Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
10 September 2026, 00:41:21

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,088 Posts in 15,338 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  กิจกรรมที่น่าสนใจ  |  งานอดิเรกที่น่าสนใจ  |  วาดภาพ  |  ภาพชุด "เด็กบ้านสวน" 71 - 80
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: ภาพชุด "เด็กบ้านสวน" 71 - 80  (Read 75 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« on: 01 September 2026, 21:31:29 »

ภาพชุด "เด็กบ้านสวน" 71 - 80


71
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1862067767147823&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
3 มิถุนายน 2018
 ·
#หลบภัยระเบิด #สงครามโลกครั้งที่2 #สะพานพระรามหก โดนระเบิด #เด็กบ้านสวน #ysbcenter ผู้ให้การสนับสนุน

เป็นเรื่องเล่าจากพ่อของผมเอง น่าสนุกมากเลยมาเล่าต่อให้ท่านผู้อ่าน อ่านกันนะฮะ

เมื่อปี 2488 สมัยนั้นเป็นตอนปลายของ #สงครามโลกครั้งที่2 แล้ว ทหารสัมพันธมิตรได้เข้าโจมตี โดยการทิ้งระเบิดจากเครื่องบิน B 24 ตามเส้นทางขนส่งทางรถไฟทั่วประเทศไทย เพื่อตัดกำลังยุทธภัณฑ์ และเสบียงของฝ่ายญี่ปุ่น

#สะพานพระรามหก ก็เป็นเป้าหมายหลักในการโจมตีหลายๆครั้งตั้งแต่ช่วงปลายปี 2487 เป็นต้นมา

เรามาคุยเรื่องภูมิประเทศในตอนนั้นก่อนนะฮะ #ถนนพิบูลสงคราม ในตอนนั้นยังเป็นถนนราดยางเล็กๆ สองข้างทางล้วนเป็นเรือกสวนสุดลูกหูลูกตา ยังไม่มี #สถาบันพระจอมเกล้าพระนครเหนือ อย่างปัจจุบัน และไม่มีไฟฟ้าใช้กัน สะพานข้ามคลองบางเขนเราก็ยังเป็นสะพานไม้ รถราสวนกันไม่ได้ เพราะสมัยนั้นเดินทางกันด้วยเรือมากกว่า รถประจำทางสายแรกในจังหวัดนนทบุรี ที่เรียกว่า รถเมล์ฟ้า วิ่งระหว่าง #ท่าน้ำวัดเขมาฯ กับ #ท่าพระจันทร์ ก็มามีเมื่อสงครามจบไปแล้ว

#สะพานพระรามหก ตอนนั้นก็รูปร่างไม่เหมือนตอนนี้หรอกนะฮะ และยังไม่มีเส้นถนนให้รถยนต์วิ่ง มีแต่ทางรถไฟกับทางคนเดินข้างๆเท่านั้น

#คลองบางเขน นี้ เป็นที่ตั้งของบ้าน #จอมพล #แปลก #พิบูลสงคราม หรือ #จอมพล #ป #พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีชื่อก้องของชาวนนท์เรานะฮะ บ้านแกก็หลังสีเขียวๆในภาพแหละฮะ ผมเขียนเอาตามคำบอกของแม่

ซึ่งตอนสงครามผู้ที่อาศัยอยู่ที่บ้านก็มี มารดาของจอมพลท่าน ชาวบางเขนเรียกท่านว่า #ย่าสำอางค์ กันทุกคน กับน้องสาวของจอมพลชื่อ ยายเปลี่ยน ซึ่งได้จมน้ำเสียชีวิตที่ท่าน้ำในภาพ ในภายหลัง คาดว่าแกเกิดอาการลมชัก ซึ่งเป็นโรคประจำตัวแกขณะอาบน้ำที่ท่าน้ำนั้น

บ้านปู่ย่าผมที่เป็นชาวสวนอยู่ด้านมุมล่างซ้าย สมัยนั้นไม่ได้ใกล้บ้านจอมพลขนาดในภาพ แต่ผมติ๊ต่างเอาเพื่อให้ง่ายในการวาดน่ะฮะ

ทุกครั้งที่หวอสัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังมาจากบางซื่อ ชาวบางเขนทั้งหลายก็เร่งเก็บผ้าผ่อนทรัพย์สินหนีลงหลุมกันจ้าละหวั่น

ชาวสวนอย่างปู่ย่า ก็หลบตามประสาชาวสวน โดยหนีลงหลุมที่ขุดไว้ระหว่างต้นทุเรียนขนาดสัก 3 คูณ 4 เมตร ลึกเมตรครึ่ง เพื่อหมกเศษไม้ใบหญ้าที่ถากถางไว้ เตรียมหลุมไว้ลงทุเรียนรุ่นใหม่แหละฮะ โดยเมื่อมีข่าวระเบิดจะลง ลูกๆของปู่ย่าก็เร่งเคลียร์หลุมให้สะอาดเรียบร้อย เพื่อไว้ใช้เป็นหลุมหลบภัย

เมื่อเสียงหวอ เสียงเครื่องบิน ดังขึ้น ปู่ย่า และลูกทั้ง 8 ก็โดดผลุงลงหลุมทันที โดยปู่จะเอาทรัพย์สินเงินทอง ซ่อนในหมอน แล้วกอดจนแน่น พาลงหลุมหลบภัยด้วยทุกครั้ง อีกอย่างก็เพื่อซ่อนไว้จากขโมยขโจรด้วยน่ะฮะ

ส่วนทางบ้านจอมพล #จอมพล #ป #พิบูลสงคราม แกได้ทำหลุมหลบภัยไว้ให้แม่และน้องๆ โดยขุดหลุมลึกพร้อมทำบันไดลง และจะเอาไม้ซุงแข็งแรงพาดไว้เป็นเพดาน จากนั้นจะเอาดินถมพรางไว้ครับ เรียกว่าเป็นหลุมหลบภัยมาตรฐานเลยทีเดียว

ตรงข้ามกันเป็นที่ตั้งของ #วัดปากน้ำพิบูลสงคราม ของ #หลวงปู่เก๋ ชายชาตรีชาวไทรม้า ที่เป็นที่เคารพนับถือมากที่สุดของคนนนทบุรี ได้บวชแล้วมาจำวัดอยู่ที่นี่ เพราะตอนนั้นที่วัดปากน้ำไม่มีพระเอาเสียเลยฮะ ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ของผมด้วย เป็นพระสงฆ์ในชีวิตผมรูปเดียว ที่ไม่แตะไม่จับไม่รับเงินเลย และเป็นพระที่เคร่งวินัยมาก ขนาดท่านอาพาธและเข้าวัยชราแล้ว ถ้าไม่ล้มหมอนนอนเสื่อ ท่านจะไม่หยุดทำวัตรปฏิบัติสักครั้ง จนมรณภาพนั่นแหละฮะ ด้วยความเคารพรักและนึกถึงพระคุณท่าน ผมจึงขอใส่ท่านไว้ในรูปนี้ด้วย

ข้างๆวัดจะเห็นป้อมตำรวจ มีตำรวจ 2-3 นาย ที่ จอมพล ป ส่งมาเฝ้าบ้านมารดา พ่อเล่าว่า วันดีคืนดี ตำรวจเหล่านี้ก็เมา ไล่ยิงกันเองจนป้อมพลุน แต่ตำรวจไม่เป็นอะไรสักนาย ช่างยิงได้แม่นเหลือเกินให้ตายสิฮะ

ช่วงสงคราม ผ้าขาดแคลนมาก คนมีเงินหน่อยก็ต้องซื้อผ้าใบแบบที่ทำเป้ทหารไว้ตัดกางเกงนักเรียน เด็กบางคนก็เดินแก้ผ้าโทงๆ เพราะไม่ทุกคนที่ได้เรียนหนังสือน่ะฮะ

กลับมาที่ #การทิ้งระเบิดสะพานพระรามหก ละแวกนั้นถูกทิ้งระเบิดบ่อยมากเสียจน ตรงพื้นที่ที่เป็น #พระจอมเกล้าพระนครเหนือ ในปัจจุบันมีแต่หลุมระเบิดขนาดใหญ่เต็มไปหมด และ #วัดสร้อยทอง ในตอนนั้นเป็นค่ายชั่วคราวของฝ่ายญี่ปุ่นด้วย จึงโดนถล่มไม่เหลือซาก ทั้งวัดเหลือเพียงพระประธาน จึงเรียกท่านว่า #หลวงพ่อเหลือ มาแต่นั้น

