Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
07 March 2026, 16:21:31

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
29,262 Posts in 14,502 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  ภาพประทับใจ  |  ผนังเก่าเล่าเรื่อง (Moderator: ผนังเก่าเล่าเรื่อง)  |  นานาภัณฑ์ : สมบัติล้ำค่า 10 ชิ้นในคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดย พณิช ตั้งวิช
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: นานาภัณฑ์ : สมบัติล้ำค่า 10 ชิ้นในคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดย พณิช ตั้งวิช  (Read 69 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,073


View Profile
« on: 17 February 2026, 10:33:25 »

นานาภัณฑ์ : สมบัติล้ำค่า 10 ชิ้นในคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดย พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์


นานาภัณฑ์
นำชมสมบัติล้ำค่า 10 ชิ้นในคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ห้องสมุดโบราณวัตถุของไทย บางชิ้นไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน

เรื่อง พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์, ภาพ มณีนุช บุญเรือง

..

Home /Art & Culture/Scoop
20 มกราคม 2026
.

‘คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ’ นิยามตนเป็น ‘ห้องสมุดโบราณวัตถุ’

หนึ่งในหน้าที่หลักคือรวบรวมสิ่งของจากพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ในสังกัดกรมศิลปากรมาเก็บไว้

เพราะจำนวนของที่มีโอกาสได้ออกไปจัดแสดงตามพิพิธภัณฑ์เป็นเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนของที่เหลือดูแลรักษาอยู่ในคลังแห่งนี้

ของที่เก็บข้างในไม่ได้มีแค่โบราณวัตถุอย่างพระพุทธรูป ประติมากรรม ศิลาจารึก หรือชิ้นส่วนประติมากรรมเก่าแก่หลายร้อยหลายพันปี แต่มีความหลากหลายเกินคาดเดา ทั้งในแง่วัสดุ รูปลักษณ์ ที่มา และอายุสมัย จนบางชิ้นไม่คิดว่าจะเจอได้ที่นี่

คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติให้บริการแบบ Visible Storage คลังเพื่อการศึกษา การจะชมของที่เก็บไว้ด้านในมี 2 ทาง ถ้าอยากเรียนรู้ของเป็นรายชิ้นต้องสืบค้นจากฐานข้อมูลมาก่อน แล้วทำเรื่องขออนุญาต หรือไม่ก็รอของออกไปจัดแสดงในนิทรรศการหมุนเวียนที่จัดขึ้นในวาระต่าง ๆ

ด้วยเหตุนี้ จึงมีของอีกหลายชิ้นที่ยังไม่ค่อยและไม่เคยออกไปจัดแสดงที่ไหน เราขออาสาคัดของดีที่น่าสนใจ 10 ชิ้น แยกตามวัสดุในแต่ละห้องคลัง ย่อยข้อมูลจากภัณฑารักษ์ออกมาเล่าสู่กันฟัง
.

01
พระชัยวัฒน์
อายุสมัย : รัตนโกสินทร์ (พุทธศตวรรษที่ 25)

เริ่มต้นเอาฤกษ์เอาชัยเปิดปีใหม่นี้ด้วยพระชื่อมงคลอย่าง ‘พระชัย’

พระชัย คือพระพุทธรูปนั่งขนาดไม่ใหญ่ พระหัตถ์ขวาทำปางมารวิชัย พระหัตถ์ซ้ายถือตาลปัตร ในยามศึกสงครามคนมักนำติดตัวไปด้วยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเครื่องรางให้ได้รับชัยชนะ หรือบางครั้งก็นำขึ้นหลังช้าง เลยมีชื่อต่อท้ายเป็น ‘พระชัยหลังช้าง’

มีอีกชื่อที่เรียกกันคือ ‘พระชัยวัฒน์’ หมายถึงความเจริญรุ่งเรือง ในสมัยรัตนโกสินทร์จึงนิยมสร้างพระชัยประจำรัชกาล แตกต่างกันตรงที่วัสดุ บางครั้งทำจากเงิน ทอง หรือโลหะอื่น รวมทั้งมีหลายขนาดหน้าตัก ตั้งแต่สำหรับบูชาไปจนถึงองค์เล็กใช้ห้อยคอ

