|
ppsan
|
 |
« on: 22 December 2025, 08:44:35 » |
|
|
|
|
|
|
Logged
|
|
|
|
|
ppsan
|
 |
« Reply #1 on: 22 December 2025, 08:45:18 » |
|
คำนำ
หนังสือโคลงโลกนิตินี้ เป็นสุภาษิตเก่าแก่ แต่งมาแต่โบราณครั้งกรุงเก่า เดิมนักปราชญ์ผู้แต่งเที่ยวเลือกหาคาถาสุภาษิตภาษาบาลีและสันสกฤต อันมีอยู่ในคัมภีร์ต่าง ๆ คือ คัมภีร์โลกนิติบ้าง คัมภีร์โลกนัยบ้าง ตลอดจนคัมภีร์พระธรรมบทก็มี นำมาตั้งแล้วแปลแต่งเป็นคำโคลงไปทุก ๆ คาถารวมเป็นเรื่องเรียกว่า โคลงโลกนิติ เป็นสุภาษิตที่นับถือกันมาช้านาน ครั้นถึง พ.ศ. ๒๓๗๔ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ จึงโปรดให้สมเด็จพระเจ้า บรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร ทรงรวบรวมโคลงโลกนิติของเก่ามาชำระแก้ไขใหม่ให้เรียบร้อยประณีตและไพเราะ เพราะของเก่าคัดลอกกันต่อ ๆ มา ปรากฏมีถ้อยคำวิปลาสผิดพลาดมาก ครั้นสมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร ทรงชำระแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้จารึกไวัในวัดพระเชตุพนฯ โคลงโลกนิติ จึงแพร่หลายแต่นั้นมา
เมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๐ หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร เคยรวบรวมโคลงโลกนิติ ทั้งของเก่าและที่ชำระใหม่พิมพ์ขึ้นครั้งหนึ่ง ให้ชื่อว่า “ประชุมโคลงโลกนิติ” มีคาถาบาลีและสันสกฤต เท่าที่ค้นพบพิมพ์กำกับไว้ข้างต้นของโคลงภาษิตนั้นด้วย และต่อมาได้พิมพ์อีกหลายครั้ง ครั้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๐ ได้จัดพิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ม.ล.กรี เดชาติวงศ์ ในการพิมพ์ครั้งนั้น กรมศิลปากรได้เลือกคัดเฉพาะแต่ที่สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศรทรงชำระใหม่ แต่คาถาคงไว้ตามเดิม และค้นหามาเพิ่มเติมใหม่จากการพิมพ์ครั้งแรกบ้าง แต่ถึงกระนั้นคาถาที่ยังไม่พบก็ยังมีอีกหลายบท
สุภาษิตที่ปรากฏในโคลงโลกนิติเกือบทุกบท ล้วนเป็นภาษิตที่นิยมนับถือกันว่า เป็นภาษิตที่เหมาะสมที่จะใช้เป็นหลักประพฤติปฏิบัติและจดจำไว้กล่าวสั่งสอนกันมาก การจัดทำหนังสือนี้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ จึงนับว่ามีคุณประโยชน์ในทางเผยแพร่สิ่งที่ดีงามอีกโสดหนึ่งด้วย
อธิบดีกรมศิลปากร
สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์
|
|
|
|
|
Logged
|
|
|
|
|
ppsan
|
 |
« Reply #2 on: 22 December 2025, 08:46:27 » |
|
ประชุมโคลงโลกนิติ
ประชุมโคลงโลกนิติ
๏ อัญขยมบรมนเรศเรื้อง รามวงศ์ พระผ่านแผ่นไผททรง สืบไท้ แสวงยิ่งสิ่งสดับองค์ โอวาท หวังประชาชนให้ อ่านแจ้งคำโคลง ครรโลงโลกนิตินี้ นมนาน มีแต่โบราณกาล เก่าพร้อง เป็นสุภสิตสาร สอนจิต กลดั่งสร้อยสอดคล้อง เวี่ยไว้ในกรรณ
