Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
10 September 2026, 00:55:08

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,088 Posts in 15,338 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  กิจกรรมที่น่าสนใจ  |  งานอดิเรกที่น่าสนใจ  |  วาดภาพ  |  ภาพชุด "เด็กบ้านสวน" 91 - 100
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: ภาพชุด "เด็กบ้านสวน" 91 - 100  (Read 93 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« on: 01 September 2026, 21:35:16 »

ภาพชุด "เด็กบ้านสวน" 91 - 100


91
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2204320232922573&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
24 มกราคม 2019
 ·
#เพื่อนในกล่องสี่เหลี่ยม #เด็กบ้านสวน

วันนี้อาจะยาวสักหน่อยหลังพักฟื้นอาการป่วย ขอบคุณความห่วงใยและคำอวยพรของผู้อ่านทุกท่านเลยนะฮะ

ในสมัยผมยังเด็กนั้นความบันเทิงไม่ได้หาง่ายเพียงแค่ปลายรีโมตเหมือนเดี๋ยวนี้นะฮะ ทีวีก็ไม่ได้มีกันทุกบ้าน เพราะถือว่าเป็นสินค้าที่แพงเกินเอื้อมสำหรับครอบครัวเรา

อีกอย่างทีวีสมัยนั้นก็มีแค่ 4 ช่อง โดยมีช่อง 11 ตามมาในภายหลัง รายการก็ไม่ได้มีทั้ง 24 ชั่วโมง เพราะแต่ละช่องก็ออกอากาศต่างเวลากันไป บางช่องออกกลางวันแล้วก็ปิดสถานี ไปเปิดอีกทีก็เย็นย่ำ บางสถานีก็เปิดช่วงเย็นไปจนถึงค่ำ แต่ทุกช่องพอ 2-3 ทุ่มก็ขึ้นเพลงสรรเสริญพระบารมี หรือเพลง ข้า วอ......ปิดสถานีเข้านอนกันทั้งคนดูทั้งเจ้าหน้าที่สถานี

ความบันเทิงที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดของเราๆ ก็ต้องเจ้ากล่องสี่เหลี่ยม ราคาไม่สูงที่มีเกือบทุกบ้าน วิทยุทรานซิสเตอร์นั่นแหละฮะ

จำได้ว่ายุคนั้นบ้านเมืองเงียบสงบมากๆ ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ของรถรา หรือเครื่องบินดังสนั่นทุกวินาที ไม่มีเสียงจากทีวี หรือ เครื่องเสียงดังกระหึ่มแบบไม่รู้ตัวโน้ต เหมือนสมัยนี้

ถ้าไม่ใช่เสียงธรรมชาติ ก็จะเป็นเสียงกิจกรรมทำกับข้าว รดน้ำ ดายหญ้า ทำสวนของแต่ละบ้าน ที่นานๆจะมีแว่วมากับสายลม ก็จะเป็นเสียงเพลงลูกทุ่ง ลูกกรุงจากรายการวิทยุ ที่สักบ้านเปิดฟังไว้คลายเหงา

สมัยนั้นส่วนใหญ่จะเป็น วิทยุ เอเอ็ม เพราะใช้คลื่นความถี่เป็น กิโลเฮิร์ซ ไม่สูงเป็น เมกกะเฮิร์ซ เหมือน เอฟเอ็ม แต่ความยาวคลื่นสูง เลยส่งสัญญาณไปได้ไกล ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าของคลื่นก็คือ กรมประชาสัมพันธ์ กับ ทหาร นั่นแหละฮะ

สมัยนั้นเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟมากครับ เราต้องใช้ถ่านก้อนใหญ่ถึงสี่ก้อน ยี่ห้อถ่านตอนนั้นก็มีเหล่ายี่ห้อในตำนาน ทั้ง #ถ่านตรากบ #เรโอแวก #เนชั่นแนล ใส่ในกระบอกถ่านที่ทำจากพลาสติก แล้วจากนั้นก็แงะแผ่นกระดาษอัดที่ปิดไว้ข้างหลังตัววิทยุออก แล้วใส่กระบอกถ่านเข้าไปครับ

เดิมทีบ้านผมก็ไม่มีเงินซื้อวิทยุหรอก แต่เพราะย่าป่วยต้องไปอยู่กับอาคนเล็กที่อยุธยา พ่อเลยได้วิทยุของย่าเครื่องนี้มาเป็นมรดกพร้อม มีดพับที่ผมเคยเล่าในตอน #ตะบันหมาก นั่นแหละครับ

วิทยุเครื่องนี้เป็นวิทยุไทยทำฮะ #วิทยุธานินท์ ‘‘ทุกบาทคุ้มค่าด้วยธานินท์’’ ที่ท่านผู้อ่านคุ้นเคยกันแหละฮะ เปิดฟังรายการต่างๆเป็นเพื่อนยามทำกิจธุระต่างๆ หรือยามว่างได้ดีทีเดียว

ทุกเช้าตื่นมา นอกจากเสียงแม่ปลุก หรือเสียงทำกับข้าวแล้ว ก็มีเสียงวิทยุรายการข่าวนี่แหละฮะที่ปลุกเราตั้งแต่ ตี 4-5 ผมจำไม่ได้หรอกนะฮะ ว่ารายการชื่ออะไรคลื่นไหน แต่ที่จำได้ติดหูคือประโยคสั้นๆปิดรายการ โดยมีกังวานเสียงฟังชัดเจนว่า ‘‘ปรีชา ทรัพย์โสภา อ่าน’’

แล้วแม่ หรือพ่อ ก็จะมาหมุนหาคลื่นรายการคุยข่าวอีก ช่องเป็นรายการของ คุณสมหญิง ยิ่งยศ ผมจำได้ดีว่าสปอนเซอร์หลักรายการนี้คือ สวนอาหารเจ้าจอม อยู่หลังตลาดจตุจักร มีคุณสมหญิงแกบรรยายรายการอาหารเสียจนผมนึกภาพตาม น้ำลายสอทุกครั้งเชียวครับ ปัจจุบันนี้ไม่มีอยู่แล้ว

เวลาคุณตามาบ้าน ช่วงสายๆก็จะเปิดฟัง นายหนหวย จากรายการ หนหวยไขข่าว แกก็จะเล่าข่าว เรื่องการเมือง ต่อต้านลััทธิคอมมิวนิสต์ และเอาสามก๊กฉบับนายหนหวยมาอ่านให้ฟัง ยาวกันไปเลยทีเดียวครับ หลายรายการที่เอานิยายกำลังภายในมาอ่านให้ฟัง ผมรู้จักมังกรหยก ฉบับแปลของ คุณจำลอง พิศนาคะ ก็จากวิทยุแหละฮะ

ถ้าบันเทิงกันจริงๆ ก็ต้องละครวิทยุครับ มีหลากหลายคณะมาก ทั้ง #เกศทิพย์ ซึ่งปัจจุบันก็หาฟังได้จาก เว็บไซต์ยูทิวบ์ คณะ #แก้วฟ้า ของครูเพลง แก้ว อัจฉริยกุล คณะ #นีลิกานนท์ ของคุณ #วิเชียร นีลิกานนท์ นักพากย์มวยและพิธีกรชื่อดังสมัยนั้น

ถ้าเรื่องผีๆก็ต้อง คณะ #กันตนา และ #ลูกนกฮูก อันนี้เด็กๆชอบทั้งที่กลัวกันเหลือเกิน ดีหน่อยที่รายการมีตอนกลางวัน ผมจำได้ถึงตอนฟังเรื่อง #บ้านศิลาทราย บทประพันธ์ของคุณ จินตวีร์ วิวัธน์ นั่งเบียดตัวติดกัน 3-4 คน อยู่ใต้ถุนบ้าน ต่างตะแคงหูฟังเสียงละครที่มาจากข้างบนที่ย่าเปิดอยู่ ขนาดนั้นยังน่าขนลุกเลยครับ

