แต่เมื่อได้เห็นวิธีการปรุงสดๆและรสชาติกลมกล่อมก็ยิ้มออก

จินตนาเห็นรเมศเอาใจพิมพ์ลภัสออกนอกหน้าก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ แต่ก็แอบเสียว กลัวว่าโผล่หน้าไปให้เห็นแล้วนางแบบขาวีนจะเอาเรื่องตอนนินทาแบบเผาขน ไปฟ้องเจ้านายหนุ่ม

แต่กานดาที่ยืนอยู่ด้วยไม่คิดเช่นนั้น “เขาไม่ฟ้องหรอก แค่ขู่ๆไปอย่างนั้นแหละ แต่ถึงจะฟ้องเราไม่ได้ทำ อะไรผิด อย่างมากก็ถูกตักเตือน คุณรเมศไม่โหดขนาดไล่เราออกหรอก”

“ไม่เอาอ่ะ ฉันไม่อยากเสี่ยง แกไปดูแลโต๊ะคุณรเมศแทนฉันหน่อยนะ”

“ก็ได้...ไม่เห็นจะยากตรงไหน เดี๋ยวฉันจะทำให้ดูว่า แกน่ะคิดมากไปเอง”

แล้วกานดาก็ได้พิสูจน์ความเชื่อของตัวเองในอึดใจ ต่อมา เมื่อถูกพิมพ์ลภัสสั่งอย่างเอาแต่ใจ

“ช่วยเอาซุปถ้วยนี้ไปอุ่นให้ฉันหน่อย”

“ถ้าซุปถ้วยนี้เย็นแล้ว เดี๋ยวดิฉันเอาถ้วยใหม่มาเปลี่ยนให้นะคะ”

“แต่ฉันปรุงรสชาติถูกใจแล้ว ทำไมฉันต้องปรุงใหม่ ฉันจะกินซุปถ้วยนี้”

กานดาตั้งท่าจะเถียง แต่พิมพ์ลภัสก็หันไปหารเมศเพื่อวัดใจ อภิชาติกัปตันห้องอาหารที่ตามมาดูเพราะเห็นท่าทางหัวเสียของกานดาเลยรับอาสายกซุปไปอุ่นให้จินตนาเห็นท่ากระฟัดกระเฟียดของกานดาก็พอเดาได้ว่าคงถูกพิมพ์ลภัสแผลงฤทธิ์ใส่

“เป็นไง...ฉันคิดมากไปไหมล่ะ”

“เธอคิดน้อยกว่านั้นเยอะ คนอะไรเอาแต่ใจเว่อร์ แค่ซุปถ้วยเดียวก็ต้องเอามาอุ่น พี่ชาติไปตามใจทำไมไม่รู้”

“เพราะลูกค้าถูกทุกอย่าง ลูกค้าคือพระเจ้า อย่างนั้น ใช่ไหมคะพี่ชาติ”

จินตนาบ่นพลางหันไปมองอภิชาติ แต่เขาก็ไม่ยี่หระ ตอบกลับเสียงเรียบ

“เขาเป็นลูกค้า ไม่ว่าเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนเราก็ต้อง ยินดีให้บริการ ให้ลูกค้าพอใจที่สุด จำที่คุณเมศสั่งไม่ได้เหรอ”

กานดาหมั่นไส้กัปตันหนุ่มมาก แต่เคืองพิมพ์ลภัสมากกว่าที่ทำให้ทุกคนวุ่นวาย

“จำได้ แต่มันอดไม่ได้เข้าใจป่ะ ไม่รู้ว่าคุณเมศไปคบกับคนนิสัยแย่ๆแบบนั้นได้ไง”

“ห้ามเม้าท์ลูกค้าในเวลางาน คุณเมศสั่งเอาไว้เหมือนกัน”

“รู้แล้วค่า ต่อไปจะหุบปากให้สนิทเลย!”

อภิชาติส่ายหน้าอ่อนใจ ยังไม่เชื่อว่าคนสวยอย่างพิมพ์ลภัสจะร้ายกาจถึงขนาดนั้น แต่กานดาก็ทำให้เห็น เมื่อเธอเดินสงบเสงี่ยมยกซุปไปเสิร์ฟ แต่นางแบบขาวีนกลับ ไม่แตะแม้แต่น้อย แถมควงรเมศออกจากห้องอาหารหน้าตาเฉย ทิ้งอภิชาติให้มองตามงงๆ กานดาเลยได้ทีแขวะยิ้มๆ

“คุณลูกค้าพอใจม้ากมากจริงๆค่ะพี่ชาติ”

ooooooo

รเมศเห็นความเอาแต่ใจของพิมพ์ลภัสแต่กลับไม่คิดว่าเป็นปัญหา แถมมองว่าน่าเอ็นดูด้วยซ้ำ ชวนเธอไปเที่ยวรอบๆเชียงรายเพื่อสร้างบรรยากาศและกระชับความสัมพันธ์ พิมพ์ลภัสเห็นเป็นโอกาสจะเข้าห้องทำงานของเขาเลยแกล้งบอกว่าอยากเดินชมโรงแรมจารวีมากกว่า

เจ้าของโรงแรมหนุ่มไม่อยากเชื่อหู และนางแบบขาวีนก็เพิ่งรู้ตัวว่าบุ่มบ่ามมากเกินไป

“ทำไมคะ...หรือว่าคุณไม่อยากให้พิมพ์รู้จักคุณ เอ่อ...หมายถึงโรงแรมของคุณน่ะค่ะ หรือว่าที่นี่ไม่มีอะไรดึงดูดใจมากพอ หรือไม่งั้นก็...คุณมีอะไรปิดบังอยู่”

รเมศพอจะเข้าใจนิสัยอยากเอาชนะของเธอ และแอบปลื้มไม่น้อยที่เธออยากรู้จักที่ทางของเขา เลยยิ่งกว่าเต็มใจจะพาเธอเดินชมรอบโรงแรมแบบทุกซอกทุกมุม!

พิมพ์ลภัสไม่คิดเลยว่าทุกซอกทุกมุมของเขาจะทำให้เธอเหนื่อยสายตัวแทบขาดขนาดนี้ รเมศเป็นเจ้านาย ที่เข้มงวดและละเอียด เขาพาเธอตระเวนไปทุกที่ในโรงแรมแบบสบายๆ แต่เธอกลับเบื่อและเมื่อยมาก แถมเขา ก็ไม่ยอมพาไปห้องทำงานสักที นางแบบขาวีนเกือบจะถอดใจแล้ว ถ้าเขาจะไม่พาไปที่โปรดของเขาเสียก่อน

รเมศเห็นท่าทางเหนื่อยอ่อนของพิมพ์ลภัสก็นึกสงสารและเห็นใจ แต่ก็อยากให้เธอเห็นสถานที่สุดพิเศษของเขา จึงพยายามประคับประคองให้เธอเดินไปชมน้ำตกหลังโรงแรม

พิมพ์ลภัสตะลึงลานกับความงามของน้ำตก รเมศชื่นใจมากและมองรอยยิ้มของเธออย่างหลงใหล

“ผมถึงได้อยากให้คุณมาเห็นไงครับ ผมชอบที่นี่มาก แล้วหวังว่าคุณจะชอบเหมือนกัน”

แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งของเขาทำให้พิมพ์ลภัส หัวใจเต้นแรง แต่ก็พยายามกลบเกลื่อน

“ก็โอเคนะคะ แต่ตอนนี้ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะชอบมากไหม เพราะพิมพ์ยังเที่ยวไม่ครบทุกซอกทุกมุมเลย”

รเมศยิ้มกว้าง เสนอตัวเป็นไกด์ให้ตลอดเวลาที่เธออยู่ที่นี่ แต่วันนี้คงต้องให้เธอพักเพราะเหนื่อยมากแล้ว

“พรุ่งนี้เราไปข้างนอกกันดีกว่า เที่ยวแต่ในโรงแรม เดี๋ยวคุณพิมพ์จะเบื่อผม...ผมหมายถึงโรงแรมของผมซะก่อน”

“สงสัยพิมพ์จะต้องอยู่ยาวอย่างที่คุณบอกแล้วสิคะ...”

ยศพลแอบสะกดรอยตามดูพิมพ์ลภัสตลอด แม้จะหมั่นไส้อดีตแฟนสาวไม่น้อย แต่ก็ไม่ลืมหน้าที่ตัวเอง ถ่ายรูปเธอกับรเมศส่งไปให้กิตติชัย ก่อนจะผละไปบ่อนในเขตประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเบื่อเต็มทนที่ต้องจับเจ่าในโรงแรม!

ooooooo

พิมพ์ลภัสเหนื่อยมากกับการชมโรงแรมเมื่อวันก่อน แต่ก็สู้ไม่ถอย ตั้งมั่นจะทำให้รเมศไว้ใจให้ได้ เป้าหมายการมาเชียงรายครั้งนี้จะได้สำเร็จ รเมศยังไม่รู้ตัวว่าจะถูกปั่นหัว มัวเอ็ดชุติมาที่แต่งหน้าทาปากแบบจัดเต็มมาทำงาน

“ฉันเคยเตือนเธอแล้วไม่ใช่เหรอว่า ลิปสติกสีฉูดฉาดแบบนี้มันไม่เข้ากับกฎของโรงแรม”

“ขอโทษค่ะคุณเมศ ฉันแค่เอามาลองแล้วลืมลบ”

“ชุติมา...เธอจะชอบแฟชั่น ชอบแต่งตัวแต่งหน้าฉันไม่ว่า แต่ต้องไม่ใช่ในเวลางาน โรงแรมเรามีกฎการแต่งกายของพนักงาน และฉันก็ไม่คิดว่ามันจะยากลำบากในการปฏิบัติตาม มันอาจจะไม่อินเทรนด์ ไม่สวยเก๋อย่างที่เธอชอบ แต่กฎก็คือกฎ ถ้าเธอไม่เคารพในกฎ เธอก็ไม่มีคุณสมบัติพอจะเป็นพนักงานของโรงแรม”

“ฉันจะไม่ทำอีกค่ะ คุณเมศอย่าไล่ฉันออกเลยนะคะ”

น้ำเสียงอ้อนวอนและน้ำตาของประชาสัมพันธ์สาวทำให้รเมศใจอ่อนยอมให้โอกาสเธออีกครั้ง แต่ก็ไม่วายคาดโทษว่าอย่าให้เห็นอีก พิมพ์ลภัสผ่านมาได้ยินพอดี อดหวั่นไม่ได้เพราะท่าทางเขาดุดันเหลือเกิน

ชุติมาผละไปลบเครื่องสำอางแล้ว รเมศเลยเดินไปหาพิมพ์ลภัส

“มีอะไรกันหรือเปล่าคะ”

“ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ผมแค่ตักเตือนพนักงานนิดหน่อย”

“ไม่หน่อยแล้วมั้งคะ วิ่งร้องไห้ไปแบบนั้น”

รเมศส่ายหน้าอ่อนใจ “เธอทำผิดซ้ำสองครับ ผมเคยเตือนแล้วแต่เธอก็ยังทำอีก ครั้งนี้ผมเลยต้องเล่นบทโหด เธอจะได้เคารพกฎของโรงแรมและไม่ทำผิดอีก”

“คุณน่ากลัวกว่าที่ฉันคิดนะเนี่ย”

“ผมต้องคุมพนักงานให้อยู่ครับ พนักงานของเราเยอะ ถ้ามีคนทำผิดแล้วผมปล่อยไป คนอื่นก็จะเอาเป็นแบบอย่าง โรงแรมก็จะขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อยในที่สุด”

พิมพ์ลภัสเริ่มกลัว หากเขาจับผิดเธอได้จะต้องโดนลงโทษขนาดไหน แต่รเมศก็ไม่ให้เวลาเธอคิดนาน เปลี่ยนเรื่องดื้อๆว่าเธออยากไปไหน นางแบบขาวีนทำการบ้านมาแล้วและรู้ว่าเขาชอบไปวัด เลยต้องฝืนใจชวนไปทำบุญ

รเมศนิ่วหน้า ไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินเธอชวนไปวัด แต่ก็เป็นห่วงเธอมากกว่าว่าจะมีอะไรไม่สบายใจ

“พิมพ์ไม่ได้เป็นอะไร แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ หาที่เงียบๆสงบๆนอกจากในห้องพักบ้าง ถ้าพิมพ์ขอให้คุณพาไป คุณสะดวกไหมคะ พอดีพิมพ์ไม่ค่อยรู้ที่ทางแถวนี้เท่าไหร่”

“ยินดีครับ ผมเองก็ไปวัดบ่อยๆอยู่แล้ว เดี๋ยวผมจะเป็นไกด์ให้คุณเอง”

ooooooo

แต่ถึงจะออกปากอยากไปวัดแบบนั้น พิมพ์ลภัสก็ทำอะไรไม่ถูก เงอะๆงะๆเพราะเป็นพวกห่างวัด รเมศจับสังเกตอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ติดใจ คอยช่วยเธอทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ

พิมพ์ลภัสอับอายมาก แต่ก็ยังมั่นหน้าแก้ตัวกับรเมศหน้าตาเฉย

“พิมพ์เรียนคอนแวนต์มาตลอดค่ะ เลยอาจจะไม่ค่อยรู้พิธีรีตองพวกนี้เท่าไหร่ แต่พิมพ์ชอบไปวัดนะคะ ชอบเดินดูศิลปะในวัด อย่างพวก...การออกแบบประตู หน้าต่าง หลังคาหรือพวกจิตรกรรมฝาผนังอะไร แบบนี้”

“คุณพิมพ์ชอบศิลปะหรือครับ”

“ชอบดูเฉยๆค่ะ ไม่ได้มีความรู้อะไร แต่คุณดูคล่องจังเลย สมแล้วที่บอกว่ามาวัดบ่อย...มากับใครเหรอคะ”

“มาคนเดียวบ้าง มากับครอบครัวบ้าง แต่ถ้าคุณพิมพ์ชอบไปวัด ชวนผมได้นะครับ ผมจะได้มีเพื่อนไปด้วย”

ท่าทีเอาอกเอาใจของรเมศทำให้พิมพ์ลภัสหวั่นไหว เขาพาเธอเที่ยวชมรอบเมืองเชียงรายตามที่สัญญา แต่ก็ไม่เฉียดเข้าใกล้ห้องทำงานเป้าหมายของนางแบบขาวีนสักที แต่กระนั้นพิมพ์ลภัสก็ไม่ถอย เดินหน้าทำตามแผนของตัวเองด้วยการสานสัมพันธ์ให้เขาไว้ใจมากขึ้นทุกวัน

แต่ก็ไม่ใช่แค่รเมศที่ไว้ใจพิมพ์ลภัส นางแบบขาวีนก็ไว้ใจเขามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว จนเมื่อวันหนึ่งที่เขาพาเธอชมสวนดอกไม้บนพระตำหนักดอยตุง ดอกไฮเดรนเยียของที่นั่นก็ทำให้เธอคิดถึงแม่

“เสียดายที่แม่พิมพ์สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง เลยอยู่กับพิมพ์ไม่ได้นาน ไม่งั้นพิมพ์อาจจะได้ความอ่อนหวาน อ่อนโยนมาจากแม่บ้าง คุณว่างั้นไหมคะ”

ภาพในอดีตสมัยที่ครอบครัวยังอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากลับมาอีกครั้ง พิมพ์ลภัสคิดถึงพ่อแม่จนน้ำตาไหล รเมศมองมาด้วยความเอ็นดู ก่อนจะชวนคุยเพื่อปลอบใจ

“คุณพิมพ์รู้ความหมายของดอกไฮเดรนเยียไหมครับ”

“อย่าบอกนะคะว่าคุณรู้...ให้ดอกไม้ผู้หญิงบ่อยจนต้องหาความหมายเลยหรือคะ”

รเมศตกใจ รีบแก้ตัว “เปล่านะครับ ผมรู้มาจากคนดูแลสวนที่โรงแรมต่างหาก ผมเคยไปยืนดูตอนเขาเอาลงแปลง เขาก็เลยบอกความหมายดอกไม้มาหลายชนิดเลย”

“ไม่ต้องแก้ตัวซะยาวเหยียดขนาดนี้ก็ได้ค่ะ พิมพ์ก็แค่แซวเล่น ตกลงความหมายคืออะไรคะ”

“คุณช่างเย็นชาเหลือเกิน....ไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้แห่งความเย็นชาครับ”

“อุตส่าห์สวย...ทำไมความหมายถึงเศร้าเนี่ยไม่เข้ากับหน้าตาเลย”

“อาจเพราะไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ที่เกิดและเติบโตในเมืองหนาวครับ แต่จริงๆยังมีอีกความหมายหนึ่งนะครับ เป็นความหมายที่ผมว่าเหมาะกับไฮเดรนเยียที่สุด”

รเมศยิ้มเหมือนจะรอให้อยากรู้ แล้วก็สมหวัง

เมื่อพิมพ์ลภัสเร่งเร้าให้เขาบอก

“ขอบคุณสำหรับความเข้าใจ...จริงๆผมว่าไฮเดรนเยียไม่ได้เย็นชาหรอกครับ ออกจะเซนซิทีฟด้วยซ้ำ เพราะเป็นดอกไม้ที่เปลี่ยนสีไปมา อ่อนไหวกับค่ากรดด่างในดิน แถมยังไม่มีกลิ่นหอมเหมือนดอกไม้ทั่วไป ไฮเดรนเยียคงอยากขอบคุณที่เข้าใจความเย็นชาของมัน ขอบคุณที่เข้าใจตัวตนที่แท้จริงของมัน”

“เหมือนคนเลยนะคะ อยากให้ใครสักคนมาเฝ้าดู เรียนรู้ และเข้าใจตัวตนของเรา...”

สองหนุ่มสาวสบตากันซึ้ง รเมศเกือบจะสารภาพความในใจบางอย่างอยู่แล้ว แต่พิมพ์ลภัสก็รู้สึกตัวเสียก่อน หลบสายตาเขาแล้วเดินหนีดื้อๆ เจ้าของโรงแรมหนุ่มแปลกใจมาก แต่ก็ไม่ท้อ พาเธอไปเดินเที่ยวต่อ

พิมพ์ลภัสพยายามข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่านเพราะความหวั่นไหว นับวันการเข้าใกล้รเมศก็ทำให้เธอควบคุมตัวเองไม่ได้มากขึ้นทุกที และตอนนี้เขาก็เริ่มต้นมันอีกครั้งด้วยการชวนเธอคุยเรื่องเข็มกลัดรูปหงส์

“คุณเมศเก่งจังนะคะ ดูออกด้วยว่าของแบรนด์ไหน”

“แต่ละแบรนด์มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองครับ เห็นบ่อยเข้าก็พอแยกออก”

“เห็นบ่อยหรือซื้อแจกสาวบ่อยคะ ถึงได้แยกออกแม่นเหลือเกิน”

“อย่างผมมีปัญญาซื้อแจกที่ไหนล่ะครับ ผมเห็นบ่อยเพราะแม่กับพวกพี่สาวช่างซื้อกันเหลือเกิน”

รเมศเล่าว่ามีพี่สาวสองคน คนหนึ่งอยู่กรุงเทพฯ ส่วนอีกคนอยู่เชียงใหม่กับแม่ของเขา พี่สาวทั้งสองมีลูกแล้ว ตัวเขาเลยมีหลานมากถึงห้าคน พิมพ์ลภัสฟังเพลินและบอกว่าเขามีครอบครัวที่อบอุ่น รเมศได้โอกาสอยากชวนเธอไปเจอแม่ นางแบบขาวีนก็แบ่งรับแบ่งสู้ แต่เขาคิดว่าเธอยังเกร็งเลยปลอบให้สบายใจ

“คุณแม่ผมใจกว้าง ยอมรับทุกคนอย่างที่เขาเป็นเสมอ อีกอย่างท่านเชื่อมั่นและเคารพการตัดสินใจของผมครับ”

ooooooo

.

..........

บ่วงหงส์ ตอนที่ 4

แม้รเมศจะแสดงความรู้สึกอย่างเปิดเผยแต่พิมพ์ลภัสก็วางท่าเฉย รักษาท่าทีเหมือนไม่รับรู้ แต่ที่เขานึกไม่ถึงคือนางแบบขาวีนต้องเก็บอาการแทบแย่ พยายามสะกดอารมณ์อย่างมากไม่ให้หวั่นไหวกับความจริงใจของเขา


อาการเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวรักเดี๋ยวเย็นชาของเธอทำให้รเมศสงสัย แต่กระนั้นความรู้สึกดีๆที่มีต่อเธอก็ทำให้ไม่ยอมแพ้ อยากเข้าใกล้มากขึ้นเพื่อทลายกำแพงหัวใจของเธอ ขนิษฐาที่สังเกตท่าทางเขามาสักพักอดไม่ได้จะซักถามด้วยความอยากรู้ บวรทัตได้ยินเลยถือโอกาสเย้าเจ้านายหนุ่มว่าคงกำลังปลูกต้นรักกับพิมพ์ลภัส...แขกคนพิเศษ

“คุณบวรทัตช่วยยืนยันขนาดนี้ น้องชักอยากเจอเธอแล้วสิ เมื่อไหร่จะพามาแนะนำให้รู้จักล่ะคะ”

“คุณน้องได้เจอแน่ครับ แต่คงไม่ใช่วันนี้”

สีหน้าเหงาๆของรเมศทำให้ขนิษฐานิ่วหน้า บวรทัตเลยอธิบายยิ้มๆว่าเจ้านายหนุ่มต้องไปดูงานข้างนอกวันนี้ ไม่รู้จะได้กลับโรงแรมกี่โมง

“แสดงว่าที่หน้าหงิกเมื่อกี้ เป็นเพราะวันนี้จะไม่ได้เจอคุณพิมพ์ลภัสสินะคะ”

“คุณน้องอย่าล้อผมนักเลยครับ ผมก็แค่...เสียดายนิดหน่อย กำลังไปได้ดีเลย”

“ถ้าคุณเมศอยากเจอเขา ทำไมไม่ชวนเขาไปด้วยล่ะคะ...”

คำแนะนำของขนิษฐาทำให้รเมศเบิกบานทันตาเห็น ไม่รอช้าไปชวนนางแบบขาวีนถึงห้องพัก พิมพ์ลภัสที่กำลังประสาทเสียเพราะถูกกิตติชัยตามงานแต่เช้า เลย

ถึงกับยิ้มร่าเพราะจะได้เข้าใกล้เป้าหมายหนุ่มมากขึ้น แต่เพื่อความแนบเนียน เลยต้องทำเป็นเล่นตัวบ้าง

“งานคุณต้องสำคัญกว่าพิมพ์อยู่แล้ว อีกอย่างเราก็เที่ยวด้วยกันตั้งหลายวันแล้ว ไม่เบื่อหน้าพิมพ์บ้างเหรอคะ”

“ไม่ครับ...ผมอยากเจอคุณทุกวัน เลยมาชวนคุณไปงานด้วยกัน ถ้าวันนี้คุณไม่ได้มีแพลน ไปกับผมนะครับ”

“พิมพ์ว่าไม่เหมาะมั้งคะ พิมพ์ไม่ได้รู้จักใคร ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับงานของคุณด้วย”

“คุณพิมพ์เป็นแขกคนสำคัญของผม แล้วงานนี้ก็เป็นงานเล็กๆ มีแต่คนกันเอง ผมอยากให้คุณไปด้วยกัน”

“แต่พิมพ์ไม่มีชุด”

“ชุดที่คุณแต่งอยู่ทุกวันก็ได้ครับ แค่นี้ก็สวยจะแย่แล้ว นะครับ...ไปด้วยกันนะ...”

ooooooo

ไม่ใช่แค่พิมพ์ลภัสที่ถูกกิตติชัยตามงาน ยศพลที่เพิ่งกลับจากบ่อนประเทศเพื่อนบ้านก็ถูกจิกจนเวียนหัว ไฮโซหนุ่มรำคาญมากแต่เพื่อข้อแลกเปลี่ยนล้างหนี้พนันเลยต้องยอมทำตามแผนของกิตติชัยอีกครั้ง ด้วยการตามไปถ่วงเวลารเมศกับบวรทัต ไม่ให้กลับโรงแรมเร็วนัก พิมพ์ลภัสจะได้มีโอกาสเข้าไปขโมยของ!

แต่ที่ยศพลไม่รู้คือพิมพ์ลภัสไม่ได้อยู่รอเวลาขโมยของ แต่ออกไปงานกับรเมศบนดอยแห่งหนึ่ง และบรรยากาศร่มรื่นและเป็นกันเองรอบตัวก็ทำให้นางแบบขาวีนหงุดหงิด เพราะเธอแต่งตัวไม่เข้ากับสถานที่

รเมศได้ฟังเหตุผลของเธอก็หลุดขำ เอ็นดูความตรงไปตรงมาของเธอเหลือเกิน

“โธ่เอ๊ย...ผมก็คิดว่าคุณไม่พอใจที่ผมพาคุณมาที่ห่างไกลความเจริญ”

“พิมพ์ไม่ได้รังเกียจที่แบบนี้ แต่ก็ไม่ได้ชอบเท่าไหร่ เลือกได้ก็อยากไปในที่สบายๆมากกว่า”

“ถือว่าผมพามาเปลี่ยนบรรยากาศแล้วกันครับ ส่วนชุดคุณ...อาจจะดูไม่ค่อยเหมาะกับสถานที่ แต่ผมว่าก็สวยดี”

“แต่บนป่าเขาแบบนี้เดินไปไหนชุดพิมพ์คงเกี่ยวกิ่งไม้ขาด ไหนจะรองเท้าส้นสูงอีก เดินทีคงปักโคลนจมมิด”

“ถ้าคุณเดินไม่ถนัด จับมือผมไว้ก็ได้นะครับ”

แววตาจริงใจของเขาทำให้พิมพ์ลภัสหัวใจเต้นแรง แต่ก็ถูกบวรทัตเบรกหน้าทิ่มว่าเจ้านายหนุ่มคงเดินจับมือนางแบบขาวีนไปตลอดเวลาไม่ได้ เพราะไม่ใช่งานแต่งงานแต่เป็นงานเปิดโครงการผักปลอดสารพิษของชาวบ้าน

รเมศหน้าแดงด้วยความเขิน ไม่ต่างจากพิมพ์ลภัส โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านปรี่มาคุยเสียก่อน สองหนุ่มสาวเลยหายใจคล่องขึ้น ก่อนจะแยกกันคนละมุมเพื่อทำหน้าที่ของตน

หน้าที่ของพิมพ์ลภัสก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากนั่งเล่นเกมมือถือเป็นกำลังใจ ส่วนรเมศเดินตรวจงานรอบหมู่บ้านในฐานะผู้ริเริ่มโครงการปลูกผักปลอดสารพิษ

พิมพ์ลภัสเซ็งมากเพราะไม่มีอะไรทำ นึกเคือง ถึงคนชวนว่าคงสร้างภาพทำดีกับชาวบ้านตามประสานายทุนหน้าเลือดที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ รเมศไม่ได้รับรู้ด้วย มัวปลื้มใจกับผลงานที่ริเริ่มกับมือ และวันนี้เขาก็อยากอวดกับนางแบบขาวีนจะแย่ แต่ก็ดูเหมือนพิมพ์ลภัสจะไม่สนใจนัก

ผู้ใหญ่บ้านที่รับผิดชอบโครงการก็อยากอวด เลยนำผักสลัดสดๆไปให้นางแบบสาวลองชิม พิมพ์ลภัสลอบเบ้หน้า ไม่เชื่อว่าผักปลอดสารพิษท้องถิ่นจะดีกว่าของในห้างหรูหรา แต่เมื่อได้ชิมก็ติดใจจะซื้อกลับไปกินที่โรงแรม รเมศได้ยินดังนั้นเลยรีบบอกว่าเขาเหมาทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว

นอกจากจะอุดหนุนผักสดของชาวบ้าน พิมพ์ลภัสยังทำให้รเมศประทับใจมากด้วยการยอมถ่ายรูปเพื่อโปรโมตโครงการให้ แถมช่วยจัดท่าทางด้วยความเต็มใจจนชาวบ้านสนุกสนานกันมาก

พิมพ์ลภัสเองก็ลืมเรื่องขุ่นใจชั่วขณะ บรรยากาศเรียบง่ายและความเป็นกันเองของชาวบ้าน รวมทั้งแววตาชื่นชมของรเมศทำให้เธอรู้สึกดี เหมือนตัวเองมีคุณค่ามากกว่าเดินเฉิดฉายบนแคตวอล์กเสียอีก

แต่ช่วงเวลาดีๆก็อยู่กับเธอไม่นาน เมื่อยศพลที่ถูกกิตติชัยส่งมาถ่วงเวลาตามมาจอดรถขวางหน้ารถของรเมศ บวรทัตซึ่งเป็นคนขับลงไปรับหน้า ทิ้งเจ้านายหนุ่มให้อยู่กับนางแบบขาวีนตามลำพัง พิมพ์ลภัสไม่ทันเห็นหน้ายศพล แต่มั่นใจว่าคงมีบางอย่างผิดปกติ และเมื่อรเมศลงไปช่วยบวรทัตเจรจา เธอก็ได้คำตอบ!

กิตติชัยนั่นเองที่โทร.มาถามความเรียบร้อย กับพิมพ์ลภัส หวังให้เธอฉวยจังหวะนี้เข้าห้องทำงานของรเมศ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะนางแบบขาวีนไม่ได้อยู่โรงแรมตามที่เข้าใจ

“ทำไมคุณไม่บอกฉันก่อน ตอนนี้ฉันอยู่กับนายรเมศ!”

“คุณอยู่กับนายรเมศ! แล้วคุณไปอยู่กับมันทำไม เวลาแบบนี้ทำไมไม่รู้จักหาทางไปห้องทำงานมัน”

“ฉันหาทางตีสนิทให้ได้ไปห้องทำงานอยู่นี่ไง ฉันก็มีวิธีของฉัน คุณนั่นแหละจะทำอะไรทำไมไม่ปรึกษาฉันก่อน”

“เออๆ...จะทำอะไร วิธีไหนก็เรื่องของคุณแล้วกัน แต่อย่าลืมที่ผมเตือน...ห้ามหลงเสน่ห์นายรเมศเด็ดขาด!”

ooooooo

พิมพ์ลภัสต้องหักห้ามใจอย่างมากไม่ให้เผลอไผลกับเสน่ห์ของเจ้าของโรงแรมหนุ่ม ต่างจากรเมศที่ ไม่ยับยั้งความรู้สึกใดๆเลย แต่อยากสานต่อความสัมพันธ์กับนางแบบขาวีนและเรียนรู้กันให้มากขึ้น บวรทัตเข้าใจความรู้สึกของเจ้านายหนุ่มดี แต่ก็อดเตือนด้วยความหวังดีไม่ได้

“ผมรู้ว่าคุณจะพูดอะไร”

“งั้นผมถามแทนแล้วกัน คุณเมศแน่ใจเหรอครับว่าจะรับมือเธอไหว”

“ผมเชื่อสัญชาตญาณของตัวเอง พิมพ์ลภัสไม่ใช่คนเลวร้ายหรอก แต่คงถูกสปอยล์จนติดนิสัยเอาแต่ใจเกินไปหน่อย แต่เนื้อแท้เขาก็เป็นคนดีมีน้ำใจ คงต้องมีปรับทัศนคติกันบ้าง แต่เขาจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้แน่นอน”

แผนล่อลวงรเมศของพิมพ์ลภัสทำท่าจะไปได้ดี นางแบบขาวีนคงได้ออกจากเชียงรายเร็วๆนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด โดยไม่รู้เลยว่าช่วงเวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ สมานตามหาตัวเธอให้วุ่น มาธวีต้องช่วยหาแบบเสียไม่ได้จนรู้ในที่สุดว่าพิมพ์ลภัสไปเช่าคอนโดหรูอยู่

หลังขายบ้านมาธวีส่งเป็ดกับหนูดีไปสืบเรื่องพิมพ์ลภัสถึงคอนโด และแม้จะไม่พบตัวนางแบบขาวีน แต่ก็ได้เบาะแสบางอย่างว่าพิมพ์ลภัสอาจมีเรื่องลับแบบฉาวๆกับกิตติชัยเจ้าของคอนโดเพราะได้รับการยกเว้นค่าเช่า

สมานใจร้อนอยากเจอพิมพ์ลภัสเลยโทร.จิกมาธวี แต่ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อกลับแกล้งไม่บอกที่อยู่ของอดีตลูกเลี้ยง เป็ดกับหนูดีมองหน้ากันงงๆ ไม่เข้าใจเจตนาของเจ้านายสาว

“ทำไมคุณวีไม่บอกที่อยู่ยายพิมพ์ให้เสี่ยสมานเขารู้ไปเลยล่ะคะ จะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับเรา”

“ไม่! ถ้าปล่อยไอ้เสี่ยหื่นเข้าถึงตัวยายพิมพ์เอง เราก็ถูกกันจากเรื่องนี้น่ะสิ วีต้องเป็นคนคุมเกม ไม่ใช่เสี่ยสมาน นึกดูนะ...ถ้าพิมพ์มันตกเหวเพราะวีผลักมันลงไป กับการที่วีแค่ยืนมองมันตกลงไปเพราะคนอื่น อะไรจะสะใจกว่ากัน”

มาธวีหมายมั่นปั้นมือ โดยยังไม่รู้เรื่องพิมพ์ลภัสไปทำงานให้กิตติชัยที่เชียงราย มุ่งมั่นกับการออกแบบชุดเพื่องานแฟชั่นโชว์ในโรงแรมจารวีด้วยความหวังจะให้รเมศประทับใจ...

พิมพ์ลภัสงัวเงียรับโทรศัพท์แต่เช้า รเมศนั่นเองที่ โทร.มาอรุณสวัสดิ์

“วันนี้พิมพ์ไม่ออกไปไหนนะคะ พิมพ์อยากนอนพัก”

“ผมก็ไปไหนไม่ได้ครับ อู้ไปหลายวัน วันนี้ต้องเคลียร์งาน”

กำหนดการของเขาทำให้พิมพ์ลภัสตื่นเต็มตา พร้อมแผนการจะขอเข้าห้องทำงานของเขา

“แหม...พูดแบบนี้พิมพ์ก็รู้สึกผิดที่ทำให้คุณเสียงานสิคะ”

“ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น ผมยินดีพาคุณไปเอง คุณไม่ต้องคิดมากนะครับ”

“แต่พิมพ์ยังรู้สึกไม่ดีอยู่ดี งั้นให้พิมพ์ไถ่โทษได้ไหมคะ”

พิมพ์ลภัสเสนอตัวช่วยทำงานเต็มที่ ไม่เกี่ยงว่าจะจัดเอกสารหรือทำความสะอาดห้อง ทำเอารเมศปลื้มใจมาก

“ผมไม่ต้องการแม่บ้านแต่ต้องการกำลังใจ ถ้าคุณพิมพ์ไม่มีแพลนอะไร มานั่งเล่นห้องทำงานผมไหมครับ...”

ooooooo

พิมพ์ลภัสตื่นเต้นมากที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน รเมศยอมให้เธอมานั่งเล่นที่ห้องทำงานสมใจ นางแบบขาวีนสำรวจห้องทำงานเหนือสระว่ายน้ำของโรงแรมเต็มที่ พลางชวนเขาคุยอย่างเป็นกันเอง

“ประสบความสำเร็จขนาดนี้แล้ว คุณคิดจะขยายกิจการอีกไหมคะ”

“คิดครับ...ผมกับเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนกำลังมองหาที่ดิน แต่ก็ดูเฉยๆ เศรษฐกิจแบบนี้เรายังไม่อยากเสี่ยง”

“แต่ถ้าจะทำจริง คุณก็น่าจะวางแผนไว้ก่อน อย่างน้อยก็ต้องซื้อที่ดินเก็บไว้”

“ครับ...กำลังจะซื้อ แต่ช่วงนี้มีปัญหาหลายเรื่อง ผมเลยยังชะลอโครงการไว้”

“พิมพ์ถามได้ไหมคะว่าปัญหาอะไร”

“การแข่งขันทางธุรกิจครับ แต่ผมคิดว่าคงแก้ไขได้ไม่ยาก”

ท่าทางมั่นใจของเขาทำให้พิมพ์ลภัสอดหมั่นไส้ไม่ได้ เข้าใจเอาเองว่าเขาคงจัดการทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของกิตติชัยด้วยการแบล็กเมล์ แต่กระนั้นก็เก็บอาการ ชวนเขาคุยพลางสำรวจห้องหาพิกัดตู้เซฟ

“คุณดูคล่อง เอาอกเอาใจเก่งขนาดนี้ ท่าทางคงพาแขกสาวๆมาคุยที่ห้องทำงานบ่อยนะคะ”

“คุณอาจจะไม่เชื่อว่าคุณเป็นคนแรก”

“จะบอกว่าคุณโสดเหรอคะ คุณออกจะเป็นผู้ชายที่น่าสนใจ ไม่น่าโสดมาได้ถึงตอนนี้”

“ผมยังไม่เจอใครที่ถูกใจจริงๆน่ะครับ เพิ่งมาสะดุดเมื่อไม่กี่วันนี้เอง”

รเมศส่งตาหวานสื่อความในใจ แต่แทนที่พิมพ์ลภัสจะปลื้ม กลับเบือนหน้าหนี

“คุณพิมพ์ไม่พอใจที่ผมพูดแบบนั้นหรือเปล่าครับ”

“ค่ะ...เราเพิ่งเจอกันไม่กี่วัน คุณก็เริ่ม...เอ่อ...”

“แสดงออกว่าผมชอบคุณ”

“นั่นล่ะค่ะ...ฉันไม่ชอบ ภาพลักษณ์ฉันอาจจะดูเปรี้ยว มั่น ทำอะไรไม่แคร์ใคร แต่ฉันไม่ชอบอะไรที่มันรวดเร็วฉาบฉวย...วันที่ฉันเจอคุณที่งานเลี้ยง ฉันโดนผู้ชายในงานขอนอนด้วย ทั้งๆที่ยังคุยกันไม่ถึงห้านาที หน้าด้านที่สุด!”

“ผมขอโทษ...ไม่คิดว่าคุณจะมีประสบการณ์ไม่ดีกับเรื่องนี้ขนาดนี้”

“ฉันมีมากเกินที่คุณจะจินตนาการเลยค่ะ”

“แต่ผมอยากคบคุณอย่างจริงจังนะครับคุณพิมพ์ คุณให้โอกาสผมได้ไหม”

คำถามของรเมศทำให้พิมพ์ลภัสแอบรู้สึกผิดปนลำบากใจ แต่แววตารอคอยคำตอบของเขาก็ทำให้ตัดสินใจพูด

“คุณรเมศคะ...คุณเพิ่งเจอพิมพ์ได้ไม่กี่วัน คุณก็มาบอกว่าอยากจริงจังกับพิมพ์ คุณรู้จักพิมพ์จริงๆหรือยัง”

“ผมรู้ว่าคุณเป็นผู้หญิงที่สวย มีเสน่ห์ ดูลึกลับชวนค้นหา และผมก็อยากค้นหาคุณจริงๆ คุณอาจจะเอาแต่ใจไปบ้าง แต่คุณก็ยังมีมุมน่ารักๆ คุณมีน้ำใจ แล้วก็เป็นคนตรงไปตรงมา”

พิมพ์ลภัสถึงกับอึ้งไป พยายามเก็บสีหน้าเต็มที่ ก่อนจะโพล่งถาม

“แต่ตอนนี้พิมพ์ไม่ได้เป็นลูกมหาเศรษฐีแล้วนะคะ ขนาดแฟนเก่ายังทิ้งพิมพ์เพราะเห็นว่าพิมพ์หมดตัว”

“ผู้ชายคนนั้นโง่”

“เขาอาจจะฉลาดก็ได้ค่ะ อนาคตเขาคงไม่สดใสเท่าไหร่ ถ้าต้องมาผูกติดกับผู้หญิงอย่างพิมพ์ สู้ไปหาผู้หญิงใหม่ที่มีอาชีพการงานมั่นคงกว่านี้ดีกว่า”

“ผิดกับผมนะครับ ผมไม่ได้มองผู้หญิงที่อาชีพหรือทรัพย์สินที่เธอมี ผมใช้สัญชาตญาณตัวเองเป็นหลัก หรือพูดอีกอย่างก็คือ...ผมทำตามหัวใจมากกว่าสมอง”

“คุณนี่ปากหวานนะคะ”

ท่าทางเหมือนไม่เชื่อถือของเธอทำให้รเมศนิ่วหน้าและตัดสินใจถามตรงๆ

“เวลาผมชื่นชมคุณ คุณชอบมองผมแปลกๆเหมือนไม่เชื่อที่ผมพูด คุณมีอะไรในใจรึเปล่าครับ ถ้าคุณสงสัยในตัวผม ถามออกมาตรงๆได้นะครับ ผมชอบความตรงไปตรงมาของคุณ”

เจอคำถามตรงๆของเขา พิมพ์ลภัสก็ถึงกับไปไม่ถูก ต้องบ่ายเบี่ยงเลี่ยงประเด็นจนรเมศอ่อนใจ แต่ก็ไม่อยากเร่งรัดเธอมากกว่านี้ แต่ก็แอบหวังว่าเธอจะมีใจและยอมเปิดใจให้เขาบ้างในไม่ช้า...

ooooooo

รเมศนั่งทำงานตลอดครึ่งวันเช้า ก่อนจะแยกไปตรวจงานด้านนอก พิมพ์ลภัสเลยไปเข้าสปาตามเคย แต่ไม่ทันไปถึงก็เจอยศพลโดยบังเอิญเสียก่อน ความลับเลยแตกว่าอดีตแฟนไฮโซของเธอก็ทำงานให้กิตติชัยด้วย

“พิมพ์ทำเพราะไม่มีทางเลือก! ครอบครัวพิมพ์ถูกฟ้องล้มละลาย งานหาย แฟนทิ้ง พิมพ์จำเป็นต้องรับงานนี้ แล้วพอลล่ะมีปัญหาอะไร ทำไมถึงต้องไปทำงานให้นายกิตติชัยด้วย”

ยศพลอึกอัก ไม่กล้าบอกว่ารับจ้างจับผิดเธอ แต่พิมพ์ลภัสกลับเข้าใจว่าเป็นสาเหตุอื่น

“นี่พอลเป็นหนี้พนันบอลอีกแล้วเหรอ ไหนเคยรับปากพิมพ์ว่าเลิกแล้วไง แสดงว่าที่ผ่านมา...พอลคบพิมพ์เพราะต้องการเงินใช่ไหม พอพิมพ์ไม่มีเงิน พอลถึงได้ ทิ้งพิมพ์อย่างเลือดเย็น”

“เลิกคุยเรื่องนี้เถอะพิมพ์ พิมพ์เองก็ไม่ได้รักผมเหมือนกันนั่นแหละ พิมพ์คงเห็นผมเป็นกระโถนมากกว่า ผมถึงต้องคอยรองรับอารมณ์วีนเหวี่ยงของพิมพ์มาตลอด”

พิมพ์ลภัสกับยศพลเถียงกันสีหน้าตึงเครียด เลยไม่ทันสังเกตว่ารเมศมาแอบฟังใกล้ๆ

“ไม่จริง!...พิมพ์อาจจะไม่ได้รักพอลมากเท่าไหร่เพราะคบกันได้ไม่นาน แต่พิมพ์มีความรู้สึกดีๆให้พอลเสมอ พิมพ์ทุ่มเทกับความสัมพันธ์ของเราเต็มที่ พิมพ์ไม่ได้คบพอลเล่นๆ พิมพ์จริงจัง ต่างจากพอลที่คบกับพิมพ์เพื่อเงิน!”

“พิมพ์ทุ่มเท จริงจัง...ตรงไหน...คบเป็นปีทำแค่ จับมือกับหอมแก้ม ไม่เคยได้จูบ ไม่รู้จะหวงอะไรหนักหนา!”

“นี่พลหวังแค่เงินพิมพ์กับตัวพิมพ์แค่นั้นใช่ไหม”

รเมศเห็นหน้ายศพลชัดๆก็จำได้ว่าเป็นคนที่ขวางรถเขาเมื่อวันก่อน แถมเป็นแฟนเก่าของพิมพ์ลภัส อีกต่างหาก แต่ที่ทำให้เจ้าของโรงแรมหนุ่มไม่ชอบใจคือคำตอบของยศพลที่ดูหมิ่นพิมพ์ลภัส

“มันเป็นเรื่องธรรมดาของคนเป็นแฟนกันนี่”

“แต่แฟนกันควรจะให้เกียรติกัน และพร้อมจะเข้าใจถ้าอีกฝ่ายยังไม่พร้อม”

“คุณหนูพิมพ์ลภัสคร้าบ...ผู้ชายแบบนั้นมันมีแต่ในนิยาย”

“ต้องเป็นผู้ชายเฮงซวยแบบพอลใช่ไหมที่มีเกลื่อนโลก พิมพ์รู้สึกโชคดีขึ้นมาทันทีเลยที่ถูกพอลทิ้ง”

“อย่ามาทำเป็นปากดีหน่อยเลย”

“พิมพ์ไม่ได้ดีแค่ปากนะ พิมพ์มีดีพอจะหาผู้ชายคนใหม่ที่ดีกว่าพอลได้แน่ๆ ถึงตอนนี้พิมพ์จะเหลือแต่ตัว แต่พอลก็น่าจะรู้ว่าชื่อพิมพ์ลภัสยังขายได้ พิมพ์จะตั้งใจทำงาน กอบกู้ทุกสิ่งทุกอย่างคืนมา ถึงตอนนั้นพอลอย่ามากอดขาอ้อนวอนให้พิมพ์กลับไปคืนดีด้วยแล้วกัน!”

ประกาศจบก็สะบัดหน้าจากไป ทิ้งยศพลให้มองตามอึ้งๆ รเมศรีบหลบไม่ให้สองหนุ่มสาวเห็น ก่อนจะยิ้มกว้างด้วยความชอบใจที่พิมพ์ลภัสหยิ่งในศักดิ์ศรี มุ่งมั่นและรักตัวเอง...สมแล้วที่เขาอยากเอาชนะใจเธอ

ooooooo

คำสารภาพแบบหมดเปลือกของยศพลทำให้พิมพ์ลภัสหัวเสียมาก ความรักและเรื่องราวดีๆที่เคยคิดจะเหลือไว้เป็นความทรงจำแปรสภาพเป็นฝันร้ายในพริบตา นางแบบสาวคิดถึงอดีตด้วยแววตาคับแค้นใจ ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าให้สงบและลงไปกินมื้อเย็นกับรเมศตามที่นัดหมายไว้

รเมศไม่ได้รอเธอคนเดียว แต่มีขนิษฐาหรือญาติสาวคนเดียวของสีหนาทหุ้นส่วนอีกครึ่งของเขานั่งอยู่ด้วย

“นายสิงห์มันขี้เกียจ ไม่ยอมออกจากป่ามาช่วยงานโรงแรมเท่าไหร่ ภาระหนักเลยกลายเป็นของคุณน้องแทน”

“พี่สิงห์ชอบทำไร่มากกว่าค่ะ พี่สิงห์มีไร่ลิ้นจี่กับสักทองห่างจากโรงแรมไปทางเรือสักครึ่งชั่วโมงค่ะ ถ้าคุณพิมพ์มีโอกาสแวะไปเที่ยวบ้างนะคะ ไร่บัวขาวยินดีต้อนรับค่ะ”

พิมพ์ลภัสยิ้มรับด้วยความยินดี เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้จากคนร่วมโต๊ะ โดยเฉพาะขนิษฐาชอบใจในอัธยาศัยของนางแบบสาวมาก และเมื่อพิมพ์ลภัสลุกไปเข้าห้องน้ำ ก็อดเปรยกับรเมศไม่ได้

“คนนี้น้องให้สามผ่านเลยค่ะ...ตอนแรกน้องคิดว่าคุณพิมพ์จะนิสัยไม่ดีอย่างที่ได้ยินมา แต่ตัวจริงคุณพิมพ์น่ารักดีค่ะ ถึงจะมีมุมเอาแต่ใจ หรือแสดงออกตรงๆไปบ้าง แต่น้องว่าก็จริงใจดี”

“แต่คุณพิมพ์เขามีอะไรบางอย่างในใจนะครับ ถึงตัวเขาจะดูเหมือนเปิดรับแต่ในใจก็คอยตั้งกำแพงไว้แน่นหนา”

“คุณเมศก็หาทางปีนกำแพงสิคะ ถ้าปีนไม่ไหวก็พังเลย คุณเมศทำได้อยู่แล้ว สู้ๆนะคะ น้องเชียร์เต็มที่”

ขนิษฐายิ้มให้กำลังใจ รเมศเลยฮึดสู้จะพิชิตใจพิมพ์ลภัสให้ได้ โดยไม่รู้เลยว่าความสนิทสนมระหว่างทั้งสองจะทำให้นางแบบขาวีนสงสัย...หรือทั้งสองจะไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานแต่เป็นแฟนกัน

บวรทัตมารับขนิษฐาไปส่งไร่บัวขาว พิมพ์ลภัสเลยได้โอกาสถามเรื่องคาใจ

“ฉันว่าจะถามคุณหลายครั้งแล้ว ทำไมคุณใช้เลขาผู้ชายล่ะคะ ฉันเห็นนักธุรกิจส่วนใหญ่ชอบใช้เลขาผู้หญิง”

“แรกๆผมก็ใช้ผู้หญิงครับ แต่ทำงานได้สักพักก็ลาออกไปแต่งงานบ้าง ท้องบ้าง มีปัญหาจุกจิกส่วนตัวบ้าง ผมเลยเปลี่ยนมาใช้ผู้ชายจะได้อยู่ด้วยกันนานหน่อย”

“แต่คุณบวรทัตนี่ก็ดูมีอายุแล้วนะคะ ปกติฉันเห็นเลขาส่วนใหญ่มักจะเด็กๆ”

“จริงๆคุณบวรทัตเป็นที่ปรึกษากฎหมาย เคยช่วยงานคุณพ่อผมมาก่อนครับ สนิทกับผมเหมือนพี่น้องคลานตามกันมา ผมเลยขอให้มาช่วยงานจนกว่าจะหาคนใหม่ได้”

พิมพ์ลภัสนิ่วหน้า ก่อนจะยิ้มเจื่อนเมื่อเขาเล่าว่าเลขาคนเก่าโดนให้ออกเพราะขโมยของ

“แย่จังนะคะ คนเป็นเลขาน่าจะไว้ใจได้ แต่กลับเป็นขโมยเสียเอง”

“ครับ...แต่ตอนนี้หมอนั่นก็ไปชดใช้ความผิด

ในคุกแล้ว”

“ค่ะ...คุกเหรอคะ เอ่อ...ฉันไม่คิดว่าบทลงโทษจะรุนแรงขนาดนี้ คิดว่าแค่ตักเตือนก็น่าจะพอ”

“ข้อหาขโมยหนักนะครับ ผมเกลียดที่สุดก็คือความไม่ซื่อสัตย์ จับได้ก็ต้องลงโทษไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง!”

ooooooo

สีหน้าดุดันและน้ำเสียงเอาจริงของรเมศทำให้พิมพ์ลภัสใจคอไม่ดี ร้อนรนด้วยความร้อนตัวกลัวจะถูกจับได้ว่ามีเจตนาร้ายจะขโมยของจากห้องทำงานเขา และคนแรกที่เธอต้องเอาเรื่องก็คือกิตติชัย

แต่มือถือเจ้ากรรมก็ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต นางแบบขาวีนเลยต้องลงไปใช้โทรศัพท์สาธารณะของ โรงแรม

“คุณหลอกฉัน! ทำไมคุณไม่บอกฉันว่าเลขาคนก่อนของนายรเมศเคยทำงานพลาดจนต้องเข้าคุก”

“ผมไม่อยากให้คุณกังวลจนสติแตกแบบนี้น่ะสิ”

“จะไม่ให้ฉันกังวลได้ยังไง คนเก่าถูกส่งเข้าคุก คุณยังช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าฉันเกิดโดนจับได้ คุณจะช่วยอะไรได้!”

“คุณไม่ต้องห่วงน่า ผมต้องหาวิธีช่วยคุณจนได้แหละ แต่ทางที่ดีคุณก็อย่าให้ถูกจับได้สิ”

“แล้วใครจะรับประกันความปลอดภัยฉัน ไม่เอาแล้ว ฉันเปลี่ยนใจ ขอยกเลิกงานนี้ ฉันจะกลับกรุงเทพฯคืนนี้!”

พิมพ์ลภัสยื่นคำขาด โดยไม่รู้เลยว่าท่าทางกระฟัดกระเฟี้ยดของเธอทำให้รเมศที่ผ่านมาโดยบังเอิญสงสัย เพราะนางแบบสาวอ้างว่าไม่ค่อยสบายเลยขอตัวพักในห้องก่อน แต่กลับลงมาพูดโทรศัพท์ข้างล่าง

รเมศตั้งใจจะเอาดอกไฮเดรนเยียไปเยี่ยมพร้อมนามบัตรเผื่อเธอต้องการความช่วยเหลือ แต่ต้องรอให้เธอกลับห้องพักเสียก่อน จึงให้ชุติมานำไปให้ พร้อมกันนั้นก็ส่งพนักงานไปเช็กสายโทรศัพท์ห้องพักของเธอด้วย

พิมพ์ลภัสไม่รู้ตัวว่าถูกรเมศเห็น มัวโมโหกิตติชัยที่ไม่ยี่หระความเสี่ยงของเธอ แต่คะยั้นคะยอและหว่านล้อมให้เธอทำตามแผน พร้อมกับสัญญาจะส่งรหัสตู้เซฟของรเมศไปให้ทางไลน์

แต่จนแล้วจนรอดถึงเช้าวันต่อมา กิตติชัยก็ยังไม่ส่งรหัสมาให้ พิมพ์ลภัสร้อนใจมาก ตื่นแต่เช้าไปใช้บริการตู้โทรศัพท์สาธารณะต่อว่าเป็นการใหญ่ที่เขาไม่ส่งรหัสมาให้ กิตติชัยรับปากจะรีบหา พิมพ์ลภัสเลยยอมวางสายและปรี่ไปต่อว่าชุติมาเรื่องสัญญาณอินเตอร์เน็ตของโรงแรมที่ห่วยแตกจนเธอต้องลงมาใช้โทรศัพท์ข้างล่าง

ระหว่างที่ชุติมารับศึกหนัก รเมศก็ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มัวคิดถึงท่าทางแปลกๆของพิมพ์ลภัส โดยเฉพาะเรื่องเมื่อคืนที่เธอโกหกว่าป่วย และเพื่อให้หายสงสัย เขาเลยตามหาตัวเธอให้วุ่น จนกระทั่งบวรทัตไปพบเธอที่หน้าโรงแรม กำลังโวยวายเอาเรื่องชุติมาเรื่องอินเตอร์เน็ตเสีย

พิมพ์ลภัสกระวนกระวายใจมาก กลัวแผนจะแตกถูกรเมศจับได้ แต่ความกลัวนั้นก็ต้องสูญเปล่าเมื่อรเมศไม่ได้พูดถึงเรื่องเมื่อคืน แต่เป็นห่วงคิดว่าเธอไม่สบายและให้คนไปตามตัวเธอเพราะอยากให้เจอใครบางคนเท่านั้น

ใครคนนั้นของรเมศก็คือเอื้อยคำ เจ้าของห้องเสื้อเอื้องลดาที่จะมาร่วมงานแฟชั่นโชว์ในโรงแรมจารวีด้วย ความสวยสะดุดตาของพิมพ์ลภัสทำให้เอื้อยคำประทับใจมาก และอยากจะขอให้เดินชุดฟินาเล่ให้

รเมศไม่ได้ตั้งใจฟังเอื้อยคำ มัวจับสังเกตท่าทางของพิมพ์ลภัสที่ทำไม่รู้ไม่ชี้ได้อย่างแนบเนียน ทั้งเรื่องเมื่อคืนและเรื่องการหายตัวไปแต่เช้าของเธอวันนี้ แต่ไม่ทันได้ซักไซ้ตามที่ตั้งใจ เอื้อยคำกับขนิษฐาก็เจ้ากี้เจ้าการให้นางแบบขาวีนไปลองชุดฟินาเล่ที่เตรียมมาเสียก่อน

ชุดฟินาเล่ของเอื้อยคำสวยงามเหมาะสมกับพิมพ์ลภัสมาก ทุกคนมองมาด้วยความชื่นชม ไม่เว้นแม้แต่รเมศที่ยังเคลือบแคลงในตัวนางแบบขาวีนไม่น้อย แต่กระนั้นเจ้าของโรงแรมหนุ่มก็เก็บอาการ ตีหน้านิ่งเหมือนไม่รู้สึกอะไรจนพิมพ์ลภัสเสียวสันหลังวาบ ระแวงว่าเขาอาจรู้อะไรบางอย่าง

ความกังวลของพิมพ์ลภัสไม่ได้เกินจริงเลย เพราะรเมศแอบเห็นข้อความบางอย่างจากไลน์บนมือถือของนางแบบขาวีนที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะ ซึ่งประกอบด้วยตัวเลขที่คุ้นตาเขาอย่างบอกไม่ถูก แต่ไม่ทันได้สรตะข้อสงสัยทุกอย่าง พิมพ์ลภัสที่ใจคอไม่ดีก็ขอตัวไปสปาเสียก่อน

ooooooo

เอื้อยคำประทับใจในตัวพิมพ์ลภัสมากและอยากได้เธอเป็นนางแบบชุดฟินาเล่ ขนิษฐาสนับสนุนเต็มที่และพยายามส่งสายตาบอกให้รเมศช่วยกล่อมอีกแรง แต่รเมศที่เริ่มไม่มั่นใจในตัว
พิมพ์ลภัสก็ทำแค่ยิ้มรับแกนๆ อยากขอพิสูจน์อะไรบางอย่างแล้วค่อยตัดสินใจเรื่องนี้อีกที

แล้วข้อสงสัยของรเมศก็เริ่มมีเค้าความจริง เมื่อเขาเช็กกับพนักงานแล้วพบว่าพิมพ์ลภัสไม่ได้มาใช้บริการสปาเหมือนอย่างที่อ้างไว้ แต่ที่เขายังไม่รู้ คือนางแบบขาวีนกำลังประสาทเสีย กลัวจะถูกจับได้จนต้องแอบไปโทร.หากิตติชัยเพื่อระบายความเครียดและอึดอัดใจ

กิตติชัยรับสายด้วยความเซ็งสุดขีด ไม่ได้ยี่หระความเสี่ยงและความเป็นไปของนางแบบขาวีนสักนิด นอกจากเร่งรัดให้เธอทำตามแผนที่วางไว้เท่านั้น

“รีบหาโอกาสซะ ได้เข้าถึงตัวนายรเมศบ่อยๆ แบบนี้คงไม่ยากหรอกใช่ไหม”

พิมพ์ลภัสอยากจะเป็นบ้า รู้ดีว่างานนี้ไม่ง่ายเลย “ยากหรือไม่ยาก...คุณก็รู้ดี ไม่งั้นคนที่คุณส่งมาคงทำสำเร็จไปแล้วมั้ง จะบอกให้นะ ฉันก็อยากรีบปิดจ๊อบแล้วไปจากที่นี่เหมือนกันนั่นแหละ!”

