Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
10 September 2026, 02:39:14

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,088 Posts in 15,338 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  เหนือเกล้าชาวสยาม  |  พระบรมโพธิสัตว์เจ้าแห่งแผ่นดินสยาม  |  พระราชวังและพระราชพิธี  |  พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ  (Read 6 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« on: 09 September 2026, 09:24:58 »

พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ


พระที่นั่งพุทไธสวรรย์

ต่อเนื่องจากบล็อก...นบพระนวรัฐ พระปฏิมา ๙ แผ่นดินค่ะ

พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เป็นพระที่นั่งภายในพระราชวังบวรสถานมงคล สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท เดิมมีนามว่า พระที่นั่งสุทธาสวรรย์ เดิมสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นเพื่อทำการพระราชพิธีต่างๆ เช่น พระราชพิธีตรุษสารท พระราชพิธีโสกันต์พระเจ้าลูกเธอ เป็นต้น หลังจากนั้น เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๓๐ พระองค์เสด็จไปยังเชียงใหม่ และไดัอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงมา พระองค์จึงทรงพระราชอุทิศพระที่นั่งองค์นี้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ต่อมา สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ ทรงเปลี่ยนนามพระที่นั่งองค์นี้ว่า พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ปัจจุบัน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์เป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

อ่านต่อที่วิกิพีเดีย คลิกเลยค่ะ
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B9%84%E0%B8%98%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B9%8C




พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ปิดทำการ จันทร์ - อังคาร เรามาวันจันทร์




พระที่นั่งพุทไธสวรรย์




พระนารายณ์ทรงปืน

อยู่ด้านหน้าพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระนารายณ์แหงนหน้าขึ้นมองฟ้า พระกรเบื้องซ้ายถือพระแสงคันศร พระกรขวาถือพระแสงศรดอกหนึ่ง ด้านหลังสะพายกระบอกใส่สูกศร นุ่งผ้าแบบไทยยาวถึงหน้าแข้ง (พระชงค์) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้หล่อขึ้น เพื่อจะนำไปตั้งหน้าพระราชวังรามราชนิเวศน์ จังหวัดเพชรบุรี แต่ยังไม่ทันส่งไปก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน ภายหลังจึงนำมาตั้งไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ





ลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประเพณีทรงโรง ฐานสูง เครื่องบนประดับด้วยช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ หน้าบันไม้จำหลักลงรักปิดทองประดับกระจกรูปพระพรหมประทับในวิมาน ด้านข้างมีไพที และเสาสี่เหลี่ยมรองรับชายคาทั้ง ๒ ด้าน ใช้เป็นที่ประกอบการพระราชพิธีต่างๆ ภายในพระราชวังบวรสถานมงคล



ศาลาลงสรง ศาลาทรงจตุรมุข สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๖ เดิมตั้งอยู่ที่พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม




สิ่งสำคัญภายในที่นั่งพุทไธสวรรย์ : พระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปนาก ศิลปะล้านนา และพระพุทธรูปศิลาขาว ของสมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาศักดิพลเสพย์ กรมพระราชวังบวร ในสมัยรัชกาลที่ ๓ เป็นต้น












พระพุทธรูปไม้แก่นจันทน์แดงทั้งคู่

ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๔ เป็นพระพุทธรูปมงคลด้วยวัตถุพิเศษ ตามดำนานพระแก่นจันทน์ ว่าด้วยสมัยพระพุทธเจ้าเสด็จโปรดพุทธมารดายังดาวดึงส์สวรรค์เป็นเวลา ๓ เดือน พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงอนุสรณ์ถึงพระพุทธองค์ จึงโปรดให้สร้างพระพุทธรูปไม้แก่นจันทน์ขึ้นในครั้งนั้น พระแก่นจันทน์จึงเป็นรูปแทนเสมือนองค์พระพุทธเจ้า เพราะสร้างในขณะพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ พระเจ้าแผ่นดินและผู้มีอำนาจวาสนา จึงมักสร้างพระพุทธรูปจากไม้จันทน์หอมพระไม้แก่นจันทน์แดงทั้งคู่นี้ แสดงปางประทานอภัย มีความหมายถึงการปกป้องภยันตรายทั้งปวง






พระพุทธรัตนมหามุนี หรือ พระแก้วน้อย

พระพุทธรูปศิลปะล้านนา พุทธศตวรรษที่ ๒๑ เป็นพระพุทธรูปมงคลด้วยวัตถุพิเศษ องค์พระพุทธรูปจำหลักจากอัญมณีเนื้ออ่อนแก้วสีเขียว พุทธศิลป์ล้านนาสมัยหลัง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับถวายจาก พ.ต.อ.อานนท์ อาขุบุตรและครอบครัว พระราชทานแก่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔




บอร์ดแสดงการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์




ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ภาพจิตรกรรมฝาผนังมีคำบรรยาย อยู่ด้านล่างทุกภาพค่ะ