ในสมัยยังไม่มีเทปเสียงหรือซีดีเราก็ได้อาศัยฟังเพลงจากรายการวิทยุนี่แหละฮะ วันไหนรายการเปิดเพลงโปรดก็หน้าบานกันเลยทีเดียว เหมือนคนโชคดี หรือการโทรไปขอเพลงมอบให้สาวคนโน้น โรงงานนี้ก็มีให้ได้ยินเป็นประจำ จนอดยิ้มเคลิ้มตามไม่ได้

ภายหลังวิทยุเอฟเอ็ม ก็แพร่หลาย ตอนนี้พ่อซื้อวิทยุใหม่มาแล้ว คลื่นเอฟเอ็ม มักเป็นรายการเพลงลูกกรุง หรือเพลงฝรั่ง แบบแยกกันเลยว่า วิทยุเมืองก็ เอฟเอ็ม วิทยุต่างจังหวัดก็ เอเอ็ม

ตอนนั้นทุกเช้าก่อนไปโรงเรียน พ่อกับแม่จะเปิดรายการ #แม่และเด็ก ของ #พี่อ้อย #ฏิลระพี พรหมใจรักษ์ ให้ฟัง เป็นรายการมีเพลงสลับไปกับความรู้และเคล็ดลับต่างๆ สำคัญที่สุดตอนท้ายรายการ พี่อ้อยจะเล่านิทาน ดัดเสียงเป็นเจ้าชาย เจ้าหญิง พรานป่า หมาป่า แม่มด ได้ทุกตัวละคร เด็กๆได้อิ่มใจก่อนไปโรงเรียนเลยทีเดียว

อยากบอกพี่อ้อยนะฮะว่า แอดมินเพจนี้ ก็โตมากับรายการพี่อ้อยนะฮะ

เมื่อเร็วๆนี้ ผมเปิดฟังรายการวิทยุ ผมรู้สึกว่าไม่ว่าเป็นรายการอะไร (ยกเว้นการเมือง) ก็เพลินดีเหลือเกิน เป็นสิ่งที่กินพลังงานและสมาธิของเราน้อยกว่าการดูโทรทัศน์ หรืออินเตอร์เน็ต มากเลยครับ คือ ได้ผ่อนคลายมาก ไม่ว่าจะฟังแบบเอาเรื่องราว หรือ แบบหูซ้ายทะลุหูขวาก็ดี

บางครั้ง เพลงบางเพลง หรือ เสียงนาฬิกาบอกเวลาจากวิทยุที่ลอยแว่วมากับสายลม ก็นำพาภาพชีวิตในอดีตของเราและผู้คนที่เรารักมาให้หวนคิดถึงและเห็นภาพอย่างชัดเจนกันอีกครั้ง มากกว่าความพร่ามัวของสังคมยุคปัจจุบันที่เรายืนอยู่เสียด้วยซ้ำครับ
.



.

.......................................................................


92
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2226358167385446&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
8 กุมภาพันธ์ 2019
 ·
#สมาคมแม่บ้านท่าน้ำ #เด็กบ้านสวน

ถ้าเหล่าผู้ชายไปสมาคมกันที่สภากาแฟ หรือการนั่งนับญาติกันที่ศาลาวัด หรือจ่อมจมกันอยู่ในวงไพ่ผ่อง

เหล่าแม่บ้านก็มีที่สมาคมกัน ที่ที่ว่าก็คือท่าน้ำบ้านเราแหละฮะ ช่วงสายๆหลังจากจัดการข้าวปลาให้ลูกๆผัวๆกันแล้ว พระอาทิตย์ส่องพ้นทิวดงไม้ในสวนกันแล้ว เหล่าแม่ๆ ป้าๆ อาๆ ก็จะกระเดียดตะกร้าผ้าไปนั่งปุกกันอยู่ที่ท่าน้ำ

ตักน้ำมาทีละถังสองถังจากลำคลอง เทซู่ลงในกาละมัง แล้วก็ต่างคนต่างซักผ้าและคุยจ้อกันไป บางคนก็อาบน้ำสระหัวกันที่ท่าน้ำคลองกันน่ะฮะ หรือไม่ก็ทำกิจวัตรทั้งล้างหน้าแปรงฟันกันไป

เรื่องที่เหล่าแม่บ้านคุยกันก็มีทั้ง เลขหวยในงวดที่ใกล้ออก ละครวิทยุหรือละครทีวีที่ดูมาเล่าต่อกันเป็นตุตะ

ที่ขาดไม่ได้ที่สุดก็คือ ข่าวคราวของบ้านโน้นบ้านนี้ที่อยู่ละแวกบ้านและสวนของเรา ก็ซุบซิบเล่าข่าวกันไป อีกเรื่องก็คือ รายการอาหารที่จะทำกันในแต่ละบ้านวันนั้น แต่ละบ้านทำแกงบ้านละหม้อเอามาแบ่งมาแลกกัน กลายเป็นทุกบ้านมีอาหารกินกันในมื้อนั้นถึงสามสี่อย่างเลยทีเดียว

ส่วนเด็กๆอย่างเราถึงจะว่ายน้ำคลองกันแล้ว แต่ที่เพลิดเพลินสุดก็คือการอาบน้ำในกาละมัง เอาตุ๊กตาตุ๊กตุ่นลงไปเล่นด้วย พร้อมทั้งฟังเหล่าแม่บ้านพูดคุยกันผ่านหูไป

แต่ผู้ใหญ่มักไม่อนุญาตหรอกฮะ เพราะกลัวกาละมังแตกรั่ว ต้องซื้อใหม่กันเสียตังค์ไปเปล่าๆ แต่เราก็แค่ตีเนียนค่อยๆตักน้ำจากโอ่งมาลงกาละมังนั่งอาบข้างนอกก่อนแล้วค่อยๆขยับเขยิบเข้าไปอยู่ในอ่างต่อไปตามระเบียบ

การอาบน้ำท่ามกลางท้องฟ้าและดงไม้นี่มันอิ่มกายอิ่มใจดีนะฮะ ถ้าเป็นสมัยนี้ก็ต้องไปทำกันถึงโฮมสเตย์ต่างจังหวัดกันนั่นเทียว ผมล่ะอิจฉาตัวเองในวัยเด็กจริงๆ

ในยุคนี้ทุกบ้านต่างก็มีเครื่องซักผ้ากันแล้ว หรือไม่ก็ร้านซักผ้าหยอดเหรียญ ไปถึงก็ยัดผ้าลงเครื่องหยอดเหรียญแล้วก็ก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือ เสร็จแล้วก็ต่างคนต่างไปอย่างเร่งรีบ ด้วยวิถีชีวิตต่างคนต่างอยู่ ผมจึงไม่เห็นการสมาคมแบบนี้มานานมากแล้วจนเกิดคิดถึงขึ้นมา

ชีวิตเมื่อก่อนมันช่างเอื่อยเฉื่อย เรื่อยๆแบบสโลไลฟ์ อย่างมีความสุขจริงๆนะครับ วันนึงอาจจะมีกิจกรรมอะไรน้อยกว่าในยุคนี้ก็จริง แต่ก็มีเรื่องให้สับสนน้อยกว่า วุ่ยวายน้อยกว่ามากมายเหลือเกิน
.



.

.......................................................................