กิตติชัยต้องพยายามข่มโทสะอย่างมากไม่ให้เอ็ดนางแบบขาวีน “ยืนยันหนักแน่นอย่างนี้ก็ดี ผมล่ะกลัวจริงๆว่าคุณจะหลงนายรเมศจนไม่เป็นอันทำอะไรแล้ว รู้กันอยู่ว่าหมอนั่นมันเสน่ห์แรง...เสือผู้หญิงเลยนะนั่น”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันดูแลตัวเองได้ อ้อ...เงินงวดที่สองน่ะ คุณเอาไปจ่ายค่าบัญชีบัตรเครดิตให้ฉันแล้วใช่ไหม”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกคุณ เออนี่...คราวนี้ถ้าได้แผ่นซีดีมาแล้ว คุณเอาไปให้ยศพลนะเขาจะเป็นคนจัดการที่เหลือเอง ยศพลทำลายหลักฐานเรียบร้อยเมื่อไหร่ ผมโอนเงินงวดสุดท้ายเข้าบัญชีคุณทันที”

พูดจบกิตติชัยก็วางสายพร้อมแสยะยิ้มร้าย...อย่าหวังว่าฉันจะโอนเงินให้เลย ถ้ายังขโมยของไม่สำเร็จ!

ระหว่างที่พิมพ์ลภัสคิดหนัก จะทำตามแผนของกิตติชัยหรือหนีหน้าจากเชียงรายเพราะทนรู้สึกผิดต่อรเมศไม่ได้ เจ้าของโรงแรมหนุ่มที่เธอกำลังมีใจให้ก็ต้องหน้าถอดสี เมื่อบวรทัตนำผลการเช็กการใช้โทรศัพท์ภายในห้องพักของนางแบบขาวีนมาให้ดูว่ามีเบอร์โทรศัพท์ของกิตติชัยอยู่ด้วย

บวรทัตพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว เริ่มจะเห็นเค้าลางแต่ไม่แน่ใจนัก รเมศเลยต้องเล่าเสียงเครียด

“พิมพ์ลภัสเป็นคนที่นายกิตติชัยส่งมา”

“ผมไม่อยากเชื่อ คนระดับคุณพิมพ์ไม่น่าจะต้องทำงานให้กับนายนั่น”

“ผมก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันแต่เขาโกหกผมหลายเรื่องเกินไปแล้ว เมื่อเช้าผมเห็นคนส่งรหัสเซฟเก่าของผมมาที่มือถือพิมพ์ลภัส เขาเมมชื่อว่า K. คุณคิดว่าจะเป็นใครกันล่ะ”

“อย่าเพิ่งด่วนสรุปเลยครับ คุณเมศลองเปิดใจคุยกับคุณพิมพ์เลยดีกว่าว่ามีปัญหาอะไรรึเปล่า บางทีเธออาจจะถูกบังคับ ถูกแบล็กเมล หรืออะไรก็ได้ คนชั่วๆ อย่างกิตติชัยมันทำอะไรก็ได้อยู่แล้ว”

รเมศเห็นด้วยกับบวรทัตและตัดสินใจตะล่อมถามความจริงจากนางแบบขาวีนในเย็นวันเดียวกันระหว่างมื้อค่ำ แต่พิมพ์ลภัสกลับไม่ยอมพูดอะไร แถมตีมึนเหมือนไม่รู้เรื่องอะไรอีกต่างหาก

แต่กระนั้นรเมศก็ไม่ยอมแพ้ เมื่อเธอขอตัวไปพักก็ตามไปหลอกถามถึงความจริงบางอย่างที่เธอปิดบังไว้อีกครั้ง แต่พิมพ์ลภัสก็ไม่บอกอะไรเหมือนเดิม นอกจากทิ้งท้ายถึงสิ่งที่อยู่ในใจ

“พิมพ์ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง คุณดีกับพิมพ์จริงๆ นอกจากคุณพ่อ ไม่มีผู้ชายคนไหนดีกับพิมพ์ขนาดนี้เลย”

“ดีแค่ไหนคุณก็ยังไม่เปิดใจรับผมอยู่ดี...ใช่ไหมครับ...”

ooooooo

ความดีของรเมศหลายวันที่ผ่านมาทำให้พิมพ์ลภัสลำบากใจมาก ใจหนึ่งอยากยกเลิกภารกิจและกลับกรุงเทพฯทันที ใจหนึ่งก็ลังเลเพราะเงินค่าจ้าง ก้อนโตจากกิตติชัย นางแบบขาวีนนอนไม่หลับเกือบทั้งคืน ก่อนจะตัดสินใจได้ว่าจะเดินตามแผนเดิม อย่างน้อยก็ได้ทำเพื่อช่วยอรอุษาที่ถูกรเมศหลอกแบล็กเมล

พิมพ์ลภัสเตรียมตัวอย่างดีแต่เช้า เก็บข้าวของลงกระเป๋าเดินทางและลงไปเช็กเอาต์ เมื่อหล้าขึ้นมายกกระเป๋า นางแบบขาวีนก็เริ่มต้นแผนด้วยการโทร.ตามรเมศให้มาหาที่ห้อง โดยอ้างว่าอยากให้พาไปหาหมอ

ยศพลเห็นอดีตแฟนสาวเริ่มแผนการแล้วก็ช่วยเสริมด้วยการจ้างเด็กแถวนั้นเจาะยางรถทั้งสี่ของบวรทัต หวังดึงเลขาหนุ่มของรเมศให้ออกจากห้องทำงาน แต่แผนทั้งหมดก็ต้องพังไม่เป็นท่า เมื่อพิมพ์ลภัสถูกจับได้!

ความจริงแล้วรเมศไม่ได้ไปหาพิมพ์ลภัสที่ห้องพัก แต่ดักรอแถวห้องทำงาน แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด เมื่อพิมพ์ลภัสพยายามขโมยของจากตู้เซฟ เขาก็ตัดสินใจปรากฏตัว

“คุณบอกให้ผมไปหา แล้วคุณมาอยู่ที่ห้องผมทำไมครับ”

พิมพ์ลภัสตัวชาวาบ ละล่ำละลักแก้ตัวว่าไม่อยากรอ เลยมาหาเขาแทน แต่รเมศก็รู้ทัน ดักคอ

“ไม่ใช่ว่าจะแอบมาหาอะไรที่ห้องผมนะครับ”

“พิมพ์ไม่ได้มาหาอะไรสักหน่อย พิมพ์แค่มารอคุณ”

หลักฐานคาตาแต่พิมพ์ลภัสก็ยังปากแข็ง รเมศเลยต้องใช้ไม้แข็ง

“นายกิตติชัยจ้างคุณมาเท่าไหร่”

“กิตติชัยไหน...ฉันไม่รู้จัก!”

“อย่าคิดว่าผมโง่พิมพ์ลภัส! ผมเห็นข้อความที่นายกิตติชัยไลน์มาบอกรหัสเซฟ แล้วผมก็ให้ลูกน้องตรวจสอบประวัติการใช้โทรศัพท์ห้องคุณ คุณโทร.หาเขาตั้งแต่วันแรกที่มาถึง!”

พิมพ์ลภัสใจหายวาบ เหมือนจะเป็นลม แต่ไม่ทันได้ทำสมใจ รเมศก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“คุณคงคิดว่าผมจะหลงกลคุณสินะ ผมจะบอกให้เอาบุญว่าคนที่อยู่ห้องคุณตอนนี้คือแม่บ้านกับพนักงานอีกคน...ไม่ใช่ผม! ส่วนรหัสเซฟนั่นผมก็เปลี่ยนมันเพื่อรอคุณโดยเฉพาะเชียวล่ะ จริงๆต้องขอบคุณนายกิตติชัยนะที่จนปัญญาถึงกับส่งรหัสเซฟเดิมมาให้คุณ แล้วคุณก็กล้าเสี่ยงซะด้วย”

พิมพ์ลภัสอับอายมาก ทั้งอึ้งทั้งโกรธ แต่ก็ไม่สำนึกตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้

“คุณมันร้ายกาจ คุณรู้ความจริงแล้วทำไมไม่บอกฉัน ทำเป็นห่วงใย รักนัก หลงนัก คุณหลอกฉันทำไม!”

“นี่แม่คุณ ก่อนจะด่าคนอื่น ถามตัวเองก่อน...ใครกันแน่ที่หลอกลวง! คุณทรยศความเชื่อใจของผมได้ยังไงพิมพ์ลภัส เมื่อคืนผมให้โอกาสคุณสารภาพแล้วว่ามีปัญหาอะไร ทำไมต้องร่วมมือกับเขา แต่คุณก็เลือก
จะไม่พูด ผมอุตส่าห์หลงคิดว่าคุณเป็นนางหงส์ ที่แท้ก็แค่นางนกต่อที่นายกิตติชัยส่งมา”

“ฉัน...ฉันอธิบายได้นะ”

“จะมาหลอกอะไรผมอีกพิมพ์ลภัส เรื่องแม่เลี้ยงใจร้าย เรื่องคู่หมั้นแสนเลว หรือเรื่องอะไรที่ทำให้คุณยอมขายตัวมาทำงานสกปรกแบบนี้”

“ฉันไม่ได้ขายตัว!”

พิมพ์ลภัสโกรธมาก แต่คงไม่เท่ารเมศที่เสียใจอย่างรุนแรงเพราะถูกหักหลัง “ไม่ได้ขาย! อย่าบอกนะว่านางแบบดังอย่างคุณยอมทำงานให้ผู้ชายคนนั้นฟรีๆ ถามจริงๆเถอะ เขาสัญญาว่าจะให้อะไรคุณ...บอกมา!”
สายตาแข็งกร้าวของรเมศทำให้พิมพ์ลภัสกลัวจับใจ ยอมสารภาพว่าได้ค่าจ้างถึงห้าล้านบาท

“คิดอยู่แล้วว่าค่าตัวคุณคงไม่ถูก แค่หลอกผู้ชายหน้าโง่คนหนึ่ง...เงินดีกว่าเดินแบบตั้งเยอะใช่ไหม”

คำพูดดูถูกของเขาทำให้พิมพ์ลภัสหน้าชา แต่ก็ไม่ยอมจำนนง่ายๆ “ใช่! ฉันรับจ้างนายกิตติชัยมา แต่เรื่องของคุณเขาเรียกว่ากรรมตามทัน สิ่งที่คุณเคยทำกับผู้หญิงคนอื่น ทำไมคุณไม่คิด พอโดนกับตัวเองก็ทำโวยวายด่าฉัน”

“ผมทำอะไรใคร”

“ยังมีหน้ามาถาม...ก็อรอุษาเมียนายกิตติชัยไง คุณหลอกลวงเธอ ใช้คลิปเสียงเธอข่มขู่ให้นายกิตติชัยยอมแพ้คุณเรื่องธุรกิจ คุณนั่นแหละเริ่มต้นก่อน เจอแบบนี้ก็สมควรแล้ว”

รเมศช้ำใจมาก เสียใจที่พิมพ์ลภัสเชื่อกิตติชัยมากกว่า ทั้งที่หลายวันที่ผ่านมาเขาก็แสดงความ จริงใจ ทุกอย่าง

“เขาบอกคุณแบบนั้นเหรอพิมพ์ อยากฟังไหมว่าผมใช้อะไรข่มขู่นายกิตติชัย”

ไม่ต้องรอให้พิมพ์ลภัสตอบ รเมศก็เปิดแผ่นซีดีเสียงของกิตติชัยที่แอบอ้างชื่อนักการเมืองเพื่อทุจริตเรื่องซื้อที่ดิน พิมพ์ลภัสถึงกับพูดไม่ออก เมื่อทุกอย่าง กลับตาลปัตร กิตติชัยต่างหากที่เป็นคนร้ายไม่ใช่รเมศ!

“นายกิตติชัยอยากได้ที่ผืนเดียวกับผมเลยทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผมถอย มีครั้งหนึ่งเขาพลาดที่อ้างชื่อนักการเมืองดังผู้มีอิทธิพลในวงการสีกากี ผมเตรียมการไว้ดีเลยอัดคลิปเขาไว้ได้”

สีหน้าซีดเผือดของพิมพ์ลภัสไม่ได้ทำให้รเมศใจอ่อน แต่โกรธมากกว่าเดิมที่เธอไม่เคยเชื่อใจเขาเลย

“แล้วนี่ก็คือเหตุผลที่นายกิตติชัยอยากได้คลิปนี่นักหนา ถึงกับต้องจ้างนางนกต่อกิตติมศักดิ์ระดับคุณมาขโมย นี่ถ้าคุณจะยึดอาชีพนกต่อคงต้องฝึกเยอะๆหน่อยนะ ไม่งั้นต่อไปคงไม่มีใครจ้าง”

“ฉันไม่ได้มีอาชีพนกต่อ ฉันถูกเขาหลอก”

“ถามจริงๆเถอะ...หลายวันที่คุณอยู่ที่นี่ คุณเคยคิดบ้างไหมว่าผมอาจจะถูกใส่ร้าย หรือว่าเงินตัวเดียวที่ทำให้คุณยอมปิดหูปิดตาเชื่อสองผัวเมียตัวแสบนั่นทุกอย่าง”

“คุณไม่เคยเป็นอย่างฉัน คุณไม่รู้หรอกว่าเวลาไม่มีเงินมันเป็นยังไง คุณไม่รู้ว่าคนอื่นเหยียดหยามฉัน หัวเราะลับหลังฉัน ฉันเกลียด...เกลียดทุกคนที่หาว่าฉันเป็นหงส์ปีกหัก เกลียดทุกคนที่พอฉันหมดตัวก็รุมรังแก นี่ถ้าฉันมีเงิน...”

“คุณผิดแล้วพิมพ์ เงินไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง ถึงผมจะไม่เคยตกในสภาพเดียวกับคุณ แต่ผมแน่ใจว่าต่อให้สิ้นเนื้อประดาตัว ผมก็ไม่มีวันสิ้นคิดรับจ้างใครมาหลอกลวงชาวบ้าน สิ่งที่คุณทำไม่ต่างกับพวกสิบแปด มงกุฎสักนิด!”

พิมพ์ลภัสเจ็บปวดใจมาก หวาดหวั่นแต่ก็ยังเชิดหน้าสู้ถามว่าเขาจะทำอย่างไรกับเธอ รเมศคิดหนัก เขาโกรธเธอมากก็จริง แต่ก็ทำใจร้ายจับเธอส่งเข้าคุกไม่ลง

“ไปจากที่นี่ซะ แล้วอย่ากลับมาให้ผมเห็นหน้าอีก!”

“มะ...หมายความว่าคุณจะไม่เอาเรื่องฉันจริงๆเหรอคะ”

“กลับกรุงเทพฯไปซะ แล้วไปบอกเจ้านายคุณด้วยว่าอย่ามายุ่งกับผมและที่ดินผืนนั้นอีก อย่าพยายามติดสินบนคนของผมหรือส่งนกต่อมาอีก ไม่งั้นผมจะเอาคืน อย่างสาสมแน่!”

ooooooo

.



Title: Re: เรื่องย่อละคร บ่วงหงส์ (thairath.co.th)
Post by: ppsan on 19 August 2026, 15:29:50

บ่วงหงส์ ตอนที่ 5

เพราะโกรธที่พิมพ์ลภัสคิดขโมยของ รเมศเลยยกเลิกคำสั่งลดค่าห้องและบริการสปา นางแบบขาวีนต้องจ่ายราคาเต็มทุกอย่าง พิมพ์ลภัสไม่สะทกสะท้าน ควักบัตรเครดิตให้ชุติมารูดแต่ก็ต้องหน้าแตกยับเพราะวงเงินเต็มทุกใบ!

ชุติมาได้ที เย้ยหยันด้วยความสะใจที่นางแบบขาวีนไม่มีเงินจ่าย พิมพ์ลภัสเจ็บใจมากแต่ยังหยิ่ง ขอแลกเหรียญไปโทร.ตามเงินกับกิตติชัย แต่นายจ้างหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ก็รู้ทุกอย่างจากยศพลแล้วว่าพิมพ์ลภัสทำพลาดถูกจับได้ เลยชิ่งหนีและสั่งให้พวงผการับสายแทน

“คือ...นายติดประชุมสำคัญมาก ไม่ว่างมารับสาย ไว้ค่อยโทร.มาใหม่นะคะ”

“จงใจหลบหน้าฉันสิไม่ว่า โกหกเก่งทั้งนายทั้งลูกน้อง อยากให้ฉันแฉนักใช่ไหม...ได้...”

“อย่านะคะ! นายไม่อยู่จริงๆ คุณต้องการอะไร ฝากข้อความไว้ เดี๋ยวฉันจะบอกนายให้”

“ฉันต้องการเงินห้าแสนเดี๋ยวนี้ แล้วที่เหลือฉัน กลับไปทวงถึงที่แน่”

พวงผกาสุดเอือมกับความเอาแต่ใจของพิมพ์ลภัส ตัดบทแบบไม่ยี่หระ “เงินตั้งห้าแสน ฉันจัดการให้ตอนนี้ไม่ได้หรอกค่ะ ต้องรอนายอนุมัติก่อน เดี๋ยวคุณมาแอบอ้างฉันก็ซวยสิ เอาไว้ฉันจะเรียนนายให้...แค่นี้นะ
คะ!”

ไม่ใช่แค่พิมพ์ลภัสที่งานเข้า ยศพลก็ต้องเผ่นจากโรงแรมจารวีเช่นเดียวกัน ก่อนรเมศจะจับได้และส่งเขาเข้าคุกฐานสมรู้ร่วมคิดเสียก่อน ไฮโซหนุ่มแทบผงะเมื่อเห็นราคาค่าห้อง แต่เพื่อเอาตัวรอดเลยยอมจ่ายแบบเสียไม่ได้และระหว่างที่จะขึ้นรถหนีไปสนามบินนั่นเอง พิมพ์ลภัสก็โผล่มาขวางพร้อมแววตาเอาเรื่อง

“ไอ้กิตติชัยมันไม่ยอมรับสายพิมพ์ หมายความว่าไง”

“ก็หมายความว่าเขารู้แล้วว่าคุณทำแผนพังน่ะสิ... ปล่อยพิมพ์!”

“ไม่! พอลจะหนีไปคนเดียว ทิ้งพิมพ์ไว้แบบนี้ไม่ได้นะ”

“มันเรื่องของคุณ เราสองคนไม่เกี่ยวกันแล้ว ทางใครทางมัน”

พูดจบก็กระโจนขึ้นรถ ทิ้งพิมพ์ลภัสให้เต้นผาง ด้วยความเดือดเนื้อร้อนใจตามลำพัง ก่อนจะต้องหน้า ซีดเผือดเมื่อเห็นว่ารเมศกับบวรทัตมายืนคอยเธออยู่นานแล้ว

รเมศถอนใจยาวเมื่อรู้เรื่องจากชุติมาว่านางแบบขาวีนไม่มีเงินจ่ายค่าห้อง ใจหนึ่งก็อยากเชื่อแต่วีรกรรมแสบสันสดๆร้อนๆของเธอก็ทำให้เชื่อไม่ลง พิมพ์ลภัสอยากทึ้งหัวตัวเองมากแต่ก็พยายามข่มใจขอความเห็นใจจากเขา

“ผมให้คุณมากเกินไปแล้วพิมพ์ ผมจริงใจกับคุณ ให้ความรู้สึกดีๆกับคุณ แต่สำหรับคุณ...ทุกอย่างที่ผ่านมามันก็แค่ละครฉากหนึ่ง รวมทั้งแผนที่แฟนเก่าคุณแกล้งตัดหน้ารถผมวันนั้นด้วย”

“เรื่องพอลฉันไม่รู้เรื่อง นายกิตติชัยส่งพอลมาช่วย แต่เขาไม่ได้บอกฉัน”

“รอบคอบดีนี่ แล้วไหนล่ะนายกิตติชัยของคุณ ทำไมถึงไม่โผล่หัวมาช่วยคุณล่ะ”

“เขาสัญญาว่าจะโอนเงินมาให้ฉัน แต่ฉันติดต่อเขาไม่ได้ ฉันขอค้างค่าโรงแรมไว้ก่อนได้ไหม หาเงินได้เมื่อไหร่จะเอามาใช้คืนคุณทันที ตอนนี้ฉันไม่มีเงินติดตัวจริงๆ”

“คนอย่างคุณน่ะเหรอไม่มีเงิน เล่นละครเก่งดีนี่พิมพ์”

“ฉันพูดความจริง ถ้าฉันมีเงิน ฉันคงไม่ต้องมาขอร้องคุณอย่างนี้”

รเมศไม่อยากเชื่อ บอกให้เธอโทร.หากิตติชัย แต่พิมพ์ลภัสก็ส่ายหน้า ข่มความอายสารภาพ

“โทรศัพท์ฉันโดนตัดไปตั้งนานแล้ว โทร.เข้าได้อย่างเดียว ฉันถึงต้องลงไปโทรศัพท์ข้างล่างให้คุณจับได้นั่นไง!”

ooooooo

กิตติชัยประสาทเสียมากที่ทุกอย่างไม่เป็นตามแผน พิมพ์ลภัสถูกจับได้ เท่ากับของก็ไม่ได้ แถมต้องเสียเงินหลายแสนว่าจ้างนางแบบขาวีนอีก ส่วนยศพลก็ต้องหนีออกจากเชียงรายแทบไม่ทันเพราะกลัวจะสาวถึงตัว

แต่ที่ทำให้กิตติชัยหัวเสียกว่า ก็เมื่อรเมศให้พิมพ์ลภัสใช้มือถือของบวรทัตโทร.มาหา

“ถ้าคุณวางสาย ชื่อคุณได้ขึ้นหน้าหนึ่งแน่ คุณบอกว่าจะโอนเงินให้ฉันอีกห้าแสน ทำไมถึงไม่โอน!”

“ผมบอกจะโอนให้ก็ต่อเมื่อคุณมีความคืบหน้า เป็นที่น่าพอใจ แล้วนี่อะไร เหลวทุกครั้ง”

“อย่ามาหน้าด้านใส่ฉันแบบนี้นะ มันทุเรศ!”

“ใครกันแน่ที่หน้าด้าน ทำงานพลาดแล้วยังมีหน้าโทร.มาขอเงินอีกเหรอ...ฝันไปเถอะ!”

“คุณช่วยพอลแล้วจะมาลอยแพฉันอย่างนี้ไม่ได้นะ”

กิตติชัยไม่สะทกสะท้าน ตั้งท่าจะวางสายเต็มที่ “ช่วยไม่ได้ ผู้หญิงงี่เง่าอย่างคุณเสือกโง่เอง เอาเป็นว่าต่อไปนี้ผมไม่รู้จักคุณ คุณทำอะไรลงไปไม่เกี่ยวกับผม แล้วไม่ต้องติดต่อมาอีก”

พิมพ์ลภัสเปิดเสียงในสายให้ได้ยินทั่วห้อง รเมศกับบวรทัต...แม้จะไม่ชอบใจที่ถูกหลอก แต่ก็อดเห็นใจนางแบบขาวีนไม่ได้ที่งานนี้กลายเป็นแพะรับบาปแบบไม่มีใครช่วยได้ และพิมพ์ลภัสก็รู้ดี แหวลั่นอย่างเหลืออด

“แกมันเลว เล่นละครเก่งทั้งผัวทั้งเมีย ก่อเรื่องหมาๆไว้แล้วสร้างเรื่องว่าเมียมีชู้ ถูกแบล็กเมล ไอ้หน้าตัวเมีย!”

“นี่คุณเห็นคลิปนั่นแล้วเหรอ”

“เห็นเต็มสองตา ได้ยินเต็มสองหูของฉันเลยล่ะ แกมันน่าขยะแขยง น่าสมเพชที่สุด...แล้วรู้ไว้ซะว่าตอนนี้ฉันโทร.มาจากห้องคุณรเมศ เขาอัดเสียงที่แกคุยกับฉันไว้หมดแล้ว เป็นไง...สะใจดีไหมล่ะ ฉันพัง...แกก็พังเหมือนกัน!”

พิมพ์ลภัสโกรธจนตัวสั่น รเมศเห็นแล้วว่าเธอคงไม่ได้เงินเลยดึงมือถือมาพูดเอง

“สวัสดีครับคุณกิตติชัย...ขอบคุณนะครับที่ส่งคนฝีมือดีถึงสองคนมาคอยดูแลผมอย่างใกล้ชิด แต่เสียดายที่ผมคงส่งคนของคุณกลับไปไม่ได้ เพราะต้องส่งไปอยู่ในคุกแทน”

คำว่าคุกของเขาทำให้พิมพ์ลภัสหน้าเสีย ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อรเมศประกาศกร้าวทิ้งท้าย

“ถ้าไม่อยากตามไปให้ลูกน้องรับใช้ต่อในคุกก็อย่าเล่นสกปรกอย่างนี้อีก ไม่งั้นคลิปที่ผมมีจะถูกส่งถึงมือตำรวจและท่านที่คุณอ้างถึงแน่ อ้อ...แล้วผมก็พอจะมีเพื่อนเป็นนักข่าวอยู่บ้าง เขาคงสนใจข่าวนักธุรกิจใหญ่อย่างคุณไม่น้อย ถ้าไม่อยากเดือดร้อน...หวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีนะครับ”

รเมศจะวางสาย พิมพ์ลภัสรีบขอให้เขาทวงเงินกิตติชัย แต่เขากลับดับหวังเธอเสียงเรียบ

“เขาฝากบอกว่าเขาไม่รับรู้อะไรเกี่ยวกับตัวคุณทั้งนั้น เขาตัดหางปล่อยวัดคุณแล้วล่ะพิมพ์!”

ooooooo

กิตติชัยวางสายไปนานแล้ว ทิ้งพิมพ์ลภัสให้มืดแปดด้าน ไม่รู้จะจัดการปัญหาเช่นไร ยิ่งรเมศขู่จะจับเข้าคุก ยิ่งใจไม่ดี กลัวเขาจะทำจริง รเมศมองมาด้วยแววตาเย็นชา ก่อนจะพาเธอไปคุยในห้องทำงาน

“คุณคงไม่คิดจะส่งฉันเข้าคุกจริงๆใช่ไหม”

“ก็คงไม่...ถ้าคุณหาเงินมาจ่ายค่าโรงแรมได้ครบ”

“ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่มีเงิน ขนาดเงินโทรศัพท์ฉันยังไม่มีเลย คุณรอหน่อยได้ไหม ฉันจะกลับไปหางานทำที่กรุงเทพฯ ระดับฉันรับงานแค่ไม่กี่จ๊อบก็ใช้หนี้คุณหมดแล้ว”

“พูดตามตรง...ผมคงไว้ใจคนอย่างคุณไม่ลงแล้วล่ะพิมพ์”

“งั้นฉันจะเอาเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าของฉันไปขายเอาเงินมาใช้หนี้ให้คุณก็ได้”

บวรทัตเห็นดีด้วย ข้าวของดีมียี่ห้อของพิมพ์ลภัสคงขายได้ราคาพอใช้หนี้แน่ แต่รเมศกลับไม่ยินยอม

“โรงแรมผมไม่ใช่ตลาดนัดจะได้มาเร่ขายของ ถ้าคุณทำอย่างนั้น ผมให้ รปภ.จับคุณส่งตำรวจแน่ โทษฐานทำให้โรงแรมผมกลายเป็นโรงแรมเกรดต่ำในสายตาลูกค้า”

“ไอ้โน่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่ได้ แล้วจะเอายังไง!”

รเมศหน้านิ่ง จำได้ว่าเธอรักเข็มกลัดหงส์มาก เลยเสนอให้เธอขายมันใช้หนีี้

“ไม่มีวัน! ให้ขายเข็มกลัดหงส์นี่...สู้ให้ฉันทำงานจนหลังหักดีกว่า”

“ดูเหมือนคุณจะหาทางออกให้ตัวเองได้แล้วนี่”

“หมายความว่าคุณจะให้ฉันทำงานใช้หนี้เหรอ”

“หรือถ้าคุณหาเงินมาใช้หนี้ได้ตอนนี้ ผมก็ยินดีจะปล่อยคุณไป”

พูดจบก็หยิบมือถือตัวเองให้เธอโทร.หามาธวีเพื่อขอยืมเงิน แต่พิมพ์ลภัสก็ปฏิเสธทันที

“งั้นคุณต้องเลือกแล้วล่ะว่าจะทำงานใช้หนี้ที่นี่หรือว่าจะไปใช้หนี้ในคุก!”

ระหว่างที่พิมพ์ลภัสต้องชดใช้ความผิดตัวเองด้วยการทำงานในโรงแรมจารวี มาธวีก็หาข้อมูลของเธอจากอรอุษาในงานแฟชั่นโชว์การกุศล อรอุษาได้ยินชื่อพิมพ์ลภัสก็ร้อนตัวแต่พยายามเก็บอาการ

“ตั้งแต่คุณตรัยเสีย วีติดต่อพิมพ์ไม่ได้เลย วีเป็นห่วงเขามาก วีเพิ่งทราบมาว่าพิมพ์ลภัสย้ายไปพักอยู่คอนโด ของคุณกิตติชัย วีเลยอยากจะถามคุณอรอุษาเรื่องพิมพ์”

“ขอโทษนะคะที่ช่วยคุณไม่ได้ ฉันไม่เคยเจอคุณพิมพ์ด้วยซ้ำ”

“เหรอคะ แต่คนของวีบอกว่าเคยเห็นพิมพ์มีท่าทีสนิทสนมกับคุณกิตติชัยสามีคุณ คิดว่าคุณจะรู้จักกันดีซะอีก”

สีหน้าเหมือนเย้ยหยันของมาธวีทำให้อรอุษาใจไม่ดี กลัวแผนสามีจะถูกแฉ เลยแกล้งเล่นละครกลับ

“ถึงขั้นนี้...ฉันยอมรับค่ะว่าพิมพ์ลภัสรู้จักคุณกิตติชัยจริง แรกๆฉันก็ไม่คิดอะไร แต่พอตอนหลังฉันถึงจับได้ว่าแม่นั่นอ่อยคุณกิตติชัย เราทะเลาะกันแรงเลยค่ะ แต่สุดท้ายคุณกิตติชัยก็เลือกฉันค่ะ เขาบอกว่าฉันเป็นที่หนึ่งในใจเขา ฉันทั้งสวยทั้งเพียบพร้อมขนาดนี้ เขาไม่น่าหน้ามืดตามัวไปหลงเสน่ห์ยายพิมพ์ลภัสเลยค่ะ”

มาธวีทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ อรอุษาเลยแสร้งทำหน้าตึงเหมือนไม่ชอบใจเพื่อกลบเกลื่อนความกังวลใจ

“คุณไม่เชื่อที่ฉันเล่าเหรอคะ”

“คือวีหมายความว่าไม่นึกเลยนะคะว่าพิมพ์จะยังไม่เลิกนิสัยแบบนี้ ว่าแต่ตอนนี้พิมพ์ยังพักที่นั่นรึเปล่าคะ”

“ไม่ทราบค่ะ ฉันไม่อยากรับรู้อะไรของแม่นี่แล้ว แค่คุณกิตติชัยรับปากจะให้เขาย้ายออก ฉันก็พอใจ แล้วค่ะ!”

ooooooo

เพราะอรอุษาเฉไฉเพื่อปกปิดความลับของ สามี ความลับเรื่องพิมพ์ลภัสหายตัวไปเลยยังเป็นความลับ มาธวีเจ็บใจมากที่หมดหนทางซ้ำเติมอดีตลูกเลี้ยง แต่ความทุกข์นั้นคงไม่เท่าของพิมพ์ลภัสที่อับจนหนทางตบอับจากนางแบบสาวชื่อดังคับฟ้าเมืองไทยกลายเป็นพนักงานโรงแรม!

หลังรับคำท้าของรเมศจะทำงานใช้หนี้ นงนุชหัวหน้าฝ่ายบุคคลของโรงแรมจารวีก็ถูกรเมศเรียกตัวไปมอบหมายให้หาตำแหน่งงานที่เหมาะสมให้พิมพ์ลภัส

แต่ที่นางแบบขาวีนไม่รู้ คือรเมศให้นงนุชส่งพิมพ์ลภัสไปฝึกงานใช้แรงงานที่ทั้งกดดันและต้องใช้ความอดทนสูง พิมพ์ลภัสประสาทเสียมากที่ถูกส่งตัวไปฝึกงานในฝ่ายต่างๆ ซึ่งเธอไม่เคยคิดว่าจะหนักหนาสาหัสขนาดนี้ และเมื่อความอดทนสิ้นสุดก็ระเบิดอารมณ์กับนงนุช

“นี่! เป็นถึงผู้จัดการฝ่ายบุคคลมีปัญญาคิดได้ แค่นี้เหรอ จะให้ฉันไปเป็นเมด ล้างจาน ซักรีด ล้างส้วมเนี่ยนะ!”

“ถ้าอยากจะรู้ว่าใช้อะไรคิด คงต้องไปถามคุณรเมศแล้วล่ะ เพราะนี่เป็นคำสั่งคุณรเมศ”

พิมพ์ลภัสอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะผลุนผลันไปโวยวายกับรเมศถึงห้องทำงาน

“งานแบบนั้นแล้วทำไม คุณก็มีมือมีเท้า ทำไมจะทำไม่ได้”

“ฉันไม่เคยทำงานพวกนั้น และฉันจะไม่มีวันทำเด็ดขาด!”

“คุณไม่เคยก็หัดทำซะสิ”

“แต่ฉันมั่นใจว่าฉันมีคุณสมบัติดีพอจะทำงานอื่นที่ดีกว่านั้นได้อีกเยอะ”

แหวจบก็ร่ายคุณสมบัติตัวเองสารพัด ทั้งเดินแบบ ถ่ายโฆษณา ภาษาอังกฤษที่ใช้ได้ดี และงานบริการด้านอื่นๆที่ไม่ต้องรองมือรองเท้าใคร แต่รเมศก็ไม่สน ตอกแบบไม่ไว้หน้า

“จริงสิ...ผมลืมไปว่าคุณตีสองหน้าเก่ง งานสร้างภาพแบบนั้นคุณคงถนัดมากกว่า...ผมรู้ว่างานใช้แรงงานแบบนั้นมันเป็นงานหนัก สู้งานเดินแบบหรือหลอกลวงผู้ชายอย่างที่คุณถนัดไม่ได้ แต่เสียใจด้วย...ที่โรงแรมผมตอนนี้ก็มีแต่งานสุจริตพวกนี้เท่านั้นที่พร้อมให้คุณทำ ถ้าจะมาทำงานหลอกแขกกระเป๋าหนักอย่างที่คุณเคยๆคงไม่มีให้ทำ”

พิมพ์ลภัสหน้าชา ทั้งเจ็บทั้งอาย “คุณทำแบบนี้ทำไม คุณจงใจแกล้งฉัน คุณจงใจจะเหยียบศักดิ์ศรีฉันให้จมดิน คุณด่าว่าฉันหลอกลวง ขี้ขโมย จิตใจคุณมันก็โหดเหี้ยมไม่ต่างจากคนหลอกลวงคนขี้ขโมยอย่างฉันเหมือนกัน!”

รเมศเจ็บปวดแต่พยายามตีหน้านิ่ง เอ่ยเสียงเรียบ “ไม่ใช่ผมแต่เป็นคุณ...คุณเองต่างหากที่ทำลายศักดิ์ศรีของตัวเอง ตามใจ...ถ้าคุณไม่ทำงานใช้หนี้โรงแรม คุณก็ไปใช้หนี้ในคุกแทนแล้วกัน!”

พิมพ์ลภัสเจ็บจี๊ดแต่ไม่มีทางเลือก ต้องยอมเซ็นสัญญาทำงานใช้หนี้เกือบสามแสน รเมศมองมาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะรวบรวมหลักฐานทุกอย่างของเธอ รวมทั้งสัญญาใส่ตู้เซฟในห้องทำงาน

“ผมจะเก็บเอกสารทุกอย่างไว้ในนี้ แต่อย่าคิดว่าคุณจะเข้ามาขโมยได้ง่ายๆ เพราะถ้าคุณจำเป็นต้อง

เข้ามาในห้องนี้ คนของผมจะคอยจับตาดูคุณไม่คลาดสายตา”

“คุณไม่ต้องห่วง ถ้าไม่จำเป็นฉันจะไม่มาเหยียบห้องนี้อีก นอกจากวันที่ฉันจะได้เป็นอิสระและไปจากที่นี่เท่านั้น”

“ดี...จำคำพูดของคุณไว้ให้ดีนะพิมพ์”

ooooooo

แม้จะเซ็นสัญญาเรียบร้อย แต่พิมพ์ลภัสก็เลือกไม่ได้ว่าจะทำงานไหน รเมศไม่เร่งรัดแต่มอบหมายให้นงนุชดูแลความเรียบร้อยแทน เส้นทางนางแบบของพิมพ์ลภัสเลยจบลงพร้อมกับบทเรียนใหม่ที่จะทำให้ชีวิตของเธอเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล...

และบทเรียนแรกที่พิมพ์ลภัสต้องเรียนรู้คือสถานภาพที่เปลี่ยนไปกับปฏิกิริยาของคนรอบข้าง โดยเฉพาะชุติมาประกาศตัวเป็นศัตรูของเธอทันทีที่

รู้ว่านางแบบขาวีนจะมาเป็นพนักงานโรงแรมเพื่อใช้หนี้

พิมพ์ลภัสอับอายมากแต่ยังทำหยิ่ง ชี้นิ้วสั่งหล้าให้ยกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปห้องพัก ชุติมารั้งไว้เลยมีเรื่องกับพิมพ์ลภัส นงนุชเลยต้องห้ามศึกสองสาวก่อนจะลุกลามถึงหูรเมศ

“เมื่อก่อนเธออาจจะชี้นิ้วสั่งใครที่นี่ก็ได้เพราะเธอเป็นแขก แต่ตอนนี้เธอเป็นพนักงานเท่ากับคนอื่น ฉะนั้น...เธอไม่มีสิทธิ์ชี้นิ้วสั่งใครอีก...ยกกระเป๋าตามฉันมา”

พิมพ์ลภัสไม่เคยคิดว่ากระเป๋าที่ตัวเองให้ใครต่อใครยกจะหนักขนาดนี้ นางแบบดังที่กำลังจะเป็นอดีตทั้งแบกทั้งลากกระเป๋ามาถึงห้องพักอย่างทุลักทุเล แล้วก็ต้องเจอปัญหาอีกจนได้เมื่อเห็นหน้าเพื่อนร่วมห้องพัก!

กานดานั่นเองที่โชคหล่นทับกลายเป็นเพื่อนสาวร่วมห้องอดีตนางแบบดังโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่ทันได้โวย พิมพ์ลภัสก็ตัดหน้า ร้องขอเปลี่ยนห้องเพราะไม่ชอบใจ

“ไม่ไหวอะ ห้องเล็กยังกะรังหนู ฉันไม่ชอบ ฉันต้องการเปลี่ยนห้อง!”

“เปลี่ยนไม่ได้ ห้องอื่นเต็มหมดแล้ว ชอบหรือไม่ชอบเธอก็ต้องอยู่ห้องนี้!”

วิมลแม่บ้านหอพักจอมโหดเอ็ดตอบก่อนจะส่ายหน้าหนักใจเมื่อกานดาประกาศกร้าวจะไม่ยอมอยู่ร่วมห้องกับพิมพ์ลภัส อดีตนางแบบโมโหมาก แหวกลับเสียงเขียว

“แล้วนึกว่าฉันอยากอยู่กับเธอเหรอ...ถ้าเขาไม่เต็มใจ ฉันก็ยินดีจะอยู่ห้องเดี่ยว”

“ห้องเดี่ยวมีที่ไหนกันยะ ถ้าไม่อยู่ที่นี่ ไปเช่าข้างนอกเองก็คงเดือนละสี่ห้าพันล่ะมั้ง รวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์อีกก็สักหกเจ็ดพัน จ่ายสด มัดจำล่วงหน้าอีกสองเดือน...โอป่ะล่ะ”

ข้อมูลจากวิมลทำให้พิมพ์ลภัสยอมสงบ แม่บ้านหอพักเลยหันไปกล่อมกานดาบ้าง

“กานดา...คุณรเมศใจดีให้เธอพักห้องนี้คนเดียวแต่จ่ายแค่ครึ่งราคาตั้งหลายเดือนแล้ว ตอนนี้มีคนที่จำเป็นต้องมาอยู่ด้วย เธอคงจะไม่คิดเอาเปรียบโรงแรม เอาเปรียบคนอื่นใช่ไหม”

“คุณแม่บ้านเล่นพูดซะขนาดนี้ ไม่ยอมก็หมาสิคะ”

พิมพ์ลภัสสะใจมาก ก่อนจะเซ็งสุดขีดเมื่อวิมลยื่นกุญแจห้องให้พร้อมแจกแจงกฎระเบียบของหอพักและค่าใช้จ่ายของพนักงาน ทั้งค่ากิน ค่าเช่าหอพัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าซักรีด ที่ต้องหักออกจากค่าแรง

“อะไรกัน...ไม่ได้กินฟรีทุกมื้อเหรอ นั่นก็หัก นี่ก็จ่าย โรงแรมออกใหญ่โต สวัสดิการไม่มีรึไง”

วิมลอยากจะเป็นบ้า แต่ก็ยอมอธิบายแกมแขวะตัดรำคาญ “สวัสดิการน่ะมี แต่คนเป็นร้อยจะให้จ่ายหมดได้ยังไง ถ้าเธออยากอยู่คนเดียว พักฟรีกินฟรีล่ะก็ ไปอยู่ในคุกสิจ๊ะ รับรองได้ฟรีสมใจแน่!”

ooooooo

บทเรียนต่อมาของพิมพ์ลภัสก็คือความเป็นอยู่แบบใหม่ในสถานะพนักงานคนหนึ่ง ห้องพักเท่าแมวดิ้นตายก็ว่าแย่แล้วสำหรับอดีตนางแบบ แต่อาหารพื้นๆในห้องอาหารและห้องน้ำรวมทำให้เธอแทบคลั่ง

แต่กระนั้น...พิมพ์ลภัสก็ไม่ปรับตัว ขนข้าวของเครื่องประทินผิวราคาแพงไปอาบน้ำด้วย ก่อนจะออกมาอย่างทุลักทุเลเพราะต้องอาบไปเก็บของไปตลอดเวลา แถมเมื่อกลับถึงห้องพัก...กระเป๋าใบใหญ่ของเธอก็ถูกกานดาลากไปเก็บแบบไม่ทะนุถนอม อดีตนางแบบถึงกับปรี๊ดแตก

“อ๊าย...กระเป๋าฉัน รองเท้าฉัน เธอไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องของของฉัน เกิดหายไปใครจะรับผิดชอบ”

“ก็ใครใช้ให้ทิ้งของเกลื่อนไว้งี้ล่ะ มารยาทน่ะมีไหม ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนกลัวของหาย!”

“น้ำหน้าอย่างเธอมีอะไรให้ขโมย”

“มันไม่ได้อยู่ที่น้ำหน้า แต่มันอยู่ที่สันดาน คนอย่างเธอมันหน้าสวยแต่ใจคด สันดานไม่ซื่อ ไว้ใจไม่ได้!”

“ไม่ซื่อตรงไหน”

“ก็ถ้าซื่อสัตย์จริงจะต้องมาทำงานใช้หนี้อย่างนี้เหรอ”

พิมพ์ลภัสหน้าซีด ถามเสียงเบาว่าเพื่อนสาวร่วมห้องรู้อะไรมาบ้าง

กานดาได้ที เยาะแบบไม่ไว้หน้า “คุณรเมศไม่ได้บอก แต่คนเขารู้กันไปทั่วโรงแรมแล้วว่าเธออ่อยคุณรเมศไม่สำเร็จ ถึงต้องมาทำงานใช้หนี้ เชอะ...ทำตัววิเศษเลิศเลอ ที่แท้ก็มาไล่จับผู้ชาย!”

“ฉันไม่เคยไล่จับผู้ชาย!”

“แล้วที่แต่งตัวโป๊ไปนอนที่สระว่ายน้ำ หลอกให้เขาจ่ายเงินให้ฟรีๆ ไม่ใช่อ่อยแล้วเรียกอะไร”

“เธอ! ยายปากเน่า จิตใจสกปรก ถอนคำพูดเลยนะ ฉันไม่ได้อ่อย”

“ว่าฉันปากเน่า จิตใจสกปรก แล้วเธอมันดีกว่าฉันตรงไหน นางแบบไฮโซถังแตก ไม่มีเงินก็วิ่งขายตัวกับผู้ชายรวยๆ ถึงฉันจะจน ไม่สวย ไม่ดังเหมือนเธอ แต่ก็รักตัวเอง ไม่เคยสิ้นคิด!”

สองสาวคงจะทะเลาะตบตีกันพังไปข้างแล้ว ถ้าวิมลแม่บ้านหอพักกับบรรดาเพื่อนข้างห้องจะไม่โผล่มาขัดจังหวะก่อน พิมพ์ลภัสไม่รอช้าฟ้องว่ากานดาเริ่มก่อน กานดาเลยจะเอาเรื่อง โชคดีที่วิมลตัดสินใจไม่ลงโทษสองสาวเพราะเห็นว่าพิมพ์ลภัสเพิ่งมาใหม่และกานดาก็ต้องการเวลาปรับตัว

แต่สองสาวร่วมห้องก็มีเรื่องกันอีกจนได้ เมื่อพิมพ์ลภัสร้อนจนอารมณ์เสีย ควักขวดน้ำหอมมาฉีดจนฟุ้งห้อง กานดาตื่นมาได้กลิ่นก็อาเจียนจนเป็นลม ร้อนถึงวิมลต้องมาช่วยไกล่เกลี่ย

ชุติมากับจินตนาได้ยินเสียงเอะอะก็แวะมาดู ทันได้ยินวิมลเอ็ดสองสาวคู่กรณีเสียงเข้ม

“กานดา...เธอเป็นพนักงานเก่าแทนที่จะช่วยแนะนำพนักงานใหม่กลับชวนกันทะเลาะ ส่วนเธอพิมพ์ลภัส...ฉันขอเตือนนะว่าที่นี่ไม่ต้อนรับคนชอบสร้างปัญหา ต่อไปนี้ไม่ว่าใครเริ่มก่อน ฉันจะแจ้งฝ่ายบุคคลให้หักเงินเดือนทั้งคู่!”

กานดาแค้นใจมาก จะค้านแต่ก็ถูกสายตาดุๆของวิมลปรามเลยยอมสงบ ต่างจากพิมพ์ลภัสที่ไม่หยุดโวยวาย

“กฎบ้ากฎบออะไร ไม่เห็นยุติธรรมเลย”

“กฎทุกกฎตั้งขึ้นเพื่อความเรียบร้อยและมาตรฐานของโรงแรม ตอนนี้เธอไม่ใช่แขกแต่เป็นแค่พนักงานคนหนึ่ง พนักงานที่ต้องปฏิบัติตามกฎโรงแรมอย่างเคร่งครัด ถ้าเธอไม่พอใจอะไรคงต้องไปถามคุณรเมศเอาเองแล้วล่ะ!”

ooooooo

ชื่อรเมศทำให้พิมพ์ลภัสหัวใจกระตุก เจ็บแปลบที่อกอย่างบอกไม่ถูกที่เรื่องทั้งหมด โดยเฉพาะความรู้สึกของเขากับเธอต้องพังไม่เป็นท่าเพราะวีรกรรมของเธอ และดอกไฮเดรนเยียที่เขาเคยให้เธอเมื่อวันก่อน ที่ซุกซ่อนในกระเป๋าใบใหญ่ก็ทำให้เธอนอนไม่หลับ ต้องหยิบมันไปโยนทิ้ง!

บวรทัตที่ถูกรเมศส่งมาสังเกตการณ์เรื่องพิมพ์ลภัสผ่านมาเห็นโดยบังเอิญเลยแอบเก็บไว้ แต่ไม่ทันได้มอบให้เจ้านายหนุ่ม วิมลก็มาบ่นเรื่องพิมพ์ลภัสสมาชิกหอพักคนใหม่เสียก่อน ว่าทั้งเรื่องมากและสร้างปัญหาไม่หยุด

แต่ที่วิมลไม่รู้คือพิมพ์ลภัสกำลังทรมานใจ ทั้งเสียหน้า เสียศักดิ์ศรีและเสียความรู้สึกดีๆจนต้องนอนร้องไห้ตลอดคืน กานดาเกือบลุกไปเอาเรื่องแล้วเพราะอดีตนางแบบเพื่อนร่วมห้องตัวปัญหาส่งเสียงไม่หยุด แต่เมื่อได้ยินว่าเป็นเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้น เลยยอมยกประโยชน์ให้จำเลย เว้นโทษให้สักวัน!

ขณะที่พิมพ์ลภัสนอนร้องไห้ รเมศก็ต้องยืนอึ้งเมื่อเห็นดอกไฮเดรนเยียในมือบวรทัต

“ดอกไม้ที่คุณพิมพ์เก็บไว้ครับ เพิ่งจะทิ้งก็...เมื่อกี้นี้”

รเมศจำได้ดีว่ามันคือดอกไฮเดรนเยียที่เขามอบให้อดีตนางแบบเมื่อวันก่อน สะเทือนใจมากแต่ยังตีหน้านิ่ง

“ดอกไม้ที่ถูกทิ้งไปแล้ว คุณจะเก็บมันมาอีกทำไม”

“ก็ใช่ครับ...แต่ใจความสำคัญมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันสำคัญตรงที่อย่างน้อยตอนที่เธอตัดสินใจจะไปจากที่นี่ เธอตั้งใจจะเก็บดอกไม้ที่คุณให้กลับไปกับเธอด้วย แปลว่าอะไร คุณเมศคงรู้ใช่ไหมครับ...”

ดอกไฮเดรนเยียถูกรเมศโยนทิ้งขยะหลังจากนั้น พร้อมกับความรู้สึกดีๆที่เขาเคยมีให้พิมพ์ลภัส และเช้าวันต่อมา เขาก็เริ่มบทบาทเจ้านายใจยักษ์ด้วยการเรียกอดีตนางแบบมาคาดคั้นเรื่องตำแหน่งงานในโรงแรม

พิมพ์ลภัสที่เพิ่งหัวเสียจากการทะเลาะกับกานดา แต่เช้าเพราะหาเข็มกลัดเพชรไม่เจอ และยิ่งหงุดหงิดกว่าเดิมเมื่อถูกรเมศค่อนแคะและแดกดันเรื่องงาน

“ถ้าคุณยังตัดสินใจไม่ได้ งั้นผมเลือกให้แล้วกัน... พนักงานล้างจานเป็นไง”

“ก็ได้...แต่บอกไว้ก่อนว่าคุณอาจจะต้องเสียค่าจานแต่ละวันหนักหน่อยนะ”

“งั้นก็พนักงานซักรีด”

“ก็โอเค...ฉันจะพยายามไม่ฝากรูไว้บนเสื้อลูกค้าคุณอย่างสุดความสามารถเลย”

“งั้นก็พนักงานล้างห้องน้ำ”

“ก็พอไหว ยังไงฉันจะพยายามระวังไม่ให้ลูกค้าคุณลื่นล้มหัวฟาดพื้นก็แล้วกัน”

“สรุปว่าไม่ว่าจะทำอะไร คุณก็ไม่ได้เรื่องสักอย่างสินะ”

บวรทัตกลัวสองหนุ่มสาวจะเถียงกันไปใหญ่เลยเสนอให้อดีตนางแบบทำงานเสิร์ฟในห้องอาหารจารวี พัชรีหัวหน้าพนักงานในห้องอาหารถึงกับพูดไม่ออก แต่คงไม่เท่านงนุชหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่ต้องรับมือความเรื่องมากและความเอาแต่ใจของพิมพ์ลภัสอีกรอบ หลังจากแจกแจงเรื่องหน้าที่และงานเสิร์ฟคร่าวๆแล้ว

“อะไรกัน ต้องทำงานตั้งเก้าชั่วโมง ผิดกฎหมายแรงงานรึเปล่า”

“จะทำหรือจะให้ฉันโทร.ไปบอกคุณรเมศว่าเธอจะใช้หนี้ด้วยวิธีอื่น”

“ฉันก็แค่อยากรู้ ทำงานหนักขนาดนี้ หวังว่าค่าแรงจะสมเหตุสมผลนะ”

“เงินเดือนเริ่มที่เก้าพัน นอกนั้นก็อาจจะได้จากทิปหรือเซอร์วิสชาร์จเพิ่ม”

“เก้าพัน! หักค่าห้อง ค่าอาหารอีก แล้วฉันต้องทำงานไปอีกกี่ชาติถึงจะใช้หนี้หมดเนี่ย”

“มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเธอ พนักงานคนอื่นๆ เงินเดือนเท่านี้ยังพอส่งให้พ่อแม่ด้วยซ้ำไป...”

ooooooo

จบเรื่องตำแหน่งงานและเงินเดือน พิมพ์ลภัสก็ต้องเซ็งเรื่องชุดฟอร์มพนักงานเสิร์ฟที่เป็นชุดไทย สภาพกลางเก่ากลางใหม่ นงนุชไม่อินังขังขอบท่าทางรังเกียจของอดีตนางแบบ ส่งป้ายชื่อให้และสั่งเสียงเรียบให้ไปลองใส่

“ไม่มีของใหม่เหรอ ฉันไม่ชอบใส่ของมือสอง”

“อย่ามาเยอะ โรงแรมมีให้ใส่ฟรีก็บุญโขแล้ว ถ้าอยากได้ของใหม่ไว้ใช้ส่วนตัวก็ต้องตัดเอง มีเงินไหมล่ะ”

พิมพ์ลภัสหน้างอเมื่อถูกแขวะเรื่องเงิน นงนุชเลยเร่งให้ไปเปลี่ยนชุด

“ลองไปใส่ดูซะ แล้วก็ติดป้ายชื่อนั่นตรงหน้าอกด้านซ้ายด้วย”

“ฉันไม่ชอบใส่ชุดพื้นเมือง ทั้งเชยทั้งแก่ แล้วไม่มีดีกว่านี้แล้วเหรอ นี่เก่าอย่างกับผ้าขี้ริ้ว”

“ไม่ใส่ก็แก้ผ้าไปทำงาน หรือไม่ก็รอไปใส่ชุดฟอร์มลายทางในคุกแทน จะเอาแบบนั้นไหม”

คำว่าคุกทำให้พิมพ์ลภัสยอมไปเปลี่ยนชุดแต่โดยดี แต่ก็ไม่วายติดเข็มกลัดหงส์ตามสไตล์คนชอบความหวือหวา แต่ยังไม่ทันได้ออกไปให้นงนุชและพัชรีดู ก็เจอกับชุติมา จินตนาและพนักงานคนอื่นเสียก่อน

“ไอ้เราก็นึกว่ารวย ที่แท้ก็พวกหนูพยายามตกถังข้าวสาร” ชุติมาเปิดฉากแขวะ

“เสียดาย...หน้าตาออกจะดีแถมยังมีชื่อเสียง ไม่น่าสิ้นคิดแบบนี้เลย” พนักงานสาวคนหนึ่งสำทับ

“เขาถึงว่าสมัยนี้ดูคนแต่หน้าตาไม่ได้ไง สิบแปด มงกุฎในคราบไฮโซมันเยอะ แต่ก็อย่างว่า...สบายมาทั้งชีวิต พอพ่อตายเข้าหน่อย ไปไม่เป็นเลย มีลูกแบบนี้เขาอาจจะอยากตายมาตั้งนานแล้วก็ได้”

จินตนาพาดพิงถึงตรัยอย่างมันปาก พิมพ์ลภัสที่พยายามสกัดกั้นอารมณ์ทนไม่ไหว ตั้งท่าจะตบ กานดาผ่านมาได้ยินพอดี ถลาไปห้าม กลัวจะมีเรื่องแล้วถูกตัดเงินเดือนกันหมด

“ปล่อยฉัน! นังพวกนี้มันด่าพ่อฉัน ฉันจะตบมัน!”

“เข้ามาสิ คิดว่าพวกฉันสู้นางแบบตกกระป๋องอย่างเธอไม่ได้เหรอ ลืมไปหรือเปล่าว่าเธอไม่มีคุณเมศคุ้มกะลาหัวแล้ว แล้วที่พวกฉันด่าเนี่ย ด่าเธอต่างหาก ไม่ได้ด่าพ่อเธอ นิสัยแบบนี้ไงถึงโดนแบนทั้งวงการ”

ชุติมากับจินตนาท้าเสียงหยัน พิมพ์ลภัสยิ่งเดือดจะกระโจนหา กานดาเลยประกาศกร้าว

“พอ! ด่าเสร็จแล้วก็แยกย้ายไปทำงานได้แล้ว! เธออู้มาแบบนี้ระวังคุณเมศเดินตรวจโรงแรมนะชุ เธอก็เหมือนกันจิน ยังไม่ออกกะนะ อยากโดนคุณพัชรีด่าหรือไง”

“ช่างหัวคุณพัชรีสิ! ปล่อยฉัน! ฉันจะตบปากมันจนกว่ามันจะยอมขอโทษ!”