ถึงจะใช้เวลาในการซ่อมแซม บูรณะนาน...แต่ขอให้ซ่อมได้นะคะ




จิตรกรรมฝาผนังภายในพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๑ ราว พ.ศ. ๒๓๓๘ – ๒๓๔๐ เป็นภาพเล่าเรื่องเกี่ยวกับพุทธประวัติ มีทั้งหมด ๒๘ ภาพ เขียนเป็นภาพแบบ ๒ มิติ ใช้สีฝุ่นผสมกาว ตามแบบจิตรกรรมไทยประเพณี โครงสีส่วนใหญ่เป็นสีแดง ในสมัยรัชกาลที่ ๓ ได้ทำการเขียนซ่อมในส่วนที่ชำรุด จึงทำให้มีอิทธิพลจีนเข้ามาปรากฎในภาพตามความนิยมในยุคสมัยนั้น รวมทั้งวิธีการจัดภาพแบบ Bird’s eye view ซึ่งเป็นวิธีการมองภาพจากที่สูงลงมาทำให้เห็นภาพได้กว้างไกล แต่ยังคงรักษารูปแบบวิธีการเขียนภาพแบบ ๒ มิติ ตามแบบจิตรกรรมไทยประเพณีอยู่








น่าจะเป็นตอน เจ้าชายสิทธัตถะจะอภิเษกสมรสกับพระนางพิมพา




การวางภาพแบ่งเขียนเป็น ๒ ส่วน ส่วนบนเหนือกรอบประตูและหน้าต่างขึ้นไปทั้ง ๔ ด้าน เขียนภาพเทพชุมนุม ผนังตอนล่างระหว่างช่องประตูและหน้าต่าง เขียนภาพพุทธประวัติ การวางภาพซับซ้อนตามลักษณะโครงสร้างการวางภาพแบบโบราณ จัดท่าทางของภาพกลุ่มคนเป็นแบบนาฏลักษณ์ สีที่ใช้ในการเขียนเป็นแบบสีฝุ่น พื้นสีค่อนข้างหนัก โครงสีส่วนรวมมองเป็นสีแดงและสีม่วง ใช้กรอบสินเทาและพื้นสีในกรอบเน้นลำดับความสำคัญของภาพ ไม่นิยมใช้สีทองปิดประดับบริเวณที่ต้องการจะเน้น แต่นิยมปิดทองเฉพาะบางส่วน ภายในภาพจะสอดแทรกสภาพสังคม ประเพณี และระเบียบแบบแผนต่างๆ ในยุคสมัยนั้น








ตู้พระธรรมลายรดน้ำ








เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกบวช




ผจญมาร












พระพุทธเจ้าเสด็จจากดาวดึงส์ลงสู่มนุษย์โลก










๑๓.๔๒ น. วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๗




ฐานพระที่นั่งและที่เกยช้างของพระที่นั่งคชกรรมประเวศบริเวณหน้าพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ในปัจจุบัน




ระฆัง สมัยรัชกาลที่ ๔ สูง ๒๔๕.๕ เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๑๓๓ เซนติเมตร
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้หล่อขึ้นสำหรับตีทุ่มโมง ที่โรงนาฬิการิมประตูเทวาพิทักษ์
เมื่อเสด็จประทับอยู่ ณ พระที่นั่งอภิเนาว์ ย้ายมาพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๐




พระตำหนักแดง สร้างขึ้นภายในพระบรมมหาราชวังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เพื่อพระราชทานเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ พระพี่นางพระองค์น้อยในพระองค์ ต่อมา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงรื้อพระตำหนักฝ่ายในภายในเขตพระราชฐานชั้นในเพื่อเปลี่ยนเป็นตำหนักตึกทั้งหมด ดังนั้น จึงโปรดให้รื้อตำหนักแดงไปปลูกที่พระราชวังเดิม เพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินีและสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ โดยตำหนักแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกนั้นเป็นที่ประทับสมเด็จพระศรีสุริเยนทรา ปัจจุบัน ตำหนักส่วนนี้ได้ถูกรื้อไปปลูกเป็นกุฏิเจ้าอาวาสวัดเขมาภิรตาราม จังหวัดนนทบุรี ส่วนที่สองเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ปัจจุบัน ตั้งอยู่ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร






ศาลาสำราญมุขมาตย์




เอ๋ออีกแล้วค่ะ ตั้งใจจะมางานนี้ด้วย วันจันทร์เค้าปิด...
นิทรรศการพิเศษ เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย พ.ศ. ๒๕๕๖ เรื่อง “โขน : อัจฉริยนาฏกรรมสยาม”
ระหว่างวันที่ ๔ มกราคม – ๖ เมษายน ๒๕๕๗
ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร



.

Create Date : 13 มกราคม 2557
Last Update : 13 มกราคม 2557 12:48:37 น.

.


ที่มา : พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=morkmek&month=01-2014&date=13&group=10&gblog=61

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.046 seconds with 18 queries.