สมัยรัชกาลที่ 5 มีการสร้างพระชัยหลายครั้ง สำหรับพระราชทานให้กับพระบรมวงศานุวงศ์ บางโอกาสสร้างให้พระเจ้าลูกยาเธอก่อนออกไปทรงศึกษายังต่างประเทศ เช่นกันกับพระชัยองค์นี้ มีประวัติว่าเป็นของพระราชทานให้กับพระราชโอรสคือ สมเด็จฯ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ กรมหลวงนครราชสีมา สร้างจากนวโลหะ ตาลปัตรทำจากทองคำลงยาเป็นรูปเป็นพัดแฉก ด้านหลังมีฉัตรทอง ถือเป็นหนึ่งในของมีค่าที่เก็บไว้ในห้องมั่นคงของคลังกลางฯ



.

02
เงินเถาพดด้วงตรามงกุฎและตราจักร
อายุสมัย : รัตนโกสินทร์ (พุทธศตวรรษที่ 25)

ตั้งแต่สมัยสุโขทัย ‘พดด้วง’ เคยใช้เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนสินค้า เรื่อยมาจนกระทั่งเหรียญและเงินกระดาษค่อย ๆ เข้ามาแทนที่ ในสมัยรัชกาลที่ 4 การใช้เงินพดด้วงเริ่มลดลง แม้ยังพอมีการสร้างอยู่บ้าง แต่เปลี่ยนหน้าที่เป็นของที่ระลึกในโอกาสพิเศษ เช่น งานพระบรมราชาภิเษก การเฉลิมพระราชมณเฑียร และการบำเพ็ญพระราชกุศลพระชนมายุเท่ากับพระชนก-ชนนี หรือกษัตริย์รัชกาลก่อน ๆ

เงินเถาพดด้วงตรามงกุฎและตราจักร รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างเป็นชุด มี 3 ราคา คือชั่ง ตำลึง และกึ่งตำลึง ขนาดลดหลั่นกัน ในโอกาสฉลองพระมหามณเฑียร พระที่นั่งอนันตสมาคม (องค์เก่า) ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2402

ความพิเศษของเงินเถาพดด้วงชุดนี้สังเกตได้จากตรามงกุฎและจักรที่บรรจงแกะด้วยมือ และเป็นชุดที่มีประวัติการสร้าง แต่กลับพบไม่มากนัก



.

03
ประติมากรรมรูปสัตว์ผสม (เหงะ)
อายุสมัย : พุทธศตวรรษที่ 20

ข้ามกันมาต่อที่ห้องคลังดินเผาและแก้ว

ในวัฒนธรรมเวียดนามมีสัตว์ผสมชนิดหนึ่งเรียกว่า ‘เหงะ’ (Nghe) หัวเป็นสิงโต ตัวเป็นสุนัข มักทำเป็นประติมากรรมตั้งอยู่ตามศาสนสถานต่าง ๆ เชื่อกันว่าจะช่วยคุ้มครองและขับไล่สิ่งชั่วร้าย

แม้ไม่ได้มีอาณาเขตติดต่อกัน แต่ในไทยก็พบประติมากรรมจากเวียดนามด้วย ภายในกรุเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ของวัดมหาธาตุ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่สร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย ลักษณะเป็นเครื่องเคลือบสีขาว เขียนลายสีน้ำตาล ถอดหัวออกจากลำตัวได้ ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของช่างเวียดนาม จึงเชื่อกันว่าผลิตจากแหล่งเตาบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดงในเวียดนาม

การพบเป็นเครื่องอุทิศในห้องกรุของเจดีย์ร่วมกับสิ่งของอื่น ๆ ช่วยรักษาโบราณวัตถุให้มีสภาพสมบูรณ์ และยังกำหนดอายุของประติมากรรมชิ้นนี้ได้ว่าสร้างขึ้นมาแล้วกว่า 700 ปี

ทั้งยังสะท้อนถึงการติดต่อสัมพันธ์กันระหว่างอาณาจักรสุโขทัย เมืองเพชรบูรณ์ และเวียดนาม ที่นำพาเหงะตัวนี้ข้ามน้ำข้ามเขา เดินทางไกลผ่านเส้นทางการค้าทางบกและทางทะเลมายังบ้านเรา



.

