User Info
Welcome,
Guest
. Please
login
or
register
.
06 May 2026, 08:43:11
1 Hour
1 Day
1 Week
1 Month
Forever
Login with username, password and session length
Search:
Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ
http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
29,914
Posts in
14,763
Topics by
70
Members
Latest Member:
KAN
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
|
เรื่องราวน่าอ่าน
|
นวนิยายที่น่าอ่านอย่างยิ่ง
(Moderators:
LAMBERG
,
moowarn
) |
สายน้ำแห่งความรัก (๖) - (๑๐) โดย ธราธร
0 Members and 1 Guest are viewing this topic.
« previous
next »
Pages:
[
1
]
Author
Topic: สายน้ำแห่งความรัก (๖) - (๑๐) โดย ธราธร (Read 26 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 12,725
สายน้ำแห่งความรัก (๖) - (๑๐) โดย ธราธร
«
on:
01 May 2026, 16:35:46 »
สายน้ำแห่งความรัก (๖) - (๑๐) โดย ธราธร
สายน้ำแห่งความรัก (๖)
"กลับมาแล้วหรือจ๊ะ วันนี้ไปไหนกันมาละฟ้า" น้าน้อยเอ่ยทักเมื่อเห็นฟ้าครามเดินขึ้นเรือนในตอนเย็น
"ฟ้าเข้าเมืองไปประชุมที่สำนักงานเกษตรมาคะ ส่วนพี่วฤธเข้าไปเอาข้อมูลอุตุ อุทก ที่ศูนย์อุทกวิทยาในตัวจังหวัด เห็นเขาว่าจะเอามาวิเคราะห์วางแผนจัดสรรปริมาณน้ำ ขากลับเขาก็เลยแวะซื้อบะหมี่เป็ดย่างฝากมาให้ทุกคนด้วยนะคะ น่ากินเชียว ของฟ้านะสามห่อคะ"
"เห็นแก่กินจริง ๆ เลยนะเรา ไปหลอกให้พี่เขาซื้อให้ใช่มั๊ย" ป้าใหญ่บ่นเบา ๆ อย่างเอ็นดูเมื่อเห็นหญิงสาวทำหน้าระรื่นดีใจเกินเหตุ
"แหม ไม่ได้หลอกนะคะ เขาอยากซื้อให้เอง ฟ้าไม่ได้บอกเขาซะหน่อยว่าฟ้าอยากกิน แค่ไปยืนจ้องหน้าร้านนาน ๆ เท่านั้นเองคะ" หญิงสาวไม่วายทำหน้าทะเล้น ก่อนไปล้างมือมารับประทานอาหาร
หลังอาหารเย็น ป้าใหญ่ น้าน้อย น้าเล็กนั่งพักผ่อนฟังเพลงสมัยสุนทราภรณ์ ขณะช่วยกันตัดใบตองและจัดเป็นพับ ๆ เพื่อเตรียมเอาไว้ขายในวันรุ่งขึ้น โดยปรกติบ้านนี้จะมีเสียงเพลงเป็นเพื่อนตลอดเวลา เพราะทุกคนชอบฟัง โดยเฉพาะน้าน้อยที่ยังชอบร้องเพลง ด้วยมีเสียงหวานทุกคนเลยยกตำแหน่งนักร้องของบ้านให้ ส่วนฟ้าครามก็พลอยชอบเพลงรุ่นเก่า เพราะได้ยินได้ฟังมาจนติดหู แล้วก็เลยติดใจในเนื้อความและทำนองที่ไพเราะมีคุณค่า
"กำลังทำอะไรกันอยู่ครับ" เสียงวฤธเอ่ยทักทายเมื่อแวะมาเยี่ยมเมื่อเวลาพลบค่ำ
"นั่งเล่นกันจ๊ะ ขอบใจมากนะที่ฝากบะหมี่เป็ดมาให้ อร่อยมากจ๊ะ ยัยฟ้าซัดคนเดียวเสียสามห่อ" น้าน้อยตอบพลางพยักพเยิดให้ชายหนุ่มเข้ามานั่งข้างตัว
"เห็นฟ้าเขาบอกว่าเจ้านี้อร่อย ก็เลยตั้งใจฝากมาให้ครับ เพราะนาน ๆ ทีถึงจะเข้าตัวจังหวัดกัน"
"แล้วงานการพ่อวฤธเป็นอย่างไรบ้างจ๊ะ เริ่มงานที่นี่ได้หลายเดือนแล้ว มีปัญหาอะไรบ้างหรือเปล่า น้าได้ยินแต่เสียงชมว่านายช่างคนใหม่ขยันขันแข็ง เอาการเอางาน" น้าเล็กชวนชายหนุ่มคุยเรื่อย ๆ
"งานหนักหน่อย แต่ก็สนุกดีครับ เผอิญเพื่อนร่วมงานให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แล้วผมก็คุ้นกับสภาพภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมแถวนี้มาตั้งแต่เด็ก ก็เลยไม่ค่อยมีปัญหาหนักใจ อีกอย่างฟ้าเขาก็เป็นฐานข้อมูลให้กับผมดีมากครับ"
วฤธตอบพลางกวาดสายตามองหาหญิงสาวแต่ก็ไม่พบ ได้แต่อ้อมแอ้มถามหา
"แล้วฟ้าไปไหนหรือครับ"
"คงลงไปตัดใบตองในสวนมั้ง เมื่อกี้ยังเห็นอยู่แถวนี้ ป้าตามเขาไม่ทันหรอก ไวอย่างกับอะไรไม่รู้"
"ไวอย่างกับลิงคะ พี่ใหญ่" น้าน้อยตอบพลางหัวเราะเบา ๆ รับค้อนของป้าใหญ่ที่ส่งมาให้วงโต
"ท่างั้น เดี๋ยวผมขอตัวลงไปดูเขาหน่อยนะครับ"
คล้อยหลังชายหนุ่มได้ไม่นาน น้าน้อยกับน้าเล็กถึงกับมองหน้ากันอย่างสงสัย
"ท่าทางตาวฤธนี่จะมาชอบยัยฟ้าซะแล้วนะคะพี่ใหญ่ พี่น้อย หลายเดือนมานี้เทียวไปเทียวมาไม่ได้ขาด" น้าเล็กเอ่ยกับผู้เป็นพี่สาวทั้งสอง
ป้าใหญ่ถึงกับถอนใจยาวพลางเงยหน้าขึ้นจากงานที่ทำค้างอยู่ "ก็คงจะใช่ เพราะพ่อวฤธเขารักเขาห่วงของเขามาตั้งแต่เด็ก ตอนนั้นก็คงเห็นว่าตัวเองมีน้องสาว เพราะรินนภาก็ยังไม่เกิด ยัยฟ้าก็พลอยติดสอยห้อยตามไปเล่นเป็นลิงทะโมนด้วยกัน มีอะไรก็เรียกหาแต่เขา แต่สงสัยหลานเราจะจำไม่ได้ละมั้ง คงมีแต่ฝ่ายโน้นที่ยังคอยห่วงหาอยู่"
"น้อยเห็น ฝ่ายโน้นกลับมาเยี่ยมบ้านที่ไรก็ต้องแวะมาที่นี่ มาดูว่ายัยฟ้ากลับบ้านบ้างหรือเปล่า แต่ก็ต้องผิดหวังได้เห็นแค่รูปที่ยัยฟ้าส่งมาให้ทางบ้านเท่านั้นเอง"
"แต่ดูแล้วเห็นจะยากนะคะ เล็กว่ายัยฟ้าก็ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไร เห็นมีแต่จะคอยแกล้งเขาอยู่เรื่อย"
"ก็ต้องคอยดูกันไป ฟ้านะใจแข็ง ยิ่งเห็นป้าน้าอยู่เป็นโสดกันหมด เลยยิ่งไม่คิดเรื่องรักเลย ถ้าฝ่ายโน้นเขารักจริง ยัยฟ้าก็คงหนีไม่พ้นหรอก พี่เองก็เห็นว่าเขาเป็นคนดี และก็รักคนของเรามาก แต่ก็ต้องแล้วแต่หลานสาวตัวดีของพวกเธอละ"
"อย่างน้อยนี่ ก็ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นโสดหรอกนะคะพี่ใหญ่ แต่มันหาไม่ได้" น้าน้อยหัวเราะอย่างอารมณ์ดีแย้งคำพูดของพี่สาว พลางลอยหน้าลอยตาร้องเพลง
"อยากจะรักสักครั้ง แต่หายังไม่ได้
ไม่รู้จะหา ไม่รู้จะหาที่ไหน ให้ชื่นใจ ชื่นอก
เอาไว้พร่ำ เอาไว้พรอด เอาไว้กอด เอาไว้กก …"
"พอแล้วพี่น้อย เห็นตาพี่ใหญ่หรือเปล่า" น้าเล็กรีบห้ามพี่สาวอย่างเห็นขำ
"พี่ใหญ่เชียร์ทางโน้นออกหน้าออกตาไปหรือเปล่าคะ เล็กว่าหลานเรานะไม่ใช่ย่อยนะคะ ใครทนไหวก็เก่งละคะ น่าสงสารทางโน้นมากกว่า สงสัยเล็กต้องบอกให้เขากลับใจแล้วละคะ" น้องสาวคนสุดท้องของบ้านหัวเราะอย่างขบขัน แต่ในใจก็ใจหายไม่น้อย กลัวว่าวันหนึ่งต้องพรากจากหลานสาว
