Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
07 March 2026, 16:21:33

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
29,262 Posts in 14,502 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  ภาพประทับใจ  |  ผนังเก่าเล่าเรื่อง (Moderator: ผนังเก่าเล่าเรื่อง)  |  จิตรกรรมฝาผนังเรื่อง "ขุนช้างขุนแผน" วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: จิตรกรรมฝาผนังเรื่อง "ขุนช้างขุนแผน" วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี  (Read 157 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,073


View Profile
« on: 11 January 2026, 16:08:39 »

จิตรกรรมฝาผนังเรื่อง "ขุนช้างขุนแผน" วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี


เมื่อกล่าวถึงวัดป่าเลไลยก์ จ. สุพรรณบุรี หลายท่านคงจะนึกถึง“หลวงพ่อโต” และตำนานขุนช้างขุนแผน วันนี้ได้นำเอาข้อมูลมาฝากกันครับ



วัดป่าเลไลยก์ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของ จ. สุพรรณบุรี ตั้งอยู่ที่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี ห่างจาก อำเภอเมืองสุพรรณบุรี ประมาณ 2 กม. เดิมชื่อ วัดลานมะขวิด ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่หน้าบันของวิหารวัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมาย พระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จธุดงค์มาพบ สมัยยังทรงผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงมาปฏิสังขรณ์ สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างในสมัยที่ เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรือง ในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแตทรงให้มอญน้อยมาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ ภายหลัง พ.ศ. 1724 

ที่วัดแห่งนี้ประชาชนนิยมมานมัสการ “หลวงพ่อโต” ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารสูงเด่น เห็นแต่ไกล เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิมีลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย องค์พระสูง 23.46 เมตร รอบองค์ 11.20 เมตร มีนักปราชญ์หลายท่านว่า หลวงพ่อโตเดิมคงเป็นพระพุทธรูป ปางปฐมเทศนา สร้างไว้กลางแจ้งเหมือนพระพนัญเชิงในสมัยแรกๆ เพราะมักจะพบว่า พระพุทธรูปขนาดใหญ่ ที่สร้างในสมัยก่อนอยุธยาและอยุธยาตอนต้น ส่วนมากชอบสร้างไว้กลางแจ้งเพื่อให้สามารถมองเห็นได้แต่ไกล ภายในองค์พระพุทธรูปนี้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลายจำนวน 36 องค์ หลวงพ่อโตเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดใกล้เคียง ทุกปีจะมีงานเทศกาลสมโภชและนมัสการหลวงพ่อวัดป่าเลไลยก์ 2 ครั้ง คือ ในวันขึ้น 7-9 ค่ำ เดือน 5 และเดือน 12

..
ข้อมูลจาก

http://www.oceansmile.com/K/Supan/Supan2.htm

http://www.spo.moph.go.th/tour/ralai/ralai.htm

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3

https://www.gotoknow.org/posts/388510
..


ภายในรอบวิหารที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต จะมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังของวรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ซึ่งเป็นวรรคดีที่ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศล้านภาลัย ได้โปรดเกล้าฯ ให้กวีในรัชสมัยของพระองค์ และพระองค์เองร่วมกันรังสรรค์ผลนี้ชิ้นเอกนี้ออกมา โดยมีเค้าโครงเรื่องมาจากนิยายพื้นบ้านของสุพรรณบุรี ที่แต่งขึ้นจากเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ภาพเขียนดังกล่าวมีเรื่องราวตำนานของขุนช้างขุนแผนตั้งแต่เริ่มต้น จนจบตอนที่นางวันทองถูกประหาร ถ้าเราเดินดูภาพเหล่านี้จนครบก็จะสามารถรู้เรื่องราวที่มาที่ไปและเรื่องย่อของขุนช้างขุนแผนได้เกือบทั้งหมด ผมลองเดินดูและเก็บบันทึกภาพไว้นำเรื่องย่อมาฝากกันครับ





















10



















20



















30



















40



















50



















60



















70






..
อ่านเรื่องย่อขุนช้างขุนแผนได้ที่ http://www.paktho.ac.th/student/kun/z_story.html
 
คำสำคัญ (Tags): #ขุนช้างขุนแผน #จิตกรรมฝาผนัง #วัดป่าเลไลยก์
..