04
ชิ้นส่วนประดับสะพานเฉลิมหล้า 56
อายุสมัย : รัตนโกสินทร์ (พุทธศตวรรษที่ 25)

อ่านไม่ผิด ที่คลังกลางฯ แห่งนี้มีชิ้นส่วนสะพานเก็บรักษาอยู่ด้วย

‘สะพานเฉลิมหล้า 56’ เป็นหนึ่งในสะพานชุด ‘สะพานเฉลิม’ ที่รัชกาลที่ 5 พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ สร้างเป็นสาธารณประโยชน์ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาทุกปี

พูดถึงชื่อของสะพานเฉลิมหล้า 56 บางคนอาจไม่คุ้นเคย แต่ถ้าบอกว่านี่คือสะพานเดียวกับ ‘สะพานหัวช้าง’ ตรงหน้าวังสระปทุม ไม่ไกลจากแยกปทุมวัน น่าจะนึกหน้าตาของสะพานแห่งนี้ออกจากเอกลักษณ์รูปหัวช้างที่คอสะพาน ซึ่งในสมัยนั้นมีการจ้างสถาปนิกชาวต่างชาติมาออกแบบ และสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก

 ในคราวที่ขยายถนนให้กว้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2544 จำต้องรื้อสะพานเดิมออก กองโบราณคดีได้นำราวสะพานความยาวกว่า 2 เมตร ที่ตรงกลางเขียนตราพระปรมาภิไธยย่อ จปร. ในกรอบวงกลม มาเก็บรักษาไว้ที่คลังกลางฯ ส่วนราวสะพานที่เห็นในปัจจุบันเป็นของสร้างใหม่เลียนแบบของเดิม





.

05
โคมเวียน
อายุสมัย : รัตนโกสินทร์ (พุทธศตวรรษที่ 24)

ในหนังสือ พระราชพิธีสิบสองเดือน พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 5 และ ดรุโณวาท เล่าถึงบรรยากาศการเทศน์มหาชาติว่า นอกจากต้องประดับประดาสถานที่ด้วยผลหมากรากไม้ให้เหมือนกับป่าหิมพานต์แล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่วันนี้ไม่ค่อยเห็นแล้ว หนึ่งในนั้นคือ ‘โคมเวียน’

โคมเวียนเป็นนวัตกรรมการทำภาพเคลื่อนไหวแบบโบราณ มีกลไกหมุนได้ด้วยลมและความร้อนจากเทียนด้านใน เปลี่ยนภาพเล่าเรื่องกัณฑ์ต่าง ๆ ระหว่างเทศน์

สำหรับโคมเวียนของในคลังกลางฯ ชิ้นนี้ รูปลักษณ์ทำเลียนแบบสถาปัตยกรรมจีนที่เรียกว่า ‘ถะ’ หรือเจดีย์แปดเหลี่ยม สูง 3 ชั้น ทะเบียนโบราณวัตถุระบุว่า สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 แต่จากลวดลายชี้ว่าคงมีการซ่อมแซมในสมัยรัชกาลที่ 3 และใช้งานต่อมาจนถึงสมัยหลัง ดังมีหลักฐานในภาพถ่ายเก่าว่าเคยตั้งอยู่ที่วังบางขุนพรหมและพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท





.