"อยากจะรักสักครั้ง แต่หายังไม่ได้
ใครจะรัก ใครจะรักกันอยู่ไหน กระซิบได้ให้ฉันฟัง
จะรีบรับรักตอบ และมอบตัวตามหลัง
จ่อจิตจริงจัง สมหวังดังใจ"
เสียงน้าน้อยยังคงร้องเพลงแหย่สาวโสดทั้งหลายในที่นั้นอย่างไม่ยอมหยุด
*************************************
บรรยากาศยามพลบค่ำกำลังสบาย แดดร้อนอบอ้าวของช่วงเวลากลางวันค่อย ๆ จางหายไปพร้อมกับพระอาทิตย์ที่เพิ่งลับขอบฟ้า นกกาทั้งหลายก็ทยอยบินกลับรังตัดฟ้าที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเป็นสีชมพูและครามเข้ม ฟ้าครามได้ยินเสียงใบไม้แห้งดังกรอบแกรบอยู่ด้านหลัง ก็หันขวับไปดูพร้อมทั้งยกมีดในมือเตรียมพร้อมที่จะสู้ ถ้าเกิดมีอะไรไม่ชอบมาพากล
"โห … ไวจริง ๆ สมกับที่น้าน้อยว่า" ชายหนุ่มล้อหญิงสาว
"ก็ต้องระวังไว้ก่อนละคะ เผื่อเป็นขโมยหรือผู้ประสงค์ร้าย จะได้ป้องกันตัว เป็นผู้หญิงมีแต่จะเสียเปรียบ ถ้าเป็นผู้ชายก็ไม่ต้องระวังตัวขนาดนี้ก็ได้"
"รู้ด้วยเหรอว่าตัวเองเป็นผู้หญิงนะ นึกว่าไม่มีเพศซะอีก" ชายหนุ่มยิ้มขันตาเป็นประกายขณะกวาดสายตาดูหญิงสาว
"ก็คิดแบบนั้นเหมือนกันละคะ ไม่คิดว่าเป็นผู้หญิงหรอก แต่กลัวใครตาฝ้าตาฟางเห็นไม่ถนัด ยิ่งใกล้ค่ำแล้วด้วย" หญิงสาวหัวเราะตอบโดนไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะส่งสายตาล้อเลียนแค่ไหน
"ตัดใบตองอยู่หรือ ให้พี่ตัดให้ดีกว่า"
"ไม่เป็นไรหรอกคะ จะเต็มเข่งอยู่แล้ว อาสาเป็นคนยกเข่งเถอะคะ"
"นึกว่าจะบอกให้พี่อยู่เฉย ๆ" ชายหนุ่มยิ้มน้อย ๆ แหย่หญิงสาวเล่น
"ก็อุตสาห์อาสา กลัวว่าจะเสียน้ำใจนะคะ เลยต้องใช้งานหนัก ๆ" หญิงสาวยิ้มให้ชายหนุ่มทั้งปากทั้งตา เล่นเอาวฤธถึงกับจ้องหญิงสาวไม่วางตา
"แล้วพอดีเลยคะ กล้วยเครือนี้โตเต็มที่แล้ว จะได้ตัดเครือลงมาแล้วโค่นต้นทิ้งเลย ฟ้ากำลังอยากได้หยวกกล้วยไปแกง แล้วก็หัวปลีไปกินกับผัดไทยด้วย ขอแรงหน่อยนะคะ คุณสุภาพบุรุษ"
ฟ้าครามเน้นคำหลังเป็นพิเศษ ก็อยากมาว่าหล่อนเป็นไส้เดือน เอ้… ว่าหรือเปล่านะ แต่ก็ว่าว่าไม่มีเพศก็แล้วกัน มันก็พวกเดียวกันนะแหละ
แต่วฤธเห็นหญิงสาวยิ้มหวานให้ขนาดนั้น ไม่ว่าจะให้ทำอะไรก็ไหวทั้งนั้น อยากจะบอกหญิงสาวตรงหน้าว่าให้ยิ้มแบบนี้กับเขาบ่อย ๆ แต่ก็รู้ว่าถ้าบอกไป มีแต่จะไม่ได้เห็นรอยยิ้มของหล่อนอีก คงต้องรอโอกาสตอนที่หล่อนเผลอแบบนี้ละ
อีกสักพักทุกคนก็อดแอบยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นชายหนุ่มทยอยยกเข่งใบตอง และเครือกล้วยขึ้นเรือน ส่วนฟ้าครามเดินหอบหัวปลี และหยวกกล้วยที่เลาะจนเหลือเนื้อในสีขาวตามขึ้นมาสมทบ
"โดนใช้แรงงานอีกแล้วหรือพ่อวฤธ" เสียงป้าใหญ่ถามยิ้ม ๆ
"ฟ้าไม่ได้ใช้นะคะ เขาอาสาทำเองต่างหาก" ฟ้าครามรีบอธิบาย กลัวโดนป้าใหญ่ดุ
"ครับ ผมอาสาทำเอง เห็นว่ามันหนัก เลยช่วยยกมาให้ครับ แต่ฟ้าเขามีข้อแลกเปลี่ยนนะครับว่าวันหยุดจะพาพายเรือล่องลำน้ำชมวิว แล้วจะทำกับข้าวไปปิคนิคกันด้วย" วฤธชำเลืองมองหญิงสาวที่อยู่ข้างกาย ก็เห็นฝ่ายนั้นทำหน้าเหรอหราไม่รู้เรื่อง
"บอกเมื่อไหร่กันนะ อย่ามาโมเม" หญิงสาวหันมากระซิบตอบเสียงเขียว
"รายนี้เขาชอบพายเรือเล่น ก็น่าสนุกดีนะ เรือกสวนแถวนี้ยังเขียวชอุ่ม น้ำก็ยังใส เราพาพี่เขาไปนั่งเรือเล่นก็เพลินตาเพลินใจดี" น้าน้อยรีบขะยั้นขะยอ กลัวหลานสาวตัวดีจะปฏิเสธ
ชายหนุ่มยิ้มกริ่มที่มีคนสนันสนุน คงจะเพลินอย่างที่น้าสาวว่า เพราะมีหญิงสาวที่เขาเฝ้าคิดถึงตลอดเวลานั่งให้มอง หล่อนจะลุกหนีไปไหนก็ไม่ได้ จนกว่าจะขึ้นจากเรือ เขาคงจะอิ่มเอมใจไม่น้อย
"ถ้างั้น น้าน้อย กับน้าเล็กไปด้วยกันนะคะ จะได้สนุกไงคะ" ฟ้าครามรีบชักชวนหาสมาชิก
"ไม่เอาหรอก นั่งเรือนาน ๆ เมื่อยหลัง ไปกันเองเถอะหนุ่ม ๆ สาว ๆ นะ" น้าน้อยรีบปฏิเสธ น้าเล็กก็ส่ายหัว
"ว้า … ไม่ยอมลงเรือลำเดียวกันเลย เดี๋ยวฟ้าไปชวนน้องรินก็ได้คะ เห็นน้องรินก็บอกว่าอยากไปปิคนิคเหมือนกัน"
หญิงสาวชำเลืองมองชายหนุ่มเป็นทีว่าฝากไว้ก่อนเถอะ แต่ก็เห็นเขายิ้มกวน ๆ ตอบในเชิงว่าทีใครทีมันนะฟ้าคราม
.
Create Date : 27 พฤษภาคม 2549
Last Update : 27 พฤษภาคม 2549 18:23:21 น.
.
ที่มา : สายน้ำแห่งความรัก (๖)
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tharathorn&month=05-2006&date=27&group=7&gblog=6
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 12,725
Re: สายน้ำแห่งความรัก (๖) - (๑๐) โดย ธราธร
«
Reply #1 on:
01 May 2026, 16:36:30 »
สายน้ำแห่งความรัก (๗)
วันนี้ฟ้าครามตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมทำอาหารใส่บาตรพระในตอนเช้า และทำเผื่อเป็นเสบียงมื้อกลางวันที่จะไปพายเรือเล่นกับวฤธและรินนภา หญิงสาวแบ่งข้าวผัดปูใส่ไข่ ไก่ทอด และกุ้งอบวุ้นเส้น ใส่ในปิ่นโตขนาดใหญ่สองเถา ด้วยเกรงว่าวฤธจะไม่อิ่ม หล่อนกะให้ปริมาณมากเอาไว้ก่อน ส่วนอร่อยไม่อร่อยก็ไม่รู้ละ ถ้าหิวก็คงหมดไปเองนะแหละ
พอแดดเริ่มออก ฟ้าครามก็ชวนรินนภาลงไปนั่งเล่นรอที่ท่าน้ำ ทิ้งให้ชายหนุ่มนั่งคุยกับป้าน้าของหล่อนหลังจากที่เขาแวะขึ้นไปทัก ก่อนจะตามลงมาสมทบ
"ฟ้าครับฟ้า" เสียงวฤธตะโกนเรียก พร้อมทั้งรีบเดินจ้ำให้ถึงตลิ่ง เมื่อเห็นฟ้าครามกับรินนภากำลังแก้เชือกผูกเรือ พร้อมทั้งผลักหัวเรือออกจากฝั่ง "จะรีบไปไหนละ ไม่รอพี่บ้าง"
"ก็พี่วฤธอยากช้าทำไมละคะ พี่ฟ้าเลยชวนรินหนีกันไปเที่ยวสองคน" รินนภาแกล้งตอบพี่ชาย
"ได้ยังไงกัน ก็สัญญาแล้วว่าจะให้พี่ไปด้วย นี่ป้าใหญ่ยังฝากให้เอาผลไม้ติดไปด้วย เพราะเห็นมีแต่กับข้าว"