.
.
ที่มา : เรียนรู้วรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน จากจิตรกรรมฝาผนังวัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี
https://www.gotoknow.org/posts/388510
.




« Last Edit: 29 January 2026, 19:35:16 by ppsan » Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,073


View Profile
« Reply #1 on: 11 January 2026, 20:24:10 »

พาลูกสนุกกับ "ขุนช้างขุนแผน" จิตรกรรมฝาผนังที่วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี


วัดป่าเลไลยก์นี้เป็นวัดเก่าแก่ สันนิษฐานว่ามีอายุราว 1200 ปี ตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จ.สุพรรณบุรี อยู่ทางฝั่งตะวันตกของลำน้ำสุพรรณ ห่างจากศาลากลางจังหวัด ประมาณ 4 กิโลเมตร ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่าวัดป่า ภายในวิหาร เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต ปางป่าเลไลยก์





ในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า ...พระเจ้ากาเตทรงให้มอญน้อย มาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ ภายหลังปี พ.ศ. 1724 เล็กน้อย หลวงพ่อโต เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทอง สุพรรณภูมิ (คือประทับนั่งห้อยพระบาท) มีนักปราชญ์หลายท่านว่า เดิมคงเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา สร้างไว้กลางแจ้งอย่างพระพนัญเชิงสมัยแรกต่อมาได้มีการบูรณะ ซ่อมแซมใหม่ และทำเป็นปางป่าเลไลยก์ ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ภายในองค์พระพุทธรูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ 36 องค์ ที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลาย

เครดิตข้อมูล : //www.suphan.biz/Watpalalai.htm
คลิกที่นี่


วัดป่าเลไลยก์ เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และวรรณคดี คู่เมืองสุพรรณบุรีมาตั้งแต่โบราณกาล ครอบครัวของเราเองนั้น คุ้นกับชื่อของวัดป่าเลยไลย์ ในบทเพลง "บุญหมา" ของวงคาราบาว ในท่อน

กราบหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์ลือลั่น
วาจาเป็นสิ่งสำคัญ คนสุพรรณฯ เขาไว้ลาย


ภาพจิตรกรรมฝาผนังขุนช้างขุนแผน


ส่วนสำคัญที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของวัดนี้ ก็คือ เรื่องราวในวรรณคดี "ขุนช้างขุนแผน" เรื่องของขุนช้าง ขุนแผน นางพิมพิลาไลย์ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นนางวันทอง เป็นเรื่องชิงรักหักสวาท และเวทย์มนตร์ไสยดำที่สนุกและน่าติดตามเป็นยิ่งนัก

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2556 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 10 ขวบปีของเกาลัด ครอบครัวของเราได้ไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งบ้านของท่านอยู่ไม่ไกลจากวัดป่าเลยไลย์นัก จึงได้พาเกาลัดไปวัด และได้ไปเรียนรู้วรรณคดี "ขุนช้าง ขุนแผน"จากภาพจิตรกรรมฝาผนังสวย ๆ

ขุนช้างขุนแผนเป็นวรรคดีที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศล้านภาลัย ได้โปรดเกล้าฯ ให้กวีในรัชสมัยของพระองค์ และพระองค์เองร่วมกันรังสรรค์ผลนี้ชิ้นเอกนี้ออกมา โดยมีเค้าโครงเรื่องมาจากนิยายพื้นบ้านของสุพรรณบุรี ที่แต่งขึ้นจากเรื่องจริง ที่เกิดขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี

ภาพเขียนชุดดังกล่าวมีเรื่องราวของขุนช้างขุนแผนตั้งแต่เริ่มต้นกำเนิดขุนช้างขุนแผน จนถึงตอนที่นางวันทองถูกประหาร และเลยไปจนถึงพลายชุมพลไปจัดการเถรขวาดและเณรจิ๋ว จนเถรขวาดถูกประหารชีวิต เป็นเรื่องราวและภาพวาดที่สนุก มีสีสันมาก เมื่อเราได้เดินชมตั้งแต่ภาพแรกไปจนถึงภาพสุดท้าย