06
ประติมากรรมพระนารายณ์
อายุสมัย : รัตนโกสินทร์ (ปลายพุทธศตวรรษที่ 24 – ต้นพุทธศตวรรษที่ 25)

ความพิเศษของประติมากรรมพระนารายณ์ฝีมือของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร องค์นี้มีอยู่ 2 จุด

หนึ่ง คือการออกแบบเป็นประติมากรรมลอยตัวตามประติมานวิทยาแบบไทยอย่างครบถ้วน ทั้งพระวรกายสีม่วงดอกตะแบก มี 4 กร ถือสิ่งของต่าง ๆ สวมชุดตัวนอกและตัวในทับกัน เหมือนชุดโขน-ละครแบบเก่าอย่างสมจริง ส่วนที่คอมี Choker แบบตะวันตกเข้ามาผสมผสาน นับเป็นตัวอย่างสำคัญในการศึกษาเครื่องแต่งกายในช่วงร้อยปีก่อนได้อย่างดี

และสอง คือเทคนิคการสร้างที่ใช้ทั้งงานไม้ ตะกั่ว กระจก และรักสมุก นำมาทำเป็นเครื่องถนิมพิมพาภรณ์ต่าง ๆ มีชายไหว-ชายแครงที่ด้านล่างยื่นออกมา เหมือนในจิตรกรรมแบบไทยประเพณี รวมถึงสุวรรณกระถอบที่ไม่พบแล้วในเครื่องแต่งกายโขนสมัยใหม่

ด้วยรายละเอียดที่วิจิตรขนาดนี้ พระนารายณ์องค์นี้จึงไม่ค่อยได้ออกไปจัดแสดงที่ไหน เพราะวัสดุที่นำมาประกอบสร้างล้วนแต่มีความเปราะบาง เสี่ยงที่จะเสียหายระหว่างขนย้าย





.

07
ฉลองพระองค์กันหนาว เสือป่าราบ
อายุสมัย : รัตนโกสินทร์ (พุทธศตวรรษที่ 25)

นี่คือ ‘ฉลองพระองค์กันหนาว เสือป่าราบ’ เพียงชุดเดียวที่พบ

ชุดนี้ได้มาจาก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นเครื่องแบบของเสือป่าราบในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ออกแบบฉลองพระองค์ตามฤดูกาล ทั้งฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว ตามอย่างเครื่องแบบทหารของชาติตะวันตก เช่น ฝรั่งเศสและรัสเซีย

เครื่องแบบเหล่านี้มีระบุไว้ในพระราชกำหนดเครื่องแต่งตัวเสือป่าและลูกเสือ แต่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาอยู่หลายครั้ง ทำให้บางชุดเจ้าของมีแล้วก็ไม่ทันได้ใส่ หรือถ้าจะใส่ก็อาจไม่เหมาะกับอากาศในบ้านเรา อย่างเช่นชุดกันหนาวนี้ปรากฏในเอกสาร แต่ไม่เคยพบในภาพถ่ายเก่ามาก่อน



.

08
หนังช้างเผือกดอง
อายุสมัย : รัตนโกสินทร์ (พุทธศตวรรษที่ 25)

กาลครั้งหนึ่งในสมัยรัชกาลที่ 4 มีการพบช้างเผือกที่บ้านนา แขวงเมืองนครนายก สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ามหามาลา กรมพระยาบำราบปรปักษ์ เจ้ากรมคชบาล รับภารกิจออกไปคล้องมา แต่ยังไม่ทันได้ประกอบพระราชพิธีสมโภชขึ้นระวาง ช้างเผือกตัวนี้ก็ล้มลงเสียก่อน

แต่เพราะช้างเผือกถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์มงคลของสมเด็จพระจักรพรรดิ เป็นของประดับบารมีของพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ ด้วยความเสียดาย รัชกาลที่ 4 จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้นำอวัยวะและเครื่องใน 8 ชิ้นมาดองเหล้าเก็บไว้ในโหลแก้ว หนึ่งในนั้นคือ ‘หนัง’ ที่ยังคงมีขนสีขาวของช้างเผือกอยู่

ปัจจุบันอวัยวะที่เหลือเสื่อมสภาพไปหมดแล้ว อาจเพราะวิทยาการการเก็บรักษาในอดีตที่ยังไม่ดีมากนัก มีเพียงหนังที่ยังคงสภาพไว้ และได้รับการเปลี่ยนน้ำยาเป็นเอทิลแอลกอฮอล์เพื่อเก็บรักษาอย่างถูกวิธี



.