ฟ้าครามได้แต่คิดในใจ ใครไปสัญญาที่ไหนกัน เล่นตู่กันเฉย ๆ แถมยังชักช้ามัวประจบป้าใหญ่อยู่ หล่อนเอาปิ่นโตลงเรือเสร็จเรียบร้อยตั้งนานแล้ว ยังไม่เห็นชายหนุ่มตามลงมาสักที ก็เลยคิดจะหนีนะสิ ไม่ได้อยากให้ไปด้วยเสียหน่อย
ชายหนุ่มให้หญิงสาวทั้งสองลงเรือก่อน แล้วจึงผลักหัวเรือออกจากฝั่ง ฟ้าครามปล่อยให้รินนภานั่งกลาง ส่วนตัวหล่อนนั่งตรงหัวเรือ ทั้งคู่นั่งหันหน้ามาทางวฤธที่นั่งพายอยู่ทางเรือ ละอองหมอกยามเช้าจางหายไปเมื่อแสงแดดอ่อนส่องกระทบผิวน้ำ เรือลำน้อยค่อย ๆ แหวกสายน้ำอย่างช้า ๆ พร้อมเสียงพายกระทบน้ำเป็นระยะ
บรรยากาศสดชื่นยามเช้าทำให้วฤธระลึกถึงวัยเด็กที่เขาเคยพายเรือให้เด็กหญิงฟ้าครามนั่ง หล่อนเคยอ้อนให้เขาพายเข้าไปใกล้ ๆ กอบัวหลวง เพื่อให้เขาเอื้อมเก็บให้ แต่ตอนนี้มีแต่เสียงรินนภาที่ชี้ชวนให้ชมนกชมไม้ตามสองฝั่งคลองอย่างร่าเริง ในขณะที่ฟ้าครามได้แต่นั่งเงียบชมวิวไปเรื่อย ๆ สายตาชายหนุ่มก็แสร้งมองวิวทางหัวเรือที่หญิงสาวนั่งอยู่เป็นส่วนมาก ไม่ได้ละสายตาไปตามที่น้องสาวชี้ชวน
"พี่วฤธมองแต่พี่ฟ้าอยู่นั่นแหละคะ นี่เขามาชมวิวกันนะคะ" รินนภาเริ่มงอนพี่ชาย
ชายหนุ่มรู้สึกเก้อที่น้องสาวตัวดีรู้ทัน เลยได้แต่ยิ้มแล้วเสไปร้องเพลงบอกความนัยแทน สายตาก็ยังไม่เปลี่ยนไปมองที่อื่น
"ถ้าฉันมีสิบหน้าอย่างทศกัณฑ์ สิบหน้านั้นฉันจะหันมายิ้มให้เธอ
สิบลิ้น สิบปาก จะฝากคำพร่ำเพ้อ ว่ารักเธอ รักเธอ เป็นเสียงเดียว
ถ้าฉันมียี่สิบตาอย่างทศกัณฑ์ ยี่สิบตาของฉันจะมองเธอไม่เหลียว
ยี่สิบแขนจะสวมสอดกอดเธอผู้เดียว ยี่สิบสีดาอย่ามาเกี้ยวไม่แลเหลียวมอง"
"หืม หวานจัง เพิ่งรู้ว่าพี่ร้องเพลงแบบนี้ก็ได้ด้วย รินไม่เห็นเคยได้ยินเลย"
ถ้าหญิงสาวคนที่เขาตั้งใจร้องให้ฟังจะเป็นคนพูดแทนน้องสาวของเขา หัวใจชายหนุ่มคงจะพองโตกว่านี้ แต่นี่หล่อนกลับนั่งไม่รู้ไม่ชี้ ทำเหมือนกับว่าเขากำลังเล่าเรื่องทั่ว ๆ ไป
"แต่พี่ว่าถ้ามีสิบหน้า สิบตา สิบปาก แถม ยี่สิบตาแบบนั้นนะ อย่าว่าแต่นางสีดาจะไม่เกี้ยวเลย ผู้หญิงอื่นเห็นเข้าก็คงแตกกระเจิง ไม่กล้าเหลียวมามองเลยหละ" ฟ้าครามหันมาคุยกับรินนภา
เอากับหล่อนสิ ถึงบทจะพูดจะวิจารณ์ละก็ทำเอาอารมณ์โรแมนติคของเขาหายหมด
"ฮืม ฟ้าทำเพลงเขาเสียหมดเลย พี่อุตสาห์ร้องให้ฟัง ทีตอนเด็กนะฟ้ายังชอบตื้อให้พี่ร้องเพลงให้ฟังเลย จำได้หรือเปล่า
ตามองตาสายตาก็จ้องมองกันรู้สึกเสียวซ่านหัวใจ จะรักฉันก็ไม่รัก จะหลงฉันก็ไม่หลง ฉันยังอดโค้งเธอไม่ได้ เธอช่างงามวิไล เธอช่างงามวิไล เหมือนดอกไม้ที่เธอถือมา เหมือนดอกไม้ที่เธอถือมา" วฤธแกล้งร้องเพลงล้อหญิงสาว
"อย่ามาอำกันเลย ถือว่าฟ้าจำอะไรไม่ได้ แล้วจะมาหลอกกันง่าย ๆ นะ" ฟ้าครามส่งสายตาดุมาให้
"พูดเล่น ๆ เล่น ๆ แกล้งพูดเล่น ๆ พูดเล่น ๆ เรื่อย ๆ นะ
พูดเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ชอบพูดเรื่อย ๆ พูดเล่น ๆ ไม่ต้องเชื่อนะ"
วฤธยังแถมร้องเพลงของพี่เบิร์ดกวนอารมณ์หญิงสาวอีกรอบ
รินนภามองหน้าคนโน้นคนนี้ทีแล้วก็ไม่รู้จะเข้าข้างใคร พี่ชายตัวเองนะหน้าระรื่นเชียว แต่พี่ฟ้าทำไมหน้างอแบบนั้นละ กลัวว่าพี่สาวคนสวยจะโกรธ รินนภาเลยร้องอุทธรณ์ขึ้นบ้าง
"รินหิวแล้วละคะพี่ฟ้า เดี๋ยวเราแวะจอดเรือกินข้าวกันเถอะนะคะ"
สงครามย่อย ๆ จึงได้ยุติลง ชายหนุ่มวาดเรือเข้าหาฝั่งบริเวณที่มีต้นตะขบใหญ่ขึ้นอยู่ริมตลิ่งแผ่กิ่งก้านสาขาร่มครึ้ม แล้วเอาเชือกเรือขึ้นไปผูกเข้ากับลำต้นตะขบ ก่อนที่จะลงมาช่วยสองสาวขนเสื่อ ปิ่นโต ขวดน้ำ และตะกร้าผลไม้ขึ้นฝั่ง
หลังจากที่อาหารมื้อกลางวันหมดภายในพริบตา รินนภาก็ลุกไปเก็บลูกตะขบที่กำลังแดงได้ที่มาไว้กินเล่น ส่วนวฤธขอเอนหลังรับสายลมเย็นที่กำลังพัดผ่านมาแผ่ว ๆ ไม่ทันที่ฟ้าครามจะลุกเดินตามรินนภาไป หญิงสาวถึงกับสะดุ้งเมื่อชายหนุ่มแกล้งทิ้งศีรษะลงบนตักของหล่อน
"ทำอะไรนะ" ฟ้าครามตาเขียวขึ้นมาทันที แถมหยิกให้ที่ต้นแขนชายหนุ่ม
"ขอนอนหนุนตักครับ ก็พี่ไม่มีหมอนนี่นา พอดีเห็นตักฟ้าว่างเลยขออาศัยนอนหน่อย ฟ้าไม่ใจร้ายหรอกเนอะ ดูสิ ฟ้าสวยจังเลย" ชายหนุ่มแกล้งชี้มือไปยังท้องฟ้าที่กำลังใสสว่างมีเมฆขาวเป็นปุยลอยเอื่อย ๆ ตามแรงลมเป่า แต่สายตาเขากลับไพล่ไปมองใบหน้าเนียนใสของฟ้าครามแทน หญิงสาวเลยไม่รู้ว่าเขาหมายถึงฟ้าไหนกันแน่
"อย่ามาทำเล่นนะ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้" หญิงสาวเงื้อมือขึ้นสูง
"แค่นี้ก็หวง ตอนเด็กพี่ยังให้ฟ้าขี่คอได้เลย เดี๋ยวนี้พี่ขอแค่นอนหนุนตัก ฟ้าก็ต้องตีพี่เจ็บ ๆ ด้วย" วฤธทำเสียงน้อยใจ คลำแขนตัวเองป้อย ๆ แต่นัยน์ตายิ้มเป็นประกาย ยิ่งทำให้หญิงสาวหมั่นไส้ขึ้นไปอีก เลยผลักเขาออกเต็มแรง แล้วรีบลุกขึ้นเดินหนีไปหารินนภา
ชายหนุ่มได้แต่หัวเราะอย่างสบายอารมณ์ เปลี่ยนมาใช้แขนตัวเองหนุนหัวแทน พลางแกล้งบีบเสียงให้แหลมเล็กเหมือนผู้หญิงเพื่อร้องเพลง "หนาวตัก" ยั่วหญิงสาว
"ดูซิดู ใครสอนให้นอนหนุนตัก ซุกซนนัก ไม่กลัวน้องจะหมองศรี
หนาวตัก หนักจิต ดรรชนี …"
ร้องยังไม่ทันจบก็ต้องรีบลุกขึ้นนั่ง เมื่อเศษก้อนดินที่ฟ้าครามปาลงมาใกล้ ๆ แตกกระจายเต็มหน้า ส่วนตัวหญิงสาวนะวิ่งหนีไปไกลแล้ว
**************************************************************************
ชายหนุ่มแวะนำเรือเทียบท่าหน้าบ้านของตนเอง เพื่อส่งน้องสาวกลับขึ้นบ้านก่อน แล้วจึงพายเรือต่อไปส่งหญิงสาว เขาพยายามชักชวนคุยเรื่องงาน เพราะฟ้าครามยังไม่ยอมคุยด้วยเลยตั้งแต่พายเรือกลับกันมา
"ช่วงหน้าน้ำปีก่อน ๆ สวนแถบนี้น้ำท่วมบ้างหรือเปล่าครับ"
"เป็นบางปีคะ ช่วงปีเอลนิโย ปริมาณน้ำฝนลดน้อยลง ปริมาณน้ำในลำธารก็เลยลดตามไปด้วย แต่เมื่อปีกลายนี้น้ำหลาก พาเอาเรือกสวนด้านนอกล่มไปบ้างเหมือนกันคะ"