93
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2255212454500017&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
26 กุมภาพันธ์ 2019
 ·
#เครดิตบ้านสวน #เด็กบ้านสวน

ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน เครดิตก็เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากจะไขว่คว้าไว้ ยิ่งถ้าบ้านไหนอยู่กันแบบเดือนชนเดือนเหมือนละแวกบ้านๆของเรา คนทำราชการซึ่งเงินเดือนที่ไม่มากมาย หรือเงินขายผลหมากรากไม้ที่ตอนนั้นก็ไม่ได้ราคาสูงเว่อร์เหมือนสมัยนี้ ยามที่ซื้อของก็เลยต้องใช้เครดิตกันหน่อย

เครดิตที่ว่า เราไม่ต้องมีบัญชีธนาคาร ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน ไม่ต้องมีสเตทเมนต์ หรือผู้ค้ำประกัน เพราะคนออกเครดิตให้ไม่ใช่เหล่าธนาคารนายแบงก์อะไรหรอกฮะ แต่เป็นร้านค้าของชำประจำละแวกบ้านเรานั่นเอง

ถ้าเรียกภาษาชาวบ้านก็คือ #เงินเชื่อ แหละฮะ

ร้านที่เรามักใช้เครดิตกันบ่อยที่สุด เรียกกันว่า ร้านเจ๊ เป็นสาวใหญ่เชื้อสายจีนหน้าตาผุดผ่อง บางครั้งก็เรียกว่า ร้านเซ เซเป็นหนุ่มอีสานลูกจ้างคอยขายของส่งของให้เจ๊แก

ร้านของเจ๊ มีทุกอย่างครบทุกเท่าที่บ้านหนึ่งบ้านใดต้องการ

ก็อย่างว่าแหละฮะ เมื่อก่อนความต้องการในชีวิตประจำวันเรามันก็ไม่ได้เยอะมากมายอะไรนัก หนักไปทางข้าวสารอาหารแห้ง หยูกยา ของใช้ เล็กๆน้อยๆเท่านั้น

อาชีพประจำผมตอนนั้นคือการรับจ้างซื้อของครับ ได้ครั้งละบาทสองบาทบ้าง หรือ อาจจะได้เป็นเงินทอนเล็กๆน้อยๆฮะ งานก็ไม่มีอะไรมากแค่ถือโพยของบ้านนั้นบ้านนี้ เดินออกมาจากสวน พ้นละแวกสวนก็เจอร้านเจ๊แกแล้ว

เมื่อถึงก็ยื่นโพยให้ แล้วก็ยืนรอเจ๊แกบันทึกรายการสิ่งของต่างๆที่สั่ง ลงในสมุดบัญชีเล่มยาว

จากนั้นเจ๊ก็จะบวก ลบ คูณ หาร จำนวนเงินออกมา เขียนไว้ด้วยชอล์ก บนกระดานดำข้างที่แขวนไว้หลังโต๊ะแก

ถามว่างั้นเค้าก็เห็นกันทั้งบาง ไม่อายเหรอ

ตอบได้เลยว่าไม่ต้องอายครับ เพราะทุกบ้านในเรือกสวนเรามีรายชื่ออยู่บนกระดานดำนั้นแทบทุกหลังคาเรือนฮะ คิดง่ายๆว่าถ้าใครจะทำสัมมโนประชากร ยกกระดานดำแผ่นนี้ไปลอกรายชื่อ ก็จะได้เกือบครบทุกรายชื่อของหมู่บ้านเราแหละฮะ

เห็นใบแจ้งยอดชำระหนี้บัตรเครดิตที่ธนาคารต่างๆส่งมาที่บ้านทีไร ผมก็มักนึกไปถึง กระดานดำแผ่นนั้นของ ร้านเจ๊ทุกครั้งเลย

และที่สำคัญ เงินเชื่อที่ว่านี่ ก็เชื่อได้จริงๆ เพราะเมื่อสิ้นเดือนเมื่อไหร่ ทุกคนจะนำเงินมาชำระกันทุกครั้ง แทบไม่เคยมีการเบี้ยวกัน อย่างมากก็ทวงถามบ้างครั้งสองครั้ง เมื่อชำระแล้ว ก็เริ่มเปิดบัญชีของเดือนหน้ากันถัดไปเลย

มีบ้างที่มีการผิดนัด ก็เพียงเจรจาบอกข้อติดขัดกันไป และวานขอผัดการชำระไปในเดือนต่อๆไป ซึ่งก็จบลงด้วยดีเกือบทุกครั้ง

บางทีความเชื่อถือไว้ใจ เข้าใจปัญหาของกันและกัน อีกทั้งความซื่อสัตย์ต่อกันอย่างง่ายๆ ก็เป็นสิ่งที่ประคองให้สังคมนี้อยู่กันอย่างเอื้ออาทร และสงบสุขได้จริงๆนั่นแหละฮะ
.



.

.......................................................................


94
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2275447975809798&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
12 มีนาคม 2019
 ·
#ลุงผมเอง #เด็กบ้านสวน

ภาพวันนี้ท่านผู้อ่านอาจสงสัยว่าทำไมมีแต่ทิวไม้สุดลูกหูลูกตา ไม่มีรายละเอียดอะไรมากมายเอาเสียเลย

ผมเขียนภาพนี้ตามความทรงจำของพ่อผมครับ เป็นภาพถนนพิบูลสงครามในปีประมาณ 2495-2500

ภาพนี้มีสองเรื่องที่ผมอยากคุยถึง

เรื่องแรกถนนพิบูลสงครามตำแหน่งในภาพนี้ จะเลยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือไปทางเมืองนนท์เรานิดหน่อย เมื่อก่อนนั้นถนนสายนี้ร่มครึ้มไปด้วยต้นก้ามปูมหึมา สองข้างฟาก ถนนลาดยางเล็กๆพอรถสวนกันได้ ซึ่งในยุคนั้นก็มีรถไม่มากมายเหมือนปัจจุบัน เพราะการสัญจรต่างๆจะใช้ทางน้ำเป็นหลัก

เมืองนนท์ตอนนั้นมีรถประจำทางอยู่สายเดียว ดำเนินงานโดยเทศบาลนนทบุรี วิ่งจากท่าน้ำนนท์ไปสนามหลวง ถ้าเทียบกับเดี๋ยวนี้ก็คือ ทับเส้นทางเดียวกับสาย 64 แหละฮะ สักชั่วโมงจะมีสักคัน ผู้โดยสารส่วนใหญ่ก็มักเป็นเหล่าข้าราชการที่เดินทางไปทำงานแหละฮะ

ส่วนพ่อค้าแม่ค้าเองก็ใช้ทางเรือค้าขายไปตามลำคลอง ที่ผมใส่รูปคนหาบของไว้ด้วย เพราะแม่กับพ่อมักเล่าถึงแขกหาบเนื้อสะเต๊ะขายไปตามบ้านต่างๆน่ะฮะ

ส่วนรถเมล์สมัยนั้น พ่อผมจำได้ลางๆว่าเป็นรถยี่ห้อ เดอโซโต้ หรือ ดอดจ์ เป็นตัวถังไม้ สีเขียวใบไม้ทั้งคัน มีคาดสีส้มแดงกลางตัวรถ มีตัวหนังสือเทศบาลนนทบุรีเขียนอยู่ข้างตัวรถ แต่มีสัญญลักษณ์หน่วยงานหรือเปล่า พ่อผมจำไม่ได้ครับ

ภายหลังนายเลิศมาซื้อเส้นทางเดินรถไปก็เปลี่ยนมาเป็นรถเมล์ขาว แล้วก็มาถึงยุค ขสมก. และรถร่วมฯ ในที่สุด

เรื่องที่สองก็คือคนขับรถเมล์เขียวนี่แหละฮะ ชายในชุดสีน้ำตาลเดินอาดๆข้ามสะพานข้างถนนนั่น คือ ลุงผมเองครับ

ลุงคนนี้เป็นลูกคนโตของย่า แกเสียชีวิตไปก่อนที่ผมจะเกิดมาทันเห็น และแกก็เป็นคนสร้างวีรกรรมไว้มากมายทีเดียวให้พ่อได้เล่าให้ผมฟัง