09
จานกระ (เต่า)
อายุสมัย : รัตนโกสินทร์ (พุทธศตวรรษที่ 25)

ในสมัยรัชกาลที่ 4 – 5 ชนชั้นนำสยามนิยมใช้ของจากต่างประเทศกันอย่างแพร่หลาย หนึ่งในนั้นคือสินค้าจากญี่ปุ่นอย่าง ‘เครื่องกระ’ ที่นำเข้ามาพร้อมกับงานประดับมุก

เครื่องกระถือเป็นงานประณีตศิลป์ชนิดหนึ่ง ทำจากกระดองเต่ากระ มีลวดลายและรูปทรงตามธรรมชาติเป็นริ้วสวยงาม นำมารีดเป็นแผ่นบาง ขึ้นรูปแล้วเชื่อมต่อกันด้วยความร้อน ก่อนจะเขียนรักเป็นลวดลายตามธรรมชาติในแต่ละฤดูกาล เช่น ดอกไม้ ต้นไม้ สัตว์

สมัยนั้นเครื่องกระน่าจะนำเข้าผ่านท่าเรือเมืองนางาซากิ ปัจจุบันถือเป็นของหายาก ไม่มีการผลิตแล้วเนื่องจากอนุสัญญา CITES โดยในไทยยังพอพบเห็นอยู่บ้างตามวัดต่าง ๆ เช่น พานพระศรีของวัดบวรนิเวศวิหาร





.

10
ธงนำทัพโบราณ
อายุสมัย : รัตนโกสินทร์ (พุทธศตวรรษที่ 24 – 25)

ปิดท้ายกันด้วย ‘ธงนำทัพโบราณ’ ผืนธงปริศนาที่เชื่อกันว่า เป็นธงนำทัพของ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ตอนปราบปรามเมืองไทรบุรีในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์

ธงผ้าสีแดงนี้ตรงกลางเขียนเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑที่ยืนบนช้างเอราวัณ ขนาบข้างด้วยยันต์ต่าง ๆ เช่น ยันต์พระเจ้าห้าพระองค์และยันต์ตรีนิสิงเห ฯลฯ ถือเป็นตัวอย่างรูปแบบธงนำทัพแบบโบราณที่พบไม่มากนัก ก่อนจะมีการประกาศใช้พระราชบัญญัติธงสยาม ร.ศ. 110 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่กำหนดให้รูปแบบธงต่าง ๆ เหมือนอย่างธงในตะวันตก

แต่ความน่าสนใจของธงผืนนี้อยู่ที่ผู้มอบธงให้กับรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เลือกช่วงเวลาที่รัฐบาลญี่ปุ่นคืน 4 รัฐมาลัย (รัถมาลัย) อดีตเขตปกครองทางใต้ของไทย ได้แก่ กลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี และปะลิส ให้กับไทยพอดิบพอดี ล้อกับเหตุการณ์ที่ธงผืนนี้เคยนำทัพปราบเมืองไทรบุรีเมื่อกว่าร้อยปีที่แล้ว





.
.
สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าชมวัถตุโบราณได้ที่
Facebook : Central Storage of National Museums : คลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
https://www.facebook.com/centralstorageofnationalmuseums/?locale=th_TH
.

Writer : พณิช ตั้งวิชิตฤกษ์
นักลองฝึกพิสูจน์อักษร ผู้แสร้งเป็นนักลองฝึกเขียน อดีตเป็นนักเรียนภาษา
ผู้สนใจเป็นนักเรียนประวัติศาสตร์ศิลป์ รักในมวลรอบข้างที่ดี กาแฟ ชาเขียว และแมวเหมียว

Photographer : มณีนุช บุญเรือง
ช่างภาพสาวประจำ The Cloud เป็นคนเชียงใหม่ ชอบแดดยามเช้า การเดินทาง และอเมริกาโน่ร้อนไม่น้ำตาล

.
.
ที่มา : นานาภัณฑ์ นำชมสมบัติล้ำค่า 10 ชิ้นในคลังกลางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
https://readthecloud.co/10-masterpieces-central-storage-of-national-museums/
.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.045 seconds with 17 queries.