อีกทั้งหลังจากเคยชินกับระเบิดแล้ว หลังระเบิดลง ชาวบ้านทั้งคลองบางเขน คลองบางกรวย คลองส้มป่อย คลองซุง จะแห่กันพายเรือไปเก็บปลา ที่ลอยตายเป็นแพจากแรงอัดของระเบิดกันเต็มแม่น้ำไปหมด

จนถึงวันสุดท้ายของ สะพานพระรามหก คือ บ่ายวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2488 ก็ถูกถล่มจนสะพานขาดกลางหล่นลงไปในแม่น้ำจนได้ โดยหลังจากการทิ้งระเบิดที่ไม่ค่อยแม่น คราวนี้ทางฝ่ายสัมพันธมิตร เลยเอาสายโซ่ ผูกระเบิดไว้เป็นสายและทิ้งลงมาคราวเดียวกัน จนระเบิดสะพานพระรามหกได้ในที่สุด และได้ซ่อมสร้างบูรณะมาจนเป็นรูปร่างแบบปัจจุบันในช่วงปี 2493-96 ครับ
.



.

.......................................................................


72
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1870875429600390&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
11 มิถุนายน 2018
 ·
#หัดว่ายน้ำ #เด็กบ้านสวน #ysbcenter ผู้ให้การสนับสนุน

เมื่อก่อนไม่มีสระว่ายน้ำกันมากมายตามโรงเรียนแบบปัจจุบัน และเด็กสวนอย่างเราก็ใช่ว่าจะเกิดมาว่ายน้ำได้อย่างปลานะฮะ ก็เลยต้องมาหัดว่ายน้ำกันแหละฮะ

ในสวนเราจะมีคลองใหญ่อยู่ท้องร่องหนึ่ง ที่เราใช้ตักน้ำอาบใช้ และพวกเด็กๆเราก็ชอบเล่นน้ำที่คลองนี้แหละ ทั้งที่ยังว่ายน้ำไม่เป็น ก็ขอโผไปโผมาหาตลิ่งเล่นกัน กลืนน้ำเข้าไปบ้างแต่ก็ไม่เคยเห็นเป็นโรคอะไร ถ้าเป็นสมัยนี้คงติดเชื้อโรคอะไรกันไปแล้ว ที่กลัวอย่างเดียวคืองู หรือปลาชะโด นั่นแหละฮะ

ครูสอนว่ายน้ำ เด็กบ้านสวนอย่างเรามีอยู่สองคน

คนแรก ชื่อ ครูต้นกล้วย ครูคนนี้จะเป็นคนนิ่งๆ ลอยตุ๊บป่องๆ เพราะเป็นต้นกล้วยตัดมาทั้งลำต้น รอให้เราโผเข้าไปหาอย่างเดียว แต่ว่าจะไม่ค่อยสอนอะไรเราเท่าไหร่ เพราะเราชอบเกาะ เอาขาเตะน้ำลอยเท้งเต้งไปอย่างเอาสนุกมากกว่าน่ะฮะ

คนที่สอง ชื่อ ครูมะพร้าวแห้ง เป็นลูกมะพร้าวแห้งสองลูก ฉีกเปลือกออกมาเป็นเส้นผูกกันพอที่เด็กจะเอารักแร้สองข้างพาดใช้อาศัยลอยตัวไปได้ คนนี้จะสอนอะไรเราได้มากกว่า เพราะเราได้ทั้งตีขา มือก็ช่วยพุ้ยน้ำไปด้วย

นานไปๆร่างกายชินกับการเคลื่อนไหว เราก็ไม่ต้องใช้ตัวช่วย อาศัยโผไป พุ้ยไป แบบท่าหมาลอยคอนั่นแหละฮะ

อย่าคิดว่าเด็กสวนอย่างผมจะดำผุดดำว่ายแบบเด็กแม่น้ำนะฮะ ผมก็เป็นอยู่ท่าหมาลอยคอ มาจนถึงปัจจุบันนั่นแหละ

เด็กสมัยนี้ที่อยู่ตามสระในโรงเรียนยังเก่งกว่า เห็นเค้าว่ายท่าแบบแข่งโอลิมปิกกันได้ทุกท่าเลย

แต่มีอยู่อย่างที่สระน้ำเหล่านั้นสู้ท้องร่องของเราไม่ได้คือ วันดีคืนดี ถ้าพวกผู้ใหญ่ตั้งวงเหล้า บางทีก็มีผู้ใหญ่ที่เมาได้ที่ มาโชว์ตกน้ำกันในท่าต่างๆ ให้เราได้หัวเราะเป็นที่เฮฮา สนุกมากก็ตรงนี้แหละฮะ ตกไปแล้วเค้าก็ตะเกียกตะกายขึ้นมากันเอง ส่วนหน้าที่เด็กๆเราก็คือ งมขันกับสบู่ขึ้นมาเก็บบนตลิ่งแหละฮะ
.



.

.......................................................................


73
https://www.facebook.com/dekfarmhouse/posts/pfbid02dQe8UsEL7hX2e34FH5QkrwgGDxfceqyc84XU7Ph1ZeYQepG4WapX6VMQQf94j67Al

เด็กบ้านสวน
17 มิถุนายน 2018
 ·
#ตลาดแก้ว #เด็กบ้านสวน #ysbcenter ผู้ให้การสนับสนุน

ถ้าพูดถึงจังหวัดนนทบุรี ท่านผู้อ่านทุกท่านคงจะนึกถึง #บ้านตลาดขวัญ แต่สมัยก่อน เมืองนนท์เรา ยังมีสถานที่ ที่เรียกว่า #ตลาดแก้ว อยู่ด้วยนะฮะ ซึ่งแม้แต่คนเมืองนนท์เองหลายๆคนก็ไม่รู้จัก

สถานที่นี้ อ้างอิงมาจาก #นิราศภูเขาทอง ของมหากวีแห่งประวัติศาสตร์ไทยท่าน #สุนทรภู่ แหละฮะ

#นิราศภูเขาทอง กล่าวถึง #ตลาดแก้ว ช่วงที่ท่านสุนทรภู่ ล่องเรือผ่านเมืองนนท์ ไว้ว่า

     ๏ ตลาดแก้วแล้วไม่เห็นตลาดตั้ง    สองฟากฝั่งก็แต่ล้วนสวนพฤกษา
โอ้รินรินกลิ่นดอกไม้ใกล้คงคา       เหมือนกลิ่นผ้าแพรดำร่ำมะเกลือ
เห็นโศกใหญ่ใกล้น้ำระกำแฝง       ทั้งรักแซงแซมสวาทประหลาดเหลือ
เหมือนโศกพี่ที่ระกำก็ซ้ำเจือ       เพราะรักเรื้อแรมสวาทมาคลาดคลาย
ถึงแขวงนนท์ชลมารคตลาดขวัญ    มีพ่วงแพแพรพรรณเขาค้าขาย
ทั้งของสวนล้วนแต่เรือเรียงราย       พวกหญิงชายชุมกันทุกวันคืนฯ

เห็นได้ว่าเราจะเดินทางผ่านช่วง #ตลาดแก้ว ก่อนถึง #แขวงเมืองนนท์ และ #ตลาดขวัญ

นักประวัติศาสตร์หลายๆท่านก็ได้คาดเอาว่า #ตลาดแก้ว ตั้งอยู่ระหว่างประมาณ #ปากคลองบางเขนเก่า กับ #ท่าน้ำนนท์ ปัจจุบัน

ผมถามพ่อว่ารู้จัก #ตลาดแก้ว ที่ว่ามั้ย พ่อก็ว่าไม่รู้จักไม่เคยได้ยิน แต่ก็เล่าต่อไปว่า เมื่อก่อนปากคลองบางเขนเก่า มีตลาดน้ำคึกคัก ที่ชาวสวน ทั้งบางเขน บางตะนาวศรี บางกรวย บางกร่าง ไทรม้า ท่าอิฐ และอีกมากมายหลายแหล่ง พายเรือขนเอาผลหมากรากไม้มาขาย ตลาดน้ำนี้มีสินค้าทุกอย่าง ทั้งขนเรือมา และสินค้าบนเรือนแพริมฝั่ง