"พี่กะว่าจะทำฝายธรรมชาติกั้นลำน้ำเป็นจุด ๆ เพื่อสะดวกในการจัดการปริมาณการไหลของน้ำ ถ้าเกิดน้ำปีนี้มากกว่าปกติเราสามารถควบคุมการระบายน้ำได้ ไม่ปล่อยให้ท่วมพื้นที่ด้านล่าง หรือถ้าน้ำขาดก็จะได้ปล่อยในช่วงเวลาที่เหมาะสม"
"ฟ้าเห็นด้วยนะคะ เพราะบางปีน้ำจะหลากมาเฉพาะช่วงหน้าฝนเท่านั้น แต่พอถึงหน้าแล้งน้ำในคลองก็น้อยแทบจะไม่พอสำหรับการเกษตร ถ้าเราสามารถจัดสรรน้ำให้พอดีทั้งปริมาณและช่วงเวลา ชาวสวนแถวนี้ก็คงไม่ต้องกังวล"
เออนะ… ถ้าพูดเรื่องงานละก็ หญิงสาวจะลืมตัวคุยกับเขาได้ครั้งละนาน ๆ ทีเดียว ชายหนุ่มเลยได้นั่งฟังเสียงหวาน ๆ เพลินไป
"ส่วนเรื่องคุณภาพของน้ำทั้งค่าออกซิเจนที่ละลายในน้ำ และค่าแบคทีเรียในน้ำที่นี่ก็นับว่ายังอยู่ในเกณฑ์ดีอยู่คะ เพราะพวกเรามีโครงการรักษ์สายน้ำ เป็นการรณรงค์ให้ชาวบ้านในท้องถิ่นได้มีส่วนรวมในการดูแลและรักษาสภาพลำคลองไว้ให้ดีที่สุด แล้วทุกคนก็น่ารักมากคะ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี" หญิงสาวยังคงอธิบายต่ออย่างเพลิดเพลิน
"ส่วนป่าชายเลนตรงบริเวณปากอ่าวของเราก็ยังอยู่ในสภาพดี ปริมาณลูกกุ้ง หอย ปู ปลา ก็นับว่ามีในปริมาณมาก ถือว่าอุดมสมบูรณ์ดีทีเดียวคะ"
หญิงสาวหยุดชะงักเรื่องที่ตนเองกำลังพูด เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังอมยิ้มจ้องมองหล่อนอยู่ หล่อนถึงนึกขึ้นได้ว่า กำลังโกรธเขาอยู่ ฟ้าครามเลยหยุดพูดแล้วสะบัดหน้าหนีไปทางอื่นไม่ยอมคุยต่อ แต่หญิงสาวกลับได้ยินเสียงหัวเราะของวฤธมาแทนที่
*************************************
หลังจากส่งหญิงสาวขึ้นบ้านแล้วชายหนุ่มจึงได้กลับมานอนเล่นที่แคร่ไม้หน้าบ้านตัวเอง คืนนี้เดือนมืดทำให้มองเห็นแสงดาวเต็มท้องฟ้า แต่ละดวงกำลังเปล่งประกายแวววาวระยิบระยับอวดกันอยู่ในที วฤธได้แต่ถอนใจเฝ้าหนักใจในความรักของตัวเอง ทำไมหัวใจเขามันช่างไม่สุกใสสว่างเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าบ้างนะ เมื่อไหร่ฟ้าครามถึงจะใจอ่อนยอมรับรักเขาเสียที เฝ้าตื้อเฝ้าตาม เฝ้าแสดงออกว่าเขารักหล่อนมาโดยตลอด เป็นรักของชายหนุ่มที่มีต่อหญิงสาวอย่างเต็มหัวใจ ไม่ใช่ความรักแบบพี่ชายและน้องสาวเหมือนในวัยเด็ก แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าหญิงสาวจะรับรู้และตอบสนอง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าหล่อนไม่รัก ทำไมเขาไม่ตัดใจเสียนะ อาจเป็นเพราะความผูกพันที่เขารักและเอ็นดูหล่อนมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่เฝ้าติดตามเขาไปทุกหนทุกแห่ง ถึงแม้ช่วงเวลาที่ต้องห่างกันไปเพื่อแยกย้ายกันทำหน้าที่ของชีวิต และเขาได้พบหญิงสาวอื่น ๆ มาไม่น้อย แต่ใจเขาก็ไม่มีใครอื่นที่จะมาแทนที่ฟ้าครามได้เลย ความรักนี่แปลกจริง ๆ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ยังคงมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ ได้เห็นหน้า ได้ยินเสียง สงสัยเขาคงจะหวังอะไรมากกว่านี้ไม่ได้
"พี่วฤธยังไม่นอนหรือค่ะ" เสียงใส ๆ ของรินนภาร้องถามพี่ชาย เมื่อเดินลงมาหาจากบนเรือนพร้อมทิ้งตัวลงนั่ง ๆ ใกล้ พลางเอนศีรษะลงบนบ่าและสอดแขนเข้าโอบเอวของชายหนุ่ม
"พี่ยังไม่ง่วงเลย แล้วรินยังไม่นอนหรือ เข้านอนได้แล้วละมั้ง เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียนอีก"
"พี่วฤธนั่งดูฟ้าคิดถึงใครหรือค่ะ อ๋อ… รินรู้แล้วต้องคิดถึงพี่ฟ้าแน่ ๆ เลย" หญิงสาวแกล้งเย้า
"ทำเป็นรู้ดีนะเรา ไม่ใช่เรื่องของเด็ก"
"อย่ามาดูถูกกันนะคะ พี่จำเรื่องหนูช่วยราชสีห์ได้หรือเปล่า รินนี่แหละหนูพุกขนาดใหญ่ เดี๋ยวจะจัดการให้ โธ่ เรื่องแค่นี้เอง จิ๊บจ๊อย ทีเมื่อก่อนกับสาวคนอื่น ๆ ไม่เห็นพี่ชายรินจะเป็นทุกข์เป็นร้อน" รินนภาลอยหน้าลอยตาโอ้อวดฝีมือ
"สาวอื่นนะเขาตามมาเอง พี่ไม่ได้รัก แต่คนนี้พี่รัก แล้วเราจะทำอะไรหรือ ฟ้าเขาไม่ใจอ่อนกับพี่ง่าย ๆ หรอก"
"ตอนนี้ยังไม่บอก แต่คอยดูฝีมือรินก็แล้วกันคะ" รินนภากล่าวอย่างมั่นใจ กระโดดลุกขึ้นพลางหอมแก้มพี่ชายหนึ่งฟอด แล้วรีบวิ่งกลับขึ้นเรือนไป ไม่ปล่อยให้ชายหนุ่มได้ซักถามอะไรต่ออีก
ในขณะเดียวกันฟ้าครามเองก็นอนไม่หลับ ในใจเฝ้าแต่กังวลว่าท่าทีทั้งหมดที่วฤธแสดงกับหล่อนนั้นเขาถือเป็นเรื่องจริงจังหรือไม่ คงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเฝ้ารักเด็กหญิงคนเดิมอย่างฝังใจ หล่อนรู้ว่าวฤธเอาใจใส่และอาทรหล่อนมาตั้งแต่ครั้งยังเป็นน้องสาวตัวน้อยที่คอยวิ่งเล่นติดตามเขาไปทุกแห่งในสวน แต่สิ่งที่หญิงสาวกลัวที่สุดคือการเปลี่ยนแปลง ไม่อยากรับรักใครให้ต้องเสียใจเมื่อภายหลัง ไม่อยากจากบ้านสวนที่หล่อนรัก ฟ้าครามรู้สึกอบอุ่นเพียงพอแล้วกับความรักที่ป้าใหญ่ น้าน้อย และน้าเล็กมีให้หล่อน เนื้อเพลง "ตั้งใจไม่รัก" ผุดขึ้นในจิตใจของหญิงสาวให้ต้องคิดทบทวนอย่างกลุ้มใจ
"มั่นใจตั้งใจจะไม่รัก ด้วยฉันไม่รู้จักว่าความรักดีอย่างไร
พอพบกันจิตใจก็พลันเปลี่ยนไป กลับอายเขาเสียยกใหญ่ เมื่อยามได้สบตา
หักใจมิยอมคิดผูกพัน แล้วไยหรือนั่น พอพบกันก็ลืมเหมือนว่า
เลือดในกายฉีดแรงทั่วไปทั้งหน้า ดังไฟเผาในวิญญารุมร้อนทั่วกายามิคลาย
หลับตาก็คอยแต่ใฝ่ฝัน พร่ำเพ้อรำพัน ถึงตัวเขานั้นมั่นหมาย
ดู ฤ ใจ หักใจเพียงใดไม่วาย ช่างคิดถึงเขาง่ายดาย ไม่แหนงหน่ายสักวัน
นี่คงรักเขาเสียแล้วสิเรา น้ำใจนะเจ้า ใจของเราง่ายจริงหรือนั่น
เจอะตัวเขาทีไรอกใจไหวหวั่น เฝ้าคอยเขามารำพันคำรักมั่นกับฉันสักคำ
*************************************
Create Date : 27 พฤษภาคม 2549
Last Update : 27 พฤษภาคม 2549 18:26:02 น.
.
