Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
10 September 2026, 01:23:05

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,088 Posts in 15,338 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  หมวดหมู่ทั่วไป  |  ศาลาพักใจ  |  รายการโทรทัศน์ที่น่าดูมาก  |  เรื่องย่อละคร เมียแต่ง (thairath.co.th)
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: เรื่องย่อละคร เมียแต่ง (thairath.co.th)  (Read 125 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« on: 20 August 2026, 11:10:17 »

เรื่องย่อละคร เมียแต่ง (thairath.co.th)


เมียแต่ง



.

https://www.thairath.co.th/novel/TheWife/ep1/page1

เมียแต่ง ตอนที่ 1

“ผมไม่แต่งงาน เด็ดขาด” เสียงคงไคยทายาทเพียงคนเดียวของคุณหญิงภวัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของพีวีเรียลเอทสเตทดังออกมาจากคฤหาสน์ภัครดีบริรักษ์

“แม่ไม่ใช่เพื่อนเล่นนะคงไทย คิดดูดีๆ ว่าแกมีสิทธิ์พูดคำนี้กับแม่ด้วยเหรอ” ภวันเสียงเข้ม ข้างกายมีทองถมทนายประจำตระกูลยืนเป็นกองหนุน

คงไคยเห็นแม่เอาจริงก็เสียงอ่อนอ้างว่า ปรุงฉัตรนางแบบที่ตนติดพันกำลังรุ่ง และเขากับเธอก็ยังไม่พร้อมจะมีครอบครัว ภวันสวนทันควันว่า ผู้หญิงที่จะแต่งงานกับคงไคยต้องไม่ใช่ปรุงฉัตร เพราะเธอต้องการให้ลูกมีเมียดีๆ ไม่ใช่ เหยื่อตกปลา

ส่วนปรุงฉัตรที่ถูกกล่าวถึงก็กำลังถ่ายแฟชั่นชุดเซ็กซี่พร้อมโพสท่าอย่างร้อนแรงเกินร้อย จนวายุช่างภาพหนุ่มต้องปราม เพราะมันเกินงาม สไตล์ลิสต์เข้ามาตีปากวายุเบาๆ เพราะกลัวปรุงฉัตรโกรธแล้วไม่ยอมถ่ายงานให้ เธอหันมามองวายุอย่างไม่ชอบใจนัก ก่อนลุกเดินไปหาซาซ่ากะเทย เพื่อนซี้ สั่งให้เอาโทรศัพท์มาให้เพราะจะคุยกับคงไคย ซาซ่า ร้องห้ามกลัวเสียงาน แต่ปรุงฉัตรไม่สน เธอรับโทรศัพท์มากดหาคงไคย แต่เขาไม่รับสาย จึงกดหาแต๋วแหววคนใช้บ้านภวันแทน

แต๋วแหววออกมาสืบข่าวให้ปรุงฉัตร ได้ยินภวันบอกกับคงไคยว่า จะให้เขาแต่งงานก็ตาวาวรีบเดินเลี่ยงออกไป ในขณะที่คงไคยยังยืนยันคำตอบเดิมว่า จะไม่ยอมแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่เลือกให้เด็ดขาด แล้วเดินหนี  ภวันหนักใจ

หันมาสบตากับทองถม ทองถมรู้หน้าที่หันไปหยิบโทรศัพท์คงไคยเดินตามออกไป

แต๋วแหววมาหลบมุมจะโทร.หาปรุงฉัตร แต่คงไคย เดินหัวเสียออกมาจากห้องรับแขกผ่านมา แต๋วแหววรีบเก็บอาการ รอจนคงไคยเดินผ่านไปแล้วจึงโทร.รายงานปรุงฉัตรเรื่องภวันจะให้คงไคยแต่งงาน

“คุณคงไคยแต่งงานแล้วเกี่ยวอะไรกับแม่ อีกแล้วนะแม่ รู้ใช่ไหมว่าทำแบบนี้มันไม่โอเค” ตุ๊ดตู่เข้ามาทัก

“อะไรไม่โอเคเหรอตุ๊ดตู่” ทองถมตามออกมา

แต๋วแหววปิดปากตุ๊ดตู่ไว้ ทองถมเดาไว้ว่าแต๋วแหววโทร.หาใครจึงแกล้งพูดดังๆ “ได้ยินหมดแล้วสินะแต๋วแหวว คุณคงไคยกำลังจะแต่งงานกับคนที่เหมาะสมกับเขาที่สุด”

ปรุงฉัตรได้ยินทุกถ้อยคำ เธอมั่นใจมากๆว่า ตัวเอง

จึงกดวางสายแล้วหันไปอ้อนสไตล์ลิสต์

“พี่ขา วันนี้เราพอแค่นี้ก่อนได้ไหมคะ ปรุงมีธุระ” ปรุงฉัตรไม่รอฟังคำตอบ เดินฉับๆออกไป

“ไหวไหมนังปรุง อย่ามาทำบีซี่ชะนีไม่ว่าง ธุระอะไรมิทราบ” ซาซ่าเข้าประกบ

“ก็ธุระเตรียมตัวให้พร้อม เพราะมีคนมาขอแต่งงานไง” ปรุงฉัตรฝันหวาน

ขณะที่ทองถมเดินตามคงไคยมาที่รถ คงไคยรีบดักคอเข้าใจว่า ทองถมคงมาพูดเรื่องแต่งงานอีก แต่ทองถมกลับยื่นโทรศัพท์ให้ “คุณลืมโทรศัพท์ครับรู้สึกจะมีมิสคอลแต่ผมไม่รู้ว่าใครโทร.มา เพราะไม่ได้ดู”

“มีเรื่องที่กุนซือใหญ่อย่างคุณทองถมไม่รู้ด้วยเหรอ ใช่สิเดี๋ยวนี้ผมคิดยังไงคุณยังไม่รู้เลย” คงไคยทำงอนแต่ยังยืนกรานจะไม่ยอมแต่งงานเด็ดขาด

“ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจ ถ้าคุณมีสิทธิ์เลือกก็ดีสิครับ” ทองถมสรุปตามสไตล์

คงไคยฉุนเถียงไม่ออก เลยเดินหนีขึ้นรถ

“หวังว่าคงจะไม่งอนจนลืมว่าพรุ่งนี้มีประชุมบอร์ดที่พีวีอินเตอร์คอนเวนชั่นช่วงบ่าย และงานเลี้ยงขอบคุณช่วงค่ำนะครับ ผมเตรียมตั๋วเครื่องบินให้แล้ว ไฟลต์เดียวกับคุณหญิง ท่านพรุ่งนี้เช้า” ทองถมย้ำ

“ผมให้เลขาฯเปลี่ยนเป็นไฟลต์ค่ำนี้แล้ว” คงไคยยิ้มอย่างเป็นต่อ แล้วขับรถออกไป

ทองถมถอนใจเดินกลับมาหาภวัน รับคำสั่งให้เตรียมงานแต่งให้พร้อม เพราะมั่นใจว่าคงไคยไม่กล้าขัดใจเธอแน่ ทองถมฟ้องเรื่องคงไคยเปลี่ยนไฟลต์ไปภูเก็ตเป็นตอนค่ำอ้างว่ามีธุระ

“ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าธุระกับใคร ไม่เป็นไร ให้สั่งลากันซะให้พอ คุณทองถมช่วยเตรียมรถให้ด้วยนะ” ภวันลุกขึ้นไปเตรียมตัว ทองถมรับคำสั่งเดาไว้ว่าภวันจะไปไหน

ooooooo

ทองถมพาภวันมาหาอรุณกับประไพที่บ้าน เพราะทั้งสามเป็นเพื่อนรักที่รู้ใจกันเสมอ ประไพยกสละลอยแก้วฝีมืออรุณประไพมาเสิร์ฟ ภวันชื่นชมพลางขอคำตอบ เรื่องที่เธอสู่ขออรุณประไพให้กับคงไคย

“วันถามจริงๆเถอะนะ ทำไมต้องเป็นยายไพด้วย” อรุณข้องใจ

“ฉันเชื่อคำโบราณน่ะอรุณ โบราณว่าดูช้างให้ดูที่หาง ดูนางให้ดูที่แม่” ภวันมองประไพอย่างชื่นชม

“แต่เพื่อนมองเห็นฉันเป็นแม่หรือเป็นช้างกันแน่จ๊ะ” ประไพล้อ

ภวันระเบิดหัวเราะออกมา ทองถมมองเจ้านายพลอยมีความสุขไป ประไพกุมมือภวันขอร้องให้พักบ้าง เพราะรู้ว่าภวันป่วยเป็นโรคร้าย ภวันยืนยันว่ายังไหวแต่ไม่รู้ว่าจะไหว อีกนานแค่ไหน

“พวกนั้นยังตามราวีเธอไม่เลิกเหรอ” ประไพนึกห่วง

ภวันพยักหน้ารับพลางเอ่ย “คมสันเอาชีวิตปกป้องฉันกับคงไคยไว้ เขาอยากให้คงไคยได้ดูแลทุกสิ่งทุกอย่างที่เขากับฉันสร้างให้ลูก แต่ถ้าไม่มีฉัน ชีวิตคงไคยก็คง”

“เธอคิดว่าพวกนั้นจะเก็บคงไคย”

“การตายของคมสันมันบอกจุดประสงค์พวกนั้น และพวกมันคงไม่หยุดจนกว่าจะได้ในสิ่งที่พวกมันต้องการ ฉันมองไม่เห็นใครแล้วนะประไพ ตอนนี้มีแค่หนูไพเท่านั้นที่จะดูแลคงไคยได้”

“แต่การแต่งงานจะกันคงไคยออกจากพวกนั้นได้จริงเหรอ”

“ฉันไม่ได้คิดใช้หนูไพเป็นหนังหน้าไฟนะ แต่ฉันเชื่อว่าหนูไพจะเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมที่จะอยู่เคียงข้างคงไคยเธอสองคนเคยช่วยชีวิตฉันกับลูกมาแล้วครั้งหนึ่งช่วยฉันอีกสักครั้งได้ไหม”

“พูดอะไรแบบนั้นวัน ตอนที่ฉันเป็นโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ถ้าเธอไม่ช่วยฉัน ฉันก็คงไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้ ฉันเองก็เป็นหนี้ชีวิตเธอ” ประไพกับภวันมองหน้ากัน รู้ว่าสายใยแห่งความเป็นเพื่อนและบุญคุณไม่สามารถวางเฉยหากอีกฝ่ายเดือดร้อนได้

“เราสองคนก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรหรอกนะวัน แต่ปลูกเรือนก็ต้องตามใจผู้อยู่” อรุณออกตัว

“ฉันเข้าใจ แต่ฉันไม่ไว้ใจใครแล้วนอกจากพวกเธอ แล้วหนูไพล่ะว่าไงบ้าง”

“รู้เรื่องแล้วล่ะ แต่ก็ยังไม่ทันได้พูดอะไรกัน เขาก็ไปทำงานที่ภูเก็ตตามที่เธอขอ” ประไพตอบ

ภวันยิ้มมีความหวัง เธอหันไปมองรูปถ่ายเก่าๆของทั้งสองครอบครัวที่ถ่ายคู่กันไว้ เห็นคงไคยในวัยเด็กนั่งอยู่บนตักภวันเช่นเดียวกับเด็กหญิงอรุณประไพที่นั่งอยู่บนตักประไพ

วันเวลาผ่านไป เด็กหญิงอรุณประไพในภาพเติบโตเป็นหญิงสาวงดงาม และวันนี้เธอก็ช่วยงานภวันที่ภูเก็ต อรุณประไพบรรจงจัดแต่งอาหารบนโต๊ะเพื่อให้กับธีมของโครงการ “ไข่มุกแห่งอันดามัน” เชฟเคนเข้ามาชื่นชม เพราะถ้าไม่ได้อรุณประไพมาช่วยอาหารที่เขาก็คงไม่ดูดีขนาดนี้

“ธีมของงานก็เน้นให้เข้าถึงธรรมชาติอยู่แล้ว ไพก็ได้ไอเดียจากธีมของงานนี่ล่ะค่ะ” อรุณประไพออกตัว

“สวยอย่างที่ธรรมชาติสรรค์สร้างใช่ไหม สมเป็นฟู้ดสไตล์ลิสต์ระดับชาติจริงๆ”

“แต่หัวใจสำคัญก็คือรสชาติของอาหาร ถ้าไม่ใช่ฝีมือเชฟหนึ่งในห้าของเอเชียอย่างเชฟเคน ความสวยงามก็ไม่มีความหมาย”

“เอ้า ยอกันไปยอกันมาแบบนี้ สงสัยวันนี้เราสองคนไม่ต้องกินข้าวกันแล้วล่ะ” เชพเคนล้อแล้วซักต่อ “ฟู้ดสไตล์ลิสต์ระดับชาติแถมคิวทองอย่างไพ ไม่รู้ว่าคุณหญิงภวันท่าน

ร่ายมนตร์อะไร ถึงได้ตัวไพมาร่วมงาน ไปรู้จักกันตอนไหนครับ”

อรุณประไพอ้ำอึ้ง ยังไม่ทันตอบ ภวันกับทองถมเข้ามา ภวันหยิบดอกไม้ที่อรุณประไพแกะสลักขึ้นมาดูอย่างชื่นชมแล้วส่งให้ทองถมพลางเอ่ย “คุณคิดว่าคนที่จะบรรจงแกะสลักได้ละเอียดทุกกลีบขนาดนี้ จะเป็นคนที่ใจเย็นและหนักแน่นขนาดไหน สงสัยคงต้องให้หนูอรุณประไพแกะสลักคงไคยให้สวยงามกับเขาสักคน”

อรุณประไพยิ้มถ่อมตัวรับคำชม เชฟเคนงงถามภวันว่า จะให้คงไคยเรียนแกะสลักหรือ

“เชฟครับ ผมมีเรื่องงานจะปรึกษา เชิญทางโน้นหน่อยได้ไหมครับ ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจ” ทองถมพาเชฟเคนออกไป

ส่วนอรุณประไพก็พาภวันกันเดินชมรอบๆห้องจัดเลี้ยงพร้อมรายงานผลการทำงานในส่วนจัดเลี้ยงที่เธอรับผิดชอบ ภวันพอใจในความคล่องแคล่วขันแข็งของอรุณ– ประไพ เธอเอ่ยถามหญิงสาวว่า ได้เจอคงไคยหรือยัง อรุณประไพไม่ทันได้ตอบ ก็หันไปเห็นณรงค์เดินคุยกับโปรดิวเซอร์ที่คุมอีเวนต์บนเวที เธอเข้าใจว่าเขาคือคงไคยก็นึกชื่นชม แต่เนื้อทิพย์กับประกอบเดินเข้ามาพอดี

เนื้อทิพย์ต่อว่าภวันที่ปล่อยให้ณรงค์ลูกชายของเธอทำงานเพียงคนเดียว ทั้งๆที่คงไคยเป็นประธานดูแลโครงการนี้ ภวันเครียด อรุณประไพสังเกตเห็น รีบเปลี่ยนเรื่องยกถาดน้ำตะไคร้เข้ามาให้ทุกคนดื่มเป็นเวลคัมดริ๊งก์ เนื้อทิพย์มองอรุณประไพด้วยสายตาเหยียดหยาม ภวันสังเกตเห็นรีบแนะนำ

“นี่คุณอรุณประไพฟู้ดสไตลิสต์ระดับประเทศ ฉันฉกตัวมาช่วยงานของเรา”

“ขอบคุณมากนะหนู ฝีมือการตกแต่งทั้งหมดของหนูใช่ไหม” ประกอบแสดงมารยาทตามเกม

“ไพแค่วาดคอนเซปต์ ที่เหลือน้องๆของเชฟเคนเป็นคนจัดการ” ประไพยิ้มรับ

ทุกคนมองอรุณประไพอย่างชื่นชม ยกเว้นเนื้อทิพย์

ณรงค์ขอตัวไปเตรียมตัวประชุมในตอนบ่าย เขาส่งยิ้มให้อรุณประไพอย่างเป็นมิตรแล้วเดินออกไป ประกอบกับเนื้อทิพย์ตามลูกชายออกไปด้วย

อรุณประไพหันมามองภวัน ภวันจึงบอกว่า นั่นไม่ใช่คงไคย อรุณประไพนิ่วหน้าอยากรู้ว่าตอนนี้พ่อตัวแสบของภวันอยู่ที่ไหน

ooooooo

คงไคยตามมาเฝ้าปรุงฉัตรถ่ายแบบชุดว่ายน้ำอยู่บนเรือยอชต์ มีวายุเป็นช่างภาพ เขาชักหึงที่เห็นวายุจ้องปรุงฉัตรตาเป็นมัน เพราะเธอโพสได้เซ็กซี่เหลือเกิน เมื่อถ่ายชุดแรกเสร็จ คงไคยก็รีบนำเสื้อคลุมมาสวมทับบนตัวปรุงฉัตรทันที ปรุงฉัตรอมยิ้มรู้ว่าคงไคยหึง เธอแกล้งถามเขา เรื่องประชุมบอร์ด

“คุณก็รู้ว่าเรื่องเล็กๆแค่นั้นไม่ต้องถึงมือผม” คงไคยไม่มีท่าทีวิตกอะไร เพราะรู้ว่าณรงค์ทำหน้าที่แทนได้เป็นอย่างดี

ด้านณรงค์เขากำลังรายงานความคืบหน้าของโครงการให้คณะกรรมการฟังด้วยท่าทางสุภาพ ลุ่มลึกน่าเชื่อถือ คณะกรรมการพอใจกับผลการรายงานของณรงค์ ประกอบกับเนื้อทิพย์ ช่วยกันสร้างภาพให้ลูกชายเพราะอยากให้คณะกรรมการเห็นว่าณรงค์มีความสามารถมากกว่าคงไคยที่เป็นประธาน

ภวันเครียดหันมาสบตากับทองถม ทองถมรู้หน้าที่รีบลุกออกไปโทร.ตามคงไคยที่ยังสวีตกับปรุงฉัตรอยู่บนเรือท่ามกลางสายตาทีมงานนับสิบ แต่ไม่มีใครกล้าพูดอะไร เพราะเรือที่ใช้ถ่ายเป็นของคงไคย เมื่อได้โอกาสปรุงฉัตรก็เปรยกับคงไคยว่า วันนี้มีอะไรเซอร์ไพรส์เธอหรือเปล่า เพราะหวังจะให้เขาขอแต่งงาน แต่คงไคยยังไม่ทันตอบทองถมก็โทร.ตามให้กลับไปประชุม

“ไปเถอะค่ะ คุณโดดงานมาหาปรุงแบบนี้ถ้าคุณแม่คุณรู้ ปรุงก็คงโดนสวดยับแน่ คุณก็รู้ว่าท่านไม่ค่อยจะปลื้มปรุงเท่าไหร่ ไว้เจอกันที่งานเลี้ยงนะคะ” ปรุงฉัตรตัดบท

คงไคยยอมทำตาม  เขาเดินออกไปสวนกับวายุที่จะเดิน เข้าไปวัดแสงให้ปรุงฉัตร แต่พอเห็นเธอกำลังเอาไอแพดอัพโหลด รูปของตัวเองกับคงไคยขึ้นพร้อมเขียนข้อความ “แหวว ก่อนสละโสด”  ก็บ่นพึมพำว่า  ทั้งโง่ทั้งเลว  ใครได้เป็นฝาละมีซวยตาย

ปรุงฉัตรได้ยินก็ไม่พอใจหันมาวีนใส่ทีมงานหวังจะแกล้งวายุ แต่กลับโดนวายุสวนกลับอย่างไม่แคร์

ภวันดูนาฬิกาข้อมือ เริ่มหนักใจกลัวคงไคยมาไม่ทันประชุม เนื้อทิพย์เข้ามาเย้ยว่าลูกชายเธอเหมาะจะเป็นผู้ดูแลพีวีเรียลเอสเตทรุ่นต่อไปมากกว่าคงไคย

“เพื่อนรัก ธุรกิจก็คือธุรกิจ ใครชั้นเชิงเหนือกว่าก็ชนะ ก็เท่านั้นเอง”

“ชั้นเชิง รวมทั้งการใช้ลูกสาวเป็นเครื่องมือ ไม่สำเร็จหรอก ลูกชายฉันแยกได้ว่าอะไรคือเพชรแท้ อะไรคือเพชรเทียม” ภวันแย้ง

“แล้วป่านนี้ลูกชายเธอมัวแต่ไปแยกเพชรอยู่ที่ไหนล่ะ” เนื้อทิพย์ยิ้มเยาะ

ภวันหันมาทางทองถม ทองถมถอยฉากออกไปตามตัวคงไคย

อรุณประไพลงมาสั่งงานที่หน้าบริษัท แล้วจะขึ้นลิฟต์กลับไปห้องจัดเลี้ยง เธอพบคงไคยเดินควงกิฟท์เข้ามาในลิฟต์ ทั้งสองสวีตใส่กันอย่างไม่แคร์สายตา อรุณประไพทนไม่ไหวต้องกดเปิดลิฟต์ แต่เมื่อประตูลิฟต์เปิดเฟิร์นผู้หญิงอีกคนของคงไคยก็พุ่งเข้ามาตบกิฟท์เพื่อทวงสิทธิ์ผู้มาก่อน กิฟท์ไม่ยอมตบสวน สองสาวตบตีกับอุตลุด อรุณประไพหันไปมองคงไคยคิดว่า เขาควรทำอะไรสักอย่าง

“พอได้แล้ว” คงไคยสั่งห้ามพอเป็นพิธี แต่ไม่มีใครฟัง

ทองถมมาถึงพอดี เขาเข้าห้ามสองสาวอย่างชำนาญจนอรุณประไพทึ่ง แล้วหันไปสั่ง  รปภ. ว่าให้พาทั้งสองไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก กิฟท์กับเฟิร์นหลบตาทองถมอย่างเกรงๆ แล้วตาม รปภ.ออกไป

“คุณไพครับ เชฟเคนตามหาตัวอยู่แน่ะครับ” ทองถมบอกกับอรุณประไพที่ยืนอึ้ง

คงไคยมองหน้าอรุณประไพเข้าใจว่า เธอเป็นผู้ช่วยของเชฟเคน

อรุณประไพรู้เดินออกไปหาเชฟเคน เป็นเวลาเดียวกับที่เนื้อทิพย์พาบรรดานักข่าวมาสัมภาษณ์ณรงค์ในฐานะหัวเรี่ยวหัวแรงของงานนี้ แต่ณรงค์โบ้ยให้นักข่าวไปสัมภาษณ์คงไคยแทนตามแผนของประกอบ เพราะตั้งใจจะฉีกหน้าคงไคยที่ไม่เคยรับรู้อะไรเกี่ยวกับโครงการนี้เลย แต่คงไคยเอาตัวรอดด้วยการดึงตัวอรุณประไพมาช่วย

“โครงการของเราได้อบรมให้พนักงานทุกระดับเข้าใจถึงเป้าประสงค์เป็นอย่างดี” คงไคยเอ่ย

อรุณประไพอึ้งที่ถูกลากเข้ามาเกี่ยวด้วย แต่เธอก็ช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี นักข่าวพากันชื่นชม ทำให้เนื้อทิพย์ไม่พอใจหันมาเล่นงานประกอบ

ด้านคณะกรรมการก็พอใจกับผลงานในครั้งนี้มากจึงเข้ามาชมคงไคยกับภวัน ภวันมองหน้าเนื้อทิพย์ทั้งสองสบตากันอย่างเชือดเฉือน

เมื่อแผนหักหน้าไม่สำเร็จ เนื้อทิพย์ก็ใช้แผนสองดึงปรุงฉัตรเข้ามาช่วย เธอพาปรุงฉัตรในชุดหรูเซ็กซี่มาร่วมงานเลี้ยงในตอนค่ำด้วย ปรุงฉัตรเข้ามากอดทักทายคงไคยและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของโครงการ แต่จู่ๆ เฟิร์นก็เข้ามาเอาแชมเปญราดหัวปรุงฉัตรและจะตบซ้ำ แต่อรุณ–ประไพเข้ามาดึงไว้พร้อมกับพูดเตือนสติ  เฟิร์นทำเหมือนคิดได้จำใจเดินออกไป

“เก่งนะเคลียร์ได้ทุกอย่าง” คงไคยชม

“ก็ผู้ชายอย่างคุณไม่คิดจะแก้ไขอะไรเลย ถามจริงๆ นะคะคุณมีปมด้อยอะไรหรือเปล่า ถึงได้ภูมิใจนักที่เห็นผู้หญิงตบตีกันเพราะคุณ คุณขาดหรือว่าเกินล่ะคะ” อรุณประไพจ้องคงไคยอย่างไม่กลัว

คงไคยโกรธจะเอาเรื่องอรุณประไพ แต่เชฟเคนเข้ามาขวางอ้างว่า ทองถมมีเรื่องจะคุยกับอรุณประไพแล้วพาหญิงสาวออกไปทันที

คงไคยแค้นจะตามไปเอาเรื่อง แต่ปรุงฉัตรเรียกไว้ คงไคยนึกได้เข้ามาดูแลปรุงฉัตร ปรุงฉัตรสวมบทนางเอกที่ถูกรังแกเรียกคะแนนสงสาร จนคงไคยหลุดปากออกมาว่า ตอนนี้เขามีเพียงเธอเท่านั้น

“ปรุงอยากให้ทุกคนรู้ว่าคุณเลือกปรุง ได้ไหมคะ ปรุงเข้าใจค่ะ ปรุงต้องอดทนและรอจนกว่าคุณจะพร้อม จนกว่าคุณจะรู้สึกว่าปรุงคือคนที่เหมาะสม หวังว่ามันคงไม่นานเกินไปนะคะ ปรุงขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ” ปรุงฉัตรทำเป็นน้อยใจออกไป

คงไคยมองตามพลางคิดหนัก ขณะที่ณรงค์คอยเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ เมื่อเห็นปรุงฉัตรเดินไปห้องน้ำก็ตามมาเตือน “จะทำอะไรก็ให้นึกถึงหน้าคุณพ่อคุณแม่ไว้บ้างนะ มันจะเสียมาถึงบ้านเราได้”

“ทราบค่ะว่าคุณณรงค์รับอะไรต่ำไม่ได้ แต่กับคงไคย ใครๆ ก็รู้ว่าเราเป็นอะไรกัน”

“แน่ใจเหรอว่า ถ้าคงไคยมันรู้จักเธอดีพอ เธอยังจะเป็นผู้หญิงที่เขาเลือก” ณรงค์จ้องปรุงฉัตรนิ่ง

“ก็คอยดูสิคะ คุณพี่ชาย” ปรุงฉัตรเน้นตอนท้ายแล้วเดินหนี

ooooooo

เชฟเคนพาอรุณประไพมาที่ลานจอดรถ อรุณ-ประไพมองเชฟเคนอย่างรู้ทันว่า เอาชื่อทองถมมาอ้างกับคงไคยเพื่อช่วยเธอ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร คงไคยก็ขับรถปาดหน้าแล้วเดินลงมาหาอรุณประไพ

“ฉันลืมไปว่ายังไม่ได้ให้รางวัลเธอเลย  เธอจะเอาค่าเหนื่อยเท่าไหร่ ฉันไม่ชอบติดหนี้ใคร”

“คุณคงไคยคะ ถ้าสิ่งที่ฉันต้องการไม่ใช่เงินล่ะคะ คุณจะให้ได้ไหม”

“ได้สิ เธออยากได้อะไรก็ว่ามา” คงไคยเข้าใจว่าอรุณประไพอยากได้ตัวเอง

“ขอบคุณค่ะ” ว่าแล้วอรุณประไพก็ตบหน้าคงไคยเข้าอย่างจัง “สิ่งที่ฉันอยากได้ที่สุดคือ อยากให้คุณรู้จักให้เกียรติผู้หญิงบ้าง วันนี้ฉันได้เห็นการกระทำที่ไม่ให้เกียรติผู้หญิงของคุณถึงสามครั้ง สองครั้งแรกเกิดกับผู้หญิงที่ฉันไม่รู้จัก แต่ครั้งนี้มันเกิดกับตัวฉันเอง  ฉันขอโทษที่ต้องเตือนสติคุณแบบนี้ แต่คิดว่าคนอย่างคุณถ้าไม่ทำแบบนี้ ก็คงจะสะกดคำว่าสุภาพบุรุษไม่เป็น”

คงไคยหน้าชาจะก้าวเข้าหาอรุณประไพ  เชฟเคนเข้าขวางขอร้องให้อรุณประไพขอโทษคงไคย

“ขอโทษนะคะ” อรุณประไพเอ่ย คงไคยกระหยิ่มคิดว่า เธอยอมขอโทษ  แต่อรุณประไพหันไปหาเชฟเคน “ไพมีธุระต้องขอตัวกลับก่อน สวัสดีค่ะ” อรุณประไพเดินออกไปเลย

เชฟเคนเหงื่อแตกหันไปมองคงไคย คงไคยหน้าเสียตวาดใส่เชฟเคน “อบรมคนของคุณด้วย คราวหน้าผมไม่จบแค่นี้แน่”

คงไคยโมโหกลับไปนั่งในรถแล้วขับออกไป ส่วนอรุณประไพเมื่อเดินมาถึงรถก็เห็นปรุงฉัตรกำลังคุยกับเฟิร์นถึงเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ เพราะทั้งหมดเป็นแผนของปรุงฉัตร เธอถึงกับอึ้งนึกหนักใจแทนภวัน

เมื่อกลับมาถึงบ้านอรุณประไพก็เล่าเรื่องหญิงสาวตบตีกันเพื่อแย่งคงไคยให้แม่ฟังพร้อมตำหนิคงไคยที่ทำเหมือนไม่รู้สึกผิดสักนิดกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอจึงตบสั่งสอนไปหนึ่งฉาด ประไพตาโตถามลูกสาวว่า ถ้าเป็นแบบนี้แล้วเรื่องที่ภวันมาขอร้องล่ะ อรุณประไพถอนใจไม่แน่ใจว่าควรทำตามคำขอของภวันหรือไม่ ขณะนั้นเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น อรุณประไพลุกออกไปดู

ภุชงค์อดีตคนรักเข้ามาอ้อนวอนขอโอกาสกับอรุณประไพ เบญตามมาอาละวาดกล่าวหาว่า อรุณประไพจะแย่งสามีและพ่อของลูกในท้องเธอ อรุณประไพสุดทนสั่งให้ภุชงค์พาเบญกลับไปและอย่ามาอีกเพราะเธอกำลังจะแต่งงาน

“แม่คะ บอกคุณป้าภวันว่าไพตกลงแต่งงานค่ะ” อรุณประไพเข้ามากอดแม่

ประไพนึกห่วงเตือนลูกว่า การแต่งงานไม่ใช่เรื่องล้อเล่นและที่สำคัญอรุณประไพไม่ได้รักคงไคย “ความรักที่ไพเคยเชื่อมันไม่มีอีกแล้วค่ะแม่ และถ้าไม่ใช่เพราะคุณป้าวันนี้ไพคงไม่ได้กอดแม่อยู่ตรงนี้  ถ้าการแต่งงานของไพจะตอบแทนบุญคุณของคุณป้าได้ ไพจะทำค่ะแม่ ไพคิดดีแล้วค่ะแม่ อย่างน้อยการมีชีวิตอยู่เพื่อคนที่ดีกับเรา มันก็น่าจะดีกว่าการอยู่เพื่อความรักที่มันตายไปแล้วนะคะแม่” อรุณประไพยืนยัน

ooooooo

เมื่อไม่อาจทัดทานลูกได้ ประไพก็จำใจโทร.บอกภวันว่า  อรุณประไพยอมตกลงแต่งงานกับคงไคย  ภวันดีใจมาก สั่งให้ทองถมนัดช่างมาวัดตัวคงไคยเพื่อตัดชุดเจ้าบ่าวเพราะงานวิวาห์จะมีขึ้นในอีกสองวัน

คงไคยรู้เรื่องก็โวยลั่นแล้วจะเดินหนี แต่ทองแถมเข้ามาขวางพลางค้นตัวคงไคยหยิบกระเป๋าเงินออกมาชักบัตรเครดิตและยึดกุญแจรถมาเก็บไว้  จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้  ตุ๊ดตู่ลากกระเป๋าใส่เสื้อผ้าของคงไคยเข้ามา

“แม่ นี่มันอะไรกัน” คงไคยหันมาทางภวัน

“แกเลือกเอา ว่าจะทำตามที่แม่ขอหรือออกไปจากบ้านนี้แต่ตัว” ภวันยื่นคำขาด

คงไคยจ๋อยไม่กล้าขัดใจแม่จึงยอมทำตามคำบัญชา ทองถมเหลือบมองภวันที่ยิ้มอย่างพอใจ

หลังจากวัดตัวเสร็จ  แฉล้มที่เป็นทั้งแม่บ้านและแม่นมก็ขึ้นไปช่วยจัดเสื้อผ้าให้คงไคยพลางเกลี้ยกล่อมให้คงไคยทำตามที่ภวันบอก  เพราะรู้ดีว่าภวันรักคงไคยมากกว่าชีวิตของตัวเองเสียอีก

“ผมรู้” คงไคยเหลือบมองไปที่รูปถ่ายหัวเตียง ภาพในอดีตแวบเข้ามาตอกย้ำ  ทำให้คืนนั้นเขานอนฝันเห็นเรื่องราวเมื่อยี่สิบปีก่อน

คมสันรู้ว่ามีคนคิดจะกำจัดครอบครัวของตนเพื่อฮุบกิจการ จึงพาภวันกับคงไคยในวัยสิบสองปีหนีไปอยู่ที่ไร่ของอรุณ แต่ยังไปไม่ถึงคมสันก็โดนยิงตาย ภวันมองไปข้างหน้าเห็นทางเข้าไร่ของอรุณอยู่ไม่ไกล จึงตัดใจพาคงไคยวิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิต  คงไคยเสียหลักล้ม  มือปืนก้าวเข้ามา  ภวันกอดคงไคยไว้แน่นเอาตัวบังทางปืนไว้ เสียงปืนดัง ปังๆ คงไคยสะดุ้งตืี่นเหงื่อแตกพลั่ก

เขาปาดเหงื่อ พยายามทำตัวให้ปกติ ทองถมมาเร่งให้แต่งตัวเพราะเจ้าสาวมารอแล้ว  คงไคยเซ็งบ่นว่าบ้าชัดๆที่ต้องมาแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่เคยเห็นหน้า

“ผมรับรองถ้าคุณเห็นเจ้าสาว คุณจะต้องเปลี่ยนใจ” ทองถมยิ้มมั่นใจ

คงไคยชักสงสัยจึงแอบเข้าไปในห้องแต่งตัวเจ้าสาว  เขาพบอรุณประไพในชุดแต่งงานแบบไทยดูสวยสง่าก็ตกใจ แต่พอตั้งสติได้ก็ส่งยิ้มร้ายเอ่ยว่า “เซอร์ไพรส์จริงๆที่เป็นเธอ” แล้วเดินออกไป

อรุณประไพมองตามไม่รู้ว่าคงไคยจะคิดจะทำอะไรอีก

เมื่อได้เวลาประไพก็พาอรุณประไพออกมานั่งในห้องโถง เพื่อจดทะเบียนสมรส เห็นทุกคนมาพร้อมกันแล้วขาดเพียงคงไคยเท่านั้น ทองถมขยับจะไปตาม แต่คงไคย สวมเสื้อทีเชิ้ตกางเกงสามส่วนเดินลงมาพอดี ทองถมเข้าไปกระซิบเตือนเรื่องชุดที่ไม่เหมาะสม

คงไคยสวนว่าถ้าเขายอมทำตามคุณแม่สั่งชุดไหนก็ได้ทั้งนั้น แล้วเดินเข้ามานั่งข้างๆ อรุณประไพพร้อมถามแบบกวนๆ “ไง ชุดนี้ผมหล่อไหม”

“คุณนี่สะกดคำว่ากาลเทศะไม่เป็นจริงๆนะคะ” อรุณประไพสวน

นายทะเบียนรีบทำหน้าที่เชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวเซ็นชื่อในทะเบียนสมรส เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นเวลาเดียวกับที่ครอบครัวของประกอบได้รับบัตรเชิญให้ไปร่วมงานฉลองสมรสของคงไคยกับอรุณประไพ เนื้อพิมพ์เจ็บใจที่ปรุงฉัตร

จับคงไคยไม่อยู่ ส่วนประกอบก็ฉุนจะไปต่อว่าคงไคยที่ไม่จริงจังกับปรุงฉัตร แต่เนื้อทิพย์ร้องห้ามแล้วออกไปหาปรุงฉัตรที่ร้านเบเกอรี่ของซาซ่า

ด้านปรุงฉัตรที่กำลังช่วย ซาซ่าโปรโมตร้านก็ถึงกับนั่งไม่ติดเมื่อแต๋วแหววโทร.มารายงานเรื่องคงไคยกำลังจดทะเบียนกับอรุณประไพ และยิ่งร้อนใจมากขึ้นเมื่อเนื้อทิพย์เอาบัตรเชิญงานวิวาห์ของคงไคยมาโยนใส่

Ooooooo

หลังจดทะเบียนเสร็จ คงไคยก็บอกกับทุกคนว่า ขอตัวไปนอนต่อแล้วลุกเดินออกไป ภวันโกรธมากสั่งให้แฉล้มช่วยส่งแขกแล้วตามขึ้นไปเล่นงานคงไคยพร้อมกับทองถม

ประไพเข้ามากอดอรุณประไพอย่างให้กำลังใจ

“ไพไม่เป็นไรค่ะแม่ คนเป็นเมียก็ต้องอดทนให้ได้ทุกอย่างไงคะ” อรุณประไพมุ่งมั่น

ภวันเข้ามาตำหนิคงไคย แต่คงไคยไม่รับฟังแถมยังเถียงว่า อรุณประไพเป็นผู้หญิงไม่ดี และที่ยอมแต่งงานกับเขาก็เพราะอยากได้เงิน ภวันจนใจไม่รู้จะบอกลูกอย่างไรจึงให้ทองถมพูดแทน

“ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจคุณไพเป็นคนที่คุณหญิงเลือกมา คุณไม่ให้เกียรติคุณไพก็เหมือนไม่ให้เกียรติคุณหญิงด้วยผมว่าคุณคงไคยยอมตามใจท่านเถอะครับ”

“ผมก็ไม่เคยขัดใจแม่อยู่แล้ว ครั้งนี้ก็คงไม่”

“อ้อ คุณคงยังไม่เห็นผมจัดการส่งให้ครอบครัวคุณประกอบเรียบร้อยแล้วนะครับ”  ทองถมส่งการ์ดให้แล้วเดินตามภวันออกไป

คงไคยเห็นการ์ดก็ร้องลั่น เพราะปรุงฉัตรคงรู้เรื่องแล้วแน่ แล้วปรุงฉัตรก็โทร.มาร้องไห้ร้องห่มนัดให้คงไคย ออกไปพบ  เขารีบไปเคลียร์กับปรุงฉัตรทันที  เขาบอกกับเธอว่า จำใจต้องแต่งงานตามความต้องการของแม่ “ปรุงเข้าใจค่ะแต่คงไคย ไม่มีผู้หญิงคนไหนรับได้หรอกนะคะที่คนที่ตัวเองรักต้องไปแต่งงานกับคนอื่น ปรุงยังคิดไม่ออกเลยว่าจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง  เมื่อเช้าที่ตื่นลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าคุณเป็นของคนอื่นแล้ว”

“ผมต้องทำยังไงปรุงถึงจะสบายใจ  ผมยอมทำทุกอย่างถ้ามันทำให้ปรุงสบายใจ”

“ถ้าเป็นไปได้ ปรุงก็อยากให้คุณสัญญาว่าคุณจะกลับมา มันคงเป็นไปไม่ได้ใช่ไหมคะ”

คงไคยนิ่งคิดแล้วยอมรับปาก “ได้ครับ ผมสัญญา ผมจะแต่งงานกับอรุณประไพแค่ปีเดียว ให้คุณแม่สบายใจ แล้วผมจะกลับมาหาคุณ”

“จริงเหรอคะคงไคย” ปรุงฉัตรโผเข้ากอดคงไคยพลางสะอึกสะอื้น “แล้วมันจะเป็นการขอที่มากไปไหมคะ ถ้าปรุงจะขอให้ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไป ขอให้ทุกอย่างระหว่างเราเหมือนเดิม”

“ได้สิครับปรุง” คงไคยกอดปรุงฉัตรไว้แน่น

ปรุงฉัตรลอบยิ้ม พอใจที่แผนการสำเร็จ

Ooooooo

เช้าวันใหม่ อรุณประไพกับประไพเดินมาที่หน้าห้องแต่งตัวเพราะวันนี้จะมีพิธีรดน้ำสังข์ แต่ทั้งคู่ ต้องชะงัก เมื่อได้ยินเสียงภวันดุแฉล้มดังออกมาจากในห้อง ภวันกำลังตำหนิแฉล้มที่ไม่ยอมบอกเธอว่า คงไคยออกไปหาปรุงฉัตรตั้งแต่วานยังไม่กลับ

“มันก็รู้ว่าวันนี้วันแต่ง มันยังกล้า” ภวันโกรธเปิดประตูเดินนำทองถมออกมา เห็นอรุณประไพกับแม่ยืนอยู่ก็อึ้ง

“ขอโทษค่ะคุณป้าที่ไพมาช้า แต่งตัวทางไหนคะ” อรุณประไพส่งยิ้ม

“ในห้องเลยจ้ะ แม่แล่ม พาหนูไพกับคุณประไพเข้าไปทีสิ” ภวันรีบบอก

แฉล้มมารับอรุณประไพกับประไพเข้าไปในห้อง ภวัน แอบกระซิบถามทองถม “คุณว่าหนูไพเขา”

“ผมว่าคุณไพเลือกที่จะไม่แสดงออกมากกว่านะครับ”

“ฉันเลือกไม่ผิดจริงๆ แต่ตอนนี้เจ้าตัวแสบอยู่ไหน” ภวันถอนใจ

ปรุงฉัตรเข้ามามอร์นิ่งคิสปลุกคงไคยบอกว่าแปดโมงแล้ว คงไคยนึกขึ้นได้ทะลึ่งพรวดขึ้นมา ปรุงฉัตรรีบดึงไว้อ้อนให้อยู่ทานอาหารเช้าด้วยกันก่อน เพราะตั้งใจจะให้คงไคยไปไม่ทันฤกษ์ แต่ภวันโทร.มาตาม คงไคยไม่อยากให้แม่เสียใจ จึงหันมาจูบลาปรุงฉัตรแล้วรีบแต่งตัวออกไป ปรุงฉัตรมองตามอย่างไม่ยอมแพ้

อรุณประไพในชุดรดน้ำสังข์ยืนมองภาพสะท้อนตัวเองในกระจกพลางตั้งคำถามกับตัวเองว่า เธอตัดสินใจถูกจริงๆ หรือนี่ คงไคยก้าวเข้ามากระซิบป่วนประสาท  “ถูกสิ เธอจะสบายไปตลอดชาติ”

“ก็จริงค่ะ แค่ต้องทนพฤติกรรมผู้ชายมักมากสักคน เสียชื่อนิดหน่อยแต่ที่ได้จากคุณ มันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม” อรุณประไพ ปรับเปลี่ยนสีหน้าทันที

“ถ้าคิดว่าฉันจะใจดียอมให้เธอมานั่งกินนอนกิน เธอคิดผิด”

“คุณไม่ยอมแต่คุณป้ายอมนี่คะ หรือคุณจะขัดใจท่าน”

“นี่เธอคิดจะสูบจากฉันจริงๆ” คงไคยมองอรุณประไพ ด้วยสายตาเหยียดหยาม

อรุณประไพเหนื่อยใจรู้ดีว่าพูดอะไรไปคงไคยก็คงไม่มีวันมองตัวเองดีขึ้นจึงแกล้งประชดใส่ ทำให้คงไคยยิ่งเข้าใจผิด เขากระชากอรุณประไพเข้ามาชิดตัวทำท่าจะลวนลาม แต่ทองถมเปิดประตูเข้ามาพอดี อ้างว่า ภวันให้มาตามเพราะใกล้จะได้เวลาแล้ว

อรุณประไพสะบัดจนหลุดจากคงไคย แล้วเดินหนี ทองถมอมยิ้มแซวคงไคยว่า ฤกษ์เข้าหอสามทุ่ม

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอกน่า” คงไคยเดินออกไป

“จะทนได้แค่ไหนเชียว” ทองถมอมยิ้ม

อรุณประไพเดินเข้ามาในห้องรดน้ำสังข์ คงไคยตามมาหาเรื่องต่อ เธอหันมาสวนว่า คงไคยเป็นพวกสมองกลวง ทองถมถือมงคลบ่าวสาวเข้ามาได้ยินก็เปรยออกมา

“สงสัยมวยจะถูกคู่ ไปครับได้เวลาสวมมงคลแล้ว เอ่อหมายถึงมงคลสำหรับรดน้ำสังข์น่ะครับ นึกแล้วว่าต้องไม่เข้าใจ” ทองถมเดินนำไปที่มุมรดน้ำสังข์

คงไคยกับอรุณประไพถูกสวมมงคลบ่าวสาวนั่งคู่กัน คงไคยทำหน้าบอกบุญไม่รับและไม่สนใจว่าใครจะให้พรว่าอย่างไร จนกระทั่งมาถึงอรุณที่เข้ามาจ้องคงไคยนิ่ง

“ฝากลูกผมด้วยนะ เพราะถ้าลูกผมเจ็บ ผมก็เจ็บเหมือนกัน” คงไคยเสียวสันหลังวาบรีบหลบตา

พิธีรดน้ำสังข์ผ่านไป ทองถมพาคงไคยกับอรุณประไพไปพักในห้อง เพื่อเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงในตอนค่ำ คงไคยแกล้งเปรยถึงปรุงฉัตรหวังจะให้อรุณประไพหึง แต่เธอกลับนั่งนิ่งเหมือนไม่รู้สึกรู้สา แล้วภุชงค์ก็ถือช่อดอกไม้สีขาวเข้ามาแสดงความยินดีกับอรุณประไพ อรุณประไพยอมรับไว้แล้วขอตัวเพราะยังทำใจไม่ได้ แต่เบญในสภาพจิตแตกพุ่งเข้าไปกระชากดอกไม้จากมืออรุณประไพมาขยำขยี้พร้อมด่าประจานว่า อรุณประไพร่านจะแย่งสามีเธอ อรุณประไพตบหน้าเบญ

“พี่ไพ” เบญคลั่งจะโผเข้าหาอรุณประไพ แต่ภุชงค์ดึงตัว ทองถมช่วยอีกแรง ทั้งสองลากเบญออกไป

อรุณประไพเดินเข้าไปในห้องด้วยท่าทีสงบนิ่ง คงไคยตามมาดูอาการพลางเอ่ยถาม

“ไม่มีน้ำตาสักหยดเลยเหรอ แฟนเก่าพ่วงเมียมาอาละวาดด้วยขนาดนั้น ไม่เสียใจเลยหรือไง”

“คุณหวังจะเห็นอะไรจากฉัน ครั้งหนึ่งฉันเคยเห็นคุณภูมิใจที่เห็นผู้หญิงตบตีกันเพื่อแย่งคุณ ไม่คิดว่าคุณจะชอบเห็นความเจ็บปวดของคนอื่นด้วย ฉันว่าคุณคงอยากพบแพทย์”

“อรุณประไพ” คงไคยขยับเข้ามา แต่ทองถมเข้ามาขวาง แล้วพาคงไคยออกไปพักอีกห้อง

คงไคยได้แต่ฮึดฮัดที่ทำอะไรอรุณประไพไม่ได้ จำใจเดินตามทองถมออกไป ทันทีที่เสียงประตูปิด อรุณประไพก็ร้องไห้ออกมา

คงไคยเดินบ่นมากับทองถมว่า ลูกสะใภ้ที่แม่เลือกมาประวัติไม่ดีแถมยังหน้าเงิน แต่ทองถมออกรับแทนแล้วถามกลับ “คุณพูดแบบนี้เหมือนคุณไม่รู้จักคุณแม่ของคุณว่าท่านสายตาคมและละเอียดแค่ไหน สิ่งที่ท่านเลือกให้คุณไม่เคยเลยที่จะไม่ดีที่สุด จริงไหมครับ”

“ถ้าเขาดี แล้วเขามาแต่งงานกับผมทำไม”

“มันก็ต้องมีเหตุผลดีๆเมื่อถึงเวลาคุณก็จะรู้เอง ผมต้องลงไปดูแลความเรียบร้อยข้างล่าง ขอตัวก่อนนะครับ” ทองถมตัดบทเอาดื้อๆ

คงไคยมองตามหงุดหงิดที่ไม่ได้คำตอบสักที

ooooooo

อรุณกับประไพพาอรุณประไพเข้ามาในงานเลี้ยง ภวันรีบไปรับลูกสะใภ้แล้วพาออกไปต้อนรับแขกที่หน้างานกับคงไคยที่มีทองถมคอยขนาบข้าง คงไคยยืนอึ้งมองอรุณประไพที่ดูสวยขึ้นอีกเท่าตัว จนทองถมต้องสะกิดเตือน

แขกทยอยเข้ามาในงาน รวมทั้งครอบครัวของประกอบด้วย เนื้อทิพย์บอกกับสามีและลูกชายว่า เธอเตรียมของขวัญไว้ให้ภวันด้วย ประกอบกับณรงค์นึกสงสัยว่าอะไร แต่เมื่อปรุงฉัตรเดินเข้ามาก็เข้าใจ

เนื้อทิพย์เข้าไปทักทายคงไคยบ่นว่า น่าเสียดายที่ไม่ได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน คงไคยอึกอักพูดไม่ออก

“ดีแล้วล่ะค่ะ เพราะถ้าหลอมเป็นแผ่นเดียวกัน แบ่งคนละครึ่งคงยาก เกรงจะโดนฮุบน่ะค่ะ” ภวันประสานตากับเนื้อทิพย์

“จัดงานกะทันหันตั้งตัวแทบไม่ทันเลยนะคะ เจ้าสาวคงไม่ได้” เนื้อทิพย์มองไปที่ท้องอรุณประไพ

แขกในงานได้ยินก็เริ่มเม้าท์กันสนุก และยิ่งสนุกมากขึ้นเมื่อปรุงฉัตรในชุดสีขาวราวกับเจ้าสาวถือกล่องของขวัญมายื่นคงไคยฝากให้เขาเอาไปให้อรุณประไพด้วย คงไคยรับปากแล้วถือกล่องของขวัญไปยื่นให้อรุณประไพที่เดินเลี่ยงออกไป

ภวันไม่ชอบใจ หันมาบ่นกับทองถมว่า ปรุงฉัตรกับเนื้อทิพย์ต้องการมาป่วนงาน ทองถมรู้ใจแนะให้เจ้านายไปสอนครอบครัวนี้สะกดคำว่ามารยาทต่อหน้าคนเยอะๆ เพราะจะได้จำไปนานๆ

ภวันเดินนำทองถมไปหาอรุณประไพกับคงไคย เป็นเวลาเดียวกับที่คงไคยบังคับให้อรุณประไพเปิดกล่องของขวัญดู เพราะอยากรู้ว่าปรุงฉัตรนำอะไรมาให้ อรุณประไพยอมเปิด เห็นในกล่องเป็นกางเกงชั้นในของผู้ชายก็หันมองคงไคย เข้าใจว่าเขาร่วมมือด้วย คงไคยพูดไม่ออกรู้สึกละอาย

ภวันเข้ามารีบต่อว่าลูกชาย แต่อรุณประไพออกรับแทนและช่วยพูดให้คงไคยพ้นผิด

“งั้นก็แม่ปลิงฉัตร หนูไพ ไป ทำให้พวกมันรู้ว่าลูกสะใภ้คุณหญิงภวันไม่ใช่เพื่อนเล่น” ภวันพาอรุณประไพออกไป คงไคยจะตามแต่ทองถมขวางไว้ แล้วออกไปต้อนรับท่านรัฐมนตรีให้เกียรติมาในงาน

ภวันพาอรุณประไพมาที่โต๊ะของครอบครัวประกอบ เพื่อขอคำอธิบายเรื่องของขวัญ

“ปรุงจริงใจนะคะ ก็ในเมื่อคงไคยไม่ใช่ของปรุงแล้วปรุงก็ควรคืนทุกอย่างให้เจ้าของเขาไป ของคนอื่นปรุงไม่อยากจะยุ่ง แต่ถ้าหลังจากนี้ คงต้องฝากเจ้าสาวของเขาดูแลคงไคยให้ดีด้วยนะคะ” ปรุงฉัตรสบตาอรุณประไพยิ้มให้อย่างเสแสร้ง

“ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ อดีตก็คืออดีต ไพอยู่กับปัจจุบัน ถ้าเรารู้ว่าตัวเองยืนอยู่ตรงไหน ยอมรับได้ก็มีความสุขดีนะคะ จริงไหมคะคุณปรุง” อรุณประไพประชันสายตากับปรุงฉัตรอย่างไม่กลัว

ภวันพอใจชวนอรุณประไพกลับไปรับแขกที่หน้างาน แต่ไม่วายหันกลับมายิ้มเย้ยเนื้อทิพย์กับปรุงฉัตร

“เจ้าสาวคงไคยคนนี้น้องปรุงคงจะข่มลงยาก เขายืนเป็นเมียแต่งแล้ว น้องปรุงล่ะเป็นอะไร” น้ำเสียงณรงค์ดูเห็นใจแต่สายตาสะใจมาก ขณะที่ปรุงฉัตรมองตามอรุณประไพด้วยสายตาอาฆาต

ooooooo

.

..........

เมียแต่ง ตอนที่ 2

ทองถมทำหน้าที่พิธีกรบนเวที เชิญให้ภวันขึ้นมากล่าวอวยพรคู่บ่าวสาว

“ในชีวิตของดิฉัน  เฝ้ารออยู่สองอย่างก็คือ  ความสำเร็จของพีวีเรียลเอสเตรท และอย่างที่สองก็คือ การหาศรีภรรยาที่ดีให้กับลูกชายที่ดิฉันรักมากที่สุด ที่ผ่านมามันยากเหลือเกินค่ะที่เราจะตามหาเพชรแท้ในหมู่เพชรเทียมให้เจอ แต่หนูอรุณประไพก็คือเพชรแท้ที่เราตามหาจนเจอ พิธีแต่งงานในวันนี้เราจึงจัดขึ้นเพื่อประกาศว่ามีเพียงหนูอรุณประไพเท่านั้นที่ดิฉันจะยกย่องให้เป็นภรรยาของคงไคยลูกชายคนเดียวของดิฉัน”

ภวันปรายตามองไปทางครอบครัวประกอบก่อนจะพูดต่อ “และเมื่อคงไคยได้ผู้หญิงที่ดีมาเป็นคู่ชีวิตแล้ว อีกไม่นานดิฉันคงจะวางมือจากธุรกิจและให้คงไคยขึ้นมาดูแลเต็มตัวในฐานะประธานบริษัท”

เนื้อทิพย์ฟังแล้วแทบเต้นรู้ว่าภวันจงใจหยามเธอ ปรุงฉัตรเข้าประกบเนื้อทิพย์ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณแม่ ปรุงสัญญาว่าพวกมันจะได้ยิ้มวันนี้เป็นวันสุดท้าย”

เนื้อทิพย์หันมองปรุงฉัตร เห็นเธอยิ้มยืนยัน จึงหันกลับไปมองภวันบนเวทีด้วยสายตาอาฆาต ในขณะที่ปรุงฉัตรก็ลอบมองเนื้อทิพย์กับณรงค์อย่างพยายามจะเก็บความแค้นไว้ในใจเพื่อรอวันเอาคืน

งานเลี้ยงผ่านพ้นไปก็ได้เวลาส่งตัวเข้าหอ อรุณมองหน้าคงไคยอย่างตั้งใจจะส่งข้อความให้ “ใส่ใจและให้เกียรติ สองคำนี้จะประคองชีวิตคู่ให้ผ่านพ้นทุกอุปสรรค แต่ถ้าสองคำนี้ไม่เกิด ลูกยังมีพ่อกับแม่เสมอนะ” อรุณย้ำตอนท้ายกับลูกสาว

ประไพจับมือสามีปรามให้ใจเย็นๆ ภวันกับทองถมสบตากันรู้อารมณ์อรุณว่า เก็บความไม่พอใจคงไคยเต็มที่ ทั้งหมดเดินออกไปจากห้อง ขณะที่คงไคยลุกขึ้นยืน ทองถมได้โอกาสเตือน

“คุณไม่ใช่เด็กแล้ว ผมขออวยพรให้คุณแยกให้ออกระหว่างคำว่าเมียกับคู่นอน เพราะถ้าจะหาคู่นอนคงมีรอคุณอยู่ข้างถนนเต็มไปหมด แต่ถ้าเป็นเมีย คำนี้มีความหมาย เพราะมันจะทำให้ชีวิตคู่ของคุณมีคุณค่า”

อรุณประไพมองทองถมอย่างขอบคุณที่เห็นค่าเธอ แต่คงไคยยักไหล่ไม่แคร์

“ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจ ผมแค่กำลังจะบอกว่าคุณมีเมียแล้ว ก็หัดทำตัวให้มันดีๆหน่อย ง่ายขึ้นไหมครับ”  ทองถมเดินออกไป

คงไคยขยับหันมาทางอรุณประไพ เธอสะดุ้ง แต่เขากลับเดินเลยไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าอาบน้ำ อรุณประไพมองตามถอนหายใจยาวรำพึงกับตัวเอง

“ใส่ใจและให้เกียรติ คงไม่มีวันนั้นหรอกค่ะพ่อ”

ส่วนปรุงฉัตรเข้ามานั่งกระดกเหล้าอยู่ในผับดับแค้น ซาซ่าเข้ามาเห็นก็ตรงมาต่อว่า หวังให้เพื่อนสาวตัดใจเรื่องคงไคย แต่ปรุงฉัตรยืนยันว่า คงไคยเป็นของเธอและเขาก็รักเธอมาก

“ใช่รักมากที่เขาแต่งงานกับคนอื่นแก้คันเท่านั้นแหละ”

“คงไคยรักฉัน ฉันอยากได้เมื่อไหร่เขาก็ต้องมา” ปรุงฉัตรยืนกราน ทำให้ซาซ่าหนักใจ

ooooooo

คงไคยเดินออกมาจากห้องน้ำ เห็นอรุณประไพขยับจะไปอาบน้ำบ้าง แต่ถอดชุดเองไม่ได้ เพราะเต็มไปด้วยกระดุมด้านหลัง จึงเข้ามาช่วยแกะให้ อรุณประไพยืนเกร็ง คงไคยเห็นอาการก็ชักสนุกแกล้งลูบแผ่นหลังล้อ

“ไม่เป็นไรแล้วค่ะที่เหลือฉันทำเองได้” อรุณประไพเบี่ยงตัวหลบ

“ทำไม กลัวผมมีอารมณ์หรือไง บอกให้นะอย่างคุณผมทำไม่ลงหรอก แล้วคืนนี้ผมก็จะไปนอนห้องอื่น เชิญคุณนอนกอดทะเบียนสมรสไปก็แล้วกัน ได้เป็นเมียแต่งแล้วนิ” คงไคยเดินไปเปิดประตู ก็เจอทองถมนั่งเฝ้าอยู่ เพราะรู้ทัน

“ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจคืนแรกของการแต่งงาน เขาห้ามเจ้าบ่าวเจ้าสาวออกจากห้อง”

“ผมไม่สน” คงไคยเดินหนี

“ไม่สนหรือไม่กล้า เจอแต่พวกง่ายๆมามาก พอเจอคนจริง คนดี ไปไม่เป็นเลยเหรอครับ”

“ถ้าดีจริงแล้วทำไมแต่งงานเพราะเงิน”

“คุณคิดว่าคุณไพแต่งงานกับคุณเพราะเหตุผลนี้จริงๆ เหรอครับ ถ้าใช่แล้วทำไมเพลย์บอยอย่างคุณไม่จัดการคุณไพซะล่ะครับ เอาล่ะคืนนี้ผมทำเกินหน้าที่ทนายประจำตระกูลไปมากแล้ว ขอตัวนะครับ” ทองถมทิ้งท้ายก่อนจาก

อรุณประไพออกมาจากห้องน้ำ เห็นคงไคยนอนรออยู่ที่เตียงก็ตกใจ

“มาคิดๆดูแล้ว นี่มันคืนแรกก็น่าจะทำให้มันคุ้มกับเงินค่าสินสอดหน่อย” แต่อรุณประไพนิ่งไม่ตอบโต้ “ทำไมคิดจะใช้ความนิ่งสยบการเคลื่อนไหวรึไง”

“เปล่าค่ะ แค่ฉันไม่คุ้นกับการใช้คำพูดหยาบคาย ก็เลยเงียบและฟังเพื่อศึกษาจากคุณ จะได้ตอบเป็นภาษาเดียวกับคุณได้”

“ปากเก่งแบบนี้ แล้วเรื่องบนเตียงล่ะเก่งได้สักครึ่งของปากดีไหม” คงไคยลากอรุณประไพมาที่เตียง  อรุณประไพพยายามจะดิ้นหนี “จะหนีทำไม หน้าที่เมียมันมากกว่านอนกอดทะเบียนสมรสนะ เมียมีหน้าที่ให้ความสุขผัวไม่รู้หรือไง”

อรุณประไพหยุดดิ้น หลับตานิ่งยอมรับชะตากรรม

คงไคยอึ้งกับการกระทำของเธอ “เฮ้ย ผมไม่ได้เป็นผู้ร้ายฆ่าข่มขืนนะ แล้วก็เลิกทำท่าเหมือนผีดิบแบบนี้ซะที” คงไคยผละออกอย่างเสียอารมณ์ พลันเสียงโทรศัพท์มือถือคงไคยก็ดังขึ้น

ซาซ่าโทร.มาหาคงไคยบอกว่า ปรุงฉัตรมาเมาอยู่ที่ผับ อยากให้คงไคยมาดู เพราะอาการไม่ดีนัก คงไคยดึงอรุณเข้ามากอดไว้ อยากให้เธอรับรู้ด้วยก่อนตอบกลับ “ไม่เป็นไรครับคุณซาซ่า เดี๋ยวผมจะไปดูแลปรุงเขาเอง ดีเหมือนกันเพราะกำลังเบื่อผีดิบแถวนี้อยู่พอดี”
อรุณประไพสะบัดหลุดจากคงไคยแล้วเดินหนี คงไคยสะใจ

ด้านซาซ่า เมื่อวางสายแล้วก็ทำท่าหนักใจรู้สึกผิด เพราะปรุงฉัตรไม่ได้เมาอย่างที่บอกกับคงไคย แต่กำลังเต้นโยกย้ายเซ็กซี่ยั่วยวนผู้ชายในผับ ปรุงฉัตรหันมาเห็นก็เข้ามาอ้อนกลัวซาซ่าโกรธ

ซาซ่าสะบัดหน้าหนีพลางต่อว่า“บอกกี่ครั้งแล้วถึงจะเป็นกะเทยฉันก็เป็นกะเทยนักบุญนะยะ ไม่ชอบโกหกหมดธุระฉันแล้วใช่ พอคุณคงไคยมา ฉันก็ต้องไสหัวไป อย่าอยู่ขวางคนเขาจะฟัดกันใช่มะ” ซาซ่าเดินหนี

ปรุงฉัตรยิ้มพอใจแล้วออกไปเต้นต่อยั่วหนุ่มหน้าตาดีท่าทางไฮโซคนหนึ่ง อย่างไม่แคร์สายตาแฟนสาวของเขาที่ออกอาการไม่พอใจ

เป็นเวลาเดียวกับที่ภวันรู้จากแฉล้มว่า คงไคยออกไปเที่ยวข้างนอก จึงเข้ามาคุยกับอรุณประไพ เพื่อยืนยันว่า เธอจะอยู่ข้างอรุณประไพเสมอและจะดูแลลูกสาวคนนี้ให้ดีที่สุด แล้วสั่งให้ทองถมพาเธอกับอรุณประไพออกไปตามคงไคย

คงไคยมาหาปรุงฉัตรที่ผับ ปรุงฉัตรแสร้งทำเป็นเสียใจบีบน้ำตาเรียกคะแนน คงไคยเข้ามากอดปลอบแต่ ปรุงฉัตรทำผลักไส แล้วหนีออกไปเต้นยั่วยวนผู้ชายทั้งผับ ทิ้งให้คงไคยยืนเซ็ง แฟนสาวของหนุ่มไฮโซสบโอกาสพาเพื่อนๆ เข้าไปเต้นยั่วยวนคงไคยเพื่อเอาคืนบ้าง ปรุงฉัตรเห็นก็ไม่พอใจ หญิงสาวกับพวกยิ้มท้าทายแล้วสะบัดเดินตรงไปห้องน้ำ

ปรุงฉัตรรีบตามไปเช็กบิล เธอซ้อมหญิงสาวจน

น่วมแล้วขังไว้ในห้องน้ำโดยที่เพื่อนๆ ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเพราะปรุงฉัตรอาละวาดเหมือนคนบ้า เมื่อเล่นงานหญิงสาวจนพอใจแล้ว ปรุงฉัตรก็ออกมาชวนคงไคยกลับ แต่ทองถมพาภวันกับอรุณประไพมาถึงพอดี ปรุงฉัตรยิ้มเยาะถามคงไคย เดี๋ยวนี้ต้องให้แม่มาตามกลับบ้านไปกินนมด้วยหรือ

“กลับบ้านดีกว่าครับคุณปรุงฉัตร เมืี่อกี้ตอนเดินเข้ามา ผมเจอเพื่อนนักข่าวหลายคนไม่แน่ใจว่าเขารู้กันรึเปล่าว่าคุณปรุงฉัตรอยู่ที่นี่ ถ้าจำไม่ผิดคุณปรุงฉัตรถูกทัณฑ์บนจากต้นสังกัดไม่ได้เที่ยวกลางคืนอยู่ไม่ใช่เหรอครับ”ทองถมบอก

ปรุงฉัตรชะงักกึก คงไคยดึงปรุงฉัตรเข้ามาอาสาจะพาไปส่ง แต่ภวันไม่ยอม บังคับให้คงไคยกลับบ้านพร้อมอรุณประไพส่วนเธอกับทองถมจะไปส่งปรุงฉัตรเอง

“ไม่ต้อง ปรุงกลับเองได้” ปรุงฉัตรสะบัดหน้าเดิน ออกไป

ภวันมองตามอย่างเอาเรื่อง ในขณะที่คงไคยก็มองหน้าอรุณประไพอย่างโกรธแค้น แต่จำต้องกลับบ้านด้วยกัน แต่เมื่อมาถึงที่รถ หนุ่มไฮโซกับพวกเข้ามาล้อมกรอบคงไคยเพื่อเอาคืนให้แฟนสาวที่โดนปรุงฉัตรเล่นงาน เขาชักปืนออกมาจะยิงคงไคย

“อย่า” อรุณประไพตกใจรีบวิ่งเข้ามาบังคงไคยไว้อย่างไม่กลัวพร้อมแต่งเรื่องหลอกว่า คงไคยสติไม่ดีชอบหนีออกมาเที่ยว เธอกับแม่ต้องออกมาตามทุกคืน “วันนี้ออกมาก็ยังไม่ได้กินยาระงับประสาทเลยค่ะ เอากินยานะ”อรุณประไพควักยาเม็ดสีขาวๆออกมายัดปากคงไคย

“เฮ้ย ผมไม่ได้บ้า ผมไม่บ้า”คงไคยร้องลั่นท่าทางเหมือนคนบ้าจริงๆ

“ปล่อยมันเหอะว่ะ ชนะคนบ้าไม่แมนนะเว้ย”กลุ่มไฮโซขยับจะถอย

อรุณประไพขอบคุณแล้วลากคงไคยมาที่รถ  แต่คงไคยทำแผนแตกบอกพวกนักเลงว่า ตนไม่ได้บ้า แล้วปากล่องยาอมที่อรุณประไพอ้างว่าเป็นยาระงับประสาทลงพื้นให้พวกไฮโซดู

“มึงหลอกกู” พวกไฮโซเข้ามาจับตัวคงไคยแล้วตะลุมบอน

อรุณประไพพยายามช่วยแต่โดนผลักออกไป หนุ่มไฮโซควักปืนเล็งมาที่คงไคย

“อย่า” อรุณประไพโผเข้าผลักไฮโซทำให้ปืนในมือสะบัดปืนหันขึ้นฟ้าเสียงดังปัง

รปภ.กับพนักงานของผับวิ่งกรูกันเข้ามา ตามมาด้วยตำรวจ พวกไฮโซจะหนีแต่ไม่ทันโดนรวบตัวได้ทั้งหมด อรุณประไพถอนหายใจโล่งอก  คงไคยมองอรุณประไพด้วยสายตาเคียดแค้น

ooooooo

เช้าวันใหม่ ภาพข่าวคงไคยกับไฮโซโดนตำรวจรวบตัวขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ  ภวันโกรธมากต่อว่าลูกชายขยันทำลายเครดิตของเธอ  แต่คงไคย

กลับไม่สำนึก ทองถมเข้ามาเตือนเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายมีปืนด้วย คงไคยชะงักนึกถึงตอนอรุณประไพเข้าไปผลักไฮโซ ทำให้เขารอดตาย

“เอาล่ะ อย่าเพิ่งพูดอะไรกันตอนนี้เลย คงไคยแกต้องเตรียมตัวประชุมกับบอร์ดวันนี้ พร้อมใช่ไหม” ภวันเปลี่ยนเรื่อง

คงไคยยักไหล่บอกว่า ไม่มีปัญหาเพราะณรงค์คงจัดการให้แล้ว

“คงไคย แกจะยืมจมูกคนอื่นหายใจตลอดไปไม่ได้หรอกนะ”

“ณรงค์มีหน้าที่เป็นผู้ช่วยผม ให้เขาทำมันก็ถูกแล้ว”

“คงไคย ยังไงณรงค์ก็เป็นคนอื่น”

“คนอื่นที่ไหนครับแม่ ณรงค์น่ะพี่ชายปรุงนะครับ อาประกอบก็เพื่อนคุณพ่อ อาเนื้อทิพย์ก็เพื่อนคุณแม่ คนกันเองทั้งนั้น ถ้าผมแต่งงานกับปรุง ป่านนี้เราก็เป็นญาติกันไปแล้ว”

“คุณไม่ควรประมาทนะครับ ถึงทางเราจะมีหุ้นอยู่หกสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ทางคุณประกอบก็มีอยู่ถึงสามสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบเปอร์เซ็นต์มันก็ห่างไม่เยอะ ถ้าคุณเผลอขาเก้าอี้คุณอาจจะหักก็ได้นะครับ” ทองถมเตือน

“คุณทองถม ณรงค์เป็นลูกไล่ของผมมาตลอดและมันจะเป็นอย่างนั้นตลอดไป ผมไปออฟฟิศดีกว่า” คงไคยลุกหนี

ทองถมมองตามพึมพำว่าคงไคยไว้ใจคนอื่นมากเกินไป

“ไม่ใช่ไว้ใจ แต่คงไคยกำลังผยอง คุณทองถม คุณเลี่ยงจะพูดคำนี้ใช่ไหม ทุกอย่างจะพังเพราะความผยองของตัวคงไคยเอง” ภวันหนักใจ

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ผมจะไม่ยอมให้คุณคงไคยต้องสูญเสียพีวีไปแน่นอนครับ” ทองถมยืนยัน

“ฉันเชื่อ แต่ฉันอยากให้คงไคยยืนได้ด้วยตัวเขาเอง ไม่ใช่มีเราประคองหลังอย่างนี้ตลอดชีวิต เวลาของฉันมันเหลือไม่นานนักหรอกนะ”

“ถ้าจะเปลี่ยนคุณคงไคย ผมว่า”

“ก็คงมีแค่คนเดียวที่ทำได้ และหวังว่าจะทำได้”

ทองถมมองภวัน รู้ว่าเธอฝากความหวังไว้ที่ใคร

อรุณประไพกลับมาทำงานที่บริษัท ใจดีหัวหน้าและเจ้าของบริษัทเข้ามาแซวเรื่องงานวิวาห์ ตามด้วยป๊อกกี้ผู้ช่วยใจดีที่เข้ามาฟ้องว่า วายุช่างภาพที่เพิ่งรับมาตอนอรุณประไพลาพักร้อน เริ่มติสต์แตกอีกแล้ว เพราะทีมงานจัดของไม่ได้ดังใจ อรุณประไพนิ่งฟัง แล้วออกไปช่วยใจดีแก้ไขสถานการณ์
ooooooo

วายุที่กำลังโวยวาย เมื่อเห็นอรุณประไพเดินเข้ามาก็เงียบสนิท ด้วยความประทับใจ ครั้นได้ยินใจดีแนะนำว่า อรุณประไพเป็นฟู้ดสไตลิสต์ของที่นี่ก็ถึงกับหายติสต์แตก มองตามอรุณประไพที่เข้าไปจัดแต่งสมุนไพรเพื่อเตรียมถ่ายปกด้วยสายตาชวนฝัน ป๊อกกี้สะกิดใจดีให้มองท่าทางวายุมั่นใจว่า ได้สมาชิกชมรมรักเมียชาวบ้านเพิ่มแล้ว

ขณะที่วายุกำลังฝันหวานเรื่องอรุณประไพ คงไคย กลับต้องขวัญผวา เพราะประกอบกำลังโน้มน้าวให้คณะกรรมการบริหารร้อนใจไปกับข่าวที่เขาโดนจับ เพื่อเปิดโอกาสให้ณรงค์ลูกชายของตนขึ้นมาแทน แต่ภวันกับทองถมเตรียมรับมือไว้แล้วจึงเสนอกับที่ประชุมว่า จะร่วมเป็นสปอนเซอร์งานแฟชั่นการกุศล โดยจะใช้สถานที่ในพีวีคอนเวนชั่นการจัดงานครั้งนี้ เพราะนอกจากเป็นการสร้างภาพลักษณ์แล้วยังเป็นการประชาสัมพันธ์พีวีคอนเวนชั่นไปด้วย

คณะกรรมการปรึกษาแล้วพยักหน้าเห็นด้วย เนื้อทิพย์แค้นใจที่คงไคยรอดตัวอีกตามเคย ส่วนณรงค์กับประกอบก็แอบสบตากันอย่างไม่ยอมแพ้ เพราะต้องพลิกสถานการณ์กลับทำคะแนนในสายตากรรมการให้ได้ แล้วประกอบก็โทร.ตามปรุงฉัตรมาที่บริษัทเพื่อเสนอตัวเข้ามาช่วยงานในครั้งนี้

“ปรุงยินดีค่ะ ถ้าปรุงจะช่วยให้ชื่อเสียงของคงไคยและพีวีกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง ปรุงจะยืนเคียงข้างคงไคยเองค่ะ”

ภวันหมั่นไส้ปรุงฉัตรที่ยกหางตัวเองจนเกินเหตุจึงสวนกลับ “ก็ดีเหมือนกันฉันก็จะส่งหนูไพลงเดินแบบด้วย ถือเป็นการเปิดตัวลูกสะใภ้เลยก็แล้วกัน หนูปรุงจะได้ไม่เหนื่อยเพราะคงไคยเขามีภรรยาที่ต้องยืนเคียงข้างเขาอยู่แล้ว”

ทุกสายตามองไปทางปรุงฉัตร ปรุงฉัตรหน้าเสีย เช่นเดียวกับประกอบและเนื้อทิพย์ ภวันสะใจสั่งปิดประชุม

ปรุงฉัตรหันมาอ้อนคงไคยชวนไปทานอาหารเย็นด้วยกัน แต่ภวันไม่ยอมสั่งให้ลูกชายกลับไปทานข้าวกับเธอที่บ้านแล้วโทร.บอกอรุณประไพ

อรุณประไพรับโทรศัพท์จากภวัน แล้วก็รีบเก็บข้าวของเพื่อจะกลับไปเตรียมอาหารเย็น ใจดีเข้ามาแซวว่า เล่นมัดใจกันขนาดนี้แม่สามีจะหนีไปได้ วายุที่แอบเก็บภาพอรุณประไพ    อยู่เงียบๆ รอจนอรุณประไพเดินออกไปแล้วก็เข้ามาถามใจดีว่า อรุณประไพแต่งงานแล้วจริงหรือ ใจดีพยักหน้ารับพร้อมกับเตือนให้วายุตัดใจ

“ไม่เป็นไร จะรักกันนานแค่ไหนเชียว” วายุทำหน้ามึนๆออกไป

“ติสต์แล้วยังอย่างหนาอีกนะไอ้คุณวายุ ห้ามทำอะไรตามใจจนยายไพเดือดร้อนนะ” ใจดีตะโกนไล่หลัง

อรุณประไพเข้าครัวทำอาหารเย็น มีตุ๊ดตู่เป็นผู้ช่วยและนักชิม ส่วนต้อยติ่งเป็นผู้สังเกตการณ์อยู่ข้างนอก แต๋วแหววเข้ามาเห็นก็ไม่พอใจ จึงพูดหาเรื่องอรุณประไพ แต่แฉล้มมาได้ยินพอดี เธอลากแต๋วแหววออกไปจัดการ   อรุณประไพตามไปห้าม

“คุณไพ ป้าขอโทษแทนหลานป้าด้วยนะคะที่มันปากเสีย ต้องตีปากให้หลาบจำ นี่ๆๆ” แฉล้มตีแต๋วแหววจนเหนื่อยแล้วหันมาทางตุ๊ดตู่กับต้อยติ่ง ทั้งสองรีบปฏิเสธว่าไม่เกี่ยว

“ช่างเถอะค่ะ ป้าแล่ม ที่จริงไพก็เข้ามายุ่มย่าม”  ประไพออกตัว

“โอ้ย คุณไพเป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้จะทำอะไรก็ได้ค่ะ อย่าไปสนใจนังพวกปากยื่นปากยาวเลย คุณไพคะ คุณหญิงให้มาบอกว่าคุณคงไคยจะมาถึงแล้วค่ะ” แฉล้มนึกได้

อรุณประไพกลับเข้าไปทำอาหารต่อ โดยมีแฉล้ม ต้อยติ่ง ตุ๊ดตู่ช่วยเป็นลูกมือ แต๋วแหววแค้นใจโทร.ฟ้องปรุงฉัตร

ไม่นานนักอาหารฝีมืออรุณประไพก็ถูกลำเลียงออกมาวางบนโต๊ะ ทองถมตื่นตาตื่นใจมาก เพราะอาหารทุกจานดูดีจนไม่กล้ากิน แล้วแอบกระซิบถามภวันว่า คงไคยจะยอมกลับมาทานอาหารด้วยตามที่รับปากไว้แน่หรือ เพราะกลัวจะโดนปรุงฉัตรหิ้วไปเสียก่อน แล้วเสียงปรุงฉัตรก็ดังเข้ามา

“ทำอะไรทานกันคะหอมจัง” ปรุงฉัตรเดินนำคงไคยเข้ามานั่งที่โต๊ะอาหารพลางถามต่อ “มีอะไรทานบ้างคะเนี่ย”

แฉล้มเลื่อนจานไปตรงหน้าปรุงฉัตร พลางแนะนำรายการอาหาร

“ยำแมงดาร่ำไห้ค่ะ เหมาะสำหรับพวกชอบกินไข่นะคะ” แฉล้มมองปรุงฉัตรอย่างตั้งใจ ทองถมชักสนุกเลื่อนจานต่อไปให้แฉล้มแนะนำ “อ้อ อันนี้ผัดสุวรรณมาลีค่ะ เอาดอกขจรไปชุบไข่ทอดเหลืองแล้วมาผัด ต้องชื่อนี้ถูกแล้ว” ปรุงฉัตรสะอึกไม่กล้ากิน เธอมองที่อาหารอีกจานเห็นว่าเป็นกุ้งผัดผงกะหรี่ แต่แฉล้มรีบบอก “จานนั้นนารีหลายผัวค่ะ คุณปรุงชอบไหมคะ”

ปรุงฉัตรตวัดสายตามองแฉล้มไม่พอใจแต่ต้องเก็บอาการไว้ ภวันกับทองถมอมยิ้ม ปรุงฉัตรแค้นหันมาเล่นงานอรุณประไพ เธอพูดดูถูกเรื่องการศึกษาเพราะเข้าใจว่าอรุณประไพจบด้านคหกรรมแบบพื้นๆ ทองถมขยับจะอธิบาย แต่อรุณประไพร้องห้าม เพราะอยากให้ปรุงฉัตรเข้าใจแบบนั้น ปรุงฉัตรถามต่อเรื่องเดินแบบ คงไคยได้ทีเย้ยว่า อรุณประไพคงใส่ส้นสูงไม่เป็น

“แล้วคุณคงไคยใส่เป็นเหรอคะ” อรุณประไพสวนทันควัน

ทองถมกับภวันแอบสะใจ แต่ปรุงฉัตรยังหาเรื่องต่อ เธอบ่นกับคงไคยว่า จะเอาของที่คงไคยลืมไว้ที่ห้องมาคืนให้อรุณประไพ เพราะจะได้สบายใจว่าเธอคืนของให้หมดแล้ว

“วันไหนก็ได้ค่ะ แค่คุณปรุงคิดจะคืนให้ ไพก็ขอบคุณค่ะ” อรุณประไพโต้กลับ

“ไม่ต้องหรอกปรุง เวลาผมจะใช้จะได้สะดวก” คงไคยเข้าข้างปรุงฉัตรหวังเห็นอรุณประไพเจ็บปวด

“แต่แม่ว่าทิ้งไปเถอะ ของเก่าเก็บไว้ก็มีแต่จะเสื่อมสภาพ ไม่ต้องเอามาคืนนะ เพราะป้ามีของใหม่ที่ดีกว่าให้คงไคยแล้ว หนูไพจ๊ะแม่อิ่มแล้วล่ะ ทานไม่ค่อยลง” ภวันวางช้อน

คงไคยพูดไม่ออก ปรุงฉัตรไม่พอใจแต่ต้องเก็บอาการ อรุณประไพเปลี่ยนบรรยากาศลุกไปจัดของหวานมาเสิร์ฟคงไคยเดินตามไปตั้งใจจะเล่นงานอรุณประไพ ระหว่างนั้นเสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น แฉล้มเดินไปรับ วายุโทร.มาขอคุยกับอรุณประไพ แฉล้มจึงไปตามในครัวและเห็นคงไคยทำท่าจะหอมอรุณประไพเพื่อสั่งสอน แฉล้มตกใจคิดว่า ผัวเมียหยอกกันก็ร้องว้ายคงไคยกับอรุณประไพผละออกจากกัน

“มีคนโทร.มาหาคุณไพค่ะ เป็นผู้ชายค่ะ ชื่อวายุ” แฉล้มตั้งใจจะพูดให้คงไคยได้ยิน คงไคยจ้องหน้าอรุณประไพ แล้วเดินออกไปรับโทรศัพท์เอง

แฉล้มอมยิ้มเดินกลับมาหาทองถมกับภวันที่กำลังฟังปรุงฉัตรโม้ว่า เนื้อทิพย์ทุ่มเงินสองแสนเพื่อให้เธอได้เดินชุดฟินาเล ทองถมรู้ทันเจตนาของทั้งคู่จึงว่าแขวะ ปรุงฉัตรหน้านิ่วไม่พอใจ และไม่พอใจมากขึ้น เมื่อเห็นแฉล้มทำท่าทางกระหยิ่มปนเสียวซ่าน “ก็คุณคงไคยสิคะตามไปหวาน หอมซ้ายหอมขวาคุณไพถึงในครัว แถมตอนนี้มีผู้ชายชื่อวายุโทร.หาคุณไพ คุณคงไคยก็โกรธใหญ่เลยค่ะ”

“แม่แล่มรู้ได้ยังไงว่าคงไคยเขาโกรธ” ปรุงฉัตรโกรธจนลืมตัวรีบลุกไปดูคงไคย เห็นเขากำลังต่อว่าวายุที่โทร.มาหาอรุณประไพ ก็ทำเป็นงอนขอตัวกลับเพื่อให้คงไคยไปส่ง แต่ภวันตามเกมทันจึงสั่งให้ไปกับทองถม เพราะกำลังจะกลับพอดี

“ไปครับคุณปรุงฉัตร เกินสามทุ่มผมชอบขับรถหลับในซะด้วย” ทองถมลากปรุงฉัตรออกไป

ส่วนคงไคยก็ขึ้นไปเอาเรื่องอรุณประไพเพราะเสียหน้าที่ชายอื่นโทร.มาหาเมียตน แต่ก็โดนอรุณประไพตอกกลับจนพูดไม่ออก คงไคยเห็นว่าเถียงสู้อรุณประไพไม่ได้ จึงใช้กำลังข่มเหง แต่คราวนี้อรุณประไพไม่ยอม เธอกัดหูเข้าอย่างจังๆ จนต้องถอยไป อรุณประไพอาศัยโอกาสหนีเข้าไปในห้องน้ำพร้อมตะโกนไล่คงไคยออกไปจากห้อง

“ไปแน่ โดนแบบนี้ใครจะไปมีอารมณ์ด้วยก็บ้าแล้ว” คงไคยหัวเสียออกไป

อรุณประไพโล่งอกที่รอดไปได้อีกวัน

ooooooo

เมื่องานเดินแฟชั่นมาถึง ขณะที่ทองถมกับภวันนั่งรออยู่ในงาน เนื้อทิพย์ก็เข้ามาเย้ยเรื่องปรุงฉัตรได้เดินชุดฟินาเล ภวันเจ็บใจสั่งให้ทองถมไปสืบมาว่า เนื้อทิพย์บริจาคเท่าไหร่ เพราะเธอจะทุ่มมากกว่านั้นเพื่อให้อรุณประไพได้เดินชุดฟินาเล ทองถมรับคำแล้วลุกไปจัดการ

ใจดีมาเป็นพี่เลี้ยงให้อรุณประไพอยู่ในห้องแต่งตัว เพราะรู้จักทีมงานทุกคนดี ซาซ่าพาปรุงฉัตรเข้ามา แต่พอเห็นอรุณประไพนั่งอยู่ก็จะลากเพื่อนรักไปแต่งตัวที่มุมอื่น แต่ปรุงฉัตรไม่ยอมเดินเข้าไปนั่งข้างๆอรุณประไพแล้วสั่งให้ช่างที่แต่งหน้าให้อรุณประไพแต่งให้เธอด้วย ช่างแต่งหน้าจำใจแต่งหน้าให้

“คุณไพหมกตัวอยู่แต่ในครัวคงไม่ค่อยได้ออกงาน...

