Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...
User Info
Welcome, Guest. Please login or register.
10 September 2026, 01:23:59

Login with username, password and session length
Search:     Advanced search
News
ท่านสมาชิกสามารถเปลี่ยนรูปแบบ (Theme) ได้อีกหลายแบบ
เชิญทดลองโดยคลิกที่ลิงค์ข้างล่าง ได้เลยครับ

http://www.smilesiam.net/index.php/topic,3170.msg4713.html
Forum Stats
31,088 Posts in 15,338 Topics by 70 Members
Latest Member: KAN
Home Help Search Calendar Login Register
Smile Siam มาร่วมกันคืน "สยามเมืองยิ้ม" กลับสู่บ้านเรากันนะครับ ...  |  กิจกรรมที่น่าสนใจ  |  กิจกรรมในวันหยุดพิเศษ  |  ปราสาทหินพิมาย ตอนที่ ๒ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ
0 Members and 1 Guest are viewing this topic. « previous next »
Pages: [1] Go Down Print
Author Topic: ปราสาทหินพิมาย ตอนที่ ๒ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ  (Read 51 times)
ppsan
Administrator
สยามราษฎร์
*****
Offline Offline

Posts: 13,899


View Profile
« on: 07 September 2026, 16:28:59 »

ปราสาทหินพิมาย ตอนที่ ๒ โดย สายหมอกและก้อนเมฆ


ปราสาทหินพิมาย ตอนที่ ๒

ทริปวังน้ำเขียว ๕-๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ยังไม่จบทริป แต่เป็นจบตอนปราสาทหินพิมาย และคงอีกนานกว่าเราจะได้ไปอีก (ครั้งนี้ห่างจากครั้งแรก ๑๐ ปี) ขอลอกประวัติศาสตร์มาวางไว้ช่วยจำนะคะ จากหนังสือ อสท. ฉบับเดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๗ เส้นทางปราสาทหิน เยือนถิ่นอีสานใต้ พิมาย-โคราช

อาณาจักรขอม เป็นอาณาจักรโบราณแห่งหนึ่งที่รับอิทธิพลความเจริญจากอารยธรรมอินเดียก่อนจะพัฒนารูปแบบขึ้นจนมีลักษณะเฉพาะของตนเองและเจริญรุ่งเรืองต่อเนื่องอย่างยาวนานนับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๑ จนกระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๘ มีชื่อเสียงเลื่องลือด้วยการสร้างศาสนสถานขนาดใหญ่ด้วยศิลาที่จำหลักลวดลายอย่างงดงาม ซึ่งประวัติความเป็นมาของอาณาจักรแห่งนี้สามารถแบ่งได้เป็น ๓ ยุคใหญ่ คือ

๑. ยุคก่อนเมืองพระนคร (Pre-Angkorian Period) อยู่ในระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๕ เป็นยุคก่อร่างสร้างตัวของอาณาจักรขอมโดยการพยายามรวมอาณาจักรฟูนันอันเป็นอาณาจักรเก่าแก่ยุคแรกเริ่มที่รับอิทธิพลอารยธรรมอินเดียเข้ากับอาณาจักรเจนละในสมัยของพระเจ้าภวรมันที่ ๑ และพระเจ้ามเหนทรวรมัน หลังจากรวมอาณาจักรสำเร็จในปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๑ แล้ว ในสมัยของพระเจ้าอีศานวรมันก็ได้มีการสถาปนาเมืองอีศานปุระขึ้นเป็นราชธานีแ่ห่งแรกของอาณาจักรขอม ซึ่งช่วงนี้อารยธรรมเขมรเริ่มมีลักษณะเฉพาะเป็นของตนเองมากขึ้น แต่ต่อมาอาณาจักรได้แบ่งออกเป็น ๒ ส่วนคือ อาณาจักรเจนละบกและอาณาจักรเจนละน้ำ ด้วยสถานการณ์อันวุ่นวายทำให้อาณาจักรขอมถูกมหาราชจากแคว้นชวาเข้าปกครองอยู่ช่วงเวลาหนึ่งก่อนที่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๒ ซึ่งถูำกจับเป็นตัวประกันที่แคว้นชวาจะเสด็จกลับมากู้อิสรภาพให้กับอาณาจักรของและรวมอาณาจักรเจนละบกกับเจนละน้ำเข้าด้วยกัน (***เรื่องคุ้นๆ คล้ายเหตุการณ์บ้านเมืองเราเลยเนาะ...)

