Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
10 September 2026, 01:09:08

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,088 Posts in 15,338 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  บุคคลต้นแบบ  |  บุคคลตัวอย่าง (Moderator: Smile Siam)  |  “ไม้ เมืองเดิม” ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: “ไม้ เมืองเดิม” ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา  (Read 131 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« on: 26 August 2026, 20:16:06 »

“ไม้ เมืองเดิม” ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา


เจาะเวลาหาอดีต
 ·

 ·

“ไม้ เมืองเดิม” ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา
(๒๔๔๘–๒๔๘๕)

ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา นักเขียนนวนิยายลูกทุ่ง เจ้าของนามปากกา “ไม้ เมืองเดิม” ผลงานที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ “แผลเก่า” และ “ขุนศึก” เป็นผู้นำการใช้ภาษาลีลาลูกทุ่งมาใช้ในการเขียนนวนิยายแนวนี้

กำเนิด

เกิดเมื่อวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๔๘ ที่ตำบลวัดมหรรณพ์ กรุงเทพฯ เป็นบุตรคนที่ ๓ ในจำนวน ๕ คนของ ม.ล.ปลี และ ม.ล.แสง พึ่งบุญ

การศึกษา

เริ่มเรียนหนังสือครั้งแรกที่โรงเรียนประถมวัดมหรรณพาราม แล้วได้ไปศึกษาต่อที่โรงเรียนมัธยมวัดราชบพิธ ภายหลังไปจบการศึกษาที่โรงเรียนมัธยมวัดบวรนิเวศ

ประวัติการงาน

เริ่มเข้ารับราชการอยู่ในสังกัดกรมบัญชาการมหาดเล็ก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๕

ต่อมาอีก ๓-๔ ปี บิดาถึงแก่กรรม ครอบครัวย้ายไปเช่าห้องแถวอยู่ใกล้ๆ วัดสระเกศ จึงได้ลาออกจากราชการเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๙ เพื่อจะทำงานส่วนตัว
แต่มิได้เป็นไปตามที่คาดหวัง กลายเป็นคนว่างงาน จึงได้เที่ยวเตร่อย่างอิสรเสรี โดยเฉพาะในท้องถิ่นชนบทห่างไกล คบเพื่อนฝูงมากและเริ่มดื่มสุราจนติดเป็นนิสัย

เมื่อเร่ร่อนอยู่ราว ๙ ปีเศษได้กลับไปใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ อีกครั้งหนึ่ง มีครอบครัวอยู่แถวๆ หลานหลวง ประกอบด้วยมารดาตนเอง ภรรยาชื่อเติม กับลูกสาวคนหนึ่งชื่อศรีสุภรณ์

และเนื่องจากเคยเป็นนักอ่านหนังสือมามาก ปลายปี พ.ศ. ๒๔๗๘ จึงได้เริ่มต้นชีวิตนักประพันธ์ โดยนำเอาประสบการณ์ชีวิตของตัวเองมาเขียนเรื่อง “เรือโยงเหนือ”

แต่ไม่มีสำนักพิมพ์ใดสนใจจะพิมพ์ให้

ด้วยใจรักจึงอุตสาหะเขียนเรื่อง “ห้องเช่าเบอร์ ๑๓” ขึ้นมาอีก ซึ่งก็ได้รับการปฏิเสธจากผู้พิมพ์จำหน่ายอีก สร้างความสะเทือนใจจนแทบจะเลิกเป็นนักเขียน

เหม เวชกร ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทเกิดความสงสาร และอยากให้เพื่อนเป็นนักประพันธ์อาชีพบ้าง จึงลาออกจากสำนักพิมพ์ “เพลินจิตต์” มาตั้งสำนักพิมพ์ของตนเองออกหนังสือเป็นรายวันใช้ชื่อหนังสือว่า “คณะเหม”