อาทิ แกมักจะเมาทั้งวัน ตอนทำงานเป็นคนขับรถประจำตำแหน่งผู้จัดการบริษัทขนส่งสมัยนั้น เป็นรถ ฟอร์ด คอนซูล แกเมาเสียจนขับรถทะลุลานพระที่นั่งอนันตสมาคมให้เป็นที่ตื่นเต้นแก่เหล่าตำรวจยามกันจ้าละหวั่น

และเรื่องในภาพนี้อีกครับ แกเป็นคนขับรถเมล์เขียวที่ว่าเนี่ยแหละ ขากลับจากสนามหลวง ผู้โดยสารติดรถอยู่นิดหน่อยเพื่อกลับท่าน้ำนนท์ เมื่อขับรถถึง กิโล 3 ซึ่งปัจจุบันเป็นท่าจอดรถเมล์สาย 30 ตรงข้ามหมู่บ้านพิบูลย์ สมัยนั้นเป็นที่ตั้งบ้านตายง เปิดขายเหล้ายากาแฟ

ด้วยความอยากเหล้า ลุงผมจอดรถกึก แล้วลงไปหาเหล้ายากินในร้านตายง ปล่อยให้ผู้โดยสารนั่งรอตาละห้อยอยู่ในรถนั่นเอง ผลสุดท้ายเป็นอย่างไรไม่ทราบได้

แต่เรื่องนี้พ่อเล่าทีไรก็อดหัวเราะไม่ได้ทุกครั้ง

แต่ชีวิตลุงมีเรื่องราวเซี้ยวๆอยู่เสมอ แต่แกก็ใจดีกับครอบครัวผมมาก แต่บั้นปลายเป็นเรื่องไม่สนุกนักกลับน่าสลดเสียด้วยซ้ำ

เพราะตอนแกเสียที่โรงพยาบาลทรวงอก แยกแคลาย ไม่มีญาติๆทราบเลย พ่อผมต้องกลับมาจากจันทบุรี เพื่อไปเอาร่างแกที่ฝังอยู่ในป่าช้าวัดดอน ในฐานะศพไร้ญาติ กลับมาทำการฌาปนกิจ ที่เมืองนนท์

น่าเศร้านะฮะที่คนเราคนนึงๆจะตายอย่างเปล่าเปลี่ยว

ลุงอาจเป็นคนในครอบครัวบ้านสวนเรานึกถึงน้อยที่สุดเพราะความห่างเหินและความเซี้ยวของลุง ถึงไม่เคยเห็นหน้า แต่ผมก็ไม่อยากลืมว่ายังมีลุงคนโตคนนี้อีกคนฮะ
.



.

.......................................................................


95
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2300276169993645&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
29 มีนาคม 2019
 ·
#ทุเรียนในสวนคลองบางเขน #เด็กบ้านสวน

ใกล้ฤดูทุเรียนอีกแล้วครับ ตอนผมเกิดและโต ทุเรียนก็ไม่ใช่ไม้หลักในสวนแล้ว มีต้นเก่าๆไว้เก็บกิน และเหลือขายนิดหน่อยไม่ใช่เป็นล่ำเป็นสันเหมือนสมัยพ่อและแม่ของผม

ถ้าจะให้เขียนเรื่องทุเรียนนนท์ ผมก็คงต้องพาท่านผู้อ่านย้อนไปหลายปีในยุคที่บ้านปู่ย่ายังทำสวนทุเรียนกันเป็นหลัก

สมัยนั้นทุเรียนย่านเมืองนนท์ จะโดดเด่นอยู่สองแหล่ง ย่านคลองบางกรวยจะเป็นทุเรียนก้านยาว ส่วนย่านคลองบางเขนเราก็จะเป็นอีชะนีครับ

จริงๆก็ปลูกกันหลากหลายสายพันธุ์น่ะฮะ อย่างละต้นสองต้น และยังมีผลไม้อื่นๆปลูกคละกันไปด้วยเพื่อไว้กินเองและเหลือขาย อย่าง กล้วย มะละกอ มังคุด และอื่นๆ

ในปีน้ำท่วมใหญ่ 2485 สวนทุเรียนในเมืองนนท์แทบจะยืนต้นตายกันหมด เหลือเพียงสองสวน คือ สวนตรงกิโลสาม (เยื้องวัดปากน้ำนนท์) เพราะเจ้าของกั้นเขื่อนรอบสวนและสูบน้ำออกอยู่ตลอดเวลา ส่วนอีกสวนก็ สวนตรงบ้านหม้อ (ตรงข้ามวัดกำแพงปัจจุบัน) ซึ่งก็ใช้วิธีเดียวกัน

ชาวสวนทุเรียนที่จะฟื้นฟูสวน จึงต้องไปซื้อกิ่งพันธ์ุจากทั้งสองสวนนี้มาปลูกกันใหม่

ทุเรียนนนท์เราจะปลูกแบบยกร่อง และมักปลูกทองหลางไว้เพราะช่วยบังแดดให้ทุเรียนและใบทองหลางที่หมักหมมในท้องร่อง เราจะเอาแคลงตักขี้เลนใบทองหลางขึ้นมาโปะโคนทุเรียนเป็นปุ๋ยชั้นดีเลยฮะ

ทุเรียนในสวนตอนนั้นก็มีหลากหลาย ตั้งแต่ อีกระดุม อีลวง ชะนี ก้านยาว ย่ำมะหวาด อีหนัก กบแม่เฒ่า กำปั่น จระเข้ ชายมะไฟ ทองย้อยฉัตร

#ทุเรียนกระดุม จะเป็นทุเรียนเบา หมายถึง ออกผลก่อนใครเพื่อน แค่ต้นๆเมษาฯหรือฝนแรกสงกรานต์ ก็หมดจากตลาดแล้วฮะ ลูกเล็กกว่าพันธุ์อื่น หนักไม่เกินโล เม็ดใหญ่ เนื้อละเอียด รสชาติหวานมัน คอทุเรียนยกนิ้วให้ เสียอย่างเดียวคือ ลูกเดียวไม่อิ่มฮะ เป็นทุเรียนที่ผมชอบที่สุดเลย
สมัยปี 2490 นั้น ราคาลูกละ 5-30 บาท เทียบราคาสมัยนั้น ทองบาทละ 400 เงินเดือนเสมียนจบมัธยม จะเริ่มที่ 450 บาทนะฮะ

#ก้านยาว เป็นทุเรียนที่มีราคาที่สุด ราคาตอนนั้นเหยียบๆ ลูกละ 100 บาทแน่ะ หน้าตาก็บอกว่าก้านยาว เพราะก้านมันยาวจริงๆนะฮะ แต่เป็นทุเรียนที่ทิ้งกิ่ง หมายถึงปีนี้กิ่งนี้ออกลูก ปีหน้าก็จะไม่มีลูกและทิ้งกิ่งนั้นตาย ไปออกลูกกิ่งที่สูงขึ้นไปๆ ทรงต้นจึงไปเป็นพุ่มอยู่ข้างบน ยากต่อการดูแล และการค้ำโยง เป็นทุเรียนเนื้อละเอียดสวย รสชาติมันและไม่หวานมาก

#ชะนี เป็นทุเรียนทำราคาของสวนปู่ย่าผม มีต้นกำเนิดจาก อีลวง ลูกใหญ่แต่ทิ้งดอกง่าย เนื้อละเอียดหวานมัน อร่อยเหาะ แต่บางทีก็ติดนิสัยอีลวง คือเม็ดแกนแข็ง ถ้าน้ำซึมเข้าก็จะเละเป็นปลาร้า ราคาต่อลูกเมื่อก่อนก็อยู่ที่ 70-80 ไปจนถึง 100 บาท อันนี้ทุเรียนโปรดพ่อผมเองฮะ เค้าว่ามีอีชะนีของปราจีนบุรีนี่แหละที่แข่งรสชาติได้เท่าเทียม อีชะนีเมืองนนท์ฮะ

