Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
07 January 2026, 14:51:21

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
28,749 Posts in 14,165 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  บุคคลต้นแบบ  |  ปูชนียบุคคล (Moderator: ppsan)  |  “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ ตอนที่ ๙ – พันธกิจแห่งขัตติยะ โดย ศรัณย์ ทองปาน
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ ตอนที่ ๙ – พันธกิจแห่งขัตติยะ โดย ศรัณย์ ทองปาน  (Read 5 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 11,566


View Profile
« on: 05 January 2026, 16:14:14 »

“เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ ตอนที่ ๙  – พันธกิจแห่งขัตติยะ โดย ศรัณย์ ทองปาน


History
“เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ ตอนที่ ๙ – พันธกิจแห่งขัตติยะ
4 สิงหาคม 2021 ศรัณย์ ทองปาน : เรื่อง
.



พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีแนวพระราชดำริว่าจะส่งพระโอรสทุกพระองค์ไปทรงศึกษาเล่าเรียนวิชาชั้นสูง ณ ทวีปยุโรป โดยหลังจากเรียนรู้ภาษาและวิชาชั้นต้นที่ประเทศอังกฤษแล้ว พระราชโอรสชั้นเจ้าฟ้าให้ทรงศึกษาวิชาทหารตามประเทศต่างๆ ที่ยังมีกษัตริย์เป็นประมุข ได้แก่ สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ (โรงเรียนนายร้อยแซนด์เฮิร์สต์ อังกฤษ) สมเด็จฯ เจ้าฟ้าจักรพงศภูวนาถ (โรงเรียนนายร้อยทหารมหาดเล็ก รัสเซีย) สมเด็จฯ เจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ (เสด็จกลับมาทรงศึกษาในโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าของสยาม) สมเด็จฯ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ (โรงเรียนนายร้อยวูลลิช อังกฤษ) สมเด็จฯ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช (ทรงศึกษาวิชาทหารเรือในเยอรมนี) และสมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ (ทรงศึกษาวิชาการทหารบกในเยอรมนี)

ส่วนพระโอรสชั้นพระองค์เจ้า แม้มิได้มีข้อกำหนดชัดเจนเหมือนกับพระเจ้าลูกยาเธอชั้นเจ้าฟ้า แต่ก็มีหลายพระองค์ที่ทรงเลือกศึกษาวิชาทหาร เช่น พระองค์เจ้าจิรประวัติวรเดช (โรงเรียนนายร้อยของเดนมาร์ก) พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ (วิชาทหารเรือในอังกฤษ) และพระองค์เจ้าวุฒิไชยเฉลิมลาภ (วิชาทหารเรือในอังกฤษ)

สาเหตุสำคัญที่สุดของการจัดการศึกษาให้แก่พระเจ้าลูกยาเธอโดยเน้นวิชาทหารเช่นนี้ คือ “กรณี ร.ศ. ๑๑๒” ดังข้อความในหนังสือกราบบังคมทูลของพระยาวิสุทธสุริยศักดิ์ ลงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๔๔๐ ว่า แต่แรกเมื่อพระเจ้าลูกยาเธอรุ่นใหญ่สี่พระองค์ เสด็จออกไปทรงศึกษาต่อในยุโรปนั้น ยังมิได้มีแผนการให้ไปศึกษาวิชาด้านหนึ่งด้านใดโดยเฉพาะ แต่ละพระองค์จึงทรงเลือกเล่าเรียนได้ตามความสนพระทัย ทว่านับแต่รุ่นที่สมเด็จฯ พระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธและพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ เสด็จไปทรงศึกษาในปี ๒๔๓๖ ปีที่เกิด “กรณี ร.ศ. ๑๑๒” เป็นต้นมา

“ความเห็นที่จะจัดการทรงศึกษาจึงรื้อขึ้นเป็นการทหารเกือบจะหมด โดยมูลเหตุที่ได้รับความเจ็บแสบมาสดๆ ประกอบกับทางประพฤติของฝรั่งซึ่งหยิบเอามาใช้เป็นถ้อยคำว่า ‘ขัตติยต้องเป็นทหารหมด’…”

พระเจ้าลูกยาเธอบางพระองค์แม้มิได้ทรงสนพระทัยวิชาทหาร ทว่าด้วย “พันธกิจแห่งขัตติยะ” ทำให้ต้องทรงฝืนศึกษาไปอย่าง “ไม่มีทางเลือก” ดังที่ “ทูลกระหม่อมบริพัตร” สมเด็จฯ เจ้าฟ้า กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงเล่าประทานในภายหลัง แก่พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนา พระธิดา ว่าหากสามารถเลือกวิชาเรียนได้ตามพระประสงค์ส่วนพระองค์ จะทรงศึกษาวิชาดนตรีและภาษา โดยจะมุ่งทำงานทางดนตรีแต่เพียงอย่างเดียว ทว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชบิดา ทรงมีพระราชประสงค์เจ้าฟ้าทุกพระองค์ต้องสำเร็จวิชาทหาร พระองค์ย่อมต้องทรงปฏิบัติตาม ทว่า
“บางครั้งพ่อเบื่อบางวิชาที่ต้องเรียนจนทนไม่ไหว ต้องเก็บพ็อกเก็ตมันนี่เอาแอบไปเรียนดนตรี แอบไปเรียนเพราะพวกผู้ใหญ่สมัยนั้นเห็นว่าวิชาดนตรีไม่เหมาะกับชายชาติทหาร เมื่อได้เรียนดนตรีที่พ่อรักก็สบายใจ เกิดความอดทนที่จะเรียนและทำงานที่พ่อเบื่อ…”

ในกรณีพระองค์เจ้าอาภากรฯ แม้ต้องศึกษาวิชาทหารเรือตามพระราชประสงค์เช่นกัน ทว่าพระองค์กลับทรงพอพระทัยอย่างยิ่ง ดังเมื่อเดือนมีนาคม ปลายปี ๒๔๔๐ ภายหลังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จนิวัตพระนครแล้ว พระยาวิสุทธฯ กล่าวถึงพระองค์เจ้าอาภากรฯ ไว้ในหนังสือกราบบังคมทูล ฉบับวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๔๔๐ ว่า “…เหมือนพระองค์อาภาที่หลงทหารเรือ ใครว่ากลาสีไม่ดีไม่ได้…”

ในพระราชหัตถเลขาฉบับลงวันที่ ๒๗ มีนาคม พระราชบิดาทรงตอบความข้อนี้ว่า

“…ชายอาภากรนั้นอัธยาศัยเป็นคนซื่อมาแต่เดิม เป็นผู้ที่สมควรแก่วิชาที่เรียนอยู่แล้ว ไม่เป็นคนที่มีอัธยาศัยที่จะใช้ฝีปากได้ในการฝ่ายพลเรือน แต่ถ้าเป็นการในหน้าที่อันเดียวซึ่งชำนาญ คงจะมั่นคงในทางนั้น แลตรงไปตรงมา การที่ได้ไปพบคราวนี้ เห็นว่าอัธยาศัยดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก…”

.
.
ที่มา : “เสด็จเตี่ย” กรมหลวงชุมพรฯ ตอนที่ ๙ – พันธกิจแห่งขัตติยะ
https://www.sarakadee.com/2021/08/04/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a2%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2/
.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.055 seconds with 16 queries.