Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...

ภาพประทับใจ => ผนังเก่าเล่าเรื่อง => Topic started by: ppsan on 03 May 2026, 09:09:48

Title: พระบารมีสยบอาชา: มนต์คาถาและขัตติยะมานะแห่งพระปิยมหาราช
Post by: ppsan on 03 May 2026, 09:09:48
พระบารมีสยบอาชา: มนต์คาถาและขัตติยะมานะแห่งพระปิยมหาราช


เกร็ดประวัติศาสตร์ v 2
 ·
 ·

พระบารมีสยบอาชา: มนต์คาถาและขัตติยะมานะแห่งพระปิยมหาราช

          ​ในการเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) ท่ามกลางกระแสการล่าอาณานิคมที่เชี่ยวกราก การเสด็จฯ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ได้เป็นเพียงการเจริญสัมพันธไมตรีเท่านั้น แต่คือการ "พิสูจน์ศักดิ์ศรี" ของผู้นำเอเชียบนเวทีโลก และหนึ่งในเหตุการณ์ที่กลายเป็นตำนานเล่าขานมิจบสิ้น คือการเผชิญหน้ากับ "ม้าพยศ" ณ ทุ่งมาร์ส กรุงปารีส


คำพยากรณ์และพระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า

             ​ก่อนการเสด็จประพาสยุโรปจะเริ่มขึ้น พระองค์ได้เสด็จฯ ไปยังวัดหนังราชวรวิหาร เพื่อกราบนมัสการ "หลวงปู่เอี่ยม" พระเกจิอาจารย์ผู้มีทิพยญาณกล้าแข็ง หลวงปู่ได้ถวายคำพยากรณ์ถึงเหตุการณ์สำคัญที่จะทรงถูกลองดีจากชาวต่างชาติด้วยสัตว์จตุบาทที่ดุร้าย พร้อมกับถวาย "พระคาถามงกุฎพระพุทธเจ้า" (หรืออิติปิโสวิเสเสอิ) ซึ่งเป็นพระคาถาชั้นสูงที่มีพุทธคุณทางด้านเมตตามหานิยมและแคล้วคลาด

                ​"อิติปิโส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะ นาเมอิ อิเมนา พุทธะตัง โสอิ อิโสตัง พุทธะ ปิติอิ"


นาทีวิกฤต ณ สนามม้าปารีส

               ​เมื่อเสด็จถึงประเทศฝรั่งเศส คู่ปรับสำคัญในกรณีพิพาท ร.ศ. 112 ฝ่ายเจ้าบ้านได้กราบบังคมทูลเชิญทอดพระเนตรการแข่งม้าพยศ ซึ่งเป็นม้าสายเลือดดุร้ายของเจ้าชายฝรั่งเศสที่ไม่มีใครสามารถกำราบได้ การทูลเชิญครั้งนี้มิใช่เพียงการพักผ่อน แต่เป็นการ "ลองดี" เพื่อดูว่ากษัตริย์จากแดนสยามจะทรงมีพระปรีชาสามารถเพียงใด

​พระดำรัสตอบของพระองค์ที่ว่า "กษัตริย์แห่งสยามประเทศนั้นไม่เคยหวาดหวั่นกลัวแม้แต่อัสดรที่พยศดุร้าย" ไม่ได้เป็นเพียงการตอบโต้ แต่คือการประกาศกร้าวถึงศักดิ์ศรีของประเทศที่ไม่ยอมอยู่ใต้คำสบประมาท


หญ้าเสก: วิทยาคมที่สยบความดุร้าย

                 ​ภาพของพระมหากษัตริย์ร่างสันทัดที่เสด็จลงสู่ลานประลองท่ามกลางเสียงกีบเท้าตะกุยดินของม้าจอมพยศ สร้างความลุ้นระทึกไปทั่วอัฒจันทร์ พระองค์ทรงน้อมพระวรกายเก็บกำหญ้าจากพื้นดิน ตั้งจิตภาวนาถึงพระรัตนตรัยและครูบาอาจารย์ เจริญพระคาถาที่หลวงปู่เอี่ยมถวายมา

                    ​ทันทีที่ม้าดุร้ายได้กินหญ้าเสก แววตาที่เคยเหลือกโปนด้วยโทสะกลับสงบนิ่งลงอย่างน่าอัศจรรย์ ความพยศมลายสิ้นเหลือเพียงความอ่อนน้อมต่อผู้มีบุญญาธิการ เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นประทับบนอานและบังคับม้าเยื้องกรายไปรอบสนาม เสียงตะโกน "Bravo! Bravo!" (วิเศษที่สุด) จึงดังกึกก้องไปทั่วกรุงปารีส


บทสรุปในเชิงประวัติศาสตร์

              ​เหตุการณ์นี้มีความสำคัญมากกว่าเรื่องของปาฏิหาริย์ แต่มันคือ "ชัยชนะทางจิตวิทยา"

      1. การยอมรับในระดับสากล: ทรงทำให้ชาวตะวันตกเห็นว่า ผู้นำสยามมีความสง่างาม มีสติสัมปชัญญะ และมี "อำนาจ" บางอย่างที่พวกเขามิอาจเข้าใจ
       2. ขวัญและกำลังใจ: ทรงเป็นต้นแบบของการใช้ทั้ง "วิชา" (ความรู้/ความเชื่อ) และ "ปัญญา" (การตัดสินใจ) ในการแก้ไขสถานการณ์คับขัน
       3. ความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์กับพสกนิกร: เรื่องนี้กลายเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ทำให้พสกนิกรสยามเชื่อมั่นในพระบารมีว่าพระองค์จะทรงนำพาประเทศให้รอดพ้นจากภัยอาณานิคมได้


​ชัยชนะบนหลังม้าพยศในวันนั้น จึงเปรียบเสมือนปฐมบทแห่งการประกาศให้โลกรู้ว่า "สยาม" คือชาติที่มีอารยธรรมและมีผู้นำที่เหนือชั้นกว่าที่ใครจะคาดคิด
​หมายเหตุจากนักประวัติศาสตร์: พระคาถาอิติปิโสวิเสเสอิ หรือมงกุฎพระพุทธเจ้า ยังคงเป็นพระคาถาที่พุทธบริษัทชาวไทยนิยมสวดภาวนามาจนถึงปัจจุบัน เพื่อเสริมสิริมงคลและป้องกันภัยอันตรายตามรอยพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง
.


(https://scontent.fbkk5-7.fna.fbcdn.net/v/t39.30808-6/686520850_1583311013799497_5252805840018568650_n.jpg?_nc_cat=108&ccb=1-7&_nc_sid=13d280&_nc_ohc=liX45_DlLA4Q7kNvwEabpS6&_nc_oc=Adq5POJSilzIKv44eYVMQbQhT0tQSfWbJn6fkb91MB6dNBpHiRz2RnjATMGS0VRkEyA&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk5-7.fna&_nc_gid=xUvu-LkBbaX6qB6S1vp8Ew&_nc_ss=7b2a8&oh=00_Af5-U7hAzL8CMBx-A5npzx_n-aPoeWsVciyovew0NCtlRQ&oe=69FC8E72)

.


ที่มา : พระบารมีสยบอาชา: มนต์คาถาและขัตติยะมานะแห่งพระปิยมหาราช
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1583311003799498&set=a.496496365814306

.