ที่มา : สายน้ำแห่งความรัก (๗)
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tharathorn&month=05-2006&date=27&group=7&gblog=7
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 12,725
Re: สายน้ำแห่งความรัก (๖) - (๑๐) โดย ธราธร
«
Reply #2 on:
01 May 2026, 16:37:12 »
สายน้ำแห่งความรัก (๘)
บรรยากาศฝนตกยามเช้าเย็นชื่นใจ ท้องฟ้าครึ้มฉ่ำไปด้วยไอน้ำ ละอองฝนค่อย ๆ โปรยปรายต้องพื้นดินพื้นหญ้า ใบไม้ยามได้รับน้ำฝนก็พลอยร่าเริงและให้ความรู้สึกเขียวสดกว่าปรกติ กลิ่นไอดินอ่อน ๆ หอมสดชื่นทำให้ฟ้าครามถึงกับอดใจไม่ไหว ต้องออกมาเล่นน้ำฝน แล้วเลยลงเล่นน้ำท่ามกลางสายฝนต่ออย่างสบายอารมณ์ โชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุด หญิงสาวเลยมีเวลาพักผ่อนหย่อนใจกับสายน้ำ นอนลอยคอปล่อยให้เม็ดฝนหยดต้องใบหน้าได้ตามใจชอบ วันนี้ตอนสายหล่อนกะว่าจะพายเรือไปเก็บมะปรางในสวนเพราะวันก่อนเห็นลูกสุกเหลืองนวลเต็มต้นแล้ว แต่หญิงสาวยังไม่มีเวลาว่างไปเก็บเสียที
"เล่นน้ำตอนฝนตก เดี๋ยวก็เป็นตะคริวหรอก น้ำยิ่งเย็นอยู่ด้วย" ป้าใหญ่บ่นทันทีที่เห็นหน้าหญิงสาวโผล่ขึ้นเรือน
"แล้วมานั่งใกล้ ๆ ป้านี่แนะ ป้ามีเรื่องจะคุยด้วย"
"เรื่องอะไรหรือค่ะ ป้าใหญ่จะให้ฟ้าทำอะไรหรือค่ะวันนี้" หญิงสาวเดินเข้าไปหอมป้าใหญ่ของหล่อนหลายที ก่อนที่จะลงนั่งใกล้ ๆ พลางช่วยเสียบดอกมะลิซ้อนเข้ากับกิ่งกัลปังหาเพื่อไว้บูชาพระ กำลังเพลินกับงานตรงหน้า หญิงสาวก็ถึงกับสะดุ้งสุดตัว
" อะไรนะคะ ป้าใหญ่จะให้ฟ้าแต่งงานกับพี่วฤธหรือค่ะ"
"ใช่แล้วจ๊ะ อย่าหาว่าเป็นการคลุมถุงชนเลยนะ แต่ป้าเห็นว่าพ่อวฤธเป็นคนดี แล้วก็ทั้งรักทั้งอาทรเรา อีกอย่างวันก่อนที่ป้าไปเยี่ยมคุณยายบัว คุณยายบัวแกก็เอ่ยปากขอฟ้าไปเป็นหลานสะใภ้ ป้าเองก็รับคำไปแล้ว ไม่ขัดข้องอะไร"
ป้าใหญ่เห็นหญิงสาวนั่งตกตะลึงอยู่นั้นก็พูดปลอบขึ้นมาว่า
"ป้าเองก็แก่แล้ว ไม่รู้จะอยู่ดูแลเราได้นานเท่าไหร่ แล้วทั้งน้าน้อย น้าเล็ก ก็เห็นดีเห็นงามด้วย ตอนนี้ทางโน้นเขาก็กำลังหาฤกษ์ยามกันอยู่"
เสียงป้าใหญ่ยังคงให้คำอธิบายอย่างต่อเนื่อง เมื่อเห็นสีหน้าของหญิงสาวที่ค่อย ๆ ซีดเผือดลงเรื่อย ๆ
"ฤกษ์ยามอะไรกันค่ะ ฟ้าไม่เห็นรู้เรื่อง ทำไมทุกคนไม่ถามฟ้าบ้างละค่ะ ฟ้าไม่ได้รักพี่วฤธนะคะ ฟ้าไม่อยากแต่งงาน โอ้ย ไม่เคยคิดเรื่องนี้เลย ป้าใหญ่ค่ะ ฟ้าไม่ได้รัก แล้วจะแต่งได้อย่างไรกันค่ะ ฟ้าไม่ยอมแน่ แล้วฟ้าก็ดูแลตัวเองได้ ไม่เห็นต้องให้เขามาดูแลอะไรฟ้าเลยนี่ค่ะ"
เสียงร้องตอบของหญิงสาวดังไปถึงหูของชายหนุ่มที่เพิ่งเดินมาถึงชานบ้าน วฤธถึงกับนิ่งขึงไปชั่วขณะ นี่ไงหละ คำตอบจากหญิงสาว เขาได้ยินแล้วไม่ใช่หรือ เป็นอย่างที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด ฟ้าครามไม่ได้รักเขา หล่อนย้ำแล้วย้ำอีกว่าไม่รัก ไม่ยอมแต่ง สาแก่ใจแล้วหรือยัง เขาตั้งใจจะมาสารภาพรักกับหญิงสาว แต่ไม่ทันบอก เขาก็กลับได้ยินคำตอบที่บาดลึกในหัวใจ เขาเองไม่อยากให้ผู้ใหญ่ต้องร้อนใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เสียแล้ว เนื่องจากน้องสาวคนดีของเขาได้ไปรายงานคุณยายไว้เสร็จสรรพ ว่าหลานชายกำลังเป็นทุกข์เพราะความรัก ทำให้คุณยายต้องเรียกเขาเข้าไปซักเสียยกใหญ่ เมื่อเขาตอบตามตรง ท่านก็เลยจัดการทาบทามกับทางฝ่ายหญิงให้ คิดไม่ถึงว่าฟ้าครามจะไม่มีเยื่อใยกับเขาแม้แต่น้อย คงไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะบอกหล่อนว่าเขารักหล่อนมากแค่ไหน เขาคงจะปวดร้าวถ้าได้เห็นสายตาเกลียดชังที่หญิงสาวให้เป็นคำตอบ วฤธได้แต่ถอนใจแล้วเดินกลับไปตามทางเก่าอย่างเงียบ ๆ
"เราอย่าเอาแต่ใจและอารมณ์ตัวเองเป็นที่ตั้ง ครั้งนี้ป้าคิดรอบคอบดีแล้ว และไม่เปลี่ยนใจเหมือนกัน ตาวฤธเป็นคนดีและรักเราคนเดียว ถ้าพลาดกันไปก็น่าเสียดาย ถึงยังไงเราก็ต้องแต่ง ถ้ายังรักและเห็นแก่ป้าอยู่"
ฟ้าครามถึงกับกลั้นสะอื้นไม่อยู่ เมื่อเห็นสายตาของป้าใหญ่ที่เอาจริงเอาจังและไม่ยอมอ่อนข้อให้หญิงสาว
"ป้าใหญ่ไม่รัก ไม่อยากเลี้ยงฟ้าแล้วหรือค่ะ ฟ้าไม่อยากแต่ง ฟ้าอยากอยู่กับทุกคนที่นี่"
หญิงสาวเข้าไปกอดเอวของป้าใหญ่พลางซบหน้าลงกับอกอย่างประจบ สตรีชราก็ได้แต่ลูบหัวหลานสาวอย่างแสนรัก แต่ก็ยังพร่ำอธิบายต่อไป
"ใช่ว่าจะต้องออกเรือนไปไหนไกลเสียที่ไหนละ สวนก็ติดกันแค่นี้ แต่งก็เหมือนไม่แต่งนะแหละ เรามีเหตุผลอะไรละที่จะไม่แต่งนะ ถ้าเรื่องไม่รักนะ อย่าเอามาอ้าง แต่งกันไปก็รักกันไปเอง ฝ่ายโน้นเขาก็แสนจะดีน่ารัก"
"มันจะเหมือนกันได้อย่างไรค่ะ แต่งแล้วก็ต้องไปนอนกับใครก็ไม่รู้ ฟ้ายิ่งนอนดิ้นอยู่ เดี๋ยวทำเขาตกเตียงนะคะ แล้วไปอยู่กับเขา ถ้าเขารังแกฟ้าละค่ะ ตอนแรกก่อนแต่งผู้ชายทุกคนก็แสนดีทั้งนั้น แต่พอแต่งกันนานเข้า ก็เริ่มออกลาย ถึงตอนนั้นฟ้าไม่ต้องหอบของกลับบ้าน มานั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่าหรือค่ะ"
หญิงสาวพยายามชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อให้ป้าใหญ่ของหล่อนเปลี่ยนใจให้ได้
"ป้านะเห็นพ่อวฤธมาแต่เล็กแต่น้อย นิสัยใจคอเป็นอย่างไรป้าก็รู้ดี ป้าดูคนไม่ผิดหรอกลูก เชื่อป้าเถอะ อย่ามางอแงเลย เอาละ ไปล้างหน้าล้างตาเถอะ" ป้าใหญ่ไม่ยอมตามใจหลานสาวในเรื่องนี้
ฟ้าครามได้แต่ขัดใจและน้อยใจ ถ้าหล่อนขัดคุณยายบัวกับป้าใหญ่ไม่ได้ละจะทำอย่างไรดี ฟ้าครามได้แต่ถอนใจอย่างหนักเมื่อคิดถึงชะตาชีวิตในวันข้างหน้า
***********************************************************************
"สวัสดีคะคุณยาย กำลังทำอะไรอยู่ค่ะ" ฟ้าครามตั้งใจมาบ้านชายหนุ่มในตอนบ่ายเพื่อจะได้บอกปฏิเสธเขาเรื่องแต่งงาน หญิงสาวหอบตะกร้าใบใหญ่ที่บรรจุมะปรางลูกขนาดเขื่องไว้จนเต็มเพื่อมาฝากคุณยายบัวและรินนภา
"อ้าว ฟ้าหรือลูก มาหาพี่เขาหรือ" คุณยายบัวลุกขึ้นจากการนอนเอกเขนกอย่างดีใจเมื่อเห็นหญิงสาวมาเยี่ยม
"ฟ้าเอามะปรางมาฝากคุณยายกับน้องรินคะ กำลังสุกนวลได้ที่เลย หวานมากเลยนะคะ กินแล้วเย็นชื่นใจที่สุดเลยคะ"
"ขอบใจมากลูก อ้าว… พี่เขาขึ้นเรือนมาพอดี หนูมีธุระกับพี่เขาหรือเปล่า" คุณยายหันไปโบกมือเรียกหลานชายให้เข้ามานั่งใกล้ ๆ
"คือฟ้ามีเรื่องอยากคุยกับพี่วฤธนิดหน่อยนะคะ"
หญิงสาวตอบพลางชำเลืองมองคนที่เดินมานั่งข้าง ๆ สังเกตเห็นว่าใบหน้าชายหนุ่มหมองคล้ำ ไม่มีรอยยิ้มกวนอารมณ์ที่เจนตาหญิงสาว แถมดวงตายังหม่นไม่แพรวพราวเหมือนเช่นเคย
"ตอนสายไม่เจอกันหรือลูก เห็นพี่เขาบอกยายว่าจะไปหาหนูนี่ลูก" คุณยายเองก็คงจะสังเกตได้ถึงอาการไม่สบายใจของชายหนุ่ม นึกว่าคงมีปัญหาผิดใจกับหญิงสาวตรงหน้า ฝ่ายหญิงเลยตามมาง้อถึงนี่
"ฟ้าไม่เห็นนี่ค่ะ สงสัยไปบ้านอื่นมั้งค่ะ" หญิงสาวมองคนข้างตัวอย่างขวาง ๆ สาเหตุที่ทำให้หล่อนร้อนใจ
"ถ้างั้นหนูอยู่คุยกับพี่เขาเถอะ เดี๋ยวยายขอไปเอนหลังในห้องก่อนนะลูก" แล้วคุณยายก็ลุกขึ้นเข้าห้องไปปล่อยให้หนุ่มสาวเผชิญหน้ากันตามลำพัง
"ฟ้ามาหาพี่เรื่องอะไรหรือ" วฤธมองหญิงสาวด้วยสายตาปวดร้าว เห็นหน้าหวาน ๆ ตรงหน้าแล้วก็ยิ่งน้อยใจ
"เราไปคุยกันข้างล่างดีมั๊ยค่ะ ฟ้ากลัวว่าจะรบกวนคุณยาย"
หญิงสาวไม่รู้ว่าวันนี้เขาเป็นอะไร ท่าทางจะอารมณ์ไม่ดี แต่ก็คงจะน้อยกว่าหล่อนละนะ ทั้ง ๆ ที่วันนี้อากาศแสนจะสดชื่นด้วยบรรยากาศฟ้าหลังฝน แต่ข่าวที่หญิงสาวได้รับนี่สิ ทำเอาหงุดหงิดจนถึงกับต้องมาคุยกับเขาให้รู้เรื่อง
ชายหนุ่มไม่ขัดข้อง ไม่แม้แต่จะยิ้มแย้มกับหญิงสาวอย่างเคย ได้แต่เดินนำหน้าไปยังท่าน้ำ พร้อมทั้งแก้เชือกที่ผูกเรือออก
"ไปนั่งเรือเล่นกันมั๊ย" เขาออกปากชวน
"ก็ได้คะ" ดีเหมือนกัน เผื่อหล่อนโวยวายเสียงดัง หรือลงมือลงไม้ คุณยายหรือรินนภาจะได้ไม่แตกตื่น แต่ก็ภาวนาขอให้เขาให้ความร่วมมือล้มเลิกความคิดของผู้ใหญ่และไม่บังคับหล่อนด้วยเถอะ
.