โดย เหม เวชกร เป็นบรรณาธิการ และรวบรวมพรรคพวกมาร่วมงาน เช่น โพยม บุณยศาสตร์ (พาณี) เป็นผู้จัดหน้า จัดรูปเล่ม และหาแจ้งความโฆษณา
กิ่ง พึ่งบุญ ณ อยุธยา น้องชายคนเล็กของก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา ทำหน้าที่พิสูจน์อักษร ซึ่งภายหลังได้เป็นนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งใช้นามปากกาว่า “สุมทุม บุญเกื้อ”

ส่วนก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นนักเขียนประจำสำนักงาน และได้เขียนเรื่อง “ชาววัง” ให้แก่สำนักพิมพ์ใหม่นี้ ใช้นามปากกาว่า “กฤษณะ พึ่งบุญ”

แต่เมื่อ “ชาววัง” พิมพ์จำหน่ายปรากฏว่าเกิดปฏิกิริยาไม่พอใจจากผู้อ่านสตรีเป็นอันมากที่เสนอข้อเท็จจริงตรงไปตรงมาจนเข้าทำนองเสียดสี ทำให้ภาพลักษณ์ของสตรีไทยโดยเฉพาะชาววังเสียหาย

แต่ เหม เวชกร ก็ยังปลอบโยนให้อยู่ในคณะต่อไป

และในระยะที่กำลังอยู่ในช่วงแสวงหาแนวทางการเขียนใหม่ๆ อยู่นั้น ได้มีผู้ตั้งโครงเรื่องให้แล้ววาน ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา เป็นผู้เขียน โดยใช้นามปากกาเจ้าของเรื่องเดิมคือ “ฮ.ไพรวัลย์”

ปรากฏว่าเรื่องนั้นมีผู้อ่านพอใจมาก

ต่อมา เหม เวชกร ได้ขอให้ ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา ลองวางแนวการเขียนเรื่องทำนองฝากสถานที่ดูบ้าง และได้ยกเอาเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งเขียนโดยมีสถานที่จริงอยู่มาเปรียบเทียบให้ฟัง

ดังที่ เหม เวชกร ได้เขียนเล่า “จากย่ามแห่งความทรงจำ” ไว้ใน “ฟ้าเมืองไทย” ฉบับปฐมฤกษ์ ตอนหนึ่งว่า

...พอดีเวลานั้นจวนค่ำแล้ว ตาผมเหลือบไปเห็นชายทุ่งไกลโพ้น มีกระต๊อบเล็กๆ จุดตะเกียงมีแสงริบหรี่ ผมจึงชี้ให้เขาดูและพูดว่า เอ็งลองคิดดูซิว่า กระต๊อบเล็กๆ ไฟริบหรี่มันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างในที่นั้น นายก้านเหมือนสะกิดใจมองดูภาพนั้นอย่างใช้ความคิด ในครู่นั้นเองเขาคงได้ความคิดขึ้นมาแล้วตบขาตนเองฉาดใหญ่แล้วร้องไห้ขึ้นมาเฉยๆ และพูดทั้งร้องไห้ “กูไม่ตายแล้วมึงเอ๋ย มึงเป็นเพื่อนแท้ของกูที่ไม่ทิ้งกู กูได้ทางจะตอบแทนมึงแล้ว กูไม่ต้องเข้าป่า” ผมมองเขาอย่างตื้นตันและอดจะน้ำตาไหลไปด้วยไม่ได้ “เพื่อนเอ๋ย ข้าขอเวลาสองวันจะสร้างเรื่องใหม่ให้เอ็งตรวจรับรองว่าเอ็งจะต้องชอบใจ”

หลังจากนั้นจึงเกิดนวนิยายเรื่อง “แผลเก่า” เป็นเรื่องราวชีวิตลูกทุ่งที่แหวกแนวไปจากเดิม

พร้อมกับตั้งนามปากกาใหม่ว่า “ไม้ เมืองเดิม” โดย “ไม้” ได้มาจาก “ก้าน” และ “เมืองเดิม”ได้มาจากนามสกุล “ณ อยุธยา”

เมื่อ เหม เวชกร ได้ตรวจดูแล้วยังไม่กล้าตัดสินใจพิมพ์ทันที เพราะเกรงจะได้รับปฏิกิริยาตอบโต้ดังที่เคยประสบมาแล้ว

