|
ppsan
|
 |
« on: 26 August 2026, 20:16:06 » |
|
“ไม้ เมืองเดิม” ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา
เจาะเวลาหาอดีต ·
·
“ไม้ เมืองเดิม” ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา (๒๔๔๘–๒๔๘๕)
ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา นักเขียนนวนิยายลูกทุ่ง เจ้าของนามปากกา “ไม้ เมืองเดิม” ผลงานที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ “แผลเก่า” และ “ขุนศึก” เป็นผู้นำการใช้ภาษาลีลาลูกทุ่งมาใช้ในการเขียนนวนิยายแนวนี้
กำเนิด
เกิดเมื่อวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๔๘ ที่ตำบลวัดมหรรณพ์ กรุงเทพฯ เป็นบุตรคนที่ ๓ ในจำนวน ๕ คนของ ม.ล.ปลี และ ม.ล.แสง พึ่งบุญ
การศึกษา
เริ่มเรียนหนังสือครั้งแรกที่โรงเรียนประถมวัดมหรรณพาราม แล้วได้ไปศึกษาต่อที่โรงเรียนมัธยมวัดราชบพิธ ภายหลังไปจบการศึกษาที่โรงเรียนมัธยมวัดบวรนิเวศ
ประวัติการงาน
เริ่มเข้ารับราชการอยู่ในสังกัดกรมบัญชาการมหาดเล็ก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๕
ต่อมาอีก ๓-๔ ปี บิดาถึงแก่กรรม ครอบครัวย้ายไปเช่าห้องแถวอยู่ใกล้ๆ วัดสระเกศ จึงได้ลาออกจากราชการเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ เพื่อจะทำงานส่วนตัว แต่มิได้เป็นไปตามที่คาดหวัง กลายเป็นคนว่างงาน จึงได้เที่ยวเตร่อย่างอิสรเสรี โดยเฉพาะในท้องถิ่นชนบทห่างไกล คบเพื่อนฝูงมากและเริ่มดื่มสุราจนติดเป็นนิสัย
เมื่อเร่ร่อนอยู่ราว ๙ ปีเศษได้กลับไปใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง มีครอบครัวอยู่แถวๆ หลานหลวง ประกอบด้วยมารดาตนเอง ภรรยาชื่อเติม กับลูกสาวคนหนึ่งชื่อศรีสุภรณ์
และเนื่องจากเคยเป็นนักอ่านหนังสือมามาก ปลายปี พ.ศ. ๒๔๗๘ จึงได้เริ่มต้นชีวิตนักประพันธ์ โดยนำเอาประสบการณ์ชีวิตของตัวเองมาเขียนเรื่อง “เรือโยงเหนือ”
แต่ไม่มีสำนักพิมพ์ใดสนใจจะพิมพ์ให้
ด้วยใจรักจึงอุตสาหะเขียนเรื่อง “ห้องเช่าเบอร์ ๑๓” ขึ้นมาอีก ซึ่งก็ได้รับการปฏิเสธจากผู้พิมพ์จำหน่ายอีก สร้างความสะเทือนใจจนแทบจะเลิกเป็นนักเขียน
เหม เวชกร ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเกิดความสงสาร และอยากให้เพื่อนเป็นนักประพันธ์อาชีพบ้าง จึงลาออกจากสำนักพิมพ์ “เพลินจิตต์” มาตั้งสำนักพิมพ์ของตนเองออกหนังสือเป็นรายวันใช้ชื่อหนังสือว่า “คณะเหม”
โดย เหม เวชกร เป็นบรรณาธิการ และรวบรวมพรรคพวกมาร่วมงาน เช่น โพยม บุณยศาสตร์ (พาณี) เป็นผู้จัดหน้า จัดรูปเล่ม และหาแจ้งความโฆษณา กิ่ง พึ่งบุญ ณ อยุธยา น้องชายคนเล็กของก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา ทำหน้าที่พิสูจน์อักษร ซึ่งภายหลังได้เป็นนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งใช้นามปากกาว่า “สุมทุม บุญเกื้อ”
ส่วนก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นนักเขียนประจำสำนักงาน และได้เขียนเรื่อง “ชาววัง” ให้แก่สำนักพิมพ์ใหม่นี้ ใช้นามปากกาว่า “กฤษณะ พึ่งบุญ”
แต่เมื่อ “ชาววัง” พิมพ์จำหน่ายปรากฏว่าเกิดปฏิกิริยาไม่พอใจจากผู้อ่านสตรีเป็นอันมากที่เสนอข้อเท็จจริงตรงไปตรงมาจนเข้าทำนองเสียดสี ทำให้ภาพลักษณ์ของสตรีไทยโดยเฉพาะชาววังเสียหาย
แต่ เหม เวชกร ก็ยังปลอบโยนให้อยู่ในคณะต่อไป
และในระยะที่กำลังอยู่ในช่วงแสวงหาแนวทางการเขียนใหม่ๆ อยู่นั้น ได้มีผู้ตั้งโครงเรื่องให้แล้ววาน ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นผู้เขียน โดยใช้นามปากกาเจ้าของเรื่องเดิมคือ “ฮ.ไพรวัลย์”
ปรากฏว่าเรื่องนั้นมีผู้อ่านพอใจมาก
ต่อมา เหม เวชกร ได้ขอให้ ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา ลองวางแนวการเขียนเรื่องทำนองฝากสถานที่ดูบ้าง และได้ยกเอาเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งเขียนโดยมีสถานที่จริงอยู่มาเปรียบเทียบให้ฟัง