#ย่ำมะหวาด เป็นทุเรียนกลุ่มอีลวง เนื้อแห้งละเอียด รสชาติมันนำหวาน แม่ผมชอบที่สุดบ่นอยากกินอยู่ประจำฮะ

#กบแม่เฒ่า ลูกจะใหญ่กว่าชะนีด้วยซ้ำ ผลทรงรูปไข่ไม่เท่ากัน พันธุ์นี้เนื้อดี รสหวานมัน ตระกูลกบมีหลายสายพันธุ์ ขึ้นกับว่าสวนใครก็ชื่อนั้น เช่นกบตาขำ ฯลฯ

#ทองย้อยฉัตร ลูกจะกลมป้านที่ก้นมีติ่งย้อยๆอยู่ เนื้ออร่อย แต่แกนจะใหญ่ จึงทำให้เนื้อน้อย และทำให้แกะยากต้องใช้มีดพับกรีดตามร่องพู ทำให้มีแผลที่เนื้อดูไม่สวย

#อีลวง สมชื่อครับเพราะแม้แต่ในพูเดียวกัน บางเม็ดก็อร่อยบางเม็ดกลับแกนเสียอย่างนั้น แถมน้ำซึมง่ายถ้าโดนฝนทำให้เนื้อเละ ยิ่งถ้าสุกงอมจนเนื้อเขียวเละแล้ว กลิ่นจะแรงมากจนแม้แต่คอทุเรียนก็ไม่กล้าแตะฮะ

#จระเข้ ทรงลูกเรียวยาว เป็นทุเรียนพันธุ์หนักเหมือนอีหนัก คือจะออกหลังพันธุ์อื่นปิดฤดูทุเรียนกันน่ะฮะ เนื้อจะแห้งละเอียด รสชาติมันนำหวาน เหมือนก้านยาว เดี๋ยวนี้ไปดังที่สุโขทัย

ทีนี้กลับมาเรื่องในภาพ จะอยู่ที่ประมาณปี 2490 นะฮะ พ่อผม ป้าคนโต และอาคนเล็ก สามคนนี้จะสนิทกันที่สุดในลูกย่า 8 คน และ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำสวนทุเรียนของย่าฮะ

พ่อจะเป็นมือปีนขึ้นไปตัดลูกทุเรียน สมัยนั้นต้นไม่สูงมากหรอกฮะ มือหนึ่งพ่อจะโอบรอบต้นไว้ อีกมือใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางหนีบก้านทุเรียนไว้ แล้วใช้มีดพับที่อยู่ในมือตัดก้านทุเรียน ต้องถือว่าเก่งและแข็งแรงมากเลยนะฮะ หลังจากนั้นก็เอาเชือกพันทุเรียนห้อยลงมาให้อาหรือป้า เก็บไปใส่เข่ง

ถ้าทุเรียนลูกสวยสมบูรณ์ พูแน่นยาวอวบทั้ง 5 พู เค้าจะเรียก ‘‘5 พูลั่ง’’ เช่น ‘‘ดูสิลูกนี้ 5 พูลั่งๆเลย ต้องได้ราคาดีแน่’’

แต่ถ้าลูกไม่สวยเช่นปลายลูกขมวดเบี้ยวคล้ายทรงลูกมะม่วง ไอ้ด้านที่บิดเข้ามักจะไม่มีเนื้อทุเรียน ก็จะเรียกว่า ‘‘เป็นหอยโข่ง’’

พอตีสองวันต่อมาก็แบกเข่งทุเรียน เดินเป็นกิโลๆตามทางเดินมืดๆโดยอาศัยแสงไฟฉาย เพื่อไปรอรถสองแถว ขนทุเรียนไปขายที่ตลาดนนท์ สมัยนั้นสองแถวก็มีเพียงคันเดียววิ่งวนตลาดนนท์กับกิโลสาม รอกันทีก็นับชั่วโมงแหละฮะทั้งที่เป็นระยะทางแค่ประมาณ 3 กิโล

ตอนนี้ป้ากับอาผมเสียไปร่วม 20 ปีแล้ว เป็นป้ากับอาที่เกื้อหนุนครอบครัวผมยามอับจนไม่มีบ้านอยู่ไม่มีอะไรติดตัวสักอย่าง เขียนประโยคนี้ด้วยความคิดถึงและระลึกบุญคุณทั้งสองท่านนะฮะ

อ้อ สมัยนั้นชาวสวนจะเก็บทุเรียนลูกโตๆที่สวยที่สุดไว้ทำบุญที่วัดกันด้วยช่วงเข้าพรรษา เราเรียกกันว่า #สลากภัตทุเรียน ฮะ
.



.

.......................................................................


96
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2321956674492261&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
12 เมษายน 2019
 ·
#อสุรกาย #เด็กบ้านสวน #สุขสันต์วันสงกรานต์ท่านผู้อ่านทุกท่านนะฮะ

ในวันสงกรานต์นี้ขอให้ผู้อ่านทุกท่านมีความสุขกับครอบครัว เดินทางกลับบ้านปลอดภัยนะฮะ

ขอคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญในวันปีใหม่ไทยนี้ด้วยเทอญ

และขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้การสนับสนุนแรงใจอย่างเสมอมานะฮะ

เรื่องเล่าในวันนี้เป็นเหตุการณ์จริงที่ผมเองรู้สึกใกล้เคียงการเจออสุรกายที่สุดในชีวิตฮะ

มันเริ่มในคืนเดือนดับ ยามเพิ่งสามสี่ทุ่ม เพียงเท่านั้นละแวกสวนบ้านเราก็ถือว่าดึกดื่นแล้ว ด้วยเพราะแสงไฟฟ้าเพียงริบหรี่ และไร้ซึ่งสิ่งละอันพันละน้อยที่ทำให้บ้านเมืองตื่น 24 ชั่วโมงเหมือนเดี๋ยวนี้

ขณะที่ทุกชีวิตในสวนเราใกล้หลับไหล พลันทุกคนก็สะดุ้งตื่นด้วยเสียงร้องโหยหวนเสียงหนึ่งดังมาจากทางในราวร่องสวน

เสียงนั้นดังลั่นจนเหล่ากบเขียดที่ส่งเสียงร้องกันอยู่พากันเงียบกริบ เป็นความเงียบและความมืดที่หนาหนัก จนช่วยขับเสียงร้องโหยหวนนั้นให้ดังชัดและน่ากลัวขึ้นกว่าเดิม

หมาทั้งสามตัวของเราทั้งเห่าหอนรับกันระงม ทั้งพุ่งพรวดไปที่คันร่องที่กั้นระหว่างกลุ่มบ้านและสวนไม้ผล

เหล่าผู้ใหญ่ต่างบอกให้เด็กอยู่เงียบๆ พลางเปิดไฟฟ้าในบ้านและหยิบกระบอกไฟฉายส่องไปทางต้นเสียงในสวน

แล้วเราก็เห็นต้นเสียงที่ว่า เป็นร่างขมุกขมัว เดินโงกเงก ซ้ายทีขวาทีอย่างที่คนธรรมดาเราๆไม่เดินกันแน่นอน

บ้างก็ว่าอาจเป็นขโมยมาลักผลไม้ในสวน แต่ก็ให้สงสัยว่าขโมยที่ไหนจะมาร้องโวยวายให้เจ้าของทรัพย์ได้ยินเสียงลั่นอย่างนี้

เด็กๆอย่างเราพานนึกไปถึงผีสางที่เป็นเรื่องพูดคุยกันอยู่ในสังคมสวน ทั้งกระสือ ปอบ เปรต และอื่นๆอีกมากมายที่พอจะนึกถึงให้ชวนขนลุกได้

เหล่าผู้ใหญ่ต่างคว้า มีดพร้าบ้าง ไม้ตะพดบ้าง กระชับมือ เดินเข้าไปทางเงาตะคุ่มๆที่เห็นได้จากแสงกระบอกไฟฉายนั้น

สักพักเสียงระงมทั้งหลายก็เงียบลง เหล่าเด็กๆต่างถูกไล่ให้ไปนอนทั้งๆที่ยังคาใจกับสิ่งสยองขวัญที่เพิ่งเกิดขึ้น

เช้ามาทุกอย่างจึงถูกเฉลยว่า....

