Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
10 September 2026, 01:10:34

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,088 Posts in 15,338 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  บุคคลต้นแบบ  |  บุคคลตัวอย่าง (Moderator: Smile Siam)  |  The People คีติ คีตากร: นักกีตาร์อาชีพคนแรกในไทย
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: The People คีติ คีตากร: นักกีตาร์อาชีพคนแรกในไทย  (Read 94 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« on: 23 August 2026, 09:04:29 »

The People คีติ คีตากร: นักกีตาร์อาชีพคนแรกในไทย


The People
 
 ·
 ·

คีติ คีตากร: นักกีตาร์อาชีพคนแรกในไทย ผู้ร่วมก่อตั้งวงสุนทราภรณ์ และเป็นคนเรียบเรียงเสียงประสาน ‘เพลงบัวขาวและบทเพลงพระราชนิพนธ์’
.
“นายบิลลี่ ฟลอเรส ตำแหน่งคนกีต้าร์และแบนโจ เรียบเรียงเสียงประสาน ฯพณฯท่านจอมพล ป.กรุณาเปลี่ยนชื่อและตั้งนามสกุลให้ใหม่เป็น ‘คีติ คีตากร’ นักเรียบเรียงเสียงประสาน ‘เพลงบัวขาวและบทเพลงพระราชนิพนธ์’ คนแรก” [1] สมาน (ใหญ่) นภายน
.
หนุ่มนักกีตาร์ชาวฟิลิปปินส์ผู้ได้รับการตั้งชื่อเป็นภาษาไทยโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ว่า “คีติ คีตากร” ถือกำเนิดเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2451 ณ Negros เกาะมินดาเนา Mindanao ประเทศฟิลิปปินส์ มีนามเดิมว่า Melanio Flores เรียกสั้น ๆ ว่า Milly บิดาชื่อ Celestino Sagurio มารดาชื่อ Crispina Flores (Melanio ใช้นามสกุลแม่) มีพี่น้อง 5 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 2 คน
.
Melanio เป็นบุตรคนโต เริ่มการศึกษาที่ Public School ของรัฐบาล เป็นโรงเรียนภาคบังคับให้เด็กทุกคนศึกษาเล่าเรียน ได้เรียนถึง Grade 5 ผลการเรียนไม่ดีเพราไม่เอาใจใส่ ชอบเรียนดนตรีมากกว่า
.
Melanio เรียนดนตรีไปพร้อมกับเรียนหนังสือโดยไปสมัครเรียนดนตรีที่โบสถ์ Sillimon Institute เริ่มเรียนไวโอลินก่อน แต่ไม่ชอบจึงเรียนแบนโจ (Banjo) เมื่อสอบตกก็ถูกส่งไปอยู่บ้านน้าที่เมือง Cebu เรียนไปได้ 1 ปี จึงสมัครทำงานที่คาบาเรต์ เรียนหนังสือกลางวัน ทำงานตอนกลางคืน ได้ค่าจ้างวันละ 2.50 เปโซ นับว่ารายได้ดีมาก
.
จากการที่ไปเล่นดนตรีที่ คาบาเรต์ (Cabaret) Melanio เล่นแบนโจได้ไพเราะจับใจคนฟังยิ่งนัก เมื่อผู้จัดการชาวฮอลันดา แห่ง Yatch Club ซึ่งอยู่เมือง Celebet เกาะ Magasar ชวา ไปเที่ยวที่คาบาเรต์แห่งนั้น ถูกใจจึงติดต่อให้ไปเล่นดนตรีที่ Yatch Club โดยให้ค่าจ้างสูงมากถึง 400 เปโซต่อเดือน ไม่รวมค่าที่พัก Melanio ตัดสินใจที่จะไปทำงานที่ชวาโดยไม่ฟังคำทัดทานจากบิดา มารดา ญาติพี่น้อง เขาได้ใช้ชื่อในการแสดงว่า ‘Billy’