ซึ่งเรื่องเล่าจากภาพวาด จากป้ายคำอธิบาย ผนวกกับคำอธิบายเพิ่มเติมจากพ่อแม่ ทั้งตลก โปกฮา สยองขวัญ เข้าพระนาง ชิงรักหักสวาท มนตร์ดำ ประหารชีวิต ฯลฯ ทำให้เกาลัดสนุกและบอกว่ากิจกรรมของวันนี้มันส์สุดๆ ไปเลย

ภาพทั้งหมดในรีวิวชุดนี้ถ่ายด้วยกล้องไอโฟน เราเก็บภาพมาไม่มากนัก เพราะติดพันที่จะเล่าเรื่องจากภาพให้ลูกฟัง หากอยากชมอย่างได้อรรสรถครบครัน เชียร์ให้ไปชมด้วยตัวเอง.. สนุกแน่นอนค่ะ

ไปดูกันว่าเราได้ภาพอะไรมาให้ชมกันบ้าง


ตอนที่ 1

ภาพจิตรกรรมตอนแรก ๆ กล่าวถึงตัวละครสำคัญสามตัว คือ ขุนแผน ขุนช้าง และนางพิมพิลาไลย




ขุนช้างเป็นลูกของขุนศรีวิชัยกับนางเทพทอง บิดาถูกโจรฆ่าตาย

พลายแก้วเป็นลูกของขุนไกรพลพ่ายกับนางทองประศรี เมื่อบิดาถูกสมเด็จพระพันวษารับสั่งให้ประหารชีวิต เพราะความผิดที่ได้ฆ่ากระบือเป็นจำนวนมากหน้าพระที่นั่ง เนื่องจากกระบือแตกตื่นขวิดผู้คน เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสุพรรณบุรีเพื่อล่ากระบือ มารดาจึงพาไปอยู่กับญาติที่เมืองกาญจนบุรี

นางพิมเป็นลูกของพันศรโยธากับนางศรีประจัน บิดาเป็นไข้ป่าถึงแก่ความตาย

ทั้งพลายแก้ว ขุนช้าง และนางพิมเป็นเพื่อนเล่นกันมาแต่เด็ก พลายแก้วได้บวชเป็นสามเณรและ เล่าเรียนวิชาที่กาญจนบุรี ต่อมาย้ายมาอยู่วัดป่าเลไลยก์เมืองสุพรรณ ส่วนขุนช้างแต่งงานกับนางแก่นแก้วได้ปีกว่าภรรยาก็ตาย นางพิมพบกับเณรแก้วที่วัดเมื่อคราวไปทำบุญกับมารดา ต่างก็จำกันได้จึงมีจิตผูกรักต่อกัน

ต่อมาได้นางสายทองพี่เลี้ยงของนางพิมเป็นสื่อนัดแนะ จนเณรแก้วได้เสียกับนางพิม และได้นางสายทองด้วยเมื่อถูกสมภารให้ออกจากวัดป่าเลไลยก์ ก็ไปอยู่กับสมภารคงวัดแค และได้เล่าเรียนวิชาทางไสยศาสตร์หลายอย่าง ต่อมาเมื่อทราบว่าขุนช้างได้มาสู่ขอนางพิม เณรแก้วจึงลาอาจารย์สึกแล้วให้มารดาสู่ขอนางพิมและแต่งงานกันตามประเพณี

พลายแก้วเข้าหานางพิม



ขุนช้าง



พิมพิลาไลย์



เมื่อเกิดศึกเชียงใหม่ยกมาตีเมืองเชียงทอง อันเป็นอาณาเขตกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระพันวษาทรงทราบถึงความสามารถของพลายแก้ว ก็รับสั่งให้เข้าเฝ้า และแต่งตั้งให้แม่ทัพไปรบที่เชียงทอง จนตีเมือง เชียงทองได้ชัยชนะ แล้วยกทัพตามทัพเชียงใหม่ไปถึงลำพูน ตั้งค่ายที่บ้านจอมทอง แสนคำแมนได้ยกนางลาวทองให้เป็นภริยา