ถ้าขาสั่น สะดุดล้มก็เชิดๆไว้นะคะ” ปรุงฉัตรเอ่ย

“ขอบคุณค่ะที่แนะนำ” อรุณประไพตอบสีหน้าเรียบเฉย

ใจดีชักกรุ่น กระซิบถามอรุณประไพว่ารู้จักปรุงฉัตรด้วยหรือ อรุณประไพพยักหน้ารับ ใจดีจะซักต่อ แต่เหลือบไปเห็นคงไคยเดินเข้ามาพร้อมกับช่อดอกไม้ก็ร้องแซวว่า สามีเอาดอกไม้มาให้กำลังใจภรรยา แต่คงไคยกลับเดินเลยอรุณประไพไปยื่นให้ปรุงฉัตร

“นังนี่มันกิ๊กผัวน้องไพใช่ไหม” ใจดีถึงบางอ้อ

อรุณประไพไม่ตอบ คุณธรรมของซาซ่าก็พลุ่งพล่าน เธอเข้ามาต่อว่าคงไคยที่ทำไม่ถูก แต่คงไคยกลับตอกย้ำว่า ปรุงฉัตรคือคนสำคัญของเขา หวังจะเห็นอรุณประไพเจ็บปวด แต่เธอกลับไม่สนแม้แต่นิดเดียว

“ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือไม่ได้เป็นพี่เลี้ยงให้ผู้เดินแบบเชิญออกไปรอด้านนอกค่ะ” ทีมงานเข้ามาไล่

“ผมไปรอดูคุณข้างนอกนะครับปรุง” คงไคยขยับจะเดินออก ปรุงฉัตรโน้มคอมาหอมสั่งลาแกล้งอรุณประไพ แต่อรุณประไพไม่สะทกสะท้าน ปรุงฉัตรขัดใจหันไปดึงซาซ่าให้ช่วยทำอะไรให้หน่อย แล้วกระซิบข้างหูบอกแผนการ

“จะไหวเหรอนังปรุง” ซาซ่าโวยวาย แต่ก็จำยอมช่วยเพราะรักเพื่อน

ส่วนที่หน้างานทองถมก็กลับมารายงานภวันว่าทุกอย่างเรียบร้อย อรุณประไพได้เดินชุดฟินาเลแน่นอน ภวันยิ้มพอใจแต่ซาซ่าที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไร ก็แอบเข้ามาในห้องเสื้อผ้าแล้วใช้มีดโกนเลาะด้ายชุดที่เขียนชื่ออรุณประไพออกจนเกือบขาดตามแผนของปรุงฉัตร จากนั้นก็หลบออกไป  สักพักทีมงานก็เดินคุยกันเข้ามาในห้อง

“ยอดบริจาคเปลี่ยน ต้องเปลี่ยนคนเดินชุดฟินาเล” ทีมงานเอาป้ายชื่อของอรุณประไพกับปรุงฉัตรสลับชุดกัน

ด้านปรุงฉัตรก็โวยลั่นเมื่อไม่ได้เดินในชุดฟินาเลตามที่ตกลง แต่ก็จำใจออกไปทำหน้าที่ แล้วเธอก็ยืนอึ้งเมื่อเห็นอรุณประไพออกมาในชุดฟินาเลดูงดงาม

คงไคยถึงกับเก็บอาการไม่อยู่จ้องอรุณประไพตาไม่กะพริบ ปรุงฉัตรไม่พอใจแกล้งเดินชนอรุณประไพตอนสวนกันอรุณประไพเสียหลักไปนิดหน่อย ปรุงฉัตรยังไม่สะใจจะชนซ้ำรอบสอง แต่คราวนี้อรุณประไพหมุนตัวหลบ จึงเป็นปรุงฉัตรเองที่เสียหลักแต่ประคองตัวไว้ได้ แล้วจู่ๆด้ายที่เย็บตัวเสื้อที่ถูกซาซ่าเลาะไว้เกิดหลุด ทุกคนฮือฮา แต่ปรุงฉัตรกลับไม่มีอาการตกใจ เธอใส่ท่าโพสรูดส่วนที่หลุดกลับคืนที่ราวกับเป็นหนึ่งในโชว์ แสงแฟลชในงานวูบวาบ ซาซ่าเห็นแล้วจะเป็นลม ปรุงฉัตรเชิดหน้าสู้กล้องแล้วหมุนตัวกลับมาตรงจุดโพสที่สาม แล้วเดินตรงมาหาอรุณประไพที่ยืนโพสอยู่สายตาทั้งคู่ประสานกันอย่างไม่มีใครยอมใคร

“งานนี้มันสงครามชัดๆเลยนะครับ” ทองถมกระซิบกับภวัน ภวันยิ้มมองอรุณประไพอย่างพอใจ แล้วหันไปสบตากับเนื้อทิพย์ที่กำลังจ้องมาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

ooooooo

บนเวทีแสงแฟลชวูบวาบ ปรุงฉัตรตะครุบชุดเอาไว้แน่น เพื่อให้สองเต้าหลุดออกมามากกว่าที่ควรเป็น อรุณประไพเห็นก็ตกใจจะเข้ามาช่วย แต่ปรุงฉัตรสะบัดหนีแล้วรีบหอบชุดวิ่งเข้าไปด้านหลังเวที

ซาซ่าแหวกฝูงชนตามปรุงฉัตรไป เช่นเดียวกับคงไคย ภวันจะไปตามลูกชาย แต่เนื้อทิพย์เข้าขวางโทษว่า อรุณประไพ ตั้งใจจะแกล้งปรุงฉัตร

ลงจากเวทีแล้ว ปรุงฉัตรก็เข้ามาหลบในห้องน้ำ เธอทำเป็นร้องห่มร้องไห้เรียกความเห็นสงสาร และเมื่อคงไคย มาเคาะประตูเรียก ปรุงฉัตรก็เปิดประตูออกมาโผกอดคงไคย สะอื้น พลางฟ้องว่า เธอถูกกลั่นแกล้งแล้วโยนความผิดไปให้ อรุณประไพ คงไคยหลงเชื่อพาปรุงฉัตรไปเล่นงานอรุณประไพในห้องแต่งตัว

“คุณทำแบบนี้ทำไม คุณเปลี่ยนชุดของคุณกับปรุงใช่ไหม”

“ฉันจะทำแบบนั้นทำไมคะ”

“เพราะคุณต้องการแก้แค้นปรุง เรื่องกางเกงใน เอ่อ ของขวัญแต่งงานที่เขาให้คุณ” คงไคยคิดเองเออเอง

ใจดีทนไม่ไหวสวนทันควัน “อะไรนะคะ คนบ้าที่ไหนมันให้ของขวัญกันเป็นกางเกงใน ไม่มีมารยาทนี่ก็แย่แล้ว แต่ทำแบบนี้มันไม่มีสติด้วยนะคะ เขาเรียกว่า อีบ้าคนที่ยอมให้ทำก็บ้า”

ปรุงฉัตรรู้สู้ไม่ได้แน่รีบบีบน้ำตาขอร้องให้คงไคยพาเธอกลับบ้าน แล้วหันมาส่งสายตาเชือดเฉือนให้อรุณประไพ

อรุณประไพแก้เกมด้วยการบอกกับคงไคยที่ยังยืนลังเล “พาคุณปรุงฉัตรกลับไปก่อนเถอะค่ะ ถ้าอยากเอาเรื่องฉันยังไงซะเราก็อยู่บ้านเดียวกัน คุณกับฉันจะคุยกันเมื่อไหร่ก็ได้”

“นั่นสิคะ ไม่เหมือนพวกพาร์ตไทม์ไม่ได้ว่าใครนะคะแค่แสดงความคิดเห็น” ใจดีเสริม

“ถ้าฉันเป็นแก โดนด่าอย่างสุภาพแบบนี้ ฉันจะกลับไปเลียแผลที่บ้านนะ” ซาซ่ากระซิบ

“งั้นคุณก็กลับไปรอผมที่บ้าน ผมเอาเรื่องคุณแน่” คงไคยเสียงเข้ม

อรุณประไพไม่ตอบแต่จับกระโปรงยกขึ้นเบาๆ แล้วถอนสายบัวเหมือนรับทราบคำสั่งของคงไคย ยิ่งทำให้คงไคยโกรธจนทำอะไรไม่ถูก รีบพาปรุงฉัตรออกไป แต่ทันทีที่คงไคยเปิดประตูห้องแต่งตัว ก็พบว่านักข่าวยืนรออยู่เต็ม แสงแฟลชวูบวาบ ปรุงฉัตรซบหน้าลงกับอกคงไคยเหมือนกับว่าอายมาก

เช้าวันใหม่ คงไคยเห็นภาพตัวเองกับปรุงฉัตรในหน้าหนังสือพิมพ์พร้อมข้อความพาดหัว “นางแบบไฮโซโชว์เต้าเรียกเรตติ้ง กิ๊กหนุ่มผัวชาวบ้านดอดดูใจ” ก็โกรธรีบลงมาถามหาอรุณประไพกับแฉล้ม แฉล้มว่าเธออยู่ในสวน คงไคยเดินดุ่มๆออกไป แฉล้มนึกห่วงอรุณประไพจึงโทร.รายงานทองถมพร้อมกับเดินไปสังเกตการณ์

คงไคยปรี่ไปเอาเรื่องอรุณประไพที่รดน้ำต้นไม้อยู่

“คุณทองถมเคยบอกว่าคุณเข้าใจอะไรยาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะยากขนาดนี้ ก็คุณเล่นเป็นข่าวไม่เว้นวันแบบนี้ คุณแม่คุณจะรู้สึกยังไงล่ะคะ ท่านยิ่ง...” อรุณประไพหยุด ก่อนที่จะเผลอพูดเรื่องอาการป่วยของภวันออกไป

“เลิกเฟกได้แล้วอรุณประไพ เลิกทำเป็นหวังดีเป็นห่วงคุณแม่ผมซะที นึกว่าไม่รู้หรือไงว่าที่คุณแต่งงานกับผมก็เพราะเงินของคุณแม่”

“ยอมรับความจริงเถอะค่ะ ว่าถ้าไม่มีเงินของคุณแม่คุณ คุณมันก็มีแต่ตัว ขนาดสมอง ฉันยังไม่มั่นใจเลยว่าคุณจะมี”

“อรุณประไพ” คงไคยตรงเข้าเอาเรื่อง แต่ถูกอรุณประไพ ใช้สปิงเก้ิลฉีดน้ำใส่ไม่ยั้งบอกว่า เป็นการล้างคาวจากนั้นก็หันไปเอาปุ๋ยคอกในถุงป้ายตัวคงไคย

“เฮ้ย ยายผีดิบ เล่นอะไร” คงไคยพยายามปัดปุ๋ยออกจากตัว จนกางเกงแพรที่สวมอยู่หลุดลงมา

อรุณประไพยืนอึ้ง คงไคยได้ทีแกล้งเดินเข้าหา อรุณประไพทำอะไรไม่ถูกวิ่งหนีไป

“ต่อหน้าคุณแม่ทำเป็นหงิม  ฉันมองออกนะอรุณประไพว่าเธอไม่ได้ดีอย่างที่ทุกคนคิด” คงไคยสะใจเดินขึ้นตึกไป

แฉล้มที่แอบดูอยู่ห่างๆ รีบโทร.รายงานทองถมใหม่ “แล่มคงมองผิดไปน่ะค่ะคุณทองถม ตอนแรกแล่มคิดว่าคุณคงไคยจะไปเอาเรื่องคุณไพเรื่องข่าวในหนังสือพิมพ์ ที่ไหนได้ตามไปหยอกเมียค่ะ มีแกล้งทำเป็นกางเกงหลุดหยอกกันด้วยนะคะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นมั้ง” ทองถมหนักใจ

ซาซ่่าเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์ก็นึกกลัวปรุงฉัตรจะเสียชื่อ แต่ปรุงฉัตรกลับนั่งจิบกาแฟดำอย่างสบายอารมณ์ คุยว่าช่วงนี้กระแสของเธอมันเงียบๆอยู่ มีข่าวแบบนี้ก็ดีแล้ว

“นังปรุง ไหวไหมแก หัดคิดอะไรให้มันเหมือนมนุษย์มนาเขาบ้างได้ไหม ยางอายนะมีไหม”

“ทำไมต้องอาย ทีมันแย่งของของฉันไป ทำไมมันไม่อาย ไม่เห็นมีใครไปด่ามันบ้าง ทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องผิดหวัง”

“เพราะแกไม่เคยรักใครนอกจากตัวเองไงนังปรุง ถ้าตอนที่มีเขาอยู่แกจริงใจกับเขาสักนิด ไม่ใช่มีเขาเพื่อแก้เหงา คนนะไม่ใช่หมา แกจะได้มีไว้เกาคางลูบหัวให้หายเหงา  ฉันอยากจะรู้นักว่าถ้าไอ้คุณคงไคยของแกมันรู้ว่าแกก็เลวไม่ต่างจากเขาเลย เพราะลับหลังเขา แกก็แอบไปโซ้ยกับคนอื่นเหมือนกัน ไม่เว้นแม้แต่ในงานแต่งเขา”

“แกรู้” ปรุงฉัตรชาไปทั้งตัว

“รู้สิ  แล้วฉันก็ได้แต่รอว่าเมื่อไหร่แกจะเลิกทำเลวๆ

แบบนี้ซะที อย่าทำร้ายตัวเองมากไปกว่านี้ได้ไหมนังปรุง” ซาซ่าร้องไห้โฮ เพราะเก็บกดกับพฤติกรรมของปรุงฉัตร

ปรุงฉัตรเข้าไปกอดปลอบซาซ่าไว้แน่นเหมือนกับว่าในโลกนี้คงมีเพื่อนคนนี้คนเดียวที่หวังดีกับเธอจริงๆ เสียงเคาะประตูห้องดัง ปรุงฉัตรเดินไปเปิดประตู เห็นเป็นณรงค์ ยืนอยู่พร้อมตะคอกสั่งให้เธอกลับบ้าน แต่ปรุงฉัตรไม่สน

“กลับเดี๋ยวนี้” ณรงค์คว้ามือปรุงฉัตรบีบแน่น

ซาซ่าเห็นท่าไม่ดีเข้ามาห้าม ณรงค์ตวาดว่า เป็นเรื่องในครอบครัว แล้วทำท่าจะเล่นงานซาซ่าอีกคน ปรุงฉัตรไม่อยากให้เพื่อนเดือดร้อนจึงยอมกลับไปกับณรงค์

ณรงค์ขับรถเข้ามาจอดในบ้าน ปรุงฉัตรลงจากรถจะเดินเข้าไป แต่ณรงค์เรียกไว้แล้วเข้าไปตบหน้าปรุงฉัตร จนมุมปากมีรอยแตกเลือดซึม ณรงค์พอใจรีบลากปรุงฉัตรเข้าไปหาเนื้อทิพย์ในบ้าน

“นังปรุง” เนื้อทิพย์ปรี่เข้ามาจะตบปรุงฉัตร แต่ณรงค์คว้ามือไว้บอกว่า เขาจัดการแล้ว

“ดี จะได้ไม่เสียมือฉัน” เนื้อทิพย์ผลักปรุงฉัตรออกไป พลางบ่นยืดยาวเรื่องที่ปรุงฉัตรทำงามหน้าไว้เมื่อคืน ในขณะที่ปรุงฉัตรหันไปมองหน้าณรงค์เข้าใจแล้วว่าเขาตบเธอทำไม

ooooooo

ประกอบแต่งตัวเตรียมไปออกรอบ เดินลงมาจากชั้นบน เนื้อทิพย์เอ่ยถามสามีว่าจะให้จัดการอย่างไรกับปรุงฉัตร ประกอบไม่สนสั่งให้เนื้อทิพย์จัดการเอาเอง

“แบบนี้ไงฉันถึงไม่เคยชนะยายคุณหญิงภวันเลย ทั้งผัว ทั้งลูก ทั้งเด็กในบ้าน ไม่ได้เรื่องสักคน”

“แล้วคุณจะไปเดือดร้อนอะไรนักหนา อยากได้ไอ้คงไคยมันมาเป็นลูกเขยนักหรือไง”

“ตำแหน่งประธานบริษัทกำลังจะเป็นของคงไคย  คุณมีปัญญาแย่งคืนมาไหมล่ะ”

“ที่โมโหฉุนเฉียวก็เพราะคุณจะใช้ยายปรุงมันจับนายคงไคยใช่ไหม คิดได้แต่เรื่องต่ำๆ”

“ฉันคิดเรื่องต่ำๆแล้วคนชั้นต่ำคิดวิธีได้ดีกว่านี้งั้นสิ”

ประกอบชะงัก หันมามองเนื้อทิพย์อย่างไม่พอใจนัก ณรงค์เข้ามาปรามแล้วหันไปถามน้องว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“เรื่องครั้งนี้ปรุงต้องเอาคืนแน่นอน ปรุงมีวิธีที่จะทำให้คุณหญิงภวันเสียหน้าเหมือนกัน” ปรุงฉัตรยิ้มร้าย

ปรุงฉัตรมาหาคงไคยแล้วถือวิสาสะเข้าไปในห้องนอนของเขา ซึ่งตอนนี้กลายเป็นห้องของอรุณประไพไปแล้ว เธอจงใจพูดยั่วอรุณประไพเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคงไคย แต่กลับโดนอรุณประไพตอกกลับ

“งั้นก็เชิญคุณรำลึกความหลังไปก็แล้วกันค่ะ  ฉันเข้าใจค่ะว่าอดีตมันหอมหวาน น่าจะลืมยาก  ฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” อรุณประไพลุกหนี

“ฉันไม่เคยเป็นอดีต ถ้าคิดจะสู้กับฉัน” ปรุงฉัตรตามจ้องหน้าเหมือนจะฆ่าอรุณประไพด้วยสายตา แล้วรีบปรับเปลี่ยนท่าที เพราะเห็นคงไคยเปิดประตูเข้ามา เธอทำเป็นร้อนใจฟ้องคงไคย “ปรุงมาเรื่องข่าวน่ะค่ะ ตอนนี้นักข่าวหาว่าปรุงสร้างกระแส ต้นสังกัดบังคับให้ปรุงแถลงข่าว แต่ถ้าปรุงพูดคนเดียวก็เหมือนแก้ตัว ปรุงก็เลยต้องมาขอให้คุณไพช่วยไปยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดมันเป็นอุบัติเหตุน่ะค่ะ”

คงไคยไม่ลืมหูลืมตาหลงเชื่อปรุงฉัตรอีกตามเคย  หันมาบังคับให้อรุณประไพไปช่วยปรุงฉัตร  เพราะเป็นความผิดของเธอเหมือนกัน  อรุณประไพยังไม่ทันได้ตอบ  แฉล้มก็เข้ามาบอกว่าภวันให้มาตามอรุณประไพ แล้วหันไปว่ากระทบปรุงฉัตรชุดใหญ่

ปรุงฉัตรอึ้งอ้าปากค้างเถียงไม่ทัน

คงไคยเดินควงปรุงฉัตรลงมาทานอาหารเช้าด้วยกัน ปรุงฉัตรว่าแขวะอรุณประไพเรื่องอาหารที่เตรียมไว้ แต่โดนทองถมตอกกลับจนหน้าชา แถมภวันยังช่วยออกรับแทนลูกสะใภ้ ก่อนตัดบทถามทองถมเรื่องตั๋วเครื่องบินกับที่พัก เพราะจะพาอรุณประไพกับคงไคยไปฮันนีมูน

ปรุงฉัตรตาวาวมองข้ามโต๊ะส่งสายตาประกาศสงครามกับอรุณประไพ

ooooooo

อรุณประไพกำลังจัดอาหารทะเลแบบคาริเบียน เพื่อให้วายุถ่ายภาพ มีป๊อกกี้คอยเป็นลูกมืออยู่ใกล้ สักพักใจดีก็ปรี่เข้ามาหาอรุณประไพพร้อมหนังสือพิมพ์กรอบบ่าย เพราะข้องใจว่าทำไมปรุงฉัตรถึงให้ข่าวว่า อรุณประไพจะไปงานแถลงข่าวเรื่องเต้าหลุดของเธอด้วย แถมคงไคยยังสนับสนุนเต็มที่ วายุเห็นข่าวก็นึกฉุน อาสาไปต่อยคงไคยให้เพราะหมั่นไส้

“ช่างเขาเถอะค่ะ ถ้าเขาคิดว่าทำแบบนี้แล้วสบายใจก็ปล่อยเขา  อีกอย่างมันก็กระทบชื่อเสียงคุณปรุงฉัตรเขา เขาก็ต้องอยากแถลงข่าวเป็นธรรมดา” อรุณประไพทำใจได้

“ตอนแม่คุณไพท้องอ่านนิยายน้ำเน่ารึเปล่าครับ ถึงได้นางเอ๊กนางเอกแบบนี้” วายุล้อ แต่พอเห็นอรุณประไพหน้าเครียดก็ถามต่อ “คุณไพรู้ไหมครับ  เราสามารถจดทะเบียนหย่าวันเดียวกับจดทะเบียนสมรสได้นะครับ”

“รู้ค่ะ”

“แล้วสนใจไหมครับ นามสกุลผมเพราะนะครับ ผมนายวายุ เสียงเสนาะ” วายุนำเสนอ

“ลิเกมาก มาก” ใจดี ป๊อกกี้และทีมงานพูดพร้อมกัน แล้วใจดีก็ส่งสัญญาณให้ป๊อกกี้ลากวายุออกไป เพื่อจะเกลี้ยกล่อมให้อรุณประไพไปภูเก็ตด้วยกัน เพราะทางโรงแรมติดต่อมาว่าอยากทำเว็บเกี่ยวกับอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงแรม จึงอยากให้อรุณประไพไปช่วย แต่อรุณประไพยังแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะภวันเพิ่งบอกว่าจะให้ไปฮันนีมูนกับคงไคยที่ภูเก็ตเช่นกัน

“ไม่เป็นไรจ้า กลับไปคิดก่อนแล้วค่อยให้คำตอบพี่ก็ได้ แต่เราไปวันอังคารนะ วันนี้ก็วันเสาร์แล้วด้วยเนอะ” ใจดีเดินออกไป

อรุณประไพรู้ทันว่า ใจดีอยากมัดมือชกจึงได้แต่ยิ้ม

ทางด้านซาซ่าเมื่ออดรนทนไม่ได้ ก็เข้ามาต่อว่าปรุงฉัตร เรื่องจะดึงอรุณประไพมาแถลงข่าวด้วย เพราะเห็นว่าไม่ถูกต้อง แต่ปรุงฉัตรยืนยันว่า เธอต้องการให้อรุณประไพรู้ว่า คนละระดับมันเป็นยังไง ซาซ่าขยับจะเทศนาต่อ แต่เสียงกริ่งดังขึ้น ซาซ่าออกไปเปิดประตูเห็นณรงค์ยืนรออยู่ก็ร้องสั่งให้ปรุงฉัตรหนี แต่ไม่ทัน ณรงค์ตรงเข้าคว้าแขนปรุงฉัตรพลางต่อว่าเรื่องงานแถลงข่าว  เพราะถึงคงไคยจะเสียเครดิต แต่ก็ไม่คุ้มกับการที่นักข่าวจะขุดคุ้ยเรื่องปรุงฉัตรแย่งสามีชาวบ้าน  แถมครอบครัวยังเสียชื่อเสียงอีก แต่ปรุงฉัตรไม่แคร์แถมยังโต้กลับ จนณรงค์โกรธจะเข้ามาสั่งสอน พอดีซาซ่าเข้ามาช่วย แต่โดนณรงค์ชกลงไปกอง ปรุงฉัตรห่วงเพื่อนจึงบอกกับณรงค์ว่าคนที่สั่งให้เธอทำแบบนี้คือเนื้อทิพย์ ณรงค์อึ้งพูดไม่ออก

เช่นเดียวกับประกอบที่ไม่เห็นด้วยกับแผนการโง่ๆ ของเนื้อทิพย์

“แล้วฉลาดอย่างคุณดูไม่ออกหรือไงว่างานแถลงข่าวเนี่ยจะฉีกหน้านังภวันได้เจ็บแสบขนาดไหน ที่สังคมจะได้เห็นว่าลูกสะใภ้มันเป็นผู้หญิงโง่ๆ ที่ไม่มีอะไรเทียบกับยายปรุงได้เลย”

“คุณไม่โง่เลยงั้นสิ นักข่าวคงชอบใจจะได้พาดหัว ลูกสาวคุณเนื้อทิพย์สิ้นท่าต้องไปแย่งสามีชาวบ้าน” ประกอบคะคอกใส่เนื้อทิพย์หน้าเสียที่ลืมคิดข้อนี้ไป แต่ยังมั่นใจว่าจะเอาชนะภวันได้

ใจดีอาสามาส่งอรุณประไพที่บ้านหวังจะกล่อมให้เธอใจอ่อนยอมไปช่วยงานที่ภูเก็ต วายุขอติดรถมาด้วยเพราะอยากใกล้ชิดอรุณประไพ รถแล่นมาได้สักพักใจดีก็ได้รับข้อความจากผู้หวังดีว่า สิทธาสามีของเธอพาคู่ขามาที่คอนโดฯแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นทางไปบ้านภวันพอดี ใจดีจึงแวะไปจัดการและชวนอรุณประไพไปเป็นเพื่อนด้วย

อรุณประไพยืนงง เมื่อเห็นใจดีตรงเข้าซ้อมผู้ชายคนหนึ่ง แต่เขากลับไม่ต่อสู้ขัดขืนเลยแม้แต่น้อย และเธอก็เริ่มเข้าใจเมื่อได้ยินใจดีสั่งให้เขาไปรอที่บ้าน จากนั้นใจดีก็ชวน อรุณประไพกลับไปที่รถ

อรุณประไพแนะนำให้ใจดีกลับไปดูสามีก่อน แต่ใจดีไม่ยอม เพราะกำลังเดือด วายุได้ยินเรื่องราวก็อดปากเสียไม่ได้ จึงโดนอรุณประไพดุ

“คราวนี้ผมไม่ได้ปากเสียนะครับ พี่เล่นวิ่งไล่โรมรันเขาแบบนี้ แล้วเคยสักครั้งไหมครับที่พี่จะใช้น้ำเย็นเข้าลูบ ผู้ชายน่ะเขาไม่ชอบอยู่กับอะไรร้อนๆ หรอกนะครับ พี่ยังดีนะครับ ผัวพี่ไม่เป็นที่รู้จัก ดูคุณไพสิ ผัวเป็นคนดัง แถมขยันทำตัวเป็นข่าว คุณไพยังเย็นอยู่ได้ ไม่รู้จะรักอะไรกันนักหนา” วายุทิ้งระเบิด

อรุณประไพอึ้งตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่า ทำไมต้องทน

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #1 on: 20 August 2026, 11:12:04 »


เมียแต่ง ตอนที่ 3

ทองถมกับภวันปรึกษากันเรื่องส่งตัวแทนไปเจรจากับมิสเตอร์ทานากะที่ญี่ปุ่น เพราะทางประกอบเตรียมเสนอให้ณรงค์ไปสร้างผลงานเพื่อให้คณะกรรมการยอมรับ แต่ทั้งคู่ต้องหยุดการสนทนาลง เมื่อเห็นคงไคยเดินลงมามองไปที่หน้าบ้านเหมือนรออรุณประไพ

ภวันกับทองถมจึงแกล้งยั่วให้คงไคยหึงอรุณประไพ เมื่อเสียงรถเข้ามาในบ้าน คงไคยออกไปดูก็เห็นภุชงค์เดินลงมาจากรถพร้อมกับตะกร้าใส่กล้วยไม้สีขาวก็ยิ่งฉุน จึงตีหน้ายักษ์เข้าไปบอกกับภุชงค์ว่า อรุณประไพไม่อยู่ ภุชงค์เห็นคงไคยหึงก็เข้าใจว่า ทั้งคู่แต่งงานเพราะรักกันจริงๆ จึงสารภาพว่า ตอนแรกเขาคิดว่าอรุณประไพยอมแต่งงานกับคงไคยเพราะอยากให้เขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเบญจะได้เลิกระแวงเพราะมันส่งผลต่ออาชีพทนายความของเขา

“คุณมาบอกผมทำไม”

“ผมพอดูออกว่า มีผู้หญิงมากมายเสนอตัวให้คุณเพราะเงิน แต่สำหรับไพมันไม่ใช่เลย ไพเป็นคนดีมากนะครับคุณคงไคย เอาไว้วันหนึ่งคุณก็จะเข้าใจครับว่าทำไมผมถึงตัดใจจากผู้หญิงที่ชื่อ อรุณประไพไม่ได้ ฝากบอกไพด้วยนะครับว่าผมแวะมาหา คุณโชคดีมากนะครับที่ได้อรุณประไพเป็นภรรยา ฝากดอกไม้นี่ให้ไพด้วย ไพเขาชอบดอกไม้สีขาว”ภุชงค์ยื่นตะกร้าดอกไม้ให้แล้วเดินจากไป

“จากคนรักเก่า ฝากบอกคนรักใหม่หรือไงวะ ฉันไม่ใช่คนรักใหม่ของยายผีดิบนั่นนะ เชอะ ชอบดอกไม้ขาวงั้นเหรอ” คงไคยนึกเคืองและเริ่มสับสนเมื่อนึกถึงอรุณประไพ

ส่วนใจดี เมื่ออารมณ์เย็นลงแล้ว ก็สั่งให้วายุมาขับรถแทน เพราะจะแวะซื้อก๋วยเตี๋ยวร้านโปรดไปฝากสามี วายุขึ้นมานั่งแทนที่คนขับ แล้วขับรถออกไป

เวลาเดียวกันนั้น ทองถมหันไปถามแฉล้มที่ยกตะกร้าผักสดเดินผ่านไปว่า วันนี้มีอะไรกินบ้าง แฉล้มคุยว่าอรุณประไพเตรียมอาหารเวียดนามไว้ให้แล้ว ตนแค่ใส่ไมโครเวฟอุ่นให้ร้อนเท่านั้น

“คุณไพบอกว่าต้องดูแลเรื่องอาหารให้คุณผู้หญิงเป็นอย่างดี คุณผู้หญิงจะได้แข็งแรง”แฉล้มจงใจให้คงไคยที่เดินเข้ามาได้ยิน

ภวันรับมุกเสริมว่า ลูกสะใภ้แบบนี้จะไปหาที่ไหนได้ แล้วร้องทักคงไคยว่า ไปเอาดอกไม้ที่ไหนมา

“มีผู้ชายฝากไว้ให้ลูกสะใภ้ที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้วของคุณแม่ไงครับ” คงไคยประชดแล้วเดินหนีขึ้นห้อง

เสียงรถแล่นมาจอดหน้าบ้าน ภวันเร่งให้แฉล้มไปเตรียมอาหาร เพราะอรุณประไพกลับมาแล้วจะได้ทานพร้อมๆกัน ทองถมชะเง้อมองไปหน้าบ้านเห็นวายุมาส่งอรุณประไพก็เปรยว่า คงไม่ได้ทานง่ายๆ

ด้านคงไคย เขาแอบมองทางหน้าต่างห้องนอน เห็น วายุมาส่งอรุณประไพก็หึง จึงพาลอรุณประไพที่เดินเข้ามาโดยกล่าวหาว่า เธอนัดให้ผู้ชายคนหนึ่งมาหา แล้วให้อีกคนมาส่งเพื่อยั่ว อรุณประไพอึ้ง แต่พอหันไปเห็นตะกร้าดอกกล้วยไม้ก็เข้าใจทันทีว่าภุชงค์มาหา เธอเดินเข้าไปดูดอกไม้อย่างอาลัยอาวรณ์

คงไคยเห็นท่าทางของอรุณประไพก็ไม่พอใจตามมาพาลต่อและจะใช้กำลังข่มเหง อรุณประไพดิ้นหนีจนชนเก้าอี้ล้มดังโครม

ทองถม ภวัน และแฉล้มที่ยืนลุ้นอยู่ข้างล่างต่างตกใจ ภวันเป็นห่วงกลัวอรุณประไพจะเป็นอะไรจึงขึ้นมาดู ทองถมบ่นว่า เป็นสิดี เพราะคิดคนละเรื่องกับภวัน แล้ววิ่งตามไป

คงไคยลากอรุณประไพมาที่เตียงเตรียมจะจัดการ แต่อรุณประไพหันไปคว้าแจกันที่หัวเตียงตีหัวคงไคย  เพื่อป้องกันตัว ภวันมาถึงหน้าห้องได้ยินเสียงร้องก็เข้าใจว่า คงไคยทำร้ายอรุณประไพจึงเปิดประตูเข้ามา แต่ภาพที่เห็นกลับเป็นลูกชาย

ตัวเองโดนอรุณประไพเล่นงาน

“บอกแล้วว่าคุณไพไม่เป็นอะไร ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจ” ทองถมถอนใจ

ooooooo

คงไคยนั่งกุมหัวตัวเองอยู่ในห้องอาหาร แฉล้มเอาน้ำแข็งเข้ามา ทองถมล้อว่า จะรับอาหารหรือน้ำแข็งประคบหัวก่อนดี ภวันกับอรุณประไพอมยิ้ม ทำให้คงไคย ยิ่งไม่พอใจเพราะเสียฟอร์ม จึงพาลไปลงที่อาหาร

“ไม่มีอะไรจะกินแล้วหรือไง ถึงได้กินผักหญ้าแบบนี้ ผมไม่ใช่วัวใช่ควายนะ”

“แม่บอกหนูไพเองว่าอยากกิน สงสัยชาติก่อนแม่คงเป็นวัวเป็นควายมาก่อนมั้ง” ภวันสวน

คงไคยสะอึกหน้าเสียแต่ก็ยังไม่วายเถียงต่อแบบไม่ยอมรับผิดว่า กลัวแม่จะเบื่ออาหารจืดชืด

“เฮ้อ ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจ เรื่องของที่เราจะกินเข้าร่างกายน่ะมันเรื่องใหญ่ พวกมักง่าย กินง่ายก็มักจะไม่เห็นว่าสำคัญ โน่นแหละครับจนท้องร่วงท้องเสียเพราะอาหารเป็นพิษถึงจะรู้” ทองถมตอกย้ำ

แฉล้มเห็นคุณหนูโดนเล่นงานอยู่คนเดียวก็สงสาร จึงรีบตัดบทด้วยการชวนทุกคนทานอาหาร ภวันเลิกสนใจลูกชาย หันไปคุยกับอรุณประไพเรื่องงานแถลงข่าวของปรุงฉัตร เพราะไม่เห็นด้วยที่อรุณประไพจะไปช่วย อรุณประไพยังไม่ทันได้ตอบอะไร คงไคยก็รีบเอ่ย “แล้วแม่คิดเหรอครับว่าสะใภ้ของแม่จะมีน้ำใจขนาดนั้น ไม่มีผลประโยชน์ เขาคงไม่เสียเวลาหรอกครับ” คงไคยมองอรุณประไพอย่างดูถูก

ภวันกับทองถมนึกเห็นใจอรุณประไพ ส่วนอรุณประไพขอตัวขึ้นห้อง เพราะสะเทือนใจกับคำพูดของคงไคย เธอรำพึงกับตัวเอง “ในสายตาคุณ ฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงหิวเงิน”

แล้วภุชงค์ก็โทร.เข้ามา อรุณประไพจำใจกดรับ เธอยืนยันกับเขาว่า “เรายังเป็นเพื่อนกันได้ ไพแค่กลัวว่าคุณจะเดือดร้อนถ้าเรายังติดต่อกันอยู่”

คงไคยเดินเข้ามาได้ยินอรุณประไพคุยโทรศัพท์ก็หยุดฟัง ในขณะที่ภุชงค์ปรับทุกข์กับอรุณประไพเรื่องเบญที่ตามอาละวาดหึงเขาไปทั่วจนเขาอับอาย

“ภุชงค์คะ มีคนบอกไพว่าชีวิตคู่เราต้องใช้ความอดทนให้มากค่ะ ไพเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำได้แค่ไหน แต่ไพก็อยากให้คุณอดทนกับชีวิตคู่ของคุณให้มากให้สมกับที่” อรุณประไพพูดค้าง

“สมกับที่ฉันอุตส่าห์เสียสละ” คงไคยหมั่นไส้พูดต่อเอง

“ไพจะเป็นกำลังใจให้คุณนะคะ”อรุณประไพตัดบททั้งที่ในใจเจ็บแปลบ

ภุชงค์รู้คำตอบแล้วว่า เขากับอรุณประไพไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิม อรุณประไพขอบคุณภุชงค์เรื่องดอกไม้แล้วจะหันไปหยิบมาดู แต่คงไคยเข้ามาคว้าไปก่อน
“คุณคงไคย อย่านะ ฉันกำลังคุยโทรศัพท์อยู่นะ”

อรุณประไพร้องห้าม

ภุชงค์ได้ยินก็หน้าเสีย เพราะคิดไปไกล คงไคยสะใจเข้าไปแย่งโทรศัพท์มาบอกกับภุชงค์ “แค่นี้ก่อนนะครับผมกับภรรยามีเรื่องต้องทำ”

“บอกว่าอย่าไง คุณคงไคย”อรุณประไพแย่งตะกร้าดอกไม้คืน

ภุชงค์จ๋อยหนักเข้าใจว่าเป็นอีกเรื่องจึงรีบวางสาย ส่วนอรุณประไพกับคงไคยก็ยังคงแย่งตะกร้าดอกไม้กันไม่เลิก แล้วอรุณประไพก็เสียหลักสะดุดล้มไปชนคงไคยล้มไปด้วย ทั้งคู่หน้าเกือบแนบชิดกัน ต่างฝ่ายต่างรู้สึกแปลกอรุณประไพรู้ตัวก่อนขยับลุก ส่วนคงไคยก็รีบออกจากห้องไปก่อนที่จะรู้สึกแพ้ใจตัวเอง

ooooooo

สายวันต่อมาคงไคยโทรมาให้กำลังใจปรุงฉัตรที่กำลังจะขึ้นแถลงข่าว ปรุงฉัตรทำมารยาอ้อนให้คงไคยเข้าใจว่า อรุณประไพแล้งน้ำใจไม่ยอมมาช่วยเธอ ทั้งๆที่อรุณประไพนั่งอยู่ข้างๆ และได้ยินทุกถ้อยคำที่คงไคยกับปรุงฉัตรคุยกัน คงไคยสงสารและเห็นใจปรุงฉัตรจึงชวนเธอไปเที่ยวภูเก็ตเพื่อเป็นการปลอบใจและรำลึกความหลัง

“เว่อร์ไปรึเปล่าคะคงไคย อยากอยู่กับปรุงแค่สองคนในโลกแค่นั้นเหรอคะ ปรุงก็อยากอยู่กับคุณค่ะ แล้วเราจะไปอยู่ด้วยกัน แค่นี้ก่อนนะคะคงไคย”ปรุงฉัตรวางสายยิ้มมีความสุขปนสะใจแล้วหันมาบอกอรุณประไพ“ได้เวลาแล้วค่ะ”ปรุงฉัตรเดินนำอรุณประไพออกไปแถลงข่าว

ด้านคงไคยเมื่อวางสายจากปรุงฉัตรแล้ว ก็เข้ามาทวงถามเรื่องตั๋วเครื่องบินไปภูเก็ตกับภวันบอกว่าจะออกเดินทางบ่ายนี้ ภวันหลงกลเข้าใจว่าคงไคยจะไปกับอรุณ–

ประไพ จึงสั่งให้ทองถมช่วยจัดการงานที่เหลือแทนคงไคย คงไคยอมยิ้มเจ้าเล่ห์ รีบออกไปรับปรุงฉัตร

ในขณะที่ปรุงฉัตรก็กำลังแถลงข่าวเรียกคะแนนให้ตัวเอง เธออ้างว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันเดินแบบเป็นอุบัติเหตุ เพราะเธอมารับเคราะห์แทนอรุณประไพ  เพราะตอนแรกชุดนั้นเป็นของอรุณประไพ

“ให้ความเป็นธรรมกับลูกปรุงด้วยนะคะ ลูกปรุงรับเคราะห์แทนหนูไพแท้ๆ”เนื้อทิพย์รีบเข้าแผน

“เรื่องนี้เกิดกับปรุงดีแล้วหละค่ะแม่ เพราะถ้าเกิดกับคุณอรุณประไพ คุณอรุณประไพคงตกใจจนแก้ไขสถานการณ์ไม่ถูก เป็นแบบนี้ดีแล้วหละค่ะคุณไพ ปรุงไม่เสียใจเลยค่ะ ที่เรื่องนี้เกิดกับปรุง ถึงปรุงจะเคราะห์ร้ายแต่ปรุงก็ยังโชคดีที่มีพี่ๆให้ความเมตตาให้โอกาสปรุงได้แถลงข่าวพูดความจริง”ปรุงฉัตรตีหน้าเศร้า
อรุณประไพรู้ตัวว่าโดนปรุงฉัตรหลอกมาทำให้เสียหน้า เสียงนักข่าวถามต่อเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง ปรุงฉัตร คงไคยและอรุณประไพ ปรุงฉัตรทำท่าไม่พอใจแต่ก็ตอบออกไป“เรื่องความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน มันไม่จำเป็นต้องระบุหรอกค่ะว่าเป็นสัมพันธ์แบบไหน รู้แค่ว่าเราอยู่กันอย่างมีความสุขก็พอ”

“แล้วทำไมคุณอรุณประไพถึงยอมมาช่วยยืนยันล่ะครับ ในเมื่อมีข่าวออกมาว่าคุณคงไคยอาจจะเป็นกิ๊กกับคุณปรุงฉัตร” นักข่าวพุ่งความสนใจมาที่อรุณประไพ
“คุณปรุงฉัตรเป็นเพื่อนของสามี ถ้าเพื่อนของสามีเดือดร้อนฉันก็คงต้องช่วย” อรุณประไพตอบนิ่งๆ

“แหม ไม่เหมือนแถลงข่าวเรื่องเต้าหลุดเลยนะคะ เหมือนมาประกาศให้รู้ว่าใครจะเป็นหลวงใครจะเป็นน้อยมากกว่า แล้วแบบนี้คุณเนื้อทิพย์รับได้เหรอครับ” นักข่าวหันไปทางเนื้อทิพย์

เนื้อทิพย์ไม่พอใจที่เรื่องวนมาตัวเอง เช่นเดียวกับปรุงฉัตร

หลังจากแถลงข่าวเสร็จ คงไคยก็โทร.มาเย้ยอรุณประไพว่า กำลังจะพาปรุงฉัตรไปฮันนีมูน พร้อมตอกย้ำ

“รู้ไว้นะถ้าคุณทำให้ปรุงฉัตรเสียใจ คุณต้องเสียใจกว่าหลายร้อยเท่า”

“เรื่องนั้นฉันทราบดีค่ะ แค่นี้ใช่ไหมคะ” อรุณประไพวางหู แล้วกดโทรศัพท์หาใจดีตอบตกลงจะไปช่วยงานที่ภูเก็ตเพราะอยากจะหนีไปให้พ้นจากสภาพนี้เหลือเกิน

คงไคยพาปรุงฉัตรเข้าพักในรีสอร์ตหรูที่ภวันเตรียมไว้ ปรุงฉัตรเป็นปลื้ม และในระหว่างที่เธอเข้าไปอาบน้ำ ทองถมก็โทร.มาตาม คงไคยคิดแกล้งทองถมจึงเปิดทีวีเสียงดัง แล้วกดโทรศัพท์ไปจ่อกับทีวี จึงเห็นภาพงานแถลงข่าวของปรุงฉัตร และมีอรุณประไพไปร่วมงานด้วย คงไคยอึ้งเช่นเดียวกับปรุงฉัตรที่เดินออกมาพอดี

“มันหมายความว่าไงปรุง” คงไคยหันมาถามปรุงฉัตรตั้งสติได้โกหกว่า เธอไม่รู้ว่าอรุณประไพจะไปร่วมงาน และที่ไม่กล้าบอกคงไคยก็เพราะกลัวเขาเปลี่ยนใจไม่ยอมพาเธอมาเที่ยวพร้อมกับบีบน้ำตาเรียกคะแนนสงสาร คงไคยใจอ่อนอีกตามเคย เขาไล่ปรุงฉัตรไปล้างหน้าตาแล้วพาออกไปทานอาหาร

ในขณะที่รถตู้ของบริษัทใจดีก็มาถึงหน้ารีสอร์ตพอดี และบังเอิญว่า เป็นรีสอร์ตเดียวกับที่คงไคยพาปรุงฉัตรมาพัก อรุณประไพเห็นใจดีนั่งซึมมาตลอดทางก็ไล่ให้วายุไปดูแล ใจดีสารภาพว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้นสามีเธอยังไม่กลับบ้านเลย เธอถามที่ทำงานก็ได้ข่าวว่า นังแมวเลขาฯตัวแสบก็หายไปพร้อมกับสามีด้วย

“ใจเย็นค่ะพี่” อรุณประไพจะปลอบใจ แต่ไม่ทันวายุที่ชิงพูดก่อน “ไม่เคยได้ยินหรือไงพี่ ผู้ชายน่ะเหมือนสายลม เขาอยากจะพัดไปไหนก็ต้องปล่อยเขาบ้าง ถ้ายิ่งบังคับเขาก็จะยิ่งไปไกลจากเรา”

ใจดีอึ้งแต่ไม่ยอมรับ เธอเปลี่ยนเรื่องหันไปถามอรุณประไพว่า ทำไมถึงเปลี่ยนใจมาช่วยงาน แต่อรุณประไพไม่บอก แล้วใจดีก็เหลือบไปเห็นรถของสิทธาจอดอยู่ เธอร้องบอกทีมงาน “รถผัวพี่ ผัวฉันอยู่ไหน” ใจดีเดินนำออกไป

“จา พนมมาเอง ตามสามียิ่งกว่าตามช้างอีกนะเนี่ยพี่” ป๊อกกี้ทำท่าจา พนมตามหาช้าง

อรุณประไพกับวายุมองหน้ากันแล้วรีบตามใจดีไป

ooooooo

ใจดีก็เข้าไปสอบถามพนักงานว่า แขกที่ชื่อสิทธา วิทยารัตน์พักอยู่ที่ห้องไหน แต่พนักงานไม่บอกเพราะไม่สามารถให้ข้อมูลของลูกค้าได้ ใจดีของขึ้นพลางประกาศว่าจะต้องหาสามีให้พบแล้วเดินดุ่มๆออกไปตั้งใจจะเคาะประตูเรียกดูทุกห้อง

วายุกับป๊อกกี้ช่วยกันดึงใจดีไว้ ขณะที่อรุณประไพเตือนสติไม่ให้ใจดีวิ่งตามอารมณ์ตัวเอง ใจดีอัดอั้นทำอะไรไม่ได้ก็น้ำตาร่วงด้วยความเจ็บใจ ทุกคนได้แต่ยืนมองด้วยความเห็นใจ แล้วใจดีก็หันไปเห็นพนักงานถือถาดฝอยทองกับเบียร์ผ่านหน้าไป เธอถามพนักงานว่า จะไปเสิร์ฟห้องไหน เพราะคิดว่ามีเพียงสิทธาเท่านั้น ที่กินของหวานแกล้มเบียร์ แต่เธอกลับไปเจอวิชิตเพื่อนสิทธา

“ไอ้สิทธิ์มันให้พี่ยืมรถมา ตัวมันน่ะเร่งทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ เห็นว่าจะสะสางงานให้เสร็จจะได้กลับไปง้อเธอเนี่ย เห็นมันจองโต๊ะในโรงแรมที่มันขอเธอแต่งงาน มันบอกว่ารำลึกความหลังกันซะบ้างเผื่อเธอจะอารมณ์ดีขึ้น” วิชิตแก้ตัวแทนเพื่อน

“โถ ผัวขา เมียขอโทษ” ใจดีมีเชื่อสนิทท่าทีอ่อนลง จนอรุณประไพอ่อนใจ

เป็นเวลาเดียวกับที่พนักงานไปเคาะประตูเรียกคงไคยแล้วส่งตั๋วเครื่องบินให้ คงไคยรับมาเปิดดูเห็นรายละเอียดแล้วรีบส่งคืน เพราะจะไม่ยอมกลับตามที่ภวันต้องการ แต่พนักงานก็ยัดตั๋วใส่มือให้คงไคยจนได้

ปรุงฉัตรทำท่าไม่พอใจที่ภวันตามมายุ่ง คงไคยโยนตั๋วเครื่องบินไว้หน้าห้องอย่างไม่สนใจ แล้วโอบปรุงฉัตรพาไปกินข้าว โดยไม่ทันเห็นวายุที่ยืนอยู่หน้าห้องของวิชิต แต่วายุเห็นคงไคยกับปรุงฉัตร และเริ่มวางแผนในใจ

คงไคยพาปรุงฉัตรเข้ามาในห้องอาหารพร้อมยืนยันกับเธอว่า จะไม่กลับไปเด็ดขาด แล้วภวันก็โทร.เข้ามาถามลูกชายเรื่องตั๋ว เพราะรู้ว่าคงถูกโยนทิ้งไปแล้ว คงไคยคิดแก้เผ็ดแม่จึงเย้ยว่าเขามาฮันนีมูนกับปรุงฉัตร แต่ก็โดนภวันตอกกลับเรื่องความแตกต่างระหว่างรถบ้านกับรถเช่า และเปรียบเทียบปรุงฉัตรเป็นรถบ้านที่มีคนเช่าไปใช้แล้วไม่รู้กี่คนต่อกี่คน “แต่อย่างยายปลิงฉัตรน่ะ ต้องเรียกเมียเช่าถึงจะถูกเอาล่ะฉันไม่รบกวนเวลาที่แกเช่ายายปลิงฉัตรมาแล้ว ที่อยากให้แกรีบกลับมาเพราะอยากให้ช่วยกันคิด ว่าหนูไพเขาหายไปไหน” ภวันเข้าเรื่อง

“ยายผีดิบจะไปไหนได้ไกลเกินรังสิตครับแม่” คงไคยทำน้ำเสียงดูถูก

“ไม่รู้สิ เห็นคุณทองถมโทร.ไปหา หนูไพบอกว่าจะไปสักสามสี่วัน แต่ไม่ยอมบอกว่าไปไหน เอาล่ะ ไม่ช่วยก็ไม่ช่วยขนาดผัวยังไม่เดือดร้อน ฉันจะไปเดือดร้อนอะไรจริงไหม” ภวันวางสายแล้วส่งยิ้มกับทองถมที่นั่งอยู่ด้วย

“คุณคงไคยน่ะเหมือนคนประสาทกลับ ถ้าเราบอกให้ทำอย่างก็จะทำอีกอย่าง เราก็ต้องเหนื่อยไล่ตาม แบบนี้สบายกว่าเยอะครับ” ทองถมเปรย

“บางทีฉันก็รู้สึกว่าฉันเองยังรู้จักลูกชายไม่ได้ครึ่งคุณเลยนะทองถม”

“คุณคงไคยก็เหมือนหลานชายผมคนหนึ่งเหมือนกันนะครับ สบายใจเถอะครับ ผมว่าวิธีนี้ต้องได้ผล ของที่อยู่ในมือคุณคงไคยอาจจะไม่เห็นค่า  แต่ถ้ามีคู่แข่งค่ามันจะเพิ่มขึ้นนะครับ” ทองถมยิ้มรับ

“ผู้ชายก็คงเป็นแบบนี้ ถ้าลูกชายฉันมันโง่นัก ก็คงต้องเป็นฉันที่ทำให้มันหายโง่สินะ” ภวันบอกกับตัวเอง

ด้านคงไคยเมื่อวางสายจากภวันแล้วก็ออกอาการหงุดหงิด ปรุงฉัตรที่นั่งอยู่ด้วยเซ้าซี้ถามว่าภวันว่าอะไรเธออีก คงไคยนึกรำคาญจึงบอกออกไป “คุณแม่ว่าคุณเป็นเมียเช่า”

ปรุงฉัตรหน้าเสีย แล้ววายุที่รอจังหวะอยู่ก็เดินเข้ามาถามเรื่องวงแจ๊สกับกัปตันห้องอาหาร พร้อมกับพูดดังๆ อย่างจงใจว่า จะขอจองโต๊ะในชื่อ วายุกับอรุณประไพ คงไคย หันมามองตาขวางจำวายุได้ติดตาจึงรีบตามไปจัดการ แต่คลาดกับอรุณประไพที่ขอไปรอบนรถ เพราะเบื่อใจดีกับป๊อกกี้ ทะเลาะกันไม่เลิก

ส่วนวายุเมื่อยั่วโมโหคงไคยที่ตามมาจนสะใจแล้วก็เดินตามทุกคนไปขึ้นรถ ปรุงฉัตรตามมาคล้องแขนคงไคยชวนกลับไปทานอาหาร แล้วรถตู้ก็แล่นผ่านมา อรุณประไพเห็นปรุงฉัตรเกาะแขนคงไคยแน่น คนไคยหันหลังกลับมาดูเห็นอรุณประไพอยู่บนรถตู้ ทั้งสองต่างสบตากัน ต่างฝ่ายต่างไม่คิดว่าจะได้เจอกันในสภาพนี้

วายุพอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน ใจดีตกใจที่เห็นคงไคยกับปรุงฉัตร เธอหันมามองวายุอย่างรู้ทัน “ฝีมือแกใช่ไหมไอ้ติสต์แตก ทำผัวเมียเขาแตกกันมันบาปนะ”

“ผมก็แค่อยากให้คุณไพรู้ แล้วคนที่ทำผิดทำบาปก็ไอ้ไฮโซนั่นต่างหาก”

“แล้วมันเรื่องอะไรที่แกต้องสาระแนไปยุ่งเรื่องของเขา” ใจดีพุ่งข้ามเบาะมาเอาเรื่อง

“พอเถอะค่ะ ไพขออยู่เงียบๆได้ไหมคะ” อรุณประไพ โพล่งออกมา

ทุกคนหุบปากสนิท ปล่อยให้อรุณประไพทอดสายตามองออกไปด้านนอก


ขณะที่คงไคยเดินแค้นใจเข้ามาในห้องอาหาร คำพูด ของภุชงค์ที่บอกว่า อรุณประไพเป็นคนดีขึ้นมาแว็บเข้ามา เขารีบปฏิเสธกับตัวเอง “เนี่ยเหรอผู้หญิงที่แสนดี อรุณประไพ เธอหลอกทุกคน หลอกฉัน เห็นฉันเป็นควายหรือไง” คงไคยนึกฉุนผลุนผลันออกจากห้องไป

ปรุงฉัตรที่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำกลับมาไม่เห็นคงไคยก็จะออกไปตาม แต่ณรงค์โทร.มาสั่งให้เธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้ ปรุงฉัตรไม่สนกดวางสาย แล้วกดปิดมือถืออย่างสะใจ

ooooooo

ใจดีพาทีมงานมาทานอาหารที่ตลาดโต้รุ่งริมถนน อรุณประไพยังคงนั่งใจลอยคิดถึงภาพที่เห็น ใจดีโมโหยุให้อรุณประไพไปจัดการกับปรุงฉัตร เพราะถ้าเป็นเธอคงตบคว่ำไปแล้ว แต่ป๊อกกี้กับวายุไม่เห็นด้วย แล้ววายุก็เหลือบไปเห็นสิทธากับแมวยืนเกาะแขนกันรอซื้อโรตีท่าทางหวานแหวว จึงสะกิดให้ใจดีดู

ใจดีไม่รอช้าพุ่งเข้าจัดการกับทั้งคู่ อรุณประไพ วายุ ป๊อกกี้วิ่งมาห้าม เหตุการณ์ดูชุลมุนวุ่นวาย แล้วอยู่ๆคงไคยก็แหวกฝูงชนเข้ามา คว้ามืออรุณประไพลากตัวออกไปที่ชายหาดลับตาคน

คงไคยต่อว่าอรุณประไพที่แอบหนีมาเที่ยวกับชู้ แต่ก็โดนเธอสวนกลับเรื่องปรุงฉัตรแล้วจะเดินหนี คงไคยแค้นตามตะครุบตัวอรุณประไพไว้ ทั้งคู่ก็เสียหลักล้มลงไปด้วยกัน คงไคยยิ้มร้ายทำท่าจะปล้ำอรุณประไพ

อรุณประไพกำทรายปาใส่หน้าคงไคยแล้ววิ่งหนี คงไคยวิ่งตามพลางขยี้ตาไปด้วย วายุตามมาพอดี คงไคยท้าให้อรุณประไพเลือกระหว่างผัวกับชู้

“แล้วคุณล่ะคะ ระหว่างเมียแต่งกับชู้ คุณจะเลือกใคร คงไม่ต้องถามให้เสียเวลาก็รู้แล้วว่าคุณจะเลือกใคร ไปกันเถอะค่ะคุณวายุ” อรุณประไพเหลืออดหันมาชวนวายุกลับ คงไคยจะตามราวี แต่อรุณประไพหันมาขู่ “อย่าตามมานะคะ ไม่งั้นฉันจะถือว่าคุณเลือกฉัน”

คงไคยชะงักกึกแล้วเดินเลี่ยงออกไปอีกทาง แต่สุดท้ายทั้งสามก็ไปเจอหน้ากันที่หน้ารีสอร์ตอีกจนได้ เป็นเวลาเดียวกับที่ใจดีในสภาพหัวหูดูไม่ได้เดินล็อกตัวสิทธาที่อยู่ในสภาพ เดียวกันเข้ามาพอดี ใจดีบอกกับอรุณประไพว่าเธอจะไปนอนห้องสิทธา

“ไม่เป็นไรค่ะ ไพนอนคนเดียวได้”

“ถ้าไม่อยากนอนคนเดียวก็ไปนอนห้องผมไหม”คงไคยทำท่ายียวน

อรุณประไพอ่อนใจที่คงไคยยังไม่เลิกตอแย วายุตอกกลับว่า คงไคยคงไม่ว่างเพราะมีปรุงฉัตรมาด้วย คงไคยไม่ยอมแพ้คว้าข้อมืออรุณประไพจะพาเข้าห้องพักของเธอ วายุไม่พอใจคว้ามือของคงไคยที่จับอรุณประไพไว้อีกที ทั้งสองจ้องหน้ากันนิ่ง อรุณประไพขอร้องวายุให้พอได้แล้ว แต่วายุยังปากดี จึงโดนคงไคยชก อรุณประไพตกใจวิ่งถลาเข้าไปดูวายุ ขณะที่คงไคยจะเข้าไปซ้ำ

“คงไคยคะ” ปรุงฉัตรวิ่งเข้ามา


Advertisements
คงไคยชะงัก ปรุงฉัตรใส่จริตหันไปทักทายอรุณประไพ พร้อมโยนระเบิดเรื่องที่วายุมากับอรุณประไพ ทำให้ใจดีทนไม่ไหวแขวะปรุงฉัตรบ้าง แต่ปรุงฉัตรไม่แคร์หันไปอ้อนคงไคย พลางถามว่ายังอยากอยู่กับเธอต่อหรือเปล่า

“ผมไม่เคยอยากอยู่กับใครนอกจากปรุง ไปครับเรากลับไปพักผ่อนกัน” คงไคยพาปรุงฉัตรออกไป

ปรุงฉัตรสะใจที่หลอกให้คงไคยพูดทำร้ายใจอรุณประไพได้ อรุณประไพมองอย่างสมเพชแล้วหันไปชวนวายุไปทำแผล คงไคยชะงักเข้าใจว่า อรุณประไพจะเอาวายุไปทำแผลที่ห้อง ก็หันมาเล่นงาน แต่ก็โดนตอกกลับ

“แล้วคุณล่ะคะกำลังทำอะไร ขึ้นห้องกับผู้หญิงอื่นโดยชอบธรรมเหรอคะ กติกาของคุณนี่ยืดหยุ่นตามความพอใจดีนะคะ ฉันยอมรับค่ะว่าฉันมันแย่ แต่แย่ที่สุดก็คงที่พลาดมาแต่งงานกับคุณนั่นแหละค่ะ”

“อรุณประไพ” คงไคยเข้าประชิดตัวจะเอาเรื่อง

“ไปกันเถอะค่ะ ปรุงง่วงแล้ว” ปรุงฉัตรเข้าประกบเพราะกลัวคงไคยเปลี่ยนใจ

อรุณประไพประคองวายุออกไป ขณะที่คงไคยลอบมองเพราะนึกหวงอรุณประไพ

คงไคยกลับมานั่งหงุดหงิดอยู่ในห้องเพราะหึงอรุณประไพ แต่ยังไม่ยอมรับความจริง ปรุงฉัตรอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าออกมาในชุดนอนเซ็กซี่ เห็นอาการคงไคยแล้วไม่ค่อยพอใจจึงเข้าพูดใส่ไฟเรื่องวายุ “ตอนนี้คุณอรุณประไพกับเพื่อนเขา คงไม่ต่างจากเราตอนนี้ ปล่อยเขาไปเถอะค่ะคงไคย คุณก็มีปรุงอยู่ทั้งคน” ปรุงฉัตรเข้าคลอเคลีย

คงไคยคิดหนักแต่เมื่อโดนปรุงฉัตรรุกหนักก็จำต้องโอนอ่อนผ่อนตาม ทั้งที่ในใจคิดถึงแต่อรุณประไพ

ooooooo

ใจดีถึงกับสำลักกาแฟเมื่อรู้ว่าอรุณประไพปล่อยให้คงไคยอยู่กับปรุงฉัตรทั้งคืน โดยไม่คิดจะแย่งชิงกลับมา

“ได้กลับมาแล้วก็ลบเหลี่ยมลูกผู้ชายด้วยการให้เขามานั่งจ๋องแบบนี้” วายุมองไปทางสิทธาที่นั่งกินกาแฟจ๋องอยู่คนเดียว เพราะอายทีมงาน


อรุณประไพหันไปเห็นก็แนะนำว่า น่าจะให้สิทธากลับไปก่อน เพราะทำแบบนี้สิทธาจะอึดอัดเปล่าๆ แต่ใจดีไม่ยอม เธออ้างว่านี่เป็นการสั่งสอนที่สิทธาหยามศักดิ์ศรีหนีมากับกิ๊ก

“ศักดิ์ศรีมันจะไปสำคัญกว่าการที่สามีภรรยาต้องรู้จัก ให้อภัยกันได้ยังไงคะ” อรุณประไพเตือน

“น้องไพอยากให้อภัยก็ให้ไปคนเดียวเถอะค่ะ” ใจดีมองออกไปเห็นคงไคยกับปรุงฉัตรเดินเข้ามา

ปรุงฉัตรตั้งใจจะเย้ยอรุณประไพจึงลากคงไคยเข้ามาทักทายทุกคน ใจดีแค้นใจยุให้อรุณประไพทำอะไรสักอย่าง แต่อรุณประไพกลับขอตัวไปเอาไอแพดที่เซฟงานไว้ในห้อง เพราะจะได้ลงมือทำงานกันเสียที วายุจะตามไปด้วย แต่ใจดีรู้ทันรีบห้ามวายุไว้ เพราะไม่อยากให้คงไคยเข้าใจผิดอีก

วายุไม่สน เดินตามอรุณประไพไปที่ห้องจนได้ คงไคย มองตามอย่างไม่พอใจ ปรุงฉัตรเห็นอาการคงไคยอย่างรู้ทันจึงขอตัวเข้าห้องน้ำเพื่อเปิดโอกาสให้ คงไคยตามไปเล่นงานอรุณประไพ

คงไคยตามมาต่อว่าอรุณประไพ  เพราะเข้าใจผิดที่เห็น วายุอยู่ในห้องของเธอ แต่โดนวายุสวนกลับจนพูดไม่ออก

“เธอนี่มันรสนิยมต่ำใช้ได้นะ” คงไคยหันมาเล่นงานอรุณประไพแทน

“แน่ใจเหรอคะว่าคุณสูงกว่า ดีชั่วอยู่ที่ตัวทำ สูงต่ำอยู่ที่ทำตัว คุณเคยได้ยินไหมคะ คุณออกไปซะเถอะค่ะ”

“ไล่ผัวออกจากห้อง แล้วให้ชู้อยู่ในห้องเนี่ยนะ” คงไคยจะเข้าไปเอาเรื่อง

“คงไคยคะ คุณอยู่ในนั้นรึเปล่า” ปรุงฉัตรเข้ามาเรียกอีกตามเคย

คงไคยชะงัก ไม่ตอบ วายุหันมามองคงไคยอย่างได้ทีแล้วรีบเปิดประตูให้ปรุงฉัตรเข้ามา


“น่าตีจริงๆ เลยมารบกวนคุณไพเขาทำไมล่ะคะ ไปค่ะกลับห้องเรากัน คุณอรุณประไพจะได้มีเวลาเป็นส่วนตัวบ้าง” ปรุงฉัตรลากตัวคงไคยออกไป

อรุณประไพทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรงพลางขอร้องวายุว่า อย่าขยันหาเรื่องให้เธอนักเลย

เวลาเดียวกันนั้น ภุชงค์ก็กำลังเครียดกับเรื่องเบญที่ตามหึงไม่เลิก จึงโทร.หาอรุณประไพหวังปรับทุกข์ แต่ ติดต่อไม่ได้ และทันทีที่เขาวางสาย เบญก็โทร.มาตามให้กลับบ้าน แล้วพาลหาเรื่องว่าเขาคงกำลังตามง้ออรุณประไพ อยู่ ภุชงค์ชักเหลืออดกดวางสายทันที เบญโกรธกรี๊ดลั่นเพราะไม่ได้ดั่งใจ

ในขณะที่ คงไคยก็ตามง้อปรุงฉัตร เพราะกลัวเธอจะโกรธที่เขาเข้าไปหาอรุณประไพในห้อง ปรุงฉัตรแอบ ยิ้มพอใจเพราะทุกอย่างเป็นไปตามแผน เธอน้ำตาคลอตัดพ้อว่า “ปรุงเข้าใจแล้วค่ะ การกระทำของคุณตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้มันชัดเจนจนไม่ต้องอธิบายอะไรอีก แล้วล่ะค่ะ ปรุงอาจจะได้ตัวคุณมาอยู่กับปรุง แต่ปรุงคงบังคับใจคุณไม่ได้”

“อย่า​พูด​แบบ​นั้น​สิ​ครับ​ปรุง ​คุณ​ไม่​ต้อง​บังคับ​ทั้ง​ตัว​ทั้ง​ใจ​ผม​มัน​ก็​เป็น​ของ​คุณ ผม​รัก​ปรุง​นะ​ครับ ไม่​เอา​ครับ​เลิก​งอ​​แง​แล้ว​บอก​มา​สิ​ครับ​ว่า​วัน​นี้​ปรุง​อยาก​ทำ​อะไร อยาก​ไป​ดำ​น้ำ ไป​ขับ​เรือ​เล่น​หรือ​ว่า” คง​ไคย​รีบ​เอาใจ

“ปรุง​อยาก​ไป​เล่น​น้ำ​ทะเล​ค่ะ” ปรุง​ฉัตร​รีบ​บอก ​เพราะ​มี​แผน​สอง​เตรียม​ไว้​แล้ว

ด้าน​อรุณ​ประ​ไพ วา​ยุ ใจดี ​และ​ก็​ทีม​งาน​เตรียม​เซต​ฉาก​เพื่อ​จะ​ถ่ายรูป​อาหาร วา​ยุ​เสนอ​ว่า น่า​จะ​แตะ​แบ็ก​กราวนด์​ เป็น​ทะเล​ไว้​นิดๆเพื่อ​ให้​เข้า​กับ​บรรยากาศ แล้ว​ไล่​ดู​วิว​ใน​กล้อง​ จน​เห็น​คง​ไคย​กับ​ปรุง​ฉัตร​เดิน​มา​ที่​เก้าอี้​ชายหาด​ที่​อยู่​ไม่​ไกล​นัก วา​ยุ​เรียก​ให้​อรุณ​ประ​ไพ​ดู

อรุณ​ประ​ไพ​ยืน​นิ่ง ​มอง​คง​ไคย​เดิน​มา​ถอด​เสื้อ​คลุม​ให้​ปรุง​ฉัตร​แล้ว​ช่วย​ทา​ครีม​กันแดด​ให้

ooooooo

ทอง​ถม​กำลัง​รายงาน​ความ​คืบ​หน้า​ใน​บริษัท​ให้​ภ​วัน​ฟัง เพราะ​ณรงค์​ใน​ฐานะ​รอง​ประธาน​โครงการ​พี​วี​อินเตอร์​คอน​แวน​ชั่น​สามารถ​ทำ​หน้าที่​คง​ไคย​ได้​เป็น​อย่าง​ดี จน​คณะ​กรรมการ​บาง​คน​อยาก​จะ​ให้​พิจารณา​ตำแหน่ง​ประธาน​โครงการ​ใหม่

ภ​วัน​ขยับ​ตัว​รู้สึก​ไม่สบาย​นัก​เปรย​ว่า “ถึง​หมอ​จะ​ยัง​ไม่​แจ้ง​มา แต่​ฉัน​ว่า​อาทิตย์​หน้า​ฉัน​คง​ต้อง​ทำ​คีโม​อีก”

“ไม่​ต้อง​ห่วง​ครับ เรื่อง​ที่​คุณ​ให้​จัดการ​ผม​ดำเนิน​การ​แล้ว​ครับ” ทอง​ถม​เข้าใจ​ดี

ส่วน​อรุณ​ประ​ไพ​ความ​หวัง​ของ​ภ​วัน​ก็​ยัง​ยืน​อึ้ง​อยู่​กับ​ทีม​งาน เพราะ​ไม่​คิด​ว่า​ได้​ดู​หนัง​สด​นอก​จอ ผู้จัดการ​เข้าใจ​ว่า ทีม​งาน​ไม่​รู้จัก​คง​ไคย​จึง​ช่วย​แนะนำ “อ๋อ คุณ​คง​ไคย​แขก​วี​ไอ​พี​ ของ​เรา​นะ​ครับ เห็น​ว่า​เพิ่ง​จะ​แต่งงาน คง​จะ​มา​ฮัน​นี่​มูนห​นะ​ครับ แต่​รู้สึก​ว่า​ไม่ได้​แต่ง​กับ​นาง​แบบ​คน​นี้​นี่​ครับ”

ใจดี วา​ยุ ป๊อก​กี้​หัน​มา​มอง​หน้า​ผู้จัดการ​พร้อม​กัน แล้ว​ใจดี​ก็​ตวาด​ไล่​ทีม​งาน​ผู้ชาย​ที่​ยัง​จ้อง​ปรุง​ฉัตร​ไม่​เลิก​ให้​ทำ​งาน อรุณ​ประ​ไพ​ดึง​สมาธิ​กลับ​มา​แล้ว​ตั้งใจ​ทำ​งาน​ต่อ พนักงาน​เข้า​มา​แจ้ง​ผู้จัดการ​ว่า อาหาร​กลางวัน​พร้อม​แล้ว ผู้จัดการ ​เชิญ​ทุก​คน​ไป​ที่​โต๊ะ​อาหาร เป็น​จังหวะ​เดียว​กับ​ที่​คง​ไคย​เดิน​ควง​ปรุง​ฉัตร​เข้า​มา​ทัก​ผู้จัดการ เพราะ​ตั้งใจ​จะ​เย้​ยอ​รุณ​ประ​ไพ ผู้จัดการ​จึง​ชวน​คง​ไคย​กับ​ปรุง​ฉัตร​มา​ทานอาหาร​กลางวัน​ด้วย​กัน ปรุง​ฉัตร​ยิ้ม​ร้าย​คิด​กลั่นแกล้ง​อรุณ​ประ​ไพ

ใจ​ดี​ตาม​ประกบ​ปรุง​ฉัตร​แจ เพราะ​รู้ทัน​เล่ห์เหลี่ยม แต่​สุดท้าย​ก็​พลาด​ถูก​ปรุง​ฉัตร​หลอก​ใช้ เพราะ​เธอ​แกล้ง​ชน​ให้​ของ​ใน​หม้อ​ที่​อรุณ​ประ​ไพ​ถือ​มา​ให้​หก​ใส่​อรุณ​ประ​ไพ ใจดี​เห็น​ก็​โวยวาย​ฟ้อง​ว่า ปรุง​ฉัตร​แกล้ง​อรุณ​ประ​ไพ แต่​ปรุง​ฉัตร​ตีหน้า​ซื่อ​สวน​กลับ “ที่​คุณ​ทำ​อยู่​นี่​มา​จาก​ละคร​เรื่อง​ไหน​เหรอ​คะ ถึง​ได้​พยายาม​พูด​ยัดเยียด​ให้​ฉัน​กลาย​เป็น​ผู้หญิง​ไร้​สมอง​ต้อง​ใช้​วิธี​เรียก​ร้องความ​สนใจ ทั้งที่​ฉัน​รู้​ว่า​คง​ไคย​ให้​เกียรติ​ฉัน​มาก ​แค่​ไหน” ปรุง​ฉัตร​มอง​อรุณ​ประ​ไ​พอ​ย่าง​เหนือ​กว่า​แล้ว​เดิน​ไป​ถาม​คง​ไคย “ฉัน​จำเป็น​ต้อง​ทำ​อย่าง​นั้น​ด้วย​เหรอ”

“ไม่​จำเป็น​เลย​ครับ เพราะ​ผม​รู้​ว่า​ปรุง​สำคัญ​กับ​ผม​มาก​แค่​ไหน” คง​ไคย​โอบ​กอด​ปรุง​ฉัตร​ไว้

“คุณ​อรุณ​ประ​ไพ​คะ ปรุง​รู้​ว่า​คุณ​โกรธ​ปรุง ปรุง​พยายาม​แล้ว​ที่​จะ​ทำ​ดี​ไถ่​โทษ แต่​คุณ​ให้​เพื่อน​คุณ​มา​แกล้ง​ปรุง​แบบ​นี้ ปรุง​ผิดหวัง​นะ​คะ นึก​ว่า​เรา​จะ​เป็น​เพื่อน​กัน​ได้เสีย​อีก”

“คุณปรุงฉัตรค่ะ”

“ไม่​ต้อง​พูด​อะไร​แล้ว​ละ​อรุณ​ประ​ไพ เท่า​นี้​ก็​ชัด​แล้ว​ว่า​สิ่ง​ที่​เธอ​เป็น เพื่อน​ที่​เธอ​มี วิธี​คิด​ที่​เธอ​คุ้นเคย​มัน​เป็น​ยัง​ไง” คง​ไคย​พูด​จบ​ก็​พา​ปรุง​ฉัตร​ออก​ไป

ทีม​งาน​อึ้ง​หัน​มา​มอง​ใจดี​อย่าง​ตำหนิ​ที่​เป็น​คน​ยื่น​มีด​ให้​ปรุง​ฉัตร​ทำร้าย​อรุณ​ประ​ไพ แต่​อรุณ​ประ​ไพ​ยัง​คง​นิ่ง ​เธอ​บอก​กับ​ใจดี “ไพ​ว่า​เรา​ทำ​งาน​ดี​กว่า​นะ​คะ​รีบ​ทำ​งาน​กัน​เถอะ​ค่ะ เสร็จ​งาน​แล้ว​เรา​กลับ​กัน​เลย​ได้​ไหม​คะ”

ใจดี​จำ​ต้อง​พยัก​หน้า​อย่าง​รู้สึก​ผิด​สุดๆ

ใน​ตอน​ค่ำ คง​ไคย​แอบ​มา​หา​อรุณ​ประ​ไพ​ที่​ห้อง​แต่​แม่บ้าน​ว่า เธอ​เช็ก​เ​อาต์​ออก​ไป เขา​รู้สึก​แปลกๆรีบ​โทร.​ถาม​ทอง​ถม​ว่า​อรุณ​ประ​ไพ​จะ​กลับ​ถึง​กรุงเทพฯ​เมื่อ​ไหร่

“บังเอิญ​ผม​รู้ คุณ​อรุณ​ประ​ไพ​ทำ​งาน​เสร็จ​วัน​นี้​ก็​จะ​เดินทาง​กลับ​กรุงเทพฯ  เธอ​มา​รถ​ตู้คง​มา​ถึง​เช้า​วัน​พรุ่งนี้​  แต่​ถ้า​คุณ​มา​เครื่อง​ก็​คง​ถึง​ก่อน​เธอ แต่​น่า​เสียดาย” ทอง​ถม​เน้น​ตอน​ท้าย​เพื่อ​ให้​คง​ไคย​นึกถึง​ตั๋ว​ที่​ภ​วัน​เคย​ส่ง​มา​ให้

“แค่​นี้​นะ​คุณ​ทอง​ถม” คง​ไคย​นึก​ได้​รีบ​วาง​สาย

ใน​ขณะ​ที่​ ภ​วัน​นั่ง​อมยิ้ม​เปรย​กับ​ทอง​ถม​ว่า เคย​เห็น​แต่​ผู้หญิง​ไล่​ตาม​คง​ไคย คง​มี​แต่​อรุณ​ประ​ไพ​นี่แหละ​ที่​ทำให้​คง​ไคย​หัวปั่น ไล่​ตาม​ไป​ทั่ว​แบบ​นี้​ได้

“อิเหนา​ก็​แบบ​นี้​ห​ละ​ครับ กว่า​จะ​เห็น​ค่า​บุษบา ก็​ต้อง​ให้​จร​กา​ออกโรง​ซะ​ก่อน ผม​ว่า​ป่านนี้​คุณ​คง​ไคย​คง​คุ้ย​กอง​ขยะ​ให้​วุ่น​แล้ว​ห​ละ​ครับ” ทอง​ถม​มั่นใจ​ใน​แผนการ

ooooooo

ภุชงค์​เข้า​มา​นั่ง​ดื่ม​ใน​ผับ​และ​พยายาม​โทร.​หา​อรุณ​ประ​ไพ แต่​ก็​ติดต่อ​ไม่ได้ เขา​เศร้า​ใจ​เดิน​หงอย​ออก​ไป​ที่​รถ  เบญ​โทร.​มา​ตาม​ให้​กลับ​บ้าน  แต่​พอ​รู้​ว่า​ภุชงค์​ออก​มา​ดื่ม​เหล้า​ก็​อาละวาด​ลั่น​แถม​ยัง​ไป​ถึง​อรุณ​ประ​ไพ

ภุชงค์​ทน​ไม่​ไหว​กด​สาย​ทิ้ง​แล้ว​ไข​ประตู​เข้าไป​นั่ง​ใน​รถ และ​เมื่อ​หัน​กลับ​มา​ก็​เจอ​จิ๊บ​เด็ก​สาว​ที่​เมา​แอ๋​ไม่​รู้​เรื่อง​เข้า​มา​นั่ง​ใน​รถ​ด้วย​ แถม​ยัง​สั่ง​ให้​ไป​ส่ง​ที่​สาทร​เพราะ​เข้าใจ​เป็น​แท็กซี่

“คุณ” ภุชงค์​จับ​ไหล่​จิ๊บ​​เขย่า​ให้​รู้ตัว

จิ๊บ​เงย​หน้า​ขึ้น​มอง​ภุชงค์​ได้​แว่บ​เดียว แล้ว​ก็​อ้วก​ใส่​เสื้อ​ภุชงค์​เต็ม แล้ว​ก็​พับ​ไป ภุชงค์​ทั้ง​งง ทั้ง​อึ้ง

เช่น​เดียว​กับ​ปรุง​ฉัตร​ที่​กำลัง​ยืน​งง​ว่า คง​ไค​ยอ​อก​ไป​คุ้ย​หา​อะไร​อยู่​ที่​ถัง​ขยะ​จึง​เอ่ย​ถาม แต่​คง​ไคย​อึกอัก​เพราะ​ไม่​กล้า​บอก​ว่า​กำลัง​หา​ตั๋ว​เครื่องบิน​อยู่ แล้ว​ผู้จัดการ​ก็​เดิน​เข้า​มา​ถาม​ว่า กำลัง​หา​ตั๋ว​เครื่องบิน​อยู่​หรือ​เปล่า เพราะ​แม่บ้าน​เห็น​ตก​อยู่​หน้า​ห้อง​ก็​เลย​เก็บ​ไว้​ให้ คง​ไคย​รีบ​รับ​มา​ด้วย​ความ​ดีใจ

“ท่าทาง​คุณ​คง​จะ​มี​ธุระ​ด่วน​ที่​กรุงเทพฯ​สิ​นะ​ครับ”  ผู้จัดการ​ชวน​คุย

“คุณ​มี​ธุระ​อะไร​คะ​คง​ไคย หวัง​ว่า​คง​ไม่​เกี่ยว​กับ​คุณ​อรุณ–​ประ​ไพ​นะ​คะ” ปรุง​ฉัตร​แย่ง​ตั๋ว​มา​ดู เห็น​มี​ของ​คง​ไคย​ใบ​เดียว​ก็​โวย​ลั่น

ผู้จัดการ​อาสา​ช่วย​จัดการ​เรื่อง​ตั๋ว​ให้​แถม​ยืนยัน​ว่า​ได้​กลับ​ไฟ​ท์​เดียวกัน​แน่นอน คง​ไคย​ถึง​กับ​เซ็ง

เช้า​วัน​ใหม่ จิ๊บ​ตื่น​ขึ้น​มา​พร้อม​กับ​ความ​เข้าใจ​ผิด เพราะ​เห็น​ภุชงค์​ใส่​เสื้อกล้าม​หลับ​อยู่​ข้างๆ เธอ​โวยวาย​ว่า​ภุชงค์​ข่มขืน​เธอ​แล้ว​เข้า​ทุบตี​ภุชงค์ ภุชงค์​เอา​มือ​อุด​ปาก​จิ๊บ​พลาง​อธิบาย​เรื่องราว​พร้อม​กับ​โชว์​เสื้อ​ที่​จิ๊บอ้​วก​ให้​ดู ​จิ๊บ​หน้าเสีย​แก้ตัว​ว่า เธอ​คง​เมา​มาก​ไป​หน่อย

“ใช้​คำ​ว่า​เมา​ปลิ้น​ถึง​จะ​ถูก เป็น​สาว​เป็น​นาง​ทำไม​ถึง​เมา​ขนาด​นี้ ถ้า​ผม​เป็น​พ่อคุณ​นะ​จะ​หวด​ซะ​ให้​เข็ด”

“พ่อ​ฉัน​เขา​ไม่​สนใจ​ฉัน​หรอก”

“อ๋อ เด็ก​มี​ปัญหา บ้าน​อยู่​ไหน​ล่ะ จะ​ไป​ส่ง” ภุชงค์​ตัดบท และ​เมื่อ​ส่ง​จิ๊บ​เรียบร้อย​แล้ว เบญ​ก็​โทร.​มา​อาละวาด​อีก เพราะ​คิด​ว่า​ภุชงค์​ไป​อยู่​กับ​อรุณ​ประ​ไพ เธอ​ขู่​ว่า จะ​ไป​บุก​บ้าน​อรุณ–​ประ​ไพ​เพื่อ​ทวง​คืน​สามี ภุชงค์​กลัว​อรุณ​ประ​ไพ​จะ​เดือด​ร้อน​เพราะ​ตน​จึง​รีบ​ไป​ที่​บ้าน​ภ​วัน

เป็น​เวลา​เดียว​กับ​ที่​รถ​ตู้​ของ​บริษัท​มา​ส่ง​อรุณ​ประ​ไพ​พอดี วา​ยุ​อ้อน​จะ​ขอ​เข้าไป​ดื่ม​กาแฟ​ใน​บ้าน แต่​ใจดี​ดึง​ไว้​แล้ว​หัน​ไป​มอง​ภุชงค์​ที่​วิ่ง​มา​จับ​แขน​อรุณ​ประ​ไพ​พลาง​เอ่ย​ถาม​ว่า เบญ​มา​ที่​นี่​หรือ​เปล่า แต่​อรุณ​ประ​ไพ​ไม่ทัน​ได้​ตอบ วา​ยุ​เข้าไป​จับ​มือ​ภุชงค์​ออก​จาก​แขน​อรุณ​ประ​ไพ​แล้ว​ถาม​กลับ “เฮ้ยๆ เป็น​ใคร​เรา อยู่ๆก็​มา​จับ​มือ​คุณ​ไพ”

“เพื่อน​ไพ​เอง​ค่ะ” อรุณ​ประ​ไพ​ตอบ

ภุชงค์​รู้สึก​ถึง​ความ​ห่างเหิน​ที่​อรุณ​ประ​ไพ​ใช้​คำ​ว่า​เพื่อน ใน​ขณะ​ที่​วา​ยุ​ได้ใจ​ส่ง​ยิ้ม​เหยียด​ให้​ภุชงค์ แต่​ภุชงค์​ไม่​ยอม​แพ้​คว้า​แขน​อรุณ​ประ​ไพ​ขอ​เข้าไป​คุย​ใน​บ้าน แล้ว​เบญ​ก็​เข้า​มา​เห็น​พอดี เธอ​พุ่ง​เข้า​มา​ผลัก​อรุณ​ประ​ไพ​พร้อม​ด่า​ประจาน ใจดี​ทน​ไม่​ไหว​ปรี่​ลง​มา​จาก​รถ​จะ​จัดการ​กับ​เบญ สิ​ทธา​รีบ​กระโดด​ล็อก​ตัว​เตือน​ว่า เบญ​กำลัง​ท้อง

“แล้ว​มัน​ทำตัว​สม​กับ​เป็น​คน​ท้อง​ไหม​ล่ะ” ใจดี​ดิ้น​โวยวาย

“พอ​เถอะ​ค่ะ” ภ​วัน​เดิน​ออก​มา​พร้อม​กับ​ทอง​ถม

ทุก​คน​ชะงัก ภ​วัน​ขอบคุณ​ที่​ใจดี​มา​ส่ง​อรุณ​ประ​ไพ ส่วน​ทอง​ถม​หัน​ไป​บอก​ภุชงค์​ให้​พา​เบญ​กลับ​ไป ทั้งหมด​จึง​แยกย้าย​กัน​ไป

อรุณ​ประ​ไพ​มอง​หน้า​ภ​วัน​อย่าง​รู้สึก​ละอาย​มาก ใน​ขณะ​ที่​คง​ไคย​ที่​ยืน​ดู​เหตุการณ์​ทั้งหมด​ผ่าน​ทาง​หน้าต่าง​อย่าง​ไม่​พอใจ และ​เมื่อ​อรุณ​ประ​ไพ​เดิน​เข้า​มา คง​ไคย​ก็​ต่อว่า​เธอ​ทันที ภ​วัน​ที่​ตาม​เข้า​มา​เห็น​ท่า​ไม่​ดี​รีบ​ขัด​ขึ้น เธอ​ถาม​ลูก​ชาย​เรื่อง​ปรุง​ฉัตร

“ผม​ก็​มี​แค่​ปรุง​ แต่​ลูกสะใภ้​คุณ​แม่​สิ​ครับ​นอกจาก​รสนิยม​กิน​เด็ก ยัง​ชอบ​แอบ​ลัก​กิน​ขโมย​กิน​ของ​ชาว​บ้าน​ด้วย ดี​ชั่ว​อยู่​ที่​ตัว​ทำ​สูง​ต่ำ​อยู่​ที่​ทำตัว มี​คน​เคย​พูด​กับ​ผม​ไว้ เธอ​คง​เข้าใจ​ใช่​ไหม​ว่า​หมายความ​ว่า​ยัง​ไง” คง​ไคย​เดิน​สะใจ​ออก​ไป

“หนู​ไพ” ภ​วัน​เห็นใจ​อรุณ​ประ​ไพ

“คุณ​แม่​คะ​ไพ​ขอโทษ​ที่​ทำให้​เกิด​เรื่อง​ไม่​เหมาะสม​ขึ้น ไพ​คง​ไม่​ดี​พอ​อย่าง​ที่​คุณ​แม่​คาด​หวัง” อรุณ​ประ​ไพ​ทรุด​ตัว​ลง​กราบ​ภ​วัน

“แม่​ไม่ได้​คาด​หวัง ​แต่​เชื่อ​ใน​ตัว​หนู​นะ​ลูก มา​เหนื่อยๆ พักผ่อน​ก่อน​เถอะ​ลูก” ภ​วัน​ออก​ไป

อรุณประไพมองตามอย่างรู้สึกผิด จึงเป็นหน้าที่ของทองถมที่ต้องมาให้กำลังใจและให้ข้อคิด

“ไม่ว่าคุณไพจะแต่งงานด้วยเหตุผลอะไร คุณไพก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียแต่ง ทะเบียนสมรสมันก็แค่กระดาษ ตัวเราต่างหากครับที่จะทำให้คุณค่าความเป็นเมียสมบูรณ์แบบ เมียที่ทำให้บ้านเป็นบ้าน ทำให้ครอบครัวมีความสุข ผมเห็นคุณคงไคยมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่เคยมีสักครั้ง ที่ใครจะทำให้คุณคงไคยไปไม่เป็นแบบนี้ คุณไพเป็นคนแรกนะครับ ผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่แยกไม่ออกระหว่างคู่ชีวิตกับ ขอโทษนะครับ คู่นอน ไม่เข้าใจว่าเรื่องบนเตียงกับความรักมันคนละเรื่องกัน ไม่รู้ว่า คำว่า เมีย ที่จริงแปลง่ายๆ ก็คือ ผู้หญิงดีๆ ที่จะอยู่เคียงข้างเราไม่ว่าทุกข์หรือสุข คนที่จะทำให้โลกทั้งโลกที่วุ่นวายสงบนิ่งลงได้ในพริบตาเมื่อมีเธออยู่ คนที่ไม่ว่าเราจะดีร้ายยังไง เธอก็จะรักเราอย่างหมดหัวใจโดยไม่หวังอะไรตอบแทนให้โอกาสคุณคงไคยได้รักคนดีๆ อย่างคุณเถอะครับ คิดซะว่าเมตตาก็แล้วกัน”

“ค่ะ ถือซะว่าทำบุญกับสัตว์ใหญ่เหรอคะ” อรุณประไพนึกถึงคงไคยแล้วก็ขำ

ooooooo

.

..........

เมียแต่ง ตอนที่ 4

ปรุงฉัตรมาปรับทุกข์กับซาซ่าเรื่องคงไคยรีบกลับกรุงเทพฯ ซาซ่าได้โอกาสเตือนว่า อย่างไรเสีย อรุณประไพก็เป็นเมียแต่ง ปรุงฉัตรสวนทันทีว่า เธอก็เมียเหมือนกัน ทำให้ซาซ่าหนักใจ ระแวงว่าเพื่อนจะทำอะไรไม่ดีอีก

ด้านอรุณประไพเข้ามาจัดเสื้อผ้าให้คงไคยแทนแฉล้มที่ถูกข้าศึกโจมตีวิ่งไปเข้าห้องน้ำ แต่เธอไม่รู้ว่าคงไคย อยู่ในห้องด้วย จึงโดนชายหนุ่มเข้าประชิดตัวหวังให้บทเรียน อรุณประไพตกใจแต่ไม่ขัดขืนแถมยังสวนกลับว่า มันก็เป็นหน้าที่ของภรรยาต้องให้ความสุขกับสามี คงไคยหมดอารมณ์ ปล่อยมือออก

“ถ้าหมดหน้าที่แล้ว ขอตัวนะคะ” อรุณประไพเอ่ยพลางเดินไปที่ประตู

“เฮ้ย ยายผีดิบแกล้งพูดให้ฉันหมดอารมณ์อีกแล้วใช่ไหมเนี่ย” คงไคยนึกได้จะตามไปเอาเรื่อง แต่ปรุงฉัตร โทร.มาอ้อนให้ออกไปพบ คงไคยรีบรับปากเพราะต้องการยั่วโมโหอรุณประไพ

ปรุงฉัตรนัดให้คงไคยมารับที่คอนโดฯ แล้วจ้างช่างภาพมาแอบถ่ายรูปตอนที่เธอกับคงไคยเดินโอบกันนัวเนียมาที่รถ จากนั้นส่งให้หนังสือพิมพ์ลงข่าวในวันรุ่งขึ้น เพื่อทวงคืนคงไคย

เช้าวันใหม่ ณรงค์โกรธมากเมื่อภาพข่าวในหนังสือพิมพ์ที่ลงว่า “นางแบบฉาวนั่งแท่นมือที่สาม” ประกอบกับเนื้อทิพย์เริ่มผิดสังเกตลูกชาย แต่ณรงค์อ้างว่าเขากลัวจะเสียมาถึงครอบครัว เนื้อทิพย์เข้าข้างลูกชายจะไปจัดการปรุงฉัตร แต่ประกอบห้ามไว้เพราะงานนี้ปรุงฉัตรทำดีแล้ว

ส่วนซาซ่ายังเป็นงงไม่เข้าใจว่าปรุงฉัตรลงข่าวทำร้ายตัวเองทำไม แล้วเธอก็ถึงบางอ้อ เมื่อเห็นเพื่อนรักเล่นละครหลอกคงไคยว่า ยังไม่เห็นข่าวเมื่อเช้าเลย แล้วอ้อนให้คงไคยไปเป็นเพื่อนออกรายการสัมภาษณ์ในตอนบ่าย เพราะกลัวถูกถามเรื่องข่าว คงไคยเห็นใจยอมรับปาก

อรุณประไพถึงกับเครียดเมื่อถูกติดต่อขอสัมภาษณ์เรื่องข่าวปรุงฉัตร ใจดีรู้เรื่องก็ยุให้ไปประกาศศักดาให้โลกรู้ว่า ผัวข้าใครอย่าแตะ แต่อรุณประไพปฏิเสธเพราะรู้ฐานะตัวเองดี

“ของแบบนี้อยู่ที่คนกลางจะเลือกค่ะ” ใจดียุต่อ

“งั้นคุณคงไคยคงเลือกแล้วมั้งคะ” อรุณประไพพูด แบบรับสภาพแต่ก็เจือน้ำเสียงน้อยใจนิดๆ

“ถ้าทางรายการเขาติดต่อน้องไพมา ก็คงติดต่อ

ยายปรุงฉัตรไปเหมือนกัน แล้วน้องไพจะแน่ใจได้ยังไงคะว่าเขาจะไม่ไป” ใจดีอดห่วงไม่ได้

“ก็ วัดดวงเอาก็แล้วกันค่ะ” อรุณประไพถอนใจ

เวลาเดียวกันนั้น ปรุงฉัตรเดินควงคงไคยเข้ามาในร้านอาหาร ที่ทีมงานใช้เป็นสถานที่อัดรายการ ปรุงฉัตร ทำเป็นลังเลบอกกับคงไคยว่า จะเข้าไปบอกทีมงานว่าขอยกเลิกการให้สัมภาษณ์ เพราะไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก

“เอาให้มันจบๆไปดีกว่าครับปรุง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นผมอยู่เคียงข้างเสมอนะครับ” คงไคยยืนยัน

“คงมีแต่คุณคนเดียวนะคะคงไคย ที่ไม่เคยทิ้งปรุง สัญญานะคะไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นคุณจะไม่ทิ้งปรุงไป”

“ครับ ผมสัญญา” คงไคยกุมมือปรุงฉัตรให้กำลังใจ

“คุณปรุงฉัตรคะเชิญไปซ้อมคิวเปิดรายการกับพิธีกรได้แล้วค่ะ” ทีมงานเข้ามาตาม

ปรุงฉัตรมองหน้าคงไคยอย่างไม่มั่นใจ คงไคยยิ้ม ให้กำลังใจ ปรุงฉัตรแสร้งทำเป็นตัดใจ แล้วเดินตามทีมงานไป

ooooooo

ภวันวางหนังสือพิมพ์ที่พาดหัวข่าวของปรุง-ฉัตรลง พลางถอนใจ ทองถมเดินเข้ามารายงานเรื่องมิสเตอร์ทานากะเรียกประชุมพันธมิตรทั้งหมดในเอเชีย เพื่อเตรียมตัวรับการประชุมรัฐมนตรีอาเซี่ยน เพราะคิดว่าน่าจะเกี่ยวกับข่าวการเปิดตัวพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่น

ภวันนิ่งฟังแล้วออกความเห็นว่า ถ้าดึงวาระใดวาระหนึ่งในการประชุมมาจัดที่โรงแรมได้ คงไคยก็น่าจะเป็นที่ยอมรับของคณะกรรมการ

“ยักษ์ใหญ่อย่างทานากะ เราควรจะเป็นพันธมิตรกับเขามากกว่าเป็นคู่แข่ง เพราะถ้าการก่อสร้างทั้งหมดเป็นไปตามกำหนด เราจะเป็นศูนย์ประชุมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทานากะเองก็คงมองออก แต่อยู่ที่เขาจะเลือกเป็นมิตรกับเรารึเปล่า” ทองถมมองหน้าภวันเป็นเชิงปรึกษา เตรียมดันคงไคยไปพบมิสเตอร์ทานากะ

แต่ยังไม่ทันได้ข้อสรุป แฉล้มก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาบอกให้ภวันเปิดทีวีดูรายการสัมภาษณ์ปรุงฉัตรเรื่องข่าวฉาวเพราะคงไคยไปด้วย

ภวันเปิดทีวีเห็นปรุงฉัตรตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จตอบคำถามพิธีกรเรื่องมือที่สามว่า “สำหรับปรุงเรื่องของความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้ค่ะ แต่ปรุงเรียกความสัมพันธ์นี้ว่าความรักค่ะ เพราะความรักสำหรับปรุงไม่จำเป็นต้องกำหนดรูปแบบ ขอแค่เราเข้าใจกันดีก็พอ”

“ทำแบบนี้มันก็สวนทางกับศีลธรรมสิครับ”

“เพราะศีลธรรมความถูกต้อง ตามตอกย้ำให้ปรุงเจ็บปวดเสมอค่ะ แต่ปรุงก็อยากจะขอความเห็นใจว่าปรุงก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่รักใครก็รักหมดหัวใจ” ปรุงฉัตรเริ่มปาดน้ำตาเรียกคะแนน

“ผู้หญิงคนนี้ยืนยันว่าเธอก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่รักใครก็รักหมดหัวใจ แล้วบุคคลที่ได้ใจเธอไปล่ะครับ มีความเห็นกับเรื่องนี้ยังไง” พิธีกรหันมาตั้งคำถามกับคงไคยที่นั่งอยู่กับทีมงาน

คงไคยอึ้งมองปรุงฉัตรที่ส่งสายตาวิงวอนแล้วเอ่ยว่า “ผม ผมคงอยากให้ปรุงผ่านเรื่องแย่ๆนี้ไปเร็วๆครับ”

ภวันได้ยินก็ถึงกับเครียด ทองถมโพล่งออกมา “ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจ คุณต่างหากที่จะแย่คุณคงไคยเอ๊ย”

ด้านใจดีที่นั่งลุ้นแทนอรุณประไพอยู่หน้าจอ ได้ยินคำตอบของคงไคยก็หันไปตอกย้ำกับอรุณประไพ “พี่บอกแล้วไงคะ ถ้าเราไม่ทำ ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะไม่ทำ”

อรุณประไพหน้าเสีย วายุเห็นรีบปิดทีวีแล้วโวยวายไล่ทุกคนกลับไปทำงานเพื่อกลบเกลื่อน แต่ใจดีกับป๊อกกี้

ไม่ยอมจบยุให้อรุณประไพออกไปเอาเรื่องปรุงฉัตรในฐานะเมียแต่ง

“ไม่ล่ะคะ ชีวิตไพเรื่องเยอะแล้ว” อรุณประไพพูดพลางลุกมาปิดตาใจดี “ปิดหูปิดตาไม่ต้องรู้อะไรซะบ้าง เราก็จะได้ไม่ต้องมานั่งเดือดร้อนไงคะ”

“เขาไม่เข้าใจหรอกครับ เพราะเขาชอบวอนหาเรื่อง ชอบหานักคำตอบแต่ไม่เห็นจะรับความจริงได้สักที”

ใจดีหันขวับจะเล่นงานวายุ วายุรีบเปลี่ยนประเด็นอ้อน อรุณประไพหวังขายขนมจีบ แต่อรุณประไพเดินหนีเพราะจริงๆแล้วก็เจ็บกับคำพูดของคงไคย


ooooooo

เมื่อเสร็จงาน   คงไคยก็ขับรถมาส่งปรุงฉัตรที่บ้าน ณรงค์ปราดมาคว้าแขนปรุงฉัตรลงจากรถ คงไคยจะห้าม แต่โดนณรงค์สวนว่า เป็นต้นเหตุทำให้ปรุงฉัตรเดือดร้อน เนื้อทิพย์เข้ามาช่วยลูกชาย เธอตำหนิคงไคยและท้าทายว่า กล้ารับผิดชอบปรุงฉัตรไหม คงไคยคิดหนัก ปรุงฉัตรหัวไว ตีหน้าเศร้าเข้ากับสถานการณ์ทันที

ด้านอรุณประไพ เธอเดินเข้ามาในบ้าน ทองถมร้อนใจรีบเข้ามาถามเรื่องข่าว อรุณประไพทำเข้มแข็งบอกว่าช่างมัน แล้วถามเรื่องผลตรวจของภวัน เพราะหมอบอกว่า ต้องทำคีโมอีกครั้ง

“ถ้าต้องเข้าโรงพยาบาลตอนนี้ คุณหญิงท่านคงกังวล เพราะศูนย์ประชุมยักษ์ใหญ่ เริ่มมีปฏิกิริยากับการเปิดตัวของพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่น”

“หมายถึงบริษัทของคุณทานากะใช่ไหมค่ะ ไพรู้จักเพราะเคยไปจัดเทศกาลอาหารที่นั่นค่ะ และพอรู้มาว่าคุณทานากะคนนี้ เป็นยักษ์ใหญ่จริงอย่างที่คุณทองถมว่า แต่ตอนนี้สิ่งที่เราควรเป็นห่วงคือ อาการของคุณแม่ เอาเป็นว่าไพจะดูแลเรื่องอาหารการกินของคุณแม่ให้มากขึ้น คนที่เป็น เออ ต้องทานอาหารให้ถูกต้องเหมาะสม ไพจะไปดูแลท่านเองค่ะ”

“ท่านคงดีใจที่รู้ว่าคุณเป็นห่วงแบบนี้ ไม่เหมือน” ทองถมพูดค้าง เพราะเห็นคงไคยเดินเข้ามาพอดี

“อรุณประไพ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ ไปคุยกันที่ห้อง ตรงนี้ไม่สะดวก” คงไคยทำเสียงเข้มเดินนำออกไป

ทองถมมองตามระแวง ว่าต้องมีเรื่องแน่

เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้อง คงไคยก็บอกกับอรุณประไพว่า เขาต้องการหย่ากับเธอ อรุณประไพเก็บความตกใจเอาไว้ จ้องหน้าคงไคยนิ่ง คงไคยเองพอถูกจ้องหนักเข้าก็ชักหวั่นพาลว่า  “บอกตรงๆ ฉันขยะแขยงที่จะอยู่ร่วมกับผู้หญิงอย่างเธอเต็มทนแล้ว”

อรุณประไพปวดร้าวกับคำพูดของชายหนุ่ม แต่ยังไม่ได้เอ่ยอะไร ภวันก็ตามเข้าประกาศ

“หย่าได้ แต่แกต้องให้ค่าทำขวัญหนูไพ สิบล้านบาท”

“สิบล้าน เรียกร้องขนาดนี้ ทำไมไม่แบ่งสมบัติส่วนของผมให้เขาไปด้วยเลยล่ะ” คงไคยประชด

“ฉันทำแน่ รอให้แกมีปัญญาหาเงินสิบล้านมาเป็นค่าทำขวัญให้หนูไพ ฉันก็จะแบ่งสมบัติส่วนของแกครึ่งหนึ่งให้หนูไพเหมือนกัน แกเอาเวลาที่จะมาเถียงแม่ ไปคิดดีกว่าว่าจะเอาเงินมาจากไหน เพราะลำพังตัวแกเงินสิบล้านคงหา

ไม่ได้ง่ายๆ พูดแบบนี้คงเข้าใจนะ ว่าห้ามแตะต้องเงินของแม่เป็นอันขาด” ภวันยิ้มเยาะ

คงไคยโมโห ทำอะไรไม่ได้ เลยออกไปอย่างหงุดหงิด อรุณประไพยืนนิ่ง ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี ภวันเข้ามากอดพลางเอ่ย “จำไว้นะลูก แม่จะไม่ยอมให้ไอ้ตัวแสบมันมารังแกหนูได้ แม่สัญญา อดทนหน่อยนะลูก อดทนให้คงไคยมันได้เห็นว่าลูกสะใภ้คนนี้ของแม่ดีแค่ไหน” ภวันเดินจากไป

อรุณประไพค่อยๆ ปิดประตูห้อง แล้วทรุดลงร้องไห้หมดแรงกับถ้อยคำดูถูกของคงไคย

คงไคยเดินหงุดหงิดลงมาที่ห้องโถง เจอทองถมนั่งทานสละลอยแก้วฝีมืออรุณประไพไปพลางชื่นชมเธอไปพลางก็ยิ่งฉุน ทองถมชอบใจพูดเย้าว่า “ดวงคุณคงไคยปีนี้ตกชะตาขาด พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก แถมราหูยังจ้องจะอมเอา อมเอา ไม่เหมือนคุณไพ ปีนี้เธอเนื้อหอมครับ” ทองถมมองไปหน้าบ้าน

คงไคยมองตามเห็นว่าภุชงค์กับวายุเข้ามาก็โวยลั่น “ไอ้พวกนี้ทำไมชอบยุ่งกับเมียคนอื่นนักนะ” คงไคยเดินออกไปจัดการ

“เดี๋ยวหย่า เดี๋ยวเรียกเขาว่าเมีย คุณคงไคยเอ๊ย” ทองถม นึกขำแล้วเดินตามคงไคยออกไป

คงไคยไล่ให้ภุชงค์กับวายุกลับไปและสั่งห้ามมาวุ่นวายกับเมียเขาอีก แต่กลับโดนวายุตอบกลับเรื่องที่ภูเก็ต เพราะคงไคยทำเหมือนอรุณประไพไม่ใช่เมีย คงไคยจะเอาเรื่องวายุ แต่ทองถมเข้ามาห้ามและช่วยคงไคยโกหกคำโตว่าอรุณประไพไม่อยู่บ้าน ภุชงค์กับวายุจึงยอมล่าถอย แต่ขอฝากดอกไม้ไว้เป็นตัวแทน

คงไคยกระชากดอกไม้ในมือทองถม เอาเข้าไปให้อรุณประไพในห้องและพาลหาเรื่อง แต่คราวนี้อรุณประไพ มีภวันกับทองถมเป็นตัวช่วย คงไคยจึงเป็นฝ่ายถูกเล่นงาน แถมภวันยังใจดีสั่งให้อรุณประไพชวนวายุกับภุชงค์มาทานข้าวที่บ้านบ้าง เพราะอยากแกล้งลูกชาย

“ไปทานข้าวกันเถอะลูก แม่หิวแล้ว อยู่แถวนี้เดี๋ยวหมาบ้ามันจะกัดเอา” ภวันทิ้งท้าย

ooooooo

คงไคยโมโหออกไปจากบ้าน อรุณประไพ ทองถมพาภวันไปทานอาหาร แต๋วแหววที่แอบดูอยู่หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทร.รายงานปรุงฉัตร

“คุณปรุงคะ มีผู้ชายมาหาคุณอรุณประไพพร้อมกันตั้งสองคน คุณคงไคยโกรธใหญ่เลยค่ะ”

คงไคยมาหาปรุงฉัตรที่คอนโดฯและเล่าเรื่องค่าทำขวัญสิบล้านบาทให้ฟัง ปรุงฉัตรตาวาวใส่ไฟต่างๆนานา

“สิบล้านอาจจะเทียบไม่ได้ แต่มรดกของผมครึ่งหนึ่ง ที่คุณแม่จะยกให้เป็นการชดเชย ถ้าผมหย่ากับยายผีดิบนี่สิ มันไม่น้อยนะครับปรุง” คงไคยแค้น

ปรุงฉัตรเริ่มไม่พอใจ แต่ก็พยายามเรียบเรียงคำพูด “เมียคุณมาแต่ตัว แต่พอจะไป ทำไมคุณต้องลงทุนขนาดนั้นด้วย ต้องให้คุณเหลือแต่ตัวหรือไง ถึงจะพอใจ”

“ใครบอกว่าผมเหลือแต่ตัว ยังไงผมก็ยังมีคุณอยู่ไม่ใช่เหรอครับ” ว่าแล้วคงไคยก็เข้านัวเนีย แต่ปรุงฉัตรไม่เต็มใจนักเพราะกังวลว่าคงไคยจะต้องเหลือแต่ตัวจริงๆ