เจ้าของเสียงคือ ตา ป.(ขอสงวนนาม แต่แปลว่าตัวเล็กๆน่ะฮะ) แกเป็นขาเมาในสังคมสวนเราฮะ แกเป็นคนที่ยามเมาแล้วชอบโหวกเหวกโวยวายจนเด็กๆกลัวนั่นแหละ

ต้นเหตก็คือ แกเมามาจากที่ไหนไม่ทราบ เมามากจนเดินกลับบ้านไม่ถูก หลงเข้ามาในสวนเราแล้วหาทางออกไม่ได้ เลยโวยวายใหญ่ว่า ผีบังตาอะไรไปเรื่อยเปื่อย แล้วก็เดินโซซัดโซเซ ด้วยฤทธิ์เหล้า ตกลงไปในบ่อพักส้วมของสวนเรา

บ่อพักส้วมที่เราเอาไว้ใช้รองรับทั้งน้ำใช้น้ำล้างน้ำครำจากลำรางรอบๆตัวบ้านให้ไปตกตะกอนและซึมลงไปในดิน น้ำอะไรต่อมิอะไรต่างผสมปนเปอยู่ในนั้นจนตะไคร่ขึ้นเขียวปี๋นั่นแหละฮะ

เหตุการณ์คืนนั้นเลยทำให้ผมรู้สึกที่สุดว่าเกือบได้เจอผีหรืออสุรกายตัวเป็นๆน่ะฮะ

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับสงกรานต์งานวัดที่สวยงาม แต่ตอนจบคล้ายกันคือ การที่ ตา ป.(ขอสงวนนาม) คงต้องใช้น้ำเป็นโอ่งๆรดล้างตัวนั่นแหละฮะ แถมอาจต้องไปรดน้ำมนต์ล้างซวยด้วย
.



.

.......................................................................


97
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2366327963388465&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
10 พฤษภาคม 2019
 ·
#เย็บปักถักร้อย #เด็กบ้านสวน

ที่ผมเขียนถึงเรื่องนี้ เพราะผมเห็นห้างขายผ้าเก่าแก่ที่ย่านบางลำพู ที่ชื่อ ห้างสรรพสินค้าผ้า ไทยนำสิน ได้ปิดตัวลงไปเมื่อเดือนสองเดือนก่อนครับ

เมื่อก่อนสมัยที่เสื้อผ้าสำเร็จรูปยังไม่มีเกลื่อนเกล่อมากมายให้ฉวยจับได้ทันทีเหมือนสมัยนี้

หญิงไทยเรามักจะเก่งในเรื่องเย็บปักถักร้อยกันพอสมควร และ ผู้หญิงชาวบ้านเราๆสมัยนั้น ก็มักเลือกเรียนกันอยู่ไม่กี่อย่าง เรียนบัญชี เพื่อไปเป็นเลขาฯ หรือ พนักงานห้างร้าน ไม่ก็เรียนเสริมสวย หรือตัดเย็บเสื้อผ้ากันเป็นหลักแหละฮะ

จักรเย็บผ้าซิงเกอร์นี่ถือเป็นสิ่งที่ผู้หญิงหลายๆคนในยุคนั้นใฝ่ฝันที่จะมีสักคันเลยทีเดียว

ห้างขายผ้าก็มีให้เลือกหามากมาย ทั้งย่าน บางกระบือ เทเวศร์ ตลาดมิ่งเมือง พาหุรัด

สมัยนั้นนอกจากแขกขายผ้าขายมุ้งผ่อน ที่จะขี่จักรยานหรือ เวสป้า เข้าไปเสนอขายผ้าหรือมุ้งกันในละแวกบ้านสวนเราแล้ว

แม่ค้าผ้าประจำถิ่นของพวกเราก็คือ ยายดา

ยายดา จะหอบหิ้วแบบผ้าเป็นตั้งๆ เข้ามาให้เหล่า แม่ๆ ป้าๆ พี่ๆ ของพวกเราเลือกหาเลือกซื้อกันอยู่เป็นนิจ

แบบผ้าที่ว่านั่น ถ้าท่านผู้อ่านทวนความจำย้อนหลังไปก็คงจะคุ้นตาอยู่โขทีเดียว มันเป็นสมุดกระดาษเล่มบาง สัณฐานยาวเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ข้างในนั้นพวกห้างขายผ้าต่างๆ เค้าจะตัดเศษผ้าแล้วเย็บเอาไว้เรียงกันเป็นตับๆ พร้อมทั้งเขียนรหัสผ้าแต่ละแบบกำกับไว้ด้วย

ถึงแม้ผมไม่ชอบงานละเอียด อย่างการเย็บปักถักร้อยเท่าไหร่ แต่ก็ยังอดที่จะมาเปิดสมุดแบบผ้าดูสีสันผ้ามากมายที่สวยงามจนเพลินไปเลยทีเดียว

แน่นอนว่าทุกบ้านตอนนั้นต้องมีนิตยสารเกี่ยวกับการเย็บปักไว้ประจำบ้านเหมือนกัน เช่น #ขวัญเรือน #สตรีสาร #แม่บ้าน หรือ #หญิงไทย

ที่ติดตาผมมาถึงปัจจุบันก็คือ นิตยสารขวัญเรือน ครับ ในนั้นจะมี ‘แพทเทิร์น’ แบบเสื้อ หรือกระโปรงต่างๆมาให้ เหล่าสาวๆไปคลี่แบบ เขียนทาบลงไปผ้าด้วยกระดาษก็อปปี้ (กระดาษก็อปปี้สีน้ำเงินที่อยู่กับสมุดใบเสร็จนั่นแหละฮะจำกันได้มั้ยเอ่ย) แล้วก็ได้ตัดชุดสวยๆใส่ให้เหมือนในนางแบบในนิตยสารกันแล้ว

ส่วนผมที่ชอบก็ตรงหน้าอาหารและการ์ตูนสำหรับเด็กๆแหละครับ น่าคิดถึงนิตยสารเล่มนี้จัง

และอีกอย่างที่ผมชอบดู ก็คือ ตอนที่แม่ๆใช้สะดึงปักชื่อ นักเรียน กับชื่อ โรงเรียน ลงบนเสื้อนักเรียนตัวใหม่น่ะฮะ ผมสนุกทุกครั้งที่ได้ขอแม่ขึงผ้ากับสะดึง จนผ้านั้นตึงเปรี๊ยะ ใช้นิ้วเคาะเสียงดัง ดึ๊งดั๊งราวกับกลอง

การดูและจดจำและขอลองทำบ้างก็มีประโยชน์นะฮะ เพราะตอนย้ายบ้านออกไปจากบ้านสวนแล้ว ช่วงปิดเทอมผมก็ได้ช่วยแม่รับจ้างปักตาลปัตรพระ ด้วยดิ้นข้อดิ้นโปร่งทองเหมือนที่เค้าปักชุดโขนและลิเก ได้เงินกินขนมช่วงปิดเทอมหลายบาทเชียวฮะ

แต่ด้วยที่ผมเกริ่นไว้ เดี๋ยวนี้เราๆและรวมถึงผมเองด้วย มักจะเสื้อผ้าสำเร็จรูปกันมากกว่าด้วยเพราะสะดวกและง่ายต่อการใช้ชีวิตที่เร่งรีบในปัจจุบัน เหล่าสิ่งต่างๆที่ผมๆพูดถึงจึงเริ่มเลือนลางออกไปจากสังคมไทยอีกอย่างหนึ่ง
.



.

.......................................................................