พิมพ์ลภัสยังรั้น จินตนากับชุติมาก็ยั่วประสาทเต็มที่ กานดาเลยขู่เสียงเข้ม

“ถ้ายังไม่ไป ฉันจะรายงานคุณพัชรีว่าพวกเธอมีเรื่องกัน จะเอาอย่างนั้นไหม”

จินตนากับชุติมายอมผละไปแบบเสียไม่ได้ พิมพ์ลภัสจะตามเลยถูกกานดาปรามเสียงดุ

“นี่...หยุดทำอะไรสิ้นคิดได้แล้ว ทำอะไรไม่เจียมตัว หัวเดียวกระเทียมลีบยังจะไปสู้เขาอีก”

พิมพ์ลภัสสะบัดตัวออกอย่างหัวเสีย เรียกร้องให้อีกฝ่ายช่วยแต่กานดาก็ไม่สนใจ เร่งให้แต่งตัวทำผมและลากไปเจอพัชรี หัวหน้าพนักงานของห้องอาหารจารวีมองอดีตนางแบบในชุดฟอร์มด้วยแววตาเฉยชา ก่อนจะสะดุดที่เข็มกลัดเพชรรูปหงส์ พิมพ์ลภัสยืนกรานจะไม่ถอด พัชรีรำคาญเลยรับปากจะไปคุยกับรเมศให้

ooooooo

กานดามาส่งพิมพ์ลภัสตามคำสั่งแล้วทำท่าจะผละไป แต่ก็ต้องหน้าถอดสีเมื่อจู่ๆพัชรีก็ออกคำสั่งให้เธอเปลี่ยนกะทำงานจากเวลาเช้ามาเป็นบ่ายเพื่อสอนงานพิมพ์ลภัส!

พัชรีปวดหัวมากเมื่อเห็นกานดาโวยวายไม่อยากทำ และพิมพ์ลภัสก็เวิ่นเว้อเพราะไม่รู้ตัวว่าเรื่องเยอะขนาดไหน เลยตัดสินใจยื่นคำขาดให้สองสาวต้องรับคำสั่ง

“ฉันให้พวกเธอมาทำงานกะเดียวกันเพราะจะได้คอยช่วยเหลือกัน ไม่ใช่มาทะเลาะกันแบบนี้...กานดา เธอเป็นพนักงานที่เก่ง คล่องแคล่ว ขยันขันแข็ง เธอมีประวัติดีมาตลอด ฉันถึงไว้ใจให้เธอคอยช่วยสอนงานพิมพ์ลภัส”

“หนูคงได้มีประวัติเสียติดตัวตั้งแต่นี้ไปแน่ๆ คุณเกลียด อะไรหนูหรือเปล่าคะ ถึงอยากให้หนูถูกไล่ออกขนาดนี้”

“เหลวไหลน่า พนักงานเก่งๆอย่างเธอ ฉันจะอยากไล่ออกทำไม แค่อยากให้ช่วยฉันสอนงานพิมพ์ลภัสเท่านั้น”

พิมพ์ลภัสได้ที โอ่ว่าเป็นพวกเรียนรู้เร็ว คงไม่ต้องพึ่งกานดามาก แต่พัชรีก็เบรกหัวทิ่ม

“อย่าปากดีไปพิมพ์ลภัส งานบริการไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิด ขอเตือนว่าอย่าสร้างปัญหา ถ้าอยากหมดหนี้เร็วๆก็ตั้งใจทำงาน เชื่อฟังที่ฉันสอน เรียนรู้จากกานดาและคนอื่นให้มากๆ ถ้าเธอก่อเรื่อง ฉันจะหักเงินเดือนเป็นการลงโทษ”

“เอะอะก็ขู่หักเงิน เงินเดือนฉันยังมีเหลือให้หักเหรอไง อยากจะรู้จริงว่าถ้าไม่มีให้หักแล้วจะขู่อะไรอีก”

พัชรีเหนื่อยใจมากเลยตัดบทเสียงเรียบ “ถ้าหักจนไม่เหลือ เตือนแล้วไม่เชื่อฟังก็ไล่ออก แต่ถ้าเป็นกรณีที่ไล่ออกไม่ได้อย่างเธอก็คงต้องส่งไปหาตำรวจเพื่อเจรจาเรื่องหนี้สินแทนโรงแรม”

คดีความและตำรวจทำให้พิมพ์ลภัสยอมจำนนอีกรอบ พัชรีเลยหันไปกำชับกานดาให้ทำตามคำสั่งอย่างไม่มีข้อแม้ กานดารับคำแบบไม่เต็มใจนัก ก่อนจะหันมาเอาเรื่องพิมพ์ลภัสทันทีที่ได้อยู่กันตามลำพัง

“เธออาจจะไม่กลัวนะพิมพ์ลภัส เพราะเธอมันรวย เงินไม่กี่ร้อยมันไม่มีค่าสำหรับเธอ แต่ฉันกลัว! เงินทุกบาททุกสตางค์มีค่าสำหรับฉัน ฉันยังมีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ มีพ่อแม่ที่ต้องส่งเงินไปให้ มีน้องที่อยากจะส่งให้เรียนสูงๆ แล้วฉันจะไม่ยอมถูกหักเงินหรือไล่ออกเพราะผู้หญิงนิสัยเสียแบบเธอ!”

พูดจบก็สะบัดหน้าจากไป ทิ้งพิมพ์ลภัสให้ยืนอึ้ง ไม่เข้าใจว่าเพื่อนสาวร่วมห้องจะดราม่าทำไม...

บทเรียนสำหรับพนักงานเสิร์ฟหน้าใหม่ทำให้พิมพ์ลภัสประสาทเสีย ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ อดีตนางแบบไม่เคยต้องอดทนฟังคำสั่งหรือคำสอนจากใครเลย พัชรีเป็นคนแรกๆและก็กำลังจะทำให้เธอเป็นบ้า!

กานดาที่ต้องมารับหน้าที่พี่เลี้ยงของพิมพ์ลภัส มองมาด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะหันไปขอร้องจินตนาให้ย้ายกะทำงานเป็นเพื่อน จินตนาลังเลเพราะอยากทำกะเดียวกับอภิชาติพนักงานเสิร์ฟหนุ่มหล่อที่แอบชอบ แต่เพราะฤทธิ์เดชของพิมพ์ลภัส...เลยรับปากจะลองเจรจากับอภิชาติให้เปลี่ยนกะด้วยกัน

พิมพ์ลภัสไม่รู้ตัวเลยว่าทำให้ใครต่อใครวุ่นวายแค่ไหน โดยเฉพาะพัชรีที่ปากเปียกปากแฉะสอนทุกอย่าง ตั้งแต่ท่ายืน ท่าเดิน อากัปกิริยาต่างๆที่พนักงานเสิร์ฟควรทำ แต่อดีตนางแบบก็สอนไม่จำ หรือไม่ก็ทำแบบขอไปทีเพื่อกวนประสาท จนพัชรีต้องใช้วิธีให้เธอลองเสิร์ฟพนักงานด้วยกันเอง

“ทำไมต้องให้ฉันเสิร์ฟพนักงานด้วยกันเองด้วย”

“เพราะฉันยังไม่มั่นใจให้เธอไปเจอของจริงน่ะสิ เธอยังต้องเรียนรู้อีกเยอะพิมพ์ลภัส นี่จะเป็นแบบฝึกหัดเริ่มต้นสำหรับเธอ เมื่อกี้พวกเขาอาจจะเป็นพนักงานเสิร์ฟเหมือนเธอ แต่ตอนนี้พวกเขาเป็นลูกค้าที่ฉันสมมติขึ้นมา ไม่ว่าตอนนี้หรือก่อนหน้านี้พวกเขาจะเป็นใคร เธอมีหน้าที่บริการเขาให้ดี ไม่มีการเลือกปฏิบัติ”

กานดากับจินตนาไม่เต็มใจนัก ต่างจากอภิชาติที่ประทับใจในตัวพิมพ์ลภัสตั้งแต่แรกเห็น และเชื่อมั่นว่าคนสวยอดีตนางแบบดังอย่างเธอคงไม่เลวร้ายแบบที่ใครๆกล่าวหา

ooooooo

พิมพ์ลภัสต้องฝึกหนักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แถมป่วนไปทั้งห้องอาหารเพราะความเอาแต่ใจของเธอ ขนิษฐาได้ยินกิตติศัพท์เลยอดไม่ได้จะถามรเมศถึงเหตุผลที่ยังเก็บอดีตนางแบบไว้ใกล้ตัว

“ผู้หญิงคนนั้นมาที่นี่ด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ปล่อยไว้น้องเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับคุณเมศ”

“โทษเขาทั้งหมดไม่ได้หรอกครับ เขามาที่นี่พร้อมความคิดที่ว่าผมเป็นผู้ชายเจ้าชู้ ผู้ชายเลวๆคนหนึ่ง พอมาถึงผมก็กระโจนเข้าหาเขาเหมือนผู้ชายพวกนั้น เขาถึงยิ่งเชื่อสนิทใจ”

“แล้วตลอดเวลาที่เขาคบคุณเมศ เขามองไม่ออกเชียวเหรอคะว่าตัวตนแท้จริงของคุณเมศเป็นยังไง น้องเข้าใจว่าความรู้สึกห้ามยาก แต่น้องไม่อยากให้คุณเมศเสี่ยง เพราะคนบางคนถึงเราทำดีแค่ไหน เขาก็ไม่เห็นค่าของเราอยู่ดี”

“ผมรู้ครับ...ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง ผมสัญญาว่าจะไม่เสี่ยง ผมแค่อยากให้โอกาสพิมพ์ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น พอถึงวันนั้นผมจะปล่อยเธอไป...”

แต่กว่าจะถึงวันนั้น...เหล่าพนักงานเสิร์ฟก็ต้องปวดประสาทไปตามๆกัน พิมพ์ลภัสเป็นพนักงานที่หยิบโหย่งและอวดดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา และตอนนี้อดีตนางแบบ ...พนักงานเสิร์ฟคนใหม่ก็กำลังโวยวายเรื่องจานอาหารที่ร้อนและหนักเกินไปจนถือไม่ไหว พัชรีเลยดุเสียงเข้ม

“เป็นพนักงานเสิร์ฟไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะไม่เสิร์ฟนั่นเสิร์ฟนี่หรอกนะ ไม่ว่าอาหารประเภทไหน จะต้มผัดแกงทอด ใส่จานใหญ่จานเล็ก เธอก็ต้องเสิร์ฟ...วางเบาๆ แล้วก็ต้องพูดกับลูกค้าด้วยว่าเธอมาเสิร์ฟเมนูอะไร ลองใหม่อีกครั้งสิ”

พิมพ์ลภัสเซ็งมาก เดินกระฟัดกระเฟียดจนสะดุดเท้าตัวเองทำให้อาหารกระเด็นโดนหัวกานดา เพื่อนสาวร่วมห้องโกรธมาก ตั้งท่าจะเอาเรื่อง พัชรีเลยสั่งให้ขอโทษ แต่พิมพ์ลภัสก็ทำตามแบบขอไปที

“นี่ฉันต้องสอนเธอแม้กระทั่งเรื่องการแสดงความจริงใจเลยเหรอ ฉันจะบ้าตาย ฉันไม่มีเวลาคอยสอนคอยดูแลเธอขนาดนั้นหรอกนะพิมพ์ลภัส”

อภิชาติที่มาช่วยฝึกพิมพ์ลภัสด้วยเห็นท่าไม่ดี อาสาจะเปลี่ยนกะทำงานมาช่วยกานดาอีกแรง จินตนาถึงกับตาโต ส่วนพิมพ์ลภัสมองมาแบบไม่เชื่อถือ แถมเหน็บเขาด้วย พัชรีเลยต้องปราม

“อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะคิดร้ายแบบเธอสิพิมพ์ลภัส อภิชาติเขาเป็นคนดี มีน้ำใจ ถ้าเธอไม่ลำบากที่ต้องย้ายกะฉันก็ยินดี เวลานี้ใครมาแบ่งเบาภาระฉันได้ ฉันเอาทั้งนั้น”

จินตนาได้ยินดังนั้นเลยเสนอตัวบ้าง เรียกรอยยิ้มได้จากกานดาที่จะมีคนช่วยรับมือพิมพ์ลภัส พัชรีเลยเบาใจลงมากที่จะมีคนช่วย ไม่ต้องให้เธอง่วนกับอดีตนางแบบตามลำพัง

เป็นอันว่าอภิชาติกับจินตนาเปลี่ยนกะทำงานตามกานดาเพื่อช่วยฝึกพิมพ์ลภัส แต่กระนั้น...พัชรีก็ต้องปวดหัวไม่เว้นแต่ละวันเพราะพิมพ์ลภัสไม่ตั้งใจฝึก รั้นแต่จะประชดและแดกดันจนบรรดาคนฝึกเอือมระอา

ooooooo

.

..........

บ่วงหงส์ ตอนที่ 6

ระหว่างที่พิมพ์ลภัสฝึกงานเสิร์ฟด้วยความยากลำบากและทุลักทุเล รเมศก็ให้คนจับตามองตลอด ระแวงว่าอดีตนางแบบจะหาเรื่องใส่ตัวกลับไปติดต่อพวกกิตติชัยอีกครั้ง พร้อมกันนั้นก็ได้เบาะแสเพิ่มเติมจากราม สามีของขนิษฐาและหัวหน้าคนงานไร่บัวขาวของสีหนาทเรื่องถนอมอาจเป็นหนอนบ่อนไส้ในหมู่บ้านปลายดอย


พิมพ์ลภัสไม่รับรู้ความเป็นห่วงของรเมศ ตั้งหน้าตั้งตา ประชดประชันพัชรี ไม่ยอมทำตัวเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ดีสักที หัวหน้าพนักงานเสิร์ฟสาวใหญ่เลยดัดนิสัยด้วยการให้ไปเป็นผู้ช่วยพนักงานเสิร์ฟ

“เธอต้องทำหน้าที่คอยรับจานอาหารจากเชฟแล้วเอาไปวางเคาน์เตอร์ พนักงานคนอื่นจะได้ยกไปเสิร์ฟแขก ฉันจะถือว่านี่เป็นการฝึกก่อนลงสนามจริง เธอกะน้ำหนักจานได้เมื่อไหร่ ฉันถึงจะให้ไปเสิร์ฟ”

เหล่าพนักงานเสิร์ฟและเชฟทำอาหารไม่ชอบใจนักแต่ก็ขัดคำสั่งพัชรีไม่ได้ พิมพ์ลภัสก็เช่นเดียวกัน เดินกระแทกปึงปังตามประสาคนเอาแต่ใจจนทุกคนเอือมระอา และเมื่อบวรทัตซึ่งได้รับคำสั่งจากรเมศให้มาสั่งมื้อค่ำไปกินบนห้องพักมาถึง พัชรีก็ไม่รอช้าจะรายงานความประพฤติของพิมพ์ลภัส

“เอาตรงๆก็แย่ค่ะ ทำอะไรไม่เป็น ปากเก่ง สอนอะไรก็เถียง มือไม้ก็หนักมาก แค่วางจานเบาๆยังทำไม่ได้”

บวรทัตหันไปมองพิมพ์ลภัสที่ทำงานแบบขอไปทีอย่างหนักใจ แต่รเมศที่รอรายงานด้วยใจจดจ่อกลับไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ยืนยันและยืนกรานให้พิมพ์ลภัสฝึกงานในห้องอาหารจารวีตามเดิม

“ตามที่ผมเห็นแล้วก็สอบถามคุณพัชรีมา คุณพิมพ์ลภัสไม่ได้เรื่องเลยครับ ไม่มีใจอยากจะทำเลย หน้าบึ้ง เสียงแข็ง พูดห้วน ใครสอนก็เถียงทุกคำ ต่อต้านสุดฤทธิ์ คุณพัชรีให้ลองวางจานเบาๆ ไม่กระแทกกระทั้น กว่าจะทำได้ก็เล่นเอาหมดแรง บอกตามตรงนะครับ ผมเห็นแล้วไม่มั่นใจว่าคุณพิมพ์ลภัสจะทำงานนี้รอด”

“ยังไงก็ต้องทำให้ได้ ชีวิตที่นี่จะเป็นบทเรียนที่ดีให้พิมพ์ หากเขาผ่านได้ ผมเชื่อว่าพิมพ์จะได้รับรางวัลที่คุ้มค่า”

“คุณเมศก็หวังว่าตัวเองจะได้รับรางวัลนั้นเหมือนกันใช่ไหมครับ...”

แต่กว่าจะถึงวันที่รางวัลใหญ่มาถึง เหล่าพนักงานก็ต้องป่วนเพราะฤทธิ์เดชของพิมพ์ลภัสไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะกานดาเพื่อนสาวร่วมห้องที่ต้องปวดประสาททุกเรื่อง อย่างเช่นเช้าวันนี้ที่เธอตื่นมาพบว่าพัดลมถูกขโมย!

พิมพ์ลภัสนั่นเองหัวขโมยพัดลมเพราะร้อนจนนอนไม่หลับ แต่นิสัยเสียก็ทำให้แถหน้าด้านๆ

“ฉันขโมยที่ไหน พัดลมเธอก็ยังอยู่นี่”

“แต่มันไปอยู่ที่เตียงเธอแทน แบบนี้ไม่เรียกขโมยแล้วจะเรียกอะไร”

“เรียกว่ายืม ฉันแค่ยืมลมมาใช้หน่อยเดียว เธอหลับไปแล้วนี่ ไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว”

“ทำไมจะไม่จำเป็น ฉันก็ร้อนเหมือนกัน”

“ร้อนก็มาเอาคืนไปสิ เธอไม่ลุกมาเอาเองแล้วมาโวยวายทำไม คนยิ่งง่วงๆอยู่”

พูดจบก็คลุมโปงนอนต่อ ทิ้งกานดาให้มองด้วยความแค้นใจ ยกพัดลมมาผูกโซ่ไว้กับเตียงตัวเองแล้วผละไปอาบน้ำ พิมพ์ลภัสตื่นเพราะความร้อน เมื่อเห็นผลงานของเพื่อนสาวร่วมห้องก็ยิ้มร้ายและย้ายที่นอนหน้าตาเฉย!

ooooooo

มาธวีไม่ละความพยายามจะตามหาตัวพิมพ์ลภัส และโอกาสก็มาถึงเมื่อเธอเจอยศพลที่เพิ่งหนีมาจากเชียงรายกำลังคุยกับกิตติชัยและอรอุษาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง

“คนที่พลาดมันคือพิมพ์ไม่ใช่ผม ผมเสียค่าไปเฝ้าพิมพ์ตั้งเป็นแสน คุณต้องรับผิดชอบ” ยศพลประกาศกร้าว

“ของคุณแค่แสนเดียว แต่ผมน่ะตั้งห้าแสน แถมยังไม่ได้อะไรเลย” กิตติชัยตอกแบบไม่ยี่หระ

“คุณจะมาปัดความรับผิดชอบง่ายๆแบบนี้ไม่ได้นะ ไม่งั้นผมไม่ยอมแน่”

“อยากจะโดนแฉกันหมดนี่ก็เอาสิ คุณหญิงแม่ของนายคงได้เดินเอาปี๊บคลุมหัวแน่ที่มีลูกชายเป็นหนี้พนันจนต้องยอมสมรู้ร่วมคิดเป็นขโมย”

คำขู่ของกิตติชัยทำให้ยศพลเริ่มหงอ กลัวถูกแฉจนฉาวกันทั้งแม่ทั้งลูก มาธวีไม่ได้ยินบทสนทนาแต่ก็ไม่รอช้า ตัดสินใจปรากฏตัวเพื่อดูปฏิกิริยาของยศพล แล้วก็ไม่ผิดหวัง เมื่ออดีตแฟนหนุ่มของพิมพ์ลภัสมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด!

มาธวีมั่นใจว่ายศพล กิตติชัยและอรอุษาต้องปิดบังบางอย่างเกี่ยวกับพิมพ์ลภัส และท่าทางสงสัยใคร่รู้ของเธอก็ทำให้กิตติชัยกับอรอุษาเสียวสันหลังวาบ กลัวถูกตามสืบเรื่องแผนขโมยของรเมศ โดยเฉพาะกิตติชัย ประสาทเสียมาก ต่างจากอรอุษาที่คิดว่ามาธวีคงแค่อยากรู้เรื่องพิมพ์ลภัสเพื่อหาเรื่องมากกว่า

พิมพ์ลภัสไม่ได้คิดถึงมาธวีแม้แต่น้อย เพราะศัตรูของเธอเวลานี้คือความยากลำบาก เพราะต้องเป็นพนักงานเสิร์ฟของห้องอาหารโรงแรมจารวีที่ทั้งเหนื่อยและขัดใจ จากชีวิตนางแบบขาวีนคนดังกลายเป็นพนักงานใช้แรงงานที่ไม่มีแม้แต่น้ำแร่ให้ดื่มเหมือนเคย แถมบทเรียนเรื่องงานเสิร์ฟยังทำให้เธอแทบบ้า

แต่ที่ทำให้เธอคลั่งมากที่สุดคือกฎระเบียบเข้มงวดของโรงแรม ทั้งเสื้อผ้า หน้าผม และเวลาเข้าออกงาน อดีตนางแบบที่มาสายเสมอเกือบจะถูกเชิญออกตั้งแต่วันแรกๆที่มาทำงานเพราะมาสายถึงสิบนาที

พัชรียืนคอยอยู่แล้ว หน่ายใจกับอาการอวดเก่งและท่าทางดูถูกงานเสิร์ฟของพิมพ์ลภัสเหลือเกิน

“งานเสิร์ฟอาหารไม่ใช่แค่ยกจานวางแล้วจบนะ ฉันสอนเธอไปเมื่อวานแล้วนี่ เธอต้องรู้ขอบเขตที่เธอรับผิดชอบ ต้องรู้เรื่องอาหารและเครื่องดื่ม เมนูนี้เป็นยังไง ทำมาจากอะไร รสชาติเป็นยังไง รวมถึงต้องรู้โปรโมชั่นที่จัดแตกต่างกันไปในแต่ละวันด้วย เผื่อลูกค้าถาม เธอต้องตอบและแนะนำเขาได้”

“นี่ฉันต้องนั่งท่องเมนู สูตรอาหาร โปรโมชั่นรายวันด้วยเหรอคะ”

“บางอย่างตอบไม่ได้จริงๆก็ถามจากเชฟได้ แต่จะให้ดี เธอควรมีข้อมูลพื้นฐานและศึกษาเพิ่มเพื่อพัฒนาตัวเอง”

“โอ๊ย...ทำไมฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ฉันอยากตาย!”

“เธอตายสมใจแล้วล่ะ ยินดีต้อนรับสู่นรกนะพิมพ์ลภัส!”

งานเสิร์ฟคงเป็นนรกสำหรับพิมพ์ลภัสจริงๆ เพราะตั้งแต่เริ่มงานอดีตนางแบบก็ก่อปัญหาไม่หยุด ตั้งแต่เรื่องโซนทำงาน หน้าตาและท่าทางไม่รับแขก แถมชุดฟอร์มที่เป็นกระโปรงยาวแคบก็ทำให้เธอเกือบหน้าคะมำ!

เหล่าพนักงานลุ้นกันแทบแย่ แต่คงไม่เท่าพัชรีที่อดรนทนไม่ไหวต้องเรียกพิมพ์ลภัสมาตักเตือน

“ลูกค้าจะสั่งอะไรมันก็เรื่องของเขา เธอมีหน้าที่บริการ และต้องบริการด้วยท่าทางสุภาพ ต้องพูดจาไพเราะ เสียงไม่ห้วน มีคำลงท้ายเสมอ ต้องยิ้มแย้ม อดทน ห้ามทำหน้าหงิก”

“โอเคๆ ฉันไม่เคยทำ จะให้เก่งตั้งแต่แรกได้ยังไง”

“ฉันไม่ได้คาดหวังให้เธอเก่ง ฉันแค่อยากให้เธอตั้งใจให้มากกว่านี้ แล้วก็จำไว้ด้วยว่างานบริการทุกที่มีกฎว่า ลูกค้าคือพระราชา เธอต้องปฏิบัติต่อลูกค้าให้ดีที่สุด...เข้าใจไหม”

“ฉันจะพยายามแล้วกัน!”

ooooooo

แม้จะรับปากพัชรีว่าจะพยายามมากขึ้น แต่พิมพ์ลภัสก็อดทนได้ไม่นาน เกือบจะปรี๊ดแตกอีกรอบเมื่อถูกลูกค้าจำหน้าได้และขอถ่ายภาพคู่ เรื่องราววุ่นวายที่ผ่านมาทำให้อดีตนางแบบเครียดจัด ตั้งท่าจะแหวใส่ลูกค้าจนกานดาต้องลากตัวไปสงบอารมณ์และเตือนสติ ไม่ให้ก่อเรื่องจนเดือดร้อนกันทั้งห้องอาหาร

แต่นอกจากไม่สำนึก พิมพ์ลภัสยังสร้างเรื่องใหม่ เมื่อเธอถูกลูกค้าขอให้แนะนำเมนูของหวาน อดีตนางแบบพยายามท่องจำคำสอนและคำเตือนของพัชรีและกานดา แต่ความเลือกมากของลูกค้าก็ทำให้เธอสติแตก

“ฉันไม่ชอบกินผลไม้ มีพวกไอศกรีมไหม ไอศกรีมกะทิใส่เครื่องเยอะๆ”

“ฉันว่า...คุณกินผลไม้ดีกว่านะ ไอศกรีมกะทิคอเลสเทอรอลสูงจะตาย แล้วเมื่อกี้คุณก็เพิ่งกินผัดไทยไปด้วย รู้ไหมว่ามันห้าร้อยแปดสิบกิโลแคลอรีเลยนะ จริงๆหุ่นแบบคุณยังไม่ถือว่าอ้วนมาก แต่ถ้าคุณยังตามใจปากแบบนี้ คุณได้อ้วนลงพุงแน่ แถมโรคอื่นๆจะตามมาอีกนะคะ ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ถ้าคุณอยากอายุยืนแล้วก็มีสุขภาพแข็งแรงล่ะก็...เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการกินตอนนี้ดีกว่า”

ลูกค้าถึงกับอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะตบโต๊ะเสียงดัง ขอเขียนร้องเรียนเรื่องพนักงานเสิร์ฟสาวที่บังอาจวิจารณ์รูปร่างของเธอแล้วปึงปังออกจากห้องอาหาร พัชรีหัวเสียมากและไม่รอช้าจะเรียกตัวการมาตำหนิ

พิมพ์ลภัสเดินมาหาตามคำสั่ง ไม่สะทกสะท้านกับการกระทำของตนแม้แต่น้อย

“ลูกค้าด่าเต็มๆ เขาบอกเธอบริการแย่ไม่พอ ยังวิจารณ์หยาบๆคายๆ แล้วยังแช่งเขาอีกว่าจะเป็นโรคโน่นนี่นั่น ฉันจะบ้าตาย ที่ฉันปากเปียกปากแฉะสอนไม่เข้าหัวเธอเลยใช่ไหมพิมพ์ลภัส”

“ฉันทำตามที่คุณสอนทุกอย่าง! คุณบอกให้ปฏิบัติกับลูกค้าอย่างพระราชา ฉัน...ในฐานะข้าทาสที่ดีก็ต้องเตือนไม่ให้เขากินของหวานที่จะทำให้เขายิ่งอ้วน สุขภาพยิ่งแย่จนอาจจะตายก่อนวัยอันควร ฉันหวังดี เตือนด้วยความเป็นห่วงแท้ๆ มาหาว่าฉันแช่งอีก ลูกค้าอะไรไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ!”

อาการเถียงคำไม่ตกฟากของพิมพ์ลภัสทำให้พัชรีกุมขมับ ต้องระงับอารมณ์อย่างมากก่อนจะโพล่งออกไป

“พิมพ์ลภัส...เธอไม่ใช่หมอหรือคนดูแลสุขภาพ เธอเป็นพนักงานเสิร์ฟ มีหน้าที่แค่บริการลูกค้าให้ดีที่สุด ไม่ใช่ไปทำปากดีสอนเขาอย่างนั้น แนะนำเขาอย่างนี้ ต่อไปก็ปิดปากให้สนิท ทำงานไปเงียบๆ อย่าให้มีลูกค้าร้องเรียนมาอีก เข้าใจแล้วก็กลับไปทำงานต่อ”

พิมพ์ลภัสสะบัดหน้าไปทำงานต่อ แต่ก็มีเสียงบ่นจากลูกค้าและพนักงานไม่หยุดหย่อน จนพัชรีทนไม่ไหว แจ้นไปฟ้องรเมศในเวลาต่อมา พร้อมกับยื่นจดหมายร้องเรียนของลูกค้าที่มีต่อพิมพ์ลภัสเป็นหลักฐาน

“อ่านดูเถอะค่ะ...ต่อว่าเรื่องกิริยามารยาททั้งนั้น พูดจาห้วน หน้าตาไม่รับแขก กระแทกจาน ทำอาหารหก ตำหนิลูกค้าว่าอ้วนไม่ควรกินไอศกรีม ยังไม่นับเรื่องในครัวที่ทำจานแตก จำออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งไม่ได้ แถมยังมีปากเสียงกับเพื่อนร่วมงานด้วยนะคะ ตอนนี้พนักงานในกะบ่นกันระงมว่าทิปรวมที่เคยได้หายไปเป็นร้อยๆ”

รเมศถอนใจยาว หยิบจดหมายร้องเรียนมาอ่านแล้วตัดสินใจยืนยันคำสั่งเดิม

“ผมว่าเราค่อยๆแก้ปัญหากันดีกว่า เรื่องข้าวของที่เสียหายก็บันทึกไว้แล้วหักจากค่าแรง ส่วนทิปรวม...ถ้าลูกค้าโต๊ะที่เขาดูแลอยู่ไม่ให้ทิป คุณก็ไม่ต้องแบ่งทิปให้เขา”

“หมายความว่าดิฉันต้องดูแลพิมพ์ลภัสต่อเหรอคะ”

“เปลี่ยนแผนกไปตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ไหนๆก็เริ่มที่จารวี สู้อดทนสอนงานต่อสักพัก พิมพ์ลภัสคงปรับตัวได้”

“ดิฉันกลัวว่าวันนั้นจะไม่มาถึงน่ะสิคะ”

“หนึ่งอาทิตย์ครับ...ถ้าพิมพ์ลภัสยังไม่ปรับตัวให้ดีขึ้น ผมจะให้คุณนงนุชส่งเขาไปทำงานส่วนอื่น ทำความสะอาดห้องหรือส่งไปช่วยในห้องซักรีดก็ได้ คงไม่นานหรอกครับที่พิมพ์ลภัสจะใช้หนี้โรงแรมหมด”

คำสั่งของรเมศถือเป็นคำขาด พัชรีขัดไม่ได้ต้องยอม บวรทัตยืนฟังเงียบๆ กลั้นยิ้มแทบแย่จนหัวหน้าพนักงานเสิร์ฟสาวใหญ่ออกจากห้อง จึงหันมาแซวเจ้านายหนุ่มที่ดูจะเข้าข้างพิมพ์ลภัสเหลือเกิน

“คุณเมศคงไม่ต้องให้ผมจับตาดูคุณพิมพ์ลภัสบ่อยๆแล้ว ดูท่าห้องอาหารจารวีคงมีเรื่องรายงานรเมศ ทุกวันแน่”

ooooooo

เรื่องของพิมพ์ลภัสก่อกวนหัวใจรเมศไม่หยุดหย่อน ทั้งรักทั้งโกรธจนไม่รู้จะจัดการความรู้สึกตัวเองเช่นไร แต่เรื่องกวนใจของรเมศคงไม่น่าเวียนหัวเท่าเรื่องของยศพลที่ติดหนี้พนันบอลจนเยาวลักษณ์คุณหญิงแม่ปวดขมับ และเพื่อแก้เกม เยาวลักษณ์คุณหญิงคนดังที่จมไม่ลงเลยคิดแผนให้ลูกชายคนเดียวจับมาธวี!

มาธวีรู้ทันยศพลแต่ตีมึนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ยอมให้อดีตแฟนหนุ่มของอดีตลูกเลี้ยงสาวเข้ามาวุ่นวาย พร้อมกันนั้นก็มุ่งหน้าหาเป้าหมายแท้จริงซึ่งก็คือรเมศเจ้าของโรงแรมจารวีที่เชียงรายนั่นเอง

ระหว่างที่มาธวีรุกหนัก พยายามหาทางใกล้ชิดรเมศ พิมพ์ลภัสก็ต้องรับศึกหนักจากเหล่าเพื่อนพนักงานที่ไม่พอใจจากท่าทางหยิ่งยโสไม่ยอมทำตัวเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ดีสักที

จินตนาเห็นเหตุการณ์ตลอด เข้าใจสถานการณ์ดี เห็นใจอดีตนางแบบแต่ก็อยากให้ได้บทเรียนบ้าง

“เขาคงไม่คิดแกล้งเธอหรอก...ถ้าเธอไม่ไปทำอะไรเขาก่อน”

“ฉันทำอะไร!”

“ทำตัวเป็นภาระคนอื่นไง เธอทำงานแย่ เสิร์ฟพลาด วางจานแรง รินน้ำหก จดออเดอร์ผิด เชฟก็ด่า ลูกค้าก็บ่น ทุกคนต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างสิ่งที่เธอทำ เธอทำให้ทุกคนเหนื่อยยิ่งกว่าเดิม แถมทำให้ทิปน้อยลงด้วย”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งพิมพ์ลภัสให้ยืนเซ็ง ก่อนจะโยนหน้าที่เสิร์ฟให้อภิชาติที่เสนอตัวช่วย ส่วนตัวเองแอบไปงีบแก้เครียดและเพื่อเอาคืนเหล่าเพื่อนพนักงานในสวนของโรงแรม!

พิมพ์ลภัสคงหลับเพลินไปแล้ว ถ้ารเมศจะไม่ผ่านมาเห็นและจัดการเรียกตัวไปอบรม

“ในเวลางานคุณไม่มีสิทธิ์ออกไปนอกพื้นที่บริการโดยไม่มีเหตุผลอันควร”

“คุณยังไม่ทันฟังเหตุผลฉันเลย รู้ได้ยังไงว่าควรหรือไม่ควร”

“ในเมื่อคุณบอกว่าไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วย มันยังมีเหตุผลพอจะให้งีบในเวลางานด้วยเรอะ”

“คุณไม่รู้นี่ว่าฉันเจออะไรมาทั้งวัน ทนเรียนรู้งานตั้งหลายอย่างทั้งที่โดนดูถูกเหยียดหยามสารพัด เฉพาะเดินไปเดินมาเนี่ย...นับรวมกันก็ได้หลายสิบกิโลแล้วนะ กินก็ไม่ค่อยได้กิน จะดึงพลังงานที่ไหนมาใช้นักล่ะ”

“ในเวลางานเชฟเขาก็ทำให้กินฟรีๆได้ไม่อั้น แล้วทำไมไม่กิน”

พิมพ์ลภัสนึกถึงเมนูของเชฟที่ทำให้เหล่าพนักงานแล้วเบ้หน้า รเมศอ่อนใจมาก ตัดสินใจเปลี่ยนตำแหน่งให้

“ได้! ในเมื่อคุณบอกว่าการเดินไปเดินมาเสิร์ฟอาหารมันทำให้ทุกข์ทรมานขนาดนั้น ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปให้พิมพ์ลภัสมายืนตรงเคาน์เตอร์รับจานกลับ ทำงานประสานกับสจ๊วต ไม่ต้องไปเสิร์ฟอีก”

พัชรีที่มารับคำสั่งด้วยถึงกับอึ้ง รู้ดีว่าสิ่งที่รเมศหมายถึงคือให้พิมพ์ลภัสไปเป็นผู้ช่วยสจ๊วตหรือพนักงานล้างจาน แต่อดีตนางแบบคงไม่รู้ คิดว่าเป็นชื่อตำแหน่งใหม่โก้ๆ...

ooooooo

นอกจากเรื่องพิมพ์ลภัสที่ทำให้รเมศปวดหัวไม่เว้นแต่ละวัน ปัญหาในหมู่บ้านปลายดอยก็ทำให้เขาเป็นกังวล หลังจากรามแจ้งเบาะแสเรื่องถนอมอาจเป็นคนของกิตติชัยที่ส่งมาป่วน เจ้าของโรงแรมหนุ่มก็ส่งคนจับตามองภายในหมู่บ้านตลอด และวันนี้เขาก็ตัดสินใจมาดูสถานการณ์ด้วยตัวเองพร้อมกับรามและบวรทัต

ขณะที่รามให้ความรู้ชาวบ้านเรื่องบำรุงดินและเอาพันธุ์ผักผลไม้มาแจก รเมศก็สำรวจรอบหมู่บ้านกับบวรทัต พ่ออุ๊ยจรัญผ่านมาเห็นโดยบังเอิญก็เบือนหน้าหนี ระแวงและยังไม่ไว้ใจเจ้าของโรงแรมหนุ่มที่ทุ่มทุนซ่อมแซมบ้านเรือนของชาวบ้านหลังเหตุเพลิงไหม้ แถมหอบข้าวของมากมายมาแจก รวมทั้งความรู้การเกษตรมาให้ไม่เคยขาด

รเมศมองตามพ่อเฒ่าพ่อแก่ประจำหมู่บ้านด้วยความเหนื่อยใจแต่ไม่ท้อ ตั้งใจแล้วว่าจะซื้อใจอีกฝ่ายให้ได้ โดยไม่รู้เลยว่าถนอมเห็นเหตุการณ์ตลอดและรีบไปดักหน้าพ่ออุ๊ยจรัญเพื่อใส่ร้ายรเมศ

“ยังไงพ่ออุ๊ยต้องระวังตัวนะ นายทุนหน้าเนื้อใจเสืออย่างมันไม่มีความจริงใจหรอก นี่ก็แกล้งทำดีกับชาวบ้าน แนะนำให้ปลูกนั่นเลี้ยงนี่เพื่อจะผูกขาดให้ส่งโรงแรมตัวเองถูกๆน่ะสิ ตอนนี้มันได้ที่ดิน ได้ใจ อีกหน่อยคงได้ทุกอย่าง”

“เอ็งก็ไปบอกไอ้พวกนั้นสิ มาบอกข้าทำไม ข้ายังไม่ได้ขายที่ให้พวกนั้นสักหน่อย”

“ก็เพราะเหลือพ่ออุ๊ยคนเดียวนี่แหละที่ยังไม่ขาย ฉันเลยเป็นห่วง เชื่อสิ...มันต้องหาทางบีบพ่ออุ๊ยหนักขึ้นแน่ๆ ไม้อ่อนไม่ได้ ต่อไปก็คงไม้แข็ง!”

ถนอมเป่าหูพ่ออุ๊ยจรัญให้เข้าใจผิดรเมศอย่างสนุกปาก โดยไม่รู้เลยว่าเจ้าของโรงแรมหนุ่มผ่านมาได้ยินโดยบังเอิญ รามที่รู้เรื่องในเวลาต่อมามั่นใจว่าถนอมต้องเป็นสายให้กิตติชัย เป็นห่วงชาวบ้านและพ่ออุ๊ยจรัญจะเสียทีถูกหลอกให้ขายที่ รเมศเลยตัดสินใจจะซื้อที่ดินในหมู่บ้านโดยเร็วที่สุด กิตติชัยจะได้ไม่ทำอันตรายชาวบ้าน...

พิมพ์ลภัสถึงกับหน้าหงายเมื่อรู้ว่าหน้าที่ใหม่ของตนตามคำสั่งรเมศคือผู้ช่วยคนล้างจาน อดีตนางแบบเจ็บใจมาก ตั้งท่าจะดราม่าไม่ยอมทำ เลยถูกพัชรีทั้งปลอบทั้งขู่จนต้องทำแบบเสียไม่ได้

เหล่าพนักงานมองมาอย่างสาแก่ใจ ยกเว้นอภิชาติที่แอบส่งสายตาห่วงใยให้เสมอ จินตนาที่หลงรักเขามานานเห็นเข้าก็อดไม่ได้จะไปแขวะพิมพ์ลภัสที่กำลังจะเป็นบ้ากับเศษอาหารน่ารังเกียจบนจานลูกค้า

“ยี้! เคี้ยวจนเละแล้วยังคายทิ้งไว้ในจานอีก”

“เธอก็เคยเคี้ยวแล้วคายทิ้งไว้เหมือนกัน ฉันจำได้”

“แต่ฉันคายไว้ตรงริมๆแล้วเอาผักมาปิดไว้นะ ไม่ได้ทิ้งโจ๋งครึ่มแบบนี้ซะหน่อย”

“มันก็ดีกว่ากันนิดเดียวเท่านั้นแหละ เป็นไงล่ะ ...ไม่คิดสินะว่าจะมีวันนี้”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งพิมพ์ลภัสให้หัวเสียจนพาลไปถึงคนออกคำสั่ง

“ฉันไม่คิดจริงๆว่าจะมีวันนี้ นายรเมศ...ฉันเกลียดนาย!”

ooooooo

ยศพลลำบากใจมากเมื่อถูกเยาวลักษณ์แม่แท้ๆคะยั้นคะยอให้จีบมาธวี แต่กระนั้น...สถานภาพทางการเงินของครอบครัวที่ง่อนแง่นเต็มทีก็ทำให้ต้องบากหน้าไปทำตามคำสั่ง มาธวีรู้ทันและเกือบปฏิเสธแล้ว ถ้าเป็ดกับหนูดีจะไม่เสนอให้ลองเล่นด้วยสักตั้ง เพราะหากพิมพ์ลภัสรู้ว่าอดีตแฟนกับอดีตแม่เลี้ยงมีข่าวกิ๊กกันคงเจ็บแทบกระอัก!

พิมพ์ลภัสยังไม่รู้ตัวจะถูกกลั่นแกล้ง เหนื่อยสายตัวแทบขาดกับหน้าที่ใหม่ที่ต้องยืนจนขาแข็ง กานดาเห็นเพื่อนสาวร่วมห้องสะบัดก้นขึ้นเตียงโดยไม่สนใจเสื้อผ้าใช้แล้วก็อดบ่นไม่ได้ พิมพ์ลภัสรำคาญบอกว่าส่งซักทีหลังแต่ก็ถูกเบรกด้วยกฎของโรงแรมที่ห้ามพนักงานใช้บริการห้องซักรีด แถมค่าซักก็แพงมากจนเธอไม่น่าจ่ายไหว

กานดาสาธยายยาวยืดถึงวิธีการซักเสื้อผ้าของคนอื่นๆ พิมพ์ลภัสฟังแล้วนิ่วหน้า ก่อนจะคิดได้หยิบรองเท้าของดีมียี่ห้อแต่เธอเบื่อแล้วยื่นให้เพื่อนสาวร่วมห้อง แลกกับการช่วยซักผ้าแทนเธอทั้งหมดเป็นเวลาสองเดือน!

เมื่อจินตนารู้เรื่องก็เบิกตาโพลง ไม่อยากจะเชื่อว่ากานดาจะยอมให้พิมพ์ลภัสเอาเปรียบขนาดนี้

“ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีกนะกาน จะรับจ้างใครก็รับไป แต่ต้องไม่ใช่ยัยพิมพ์ลภัส มันเสียศักดิ์ศรี แถมรองเท้าบ้าบอนั่นก็ไม่ใช่ของใหม่ซะหน่อย”

พิมพ์ลภัสที่เพิ่งกลับจากโรงอาหารผ่านมาได้ยินพอดี เห็นสองสาวคุยกันสีหน้าจริงจังก็แอบฟัง ทันได้ยินประโยคคำตอบของกานดาที่เชื่อในความดีและความขยันขันแข็งของตัวเอง

“ตราบใดที่ทำงานสุจริต ฉันไม่คิดว่าเป็นเรื่องเสียศักดิ์ศรีหรอกนะ เมื่อก่อนฉันรับจ้างสารพัด ตอนเด็กๆ เก็บเศษขยะขายด้วยซ้ำ ไม่มีงานไหนต่ำหรอกนะจิน ถ้าเราทำด้วยใจที่สูง”

ทัศนคติของกานดาทำให้พิมพ์ลภัสอดทึ่งไม่ได้ แต่จินตนากลับมองว่าเพื่อนสาวใจอ่อนเกินไป

“เธอก็คิดซะว่าฉันรับจ้างซักผ้าก็แล้วกัน อย่าไปสนใจว่าคนจ้างเป็นใคร”

“ถ้าเราเกิดมารวย เราคงเลือกทางเดินชีวิตได้ ไม่ต้องมารองมือรองเท้าคนอื่นเขาเนอะ”

“จะรวยจะจนก็เลือกทางเดินชีวิตได้ทั้งนั้นแหละ ดูอย่างพิมพ์ลภัสสิ...เขาเกิดมารวยแล้วไงล่ะ ในที่สุดก็ตกอับมาอยู่เท่ากับเรา เราเกิดมาจนก็จริง แต่วันหนึ่งชีวิตเราจะต้องดีขึ้นถ้าเราใฝ่ดี”

“เธอต้องมีชีวิตดีขึ้นแน่กาน ฉันไม่เคยเห็นใครขยันและอดทนอย่างเธอเลย”

พูดพลางจับมือให้กำลังใจ กานดาส่งยิ้มบางๆให้เพื่อนสาว นึกถึงความเป็นอยู่ของครอบครัวแล้วฮึดสู้

“ฉันไม่อดทนไม่ขยันไม่ได้หรอก เพราะฉันต้องเป็นหลักให้ที่บ้าน ให้ฉันทำอะไรก็ได้เพื่อให้ครอบครัวสบาย ขออย่างเดียว...อย่าขายตัวก็แล้วกัน”

พิมพ์ลภัสสะท้อนใจมาก ไม่อยากเชื่อว่าคำพูดง่ายๆของกานดาจะเตือนสติให้เธอคิดถึงพฤติกรรมที่ผ่านมาของตัวเอง โดยเฉพาะความเอาแต่ใจและอาการขี้เหวี่ยงของเธอที่ทำให้คนรอบข้างเอือมระอา

ไม่ใช่ว่าพิมพ์ลภัสจะไม่รู้ตัว แต่เพราะเติบโตมาอย่างสุขสบาย อยากได้สิ่งใด ตรัยก็ตะเกียกตะกายหาให้ทุกอย่าง ทั้งทรัพย์สินเงินทองและชีวิตหรูหรา แต่หลายวันที่ผ่านมานับจากวันพ่อตาย อดีตนางแบบก็ได้เรียนรู้ว่าชีวิตฟุ้งเฟ้อแบบนั้นคงเป็นได้แค่อดีต ปัจจุบันต่างหากที่สำคัญกับเธอ

คิดได้ดังนั้นพิมพ์ลภัสก็กลับห้อง รื้อกระเป๋าหยิบชุดสวยมาเตรียมไว้ ก่อนจะมอบเป็นของกำนัลให้กานดาที่ช่วยให้เธอตาสว่างและคิดได้ว่าถึงเวลาแล้วต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที

ooooooo

กิตติชัยให้คนขนของจากห้องพักของพิมพ์ลภัสในคอนโดและสั่งให้ปล่อยเช่า มั่นใจว่าอดีตนางแบบ คงไม่กลับมาแล้ว แต่กระนั้นก็ไม่นิ่งนอนใจ ส่งถนอมไปสืบทุกโรงพักในเชียงราย รวมถึงในโรงแรมจารวี

พิมพ์ลภัสมัวดีใจจะได้ไปเดินตลาดนัดพร้อมกานดา จินตนาและอภิชาติ ที่อยากตอบแทนเรื่องชุดสวย แต่ก็ถูกพัชรีเรียกตัวไว้ก่อน ถนอมเลยไม่เห็นว่าอดีตนางแบบยังอยู่ในโรงแรมจารวี

ถนอมโทร.รายงานกิตติชัยว่าไม่พบตัวพิมพ์ลภัส คิดว่าอดีตนางแบบดังคงตั้งใจหายตัวหลังจากล้มเหลวเรื่องขโมยของจากรเมศ กิตติชัยโล่งใจมากแต่ก็ยังไม่ไว้ใจสั่งให้ตามดูเรื่อยๆเผื่อเธอโผล่มา

พิมพ์ลภัสไม่รู้เรื่อง กำลังหัวเสียที่ถูกพัชรีสั่งห้ามไม่ให้ไปตลาดนัดกับพวกกานดา

“ใครจะไปรู้ว่าเธอแค่ไปเที่ยวหรือจะหายเข้ากลีบเมฆ คุณรเมศกำชับเด็ดขาดว่าห้ามเธอไปไหนนอกเขตโรงแรม”

“นี่มันลิดรอนสิทธิกันเกินไปแล้วนะคะ ฉันเป็นลูกหนี้นะ ไม่ใช่นักโทษ!”

“ถ้ามีปัญหาจะคุยกับคุณรเมศก็ได้นะ ฉันจะต่อสายให้”

“ไม่ต้องค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว...เข้าใจคนอย่างเขาดีที่สุดก็วันนี้เอง!”

รเมศรับฟังเรื่องราวของพิมพ์ลภัสจากบวรทัตด้วยความอ่อนใจ เห็นใจอดีตนางแบบไม่น้อย แต่ก็ระแวงกลัวเธอจะหวนไปหากิตติชัยจนต้องสั่งคนตามคุม บวรทัตจับไต๋เจ้านายหนุ่มได้ รู้ดีว่าออกคำสั่งเพราะความห่วงใย หาใช่อยากจับผิดอย่างที่พยายามแสดงออก...

ด้านมาธวี...อ่อนอกอ่อนใจกับความหล่อแต่เปลือกของยศพลมาก วันๆไม่ทำอะไรนอกจากล่องลอยไปเรื่อย ชวนไปกินร้านหรูและโม้เรื่องตัวเองไม่หยุดปาก เจ้าของห้องเสื้อสาวไม่เข้าใจว่าพิมพ์ลภัสทนคบผู้ชายแบบนี้ได้อย่างไรตั้งหลายปี แล้วตัวช่วยของเธอก็มาถึง...รเมศนั่นเองที่บินมาทำธุระที่กรุงเทพฯ

กิตติชัยกับอรอุษาก็บังเอิญมากินข้าวในโรงแรมเดียวกัน เชื่อแน่ว่ามาธวีต้องรู้ทันไฮโซรวยแต่เปลือกอย่างยศพล แต่คงยอมเดตด้วยเพราะผลประโยชน์บางอย่าง ข้อสันนิษฐานของสองผัวเมียก็ไม่ได้เกินจริงเลย เพราะมาธวียอมมาเพราะต้องการเก็บภาพไว้ปล่อยข่าวซุบซิบ หวังให้พิมพ์ลภัสช้ำใจเล่นเท่านั้น

การปรากฏตัวของรเมศทำให้มาธวีตัดสินใจทิ้งยศพลดื้อๆ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่ความจริงแล้วแอบไปโพสท่ายั่วรเมศหวังให้เขาประทับใจในความเซ็กซี่แบบฉบับอดีตนางแบบดังในตำนาน

รเมศตะลึงในความสวยของมาธวีจริง แต่ก็แค่ชั่วเดียวเท่านั้น และเมื่อเธอชวนไปคุยเรื่องงานแฟชั่นโชว์ของโรงแรมก็ตอบรับง่ายๆตามประสาเจ้าภาพที่ดี แถมเสนอจะให้การต้อนรับเธออย่างดีหากเธอไปดูสถานที่ของโรงแรมที่เชียงราย มาธวีตื่นเต้นมาก โดยไม่รู้เลยว่ายศพลผ่านมาเห็น จ้องเขม็งด้วยความโกรธที่ถูกชิ่งกลางอากาศ

ยศพลตั้งท่าจะไปต่อว่ามาธวีเต็มที่ แต่ต้องหมุนตัวออกจากโรงแรมแทบไม่ทันเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มที่เธอกำลังนั่งคุยอย่างอ้อล้อและออกรสคือรเมศ...เจ้าของโรงแรมจารวีที่เขาเกือบถูกจับได้ฐานสมคบคิดขโมยของกับพิมพ์ลภัส!

ooooooo

พิมพ์ลภัสพยายามปรับปรุงตัวเองมากกว่าเดิม คำพูดเตือนสติของกานดาเมื่อวันก่อน รวมทั้งคำพูดถากถางของเหล่าพนักงาน โดยเฉพาะจินตนากับชุติมาที่ปรามาสว่าเธอคงทำงานเสิร์ฟไม่ได้ ทำให้ฮึดจนพัชรีมองเห็นความตั้งใจ

“วันนี้ฉันจะให้โอกาสเธอกลับไปเสิร์ฟ แต่จำไว้ ...ถ้าเธอทำผิดกฎอีก ฉันจะส่งเธอไปให้คุณนงนุชหางานใหม่ แล้วอย่าแปลกใจล่ะถ้าเธอถูกส่งไปล้างส้วมหรือเป็นยามหญิง แผนกอื่นเขารู้กิตติศัพท์เธอดี ไม่มีใครต้องการเธอทั้งนั้น!”

พัชรีขู่เสียงเข้ม แต่ครั้งนี้อดีตนางแบบกลับไม่ต่อต้านหรือเถียงคอเป็นเอ็นเหมือนทุกที แค่พยักหน้ารับคำสั่งและออกไปเสิร์ฟแต่โดยดี แต่กระนั้น...พิมพ์ลภัส ก็ยังเป็นคนเดิม ยังรับไม่ค่อยได้กับความตกต่ำของตัวเอง ทำให้หน้าบึ้งตอนบริการลูกค้า อภิชาติสังเกตเห็นและขยับมาเตือนด้วยความหวังดี

“การบริการที่ดีไม่ใช่แค่ความสุภาพ กระตือรือร้น หรือความเต็มใจบริการนะครับ แต่ยังต้องมีรอยยิ้มด้วย ยิ้มหน่อยสิครับคุณพิมพ์ ยิ้มให้เหมือนคุณกำลังเอาอาหารไปให้คนที่คุณรักที่สุดกินสิครับ”

พิมพ์ลภัสคิดตาม หน้าตรัยผุดขึ้นในห้วงคำนึงทำให้น้ำตาไหลอย่างช่วยไม่ได้ อภิชาติตกใจและอาสาเสิร์ฟแทน แต่จินตนากับกานดากลับคิดว่าอดีตนางแบบสำออย...ใช้มารยาหลอกให้อภิชาติทำงานแทน

ความเคลื่อนไหวของพิมพ์ลภัสถูกบวรทัตตามติดและนำมารายงานรเมศในเวลาต่อมา

“คุณพัชรีอนุญาตให้คุณพิมพ์กลับมาเสิร์ฟแล้วครับ ท่าทางเธอสงบเสงี่ยมลงไปเยอะ ดูจริงจังขึ้น แต่ว่ายังหน้าบึ้ง ไม่เต็มใจให้บริการ แต่ก็โดนคุณพัชรีเรียกไปเตือนแล้วล่ะครับ ผมว่าคนที่เห็นงานบริการเป็นงานน่ารังเกียจจนออกนอกหน้าแบบคุณพิมพ์ คงฝึกยากหน่อย”

“เขาไม่ใช่คนทัศนคติเลวร้ายจนปรับไม่ได้หรอกครับ แค่คนที่เคยถูกเอาใจจนมองตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล คนแบบนี้ถ้าได้รับคำชมอาจจะเห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำจนมีกำลังใจทำงานก็ได้นะครับ”

บวรทัตได้ยินความเห็นของเจ้านายหนุ่มก็อดยิ้มไม่ได้ รู้ทันว่าแอบเอาใจช่วยพิมพ์ลภัสมากแค่ไหน แต่รเมศก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาเย้า นอกจากขอตัวไปให้สัมภาษณ์เรื่องงานแฟชั่นโชว์ที่ห้องเสื้อของมาธวี บวรทัตรู้ทันมารยาของมาธวี เป็นห่วง กลัวเจ้านายหนุ่มจะถูกใช้เป็นเครื่องมือปั่นกระแสเหมือนครั้งที่แล้ว

“เข้าถ้ำเสือแบบนี้ ระวังตัวระวังใจ อย่าหลงเสน่ห์แม่เสือสาวเข้าล่ะครับ คราวนี้เกรงว่าที่หลุดจะไม่ใช่แค่ภาพ แต่จะเป็นคลิปฉาวเอาน่ะสิ!”

