Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
10 September 2026, 01:09:07

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,088 Posts in 15,338 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  กิจกรรมที่น่าสนใจ  |  งานอดิเรกที่น่าสนใจ  |  ถ่ายภาพ  |  ยอมเค้าเถอะ by Abird 'ถปรร'
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: ยอมเค้าเถอะ by Abird 'ถปรร'  (Read 703 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« on: 27 July 2026, 12:10:41 »

ยอมเค้าเถอะ by Abird 'ถปรร'


ยอมเค้าเถอะ

8 พฤศจิกายน 2554 : "ยอมเค้าเถอะ"


blog นี้ตั้งชื่อหัว blog ไว้แบบนี้เลย "ยอมเค้าเถอะ"
ไว้ไปอ่านกันตอนจบละกัน ว่าทำไมต้องยอม
หรือใครจะแว๊บไปอ่านกันก่อนก็ได้นะครับ ว่าทำไมต้องยอม
จะได้ชมภาพไปด้วยความสนุกสนานกันด้วย

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา เพื่อนๆ กลุ่มหนึ่งที่หันเหไปถอยรถเครื่อง 250 -350 cc. กันทุกๆ คนแล้ว (แต่ตัวผมเองก็ไม่ได้คิดจะซื้อรถใหญ่ๆ แบบนั้น ยังคงใช้รถมอเตอร์ไซค์ครอบครัวอยู่)
เพื่อนๆ ได้นัดแนะกันที่จะไปลองซ้อมรถคันใหม่กันโดยเลือกเส้นทางดอยอินทนนท์ เพื่อที่จะขึ้นไปถ่ายภาพนาขั้นบันได ที่บ้านขุนกลาง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่
(หมู่บ้านขุนกลาง ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ระยะทางจากแยกขึ้นดอยอินทนนท์ดูเหมือนจะอยู่ในช่วงหลักกิโลเมตรที่ 17)

พอได้ยินแบบนี้ รีบตกลงไปกับเค้าทันที ถึงแม้รถจะเล็ก แต่ก็คิดว่าเพื่อนๆ เค้าคงไม่ทิ้งเราให้บิดไล่หลังอยู่คันเดียวแน่ๆ ...(แต่จริงๆ ก็เป็นแบบนั้น รถเค้าแรงกว่านี่นา 555)

วันนั้นอากาศในตัวเมืองเชียงใหม่ดูไม่ค่อยแจ่มใสเท่าไร แต่ก็บิดรถมอเตอร์ไซค์ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ โดยที่มีเพื่อนรออยู่ที่อำเภอจอมทองอยู่แล้ว ระหว่างทางที่ไป เจอฝนเข้าอย่างจัง งานนี้ดูไม่ค่อยจะราบรื่นซะแล้ว ที่จริงตัวเองก็เริ่มถอดใจแล้ว เพราะเดาเอาว่าทางราบยังเจอฝน บนดอยก็คงเจอฝนตกหนักๆ เช่นกัน.....เอาเป็นว่าตัดบทขึ้นไปยังบ้านขุนกลาง เพื่อไปชมและถ่ายภาพนาขั้นบันไดกันครับ



บ้านนี้เป็นบ้านสไตล์โฮมสเตย์ แต่ดูเหมือนว่าจากการพูดคุยกับผู้ดูแลบ้าน บอกว่าช่วงนี้ไม่ค่อยจะมีใครใช้บริการกันเท่าไร

มาพักหลบฝนกันที่นี่สักพักหนึ่งด้วยครับ
ที่จริงการมาถ่ายภาพนาขั้นบันไดที่บ้านขุนกลางนี้
เพื่อนๆ และรวมถึงตัวเองด้วย มีโลเคชั่น ที่เห็นภาพถ่ายของท่านอื่นๆ ที่ถ่ายภาพมาให้ชมกันอย่างสวยงามอยู่แล้ว
และที่เดินกันมาถึงบ้านพักโฮมสเตย์หลังนี้ เป็นเพราะว่ากำลังเดินหาเส้นทางข้ามลำธารน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากกันอยู่
และที่บริเวณบ้านหลังนี้ ด้านหลังจะมีสะพานไม้เพื่อข้ามลำธารน้ำที่ขวางเส้นทางเดินมาตลอดด้วย
แต่แล้วสะพานไม้ที่จะข้ามลำธารน้ำที่ขวางหน้าอยู่นี้ เป็นสะพานไม้ชำรุดแล้ว
ไม่มีใครคิดจะเสี่ยงเดินบนสะพานข้ามลำธารน้ำนี้ไปเลย