ผมก็ติ๊งต่างเอาว่าตลาดน้ำนมนานที่ว่านี้ คือหลักฐานที่หลงเหลืออยู่ของ #ตลาดแก้ว นั่นเอง
ผมก็จินตนาการถึงภาพนี้ขึ้นมา โดยกำหนดเหตุการณ์ในภาพเป็นช่วงที่พ่อผมมีประสบการณ์ตรง อยู่ระหว่างปี 2490-2500 ช่วงหลังสงครามโลกแล้วกันนะฮะ

ผมขอบรรยายคร่าวๆ ถึงสถานที่ในภาพ โดยรบกวนท่านผู้อ่านดูหมายเลขเอาจาก ภาพขาวดำ ที่ผมแปะไว้คู่กันนะฮะ

1. #วัดปากน้ำพิบูลสงคราม วัดเก่าแก่คู่เมืองนนท์เรา เมื่อก่อนไม่มีซอยเข้าไปเหมือนในปัจจุบันเพราะเดินทางกันด้วยเรือในคลองบางเขนน่ะฮะ ส่วนที่เป็นโรงเรียนวัดปากน้ำ เดิม เป็นที่สวนและป่าช้าของวัด

2. #คลองบางเขนเก่า เป็นคลองเก่าแก่ ขนาบไปด้วยสวนผลไม้ของชาวบ้าน ยาวไปจนถึงบริเวณดอนเมืองโน่นแหละฮะ เมื่อก่อนถ้าพ่อกับย่าจะไปขายของรังสิต ก็พายเรือกันไป ตรงไหนตื้นเขินก็ยกเรือข้ามกันไปเลย คลองนี้แหละเป็นเส้นชีวิตของชาวสวน เพราะชาวสวนจะพายเรือเอาผลไม้มาขายกันที่ตลาดน้ำปากคลองบางเขนนี่เองฮะ

3. #วัดเขมาภิรตาราม สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีการบูรณะหลายคราในช่วงรัตนโกสินทร์ในหลายรัชกาล มีสถาปัตยกรรมทรงคุณค่า อย่าง ตำหนักแดง และพระที่นั่งมูลมณเฑียร ( ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนกลาโหมอุทิศ )

4. #โรงเรียนกลาโหมอุทิศ เดิมเป็น #โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม เมื่อโรงเรียนวัดเขมาฯย้ายมาอยู่ที่ปัจจุบัน เมื่อปี 2499 และมีการก่อตั้ง #โรงเรียนกลาโหมอุทิศ ในปี 2503 นั่นเอง

5. #วัดพลับพลา เป็นวัดเล็กๆ ทางเข้าเมื่อก่อนต้องเข้าทางถนนเลียบเจดีย์วัดเขมาฯ นั่นเองครับ สมัยนั้นเปลี่ยวและรกทึบไปด้วยเรือกสวน อีกทั้งยังอยู่ใกล้ กุโบร์ ของพี่น้องมุสลิมสวนใหญ่ #โรงเรียนวัดพลับพลาศิริวิทยา ของผมก็อาศัยเช่าที่ดินวัดนี้แหละฮะ

6. #มัสยิดรี่ยาดิ๊สสุนัน เพื่อนผมหลายคนก็เกิดและเติบโตที่นี่ครับ สมัยนั้นตัวอาคารเก่าเป็นอาคารปูนไม่มีเครื่องตกแต่งเช่นโดม หรือ หออะซาน อย่างปัจจุบันนี้ฮะ รายรอบก็เป็นบ้านเรือนของพี่น้องมุสลิมไปจนถึงโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาฮะ

7. #แพตลาดน้ำ ผมขอเรียกตลาดแก้วแล้วกันนะฮะ เป็นแพไม้ผูกต่อๆกันนับสิบแพ มีบ้านเรือนปลูกอยู่บนแพเป็นร้านค้า มีของขายมากมายเหมือนตลาดแหละฮะ ทั้งเนื้อเค็ม ปลาแห้ง น้ำมันก๊าด เครื่องมืออุปกรณ์ทำสวน อุปกรณ์หาปลา และของแห้งต่างๆ เกลือ น้ำตาล น้ำมันมะพร้าว ฯลฯ
พ่อยังจำรายละเอียดได้ดี เช่น เรือกาแฟเจ๊กจั๊วะจะลอยเรือขายอยู่ด้านฝั่งบ้านพี่น้องมุสลิม ปากคลองด้านติดแพ จะเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น เจ๊กลิ้ม ฮะ
ส่วนปลาสด ผลหมากรากไม้ ก็เจ้าของพายเรือขายเองกันเต็มไปหมด ส่วนเรือเอี๊ยมจุ๊น มักเป็นเรือขายข้าว ที่ล่องกันมาจากทางเหนือๆแม่น้ำ ตลาดนี้เลิกไปช่วงก่อนหมดสงครามเวียดนามเล็กน้อย

8. บริเวณนี้ เป็นสวนและที่ดินว่างเปล่า ที่บริษัทไทยร็อก มากว้านซื้อไป บริษัทนี้เป็นบริษัทระเบิดเหมืองหิน ขายหินที่ใช้ในการก่อสร้างถนนต่างๆและถมที่ทำสนามบินหลายแห่งที่ใช้ในสงครามเวียดนาม อาทิ สนามบินอู่ตะเภา เพราะการกว้านซื้อที่นี่เองที่ชาวแพและชาวสวนตรงนั้นขายที่ไปจนเป็นจุดจบตลาดน้ำในเรื่องนี้ ปัจจุบันไม่ทราบแล้วว่าบริษัทล้มหายไปไหน เพราะผมค้นในกูเกิ้ลก็ไม่มีบอกไว้ฮะ
ต่อมา #โรงเรียนเทคโนโลยีพระรามหก เช่าที่ทำโรงเรียนและได้ย้ายไปตีนสะพานพระรามหก ฝั่งบางกรวยในภายหลัง

9. #บ้านจอมพลป. #พิบูลสงคราม ที่ผมเคยเขียนถึงในตอนระเบิดสะพานพระรามหกครับ

10. #วัดฝาง สวนในเพจนี้ ที่ครอบครัวผมเคยอาศัยอยู่ และสวนของเหล่าป้าๆ ในตอน #สาวสี่ช. ก็อยู่ในบริเวณวัดนี้แหละฮะ

11. #วัดกำแพง ผมเขียนไว้เฉยๆ น่ะฮะ

12. #วัดนครอินทร์ ที่ปัจจุบันมี #สะพานพระรามห้า ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ข้างๆฮะ

13. #บ้านหม้อ เป็นชื่อเรียกของบ้านริมน้ำบริเวณตั้งแต่ คลองบุนนาค ไปถึงวัดนครอินทร์ฮะ

14. #บ้านจีน เป็นชื่อเรียกบริเวณบ้านริมน้ำตั้งแต่หลังวัดเขมาฯไปจนถึงคลองบุนนาค น่ะฮะ

15. #โรงเรียนเขมะพิทยา เมื่อก่อนเรียกโรงเรียนตาเคลิ้ม เป็นโรงเรียนราษฎร์แรกๆของเมืองนนท์เรา เจ้าของคือตาเคลิ้ม โดยลูกๆของท่านชื่อ ครูอุบล กับ ครูสมบัติ ลูกๆของตาเคลิ้มเป็นครูรุ่นแรก เป็นอาคารไม้ริมแม่น้ำ ต่อมาภายหลังมาตั้งริมถนนพิบูลสงคราม ปัจจุบันกลายเป็นคอนโดมิเนียม ไปเรียบร้อยแล้วครับ ส่วนโรงเรียน เดี๋ยวนี้เหลือแค่แผนกอนุบาลและย้ายไปอยู่ถนนกรุงเทพ-นนท์ครับ ชาวนนท์ก็เป็นลูกศิษย์ลูกหาที่นี่ไม่น้อยเช่นกันฮะ

16. #วัดค้างคาว ที่อยู่ตรงข้ามวัดเขมาฯแหละฮะ
ในส่วนในแม่น้ำตอนนั้น เต็มไปด้วยเรือโยง เรือพ่วง เรือลากซุงเพื่อไปพักไว้คลองซุงใต้สะพานพระรามหก เพื่อรอแปรรูปแถวโรงไม้ย่านบางโพกัน จนมีชื่อเสียงแหละฮะ