รเมศวางสาย ส่ายหน้าขำๆ ไม่คิดว่ามาธวีจะทำ แต่ที่เขาไม่รู้คือม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อเตรียมแผนการไว้แล้วจะดึงตัวเขามาเป็นข่าวด้วยกันจริงๆ...

ooooooo

บทเรียนเรื่องงานเสิร์ฟของพิมพ์ลภัสดำเนินไปเรื่อยๆ และวันนี้ก็ถึงเวลาที่เหล่าพนักงานรอคอย เมื่ออดีตนางแบบต้องเจอฤทธิ์แขกขาวีน สั่งให้เธอไปอุ่นซุปที่เย็นชืดเพราะวางทิ้งไว้นาน

พัชรีกับเหล่าพนักงานมองหน้ากันลุ้นๆ พิมพ์ลภัสต้องข่มโทสะอย่างมากให้ทำตามคำสั่ง กานดาโล่งใจมากแต่ก็อดไม่ได้ต้องตามไปเหน็บตามประสาคนเคยมีประสบการณ์ตรง

“เวรกรรมมันติดจรวดจริงๆ”

“เวรกรรมอะไรของเธอ”

“ของเธอต่างหากย่ะ จำไม่ได้เหรอ เธอเคยทำแบบนี้กับฉันตอนเธอเป็นลูกค้าน่ะ”

พิมพ์ลภัสอึ้งไปอึดใจ กานดาไม่โกรธแล้วแต่ก็อยากให้อดีตนางแบบได้บทเรียน

“ตอนนี้รู้แล้วสินะว่าฉันรู้สึกยังไง แล้วก็ลำบากยังไงที่เจอลูกค้าเอาแต่ใจ”

จินตนาผ่านมาได้ยินก็ถือโอกาสสำทับ “ทีหลังจะทำอะไรหัดคิดถึงใจเขาใจเราบ้าง อย่ารอให้กลายเป็นหงส์ปีกหักซะก่อนถึงจะสำนึกได้ เพราะเธออาจจะถูกเหยียบจมดินก่อนจะทันได้คิด”

พิมพ์ลภัสน้ำตาซึมเมื่อถูกต่อว่าตรงๆ กานดากับจินตนาตกใจมาก ไม่อยากเชื่อสายตาว่าอดีตนางแบบจะร้องไห้ พัชรีก็เห็นแต่ไม่อยากเข้ามาทัก จนกระทั่งพิมพ์ลภัสเริ่มใจลอยถึงได้เรียกมาเตือนสติ

“คุณสมบัติของพนักงานเสิร์ฟที่ดีมีหลายข้อ นอกจากสุขภาพดี แต่งกายดี ความจำดีแล้ว โสตสัมผัสกับสีหน้าก็ต้องดีด้วย เธอรู้ไหมเธอไม่ได้สังเกตทีท่าของลูกค้าเลย แล้วรู้ตัวรึเปล่าว่าสีหน้าเธอเป็นยังไง”

พิมพ์ลภัสหันไปมองสภาพตัวเองในกระจกแล้วหน้าเสีย สีหน้าเหมือนคนซังกะตายทำให้แม้แต่ตัวเองยังทนไม่ได้ พัชรีเข้าใจดีว่าอดีตนางแบบต้องรับเรื่องวุ่นวายทั้งวันทั้งที่ไม่เคยก็เห็นใจ ไล่ให้ไปสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำ

อาการของพิมพ์ลภัสรู้ถึงหูบวรทัตในเวลาต่อมา และรเมศก็ได้รับข้อความรายงานเรื่องพวกนั้นทางไลน์ เจ้าของโรงแรมหนุ่มถึงกับหน้าเสีย เป็นห่วงอดีตนางแบบจนแทบอยากแล่นกลับเชียงรายเดี๋ยวนั้น แต่ติดที่ต้องให้สัมภาษณ์คู่มาธวีกับนิตยสารชื่อดังที่อยากให้เขาขึ้นปก

รเมศแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่อยากปฏิเสธเพราะกลัวเสียน้ำใจ แต่ความกังวลเรื่องพิมพ์ลภัสก็ทำให้เขาต้องพักเรื่องถ่ายแบบไว้ก่อน ขอตัวไปขึ้นเครื่องกลับเชียงรายหลังจากนั้น มาธวีได้แต่มองตามด้วยความสงสัย...ใครกันที่ทำให้เจ้าของโรงแรมหนุ่มมีสีหน้าห่วงใยขนาดนั้น...

พิมพ์ลภัสไม่รู้ตัวว่าทำให้ใครเป็นห่วงขนาดไหน หลังสงบสติอารมณ์เรียบร้อยก็จะออกไปเสิร์ฟ แต่ก็ถูกชุติมาขวางไว้พร้อมบอกข่าวซุบซิบระหว่างมาธวีอดีตแม่เลี้ยงและยศพลอดีตแฟนของเธอ

ข่าวซุบซิบนั้นทำให้พิมพ์ลภัสเจ็บใจจนน้ำตาซึมอีกรอบ แต่เมื่อนึกถึงหน้าที่ เธอก็พยายามข่มอารมณ์และตั้งหน้าตั้งตาเสิร์ฟ แขกต่างชาติชายหญิงคู่หนึ่งที่เพิ่งเข้ามาเห็นสีหน้าเฉยชาและท่าทางแนะนำอาหารแบบไม่เหมือนใครของเธอก็อดไม่ได้จะเย้าด้วยความเอ็นดู

“หนูนี่มีอารมณ์ขันนะ” แขกผู้ชายเปิดฉาก

“นั่นสิ...แล้วก็สวยมากด้วยรู้ไหม หนูน่ะสวยที่สุดในห้องอาหารนี้เลยนะ ฉันชอบมากเลยนะชุดไทยแบบนี้ หาไม่ได้หรอกนะในบ้านเมืองฉัน แหม...ฉันอยากแต่งตัวเหมือนหนูจังเลย แต่คงยัดตัวลงไปในชุดไทยสวยๆ

แบบนี้ไม่ได้”

คำชมจากแขกทั้งสองทำให้พิมพ์ลภัสหัวใจพองโตเป็นครั้งแรกตั้งแต่ทำงานเสิร์ฟ เลยเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่เธอเต็มใจแนะนำเมนูของห้องอาหารจารวีตามคำสอนของพัชรี

“ขอบคุณค่ะ...คุณจะรับอะไรกันดีคะ ถ้าจะเรียกน้ำย่อยก่อน ลองข้าวตังหน้าตั้งหรือกระทงทองไหมคะ รับรองว่าอร่อยทั้งสองอย่าง...”

ooooooo

.



Title: Re: เรื่องย่อละคร บ่วงหงส์ (thairath.co.th)
Post by: ppsan on 19 August 2026, 15:31:09

บ่วงหงส์ ตอนที่ 7

ท่าทางยิ้มแย้มและการบริการอย่างดีของพิมพ์ลภัสทำให้ทุกคนทึ่งมาก โดยเฉพาะพัชรี ทั้งปลื้มทั้งโล่งใจที่พนักงานเสิร์ฟสาวจอมพยศยอมทำตามที่สั่งสอน และรางวัลของความเอาใจใส่คือทิปก้อนโตที่พิมพ์ลภัสภูมิใจหนักหนา แต่เมื่อถูกเพื่อนร่วมงานบังคับให้ใส่กล่องทิปรวมก็โวยลั่น!


“เรื่องอะไร! เงินของฉันจะให้เอาไปให้คนอื่น บ้ารึเปล่า...ฉันมาทำงานนะ ไม่ใช่มาทำการกุศล”

บวรทัตที่มาฟังรายงานเรื่องพิมพ์ลภัสได้ยินเสียงเอะอะ ก็ไม่รอช้าตามพัชรีไปสังเกตการณ์ เหล่าพนักงานเรียกร้องให้พิมพ์ลภัสใส่เงินลงกล่องทิปรวม แต่อดีตนางแบบยื้อไว้ พัชรีเลยต้องชี้แจงด้วยความเหนื่อยใจ

“มันเป็นกฎนะพิมพ์ลภัส พนักงานทุกคนพอได้ทิปต้องใส่กล่องไว้ พอปิดร้านก็จะเปิดกล่องแบ่งเงินกัน สามสิบเปอร์เซ็นต์ให้พวกในครัวที่ไม่ได้ออกไปพบลูกค้า ไม่มีโอกาสได้รับทิปแบบเธอ ส่วนที่เหลือก็หารตามจำนวนพนักงาน”

“กฎพิลึก!”

“พิลึกไม่พิลึกเขาก็ทำกันมาตั้งแต่เปิดห้องอาหารแล้ว และทุกคนก็ยอมรับว่ายุติธรรมดี”

“ยุติธรรมที่ไหน ตั้งแต่ฉันมาทำงาน ฉันไม่เคยได้ส่วนแบ่ง วันนี้ฉันได้ทิปครั้งแรก ทุกคนก็จ้องตาเป็นมัน”

“ที่เธอไม่เคยได้ส่วนแบ่ง เพราะตั้งแต่ทำงานที่นี่ เธอไม่เคยได้ทิปมาใส่กล่องแม้แต่บาทเดียว มีแต่สร้างเรื่องปวดหัวให้เพื่อนร่วมงาน แต่ในเมื่อวันนี้เธอได้แล้ว เธอก็จะมีส่วนร่วมกับเงินในกล่องเหมือนคนอื่นๆ”

พิมพ์ลภัสทำท่าจะไม่ยอม บวรทัตเลยต้องช่วยเกลี้ยกล่อม

“เชื่อสิครับ ผมว่าคุณจะได้กำไรนะครับ คนอื่นเขาได้ทิปใส่กล่องตั้งแต่บ่ายสาม นี่สามทุ่มแล้วคุณเพิ่งได้ทิป”

“ไม่มีใครได้มากเท่าฉันหรอกค่ะ”

“พนันกันไหมครับ คุณจะได้เงินมากกว่าที่คุณกำไว้ตอนนี้ซะอีก”

บวรทัตท้ายิ้มๆ พิมพ์ลภัสลังเล พัชรีเลยฉวยจังหวะนั้นคว้าทิปในมืออดีตนางแบบไปใส่กล่องแล้วไล่กลับไปทำงาน พิมพ์ลภัสถึงกับอึ้งไป ก่อนจะส่งสายตาพาลๆให้บวรทัตที่ทำตัวจุ้นไม่เข้าเรื่อง!

งานยุ่งในห้องอาหารทำให้พิมพ์ลภัสลืมเรื่องโมโหชั่วขณะ ก่อนจะได้เบิกตาโพลงด้วยความชอบใจเมื่อถึงเวลานับทิปแล้วพบว่าได้ส่วนแบ่งมากกว่าทิปที่เธอหวงนักหวงหนาจริงๆ กานดา จินตนาและอภิชาติมองมายิ้มๆ พร้อมใจกันบอกว่าเธอโชคดีแค่ไหนที่ได้ทำงานเสิร์ฟเพราะได้เงินพิเศษมากกว่าตำแหน่งอื่นๆ

พิมพ์ลภัสอารมณ์ดีมากกว่าทุกวัน อภิชาติเห็นดังนั้นเลยถือโอกาสมอบหนังสือเกี่ยวกับงานบริการที่ซื้อจากตลาดให้ จินตนาเห็นก็หมั่นไส้ ออกอาการฮึดฮัดจนพิมพ์ลภัสรำคาญ ผละไปเดินกลับหอพักคนเดียว

รเมศที่คิดถึงและเป็นห่วงพิมพ์ลภัสจนต้องแอบมาส่งเธอกลับหอพักแบบห่างๆ เฝ้ามองเธอพลางครุ่นคิดหาทางคุยด้วยตามลำพัง แต่จู่ๆไฟในโรงแรมก็พร้อมใจกันดับ อดีตนางแบบดังกลัวมาก เตลิดหนีไม่คิดชีวิต...

ooooooo

ความกลัวผีทำให้พิมพ์ลภัสต้องแจ้นไปสวดมนต์ก่อนนอน พลันภาพเก่าๆตอนรเมศสอนเธอท่องนะโมสามจบในวัดก็ผุดในหัว น้ำตารื้นอย่างช่วยไม่ได้ที่วันเวลาดีๆเหล่านั้นคงไม่มีอีกแล้ว

เหตุการณ์เลวร้ายหลังจากนั้นเป็นเพราะทางเลือกที่ผิดพลาดของเธอ ทำให้ชีวิตตกอับ ทุกข์ทรมานใจแสนสาหัสแบบนี้ และเธอจะไม่ยอมทนเรื่องผีบ้าๆระหว่างทางกลับหอพัก จึงไปขอเปลี่ยนกะทำงานในวันรุ่งขึ้น เมื่อรเมศรู้ก็ถึงกับสะดุ้ง รู้ดีว่าผีตัวนั้นไม่ใช่ใครแต่เป็นตัวเองที่แอบไปส่งเธอกลับหอพัก

พัชรีที่มาฟังการตัดสินของรเมศถึงกับหน้าถอดสี เชื่อสนิทว่าเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ พิมพ์ลภัสเลยยิ่งผวา

“ตายๆ...งั้นฉันยิ่งต้องรีบย้ายกะเลย โรงแรมอะไรมาตรการรักษาความปลอดภัยแย่มาก”

“พอกันที เลิกเดา เลิกโวยวายได้แล้ว ไม่ใช่สัตว์กลางคืน ไม่ใช่ผี ไม่ใช่พวกโรคจิตอะไรทั้งนั้น!”

รเมศตัดบทเสียงเข้ม สีหน้ามีพิรุธจนบวรทัตสังเกตเห็น แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้ตัว หันไปเอ็ดพิมพ์ลภัส

“คุณคิดเองเออเอง จิตใต้สำนึกคุณระแวง คุณเลยระแวงไปทั่ว สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าอะไรก็คือใจคนที่คิดไปเอง”

“นี่คุณหาว่าฉันน่ากลัวกว่าผีงั้นเหรอ”

“ก็แล้วแต่คุณจะคิด ผมไม่อนุญาตให้คุณย้าย ยังไงคุณก็ต้องทำงานกะเดิม”

“แต่ฉันไม่มั่นใจในสวัสดิภาพของฉัน เกิดฉันเป็นอะไรขึ้นมาล่ะ ใครจะรับผิดชอบ”

“ผมจะรับผิดชอบเอง ผมจะไม่ยอมให้โรงแรมของผมต้องมาเสียระเบียบเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้เด็ดขาด กลับไปทำงานของคุณได้แล้ว...เชิญ!”

พิมพ์ลภัสเซ็งมาก จำใจรับคำสั่ง แต่ก็ไม่วายทิิ้งท้ายเคืองๆ

“ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉันล่ะก็...ฉันจะเล่นงานคุณให้หนักเลยคอยดู!”

รเมศมัววุ่นวายเรื่องพิมพ์ลภัสและเรื่องหมู่บ้านปลายดอย จนไม่ได้นึกถึงเรื่องขึ้นปกนิตยสารที่มาธวีเคยขอไว้เมื่อหลายวันก่อน จีน่าบรรณาธิการนิตยสารหัวดังกล่าวยังไม่ได้ยินคำตอบรับจากเจ้าของโรงแรมหนุ่มเลยไล่บี้กับม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อ มาธวีเลยคิดได้ว่า ควรจะรุกรเมศแบบจริงจังสักที

แต่ก่อนจะได้ไล่ล่าตัวรเมศอย่างที่ตั้งใจ มาธวีก็ต้องเจอศึกหนักจากยศพลที่ไม่ยอมแพ้ บุกไปมอบช่อดอกไม้ให้เธอถึงกลางงานแฟชั่นโชว์ที่มีนักข่าวเต็มไปหมด ม่ายสาวไม่กล้าหักหน้าเขาออกสื่อ เลยได้แต่ตั้งรับตามมารยาท

“ความจริงคุณไม่น่าลำบากซื้อดอกไม้มาให้วีเลยค่ะ วีเกรงใจ”

“เราสองคนสนิทกันเกินกว่าจะมานั่งเกรงใจกันแล้วไม่ใช่เหรอครับ...หรือคุณวีไม่ได้อยากสนิทกับผม”

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคะ”

“ก็วันก่อนคุณวีกลับไปไม่ลาผมสักคำ ที่ผมมาวันนี้เพราะอยากมาเคลียร์ความสัมพันธ์ของเราให้ชัดเจนน่ะครับ”

มาธวีแทบเป็นบ้ากับมุกเสี่ยวๆของยศพล นึกโทษตัวเองในใจที่พลาดหลวมตัวเล่นเกมด้วย แต่ม่ายสาวก็คงไม่ต้องกรีดร้องด้วยความคลั่งอย่างพิมพ์ลภัส ที่นอกจากจะต้องรับศึกหนักจากเหล่าเพื่อนพนักงานที่เขม่นหน้าและความหัวสูงของเธอ ยังต้องเจอฤทธิ์เดชลูกค้าที่หึงสามีขี้หลีที่ทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ยใส่เธอ...

ooooooo

พิมพ์ลภัสต้องสูดลมหายใจเรียกสติและสมาธิกลับมาที่งานแทบแย่ เมื่อต้องเจอสายตาเล้าโลมแบบหยาบคายของลูกค้า พัชรียืนสังเกตการณ์อยู่แล้ว ถอนใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าพนักงานเสิร์ฟสาวจอมพยศไม่ได้ก่อเรื่อง

แต่ความสบายใจของพัชรีก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อจู่ๆ เสียงลูกค้าโต๊ะที่พิมพ์ลภัสดูแลก็ดังขึ้น

“ฉันไม่ได้สั่ง เธอต่างหากที่จดผิด ทำงานมั่วแบบนี้ได้ไง”

พิมพ์ลภัสต้องข่มอารมณ์อย่างมาก ก่อนจะทวนออเดอร์ลูกค้าทั้งสองเสียงเรียบ

“ฉันไม่ได้มั่ว ฉันแน่ใจว่าฉันจดถูก คุณสั่งมีเดียม เวลล์ดัน แบบกลางเกือบสุกดี ฉันจำได้”

ลูกค้าชายที่เป็นตัวต้นเหตุมองไปทางลูกค้าหญิงเครียดๆ รู้ดีว่าเธอเป็นฝ่ายผิด หาเรื่องพนักงานเสิร์ฟสาวเพราะความหึง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะถูกปรามและคาดโทษด้วยสายตา พิมพ์ลภัสเจ็บใจมาก ตั้งท่าจะมีเรื่องจริงๆ อภิชาติที่จับตามองอยู่แล้วรีบถลาไปห้าม พร้อมๆกับพัชรีที่มารับหน้าลูกค้าแทน

พิมพ์ลภัสเดินกระฟัดกระเฟียดไปบอกพ่อครัวให้ทำใหม่ เลยถูกเหวี่ยงตามระเบียบ

“อ้าว...ก็ไหนจดมาว่ามีเดียมเวลล์ดัน นี่มันก็ถูกแล้ว จะมาเปลี่ยนได้ยังไง”

“ฉันจะรู้ไหม ไปถามไอ้พระราชาตัวดีข้างนอกโน่น ตอนแรกสั่งอย่างนี้ อยู่ดีๆมาเปลี่ยน ความผิดฉันตรงไหน!”

“ผิดที่เธอทำงานชุ่ยน่ะสิ ทีหน้าทีหลังทำงานอะไรให้มันรอบคอบหน่อย จานหนึ่งไม่ใช่ถูกๆ ลูกค้าไม่กินก็ต้องทิ้งเสียของ เสียเวลาฉันต้องมาทำใหม่อีก ไม่ได้ว่างงานนะ จะได้มานั่งทำใหม่ซ้ำๆซากๆ เพราะความชุ่ยของใครบางคน”

“ฉันไม่ได้ชุ่ย ฉันมั่นใจว่าจดถูกต้องตามที่ยัยเจ๊นั่นสั่ง ไม่เชื่อดูใบออเดอร์เลยก็ได้”

พูดจบก็คว้าใบจดออเดอร์ให้ดู แต่เชฟก็ปักใจว่าเป็นเพราะความชุ่ยของเธอมากกว่า พิมพ์ลภัสปรี๊ดมาก และคงจะมีเรื่องกับเชฟอีกคนถ้ากานดาจะไม่โผล่มาขัดจังหวะ

“พอได้แล้วพิมพ์ ทำผิดก็แค่ยอมรับผิด มันไม่มีใครตายหรอก”

ทะเลาะกับคนอื่นยังไม่เท่าไหร่ แต่คำพูดแบบไม่เชื่อถือของกานดาทำให้พิมพ์ลภัสทนไม่ไหว ต้องตามไปเคลียร์

“นี่เธอก็เข้าข้างยัยเจ๊นั่นหาว่าฉันผิดอีกคนงั้นเหรอ”

“ก็ถ้าไม่ใช่เพราะเธอผิด ลูกค้าจะโวยทำไม คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าคนอย่างเธอมันตีสองหน้าเก่งแค่ไหน”

“ฉันตีสองหน้ายังไง”

“ก็ที่หลอกทำตัวเป็นไฮโซทั้งที่ถังแตกจนต้องมาทำงานใช้เวรใช้กรรมอยู่นี่ไง อุตส่าห์ช่วยสอนให้ทุกอย่างก็เพราะสงสารหรอกนะ แต่ถ้าสอนไม่รู้จักจำ แล้วยังไม่ยอมเลิกพฤติกรรมเดิมๆ คงต้องดักดานอย่างนี้ไปจนตายนั่นแหละ!”

อภิชาติผ่านมาได้ยินก็พยายามช่วยไกล่เกลี่ย แต่จินตนาที่โผล่มาอีกคนก็ทำให้เรื่องยุ่งมากขึ้น

“สำหรับพวกที่ชอบสร้างปัญหาแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ”

พิมพ์ลภัสสะอึก ความกดดันที่ผ่านมาหลายวันทำให้เหลืออดโพล่งออกไป

“ใครกันแน่ที่เป็นตัวปัญหา ยัยเจ๊หวงผัวนั่นต่างหากไม่ใช่ฉัน ในสายตาที่ตัดสินคนอื่นไปแล้วว่าผิด จะมองยังไงก็ผิดอยู่วันยังค่ำ เธอหาว่าฉันดูถูกคน มองคนที่ภายนอก เธอก็ไม่ต่างอะไรจากฉันหรอก!”

สีหน้าและน้ำเสียงจริงจังของพิมพ์ลภัสทำให้กานดาชะงักไปอึดใจ ฉุกคิดได้ว่าตัวเองพูดแรงไปจริงๆ แต่พัชรีที่แอบฟังทุกอย่างก็ปรากฏตัวเสียก่อน พร้อมคำพูดเชือดเฉือนพิมพ์ลภัสแบบไม่ไว้หน้า

“ก็ไม่แปลกที่ใครๆเขาจะดูถูกเธอ ในเมื่อเธอไม่เคยคิดแม้แต่จะปรับปรุงตัวเอง”

“ทำไมฉันต้องปรับปรุงตัวเอง ในเมื่อฉันไม่ผิด ยัยเจ๊นั่นมันจงใจแกล้งฉันชัดๆ”

“ถึงยังไงเธอก็ผิดพิมพ์ลภัส ผิดที่เธอไม่รู้จักอดทน ไปยืนเถียงลูกค้าฉอดๆแบบนั้นได้ยังไง”

“อดทนเหรอ คุณก็พูดได้สิ ได้แต่ชี้นิ้วสั่งไม่มาโดนเหวี่ยงโดนวีนเหมือนฉันนี่”

“กว่าฉันจะมาเป็นผู้จัดการ ฉันเจอมามากกว่าเธอเยอะ แต่ฉันก็อดทนตั้งใจทำงานจนมีวันนี้ มีแต่คนอย่างเธอที่ไม่เอาไหน ดีแต่สร้างปัญหา ทำตัวงี่เง่าไร้ประโยชน์ ให้คนอื่นต้องตามล้างตามเช็ดไปวันๆ”

พิมพ์ลภัสเจ็บจี๊ด นึกน้อยใจที่ไม่เคยมีใครเห็นความดี แต่ก็ยังเชิดหน้าสวนกลับ

“ถ้าฉันเป็นปัญหามากนัก ทำไมไม่ส่งฉันไปแผนกอื่นซะเลยล่ะ”

“ถ้าคุณเมศไม่ขอไว้ให้เธอทดลองงานเจ็ดวัน ฉันคงไม่ทนถึงขนาดนี้ ทุกวันนี้ที่ฉันทำได้คือภาวนาว่ามันจะดีขึ้น แต่นี่อะไรผีเข้าผีออก มีแต่เลวลงทุกวัน แล้วเธอคิดเหรอว่าจะมีใครต้องการพนักงานไร้ประสิทธิภาพอย่างเธออีก”

เหล่าพนักงานที่ได้ยินเสียงเอะอะต่างพากันรุมดู พิมพ์ลภัสกวาดตามองก็เห็นความจริงยืนยันจากทุกคน ไม่เว้นแม้แต่พวกกานดา น้ำตาพาลไหลอย่างช่วยไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พัชรีเห็นใจ ประกาศลั่น

“งานเสิร์ฟมันหนัก ไม่ใช่เธอจะมาทำเล่นๆแล้วจะทำมันได้ดี ถ้าเธอยังอยากทำงานที่นี่ต่อ ฉันขอเตือนว่าอย่าถือสิทธิ์ว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่น มีคุณเมศคุ้มหัว เพราะฉันไม่เกรงใจแน่!”

ooooooo

พิมพ์ลภัสวิ่งร้องไห้ออกไปแล้ว คำพูดต่อว่าของพัชรี จินตนา กานดา รวมทั้งของมาธวีสมัยเธอยังเป็นนางแบบจอมหยิ่งและขี้วีนเหวี่ยงลอยกลับมาในหัวอีกครั้ง ความรู้สึกเจ็บปวดที่โดนดูถูกและถูกเข้าใจผิดมันเป็นแบบนี้นี่เอง แต่คงไม่มีใครเห็นใจเพราะเธอก่อวีรกรรมไว้มากมาย

กานดากับจินตนารับหน้าที่ดูแลลูกค้าคู่กรณีของพิมพ์ลภัส แล้วก็ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งสองหลังยกอาหารที่ทำใหม่ไปเสิร์ฟ

“เห็นไหม...หึงไม่เข้าเรื่อง เด็กมันจดถูกแล้วยังไปสั่งเปลี่ยน ดูสิแดงขนาดนี้จะกินยังไง”

“แล้วใครใช้ให้คุณจ้องนังเด็กนั่นตาเป็นมันล่ะ คุณนั่นล่ะกินเข้าไปเลย ของไม่ใช่ถูกๆ แล้ววันหลัง

ถ้าไม่อยากทนกินอะไรแบบนี้ก็จำไว้ว่าอย่าเที่ยวไปมองผู้หญิงที่ไหนอีก นอกจากเมียตัวเอง!”

อภิชาติก็ยืนฟังอยู่ด้วย นึกสงสารและเห็นใจพิมพ์–ลภัสมากที่ต้องเจอเรื่องแย่ๆแบบนี้ พลันเหล่าพนักงานก็ได้มองหน้ากันอึ้งๆ เมื่อจู่ๆลูกค้าเจ้าปัญหาดันจำหน้าพิมพ์ลภัสได้ว่าเป็นอดีตนางแบบขาวีน แต่ก็เป็นโชคดีที่พิมพ์ลภัสหลบไปสงบสติอารมณ์ด้านนอก เลยไม่ต้องรับเคราะห์ถูกถ่ายรูปไปประจานอีกเรื่อง

รเมศไม่รู้เรื่องพิมพ์ลภัสถูกกลั่นแกล้งและรุมประณามจากเพื่อนร่วมงาน มัวสั่งงานสีหน้าเคร่งเครียดเรื่องปรับปรุงทางเดินในสวนและระบบไฟฟ้าที่ชอบขัดข้องตอนดึกๆ บวรทัตรู้ทันตามมาแซว

“กลัวโดนเล่นงานถึงขนาดลงทุนสั่งปรับปรุงทางเดินตรงนี้ใหม่เลยเหรอครับ”

“ผมไม่อยากรับฟังเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก อีกอย่างการปรับปรุงภูมิทัศน์ในโรงแรมให้ดูดีและอำนวยความสะดวกให้พนักงาน มันก็เป็นส่วนหนึ่งในแผนงานของเราเหมือนกันไม่ใช่เหรอครับ...”

อภิชาติเป็นห่วงพิมพ์ลภัสที่หายไปนานเลยมาตาม แต่อดีตนางแบบก็ไม่มีอารมณ์จะพูดดีด้วย

“จะตามมาสมน้ำหน้าก็เอาเลย ฉันมันน่าสมเพชในสายตาคนอื่นอยู่แล้ว”

“ผมตามมาชมคุณต่างหาก คุณเป็นคนกล้าหาญมาก คุณปกป้องตัวเองในสิ่งที่ถูก...อย่างเช่นกรณีเมื่อกี้”

“นี่นายรู้เหรอว่าฉันไม่ได้ผิด”

“ครับ...แล้วที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือคุณยอมรับผิดและแก้ไขในสิ่งที่ตัวเองทำผิด ถึง...เอ่อ...ขนาดยอมมาเป็นพนักงานเสิร์ฟใช้หนี้ คงมีไม่กี่คนหรอกที่ยอมทำได้อย่างคุณ”

พิมพ์ลภัสถอนใจยาว ไม่ได้นึกภูมิใจในตัวเองขนาดนั้น “ฉันไม่มีทางเลือกต่างหาก ฉันไม่ใช่คนกล้าหาญอย่างที่นายคิด ฉันมันก็แค่...คนที่ไม่มีที่ไป ไม่มีใครต้องการ แล้วก็เป็นแบบนั้นมาตั้งนานแล้ว”

“แต่มันก็ยังไม่สายที่จะเปลี่ยนตัวเองใหม่ไม่ใช่เหรอครับ”

รเมศที่เพิ่งเสร็จจากสั่งงานลูกน้อง เดินสำรวจรอบสวนและหวังจะรอส่งพิมพ์ลภัสกลับหอพักเหมือนเคย ถึงกับหึงขึ้นหน้า เมื่อเห็นเธอพูดคุยกับอภิชาติอย่างสนิทสนม

อภิชาติไม่รู้เรื่องด้วยยิ้มกว้างให้กำลังใจพิมพ์ลภัสให้ฮึดสู้กับงานบริการ

“ถ้าเราอยากได้ใจใคร เราต้องให้ใจเขาก่อน ถ้าเราอยากได้ความรักจากใคร เราต้องให้ความรักเขาก่อน ถ้าเราอยากได้รับการยอมรับ ได้รับเกียรติจากใคร เราก็ต้องยอมรับและให้เกียรติเขาก่อน”

พิมพ์ลภัสสะท้อนใจมากเพราะเหมือนเขาจะพูดแทงใจดำ แต่ไม่ทันโต้ รเมศที่กำลังโมโหหึงก็โผล่มา

“ผมเตือนคุณแล้วนะพิมพ์ว่าในเวลางานคุณไม่มีสิทธิ์ออกไปนอกพื้นที่บริการโดยไม่มีเหตุผลอันควร”

อภิชาติหน้าเสีย ตั้งท่าจะแก้ตัวแทน แต่ก็ถูกรเมศไล่กลับห้อง พิมพ์ลภัสเลยต้องเผชิญหน้ารเมศตามลำพัง

“ผมบอกแล้วไงว่าห้ามแอบอู้งาน”

“ฉันไม่ได้อู้”

“แล้วที่ออกมาคุยกับพนักงานเสิร์ฟชายสองต่อสองนั่นล่ะ”

“คุณหมายความว่าไง”

“อภิชาติเป็นคนดี แล้วก็เป็นคนซื่อ ผมไม่อยากเห็นเขาถูกหลอกใช้”

พิมพ์ลภัสหน้าชา ถ้อยคำดูถูกของเขาทำให้เธอเจ็บแทบกระอัก แต่เธอจะไม่ยอมร้องไห้ให้เขาเห็นเป็นอันขาด

“คุณเคยว่าฉันว่าสร้างภาพเก่ง ความจริงคุณน่ะเก่งกว่าฉันเยอะ สร้างภาพว่าดูดีแต่ข้างในจิตใจคับแคบสกปรก แต่ก็ดี...ฉันจะได้เลิกรู้สึกผิด ฉันเคยคิดว่าฉันจะไม่มีวันทำแบบนั้นอีก แต่ตอนนี้ให้ฉันหลอกใช้ใครจนโดนตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงหลอกลวงไปจนตาย ฉันก็ยินดีจะทำ ขอแค่ให้ฉันไปให้พ้นจากที่นี่ก็พอ!”

ooooooo

รเมศได้แต่มองตามพิมพ์ลภัสด้วยความสับสนและรู้สึกผิด เกลียดตัวเองนักที่ชอบพูดจารุนแรงกับเธอ แถมใจแข็งไม่ยอมบอกความรู้สึกจริงๆจากใจ พิมพ์ลภัสไม่ได้ยี่หระความคิดของเขา ความโกรธปนน้อยใจที่พลุ่งพล่านทำให้ขาดสติ มุ่งหน้าไปใช้โทรศัพท์สาธารณะของโรงแรมโทร.ทวงหนี้จากกิตติชัย

พวงผกาเป็นคนรับสายแทนเหมือนเคย พิมพ์ลภัสหัวเสียมาก ปรี๊ดลั่นให้ไปตามกิตติชัยมาพูดสายและโอนเงินค่าจ้างที่ค้างมาทั้งหมด แต่ไม่ทันได้เรื่อง ชุติมาที่จับสังเกตอดีตนางแบบอยู่แล้วก็โผล่มาขัดจังหวะ!

พิมพ์ลภัสถึงกับอ้าปากค้างเมื่อชุติมาแย่งโทรศัพท์จากมือและกระแทกหูวางโครมใหญ่

“ทำบ้าอะไรของเธอชุติมา”

“พนักงานไม่มีสิทธิ์มาใช้โทรศัพท์ที่นี่”

“กดขี่กันเกินไปแล้ว แค่โทรศัพท์ก็ยังห้าม”

“มันไม่ใช่การกดขี่ แต่มันคือกฎระเบียบ คนที่ใช้ชีวิตไร้ระเบียบวินัยอย่างเธอคงไม่เข้าใจ อีกอย่าง

คุณรเมศก็สั่งให้ฉันคอยเป็นหูเป็นตาคอยรายงานความไม่ชอบมาพากลของคนที่อาจก่อเรื่องวุ่นวายให้กับที่นี่ โดยเฉพาะคนไม่น่าไว้ใจอย่างเธอ ต้องจับตาดูเป็นพิเศษ เผลอๆอาจจะชวนพวกมาพาหนีเชิดหนี้ไปก็ได้ ใครจะรู้”

เหล่าพนักงานได้ยินเสียงเอะอะเลยตามมามุง

พิมพ์ลภัสอับอายมาก กระแทกไหล่ชุติมากลับไปทำงานในห้องอาหาร บวรทัตผ่านมาได้ยินพอดีเลยเก็บเรื่องราวไปรายงานรเมศ

“คุณเมศคงไม่คิดว่าคุณพิมพ์เธอจะติดต่อนายกิตติชัยเพื่อร่วมมือกันเหมือนครั้งที่แล้วใช่ไหมครับ”

“สำหรับพิมพ์...อะไรก็ไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น”

“แต่เรื่องนี้ผมว่าคุณเมศน่าจะไว้ใจสัญชาตญาณของตัวเองนะครับ คนรักศักดิ์ศรีอย่างคุณพิมพ์ ถึงแม้จะร้ายไปบ้าง แต่คงไม่คิดทำอะไรถึงขั้นเลวหรอกครับ”

“ยังไงก็ประมาทไม่ได้ จับตาดูต่อไป ถ้าพิมพ์ต้องการติดต่อกับนายกิตติชัยจริง มันต้องมีอีกเป็นครั้งที่สองแน่!”

กิตติชัยหน้าซีดเผือดเมื่อรู้จากพวงผกาว่าพิมพ์ลภัสโทร.มาทวงค่าจ้าง แต่ไม่ใช่เพราะกลัวต้องใช้หนี้ แต่ระแวงมากกว่าว่าอดีตนางแบบจะรื้อฟื้นเรื่องเขาพยายามขโมยของรเมศแล้วจะกลายเป็นคดีความ ถนอมเลยถูกกิตติชัยโทร.จิกหลังจากนั้นให้ตามสืบเรื่องอดีตนางแบบอีกครั้ง หวังลากตัวกลับมาปิดปากให้ได้!

พิมพ์ลภัสไม่รู้เรื่องด้วย มัวรับมือกับความหิวแทบจะเป็นลมเพราะไม่ได้กินมื้อเที่ยง แต่ก็ไหว้วานใครให้รับหน้าที่แทนไม่ได้เพราะมีแต่คนเหม็นหน้า กานดาที่รู้สึกผิดเพราะกล่าวหาเพื่อนสาวร่วมห้องโดยไม่ฟังเหตุผล เลยคิดหาทางช่วยด้วยการขอให้เชฟทำข้าวไข่เจียวให้

จินตนามองท่าทางกินอย่างหิวโหยของพิมพ์ลภัสแล้วส่ายหน้าอ่อนใจ ใจหนึ่งก็อ่อนลงมากแล้ว แต่อีกใจก็ยังอคติเพราะเรื่องเก่าๆ ต่างจากกานดาที่มองมาด้วยความชื่นชม

“จริงๆก็น่าเห็นใจนะ คนไม่เคยต้องมาลำบาก แค่นี้ก็ถือว่าอดทนมากแล้ว”

“อดทนอะไรกัน แทบจะตบแขกแล้วเมื่อกี้”

“เธอก็รู้นี่ว่าพิมพ์ไม่ได้ผิด ลูกค้าคนนั้นต่างหากที่เป็นฝ่ายหาเรื่อง”

“เรื่องแค่นี้เธอจะมาใจอ่อนง่ายๆเหรอกาน จำไม่ได้เหรอว่ายัยนั่นร้ายกับเรามายังไง”

กานดาถอนใจยาว เตือนสติเพื่อนสาวให้แยกแยะ “ร้ายก็ส่วนร้าย ดีก็ส่วนดีสิจิน ลองคิดดูสิว่าถ้าเป็นเราที่โดนทุกคนรุมประณาม ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิดบ้างจะรู้สึกแย่แค่ไหน พิมพ์อาจจะนิสัยแย่ไปบ้าง แต่จริงๆแล้วก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ยังไงก็ยังต้องอยู่กันไปอีกนาน อย่าไปถือสาอะไรให้รกสมองเลย”

ooooooo

นอกจากจะช่วยให้พิมพ์ลภัสไม่เป็นลมเพราะหิวกลางห้องอาหารแล้ว กานดายังไถ่โทษและปลอบใจอดีตนางแบบด้วยการขอโทษและยอมให้ใช้พัดลมด้วย

“ไม่กลัวเสียหน้าเสียศักดิ์ศรีเหรอที่มาขอโทษฉัน”

“จะกลัวทำไม ถูกก็ถูก คนจนๆอย่างฉันไม่มีอะไรจะเสีย จะผิดจะถูกก็ยอมรับตรงไปตรงมา จะขอบคุณ ขอโทษอะไรก็มาจากใจล้วนๆ ไม่คิดมากให้เปลืองสมองหรอก”

“ขอบใจนะสำหรับข้าวไข่เจียว อย่างน้อยเธอก็ทำให้ฉันรู้ว่าที่นี่ยังมีคนมีมนุษยธรรมอยู่ตั้งคนหนึ่ง”

“ที่นี่ไม่มีใครใจยักษ์ใจมารหรอกนะ ถ้าเธอจะหัดมองคนอื่นซะใหม่ แล้วถ้าไม่อยากให้ใครดูถูกก็รู้จักหัดสู้ แล้วก็เปลี่ยนแปลงตัวเอง ฉันไม่อยากตกนรกไปทั้งชาติหรอกนะ”

“ลูบหลังแล้วตบหัวเชียวนะ แต่ก็ช่างเถอะ ฉันจะถือว่ามันเป็นแรงผลักดันทำให้ฉันฮึดก็แล้วกัน พรุ่งนี้ฉันจะไปทำงานแต่เช้า บริการลูกค้าไม่ให้ผิดซักโต๊ะเดียว เอาให้คุณพัชรีหาเรื่องด่าฉันไม่ถูกเลยเป็นไง”

“อ๊าย...ให้มันได้อย่างนี้สิ ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่วันนี้ตั้งใจจะให้รางวัลเธอ”

เรื่องวุ่นวายและแรงกดดันทำให้พิมพ์ลภัสประสาทเสีย แต่กำลังใจจากคนรอบข้าง ทั้งกานดาและอภิชาติทำให้ฮึดสู้อีกครั้ง อดีตนางแบบตั้งใจจะทำงานให้ดีขึ้นจะได้ไปให้พ้นๆจากคนใจร้ายที่นี่สักที!

เวลาเดียวกันนั่นเอง รเมศ...คนใจร้ายของพิมพ์ลภัสกำลังหมกมุ่นกับปัญหาของหมู่บ้านปลายดอย โดยเฉพาะเรื่องพ่ออุ๊ยจรัญที่รั้นไม่ยอมขายที่ดินจนภัยอาจมาถึงตัว กิตติชัยคงไม่ยอมปล่อยไว้ เพราะมีผลประโยชน์มหาศาลจากนายทุนต่างชาติรออยู่ บวรทัตที่มารายงานเรื่องโฉนดที่ดินของชาวบ้านพลอยหนักใจไปด้วย

“ถ้าพ่ออุ๊ยยอมขายที่ให้คุณเมศ เรื่องทุกอย่างก็คงง่ายขึ้นนะครับ”

“ผมก็หวังว่าจะทำให้แกเข้าใจและใจอ่อนเร็วๆ ก่อนที่ที่ตรงนั้นจะตกไปอยู่ในมือของคนอื่น”

“ถ้ามีคนใจบุญทำเพื่อชาวบ้านแบบคุณเมศเยอะๆ ก็ดีสิครับ”

“ผมก็ทำได้เท่าที่ได้ล่ะครับ ยังไงก็คงไม่มีเงินจะไปกว้านซื้อที่ดินทั้งประเทศ วันหนึ่งถ้าผมมีลูกหลาน ถ้าลูกหลานคิดไม่ได้ ทำทุกอย่างเพราะเห็นแก่เงิน ก็คงจะทำอะไรไม่ได้...”

ระหว่างที่รเมศพยายามรักษาแผ่นดินเพื่อลูกหลาน กิตติชัยก็ตั้งหน้าตั้งตาจะคว้าผลประโยชน์จากแอนดี้นายทุนต่างชาติให้ได้ และข่าวเช็กจากพวงผกาที่ว่าพิมพ์ลภัสใช้เบอร์โรงแรมจารวีโทร.มาทวงหนี้ก็ทำให้สติแตก

อรอุษาเห็นสามีเครียดจัดเลยปลอบให้ใจเย็นๆ เพราะเชื่อแน่ว่าพิมพ์ลภัสต้องสำคัญบางอย่างกับรเมศ

“ไหนคุณบอกว่าไอ้รเมศมันคั่วอยู่กับมาธวีไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมพิมพ์ลภัสยังอยู่ที่นั่นได้”

“ฉันจะไปรู้เหรอคะ ก็เห็นข่าวเม้าท์กันให้แซ่ดว่านายยศพลน่ะตัวหลอก นายรเมศต่างหากคือตัวจริง แต่จะว่าไปก็แปลกๆนะคะ แม่เลี้ยงลูกเลี้ยงไม่ถูกกันจะตาย ทะเลาะกันทีสื่อตามเล่นข่าวกันโครมๆ แต่นี่เงียบมาก มีแต่ข่าวจากยัยแม่เลี้ยงฝ่ายเดียว ฝั่งยัยลูกเลี้ยงเงียบกริบ”

“มันใช่เวลามาเม้าท์ข่าวบันเทิงไหมคุณ”

“ใจเย็นสิคะ ฉันกำลังจะบอกว่าที่พิมพ์ลภัสยังอยู่กับนายรเมศแล้วไม่เป็นข่าว อาจเป็นเพราะเขาเก็บพิมพ์ลภัสไว้ในฐานะอื่นก็ได้นะคะ คุณลองให้คนของคุณเข้าไปสืบดูสิคะ...”

ooooooo

ถนอมรับคำสั่งไปตามสืบเรื่องพิมพ์ลภัสในโรงแรมจารวี พร้อมกับที่มาธวีได้รับแรงกดดันจากจีน่าให้เร่งเอาคำตอบของรเมศจะยอมขึ้นปกนิตยสารหรือไม่ ส่วนพิมพ์ลภัสไม่ได้สนใจเรื่องคนอื่น วุ่นวายกับงานเสิร์ฟจนทุกคนแปลกใจ โดยเฉพาะรเมศที่ได้รับรายงานจากพัชรีถึงพฤติกรรมของอดีตนางแบบ

“ตั้งใจทำงานขึ้นเยอะ เมื่อวานโดนดุไปชุดใหญ่ เห็นพวกพนักงานเม้าท์กันว่าแอบหลบไปร้องไห้อยู่ตั้งนาน สงสัยจะคิดได้แล้วมั้งคะว่าควรทำตัวยังไงถึงจะทำงานได้ไม่มีปัญหา”

รเมศถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าอดีตนางแบบดังถูกดุจนร้องไห้ แต่ก็ยังทำใจแข็ง “คนเราไม่มีใครเก่งทุกอย่างมาตั้งแต่เกิด เรื่องบางเรื่องเราก็ต้องใช้เวลาเรียนรู้และปรับตัว ขอบคุณนะครับที่ยอมอดทนรับพนักงานแสนดื้อคนนี้ไว้ขัดเกลา”

“คงต้องขัดเกลากันอีกมาก แต่ได้แค่นี้ดิฉันก็โล่งใจไปเยอะแล้วค่ะ ขอตัวไปตรวจงานต่อก่อนนะคะ”

แต่ถึงจะออกตัวแบบนั้น รเมศก็อดรนทนไม่ไหวต้องตามไปดูพฤติกรรมของพิมพ์ลภัสให้เห็นกับตา

“ดูคุณจะปรับตัวได้เร็วนะ”

“ถ้าฉันไม่ปรับตัว ฉันคงนอนตายใต้ฝ่าเท้าคนที่นี่ไปแล้ว”

“ก็ดี...ผมจะได้มั่นใจได้ว่าหนี้ผมจะไม่สูญ”

“คุณไม่ต้องกลัว คนอย่างฉันไม่เคยหนี ฉันชดใช้ให้คุณทุกบาททุกสตางค์แน่!”

รเมศหนักใจมากที่คุยกับพิมพ์ลภัสไม่เข้าใจ แต่ไม่ทันสรตะความคิดตัวเอง มาธวีก็โทร.มาทวงคำตอบเรื่องถ่ายปกนิตยสารเสียก่อน เจ้าของโรงแรมหนุ่มจำต้องรับปากตามมารยาท และเตรียมต้อนรับคณะของนิตยสารและห้องเสื้อมาร์ธาของมาธวีเพื่องานแฟชั่นโชว์ที่จะจัดในอีกไม่กี่สัปดาห์

พิมพ์ลภัสไม่ได้ยี่หระเรื่องอดีตแม่เลี้ยง ตั้งหน้าตั้งตาเรียนเทคนิคงานเสิร์ฟจากเหล่าเพื่อนพนักงานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อภิชาติเสนอตัวเป็นเทรนเนอร์เต็มที่ โดยมีกานดาคอยเสริม ส่วนจินตนามองมาด้วยความหมั่นไส้แกมหึง ไม่ชอบให้อดีตนางแบบป้วนเปี้ยนใกล้ๆ พนักงานเสิร์ฟหนุ่มที่แอบชอบมานาน

พัฒนาการของพิมพ์ลภัสทำให้ทุกคนในห้องอาหารจารวีมองเธอในแง่ดีขึ้น คงมีเพียงจินตนาที่ยังปัดอคติเดิมๆ ทิิ้งไม่ได้ เกิดอาการกระฟัดกระเฟียดจนกานดาสัมผัสได้ และไม่รอช้าจะตามไปเคลียร์

“โกรธเหรอที่ฉันไปดีกับพิมพ์”

“เปล่า...เธอเป็นเพื่อนที่ฉันรักที่สุด ฉันไม่มีวันโกรธเธอหรอก”

“งั้นเธอเป็นอะไรล่ะ หงุดหงิดใครมาเหรอ”

“ฉันจะทำยังไงถึงจะห้ามชาติได้ ฉันไม่อยากให้เขารักพิมพ์ เพราะยังไงยัยนั่นก็ไม่มองชาติหรอก”

“นี่เธอชอบชาติขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ใช่...ฉันไม่อยากเห็นชาติเสียใจ รักคนที่มองไม่เห็นความรักของเรามันเจ็บนะ”

พิมพ์ลภัสแอบได้ยินโดยบังเอิญ อ้าปากค้างไม่อยากเชื่อหูว่าระหว่างเพื่อนร่วมงานทั้งสามจะเป็นรักสามเส้า!

ooooooo

เรื่องรักสามเส้าไม่ทันกระจ่าง พิมพ์ลภัสเข้าใจผิดคิดว่ากานดาหลงรักอภิชาติเหมือนกับจินตนา แต่ความจริงคนที่กานดาชอบไม่ใช่ผู้ชาย อดีตนางแบบรับปากกานดาจะไม่บอกใคร สองสาวซุบซิบกันหน้าเครียดเพราะเรื่องรักๆใคร่ๆ เลยไม่ทันสังเกตว่าถนอมที่ติดรถชาวบ้านมาส่งผักให้โรงแรมจับภาพเธอไว้อย่างจัง!

พิมพ์ลภัสไม่ใช่คนเดียวที่ถูกจับภาพไว้ ถนอมก็ถูกรามกับสุริยนต์ผู้ช่วยจับภาพไว้อีกต่อที่หน้าโรงแรม ก่อนจะถูกนำไปส่งต่อให้รเมศที่กำลังพูดคุยกับขนิษฐาอย่างจริงจังเรื่องพิมพ์ลภัสและงานแฟชั่นโชว์ผ้าไทย

“ความจริงพนักงานคนใหม่ของเราก็เคยเป็นนางแบบมาก่อน คุณเมศน่าจะให้เขาเดินแบบในงานนี้นะคะ จะได้มีเงินมาใช้หนี้โรงแรมได้เร็วขึ้น เรื่องทุกอย่างก็จะได้ไม่ต้องยุ่งยากด้วย”

“ไม่ครับ...พิมพ์ลภัสไม่มีสิทธิ์ที่จะเดินแบบในงานนี้”

“ทำไมคะ...หรือคุณเมศไม่อยากได้เงินคืนเร็วๆ”

“เรื่องเงินน่ะไม่เท่าไหร่หรอกครับ ผมอยากให้เขาสำนึกผิดจริงๆมากกว่า ไม่ใช่คิดว่าขายรูปร่างหน้าตาได้เงินมาง่ายๆแล้วจะมาดูถูกคนอื่น ไม่รู้จักคุณค่าของเงิน ดูถูกคนที่ทำงานต่ำกว่า ดูถูกงานที่เห็นว่าค่าแรงถูก ผมอยากให้เขาเรียนรู้ว่าไม่มีอะไรแก้ไขได้ง่ายๆ โดยเฉพาะได้มาจากการทำผิดด้วยการโกหก”

“สรุปก็คือ...คุณเมศอยากรั้งให้คุณพิมพ์อยู่ที่นี่ไปนานๆ”

คำถามนี้ทำให้รเมศนิ่งไปอึดใจ ขนิษฐาพอจับอาการคนปากแข็งได้เลยแกล้งทิ้งท้าย

“แน่ใจนะคะว่าถ้าทุกอย่างจบลง คุณเมศจะปล่อยเธอไปอย่างที่เคยบอกน้องไว้”

“ผมไม่เคยผิดคำพูด คุณน้องก็รู้...”

ภาพพิมพ์ลภัสในโรงแรมจารวีทำให้กิตติชัยตัดสินใจสั่งให้ถนอมไปปิดปาก จะด้วยวิธีไหนก็ได้แค่อย่าให้อดีตนางแบบโผล่มาเป็นพยานเรื่องซื้อที่ดินของเขา รเมศกับรามก็พอเดาทางได้ คิดจะเพิ่มเวรยามรอบโรงแรมและเข้มงวดกับพิมพ์ลภัสมากขึ้นไม่ให้ไปไหนนอกโรงแรมเด็ดขาด!

พิมพ์ลภัสไม่รู้ตัวจะโดนกักบริเวณ มัวหัวเสียเพราะถูกจินตนาท้าทายให้ทำงานแข่งเพราะหมั่นไส้ที่เพื่อนพนักงานญาติดีกับเธอ กานดามองมาด้วยความเป็นห่วง ทั้งจินตนาที่ตั้งท่าจะเอาชนะและพิมพ์ลภัสที่หัวแข็งจนน่าเหนื่อยใจ แล้วอดีตนางแบบก็ได้พิสูจน์ตัวเอง เมื่อเห็นคาตาว่าคู่แข่งของเธอถูกลูกค้าฝรั่งลวนลาม!

แล้วก็เป็นเรื่องจนได้ เมื่อจินตนาถูกลูกค้าฝรั่งหาเรื่องเพราะไม่ยอมเล่นด้วย พิมพ์ลภัสเกือบจะไม่ยุ่งแล้ว ถ้าหากจะไม่ได้ยินเพื่อนพนักงานพูดถึงความลำบากของจินตนาที่ต้องหาเงินไปรักษาพ่อ และเสียงโวยวายของลูกค้าฝรั่งจอมลามกก็ทำให้อดีตนางแบบดังปัดทิฐิทิ้ง เดินหน้าไปเอาเรื่องเพื่อปกป้องจินตนา

“อย่าคิดนะว่าทำอะไรแล้วจะไม่มีใครรู้ใครเห็น ฉันเห็นกับตาว่าแกลวนลามเพื่อนฉัน แกจับก้นเพื่อนฉัน!”

รเมศ บวรทัต รามและขนิษฐาที่กำลังคุยเรื่องกิตติชัยได้ยินเสียงเอะอะจากห้องอาหารจารวีก็รีบไปดู ทันเห็นวีรกรรมห้าวหาญของพิมพ์ลภัสที่ต่อปากต่อคำกับลูกค้าฝรั่งอย่างเผ็ดร้อนเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของเพื่อนร่วมงาน

“โกหก! ฉันจะฟ้อง แกโดนไล่ออกแน่”

“นึกว่าฉันจะกลัวเหรอ จะไล่ออกก็เชิญ แต่ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงเหมือนกัน”

“ไม่ต้องมาถ่วงเวลา ผู้จัดการอยู่ไหน ไปเรียกมาเดี๋ยวนี้”

รเมศยืนฟังทุกอย่างเงียบๆ ก่อนจะตัดสินใจโพล่งออกไป

“ผมเป็นเจ้าของที่นี่ ผมยินดีจะไล่พนักงานคนนี้ออก...ถ้าผมพิสูจน์ได้ว่าเธอไม่ได้พูดโกหก!”

ooooooo

.

..........

บ่วงหงส์ ตอนที่ 8

พิมพ์ลภัสตั้งท่าจะปรี๊ดเต็มที่ แต่ก็ต้องผิดคาดเมื่อรเมศไม่ได้ซ้ำเติมเธอ แถมออกหน้าปกป้องต่างหาก ลูกค้าจอมหื่นโกรธมาก โวยวายกลบเกลื่อนความผิดตัวเองจนรเมศต้องขู่เสียงเข้ม

“ที่ห้องอาหารนี้มีกล้องวงจรปิดมากกว่าห้าตัว คงพิสูจน์ได้แน่ว่าใครพูดความจริง ถ้าพนักงานผมทำเกินกว่าเหตุ ผมจะไล่ออกทันที แต่ถ้าคุณทำอนาจารพนักงานของผมจริง ผมคงต้องเชิญคุณไปคุยกันที่สถานีตำรวจ”

“วงจรปิดบ้าบออะไรกัน ได้! ไม่รับผิดชอบก็ได้ แต่จำไว้เลยนะ ผมจะไม่มีวันมาเหยียบที่นี่อีก”

แหวจบก็ผละหนี แต่ก็ถูกพิมพ์ลภัสตามไปทวงค่าอาหารหน้าตาย

“เดี๋ยวก่อน...จะรีบไปไหน คุณยังไม่ได้จ่ายค่าอาหารเลย จะจ่ายสดหรือชาร์จจากบิลค่าห้องพักดีคะ”

ลูกค้าจอมหื่นหน้าเสีย ก่อนทำเป็นฮึดฮัดควักเงินจ่ายแบบไม่เต็มใจนัก รเมศมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตานิ่งเฉย มองไม่ออกว่าเห็นด้วยหรือไม่ชอบใจจนพิมพ์ลภัสเริ่มใจไม่ดี

จินตนาโล่งใจมากที่ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ แต่ก็ไม่วายถูกพัชรีเรียกมาดุเพราะกลัวไม่เข้าเรื่อง

“กล้าได้ทุกอย่าง แล้วเรื่องแบบนี้ทำไมถึงไม่กล้า”

“คุณพัชรีบอกเสมอว่าลูกค้าคือพระราชา เราต้องอดทน ต้องเอาใจเขาเสมอนี่คะ”

พัชรีส่ายหน้าอ่อนใจ “เหลวไหล ทฤษฎีนั่นน่ะใช้เฉพาะกับพระราชาที่มีคุณธรรม ไม่ใช่ฝรั่งกุ๊ยข้างถนนแบบนั้น ทีหลังถ้าเจอแบบนี้อีกต้องรายงานฉันรู้ไหม”

พิมพ์ลภัสได้ที สนับสนุนใหญ่ “ใช่...ทีหลังอย่ามัวแต่อาย เพราะสิ่งที่เธอจะได้คือความเจ็บใจ ทั้งเจ็บใจตัวเองและเจ็บใจไอ้กุ๊ยนั่น คนที่ต้องอายไม่ใช่เธอ ไอ้ฝรั่งลามกนั่นต่างหากที่ต้องอาย”

รเมศที่เงียบอยู่นาน โพล่งขึ้นอย่างอดไม่ได้ “พิมพ์ลภัสพูดถูก ถ้าเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก ทุกคนไม่ต้องกลัว แจ้งผู้จัดการได้ทันที โรงแรมของเรามีนโยบายให้พนักงานปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างดีที่สุดก็จริง แต่ถ้าลูกค้าทำไม่ถูกไม่ควร โรงแรมของเราก็พร้อมจะปกป้องพนักงานของเราอย่างดีที่สุดเหมือนกัน”

ท่าทีเห็นด้วยของเขาทำให้พิมพ์ลภัสใจชื้น หันไปสบตาขอความดีความชอบ

“สรุปว่าฉันก็ไม่โดนไล่ออกหรือลงโทษใดๆใช่ไหม”

“ใช่...แต่ถ้ามีครั้งต่อไป ขอความกรุณาช่วยควบคุมอารมณ์แล้วก็แก้ไขปัญหาอย่างมีสติ ผมจะขอบคุณมาก”

บวรทัตมารายงาน หลังจากนั้นเรื่องลูกค้าจอมหื่นเช็กเอาต์จากโรงแรมพร้อมความอับอาย รเมศเบาใจมากที่ไม่ต้องวุ่นวายอีก เช่นเดียวกับขนิษฐาที่ชื่นชมความกล้าหาญของพิมพ์ลภัสอย่างจริงใจ

“ถึงเขาจะช่วยปกป้องเพื่อนร่วมงานก็จริง แต่ก็เกือบทำให้โรงแรมเราโดนฟ้องเพราะพนักงานทำร้ายร่างกายลูกค้านะครับ ขืนไปชมเข้าล่ะก็ ผมเกรงว่าจะเอาใหญ่”

ขนิษฐารู้ทันคนปากแข็ง แกล้งพูดให้คิด “แต่บางครั้งการที่เราต้องพยายามอยู่ฝ่ายเดียวมันก็ทำให้เหนื่อยแล้วก็ท้อนะคะ แล้วถ้าเราเหนื่อยเราท้อ บางทีเราก็อาจจะหมดกำลังใจไปง่ายๆเหมือนกัน”

พูดจบก็ผละไปทำงาน ทิ้งรเมศให้ยืนอึ้ง บวรทัตเห็นด้วยกับขนิษฐาเลยเสริมทิ้งท้ายยิ้มๆ

“ถ้าเป็นผม...ผมจะไม่ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากหรอกครับ รู้สึกยังไงก็พูดไปตรงๆดีกว่า”

ooooooo

วีรกรรมของพิมพ์ลภัสทำให้ใครต่อใครมองเธอแง่ดีขึ้น โดยเฉพาะจินตนาที่รอดเงื้อมือลูกค้าจอมหื่นได้เพราะอดีตนางแบบออกโรงปกป้อง รเมศก็รู้ความจริงข้อนี้ดีและตัดสินใจเขียนข้อความลงโพสอิทแปะไว้ด้านในหนังสือเกี่ยวกับงานบริการที่พิมพ์ลภัสทำตกไว้ในสวนตอนเข้าใจผิดว่าถูกผีหลอกเมื่อหลายวันก่อน

พัชรีได้รับมอบหมายจากรเมศให้คืนหนังสือ

พิมพ์ลภัส เลยถือโอกาสเรียกมาชมเชยเรื่องวีรกรรมเด็ดหลังเลิกงาน “วันนี้เธอทำดีมากนะพิมพ์ลภัส ฉันขอบใจเธอมาก นอกจากเธอจะช่วยเพื่อนแล้ว ยังช่วยไม่ให้โรงแรมต้องเสียเงิน เสียชื่อเสียง ถึงการกระทำของเธอมันจะดูห่ามเกินไปหน่อยก็เถอะ เอาเป็นว่าฉันขอชมเชย”

“จะชมทั้งทียังอุตส่าห์รอจนคนกลับไปหมดแล้วนะคะ”

“จะชมต่อหน้าหรือลับหลังใครมันไม่สำคัญ มันอยู่ที่ใจเรามากกว่า เรารู้ดีที่สุดว่าเราทำอะไร เมื่อก่อนฉันเคยดูถูกเธอ แต่ความจริงแล้วคนอย่างเธอคิดจะทำดีก็ทำได้เหมือนกัน”

“ถ้างั้นขอเปลี่ยนจากคำชมเป็นเงินที่จะจ่ายเป็นค่าอาหารกับค่าซักรีดให้อีตาฝรั่งกุ๊ยนั่นแทนได้ไหม”

“นึกแล้ว...ชมยังไม่ทันถึงห้านาที ดียังไม่ทันข้ามวันเลยนะ ดีแตกซะแล้ว คนอย่างเธอต้องดูกันไปยาวจริงๆ”

รเมศคอยดูอยู่แล้วและแอบตามมาส่งพิมพ์ลภัสกลับหอพักเหมือนเคย แต่ก็ถูกอภิชาติที่เป็นห่วงอดีตนางแบบเช่นกันตัดหน้า เลยต้องหมุนตัวกลับเซ็งๆ หึงจัดเพราะโอกาสไม่เป็นใจสักที!

