Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
เรื่องราวน่าอ่าน => เรื่องเล่าจากความทรงจำที่หาฟังยาก => Topic started by: ppsan on 16 June 2026, 09:53:07
-
105. เอื้อ สุนทรสนาน ผู้นำวงดนตรีสุนทราภรณ์ ออกสู่สาธารณชน โดย คีตา พญาไท
คีตา พญาไท
21 มีนาคม 2018
·
105. เอื้อ สุนทรสนาน
ผู้นำวงดนตรีสุนทราภรณ์ ออกสู่สาธารณชน
บทบาทที่สำคัญยิ่งของ ครูสุรัฐ พุกกะเวส ที่มีต่อ วงดนตรีสุนทราภรณ์ ก็คือ การผลักดันให้ ครูเอื้อ สุนทรสนาน นำวงดนตรีไปเล่นที่ โรงหนังโอเดียน สลับกับ วงดนตรีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ที่มี ครูนารถ ถาวรบุตร เป็นหัวหน้าวงเล่นประจำอยู่ โดยใช้ชื่อว่า วงดนตรีสุนทราภรณ์ ซึ่ง ประสิทธิ์ ศิลปะบรรเลง เพื่อนสนิทของ ครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นผู้ตั้งให้
ซึ่งนำมาจากคำว่า สุนทร ที่มาจากนามสกุล สุนทรสนาน ของ ครูเอื้อ สุนทรสนาน และคำว่า อาภรณ์ ที่เป็นชื่อของ อาภรณ์ กรรณสูต สาวสวยที่ ครูเอื้อ รักใคร่ชอบพออยู่ในช่วงนั้นและ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ก็ใช้เป็นชื่อในการขับร้องบันทึกเสียงมาก่อนเมื่อครั้งเป็นหัวหน้า วงดนตรีบริษัทไทยฟิล์ม
ครูสุรัฐ พุกกะเวส เล่าถึงเหตุการณ์ตอนนั้นไว้ว่า
“...ข้าพเจ้านี่แหละ ที่นำ วงดนตรีสุนทราภรณ์ ( ชื่อปฐมฤกษ์ ) ขึ้นแสดงบนเวที โอเดียน การที่จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อเป็นวง สุนทราภรณ์ ในการบรรเลงหากินส่วนตัวบนเวที
ก็เนื่องจาก วงดนตรีกรมโฆษณาการ นั้นเป็นวงราชการ จะนำไปใช้หากินส่วนตัวไม่ได้ และกอปรกับตอนนั้นกรุงเทพฯ ขาดหนังฉายตามโรง จึงเป็นหน้าที่ของข้าพเจ้าในฐานะเลขานุการเหมือนกัน ที่ต้องจัดการแสดงให้ความบันเทิงแก่ประชาชนต่อไป มิต้องให้มีการปิดโรง เป็นการบำรุงขวัญตามนโยบายของรัฐบาล...”
“...การเริ่มต้นเสี่ยงนำ วงสุนทราภรณ์ ขึ้นแสดงบนเวที โอเดียน เป็นครั้งแรก ทั้งๆ ที่ถูกคัดค้านจากผู้ใหญ่ฝ่ายทรัพย์สินฯ หลายท่านที่ไม่เห็นด้วยเพราะขณะนั้นก็มี วงดนตรีทรัพย์สิน โดย ครูนารถ ถาวรบุตร เป็นวงประจำ ซึ่งควรค่าแก่การสนับสนุนอยู่แล้ว แต่เหตุไฉนข้าพเจ้าจึงกล้าตัดสินใจเอา วงสุนทราภรณ์ ขึ้นเวทีซ้อนเข้าไปอีกวงหนึ่ง
ข้าพเจ้าชี้แจงเหตุผลว่า เพราะนโยบายทางการค้า ถ้ามีการแสดงเพียงวงเดียวตลอดเวลา คนดูจะเบื่อหมด อยากทดลองวงใหม่ๆ ดูบ้าง ดูๆ ไปก็เป็นเสมือนว่ายุคนั้น ยังไม่มีใครเชื่อฝีมือ วงสุนทราภรณ์ มากนัก...”
ความสนิทสนมกับ ครูเอื้อ สุนทรสนาน และ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ในช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ นั้น
มีมากกว่าใครๆ เพราะ ครูสุรัฐ พุกกะเวส เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดหาที่พัก อาหารมาบริการสองครูเพลงผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคเป็นอย่างดีเยี่ยม ดังที่ ครูสุรัฐ เขียนเล่าไว้ตอนหนึ่งว่า
“...สงครามทวีความรุนแรงขึ้น คุณเอื้อ ตอนนั้นยังไม่ได้แต่งงาน แต่ญาติพี่น้องอพยพไปอยู่บางบัวทอง จึงต้องมานอนแต่งเพลงด้วยกันสามคน คือ ครูเอื้อ ครูแก้ว และข้าพเจ้า เลยเปิดห้องพักห้องหนึ่งใน โรงแรมรัตนโกสินทร์ เป็นที่พักชั่วคราว เพราะตอนเช้าต้องซ้อมนักดนตรีกันแล้ว ถ้าไปอยู่บางบัวทองจะมาไม่ทัน เนื่องจากการคมนาคมระหว่างสงคราม ไม่สะดวกเหมือนเดี๋ยวนี้...”
