Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
07 March 2026, 14:22:09

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
29,258 Posts in 14,501 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  เหนือเกล้าชาวสยาม  |  พระบรมโพธิสัตว์เจ้าแห่งแผ่นดินสยาม  |  เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม  |  10 เรื่องเล่าสุดน่ารักเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ของในหลวงรัชกาลที่ 10
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: 10 เรื่องเล่าสุดน่ารักเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ของในหลวงรัชกาลที่ 10  (Read 80 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Online Online

Posts: 12,069


View Profile
« on: 19 February 2026, 21:06:50 »

10 เรื่องเล่าสุดน่ารักเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ของในหลวงรัชกาลที่ 10


10 เรื่องเล่าสุดน่ารักเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ของในหลวงรัชกาลที่ 10





10 เรื่องเล่าสุดน่ารักเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ของในหลวงรัชกาลที่ 10

ร่วมรำลึก 10 เรื่องราวสุดประทับใจเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ของในหลวง รัชกาลที่ 10  ที่แสดงให้เห็นถึงพระราชจริยวัตรอันงดงามและพระอุปนิสัยที่น่ารักมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์
.



ผู้ชาย :

เช้าวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม 2495 วิทยุกระจายเสียงแจ้งข่าวการประสูติของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี (พระราชอิสริยยศขณะนั้น) ทำให้ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศต่างตั้งตารอคอย ณ เวลานั้น สมเด็จพระบรมราชินีขณะทรงพระครรภ์ ทรงมีพระสิริโฉมงดงามยิ่ง จึงมีการคาดเดาจากพสกนิกรว่าทารกในพระครรภ์ น่าจะเป็นองค์หญิงตามความเชื่อโบราณ แต่แล้วเมื่อเวลา 17.45 น. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงให้ประสูติทารกน้อยเพศชาย ด้วยความตื่นเต้นของหมอทำคลอดจึงกล่าวออกมาว่า “ผู้ชาย” แทนคำว่า “พระราชโอรส” นั่นเอง
.




ครั้งแรกที่คนไทยได้ยินเสียง :

วันที่ 15 กันยายน 2495 เป็นวันสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือพิธีการรับขวัญให้กับพระราชโอรส/พระราชธิดาที่ประสูติใหม่ตามโบราณราชประเพณี ซึ่งมีการปรับให้เข้ากับยุคสมัย โดยการถ่ายทอดผ่านวิทยุกระจายเสียงให้ประชาชนได้ทราบทุกช่วงระยะ ขณะประกอบพิธีอยู่นั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงกันแสง (ร้องไห้) ดังไปทั่วทั้งพิธี  เล่ากันว่าพระสุรเสียงดังกังวานมาก จนเข้าไปในเสียงการถ่ายทอดวิทยุด้วย นับเป็นครั้งแรกที่พระองค์แสดงตัวต่อประชาชน (ด้วยเสียง) ก็ว่าได้
.




ผู้ไม่มีชื่อเล่น  :

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงไม่มีพระนามลำลอง เหมือนพี่น้องคนอื่นๆ เนื่องจากทรงเป็นพระราชโอรส เพียงพระองค์เดียว จึงใช้คำว่า “ชาย” เป็นทั้งคำเรียกและคำแทนพระองค์ กับพระราชบิดา พระราชชนนี และพระญาติที่สนิทใกล้ชิด
.




นักเรียนชายหมายเลข 9 ผู้ไม่ยอมเขียนชื่อ :

วันที่ 10 มกราคม 2499 เป็นวันแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าเรียนชั้นอนุบาล ณ โรงเรียนจิตรลดา และมีเลขประจำพระองค์หมายเลข 9 ขณะนั้นทรงโปรดของเล่นแบบงานแกะสลักหรืองานปั้น เมื่อปั้นเสร็จแล้วจะลงชื่อว่า “วก.” และบางครั้งในกระดาษข้อสอบก็มักจะไม่ลงพระนาม แต่จะลงชื่อแค่ว่า “วก.” เท่านั้น เนื่องจากทรงมีพระนามที่ยาว จึงไม่โปรดที่จะเขียนพระนามจริงของพระองค์
.




ทรงเป็นยักษ์ทศกัณฐ์ :

เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ผู้ถวายงานใกล้ชิดต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพระองค์ทรงโปรดการทำกิจกรรมมากกว่าการเรียน ทรงโปรดนาฏศิลป์ กีฬาและเครื่องยนต์กลไก ขนาดในหลวงรัชกาลที่ 9 ยังเคยตรัสว่า "ลูกชายไม่ค่อยชอบการเรียนนัก แต่ก็พยายามได้ดี" ครั้งหนึ่งในงานเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขึ้นแสดงโขนออกโรง ให้ประชาชนได้ชมเป็นครั้งแรก หลังการแสดงเสร็จสิ้น ทรงถอดหัวเครื่องออก ผู้ชมถึงได้รู้ว่า ทศกัณฐ์ที่มีท่าทีขึงขังสวยงามนั้น คือ ทูลกระหม่อมฟ้าชายนี่เอง (พระราชอิสริยยศขณะนั้น)
.