.
Melanio เดินทางจากประเทศฟิลิปปินส์ เมื่ออายุ 17 ปี และไม่เคยกลับไปประเทศบ้านเกิดเมืองนอนจนตลอดชีวิต ดังมีลำดับการเดินทางดังนี้
.
เริ่มต้นที่ Magasar ชวา (อินโดนีเซีย) 1 ปี ต่อที่เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกาครึ่งปี อายุ 19-20 ไปทำงานที่ Yatch Club เมืองบอมเบย์ ( Bombay ) ประเทศอินเดีย 1 ปี อายุ 20-23 ปีทำงานที่ Japanese Tea Garden สิงคโปร์ 3 ปี หลังจากนั้นจึงเข้ามาสยามประเทศครั้งแรกเมื่ออายุ 24 ปี บิลลี่เล่าไว้เองว่า
.
“ผมมีสัญชาติเป็นชาวฟิลิปปินส์ ชื่อ ‘บิลลี่’ ได้เข้ามาเมืองไทยเมื่อปี 2473 ตอนนั้นอายุ 24 ปี มีสิ่งติดตัวเข้ามาคือฝีมือเล่นดนตรีทั้งแบนโจและกีตาร์...อายุ 24-29 ปี เดินทางเข้าทำงานในประเทศสยาม ( Siam ) มากับวงดนตรีชาวฟิลิปปินส์ เล่นที่สวนสนุกลุมพินี Blue Hall of Ball Room 6 ปี”
.
เครื่องดนตรีที่บิลลี่ชำนาญมากนั้นคือ ‘แบนโจ’ ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเล่นกีตาร์สเปนและกีตาร์ฮาวาย เขาเล่าว่า ครั้งแรกที่เข้ามาอยู่เมืองไทยนั้นเล่นดนตรีอยู่ที่ ‘สวนสนุก’ ในสวนลุมพินีกับพวกเพื่อน ๆ ที่เดินทางมาด้วยกันนานถึง 6 ปี
.
จนกระทั่งถึงปี พ.ศ.2480 ได้เดินทางไปทำงานที่ฮ่องกง-มาเก๊า-ทำได้อยู่ปีเดียวเท่านั้น ก็เดินทางกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง ในปี พ.ศ.2481 บิลลี่ก็ได้โดยสารเรือจากเกาะฮ่องกงกลับมาประเทศสยามอีกครั้ง
.
ในระหว่างที่อยู่บนเรือโดยสารก็ได้พบกับคุณหลวงสุขุมนัยประดิษฐ์ ท่านผู้นี้เป็นผู้มีพระคุณต่อนายบิลลี่มาก โดยพาไปฝากให้เล่นดนตรีกับวงดนตรีของบริษัทภาพยนตร์เสียงไทยฟิล์ม ซึ่งมีครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นหัวหน้าวง และพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคลเป็นเจ้าของ พร้อมเพื่อนชาวฟิลิปปินส์อีก 2 คนคือ นายเปเปง เป่าแซกอัลโต กับ ปี่คลาริเน็ต และนายโจ เป่าทรอมโบน
.
หลังบริษัทไทยฟิล์มล้มเลิกกิจการ เนื่องจากผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 (อุปกรณ์การถ่ายทำภาพยนตร์โดยเฉพาะฟิล์มซึ่งต้องสั่งซื้อจากต่างประเทศขาดตลาด) นักดนตรีสังกัดทั้งหมดก็ย้ายมาเล่นดนตรีให้กับกรมโฆษณาการ รวมทั้งชาวฟิลิปปินส์ทั้ง 3 คน ช่วงต้นนี้ปรากฏจากบัตรประจำตัวข้าราชการเมื่อปี พ.ศ.2484 ใช้ชื่อไทยว่า ‘นายมะลิ’ สันนิษฐานว่าคงแปลงมาจากคำว่า ‘Milly’ ตำแหน่ง ‘นักดนตรีตรี’
.