Create Date : 27 พฤษภาคม 2549
Last Update : 27 พฤษภาคม 2549 18:28:18 น.
.
ที่มา : สายน้ำแห่งความรัก (๘)
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tharathorn&month=05-2006&date=27&group=7&gblog=8
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 12,725
Re: สายน้ำแห่งความรัก (๖) - (๑๐) โดย ธราธร
«
Reply #3 on:
01 May 2026, 16:37:46 »
สายน้ำแห่งความรัก (๙)
ท้องฟ้าขณะนี้ใสสว่าง เพราะฝนหยุดตกไปนานแล้ว สีฟ้าอ่อนของท้องฟ้าตัดกับสีขาวสะอาดของปุยเมฆ แต่บรรยากาศรอบตัวยามนี้ไม่ทำให้ความรู้สึกของวฤธดีขึ้น ชายหนุ่มออกเรือไปได้สักพัก หญิงสาวก็ยังไม่รู้จะเริ่มต้นพูดกับเขาอย่างไร เพราะเห็นเขานั่งใจลอย ไม่สนใจหล่อนเลย จนกระทั่งทนความเงียบอึดอัดไม่ไหว หญิงสาวเลยต้องเป็นฝ่ายโพล่งออกมาก่อน
"พี่วฤธให้คุณยายไปขอฟ้ากับป้าใหญ่หรือค่ะ" นั่นแหละชายหนุ่มถึงได้หันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้า
"ใช่" ชายหนุ่มตอบเพียงแค่นั้น ไม่มีคำอธิบายอะไรนอกเหนือจากนี้ ฟ้าครามได้แต่งง อะไรนี่จะไม่พูดไม่บอกอะไรกันเลยหรือไง
"ทำไมค่ะ ทำไมไม่ถามฟ้าก่อนที่จะคุยกับผู้ใหญ่ค่ะ"
"พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ" แล้วเขาก็นิ่งเงียบไปอีก
"ไม่ได้ตั้งใจ หมายความว่าพี่วฤธไม่ได้ตั้งใจจะขอฟ้าแต่งงานหรือค่ะ"
"พี่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น"
ใช่สิ เขาคงไม่ได้ตั้งใจอยากแต่งงานกับหล่อนหรอก คงเป็นเพราะความเห็นชอบผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมากกว่า เพียงแต่เขาไม่โต้แย้งและปล่อยเลยตามเลย แม้แต่คำว่ารักสักคำเขาก็ไม่เคยพูด ไม่เคยบอกหล่อน
"แต่ฟ้าไม่อยากแต่งนี่ค่ะ พี่วฤธต้องจัดการให้ฟ้า อย่าให้คุณยายหรือป้าใหญ่มาบังคับฟ้าได้"
"คงไม่ทันแล้วละ เพราะทั้งคุณยายของพี่และทั้งป้าใหญ่ของฟ้าได้ไปหาหลวงพ่อขอฤกษ์หมั้นฤกษ์แต่งแล้ว" ชายหนุ่มเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงแห้งแล้ง สะกดกลั้นอารมณ์ที่ร้าวระทมไว้ในอก
"ทุกคนไม่เห็นใจฟ้าบ้าง ไม่ถามความสมัครใจของฟ้าเลย ไม่มีใครบอกให้ฟ้ารู้ด้วย ทำไมทำกับฟ้าอย่างนี้ละค่ะ" หญิงสาวขึ้นเสียงด้วยความแค้น ความน้อยใจ พร้อมทั้งใช้มือตวัดน้ำในคลองให้แตกกระจายอย่างโมโห
แล้วเขาละ หล่อนไม่เห็นใจเขาบ้างหรืออย่างไร ไม่เคยรับรู้ความรัก ความผูกพันอาทร ที่เขามีให้ตลอดมา เสียงหล่อนที่บอกว่า ไม่รัก ไม่แต่ง สะท้อนก้องอยู่ในความคิดคำนึงของเขาอย่างไม่ลบเลือน
"ฟ้าตามใจผู้ใหญ่เถอะครับ" เขาเองก็ไม่มีจิตใจที่จะพูดจะอธิบายให้หล่อนฟัง ในเมื่อหญิงสาวไม่ได้รักเขา อธิบายอย่างไรก็คงไม่มีประโยชน์
"ไม่" ฟ้าครามประกาศเสียงกร้าว ดวงตาเป็นประกายลุกวาว
"ฟ้าจะทำตามใจตัวเองเท่านั้น"
หญิงสาวว่าอย่างโกรธจัด พร้อมทั้งกดแคมเรืออย่างแรงเพื่อพลิกเรือให้คว่ำลง พร้อมทั้งพุ่งตัวลงน้ำอย่างรวดเร็วแล้วว่ายหนีกลับเข้าฝั่ง ไม่สนใจชายหนุ่มที่พลอยลงมาลอยคออยู่ในน้ำไปด้วย ช่างเขาสิ ไม่ต้องคุยกันอีกแล้ว ที่แท้เขาก็แค่ทำตามใจผู้ใหญ่เท่านั้นเอง
"ฟ้าเป็นอะไรไปนะ" หลังจากที่ชายหนุ่มตั้งสติได้แล้ว เขาก็รีบว่ายตามเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว ก่อนที่จะถึงฝั่งไม่ไกลนัก
"พูดกันให้รู้เรื่องก่อน อยู่ดี ๆ ก็คว่ำเรือพี่เสียดื้อ ๆ ทำไมเกเรอย่างนี้" ชายหนุ่มคว้าแขนหญิงสาวไว้ไม่ให้ว่ายหนีเขาไปอีก
"ไม่เป็นอะไร แต่จะไม่แต่งงาน รู้ไว้ด้วย ทำอย่างไรก็ไม่แต่งเพราะฟ้าไม่รัก อย่ามาบังคับกันนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้"
ชายหนุ่มถึงกับขาดสติ เมื่อได้ยินหญิงสาวเชือดเฉือนเขาด้วยถ้อยคำเดิมที่กรีดลึกลงในใจตั้งแต่เช้า พลางคว้าตัวหล่อนเข้ามาประชิดอก กอดไว้ในวงแขนอย่างแนบแน่นพร้อมกันแนบหน้าของเขากับใบหน้าเย็นชื้นของหญิงสาว ส่วนจมูกและริมฝีปากก็เรียกร้องความหวานไปทั่วใบหน้าของหล่อนจนท้ายสุดมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากนุ่มของหญิงสาวอย่างเนิ่นนาน ฟ้าครามได้แต่ผลักไส หยิกตีด้วยความโกรธ และตกใจ แต่ชายหนุ่มก็ไม่สะดุ้งสะเทือนกับรอยเล็บของหล่อนแม้แต่น้อย ยังดีที่ขาของหญิงสาวถึงพื้น ไม่งั้นหล่อนคงจมน้ำไปแล้ว
สักพักฟ้าครามก็หยุดดิ้นรน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยี่หระต่อแรงของหล่อน เปลี่ยนมาเป็นยืนนิ่งเหมือนหุ่นที่ไม่รับรู้ถึงวงแขนกระชับแน่นและริมฝีปากอุ่นจัดของเขาที่ยังคงรุกรานหล่อนไม่ยอมปล่อย ชายหนุ่มถึงกับชะงักเมื่อเห็นหญิงสาวมีอากัปกิริยาเปลี่ยนไป พร้อมละจากดวงหน้างามออกมาอย่างเสียดาย เขามองสบสายตาตัดพ้อของหญิงสาวแล้วก็ใจหาย
"พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะรังแกฟ้า แต่ขอให้ฟ้ารู้ไว้ว่า พี่รักฟ้า"
ชายหนุ่มนึกไม่ถึงเหมือนกันว่าเขาจะทำอะไรลงไปได้ถึงขนาดนี้ เขาไม่เคยคิดที่จะล่วงเกินหญิงสาวที่เขาเฝ้ารัก เฝ้าถนอมคนนี้เลย ถึงแม้ว่าอยากจะกอดเพียงไหนก็ต้องพยายามอดใจไว้ กลัวว่าหญิงสาวจะเป็นที่ครหาของชาวบ้าน
"พี่รักฟ้ามานานแล้ว เพียงแต่ฟ้าไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ แต่ก็ยังแอบหวังไม่ได้ว่าสักวันหนึ่งฟ้าคงใจอ่อนยอมรับรักพี่ แต่วันนี้พี่รู้แล้วว่า ฟ้าไม่ได้รักพี่เลย"
ฟ้าครามเอาแต่นิ่งด้วยความตกใจและเสียใจ วฤธไม่เคยรังแกหล่อนอย่างนี้มาก่อน แต่ในที่สุดเขาก็ใช้กำลังบังคับรุกราน
"แต่ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าขอแค่ให้ได้อยู่ใกล้ พี่ก็มีความสุขแล้ว ถึงฟ้าจะไม่รักก็ไม่เป็นไร"
วฤธยังคงกอดหญิงสาวไว้แนบอกอย่างหวงแหน "แต่งงานกับพี่นะ คนดี"
หญิงสาวยังคงไม่ตอบ เพราะตอนนี้หล่อนตกใจเสียจนไม่รู้จะทำอย่างไรถูก ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวยืนนิ่ง ก็เลยก้มลงจุมพิตอย่างแผ่วเบาที่หน้าผาก ก่อนจะคว้าตัวหล่อนอุ้มขึ้นจากน้ำ หญิงสาวได้แต่ซุกหน้าลงกับอกกว้าง ไม่ดิ้นรนอีกเพราะทั้งหนาวทั้งชาไปทั่วตัว วฤธปล่อยหญิงสาวลงให้นั่งรออยู่ริมตลิ่งบริเวณที่มีแดดรำไร ส่วนตัวเขากลับไปเอาเรือเพื่อมารับหล่อน