หลังจากพลายแก้วไปแล้วไม่นาน นางพิมได้ล้มป่วย เมื่อเปลี่ยนชื่อเป็นวันทองจึงหายป่วย ขุนช้างซึ่งยังต้องการนางเป็นภริยาได้ใช้อุบายต่าง ๆ เพื่อแสดงว่าพลายแก้วตายแล้ว และอ้างว่าเมื่อสามีไปทัพตายภรรยาจะถูกริบเป็นม่ายหลวง ประกอบทั้งถูกมารดาบังคับเฆี่ยนตี นางวันทองจึงเข้าพิธีแต่งงานกับขุนช้าง แต่ยังรออยู่ไม่ยอมร่วมหอ


ฝ่ายพลายแก้ว เมื่อมีชัยชนะกลับมา ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นขุนแผนแสนสะท้าน คุมไพร่พลห้าร้อยมีหน้าที่รักษาเขตแดน
ทางเมืองกาญจนบุรี เมื่อเดินทางมาสุพรรณบุรีทราบเรื่องจากนางวันทอง ก็มีความโกรธจะฆ่าขุนช้าง แต่นางลาวทองซึ่งมากับขุนแผนด้วยได้ห้ามไว้

นางวันทองกับนางลาวทองเกิดทะเลาะกันด้วยความหึงหวง เป็นเหตุให้นางวันทองกล่าวถ้อยคำก้าวร้าวขุนแผน ขุนแผนโกรธถึงกับจะฆ่านางวันทองพร้อมทั้งแสดงอาการไม่ไยดี พานางลาวทองไปอยู่กาญจนบุรี นางวันทองคิดว่าขุนแผนสิ้นรักนางแล้วจึงยอมเป็นภริยาขุนช้าง


ตอนที่ 2


ขุนแผนลอบขึ้นเรือนขุนช้าง ใช้มนต์สะกดผู้คนในเรือนแล้วเข้าห้อง เห็นขุนช้างนอนอยู่กับนางวันทองก็โกรธ จึงมัดขุนช้างกับนางวันทองติดกัน แล้วให้ตามผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาให้รับรู้ พร้อมแจ้งให้กำนันทราบแล้วก็กลับไป ต่อมามีรับสั่งให้ขุนแผนเข้าไปฝึกหัดราชการที่กรุงศรีอยุธยา พอถึงเวรขุนแผน บังเอิญนางลาวทองป่วยหนัก ขุนแผนฝากเวรไว้กับขุนช้างซึ่งได้รับราชการอยู่ด้วยกัน แล้วออกไปเผ้าไข้ นางลาวทอง

เมื่อสมเด็จพระพันวษาเสด็จออกว่าราชการไม่เห็นขุนแผนก็รับสั่งถามถึง ขุนช้างคิดกำจัดขุนแผน จึงทูลว่าขุนแผนละทิ้งหน้าที่ไปหาภริยาจึงทรงกริ้ว สั่งลงโทษขุนแผนให้ออกตระเวนอยู่ตามชายแดน ห้ามเข้ามาในกรุงและกักขังนางลาวทองไว้ในพระราชวัง


ขุนแผนเมื่อทราบความจริง จึงผูกพยาบาทขุนช้าง ขณะเดียวกันก็แสวงหาของวิเศษที่ทำให้มีฤทธิ์มาก คือกุมารทอง ดาบฟ้าฟื้น และม้าสีหมอก โดยได้ฝากตัวอยู่กับหมื่นหาญซึ่งเป็นนายซ่องโจรได้นาง บัวคลี่ ลูกสาวหมื่นหาญเป็นภริยา ต่อมาหมื่นหาญไม่พอใจที่ขุนแผนไม่ยอมออกปล้น จึงคิดกำจัดเสีย โดยให้นางบัวคลี่วางยาพิษ แต่พรายได้กระซิบให้ขุนแผนรู้ ขุนแผนจึงฆ่าบัวคลี่ ควักเอาลูกในท้องไปทำพิธีปลุกเสกเป็นกุมารทอง