ในหนังสือ อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ ครูเอื้อ สุนทรสนาน เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๕ นั้น
ครูสุรัฐ พุกกะเวส เขียนเล่าเอาไว้ว่า
“...ครอบครัวหัวหน้า เอื้อ สุนทรสนาน อพยพไปอยู่บางบัวทอง แต่การแสดงต้องดำเนินเรื่อยไป เพื่อความสะดวกจึงต้องมานอนค้างกับข้าพเจ้าที่ โรงแรมรัตนโกสินทร์ พร้อมกับ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล
เพลงดังรุ่นแรกๆ จึงเกิดขึ้นจากที่แห่งนี้มากมายหลายเพลง ยุคนั้นมีนักแต่งเพลงขึ้นชื่อสำหรับ วงสุนทราภรณ์ อยู่ ๔ คน ที่ร่วมกอดคอกันมาตลอดระยะเวลาสงครามมือ เอื้อ – แก้ว – เวส – สุรัฐ...”
ซึ่งเรื่องนี้ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ก็ได้เขียนเล่าเอาไว้เช่นกันว่า
“...หลังจากได้กินอยู่หลับนอนมาด้วยกัน ที่ โรงแรมรัตนโกสินทร์ ตั้งพลายเพลา โดยถูก พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ ( อดีตอธิบดีกรมตำรวจ บัดนี้ถึงแก่กรรมไปนานแล้ว ) คุมตัวเขากับผมให้ไปสิงอยู่ที่ โรงแรมรัตนโกสินทร์โดยสั่งให้ คุณสงัด วสุธาร หัวหน้ากอง โรงแรมทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งถึงแก่กรรมไปแล้วเช่นกัน ) ดูแลเขาและผม ไม่ให้ออกนอกโรงแรมไปไหน จนกว่าจะแต่งเพลงให้เสร็จ
โดยมีคำสั่งจาก คุณเผ่า ว่าจะกินอยู่หลับนอนอย่างไร จะกินอะไร จะดื่มอะไรให้บอกเขา หรือจะเอาอะไรก็ได้ทั้งนั้น ฟรีทุกอย่าง จะอยู่กี่วันกี่คืนก็ฟรีทุกอย่าง ขออย่างเดียว ต้องแต่งเพลงให้เสร็จเรียบร้อย
...เขากับผมสองคน สิงสูอยู่ที่ โรงแรมรัตนโกสินทร์ หลายคืนอยู่และเราสองคนก็กินเสียอย่างเต็มคราบ อาหารฝรั่งอย่างดี เหล้าที่ซื้อตามท้องตลาดไม่ได้ ตราขาวเอย ตราดำเอย เรามีกินอย่างไม่อั้น ทุกเวลาและทุกเมื่อ...”
เมื่อสงครามโลกสงบลง ครูสุรัฐ พุกกะเวส ก็ลาออกจาก สำนักงานทรัพย์สินฯ ไปทำ นิตยสารดาราไทย และ บริษัทสุรัสน์การพิมพ์ ซึ่งก็คือ บริษัทสยามออฟเซ็ท จำกัด ในเวลาต่อมา
นิตยสารดาราไทย สมัยนั้นโด่งดังมาก เพราะมีนิตยสารเกี่ยวกับดาราและการบันเทิงเพียงสองฉบับคือ ดาราไทย และ ผดุงศิลป์ และหนังสือพิมพ์รายวันสมัยก่อน ยังไม่มีหน้าบันเทิงมากมายเหมือนเช่นตอนนี้
เมื่อก่อตั้ง สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง ซึ่งกำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ ครูสุรัฐ พุกกะเวส ก็ใช้ สำนักงานนิตยสารดาราไทยเป็นที่ทำการของสมาคมอีกด้วย
นอกจากนั้น ครูสุรัฐ พุกกะเวส ยังทำงานให้ บริษัท ภาพยนตร์เมโทรโกลด์วินเมเยอร์ และ บริษัทยูนิเวอร์แซล ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายขายอีกด้วย ทำให้สามารถล่วงรู้ข่าวสารข้อมูลของดาราต่างประเทศได้ดีและมากกว่าใครๆ
แต่ยังคงแต่งเพลงเป็นงานอดิเรก และร่วมกับ สุวัฒน์ วรดิลก ตั้งวงดนตรี คณะ สุรัฐ พุกกะเวส ขึ้น เพื่อออกแสดงบนละครเวทีด้วย โดยบรรเลงประกอบการแสดงในละครเวที เรื่อง สลัดดำ ซึ่งได้รับความสำเร็จเป็นที่กล่าวขวัญกันมาก
ครูเวส สุนทรจามร เลยชวนให้ไปช่วยแต่งเพลงประกอบละคร เรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ ของ คณะปรีดาลัย เลยมีโอกาสได้รู้จักคุ้นเคยกับ สง่า อารัมภีร สมาน กาญจนะผลิน และ ไสล ไกรเลิศ และได้แต่งเพลงร่วมกันในเวลาต่อมา
.
(http://www.meechaithailand.com/articlemedia/5.jpg)
(https://static.thairath.co.th/media/4DQpjUtzLUwmJZZPDdwCzSwJf3zvNkuipfcnzofv1uJ8.webp)
(https://mpics.mgronline.com/pics/Images/552000013863202.JPEG)
(https://pbs.twimg.com/media/D3EG8NyU0AAS2d5.jpg)
.
ที่มา : 105. เอื้อ สุนทรสนาน
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0de98UU7NsH3YFx7yw3fuRfpoe66Tatm2uTYMr6bgtk62j7cgQnvmsvgphFtmSmESl&id=100064073282083
.