|
ppsan
|
 |
« on: 17 February 2026, 10:38:58 » |
|
ศิราภรณ์ (ชฎา) ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕
Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ·
ศิราภรณ์ (ชฎา) ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ สมบัติของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง (เพ็ง เพ็ญกุล) เจ้าจอมมารดามรกฎในรัชกาลที่ ๕ มอบให้เมื่อ พ.ศ.๒๔๓๙ _______
ในหนังสือราชการ ปี ๑๑๕ เรื่องศีศะละครที่ส่งไปไว้ในพิพิธภัณฑ์ ได้แนบบัญชีเครื่องแต่งศีรษะละคร ๑๘ รายการ หนึ่งในนั้น คือ “ชฎาทำด้วยทองแดงลายดุนยอด ๑” ซึ่งเจ้าจอมมารดามรกฎ (ธิดาของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง) ได้นำมาทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. ๒๔๓๙
คำว่า “ชฎา” สันนิษฐานว่ามาจากคำในภาษาสันสกฤต ว่า “ชฏ” (ชะ-ตะ) แปลว่า กลุ่มผมที่ขดบิดไปมา แบบมุ่นมวยผม (อันยุ่งเหยิง) ของฤษีหรือนักพรตในอินเดีย “อันมงกุฎกับชฎานั้น เราแยกกันออกไม่สู้จะได้ ...หลักที่จะรู้ได้ว่าไหนเปนมงกุฎไหนเปนชฎาจงสังเกตที่ยอด ถ้ายอดเปนปลีทองนั่นเปนมงกุฎ ถ้ายอดเปนเหมือนพันผ้าปลายบัดไปข้างหลังนั่นเปนชฎา” ด้วยเครื่องแต่งตัวโขนละครนิยมทำตามอย่างเครื่องต้นของพระมหากษัตริย์ ทำให้เกิดความสับสนเรียกศิราภรณ์สำหรับตัวพระว่า ‘ชฎา’ตั้งแต่นั้นมา
ข้อบังคับว่าด้วยเครื่องแต่งตัวโขนละคร มีตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ ปรับเปลี่ยนแก้ไขตามแต่ละสมัย และเคร่งครัดอย่างมากในรัชกาลที่ ๓ ถึงขั้นให้เลิกละครหลวงและไม่ไม่โปรดละครตลอดรัชกาล ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ มีการฝึกหัดเป็นละครหลวงขึ้น แต่ยังคงมีข้อกำหนดและห้ามปรามบางประการอยู่
“...ได้ยินว่าแต่ก่อนมาเคยห้ามมิให้ผู้อื่นทำชฎารัดเกล้าทองคำใส่ละครให้เหมือนกับละครหลวง แต่ก็มีผู้ลอบทำให้ละครใส่ ทำนองความอันนี้จะทราบประจักษ์พระราชหฤทัยในพระบาทสมเด็จฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงประกาศห้ามแต่มิให้ผู้อื่นทำเครื่องละครลงยาราชาวดี ถึงกระนั้นมีเรื่องเล่ากันมาว่า เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้หาละครสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ เข้าไปเล่นถวายทอดพระเนตร ท่านให้เที่ยววิ่งยืมชฎาละครโรงอื่น จนเกิดประหลาดใจกันว่าจะเป็นเพราะเหตุใด เหตุที่แท้นั้นเพราะท่านทำเครื่องทองคำแต่งพระเอกนางเอกของท่านใส่ ไม่กล้าจะแต่งเข้าไปเล่นถวายตัว จึงต้องยืมเครื่องละครโรงอื่น...”
ด้วยเหตุนี้ศิราภรณ์ของคณะละครต่างๆ จึงไม่นิยมทำด้วยทองคำและลงยาราชาวดี แต่ปรับเปลี่ยนให้มีความใกล้เคียงกัน เน้นทำจากวัสดุที่มีความคงทนและการประดับตกแต่งให้วิจิตรงดงามแทน โดยคณะละครของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงมีเอกลักษณ์ของศิราภรณ์ที่ทำจากทองแดง บางครั้งประดับเพชรซีก และอัญมณี “เปนความคิดแลฝีมือของท่านเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงได้ทำขึ้นโดยความคิดแลอุสาหเปนอันมาก...”