เมื่อกลับมากาญจนบุรีก็ทำพิธีตีดาบตามตำรามหาศาสตราคม ให้ชื่อว่าดาบฟ้าฟื้น แล้วเดินทางไปแสวงหาม้าสีหมอกตามตำราที่จังหวัดเพชรบุรี เมื่อได้แล้วก็เดินทางกลับกาญจนบุรี


กำเนิดกุมารทองบุตรนางบัวคลี่




ขุนแผนฆ่านางบัวคลี่



ต่อมาขุนแผนคิดถึงนางวันทองจึงเดินทางไปสุพรรณบุรี ขึ้นเรือนขุนช้างในเวลากลางคืน สะกดผู้คนให้หลับแล้วเดินหาห้องนางวันทอง พบนางแก้วกิริยาบุตรีพระยาสุโขทัยซึ่งบิดานำมาขายให้ขุนช้าง ได้เป็นภริยาแล้วมอบเงินให้ไว้ไถ่ตัว ขุนแผนได้พานางวันทองหนีไปจากบ้านขุนช้าง ชุนช้างพาพวกพ้องติดตามไปทันในป่าแต่สู้ขุนแผนไม่ได้ จึงเข้ากราบทูลกล่าวโทษขุนแผนต่อพระพันวษา พระพันวษาจึงมีหมายรับสั่งให้จับขุนแผนกับนางวันทองส่งมากรุงศรีอยุธยา

ขุนแผนพานางวันทองซึ่งกำลังมีครรภ์ เข้ามอบตัวต่อเจ้าเมืองพิจิตร เจ้าเมืองพิจิตรทำใบบอกส่งตัวขุนแผนกับนางวันทองเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา นางแก้วกิริยาซึ่งได้ไถ่ตัวเป็นอิสระแล้ว ได้พบขุนแผนกับนางวันทองซึ่งถูกจองจำโซ่ตรวนระหว่างถูกส่งตัวเข้ามายังกรุงศรีอยุธยาด้วย สมเด็จพระพันวษารับสั่งให้ชำระคดีระหว่างขุนแผนกับขุนช้าง คณะตุลาการตัดสินให้ขุนแผนชนะคดีและได้นางวันทองคืนไป


เมื่อขุนแผนชนะความแล้วไม่นานก็คิดถึงนางลาวทอง ซึ่งถูกกักขังอยู่ จึงขอให้จมื่นศรีเสาวรักษ์ ผู้ที่ตนมาอาศัยอยู่ด้วยทูลขออภัยโทษให้นางลาวทอง พอกราบทูล พระพันวษาทรงกริ้วมากสั่งให้เอาขุนแผนไปจองจำไว้ นางแก้วกิริยาได้เข้าไปปรนนิบัติขุนแผนอยู่ในคุก ส่วนนางวันทองถูกขุนช้างกับบ่าวไพร่มาฉุดคร่าไปสุพรรณบุรี นางจึงอยู่กับขุนช้างจนคลอดบุตรให้ชื่อว่า พลายงาม


กำเนิดพลายงาม







ขุนช้างคิดกำจัดพลายงามอยู่ตลอดเวลาเพราะรู้ว่าเป็นลูกขุนแผน เมื่อพลายงามอายุ 10 ขวบ ขุนช้างได้ลวงพลายงามไปป่าเพื่อฆ่าให้ตาย แต่ผีพรายของขุนแผนช่วยไว้ นางวันทองให้พลายงามเดินทางไปอยู่กับย่าที่กาญจนบุรี นางทองประศรีได้เลี้ยงดูพลายงาม และพาไปเยี่ยมขุนแผนในคุก นางได้สั่งสอนคาถาอาคมต่าง ๆ ตามตำราของขุนแผนให้จนแก่กล้าเหมือนขุนแผน พออายุได้ 13 ปี พลายงามก็มาอยู่กับ จมื่นศรีฯ เพื่อให้พาเข้าเฝ้าถวายตัวเป็นมหาดเล็ก


