Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
02 November 2026, 16:27:05

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,712 Posts in 15,718 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  กิจกรรมที่น่าสนใจ  |  กิจกรรมวันหยุด  |  วังบางขุนพรหม ๑ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: วังบางขุนพรหม ๑ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ  (Read 164 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 14,523


View Profile
« on: 19 September 2026, 22:06:09 »

วังบางขุนพรหม ๑ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ


วังบางขุนพรหม ๑

การเที่ยวชมวังบางขุนพรหม

วังบางขุนพรหมเปิดให้ชมฟรี มีวิทยากรนำชม วันเสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เมษายน ๒๕๖๕  (ไม่รับWalk in)  ต้องสำรองเข้าเยี่ยมชมทางออนไลน์เท่านั้น

 จองเข้าชมวังได้ภายใน ๗ วันในแต่ละสัปดาห์ รอบละ ๔๐ คน

https://services.botlc.or.th/PhysicalDistancing

เราจองได้วันเสาร์ที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕ รอบ ๑๑ โมง ก่อนถึงวันนัด มีเจ้าหน้าที่โทร.มา คอนเฟิร์ม และให้ตรวจ ATK ก่อน

แจ้งชื่อ จนท. รปภ. ด้านหน้า  แล้วเดินไปตามทางเลยค่ะ
.



๐๙.๔๗ น. วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ยังไม่ถึงเวลานัด เดินถ่ายรูปบริเวณรอบ ๆ ค่ะ



"วังบางขุนพรหม" เป็นวังเก่าแก่อายุกว่า ๑๐๐ ปี สร้างเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๔๔๔ จัดเป็นวังที่สวยที่สุดในเมืองไทย

วังแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งของ พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย เนื้อที่ ๓๓ ไร่ ริมเจ้าพระยา เปิดให้ชมฟรีตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๕ เฉพาะเสาร์-อาทิตย์

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้สร้างวังบางขุนพรหม เพื่อเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ฯ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระโอรสลำดับที่ ๓๓ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าและพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี อัครราชเทวี

เป็นวังที่ออกแบบโดยคาร์ล ซันเดรสกี สถาปนิกชาวเยอรมัน แต่ไม่แล้วเสร็จ จึงได้มารีโอ ตามัญโญ สถาปนิกชาวอิตาลี (ผู้ออกแบบพระที่นั่งอนันตสมาคม, สะพานมัฆวานรังสรรค์ และวังปารุสกวัน) มาดำเนินการออกแบบจนแล้วเสร็จ

รูปแบบสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลจากยุคบาโรก (สถาปัตยกรรมตะวันตก ต้นคริสต์ศตวรรษที่ ๑๗ ในอิตาลีจะเน้นเรื่องแสง สี เงา และคุณค่าประติมากรรม) และยุคโรโกโก (ศิลปะรูปแบบนี้พัฒนามาจากศิลปะฝรั่งเศส ทุกสิ่งทุกอย่างในห้อง ไม่ว่าผนัง เครื่องเรือน หรือเครื่องประดับ จะออกแบบให้กลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน)

https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/1000905
10 ไฮไลท์เที่ยว"วังบางขุนพรหม" วังที่สวยที่สุดในเมืองไทย
.



ตำหนักใหญ่ วังบางขุนพรหม มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ด้วยการตกแต่งผนังปูนปั้นอันวิจิตร  นับเป็นอาคารที่มีลวดลายประดับงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ปูนปั้นเหล่านี้ล้วนเป็นลวดลายที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตกในสมัยต่าง ๆ กัน โดยออกแบบให้สอดคล้องกับองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม

สถาปนิกใช้สถาปัตยกรรมแบบบาโรกและโรโกโกเป็นอิทธิพลหลักในการออกแบบ ดังจะเห็นได้จากรูปลักษณะหน้าบันและผนังภายนอกอาคาร หอกลมทางด้านทิศใต้ที่มีลักษณะโค้ง และผนังด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นเส้นโค้งเว้าเข้า และนูนต่อเนื่องกัน

สำหรับการวางผังเป็นไปในลักษณะสถาปัตยกรรมแบบ บาโรกและใช้ต่อเนื่องมาจนปลายสมัยศตวรรษที่ ๑๙ ส่วนองค์ประกอบที่ใช้ในการตกแต่งภายในห้องต่าง ๆ มีความคล้ายคลึงกัน โดยมีการใช้ปูนปั้นเป็นเส้นนูนตามกรอบประตูและช่องแสง ที่โดดเด่นที่สุดคือ บานประตูไม้แกะลายเส้นบนกึ่งกลางของลูกฟักไม้ ช่องแสงเหนือประตูปิดด้วยแผ่นไม้ฉลุลาย และฝ้าเพดานตกแต่งด้วยแผ่นไม้ฉลุลายและเน้นลวดลายด้วยการเขียนสีทอง พื้นภายในห้องต่าง ๆ เป็นพื้นไม้สักปูเข้าลิ้น ขัดมัน




เสาอิงทรงเกลียวคลื่น แบ่งบานหน้าต่างออกเป็นสามช่อง ส่วนหัวหน้าต่างออกแบบเป็นคิ้วโค้งครึ่งวงกลมผสมผสาน มีลายปูนปั้นเครือเถาใบพฤกษาอ่อนช้อยงดงาม เสาเกลียวลักษณะนี้เรียกว่า Barley-sugar column มีลักษณะเดียวกับเสาเกลียวรองรับหลังคาของแท่นบูชาขนาดใหญ่ในมหาวิหาร เซนต์ปีเตอร์ กรุงโรม