พักกันที่บ้านหลังนี้ จากนั้นจึงได้สอบถามผู้ดูแลบ้านหลังนี้ เพ่ื่อสอบถามกันว่าที่ใครๆ เค้ามาถ่ายภาพนาขั้นบันไดกันนั้น ใช้เส้นทางไหนกัน แล้วก็ได้เส้นทางมาคร่าวๆ กับการที่ไปจุดโลเคชั่นในการถ่ายภาพนาขั้นบันไดสวยๆ นี้



มาถึงจุดที่จะไปถึงจุดโลเคชั่นที่เห็นกันมาก่อนหน้านี้แล้วครับ















ภาพส่วนของตอนท้ายนี้ได้ย้ายจุดออกมาจากจุดที่ไปตั้งใจเดินหาโลเคชั่นกันแล้วครับ





จุดนี้ชาวนาเริ่มเกี่ยวข้าวกันแล้วครับ







มาปิดท้ายกับเจ้าทุย ที่ดูว่าเป็นผู้ดูแลเจ้าของพื้นที่ทุ่งนาบริเวณนี้ เพราะพอกลุ่มพวกเราเดินผ่านเส้นทางเข้าไป ดูเค้าออกท่าฟึดฟัด แถมจะเดินรี่เข้าหากลุ่มพวกเราซะด้วย ได้ยืนถ่ายภาพกันไปก็ต้องคอยแอบเล็งๆ เจ้าทุยไว้ด้วย กลัวว่าจะวิ่งชาร์ทมาทางกลุ่มเราที่ถ่ายภาพทุ่งนากันอยู่


คราวนี้มาถึงเรื่องราวที่เล่าไปตอนต้นกันแล้วครับ ว่าควรไปยอมอะไร...กัน
อย่างที่เกริ่นไว้ว่ามาถ่ายภาพในช่วงวันฝนตก
อุปกรณ์กันฝนอย่างเสื้อฝน ไม่ได้มีปัญหา เพราะติดเสื้อฝนไปอยู่แล้ว
การไปเดินถ่ายภาพกลางทุ่งนา แล้วใส่เสื้อคลุมกันฝนไปด้วย กลับเป็นเรื่องที่ดี เสื้อกันฝนช่วยปกป้องไม่ให้เสื้อผ้า ทั้งเสื้อและกางเกงถูกทุ่งนาข้าว หรือ กิ่งไม้ใบหญ้า ที่ต้องเดินลุยกันเข้าไปในช่วงฝนตก มาทำให้เปื้อนเสื้อผ้ากันด้วย



มาเล่าให้ฟังกันไปเลย พร้อมกับภาพที่อาจจะซ้ำกัน เพราะได้หยิบไฟล์ภาพไปทำ hdr มาด้วย



การเดินบุกเข้าไปถ่ายภาพในเขตพื้นที่นาข้าวขั้นบันได จำเป็นต้องเดินผ่านไปในแนวของคันนาที่กว้างไม่ถึงฟุตดี
ช่วงที่เดินเข้าไปครั้งแรกก็เจอกับคันนาที่ลื่นๆ
เดินผ่านไปได้ไม่กี่ก้าว ตัวเองหล่นฟุบหายไปเลย หล่นไปอีกชั้นหนึ่งของนาขั้นบันได.....ต้องปีนกลับขึ้นมาใหม่ ครั้งแรกนี้เป็นเพราะกะจังหวะพลาดไปที่ไม่เดินเหยียบไปยังสันคันนาตรงส่วนตรงกลาง



ปีนกลับขึ้นมาใหม่อีกรอบ เดินไปอีกไม่กี่ก้าว
ร่วงหล่นไปอีกครั้งที่สอง แต่ครั้งนี้ไม่ได้ลื่น หรือ เหยียบพลาดแล้ว
แต่หล่นลงไป เพราะจ้องๆ ดูอยู่เหมือนกันว่าจะเป็นสันคันนาที่ขาด แต่มีต้นหญ้าปกคลุมเอาไว้
ตลอดแนวสันคันนา เค้าเจาะช่องระบายน้ำเอาไว้ แต่ตรงส่วนนี้ดันมีต้นหญ้าปกคลุมซะเยอะ เหยียบลงไปแล้ว เลยพาร่วงไปอีกรอบ



ร่วงไปสองรอบ
น่าจะมีประสบการณ์กับการเดินถ่ายภาพแถวสันคันนาแล้ว



คราวนี้เดินกันอย่างระมัดระวังกันมากขึ้น
แล้วก็มองดูแต่สันคันนา (ขั้นบันได) ที่ไม่สูงเกินไปมากนัก
บางช่วงสันคันนาสูงมากกว่าเอว (อก)
แอบคิดไปเลยว่า ขืนร่วงหล่นไปตรงนั้น จะปีนกลับมาได้อย่างไร