ด้านทองถมกับอรุณประไพพาภวันมาตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อเตรียมทำคีโมในอาทิตย์หน้า หมอแนะนำว่าหลังจากทำคีโมแล้วภวันต้องดูแลร่างกายให้แข็งแรงและทำจิตใจให้แจ่มใส่

“อันหลังนั่นแหละที่ทำไม่ได้ ลูกชายก็ไม่ได้เรื่อง ลูกสะใภ้ก็กำลังจะทนความเลวของมันไม่ไหว” ภวันหนักใจ

“คุณแม่คะ ไพจะคอยดูแลคุณแม่เองนะคะ” อรุณประไพ เข้ามากอด

“รับปากคนแก่ แล้วไม่ทำมันบาปนะหนูไพ” ภวันมองอรุณประไพนิ่ง

อรุณประไพยิ้มรับอย่างลำบากใจ เพราะรู้ว่าภวันหมายถึงเรื่องหย่า

ooooooo

เช้าวันใหม่ อรุณประไพจัดเตรียมอาหารเช้าสำหรับทุกคน และเมนูพิเศษสำหรับภวัน คงไคยลงมาเห็นก็พาลหาเรื่องอีกตามเคย แต่โดนภวันกับทองถมเล่นงานจนต้องปิดปาก แล้วเปลี่ยนเรื่องคุย

“งานเลี้ยงลูกค้าที่คลับเฮ้าส์ หัวหิน คุณแม่จะไปพร้อมกับผมไหมครับ” คงไคยทำเข้ม

“ไม่ล่ะ แม่จะไปพร้อมหนูไพ” ภวันตอบ

อรุณประไพชะงักเพราะไม่รู้มาก่อน ภวันส่งสายตาแบบให้เป็นไปตามนั้น เธอจึงไม่กล้าขัดอะไร

เมื่อคงไคยออกไปทำงานแล้ว อรุณประไพก็เข้ามาช่วยจัดเสื้อผ้าให้ภวัน ภวันหันมาขอร้อง “งั้นก็ดูแลทุกอย่างที่เป็นของแม่ด้วยได้ไหม แม่ คงไคย และบริษัทของแม่ บริษัทที่ครั้งหนึ่ง ครอบครัวของหนูเคยช่วยให้แม่ได้กลับมายืนหยัดกอบกู้มันขึ้นมา วันนี้หนูช่วยแม่กอบกู้มันไว้อีกสักครั้งได้ไหมลูก”

“คุณคงไคยก็ดูแลได้ดีอยู่แล้วนี่คะ”

“คงไคยเป็นคนมีฝีมือก็จริง แต่ความทระนงของเขามันก็เป็นจุดอ่อนที่สำคัญ”

คงไคยเข้าประชุมร่วมกับประกอบ ณรงค์ และคณะกรรมการเรื่องการเลี้ยงรับรองแขกต่างชาติตอนค่ำเพราะต้องการให้ทุกคนประทับใจ แล้วคงไคยก็มอบหมายให้ณรงค์จัดการเรื่องนี้ ณรงค์ยิ้มรับคำ

“งั้นผมขอปิดการประชุม เจอกันที่หัวหินค่ำนี้ครับ” คงไคยบอกกับที่ประชุม

คณะกรรมการทยอยออกไป ณรงค์ทำท่าหนักใจเข้ามาปรึกษาคงไคยว่า แขกกรุ๊ปนี้ชอบเอนเตอร์เทน

“งั้นก็จัดให้เขา ผมฝากด้วย” คงไคยเดินออกไป

“ถ้าแม่แกอยู่ คงไม่พอใจท่าทางที่คงไคยสั่งการแก” ประกอบบอกกับลูกชาย

“จุดอ่อนของคงไคย คือความทระนงนี่แหละครับ หวังว่าแผนที่เตรียมมาจะสำเร็จ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง พ่อมีวิธีที่จะดึงความสนใจของคงไคยแล้ว” ประกอบยิ้มร้าย เพราะมอบหมายหน้าที่ให้ปรุงฉัตรไปแล้ว

ด้านปรุงฉัตรก็ทำมารยาอ้อนให้คงไคยพาเธอมาร่วมงานที่หัวหินด้วยจนได้แถมพูดเป่าหูเรื่องอรุณประไพอยู่ตลอดจนคงไคยชักสับสน และในระหว่างทั้งคู่นัวเนียกันอยู่ที่ชายหาด ที่บนฝั่งก็มีคนแอบถ่ายรูปไว้

ด้านภวันต้องการให้อรุณประไพดูดีที่สุดในงานเลี้ยง จึงให้ทองถมพาช่างมาช่วยแต่งตัวให้

“ถ้าเรียบร้อยแล้ว คุณหญิงท่านให้คุณไพตามไปที่ห้องเลี้ยงรับรองได้เลยนะครับ” ทองถมย้ำกับอรุณประไพ

บริเวณงาน คงไคยยืนต้อนรับแขกอยู่ ส่วนประกอบกับณรงค์ที่ยืนสังเกตการณ์ แอบซุบซิบกัน

“เรื่องของยายปรุงบวกกับการตัดสินใจ ใช้ผู้หญิงไทยมาต้อนรับแขกต่างชาติ คงทำให้คณะกรรมการลังเลในวิสัยทัศน์ของคงไคยได้” แล้วสองพ่อลูกก็ยิ้มให้กันอย่างสะใจ เป็นจังหวะเดียวกับที่ทองถมเข้ามาหาคงไคยบอกให้เชิญแขกไปที่ที่โต๊ะอาหารได้ คงไคยหันไปเชิญแขกแล้วเรียกปรุงฉัตรในชุดราตรีเซ็กซี่ให้เข้าไปพร้อมกัน

ภวันลุกขึ้นยืนต้อนรับแขกต่างชาติ ทุกคนเข้านั่งประจำที่ ปรุงฉัตรทำเป็นลังเล ไม่กล้าเข้าไปนั่งข้างๆคงไคย

“หนูปรุงจ๊ะ มานั่งข้างๆคุณพ่อดีกว่าค่ะ” ภวันเอ่ยอย่างใจเย็น

ปรุงฉัตรมองคงไคยอย่างขอความช่วยเหลือ แล้วก็ตัดสินใจไปนั่งข้างประกอบอย่างน่าสงสาร

“คุณแม่ครับ จะเว้นที่ไว้ให้ใครล่ะครับ” คงไคยพูดจบ อรุณประไพในชุดราตรีหรู งามสง่า จนผู้ชายทั้งโต๊ะตาค้างรวมทั้งคงไคยด้วยก็เดินเข้ามาที่โต๊ะ

“คงไคย เลื่อนเก้าอี้ให้หนูไพสิ” ภวันสั่ง

คงไคยทำตามแต่ยังมองอรุณประไพค้างๆอยู่ ปรุงฉัตรไม่พอใจแต่พยายามเก็บอาการ

ooooooo

หลังทานอาหารเสร็จก็มีงานเต้นรำต่อ ตัวแทนแขกต่างชาติขอบคุณการเลี้ยงรับรองของภวัน แล้วหันมาชื่นชมอรุณประไพที่กำลังอธิบายเรื่องดอกไม้สด ที่ประดับในงานให้กับบรรดาภรรยาของแขกต่างฟังอย่างงดงาม

แขกคนหนึ่งเข้าไปโค้งขอเต้นรำกับอรุณประไพ เธอมองภวันแบบถามความเห็น ภวันพยักหน้าให้ออกไปตามคำเชิญ คงไคยที่ดื่มไวน์พอกรึ่มๆมองภาพอรุณประไพออก ไปเต้นรำกับหนุ่มต่างชาติอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ปรุงฉัตรได้ทีรีบชวนคงไคยออกไปเต้นรำบ้าง คงไคยพาปรุงฉัตรออกไปเต้นรำแบบแนบแน่น เพราะต้องการยั่วอรุณประไพที่มีหนุ่มมาขอเต้นรำด้วยไม่หยุด ปรุงฉัตรแกล้งไล่ให้คงไคยไปดูแลอรุณประไพที่โดนหนุ่มๆรุม

“งั้นผมขอตัวเดี๋ยว” คงไคยผละจากปรุงฉัตรเข้าไปโค้งขออรุณประไพคืนจากแขกหนุ่ม

ณรงค์ได้โอกาสเข้ามาจับคู่เต้นรำกับปรุงฉัตรทันทีปรุงฉัตรไม่พอใจจะเดินหนี แต่ณรงค์คว้าตัวไว้แล้วพาออกไปอย่างสุภาพ เขาพาเธอมาที่ห้องพักของเขาเพราะอยากอยู่กันตามลำพังบ้าง แต่ปรุงฉัตรกลับพูดยั่วว่า คิดจะทำอะไรกันแน่คุณหนูณรงค์ แล้วจะเดินหนีกลับไปหาคงไคย ณรงค์ตัดพ้อว่า ห่างกันสักนาทีไม่ได้หรือไง
“ไม่ค่ะ ปรุงไม่ชอบอยู่ห่างคนที่ปรุงรัก”

“รักเหรอ แล้วฉันล่ะ”

“คุณทำไมคะคุณหนูณรงค์ เราเป็นอะไรกันเหรอคะ”

“ก็เป็น” ณรงค์ดึงตัวปรุงฉัตรเข้ามาใกล้ๆยังไม่ทันพูดอะไร ประกอบก็มาเคาะประตูห้องสั่งให้ณรงค์ออกไปจัดการกับแขกฝรั่งได้แล้ว ณรงค์รับคำแล้วเดินออกไป ประกอบหันมามองปรุงฉัตรอย่างสงสัย ปรุงฉัตรรีบออกตัวว่า ณรงค์แค่อยากให้เธอดึงคงไคยออกมาจากงานเท่านั้น แล้วเดินหนีไป

ด้านอรุณประไพก็จำใจเต้นรำกับคงไคยเพื่อรักษาหน้าของภวัน เพราะแขกในงานพากันชื่นชมว่าทั้งสองเป็นคู่รักแห่งปี ทำให้คงไคยกอดเธอแน่นกว่าเดิม พลางเอ่ยถามเรื่องการหย่า แต่อรุณประไพไม่ตอบ เธอสะบัดหลุดจากอ้อมแขน คงไคยแล้วเดินมาหยิบกระเป๋าตั้งใจจะหนีขึ้นห้อง แต่คงไคยตามราวีเพราะต้องการคำตอบ แถมยกเรื่องเงินมาขู่ จนอรุณประไพโมโหประชด ให้คงไคยไปหาเงินสิบล้านมาให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาขอหย่า คงไคยโกรธจะเข้าล็อกตัว อรุณประไพรู้ทัน กระทืบเท้าคงไคยจนเสียหลักไป แล้วรีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

อรุณประไพหนีมาที่มุมหนึ่งของสระว่ายน้ำ เสียงมือถือในกระเป๋าดัง เธอหยิบมากดรับ ได้ยินเสียงภุชงค์ฟ้องเรื่องเบญขู่จะทำร้ายลูกในท้อง แถมยังร้องโวยวายคลุ้มคลั่งอย่างกับคนบ้า

“แต่ผมจะหย่ากับเขา ทันทีที่เขาคลอดลูก” ภุชงค์ยืนยัน

“ที่คุณควรจะรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่ลูกในท้องของน้องเบญนะคะ แต่รวมถึงชีวิตของน้องเบญด้วย ภุชงค์ที่ไพรู้จักเขาไม่ทำอย่างที่คุณพูดแน่ กลับไปดูแลน้องเบญเถอะค่ะ แค่นี้นะคะ” อรุณประไพวางสาย ก็ได้ยินเสียงจิ๊บร้องโวยวายเข้ามาเพราะถูกพริตตี้รุ่นพี่หลอกให้มานั่งดริงก์กับลูกค้าในงานเลี้ยง ของคงไคย อรุณประไพหยุดมองเห็นสองพริตตี้จะลากจิ๊บ

กลับไปที่งานเลี้ยงริมสระ แต่จิ๊บสะบัดหนีวิ่งมาขอร้องให้อรุณประไพช่วยเธอด้วย

คงไคยเข้าไปในงานเลี้ยงริมสระเพื่อดูแลแขก เห็นพริตตี้สาวๆกำลังเต้นเอนเตอร์เทนแขกอยู่ ก็ไม่พอใจกลัวเสียภาพพจน์จึงเข้าไปต่อว่าณรงค์ที่นั่งจิบบรั่นดีอยู่กับประกอบ

“เอาน่าคงไคย ลูกค้าเค้าก็แฮปปี้ดี” ประกอบส่งสายตาให้พริตตี้คนหนึ่ง เข้ามาคลอเคลียคงไคย เป็นจังหวะเดียวกับที่พริตตี้ที่มีปัญหากับจิ๊บ ลากจิ๊บเข้ามาตามด้วยอรุณประไพ

“ถ้าจะไม่ทำ ก็คุยกับเจ้าของงานเอาเองก็แล้วกัน” พริตตี้มองไปทางณรงค์กับประกอบอรุณประไพมองตามเห็นคงไคยอยู่ด้วย ก็เข้าใจว่าเจ้าของงานที่หมายถึงคือคงไคย จึงตรงเข้าเล่นเพราะเป็นการดูถูกผู้หญิงไทย คงไคยยืนอึ้ง แต่พอตั้งตัวได้ก็หันมาขอคำอธิบายจากประกอบกับณรงค์ แต่อรุณประไพกลับเข้าใจผิดคิดว่าเขาปัดความผิดให้คนอื่นจึงต่อว่าอีกหนึ่งชุดใหญ่

“เฮ้ย คุณพูดเองเออเองบ้ารึเปล่าวะ ผม” คงไคยจะอธิบาย

“เด็กไปบอกว่าพวกคุณจัดปาร์ตี้ริมสระ แล้วก็เอาพริตตี้มารับแขก นี่คุณทำจริงๆเหรอครับคุณคงไคย ทำแบบนี้คุณหญิงท่านจะไม่พอใจนะ” ทองถมเข้ามาตำหนิ
“คุณทองถมคะ น้องคนนี้เขาถูกหลอกมา” อรุณประไพฟ้องเรื่องจิ๊บ

“คุณไพไปพักผ่อนเถอะครับ ทางนี้เดี๋ยวผมจัดการเอง”

“ก็ได้ค่ะ แถวนี้ก็คงมีแต่คุณทองถมที่พอจะเป็นลูกผู้ชายอยู่บ้าง” อรุณประไพมองคงไคยอย่างเอาเรื่อง

คงไคยมองทุกคนอย่างหนักใจแล้วออกคำสั่ง “คุณทองถมยกเลิกปาร์ตี้ทั้งหมด จัดห้องพักให้น้องคนนี้ แล้วพรุ่งนี้ จัดการเรื่องการเดินทางให้เขาด้วย” คงไคยเดินอารมณ์เสีย ออกไป

จิ๊บมองคงไคยอย่างชื่นชม ทองถมเข้ามาหาจิ๊บจะพาออกไปแต่นึกได้หันมาบอกสองพ่อลูก “หวังว่าคุณประกอบกับคุณณรงค์คงเข้าใจคำว่ายกเลิกนะครับ”

คงไคยเดินตามมาเอาเรื่องอรุณประไพ เพราะโกรธที่เธอต่อว่าเขาต่อหน้าคนมากมาย แต่กลับโดนอรุณประไพตอกย้ำว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย คงไคยฉุนเข้าดึงตัวเธอเข้ามากอด ไว้แน่น จะพาเข้าห้อง แต่ปรุงฉัตรมาเรียกไว้ฟ้องว่าเธอทะเลาะกับพ่อและณรงค์แล้วตีหน้าเศร้าเดินออกไป คงไคย สงสารปล่อยมือจากอรุณประไพ ตามไปดูแลปรุงฉัตร ปล่อยให้อรุณประไพแอบน้อยใจ

ปรุงฉัตรสมใจเพราะคงไคยตามมา เธอพาชายหนุ่มเข้าห้องแล้วตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จว่า ประกอบกับณรงค์ไม่พอใจที่เธอดื้อดึงมางานเลี้ยงกับคงไคยจึงทะเลาะกันอย่างรุนแรงถึงขนาดตัดพ่อตัดลูกกันเลย

“ตั้งแต่เกิดมาท่านไม่เคยโกรธปรุงขนาดนี้เลย ชีวิตปรุงมีแต่พ่อ มีแต่ครอบครัว ถ้าไม่มีพวกท่านแล้วปรุงก็ไม่รู้ จะอยู่ยังไง” ปรุงฉัตรสะอึกสะอื้น

“รออีกนิดนะครับปรุง ผมจะดูแลคุณเอง อีกไม่นานนะอีกไม่นาน” คงไคยกอดปรุงฉัตรแน่นสีหน้าหนักใจเพราะกลัวทำไม่ได้อย่างที่รับปาก

ooooooo

ทองถมกลับเข้ามารายงานภวันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภวันหนักใจเปรยว่า คงไคยจะคิดได้ก่อนหรือเธอจะตายเสียก่อน ทองถมเข้าใจความรู้สึกเจ้านายแนะนำให้ภวันบอกเรื่องอาการป่วยให้คงไคยรู้

“ถ้าคงไคยรู้ต้องเป็นห่วงฉันมาก เรื่องนี้จะไม่เป็นความลับอีกต่อไป ทางโน้นก็คอยหาโอกาสเล่นงานเราอยู่ฉันไม่อยากให้ลูกลำบากไปกว่านี้ ธุรกิจที่ฉันกับพ่อคงไคย

สร้างมา ควรจะอยู่ในมือคงไคย” ภวันยืนยันความคิดเดิมแล้วหันไปเรียกอรุณประไพที่เดินเข้ามา ภวันเล่าความจริงเกี่ยวกับครอบครัวของประกอบที่พยายามจะแย่งพีวีเรียลเอสเตทไปเป็นของพวกเขาให้อรุณประไพฟัง อรุณประไพไม่อยากเชื่อ เพราะดูณรงค์เป็นคนดีมาก ภวันว่าคงเป็นเพราะณรงค์ซึมซับความแค้นมาจากแม่

“ที่น่ากลัวก็คือ ทั้งคุณประกอบและคุณณรงค์เป็นคนฉลาดรอบคอบทั้งคู่ และคุณคงไคยเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดของสองพ่อลูกนั้น” ทองถมรีบเสริม

“คุณคงไคยถึงจะเสียเรื่อง เอ่อ แต่เรื่องงานคุณคงไคยก็เป็นคนมีฝีมือคนหนึ่งไม่ใช่เหรอคะ”

“คนเก่งมักจะทระนง และคงไคยก็เป็นแบบนั้น นี่ยังไม่รวมว่ามีแม่ปลิงฉัตรคอยเป่าหูอยู่ทุกวัน ตอนนี้แม่เองก็ไม่อยู่ในสภาพที่แข็งแรงพอจะต่อสู้กับใคร”

“ถ้าคุณไพยอมหย่ากับคุณคงไคยตอนนี้ ก็เท่ากับคุณปรุงฉัตรจะเข้ามาล้างสมองคุณคงไคยได้เร็วขึ้น พีวีเรียลเอสเตทคงตกเป็นของพวกเขาได้ไม่ยาก”

“อย่างน้อยก็ช่วยรักษามันไว้แค่เท่าที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ได้ไหมหนูไพ ซึ่งหนูคงอดทนอีกไม่นานหรอกลูก” ภวันขอร้องอรุณประไพคิดหนักปฏิเสธไม่ออก

เช้าวันใหม่ อรุณประไพออกมาใส่บาตรกับภวันที่หน้าบ้าน ภวันชวนลูกสะใภ้กรวดน้ำให้คงไคยหวังให้สัมภเวสีที่เกาะอยู่ยอมปล่อยลูกชายกลับมา เพราะเธอกับอรุณประไพกลับมาตั้งแต่เมื่อคืน แต่คงไคยยังไม่มีใจกลับมาดูแล

อรุณประไพไม่อยากให้ภวันหงุดหงิด จึงเปลี่ยนเรื่องคุยว่าจะทำปากริมปลาเป็นอาหารเช้าให้ทาน เพราะดีต่อสุขภาพแล้วขอตัวเข้าครัว

ในขณะที่ต้อยติ่งกับตุ๊ดตู่ก็ยกถาดขันใส่ข้าวใส่บาตรพระเข้ามาเก็บ แล้วบอกกับแฉล้มที่กำลังจะเตรียมอาหารว่า อรุณประไพจะเข้ามาทำปากริมปลาให้คุณท่านเอง

“ไม่ได้รู้เวล่ำเวลาเล้ย จะทำอาหารหวานให้คุณท่านทานแต่เช้า” แต๋วแหววโวย

“ปากริมปลาแม่ ไม่ใช่ปากริมไข่เต่าแบบที่แม่ชอบกิน คุณไพบอกว่าเป็นอาหารเวียดนาม คุณไพบอกว่าทานตอนเช้าๆมันคล่องคอดี” ตุ๊ดตู่อธิบายอย่างผู้รู้

แต๋วแหววเสียหน้าแต่ไม่ยอมแพ้สวนกลับว่า เมียแต่งอย่างอรุณประไพสุดท้ายก็เป็นได้แค่แม่ครัว  อรุณประไพเข้ามาได้ยินก็หยุดฟัง เสียงต้อยติ่งตอบโต้แทนว่า ก็ดีกว่าพวกสวยไปวันๆอย่างปรุงฉัตร แต๋วแหววตาวาวจะเอาเรื่องน้อง แต่อรุณประไพเข้ามาขวางพลางบอกให้แฉล้มเอาปลากะพงที่ซื้อมาเมื่อวานไปล้าง แล้วหั่นเป็นชิ้นพอคำ เพราะวันนี้เธอจะเป็นแม่ครัวให้

ทุกคนอมยิ้มขำ แต๋วแหววเจ็บใจเย้ยเรื่องคงไคยยังไม่กลับมา แต่ก็ต้องหน้าแตกเพราะเสียงรถคงไคยแล่นเข้ามาจอด สักพักเจ้าของรถก็เข้ามาตามอรุณประไพถึงในครัวบอกว่ามีเรื่องคุยด้วย แล้วดึงตัวเธอออกไป

“มาถึงก็เข้ามาหาคุณไพเลย สงสัยคงคิดถึงเมีย” แฉล้มกับต้อยติ่งเย้ยแต๋วแหววกลับ

คงไคยลากอรุณประไพเข้ามาในสวนเพื่อสอบถามเรื่องหย่า อรุณประไพสวนว่า เธอจะหย่าให้ถ้าคงไคยหาเงินสิบล้านมาให้เธอได้ แล้วจะเดินหนี แต่คงไคยคว้าตัวไว้พลางดูถูกว่า เธอเป็นพวกหิวเงิน

“แล้วใครบ้างล่ะคะที่ไม่ชอบเงิน ปล่อยค่ะ ฉันจะไปทำอาหารให้คุณแม่ ท่านรอทานอยู่ อย่าเสียเวลากับเรื่องไร้สาระเลยค่ะ เดี๋ยวจะเลยเวลาทานยาของท่าน” อรุณประไพจ้องคงไคยนิ่ง ไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย คงไคยเห็นเธอเอาจริงก็ยอมปล่อย

อรุณประไพจัดเตรียมอาหารเช้าให้ทุกคนในบ้านเสร็จ ก็เตรียมจะออกไปทำงาน คงไคยเข้ามาขวางเพราะต้องคุยเรื่องหย่า แต่ตุ๊ดตู่วิ่งมาตามบอกว่า เพื่อนชื่อวายุมารับพร้อมยิงคำถามชุดใหญ่ว่า วายุเป็นใคร สนิทกันมากไหมแล้วทำไมต้องมารับด้วย แต่อรุณประไพไม่ตอบขยับจะเดินออกไปหาวายุเพื่อหนีหน้าคงไคย
คงไคยตามมาดึงตัวไว้ อรุณประไพหันมาท้า “ถ้าทำแบบนี้ฉันจะนับว่าคุณหึงฉันนะคะ”

“ใครไปหึงคุณ” คงไคยกลัวเสียฟอร์มปล่อยอรุณ–ประไพไป

“ลูกพี่หึงคุณไพชัวร์ๆ” ตุ๊ดตู่ทำท่าแก่แดด

“เดี๋ยวจะโดนเตะไอ้ตุ๊ดตู่” คงไคยเดินตามอรุณประไพ ออกไป

อรุณประไพเดินออกมาหาวายุ แปลกใจที่เขามารอรับเพราะไม่ได้นัดกันไว้ แต่วายุยืนยันว่าเต็มใจ แล้วส่งหมวกกันน็อกให้ อรุณประไพลังเล แต่พอเห็นคงไคยออกมายืนดูที่หน้าบ้านก็รีบรับมาใส่ แล้วขึ้นซ้อนท้ายวายุออกไป คงไคยมองตามอย่างหัวเสีย ตุ๊ดตู่ตามมาล้อว่า คงไคยหึงอรุณประไพชัวร์ ทำให้ คงไคยหัวเสียหันมาจะเล่นงาน

“อย่าใช้กำลังกับเด็กเดี๋ยวจะได้เรต ฉ. คุณหญิงให้มาตามคุณคงไคยบอกว่าให้ไปที่บริษัทด้วยกัน” ตุ๊ดตู่อ้าง

คงไคยเข้ามาในห้องทำงานก็พบปรุงฉัตรนั่งรออยู่ เธอสอบถามเขาเรื่องหย่า แต่พอได้ยินคำตอบก็ตัดพ้อว่าอรุณประไพคงต้องการแกล้งตนจึงไม่ยอมหย่าให้ หรือบางทีเธอก็อาจตกหลุมรักคงไคยเข้าแล้ว

“ผู้หญิงคนนั้นจะรักใครเป็น ขนาดคนรักเก่ายังทิ้งมาได้หน้าตาเฉย แถมไอ้คนใหม่ก็จะเอา”

“ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง คุณแม่คุณก็เห็นคุณค่าของเขานะคะ ไม่งั้นคงไม่ตั้งราคาตั้งสิบล้านหรอกค่ะ”

“ผู้หญิงคนนั้นไม่มีค่าขนาดนั้นหรอกปรุง ผมขอตัวไปประชุมก่อนนะครับ” คงไคยเดินออกไป

เมื่อคงไคยเดินมาถึงหน้าห้องประชุมก็เจอณรงค์ดักรออยู่ ณรงค์แสร้งทำเป็นเสียใจขอรับผิดกับคงไคยเรื่องงานเลี้ยงที่หัวหิน

“ผมต่างหากที่ผิดพลาด อย่าลืมสิ ผมเป็นหัวหน้าแต่ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ผมต้องรับผิดชอบ คุณสบายใจเถอะ อย่าคิดมาก ผมรู้ว่าคุณทำทุกอย่างก็เพื่องานของเรา” พูดจบคงไคยก็เดินเข้าห้องประชุมไปอย่างมั่นใจ

เมื่อการประชุมเริ่มขึ้น คณะกรรมการขอคำอธิบายเรื่องงานเลี้ยงที่หัวหิน ณรงค์ทำฟอร์มจะออกรับ แต่คงไคยประกาศขอรับผิดชอบเอง เพราะเป็นคนสั่งให้ณรงค์ดำเนินการทั้งหมดเอง ภวันกับทองถมหนักใจกับความวู่วามของคงไคย จึงหาทางช่วยด้วยการดึงเรื่องปฏิกิริยาของทานากะกรุ๊ปเข้ามาเป็นหัวข้อเพื่อขอคำปรึกษา เพราะจะส่งคงไคยในฐานะประธานดำเนินงานพีวีอินเตอร์คอน เป็นตัวแทนไปเจรจากับทานากะ แต่คณะกรรมการค้านว่า “ด้วยภาพลักษณ์ตอนนี้ประกอบกับวิสัยทัศน์ที่เราได้เห็นจากงานเลี้ยงที่ผ่านมา ทำให้เราไม่แน่ใจว่าคุณคงไคยยังคงเป็นผู้ที่เหมาะสม”

“ถ้าอย่างนั้นไม่ทราบว่าที่ประชุมพอจะให้โอกาสณรงค์ดูได้ไหมคะ อย่างน้อย ณรงค์ก็เป็นอีกคนที่รู้เรื่องโครงการนี้ดี” เนื้อทิพย์รีบเสียบแล้วหันมาสบตากับภวันอย่างไม่ยอมกัน

“ผมว่าทำแบบนั้นไม่เหมาะสม มันเป็นการไม่ให้เกียรติคงไคยเลย” ประกอบเดินแผนต่อ

“ถ้าอย่างนั้นคุณคงไคย และคุณณรงค์คุณทั้งสองคนไปวางแผนงานที่จะเข้าเจรจากับคุณทานากะให้ได้ ใครทำสำเร็จเราคงต้องมีการพิจารณาตำแหน่งประธานโครงการของพีวีอินเตอร์คอนเวนชั่นกันอีกครั้ง” คณะกรรมการออกความเห็น

ภวันกับทองถมมีท่าทีไม่เห็นด้วยขยับจะค้านแต่ประกอบรีบสรุป “ถ้างั้นก็คงต้องเป็นไปตามมติ เราสรุปกันตามนี้เพื่อให้คงไคยกับณรงค์ไปเร่งวางแผนงานดีกว่าครับ”

ภวันกับทองถมพูดอะไรไม่ออก คงไคยลำบากใจหันมามองณรงค์ ณรงค์แสร้งทำรู้สึกผิด เมื่อคงไคยเครียดกลับเข้ามาในห้องทำงาน ก็พบณรงค์นั่งรออยู่แทนที่จะเป็นปรุงฉัตร ณรงค์ว่า ประกอบเรียกปรุงฉัตรไปต่อว่าเพราะไม่พอใจเรื่องข่าว ที่ลง คงไคยรีบออกรับแทน ณรงค์ทำเป็นเข้าใจแล้วลุกมา ขอโทษคงไคยเรื่องมติคณะกรรมการ

“ไม่เป็นไรหรอกณรงค์ ก็ลองดูกันสักตั้งก็ได้ว่าแผนงานของคุณหรือของผมที่จะสำเร็จ” คงไคยส่งยิ้มให้

ในขณะที่ณรงค์กำลังกล่อมให้คงไคยตายใจอยู่นั้น ประกอบกับเนื้อทิพย์ก็วางแผนจะส่งปรุงฉัตรไปญี่ปุ่นกับคงไคยด้วย เพื่อขัดขวางการทำงานของเขา

ooooooo

ภวันกับทองถมเข้ามาชวนคงไคยกลับไปทานข้าวเย็นที่บ้านด้วยกัน เพราะนัดกับอรุณประไพไว้แล้ว แต่คงไคยปฏิเสธอ้างว่านัดกับปรุงฉัตรไว้เหมือนกัน ทองถมยิ้มรับเปรยกับภวันว่า วันนี้อรุณประไพจะพาเพื่อนมาทานข้าวด้วย แล้วชวนภวันกลับไปรอต้อนรับเพื่อนๆของอรุณประไพ คงไคยชะงักกึกเปลี่ยนใจขอตามแม่กลับไปด้วย

สักพักปรุงฉัตรก็เข้ามาตาม แต่ไม่เห็นคงไคยอยู่ใน ห้องก็แปลกใจ

วายุขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาส่งอรุณประไพในบ้านก็พบภุชงค์ยืนรออยู่ เพราะจะมาปรึกษาอรุณประไพเรื่องเบญ วายุรีบกันท่า แล้วคงไคยก็พาภวันมาถึงพอดี เขาลงไปไล่วายุกับภุชงค์ให้กลับไป แต่ภวันกลับเชิญทั้งคู่อยู่ทานอาหารเย็นด้วยกัน วายุ และภุชงค์กระหยิ่มยิ้มย่องใส่คงไคย

คงไคยไม่พอใจจึงเข้ามาต่อว่า ภวันได้ทีสวนกลับว่า จะสนทำไมในเมื่อคงไคยจะหย่ากับอรุณประไพอยู่แล้ว

“แต่นี่มันถิ่นผม แม่ให้พวกมันเข้ามาก็หยามหน้าผมชัดๆ”

“ที่แกทำตัวทุกวันนี้มีเกียรติของสามีอยู่ด้วยเหรอ” ภวันตอกกลับแล้วเดินนำไปที่โต๊ะอาหาร เห็นวายุและภุชงค์นั่งรออยู่แล้ว

ทองถมสอบถามเรื่องอาหารบนโต๊ะกับอรุณประไพ เพราะเป็นห่วงสุขภาพภวัน อรุณประไพยืนยันว่าภวันทานได้ทุกอย่างแน่นอน แล้วหันไปตักซุปให้ภวันลองชิม ภวันแกล้งยั่วลูกชายสั่งให้อรุณประไพตักซุปให้ภุชงค์กับวายุด้วย

“มาผมจะตักให้คุณไปนั่งเถอะ” คงไคยหึงหันไปตักซุปแล้ววางกระแทกให้วายุกับภุชงค์คนละถ้วย

ภวันกับทองถมแอบมองยิ้มๆ แต๋วแหววโผล่มาสอดแนมแล้วโทรศัพท์รายงานปรุงฉัตร

เมื่อทานอาหารเสร็จ อรุณประไพก็ขอตัวออกมาเดินเล่นเพราะอึดอัดเต็มที แต่ภุชงค์ตามมาปรึกษาเรื่องจะหย่ากับเบญเพราะทนพฤติกรรมเธอไม่ไหวแล้ว วายุตาม
มาทำท่าจะเปิดศึกกับภุชงค์อีกรอบ ทองถมจึงเข้ามาห้ามแล้วเชิญทั้งสองกลับเพื่อให้อรุณประไพได้พักผ่อนเสียที

คงไคยยืนมองเหตุการณ์ที่หน้าต่างอย่างหงุดหงิด แล้วแอบเข้าไปรอเล่นงานอรุณประไพอยู่ในห้อง อรุณประไพเกือบพลาดท่า เมื่อถูกคงไคยระดมหอมอย่างอ่อนโยน ริมฝีปากของทั้งคู่ใกล้กันเข้าไปทุกที แต่แล้วเสียงปรุงฉัตรก็ดังขึ้น

“คงไคยคะ” ปรุงฉัตรบุกขึ้นมาตามคงไคยถึงหน้าห้องของอรุณประไพกับแต๋วแหวว

อรุณประไพเบือนหน้าหนีคงไทย พลันได้ยินเสียงปรุงฉัตรตะโกนเรียก

“นี่ไม่ใช่ห้องคุณคงไคย นี่มันห้องคุณอรุณประไพ” แฉล้มเข้ามาดึงปรุงฉัตร

แต่เธอไม่ยอม เคาะประตูห้องเสียงดังลั่น อรุณประไพผลักคงไคยให้พ้นตัวแล้วเดินตรงไปเปิดประตู แต่คงไคยคว้าตัวมากอดไว้ไม่ยอมให้เปิด

“ทำไมคะ กลัวแฟนคุณจะรู้ว่าคุณอยู่ในนี้เหรอคะ” อรุณประไพลืมตัวแสดงความเจ็บปวดออกมา

คงไคยโดนคำถามแทงใจดำก็ตอบไม่ถูก

“พอได้แล้ว ปรุงฉัตรมีอะไรกับลูกชายฉัน” ภวันเดินเข้ามา

“มีค่ะ” ปรุงฉัตรส่งหนังสือพิมพ์ประเภทกอสซิป ที่มีภาพตอนที่คงไคยกับปรุงฉัตรนัวเนียกันในทะเลให้ภวันดู ภวันนิ่งๆไม่แสดงอาการอะไรพลางเอ่ยว่า “คงไคยอยู่ในห้องหนูไพไม่ต้องบอกนะว่าผัวเมียอยู่ในห้องด้วยกันเขาทำอะไรกัน หนูไปรอข้างล่าง คงไคยเสร็จธุระแล้วฉันจะตามลงไปข้างล่างให้”

ปรุงฉัตรเจ็บใจแต่ต้องเก็บอาการเดินไปรอข้างล่างตามด้วยแต๋วแหวว

“คงไคย แกออกมาจัดการเรื่องของแกได้แล้ว” ภวันสั่ง

ประตูห้องเปิดออก คงไคยค่อยๆออกมาจากห้อง ภวันมองข้ามหัวลูกชายตัวแสบไปเพราะเป็นห่วงอรุณประไพมากกว่า

คงไคยตามลงมาคุยกับปรุงฉัตรเรื่องข่าวในหนังสือพิมพ์ ในขณะที่ภวันหันไปเรียกตุ๊ดตู่กับแฉล้มให้เข้ามาดูละครเพื่อหากองหนุน ปรุงฉัตรตีหน้าเศร้าบอกกับคงไคยและภวันว่า เธอถูกต้นสังกัดลงโทษ

“นั่น สมน้ำหน้ามัน ต้องโดนแบบนี้สะใจอีแล่มนัก” แฉล้มตบเข่าฉาดทำเหมือนลุ้นละครในทีวี

“แต่ปรุงถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้ไปเดินแบบที่ปารีสนะคะ”

ปรุงฉัตรเล่าต่อ

“ดู๊ ดูมันกล้าขอความเห็นใจ” แฉล้มสวนกลับแต่ตายังจ้องอยู่หน้าจอ

“นั่นมันตั้งแต่คดีเก่าที่หนูโชว์ เอ๊ย พลาดทำเต้าหลุดแล้วไม่ใช่เหรอจ๊ะ ถ้าฉันเป็นต้นสังกัดของหนู ฉันคงไล่หนูออกไปนานแล้ว นี่เขาก็เมตตาหนูอยู่มากนะ แล้วลูกชายฉันจะช่วยอะไรหนูได้เหรอจ๊ะ จะให้ออกไปยืนยันว่าผู้ชายในรูปเป็นผมเอง แล้วก็ยกมือไหว้ขอโทษต่อหน้าสื่อนะเหรอ  แบบนั้นก็เป็นการยอมรับว่าเราผิดสิจ๊ะ แล้วไอ้คนที่มันเที่ยวได้ถ่ายรูปคนอื่นไปลงแบบนั้นมันไม่ผิดเหรอจ๊ะ ฉันว่าเผลอๆมันคงมีคนบงการอยู่เบื้องหลังแน่” ภวันใส่ไม่ยั้งเพราะรู้ทันปรุงฉัตร

“แต่เราก็น่าจะช่วยอะไรปรุงฉัตรบ้างนะครับ” คงไคยเอ่ย

“เอาไว้ให้มีปัญญาจะช่วยเขาจริงๆก่อนแล้วแกค่อยพูดคงไคย เอาล่ะหนูปรุง ฉันว่าหนูกลับบ้านไปเถอะ เดี๋ยวคุณพ่อหนูเขาจะมาตามเอาเรื่องคงไคยมันอีก ไปสิจ๊ะ” ภวันตัดบท

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #2 on: 20 August 2026, 11:13:24 »


เมียแต่ง ตอนที่ 5

ปรุงฉัตรอ้อนขอเข้าไปนอนพักในห้องชายหนุ่ม อรุณประไพได้ยินเสียงเอะอะก็ออกมาดู ได้ยินคงไคยไล่แฉล้มไปหาอะไรอุ่นๆ มาให้ปรุงฉัตรทาน เธอจึงอาสาลงไปทำให้เอง

“เอาเข้าไป เหมือนในละครเด๊ะ เมียน้อยมาหยามถึงที่ เมียหลวงไม่ว่าอะไรซักคำ” แฉล้มบ่นดังๆ

คงไคยรู้สึกผิดจึงตามไปดูอรุณประไพ เห็นอรุณประไพ ยืนเหม่อจึงเรียกชื่อเธอ ทำให้อรุณประไพสะดุ้งมือตวัดไปโดน หม้อซุปบนเตา

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า” คงไคยรีบเข้าไปจับมืออรุณประไพดู

อรุณประไพสะบัดมือออก “เป็นอะไรเหรอคะ ฉันปรับอารมณ์ตามคุณไม่ไหวต่างหาก เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย ฉันตามคุณไม่ทันจริงๆ”

“เรื่องของผมมันกวนใจคุณได้ด้วยเหรอ” คงไคยอ้อน

อรุณประไพเริ่มใจอ่อนทำท่าจะมีไมตรีตอบคงไคย แต่ปรุงฉัตรก็เข้ามาแทรกทำให้ทั้งสองต้องผิดใจกันอีก

อรุณประไพเดินหงุดหงิดเข้ามาในห้อง พลางบอกกับตัวเอง “เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับเราสักนิด จะไปนึกถึงเขาทำไมอรุณประไพ” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อรุณประไพกดรับ ก็ได้ยินเสียงใจดีเจื้อยแจ้วบอกว่า หานางแบบที่จะมาทำสกู๊ปพรุ่งนี้ได้แล้ว และนัดให้ไปเจอกันตอนเก้าโมงที่ออฟฟิศ

ในเวลาเดียวกันนั้น ภุชงค์หลบไปนั่งดื่มในร้านเหล้า เพราะยังคิดไม่ตกเรื่องเบญ แล้วเธอก็โทร.ตามให้กลับบ้าน ภุชงค์รำคาญลุกเดินมาที่รถ จังหวะนั้นเอง จิ๊บที่มานั่งดื่มกับเพื่อนในร้านก็หันไปเห็นพ่อพาลูกน้องมาตาม จึงวิ่งหนีออกมาแล้วชนเข้ากับภุชงค์  จิ๊บขอให้ภุชงค์ช่วยเธอด้วยแล้วโกหกว่า คนแก่ตัณหากลับจะปล้ำเธอ ภุชงค์หลงกลเข้าไปชกพ่อจิ๊บแล้วพาจิ๊บขึ้นรถหนี

ภุชงค์พาจิ๊บมาพักที่คอนโดฯ ของเขาพลางสอบถามเรื่องราวอีกครั้ง จิ๊บบอกความจริงว่า คนที่ภุชงค์ชกเป็นพ่อของเธอเอง แล้วหันไปมองรูปภุชงค์ในชุดทนายความวางคู่กับรูปของอรุณประไพอย่างสนใจ เธอเข้าใจเอาเองว่าต้นเหตุให้ภุชงค์ต้องดื่มเหล้าทุกวันก็คืออรุณประไพนั่นเอง ส่วนภุชงค์ก็ถามถึงสาเหตุที่จิ๊บหนีพ่อมา จิ๊บว่าเป็นเพราะพ่อไม่ยอมให้เธอไปถ่ายแบบในวันพรุ่งนี้

“ถ่ายแบบวาบหวิวอะดิ พ่อถึงไม่ยอม”

“แมกกาซีนอาหารเนี่ยนะวาบหวิว ขืนนุ่งน้อยห่มน้อย ไปถ่ายโดนเครื่องแกงก็แสบกันพอดี”

“ปากดีนักนะเรา นี่ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีที่เธอหลอกให้ต่อยหน้าพ่อเธอเลยนะ” ภุชงค์ทำเข้ม

ooooooo

เช้าวันใหม่ ทองถมเข้ามาปลุกปรุงฉัตรในห้อง คงไคย เพราะประกอบโทร.มาตามหลายครั้งแล้ว ปรุงฉัตรขยับตัวลุกแบบเสียมิได้ เธอเดินลงมาข้างล่างเห็นคงไคยในชุดทำงานนั่งอ่านหนังสือดื่มกาแฟอยู่ก็โผเข้ากอดทักทาย แล้วพูดเป็นนัยๆถึงเรื่องเมื่อคืน เพราะตั้งใจจะเย้ยอรุณประไพที่เดินประคองภวันกลับเข้ามาจากใส่บาตร

แฉล้มเดินถือข้าวของตามเข้ามาได้ยินก็รีบตอกกลับว่า เธอกรวดน้ำให้ปรุงฉัตรด้วย เพื่อจะหายร้อนรุ่ม คงไคยไม่พอใจหันมาพาลใส่อรุณประไพ ภวันรีบขัด ถามเรื่องอาหารเช้า อรุณประไพว่า เธอเตรียมโจ๊กปูไว้แล้ว

“น่ารักจังเลยค่ะคุณไพ รู้ด้วยว่าปรุงอยากทานอะไร” ปรุงฉัตรทำฉอเลาะ

“ใครเขาก็รู้ทั้งนั้นแหละจ้า ว่าหนูปรุงชอบทานอะไร แต่ถ้าจะทานด้วยกันป้าว่าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่า บ้านนี้ไม่มีใครเขาใส่ชุดนอนทานอาหารเช้ากันหรอกจ้า” ภวันตำหนิ

ปรุงฉัตรหน้าเสียเดินกลับขึ้นห้อง คงไคยตามไปปลอบใจ ปรุงฉัตรได้ทีก็แต่งเรื่องหลอกให้คงไคยเข้าใจผิดว่าอรุณประไพไม่ได้เตรียมอาหารเช้าเพื่อเธอ คงไคยจึงลงไปต่อว่าอรุณประไพ แต่แฉล้มกับทองถมออกรับแทน แล้วช่วยกันเอาคืนปรุงฉัตรที่ลงมาร่วมโต๊ะด้วย

“อบอุ่นจังนะคะ นานๆปรุงทานข้าวด้วยที ต้อนรับปรุง ซะจนเหวอะหวะไปทั้งตัวแล้ว โดยเฉพาะคุณป้า ดีนะคะ ใครจะว่าแขกยังไงคุณป้าก็ไม่ว่าอะไรเลย ใจกว้างจังเลยนะคะ” ปรุงฉัตรสวนกลับ

อรุณประไพไม่อยากให้้ภวันร้อนใจจึงเปลี่ยนเรื่อง ชวนให้ปรุงฉัตรทานโจ๊กพลางแนะนำให้ใส่เนื้อปูเยอะๆ แต่ปรุงฉัตรก็ทำให้เป็นเรื่องอีกจนได้ ภวันหมดความอดทนหันไปถามทองถมเรื่องข่าวฉาวของปรุงฉัตร

“ได้เรื่องแล้วครับ คนที่แอบถ่ายรูปคุณคงไคยกับคุณปรุงฉัตร ก็เป็นคนของนิตยสารเล่มนั้นแหละครับ แต่มีคนจ้างให้ทำเป็นนางแบบครับ” ปรุงฉัตรถึงกับสำลัก ทองถมแอบยิ้มคุยต่อ “คงเป็นนางแบบที่จะเล่นงานคุณปรุง ก็ตามประสาพวกขัดแข้งขัดขากันเองน่ะครับ จะให้สืบต่อให้จะๆ ไปเลยไหมครับว่าเป็นใคร”

“ก็แล้วแต่หนูปรุงสิ” ภวันมองมาที่ปรุงฉัตร

“ถ้ารู้ขนาดนี้ ปรุงสืบต่อเองได้ค่ะ ปรุงขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ” ปรุงฉัตรรีบชิ่ง แต๋วแหว๋วตามไปด้วย

“ไพต้องไปทำงานแล้วละค่ะ คุณแม่ทานข้าวแล้วอย่าลืมทานยานะคะ” อรุณประไพลุกออกไป

คงไคยตามติดพลางเอ่ยถามว่า วันนี้ไม่มีคนมารับหรือ

“ตามออกมาเพื่อจะพูดแค่นี้เหรอคะ ลงทุนจัง” อรุณประไพจะเดินออก แต่คงไคยดึงแขนไว้จะไปส่งให้เอง
ขณะที่คงไคยเจรจาอยู่กับอรุณประไพหน้าบ้าน แต๋วแหววก็ตามมาดูแลปรุงฉัตรในห้องน้ำ ปรุงฉัตรหยิบลิปสติกในกระเป๋าออกมาให้แต๋วแหววเป็นรางวัลตามสัญญา

“ขอบคุณค่ะ” แต๋วแหววรับมาด้วยความดีใจ

“ขอบคุณอะไร ที่แต๋วแหววช่วยฉันมันมากกว่านี้อีก ขอบคุณมากนะที่เป็นพวกฉัน ทั้งๆที่ในบ้านนี้ไม่มีใครชอบฉันเลย ขอบคุณ ขอบคุณจริงๆ” ปรุงฉัตรบีบมือแสดงอาการ ขอบคุณสุดซึ้ง จนแต๋วแหววเคลิ้มมองปรุงฉัตรอย่างภักดี

ตุ๊ดตู่ที่แอบดูอยู่ไม่พอใจที่แม่อยู่ข้างปรุงฉัตรเพราะเห็นแก่ของรางวัลจึงจะไปฟ้องคงไคยที่กำลังตามหาเรื่องอรุณประไพเพราะระแวงว่า เธอจะแอบนัดใครไว้จึงไม่ยอมให้เขาไปส่ง อรุณประไพท้าให้คงไคยตามไปดูที่บริษัท คงไคย ขยับจะตาม แต่ตุ๊ดตู่เข้ามาเรียกขยับจะฟ้องเรื่องแต๋วแหวว แต่ปรุงฉัตรเข้าแทรกกลางอ้อนให้คงไคยไปส่งบ้าน

อรุณประไพมองคงไคยอย่างเยาะๆแล้วออกไป คงไคย จะตามแต่ปรุงฉัตรล็อกตัวไว้ ตุ๊ดตู่ขัดใจว่าแขวะปรุงแล้วเดินออกไปอีกคน

ooooooo

วายุนั่งรออรุณประไพอย่างหงุดหงิดอยู่ในบริษัท เขาหยิบกล้องมาส่องเล่นเพื่อรอเวลา จู่ๆจิ๊บก็โผล่เข้ามาในเฟรมวายุตกใจร้องลั่น จิ๊บส่งยิ้มทักทาย แต่กลับโดนวายุพูดกวนใส่ ใจดีกับป๊อกกี้เข้ามาได้ยินก็ช่วยจัดการกับวายุพลางแนะนำว่าจิ๊บคือนางแบบในวันนี้

“หงุดหงิดแบบนี้รอแฟนแหง เพราะเรื่องที่จะทำให้อาร์ติสต์ผู้มีฝีมือเสียสมาธิได้ก็มีเรื่องเดียว เรื่องแฟน แต่พี่นี่ดูๆไปก็น่ารักนะ ไม่น่าเฉาเพราะเรื่องรักนะ” จิ๊บทำแก่แดด

“ก็แอบรักเขาข้างเดียวไม่เฉาได้ไง” ป๊อกกี้ตอกย้ำ จึงโดนวายุเอาแตงกวาตีหัว

“อยากเห็นหน้าสาวที่ทำให้พี่เฉาจัง” จิ๊บมองหา

พอดีอรุณประไพเดินเข้ามา พลางขอโทษทุกคนที่ มาสาย วายุหน้าบานเข้าประกบอรุณประไพ จิ๊บเห็นอรุณประไพก็นึกถึงภาพที่เห็นในห้องของภุชงค์ขึ้นมา

ในเวลาเดียวกันนั้น ภวันกับทองถมก็นั่งเครียดอยู่ในห้องประชุม เพราะคณะกรรมการเริ่มเทคะแนนให้ณรงค์ที่กำลังเสนอแผนการดำเนินการ เรื่องเสนอตัวเป็นพันธมิตรกับคุณทานากะ

“เพราะแม่ปรุงฉัตรไปก่อเรื่องเมื่อคืนแท้ๆ” ภวันกระซิบกับทองถม

ประกอบได้ยินก็พอใจ เพราะส่งปรุงฉัตรไปขัดขวางคงไคยสำเร็จ แล้วคณะกรรมการก็หันมาทางคงไคย ขอดูเอกสารเสนอแผนการ

“เอกสารอะไรก็คงไม่ชัดเจนไปกว่านโยบายของคุณแม่ที่ดำเนินมาเป็นเวลานาน เท่าที่ทราบข้อมูลคุณทานากะเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแต่ก็มักจะคืนกำไรสู่สังคมในแง่วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่น ซึ่งคุณแม่ใช้นโยบายนี้เป็นนโยบายหลักของบริษัท เราน่าจะนำความคล้ายกันทางนโยบายเป็นบันไดในการเจรจากับคุณทานากะ” คงไคยอธิบายอย่างมั่นใจ

กรรมการหันมามองหน้ากัน ประกอบกลัวลูกชายจะแห้วรีบค้านแถมยังพาดพิงไปถึงนโยบายบริหารงานของภวันแต่โดนทองถมสวนกลับ แล้วโยนเรื่องให้คณะกรรมการตัดสินว่า แผนงานของใครจะได้รับคัดเลือก คณะกรรมการหันมาปรึกษากันสักพักก็ได้คำตอบว่า จะให้ทั้งคงไคยและณรงค์ไปญี่ปุ่นพร้อมกัน และใครที่เจรจาสำเร็จ จะได้เป็นประธานโครงการพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่น

ประกอบไม่พอใจการตัดสิน จึงจะพาปรุงฉัตรไปญี่ปุ่นด้วย เพื่อขัดขวางงานของคงไคยอีก ณรงค์ไม่เห็นด้วย แต่ไม่กล้าขัดคำสั่งพ่อจึงไปหาปรุงฉัตรที่คอนโดฯของซาซ่า เพื่อมอบหมายงาน ณรงค์เปิดประตูเข้ามาเห็นปรุงฉัตรกับคงไคยนัวเนียกันอยู่ ทั้งสองตกใจผละออกจากกัน

“ผมกลับก่อนนะปรุง” คงไคยยิ้มเขินให้ณรงค์แล้วเดินออกไป

“มาทำไม” ปรุงฉัตรตวาด

“เมื่อไหร่เธอจะเลิกทำตัวเป็นคู่ขาคงไคยซะที” ณรงค์เดินเข้ามาบีบแขนปรุงฉัตรอย่างแรง

“ทำไม ทนไม่ได้ที่เขาได้ทุกอย่างของคุณไปเหรอคะคุณหนูณรงค์”

“ปรุง ฉันไม่ได้มาทะเลาะกับเธอ”

“แล้วคุณพี่มาทำไมล่ะคะ อย่าบอกนะว่ายังซัมติงทิงนองนอยกันอยู่ ไหนโลโฟฟายด์ เคลียร์ประวัติไม่อยากยุ่งกับเด็กในบ้านแล้วไงคะ” ซาซ่าเข้ามาขวางอย่างรู้แบ็กกราวนด์ ของทั้งคู่ดี

ณรงค์หงุดหงิดเพราะทุกอย่างที่ซาซ่าพูดเป็นความจริง แต่พยายามข่มใจขอร้องให้ซาซ่าออกไปก่อน ซาซ่าจำใจเดินกลับเข้าห้อง

“คุณพ่อต้องการให้เธอเตรียมตัวไปญี่ปุ่นพร้อมคงไคย ทำตามแผนให้สำเร็จ เท่านี้แหละที่ฉันจะพูด”

“รู้ไหมคะทำไมฉันถึงต้องไป เพราะคุณพ่อคุณไม่มั่นใจในฝีมือคุณหนูณรงค์ว่าจะเอาชนะคงไคยได้ไงคะ”

“วิเศษได้ขนาดนั้นก็ดี ค่อยสมเป็นคู่แข่งฉันหน่อย” ณรงค์เจ็บปวดที่ปรุงฉัตรยกย่องคงไคยจึงรีบเดินหนี

เมื่อเสร็จงาน จิ๊บก็เข้ามาคุยกับอรุณประไพถึงเหตุการณ์ที่หัวหิน เพราะถ้าไม่ได้พี่สุดหล่อช่วยเธอคงแย่ อรุณประไพรู้ว่าต้องเป็นคงไคยแน่ จิ๊บทำตาชวนฝัน ชื่นชมคงไคยไม่หยุด วายุหมั่นไส้เข้ามาประชด แต่โดนใจดีและป๊อกกี้เล่นงาน แล้วใจดีก็หันไปเตือนจิ๊บว่า คุณคงไคยที่เธอคลั่งไคล้เป็นสามีของอรุณประไพ

“เหรอคะ ก็เหมาะกันดีนะคะ พี่ไพก็สวย คุณคงไคยก็หล่อ อกหักเลยเรา” จิ๊บทำเศร้า

“พวกรักของชาวบ้านเขา ไปรวมกันทางโน้นค่ะ” ป๊อกกี้ผลักจิ๊บไปรวมตัวกับวายุ

“นี่พี่วายุก็ชอบพี่คงไคยเหรอคะ” จิ๊บล้อ

“ขำและ ไม่ใช่เพื่อนเล่นเว้ย” วายุหงุดหงิดถือกระเป๋ากล้องออกไปแล้วก็ชะงัก เพราะคงไคยเดินเข้ามา

“ก็เธอท้าฉันเองนิให้มาดูว่าเธอนัดใครไว้รึเปล่า ไปกลับบ้านกันได้แล้ว” คงไคยบอกกับอรุณประไพที่ยืนอึ้ง

“พี่สุดเท่” จิ๊บรำพึง

อรุณประไพจำใจเดินออกมากับคงไคย เพราะไม่อยากให้เขามีปัญหากับวายุ แต่วายุกลับวิ่งตามออกมาและขอไปส่งอรุณประไพเอง ใจดีกับป๊อกกี้ตามมาสังเกตการณ์ด้วย แล้วจิ๊บก็วิ่งมาทักทายคงไคยพร้อมกับขอบคุณที่เขาช่วยเธอไว้

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” คงไคยยิ้มให้ แต่พอเห็นอรุณประไพไม่ยินดียินร้ายที่จิ๊บเข้ามาทักก็แกล้งยั่ว “แต่จะว่าไปหอมแก้มขอบคุณก็ไม่เลวนะครับ”

“ได้นะคะ” ว่าแล้วจิ๊บก็หอมแก้มคงไคยดังฟอด

“โอ๊ว ฟืด ปืดยาว น้องเขาแน่นอนจริงๆ” ป๊อกกี้กับใจดีตาค้าง

แต่ที่แย่กว่านั้นก็คือ ปรุงฉัตรเข้ามาเห็นพอดี เธอตรงเข้าผลักจิ๊บให้ห่างจากคงไคย แล้วหันมาต่อว่าชายหนุ่มที่ไม่ยอมรับโทรศัพท์ ปล่อยให้จิ๊บตั้งหลักได้ แล้วเข้าถาม

ปรุงฉัตรว่า เป็นเมียน้อยคงไคยหรือ ปรุงฉัตรไม่พอใจผลักจิ๊บอีก

“สองทีแล้วนะ พี่คนสวยไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ ถ้าจิ๊บจะล้างแค้นเมียน้อยให้พี่” จิ๊บไม่รอคำตอบกระโดดผลักอกปรุงฉัตรคืน แล้วทั้งสองก็คลุกวงในตบตีกันอุตลุด

วายุเรียกให้ใจดีกับป๊อกกี้ออกมาห้าม แต่ใจดีกลับยุส่งเพราะหมั่นไส้ปรุงฉัตรมานานแล้ว วายุหันไปเปิดก๊อกแล้วฉีดน้ำใส่จิ๊บกับปรุงฉัตรหวังจะให้หยุด แต่น้ำไปถูกคงไคยเขาจะเข้าห้ามปรุงฉัตรกับจิ๊บพอดี จึงเข้ามาเอาเรื่องกับวายุกลายเป็นมวยอีกคู่
“พอได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ” อรุณประไพเหลืออด

ทั้งสี่ชะงักเปียกปอนไปตามๆกัน

ooooooo

ประกอบได้รับรายงานจากลูกน้องที่ส่งไปตามประกบภวันว่า เธอไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งเป็นประจำ ก็นึกสงสัยว่าภวันป่วยเป็นอะไรกันแน่

“โรคเวรโรคกรรมนะสิ พวกชอบแย่งของคนอื่นสุดท้ายมันก็ต้องใช้กรรม” เนื้อทิพย์แช่งส่ง

แต่ประกอบไม่คิดอย่างนั้น เขาสั่งให้ลูกน้องไปสืบมาว่า โรงพยาบาลนี้มีแพทย์เฉพาะทางด้านไหนบ้าง แล้วหันมาย้ำกับเนื้อทิพย์ที่จะไปร่วมงานแฟชั่นเครื่องเพชรของคุณชูชาติว่า ให้สังเกตดูภวันยังปกติดีหรือเปล่า เพราะถ้าป่วยหนักจริงก็คงกางปีกปกป้องคงไคยได้อีกไม่นาน

ด้านคงไคยก็ขับไปจามไปเพราะตัวเปียกไปทั้งตัว เขาถามปรุงฉัตรที่นั่งมาด้วยว่า รู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่ที่นี่

“ปรุงรู้ได้ไงไม่สำคัญ แต่ถ้าปรุงไม่มาปรุงก็คงไม่ได้เห็นว่าเมียคุณแผนสูง หาอีหนูให้คุณอีกคน”ปรุงฉัตรพาลใส่

“มันไม่ใช่แบบนั้นนะปรุง”คงไคยรีบปฏิเสธ

ปรุงฉัตรอมยิ้มอ้อนว่า เธอก็แค่ตามมาขอให้คงไคยพาไปญี่ปุ่นด้วย เพราะอยากหนีเรื่องข่าวฉาว

ส่วนอรุณประไพที่นั่งมาในรถของใจดีก็กำลังฟังใจดีกับป๊อกกี้ต่อว่าวายุที่บังอาจชกหน้าคงไคย แล้วยังหน้าด้านมาขอรับความดีความชอบจากอรุณประไพอีก

“แล้วสามีคุณไพมันสนใจคุณไพไหมล่ะ โน่นไปกับเมียน้อยหน้าตาเฉย”วายุสวนกลับ

“นั่นสิพูดแล้วเจ็บใจ ป๊อกกี้ พรุ่งนี้แกแก้เช็คค่าตัวน้องจิ๊บด้วย ฉันจะเพิ่มให้อีกห้าพันเป็นทิปที่น้องเขาตบอีเมียน้อยแทนน้องไพ”ใจดีสะใจ

อรุณประไพจะหันมาห้าม แต่ถึงบ้านพอดี วายุรีบลงจากรถจะตามไปส่งอรุณประไพข้างใน

“วันนี้พอแค่นี้เถอะค่ะคุณวายุ”อรุณประไพเหนื่อยใจรีบเดินเข้าบ้าน

“แป่ว...มองเข้าไป เครื่องบินมันคงหล่นมาทับแกหรอก บรู๊วว” ป๊อกกี้กับใจดีสะใจ

เมื่ออรุณประไพเข้ามาในบ้าน ก็เห็นทองถมกำลังดูแลภวันที่มีอาการปวดท้องรุนแรง เธอรีบเข้าไปช่วย ภวันพยายามเข้มแข็งบอกว่า ไม่เป็นไรแล้วถามหาลูกชายตัวดี

“โทร.มาบอกว่าจะค้างกับคุณปรุงฉัตรครับ”ทองถมลำบากใจแต่ก็ต้องพูด

อรุณประไพหน้านิ่ว ภวันตัดบทชวนอรุณประไพไปงานแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรของคุณชูชาติด้วยกัน และขอให้ช่วยเลือกชุดที่ดูสดใสให้ ก่อนหันมาสั่งทองถม

“คุณช่วยตามช่างแต่งหน้าประจำให้ฉันด้วย ฉันไม่อยากให้ใครดูออกว่าฉันไม่ปกติ”

อรุณประไพมองภวันอย่างเห็นใจและเป็นห่วง

ooooooo

ค่ำวันต่อมา ปรุงฉัตรอ้อนให้คงไคยมารับเธอที่คอนโดฯของซาซ่า เพราะจะไปเดินแบบเครื่องเพชรในงานของชูชาติ ซาซ่าเดินมาส่งเพื่อนรักด้วยท่าทางระแวดระวัง เพราะกลัวณรงค์จะมาลากปรุงฉัตรกลับบ้านอีก

“ที่จริงแกไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นี่หว่า”

“ก็ถ้าคงไคยยังไม่ตอบตกลงให้ฉันไปญี่ปุ่นด้วย เขาก็ต้องชดเชยด้วยการทำให้ทุกคนเห็นว่าฉันสำคัญ ฉันรู้ดีว่านังแม่มดต้องอยากให้เขาพาอีเมียแต่งไปออกงาน ฉันจะไม่ให้พวกมันสมหวัง”

“แกนี่รู้ใจแม่คุณคงไคยเขาดีจังนะ แต่เขาไม่ยักกะรับแกเป็นลูกสะใภ้ซะที”ซาซ่าประชด

“อีสุชาติ” ปรุงฉัตรเรียกชื่อจริง แล้วไปขึ้นรถคงไคยที่มารอรับ

ชูชาติยืนต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านเพชร ปรุงฉัตรเดินควงคงไคยเข้ามาทักทายแล้วขอตัวไปแต่งตัวและซ้อมเดิน ชูชาติถามหาภวันกับคงไคย

“เดี๋ยวคงมาถึงครับ ผมล่วงหน้ามาส่งปรุงก่อนน่ะครับ” คงไคยตอบแล้วหันไปเห็นเนื้อทิพย์กับภวันที่เดินเข้ามาในงาน แทบจะพร้อมกัน  แต่ที่ทำให้คงไคยชะงักคืออรุณประไพในชุดราตรีเรียบแต่ขับให้เธอดูสวยโดดเด่น

“สวัสดีครับ เป็นเกียรติจริงๆครับที่คุณหญิงอุตส่าห์มา” ชูชาติรีบเข้าไปทักทายภวัน แล้วหันมาไหว้เนื้อทิพย์ตามมารยาท ก่อนจะหันกลับไปดูแลภวันจะพาเข้าไปนั่งในโต๊ะวีไอพี แต่ภวันหันไปเห็นคงไคยกำลังจะหลบหน้าเธอจึงเข้าประกบพร้อมออกคำสั่ง “ถ้าแกหลุดจากสายตาฉันแม้แต่นาทีเดียว แกโดนดีแน่”

คงไคยจ๋อยจำต้องเดินเคียงคู่อรุณประไพตามภวันเข้าไปในงาน เนื้อทิพย์รอจนภวันเดินลับตาไปแล้วก็โทร.บอกประกอบว่า ภวันดูปกติดี แต่ประกอบไม่วางใจสั่งให้สังเกตต่อไป เพราะได้ข้อมูลใหม่จากลูกน้องว่า โรงพยาบาลที่ภวันไปประจำมีแพทย์เฉพาะทางขึ้นชื่อด้านกระดูก หัวใจ และมะเร็ง

ooooooo

แฟชั่นโชว์เริ่มขึ้น นางแบบเดินกรีดกรายโชว์เครื่องเพชรสวยงาม คงไคยมีอาการคัดจมูก เริ่มครั่นเนื้อครั่นตัว ทองถมสังเกตเห็นก็แกล้งล้อ ทำให้คงไคย แอบเคือง แล้วหันไปมองปรุงฉัตรเดินแบบเครื่องเพชรชุดฟินาเล่

“แบบนี้สิถึงจะเป็นเพชร แต่บางคนก็ตาไม่ถึงนะ เห็นกรวดเป็นเพชร เชอะคิดจะเป็นเพชร แค่จะทำตัวให้แวววาวยังไม่มีปัญญา แต่งตัวไม่ได้ไว้หน้าแม่สามีเลย” เนื้อทิพย์ว่าแขวะอรุณประไพ

“ฉันให้เขาแต่งชุดนี้เอง สวยมากไปเดี๋ยวจะกลบความเด่นหมด” ภวันยิ้มเย้ย

เนื้อทิพย์ คงไคยมองภวันไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร แล้วชูชาติก็ขึ้นไปประกาศบนเวทีว่า เครื่องเพชรชุดนี้ถูกซื้อไปในราคาห้าล้านบาทโดยคุณหญิงภวัน เสียงปรบมือดังให้เกียรติภวัน เนื้อทิิพย์นั่งแทบไม่ติดด้วยความริษยา และยิ่งริษยามากขึ้นเมื่อภวันให้อรุณประไพเป็นตัวแทนไปรับมอบเครื่องเพชร คงไคยขยับจะค้าน แต่โดนภวันดุ

อรุณประไพขึ้นไปยืนเคียงข้างปรุงฉัตรบนเวที ชูชาติถอดสร้อยเพชรจากคอของปรุงฉัตรมาใส่ให้อรุณประไพ

ปรุงฉัตรหน้าเสีย

“นี่แหละ ฉันถึงไม่อยากให้ลูกสะใภ้แต่งตัวมากไปเดี๋ยวเพชรจะไม่เด่น” ภวันเย้ยเนื้อทิพย์

เนื้อทิพย์มองภวันอย่างแค้นใจ เช่นเดียวกับปรุงฉัตรที่มองอรุณประไพด้วยความอิจฉาแต่ต้องเก็บอาการ

อรุณประไพเดินลงมาจากเวที นักข่าวเข้ามารุมถ่ายรูปให้ความสนใจ อรุณประไพรีบขอตัว แต่ไม่ชำนาญการหลบหลีก การรุมจากนักข่าวนัก ปรุงฉัตรที่มองอยู่สบโอกาสแสร้งทำเป็นคนดีบอกกับคงไคยว่า จะเข้าไปช่วยอรุณประไพ แล้วแอบกระซิบบอกกับเธอ “คุณไพนี่คงแย่งทุกอย่างจนเคยสินะคะ”

“ฉันไม่เคยวิ่งไล่แย่งอะไรมา แต่คนให้คงเห็นว่าฉันดีพอเขาถึงให้ ไม่งั้นต่อให้อยากได้เท่าไหร่ก็คงไม่ได้มาหรอกค่ะ” อรุณประไพสวน

ปรุงฉัตรอึ้ง แต่พอเห็นคงไคยเดินเข้ามาก็แต่งเรื่องโวยวายว่า อรุณประไพเข้าใจผิดคิดว่าเธอจะมาแย่งสร้อยเพชรคงไคยได้ยินก็ไม่พอใจ นักข่าวรีบรุมถามว่าใครแย่งอะไรใคร ปรุงฉัตรทำอายสู้หน้าคนไม่ไหวโผเข้าหาคงไคยขอร้องให้พาเธอออกไป เหลือแต่อรุณประไพที่อยู่ท่ามกลางแสงแฟลชของนักข่าว

เนื้อทิพย์ยิ้มสะใจ ภวันเป็นห่วงสบตาให้ทองถมเข้าไปช่วยอรุณประไพออกมา

ปรุงฉัตรทำฟูมฟายฟ้องคงไคย “ปรุงตั้งใจจะเข้าไปช่วยเขาแท้ๆ แต่กลับมากลัวว่าปรุงจะแย่งสร้อยเพชรมาจากเขา สิ่งที่มีค่ากว่าสร้อยเพชร ปรุงอยากจะแย่งกลับมาจะตายปรุงยังไม่ทำเลย อยากรู้นักว่าถ้าให้เลือกระหว่างคุณกับเพชร เขาจะเลือกอะไร”

“ปรุงไม่จำเป็นต้องแย่ง ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ของของปรุงก็ต้องเป็นของปรุงครับ” คงไคยเอาใจ

“จริงนะคะคงไคย งั้นปรุงก็หมดห่วง เรากลับกันเถอะค่ะ” ปรุงฉัตรยิ้มได้ขยับจะเดินไปที่รถคงไคย แต่ภวันร้องเรียกสั่งให้ คงไคยกลับบ้านพร้อมอรุณประไพ แล้วให้ทองถมพาปรุง-ฉัตรไปส่งที่รถเนื้อทิพย์

คงไคยยืนลังเล แต่พอเห็นสายตาของภวันก็ปฏิเสธไม่ออกจำต้องกลับบ้านพร้อมอรุณประไพ

เมื่อกลับมาถึงบ้าน อรุณประไพก็ยื่นกล่องเครื่องเพชร ให้ภวัน เพราะมันมีค่ามากเกินไป เธอรับไว้ไม่ได้ แต่ภวันบังคับ ให้อรุณประไพเก็บไว้ คงไคยไม่พอใจที่สุดท้ายอรุณประไพก็ได้เครื่องเพชรไป จึงเดินหนีขึ้นห้อง

ภวันมองตามพลางถอนใจแล้วบอกกับทองถมว่า ถึงเวลาของเธอแล้ว อรุณประไพเข้าใจความหมายจึงจะขอตามไปดูแลภวันด้วย

“ถ้าหนูไป คงไคยมันก็จะสงสัย หนูอยู่ที่นี่และทำทุกอย่างให้ปกติ ถ้าคงไคยถามก็บอกว่าแม่ไปวิปัสสนา หนูรับปากแล้วว่าจะดูแลทุกอย่างให้แม่นะหนูไพ” ภวันทวงสัญญา

“ค่ะคุณแม่” อรุณประไพจำใจเอ่ย

“คุณคงไคยท่าทางเหมือนจะเป็นไข้เวลาไม่สบายคุณคงไคยชอบอ้อนคุณแม่ ภาระหนักหน่อยนะครับคุณไพ” ทองถมกระซิบบอกแล้วประคองภวันออกไป

อรุณประไพกลับขึ้นห้องอย่างคนคิดหนัก ทั้งเครื่องเพชร เรื่องอาการป่วย และภาระอันหนักอึ้งที่ภวันมอบให้เธอ เสียงคงไคยมาเคาะประตูเรียก อรุณประไพไปเปิดประตู เห็นคงไคยในสภาพไข้ขึ้นมาถามหาภวัน อรุณประไพอึกอักลำบากใจที่จะพูดโกหก

คงไคยมองเห็นเครื่องเพชรในกล่องก็ยิ่งแค้น พาลหาเรื่องอรุณประไพอีก อรุณประไพจำใจโกหกว่า ภวันไปนั่งวิปัสสนาเพื่อหยุดคงไคย ชายหนุ่มหันกลับมา แล้วเดินตรงเข้าหาพร้อมกับร้องเรียกเสียงกระเส่า

“อรุณประไพ ผมหนาว” แล้วคงไคยล้มใส่อรุณประไพ หมดสติไปเพราะพิษไข้

อรุณประไพพาคงไคยไปนอนที่เตียงแล้วออกไปหาผ้ามาเช็ดตัวลดไข้ โดยมีแฉล้มตามมาเป็นผู้ช่วย คงไคยเพ้อหาภวัน แฉล้มน้ำตาคลอด้วยความสงสารพลางเล่าให้อรุณประไพฟังว่า “พอสิ้นคุณท่าน คุณหญิงก็ต้องทำงานทิ้งคุณคงไคย อยู่กับแล่ม ขนาดคุณหนูไม่สบาย คุณหญิงก็ยังไปทำงาน”

อรุณประไพมองคงไคยที่ยังเพ้อหาแม่เหมือนเด็กเหงาอย่างเข้าใจ

ในเวลาเดียวกัน ทองถมก็เข้ามารายงานภวันในห้องพักคนไข้ว่า คงไคยไม่สบายแต่มีอรุณประไพคอยดูแลไม่ห่างภวันยิ้มเบาใจขึ้นบ้าง แล้วอาการคลื่นไส้ระลอกใหม่ก็พุ่งขึ้น เธออาเจียนรุนแรง ทองถมจะตามหมอ ภวันร้องห้ามบอกว่าทนได้ เพราะอยากอยู่กับคงไคยให้นานที่สุด

ทองถมมองภวันที่พยายามเข้มแข็งด้วยความรู้สึกเจ็บปวดทรมานแทนคนที่รัก ขณะที่คงไคยยังนอนกระสับกระส่ายเพราะพิษไข้ อรุณประไพเห็นว่าดึกแล้วจึงไล่ให้แฉล้มไปพัก แต่แฉล้มยังลังเล

“ป้าไม่ไว้ใจไพเหรอคะ” อรุณประไพเอ่ย

“ไว้ใจสิคะ ถ้าคุณหนูมีคุณผู้หญิงดูแลแบบนี้ ป้าก็ไม่ห่วง ป้าไปก่อนนะคะ” แฉล้มจำต้องยอมตัดใจเดินออกไป

อรุณประไพบิดผ้าเช็ดเหงื่อที่คอคงไคยซ้ำอีกครั้ง คงไคยลืมตาขึ้นเห็นอรุณประไพเช็ดตัวให้ด้วยความเป็นห่วง ก็คว้ามือเธอมาจับไว้ อรุณประไพตกใจหันมา คงไคยหลับตาแต่ยังดึงมืออรุณประไพไว้ไม่ยอมปล่อย เธอได้ยินเขารำพึงหาแม่เบาๆแล้วหลับไปอีก

“ลูกแหง่นะเราน่ะ” อรุณประไพมองคงไคยยิ้มๆรู้สึกใจอ่อนกับมุมที่ดูอ่อนแอของคงไคย

ooooooo

เช้าวันใหม่ คงไคยลืมตาตื่นขึ้นมา ขณะยังมึนจากพิษไข้ เขาปรับสายตามองไปตรงหน้าเห็นอรุณประไพที่นั่งหลับฟุบอยู่ข้างเตียง แต่มือของเธอยังแนบแก้มเขาเอาไว้จึงแอบพินิจใบหน้าสวยใสของอรุณประไพแล้วจูบมือของเธอเบาๆ อรุณประไพรู้สึกตัวตื่น คงไคยตกใจแกล้งทำเป็นหลับตา

อรุณประไพใช้มือแตะที่หน้าผากของคงไคยเห็นไข้ลดลงแล้วก็เบาใจ จึงแกล้งใช้นิ้วเขี่ยเบาๆที่ปลายจมูกของชายหนุ่มบ่นว่า “ไข้ลดแล้วจะแผลงฤทธิ์อีกไหมเนี่ย” อรุณประไพมองคงไคยยิ้มๆแล้วหยิบผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำ

คงไคยลืมตาแอบมองตามยิ้มๆ กับมุมน่ารักของอรุณประไพ

ในขณะที่ปรุงฉัตรนั่งมองโทรศัพท์อย่างกระวนกระวายเพราะตั้งแต่เมื่อคืนคงไคยยังไม่โทร.มาหาเธอเลย ซาซ่าเข้ามาปลอบใจ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปรุงฉัตรสะดุ้งเล็กน้อยแต่ยังไว้ฟอร์มทำไม่สน ใช้ให้ซาซ่ารับแทนเพราะคิดว่าคงไคยโทร.มาง้อ ซาซ่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเห็นเป็นชื่อประกอบก็รีบส่งคืน

ปรุงฉัตรหน้าเซ็งต้องหยิบโทรศัพท์มากดรับ ได้ยินเสียง ประกอบสั่งให้ไปหาคงไคยที่บ้าน และสืบดูว่าภวันเป็นอย่างไร ปรุงฉัตรไม่เต็มใจทำนักแต่จำต้องรับปาก

ณรงค์ออกมาได้ยินประกอบสั่งให้ปรุงฉัตรไปหาคงไคยก็ไม่พอใจ เนื้อทิพย์เข้ามาช่วยลูกชายยืนยันว่า คนหนังเหนียวอย่างภวันคงไม่เป็นอะไรง่ายๆ

“สิงห์น่ะมันไม่เลียแผลให้พวกกระต่าย กวางโง่ๆ เห็นหรอก ปกติงานใหญ่ๆคุณหญิงไม่เคยปล่อยให้ใครไปจัดการ แต่คราวนี้มันปล่อยให้ลูกมันโชว์เดี่ยวแสดงว่าตัวมันต้องมีปัญหาแน่ๆ ผมต้องการความแน่ใจ” ประกอบสวน

“แล้วคนฉลาดอย่างคุณจะทำอะไรได้ขนาดผัวมันตายตั้งหลายปียังไม่มีปัญญาจัดการมัน”

“เพราะมันฉลาดไง ถ้าไม่มีมัน ไอ้ลูกชายโง่ๆของมันก็จะให้เราสนตะพายง่ายดายเพราะหลงนังปรุงหัวปักหัวปํา”

“แบบนี้ก็เข้าทางนังปรุง ปกติก็หาทางวิ่งแร่ไปหาเขาอยู่แล้ว” เนื้อทิพย์ยิ้มเหยียด

ณรงค์เจ็บปวดกับถ้อยคำของพ่อและแม่แต่จำต้องเก็บอาการ

ooooooo

อรุณประไพเข้ามาปลุกคงไคยให้ทานข้าวและยา แต่กลับโดนชายหนุ่มรวบตัวไปกอดพร้อมอ้อนว่า หิวแล้ว แฉล้มเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถาดข้าวต้ม แต่พอเห็นอรุณประไพกับคงไคยกอดกันอยู่ก็แกล้งล้อ

อรุณประไพเขินรีบดันตัวหนี คงไคยยอมปล่อยตัวแต่ยังจับมือเธอไว้แล้วอ้อนให้ลงไปทำโจ๊กปูให้ทาน อรุณประไพ รีบดึงมือเดินออกไป แฉล้มอมยิ้ม คงไคยทำเข้มถามแฉล้มต่อว่า เขามานอนที่นี่ได้อย่างไร

“ป้าเข้ามาก็เห็นคุณหนูนอนไข้ขึ้นอยู่ที่นี่แล้วค่ะ คุณไพก็เลยเช็ดตัวดูแลคุณหนูทั้งคืนเลยค่ะ” แฉล้มรายงาน

“ทั้งคืนเลยเหรอ” คงไคยยิ้มๆนึกอยากแกล้งอรุณประไพ

ขณะที่อรุณประไพลงมาเตรียมโจ๊กให้คงไคย แฉล้มก็ลงมาเม้าท์ให้แต๋วแหว๋ว ต้อยติ่ง และตุ๊ดตู่ฟังว่า คงไคยอ้อนอรุณประไพอย่างไรบ้าง แต๋วแหว๋วไม่พอใจรีบโทร.ฟ้องปรุงฉัตร

เป็นเวลาเดียวกับที่เบญบุกไปอาละวาดกับภุชงค์ที่บริษัท เพราะเข้าใจว่าเขาไปอยู่กับอรุณประไพเมื่อคืนนี้จึงไม่ยอมกลับบ้าน ภุชงค์หนักใจไม่รู้้จะอธิบายอย่างไร เขามองออกไปข้างนอกเห็นพนักงานในบริษัทมองมาที่ห้องเป็นตาเดียว ก็ร้องปรามเบญให้ใจเย็น แต่เบญกลับด่าประจานภุชงค์กับอรุณประไพอีกชุด

พนักงานข้างนอกได้ฟังถ้อยคำของเบญก็หันมาเม้าท์กันอย่างทนไม่ได้ เพราะเมื่อก่อนเบญเคยเป็นนักศึกษาฝึกงานที่นี่ แต่เพราะแผนสูงจึงยั่วภุชงค์จนตบะแตกทำให้ต้องเลิกรากับผู้หญิงดีๆอย่างอรุณประไพ

แม่ของเบญเดินเข้ามาได้ยินพอดี พนักงานเห็นเข้าก็พากันสลายตัว แม่เบญเดินเข้าไปในห้อง เห็นลูกกำลังอาละวาดทำลายข้าวของในห้องทำงาน ภุชงค์มองอย่างระอา แล้วเดินสวนแม่เบญออกมา เบญจะวิ่งตามแต่แม่ดึง

“เมื่อกี้พี่เขาอยู่ในห้อง หนูยังดึงเขาไว้ไม่ได้เลย แล้วคิดว่าตามไปเขาจะยอมกลับไปกับเราเหรอ อย่าทำให้ตัวเองต้องอับอายไปกว่านี้เลยลูก”

“ใครปากมาก ฉันจะไล่ออกให้หมดเลย” เบญโผล่หน้าออกมาตวาด

“ใจเย็นๆนะลูก” แม่ดึงเบญมากอด

“จะเย็นได้ยังไงแม่ กว่าจะได้เขามาไม่ใช่ง่ายๆ เบญไม่ปล่อยให้หลุดมือไปแน่ ถ้าเขาไม่เลิก เบญจะทำให้เขาเจ็บอย่างสาสม”

ooooooo

อรุณประไพยกชามโจ๊กเข้ามาให้คงไคยในห้อง คงไคยอ้อนให้เธอช่วยประคองเขาลุกขึ้น แล้วขอให้พาไปนั่งทานโจ๊กที่โซฟาข้างหน้าต่าง อรุณประไพส่งค้อนให้ แต่ก็เข้าไปประคองไปที่โซฟา แล้วยื่นชามโจ๊กให้ทาน แต่คงไคยบ่นว่ามันร้อนทานไม่ได้ อรุณประไพช่วยเป่าให้ คงไคยอ้อนให้ป้อนด้วยเพราะตอนเขาไม่สบายแม่ก็ทำให้ทุกที

“คุณไม่ใช่แม่ แต่คุณเป็นเมียผมนะ”

อรุณประไพชาวูบทำอะไรไม่ถูก เลยตัดสินใจตักโจ๊กป้อนคงไคย คงไคยกินเข้าแล้วนิ่งไป อรุณประไพหน้าเสียเข้าใจว่าไม่อร่อย คงไคยท้าให้ลองชิม อรุณประไพลังเล

“ใช้ช้อนผมก็ได้ หรือว่ารังเกียจ” คงไคยมองหน้า

อรุณประไพใช้ช้อนเดียวกับคงไคยตักโจ๊กแล้วชิมเขินๆ

“อร่อยดีใช่ไหมก็ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าไม่อร่อย ทานด้วยกันได้ไหม”

คงไคยไม่พูดอย่างเดียวตักโจ๊กป้อนอรุณประไพ อรุณประไพลังเลสุดท้ายก็ยอมกิน ทั้งคู่ก็ผลัดกันตักโจ๊กป้อนให้กันที่โซฟาริมหน้าต่างด้วยสีหน้ามีความสุข ตุ๊ดตู่ที่ตามมาแอบดูยิ้มเขินๆ แล้วรีบลงไปส่งข่าวกับแฉล้มและต้อยติ่งพร้อมออกความเห็นว่า ทั้งคู่รักกันเหมือนซีรี่ส์เกาหลีเลย

แฉล้มอดรนทนไม่ไหวลุกตามตุ๊ดตู่มาแอบดูคงไคยกับอรุณประไพด้วย เป็นจังหวะเดียวที่คงไคยอ้อนขอนอนซบไหล่อรุณประไพพอดี สองยายหลานเห็นเข้าก็ถึงกับระทวยลงไปกองที่พื้น แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขต้องหมดลง เมื่อปรุงฉัตรปรากฏตัวขึ้นตามคำเชิญของแต๋วแหว๋ว

แต๋วแหววได้ทีเข้าไปเย้ยพวกแฉล้มว่า ตอนจบของซี่รี่ส์เกาหลีที่ทุกคนติดตามอยู่มาถึงแล้ว เพราะนางเอกกลับมาทวงหัวใจของพระเอกคืนได้สำเร็จ แถมยังเขี่ยเศษสวะออกไปจากชีวิต แฉล้ม ต้อยติ่ง และตุ๊ดตู่ไม่พอใจก้มหน้าเก็บอาการ

ในขณะที่ปรุงฉัตรเข้ามาแย่งยาจากอรุณประไพไปป้อนให้คงไคยพลางเปรยว่า จะให้ป้อนแบบธรรมดาหรือว่าพิเศษพร้อมกับใช้นิ้วแตะที่ริมฝีปากคงไคย อรุณประไพนึกถึงตอนที่ริมฝีปากของเธอแตะโดนช้อนคันเดียวกับคงไคยแล้วนึกโกรธ ที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของริมฝีปากนั้นคนเดียว ปรุงฉัตรจับอาการได้รีบแสดงตัวเป็นเจ้าของคงไคยแถมพูดตอกย้ำให้อรุณประไพรู้สึกเหมือนคนรับใช้ที่คอยดูแลคงไคยทั้งคืน

อรุณประไพเจ็บแปลบสวนกลับอย่างเย็นชาว่า มันเป็นหน้าที่ จนคงไคยรู้สึกไม่พอใจ

แฉล้มย่องเข้ามาดูสถานการณ์เห็นปรุงฉัตรจะเช็ดตัวให้คงไคย ก็ปราดเข้าไปตั้งใจจะไล่ปรุงฉัตรออกไป แต่ปรุงฉัตรไวกว่าใช้ให้อรุณประไพไปเตรียมน้ำอุ่นกับผ้ามาให้เธอ แฉล้มไม่พอใจสบตาอรุณประไพว่า อย่ายอม แต่อรุณ– ประไพกลับเดินออกไปเตรียมของให้หน้าตาเฉย คงไคยมองตามอย่างหนักใจ

แฉล้มโมโหโทร.ไปฟ้องภวันหวังหาตัวช่วย ทองถมที่นั่งฟังอยู่จะกลับไปจัดการ แต่ภวันห้ามไว้เพราะอยากให้คงไคยกับอรุณประไพแก้ปัญหาเอง

“ฉันคงอยู่จัดการทุกเรื่องได้อีกไม่นาน ชีวิตคู่ของเขา เขาต้องช่วยกันประคองกันไปเอง ฉันว่าตอนนี้คุณทอง-ถมไปจัดการเรื่องที่บริษัทตามที่ฉันสั่งก่อนดีกว่า” ภวันตัดบทสนทนาทั้งที่ในใจแอบกังวล

ooooooo

อรุณประไพยกอ่างน้ำที่มีผ้าขนหนูผืนเล็กๆเข้ามาในห้อง แล้วต้องชะงัก เมื่อเห็นปรุงฉัตรกำลังปลดกระดุมเสื้อให้คงไคยพลางลูบไล้แผงอกของชายหนุ่มอย่างไม่อาย

คงไคยเห็นอรุณประไพ ก็เริ่มมีสีหน้าเกรงใจ ปรุงฉัตรได้ทีรีบยั่วต่อด้วยการจูบไล่ตั้งแต่ปลายคางลงมาเรื่อยๆ จนคงไคยต้องขยับตัวหนี

“อ้าวคุณไพ ตกใจเหรอคะ เป็นเรื่องปกติของเราสองคนนะค่ะ จริงไหมคะคงไคย” ปรุงฉัตรทำซบอกคงไคย

อรุณประไพมองหน้าคงไคยนิ่งอยากรู้คำตอบเหมือนกัน แต่คงไคยได้แต่ส่งยิ้มแห้งๆ

ปรุงฉัตรเห็นว่าวางระเบิดไว้มากพอแล้วก็แสร้งทำเป็นขอให้อรุณประไพช่วยเช็ดตัวให้คงไคยแทน เพราะจะลงไปเตรียมอาหารให้ชายหนุ่มแล้วลุกเดินออกไป  อรุณประไพจำใจเข้ามาเช็ดตัวให้คงไคย คงไคยคว้ามืออรุณประไพไว้พลางเอ่ยถาม “หมายความว่าไง ดูแลตามหน้าที่”

“ความหมายตรงตัวค่ะ คุณป่วยไม่มีใครดูแล ฉันก็ต้องดูแลคุณตามหน้าที่”

“ทำตามหน้าที่ แล้วเมื่อกี้ที่คุณทำหมายความว่าไง ถ้าใครขอคุณก็จะทำให้หรือไง”

“ค่ะ เหมือนกับที่คุณขอให้ปรุงฉัตรทำอะไรๆให้คุณไงคะ”

“นี่คุณกำลังหึงผมอยู่นะอรุณประไพ”

“เมื่อไหร่คุณจะเลิกหลงตัวเองซะทีคุณคงไคย...

ถ้าเป็นไปได้รบกวนคุณกลับไปที่ห้องคุณซะที”

“ทำไม กลัวผมกับปรุงจะทำอะไรๆกันในห้องของคุณหรือไง” คงไคยเย้ย

ปรุงฉัตรที่แอบฟังอยู่หน้าห้องได้ยินที่คงไคยพูดกวนประสาทอรุณประไพ ก็เกิดความคิด

“ถ้าคุณทำแบบนั้นจริงๆ ฉันก็จะได้รู้ไว้ว่าคุณมันก็แค่คนสิ้นคิดคนหนึ่ง ตกลงจะไปหรือไม่ไปคะ” อรุณประไพสวน

ปรุงฉัตรกลับเข้ามาขัดจังหวะฟ้องว่าแม่บ้านทำซุปหัวหอมเสิร์ฟในขนมปังไม่เป็น จึงจะขอให้อรุณประไพลงไปทำ อรุณประไพรับคำจะเดินออก แต่ปรุงฉัตรสั่งต่อว่าให้เตรียมสลัดเป็นมื้อเที่ยงให้เธอด้วย

“ค่ะ” อรุณประไพสะกดอารมณ์นิ่งออกไป

คงไคยมองตามอย่างขุ่นใจเพราะไม่พอใจอรุณประไพ

ในเวลาเดียวกันนั้น วิวัฒน์คนสนิทของประกอบแอบตามทองถมมาที่โรงพยาบาลเพื่อสืบเรื่องอาการป่วยของภวัน แต่พยาบาลเข้ามาเห็นเสียก่อนจึงแจ้งทองถมกับภวัน ภวันรู้ทันว่าประกอบคงเริ่มระแคะระคายเรื่องของเธอแล้ว จึงสั่งให้ทองถมเลิกมาเฝ้าเธอ แต่ให้กลับไปจัดการปูทางให้คงไคยจะดีกว่า ทองถมรับคำแล้วเดินออกไป ภวันมองตามอย่างคิดหนักเพราะอดเป็นห่วงคงไคยไม่ได้

ส่วนคงไคยเมื่อทานยาแล้วก็หลับไป ปรุงฉัตรได้โอกาสหยิบเสื้อคลุมของอรุณประไพมาใส่ แล้วเอาเสื้อผ้าของตัวเองไปให้แต๋วแหววซัก เพื่อสร้างเรื่องให้อรุณประไพเข้าใจว่า เธอกับคงไคยมีอะไรกันในห้องนั้น อรุณประไพพยายามเก็บอาการแต่สุดท้ายก็โดนมีดที่ใช้หั่นผักบาดมือ

“ตายแล้ว คุณไพของแล่ม” แฉล้มจะเข้าไปดูแต่ปรุง–ฉัตรเข้าไปถึงตัวอรุณประไพก่อน เธอคว้ามืออรุณประไพมาดูพลางกระซิบ “อยู่กับของมีคมก็ต้องระวังหน่อยสิคะคุณไพ เสียสมาธิเพราะเรื่องนี้รึเปล่าคะ ขอโทษนะคะที่รุ่มร่าม พอดีคงไคยเขา ต้องการน่ะค่ะ ก็เลยต้องยืมเสื้อคลุมของคุณไพ แล้วนี่อาหารเที่ยงยังไม่เสร็จอีกเหรอคะ คงไคยเขาคงเพลียตื่นมาคงหิวแน่” ปรุงฉัตรขยับเสื้อคลุมอย่างจงใจ

อรุณประไพเดินเลี่ยงไปตักซุปหัวหอมใส่ชาม แฉล้มอาสาจะยกไปให้คงไคยเอง เพราะจะเอาคืนปรุงฉัตร ปรุงฉัตรชักสนุกท้าให้แฉล้มตามขึ้นไป แล้วแอบติดสินบนแต๋วแหววให้ลงมาโกหกอรุณประไพว่า คงไคยสั่งให้เธอยกซุปไปเสิร์ฟที่ห้องด้วยตัวเอง อรุณประไพอยากรู้ว่าคงไคยจะมาไม้ไหนอีกจึงยกถ้วยซุปขึ้นไป

ปรุงฉัตรที่รออยู่แกล้งจัดฉากให้อรุณประไพเข้าใจว่า คงไคยกำลังอ้อนจะขอกุ๊กกิ๊กกับเธอในห้องอรุณประไพอีก อรุณประไพเห็นภาพบาดตาก็หันหลังกลับไปชนกับแฉล้มที่ตามมาดูด้วยความเป็นห่วง ถาดในมือเธอตกลงพื้น

คงไคยที่หลับอยู่รู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงถาด เขาเห็นอรุณประไพเดินออกไปก็ร้องเรียกแล้วขยับจะตาม แต่แฉล้มเข้าขวางพลางต่อว่า เพราะคิดไม่ถึงว่าคุณหนูจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ในห้องอรุณประไพ คงไคยเป็นงงหันไปมองปรุงฉัตร

“ปรุงแค่จะดูว่าไข้คุณลดหรือยัง แต่คุณไพกับแม่

แล่มเข้ามาเห็นก็เข้าใจผิด คิดว่าเราจะทำอะไรบ้าๆในห้องคนอื่น” ปรุงฉัตรทำเนียน

“แม่แล่มไม่รู้จักฉันเลยหรือไง ดูถูกกันมากไปแล้วนะ” คงไคยเดินฉุนออกไป

แฉล้มจะตามไปเค้นความจริง แต่ปรุงฉัตรเรียกไว้ แล้วสั่งให้ทำความสะอาดพื้น

“แม่แล่มเป็นคนทำให้มันวุ่นเองนะจ๊ะ” ปรุงฉัตรตอกย้ำ

ooooooo

.

..........