สมเด็จพระเดชาดิศร ทรงนิพนธ์
๑. (คาถา) โลกนีตึ ปวกฺขามิ นานาสทฺทสมุฏฺฐิตํ มาคเธเนว สงฺเขปํ วนฺทิตฺวา รตนตฺตยํ โลกนิติ
ทศนัขนอบน้อมมิ่ง อุตมางค์ ไตรรัตน์จัดเบญจางค์ แจ่มพร้อม จักพร้องโลกนิติปาง สดับแต่ เดิมพ่อ อรรถอื่นอ้างเลศล้อม ต่างต้องคัมภีร์ สำนวนเก่า
ถวายกรกรรพุ่มเพี้ยง บวรมาลย์ มงแฮ ไตรรัตน์เรียบไตรทวาร เวียดเกล้า โลกนิติสืบสาร ของเก่า เตือนจิตสาธุชนเช้า ค่ำคํ้าชู่ใจ สำนวนเก่า
๒. นีติ โลเก ปุริสสฺส สาโร มาตาปิตา อาจริโย มิตฺโต ตสฺมา หิ นีตึ ปุริโส วิชฺญา ญาณี มหา โหติ พหุสฺสุโต จ
โลกนิติในโลกล้วน แก่นสาร คือบิดามารดาอาจารย์ เจี่ยวแล้ เชาเจ้าจ่อมใจบาณ ฑิตร่ำ เรียนแฮ เบิกศิลปปรีชาแท้ เลิศแล้วเมธี สำนวนเก่า
นิติศาสตร์สอนสัตว์ลํ้า โลกา ครูมิตรบิดุรมารดา ดุจแก้ว ชายรู้นิติปรา กฎทั่ว ทิศพ่อ เปรมปราชญ์ปรีชาแล้ว เลิศด้วยสดับธรรม สำนวนเก่า
๓. ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคน โย นโร อุปนยฺหติ กุสาปิ ปูติ วายนฺติ เอวํ พาลูปเสวนา โลกนิติ
ปลาร้าหุ้มห่อด้วย ใบคา คาติดแปดเหม็นปลา คละคลุ้ง คือคนผู้ดีหา คบเพื่อน พาลนา ความชั่วปนปานฟุ้ง เนื่องร้ายเสมอกัน สำนวนเก่า
ปลาร้าพันห่อด้วย ใบคา ใบก็เหม็นคาวปลา คละคลุ้ง คือคนหมู่ไปหา คบเพื่อน พาลนา ได้แต่ร้ายร้ายฟุ้ง เฟื่องให้เสียพงศ์ สมเด็จพระเดชา ฯ
๔. ตคฺครญฺจ ปลาเสน โย นโร อุปนยฺหติ ปตฺตาปิ สุรภิวายนฺติ เอวํ ธีรูปเสวนา โลกนิติ
ใบพ้อคนห่อหุ้ม กฤษณา หอมระรวยไปมา ทั่วผู้ คือคนหมู่เมธา แสวงเสพ กันนา อาจเจริญความรู้ เพื่องฟุ้งหอมขจร สำนวนเก่า
ใบไม้ชนห่อหุ้ม กฤษณา ใบอบรสคันธา กลิ่นเกลี้ยง ดุจเสพทวยเมธา เธียรภาพ พลอยล่องลอยกลิ่นเพี้ยง เฟื่องฟ้าสรรเสริญ สำนวนเก่า
ชนใดเด็ดหญ้าห่อ กฤษณา อีกสรรพคนธา กลิ่นฟุ้ง อายอบกลิ่นหญ้าคา ชูชื่น นะพ่อ เสพปราชญ์ธรรมโรจรุ้ง รสแท้เทียมเสมอ สำนวนเก่า
ใบพ้อพันห่อหุ้ม กฤษณา หอมระรวยรสพา เพริศด้วย คือคนเสพเสน่หา นักปราชญ์ ความสุขซาบฤาม้วย ดุจไม้กลิ่นหอม สมเด็จพระเดชา ฯ
.....
.....
๘.
|
|
|
|
|
Logged
|
|
|
|
|
ppsan
|
 |
« Reply #3 on: 22 December 2025, 08:47:26 » |
|
๘.
ยาวชีวมฺปิ เจ พาโล ปณฺฑิตํ ปยิรุปาสติ น โส ธมฺมํ วิชานาติ ทพฺพี สูปรสํ ยถา โลกนิติ
คนพาลยังไป่รู้ ชาญชิด ไปสู่หาบัณฑิต ค่ำเช้า แสดงธรรมว่าเนืองนิตย์ ฤๅซาบ ใจนา คือจวักตักเข้า ห่อนรู้รสแกง สำนวนเก่า
ยาวชีพชนโฉดส้อง เสพบัณ ฑิตแฮ บมิรู้รสธรรม์ หนึ่งน้อย ทารพี่อยู่นานวัน ครัวท่าน ใช้นา จวักตักช้อยช้อย ห่อนรู้รสแกง สำนวนเก่า
พาลเผ่าเฉาโฉดแท้ มาหา ปราชญ์ส่งสรรพวิชา ช่วยชี้ ไป่ทราบตราบชีวา วายเปล่า ดุจจ่าจนป่นปี้ ไป่รู้รสแกง สำนวนเก่า
คนพาลผู้บาปแท้ ทุรจิต ไปสู่หาบัณฑิต ค่ำเช้า ฟังธรรมอยู่เนืองนิตย์ บ่ทราบ ใจนา คือจวักตักเข้า ห่อนรู้รสแกง สมเด็จพระเดชา ฯ
๙.