ตอนนั้นยังมี #เรือเมล์ อยู่นะฮะ ตามความจำของพ่อ ก็มีอยู่ 3 บริษัท คือ

#เรือบริษัทสยามมอเตอร์โบ้ต เป็นเรือโดยสารสีเลือดหมูวิ่งเส้นทาง ปทุมธานี-ท่าเตียน
#เรือเมล์แดงบริษัทขนส่ง วิ่งจากท่าช้างไปต่างจังหวัด ทั้ง สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง ฯลฯ
#เรือเมล์เขียว ของเอกชนเส้นทางคล้ายเรือเมล์แดง ใช้โดยสารและใช้รับจ้างขนของด้วย

อาจคลาดเคลื่อนไปบ้าง ขออภัยไว้ด้วย และผู้รู้วานบอกไว้ในคอมเมนต์หน่อยนะฮะ
ตั้งใจเขียนเรื่อง #ตลาดแก้ว กลายเป็นเยิ่นเย้อ ไปอีกหลายอย่าง ขออภัยท่านผู้อ่านด้วยนะฮะ ถ้าเบื่ออ่านดูภาพเล่นๆแทนความคิดถึงของผู้เขียนแทนแล้วกันนะฮะ ท่านผู้อ่าน
.





.

.......................................................................


74
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1892588744095725&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
26 มิถุนายน 2018
 ·
#เข้าเมืองครั้งแรก #รถโดยสาร #เด็กบ้านสวน #ysbcenter ผู้ให้การสนับสนุน

สมัยก่อนรถราส่วนตัวยังมีไม่มากจนหาถนนวิ่งไม่ได้เหมือนปัจจุบัน เพราะกว่าจะซื้อรถได้ ราคามันทั้งแพงแถมต้องเก็บเงินดาวน์รถกันก้อนใหญ่ทีเดียว

การสัญจรของชาวบ้านอย่างเราก็ต้องพึ่งขนส่งมวลชนกันแหละฮะ

และขนส่งมวลชนสมัยก่อนก็ไม่ได้มีให้เลือกมากมายอย่างสมัยนี้ด้วย หลักๆก็คือ รถเมล์ แหละฮะ

สมัยนั้นมีทั้งรถ ของหน่วยงานรัฐ และบริษัทเอกชนอีกหลายๆเจ้า แต่จำนวนรถก็ไม่ได้มากมายอะไร โดยเฉพาะสายที่ไปใจกลางเมือง

การเดินทางด้วยรถเมล์สมัยนั้น ก็ต่างกับเดี๋ยวนี้อย่างสิ้นเชิง

เมื่อก่อนรถเมล์ไม่มี กริ่งสำหรับกดให้สัญญาณ คนที่คอยดูแลเรื่องนี้ก็คือ เหล่ากระเป๋ารถแหละฮะ บ้างก็ใช้นกหวีด บ้างก็เป่าปาก หรือใช้เหรียญบาทเคาะดังๆไปที่ราวจับ เพื่อให้สัญญาณคนขับ ออกรถหรือจอดรถ

การทับเส้นทางกันระหว่างบริษัทจนต้องมีการโวยวายท้าตีท้าต่อย ก็มีให้เห็นอยู่บ้างนานๆครั้ง แต่คงไม่โอเวอร์เหมือนที่ผมเขียนในรูปนะฮะ เพราะอยากให้ภาพมันมีองค์ประกอบที่เคลื่อนไหวสนุกๆกันบ้าง

รถก็ไม่มีประตูอัตโนมัติ เพราะต้องเปิดไว้ตลอดสำหรับเหล่าผู้โดยสารที่ต้องโหนรถ โหนเป็นพวงจนออกไปนอกรถนั่นเลยแหละฮะ บางคันโหนกันจนตัวรถโย้เอียงเลยทีเดียว

สมัยเด็กๆการโหนมันก็ดูเท่ดี ตอนวัยรุ่นก็ไม่นั่งจะขอโหนแถวประตูท่าเดียว แต่พอโตมานึกถึงแล้วผมกลัวใจแทบขาด ด้วยว่าอาจหมดแรงหรือโดนเฉี่ยว หรือมือลื่น จนหล่นลงมากลางถนน นึกแล้วไม่สนุกเลยฮะ

เพราะในตัวรถมันแทบไม่มีที่ให้ยืนจากความแออัดยัดทะนานของผู้โดยสารที่แน่นจนต้องแย่งอากาศกันหายใจ เด็กรถก็ไปห้อยต่องแต่งขาเดียวแขนเดียวจับราวข้างประตูไว้ คอยดูผู้โดยสารว่าขึ้นลงหมดหรือยัง

พร้อมคำพูดที่เราได้ยินจนชินหูว่า ‘‘ชิดในหน่อยเพ่ ชิดในหน่อยเพ่’’ โดยไม่สนว่าบางคนชิดกันจนจะเป็นแฝด ‘อิน-จัน’ อยู่แล้ว

แถมที่นั่งแถวสุดท้าย ยังสามารถสูบบุหรี่ได้ด้วยนะฮะ

ทั้งผู้โดยสารที่อัดแน่น ห้อยโหนโจนทะยานกันเป็นพวงๆ การจราจรที่คับคั่งในตัวเมือง และควันบุหรี่ที่นั่งแถวหลัง บทสรุปการขึ้นรถโดยสารครั้งแรกๆของผมก็คือ ‘การเมารถ’ อย่างหนักเลยทีเดียว แล้วรถโดยสารคันแรกๆของท่านผู้อ่านล่ะครับ เป็นประสบการณ์ที่อิ่มใจมั้ยเอ่ย

อ้อ ในภาพผมแอบใส่ ‘หอนาฬิกาท่าน้ำนนท์’ ไปด้วยจำได้ว่าเมื่อก่อนไม่มีไก่นี่เนาะฮะ

ท้ายสุดขอเชิญผู้อ่านทุกท่านส่งแรงใจไปถึงเด็กๆทีมหมูป่าอคาเดมี และทีมค้นหาจากทุกหน่วยงาน ให้กลับออกมาได้อย่างปลอดภัยนะฮะ
.



.

.......................................................................


-0- (โฆษณา)
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1900185373336062&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
1 กรกฎาคม 2018
 ·



 .



.......................................................................


75
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1903224666365466&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
3 กรกฎาคม 2018
 ·
#ของเล่นในสวน #เด็กบ้านสวน #ysbcenter ผู้ให้การสนับสนุน #ถ้ำหลวงดีใจมากๆทีมหมูป่าทุกคนปลอดภัย

ของเล่นเมื่อก่อน เราไม่ได้มีเงินหรือโอกาสซื้อบ่อยๆ นอกจากเก็บเงินจากงานพิเศษ หรือ เรียนได้คะแนนดี พ่อกับแม่ก็จะให้ของเล่นเป็นรางวัลเล็กๆน้อยๆน่ะฮะ

ดังนั้นของเล่นประจำวัน เด็กๆเราก็หาเอาจากในสวนนั่นแหละฮะ

เหล่าต้นไม้ในสวนเป็นอุปกรณ์ของเล่นได้อย่างดีทีเดียว แถมมีเยอะแยะเสียด้วย

ที่จำได้อย่างแรก ก็คือก้านผักบุ้งหรือก้านมะละกอนั่นแหละฮะ เอามาเจียนปลายเสียหน่อย เราก็จะได้ที่เป่าลูกโป่งฟองสบู่ มาเป่าเล่นดูสีฟองสบู่สวยๆกันแล้ว แต่ผมชอบใช้น้ำแฟ้บมากกว่า เพราะเป่าลูกได้ใหญ่กว่าใช้น้ำสบู่

เม็ดต้อยติ่ง หรือ ที่เราเรียกเม็ดเป๊าะแป๊ะ เป็นต้นไม้ล้มลุกต้นเล็กๆ ดอกสีม่วงสวยเชียว เราจะไปเก็บเม็ดเรียวๆดำๆที่แสดงว่าแก่แล้วของมัน มาโยนลงในน้ำ สักพักก็มันก็จะแตกเสียงเป๊าะแป๊ะๆ ลั่นไปหมด จนปลาซิวปลาเข็มตกใจ ว่ายน้ำหนีกันจ้าละหวั่น หรืออาจมาอมในปาก พอเม็ดโดนน้ำลายก็แตกในปากจั๊กจี้ดีเหลือเกิน