เมียแต่ง ตอนที่ 6

ขณะที่อรุณประไพเดินลงบันได คงไคยก็ตามมาคว้าตัวไว้ หวังจะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น แต่กลับโดนอรุณประไพดูถูกว่าเป็นคนมักง่าย ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ จะทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ได้ทั้งนั้น

“งั้นคนมักง่ายอย่างผมขอยืมห้องคุณเปลี่ยนบรรยากาศอีกสักหน่อยได้ไหม” คงไคยประชด

อรุณประไพมองหน้าชายหนุ่มอย่างผิดหวัง เอ่ยถามเสียงเครือว่า เรื่องเมื่อเช้า เขาก็แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศกับใครก็ได้ใช่ไหม คงไคยชะงัก รู้สึกผิด

“ลูกพี่ทำอะไรคุณไพครับ” ตุ๊ดตู่สวมบทฮีโร่เข้าปกป้องอรุณประไพ

อรุณประไพได้โอกาสสะบัดตัวหนีไป ตุ๊ดตู่ร้องถามว่าจะไปไหน

“คุณไพจะไปหาที่เปลี่ยนบรรยากาศครับ” อรุณประไพตอบ

ทั้งคงไคยและตุ๊ดตู่อึ้ง ทำอะไรไม่ถูก แต๋วแหววที่แอบดูพอใจ รีบกดมือถือรายงานปรุงฉัตร ปรุงฉัตรพอใจในผลงานมาก เธอตรงเข้าซักไซ้คงไคยที่เดินเข้ามา แต่คงไคยไม่อยู่ในอารมณ์ร่วม เขาพาปรุงฉัตรกลับไปที่ห้อง

ปรุงฉัตรทำโวยวาย เพราะรู้ว่าคงไคยเริ่มเกรงใจอรุณประไพ แต่เธอไม่ยอมแพ้

“ปรุงบอกแล้วไงคะ ว่าเรื่องเมื่อเช้า คุณอรุณประไพเข้าใจผิดไปเอง คิดว่าเราสิ้นคิด มักง่าย ทำอะไรไม่เลือกที่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

คงไคยได้ยินสิ่งที่ปรุงฉัตรพูดก็ยิ่งไม่พอใจ แต่ทำปากแข็งอ้างว่า แค่อยากกลับมาในพื้นที่ของเขาเท่านั้น

“พื้นที่ของคุณ แล้วมีปรุงอยู่ในนั้นด้วยรึเปล่าคะ” ปรุงฉัตรเข้าไปโน้มคอคงไคย

ตุ๊ดตู่เปิดประตูผลัวะเข้ามาบอกว่ามีเรื่องต้องคุยกับคงไคย คงไคยจึงขอให้ปรุงฉัตรไปเตรียมน้ำมาเช็ดตัวให้ ปรุงฉัตรจำใจเดินออกไป แต่ไม่วายเหลียวมองอย่างสงสัย ตุ๊ดตู่เห็นปรุงฉัตรออกไปแล้วก็ต่อว่าคงไคยที่ปล่อยให้อรุณประไพออกไปโดยไม่ห้ามสักคำ คงไคยหน้าเสียกระซิบให้ตุ๊ดตู่ไปเฝ้าโทรศัพท์ไว้ ถ้าอรุณประไพโทร.มาให้รีบมารายงาน

“ครับ ลูกพี่” ตุ๊ดตู่รีบออกไป

คงไคยมองตามอย่างกระวนกระวายแล้วรีบเปลี่ยนท่าทีเมื่อเห็นปรุงฉัตรเดินเข้ามา ปรุงฉัตรเองก็ลอบมองคงไคย

อย่างระแวงเพราะรู้สึกได้ว่าเขากำลังร้อนใจเรื่องอรุณประไพ

ส่วนอรุณประไพเดินใจลอยออกมาจากบ้าน เธอผิดหวังและเสียใจกับการกระทำของคงไคยมาก จนไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ เพราะภาพที่เห็นและถ้อยคำที่ได้ยินทำให้เธอคิดไปไกล “ฉันไม่มีค่าเลยใช่ไหมในสายตาคุณ ทำไมคุณถึงกล้าทำแบบนี้ในห้องของฉัน” อรุณประไพรำพึงกับตัวเอง

ooooooo

ทองถมแอบมาพบภวันที่โรงพยาบาลเพื่อรายงานเรื่องมิสเตอร์ทานากะที่จะเดินทางมาเมืองไทยอย่างไม่เป็นทางการในอีกสองวันข้างหน้า เพื่อมาชมการแสดงโขนไทยในสวน ของเทศกาลสุขนาฏกรรมไทย

“แล้วเรื่องที่ฉันให้ติดต่อเป็นสปอนเซอร์มอบทุนให้ศูนย์วัฒนธรรมที่อัมพวาล่ะ” ภวันซักต่อ

“ผมจัดการเรื่องติดต่อขอเป็นสปอนเซอร์และส่งวิทยากรเข้าร่วมงานเรียบร้อยแล้วครับ” ทองถมรีบรายงาน

ภวันพอใจ ขณะที่ประกอบกำลังหงุดหงิด เพราะวิวัฒน์ กลับมารายงานว่า เขาตามทองถมไปที่โรงพยาบาล แต่ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในห้องพักคนไข้จะใช่ภวันหรือเปล่า เพราะไม่เห็นหน้า ประกอบโบกมือไล่วิวัฒน์ออกไปแล้วบอกกับณรงค์ว่าคน ที่อยู่ในห้องน่าจะใช่ภวันเพราะเธอไม่ได้มาที่ออฟฟิศและก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านด้วย เพราะปรุงฉัตรเพิ่งจะโทร.รายงาน ณรงค์ตาวาวไม่พอใจที่ปรุงฉัตรตามไปเสนอตัวให้คงไคยถึงบ้าน

ประกอบมองท่าทีไม่พอใจของณรงค์อย่างจับสังเกต ณรงค์เห็นสายตาของพ่อก็พยายามจะสงบลง ประกอบจึงเข้าเรื่อง “ถ้าคุณหญิงภวันป่วยจริง นี่ก็เป็นโอกาสของเรา แกเตรียมตัวให้ดีอีกสองวันทานากะจะมาเมืองไทย แกจัดการเหมารอบการแสดงโขนไทยในสวน แล้วส่งบัตรเชิญไปให้ทานากะ”

“แล้วคงไคยล่ะครับพ่อ”

“คนที่สนตะพายง่ายอย่างคงไคย ถ้ามีตัวประกบดีๆเราต้องใช้มันให้เป็นประโยชน์อยู่แล้ว” ประกอบยิ้มร้าย

ณรงค์มองประกอบเข้าใจว่าหมายถึงอะไรจึงรีบค้านบอกว่าจัดการคนเดียวได้ แต่ประกอบไม่ยอม สั่งให้ณรงค์ทำตามที่เขาบอก ณรงค์จำต้องนิ่งทั้งที่ไม่พอใจ

ooooooo

คงไคยมองนาฬิกาที่หัวเตียงเห็นว่าสองทุ่มแล้ว แต่อรุณประไพยังไม่กลับมาก็เริ่มกระวนกระวาย

ปรุงฉัตรที่นั่งเล่นไอแพดแอบสังเกตมองท่าทีของคงไคย เงียบๆ ในที่สุดคงไคยก็ทนไม่ไหวต้องลุกออกมาดูอรุณประไพ แต่อ้างกับปรุงฉัตรว่าจะออกไปดูแม่ ปรุงฉัตรขยับจะตามแต่ประกอบโทร.มาสั่งให้เธอตามประกบคงไคยไว้อย่าให้มีโอกาสได้เจอทานากะที่จะเดินทางมาถึงเมืองไทย เพราะจะให้ณรงค์ชิงนัดเจรจาก่อน ปรุงฉัตรรับคำอย่างไม่เต็มใจนัก

คงไคยเดินลงมาข้างล่างเห็นตุ๊ดตู่นอนเฝ้าโทรศัพท์อยู่ในห้องรับแขกก็ร้องเรียก ตุ๊ดตู่สะดุ้งตื่นรายงานว่าตั้งแต่นั่งเฝ้าจนนอนเฝ้ายังไม่มีเสียงโทรศัพท์สักกริ๊ง คงไคยหงุดหงิดยกโทรศัพท์กดโทร.หาทองถมเรื่องอรุณประไพ แต่ก็ไม่ได้ข่าวอะไร ตุ๊ดตู่ล้อลูกพี่ว่า ท่าทางเป็นห่วงคุณไพมาก

ปรุงฉัตรเดินลงมาได้ยินพอดีก็พยายามเก็บอาการแล้วเปรยว่า “คุณอรุณประไพคงจะเบื่อบ้านเลยอยากหาที่เปลี่ยนบรรยากาศหรือเปล่าคะคงไคย”

ตุ๊ดตู่ชะงักเห็นปรุงฉัตรก็รีบหลบฉากไป ในขณะที่คงไคยคิดถึงคำพูดอรุณประไพที่บอกว่าจะไปเปลี่ยนบรรยากาศก็ฉุนขึ้นมา ปรุงฉัตรยิ้มสะใจ

อรุณประไพตัดสินใจกลับไปตั้งหลักที่บ้านพ่อแม่ เธอร้องไห้โฮโผเข้ากอดประไพที่เดินออกมารับ อรุณเห็นอาการลูกก็เดาได้ว่าต้องเป็นเรื่องคงไคยแน่ เมื่ออรุณประไพ ร้องไห้จนพอใจแล้ว อรุณก็เอ่ยเตือนลูกว่าสิ่งที่ควรทำในตอนนี้ก็คือ เรียนรู้และปรับความเข้าใจกันไม่ใช่หันหลังหนี

“ไพก็แค่อยากหลบมาพักจากเรื่องยุ่งๆก็เท่านั้นเอง ค่ะพ่อ”

อรุณมองหน้าประไพส่งสายตาให้เธอทำหน้าที่ปลอบลูกแทน

“ถ้าใช้คำว่าพัก ก็แสดงว่าลูกยังมีใจอยากจะสู้ต่อใช่ไหมลูก”

“ไพก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าไพจะสู้ไปเพื่ออะไร”

“เพื่อครอบครัวของลูกไง พ่อกับแม่ก็ต้องผ่านอะไรด้วยกันมามากมาย กว่าจะสร้างครอบครัวของเรามาได้ ไพวันนี้ลูกเองก็มีครอบครัวของตัวเอง คงถึงเวลาที่ลูกต้องเรียนรู้และต่อสู้เพื่อครอบครัวของลูกเองบ้างแล้วละจ้า”

“การแต่งงานไม่ใช่แค่แต่งกับข้อดีของกันและกัน แต่เราแต่งงานกับข้อเสียของคนคนนั้นด้วย ลูกต้องยอมรับทั้งข้อดีและข้อเสียของกันและกันให้ได้”

“สิ่งที่คนเป็นเมียต้องท่องไว้ให้ขึ้นใจคือ ให้อภัยนะลูก ลูกยังไม่ต้องเข้าใจหรือทำได้ทั้งหมดในวันนี้ก็ได้เพราะแม่เชื่อว่าคุณคงไคยคือคนที่จะทำให้ลูกของแม่ให้อภัยได้ทุกอย่าง”

“ทำไมล่ะคะ”

“แล้วลูกก็จะได้คำตอบเองจ้า” ประไพอมยิ้มสบตากับอรุณพลางลูบหัวลูกสาวด้วยความรัก

ooooooo

คงไคยลืมตาตื่นในความมืด เขาหันไปมองนาฬิกาเป็นเวลาห้าทุ่มแล้ว จึงลองเอามือโบกตรงหน้าปรุงฉัตรทดสอบว่าเธอหลับแน่แล้ว ก็ลุกออกไปจากห้องเพื่อดูว่าอรุณประไพกลับมาหรือยัง ปรุงฉัตรลืมตามองตามอย่างรู้ทันคิดจะเอาคงไคยกลับมาเป็นของเธอให้ได้ ส่วนคงไคยเมื่อลงมาถึงห้องรับแขกก็ได้ยินแฉล้มบอกกับตุ๊ดตู่ที่กำลังรอโทรศัพท์ว่า คืนนี้อรุณประไพไม่กลับไม่ต้องรอ

“คุณไพไม่กลับบ้านเหรอ แล้วเขาบอกไหมว่าเขาอยู่ไหน” คงไคยรีบซัก

“เปล่าค่ะ คุณหนูลงมาจะเอาอะไรหรือเปล่าคะ” แฉล้มถามกลับ

“เปล่า” คงไคยเหวี่ยงเสร็จก็เดินกลับขึ้นห้องไป

“ออกอาการหวงล่ะสิ ผู้ชาย” แฉล้มรู้ทันแล้วหันมาลากตุ๊ดตู่ที่ทิ้งตัวลงนอนกลับห้อง

คืนนั้นคงไคยนอนไม่หลับ เพราะเป็นห่วงอรุณประไพ เขารีบลงมาข้างล่างแต่เช้าเพื่อรอเธอ แฉล้มออกมาเห็นก็แกล้งล้อ คงไคยทำเข้มตวาดใส่ “ไม่ได้รอใครทั้งนั้น อาหารเช้าเสร็จหรือยัง ผมหิว”

“คุณหนูจะทานอะไรล่ะคะ แต่ถ้าเป็นโจ๊กปู แล่มไม่ถนัด เอาข้าวต้มกุ้งแล้วกันนะคะ อร่อยน้อยกว่าโจ๊กปูแต่ก็อิ่มท้องเหมือนกัน” แฉล้มทิ้งท้ายแล้วรีบหลบฉากไป

ปรุงฉัตรที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินลงมาจากข้างบนเห็นคงไคยนั่งมองไปหน้าบ้านก็พยายามระงับอารมณ์สุดชีวิตเดินไปกอดอ้อนคงไคย แต่คงไคยใจลอยไปอยู่ที่อรุณประไพแล้ว เขาถามปรุงฉัตรว่าจะกลับแล้วหรือ จะให้ไปส่งไหม ปรุงฉัตร รู้ว่าคงไคยอยากให้กลับก็ไม่พอใจแต่ยังยิ้มบอกว่า เธอกลับเองได้เพราะให้แต๋วแหววโทร.เรียกแท็กซี่ให้แล้ว

“ปรุงไปก่อนนะคะ” ปรุงฉัตรฝืนยิ้มลุกออกไป

คงไคยนั่งมองจนปรุงฉัตรขึ้นแท็กซี่ออกไป แล้วก็รีบขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะออกไปตามอรุณประไพ แต่เขาก็ เสียรู้ปรุงฉัตรอีกจนได้ เพราะเธอให้ซาซ่าปลอมเป็นคนขับแท็กซี่มารับเธอออกมา แล้วแอบสะกดรอยตามคงไคยไป

ooooooo

อรุณประไพเข้ามาในออฟฟิศ ป๊อกกี้เตือนเรื่องนัดวันนี้ เพราะใจดีไปรอที่โรงแรมแล้ว อรุณประไพนึกขึ้นได้จะรีบตามไป วายุอาสาไปส่ง แต่ป๊อกกี้เข้าขวาง แล้วภุชงค์ก็ขับรถเข้ามา เขาอ้างกับอรุณประไพว่ามีเรื่องร้อนใจมาขอคำปรึกษา อรุณประไพจึงนั่งรถออกไปกับภุชงค์ วายุจะตามแต่ป๊อกกี้ดึงไว้

“ฉันว่านายต้องเตรียมงานถ่ายสกู๊ปพรุ่งนี้ อย่าเนียนไป” ป๊อกกี้ลากวายุออกไป

ภุชงค์ขยับรถออกไป คงไคยที่ซุ่มดูอยู่รีบตาม ปรุงฉัตรที่นั่งอยู่ในรถซาซ่ามองตามคงไคยอย่างเจ็บใจแล้วตวาดให้ซาซ่าตามคงไคยไปอีก

ภุชงค์ขับรถไปพลางคุยเรื่องเบญไปพลาง เพราะเบื่อสภาพนี้เต็มทีและทนพฤติกรรมของเธอไม่ไหวแล้ว

“คุณไม่ควรหนีนะคะ คุณเป็นคนผูกปมนี้ขึ้นมาคุณต้องยอมรับและอยู่กับมันอย่างมีความสุขให้ได้”

“แต่ชีวิตของผม ผมต้องเป็นคนเลือก”

“ค่ะ ชีวิตของไพ ไพก็เลือกแล้วเหมือนกัน ไพเลือกจะมีคุณเป็นเพื่อน ไพให้ได้แค่นั้น อย่าให้มันต้องไม่เหลืออะไรอีกเลยนะคะภุชงค์”

ภุชงค์รู้ตัวเปลี่ยนเรื่องถามว่า  จะให้ไปส่งที่ไหน

ส่วนคงไคยที่ตามมาเห็นภุชงค์เลี้ยวรถเข้าไปในโรงแรมหรูก็เข้าใจผิดคิดว่า อรุณประไพมาเปลี่ยนบรรยากาศกับภุชงค์จริงๆ จึงกระชากรถหนี ทั้งที่ความจริงแล้ว อรุณประไพมาพบทองถมกับใจดี เพื่อวางแผนช่วยให้คงไคยเข้าถึงตัวทานากะ

หลังจากทำความเข้าใจเรื่องแผนงานเรียบร้อยแล้ว ใจดีก็เอ่ยถามทองถมว่า ทำไมต้องหลบมาคุยกันที่โรงแรมด้วย เพราะนัดเจอกันที่บริษัทก็ได้

“ผมอยากให้เรื่องนี้เงียบที่สุด เพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ความเคลื่อนไหว ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน”

ใจดีพยักหน้ารับ อรุณประไพรีบถามถึงอาการป่วยของภวันด้วยความเป็นห่วง

“พรุ่งนี้ก็จะกลับบ้านแล้วครับ ท่านเลยอยากให้ผมเคลียร์เรื่องนี้ให้เรียบร้อย ผมต้องกลับไปดูแลท่านแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ” ทองถมออกไป

“ถ้างั้นพี่ก็ต้องไปเคลียร์เรื่องที่บ้านก่อนเหมือนกัน พรุ่งนี้เจอกันนะจ๊ะ” ใจดีลุกตามไปอีกคน

อรุณประไพนั่งมองซองเอกสาร รู้สึกหนักอึ้งกับภารกิจที่ได้รับเหลือเกิน พลันคำพูดของประไพที่แว่วมา “คงถึงเวลาที่ลูกต้องเรียนรู้และต่อสู้เพื่อครอบครัวของลูกเองบ้างแล้วหละจ้า”

เธอสูดลมหายใจฮึดสู้ แล้วเปิดซองเอกสารอ่านรายละเอียดอย่างตั้งใจ ปรุงฉัตรเดินมาที่ห้องทำงานของประกอบและได้พบณรงค์ ณรงค์บอกกับเธอว่า ไม่จำเป็นต้องตามประกบคงไคยเพราะเชื่อว่าจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองได้

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คุณพ่อคงไม่ต้องส่งปรุงไปช่วยคุณหรอก” ปรุงฉัตรยิ้มเย้ย

“คิดว่าพี่สู้ไอ้คงไคยไม่ได้ใช่ไหม” ณรงค์ตาลุกวาว

บีบแขนปรุงฉัตร

“มีอะไรกัน” ประกอบเดินออกมาจากในห้อง

ณรงค์สะดุ้งปล่อยมือจากปรุงฉัตรทันที ประกอบสั่งให้ทั้งคู่ตามเข้าไปในห้องเพื่อมอบหมายงาน ณรงค์ยืนยันกับประกอบว่าเขาสามารถจัดการเรื่องทานากะได้ไม่ต้องให้ปรุงฉัตรช่วย แต่ณรงค์ไม่ยอมเพราะเชื่อว่าภวันต้องเตรียมการให้คงไคยไปจัดการเรื่องนี้แล้วแน่

“ฉันอยากรู้ว่าแผนของพวกมันคืออะไร” ประกอบมอบหมายหน้าที่ให้ปรุงฉัตร

ปรุงฉัตรรับคำแล้วหันมายิ้มเย้ยณรงค์ เพราะในที่สุดก็ต้องพึ่งเธออีกตามเคย ณรงค์แค้นใจที่ห้ามปรุงฉัตรไม่ได้

ooooooo

คงไคยนั่งหงุดหงิดรออรุณประไพอยู่ในบ้าน  แฉล้มเอาน้ำเย็นมาให้ดื่มก็โดนเหวี่ยงใส่จนต้องเดินหนี

เสียงคนเดินเข้ามา คงไคยดีใจหันไปดูเห็นเป็นทองถมก็ออกอาการผิดหวัง ทองถมแซวว่า รออรุณประไพอยู่หรือคงไคยแก้ตัวพลางฟ้องว่า วันนี้เขาเห็นสะใภ้คนดีของคุณแม่พาผู้ชายเข้าโรงแรม ทองถมหัวเราะร่วนพอจะเดาเรื่องได้จึงอธิบาย

“วันนี้ผมนัดคุณใจดีกับคุณไพไปที่โรงแรมเมื่อตอนบ่าย เพราะคุณใจดีนัดผมไปพรีเซนต์งาน คุณไพไปคนเดียวครับ ไม่มีคนอื่นเลย ผู้ชายที่คุณเห็นคงไม่ใช่ผมนะครับ คุยเสร็จแล้วคุณไพก็กลับไปกับคุณใจดี เคลียร์ไหมครับ”

คงไคยมองทองถมรู้ว่าเชื่อทองถมได้ แต่ก็อ้างต่อ “เขาชอบทำดีกับทุกคนในโลก ยกเว้นผม”

“อย่างคุณไพผมว่าร้ายมาก็ร้ายตอบ แต่ถ้าดีมาก็คงดีไป คุณอยากให้คนทำดีด้วย คุณทำดีแล้วหรือยังครับ” ทองถมสวนกลับ

คงไคยได้คิดรีบเดินหนีขึ้นห้อง สักพักอรุณประไพก็กลับมาถึง เธอถามหาคงไคยกับทองถม ทองถมแต่งเรื่องบอกว่า สงสัยคงไคยจะไข้ขึ้น เพราะได้ยินเขาบ่นว่าปวดหัว อรุณประไพเป็นห่วงตามขึ้นไปดู

“คงจะเลือกวิธีที่ถูกนะครับ คุณคงไคย” ทองถมอมยิ้ม พึมพำกับตัวเอง

อรุณประไพเข้ามาดูคงไคยในห้อง แต่ไม่พบจึงไปดูที่ห้องของเธอ ก็พบชายหนุ่มนอนหนาวสั่นเพราะเปิดแอร์เย็นจัดจึงรีบห่มผ้าให้ คงไคยถือโอกาสรวบตัวอรุณประไพ
ลงมานอนแล้วทำเนียนว่าไข้ขึ้น อรุณประไพหลงกลยอมให้กอด คงไคยได้ทีทำเป็นละเมอ ขยับซุกไซ้อรุณประไพอย่างอ่อนโยน อรุณประไพเริ่มอึ้งจะลุกหนี แต่คงไคยยึดร่างไว้แล้ว ปลุกเร้าอย่างอ่อนโยน จนในที่สุดเธอก็ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม

อรุณประไพนอนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดคงไคย คงไคยหอมอรุณประไพท่าทีทะนุถนอมมากพลางเอ่ยถาม

“ผมไม่ได้รุนแรงกับคุณใช่ไหม ครั้งแรกของคุณ เสียใจหรือเปล่า”

“มันเป็นหน้าที่ของภรรยานี่คะ”

คงไคยแม้อารมณ์เสีย แต่คำพูดของทองถมยังผุดขึ้นมาจึงได้คิด

“ถ้างั้นผมก็ต้องทำหน้าที่สามีให้เต็มที่ดีไหม” คงไคยทำเนียนเข้าหา อรุณประไพบ่ายเบี่ยงด้วยความเขิน แต่ไม่ผลักไสไม่เย็นชา

เช้าวันใหม่ คงไคยตื่นขึ้นมาไม่พบอรุณประไพก็รีบถามหากับทองถมที่เข้ามาปลุก แต่ทองถมว่า ไม่ทราบ

“ไม่ทราบได้ยังไง อรุณประไพไปไหน คุณทองถม”

“ผมไม่ทราบจริงๆครับ แล้วตอนนี้คุณต้องแต่งตัวด่วน เพราะวันนี้มิสเตอร์ทานากะจะเดินทางมาถึงเมืองไทย” ทองถมหยิบเสื้อผ้าที่แขวนแล้วดันคงไคยเข้าห้องน้ำพลางส่งยิ้มสมใจ

เมื่อมาถึงบริษัททองถมก็รายงานเรื่องมิสเตอร์ทานากะจะไปชมการแสดงโขนไทยในสวนรอบ 1 ทุ่มตรงวันนี้ให้คงไคยทราบ แต่ยังพูดไม่จบคงไคยก็กดอินเตอร์คอมหาเลขาฯหน้าห้องสั่งให้เหมารอบการแสดงโขนไทยในสวนรอบหนึ่ง ทุ่มตรงวันนี้ให้เขาเพื่อจะไปเจรจากับทานากะ ทองถมได้แต่ยืนดู เพราะรู้ว่าณรงค์ชิงตัดหน้าไปแล้ว

ด้านแฉล้มเมื่อคงไคยออกไปทำงานแล้วก็รีบโทร.รายงานพฤติกรรมของคุณหนูให้อรุณประไพฟัง

“เมื่อเช้าคุณหนูตื่นเช้ามาไม่เจอคุณไพโวยบ้านเกือบแตก เมื่อคืนมีอะไรกันรึเปล่าคะ”

อรุณประไพได้ยินคำถามแฉล้ม แล้วนึกถึงเรื่องเมื่อคืน เธออมยิ้มเขินๆ รีบปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แฉล้มรีบทำคะแนนบอกว่าอรุณประไพไม่อยู่แบบนี้ คุณหนูของเธอคงคิดถึงแย่

“พูดถึงคุณหนูของแม่แล่มขึ้นมาก็ดีแล้วค่ะ ไพจัดกระเป๋าเดินทางไว้ให้เขาแล้วนะคะ” อรุณประไพเปลี่ยนเรื่อง

“คุณหนูจะไปไหนเหรอคะ ทำไมแล่มไม่รู้”

“เอาเป็นว่าไพจัดกระเป๋าไว้ให้คุณคงไคยเรียบร้อยแล้ว ก็แล้วกันนะคะ ไพจะทำงานแล้วค่ะ”

“คุณไพขา แล่มเลี้ยงคุณหนูมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย แล่มรู้ค่ะว่าคุณหนูต้องคิดถึงคุณไพมากแน่ๆ”

“บางเรื่องเราก็คิดแทนใครไม่ได้หรอกนะคะแม่แล่ม แค่นี้ก่อนนะคะ” อรุณประไพวางสายจากแฉล้มแล้วรำพึงกับตัวเอง “บางเรื่อง ถ้าไม่ได้ยินจากปากไพก็ไม่แน่ใจหรอกค่ะแม่แล่ม”

“น้องไพคะ มีเพื่อนเก่าเราแวะมาหาค่ะ” ใจดีเดินเข้ามาพร้อมกับมัทรี

“คุณมัทรี” อรุณประไพดีใจมาก

แฉล้มเดินอารมณ์ดีเข้ามาคุยกับตุ๊ดตู่ในครัว เพราะพอจะรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับอรุณประไพและคงไคยเมื่อคืนนี้ แต๋วแหววเองก็รู้แต่ยังไม่ยอมแพ้จึงโทร.ไปฟ้องปรุงฉัตรพร้อมตอกไข่ใส่สีเพื่อความแซ่บ จนปรุงฉัตรแทบเก็บอาการไม่อยู่ต้องรีบวางสาย แล้วหันมาพาลใส่ซาซ่าที่เข้ามาส่งคัพเค้กสูตรใหม่ให้ลองชิม

ปรุงฉัตรคว้าคัพเค้กมาแล้วบีบบี้ระบายอารมณ์จนเละคามือ ซาซ่าน้ำตาคลอมองเค้กที่อุตส่าห์ตั้งใจเอามาให้ปรุงฉัตรชิมเป็นคนแรก แล้วแย่งเค้กคืนมาทั้งป้ายทั้งปาใส่ปรุงฉัตร

“แกเป็นบ้าอะไร เรื่องผู้ชายอีกแล้วใช่ไหม ของดีของอร่อยฉันก็นึกถึงแกก่อน แกล่ะในสมองแกเคยมีเพื่อนคนนี้บ้างไหม หรือมีแต่ไอ้ผู้ชายหลายใจของแก ผู้ชายมันก็มักมากเหมือนกันหมดทุกคนนั่นแหละ ปากก็บอกว่ารัก แต่พอเราเผลอมันก็ไปเทิดเทิงทิงนองนอยกับคนอื่นหน้าตาเฉย”
“ซาซ่าแกพูดบ้าอะไร”

“ไม่อยากฟังใช่ไหม ไม่อยากฟังแกก็ต้องฟัง อย่าทะนงตัวว่ามาก่อนนักเลยนังปรุง แกเคยได้ยินมะ คนที่มีใครทีเดียวสองคนก็ให้ตัดสินใจเลือกคนที่มาทีหลังเสมอ เพราะถ้าเรารักคนแรกจริง เราคงไม่ไปมีคนที่สองหรอก คุณคงไคยเขาไม่ได้รักแกแล้ว สุดมือสอยก็ปล่อยมันไปเถอะเลิกบ้าซะที”

“แกไม่ต้องมายุ่งกับฉัน” ปรุงฉัตรตวาด

“นี่ฉันเตือนแกดีๆนะ ได้ ฉันไม่ยุ่งกับแกแล้ว ไม่ยุ่งแล้ว” ซาซ่าโมโหเดินปาดน้ำตาน้อยใจหนีไปนั่งอีกมุม

ปรุงฉัตรไม่สนใจซาซ่าเอาโทรศัพท์มากดโทร.หาคงไคยนัดให้มาทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่โดนปฏิเสธเพราะเขาจะไปพบทานากะ แต่ปรุงฉัตรไม่เชื่อเพราะระแวงเรื่องอรุณประไพจึงหันมาพาลใส่ซาซ่าอีก

ซาซ่าเหลืออดสวนว่า ตอนนี้ปรุงฉัตรได้เป็นเมียน้อยเต็มตัวแล้ว ปรุงฉัตรโกรธแผดเสียงลั่น

“ทำไมพูดไม่ถูกหูจะตบฉันหรือไง มาสิตบเพื่อนระบายอารมณ์พาลๆ ของแก แกมันพวกแพ้แล้วพาลรู้ไว้ซะด้วยนังปรุงแกไม่มีวันชนะหรอก แฟนกัน ผัวเมียกัน มันต้องมีกันแค่สองคน แต่ถ้าสามคนมันเกิน มันก็จะมีคนที่เจ็บมากกว่าหนึ่ง...คุณคงไคยอยู่กับใคร อีกคนนึงก็ต้องเจ็บ หรือไม่ พวกแกก็ต้องเจ็บกันทั้งหมดเนี่ยแหละ ไม่มีใครมีความสุขจริงๆ สักคน”

“แกแช่งฉันเหรอซาซ่า ฉันก็เมียเขาเหมือนกัน ฉันมีสิทธิ์ในตัวเขา ฉันต้องมีความสุข”

“ขอแจ้งให้ทราบนะ สังคมยอมรับเฉพาะคนที่เป็นเมียแต่งถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าแกจะอ้างสิทธิ์อะไรแกก็คือ เมียน้อย นี่กรรมมันบดบังจนสมองแกคิดอะไรไม่ได้แล้วจริงๆ เหรอเนี่ย ไหวไหมนังปรุง”

“คนอย่างฉันถ้ารักมากก็แค้นมาก ถ้าฉันไม่ได้ ฉันก็จะทำลายให้ทุกคนไม่ได้มันเหมือนกัน ดูสิว่านังอรุณประไพจะทำยังไง” ปรุงฉัตรแค้นใจ

ooooooo

ใจดีพามัทรีมาดูอรุณประไพให้ความรู้กับนักศึกษาเรื่องงานจัดแต่งดอกไม้แกะสลักในงานวัฒนธรรมและอาหารไทย มัทรีพอใจมากที่มีคนสืบสานงานด้านนี้ต่อจากเธอ ใจดีเห็นเข้าทางก็เตรียมจะเฉลยว่าคนที่สปอนเซอร์ใหญ่มาให้ทุนเด็กๆ คือใคร แต่อรุณประไพเข้ามาขัด เธอถามมัทรีว่าพักที่ไหน

“บ้านเรือนไทยริมคลอง บ้านเก่าของพี่ไงจ๊ะ”

“ดีค่ะ เอาไว้เสร็จงานเราไปพายเรือเก็บสายบัวมาทำแกงกะทิสายบัว หรือไม่ก็ผัดไทยสายบัวกันนะคะ” อรุณประไพชวน

“ดีจ้า พี่คิดถึงฝีมือน้องไพอยู่พอดี” มัทรีกับอรุณประไพ ยิ้มให้กันอย่างมีความสุข

ใจดีนึกขึ้นได้ถามหาทานากะสามีของมัทรี มัทรี  บอกว่าจะตามมาพรุ่งนี้ เพราะขอไปชมโขนไทยในสวนก่อน อรุณประไพกับใจดีสบตากัน


ทานากะกับลูกน้องเดินเข้ามาในงานโขนไทยในสวน เขามองไปรอบๆ เห็นว่าทั้งงานถูกเหมารอบให้ตนเพียงคนเดียวก็ไม่พอใจนัก และไม่พอใจมากขึ้นเมื่อณรงค์มาขอพบเพื่อเจรจาเรื่องธุรกิจ ทานากะถามณรงค์ว่า

“คุณไม่ทราบเหรอครับว่าศิลปะคือการแบ่งปัน ต้องมีอีกกี่คนที่พลาดการแสดงวันนี้ไป”

ณรงค์หน้าเสียยังไม่กล้าพูดอะไรต่อไปมากกว่านี้

ส่วนคงไคยก็ต้องผิดหวัง เพราะมีคนเหมารอบการแสดงไปแล้ว เขาถามทองถมว่าเป็นฝีมือของใคร แต่ทองถมไม่ทันได้ตอบปรุงฉัตรก็เข้ามาอ้อนทำฟอร์มว่าไม่สบายเพื่อตามประกบคงไคยไม่ให้ออกไปพบทานากะตามใบสั่งของประกอบ คงไคยหลงกลจำต้องพาปรุงฉัตรกลับไปที่บ้านด้วย ทองถมถอนใจเซ็งแล้วแอบไปปรึกษาภวันที่โรงพยาบาล เพราะจะให้อรุณประไพเดินแผนสองเลย แต่ภวันให้รอก่อนเพราะอยากดูว่าคงไคยจะมีความพยายามแค่ไหน

การแสดงจบลง ทานากะมีท่าทีพอใจมาก ณรงค์ได้โอกาสรีบเข้ามาเจรจา พร้อมยื่นข้อเสนอ “เรายินดีที่จะเจรจาในตัวเลขที่คุณพอใจ ถ้าคุณยอมให้เราเป็นตัวแทนในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของคุณ”

“ถ้าคุณคือตัวแทนของพีวีเรียลเอสเตท สิ่งแรกที่คุณและองค์กรของคุณต้องตระหนักไว้ให้มากสำหรับการก้าวสู่สังคมที่ใหญ่ขึ้นคือ กาลเทศะ เริ่มจากคุณไม่รู้กระทั่งว่าการชมงานศิลปะควรทำยังไง และถ้าคุณอยากจะเป็นพันธมิตรกับเรา ก็แสดงว่าคุณรู้ดีว่าเราเป็นยักษ์ใหญ่ที่เรื่องตัวเลขอาจไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เราพอใจ เราแข็งแรงพอที่จะทำธุรกิจตามความพอใจ คุณคงดูออก ขอโทษนะครับที่ต้องพูดตรงๆ ผมมันก็ศิลปินที่จับพลัดจับผลูมาทำธุรกิจ หวังว่าคุณคงเข้าใจ” ทานากะพูดเน้นๆ

ณรงค์หน้าเสียคิดแก้ไขสถานการณ์ด้วยการโยนความผิดไปให้คงไคย “ผมเข้าใจครับ เมื่อคุณพูดกับผมตรงๆ ผมคงต้องเรียนคุณตามตรงว่า ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีการของคุณคงไคยนัก เขาเป็นประธานโครงการพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่นครับ ผมถูกส่งมาเป็นตัวแทนของคุณคงไคย”

“คงไคย” ทานากะนิ่งคิด

ปรุงฉัตรเล่นบทเมียผู้น่าสงสารเข้ามาออดอ้อนคงไคย แต่คงไคยกลับไม่สนใจเพราะกำลังคิดหนักทั้งเรื่องอรุณประไพที่หายตัวไปและเรื่องทานากะเพราะพลาดโอกาสไปแล้วหนึ่งครั้ง

“คุณทำให้ปรุงรู้สึกว่าที่นี่คงไม่มีที่สำหรับปรุงแล้ว ปรุงก็คงต้องไป” ปรุงฉัตรน้ำตาร่วงทำท่าจะกลับ

คงไคยเห็นน้ำตาก็ใจอ่อนเข้ามากอดปลอบใจ ปรุงฉัตรทำเสียงอ่อยแล้วหยิบมือถือมาถ่ายรูปคู่กับคงไคยอ้างว่า

“ถ่ายรูปตัวเองไว้ดูค่ะ ว่าเวลางี่เง่าใส่คงไคย ปรุงหน้าตาเป็นยังไง” จากนั้นก็แอบส่งรูปไปที่มือถือของอรุณประไพ

แต่เผอิญว่าใจดีกำลังใช่มือถือของอรุณประไพถ่ายรูปเธอกับอรุณประไพอยู่พอดีจึงได้เห็นรูปที่ปรุงฉัตรส่งมา

“ท่าทางคุณเมียน้อยต้องการทอร์นาโดสักลูกแล้วละค่ะน้องไพ” ใจดีเจ็บใจแทน แต่อรุณประไพกลับทำนิ่งหันไปสวดมนต์เตรียมเข้านอน

ใจดีนั่งรอจนอรุณประไพสวดมนต์เสร็จพุ่งเข้าไปหายุให้ไปจัดการ

“ผู้ชายก็เหมือนสายลมนั่นแหละค่ะ เขาอยากจะพัดไปทางไหนเราก็คงห้ามเขาไม่ได้ อยู่ที่ว่าเขาอยากจะพัดไปหาที่ร้อนหรือเย็น เราคงทำได้แค่อยู่นิ่งๆ ถ้าเขาต้องการเราเขาก็จะพัดกลับมาเอง” อรุณประไพพูดจบก็ล้มตัวลงนอนหันหลังให้ใจดี สีหน้าไม่สบายใจนัก

ด้านปรุงฉัตรก็มองรูปที่ส่งไปให้อรุณประไพอย่างสะใจ แล้วทิ้งตัวลงนอนรอคงไคยที่ไปห้องน้ำ สักพักก็มีเสียงคนเดินมา ปรุงฉัตรรีบคว้าตัวมากอด

“อย่านะตุ๊ดตู่ยังเด็กอยู่” ตุ๊ดตู่ร้องลั่น

“ไอ้ตุ๊ดตู่ แกเข้ามาทำไม” ปรุงฉัตรตวาด

ตุ๊ดตู่อ้างว่าเอานมขึ้นมาให้คงไคยดื่มและจะรอเก็บแก้วไปด้วย คงไคยออกมาได้ยินก็รีบดื่มนมแล้วคืนแก้วให้

หวังสงบศึก แต่ตุ๊ดตู่ไม่ยอมออกไป อ้างต่อว่าภวันสั่งให้นอนเฝ้าคงไคยในห้อง และให้นอนที่เตียงตรงกลาง ปรุงฉัตรหันขวับมองตุ๊ดตู่ที่มีสีหน้ายืนยันว่าจะทำอย่างที่พูดจริง

ooooooo

เช้าวันใหม่ ทองถมตามคงไคยมาขอพบทานากะที่โรงแรม ทานากะยอมลงมาพบ

“ผมอยากเห็นว่าคนประเภทไหนที่ส่งลูกน้องตัวเองไปทำเรื่องที่ไม่เหมาะสมแบบนี้ได้ คุณเหมารอบการแสดงแล้วส่งบัตรเชิญให้ผม เพราะหวังจะเจรจาธุรกิจ โดยไม่เคยศึกษาเลยว่าผมเป็นคนยังไง” ทานากะเครียด

“เรื่องนี้เราสามารถอธิบายได้นะครับมิสเตอร์ทานากะ” ทองถมรีบค้าน

“ไม่เป็นไรครับคุณทองถม ไม่ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเพราะใคร แต่คนที่มาในนามของพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่น ก็อยู่ในความรับผิดชอบของผมทั้งนั้น” คงไคยยอมรับผิด

ทานากะมองคงไคยอย่างพอใจเล็กน้อยแล้วขอตัว ทองถมกับคงไคยเดินออกไปส่ง แล้วทองถมก็แอบถามคงไคยว่าทำไมถึงปล่อยให้มิสเตอร์ทานากะไปง่ายๆ

“ต่อให้รั้งไว้ เขาก็คงยังไม่มีอารมณ์คุยกับเราตอนนี้”

“แต่คนที่ไปพบมิสเตอร์ทานากะในนามพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่น คงจะเป็นณรงค์และดูเหมือนมิสเตอร์ทานากะคิดว่าคุณเป็นคนสั่งการ” ทองถมเปรยต่อ

“เป็นผม ผมก็คงคิดแบบนั้น ณรงค์ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้หรอก” คงไคยออกรับแทน

“ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจ มองโลกในแง่ดีจังนะครับ ไปครับกลับบ้าน เตรียมตัวเดินทาง” ทองถมตัดบท

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ใจดีกับอรุณประไพก็เตรียมจะออกไปทำบุญที่วัด ใจดีอดใจไม่ไหวแอบหยิบมือถืออรุณประไพขึ้นมาเปิดดูรูปที่ปรุงฉัตรส่งมาด้วยความแค้น เธอกดลบรูปทิ้ง

“ไม่เห็น ไม่รู้ ไม่ดูซะก็จบค่ะ” อรุณประไพพึมพำ

“จ้าแม่นางฟ้า มัวแต่ห่วงสามีน้อง สามีพี่ยังไม่ได้อัพเดตความประพฤติมาชั่วโมงหนึ่งแล้ว”

ใจดีจะโทร.หาสิทธา แต่อรุณประไพห้ามไว้พลางให้ข้อคิดเรื่องการใช้ชีวิตที่ต้องรู้จักทำใจในบางเรื่อง ใจดีจึงเว้นจากการโทร.จิกสามีหนึ่งวัน แล้วจู่ๆใจดีก็หัวเราะร่วน อรุณประไพตกใจถามว่ามีองค์หรือเปล่า

“พี่เพิ่งนึกได้ต่างหาก น้องไพหายหน้ามาแบบนี้

ไอ้ติสต์วายุมันต้องประสาทแตกแหงๆ ยิ่งตอนที่พี่แกล้งไม่ให้มันฟังตอนที่เราคุยกันเรื่องงาน มันนะทุรนทุรายอยากจะรู้ใจจะขาดพี่สะใจมาก ในที่สุดพี่ก็เอาคืนมันได้ ฮ่าฮ่า”

ในขณะที่วายุลากป๊อกกี้มาที่บ้านพ่อกับแม่ของอรุณประไพเพื่อตามหาสาวเจ้า ประไพออกมาต้อนรับทั้งสองและพอจะดูออกว่าวายุคิดอย่างไรกับลูกสาวของตน จึงเอ่ยว่า อรุณประไพไปช่วยงานสามีที่ต่างจังหวัดสองสามวัน

“คือ ผมไม่เห็นคุณไพไปทำงานก็เลยเป็นห่วงน่ะครับ” วายุอ้างต่อ ด้วยสีหน้าไม่ดีนัก

“ไพคงลืมมั้งจ๊ะ เขาต้องรับผิดชอบหลายอย่างทั้งงานของตัวเองแล้วก็งานของสามี แย่จริงๆ ทำให้เพื่อนๆ เป็นห่วง ไว้ไพกลับมาแล้วแม่จะบอกให้นะว่าเพื่อนมาหา” ประไพเน้นคำว่าเพื่อน

วายุหน้าเจื่อนรีบชวนป๊อกกี้กลับและจุดหมายต่อไปก็คือบ้านใจดี

ooooooo

ทองถมเดินนำคงไคยเข้ามาในบ้านพลางชี้แจงว่า คงไคยจะต้องเป็นตัวแทนภวันไปร่วมงานวัฒนธรรมและอาหารไทยที่อัมพวา เพราะพีวีเรียล-เอสเตทร่วมเป็นสปอนเซอร์และส่งวิทยากรไปร่วมในงานนี้แล้ว

เวลาเดียวกันนั้นประกอบเพิ่งรู้ว่า ทานากะจะไปงานที่อัมพวาด้วย จึงโทร.สั่งปรุงฉัตรตามประกบคงไคยอย่าให้มีโอกาสได้เจรจากับทานากะ ปรุงฉัตรรับคำแล้วรีบตามมาอ้อนขอตามคงไคยไปอัมพวาด้วย ทองถมทำหน้าเซ็งแต่ก็เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว

เมื่อมาถึงอัมพวาทองถมก็ชวนคงไคยกับปรุงฉัตรไปไหว้พระขอพรที่วัด คงไคยไม่เต็มใจนักเพราะอยากทำงานให้เสร็จเพื่อจะได้กลับไปรออรุณประไพที่บ้าน ทองถมรู้ทันจึงแกล้งแซว ปรุงฉัตรได้ฟังก็ไม่พอใจรีบเข้าไปเกาะคงไคยแสดงความเป็นเจ้าของ

“สำรวมหน่อยก็ดีนะครับ เดี๋ยวเขาจะหาว่าคนไทยไม่รู้กาลเทศะไปครับไหว้พระขอพรกัน เขาว่าที่นี่ศักดิ์สิทธิ์นะครับ ขออะไรก็สมปรารถนา” ทองถมอมยิ้มมีเลศนัยกับคงไคย แล้วเดินนำไป

“ไปค่ะคงไคย ไหนๆ ก็มาแล้วเราไหว้ขอพรพระกันดีกว่า” ปรุงฉัตรลากคงไคยตามทองถมไป คลาดกับอรุณประไพที่เดินขึ้นบันไดมาไปเพียงเสี้ยวนาที

ทองถมหลับตาพริ้มพนมมืออธิษฐาน แต่พอได้ยินปรุงฉัตรบอกคงไคยว่า ให้ขอพรพระให้เธอกับเขาได้อยู่ด้วยกันไวๆก็ลืมตาขึ้นกระซิบบอกคงไคย “ตัดสินใจให้ดีๆ นะครับว่าอยากจะอยู่กับใครกันแน่ พระท่านจะได้ให้พรถูก” แล้วทองถมก็ทำเป็นเดินออกไปถ่ายรูปมุมโน้นมุมนี้

คงไคยมองไปรอบๆ เห็นผู้คนไหว้พระอย่างศรัทธา ก็ตัดสินใจยกมืออธิษฐานในขณะที่ปรุงฉัตรเดินเลี่ยงออกไปซื้อเครื่องราง และเมื่อคงไคยลืมตาขึ้นมาก็พบอรุณประไพกำลังหลับตาไหว้พระอยู่อีกมุมหนึ่ง เขาดีใจมากจะเดินไปหาแต่ปรุงฉัตรคว้าแขนไว้พลางโชว์เครื่องรางที่มีความหมายว่า รักนิรันดร์ให้ดู คงไคยยิ้มรับพยายามไม่พิรุธแล้วหันมองหาอรุณประไพ แต่เธอไม่อยู่แล้ว

“เป็นอะไรครับ หรือว่าสมหวังตามคำอธิษฐานเร็วสมใจ” ทองถมเข้ามาล้อ

คงไคยไม่ตอบแต่ยังชะเง้อหาอรุณประไพไม่เลิก ปรุงฉัตร ทำฉอเลาะถามว่า คงไคยขออะไร แต่เขาไม่ตอบ ทองถมพอใจกับผลงานแล้วเปลี่ยนเรื่องชวนคงไคยกับปรุงฉัตรไปที่พัก แต่ปรุงฉัตรยังพาลหาเรื่องทะเลาะกับทองถมไม่เลิกเพราะเจ็บใจที่เขาคอยกันท่า และเมื่อกลุ่มของคงไคยเดินพ้นล็อบบี้ไปแล้ว ใจดีก็พาอรุณประไพกลับมา

ทองถมพาคงไคยกับปรุงฉัตรมาหยุดที่หน้าห้องพักที่อยู่ห้องเกือบริมสุดแล้วส่งกุญแจห้องให้พลางแดกดันว่าไม่ได้จองห้องเพื่อปรุงฉัตรเพราะถึงจองเธอก็ต้องมานอนกับคงไคยอยู่ดี

ปรุงฉัตรไม่พอใจจะเอาเรื่อง ทองถมรีบชิ่งหนีกลับห้องพักของตน

“คุณทองถมนี่ชักจะมากขึ้นทุกที ตีเสมอเจ้านาย ทำตัวไม่สมเป็นลูกจ้างเลยนะคะ” ปรุงฉัตรฟ้อง

“คุณทองถมไม่ใช่ลูกจ้าง เขาเป็นเหมือนญาติของผมนะครับปรุง” คงไคยเสียงเข้ม

ปรุงฉัตรทำเป็นน้อยใจตัดพ้อว่า ใครๆก็สำคัญกว่าเธอทั้งนั้น คงไคยเข้ามากอดง้อแล้วพาปรุงฉัตรเข้าห้อง และคลาดกับอรุณประไพและใจดีไปเฉียดฉิว เพราะห้องพักของทั้งคู่ชั้นเดียวกันแต่คนละฟากกับห้องพักของคงไคย

ooooooo

วายุลากป๊อกกี้มาเอาเรื่องใจดีจนถึงบ้าน เพราะเจ็บใจที่ไม่ยอมบอกว่าส่งอรุณประไพไปทำงานต่างจังหวัด แต่พบสิทธาอยู่บ้านเพียงคนเดียว

เพราะใจดีไปกับอรุณประไพด้วย สิทธาจึงมีโอกาสพูดคุยกับวายุและดูท่าจะถูกคอกัน เพราะเป็นประเภทชอบเอาชนะ ป๊อกกี้เห็นรอยยิ้มของทั้งสองก็สังหรณ์รีบเปลี่ยนเรื่องคุย ถามถึงโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่วางอยู่บนโต๊ะ สิทธายิ้มมีความสุขคุยว่า ใจดีซื้อให้เป็นของขวัญ

“เจ๊ใจดีนี่ก็ลงทุนเหมือนกันนะ รุ่นนี้มีจีพีเอสด้วย อยู่ที่ไหนเช็กปืดๆรู้ได้หมด แถมมีระบบ 3 จี คุยแบบเห็นหน้า ก็ได้ด้วยนะ” ป๊อกกี้พูดจบก็นึกได้ ว่าที่ใจดีซื้อมือถือรุ่นนี้ให้สิทธาเพราะต้องการไว้ติดตามตัว เธอถึงกับหน้าถอดสี

สิทธาเข้าใจแล้วเหมือนกัน

“คุณวายุครับ คุยกันแบบเห็นหน้าทำยังไง สอนผมหน่อยสิครับ”

วายุเดาออกว่าสิทธาคิดจะทำอะไร แต่ก็ยังไม่ทันได้พูดอะไรป๊อกกี้ก็เสนอหน้าเข้ามา

“เราต้องเปิดระบบ 3 จี ขึ้นมาก่อน แล้วก็เข้าไปที่วีดิโอคอล” ป๊อกกี้กดเปิดโทรศัพท์เป็นระบบวีดิโอคอล แล้วเอามาจ่อหน้าสิทธาอย่างลืมตัว

เวลาไล่เลี่ยกันนั้น ปรุงฉัตรใช้มือถือถ่ายภาพตัวเองลงอ่างแช่น้ำอุ่นกับคงไคยส่งมาให้อรุณประไพดู

“ไม่โกรธกันใช่ไหมคะคุณไพ พอดีคงไคยเขาชวนปรุงมาเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศนะค่ะ คลิปนั่น ก็ถ่ายกันเล่นๆ” ปรุงฉัตรโทร.มาเย้ย

“เหรอคะ” อรุณประไพยังอึ้งไม่หาย พลันได้ยินเสียงคงไคยสั่งให้ปรุงฉัตรช่วยหยิบผ้าเช็ดตัวให้

“แค่นี้ก่อนนะคะคุณอรุณประไพ รับรองว่าจะดูแลสามี ของเราเป็นอย่างดีค่ะ เรื่องคลิปก็อย่าคิดมาก แค่ส่งไปให้ดูขำๆค่ะ” ปรุงฉัตรวางสายพลางส่งยิ้มร้ายเพราะรู้ว่า อรุณประไพ ต้องขำไม่ออกแน่

ด้านอรุณประไพอดไม่ได้ที่จะเปิดคลิปที่ปรุงฉัตรส่งมาให้ดูซ้ำอีกที แล้วใจดีก็เข้ามาเห็น เธอเจ็บใจแทนจะเอาคืนปรุงฉัตรบ้าง แต่อรุณประไพว่า ช่างมันเถอะแล้วลุกออกไปทำใจที่ระเบียง เธอยืนข่มความเจ็บปวดเตือนตัวเอง

“คนของเราพอเดินออกจากบ้านไป อาจจะไม่ใช่ของเราแล้วก็ได้” อรุณประไพกลั้นใจกดลบคลิปที่ปรุงฉัตรส่งมา

ทันทีที่อรุณประไพกลับเข้าห้อง ที่ระเบียงห้องเกือบริมสุด คงไคยก็ออกมายืนทอดสายตาที่ระเบียง เขากดดูชื่ออรุณประไพในมือถือ แต่ไม่กล้าโทร.หา เสียงมือถือดังขึ้น คงไคยกดรับได้ยินภวันต่อว่าเรื่องที่เอาปรุงฉัตรมาด้วย คงไคยไม่พอใจนัก แต่พอได้ยินภวันเตือนต่อว่า อย่าลืมกินยาแก้ภูมิแพ้ก็เสียงอ่อนลงอ้อนว่าไม่แน่ใจว่าเอามาหรือเปล่า

“หนูไพเขาคงไม่ลืมจัดไปให้แกหรอก เขารู้ว่าแกเป็นภูมิแพ้ เขายังดูแลแกตอนแม่ไปปฏิบัติธรรมไม่ใช่เหรอ”

คงไคยเดินไปเปิดกระเป๋าเดินทาง เห็นเสื้อผ้าข้าวของทุกอย่างจัดอย่างเป็นระเบียบ มีขวดยาแก้ภูมิแพ้ใส่ไว้ในกระเป๋ายาใบใสๆคู่กับวิตามินซี พร้อมโน้ตของอรุณประไพที่เขียนว่า “ทานคู่กับวิตามินซีจะทำให้สบายขึ้นนะคะ” เขาหยิบมันขึ้นมาดูอย่างอุ่นใจ แล้วลุกไปหยิบน้ำจะกินยา แต่ต้องสะดุดเมื่อเห็นเสื้อผ้าของปรุงฉัตรวางเกลื่อน

หลังจากทานยาแล้ว ทองถมก็เอาเอกสารมาให้คงไคยดู ปรุงฉัตรเข้ามาอ้อนชวนไปเที่ยวตลาดน้ำด้วยกัน

“ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจ ตลาดอัมพวานะเขาเริ่มกันเที่ยงๆ แต่ผมกลัวว่าคุณจะเบื่อ ระหว่างที่รอก็เลยจะให้ไปนวดตัวเพราะพีวีเรียลเอสเตทเป็นสปอนเซอร์ให้กับงานวัฒนธรรมและอาหารไทยครับ คุณแม่คุณคงไคยกับประธานของศูนย์วัฒนธรรมที่นี่สนิทกันมาก คุณคงไคยต้องไปเป็นตัวแทน” ทองถมอธิบาย

“งั้นปรุงจะไปด้วย”

“แล้วคุณจะไปในฐานะอะไรครับ ผมแนะนำไม่ถูก คุณไม่ใช่เมียคุณคงไคยนะครับ แต่ก็ตามใจ ถ้าอยากให้คุณพ่อ คุณเสียหน้าเพราะทุกคนรู้ว่าคุณมากับสามีคนอื่น ผมก็คงช่วยอะไรไม่ได้ ไปเถอะครับ...คุณทานากะมาร่วมงานนี้ทุกปี” ทองถมเน้นเรื่องทานากะให้คงไคยรีบตัดสินใจ

“ผมต้องไปทำงาน ปรุงไปทำสปาก็แล้วกันนะครับ” คงไคยไม่อยากพลาดโอกาสอีก

ปรุงฉัตรอารมณ์เสีย แต่พอนึกได้ว่าไม่อยากให้คงไคย รำคาญจึงเก็บอารมณ์ยอมไปนวดที่สปา

ทองถมนำคงไคยเข้ามาในลานจัดงานวัฒนธรรมและอาหารไทย คงไคยมองไปรอบๆงานอย่างเบื่อหน่าย แล้วก็เห็นทานากะกับมัทรียืนอยู่ที่มุมหนึ่ง แต่ก็รู้ดีว่าทานากะคงไม่อยากคุยด้วยตอนนี้ ทองถมจึงพาคงไคยไปสวัสดีท่านประธานศูนย์วัฒนธรรมและภรรยา เพราะทั้งสองเป็นเพื่อนรักของภวัน ท่านประธานทักคงไคยและถามหาภรรยา เพราะรู้ว่าเขาเพิ่งแต่งงาน คงไคยอึกอักตอบไม่ถูก

“ลุงต้องขอบคุณคงไคยกับแม่ที่ยอมเป็นสปอนเซอร์ จัดงานนี้ให้แถมส่งฟู้ดสไตล์ลิสต์มาร่วมงานกับเราด้วย มิสเตอร์ทานากะสปอนเซอร์อีกท่านของเราพอใจกับคอนเซปต์งานวันนี้มาก” ท่านประธานคุย

คงไคยยืนงงเพราะไม่รู้เรื่องมาก่อน

“โน่นไงคะฟู้ดสไตล์ลิสต์คนสวยของเรามาแล้ว” ภรรยาท่านประธานมองไปที่เวทีเห็นอรุณประไพกำลังสาธิตการจัดอาหารไทยโบราณ ลงบนเรือที่มีลักษณะคล้ายเรือสุพรรณหงส์จำลองอย่างชำนาญ

คงไคยมองอรุณประไพด้วยความทึ่ง

“เชื่อรึยังครับว่าพระท่านศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้ก็อยู่ที่ว่าคนไหนกันแน่คือคนรักที่คุณอยากอยู่ด้วย ท่านจะได้จัดให้ตามคำขอถูก” ทองถมเข้ามาล้อ

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #3 on: 20 August 2026, 11:14:50 »


เมียแต่ง ตอนที่ 7

ปรุงฉัตรเปิดตู้เสื้อผ้าจะหาของในกระเป๋าตัวเอง เมื่อเห็นขวดยากับโน้ตของอรุณประไพในกระเป๋าคงไคยก็แค้น เธอหันไปหยิบเสื้อยกทรงของตัวเอง ยัดเข้าไปที่ซอกกระเป๋าของคงไคยอย่างสะใจ



“ดีให้ตลอดแล้วกัน สามีเธอนะมันของฉัน อรุณประไพ”

ด้าน อรุณประไพ เธอยังคงบรรยายเรื่องขนมไทยอยู่บนเวที ท่านประธานชื่นชมความสามารถของเธอกับทองถมและคงไคย ทองถมได้ทีคุยว่า อรุณประไพติด 1 ใน 5

ฟู้ดสไตล์ลิสต์ของเอเชีย คงไคยอึ้งเพิ่งรู้ว่าเมียเก่งและเป็นที่ยอมรับขนาดไหน เวลานั้นเอง ใจดีก็พาอรุณประไพลงมาหาทองถมกับท่านประธาน

“ท่านครับนี่คุณอรุณประไพ ภัครดีบริรักษ์” ทองถมแนะนำ

ท่านประธานได้ยินนามสกุลก็เดาได้ทันทีว่าอรุณประไพกับคงไคยเป็นอะไรกันจึงหันมาแซว “เงียบเชียวนะไอ้เสือ อำลุงเข้าให้แล้วไหมล่ะ ส่งเมียมาช่วยงานทำไมไม่บอกลุง”

“เซอร์ไพรส์น่ะครับ” คงไคยรับสมอ้าง

“เรานี่มันร้ายเหมือนแม่จริงๆ ขอบคุณมากนะ ลุงพอใจกับงานนี้มาก”

“รู้แล้วใช่ไหมครับว่าคุณไพไม่ใช่แม่ครัวธรรมดา และก็ไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับใครเพื่อเงิน” ทองถมกระซิบ

คงไคยทำฟอร์มอ้างเรื่องงาน “เรามาที่นี่ก็เพื่อจะหาทางเปิดการเจรจากับมิสเตอร์ทานากะอีกครั้งนะคุณทองถม แต่ตอนนี้เราคงหมดหวังแล้ว” คงไคยเห็นทานากะและคนของเขาเดินออกไป

“อย่าเพิ่งหมดหวังสิคะคุณคงไคย” อรุณประไพมั่นใจว่าสามารถช่วยคงไคยได้ เธอพาเขาตามทานากะไปที่มุมหนึ่งของงาน มัทรีที่รออยู่ส่งยิ้มทักทายแล้วพาทั้งคู่ไปแนะนำให้กับทานากะสามีของเธอ

ทองถมเดินเลี่ยงมาโทร.รายงานภวันว่าคงไคยได้พบกับทานากะแล้ว และเตือนเรื่องประกอบส่งคนออกสืบว่าภวันอยู่ที่ไหน

“เรื่องนั้นฉันจัดการเอง ฝากคงไคยด้วยนะคุณทองถม” ภวันวางสายเตรียมพร้อมรับมือประกอบ

ส่วนณรงค์ที่แอบฟังอยู่เห็นทองถมเดินออกไปแล้วก็โทร.บอกประกอบ เรื่องคงไคยได้เข้าพบกับมิสเตอร์ทานากะ และภวันก็ไม่ได้มาร่วมงาน

ขณะที่มัทรีคุยให้ทานากะฟังว่า อรุณประไพเป็นรุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยของเธอ และเป็นคนที่มารับช่วงการจัดงานของศูนย์ฯต่อ ทานากะชื่นชมอรุณประไพเพราะอุดมการณ์เดียวกัน แล้วหันไปเปิดการสนทนากับคงไคย “แล้วคุณล่ะครับคุณคงไคย โครงการที่คุณทำอยู่ยึดหลักการอะไร”

“โครงการของเราเน้นการนำเสนอความเป็นไทย และเชิดชูเอกลักษณ์ของท้องถิ่น”

“ฟังดูเหมือนว่าหลายอย่างเรามีแนวทางเดียวกัน”

“หามิได้ครับ เราเป็นเพียงโครงการที่เพิ่งเริ่มต้น และไม่เคยคิดจะวัดรอยเท้ากับผู้ใหญ่ ในทางกลับกันเราคงต้องเรียนรู้จากคุณทานากะอีกมาก”

“ได้สิครับ แต่คงไม่ใช่ตอนนี้” ทานากะลุกขึ้นจะออกไป

มัทรีลุกตามแต่แอบทิ้งท้าย “ไม่ต้องกังวลค่ะคุณคงไคย อรุณประไพกับดิฉันเป็นเพื่อนกัน เพื่อนไม่มีทางจะทิ้งเพื่อนแน่นอน” มัทรียิ้มให้คงไคยกับอรุณประไพ

อรุณประไพเห็นว่าหมดหน้าที่แล้วก็จะเดินออกจากงาน คงไคยตามมาเรียก แต่เธอไม่สน เขาจึงแกล้งยั่วโมโหจนอรุณประไพโกรธหันมาต่อว่า ทองถมที่เดินตามมาห่างๆหันมาบ่นกับใจดี แล้วช่วยกันวางแผนให้คงไคยกับอรุณประไพได้ปรับความเข้าใจกัน แต่ยังไม่ทันลงมือ เคนจิ เชฟชาวญี่ปุ่นที่มาร่วมงานก็เดินเข้ามาหาอรุณประไพหวังขายขนมจีบ คงไคยหึงประกาศตัวว่าเป็นสามีของอรุณประไพแล้วตะเพิดใส่ จนเคนจิหน้าเสียกลับไป

ทองถมได้โอกาสเปรยกับใจดีว่า อากาศดีๆแบบนี้ ใครอยากไปเดินเล่นบ้าง อรุณประไพรีบเสนอตัวเพราะจะหนีคงไคย แต่คงไคยขอตามไปด้วย แถมยังจับมือพาอรุณประไพเดินออกไป

ทองถมกับใจดียิ้มให้กันแล้วตามไปดูผลงานอยู่ห่างๆ

ooooooo

ประกอบตัดสินใจมาหาภวันที่บ้าน เพื่อพิสูจน์ความจริง ภวันเดินลงมาต้อนรับด้วยท่าทางปกติ

“แค่แวะมาเยี่ยมครับ มีคนบอกว่าคุณไม่สบาย”

“ฉันสบายดีค่ะ ฉันยังต้องรออยู่ดูความสำเร็จของลูกชายลูกสะใภ้ จะเป็นอะไรไปตอนนี้ได้ยังไงคะ” ภวันตอกกลับ ประกอบหน้าแตกขอตัวกลับ ทันทีที่ได้ยินเสียงรถประกอบออกไป ภวันก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างเก็บอาการไม่อยู่  แฉล้มเข้ามาดูแล

“ที่จริงคุณท่านไม่น่ารีบกลับมาเลย” แฉล้มบ่น

“ต้องกลับสิ ฉันสังหรณ์ใจว่านายประกอบต้องมาที่นี่ แล้วก็มาจริงๆ” ภวันรู้สึกปวดท้องนิดๆแต่สายตาพอใจ

เวลาเดียวกันนั้น คงไคยจับมืออรุณประไพเดินชมบรรยากาศริมน้ำยามเย็นอย่างดื่มด่ำ เขามั่วนิ่มโอบไหล่อรุณประไพไว้ พลางขอบคุณที่เธอช่วยทำให้มิสเตอร์ทานากะยอมคุยกับเขา

“ถ้าคุณทานากะจะสนใจคุณ ก็เพราะความสามารถที่คุณมี”

“เคยมีคนบอกผมว่าผมสมองกลวงนะ”

“แต่วันนี้คุณทำให้ฉันเห็นว่าคุณไม่ได้เป็นแบบนั้นนี่คะ”

“ขอบคุณมากนะคุณไพ วันนี้คุณทำให้ผมรู้สึกอุ่นใจมากรู้ไหม”

“อะไรกันคะ คุณคงไคยผู้ห้าวหาญอย่ามาทำตัวหน่อมแน้มสิคะ”

“ศึกนี้มันใหญ่มากสำหรับผม ผมอยากให้คุณมาอยู่ข้างๆเวลาออกศึก”

“ฉันก็อยู่นี่แล้วไงคะ”

“ขอบคุณครับคุณไพ” คงไคยกอดอรุณประไพไว้แน่น

ทองถมที่แอบลุ้นกัดเล็บตัวเองเพราะเขินแทน ในขณะที่ใจดีใช้มือถือของอรุณประไพที่ฝากไว้ถ่ายคลิปของทั้งคู่ไว้แล้วส่งไปเย้ยปรุงฉัตรเพื่อเอาคืน ทองถมไม่เห็นด้วยนักกลัวเกิดเรื่องไม่ดี

ด้านปรุงฉัตร เธอเริงร่ากลับเข้ามาในห้องพัก เพราะคิดว่าคงไคยกลับมารอแล้ว แต่คนที่เธอพบกลับเป็นณรงค์ ทำให้ไม่พอใจ ถามณรงค์ว่า จะให้เธอช่วยเรื่องทานากะใช่ไหม

“เธอไม่ต้องทำอะไรก็ได้ ถ้าเธออยากให้คงไคยทำสำเร็จแล้วความดีความชอบไปอยู่ที่คุณอรุณประไพภรรยาเขาก็ตามใจ  เพราะคงไคยส่งเธอไปทำสปาแต่ตัวเองไปออกงานกับคุณอรุณประไพภรรยาเขา แล้วคุณอรุณประไพก็สามารถทำให้คงไคยนัดเจรจากับมิสเตอร์ทานากะได้สำเร็จ รู้ใช่ไหมว่าตอนนี้สำหรับคงไคย ใครสำคัญ” ณรงค์ยิ้มเย้ย

“อย่ามายุแยงให้ยากเลยค่ะคุณหนูณรงค์ ยังไงคงไคยก็ต้องกลับมาอยู่กับปรุง เขาสัญญาแล้ว”

“ปรุงฉัตรเอ๊ย ผู้ชายนะ ถ้ามีสองคนได้ ทำไมต้องเลือกคนใดคนหนึ่ง ก็ในเมื่อผู้หญิงมันโง่เขาบอกให้รอก็รอ เธอคิดว่าคงไคยจะเลิกกับเมียมาอยู่กับเธอจริงๆเหรอ  เธอต้องยอมรับนะว่าผู้หญิงอย่างคุณอรุณประไพใครทิ้งมาก็โง่เต็มทีแล้ว แล้วคิดว่าคงไคยจะไม่คิดแบบนี้บ้างเหรอ”

“แล้วจะให้ปรุงทำยังไง”

“เธอคิดเอาเอง ขนาดหาทางแย่งคงไคยเธอยังคิดเองได้เลย นี่เธอรู้รึเปล่าว่ามีเรื่องตลกเกิดขึ้นเรื่องหนึ่ง   ทั้งเมียหลวง และเมียน้อยของคงไคย พักอยู่ที่เดียวกัน ชั้นเดียวกัน แต่ทั้งสองฝ่ายไม่รู้ตัว แต่สำหรับคงไคยฉันว่าเขารู้นะ และอาจจะเป็นคนจัดการก็ได้ เพราะผู้ชายสนุกที่สุดก็ตอนที่สามารถควบคุมสถานการณ์ที่มันอันตรายๆได้” ณรงค์ทิ้งท้าย

ปรุงฉัตรทั้งเจ็บปวดและสับสน เมื่อเห็นคลิปที่ใจดีใช้มือถืออรุณประไพถ่ายและส่งมาให้

“อรุณประไพ เธอคิดจะเย้ยฉันใช่ไหม”

ooooooo

อรุณประไพกับคงไคยเดินเข้ามาหน้าที่พัก  ทองถมกับใจดีทำเนียนเปรยว่า ไม่รู้มาก่อนเลยว่าพักที่เดียวกัน  จากนั้นทองถมก็ชวนใจดีไปเดินเล่นที่ตลาดน้ำ หวังเปิดโอกาสให้คงไคยอยู่กับอรุณประไพตามลำพัง ใจดีรู้ใจรีบส่งกุญแจห้องให้คงไคยแล้วลากทองถมออกไป

คงไคยมาส่งอรุณประไพที่ห้องพักแล้วเดินเข้าไปล้มตัวลงนอนบนเตียง อรุณประไพร้องห้ามอ้างถึงปรุงฉัตรแต่คงไคยไม่สนอ้อนว่า “มียาแก้แพ้อากาศไหม ผมคัดจมูกจัง”

“มีค่ะ รอเดี๋ยวนะคะ” อรุณประไพไปหยิบยา

คงไคยยิ้มแบบวายร้ายแล้วปรุงฉัตรก็โทร.มาตาม เขาโกหกว่าต้องค้างที่บ้านท่านประธานศูนย์ฯเพราะเป็นเพื่อนเก่าของแม่ ปรุงฉัตรลองหยั่งเชิงจะขอตามไป แต่คงไคยร้องห้ามอ้างว่าไม่เหมาะสม

“ก็ได้ค่ะปรุงไม่อยากให้คุณลำบากใจ แค่นี้นะคะ” ปรุงฉัตรทำเป็นน้ำเสียงปกติ แต่พอวางสายก็แทบคลั่ง

คงไคยวางสายจากปรุงฉัตรถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่พอหันมาก็เจออรุณประไพที่เอายากับน้ำมาให้ยืนมองอยู่ เธอขอให้คงไคยกลับไปหาปรุงฉัตร แต่คงไคยไม่ยอมอ้อนขออยู่กับเมียแล้วกระหน่ำหอมอรุณประไพ

อรุณประไพพยายามจะขัดขืนแต่ยิ่งถูกคงไคยกอดแน่นกว่าเดิม เธอเอาแก้วน้ำดันหน้าคงไคยสั่งให้ทานยา

“ยานี้ถ้าคนที่ไม่ได้เป็นอะไรแล้วมาโกหกว่าเป็น กินแล้วจะชักกระตุกนะคะ”

คงไคยรับยามาโยนทิ้งแล้วเหนี่ยวตัวอรุณประไพให้ลงมานอนบนเตียงด้วยกัน ทั้งสองจ้องตากันนิ่งแล้วอรุณประไพก็เอาตัวรอดด้วยการชวนคงไคยไปดูหิ่งห้อย

ปรุงฉัตรออกมานั่งดื่มที่ระเบียงอย่างเหงาๆ เธอปาแก้วทิ้งกลบความรู้สึกเหงาและพ่ายแพ้ พลางบอกกับตัวเอง “อะไรที่ฉันอยากได้ ฉันต้องได้” เอ่ยพลางวางแผนร้ายในใจ

ด้านสิทธา เขาคิดเอาคืนใจดี จึงขอให้วายุกับป๊อกกี้ช่วยจัดฉากให้ดูเหมือนเขามาเที่ยวคาราโอเกะกับสาวๆแล้วส่งวีดิโอคอลไปเย้ยใจดี

“เป็นไงจ๊ะเมียจ๋า โทรศัพท์แบบเห็นภาพ กะจะซื้อมาจับผิดผัว ผัวกลัวเมียผิดหวังเลยทำผิดให้จับซะเลย”

“ล้อเล่นใช่ไหมคุณสิทธา” ใจดีที่ดื่มฉลองอยู่กับทองถมแทบสร่าง

“อยากรู้ก็เปิดจีพีเอสดูเอาเองสิ แต่ต้องรีบดูหน่อยนะ เพราะอีกเดี๋ยวผมจะย้ายไปทำอะไรๆที่ไม่อยากให้จีพีเอสติดตามได้แล้ว” สิทธาปิดเครื่อง

ใจดีจะกรี๊ด ทองถมรีบห้ามแล้วพากลับที่พักเพื่อสงบสติอารมณ์ ส่วนอรุณประไพกับคงไคยยังนั่งซึ้งดูหิ่งห้อยริมระเบียงด้วยกัน คงไคยถามอรุณประไพว่า จริงหรือเปล่าที่เขาบอกว่าหิ่งห้อยคือวิญญาณของหญิงสาวที่ตามหาคนรัก

“ไม่รู้สิคะ แต่มันคงเป็นธรรมดา ถ้าคนที่เรารักอยู่ที่ไหนเราก็อยากจะอยู่ที่นั่น ไม่ว่าเราจะพรากความรักไปไกลแค่ไหน มันก็จะพยายามหาทางกลับไปหาที่ที่มันจากมาเสมอ คุณว่าไหมคะ” อรุณประไพหันมามองหน้าคงไคย แล้วก็อึ้งเพราะเขามองเธออยู่ก่อนแล้ว ทั้งคู่จึงสบตากัน

คงไคยค่อยๆโน้มตัวเข้าไปหาอรุณประไพ แต่อรุณประไพหันหน้าหลบ คงไคยไม่ได้ดั่งใจทิ้งตัวนอนหนุนตักอรุณประไพ อรุณประไพไล่ให้เขากลับไปหาปรุงฉัตร แต่คงไคยไม่ยอมอ้างว่า ถ้าเขาไปแล้วอรุณประไพจะอยู่กับใคร และทันทีที่พูดจบ ก็

ได้ยินเสียงใจดีเคาะประตูร้องคร่ำครวญอยู่หน้าห้อง

“ไพมีเพื่อนแล้วละค่ะ” อรุณประไพอมยิ้ม

คงไคยเซ็งลุกไปเปิดประตู เห็นใจดีที่ร้องห่มร้องไห้หมดสภาพ โผเข้ากอดอรุณประไพ ทองถมฟ้องว่าใจดีเจอสิทธาย้อนศร แก้เผ็ดเข้าให้

“คุณคงไคย คุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ ฉันคงต้องขออนุญาตดูแลพี่ใจดีค่ะ” อรุณประไพขอร้อง

คงไคยหน้าตาเซ็งหนักกว่าเดิมจำใจเดินออกไป อรุณประไพพาใจดีเข้ามาปลอบใจในห้อง ใจดีร้องไห้จนหมดแรงหลับไปอย่างน่าสงสาร อรุณประไพจึงออกมาคุยกับทองถมพร้อมตั้งข้อสงสัย “ปกติคุณสิทธาไม่ค่อยจะชำนาญพวกเทคโนโลยีเท่าไหร่ ทำไมถึงใช้เป็น”

ส่วนสิทธาเมื่อเอาคืนใจดีได้แล้วกลับไม่รู้สึกดีใจเลย เขาสารภาพกับวายุและป๊อกกี้ว่า “คุณรู้ไหมครับตอนที่ใจดีเอามือถือมาให้ผมดีใจแค่ไหน แต่พอรู้ว่าที่ให้ก็เพราะต้องการจับผิดผม รู้ไหมครับผมเสียใจแค่ไหน”

“ก็บอกกันดีๆก็ได้นี่ ไม่เห็นต้องหักเหลี่ยมเฉือนคมปมริษยากันขนาดนี้ ไม่เข้าท่า” ป๊อกกี้ทำเข้ม

“ไม่ต้องมาเนียนเลยเจ๊ รู้สึกเจ๊นะที่เจ้ากี้เจ้าการจัดการให้ซะเนียนเป๊ะขนาดนี้” วายุสวน

“ที่พวกคุณช่วยผมก็เพราะรู้ว่าคนอย่างใจดี พูดดีๆไม่รู้เรื่องไม่ใช่เหรอครับ” สิทธาถอนใจ

ป๊อกกี้ วายุ มองหน้ากัน จำนนต่อเหตุผลของสิทธา แต่ก็อดสงสารใจดีไม่ได้

ooooooo

คงไคยกลับเข้ามาในห้องพักไม่พบปรุงฉัตร เห็นแต่ขวดยาแก้แพ้อากาศและวิตามินที่อรุณประไพเตรียมมาให้และโน้ตที่อรุณประไพเขียนติดไว้ที่กระเป๋ายา

ถูกขย้ำทิ้ง และมีเศษของเครื่องรางที่ทำให้สมหวังในความรัก ที่ปรุงฉัตรเอามาจากวัดหล่นเกลื่อนอยู่บนพื้นก็นึกสังหรณ์ใจ

เขามองไปรอบๆเห็นมือถือปรุงฉัตรวางอยู่มีคลิปตอนที่คงไคยอยู่กับอรุณประไพที่ริมน้ำเมื่อเย็นอยู่หน้าจอ จึงกดเช็กดู เห็นว่าปลายทางมาจากมือถือของอรุณประไพก็โกรธจึงกลับไปต่อว่า

อรุณประไพงงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ใจดีได้ยินเสียงโวยวายของคงไคยก็ตื่นออกมาดู และเมื่อเห็นภาพอีกที่มือถือของปรุงฉัตรก็สวนกลับคงไคย “แล้วทีแม่นางแบบนี่ส่งโน่นส่งนี่มาให้ชาวบ้านเขาล่ะ”

“หมายความว่าคุณตั้งใจส่งคลิปนี้ให้ปรุงฉัตรจริงๆใช่ไหม อรุณประไพตกลงคุณเป็นคนยังไงกันแน่” คงไคยตะคอกใส่อรุณประไพ

ทองถมได้ยินเสียงโวยวายก็ตามมาสมทบ พอเห็นเหตุการณ์ก็เข้าใจทันที เขาตำหนิใจดีและจะให้เธออธิบายแต่ไม่ทัน เพราะอรุณประไพไม่พอใจความปรวนแปรของคงไคยจึงตอกกลับ

“คุณคิดว่าฉันเป็นยังไง ฉันก็เป็นแบบนั้นแหละค่ะ งั้นก็อย่ามาเสียเวลากับคนแย่ๆอย่างฉันเลยค่ะ เชิญคุณกลับห้องไปซะ”

“น้องไพ คุณคงไคยคะ” ใจดีจะอธิบาย

“รู้ไว้ซะด้วยนะว่าเพราะคลิปที่คุณส่งไปให้ปรุง ตอนนี้ปรุงคงจะโกรธมากแล้วก็หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ สมใจคุณหรือยัง” คงไคยฉุน

อรุณประไพหน้าเสียไม่คิดว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้ ทองถมเตือนให้ใจเย็นช่วยกันตามหาปรุงฉัตรก่อน

ทุกคนเห็นด้วย จึงพากันลงมาที่เคาน์เตอร์เพื่อสอบถามพนักงานว่าปรุงฉัตรออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่

“คนที่เป็นนางแบบใช่ไหมคะ เห็นเธอเดินลงมา ท่าทางเหมือนโมโหอะไรสักอย่าง แล้วก็ออกไปข้างนอกค่ะ” พนักงานตอบ

“ปรุงไม่ได้เอาอะไรไปเลย น่าจะเพราะเห็นไอ้คลิปบ้านั่นแล้วก็โมโหออกไป ถ้าปรุงเป็นอะไรไปคุณต้องรับผิดชอบ” คงไคยจ้องอรุณประไพเอาเรื่อง

อรุณประไพพูดอะไรไม่ออกแต่เจ็บกับคำพูดของคงไคย แล้วตำรวจก็พยุงปรุงฉัตรในสภาพถลอกปอกเปิกเข้ามา ทุกคนตกใจมาก คงไคยรีบเข้าประคองปรุงฉัตรพลางสอบถามเรื่องราว

“เราพบคุณผู้หญิงคนนี้ถูกทำร้ายครับ เธอให้การว่ามีปัญหากับคนรักก็เลยโมโหหนีเตลิดออกไปจากที่พักก็เลยถูกคนร้ายจะจี้ชิงทรัพย์แต่เธอขัดขืนก็เลยโดนทำร้าย” ตำรวจบอกเรื่องราว แล้วย้ำกับปรุงฉัตร “แน่ใจเหรอครับว่าจะไม่แจ้งความไว้ก่อน”

“ไม่ค่ะ ปรุงอยากจะให้แผลนี้มันเตือนว่าเวลาเจ็บปรุงก็เจ็บคนเดียว ไม่มีใครมาเจ็บกับปรุงด้วย” ปรุงฉัตรมองหน้าคงไคยอย่างเจ็บปวด

“ถ้างั้นก็คงเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกคุณเอง ผมคงเข้าไปยุ่งไม่ได้ แต่ถ้าเปลี่ยนใจอยากแจ้งความเอาไว้ก็เชิญที่ สน.ได้นะครับ ผมคงต้องขอตัวก่อน” ตำรวจขอตัวจากไป

คงไคยกับทองถมเดินตามไปส่ง พนักงานอาสาเข้าไปเอายามาทำแผลให้ปรุงฉัตร ปรุงฉัตรยิ้มขอบคุณพนักงานก่อนหันมายิ้มร้ายใส่อรุณประไพ พลางเฉลยความจริงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นแผนการของเธอ

“คิดจะตบหน้าฉัน ด้วยคลิปของคุณกับคงไคยใช่ไหม บังเอิญฉันไม่ชอบให้ใครรังแก คราวนี้เป็นไงล่ะคะ เจอฉันตบกลับไปบ้าง ตั้งรับให้ทันก็แล้วกัน”

“คลิปนั่นฉันเป็นคนส่งเองแหละ ไม่เกี่ยวกับน้องไพ” ใจดีรีบออกรับ

“ใครส่งมันก็เหมือนกันนั่นแหละค่ะ โง่ เหมือนกันหมด” ปรุงฉัตรด่ากราด

ใจดีทนไม่ไหวจะเข้าไปเอาเรื่องปรุงฉัตร แต่คงไคย

กลับเข้ามาพอดี ปรุงฉัตรฟ้องว่า อรุณประไพกับใจดีกล่าวหาว่าเธอแกล้งเจ็บเรียกร้องความสนใจ คงไคยมองหน้าเอาเรื่อง

อรุณประไพ อรุณประไพไม่หลบสายตาเพราะตัวเองไม่ได้ผิดอะไร ยิ่งทำให้คงไคยโกรธและเข้าใจว่าปรุงฉัตรพูดจริง

“ผู้ชายนี่มันโง่เหมือนกันหมดหรือไงนะ คุณเชื่อหรือไงคุณคงไคย” ใจดีทนไม่ไหว

ทองถมเห็นสถานการณ์ไม่ดี รีบตัดบทไล่ให้คงไคยพาปรุงฉัตรไปทำแผลก่อน

“อ้าวไม่ใช่เลียแผลตัวเองก็หายได้เหรอคะ” ใจดีจัดให้อีกดอก

อรุณประไพกลัวใจดีจะอาละวาดมากไปกว่านี้จึงลากเธอกลับห้องพัก ทองถมมองเหตุการณ์อย่างเหนื่อยใจแล้วตามสองสาวไป และขอให้ใจดีสารภาพผิดกับอรุณประไพ

“น้องไพคะ คลิปนั่นพี่เป็นคนถ่ายแล้วก็ส่งเข้าเครื่องยายนางแบบนั่นเองค่ะ ล้างแค้นที่เขาส่งคลิปมาแกล้งน้องไพ แต่ไม่คิดว่าจะเละแบบนี้ พี่ขอโทษนะคะน้องไพ” ใจดีรับสารภาพ

“ช่างมันเถอะค่ะ ไม่ว่าใครจะพูดให้ร้ายเรายังไง มันก็อยู่ที่คนมองมากกว่า ว่าเลือกจะมองเราว่าเป็นแบบนั้นรึเปล่า ในเมื่อไพเป็นแบบนั้นในสายตาเขา เขาก็เลือกที่จะเชื่อแบบนั้น” อรุณประไพเก็บความน้อยใจไว้ไม่อยู่

ใจดีกับทองถมได้แต่เห็นใจ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น อรุณประไพกดรับได้ยินมัทรีแจ้งข่าวดีว่า มิสเตอร์ทานากะเชิญคงไคยกับเธอไปที่บ้านสวนริมคลองพรุ่งนี้ อรุณประไพดีใจรีบบอกกับทองถม

“แบบนี้ก็แสดงว่ามิสเตอร์ทานากะยอมเจรจากับคุณคงไคยแล้วสิครับ”ทองถมยิ้มหน้าบาน

ooooooo

คงไคยนั่งคลอเคลียทำแผลให้ปรุงฉัตรอยู่หน้าโถง พลางสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธออีกครั้ง ปรุง-ฉัตรตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จอีกตามเคย

“หลังจากที่คุณโทร.มาบอกว่าคุณจะไปนอนค้างที่อื่น พอปรุงวางสายก็มีคนส่งคลิปตอนที่คุณอรุณประไพเข้ามาปรุงไม่อยากอยู่ในห้องคนเดียว ทั้งที่รู้ว่าคุณโกหกปรุงเพื่อไปอยู่กับคนอื่น”

“ปรุงก็ไม่น่าออกไปข้างนอกคนเดียวจนถูกทำร้ายแบบนี้นี่ครับ เจ็บมากไหมครับ”

“เจ็บค่ะ แต่มันไม่เจ็บเท่าที่คุณทำกับปรุง คนอื่นทำร้ายมันไม่เจ็บเท่าที่คุณทำกับปรุง” ปรุงฉัตรทำสะอื้น

คงไคยรู้สึกผิดดึงเธอมากอดไว้เป็นการขอโทษ ปรุงฉัตร ลอบยิ้มพอใจที่คงไคยเชื่อสนิท ผิดกับณรงค์ที่แอบดูอยู่ในมุมลับตา เขานึกถึงเรื่องจริงที่เกิดขึ้น เพราะหลังจากปรุงฉัตรรู้ว่าโดนคงไคยหลอกเธอก็อาละวาดทำลายข้าวของในห้อง จากนั้นก็โทร.ให้เขามารับออกไปทานอาหารตั้งใจจะหลอกให้คงไคยเป็นห่วงสักสองสามชั่วโมง แต่ระหว่างที่นั่งมา

ด้วยกันปรุงฉัตรเกิดมีปากเสียงกับณรงค์ เพราะณรงค์ไม่พอใจที่ปรุงฉัตรเห็นเขาเป็นแค่ตัวสำรอง

“คนอย่างคุณก็คงเป็นตัวจริงไม่ได้หรอกค่ะ โดยเฉพาะถ้าคู่แข่งของคุณคือคงไคย”

“แล้วเธอยอมรับปากคุณพ่อจะช่วยฉันทำไม”

“เข้าใจอะไรผิดรึเปล่าคะ ปรุงขอย้ำว่าปรุงทำเพื่อตัวปรุงเอง เพราะปรุงไม่ต้องการให้ใครได้คงไคยไป”

“งั้นเธอก็ลงไปจากรถฉันซะ” ณรงค์จอดรถ

ปรุงฉัตรไม่พอใจที่ถูกไล่แต่ก็ลงไป ณรงค์ออกรถไปด้วยความโมโห แต่เมื่อได้สติเขาก็เหลือบมองดูปรุงฉัตรทางกระจกหลัง เห็นเธอถูกคนร้ายเข้ามาจี้เอาเงินจึงรีบหันรถกลับไปช่วย

คนร้ายเห็นรถณรงค์ก็ผลักปรุงฉัตรล้มไปกับพื้นแล้วหนีไป ณรงค์รีบลงมากอดปรุงฉัตรด้วยความเป็นห่วง ปรุงฉัตรรับรู้ได้แต่ข่มความรู้สึกนั้นไว้ เธอตวาดไล่ณรงค์ออกไป

“ฉันเป็นห่วงเธอนะ เธอเจ็บขนาดนี้ ถ้าไม่ไปหาหมอ ก็ควรมีคนดูแล” ณรงค์อ้าง

ปรุงฉัตรได้ยินคำพูดของณรงค์ก็เกิดความคิดขึ้นมา เป็นจังหวะเดียวกับที่รถสายตรวจผ่านมาพอดี ปรุงฉัตรร้องขอความช่วยเหลือ เธอบอกกับตำรวจว่าถูกจี้ แล้วชี้ไปที่ณรงค์ บอกว่าผ่านมาเลยมาช่วย

ณรงค์อึ้งที่ปรุงฉัตรเรียกเหมือนไม่รู้จักกัน แต่ปรุงฉัตรยังเล่นละครต่อ เธอหลอกให้ตำรวจพาไปส่งที่พักอ้างว่ามาเที่ยวกับแฟน ตำรวจลุกไปเปิดประตูให้ปรุงฉัตร

“ไม่ต้องตามปรุงมา คุณอยากให้คงไคยรู้หรือไงว่าคุณมาที่นี่” ปรุงฉัตรกระซิบสั่งณรงค์ที่จะตามไปด้วย

“ไม่อยากให้คงไคยรู้ว่าฉันมาที่นี่ หรือว่าอยากจะกลับไปอ้อนมันกันแน่ เธอใช้ฉันเป็นเครื่องมือใช่ไหม” ณรงค์เริ่มเดาเกมออก

“ตอนแรกปรุงก็แค่อยากจะหายไปให้คงไคยเป็นห่วง แต่ตอนนี้เรื่องมันคงร้ายแรงกว่านั้นซะแล้วล่ะ” ปรุงฉัตรมองสภาพตัวเองพลางส่งยิ้มร้ายมีความสุขเดินไปขึ้นรถตำรวจ

ณรงค์มองตามอย่างทั้งรักทั้งแค้น และยิ่งแค้นมากขึ้นเมื่อตามมาเห็นปรุงฉัตรอยู่ในอ้อมกอดของคงไคย เขาทนดูต่อไปไม่ไหวจึงเดินหนี ส่วนคงไคยก็คลายอ้อมแขนออก ชวนปรุงฉัตรกลับไปที่ห้อง แต่อรุณประไพเข้ามาเรียกเพราะมีเรื่องคุยด้วย

“มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้ ผมจะพาปรุงไปพัก” คงไคยทำเย็นชาใส่

“เรื่องนั้นผมจัดการให้ดีกว่าครับ ไปครับคุณปรุง ให้คุณอรุณประไพคุยธุระกับคุณคงไคยหน่อย” ทองถมเข้ามาแยกพาปรุงฉัตรออกไปโดยไม่ให้ปรุงฉัตรได้พูดอะไร

“เธอมีอะไรจะแก้ตัวก็ว่ามา” คงไคยมองหน้าอรุณประไพ

“ฉันเสียใจนะคะที่คุณปรุงฉัตรเจ็บตัว แต่ที่ฉันจะมาคุยกับคุณไม่ใช่เรื่องนี้” อรุณประไพตอบ

ด้านทองถมเมื่อส่งปรุงฉัตรถึงห้องพักเรียบร้อยแล้วก็โทร.บอกข่าวดีกับภวันเรื่องทานากะ เพราะเข้าใจว่าเขาน่าจะยอมคุยเรื่องโครงการกับคงไคยแล้วจึงนัดให้ไปพบที่บ้านในวันพรุ่งนี้ ภวันดีใจมากแต่อดห่วงไม่ได้ว่าปรุงฉัตรที่ตามไปด้วยจะทำเสียเรื่อง ทองถมรับอาสาจัดการให้เอง ภวันเบาใจ เธอวางสายแล้วหันมายิ้มกับแฉล้ม แต่ต้องยิ้มค้างเมื่อภุชงค์มาขอพบอรุณประไพ เพราะมีเรื่องร้อนใจมาปรึกษา

ภวันไล่ให้แฉล้มออกไปก่อนแล้วพูดดักคอภุชงค์ถึงเรื่องที่เขานำปัญหาครอบครัวมาปรึกษาอรุณประไพ   เพราะเรื่องบางเรื่อง อรุณประไพอาจไม่ใช่ที่ปรึกษาสำหรับภุชงค์อีกต่อไปแล้ว ภุชงค์นึกละอายจึงขอตัวกลับ แต่เมื่อมาถึงออฟฟิศก็เจอเบญอาละวาดใส่เพราะโกรธที่ภุชงค์ไม่ยอมกลับบ้านแถมยังพาลว่า เขาไม่รับผิดชอบลูกเมีย

“ลูกนะพี่รับผิดชอบแน่” ภุชงค์สวนทันควัน

“ได้ จะเอาแต่ลูกใช่ไหม” เบญเข้าใจว่าภุชงค์ให้ความสำคัญแต่กับลูกในท้องจึงทำท่าจะกระโดดลงจากบันได

“ไม่ต้องมาขู่ ไม่สำเร็จหรอก” ภุชงค์เดินหนีไม่สนใจเบญเพราะคิดว่าเป็นคำขู่

“เบญไม่ได้ขู่” แล้วเบญก็ตัดสินใจกระโดดลงจากบันไดจริงๆ

ภุชงค์ตกตะลึง พอตั้งสติได้ก็รีบพาเบญส่งโรงพยาบาล

ooooooo

เช้าวันใหม่ ทองถมออกอุบายหลอกให้ปรุงฉัตรไปช่วยเป็นพรีเซ็นเตอร์ประชาสัมพันธ์เอกสารชุดใหม่ของศูนย์วัฒนธรรม เพื่อเปิดทางให้คงไคยออกไปพบทานากะกับอรุณประไพ แต่ปรุงฉัตรยังอิดออด คงไคยไม่อยากพลาดโอกาสอีกจึงเข้ามาช่วยทองถมเกลี้ยกล่อม ปรุงฉัตรจึงยอมรับปาก

ทองถมรีบรวบรัดจัดการพาปรุงฉัตรไปส่งที่รถตู้อ้างว่าเป็นรถที่ศูนย์มารอรับ และเมื่อรถตู้แล่นออกไป อรุณประไพก็เดินออกมาพบคงไคยเตรียมจะไปหาทานากะด้วยกัน แต่ภุชงค์โทร.เข้ามาบอกเรื่องเบญแท้งลูก ทำให้อรุณประไพ

คิดหนัก และต้องคิดหนักมากขึ้นเมื่อเจอสายตาของคงไคยที่มองมา

คงไคยเดินหงุดหงิดเข้าไปหาทองถมที่กำลังให้ข้อคิดเรื่องการใช้ชีวิตคู่กับใจดี อรุณประไพตามมาเรียกตั้งใจจะอธิบายเรื่องภุชงค์ แต่กลับโดนพาลใส่ ทั้งสองมีปากเสียงกัน ทองถมเข้ามาไกล่เกลี่ย คงไคยฟ้องเรื่องภุชงค์โทร.มา

ใจดีถามอรุณประไพว่าภุชงค์โทร.มาทำไมอีก อรุณประไพบอกเรื่องเบญแท้งลูก ใจดีกับทองถมมองหน้ากัน

“เออนี่คุณใจดีครับ เมื่อกี้ผมยังพูดไม่จบ เรื่องของครอบครัวคนอื่นก็ให้เขาจัดการกันเอง เรื่องครอบครัวเรา เราก็ต้องเป็นคนจัดการ คุณใจดีจำไว้นะครับ” ทองถมเปรย

“ค่ะ ฉันเห็นด้วยและจะนำไปปฏิบัติ” ใจดีรับมุกรู้ว่า ทองถมหมายถึงคงไคยกับอรุณประไพ

คงไคยกับอรุณประไพได้ยินก็ชะงัก เริ่มคิดได้

เวลานั้นเอง ภุชงค์เดินใจลอยมาตามทางเดินในโรงพยาบาล เพราะยังทำใจเรื่องลูกไม่ได้ เขาได้ยินเสียงจิ๊บอาละวาดใส่วัยรุ่นชายสองคนที่ถูกทำร้ายสะบักสะบอม มีตำรวจกับพยาบาลทั้งห้ามทั้งแยกทั้งสองฝ่าย ภุชงค์จำจิ๊บได้จึงเข้าไปล็อกตัวไว้พลางสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น

จิ๊บฟ้องว่าวัยรุ่นสองคนนี้จะลวนลามเธอ จึงโดนเธอเล่นงาน

“น้องผู้หญิงคนนี้เอาขวดตีหัวแตก เหตุเกิดหน้าโรงพยาบาลก็เลยพาสองคนนี่มาทำแผลก่อน แต่น้องผู้หญิงเขาไม่ยอม ตามเข้ามาเอาเรื่องถึงในโรงพยาบาล ตกลงน้องจะแจ้งความไหม หรือว่าลงมือจนหนำใจแล้ว ถ้าจะแจ้งความก็โทร.หาผู้ปกครองให้มารับทราบด้วยครับ” ตำรวจรีบเสริม

“ผู้ปกครอง นี่ไงคะ พ่อจิ๊บ พ่อนี่ก็มาตั้งนานทำไมไม่แนะนำตัวละคะ” จิ๊บชี้มาที่ภุชงค์

ภุชงค์ยืนอึ้งแต่สุดท้ายก็รับสมอ้างเป็นพ่อจิ๊บเพื่อให้เรื่องราวจบลงด้วยดี

ขณะที่อรุณประไพพาคงไคยมาที่บ้านสวนริมคลองของมัทรี มัทรีชวนอรุณประไพไปนั่งคุยกันที่ริมน้ำ ปล่อยให้คงไคยเดินตามทานากะเข้าไปชมกล้วยไม้ ทั้งสองพูดคุยกันถูกคอ คงไคยนึกชื่นชมทานากะที่รู้ข้อมูลเกี่ยวกับภวันเป็นอย่างดี

“ขอโทษนะที่ทำให้ธุระที่จะคุยกับผมต้องยืดเยื้อมาจนถึงวันนี้” ทานากะเอ่ย

“ไม่เป็นไรครับ ผมก็ไม่ได้รีบอะไร อยากเดินชมกล้วยไม้ต่อมากกว่า เผื่อมีพันธุ์ดีๆผมจะได้ขอแบ่งไปฝากคุณแม่” คงไคยยิ้มรับ

ทานากะพอใจในคำตอบของคงไคย เขาเปรยว่า ภวันคงมีกล้วยไม้พันธุ์ดีอยู่แล้ว พลางมองไปที่คลองเห็นเด็กๆเล่นน้ำกันอยู่อย่างสนุกสนาน ก็ชวนคุยต่อ

“สายน้ำที่นี่สะอาด แล้วก็ชำระล้างใจคนให้สะอาดไปด้วย ลองให้สายน้ำที่นี่ล้างความเหนื่อยล้าและภาระที่คุณแบกไว้สิคุณคงไคย บางทีสายน้ำที่นี่อาจทำให้คุณอยากกลับไปเป็นเด็กอีกก็ได้นะ”

“นั่นสิครับ ผมชักอยากกลับไปเป็นเด็กเหมือนกัน” คงไคยอมยิ้มนึกสนุกขึ้นมา

อรุณประไพเห็นรอยยิ้มของคงไคยก็พลอยมีความสุขไปด้วย มัทรีเข้ามาชวนไปเก็บสายบัวมาแกง อรุณประไพพายเรือออกไปเก็บสายบัวกับมัทรี แต่เมื่อกลับมาถึงก็พบคงไคยนุ่งผ้าขาวม้าวิ่งร้องโหวกเหวกนำเด็กผู้ชายสองสามคนกระโดดน้ำเล่น

“อะไรกันคะเป็นหัวหน้าเด็กไปแล้วเหรอคะคุณคงไคย” อรุณประไพเอ่ย

คงไคยว่ายน้ำเข้ามาหาชวนให้เล่นน้ำด้วยกัน แต่อรุณประไพไม่เอาด้วย คงไคยอ้อนให้อรุณประไพช่วยดึงขึ้นจากน้ำ เมื่ออรุณประไพส่งมือให้กลับโดนชายหนุ่มดึงตกน้ำไป

“อ้าวคุณไพอยากเล่นน้ำก็ไม่บอก” คงไคยโอบเอวอรุณประไพไว้

เด็กๆหัวเราะคิกคักแซวคงไคยกับอรุณประไพ แล้วว่ายน้ำหนี ทานากะกับมัทรีมองอรุณประไพกับคงไคยอย่างเอ็นดู แล้วเดินเข้าบ้านไป คงไคยอ้อนว่าหิวแล้ว อรุณประไพจะขึ้นไปทำกับข้าว คงไคยจะตามไปช่วย แล้วจู่ๆผ้าขาวม้าที่คงไคยนุ่งก็หลุดและลอยขึ้นผิวน้ำ อรุณประไพหน้าเสียนึกภาพออกว่าเกิดอะไรขึ้นจึงรีบหนี

“เดี๋ยวสิคุณไพ ไม่ช่วยกันก่อนเหรอ” คงไคยคว้าผ้าขาวม้ามาพลางหัวเราะชอบใจ

หลังจากอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว คงไคยก็เข้ามาอ้อนขอเป็นลูกมืออรุณประไพในครัว ทำให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่คงไคยยังอดข้องใจไม่ได้จึงเอ่ยถามอย่างอ่อนโยน “คุณไพ ทำไมคุณถึงไม่กลับไปหาภุชงค์”

“คุณทองถมพูดถูกค่ะ มันเป็นเรื่องของครอบครัวภุชงค์ ภุชงค์ก็ควรจะจัดการเอง ไพก็มีเรื่องของครอบครัวไพต้องจัดการเหมือนกัน” อรุณประไพตอบ

คงไคยพอใจที่ได้ยินคำว่าครอบครัวหลุดจากปากอรุณประไพ เขาจ้องตาเธอนิ่ง อรุณประไพเขินรีบเปลี่ยนเรื่องไล่ให้คงไคยไปโบกไฟในเตาเพราะจะทอดปลา

“เดี๋ยวผมโชว์ลมปราณให้ดู” คงไคยหันไปเป่าเตาไฟ ขี้เถ้าในเตากระเด็นเข้าหน้าคงไคยขาวโพลน

อรุณประไพหัวเราะขำจนน้ำตาไหล คงไคยงงไม่คิดว่าอรุณประไพมีเวอร์ชั่นนี้ด้วย

ooooooo

จิ๊บเห็นภุชงค์ยืนเหม่ออยู่ในสวนหน้าโรงพยาบาลก็เข้ามาคุยด้วย

“ถ้าใช้ชีวิตประมาท เธออาจต้องสูญเสียสิ่งที่มีค่า ที่อาจเรียกคืนมาไม่ได้นะ” ภุชงค์เตือน

จิ๊บถามกลับเรื่องอรุณประไพ ภุชงค์แปลกใจที่จิ๊บรู้จักอรุณประไพด้วย

“ต้องโทษที่โลกกลม งานนิตยสารครั้งก่อน พี่ไพเป็นฟู้ดสไตล์ลิสต์ จิ๊บจำได้ว่าคือคนเดียวกับในรูปที่ห้องคุณ”

จิ๊บเล่าต่อแต่เห็นภุชงค์หน้าตึงก็รู้ตัวรีบเปลี่ยนเรื่อง “นั่งซึมตั้งแต่บ่ายยันเย็นแบบนี้คนที่คุณมาเฝ้าไข้รอเงกแล้วมั้ง หรือว่า คุณมารอเมียคลอด”

“เขาเพิ่งแท้งลูก” ภุชงค์ปรับอารมณ์ไม่ถูกเดินหนี

“แจ๊กพอตแตกทุกทีเลยจิ๊บเอ๊ย” จิ๊บนึกโกรธตัวเองที่พูดทุกอย่างก็โดนใจภุชงค์ไปหมด จึงรีบตามชายหนุ่มไปแล้วตั้งคำถามใหม่ว่า ทำไมเมียเขาถึงแท้ง

ภุชงค์กำลังอยากคุยกับใครสักคนเลยตัดสินใจเล่าเรื่องเบญที่ต้องการประชดเขาจึงกระโดดบันไดลงมา

“นายไม่เห็นต้องรู้สึกผิดกับคนที่ไม่รักลูกตัวเองเลย หน้าที่ของคนเป็นแม่คือ ดูแลลูก ไม่ใช่ทำร้าย หรือว่าทิ้งลูกถ้าจิ๊บต้องเกิดมาเป็นลูกที่แม่ใช้ต่อรองความรับผิดชอบจากพ่อ จิ๊บยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะมีความสุขตอนไหน” จิ๊บตอบไม่มีแววขี้เล่นเหมือนเก่า

“แต่ยังไงเขาก็เป็นลูกผม”

“ก็ยังดีกว่าเกิดมาแล้วสุดท้ายพี่กับเมียก็ต้องแยกทางกันอยู่ดี ที่เราคิดว่าเขามีกรรมที่ตายตั้งแต่เด็ก ที่จริงเขาอาจมีบุญที่ไม่ต้องเกิดมาเป็นลูกของพ่อแม่ที่ไม่รักกัน เหมือนจิ๊บก็ได้ เอาน่าพี่ เอาไว้ให้พี่พร้อมกว่านี้ ค่อยมีลูกใหม่ก็ได้ แต่คราวนี้จะเอาใครมาเป็นแม่ของลูกก็เลือกหน่อยแล้วกัน ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยจิ๊บ ไปละ” จิ๊บฝืนร่าเริงเดินจากไป

“เด็กบ้า เอาวะภุชงค์ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด”ภุชงค์เริ่มคิดได้ตัดสินใจขึ้นไปหาเบญ

จิ๊บที่แอบดูอยู่ยิ้มพอใจในผลงาน ส่วนอรุณประไพที่จิ๊บนึกถึงก็ยกถาดอาหารฝีมือของเธอที่มีคงไคยเป็นผู้ช่วยมาวางกลางวง ทานากะแซวว่า น่ากลัวจะอ้วนเพราะทุกอย่างดูน่ากินไปหมด แล้วทุกคนก็ลงมือทานอาหารกันอย่างคึกครื้น จากนั้นอรุณประไพก็เข้าไปช่วยมัทรีอบขนมด้วยเทียนหอม

“คนไทยชอบพูดว่ามีเมียดีเหมือนถูกหวย มิชิโกะ มัทรี คือรางวัลที่หนึ่งของผม คุณเองก็ถูกรางวัลที่หนึ่งเหมือนกัน รักษาไว้นะ โชคดีอย่างนี้ไม่ได้เกิดกับเราง่ายๆ”

“ครับ อรุณประไพให้โชคผมให้ผมได้มีโอกาสมานั่งตรงนี้กับคุณ”

“คุณคงไคย เรารักและใคร่ใครก็ได้ แต่คนที่จะเป็นเมียเราได้ไม่ใช่ทุกคน เพราะเมียคือคนที่ทำให้เราสุขได้แม้ยามทุกข์ ทำให้เรามีแรงได้แม้ยามเหนื่อย บางทีมือเล็กของเธอก็หยิบยื่นแสงสว่างที่เป็นทางออกให้กับเราได้ในหลายๆเรื่อง คุณเองก็ได้ข้อพิสูจน์แล้วนี่นา”

คงไคยยิ้มรับมองอรุณประไพที่กำลังอบขนมด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป

“แล้วตกลงคุณอยากให้ผมทำอะไร”ทานากะเริ่มคุยเรื่องโครงการ

“เราแค่อยากเป็นพันธมิตรกับคุณ เพราะโครงการของเราจะเป็นโครงการต้นแบบในการสร้างงานให้กับคนในท้องถิ่น และเน้นการอยู่ร่วมกับวัฒนธรรมดั้งเดิมและธรรมชาติ เราอยากเป็นพันธมิตรในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของคุณมากกว่าเป็นคู่แข่งกับคุณ เราอยากได้คำแนะนำจากคุณ” คงไคยอธิบาย

ทานากะนิ่งฟังอย่างสนใจเอ่ยว่า“เวลาพักผ่อนผมมักจะจำเรื่องธุรกิจไม่ได้ ถ้าเป็นไปได้ กลับไปแล้วคุณช่วยส่งรายละเอียดทั้งหมดมาให้ผม แล้วเรามาดูกันว่า เราสามารถร่วมมือกันในจุดไหนได้บ้าง”

“ขอบคุณมากครับคุณทานากะ”

“นอกจากเรื่องธุรกิจ อย่าลืม เมียคุณกับเมียผมเป็นเพื่อนกัน คุณกับผมก็นับเป็นเพื่อนกันก็แล้วกัน”ทานากะย้ำความสัมพันธ์ แล้วชวนคงไคยดื่มยาดองเป็นการฉลองมิตรภาพ แต่ไม่นานนักคงไคยก็หมดสภาพถูกทานากะพยุงมาส่งให้อรุณประไพที่ห้อง แล้วเดินออกไป

อรุณประไพเดินไปปิดประตู แต่พอหันมาก็เจอคงไคยยืนยิ้มอยู่ แล้วโผเข้ากอดพลางซุกไซ้

“คุณคงไคยคะ คุณนี่เป็นคนยังไงกันแน่ หาเรื่องฉันไม่เว้นแต่ละวัน แต่บทจะพูดดีขึ้นมา ฉันตั้งรับแทบไม่ทันเลยนะคะ”อรุณประไพตัดพ้อ

“ก็เรียนรู้ผมสิ เรามีเวลาเรียนรู้กันอีกเยอะไม่ใช่เหรอ”

“น่าจะไม่เยอะนะคะ คุณสัญญากับคุณปรุงฉัตรไว้แค่หนึ่งปี ฉันขอเตือนความจำ”

คงไคยสะอึกกับความจริงที่อรุณประไพพูดมาแต่ยังปากดี “งั้นในหนึ่งปีนี้ คุณก็เรียนรู้ผมได้ไหม”

“คุณมันเห็นแก่ตัว”อรุณประไพต่อว่า

คงไคยไม่เถียงแต่กอดอรุณประไพแน่นกว่าเดิม

ooooooo

.