คำชื่นชมจากคนรอบข้างทำให้พิมพ์ลภัสรู้สึกดี ภูมิใจมากที่ได้ทำเพื่อคนอื่นบ้าง และข้อความให้กำลังใจบนแผ่นโพสอิทที่มากับหนังสือที่ได้รับจากพัชรีก็ทำให้ยิ้มกว้าง

“The beginning is always the hardest. Don’t give up.”

พิมพ์ลภัสเปิดดูผ่านๆ ก่อนจะวางลงเพื่อเข้านอน แต่ในใจก็แอบทึ่ง เข้าใจเองว่าอภิชาติเป็นคนเขียนข้อความให้กำลังใจการเริ่มต้นงานบริการของเธอ...ว่าถึงจะเป็นเรื่องยากที่สุด แต่เธอก็จะไม่ยอมแพ้แน่นอน

พิมพ์ลภัสหลับฝันดีตลอดคืน ต่างจากรเมศที่งุ่นง่านเพราะหึงพิมพ์ลภัสกับอภิชาติ และสีหนาทเพื่อนสนิท หุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรมจารวีและญาติหนุ่มของขนิษฐาก็เหมือนจะรู้ โทร.มาหยั่งเชิงแต่เช้าของวันต่อมา

รเมศทำไขสือ แหวกลบเกลื่อนให้เพื่อนรักห่วงนาราหรือหนูนาแฟนสาวของเขามากกว่า

สีหนาทยิ้มกว้าง แซวกลับ “จำไม่ได้เหรอ...เมื่อก่อนแกเคยถูกเพื่อนสาววายแซวว่าเป็นเมียฉัน แหม...เดี๋ยวนี้เมียเป็นข่าวกับสาวๆคนโน้นคนนี้ ผัวเห็นข่าวเมียในหน้าบันเทิงบ่อยกว่าหน้าเศรษฐกิจอีก”

“ไอ้สิงห์! ถ้าเรียกฉันว่าเมียอีกคำเดียว เจอหน้ากันคราวหน้าฉันต่อยแกคว่ำต่อหน้าหนูนาแน่”

“เออๆ ขอโทษ...แล้วตกลงทั้งหมดที่เป็นข่าวมีตัวจริงบ้างไหมวะ”

“ไม่มี...นักข่าวก็นั่งเทียนเขียนทั้งนั้นแหละ”

“รวมถึงนางแบบที่ชื่อพิมพ์ลภัสด้วยเหรอวะ ได้ยินว่าตอนนี้หายหน้าหายตาจากวงการ ไม่รู้ใครเอามาเก็บไว้”

“ลืมไป...แกวางสายไว้ที่โรงแรมเยอะ”

“แกยังปากหนัก ปากไม่ตรงกับใจ ทำให้เรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากอยู่หรือเปล่า”

รเมศถึงกับพูดไม่ออก คำพูดของเพื่อนรักแทงใจดำอย่างแรง สีหนาทเลยถือโอกาสแนะนำ

“จะบอกให้นะไอ้เมศ แกอยากทำอะไรก็ทำสิ อยากใกล้ชิดก็ไปหา อยากคุยด้วยก็คุยดีๆ อย่าเอาแต่ดุด่าเขา แกเป็นเจ้าของโรงแรม เป็นเจ้านาย เป็นเจ้าหนี้ด้วย แกอยากทำอะไรก็ทำได้อยู่แล้ว ไม่รู้จะคิดมากไปทำไม”

“เหมือนที่แกใช้ตำแหน่งหน้าที่เอาหนูนามาไว้ใกล้ตัวใช่ไหม”

“แกก็เอาอย่างฉันสิ หัดใช้หัวใจนำหน้าเหตุผลบ้าง...”

ooooooo

นอกจากวีรกรรมของพิมพ์ลภัสจะทำให้เพื่อนร่วมงานยอมรับในตัวเธอมากขึ้นแล้ว บรรดาหัวหน้างานทั้งพัชรีและนงนุชก็พลอยโล่งใจขึ้นด้วย รเมศเลยตัดสินใจให้เธอทำตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟเหมือนเดิม

และเพื่อพิสูจน์คำแนะนำของสีหนาทเพื่อนรัก รเมศเลยลงไปดูการทำงานของพิมพ์ลภัสถึงห้องอาหาร พัชรีเรียกให้อดีตนางแบบไปบริการ เพราะเจ้านายหนุ่มจงใจเลือกนั่งในโซนของเธอ พิมพ์ลภัสอิดออดแต่สุดท้ายก็เดินไปยื่นเมนูให้เขาเลือกอาหารแบบเสียไม่ได้ รเมศเลยแกล้งถามถึงเมนูแนะนำและความเห็นของเธอ

“รสชาติเป็นยังไง แล้ว...คุณชอบไหม”

พิมพ์ลภัสผงะ ก่อนจะตอบตามที่คิด “ก็ชอบค่ะ เพิ่งเคยได้กินเป็นครั้งแรก”

“งั้นก็เอาอันนี้แหละ แล้วก็เอายำพริกหยวกไข่ต้มยางมะตูม”

“มันเผ็ดนะคะ คุณกินเผ็ดได้ใช่ไหม”

รเมศตาเป็นประกาย ย้อนถาม “เป็นห่วงเหรอ”

“ฉันก็ห่วงแขกทุกคนนั่นแหละค่ะ เกิดท้องไส้ผิดสำแดงขึ้นมา เดี๋ยวมาโทษว่าฉันไม่เตือนก่อนอีก!”

ท่าทางเขินๆของเธอทำให้รเมศชอบใจ พิมพ์ลภัสเห็นแววตารู้ทันก็รวนกลบเกลื่อน บอกให้เขาสั่งของหวานเลยทีเดียว พัชรีเห็นท่าทางอดีตนางแบบฮึดฮัดเลยเดินมาดู รเมศเลยแกล้งฟ้อง

“ทุกอย่างเกือบจะเรียบร้อยครับ ถ้าพิมพ์ลภัสไม่บอกให้ผมสั่งอาหารกับของหวานไปเลยทีเดียว”

พัชรีหันไปส่งสายตาดุทันที พิมพ์ลภัสเลยต้องรีบแก้ตัว

“ฉันแค่หวังดี สั่งทีเดียวจะได้ไม่ต้องรอนานไง ไม่ได้ขี้เกียจซะหน่อย”

“ไม่ได้ขี้เกียจ แต่กลัวที่ต้องเผชิญหน้าใช่ไหม”

“ไม่ได้กลัว! แค่อึดอัด...ก็คุณตั้งใจมาจับผิดฉันนี่!”

พิมพ์ลภัสแหวเสียงเขียวแบบลืมตัว พัชรีเลยไล่ไปส่งออเดอร์ในครัว รเมศได้แต่มองตามเซ็งๆ...ตั้งใจมาพูดดีด้วยแท้ๆแต่ก็จบไม่สวยเหมือนเคย

กว่ามื้ออาหารจะเสร็จสิ้น พิมพ์ลภัสก็ต้องถอนหายใจไม่รู้กี่รอบ แววตายิ้มๆและท่าทางกวนประสาทของรเมศทำให้ระแวง และเมื่อเห็นว่าเขาอิ่มจึงเดินไปเก็บจาน เจ้าของโรงแรมหนุ่มอยากยืดเวลาอยู่กับเธอเลยขอให้เติมน้ำ อดีตนางแบบรู้ดีว่าเขาแกล้งเลยรินแบบกระแทกกระทั้น น้ำเลยล้นหกใส่เสื้อสูทของเขาเต็มๆ!

พัชรีเห็นความวุ่นวายก็ตามมาดู เอ็ดเสียงดังจนพิมพ์ลภัสต้องขอโทษยกใหญ่ รเมศเห็นท่าทางจ๋อยๆก็นึกสงสาร แต่ก็ฟอร์มจัด ทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน

“จะตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ คุณก็ต้องรับผิดชอบ ตามผมไปที่ห้องทำงานเดี๋ยวนี้!”

ooooooo

ระหว่างที่รเมศหาทางทำโทษพิมพ์ลภัส มาธวีก็โดนกดดันอย่างหนักจากสมานเสี่ยจอมหื่นที่อยากได้พิมพ์ลภัสเป็นเมียน้อย ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อมาร์ธาเหนื่อยใจมาก ก่อนจะตาเป็นประกายเมื่อเสี่ยจอมหื่นเสนอเพิ่มค่าจ้างให้เป็นพิเศษถึงหนึ่งล้านบาทหากหาตัวพิมพ์ลภัสพบ

มาธวีอยากได้เงินมากแต่ก็จนใจจะตามหาตัวอดีตลูกเลี้ยง พลันก็เหมือนโชคช่วย เมื่อจู่ๆหนึ่งในลูกค้าประจำห้องเสื้อของเธอก็โผล่มาพร้อมภาพถ่ายของ

พิมพ์ลภัสในชุดพนักงานเสิร์ฟของโรงแรมจารวี!

พิมพ์​ลภัส​ไม่​สำ​เหนี​ยก​ถึง​อันตราย​จาก​อดีต​แม่เลี้ยง​ที่​เตรียม​มา​หาเรื่อง​ถึง​เชียงราย มัว​หัวเสีย​เพราะ​ถู​กร​เมศ​ลาก​ตัว​ไป​ดู​เขา​เปลี่ยน​เสื้อ​ผ้า​ใน​ห้อง​ทำ​งาน รเมศ​แกล้ง​เดิน​ไป​เดิน​มา​แต่​ไม่​ยอม​เปลี่ยน​เสื้อ​จน​เธอ​ต้อง​โวย

“ว้าย! แล้ว​ทำไม​ยัง​ไม่​ใส่​เสื้อ​อีก”

“เสื้อ​ที่​สำรอง​ไว้​ที่​นี่​ส่ง​ซัก​หมด​พอดี”

“ฉัน​ไป​เอา​ตัว​ใหม่​ให้”

“ไม่​ต้อง...เดี๋ยว​ผม​ให้​คุณ​บวร​ทัต​จัดการ​ให้ ส่วน​คุณ...เอา​สูท​กับ​เสื้อ​ไป​แผนก​ซัก​รีด รีด​ให้​ดีๆแล้ว​เอา​กลับ​มา​คืน​ผม ที่​สำคัญ​คือ​คุณ​ต้อง​ทำ​เอง​ทั้งหมด อย่า​ให้​ผม​รู้​ว่า​ไป​ใช้​ใคร​ทำให้​นะ”

พิมพ์​ลภัส​หน้าเสีย ก่อน​จะ​บอก​เสียง​ห้วน “ฉัน​ทำ​ไม่​เป็น!”

“ก็​หัด​ทำ​ซะ มี​ปาก​ก็​ถาม​เขา​ว่า​ทำ​ยัง​ไง คน​อื่น​มี​งาน​ต้อง​ทำ มา​นั่ง​ช่วย​คุณ​แก้​ปัญหา​ไม่ได้​ตลอด​หรอก​นะ หรือ​จะ​ให้​ผม​ลงโทษ​คุณ​ด้วย​วิธี​อื่น...อย่าง​เช่น...หัก​เงินเดือน”

“อย่า​หัก​นะ ฉัน​จะ​พยายาม​ทำ”

รเมศ​ชอบใจ​มาก​ที่​ปราบ​พยศ​อดีต​นาง​แบบ​ได้ พิมพ์​ลภัส​ได้​แต่​กลอก​ตา​เซ็งๆ แต่​ก็​ยอม​เดิน​ไป​ห้อง​ซักรีด​เพราะ​ไม่​อยาก​โดน​หัก​เงินเดือน เหล่า​พนักงาน​ซัก​รีด​เห็น​หน้า​อดีต​นาง​แบบ​ก็​เริ่ม​ผวา กลัว​จะ​มี​เรื่อง ก่อน​จะ​ได้​มอง​หน้า​กัน​งงๆเมื่อ​พิมพ์​ลภั​สบ​อก​ว่า​จะ​ขอ​เอา​เสื้อ​ของ​รเมศ​มา​ซัก

“เดี๋ยว​ฉัน​ทำ​เอง​ค่ะ พวก​คุณ​คง​งาน​ล้น​มือ​แล้ว”

“แล้ว​เธอ​ไม่​ไป​ทำ​งาน​ของ​เธอ​หรือ​ไง มา​ทำ​งาน​อื่น​แบบ​นี้ งาน​ตัว​เอง​ก็​เสีย​หมด เอาเปรียบ​พนักงาน​คน​อื่น​ด้วย”

“คุณ​พัช​รี​อนุญาต​แล้ว​ค่ะ จริงๆก็​เพราะ​ฉัน​ซุ่มซ่าม​ทำ​น้ำ​หก​ใส่​คุณ​รเมศ​ก็​เลย​ต้อง​รับผิดชอบ​ด้วย​ตัว​เอง”

“หัด​ระมัดระวัง​ให้​มาก​กว่า​นี้​สิ ยัง​ดี​ที่​เป็น​คุณ​เมศ ถ้า​เป็น​แขก เธอ​โดน​มาก​กว่า​นี้​อีก พอๆ...ฉัน​ไม่​ใช่​หัวหน้า​โดย​ตรง​ของ​เธอ ไม่​อยาก​จะ​บ่น​อะไร​มาก ที่​บ่น​นี่​ก็​หวัง​ดี​หรอก​นะ จะ​ทำ​อะไร​ก็​ไป​ทำ​เถอะ”

พนักงาน​ซัก​รีด​ทำท่า​จะ​ผละ​ไป​ทำ​งาน​ของ​ตน พิมพ์​ลภัส​คิด​นิดเดียว​ก่อน​จะ​ขอ​ให้​สอน​ซัก​รีด​เสื้อ เหล่า​พนักงาน​ได้ยิน​ก็​ถึง​กับ​อึ้ง แต่​ก็​ใจ​ไม่​แข็ง​พอ​จะ​ปล่อย​ให้​อดีต​นาง​แบบ​ซัก​รีด​ผ้า​เอง​ตามลำพัง

พิมพ์​ลภัส​พยายาม​สุด​ความ​สามารถ จน​พนักงาน​ซัก​รีด​ที่​ช่วย​สอน​บอก​ว่า​พอใช้ได้​จึง​นำ​ไป​คืน​รเมศ

“ฉัน​ทำ​ดี​ที่สุด​แล้ว แต่​ถ้า​คุณ​ไม่​พอใจ เดี๋ยว​ฉัน​ส่ง​ซักแห้ง​ให้​ก็ได้”

รเมศ​มอง​ฝีมือ​อดีต​นาง​แบบอย่าง​ละเอียดลออ พอใจ​ที่​เธอ​ทำ​ด้วย​ตัว​เอง “ไม่​ต้อง...ผม​แค่​อยาก​ให้​คุณ​รับผิดชอบ​สิ่ง​ที่​คุณ​ทำ ถึง​มัน​จะ​ไม่​เรียบร้อย​เท่า​ไหร่​แต่​ก็​ถือว่า​ใช้ได้​สำหรับ​คน​เพิ่ง​เคย​รีด​ผ้า​เป็น​ครั้ง​แรก”

“ฉัน​รับผิดชอบ​เรียบร้อย​แล้ว ขอ​กลับ​ไป​ทำ​งาน​ต่อ​ก่อน​นะ​คะ”

พิมพ์​ลภัส​จะ​ผละ​ไป รเม​ศอ​ยาก​อยู่​กับ​เธอ​ต่อ​เลย​พยายาม​ยื้อ​ไว้​อีก​ครั้ง

“ช่วย​ผม​ใส่​เสื้อ​หน่อย​สิ”

“เอ่อ...ฉัน​ว่า​อัน​นี้​ฉัน​ไม่​ต้อง​รับผิดชอบ​นะ ใน​เมื่อ​คุณ​เป็น​คน​ถอด​เอง”

“แต่​คุณ​เป็น​คน​ทำให้​ผม​ต้อง​ถอด ถ้า​คุณ​รู้จัก​ควบคุม​อารมณ์​และ​ระมัดระวัง​มาก​กว่า​นี้ ผม​ก็​ไม่​ต้อง​เปียก แล้ว​คุณ​ก็​ไม่​ต้อง​มา​ยืน​อยู่​ตรง​นี้ เอาเป็นว่า​นี่​เป็น​บทลงโทษ​ที่​คุณ​ซุ่มซ่าม ไม่​มี​น้ำอดน้ำทน​แล้วกัน”

เหตุผล​ของ​รเมศ​ทำเอา​พิมพ์​ลภัส​พูด​ไม่​ออก ยอม​ขยับ​ไป​สวม​เสื้อ​ให้​แต่​โดย​ดี พลัน​บรรยากาศ​รอบ​ตัว​ก็​คลาย​ความ​ตึงเครียด กลาย​เป็น​ความ​อ่อนหวาน​ที่​ทำให้​หัวใจ​เต้น​แรง ก่อน​ที่​ทุก​อย่าง​จะ​สูญ​สลาย​เพราะ​โทรศัพท์​ของ​รเมศ​ที่​แผด​เสียง​ลั่น​ทำให้​ทั้ง​สอง​ตื่น​จาก​ภวังค์...

ooooooo

มา​ธ​วี​นั่นเอง​ที่​โทร.​ขัดจังหวะ พิมพ์​ลภัส​รีบ​ใส่​เสื้อ​ให้​จน​เสร็จ​แล้ว​ผละ​ไป​ทำ​งาน รเมศ​ได้​แต่​มอง​ตาม​ด้วย​ความ​เสียดาย ก่อน​จะ​รวบรวม​สติ​แตก​กระเจิง​รับ​สาย​ม่าย​สาว​เจ้าของ​ห้อง​เสื้อ มา​ธ​วี​ไม่​รอ​ช้า​ขอ​ไป​เตรียม​งาน​ล่วงหน้า​ที่​เชียงราย​  รเมศ​แปลก​ใจ​ที่​อีกฝ่าย​อยาก​มา​เร็ว​แต่​ก็​ตอบ​รับ​โดย​ดี​เพราะ​เห็น​ว่าเป็นงาน

ขนิษฐา​ทราบ​เรื่อง​จาก​บวร​ทัต​ที่​ต้อง​จัด​เตรียม​ห้อง​พัก​และ​รถ​รับ​ส่ง​จาก​สนาม​บิน​ให้​ทีม​งาน​ของ​มา​ธ​วี อด​ไม่ได้​จะ​เข้าไป​คุย​กับ​รเมศ กลัว​พิมพ์​ลภัส​จะ​มี​เรื่อง​กับ​มา​ธ​วี

“เธอ​อยาก​มา​เตรียม​งาน​เนิ่นๆ ถ้า​คุณ​น้อง​ไม่​ติด​อะไร ผม​รบกวน​มา​ต้อนรับ​คุณ​วี​กับ​ผู้​ช่วย​ด้วย​ได้​ไหมครับ”

“ได้​ค่ะ แต่​น้อง​ว่า​คุณ​เมศ​ควร​จะ​เตือน​คุณ​พิมพ์​ล่วงหน้า​ด้วย​นะ​คะ เดี๋ยว​เจอ​หน้า​กัน​แล้ว​ได้​ปะทะ​เปิดเปิง​กัน​ไป​หมด ได้​ข่าว​ว่า​อดีต​แม่เลี้ยง ​ลูกเลี้ยง​คู่​นี้​เขา​ยิ่ง​ไม่ค่อย​ลงรอยกัน​อยู่​ไม่​ใช่​เหรอ​คะ”

รเมศ​ถอน​ใจ​ยาว รู้​ดี​แต่​คิด​ว่า​ควบคุม​ได้ “ผม​จะ​หา​ทาง​บอก​พิมพ์​ลภัส​แล้วกัน​นะ​ครับ​ว่า​ไม่​มี​สิทธิ์​ไป​ปะทะ​อะไร​กับ​ใคร​ทั้งนั้น ตอน​นี้​เขา​เป็น​พนักงาน​ของ​โรงแรม ส่วน​คุณ​วี​เป็น​แขก​ที่​เรา​เชิญ​มา พิมพ์​ลภัส​ต้อง​เจียม​ตัว​ว่า​ใน​ฐานะ​พนักงาน เขา​ไม่​มี​สิทธิ์​ก้าวร้าว​หรือ​ทำ​กิริยา​ไม่​ดี​ใส่​แขก​อย่าง​เด็ดขาด!”

ขนิษฐา​ส่าย​หน้า​อ่อนใจ​กับ​ความ​ปากแข็ง​ของ​รเมศ สังหรณ์​ใจ​ว่า​เรื่อง​อาจ​ไม่​ราบรื่น​อย่าง​ที่​เขา​คิด...

คำ​เตือน​ของ​ขนิษฐา​ทำให้​รเมศ​คิด​หนัก ก่อน​จะ​บุก​มา​หา​พิมพ์​ลภัส​ถึง​หอพัก​กลางดึก​ของ​วัน​เดียวกัน อดีต​นาง​แบบ​หน้า​เจื่อน กลัว​เขา​หาเรื่อง​ลงโทษ​หรือ​กวน​ประสาท​เธอ​อีก แต่​ก็​ยัง​ทำใจ​สู้​โพล่ง​ออก​ไป

“คุณ​มี​เรื่อง​อะไร​สำคัญ​เหรอ​คะ  ถึง​ต้อง​มา​พูดให้​ได้​ตอน​ตี​หนึ่ง”

“พอดี​เห็น​ว่า​พรุ่งนี้​คุณ​หยุด ผม​เลย​จะ​มา​เตือน​คุณ​ไว้​ก่อน...คณะ​ของ​คุณ​มา​ธ​วี​จะ​เดินทาง​มา​พัก​ที่​โรงแรม​ตั้งแต่​วัน​พรุ่งนี้​เพื่อ​เตรียม​งาน​แฟชั่น​โชว์ คุณ​วี​เขา​อยาก​มา​เตรียม​งาน​ตั้งแต่​เนิ่นๆ”

พิมพ์​ลภัส​เบ้​ปาก พึมพำ​แขวะ​อดีต​แม่เลี้ยง​ที่​ชอบ​สร้าง​ภาพ รเมศ​ได้ยิน​แว่วๆเลย​ดุ​เสียง​เข้ม

“อย่า​กล่าวหา​คน​อื่น​ทั้งๆที่​ตัว​เอง​ก็​เป็น​อย่าง​นั้น​สิ​พิมพ์​ลภัส”

“ฉัน​เป็น​แบบ​นั้น​เมื่อ​ไหร่​กัน!”

“ต้อง​ให้​ผม​บอก​อีก​เหรอ​ว่า​คุณ​เคย​สร้าง​ภาพ​ต่อหน้า​ผม​ยัง​ไง ตอน​ไหน”

พิมพ์​ลภัส​หน้า​ตึง “เอาเป็นว่า...ขอบคุณ​นะ​คะ​ที่​อุตส่าห์​มา​เตือน”

“ไม่​ต้อง​ขอบคุณ​ผม ผม​ก็​แค่​กลัว​ว่า​คุณ​สร้าง​ปัญหา​อีก จำ​ไว้​นะ​พิมพ์​ลภัส...​ตอน​นี้​คุณ​เป็น​พนักงาน​ของ​โรงแรม คุณ​ต้อง​ให้​ความ​เคารพ​และ​ให้​ความ​สะดวก​กับ​แขก ถึง​แม้​แขก​คน​นั้น​จะ​เป็น​อดีต​แม่เลี้ยง​ที่​คุณไม่​ชอบ​หน้า​ก็​เถอะ”

ถ้อยคำ​ตอก​ย้ำ​สถานะ​ตกต่ำ​ทำให้​พิมพ์​ลภัส​ต้อง​กลั้น​น้ำตา​แทบ​แย่ ก่อน​จะ​ทำ​เสียงแข็ง​กลบเกลื่อน

“ฉัน​จำ​ได้​ค่ะ​ว่า​ตอน​นี้​ฉัน​เป็น​ใคร ทำ​อะไร​อยู่ ฉัน​จะ​พยายาม​เคารพ​และ​ให้​ความ​สะดวก​แก่​แขก​เท่า​ที่​ฉัน​เห็น​สมควร แต่​คุณ​ก็​ควร​เตือน​แขก​พิเศษ​ของ​คุณ​ด้วย​ว่า​แขก​ที่​ดี​ควร​ทำตัว​ยัง​ไง เพราะ​ถ้า​เขา​หาเรื่อง​ฉัน ฉัน​ไม่​อยู่​เฉย​แน่!”

พิมพ์​ลภัส​สะบัด​หน้า​จาก​ไป​แล้ว ทิ้ง​รเมศ​ให้​มอง​ตาม​ด้วย​ความรู้สึก​ผิด​ที่​ไม่​เคย​พูด​ดีๆกับ​เธอ​ได้​เลย เมื่อ​สี​หนา​ท​รู้​เรื่อง​วีรกรรม​ปาก​ไม่​ตรง​กับ​ใจ​ของ​เพื่อน​รัก ก็​อด​ไม่ได้​จะ​ปลอบ​และ​ให้​กำลังใจ

“วัน​นี้​ไม่​ดี วัน​หน้า​ก็​ทำให้​ดี​กว่า​วัน​นี้ เรื่อง​ความรัก​มัน​ต้อง​ใจเย็นๆ”

“ทำ​อย่าง​กับ​แก​ใจเย็น​นัก​นี่”

“ความ​รัก​ของ​ใคร​ก็​ของ​มัน​สิ​วะ วิธีการ​มัน​แตกต่าง​กัน​ไป​อยู่​แล้ว แก​ก็​น่า​จะ​รู้​ดี​ว่า​คน​ของ​แก​นิสัย​เป็น​ยัง​ไง ใน​เมื่อ​แก​เชื่อ​มั่น​ที่​จะ​อดทน​รอ แก​ก็​ต้อง​ใจเย็น ค่อยๆเป็น​ค่อยๆไป”

ooooooo

พิมพ์​ลภั​สน​อน​หลับ​สนิท​ถึง​เช้า​เพราะ​เจอ​ศึก​หนัก​ทั้ง​วัน กานดา​ไม่​อยาก​ปลุก​เพราะ​เข้าใจ​ความ​ลำบาก​ของ​อดีต​นาง​แบบ​ดี แต่​สุดท้าย​ก็​อด​ไม่ได้​ต้อง​ปลุก​มา​เคลียร์​เรื่อง​เสื้อ​ผ้า​ใช้​แล้ว​ที่​อีก​ฝ่าย​ใส่​เปลือง​เหลือเกิน

“ถ้า​เธอ​ยัง​ใส่​เสื้อ​ผ้า​เปลือง​แบบ​นี้ ฉัน​จะ​ไม่​ซัก​ให้​แล้ว เอา​ของ​เธอ​คืน​ไป​เลย”

“โอ​เคๆ ฉัน​สัญญา​ต่อ​ไป​นี้​จะ​ใส่​ชุดนอน​ซ้ำ ชุด​ทำ​งาน​ก็​จะ​ใส่​อย่าง​ดี ไม่​ให้​เปื้อน​มาก เธอ​จะ​ได้เหนื่อย​น้อย​ลง”

“ถ้า​อยาก​ให้​ฉัน​เหนื่อย​น้อย​ลง​จริง​ก็​ช่วย​เก็บ​กวาด​ห้อง​บ้าง​สิ  เห็น​ไหม​เนี่ย​ว่า​รก​ขนาด​ไหน  ของ​ของ​เธอทั้งนั้น”

พูด​พลาง​ชี้​นิ้ว​ทั่ว​ห้อง  พิมพ์​ลภั​สมอง​ตาม  เห็นจริง​ทุก​อย่าง​แต่​ก็​ยัง​เถียง​ตาม​ประสา​คน​เอาแต่ใจ

“ไม่​ใช่​ของ​ฉัน​คน​เดียว​สัก​หน่อย ของ​เธอ​ก็​มี”

“แต่​ของ​ฉัน​เก็บ​เข้าที่  หรือ​อย่าง​น้อย​ฉัน​ก็​วางเป็นที่​เป็น​ทาง​มาก​กว่า​เธอ  ขอร้อง​ล่ะ​พิมพ์​ลภัส  ผ้า​ไม่​ซักแล้ว แค่​ทำ​ความ​สะอาด​ห้อง​ก็​น่า​จะ​ช่วย​กัน​บ้าง ฉัน​ไม่​ใช่​คน​รับ​ใช้​เธอ​นะ เอาแต่​กินแรง​กัน​แบบ​นี้​มัน​ก็​ไม่​ไหว​นะ”

“กินแรงซะที่ไหน ฉันก็ให้ของตอบแทนเธอไง เธออยากได้อะไร เลือกได้นะ แลกกับการที่เธอทำความสะ...”

“พอเลย! ไม่ต้องเอาอะไรมาล่อ ฉันไม่หลงกลเธอแล้ว ชุดนั้นฉันยังไม่ได้ใส่เลย!”

กานดายื่นคำขาด พิมพ์ลภัสเลยยอมผลัดทำความสะอาดห้องคนละสัปดาห์ ชุติมาเห็นกานดายอมให้

พิมพ์ลภัส แถมเอาผ้ามาซักให้อีกต่างหาก ก็อดไม่ได้จะเหน็บ

“พวกเธอดูจะสนิทกับยัยพิมพ์ลภัสนะ”

“อยู่ห้องเดียวกัน ทำงานด้วยกัน สนิทกันก็ไม่เห็นแปลก”

“แต่นิสัยอย่างยัยนั่น ฉันไม่เห็นว่าจะน่าสนิทด้วยตรงไหน”

จินตนาได้ยินเลยแก้ตัวแทนพิมพ์ลภัส “ถึงเขาจะร้ายไปบ้าง แต่จริงๆแล้วก็เป็นคนมีน้ำใจนะ”

ชุติมายักไหล่ไม่เชื่อแม้แต่น้อย “แค่ช่วยเธอจากไอ้ลูกค้าหื่นกาม ยัยพิมพ์ลภัสก็กลายเป็นมีน้ำใจไปแล้ว เธอเปลี่ยนใจง่ายไปไหม ฉันว่ายัยนั่นก็ทำเอาหน้าหรือไม่ก็อยากอวดว่าตัวเองพูดภาษาอังกฤษเก่งแค่นั้นแหละ

เชื่อสิ...ต่อให้พวกเธอดีกับเขามากแค่ไหน เดี๋ยวเขาก็หาเรื่องมาให้พวกเธอปวดหัวอีกจนได้นั่นแหละ!”

พิมพ์ลภัสหาเรื่องปวดหัวให้พวกกานดาได้จริงๆ เมื่อเธอร่ำร้องขอให้พาไปเที่ยวตลาดนัด จินตนากับ

อภิชาติลำบากใจมาก โดยเฉพาะรายแรกเห็นว่าอดีตนางแบบมีบุญคุณก็อยากช่วย แต่ก็กลัวถูกจับได้

พิมพ์ลภัสเห็นทุกคนลังเลเลยพยายามเกลี้ยกล่อม จนในที่สุดเพื่อนทั้งสามก็ต้องยอมเพราะทนถูกตื๊อไม่ไหว

ชุติมาแอบได้ยินพิมพ์ลภัสพูดกับพวกกานดาก็ไปฟ้องวิมล และเมื่อรเมศรู้เรื่องก็ร้อนใจมาก ทั้งห่วงทั้งโกรธสารพัดที่อดีตนางแบบขัดคำสั่งเขาไม่ให้ออกนอกโรงแรม แล้วก็เป็นเรื่องจริงๆเมื่อพิมพ์ลภัสถูกจับตัวระหว่างทาง!

ooooooo

ถนอมนั่นเองตัวการจับตัวพิมพ์ลภัสตามคำสั่งกิตติชัย อภิชาติ กานดาและจินตนาพยายามจะช่วยแต่ก็ถูกเล่นงานเกือบเอาตัวไม่รอด รเมศตามมาจนเจอทั้งสาม กำชับให้โทร.หาบวรทัตเพื่อจัดการเรื่องทุกอย่าง ส่วนตัวเองรุดตามรถของคนร้ายที่ลักพาตัวพิมพ์ลภัส

พิมพ์ลภัสกลัวจับจิต แต่สติและสัญชาตญาณเอาตัวรอดทำให้ตัดสินใจกระโจนลงจากรถ รเมศที่ขับรถตามมาติดๆหัวใจแทบวายเมื่อเห็นร่างของอดีตนางแบบ หักเลี้ยวหลบข้างทางและพุ่งไปประคองร่างเธอทันที!

กานดา จินตนาและอภิชาติที่ขับรถเครื่องตามมาด้วยความเป็นห่วงพิมพ์ลภัส ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นรเมศโอบกอดร่างสั่นเทาของพิมพ์ลภัสอย่างหวงแหน และถ้าพวกเขาตาไม่ฝาดก็เหมือนจะเห็นว่ารเมศจูบขมับพิมพ์ลภัสด้วย

พิมพ์ลภัสและพวกกานดาถูกนำตัวไปตรวจร่างกายและทำแผลที่โรงพยาบาล รเมศเฝ้ารออย่างอดทน จนเมื่อเหล่าพนักงานพบหมอเรียบร้อย จึงไล่ทุกคนกลับก่อน เว้นแค่พิมพ์ลภัสที่เขาลากตัวไปตำหนิเป็นการส่วนตัว

“เห็นไหมว่าการกระทำโง่ๆของคุณ มันทำให้เกิดอะไรตามมาบ้าง!”

“ก็ถ้าคุณไม่ออกกฎบ้าๆนั่น ฉันก็ไม่ต้องทำแบบนี้หรอก คุณทำเหมือนฉันไม่มีหัวใจ ให้ฉันอยู่แต่ในโรงแรม ทำงานใช้หนี้คุณงกๆ ห้ามติดต่อใคร ห้ามออกไปไหน คุณคิดบ้างไหมว่าฉันจะรู้สึกยังไง”

“แล้วคุณคิดบ้างไหมว่าผมรู้สึกยังไง คิดว่าผมจะสามารถเชื่อคำพูดคุณหรือไว้ใจคุณได้อีกเหรอ คุณบอกว่าผมทำเหมือนคุณไม่มีหัวใจ ถ้าคุณมีหัวใจ...คุณคงไม่ทำอย่างนั้นตั้งแต่แรกหรอกพิมพ์”

แววตาตัดพ้อของเขาทำให้พิมพ์ลภัสละอายใจต้องเบือนหน้าหนี รเมศตามไปสบตา ดุเสียงเข้ม

“ผมยังยืนยันคำเดิมว่ากฎก็คือกฎ ตราบใดที่คุณยังใช้หนี้ไม่หมด ผมก็คงให้คุณออกไปจากที่นี่ไม่ได้คุณอาจจะอึดอัด แต่ถ้าคุณคิดให้มากกว่านี้อีกสักนิดคุณจะรู้ว่ากฎของผมก็คอยปกป้องคุณด้วย คุณคิดว่าเจ้านายเก่าจะปล่อยคุณไปง่ายๆหลังจากที่คุณทำงานให้มันไม่สำเร็จเหรอ”

“คุณเป็นห่วงฉันเหรอ”

รเมศอึกอัก “ผมห่วง...ว่าโรงแรมจะขาดทุน แถมถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็จะเสียชื่อเสียงอีก”

พิมพ์ลภัสน้อยใจมาก แหวกลับเสียงเขียว “ไม่ต้องห่วง ต่อให้ฉันถูกนายกิตติชัยฆ่าตาย ฉันก็จะเป็นผีมาทำงานเสิร์ฟใช้หนี้คุณจนกว่าจะครบทุกบาททุกสตางค์เลย...คนหน้าเงิน!”

“คุณมากกว่ามั้งพิมพ์ลภัส ถ้าไม่หน้าเงินก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพนี้หรอก ผมหมดเรื่องจะพูดกับคุณแล้ว คุณไปพบคุณวิมลด้วย เขาจะเป็นคนตัดสินความผิดของคุณ”

คำพูดดูถูกของเขาทำให้พิมพ์ลภัสเจ็บจนน้ำตาคลอ แต่ยังทำใจแข็งทิ้งท้าย “สักวัน...วันที่ฉันหมดหนี้สิน หมดเวรกรรม ฉันจะไปให้พ้นจากคนใจร้ายใจดำอย่างคุณ ไปให้พ้นจากที่นี่...แล้วฉันจะไม่กลับมาเหยียบมันอีกเลย!”

ooooooo

รเมศอ่อนใจกับความปากไม่ตรงกับใจของตัวเองมาก ทั้งที่ร้อนรนและเป็นห่วงพิมพ์ลภัสแท้ๆ แต่ก็ไม่เคยพูดดีด้วยได้เลยนับตั้งแต่เธอต้องมาเป็นพนักงานเสิร์ฟ...กิตติชัยรู้เรื่องจากถนอมถึงความล้มเหลวของแผนจับตัวพิมพ์ลภัสก็เคืองมาก อาละวาดโวยวายจนอรอุษาต้องปลอบให้ใจเย็นๆ

“เป็นไงล่ะ ฉันเตือนคุณแล้ว ไม่น่าแกว่งเท้าหาเสี้ยนเลย”

“ใครมันจะไปคิดว่าพิมพ์ลภัสจะสำคัญกับไอ้รเมศถึงขนาดตามมาช่วยด้วยตัวเอง”

“ปกป้องขนาดนี้แสดงว่าพิมพ์ลภัสไม่ใช่แค่พนักงานเสิร์ฟธรรมดาแน่ๆ”

“คุณจะบอกว่าไอ้รเมศมันตกหลุมรักพิมพ์ลภัสงั้นเหรอ”

อรอุษายิ้มร้าย มั่นใจในสัญชาตญาณความเป็นผู้หญิง “มันก็น่าคิดไม่ใช่เหรอคะ และถ้ามันเป็นไปตามที่คิด ถึงนายรเมศจะมีซีดีของคุณ เขาก็คงไม่กล้าส่งให้ตำรวจ ไม่งั้นพิมพ์ลภัสจะมีเอี่ยวไปด้วย...”

มาธวีกับลูกทีมมาถึงโรงแรมจารวีในวันเดียวกัน รเมศเลยต้องพักเรื่องปรับความเข้าใจกับพิมพ์ลภัสและไปต้อนรับตามมารยาทเจ้าของโรงแรมที่ดี ขนิษฐามาร่วมด้วยในฐานะตัวแทนของสีหนาทหุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรม มาธวีเห็นสาวสวยมาพร้อมรเมศก็เข้าใจผิดคิดว่าเป็นคู่แข่งหัวใจ

ขนิษฐาเห็นสายตาและท่าทางออดอ้อนอย่างมีชั้นเชิงของมาธวีก็รู้ทัน มั่นใจว่าม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อมาร์ธาไม่ธรรมดา และเป้าหมายสำคัญคงหนีไม่พ้นรเมศหุ้นส่วนและเพื่อนของสีหนาทญาติหนุ่มของเธอ

มาธวีระแวง กลัวขนิษฐาจะขัดขวางการสานสัมพันธ์ระหว่างเธอกับรเมศเลยพยายามหาข้อมูล หวังยกตัวเองให้เหนือกว่า ขนิษฐารู้ทันและไม่อยากมีปัญหา รีบออกตัวยิ้มๆว่ามีคู่หมั้นแล้ว

รเมศตามมารยาสาไถยของมาธวีไม่ทัน ตั้งรับทุกอย่างตามมารยาท ขนิษฐาเป็นห่วงกลัวเขาต้องเดือดร้อนโดยไม่รู้ตัว เมื่ออยู่ตามลำพังก็อดไม่ได้จะเตือนด้วยความหวังดี

“น้องคิดว่าตัวจริงคุณวีดูอ่อนหวานกว่าที่คิดนะคะ ก่อนหน้านี้น้องเคยเห็นแต่ในรูป เธอดูเป็นผู้หญิงสวย เก่ง มั่นใจในตัวเอง ตอนคุยกับคุณพิมพ์เธอก็บอกว่าทั้งร้ายทั้งแรง”

ชื่อของพิมพ์ลภัสทำให้รเมศหน้าเจื่อน ก่อนจะกลบเกลื่อนเสียงเข้ม “อย่าไปเชื่ออะไรพิมพ์มากเลยครับ รายนั้นน่ะอคติมาเต็ม นี่ผมก็เพิ่งไปเตือนเธอตามที่คุณน้องแนะนำ บอกให้เขาอย่าสร้างปัญหาแล้วก็คอยบริการแขกของเราให้ดี บวกกับเพิ่งเกิดเรื่องไปโดนคาดโทษไปขนาดนั้น พิมพ์คงไม่กล้าทำอะไรตามใจตัวเองแล้ว”

“แต่น้องว่าคุณเมศระวังเอาไว้หน่อยก็ดีนะคะดูท่าเสือสองตัวจะอยู่ในถ้ำเดียวกันยาก!”

ooooooo

นอกจากจะถูกรเมศตำหนิ พิมพ์ลภัสยังต้องรับโทษจากวิมลพร้อมกับคนอื่นๆ แต่โทษของเธอเหมือนจะหนักกว่าใคร คือต้องทำความสะอาดหอพักทั้งหลัง!

“ให้ฉันทำคนเดียวดีกว่าค่ะ ฉันผิดเอง อย่าให้พวกเขาต้องเดือดร้อนเพราะความสิ้นคิดของฉันเลย”

“สายไปแล้วพิมพ์ลภัส ตอนทำไม่คิด ทำไปแล้วเพิ่งมาคิดได้ว่าทำคนอื่นเดือดร้อนไปด้วย แล้วขอบอกเลยว่า โทษจากฉันน่ะแค่สถานเบามากๆ ยังมีคุณพัชรีกับคุณนงนุชรอซ้ำพวกเธออีก”

กานดา จินตนาและอภิชาติหน้าเสีย วิมลถอนใจยาว สั่งสอนเสียงอ่อน

“ฉันเข้าใจนะว่าพวกเธอรักและเห็นใจกัน แต่สิ่งที่พวกเธอทำยิ่งเป็นการให้ท้ายพิมพ์ลภัส แทนที่พิมพ์ลภัส จะสำนึกผิด ทำตัวอยู่ในกรอบของกฎระเบียบ แต่กลับยิ่งได้ใจเพราะมีเพื่อนคอยช่วยให้แหกกฎได้”

พิมพ์ลภัสน้ำตาคลอ รู้สึกผิดที่ทำให้ทุกคนลำบาก วิมลสงสารเลยเตือนสติด้วยความหวังดี

“เก็บเรื่องวันนี้ไว้เป็นบทเรียนนะพิมพ์ลภัส ทุกสิ่ง ที่เธอเจอมันเพราะผลจากการกระทำเธอทั้งนั้น เธอทำตัวเองและเธอก็ต้องแก้ไขมันเอง ฉันอยากให้เธอคิดได้และปรับเปลี่ยนตัวเอง ฉันหวังว่าเรื่องแบบวันนี้มันจะไม่เกิดขึ้นอีก”

พิมพ์ลภัสสะเทือนใจมาก และต้องอึ้งในเวลาต่อมา เมื่อรู้จากพวกกานดาว่ารเมศกับบวรทัตกุเรื่องบอกทุกคนว่าเธอกู้หนี้นอกระบบเพื่อปกป้องความลับเรื่องกิตติชัย ส่งคนมาทำร้ายเธอ
ความดีและความรอบคอบของรเมศทำให้พิมพ์ลภัส อ่อนท่าทีลงบ้าง แต่กระนั้นก็ทิฐิไม่อยากยอมรับความจริง ส่วนมาธวีก็พยายามหลอกถามรเมศถึงพิมพ์ลภัส แต่เขาก็เฉไฉเปลี่ยนเรื่องไม่ยอมบอกอะไรเลย

หลังปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด กานดาก็รู้จนได้ ว่าชุติมานั่นเองเป็นตัวการฟ้องรเมศเรื่องพาพิมพ์ลภัส หนีเที่ยว จินตนาตกใจมาก แล้วก็ถึงกับหน้าเสียเมื่อกานดาบุกไปเอาเรื่องประชาสัมพันธ์สาว

“ไม่ต้องมาทำหน้าตาไม่รู้เรื่อง ฉันมั่นใจว่าเป็นเธอ เธอเป็นคนไปบอกคุณวิมลว่าพวกเราพาพิมพ์ออกไปข้างนอก เพราะเธอ...พวกเราเลยถูกลงโทษกันหมด!”

ชุติมาไม่สะทกสะท้าน ตอกกลับหน้าตาย “ฉันแค่ทำสิ่งที่ถูกต้อง พวกเธอทำผิดกฎก็สมควรแล้วที่จะถูกลงโทษ แล้วแทนที่พวกเธอจะมาด่าฉัน พวกเธอเลิกยุ่งเกี่ยวกับพิมพ์ลภัสจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนเพราะยัยนี่อีก”

“อคติมันบังตาเธอไปหมดแล้วชุ ถ้าเธอเปิดตาเปิดใจให้กว้างกว่านี้ เธอจะเห็นว่าพิมพ์ลภัสไม่เหมือนเดิมแล้ว ยัยนี่นิสัยดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ ไม่งั้นพวกฉันไม่ทน คบด้วยหรอก”

พิมพ์ลภัสยืนฟังทุกอย่าง นึกปลื้มและซึ้งในน้ำใจกานดาและจินตนาที่ยอมรับเธอเป็นเพื่อน ชุติมาเห็นสายตา ที่ทุกคนมองไปทางพิมพ์ลภัสด้วยความชื่นชมก็หมั่นไส้

“พวกเธออยากจะคบยัยนี่ก็คบไป เอาที่สบายใจเลย แต่ไม่ต้องมากล่อมให้ฉันไปเป็นพวกด้วย ฉันไม่อินกับมิตรภาพระหว่างเพื่อนของพวกเธอหรอก”

กานดาเจ็บใจ ประกาศลั่นให้ต่างคนต่างอยู่ ก่อนจะผละไป พิมพ์ลภัสจะตาม แต่ก็ถูกชุติมาแขวะไล่หลัง

“นี่ๆ รู้ไหมว่าตอนนี้คุณรเมศกำลังพาแขกคนสำคัญ ดีกรีนางแบบเก่าแถมเป็นดีไซเนอร์ชื่อดังไปทัวร์โรงแรมอยู่ เหตุการณ์มันคุ้นๆเนอะ เหมือนเคยเกิดมาก่อน แต่คนระดับคุณมาธวีคงไม่จับพลัดจับผลูมาเป็นพนักงานเสิร์ฟ ทำงานใช้หนี้เหมือนคนแถวนี้หรอก...ว่าไหม”

ooooooo

.



Title: Re: เรื่องย่อละคร บ่วงหงส์ (thairath.co.th)
Post by: ppsan on 19 August 2026, 15:32:40

บ่วงหงส์ ตอนที่ 9

คำพูดเหน็บแนมของชุติมาได้ผลเกินคาด พิมพ์ลภัส ที่เคยเข้มแข็ง อึดและสู้คนถึงกับยืนเหม่อลอยตลอดการทำงานจนพวกเพื่อนพนักงาน รวมทั้งพัชรีอดสงสัย ไม่ได้ กานดากับจินตนาเป็นห่วงเข้าไปซักถามแต่อดีตนางแบบก็ไม่ยอมบอกว่าเป็นเพราะถูกรเมศตำหนิ แต่เฉไฉว่าเป็นเพราะมาธวีอดีตแม่เลี้ยงมาถึงโรงแรมจารวีแล้ว


จินตนากับกานดาแนะนำให้ไปขอเดินแบบ จะได้ค่าจ้างเยอะขึ้น แต่พิมพ์ลภัสก็ปฏิเสธ ไม่อยากลดศักดิ์ศรีตัวเองของานอดีตแม่เลี้ยงที่ประกาศตัวเป็นศัตรูของตนตลอดเวลา

ท่าทางของพิมพ์ลภัสทำให้ทุกคนเป็นกังวล จนต้องจับตาดู แต่อดีตนางแบบก็ไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเพื่อลืมเรื่องทุกข์ใจ แต่ก็งานเข้าจนได้เมื่อเธอดันเจอมาธวีกับรเมศระหว่างทางไปเอายาจากห้องพยาบาลให้ลูกค้า

“นั่นพิมพ์ลภัสนี่คะ หายไปนาน ไม่ได้ยินข่าวคราวเลย วียังนึกเป็นห่วงอยู่ในฐานะที่เคยเป็นครอบครัวเดียวกันมาก่อน ไม่นึกว่าจะมาเจอที่นี่ได้ ทิ้งงานนางแบบมาเป็นพีอาร์แล้วเหรอเนี่ย”

“ไม่ใช่พีอาร์หรอกครับ พิมพ์ลภัสเป็นพนักงานเสิร์ฟ”

คำเฉลยของรเมศทำให้พิมพ์ลภัสตัวชา เจ็บหนึบในหัวใจที่เขาไม่คิดถึงจิตใจเธอเลย

“ทำไมคะ พนักงานเสิร์ฟแล้วมันทำไม”

มาธวียิ้มร้าย “ไม่ทำไมหรอก ฉันก็แค่แปลกใจว่าแต่คุณเมศไปทำอีท่าไหนพิมพ์ถึงมาทำงานที่นี่ได้คะ สงสัยโรงแรมคุณต้องมีข้อเสนอดีๆให้พิมพ์แน่เลย ไม่งั้นคงไม่ยอมทิ้งงานนางแบบที่กำลังรุ่งมาเป็นพนักงานบริการแน่”

รเมศเห็นท่าทางสองสาวแล้วเริ่มใจไม่ดี “ผมเสนอให้เท่ากับที่โรงแรมอื่นแหละครับ แต่พิมพ์ลภัสคงติดใจบรรยากาศที่นี่เป็นพิเศษถึงได้ตกลงทำงานกับเราที่นี่...ใช่ไหมพิมพ์ลภัส”

“ใช่ค่ะ...บรรยากาศที่นี่ดีมากจนฉันไม่อาจทิ้งไปได้ ยังไงฉันขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะคะ พอดีว่าลูกค้าปวดหัว ฉันเลยออกมาเอายาที่ห้องพยาบาลให้ ไม่อยากให้เขารอนานเดี๋ยวโรงแรมจะเสียชื่อได้”

“เห็นเธอตั้งใจทำงานขนาดนี้ ปลายปีฉันจะพิจารณาโบนัสให้แล้วกัน”

“ขอบคุณมากค่ะ ฉันซึ้งใจจริงๆที่ได้ทำงานกับเจ้านายที่มีน้ำใจอย่างคุณ!”

พูดจบก็สะบัดจากไป ทิ้งรเมศให้มองตามด้วยความเหนื่อยใจ คำพูดเตือนของขนิษฐาลอยในหัวอย่างช่วยไม่ได้... ดูท่าสองสาวแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงคงอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้จริงๆ

พิมพ์ลภัสเจ็บใจมากที่ถูกรเมศประจานอย่างไม่ไว้หน้า แม้รู้ทั้งรู้ว่าเขาพูดความจริงก็อดเคืองไม่ได้ กานดากับจินตนาเห็นอดีตนางแบบเดินกระฟัดกระเฟียด เข้ามาในครัวก็ถามไถ่ด้วยความห่วงใย

“แล้วไง...เขาจำเธอได้หรือเปล่า”

“จำได้...แล้วมันก็ไม่พลาดจะกระทืบซ้ำ แต่ก็ไม่แปลก เพราะถ้ามันล้ม ฉันก็จะเหยียบมันให้จมดินเหมือนกัน!”

“ดูท่าเธอกับแม่เลี้ยงจะเกลียดขี้หน้ากันมาก เขาเป็นนางแบบเหมือนเธอใช่ไหม มีปัญหาเรื่องงานกันหรือเปล่า”

“ฉันไม่เคยสนใจนางแบบปลายแถวอย่างแม่นั่นหรอก ถ้าไม่เพราะวันนั้น...วันที่ฉันกับมันได้เดินแบบงานเดียวกัน วันที่เป็นจุดเริ่มต้นความเลวร้ายในชีวิตฉัน...”

ooooooo

พิมพ์ลภัสนึกถึงอดีตเมื่อหลายปีก่อนด้วยความคับแค้นใจ ตรัยเจอมาธวีครั้งแรกในงานเดินแบบที่เธอ ร่วมเดินด้วย และตั้งแต่นั้นมาเขาก็ตามจีบมาธวีมาตลอด จนกระทั่งวันหนึ่ง...วันที่เธอไม่อยากให้มีก็มาถึง

ตรัยหลงมาธวีมาก ประเคนให้หมดทุกอย่าง และสุดท้ายก็ขอเธอแต่งงาน เมื่อพิมพ์ลภัสรู้เรื่องก็ค้านหัวชนฝา

“พิมพ์ไม่ยอมให้พ่อเอายัยนี่มาแทนที่แม่”

“พิมพ์! ห้ามเรียกคุณวีว่ายัยนี่ แล้วก็เลิกหยาบคายซะที คุณวีไม่ได้มาแทนที่ใคร พ่อยังรักแม่...ยังเก็บแม่ไว้ในความทรงจำ แต่พ่อก็รักคุณวีด้วย”

มาธวีแสร้งตีหน้าน่าสงสาร หันไปขอความเห็นใจจากพิมพ์ลภัส

“วีรักคุณตรัย อยากดูแลคุณตรัย ขอโอกาสวีนะคะ”

ปากขอร้องแต่นัยน์ตาเย้ยหยัน พิมพ์ลภัสแค้นใจมาก ประกาศกร้าว

“ไม่! ในเมื่อคุณพ่ออยากจะแต่งงานกับมันก็เชิญเลย แต่อย่ามาบังคับให้พิมพ์ต้องยอมรับมันด้วย คุณพ่อคอยดูก็แล้วกัน สักวันมันจะปอกลอกคุณพ่อจนเหลือแต่ตัว!”