ตอนที่ 3


ต่อมาเกิดศึกระหว่างกรุงศรีอยุธยากับเมืองเชียงใหม่ เนื่องจากพระเจ้าล้านช้างได้ส่งนางสร้อยทองราชธิดามาถวายสมเด็จพระพันวษา และพระเจ้าเชียงใหม่ได้มาชิงนางสร้อยทองไปในระหว่างทาง สมเด็จพระพันวษาโปรดโปรดให้หาผู้อาสายกทัพไปรบ จมื่นศรีฯได้นำพลายงามเข้าอาสา ทรงโปรดให้พลายงามยกทัพไปพร้อมกับพระราทานอภัยโทษให้ขุนแผนและนางลาวทอง โปรดให้ขุนแผนไปตีเมืองเชียงใหม่ครั้งนี้ด้วย ก่อนไปขุนแผนให้รับนางทองประศรีมาอยู่กับนางลาวทองและนางแก้วกิริยาในกรุงศรีอยุธยา ตอนขุนแผนกรีธาทัพไปตีเชียงใหม่นางแก้วกิริยาก็คลอดบุตรให้ชื่อว่า พลายชุมพล


ระหว่างเดินทัพไปตีเชียงใหม่ ขุนแผนได้แวะเยี่ยมเจ้าเมืองพิจิตร และรับม้าสีหมอก ซึ่งฝากไว้เมื่อคราวเข้ามอบตัวด้วย พลายงามได้สู้รบกับทัพเมืองเชียงใหม่จนได้ชัยชนะ ได้นางสร้อยทองคืน ในการยกทัพกลับกรุงศรีอยุธยา ขุนแผนได้นำพระเจ้าเชียงใหม่ มเหสี และนางสร้อยฟ้าผู้เป็นธิดาลงมาด้วย สมเด็จพระพันวษาทรงแต่งตั้งให้ขุนแผนเป็นพระสุรินทรฦาไชย ครองเมืองกาญจนบุรี ตั้งพลายงามให้เป็นจมื่นไวยวรนาถ ให้พระเจ้าเชียงใหม่กลับไปครองเมืองเช่นเดิม ทรงแต่งตั้งนางสร้อยทองให้เป็นพระสนม และพระราชทานสร้อยฟ้าแก่จมื่นไวย ฯ ซึ่งได้แต่งงานกับนางสร้อยฟ้าและศรีมาลาพร้อมกัน


ในวันแต่งงาน ขุนช้างซึ่งมาในงานด้วยได้ดื่มเหล้าจนเมาแล้วเกิดทะเลาะกัน จมื่นไวย ฯ บันดาลโทสะทำร้ายขุนช้าง ต่อมาขุนช้างเข้าเฝ้ากราบทูลกล่าวโทษจมื่นไวย ฯ เมื่อมีการสืบเรื่องที่ขุนช้างทำร้ายจมื่นไวย ฯ สมัยเมื่อเป็นเด็กขึ้น ขุนช้างปฏิเสธ จึงมีการพิสูจน์โดยการดำน้ำก็ปรากฏว่าขุนช้างแพ้ รับสั่งให้ประหารชีวิตขุนช้าง แต่จมื่นไวย ฯ ได้ทูลขอพระราชทานอภัยโทษไว้

ต่อมาจมื่นไวย ฯ คิดแค้นที่แม่ไปอยู่กับขุนช้าง จึงลอบขึ้นเรือนขุนช้างกลางดึก อ้อนวอนและบังคับนางวันทองไปกับตน นางไม่อาจขัดขืนได้ก็ยอมไป ขุนช้างแค้นเคืองมากที่จมื่นไวยฯ ลักนางวันทองไป จึงทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกากล่าวโทษจมื่นไวยฯ เมื่อโปรดให้ไต่สวนคดีตามฎีกาของขุนช้าง ให้นางวันทองซึ่งเป็นคนกลางตัดสินใจว่าจะเลือกอยู่กับขุนช้าง ขุนแผน หรือจมื่นไวย ฯ นางทูลตอบว่ารักทั้ง 3 คนเท่า ๆ กัน สมเด็จพระพันวษาทรงกริ้วหาว่าเป็นคนสองใจ จึงรับสั่งให้เอาไปประหารชีวิต แม้ว่าจมื่นไวยฯ ได้กลับไปเข้าเฝ้าทูลขอพระราชทานอภัยโทษ และทรงโปรดพระราชทานก็ตาม แต่เพชฌฆาตได้ลงดาบก่อนที่จะยับยั้งไว้ทัน นางวันทองจึงถูกประหารชีวิต