..........

เมียแต่ง ตอนที่ 8

ทองถมมาปรับทุกข์กับใจดีเรื่องปรุงฉัตรไม่ได้ไปที่ศูนย์ฯ แต่ขอลงกลางทาง เพราะสังหรณ์ใจว่าจะเกิดเรื่อง

ส่วนปรุงฉัตรหนีกลับมาคอนโดฯของซาซ่า เธอฟ้องเพื่อนรักว่า คงไคยหลอกให้เธอไปถ่ายรูปแผ่นพับใบปลิวศูนย์วัฒนธรรม เพราะจะไปกับอรุณประไพ

ซาซ่าเอะใจคิดว่าปรุงฉัตรถูกผีเข้าเพราะไม่เห็นโวยวายเหมือนเคย

“ฉันเปลี่ยนไปแล้ว โวยทำไมตอนนี้ ในเมื่อมันมีวิธีที่ดีกว่านั้น” ปรุงฉัตรยิ้มร้ายมองซาซ่าอย่างขอตัวช่วย

เช้าวันใหม่ อรุณประไพกับคงไคยออกมาตักบาตรที่ท่าน้ำ คงไคยถามอรุณประไพว่าอธิษฐานอะไร เธอยิ้มเขินออกตัวว่า ขอให้ภวันแข็งแรง แต่ก็นึกได้ว่า คงไคยยังไม่รู้เรื่องอาการป่วยของภวัน

“ฉันแค่อยากให้ท่านแข็งแรง จะได้คอยกำราบเวลาคุณก่อเรื่องไงคะ”

“ผมเนี่ยนะก่อเรื่อง  ผมเชื่องลงตั้งเยอะแล้วนะ ชักคิดถึงคุณแม่แล้วสิ ป่านนี้ท่านคงกลับจากวิปัสสนาแล้ว เราไปลาคุณทานากะแล้วกลับบ้านกันดีกว่า”

ทั้งสองเข้าไปลาทานากะและมัทรี

“คนที่คุณควรขอบคุณคือ ภรรยาของคุณมากกว่า คนดีๆ ข้างกายมักจะทำให้เราได้เจอแต่สิ่งดีๆเสมอ” ทานากะย้ำ

ส่วนมัทรีก็ย้ำกับอรุณประไพว่า คราวหน้าเธอกับ

ทานากะจะไปเที่ยวบ้านอรุณประไพกับคงไคยบ้าง อรุณประไพลำบากใจเพราะไม่รู้ว่า ข้างหน้าจะเป็นยังไง

เมื่อกลับถึงบ้าน ซาซ่าก็โทร.เข้ามาบอกกับคงไคยว่า ปรุงฉัตรเสียใจที่โดนหลอกจึงใช้คัตเตอร์กรีดข้อมือตัวเอง คงไคยตกใจรีบไปที่คอนโดฯเพื่อพาปรุงฉัตรส่งโรงพยาบาล

“เรื่องบาดแผลไม่ลึกเท่าไหร่ไม่น่าเป็นห่วงครับ แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ คนไข้น่าจะกำลังมีเรื่องสะเทือนใจ หมออยากให้ทางญาติพูดคุยดูแลเธออย่างใกล้ชิด” หมอออกมาคุยกับคงไคยและซาซ่า

คงไคยขอบคุณหมอแล้วชวนซาซ่าเข้าไปหาปรุงฉัตรที่นอนเหม่อลอยให้น้ำเกลืออยู่บนเตียง เขากุมมือเธอขึ้นมาอย่างห่วงใย แต่ปรุงฉัตรสะบัดมือหนีพลางตัดพ้อ
“คุณโกหกปรุงถึงสองครั้งเพื่อที่คุณจะได้ไปอยู่กับคนอื่น แค่นี้มันก็พิสูจน์ได้แล้วว่าคนที่คุณอยากอยู่ด้วยคือคุณอรุณประไพไม่ใช่ปรุง แล้วปรุงจะอยู่ไปทำไม”
“ปรุงครับ ผมอยู่กับอรุณประไพจริง แต่มันเป็นเพราะเรื่องงานนะครับ”

“เอางานมาอ้าง เอาคำสัญญามาหลอกปรุงไปวันๆ คำสัญญาที่คุณเคยให้ปรุง คุณจะให้ปรุงรอไปทำไมล่ะคะ ในเมื่อมันไม่มีจริง คุณกลับไปเถอะค่ะ ปรุงยังไม่อยากคุยกับคุณตอนนี้ ไปสิคะ ปรุงบอกให้ไปไง” ปรุงฉัตรร้องไห้ฟูมฟาย

ซาซ่าเห็นท่าไม่ดีขอร้องให้คงไคยกลับไปก่อน คงไคย มองปรุงฉัตรอย่างหนักใจและรู้สึกผิด แต่สุดท้ายก็ต้องออกไป ปรุงฉัตรทำเป็นเศร้า แต่เมื่อคงไคยเดินลับตาไปแล้วสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นสะใจ เพราะหลอกคงไคยสำเร็จ

“ไหวไหมนังปรุง ทำไมต้องทำขนาดนี้ ฉันจะส่งชื่อแกชิงออสการ์” ซาซ่าประชด

“ฉันก็ควรจะได้นะ ไม่ทำขนาดนี้แล้วคงไคยจะกลับมาหาฉัน” ปรุงฉัตรเอ่ยพลางกระชากสายน้ำเกลือออกแล้ว

สั่งให้ซาซ่าโทร.ตามคงไคยบอกว่า เธอคลั่งดึงสายน้ำเกลือออก

เวลาเดียวกัน ภวันก็บ่นกับทองถมที่เพิ่งมาถึงว่า คงไคยแจ้นไปดูปรุงฉัตรที่ขู่จะฆ่าตัวตายแล้ว อรุณประไพได้ยินก็ไม่สบายใจนัก แฉล้มเห็นอาการจึงรีบเสริม

“ยายปลิงฉัตรรอบจัดจะตาย จะให้งัดสักกี่เล่มเกวียนมาใช้ก็ได้ มุกแกล้งป่วยเรียกร้องความสนใจเนี่ยในละครเขาทำกันบ่อยไป”

“ปัญหามันอยู่ที่คุณคงไคยเชื่อซะด้วยสิครับ” ทองถมตบท้าย

แต๋วแหววที่แอบดูสะใจ เพราะเดาได้ว่าตอนนี้ปรุงฉัตรคงกำลังอ้อนคงไคยอยู่

ooooooo

คงไคยกลับมาดูแลปรุงฉัตรด้วยความเป็นห่วง ขณะที่ซาซ่าเริ่มเซ็งๆ กับมารยาของเพื่อนจึงว่าประชด คงไคยกลัวปรุงฉัตรจะคิดมากจึงชวนออกไปสูดอากาศข้างนอก ได้พบกับภุชงค์ที่กำลังจะกลับไปดูแลเบญตามหน้าที่

ภุชงค์หยุดปะทะคารมกับคงไคยก่อนจะเดินจากไป คงไคยมองตามแค้นๆ ส่วนปรุงฉัตรที่นั่งฟังจำได้ว่าภุชงค์คือแฟนเก่าของอรุณประไพ เธอนึกสงสัยว่าเขามาทำอะไรที่โรงพยาบาล จึงวานให้ซาซ่าไปสืบ ไม่นานนักก็ได้ความ

“อีตาแฟนเก่าคุณอรุณประไพเขามาที่นี่เพราะเมียแท้งลูก” ซาซ่าจีบปากจีบคอ

“แท้งลูก” ปรุงฉัตรเกิดไอเดีย

บ่ายวันนั้น แต๋วแหววที่นั่งตะไบเล็บอย่างสบายใจเห็นแฉล้มเดินอารมณ์เสียเข้ามา ก็พูดเย้ยเรื่องคงไคยไปดูแลปรุงฉัตรปล่อยให้อรุณประไพดิ้นพล่านเพราะหึง แต่กลับโดนแฉล้มสวนว่า ภวันกำลังจะให้อรุณประไพไปทำงานกับคงไคย เพราะกลัวผัวเมียจะห่างเหินกัน แต๋วแหววหูผึ่งรีบโทร.รายงานปรุงฉัตรพร้อมแต่งเติมเรื่องราวให้แซ่บยิ่งขึ้น

ส่วนอรุณประไพก็ยังงงไม่หาย ที่จู่ๆ ภวันก็ขอร้องแกมบังคับให้เธอเข้าช่วยงานที่บริษัทในฐานะที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมของโครงการพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่น เพราะจะได้ช่วยดูแลคงไคยอย่างใกล้ชิด

“ถือซะว่าทำเพื่อแม่ เพื่อครอบครัวของเรานะลูกหนูไพ” ภวันมองอรุณประไพอย่างมีความหวัง จนอรุณประไพไม่กล้าปฏิเสธอะไรอีก

ด้านปรุงฉัตรเมื่อวางสายจากแต๋วแหววแล้วก็หันมาบอกซาซ่าว่า เธอจะไปเยี่ยมเบญเสียหน่อยแล้วให้ซาซ่าไปตามคงไคยแล้วพาไปหาเธอที่ห้องเบญ

“เฮ้ย อีกแล้วเหรอ” ซาซ่าจะค้านรู้ทันว่า ปรุงฉัตรมีแผนร้ายอีกแน่ แต่เพื่อนรักเดินตัวปลิวออกไปแล้ว

“ฉันเป็นเมียคุณคงไคย” ปรุงฉัตรเข้ามาแนะนำตัวกับเบญ

“เมียคุณคงไคยคือพี่ไพไม่ใช่เหรอ”  เบญงง

“ก็โง่แบบนี้ไง ผัวถึงจะทิ้ง คงไคยเป็นของฉันมาก่อน แต่นังอรุณประไพมันแย่งไป เพราะมีนังชั่วไปแย่งผู้ชายของมัน แต่นังชั่วคนนั้น ก็กำลังจะถูกทิ้ง เห็นสภาพแกแล้วบอกตรงๆนะ มิน่า ผัวถึงไม่เอา แกมันอีเน่า อยู่ด้วยก็อายคน รู้จักความแตกต่างระหว่างของแบรนด์เนมกับของสวะราคาถูกไหม ผัวแกนะเขาอยากได้นังอรุณประไพตัวสั่น ส่วนแกเขาจะทิ้งลงกองขยะข้างทางเมื่อไหร่ยังไม่รู้เลย” ปรุงฉัตรใส่เป็นชุดไม่ทันให้เบญตั้งตัว

“อีบ้า” เบญด่า

ปรุงฉัตรหันควับมาหาเบญ ตรงเข้าจับหน้าเธอไว้ด้วยมือข้างเดียว

“แล้วเพราะใครล่ะที่ทำให้ฉันบ้าอุตส่าห์เอาตัวเข้าแลก แต่สุดท้ายตัวแกนั่นแหละที่เขาขยะแขยงที่สุด อย่าบอกนะว่าแกไม่เห็นสายตาที่ผัวแกมองแกเหมือนเชื้อโรค พูดแล้วอยากจะอ้วก”

“อีบ้า แกมันบ้า” เบญพยายามดิ้นแต่ปรุงฉัตรก็ยิ่งบีบหน้าเธอแน่นกว่าเดิม

“ฉันขอแช่งให้ผัวแกเขี่ยแกทิ้ง นังเชื้อโรค อย่าเพิ่งกรี๊ด ฉันยังพูดไม่จบ ฉันขอให้แกเสียผัวแกให้นังอรุณประไพ แล้วฉันก็จะรอดูความชิบหายของแก แต่ฉันคงต้องก้มลงมองหาแกต่ำๆหน่อย เพราะผัวแกคงโยนแกไว้กับกองขยะที่ชอบที่ชอบของแกไง จำไว้อีขยะ อีเชื้อโรค”

“อีบ้า” เบญพุ่งเข้าบีบคอปรุงฉัตรแน่น เป็นจังหวะเดียวกับที่ซาซ่าพาคงไคยมาถึงพอดี ตามด้วยภุชงค์ ทั้งสองรีบเข้าไปแยกเบญออกจากปรุงฉัตร ทำให้ปรุงฉัตรเข้าแผน แกล้งเป็นลมซบอกคงไคยเพื่อให้ดูเหมือนถูกเบญทำร้าย

คงไคยพาปรุงฉัตรกลับห้องพัก พลางสอบถามเรื่องราว ปรุงฉัตรแต่งเรื่องหลอกคงไคย แล้วยกเอาเรื่องที่เธอโดนเบญทำร้ายมาเป็นข้ออ้าง ขอกลับไปพักที่คอนโดฯไม่ยอมนอนโรงพยาบาล

“ปรุงเข้าไปหาเขาเพราะอยากจะไปเยี่ยม ปรุงได้ข่าวว่าเขาแท้งลูก แถมสามีก็จะไม่เอา แล้วก็คงเป็นแบบนั้นจริงๆ แค่ปรุงคุยด้วยดีๆ เขาก็คลั่งหาว่าปรุงไปเยาะเย้ย ปรุงกลัวจริงๆค่ะ ไม่มีลูกแล้วคุณภุชงค์กับคุณไพก็คง” ปรุงฉัตรทำทิ้งประเด็น

คงไคยรีบตัดบทขอให้เธอนอนพัก ปรุงฉัตรขยับจะอ้อนให้คงไคยอยู่ด้วย แต่ซาซ่ารีบเข้าประกบอาสาดูแลปรุงฉัตรให้เอง เพื่อให้คงไคยกลับบ้าน ปรุงฉัตรขยับจะอ้อนคงไคยอีก แต่ซาซ่ากระซิบขู่ “วันนี้แกให้ฉันทำอะไรแรงๆหลายดอกแล้วนะ ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง อย่าให้ฉันต้องโวยจนแผนแกแตกนะ”

“คงไคยกลับไปเถอะค่ะ ปรุงอยู่กับซาซ่าก็ได้” ปรุงฉัตรทำเป็นอ่อนลงไม่งอแง

คงไคยกลับมาถึงบ้านเห็นภวัน อรุณประไพ ทองถม และแฉล้มนั่งรออยู่ก็ร้อนตัว กลัวโดนต่อว่าเรื่องปรุงฉัตร แต่ภวันชิงพูดขึ้นก่อนว่า เธอรอฟังรายงานเรื่องมิสเตอร์ทานากะ

“คุณหญิงรอคุณหนูมาตั้งแต่เย็นแล้วนี่มันก็เลยเวลานอนมามากแล้วด้วย ทำไมคุณหนูถึงเหลวไหลขนาดนี้คะ” แฉล้มแทรกเข้ามา

“แม่แล่มครับ คุณคงไคยไปดูอาการคุณปรุงฉัตร คนจะเป็นจะตายเราก็ต้องเห็นใจสิครับ ถ้าจริงนะครับ”

“นี่มันอะไรกันครับ ปรุงเขาป่วยแต่ทำไมทุกคนถึงพูดถึงเขาแบบนี้” คงไคยโมโหจะเดินหนี

“คงไคย กลับมาเดี๋ยวนี้นะ” ภวันร้องเรียกแล้วปวดท้องขึ้นมากะทันหัน จนต้องทรุดตัวลง อรุณประไพรีบเข้าประคอง คงไคยหันมาเห็นก็ตกใจรีบพาภวันไปโรงพยาบาล

ooooooo

“คราวที่แล้วที่คนไข้มาทำคีโม ที่จริงหมออยากให้พักดูอาการก่อน แต่คนไข้ยืนยันว่าจะกลับไปพักฟื้นที่บ้าน คราวนี้ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหมอไม่ยอมให้กลับแล้วนะครับ” หมอแจ้งกับทองถมแล้วเดินออกไป

อรุณประไพ ทองถม แฉล้มนั่งเงียบ คงไคยชักสงสัยในอาการของทุกคนจึงเอ่ยถามว่า ภวันป่วยเป็นอะไรกันแน่ แต่ไม่มีใครยอมบอก

ภวันที่นอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงลืมตาขึ้นตอบลูกชายอย่างไม่กลัว “แม่เป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร แม่เจ็บหนักกว่าแม่ปรุงฉัตรอีกนะลูก แต่แม่ก็ไม่เคยร้องขอความเห็นใจจากใคร”

“แม่ป่วยขนาดนี้ทำไมถึงไม่บอกผม ถ้าแม่เป็นอะไรไปผมก็คงไม่รู้ แม่”

“ก็แม่รู้ว่าแกจะเป็นแบบนี้ไงถึงไม่บอก วันนี้เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น เบื่อไหมลูก” ภวันลูบหัวลูกชาย

“แม่อย่าพูดแบบนี้สิครับ แม่ เจ็บมากไหม”

“ไม่เจ็บหรอก แม่ต้องอยู่กับแกอีกนานนะคงไคย” ภวันดึงคงไคยมากอด

ขณะที่อรุณประไพ ทองถม และแฉล้มมองสองแม่ลูก น้ำตาซึมอยู่ ลูกน้องประกอบที่แอบตามมา เห็นหมอเจ้าของไข้เดินออกมาก็ทำเนียนเข้าไปแนะนำตัวว่าเป็นญาติของภวันและสอบถามถึงอาการป่วย หมอหลงกลบอกว่า  ภวันเป็นมะเร็ง ลูกน้องรีบโทร.บอกประกอบ

“ภวันเป็นมะเร็ง” ประกอบหันมาบอกกับเนื้อทิพย์และณรงค์ เนื้อทิพย์ผุดลุกสีหน้าดีใจสุดชีวิต ขณะที่ณรงค์นิ่งประเมินสถานการณ์ ประกอบถามลูกชายว่า รู้ใช่ไหมว่าต้องทำอะไรต่อ

“ครับพ่อ” สองพ่อลูกมองหน้าอย่างรู้กัน มีแต่เนื้อทิพย์เท่านั้นที่ยังคิดไม่ทัน แต่ก็ดีใจที่รู้ว่าภวันป่วย

เช้าวันใหม่ เรื่องภวันป่วยเป็นมะเร็งกลายเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ทำให้มีผลกับหุ้นของบริษัท เพราะนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ประกอบเสนอให้คณะกรรมการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นทันที เพื่อจะดันณรงค์ขึ้นไปนั่งตำแหน่งประธาน

“ไม่เป็นไรนะครับคุณหญิง ให้คุณคงไคยไปประชุมแทนก็ได้ คุณคงไคยต้องจัดการเรื่องนี้ได้” ทองถมหาทางออก

“ใช่ครับแม่” คงไคยรับปากหนักแน่นหวังให้แม่สบายใจ

ภวันยิ้มตอบไม่ว่าอะไร แต่อรุณประไพดูออกว่าภวันต้องทำอะไรแน่ๆ

ด้านปรุงฉัตรเมื่อรู้ข่าวภวันก็โทร.มาแสดงความเสียใจกับคงไคย คงไคยบอกกับเธอว่า จะต้องรีบไปประชุมที่บริษัทแทนภวัน

“เดี๋ยวปรุงจะไปอยู่เป็นกำลังใจให้คุณนะคะ เดี๋ยวเจอกันค่ะ” ปรุงฉัตรวางสายสีหน้าดีใจสุดๆ แล้วหันมาบอกซาซ่า

“ฉันจะไปแสดงความยินดีที่แม่ผัวจะตาย แกว่าชุดนี้แรงพอจะบอกความดีใจของฉันได้รึยัง” ปรุงฉัตรมองชุดดำที่สวมอยู่

“ไหวไหมนังปรุง เขาแค่ป่วยแต่แกหาว่าเขาจะตาย” ซาซ่าหนักใจ

คงไคยเดินพล่านกลับไปกลับมาอยู่ในห้องทำงานแล้วหยุดกึก เหมือนสะกดจิตตัวเองว่า ต้องทำได้เพราะวันนี้ไม่มีภวันเป็นพี่เลี้ยง ประตูห้องเปิดออก เห็นทองถมกับอรุณ–ประไพพาภวันเข้ามา

“แม่ แม่มาทำไมครับ” คงไคยปราดเข้าประคอง

“ถ้าแม่ไม่บอก ขนาดลูกชายยังดูไม่ออกเลยว่าแม่เป็นอะไร กรรมการท่านอื่นถาม แม่จะเข้าประชุมด้วยเพื่อยืนยันว่าแม่ไม่ได้เป็นอะไร แต่ถ้าแกคิดว่าแม่ทำงานหนักและควรจะพัก แกก็เตรียมทำหน้าที่แทนแม่ได้แล้ว ก็ดีเหมือนกันที่เกิดเรื่อง ตอนแรกแม่ว่าจะทำงานอีกสักพัก แต่เมื่อเป็นแบบนี้แกคงต้องมาทำงานแทนแม่เร็วขึ้น คุณทองถมพาฉันไปที่ห้องประชุมที” ภวันสั่ง

ทองถมพาภวันออกไป คงไคยยืนอึ้งก่อนหันมาถามอรุณประไพ “คุณแม่หมายความว่ายังไง”

“คุณแม่ท่านจะวางมือและให้คุณดูแลบริษัทแทนค่ะ ฉันเชื่อว่าคุณทำได้ค่ะ” อรุณประไพยิ้มให้กำลังใจ

ooooooo

ปรุงฉัตรเดินเข้ามาในบริษัทพบทองถมกับภวันที่หน้าห้องประชุม ก็รีบเข้ามาทักทาย แต่ฟังดูคล้ายจะแช่งให้ภวันตายเร็วๆ

คงไคยเดินออกมาพอดี เขายืนอึ้งเมื่อเห็นชุดดำที่ปรุงฉัตรสวม ปรุงฉัตรยังไม่ทันแก้ตัว ประกอบกับณรงค์ก็เข้ามา ทั้งคู่แปลกใจที่เห็นภวันยังปกติดี ปรุงฉัตรรีบชิ่งกระซิบบอกคงไคยว่าจะไปรอที่ห้องทำงานของเขา แล้วเดินออกไป คงไคยพยายามจะห้ามปรุงฉัตรเพราะอรุณประไพอยู่ในห้องแต่ไม่ทัน ทองถมตัดบทชวนทุกคนเข้าห้องประชุม ขณะที่ณรงค์แยกตัวตามปรุงฉัตรไป

ส่วนอรุณประไพที่รออยู่ในห้องทำงานก็เผลอทำเอกสารบนโต๊ะคงไคยหล่นไปด้านหลัง จึงก้มลงเก็บ เป็นจังหวะเดียวกับที่ปรุงฉัตรเข้ามาในห้องและณรงค์ก็ตามมาทั้งสองมีปากเสียงกัน อรุณประไพตกใจไม่กล้าออกมาจากใต้โต๊ะ

“นึกเหรอว่าถ้าไม่มีคุณป้าภวันแล้วเธอจะได้อยู่กับคงไคย อย่าลืมสิว่าเธอมันก็แค่หมากที่คุณพ่อวางไว้ทำลายคงไคย” ณรงค์จ้องปรุงฉัตรนิ่ง

“ไม่ว่าปรุงจะเป็นอะไร ปรุงก็ต้องได้อยู่กับคงไคย”

“แล้วคุณอรุณประไพล่ะ”

“ปรุงก็แค่ให้อรุณประไพยืมของของปรุงไปใช้ชั่วคราว แต่เมื่อถึงเวลา ปรุงก็จะเอาของของปรุงคืนมา ใครก็ขวางไม่ได้”

“เธอจะเอาสิทธิ์อะไรไปเรียกร้อง”

“สิทธิ์ของความเป็นเมียไงคะ ปรุงเป็นเมียคงไคยมาก่อนอรุณประไพ”

“ถ้าเธอเหมาว่าการนอนกับใครก็เป็นเมียคนนั้น แล้วเธอกับฉันล่ะเรียกว่าอะไร”

“ทางผ่านไงคะ”

“แต่คงไคยก็รับเดนจากทางผ่านคนนี้ไม่ใช่เหรอ”

“แหมพูดเหมือนคุณจะทำอะไรคงไคยได้”

“อะไรที่จำเป็นต้องทำ ฉันก็จะทำและฉันก็ทำอยู่ โดยมีเธอเป็นตัวช่วยไงล่ะ ฉันขอเตือนสติเธอน่าสงสารนะที่คงไคย ไม่รู้ตัว” ณรงค์เสียงเข้ม

ปรุงฉัตรจะเข้าไปเอาเรื่องณรงค์ แต่ทองถมเข้ามาตาม “นึกแล้วว่าพวกคุณต้องเข้ามาในนี้ คุณณรงค์ ผมว่าคุณไปประชุม ดีกว่า ส่วนคุณปรุงฉัตรไปรอที่ห้องรับรองจะเหมาะกว่าไหมครับ” ท่าทางของทองถมที่ดูเอาจริง ทำให้ณรงค์กับปรุงฉัตรยอมออกไป

“คุณไพได้ยินหมดแล้วใช่ไหมครับ” ทองถมถามลอยๆ

อรุณประไพออกจากที่ซ่อนใต้โต๊ะมองทองถมอย่างอึ้งๆ กับเรื่องที่ได้ยิน และเมื่อตั้งสติได้เธอก็เอ่ยถามทองถมว่าทำไมไม่บอกเรื่องนี้ให้คงไคยรู้

“พูดไปเขาก็ไม่เชื่อหรอกครับ ให้เวลาเป็นตัวบอก ทุกอย่างดีกว่า ผมดูแลคุณคงไคยมาตั้งแต่เล็ก ไม่มีทางที่เขา จะเชื่อเรื่องนี้” ทองถมแนะนำ

“เชื่อไม่เชื่อ ไพก็ต้องบอกค่ะ” อรุณประไพเป็นห่วงคงไคย

ทองถมมองอย่างไม่เห็นด้วยนักแล้วตัดบทเชิญอรุณประไพไปที่ห้องประชุมเพราะภวันให้มาตาม

ooooooo

บรรยากาศในห้องประชุมกำลังตึงเครียด เพราะประกอบเอาเรื่องอาการป่วยของภวันมาอ้างกับคณะกรรมการในที่ประชุม แล้วเสนอให้เลือกผู้นำคนใหม่ที่มีความสามารถ และเป็นที่ยอมรับและเตรียมเสนอชื่อณรงค์ แต่ภวันโพล่งชื่อคงไคยออกมาก่อน พร้อมชี้แจงกับคณะกรรมการ

“ดิฉันเพิ่งได้รับรายงานจากคงไคยว่า มิสเตอร์ทานากะตอบรับการเป็นพันธมิตรกับพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่นแล้วผลงานชิ้นนี้พอจะทำให้คงไคยเป็นผู้ที่เหมาะสมได้ไหมคะ”

ทุกสายตาจับจ้องมาที่คงไคยและเริ่มเห็นด้วย ประกอบกับณรงค์เสียหน้านึกแค้น

ทองถมพาอรุณประไพเข้ามา ภวันแจ้งกับที่ประชุมต่อ “และในการเจรจากับมิสเตอร์ทานากะ คุณอรุณประไพมีส่วนอย่างมากในการเจรจาครั้งนี้ ดิฉันจึงขอแต่งตั้งคุณอรุณประไพเป็นที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมของพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่นค่ะ”

คงไคยอึ้งหันไปมองอรุณประไพแบบไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอจะได้รับการแต่งตั้ง

หลังจากประชุมเสร็จอรุณประไพก็เข้ามาคุยกับคงไคยในห้อง เธอเตือนเขาเรื่องปรุงฉัตรว่าเธอคือหมากที่ประกอบใช้ทำลายคงไคย และปรุงฉัตรกับณรงค์ก็ไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆ แต่คงไคยไม่เชื่อแถมยังพาลหาเรื่องไปลงที่ภุชงค์

“ฉันว่าเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับภุชงค์”

“ทำไมแตะต้องมันไม่ได้เลยหรือไง ไงล่ะตอนนี้เมียเขาแท้งเขาก็คงจะหย่า แล้วก็กลับมาหาคุณได้แล้วสินะ”คงไคย โมโหเดินออกไป ทิ้งให้อรุณประไพเศร้าที่ไม่เห็นความหวังดี

คงไคยมาหาปรุงฉัตรที่คอนโดฯและถามเธอเรื่องณรงค์ ปรุงฉัตรทำท่าหนักใจยอมรับว่า เธอกับณรงค์ไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆแล้วปั้นเรื่อง

“ปรุงเป็นแค่เด็กที่โตมาในบ้านของคุณประกอบ ที่จริงปรุงก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะบอกคงไคย แต่คุณอรุณประไพก็ช่วยบอกแทนปรุงซะก่อน คุณอรุณประไพคงคิดดูถูกปรุงนะคะ ถึงได้เอาเรื่องนี้มาบอกปรุง นี่เธอคงคิดสินะคะว่า ปรุงเป็นหมาก ที่คุณท่านส่งเข้ามาทำลายคุณ แต่ปรุงก็อยากให้รู้นะคะว่าอยู่ในบ้านนั้นปรุงทุกข์ทรมานแค่ไหน ปรุงต้องถูกทุกคนในบ้านโขกสับ หลายครั้งที่พี่ณรงค์เขาพยายามจะขืนใจปรุง แต่ปรุง ไม่ยอมหรอกค่ะ ชีวิตนี้ปรุงจะรักคุณคนเดียว”

ซาซ่าที่นั่งฟังอยู่ไกลๆ ทนฟังแทบไม่ไหวทำปาก “กูจะอ้วก” แต่ปรุงฉัตรยังแอ็กติ้งต่อ “ปรุงหวังว่าคุณจะพาออกไปจากสภาพนี้ แต่วันนี้ ปรุงแน่ใจแล้วว่าไม่มีทาง”

คงไคยเชื่อสนิท เขามองปรุงฉัตรอย่างรู้สึกผิดและต้องรับผิดชอบเธอ ปรุงฉัตรลอบยิ้มสมใจ

อรุณประไพนั่งเหม่อจัดดอกไม้ให้ภวันอยู่ในห้องพักคนไข้ ทองถมเห็นเข้าก็แกล้งแซวเรื่องคงไคยไปหาปรุงฉัตรอรุณประไพน้อยใจหลุดแสดงอาการหึงคงไคยออกมา ทองถมกับภวันแอบหัวเราะ อรุณประไพรู้ตัวรีบเปลี่ยนเรื่องถามทั้งคู่เรื่องการตายของคมสันเพราะสงสัยว่าประกอบอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย แต่ภวันไม่คิดอย่างนั้น เธออ้างว่าหลังจากเกิดเรื่องประกอบเป็นคนไปรับเธอกับคงไคยกลับมาเอง

“ถึงเขาจะร้ายแต่คงไม่ทำขนาดนั้น แม่เองก็ไม่ได้ไว้ใจครอบครัวประกอบมากนัก แต่แม่ก็มั่นใจว่าพวกนั้นทำอะไรเราไม่ได้” ภวันยืนยัน

อรุณประไพไม่กล้าขัด แต่ก็ไม่กล้าเล่าสิ่งที่เคยได้ยินมาให้ภวันฟัง จึงหันมาทางทองถม และจับอาการได้ว่าทองถมไม่คิดเหมือนภวัน เธอจึงแอบเปรยเรื่องนี้กับเขาเมื่ออยู่กันตามลำพัง แต่โดนทองถมตั้งคำถามกลับ

“ถ้ารู้ว่าประกอบมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของคุณคมสัน คุณไพจะทำยังไง”

“ไพก็ต้องเตือนให้คุณคงไคยระวังตัว เพราะเท่ากับว่าเป้าหมายคือคุณคงไคย แต่ไพจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นกับคุณคงไคยแน่”

“เมียที่ดีต้องทำหน้าที่ปกป้องครอบครัวในสถานการณ์ที่คับขันด้วย และคุณไพก็เป็นแบบนั้น”

“ท่านขงเบ้งขา ช่วยพูดอะไรให้ไพเข้าใจง่ายๆหน่อยได้ไหมคะ”

“เรื่องที่ผมไม่เคยบอกใครมาก่อนคือ ผมสงสัยว่าประกอบอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของคุณคมสัน แต่ที่ผมเก็บเรื่องนี้มาตลอด เพราะไม่อยากให้คุณหญิงระแวงจนกระทบผลประโยชน์ทางธุรกิจ และผมเองก็คอยดูแลอยู่อย่างใกล้ชิด จะไม่มีใครทำร้ายคุณหญิงกับคุณคงไคยได้แน่นอน”

“ทำไมคุณทองถมถึงทำได้ขนาดนี้คะ”

“ความรักไงครับ เมื่อเรารักใคร เราจะทำได้ทุกอย่างเพื่อปกป้องคนๆนั้น ผมก็คิดว่าคุณไพเข้าใจเรื่องนี้ดี ผมรักคุณคงไคยเหมือนลูก รักคุณหญิงท่านเหมือนญาติคนหนึ่ง แต่ตอนนี้พอคุณหญิงล้ม ผมก็คงดูแลทั้งคู่ได้ไม่เต็มที่ คงต้องฝากคงไคยให้คุณไพดูแล”
อรุณประไพสบตาทองถมคล้ายจะตอบว่า ถึงไม่ขอเธอก็ต้องทำเต็มที่อยู่แล้ว

ooooooo

ทองถมกลับเข้ามาดูแลภวันแทนอรุณประไพที่ขอตัวออกไปพบภุชงค์ เพราะจะให้เขาช่วยรื้อคดีของคมสันกลับมาทำใหม่ ในขณะที่คงไคยก็แวะมาเยี่ยมภวันในตอนค่ำ แต่ไม่เห็นอรุณประไพก็ระแวง จึงรีบกลับไปดูที่บ้าน

อรุณประไพนัดภุชงค์ออกมาพบที่ร้านอาหาร เธอถามถึงอาการของเบญด้วยความเป็นห่วง ภุชงค์รีบบอกว่า ทันทีที่เบญหายดีเขาจะหย่ากับเธอ แต่อรุณประไพกลับไม่มีท่าทีดีใจแม้แต่น้อย เธอเปรยว่า

“เรื่องมันมาไกลเกินกว่าที่เราจะพูดเรื่องนี้แล้วค่ะ ที่ไพนัดคุณมาก็เพราะอยากปรึกษาเรื่องคดีของคุณพ่อคุณคงไคย เรายังพอรื้อคดีขึ้นมาใหม่แล้วเอาตัวคนผิดมาลงโทษได้ไหมคะ”

“ถ้าคดีอยู่ในอายุความก็น่าจะทำได้ แต่ถ้ามันเป็นการจ้างวานฆ่าแล้วไพเข้าไปยุ่งแบบนั้น มันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอครับ”

“เสี่ยงยังไงไพก็ยอมค่ะ ขอให้ได้ช่วย เอ้อ ได้ช่วย คุณแม่ก็พอ” อรุณประไพไม่กล้าเอ่ยถึงคงไคย แต่ภุชงค์เข้าใจ ความหมายดี จึงแกล้งลองใจด้วยการบอกว่า เขาเห็นคงไคยกับปรุงฉัตรที่โรงพยาบาลเมื่อวันก่อน

“คุณปรุงฉัตรขู่ฆ่าตัวตาย คุณคงไคยคงพาเธอไปหาหมอ” อรุณประไพบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีแววโกรธแค้นใดๆ แล้วขอร้องให้ภุชงค์ช่วยทำคดีนี้ให้ภุชงค์รู้สึกได้ว่าอรุณประไพเป็นห่วงคงไคยมากเพียงใด จึงยอมแพ้รับปากว่าจะลองดู

เมื่อเสร็จธุระภุชงค์ก็ขับรถมาส่งอรุณประไพที่บ้าน เขาขอให้เธอส่งรายชื่อผู้ถือหุ้นและรายชื่อคู่ธุรกิจสำคัญของพีวีเรียลเอทสเตททั้งหมดมาดู อรุณประไพรับปากว่าจะให้ทองถมช่วยจัดการ พลางส่งยิ้มให้ภุชงค์อย่างมีความหวัง

คงไคยที่แอบดูไม่พอใจรีบปิดม่านรอจัดการอรุณประไพ เมื่อเสียงรถภุชงค์แล่นออกไป อรุณประไพเดินขึ้นห้อง เสียงมือถือของเธอดังขึ้น อรุณประไพกดรับ

“ไปไหนมาครับบุษบาถึงให้อิเหนาวิ่งตามหาทั้งเมือง หรือว่าจรกาลักพาตัว” ทองถมโทร.เข้ามา

“ภุชงค์ไม่ได้รูปชั่วตัวดำแบบจรกาสักหน่อยค่ะ” อรุณประไพล้อ

ทองถมทำท่าจะเป็นลม เพราะไม่คิดว่าอรุณประไพจะออกไปหาภุชงค์จริงๆ อรุณประไพขำคุยต่อ “ไพไปปรึกษาภุชงค์เรื่องคดีของคุณพ่อค่ะ ถ้าคนร้ายคือคนที่เราสงสัยจริงๆ คุณคงไคยก็กำลังตกอยู่ในอันตราย เราต้องรื้อคดีขึ้นมาเอาผิดกับคนร้ายให้ได้ คุณทองถมโทร.มาก็ดีแล้วค่ะ ภุชงค์เขาอยากได้เอกสารสองสามอย่างไว้ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ แต่เรื่องนี้อย่าให้คุณคงไคยรู้นะคะ” อรุณประไพเดินมาถึงหน้าประตูห้อง

คงไคยเปิดประตูออกมาได้ยินก็โกรธกระชากโทรศัพท์จากมืออรุณประไพเขวี้ยงลงพื้นจนแบตกระจาย แล้วลากตัวอรุณประไพเข้าไปในห้อง แต่อรุณประไพสะบัดตัวหลุดไล่คงไคยออกไป

“ไม่ผมจะนอนห้องนี้” คงไคยทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทันที

“เชิญ” อรุณประไพเดินไปที่กระเป๋าเดินทางของคงไคยที่วางอยู่อีกมุมหนึ่ง

“ทำไมกระเป๋าผมถึงมาอยู่ที่นี่”

“สูทคุณต้องซักระวัง ฉันก็เลยให้แม่แล่มเอามาไว้ที่นี่ก่อนจะเลือกแบ่งออกไปซักให้” อรุณประไพตอบพลางจัดแยกของในกระเป๋า

คงไคยเห็นความใส่ใจของอรุณประไพก็คลายความโกรธ เก็บมือถือของเธอมาใส่แบตกลับเข้าไปแล้วเปิดเช็กเครื่องว่ายังใช้ได้ จังหวะนั้นเอง อรุณประไพก็เจอของบางอย่างในกระเป๋าจึงเอ่ยถามคงไคย

“คุณจะเจอคุณปรุงฉัตรอีกเมื่อไหร่คะ ฉันจะฝากของไปคืน” อรุณประไพหยิบเสื้อยกทรงของปรุงฉัตรออกมา

เวลาเดียวกันนั้น ปรุงฉัตรโทร.ไปยุให้เบญแย่งภุชงค์มาจากอรุณประไพอีก จนเบญแทบคลั่ง ซาซ่าทนไม่ไหว ถามปรุงฉัตรทำแบบนี้เพื่ออะไร

“แกดูไม่ออกเหรอว่า ไอ้ทนายนั่นมันเห็นนังอรุณประไพเป็นของแบรนด์เนม อยากเอามาเชิดหน้าชูตา แต่มองเมียตัวเองต่ำต้อย แล้วถ้าเมียมันไปแสดงอาการต่ำๆหนักๆเข้า มันก็ต้องยิ่งอยากจะไปหานังอรุณประไพ คงไคยก็จะกลับมาเป็นของฉัน” ปรุงฉัตรบอกแผนการ

“ซับซ้อนและโรคจิตมากนังปรุง ถ้าฉันมีผัวเป็นตัวเป็นตน หล่อนอย่าคิดแย่งผัวฉันนะ แล้วแกรู้ได้ไงว่าเขาจะไปหากัน”

“ไม่รู้หรอก ฉันก็แต่งเรื่องมั่วๆเพื่อความสะใจ” ปรุงฉัตรหัวเราะร่วน

“แม่เจ้า ไหวไหมนังปรุง” ซาซ่ามองปรุงฉัตรอย่างกลัวๆ

ooooooo

“ว่าไงคะ คุณจะเจอคุณปรุงฉัตรอีกเมื่อไหร่ ฉันจะได้ฝากของคืนเธอ” อรุณประไพถามย้ำ

“คือ” คงไคยพูดไม่ออกรู้สึกว่าปรุงฉัตรทำเกินไป เสียงมือถืออรุณประไพในมือคงไคยดัง อรุณประไพจะไปเอาโทรศัพท์คืนแต่กลับโดนคงไคยรวบตัวล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยกัน

“อรุณประไพไม่ว่างรับสาย” คงไคยพูดกับโทรศัพท์โดยที่ไม่รับสายแล้วก้มลงซุกไซ้ อรุณประไพเริ่มโอนอ่อนตามแต่ภุชงค์โทร.เข้ามาอีก

อรุณประไพได้สติผลักคงไคยออก คงไคยกดรับฉุนๆแต่ยังไม่ทันพูดอะไร ภุชงค์ก็พูดมาก่อน

“ฮัลโหล ไพครับ ผมภุชงค์นะครับ เรื่องนั้น ผมจัดการให้เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เที่ยงเจอกันนะครับ ไพเหนื่อยเหรอครับ งั้นผมไม่กวนแล้ว สวัสดีครับ” ภุชงค์กดวางสาย

“แฟนเก่าคุณโทร.มา แต่ผมไม่ให้คุย” คงไคยหันมาบอกอรุณประไพ

“คุณคงไคย นี่มันเรื่องส่วนตัวของฉันนะ” อรุณประไพ เข้าแย่งโทรศัพท์

“ไปด้วยกันมายังไม่อิ่มอีกหรือไง ถึงจะต้องรีบนัดกันไปกินรอบหลังอีก” คงไคยพูดจบก็โดนอรุณประไพตบพลางตัดพ้อ “แล้วทีคุณกับคุณปรุงฉัตรล่ะ ไปด้วยกันไม่พอ ยังต้องฝากของมาดูต่างหน้า”

“ปรุงเขาคงชินเพราะปกติเวลาไปไหมมาไหนเราก็ใช้กระเป๋าเดินทางใบเดียวกัน บางทีเสื้อผ้าเรายังใส่ปนกันเลยหรือถ้าไม่ได้ใส่ เราก็ไม่ได้ใส่ด้วยกัน” คงไคยจงใจยั่ว

อรุณประไพเงยหน้าขึ้นมามองคงไคยน้ำตาคลอ ด้วยความน้อยใจ

“ค่ะ ฉันเข้าใจแล้วว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกคุณ แต่ฉันไม่ชิน” อรุณประไพสะบัดหนีคงไคยเดินเข้าห้องน้ำไป

คงไคยอึ้งทำอะไรไม่ถูก ตกใจที่เห็นสายตาเจ็บปวดน้อยใจของอรุณประไพ เขานึกโกรธตัวเองที่คะนองปากพูดออกแบบนั้น จึงตามงอนง้ออรุณประไพ แต่สุดท้ายก็เข้าใจผิดอีก เพราะแอบได้ยินเธอโทร.คุยกับภุชงค์

“ตกลงต้องนัดเจอกับคนรักเก่าให้ได้คืนนี้เลยใช่ไหม เธอโทร.หามันทำไม” คงไคยต่อว่า

“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะคะ แต่ฉันบอกคุณตอนนี้ไม่ได้”

“ถ้าเธอบริสุทธิ์ใจบอกตอนนี้หรือตอนไหนก็เหมือนกัน ตอนแรกฉันคิดว่าอาจจะพูดกับเธอแรงไป ก็เลยจะมา ขอโทษ แต่ตอนนี้ ฉันว่าที่ฉันพูดมันเบาไปด้วยซ้ำสำหรับคนที่ชอบยุ่งกับสามีชาวบ้านอย่างเธอ”

“แล้วอย่างคุณปรุงฉัตรล่ะคะ คุณเรียกว่าอะไร” อรุณประไพตอบกลับคงไคยด้วยสายตาที่ทั้งโกรธทั้งน้อยใจ

คงไคยยังไม่ทันตอบ แต๋วแหววที่แอบฟังอยู่ก็เข้ามาตามบอกว่า ปรุงฉัตรโทร.มา

“จะเรียกอะไรของแบบนี้มันอยู่ที่คนกลาง เธอไม่รู้หรือไง” คงไคยทิ้งท้ายแล้วเดินออกไปรับโทรศัพท์ปรุงฉัตรที่โทร.มาอ้อนให้ไปหาที่คอนโดฯซาซ่า

คงไคยยอมออกไปหาปรุงฉัตร ทั้งที่ในหัวมีแต่เรื่องของอรุณประไพ ส่วนอรุณประไพก็หลบมาร้องไห้เสียใจกับถ้อยคำดูถูกของคงไคย เธอพยายามเรียกความเข้มแข็งกลับคืนมาและหลอกตัวเอง

ooooooo

เช้าวันใหม่ อรุณประไพลงมาเตรียมอาหารไปให้ภวันที่โรงพยาบาล แต่ถูกแต๋วแหววเยาะเย้ยเรื่องคงไคยออกไปหาปรุงฉัตรตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่กลับ อรุณประไพหันมาส่งยิ้ม

“ตอนนี้ฉันเป็นภรรยาคุณคงไคย เป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้ แล้วแต๋วแหววล่ะจ๊ะรู้ไหมว่าตัวเองเป็นใคร”

“เป็นขี้ข้าไง นังลูกโง่ ไล่มันออกไปเลยค่ะคุณไพ” แฉล้มเข้ามายุ

แต๋วแหววหน้าเสียกลัวโดนไล่ออกจึงยอมเรียกอรุณประไพว่า คุณผู้หญิง แต่เมื่ออรุณประไพออกไปแล้ว แต๋วแหววก็โทร.ฟ้องปรุงฉัตรพร้อมตอกไข่ใส่สีอีกตามเคย

ซาซ่าที่กำลังเตรียมอาหารเช้า รู้ว่าแต๋วแหววโทร.มาเสี้ยมปรุงฉัตรก็ออกมาปราม เพราะไม่อยากให้เพื่อนดิ่งลงเหวไปมากกว่านี้ แต่ไม่เป็นผล

ในขณะที่คงไคยกำลังวุ่นอยู่กับเรื่องของอรุณประไพและปรุงฉัตร ณรงค์ก็ส่งลูกน้องไปภูเก็ตเพื่อสร้างสถานการณ์ให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่า โครงการก่อสร้างของพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่น ที่มีคงไคยเป็นประธานได้รุกล้ำที่ดินทำกินของพวกเขา เป็นเหตุ ให้ผู้ใหญ่เท่งกับชาวบ้านไม่พอใจรวมตัวกันเข้าขัดขวางและเกิด เป็นการปะทะกัน เมื่อคณะกรรมการบริหารทราบเรื่องก็ไม่พอใจเรียกคงไคยมาสอบ

ประกอบมั่นใจว่า คราวนี้คงไคยหมดอนาคตแน่ ในขณะที่เนื้อทิพย์ก็สะใจบอกกับสามี

“อยากรู้นัก ภวันจะมีปัญญาออกจากโรงพยาบาลมาตอบคำถามแทนลูกอีกไหม เอ๊ะ หรือว่าฉันควรจะไปเยี่ยมภวันเพื่อนรักดี ดูสิว่าจะตอบฉันว่าเป็นโรคอะไร”

เนื้อทิพย์ส่งยิ้มร้าย หันไปมองณรงค์ที่เดินคุยโทรศัพท์เข้ามาสีหน้าเหมือนกำลังเดินแผนอะไรสักอย่าง เธอได้ยินลูกชายถามคงไคยว่า รู้เรื่องคณะกรรมการเรียกสอบแล้วใช่ไหม แล้วแสร้งทำหวังดีเสนอให้คงไคยจ่ายค่าทำขวัญให้พวกชาวบ้าน

“ช่วงนี้ชาวบ้านจับปลาได้น้อย ที่เป็นหนี้ก็เยอะ เรายอมรับว่าผิดและชดใช้ ผมว่าชาวบ้านจะรู้สึกดีกับเรามากกว่านะครับ” ณรงค์ทำน้ำเสียงจริงใจสุดๆ

จนคงไคยหลงกลยอมทำตาม พร้อมรับปากจะบอกกับคณะกรรมการเรื่องนี้เอง เมื่อคงไคยวางสายจากณรงค์แล้วปรุงฉัตรก็แย่งมือถือไปกดปิดเครื่อง ทำให้ภวันกับทองถมต้องร้อนใจเพราะไม่รู้จะช่วยคงไคยได้อย่างไร แต่สักพักคงไคยก็หยิบโทรศัพท์มาเปิดเครื่องแล้วหันมาบอกปรุงฉัตรว่าต้องกลับ เพราะต้องเข้าไปจัดการเรื่องที่บริษัท

“ไม่ใช่เพราะว่าหาทางไปเจออรุณประไพหรอกเหรอคะ เดี๋ยวนี้คุณได้ทำงานด้วยกันใกล้ชิดแล้วนี่คะ” ปรุงฉัตรลองใจ แต่ทำให้คงไคยนึกถึงเรื่องที่เธอเอาเสื้อยกทรงใส่ไว้ในกระเป๋าของเขาเพื่อทำลายจิตใจอรุณประไพจึงตำหนิเธอ

ปรุงฉัตรอึ้งมองคงไคยอย่างปวดร้าวกับท่าทีที่เปลี่ยนไป

“คงไคยคะ ปรุงจะบอกให้ก็ได้ว่าทั้งหมด ปรุงตั้งใจทำให้มันเป็นแบบนั้นค่ะ ปรุงต้องการให้อรุณประไพเจ็บ เหมือนที่ปรุงเจ็บ”

“ทำไมปรุงต้องทำแบบนี้”

“คนที่ถูกกระชากของรักไปจากมือ มันก็ทำได้ทุกอย่างแหละค่ะคงไคย โดยเฉพาะวันนี้ของที่มันเคยเป็นของเรา ดูท่าทางมันไม่อยากกลับมาอยู่กับเราซะแล้วด้วย”

“รู้ไหมครับว่าที่จริงผมอยากได้ยินปรุงตอบว่าอะไร ผมอยากให้ปรุงตอบว่า มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด หรือเป็นเรื่องที่ปรุงไม่ได้ตั้งใจ ผมผิดหวังจริงๆที่ได้ยินแบบนี้” คงไคยคว้าเสื้อนอกเดินออกไป

ปรุงฉัตรยืนตะลึง ไม่คิดว่าจะถูกคงไคยทิ้งไว้กับปัญหาที่ค้างคา


ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #4 on: 20 August 2026, 11:16:18 »


เมียแต่ง ตอนที่ 9

ขณะที่คงไคยขับรถออกมาจากคอนโดฯด้วยความสับสน อรุณประไพก็หาทางออกให้พีวีอินเตอร์คอนแวนชั่นได้

“พื้นที่ที่เราก่อสร้างพีวีอินเตอร์คอน ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นพวกอนุรักษนิยมค่ะ ทางเดียวที่จะหยุดความขัดแย้งได้ เราต้องทำให้เขาเชื่อใจว่าเราเข้าไปเป็นพวก ไม่ได้เข้าไปทำลาย ที่สำคัญ ท้องถิ่นนี้นับถือความจริงใจมากกว่าเรื่องเงิน การประชุมวันนี้ สิ่งที่เราควรจะทำก็คือนำเสนอการให้ตัวแทนของโครงการลงพื้นท่ีเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้าน และคุณคงไคยต้องเป็นคนเสนอไอเดียนี้”

ทองถมกับภวันเห็นดีด้วย ทองถมรีบโทร.ตามคงไคยบอกให้ไปพบกันที่บริษัท คงไคยรับคำแล้วก็โทร.สั่งณรงค์ให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจากับชาวบ้านเรื่องค่าทำขวัญได้เลย เพราะอยากให้เรื่องจบลงโดยเร็ว

ทุกคนนั่งรอคงไคยอยู่ในห้องประชุม คณะกรรมการบางคนเริ่มมีท่าทีไม่พอใจ ณรงค์ทำเป็นออกตัวแก้ต่างให้คงไคย แล้วแอบเห็นทองถมกำลังคุยโทรศัพท์ ก็นึกระแวงกลัวจะมีคนมาช่วยคงไคยได้อีก จึงออกไปดักรอคงไคยที่หน้าบริษัท ได้พบกับอรุณประไพที่กำลังรอให้ข้อมูลกับคงไคยเรื่องแนวทางแก้ปัญหา แต่เมื่อคงไคยมาถึงเขากลับอวดดีไม่ยอมรับฟังอรุณประไพรีบเดินตามณรงค์เข้าห้องประชุมทันที

อรุณประไพหนักใจ จำต้องตามไปช่วยคงไคยในห้องประชุม

คงไคยแถลงกับคณะกรรมการอย่างมั่นใจว่า การมอบเงินค่าทำขวัญให้กับชาวบ้านจะทำให้เรื่องนี้ยุติโดยเร็ว แต่ต้องหน้าแตก เพราะณรงค์รายงานต่อว่า ตัวแทนที่นำเงินค่าทำขวัญไปให้มีปากเสียงกับชาวบ้านและถูกรุมทำร้าย

เนื้อทิพย์ได้โอกาสเสนอให้ทบทวนเรื่องวิสัยทัศน์ของคงไคยใหม่ เพราะเขาไม่เหมาะจะเป็นประธานของโครงการ คณะกรรมการเริ่มเห็นด้วยกับเนื้อทิพย์ ทองถมพยายามไกล่เกลี่ย แต่ไม่เป็นผล อรุณประไพจึงต้องออกโรง

“ที่จริงคุณคงไคยยังไม่อยากให้บอกเรื่องนี้ แต่ฉันคิดว่าเราคงต้องบอกทุกคนแล้วละค่ะ เพราะเรื่องเงินชดเชย เป็นแค่มาตรการแรก แต่คุณคงไคยได้เตรียมแผนสำรองเอาไว้แล้ว นั่นคือคุณคงไคยจะลงพื้นที่ไปปรับความเข้าใจกับชาวบ้านด้วยตัวเองค่ะ” อรุณประไพชี้แจง

ประกอบเห็นคงไคยยืนงงก็มองออกว่า คงไม่รู้เรื่องด้วยกับที่อรุณประไพพูดจึงแกล้งเปรย “ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีิสิครับ ใช่ไหมคงไคย”

ทองถมรู้ว่าประกอบเริ่มสงสัยรีบตัดบทเสนอให้คงไคย อธิบายแผนงานที่เตรียมมาให้คณะกรรมการฟัง คงไคยหันควับมาหาทางอรุณประไพ

“ขอเวลาให้คุณคงไคยเตรียมตัวสักสองวันนะคะ เพราะเรามีข้อมูลที่ต้องใช้ประกอบการดำเนินการหลายอย่าง” อรุณประไพ ต่อรอง คณะกรรมการยอมตกลง

เมื่อปัญหายุติทองถมก็นำเอกสารรายชื่อผู้ถือหุ้นแล้วก็กลุ่มพนักงานที่สนิทกับประกอบมาให้อรุณประไพเพื่อส่งต่อให้ภุชงค์ เพราะคิดว่าถึงเวลาที่คนผิดจะต้องถูกลงโทษ

“ก็หวังว่าอย่างนั้นค่ะ นี่ทศพล คนสนิทของคุณประกอบนี่คะ” อรุณประไพมองภาพที่ร่วงลงมาจากแฟ้ม

“เรียกว่าเป็นมือขวาของคุณประกอบเลยดีกว่าครับ แต่ไม่ใช่มือขวาเรื่องงานบริษัทนะครับ น่าจะเป็นพวกฝ่ายเก็บกวาดมากกว่า นายคนนี้ประวัติไม่ค่อยขาวสะอาดเท่าไหร่ แต่ฉลาดเป็นกรด ถ้าจะเล่นกับนายทศพลก็ต้องระวังตัวหน่อย” ทองถมเป็นห่วง

“ค่ะ ไพจะระวัง”

“ฝากด้วยนะครับคุณไพ เดี๋ยวผมจะไปเคลียร์งานเย็นๆ จะเข้าไปดูคุณหญิง” ทองถมลุกออกไป สวนกับคงไคยที่เดินบ่นเข้ามา “คุณไปรับปากพวกกรรมการได้ยังไง แผนงานอะไรผมไม่เห็นรู้เรื่อง”

อรุณประไพมามองหน้าคงไคยแล้วลากเขาเข้าไปในห้องทำงาน เพื่อศึกษาเอกสารที่เตรียมไว้ให้เพราะจะต้องพรีเซนต์กับคณะกรรมการในอีกสองวัน คงไคยโวยวายไม่มั่นใจว่าจะทำได้”

“เชื่อใจฉันนะคะคุณคงไคย คุณฟังฉันนะคะ ชุมชนนี้ เป็นชุมชนอนุรักษนิยม การเข้าถึงคือการเข้าไปทำความรู้จัก และเป็นส่วนหนึ่งกับชุมชนให้ได้ คุณลองนึกดูสิคะว่าถ้าคุณพ่อคุณอยู่ตอนนี้ท่านจะทำยังไง” อรุณประไพให้กำลังใจแล้วขอตัว อ้างว่าจะไปดูภวัน คงไคยขอตามไปด้วย

“คุณคงไคยคะ ตอนนี้พวกเราทุกคนดูแลคุณแม่แทนคุณอยู่ เพื่อให้คุณมีสมาธิมาดูแลบริษัทที่คุณแม่ท่านรัก ตอนนี้ คุณต้องอยู่ที่นี่ค่ะ” อรุณประไพบีบมือคงไคย ทำให้เขารู้สึกมั่นใจขึ้นมา

“ไพไปนะคะ” อรุณประไพปล่อยมือเดินออกไป เสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น อรุณประไพรีบเดินออกไปรับโทรศัพท์ข้างนอก

คงไคยนึกสงสัยตามไปแอบฟัง เขาได้ยินอรุณประไพ นัดให้ภุชงค์ไปพบที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งก็ไม่พอใจ คิดว่าโดนหลอกจึงแอบตามไป

ooooooo

ประกอบกับเนื้อทิพย์ร้อนใจที่แผนการไม่เป็นตามคาด เพราะประมาทอรุณประไพไปหน่อย ทั้งสองเรียกณรงค์มาปรึกษาว่าจะเดินเกมอย่างไรดี ณรงค์เสนอว่า ต้องจัดงานเปิดตัวโครงการให้เร็วที่สุด เพราะเตรียมแผนไว้แล้ว

“ทำแบบนั้นก็ยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟ ชาวบ้านที่นั่นกำลังร้อน” ประกอบมองลูกชายอย่างกลัวใจ เพราะเดาออกว่าณรงค์จะทำอะไร

ส่วนณรงค์เมื่อออกมาจากห้องทำงานของประกอบก็โทร. สั่งให้ทศพลส่งลูกน้องไปเผาไล่ที่ แล้วอ้างกับผู้ใหญ่เท่งและชาวบ้านว่าเป็นคำสั่งของคงไคย เพื่อให้เกิดการเข้าใจผิด

ในเวลาเดียวกัน ภุชงค์ก็มาพบอรุณประไพที่ร้านอาหาร เธอยื่นภาพและข้อมูลของประกอบที่ได้มาจากทองถมให้พลางเอ่ยถามว่า ได้เรื่องอะไรบ้าง

“ตอนนี้ลูกน้องผมกำลังหาข้อมูลเพิ่มเติมให้อยู่” ภุชงค์หยิบรูปประกอบขึ้นมาดู เป็นจังหวะเดียวกับที่จิ๊บเข้ามาในร้านพอดี เธอเห็นภุชงค์นั่งอยู่กับอรุณประไพก็เข้าไปทักทาย แต่เมื่อเห็นภาพประกอบในมือภุชงค์ก็จำได้ เพราะเคยมาหาพริตตี้ที่เธอรู้จักสองสามครั้ง

ภุชงค์ขอให้จิ๊บช่วยสืบเรื่องประกอบว่า เขาติดต่อกับใครบ้าง จิ๊บรับปากพลางต่อรองให้ภุชงค์เลี้ยงอาหารมื้อนี้แล้วขอตัวเข้าห้องน้ำเพื่อเอาของเก่าออก ภุชงค์กับอรุณ–ประไพมองตามยิ้มๆแล้วรอยยิ้มนั้นก็สร้างความเข้าใจผิดให้คงไคยที่แอบตามมา

“เธอมันก็คนโกหก อรุณประไพ” คงไคยเดินโมโหออกไป

เมื่อเสร็จธุระกับภุชงค์ อรุณประไพก็กลับมาดูแล ภวันที่โรงพยาบาล เธอพบวายุมาดักรออยู่เพราะเพิ่งรู้ข่าวจากใจดี วายุตื๊อขอตามไปเยี่ยมภวันด้วยอ้างว่าภวันก็เป็นเพื่อนตนเหมือนกัน และเดินตามติดอรุณประไพทุกฝีก้าว จนภวันกับทองถมชักเซ็งแกล้งว่าประชดหวังจะให้วายุกลับ แต่เขาไม่สนหยิบกีตาร์ขึ้นมานั่งดีดข้างๆเตียงภวันหน้าตาเฉย

“ว่าแล้วต้องไม่สำนึก” ทองถมหันมาบ่นกับอรุณประไพ

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เนื้อทิพย์เดินฉีกยิ้มอย่างเสแสร้งเข้ามาพลางเอ่ยทัก “เพื่อนป่วยหนักฉันก็ต้องมาเยี่ยมสิจ๊ะ ปิดข่าวคนอื่นได้ ไม่น่าปิดเพื่อนรักเลยนะภวัน เพราะยังไงฉันก็ต้องรู้อยู่ดี เจ็บตรงไหนบ้างจ๊ะเพื่อน”

“น้ำใจคุณเนื้อทิพย์ ผมรู้สึกซาบซึ้งแทนคุณหญิงจริงๆ” ทองถมทำเนียนขยับขวางเนื้อทิพย์

ส่วนอรุณประไพก็ค่อยๆเอาตัวบังป้ายที่เขียนไว้ว่างดอาหารย่อยยากทุกประเภท วายุสังเกตอาการของทุกคนเขาได้ยินเนื้อทิพย์เรียกให้คนขับรถนำสเต๊กกับนมสดเข้ามาให้ภวันทาน

อรุณประไพจะร้องห้าม แต่ภวันกลับหั่นสเต๊กกินอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้เนื้อทิพย์สงสัย ทองถมกับอรุณประไพ ชักจะหมดความอดทน แต่ก่อนที่ทั้งสองจะพูดอะไร

“ป้านี่ท่าจะบ้า” วายุแทรกเข้ามา “คนป่วยที่ไหนกินสเต๊ก เพื่อนสนิทมากไหมครับคุณหญิง ถ้าไม่สนิทเดี๋ยวผมจะไปเรียกหมอให้มาด่าให้หูชาเลย อยากให้ทานนักใช่ไหมไอ้สเต๊กเนี่ย มา ผมชอบเดี๋ยวจัดให้ชุดใหญ่เลย” วายุตรงเข้าจัดการสเต๊ก ทองถมนึกสนุกเข้ามาช่วยกินสเต๊กอย่างเมามันส์ แล้ววายุก็หันไปพูดใส่เนื้อทิพย์ทั้งที่สเต๊กยังเต็มปาก “ป้านี่ไร้มารยาทแล้วไร้รสนิยมอีก ไม่เห็นอร่อยเลย แล้วนี่อยู่ทำไม หรือว่าจะให้ผมตามหมอมาด่าก่อน”

“นี่แกเป็นใคร” เนื้อทิพย์งง

“ก็คุณหญิงเพื่อนสนิทกับผมเหมือนกัน อยากรู้อะไรอีกไหมป้า ยังจะอยู่อีก หรืออยากฟังชุดใหญ่จากผม” วายุยิ่งพูดเหมือนยิ่งพ่นสเต๊กใส่

“อี๋ วันหลังฉันจะมาเยี่ยมใหม่นะ” เนื้อทิพย์รีบเดิน อย่างรังเกียจ

หลังจากเนื้อทิพย์กลับไปได้สักพัก คงไคยก็มาที่โรง พยาบาล แต่ยังไม่ทันเข้าเยี่ยมภวัน ณรงค์ก็โทร.มาถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม เพราะคงไคยต้องนัดพรีเซนต์กับคณะกรรมการอีกครั้ง

“ขอบใจนะที่ห่วงแต่ผมมีวิธี” คงไคยบอกออกไปทั้งๆที่ยังคิดไม่ออก

“ยังไม่บอกก็ไม่เป็นไร ผมเชื่อมือคุณ แล้วเรื่องเปิดตัวโครงการ ผมว่าเราควรทำตามกำหนดการเดิมนะ” ณรงค์เดินแผนต่อ

“ก็ควรจะเป็นอย่างนั้น ผมไม่อยากให้มิสเตอร์ทานากะมองว่าการทำงานของเรามีปัญหา มีปัญหาอะไรก็รายงานผมมาแล้วกัน” คงไคยกดวางสาย แล้วเดินเข้าไปในลิฟต์ ขณะที่ณรงค์รับฟังนิ่ง ท่าทางไม่พอใจนัก

อรุณประไพเห็นว่าเย็นมากแล้วจึงไล่วายุกลับ เธอเดินออกมาส่งเขาที่หน้าลิฟต์พลางเอ่ย

“ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยคุณแม่ ทำไมคุณรู้”

“แม่ผมก็เสียไปด้วยโรคนี้เหมือนกัน คนทำคีโมมาใหม่ๆ มันเซนซิทีฟ แล้วคุณหญิงเพื่อนป่วยขนาดนี้สามีคุณไพรู้ไหมครับ หรือว่าโง่เหมือนเดิม ถ้าเบื่อคนโง่ ผมรอเสียบนะครับ” วายุนำเสนอ

“ขอบคุณค่ะ กลับไปได้แล้วค่ะ” อรุณประไพไล่ เพราะลิฟต์มาถึงพอดี

ประตูลิฟต์เปิดออกเห็นคงไคยอยู่ในนั้น และกำลังจ้องอรุณประไพที่ยืนคู่อยู่กับวายุอย่างเข้าใจผิด

คงไคยเดินเข้ามาในห้องภวันหน้าบึ้งตึง เช่นเดียวกับอรุณประไพเดินตามเข้ามา ทองถมเห็นอาการก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ยังไม่ทันได้เคลียร์ ภวันก็เริ่มมีอาการปวดท้องเพราะอาหารที่กินเข้าไปไม่ย่อย อรุณประไพกดปุ่มเรียกพยาบาล สักพักหมอกับพยาบาลก็เข้ามาดูอาการแล้วให้ยานอนหลับเพื่อให้ภวันได้พัก แล้วปรุงฉัตรก็เดินเข้ามา เธอไม่พอใจนักที่เห็นคงไคยอยู่กับอรุณประไพจึงแกล้งทวงสัญญา

ภวันที่กำลังจะหลับหันขวับมาถามคงไคยว่าสัญญาอะไรกับปรุงฉัตรไว้ ปรุงฉัตรขยับจะบอก แต่คงไคยร้องห้ามหมอเห็นว่าคนในห้องเริ่มวุ่นวายจึงไล่ทุกคนกลับ แต่ภวันต่อรองขอให้คงไคยกับอรุณประไพอยู่คุยกับเธอก่อน

“งั้นปรุงไปรอหน้าห้องนะคะ” ปรุงฉัตรเดินอารมณ์ดีออกไปเพราะสะใจที่ได้ยั่วภวัน

ooooooo

เสียงรถคงไคยแล่นเข้ามาในบ้าน ตุ๊ดตู่ดีใจรีบวิ่งออกไปรับแต่ เมื่อเห็นปรุงฉัตรมากับคงไคยและอรุณประไพด้วยก็จ๋อย ผิดกับแต๋วแหววที่เดินยืดเข้าไปเย้ยแฉล้มถึงในครัว ฝ่ายปรุงฉัตรตามมาหาเรื่องอรุณ-ประไพถึงครัว เธอถามถึงชุดชั้นในที่ฝากมาในกระเป๋าคงไคย

อรุณประไพสุดทนเดินไปหยิบถุงใส่บราเซียร์มาคืนให้

“ขอบคุณค่ะ คุณอรุณประไพนี่ดูแลของทุกๆ อย่างของปรุง แล้วนี่ดูแลทำความสะอาดให้เหมือนเคยรึเปล่าคะ”

“เปล่าค่ะ ที่ฉันไม่ให้เด็กทำความสะอาดเพราะคิดว่าคุณอาจจะอาย ถ้าใครๆ จะรับรู้เพราะชุดชั้นในมันคือของส่วนตัว”

“ทำไมฉันจะต้องอาย ในเมื่อความสัมพันธ์ของฉันกับคงไคยลึกซึ้งแค่ไหน ทุกคนก็รู้ ดังนั้น ระหว่างคงไคยกับฉันไม่มีคำว่าเรื่องส่วนตัว มีแต่เรื่องของเรา”

“สำหรับฉันต่อให้ลึกซึ้งขนาดไหนก็ไม่เคยคิดจะ สาธยายให้คนอื่นรู้หรอกค่ะ เพราะฉันถูกอบรมสั่งสอนมาให้รู้จักอายกับเรื่องส่วนตัวขนาดนี้ แต่คุณปรุงคงไม่”

“เขาบอกว่าคุณปรุงพ่อแม่ไม่สั่งสอนน่ะค่ะ” แต๋วแหววสอดเข้ามา

ปรุงฉัตรโกรธหันขวับไปหาแต๋วแหวว แฉล้มสะใจที่อรุณประไพเอาคืนปรุงฉัตรซะบ้าง ขณะที่ปรุงฉัตรขยับจะสวนกลับอรุณประไพ ก็เหลือบไปเห็นคงไคยเดินลงมาพอดี จึงพลิกสถานการณ์ฟ้องคงไคยว่า เธอแค่มาขอของคืนแต่กลับโดนอรุณประไพด่าถึงพ่อแม่

คงไคยไม่พอใจแย่งถุงใส่เสื้อยกทรงจากมืออรุณประไพมาดูพลางต่อว่า แฉล้มจะอธิบายแต่โดนตวาดใส่

“แม่แล่มก็เหมือนกันอย่าร่วมมือกันหาเรื่องนักได้ไหม ผมมีเรื่องเครียดมาทั้งวันแล้ว เหนื่อยมากแล้ว ผมขอล่ะพวกคุณทุกคนเลย จบได้ไหมเรื่องนี้”

“แล้วมันต้องจบยังไงล่ะคะคุณถึงจะพอใจ” อรุณประไพตัดพ้อ

“แบบไหนก็ได้ที่มันไม่ยุ่งยากวุ่นวายปวดหัวขนาดนี้”

“งั้นก็คงต้องจบแบบที่คุณปรุงฉัตรพอใจใช่ไหมคะ” อรุณประไพน้อยใจแย่งถุงใส่เสื้อยกทรงของปรุงฉัตรเดินออกไปจะซักให้ตามที่เธอต้องการ

“จะทำอะไร” คงไคยเข้ามาคว้ามืออรุณประไพไว้

“ก็จะซักล้างทำความสะอาดของทุกๆอย่างของคุณปรุงฉัตรเหมือนที่เคยทำไงค่ะ”

“ทำไมต้องทำแบบนี้”

“ก็คุณเป็นคนสั่งให้ทำ ฉันก็จะทำ เรื่องวุ่นวายปวดหัวมันจะได้จบๆไปไงคะ ฉันจะได้ไม่ต้องถูกตราหน้าว่าหาเรื่องคุณปรุงฉัตร” อรุณประไพน้ำตาร่วง

“ไม่ ผมไม่ให้เมียผมต้องทำอะไรแบบนี้ คุณไพ ผมขอโทษ ผมเบื่อที่เราต้องทะเลาะกัน เราไม่ทะเลาะกันนะอย่าประชดผมได้ไหม” คงไคยเช็ดน้ำตาให้

ปรุงฉัตรเข้ามายืนมองท่าทีคงไคยด้วยความโกรธ

“ฉันแค่อยากทำอะไรก็ได้ถ้ามันทำให้คุณพอใจ สบายใจ ที่ผ่านมาไม่ว่าฉันจะผิดฉันจะถูก ฉันก็ยอมคุณปรุงฉัตรมาตลอด ยอมอีกสักเรื่องจะเป็นไรไปคะ”

“แต่คราวนี้ผมก็ไม่ได้บอกว่าปรุงเขาถูก ผมแค่อยากให้คุณคืนของของปรุงเขาไปซะเรื่องวุ่นๆมันจะได้จบ คุณไพ บอกผมได้ไหม ทำไมคุณต้องยอมทำขนาดนี้”

อรุณประไพมองคงไคยที่ดูง้องอนและอ่อนโยนจึงยอมพูดออกมา “ก็เผื่อคุณจะยอมฟังในสิ่งที่ฉันพูดฉันเตือนคุณบ้าง เผื่อคุณจะเชื่อฉันบ้าง”

“ไหนคุณบอกผมสิว่าคุณอยากบอกอะไรผม”

“ก็เรื่องเดิมไงคะ ที่ว่าปรุงเป็นหมากที่คุณพ่อส่งมาทำลายคุณ ที่บอกว่าปรุงกับพี่ณรงค์ไม่ใช่พี่น้องกัน และเขาก็มีอะไรเกินเลยกัน”

ปรุงฉัตรจ้องหน้าอรุณประไพก่อนพูด “ปรุงยอมรับค่ะ ว่ามันมีอะไรเกินเลยจริงๆ แต่เป็นณรงค์นะคะที่คิดไปเองฝ่ายเดียว ปรุงคิดว่าวันหนึ่งคุณอรุณประไพก็คงจะหาทางสืบจนรู้ว่าปรุงกับพี่ณรงค์ไม่ใช่พี่น้องกันจริงๆ ปรุงถึงได้บอกเรื่องนี้กับคุณด้วยตัวเอง ดีกว่าให้ใครเอามาเล่าแบบใส่สีเติมไข่ คุณคิดอะไรอยู่เหรอคะคุณอรุณประไพ คิดว่าปรุงเป็นหมากที่คุณพ่อส่งมาทำลายคงไคย ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำแบบนั้นกับคนที่คุณรักได้เหรอคะ” ปรุงฉัตรย้อนศร

และเมื่อเห็นอรุณประไพยังอึ้งตั้งตัวไม่ติดก็ใส่อีกชุด “คุณคงทำได้สินะคะ เพราะขนาดต้องแต่งงานกับคนที่คุณไม่ได้รัก คุณยังทำได้เลย เหตุผลเดียวที่ปรุงยังอยู่กับคงไคยคือ ปรุงรักคงไคยค่ะ แล้วคุณล่ะคะ อยู่ทำไม”

คงไคยมองหน้าอรุณประไพรู้สึกแสลงใจและต้องการคำตอบ แต่อรุณประไพกลับนิ่งไม่พูดอะไร แล้วแฉล้มก็เข้ามาตามบอกว่า ภุชงค์โทร.มา อรุณประไพมั่นใจว่าภุชงค์ต้องมีข่าวเรื่องประกอบแน่จึงรีบไปรับโทรศัพท์

“รู้แล้วใช่ไหมคะว่าคุณอรุณประไพอยู่เพื่อใคร” ปรุงฉัตรใส่ไฟ

คงไคยมองตามอรุณประไพอย่างผิดหวัง เพราะเข้าใจว่าเธอเห็นภุชงค์สำคัญกว่าการที่จะตอบว่าอยู่เพราะรัก

ooooooo

ภุชงค์โทร.มาบอกอรุณประไพว่า พรุ่งนี้เขาจะให้จิ๊บช่วยสืบเรื่องประกอบให้และอีกไม่นานความจริงจะต้องเปิดเผย อรุณประไพส่งยิ้มมีความหวัง แต่เมื่อหันกลับมาก็พบคงไคยที่ยืนมองอยู่ด้วยความน้อยใจ

“เรื่องของเรามันคงไม่สำคัญเลยใช่ไหม ไม่สำคัญเท่าโทรศัพท์จากแฟนเก่า” คงไคยต่อว่า

“คุณคงไคย คือ ฉันมีเรื่องสำคัญกับภุชงค์ มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคุณแม่ เกี่ยวกับ”

“คุณแม่ แฟนเก่า คุณทองถม เพื่อนที่ออฟฟิศ ทุกคนรอบข้างสำคัญกับเธอหมด แต่กับฉันเธอไม่เคยสนใจ นี่เหรอคนที่เป็นเมีย”

“แล้วคุณล่ะคะ คุณเป็นยังไง คุณเองก็ฟังคนทั้งโลกแต่ไม่เคยฟังฉันเลย”

“งั้นฉันจะฟัง เธอตอบมาสิ ว่าทุกวันนี้เธออยู่ในชีวิตฉันเพราะอะไร” คงไคยเดินเข้าหา

อรุณประไพอึ้งตอบไม่ถูก ทำให้คงไคยเข้าใจผิดคิดว่าเธอไม่รัก “ฉันน่าจะรู้ว่าสิ่งที่ปรุงพูดมันเป็นความจริง เขายอมเจ็บปวดยอมทนอยู่เพราะรักฉัน มีแค่เขาคนเดียวที่รักฉัน”

“ค่ะ คุณควรจะดูแลเขาให้ดี” อรุณประไพทนไม่ไหวจะไป แต่คงไคยจับมือไว้ตั้งใจจะสารภาพ แต่ปรุงฉัตรเข้ามาขวางบอกว่าเธอจะกลับแล้ว

คงไคยน้อยใจอรุณประไพจึงประชดด้วยการไปส่งปรุงฉัตรที่คอนโดฯ

“ฉันไม่ควรจะหวังใช่ไหม” อรุณประไพรำพึงกับตัวเอง

หลังจากส่งปรุงฉัตรที่คอนโดฯแล้วคงไคยก็ไปเฝ้าภวันที่โรงพยาบาล ภวันเห็นอาการลูกชายก็พอเดาได้ว่าคงมีปัญหากับอรุณประไพมาอีกตามเคย เธอแนะนำให้ลูกโทร.ไปบอกอรุณประไพว่าอยู่ที่โรงพยาบาลเพื่อจะได้ไม่เป็นห่วง

คงไคยทำหน้าดื้อใส่ภวัน แต่พอภวันหลับก็รีบโทร.หาอรุณประไพทันที แต่สายไม่ว่าง เพราะอรุณประไพก็โทร.หาคงไคยเช่นกัน

“อยากให้คุณคงไคยได้ยินจังเลย ว่าคุณไพเป็นห่วง ผัวเมียถ้ารักและเป็นห่วงกัน ก็บอกกันในวันที่ยังมีโอกาสได้ยินดีกว่าค่ะ ผัวเมียโกรธกัน ใครง้อก่อนไม่สำคัญหรอกค่ะ ถ้าสุดท้ายมันจะทำให้เข้าใจกัน คนที่ง้อก่อนสิคะคือคนที่ใจกว้างและเป็นผู้ชนะ ชนะใจตัวเอง ชนะใจคนที่เรารัก เดี๋ยวแล่มไปหานมอุ่นๆให้คุณไพดื่มดีกว่านะคะ ตั้งแต่เย็นยังไม่ได้ทานอะไรเลย” แฉล้มเปรยแล้วออกไป

อรุณประไพนิ่งคิดตามที่แฉล้มพูด แล้วหยิบโทรศัพท์มากดฝากข้อความเสียง

“คุณคงไคยคะ ฉันเป็นห่วงคุณนะคะ” แต่คงไคยไม่ทันได้ฟังข้อความ เพราะภวันปวดท้อง เขาจึงเข้าไปดูแล

เช้าวันใหม่ อรุณประไพรีบไปที่บริษัทหวังจะได้พบคงไคย แต่ทองถมรายงานว่า คงไคยยังไม่เข้ามา สงสัยจะยังอยู่กับปรุงฉัตรที่คอนโดฯ

“ถ้าอยู่กับคุณปรุงฉัตรไพก็ยังพออุ่นใจค่ะ ว่าคุณคงไคยไม่เป็นอะไร”

“ผมว่าคุณประกอบคงยังไม่ลงมือหรอกครับ จนกว่าคุณคงไคยจะพรีเซนต์เสร็จ”

“ไพก็หวังแบบนั้นค่ะ ไพไปก่อนนะคะนัดภุชงค์เอาไว้” อรุณประไพขยับจะเดินออก

คงไคยที่เดินมาถึงหน้าห้องรีบหลบ เห็นทองถมส่งกุญแจรถให้อรุณประไพอ้างว่า “คุณหญิงท่านให้หารถให้คุณไพสักคัน จะได้ตัดปัญหาหนุ่มๆมาแย่งกันรับส่ง รับไปเถอะครับ อย่าขัดใจคุณหญิงเลย รถจอดอยู่ที่ชั้นจอดรถผู้บริหารครับ ปิ๊บหาเอานะครับลุ้นดี”


Advertisements
อรุณประไพจำใจรับกุญแจมาพร้อมคำขอบคุณแล้วเดินออกไป คงไคยที่หลบอยู่แอบตามไป

อรุณประไพเดินมาที่ลานจอดรถ เธอเห็นทศพลกำลังรายงานประกอบถึงเรื่องที่ณรงค์สั่งให้ไปจัดการก็นึกระแวงกลัวคงไคยจะมีอันตรายจึงตามทศพลไป และไม่รู้ตัวเลยว่า คงไคยแอบตามเธอไปเช่นกัน

ในขณะที่อรุณประไพตามทศพลไปที่โกดัง ภุชงค์ก็มานั่งรอจิ๊บอยู่ในบริษัทโมเดลลิ่ง เพราะจะให้เธอช่วยสืบเรื่องประกอบ และในระหว่างที่ทั้งคู่พูดคุยกันอยู่นั้น ใจดี ป๊อกกี้และวายุก็มาที่บริษัทโมเดลลิ่งเพื่อพบลูกค้า แต่ดันไปเจอสิทธาพาแป้งพริตตี้สาวมาแคสงาน
ใจดีเข้าไปอาละวาด ป๊อกกี้กับวายุเข้าไปแยกใจดีออกมา ในขณะที่ภุชงค์กับจิ๊บพาแป้งหลบไปอีกทาง ส่วนสิทธาอับอายเพราะถูกใจดีด่าประจานจึงหนีกลับไปก่อน วายุเตือนสติให้ใจดีได้คิด เธอจึงกลับไปเคลียร์กับสิทธาที่บ้าน

ในเวลาเดียวกัน คงไคยก็ตามอรุณประไพเข้าไปในโกดัง เขาตรงเข้าจับตัวเธอไว้หวังสอบถามเรื่องราว แต่อรุณ–ประไพไม่ทันได้อธิบาย ทศพลก็จับได้ว่ามีคนแอบเข้ามาจึงตามล่า คงไคยคว้ามืออรุณประไพวิ่งหนีออกไป ทศพลขับรถไล่ชน สถานการณ์คับขันคงไคยตัดสินใจพาอรุณประไพโดดลงแม่น้ำ ทศพลหัวเสียที่ทั้งคู่รอดไปได้รีบโทร.รายงานประกอบ และบังเอิญทองถมผ่านมาได้ยิน เขานึกห่วงคงไคยกับอรุณประไพจึงโทร.หา แต่ติดต่อใครไม่ได้เลยเพราะโทรศัพท์ตกน้ำไปแล้ว

ด้านคงไคยกับอรุณประไพได้รับความช่วยเหลือจากคนขับเรือขนทรายที่กำลังจะนำเรือเข้ากรุงเทพฯพอดี ทั้งคู่จึงขออาศัยมาด้วย และเมื่อได้อยู่กันตามลำพัง คงไคยก็เอ่ยถามอรุณประไพว่าเธอไปที่โกดังนั่นทำไม อรุณประไพบอกความจริงเรื่องณรงค์ใส่ร้ายว่าคงไคยรุกล้ำที่ดินผู้ใหญ่เท่ง ลอบวางเพลิงเผาไล่ที่ แต่คงไคยไม่เชื่อ

“พอแล้วอรุณประไพ ณรงค์เป็นเพื่อนผม เขาไม่กล้าทำแบบนั้น เรื่องปรุงก็เหมือนกัน เขาไม่มีวันทำร้ายผม เลิกอคติกับครอบครัวปรุงซะที”

อรุณประไพอึ้งหันมาตัดพ้อ “จบแล้วค่ะ ในเมื่อคุณไม่เชื่อ ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูด ฉันไม่อยากใส่ร้ายใครอีก”

“คุณไพ ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

“คุณกำลังพูดให้ฉันรู้สึกแบบนั้น ว่าฉันใส่ร้ายครอบครัวคุณปรุง คุณพูด เราจะไม่พูดเรื่องนี้อีก” อรุณประไพตัดบท หันไปมองคนเรือที่เข้ามาบอกว่าถึงท่าที่จะต่อรถเข้ากรุงเทพฯได้แล้ว

ooooooo

ประกอบเรียกณรงค์มาต่อว่า เพราะความวู่วามของเขาทำให้เสียงานใหญ่ แต่ณรงค์ไม่สะทกสะท้าน เขาอ้างว่าถ้าคงไคยตายเรื่องก็ยิ่งง่าย ทำให้ประกอบฉุน ถึงกับตบหน้าลูกชาย