ข้อบังคับเรื่องเครื่องแต่งตัวละครหลวง ได้เริ่มคลี่คลายและยกเลิกไปในสมัยรัชกาลที่ ๕ ทำให้การเปลี่ยนแปลงแก้ไขตามความคิดของคณะละครนั้น ดังปรากฏในตำนานละครอิเหนา พระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ “...ดังเช่นทำเสื้อละครเป็นสีเดียวทั้งตัวเสื้อและแขนเสื้อ บางโรงก็ไม่ใช้อินทรธนู และทำเป็นแถบสายสะพายให้ตัวเสนาใส่แทนเครื่องอาภรณ์ยืนเครื่องอย่างเก่าก็มี และยังมีเครื่องแต่งละครเกิดขึ้นเพราะเล่นเรื่องแปลกประหลาดออกไป ดังเช่นเครื่องแต่งตัวเป็นแขกเป็นฝรั่ง สำหรับเล่รเรื่องพระอภัยมณีเป็นต้น เครื่องแต่งตัวละครก็ห่างเหินจากแบบเดิมมาทุกที” อันเป็นจุดเริ่มต้นความหลากหลายของบทละครและกระบวนเล่น นำมาสู่ยุครุ่งเรืองของละครต่างๆ
ทั้งนี้ละครของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง ก็นับว่ามีกระบวนรำและทางเล่นคิดยักเยื้องไปจากแบบหลวง โดยได้นายวานกับนายทิม (นักเทศน์มหาราช) ที่มีความชำนาญมาช่วยแต่งบทละครเรื่องดาหลัง ต่อมาได้หลวงพัฒนพงศ์ภักดี (ทิม) มาเป็นผู้แต่งบทละครพันทางที่นิยมเล่นและแต่งตัวตามอย่างเชื้อชาติ คือ ราชาธิราช ขุนช้างขุนแผน ทั้งนี้ยังคัดเอาเรื่องพงศาวดารจีนมาแต่งเป็นบทละครหลายเรื่อง อาทิ ห้องสิน ตั้งฮั่น สามก๊ก หงอโต้ ซุยถัง และบ้วนฮวยเหลา ทำให้โรงละครปริ้นเธียเตอร์มีบทละครที่แต่งใหม่มากกว่าโรงละครอื่น และมีความน่าสนใจจนนิยมทำตามแบบอย่างกันมาก
เจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) ได้มีข้อคิดเห็นเรื่องเครื่องแต่งตัวละครของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง ความว่า “...เครื่องชะฎาน่าโขนกระบังน่าเหล่านี้ ข้าพระพุทธเจ้าได้เห็นเมื่อครั้งประดับที่เมรุท่านเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงค์ ก็ได้นึกอยู่ว่าถ้าท่านผู้รับมรฎกไม่เล่นลครแล้ว ได้ให้ประดับไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานจะเปนการดี” ทั้งนี้มีประสงค์จะรับเอาศีรษะโขนละครมาไว้ในตู้กระจกคู่กับชฎาของเก่าในพิพิธภัณฑสถานฯ “...แต่ถ้าผู้ให้จะให้พร้อมทั้งหุ่นแลเครื่องแต่งดังเช่นประดับที่เมรุคล้ายของประดับจริงๆ จะเปนการยิ่งดีขึ้น”
โดยสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นสมมตอมรพันธุ์ ได้มีลายพระหัตถ์ตอบเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) ความว่า “ว่าด้วยเรื่องชฎาน่าโขนกระบังหน้า เครื่องลคร... ถ้าได้รับพระราชทานพร้อมทั้งหุ่น แลเครื่องแต่งตัวด้วยจะดีนั้น ได้นำกราบบังคมทูลพระกรุณาแล้ว โปรดเกล้าให้เรียนว่า เครื่องแต่งตัวนั้นเป็นของมีราคามาก ผู้รับมรฎกขายเอาเงิน เพราะเงินเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงไม่ใคร่มี ทุนรอนอยู่ในเครื่องลครหลายร้อยชั่ง จะเอาเครื่องด้วยนั้นไม่ควร” เหตุนี้ทำให้เครื่องแต่งตัวและศิราภรณ์ของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงบางส่วน ปรากฎอยู่ตามสถานที่ต่างๆ นอกจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติด้วย . . ** โบราณวัตถุดังกล่าวนำไปจัดแสดงในนิทรรศการ “หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร : เฉลิมฉลองในโอกาส ๕๐ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน” ณ พระที่นั่งเหวินหวา พระราชวังโบราณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ระหว่างวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ – ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๔๖๙ : Golden Friendship, Shared Brilliance: A Special Exhibition Celebrating the 50th Anniversary of Thai-Chinese Diplomatic Relations . . อ้างอิง ดำรงราชานุภาพ, สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยา. ตำนานละครอิเหนา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ไทย. ๒๔๖๔. หอจดหมายเหตุแห่งชาติ. ร.๕ บ.๑๑/๑๐. เอกสารกรมราชเลขาธิการ รัชกาลที่ ๕ เบ็ดเตล็ด เรื่อง พิพิธภัณฑต่างๆ ในกรุงสยาม (๔ กุมภาพันธ์ ๑๑๑ - ๓ ตุลาคม ๑๑๗). สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. ชฎา. จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ ๓ ฉบับที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๓๖. สืบค้นเมื่อ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๙. (ออนไลน์).

. . ที่มา : ศิราภรณ์ (ชฎา) ศิลปะรัตนโกสินทร์ พุทธศตวรรษที่ ๒๕ Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ https://www.facebook.com/centralstorageofnationalmuseums?locale=th_TH .
|