ประหารชีวิตนางวันทอง



ตอนที่ 4


นางสร้อยฟ้ากับนางศรีมาลา ภริยาของจมื่นไวย ฯ มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันด้วยความหึงหวงอยู่เสมอ เนื่องจากหมื่นไวย ฯ รักนางศรีมาลามากกว่า นางสร้อยฟ้าจึงให้เถรขวาดทำเสน่ห์เพื่อจมื่นไวย ฯ จะได้หลงรัก จมื่นไวย ฯ หลงเสน่ห์จนถึงกับทุบตีนางศรีมาลา และพลายชุมพลได้เข้าขัดขวาง

พลายชุมพลจึงหนีไปพบพ่อและแม่ที่กาญจนบุรี เล่าเรื่องจมื่นไวย ฯ ให้พ่อแม่ฟัง แล้วไปอยู่กับตายายที่สุโขทัย ฝ่ายขุนแผนก็มากรุงศรีอยุธยาเพื่อแก้เสน่ห์ ส่วนนางศรีมาลาก็แจ้งข่าวไปเมืองพิจิตรว่าตนป่วย ให้พ่อกับแม่รีบลงมา เมื่อทุกคนมาพร้อมกันก็ไม่สามารถตกลงกันได้ ซ้ำขุนแผนกลับทะเลาะกับจมื่นไวย ฯ ถึงขนาดตัดพ่อตัดลูก จนต้องเดินทางกลับกาญจนบุรีด้วยความแค้น


พลายชุมพลเมื่อไปอยู่กับตายายที่สุโขทัยก็บวชเป็นเณร ได้เล่าเรียนหนังสือและวิชาคาถาอาคมจนเชี่ยวชาญ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้ตนหนีมาก็แค้นใจมาก จึงได้นัดหมายกับขุนแผนจะไปล้างแค้น จมื่นไวย ฯ จึงสึกจากเณรแล้วปลอมตัวเป็นมอญใหม่ คุมทัพหุ่นยกมาทำทีจะเข้าตีกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระพันวษารับสั่งให้ขุนแผนยกไปต่อสู้ ขุนแผนทำเป็นแพ้ให้พลายชุมพลจับตัวไป จมื่นไวย ฯ อาสาออกรบเดินทัพมาพบเปรตนางวันทองห้ามทัพไว้แต่ไม่สำเร็จ เมื่อจมื่นไวย ฯ กับพลายชุมพลรบติดพันกันอยู่ ขุนแผนเข้ามาจะฟันจมื่นไวย ฯ จมื่นไวย ฯ จึงหนีเข้ามากราบทูลให้สมเด็จพระวษาทรงทราบ จึงโปรดให้นางศรีมาลาไปรับขุนแผนและพลายชุมพลเข้ามา

ขุนแผนกราบทูลเรื่องจมื่นไวย ฯ ถูกเสน่ห์ พลายชุมพลกับจมื่นไวยฯ อาสาไปจับเสน่ห์ โดยปลอมตัวนำของมึนเมาไปมอมเถรขวาด จนรู้รายละเอียดแล้วจึงจับเถรขวาดขังไว้ แต่เถรขวาดก็สะเดาะโซ่ตรวน แปลงตัวเป็นจระเข้หนีไปได้


เมื่อโปรดให้มีการไต่สวนคดีทำเสน่ห์ โดยให้นางสร้อยฟ้ากับนางศรีมาลาลุยไฟเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์นางสร้อยฟ้าเป็นฝ่ายแพ้ จึงโปรดให้ประหารชีวิตนางสร้อยฟ้า แต่นางศรีมาลาทูลขอพระราชทานชีวิตไว้ เพราะนางสร้อยฟ้ากำลังมีครรภ์ จึงได้รับพระราชทานอภัยโทษ แต่ถูกเนรเทศออกจากกรุงศรีอยุธยา นางสร้อยฟ้าจึงเดินทางไปเชียงใหม่ พบเถรขวาดระหว่างทาง จึงเดินทางไปด้วยกัน