นักดนตรีต่างด้าวทั้ง 3 ท่านนี้ต่อมามีส่วนร่วมก่อตั้งวงสุนทราภรณ์ (ซึ่งก็คือวงดนตรีกรมโฆษณาการที่รับเล่นงานกลางคือ แต่ไม่สามารถใช้ชื่อของราชการได้ จึงตั้งชื่อใหม่ว่า “สุนทราภรณ์” อันมีที่มาจากการผสมผสานนามสกุลของครูเอื้อ คือ “สุนทร” สนธิกับชื่อสุภาพสตรีอันเป็นที่รักของท่าน ได้แก่ “อาภรณ์”) และได้รับการตั้งชื่อใหม่โดย ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม คือ นายบิลลี่ ฟลอเรส เป็น นายคีติ คีตากร นายไปเป่ง เป็น นายปิยะ วาทิตตาคม และ นายโจ เปลี่ยนเป็น นายภิญโญ สุรวาทย์ ทั้ง 3 คนล้วนแปลงได้รับการเป็นสัญชาติไทยเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ.2492 [2]
.
ระหว่าง ‘ครูบิลลี่’ รับราชการอยู่กับวงดนตรีลีลาศกรมโฆษณาการนั้น ส่วนตัวได้ตั้งวงดนตรี ‘แจ๊ส’ เล็ก ๆ ของตนเองชื่อ Billy & His Boys ส่งกระจายเสียงทางวิทยุคลื่นสั้นเป็นประจำ ด้วยฝีมือดีดกีตาร์ที่หาตัวจับยาก และการบรรเลงด้วยสไตล์ใหม่ ๆ ของคณะนี้ ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่ผู้รับฟังวิทยุคลื่นสั้นทั้งในและนอกประเทศ
.
นักเรียบเรียงเสียงประสาน
.
นอกจากจะเป็นนักกีตาร์มือเอก บิลลี่ยังนับเป็นนักเรียบเรียงเสียงประสานมือทอง จากเรื่องเล่าประวัติเพลงบัวขาว ผู้ประพันธ์ ม.ล.พวงร้อย อภัยวงศ์ กังวลในเบื้องต้นว่า “เกิดมายังไม่เคยแต่งเพลงเลย จะให้แต่งได้อย่างไร เรียนก็ไม่เคยเรียน” [3] แต่เมื่อถูกรบเร้า ท่านก็ใช้เวลาแต่ง 45 นาที โดยนำไปให้ “ครูบิลลี่ ฟลอเรส เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานคนแรก” อีกทั้งในเวลาต่อมานายบิลลี่ยังได้รับเกียรติอย่างสูงสุดในชีวิต ให้เป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เป็นคนแรกของวงดนตรีลีลาศกรมโฆษณาการ
.
นายคีติ คีตากร หรือ ‘บิลลี่’ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 2 ชิ้นดังต่อไปนี้ พ.ศ.2493 เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และ พ.ศ.2511 จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก
.
บิลลี่ได้เป็นข้าราชการ ‘ศิลปินโท’ ในปี พ.ศ.2506 สังกัดงานบันเทิง กรมประชาสัมพันธ์ จนถึง พ.ศ.2511 ก็เกษียณอายุราชการเป็นข้าราชการบำนาญ
.
นอกจากรับราชการแล้ว นายคีติ คีตากร ยังสอนวิชาดนตรีสากลแก่ผู้สนใจ ในตอนกลางคืนก็เล่นดนตรีเป็นหัวหน้าวงดนตรีของตนเองกับเพื่อนชาวฟิลิปปินส์และชาวต่างชาติอื่นในไนท์คลับต่าง ๆ เป็นประจำ
.
หลังเกษียณอายุราชการแล้ว นายคีติก็ยังรับทำงานเรียบเรียงเสียงประสานต่อ และได้ไปทำงานต่างจังหวัดมากขึ้นโดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศสหรัฐอเมริกามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย ได้ทำงานที่พัทยาบ้าง นครสวรรค์บ้าง และยังคงเล่นดนตรีกับวงดนตรีสุนทราภรณ์จนอายุ 75 ปี จึงยุติชีวิตการทำงาน