สองครั้งที่ร่วงหล่นไปจากสันคันนา ยังพอปีนกลับขึ้นมาได้
อุปกรณ์กล้องก็ไม่มีอะไรเสียหาย เพราะยังไม่ได้เริ่มหยิบออกจากกระเป๋ากล้องกันเลย ถือว่าโชคดีไป
เรียกว่าเดินๆ หาโลเคชั่นกันไว้ก่อน
ไม่งั้นมีหวังได้คลุกฝุ่น หรือ เปียกน้ำกันแน่ๆ



มาจบท้ายกันกับการตกคันนาครั้งที่ 3
ครั้งนี้ไม่ได้ลื่นตกแต่อย่างไร แต่เป็นการไปเดินเหยียบหนาม ปักทะลุรองเท้ามาเลย
ถึงจะไม่เข้าเนื้อแบบทำให้บาดเจ็บ แต่ก็ทิ้งตัวลงมานั่งบนคันนา
แล้วก็ตัดใจลงไปที่ทุ่งข้าวซะเลยดีกว่า จะได้ปลอดภัยจากหนามในบริเวณนั้น เดินลัดเลาะหาทางขึ้นกันอีกที
และคราวนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ถอดใจ
ไม่เดินตามกลุ่มเพื่อนๆ ที่เดินลัดเลาะหาโลเคชั่นที่เห็นภาพสวยๆ มากันก่อนหน้านี้แล้ว



เดินไปไม่ได้ไกลจากจุดที่ตกลงมาครั้งที่ 3 แต่เพื่อนเดินหายไปกันอีกไกลเลย ช่วงนี้เลยถือโอกาสถ่ายภาพพาโนรามา มาให้ชมกันไปด้วยเลย



มาถอดใจ มายอมแพ้ กับการไปถ่ายภาพนาขั้นบันได สวยๆ กันไว้ตรงนี้
หากเห็นภาพที่ใครถ่ายภาพมาสวยๆ คงต้องบอกว่า เค้าเก่งในการเดินเข้าไปหาจุดถ่ายภาพสวยๆ ได้
มีเพื่อนที่พอรู้จัก เค้าก็ไปหาสถานที่ถ่ายภาพแบบนี้ แต่ได้แค่เห็น เพราะไม่รู้จุดที่จะลงไปเดินถ่ายภาพในบริเวณทุ่งนาได้ เรียกว่าจะเข้าไปได้อาจจะต้องมีคนที่รู้เส้นทางพาลงไป ถึงจะเดินไปถ่ายภาพสวยๆ กลับมาได้
กับตัวเองได้ภาพ set นี้มาแล้ว ก็ยอมแล้ว จะไปครั้งที่สองอีก สงสัยขอคิดดูก่อนล่ะนะ

แว๊บมาขออภัยที่อาจจะทำให้ช่วงที่หล่นไป 3 ครั้ง
อาจจะไปทำให้ต้นข้าวรวงข้าวที่สุกงอมพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว
จะเสียหาย .....ต้นข้าวล้มลงไปบ้าง
แต่เชื่อว่าไม่ถึงกับตาย เพราะยังดึงๆ จับมาตั้งให้อยู่ในแนวเดิมครับ

ขอบคุณทริปของกลุ่มเพื่อนมอเตอร์ไซค์ big bike ที่ชวนกันไปออกทริปถ่ายภาพ และขับรถเที่ยวด้วยกันครับ
ขอบคุณเพื่อนๆ ที่แวะมาชมภาพถ่าย set นี้ด้วยกันครับ


**** คุยกันท้าย blog ครับ
ขอหยิบยืมคำพูดของโปรฯ กล้องที่มีโอกาสได้ติดตามกันทาง facebook อยู่เป็นประจำ
โปรฯ ท่านนี้เค้าเขียนไว้ประมาณนี้ว่า
หลายๆ ครั้ง ได้ดูรูปถ่ายของใครหลายๆ คน
เพื่อที่จะไปถ่ายภาพให้ได้แบบเค้า
แต่เดี๋ยวนี้
หลายๆ ครั้ง ได้ดูรูปถ่ายของใครหลายๆ คน
เพื่อที่จะไปถ่ายภาพไม่ให้เหมือนเค้า

หยิบยืมคำพูดของโปรฯ ท่านนี้มาแล้ว
และมาบอกกับตัวเองว่า ยังคงขอดูรูปถ่ายของใครหลายๆ คน
แล้วหากมีโอกาสก็จะไปถ่ายภาพให้ได้แบบเค้าสักครั้ง

แต่ครั้งนี้ไปมาแล้ว และขอยอมแล้ว ที่อาจจะไม่ไปซ้ำสอง 5555


Create Date : 08 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2554 14:41:33 น.

.


ที่มา : ยอมเค้าเถอะ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=abird&month=11-2011&date=08&group=5&gblog=47

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.039 seconds with 17 queries.