พูดจบก็สะบัดไปยืนรอให้พ่อมาง้อ แต่ตรัยไม่ทันทำอะไร มาธวีก็มาเหนือเมฆด้วยการสวมบทนางเอก คุกเข่าขอความเห็นใจ แต่มุมที่หันหลังให้ตรัย เลยทำให้เขาไม่เห็นว่าเธอพูดอะไรกับพิมพ์ลภัส

“เธอคิดถูกแล้วล่ะ พอฉันได้ทุกอย่างแล้ว ฉันจะถีบหัวพ่อเธอส่งเหมือนหมาตัวหนึ่ง”

พิมพ์ลภัสโกรธจัด ตบหน้ามาธวีฉาดใหญ่ ตรัยตกใจมาก สั่งเสียงกร้าวให้ลูกสาวขอโทษว่าที่ภรรยา พิมพ์ลภัสน้ำตาไหลพรากด้วยความคับแค้นใจ แต่ไม่ยอมขอโทษและผละมาแบบไม่เหลียวหลัง

กานดากับจินตนาได้ฟังเรื่องราวระหว่างมาธวีกับพิมพ์ลภัสก็เห็นใจมาก ต่างจากรเมศ...ซึ่งถึงกับพูดไม่ออกเมื่อมาธวีเล่าเรื่องความขัดแย้งระหว่างเธอกับอดีตลูกเลี้ยงสาวให้ฟังแบบหนังคนละม้วน

“พอใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแล้ว วีถึงได้รู้ว่า ต่อให้ทำดีแค่ไหน วีก็เอาชนะใจพิมพ์ไม่ได้ แล้วความรักที่คุณตรัยมีให้วีก็เริ่มน้อยลง จนในที่สุดวีก็ยอมเป็นคนจากมาเอง วีทำงานหนักมากเพื่อให้ลืมความทุกข์แล้วก็เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าวีมีความสามารถมากกว่าแค่เป็นหุ่นโชว์เสื้อ”

“คุณวีเป็นผู้หญิงที่แกร่งและเก่งมากครับ เอ่อ... ขอโทษนะครับ ผมต้องไปประชุมแล้ว”

“เชิญค่ะ...ขอบคุณนะคะที่รับฟังเรื่องต่างๆของวี บางเรื่องวีก็ไม่รู้จะเล่าให้ใครฟัง แต่น่าแปลกนะคะ...ทำไมวีถึงรู้สึกเป็นกันเองแล้วก็คุ้นเคยกับคุณเมศมากก็ไม่รู้”

สายตาและแววตาให้ท่าแบบเปิดเผยของมาธวีทำให้รเมศอึดอัด แต่ยังรักษามารยาทไม่ทักท้วงหรือหักหน้า ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อเลยได้ใจ คิดว่าเขาไม่ปิดกั้น และตั้งใจจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวเขามาครอง

หนูดีกับเป็ดเห็นเจ้านายสาวอารมณ์ดีก็ปลื้มใจ ก่อนจะผงะเมื่อรู้ว่าพิมพ์ลภัสเป็นพนักงานเสิร์ฟของโรงแรม

“ต๊าย! คุณเมศซุกมันไว้ที่นี่จริงเหรอเนี่ย แต่ทำไมให้มันเป็นพนักงานเสิร์ฟล่ะคะ”

“ซุกรึเปล่าวีไม่รู้ แต่คุณเมศบอกว่ามันติดใจที่นี่เลยตกลงทำงานด้วย”

“ไม่อยากจะเชื่อ สวยขนาดพิมพ์ลภัส ต่อให้ตกยากยังไงก็น่าจะหางานอื่นที่ดีกว่านี้ได้ หรือมันจะมีแผนอะไร”

“นั่นสิ...อย่างพิมพ์ลภัส เชิดหน้าชูคอเป็นหงส์ ทำตัวสูงกดหัวคนอื่นมาตลอด อยู่ดีๆลดตัวมาทำงานใช้แรงงาน”

“ลูกเป็ดว่ามันมาเป็นพนักงานเสิร์ฟบังหน้า ใจจริงมันคงคิดจับผู้ชายรวยๆแน่ ที่นี่มีแต่ลูกค้ากระเป๋าหนักทั้งนั้น”

“ถ้ามันคิดจะจับผู้ชายที่นี่ เป้าหมายแรกก็ต้องไม่พ้นคุณรเมศ”

“วีก็สังหรณ์ใจแบบนั้นล่ะค่ะ ระหว่างคุณเมศกับมัน ต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอะไรสักอย่าง...”

ooooooo

คดีพิมพ์ลภัสถูกลักพาตัวคืบหน้าเล็กน้อย เมื่อสุริยนต์ผู้ช่วยของรามคู่หมั้นของขนิษฐาและหัวหน้าคนงานไร่บัวขาวนำผลการตรวจสอบปืนที่ตกในที่เกิดเหตุมาให้ว่าเป็นกระบอกเดียวกับที่ใช้ยิงขู่พ่ออุ๊ยจรัญ

รเมศหน้าเครียด เห็นด้วยกับผู้ช่วยรามว่าเจ้าของปืนคงเป็นถนอม คนของกิตติชัยที่ถูกใช้มาป่วนคนในหมู่บ้านปลายดอย ความห่วงใยในตัวพิมพ์ลภัสถาโถม หากหลักฐานที่เขามียังไม่ถูกขโมยไป อดีตนางแบบคงตกในอันตรายไม่จบไม่สิ้น และเพื่อป้องกันเหตุนั้นเขาเลยตัดสินใจสั่งบวรทัตให้จัดการบางอย่างให้...

พิมพ์ลภัสแทบลืมเรื่องลักพาตัวไปแล้ว มัวรับมือเป็ดกับหนูดีที่ถูกมาธวีส่งมาสืบเรื่องเธอ โชคดีที่จินตนาช่วยรับหน้าให้ อดีตนางแบบเลยรอดตัวไปได้ แต่กระนั้น... เธอก็หนีรเมศที่มาตักเตือนเรื่องมาธวีไม่พ้น

“วันนี้คุณไม่ควรทำกิริยาแบบนั้นกับคุณมาธวี เขาอุตส่าห์ทักทายด้วยความเป็นห่วง แต่คุณกลับพูดจาหาเรื่อง”

“ฉันทำตามที่เห็นสมควร”

“ไม่ใช่ทำตามที่คุณเห็นสมควร แต่ต้องทำให้ดีที่สุด”

พิมพ์ลภัสเจ็บใจมากแต่ยังข่มใจให้ตอบเสียงเรียบ “ฉันทำดีที่สุดแล้ว”

“คุณมีอคติกับเขา เขาพูดอะไรมาเลยขัดหูไปหมด แต่ตอนนี้พวกคุณไม่ใช่แม่เลี้ยงลูกเลี้ยงกันแล้ว คุณเป็นพนักงานของเชียงรายจารวี แต่คุณมาธวีเป็นแขก เพราะฉะนั้นคุณควรเรียนรู้ที่จะอดทนและคิดให้ดีก่อนพูด!”

“โอเคๆ ฉันจะพยายาม”

“ถ้าพยายามแล้วไม่สำเร็จก็เตือนสติตัวเองว่าผมไม่เลี้ยงพนักงานที่เสียมารยาทกับแขก”

“ฉันจำได้ว่าคุณเคยขู่ไว้ยังไงบ้าง”

“ผมไม่ได้ขู่แต่ผมทำจริง เมื่อไหร่ที่ผมเห็นว่าคุณเกินเยียวยา ผมจะไม่เสียใจเลยถ้าต้องส่งคุณไปดัดนิสัยในคุก!”

น้ำตาของอดีตนางแบบทำให้รเมศใจอ่อนยวบ อยากดึงตัวมากอดแทบใจจะขาดแต่ก็ต้องข่มใจ ปล่อยให้เธอเดินหนีไป แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องโทร.ปรับทุกข์กับสีหนาทเพื่อนรักและหุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรมจารวี

“ไอ้บ้าเอ๊ย...เรื่องมันกำลังจะดีอยู่แล้ว”

“ก็ถ้าไม่ใช้ไม้แข็ง พิมพ์ลภัสจะเปลี่ยนตัวเองได้ยังไงวะ”

“ซาดิสต์ว่ะ ถามจริง...ถ้าคิดแบบนี้แล้วจะโทร.มาปรึกษาฉันทำไม”

“ก็แค่อยากรู้ว่าฉันควรทำยังไงต่อไป”

“ลองมาแนวนี้แล้ว สเต็ปต่อไปคงต้องตบจูบแล้วล่ะ”

“ฉันจริงจังนะเว้ยไอ้สิงห์”

“งั้นก็หาทางอธิบายให้เขาเข้าใจ...ว่าที่แกทำไปทั้งหมดเพื่อเขา”

ooooooo

รเมศคิดทบทวนคำพูดของสีหนาทเกือบทั้งคืน สุดท้ายก็ตัดสินใจจะอธิบายให้พิมพ์ลภัสเข้าใจ แต่ลมเพชรหึงก็เล่นงานเขาเสียก่อน เมื่อตื่นเช้ามาเห็นเธอทำบุญตักบาตรกับอภิชาติ!

พิมพ์ลภัสไม่เห็นรเมศ มัวปัดความเซ็งเรื่องถูกต่อว่าเมื่อคืนทิ้ง และเมื่ออาบน้ำแต่งตัวไปโรงอาหารในเช้าวันเดียวกัน อดีตนางแบบก็สดชื่นขึ้นมาก ตั้งหน้าตั้งตากินข้าวมันไก่ทอดที่เคยบ่นตลอดว่าทำให้อ้วน

กานดา จินตนาและอภิชาติมองท่าทางกินอย่างหิวโหยของอดีตนางแบบด้วยความทึ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มคนเดียวในกลุ่มจะไปซื้อน้ำเปล่าขวดมาให้เมื่อเห็นพิมพ์ลภัสสำลัก แต่เพราะของหมด เลยกดน้ำเปล่าในตู้ให้แทน

พิมพ์ลภัสรับไปดื่มแบบไม่ยั้งคิดเพราะสำลักข้าว ก่อนจะแทบบ้าตายเมื่อรู้ว่าเป็นน้ำเปล่าในตู้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป น้ำดื่มที่เธอเคยคิดว่าสกปรกกลับไม่แผลงฤทธิ์ให้ท้องเสีย กานดาเลยถือโอกาสบอกให้เข้าใจ

“ถ้ากร่อยเหม็นแล้วพวกฉันจะกินเข้าไปได้ไง พวกฉันก็คนเหมือนกับเธอ ไม่ใช่ลิ้นจระเข้ซะหน่อย จะบอกให้...ฝ่ายซ่อมบำรุงเขาเปลี่ยนไส้กรองทุกสามเดือน ตรวจสอบความสะอาดทุกสิบห้าวันจ้ะ คุณรเมศเข้มงวดเรื่องสุขอนามัยจะตาย เขาบอกว่าสุขภาพกายและใจของพนักงานเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”

ชื่อของรเมศเหมือนเป็นของแสลง พิมพ์ลภัสเบ้หน้าและผละไปทำงานดื้อๆ ก่อนจะได้เห็นฉากเด็ดระหว่างจินตนากับอภิชาติที่สนิทสนมจนน่าสงสัย และในฐานะเพื่อนร่วมห้องของกานดา อดีตนางแบบเลยตัดสินใจทำบางอย่างเพื่อช่วยให้เพื่อนสาวสมหวังในความรัก...

นอกจากคณะของมาธวีที่มาเตรียมงานแฟชั่นโชว์ผ้าไทย จีน่าบรรณาธิการนิตยสารชื่อดังยังยกคณะตามมาถ่ายรูปรเมศลงปกด้วย รเมศให้การต้อนรับอย่างดี ทำให้มาธวีปลื้มมากและคิดว่าเขาต้องไม่ปฏิเสธ หากเธอจะถ่ายรูปขึ้นหน้าปกด้วยตามที่ตกลงไว้กับจีน่าก่อนหน้านี้

หนูดีกับเป็ดเห็นเจ้านายสาวกำลังไปได้ดีกับรเมศ เลยตามสืบเรื่องพิมพ์ลภัสเพื่อช่วยกำจัดเสี้ยนหนาม แล้วก็ได้เรื่องจนได้ เมื่อทั้งสองตามสืบเรื่องจากชุติมา ประชาสัมพันธ์สาวที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับพิมพ์ลภัสมาตลอด

และทันทีที่สบโอกาส มาธวีพร้อมด้วยหนูดีและเป็ดก็บุกถึงห้องอาหารจารวีเพื่อเยาะเย้ยพิมพ์ลภัส

พัชรีไม่รู้เรื่อง เมื่อแขกกลุ่มใหม่เจาะจงเรียกพิมพ์ลภัสมาบริการก็สั่งให้ทำตาม โดยไม่รู้เลยว่าอดีตนางแบบต้องอดทนอดกลั้นแค่ไหน

เป็ดเปิดฉาก “ตอนแรกจะกินอาหารเหนือ แต่พอเห็นเธอ ฉันเปลี่ยนใจ เอาข้าวแกงกะหรี่ละกัน ไม่มีเนื้อหงส์ใช่ไหม” พิมพ์ลภัสกัดฟันตอบว่าไม่มี เป็ดสะใจมาก แกล้งตีหน้าเศร้า “เสียดายจัง...อยากกินแกงกะหรี่เนื้อหงส์ปีกหักอยู่พอดี ถ้าไม่มีเอาข้าวแกงกะหรี่เทมปุระก็ได้”

หนูดีผสมโรงหัวเราะ ก่อนจะเริ่มต้นถากถางพิมพ์ลภัสบ้าง

“แต่ฉันอยากกินรสชาติไทยๆนะ ขอปลาแรดทอดราดซอสกับข้าวเปล่า ปลาแรดเท่านั้นนะ อย่างอื่นไม่เอา”

มาธวีเหยียดยิ้มเมื่อเห็นพิมพ์ลภัสหน้าเครียดเหมือนพยายามข่มโทสะ ก่อนจะบอกออเดอร์ตัวเอง

“ในเมื่อไม่มีเนื้อหงส์ก็เอาห่านมากินแทนละกัน ขอก๋วยเตี๋ยวขาห่านย่าง แต่เครื่องดื่มน่ะ...ขอน้ำสตรอเบอรี่”

สั่งจบก็หันไปหัวเราะกับเหล่าลูกน้องจอมสอพลอ พิมพ์ลภัสสะกดอารมณ์อย่างสุดความสามารถ ก่อนจะแทบสติแตกเมื่อได้ยินเป็ดพูดจากระทบกระเทียบเรื่องเธอตกอับกลายเป็นพนักงานเสิร์ฟ

“เปิดห้องราคาเป็นหมื่นอ่อยผู้ชายทั้งที่ถังแตก...นี่คงคิดว่าจะได้อยู่ฟรีกินฟรีสินะ ที่ไหนได้...คุณรเมศเขาไม่โง่!”

ooooooo

รเมศไม่ได้โง่อย่างที่พวกมาธวีพูดจริงๆ นอกจากเรื่องพิมพ์ลภัสที่หลอกเขาไม่สำเร็จแล้ว กิตติชัยก็ต้องโกรธแทบคลั่งเมื่อเจ้าของโรงแรมหนุ่มคู่ปรับส่งซีดีหลักฐานที่จะใช้มัดตัวเขาได้มาให้ถึงออฟฟิศในกรุงเทพฯ

กิตติชัยที่เพิ่งหัวเสียเพราะถูกถนอมทวงค่าจ้าง ถึงกับกุมขมับเมื่อได้ยินเสียงรเมศ

“เปิดฟังหรือยัง ซีดีที่นายอยากได้ ฉันก๊อบปี้มาให้พอกินพอใช้เลย ถ้าคิดว่าจะตามขโมยให้หมดก็ลองดู”

“แก! ฉันจะขอร้องให้ท่านณัฐกิตติ์จัดการแก”

“ก็ทำซะทีสิ อย่ามัวแต่ขู่ ส่วนฉัน...หมดเวลาขู่แล้ว ตอนนี้ฉันรวบรวมหลักฐานที่นายทำกับชาวบ้านไว้แล้ว ถ้านายมายุ่งกับฉันหรือคนของฉันอีก สิ่งที่นายจะได้รับไม่ใช่แค่ซีดี แต่จะเป็นหมายจับ...ถ้าตอนนั้นนายยังมีชีวิตรอดนะ!”

รเมศต้องรับมือกับเรื่องปวดหัวที่กิตติชัยส่งมาป่วนไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ต่างจากพิมพ์ลภัสที่กำลังจะหมดความอดทน เมื่อมาธวีไม่หยุดรังควาน พูดจายั่วยุให้เธอสติแตก

“เธออยากได้เงินใช้หนี้เร็วๆไหมล่ะ ความจริงแฟชั่นโชว์คราวนี้ก็ยังขาดคนงานอยู่หลายตำแหน่ง ถ้าเธอคุกเข่าลงขอร้องฉัน ฉันก็ใจกว้างพอจะหางานเล็กๆน้อยๆให้ทำได้นะ”

พิมพ์ลภัสต้องข่มอารมณ์แทบแย่ ก่อนจะกัดฟันตอบเสียงเรียบ “ขอบคุณสำหรับความหวังดีค่ะ แต่ฉันยอมเป็นพนักงานเสิร์ฟไปตลอดชีวิตยังรู้สึกมีเกียรติกว่าต้องคุกเข่าอ้อนวอนดีไซเนอร์จอมปลอมอย่างคุณ”

“ฉันจอมปลอมตรงไหน”

“ก็ถามลูกน้องทั้งสองคนของคุณดูสิคะ...ทุกวันนี้พี่สองคนยังต้องทำงานแทนเขาอยู่รึเปล่าคะ”

พูดพลางส่งสายตาไปทางเป็ดกับหนูดีที่ถึงกับร้อนๆหนาวๆ และท่าทางนั้นก็ทำให้พิมพ์ลภัสได้เป็นต่อบ้าง

“เมื่อไหร่รับผิดชอบหน้าที่ตัวเองสมบูรณ์แล้วค่อยก้าวก่ายชีวิตคนอื่นนะคะ ไม่อย่างนั้นคนเขาจะหาว่า ...เผือก! เผือกหิมะที่นี่อร่อยนะคะ จะรับเป็นของหวานดีไหม อุ๊ย...เช็กบิลแล้วนี่ งั้นอย่ายุ่งยากเลยนะคะ”

มาธวีจี๊ดมาก สะบัดหน้าออกจากห้องอาหาร หลังจากนั้น แต่กระนั้นก็ผูกใจเจ็บ หาทางเอาคืนอดีตลูกเลี้ยงสาวด้วยการถ่ายภาพปกคู่รเมศ และจงใจกระแซะใกล้ๆเขาตอนพิมพ์ลภัสยกน้ำมาเสิร์ฟที่กองถ่าย!

ooooooo

ภาพบาดตาบาดใจระหว่างรเมศกับมาธวีทำให้พิมพ์ลภัสตัวชา เจ็บปวดในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากผละกลับไปทำงานด้วยสภาพเหมือนคนอกหัก อภิชาติที่มาเสิร์ฟน้ำด้วยเห็นท่าอดีตนางแบบก็มั่นใจว่าระหว่างเจ้านายหนุ่มกับอดีตนางแบบต้องมีความรู้สึกบางอย่างต่อกัน

มาธวีสะใจมากที่ปั่นหัวพิมพ์ลภัสได้ แต่ก็ต้องหัวเสียหลังจากนั้นเมื่อรเมศปฏิเสธไม่ร่วมทานอาหารเย็น แต่เลือกไปทำงานต่อ ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อสังหรณ์ว่าเขาจะไปง้อพิมพ์ลภัส แต่ที่เธอไม่รู้คือเขาไม่ได้ไป แต่มีนัดสำคัญเรื่องข้อมูลของแอนดี้ เฉิน นายทุนต่างชาติที่หนุนหลังกิตติชัย

“หมายความว่านายกิตติชัยน่าจะเป็นนอมินีซื้อที่ดินให้แอนดี้ เฉิน”

บวรทัตที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลพยักหน้า “ผมก็สันนิษฐานแบบนั้นครับ แต่เราไม่มีหลักฐานการโอนเงินชัดเจน คิดว่าน่าจะทำผ่านธนาคารต่างประเทศเหมือนการฟอกเงินทั่วๆไป”

“แล้วตอนนี้แอนดี้ เฉิน อยู่ที่ไหน”

“ระบุไม่ได้ครับ นายนี่บินไปมาหลายประเทศในเอเชีย”

“ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวผมลองคิดดูว่าจะทำยังไงได้บ้าง คุณกลับไปพักเถอะ”

“ครับ...มีอีกเรื่องครับ ในฐานะคนสนิทของคุณเมศ ผมขอละลาบละล้วงเรื่องคุณพิมพ์ลภัส”

ชื่อของพิมพ์ลภัสทำให้รเมศหงุดหงิด หึงไม่หายที่เธอใกล้ชิดสนิทสนมกับอภิชาติ

“ผมรู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่...ขอบคุณครับ”

ระหว่างที่รเมศเตรียมตั้งรับ กิตติชัยก็เครียดหนักเพราะถูกแอนดี้ เฉิน นายทุนต่างชาติตามทวงงานที่มอบหมาย

“ตกลงผลการซื้อที่ดินเป็นยังไง ไอโอนเงินไปให้ยูหลายงวดแล้ว เมื่อไหร่โครงการของไอจะได้ลงเสาเข็ม”

“คุณไม่เข้าใจ...ผมมีปัญหาต้องสะสาง ผมบอกหลายหนแล้วว่ามันไม่เหมือนโปรเจ็กต์อื่น เราเจอก้างชิ้นใหญ่!”

ข้ออ้างของกิตติชัยฟังไม่ขึ้น แอนดี้ไม่ยอม ยื่นคำขาด “ไอไม่สนใจว่ายูจะเจออะไร แต่ไออยากได้ที่แปลงใหญ่บนยอดดอยนั่นเร็วที่สุด ไม่งั้นก็พับโปรเจ็กต์นี้ไปเลย แล้วยูก็คืนเงินไอมาให้หมด!”

พูดจบก็วางสายดื้อๆ ทิ้งกิตติชัยให้ประสาทเสียเพราะกลัวถูกยึดเงินทุน อรอุษาต้องปลอบให้ใจเย็น เชื่อแน่ว่าต้องมีหนทาง และรเมศคงไม่แจ้งความแน่เพราะพิมพ์ลภัสจะพลอยเดือดร้อน

แววตาเจ้าเล่ห์ของภรรยาทำให้กิตติชัยถึงบางอ้อ เชื่อสนิทใจว่าพิมพ์ลภัสต้องมีความสำคัญบางอย่างกับรเมศ ถึงขั้นเกิดเรื่องคราใดก็บุกไปช่วยด้วยตัวเอง แถมเก็บอดีตนางแบบไว้ใกล้ตัวอีกต่างหาก แต่กระนั้นก็วางใจไม่ได้ เจ้าของคอนโดหนุ่มเลยตัดสินใจให้ถนอมอยู่เชียงรายต่อและหาทางนำโฉนดที่ดินของพ่ออุ๊ยจรัญมาให้ได้

พิมพ์ลภัสไม่ได้สนใจเรื่องคนอื่น นอกจากเพื่อนสาวทั้งสอง กานดากับจินตนา เพราะเข้าใจว่าทั้งสองชอบผู้ชายคนเดียวกัน กานดาพยายามจะเคลียร์กับอดีตนางแบบว่าเธอไม่ได้ชอบผู้ชาย แต่จินตนาก็โผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน เพราะอยากเคลียร์เรื่องอภิชาติ พิมพ์ลภัสถึงกับกุมขมับที่เรื่องราวชักไปกันใหญ่

“ชาติเป็นคนดีนะ แต่ฉันไม่ได้รู้สึกกับเขาแบบที่เธอรู้สึกแน่”

“แสดงว่าเธอมีใครในใจแล้วใช่ไหม”

คำถามของจินตนาทำให้พิมพ์ลภัสสะเทือนใจ ใบหน้าของรเมศลอยมาในหัว แต่ก็ข่มใจกลบเกลื่อน

“ฉันจะมีใครหรือไม่มีก็ช่างมันเถอะ รู้แค่ว่าฉันไม่ใช่คู่แข่งเธอก็แล้วกัน อ้อ...ไหนๆเราก็เปิดใจคุยกันแล้ว ฉันอยากแนะนำเธอแบบแมนๆด้วยความหวังดี พวกผู้ชายน่ะมีสัญชาตญาณของนักล่า เขาชอบรุก ไม่ได้ชอบถูกไล่ ในเมื่อเธอเข้าหาอภิชาติมาตลอดแล้วยังไม่ได้ผล
ทำไมไม่ลองใช้วิธีถอยบ้างล่ะ”

“อ๋อ...อะไรที่ง่ายไปจะไม่ท้าทายใช่ไหม...”

ooooooo

นอกจากมาธวีจะประกาศให้จีน่ารู้เรื่องพิมพ์ลภัสตกอับกลายเป็นพนักงานเสิร์ฟในโรงแรมจารวีแล้ว ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อยังโทร.ตามสมานให้บุกมาเอาตัวอดีตลูกเลี้ยงถึงเชียงรายอีกต่างหาก

แผนเอาคืนพิมพ์ลภัสทำท่าจะไปด้วยดี รเมศเชื่อสนิทว่าเธอมีปัญหากับอดีตลูกเลี้ยงจริง แต่กระนั้นมาธวีก็ไม่ประมาท ตั้งใจจะหาทางซ้ำเติมและเหยียบพิมพ์ลภัสให้จมมิด

แต่ก่อนจะถึงวันนั้น มาธวีก็ต้องรับมือยศพลที่โทร.ตื๊อไม่หยุด แม้เธอจะตัดสายทิ้งหลายครั้ง ไฮโซหนุ่มอดีตแฟนของพิมพ์ลภัสก็โทร.ตามไม่เลิก เยาวลักษณ์คุณหญิงแม่ของยศพลเห็นลูกชายคนเดียวต้องบากหน้าไปจีบม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อแบบลุ่มๆดอนๆ เลยตัดสินใจจะหาผู้หญิงรวยๆคนใหม่ให้...

จีน่าอยากได้รูปของพิมพ์ลภัสไปลงนิตยสาร เลยยกคณะทำงานไปแอบถ่ายภาพอดีตนางแบบขาวีน แต่พวกพนักงานเสิร์ฟ โดยเฉพาะกานดา จินตนาและอภิชาติช่วยกันบังไว้ พัชรีเห็นท่าไม่ดีเลยโทร.รายงานรเมศ เจ้าของโรงแรมหนุ่มไม่พอใจมาก และมอบหมายเป็นคำสั่งขาดให้พัชรียับยั้งได้เลย

คณะทำงานของจีน่าเลยถูกเรียกไปตักเตือนและขอความร่วมมือให้งดถ่ายภาพพิมพ์ลภัส มาธวีได้ยินก็ขัดใจมาก แต่ยังตีหน้าซื่อไปคุยกับรเมศและขนิษฐาเพื่อหยั่งเชิง เจ้าของโรงแรมหนุ่มรู้ทันแต่ไม่อยากหักหน้า แต่ก็เตือนเสียงเข้ม ไม่ให้ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อยุ่งวุ่นวายกับพิมพ์ลภัสอีก

ขนิษฐารับหน้าที่ไปส่งคณะของจีน่าขึ้นรถโรงแรมไปสนามบินตามคำขอของรเมศ บรรณาธิการสาวเลยถือโอกาสขอโทษขอโพยใหญ่ ก่อนจะหาทางกระซิบมาธวีถึงเรื่องซุบซิบเกี่ยวกับเจ้าของโรงแรมจารวีและสาวคนรัก

“เขาบอกว่าหลานสาวท่านประธานวรรณ วรรณ– พานิช คบหาอยู่กับเจ้าของโรงแรมเชียงรายจารวี ชื่อนาราค่ะ...ที่ท่านประธานวรรณเก็บเงียบเพราะหวงหลานสาว อยากให้จบนอกก่อนแล้วค่อยเปิดเผยเรื่องหมั้น”

“ข่าวจริงแน่เหรอคะ”

“ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ ได้ยินว่ารักกันมาก ก่อนไปเรียนต่อคุณนารายังขลุกอยู่เชียงรายเป็นเดือน จนคุณตาต้องออกโรงมารับกลับบ้าน”

ข่าวซุบซิบจากจีน่าทำให้มาธวีช็อกหนัก ความฝันจะได้รเมศมาครองพังทลาย แต่เธอจะไม่ยอมพังคนเดียว พิมพ์ลภัสจะต้องพินาศด้วย และโอกาสของเธอก็มาถึงในวันเดียวกัน เมื่อเธอได้เจอหน้าอดีตลูกเลี้ยงสาวในห้องอาหารจารวี พิมพ์ลภัสอึดอัดใจมากแต่ก็ต้องข่มใจไปต้อนรับ

มาธวีไม่รีรอจะหาเรื่องอดีตลูกเลี้ยงสาว พิมพ์ลภัสไม่อยากมีเรื่องให้ถูกรเมศตำหนิเลยจะผละออกมา

“ขี้ขลาด! ฉันรู้นะว่าเดี๋ยวเธอก็คงส่งคนอื่นมา แทน ฉันประเมินเธอสูงไปหน่อย นึกว่าแค่กลวง ฟุ้งเฟ้อ ยโสโอหัง ไม่นึกว่าจะรวมขี้ขลาดเข้าไปด้วย”

คำพูดถากถางของอดีตแม่เลี้ยงทำให้พิมพ์ลภัสเปลี่ยนใจ หันมาเผชิญหน้า แต่ก็ต้องเจ็บแทบกระอักเมื่อถูกอีกฝ่ายพูดจาดูถูกและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีแบบไม่มีชิ้นดี

“คงลืมตัวคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของโรงแรมน่ะสิ เสียดายนะ...ถ้าเธอจับคุณเมศได้ก็อาจจะมีสิทธิ์มีเสียงในโรงแรมบ้าง แต่โชคดีคุณเมศเขาไม่หลวมตัว เอาไว้ควงเล่นนิดๆหน่อยๆ แล้วก็เฉดหัวมาเป็นพนักงานชั้นต่ำคนหนึ่ง”

“ฉันไม่เคยจับผู้ชายอย่างที่เธอคิด!”

“พูดความจริงก็ทำเป็นรับไม่ได้ จะบอกให้...คุณเมศเขาเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว โชคดีนะที่พ่อเธอชิงตายไปซะก่อน ไม่งั้นคงช็อกที่ต้องรู้ว่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนวิ่งไล่ล่าผู้ชายแบบนี้”

พิมพ์ลภัสโกรธจัด เงื้อมือจะตบ แต่คำเตือนของรเมศก็ลอยมาในหัว จะจับเธอเข้าคุกหากมีครั้งต่อไป

“พ่ออาจจะตกใจที่รู้ว่าฉันตกต่ำขนาดนี้ แต่คงไม่ช็อกไปมากกว่าตอนรู้ว่าผู้หญิงที่เคยเก็บมาเป็นเมีย มันก็แค่ผู้หญิงชั้นต่ำที่ลอยไปลอยมาคอยสูบเลือดสูบเนื้อผู้ชาย!”

พูดจบก็สบตาแบบไม่กลัว มาธวีโมโหมากแต่ก็ระงับลงอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับการปรากฏตัวของพัชรีที่เห็นท่าไม่ดี กลัวอดีตนางแบบจะของขึ้นและมีเรื่องกับอดีตแม่เลี้ยง พิมพ์ลภัสเลยถือโอกาสผละไป กานดารออยู่แล้ว พยายามปลอบและรั้งตัวไม่ให้ออกไปเสิร์ฟ แต่อดีตนางแบบก็ไม่ยอม อยากพิสูจน์ตัวเอง

“ฉันจะไม่ยอมให้ใครชี้หน้าว่าขี้ขลาด ไม่ต้องห่วง... ฉันรู้ธาตุแท้ยัยนั่นดี มันก็แค่ตีสองหน้าต่อหน้าคนอื่น ใช้คำพูดทำร้ายจิตใจฉัน นอกจากนั้นมันก็ทำอะไรฉันไม่ได้ คราวนี้ฉันต้องชนะ ฉันจะทำให้ยัยนั่นรู้ว่ามันยั่วฉันไม่สำเร็จ”

“ฉันเอาใจช่วยเธอนะ ไม่ใช่เพราะฉันอยากเห็นเธอชนะใคร แค่อยากให้เธอเอาชนะความโกรธตัวเองได้ก็พอ”

ooooooo

พิมพ์ลภัสตัดสินใจไปเสิร์ฟพวกมาธวีอีกครั้ง โดยไม่แคร์สายตาคนอื่นที่กลัวเธอจะก่อเรื่อง อยากเอาชนะใจตัวเองให้ได้อย่างที่ตั้งใจ แต่มาธวีก็ทำให้ทุกอย่างพังทลายด้วยการแกล้งปัดถ้วยซุปร้อนๆ หกรดตัวเอง!

“ฉันเจ็บนะพิมพ์ ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบฉันเท่าไหร่ แต่ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย”

พัชรีเห็นลูกค้าสาวโวยวายก็รีบมาดู ก่อนจะหันไปดุพิมพ์ลภัสเสียงเข้ม

“โธ่เอ๊ย...ฉันไม่น่ายอมให้เธอมาเสิร์ฟโต๊ะนี้เลย”

“ฉัน...ฉันไม่ได้ทำนะคะ เขาทำตัวเอง พี่สองคนก็เห็นใช่ไหมคะ”

พิมพ์ลภัสส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางเป็ดกับหนูดี แต่ทั้งสองก็เลือกเข้าข้างเจ้านายตัวเอง

รเมศรู้เรื่องทุกอย่างหลังจากนั้น พิมพ์ลภัสเลยถูกเรียกตัวไปพบและอธิบายทุกอย่าง

“ฉันไม่ได้แกล้ง เขาทำตัวเองจริงๆนะคะ”

“เหลวไหล! คุณจะให้ผมเข้าใจว่าคุณมาธวีเอาซุปร้อนๆราดตัวเองงั้นเหรอ ไม่มีใครบ้าแบบนั้นหรอก”

“คุณไม่รู้จักเขาดีพอ เขาน่ะทั้งบ้าทั้งฉลาดเลย เขาจงใจทำร้ายตัวเองเพื่อใส่ความฉัน คุณลองเรียก คนแถวนั้นมาถามสิคะ เผื่อจะมีใครเห็นเหตุการณ์”

“คุณพัชรีเห็นว่าคุณกับเขามีปากเสียงกันมาก่อน”

“ก็ยัยนั่นมายั่วฉันก่อน แต่ฉันก็พยายามอดทนนะคะ ฉันแค่พูดจาตอบโต้บ้างเท่านั้นเอง แต่สาบานได้ ฉันไม่ได้แกล้งเขา เชื่อฉันเถอะค่ะคุณรเมศ ฉันไม่โง่ขัดคำสั่งคุณหรอกนะ ฉันไม่อยากติดคุก!”

“ทำไมผมต้องเชื่อคุณด้วยล่ะ คุณมาธวีเขายังไม่เคยโกหกอะไรผม ส่วนคุณ...”

รเมศพูดไม่จบ พิมพ์ลภัสที่ช้ำใจมากก็โพล่งแทรกออกไป

“งั้นคงไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดกันอีก คุณจะลงโทษฉันยังไง จะแจ้งความเลยรึเปล่า”

“เรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับผู้เสียหาย”

ผู้เสียหายของรเมศตีหน้าน่าสงสารได้อย่างแนบเนียน แต่กระนั้นแววตาก็แฝงความร้ายกาจที่รเมศไม่มีทางมองเห็น เบาใจและประทับใจมากกว่าที่มาธวีจะไม่เอาเรื่องพิมพ์ลภัส

“วีเข้าใจว่าพิมพ์เป็นคนอารมณ์ร้อนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว วีเลยไม่ติดใจอะไร แล้วก็ไม่อยากให้เป็นเรื่องอื้อฉาว แต่หวังว่าเหตุการณ์แบบนี้คงไม่เกิดขึ้นอีกนะคะ”

“คุณวีกรุณามากครับ ผมรับปากว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกแน่นอน รีบขอบคุณคุณมาธวีสิพิมพ์ลภัส”

“เดี๋ยวค่ะ วีบอกไม่ติดใจอะไร แต่ไม่ได้หมายความว่าวีจะปล่อยคนผิดไปเฉยๆนะคะ”

เหล่าพนักงานที่มามุงดูการตัดสินความมองหน้ากันงงๆ ก่อนที่มาธวีจะประกาศ

“พิมพ์ลภัสต้องกราบขอโทษวีเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขารู้สึกผิดจริงๆ”

“ไม่! ฉันไม่ผิด ฉันไม่มีวันกราบขอโทษเธอ”

พิมพ์ลภัสค้านเสียงแข็ง เป็นตายร้ายดีจะไม่ก้มหัวคุกเข่าให้อดีตแม่เลี้ยงเป็นอันขาด และมาธวีก็รู้ดี

“งั้นฉันก็คงต้องแจ้งความเพื่อไม่ให้เธอไปทำแบบนี้กับใครอีก เบอร์โรงพักที่นี่เบอร์อะไรคะคุณเมศ”

รเมศเห็นท่าไม่ดี เร่งให้พิมพ์ลภัสขอโทษ แต่อดีตนางแบบก็ไม่ยอม มาธวีเลยแกล้งขู่

“ถ้าพิมพ์ไม่เต็มใจก็อย่าบังคับค่ะ ขอเบอร์โรงพักให้วีค่ะ คนบางคนไม่ถูกดำเนินคดีก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด”

คำว่าคุกกับดำเนินคดีทำให้พิมพ์ลภัสต้องยอมลดศักดิ์ศรี เดินหน้าบึ้งไปคุกเข่าขอโทษอดีตแม่เลี้ยง แต่มาธวีก็ไม่พอใจแค่นั้น สั่งให้หนูดีกับเป็ดถ่ายคลิปกับภาพนิ่งไว้เป็นหลักฐาน รเมศเห็นน้ำตาของอดีตนางแบบก็ทนดูไม่ไหว

“แค่นี้ก็พอแล้วมั้งครับคุณมาธวี ผมยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้คุณตามแต่คุณจะเรียกร้อง”

“ไม่ได้ค่ะ คนผิดคือพิมพ์ลภัส...ไม่ใช่คุณ กราบฉันเดี๋ยวนี้พิมพ์ลภัส ไม่งั้นฉันเอาเธอติดคุกแน่”

พิมพ์ลภัสจำใจก้มกราบทั้งน้ำตา มาธวีลอบยิ้มด้วยความสะใจ รเมศได้แต่มองมาด้วยความสงสารสำเหนียกได้ในนาทีนั้นว่าพิมพ์ลภัสอาจไม่ใช่คนผิด และเมื่ออดีตนางแบบผละไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจหันไปพูดกับมาธวีเสียงเข้ม

“ต้องขอบคุณความเมตตาของคุณมาธวีแทนพิมพ์ลภัส ผมจะคอยควบคุมความประพฤติของเขาให้เข้มงวดขึ้น แต่ยังไงก็ต้องขอความร่วมมือคุณทั้งสามคนให้ช่วยหลีกเลี่ยงการปะทะกับเขาด้วยก็แล้วกันครับ...คิดซะว่าเห็นแก่ผม”

น้ำตาของพิมพ์ลภัสทำให้รเมศสะเทือนใจมาก เจ็บปวดในหัวใจอย่างบอกไม่ถูกราวกับเป็นคนทำร้ายเธอด้วยตัวเอง และเมื่อขนิษฐาทราบเรื่องก็อดไม่ได้จะคุยกับหุ้นส่วนของญาติหนุ่มให้รู้เรื่อง

“คุณเมศคะ...น้องได้ยินเรื่องคุณพิมพ์ทำซุปหกใส่คุณมาธวี...เป็นเรื่องจริงรึเปล่าคะ”

“คุณมาธวีกับคนของเขายืนยัน และที่ทุกคนเห็นคือคุณมาธวีเขาเจ็บจริง ผมเลยให้พิมพ์ลภัสไปขอโทษเขา”

“ถึงคุณพิมพ์จะมาที่นี่ด้วยเจตนาไม่ดี แต่น้องไม่อยากเชื่อว่าเธอจะร้ายกาจขนาดทำร้ายคนอื่นได้”

“แต่ถ้าพิมพ์ลภัสไม่ทำ ก็หมายความว่าคุณมาธวีทำตัวเอง...ซึ่งมันดูไม่น่าเชื่อเอาซะเลยนะครับ”

“เช็กกล้องวงจรปิดมั้ยล่ะคะ จะได้เห็นกันไปเลยว่าเกิดอะไรขึ้น น้องจัดการให้”

“ลองดูก็ได้ครับ จะได้จะแจ้ง แต่ถ้าถามใจผมตอนนี้ ผมออกจะเชื่อว่าพิมพ์ลภัสไม่ได้ทำ”

ขนิษฐานิ่วหน้า รเมศเลยสารภาพเสียงอ่อน

“ไม่มีเหตุผลอะไรนอกจากความรู้สึกครับ ทุกครั้งที่ผมจับได้ว่าเขาทำผิด ถึงเขาจะเถียงข้างๆคูๆ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยอมรับ แต่วันนี้ให้ตายเขาก็ยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำ แล้วสายตาเขา...เขาดูเจ็บปวดและตัดพ้อผม”

ooooooo

.

..........

บ่วงหงส์ ตอนที่ 10

ระหว่างที่รเมศสำนึกผิดที่ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาของพิมพ์ลภัส มาธวีย่ามใจอย่างหนักที่ทำให้อดีตลูกเลี้ยงสาวกลายเป็นนางมารร้ายในสายตาคนเกือบทั้งโรงแรม หนูดีกับเป็ดทึ่งมากกับมารยาของเจ้านายสาว


“อุตส่าห์ลงทุนทำขนาดนี้ ทำไมไม่เรียกค่าทำขวัญหนักๆไปเลยล่ะคะ”

มาธวีส่ายหน้า ยักไหล่แบบไม่แยแส “เรียกไปยัยพิมพ์ลภัสจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย ก็คงไม่พ้นคุณเมศต้องออกให้ก่อนนั่นแหละ แล้วมันก็ต้องอยู่ทำงานใช้หนี้ที่นี่นานขึ้นอีก”

เป็ดกับหนูดีพยักหน้ารับรู้ คิดไม่ถึงว่าเจ้านายสาวจะล้ำลึกขนาดนี้ แต่ไม่ทันซักต่อ มาธวีก็โพล่งขึ้น

“คุณเมศนี่ชักจะยังไงๆแล้ว ต่อหน้ามันก็ทำวางท่า แต่พอมันเผลอก็แอบมองมันตาปรอยเชียว วิ่งตามออกไปแบบนั้น ป่านนี้คงโอ๋กันถึงไหนต่อไหนแล้ว”

ท่าทางงุ่นง่านของเจ้านายสาวทำให้เป็ดกับหนูดีกึ่งสงสาร กึ่งสมเพช วีรกรรมร้ายกาจที่ห้องอาหารทำให้ทั้งสองเริ่มตระหนักว่ามาธวีเลือดเย็นและใจร้ายกว่าที่คิด โดยเฉพาะเรื่องของรเมศที่หมายมั่นปั้นมือ

“ผู้ชายน่ะ...บางทีก็ไม่ได้ฉลาดนักหรอก ถ้าผู้หญิงมีจริตมารยาสักหน่อยก็ครอบหัวผู้ชายมานักต่อนักแล้ว”

พิมพ์ลภัสแอบไปนั่งร้องไห้คนเดียวในห้องแต่งตัว กานดาเป็นห่วง รีบตามไปดูอาการ

“กานดา...เธอเชื่อฉันไหมว่าฉันไม่ได้ราดซุปใส่ยัยนั่น”

“เธอไม่ใช่คนโง่ คงไม่ทำอะไรโง่ๆให้ตัวเองเดือดร้อนหรอก”

“แต่เขากลับไม่เชื่อ”

“ถ้าเขาที่เธอพูดหมายถึงคุณรเมศ ฉันว่าเขาเชื่อเธอนะ ไม่งั้นเขาให้เธอออกจากงานไปแล้วล่ะ”

“เชื่อเหรอ...ถ้าเชื่อแล้วเขาจะบอกให้ฉันกราบขอโทษยัยนั่นทำไม”

“แค่กราบขอโทษไม่ตายหรอก”

“ตายสิ...ศักดิ์ศรีฉันโดนฆ่าตายไปแล้ว!”

“แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าให้ลูกค้าร้องเรียนหรือแจ้งความเอาเรื่องเธอไม่ใช่เหรอ แบบนั้นเธอได้ตายสมใจแน่”

“ไม่ยุติธรรมเลย”

“โลกของคนจนมันหาความยุติธรรมยากอยู่แล้วล่ะ ฉันกลับไปทำงานก่อนนะ หายมานานเดี๋ยวคุณพัชรีดุเอา”

คำพูดเตือนสติของกานดาทำให้พิมพ์ลภัสฮึดสู้ เข้าใจสัจธรรมของมนุษย์ที่ยากแท้หยั่งถึงยิ่งกว่าสิ่งไหนมากขึ้น และเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเธอเข้มแข็งและไม่ผิด อดีตนางแบบเลยตัดสินใจไม่กลับห้องพักแต่ไปเสิร์ฟอีกครั้ง

ooooooo

การตัดสินใจของพิมพ์ลภัสทำให้หลายคนทึ่งมาก โดยเฉพาะรเมศ นับถือความแกร่งและศักดิ์ศรีของเธอจนต้องมองตามด้วยความชื่นชม อภิชาติก็ไม่ต่างกัน จินตนาเห็นดังนั้นเลยหาโอกาสเตือนสติไม่ให้หวังไกล เพราะรู้ดีว่าอดีตนางแบบกับเจ้าของโรงแรมหนุ่มนั้นแอบมีใจให้กันและกันตั้งนานแล้ว

หลังจัดการเรื่องพิมพ์ลภัส รเมศก็เดินทางไปหมู่บ้าน ปลายดอยในบ่ายวันเดียวกันเพื่อส่งมอบข้อมูลของกิตติชัยและแอนดี้ เฉิน ให้พ่ออุ๊ยจรัญ พ่อเฒ่าแห่งหมู่บ้านปลายดอยยังไม่เชื่อ ผลประโยชน์และเรื่องวุ่นวายที่ผ่านมาทำให้แคลงใจในตัวรเมศ แต่กระนั้นความดีเรื่องช่วยพัฒนาหมู่บ้านเป็นฟาร์มสเตย์ของเขาก็ทำให้อ่อนท่าทีลงไม่น้อย

ถนอมจับสังเกตความเป็นไปในหมู่บ้านปลายดอยตลอด ไม่รอช้าจะรายงานความเคลื่อนไหวให้กิตติชัย รับรู้ โดยเฉพาะเรื่องที่รเมศเพียรมาหาพ่ออุ๊ยจรัญเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ขายที่ดิน

กิตติชัยหัวเสียมาก สั่งให้ถนอมจับตัวกำปอเป็นตัวประกัน พ่ออุ๊ยจรัญจะได้ยอมขายที่ดินเพราะเห็นแก่ชีวิตหลานชายคนเดียว อรอุษาได้ยินก็ไม่สบายใจ ท้วง เสียงอ่อน

“ต้องทำถึงขนาดจับเด็กเรียกค่าไถ่เลยเหรอคะคุณ ฉันว่ามันเสี่ยงเกินไปนะคะ”

“ผมมีทางเลือกที่ไหนล่ะ ถ้าไม่ทำ...ไอ้แอนดี้มันก็ถอนทุนทั้งหมด คุณอย่าลืมนะว่าเราเอาเงินมันมาหมุนก่อนตั้งหลายสิบล้านแล้ว ตอนพิมพ์ลภัสเราก็เคยเสี่ยงมาแล้ว กับอีแค่จับเด็กชาวบ้านคนหนึ่ง ไม่มีใครให้ค่ามันหรอก!”

รเมศจำต้องปล่อยเรื่องพ่ออุ๊ยจรัญไว้ รอให้แกคิด และทบทวนเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้งจึงจะไปเกลี้ยกล่อมอีกรอบ ส่วนขนิษฐาที่ไม่เชื่อเรื่องพิมพ์ลภัสตั้งใจหาเรื่องมาธวี รีบหาคลิปในกล้องวงจรปิดส่งให้รเมศ แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไรมาก เพราะภาพจากมุมกล้องเห็นไม่ชัดว่าใครเริ่มก่อน

แม้จะเชื่อสัญชาตญาณตัวเองว่าพิมพ์ลภัสอาจไม่ผิด แต่อารมณ์คุกรุ่นทั้งจากเรื่องหมู่บ้านปลายดอยและอารมณ์หึงหวงที่เห็นเธอสนิทสนมกับอภิชาติ

ก่อนหน้าทำให้อดไม่ได้ พาลหาเรื่องอดีตนางแบบทันทีที่เจอหน้า

“ดูท่าว่าเธอเข้ากับเพื่อนพนักงานได้ดีแล้วนี่... โดยเฉพาะพนักงานผู้ชาย”

“ใช่...ตีสนิทกับผู้ชายมันเป็นงานถนัดของฉัน...คุณก็รู้”

อาการลอยหน้าลอยตาของเธอทำให้รเมศของขึ้น กระชากตัวมาใกล้ “อย่าพูดจาประชดประชันแบบนี้...ผมไม่ชอบ แล้วก็ห้ามไปสนิทสนมกับผู้ชายที่ไหน ไม่ว่าจะเพื่อประชดผมหรือเพราะอ่อนไหวจริงๆ”

“คุณถือสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน!”

“สิทธิ์ที่ผม...ผมเป็นเจ้านายและเจ้าหนี้ของคุณไง”

พิมพ์ลภัสเม้มปากด้วยความแค้นใจ ก่อนจะตอกเสียงห้วน “คุณไม่ได้มาตามจิกฉันถึงโรงอาหารเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม งั้นมีอะไรก็รีบว่ามา ฉันจะรีบไปสวดมนต์แผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรกับสัมภเวสี”

“เหตุการณ์วันนี้...ผมรู้ว่าคุณเจ็บปวด แต่บางครั้งความเจ็บปวดก็ให้บทเรียนที่ล้ำค่าแก่เรานะ”

“ฉันไม่ได้บทเรียนอะไรเลย นอกจากเห็นเล่ห์เหลี่ยมคนมากขึ้น ได้เข้าใจว่าความยุติธรรมขึ้นกับเงินในกระเป๋า”

“หรือไม่ก็สถานการณ์กับประวัติของผู้กระทำ”

“คุณอาจจะไม่รู้จักฉันดีนะคะคุณรเมศ คนอย่างฉัน ...ถึงเลวแค่ไหนก็ไม่เคยปฏิเสธความผิดตัวเอง ฉันมาที่นี่เพื่อหลอกลวงคุณ ฉันยอมรับผิดแล้วก็ก้มหน้าก้มตารับโทษ แต่เรื่องวันนี้ฉันไม่ได้ทำจริงๆ”

แววตาเจ็บช้ำของพิมพ์ลภัสทำให้รเมศใจอ่อนยวบ แต่กลับตีหน้านิ่งเปลี่ยนเรื่องดื้อๆ

“อาทิตย์หน้าทีมงานทุกฝ่ายจะขึ้นมาเตรียมพร้อมงานแฟชั่นโชว์ ที่ประชุมสรุปให้ห้องจารวีรับผิดชอบอาหารทั้งในช่วงซ้อมและคืนวันงาน ถ้าคุณคิดว่าจะระงับอารมณ์ไม่ได้ ผมจะให้คุณพักงานไปจนกว่าแฟชั่นโชว์จะจบ”

“หยุดงานเพื่อให้ยัยนั่นเยาะเย้ยว่าฉันขี้ขลาดงั้นเหรอ...ฝันไปเถอะ!”

รเมศยักไหล่ เตือนแกมขู่เสียงเข้ม “อยากจะทำก็ตามใจ แต่ห้ามมีเรื่องอีกเด็ดขาด คราวนี้ผมจะไม่ช่วยอะไรอีกแล้ว อ้อ...แล้วผมขอเตือนคุณ อย่าเรียกแขกว่ายัยนั่นยัยนี่ ใครมาได้ยินเขาจะหาว่าโรงแรมเราไม่อบรมพนักงาน ถ้าคราวหน้าคุณหลุดปากมาอีก ผมจะตัดค่าแรงคุณวันละร้อย”

พิมพ์ลภัสอ้าปากจะเถียง แต่ก็ถูกเขาชี้หน้าคาดโทษ

“ผมทำจริงๆนะพิมพ์ ลองดูสิ”

จบคำก็ผละไป ทิ้งให้พิมพ์ลภัสเต้นผางด้วยความเจ็บใจคนเดียว

“รอให้ใช้หนี้หมดก่อนเถอะ ฉันจะไปตะโกนเรียกยัยนั่นยัยนี่นังนั่นนังนี่หน้าโรงแรมทั้งวันทั้งคืนเลย ...คอยดู!”

ooooooo

และแล้ววันงานแฟชั่นโชว์ผ้าไทยก็มาถึง เหล่าคน ทำงานรวมทั้งพวกมาธวีวิ่งวุ่นตระเตรียมทุกอย่างตั้งแต่เช้า ห้องอาหารจารวีต้องรับหน้าที่เสิร์ฟอาหารว่างคาวหวานและเครื่องดื่ม พัชรีเลยมอบหมายให้พนักงานเสิร์ฟจำนวนหนึ่งไปดูแล และพิมพ์ลภัสก็เป็นหนึ่งในนั้น

กานดากับจินตนาเป็นห่วงพิมพ์ลภัส กลัวเผชิญหน้าพวกมาธวีแล้วจะมีเรื่องอีก แล้วก็เป็นเรื่องจนได้เมื่อหนูดีกับเป็ดถากถางอดีตนางแบบไม่หยุด จนเกือบจะปรี๊ดกลับ ถ้าจินตนาจะไม่ห้ามไว้

“ปล่อยให้เขาพูดไป ทำให้เขารู้ว่าเราสำคัญจนเขาต้องพูดถึง แต่เขาไม่มีค่าพอให้เราใส่ใจ”

มาธวีเห็นพิมพ์ลภัสทนได้ก็เล่นแรงขึ้นด้วยการแกล้งให้ทิป อดีตนางแบบเลยหมดความอดทน ตอกจนหน้าหงาย แถมตั้งท่าจะยกถาดฟาดหัวอดีตแม่เลี้ยงให้สาสมกับถ้อยคำดูถูก โชคดีที่พัชรีมาลากตัวไปทันเวลา
พิมพ์ลภัสโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง พัชรีต้องดุเสียงเข้มเพื่อดึงสติกลับมา

“จำไม่ได้หรือไงว่าเธอมีชนักปักหลังอยู่ ถ้าเกิดเรื่องอีกเธอเดือดร้อนแน่”

“แล้วจะปล่อยให้พวกนั้นดูถูกอาชีพพวกเรางั้นเหรอ มันเยาะเย้ยฉัน ฉันยังพอทนได้ แต่ทำไมต้องพูดจายังกับว่าอาชีพเสิร์ฟอาหารเป็นขอทานที่ต้องเรี่ยไรเงินบริจาค”

พัชรีได้ยินว่าเป็นเรื่องอาชีพก็อ่อนท่าทีลง แต่กระนั้นก็อดปรามไม่ได้

“ถ้าเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่าก็ไม่ต้องไปเดือดร้อน งานบริการต้องเจอคนร้อยพ่อพันแม่อยู่แล้ว ลูกค้าบางคนดี บางคนแย่ เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ต้องอดทน น้ำขุ่นไว้ในน้ำใสไว้นอก ต้องบริการด้วยความสุภาพเสมอ”

“ฉันก็กำลังจะบริการถาดลงบนหัวคนพวกนั้นด้วยความสุภาพเลย ถ้าคุณไม่ลากฉันออกมาก่อน”

“ฉันรู้ว่าเธอไม่ใช่คนโง่ รู้ว่าเขาจงใจหาเรื่องก็เลี่ยงซะ เขาจะว่าอะไรก็ให้เขาว่าไป คำนินทาน่ะไม่เจ็บ เท่าไหร่หรอก แต่ถ้าเธอเอาถาดไปฟาดหัวเขาล่ะก็ เธอเจ็บแน่พิมพ์ลภัส...อย่าลืมที่คุณรเมศสั่งไว้สิ”

ชื่อของรเมศเหมือนเป็นใบสั่งอย่างดี พิมพ์ลภัสต้องยอมไปทำงานในครัวเพื่อสงบศึกแบบเสียไม่ได้ แต่ไปไม่ถึงครัวก็ต้องหมุนตัวกลับแทบไม่ทัน เมื่อเห็นเอื้องคำกับขนิษฐามุ่งหน้ามาห้องจัดงาน

รเมศก็เดินมาที่เดียวกันเพราะบังเอิญได้ยินพัชรีบ่นเรื่องพิมพ์ลภัสเกือบมีเรื่องกับมาธวี ทันได้ยินอดีตนางแบบถูกอดีตแม่เลี้ยงตัวเองหาเรื่องฉีกหน้ากลางห้องจัดงาน!

ความจริงเรื่องพิมพ์ลภัสกลายเป็นพนักงานเสิร์ฟของโรงแรมจารวีทำให้เอื้องคำชะงักไปอึดใจ แต่ก็ไม่เปลี่ยนใจอยากให้อดีตนางแบบเดินชุดฟินาเล่ แต่รเมศก็ตามมาห้ามไว้ก่อนเพราะไม่อยากให้เธอมีเรื่องกับมาธวี

แต่พิมพ์ลภัสกลับไม่เข้าใจเจตนาเขา คิดว่าเขาตั้งใจจะหักหน้าเธอต่อหน้าทุกคน

“ทำไมคะ...ฉันไปเรียกร้องเมื่อไหร่ว่าอยากจะเดินแบบ ไม่เคยเลยสักครั้ง ฉันเจียมตัวดี รู้ว่าอยู่ในฐานะอะไร ไม่กล้าสะเออะไปเดินเทียบรัศมีแขกผู้มีเกียรติของโรงแรม แล้วทำไม...ทำไมต้องมาย้ำกดหัวกันด้วย!”

บวรทัตพยายามปลอบให้ใจเย็นแต่พิมพ์ลภัสก็สุดจะทน “ฉันเย็นจนสุดจะเย็น คอยเตือนตัวเองเหมือนที่ทุกคนที่นี่ย้ำเสมอว่าฉันเป็นใคร คำตอบคือฉันเป็นคน ...คนที่มีขีดจำกัดของความอดทนเหมือนกัน!”