“ฉันไม่เคยสอนให้แกชนะง่ายๆด้วยวิธีโง่ๆฆ่าทิ้งซะก็จบ ทำแบบนั้นแกจะมีสมองไว้ทำไม คุณหญิงต้องยอมรับว่าพ่ายแพ้เท่านั้น เราถึงจะชนะ พ่อจะไม่ยอมให้ใครดูถูกว่าแกได้เป็นประธานบริษัทด้วยวิธีสกปรก มันคือศักดิ์ศรีของแก จำไว้ พ่อให้คนไปสืบดูแล้ว คงไคยกับอรุณประไพยังไม่ได้กลับไปที่บ้าน เรื่องนี้ยายปรุงมันอาจจะรู้เรื่องก็ได้” ประกอบสั่ง

ณรงค์คิดหนักแต่จำต้องทำตาม เขาไปหาปรุงฉัตรที่คอนโดฯเพื่อถามข่าวคงไคย แต่โดนปรุงฉัตรถากถางว่าผู้ชายอย่างคุณหนูณรงค์ไม่มีทางเอาชนะคงไคยซึ่งๆหน้าได้ จึงต้องใช้วิธีหมาลอบกัด ณรงค์โกรธพลั้งมือตบปรุงฉัตรแต่เมื่อเห็นเธอมีเลือดออกที่มุมปากก็ตกใจ จะเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง

ซาซ่ากลับมาเห็นก็รีบเข้าปกป้องเพื่อนรัก ณรงค์กลัวเรื่องบานปลายจึงยอมถอยออกไป ปรุงฉัตรมองตามพลางส่งยิ้มร้ายบอกกับซาซ่าว่าไม่ต้องทำแผลให้ เพราะเธอจะบอกกับคงไคยว่า โดนคุณหนูณรงค์ซ้อมเพื่อเรียกคะแนน ภวันไม่เห็นคงไคยมาเยี่ยมก็ถามหา แต่ทองถมทำอึกอักคล้ายมีเรื่องปิดบังก็นึกสงสัยจึงคาดคั้นให้บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้น ทองถมขยับจะบอกความจริง แต่คงไคยเปิดประตูเข้ามาตามด้วยอรุณประไพ ทองถมจึงโล่งอก

คงไคยอ้างกับภวันว่า เขาออกไปซื้อรังนกมาให้ แล้วตักรังนกป้อน ภวันมองหน้าทั้งสามอย่างอดสงสัยไม่ได้ เสียงโทรศัพท์มือถือทองถมดัง เป็นภุชงค์โทร.มานัดให้ทองถมกับอรุณประไพลงไปพบที่ร้านกาแฟข้างล่างเพราะมีข้อมูลของประกอบจะมาคุยด้วย ทองถมรับคำแล้วทำฟอร์มชวนอรุณประไพลงไปช่วยเลือกเค้กไปฝากหลานๆที่แวะมาเยี่ยม

อรุณประไพเข้าใจว่าทองถมมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยจึงตามลงไป คงไคยมองตามอย่างระแวงแล้วแอบตามไปแต่จังหวะไม่ดี เพราะไปเห็นตอนที่ภุชงค์จับมือแสดงความห่วงใย ที่รู้ว่าอรุณประไพถูกคนของประกอบตามทำร้าย

“เรื่องนี้ไพให้ผมกับคุณทองถมจัดการดีกว่าครับ” ภุชงค์ขอร้อง

“ถึงจะต้องโดนตามทำร้ายแบบวันนี้ไพก็จะไม่วางมือ ไพจะช่วยคุณสืบอีกแรงค่ะ” อรุณประไพยืนยัน

คงไคยยืนเครียดเข้าใจว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเพราะอรุณประไพช่วยภุชงค์ จึงเดินหนีและไม่ทันเห็นทศพลที่มาสืบข่าว แต่เมื่อเห็นอรุณประไพกลับมาได้อย่างปลอดภัยก็รีบหลบออกไป

เมื่อภุชงค์กลับไปแล้ว อรุณประไพกับทองถมก็เดิน กลับห้องพักของภวัน คงไคยเปิดประตูออกมาต่อว่า

“ตกลงวันนี้ที่เราต้องหนีตายหัวซุกหัวซุน ก็เพราะเรื่องแฟนเก่าคุณจริงๆใช่ไหม ทำไมมันไปเหยียบเท้าใครเข้าล่ะ ถึงได้ถูกสั่งเก็บ แล้วนี่ก็จะให้คุณทองถมช่วยใช่ไหม”

ทองถมเข้ามาแทรกจะอธิบาย แต่คงไคยไม่เปิดโอกาส เขาตวาดใส่อรุณประไพ จนพยาบาลต้องออกมาปราม

“คุณคะนี่เขตโรงพยาบาลนะคะ กรุณาอย่าส่งเสียงดัง”

“กลับกันเถอะค่ะ คุณทองถมไปส่งไพหน่อยนะคะ” อรุณประไพน้อยใจ

“คุณทองถมผมบอกว่าคุณแม่จะให้จ้างพยาบาลพิเศษแต่ผมยังไม่ได้จ้าง ถ้าคุณจะอยู่เฝ้าคุณแม่คืนนี้ก็ได้ คุณกับผมต้องคุยกันให้รู้เรื่อง” คงไคยลากอรุณประไพออกไป

ทองถมมองตามอย่างเป็นห่วง และยิ่งห่วงมากขึ้นเมื่อตุ๊ดตู่โทร.มารายงานว่า ปรุงฉัตรเก็บข้าวของมาขออยู่กับคงไคยและท่าทางจะอยู่ยาว เพราะกระเป๋าใบเบ้อเริ่ม

ooooooo

ปรุงฉัตรปั้นเรื่องหลอกคงไคยว่า เธอโดนณรงค์ตามไปทำร้ายถึงคอนโดฯ จึงขอหลบอยู่กับคงไคยสักพัก คงไคยตอบตกลงเพราะต้องการยั่วอรุณประไพ แต่อรุณประไพกลับนิ่ง จนแฉล้มทนไม่ไหวต้องออกโรง จะให้ปรุงฉัตรไปพักที่ห้องรับรองแขก

“ปรุงกับคงไคยรักกัน คนรักกันต้องอยู่ด้วยกันถึงจะถูกนะคะ” ปรุงฉัตรจงใจเย้ย

“แต่คนรักกันเขาไม่ทำร้ายกัน ข้อนี้คุณปรุงทราบไหมคะ ดิฉันเพิ่งได้เห็นวันนี้เองว่าคนหน้าซื่อใจคดเป็นยังไง” อรุณประไพสวน เพราะต้องการปกป้องคงไคย แต่คงไคยกลับเข้าใจไปอีกเรื่องสั่งให้แฉล้มยกกระเป๋าปรุงฉัตรเข้าไปในห้องของเขาพลางหันมาตอกย้ำกับอรุณประไพ “อยู่กับปรุงผมรู้สึกปลอดภัย อุ่นใจ”

ตุ๊ดตู่ที่เดินถือตะกร้าผ้าจะไปเก็บที่ห้องคงไคยเข้ามาได้ยินก็ออกอาการเซ็งครวญเพลง ฉันรักผัวเขาหวังให้ปรุงฉัตรได้รู้สึก จากนั้นก็โทร.รายงานทองถมอีกรอบ

“คุณปรุงฉัตรจะนอนห้องลูกพี่ แต่คุณไพไม่ยอมครับ แต่สุดท้ายลูกพี่ก็ยอมอยู่ดี”

“ตุ๊ดตู่ถ้าอยากได้รางวัลเพิ่มก็จัดการแบบขั้นสูงสุด แต่แบบไหนไปคิดเอาเองนะ” ทองถมเอารางวัลเข้าล่อ

ภวันได้ยินทุกถ้อยคำ จึงจะลุกไปจัดการกับปรุงฉัตร แต่ทองถมร้องห้ามไว้ บอกว่าอรุณประไพจะไม่ยอมปรุงฉัตรอีกต่อไป แล้วเล่าเรื่องที่คงไคยกับอรุณประไพถูกตามทำร้าย

“คุณประกอบอาจส่งปรุงฉัตรไปล้วงความลับเรื่องการพรีเซนต์ แต่ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องส่งคนไปตามทำร้ายคงไคยกับหนูไพ เพราะฉันรู้ดีว่ามันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณประกอบเลือกจะทำ” ภวันออกรับแทนด้วยท่าทีมั่นใจ

ในขณะที่ปรุงฉัตรก็เข้ามาเย้ยอรุณประไพถึงในห้อง แต่กลับโดนอรุณประไพโต้กลับเรื่องที่เธอกับคงไคยโดนตามล่า เพราะเป้าหมายไม่ใช่เธอแต่เป็นคงไคย ปรุงฉัตรหน้าเสีย รู้แล้วว่าณรงค์ไปตามหาคงไคยทำไม แต่เก็บอาการบอกว่า ไม่เกี่ยวแล้วเดินหนีเพราะเป็นห่วงและรู้สึกผิดกับคงไคย

กลางดึกคืนนั้น ตุ๊ดตู่ในชุดไอ้โม่งแอบเข้าไปจัดการกับปรุงฉัตรด้วยการเอาถุงใส่รังมดแดงเขย่าใส่ตัวปรุงฉัตร ปรุงฉัตรเต้นเร่าๆปัดมดแดงออกจากตัวพลางร้องว่าเธอแพ้มดแดง คงไคยที่นั่งสับสนอ่านเอกสารข้อมูลพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่นอยู่ในห้องรับแขกได้ยินเสียงร้องของปรุงฉัตรก็ขึ้นมาดู เช่นเดียวกับอรุณประไพที่เปิดประตูห้องออกมา และเห็นตุ๊ดตู่ในชุดไอ้โม่งวิ่งผ่านหน้าไป

คงไคยเข้าไปช่วยปัดมดแดงให้ปรุงฉัตร ปรุงฉัตรโวยวายจะเอาเรื่องคนที่แกล้งเธอมาลงโทษ แต่คงไคยยังนิ่งเพราะรู้ว่าเป็นฝีมือตุ๊ดตู่แน่ อรุณประไพช่วยคลี่คลายแนะนำให้คงไคยพาปรุงฉัตรไปทายาก่อน

“ไม่ค่ะ ปรุงจะไปตามจับตัวคนที่มันมาทำร้ายปรุง” ปรุงฉัตรตาวาว

“ผมว่าทายาก่อนเถอะครับปรุง แล้วผมจะสอบสวนเรื่องนี้ให้แต่เช้า ไปเถอะครับปรุง” คงไคยพาปรุงฉัตรออกไป

“เกิดอะไรขึ้นคะคุณไพ” แฉล้มวิ่งเข้ามาถาม แต่อรุณประไพไม่ตอบ เธอถอนหายใจแล้วเดินเข้าห้อง

แฉล้มเป็นงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งตอนเช้า จึงได้ยินตุ๊ดตู่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ทองถมฟัง แฉล้มสะใจเป็นที่สุด ในขณะที่ทองถมหน้าเสียเพราะกลัวจะเป็นเรื่อง แล้วอรุณประไพก็เข้ามาได้ยินพอดี เธอต่อว่าทั้งสามแต่ตุ๊ดตู่อ้อนว่า ที่ทำไปทั้งหมดก็เพื่ออรุณประไพ

“คุณเป็นคนสั่งให้ตุ๊ดตู่ทำแบบนี้เองเหรอ” คงไคยประคองปรุงฉัตรที่อยู่ในสภาพซีดโทรมเพราะเป็นไข้ขึ้นเข้ามา

อรุณประไพงง ปรุงฉัตรได้ทีรีบทวงสัญญาให้คงไคยจัดการกับคนผิด คงไคยลำบากใจ แต่ก็ต้องทำตามที่พูดไว้เขาถามย้ำกับอรุณประไพว่า เป็นคนสั่งให้ตุ๊ดตู่ทำใช่ไหม อรุณประไพเสียใจที่คงไคยสรุปแบบนั้น จึงหันไปขอร้องปรุงฉัตรว่าอย่าถือสาตุ๊ดตู่เลย แต่กลับโดนด่ากราด

“ผมว่าชักจะเกินไปแล้วนะครับคุณปรุงฉัตร” ทองถมลุกขึ้น

“เกินไปยังไงคะ อ๋อนี่แสดงว่าคนบ้านนี้รู้เห็นเป็นใจให้เด็กคนนี้มาแกล้งปรุง นี่ไม่มีใครต้อนรับปรุงเลยใช่ไหม ถ้าไม่มีใครจัดการให้ปรุง ปรุงจะจับเด็กคนนี้ส่งตำรวจข้อหาทำร้ายร่างกาย”

“แต่ฉันไม่ยอม ตุ๊ดตู่อาจจะทำผิด แต่โทษมันก็ไม่ถึงขนาดต้องจับส่งตำรวจ”

“งั้นก็ยอมรับมาสิคะ ว่าคุณเป็นคนบงการแล้วปรุงจะหยุด ว่าไงคะ หรือจะให้จับตุ๊ดตู่ส่งตำรวจ” ปรุงฉัตรท้า

อรุณประไพสงสารตุ๊ดตู่จึงยอมรับผิดแทน ปรุงฉัตรสะใจเรียกให้แต๋วแหววเอารังมดที่เตรียมไว้เข้ามาเพื่อจะเอาคืนอรุณประไพ แต่ตุ๊ดตู่เข้าแย่งรังมดแดงมาจากแต๋วแหววมาฟาดใส่ปรุงฉัตร

“ไอ้ตุ๊ดตู่ แกนี่มันต้องสั่งสอนซะแล้วมั้ง” คงไคยแย่งรังมดโยนทิ้งแล้วเงื้อมือจะตีตุ๊ดตู่ แต่อรุณประไพเข้าไปขวางคงไคยพลาดตบเข้าที่หน้าอรุณประไพเต็มแรง

อรุณประไพน้ำตาคลอ เธอคว้ามือคงไคยมาตบหน้าตัวเอง “ตบสิคะ เอาให้พอใจ แล้วก็เลิกยุ่งกับตุ๊ดตู่ซะที

ตบสิคะ ถ้าต้องลงมือลงไม้กับใครสักคนแล้วคุณจะพอใจ”

คงไคยหน้าเสีย เริ่มเห็นใจอรุณประไพ

“พอเถอะค่ะคุณอรุณประไพ” ปรุงฉัตรแทรก “คนผิดก็โดนลงโทษแล้ว แค่คงไคยชดเชยอะไรเล็กๆน้อยๆ ให้ปรุงก็พอ”

เอ่ยจบปรุงฉัตรลากคงไคยออกไปที่ห้องรับแขก แต่พอหันไปเห็นอรุณประไพกับทองถมเดินตามมา ก็อ้อนขอให้คงไคยไปเป็นเพื่อนถ่ายแบบที่หัวหิน

คงไคยลำบากใจอ้างว่า ต้องไปเฝ้าภวัน

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเลิกงานฉันจะไปเฝ้าท่านให้เอง คุณไปเถอะค่ะ” อรุณประไพจะเดินผ่านไป

คงไคยลืมตัวจับแขนอรุณประไพไว้อยากจะขอโทษ แต่อรุณประไพสะบัดแขนเดินหนีไป

“เมียคุณนี่เขาไม่เคยสนใจเลยนะคะว่าคุณจะไปไหน ไปกับใคร ปรุงขอไปเก็บของก่อนนะคะ” ปรุงฉัตรสะใจ

“นึกแล้วว่าคุณต้องไม่เข้าใจ คุณไพทำเพราะไม่อยากให้เจ้าตุ๊ดตู่มันโดนลงโทษ ถ้าไม่รู้ก็รู้ไว้นะครับว่า คุณปรุงปากไม่ตรงกับใจ เอ้า นี่โทรศัพท์เครื่องใหม่แทนเครื่องเดิมที่เปียกน้ำตอนที่คุณหนีตายกับคุณอรุณประไพครับ” ทองถมตั้งใจพูดเตือนสติแล้วเดินจากไป ทิ้งให้คงไคยต้องคิดหนัก

ooooooo

เย็นแล้วอรุณประไพยังยืนใจลอยคิดถึงตอนที่ถูกคงไคยตบ เสียงวายุกับป๊อกกี้เม้าท์เรื่องใจดีสั่งงานไว้เพียบ เพราะตัวเองอยู่ในระหว่างกระชับพื้นที่ด้วย

การพาผัวไปง้อนอกสถานที่ดังแว่วมา อรุณประไพรู้สึกตัวเข้ามาช่วยทั้งสองเก็บของเตรียมกลับบ้าน

แต่จู่ๆเธอก็รู้สึกวูบเหมือนจะเป็นลม วายุที่อยู่ใกล้ตกใจรีบเข้ามาประคองชวนไปหาหมอ

“เดี๋ยวให้คุณคงไคยสามีคุณไพมารับ จะเหมาะสมดีงามตามมารยาทสังคมกว่า ปล่อยเลย แตะเนื้อต้องตัวคุณไพนานๆ

เดี๋ยวแกจุ้น เลยเถิด” ป๊อกกี้คว้าตัวอรุณประไพมาประคองไว้ สั่งให้วายุโทร.ตามคงไคย

“เขาไม่อยู่หรอกค่ะ” อรุณประไพบอกเศร้าๆ

ส่วนคงไคยก็ยืนเหม่ออยู่ที่ระเบียง เขานึกถึงคำพูดของทองถมขึ้นมา จึงลองกดเปิดเครื่องดูก็พบข้อความเสียงของ

อรุณประไพที่ฝากไว้

“คุณคงไคยฉันเป็นห่วงคุณนะคะ”

“ห่วง แต่พาเราไปรับกระสุนแทนแฟนเก่าเนี่ยนะ”

คงไคยนึกแล้วฉุนอรุณประไพพลางคิดทบทวนไปมา สุดท้ายตัดสินใจโทร.ถามทองถม “พวกเมื่อวานตามทำร้ายอรุณประไพเพราะเรื่องนายภุชงค์ใช่ไหม”

“ไม่ใช่ครับ มันเป็นเพราะคุณ ผมกับคุณอรุณประไพสงสัยว่ามีผู้ไม่หวังดีกับคุณ เราก็เลยร่วมมือกับคุณภุชงค์สืบเรื่องนี้” ทองถมยอมบอกความจริง

“ว่าไงนะ เรื่องนี้ไม่ใช่เพราะนายภุชงค์เหรอ”

“ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจ คุณอรุณประไพพยายามจะปกป้องคุณ แต่เธอก็กลัวคุณจะไม่เชื่อ มันปวดใจนะครับ ถ้าความจริงที่เราพูดไม่เคยมีใครเชื่อเลย สักวันเธอก็คงหมดใจ แค่นี้นะครับ ผมขี้เกียจคุยกับคนงี่เง่า” ทองถมวางสาย

“หรือเป็นผมเองที่อคติ คุณทองถม” คงไคยรู้สึกผิดที่ทำประชดอรุณประไพโดยทั้งๆที่เธอทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา

ooooooo

.

..........

เมียแต่ง ตอนที่ 10

จิ๊บนำข้อมูลและรูปถ่ายของทศพลมาให้ภุชงค์ที่ออฟฟิศ ภุชงค์ทึ่งคิดไม่ถึงว่าผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างจิ๊บจะได้ข้อมูลละเอียดขนาดนี้ เขาเตือนให้จิ๊บระวังตัวด้วยเพราะเป็นห่วง จิ๊บยิ้มปลื้ม เพียงครู่เดียวเบญ ก็มาอาละวาด เพราะเข้าใจว่าจิ๊บเป็นเด็กใหม่ของภุชงค์

จิ๊บเห็นท่าไม่ดีรีบหนีออกมาจากห้อง แต่เบญก็ตามมาด่าอีกชุดใหญ่ ภุชงค์ร้องห้ามเพราะอายลูกน้อง แต่เบญสุดทน พลั้งปากท้าหย่ากับภุชงค์

“ได้ หย่าก็หย่า” ภุชงค์เดินกลับห้อง ทิ้งให้เบญกรี๊ดลั่น

ด้านปรุงฉัตรเห็นคงไคยยืนเหม่อก็เข้ามาอ้อนชวนอาบน้ำด้วยกัน คงไคยเห็นหน้าปรุงฉัตรก็ยิ่งรู้สึกผิดกับอรุณ–ประไพ

“ทำไมคะ อยู่กับปรุง แต่ใจคุณคิดถึงใครเหรอคะ” ปรุงฉัตรตัดพ้อ

คงไคยหลบตาปรุงฉัตรอ้างว่ามีงานด่วนต้องทำ ปรุงฉัตรนึกสงสัยในท่าทีแล้วรีบปรับเป็นปกติเดินไปอาบน้ำคนเดียวอย่างว่าง่าย คงไคยมองตามจนแน่ว่าปรุงฉัตรออกไปแล้ว จึงกดโทรศัพท์หาอรุณประไพ แต่คนที่รับสายกลับเป็นวายุที่พาอรุณประไพมาโรงพยาบาล

“ว่าไงไอ้หน้าไม่อาย ทิ้งให้เมียป่วยแล้วยังกล้าโทร.มา”

“อรุณประไพอยู่ที่ไหน” คงไคยร้อนใจ

“อยู่แถวนี้แหละ แต่ไม่ให้คุย มีอะไรไหม” วายุกดวางสายทันที

คงไคยหน้าเสียนึกโทษตัวเองเป็นต้นเหตุให้อรุณประไพไม่สบาย ปรุงฉัตรที่แอบดูอยู่ไม่พอใจ

หลังรับโทรศัพท์จากคงไคยแล้ว วายุก็ตามอรุณประไพ มาที่ห้องตรวจ หมอเข้าใจว่าเป็นสามีจึงแจ้งข่าวดี เรื่องอรุณประไพ ตั้งครรภ์ได้เดือนเศษ

“คุณไพท้อง” วายุถึงกับยืนไม่อยู่ รู้สึกเหมือนโลกจะแตกสลาย

ส่วนอรุณประไพก็ทั้งดีใจทั้งอึ้งทำตัวไม่ถูกที่ตั้งท้องตอนนี้ วายุตั้งสติได้อาสาไปหาอะไรมาให้ดื่ม แล้วคืนมือถือให้ สักพักเสียงมือถืออรุณประไพก็ดังขึ้น เธอเห็นชื่อคงไคยจึงกดรับ แต่เสียงที่ได้ยินกลับเป็นปรุงฉัตรที่โทร.มายั่ว อรุณประไพ ข่มใจบอกให้ปรุงฉัตรไปรักษาอาการทางจิตของตัวเองเสียก่อน เพราะน่าเป็นห่วงกว่า

“เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะค่ะ ค่อยมาเป็นห่วงคนอื่น อย่าเพิ่งคิดมากนะคะ สามีคุณเบื่อเมื่อไหร่ปรุงจะเอาไปคืนให้ค่ะ แต่ถ้ายังไม่เบื่อ ก็ไม่คืน”

“ฉันเข้าใจค่ะว่าคุณมันชอบแย่งของที่ตัวเองดูแลไม่ได้ไปเป็นของตัวเอง เมื่อก่อนฉันอาจจะยอม แต่วันนี้ไม่ใช่ ฉันจะทำทุกวิถีทางให้คุณคงไคยพ้นจากเงื้อมมือพวกคุณ”

“แหม ฟังดูเหมือนคุณกำลังประกาศสงครามกับปรุงเลยนะคะ ก็เอาสิคะ คุณอรุณประไพ” ปรุงฉัตรวางสายเพราะเห็นคงไคยเดินออกมาจากห้องน้ำพลางถามหามือถือ

“คุณลืมวางไว้ตรงนี้ค่ะ ปรุงกำลังจะหยิบเข้าไปให้พอดี” ปรุงฉัตรทำเนียนส่งโทรศัพท์ให้แล้วเดินเลี่ยง

คงไคยระแวงกดเช็กดูจึงรู้ว่าปรุงฉัตรโทร.ออกไปคุยกับอรุณประไพประมาณนาทีกว่า

เช่นเดียวกับวายุที่ยืนฟังอรุณประไพคุยโทรศัพท์อยู่สักพักแล้ว

“เนี่ยเหรอคนที่จะเป็นพ่อคน แต่ผมว่าอาจจะไม่เป็น แบบนั้นก็ได้ ยายนั่นอาจจะแต่งเรื่องทำให้คุณไพไม่สบายใจ”

“เขาออกไปต่างจังหวัดด้วยกันตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ คุณวายุ กลับไปก่อนนะคะ ไพจะขึ้นไปเฝ้าไข้คุณแม่” อรุณประไพจะลุกหนี แต่วายุเรียกไว้พลางหว่านล้อมขอเป็นพ่อของลูกอรุณประไพให้เอง เพราะคงไคยเป็นผู้ชายไม่เอาไหน

“แต่คนไม่เอาไหนคนนั้นคือสามีไพ ยังไงคุณคงไคยก็เป็นพ่อของลูกไพ ไพไปนะคะ” อรุณประไพจริงจังเพราะ ต้องการเตือนสติวายุที่ล้ำเส้นมากไปแล้ว

วายุยืนจ๋อย มองตามอรุณประไพด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

ooooooo

อรุณประไพเข้ามาดูแลภวันต่อจากทองถม ภวัน ถามหาลูกชาย อรุณประไพโกหกว่า ติดต้อนรับลูกค้าแต่ภวันไม่เชื่อ ส่วนทองถมเมื่อออกมาจากห้องภวัน ก็โทร.หาคงไคย ได้ยินเขาถามถึงอาการป่วยของอรุณประไพด้วยความเป็นห่วง

“คุณไพไม่สบายเหรอครับผมเพิ่งรู้ คงจะเก็บอาการตามเคย คุณไพมาเฝ้าไข้คุณหญิงครับ ก็คุณไพสัญญากับคุณแล้วนี่ครับว่าจะมาแทน ตอนนี้รู้แล้วใช่ไหมครับว่าไม่ควรประชดคุณไพตั้งแต่แรกแบบนี้”

“เอาเถอะ คุณจะด่าผมยังไงก็ได้” คงไคยยอมรับผิด

“ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจ...เราพูดกันแต่เรื่องเดิมๆทุกวันจนผมเบื่อที่จะพูดกับคุณแล้ว ถ้าคุณมองคุณไพในแง่ดีบ้างไม่ได้ ในโลกนี้ก็ไม่มีใครดีแล้วหละครับ แค่นี้นะครับพักนี้ไม่รู้เป็นไง...ไม่ค่อยอยากคุยกับคุณเลย” ทองถมวางสาย ยิ้มสะใจ

อรุณประไพนั่งใจลอยปอกผลไม้อยู่ข้างเตียง ภวันเห็นอาการก็เอามือลูบหัวพลางเอ่ยถามว่า เกิดอะไรขึ้น 

ความอบอุ่นจากมือของภวันกระตุ้นให้อรุณประไพน้ำตาซึม

“คุณแม่ขา ไพขอโทษ ไพคงไม่ดีพอที่จะเป็นเมียแต่ง ไพคงปกป้องคุณคงไคยอย่างที่รับปากกับคุณทองถมไว้ไม่ได้”

“ปกป้องจากใคร”

“ก็จากคุณประกอบ คุณแม่ไม่เคยคิดเหรอคะว่าคุณ ประกอบอาจเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของคุณพ่อก็ได้”

“แล้วถ้าแม่จะบอกว่าแม่ไม่คิดแบบนั้นล่ะ” ภวันมั่นใจ

อรุณประไพอึ้ง รอจนภวันหลับจึงโทร.ตามทองถมมา ปรึกษา

เวลาเดียวกันนั้น คงไคยออกไปเดินเล่นที่ชายหาดและได้พบกับจิ๊บที่ถ่ายเอ็มวีแถวนั้น จิ๊บถามหาอรุณประไพ คงไคยทำสีหน้าไม่ดี เธอจึงเดาว่าเขาคงมากับกิ๊กแต่รู้สึกผิดกับอรุณประไพเพราะอยากเป็นสามีที่ดีขึ้นมา

“ก็ทำนองนั้น ที่จริงการมีครอบครัวมันก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด” คงไคยเสียงอ่อย

“เพราะคุณได้คนดีๆ อย่างคุณไพมาเป็นภรรยานะสิ คุณคงไม่ได้บ้องตื้นจนดูไม่ออกนะว่าใครๆเขาก็อยากได้ภรรยาอย่างคุณไพกันทั้งนั้น เสือสิ้นลายหละทีนี้ จากเพลย์บอยจะเป็นพ่อบ้านซะแล้ว ว้าว”

“มาทำงานไม่ใช่เหรอเรา จะอู้งานอีกนานไหม” คงไคย ไล่ส่งเพราะโดนจี้ใจดำ

จิ๊บนึกได้ขอตัวไปทำงานแต่ไม่วายหันมาแซว “คุณพ่อบ้านกลับตัวกลับใจก็กลับบ้านซะนะคะ”

“อืม ไปได้แล้ว” คงไคยผลักหัวจิ๊บเบาๆ

“ครับผม” จิ๊บตะเบ๊ะรับ กลับหลังหันจะวิ่ง แต่เกือบ หน้าทิ่มเพราะก้าวลงไปในหลุมทรายที่ขุดทิ้งไว้

คงไคยรีบคว้าตัวไว้แล้วประคองให้ยืนขึ้น จิ๊บยึดไหล่คงไคยเป็นหลัก ปรุงฉัตรมาเห็นก็ตรงเข้ากระชากแขนจิ๊บออก พลางร้องด่าและเงื้อมือจะตบ  แต่จิ๊บไวกว่าผลักปรุงฉัตรล้มลงไป

“ดีนะ เอาสามีชาวบ้านมาแล้วยังกล้ามาตามหึงคนอื่นอีก คุณคงไคย ล่ามยายนี่ไว้หน่อยก็ดีนะคะพล่านเหลือเกิน  จิ๊บไปก่อนหละเดี๋ยวพลาดมีเรื่องจะเสียงาน” จิ๊บออกไปโดยไม่ทิ้งจังหวะให้ปรุงฉัตรตอบโต้ 

ปรุงฉัตรหันมามองเอาเรื่องคงไคย แต่คงไคยไม่แคร์เดินหนีกลับห้องพัก ปรุงฉัตรรู้ตัวปรับเปลี่ยนท่าทีตามไปง้อ แต่

คงไคยถามเรื่องณรงค์ขึ้นมา เพราะอยากรู้ว่า เธอจะจัดการอย่างไร

“ทำไมอยู่ๆ ก็ถามเรื่องนี้ล่ะคะ หรือคุณกำลังจะทิ้งปรุงจะยัดเยียดปรุงให้คนอื่น” ปรุงฉัตรระแวง

“เปล่าครับ ผมก็แค่ถามดู ไม่ได้บอกว่าจะทิ้งนี่ครับ” คงไคยพูดไม่เต็มปากนัก

“ถ้าปรุงเข้มแข็งได้สักครึ่งของคุณไพก็ดีนะคะ ไม่ว่าใครจะทำอะไรก็ไม่รู้สึกรู้สา ขนาดปรุงพาคุณมายังไม่ว่า อะไรเลย คนแบบนี้ให้อยู่คนเดียวในโลกก็คงอยู่ได้ แต่ปรุงสิคะ

...นึกไม่ออกเลยว่าถ้าไม่มีคุณแล้วปรุงจะอยู่ยังไง” ปรุงฉัตรก้มตัวลงมากอดคงไคย ในขณะที่คงไคยมีสีหน้าสับสน เพราะเป็นห่วงอรุณประไพ

ด้านอรุณประไพ เธอลงมาคุยกับทองถมที่ร้านกาแฟ เพราะสงสัยว่า ทำไมภวันถึงมั่นใจว่า ประกอบไม่ใช่คนบงการ ทำร้ายคงไคย ทองถมตัดสินใจเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังว่า ประกอบเป็นคู่แข่งทางธุรกิจและคู่แข่งทางความรักของคมสัน

“คุณพ่อของคุณคมสัน คุณเนื้อทิพย์และคุณภวันเป็นผู้ก่อตั้งพีวีเรียลเอทสเตทขึ้นมาด้วยกัน ที่จริงคุณคมสันกับคุณเนื้อทิพย์เคยรักกันมาก่อน แต่คุณพ่อคุณคมสันไม่เห็นด้วยเพราะพ่อคุณเนื้อทิพย์ลักลอบทำธุรกิจผิดกฎหมายหลายอย่าง ท่านก็เลยให้คุณคมสันแต่งงานกับคุณภวัน คุณเนื้อทิพย์ จึงประชดด้วยการแต่งงานกับคุณประกอบที่ตอนนั้นเป็นคนสนิทของคุณพ่อคุณเนื้อทิพย์ พอคุณพ่อคุณเนื้อทิพย์เสีย คุณเนื้อทิพย์ก็อ้างสิทธิ์ในหุ้นของคุณพ่อ เธอขอตำแหน่งกรรมการบริษัทให้กับประกอบ แล้วทั้งคู่ก็พยายามที่จะฮุบบริษัทมาตลอด แต่ผมไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นหรอกครับ”

“คุณแม่โชคดีนะคะที่มีคุณทองถม”

“คุณคงไคยเองก็โชคดีที่มีคุณครับ” ทองถมมองอรุณประไพอย่างเชื่อมั่น

ooooooo

ปรุงฉัตรเห็นคงไคยยืนเหม่ออยู่ริมระเบียง ก็เดินมาอ้อนขอยืมไอแพดอ้าง จะเช็กเมลเรื่องงาน คงไคย ให้ไปหยิบในกระเป๋าแล้วรอจนปรุงฉัตรออกไปแล้วจึงโทร.หาอรุณประไพเพื่อสอบถามอาการป่วย

อรุณประไพเผลอเอามือลูบท้องก่อนตอบกลับว่า เธอไม่ได้เป็นอะไร

“งั้นก็พักผ่อนซะนะครับ พรุ่งนี้ปรุงเขาเสร็จงานผมจะรีบกลับ” คงไคยวางสาย

อรุณประไพได้ยินก็อุ่นใจที่คงไคยพูดเหมือนจะกลับมาหา แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้ที่ต้องรอให้ปรุงฉัตรเสร็จงานก่อน

“คุณยังไม่ห่วงตัวเองเลยแล้วฉันจะห่วงคุณทำไม” อรุณประไพแอบบ่น

“ห่วงใครเหรอลูก” ภวันหันมาถามเพราะยังไม่หลับ

คงไคยเดินกลับเข้าห้องเห็นปรุงฉัตรกำลังอ่านข้อมูลของโครงการจากไอแพดอย่างสนใจ ก็เริ่มเอะใจ

“เข้าเมลไม่ได้เหรอครับปรุง” คงไคยทัก

ปรุงฉัตรตกใจ แต่เก็บอาการบอกว่า ได้แล้วพลางปิดเครื่องส่งคืนให้ คงไคยมองหน้าปรุงฉัตรอย่างจับสังเกต ปรุงฉัตรรู้สึกถึงความผิดปกติรีบเดินหนี ทำให้คงไคยยิ่งสงสัย

ขณะที่อรุณประไพเอ่ยถามภวันด้วยความข้องใจว่า ทำไมถึงมั่นใจนักว่าประกอบไม่ใช่คนบงการ

“ที่แม่มั่นใจก็เพราะหลังจากพ่อคงไคยเสีย คุณประกอบเป็นคนไปรับแม่กับคงไคยกลับมา คุณประกอบเสนอให้แม่เป็นประธานบริษัท ทั้งที่ตอนนั้นคณะกรรมการบางส่วนสนับสนุนให้ประกอบด้วยซ้ำ ถ้าคุณประกอบคิดจะยึดบริษัทจริงๆเขาจะพาแม่กับคงไคยกลับมาเพื่อทำให้มันยุ่งยากถึงทุกวันนี้ทำไม”ภวันบอกเล่าความจริงบางส่วน แล้วตัดบทขอนอนพัก

เช้าวันใหม่ เนื้อทิพย์สอบถามประกอบเรื่องแผนการของคงไคยที่ให้ปรุงฉัตรไปสืบ เพราะกลัวณรงค์ชวดตำแหน่ง

“เมื่อคืนยายปรุงมันโทร.มาบอกแล้วว่าแผนงานที่คงไคยจะพรีเซนต์คือ การรับชาวบ้านเค้ามาอบรมแล้วให้ทำงานในพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่น คู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งผมก็บอกลูกไปแล้ว”ประกอบตอบพลางหันมาทางณรงค์

ณรงค์ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์บอกกับพ่อแม่ว่า เขาสั่งคนไปจัดการแล้ว

ในเวลาเดียวกัน ผู้ใหญ่เท่งกับชาวบ้านก็กำลังช่วยกันเก็บเศษสิ่งก่อสร้างที่คนของณรงค์นำมาทิ้งไว้ที่ลานหินสำหรับทำพิธีลอยเรืออย่างจงใจ

“คราวที่แล้วมันก็เผาบ้านเรา คราวนี้มันก็ทำลายที่เรา สงสัยจะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้แล้วมั้งนาย” เข้มบ่นดังๆ

“แบบนี้เราจะทำพิธีได้เหรอครับนาย อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันทำพิธีลอยเรือแล้ว”ไข่เสริม

สองเพื่อนซี้เสนอให้ขนเศษสิ่งก่อสร้างไปไว้ที่หน้าโครงการเพื่อเอาคืน แต่ผู้ใหญ่เท่งไม่เห็นด้วยสั่งให้ทุกคน ขนเศษก่อสร้างไปทิ้งในที่ที่เตรียมไว้ เพราะเริ่มไม่แน่ใจในความไม่ชอบมาพากลของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

เช้าวันเดียวกันนั้น จิ๊บได้พบกับดีใจและสิทธาที่ชวนกันมาเพิ่มความหวานให้ชีวิตคู่ จิ๊บรีบฟ้องใจดีเรื่องคงไคยพาปรุงฉัตรมาเที่ยว ใจดีไม่รอช้าไปจัดการทวงสิทธิ์ให้อรุณประไพ จนเกิดการตบตีกันขึ้น พนักงานโทร.แจ้งตำรวจมาระงับเหตุทั้งหมดถูกจับไปโรงพักเพื่อสงบสติอารมณ์

ooooooo

เบญยอมหย่าให้ภุชงค์ แล้วพาแม่มาเก็บข้าวของที่บ้านของเขา ภุชงค์จะเข้าไปช่วยแต่โดนตวาด ภุชงค์ขอร้องเบญว่า ควรจะจากกันด้วยดี แต่ก็โดนตอกกลับ เธอไม่ใช่พวกสร้างภาพอย่างอรุณประไพ

“เบญอาจจะเป็นเมียที่ไม่ดีนะ แล้วพี่ล่ะเคยส่องกระจกดูตัวเองบ้างหรือเปล่าว่าเป็นผัวที่ดีหรือยัง เบญไม่เถียงหรอกนะว่าพี่ไพเขาเป็นคนดี เป็นผู้ดีน่ายกย่องเชิดชู แต่ไอ้คนที่มีลูกเมียแล้วไม่รู้จักดูแล มันดีพอที่จะได้คนอย่างพี่ไพรึเปล่า ใช่ พี่ไพไม่เกี่ยวเพราะพี่มันเลวเองไง เบญผิดเองแหละที่ทรยศคนดีอย่างพี่ไพ เพราะหน้ามืดตามัวหลงไอ้ผู้ชายที่ดีแต่เปลือกอย่างพี่ แต่เบญขอทำนายไว้นะ ว่าถึงไม่มีเบญแล้ว พี่ไพก็ไม่มีทางจะมองพี่แน่”เบญพูดจนสะใจแล้วลากกระเป๋าออกไปขึ้นรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ ทิ้งให้ภุชงค์มองตามอย่างเหนื่อยใจ

เมื่อเบญออกไปจากชีวิตแล้ว ภุชงค์ก็มาหาอรุณประไพ เป็นเวลาเดียวกับที่ทองถมและอรุณประไพพาภวันกลับมาพักฟื้นที่บ้านพอดี อรุณประไพมองภุชงค์อย่างลำบากใจ แล้วพาไปคุยกันในสวน ภุชงค์บอกเรื่องเขาหย่ากับเบญ หวังจะได้เริ่มต้นใหม่กับอรุณประไพ แต่โดนปฏิเสธ

“ตอนนี้ไพไม่ได้เป็นคนตัวเปล่าแล้ว ถึงจะรักไม่รักตอนนี้เราก็เป็นสามีภรรยากัน คำว่าครอบครัวไม่ใช่เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่งนะคะ แต่เราทั้งสองคนต้องช่วยกันดูแล คุณเองสิ่งที่ควรทำมาตั้งแต่ต้นคือดูแลเบญ”

“ตอนนี้มันไม่ทันแล้วล่ะ”ภุชงค์ใจหาย

“คุณไพครับ คุณคงไคยมีเรื่องครับ ผมไม่อยากให้คุณหญิงรู้”ทองถมเข้ามากระซิบ

“ทำไมล่ะ แสดงว่างานนี้ฉันคงต้องจัดการกับมันเอง”

ภวันตามหลังมา

ทองถมหน้าเสียจำใจรายงานว่า คงไคย ปรุงฉัตร ใจดี สิทธา และจิ๊บถูกตำรวจจับไปโรงพักในข้อหาทะเลาะวิวาท ไม่กี่ชั่วโมง ทองถมก็ประกันตัวทุกคน แล้วพามาที่บ้านพัก คงไคยดีใจมากที่เห็นอรุณประไพมารอรับ แต่ก็ต้องตะลึงเมื่อเห็นภวันเดินตามมาด้วย อรุณประไพเชิญทุกคนไปที่โต๊ะอาหารเพราะเตรียมข้าวต้มไว้ให้ คงไคยตามง้ออรุณประไพ แต่อรุณประไพเดินเลี่ยงไปทักทายสิทธากับใจดี

“สนุกพอหรือยัง” ภวันมองหน้าลูกชาย

“พอแล้วครับ วันนี้ก็กลับได้เลย” คงไคยจ๋อย

“แต่ฉันยังไม่หายสนุก เราอยู่ต่ออีกสักวันแล้วกันถือว่าเป็นการพักฟื้น” ภวันส่งสายตามาที่ปรุงฉัตรแล้วมองเลยไปที่จิ๊บพลางเอ่ยถาม “หนูนี่เป็นใคร”

จิ๊บรีบแนะนำตัวแล้วบอกเล่าที่มาที่ไปของเหตุการณ์ให้ภวันฟังอย่างสนุกสนาน อรุณประไพเดินเลี่ยงไปห้องพักคงไคยตามไปด้วย อรุณประไพถามถึงปรุงฉัตร

“คุณแม่ให้คุณทองถมจัดบ้านรับรองให้อีกหลัง ท่านคงอยากให้เราฮันนีมูนรอบสอง”

“รอบสองเหรอคะ รอบแรกยังไม่มีเลย”

คงไคยยิ้มขำที่อรุณประไพมีบ่นน้อยใจพลางขอโทษเธอเรื่องเมื่อวานแล้วระดมจูบไม่ยั้งอ้างว่าเป็นการใส่ยา

“คุณคงไคย คุณเป็นอะไรของคุณกันแน่ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายฉันตามไม่ทัน” อรุณประไพดันตัวคงไคยไว้

“ผมรู้ว่า ผมทำไม่ดีกับคุณเอาไว้มาก แต่คุณก็ยังทำเพื่อผม ขอโทษนะคุณไพ”

“ฉันเข้าใจค่ะ ถูกบังคับให้แต่งกับคนที่คุณไม่ได้รักก็แบบนี้”

“ใช่ แต่ก่อนอาจจะไม่รัก แต่ตอนนี้...” คงไคยพูดได้เท่านั้นก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาจนต้องวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำ

อรุณประไพมองตามงงๆเพราะต้องเป็นเธอมากกว่าที่แพ้ท้อง

เย็นวันเดียวกันนั้น ประกอบได้รับรายงานจากลูกน้องว่า ณรงค์ให้คนเอาเศษวัสดุไปทิ้งที่ริมหาดอีก จึงเรียกลูกชายมาสอบถาม

“ก็แผนงานใหม่ของคงไคยคือ ดึงชาวบ้านมาเป็นพวกด้วยการอบรมและจ้างให้ทำงาน แต่ถ้าชาวบ้านไม่อยากเป็นพวกด้วยล่ะครับ เพราะอีกไม่กี่วัน ชาวบ้านที่นั่น เขาจะมีพิธีลอยเรือขอบคุณทะเล เป็นพิธีที่ชาวบ้าน

ให้ความสำคัญมากแล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนไปลบหลู่” ณรงค์ยิ้มร้าย 

ประกอบเริ่มเข้าใจแผนการ แต่อดห่วงไม่ได้ เตือนณรงค์อย่าชะล่าใจนัก

ooooooo

ใจดีได้ยินคงไคยคุยกับอรุณประไพเรื่องหน้ามืดอาเจียนก็เรียกมาทานมะม่วงน้ำปลาหวานด้วยกัน จิ๊บทำท่าเข็ดฟันบอกว่ามะม่วงเปรี้ยวมาก คงไคยแค่ได้ยินว่าเปรี้ยวก็รีบหยิบมากิน แล้วก็จ้วงมะม่วงแบบเมามันส์ ทำเอาทุกคนอึ้ง

“คนหนึ่งเวียนหัว คนหนึ่งอาเจียน อย่าบอกนะคะว่าคุณคงไคยแพ้ท้องแทนเมีย” ใจดีล้อ

“คงไม่ใช่หรอกค่ะ” อรุณประไพออกตัว

ทุกคนหัวเราะมีความสุข ยกเว้นปรุงฉัตรที่แอบมองอยู่ด้วยความแค้น

หลังทานอาหารเสร็จ คงไคยก็จูงอรุณประไพออกมาเดินเล่นริมทะเล ทั้งสองพูดคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข แล้วพนักงานก็วิ่งมาตามคงไคยบอกว่าปรุงฉัตรไม่สบายมาก

“คุณไปดูแลคุณปรุงฉัตรเถอะค่ะ” อรุณประไพฝืนใจ บอกกับคงไคยที่ยืนลังเลแล้วจะเดินหนี แต่ต้องชะงักเพราะภวันเข้ามาบอกว่า เธอจะเป็นธุระจัดการพาปรุงฉัตรไปหาหมอให้เอง พลางหันมาจิกลูกชาย

“ไม่ต้องห่วงแม่รู้จักหมอเก่งๆหลายคน หมอจิตเวชแม่ก็รู้จักนะ เผื่อว่าหมอทั่วไปจะรักษายายปลิงฉัตรไม่ได้ เอาเป็นว่าแกกับหนูไพพักผ่อนแล้วกัน หนูไพเหนื่อยมามากแล้ว”

“แม่ครับ ให้ปรุงไปอยู่ที่คอนโดฯของผมสักพักก่อนได้ไหมครับ อย่าเพิ่งพาไปส่งบ้านเลย คือ...” คงไคยไม่อยากบอกเรื่องปรุงฉัตรมีปัญหากับณรงค์ให้ภวันรู้

“แม่บอกแล้วไงว่าแม่จะจัดการเอง” ภวันตัดบท แล้วเดินออกไปสมทบกับทองถมเพื่อจะไปจัดการกับปรุงฉัตร

ปรุงฉัตรที่นอนสำออยเห็นว่าคนที่เข้ามาไม่ใช่คงไคยก็ โวยลั่น แต่ก็โดนทองถมกับภวันตอกกลับอย่างแสบสัน

“คุณป้าเกลียดคุณเนื้อ เอ้อ คุณแม่ ก็เลยมาเกลียดปรุงด้วย คุณป้ามันสันหลังหวะแย่งคุณลุงคมสันไปจากคุณแม่ ก็เลยกลัวว่าคุณแม่จะส่งปรุงมาแย่งคงไคยไปจากคุณป้า”

“จะมากไปแล้วนะปรุงฉัตร”

“คอยดูนะ ถ้าปรุงได้คงไคยคืนมา ปรุงจะทำให้คงไคยรักปรุงคนเดียว ปรุงจะแย่งคงไคยไปจากคุณป้า”

“หยุดเดี๋ยวนี้นะปรุงฉัตร ฉันจะพาเธอกลับบ้าน คุณทองถมพาปรุงฉัตรไปขึ้นรถ” ภวันเสียงเข้ม รู้สึกกับสิ่งที่ปรุงฉัตรพูดอยู่เหมือนกัน

ในระหว่างที่ทองถมกับภวันพาปรุงฉัตรกลับกรุงเทพฯ อรุณประไพกับคงไคยก็มีปากเสียงกันอีก เพราะอรุณประไพน้อยใจคงไคยเรื่องปรุงฉัตร ส่วนคงไคยก็ระแวงอรุณประไพเรื่องภุชงค์ที่หย่ากับเบญแล้ว สุดท้ายอรุณประไพก็เป็นลม

คงไคยตกใจรีบพาอรุณประไพกลับห้องแล้วหาผ้ามาเช็ดตัวให้ อรุณประไพลืมตาขึ้นไม่เห็นใครก็พึมพำกับลูกในท้อง

“ทำไมแม่คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เลย แต่แม่บอกพ่อของหนูไม่ได้จริงๆว่าตอนนี้แม่มีหนูแล้ว” อรุณประไพเศร้า เข้าใจว่าคงไคยไม่ใส่ใจ เธอหลับตาลงอีกครั้งแล้วหลับไป จึงไม่รู้ว่าคงไคยเดินกลับเข้ามาพร้อมกับอ่างน้ำสำหรับเช็ดหน้า

“ทำไมอรุณประไพผู้แสนเยือกเย็นถึงได้เกรี้ยวกราดนัก หรือว่าถ้ามีเจ้าตัวน้อยจะหายพยศได้น้า” คงไคยค่อยๆซับหน้าให้อรุณประไพโดยไม่รู้ว่าเธอกำลังตั้งท้อง

ดึกแล้ว แต่ประกอบยังเดินหงุดหงิดอยู่ในบ้าน เพราะเป็นห่วงปรุงฉัตรที่โทร.ติดต่อไม่ได้ เนื้อทิพย์ลงมาเห็นก็ไม่พอใจ

“รักเหลือเกินนะ นังลูกติดเมียคนใช้เนี่ย ฉันไม่อยากจะพูดกับคุณแล้ว” เนื้อทิพย์สะบัดหน้าหนี เป็นจังหวะเดียวกับที่เด็กรับใช้เข้ามารายงานว่า ปรุงฉัตรมาถึงแล้วและมีแขกมาด้วย

ประกอบกับเนื้อทิพย์มองไปที่ประตู เห็นภวันกับทองถมพาปรุงฉัตรเข้ามา ภวันต่อว่าเนื้อทิพย์ที่ไม่ยอมดูแลปรุงฉัตรปล่อยให้ไปกวนใจอรุณประไพกับคงไคย ทองถมรีบเสริมอีกชุดใหญ่ถึงความไม่รู้จักกาลเทศะของปรุงฉัตร

“พอเถอะคุณทองถม ไว้หน้าเนื้อทิพย์เพื่อนฉันบ้าง” ภวันทำเป็นปรามแล้วหันมาพูดเน้นๆกับภวัน “ลูกเรา เราต้อง สอนเองนะ อย่าปล่อยให้คนอื่นเขาต้องมาสอนแทนแบบนี้”

“เอาละ ขอบคุณมากคุณภวันที่มาส่งยายปรุง” ประกอบตัดบท

“ไม่เป็นไรค่ะ หมดธุระแล้วฉันขอตัวก่อน” ภวันออกไปกับทองถม

เนื้อทิพย์หันมาเล่นงานปรุงฉัตรทันทีเพราะโกรธที่ทำให้เธอถูกภวันต่อว่า

“ปรุงก็ทำตามที่พวกคุณสั่งไงคะ คุณไม่รู้หรอกว่าปรุงเจออะไรมาบ้าง ยายคุณหญิงภวันชี้หน้าด่าปรุงฉอดๆเพราะปรุงไปทำงานให้พวกคุณ แล้วเป็นไงคะ ปรุงก็ถูกจิกหัวแยกกับคงไคยกลับมาให้คุณด่าซ้ำนี้ไงคะ” ปรุงฉัตรเสียงแข็ง

เนื้อทิพย์โกรธจะตบปรุงฉัตร แต่ณรงค์เข้าไปขวางอาสาอบรมปรุงฉัตรให้เองแล้วลากตัวออกไป

ประกอบมองตามทั้งคู่อย่างสงสัย แล้วรีบตามไปคุยกับภวัน ทองถมไม่ใว้ใจประกอบจะอยู่ฟังด้วย แต่ภวันสั่งให้ไปรอที่รถ

“คุณมาไกลมากเลยนะคุณประกอบ จากคนติดตามคุณลุง วันนี้คุณกลายเป็นสามีของเนื้อทิพย์เป็นหนึ่งในกรรมการของพีวี”

“ผมยืนอยู่ตรงนี้ได้เพราะความสามารถของผม ไม่เกี่ยวกับภรรยาผม”

“ความสามารถในที่โล่งแจ้ง หรือว่าเงามืดล่ะคะ ฉันไม่แน่ใจว่าคุณถนัดวิธีการแบบไหน ฉันยินดีนะคะ ที่คุณคิดจะต่อสู้กันแบบซึ่งๆหน้า เพราะการลอบกัดคงไม่ใช่การกระทำของคนที่กำลังบอกฉันว่าเขาฉลาด ฉันทราบว่าคุณรักเนื้อทิพย์กับลูกของคุณมาก ฉันก็รักคงไคยมาก มากกว่าชีวิตของฉัน ถ้าใครคิดจะทำร้ายคงไคย ฉันก็จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้อง แม้จะต้องทำลายใครให้ย่อยยับก็ตาม” ภวันประกาศตัวแล้วเดินไปขึ้นรถ

ประกอบมองตามอย่างคิดหนักก่อนจะพึมพำกับตัวเอง “ผมก็ต้องปกป้องครอบครัวของผมเหมือนกัน”

ooooooo

ณรงค์ลากปรุงฉัตรเข้ามาในห้องและบอกกับเธออย่างอ่อนโยน ให้พักผ่อนเพราะเหนื่อยมามากแล้ว

“มาดีอะไรกับปรุงตอนนี้คะ มันสายเกินไปแล้วละค่ะ ตอนนี้ปรุงมีคงไคยคนเดียว เรื่องเก่าๆที่คุณพยายามจะรื้อฟื้นมันไม่มีผลกับความรู้สึกปรุงหรอกนะคะ คุณไม่มีทางชนะคงไคยหรอกปรุงจะบอกให้”

“ก็อย่าเพิ่งด่วนสรุป แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เราก็หัวอกเดียวกันสินะ เพราะเธอก็คงไม่มีทางเอาชนะคุณอรุณประไพได้เหมือนกัน ดูแค่วันนี้สิว่าเขาเลือกใคร” ณรงค์ทิ้งท้าย

ปรุงฉัตรเจ็บจนแทบยืนไม่อยู่ เธอมองไปรอบๆห้องรู้สึกว้าเหว่ จึงร้องไห้ไปหาซาซ่าที่คอนโดฯหวังได้ยินคำปลอบใจ แต่ซาซ่าพูดอะไรไม่ออกทำได้เพียงกอดปรุงฉัตรไว้แน่น แล้วร้องไห้ออกมาด้วยความสงสารเพื่อนรัก

บ่ายวันต่อมา อรุณประไพ วายุ และป๊อกกี้นั่งประชุมเรื่องงานชิ้นใหม่อยู่ในบริษัท วายุเห็นอรุณประไพเริ่มมีอาการแพ้ท้อง เพราะเลยเวลาอาหารกลางวันมานานแล้ว จึงชวนออกไปทานข้าวกันก่อน อรุณประไพยิ้มเจื่อนๆเดินเลี่ยงไปโทร.นัดหมอ จะเข้าไปตรวจอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เพราะรู้สึกหน้ามืดบ่อยๆจึงกลัวว่าลูกในท้องจะไม่แข็งแรง

วายุออกไปหาน้ำส้มและแซนด์วิชมาส่งอรุณประไพพลางล้อว่า ที่อรุณประไพไม่ยอมบอกคงไคยเรื่องเจ้าตัวน้อยเพราะแอบเผื่อใจไว้ให้เขา แต่พอเห็นอรุณประไพทำท่าพะอืดพะอมก็รีบสรุป

“ซึ้งถึงขั้นอ้วกเลยเหรอครับ”

อรุณประไพหัวเราะขำวายุ พลางขอร้องว่าอย่าเพิ่งบอกใครเพราะเธอยังไม่พร้อม

“ผมล่ะเหนื่อยใจ ไอ้บ้านี่มันดูใครออกบ้าง แม่ป่วยเป็นมะเร็งก็ไม่รู้ เมียท้องยังไม่รู้อีก ไม่ได้มีความละเอียดอ่อนเอาซะเลย ผมล่ะอยากจะด่ามันว่า...” วายุพูดได้แค่นั้นเสียงใจดีก็ดังซ้อนเข้ามา

“ไอ้ผัวชั่ว”

ทั้งสองหันมามองตามเสียงเห็นใจดีลากสิทธาเข้ามาที่หน้าบริษัท ป๊อกกี้และพนักงานออกมายืนมองพลางร้องถามว่าเกิดอะไรขึ้นอีก

“ฉันจับได้คาหนังคาเขา มันหลอกฉันว่ามันมีงานด่วน ที่ไหนได้พอฉันเผลอมันก็แล่นไปหากิ๊กแถมเอารถฉันขับไปรับมันด้วย ไม่รู้หรือไง ฉันไม่ใช้ร่วมกับใคร ฉันไม่ใช้  ไม่ใช้”

ใจดีตะเบ็งเสียงพลางทุบตีสิทธา

“เขาไม่ใช่กิ๊ก เขาเป็นเพื่อนเก่าที่เพิ่งกลับมาจากต่าง– ประเทศ แค่แวะมาเจอกันเฉยๆ ผมแค่อยากปรึกษาเขาเรื่องลู่ทางทำธุรกิจ” สิทธาอธิบาย แต่ใจดีไม่รับฟัง เธอทุบสิทธา

หนักกว่าเดิมแถมด่าประจาน

สิทธาหน้าเสียอับอายพนักงานเป็นที่สุด วายุเห็นใจเข้ามาเตือนสติใจดีแล้วพลั้งปากยุให้เลิกกันไปเลย ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วมีแต่ความเลวร้าย ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด อรุณประไพเห็นแล้วก็รู้สึกหวิวๆ จะเป็นลม ป๊อกกี้เข้าประคองร้องเรียกวายุให้ขับรถพาอรุณประไพกลับไปพักที่บ้าน

คงไคยที่ยืนรออยู่เห็นวายุมาส่งอรุณประไพก็จะเข้าไปต่อว่า แต่วายุชิงพูดขึ้นก่อน“อย่ามาหาเรื่องวันนี้ไม่มีอารมณ์เมียคุณไม่สบายอยู่ด้วย หัดดูแลกันซะบ้าง ดูแลไม่ได้บอกนะจะดูให้”

“ไอ้วายุ”คงไคยตวาด

อรุณประไพเห็นสองคนทะเลาะกันก็ทำท่าเหนื่อยใจ วายุหันมาทิ้งท้าย“คุณไพครับ มีอะไรก็บอกๆไปเถอะ สามีคุณยิ่งบื้อๆอยู่ให้ดูเองมันไม่รู้หรอก”วายุเดินออกไป

อรุณประไพจะเดินเข้าบ้าน คงไคยตามมาคาดคั้นว่า มีอะไรจะบอกเขา แต่อรุณประไพไม่ทันตอบ ทองถมก็เข้ามาตามบอกว่า ภวันให้มาเชิญไปพบเพราะจะคุยเรื่องแผนงานที่จะเสนอกับคณะกรรมการในวันพรุ่งนี้

ทั้งสองเข้าไปพบภวันในห้องทำงาน แล้วนำเสนอแผนงานจ้างงานคนในพื้นที่มาช่วยงาน และส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติโดยมีทานากะกรุ๊ปเป็นพี่เลี้ยง ภวันมีสีหน้าพอใจ

“แบบนี้แม่คงวางมือได้จริงๆ ลูกก็รู้ว่าโรคของแม่มันเอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้”

“มันจะต้องดีขึ้นครับแม่ แต่ถ้าแม่อยากพักผมรับรองว่าจะดูแลทุกอย่างให้ดีที่สุด”คงไคยรับปาก แล้วทำฟอร์มๆหันมาถามอรุณประไพ พรุ่งนี้จะไปด้วยกันไหม อรุณประไพปฏิเสธอ้างว่ามีธุระ แต่ไม่ยอมบอกเรื่องเธอนัดหมอไว้ ทำให้คงไคยเข้าใจผิดคิดว่า เธอมีนัดกับภุชงค์จึงพาลหาเรื่อง

ภวันเห็นใจอรุณประไพจึงรีบตัดบทสั่งให้คงไคยพาเธอขึ้นห้องไปเอนหลัง คงไคยอยากจะต่อว่าอรุณประไพต่อแต่เกรงใจแม่จึงต้องยอมหยุด เขาประคองภวันออกไป

ทองถมรอจนภวันกับคงไคยเดินลับตาไปแล้วจึงเอ่ยขึ้น“คุณไพครับ ตอนนี้ผมค่อนข้างมั่นใจว่า มีคนจงใจสวมรอยสร้างสถานการณ์ให้คุณคงไคยผิดใจกับผู้ใหญ่เท่งผู้นำของชุมชนนี้ครับ”

“ถ้าเขาเป็นคนสำคัญของชุมชน คุณคงไคยก็ควรเข้าหาผู้ใหญ่เท่งคนนี้ก่อน”

“งั้นคุณไพคงต้องไปกับคุณคงไคยแล้วละครับ ไปเป็นคู่คิดให้คุณคงไคย”ทองถมขอร้อง

อรุณประไพเริ่มถอดใจไม่มั่นใจว่าคงไคยยังต้องการให้เธอเป็นคู่คิดอยู่หรือเปล่า

ooooooo

คงไคยเข้าพรีเซนต์แผนงานให้คณะกรรมการฟัง ทุกคนพอใจกับแผนงานนี้มาก สั่งให้คงไคยดำเนินการตามที่เสนอได้เลย เนื้อทิพย์ไม่พอใจสั่งให้ณรงค์เสนอเรื่องงานเปิดตัวโครงการให้คณะกรรมการฟังบ้างเพื่อเรียกคะแนน คงไคยหันมากระซิบถามทองถมว่าอรุณประไพไปไหน ทำไมไม่มาประชุม ทองถมไม่ทันได้ตอบ ปรุงฉัตรก็เดินกรีดกรายเข้ามา

ทุกคนในที่ประชุมงง เนื้อทิพย์ส่งยิ้มอธิบายว่าจะให้ปรุงฉัตรมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของโครงการ เพื่อเป็นการเสริมภาพลักษณ์ ทำให้ทุกคนต้องอึ้ง

ภวันไม่ชอบใจต่อว่าเนื้อทิพย์ทำเกินหน้าที่ เพราะเธอเป็นประธานบริษัทไม่ใช่เนื้อทิพย์ ปรุงฉัตรเห็นเนื้อทิพย์ตกเป็นรองก็เข้าไปอ้อนคงไคยหวังให้ใช้ตำแหน่งประธานโครงการตัดสินใจให้เธอมาช่วยงานนี้ แต่ต้องหน้าแตกเพราะคงไคยเสนอให้ขอมติจากคณะกรรมการ ภวันยิ้มพอใจหันมาแขวะเนื้อทิพย์

“ก็ดีนะ ใช้ความเห็นส่วนรวม ฉันยอมรับได้ เนื้อทิพย์วิธีซื่อๆแบบนี้เธอคงไม่ค่อยชิน”

เนื้อทิพย์แทบเต้นมองภวันอย่างไม่พอใจ ณรงค์รีบจับมือแม่ให้ใจเย็นๆ แล้วตามไปกล่อมคณะกรรมการให้ลงมติยอมรับปรุงฉัตรมาช่วยงาน

ในขณะที่รอมติจากที่ประชุม ทองถมก็เข้ามาเปรยกับภวัน “พยายามกันขนาดนี้ ผมว่าอันตรายนะครับ”

“มองอีกมุม ถ้ามันมีอันตรายจริงๆ ไอ้ตัวแสบอาจจะหายโง่ก็ได้นะ เพราะอย่างน้อยการที่คงไคยให้ส่วนรวมลงมติมันก็แสดงให้เห็นว่าคงไคยเริ่มจะแยกเรื่องงานกับส่วนตัวเป็นแล้ว ใช่ไหม” ภวันยิ้มมั่นใจ

ทองถมคิดตามพลางพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

เวลาเดียวกันนั้น อรุณประไพมาพบหมอตามนัด หมอให้คำแนะนำหลังจากตรวจว่าเธอต้องหลีกเลี่ยงภาวะความเครียด ทานอาหารที่บำรุงร่างกาย และที่สำคัญคุณแม่ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ อรุณประไพฟังแล้วก็หนักใจเพราะรู้ว่าเหตุการณ์ข้างหน้ากำลังเลวร้าย

“แม่ขอโทษที่ทำให้หนูต้องเหนื่อยไปกับแม่ด้วยนะลูก ไม่เครียด พักผ่อน ลูกจ๋า แม่จะทำเพื่อหนูนะ” อรุณประไพ

ลูบท้องตัวเองเบาๆ แล้วตัดสินใจหลบไปพักที่บ้านพ่อกับแม่ เพื่อหลบหน้าคงไคยไม่ให้เขาเห็นอาการแพ้ท้อง

ส่วนคงไคยก็กลับเข้ามาในห้องประชุมอีกครั้งเพื่อฟังมติจากคณะกรรมการ ทุกคนลงความเห็นว่าจะให้ปรุงฉัตรมาช่วยงานเพราะหลงเชื่อคารมของณรงค์ ภวันกับทองถมมองหน้ากันเพราะพลาดท่าให้กับณรงค์จนได้ แต่ก็ยังอุ่นใจว่ายังมีอรุณประไพอยู่เคียงข้างคงไคยอีกคน

เนื้อทิพย์เดาความคิดภวันได้จึงถามหาอรุณประไพ ภวันขยับจะตอบแต่ไม่ทันคงไคยที่ออกรับแทน

“คุณอรุณประไพอยู่ในช่วงสะสางงานที่เก่าครับ ถึงจะไม่ได้มาด้วยแต่แผนงานทั้งหมดที่ผมนำเสนอในวันนี้ คุณอรุณประไพก็เป็นผู้วิเคราะห์และหาข้อมูลครับ”

คณะกรรมการพอใจในคำตอบ ผิดกับปรุงฉัตรที่หน้าหงิกกระซิบบอกคงไคยว่ามีเรื่องต้องคุยกัน

เมื่อเลิกประชุมอรุณประไพก็โทร.มาบอกทองถมว่า จะไปค้างที่บ้านแม่สักสองสามวัน ทองถมเรียนให้ภวันทราบ

“ไอ้ตัวแสบก่อเรื่องแน่ๆ เฮ้อ ฉันล่ะกลัวหนูไพถอดใจจริงๆ” ภวันถอนใจหันไปมองคนของทองถมที่เข้ามารายงานว่ามีตำรวจมาขอพบคงไคย เพราะผู้ใหญ่เท่งแจ้งความจับในข้อหาเป็นผู้จ้างวางเพลิงเมื่อสองวันก่อน

ภวันกับทองถมออกไปดูเหตุการณ์ พบคงไคยยืนคุยอยู่กับตำรวจด้วยท่าทีงงๆ เพราะไม่รู้ว่าผู้ใหญ่เท่งเป็นใคร

“ผู้ใหญ่เท่งเป็นผู้นำชาวบ้านในพื้นที่ที่เราสร้างพีวีอินเตอร์คอนเวนชั่นครับ” ทองถมเข้ามาอธิบาย

คงไคยเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างจึงยอมตามตำรวจไปให้ปากคำที่โรงพักเพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตน

ปรุงฉัตรแอบดูอยู่สงสัยว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับพวกประกอบแน่ จึงเข้าไปสอบถาม ประกอบกับเนื้อทิพย์ปฏิเสธ แต่ณรงค์กลับยืดอกรับว่า เขาเป็นคนสั่งการเอง

ส่วนผู้ใหญ่เท่งเมื่อรู้ว่าคงไคยไปให้การกับตำรวจแล้วและปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องที่เกิดขึ้น ก็ทำให้ผู้ใหญ่เท่งมั่นใจว่า อาจมีคนมาสวมรอยสร้างสถานการณ์ปั่นหัวให้เขากับคงไคยทะเลาะกัน แล้วเข้มก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาฟ้องว่าคนของคงไคยเอาเศษวัสดุก่อสร้างมาทิ้งที่ลานหินริมหาดอีกแล้ว

“แบบนี้มันตั้งใจก่อกวนไม่ให้เราได้ทำพิธีนี่ครับนาย วันเปิดตัวโครงการของมัน ตรงกับวันที่เป็นฤกษ์ทำพิธีของเราด้วยนะ” ไข่ฮึดฮัดไม่พอใจ

“ให้คนมาช่วยกันขนออกไป ยังไงก็ให้ใครมาล้มพิธีไม่ได้” ผู้ใหญ่เข้มสั่งนิ่งๆแต่สายตาเอาจริง

ooooooo

คงไคยนั่งคิดหนักถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะหลังกลับจากให้ปากคำที่โรงพัก ทองถมก็เข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มว่า วันที่จะเปิดตัวโครงการ เป็นวันที่ชาวบ้านจะทำพิธีลอยทะเล และนอกจากเรื่องลอบวางเพลิงแล้ว ยังมีคนจงใจใส่ความว่าคงไคยจะล้มพิธีของชาวบ้านอีกด้วย คงไคยนึกทบทวนเหตุการณ์ที่มีณรงค์ ปรุงฉัตร และอรุณประไพมาเกี่ยวข้อง เขาเริ่มระเแคะระคายอะไรบางอย่างจึงเอ่ยกับทองถม

“คุณทองถม ผมคิดว่าเรื่องนี้ อาจจะมีคนในสร้างสถานการณ์ ต่อไปนี้ไม่ว่าผมจะทำอะไร ก็ขอให้คุณทองถมรู้ไว้ว่า ผมทำเพื่อให้คนได้แสดงธาตุแท้ออกมา”

“ผมดีใจนะครับที่ได้ยินแบบนี้ เอ ใครน้าที่ทำให้คุณคงไคยจอมเหวี่ยงเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้” ทองถมอมยิ้ม

คงไคยรู้ว่าทองถมหมายถึงอรุณประไพจึงถามหา แต่ทองถมไม่ยอมบอกว่า คงไคยทนไม่ไหวหยิบโทรศัพท์ออกมา โทร.หาอรุณประไพ แต่โทร.ไม่ติด เพราะปรุงฉัตรรู้จากแต๋วแหววว่าอรุณประไพไม่อยู่บ้าน จึงโทร.มายั่วว่า เธอจะดูแลคงไคยให้เอง เพราะเขาอยู่กับเธอ ทำให้อรุณประไพถึงกับน้ำตาซึม

เมื่อวางสายจากปรุงฉัตรแล้วคงไคยก็โทร.เข้ามา อรุณประไพถามว่า ตอนนี้เขาอยู่ไหน แต่พอได้ยินคงไคยตอบว่าอยู่บ้านก็เข้าใจผิดคิดว่าเขาโกหก เธอกดวางสายแล้วร้องไห้ออกมา

ประไพเห็นอาการลูกก็ตกใจเข้ามาสอบถามพร้อมให้ข้อคิด “ทำไมคนอื่นพูดอะไรลูกถึงเชื่อ แต่คุณคงไคยเป็นสามีของลูกทำไมลูกถึงไม่เชื่อเขา แต่ถ้าเขาโกหกก็ยังดีกว่าให้คนอื่นมาโกหก มายุยงให้เราแตกกันนะลูก ช่องว่างระหว่างคนสองคนไม่ได้เกิดเพราะมีคนมาแทรกกลาง แต่มันเกิดเพราะเราไม่เชื่อใจกันต่างหาก ลูกเองก็เคยรู้สึกใช่ไหมว่า ทำไมลูกพูดอะไรคุณคงไคยถึงไม่เคยเชื่อ ไม่เคยไว้ใจ แล้วลูกล่ะจ๊ะ เชื่อและไว้ใจคุณคงไคยรึเปล่า”

อรุณประไพเช็ดน้ำตาคิดตามที่ประไพสอน

เป็นเวลาเดียวกับที่แฉล้มขึ้นมาตามคงไคยลงทานอาหาร คงไคยอ้อนถามแฉล้มว่า เขาร้ายกาจสารพัดทำไมถึงยังดีกับเขาอยู่

“ก็แล่มรักคุณหนูนี่คะ ไม่ใช่แค่แล่มนะคะที่รักคุณหนู คุณหญิงท่านก็รัก คุณไพเธอก็รักแล้วคุณหนูล่ะคะรู้รึเปล่าว่าตัวเองรัก ไม่ต้องตอบแล่มหรอกค่ะ แต่ตอบตัวเองให้ได้ดีกว่าว่า ใครที่หายไปจากชีวิตเราแค่สักวินาทีแล้วเราแทบจะอยู่ไม่ได้ ใครที่ทำให้เราอยากเปลี่ยนตัวเองให้ดีพอในสายตาเขา” แฉล้มเดินยิ้มออกไป

คงไคยมองรูปแต่งงานที่หัวเตียงพลางตอบตัวเอง “ทำไมผมจะไม่รู้ว่าใครที่หายไปแล้วทำให้ผมแทบอยู่ไม่ได้ ใครที่ทำให้ผมอยากเปลี่ยนตัวเองให้ดีพอ ขอเวลาผมจัดการกับคำสัญญาที่ผมสร้างขึ้นมาผูกมัดตัวเองก่อนนะอรุณประไพ”

ภวันเห็นแฉล้มเดินยิ้มลงมาก็เดาได้ว่า มีความสุขเรื่องอะไร

“มันไม่ง่ายแบบนั้นหรอกแม่แล่ม ลูกชายฉันถึงมันจะเกเรยังไง แต่มันก็เป็นสุภาพบุรุษกับผู้หญิง คงไคยไปสัญญากับแม่ปรุงฉัตร ไปบอกให้เขารอ แล้วแม่แล่มคิดว่าลูกชายฉันจะสลัดคนที่ตัวเองบอกให้รอ มาหาคนที่ตัวเองรักหน้าตาเฉยได้เหรอ” ภวันจำต้องบอกออกไป

“คุณหนูไม่ทำแบบนั้นแน่” แฉล้มหน้าเสีย

“ไม่เป็นไรหรอกแม่แล่ม ฉันเชื่อว่าหนูไพเข้มแข็งและหนักแน่นพอที่จะรอคงไคยได้ ไปหยิบโทรศัพท์มาหน่อยสิ ฉันจะโทร.ไปเติมความหนักแน่นให้ลูกสะใภ้สักหน่อย” ภวันยิ้มอย่างหมายมั่น

ส่วนอรุณประไพดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ เมื่อภวันยืนยันว่าลูกชายของเธออยู่ที่บ้านจริงๆ พลางนัดหมายให้ไปเจอกันที่งานเปิดตัวโครงการ อรุณประไพวางสายสีหน้าสดชื่น

ประไพอมยิ้มเดินเข้าถาม “รู้แล้วใช่ไหมลูก คนเป็นเมียควรจะเชื่อคำพูดของใครมากที่สุด”

อรุณประไพยิ้มรับ ประไพซักต่อว่าทำไมถึงหลบมาค้างที่บ้าน อรุณประไพอึกอักยังไม่อยากบอกแม่เรื่องตั้งท้อง ประไพเห็นอาการก็ฟันธงว่าอรุณประไพคงรักคงไคยเข้าแล้ว

“ไม่ว่าไพจะรู้สึกยังไง พอครบปี ไพกับเขาก็ต้องหย่ากันอยู่ดี เพราะคุณคงไคยสัญญากับคุณปรุงฉัตรไว้แบบนั้น ถึงตอนนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไพก็ต้องไป” อรุณประไพเผลอลูบท้องตัวเอง

“งั้นก็รอให้ถึงวันนั้นก่อนแล้วค่อยคิดนะลูก” ประไพสรุปแล้วแกล้งวางแจกันดอกมะลิไว้ตรงหน้า

อรุณประไพดมดอกมะลิที่เคยชอบ พลันรู้สึกพะอืดพะอมจนอยากจะอาเจียน

แต่คนที่อาเจียนจนหมดแรงอยู่ในห้องน้ำคือคงไคย แฉล้มเข้ามาดูและล้อว่าคงคิดถึงเมียมากไป ก่อนจะเดินไปหายาหอมมาให้ เสียงมือถือคงไคยดังขึ้น เขากดรับเข้าใจว่าอรุณประไพโทร.มา แต่กลับเป็นปรุงฉัตรที่อ้อนให้ไปหา

“คืนนี้ผมเหนื่อยอยากพักครับปรุง ขับรถไม่ไหวจริงๆ”

คงไคยปฏิเสธพลางตั้งคำถามกับตัวเอง “ปรุงครับ นอกจากคุณจะทำทุกอย่างให้ผมกลับไปแล้ว คุณยังเป็นนกต่อให้ใครด้วยรึเปล่า”

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #5 on: 20 August 2026, 11:17:48 »


เมียแต่ง ตอนที่ 11

ปรุงฉัตรกรีดร้องด้วยความเก็บกด จนซาซ่าตกใจวิ่งมาดู ปรุงฉัตรโผเข้ากอดพลางครวญว่า คงไคยทำเหมือนทิ้งเธอแล้ว ซาซ่าขอร้องให้ปรุงฉัตรยอมรับความจริงเพราะ คนที่คงไคยรักและเลือกแล้วคืออรุณประไพ ปรุงฉัตรแทบทรุดทนรับความจริงไม่ได้

เช้าวันใหม่ ประไพเตรียมข้าวต้มปลาไว้ให้อรุณประไพ เพราะต้องการพิสูจน์บางอย่าง ครั้นอรุณประไพได้กลิ่นก็เบือนหน้าหนี ประไพลองยื่นนมให้ดื่ม อรุณประไพก็จำใจรับมาดื่มอย่างพะอืดพะอม

“ลูกอาจจะหนีความจริงได้สักสองสามวัน แต่หนีไม่ได้ตลอดหรอกนะลูกและยิ่งถ้าเป็นเรื่องของครอบครัว ลูกจะตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ ต้องให้คุณคงไคยร่วมตัดสินใจ” ประไพสบตาลูกสาวเหมือนบอกให้รู้ว่า ดูออกแต่ไม่พูด

ด้านคงไคย เขารีบมาบริษัทแต่เช้าหวังจะได้เจออรุณประไพ แต่กลับเจอปรุงฉัตร

“ปรุงให้เขาเอาชุดที่ต้องใส่วันเปิดโครงการมาส่งที่นี่คะ อยากให้คุณช่วยดู” ปรุงฉัตรหาข้ออ้าง แต่เห็นคงไคยทำเหมือนคนไร้วิญญาณก็หลุดแสดงความไม่พอใจออกมา

คงไคยรู้ตัวรีบขอโทษ ปรุงฉัตรนึกได้ว่า ไม่ควรอารมณ์เสียใส่ จึงเข้ามากอดอ้อนชวนไปผ่อนคลายเครียดที่คอนโดฯด้วยกัน แต่โดนปฏิเสธอีก จึงต้องหอบความผิดหวังมานั่งร้องไห้กับซาซ่า ซาซ่าให้ปรุงฉัตรทำใจเพราะคงไคยเปลี่ยนไปแล้ว ปรุงฉัตรตาวาวประกาศจะกำจัดคนที่ทำให้คงไคยเปลี่ยนไป

“แล้วถ้าเมียเขาตาย แต่เขาก็ไม่รักไม่กลับมาหาแกล่ะ เวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยนนะแก”

“ฉันไม่อยากฟัง” ปรุงฉัตรลุกจะเดินหนี แต่ซาซ่าคว้าแขนไว้พลางเอ่ยอย่างเหลืออด

“แกไล่ตามผู้ชายจนไม่เป็นผู้เป็นคนแล้ว หน้าตาก็ดี ความสามารถก็มี ทำไมถ้าเขาไม่เอาแกแล้ว แกจะตายหรือไง อย่าให้ฉันต้องหมดความอดทนทิ้งแกไปอีกคนนะนังปรุง” ซาซ่าเดินชนไหล่ปรุงฉัตรออกไป
ปรุงฉัตรยืนตะลึงก่อนจะร้องไห้โฮ รู้สึกเหมือนไม่เหลือใครแล้วจริงๆ

วันต่อมาทุกคนเดินทางไปภูเก็ต เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดตัวโครงการใหม่ เนื้อทิพย์ส่งปรุงฉัตรเข้าประกบคงไคยในฐานะพรีเซ็นเตอร์โครงการ ตั้งใจหักหน้าภวันต่อหน้าสื่อมวลชนที่มาทำข่าว แต่โดนภวันตอกกลับ เธอประกาศเปิดตัวอรุณประไพสะใภ้ผู้เหนือกว่าปรุงฉัตรทุกด้าน ให้เข้ามายืนเคียงข้างคงไคย สื่อเทความสำคัญไปที่อรุณประไพ ทันที ทำให้ปรุงฉัตรกับเนื้อทิพย์แค้นใจเป็นที่สุด

คงไคยเข้าไปเตรียมตัวในห้องพักรอเวลาเข้าประชุม ณรงค์ตีหน้าซื่อมาคุยด้วย

“ผมมาถึงตั้งแต่เมื่อวาน เลยจัดการทุกอย่างไว้หมดแล้ว พร้อมรึยังเพื่อน” ณรงค์ตบบ่าคงไคยเบาๆ

คงไคยมองหน้าณรงค์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ผมนี่โชคดีจริงๆที่มีคุณเป็นเพื่อน ในฐานะเพื่อน คุณเก็บความลับได้ไหม มีคนคิดทำร้ายผม”

ณรงค์ตกใจถามอย่างร้อนรนว่า ทำไมคงไคยถึงสงสัยเรื่องนี้ และรู้ไหมว่าเป็นใคร

“ผมสงสัยคนใน คุณพอจะเป็นธุระสืบเรื่องนี้ให้หน่อยได้ไหม”

“ได้สิ” ณรงค์รีบรับปาก

ขณะที่ณรงค์คุยอยู่กับคงไคย ภวันกับทองถมก็มาหาปรุงฉัตรที่ห้องพัก สั่งให้เธอเข้าร่วมประชุมด้วย ซาซ่ามากับปรุงฉัตรด้วย เธอทำดี๊ด๊ากระซิบบอกเพื่อนรัก

“คุณหญิงมาขอให้แกเข้าประชุมด้วยตัวเองแบบนี้ คงอยากจะสงบศึก”

“ยายแก่นั่นสารพัดพิษจะตาย ฉันไม่คิดว่ามันจะยอมญาติดีกับฉันง่ายๆ แต่มันไม่มีทางชนะฉันหรอก”

“นี่ ถ้าไม่ได้สงบศึกแล้วเขาเรียกแกไปทำไม” ซาซ่าครุ่นคิด

แต่ปรุงฉัตรไม่สนรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วออกมากดลิฟต์ไปห้องประชุม และบังเอิญว่า คงไคย ณรงค์ และอรุณประไพ อยู่ในลิฟต์ตัวนั้นด้วย จึงเกิดการปะทะคารมกันขึ้น เวลาเดียวกันนั้นซาซ่านึกออกว่า ภวันให้ปรุงฉัตรเข้าประชุมด้วยทำไม จึงตามมาเตือนปรุงฉัตร แต่สายเกินไปเสียแล้ว

ooooooo

ภุชงค์เรียกเบญมาเซ็นเอกสารแบ่งสินสมรส เบญปฏิเสธไม่รับแล้วจะเดินหนี แต่แม่เบญดึงมือไว้

“จริงอยู่เบญเคยอยากอยู่กับเขา เพราะคิดว่าเขาจะทำให้เบญมีทุกอย่าง แต่พอได้อยู่กับเขาจริงๆ เบญไม่เคยมีความสุขเลย เพราะตั้งแต่วันที่เบญไปแย่งของคนอื่นมา เบญก็ทำลายศักดิ์ศรีของตัวเองไปแล้ว เบญได้พี่ภุชงค์มาจริง แต่เบญก็ต้องอยู่อย่างไม่มีศักดิ์ศรีให้คนเขาดูถูกและคนที่ดูถูกเบญที่สุดก็คือพี่ พี่รู้ไหมการที่อยู่อย่างไม่มีค่าในสายตาผัวตัวเองมันเจ็บแค่ไหน” เบญจ้องหน้าภุชงค์นิ่ง

ภุชงค์รู้สึกผิดเอ่ยคำขอโทษ

“ไม่ต้องขอโทษเบญหรอกค่ะ มันจบไปแล้ว เบญทำร้ายตัวเองมามาก เบญเคยไม่รู้กระทั่งว่าควรจะรักตัวเอง ไม่รู้กระทั่งว่าควรจะอยู่เพื่อคนที่รักเบญ เวลาที่เบญร้องไห้เสียใจ ก็มีแต่แม่นี่ล่ะค่ะที่อยู่กับเบญ แม่เป็นคนเดียวที่รักและหวังดีกับเบญจริงๆ พี่ไม่ต้องห่วงเบญหรอก ต่อไปนี้เบญจะไม่วิ่งไล่ตามความรักจากคนอิื่นอีกแล้ว”

“เบญรู้ไหม เบญเข้มแข็งกว่าพี่ซะอีก” ภุชงค์มองเบญอย่างชื่นชมและนึกเสียใจที่เคยทำร้ายจิตใจเธอ เขายืนยันขอแบ่งสินสมรสให้เพื่อเป็นการชดเชย แต่เบญไม่ยอมรับ

“บอกแล้วไงคะว่าเบญไม่อยากได้อะไรที่ไม่ใช่ของตัวเองอีกแล้ว เก็บทรัพย์สินเงินทองของพี่ไว้เถอะค่ะ เบญอยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยตัวเอง โชคดีนะคะ ขอให้เจอทางที่พี่ควรจะเลือกซะที” เบญพาแม่ออกไป

ภุชงค์ได้แต่มองตามอย่างใจหาย

ด้านคงไคย เขากำลังนำเสนอแผนงานเปิดตัวโครงการให้ที่ประชุมฟัง โดยมีอรุณประไพเป็นผู้ช่วย ทั้งสองทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว จนปรุงฉัตรรู้สึกตาร้อนผ่าว

“นอกจากการรับรองสื่อตามที่ได้นำเสนอทุกท่าน ดิฉันขอเสนอให้คุณอรุณประไพ เป็นผู้ช่วยคุณคงไคยในการนำสื่อชมโครงการค่ะ” ภวันแจ้งกับที่ประชุม

“แต่ปรุงฉัตรในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของโครงการก็ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว” เนื้อทิพย์ค้าน

ภวันยิ้มเหมือนรอเวลาที่เนื้อทิพย์จะแย้งขึ้นมาเพื่อตกหลุมที่วางไว้

“ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ คุณปรุงฉัตรคงทำหน้าที่เป็นส่วนที่ประดับให้พีวีดูน่าสนใจขึ้นได้ แต่ถ้าให้ตอบคำถามสำคัญๆ เกี่ยวกับโครงการ ดิฉันคิดว่าคุณปรุงฉัตรคงไม่ถนัด เพราะรายละเอียดโครงการจะสักแต่ว่าท่องตามหน้ากระดาษคงไม่ได้ มันต้องใช้สมอง มีปฏิภาณไหวพริบและฉันเชื่อว่าอรุณประไพมีครบถ้วน แต่ถ้าปรุงฉัตรอยากช่วยงานจริงๆ งั้นก็เป็นส่วนของฝ่ายต้อนรับไหมจ๊ะ ยิ้มๆ สวยๆไม่ต้องคิดมาก ฉันว่าเหมาะดีนะ” ภวันเสนอ

คณะกรรมการพยักหน้าเห็นด้วย ภวันส่งยิ้มเชือดเฉือนใส่เนื้อทิพย์ แล้วสบตากับปรุงฉัตรด้วยความสะใจ

ปรุงฉัตรแค้นใจที่โดนภวันฉีกหน้าในที่ประชุม เธอกลับมาปรับทุกข์กับซาซ่า แล้วโยนความผิดไปให้อรุณประไพ

“มันไม่เกี่ยวกับคุณอรุณประไพ เรื่องฉีกหน้าแกฉันว่าเป็นแผนคุณหญิง แต่เรื่องที่คุณคงไคยนิ่งๆไปฉันว่าเขาเลือกแล้วนังปรุง แกยอมรับความจริงหน่อยได้ไหม ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ถ่างตาดูแล้วคิดหน่อยจะได้ไม่บ้าคลั่งอยู่คนเดียว”

“ไม่ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ฉันจะทำให้มันเหมือนเดิมเอง” ปรุงฉัตรประกาศกร้าว

“แกจะทำอะไร”

ซาซ่าระแวง ขณะปรุงฉัตรสาดแววตาเคียดแค้น เดินออกไป

ด้านเนื้อทิพย์ก็แค้นภวันไม่แพ้กัน เธอโทษว่า เป็นเพราะปรุงฉัตรโง่เดินไปติดกับภวัน ทำให้ทุกคนต้องเสียหน้า

“ฉันไม่แปลกใจเลย ก็นังปรุงมันโง่ มีทุกอย่างยกเว้นสมอง ผู้ชายคนไหนได้มันไปซวยตายชัก” เนื้อทิพย์บ่น

ณรงค์สะเทือนใจแต่ต้องเก็บอาการ เขาได้ยินเนื้อทิพย์เปรยต่อว่า อยากจะให้คงไคยกับภวันตายๆไปซะ จะได้หมดเสี้ยนหนาม ก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา

“ไอ้เสี้ยนหนามพวกนี้ทำไมกำจัดไม่หมดซะทีนะ รู้แบบนี้ตอนที่พ่อมัน...” เนื้อทิพย์พูดได้เท่านั้น ประกอบก็รีบขัดเร่งให้ออกไปดูมุกกับภรรยาคุณพิทักษ์

เนื้อทิพย์นึกได้ขอตัวออกไป ประกอบมองตามแล้วหันกลับมาถามณรงค์ที่ยืนเครียด

“มีอะไรรึเปล่าณรงค์”

“วันนี้คงไคยเล่าให้ผมฟังเรื่องถูกลอบทำร้าย แล้วก็ขอให้ผมสืบเรื่องนี้ให้”

“มองได้สองแบบ คงไคยอาจจะไม่สงสัยลูก หรือสงสัยแต่ลองใจ ระวังตัวหน่อยก็ดีนะลูก”

“ผมรู้ครับว่าผมควรจะทำอะไร” ณรงค์มุ่งมั่น แต่ประกอบนึกหวั่นเพราะไม่ไว้ใจลูกชายนัก

ooooooo

เพราะทองถมยอมช่วย คงไคยจึงได้พักห้องเดียวกับอรุณประไพสมใจ เขาดึงเธอเข้ามากอดพลางต่อว่าที่หายหน้าไปหลายวัน

“ถึงไพไม่อยู่คุณก็จัดการได้ทุกเรื่อง คุณเก่งออกค่ะ” อรุณประไพเบี่ยงตัวหนี

“ถ้าไม่มีคุณอยู่ด้วยก็คงทำทุกอย่างไม่ได้เท่านี้ ไม่รู้หรือไง คุณไม่อยู่ตั้งหลายวันไม่มีใครโกนหนวดให้ผมเลย อากาศก็ร้อน อยากโกนหนวดจะได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า โกนหนวดให้หน่อยนะครับคุณไพ” คงไคยออเซาะ

“โกนหนวด  ได้สิคะ” อรุณประไพรับปากทั้งที่ยังไม่หายงง

หลังโกนหนวดเสร็จ คงไคยก็อ้อนอรุณประไพให้สระผมให้อีก แต่ทองถมโทร.มาขัดจังหวะ คงไคยกดรับสายสีหน้าไม่ดีนัก รีบผลุนผลันออกไปหน้าโครงการ อรุณประไพตามออกไปด้วยความเป็นห่วง

หน้าโครงการ มีกลุ่มชาวบ้านรวมตัวกันประท้วงและถือป้ายมีข้อความขับไล่บริษัทพีวีให้ออกไปจากพื้นที่ ณรงค์กับประกอบมาถึงที่เกิดเหตุก่อน พยายามเข้าไปเจรจากับชาวบ้าน แต่ไม่เป็นผล

“แบบนี้คงพูดดีกันไม่ได้แล้วมั้ง” คงไคยเข้ามาพร้อมกับทองถม และอรุณประไพ

คงไคยแอบสบตากับทองถมอย่างรู้กันว่า จะเริ่มแผนการ ทองถมทำเป็นห้ามให้สมบทบาท

“ใจเย็นก่อนเถอะครับคุณคงไคย ฟังเขาก่อนว่าเขาต้องการอะไร”

“หน้าตาเป็นแบบนี้เองเหรอ ไอ้คุณคงไคย อยากเจอมานานแล้ว” ผู้ใหญ่เข้มออกมาเผชิญหน้ากับคงไคย

“เหมือนกันเลยผู้ใหญ่เท่งทึง เนี่ยเหรอวิธีการที่ผู้นำชุมชนเขาทำกัน คิดได้แค่นี้เหรอ ทีเราจะขอเจรจาดีๆไม่ยอม กลับมาประท้วงขับไล่เหมือนเราเป็นผู้ร้าย” คงไคยจงใจกวนประสาท

ณรงค์กับประกอบพอใจที่คงไคยกับผู้ใหญ่เท่งคุยกันไม่รู้เรื่อง

“ไอ้เรื่องรุกล้ำที่ดินยังคุยกันไม่จบ รู้ไหมว่าตอนนี้คนของคุณเอาเศษหินเศษปูนไปทิ้งเต็มลานทำพิธีของเราไปหมด พรุ่งนี้เราก็จะทำพิธีกันแล้ว”

“พิธีอะไร...อ๋อ คุยกันไม่รู้เรื่อง ถึงกับทำพิธีสาปแช่งกันเลยเหรอ” คงไคยยั่ว

ผู้ใหญ่เท่งฉุนขาดจะเข้ามาเอาเรื่องคงไคย แต่อรุณประไพขวางไว้พลางชี้แจง

“ใจเย็นค่ะผู้ใหญ่เท่ง เรารู้ว่าพิธีลอยเรือขอบคุณท้องทะเลของผู้ใหญ่กับชาวบ้านสำคัญแค่ไหน ผู้ใหญ่ต้องทำพิธีนี้โดยไม่มีใครรบกวนแน่นอนค่ะ ที่ผ่านมามีเหตุที่ทำให้เข้าใจผิดกัน แต่ตอนนี้เรามาเจรจาตกลงกัน จะได้ไหมคะ”

“ที่ไหน ในถิ่นของคุณน่ะเหรอ ไม่มีทางผมไม่ไว้ใจ ถ้าอยากคุยกับผม พรุ่งนี้ก็ส่งตัวแทนของพวกคุณไปพบผมที่บ้าน”

“แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าคุณจะไม่ทำร้ายพวกเรา”

“ถ้าไปแล้วผมไม่ยิงคุณทิ้งก็แปลว่าผมไม่ทำร้ายคุณ แต่ถ้าผมทนไม่ไหวยิงคุณทิ้งก็แปลว่าผมทำ กล้าไหมล่ะ” ผู้ใหญ่เท่งจ้องหน้าคงไคยอย่างท้าทายแล้วเดินออกไป

ณรงค์มองเหตุการณ์แล้วคิดอะไรได้บางอย่าง

เมื่อชาวบ้านกลับไปหมดแล้ว คงไคยกับทองถมก็เข้ามาปรึกษาภวันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ภวันจะออกไปเจรจากับผู้ใหญ่เท่งเอง เพราะกลัวคงไคยจะวู่วามจนเสียงาน แต่คงไคยยืนกรานจะไปเอง

“ผมเป็นประธานของโครงการนี้ แม่เชื่อใจผมได้ครับ ผมรู้ว่าผมควรทำอะไร” คงไคยจริงจัง

ภวันรู้สึกปลื้มใจที่คงไคยดูมีความรับผิดชอบ เธอเตือนให้คงไคยระวังตัว แล้วถามหาอรุณประไพ

“ผมให้คุณไพไปพักน่ะครับ วันนี้เหนื่อยทั้งวันแล้ว” คงไคยตอบยิ้มๆ

ภวันสบตากับทองถม พลางส่งยิ้มชอบใจที่คงไคยดูรักและห่วงใยอรุณประไพ

ส่วนอรุณประไพที่กำลังจะกลับห้องพัก เธอถูกปรุงฉัตรโทร.ตามให้ไปพบที่หน้าห้องซาวน่า โดยอ้างว่ามีธุระสำคัญเรื่องคงไคยจะคุยด้วย อรุณประไพระแวงๆกลัวคงไคยจะโดนพวกประกอบทำร้ายอีกจึงยอมไปพบปรุงฉัตร

“ฉันว่าที่นี่เหมาะที่เราจะสะสางเรื่องของเธอกับฉัน ฉันต้องการให้เธอหย่ากับคงไคย” ปรุงฉัตรบอกจุดประสงค์

“คงไม่ได้หรอกค่ะ” อรุณประไพตอบทันควัน

“เธอก็รู้ว่าฉันกับคงไคยรักกัน แต่เธอแย่งเขาไปจากฉัน ฉันต้องการของฉันคืน”

“คุณคงไคยไม่ใช่สิ่งของ และถ้าคุณแย่งกลับไปได้ตอนนี้ คุณดูแลเขาได้เหรอคะ”

“พูดแบบนี้จะไม่หย่าใช่ไหม อรุณประไพ สำนึกไว้บ้างนะว่าเธอมันมาทีหลัง”

“แต่ฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียแต่งของคุณคงไคย หรือเรียกอีกอย่างว่า เมียหลวง แล้วคุณล่ะคะเป็นใคร”

ปรุงฉัตรโมโหผลักไหล่อรุณประไพทั้งสองข้างเต็มแรง อรุณประไพเสียหลักเซไป   ปรุงฉัตรตามมาซ้ำเหมือนคน