98
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2431348636886397&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
17 มิถุนายน 2019
 ·
#ร่มชูชีพ #เด็กบ้านสวน

ก่อนอื่นต้องขออภัยท่านผู้อ่านอย่างสูงนะฮะที่หายไปนาน ด้วยเพราะไปเร่งงานเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องกันประสาคนชั้นกลางอย่างเราๆแหละฮะ

สมัยยังเป็นนักเรียน เมื่อทำการบ้านหรือรายงานหนักๆ เราก็อยากจะออกไปเล่นให้หนักๆด้วย ชีวิตจะได้สมดุลตามประสาเด็ก

ถ้าไม่ใช่การวิ่งเล่นไล่จับ ปูลิสจับขโมย ซ่อนแอบ ต้องเต แม่งู โพงพาง รีรีข้าวสาร ซึ่งต้องเสียเวลาวิ่งตามหาเพื่อนมาเล่นเป็นหมู่คณะ

แต่ยามเมื่อเหลืออยู่คนเดียว ที่แก้เบื่อได้ก็คือการประดิษฐ์ของเล่นฮะ ตอนนั้นของเล่นเราก็มักจะทำๆเล่นกันเองจากของเหลือใช้รอบๆตัว หรือจากวัสดุสิ่งของที่หาได้จากในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น เหลาไผ่ทำว่าว เอากระดาษจากสมุดที่เขียนเต็มแล้วปีก่อนๆมาพับเรือ พับเครื่องบินร่อนกันเป็นที่เพลิดเพลิน

แต่มีอยู่อย่างนึงที่ผมคิดถึงและไม่ได้เห็นหรือทำเล่นมานานมากๆแล้ว นั่นก็คือ #ร่มชูชีพจากถุงพลาสติก ใช้แล้ว หรือถุงกรอบแกรบ ( ก็อบแก๊บ ) ครับ

วิธีทำก็ไม่ยากเลย เราจะเอาถุง ไม่ก็แผ่นพลาสติกรองห่อก๋วยเตี๋ยวหรือข้าวมันไก่ มาล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง พับทบกันสามทบ

จากนั้นก็เอากรรไกรตัดท้าย กับตัดเจียนหัวอีกนิดนึงเพื่อเป็นรูให้อากาศผ่าน เมื่อคลี่ออกมาก็จะได้เป็นรูปแปดเหลี่ยมกับมีรูเล็กๆอยู่ตรงกลางน่ะฮะ

ทีนี้ก็เจาะรูที่ปลายทุกๆเหลี่ยม จากนั้นเอาป่านเชือกว่าวร้อยรูที่เจาะให้ยาวนิดหน่อย แต่อย่างยาวมากนะฮะเดี๋ยวสายเชือกร่มจะพันกันยุ่งให้เหนื่อยกับการแกะ แทนการที่จะได้สนุกกัน

แล้วเราก็รวบปลายเชือกมาผูกกับตัวตุ๊กตุ่นที่ได้น้ำหนักหน่อย หรืออะไรก็ได้ที่สามารถเอามาถ่วงน้ำหนักร่มได้

ทีนี้ก็ได้เวลาไปโดดร่มกันล่ะฮะ เราก็พับร่มแบบหลวมๆแล้วก็ม้วนเชือกร่มพันไว้ ทีนี้ก็ขว้างขึ้นฟ้าไปให้สุดแรงเลยครับ

ร่มก็จะกางแล้วค่อยๆร่อนหล่นลงมาให้ดูอย่างเพลินเลยเจียวครับ เขียนเสร็จผมก็อยากจะไปทำเล่นขึ้นมาสักอันทันทีเลย ท่านผู้อ่านที่อยากมีกิจกรรมกลางแจ้งก็ลองทำเล่นกับคุณหนูๆที่บ้านดูนะฮะ รับรองว่าสนุกแน่

หลายครั้งที่เวลาได้พรากอะไรหลายๆอย่างไปจากเรา และก็นำพาสิ่งใหม่ๆเข้ามาให้ได้เรียนรู้ เพียงแต่ขอให้เราอย่าได้ลืมความรู้สึกสนุกแบบเด็กๆ ที่นอนตกตะกอนอยู่ในความทรงจำของทุกๆท่านไป เราก็คงพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งต่างๆที่ถาโถมเข้ามาในยุค ดิสรัปชั่น นี้นะฮะ

ขอให้ผู้อ่านทุกท่านมีความสนุกอย่างวัยเด็กไม่เสื่อมคลายนะฮะ
.



.

.......................................................................


99
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2461129543908306&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
4 กรกฎาคม 2019
 ·
#เครื่องมือประจำตำแหน่งเด็กสวน #เด็กบ้านสวน

เมื่อพูดถึง แก็ดเจ็ต ของคนยุคนี้ ทุกท่านก็คงต้องชี้นิ้วไปที่โทรศัพทืมือถือแทบจะทุกท่าน เพราะแทบเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33ของคนเราไปแล้ว

แต่ถ้าย้อนกลับไป ตำแหน่งเด็กสวน ของผมก็มี แก็ดเจ็ด เหมือนกัน เพียงแต่แทนที่จะใช้นิ้วเข่ยๆ ปาดๆ เลื่อนๆ ปรู๊ดปร็าดไป ก็ใช้แรงแขนทั้งสองข้างบ้าง ขาทั้งสองข้างบ้าง จ้วงๆ สับๆ ฟันๆ ไปตามเท่าที่แรงมีแหละฮะ

แม้แต่การทำสวนเดี๋ยวนี้ ก็มีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมาย จนของยุคของผมนั้นแทบจะต้องเอาไปไว้ในพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุกันแล้ว จนต้องมาชวนคุณผู้อ่านทบทวนกันนี่แหละฮะ

เริ่มเบสิกเลย โบราณว่า “เข้าเถื่อน อย่าลืมพร้า” #พร้า เป็นอะไรที่ทุกท่านก้รู้จักแหละฮะ สารพัดประโยชน์ ทั้งดายหญ้า ปอกมะพร้าว ตัดกล้วย หรือแม้แต่ยามที่ไม่มีเสียม ก็ยังใช้ปลายคมพร้า ขุดดินนิ่มๆเอาไส้เดือนมาตกปลาได้

แต่ถ้างานละเอียดขึ้นมาอีกนิด ก็ต้อง #มีดพับ ที่วางอยู่ใกล้ๆกันน่ะฮะ อันนี้ก็ใช้ได้ทั้งเจียนใบตอง ปอกเปลือกผลไม้ ควั่นกิ่งตอน หรืออื่นๆแล้วแต่จะจินตนาการประโยชน์แห่งของมีคมได้ ผมได้มรดกตกทอดจากย่ามาเล่มนึง ปัจจุบันก็ยังใช้อยู่บ้างเวลาเจียนใบตองทำกระทงห่อหมกฮะ คมกริบจนแม่ต้องเตือนทุกครั้งที่เห็นผมหยิบไปใช้เลยทีเดียว

#หนังกะติ๊ก อันนี้กึ่งของเล่นกึ่งอาวุธฮะ ผมไม่เคยใช้ยิงนกหรือกระรอกหรอกฮะ เพราะขี้กลัวขี้สงสารมาแต่เด็ก แต่เป้าของผมมักเป็นมะม่วงเขียวเสวย เอาไว้ฝึกมือ ยิงกระสุนดินปั้นเองตากแห้ง วันไหนยิงให้ตัดขั้วมะม่วงได้นี่วันนั้นดีใจเจียนตายเลยทีเดียว แต่ขืนยิงมะม่วงอกร่อง หรือยายกล่ำที่ใช้กินตอนสุกนี่เสียของหมดฮะผู้ใหญ่ดุหูชาแน่

#เสียมขุดดิน ผมพาดไว้กับดงกล้วยนั่น เพื่อขุดหน่อมาปลูกบ้าง กับยามหาไส้เดือนมาตกปลาครับ