สมาคมผีดิบ :

เนื่องด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียว แต่พระองค์ก็ทรงรักและกลัวพี่สาวมาก (ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ) เพราะพี่สาวเก่งและเจ้าระเบียบ อีกทั้งพระองค์ยังมีนิสัยชอบแหย่น้องสาวทั้งสอง (กรมสมเด็จพระเทพฯ และ กรมพระศรีสวางควัฒนฯ) จนถูกพระราชบิดา พระราชมารดา และพี่สาว ทรงเอ็ดอยู่บ่อยครั้ง ประกอบกับทรงมีนิสัยอันชาญฉลาด ช่างเจรจา มีความคิดเป็นของตนเอง จึงทรงแสดงความเป็นผู้ชาย โดยการก่อตั้ง “สมาคมผีดิบ” ขึ้น เพื่อต่อต้าน แต่ก็ถูกเบรกไว้ เพราะคำสอนของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ที่ทรงสอนให้รู้จักการวางกิริยาและให้เกียรติผู้หญิง
.




ความอ่อนหวานกับผู้เป็นแม่ :

จากคำบอกเล่าของพระพี่เลี้ยงถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่าว่า พระองค์ที่ปกติจะร่าเริง ขึงขัง และชอบแหย่น้องสาว แต่จะมีพระนิสัยอ่อนหวานเป็นพิเศษกับสมเด็จพระบรมราชชนนี (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ) เวลาเข้าเฝ้าฯ มักกราบทูลด้วยวาจาที่อ่อนหวานเสมอว่า “ชายตามกลิ่นน้ำอบแม่ได้เสมอ ไม่ว่าจะอยู่ไหน” พร้อมทั้งทรงจูบพระหัตถ์อย่างนุ่มนวล
.




ค่าย 4 ชาย :

เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปทรงพักผ่อน ที่พระราชวังไกลกังวล ครั้งหนึ่งทรงเห็นศูนย์ฝึกค่ายธนะรัชต์ มีงานออกร้าน สร้างร้านเป็นรูปแบบค่าย จึงทรงทูลขอสมเด็จพระบรมราชชนนี (สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ) สร้างค่ายในสนามที่วังสวนจิตรลดา มีการสมมุติจุดเพลิงเผาค่าย และทรงทำการดับเพลิงอย่างขมักเขม้นกับกรมวัง 1 คน และอีก 2 คน จึงกลายเป็นที่มาของ “ค่ายสี่ชาย” นั่นเอง
.




เสด็จฯ ออกงานเองครั้งแรก :

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2505 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พิธีเปิดป้ายสมาคมราชกุมารแพทย์ ณ โรงพยาบาลเด็ก แม้ขณะนั้นจะทรงมีพระชนมายุ เพียง 12 พรรษา และเป็นการเสด็จฯ โดยพระองค์เดียวเป็นครั้งแรก แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงงามสง่าด้วยกิริยา ท่าทางที่สำรวม ประกอบพระราชพิธีได้ดังผู้ใหญ่ และทรงมีพระราชดำรัสโต้ตอบ โดยไม่มีท่าทีประหม่าแม้แต่น้อย นำมาซึ่งความภาคภูมิใจต่อผู้ร่วมงานอย่างยิ่ง
.




ทรงลาชาวไทยไปศึกษา ณ ต่างประเทศ :

“วันที่ 7 มกราคมนี้ ข้าพเจ้าจะจากพระนครไปประเทศอังกฤษแล้ว จึงขอถือโอกาสนี้ กล่าวคำลา ท่านทั้งหลายโดยทั่วกัน ข้าพเจ้ามีใจผูกพันอยู่กับประเทศชาติ และกับท่านทั้งหลายมาก เพราะข้าพเจ้าเป็นพลเมืองไทยคนหนึ่ง และท่านทั้งหลายต่างได้แสดงน้ำใจไมตรีต่อข้าพเจ้าตลอดมา ข้าพเจ้าจึงตระหนักว่า ในกาลข้างหน้า ข้าพเจ้าจะมีหน้าที่และจะต้องทำงานให้เป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองและประชาชนให้จงได้ โอกาสที่ข้าพเจ้าจะออกไปศึกษา ณ ต่างประเทศนี้ ข้าพเจ้าจึงตั้งใจไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะพยายามศึกษาเล่าเรียนโดยเต็มกำลังความสามารถ เพื่อให้เกิดความรู้และสติปัญญา นำมาใช้ในการทำนุบำรุงประเทศชาติ ให้เจริญก้าวหน้าและรุ่งเรืองไพบูลย์ยิ่งขึ้นไป ข้าพเจ้าขอกล่าวอำลาท่านอีกครั้งหนึ่ง ขอท่านทั้งหลายได้เอาใจช่วยข้าพเจ้าให้เกิดกำลังใจที่จะเล่าเรียนได้สำเร็จสมความตั้งใจโดยตลอดด้วย” ...

พระราชดำรัสเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ต้องบอกลาประชาชนเพื่อไปศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ เมื่อปีพ.ศ. 2509

..

#ในหลวง #รัชกาลที่10 #ทรงพระเจริญ #เรื่องเล่าในวัยเยาว์ #TV5HD #TV5HDONLINE

.

ที่มา facebook: TV5HD Online



.
.
สมาชิกหมายเลข 4962221
10 มกราคม เวลา 23:53 น.
.
.

ที่มา : 10 เรื่องเล่าสุดน่ารักเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ของในหลวงรัชกาลที่ 10
https://pantip.com/topic/43937266

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.063 seconds with 18 queries.