ม้าก้านกล้วย อันนี้ท่านผู้อ่านคงรู้จักดีนะฮะ แต่พอมีม้าให้ควบแล้ว ก็ต้องมีปืนด้วยสิ ถึงจะเป็นคาวบอย แบบ จอห์น เวย์น ได้อย่างเต็มยศ ปืนเราก็ทำจาก้านกล้วยนั่นแหละฮะ เอามีดคมๆเจียนสันก้านกล้วยให้เป็นบั้ง แล้วงอส่วนที่เจียนขึ้นมา ถ้าฟาดแรงๆ ส่วนที่เจียนร่องไว้ก็จะหุบลงไปตีก้านกล้วย เสียงดังเลยทีเดียว หรือจะใช้มือเรารูดไปอย่างเร็วก็ทำให้เกิดเสียงได้เช่นเดียวกัน

ถ้าจะเล่นกันอย่างเงียบๆเรียบร้อยหน่อย ก็ต้องเล่นหม้อข้าวหม้อแกงล่ะฮะ อุปกรณ์ก็เครื่องครัวดินเผา หรือสังกะสีอันจิ๋ว มีทั้งหม้อทั้งถ้วย ครกและเตา อันละไม่กี่บาท ส่วนอาหารก็ใช้ดอกและใบของพู่ระหง หรือชบา ที่เรารู้จักดี เอามาหั่นๆตำๆ แกล้งเป็นหุงต้ม ขาย และทำท่าทางกินกันไป สนุกดีเหมือนกันนะฮะ

เม็ดมะขามหรือน้อยหน่าที่กิน ก็เอามาล้างน้ำให้สะอาด ใช้เล่นอีตัก หรือหมากเก็บ กันได้ลืมวันลืมคืนเสียด้วยซ้ำ

แต่ที่ผมชอบที่สุดเวลาเข้าสวน แล้วเจอทางมะพร้าวหรือกาบหมากหล่นอยู่ ผมก็จะขนมารอท่าเวลาพ่อจะเข้าบ้าน ใช้เป็นรถลากให้พ่อลากปลายไป ส่วนผมก็นั่งที่กาบมัน สบายไม่ต้องเดิน ยิ่งตอนขรุขระลงหลุมบ่อตื้นๆ มันกระโดดกระเด้ง สนุกดีเหลือเกิน เป็นอะไรที่ผมชอบมากที่สุดจริงๆลองจากการขี่หลังพ่อ แล้วพ่อพาโดดข้ามท้องร่องสวน

พ่อผมตอนหนุ่มๆแข็งแรงมากเลยนะฮะ ขอคุยอวดหน่อย เพราะพ่อเล่นกล้าม มีกล้ามเป็นมัดๆทีเดียว ต่างกับลูกชายอย่างผมที่ตัวเล็กนุ่มนิ่มไม่มีกล้ามเอาเสียเลย

นอกจากนี้ยังมีเดินกะลา และไม้โถกเถกอีก ที่เขียนรูปไม่พอ ไว้ผมเขียนต่อในตอนสองแล้วกันนะฮะ

การละเล่นในสวนเดี๋ยวนี้ก็คงไม่มีให้เห็นเท่าไร เพราะเด็กปัจจุบันไปเล่นกันในโลกเสมือนในจอคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์ มือถือกันหมดแล้ว ผมเลยเอามาเขียนเล่าไว้ กันตัวเองลืมนั่นแหละฮะ

สุดท้ายนี้ ทุกท่านคงดีใจและภูมิใจไปกับผม ที่เห็นกำลังใจส่งไปยัง ถ้ำหลวงประสบผลสำเร็จ ในที่สุดเราก็เจอน้องๆทีมหมูป่ากันแล้ว และทีมงานทุกท่านปลอดภัย ซึ้งใจในความสามัคคีครั้งนี้จริงๆเนาะฮะ เย้ๆๆๆๆๆๆ
.



.

.......................................................................


76
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1915683275119605&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
11 กรกฎาคม 2018
 ·
#เสน่ห์สนามหลวง #เด็กบ้านสวน #ysbcenter ผู้ให้การสนับสนุน #ถ้ำหลวงดีใจมากๆทีมหมูป่าทุกคนปลอดภัย

หลังจากตลาดนัดสนามหลวงย้ายไปอยู่ที่จตุจักรอย่างที่ทุกท่านทราบ ในช่วงก่อนที่จะถูกห้ามค้าขายอย่างสิ้นเชิงเช่นปัจจุบันนี้

มนตร์เสน่ห์ของสนามหลวงก็ยังไม่หมดไปโดยสิ้นเชิง ทุกๆเย็น จะมีกิจกรรมมากมายบังเกิดขึ้นที่นี่ ร้านค้าอาชีพแปลกๆยังมีให้เห็นอยู่บ้าง อย่างน่ารักน่าชัง

เรามาไล่ทวนความจำกันนะฮะ

หมอดูโคนต้นมะขาม ถือเป็นอาชีพที่คู่กับสนามหลวงมาอย่างยาวนานเลยล่ะฮะ มีทั้งหมอดูลายมือ หมอดูไพ่ป๊อก ดูดวงตามราศีและหลักวิชานรลักษณ์ หมอเหล่านี้แต่งตัวดีเทียวล่ะ บางคนผูกเนกไทราวกับเป็นนักธุรกิจเลยเทียว แถมยังหิ้วกระเป๋าเจมส์บอนด์อีกด้วยนะครับ

ปาหี่งูเห่าสู้กับพังพอน อันนี้นานๆจะโผล่มาสักที พิธีกรก็พูดเสียยืดยาวจนน่าเบื่อ คุยสรรพคุณยาโน่นนี่ จนเราเบื่อไม่สามารถทนรอดูไหว กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่ได้ดูงูสู้กับพังพอน แถมเหล่าสัตว์ก็ดูอ่อนเพลียจนน่าสงสารเสียมากกว่า

แผงขายว่าว นี่ก็เป็นเอกลักษณ์อันยาวนานของสนามหลวงแหละฮะ ว่าวงูสีสดสวยที่หางพลิ้วล้อลม แม้จะอยู่บนราวแขวนก็ยังสวยงามประดับท้องสนามหลวงเรื่อยมา

ร้านอาหารส่วนใหญ่จะหาบมาตั้งกันตรงทางเดินกลางสนามนั่นแหละ ล้อมวงกินกันตั้งแต่ขนมจีนไปยันส้มตำ ที่ขึ้นชื่อลือชาและผมชอบกินบ่อยสุดก็คือ ขนมจีนน้ำยาแบบผักไม่อั้นเรียงใส่กระจาดไว้ มีบางช่วงข่าวลือว่าเค้าใช้ทิชชู่ผสมในน้ำยาให้ข้นคลั่ก แต่ยังไงก็ยังอร่อยเสมอในความทรงจำ

อาชีพให้เช่าเสื่อนั่งเล่นในสนามหลวง ก็จะเดินหิ้วเสื่อไปเรื่อยเพื่อหาลูกค้า หลายวงก็มาเช่าเสื่อ ซื้ออาหารและเหล้ายาตามหาบ และรถเข็นมากินกันจนดึกดื่นค่อนคืนเลยทีเดียว

รถเข็นขายน้ำ ขายปลาหมึกปิ้ง และลูกชิ้นปิ้งทั้งหลาย ที่ท่านคงนึกภาพออกในทันที

แผงขายลูกอม ยาดม บุหรี่ที่มีกลาดเกลื่อนตามป้ายรถเมล์ แผงขายล็อตเตอรี่ ผมก็ยังสงสัยว่าทำไมคนเดินขายล็อตเตอรี่สมัยนั้นทุกคนต้องมาจาก วังสะพุง จังหวัดเลย นะฮะเนี่ย

หาบขายนกกระจาบ ไม่ใช่สำหรับทอดกินนะฮะ แต่เป็นนกสำหรับไปปล่อยทำบุญเหมือนตามวัดนั่นแหละ น่าสงสารนกมากทีเดียว ทั้งอดอาหารอิดโรย บางตัวแทบไม่มีแรงเหลือจะบินแล้ว โชคดีที่ทางการห้ามอาชีพนี้ในที่สุด