บ้าคลั่ง อรุณประไพพยายามป้องกันท้องของตัวเองไว้

“หยุดนะ คุณปรุงฉัตร ฉันรู้เห็นกำพืดของพวกคุณหมดแล้ว และฉันจะไม่ยอมให้พวกคุณมาทำร้ายคุณคงไคยได้อีก ได้ยินไหม” อรุณประไพฮึดผลักปรุงฉัตรเต็มแรง แล้วจะเดินหนี

ปรุงฉัตรตามมาคว้าแขนอรุณประไพไว้ได้แล้วเหวี่ยงมาที่หน้าประตูห้องซาวน่า อรุณประไพกระแทกประตูเปิดออก

ก่อนจะเสียหลักล้มศีรษะกระแทกหมดสติไป

ปรุงฉัตรตกใจกลัว แต่พอตั้งสติได้ความกลัวก็กลายเป็นความแค้น

“ไม่หย่าก็ไม่หย่า...ถ้าแกตายทุกอย่างก็จบ” ปรุงฉัตรมองอรุณประไพอย่างอาฆาต เธอเดินไปปรับอุณหภูมิในห้องให้สูงขึ้น แล้วปิดประตูห้องซาวน่าก่อนเดินจากไปอย่างเลือดเย็น

ooooooo

ปรุงฉัตรเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จจะเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่ล็อกเกอร์ แต่เห็นแม่บ้านจะเข้าไปดูแลความเรียบร้อยในห้องเซาน่าจึงรีบขวาง ไล่ให้ไปทำที่อื่นก่อน แม่บ้านถามหาอรุณประไพเพราะเห็นเธอเข้าห้องไปกับปรุงฉัตร

“ออกไปแล้ว” ปรุงฉัตรตอบหน้าตาเฉย แต่แววตาเหมือนคนกระหายโลหิต

แม่บ้านพยักหน้ารับรู้ แล้วลากอุปกรณ์ไปทำความสะอาดที่อื่น

ส่วนซาซ่าที่รออยู่ในห้องพัก เห็นปรุงฉัตรหายไปนานก็นึกห่วง เพราะได้ยินปรุงฉัตรโทร.นัดให้อรุณประไพไปพบ จึงโทร.ตามแต่ปรุงฉัตรไม่รับสาย ทำให้ซาซ่ายิ่งเป็นห่วงจึงลงมาตาม ก็พบปรุงฉัตรเดินออกมาจากห้องแต่งตัวที่อยู่ใกล้กับห้องเซาน่า

“อยู่นี่เองนังปรุง ฉันตามหาแกซะทั่วเลย แล้วนี่แกนัดคุณอรุณประไพไว้ที่ไหน”

“นังนั่นมันแคนเซิล ก็เลยไม่ได้คุย ฉันอยากได้กาแฟสักถ้วย ไปด้วยกันหน่อยสิ” ปรุงฉัตรลากซาซ่าออกไป

แต่ไม่ทันถึงร้านกาแฟ พี่แจนก็โทร.เข้าเครื่องซาซ่า เพราะจะให้ปรุงฉัตรไปเดินแบบ แต่ติดต่อไม่ได้

“นังปรุง มือถือแกล่ะ พี่แจนจะโทร.มาคุยกับแก แต่แกไม่รับสาย บ่นซะหูฉันชาเลย” ซาซ่ามองหน้า

“มือถือ” ปรุงฉัตรนึกได้ว่าเก็บไว้ในล็อกเกอร์ แต่โกหกซาซ่าว่าลืมไว้ที่ไหนไม่รู้ แล้วเดินหนี

ซาซ่ามองตามอย่างสงสัย แล้วปะติดปะต่อเรื่องราว ก่อนตัดสินใจเดินกลับไปที่ห้องเซาน่า และพบอรุณประไพนอนหมดสติอยู่ ซาซ่ากับแม่บ้านช่วยกันพาอรุณประไพกลับห้องพักพร้อมเรียกหมอประจำศูนย์ประชุมดูอาการ คงไคย ภวัน และทองถมทราบเรื่องก็ตามมา

“เป็นลมหมดสติในห้องเซาน่าครับ ในห้องคงร้อนเกินไป เธอคงอ่อนเพลีย หายใจไม่ทันแล้วก็หมดสติไปดีที่คนของเราไปพบเข้าครับ” หมอรายงาน

อรุณประไพเริ่มรู้สึกตัว คงไคยเข้าไปบีบมือให้กำลังใจพลางสอบถามเรื่องราว แต่อรุณประไพตัดบทว่าเพลียอยากนอนพัก

ทองถมผิดสังเกต สงสัยว่าอรุณประไพมีอะไรปิดบังอยู่จึงชวนภวันกับคงไคยออกไปพบกับแม่บ้านที่เข้าไปช่วยซาซ่าพาอรุณประไพออกมา

คงไคยสอบถามเรื่องราวจากแม่บ้าน แต่ยังไม่ปักใจ เชื่อว่าปรุงฉัตรจะทำร้ายอรุณประไพ จึงไปหาเธอที่ห้องและได้ยินปรุงฉัตรคุยกับซาซ่าว่า เธอจงใจจะทำร้ายอรุณประไพจริงๆ

“นี่ฝีมือคุณจริงๆเหรอครับปรุง” คงไคยเดินเข้ามาสีหน้าผิดหวัง แต่ปรุงฉัตรไม่มีทีท่าว่าจะสำนึก

คงไคยหันไปคาดคั้นความจริงกับซาซ่า ซาซ่าอึกอักไม่กล้าเอ่ย ปรุงฉัตรสุดทนจึงยืดอกรับ

“ใช่ ปรุงอยู่กับมัน ปรุงเป็นคนนัดมันเข้าไปในนั้นเอง ปรุงไม่คิดนี่คะว่ามันจะสำออยเป็นลมง่ายๆแบบนั้น”

“แล้วทำไมคุณปล่อยเขาไว้แบบนั้น ทำไมถึงได้ใจร้ายขนาดนี้ คุณยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า”

“ถ้าปรุงไม่ใช่คนแล้วเป็นอะไร ตอบมาสิคะ สำหรับคุณปรุงเป็นตัวอะไร คุณเลือกมันในที่ประชุมต่อหน้าทุกคน แม่คุณบอกทุกคนว่าปรุงโง่อรุณประไพฉลาด แล้วคุณปกป้องปรุงไหม นอกจากคุณไม่ทำอะไรแล้ว คุณยังเข้าข้างมันไม่มีแม้แต่คำปลอบใจหรือขอโทษสักคำ คุณสนใจไหมว่าปรุงเสียใจแค่ไหนที่ถูกผู้ชายที่ตัวเองรักทำแบบนี้”

“ผมผิด แต่คุณไม่น่าไปทำกับคุณไพ”

“เพราะมีมัน คุณถึงเปลี่ยนไปแบบนี้ คุณตะคอก

คุณด่าปรุงทั้งที่เมื่อก่อนคุณไม่เคย เพราะมีมันถึงทำให้ความรักของเราพัง ปรุงเกลียดมัน ปรุงอยากให้มันตายได้ยินไหมคะ ปรุงอยากให้มันตาย ปรุงจะฆ่ามัน” ปรุงฉัตรสติแตกจะออกไป

คงไคยตามมาคว้าตัวไว้ ปรุงฉัตรคลั่งทั้งผลักทั้งทุบจะออกไปให้ได้ คงไคยลืมตัวเหวี่ยงปรุงฉัตรลงไปกอง ปรุงฉัตรมองคงไคยทั้งตกใจและเสียใจที่เขาทำรุนแรงกับเธอ คงไคยได้สติจะเข้ามาดู แต่โดนตวาดไล่ ซาซ่าช่วยเจรจาก็โดนไล่ออกไปอีกคน

“ทำไมทุกคนถึงทรยศฉัน ทำไม ทำไม” ปรุงฉัตรก้มหน้าร้องไห้เจ็บปวดทุรนทุรายน่าสงสาร สักพักเธอก็เงยหน้าขึ้นสายตาแค้นหนัก “แต่ฉันจะไม่ยอมแพ้ ฉันจะไม่รอจนครบหนึ่งปี แกต้องคืนคงไคยให้กับฉัน อรุณประไพ”

ooooooo

คงไคยกลับเข้ามาในห้อง ภวันที่เข้ามาเยี่ยมอรุณ-ประไพเอ่ยถามลูกชายว่า ตกลงเป็นฝีมือปรุงฉัตรใช่ไหม คงไคยเครียดไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ทองถมพอเข้าใจจึงชวนภวันกลับไปพัก แล้วอาสาจะไปกับคงไคยในวันรุ่งขึ้นแทนอรุณประไพ แต่อรุณประไพไม่ยอม

“ไพบอกแล้วไงคะว่าไพไม่ได้เป็นอะไรมาก เป็นอันตกลงตามนี้นะคะ” พูดจบอรุณประไพก็ตัดบทด้วยหันไปห่มผ้า แล้วหันหลังให้ทุกคน

“เป็นไงลูกสะใภ้ฉัน...บทจะมีอภินิหารขึ้นมา ใครก็เอาไม่อยู่...แม่ไปพักผ่อนก่อนนะคงไคย ดูแลหนูไพด้วย”

ภวันเดินยิ้มออกไป ทองถมตามติด

“คุณไพ เรื่องพรุ่งนี้...” คงไคยเข้าไปนั่งใกล้ๆ

“ตกลงตามที่ไพบอกไงคะ” อรุณประไพยืนยัน

“ที่คุณทำทั้งหมด แค่ทำตามหน้าที่ใช่ไหม” คงไคย ลองใจ

“ใช่ค่ะ...ฉันทำตามหน้าที่...หน้าที่ภรรยาที่ดี” อรุณประไพเขินกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป

“งั้นขอกอดภรรยาที่ดีคนนี้หน่อยนะ แต่ผมไม่ได้กอดตามหน้าที่นะ ผมกอดเพราะอยากกอด อยากกอดไว้แบบนี้ไม่ปล่อยเลย” คงไคยกอดอรุณประไพไว้แน่น ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

เช้าวันใหม่ ภวันกับทองถมเดินออกมาส่งคงไคยกับอรุณประไพที่หน้าโครงการ ภวันย้ำให้คงไคยคิดถึงบริษัทให้มากๆอย่าวู่วาม คงไคยรับคำขยับจะพาอรุณประไพไปขึ้นรถ แต่ปรุงฉัตรเข้ามาขวางบอกว่า มีเรื่องจะคุยด้วย

คงไคยพาอรุณประไพกับปรุงฉัตรเดินเลี่ยงออกมาคุยกันอีกมุมหนึ่ง และขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อคืน

“เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้ปรุงคิดได้ว่า ปรุงคงจะให้คุณอรุณประไพยืมตัวคุณนานไปแล้ว เมื่อคุณกลับมา คุณต้องทำตามที่สัญญากับปรุงไว้” ปรุงฉัตรบอกความต้องการ

“แต่ปรุงครับ นี่มันยังไม่ครบกำหนดตามที่เราสัญญากันไว้”


“วันที่คุณสัญญา คุณทำให้ปรุงเชื่อว่าเวลาหนึ่งปีที่คุณต้องฝืนใจอยู่กับผู้หญิงคนนี้ คุณทำเพื่อแม่ของคุณ ปรุงเชื่อคำพูดของคุณถึงได้อดทนรอ ถึงแม้ปรุงต้องถูกตราหน้าว่าเป็นเมียน้อย ปรุงก็ยอมเพื่อความรักของเราแต่คุณตอบแทนความรักของปรุงด้วยการทรยศ คุณเหยียบย่ำหัวใจกับศักดิ์ศรีของปรุงจนมันไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ส่วนคุณคงภูมิใจมากสินะที่ใครๆก็บอกว่าคุณทั้งดีทั้งฉลาด แต่สำหรับฉันผู้หญิงที่คิดแย่งคนรักของคนอื่นแบบนี้ยังเรียกว่าผู้หญิงดีได้อีกเหรอคะ” ปรุงฉัตรหันมาลงที่อรุณประไพ

อรุณประไพอึ้งเหมือนโดนตีเข้าแสกหน้าเถียงไม่ออก คงไคยจะต่อรอง แต่ปรุงฉัตรชิงพูดขึ้นก่อน

“คำสัญญาของคุณ มันยังเชื่อได้อยู่ไหมคะ คงไคย ปรุงไม่อยากฟังคำพูดอีกแล้วค่ะ ปรุงอยากเห็นการกระทำจากคนที่บอกว่ารักปรุง เมื่อคุณกลับมาหวังว่าคุณจะไม่ทำให้ปรุงผิดหวัง” พูดจบปรุงฉัตรก็เดินออกไปอย่างไม่สนใจว่า คงไคยกับอรุณประไพจะยอมหรือไม่

“คุณไพ” คงไคยพูดไม่ออก

“ไปกันเถอะค่ะ ข้างหน้ามันไม่สำคัญเท่าตอนนี้ที่เรายังอยู่ด้วยกันหรอกค่ะ เชื่อไพนะคะ” อรุณประไพบีบมือให้กำลังใจ ทำให้คงไคยซาบซึ้งและยิ่งรู้สึกรักเธอมากขึ้นไปอีก

ขณะที่ปรุงฉัตรทวงสัญญาจากคงไคย ใจดีก็กำลังอ้อนวอนให้สิทธาที่ขอแยกกันอยู่ กลับมาเริ่มต้นใหม่ แต่สิทธาไม่ยอม เขาคืนทุกอย่างให้ใจดีแล้วเดินจากไป ใจดีจึงได้คิด เธอมาที่บริษัทโมเดลลิ่งหวังขอความช่วยเหลือจากจิ๊บเพราะคิดว่าสิทธาจะไปอยู่กับพริตตี้

ส่วนจิ๊บก็คุยอยู่กับภุชงค์ที่หน้าบริษัท เพราะเพิ่งได้ข้อมูลล่าสุดจากเพื่อนว่า ทศพลถูกประกอบเรียกตัวไปทำงานที่เป็นความลับสุดยอดที่ภูเก็ต

“ลับสุดยอดแล้วพวกเธอไปสืบรู้ได้ยังไง”

“คุณอาจไม่รู้...เสน่ห์ของผู้หญิงเขามีเอาไว้ล้วงความลับ” จิ๊บคุยโว แต่ภุชงค์กลับส่งยิ้มเนือยๆ ไม่ต่อปากต่อคำเหมือนก่อน “คุณเป็นอะไรรึเปล่า หย่ากับเมียแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ดีใจเหรอเป็นโสดแล้วนิ” จิ๊บชวนคุย

ภุชงค์ถอนใจสารภาพว่า ไม่รู้ตัวเองทำถูกหรือผิด

“ผิด เรื่องแบบนี้ตบมือข้างเดียวไม่ดัง คุณสองคนช่วยกันเริ่มมันตั้งแต่ต้น แต่พอต้องมาอยู่ด้วยกัน คุณกลับไม่ดูแลเขาให้ดีๆ เพราะคิดว่าเขาไม่ใช่คนที่คุณอยากอยู่ด้วยจริงๆ”

“ผมก็ไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้...ผมยอมรับผิด”

“ผิดไปแล้วเรากลับไปแก้ไขไม่ได้ แต่เอาไว้เป็นบทเรียนได้นิ น่าอย่าเสียศูนย์ให้เด็กอย่างจิ๊บมาสอนดิ” จิ๊บบีบไหล่ให้กำลังใจ

ภุชงค์ฮึดสู้อีกครั้ง เขานึกขึ้นได้ว่า อรุณประไพกับคงไคยก็ไปภูเก็ตเหมือนกัน จึงโทร.บอกทองถมให้จับตาดูคนของประกอบให้ดี และเมื่อวางสายจากทองถมแล้ว ทั้งสองก็ได้ยินเสียงใจดีร้องโวยวาย เพราะถูกยามจับตัวไว้ ไม่ยอมให้เข้าบริษัท จึงชวนกันออกไป

ใจดีเห็นจิ๊บก็ดีใจรีบฟูมฟายเล่าเรื่องสิทธาให้ฟัง เพราะรู้ตัวแล้วชีวิตนี้ขาดสิทธาไม่ได้ว่าทำพลาดไป

“รู้งี้พี่ดีกับเขาเหมือนกับที่น้องไพเตือนก็จะดีหรอก” พูดจบใจดีก็ร้องไห้หนัก

ภุชงค์กับจิ๊บได้แต่มองเห็นใจแต่ทำอะไรไม่ได้

ooooooo

คงไคยกับอรุณประไพมาพบผู้ใหญ่เท่งที่บ้านตามนัด แต่ผู้ใหญ่ติดธุระจึงให้ทั้งสองนั่งรอไปก่อน คงไคยฮึดฮัดไม่พอใจบ่นว่าผู้ใหญ่ไม่หยุด ผู้ใหญ่เท่ง กลับมาได้ยินก็โกรธไล่คงไคยกลับไป

“อ้าว...เฮ้ย ก็บอกให้มาเองไม่ใช่เหรอ” คงไคยของขึ้น

อรุณประไพรีบดึงแขนคงไคยไว้แล้วพูดขัดว่า เธอกับคงไคยต้องการมาขอขมาผู้ใหญ่เท่งกับชาวบ้าน ผู้ใหญ่มองอรุณประไพอย่างเป็นมิตรและยอมเจรจาด้วย

“ผมไม่รู้พวกคุณจะก่อกวนอะไรเราอีกรึเปล่า ก็เลยให้ชาวบ้านไปที่เกาะของผม ถ้าอยากตกลงกับผม ตกลงกับชาวบ้านก็ต้องไปที่เกาะ”

“ไปก็โง่สิ เกิดพวกแกคิดฆ่าพวกฉันหมกเกาะจะทำยังไง”

“ถ้าผมจะฆ่าคงฆ่าคุณคนเดียว ส่วนคุณผู้หญิงเราพูดกันรู้เรื่องไม่ต้องถึงกับฆ่าแกงอะไรกันหรอก ถ้าปอดก็เชิญพวกคุณกลับไป” ผู้ใหญ่เท่งส่งสายตายียวน

อรุณประไพกลัวคงไคยจะวู่วามจึงชวนกลับไปสงบสติอารมณ์ก่อน ไข่กับเข้มเดินออกมาจากที่ซ่อนถามผู้ใหญ่ว่าจะให้ตามทั้งคู่ไปเลยใช่ไหม

“ใช่ แต่ทิ้งระยะห่างหน่อยนะ เดี๋ยวจะรู้ตัว” ผู้ใหญ่เท่งสั่งการ

คงไคยขับรถไปตามถนนเลียบชายหาด อรุณประไพทนไม่ไหวต่อว่าชายหนุ่มที่ใจร้อนจนเสียงาน แต่คงไคยก็หาข้ออ้างมากลบเกลื่อน แล้วจู่ก็มีรถตู้คันใหญ่มาปาดหน้ารถคงไคย คงไคยเบรกเอี๊ยดหันมามองอรุณประไพด้วยความเห็นห่วง กลุ่มชายสวมไอ้โม่งลงมาจากรถตู้ คงไคยเห็นท่าไม่ดีรีบเปิดล็อกพาอรุณประไพวิ่งหนีออกไป

ไอ้โม่งคนหนึ่งจะยิงใส่ แต่เพื่อนห้ามไว้ “เลือดมันจะทิ้งร่องรอยให้ตำรวจตามได้ นายสั่งว่าให้เก็บสะอาดที่สุด เอารถมันไปทิ้งแล้วตามจับตัวมันมาให้ได้” แต่กลุ่มไอ้โม่งยังไม่ทันลงมือพวกมันก็ถูกไข่ เข้ม และพวกเข้าจู่โจม ไม่นานนักกลุ่มไอ้โม่งก็โดนจัดการเรียบ ไข่กับเข้มรีบตามไปช่วย

อรุณประไพคงไคยที่หนีเข้าป่า

ooooooo

เย็นแล้ว แต่คงไคยกับอรุณประไพยังไม่กลับมา ทองถมนั่งไม่ติดออกมายืนรอทั้งคู่อยู่หน้าโครงการ ปรุงฉัตรเข้ามาถามหาคงไคย เพราะกลัวจะเกิดเรื่องกับเขาอีก ทองถมมองปรุงฉัตรอย่างจับผิด แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ตำรวจก็เข้ามาแจ้งว่า พบรถของคงไคยจอดทิ้งไว้ที่ชายป่า แถวถนนเลียบหาด ปรุงฉัตรยืนตะลึงเป็นห่วงคงไคย

ในขณะที่เนื้อทิพย์เดินสะใจถามประกอบว่า ที่คงไคยกับอรุณประไพหายไปเป็นฝีมือคุณเขาใช่ไหม ประกอบ

ส่ายหน้าบอกให้น้ำทิพย์ไปถามณรงค์เอาเอง

“พ่อรู้” ณรงค์อึ้ง

“แกลืมไปรึเปล่า ทศพลมันคนของฉัน ไม่ว่าแกจะให้มันไปทำอะไรฉันก็ต้องรู้”

“ครับผมส่งคนไปเก็บคงไคยกับเมีย ผมบอกแล้วไงว่าพีวีอินเตอร์คอนและพีวีเรียลเอสเตทต้องเป็นของเรา”

“แต่แกก็ทำไม่สำเร็จ” ประกอบมองหน้าณรงค์นิ่ง

“ถ้าคงไคยยังไม่ตาย แบบนี้คงไคยมันก็กลับมาเอาเรื่องลูกเราได้สิ” เนื้อทิพย์เป็นห่วง

“ผมให้ทศพลทำลายหลักฐานที่จะสาวมาถึงณรงค์หมดแล้ว อย่าเพิ่งร้อนใจไป ยังไงการหายตัวไปของคงไคยก็ยังเป็นประโยชน์กับเราอยู่ดี” ประกอบเตรียมแผนรับมือ

ประกอบเข้าไปคุยกับคณะกรรมการ เสนอให้ณรงค์กับปรุงฉัตรพาสื่อชมโครงการแทนคงไคยกับอรุณประไพในระหว่างที่ยังหาตัวทั้งคู่ไม่พบ คณะกรรมการเห็นดีด้วย ภวันแสร้งทำเป็นไม่พอใจ เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน แล้วแอบถามทองถมว่า คงไคยติดต่อมาหรือยัง

“ติดต่อกลับมาแล้วครับ ทางโน้นทุกอย่างก็ท่าทางจะเป็นไปได้ด้วยดี” ทองถมรายงาน

ในตอนค่ำ ไข่กับเข้มพาอรุณประไพและคงไคยมาพบผู้ใหญ่เท่งที่บ้านบนเกาะ

“ผมสงสัยว่าเรื่องระหว่างพีวีอินเตอร์คอนแวนชั่นกับชาวบ้าน และเรื่องระหว่างเขากับผู้ใหญ่เท่ง มีคนสวมรอยให้เข้าใจผิดกัน จึงต้องวางแผนเอาตัวเข้าล่อเพื่อให้คนคนนั้นเปิดเผยตัว แต่ผมมั่นใจว่ายังไงผู้ใหญ่เท่งก็ต้องมาช่วย และเราจะได้มีโอกาสพบกันแบบที่ไม่มีใครแทรกแซง” คงไคยบอกความจริง

“แต่เรื่องที่คุณยียวนกวนบาทาผมเนี่ยไม่น่าใช่เรื่องเข้าใจผิดนะ มีอะไรจะคุยกับผมก็ว่ามา”

“เรื่องการก่อสร้างรุกล้ำที่ดินของชาวบ้าน ผมได้สั่งระงับไปตั้งแต่รู้ว่ามีการทับซ้อนกันเรื่องกรรมสิทธิ์แต่...”

“แต่มีคนสั่งให้ดำเนินการต่อ แล้วเรื่องลอบวางเพลิง กับทำลายพิธีลอยเรือของพวกเราล่ะ”

“ผมไม่เคยลอบกัดใครด้วยวิธีแบบนั้นและผมก็รู้ว่าพิธีของพวกคุณสำคัญแค่ไหน ผมอาจจะไม่เคยเห็นพิธีนั้นด้วยตาตัวเอง...แต่คุณอรุณประไพภรรยาของผมก็เอาข้อมูลเกี่ยวกับพิธีของคุณมาให้ผมศึกษาจนผมมั่นใจว่า ไม่มีใครจะแยกพวกคุณกับทะเลที่คุณรักออกจากกันได้ ถ้าผมจะมาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่...ผมก็ต้องเคารพพวกคุณ เคารพทะเลของคุณด้วย ผู้ใหญ่อย่าเพิ่งเชื่อที่ผมพูดก็ได้ครับ แต่ขอให้ผมมีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเอง” คงไคย สบตากับผู้ใหญ่แสดงความจริงใจ

“แต่จะลองให้โอกาสคุณดู คนบ้าที่ยอมเอาชีวิตมาเสี่ยงแค่เพราะอยากคุยกับผมเป็นการส่วนตัว เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ” ผู้ใหญ่ยอมตกลงแล้วเอ่ยเตือน “นี่คุณคงไคย เราตัวคนเดียวจะเอาชีวิตไปเสี่ยงยังไงก็คงไม่เป็นไร แต่เมียดีๆแบบนี้อย่าได้เที่ยวลากเขาไปเสี่ยงอีกนะ คิดไว้เสมอนะคุณคงไคย เนื้อคู่เป็นเรื่องจริงรึเปล่าไม่รู้...แต่คู่แท้ที่ยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับเราไปทุกๆเรื่องนี่คือของจริงที่คุณควรรักษาไว้”

คงไคยกับอรุณประไพมองหน้ากัน

“ได้เวลาทำพิธีแล้ว อยากเป็นส่วนหนึ่งของเราไม่ใช่เหรอ” ผู้ใหญ่เท่งเดินนำอรุณประไพกับคงไคยไปทำพิธี

ooooooo

ลานพิธีลอยเรือริมหาด ชาวบ้านวางตุ๊กตากาบมะพร้าวแทนจำนวนคนในครอบครัวและเสื้อผ้าเก่าๆวางลงในเรือ เป็นการฝากโรคภัยไข้เจ็บ ความทุกข์ อุปสรรคในชีวิตให้ลอยหายไปในทะเล จากนั้นก็กำข้าวตอกมาลูบไล้ตามตัว ตั้งแต่หัวจดเท้าเพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป

อรุณประไพกับคงไคยทำตามบ้าง ผู้ใหญ่เท่งเข้ามาอธิบาย “เราลอยเรือเพื่อขอขมาต่อธรรมชาติและบรรพบุรุษ ที่ท่านได้ให้ชีวิตแก่พวกเรา”

“ผมจะทำให้พีวีอินเตอร์คอนเวนชั่นอยู่ร่วมกับธรรมชาติ จะไม่ทำลายบ้านของทุกคน ชาวบ้านที่ไม่มีงานทำก็ขอให้มาร่วมงานกับพีวีเราจะสอนอาชีพและให้งานทำ” คงไคยให้สัญญา

“ถ้าคุณตั้งใจจริง ผมกับชาวบ้านก็ยินดีจะให้การสนับสนุนทุกอย่าง” ผู้ใหญ่เท่งซาบซึ้ง

เมื่อเสียงกลองดังขึ้น ผู้ใหญ่ชวนทั้งสองออกไปรำวงกับชาวบ้าน พลางส่งกระบอกไม้ไผ่ใส่เครื่องดื่มพื้นบ้านที่ดีกรีแรงไม่น้อยให้คงไคยชิม อรุณประไพยิ้มมีความสุขที่คงไคยเข้ากับผู้ใหญ่เท่งได้ดี เธอเดินกลับไปพักในห้องที่ผู้ใหญ่เตรียมไว้ให้ สักพักผู้ใหญ่ก็หิ้วปีกคงไคยมาส่ง

“น้องคงไคยพี่เท่งส่งแค่นี้นะ ที่เหลือให้น้องไพเป็นคนดูแลแล้วกัน พี่ล่ะอิจฉาน้องคงไคยจริงๆ มีเมียทั้งสวยทั้งห่วงน้องขนาดนี้ พี่อยากได้คนดี คนจริงใจเหมือนน้องไพเนี่ย มีอีกม้ายย”

“ม่ายมีหรอกครับ นี่ลิมิเต็ดอิดิชั่นของน้องคงไคย คนเดียว” คงไคยโอบอรุณประไพโชว์

“งกจริงๆไม่เผื่อพี่บ้างเลย” ผู้ใหญ่เท่งเดินกลับไป

คงไคยหันกลับมายิ้มหวานกับอรุณประไพ อรุณประไพรู้ทันจะเดินหนี แต่คงไคยคว้าตัวไว้พลางระดมจูบไปทั่วหน้าพร้อมสารภาพ “ผมรักคุณนะคุณไพ”

อรุณประไพได้ฟังก็ปล่อยใจให้โอนอ่อนผ่อนตาม

“ตั้งแต่แต่งงานกันมา คืนนี้เป็นคืนที่ผมมีความสุขที่สุด เพราะมันมีแต่เราสองคน คุณไพ คุณมีความสุขไหม” คงไคยพาอรุณประไพออกมาชมจันทร์

อรุณประไพยิ้มเศร้า “ฉันกลัวที่ตัวเองกำลังมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น คุณปรุงพูดถูกนะคะ ที่ฉันทำอยู่มันก็คือการแย่งของคนอื่นเขามา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม”

“คุณไม่ผิดหรอกนะ ปรุงก็ไม่ผิด แต่คนที่ผิดคือผมที่ใจโลเลเอง ผมคบกับปรุงเพราะรู้สึกว่าปรุงคือคนที่เหมาะสม มันไม่ใช่ความรัก ผมโกรธที่คุณแม่บังคับให้ผมแต่งงาน คิดโง่ๆ ว่าถ้าเลิกแล้วไปแต่งงานกับปรุงได้ มันจะเป็นชีวิตที่ผมได้เลือกจริงๆ แต่ตั้งแต่มีเมียคนนี้ ชีวิตผมก็เปลี่ยนไปรู้ไหม”

“แต่เมียคนนี้คือคนที่คุณไม่เต็มใจจะแต่งงานด้วยนะคะ”

“งั้น ผมขอยืมคำพูดคุณแม่มาใช้ได้ไหม เราอาจต้องใช้เวลาถึงจะรู้ว่าอันไหนเพชรแท้ อันไหนเพชรเทียม คุณเป็นเพชรแท้ที่ผู้ชายห่วยๆอย่างผมโชคดีได้คุณมาครอบครอง คุณไม่เหมือนใครที่ผมเคยเจอเลย คุณไพ...คุณรู้ไหมที่ผมเสียใจที่สุดตอนนี้คือ ผมทำไม่ดีกับคุณในวันแต่งงานของเรา ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะไม่ทำแบบนั้น”

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ฉันก็อยากจะขอให้คุณทำเหมือนเดิม เป็นแบบเดิม เพราะถ้าไม่ใช่แบบนั้น...ฉันก็คงไม่รักคุณ เพราะแบบนั้นมันคงไม่ใช่คุณ”

“ขอบคุณ ที่คุณรักผม” คงไคยซึ้งใจ

“แล้วคุณปรุงฉัตรล่ะคะ คุณจะทำยังไงกับสัญญาที่คุณให้เธอไว้”

“มันคงถึงเวลาที่ผมต้องพูดความจริงกับปรุง ว่าชีวิตที่เหลืออยู่ผมขอใช้มันกับคุณคนเดียว เพราะตอนนี้ผมรู้แล้วว่าผมอยากอยู่กับใคร”

ooooooo

เช้าวันใหม่คงไคยเข้ามาบอกอรุณประไพ

อย่างยินดี ว่าได้เวลาเอาตัวคนผิดเข้าคุกแล้ว เพราะลูกน้องผู้ใหญ่เท่งจับตัวสินชาวบ้านที่ณรงค์จ้างวานให้สร้างเรื่องใส่ร้ายคงไคยได้ แล้วชวนกันไปหน้าบ้าน เพื่อรับฟังความจริง

ขณะที่สินยอมเปิดปากว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดณรงค์กับปรุงฉัตรก็เดินนำสื่อมวลชนชมภายในพีวีอินเตอร์คอนเวนชั่น นักข่่าวถามณรงค์ว่า จริงหรือไม่ที่มีข่าวลือเรื่องคงไคยหายตัวไป

“จริงครับ” ณรงค์แสร้งทำหนักใจ แต่ปรุงฉัตรพูดแทรกขึ้นมา

“เป็นแค่ข่าวลือน่ะค่ะ คุณคงไคยมีงานสำคัญก็เลยต้องให้คุณณรงค์มาทำหน้าที่แทนชั่วคราว คุณคงไคยสั่งจัดเตรียมของว่างต้อนรับทุกท่านทางด้านโน้นค่ะ...เชิญค่ะ” ปรุงฉัตรยิ้มเยาะณรงค์ก่อนเดินนำนักข่าวออกไป

ooooooo

.

..........

เมียแต่ง ตอนที่ 12

ณรงค์โกรธที่โดนปรุงฉัตรฉีกหน้า จึงลากเธอมาเล่นงานในมุมลับตา เขาประกาศตัวว่า ถ้าคงไคยตาย เขาก็คือตัวจริง ปรุงฉัตรเสียงสั่นโต้กลับทันควันว่าคงไคยยังไม่ตาย และต้องกลับมาแต่งงานกับเธอ

“อยู่กับฉันยังจะเรียกหาผู้ชายอื่นอีกเหรอ”

“คงไคยไม่ใช่ผู้ชายอื่น เขาเป็นสามีของปรุง เป็นคนที่ปรุงรัก”

“เธอโกหก คนที่เธอรักคือฉัน อย่า อย่าพูดว่าเธอรักคนอื่น ปรุง ทุกครั้งที่คุณแม่ทำร้ายเธอ ฉันคือคนที่เช็ดน้ำตาให้เธอ วันที่เธอเป็นนางแบบฉันคือคนที่ดีใจกับเธอ วันที่เธอเป็นของฉัน เธอบอกว่าเธอรักฉันคนเดียว เธอรักฉัน กลับมาหา ฉันนะปรุง ฉันรักเธอ” ณรงค์จูบมือปรุงฉัตรอย่างอ่อนโยน

“รัก แล้ววันที่คุณไปคบกับลูกคุณหญิงตามที่แม่คุณสั่ง คุณเอาปรุงไว้ตรงไหน พ่อของคุณสั่งให้ปรุงไปนอนกับคงไคย คุณไม่ห้ามสักคำ เก้าอี้ประธานมันสำคัญกว่าปรุงใช่ไหม ปรุงต้องทำทุกอย่างที่พ่อแม่คุณสั่งๆๆ ชีวิตไม่เคยเป็นของปรุงเลย ปรุงเจ็บปวดแค่ไหน คุณเคยสนใจไหม” ปรุงฉัตรสะบัดมือหนี

“ผมจำเป็นนะปรุง ปรุงก็รู้ว่าคุณแม่...”

“คุณไม่เคยสู้เพื่อปรุง คุณไม่กล้าแม้แต่จะบอกแม่ คุณว่าปรุงเป็นเมียคุณ เพราะอะไร เพราะปรุงมันเป็นอีชั้นต่ำ เป็นลูกคนใช้ ปรุงควรจะยิ้มรับใช่ไหม ที่ผู้ชายที่ปรุงรักทำกับปรุงแบบนั้น แม่คุณจะมองว่าปรุงต่ำปรุงทนได้ แต่ผู้ชายที่ปรุงรักไม่เคยเห็นค่าของปรุง ปรุงทนไม่ได้ และปรุงก็จะไม่ทน”

“ฉันจะบอกคุณแม่เรื่องของเรา กลับมาอยู่กับฉันนะปรุง”

“คุณต้องการปรุงจริงๆเหรอ” ปรุงฉัตรไม่อยากเชื่อ

“ฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็น” ณรงค์คว้าข้อมือปรุงฉัตร จะไปบอกเนื้อทิพย์เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่

ประกอบที่ยืนดูอยู่เข้ามาขวาง เขามองทั้งสองด้วยแววตาเจ็บปวด “พ่อรู้เรื่องของแกสองคนแล้ว พวกแกทำแบบนี้ได้ยังไง ณรงค์ แกรู้ไหมว่าแม่แกจะเสียใจแค่ไหน”

ปรุงฉัตรน้ำตาคลอรู้สึกว่าตัวเองช่างต่ำต้อย ณรงค์เห็นน้ำตาปรุงฉัตรก็นึกโกรธตัวเองที่กำลังจะผิดสัญญาจึงระเบิดอารมณ์ ออกมา “แม่จะเสียใจที่ผมเจริญรอยตามพ่อน่ะเหรอครับ ผมรักปรุงครับพ่อ รักทั้งๆที่พ่อกับแม่บอกว่าไม่ควรจะรัก ที่ผมต้องเสียปรุงให้ไอ้คงไคยไป พ่อรู้ไหมว่าผมเสียใจแค่ไหน ผมรักปรุงและจะไม่มีวันเลิกรัก”

ปรุงฉัตรและประกอบอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ณรงค์มองทั้งคู่อย่างเสียใจแต่ทำอะไรไม่ได้จะเดินหนี แต่ต้องชะงักที่เห็นคงไคยกับทองถมเดินนำตำรวจเข้ามา

“ผมเพิ่งได้ตัวคนร้ายที่นำชาวบ้านมาก่อกวนโครงการของเรา และเป็นคนเดียวกับที่พยายามวางเพลิงบ้านผู้ใหญ่เท่ง เพื่อใส่ร้ายผม คนร้ายสารภาพว่ามีผู้จ้างวาน” คงไคยมองหน้าณรงค์ แต่ณรงค์ยังเก็บอาการนิ่ง

ตำรวจเชิญตัวณรงค์ไปให้ปากคำ เพราะสินซัดทอดว่า เขาคือผู้จ้างวาน

“ยินดีครับ เพื่อเป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ ณรงค์ยินดีจะไปให้ปากคำ ใช่ไหมณรงค์” ประกอบสบตากับณรงค์เพราะหาทางแก้ไขไว้แล้ว

สองพ่อลูกตามตำรวจไปที่โรงพัก ทองถมตามไปสังเกตการณ์ด้วย เหลือปรุงฉัตรอยู่กับคงไคยตามลำพัง คงไคยตัดสินใจสะสางปัญหาที่ค้างคาใจ เขาชวนเธอออกไปเดินเล่นที่ชายหาด เพื่อขอยกเลิกสัญญา เพราะรู้ใจตัวเองแล้วว่า คนที่เขารักคืออรุณประไพ

“คุณ คุณล้อปรุงเล่นใช่ไหม คงไคย” ปรุงฉัตรช็อกพยายามอ้อนวอนให้คงไคยเปลี่ยนใจ

คงไคยรู้สึกผิดอยากจะพูดอะไรเพื่อปลอบโยนแต่พูดไม่ออก จึงหันหลังเดินจากไป

ปรุงฉัตรน้ำตาร่วงพึมพำว่า มันไม่จริงๆ ขณะมือที่ตกอยู่ข้างตัวนั้น ค่อยๆกำแน่น เพราะความเสียใจผิดหวังค่อยๆกร้าวขึ้นด้วยความแค้น

ooooooo

จิ๊บมารับเช็คที่บริษัทใจดี ได้พบกับภุชงค์ที่มาขอพบอรุณประไพ แต่ไม่ทันได้คุยกัน ทั้งคู่ก็โดนป๊อกกี้ลากออกไปช่วยกันห้ามใจดีที่กำลังจะไปถล่มสิทธากับเมีย น้อยที่บ้านหลังใหม่ เพราะวายุโทร.มาบอก

เมื่อทั้งสามไปถึงก็เห็นใจดีเล่นงานสิทธากับเก๋เมียน้อย มีวายุเป็นผู้ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ

“คุณ นี่มันหมายความว่ายังไง คุณมีเล็กมีน้อยฉันทนได้ แต่นี่คุณซื้อบ้านให้อีเมียน้อยนี่ได้ยังไง ฉันให้เงินคุณใช้ไม่ได้ให้เอามาเลี้ยงใคร”

“ผมไม่ได้ใช้เงินคุณแม้แต่บาทเดียว มันเป็นบ้านที่ผมซื้อด้วยเงินของผมเอง”

“คุณมีเงินแต่เอามาให้อีหน้าด้านนี่ใช้ แล้วให้เมียหน้าโง่อย่างฉันหาเงินงกๆ คุณยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า ปล่อยผัวฉันนะ อีหน้าด้าน” ใจดีพุ่งเข้าตบตีเก๋ที่จงใจควงแขนสิทธายั่วอารมณ์

แต่สิทธาผลักใจดีล้มลงเพื่อปกป้องเก๋ก่อนจะเอ่ยปากขอหย่า


Advertisements
“เห็นแก่ตัว” วายุสุดทนเข้ามาประคองใจดี “มันไม่ใช่เรื่องของผม แต่ผมขอแส่หน่อยเถอะคุณ คุณเรียกหาความสบายใจแล้ว คุณเห็นว่าพี่ใจดีเขามีความสุขที่ต้องวิ่งไล่ตามคุณหรือไง คุณเห็นว่าพี่ใจดีเขายิ้มเวลาที่เขาราวีพวกผู้หญิงของคุณหรือเปล่า”

“แต่คิดถึงสิ่งที่เขาทำกับผมแล้ว ผมรับไม่ได้”

“แล้วไอ้ที่คุณหักหลังพี่ใจดี เขารับได้หรือไง จะโทษคนอื่น มองตัวเองก่อนไหมคะว่าดีกับเขาหรือยัง ถึงจะให้เขายอมทุกอย่าง” ป๊อกกี้เข้ามาสมทบตามด้วยจิ๊บและภุชงค์

“เขาไม่เคยเห็นผมมีค่า”

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง ฉันอยากให้คุณสบาย ฉันอยากให้คุณมีทุกอย่างไม่น้อยหน้าคนอื่น ฉันทำเพื่อคนไม่มีค่างั้นเหรอ คุณคือคนที่ฉันรักและไว้ใจที่สุดไง ฉันจะเป็นตัวเองจะบ้าแค่ไหนก็ได้ ถ้าอยู่กับคุณแล้วฉันยังพูดอะไรไม่ได้ แล้วฉันจะพูดกับใครได้ เพราะเป็นคุณ เพราะฉันเชื่อว่าคุณรักฉัน รับในสิ่งที่ฉันเป็น แต่มันไม่ใช่เลย มันไม่ใช่ บอกฉันสิ ว่าคุณรักมัน บอกฉัน” ใจดีร้องไห้โฮ

“ถ้าไม่มีคำนั้น ผมคงไม่คิดจะอยู่กับเขาหรอก” สิทธาโพล่งออกมา

“ฉันเข้าใจแล้ว” ใจดีเดินคอตกกลับไปขึ้นรถแล้วกดล็อก

ป๊อกกี้เห็นท่าไม่ดีตามไปเคาะเรียกให้ใจดีเปิดประตูรถ แต่ใจดีไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

“คุณไม่รักฉันแล้ว ไม่รักฉัน” ใจดีน้ำตาร่วงกำพวงมาลัยแน่นแล้วพุ่งรถออกไปชนเสาไฟฟ้าดังโครม

“ใจดี” สิทธาวิ่งเข้าไปที่รถก่อนทุกคน เขาพยายามเปิดประตูช่วยใจดีออกมา

ค่ำวันเดียวกัน ซาซ่ากลับเข้าห้องพัก เห็นปรุงฉัตรนั่งร้องไห้ก็ตกใจ เอ่ยถามว่า เกิดอะไรขึ้น

“สะใจแกแล้วใช่ไหม ที่เห็นฉันเป็นแบบนี้ คงไคยยกเลิกสัญญากับฉัน เขาบอกว่าอยากอยู่กับมัน แล้วฉันรอเพื่ออะไร ฉันทนรอ นี่เหรอสิ่งที่ฉันได้ ฉันไม่เหลือใครแล้ว” ปรุงฉัตรแค้นที่พ่ายแพ้

“นังปรุง แกยังมีฉันนะ ฉันเชื่อว่าสักวันจะมีคนที่รักแก แกจะมีครอบครัว มีลูก...ต้องมีคนดีๆที่จะดูแลแกไปชั่วชีวิตคนที่จะรับผิดชอบดูแลแกให้มีความสุขมันต้องมี เชื่อฉันนะ” ซาซ่ากอดปลอบ

ปรุงฉัตรได้ยินคำว่าลูกก็คิดแผนได้ หลอกซาซ่าว่า เธอตั้งท้องกับคงไคย

“ฉันท้อง แล้วก็ถูกทิ้งทั้งที่ท้อง แกคิดว่าผู้ชายคนไหนมันจะมารับของเหลือเดนอย่างฉันไปเป็นเมียอีกเหรอ ทำไม ทำไมมันต้องเกิดมาตอนนี้ แกมันเป็นลูกที่เขาไม่ต้องการ ตายซะๆ” ปรุงฉัตรทุบท้องตัวเอง

ซาซ่าตกใจร้องห้ามเสียงหลง ปรุงฉัตรลอบยิ้มพอใจที่ซาซ่าเชื่อ

ขณะเดียวกัน สิทธาก็พาใจดีส่งโรงพยาบาล มีวายุ ป๊อกกี้ จิ๊บ และภุชงค์ตามมาด้วย หลังจากหมอตรวจอาการแล้ว ก็ให้ใจดีนอนพักที่โรงพยาบาลก่อน สิทธาเข้ามาจับมือใจดีเอ่ยถามว่า ทำแบบนั้นทำไม

“ถ้าไม่มีคุณแล้ว ฉันตายดีกว่าอยู่ จะอ้างว่าเพราะฉันรักคุณ มันก็ดูปัญญาอ่อน แต่คุณรู้ไหมที่ฉันพยายามจะทำให้ตัวเองเก่งเพื่อให้เราสบาย ฉันอยากมีเงินเยอะๆ เพราะคิดว่าเราจะมีความสุข แต่ฉันก็ไม่ดีเอาแต่ใจกับคุณ แค่คิดว่าคุณไม่รักฉันแล้ว ฉันไม่รู้จริงๆว่าจะอยู่ต่อยังไงถ้าไม่มีคุณ ฉันรู้แล้วว่าฉันกดดันคุณมากแค่ไหน ถ้ามีโอกาสฉันอยากแก้ไข แต่ถ้าวันนี้คุณหมดรักฉันแล้ว ฉันก็จะไม่รั้งคุณไว้ เพราะฉันไม่อยากให้คุณทรมาน ฉันอยากให้คนที่ฉันรักมีความสุข ฉันเพิ่งคิดได้ว่า นานแค่ไหนแล้ว...ที่ฉันไม่เคยเห็นคุณยิ้ม” ใจดียกมือแตะที่ริมฝีปากสิทธาเบาๆ

สิทธาถึงกับอึ้งเริ่มคิดได้ บอกกับใจดีว่า จะออกไปหาอะไรมาให้กินแล้วเดินออกไป

“คุณสิทธาเฝ้าพี่ไม่ห่างเลยนะ ตั้งแต่งัดพี่ออกจากรถน่ะ” ป๊อกกี้รายงาน

“พี่ไม่มีสามี แต่พี่ยังมีพวกผม มีคุณไพอีกนะ” วายุให้กำลังใจ

“พวกแกไม่ต้องบอกน้องไพนะ แค่เรื่องของเขาเองก็มากพอแล้ว” ใจดีกำชับ

“ไม่ต้องห่วงพี่ เหยียบมิดแน่นอน” วายุรับปาก แล้วเดินเลี่ยงออกไปที่ระเบียง โทร.บอกอรุณประไพ เพราะจะหาเรื่องคุยกับเธอ ป๊อกกี้ตามมาดีดกกหูเข้าให้ โทษฐานโทร.ไปก่อกวนเมียชาวบ้าน

“พี่ไม่ต้องห่วง ผมแค่ดูแลอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ยังไงก็ได้ขอให้คุณไพเขามีความสุขก็พอ” วายุออกตัว

“อื้อหือ ใจแกนี่มันหล่อผิดหน้าจริงๆว่ะ” ป๊อกกี้ตบอกวายุ

“ไม่เหมือนพี่นะขี้เหร่ทั้งใบหน้าและจิตใจ” พูดจบวายุก็แทรกตัวเข้าไปในห้อง เปิดหน้าจอมือถือดูภาพอรุณ–ประไพที่แอบถ่ายไว้ด้วยความคิดถึง

ooooooo

ภุชงค์กับจิ๊บเห็นว่าใจดีปลอดภัยแล้วก็ชวนกันกลับ ทั้งสองแวะลงไปเดินเล่นที่ริมน้ำติดถนนใหญ่ ภุชงค์หันมาเปรยกับจิ๊บว่า จะมีใครรักเขามากจนขาดเขาไม่ได้เหมือนอย่างใจดีรักสิทธาบ้างหรือเปล่า

จิ๊บหน้าเสียนึกถึงเรื่องตัวเอง เธอบอกกับภุชงค์ว่า ถ้าพ่อรักเธอเหมือนที่ใจดีรักสิทธา ก็คงไม่หย่ากับแม่ และไม่บังคับให้ทำโน่นทำนี่ จนเธอต้องเสียใจ

“โลกนี้คงไม่มีใครต้องการฉัน คุณว่าถ้าฉันตายจะมีใครสนใจไหม”

“มีสิ พ่อกับแม่คุณเขาจะเสียใจนะ”

“เหรอ แล้วเขาจะร้องไห้ให้ฉัน จะคิดถึงฉันใช่ไหม ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง คุณจุดธูปบอกฉันด้วยนะ”พูดจบจิ๊บก็กลับหลังหันแล้วกระโดดลงไปขวางบนถนนที่มีมอเตอร์ไซค์กำลังวิ่งมา

“เฮ้ย คุณ เล่นบ้าอะไรนี่”ภุชงค์พุ่งเข้าไปรวบตัวจิ๊บ จนล้มไปบนพื้นด้วยกัน

“ก็ฉันอยากรู้ว่าถ้าฉันเป็นอะไรไปจะมีคนห่วงฉันไหม และตอนนี้ก็รู้คำตอบแล้วว่านอกจากพ่อกับแม่ก็มีคนห่วงฉันเหมือนกัน” จิ๊บทำทะเล้นใส่

“คราวหน้าผมจะไม่สนใจเลย”ภุชงค์เสียฟอร์มเมินหน้าหนี

ด้านอรุณประไพ เธอประคองภวันออกมาเดินย่อยอาหาร คงไคยเดินตามไม่ห่าง ภวันหันมาถามลูกว่า ทองถมโทร.มารายงานเรื่องณรงค์บ้างยัง พลางกำชับต่อ

“เรื่องบริษัทมันคงไม่จบลงง่ายๆ แต่เรื่องของแก ถ้าเลือกแล้วก็ทำตัวให้มันดีๆ”

“ครับคุณแม่”คงไคยหน้าเสียรู้สึกผิดกับปรุงฉัตร

อรุณประไพมองคงไคยอย่างเข้าใจ แต่ไม่ทันได้เอ่ยอะไร ณรงค์กับประกอบก็เดินอารมณ์ดีเข้ามาทักทาย คงไคยอึ้งไม่คิดว่าตำรวจจะปล่อยตัวณรงค์

“ถ้าสงสัยเรื่องตำรวจล่ะก็ อาบอกแล้วว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ตำรวจก็เลยไม่เห็นประโยชน์ที่จะกักณรงค์ไว้” ประกอบยิ้มเยาะก่อนหันไปชวนณรงค์ไปหาอะไรทาน

ทองถมรอจนสองพ่อลูกเดินออกไปแล้วจึงเข้ามารายงาน“ทศพลเข้ามอบตัว สองพ่อลูกโยนความผิดทั้งหมดให้กับนายทศพล แล้วทศพลก็อ้างว่าเจ็บแค้นกับคุณคงไคยเป็นการส่วนตัวก็เลยลงมือจัดการเรื่องนี้ทั้งหมด”

ภวันแค้นใจที่ณรงค์รอดไปได้ อรุณประไพเตือนให้คงไคยระวังตัว คงไคยถามภวันว่า ควรตอบโต้ไหม

“แค่ตั้งรับอย่างมีสติก็พอ คนวิ่งไล่สักวันต้องหมดแรงล้ม สิ่งที่เราต้องทำคือสร้างฐานให้แข็งแรง เก้าอี้ประธาน แม่ไม่ได้มันมาเพราะเป็นมรดกนะลูก แต่แม่กับพ่อสร้างมันขึ้นมา ต่อไปนี้เป็นหน้าที่ของลูกที่ต้องทำให้มันแข็งแรง ลูกจะอยู่ใต้ปีกแม่ตลอดไปไม่ได้หรอกนะคงไคย”

ส่วนเนื้อทิพย์ที่กระวนกระวายรออยู่ในห้องพักเห็น ณรงค์กับประกอบเดินเข้ามาก็รีบถามเรื่องคดี ณรงค์ว่าทุกอย่างเรียบร้อย ประกอบฉุนต่อว่าณรงค์ที่ทำอะไรโง่ๆ เพราะถ้าทศพลไม่รับผิดแทน ณรงค์ก็คงเข้าคุกไปแล้ว

“ผมไม่โง่ แผนผมพังเพราะพวกมันทำงานไม่สำเร็จ ไม่ใช่ความผิดของผม ถ้าพ่อเก่งจริง ผมคงไม่ต้องเป็นเบ๊ไอ้คงไคยอย่างทุกวันนี้หรอก ผมต้องเป็นรองมันทุกวันนี้เพราะพ่อ”ณรงค์พาล

“แกจะต้องเสียทุกอย่างเพราะความโง่ของแกจำไว้” ประกอบฟาดฝ่ามือใส่หน้าลูกชาย รู้สึกเสียใจที่ไม่เคยได้รับความภูมิใจจากเมียและลูกเลย

ด้านอรุณประไพเห็นคงไคยนั่งเหม่ออยู่บนเตียง ก็เดาได้ว่าเขาคงคิดเรื่องปรุงฉัตร จึงเอ่ยว่า เธอเองก็ผิดที่เข้ามาแทรกระหว่างคงไคยกับปรุงฉัตร ถ้าจะมีคนต้องไปก็ควรเป็นเธอ

“หัวใจผมรักผู้หญิงได้ทีละคน และถ้ารักแล้วมันจะไม่มีวันเปลี่ยน ถึงคุณจะยอมไป ผมก็อยู่กับปรุงไม่ได้อีกแล้ว เพราะผมรักคุณ ขอให้ผมเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้ได้ไหม ถ้าคุณรักผมอย่าไปจากผมนะคุณไพ ต่อไปนี้เราจะมีความสุขกันซักที ผมจะทำทุกอย่างเพื่อเรา คุณไพ คุณต้องให้เจ้าตัวน้อยกับผมด้วยนะ” คงไคยดึงอรุณประไพมานอนกอดแล้วหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้า

อรุณประไพเอามือแตะที่ท้องตัวเองคิดจะบอกคงไคยเรื่องลูก แต่ก็เปลี่ยนใจ

ooooooo

ซาซ่าชวนปรุงฉัตรไปทานกลางวันข้างนอกเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ ปรุงฉัตรอ้างว่ามีธุระแล้วพูดเป็นนัยให้ซาซ่าดูแลตัวเองด้วย ก่อนปาดน้ำตาเดินเศร้าออกไป ซาซ่ารู้สึกสังหรณ์ใจจึงแอบตามไป

ปรุงฉัตรไปหาอรุณประไพที่ห้อง ขอร้องให้ออกไปคุยด้วยที่ชายหาด อรุณประไพยอมตามไป เพราะเห็นปรุงฉัตรดูน่าสงสารแต่เมื่อมาถึงชายหาดปรุงฉัตรกลับต่อว่าอรุณประไพเป็นมือที่สามแย่งคงไคยไปจากเธอ แต่ก็โดนอรุณประไพสวนกลับพร้อมประกาศว่า เธอรักคงไคยและจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายคนที่เธอรัก

“ฉันไม่มีวันทำร้ายคงไคย ฉันจะทำร้ายพ่อของลูกในท้องฉันได้ยังไง ฉันท้องกับคงไคย ฉันขอให้เธอหย่ากับคงไคย แล้วออกไปจากชีวิตของเรา” ปรุงฉัตรบอกจุดประสงค์

“ฉันจะไม่หย่าจากคุณคงไคย เรื่องลูกถ้าคุณต้องการให้คุณคงไคยรับรอง ฉันก็ยินดี”

“เธอไม่รู้หรอก ว่าเด็กที่พ่อไม่ต้องการ มันเจ็บปวดทรมานแค่ไหน ฉันไม่อยากให้ลูกต้องเจ็บ ไม่อยากให้ลูกถามฉันว่าพ่อเขาไปไหน อยู่กับใคร ทำไมถึงทิ้งเขาไป ถ้าลูกฉันต้องเป็นเด็กไม่มีพ่อก็ไม่ต้องให้เขาเกิดมาซะดีกว่า” ปรุงฉัตรเดินลงทะเลไป

อรุณประไพมองอย่างชั่งใจ กลัวเป็นแผนเรียกร้องของปรุงฉัตรอีก แต่ปรุงฉัตรยังเดินลุยลงไปในทะเลไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ทำให้เธอเริ่มลังเล

“นังปรุง อย่าทำอะไรบ้าๆ แกจะฆ่าลูกหรือไง” ซาซ่าตะลุยลงไปในทะเลลากปรุงฉัตรขึ้นมาแต่ไม่สำเร็จ

“ปล่อยฉัน ลูกของฉัน เขาก็ต้องตายพร้อมกับฉัน” ปรุงฉัตรดิ้นรนแล้วหันมาสบตากับอรุณประไพ

อรุณประไพอึ้งกับสายตาคู่นั้น เธอกำมือแน่นด้วยความกดดัน ก่อนตัดสินใจลงไปช่วยซาซ่าพาปรุงฉัตรขึ้นมา แต่ปรุงฉัตร ยังอาละวาดไม่เลิก อรุณประไพกระชากปรุงฉัตรเข้ามาแล้วตบผัวะ

“คุณจะตายฉันไม่ว่า แต่เด็กไม่เกี่ยวอะไรด้วย เขาเป็นลูกคุณ คุณไม่ควรทำร้ายเขา แล้วอย่าเอาชีวิตเด็กมาต่อรองกับฉัน นี่ลูกคุณนะคุณปรุง ไม่รักไม่สงสารเขาหรือไง”

“อย่าพูดเรื่องมโนธรรมกับฉัน ในเมื่อตัวเธอก็ไม่มี” ปรุงฉัตรตอกกลับ

อรุณประไพเจ็บกับทุกคำที่ปรุงฉัตรกระแทกใส่ จึงตัด สินใจเอ่ย “ฉันจะไปเอง ถ้าคุณท้องกับคุณคงไคยจริงๆ ฉันต้องการผลตรวจจากแพทย์ที่ยืนยันว่าคุณกำลังตั้งท้อง ถ้ามันเป็นความจริง ฉันจะยอมหย่ากับคุณคงไคย” อรุณประไพมองปรุงฉัตรอย่างยืนยันในคำสัญญา

สายวันต่อมา คงไคยพาอรุณประไพกลับถึงกรุงเทพฯ ภวันที่นั่งรออยู่เปรยกับทองถมด้วยความประหลาดใจเพราะไม่เห็นปรุงฉัตรตามคงไคยมาด้วย

คงไคยฟังแล้วยิ่งรู้สึกผิดจึงเปลี่ยนเรื่องหันมาถาม

อรุณประไพว่าหิวหรือยัง แต่อรุณประไพนั่งเงียบเหมือนอยู่ในภวังค์ คงไคยถามซ้ำอีกครั้ง อรุณประไพรู้สึกตัวรีบอ้าง

“เอ่อ ไพคิดถึงคุณแม่น่ะค่ะ ไพบอกท่านไว้ว่ากลับมาจะรีบไปหา คุณแม่คะ ไพขอไปบ้านตลิ่งชัน จะกลับเย็นๆนะคะ”

“จ๊ะ...แล้วหนูไพจะไปยังไง” ภวันตอบ

“ก็ต้องเป็นหน้าที่ของสามีที่ต้องไปส่งไปรับสิครับ เดี๋ยวผมจะเอาของฝากไปให้คุณแม่คุณด้วย ไปครับ” คงไคยจูงมืออรุณประไพออกไป

“ผมว่าพายุคงเข้านะครับ คุณคงไคยใส่ใจคุณประไพด้วย” ทองถมไม่อยากเชื่อ

“รักลูกสาวเขาก็ต้องเอาใจแม่เขาสิ ลูกชายฉันโตแล้วนะคุณทองถม ถึงเวลาที่เขาต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว คุณทองถมจัดการเรียกประชุมคณะกรรมการวันจันทร์นี้ ความรับผิดชอบจะทำให้คงไคยโตขึ้น ยิ่งมีหนูไพเป็นครอบครัว เป็นกำลังใจ ปัญหาจะหนักแค่ไหน คงไคยจะผ่านไปได้แน่นอน” ภวันมั่นใจ

ส่วนปรุงฉัตรเมื่อกลับมาถึงคอนโดฯก็ทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาอย่างไม่สบอารมณ์นัก ซาซ่าที่หอบสัมภาระตามมาร้องลั่น เพราะกลัวลูกในท้องปรุงฉัตรจะหลุดออกมา แต่ปรุงฉัตรไม่สน ซาซ่าเริ่มสงสัยว่า ปรุงฉัตรท้องได้อย่างไร เพราะเธอระวังเรื่องนี้มาก ปรุงฉัตรเดาสายตาซาซ่าออกรีบโวย

“มองแบบนี้หมายความว่าไง ทำไมแกไม่เชื่อเพื่อนแกใช่ไหม ได้ฉันจะทุบให้เด็กมันไหลออกมาต่อหน้าแกไง แกจะได้รู้ว่าฉันโกหกหรือเปล่า” ว่าแล้วปรุงฉัตรก็ทุบท้องไม่หยุด

ซาซ่าตกใจเข้ามาดึงมือปรุงฉัตรพลางร้องห้าม “พอแล้ว นังปรุง ฉันขอโทษๆฉันไม่ได้คิดว่าแกโกหกแต่ฉันรู้อาทิตย์หน้าพอผลตรวจออกมา ทุกอย่างก็ต้องดีขึ้น แกมีลูก...คุณคงไคยเขาต้องรับผิดชอบแกแน่ๆ”

“ถ้านังอรุณประไพมันไม่เบี้ยวนะ”

“ฉันว่าคุณไพเขาเป็นคนจริง ไม่ผิดสัญญาหรอก”

“หยุดนะ ชื่นชมมันมากใช่ไหม งั้นแกก็ไปอยู่กับมันเลย ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนฉัน ไป”

“ฉันไม่ได้ชมเขา ฉันแค่พูดให้แกสบายใจไง โอ้ยร้อนจัง ฉันไปอาบน้ำก่อน” ซาซ่ารีบชิ่งออกไป

“คนจริง นังอรุณประไพ ให้มันแน่จริงเถอะ” ปรุงฉัตรยิ้มร้าย

ooooooo

คงไคยพาอรุณประไพมาที่บ้านตลิ่งชัน เขาเห็นประไพนั่งถักถุงเท้าเล็กๆอยู่ในบ้าน ก็เอ่ยถามว่าของใคร อรุณประไพกลัวแม่จะบอกคงไคยเรื่องเธอท้อง จึงโกหกว่าปวดหัวขอร้องให้คงไคยออกไปซื้อยามาให้ เพราะยาที่บ้านหมด คงไคยรีบออกไป อรุณประไพหันมายกมือไหว้ขอโทษแม่ ที่ไม่สามารถบอกคงไคยเรื่องลูกในท้องได้ เพราะปรุงฉัตรก็ตั้งท้องเช่นกัน ประไพอึ้งถามอรุณประไพว่าจะทำอย่างไร

“ไพรอให้ผลตรวจออกมาก่อน ถ้าคุณปรุงท้องจริงๆไพก็คงต้องถอย”

“แล้วหลานของแม่ล่ะ เขาก็เป็นลูกของคุณคงไคยเหมือนกัน ไพจะให้หลานของแม่กำพร้าพ่อเหรอ”

“ไพรักลูกค่ะ แต่ลูกของคุณปรุงก็จะเป็นลูกของคุณ

คงไคยเหมือนกัน ถึงลูกของไพจะไม่มีพ่อ แต่ไพจะเลี้ยงลูกอย่างดีที่สุด แต่ถ้าลูกคุณปรุงไม่มีพ่อ ไพกลัวว่าเด็กจะไม่มีความสุขและถ้าเป็นอย่างนั้น คุณคงไคยต้องทรมานอยู่กับความรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต ไพเชื่อว่าเราไม่สามารถมีความสุขบนความทุกข์ของเด็กที่ไม่มีความผิดได้หรอกค่ะ”

“ลูกรู้ไหมว่าลูกกำลังรักคุณคงไคยมากกว่าตัวเอง”

“วันที่ไพตัดสินใจแต่งงาน ไพอยากช่วยคุณหญิง อยากหนีภุชงค์ไพตั้งใจว่าจะเป็นภรรยาตามหน้าที่ให้ดีที่สุดแต่วันนี้ไพรู้แค่ว่าไพอยากให้เขามีความสุขค่ะ ถ้ามันคือความรัก ไพก็คงรักเขาจริงๆค่ะแม่”

“ไพ ลูกเชื่อว่าเรื่องที่คุณปรุงเขาจะฆ่าตัวตาย ลูกคิดว่ามันเป็นความจริงหรือเปล่า”

“การกระทำของเขาที่ผ่านมาทำให้ไพไม่เชื่อเขาเลย แต่ไพรู้ว่าคนอย่างคุณปรุงเพื่อชัยชนะ เขาแลกได้ทุกอย่างแม้แต่...ชีวิตตัวเอง ไพทนไม่ได้ที่ต้องยืนดูคนมาตายอยู่ตรงหน้า แค่คำพูดว่าท้องไพไม่เชื่อหรอกค่ะ แต่ไพพิสูจน์ได้” อรุณประไพมั่นใจว่าทำดีที่สุดแล้ว

หลังทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว คงไคยกับอรุณประไพก็ลากลับ ประไพมองตามลูกด้วยความสงสาร ส่วนคงไคยก็ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการซื้อดอกไม้มาวางไว้ให้อรุณประไพที่เบาะหลัง อรุณประไพส่งยิ้มเขินๆพร้อมคำขอบคุณ แต่คงไคยไม่ยอม ขอให้เธอหอมแก้มเขาด้วย อรุณประไพข่มความอายหอมแก้มคงไคยแบบแผ่วๆ

“คุณไพ แบบนี้มันไม่ชื่นใจ ชื่นใจมันต้องแบบนี้” คงไคยดึงอรุณประไพมาหอมหนักๆพลางเอ่ยชวนไปเที่ยวบ้านของเธอที่ต่างจังหวัดกันบ้าง

“ที่นั่นไม่มีแอร์ ไม่สะดวกสบาย คุณคงไม่ชอบหรอกค่ะ”

“ชอบสิ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับคนที่ผมรัก ผมชอบทั้งนั้น ผมเชื่อว่าผมรู้จักคุณมากกว่าที่รู้จักตัวเองซะอีก และนั่นมันทำให้ผมรักคุณ”

อรุณประไพมองตาคงไคยเห็นความรักที่เขามีต่อเธอ ก็ยิ่งสะเทือนใจ แต่จำต้องเอ่ย

“คุณรู้จักฉันดีใช่ไหม งั้นสัญญานะคะว่าคุณจะไม่ทำให้ฉันผิดหวัง”

“ผมสัญญา ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวังไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม” คงไคยรับปาก

อรุณประไพยิ้มเศร้าๆและเมื่อทั้งสองกลับมาบ้านก็พบปรุงฉัตรรออยู่ เธอทวงถามอรุณประไพว่าบอกเรื่องที่ควรบอกกับคงไคยหรือยัง อรุณประไพออกตัวว่า เป็นเรื่องระหว่างปรุงฉัตรกับคงไคย เธอไม่อยากก้าวก่าย

“ไม่หรอกค่ะ เพราะมันเป็นเรื่องของเราทั้งสามคน ถึงข้อตกลงของเราจะเป็นเรื่องของคุณกับฉัน แต่ฉันต้องการพยานและคนกลางอย่างคงไคยก็เหมาะสมที่สุด” ปรุงฉัตรตอกกลับ

คงไคยมองอรุณประไพกับปรุงฉัตรอย่างงงๆว่ากำลังพูดถึงเรื่องอะไร แต่ยังไม่ทันได้ถาม ปรุงฉัตรก็สั่งให้อรุณประไพ บอกเรื่องสัญญากับคงไคยพร้อมเย้ยหยัน “คุณไม่อยากเห็นคงไคยดีใจเหรอคะ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีของผู้ชายคนหนึ่งที่เขาจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์”

“งั้นคุณก็บอกเขาสิคะ เขาจะได้มีความสุข” อรุณประไพเจ็บแปลบ

“ใครก็ได้ช่วยบอกผมทีว่าเรื่องที่ผมควรรู้คือเรื่องอะไร” คงไคยโพล่งออกมา

“ฉันอยากให้คุณช่วยประสานให้ครอบครัวของเรานะคะคุณไพ” ปรุงฉัตรจงใจทำร้ายจิตใจของอรุณประไพ

“ถ้าคุณคิดว่าถือไพ่เหนือกว่าแล้วจะทำอะไรกับฉันก็ได้ คิดใหม่นะคะ เพราะถ้าคุณฉลาดพอ คุณคงรู้ว่าถ้าฉันล้มทุกอย่าง คุณจะไม่ได้อะไรเลย ว่าไงคะ ยังอยากจะให้ฉันเป็นคนพูดอยู่ไหม” อรุณประไพท้าทาย แต่ปรุงฉัตรยังนิ่งเหมือนจะไม่ยอม เธอหันไปแตะแขนคงไคยชวนไปอาบน้ำด้วยกัน ปรุงฉัตรเข้าแทรกบอกกับคงไคยว่า มีเรื่องจะคุยด้วย

“คุณคิดถูกแล้ว ไพขอไปพักก่อนนะคะ” อรุณประไพเดินออกไป

ปรุงฉัตรมองตามแค้นๆแล้วหันมาบอกคงไคยว่า เธอตั้งท้อง ทำให้คงไคยแทบทรุด

ooooooo

คงไคยขึ้นไปหาอรุณประไพบนห้อง พบเธอกำลังจะเป็นลมจึงเข้าประคอง อรุณประไพสบตากับคงไคยพลางเอ่ยคำขอโทษที่ไม่ได้บอกเรื่องปรุงฉัตรตั้งท้อง

“ไม่เป็นไร ผมผิดเอง ผมขอโทษ ทั้งที่ผมสัญญากับคุณแล้ว”

“เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว แก้ปัญหาดีกว่านั่งโทษตัวเองนะคะ มันไม่มีประโยชน์”

“ปรุงบอกว่าคุณกับปรุงมีข้อตกลงกัน เขาให้ผมมาถามคุณ มันคือข้อตกลงอะไรครับ” คงไคยเอ่ยถาม

ส่วนปรุงฉัตรเมื่อกลับไปถึงบ้าน ก็เข้าไปปรึกษากับประกอบในห้องทำงาน เรื่องจะให้คงไคยรับผิดชอบถ้าพิสูจน์ได้ว่าเธอท้องจริง

“แกจะให้ฉันช่วยให้ผลมันออกมาว่าท้องใช่ใหม” ประกอบรู้ทัน

“แค่นั้นไม่พอหรอกค่ะ แค่ผลออกว่าท้องมันบีบได้แค่คงไคยกับอรุณประไพ แต่บีบคุณหญิงไม่ได้”

“แล้วแกจะให้ฉันช่วยยังไง” ประกอบข้องใจ แต่ปรุงฉัตรไม่ทันได้บอก ณรงค์ก็เข้ามาตามประกอบ เพราะภวันเรียกประชุมด่วน ประกอบร้อนใจตามลูกชายออกไป ปรุงฉัตรมองตามสงสัยว่ามีเรื่องอะไร

ในห้องประชุม ภวันเห็นทุกคนมากันครบแล้ว ก็ประกาศวางมือจากการบริหารและมอบหมายให้คงไคยเป็นผู้ดูแลแทนในฐานะประธานบริษัทพีวีเรียลเอสเตท

“ผมว่าเรื่องนี้คุณหญิงตัดสินใจเร็วเกินไป คงไคยยังต้องการประสบการณ์ในการทำงาน” ประกอบค้าน

“จากโครงการพีวีอินเตอร์คอนเวนชั่นน่าจะพิสูจน์ความสามารถของคงไคยได้เป็นอย่างดี ทั้งการเจรจาร่วมทุนกับมิสเตอร์ทานากะ การเจรจากับชาวบ้านจนงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ข้อนี้จะมีใครคัดค้านไหมคะ”

กรรมการมองหน้ากันต่างยอมรับว่าเป็นความจริง

“เป็นอันว่าทุกท่านเห็นชอบ คุณทองถมจัดการส่งข่าวให้กับสื่อช่วยประกาศเรื่องนี้อย่างเป็นทางการด้วย” ภวันสรุป

คงไคยลุกขึ้นขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุน กรรมการปรบมือเหมือนร่วมยินดี ยกเว้นณรงค์กับประกอบ

ด้านเนื้อทิพย์ก็แทบเต้นเมื่อรู้ว่าคงไคยได้เป็นประธานบริษัท เธอเข้าทุบประกอบด้วยความแค้นที่จัดการกับภวันและคงไคยไม่ได้สักที ปรุงฉัตรเดินเข้ามาเสนอตัวจะช่วยแก้แค้นให้เนื้อทิพย์เอง

“น้ำหน้าอย่างแกจะทำอะไรได้”

“ถ้าปรุงทำคนเดียวไม่ได้หรอกค่ะ แต่ถ้าคุณท่านร่วมมือด้วยรับรองว่าคุณหญิงภวันจะต้องแค้นจนกระอักเลือดแน่ๆ”

“ทำยังไงบอกมา ถ้าทำให้มันเจ็บได้ ฉันยอมทุกอย่าง” เนื้อทิพย์ตาวาว

“แกมีแผนอะไร” ประกอบหันมาสบตากับปรุงฉัตร

ปรุงฉัตรลอบยิ้มสะใจที่เนื้อทิพย์กับประกอบยอมเป็นเครื่องมือของเธอ

ระหว่างที่ปรุงฉัตรวางแผนการอยู่กับประกอบและเนื้อทิพย์ อรุณประไพก็มาเยี่ยมใจดีที่โรงพยาบาล เพราะวันนี้หมออนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว อรุณประไพถามหาสิทธา

“เขาก็มาเฝ้าพี่ทุกวันนะ กลางวันไปทำงาน กลางคืนก็มานอนเฝ้า แต่เขาคงไม่กลับไปที่บ้านแล้ว เพราะเขาเลือกแล้ว” ใจดีน้ำตาร่วง

อรุณประไพเข้ามากอดปลอบใจ ประตูห้องเปิดออก สิทธาเข้ามาพร้อมกระเป๋าใบเดียวกับตอนย้ายออกไป อรุณ–ประไพหันไปทักทาย ใจดีให้สิทธากลับไปพักเพราะหมอให้เธอกลับบ้านแล้ว

“ผมมารับคุณกลับบ้าน บ้านของเรา” สิทธาเอ่ย

“บ้าน ของเรา” ใจดีชะงัก

“ผมภูมิใจนะที่เมียของผมเก่ง แต่ยิ่งคุณเก่ง ผมก็กลายเป็นสามีที่ไม่เอาไหน ต้องให้คุณดูแลทุกอย่าง”

“ฉันเต็มใจทำเพื่อคุณ”

“ผมรู้ แต่ผมทนไม่ได้ที่ตัวเองควบคุมคุณไม่ได้เลย ผมต้องเป็นฝ่ายยอมทุกอย่าง แต่วันที่คุณเจ็บ มันทำให้ผมรู้ว่าผมโง่ที่ไปวิ่งหาการยอมรับจากคนอื่น ทั้งที่จริงๆ แล้วคนที่ผมต้องการให้ยอมรับในโลกนี้มีแค่คุณคนเดียว ผมเลวที่ทรยศคุณ...แต่ให้โอกาสผมอีกครั้งได้ไหม”

“ได้ค่ะ ได้ คนเราผิดกันได้ คุณก็เหมือนกัน คุณให้โอกาสฉันนะ ให้เราได้ปรับเข้าหากันอีกครั้งนะคะคุณ” ใจดีโผเข้ากอดสามี แล้วทั้งสองก็ประคองกันออกไป

อรุณประไพมองตามทั้งคู่อย่างยินดี

ooooooo

ในตอนเย็น อรุณประไพเดินเข้ามาที่ห้องทานข้าว เห็นทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า บนโต๊ะมีอาหารที่ถูกจัดแต่งสวยงามก็แปลกใจ คงไคยกับภวันช่วยกันเฉลย ความจริงว่า วันนี้คงไคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานบริษัทแล้วจึงอยากฉลองกันภายในครอบครัว และอยากเซอร์ไพรส์เธอด้วย

“ยินดีด้วยนะคะ” อรุณประไพบอกกับสามี

“แม่ต้องรีบจัดการ จะได้ตัดปัญหาเรื่องแย่งเก้าอี้กันซะที”

“แต่จะมีปัญหาเลื่อยขาเก้าอี้ของผมแทน”

“อีกไม่นานก็จะต้องสะสางให้มันจบ ปัญหาวางคาไว้มันก็ไม่มีวันจบ เราก็ต้องจบมันซะจะได้เห็นปลายทางว่าจะแก้ไขยังไง ถ้าหนีไม่พ้นก็เข้าชนมันซะเลย” ภวันให้ข้อคิด

อรุณประไพคิดตาม เธอตัดสินใจโทร.หาปรุงฉัตรนัดให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในวันรุ่งขึ้น ปรุงฉัตรรับคำแล้วโทร.บอกประกอบ ให้เตรียมคนไว้ให้เธอด้วย จากนั้นก็ไปที่โรงพยาบาลหวังจะหาคนท้องมาตรวจฉี่แทน แต่โชคไม่ดีเพราะดันไปเจอนักข่าวเข้าจึงต้องถอยมาตั้งหลักที่ร้านของซาซ่า และบังเอิญได้ยินซาซ่าต่อว่าเปิ้ลเด็กในร้านที่มาขอเบิกเงินล่วงหน้าสี่เดือนเพราะจะเอาไปทำแท้ง

“ไม่มีทาง เธอทำให้เขาเกิดมาก็ต้องรับผิดชอบ ทำแท้งมันเท่ากับฆ่าคน ฉันไม่ยอมเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับเธอเด็ดขาด ฉันไม่ให้เธอเบิก ตอนทำล่ะไม่คิด ฉันช่วยเธอไม่ได้” ซาซ่าเดินไปเข้าห้องน้ำ

ปรุงฉัตรหลบไม่ให้ซาซ่าเห็น แล้วรอจนซาซ่าเดินลับตาไป จึงเข้าไปลากเปิ้ลออกมาคุยด้วย

ส่วนอรุณประไพก็ตัดสินใจบอกกับคงไคยว่า พรุ่งนี้เธอจะไปโรงพยาบาลกับปรุงฉัตรและอยากให้เขาไปด้วย คงไคยรับปากแล้วเสนอทางออกว่า จะรับลูกของปรุงฉัตรมาเป็นลูกบุญธรรม เพราะอยากอยู่กับอรุณประไพ แต่อรุณประไพไม่ยอม

“คุณบอกว่าคุณรู้จักฉันดี รู้ใช่ไหมคะว่าทำยังไงฉันถึงจะไม่ผิดหวัง ไปอาบน้ำเถอะค่ะ พรุ่งนี้เราต้องไปแต่เช้าก่อนคุณแม่ตื่น ไพไม่อยากโกหกท่าน” อรุณประไพตัดบท

คงไคยหนักใจรู้ว่าเปลี่ยนความตั้งใจอรุณประไพไม่ได้

เช้าวันต่อมา อรุณประไพกับคงไคยมาพบปรุงฉัตรที่โรงพยาบาลตามนัด พยาบาลเข้ามาส่งถ้วยพลาสติกสำหรับใส่ปัสสาวะให้ปรุงฉัตร

“ใส่ปัสสาวะในนี้แล้วนำมาให้ดิฉันนะคะ”

ปรุงฉัตรรับมา แล้วเดินไปห้องน้ำ อรุณประไพกับคงไคยมองตามอย่างกังวล

ปรุงฉัตรถือถ้วยพลาสติกเข้ามาเคาะประตูเรียกเปิ้ลที่รออยู่ในห้องน้ำ แล้วนำฉี่ของเปิ้ลไปให้หมอตรวจ ผลจึงออกมาว่า เธอตั้งครรภ์ ปรุงฉัตรเสริมความเนียนบอกกับหมอว่า เธอมีอาการหน้ามืด วิงเวียนแล้วก็คลื่นไส้ด้วย

“เป็นอาการปกติครับ พออายุครรภ์เพิ่มขึ้น อาการก็จะหายไปเองครับ คุณพ่อต้องระมัดระวังอย่าให้คุณแม่เกิดอาการเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอนะครับ” หมอหันมาทางคงไคย

อรุณประไพหน้าซีดทนฟังไม่ไหวเดินออกไป คงไคยรีบตามไปด้วยความเป็นห่วง ปรุงฉัตรแค้นลุกตามไป

“คุณครับ” หมอเป็นห่วงอาการจึงลุกตามไปอีกคน

อรุณประไพออกมายืนสงบสติอารมณ์ คงไคยตรงเข้าไปจับมืออรุณประไพไว้ แต่พูดอะไรไม่ออก ปรุงฉัตรออกมาเห็นก็แกล้งล้มเพื่อเรียกร้องความสนใจ

“เป็นยังไงบ้างครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” หมอเข้ามาดูอาการ

“ฉันหน้ามืดน่ะค่ะ ก็เลยก้าวพลาด ปรุงปวดท้องค่ะ” ปรุงฉัตรอ้อนคงไคย

หมอมองที่เท้าปรุงฉัตรเห็นว่าใส่ส้นสูงมากก็เอ่ยเตือนว่า อาจเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์แล้วหันไปกำชับคงไคยให้คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัย

คงไคยรับคำแบบอึ้งๆ แล้วเข้ามาประคองปรุงฉัตรให้ลุก แต่ปรุงฉัตรทำออเซาะลุกไม่ไหว คงไคยตัดสินใจอุ้มเธอออกไป อรุณประไพมองด้วยความเจ็บปวดจำต้องเดินตามไป นักข่าวที่รออยู่เข้ามาถ่ายรูปทั้งสามคนทันที

ooooooo

คงไคยกับอรุณประไพมาส่งปรุงฉัตรที่คอนโดฯ ปรุงฉัตรทำมารยาขอให้คงไคยอยู่เป็นเพื่อน เพราะกว่าซาซ่าจะกลับก็คงค่ำ คงไคยอึดอัดใจมองอรุณประไพ อย่างเกรงใจ

“เราอยู่เป็นเพื่อนคุณปรุงก่อนก็ได้ค่ะ” อรุณประไพเข้าใจ

“เลยต้องรบกวนคุณไพ” ปรุงฉัตรแสร้งทำน้ำเสียงเกรงใจตรงข้ามกับสีหน้าที่แอบสะใจมาก เธอมองอรุณประไพ แล้วจับมือคงไคยมาวางบนท้อง “ปรุงดีใจนะคะที่เราจะมีกันสามคนพ่อแม่ ลูก”

คงไคยแอบตื่นเต้นที่จะได้เป็นพ่อคน ในขณะที่อรุณประไพน้ำตาคลอ

ด้านภวัน เธอทราบจากทองถมว่า ข่าวปรุงฉัตรท้องกับคงไคยกำลังสะพัดไปทั่วอินเตอร์เน็ต และคาดว่าพรุ่งนี้ คงขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ

“ไม่จริง คุณทองถม เรียกคงไคยกับหนูไพกลับมาเดี๋ยวนี้” ภวันทำท่าจะเป็นลม แฉล้มรีบเข้าไปประคอง

ไม่นานนักรถของคงไคยก็แล่นมาจอดหน้าบ้าน คงไคยรู้สึกผิดหันมาขอโทษที่ทำร้ายจิตใจอรุณประไพและขอให้เธอรออีกนิดเพื่อจะจัดการปัญหาทุกอย่างให้เรียบร้อย

“ไพดีใจที่เห็นคุณห่วงใยลูกของคุณ มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วค่ะ เราอย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลยค่ะ ปัญหามีไว้ให้แก้ไขนี่คะ พักเรื่องนี้ไว้ก่อน ไม่แน่พรุ่งนี้เราอาจจะมีทางออกก็ได้นะคะ” อรุณประไพให้กำลังใจ แล้วแอบรำพึงกับลูกในท้อง “แม่ไม่เป็นไรจ้ะ ไม่เป็นไร”

ครั้นอรุณประไพกับคงไคยเข้ามาในบ้าน ก็พบภวันนั่งรอสีหน้าเครียด โดยมีทองถมยืนอยู่ด้านหลัง ภวันต่อว่าคงไคยเรื่องข่าวฉาว เพราะกลัวกระทบตำแหน่งประธานที่เพิ่งจะได้รับ

“คุณแม่คะ เรื่องนี้คุณคงไคยไม่ได้ตั้งใจนะคะ ไพผิดเองค่ะ ไพขอให้คุณคงไคยไป แต่ไม่คิดว่ามันจะ” อรุณประไพชะงักไปนิด ก่อนยอมรับกับภวันว่า ปรุงฉัตรตั้งท้องจริงๆ เพราะมีผลการตรวจยืนยัน ภวันแทบหมดแรงถามคงไคย ว่า จะทำอย่างไร คงไคยยืดอกขอรับผิดชอบ

“แต่แม่ไม่ยอม แม่จะไม่ยอมรับปรุงฉัตรเข้ามาในบ้านนี้เด็ดขาด ผู้หญิงแบบปรุงฉัตรไม่มีวันโง่ปล่อยให้มันท้องได้หรอก ฉันไม่เชื่อ ฉันไม่มีวันยอมไม่มีวัน” ภวันเครียดจนหน้ามืดทิ้งตัวลงบนโซฟา

“คุณแม่” คงไคยกับอรุณประไพเข้าประคอง สีหน้าลำบากใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น

ooooooo

เมื่อหมอที่มาดูอาการของภวันกลับไปแล้ว คงไคย ก็เข้ามาหาอรุณประไพที่ดูแลภวันอยู่ในห้อง เขาบอกกับเธอเรื่องอาการป่วยของภวันว่า ไม่เกี่ยวกับมะเร็ง แต่เป็นเพราะเครียดมาก และให้ระวังเรื่องความดันสูง

“ไพจะระมัดระวังเรื่องอาหารของคุณแม่”

“ที่คุณดูแลคุณแม่มันดีอยู่แล้ว มันเป็นเพราะผม ผมไม่รู้จะทำยังไงดี ผมไม่อยากให้คุณแม่เป็นทุกข์ แต่จะให้ผมทิ้งลูกผมก็ทำไม่ได้”

“ไพเข้าใจค่ะ คุณใจเย็นๆนะคะ อย่าร้อนรนไปกับปัญหา ค่อยๆคิด ถ้าเราใช้สติดีๆอาจจะเห็นทางแก้ไขง่ายขึ้น ไพจะช่วยพูดกับคุณแม่ให้ด้วยนะคะ”

คงไคยซาบซึ้งกับความรักที่อรุณประไพมีให้ จึงดึงเธอเข้ามากอดแทนคำขอบคุณ ภวันที่แกล้งหลับลืมตาขึ้นมองทั้งสองด้วยสายตาที่มุ่งมั่นและมีความหวัง

ooooooo

.



Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« Reply #6 on: 20 August 2026, 11:19:14 »


เมียแต่ง ตอนที่ 13

ภวันปรึกษากับทองถมและคงไคยเรื่องปรุงฉัตร ตกลงจะรอให้เด็กคลอดแล้วค่อยตรวจดีเอ็นเอ ถ้าเป็นลูกคงไคยจริงก็จะรับเลี้ยง แต่คงไคยค้าน เพราะปรุงฉัตรเป็นแม่ของลูก

“แกคิดว่าผู้หญิงอย่างปรุงฉัตรจะเลี้ยงดูใครได้ คนที่เหมาะเป็นเมียและเป็นแม่ของลูกแกคือหนูไพเท่านั้น แกรักหนูไพใช่ไหม”

“ครับ แต่มันไม่ใจร้ายกับคุณไพไปหน่อยเหรอครับแม่ ถ้าต้องเอาลูกของปรุงมาให้คุณไพเลี้ยง...” คงไคยอ้าง เป็นจังหวะเดียวกับที่อรุณประไพเดินมาได้ยินพอดี เธอจะถอยหนี แต่แฉล้มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามารายงาน

“คุณหญิง คุณคงไคย แย่แล้วค่ะ เมื่อกี้คนอ่านข่าวบอกว่าแม่นางแบบ...เอ่อ...คุณปรุงฉัตรน่ะค่ะ กำลังจะแถลงข่าวเรื่องท้องค่ะ” ว่าแล้วแฉล้มก็หยิบรีโมตเปิดทีวี เห็นหน้าจอเป็นปรุงฉัตรกับเนื้อทิพย์กำลังให้สัมภาษณ์กับนักข่าวทำนองว่า

ปรุงฉัตรคือผู้ถูกรังแก เพราะเธอกับคงไคยรักกันมาก่อน แต่ต้องถูกตราหน้าว่าเป็นเมียน้อย เป็นมือที่สาม เพราะภวันกีดกัน

“วงในบอกว่าภรรยาคุณคงไคยบีบให้รับลูกได้แต่ต้องเลิกกับคุณปรุงใช่ไหมคะ” นักข่าวซักต่อ

“คุณไพ เอ่อ ภรรยาคงไคยน่ะค่ะ เธอเป็นคนดี เธอเข้ามาแทรกระหว่างปรุงกับคงไคยเพราะความไม่รู้ ปรุงอยาก

ขอให้พี่ๆอย่าลงข่าวต่อว่าเธอ ปรุงไม่อยากให้เธอเสียใจที่ต้องกลายเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้”

“แล้วที่ออกมาแถลงข่าววันนี้...”