การใช้เสาเกลียวเป็นองค์ประกอบสถาปัตยกรรม เริ่มใช้กันมาตั้งแต่ยุคกลางในยุโรป แต่เป็นที่นิยมในสมัยบาโรก ปรากฏให้เห็นทั้งในอาคาร รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ เช่น ใช้เป็นขาโต๊ะ เก้าอี้















สวยมาก มุมไหนก็สวย







ปัจจุบัน วังบางขุนพรหม อยู่ในความดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ใช้เวลารีโนเวท ๓ ปี และเปิดให้ประชาชนเข้าชมอยู่เป็นระยะ ๆ

ในอดีตวังแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เจ้านายในราชวงศ์จักรีทรงใช้พบปะสังสรรค์ และยังใช้เป็นสถานที่เลี้ยงรับรองแขกต่างประเทศ

กระทั่งช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย บุคคลในราชสกุล “บริพัตร” ต้องนิราศจากเมืองไทย วังจึงกลายเป็นสมบัติของรัฐบาล มีหน่วยงานราชการผลัดเปลี่ยนเป็นที่ทำการ

เมื่อปี ๒๔๘๘ กรมธนารักษ์ได้ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเช่าวังบางขุนพรหม เพื่อใช้เป็นที่ทำการ จนถึงปี ๒๕๐๒ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เสนอเรื่องต่อคณะรัฐบาลขอกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของวังบางขุนพรหมไว้เป็นทรัพย์สมบัติของธนาคาร

โดยเห็นว่าสถานที่แห่งนี้งดงามและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เหมาะเป็นที่ทำการของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งถือเป็นสถาบันสำคัญของชาติ



ศาลากระโจมแตร อยู่ระหว่างตำหนักใหญ่และตำหนักสมเด็จ วังบางขุนพรหม
มีรูปทรงเป็นศาลาวงกลม ก่อด้วยอิฐและมีลวดลายปูนปั้นที่งดงามอ่อนช้อย ขอบหลังคาประดับปูนปั้นรูปหัวสิงห์



หลังคาข้างบนเป็นทรงโดมซ้อนกันสองชั้นคล้ายกับผลมะยมผ่าครึ่ง วางครอบบนผนังรับน้ำหนักที่ออกแบบเป็นช่องเปิดรับลม ทำให้เมื่อยืนอยู่กลางศาลาจะมีเสียงสะท้อนมาอย่างชัดเจน จึงใช้เป็นสถานที่ซ้อมดนตรี ทั้งดนตรีไทยและดนตรีสากล เนื่องจากผู้ซ้อมดนตรีจะได้ยินเสียงดนตรีอย่างชัดเจน ส่วนคนฟังได้รับฟังความไพเราะจากเสียงสะท้อนก้องกังวานรอบทิศทาง เพิ่มอรรถรสในการฟัง











ตำหนักสมเด็จ เดิมเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรีฯ พระมารดาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต รวมทั้งเป็นที่ประทับของฝ่ายในคือเจ้านายฝ่ายสตรีของวังบางขุนพรหม ลักษณะการก่อสร้างจึงงดงามอ่อนหวานแบบนวศิลป์ของเยอรมันเพราะผู้ออกแบบคือนายคาร์ล ดอริ่ง ชาวเยอรมนี ซึ่งสร้างแล้วเสร็จใน พ.ศ. ๒๔๕๖



เมื่อสิ้นรัชกาลที่ ๕ แล้ว  ใน พ.ศ. ๒๔๕๖ พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรีก็ได้กราบถวายบังคมลาพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ ๖  เพื่อออกมาประทับที่ตำหนักในวังบางขุนพรหมของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์เป็นการถาวรสืบมา

การออกแบบตำหนักองค์ใหม่นี้  สันนิษฐานว่าเริ่มต้นขึ้นในราวต้นปี พ.ศ. ๒๔๕๔  โดยสมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์คงทรงติดต่อว่าจ้างให้นายคาร์ล  เดอห์ริง (Karl Döhring) สถาปนิกประจำกรมศุขาภิบาล  กระทรวงมหาดไทยขณะนั้นเป็นผู้ออกแบบ  ส่วนการก่อสร้างนั้นเข้าใจว่าจะเริ่มต้นขึ้นกลาง พ.ศ. ๒๔๕๕  และแล้วเสร็จในราวกลาง พ.ศ. ๒๔๕๖

https://www.facebook.com/BOTLearningCenter/












มองเห็นสะพานพระราม ๘






วังเทวะเวสม์ค่ะ อาจจะมีการเปิดให้เข้าชมในภายภาคหน้า












สะพานเชื่อมระหว่างตำหนักใหญ่และตำหนักสมเด็จ








ซ้ายมือ - ตำหนักใหญ่, ขวามือ - ตำหนักสมเด็จ



















เดินวนรอบแล้วค่ะ








วังเทวะเวสม์




เรือนแพริมน้ำ




สะพานพระราม ๘





สวยมากค่ะ





















ศาลากระโจมแตร














ตำหนักสมเด็จ













.

Create Date : 06 กรกฎาคม 2565
Last Update : 6 กรกฎาคม 2565 16:02:06 น.

.


ที่มา : วังบางขุนพรหม ๑
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=morkmek&month=07-2022&date=06&group=10&gblog=144

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.055 seconds with 20 queries.