ฟ้าครามได้แต่นั่งกอดเข่ามองภาพข้างหน้าอย่างเลื่อนลอย เขารักเราหรือ แล้วเราไม่รักเขาเลยใช่ไหม หญิงสาวไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน บางครั้งก็รู้สึกอบอุ่นที่มีเขาอยู่ใกล้ ๆ คอยเป็นห่วงเป็นใย แต่บางครั้งก็กลัวความสนิทสนมที่เกิดขึ้น หล่อนไม่ต้องการแต่งงานเพราะกลัวความผิดหวัง กลัวความเปลี่ยนแปลง กลัวความไม่ซื่อสัตย์ ไม่จริงใจ กลัวไม่สมหวังในความรัก จะมีสักกี่คนกันนะในโลกนี้ที่สมหวังในเรื่องนี้
หญิงสาวรู้สึกอ่อนใจถึงกับต้องหลับตาลงแล้วเอนหลังพิงต้นไม้สูงใหญ่ที่ผ่านกาลเวลามายาวนาน เสียงหญิงสาวร่ำร้องอยู่ในใจ ลุงต้นไม้ค่ะ ฟ้าจะทำอย่างไรดี เสียงจากหัวใจดังอื้ออึงอยู่ในจิตสำนัก แต่งกับเขาสิ เขารักเจ้า ห่วงใยเจ้า แต่อีกเสียงจากสมองก็ร้องห้าม อย่าหลงเชื่อง่าย ๆ เชียวนะฟ้าคราม เขาข่มเหง รังแกเจ้า คิดหาทางเข้าสิ มีตั้งหลายวิธี รีบคิดเข้า
เมื่อชายหนุ่มเอาเรือมาเทียบตลิ่ง ฟ้าครามก็ยังไม่รู้สึกตัวเพราะความคิดอันสับสนที่กำลังต่อสู้กันอย่างรุนแรงอยู่ภายใน จนกระทั่งเขาขึ้นมาตามนั่นแหละ หญิงสาวถึงได้ลืมตาขึ้นมอง วฤธตรงเข้ามาคว้าเอวหล่อนแล้วประคองให้ลุกขึ้น สายตาบอกถึงความเป็นห่วง
"ฟ้าจะไม่สบายหรือเปล่า หนาวมากมั๊ย เสื้อผ้าเปียกแบบนี้ เดี๋ยวเป็นหวัดละก็แย่เลย" เสียงของเขาช่างอาทรนัก ชายหนุ่มช่วยปัดเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าตาขึ้นไปให้อย่างเบามือ
"ไปลงเรือเถอะ เดี๋ยวพี่พากลับบ้าน" หญิงสาวพยายามปลดมือของชายหนุ่มที่ยังคงโอบเอวหล่อนขณะพาเดินลงไปริมน้ำ แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของเขาที่ยึดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แถมส่งเสียงในลำคอเป็นเชิงเตือนไม่ให้หล่อนดื้อดึงอีก
ขากลับฟ้าครามนั่งนิ่งเงียบมาตลอดทาง สายตาว่างเปล่ามองผ่านวฤธไปเหมือนกับไม่มีเขาอยู่ตรงหน้า ไม่ยอมสบตาชายหนุ่มที่เฝ้าส่งสายตาวิงวอนงอนง้อ ขอให้หญิงสาวให้อภัยในการกระทำของเขา
แต่ก่อนที่หญิงสาวจะเดินหนีขึ้นบ้าน ชายหนุ่มคว้าตัวฟ้าครามเข้ามากอดอีกครั้งด้วยความห่วงหา แล้วก้มลงกระซิบสั่งว่า
"รีบอาบน้ำเข้านอนนะ แล้วพรุ่งนี้พี่จะมาหาแต่เช้า" ฟ้าครามยังคงเหมือนตุ๊กตาที่ไม่มีความรู้สึก พอเขาปล่อยหล่อนให้เป็นอิสระ หญิงสาวก็เดินขึ้นบ้านไปโดยไม่พูดอะไรกับเขาแม้แต่คำเดียว ชายหนุ่มจึงได้แต่จากไปอย่างกังวล
'ย่อมเป็นที่รู้กันอยู่แก่ใจ ว่าใครจะรักเธอยิ่งกว่าฉัน
ตลอดโลกนี้ มีเดือนและดาวเท่านั้น ที่สุดจะสรร เสกมาสนองให้
ห่วงใยใกล้ชิด คิดเพียงถนอม ไม่ยอมให้ช้ำระกำไฉน
ให้เกียรติเสมอ ยกเธอไว้เหนือผู้ใด ถอดถ่ายกายใจ ให้ครองสัมพันธ์
หวังรักเธอยิ่งใหญ่ ไม่เคยชอบใคร อื่นไหนเทียมทัน
ถือเธอคือมิ่งขวัญ ดั่งพรสวรรค์ สรรสร้างสุขเสมอ
ซื่อตรงอย่างฉัน มั่นคงอย่างนี้ จะมีบ้างไหมที่ใครเสนอ
ไม่หน่ายไม่หนี หวังดีรักเดียวแด่เธอ เสน่ห์บำเรอ ตลอดชีวิตเอย'
.
Create Date : 27 พฤษภาคม 2549
Last Update : 27 พฤษภาคม 2549 18:30:41 น.
.
ที่มา : สายน้ำแห่งความรัก (๙)
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tharathorn&month=05-2006&date=27&group=7&gblog=9
.
Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
Offline
Posts: 12,725
Re: สายน้ำแห่งความรัก (๖) - (๑๐) โดย ธราธร
«
Reply #4 on:
01 May 2026, 16:38:24 »
สายน้ำแห่งความรัก (๑๐)
หลังจากที่นอนไม่หลับทั้งคืนด้วยความรู้สึกห่วงกังวลความรู้สึกของฟ้าคราม พอรุ่งสางชายหนุ่มก็รีบลุกเพื่อเตรียมตัวไปหาหญิงสาว แต่ดูเหมือนมันจะไม่ทันใจของเขาที่แล่นไปสวนโน้นนานแล้ว วฤธไม่ลืมที่จะตัดดอกกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ดอกใหญ่ที่เขาปลูกไว้หน้าบ้านติดมือไปง้อหล่อนด้วย
"ป่านนี้ไม่รู้ว่าจะยังโกรธอยู่หรือเปล่า สงสัยคงนอนร้องไห้ทั้งคืนจนตาบวม เมื่อวานไม่น่าถือวิสาสะไปรังแกเขาเลย แบบนี้จะอ้อนยังไงละนี่ " ชายหนุ่มบ่นรำพึงกับตัวเองเบา ๆ
เสียงนกกาที่เริ่มออกหากินดังไปทั่วบริเวณสวน ทำให้จิตใจของชายหนุ่มค่อยชุ่มชื่นขึ้นบ้างขณะเดินเลาะสวนจนมาถึงบ้านหญิงสาวที่เขารัก
"ฟ้าครามอยู่ไหนหรือครับ" วฤธเอ่ยถามขึ้น หลังจากที่เอ่ยทักทายน้าเล็กกับน้าน้อยที่กำลังนั่งสลักขิงไว้ทำขิงดอง
"ไปกรุงเทพตั้งแต่เช้ามืดแล้วจ๊ะ" น้าเล็กบอกชายหนุ่มที่มาหาแต่เช้า สังเกตเห็นความอิดโรยบนใบหน้าและแววหมองในแววตาของวฤธ ก็นึกรู้ว่าหลานสาวตัวดีคงไปก่อเรื่องไว้กับเขาเข้าอีกแล้ว
"เห็นบอกว่าอาทิตย์หน้านี่เขามีประชุมใหญ่ แล้วต้องเข้าไปสรุปผลงานด้วยจ๊ะ" น้าน้อยช่วยอธิบายเพิ่มเติม เมื่อเห็นชายหนุ่มทำหน้าประหลาดใจนึกไม่ถึง
วฤธถึงกับผิดหวังที่หญิงสาวหนีเขาเข้ากรุงเทพซะก่อน ไม่เห็นหล่อนบอกเขาบ้างเลย ทั้ง ๆ ที่เขากำชับแล้วว่าวันนี้จะมาหาแต่เช้า หลังจากที่เขาทำผิดอย่างไม่น่าให้อภัยเมื่อวานนี้
"แล้วฟ้าเขาจะกลับเมื่อไหร่หรือครับ" ชายหนุ่มยังไม่วายกังวล
"ไม่ต้องกลัวไปหรอกจ๊ะ กลับมาทันงานแต่งแน่นอน หรือถ้าไม่ทันเดี๋ยวน้าหาสาวบ้านอื่นแทนให้ ไม่ต้องกลัวไป จะไม่ให้น้อยหน้ากว่ายัยฟ้าเลย" น้าน้อยเย้าชายหนุ่มเล่น ไม่รู้ว่าคู่นี้เขางอนอะไรกันหรือเปล่า
"แล้วเรื่องฤกษ์ยามพิธีการต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วหรือจ๊ะ" น้าเล็กซักถามถึงงานมงคลที่กำลังจะมีขึ้นในไม่ช้า ขัดพี่สาวคนรองก่อนที่จะพูดเล่นต่อไปอีก
"เรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้ก็รอแต่ว่าเมื่อไหร่ว่าที่เจ้าสาวจะรับรักผมเท่านั้นแหละครับ"
"ยัยฟ้าก็ฤทธิ์มากไปอย่างนั้นเองแหละ ดื้อแล้วก็มีทิฐิมาก" น้าน้อยกล่าวปลอบ นึกเห็นใจฝ่ายชายไม่น้อย ที่หลานสาวของตนใจแข็ง เอ… หรือจะเรียกว่าไม่มีหัวใจดีนะ
"ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกันครับ ฟ้าเขาหาว่าผมให้ผู้ใหญ่บังคับเขาแต่งงาน แต่พอพูดขอแต่งงานกับเขาเอง เขาก็เงียบไม่ยอมตอบ ไม่ยอมรับรู้"