มุหุตฺตมฺปิ เจ วิญฺญู ปณฺฑิตํ ปยิรุปาสติ โส เว ธมฺมํ วิชานาติ ชิวฺหา สูปรสํ ยถา
คนใดใจฉลาดด้วย ปัญญา ฟังนักปราชญ์จรรจา ทั่วผู้ แจ้งธรรมบัดเดี๋ยวมา พลันทราบ ใจนา ดุจดั่งลิ้นอันรู้ ทราบด้วยรสแกง สำนวนเก่า
กษณเดียวชนผู้ว่อง ไวญาณ ยอดแฮ เสพปราชญ์ผู้อาจารย์ บอกสิ้น เรียนธรรมะสืบสาร สรรพศาสตร์ เร็วยิ่งเร็วดุจลิ้น เร่งรู้รสแกง สำนวนเก่า
ผู้เชื้อชาติว่องไว ปรีชา เสพปราชญ์ธรรมศึกษา รวดรู้ ใดโดยประสงค์อา รมณ์อื่น นะพ่อ ชิวหะรับรสสู้ ทราบสิ้นดุจกัน สำนวนเก่า
ผู้ใดใจฉลาดลํ้า ปัญญา ได้สดับปราชญ์เจรจา อาจรู้ ยินคำบัดเดี๋ยวมา ซับซาบ ใจนา คือมลิ้นคนผู้ ทราบรู้รสแกง สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๐.
จตุปาโท อหํ สมฺม ตฺวํปิ สมฺม จตุปฺปโท เอหิ สีห นิวตฺตสฺสุ กึ นุ ภีโต ปลายสิ
หมูเห็นสีหราชร้อง ชวนรบ ตูสี่ตีนตูสบ ท่านไซร้ อย่ากลัวท่านอย่าหลบ อย่าหลีก ท่านสี่ตีนอย่าได้ วากเว้วางหนี สำนวนเก่า
หมูเห็นสีหราช ชวนรบ กูสี่ตีนกูพบ ท่านไซร้ อย่ากลัวท่านอย่าหลบ หลีกจาก กูนา ท่านสี่ตีนอย่าได้ วากเว้วางหนี สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๑.
อสุจิ ปูติโลโมสิ ทุคนฺโธ วายสิ สุกร สเจยฺเย ฆลิกาโมสิ ชยทมฺม ททามิ เต โลกนิติ
สีหราชกล่าวว่าโอ้ พาลหมู ทรชนชาติต่ำตู เกลียดใกล้ แม้มึงรบกับกู มึงนาศ เองนา กูเกลียดกูจักให้ พ่ายแพ้แก่สู สำนวนเก่า
สีหราชร้องว่าโอ้ พาลหมู ทรชาติครั้นเห็นกู เกลียดใกล้ ฤๅมึงใคร่รบดนู มึงนาศ เองนา กูเกลียดมึงกูให้ พ่ายแพ้ภัยตัว สมเด็จพระเดชา ฯ
๑๒. มณฺฑโก สหปิ ปทฺมํ ปทฺมํ คนฺเธน ลภติ ภมรา วาสทุรมฺ ปทฺมคนฺเธสุ ลภติ
กบกับบัวเกิดใกล้ กันนา รสแห่งดอกบุปผา ห่อนรู้ แมลงภู่อยู่คณนา นับโยชน์ เชยซาบเกษรสู้ สอดสร้อยแสวงหา สำนวนเก่า
กบเกิดในสระใต้ บัวบาน ฤๅห่อนรู้รสมาลย์ หนึ่งน้อย ภุมราอยู่ไกลสถาน นับโยชน์ ก็ดี บินโบกมาค้อยค้อย เกลือกเคล้าเสาวคนธ์ สมเด็จพระเดชา ฯ
.....
.....
๒๐.
|
|
|
|
|
Logged
|
|
|
|
|
|
|