.
ปัจฉิมวัยของ ‘บิลลี่’ แม้จะมีโรคประจำตัวคือความดันโลหิตสูง แต่เป็นผู้ที่รักษาสุขภาพเป็นเยี่ยม จึงมีร่างกายแข็งแรง กระฉับกระเฉง ความจำแม่นยำ ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่กับลูกและเริ่มท่องเที่ยวไปต่างประเทศกับลูก ๆ
.
หลังจากเดินทางออกจากประเทศฟิลิปปินส์นับจากเยาว์วัย บิลลี่ก็มิได้มีโอกาสกลับไปบ้านเกิดอีกเลย บิลลี่เคยกล่าวให้บุตรหลานฟังหลังเห็นดอกพุดซ้อนว่า
.
“ที่บ้านย่ามีดอกชนิดนี้ พ่อเห็นแล้วคิดถึงบ้าน พ่ออยากกลับบ้าน ลูกเห็นน้ำตาคลอลูกสงสารพ่อนัก อยากให้พ่อไปเยี่ยมบ้านบ้างเกือบ 60 แล้วที่พ่อจากบ้านมาไม่ยอมติดต่อกับญาติพี่น้อง พ่อชอบพูดว่าคงตายกันหมดแล้ว พ่อไม่กลับไปหรอก พ่อจะตายที่เมืองไทย...”
.
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2534 ทายาทได้เล่าถึงฉากสุดท้ายในชีวิตของยอดนักดนตรีท่านนี้ไว้ว่า (คงการสะกดคำตามต้นฉบับ)
.
“ในขณะกินอาหารเช้าพร้อมคุยกับลูกเขยกันสองคนถึงอาการที่เป็นอยู่ และอาหารที่พ่อชอบและไม่ชอบ แล้วในเช้าวันนั้นพ่อก็ผล็อยจากไปอย่างสงบที่สุดที่โต๊ะอาหาร เป็นการจากไปกะทันหันจนลูกตกใจทำอะไรแทบไม่ถูก...
.
แม้พ่อจะนับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก ลูกก็ให้พ่อใส่บาตรทุกวัน เพราะอยากให้พ่อสร้างบุญสร้างกุศล ในระยะแรกพ่อไม่อยากทำ แต่เมื่อทำไปนานๆพ่อก็ชินจะต้องใส่บาตรและเตรียมอาหารบางอย่างเอง ลูกมักจะชวนพ่อทำบุญอยู่ตลอดไม่ว่าจะเป็นการสร้างพระ ทอดกฐิน ทอดผ้าป่า เป็นต้น เมื่อแม่เสียชีวิตเราจัดพิธีการต่างๆให้แม่ พ่อพอใจมากได้สั่งลูกไว้ว่าถ้าพ่อตายขอให้ทำทุกอย่างให้เหมือนแม่ แต่อย่าเก็บไว้ให้ทำพิธีเผาเลย ลูกก็น้อมรับและจัดการให้ตามที่พ่อสั่งแล้ว นอกจากนี้ลูกก็ทำมิซซาให้พ่อด้วย...”
.
“ยอดมือกีตาร์” คีติ คีตากร ถึงแก่อนิจกรรมด้วยวัย 83 ปี 11 เดือน
.
เรื่อง: นริศ จรัสจรรยาวงศ์
ภาพ: หนังสือ คีติ คีตากร นักกีตาร์มือไฟ
.
หมายเหตุ: บทความชิ้นนี้เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2024
.
#ThePeople #History #Music #ประวัติศาสตร์ #ดนตรี #กีตาร์ #วงสุนทราภรณ์ #สุนทราภรณ์ #ฟิลิปปินส์ ดูน้อยลง

..



.


ที่มา : The People คีติ คีตากร: นักกีตาร์อาชีพคนแรกในไทย
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1496674832491547&set=a.633364228822616

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.048 seconds with 17 queries.