พวกขายอาหารนก จะสะพายถุงใหญ่ๆใส่เมล็ดพืชต่างๆที่เป็นอาหารนก เร่ขายให้กับคนที่นั่งเล่นอยู่รอบๆสนามหลวง ถ้าเราเห็นฝูงนกพิราบนับร้อย บินกรูลงพื้นกันตรงไหนแต่ไกล เราก็รู้ได้ทันทีว่าตรงนั้นมีคนซื้ออาหารนกมาโปรยแหละฮะ

แผงขายพืชสมุนไพรของป่า มีสมุนไพรแปลกๆมากมายมาวางกองไว้ตั้งแต่หัวเล็กๆเท่าปลายก้อยไปจนบางชนิดหัวใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มเลยทีเดียว แต่แหล่งประจำพวกนี้จะอยู่ข้างกำแพงวัดมหาธาตุเสียมากกว่าครับ

แผงขายยาลูกกลอน พวกนี้จะมีขวดเหล้าแบนมากมายที่บรรจุผงสมุนไพรต่างๆตามสูตรหมอบ้านของเค้ามาวางขาย มีทั้งไปชงกับน้ำ หรือเอาไปปั้นกับน้ำผึ้งเป็นลูกกลอน กินแก้โรคต่างๆ ที่สำคัญมีพวกน้ำมันแปลกๆ เช่น น้ำมันเลียงผา น้ำมันจิ้งเหลน อะไรพิศดารสุดจะคิด เพื่อใช้สำหรับอวัยวะส่วนตัวท่านชายท่านหญิง ที่ท่านผู้อ่านคงจะเข้าใจ ดูตลกดี แต่ที่น่ากลัวคือ บางร้านเอาหัวเลียงผามาตั้งไว้ด้วย ดูน่ากลัวและน่าสงสารมาก

แผงขายสูตรหวย โดยเค้าจะมาบรรยายวิธีคำนวณหวย อย่างเช่นว่า หวยงวดต่อไป ต้องเอาเลขท้ายตัวนี้ ไปบวกกับตัวที่สามของรางวัลที่หนึ่งงวดนั้น แล้วมาบวกลบคูณหารอะไรอีกมากมายแบบนักวิทยาศาสตร์กันนั่นเลย แล้วเค้าก็จะกั๊กคำเฉลยเอาไว้ ใครอยากรู้ต้องซื้อซองไปเปิดอ่านกันเอง มีจำนวนแค่ไม่กี่ซอง แต่ขายก็หลักร้อยเชียวนะฮะ

ในภาพมีอะไรบ้างก็ลองหาดูเล่นเพลินๆกันนะฮะท่านผู้อ่าน

จริงๆยังมีอีกบ้าง ถ้าท่านผู้อ่านนึกได้ก็เพิ่มเติมให้ผมหน่อยในคอมเมนต์จะเป็นพระคุณมากเลยครับ
.



.

.......................................................................


77
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1947845461903386&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
31 กรกฎาคม 2018
 ·
#เพื่อนร่วมทาง #เด็กบ้านสวน #ysbcenter ผู้ให้การสนับสนุน

ในช่วงหน้าฝนที่ต้องไปโรงเรียน ยามที่เม็ดฝนยังปรอยๆชวนให้เป็นหวัดอยู่ เราก็ยังต้องยักแย่ยักยันเดินไปตามถนนเปียกแฉะ มีมือของแม่คอยจูงไม่ให้ลื่นล้มจนเสื้อกางเกงนักเรียนเปรอะเปื้อน ขณะเดียวกันก็ใช้ถุงหุ้มรองเท้ากันเลอะโคลนอย่างแน่นหนาทีเดียว

สมัยนั้นถนนหนทางยังไม่ใช่ถนนคอนกรีตอย่างทุกวันนี้ ถนนใหญ่ก็เป็นถนนราดยาง ส่วนถนนเข้าตรอกซอกซอยก็มักจะเป็นทางลูกรัง กรวด หรือถนนดินที่ปูแผ่นไม้ หรือแผ่นปูนใช้เดินกัน

อีกทั้งสองฟากข้างทางไม่ใช่มีแต่รั้วปูนหรืออาคารตึกติดกันเป็นพรืดอย่างทุกวันนี้ แต่เป็นที่เปิดโล่งไปสู่ลำคลองบ้าง เรือกสวนของคนอื่นบ้าง

ดังนั้นระหว่างที่เราเดินไปโรงเรียน เราจึงมักมีเพื่อนร่วมทาง วิ่งผ่านไปผ่านมาให้เห็นกันอยู่ตลอด เพื่อนเหล่านั้นก็คือสัตว์ตัวน้อยๆอาศัยอยู่ในสวน ในดงไม้ตามธรรมชาติของเค้านั่นแหละฮะ

เดี๋ยวมีฝูงนกกวักวิ่งผ่านหน้า ร้องกันลั่น ก๊วก...ก๊วก...ก๊วก

มีเต่านาโผล่ออกมาต้วมเตี้ยมจากพงหญ้า อันนี้เจอทีไรชอบจับไปปล่อยวัด เพราะกลัวบางบ้านมาเห็นแล้วจับไปกิน เคยเห็นเค้าทำเต่าน่าสงสารมากๆ แต่ไม่ขอเล่านะฮะมันโหดร้ายไปหน่อย

มีปูนาเดินเป๋ไปมาให้เราจับเล่นแล้วก็ไปปล่อยลงคลอง

แม้แต่ปาด หรือเขียดใบบัว ก็ออกมาแสดงตัวให้เห็น ล่อทั้งสายตาคนและสายตางูเขียวพระอินหรือเหล่างูเขียวปากจิ้งจก

ตามลำคลองก็มีกบมาลอยคอเล่นเม็ดฝนให้เห็นอยู่ประจำ

ถ้าจะเขียนให้หมดภาพนี้คงเต็มไปด้วยสัตว์ตัวน้อย จนกลายเป็นสวนสัตว์ย่อมๆ เลยต้องเอามาใส่ให้พอดีๆเพื่อความเหมาะสมขององค์ประกอบภาพนะฮะ ขอโทษเหล่าสัตว์อื่นๆที่ไม่ได้เขียนถึงด้วย

ด้วยรู้สึกว่าชีวิตเราเมื่อก่อนใกล้ชิดธรรมชาติกันเหลือเกิน ใกล้ชิดจนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราเลยทีเดียว ต่างกับปัจจุบันที่เรากลับใกล้ชิดเทคโนโลยี หรือห้างสรรพสินค้าต่างๆมากกว่า

ใช่ว่าเดี๋ยวนี้จะไม่มีให้เห็นซะเลย มีครับแต่เรามักเห็นในสภาพที่เค้าไม่มีชีวิตเสียแล้ว ทั้งโดนทับโดนชนอยู่บนถนนคอนกรีตนั่นแหละฮะ น่าเศร้าเหมือนกันสำหรับสัตว์ไม่รู้อิโหน่อิเหน่พวกนี้

ไม่ใช่ว่าผมเป็นพวกปฏิเสธความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ไม่อยากให้สร้างโน่นนี่นะฮะ เพียงแต่ขอความกรุณาผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน โปรดช่วยสังเกตและเอ็นดูชีวิตน้อยๆเหล่านี้ไว้ด้วยแล้วกันฮะ

อีกอย่างใกล้วันแม่แล้ว ทุกท่านคงจำมือที่เคยจูงเราเดิน จนเรามั่นใจและไม่กลัวสิ่งต่างๆได้นะฮะ ถ้ามือนั่นชราภาพลงและหมดเรี่ยวแรงลง ก็อย่าลืมเข้าไปจูงมือท่านให้เหมือนกับที่ท่านดูแลเรานะฮะ
.



.

.......................................................................