#แครง ก็อันที่ผมกำลังจ้วงน้ำอยู่นั่นแหละฮะ เด็กบางคนสมัยนี้ก็ไม่รู้จักเสียแล้ว อันนี้ใช้บ่อยสุดเพราะ ต้องช่วยพ่อรดน้ำท้องร่องให้ชุ่มชื่นทั้งต้นไม้และใจเราเอง หน้าน้ำรดก็ใช้ตักขี้เลนใบทองหลางจากก้นคลองขึ้นมาโปะรอบต้นไม้ ปุ๋ยชั้นดีเชียวฮะ

#ไม้จำปา ตะกร้อนี่เราจะใช้กันบ่อยๆอยู่แล้วเพราะสอยผลไม้เกือบทุกอย่างและทุกท่านคงคุ้นชิน ส่วนไม้จำปานี่ ทำจากไม้ไผ่ผ่าปลายเป็นสี่แฉก แล้วเอาจุกไม้ขนาดที่ใหญ่กว่ารูปล้องไผ่หน่อยอัดเข้าไปให้ปลายแฉกบานออกมาเล็กน้อย ถ้าขี้เกียจก็ใช้ไม้แข็งๆง้างง่ามมันไว้ให้ปลายบานนิดหน่อย เหลาเจียนผิวในให้เรียบหมดเสี้ยน ผลไม้ที่สอยจะได้ไม่ช้ำมีแผล ไม้จำปานี่เราจะใช้สอยผลไม้ที่กิ่งก้านหนาทึบ ผลขนาดเล็ก ที่ตะกร้อซอกซอนเข้าไปไม่ถึง เช่น ละมุด มังคุด ฮะ

อันสุดท้ายผมเดาเลยว่าหลายท่านคงไม่รู้จักที่พิงต้นไม้อยู่ทางด้านซ้ายของรูปน่ะฮะ มันเรียกว่า #โชงโลง บางที่เรียก #โพงน้ำ บ้างก็ #กะโซ้ ในสวนผมก็เรียกลดรูปลดเสียงมาเป็น ‘ชโลง’ อันนี้ยิ่งมองหายากเข้าไปใหญ่ในสมัยนี้ เมื่อสักสิบปีก่อน ถ้าใครเห็นสวนผักมักเห็นเค้าใช้เจ้านี่แหละฮะ สาดน้ำรดแปลงผักอยู่บ่อยๆ บางที่ก็ทำสามเส้าขึ้นมาแขวนเจ้านี่ใช้ทอนแรงตอนโพงน้ำเข้าสวน เมื่อก่อนใช้จักสานเอา ภายหลังก็ทำมาจากสังกะสี เหมืองแครงฮะ ใช้รดน้ำเหมือนกันแต่เหมาะกับสวนที่คันร่องไม่สูงจากน้ำมาก วักน้ำขึ้นมาง่ายกว่า

ผมเติบโตมาพร้อมกับแก็ดเจ็ตเหล่านี้แหละฮะ และมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึง เลยมาเล่าสู่กันฟังครับ
.



.

.......................................................................


100
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2480547425299851&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
15 กรกฎาคม 2019
 ·
#ปล้นตัวเอง #เด็กบ้านสวน

สมัยนั้นเรามักถูกสอนให้ประหยัดด้วยการหยอดใส่กระปุกออมสินอยู่เสมอ จากเงินที่เหลือจากค่าขนม หรือจากรายได้เล็กๆน้อยๆจากการทำไพ่ และการรับจ้างซื้อของ

แต่ทุกครั้งพอมีของที่อยากได้ อย่างของเล่นที่เห็นแล้วตาลุกวาว หรือหนังสือการ์ตูนออกใหม่ เด็กเราก็จำเป็นต้องหาแหล่งเงินปล้นกัน สุดท้ายแล้วถ้าไม่ได้ก็ปล้นเงินของตัวเองที่อยู่ในกระปุกนั่นแหละฮะ

อุปกรณ์เก็บเงินรุ่นก่อนผมหน่อยเค้าก็ใช้ #กระบอกไม้ไผ่ เจาะช่องเอาไว้หยอดเงินพอเต็มทีก็ผ่ากันออกมาแบบข้าวหลามเลยทีเดียว

แล้วก็มาถึง #กระปุกหมู กระต่าย หรือ กบ ที่ทำจากปูนปลาสเตอร์ ระบายสีไว้อย่างสดสวย ผมเคยอยากได้นะฮะ แต่ไม่เคยได้เป็นเจ้าของเลยสักชิ้น อันนี้จะน่าเสียดายหน่อยคือ ต้องทุบเจ้าหมูที่ว่าให้แตกเสียก่อน ถึงจะเอาเงินในนั้นออกมาได้ เดี๋ยวนี้ดีหน่อยที่เค้าทำช่องให้เปิดเอาเงินออกมาได้โดยไม่ต้องเอาค้อนทุบเจ้าหมูน้อยอย่างน่าสงสาร

และถ้าใครมี คุณย่าคุณยาย กินหมาก ก็ต้องดิ่งไปค้นที่ #เชี่ยนหมาก ก่อนแหละฮะ คงได้อยู่บ้างโดยเจ้าของไม่ว่าอะไรแน่เพราะรักหลานสุดหัวใจอยู่แล้ว

ถ้ายังไม่พอ แหล่งเงินอีกแห่งก็อยู่ #ชายพกผ้าถุงย่า นั่นแหละฮะ ปล้นอันนี้ต้องอาศัยลูกอ้อนให้หนักๆ แต่ได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี ตนย่อมเป็นที่พึ่งแห่งตน ผมจะใช้วิธีแอบแคะกระปุกของตัวเอง ไม่ให้พ่อกับแม่รู้ฮะ

กระปุกเงินของผมแต่ไหนแต่ไร ก็คือ #กระป๋องแป้งตรางู ที่หมดแล้วเอามาเจาะช่องไว้หยอดเงิน ผมว่าหลายท่านก็คงใช้แบบเดียวกันกับผม

การแคะกระปุกนี่ก็ต้องใช้ศิลปะเหมือนกันนะฮะ ต้องทำอย่างเบามือเพื่อไม่ให้มีร่องรอยจนพ่อแม่รู้ว่าเราแอบเอาเงินไปใช้

ต้องใช้ความอดทนเทียวแหละกว่าจะเอาเงินออกมาได้แต่ละบาทๆฮะ

นอกจากจะต้องค่อยๆเขย่าเงินในนั้นจนได้มุมที่ต้องการ คือเห็นสันของเหรียญมาจ่อตรงปากช่องแหละฮะ จากนั้นก็ค่อยใช้ กิ๊บติดผม หรือ แหนบ บรรจงคีบออกมาทีละเหรียญๆ ทั้งเกร้งสายตาเล็งเหรียญ ทั้งเกร็งนิ้วมือที่คีบ ถือเป็นการฝึกความอดทนและความพยายามได้อย่างดีกว่าจะสนองกิเลสตัวเองได้

กับสมัยนี้ ที่เงินในปัจจุบัน และอาจจะรวมถึงเงินในอนาคตของเรา ผูกติดไว้กับบัตรพลาสติกบางๆพร้อมเลขรหัส หรือผูกติดไว้กับโทรศัพท์มือถือ ช่างง่ายดายต่อการจ่ายเงินไปเพื่อสนองความอยากซึ่งมีมาเยือนยั่วเราอยู่แทบจะตลอดเวลา

เทคโนโลยีต่างๆล้วนอำนวยความสะดวกให้เราจ่ายเงินออกไปง่ายๆ จนบางครั้งเราลืมนึกไปว่า ของชิ้นนั้นใครกันแน่ที่ต้องการมัน ระหว่างตัวเราเองหรือกิเลสของเรา
.



.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.089 seconds with 17 queries.