ต่อมานางคลอดบุตรให้ชื่อว่าพลายยงพงศ์นพรัตน์ ฝ่ายนางศรีมาลาก็คลอดลูกเป็นชายเช่นกัน ขุนแผนตั้งชื่อให้ว่า พลายเพชร ฝ่ายเถรขวาดซึ่งได้เป็นสังฆราชเชียงใหม่คิดจะแก้แค้นพลายชุมพล จึงแปลงตัวเป็นจระเข้อาละวาดมาจนถึงกรุงศรีอยุธยา ก็ถูกพลายชุมพลจับได้ และถูกลงโทษประหารชีวิต แล้วพลายชุมพลได้รับแต่งตั้งให้เป็นหลวงนายฤทธิ์มหาดเล็กรักษาพระองค์

เครดิตเรื่องย่อขุนช้างขุนแผน
//rungfa.chs.ac.th/khunchangstory.htm
คลิกอ่านที่นี่


ภาพบางตอนทั้งสนุก น่ารัก และตลกขบขัน ทำเอาเด็กน้อยเกาลัดสนุกมาก ๆ เลยค่ะ ^^ อย่างเช่น ภาพเณรขวาดกับเณรจิ๋วแปลงกายเป็นจระเข้ เป็นจระเข้ที่หัวโป๊งเหน่ง ดูตลก ๆ และก็ภาพนี้อีกภาพที่เรียกรอยยิ้มจากครอบครัวเราได้





แผนที่วัดป่าเลไลยก์จาก moohin.com



แผนที่ท่องเที่ยว จ. สุพรรณบุรี จาก go2suphan.blogspot.com


.
.
ที่มา : พาลูกสนุกกับ "ขุนช้างขุนแผน" จิตรกรรมฝาผนังที่วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี
https://www.bloggang.com/m/viewdiary.php?id=moonwatcher&month=05-2013&date=08&group=7&gblog=131

.




Logged
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 12,073


View Profile
« Reply #2 on: 11 January 2026, 20:28:28 »

ขุนช้าง ขุนแผน (ภาค 1-2)-เสภาเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน (ภาคปลาย)


วรรณคดีไทย เสภา ขุนช้าง-ขุนแผน...เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนนี้ มีเนื้อหารวมทั้งสิ้น 43 ตอนจบ เป็นวรรณคดีที่สำคัญเรื่องหนึ่งของไทย เชื่อกันว่าเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆในสมัยกรุงศรีอยุธยา เรื่องดังกล่าวนี้คงจะเป็นที่โจษจันเล่าสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านานนับเป็นวรรณคดีไทยเรื่องแรกที่นำเรื่องราวและชีวิตความเป็นอยู่ในด้านต่างๆของสามัญชนมาบรรยาย มีคุณค่าทั้งในด้านให้ความบันเทิง มีความไพเราะ และมีอรรถรสในทางวรรณคดี และยังให้ความรู้เกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ ถิ่นฐานบ้านเมือง ขนบธรรมเนียมประเพณีในปลายสมัยอยุธยา และต้นสมัยรัตนโกสินทร์เป็นอย่างดี พร้อมตำนานเสภา ของ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
โดย: สำนักพิมพ์คลังวิทยา
หมวด: หนังสือเก่า-หายาก
ปกแข็ง / 2,149 หน้า
สำนักพิมพ์: คลังวิทยา
พิมพ์ครั้งที่: 2
ปีที่พิมพ์: 2506 / 2510
ขนาด: กว้าง 15.9 ซม.  ยาว 22.5 ซม.
สภาพ: ขอบปกถลอกลอกเล็กน้อยและใบหุ้มปกมีการซ่อมแซมบางส่วน ทั้ง 3 เล่ม


































.
.
ที่มา : ขุนช้าง ขุนแผน (ภาค 1-2)-เสภาเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน (ภาคปลาย)
https://www.lungthong.com/product/67147/%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84-1-2-%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87-%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87-%E0%B8%82%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%99-%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A2

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.058 seconds with 16 queries.