ขาดคำก็วิ่งตามไปเอาเรื่องรเมศที่หายหน้าไปทันทีที่วางระเบิดไว้

“คุณกล้าดียังไงมาสั่งไม่ให้ฉันทำโน่นทำนี่”

“อย่ามาอาละวาดแบบนี้นะพิมพ์”

“ทำไม...กลัวแขกได้ยินเหรอว่าคุณทำกับฉันยิ่งกว่า ทาสยังไง คุณบังคับให้ฉันกราบคนที่ฉันเกลียดยิ่งกว่าขี้ มัดมือมัดเท้าให้คนอื่นเหยียบย่ำเล่น คุณคิดว่าเงินไม่กี่แสนจะทำให้คุณกดหัวฉันลงมาให้คุณกระทืบซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้รึไง!”

นาราแฟนสาวของสีหนาทเพื่อนรักรเมศและหุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรมจารวีออกจากลิฟต์พอดี ถึงกับอ้าปากค้าง เมื่อเห็นว่ารเมศกำลังเถียงกับพนักงานเสิร์ฟสาวอดีตนางแบบขาวีน

“ไม่ใช่เรื่องเงินหรอกพิมพ์ แต่เป็นความหลอกลวงของคุณต่างหากที่ทำให้คุณต้องมาอยู่ในสภาพนี้ และถ้าคุณอยากไปให้พ้นจากสภาพนี้เร็วๆ คุณก็อย่าพยายามสร้างปัญหาให้มันมากนัก”

พูดจบก็หันไปเรียกนาราให้ไปคุยบนห้องทำงาน พิมพ์ลภัสเห็นท่าทางสนิทสนมและอ่อนโยนของเขาที่มีต่อผู้หญิงอีกคนก็ของขึ้น ความน้อยใจถาโถมจนต้องโพล่งออกไป

“ฉันไม่ได้สร้างปัญหา คนของคุณต่างหากที่มาหาเรื่องฉัน ถึงฉันจะเคยทำผิด แต่ฉันก็มีสำนึกพอจะไม่ดักดานทำผิดซ้ำๆ แล้วก็จำไว้ด้วยนะคะคุณรเมศ...ถึงฉันจะเป็นหนี้คุณทั้งเงินและความซื่อสัตย์ แต่ฉันยังเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองอยู่ ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยที่คุณจะชี้เป็นชี้ตายได้ อย่าบีบบังคับกันให้มากนัก!”

ooooooo

ขนิษฐารู้ทันเล่ห์เหลี่ยมและมารยาของมาธวีเลยจัดการปรามจนม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อพูดไม่ออก ได้แต่ฮึดฮัดที่โดนดักคอ ส่วนนาราก็อดไม่ได้ต้องเตือนสติรเมศที่พูดจารุนแรงกับพิมพ์ลภัส

“ไม่หนักไปหน่อยเหรอคะคุณเมศ คุณเมศพูดแรงไม่น้อยเลย เธอคงอายน่าดู”

“หนักไม่หนักก็ต้องทำครับ พิมพ์ถูกสปอยล์จนเหมือนเด็กนิสัยเสีย บางทีก็ต้องดัดกันแรงๆ”

“แล้วทำไมคุณเมศถึงห้ามไม่ให้เธอเดินแบบล่ะคะโรงแรมไม่ได้มีกฎห้ามพนักงานทำงานพิเศษนี่คะ”

“ที่ผมห้ามเพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายครับ คุณมาธวี...ดีไซเนอร์ที่มาร่วมจัดแฟชั่นโชว์งานนี้ เธอเป็นอดีตแม่เลี้ยงพิมพ์ เขาสองคนไม่ถูกกัน อาทิตย์ก่อนเพิ่งจะเกิดเรื่อง ผมกลัวจะมีปัญหา”

เหตุผลของรเมศฟังขึ้นไม่น้อย แต่กระนั้นขนิษฐาที่เพิ่งเดินเข้ามาก็อดค้านไม่ได้

“แต่เรื่องนั้นเรายังสรุปไม่ได้นี่คะว่าเป็นฝีมือคุณพิมพ์จริงรึเปล่า”

“ยิ่งสรุปไม่ได้ ก็ควรกันไว้ดีกว่าแก้ไม่ใช่เหรอครับคุณน้อง”

“จริงๆถ้าคุณเมศเป็นห่วงคุณพิมพ์ น่าจะพูดตรงๆให้เธอเข้าใจนะคะ”

“อย่าเลยครับ...คนอย่างพิมพ์ เอาใจมากเดี๋ยวจะยิ่งได้ใจ ผมอยากให้เขารู้ว่าการเป็นลูกจ้างคนอื่นจะต้องอดทน ไม่ใช่ไม่พอใจอะไรก็เข้ามาอาละวาด แบบนี้ ดีที่สุดแล้วครับ...”

นารากับขนิษฐารู้ดีว่ารเมศเป็นห่วงพิมพ์ลภัสมากแค่ไหน เช่นเดียวกับมาธวีที่จะไม่ยอมอยู่เฉยให้อดีตลูกเลี้ยงสาวอยู่เป็นสุขในงานแฟชั่นโชว์ คอยจับผิดทุกฝีก้าวหวังฉีกหน้าให้ได้อายและถูกรเมศเฉดหัวออกจากโรงแรม

แล้วโอกาสของมาธวีก็มาถึง เมื่อมีหนึ่งในแขกที่มาร่วมงานจำพิมพ์ลภัสได้และพยายามจะทักทาย ตอนแรกอดีตนางแบบก็อึดอัดและอับอาย แต่แววตาเย้ยหยันของอดีตแม่เลี้ยงก็ทำให้ฮึดสู้ ยอมรับความจริงอย่างไม่อาย

“ฉันเป็นพนักงานเสิร์ฟเพราะติดหนี้เจ้าของโรงแรมนี้ เขาไม่ยอมให้ฉันไปทำงานที่อื่นเพราะกลัวฉันจะหนี ฉันเห็นว่าเป็นงานสุจริตก็เลยทำ ดีกว่าไปเป็นเมียน้อยให้ผัวเสี่ยเลี้ยงไปวันๆ คุณมาธวีว่าจริงไหมคะ”

มาธวีเจ็บใจมากที่ทำอะไรอดีตลูกเลี้ยงสาวไม่ได้ พิมพ์ลภัสสะใจมาก และเมื่อเห็นว่ามีคนรุมล้อม รวมทั้งพวกนักข่าวที่ถ่ายรูปเธอในชุดพนักงานเสิร์ฟก็เชิดหน้า ประกาศท้า

“เชิญค่ะ...จะแชะ จะแชร์ จะลงข่าว จะอัพไอจีก็ตามสบาย แต่ระวังตัวหน่อยนะคะ...เพราะพวกเห็บเหาที่ชอบเกาะสูบเลือดสูบเนื้อแถวนี้อาจจะเรียกเก็บค่าหัวคิวแพงหน่อย”

พิมพ์ลภัสตั้งใจพูดแดกดันมาธวี ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนี แล้วก็ต้องเจอภาพบาดใจอีกรอบ เมื่อรเมศเดินควงนาราเข้ามาในงาน มาธวีก็ตาลุกด้วยความอิจฉาไม่แพ้กัน แต่หนูดีกับเป็ดก็วิ่งมาแจ้งปัญหาเสียก่อนว่านายแบบที่จ้างมาเดินวันนี้ดันท้องเสีย ต้องหานายแบบคนใหม่แบบกะทันหัน

อภิชาติถูกเรียกตัวมาเดินแบบแทนแบบไม่ทันตั้งตัว รเมศอนุญาตเพราะเห็นว่าเป็นงานของโรงแรม กานดากับจินตนาตื่นเต้นแทนเพื่อนหนุ่มมาก และไม่รอช้าจะเรียกพิมพ์ลภัสไปให้กำลังใจ

ooooooo

นอกจากแขกเหรื่อในวงสังคมที่มาร่วมงานแฟชั่นโชว์ผ้าไทยในโรงแรมจารวี รเมศยังให้บวรทัตเชิญแขกพิเศษคือณัฐกิตติ์นายตำรวจใหญ่ที่กิตติชัยชอบอ้างชื่อมาร่วมงานด้วย เพื่อชี้แจงเรื่องทั้งหมด หวังจัดการเรื่องกิตติชัยให้เด็ดขาด!

มาธวีก็ต้องการจัดการเรื่องบางอย่างให้เด็ดขาดเช่นเดียวกัน เรื่องนารานั่นเองที่คาใจเธอตั้งแต่หลายวันก่อน แล้วคืนนี้ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อก็ได้ยิ้มออก เมื่อนารา บอกว่าตนไม่ใช่แฟนรเมศ แต่เป็นแฟนสีหนาทหรือ

นายสิงห์เจ้าของไร่บัวขาว เพื่อนสนิทรเมศและหุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรมจารวี

พิมพ์ลภัสไม่ได้สนใจเรื่องคนอื่น มัวทำหน้าที่เทรนเนอร์เดินแบบให้อภิชาติ แต่คงใกล้ชิดถึงเนื้อถึงตัวไป รเมศที่ผ่านมาเห็นเลยโมโหหึงลากตัวเธอมาดุอีกทาง

“ปล่อยนะ ฉันเจ็บ! เป็นบ้าอะไรของคุณเนี่ย!”

“ผมสั่งแล้วใช่ไหมว่าห้ามไปตีสนิทกับผู้ชายที่ไหนให้ผมเห็นอีก ทำเป็นไม่เคย แต่ที่แท้ก็ทำจนเคยชิน”

“พูดบ้าอะไรของคุณ”

“ก็ไอ้ที่ถอดเสื้อใส่เสื้อให้ผู้ชายนั่นไง ทำมากี่รายแล้วล่ะ”

พิมพ์ลภัสทั้งเจ็บทั้งน้อยใจจนน้ำตาไหล “จะกี่ราย มันก็เรื่องของฉัน ฉันทำโดยที่เขาไม่ต้องร้องขออะไร ฉันทำเพราะฉันพอใจ ไม่ใช่ถูกบังคับเหมือนอย่างที่คุณทำกับฉัน พอใจรึยัง!”

แหวจบก็จะผละไป แต่นาราก็โผล่มาพอดี พร้อมๆกับ มาธวีที่คิดแผนแกล้งอดีตลูกเลี้ยงสาวด้วยการสาดแก้วน้ำ ในมือไปโดนรองเท้าของนาราจนเลอะไปหมด

แน่นอนว่าความผิดถูกโยนไปให้พิมพ์ลภัสอย่างหน้าไม่อายเพราะชนนาราในจังหวะเดียวกัน อดีตนางแบบส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่ยอมรับความผิด นาราก็เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น แต่มาธวีกลับทำให้เรื่องมันวุ่นด้วยการพูดจายุยงว่าทุกอย่างเป็นเพราะพิมพ์ลภัสเดินมาชน

“พูดให้มันดีๆนะ ฉันไม่ได้ทำ เธอต่างหากที่เดินมาชนฉัน”

“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ แค่จะบอกว่าไม่คิดว่าเธอจะเดินไม่ระวัง ถ้าเธอไม่ได้ตั้งใจก็ไม่เห็นต้องร้อนตัวนี่”

พิมพ์ลภัสเจ็บใจ อยากกรีดร้องและอาละวาดอดีตแม่เลี้ยงเหมือนเคย แต่คำพูดคาดโทษของรเมศก็ค้ำคอทำให้ต้องยืนเฉย ก่อนจะตัดสินใจยอบตัวลงเช็ดรองเท้าให้นารา ทุกคนพากันอึ้ง โดยเฉพาะรเมศที่ไม่อยาก เชื่อสายตา นาราทนไม่ไหวต้องยึดมืออดีตนางแบบไว้และขอตัวเข้าไปในงาน

รเมศรู้สึกผิดมากที่ทำให้พิมพ์ลภัสเสียน้ำตา แต่หน้าที่เจ้าของโรงแรมและเจ้าของงานทำให้ต้องปรับอารมณ์และพาแขกเหรื่อไปร่วมงานด้วยสีหน้าชื่นบาน ต่างจากมาธวีที่โยนทุกอย่างให้หนูดีกับเป็ดดูแล ส่วนตัวเองไปดักหน้าหาเรื่องพิมพ์ลภัสที่แอบไปร้องไห้กับกานดาและจินตนาในห้องน้ำ

“ถึงกับต้องหลบมาปาดน้ำตาในห้องน้ำเลยเหรอ ความจริงเธอก็เก่งนะที่ยังแบกหน้ามาเดินเสิร์ฟในงานนี้ได้ หรือว่ากะจะจับเสี่ยกระเป๋าหนักในงานสักคน”

กานดากับจินตนาเตรียมช่วยเพื่อนเต็มที่ แต่พิมพ์ลภัสก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“แนะนำคนอื่นเก่งแบบนี้...งานถนัดล่ะสิ ถ้าถนัดนักทำไมไม่เอาเวลาไปหาผัวใหม่ไว้เกาะเร็วๆล่ะ อ้อ...หรือว่าพยายามจับแล้วเขาไม่เล่นด้วย ก็แหงล่ะ...ถ้าเป็นฉันก็คงเลือกคนที่ดีกว่า สวยกว่า คู่ควรกว่าแม่ม่ายตกรุ่นอย่างเธอ”

“พูดอะไรระวังปากบ้างนะ ระวังมันจะเข้าตัว ต่อให้เธอเดินเสิร์ฟจนตายก็ไม่มีหน้ากลับไปชูคอบนบัลลังก์เหมือนเดิม เพราะมันไม่มีที่ยืนสำหรับเธออีกแล้ว”

“คิดว่าฉันจะกลัวคำขู่ของนังจิ้งจอกพันหน้าอย่างเธอเหรอ”

“ไม่กลัวก็รีบซะ เธอไม่อยากรู้เหรอว่าทำไมห้องอาหารจารวีถึงต้องมาจัดเลี้ยงในงานนี้...”

มาธวียิ้มเป็นต่อ เล่าให้ฟังอย่างผู้ชนะว่าตนเป็นคนขอรเมศให้เลือกห้องอาหารจารวีมารับรองงานนี้พิมพ์ลภัสเจ็บปวดใจมาก แล้วก็ต้องช้ำแทบกระอักเมื่อถูกอดีตแม่เลี้ยงตอกย้ำทิ้งท้าย

“ถูกเขี่ยตกจากบัลลังก์มันยังไม่เจ็บเท่ากับ...ไม่ว่าเธอจะตะเกียกตะกายกลับขึ้นไปอีกกี่ครั้ง ก็ยังต้องตกลงมาเจ็บซ้ำซากอยู่ดี...เธอว่าจริงไหม”

พูดจบก็ผละไป ทิ้งพิมพ์ลภัสให้ยืนตัวชา กานดากับจินตนาสงสาร พยายามบอกให้ไปพักไม่ให้ลำบากใจ แต่อดีตนางแบบก็ปฏิเสธ ไม่อยากให้ใครมองว่าเป็นพวกขี้ขลาด

“ฉันไม่มีวันสติแตกเพราะนังแม่มดนั่น มันต้องเห็นว่าถึงฉันจะเป็นพนักงานเสิร์ฟ ไม่ใช่นางแบบเหมือนเมื่อก่อน แต่ฉันก็ภูมิใจในอาชีพนี้ ที่สำคัญถึงใครอยากจะเหยียบฉันจมดินแค่ไหนฉันก็ไม่ยอมนอนตายใต้ฝ่าเท้าเขาง่ายๆหรอก”

ooooooo

ถึงจะประกาศแบบนั้น แต่ความจริงพิมพ์ลภัสก็ใจหายไม่น้อย ต้องมายืนท่ามกลางแสงสีและงานที่เธอเคยเป็นจุดเด่นเสมอ รเมศเฝ้ามองตามด้วยความชื่นชมปนรู้สึกผิด สำเหนียกได้ในเวลานั้นเองว่าอาจดัดนิสัยเธอแรงเกินไป

พัชรีก็เป็นอีกคนที่เฝ้ามองพนักงานเสิร์ฟจอมพยศด้วยแววตาชื่นชมอย่างปิดไม่มิด และเมื่อได้ยินชุติมาพูดจาค่อนแคะและดูถูกพิมพ์ลภัสให้เสียกำลังใจก็อดไม่ได้จะออกมาปกป้อง

“มันสตรองก็ตรงที่พิมพ์ลภัสรู้จักอดทน เรียนรู้ เปลี่ยนแปลงความคิดและปรับปรุงตัวเอง ซึ่งพิมพ์ลภัสก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นแล้วว่าเขาทำได้ ถ้าเธอคิดว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆก็ลองถามตัวเองดูนะว่าเคยทำได้บ้างรึยัง”

ชุติมาสะบัดหน้าจากไปแล้ว พัชรีได้แต่มองตาม ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะหันมาชมพิมพ์ลภัส

“วันนี้เธอทำได้ดีมากนะพิมพ์ลภัส ไม่เสียแรงอบรม”

“คุณพัชรีชมฉัน ชมต่อหน้าทุกคนด้วย ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม!”

“ทำดีก็ต้องชมสิ ฉันเคยบอกเธอแล้วไม่ใช่เหรอ แต่ถ้าทำผิดฉันด่าไม่เลี้ยงเหมือนกัน”

คำชมของพัชรีเป็นกำลังใจที่ดีของพิมพ์ลภัส เหล่าเพื่อนพนักงานยกเว้นชุติมาพลอยปลื้มแสดงความยินดีกันใหญ่ มาธวีมองภาพตรงหน้าด้วยความแค้นใจที่ฉีกหน้าอดีตลูกเลี้ยงสาวไม่ได้ แถมเรื่องระหว่างเธอกับรเมศก็ไม่คืบหน้า ทั้งที่เธอขออยู่ต่อสองเดือนเพื่อเปิดร้านพิเศษสำหรับคอลเลกชั่นล่าสุด แต่เขาก็ไม่ยี่หระหรือยินดียินร้าย

ท่าทางรู้สึกผิดของรเมศทำให้นารากับขนิษฐาสงสาร แต่ก็สมน้ำหน้าด้วยเพราะอาการใจแข็งของเขา รเมศไม่รู้ตัวว่าถูกมองตามด้วยความเห็นใจ มัวตกใจเมื่อบวรทัตเดินนำหนานเมืองชาวบ้านหมู่บ้านปลายดอยเข้ามาในโรงแรม

กิตติชัยนั่นเองที่ฉวยโอกาสตอนเขาจัดแฟชั่นโชว์ในโรงแรมบุกมาหาพ่ออุ๊ยจรัญและทำให้เรื่องรุนแรงมากขึ้นด้วยการจับตัวกำปอหลานชายคนเดียวของพ่อเฒ่าเป็นตัวประกัน ขู่ให้เซ็นชื่อยกโฉนดที่ดินให้!

สุริยนต์ที่มารับนารากับขนิษฐากลับไร่บัวขาวเลยต้องอยู่ช่วย โดยทิ้งสองสาวให้ดูแลความเรียบร้อยที่โรงแรมแทน พร้อมกันกับที่มาธวีผ่านมาได้ยินทุกอย่างโดยบังเอิญ

พิมพ์ลภัสไม่รู้เรื่องหมู่บ้านปลายดอย มัววุ่นกับการเก็บกวาดห้องจัดเลี้ยงและยกของไปใส่รถ แต่เธอก็ดันเข้าใจผิดคิดว่ารถกระบะคันใหญ่หน้าโรงแรมคือรถขนของ กว่าจะรู้ตัวว่าขึ้นรถผิดคัน รเมศกับสุริยนต์ก็ขับมาไกลแล้ว

กานดา อภิชาติและจินตนาที่มาตามพิมพ์ลภัส ทันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพอดีและไม่รอช้าจะไปรายงานพวกบวรทัต ขนิษฐาตกใจมากรีบโทร.บอกรเมศที่เกือบหยุดรถไม่ทันเพราะพิมพ์ลภัสจะกระโดดลงจากรถ!

ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั่นเอง กิตติชัยกับถนอมไม่ได้สำเหนียกว่าพวกรเมศจะมาถึงหมู่บ้านพร้อมกับตำรวจ ยกปืนขู่ให้พ่ออุ๊ยจรัญยอมเซ็นชื่อยกโฉนดที่ดินให้เพื่อแลกกับชีวิตกำปอ

“แกส่งคนมาเผาไล่ที่ชาวบ้าน ส่งคนมายิงขู่ฉัน อย่าหวังเลยว่าแกจะได้ที่ไป ตารางนิ้วเดียวฉันก็ไม่ขายให้แก!”

ooooooo

สุริยนต์ส่งลูกน้องไปดูลาดเลาก่อนหน้าแล้ว ส่วนตัวเองขับรถพารเมศและพิมพ์ลภัสเข้าไปในหมู่บ้าน ในเวลาต่อมา แต่เสียงปืนที่ดังมาจากทางบ้านพ่ออุ๊ยจรัญก็ทำให้รเมศร้อนใจและตัดสินใจพาพิมพ์ลภัสไปด้วย

แต่เมื่อถึงหน้าหมู่บ้านกลับไม่ยอมพาเธอเข้าไปเพราะเกรงอันตราย แต่พิมพ์ลภัสก็รั้นตามไปจนได้ ไม่ใช่แค่เพราะเป็นห่วงรเมศ แต่อยากล้างแค้นกิตติชัยที่เคยดูถูกและลอยแพเธอ

รเมศยังไม่รู้ตัวว่าพิมพ์ลภัสแอบตามมา รีบไปบ้านพ่ออุ๊ยจรัญพร้อมกับสุริยนต์ กิตติชัยเห็นหน้าคู่แข่งหนุ่มก็ยกปืนขู่จะฆ่าตัวประกัน รเมศเห็นท่าทางหวาดกลัวของพ่อเฒ่ากับหลานก็ค่อยๆลดมือ

“ทำแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์ ยังไงแกก็ไม่มีทางได้ที่ผืนนี้”

“มึงคิดจะฮุบไว้คนเดียวงั้นสิ กูลงทุนไปตั้งหลายสิบล้าน กูไม่ยอมให้มึงชุบมือเปิบไปคนเดียวหรอกไอ้รเมศ”

“ไม่ใช่เพราะฉันต้องการที่ผืนนี้ แต่เพราะหลักฐานที่มัดตัวแกทุกอย่างอยู่ในมือท่านณัฐกิตติ์หมดแล้ว”

กิตติชัยหน้าซีดเผือดก่อนจะหน้าแดงด้วยความโกรธจัดเมื่อรเมศบอกว่ารายงานทุกอย่างให้ณัฐกิตติ์รู้แล้ว

“แกคงไม่รู้ว่าฉันเชิญท่านมาร่วมงานที่จารวีก็เพราะต้องการจัดการแกโดยเฉพาะ ฉันให้โอกาสแกมาหลายครั้งแล้ว แต่แกก็ยังทำตัวเป็นหมาลอบกัดไม่เลิก หลักฐานมัดแน่นขนาดนี้แกคงต้องไปดิ้นต่อในคุกแล้วล่ะ”

รเมศบอกให้ปล่อยตัวประกันและมอบตัว แต่กิตติชัยก็ไม่ยอม แหวลั่น

“กูไม่โง่มอบตัวให้มึงเล่นงานกูตายคาตีนมึงหรอก ถอยไป! กูบอกให้ถอยไป!”

ขาดคำก็รัดคอพ่ออุ๊ยจรัญแน่นขึ้น ลากตัวออกไปพร้อมถนอมที่อุ้มกำปอไว้ พิมพ์ลภัสโผล่มาจากไหนไม่รู้ ฟาดไม้ในมือใส่พวกกิตติชัยไม่ยั้ง แต่ก็พลาดท่าถูกตบจนหน้าคว่ำ

เสียงร้องของพิมพ์ลภัสทำให้รเมศเกือบพลาดท่าไปด้วย โชคดีที่ช่วยพ่ออุ๊ยจรัญออกมาได้ แต่ถนอมก็ยังคุมตัวกำปอไว้ พิมพ์ลภัสเห็นสายตาหวาดกลัวและลังเลของถนอมก็พยายามหว่านล้อม

“คนอย่างมันไม่เคยทำตามที่พูดหรอก ฉันเองก็เคยโดนมันถีบหัวส่งมาแล้ว มันจ้างฉันขโมยคลิปเหมือนที่มันจ้างลูกนายนั่นแหละ พอถูกจับได้มันก็ถีบฉันทิ้ง แล้วสุดท้ายมันก็จะจับฉันไปฆ่า คนแบบนี้เหรอจะช่วยนายจริงๆ”

ถนอมเริ่มคล้อยตาม กิตติชัยเห็นท่าไม่ดี ตะโกนขู่

“มึงหยุดพูดพล่อยๆได้แล้ว”

“หรือจะเถียงว่ามันไม่จริง มันหลอกว่าจะโอนเงิน ให้กี่ครั้งแล้วล่ะ แล้วมันเคยโอนให้สักครั้งไหม”

รเมศเห็นพวกสุริยนต์ตามพวกมาช่วยจากด้านหลังก็เกลี้ยกล่อมถนอม

“ปล่อยเด็กซะ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา นายยังมีโอกาสกลับตัวและฉันจะช่วยนายให้ถึงที่สุด”

กิตติชัยเห็นถนอมมีท่าทีคล้อยตามก็เครียดหนัก เอ็ดเสียงเข้ม “มึงเชื่อมันก็โง่แล้ว หลอกอัดคลิปกูมันยัง ทำมาแล้ว นับประสาอะไรกับชาวบ้านกระจอกๆอย่างมึง คนอย่างมันไม่ใช่นักธุรกิจพ่อพระใสซื่อนักหรอก ที่มันทำคือหลอกให้ทุกคนตายใจ ถ้ามึงปล่อยมัน ไอ้รเมศมันเอามึงเข้าคุกแน่ แล้วไอ้ธงชัยลูกมึงก็ไม่มีทางรอดเหมือนกัน”

ถนอมคิดหนัก แต่ไม่ทันขยับ เสียงไซเรนรถตำรวจพร้อมการปรากฏตัวของพวกสุริยนต์ก็ทำให้เหตุการณ์ชุลมุนไปหมด กิตติชัยตาเหลือกด้วยความกลัวเมื่อเห็นว่าถนอมปล่อยตัวกำปอเลยรีบคว้าตัวพิมพ์ลภัสเป็นตัวประกันแทนและยิงสวนป้องกันตัวจนเฉี่ยวโดนแขนรเมศ!

ooooooo

เหตุการณ์ชุลมุนในหมู่บ้านปลายดอยถูกรายงานให้ขนิษฐา นาราและบวรทัตรู้อย่างต่อเนื่อง ทุกคนเป็นห่วงและตกใจมากเมื่อได้ยินว่าพิมพ์ลภัสถูกกิตติชัยจับเป็นตัวประกัน!

ถนอมถูกตำรวจล้อมจับไว้จนได้ เช่นเดียวกับอรอุษาที่ถูกรวบตัวก่อนหนีไปต่างประเทศกับกิตติชัย รเมศร้อนใจมากเป็นห่วงพิมพ์ลภัสใจแทบขาด แล้วก็มีความหวังขึ้นอีกครั้งเมื่อมีชาวบ้านโทร.แจ้งความว่าถูก กลุ่มคนรูปพรรณสัณฐานคล้ายกิตติชัยปล้นรถ

พิมพ์ลภัสถูกกิตติชัยและลูกน้องจำนวนหนึ่งพาตัวหนีไปทางตะเข็บชายแดน อดีตนางแบบดิ้นรนขัดขืนเต็มที่

“แกจะพาฉันไปไหน แกจะหนีก็หนีไปคนเดียวสิ จะลากฉันไปด้วยทำไม”

“เอาไปแลกกับไอ้รเมศน่ะสิ มันทำชีวิตกูพัง กูก็จะทำให้มันพังเหมือนกัน”

“ถึงแกจะจับฉันไปเขาก็ไม่สนใจฉันหรอก คิดเหรอว่าเขาจะยอมเอาชีวิตมาแลกกับฉัน”

“มันยอมแลกแน่ ถ้ามันไม่สนใจไยดีมึง มันคงปล่อยมึงตายไปตั้งแต่ครั้งก่อนแล้ว”

พิมพ์ลภัสไม่เชื่อ แต่ไม่ทันสะระตะความคิด กิตติชัยก็พาเธอมาถึงท่าเรือข้ามฝั่งไปประเทศเพื่อนบ้านจนได้

“ปล่อย! แกจะพาฉันไปไหน ฉันไม่ไปนะ!”

“กูไม่กระเตงมึงไปให้เป็นภาระหรอก ข้ามไปได้เมื่อไหร่มึงก็จะกลายเป็นค่าจ้างแลกกับการลงเรือหนี”

“ค่าจ้าง...หมายความว่าไง”

“หมายความว่ากูยกมึงให้ไอ้พวกนี้ไปขายแรงงานหรือขายซ่องก็ตามใจ แต่แก่ขนาดนี้ไม่รู้ว่าจะขายออกไหม”

“แก่เหรอ...แกทำให้ฉันตกอับยังไม่พอ เอาฉันมาขายตัวแลกให้แกหนีรอด แล้วยังมาว่าฉันแก่อีกเหรอ ...ไอ้เลว!”

คำพูดขู่จะเอาตัวไปขายยังไม่เลวร้ายเท่าด่าว่าแก่ พิมพ์ลภัสฟิวส์ขาด ถลาไปทุบตีไม่ยั้ง กิตติชัยปัดป้องและเงื้อมือจะตบให้หายแค้น แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อได้ยินเสียงรเมศโพล่งขึ้นให้ทิ้งปืนและปล่อยตัวประกัน

“ไอ้รเมศ! มึงนี่ตามกัดกูไม่ปล่อยจริงๆ”

“ต่อให้ต้องตาย ฉันก็ไม่มีทางปล่อยคนชั่วอย่างแกหนีรอดไปได้”

“เสียใจด้วยนะที่กูกำลังจะรอด แค่กูข้ามไปไม่กี่ก้าว คนของกูก็พร้อมจะหนุนหลังกูอยู่แล้ว”

“แกยังคิดว่ามิสเตอร์เฉินจะอยู่รอช่วยแกอีกเหรอ เขาคงฉลาดพอที่จะตัดหางปล่อยวัดนักธุรกิจที่มีคดีติดตัวอย่างแก ส่วนเมียแก...ตอนนี้ก็อยู่ในความดูแลของตำรวจ ถ้าแกจะหนีคงต้องพึ่งตัวเองแล้วล่ะ”

“มึงอยากจับกูมากนักใช่ไหม ได้! งั้นมึงเลือกเอา... ระหว่างชีวิตกูกับนังนี่มึงจะเลือกใคร!”

ขาดคำก็ผลักพิมพ์ลภัสตกน้ำ รเมศช็อกมาก หัวใจแทบหลุดจากร่าง กว่าจะตั้งสติได้และตัดสินใจกระโจนไปช่วย กิตติชัยยิ้มร้ายตั้งท่าจะหนีแต่ก็ต้องชะงักอีกรอบเพราะถูกสุริยนต์และพวกตำรวจล้อมไว้

ooooooo

พิมพ์ลภัสถูกนำตัวขึ้นจากน้ำอย่างปลอดภัย แต่ก็ตกใจแทบแย่ นึกว่าต้องตายเสียแล้ว รเมศโล่งใจมาก ก่อนจะผงะเมื่อถูกเธอโถมกอดขอบคุณ กิตติชัยถูกจับกุมและเมื่อเห็นพิมพ์ลภัสปลอดภัยก็อดไม่ได้จะใส่ไฟ

“ไอ้รเมศ! ไอ้หน้าไหว้หลังหลอก ทำตัวเป็นคนดี ช่วยเหลือชาวบ้าน ใจจริงมึงก็อยากได้ที่ของพวกมันไม่ต่างจากกูหรอก พวกมึงคอยดูเถอะ...สุดท้ายที่ดินของพ่ออุ๊ยก็ต้องตกอยู่ในมือมัน คนอย่างมันวางแผนไว้หมดแล้ว พวกมึงไม่ทันมันหรอก คนเลวที่สุดก็คือมันนั่นแหละ!”

กิตติชัยโวยวายโหวกเหวกก่อนจะถูกตำรวจลากตัว ขึ้นรถ พิมพ์ลภัสนิ่งฟังเครียดๆ ก่อนจะตัดสินใจถามรเมศ

“คุณ...ไม่ได้ทำอย่างที่นายกิตติชัยพูดใช่ไหม”

“คุณเชื่อคำพูดนายกิตติชัยมากกว่าการกระทำของผมเหรอ”

พิมพ์ลภัสหน้าเสีย ตอบเสียงอ่อย “ฉันก็แค่ถาม”

“ในสายตาคุณ น้ำเสียงคุณ มันตัดสินผมไปแล้วพิมพ์ลภัส”

รเมศจะเดินหนี พิมพ์ลภัสทนไม่ได้ต้องแหวไล่หลัง “ผิดเหรอที่ฉันถามคุณตรงๆ ฉันไม่อยากเชื่อคำพูด ใครง่ายๆอีกแล้ว คุณเองก็เป็นนายทุนเหมือนนายกิตติชัย คุณอยากได้ที่ตรงนั้นเหมือนกัน”

“แต่ผมไม่มีวันใช้วิธีสกปรกอย่างนายกิตติชัย”

“แต่คุณ...ไล่ซื้อที่ของชาวบ้าน”

“ที่ผ่านมา...คุณเห็นผมเป็นคนยังไง เป็นนักธุรกิจหน้าเงิน ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ หรือเป็นผู้ชายเจ้าชู้ เห็นผู้หญิงสวยเข้าหน่อยก็กระโจนใส่ คุณได้ยินอะไรมาคุณก็เชื่อไปหมด การกระทำของผมไม่เคยบอกอะไรคุณเลยเหรอ ในเสี้ยวความคิดคุณ...เคยคิดบ้างไหมว่าผมจะเป็นคนดีเหมือนคนอื่นเขา”

พิมพ์ลภัสใจแป้ว รเมศสบตาเธอตรงๆก่อนจะตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

“คุณไม่เคยเชื่อใจผมเลย ต่อให้ผมทำดีขนาดไหน คุณก็คิดว่าผมเป็นคนเลวอยู่วันยังค่ำ”

นอกจากจะไม่เชื่อใจแล้ว พิมพ์ลภัสยังไม่ได้สังเกตอีกว่ารเมศถูกยิงบาดเจ็บที่แขน อดีตนางแบบตั้งท่าจะไปดูอาการด้วยความเป็นห่วง แต่เมื่อเห็นนารา ช่วยดูแผลให้เขาอย่างเอาใจใส่ก็หึง ผลุนผลันกลับหอพัก

รเมศมองตามด้วยความน้อยใจสุดขีด นารา ขนิษฐา บวรทัตและสุริยนต์มองมาด้วยความเห็นใจ แต่ก็คิดว่าทั้งสองควรจะปรับความเข้าใจกันเอง

พิมพ์ลภัสกลับถึงหอพักท่ามกลางความโล่งใจของเพื่อนพนักงาน แต่กระนั้นเรื่องรเมศก็ทำให้เธอนอนไม่หลับกระสับกระส่ายจนกานดาต้องปลุกมาคุยให้รู้เรื่อง

“ฉัน...เผลอพูดจาสงสัยในตัวคุณรเมศ”

กานดาถึงกับอ้าปากค้าง แล้วก็ถึงกับส่ายหน้าอ่อนใจกับความซื่อบื้อของอดีตนางแบบ

“คุณเมศก็น่าโกรธอยู่หรอก ทำดีแทบตาย นอกจากไม่ได้คำชมยังถูกสงสัยว่าสร้างภาพอีก”

พิมพ์ลภัสหน้าจ๋อย กานดาสงสารปนเวทนาเลยแนะให้ไปขอโทษ

“ฉันก็อยากจะทำแบบนั้น แต่ท่าทางเขาไม่ยอมฟังฉันเลย”

“ก็ต้องทำให้เขาฟังเธอให้ได้ พยายามเข้า คุณเมศ ไม่ใจร้ายกับเธอหรอก”

“เขาใจร้ายกับฉันมาตลอดต่างหาก”

“ถ้าเธอสังเกตดีๆ เขาใจดีกับเธอที่สุดต่างหาก เป็นคนอื่นทำแบบเธอ ไม่ได้เดินเสนอหน้าอยู่ในโรงแรมนี้หรอก เพราะฉะนั้นไปปรับความเข้าใจกับคุณเมศซะ รู้สึกอะไรยังไงก็บอกไป ก่อนที่มันจะสายเกินไปจนไม่มีโอกาสได้พูด...”

ooooooo

เรื่องวุ่นวายที่มีกิตติชัยเป็นต้นเหตุทำให้พวกมาธวีแปลกใจมาก ไม่คิดมาก่อนว่ารเมศจะเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกับกิตติชัย ไหนจะพิมพ์ลภัสที่กลายเป็นเหยื่อเกือบทุกเรื่อง หนูดีกับเป็ดเลยต้องรับบทนักสืบ ตามหาข้อมูลเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสามคนจากชุติมา

เป็ดกับหนูดีไม่ได้ข้อมูลอะไรมากจากชุติมา นอกจากข่าวร้ายสำหรับมาธวีที่ว่ารเมศให้บวรทัตไปรับตัวพิมพ์ลภัสจากหอพักไปข้างนอกตั้งแต่เช้า แต่ที่ม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อคิดไม่ถึง คือรเมศไม่ได้ขอร้อง แต่เป็นแผนของบวรทัตและขนิษฐา จะให้พิมพ์ลภัสได้เห็นมุมดีๆของรเมศที่หมู่บ้านปลายดอย

รเมศไม่รู้ตัวว่าถูกพิมพ์ลภัสตามมา มัววุ่นวายชี้แจงเรื่องทุกอย่างกับพ่ออุ๊ยจรัญ โดยเฉพาะเรื่องที่ดินของชาวบ้านและเรื่องทุจริตของกิตติชัย รามที่อาสามาช่วยขนิษฐาอธิบายความจริงเกี่ยวกับรเมศเห็นพิมพ์ลภัส มองตามรเมศทึ่งๆก็อดเสริมไม่ได้ว่ารเมศเป็นเจ้าของโครงการฟาร์มสเตย์เพื่อพัฒนาอาชีพให้ชาวบ้าน

พิมพ์ลภัสรู้สึกผิดมาก จึงตัดสินใจเผชิญหน้ากับเขาเพื่อแสดงความจริงใจ “ฉันขอโทษที่เข้าใจคุณผิด ขอโทษที่พูดจาทำร้ายความรู้สึกคุณ ต่อไปถ้าฉันสงสัยอะไร ฉันจะถามคุณตรงๆ แล้วจะเชื่อในสิ่งที่ฉันรู้สึก”

รเมศนิ่งมากจนเธอเริ่มใจไม่ดี ก่อนจะได้โล่งอกเมื่อเห็นเขายิ้มกว้าง

“ผมยินดีตอบคำถามคุณทุกเรื่อง ขอแค่คุณถาม”

“งั้น...ฉันถามเรื่องนายกิตติชัยได้ไหม”

ท่าทางหวาดระแวงของเธอทำให้รเมศยอมบอกว่าให้การเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่าเธอไม่เกี่ยว พิมพ์ลภัสสบายใจขึ้นมาก แต่ก็ต้องทำหน้าไม่ถูกเมื่อถูกเขารุกตรงๆ ในประโยคต่อมา

“หมดเรื่องนายกิตติชัยแล้ว เมื่อไหร่ที่คุณเคลียร์หนี้กับทางโรงแรมเรียบร้อย คุณจะทำยังไงต่อไป”

“ฉันก็คงจะกลับไปใช้ชีวิตตามเดิม”

“แล้วสักวันหนึ่งถ้าเรื่องทุกอย่างผ่านไป ระหว่างเรา ...จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม”

พิมพ์ลภัสหน้าแดง บ่ายเบี่ยงไม่ตอบจนรเมศต้องตามไปกระเซ้าถึงห้องอาหารจารวี อดีตนางแบบเขินที่โดนตาม แต่ยังตีหน้านิ่งต่อว่าเขาที่ชอบจับผิดตอนเธอทำงาน

“ผมทำให้คุณตื่นเต้นขนาดนั้นเชียว ยิ่งผมอยู่ใกล้...คุณยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิมหรือเปล่า”

“คุณ...ถอยออกไปหน่อย”

แทนที่จะขยับห่าง รเมศกลับประชิดตัวเธอกว่าเดิม พร้อมกระซิบเสียงหวาน

“ใกล้ขนาดนี้แล้ว...ใจคุณเต้นแรงเหมือนผมไหม”

พิมพ์ลภัสไม่ทันตอบ มาธวีก็เข้ามาขัดจังหวะ รเมศ เลยต้องต้อนรับตามมารยาทและพาไปกินข้าว พิมพ์ลภัสมองตามด้วยความน้อยใจ ก่อนจะเหม่อลอยจนถูกลูกค้าชน แกงจืดที่ยกมาเสิร์ฟลวกแขน

มาธวีขัดใจมาก ทั้งที่ทุกอย่างกำลังไปได้ดี เธอเสนอตัวจะอยู่เปิดสาขาย่อยในโรงแรมจารวีอีกสองเดือน รเมศก็ตอบรับเป็นอย่างดี แต่เมื่ออดีตลูกเลี้ยงสาวมีเรื่อง เขาก็ไม่รอช้าจะทิ้งเธอไว้ในห้องอาหารตามลำพัง

รเมศไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง พาตัวพิมพ์ลภัส ไปทำแผลในห้องทำงานโดยมีบวรทัตช่วยบอกวิธีทำแผล อดีตนางแบบเห็นท่าทางตั้งอกตั้งใจทำแผลทั้งที่ทำไม่ค่อยเป็นของเขาแล้วปลื้ม และเมื่อเขาอนุญาตให้เธอพักงานได้หนึ่งวันก็ปฏิเสธเพราะไม่อยากเอาเปรียบเพื่อนร่วมงาน

“คุณเปลี่ยนไปนะ ถ้าเป็นพิมพ์ลภัสคนเดิมต้องหาเรื่องอู้งานแล้ว”

“แหม...คนเรามันก็ต้องมีการพัฒนากันบ้าง แล้วคนที่ทำให้ฉันเปลี่ยนไปมันก็คุณนั่นแหละ ด่า... เอ่อ...ตักเตือนเช้าตักเตือนเย็น ออกกฎบ้าๆบอๆ ห้ามนู่นห้ามนี่สารพัด ฉันยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะทนมาได้”

“คุณทำได้พิมพ์ลภัส ถึงจะดื้อ จะเกเรไปบ้าง แต่คุณก็ผ่านช่วงเวลาที่ย่ำแย่มาได้ ผมภูมิใจในตัวคุณนะ แล้วก็หวังว่าคุณจะทำได้ดียิ่งกว่าเดิม”

“แล้ว...ระหว่างพิมพ์ลภัสคนเดิมกับคนใหม่ คุณชอบแบบไหนมากกว่ากัน”

พิมพ์ลภัสรอคำตอบลุ้น แล้วรเมศก็ทำให้ตัวแทบลอยด้วยคำตอบเรียบๆแต่กินความหมายลึกซึ้ง

“ผมชอบทั้งสองแบบนั่นแหละ...เพราะไม่ว่าแบบไหนก็คือพิมพ์ลภัสทั้งนั้น”

รเมศสบตาเธอนิ่ง เห็นท่าทีขัดเขินแล้วชอบใจอย่างบอกไม่ถูก อยากปรับความเข้าใจให้ดีกว่านี้ แต่พิมพ์ลภัสก็ผละไปทำงานดื้อๆ ทิ้งเขาไว้กับความฝันแสนหวานและสายเรียกเข้าของมาธวีที่ชวนเขาไปเที่ยวคืนนี้...

มาธวีไม่ยอมแพ้ ยิ่งเห็นรเมศมีท่าทางเอาใจใส่อดีตลูกเลี้ยงสาวอย่างออกนอกหน้า ก็ตัดสินใจจะเผด็จศึกในคืนเดียวกัน แต่นอกจากเขาจะไม่เล่นด้วยแล้ว ยังปฏิเสธอย่างไม่ไยดีอีกต่างหาก

“วีชอบคุณ ถึงตอนนี้คุณอาจจะยังไม่ชอบวี แต่หลังจากนี้คุณอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้...ลองพิสูจน์ไหมคะ”

“ผมไม่ตัดสินใจเลือกผู้หญิงเพราะเรื่องแบบนี้หรอกครับ ผู้หญิงบางคนต่อให้พยายามให้ตายผมก็ไม่ชอบ กลับกันผู้หญิงบางคนไม่ต้องพยายามทำเรื่องแบบนี้ เลยผมก็ชอบได้ เพราะฉะนั้น...ถึงจะทำแบบนี้ไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมไม่ได้รักคุณ และไม่มีวันมองในฐานะอื่นไปได้นอกจากเพื่อนร่วมงาน!”

ooooooo

.



Title: Re: เรื่องย่อละคร บ่วงหงส์ (thairath.co.th)
Post by: ppsan on 19 August 2026, 15:33:59

บ่วงหงส์ ตอนที่ 11

รเมศไม่ใช่คนเดียวที่ถูกรุกหนัก อภิชาติก็ถูกเป็ดกับหนูดีหลอกไปเสิร์ฟอาหารถึงห้องพัก และเกือบเสียทีชายใจสาวทั้งสองแล้ว ถ้าจินตนาจะไม่บุกไปช่วยและหลุดปากสารภาพรัก!


อภิชาติตะลึง ตั้งตัวไม่ถูกและตัดสินใจปฏิเสธความรักของเพื่อนสาว จินตนาช้ำใจมาก กานดากับพิมพ์ลภัสต้องช่วยปลอบให้ทำใจและเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง...สักวันต้องเจอคนดีๆ

ภาพบาดตาบาดใจระหว่างรเมศกับมาธวีทำให้พิมพ์ลภัสหงุดหงิด เช้าวันต่อมาเลยตะบึงตะบอนใส่เขาตอนเอาเสื้อสูทไปคืน รเมศมองมางงๆ ตั้งท่าจะซักไซ้ให้หายสงสัย มาธวีก็โผล่มาขัดจังหวะ

“ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ แต่เรื่องของพนักงานเสิร์ฟคงไม่สำคัญเท่าเรื่องแขกวีไอพีหรอกใช่ไหมคะ”

พิมพ์ลภัสสะบัดหน้าออกไปแล้ว รเมศมองตามอึ้งๆ ก่อนจะพูดกับมาธวีเสียงเข้ม “ที่เชียงรายจารวี ไม่ว่าจะตำแหน่งไหน หากมีเรื่องอะไร ทุกคนก็สำคัญเท่ากันหมดครับ ไม่มีใครมากกว่าน้อยกว่า คุณวีเข้าใจใหม่ด้วยนะครับ”

มาธวีหน้าม้านแต่ไม่สำนึก เสพูดเรื่องตัวเองหน้าตาเฉย “ขอโทษค่ะ แต่วีร้อนใจจริงๆ วีอยากจะมาขอโทษ คุณเมศน่ะค่ะ เมื่อคืนวีเมามาก อาจจะทำอะไรไม่ดีไม่งามไปโดยไม่รู้ตัว คุณเมศอย่าถือสาเลยนะคะ”

“ผมไม่ถือสาหรอก แต่คุณไม่ควรเมาจนขาดสติแบบนั้นอีก เพราะถ้าไม่ใช่ผม คุณอาจจะเสียใจยิ่งกว่านี้”

คำตอบของรเมศทำให้มาธวีหน้าเจื่อน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเคืองจัดที่เขาไม่สนใจเธอ พาลแค้นไปถึงพิมพ์ลภัส ศัตรูหัวใจตั้งแต่รุ่นพ่อจนถึงเจ้าของโรงแรมหนุ่มเป้าหมายใหม่ แต่เพียงไม่นานม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อก็ได้ยิ้มออก เมื่อสมานเสี่ยจอมหื่นโทร.แจ้งข่าวว่าพร้อมมารับตัวพิมพ์ลภัสแล้ว...

สมานบินมาเชียงรายในวันเดียวกันทันเจอพิมพ์– ลภัสที่มารับหน้าที่เสิร์ฟแบบไม่เต็มใจนัก และท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยของเขาก็ทำให้อดีตนางแบบสะอิดสะเอียนมาก ตั้งท่าจะผละไป พัชรีที่จับตาอยู่แล้ว กลัวพิมพ์ลภัสจะมีเรื่องกับแขกเลยออกมารับหน้าแทน

“คุณคนนี้เขาไม่ได้มากินอาหารค่ะ แต่เขามาตื๊อให้ฉันเลิกทำอาชีพเสิร์ฟอาหาร แล้วไปนั่งกินนอนกินให้เขาเลี้ยง คุณพัชรีสนใจไหมคะ ถ้าสนใจก็เจรจากันเลย”

เสี่ยจอมหื่นหน้าชา ลูกค้าคนอื่นๆในห้องอาหารได้ยินก็พากันหันมอง พัชรีเลยต้องปรามเสียงดุ

“พูดจาต่อหน้าแขกแบบนี้ได้ยังไง”

“ทำไมจะพูดไม่ได้ล่ะคะ...ก็ฉันพูดความจริง ถ้าไม่เชื่อก็ถามคุณสมาน...อ้อ...เขาชอบให้ใครๆเรียกว่าเฮีย ถามเฮียดูสิคะว่าจริงรึเปล่า แก่ขนาดนี้จริงๆน่าจะอยู่บ้านเลี้ยงหลาน ไม่น่าตะกายขึ้นเหนือมาให้คนถอนหงอกเลย”

สมานลุกพรึ่บ! โกรธจนลมออกหู ลืมหมดว่าต้องเก็บอาการเป็นเสี่ยใหญ่ใจดี

“หนูพิมพ์! หนูไม่น่าฉีกหน้าเฮียยังงี้เลย คอยดู... สักวันหนูจะต้องเสียใจแล้วคลานซมซานกลับมาง้อเฮีย!”

ooooooo

พัชรีถึงกับพูดไม่ออก ประจักษ์ด้วยตาและหูตัวเองว่าเสี่ยใหญ่ลูกค้าของพิมพ์ลภัสต้องการอะไร แต่กระนั้นก็อดบ่นไม่ได้ เพราะตั้งแต่อดีตนางแบบเข้ามาทำงานก็หาเรื่องให้ปวดหัวไม่หยุดไม่หย่อน

พิมพ์ลภัสเซ็งมาก เบื่อที่ต้องรับมือกับเรื่องที่ตัวไม่ได้ก่อ แล้วก็ได้หัวเสียกว่าเดิม เมื่อดันเห็นรเมศยืนคุยกับนาราอย่างสนิทสนม กานดาเห็นเพื่อนหายจากห้องอาหารก็มาตาม ทันได้เห็นภาพเดียวกัน เลยจะอธิบายว่านาราจะแต่งงานกับสีหนาทหุ้นส่วนอีกครึ่งของโรงแรม แต่พิมพ์ลภัสก็เดินหนีไปก่อน

กานดาเลยเดินกลับห้องอาหารตามลำพัง เจอพัชรียืนหน้าบอกบุญไม่รับด้านหน้ารออยู่แล้ว พร้อมบ่นเรื่องท่าทางเหม่อลอยของเหล่าพนักงานเสิร์ฟ ทั้งอภิชาติกับพิมพ์ลภัส...ทำท่าเหมือนพวกอกหักไม่มีผิด!

สมานเจ็บใจมากที่ถูกพิมพ์ลภัสฉีกหน้ากลางห้องอาหาร เลยบุกไปเอาเรื่องมาธวี

“วีทำเฮียอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ไหนบอกเฮียว่าพิมพ์อ่อนลงแล้วไง ที่ไหนได้...ขนาดตกอับจนมาทำงานเสิร์ฟงกๆ ยังฉีกหน้าเฮียซะไม่มีดี”

“ใจเย็นๆก่อนสิคะเสี่ย แล้วนี่เสี่ยไปเจอลูกเลี้ยงวีที่ไหนคะ”

“ก็ห้องอาหารที่เขาทำงานอยู่น่ะสิ เฮียขอเลี้ยงดูเขาดีๆมีอะไรจะประเคนให้เขาทุกอย่าง แต่พิมพ์ลภัสเขาไม่เห็นความจริงใจของเฮียเลย มันน่าเจ็บใจจริงๆ”

“โธ่เอ๊ย! ก็เสี่ยไปรุกเขาต่อหน้าธารกำนัลแบบนั้น ต่อให้เขาอยากรับไมตรีจากเสี่ย เขาจะกล้าบอกเหรอคะ”

“อ้าว...เฮียก็ใจร้อนไปหน่อย งั้นเฮียต้องทำยังไง วีช่วยเฮียนะ เฮียจะสมนาคุณให้วีอย่างงามเลย เฮียชอบเขาจริงๆ ถ้าเป็นคนอื่นเฮียไม่เอาแล้วเนี่ย”

“เห็นแก่ที่เสี่ยจริงใจแล้วก็มั่นคงกับพิมพ์ลภัสขนาดนี้ วีจะช่วยเต็มที่ค่ะ ข้อแรกที่วีอยากแนะนำนะคะ เสี่ยต้องเจรจากับเขาสองต่อสอง แล้วถ้าเขาไม่ยอมก็หาทางรวบหัวรวบหางซะเลย”

“เอางั้นเลยเหรอ เกิดเขาไปแจ้งความขึ้นมาก็แย่สิ ถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูเมียเฮีย เฮียตายสถานเดียวเลยนะวี”

“พิมพ์ลภัสไม่กล้าแจ้งความหรอกค่ะ วีรู้จักลูกเลี้ยงวีดี รายนี้เขาหน้าบางเหมือนพ่อ ไม่กล้าขึ้นโรงขึ้นศาลให้เป็นเรื่องอื้อฉาวหรอก วีคิดวิธีจะพาเขามาเจอเสี่ยสองต่อสองไว้แล้ว ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับเสี่ยล่ะค่ะว่าจะเอาเขาอยู่หมัดรึเปล่า”

สมานยิ้มรับอย่างมีความหวังจะเผด็จศึกพิมพ์ลภัส ต่างจากอภิชาติที่หน้าจ๋อยตลอดวันเพราะไม่เห็นหน้าจินตนา กานดารำคาญมาก ไม่เข้าใจว่าเพื่อนหนุ่มจะทำท่าซังกะตายทำไม ทั้งที่เป็นคนหักอกจินตนา พิมพ์ลภัสเห็นเพื่อนงอนกันก็อดไม่ได้จะไกล่เกลี่ย กานดาเลยยอมบอกว่าแอบชอบจินตนามานานแล้ว แต่ไม่อยากบอกให้เสียเพื่อน

ด้านรเมศ...เห็นเสื้อสูทในห้องก็คิดถึงพิมพ์ลภัส ท่าทางหงุดหงิดของเธอทำให้เขาคาใจจนต้องโทร.หา แต่อดีตนางแบบก็ไม่ยอมคุยด้วย และพาลงุ่นง่านจนกานดาต้องลากตัวมาคุย

พิมพ์ลภัสไม่บอกว่าเพราะรเมศ เฉไฉว่าเพราะสมานที่บุกซื้อตัวเธอถึงห้องอาหาร กานดาพลอยเป็นเดือดเป็นแค้น เหมารวมว่าผู้ชายชั่ว ทั้งพ่อและญาติผู้ชายของเธอชอบส่งผู้หญิงไปขายตัวหาเลี้ยง อดีตนางแบบนิ่งฟัง ก่อนบอกว่ากานดาอาจคิดว่าตัวเองชอบผู้หญิงเพราะพฤติกรรมผู้ชายที่บ้าน แต่ความจริงอาจชอบผู้ชายแต่ยังไม่เจอผู้ชายดีๆ

ooooooo

แผนชั่วของมาธวีกับสมานเริ่มต้นเช้าวันต่อมา เสี่ยจอมหื่นรับหน้าที่ซื้อตั๋วเครื่องบิน ทั้งของเขาและพิมพ์ลภัส และไปรอในห้องของมาธวีเพื่อเผด็จศึก ส่วนมาธวีรับหน้าที่สำคัญคือพาตัวอดีตลูกเลี้ยงสาวไปประเคน!

รเมศนิ่วหน้าเมื่อเห็นว่ามาธวีมาขอพบเพราะธุระสำคัญ เจ้าของโรงแรมหนุ่มเตรียมตั้งรับเต็มที่ เผื่อเธอรุกหนักอีก แต่กลายเป็นว่าม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อจะกลับกรุงเทพฯ และอยากขอปรับความเข้าใจกับพิมพ์ลภัสก่อนกลับ

“คุณเมศอาจจะเห็นว่าเราสองคนเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน แต่วีเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว ถึงพิมพ์จะเคยสร้างปัญหาให้วีก็เยอะ แต่ในใจวีไม่มีอะไรกับพิมพ์จริงๆ นะคะ ขอโทษแล้วก็แล้วกัน”

รเมศ​อึ้ง​ไป​อึดใจ ลังเล​จะ​เชื่อ​หรือ​ไม่ และ​มาธวี​ก็​รู้ทัน โกหก​หน้าตาย​ว่า​รู้สึก​ผิด​เรื่อง​ที่​ผ่าน​มา​และ​อยาก​ไถ่​โทษ​ด้วย​การ​ช่วย​ใช้​หนี้​ของ​อดีต​ลูกเลี้ยง​สาว

“ผม​ว่า​คุณ​ควร​คุย​กับ​พิมพ์​เอง ทั้ง​เรื่อง​ใช้​หนี้​แล้ว​ก็​เรื่อง​ปรับ​ความ​เข้าใจ”

“ดี​ค่ะ...คุณ​เม​ศพ​อ​จะ​นัด​ให้​เขา​มา​หา​วี​ที่​ห้อง​ตอน​บ่าย​สอง​ได้​ไหม​คะ วี​จะ​คุย​กับ​เขา​เอง...นะ​คะ​คุณเมศ ช่วย​วี​หน่อย อย่าง​น้อย​วี​จะ​ได้​กลับ​กรุงเทพฯ​อย่าง​สบายใจ​ว่า​ได้​ช่วยเหลือ​ลูก​สาว​คุณ​ตรัย​แล้ว”

“ผม​จะ​นัด​เขา​ให้​แล้วกัน​นะ​ครับ ถ้า​เขา​ตกลง ผม​จะ​บอก​คุณ”

“ขอบคุณ​มาก​ค่ะ...แต่​อย่า​หา​ว่า​ยัง​งั้น​ยัง​งี้​เลยนะคะ คุณ​เม​ศอ​ย่า​เพิ่ง​บอก​พิมพ์​นะ​ว่า​วี​เป็น​คน​นัด วี​กลัว​เขา​จะ​เกลียด​วี​จน​ไม่​เปิด​โอกาส​ให้​วี​ได้​พูด”

รเมศ​หนักใจ​มาก​แต่​ก็​ยอม​รับปาก พิมพ์​ลภัส​เลย​ถูก​เรียก​ตัว​ไป​พบ​ตาม​นัดหมาย มา​ธ​วี​ได้ยิน​ดังนั้น​ก็​สะใจ​มาก ก่อน​จะ​อด​ไม่ได้​บอก​หนู​ดี​กับ​เป็ด​อย่าง​ย่ามใจ​ที่​อดีต​ลูกเลี้ยง​จะ​ลง​นรก​ใน​ไม่​ช้า!