ภายหลังเกิดขาดแคลนเรื่องที่จะลงพิมพ์ในหนังสือ “คณะเหม” จึงลองเสี่ยงพิมพ์จำหน่ายครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙

ปรากฏว่าผู้อ่านให้ความสนใจอย่างแพร่หลาย

ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา จึงมีกำลังใจเขียนเรื่องสั้นและนวนิยายในนามปากกา “ไม้ เมืองเดิม” ออกมาอีกเป็นจำนวนมาก

สามารถนำเรื่องราวชีวิตของคนชนบท มาเสนอด้วยภาษาและสำนวนแบบนักเลงบ้านนอกได้อย่างเข้มข้น และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้สร้างสรรค์วรรณกรรม “ลูกทุ่ง” ได้อย่างยอดเยี่ยม

หลายเรื่องเป็นนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะ “ขุนศึก” นับเป็นผลงานชิ้นเอกและมีขนาดยาวมากที่สุดในยุคนั้น

รวมระยะเวลาทำงานประพันธ์จริงจังราว ๖-๗ ปี มีผลงานทั้งสิ้นประมาณ ๔๐ เรื่อง

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ ๒ เหตุการณ์ผันผวนของชีวิตทำให้ ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา ต้องเร่ร่อนขึ้นไปทำงานประจำกองทางที่เชียงใหม่ พร้อมกับสร้างงานประพันธ์ไปด้วย

แต่เนื่องจากดื่มสุราหนักจนเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง ถ่ายอุจจาระออกมาเป็นโลหิต มือสั่นจนเขียนหนังสือไม่ได้

ต้องใช้ด้ายดิบพันมือให้แน่นเสียก่อนที่จะเขียนหนังสือ

โดยขณะนั้นเขียนเรื่อง “ขุนศึก” ส่งให้สำนักพิมพ์ “เพลินจิตต์” ที่กรุงเทพฯ

จนในที่สุดโรคพิษสุราเรื้อรังกำเริบหนัก และถึงแก่กรรมในบ้านห้องแถวแคบๆ เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๕ ขณะที่มีอายุเพียง ๓๗ ปีเท่านั้น
และได้มีพิธีฌาปนกิจศพ ณ เมรุวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๕

แต่ผลงานและชื่อเสียงของ “ไม้ เมืองเดิม” โด่งดังเรื่อยมาจนปัจจุบัน


นามปากกา

กฤษณะ พึ่งบุญ, ไม้ เมืองเดิม

ผลงาน

นวนิยาย :

แผลเก่า      แสนแสบ      หมื่นซ่อง      ล้างบาง        หงสาพ่าย
เกวียนหัก      สำเภาล่ม      เสือบาง      บางระจัน      สาวชะโงก
บึงขุนสร้าง   คุ้งเผาถ่าน   แม่หม้าย      ข้าเก่า      สินในน้ำ
สองศึก      เสือทุ่ง      นางถ้ำ      รอยไพร      โป๊ะล่ม
นางห้าม      บ้านนอกเข้ากรุง   ข้าหลวงเดิม   อ้ายขุนทอง   ศึกกระทุ่มลาย
หนามยอกเอาหนามบ่ง      เรือเพลง-เรือเร่   กระท่อมปลายนา
ทหารเอกพระบัณฑูร         ขุนศึก ฯลฯ

จากหนังสือ ๑๐๐ นักประพันธ์ไทย

ภาพประกอบ : ภาพ “ไม้ เมืองเดิม” ฝีมือของ นายอุกฤษณ์ ทองระอา

ภาพประกอบ : ภาพ “ไม้ เมืองเดิม” ฝีมือของ “ครูเหม เวชกร”

.





.


ที่มา : “ไม้ เมืองเดิม” ก้าน พึ่งบุญ ณ อยุธยา
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02MVp5jgF2Wm6ov6GKJeKuPk2zgkhYDXW1pBhxL2JurxXiCeWYB4iNNCcurapC7jVml&id=100044739000097

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #1 on: 26 August 2026, 20:16:59 »















Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.036 seconds with 17 queries.