"โธ่ พ่อคุ้ณ…น่าสงสารจริ๊ง อยู่ใกล้กันแค่นี้ เห็นหน้ากันเกือบทุกวัน ถ้าเป็นน้านะ ไม่รอให้เราเอ่ยปากหรอก ใจอ่อนขอไปอยู่ด้วยเสียนานแล้ว ติดแต่ว่าน้านะแก่เกินไปแล้ว แต่ถ้าพ่อวฤธกลับใจ มาเอ่ยขอน้าแทนก็ได้นะ จะได้ไม่ยุ่ง ไม่กลุ้มใจอย่างนี้ น้าพร้อมเสมอละ" น้าน้อยสัพยอกอย่างร่าเริง
"โชคร้ายจังครับที่ผมเกิดไม่ทันน้าน้อย ไม่งั้นผมคงไม่ปวดหัวอยู่อย่างนี้"
วฤธยิ้มตาพราว พลางยื่นดอกกุหลาบขาวที่เขาตั้งใจเอามาให้ฟ้าครามแก่น้าน้อย พร้อมทั้งแสดงท่าทีเหมือนกำลังขอความรักจากหญิงสาว เรียกเสียงหัวเราะอย่างขบขันจากสตรีทั้งสองในที่นั้นอย่างยาวนาน
"เราก็อย่าไปตามใจน้องมากนัก เขาดื้อ เขางอแง เราก็ปราบเสียก็หมดเรื่อง น้าอนุญาต ถ้ายัยฟ้ามาฟ้องละก็ น้าจะทำหูทวนลมซะ" น้าเล็กแนะวิธีให้ชายหนุ่มตรงหน้า พลางส่ายหน้ากับความคิดแผลง ๆ ของพี่สาว
แต่น้าน้อยยังคลอเพลง "แค่คืบ" ล้อชายหนุ่มอย่างสบายใจ เพราะชินกับความดื้อรั้นของหลานสาวเป็นอย่างดี
"แค่คืบเท่านั้น ฉันให้งงงันมิกล้าเอ่ย พบกันทุกวันกับทรามเชย แต่ยังมิเคยจะเอ่ยบอกรัก
แค่คืบเท่านี้ น้ำใจไม่ตรีมีให้ตระหนัก ไฉนจึงเหมือนคนไม่รู้จัก หวั่นใจนัก รักแท้หรือเทียมมาเยี่ยมอำพราง
หลังรักเงา จนเศร้าดวงใจ ขออย่าให้จิตใจหมองหมาง
รักด้วยใจภักดิ์ รักด้วยใจสว่าง ทุกสิ่งทุกอย่างจะกระจ่างสายตา"
วฤธได้แต่เขิน แต่ก็สบายใจขึ้นเพราะทุกคนลุ้นและเข้าข้างเขาหมด เหลือแต่สาวน้อยของเขาเท่านั้นละที่ยังเอาแต่ใจ ให้มันรู้ไปว่าแต่งกันไปแล้วจะยังดื้อแสนงอนอีกหรือไม่ จะปราบให้หมดพยศเลยทีเดียว อีกหน่อยยิ่งมีลูกด้วยกันฟ้าครามคงไม่มีเวลามาทำฤทธิ์ทำเดชกับเขาหรอก ชายหนุ่มแอบซ่อนยิ้มอยู่ในหน้าเมื่อคิดถึงตอนนั้น
****************************************************************
"คุณช่วยกลับไปเป็นแฟนคุณวฤธหน่อยได้มั๊ยค่ะ ฟ้าครามขอร้องสาวสวยตรงหน้า หลังจากที่ทำความรู้จักกันเรียบร้อย
ฟ้าครามหาทางติดต่อละอองนุ่นแฟนเก่าของวฤธ แล้วนัดออกมาเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านชานเมืองกรุงเทพที่ไม่จอแจมากนัก ครั้งแรกที่ฟ้าครามได้เห็นหล่อน หญิงสาวถึงกับอุทานในใจด้วยความทึ่งในความสวย อ่อนหวาน และทันสมัยของละอองนุ่น ไม่เข้าใจว่าวฤธปล่อยให้หล่อนหลุดลอยไปได้อย่างไร
"ทำไมคุณถึงมาขอร้องฉันแบบนี้ละค่ะ ฉันกับวฤธไม่ได้เจอกันมานานแล้ว ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง มีลูกมีเมียแล้วหรือยังก็ไม่ทราบ"
ละอองนุ่นเอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าอย่างแปลกใจที่จู่ ๆ ฟ้าครามก็ขอนัดคุยกับหล่อนเรื่องวฤธ หล่อนลืมเขาไปนานแล้ว ตั้งแต่ความสัมพันธ์ที่มีต่อกันในสมัยก่อนนั้นจบลง เพราะหญิงสาวรู้สึกว่าวฤธไม่ได้รักหล่อน มีแต่หล่อนที่หลงรักเขา เฝ้าตามตื้อเขามาตลอด ในสายตาของเพื่อน ๆ ที่เรียนมาด้วยกัน ทุกคนเข้าใจว่าคู่นี้เป็นคู่ที่น่าอิจฉา เพราะฝ่ายชายก็หล่อ นิสัยดี ฝ่ายหญิงก็ทั้งสวยทั้งช่างเอาใจ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อมารู้ภายหลังว่าทั้งคู่ไปกันไม่ได้ และต้องแยกย้ายจากกันไปในที่สุด
"คุณวฤธยังไม่ได้แต่งงานหรอกค่ะ แต่ว่ากำลังจะแต่ง เอ้อ … กับฟ้าเอง แต่ถ้าคุณนุ่นช่วย ฟ้าก็อาจไม่ต้องแต่งค่ะ"
"อ้าว… ทำไมละค่ะ" ละอองนุ่นอุทานอย่างประหลาดใจกับคำบอกเล่าที่ได้รับ
"คือฟ้าไม่อยากแต่งนะคะ แต่ขัดผู้ใหญ่ไม่ได้ แล้วไม่รู้จะทำอย่างไรดี บังเอิญคิดขึ้นได้ว่า ถ้าคุณกลับไปขอคืนดีกับเขา เขาอาจจะเปลี่ยนใจขอยกเลิกการแต่งงานคะ"
ละอองนุ่นคล้อยตามคำพูดของหญิงสาวตรงหน้า หลังจากไม่ได้ติดต่อวฤธเป็นเวลานานตั้งแต่เรียนจบ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำงานของตัว ตอนนี้หล่อนเองก็ยังไม่มีใครเป็นตัวเป็นตน การกลับไปหาวฤธนับว่าน่าสนใจไม่น้อย เพราะชายหนุ่มก็เป็นผู้ชายในอุดมคติ เพียงแต่ตอนนั้นเขาเฉยชากับหล่อนจนหล่อนทนไม่ได้ และต้องตีตัวออกห่าง ตอนนี้เขาเองยังไม่ได้แต่งงาน ถึงกำลังจะแต่งก็เถอะ ก็ว่าที่เจ้าสาวไม่เล่นด้วยอย่างนี้ การแต่งงานอาจจะไม่เกิดขึ้น ถ้าเขาพบหล่อนในตอนนี้ เขาอาจจะรักหล่อนได้ไม่ยาก หรือถ้าไม่สำเร็จ ก็ถือว่าไปเที่ยวพักผ่อนต่างจังหวัดก็แล้วกัน
"แล้วถ้าฉันกลับไปหาเขาตอนนี้ คุณคิดว่าวฤธจะยอมยกเลิกงานแต่งงานเพื่อฉันหรือค่ะ"
"ฟ้าก็ไม่รู้เหมือนกันคะ แต่คุณก็เป็นความหวังสุดท้ายของฟ้านะคะ"
"ตกลงคะ ฉันจะกลับไปหาเขาอีกครั้ง แต่คุณแน่ใจนะคะ ว่าฉันจะไม่เข้าไปเป็นมือที่สามระหว่างคุณกับวฤธ" ละอองนุ่นสังเกตท่าทีของอีกฝ่าย
"แน่ใจคะ เพราะฟ้าไม่ได้รักเขา" แววตาฟ้าครามแสดงเจตนามุ่งมั่น พร้อมเน้นเสียงหนักเมื่อกล่าวประโยคสุดท้าย เหมือนกับกำลังย้ำเตือนใจตัวเอง
"แปลกนะคะ เมื่อก่อนฉันรักเขามาก แต่เขาก็ไม่รักฉัน ตอนนี้เขากำลังจะแต่งงานกับคุณ แต่คุณก็ไม่รักเขา ความรักนี่มักชอบเล่นตลกกับเราจัง" ละอองนุ่นเปรยขึ้นลอย ๆ
"ฟ้าว่า ส่วนมากแล้วคนเรามักจะห่วงกังวลอยู่แค่ความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น โดยลืมไปว่ารักแท้นั้นคือรักจากพ่อแม่ที่พร้อมจะเสียสละให้เราได้ทุกอย่าง ถึงแม้เราจะไม่มีความรักแบบชายหญิง แต่เราก็สามารถที่จะรักทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว พร้อมทั้งอุทิศและเสียสละตนเพื่อเป็นประโยชน์แก่แผ่นดินบ้านเกิดหรือสังคมได้นะคะ"
ละอองนุ่นยิ้มกับหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกถูกชะตา
"ฉันจะช่วยคุณเท่าที่จะช่วยได้นะคะ แต่คงขึ้นอยู่กับวฤธแล้วละคะ ว่าเขารักใคร"
.
Create Date : 27 พฤษภาคม 2549
Last Update : 27 พฤษภาคม 2549 18:31:53 น.
.
ที่มา : สายน้ำแห่งความรัก (๑๐)
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=tharathorn&month=05-2006&date=27&group=7&gblog=10
.
Logged
Pages:
[
1
]
« previous
next »
SMF 2.0.4
|
SMF © 2013
,
Simple Machines
| Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.134 seconds with 19 queries.
Loading...