๒. ยุคเมืองพระนคร (Angkorian Period) ตั้งแต่กลางพุทธศตวรรษที่ ๑๕ จนกระทั่งถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๘ เริ่มตั้งแต่พระเ้้จ้ายโศวรมันที่ ๑ ทรงสถาปนาเมืองหลวงของอาณาจักรขึ้นที่เมืองยโศธรปุระ หรือเมืองพระนครขึ้นมา แม้ว่าในรัชสมัยของพระเจ้าวรมันที่ ๔ ซึ่งเป็นรัชกาลถัดมาจะย้่ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมืองโฉกการยกยาร์ระหว่างปี พ.ศ.๑๔๖๔-๑๔๘๗ แต่พระเจ้าราเชนทรวรมันที่ ๒ ก็ได้ย้่ายเมืองหลวงกลับมาที่ยโศธรปุระอีกครั้งในปี พ.ศ.๑๔๘๗ และอยู่ต่อมาเป็นการถาวร มีเพียงในปี พ.ศ.๑๗๒๐ ที่เมืองพระนครหลวงถูกยึดครองโดยกองทัพของอาณาจักรจามปา แต่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ก็สามารถกอบกู้เอกราชคืนมาได้ ยุคนี้เป็นยุคที่อาณาจักรขอมเป็นปึกแผ่นและเจริญรุ่งเรืองทางด้านศิลปวิทยาการสูงสุด มีการสร้างศาสนถานทั้งในศาสนาฮินดูและศาสนาพุทธมหายานเป็นปราสาทหินขนาดใหญ่ขึ้นมากมาย ทั้งในบริเวณราชธานีและในบริเวณที่อาณาจักรขอมแผ่อิทธิพลไปถึง แต่ด้วยการสร้างปราสาทหินที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมากติดต่อกันมานานนับหลายร้อยปี ทำให้อาณาจักรขอมค่อยๆ เสื่อมโทรมลงเป็นลำดับ

๓. ยุคหลังเมืองพระนคร (Post Angkorian Period) ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๙ ลงมา เป็นยุคตกต่ำของอาณาจักรขอม หลังจากกองทัพสยามจากอาณาจักรศรีอยุธยาได้เข้ายึดครองเมืองพระนครหลวงของอาณาจักรขอมเอาไว้ได้ในปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๘ อาณาจักรขอมมีความพยายามที่จะทำสงครามกู้อิสรภาพจากอาณาจักรศรีอยุธยาหลายคร้ง แต่ไม่สำเร็จ เป็นเหตุให้ต้องย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เมืองศรีสันธอว์ เมืองพนมเปญ และเืมืองละแวก ตามลำดับ ก่อนจะย้ายกลับมาอยู่ที่กรุงพนมเปญในตอนท้ายและอยู่มาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

เดินเข้ามาภายในปราสาทประธานค่ะ




ช่องรับแสงประดับด้วยลูกมะหวด






พระพุทธรูปปางนาคปรก




ลวดลายแกะสลักเสาประดับกรอบประตู




ภาพไม่ชัดหรอกค่ะ แต่อยากเก็บไว้...