ดังที่ เหม เวชกร ได้เขียนเล่า “จากย่ามแห่งความทรงจำ” ไว้ใน “ฟ้าเมืองไทย” ฉบับปฐมฤกษ์ ตอนหนึ่งว่า
...พอดีเวลานั้นจวนค่ำแล้ว ตาผมเหลือบไปเห็นชายทุ่งไกลโพ้น มีกระต๊อบเล็กๆ จุดตะเกียงมีแสงริบหรี่ ผมจึงชี้ให้เขาดูและพูดว่า เอ็งลองคิดดูซิว่า กระต๊อบเล็กๆ ไฟริบหรี่มันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างในที่นั้น นายก้านเหมือนสะกิดใจมองดูภาพนั้นอย่างใช้ความคิด ในครู่นั้นเองเขาคงได้ความคิดขึ้นมาแล้วตบขาตนเองฉาดใหญ่แล้วร้องไห้ขึ้นมาเฉยๆ และพูดทั้งร้องไห้ “กูไม่ตายแล้วมึงเอ๋ย มึงเป็นเพื่อนแท้ของกูที่ไม่ทิ้งกู กูได้ทางจะตอบแทนมึงแล้ว กูไม่ต้องเข้าป่า” ผมมองเขาอย่างตื้นตันและอดจะน้ำตาไหลไปด้วยไม่ได้ “เพื่อนเอ๋ย ข้าขอเวลาสองวันจะสร้างเรื่องใหม่ให้เอ็งตรวจรับรองว่าเอ็งจะต้องชอบใจ”
หลังจากนั้นจึงเกิดนวนิยายเรื่อง “แผลเก่า” เป็นเรื่องราวชีวิตลูกทุ่งที่แหวกแนวไปจากเดิม
พร้อมกับตั้งนามปากกาใหม่ว่า “ไม้ เมืองเดิม” โดย “ไม้” ได้มาจาก “ก้าน” และ “เมืองเดิม”ได้มาจากนามสกุล “ณ อยุธยา”
เมื่อ เหม เวชกร ได้ตรวจดูแล้วยังไม่กล้าตัดสินใจพิมพ์ทันที เพราะเกรงจะได้รับปฏิกิริยาตอบโต้ดังที่เคยประสบมาแล้ว
ภายหลังเกิดขาดแคลนเรื่องที่จะลงพิมพ์ในหนังสือ “คณะเหม” จึงลองเสี่ยงพิมพ์จำหน่ายครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙
ปรากฏว่าผู้อ่านให้ความสนใจอย่างแพร่หลาย
ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา จึงมีกำลังใจเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายในนามปากกา “ไม้ เมืองเดิม” ออกมาอีกเป็นจำนวนมาก
สามารถนำเรื่องราวชีวิตของคนชนบท มาเสนอด้วยภาษาและสำนวนแบบนักเลงบ้านนอกได้อย่างเข้มข้น และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม “ลูกทุ่ง” ได้อย่างยอดเยี่ยม
หลายเรื่องเป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะ “ขุนศึก” นับเป็นผลงานชิ้นเอกและมีขนาดยาวมากที่สุดในยุคนั้น
รวมระยะเวลาทำงานประพันธ์จริงจังราว ๖-๗ ปี มีผลงานทั้งสิ้นประมาณ ๔๐ เรื่อง
ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ เหตุการณ์ผันผวนของชีวิตทำให้ ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา ต้องเร่ร่อนขึ้นไปทำงานประจำกองทางที่เชียงใหม่ พร้อมกับสร้างงานประพันธ์ไปด้วย
แต่เนื่องจากดื่มสุราหนักจนเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ถ่ายอุจจาระออกมาเป็นโลหิต มือสั่นจนเขียนหนังสือไม่ได้
ต้องใช้ด้ายดิบพันมือให้แน่นเสียก่อนที่จะเขียนหนังสือ
โดยขณะนั้นเขียนเรื่อง “ขุนศึก” ส่งให้สำนักพิมพ์ “เพลินจิตต์” ที่กรุงเทพฯ
จนในที่สุดโรคพิษสุราเรื้อรังกำเริบหนัก และถึงแก่กรรมในบ้านห้องแถวแคบๆ เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ ขณะที่มีอายุเพียง ๓๗ ปีเท่านั้น และได้มีพิธีฌาปนกิจศพ ณ เมรุวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๕
แต่ผลงานและชื่อเสียงของ “ไม้ เมืองเดิม” โด่งดังเรื่อยมาจนปัจจุบัน
นามปากกา
กฤษณะ พึ่งบุญ, ไม้ เมืองเดิม
ผลงาน
นวนิยาย :
แผลเก่า แสนแสบ หมื่นซ่อง ล้างบาง หงสาพ่าย เกวียนหัก สำเภาล่ม เสือบาง บางระจัน สาวชะโงก บึงขุนสร้าง คุ้งเผาถ่าน แม่หม้าย ข้าเก่า สินในน้ำ สองศึก เสือทุ่ง นางถ้ำ รอยไพร โป๊ะล่ม นางห้าม บ้านนอกเข้ากรุง ข้าหลวงเดิม อ้ายขุนทอง ศึกกระทุ่มลาย หนามยอกเอาหนามบ่ง เรือเพลง-เรือเร่ กระท่อมปลายนา ทหารเอกพระบัณฑูร ขุนศึก ฯลฯ
จากหนังสือ ๑๐๐ นักประพันธ์ไทย
ภาพประกอบ : ภาพ “ไม้ เมืองเดิม” ฝีมือของ นายอุกฤษณ์ ทองระอา
ภาพประกอบ : ภาพ “ไม้ เมืองเดิม” ฝีมือของ “ครูเหม เวชกร”
.


.
ที่มา : “ไม้ เมืองเดิม” ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02MVp5jgF2Wm6ov6GKJeKuPk2zgkhYDXW1pBhxL2JurxXiCeWYB4iNNCcurapC7jVml&id=100044739000097
.
|