เป็ด​กับ​หนู​ดี​ไม่สบาย​ใจ คิด​ว่า​แผน​ของ​เจ้านายสาว​รุนแรง​เกินไป เลย​คิด​จะ​บอก​รเมศ แต่​มา​ธ​วี​ที่​ออก​ไป​นัดแนะ​กับ​สมาน​ถึง​แผนการ​ทั้งหมด​ก็​โผล่​กลับ​มา​ก่อน สอง​ผู้​ช่วย​ใจ​สาว​เลย​ต้อง​วาง​สาย​จาก​บวร​ทัต​ดื้อๆ

ด้าน​พิมพ์​ลภัส...​ไม่​ชอบใจ​นัก​ที่​ถู​กร​เมศ​เรียก​ตัว​มา​พบ​ใน​ห้อง​พัก แล้ว​ก็​ถึง​กับ​ผงะ​เมื่อ​เห็น​สมาน​รอ​อยู่

“เฮีย​ดีใจ​จัง​ที่​ได้​เจอ​หนู​อีก เฮีย​รัก​หนู​มาก​นะ รัก​จน​อก​จะ​ระเบิด​อยู่​แล้ว”

“นี่​มัน​เรื่อง​อะไร​กัน! ถอย​ไป​นะ ฉัน​จะ​กลับไปทำงาน”

“หนู​พิมพ์​จะ​ทำ​งาน​ให้​เหนื่อย​ทำไม มา​อยู่​กับเฮีย​ดี​กว่า เฮีย​จะ​ให้​หนู​ทุก​อย่าง บ้าน รถ เครื่อง​เพชร เงินเดือน”

“ทำ​อะไร​ไม่​นึก​สงสาร​ลูก​หลาน​บ้าง แก่​จน​จะลงโลง​อยู่​แล้ว แทนที่จะ​หัด​เข้า​วัด​เข้า​วา นี่​ถ้า​ลูก​หลาน​รู้เข้า​คง​ขายหน้า​กัน​น่า​ดู​ที่​มี​พ่อ​มี​ปู่​ทำ​อะไร​น่า​สังเวช​แบบ​นี้”

“คำ​ก็​แก่ สอง​คำ​ก็​แก่ งั้น​มา​พิสูจน์​เลย​ละ​กัน​ว่า​เฮีย​แก่​จริง​รึ​เปล่า!”

พูด​จบ​ก็​พุ่ง​ตัว​หา พิมพ์​ลภัส​วิ่ง​หนี​และ​ดิ้นรนราวกับ​คน​บ้า เกือบ​จะ​เสียที​แล้ว ถ้า​จะ​ไม่​คว้า​โทรศัพท์​ห้องมาทุ่ม​ใส่​หัว​เสี่ย​จอม​หื่น กระแทก​เข่า​กลาง​จุดยุทธศาสตร์เตะซ้ำ​กลาง​ตัว​ไม่​ยั้ง​และ​แหว​ทิ้งท้าย​เสียง​กร้าว

“ถ้า​คราว​หน้า​ฉัน​เจอ​แก​อีก ไม่​ใช่​แค่​เตะ​นะ แต่​ฉัน​จะ​เฉือน​ของสงวน​แก​มา​สับ!”

ooooooo

หลัง​จัดการ​สมาน​จน​แทบ​ลุก​ไม่​ขึ้น พิมพ์​ลภัส​ก็​หอบ​ร่าง​กระเซอะกระเซิง​กลับ​ห้อง​อาหาร พัช​รีตกใจมาก รีบ​มา​ดู อดีต​นาง​แบบ​เลย​ปล่อย​โฮ​และ​โถม​ตัวหา​อย่าง​เสียขวัญ

เรื่องราว​เกือบ​ถูก​ข่มขืน​คา​ห้อง​พัก​ถูก​ถ่ายทอด​อย่าง​เดือด​จัด กานดา​กับ​พัช​รี​อ้า​ปาก​ค้าง โดยเฉพาะ​ข้อ​กล่าวหา​ของ​พิมพ์​ลภัส​ที่​ว่า​ไม่​ใช่​แค่​สมาน​ที่​เป็น​ตัวการ​สำคัญ รเมศ​ก็​มี​ส่วน​ด้วย

“เดี๋ยวๆใจเย็นๆก่อน​พิมพ์​ลภัส อย่า​เพิ่ง​สรุป​อะไรง่ายๆ มัน​ต้อง​มี​อะไร​ผิดพลาด​แน่ คุณ​เมศ​ไม่​ใช่​คน​แบบ​นั้น”

“ก็​คุณ​เป็น​คน​บอก​ว่า​เขา​ตาม​ฉัน​ไป​ที่​ห้อง​สาม​ศูนย์​ห้า​ไง แล้ว​ฉัน​ก็​เจอ​ไอ้​เฒ่าหัวงู​ไล่​ปล้ำ​จน​เกือบ​เอา​ตัว​ไม่​รอด!”

พัช​รี​ถึง​กับ​เถียง​ไม่​ออก และ​พิมพ์​ลภัส​ก็​ไม่​อยู่​รอ​ฟัง​คำ​แก้ตัว ผลุนผลัน​ไป​เอาเรื่อง​รเมศ​ถึง​ห้อง​ทำ​งาน

“ไอ้​เสี่ย​ตัณหา​กลับ​มัน​จ่าย​คุณ​เท่า​ไหร่ หรือ​มัน​สัญญา​ว่า​จะ​ให้​อะไร ทำไม​คุณ​ถึง​ทำ​กับ​ฉัน​แบบ​นี้!”

“เดี๋ยว...พิมพ์ นี่​มัน​เรื่อง​อะไร”

“ใจเย็นๆครับ​คุณ​พิมพ์ ค่อยๆเล่า​ว่า​มัน​เกิดอะไร​ขึ้น” บวร​ทัต​พยายาม​ไกล่เกลี่ย

“ก็​คุณ​เรียก​ให้​ฉัน​ขึ้น​ไป​ห้อง​ยัย​มา​ธ​วี​ไง​คะ แทนที่​ฉัน​จะ​เจอ​คุณ​กับ​แม่​นั่น ฉัน​กลับ​เจอ​ไอ้​เสี่ย​สมาน มัน​ลาก​ฉัน​ขึ้น​เตียง​จน​ฉัน​เกือบ​จะ​เสียท่า​มัน​อยู่​แล้ว ดี​นะ​ว่า​ฉัน​มี​สติ​แล้ว​ซัด​มัน​กลับ​จน​น่วม”

รเมศ​กับ​บวร​ทัต​นิ่ว​หน้า มอง​หน้า​กัน​งงๆ ไม่​รู้ว่า​สมาน​คือ​ใคร แต่​พิมพ์​ลภัส​ก็​ไม่​สนใจ แหว​ลั่น

“อย่า​ทำ​ไก๋ ถาม​จริง...โรงแรม​คุณ​ใกล้​เจ๊ง​รึ​ไง ถึง​ต้อง​ทำ​ข้อ​ตกลง​อะไร​กับ​ไอ้​คน​พรรค์​นั้น​โดย​เอา​ตัว​ฉัน​เข้า​แลก”

“จะ​บ้า​เหรอ​พิมพ์! ผม​ไม่​มี​วัน​ทำ​อย่าง​นั้น​แน่”

“แล้ว​คุณ​สั่ง​ให้​ฉัน​ขึ้น​ไป​สังเวย​ไอ้​แก่​นั่น​บน​ห้อง​ทำไม!”

“ผม​ยอม​รับ​ว่า​สั่ง​คุณ​ขึ้น​ไป​พบ เพราะ​คุณ​มาธวี​เขา​อยาก​ปรับ​ความ​เข้าใจ​กับ​คุณ แล้ว​ก็​อยาก​ใช้​หนี้​ให้​คุณ​ด้วย”

พิมพ์​ลภัส​ชะงัก ก่อน​จะ​เอ่ย​เสียง​เย็น “คุณ​เชื่อ​มา​ธ​วี...แม่​นั่น​น่ะ​เหรอ​จะ​ใช้​หนี้​ให้​ฉัน! ใช่​สิ...ฉัน​ลืมไปคุณ​สนิทสนม​รู้​อก​รู้​ใจ...รู้​ลึก​ไป​ถึง​ไหน​ต่อ​ไหน​กับ​เขา​แล้ว​นี่...ถึง​ได้​เชื่อ​เขา!”

“คุณ​พูด​บ้า​อะไร​พิมพ์ ผม​ไม่ได้​สนิท​กับ​เขาเกินกว่า​เพื่อน​ร่วม​งาน”

“เพื่อน​ร่วม​งาน​บ้านเมือง​ไหน​เขา​จูบ​กัน​คะ”

ถึง​คราว​รเมศ​ผงะ​บ้าง แก้ตัว​เสียง​เครียด “ถ้าคืนนั้น​คุณ​เห็น​ผม​อยู่​กับ​เขา คุณ​ก็​คง​ไม่ได้​เห็น​ตั้งแต่​ต้น​จน​จบว่า​มัน​เกิด​อะไร​ขึ้น...ผม​ไม่ได้​จูบ​เขา ไม่ได้​ทำ​อะไร​ที่​เป็นการ​ทรยศ​คุณ!”

พิมพ์​ลภัส​ยัก​ไหล่ หัวเราะ​เย้ย​หยัน “ช่าง​มันเถอะ... คืน​นั้น​จะ​เกิด​อะไร​ขึ้น​ก็​ไม่​เกี่ยว​กับ​ฉัน ฉัน​สน​อย่าง​เดียว​คือ...คุณ​ก็​โง่​เหมือน​กัน​นั่นแหละ​ที่​ถูก​มา​ธ​วี​หลอก​ใช้ ไม่​ใช่​มี​แต่​ฉัน​คน​เดียว​ที่​โง่​ถูก​นาย​กิตติ​ชัย​หลอก!”

ข้อ​กล่าวหา​ของ​พิมพ์​ลภัส​ทำให้​รเมศ​โกรธ​จัด ผละ​ไป​หา​มา​ธ​วี​ถึง​ห้อง​พัก​ทันที​เพื่อ​เคลียร์​ให้​รู้​เรื่อง ม่ายสาว​เจ้าของ​ห้อง​เสื้อ​ทำ​เป็น​ไม่​รู้​ไม่​ชี้ เป็ด​กับ​หนู​ดี​อึดอัด​มาก อยาก​บอก​ความ​จริงใจ​แทบ​ขาด แต่​ยัง​เกรง​สายตา​บีบบังคับ​ของ​เจ้านาย​สาว แต่​ก็​ไม่​ต้อง​รอ​นาน​เลย เมื่อ​รเมศ​ดันเห็น​สาย​โทรศัพท์​ที่​หลุดลุ่ย​จาก​ผนัง

“บอก​ผม​มา​ตามตรง​ดี​กว่า​ครับ​ว่า​มัน​เกิด​อะไรขึ้น​ที่​นี่ ทำไม​โทรศัพท์​ถูก​กระชาก​ออก​มา​แบบ​นี้”

มา​ธ​วี​ยัง​ปากแข็ง เฉไฉ​ว่า​เพราะ​สาเหตุ​อื่น แต่​เป็ด​กับ​หนู​ดี​ไม่​อยาก​ติดร่างแห​ด้วย​เลย​ตัดสินใจ​หยิบ​ดอก​กล้วยไม้​ติด​ผม​สำหรับ​พนักงาน​เสิร์ฟ​ใน​ถัง​ขยะ​ไป​ให้​รเมศ

“กล้วยไม้​ติด​ผม​พนักงาน​เสิร์ฟ...ผม​จำ​ได้ ยังมีอะไร​จะ​แก้ตัว​อีก​ไหม​ครับ”

แวว​ตา​คาดคั้น​ของ​รเมศ​ทำให้​มา​ธ​วี​หวาด​กลัว​ไม่​น้อย แต่​ก็​ยัง​แสร้ง​ไม่​กลัว

“วี​ยอม​รับ​ก็ได้​ค่ะ พิมพ์​ขึ้น​มา​จริงๆ เรา​สอง​คน​มี​ปาก​เสียง​กัน​นิดหน่อย”

“เลิก​โกหก​ซะ​ที​เถอะ​ครับ ผม​น่า​จะ​เชื่อ​พิมพ์​แต่​แรก​ว่า​คุณ​เป็น​คน​ปาก​อย่าง​ใจ​อย่าง แล้ว​ก็​ใจดำ​ที่สุด คุณ​แกล้ง​พิมพ์​มา​ตลอด​ใช่​ไหม ซุป​นั่น​ก็​ฝีมือ​คุณ​ทำตัวเอง​สิ​ท่า แล้ว​คุณ​ยัง​ใช้​ผม​ไป​หลอก​พิมพ์​มา​เป็น​เหยื่อ​ไอ้​เสี่ย​ตัณหา​กลับ​อีก!”

“อย่า​มา​ใส่ความ​กัน​นะ​คะ วี​ไม่​รู้​เรื่อง​จริงๆ วีหวังดี​กับ​พิมพ์​มา​ตลอด มี​แต่​พิมพ์​นั่นแหละ​ที่​โกหก​ปลิ้นปล้อน แล้ว​ก็​ชอบ​ปั่นหัว​ผู้ชาย!”

ooooooo

สมาน​กลัว​ความ​ผิด กลับ​ไป​เก็บ​กระเป๋าเตรียม หนี​ที่​ห้อง​พัก แต่​ก็​ถูก​สุริยน​ต์​ดัก​จับ​ตัว​ไว้​ได้​ตาม​คำสั่ง​ของ​รเมศ​เสีย​ก่อน มา​ธ​วี​ถึง​กับ​อ้า​ปาก​ค้าง​เพราะ​ไม่เคย​เห็น​ภาค​นี้​ของ​เขา แต่​รเมศ​ก็​ไม่​ยี่หระ ชก​เสี่ย​จอม​หื่น​จน​หน้าคว่ำ!

“จำ​ไว้! พิมพ์​ลภัส​เป็น​ผู้หญิง​ของ​ฉัน!”

ประกาศ​จบ​ก็​จะ​ต่อย​ซ้ำ สุริยน​ต์​ต้อง​รั้ง​ไว้ บวรทัต​เลย​รับหน้า​ที่​เรียก​ค่าเสียหาย​ให้ ครา​แรก​เสี่ย​ใหญ่​จะ​ไม่​ยอม แต่​เมื่อ​ถูก​ขู่​จะ​แจ้งความ​ก็​กลัว​เรื่อง​ถึง​หู​เมียหลวง เลย​ยอม​จ่าย​ค่าเสียหาย​แต่​โดย​ดี

มา​ธ​วี​เห็น​รเมศ​จัดการ​เสี่ย​จอม​หื่น​แล้ว​กลัว​มาก พยายาม​แก้ตัว​อีก​รอบ แถม​โบ้ย​ความ​ผิด​ให้​สอง​ผู้​ช่วย​ใจ​สาว เป็ด​กับ​หนู​ดี​รีบ​บอก​ว่า​ช่วย​เคลียร์​พื้นที่​เกิด​เหตุ​เท่านั้น แต่​เรื่อง​แผนการ​เป็น​ของ​มา​ธ​วี​กับ​สมาน​ล้วนๆ

พิมพ์​ลภัส​ถูก​กักตัว​ใน​ห้อง​ประชุม​หงุดหงิด​มาก ตั้งท่า​จะ​ออก​ไป​ข้าง​นอก แต่​ก็​ถูก​พัช​รี​รั้ง​ไว้​เพราะ​เป็น​คำสั่ง​รเมศ

“ฉัน​ไม่​จำเป็น​ต้อง​ทำ​ตาม​ที่​เขา​สั่ง ลืม​แล้ว​เหรอคะ​ว่า​คำสั่ง​เขา​เมื่อ​ไม่​กี่​ชั่วโมง​ก่อน​นี้​ทำให้​ฉัน​เกือบ​เอา​ตัว​ไม่​รอด”

“คุณ​เมศ​ไม่ได้​ตั้งใจ เขา​คง​ไม่​รู้​ว่า​อดีต​แม่เลี้ยง​ของ​เธอ​เป็น​คน​ยัง​ไง”

“ฉัน​บอก​เขา​อยู่​ตลอด แต่​เขา​ไม่​เชื่อ​ฉัน คุณ​ก็​เหมือน​กัน!”

“ฉัน​ขอโทษ​นะ​พิมพ์​ลภัส ฉัน​ไม่​รู้​จริงๆว่า​เขาเป็นคน​ยัง​ไง ก็​เห็น​เขา​พูดจา​ดี​ท่าทาง​น่า​เชื่อถือ นี่​ถ้า​คุณ​มาธวี​ทำ​กับ​เธอ​ขนาด​นี้​ได้ เรื่อง​ซุป​นั่น​ก็​คง​ไม่​ต่าง​กัน ฉัน​เสียใจ​จริงๆที่​ตอน​นั้น​ฉัน​ไม่​เชื่อ​เธอ นั่ง​ลง​รอ​คุณ​เมศ​ก่อน​เถอะ”

“ไม่​ค่ะ...ฉัน​อยาก​ไป​จาก​ที่​นี่ ฉัน​จะ​ไม่​อยู่​ให้​ใคร​เหยียบย่ำ​ความรู้สึก​อีก​แล้ว”

“เธอจะไปได้ยังไงในเมื่อเธอยังติด...”

“ฉันไม่ลืมค่ะว่ายังติดหนี้เขาอยู่ แต่ตอนนี้ฉันยอมทำทุกอย่าง...จะได้ไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด!”

ขาดคำก็จะผละไป แต่รเมศก็มาขวางพร้อมกับมาธวี พิมพ์ลภัสเลือดขึ้นหน้า ถลาจะตบสั่งสอนอดีตแม่เลี้ยงที่ทำให้เธอเกือบเสียท่าสมาน รเมศกับพัชรีต้องเข้าไปห้าม ก่อนความจริงจะเผยว่ารเมศเอาคืนสมานให้แล้ว

“ทีนี้อารมณ์ดีพอจะคุยกันได้รึยัง เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ถ้าคุณอยากแจ้งความ...”

มาธวีไม่ยอม โพล่งขัดขึ้น “ถ้าแจ้ง...คุณก็ต้องติด ร่างแหด้วย อย่าลืมนะว่าคุณเป็นคนเรียกพิมพ์ลภัสไปที่ห้องฉัน ฉันไม่รู้เรื่องอะไรด้วย...จะมากล่าวหากันพล่อยๆไม่ได้”

รเมศหันมาเอ่ยเสียงเครียด แววตาจริงจังจนมาธวีสัมผัสได้ “ถ้าผมรู้ว่าคุณเป็นคนแบบนี้ อย่าว่าแต่เชิญมาทำงานเลย แผ่นดินจารวีเชียงรายแม้แต่ตารางนิ้วเดียว ผมก็ไม่ให้คุณมาเหยียบ!”

แต่ถึงจะกลัว มาธวีก็ไม่ถอย “เอาสิพิมพ์...เป็นทีเธอแล้ว อยากแจ้งความให้เรื่องฉาวโฉ่ก็ตามใจ แต่บอกก่อนว่าฉันไม่ใช่หมูให้เธอต้มยำทำแกงง่ายๆแน่ แจ้งเลย! ฉันจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แล้วจะบอกว่าเธอกับนายรเมศร่วมมือกันกลั่นแกล้งฉัน ข่าวอดีตนางแบบที่ตกอับมาเป็นสาวเสิร์ฟอย่างเธอจะได้ถูกแชร์ไปทั่วโซเชียลไง”

พิมพ์ลภัสลังเล ทั้งไม่อยากเป็นข่าวฉาวและเป็นห่วงภาพลักษณ์รเมศ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจได้

“ฉันไม่แจ้งความก็ได้ แต่เธอจะต้องขอโทษฉัน”

“ก็ได้...ถ้าเธอพอใจแบบนั้น...ขอโทษ!”

อาการไม่สำนึกของมาธวีทำให้รเมศคิดแผนดัดหลัง “ไม่ใช่ขอโทษตรงนี้ครับ...แต่ต่อหน้าทุกคน คราวก่อนคุณสั่งให้พิมพ์ขอโทษคุณที่ห้องอาหาร วันนี้ผมก็เห็นว่ายุติธรรมดีถ้าคุณจะขอโทษพิมพ์ที่นั่น”

ooooooo

มาธวีจำต้องเข้าไปในห้องอาหารจารวีแบบไม่เต็มใจ ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของเหล่าพนักงาน และเมื่อได้เวลา รเมศก็บอกให้เธอขอโทษพิมพ์ลภัสต่อหน้าทุกคน

“ฉันไม่คิดจริงๆว่าตาแก่นั่นจะหน้ามืดทำกับเธอแบบนั้น เอาเป็นว่าฉันขอโทษก็แล้วกันที่อยากช่วยให้เธอสบาย ขอโทษที่เข้าไปยุ่งกับชีวิตเธอมากไป...หวังดีกับเธอมากไป”

คำขอโทษแบบขอไปทีของมาธวีทำให้พิมพ์ลภัสโกรธจัด แหวเสียงเขียว

“แบบนี้เรียกขอโทษที่ไหน ใครไม่รู้คงคิดว่าเธอทวงบุญคุณฉันอีก เอาใหม่...เมื่อกี้ไม่นับ อย่าขอโทษแต่ปาก”

หนูดีกับเป็ดที่ตามมาเป็นพยานเสนอให้กราบเหมือน ที่พิมพ์ลภัสเคยโดน มาธวีเลยส่งสายตาพิฆาตไปให้ แต่ก็ต้องหน้าเสีย เมื่อรเมศเห็นดีเห็นงาม เช่นเดียวกับพิมพ์ลภัสที่เหยียดยิ้มท้าทาย

“ถ้าไม่กราบก็ไปโรงพัก ฉันกลัวเป็นข่าวก็จริง แต่คิดว่าคนอย่างเธอก็ไม่อยากจะเป็นข่าวเหมือนกัน อย่าลืมนะว่าโรงแรมมีกล้องวงจรปิด คิดเหรอว่ามันจะไม่มีกล้องสักตัวที่จับภาพเธอกับเสี่ยสมานนัดแนะกันได้”

จบคำก็ขอร้องให้บวรทัตช่วยตั้งกล้องเตรียมถ่ายคลิป มาธวีอับอายมาก ต้องยอมคุกเข่าพนมมือขอโทษ แต่ไม่ทันก้มถึงพื้น พิมพ์ลภัสก็สั่งให้หยุด

“ทีนี้คงรู้แล้วสินะว่าการถูกบังคับให้กราบโดยที่ไม่เต็มใจมันเป็นยังไง วันนั้นเธอไม่ได้ต้องการคำขอโทษ แต่ต้องการประจานให้ฉันอับอายขายหน้า เธอได้กำไรนะมาธวี เพราะฉันไม่ใช่แค่อาย แต่ฉันเจ็บ...เจ็บเพราะฉันถูกบังคับให้กราบเธอทั้งที่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด!”

“ไม่ต้องพล่าม จะให้ฉันกราบได้รึยัง”

“เธอไม่ต้องกราบฉันหรอก เพราะกราบไปก็ไม่ได้อะไร ฉันแค่อยากบอกให้เธอรู้ว่าการบังคับให้คนอื่นกราบตัวเองทั้งที่เจ้าตัวไม่เต็มใจ มันไม่ใช่แค่การเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคน แต่มันยังแสดงถึงอีคิวที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินของคนสั่งด้วย!”

ทุกคนในห้องอาหาร โดยเฉพาะรเมศทึ่งในคำพูดเผ็ดร้อนของพิมพ์ลภัสมาก มาธวีก็เจ็บแทบกระอักที่ถูกด่าประจานต่อหน้าทุกคน แต่ไม่ทันสวน อดีตลูกเลี้ยงสาวก็เอ่ยไล่

“เธอจะไปไหนก็ไปซะ หวังว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกัน”

พิมพ์ลภัสผละไปแล้ว ทิ้งมาธวีให้มองตาม พึมพำอาฆาตไล่หลัง

“แกชนะพิมพ์ลภัส แต่อย่าย่ามใจไปนะ ฉันไม่ลืมเรื่องวันนี้แน่!”

หลังจัดการเรื่องมาธวีให้เตรียมเก็บของและกลับกรุงเทพฯในเช้าวันต่อมา รเมศก็คว้าซองใส่เงินค่าเสียหายจำนวนห้าแสนบาทจากสมานเอาไปให้พิมพ์ลภัส แต่เมื่อเจอหน้าเธอกลับไม่อยากยื่นให้

“พิมพ์...ผมขอโทษ ผมเสียใจที่ไม่เชื่อคำพูดคุณ แล้วก็เสียใจที่ผมกลายเป็นเครื่องมือให้คนที่อยากทำลายคุณ”

“คืนนี้ฝนคงตกหนัก...อยู่ๆผู้หญิงจอมลวงโลกอย่างฉันก็มีคนมาขอโทษตั้งหลายคน เอาเป็นว่าฉันอโหสิให้ทั้งไอ้เสี่ยตัณหากลับ ทั้งยัยแม่มดสองหน้า แล้วก็...คุณ”

“ขอบคุณ...แต่ผมยืนยันนะพิมพ์ว่าผมเสียใจที่สุดกับเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้”

“แต่ฉันไม่เสียใจค่ะ อย่างน้อยเรื่องแย่ๆนี่ก็พิสูจน์ให้ใครหลายคนเห็นว่าฉันไม่ใช่คนโกหก แล้วก็คงทำให้คุณรู้ซะทีว่าใครๆก็มีสิทธิ์โง่ได้ทั้งนั้น คนบางคนไม่ได้อยากทำเลว แต่เพราะตกเป็นเหยื่อให้คนอื่นหลอกใช้ต่างหาก”

คำพูดยอกย้อนของเธอทำให้รเมศอึ้งไปอึดใจ สำนึกผิดที่เคยต่อว่าเธอแรงๆ และวันนี้เขาก็ลำบากใจมาก ไม่อยากให้เธอจากไป แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร นอกจากพยายามยื้อไว้ด้วยการยังไม่ให้เงินค่าเสียหายจากสมาน

“ผมอยากให้คุณเชื่อใจผมสองเรื่อง เรื่องแรก...คืนนั้นผมกับมาธวีไม่มีอะไรกันจริงๆ ส่วนเรื่องที่สอง...ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้คุณรู้ว่าผมหวังดีกับคุณเสมอและจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ”

ooooooo

.

..........

บ่วงหงส์ ตอนที่ 12

พิมพ์ลภัสยังไม่ยกโทษให้รเมศ แต่กลับอยากรู้มากกว่าว่าเหตุใดชุติมาถึงไม่เคยมองเธอในแง่ดี ทั้งที่เหตุการณ์วันนี้เธอเป็นเหยื่อแท้ๆ จินตนาเห็นใจเลยตัดสินใจพูดตรงๆ


“ฉันจะพูดตรงๆละกัน...เห็นแก่ที่เธอเป็นเพื่อน ถ้าไม่หวังดีก็คงไม่เสี่ยงพูดให้เธอโกรธหรอก เมื่อก่อนชุเขาปลื้มเธอสุดๆ เห็นเธอเป็นไอดอล เธอลองคิดสิว่าทำไมคนที่เคยชอบมากๆถึงกลายเป็นเกลียดได้ขนาดนี้...”

ความจริงจากจินตนาทำให้พิมพ์ลภัสเปิดอกกับชุติมา ขอโทษสำหรับเรื่องแย่ๆที่ผ่านมาจนชุติมาถึงกับอึ้ง

“นี่ๆ...ไม่ต้องมาทำดีกับฉัน เราอยู่คนละแผนก ฉันโหวตให้เธอเป็นพนักงานดีเด่นไม่ได้หรอก”

“ฉันไม่ได้อยากเป็นพนักงานดีเด่น ฉันอยากเป็นแค่คนธรรมดาที่มีเพื่อน ไม่ใช่มีแต่ศัตรู ฉันอาจจะนิสัยไม่ดีเท่าไหร่ แต่ฉันไม่เคยคิดร้ายกับใครแน่ เธอจะยอมเป็นเพื่อนฉันแล้วให้โอกาสฉันปรับตัวได้ไหม”

“ฉันยอมยกโทษให้เธอก็ได้ แต่ฉันไม่ยอมเป็นเพื่อนเธอง่ายๆหรอกนะ...จนกว่าจะเห็นว่าเธอน่าคบจริงๆ”

เรื่องราวทุกอย่างคลี่คลายและทำท่าจะไปด้วยดี แม้พิมพ์ลภัสจะยังเคืองรเมศ แต่ก็อ่อนท่าทีลงมากเมื่อคิดถึงสิ่งที่เขาทำเพื่อเธอมาตลอด และเช้าวันนี้อดีตนางแบบก็ได้รับข่าวดีว่าเธอได้รับรางวัลพนักงานดีเด่นประจำเดือน รางวัลของความทุ่มเทมีมูลค่าไม่กี่พันบาท แต่ทำให้อดีตนางแบบภูมิใจมาก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นจ๋อยสนิทเมื่อเจอกับนาราโดยบังเอิญ และได้รู้ว่ารเมศไปค้างที่ไร่บัวขาวคืนที่ผ่านมา!

แต่ที่ทำให้พิมพ์ลภัสช้ำสุด ก็เมื่อมาธวีที่แค้นจัดเอาคืนเธอก่อนกลับกรุงเทพฯด้วยการหลอกสุริยนต์ที่รับหน้าที่คุมตัวเธอไปสนามบินให้เอาของที่ลืมไว้ในห้องพัก และบุกไปทิ้งระเบิดเรื่องรเมศกับนาราถึงห้องอาหารจารวี

“คิดว่าเธอเก่งเธอแน่แล้วใช่ไหมที่ทำให้คุณเมศโยนฉันออกจากโรงแรมได้ แต่อย่านึกนะว่าเธอจะสมหวังไปตลอด ฉันจะบอกให้เอาบุญ...คุณเมศเขากำลังจะแต่งงาน!”

พิมพ์ลภัสหน้าซีดตัวชา มาธวีสะใจมาก ย้ำให้ยิ่งเจ็บ “เจ้าสาวเขาชื่อนาราน่ะ รู้จักไหม...คุณเมศเขาไม่เคยบอกเธอล่ะสิ เสียใจด้วยนะที่ฝันสลาย น้ำหน้าอย่างเธอไม่มีวันได้เป็นคุณผู้หญิงโรงแรมนี้หรอก อย่างมากก็เป็นได้แค่สาวเสิร์ฟ หรือไม่ก็เมียเก็บที่คุณเมศเขาเลี้ยงไว้ดูเล่นแก้เหงา”

รเมศซึ่งกำลังคุยเรื่องงานแต่งของนาราผ่านมาพอดี ไม่ทันได้ยินเรื่องทั้งหมด แต่เห็นหน้าพิมพ์ลภัสแล้วใจไม่ดี พร้อมๆกับสุริยนต์ที่โผล่มาลากตัวม่ายสาวเจ้าของห้องเสื้อไปขึ้นรถ ไม่ให้ป่วนไปมากกว่านี้

มาธวียิ้มหยัน สะบัดตัวหยิ่งๆ “ฉันเดินไปเองได้ ไม่อยากอยู่นานนักหรอกโรงแรมเฮงซวยแบบนี้ ทีตอนขอให้มาช่วยงานแทบจะกราบกราน พอหมดประโยชน์ก็ขับไล่ไสส่งเหมือนหมา โรงแรมแบบนี้ใครมาพักก็โง่เต็มทนแล้ว!”

ooooooo

ระเบิดของมาธวีได้ผลเกินคาด พิมพ์ลภัสถึงกับตาพร่า ทั้งโมโหหึงและโกรธตัวเองที่ปล่อยใจไปกับรเมศถึงขนาดนี้ ทุกคนรอบตัวเกือบจะได้บอกเรื่องนารากับสีหนาทแล้ว แต่อดีตนางแบบก็โกรธจนไม่มีแก่ใจจะฟัง

มาธวีถูกลากตัวไปสนามบิน ทิ้งเป็ดกับหนูดีไว้ที่โรงแรม ไม่ยอมให้นั่งรถไปด้วยเพราะโกรธที่หักหลัง รเมศเลยต้องยอมให้สองผู้ช่วยใจสาวพักอีกคืน แล้วค่อยหารถกลับวันรุ่งขึ้น

พิมพ์ลภัสไม่สนใจใครทั้งนั้น ช้ำใจเรื่องรเมศ

จนตัดสินใจขายเข็มกลัดหงส์ในร้านเพชรของโรงแรม เจ้าของร้านพยายามกดราคา แต่อดีตนางแบบก็เรียกเงินมาได้แบบไม่น่าเกลียด และมุ่งหน้าไปห้องทำงานของรเมศ

รเมศดีใจมากที่เห็นพิมพ์ลภัส แต่ไม่ทันถามไถ่เรื่องมาธวี อดีตนางแบบก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“ฉันโง่มาตั้งนาน นึกว่าคุณเป็นคนดี นึกว่าคุณจริงใจ แต่เปล่าเลย คุณก็เลวพอๆกับไอ้เสี่ยสมาน”

“นี่มันเรื่องอะไรกันพิมพ์...อยู่ๆคุณมากล่าวหาผมเรื่องอะไร”

“เอาเช็คนี่ไป ฉันใช้หนี้ให้ตัวเอง ร้านในโรงแรมคุณ เช็คคงไม่เด้งหรอก”

“คุณไปเอาเงินมาจากไหน...คุณขายเข็มกลัดหงส์ไปแล้วเหรอ!”

“ใช่! ฉันขายของชิ้นสุดท้ายของพ่อ...ของที่ฉันรักมากที่สุด! ขายโดยไม่เสียดายเลยล่ะ”

รเมศอึ้งมาก พิมพ์ลภัสก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน แต่ก็ต้องตัดใจขอลาออกตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เจ้าของโรงแรมหนุ่มอยากรั้งไว้ใจแทบขาด แต่ก็พูดไม่ออก จนเมื่ออดีตนางแบบผลุนผลันออกจากห้องไปแล้ว ถึงได้สติรีบตามไปอธิบายความจริงทุกอย่าง พร้อมกับซองเงินค่าเสียหายของสมาน

แต่ทุกอย่างก็สายไป เพราะพิมพ์ลภัสดันรู้เรื่องเงินของสมานจากเป็ดกับหนูดีเสียก่อน รเมศหน้าเสีย แต่ไม่ทันแก้ตัว พิมพ์ลภัสก็กระชากซองเงินมาแล้วตบหน้าเขาเต็มแรง

“คุณได้เงินนี้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วสินะ แต่คุณกลับไม่บอกฉันสักคำ! นี่ถ้าฉันไม่ขายของใช้หนี้ คุณก็คงเก็บเงียบ...ปล่อยให้ฉันเสิร์ฟอาหารงกๆต่อไปอีกนานใช่ไหม!”

รเมศอ้าปากจะอธิบาย แต่พิมพ์ลภัสก็โมโหจนขาดสติแล้ว

“คุณคงเกลียดฉันมากสินะถึงสนุกกับการทรมานฉัน พอใจที่ได้เห็นคนอื่นดูถูกเหยียดหยามฉัน ฉันเกลียดคุณ! ได้ยินไหมคุณรเมศ ฉันเกลียดคุณ! ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีกนะ จำไว้ฉันก็จะไม่มีวันมาเหยียบโรงแรมคุณอีกแล้ว!”

พิมพ์ลภัสหมุนตัวเดินออกไปแบบไม่เหลียวหลัง เมื่อถึงหอพักก็เก็บข้าวของลงกระเป๋า แต่ไม่ลืมยกชุดสวยหลายชุดให้กานดา และหยิบเงินจำนวนหนึ่งให้จินตนาเป็นทุนการศึกษา สองสาวเสิร์ฟซาบซึ้งใจมากแต่ก็ยังไม่อยากให้พิมพ์ลภัสจากไปในสภาพนี้อยู่ดี เช่นเดียวกับพัชรีที่เจอหน้าอดีตนางแบบตอนเซ็นใบลาออกเช้าวันต่อมา

“นับแต่นี้ไปฉันพ้นสภาพการเป็นพนักงานโรงแรมนี้ แล้วก็คงไม่กลับมาเหยียบที่นี่อีก”

“ผู้หญิงคนนั้นเขามาพูดอะไรกับเธอฮึ...พิมพ์ลภัส”

“เขาก็แค่มาพูดความจริงบางอย่าง แต่มันไม่ใช่สาเหตุใหญ่ที่ฉันตัดสินใจกลับกรุงเทพฯหรอกนะคะ ดูสิ... ทำไมทำหน้าแบบนี้ล่ะคะ จริงๆคุณสองคนน่าจะดีใจนะ ตัวดูดปัญหาไม่อยู่ โรงแรมนี้จะได้สงบสุขซะที”

นงนุชหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่ไม่ค่อยชอบหน้าพิมพ์ลภัสในตอนแรกยังอดใจหายไม่ได้ ได้แต่อวยพรให้โชคดีเช่นเดียวกับคนอื่นๆ รเมศได้แต่มองตามอดีตนางแบบเดินไปขึ้นรถจากห้องทำงาน โดยมีเหล่าเพื่อนพนักงานตามไปส่ง

พิมพ์ลภัสไม่ยี่หระว่ารเมศจะเป็นยังไง น้ำตาคลอที่ต้องจากโรงแรมและเพื่อนๆไปอย่างกะทันหัน แต่กระนั้นก็ยังทำเป็นเข้มแข็ง ปลอบทุกคนให้สบายใจว่าเธอเป็นคนใหม่แล้ว และจะไม่ลืมทุกคนที่นี่แน่

“การทำงานที่นี่ทำให้ฉันรู้จักชีวิตมากขึ้น แล้วก็ได้มีเพื่อนที่จริงใจ มีคนที่หวังดีกับฉัน ขอบคุณทุกคนจริงๆ”

วิมลแม่บ้านหอพักก็ตามมาส่งพิมพ์ลภัสด้วย

เช่นเดียวกับบวรทัตที่มาส่งเป็นคนสุดท้าย

“ผมเป็นตัวแทนใครบางคนมาส่งคุณพิมพ์ครับ”

“ขอบคุณคุณบวรทัตมากค่ะที่มีน้ำใจกับฉันมาตลอด น่าเสียดายที่เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว”

สีหน้าเศร้าๆของพิมพ์ลภัสทำให้บวรทัตต้องยิ้มให้กำลังใจ “ผมขออวยพรให้คุณโชคดี ขอให้ชีวิตเจริญก้าวหน้า แล้วก็ตามหาหัวใจตัวเองจนเจอ...แต่ถ้าหาที่ไหนไม่เจอก็ขอให้กลับมาที่นี่นะครับ”

ooooooo

ขนิษฐารู้เรื่องเป็นคนสุดท้าย เป็นห่วงความรู้สึก ของรเมศมากที่ไม่ยอมทำตามหัวใจ รั้งตัวพิมพ์ลภัสไว้

“พิมพ์เขาใช้หนี้หมดแล้ว ผมจะถือสิทธิ์อะไรกักตัวเขาไว้ได้อีกล่ะครับ”

“คุณเมศน่าจะอธิบายว่าไม่ได้รู้เห็นกับอดีตแม่เลี้ยงและเสี่ยสมาน ส่วนเรื่องค่าทำขวัญ คุณก็ตั้งใจว่าจะคืนให้”

“พิมพ์โกรธเรื่องค่าทำขวัญมากก็จริงครับ แต่เขาคงโกรธเรื่องอื่นมาก่อนถึงได้ตัดใจขายเข็มกลัดหงส์ที่เขารักอย่างกับอะไรดีเพื่อจะไปจากผม เขาหาว่าผมหลอกลวง ผมไม่รู้จริงๆว่าไปหลอกเขาเรื่องอะไร จะเรื่องอะไรก็ช่างมันเถอะครับ ผมเคยรับปากไว้ว่าจะปล่อยเขาไป อย่างน้อยครั้งนี้ผมก็ไม่ได้หลอก...”

รเมศไม่ได้ช้ำใจคนเดียว พิมพ์ลภัสก็น้ำตาตกในไม่ต่างกัน แต่ต้องทำเป็นเข้มแข็ง เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งที่กรุงเทพฯ เริ่มจากห้องพักขนาดเล็กค่าเช่าหลักพัน แม้จะสะอาดพออยู่ได้ แต่แอนเพื่อนนางแบบคนเดียวในวงการก็ไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนสาวจะอยู่ได้ พิมพ์ลภัสต้องบอกให้มั่นใจว่าเธอเปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้ว

หลังจัดการเรื่องที่อยู่ พิมพ์ลภัสก็เริ่มหางาน แต่ก็หายากเหลือใจ อดีตนางแบบต้องอดทนเดินเข้าออกออฟฟิศหลายสิบแห่ง แต่ก็ต้องกลับห้องพักอย่างผิดหวังเป็นเวลานับเดือน

สถานการณ์ของพิมพ์ลภัสไม่ค่อยสดใสนัก แต่สถานการณ์ของมาธวีย่ำแย่กว่า นอกจากจะขาดแขนขาอย่างเป็ดกับหนูดีคอยช่วยงานต่างๆเหมือนเคย รายไดก็พลอยถดถอย จนในที่สุดก็ต้องปิดห้องเสื้อมาร์ธาในเวลาต่อมา

หนูดีกับเป็ดรับรู้ข่าวคราวของมาธวีจากจีน่าบรรณาธิการแฟชั่นที่คุ้นเคยกันดี พร้อมความจริงที่ว่ามาธวีไม่ได้เป็นตัวจริงในวงการแฟชั่น งานต่างๆก็ให้เป็ดกับ หนูดีทำแทน แค่อาศัยชื่อเสียงทำให้ห้องเสื้อขายได้เท่านั้น

มาธวีไม่ยี่หระสายตาสมเพชหรือเสียงซุบซิบ เดินหน้าหาหนุ่มเป้าหมายรายใหม่เพื่อชีวิตฟู่ฟ่าเหมือนเคย แต่ก็หาได้ไม่ง่าย แม้แต่ยศพลก็ตีตัวออกห่างและมีสาวไฮโซคนใหม่เป็นคู่ควง แต่กระนั้น...โชคชะตาก็ส่งเจ้าสัวทนง เสี่ยใหญ่ใจปํ้ามาให้ ม่ายสาวอดีตเจ้าของห้องเสื้อเลยได้กลับมาใช้ชีวิตหรูหราอีกครั้ง...

พิมพ์ลภัสตั้งหน้าตั้งตาหางานเรื่อยๆ ก่อนจะได้เจอขนิษฐาที่มาดูงานที่กรุงเทพฯโดยบังเอิญ และเมื่อญาติสาวของสีหนาทรู้ว่าอดีตนางแบบกำลังหางาน ก็ไม่รอช้าจะโทร.บอกรเมศ

รเมศดีใจมากที่ได้ข่าวคราวของพิมพ์ลภัส และหาทางช่วยเธอด้วยการขอร้องรจนาพี่สาวแท้ๆช่วยจ้างเธอเป็นครูสอนภาษาอังกฤษหลานๆที่บ้าน พิมพ์ลภัสเลยได้งานแบบไม่ทันตั้งตัวในเวลาต่อมา

รจนาได้ยินเรื่องราวของพิมพ์ลภัสมามาก ทั้งวีรกรรมสมัยเป็นนางแบบและตอนใช้หนี้ที่โรงแรมของน้องชาย เมื่อได้เจอตัวจริงเลยอดสัมภาษณ์ก่อนเริ่มงานไม่ได้ โดยเฉพาะเหตุผลที่เธอเลิกเดินแบบ

“พิมพ์ไม่คิดจะยึดงานในวงการเป็นอาชีพจริงจังตั้งแต่ต้นอยู่แล้วค่ะ อย่างที่รู้ว่าคนในวงการบันเทิงไม่ได้จริงใจต่อกันอยู่แล้ว พิมพ์อึดอัดที่ถูกจับตามอง เลยพยายามหางานอื่นที่มั่นคงกว่า แต่สมัยนี้งานหายากเหลือเกิน”

“ถ้าคุณพิมพ์ยังหางานถูกใจไม่ได้ รับจ๊อบสอนหนังสือไปพลางๆก็ดีค่ะ”

“พิมพ์อาจไม่มีประสบการณ์ด้านการสอนมาก่อน แต่พิมพ์จะพยายามเต็มที่ค่ะ”

“ไม่ต้องกังวลนะคะ ลูกพี่สองคนที่จะฝากให้เป็นลูกศิษย์คุณพิมพ์มีพื้นฐานพอใช้ได้ แต่ยังไม่คล่องเรื่องการพูด ตัวพี่กับคุณสิน สามีพี่ไม่ค่อยมีเวลาสอนกันเท่าไหร่ เลยอยากได้ครูมาช่วยอีกแรง อยากให้พวกแกได้ฝึกพูดตอบโต้ แล้วถ้ามีการบ้านภาษาอังกฤษที่ไม่เข้าใจก็อยากให้คุณพิมพ์ช่วยสอนน่ะค่ะ”

ผลการสอบสัมภาษณ์เป็นไปด้วยดี รจนาประทับใจอดีตนางแบบมาก ที่แม้จะไม่คุ้นเคยกับงานสอนหนังสือ แต่ก็มีความพยายามและเข้ากับลูกทั้งสองของเธอได้ดี จนอดไม่ได้ต้องแอบถ่ายรูปส่งให้รเมศ

“ขอบคุณที่ให้โอกาสพิมพ์นะครับพี่รจ แรกๆคงต้องใช้เวลาหน่อย แต่ผมเชื่อว่าพิมพ์จะทำได้ดีขึ้น ส่วนเรื่องเงินค่าสอนของพิมพ์ ผมจะจัดการเองนะครับ ไม่อยากรบกวนพี่รจไปมากกว่านี้”

“ไม่เป็นไร พี่ไม่ได้เดือดร้อน ถือว่าให้ลูกฝึกภาษา ที่สำคัญถ้าช่วยเหลือน้องชายให้สมหวังในความรักพี่ก็ยินดี”

“ผมไม่ได้ทำเพื่อหวังให้พิมพ์มารักหรอกครับ ผมแค่อยากช่วยไม่ให้พิมพ์ลำบากไปมากกว่านี้”

“จ้า...แค่พิมพ์ลภัสสุขสบายกินอิ่มนอนหลับ เมศก็มีความสุขแล้วว่างั้น แหม...มักน้อยจริงๆน้องชายฉัน เอาเถอะ ยังไงพี่จะพยายามถามมาให้ได้ว่าเขาโกรธอะไรเมศนักหนา เผื่อถ้าเมศทำผิดจริง จะได้หาโอกาสแก้ตัว”

ooooooo

พิมพ์ลภัสสนุกสนานกับการเตรียมการสอนเด็กๆ มาก กานดากับจินตนาพลอยยินดีที่อดีตนางแบบได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง ต่างจากอภิชาติที่หงอยลงทุกวันเพราะจินตนาไม่พูดด้วย และเมื่อทนอึดอัดใจไม่ไหว อภิชาติเลยตัดสินใจเคลียร์กับจินตนาและขอโอกาสเดตสักครั้ง เพื่อพิสูจน์ใจตัวเองว่ามีโอกาสคิดกับเธอมากกว่าเพื่อนหรือไม่

กานดาเลยต้องอกหักรอบสอง เพราะดูท่าสถานการณ์ระหว่างอภิชาติกับจินตนาจะเป็นไปด้วยดี แต่ก็จิตตกเพียงไม่นาน สาวเสิร์ฟคนเก่งแห่งห้องอาหารจารวีก็ได้สุริยนต์มาดามใจแบบไม่ทันตั้งตัว

ทุกคนรอบตัวโลกสีชมพูกันหมด รเมศเซ็งมาก คิดถึงพิมพ์ลภัสมากแต่ก็ไม่ยอมไปง้อเธอสักที บวรทัตได้แต่มองมาด้วยความเห็นใจ แต่ก็ช่วยไม่ได้ จนกระทั่งรจนาได้ความคืบหน้าเรื่องสาเหตุที่พิมพ์ลภัสโกรธรเมศ

ความจริงก็คือพิมพ์ลภัสเข้าใจผิดคิดว่ารเมศมีคู่หมั้นแล้วคือนารา และกำลังจะแต่งงานกันเร็วๆนี้ แต่เธอไม่เคยรู้มาก่อน เลยตัดสินใจลาออกจากโรงแรมจารวี เมื่อรเมศรู้ก็ไม่รอช้าจะไปปรับความเข้าใจ ด้วยการไปดักรอที่บ้านรจนาวันที่พิมพ์ลภัสมีตารางสอนหลานทั้งสอง

พิมพ์ลภัสตกใจมากที่เห็นรเมศ ก่อนจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่ารจนาเป็นพี่สาวของเขา

“ที่ฉันได้งานสอนที่นี่ ไม่ใช่เพราะฉันโชคดีหรือมีความสามารถใช่ไหม”

“คุณมีความสามารถพิมพ์ คุณขาดแค่โอกาส วันที่คุณน้องเจอคุณ เธอโทร.บอกผม แล้วผมก็โทร.หาพี่รจ”

“พี่รจก็เลยจำใจต้องจ้างฉันไว้เพราะความสงสาร!”

“ไม่ใช่แบบนั้น พี่รจเองก็ยินดีที่ได้ครูมาช่วยสอนพวกเด็กๆอีกแรง”

“คุณทำแบบนี้เพื่ออะไรคุณเมศ! ฉันอุตส่าห์ใช้หนี้คุณแล้ว ทำไมต้องมาทำให้ฉันต้องรู้สึกติดหนี้คุณอีกด้วย”

“ผมแค่อยากช่วย ไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทน”

พิมพ์ลภัสช้ำใจมาก รู้ดีแก่ใจว่าเขาได้หัวใจเธอ ตอบแทนไปแล้ว ไม่ว่าเขาจะต้องการหรือไม่

“คุณบอกว่าคุณไม่ต้องการอะไรตอบแทน...แต่รู้ไหมว่าคุณได้มันไปแล้ว...สิ่งที่คุณไม่ต้องการจากฉัน คุณได้มันไปแล้ว ทั้งๆที่คุณกำลังจะแต่งงาน คุณมาทำ แบบนี้กับฉันทำไม!”

“เดี๋ยวพิมพ์ ฟังก่อน ผมไม่ได้...”

“พอเถอะ! ฉันไม่อยากฟังคุณแก้ตัว ไม่อยากเห็นหน้าคุณอีก เราอย่าเจอกันอีกเลย...”

ooooooo

พิมพ์ลภัสตัดสินใจลาออกจากการเป็นครูให้ รจนาวันนั้นเอง อดีตนางแบบเสียใจมาก แต่ก็อยากตัดใจจากรเมศให้ได้จริงๆ แต่โชคชะตาก็ยังไม่โหดร้ายนัก

ไม่กี่วันต่อมา...เป็ดกับหนูดีก็ติดต่อให้เธอเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์ความงามตัวใหม่จากเมืองนอก

มาธวีที่ถูกเมียหลวงของเจ้าสัวทนงตามเล่นงานจนกลายเป็นข่าวฉาว ได้ยินเรื่องพิมพ์ลภัสจะหวนคืนวงการก็หาทางโผล่ไปขัดขวางกลางงานจนได้ พิมพ์ลภัสตกใจมาก แต่เพราะพฤติกรรมที่ดีขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือของเธอทำให้ทีมงานเอาใจช่วยเต็มที่ โดยเฉพาะเป็ดกับหนูดีที่จัดการเอาคืนมาธวีแทนอย่างสาสม

คลิปมาธวีก้มกราบพิมพ์ลภัสถูกฉายหน้าจอบนเวที เรียกเสียงฮือฮาได้จากผู้คนที่มาร่วมงาน กลายเป็นกระแสสมใจเจ้าของงาน และม่ายสาวอดีตเจ้าของห้องเสื้อก็ไม่มีที่ยืนในวงการอีกต่อไป เพราะไม่ใช่แค่เรื่องพิมพ์ลภัส แต่วีรกรรมสมัยก่อนที่ไม่ใช่ตัวจริงในวงการ แต่ให้เป็ดกับหนูดีทำแทนก็ถูกแฉด้วย

รจนารู้ข่าวพิมพ์ลภัสรับงานพรีเซ็นเตอร์ก็มาดักรอ พร้อมของขวัญจากรเมศ...เข็มกลัดหงส์ที่เธอรักนั่นเอง รจนาเห็นอดีตนางแบบน้ำตาคลอ เลยเคลียร์แทนน้องชายว่าความจริงรเมศไม่ได้อยากให้เป็นของขอโทษ แต่อยากใช้มันขอเธอแต่งงาน เพราะเขาไม่ใช่เจ้าบ่าวของนารา แต่เป็นสีหนาทหุ้นส่วนอีกคนของโรงแรมต่างหาก

ความจริงจากรจนาทำให้พิมพ์ลภัสอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะตัดสินใจไปง้อรเมศที่เชียงราย โดยนัดแนะกับทุกคนยกเว้นเขาว่าจะไปสมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟอีกรอบ แต่นอกจากรเมศจะไม่คืนดีด้วย ยังงอนหนีไปหมู่บ้าน ปลายดอยจนอดีตนางแบบต้องเดินง้อรอบหมู่บ้าน

“ฉันขอโทษที่หลอกคุณ ขอโทษที่ไม่ฟังคุณอธิบายก่อนหน้านี้ ทั้งๆที่ฉันเคยบอกไว้แล้วว่ามีอะไรจะถามคุณตรงๆ แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่า คิดเองเออเองอีก คุณยกโทษให้ฉันเถอะนะ”

น้ำเสียงและท่าทางง้องอนของพิมพ์ลภัสทำให้รเมศใจอ่อนยวบ เอื้อมไปกุมมือเธอไว้

“ผมก็ขอโทษเหมือนกันที่ตอนนั้นผมปิดบังคุณเรื่องเงินค่าทำขวัญของเสี่ยสมาน ผมไม่ได้อยากจะแกล้งคุณ แต่เพราะผมไม่อยากให้คุณไปจากที่นี่ ผมกลัวว่าคุณจะไม่กลับมาอีก”

พิมพ์ลภัสดีใจมากที่เขาหายโกรธ รีบขอบคุณที่เขาซื้อเข็มกลัดหงส์คืนให้ รเมศยิ้มหน้าบาน ก่อนจะทวงคำตอบที่ฝากรจนาไปถาม ว่าเธอจะยอมให้เรื่องความสัมพันธ์กลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือไม่

คำถามขอความรักของเขาทำให้พิมพ์ลภัสน้ำตารื้นด้วยความดีใจ แต่ยังแกล้งตอบอย่างมีฟอร์ม

“ถ้าคุณไม่ถือสาเรื่องที่พิมพ์เคยหลอกลวงคุณ พิมพ์ก็จะลืมเรื่องที่คุณเคยร้ายกาจกับพิมพ์เหมือนกัน”

รเมศหัวเราะกว้างกับคำตอบรับรัก ดึงตัวเธอมากอดแน่นด้วยความรักและคิดถึงสุดหัวใจ

“แล้ว...ฉันยังต้องกลับไปสัมภาษณ์งานต่อไหมคะ”

“ตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟถ้าพิมพ์อยากทำผมก็ไม่ว่า แต่ต้องพ่วงตำแหน่งภรรยาเจ้าของโรงแรม ทำไหวไหม”

เรื่องราวความรักของรเมศกับพิมพ์ลภัสจบลงอย่างสวยงาม ท่ามกลางความยินดีของทุกคน ไม่เว้นแม้แต่เป็ดกับหนูดีที่เปิดแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองและอยากให้อดีตนางแบบที่ตอนนี้เป็นคู่หมั้นของรเมศมาถ่ายแบบโปรโมตให้ พิมพ์ลภัสรับปากด้วยความยินดี เมื่อรเมศรู้เรื่องก็อดงอนไม่ได้ ไม่ชอบที่เธอจะอยู่ห่างตัว

“พิมพ์...รู้ใช่ไหมว่าถ้ากลับมาที่นี่แล้วจะไปไหนไม่ได้แล้วนะ”

“หืม...คุณจะขังพิมพ์ไว้เหรอคะ”

“ใช่...กว่าจะจับหงส์แสนสวยตัวนี้ได้ ผมไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปอีกหรอก ผมจะเอาบ่วงคล้อง เอากรงมาขัง จะเลี้ยงดูด้วยความรักความเอาใจใส่ จะไม่ยอมให้บินไปไหนนอกจากในอาณาเขตของผมเท่านั้น”

“ฉันก็ไม่คิดจะบินหนีไปไหนอีกแล้วเหมือนกัน ฉันเต็มใจอยู่กับนายพรานขี้หวงอย่างคุณไปชั่วชีวิตเลย”

ooooooo

–อวสาน–

.
.


ที่มา : เรื่องย่อละคร บ่วงหงส์
https://www.thairath.co.th/novel/buanghong

.