เดินตรงมาเรื่อยๆ








ยอดมณฑป หน้าบัน ทับหลัง




ปรางค์พรหมทัต

ลักษณะของปรางค์องค์นี้ สร้างด้วยศิลาแลงตั้งอยู่ด้านหน้าของปราสาทประธานทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ประตูทำเป็นมุขยื่นออกไปทั้ง ๔ ทิศ ภายในองค์ปรางค์พบประติมากรรมสำคัญ ๒ ชิ้น คือ ประติมากรรมรูปบุคคลขนาดใหญ่อยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ สลักด้วยหินทราย สันนิษฐานว่าเป็นรูปจำลองของพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ชาวบ้านเรียกว่า ท้าวพรหมทัต ส่วนอีกรูปเป็นรูปสตรีนั่งคุกเข่าสลักด้วยหินทราย ส่วนศีรษะและแขนหักหายไป เชื่อกันว่าเป็นรูปของพระนางชัยราชเทวีมเหสี ชาวบ้านเรียกตามนิยายพื้นบ้านว่า นางอรพิม ปัจจุบันประติมากรรมทั้ง ๒ ชิ้นนี้จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย




ไม่ได้เดินเข้าไปค่ะ เห็นแต่เงา พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗




อีกมุม




ปรางค์หินแดง

สร้างขึ้นราวปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๗ ตั้งอยู่ทางด้านขวาของปรางค์ประธาน มีมุขยื่นออกไปทั้ง ๔ ทิศ เหนือกรอบประตูทางเข้าด้านทิศเหนือ มีทับหลังหินทรายจำหลักภาพเล่าเรื่องมหากาพย์มหาภารตะ ตอนกรรณะล่าหมูป่า ส่วนกรอบประตูด้านอื่นคงเหลือร่องรอยเฉพาะเสาประดับกรอบประตูศิลปะแบบเขมรประดับอยู่






ระเบียงคด




เสาประดับกรอบประตู












ต้นไม้ใหญ่โตแผ่กิ่งก้านสาขา...อายุน่าจะมากอยู่






ภูมิใจนำเสนอค่ะ น่าจะมีคนชอบเหมือนเรา










รื่นรมย์กับบริเวณนี้อยู่พักใหญ่...










เดินมาถึงด้านหน้าชาลาทางเดินแล้วค่ะ






เก็บตก...




ว่ากันว่า...ถ่ายรูปคนกับสถานที่ ไม่ต้องเน้นคนมากนัก เพราะเป็นแค่ส่วนประกอบของภาพรวมใหญ่






เยอะ...






ฆ่าเวลารอปะป๊ากับเมฆค่ะ (เดินมาแล้วขวามือ) แยกย้ายกันเดิน แม่ก็เพิ่งเจอหมอกตอนเดินวนครบรอบ










กลับแล้วค่ะ








โชคดีที่คนไม่เยอะมาก ฟ้าสวยใสแลกกับแดดร้อน ก็ปกติเนาะ...




ลูกๆ เดินอยู่ข้างหน้า




จากเอนทรี่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย ได้ความรู้เพิ่มเติมจากคุณทุเรียนกวน ป่วนรัก ว่า...
หลักการอนุรักษ์โบราณสถาน-โบราณวัตถุมีอยู่ว่า...กรณีที่ชิ้นส่วนที่หายไปนั้นจำเป็นต้องต่อโครงสร้าง (ถ้าไม่มีแล้วมันอยู่ไม่ได้)




ก็ให้ทำชิ้นส่วนที่ต่อเติม มีลักษณะรูปพรรณกลมกลืนกับของเดิม แต่ต้องก็ทำให้เห็นดูรู้ว่านี่เป็นของที่ทำขึ้นมาใหม่ครับ...

*** ขอบคุณคุณทุเรียนกวน ป่วนรักค่ะ ***




สีสันเลยเป็นเช่นนี้ เพื่อให้เห็นความต่างของส่วนที่บูรณะซ่อมแซมกับของเก่า




พลับพลาเปลื้องเครื่อง




มองกลับไป สะพานนาคราช (ร่ำลา...)




ภาพสุดท้ายแล้วค่ะ



.

Create Date : 21 มิถุนายน 2556
Last Update : 21 มิถุนายน 2556 5:13:22 น.

.


ที่มา : ปราสาทหินพิมาย ตอนที่ ๒
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=morkmek&month=06-2013&date=21&group=10&gblog=55

.




Logged
Pages: [1] Go Up Print 
« previous next »
 

SMF 2.0.4 | SMF © 2013, Simple Machines | Theme by nesianstyles | Buttons by Andrea
Page created in 0.056 seconds with 21 queries.