78
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1965008963520369&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
10 สิงหาคม 2018
 ·
#นม #เด็กบ้านสวน #ysbcenter ผู้ให้การสนับสนุน #สวัสดีวันแม่ครับขอให้ดูแลท่านให้ดีๆทุกวันเลยนะฮะ

ของคู่กับเด็กๆทุกคน นอกจากของเล่น การบ้าน ขนม ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ นม นั่นเองฮะ

สมัย 40 ปีที่แล้วนั้น มีนมบรรจุเสร็จเพียงไม่กี่ยี่ห้อ ก่อนผมเกิด นมทั้งหลายมักจะบรรจุในขวดแก้วรูปทรงเหมือนถังนมแล้วซีลปิดด้วยกระดาษ หรือ อลูมินัมฟอยด์

ในยุคของผม นม ส่วนใหญ่จะเป็นนมพาสเจอร์ไรส์บรรจุถุง ราคาก็ประมาณ 2 บาท ถ้าจำไม่ผิด ซึ่งก็มียี่ห้อที่ยืนยาวกันมาถึงปัจจุบัน

ยี่ห้อแรกเลยก็คือ #นมวัวแดง หรือ #นมไทยเดนมาร์ค แหละฮะ เป็นความร่วมมือของประเทศเดนมาร์ค เมืองโคนมชื่อดัง จากฟาร์มโคนมแถวๆ มวกเหล็ก สระบุรี ในสมัยนั้นก็คงกันดารเหมือนเมืองคาวบอยส์ ย่อยๆ ผมชอบสัญญลักษณ์ของยี่ห้อนี้มาก เป็นอาคารเลี้ยงวัวนมอาคารแรกของที่นี่ ยังสวยงามและทำให้นึกถึงวันเก่าๆได้ดีเหลือเกินครับ

ที่ตามมาติดๆห่างกันไม่กี่ปีก็คือ #นมหนองโพ ของสหกรณ์โคนมหนองโพ ราชบุรี นี่เองฮะ เป็นยี่ห้ออมตะอีกหนึ่งเจ้า

ยี่ห้อต่อมา ก็คือ #นมโฟร์โมสต์ เป็นบริษัทจากแถวเนเธอร์แลนด์ เยอรมนี เบลเยี่ยม แหละฮะ ของเค้าจะแปลกหน่อยคือเป็นนมกล่อง ทรงรูปบ้าน ดั้งเดิมเค้าทำไอศกรีมด้วย แต่ภายหลังรู้สึกจะขายกิจการส่วนนี้ให้กับ ไอศกรีมวอลลส์ ไปนะฮะ ยี่ห้อนี้จะแพงกว่าชาวบ้านเค้านิดหน่อย คือราคาสัก 3 บาท ถ้าจำไม่ผิด ก็ถือว่าสูงสำหรับเด็กที่ได้ค่าขนมวันละ 1 บาท ต้องรอให้ผู้ปกครองซื้อให้แหละฮะ นานๆกินทีแต่สมัยนั้น นมรสกล้วยหอม กล่องสีเหลืองของเค้าอร่อยจริงๆ

ที่แปลกขึ้นมาหน่อย ก็คือ นมเปรี้ยว ท่านก็คงนึกออกในทันทีว่าสมัยนั้นมีอยู่ ยี่ห้อเดียว และไม่วางขายตามร้านด้วย นั่นคือ #นมเปรี้ยวยาคูลท์ ของคุณ #กนกพรรณ #เหตระกูล ทำต่อมาจากรุ่นคุณพ่อ #ประพันธ์ เหตระกูล ซึ่งนำเข้ามาจัดตั้งจากญี่ปุ่น อันนี้ถ้าทุกท่าน อยากรู้อะไร ถามสาวยาคูลท์ดูสิคะแม้จะไม่มีวางขายตามร้าน แต่ผมก็ยังเห็นสาวยาคูลท์ปั่นจักรยานเข้าไปส่งถึงในชุมชนชาวสวนกันบ่อยๆ

แต่พระเอกในเรื่องตอนนี้ ก็เป็น นมกล่องทรงสามเหลี่ยมแปลกๆที่ผมถืออยู่ในภาพนั่นแหละฮะ ใครจำได้บ้างยกมือขึ้นเลยฮะ

นมยี่ห้อนี้ กล่องจะเป็นพลาสติกค่อนข้างแข็ง สีขาวขุ่น ทรงสามเหลี่ยมมีสามด้าน ไม่ใช่ทรงปิรามิดที่มีสี่ด้านนะฮะ มีหลายรสชาติเหมือนกัน รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ด้วย

เฉลย นมยี่ห้อนี้ชื่อ #นมเพียว ครับ ผมไม่ทราบประวัติที่แน่นอน รู้แค่ว่า บริษัทเคยตั้งอยู่ตรงคลองบางเขนใหม่ ตรงข้ามฟากคลองกับ มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือแหละฮะ ปัจจุบันเป็นอาคารพาณิชย์หลายหลังที่มีโรงเรียนสอน เทกวันโด ด้วย

ส่วนตัวเจ้าของบริษัทอาศัยอยู่บางโพ ใกล้ๆกับป้ายรถเมล์บางโพ ปัจจุบันเป็นคอนโดมิเนียมของพฤกษาไปแล้ว

นมเพียวจะแพงสูสีกับโฟร์โมสต์ ผมจำได้ว่ากินไม่กี่ครั้ง แต่รูปทรงของกล่องยังประทับใจและติดอยู่ในความทรงจำมาถึงเดี๋ยวนี้

ยุคนั้นนมพร้อมดื่มในต่างประเทศคงทำกล่องแบบนี้กันมากมาย เพราะผมเห็นมันอีกครั้งตอนได้ดูหนังเพลง เรื่อง A Hard Day's Night ของวง The Beatles ตอนต้นๆเรื่องมีชายคนนึงไปซื้อนมที่ตู้ขาย แล้วนมก็ออกมากล่องแบบนี้เป๊ะเลยฮะ

แต่น่าเสียดายที่ผมจำการออกแบบลวดลายของกล่องไม่ได้เลย จึงถือวิสาสะออกแบบไปให้ใหม่ ต้องขอโทษเจ้าของผลิตภัณฑ์ด้วยนะฮะ และผู้อ่านท่านใดจำได้ก็โปรดเมตตาบอกผมที

อันนี้คุยกันเล่นๆถึงนมถุงและนมกล่องสมัยนั้นที่ยังน่าประทับใจเสมอมา และมาเล่าสู่กันฟังนะฮะ

ที่สำคัญใกล้วันแม่แล้ว นมแม่เพียงหยดเดียว ยังมีค่ายิ่งกว่านมที่เราๆซื้อดื่มกันทั้งชีวิตด้วยซ้ำนะฮะ เพราะนมนั้นกลั่นจากเลือดจากอกของผู้ให้กำเนิด ไม่ต้องรอวันแม่นะฮะ ดูแลท่านให้ดีในทุกๆวันเพื่อเราจะได้ไม่มานั่งเสียดายเสียใจในภายหลัง และขอกราบเท้าสวัสดีคุณแม่ของผู้อ่านทุกท่าน และผู้อ่านที่เป็นแม่ด้วยนะฮะ
.



.

.......................................................................


79
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1983373561683909&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
20 สิงหาคม 2018
 ·
#ประดิดประดอย #เด็กบ้านสวน #ysbcenter ผู้ให้การสนับสนุน

สมัยนี้ไม่ทราบว่ามีการเรียนวิชานี้หรือไม่ แต่สมัยผมมีการเรียนวิชาที่ชื่อ‘การงานพื้นฐานอาชีพ’ ซึ่งก็จะคู่กับวิชา ‘สร้างเสริมลักษณะนิสัย’ ครับ

หลักๆของวิชานี้ก็คือ การประดิดประดอยสิ่งของ จากของเหลือใช้ต่างๆ และงานบ้านเบื้องต้นบางอย่างนั่นแหละฮะ

ทุกท่านคงจำการเย็บผ้าครั้งแรกๆได้ เรามักเริ่มด้วยการเนา และเย็บด้นกัน การเนาก็คือการเย็บให้เป็นแนวคร่าวๆไว้ก่อนส่วนการด้นก็จะเย็บไปข้างหน้าทีย้อนมารูเข็มเดิมทีนึง ไล่ไปจนเป็นแนวแข็งแรงขึ้น สำหรับเย็บริมผ้า หรือตะเข็บนั่นแหละฮะ

การสานทางมะพร้าวและสิ่งของจากใบตอง ทั้งปลาตะเพียนจากทางมะพร้าว ซึ่งตัวผมเองก็ลืมไปแล้วน่ะครับ กระทงใบตองและกรวยบายศรีนี่เด็กสมัยนั้นต้องได้ทำกันแทบจะทุกคน

มาถึงของกินถ้าอาจมีหัดทำขนมง่ายๆบ้าง แต่ง่ายสุดคงต้องเป็นการทำไข่เค็มนั่นแหละฮะ อุปกรณ์ก็หาง่ายๆ ทั้งไข่เป็ดสมัยนั้นก็ราคาถูกกว่าไข่ไก่ เกลือ น้ำเปล่าและขวดโหลเท่านั้น