“แม่ต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้กับลูกแม่ ลูกผู้หญิงที่ถูกเหยียบย่ำหัวใจครั้งแล้วครั้งเล่า คนที่ทำควรต้องรับผิดชอบ” พูดจบเนื้อทิพย์ก็พาปรุงฉัตรเดินออกไป นักข่าวกรูตาม

ทองถมทนไม่ไหวลุกไปปิดทีวีพลางบ่น “ตอนนี้ทางโน้นกระพือจนเรื่องลุกลามไปกันใหญ่แล้ว”

“ถ้าคิดจะบีบฉัน คิดผิดซะแล้ว ฉันจะรับแค่ลูกของคงไคยเท่านั้น” ภวันประกาศกร้าวแล้วเดินหนีขึ้นห้อง คงไคย

จะตาม แต่อรุณประไพดึงมือไว้อาสาไปคุยให้เอง

ระหว่างที่อรุณประไพตามไปเกลี้ยกล่อมให้ภวัน

ยอมรับปรุงฉัตรกับลูกในท้องอยู่นั้น ภุชงค์ก็มารับจิ๊บที่บริษัทใจดี เพราะตั้งใจจะมาหาอรุณประไพด้วย แต่ทั้งหมดต้องตะลึงเมื่อเห็นข่าวปรุงฉัตรให้สัมภาษณ์เรียกร้องความเป็นธรรม ใจดีของขึ้นจะไปหาอรุณประไพ เช่นเดียวกับภุชงค์ แต่จิ๊บกับวายุ ดึงไว้ แล้ววายุก็หลุดปากบอกเรื่องอรุณประไพท้อง ภุชงค์ถึงกับอึ้ง

แต่คนที่อึ้งยิ่งกว่าก็คือภวัน เพราะไม่รู้จะหาเหตุผลใดมาอ้างให้อรุณประไพเลิกล้มความคิดที่จะให้คงไคยรับผิดชอบปรุงฉัตรได้ ยามนั้นเองมีเสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน ตามด้วยเสียงประกอบเรียกหาภวัน ภวันจึงชวนอรุณประไพลงไปข้างล่าง พบประกอบ เนื้อทิพย์ และปรุงฉัตรยืนรออยู่

ประกอบเปิดฉากเจรจาขอให้คงไคยแต่งงานกับปรุงฉัตรเพื่อแสดงความรับผิดชอบ แต่ภวันไม่ยอมตอกกลับว่า ถ้ามีสำนึกพอก็ควรคิดถึงใจอรุณประไพที่เป็นเมียคงไคยบ้าง

“คุณหญิงคงไม่ทราบว่าตอนนี้หุ้นในมือผมมีสี่สิบเปอร์เซ็นต์ และผมคงไม่หยุดแค่นี้ ผมว่ากรรมการท่านอื่นคงไม่ปลื้มกับข่าวที่เกิดขึ้นนัก ถ้าเขาต้องเลือกระหว่างคงไคยกับผม คุณหญิงว่าเขาจะเลือกใครล่ะครับ” ประกอบขู่

ภวันโกรธจัดจะตอบโต้อีก ปรุงฉัตรเห็นว่าคงไม่จบง่ายๆแน่ จึงโยนเรื่องมาให้อรุณประไพตัดสินใจ

“ปรุงเห็นด้วยกับคุณป้านะคะว่าเราต้องคิดถึงใจของคุณไพ ถ้างั้นปรุงคงต้องขอความเห็นใจจากคุณไพ คุณจะขัดข้องไหมคะถ้าปรุงกับลูกจะขอความกรุณา” ปรุงฉัตรมองอรุณประไพด้วยสายตากดดัน

อรุณประไพตั้งสติได้ตอบทันควัน “ขอบคุณนะคะที่ยังคิดจะขอความเห็นดิฉัน ที่จริงเรื่องนี้ดิฉันค่อนข้างลำบากใจ เพราะดิฉันไม่เคยคิดว่าจะมีวันต้องเจอกับเรื่องน่าสมเพชเวทนา ไม่เคยคิดว่า จะมีวันที่ตัวเองต้องเป็นเมียหลวง ต้องมีจิตเมตตากับการเรียกร้องความยุติธรรมจากคนที่ไม่มีมโนธรรม อยากให้ดิฉันใจกว้าง ดิฉันทำได้ค่ะ ถ้าพวกคุณจะกรุณาหยุดทำลายชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของสามีดิฉัน แต่ดิฉันจะไม่ตัดสินใจในเรื่องนี้ เพราะเรื่องสำคัญของครอบครัว ดิฉันขอให้สามีดิฉันเป็นคนตัดสินใจ คุณคงไคยคะ...ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจยังไงไพก็จะยอมรับค่ะ”

คงไคยหนักใจมองทุกคนอย่างคิดหนัก

“คงไคยคะ ปรุงไม่ได้ต้องการงานแต่งงาน สำหรับปรุงขอแค่คงไคยดูแลปรุงและลูกด้วยความรัก ปรุงก็พอใจแล้วค่ะ” ปรุงฉัตรเอ่ยพลางหันมาสบตากับประกอบ

“ไม่มีการแต่งงานก็ได้ แต่คงไคยต้องรับเลี้ยงดูลูกของผมอย่างเปิดเผย หมายถึงยายปรุงจะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ในฐานะเมียคนหนึ่งของคงไคย” ประกอบยื่นเงื่อนไข

“ไม่ได้ ปรุงจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ ปรุงต้องกลับบ้าน” ณรงค์ก้าวเข้ามาท่าทางหัวเสียมากๆ เพราะเพิ่งรู้ว่าปรุงฉัตรท้อง เขาตรงเข้ามาคว้าตัวเธอจะพากลับบ้าน

ปรุงฉัตรขืนเต็มที่ร้องให้คงไคยช่วย คงไคยเข้าใจว่าณรงค์จะพาปรุงฉัตรกลับไปทำร้าย จึงเข้าปกป้องและประกาศออกไป “คุณจะพาปรุงไปไม่ได้ ปรุงเป็นเมียผม ปรุงต้องอยู่ที่นี่”

ทุกคนตะลึง ณรงค์ไม่ยอมจะดึงปรุงฉัตรกลับไปให้ได้ ประกอบกลัวเนื้อทิพย์จะสงสัยจึงเข้าไปตบหน้าณรงค์ แล้วลากออกไปคุยกันข้างนอก เนื้อทิพย์จะตามไปด้วย แต่ประกอบห้ามสั่งให้อยู่จัดการเรื่องปรุงฉัตร เนื้อทิพย์ยังงุนงงแต่ก็เข้าไปยืนข้างปรุงฉัตร ในขณะที่ภวันเริ่มสงสัยท่าทีของณรงค์และปรุงฉัตร

ประกอบลากณรงค์มาที่มุมลับตาพลางเอ่ย “ถึงยายปรุงจะอยู่กับคงไคย แกจะไม่เสียยายปรุง แต่ถ้าแกบอกความจริงกับแม่แก ยายปรุงจะไม่มีชีวิตอีกต่อไป เพราะแม่แกทำแน่ ตั้งแต่เล็กจนโตแกก็เห็นว่าแม่แกเกลียดยัยปรุงมากแค่ไหน”

“ที่แม่เกลียดปรุงก็เพราะพ่อ”

“ทั้งที่พ่อไม่ใช่คนที่แม่แกรัก เขายังทำทารุณกับยัยปรุงมาตลอด แต่กับแก แกคือความหวังความภาคภูมิใจเดียวที่เขามี ถ้าแม่แกรู้ว่าแกรักยายปรุงจนยอมทำลายความหวังของเขา แกคิดเหรอว่าแม่แกจะเอายายปรุงไว้ ถ้าแกรักยายปรุงจริงก็กลับไปซะ แต่ถ้าแกอยากให้ยายปรุงตาย แกก็เข้าไปบอกทุกคนเลยว่าแกกับยายปรุงเป็นอะไรกัน” ประกอบก้าวเปิดทางให้ณรงค์ตัดสินใจ

ณรงค์ยอมถอย ประกอบจึงกลับไปหาปรุงฉัตรกับ

เนื้อทิพย์ในบ้าน เขาอ้างกับภวันว่า ที่ณรงค์เสียมารยาทก็เพราะเป็นห่วงน้อง กลัวจะถูกเลือกปฏิบัติ

“เอาล่ะครับ ตอนนี้คงไคยก็ยอมรับแล้วว่าจะให้ลูกผมอยู่ที่นี่ในฐานะเมียคนหนึ่ง ถ้าอย่างนั้น คุณหญิงคงไม่ขัดข้องที่ผมจะให้ปรุงย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ลูกผมกำลังท้องต้องการคนดูแลอย่างใกล้ชิดและคนๆนั้นก็ควรจะเป็นพ่อของเด็ก”

“ลูกชายเธอตัดสินใจแล้ว เพื่อนยังมีปัญหาอะไรอีกไหม” เนื้อทิพย์เย้ยหยัน

ภวันไม่ตอบ สะบัดหน้าเดินขึ้นข้างบนไป อรุณประไพสบตากับคงไคยแล้วเดินตามภวันไป เนื้อทิพย์จะตามแต่ประกอบจับมือไว้

“ได้คืบอย่าเอาศอก ไม่งั้นจะไม่ได้อะไรเลยนะคุณ”

เนื้อทิพย์ยอมหยุดหันมาย้ำกับปรุงฉัตรให้ดูแลสามีกับแม่สามีดีๆ อย่าทำให้เธอต้องผิดหวัง ปรุงฉัตรยิ้มรับอย่างรู้กันแล้วดึงคงไคยเดินออกไปส่งประกอบกับเนื้อทิพย์

ส่วนอรุณประไพตามภวันเข้ามาในห้องพร้อมกับคำขอโทษ ภวันน้ำตาคลอบอกว่า เธอเข้าใจ เพราะอรุณประไพทำเพื่อคงไคยมามากและมากเกินไปด้วยซ้ำ

“คุณแม่” อรุณประไพพูดไม่ออกพยายามจะเช็ดน้ำตา กลบเกลื่อน

“อย่าปิดแม่เลยลูก...” ภวันโอบศีรษะของอรุณประไพเข้ามาพิงตัวแล้วลูบด้วยความสงสาร

อรุณประไพพยายามกลั้นสะอื้น ปล่อยให้น้ำตาไหนรินอย่างเงียบๆ

คงไคยเดินกลับเข้ามาไม่เห็นอรุณประไพก็ถามหากับทองถม ทองถมไม่ตอบแต่มองไปด้านบน ปรุงฉัตรรู้ว่าคงไคยจะขึ้นไปก็จะดึงไว้ แต่คงไคยไม่ใจอ่อน สั่งให้ทองถมดูแลปรุงฉัตรแล้วเดินขึ้นชั้นบนไปทันที

ปรุงฉัตรขยับจะตาม ทองถมเข้าขวาง

“ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจ คุณคงไคยสั่งให้ผมดูแล ผมให้คุณคลาดสายตาไม่ได้หรอกครับ”

ปรุงฉัตรขัดใจเป็นที่สุดสาบานกับตัวเองว่า ถ้าเธอไม่มีความสุข ทุกคนก็ต้องไม่มี

ภวันเห็นคงไคยเข้ามายืนมองอรุณประไพอย่างรู้สึกผิดก็พยักหน้าเรียกให้ลูกชายเข้ามาปรับความเข้าใจกับอรุณประไพ ส่วนตัวเองลงไปคุยเรื่องงานกับทองถม ปรุงฉัตรเห็นภวันเดินลงมาก็เข้าไปยั่วโมโหเรื่องคงไคยยอมรับเธอเป็นเมีย

“เธอนี่คงใช้สมองน้อยนะ ถึงแยกไม่ออกระหว่างยอมรับกับจำใจ มันต่างกันยังไง แต่เธอต้องสำนึกไว้เสมอนะว่าที่คงไคยยอมให้เธอมาอยู่ที่นี่ก็เพราะเด็ก ถ้าแค่ตัวเธอมันไม่มีความหมายสำหรับลูกชายฉันอีกแล้ว”
“อิจฉาปรุงล่ะสิที่คงไคยเห็นว่าปรุงสำคัญ”

“ถ้าเชื่อแบบนั้นแล้วมีความสุขก็เชื่อไป แต่ฉันเชื่อสายตาตัวเองมากกว่า”  ภวันมองขึ้นไปข้างบนยั่วให้ปรุงฉัตรอยากรู้ แล้วเดินนำทองถมไปทางห้องทำงาน

ปรุงฉัตรอดรนทนไม่ไหวขึ้นไปแอบดูหน้าห้อง เห็นคงไคยคุกเข่าขอโทษอรุณประไพพลางเอ่ยว่า เขารักเธอแล้วทั้งสองก็เข้าสวมกอดกัน ทำให้ปรุงฉัตรยืนกำมือแน่นด้วยไฟริษยา

ooooooo

ด้านเนื้อทิพย์เข้ามาคาดคั้น ณรงค์ว่าไปอาละวาดเรื่องปรุงฉัตรทำไม ณรงค์หันมาสบตากับประกอบก่อนโกหกคำโตว่า ไม่พอใจที่จะให้ปรุงฉัตรเข้าไปอยู่บ้านคงไคยในฐานะเมียน้อย เพราะกลัวครอบครัวจะเสียชื่อเสียง

“เสียชื่อนิดหน่อย แลกกับที่นังภวันมันต้องช้ำจนกระอักเลือด แม่ยอมแลก เพราะตอนนี้คุณหญิงรักอรุณประไพ พอๆกับคงไคย ยายปรุงเข้าไปป่วนพวกมัน ทั้งคงไคยทั้งคุณหญิง จะเอาสติที่ไหนมารับมือเราได้ ไม่คิดเลยนะว่านังเด็กชั้นต่ำจะทำประโยชน์ให้ฉันได้ แต่แม่ไม่ชอบเลยนะที่ลูกทำท่าเหมือนหวงห่วงมัน” เนื้อทิพย์ระแวง

“อย่างผมเนี่ยนะจะห่วง ลูกคนรับใช้ ผมแค่รักษาหน้าเราเท่านั้นแหละครับแม่” ณรงค์จำใจเอ่ย

เนื้อทิพย์ยิ้มพอใจแล้วขอตัวไปรอรับโทรศัพท์ เพราะนักข่าวโทร.มา ประกอบเข้ามาตบบ่าณรงค์ให้ทำใจ

เวลาเดียวกันนั้นใจดีสะพายกระเป๋ารีบร้อนออกไปขึ้นรถ ป๊อกกี้กับวายุตามดึงตัวไว้คิดว่าใจดีจะไปบอกคงไคยเรื่องอรุณประไพท้อง ใจดีรีบปฏิเสธว่าจะไปบ้านเมียน้อยสิทธาเพราะระแวงว่าทั้งคู่ยังไม่เลิกกัน

วายุกับป๊อกกี้มองหน้ากันนึกสังหรณ์ใจกลัวจะเกิดเรื่องอีกจึงขอตามใจดีไปด้วย

ทั้งสามซุ่มรอสิทธาอยู่หน้าทาวน์เฮาส์ จนกระทั่งค่ำก็เห็นรถของสิทธาแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้าน ใจดีตาวาวรีบลงจากรถ วายุกับป๊อกกี้ตามมาดึงไว้พลางเตือนให้ใช้สติมากกว่าอารมณ์ ใจดีสูดลมหายใจแล้วก้าวเข้าไป แต่ต้องชะงัก เพราะได้ยินเสียงเก๋ร้องไห้ดังออกมาจากในบ้าน ตามด้วยเสียงของสิทธาที่ยืนยันขอเลิกกับเธอ เพราะรู้ใจตัวเองดีแล้วว่าผู้หญิงที่เขารักคือใจดี และขอยกบ้านหลังนี้ให้เป็นการไถ่โทษ

ใจดีตาโตจะเข้าไปโวย วายุกับป๊อกกี้ช่วยกันดึงไว้สุดแรง

“แล้วเมียพี่เขาจะไม่วาเหรอ” เก๋ข้องใจ

“ถึงเขาจะใจร้อน แต่เขาเป็นคนมีมนุษยธรรม ยิ่งกับลูกผู้หญิงด้วยกัน พี่ว่าเขาต้องเข้าใจ เพราะคนที่ผิดกับหนู เลวกับหนูคือพี่ ถ้าพี่อยากเริ่มต้นใหม่กับเขา พี่ก็ต้องเคลียร์ทุกเรื่องให้จบ” สิทธาเดินเครียดออกมาแล้วชะงักเพราะเห็นใจดียืนรออยู่ เขาหน้าเสียคิดว่าต้องโดนใจดีเล่นงานแน่ แต่ใจดีกลับโผเข้ากอด

“ขอบคุณนะคุณ ขอบคุณที่เลือกฉัน ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณที่รักกัน ฉันจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ฉันจะให้เกียรติคุณ คุณจะเป็นผู้นำครอบครัว”

“ขอบคุณใจดี ขอบคุณที่คุณให้ผมมาตลอด ผมคงไม่มีอะไรจะให้คุณได้นอกจากความซื่อสัตย์ ขอให้คุณไว้ใจผม ได้ไหมใจดี” สิทธากอดตอบ

“มันเป็นของขวัญที่ดีที่สุด แค่ขอให้คุณมีฉันคนเดียว เป็นกำลังใจให้ฉัน เราจะสร้างครอบครัวใหม่ ครอบครัวของเราสองคน”

“แต่ผมอยากมีกันสามคน หมายถึงลูกของเรานะคุณจ๋า”

“จัดให้ตามที่ขอเลย” ใจดียิ้มหน้าบานกอดสามีอย่างมีความสุข

ป๊อกกี้กับวายุยิ้มปลื้มพลอยมีความสุขไปด้วย

ooooooo

อรุณประไพลงมาดูแลอาหารแนวสุขภาพให้ภวัน ทองถมกับคงไคยชื่นชมในความใส่ใจของเธอ เมื่อปรุงฉัตรลงมาได้ยินก็พาลหาเรื่องบอกว่า เธอทานอาหารแบบนี้ไม่ได้ อรุณประไพขยับจะไปตักข้าวต้มปลาที่เตรียมไว้มาให้แต่ภวันร้องห้าม

“ต่อไปหนูไพไม่ต้องไปทำครัวนะ เป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้ไม่จำเป็นต้องดูแลคนอื่น มาอาศัยก็ให้หากินเอาเอง หนูไพดูแลแค่แม่กับคงไคยก็พอ”

ปรุงฉัตรแค้นหันมองคงไคยหวังหาตัวช่วย แต่คงไคยกลับก้มหน้าก้มตาทานเงียบ

หลังทานอาหารเสร็จปรุงฉัตรก็ขึ้นไปรอคงไคยในห้อง แต่คงไคยกลับไปอ้อนอรุณประไพที่เข้าไปดูแลความเรียบร้อยในห้องครัว เพราะไม่อยากให้เธอเข้าครัวและออกไปทำงานข้างนอกอีก แต่อรุณประไพไม่ยอม

“บางทีการที่เราเอาใจไปอยู่กับเรื่องอื่นๆบ้าง ก็จะช่วยให้เราใจสงบขึ้น ไพรักที่ได้ทำงานและมีความสุขที่ได้อยู่กับงานค่ะ”

“อยู่กับผมคงทำให้คุณมีแต่ทุกข์”

“ไพไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะคะ อยู่ด้วยกันอย่าพูดเรื่องที่ทำให้เราไม่สบายใจได้ไหมคะ”

“ได้สิครับ...งั้นไปพักเถอะครับ” คงไคยโอบพาอรุณประไพขึ้นไปข้างบน

ปรุงฉัตรยืนแอบดูจากภายในห้อง เห็นคงไคยจะพาอรุณประไพเข้าห้องก็แกล้งร้องขอความช่วยเหลือ อรุณประไพไล่ให้คงไคยเข้าไปดูปรุงฉัตร

“เดี๋ยวผมมานะ” คงไคยรีบเดินไปเปิดประตูเห็นปรุงฉัตรนั่งอยู่ที่พื้นกลางห้อง

“ปรุงหน้ามืดน่ะค่ะ คงไคยอยู่เป็นเพื่อนปรุงนะคะ” ปรุงฉัตรทำมารยา

คงไคยชะงักมองไปที่อรุณประไพที่ยืนมองอยู่ด้านนอก เห็นเธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยนแล้วเดินไปที่ห้องตัวเองก็ขยับจะตามแต่ปรุงฉัตรเอามือคล้องคอกอดรั้งไว้ทำให้ลุกไปไม่ได้ จึงจำใจต้องอยู่ดูแลเธอ และเมื่อปรุงฉัตรหลับไปแล้ว คงไคยก็ตัดสินใจเดินออกไปจากห้อง ทิ้งปรุงฉัตรให้นอนอยู่เพียงลำพัง

เช้าวันใหม่ป๊อกกี้กับพนังงานในบริษัทนั่งเม้าท์เรื่องข่าวฉาวของครอบครัวอรุณประไพกันอย่างเมามัน และไม่ทันเห็นว่าอรุณประไพเดินเข้ามาได้ยิน วายุที่ตามหลังมาเห็นอรุณประไพเจ็บปวดสะเทือนใจ ก็เดินไปกระแทกกระเป๋าตรงหน้าป๊อกกี้ ดังปัง
ป๊อกกี้กับพนักงานสะดุ้ง หันมาเห็นอรุณประไพยืนอยู่ก็หน้าเสีย

“คนอื่นจะมองคุณไพยังไงผมไม่รู้ แต่ให้ผมมองพวกพี่ทุเรศมาก คุณไพคงจะดีใจนะที่ได้รู้ว่ามีเพื่อนร่วมงานที่มันส์ปากกับเรื่องของเขาแบบนี้” วายุตำหนิ ขณะที่อรุณประไพเดินเลี่ยงเข้าห้องทำงาน

ใจดีเดินหงุดหงิดเข้ามาสั่งป๊อกกี้ ให้ตามอรุณประไพไปพบเธอที่ห้องด่วน ป๊อกกี้อึกอักขอให้วายุไปแทน ทำให้ใจดีสงสัยคาดคั้นว่าเกิดอะไรขึ้น วายุรีบฟ้องว่าป๊อกกี้แอบนินทาอรุณประไพกับพวกพนักงาน ใจดีจึงลากป๊อกกี้เข้าไปจัดการในห้อง

ด้านคงไคย เขารีบลงมาที่โต๊ะอาหารแต่เช้าหวังจะได้พบอรุณประไพ แต่ทองถมรายงานว่า เธอออกไปทำงานแล้ว คงไคยเศร้า ผิดกับปรุงฉัตรที่ส่งยิ้มหน้าบานเข้ามาทักทาย พลางเย้ยภวันว่า เมื่อคืนนี้คงไคยนอนในห้องกับเธอ แต่ต้องหน้าแตก เพราะแฉล้มยืนยันว่า เมื่อคืนนี้คงไคยอยู่ในห้องทำงานทั้งคืน

“คือ เมื่อเช้าแล่มจะเข้าไปทำความสะอาดเจอคุณหนู นอนหลับที่โต๊ะ แล่มตกใจแทบแย่”

“คุณคงไคยคงนอนไม่ลง เอ้ย นอนไม่หลับใช่ไหมครับ ถึงต้องทำงาน” ทองถมกับภวันสบตากันแล้วหันมามองปรุงฉัตร ด้วยสายตาสมเพช

ปรุงฉัตรโกรธที่โดนแฉล้มหักหน้า หันไปอ้อนคงไคยขอตามไปบริษัทด้วย แต่คงไคยรีบลุกออกไป

“ผมเพิ่งเห็นคุณคงไคยรีบไปทำงานขนาดนี้นะครับ” ทองถมเปรย

“คงไคยคงห่วงงาน มากกว่าอะไรไร้สาระ บ้าบอ ถ่วงความเจริญ” ภวันยิ้มเยาะ

ปรุงฉัตรตาวาวรู้ว่าที่ภวันพูดถึงคืออรุณประไพไม่ใช่งานแน่ๆ

ooooooo

ใจดีหลังจากอบรมป๊อกกี้ชุดใหญ่แล้ว ก็สั่งให้ป๊อกกี้ขอโทษอรุณประไพที่เดินเข้ามา ป๊อกกี้สำนึกผิด ตบปากตัวเองเพื่อไถ่โทษ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มันเป็นเรื่องจริง ไพคงต้องฟังให้ชิน เพราะมันคงจะฉาวโฉ่มากขึ้นเรื่อยๆ”

“แล้วน้องไพไปยอมให้นังเมียน้อยมันเข้ามาทำไม มันท้องน้องก็ท้อง” ใจดีโพล่งออกไป

อรุณประไพมองวายุ วายุจ๋อยอ้างว่า โดนบังคับ

ใจดียุให้อรุณประไพบอกคงไคยเรื่องลูก เพราะคงไคย ต้องเลือกอรุณประไพอยู่แล้ว และเธอยังเชื่อว่า ที่ปรุงฉัตรปล่อยให้ท้องเพราะมีแผนจับคงไคย

“ผมเห็นด้วยนะครับคุณไพ ถ้าคุณไพบอกไอ้ซื่อบื้อ เอ้ย สามีคุณไพว่าคุณไพก็ท้อง สามีคุณไพอาจจะต้องเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ใช่ควบทั้งสองคนไว้แบบนี้เขาก็มีความสุขอยู่คนเดียว คุณไพต้องมาทุกข์แบบนี้มันไม่ยุติธรรม” วายุสนับสนุน

เสียงมือถืออรุณประไพดัง เจ้าของเห็นชื่อคงไคยแล้วตัดสินใจไม่รับ แต่คงไคยยังกระหน่ำโทร.ไม่หยุด เธอกำโทรศัพท์แน่นด้วยความเครียดอย่างไม่รู้ตัว

“พี่รู้ น้องไพเป็นคนดีไม่อยากตบตีกับใคร แต่พี่ทนไม่ได้ รับไม่ไหวจริงๆพี่ขอทวงความยุติธรรมให้น้องไพเอง” ใจดีตบโต๊ะเสียงดัง

“ไม่ได้นะคะพี่ใจดี ไพไม่ต้องการทำอะไรทั้งนั้น มันเป็นเรื่องส่วนตัวของไพ ไพตัดสินใจแล้วขอให้ทุกคนเคารพการตัดสินใจของไพด้วย” อรุณประไพบอกเรียบๆ แต่หนักแน่น

ใจดียอมสงบ ป๊อกกี้รีบเปลี่ยนบรรยากาศถามใจดีเรื่องโปรเจกต์ใหม่ที่ทาง ผอ.สั่งมา

ใจดีนึกได้รีบแจ้งอรุณประไพ “ทาง ผอ.มีโปรเจกต์ให้หนังสือเราจัดประกวดเชฟเบเกอรี่ ผอ.ระบุมาว่าน้องไพต้องเป็นหนึ่งในกรรมการตัดสินงานนี้ ตอนนี้มีใบสมัครที่พรีเซนต์สูตรขนมเข้ามามากที่ต้องคัด แต่พี่ไม่แน่ใจว่าน้องไพจะมีกะจิตกะใจทำงาน”
“พี่ใจดีคะ ไพแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวได้ค่ะ”

“ถ้างั้น...ป๊อกกี้ไปเตรียมเอกสารให้เรียบร้อย น้องไพจะทำงาน” ใจดีสั่ง

“ค่า” ป๊อกกี้วิ่งออกไป แล้วก็วิ่งกลับเข้ามาบอกอรุณประไพว่าภุชงค์มาหาอรุณประไพออกไปคุยกับภุชงค์ ภุชงค์ขอโอกาสดูแลอรุณประไพเองเพราะเขามีอิสระแล้ว พร้อมให้สัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอเสียใจอีก

“ไพไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัว ที่เลือกแต่จะปัดปัญหาให้พ้นตัว เพราะไพรู้ว่าตอนนี้ไพไม่ใช่อรุณประไพคนเดิมอีกแล้วค่ะ”

“เรื่องลูก ผมยอมรับได้นะไพ ไม่ว่าเด็กจะเป็นลูกของใคร ผมก็อยากดูแลคุณกับลูกนะ”

“ลูกของไพจะมีพ่อแค่คนเดียวคือคงไคย แต่ถ้าไม่ใช่เขาก็จะมีแม่ของเขาคนเดียวคือไพ ไพดูแลเขาได้ค่ะ ขอบคุณนะคะภุชงค์ที่คุณยังดีกับไพเสมอ คุณรู้ใช่ไหมคะว่าสิ่งที่ไพพูด ไพหมายความตามนั้นทุกอย่าง ไพมีงานต้องทำขอตัวนะคะ” อรุณประไพเดินออกไป

ภุชงค์ยืนอึ้งหมดหวัง ยอมตัดใจเดินกลับออกไป

วายุที่ยืนเตร่อยู่หน้าบริษัทเข้ามาเย้ย “หน้าอย่างนี้ คงโดนปฏิเสธมาแน่ จากแฟนเก่ากลายเป็นแค่มดแดง...แฝงพวงมะม่วง มันก็คงได้แค่ดมแต่ไม่ได้กินหรอก”

ภุชงค์โกรธกำมือแน่นจ้องวายุ แล้วเลือกที่จะไม่ตอบโต้ เขาเดินไปที่รถ จึงพบกับคงไคยที่มาจอดรถหน้าออฟฟิศ ภุชงค์ที่ทั้งโกรธทั้งผิดหวังเห็นคงไคยเดินลงมาจากรถก็ไม่พอใจ ตรงเข้าไปผลักอกพลางต่อว่า คงไคยของขึ้นต่อยหน้าภุชงค์เข้าให้ ทำให้ภุชงค์เอาคืน

วายุร้องลั่น เมื่อเห็นเหตุการณ์ พลางรีบถามป๊อกกี้ว่าเอาไงดี ป๊อกกี้ตั้งสติได้สั่งให้วายุเข้าไปห้ามคงไคยกับภุชงค์ ส่วนตัวเองจะเข้าไปตามอรุณประไพกับใจดี

“เฮ้ย หยุดๆๆ” วายุเข้าไปขวางแต่โดนลูกหมัดคงไคยเข้าเต็มคาง จนเซออกมานั่งมึน

อรุณประไพกับใจดีออกมาเห็นพอดี

“หยุดนะ” อรุณประไพร้องห้าม แต่ทั้งคงไคยและภุชงค์ยังฟัดกันนัวเนีย เธอเดินไปเปิดประตูรถคงไคยแล้วกดแตรดังลั่น ภุชงค์กับคงไคยหันมอง “ถ้าไม่หยุด...ไพจะไม่คุยกับพวกคุณทุกคน” อรุณประไพเดินเข้าออฟฟิศไป

สองหนุ่มแยกจากกันทันที คงไคยรีบตามอรุณประไพเข้าไป ภุชงค์จะตามไปบ้าง แต่ใจดีกับป๊อกกี้ดึงไว้

“เรื่องสามีภรรยา คนนอกอย่ายุ่งดีกว่านะคะ” ใจดีเตือนสติ

ภุชงค์จำต้องสงบ เดินขึ้นรถตัวเองขับออกไป

ooooooo

คงไคยตามมาง้ออรุณประไพในห้อง อรุณประไพตัดพ้อเรื่องเมื่อคืนเพราะเข้าใจว่าเขาอยู่กับปรุงฉัตร

“เมื่อคืนผมเครียดมาก เลยไปนั่งเงียบๆในห้องทำงาน ก็เลยหลับ ถ้าไม่เชื่อถามแม่แล่มก็ได้ รายนั้นไม่เคยโกหกอยู่แล้ว เขาข้างคุณยิ่งกว่าผมที่เขาเลี้ยงมาเป็นสิบๆปีอีก ผมขอโทษนะที่ทำให้คุณนอนไม่หลับทั้งคืน แต่ผมจะพยายามทำให้ดีที่สุด” คงไคยจับมืออ้อนสีหน้ารู้สึกผิดจริงๆ


ADVERTISEMENT
อรุณประไพใจอ่อนยอมยกโทษ ก่อนไล่คงไคยให้กลับไปทำงาน

“คุณไพ...เย็นนี้ผมมารับแล้วเราไปหาร้านอร่อยๆทานกันนะครับ ผมอยากอยู่กับภรรยาแค่สองคนบ้าง” คงไคยอ้อนต่อ อรุณประไพยอมรับปาก ทำให้คงไคยดีใจ หอมแก้มอรุณประไพด้วยความตื่นเต้น

ใจดีเปิดประตูเข้ามาเห็นก็ชะงัก เช่นเดียวกับป๊อกกี้และวายุที่ตามมา

“เอ่อ...ขอโทษทีพี่...เดี๋ยวพี่มาใหม่นะ” ใจดีจะปิดประตู

“ไม่ต้องไปค่ะ คุณคงไคยกำลังจะกลับแล้ว ใช่ไหมคะ”

คงไคยยิ้มกริ่มยื่นหน้าเข้าไปแกล้งอรุณประไพก่อนจะเดินออกไป วายุมองเขม่นจะตามไปเปิดประเด็น แต่ใจดีห้ามไว้

คงไคยเดินอารมณ์ดีเข้ามาในห้องประชุม ทองถมมองยิ้มๆล้อว่าสงสัยได้กำลังใจดี คงไคยไม่ตอบอะไร แต่สั่งให้ทองถมช่วยจองร้านอาหารบรรยากาศดีๆให้เพราะจะพาอรุณประไพไปดินเนอร์ ณรงค์แอบได้ยิน ก็โทร.ไปเย้ยปรุงฉัตร ปรุงฉัตรไม่รอช้ามาดักรอคงไคยถึงห้องทำงาน เธอออเซาะขอให้พาไปทานอาหารบ้าง แต่คงไคยปฏิเสธ

“ก็ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวคงไคยไปส่งปรุงที่ร้านซาซ่านะคะ” ปรุงฉัตรแสร้งเข้าใจ

“ได้ครับเดี๋ยวผมไปเซ็นเอกสารแป็บเดียวนะครับ” คงไคยโล่งอกเดินออกไป

ปรุงฉัตรมองแค้นๆ คิดหาวิธี เธอตัดสินใจหยิบแก้วบนโต๊ะปาลงพื้น แล้วยกเท้าเหยียบลงไปบนเศษแก้วอย่างตั้งใจ

เมื่อคงไคยเดินกลับมาเห็นปรุงฉัตรนั่งที่พื้นสีหน้าเจ็บปวดก็ตกใจ รีบเข้ามาดู เห็นที่กลางฝ่าเท้าของเธอมีเศษแก้วขนาดใหญ่ฝัง เลือดไหลอาบก็รีบพาไปโรงพยาบาล ปรุงฉัตรสะใจที่แผนการดึงคงไคยสำเร็จ

ooooooo

อรุณประไพก็รอคงไคยอยู่ที่บริษัทจนค่ำ วายุออกมาจากห้องเห็นอรุณประไพยังรอคงไคยอยู่ก็เข้าไปคุยด้วย พลางแนะนำให้โทร.ตามเพราะผิดเวลามากแล้ว มือถืออรุณประไพดังเป็นเสียงข้อความเข้า อรุณประไพกดอ่านแล้ว บอกกับวายุว่า คงไคยติดธุระมาไม่ได้

“ให้รอแบบนี้มันน่า...มาครับคุณไพ เดี๋ยวผมไปส่ง” วายุโกรธแทน

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ไพกลับเองได้”

“ไม่ได้ครับ มันมืดแล้วผมไปส่งดีกว่านะครับคุณไพ แค่ไปส่ง...นะครับ” วายุขอร้อง

“ค่ะ...” อรุณประไพมองมือถือในมืออย่างเศร้าๆ

รถคงไคยแล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ชายหนุ่มลงมาเปิดประตูฝั่งปรุงฉัตรแล้วอุ้มเธอลงมาจะพาเข้าบ้านเป็นเวลาเดียวกับที่วายุพาอรุณประไพมาส่งพอดี คงไคยเห็น อรุณประไพลงจากรถมอเตอร์ไซค์ก็ยืนอึ้ง

“คงไคยคะ พาปรุงขึ้นห้องนะคะ” ปรุงฉัตรทำมารยา

คงไคยอุ้มปรุงฉัตรเข้าไปในบ้าน อรุณประไพมองตามน้ำตาร่วงเปาะๆวายุตกใจแต่ไม่รู้จะหาคำใดมาปลอบ ครั้นอรุณ–ประไพรู้ตัว เธอรีบเช็ดน้ำตาพลางเดินเข้าบ้านไป วายุมองตามรู้สึกเจ็บปวดแทน

ภวันเดินออกมาจากห้องเห็นคงไคยอุ้มปรุงฉัตรขึ้นมาชั้นบน โดยมีอรุณประไพเดินตามมาห่างๆก็แปลกใจถามลูกชายว่าเกิดอะไรขึ้น

“ปรุงเท้าเจ็บน่ะครับ โดนแก้วตำเป็นแผลลึก เดินไม่ไหวน่ะครับ”

“คือปรุงไม่ทันระวังน่ะค่ะ คงไคยคะ ปรุงเหนียวตัวมากเลย...คงไคยช่วยเช็ดตัวให้ปรุงหน่อยนะคะ” ปรุงฉัตรจงใจยั่วโมโหภวัน

“ขาเจ็บนะจ๊ะไม่ได้เป็นง่อย” ภวันตอกกลับ

คงไคยลำบากใจไม่อยากให้มีเรื่องจึงตัดบท ขอพาปรุงฉัตรเข้าไปพักในห้องก่อน ภวันไม่พอใจนักเดินลงมาถามอรุณประไพว่า ตกลงได้ไปดินเนอร์กับคงไคยหรือเปล่า อรุณประไพอึกอัก ภวันพอเข้าใจรีบซักต่อ

“แล้วนี่หนูไพกลับมายังไง คงไคยไปรับเหรอ”

“คุณวายุมาส่งค่ะ ไพขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ” อรุณประไพเดินเลี่ยงเข้าห้อง

ภวันมองอรุณประไพแล้วมองไปทางห้องคงไคยคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่าง

คงไคยวางปรุงฉัตรลงบนเตียง ปรุงฉัตรเตรียมจะอ้อนให้คงไคยอยู่ด้วย แต่ภวันเปิดประตูเข้ามาสั่งให้คงไคย ออกไปทานอาหาร คงไคยรู้ว่าภวันมาช่วยก็รีบรับคำจะเดินออก แต่ปรุงฉัตรดึงไว้

“คงไคยคะ ปรุงเจ็บแผล คุณไม่อยู่แล้วกลางดึกปรุงมีอะไรจะทำยังไงล่ะคะ อยู่เป็นเพื่อนปรุงนะคะ”

“ถ้าเธอนอนคนเดียวไม่ได้ ฉันก็จะหาเพื่อนนอนให้เธอ แต๋วแหวว คืนนี้แกนอนเป็นเพื่อนคุณปรุง” ภวันหันไปสั่งแต๋วแหววที่ยืนรออยู่ แล้วไล่ให้คงไคยออกไป

“ไม่นะคะ คงไคย คุณจะทิ้งขว้างปรุงแบบนี้ไม่ได้ คุณทำกับคนที่รักคุณแบบนี้เหรอคะคงไคย ปรุงทำทุกอย่างเพื่อให้เราอยู่ด้วยกัน แล้วคุณตอบแทนความรักของปรุงแบบนี้ หรือคะ คุณคิดถึงใจปรุงบ้างไหม”

คงไคยอึดอัดตัดสินใจไม่ถูก ภวันจึงต้องตัดสิน “คงไคยมีงานต้องทำมีคนต้องดูแล เธอยอมรับที่จะอยู่แบบนี้เองนะปรุงฉัตร คงไคย ไปได้แล้ว”

คงไคยยอมจำนนเดินออกไป ภวันสั่งย้ำกับแต๋วแหววให้ดูแลปรุงฉัตรให้ดี ปรุงฉัตรไม่พอใจต่อว่า ภวันแถมอ้างสิทธิ์ว่าเธอก็เป็นเมียคงไคยเหมือนกัน

“คำว่าเมีย มันสูงไปสำหรับผู้หญิงที่วิ่งมาจับผู้ชายอย่างเธอ เธอเป็นได้ก็แค่นางบำเรอ แล้วไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่ เพราะคนที่ฉันนับว่าเป็นลูกมีแค่คงไคยกับหนูไพเท่านั้น เธอนี่มันลงทุนจริงๆนะ แต่ก็ดีจะได้ไม่ต้องลุกมาวิ่งไล่จับลูกฉันกลางดึกกลางดื่น จำไว้นะแต๋วแหวว ไม่ว่าคุณปรุงฉัตรจะเจ็บป่วยหรือเสียสติกลางดึก แกต้องไปรายงานฉันเท่านั้น อย่าได้ไปเรียกคงไคยเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะไล่แกออก” ภวันทิ้งท้ายแล้วเดินออกไป

ปรุงฉัตรมองตามแค้นสุดๆ

ภวันเดินออกมาจากห้องก็พบคงไคยยืนรออยู่ เขาขอโทษที่ทำให้แม่ต้องมาเดือดร้อนไปด้วย

“ปัญหามันเกิดแล้วก็ต้องช่วยกันแก้...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แม่อยู่กับลูกเสมอนะ แต่คนที่แกต้องแคร์ที่สุดคือ หนูไพ เค้าอดทนและเสียสละให้แกมาก แกควรจะดูแลจิตใจเขาให้ดีกว่านี้ ไปพักเถอะ หนูไพคงรออยู่”

คงไคยเดินไปเปิดประตูห้อง เห็นอรุณประไพยืนร้องไห้อยู่ริมหน้าต่างก็รู้สึกผิดไม่กล้าเข้าไปหา จึงถอยออกไป เป็นจังหวะเดียวกับที่แต๋วแหวววิ่งหน้าตื่นมาตามให้คงไคยไปดูปรุงฉัตรที่อาละวาดไม่หยุด

คงไคยมองไปทางห้องปรุงฉัตร แล้วหันมองไปทางห้องอรุณประไพด้วยความสับสน สุดท้ายก็หันหลังเดินไปตั้งสติในห้องทำงาน

แฉล้มเป็นห่วงเข้ามาดู คงไคยน้ำตาคลอ โผเข้ากอดแฉล้มแล้วระบายความรู้สึกที่อยู่ในใจออกมา

“ผมกลายเป็นคนสองเมีย เป็นผู้ชายเลวๆที่ดูแลคนที่ ตัวเองรักก็ไม่ได้ สัญญากับใครก็ทำไม่ได้สักอย่างสร้างแต่ปัญหา ผมทำให้ทุกคนในบ้านนี้เป็นทุกข์ ถ้าผมรู้ว่าความอวดดีของผมมันจะทำร้ายคนที่ผมรัก ผมจะไม่ทำเลยนะแม่แล่ม แต่ผมแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว คนเลวอย่างผมมันได้แต่แก้ตัวไปวันๆ”

“คุณหนูไม่ได้เลวนะ เราเป็นคน มีอารมณ์ความรู้สึก เราผิดพลาดได้ แต่ต้องใช้มันเป็นบทเรียนนะคะคุณหนู เพราะคุณปรุงแท้ๆที่คิดไม่ซื่อท้องเพื่อจับคุณหนู”

“แม่แล่ม...ปรุงรักผม...ผมเป็นคนบอกให้ปรุงรอ...ผมทำให้เขาท้องแล้วผมก็เปลี่ยนใจจากเขาไปรักคนอื่น มันไม่ยุติธรรมที่จะโทษปรุงฝ่ายเดียว แม่แล่มเห็นหรือยังว่าผมเลวแค่ไหน ผู้หญิงสองคนต้องเสียใจ ร้องไห้เพราะผม ผมไม่รู้ว่าผม จะแก้เรื่องนี้ยังไง...ผมมองไม่เห็นทางจริงๆ” คงไคยน้ำตาร่วง

แฉล้มมองคงไคยด้วยความสงสารและเห็นใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ คงไคยหนีปัญหาด้วยการออกไปทำงานแต่เช้า ทำให้ปรุงฉัตรไม่พอใจจึงพาลมาลงที่แต๋วแหวว

“นังโง่ เรื่องแค่นี้ก็ทำไม่สำเร็จ” ปรุงฉัตรคว้าของใกล้ตัวขว้างใส่แต๋วแหววจนหัวแตก แล้วจะเข้ามาตบ

อรุณประไพออกมาเห็นก็เข้าห้าม ปรุงฉัตรหันมาท้าทายบอกว่า เธอทำโทษคนของเธอ อรุณประไพไม่เกี่ยว

“ที่นี่ไม่มีคนของคุณ มีแต่คนของภัครดีบริรักษ์ ถึงแต๋วแหววจะเป็นแค่คนรับใช้คุณ แต่เขาก็เป็นคนและมีศักดิ์ศรีเท่ากับคุณ คุณไม่มีสิทธิทำร้ายเขา ฉันต้องการให้คุณขอโทษแต๋วแหววเดี๋ยวนี้”

“ไม่...จะบ้าเหรอ ให้ฉันขอโทษนังนี่นะเหรอ ทุเรศเกินไปแล้ว”

“คุณต้องขอโทษ ถ้ายังนั้น ฉันจะแจ้งความจับคุณในข้อหาทำร้ายร่างกายคนในบ้านของฉัน”

“เอาสิ เอาเลย ถ้าหล่อนไม่อาย ว่ามันจะต้องเป็นข่าว ฉาวโฉ่กันเข้าไปอีก ก็เอาเลย หน้าบางนักไม่ใช่เหรอ”

“ไหนๆมันก็ฉาวอยู่แล้ว ถ้าจะต้องเสียชื่ออีกสักเรื่องก็คง ไม่ตายหรอก หรืออย่างน้อย คนที่จะต้องเสียชื่อเรื่องนี้ก็ไม่ควร เป็นฉัน คุณต้องขอโทษแต๋วแหววเดี๋ยวนี้” อรุณประไพเสียงเข้ม

ปรุงฉัตรอึกอักเห็นอรุณประไพเอาจริงก็จำใจขอโทษแต๋วแหวว

แต๋วแหววมองอรุณประไพอย่างตื้นตัน แล้วบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้แฉล้ม ตุ๊ดตู่ และต้อยติ่งฟัง

“เป็นไง พูดไม่ออกละซิ สมน้ำหน้า แยกออกหรือยังระหว่าง ดี ชั่ว ถูก ผิดน่ะ เห็นกงจักรเป็นดอกบัวอยู่ได้ เห็นไหมอยู่กับคนดี เวลาเดือดร้อน คนดีเขาก็มีบารมีของความดีมาคุ้มครอง แกสำนึกไหม” แฉล้มสะใจ

“อย่าซ้ำเติมฉันนักเลย ฉันซึ้งแล้ว สำหรับฉันต้องคุณไพต่างหากตัวจริง คุณผู้หญิงของแต๋วแหวว” แต๋วแหววยกมือท่วมหัว

“โอ้โห้...ฝันไปหรือเปล่าเนี่ยยาย” ตุ๊ดตู่ไม่อยากเชื่อ

“เอ็งดูไว้นะ...อย่างนี้เขาเรียกโดนตบจนตาสว่าง” แฉล้มส่งยิ้ม

ปรุงฉัตรมาที่คอนโดฯซาซ่า หวังปรับทุกข์เรื่องอรุณประไพ แต่ซาซ่าไม่อยู่เพราะไปสมัครโครงการสุดยอดเชฟเบเกอรี่ ปรุงฉัตรหงุดหงิดหยิบของในห้องมาเขวี้ยงระบายอารมณ์พลางโทร.ตามซาซ่าให้กลับมา

“นังปรุง แกทำลายล้างห้องฉัน ฉันไม่ว่า อย่ากวาดของบนโต๊ะนะยะ”

“กลับมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะพังทุกอย่างให้หมด”

“โอเคๆ ฉันจะรีบเหาะไปอย่างด่วนเลย แกใจเย็นๆนะ” ซาซ่ากดวางสายแล้วรีบวิ่งเข้าไปกรอกใบสมัครอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่ปรุงฉัตรกวาดอุปกรณ์บนโต๊ะตกกระจายไปเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะคว้าจานขนมทาร์ตกับเค้กที่หน้าตาธรรมดาโยนทิ้ง พลันสายตาเหลือบไปเห็นหนังสือที่ถูกกางไว้ มีหน้าอรุณประไพเป็นสกู๊ปสั้นๆเกี่ยวกับโครงการ เพราะเธอเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน เธอชะงักคิดหาทางเอาคืนอรุณประไพ

เมื่อซาซ่ากลับมาถึงปรุงฉัตรก็ชวนคุยเรื่องขนมสูตรใหม่บนโต๊ะ อ้างว่าชิมแล้วรสชาติดีมาก แต่คงไม่ได้รางวัล เพราะหน้าตาการตกแต่งห่วยมาก

“นี่แหละจุดด้อยของฉัน หัวฉันมันไม่บรรเจิดเรื่องนี้ซะด้วย ทำไงดีล่ะ ฉันอยากชนะการประกวด” ซาซ่าจ๋อย

ปรุงฉัตรลอบยิ้มรีบต้อนเข้าแผน แนะนำให้ซาซ่าไปขอความช่วยเหลือจากอรุณประไพ แต่ซาซ่ายังลังเลเพราะอรุณประไพเป็นคณะกรรมการด้วย

“แกก็อย่าปากมากไปบอกใครเขาสิ ก็ตามใจ ความฝันแก อนาคตแกนี่” ปรุงฉัตรทิ้งท้ายแล้วเดินออกไปเพื่อแอบดูผลงาน

ซาซ่าสองจิตสองใจ สุดท้ายก็ยอมโทร.ไปขอความช่วยเหลือจากอรุณประไพ เพื่อให้ฝันเป็นจริง

ooooooo

.

..........

เมียแต่ง ตอนที่ 14

อรุณประไพเห็นความตั้งใจของซาซ่า จึงมาช่วยสอนการตกแต่งหน้าเค้กให้ที่ร้าน ขณะที่ทั้งคู่ช่วยกันออกไอเดียและลงมือทำ เปิ้ลก็แอบถ่ายคลิปไว้ แล้วนำไปให้ปรุงฉัตรตามใบสั่ง

เวลาเดียวกันนั้นภุชงค์พาจิ๊บออกมาเลี้ยงไอศกรีม เพื่อตอบแทนที่ช่วยสืบคดีให้ ทั้งสองเห็นเบญกับแม่ช่วยกันขายข้าวแกงอยู่ฝั่งตรงข้าม ภุชงค์รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุทำให้เบญเรียนไม่จบและต้องมาลำบาก จิ๊บเข้าใจความรู้สึกภุชงค์จึงแนะนำให้ช่วยเหลือเบญเพื่อไถ่โทษ

ภุชงค์ตัดสินใจนำสินสมรสครึ่งหนึ่งไปให้เบญกับแม่ที่บ้าน แต่เบญจะไม่ยอมรับ เพราะไม่อยากทำลายศักดิ์ศรีของตัวเอง

“พี่อยากให้เบญรับเงินก้อนนี้ อย่างน้อยเบญก็จะได้มีทุนเรียนต่อ จนกว่าเบญจะหายดี คุณแม่จะได้เหนื่อยน้อยกว่านี้นะ” ภุชงค์อ้อนวอน

เบญได้คิด เพราะทั้งชีวิตมีเพียงแม่คนเดียวที่รักเธอที่สุด จึงยอมรับเงินจากภุชงค์

“ขอบคุณนะเบญ ที่อภัยให้พี่” ภุชงค์รู้สึกโล่งใจ ที่ได้ชดเชยความผิดของตัวเองบ้าง

เมื่อจัดการเรื่องเบญเรียบร้อยแล้ว ภุชงค์ก็โทร.ตามจิ๊บออกมาเลี้ยงข้าว จิ๊บแซวว่า ผีเข้าหรือถึงได้ใจดี

“ผีออกต่างหาก...ผีแห่งความผิดบาปที่ทำร้ายผู้หญิงคนหนึ่ง ครั้งหน้าผมจะไม่ยอมทำอะไรเลวๆเพราะอารมณ์ชั่ววูบแบบนี้อีกแล้ว”

“ชีวิตคู่นี่มันดูยากเนอะ แจ็กพอตก็ดีไป ถ้าดวงตกก็คงปวดหัวทั้งชาติ เห็นชีวิตคุณ ชีวิตพ่อ ชีวิตพี่ไพ คุณคงไคยเป็นตัวอย่าง  ถ้าจิ๊บจะต้องมีใครสักคน จิ๊บจะต้องมั่นใจว่าคนๆนั้นจะอยู่กับจิ๊บไปจนแก่ตาย จิ๊บจะรักและดูแลเขาให้ดีที่สุด”

“ถ้าคุณทำแบบนั้นได้จริงๆผู้ชายคนนั้นคงโชคดีที่สุดในโลกเนอะแล้วเจอหรือยังล่ะคนคนนั้นน่ะ”

“เหมือนๆจะเจอ แต่ต้องดูนานๆจิ๊บยังเด็ก...ไม่ต้องรีบ” จิ๊บแอบมองภุชงค์พลางยิ้ม

ooooooo

ซาซ่ากระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ เพราะชนะการประกวดสุดยอดเชฟเบเกอรี่ แต่คนที่ดีใจยิ่งกว่าคือปรุงฉัตร เพราะถึงเวลาเดินแผนต่อแล้ว เธอนำคลิปที่จ้างให้เปิ้ลแอบถ่ายไปแฉในเน็ตและโพสต์ข้อความประมาณว่า อรุณประไพฮั้วกับผู้เข้าประกวดเพื่อโกงการตัดสิน ทำให้อรุณประไพเสียชื่อเสียง เธอโดน ผอ.ไล่ออกจากงาน และถูกมารศรีสปอนเซอร์ใหญ่ฟ้องร้องว่าโกงการตัดสิน

วายุกับป๊อกกี้ตั้งข้อสังเกตว่า ซาซ่าอาจจงใจเซตฉากเพื่อกลั่นแกล้งอรุณประไพ เพราะเป็นเพื่อนกับปรุงฉัตร อรุณประไพจึงไปที่ร้านซาซ่าเพื่อพิสูจน์ความจริง เธอเห็นนักข่าวกำลังรุมถามซาซ่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ซาซ่าปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พลางทิ้งตัวลงร้องไห้อย่างไม่อาย

นักข่าวต่างมองหน้ากันเหวอๆแล้วแยกย้ายกันไป ครั้นเหลือซาซ่าเพียงลำพัง อรุณประไพจึงเดินเข้าไปประคองให้ลุกขึ้น

“คุณไพ ซ่าขอโทษ ซ่าผิดเองที่เห็นแก่ตัว ทั้งที่รู้ว่าคุณไพเป็นกรรมการ แต่ซ่าอยากได้ความรู้ อยากพัฒนาฝีมือของซ่า แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ ซ่าขอโทษ...” ซาซ่าบ่อน้ำตาแตกอีกรอบ

อรุณประไพเห็นสภาพซาซ่า ก็เชื่อว่าไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยแน่ จึงกลับมาที่บ้านอย่างหมดแรง เธอตรงเข้าไปกราบขอโทษภวันกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“แม่รู้ว่าหนูไพเป็นยังไง เรื่องนี้มันจะต้องมีเบื้องหลังแน่ๆ”

ภวันพูดจบ เสียงโทรศัพท์ทองถมก็ดัง เขารับโทรศัพท์สีหน้าเครียดก่อนหันมาบอกว่า คณะกรรมการเรียกประชุมด่วน

ครั้นทั้งสามถึงห้องประชุม ประกอบแจ้งกับอรุณ-ประไพว่า พฤติกรรมของเธอสร้างความเสื่อมเสียให้บริษัท คณะกรรมการจึงมีมติปลดเธอออกจากทุกตำแหน่ง คงไคยคัดค้านเสนอให้ชะลอการพิจารณาไปก่อน

“ตอนนี้หุ้นของพีวีตกลงอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ข่าวพฤติกรรมของคุณคงไคยที่ผ่านมา แล้วยังมาซ้ำด้วยข่าวของคุณอรุณประไพ หากปล่อยให้เนิ่นนานกว่านี้ อาจจะมีผลต่อเสถียรภาพของบริษัทนะครับ” ณรงค์รีบแจกแจง

คณะกรรมการเห็นด้วยลงมติเป็นเอกฉันท์ให้ปลดอรุณประไพ

“แต่ผม...” คงไคยพูดได้เท่านั้น เนื้อทิพย์ก็แทรกขึ้นมา

“คงไคย น้าว่าคนที่ควรจะพิจารณาตนเองมากที่สุดคือคงไคยนะจ๊ะ เพราะตั้งแต่นั่งเก้าอี้ประธาน ก็พาบริษัทดิ่งลงเหวมากขึ้นทุกที”

กรรมการมองคงไคยด้วยสายตาไม่สู้ดีนัก อรุณประไพเห็นก็ยิ่งเจ็บใจ นึกโทษที่ตัวเองเป็นต้นเหตุ ด้านภวันเมื่อรู้ว่า อรุณประไพโดนปลดจากตำแหน่งและคงไคยอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ก็เครียดหนักจนอาการทรุดต้องเรียกหมอมาดูอาการกลางดึก แต่แทนที่ภวันจะห่วงตัวเอง เธอกลับเรียกคงไคยมาสั่งให้ช่วยอรุณประไพให้ได้ คงไคยรีบรับปาก อรุณประไพได้ยิน

ก็ยิ่งรู้สึกผิดจึงเดินเลี่ยงออกมา พบปรุงฉัตรยืนรอเล่นงานอยู่

“ฉันอยากรู้ว่าเธอยังคิดแบบนั้นอยู่หรือเปล่า เพราะเธอเคยพูดใส่หน้าฉันว่า เธอยอมทำทุกอย่างขอแค่หยุดทำลายชื่อเสียงกับศักดิ์ศรีของคงไคย วันนี้ที่เธอทำลายคงไคย เธอก็ลืมคำพูดของตัวเองหมดแล้วงั้นสิ อ้อ...คงไม่ใช่คำพูด สักแต่ว่าพ่นลมออกมาสร้างภาพให้ตัวเองดูดีใช่ไหม”

“ฉันไม่เคยลืมสิ่งที่ฉันพูด ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องครอบครัวของฉัน”

“เก๋นะ ครอบครัวของฉัน แล้วตอนนี้ ที่เธอลากคงไคย

ลงมาตกต่ำกับเธอด้วย ก็เป็นการปกป้องของเธอใช่ไหม ชื่อเสียงเน่าๆของเธอมันกำลังทำลายคงไคย ถ้าคงไคยต้องเสียทุกอย่างไปก็เพราะเมียอย่างเธอ” ปรุงฉัตรทิ้งท้ายไว้แล้วเดินเข้าห้องไปอย่างสะใจ

อรุณประไพมองตามอย่างคิดหนัก ก่อนตัดสินใจเก็บกระเป๋ากลับไปอยู่กับแม่ที่บ้านตลิ่งชัน และให้ใจดีช่วยลงประกาศในหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าวันใหม่ว่า เธอกับคงไคยได้ขาดจากความเป็นสามีภรรยากันนับตั้งแต่บัดนี้และไม่มีความ เกี่ยวข้องใดๆกันอีกต่อไป ทำให้ทุกคนช็อกไปตามๆกัน

“เรื่องของไพทำให้คุณคงไคยเสียชื่อเสียง ถ้าไม่มีไพทุกอย่างคงจะดีกว่า มันเป็นทางเดียวที่ไพจะทำได้ ไพรู้ว่าทำผิดกับคุณแม่ภวันที่ไม่เรียนท่านก่อน แต่ถ้าท่านรู้ก็คงไม่ยอมให้ไพทำแบบนี้” อรุณประไพร่ำไห้กับอกแม่

ประไพพูดไม่ออก ได้แต่กอดลูกไว้ แล้วภุชงค์ก็เดินเข้ามาท่าทางงงๆ เพราะอรุณประไพโทร.ไปตาม และเขาก็เพิ่งเห็นข่าวในหนังสือพิมพ์

“ขอบคุณนะคะที่มา คุณเป็นคนเดียวที่จะช่วยไพได้นะคะ” อรุณประไพขอร้อง

ภุชงค์สีหน้าหนักใจเดาได้ว่าอรุณประไพจะให้เธอช่วยเรื่องอะไร

“ไพ นี่ลูกจะทำอะไร” ประไพชักเอะใจ แต่ไม่ทันได้คำตอบ คงไคยก็มาตามอรุณประไพกลับบ้าน

“ผมรู้นะว่าคุณต้องการกันผมออกไปจากเรื่องอื้อฉาว คุณไพ คุณเคยอยู่เคียงข้างผมในยามที่ผมมีปัญหา วันนี้ผมก็จะไม่ไปไหนเหมือนกัน”

“คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ ไพขอหย่ากับคุณเพราะไพเบื่อกับเรื่องนี้เต็มที ไพเชื่อนะคะว่าเรื่องคลิปภาพพวกนี้ต้องมีสาเหตุมาจากคุณ ไพแต่งงานกับคุณเพราะต้องการหนีภุชงค์ แต่วันนี้ภุชงค์เป็นอิสระ ไพก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นอีกแล้ว และภุชงค์ก็ไม่รังเกียจไพ” อรุณประไพจำใจโกหกแล้วหันมาทางภุชงค์

ภุชงค์หนักใจแต่จำต้องเอ่ยว่า เขาขอคืนอรุณประไพ แต่คงไคยไม่ยอม

“คุณจะยอมหรือไม่ยอมมันก็ไม่สำคัญ เพราะเรื่องนี้คนที่ตัดสินใจคือไพ” อรุณประไพบีบมือภุชงค์แน่นอย่างหาที่พึ่ง ภุชงค์รู้ว่าอรุณประไพเจ็บปวดก็ตัดบทไล่คงไคย กลับไป

“เซ็นใบหย่าให้ไพนะคะ ถ้าคุณรักไพ เห็นแก่ความสุขของไพนะคะ” อรุณประไพกลั้นน้ำตาเต็มที่

คงไคยมองประไพอย่างขอความช่วยเหลือ ประไพได้แต่หลบตา คงไคยจำต้องจากไปด้วยความเสียใจ  จากนั้นอรุณประไพปล่อยมือจากภุชงค์ น้ำตาไหลรินด้วยความเจ็บปวดที่ต้องทำร้ายหัวใจตัวเอง

ooooooo

ภวันออกมายืนรับลมที่ระเบียง แต่บังเอิญได้ยินณรงค์เข้ามาต่อว่าปรุงฉัตรเรื่องข่าวฉาว เธอชะงักฟังอย่างตั้งใจฟังก็รู้ความจริงว่า ปรุงฉัตรไม่ได้ท้อง แถมทั้งสองยังลักลอบมีความสัมพันธ์กันมานานแล้ว

ภวันตาวาว คิดจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เธอรอจนณรงค์กลับไปแล้วจึงเข้าไปหาปรุงฉัตรในห้อง สั่งให้ไปตรวจท้องด้วยกันในวันรุ่งขึ้น

“ฉันอยากจะเห็นกับตาว่าหลานของฉันอยู่ในท้องเธอจริงๆ เอ้อ หมายถึงอยากจะเห็นว่าหลานฉันแข็งแรงอยู่ในท้องเธอจริงๆ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะไปกับเธอ เธออยากได้กำลังใจไหม จะได้เรียกพ่อของเด็กไปด้วย...คงไคยหรือณรงค์ดีล่ะ ฉันควรจะบอกคงไคยเรื่องไหนก่อนดี...เรื่องเธอโกหกว่าท้อง...หรือว่าเรื่อง ที่เธอเป็นเมียเก็บของณรงค์”

“ไม่จริง คุณแม่ใส่ร้ายปรุง” ปรุงฉัตรเสียงสั่น

“งั้นพรุ่งนี้ฉันจะให้หมออัลตราซาวนด์ท้องลมของเธอต่อหน้าคงไคย แล้วก็ให้ณรงค์มาเป็นพยาน ฉันรู้ว่าณรงค์รักเธอ อยากได้เธอกลับไป ถ้ามีโอกาสณรงค์คงไม่รอที่จะประกาศให้คงไคยรู้ว่าสามีตัวจริงของเธอคือใคร ว่าไง เธอกล้าไหมล่ะ”

ปรุงฉัตรจนหนทางได้แต่นิ่งมองภวันอย่างคับแค้นใจ

“เธอฉลาดนะปรุงฉัตร ถ้าพรุ่งนี้ฉันไม่เห็นเธออยู่ในบ้านนี้แล้ว ฉันอาจจะเมตตาไม่พูดเรื่องนี้กับคงไคย แต่ถ้าไม่...คงไคยจะเป็นคนเฉดหัวเธอออกจากบ้านหลังนี้เอง” ภวันมองด้วยสายตาเอาจริงแล้วเดินจากไป

“ร้ายนักนะมึง อีแก่” ปรุงฉัตรมองตามอย่างคั่งแค้น จำใจเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า เดินลงมาข้างล่าง เตรียมจะย้ายออก แต่บังเอิญได้ยินแฉล้มรายงานภวันว่า คืนนี้คงไคยไม่กลับบ้านจะค้างที่ทำงาน ก็คิดแผนร้ายได้

ปรุงฉัตรแอบใส่ยานอนหลับลงในแก้วนมที่แฉล้มเตรียมไว้ให้ภวัน จากนั้นก็โทร.หลอกให้แฉล้มกับแต๋วแหววไปช่วยกันหาต่างหูของเธอในห้องคงไคย เพื่อเข้าไปจัดการกับภวันที่หมดทางสู้เพราะยานอนหลับออกฤทธิ์พอดี ปรุงฉัตรลากภวันลงไปนอนแช่ในอ่างน้ำหวังจัดฉากให้ดูเหมือนจมน้ำตาย แล้วแอบหนีออกไป แต่โชคดีที่แฉล้มเข้ามาดูภวันในห้องอีกครั้ง จึงช่วยไว้ทัน

ภวันถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่เธอยังไม่ได้สติเพราะสมองขาดอากาศ

“ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ตื่น คุณหญิงอาจจะกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา” ทองถมรายงานคงไคย

คงไคยอึ้งตรงเข้ากุมมือภวันร้องเรียกให้แม่ตื่นขึ้นมา และขออยู่เฝ้าภวันเอง

เช้าวันใหม่ ทองถมมาตามให้คงไคยเข้าประชุมบอร์ดเพราะเป็นวาระสำคัญ แต่คงไคยลังเลเป็นห่วงแม่

“คุณคงไคย คิดว่าทำเพื่อคุณหญิงสิครับ ถ้าคุณนั่งอยู่ที่นี่จนคุณหญิงตื่นได้จริงๆ แต่คุณต้องเสียพีวีไปแล้วจะมีประโยชน์อะไรอีกเดี๋ยวแฉล้มกับแต๋วแหววก็มา ครับ”

คงไคยนิ่งคิดแล้วลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ ทองถมมองตามพลางหยิบโทรศัพท์มากดเร่งแฉล้มกับแต๋วแหววให้รีบมา ทั้งสองรับปากแล้วเร่งมือจัดของเพราะกลัวภวันจะตื่นมาไม่พบใคร ปรุงฉัตรที่แอบฟังรู้ว่าภวันไม่ตายสมใจ ก็แค้นคิดหาทางจัดการไม่ให้ภวันพูดได้

ไม่นานนักปรุงฉัตรก็แอบเข้ามาในห้องพักของภวัน เธอตั้งใจจะตัดสายออกซิเจนออก แต่อรุณประไพเข้ามาเห็นพอดีจึงพุ่งเข้าผลักปรุงฉัตร

“หยุดนะ ทำแบบนี้มันเหมือนจะฆ่าคุณแม่ ฉันยอมไม่ได้ หรือว่าที่คุณแม่จมน้ำเป็นฝีมือคุณ” อรุณประไพฉุกคิด

“งั้นแกก็อย่าอยู่เลย”  ปรุงฉัตรจวนตัว จะแทงอรุณประไพ

อรุณประไพใช้สองมือจับมือปรุงฉัตรข้างที่ถือมีดไว้ ทั้งสองยื้อยุดกันอยู่พักใหญ่ สุดท้ายปรุงฉัตรก็ใช้มีดจ่อสีข้างบังคับให้อรุณประไพออกไปจากห้อง เพราะพยาบาลก็เปิดประตูเข้ามาบอกว่า ถึงเวลาเช็ดตัวให้คนไข้แล้ว

ปรุงฉัตรจี้บังคับอรุณประไพให้นั่งรถออกไปด้วยกัน โดยเธอเป็นคนขับ อรุณประไพพยายามเกลี้ยกล่อมให้ปรุงฉัตรเปลี่ยนใจ แต่ปรุงฉัตรเหมือนคนบ้าไม่รับฟังอะไรทั้งนั้น

อรุณประไพเห็นท่าไม่ดีนึกเป็นห่วงลูกในท้อง จึงตัดสินใจคว้าพวงมาลัยสุดแรง ปรุงฉัตรตกใจเหยียบเบรกจนรถหมุนจอดขวางกลางถนน เมื่อตั้งหลักได้ก็มีรถเก๋งอีกคันที่วิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งเข้าชนด้านปรุง ฉัตรดังโครม

เจ้าหน้าที่ตำรวจกับพลเมืองดีรีบพาทั้งคู่ส่งโรงพยาบาลและโทร.ตามคงไคย ทองถมและซาซ่า ทั้งสามมาที่โรงพยาบาล คงไคยเข้าไปถามอาการของสองสาวและลูกในท้องกับหมอด้วยความเป็นห่วง แต่ต้องตะลึงเพราะหมอบอกว่า คนที่ท้องคืออรุณประไพ ไม่ใช่ปรุงฉัตร

ooooooo

อรุณประไพเริ่มรู้สึกตัว คงไคยเข้ามาหาด้วยความห่วงใย เธอพยายามตั้งสติว่า เกิดอะไรขึ้น แล้วยกมือแตะที่ท้องสีหน้าเป็นกังวล คงไคยรู้ใจบอกว่าลูกปลอดภัยดีพลางตัดพ้อว่า เธอใจร้ายไม่ยอมบอกเรื่องลูกแถมยังจะพาหนี

“ไพดูแลลูกได้แต่คุณปรุงฉัตร ถ้าไม่มีคุณดูแลเด็กคงจะ...”

“คุณไม่จำเป็นต้องเสียสละเพื่อปรุง...เพราะลูกของผมมีคนเดียวคือลูกของเรา คุณกับผม...” คงไคยเสียงเข้มบอกความจริงกับอรุณประไพว่า ปรุงฉัตรไม่ได้ตั้งท้อง เธอโกหกทุกคน จากนั้นก็พาอรุณประไพไปหาปรุงฉัตรที่ห้องพัก ที่มีทองถมกับซาซ่านั่งรออยู่ก่อนแล้ว

ปรุงฉัตรรู้สึกตัวเห็นคงไคยก็ดีใจเตรียมจะออเซาะ คงไคยรีบขยับตัวเปิดทางให้อรุณประไพเดินเข้ามา ปรุงฉัตร หน้าซีดกลัวอรุณประไพจะบอกทุกคนเรื่องภวัน แต่อรุณประไพ กลับเอ่ยว่า เธอขอยกเลิกข้อตกลง เพราะปรุงฉัตรไม่ได้ท้อง คงไคยสุดทนต่อว่าปรุงฉัตรที่เกือบพาเมียกับลูกเขาไปตาย เพราะอรุณประไพตั้งท้องได้สามเดือนแล้ว

“ไม่จริง” ปรุงฉัตรตกตะลึง

“จริง แต่คุณไพไม่เคยบอกผม...เพราะอะไรรู้ไหม เพราะเขาเห็นใจผู้หญิงอย่างคุณ คิดจะเสียสละให้เพราะคิดไม่ถึงว่าจะโอบอุ้มงูพิษ”

“คงไคย...ปรุงก็เป็นเมียคุณนะ”

“ภรรยาผมมีคนเดียวคือคุณไพ ส่วนคุณ เรื่องระหว่างเราจบกันแค่นี้ คุณทองถมช่วยย้ายของคุณปรุงออกจากบ้านผมภายในวันนี้ เราจบกัน คุณรู้ใช่ไหมว่าผมหมายความตามที่พูด” คงไคยสรุปแล้วประคองอรุณประไพออกไป

“คงไคย อย่าทำแบบนี้กับปรุง คงไคย” ปรุงฉัตรกรีดร้องเสียใจที่ความหวังทุกอย่างพังทลาย

ทองถมมองอย่างสมเพชก่อนจะเอ่ยถามว่า จะให้ย้ายของไปไว้ที่ไหน ซาซ่ารีบแทรกขึ้นมาทันทีว่า ต้องไม่ใช่คอนโดฯ ของเธอ เพราะคงจะทนมองหน้าเพื่อนที่โกหกไม่ได้แล้วจะเดินหนี แต่ปรุงฉัตรคว้ามือไว้ขอร้องให้ฟังเธอก่อน

“ปล่อยฉัน” ซาซ่าพลั้งมือผลักปรุงฉัตรล้มลง แล้วเดินเชิดจากไป

เมื่อออกจากโรงพยาบาลปรุงฉัตรก็รีบไปง้อซาซ่าที่ร้านท่ามกลางสายฝน ซาซ่าใจอ่อนยอมให้โอกาสปรุงฉัตรอีกครั้ง และพยายามเกลี้ยกล่อมให้ปรุงฉัตรยอมรับความจริงเรื่องคงไคย แต่ปรุงฉัตรยังยืนกรานจะต้องเอาคงไคยคืนมาให้ได้

ภวันอาการดีขึ้นตามลำดับ เธอมีกำลังใจที่จะสู้ เมื่อรู้ว่าอรุณประไพท้องและคงไคยก็เลิกกับปรุงฉัตรแล้ว

“คุณหญิงจะให้ผมแจ้งตำรวจเรื่องคุณปรุงฉัตรเลยไหมครับ” ทองถมเข้ามาปรึกษา

“เรื่องแม่ปรุงฉัตรยังรอได้ ตอนนี้คงไคยก็ไล่มันออกไปแล้ว มันคงไม่มีปัญญาทำอะไร แต่ตอนนี้ที่สำคัญคือฉันกำลังจะมีหลาน ถึงเวลาที่เราจะต้องถอนรากถอนโคนเพื่อความปลอดภัยของลูกหลานฉันซะที คุณเป็นทั้งมือขวาและสมองของฉัน รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง” ภวันมองทองถม

ทองถมยิ้มรับอย่างเข้าใจ พลันเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น คงไคยนั่นเอง เขาพาอรุณประไพเข้ามากราบขอโทษภวัน

“แม่รู้ว่าหนูไม่อยากให้แม่กับคงไคยเดือดร้อน ไพ...แม่รักหนูเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ถ้าลูกของแม่มีทุกข์ แม่ก็ทุกข์ด้วยเหมือนกัน ทำให้แม่สบายใจได้ไหม กลับบ้านนะ” ภวันขอร้อง

อรุณประไพนิ่งคิด แล้วชี้แจงว่า ตอนนี้กระแสเรื่องที่เธอโดนฟ้องแรงมากอาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของ

คงไคยและกลายเป็นเป้าโจมตีจากประกอบ

“แต่ผมไม่แคร์” คงไคยรีบค้าน

“แต่ไพแคร์ คุณแม่ทุ่มเททุกอย่างกว่าจะทำให้กรรมการยอมรับให้คุณเป็นประธานบริษัท ตัวคุณเองเกือบตายตั้งกี่ครั้ง คุณแม่กับคุณพ่อสร้างบริษัทนี้ขึ้นมาเพื่อคุณคงไคย วันนี้คุณคงไคยทำสำเร็จแล้วนะคะคุณแม่ ไพจะไม่ยอมให้คุณคงไคยต้องเสียมันไปเพราะไพ”

“หนูไพ...” ภวันสวมกอดอรุณประไพด้วยความรักพลางเอ่ยอย่างเข้าใจ “เรื่องข่าว...มันมาไวแต่มันก็ไปไวเหมือนกัน อีกไม่นานคนก็จะลืม ถ้าหนูต้องการเวลาแม่กับคงไคยให้ได้ แม่เคารพในการตัดสินใจของหนู แต่แม่ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ที่บ้านภัครดีบริรักษ์จะเหงาเพราะคิดถึงหนูนะจ๊ะ”

“ค่ะ...ไพสัญญา”

“งั้นระหว่างนี้ ผมจะไปดูแลคุณกับลูกนะครับ แค่ไปดูแล...เรื่องนี้ผมขอนะ เห็นใจผมนะครับ” คงไคยอ้อน

อรุณประไพยอมตามใจ คงไคยดีใจหันมาลาภวันแล้วประคองอรุณประไพออกไป

“ผมเชื่อแล้วครับว่า คุณหญิงนี่ตาแหลมจริงๆเลือกลูกสะใภ้ได้ระดับพรีเมียมเลยนะครับ”

“ไม่งั้นฉันจะเลือกคุณทองถมมาเป็นผู้ช่วยเหรอ”

“ถ้างั้นผู้ช่วยระดับพรีเมียมจะรีบไปสร้างผลงานเดี๋ยวนี้เลยครับ” ทองถมออกไป

ภวันยิ้มที่ทุกอย่างดูจะเป็นไปในทางที่ดี

ooooooo

คงไคยมาส่งอรุณประไพที่บ้านตลิ่งชัน ทั้งสองปรับความเข้าใจกันในทุกเรื่อง คงไคยทำซึ้งจะก้มลงจูบอรุณประไพ แต่เธอร้องห้ามอ้างว่า ลูกเหนื่อยมากแล้ว อยากพักผ่อน

“คุณนี่เฉไฉจริงๆ” คงไคยจับอรุณประไพมาหอมแบบไม่ทันตั้งตัว

อรุณประไพเดินหนีเข้าบ้าน คงไคยตามดูแลไม่ห่าง เขาลงทุนปอกผลไม้ป้อนเธอทั้งๆที่ไม่เคยทำมาก่อน และบังเอิญว่า วายุกับภุชงค์เข้ามาเห็นพอดี ทั้งสองยืนจ๋อย แต่ยังไม่ละความพยายามเพราะวันรุ่งขึ้นทั้งคู่ก็มาเจอกันที่บ้านอรุณประไพ อีก และได้ยินเธอคุยกับแม่ถึงสาเหตุที่ไม่ยอมกลับไปอยู่กับคงไคย

“กว่าคุณคงไคยจะได้เป็นประธาน ได้รับความเชื่อถือเขาต้องต่อสู้อย่างยากลำบาก ไพจะไม่ยอมเห็นแก่ตัวทำลายอนาคตของเขา”

“เพราะข่าวที่หาว่าไพโกงใช่ไหม” ประไพเริ่มเข้าใจ

อรุณประไพนิ่ง ภุชงค์กับวายุยืนแอบฟัง แล้วชวนกันออกมาคิดหาทางช่วยอรุณประไพ เพราะอยากให้เธอมีความสุขกับคนที่เธอรัก

“เรื่องเกิดที่ไหนก็คงต้องไปที่นั่น” ภุชงค์บอกกับวายุ

แล้วสองหนุ่มก็มาหาซาซ่าที่ร้านเพื่อสอบถามความจริง ซาซ่ายืนยันหนักว่า เธอไม่รู้จริงๆว่าคลิปนั่นมาจากไหน แต่คนที่มีพิรุธกลับเป็นเปิ้ลที่ดูลนลาน ภุชงค์นึกสงสัย ขอให้ซาซ่าช่วยเค้นความจริง ในที่สุดเปิ้ลก็ยอมสารภาพ

เป็นเวลาเดียวกับที่ทองถมพบหลักฐานเอาผิดณรงค์เรื่องฉ้อโกงได้แล้ว จึงนำเรื่องมาปรึกษาภวัน แต่ภวันให้คงไคยตัดสินว่า จะเอาเรื่องดีหรือปล่อยผ่านไป

“ถ้าเนื้อไหนร้ายก็ตัดทิ้งไปเถอะครับ มันเป็นโอกาสของเราแล้ว” คงไคยดูจริงจังไม่เหมือนก่อน

“ถ้าท่านประธานตัดสินใจแบบนั้น ฉันก็คงค้านอะไรไม่ได้” ภวันพอใจ

ทองถมยิ้มรับ แล้วภุชงค์กับวายุก็พาซาซ่าเข้ามากราบ ขอโทษภวัน พร้อมเล่าความจริง

“อย่าโทษตัวเองเลย คนที่ผิดคือปรุงฉัตรต่างหาก” ภวันเข้าใจดี

วายุร้อนใจชวนทุกคนไปลุย แต่คงไคยห้ามไว้ เพราะกลัวอรุณประไพจะเสียชื่ออีก

“ผมมีวิธีที่เราจะช่วยทั้งคุณไพและให้บทเรียนคุณปรุงในคราวเดียวกัน แต่ผมต้องขอความร่วมมือจากคุณซาซ่าด้วยนะครับ” ทองถมเสนอไอเดีย

ทุกคนหันมองซาซ่า ซาซ่าเหวอๆไม่รู้ว่าจะให้ทำอะไร

วันต่อมา ซาซ่าจัดงานแถลงข่าวเรื่องคลิปของอรุณประไพ และเชิญมารศรีกับใจดีมาช่วยชี้แจงด้วย ซาซ่าบอกความจริงกับนักข่าวว่า ปรุงฉัตรใช้เธอเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งทำลายชื่อเสียงอรุณประไพ

“เธอเป็นเพื่อนสนิทกับซ่าและทราบว่าซ่าลงสมัครในการแข่งขันที่มีคุณไพเป็น กรรมการ เขาแนะนำให้ติดต่อคุณไพมาสอนเรื่องการดีไซน์รูปแบบเค้ก ด้วยความเห็นแก่ตัวของซ่าที่อยากได้ความรู้ จึงไม่ได้บอกคุณไพเรื่องการแข่งขัน แล้วคุณปรุงฉัตรก็ว่าจ้างให้พนักงานในร้านของซ่าแอบถ่ายคลิปและโพสต์ลง อินเตอร์เน็ตป้ายสีว่าซ่ากับคุณไพร่วมมือกันโกงการ แข่งขันทำให้คุณไพต้องเสียชื่อเสียง ซ่าขอยืนยันตรงนี้นะคะว่า คุณไพกรุณามาสอนการตกแต่งเค้กให้ซ่าด้วยความบริสุทธิ์ใจ และต้องขอโทษคุณไพด้วยนะคะที่เป็นสาเหตุให้คุณไพต้องเดือดร้อน”

“ในส่วนของผลการตัดสิน ดิฉันขอแจ้งให้ทราบว่า ในการตัดสินคณะกรรมการทุกท่านจะได้เห็นแต่ผลงานของผู้เข้าแข่งขันโดยที่ ไม่มีโอกาสรู้เลยว่า เจ้าของผลงานเข้าประกวดแต่ละชิ้นเป็นใคร ดังนั้นผลการตัดสินในครั้งนี้ พิจารณาจากฝีมือของผู้เข้าแข่งขันอย่างแท้จริง” ใจดีเสริมแล้วหันมาทางมารศรี

“ซึ่งทางดิฉันได้มีการตรวจสอบพบว่าเป็นจริงตามที่คุณใจดีได้กล่าวมาทั้งหมด ดิฉันจึงได้ทำการถอนฟ้องคุณอรุณประไพเรียบร้อยแล้วค่ะ” มารศรีรีบบอก

ooooooo

เมื่อทุกอย่างจบลงด้วยดี อรุณประไพพ้นมลทิน ภวันจึงสั่งให้คงไคยไปรับอรุณประไพกลับบ้าน คงไคยรับคำแล้วหันมาขอบคุณวายุกับภุชงค์ที่ช่วยเหลือ

“ผมทำเพื่อให้ไพมีความสุข คุณคงไคย ที่ผมพูดว่าขอไพคืนเพราะไพขอให้ผมพูด เชื่อเถอะครับว่าไพจะไม่มีวันเปลี่ยนใจจากคุณ” ภุชงค์เริ่มทำใจได้

คงไคยหันมาทางวายุ วายุลำบากใจแต่จำใจเอ่ย “คือ ผมรู้ว่าแย่งของคนอื่นมันไม่เท่ ผมก็เลยไม่ทำ แต่ถ้าคุณทำให้คุณไพเสียใจ ผมรับประกันได้ว่า คุณไพจะมีคนดูแลแน่นอน ระลึกไว้เสมอนะครับว่าชมรมคนรัก เอ้ย หวังดีกับคุณไพรอเสียบอยู่นะ” แล้วสามหนุ่มก็ยิ้มให้กันด้วยมิตรภาพใหม่

ส่วนอรุณประไพก็จะมาขอบคุณซาซ่าที่ช่วยเหลือ แต่พบปรุงฉัตรยืนต่อว่าซาซ่าอยู่หน้าร้าน เพราะโกรธที่ซาซ่าแถลงข่าวช่วยอรุณประไพ

“แก...เพื่อนทรยศ แกยังเป็นเพื่อนฉันหรือเปล่า”

“เพื่อนเหรอแกเอาความฝัน...ความหวังของฉันมาเป็นเครื่องมือทำร้ายคุณไพแก ทำร้ายคนอื่นยังไม่เจ็บเท่าแกกระทืบความฝันฉันด้วยความเห็นแก่ตัวของแก แกยังมีหน้ามาเรียกฉันว่าเพื่อนเหรอ ถ้าต้องมีเพื่อนอย่างแกฉันไม่มีซะยังดีกว่า แกไปเลย อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก” ซาซ่าตอบโต้ทั้งน้ำตาสุดทนกับพฤติกรรมของปรุงฉัตร

ปรุงฉัตรช็อกกับคำพูดซาซ่า แต่เมื่อตั้งสติได้ก็จะตามไปขอโทษแต่ซาซ่าล็อกประตูไม่ให้เข้า

“ซ่า แกฟังฉันก่อน แกเป็นเพื่อนฉันนะ” ปรุงฉัตรทุบประตูเรียก แต่ซาซ่าไม่ยอมเปิด เธอตัดใจถอยออกมาก็พบอรุณประไพยืนอยู่

“ทำไมแกไม่ไปให้พ้นซะที แกจะทำลายชีวิตฉันไปถึงไหน แกรวมหัวกับอีแก่นั่น แย่งคงไคย แย่งความหวังทำลายความฝันของฉัน แล้วแกยังแย่งเพื่อนคนเดียวของฉันไปอีก สารเลว” ปรุงฉัตรด่ากราด

“เลิกเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่นซะทีเถอะค่ะ คุณรักแต่ตัวเอง เรียกร้องให้ทุกคนรักคุณ แต่คุณไม่เคยรักใครเลย นอกจากตัวเอง แม้แต่คงไคยคุณก็แค่คิดจะร้อยเขาไว้ใช้งาน คุณอยากมีคุณคงไคยเพื่อเป็นบันไดให้ตัวเองรู้สึกสูงขึ้น ใช้นามสกุลเขาเป็นแบรนด์ให้ทุกคนยอมรับ แบบนี้เหรอคะรักของคุณ คุณบอกว่าคุณซาซ่าเป็นเพื่อน เขารักคุณถึงยอมคุณ แต่คุณทำเหมือนเขาเป็นคนรับใช้ คุณหลอกใช้ทุกคนเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง เพราะคุณเป็นคนแบบนี้ สุดท้ายคุณถึงไม่เหลือใครเลย”

“เธอคิดเหรอว่าคงไคยรักเธอจริง ตอนที่เขาอยู่กับฉัน เขาบอกว่าเขารักฉัน อยู่กับเธอ เขาก็บอกว่ารักเธอ ผู้ชายอย่างคงไคยไม่มีวันรักใครจริง”

“ฉันรู้ค่ะว่าใจคนเปลี่ยนได้เสมอ วันหน้าเขาอาจจะไม่เหมือนเดิม แต่มันก็ไม่สำคัญเท่ากับวันนี้เขารักฉัน และเขาเลือกที่จะอยู่กับฉันไม่ใช่คุณ ฉันเคยกลัวนะคะว่า คุณคงไคยจะกลับไปหาคุณ แต่การกระทำของคุณทำให้ฉันรู้ว่าคุณคงไคยจะไม่มีวันกลับมาหาคุณอีกแล้ว”  อรุณประไพจากไป  ทิ้งให้ปรุงฉัตรคั่งแค้น

ooooooo

ด้านคงไคย เขาก็เรียกประชุมคณะกรรมการและมอบหลักฐานที่แสดงว่าณรงค์มีความประพฤติมิชอบ ในหน้าที่ ฉ้อโกงต่อบริษัทให้พิจารณา คณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลแล้วลงมติปลดณรงค์ออกจากทุกตำแหน่งของบริษัท เนื้อทิพย์โวยวายไม่ยอมรับ ทองถมพาตำรวจเข้ามาเชิญณรงค์ไปให้ปากคำที่โรงพัก

ณรงค์มองคงไคยอย่างแค้นๆ แต่จำต้องลุกตามตำรวจไป เนื้อทิพย์พุ่งไปคว้าณรงค์ไว้ไม่ยอมให้ไปพลางเรียกให้ประกอบช่วยณรงค์ด้วย

“ไม่ต้องกลัวนะ ผมจะไม่ให้ใครเอาลูกไป ผมจะพาลูกกลับบ้านให้ได้ เชื่อผมนะ” ประกอบดึงเนื้อทิพย์ออกแล้วเดินตามณรงค์ไปพร้อมกับตำรวจ

“ณรงค์” สิ้นเสียง เนื้อทิพย์ก็สิ้นสติเป็นลมลงไปกองกับพื้น คงไคยกับทองถมมองสภาพเนื้อทิพย์แล้วรู้สึกไม่ สบายใจ

ooooooo

เมื่อจัดการเรื่องที่บริษัทเรียบร้อยแล้ว คงไคยก็รีบไปรับอรุณประไพกลับบ้านพลางอ้อน ขอเวลาให้เขาได้พิสูจน์ตัวเอง

“ไพมีเวลาให้คุณทั้งชีวิตเลยค่ะ” อรุณประไพตอบยิ้มๆ

“ขอบคุณนะครับไพ ขอบคุณ” คงไคยดีใจรีบพาอรุณประไพไปขึ้นรถ

เป็นเวลาเดียวกับที่ปรุงฉัตรกลับมาที่บ้านประกอบ เพื่อค้นหาปืนในห้องทำงานณรงค์ไปจัดการศัตรูหัวใจ เนื้อทิพย์รู้จากเด็กรับใช้ว่า  ปรุงฉัตรกลับมาแล้วก็ตรงเข้าไปตบตีระบายอารมณ์  แต่โดนปรุงฉัตรตบสวนด้วยด้ามปืนลงไปนอนกอง

“ฉันทนรองมือรองเท้าแกเพราะเห็นแก่คุณท่าน ถ้าแกมาแตะตัวฉันอีกฉันจะฆ่าแกและถ้าแกพูดอีกคำเดียว ฉันจะยิงแกให้เหมือนหมาข้างถนน” ปรุงฉัตรยกปืนขู่เนื้อทิพย์มองปรุงฉัตรอย่างโกรธแค้นแต่ไม่กล้าพูด

ณรงค์กลับมาถึงพอดี เขารีบเข้าประคองเนื้อทิพย์พลางอ้อนวอนปรุงฉัตรว่า อย่าทำร้ายแม่ ปรุงฉัตรลดปืนลงจะเดินออกไป แต่ณรงค์คว้าตัวไว้ถามว่าจะไปไหน

“ปรุงจะไปหาคงไคย”

“ไม่ พี่ไม่ให้ไป” ณรงค์กอดปรุงฉัตรแน่น

“ณรงค์ ไปกอดมันทำไม ปล่อยมันนะณรงค์ ปล่อยสิ” เนื้อทิพย์เข้าแกะมือณรงค์

ปรุงฉัตรอาศัยจังหวะที่เนื้อทิพย์เข้ามาวุ่นวาย ผลักณรงค์ออกไป แล้ววิ่งไปขึ้นรถขับออกไป ณรงค์จะวิ่งตาม แต่เนื้อทิพย์ดึงไว้ “ณรงค์ ปล่อยมันไป มันจะไปหาผัวมันก็ปล่อยมันไป อีชั้นต่ำ เลี้ยงไม่เชื่อง”

“ผมยอมไม่ได้ครับแม่ ปล่อยผม ผมจะไปตามเมียผมกลับมา ปรุงเป็นเมียผม ผมจะไม่ยอมเสียเมียของผมไป” ณรงค์บอกความจริง แล้วรีบตามปรุงฉัตรไป ปล่อยให้เนื้อทิพย์ยืนช็อก

ไม่นานนักรถของคงไคยก็มาถึงหน้าบ้าน ปรุงฉัตรออกมายืนขวางแล้วตรงเข้ากระชากตัวอรุณประไพลงจากรถ คงไคยตามมาอ้อนวอนขอให้ปรุงฉัตรปล่อยอรุณประไพ ทำให้ปรุงฉัตรยิ่งคลั่งที่เห็นคงไคยรักและเป็นห่วงอรุณประไพมาก เธอชักปืนออกมาขู่

“นังตัวดี เป็นเพราะแกนั่นแหละ ชีวิตฉันถึงต้องเป็นแบบนี้ แกต้องชดใช้ทุกอย่างให้ฉันด้วยชีวิตของแก”

“ปรุงครับ...ต่อให้คุณฆ่าผม ฆ่าไพ ทุกอย่างก็ไม่กลับมาเหมือนเดิม ผมอยากให้คุณคิดให้ดีนะปรุง”

“ใช่สิ...เป็นเพราะคุณเปลี่ยนไปรักมัน  มันแย่งทุกอย่างจากปรุงไป ปรุงจะฆ่ามัน...ปรุงจะฆ่ามัน”

“อย่า” คงไคยเดินเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าปรุงฉัตร “ปรุง...ผมอยากให้คุณยอมรับฟังและยอมรับความจริง ผมกลับไปหาคุณไม่ได้อีกแล้ว ผมจะไม่ทำผิดด้วยความลังเลอีก ถ้าคุณจะฆ่าใครสักคนก็ขอให้ฆ่าผม เพราะเรื่องทั้งหมดมันเป็นความผิดของผมคนเดียว แต่โปรดอย่าทำร้ายเมียกับลูกผมเลย”

ปรุงฉัตรช็อกกับการกระทำของคงไคย ขณะที่อรุณประไพมองคงไคยด้วยความเป็นห่วง ณรงค์ตามมาถึงพอดี เขารีบเข้าไปหาปรุงฉัตร แล้วค่อยๆปลดปืนออกจากมือของเธอ

“ปรุง...ฟังฉันนะ กลับบ้านเราเถอะนะปรุง”

ปรุงฉัตรที่เหมือนไร้หัวใจเดินไปตามแรงฉุดของณรงค์ แต่เนื้อทิพย์ก็ตามมาทัน เธอกรีดร้องสั่งให้ณรงค์ปล่อยมือจากปรุงฉัตร

“ผมรักปรุงครับแม่ ผมจะอยู่กับปรุง ปรุงเป็นเมียผม” ณรงค์โอบกอดปรุงฉัตรอย่างทะนุถนอม

“ไม่ได้ แม่จะไม่ให้มันมาแย่งลูกไป แม่ไม่ยอม

อีชั้นต่ำ แกไม่มีวันชนะฉัน” เนื้อทิพย์คว้าปืนในมือณรงค์มาเหนี่ยวไกตั้งใจจะยิงปรุงฉัตร

“ปรุง”  ณรงค์เข้ารับกระสุนแทน  ร่างของเขาสะดุ้งเฮือกก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดทะลักจากอก

ปรุงฉัตรได้สติเข้าประคองร่างณรงค์พลางร้องเรียกให้คนช่วย แต่ณรงค์รู้ตัวดี รีบบอกลาปรุงฉัตร

“ปรุง...ผมรักคุณนะ รักคุณคนเดียว”

“ปรุงรู้แล้วค่ะ ปรุงรู้แล้ว ณรงค์ ถ้าคุณรักปรุงต้องอยู่กับปรุงนะ อย่าไปไหนนะณรงค์”

“ผมจะอยู่กับคุณเสมอ จำไว้นะปรุง...ผมรักคุณ” แล้วณรงค์ก็สิ้นใจในอ้อมกอดปรุงฉัตร

“ไม่ณรงค์ อย่าไป คุณต้องอยู่กับปรุง ถ้าคุณรักปรุงต้องอยู่กับปรุง” ปรุงฉัตรร่ำไห้

“ลูกแม่” เนื้อทิพย์กรีดร้องเหมือนจะขาดใจแล้วล้มลงหมดสติไป

ooooooo

การตายของณรงค์ทำให้ปรุงฉัตรเริ่มคิดได้ เธอบอกกับซาซ่าที่มาเป็นเพื่อนลอยอังคารณรงค์ว่า อยากจะแก้ตัวแต่ไม่มีโอกาส เพราะณรงค์ไม่อยู่แล้ว

“แต่แกยังมีฉันนะนังปรุง ฉันจะไม่ทิ้งแกไปไหน ไม่ต้องกลัวนะปรุง” ซาซ่ากอดปรุงฉัตรอย่างปลอบโยน

วันต่อมา ปรุงฉัตรหนีซาซ่าไปไหว้อัฐิแม่ที่วัด และได้พบกับแม่ชีที่เข้ามาช่วยชี้ทางสว่างให้ เธอค้นพบตัวเองรู้แล้วว่า ความสุขที่แท้จริงคืออะไร

เช่นเดียวกับภุชงค์ที่ค้นพบแล้วว่าหัวใจตัวเองอยู่ที่ไหน เพราะเขาตัดสินใจจะตามไปดูแลจิ๊บที่จะไปเรียนต่อเมืองนอกจึงโดนพวกใจดีล้อ ว่า เป็นเฒ่าหัวงู ในวันเลี้ยงส่งทั้งคู่

“จบเรื่องสักทีนะคะ จะว่าไปก็น่าสงสารคุณประกอบนะคะติดคุกแทนเมียกับลูก เมียเป็นบ้า ลูกชายก็ตาย” ใจดี เปรยขึ้นมา

“โหย...เจ๊ พูดอะไรอ่ะ เสียบรรยากาศ ว่าแต่เมียน้อยคุณคงไคยหายตัวไปไหนอ่ะคะ” ป๊อกกี้เปิดประเด็น

ทุกคนเงียบกริบ อรุณประไพยังทำใจไม่ได้ ขอตัวเข้าห้องน้ำ คงไคยหน้าเสียบอกกับทุกคนว่า เขาพยายามทุกทางแล้ว แต่อรุณประไพก็ยังไม่ยอมกลับไปอยู่ด้วย ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร

“จะทำใจลืมเรื่องที่ผ่านมามันก็ยากนะคะ จะว่าไปน้องไพก็ผ่านเรื่องร้ายมาเยอะ ยิ่งเรื่องคุณปรุงฉัตร ต้องยอมรับนะคะว่าน้องไพเขามาทีหลังจริงๆ ก็คงรู้สึกผิดอยู่แล้ว ชีวิตคุณปรุงฉัตรต้องสูญเสียคุณ แล้วยังคุณณรงค์มาตายเพราะปกป้องคุณปรุงอีก จะให้น้องไพมีความสุขบนความทุกข์คนอื่นก็ไม่ใช่น้องไพจริงไหมคะ” ใจดีพอเข้าใจ

“ครับ” คงไคยคิดๆ แล้วลุกไปดูอรุณประไพ

วายุจะตามแต่ทุกคนดึงตัวไว้ “ไม่ต้อง ผัวเมียจะเคลียร์กัน อยู่เฉยๆเลยไอ้แพะ”

คงไคยตามมาขอร้องอรุณประไพที่ออกมาเดินปล่อยอารมณ์อยู่หน้าร้านอาหาร ให้กลับมาเป็นอรุณประไพที่

สดใสคนเดิม “ผมรู้ว่ามันยากที่เราจะทำเป็นลืมว่ามีใครที่ต้องเสียใจเพราะเรา แต่ชีวิตเราต้องก้าวต่อ เพื่อเรา เพื่อลูก...นะครับคุณไพ”

“ก่อนที่ไพจะต้องก้าวต่อ ไพขอพบคุณปรุงอีกครั้งได้ไหมคะ” อรุณประไพต่อรอง

คงไคยอึ้งคิดหนัก แล้วก็นึกได้ว่าคนที่พอจะช่วยได้ก็คือซาซ่า

ooooooo

วันต่อมาซาซ่าพาคงไคยกับอรุณประไพมาที่วัด เพื่อพบกับปรุงฉัตรที่ตอนนี้เป็นแม่ชีไปแล้ว แม่ชียิ้มให้ทั้งคู่ด้วยไมตรี พลางเอ่ย “แม่ชีอยู่กับเรื่องร้อนมามาก อยากจะอยู่อย่างสงบร่มเย็นทั้งกายและใจ”

“แม่ชีคะ ไพไม่สามารถอยู่กับคุณคงไคย ถ้าไพมีความสุขบนความทุกข์ของคุณ ไพทำไม่ได้” อรุณประไพเข้าใจว่า เธอเป็นต้นเหตุให้ปรุงฉัตรหนีมาบวชชี

“วันนี้คุณเห็นทุกข์ในตัวแม่ชีไหม”

“แม่ชี มีความสุขหรือเปล่าคะ”

“แม่ชีบอกไม่ได้ว่ามีสิ่งนั้นอยู่หรือเปล่า แต่วันนี้แม่ชีรู้สึกสงบและยินดีที่ได้เลือกทางนี้ แม่ชีขออโหสิทุกอย่างให้กับคุณ และหวังว่าคุณจะอโหสิให้แม่ชีเช่นกัน”

“ค่ะ...ไพอโหสิให้แม่ชีทุกอย่างค่ะ”

“แม่ชีครับ...ผมขออโหสิจากแม่ชีได้ไหมครับ”

“แม่ชีอโหสิให้คุณ เมื่อคุณมีโอกาส รักษาโอกาสนั้นให้ดี บทเรียนมีไว้สอนตน ไม่ได้ให้ทำซ้ำ” แม่ชียิ้มอย่างสุขใจแล้วเดินจากไป

คงไคยกับอรุณประไพมองตามด้วยรอยยิ้มเช่นกัน เมื่อปัญหาที่ค้างคาใจหมดไปแล้ว อรุณประไพก็ยอมย้ายกลับไปอยู่กับคงไคย แต่คงไคย ภวันและทองถมทำเซอร์ไพรส์หลอกพาอรุณประไพไปที่หัวหิน

อรุณประไพที่เผลอหลับในรถ ตื่นขึ้นมาไม่พบคงไคยก็มองหา เธอเห็นทางชายหาดมีแสงแวบๆ จึงเดินไปดูก็พบว่า มีข้อความขอแต่งงานอยู่บนหาดทราย คงไคยในชุดขาวเดินเข้ามาคุกเข่าลงตรงหน้าอรุณประไพ และขอเธอแต่งงาน

“ค่ะ” อรุณประไพตอบรับทั้งน้ำตา

คงไคยสวมแหวนให้กับอรุณประไพ แล้วลุกขึ้นสวมกอดเธอไว้ ทองถมกับภวันเข้ามาสมทบ

“ขอบใจหนูไพมากนะ ที่ทำให้ลูกแม่มีความสุข ที่แม่มีวันนี้ได้เพราะความกตัญญูของหนู ขอบใจจริงๆ” ภวันเข้ามากอดอรุณประไพ

“ถึงวันแรกคุณไพจะเป็นเมียแต่งที่ต้องมีชีวิตคู่ด้วยความจำเป็น แต่วันนี้คุณไพได้พิสูจน์แล้วนะครับว่า คุณไพคือเมียที่สมบูรณ์แบบ”

“และเป็นแม่ของลูกผม...ผมภูมิใจมากเลยนะที่มีคุณ ถ้าคุณอยากได้อะไรผมจะหามาให้ทุกอย่าง”

“แค่สามีของไพ ยอมรับและมอบความรักให้กับไพ ไพก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วค่ะ ไพขอบคุณคุณแม่ที่เลือกไพ ไพสัญญาว่า ไพจะดูแลรักษาครอบครัวของไพให้ดีที่สุด ให้สมกับที่คุณแม่และคุณคงไคยให้โอกาส”

“แต่ผมจะมีความสุขก็ต่อเมื่อ คุณมีลูกให้ผมอีกเก้าคน”

“คุณคงไคยจะตั้งทีมฟุตบอลเหรอครับ”

“แน่นอนครับ แล้วภรรยาผมก็ห้ามขัดใจด้วย เพราะเขารักผม”

อรุณประไพหมั่นไส้จนต้องแอบหยิก คงไคยร้องโอดโอยฟ้องภวัน

“ดี อย่างแกต้องโดนซะมั่ง เอาให้หายดื้อเลยนะหนูไพ” ภวันยุส่ง

“อ้าว ทำไมอย่างนั้นล่ะครับคุณแม่”

“ว่าแล้วต้องไม่เข้าใจ คุณคงไคยหัวเน่าแล้วไงครับ”

“คุณทองถม” คงไคยหน้างอ

พลันเสียงหัวเราะของทุกคนก็ระเบิดออกมา เป็นเสียงแห่งความสุขที่กลับคืนสู่ครอบครัวของภวันอีกครา

ooooooo

–อวสาน–

.

.


ที่มา : เรื่องย่อละคร เมียแต่ง
https://www.thairath.co.th/novel/TheWife

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.142 seconds with 17 queries.