อุบะ ซึ่งทำจากดอกไม้หอมๆเรามักใช้ดอกรัก เอามาร้อยด้ายผูกสานเป็นรูปร่างตาข่าย ผูกปลายด้วยดอกจำปาหรือจำปี ก็จะออกมาเป็นอุบะแบบง่ายๆใช้แขวนบนคานประตู หรือหน้าต่าง ให้ลมพัดเอากลิ่นหอมเข้ามาในห้อง ผมไม่เคยทำออกมาได้ดีหรอกครับ อันนี้ขอยอมแพ้

ส่วนในภาพใหญ่ เป็นงานประดิษฐ์ที่ง่ายที่สุดสำหรับเด็กผู้ชายทำส่งครู ก็คือกระบอกใส่ของที่ทำจากไม้ไอติมแหละฮะ เมื่อก่อนไม้ไอติมหาง่ายมาก ทั้งจากกินเอง ขอร้านชำ หรือแม้แต่ตามถนน เก็บมาล้างๆเข้า เอามาทากาวหรือแป้งเปียก แปะวางสลับไปมาเหมือนกระถางกล้วยไม้แหละฮะ ให้สูงพอที่จะใส่ดินสอปากกาได้ แค่นั้นเราก็รอดแล้วจากงานส่งครูช่วงปิดเทอมหน้าร้อน

แต่มีอยู่อันที่ผมคิดถึงและไม่เห็นมานานนมแล้ว ก็คือ ‘มู่ลี่จากหลอดกาแฟ’ ครับ

เริ่มเลยเราก็เอาหลอดกาแฟมาตัดเป็นท่อนๆแล้วเราก็ตัดปลายออกด้วยกรรไกรเป็นสี่แฉก

หลังจากนั้นเราจะดัดปลายที่ตัดด้วยกรรไกร จนมันม้วนงอเหมือนกลีบดอกไม้ครับ

แล้วเราก็เอามาร้อยต่อๆกันเป็นเส้น โดยด้านปลายเราจะใส่ลูกปัดพลาสติดสีสดใสไปก่อน แล้วตามด้วยท่อนหลอดกาแฟที่ดัดแล้ว

ทำหลายๆเส้น แล้วเอามาผูกกับไม้คาน เราก็จะได้มู่ลี่สีสวยๆทำง่ายๆมาติดหน้าต่างประตูเล่นกันน่ะฮะ

นอกจากการเล่นแบบมะเทิ่งจากของเล่นโลว์เทค เด็กสมัยผมก็หมดเวลาไปกับอะไรใกล้ตัวเหล่านี้แหละฮะ

ท่านผู้อ่านเคยกันบ้างหรือเปล่า ลองชวนคุณหนูๆที่บ้านทำอะไรเล่นอย่างนี้ก็เพลินดีนะฮะ ทำได้บ้าง ทำเสียบ้าง เพื่อพวกเราจะได้ใช้เวลาให้ห่างออกมาจากเทคโนโลยีและโทรศัพท์มือถือบ้างน่ะฮะ
.



.

.......................................................................


80
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1999531660068099&set=pb.100044603491726.-2207520000

เด็กบ้านสวน
31 สิงหาคม 2018
 ·
#เมนูมิชลิน #เด็กบ้านสวน #ysbcenter ผู้ให้การสนับสนุน

ท่านผู้อ่านคงรู้จักร้านอาหารที่ได้ดาวมิชลินนะฮะ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีข่าวสารรวดเร็ว การเดินทางระหว่างประเทศกลายเป็นอะไรที่สะดวกและง่ายไปหมดแล้ว

การเผยแพร่ รีวิวร้านอาหารมีมากมายในโลกโซเชียล แม้แต่ในเมืองไทยเรา มิชลินยังตามมาให้ดาวเพื่อเป็นการการันตีร้านอาหารกับเค้าด้วย

ผมได้เห็นเหล่าผู้คนเข้าไปยืนออ รอคิว จับกลุ่มกันตามหน้าร้านที่ได้รับการรีวิวมากมาย จนแน่นขนัดลงมายืนบนท้องถนนกันเลยทีเดียว

แน่นอนว่าร้านเหล่านั้นย่อมมีอาหารอร่อยในระดับนึงตามคำร่ำลือ

แต่มีความอร่อยอย่างนึง ที่ผมเชื่อว่ามีเพียงเราเท่านั้นที่จะการันตีได้เอง

คุณผู้อ่านเคยมั้ยฮะ ที่กินอาหารบางเมนู แล้วความทรงจำทุกอย่างของชีวิตผุดมาต่อหน้า

ความทรงจำถึงคนที่รักและรักเรา ความทรงจำของเหตุการณ์ในวินาทีนั้นที่ราจดจำไปตลอดชีวิต

ทุกอย่างเหล่านี้ผุดออกมาจากอาหารง่ายๆ เมนูพื้นๆ อาหารราคาถูกที่ตอนนั้นเราสามารถหากินได้เพียงแค่นั้น

สำหรับผม เมนูมิชลินของผมคือ ข้าวคลุกปลาทู หรือไข่เจียว ฝีมือ พ่อหรือแม่คลุกให้กินพร้อมเหยาะน้ำปลาให้พอหอมนั่นแหละฮะ

ผมกินอาหารจานง่ายๆนี้ทีไร ภาพของเพิงบ้านเล็กๆในสวนของเรา ภาพของแม่ยืนหน้าเตา พ่อใช้มือหรือส้อมขยี้ปลาทูหรือไข่เจียวจนละเอียดปนไปกับเม็ดข้าว จะผุดขึ้นมาทุกครั้ง

ยิ่งปัจจุบันเห็นท่านชราภาพลงเท่าไหร่ ภาพนี้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นทุกที จนบางครั้งผมก็มีน้ำตาเอ่อขึ้นมาเลยทีเดียว

จำได้ว่าวันนั้นพ่อจะพาไปเที่ยวงานวัดเขมาฯ พี่สาวไปอยู่ที่โรงเรียนแล้วเพราะต้องไปแสดงการรำกับเพื่อนๆที่เวทีข้างเจดีย์วัดเขมาฯ ซึ่งโรงเรียนทุกโรงเรียนในตัวเมืองจะมีการแสดงวนกันไปทุกโรง

เย็นวันนั้นก่อนออกจากบ้านเพื่อประหยัดเงินไม่ต้องไปซื้อของกินในงาน พ่อก็ฉีกปลาทูทอดตัวเล็กๆที่ขายกัน 3 เข่ง 10 บาท สมัยนั้น คลุกกับข้าวสวยในกาละมังพร้อมเหยาะน้ำปลา 2-3 หยดให้ได้รสชาติ

ด้วยความดีใจที่จะได้ไปเที่ยวด้วย วันนั้นผมกินข้าวคลุกปลาทูฝีมือพ่อไปถึง 3-4 จานเลยทีเดียว

และข้าวคลุกปลาทู หรือ ไข่เจียว ก็เป็นอาหารประจำตัวผมที่พ่อกับแม่จะทำให้กินเสมอ สมัยอยู่บ้านสวน

ตอนนั้นไม่คิดอะไรมาก พอโตมาถึงกลางคน เห็นท่านแก่ลงทุกวันๆเราถึงตระหนักว่า อาหารง่ายๆที่เราพอมีเงินซื้อกินตอนนั้น ที่พ่อแม่ทำให้ นอกจากวัตถุดิบทั้งหลาย สิ่งปรุงรสสำคัญที่สุดก็คือ ‘ความรัก’

ที่เราหาไม่ได้จากร้านอาหารดังแค่ไหน หรูหราแค่ไหนก็ตาม

มันไม่ใช่ความเอร็ดอร่อยที่ปากหรือลิ้น แต่มันอร่อยจนเอ่อท้นอยู่ในใจ

ท่านผู้อ่านคงมี เมนูมิชลิน ที่ให้ความอร่อยทางใจอยู่เหมือนกันนะฮะ อย่างน้อยก็คงมีสักเมนูแหละ ที่กินเข้าไปเพียงคำแรก ชีวิตในวัยเยาว์ คนที่รักเราและเรารักที่สุด จะแวบเข้ามาในความทรงจำอย่างชัดเจน
.



.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.074 seconds with 16 queries.